<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Book Maker &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/book-maker/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/book-maker/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Oct 2021 05:44:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Oct 2021 09:06:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[พล นิกร กิมหงวน]]></category>
		<category><![CDATA[wrongdesign]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ ด่านตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[อาษา ขอจิตต์เมตต์]]></category>
		<category><![CDATA[Bookmaker]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์แสงดาว]]></category>
		<category><![CDATA[จรัญ หอมเทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานกริมม์]]></category>
		<category><![CDATA[สามเกลอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=149463</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความรักในหนังสือน่าจะเป็นสารตั้งต้นในการถือกำเนิดของหลายๆ สำนักพิมพ์ แม้กระทั่งสำนักพิมพ์ที่ดำรงมานานกว่า 40 ปี อย่าง &#8216;แสงดาว&#8217; ของ จรัญ หอมเทียนทอง เองก็มีจุดเริ่มต้นมาแบบนั้น เพราะมีปณิธานที่จะส่งเสริมรากฐานทางความคิดของสังคมให้เกิดความตระหนักรักการอ่าน จรัญจึงยึดมั่นในอาชีพนี้มาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากจำนวนหนังสือหลักร้อยเล่มที่แสงดาวจัดพิมพ์มาตั้งแต่ก่อตั้ง นอกจากภาพลักษณ์การผลิตหนังสือที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมหมวดและยุคสมัยทั้งงานภาษาไทยและงานแปลภาษาต่างประเทศ ตั้งแต่งานคลาสสิกอย่าง นิทานกริมม์ จนมาถึงงานเขียนว่าด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แสงดาวยังถือว่าเป็นสำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างโดดเด่น เห็นได้จากการดีไซน์ปกและรูปเล่มที่ทั้งสวยและร่วมสมัย ทำเอานักอ่านหลายคน (รวมถึงเรา) เสียเงินอุดหนุนหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ไปไม่น้อย แต่ต่อให้เริ่มมาก่อนและอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางการทำหนังสือของจรัญจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในธุรกิจสำคัญที่มีส่วนสร้างคน สร้างชาตินี้ ในฐานะคนรักหนังสือ คนทำสำนักพิมพ์ และอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยอย่างเขา มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรตามยุคสมัยบ้าง ให้บทสนทนานี้ช่วยตอบ นอกจากความรักในหนังสือ มีเหตุผลใดอีกที่ช่วยขับเคลื่อนคุณให้ทำสำนักพิมพ์แสงดาวขึ้นมา ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นผลผลิตของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 บรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ใครๆ ก็ทำหนังสือกัน เราเองก็เป็นคนทำหนังสือให้พรรคสัจธรรมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่แล้ว พอได้มาทำงานในสำนักพิมพ์ปุถุชน ก็เริ่มอยากทำของตัวเองบ้าง เลยชักชวนเพื่อนๆ มาทำหนังสือกัน ส่วนที่ใช้ชื่อแสงดาว เพราะสมัยก่อนมีรุ่นพี่ทำสำนักพิมพ์ชื่อแสงตะวัน ของนิสิต จิรโสภณ และสำนักพิมพ์แสงจันทร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/">แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความรักในหนังสือน่าจะเป็นสารตั้งต้นในการถือกำเนิดของหลายๆ สำนักพิมพ์ แม้กระทั่งสำนักพิมพ์ที่ดำรงมานานกว่า 40 ปี อย่าง &#8216;แสงดาว&#8217; ของ <strong>จรัญ หอมเทียนทอง</strong> เองก็มีจุดเริ่มต้นมาแบบนั้น</p>



<p>เพราะมีปณิธานที่จะส่งเสริมรากฐานทางความคิดของสังคมให้เกิดความตระหนักรักการอ่าน จรัญจึงยึดมั่นในอาชีพนี้มาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากจำนวน<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/book-creative/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หนังสือ</a>หลักร้อยเล่มที่แสงดาวจัดพิมพ์มาตั้งแต่ก่อตั้ง</p>



<p>นอกจากภาพลักษณ์การผลิตหนังสือที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมหมวดและยุคสมัยทั้งงานภาษาไทยและงานแปลภาษาต่างประเทศ ตั้งแต่งานคลาสสิกอย่าง <em>นิทานกริมม์ </em>จนมาถึงงานเขียนว่าด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แสงดาวยังถือว่าเป็นสำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างโดดเด่น เห็นได้จากการดีไซน์ปกและรูปเล่มที่ทั้งสวยและร่วมสมัย ทำเอานักอ่านหลายคน (รวมถึงเรา) เสียเงินอุดหนุนหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ไปไม่น้อย</p>



<p>แต่ต่อให้เริ่มมาก่อนและอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางการทำหนังสือของจรัญจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในธุรกิจสำคัญที่มีส่วนสร้างคน สร้างชาตินี้ ในฐานะคนรักหนังสือ คนทำสำนักพิมพ์ และอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยอย่างเขา มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรตามยุคสมัยบ้าง ให้บทสนทนานี้ช่วยตอบ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149483" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากความรักในหนังสือ มีเหตุผลใดอีกที่ช่วยขับเคลื่อนคุณให้ทำสำนักพิมพ์แสงดาวขึ้นมา</h4>



<p>ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นผลผลิตของเหตุการณ์ <a href="https://www.google.com/search?q=14+%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2+2516&amp;rlz=1C1CHBF_thTH922TH922&amp;oq=14+%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2+2516&amp;aqs=chrome..69i57.239j0j7&amp;sourceid=chrome&amp;ie=UTF-8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">14 ตุลาฯ 2516</a> ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 บรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ใครๆ ก็ทำหนังสือกัน เราเองก็เป็นคนทำหนังสือให้พรรคสัจธรรมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่แล้ว พอได้มาทำงานในสำนักพิมพ์ปุถุชน ก็เริ่มอยากทำของตัวเองบ้าง เลยชักชวนเพื่อนๆ มาทำหนังสือกัน</p>



<p>ส่วนที่ใช้ชื่อแสงดาว เพราะสมัยก่อนมีรุ่นพี่ทำสำนักพิมพ์ชื่อแสงตะวัน ของนิสิต จิรโสภณ และสำนักพิมพ์แสงจันทร์ ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ก็ขอใช้ชื่อแสงดาวล้อไป ซึ่งเราเริ่มต้นทำสำนักพิมพ์แบบเล่นๆ ทุกครั้งที่เงินหมดก็เลิก พอหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 เราโดนจับก็หยุดทำไป พ้นจากนั้นก็เอาเงินจากงานประจำมาทำหนังสือใหม่ จนกระทั่งมาทำจริงจังในปี 2530 แบบที่จดทะเบียนเป็นบริษัท เพราะคิดว่าถ้ายังทำแบบเดิมอยู่เจ๊งแน่ ก็เลยจ้างพนักงานและทำเป็นเรื่องเป็นราวมาจนถึงตอนนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่วงเริ่มต้นทำสำนักพิมพ์ คุณใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกหนังสือ</h4>



<p>ช่วงนั้นเราทำหนังสือพวกวรรณกรรมแปลของ Roald Dahl ทำวรรณกรรมคลาสสิก<em> รอพ่อยามยาก</em> ของ E. Nesbit และงานเขียนงานแปลของอมราวดี เพราะรู้จักกัน แต่มันขายไม่ได้ เลยหันมาทำหนังสือหมอดู ปรากฏว่าขายดี หลังจากนั้นก็ทำหนังสือพวกฮวงจุ้ย โหราศาสตร์อยู่พักหนึ่ง แสงดาวจึงมีหนังสือประเภทนี้เยอะที่สุด ทำจนกระทั่งมันหมดตลาดไป พูดง่ายๆ ว่าไม่มีอะไรเป็นหลักเกณฑ์แน่ชัด เพราะอิงตามความพอใจตัวเองและเพื่อนที่เป็นนักแปลเป็นหลัก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ปัจจุบันเกณฑ์ของแสงดาวในการเลือกพิมพ์หนังสือสักเล่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนบ้างไหม</h4>



<p>เรามักจะเลือกหนังสือมาทำเป็นซีรีส์ เช่น <em>สามเกลอ</em> ที่มี 46 เล่ม หรือชุดของจุลลดา ภักดีภูมินทร์ ที่มี 5 เล่ม ส่วนใหญ่จะเอาของเก่ามาทำใหม่ให้สวยขึ้น ปีหน้าเราก็วางแผนกับคณะทำงานแล้วว่า จะทำหนังสือภายใต้หัวข้อ ‘90 ปี อภิวัฒน์สยาม’ ตีพิมพ์งานทั้งหมดที่เกี่ยวกับปี 2475 เริ่มด้วยกบฏ ร.ศ. 130 คิดว่าทั้งปีน่าจะได้สิบกว่าเล่ม พยายามหาต้นฉบับอยู่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149491" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เท่าที่เห็น คุณเอางานเขียนเก่าๆ กระทั่งงานคลาสสิกที่คนรู้จักกันอยู่แล้วมาพิมพ์ใหม่ แต่ทำไมยังขายดีอยู่</h4>



<p>ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเราเปลี่ยนรูปเล่มหนังสือให้ทันสมัย มีแพ็กเกจจิ้งที่สวย เราลงทุนกับตรงนี้มาก เพราะคนสมัยนี้ซื้อหนังสือเป็นของสะสม ถ้าจะทำหนังสือ อย่าประหยัดค่าปก ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก อย่างเราให้ <a href="https://adaymagazine.com/wrongdesign/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wrongdesign</a> (กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล) ออกแบบและเลือกวัสดุมาเลย</p>



<p>มีคนบอกว่าเราบ้า อย่างปกชุด <em>สามเกลอ </em>คุณเห็นภาพขาว-ดำไม่มีอะไร แต่ภาพพวกนั้นเราซื้อลิขสิทธิ์เก่ามาภาพละ 3,000 บาท กระดาษสีที่ใช้เป็นกระดาษสีญี่ปุ่น ไม่ใช่กระดาษมาพิมพ์สีทีหลัง เพราะฉะนั้นเวลาจะผลิตหนังสือ 46 เล่ม เราต้องเอากระดาษสีทั้งหมดมาดูก่อนแล้วจัดพิมพ์ คนขายเองก็ต้องสต็อกกระดาษให้เรา ฉะนั้น ถ้าคุณเปิดดูแจ็กเก็ตปกของ <em>สามเกลอ</em> จะเจอเบอร์กระดาษสีที่ด้านล่างขวามือของปกหลัง ราคาแพงนะ แต่มันผ่านกระบวนการคิดของนักออกแบบมาแล้ว วางเล่มเดียวอาจจะไม่สวยมาก แต่พอออกมาเป็นเซตแล้วสวยเลย คนอยากเก็บ ซึ่งถ้าเราทำแบบเดิมก็ไม่เกิดความแตกต่าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แปลว่าแสงดาวให้ความสำคัญกับการออกแบบปกและรูปเล่มไม่แพ้เนื้อหา</h4>



<p>ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมา เวลาเจอคนหน้าตาดีเราก็อยากคุยด้วยใช่ไหม ฉะนั้น ต่อให้หนังสือดีแทบตายแต่ปกไม่สวยมันก็ไม่มีใครซื้อ ต้องยอมรับว่ายุคสมัยนี้ปกหนังสือเป็นตัวดึงดูดให้คนสนใจ แต่ขณะเดียวกัน ค่าออกแบบกับจัดพิมพ์ก็จะทำให้หนังสือราคาสูงขึ้น ซึ่งถึงเป็นแบบนั้นเราก็ยังทำอยู่ดี&nbsp;</p>



<p>ดูอย่าง<em>นิทานกริมม์</em> ที่มีหลายสำนักพิมพ์ขาย แต่ทำไมเราขายได้ ทั้งที่ชุดละเป็นพัน เพราะกล่องมันสวย คนอยากสะสมไง หรืออย่างเล่ม <em>ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต</em> <em>(ฉบับสมบูรณ์)</em> เราทำปกใหม่เป็นลายเซนเซอร์ ล้อไปกับเทรนด์สัญญา AstraZeneca ในช่วงนั้น คนก็อยากซื้อ ยิ่งเราประกาศพิมพ์ครั้งเดียว หมดแล้วหมดเลย ไม่พิมพ์อีก คนก็ยิ่งอยากได้ เพราะมันมีคุณค่า</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณมุ่งมั่นจัดพิมพ์งานเขียนและงานแปลเก่าๆ</h4>



<p>เพราะด้วยความที่เราเป็นคนแก่ เรารู้สึกว่างานไทยสมัยก่อนมีความรุ่มรวยทางภาษากว่าปัจจุบัน คนแปลหนังสือสมัยนี้กับสมัยก่อนก็ต่างกัน เราชอบภาษาแปลสมัยก่อนมากกว่า อีกอย่างคนรุ่นใหม่ก็ทำหนังสือแปลเยอะแล้ว เราเลยอยากทำหนังสือเก่าไว้ เพราะอ่านแล้วมีความสุข คืนวันที่ไม่รู้จะทำอะไรก็หยิบหนังสือที่เคยอ่านมาอ่าน อย่างเราหยิบ <em>สี่แผ่นดิน </em>มาอ่านบ่อย ทั้งที่เป็นนิยายขวา แต่ก็อ่านเพราะเรื่องที่ดำเนิน เหมือนเวลาอ่าน <em>คู่กรรม </em>ก็น้ำตาไหลตอนโกโบริตาย ซึ่งเราว่าหนังสือที่ทำให้คนน้ำตาไหลได้นี่เก่งนะ คนเขียนต้องเก่งมากที่สร้างบรรยากาศขึ้นมาได้ เทียบกับการดูหนังที่มีแสง มีดนตรี มีองค์ประกอบช่วย </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149488" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ปัจจัยใดที่ทำให้แสงดาวยืนระยะมาได้นานขนาดนี้</h4>



<p>หลักๆ คือเพราะคิดว่าหนังสือคือชีวิต เราอยู่กับมันมานาน อายุเราก็มากขึ้น จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นคงไมได้แล้วด้วย พ้นวาระช่วงก่อร่างสร้างตัวมาแล้ว (หัวเราะ) เราอยากบอกว่า หนังสือให้อะไรเยอะมากในชีวิตนี้ อย่างน้อยๆ ก็ให้ความคิด เราเป็นหนี้บุญคุณหนังสือนะ เพราะทำให้เรามองเห็นอะไรมากขึ้น ทำให้มีสมาธิ ต่อให้ทำหนังสือแล้วขาดทุนก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่มีหนังสือ คงไม่มีเราในวันนี้ ยิ่งในวันที่เราอายุ 68 ท่ามกลางสถานการณ์คืนวันที่ต้องเก็บตัวในบ้าน หนังสือคือเพื่อนเรา</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะที่ทำหนังสือและคลุกคลีกับวงการการอ่านมานาน คุณมองวัฒนธรรมการอ่านของคนรุ่นใหม่ยังไง</h4>



<p>เรายอมรับว่าคนรุ่นใหม่อ่านหนังสือเยอะมาก ใครบอกว่าคนสมัยนี้ไม่อ่านหนังสือไม่ได้นะ พวกเขาอ่านมากขึ้นด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าอ่านจากแพลตฟอร์มอะไร อีบุ๊ก เว็บไซต์ เป็นต้น นักเขียนจำนวนมากก็เกิดจากการเขียนออนไลน์ พอพิมพ์หนังสือก็มีคนซื้อ พูดง่ายๆ ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้สร้างทั้งนักอ่านและนักเขียนหน้าใหม่</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคิดยังไงกับการมีสำนักพิมพ์เกิดใหม่มากมายในยุคที่คนบอกว่าสิ่งพิมพ์จะตายแล้ว</h4>



<p>เราว่าหนังสือมันไม่ตายหรอก ช่องทางเดี๋ยวนี้มันเยอะ สำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือวัยรุ่นๆ เขาก็ไม่วางร้านหนังสือแล้ว ขายออนไลน์อย่างเดียวก็อยู่ได้ ตอนนี้เป็นยุคของลูกค้าใครลูกค้ามัน แต่ละสำนักพิมพ์ก็มีฐานลูกค้าของตัวเอง ไม่มีการออกหนังสือแข่งกันแล้ว เพราะไม่มีใครแปลหนังสือเรื่องเดียวกันชนกันเหมือนสมัยก่อน มีแต่ทำยังไงให้คนมาซื้อหนังสือของคุณ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149487" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนที่ได้ทำหน้าที่นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คุณได้เห็นอะไรที่ตอนทำสำนักพิมพ์ไม่ได้เห็นบ้างไหม</h4>



<p>พอไปอยู่ตรงนั้นแล้วเรามีความคิดทั้งบวกและลบ ความคิดที่เป็นบวกคือหนังสือยังมีอนาคต แต่ความรู้สึกที่เป็นลบและปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้นเลยคือ ภาครัฐให้ความสำคัญกับหนังสือน้อยมาก เรียกว่าไม่เคยคิดถึงเลยดีกว่า ช่วงโควิด-19 รัฐยังชดเชยผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายบ้าง แต่ไม่พูดถึงคนทำหนังสือเลย รัฐบาลที่เคยให้เงินสนับสนุนเรื่องหนังสือสมัยเราทำหน้าที่นายกสมาคมฯ มีรัฐบาลเดียว คือรัฐบาลสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากนั้นไม่มี</p>



<p>ที่ผ่านมา ภาครัฐไม่เคยทำนโยบายเรื่องหนังสืออย่างจริงจัง กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลกก็เป็นแค่อีเวนต์ เรามีรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติ รางวัลซีไรต์ รัฐก็ไม่เคยสนับสนุน พอจะผลักดันโครงการอะไรก็ไม่ค่อยผ่าน&nbsp;และที่สำคัญคือ หน่วยงานเอกชนที่สนับสนุนงานหนังสือก็ไม่มี นักเขียนจะโด่งดังก็ต้องขายตัวเอง จัดกิจกรรม เอาง่ายๆ แค่ห้องสมุดรัฐยังไม่เคยซื้อหนังสือเอง ต้องมาขอรับบริจาค ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม ส่วนหนึ่งที่สังคมไทยวนอยู่ที่เก่าเพราะคนขาดความคิด ซึ่งความคิดมาจากความรู้ และความรู้ก็มาจากการอ่าน พอไม่อ่านก็หมดกัน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วทำยังไงทั้งๆ ที่รัฐไม่ซัพพอร์ต แต่วงการหนังสือไทยก็อยู่มาได้</h4>



<p>คำถามนี้ฝรั่งก็ถาม เพราะบ้านเขาจัด book fair รัฐบาลก็ช่วย แต่บ้านเราจัดได้เพราะคนอ่านล้วนๆ เราก็ทำเท่าที่ทำได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149494" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไหนเกิดขึ้นกับสังคมการอ่านไทย</h4>



<p>อยากเห็นที่สุดและเสนอมาหลายปีแล้ว คือรัฐต้องมีสถาบันหนังสือเพื่อดูแลการอ่านอย่างเดียว ในเมื่อคุณมีสถาบันภาพยนตร์ได้ ทำไมสถาบันหนังสือจะมีไม่ได้ บ้านเราในกระทรวง ในสถานที่ราชการ ไม่มีห้องสมุด แต่ที่เกาหลีมีทั้งห้องสมุด มีทั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ปัญหาเรื่องการอ่านและหนังสือจะแก้ได้ถ้ามีสถาบันหนังสือ หรืออย่างน้อยสถานการณ์หนังสือไทยจะดีขึ้นแน่นอน แล้วประเทศไทยจะดีกว่านี้เยอะ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แสงดาวมีเป้าหมายใดที่อยากไปให้ถึง</h4>



<p>เราขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็พอ แค่ให้คนเหลียวมามอง ไม่ต้องชี้นำสังคมก็ได้ แต่ความปรารถนาสูงสุดของเราคือ อยากให้คนอ่านหนังสือ เวลาเห็นคนอ่านหนังสือเราจะดีใจ เราอยากเห็นคนซื้อหนังสือให้กัน ซึ่งเรามีความหวังกับคนรุ่นใหม่มาก หวังว่าอนาคตการอ่านของไทยจะดีกว่านี้</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3 เล่มที่จรัญอยากแนะนำให้อ่าน</strong></h3>



<p>เพราะหนังสือที่แสงดาวเลือกมาจัดพิมพ์ล้วนมาจากความชอบของจรัญเป็นหลัก เราจึงเอ่ยปากขอให้เขาเลือกหนังสือ 3 เล่มที่นำเสนอความเป็นสำนักพิมพ์แสงดาวมากที่สุด และนี่คือเหล่าหนังสือที่เขาอยากแนะนำให้ทุกคนอ่าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149489" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สามเกลอ</h4>



<h4 class="wp-block-heading">พล นิกร กิมหงวน</h4>



<p>“หนังสือชุดนี้เป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน เขียนตั้งแต่ปี 2480-2510 เป็นบันทึกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ไทย คุณจะเห็นภาพเมืองไทยเหมือนเวลาดูหนังไทยเก่า อ่านเสร็จแล้วจะรู้ว่าทำไมคนถึงชอบหนังสือเขา เพราะมุกเขาทันสมัย ยังใช้ได้อยู่ อ่านแล้วจะคิดว่า คิดได้ไงวะ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต (ฉบับสมบูรณ์)</h4>



<h4 class="wp-block-heading">สุพจน์ ด่านตระกูล</h4>



<p>“ช่วงหลังเราทำงานเกี่ยวกับคณะราษฎร เพราะส่วนหนึ่งมาจากการที่เราไปศึกษาประวัติศาสตร์ อยากเชิดชูปรีดี พนมยงค์ เพราะประวัติศาสตร์ไทยไม่ให้พื้นที่ท่าน ท่านจึงกลายเป็นคนผิด บวกกับมีกระแสที่คนพูดถึงคดีลอบปลงพระชนม์ เราก็เลยเอาหนังสือเกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งนี่เป็นเล่มที่ดีที่สุดมาให้คนอ่าน เพราะในขณะที่หลายคนพูดถึงคดีว่าอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็ควรต้องไถ่บาป ต้องคืนความเป็นธรรมให้สามคนที่ตายไปจากการตัดสินคดีครั้งนั้นด้วย มันเป็นไปได้ยังไงที่คนระดับนี้ตายแล้วประวัติศาสตร์บอกสาเหตุไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องแอบพูดกัน เราก็เอาข้อเท็จจริงมากางให้ดูว่าเป็นอย่างนี้ๆ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นิทานกริมม์</h4>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Jacob</strong><strong> </strong><strong>Grimm</strong><strong> </strong><strong>&amp;</strong><strong> </strong><strong>Wilhelm</strong><strong> </strong><strong>Grimm</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผู้แปล&nbsp;อาษา ขอจิตต์เมตต์</strong></h4>



<p>“นี่คือต้นฉบับทั้งหมดของ <em>นิทานกริมม์</em> ซึ่งเป็นผลงานแปลของอาษา ขอจิตต์เมตต์ มันน่ารักมาก เขาแปลเพราะลูกไม่มีนิทานอ่าน แปลให้ลูกอ่านเมื่อ 70 ปีที่แล้ว นี่คืองานออริจินอลที่ควรอ่าน เพราะมีทั้งโหดและน่ารัก แปลก็ดี เป็นหนังสือคลาสสิกของโลก”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/">แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2021 11:51:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[นายผี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วารสาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=143407</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันรู้จัก ‘สำนักพิมพ์อ่าน’ เป็นครั้งแรกจากวารสาร อ่าน สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเน้นไปทางการวิจารณ์วรรณกรรม ภาพยนตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมือง จากปลายปากกาทั้งนักวิชาการ นักศึกษา นักเขียน นักวิจารณ์ ไปจนถึงประชาชนทั่วไป และพอฉันได้เริ่มอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้จึงทราบว่า ‘อ่าน’ ตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาในแนวทางเดียวกันกับวารสาร แม้จะอยู่ในรูปแบบงานวิชาการและวรรณกรรมอีกจำนวนไม่น้อย สำนักพิมพ์อ่านก่อตั้งในปี 2555 โดยก่อนหน้านั้น ไอดา อรุณวงศ์ บรรณาธิการของสำนักพิมพ์อ่านและวารสาร อ่าน เคยอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันมาก่อน “ตอนนั้นเป็นช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 เป็นบรรยากาศที่คนชนชั้นกลางและคนชนชั้นนำในสังคมไทยกำลังยินดีกับรัฐประหารและกระแสอนุรักษนิยมกำลังฟื้นมาอีกครั้ง นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เราอยากลองเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์และขยับเพดานการวิจารณ์ในสังคมไทยที่ค่อนข้างปิดกั้นการเห็นต่าง จนออกมาเป็นการสร้างพื้นที่ให้มีการวิจารณ์ผ่านงานเขียนในวารสาร อ่าน” แต่เมื่อเริ่มคิดเรื่องการยืนด้วยขาตัวเองให้ได้อย่างจริงจัง บวกกับเธอเองก็ต้องการหลุดออกจากภาพลูกน้อง น้องสาว แม่บ้าน หรือกระทั่งฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของฟ้าเดียวกันในสายตาของคนอื่นเสียที ไอดาที่สนใจการทำหนังสือเล่มเพื่อหารายได้เพิ่ม ประกอบกับมีงานเขียนที่อยากจัดพิมพ์เป็นเล่ม จึงตัดสินใจขอแยกตัวจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเพื่อออกมาทำสำนักพิมพ์ของตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ ‘อ่าน’ ได้ขยับปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย ผลิตงานเขียนดีๆ อย่างวารสาร อ่าน และหนังสือที่หลายคนอาจคุ้นชื่ออย่าง มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ, รักเอย และ ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/">อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ฉันรู้จัก ‘สำนักพิมพ์อ่าน’ เป็นครั้งแรกจากวารสาร <em>อ่าน</em> สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเน้นไปทางการวิจารณ์วรรณกรรม ภาพยนตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมือง จากปลายปากกาทั้งนักวิชาการ นักศึกษา นักเขียน นักวิจารณ์ ไปจนถึงประชาชนทั่วไป</p>



<p>และพอฉันได้เริ่มอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้จึงทราบว่า ‘อ่าน’ ตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาในแนวทางเดียวกันกับวารสาร แม้จะอยู่ในรูปแบบงานวิชาการและวรรณกรรมอีกจำนวนไม่น้อย สำนักพิมพ์อ่านก่อตั้งในปี 2555 โดยก่อนหน้านั้น <strong>ไอดา อรุณวงศ์</strong> บรรณาธิการของสำนักพิมพ์อ่านและวารสาร <em>อ่าน</em> เคยอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันมาก่อน</p>



<p>“ตอนนั้นเป็นช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 เป็นบรรยากาศที่คนชนชั้นกลางและคนชนชั้นนำในสังคมไทยกำลังยินดีกับรัฐประหารและกระแสอนุรักษนิยมกำลังฟื้นมาอีกครั้ง นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เราอยากลองเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์และขยับเพดานการวิจารณ์ในสังคมไทยที่ค่อนข้างปิดกั้นการเห็นต่าง จนออกมาเป็นการสร้างพื้นที่ให้มีการวิจารณ์ผ่านงานเขียนในวารสาร <em>อ่าน</em>”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="643" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-1024x643.jpg" alt="" class="wp-image-143422" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-1024x643.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-300x189.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-768x483.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-600x377.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่เมื่อเริ่มคิดเรื่องการยืนด้วยขาตัวเองให้ได้อย่างจริงจัง บวกกับเธอเองก็ต้องการหลุดออกจากภาพลูกน้อง น้องสาว แม่บ้าน หรือกระทั่งฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของฟ้าเดียวกันในสายตาของคนอื่นเสียที ไอดาที่สนใจการทำหนังสือเล่มเพื่อหารายได้เพิ่ม ประกอบกับมีงานเขียนที่อยากจัดพิมพ์เป็นเล่ม จึงตัดสินใจขอแยกตัวจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเพื่อออกมาทำสำนักพิมพ์ของตัวเอง</p>



<p>จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ ‘อ่าน’ ได้ขยับปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย ผลิตงานเขียนดีๆ อย่างวารสาร <em>อ่าน</em> และหนังสือที่หลายคนอาจคุ้นชื่ออย่าง <em>มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ</em>, <em>รักเอย</em> และ <em>ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์</em> มากไปกว่านั้น อ่านยังได้เปิดสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง ‘อ่านกฎหมาย’&nbsp;และจัดพิมพ์รวมผลงานฉบับสมบูรณ์ของอัศนี พลจันทร หรือ &#8216;นายผี&#8217; นักประพันธ์และนักปฏิวัติชาวไทยผู้แต่งเพลง <em>เดือนเพ็ญ (คิดถึงบ้าน)</em> ออกมาให้สังคมได้ฟังกันด้วย ยังไม่นับช่วงหลังที่ไอดาต้องกลายมาเป็นนายประกันให้ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง เพื่อยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งที่บทบาทนี้ดูช่างห่างไกลจากงานที่เธอทำอยู่เหลือเกิน</p>



<p>อะไรทำให้ไอดามีแรงผลิตความรู้สู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ ทั้งที่มีช่วงที่ต้องทำงานหนักตัวคนเดียวในสังคมที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพจนหายใจยังลำบาก มาอ่านสนทนากับผู้ก่อตั้ง<a href="https://readjournal.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อ่าน</a>ที่เขียนตอบคำถามของฉันกลับมาไปพร้อมๆ กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-143411" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งสำนักพิมพ์ เกณฑ์การเลือกหนังสือมาตีพิมพ์ของอ่านเปลี่ยนไปบ้างไหม</h4>



<p>ถ้าในยุคแรกๆ ก็ยังเน้นงานที่เข้ากับแนวทางของสำนักพิมพ์ที่มีภาพลักษณ์ของงานวิจารณ์และงานวรรณกรรม แต่ในช่วงหลังที่ความขัดแย้งทางการเมืองแหลมคมขึ้น อ่านก็เริ่มขยับมาพิมพ์งานประวัติศาสตร์การเมืองตรงๆ ทั้งงานวิชาการและงานวรรณกรรมแนวบันทึกปากคำ</p>



<p>ที่พูดมาทั้งหมดข้างต้นแม้ดูเป็นการใช้เกณฑ์ของรูปแบบและหมวดหมู่เนื้อหา แต่เอาเข้าจริงก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าดิฉันมีไม้บรรทัดที่ชัดเจนขนาดนั้น มันแค่เป็นความรู้สึกโดยคร่าวในแต่ละจังหวะสถานการณ์มากกว่าว่าดิฉันจะรู้สึกอยากให้ความสำคัญกับอะไร อย่างหลายปีหลังมานี้ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของแรงกำลังตัวคนเดียวและทรัพยากรที่จำกัด สมมติว่ามีงานต้นฉบับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองที่น่าสนใจมาให้เลือก 3 ชิ้นพร้อมกัน ดิฉันอาจจะตัดชิ้นที่เป็นงานวิชาการประวัติศาสตร์ซึ่งเขียนโดยนักวิชาการชายชื่อดังออกไปเสียก่อน และในระหว่างสองชิ้นที่เหลือที่เป็นงานแนวบันทึกความทรงจำที่สะท้อนประวัติศาสตร์การเมืองซึ่งเขียนโดยผู้หญิง 2 คน ดิฉันจะขอสละสิทธิ์งานของผู้หญิงคนที่มีเครือข่ายแวดล้อมและมีฐานะสูงกว่า เป็นต้น ทั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับปัจจัยเรื่องคุณภาพของงาน เพราะทั้งสามชิ้นไม่ได้มีใครด้อยไปกว่ากัน มันเป็นแค่การเลือกบนหลักการอันแน่วแน่อย่างผันแปรของหญิงแก่เบื่อโลกคนหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="786" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-1024x786.jpg" alt="" class="wp-image-143420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-1024x786.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-300x230.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-768x589.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-600x461.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรทำให้ในปี 2561 คุณตัดสินใจเปิดสำนักพิมพ์อ่านกฎหมาย ที่ตีพิมพ์ผลงานวิชาการด้านกฎหมายโดยเฉพาะ</h4>



<p>อ่านกฎหมายเรียกได้ว่าเป็นการจับพลัดจับผลูอย่างหนึ่ง การที่จู่ๆ มีสำนักพิมพ์อีกหัวในเครือขึ้นมาไม่ได้แปลว่ากิจการขยายใหญ่โตขึ้นหรอก ตรงกันข้าม มันเกิดขึ้นมาในภาวะที่อ่านหดลีบเล็กนิดเดียวและขัดสนไปทุกด้าน แต่บังเอิญอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เคยปรึกษาดิฉันไว้นานแล้วว่าอยากให้ช่วยดำเนินการจัดพิมพ์ตำรากฎหมายให้ เดิมทีควรจะเป็นในนามสำนักพิมพ์นิติราษฎร์ แต่เมื่อต่อมานิติราษฎร์ยุติบทบาท เราจึงไม่คิดว่าควรใช้ชื่อนั้นอีก ครั้นจะใช้ชื่อสำนักพิมพ์อ่านก็ดูไม่เข้ากันนักเพราะตำรากฎหมายก็เป็นงานเฉพาะทาง อาจารย์วรเจตน์จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘อ่านกฎหมาย’ ซึ่งดิฉันไม่เห็นว่าจะมีชื่อไหนเหมาะไปกว่านี้แล้ว</p>



<p>ก่อนหน้านี้ดิฉันเองก็ไม่เคยเห็นความสำคัญของวิชานิติศาสตร์มากไปกว่าเครื่องมือทางวิชาชีพของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานับทศวรรษของความขัดแย้งทางการเมืองที่กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือ ไม่ว่าในฐานะกลไกของรัฐตามกำพืดเดิมของมัน หรือในฐานะมนตราของสิ่งที่เรียกว่า ‘ตุลาการภิวัฒน์’ ดิฉันก็เห็นว่าสมควรอย่างยิ่งแล้วที่คนในวงการกฎหมายจะได้ปักหลักวิชาของตัวเองเสียใหม่ให้ดี การได้พิมพ์งานตำราของอาจารย์วรเจตน์ในนามสำนักพิมพ์อ่านกฎหมายจึงเป็นทั้งเกียรติและเป็นทั้งพันธกิจในแง่นี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-143415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วกับคอลเลกชั่น ‘อ่านนายผี’ ล่ะ ทำไมคุณถึงตัดสินใจตีพิมพ์ผลงานทั้งหมดของอัศนี พลจันทร</h4>



<p>พูดไปก็อายว่ามันก็เป็นเรื่องของความบังเอิญอีกนั่นล่ะ คุณวิมลมาลี พลจันทร ทายาทผู้ถือลิขสิทธิ์งานของนายผีต้องการจะหาผู้ตีพิมพ์งานเพื่อสืบสานและเผยแพร่สิ่งที่บิดาของเธอได้ลงแรงสร้างทำไว้ เธอได้ปรึกษาไปทางมิตรผู้หนึ่งและมิตรผู้นั้นก็ลองชวนลองถามกันมา ดิฉันและคุณเนาวนิจ (เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์) จึงได้เข้าไปที่บ้านของคุณวิมลมาลีเพื่อดูเอกสารต้นฉบับและรับฟังประวัติความเป็นมา รวมทั้งเจตนารมณ์ของเธอ</p>



<p>แน่นอนว่านายผีคือตำนานของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ และความที่งานเขียนของเขาสูญหายไปจากวงการหนังสือนานนับ 10 ปี ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการนำมาจัดพิมพ์ใหม่เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา ไม่ว่าในฐานะแรงบันดาลใจหรือในฐานะประวัติศาสตร์ ดิฉันจึงตกลงดำเนินการชำระและจัดพิมพ์ให้ตามที่คุณวิมลมาลีต้องการ</p>



<p>แต่เอาเข้าจริง เหตุผลที่เป็นแรงผลักดันสำคัญอีกอย่างคือการสานความพยายามที่ยังค้างคาของผู้หญิง 2 คนที่อยู่ข้างหลังอัศนีตลอดมา คือคุณวิมล พลจันทร ผู้เป็นภรรยา และคุณวิมลมาลีผู้เป็นลูกสาว พูดอย่างหยาบๆ ก็อาจเป็นว่าที่ดิฉันมุมานะผลักดันโครงการอ่านนายผีให้สำเร็จลุล่วงให้ได้นี่ ก็เพราะนับถือหัวจิตหัวใจของเมียและลูกสาวของนายผีไม่น้อยไปกว่าที่นับถือนายผี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143417" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เอาเข้าจริง ดิฉันไม่แน่ใจหรอกว่าจะมีวันไหมที่สังคมไทยจะพยายามรู้จักผลงานของนายผีให้มากกว่าเพลง <em>คิดถึงบ้าน</em> หรือแค่ตำนานอ้างอิงในความทรงจำของ ‘คนเดือนตุลาฯ’ แต่ดิฉันรู้สึกอยากปลดแอกลงจากบ่าของสตรีสองท่านนี้ที่ก็เคยเป็น &#8216;นักปฏิวัติ&#8217; เคียงบ่าเคียงไหล่ไม่แพ้ใครและออกจากป่ามาแทบจะเป็นรุ่นท้ายๆ ครั้นออกมาแล้วก็ยังคงสถานะชนชั้นล่างของสังคมไทยเต็มขั้นจนถึงปัจจุบัน มันทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถ้าการชำระและตีพิมพ์ผลงานของนายผีที่สูญหายไปเหล่านี้จะช่วยชำระปลดเปลื้องพันธกิจอันค้างคาและช่วยประคับประคองครอบครัวพวกเธอให้ผ่านความทุกข์ยากไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี ในฐานะผู้สืบสกุลของอัศนี พลจันทร นั่นก็คุ้มค่าพอแล้ว และเดชะบุญที่เมื่อหนังสือเสร็จทันวาระครบครอบ 100 ปีชาตกาลของนายผีในปี 2561 แล้วทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดทำโครงการรำลึกเชิดชูนายผีขึ้นมาด้วยการซื้อหนังสือชุดนี้ไปเผยแพร่ต่อ ก็ทำให้เราทั้งหมดได้รู้สึกว่าภารกิจลุล่วงไปทั้งโดยสง่างามและโดยรอดตาย</p>



<p>งานชุดนี้สำเร็จลงได้เพราะคุณเนาวนิจช่วยเป็นกำลังสำคัญ เราทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเหมือนคนบ้า ทำในสภาพป่วย อดหลับอดนอน ในภาวะขัดสนสารพัด แต่มันยังเทียบไม่ได้กับที่ผู้หญิงอีกสองคนสู้อดทนทำมาด้วยชีวิต และในที่สุดมันก็เสร็จออกมาเป็นชุดที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วเท่าที่ผู้หญิงสองรุ่นจะทำไหว วางไว้ให้อยู่ตรงหน้าแล้ว ปัญหาหลังจากนี้อยู่ที่สังคมไทยแล้วว่าจะจริงจังกับนายผีแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่พวกดิฉันแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143414" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ทีมงานของสำนักพิมพ์ ได้แก่ คนที่ยืนติดกับไอดาคือ เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์ บ.ก.โครงการอ่านนายผี, ถัดไปคือ นุชจรี ใจเก่ง ทีมงานวารสารอ่านรุ่นแรก, วริศา กิตติคุณเสรี อดีตกอง บ.ก.คนสำคัญ, คนที่เทินหนังสือไว้บนศีรษะคือฝ่ายขาย ภาวดี ประเสริฐสังข์, ถัดมาคือเสนาะ เจริญพร ผู้เป็นแรงงานอาสาเฉพาะกิจตลอดมา ตรงกลางด้านล่างของภาพคือ ภรณ์ทิพย์ มั่นคง และผู้อ่านของเธอ</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากเนื้อหาของหนังสือที่เลือกมาตีพิมพ์จนทำให้คนจดจำสำนักพิมพ์อ่านได้ คุณให้ความสำคัญกับองค์ประกอบไหนอีก</h4>



<p>นึกไม่ค่อยออก เพราะอ่านไม่ค่อยขยันโปรโมตเท่าไหร่ ทำเสร็จแล้วก็แล้วใจ บางทีถ้าคนอ่านจะจดจำได้บ้างก็คงเป็นที่ดีไซน์หนังสือ เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับลักษณะคอนเซปชวลหรือไม่ก็เรียกได้ว่ามีเนื้อหาบางอย่างอยู่ในนั้น มันเป็นอาการที่ติดมาตั้งแต่ตอนทำวารสาร <em>อ่าน</em> ที่เราจะมีการทำภาพประกอบซึ่งใช้เวลาในการทำงานกับศิลปินพอๆ กับเวลาที่ทำงานกับนักเขียนเจ้าของบทความ ศิลปินต้องอ่านหรือเข้าใจเนื้อหาแล้วคิดมุมที่จะสนทนาด้วย ไม่ใช่แค่เป็นภาพที่มาประกอบเฉยๆ ปกหนังสือของเราจะถือว่าสวยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ แต่เราติดนิสัยไปแล้วว่าจะคำนึงถึงไอเดียเป็นหลัก และหลายครั้งก็มักลืมไปว่ามันทำขึ้นมาเพื่อเป็นปกหนังสือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143416" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">หลังจากทำงานหนังสือวิชาการมาอย่างยาวนาน คุณคิดว่าหนังสือประเภทนี้มีความสำคัญยังไงกับสังคมบ้าง</h4>



<p>มันมีความสำคัญตามชื่อมัน คือสำคัญอย่างวิชาการ แต่ถ้ามันก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยได้บ้างก็มีความสำคัญกว้างขึ้นมาอีกหน่อยสำหรับสังคมที่ยังไม่ค่อยพัฒนาแบบสังคมไทย และตัวมันเองจะได้พิสูจน์ตัวด้วยว่าเมื่อก้าวลงจากหอคอยมาแล้วยังหายใจกับอากาศฝุ่นหยาบบนพื้นล่างได้ไหม แต่จะไม่แคร์กับผลพิสูจน์ก็ได้ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวมันจะเสียศักดิ์เสียฐานันดรอันบริสุทธิ์นักหนาของมันไป</p>



<p>สำหรับดิฉันสนใจอ่านงานวิชาการเพราะเป็นความเพลิดเพลินเหมือนเวลาอ่านนิยาย แต่ถ้าจะเอามาใช้ ก็เพราะเห็นว่ามันใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระดับการวิจารณ์ได้ เพราะเราอยู่ในสังคมที่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะสมัยใหม่อย่างแท้จริง คือยังไม่ยอมรับการใช้เหตุผล ดิฉันไม่ได้หมายถึงการที่ชาวบ้านยังไปขูดเลขหวยหรือผูกผ้าแดง แต่หมายถึงการที่เราไม่สามารถพูดอะไรอย่างมีเหตุผล ตรงไปตรงมาต่อสามสิ่งที่เรียกว่าสถาบันชาติ สถาบันศาสนาพุทธเถรวาท และสถาบันกษัตริย์ เราจึงต้องอาศัยบทสนทนาอ้อมโลกด้วยการขุดค้นพิสูจน์อ้างอิงทางวิชาการอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อยืนยันในสิ่งที่สามัญสำนึกอันสาธารณ์ก็บอกได้ แต่ดันพูดไม่ได้ งานวิชาการ–โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิชาการประวัติศาสตร์การเมืองของไทยจึงอยู่ในภาวะที่ทั้งถูกให้ความสำคัญน้อยไปและถูกให้ราคามากไป จนกว่าจะถึงวันที่ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปจะมีฐานะอย่างที่มันควรจะมีได้ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าใครจะเป็นประมุข</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากสิ่งพิมพ์แล้ว อ่านยังมีรูปแบบ &#8216;อ่านออนไลน์&#8217; ด้วย ทำไมถึงได้ขยับมาสู่โลกออนไลน์</h4>



<p>ดิฉันจะมีวันตอบคำถามคุณโดยไม่เริ่มที่การบอกว่ามันเป็นการจับพลัดจับผลูหรือเป็นความบังเอิญได้ไหมหนอ สงสัยดิฉันจะรับเชื้อพิเรนทร์มาจาก Ben Anderson ที่ชอบอธิบายอะไรๆ ด้วยปัจจัยของความบังเอิญ</p>



<p>เรื่องมันแค่ว่ามีคนรุ่นเยาว์กว่าดิฉันคนหนึ่งชื่อ <a href="https://adaymagazine.com/el-llano-en-ilamas/">พีระ ส่องคืนอธรรม</a> ได้มาพบกันโดยบังเอิญเพราะเขาเป็นผู้อ่านที่เหนียวแน่นของวารสาร <em>อ่าน</em> แล้วเขาก็เริ่มพาเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมาพบกับดิฉันบ้าง จากการพูดคุยกัน ดิฉันก็ทึ่งว่าคนกลุ่มนี้ซึ่งอยู่ในวัยเยาว์กว่า นอกจากจะฉลาดแหลมคมผิดมาตรฐาน ‘นักเรียนทุน’ ทั่วไปแล้ว ยังมีความคิดอ่านก้าวหน้าในทางการเมืองและวัฒนธรรม มีความเท่าทันต่อปัญหาต่างๆ อย่างรอบด้านกว่าคนรุ่นดิฉันมากมายนัก ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือเรื่องที่เรียกกันว่าความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ เขาบ่นเสียดายที่ดิฉันไม่มีเวลาทำวารสาร <em>อ่าน</em> ต่อ ดิฉันจึงเสนอว่าในระหว่างที่เขายังอยู่แถวนี้ คืออยู่ที่เมืองไทย ถ้าอยาก ‘เล่น’ อะไรก็จะเปิดพื้นที่บนเว็บไซต์อ่านให้เล่นไปพลางๆ ดิฉันจะได้มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจจากพวกเขาไว้อ่านเองบ้างสักระยะ</p>



<p>นั่นจึงนำมาสู่การเปิดพื้นที่ ‘อ่านออนไลน์’ ขึ้นมาดื้อๆ และต่อมาก็หยุดชะงักพักไปดื้อๆ เมื่อเขาต้องย้ายประเทศไปตามกำหนดเวลา และดิฉันเองก็กลับสู่โหมดไม่มีเวลาจะออนไลน์เหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143418" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>พีระ ส่องคืนอธรรม</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่ทำงานสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับการเมือง สังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนถึงปัจจุบัน คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในหมู่นักอ่านของสังคมไทย</h4>



<p>มันเปลี่ยนพลิกไปพลิกมาแบบที่ยากจะบรรยายเป็นพัฒนาการเส้นตรง บางช่วงนิยมอ่านอย่างหนึ่ง แล้วก็พลิกไปอ่านอีกอย่างหนึ่ง เคยมีช่วงหนึ่งที่ดิฉันตื่นเต้นที่สุดคือช่วงปี 2553-2556 ที่ดิฉันพบว่าผู้อ่านหน้าใหม่ที่เป็นลูกค้าของดิฉันคือประชาชนทั่วไปในความหมายว่าประชาชนบ้านๆ ผู้มีความตื่นตัวทางการเมืองแล้วก็เลยอยากจะอ่าน อยากจะรู้ให้หมดว่าอะไรมันเป็นอะไรกันแน่</p>



<p>แล้วต่อมาประชาชนเหล่านั้นก็ถูกทำให้พ่ายแพ้และหมดความหมาย หมดแรงสนุกจะค้นจะรู้อีกต่อไป ก่อนที่ต่อมาจะเกิดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวอยากรู้อยากอ่านขึ้นมา อย่างในปัจจุบันนี้ที่เหมือนย้อนกลับไปในยุคเฟื่องฟูของขบวนการนักเรียนนักศึกษา แต่พวกเขาก็อ่านมันไปพร้อมๆ กับการมีสื่อใหม่ที่อ่านได้ทันใจ ฉับไว ไม่ต้องมากความอย่างโลกทวิตเตอร์ TikTok หรืออะไรต่ออะไรขึ้นมาแทน ดิฉันจึงบอกได้อย่างสบายใจว่าการอ่านทั้งเป็นอนิจจังและทั้งเป็นสังสารวัฏ</p>



<h4 class="wp-block-heading">น่าแปลกใจที่ไม่นานนี้ได้เห็นคุณกลายมาเป็นนายประกันด้วย</h4>



<p>บังเอิญอีกนั่นล่ะ ทนายอานนท์ นำภา เป็นเพื่อนกับวริศา (วริศา กิตติคุณเสรี) ที่เคยเป็นกองบรรณาธิการของดิฉัน เรารู้จักกันในวันที่เขาเป็นทนายความให้คนเสื้อแดงหลังถูกสลายการชุมนุมปี 2553 แล้วเราก็พลอยช่วยกันทำ ‘สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์’ เพื่อช่วยเหลือคดีความ ต่อมาก็ช่วยเรื่องการประกันตัว ทั้งหมดนี้อาศัยการระดมทุนจากประชาชน ก็เลยต้องเปิดบัญชีชื่อแบบสองในสาม ดิฉันถูกขอให้มาช่วยถือบัญชี แล้วต่อมาสถานการณ์ก็ลามไปเรื่อยช่วงหลังรัฐประหาร 2557 ที่มีการกวาดจับประชาชนขึ้นศาลทหารรายวัน ประชาชนอุตส่าห์เสียสละระดมเงินมาให้เราไปใช้ประกันตัวพวกเขา เราขาดแค่ว่าต้องมีใครสักคนไปยื่นเป็นนายประกัน</p>



<p>ในสถานการณ์นั้นไม่รู้จะหันหาใคร ดิฉันก็ไปเองเท่านั้นเอง แต่ความที่มีคดีมากมาย ดิฉันจึงแทบจะไม่ได้ทำงานของตัวเองอยู่นับเป็นปีๆ เหมือนจู่ๆ ก็เปลี่ยนวิถีไปเป็นนายประกัน เพียงแต่ดิฉันไม่รับค่าตอบแทนจากมันไม่ว่าอย่างนายประกันอาชีพหรือนายประกันอาสา ดิฉันยังจำได้อยู่ว่าตัวเองมีอาชีพเป็นบรรณาธิการเจ้าของสำนักพิมพ์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143413" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ไม่กลัวเหรอ เพราะนี่คือการกระโจนมาสู่สนามมูฟเมนต์ทางการเมืองอย่างเต็มตัว</h4>



<p>ไม่กลัวนะ งงเหมือนกัน อาจจะเพราะรู้สึกว่าทำไปโดยเปิดเผย คือทำอยู่แค่นี้ หนึ่ง–ไปชุมนุมในฐานะราษฎร&nbsp; สอง–ไปเป็นนายประกันในฐานะตัวแทนกองทุนราษฎรประสงค์ ไม่ได้รู้สึกเลยว่าทำความผิดหรือทำอะไรลึกลับซับซ้อน ไม่ใช่กระทั่งทำอะไรที่ใหญ่โต อันที่จริงการเป็นนายประกันนี่คือการประคองให้ระบบเผด็จการรวมถึงระบบยุติธรรมอันต่ำทรามยังดำรงอยู่ต่อไปได้ด้วยซ้ำ</p>



<p>ลองคิดดูสิว่าถ้าปล่อยให้จับกันโครมๆ ไม่ให้ประกันกันโครมๆ เหมือนหมาบ้า ต่อให้มีทนายสิทธิอาสาวิชาชีพ แต่ไม่มีเงินประกัน ไม่มีนายประกันซะอย่าง คดีความจะเดินไปยังไง มันก็ได้ขังกันอย่างป่าเถื่อนโดยเปิดเผย โดยเราไม่ต้องไปให้ความชอบธรรมอะไร ถึงจุดหนึ่งสังคมอาจเดือดจนปะทุรู้แล้วรู้รอดกันไปถึงไหนๆ ไม่เหลือเวลาฟุ่มเฟือยมามัวทะเลาะกันเองอย่างในทุกวันนี้</p>



<p>ดิฉันว่าฝ่ายรัฐน่าจะรู้สึกว่าบุญแค่ไหนแล้วที่ยังมียัยนี่เป็นนายประกันมาคอยตามเก็บ ตามเช็ด ตามล้างให้อยู่ ไม่ใช่แค่กับคดีป่าเถื่อนอย่างมาตรา 112 ที่จะทำให้ขายหน้านานาชาติ แต่รวมถึงคดีประสาทๆ อย่างคดีละเมิดอำนาจศาลของประเทศนี้ที่เหลิงอำนาจจนผิวบางเจ้ายศเจ้าอย่าง กระทั่งประชาชนใส่รองเท้าแตะ นั่งกอดอกไขว่ห้าง หรือนั่งอ่านหนังสือในห้องพิจารณาคดี ก็หาว่าละเมิดแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143421" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ดูหมิ่นเหม่และสุ่มเสี่ยงทางกฎหมายได้หมด คุณปฏิบัติตัวเองในฐานะสำนักพิมพ์ยังไง</h4>



<p>ดิฉันมีหลักของตัวเองแค่ว่า อย่าทำอะไรที่ทำแล้วจะละอายแก่ใจ และอย่าทำอะไรที่หลอกตัวเองว่าไม่ได้กำลังทำอะไรที่ควรละอายแก่ใจ นั่นแปลว่าดิฉันก็จะพยายามทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่หลอกตัวเองหรือหลอกคนอื่นว่าเราทำอะไรสูงส่งยิ่งใหญ่กว่าที่เราได้ทำอยู่ ที่ผ่านมาก็ปฏิบัติอย่างนั้น ในช่วงปี 2551-2557 ดิฉันได้พยายามอย่างเต็มที่ในฐานะวารสารและสำนักพิมพ์ หลังจากนั้นก็ยังพยายามแต่กำลังไม่เท่าเดิมและเสียสมาธิไปกับฐานะนายประกัน สนามการต่อสู้ในยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่สิ่งพิมพ์เท่ากับโลกออนไลน์และบนถนน ความสุ่มเสี่ยงย้ายไปที่นั่น ดิฉันก็ดันไปอยู่ตรงนั้นในฐานะนายประกันเสียฉิบแล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเตรียมแผนการสำหรับสำนักพิมพ์อ่านไว้ยังไงต่อจากนี้</h4>



<p>ก็ว่าจะเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จในระยะ 2 ปีนี้ หลังจากนั้นก็คงจะยังอยู่นั่นล่ะ ทั้งสำนักพิมพ์อ่านและอ่านกฎหมาย เพียงแต่ดิฉันตั้งเป้าว่านอกจากไม่ขยายใหญ่โตแล้วยังจะให้มันอยู่และตายไปคนเดียวเหมือนเดิม และยังคงยืนยันไม่รับการอุปถัมภ์ใดๆ เหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="719" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-1024x719.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143419" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-1024x719.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-768x540.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-600x422.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ขอบคุณภาพถ่ายจาก ศุภชัย เกศการุณกุล, อานนท์ นำภา, จีระภา มูลคำมี และสำนักพิมพ์อ่าน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/">อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทจร สำนักพิมพ์ที่อยากพาทุกคนออกเดินทางรอบโลกผ่านวรรณกรรม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bodthajorn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Jun 2021 08:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมแปล]]></category>
		<category><![CDATA[การแปล]]></category>
		<category><![CDATA[บทจร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=137767</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทจร &#8220;เพราะการแปลคือการเดินทางของตัวบท&#8221;&#160; นี่คือประโยคสั้นๆ ที่ใช้สรุปความหมายของชื่อสำนักพิมพ์ ‘บทจร’ ซึ่งเดิมทีคำนี้แปลว่า การเดิน (ด้วยเท้า) แต่หากเราลองพิจารณากับการเล่นสนุกของคำอีกสักนิดจะพบว่าบทจรคือการเดินทางของตัวบท (เนื้อหาสำคัญของเรื่องหนึ่งๆ) ผ่านการแปลจากภาษาอื่นมาสู่ภาษาของเรา และอาจรวมถึงการอ่านที่คนอ่านอย่างเรายินยอมเปิดตัวเอง เพื่อสัมผัสตัวบทจากต่างถิ่นฐานดินแดนอื่น เป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้วที่บทจรได้ถือกำเนิดขึ้นจากความรักและอยากตอบแทนคุณค่าที่ได้รับจากการอ่านวรรณกรรมของ วรงค์ หลูไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ ก่อนจะได้ทีมบรรณาธิการอย่าง แจน–ธนัชพร คล่องงานฉุย และ เฟิร์ส–วิมพ์วิภา สุขสมทรัพย์ มาช่วยเสริมทัพให้บทจรมั่นคงเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ด้วยความปรารถนาจะทำหน้าที่ผู้นำทาง ผู้นำพาตัวบททั้งหลายข้ามพรมแดนภาษามาหานักอ่าน หรือในทำนองเดียวกันคือ นักอ่านสามารถเดินทางมาหาตัวบทเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น บทจรจึงเป็นสำนักพิมพ์หนึ่งที่ตั้งใจทำงานแปลวรรณกรรมโลกเป็นหลัก ตั้งแต่ รวมเรื่องคัดสรรจากข้อเขียนหลังมรณกรรมของนักประพันธ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Robert Musil นักเขียนชาวออสเตรีย, สุดชีวิต โดย Alice Munro นักเขียนชาวแคนาดา, ยัญพิธีเชือดแพะ โดย Mario Vargas Llosa นักเขียนชาวลาตินอเมริกา ไปจนถึงเซตงานเขียนของ Italo Calvino นักเขียนชาวอิตาเลียน ที่ทำให้สำนักพิมพ์เป็นที่จดจำในหมู่นักอ่านในวงกว้างมากขึ้นจากความน่ารัก สดใส ชวนอ่านของการออกแบบหนังสือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bodthajorn/">บทจร สำนักพิมพ์ที่อยากพาทุกคนออกเดินทางรอบโลกผ่านวรรณกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">บทจร</span></p>


<p class="has-text-align-center">&#8220;เพราะการแปลคือการเดินทางของตัวบท&#8221;&nbsp;</p>



<p>นี่คือประโยคสั้นๆ ที่ใช้สรุปความหมายของชื่อสำนักพิมพ์ ‘บทจร’ ซึ่งเดิมทีคำนี้แปลว่า การเดิน (ด้วยเท้า) แต่หากเราลองพิจารณากับการเล่นสนุกของคำอีกสักนิดจะพบว่าบทจรคือการเดินทางของตัวบท (เนื้อหาสำคัญของเรื่องหนึ่งๆ) ผ่านการแปลจากภาษาอื่นมาสู่ภาษาของเรา และอาจรวมถึงการอ่านที่คนอ่านอย่างเรายินยอมเปิดตัวเอง เพื่อสัมผัสตัวบทจากต่างถิ่นฐานดินแดนอื่น</p>



<p>เป็นระยะเวลากว่า 8 ปีแล้วที่บทจรได้ถือกำเนิดขึ้นจากความรักและอยากตอบแทนคุณค่าที่ได้รับจากการอ่านวรรณกรรมของ วรงค์ หลูไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ ก่อนจะได้ทีมบรรณาธิการอย่าง แจน–ธนัชพร คล่องงานฉุย และ เฟิร์ส–วิมพ์วิภา สุขสมทรัพย์ มาช่วยเสริมทัพให้บทจรมั่นคงเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137782" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ด้วยความปรารถนาจะทำหน้าที่ผู้นำทาง ผู้นำพาตัวบททั้งหลายข้ามพรมแดนภาษามาหานักอ่าน หรือในทำนองเดียวกันคือ นักอ่านสามารถเดินทางมาหาตัวบทเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น บทจรจึงเป็นสำนักพิมพ์หนึ่งที่ตั้งใจทำงานแปลวรรณกรรมโลกเป็นหลัก ตั้งแต่ <em>รวมเรื่องคัดสรรจากข้อเขียนหลังมรณกรรมของนักประพันธ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ </em>โดย Robert Musil นักเขียนชาวออสเตรีย, <em>สุดชีวิต</em> โดย Alice Munro นักเขียนชาวแคนาดา, ยัญพิธีเชือดแพะ โดย Mario Vargas Llosa นักเขียนชาวลาตินอเมริกา ไปจนถึงเซตงานเขียนของ Italo Calvino นักเขียนชาวอิตาเลียน ที่ทำให้<a href="https://bodthajorn.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักพิมพ์</a>เป็นที่จดจำในหมู่นักอ่านในวงกว้างมากขึ้นจากความน่ารัก สดใส ชวนอ่านของการออกแบบหนังสือ</p>



<p>และเมื่อไม่นานมานี้เองที่บทจรได้ตีพิมพ์วรรณกรรมขึ้นหิ้งอย่าง <em>หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว, รักเมื่อคราวห่าลง</em> และ<em> ว่าด้วยความรักและบรรดาปิศาจ </em>โดย Gabriel García Márquez นักเขียนชาวโคลอมเบีย ในโฉมใหม่ที่แปลจากภาษาสเปน ทำให้คนไทยได้มีโอกาสอ่านวรรณกรรมขายดีตลอดกาลระดับโลกและจุดกระแสให้คอมมิวนิตี้นักอ่านหันมาพูดถึงวรรณกรรมโลกกันอีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137780" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เพราะไม่อยากให้คนมองวรรณกรรมโลกเป็นของแสลงหรือของศักดิ์สิทธิ์จนใครก็เอื้อมไม่ถึง บทจรจึงพยายามนำเสนองานเขียนประเภทนี้ในรูปแบบที่จับต้องง่ายมาตลอด ไม่ว่าจะการออกแบบรูปเล่มที่ชวนพลิกอ่าน การทำการตลาดที่เน้นความสนุกสนานเพลิดเพลินของเนื้อเรื่อง และการทำของที่ระลึกจากวรรณกรรมที่ใช้ได้จริง เช่น แก้วน้ำ กระเป๋าผ้า สมุดฉีก เป็นต้น</p>



<p>อะไรทำให้พวกเขามีความเชื่อแบบนั้น ทั้งยังออกเดินทางเพื่อนำตัวบททั่วโลกมาส่งถึงมือนักอ่านชาวไทยท่ามกลางกระแสโลกที่คนอ่านวรรณกรรมน้อยลงทุกวัน บทจรพร้อมตอบในบทสนทนานี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137797" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/22-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนที่เริ่มต้นทำบทจร คุณได้จินตนาการไว้ไหมว่ามันจะเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้</h4>



<p>วรงค์ : ต้องขอย้อนความก่อนว่าที่ผ่านมาบทจรทำงานสำนักพิมพ์เป็นกึ่งๆ งานสมัครเล่นและงานอดิเรก ช่วงแรกๆ จะไม่ค่อยมีความมืออาชีพในการทำหนังสือเท่าไหร่ คล้ายกับการลองผิดลองถูก ไม่ได้ถึงขนาดขั้นมี business model หรือพื้นเพทำหนังสือเป็นอาชีพมาก่อน เป็นแนวมวยวัด อยากทำอะไรก็ทดลอง สำเร็จแล้วค่อยทำต่อ ถ้าไม่ก็เปลี่ยน</p>



<p>ผมเริ่มต้นทำบทจร เพราะคิดว่าชีวิตตัวเองได้รับอะไรมากมายจากวรรณกรรม พอถึงจุดหนึ่งเราอยากตอบแทนกลับไปบ้าง เท่านี้เลย ซึ่งเอาเข้าจริงตอนนั้นผมยังไม่คิดเลยว่าจะมาเป็นสำนักพิมพ์หรือทำงานไปได้นานแค่ไหน อาจออกหนังสือมาเล่มเดียวแล้วลาไปเลยก็ได้ แต่ปรากฎว่าเราดันได้เจอและรับโอกาสบางอย่างมาเรื่อยๆ ก็เลยลองผิดลองถูกต่อ จนมีแจนกับเฟิร์สเข้ามาช่วย ทีนี้เลยคิดว่าเราต้องเซตให้มันเป็นระบบแล้วล่ะ เหมือนเป็นการบังคับตัวเองในตัวด้วยว่าเรามีคนมาทำงานด้วยแล้ว จะทำสิ่งนี้เป็นงานอดิเรกขนาดนั้นไม่ได้แล้วนะ เพราะเดิมทีผมมาจากสายคอมพิวเตอร์ ไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือเลย แต่ช่วงปีนี้คิดว่าต้องทำให้สำนักพิมพ์อยู่ได้จริงๆ ซะที</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137792" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/17-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้ววรรณกรรมแต่ละเล่มที่สำนักพิมพ์เลือกมาแปล คุณได้มันมาจากไหน</h4>



<p>วรงค์ : ถ้าพูดแล้วมันอาจจะตลกๆ นิดหน่อย เพราะมีแค่ 2-3 เล่มจริงๆ ที่เราเลือกเอง เพราะพอเราทำสำนักพิมพ์แล้ว คนมีความฝันว่าอยากอ่านวรรณกรรมคลาสสิกในภาษาไทย รวมถึงคนที่อยากแปลวรรณกรรมคลาสสิกเป็นภาษาไทยเขาก็เข้ามาเสนอว่ามีหนังสือเล่มนี้ในใจ อยากให้แปล ซึ่งพอเราได้ฟังก็ปลื้มใจ คุณอยากทำเราก็ทำ เหมือนไปรับความฝันเขามาด้วย บอกได้เลยว่าหนังสือของบทจรเริ่มต้นจากคนอื่นทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาอาจไม่ได้ร่วมเดินทางกับสำนักพิมพ์เรามาตลอดเท่านั้นเอง บางคนติดขัดปัญหาขอถอนตัวไป เราก็รับช่วงทำต่อ ไปๆ มาๆ ก็ทำมาจนถึงตอนนี้ แต่ข้อดีคือการทำงานกับความฝันของผู้คนมันสร้างความประทับใจและเบิกบานใจให้เรา ก็เลยทำต่อเรื่อยมา</p>



<p>พอมองย้อนกลับไป เราเห็นความใฝ่ฝันของผู้คนที่อยากส่งต่อวรรณกรรมดีๆ และตัวเรื่องที่ค่อนข้างหลากหลาย อย่างบางเล่ม นักแปลอาศัยอยู่ในอิตาลีและสนใจงานเขียนของที่นั่น ก็กลายเป็นที่มาของหนังสือเซตอิตาโล คัลวีโน หรือกระทั่งบางเล่มที่เกิดขึ้นเพราะมีคนที่ชื่นชอบงานเขียนลาตินอเมริกาหรือนักเขียนอิสราเอลมาแนะนำกับเราก็มี คือมันอาจไม่เหมือนสำนักพิมพ์อื่นๆ ที่เขามีเกณฑ์ชัดเจนหรือมองหาอะไรสักอย่าง ของเราคือไปรับฟังความฝันของคนอื่นมา&nbsp;</p>



<p>ซึ่งอาจเพราะความฝันเป็นสิ่งที่ดีด้วยมั้ง ก็เลยทำให้เราได้รับสิ่งดีๆ มาตลอด พูดง่ายๆ ว่าส่วนใหญ่หนังสือมันวิ่งมาหาเราเองทั้งนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p><strong>ฟังดูเหมือนคุณจับพลัดจับผลูมาทำงานหนังสือเลย แต่จนถึงตอนนี้บทจรตีพิมพ์หนังสือ 12 เล่มแล้ว ที่ผ่านมาคุณทำหนังสือด้วยความตั้งใจแบบไหน</strong></p>



<p><strong>&nbsp;</strong>วรงค์ : พอเริ่มมีทีมจริงจังก็อยากทำให้สำนักพิมพ์อยู่ได้ในแง่ธุรกิจ อาจจะต้องพิมพ์หนังสือให้มากขึ้นหรืออะไรก็ว่าไป แต่ถ้าในแง่ความตั้งใจ เราอยากทำวรรณกรรมประเภทที่ทำนี้ไปตลอดแหละ เพราะก็เห็นแง่งามของวรรณกรรมมาเยอะ อยากให้มันผลิบานต่อไปในผืนดิน ถ้าเทียบงานวรรณกรรมแปลเป็นเมล็ดพันธุ์มันก็เหมือนเราเอามาปลูกในแผ่นดินไทยให้โตและงอกงาม รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่ามันโตแบบไหน จะสัมผัสกับผู้อ่านได้ยังไง</p>



<p>อีกอย่างการทำงานวรรณกรรมทำให้เราเรียนรู้ว่าโลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีนักเขียนมากมายที่คนอ่านไทยไม่รู้จัก เราพยายามปลูกเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ต่อไปเพื่อให้งอกงามในแบบของมัน เพราะงานเขียนบางชิ้นคนอาจรู้จักมันในแง่ความบันเทิง แต่ระหว่างที่ทำงานเราจะรู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น และเมื่อใดที่มันเริ่มผลิบานเราก็จะเห็นการพูดคุย บทสนทนา และแง่มุมอื่นๆ ของวรรณกรรมกับนักอ่านในแบบที่เราคิดไม่ถึง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137791" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/16-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณตีพิมพ์วรรณกรรมโลกในท้องถิ่นที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคย</h4>



<p>วรงค์ : ก็ส่วนหนึ่ง แต่เอาจริงๆ คือมันมีช่วงที่อ่านงานเขียนแบบนี้มาเลยเกิดเป็นความผูกพันอย่างงานของ Fyodor Dostoevsky และ Milan Kundera เพราะมันคล้ายกับประสบการณ์ในชีวิตเรา แต่พอมองอีกแง่ก็จะเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ เนื่องจากพอเป็นงานแปลเราจะเห็นความคิดจิตใจของผู้คนที่อยู่ต่างถิ่นต่างพื้นที่ ใช่ เราเห็นความเหมือนว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนเรา แต่ขณะเดียวกันก็เห็นความต่างจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเรา และด้วยความที่นักเขียนเขาต้องบ่มเพาะ เก็บข้อมูล และเรียนรู้จากคนอื่นๆ มันก็ยิ่งทำให้เราได้งอกงามจากการอ่านขึ้นมาหรือเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วพอเป็นวรรณกรรมที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคยแบบนี้ ผลตอบรับหลังจากวางแผงเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>วรงค์ : อาจจะดูแปลกนะแต่มันดันขายดีเฉยเลย ขนาดงานเขียนของนักเขียนบางคนที่คิดว่าคนไทยน่าจะไม่รู้จักก็ขายได้ เอาเป็นว่าถ้าดูยอดขายของแต่ละเล่มที่ทำมายังไม่มีเล่มไหนขาดทุนเลย ซึ่งเราก็ประหลาดใจเหมือนกัน แต่จะให้ถึงขั้นสามารถเลี้ยงตัวเองเป็นธุรกิจได้ก็อาจต้องไปเซตระบบให้ตอบโจทย์ด้านนี้มากขึ้น</p>



<p>ผมขอยกตัวอย่างเล่ม<em> ยัญพิธีเชือดแพะ </em>ของ มาริโอ บาร์กัส โยซา ที่ถ้าเทียบกับเล่มอื่นๆ แล้วอาจดูขายดีไม่เท่า คือเล่มนี้เรารู้ว่าทำไมมันขายไม่ดี เพราะพอทำงานมาถึงจุดหนึ่งก็เริ่มจับได้ว่าทำหนังสือแบบไหนถึงจะขายได้ คนอ่านชอบ รอบนี้ก็เลยอยากทำอะไรบางอย่างที่คนอ่านไม่คุ้นบ้าง นั่นคือทำปกที่อาจจะไม่สวยในขนบที่ผู้อ่านชอบกัน เพราะเรื่องนี้มันมีความกักขฬะ โหดเหี้ยมอำมหิต อ่านแล้วชวนอ้วก ซึ่งพอเสร็จออกมาก็เป็นไปตามคาดแหละ แต่เหมือนเราก็ได้เรียนรู้ไปด้วย คล้ายๆ กับการเรียนที่บางวิชามันยาก พอผ่านไปก็เริ่มคุ้นเคยมากขึ้น ในฐานะสำนักพิมพ์หรือนักอ่านอาจต้องทำความรู้จักกับอะไรบางอย่างที่ไม่ตรงกับรสนิยมหมู่มากบ้าง ซึ่งเราหวังว่าวันหนึ่ง คนจะสัมผัสหรือเปิดใจให้มันได้</p>



<p>แต่งานอย่างเล่ม ยัญพิธีเชือดแพะ ที่ขายได้น้อยนี้ก็ทำให้เราเจอประสบการณ์มหัศจรรย์มากมาย เรามีโอกาสเจอนักอ่านที่ประทับใจงานเล่มนี้ตามมาอุดหนุนบทจรทุกครั้งที่ไปออกบูท เพราะเขาได้เจอหนังสือเปลี่ยนชีวิตที่นี่ หรือมีบางคนที่ทักมาขอบคุณเราที่ตีพิมพ์วรรณกรรมฝั่งลาตินอเมริกาในไทยซะที เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137788" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/13-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอมีทีมทำงานมากขึ้น เกณฑ์การเลือกวรรณกรรมสักเล่มมาแปลเปลี่ยนไปบ้างไหม</h4>



<p>วรงค์ : ไม่ค่อยเปลี่ยน ยังเป็นสิ่งที่พูดยากเหมือนเดิม แต่หลักๆ คือเราจะไม่ค่อยเลือกหนังสือที่มาจากดินแดนเดียวกันมาแปลซ้ำ พยายามกระจายไปทั่วโลกให้ได้ หรือถ้าตอนนี้สำนักพิมพ์เรายังไม่มีงานเขียนของนักเขียนเพศหลากหลายก็คิดว่าอาจต้องลองหามาบ้าง เอาเข้าจริง การเลือกเล่มมาทำมันเหมือนกับต้องหาสายใยความสัมพันธ์ที่เชื่อมกันระหว่างเรากับงานเขียนนั้นๆ ถ้าพูดภาษาบ้านๆ ก็เหมือนเลือกแฟน เราเลือกงานเขียนเล่มนี้เพราะมันใช่ แต่จะให้มาตอบว่ามันดีหรือไม่ดีกว่าเล่มอื่นที่ไม่ได้เลือกตรงไหน ก็ไม่รู้จะตอบยังไง และบางทีที่เลือกไม่ได้เพราะมีคนได้ลิขสิทธิ์ไปแล้วก็มี</p>



<p>เพราะการทำหนังสือเล่มหนึ่งมันเหนื่อยและใช้ทรัพยากรเยอะ ถ้าเริ่มต้นด้วยงานที่ไม่ใช่ มันเหมือนโดนคลุมถุงชน การให้ทีมไปทำงานที่ไม่ชอบมันหนักนะ ก็พยายามถามกันว่าเล่มนี้โอเคไหม สนใจหรือเปล่า ถ้าเห็นตรงกันก็ดีใจ มีความสุขกันทุกฝ่าย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137795" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/20-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เฟิร์ส : ถ้าบรรณาธิการหรือนักแปลไม่รู้สึกถึงความสัมพันธ์กับงานเขียนเล่มนั้นขนาดนั้น มันอาจจะไม่ใช่แค่การที่ต้องทรมานกับมัน แต่จะรวมไปถึงการไม่ค่อยเห็นอะไรในการทำสิ่งนี้ มองข้ามบางแง่มุมไป แล้วงานอาจจะออกมาอย่างไม่ค่อยมีคุณภาพก็ได้</p>



<p>แจน : เพราะในโลกนี้มันมีหนังสือให้อ่านมากมายเกินกว่าจะมีเวลาอ่านได้หมด ดังนั้น สำหรับเราถ้าให้เลือกหนังสือสองเล่ม ระหว่างเล่มที่เรามีโอกาสจะอินกับมันมากกว่ากับเล่มที่รู้สึกเฉยๆ ซึ่งคงมีอะไรดีๆ อยู่ข้างในแน่แหละ แต่พอคิดถึงแง่ที่เราไม่ค่อยรู้จักและต้องใช้เวลามากๆ ในการจะทำให้ตัวเองอินกับมันเพื่อมาส่งต่อให้คนอ่านก็ดูเป็นเรื่องยาก อย่างเราวางตำแหน่งตัวเองเป็นแม่ค้าที่ถ้าต้องโล้สำเภาเอาของมาขาย ก็คงเลือกขนสินค้าที่เราอินก่อน ไม่งั้นเรานึกภาพไม่ออกว่าจะไปคุยกับนักอ่านหรือขายมันยังไง ถ้าตัวเราเองก็ไม่สปาร์กจอยกับหนังสือเล่มนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137793" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/18-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137794" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/19-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วอะไรทำให้บทจรนำวรรณกรรมไปอยู่ในรูปแบบสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย</h4>



<p>วรงค์ : แค่รู้สึกว่าการใช้หนังสือไม่จำเป็นต้องจบที่การอ่าน ในบางมุมมันก็เหมือนกับสินค้าในระบบอุตสาหกรรมทุนนิยมแหละ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธหรอก แต่ถ้ามองอีกแง่เราอยากให้วรรณกรรมมีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ในขอบเขตที่กว้างกว่าแค่รูปเล่มกับการอ่าน จินตนาการในหนังสือมันระเบิดออกได้กว้างไกลกว่านั้น อย่างเล่มล่าสุด &#8216;รักเมื่อคราวห่าลง&#8217; เราก็ตีโจทย์จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเขียนจดหมายได้มาเป็นสมุดฉีกที่สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง บทจรจะทำอะไรแบบนี้ที่เกี่ยวข้องกับ element ในวรรณกรรมเสมอ</p>



<p>หลักๆ คือเราอยากทำให้วรรณกรรมใกล้ชิดกับชีวิตมนุษย์มากขึ้น เพราะมันเศร้าที่หลายๆ ครั้งมีคนทำให้วรรณกรรมกลายเป็นเรื่องยาก เล่มหนา ไม่น่าอ่าน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันจริงเหรอ คุณแค่คิดแบบนั้นไปล่วงหน้าไว้ก่อนหรือเปล่า เพราะความจริงแล้ววรรณกรรมมันอ่านง่าย สนุก และสร้างมาจากชีวิตมนุษย์นั่นแหละ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-685x1024.jpg" alt="" class="wp-image-137798" width="514" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-685x1024.jpg 685w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-201x300.jpg 201w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-768x1148.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-600x897.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/23-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 514px) 100vw, 514px" /></figure></div>



<p>แจน : เรามองมันเป็นความสนุกว่าจะเล่นกับตัวรรณกรรมได้แค่ไหน จะขยายโลกของวรรณกรรมให้อยู่นอกหน้ากระดาษได้มากน้อยเพียงใด มันเหมือนการทำให้สิ่งนี้แทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวัน มีเครื่องหมายย้ำเตือนว่าเรามีวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นเพื่อน อย่างพอเราอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบถ้าไม่ได้สัมผัสทบทวนหรืออยู่กับตัวเองมากๆ คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เพราะการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์มันเปลี่ยนในระดับค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปตลอดเวลา ซึ่งเราคงไม่มีทางสังเกตรู้จนกว่าจะไปถึงจุดจุดหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>แต่การมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นแก้ว กระเป๋าผ้า สมุดฉีก มันเป็นเหมือนเหรียญตราที่จะได้รับเมื่อบรรลุมิสชั่นในเกม มันคือการบอกว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงของฉัน ฉันกลายเป็นคนที่ไม่เหมือนคนเมื่อวานหลังจากได้อ่านวรรณกรรมเล่มนี้ ขณะเดียวกันมันยังย้ำเตือนให้เรานึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ไปกับตัวเล่ม ช่วงเวลาที่เรานั่งอ่าน พลิกหน้ากระดาษ จังหวะที่ยิ้มหรือร้องไห้ กระทั่งบทสนทนาที่คุยกับคนอื่นถึง element ในหนังสือ เราเลยอยากสร้างบริบทโดยรอบของวรรณกรรมในลักษณะนี้ไว้รองรับสังคมการอ่านในไทย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137779" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137776" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะที่บทจรคลุกคลีกับวรรณกรรมมาตลอด จริงไหมกับประโยคที่บอกว่าคนอ่านวรรณกรรมน้อยลง</h4>



<p>วรงค์ : ยอมรับว่าอ่านน้อยลง อันนี้เรามองในภาพรวมกระแสโลกด้วย เพราะครั้งหนึ่งหนังสือเคยเป็นสื่อหลักของมนุษย์ แต่ตอนนี้เวลาของพวกเราโดนแย่งไปจากทีวี โรงหนัง สตรีมมิ่ง อีกอย่างปัจจุบันหนังสือก็มีหลายแนวขึ้น แนวใหม่ๆ อย่างเศรษฐกิจ, pop-sci, ฮาวทู คนเลือกอ่านได้ตามความสนใจ แต่สำหรับเมืองไทยเราค่อนข้างตลกนะที่ยังมีคนบอกว่าวรรณกรรมอ่านยาก ทั้งที่กระแสอ่านงานวิชาการมาแรงมากในสังคม</p>



<p>หรือบางทีเราต้องกลับมาตั้งคำถามว่าทำไมคำว่าวรรณกรรมในไทยถึงทำให้คนรู้สึกเป็นของแสลง ที่บอกว่าเนื้อหาหนักนี่หนักจริงหรือเปล่า มันควรเหมือนอาหารที่คนอยากกินไปเรื่อยๆ เพราะอร่อยสิ ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นวรรณกรรมที่สร้างความตื่นเต้นได้เท่านั้น เราสามารถคิดและสนุกกับมันได้หลายๆ รูปแบบ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137789" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/14-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วสถานการณ์ที่ดูยากลำบากแบบนี้ อะไรทำให้คุณอยากทำงานวรรณกรรมต่อไป</h4>



<p>วรงค์ : สุดท้ายมันวกกลับมาที่ความเชื่อและความศรัทธาของแต่ละคน ชีวิตผมได้อะไรมากมายเหลือเกินจากหนังสือเล่มหนาๆ พวกนี้ ต่อให้เหมือนเป็นการเอาเงินจำนวนมากมาจมทิ้งไว้ก็ตาม เวลาอ่านหนังสือสักเล่มอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือน แต่หลังจากนั้นมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ถ้ามองในแง่ความคุ้มก็คุ้มมากเลยนะ และสิ่งที่ผมค้นพบจากการทำหนังสือคือ อยากชวนคนที่อ่านแล้วมาถกเถียงกันเพราะหนังสือเล่มหนึ่งมันมีชีวิต มีแง่มุมที่คนอาจจะรักและเกลียด เมื่อไหร่ที่เกิดการแลกเปลี่ยนจะยิ่งทำให้เห็นว่าโลกเรามีปัญหาอะไรหรือกระทั่งทำให้เรามองเห็นชีวิตของตัวเองและคนอื่นๆ มากขึ้น</p>



<p>ตอนเด็กๆ เรามักได้ยินคำว่าตลอดไป ผมเองก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าหนังสือจะอยู่กับเราไปตลอดไหม แต่ตอนนี้ผมอายุ 40 กว่าแล้ว หนังสือที่อ่านตอนอายุ 20 กว่าก็ยังอยู่กับผม และคงจะอยู่ต่อไปอีกนาน สุดท้ายมันอาจไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม แต่มันจะกลายเป็นเพื่อนที่ต่อให้ไม่สนิทแล้ว ก็ยังมีความจริงใจและสำคัญ หลายๆ ครั้งที่มีปัญหาชีวิตวรรณกรรมอาจไม่ได้มาเซฟเราโดยตรง แต่เมื่ออ่านเราจะเห็นปัญหาหรือบางสิ่งบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น มันจะพาเรากลับมาคิดและมองปัญหาอย่างไตร่ตรอง</p>



<p>ความตั้งใจของบทจรคือการทำให้คนเข้าถึงวรรณกรรมโลกได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อมันลงมาจากบัลลังก์อันใหญ่โตที่คนมักสร้างภาพให้มีความอัปลักษณ์ของอำนาจ ความศักดิ์สิทธ์ วรรณกรรมอาจดูน่ารักขึ้นก็ได้ มันอาจเป็นเรื่องดีที่อำนาจของงานเขียนประเภทนี้เล็กลงๆ เมื่อคนเริ่มเปิดใจอ่านก็จะได้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง รวมถึงเชื่อมต่อความสัมพันธ์หรือความรู้สึกใดก็ตามที่เคยหล่นหายไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-137783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><span style="display: none;">บทจร</span></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bodthajorn/">บทจร สำนักพิมพ์ที่อยากพาทุกคนออกเดินทางรอบโลกผ่านวรรณกรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soi-book-maker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2021 10:42:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[soi]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=131097</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้อุทิศแก่ผู้ที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอหากไม่ขาดวิ่นบิ่นแหว่งก็ท่วมท้นล้นเกินอยู่เสมอ ฉันเปิดอ่านหนังสือขนาดกะทัดรัดปกสีสันสดใสจากลายเส้น juli baker and summer ที่มีชื่อไทยอันไพเราะว่า แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน (Beyond the Gender Binary) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์หนังสือ พอกันที ปิ(ด)ตาธิปไตย &#124; Damned Be Patriarchy นอกจากความแปลกใจกึ่งดีใจที่ได้ทราบว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับเพศวิถีให้อ่านจากการโปรโมตซีรีส์นี้เมื่อต้นปีนี้แล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับ ซอย &#124; soi ที่ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มสองภาษาสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ในสนามภาคขยาย ไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์เกิดใหม่ที่มุ่งทำแต่หนังสือเท่านั้น ที่มาของชื่อ ซอย นั้นคือคำไทยสั้นๆ ที่แสดงถึงจิตวิญญาณบางอย่าง ไม่เหมือนถนนที่ถูกคุมและวางผังเมืองโดย กทม. เป็นโครงสร้างอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองตามการใช้งานของผู้คนที่อยู่อาศัย ถ้าอยากรู้จักวิถีชีวิตที่แท้จริงต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ คำว่า ซอย จึงเป็นการอุปมาถึงการสนใจความรู้ใกล้ตัว ซึ่งในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่ความรู้อื่นๆ ที่ไกลตัวออกไปได้ด้วย ด้วยเหตุนี้ ซอย จึงยักย้ายได้หลายท่วงท่า พร้อมต่อขยายและแผ่สาขาสร้างเครือข่ายของนักเขียน เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำและเป็นได้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน จากจุดเริ่มต้นโดย เจน–จุฑา สุวรรณมงคล บรรณาธิการบริหารของซอย และการประกอบร่างสร้างขึ้นของทีมงานคนอื่นๆ อย่าง เพลิน–ปาลิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-book-maker/">ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center">หนังสือเล่มนี้อุทิศแก่ผู้ที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอ<br>หากไม่ขาดวิ่นบิ่นแหว่งก็ท่วมท้นล้นเกินอยู่เสมอ</p>



<p>ฉันเปิดอ่านหนังสือขนาดกะทัดรัดปกสีสันสดใสจากลายเส้น <a href="https://adaymagazine.com/author/julibakerandsummer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">juli baker and summer</a> ที่มีชื่อไทยอันไพเราะว่า <em><a href="https://adaymagazine.com/beyond-the-gender-binary/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน (Beyond the Gender Binary)</a></em> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์หนังสือ พอกันที ปิ(ด)ตาธิปไตย | Damned Be Patriarchy</p>



<p>นอกจากความแปลกใจกึ่งดีใจที่ได้ทราบว่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับเพศวิถีให้อ่านจากการโปรโมตซีรีส์นี้เมื่อต้นปีนี้แล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับ <a href="https://s-o-i.io/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ซอย | soi</a> ที่ให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มสองภาษาสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ในสนามภาคขยาย ไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์เกิดใหม่ที่มุ่งทำแต่หนังสือเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_041.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ที่มาของชื่อ ซอย นั้นคือคำไทยสั้นๆ ที่แสดงถึงจิตวิญญาณบางอย่าง ไม่เหมือนถนนที่ถูกคุมและวางผังเมืองโดย กทม. เป็นโครงสร้างอเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนตัวเองตามการใช้งานของผู้คนที่อยู่อาศัย ถ้าอยากรู้จักวิถีชีวิตที่แท้จริงต้องเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ คำว่า ซอย จึงเป็นการอุปมาถึงการสนใจความรู้ใกล้ตัว ซึ่งในขณะเดียวกันก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่ความรู้อื่นๆ ที่ไกลตัวออกไปได้ด้วย</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ ซอย จึงยักย้ายได้หลายท่วงท่า พร้อมต่อขยายและแผ่สาขาสร้างเครือข่ายของนักเขียน เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำและเป็นได้หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นโดย เจน–จุฑา สุวรรณมงคล บรรณาธิการบริหารของซอย และการประกอบร่างสร้างขึ้นของทีมงานคนอื่นๆ อย่าง เพลิน–ปาลิน อังศุสิงห์, บิ๊ก–ขจรยศ แย้มประดิษฐ์,&nbsp; เพ้นท์–ชญานิน ไทยจงรักษ์ และ มุก–มุกดาภา ยั่งยืนภราดร ทำให้ซอยเป็นซอยในแบบที่เราเห็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131298" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_003.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้ว่าหลายคนจะรู้จักที่นี่จากภาพสำนักพิมพ์ที่มีผลงานหนังสือข้องเกี่ยวกับประเด็นการเมืองกับสังคมอย่าง<em> รวมบทความของฮิโตะ ชไตเยิร์ล: ประเด็นชั่ยๆ ของยุคสมัยในความเกี่ยวดองของ ＃เทคโนโลยี ＃ศิลปะ และ ＃การทหาร, ถ้อยแถลงเพื่อเรา 99% | FEMINISM FOR THE 99%</em> และหนังสือเล่มข้างต้นที่เรากล่าวถึงไป แต่ความจริงแล้ว ซอย | soi ประกอบด้วยสามส่วนหลักๆ ได้แก่ ซอยสำนักพิมพ์, ซอยวรรณกรรม และซอยสตูดิโอ ที่ต่างส่งเสริมกันและกัน</p>



<p>สามส่วนนี้ทำงานร่วมกันยังไง และในขณะที่สังคมไทยเริ่มตื่นตัวและสร้างความตระหนักรู้ถึงประเด็นสังคมต่างๆ ซอยมุ่งหวังจะสร้างชิ้นงานและแรงกระเพื่อมใดบ้าง เรามาคุยกับพวกเขากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131314" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_067.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">คุณเน้นย้ำว่าซอยไม่ใช่แค่สำนักพิมพ์ แต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการเขียน การเรียบเรียง และการตีพิมพ์ อะไรทำให้คุณวางบทบาทซอยไว้หลากหลายเช่นนี้</h3>



<p>เจน : เวลาคนเข้าใจว่าเราเป็นสำนักพิมพ์ ปฏิกิริยาจำนวนหนึ่งที่ได้กลับมาคือการบอกว่าทำไมเปิดสำนักพิมพ์ตอนนี้ ซึ่งอันนี้คือประเด็นการมองอย่าง binary คือมีแค่ออฟไลน์กับออนไลน์ และโลกของเราตอนนี้อยู่บนออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นการมองไม่ตรงความจริงสักทีเดียว </p>



<p>อย่าลืมว่าจริงๆ แล้วทั้งออนไลน์กับออฟไลน์มันเชื่อมและ inform ซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นเมื่อโลกออนไลน์ยิ่งคึกคักมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งต้องการข้อมูล แล้วเรายังเชื่อว่าหนังสือคือมีเดียที่ทำงานกับคน ดังนั้นปัญหาคือมันไม่ใช่ว่าการเป็น publisher จะเป็นไปไม่ได้แล้ว เหมือนกับสื่อมวลชนที่ยังเป็นเรื่องจำเป็น แต่คำถามสำคัญคือเราจะเป็น publisher แบบไหนที่ยังจำเป็นและสามารถทำงานขนานไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมได้ นี่คือไอเดียกว้างๆ ที่เราพยายามทำความเข้าใจ ฉะนั้นตอนที่ทำซอยเรารู้ว่ามันมีสำนักพิมพ์อยู่ในนั้น แต่เราอยากจะขยายพื้นที่ของการทำงานให้มากกว่าแค่การพิมพ์หนังสือแล้วขายไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131302" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_024.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">มากกว่าสำนักพิมพ์ยังไงบ้าง</h3>



<p>เจน : อันดับแรก เราทำงานสองภาษาไปด้วยกัน ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ นั่นหมายความว่าถ้าเป็นการแปลมันเป็นการแปลทั้งสองทาง ทั้งจากภาษาอื่นเป็นภาษาไทยและจากภาษาไทยเป็นภาษาอื่น และสามส่วนที่ซอยมี ได้แก่</p>



<p>ส่วนแรกคือ ซอยสำนักพิมพ์ (soi press) ที่มุกดูแล สำนักพิมพ์คงเป็นภาพที่คนรู้จักมากที่สุด เพราะผลงานมันเกิดขึ้นให้เห็นเป็นชิ้นอัน เรารู้สึกว่ายังไม่มีสำนักพิมพ์ที่จับประเด็นร่วมสมัยและเป็นการเมืองวัฒนธรรมที่เราสนใจ เราทำงานกับองค์ความรู้ที่น่าสนใจและควรถูกเผยแพร่ออกมา งานของนักคิดที่เรายังไม่เคยเห็นงานเขาถูกแปลเป็นภาษาไทย รวมถึงในอนาคตเราก็อยากทำคอลเลคชั่นบทความมากขึ้น ซึ่งมันไม่ใช่แค่การเลือกหนังสือมาเป็นเล่มๆ แต่เป็นการเลือกบทความจากนักเขียนต่างๆ อย่าง <em>ฮิโตะฯ</em> หนังสือเล่มแรกของเราก็ทำอะไรคล้ายๆ อย่างนั้น มันคือการเลือกบทความจากที่ต่างๆ ที่ไม่ได้มาจากหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง ซึ่งกระบวนการเลือกนี้ก็คือการเมืองในการผลิตความรู้ และเราก็ตั้งเป้าหมายว่าอยากทำงานกับนักเขียนไทยด้วย แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะออกมาให้เห็น</p>



<p>ส่วนที่สองคือ ซอยวรรณกรรม (soi literary) ที่เพลินดูแล ถ้าอธิบายแบบหยาบๆ มันคือการทำงานแบบกลับกันจากส่วนแรก คือเราเอางานภาษาไทยไปแปลงเป็นภาษาอื่น เป็นโครงสร้างที่มาจาก literary agency ในต่างประเทศ โมเดลปกติที่พอเห็นจะเป็นเอเจนซี่ลักษณะที่นำหนังสือจากข้างนอกมาขายลิขสิทธิ์ในไทยเฉยๆ ยังไม่มีการนำหนังสือไทยไปสู่ที่อื่นอย่างเป็นกิจจลักษณะ ซึ่งทั้ง soi press กับ soi literary เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการตีพิมพ์โดยตรง แต่ก็อย่างที่บอกว่าซอยไม่ได้เรียกตัวเองว่าสำนักพิมพ์ เพราะเราสนใจการเขียน การทำงานบรรณาธิการ และการพิมพ์ในทุกความเป็นไปได้ด้วย</p>



<p>ส่วนที่สามของซอยก็เลยมีชื่อว่า soi studio ไว้ทำงานเชิงทดลองและคอลแล็บกับคนอื่นๆ ซึ่งส่วนนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างใกล้ตัวเราเพราะก่อนหน้านี้เราทำงานในโลกศิลปะ วิชวลอาร์ต เป็นนักเขียน ทำงานบรรณาธิการ และนักวิจารณ์ที่พื้นที่ตรงนั้นต้องไปเชื่อมต่อกับโลกศิลปะ อย่างหนึ่งที่เราชอบในพื้นที่ศิลปะคือการเปิดทางให้ถามคำถามที่เป็นคำถามเชิงทดลอง เป็นคำถามแบบ what if เลยคิดว่าตรงนี้ควรเป็นพื้นที่ที่รักษาไว้ เพื่อทำให้งานของซอยมันมีมิติที่ไปแตะกับคนอื่นหรือศาสตร์อื่น เราไม่จำเป็นต้องร่วมงานกับแค่นักเขียนหรือบรรณาธิการ เราอาจจะทำงานกับสถาปนิกหรือมิวเซียมสักที่ก็ได้ โดยผลงานที่ออกมาไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือ จะเป็นกิจกรรม เวิร์กช็อป เสวนา หรือการรีเสิร์ชเพื่อส่งต่อข้อมูลให้ทีมอื่นๆ ไปต่อยอดผลิตอะไรก็ได้ ทีแรกเราตั้งใจจะทำอีเวนต์ แต่ก็ต้องพับไปก่อนเพราะโควิด-19&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131312" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_063.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">soi literary คัดเลือกงานเขียนไทยไปนำเสนอกับ publisher ต่างประเทศยังไง</h3>



<p>เจน : เราจะเลือกกันเองแล้วค่อยไปคุยกับตัวนักเขียน แต่ส่วนใหญ่จะมีนักเขียนที่เราทำงานด้วยอยู่แล้วอย่างอุทิศ เหมะมูล ภู กระดาษ หรือสะอาด ซึ่งพวกเขาจะให้สิทธิว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่งานของเขาแปลงเป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทยก็ให้เรามาดูแลได้เลย เริ่มจากงานเขียนชิ้นเดียวก่อน พอเห็นว่าเราดูแลงานเขาได้ก็จะเริ่มให้เราดูแลชิ้นอื่นๆ ไปด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณคาดหวังให้วรรณกรรมไทยมีที่ทางแบบไหนในพื้นที่วรรณกรรมโลก</h3>



<p>เจน : เราอยากให้วรรณกรรมไทยหลายๆ ชิ้นได้รับการเผยแพร่ในภาษาอื่นๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะงานที่เราชอบ เพราะในฐานะผู้จัดพิมพ์คิดว่ามันต้องไม่ใช่รสนิยมของเราคนเดียว มันมีหลายปัจจัยในการประเมินงานสักชิ้น แต่หลักๆ เราคิดว่าวรรณกรรมไทยควรมีที่ทางมากกว่านี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131311" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_055.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แปลว่าที่จริงแล้วงานเขียนไทยมีประสิทธิภาพไม่แพ้ชาติอื่น แต่แค่ยังไม่มีที่ทางออกไปสู่ต่างประเทศ</h3>



<p>เจน : เราไม่เคยคิดว่านักเขียนไทยไม่มีประสิทธิภาพ และการวัดว่างานชิ้นนั้นหรือนักเขียนคนนั้นมีคุณภาพหรือไม่มันไม่ใช่การประเมินแบบรอบเดียวจบ มันต้องช่วยกันทั้งองคาพยพ นั่นหมายความว่านักเขียนจะมีกำลังใจทำงานก็ขึ้นอยู่กับส่วนอื่นๆ ที่สนับสนุนให้เขาเห็นว่าสิ่งที่ทำมันมีทางไป ซึ่งไม่ได้หมายความนักเขียนต้องทำงานเพื่อขายได้อย่างเดียว คนต้องยอมรับว่าการมีที่ทางของงานเขียนมันเป็นพลังใจของคนเขียนจริงๆ ซึ่งที่ทางที่ว่าไม่ใช่หมายถึงตลาดอย่างเดียว เราหมายถึงวัฒนธรรมการอ่านและการวิจารณ์แลกเปลี่ยนด้วย</p>



<p>และอีกส่วนหนึ่งสำหรับคนทำงานไม่ว่าจะงานเขียนหรืองานใดก็ตาม ถ้าทำงานออกไปแล้วไม่มีฟีดแบ็กกลับมา ไม่มีความเห็นหรือคำวิจารณ์ งานเขาจะพัฒนาได้ยังไง การจะบอกว่านักเขียนเก่ง-ไม่เก่ง เราต้องถามด้วยว่าเขาได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เขาพัฒนาตัวเองมากแค่ไหน ซึ่งเราก็พยายามร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ซอยเกิดขึ้นมาเพื่อเติมระบบนิเวศนี้ที่เราคิดว่ามันยังมีไม่เพียงพอ มันไม่ใช่แค่ใครคนใดคนเดียว แต่มันต้องช่วยๆ กัน เรามองว่า publisher ไม่ใช่แค่พิมพ์งานขายแล้วจบไป อย่างซอยเองหวังที่จะแตะในทุกๆ ส่วน เราเริ่มอยากทำงานกับ publisher หรือสื่ออื่นๆ ในไทย เพราะเป็นสิ่งที่ยังขาดในโครงสร้างการอ่านการเขียนในประเทศที่แต่ละฝ่ายต้องแตะมือกันมากกว่านี้ ถ้ามีการพูดคุยและร่วมมือกันสร้างบรรยากาศการอ่านให้สนุกขึ้น ทำให้คนทั่วไปสนใจว่าพวกเราคุยเรื่องอะไร มันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง สภาพแวดล้อมสำหรับนักเขียนก็อาจจะดีขึ้นตามไปด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131300" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_018.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">จากผลงานหนังสือที่ผ่านมา ซอยดูสนใจในประเด็นที่หลากหลาย แท้จริงแล้วซอยสนใจอะไรบ้าง</h3>



<p>เจน : เราสนใจในสิ่งที่ร่วมสมัย สนใจปรากฏการณ์ที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ซึ่งเวลาบอกว่าสนใจความร่วมสมัย ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้เห็นมิติทางประวัติศาสตร์ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกขาดจากกันอยู่แล้ว เวลาอธิบายกับคนอื่น เราจะบอกว่าซอยสนใจวัฒนธรรมร่วมสมัย วรรณกรรม และการเมืองทางวัฒนธรรม เราสนใจอะไรที่มีผลกับคน แต่ไม่ได้โฉ่งฉ่างชัดเจนว่ามันทำงานหรือกำกับควบคุมพฤติกรรมความคิดโลกทัศน์ของคนยังไง และเรารู้สึกว่ามันมีบทสนทนาและชุดความรู้ที่ควรจะทำให้แพร่หลาย อย่างน้อยมันเป็นสิ่งที่เราอยากคุยกับคน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ก็ส่งผลมาถึงวิธีการคัดสรรชิ้นงานมาแปลใช่ไหม</h3>



<p>เจน : คิดว่าใช่ มันตั้งแต่ก่อนจะมีซอยด้วยซ้ำ เรามักสนใจว่าพฤติกรรมความคิดต่างๆ มันถูกสร้างโดยอะไรของคนบ้าง ทีนี้พอสิ่งที่สนใจมันกว้าง เราเลยรู้สึกว่าต้องค่อยๆ ยกประเด็นขึ้นมาอย่างเฉพาะเจาะจงทีละประเด็น และคนเริ่มมารู้จักซอยช่วงปลายปีที่แล้วจนมาถึงปีนี้ ซีรีส์หนังสือ ‘Damned Be Patriarchy | พอกันที ปิ(ด) ตาธิปไตย’ ที่มุกทำอาจเป็นตัวเปิดที่ค่อนข้างทำให้คนได้ยินและนึกถึงชื่อซอย ซึ่งเราเข้าใจว่ามันไม่แปลกเพราะมันเป็นประเด็นหนึ่งที่คนกำลังคุยกันอยู่</p>



<p>ที่จริงแล้วความคิดที่จะทำสิ่งเหล่านี้เกิดมาก่อนที่จะมีมูฟเมนต์ในสังคมด้วยซ้ำ แต่พอมุกเข้ามาก็ช่วยทำให้กลายเป็นซีรีส์และไปได้เร็วขึ้น เป็นตัวอย่างหนึ่งว่าซอยคำนึงถึงอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง หลักๆ มันคือการผลิตความรู้ การตีพิมพ์ในขณะที่เป็น publisher คือเรากำลังผลิตอะไรสักอย่าง แล้วเหตุผลของการเลือก-ไม่เลือกผลิตคืออะไร มีความหมายอะไรในนั้นบ้าง ใครเป็นคนชี้ขาดว่าอะไรควรผลิตเป็นหนังสือ ควรเป็นสิ่งที่ถูกเล่าต่อ อะไรควรค่าที่จะถูกแปล นี่คือคำถามที่ถามอยู่ตลอดในทุกๆ ชิ้นงานที่จะเสนอสู่สังคม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131313" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_064.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">soi press มีเกณฑ์การเลือกหนังสือยังไงบ้าง</h3>



<p>มุก : ก่อนหน้านี้ที่เราจะมาทำงานส่วนซอยสำนักพิมพ์ เราวางตำแหน่งตัวเองเป็นนักอ่าน ชอบเดินดูในร้านหนังสือ มีครั้งหนึ่งเราไปเจอโซนหนังสือที่ใช้ชื่อชั้นว่า ‘ภูมิปัญญา’ ก็เลยลองไล่สายตาดูว่ามีหนังสืออะไรบ้าง ซึ่งน่าสนใจว่าหนังสือส่วนใหญ่มันมีแต่ชื่อนักเขียนที่เราคุ้นกัน เช่น นักปรัชญาที่เป็นผู้ชายหลายๆ คน พอถัดจากชั้นภูมิปัญญาเล็กๆ นี้ก็มีอีกสองชั้นใหญ่ที่เป็นโซนฮาวทูกับ self-help มันเลยทำให้เราตกตะกอนมานั่งคิดกับตัวเองว่าหน้าตาของหนังสือที่มีอยู่ในประเทศเราเป็นแบบไหนแล้วมันยังขาดอะไร มีอะไรที่เราสามารถเติมเข้าไปในชั้นที่เรียกว่าภูมิปัญญาหรือไม่ต้องเรียกว่าภูมิปัญญาแล้วด้วยซ้ำได้บ้างไหม</p>



<p>ก็เลยมาประจวบเหมาะกับการรวมหนังสือ 3-4 เล่มที่ซอยทำงานด้วยอยู่แล้วให้อยู่ภายใต้ประเด็นของวัฒนธรรมการวิพากษ์ และเป็นการเมืองของเรือนร่าง เรื่องของอัตลักษณ์ เพศสภาพ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องของ gender อย่างเดียว มันมีเรื่องการเมืองของชนชั้นด้วย เราคิดว่ามันเป็นกลุ่มของหนังสือที่ยังไม่เคยเห็นในบ้านเรามาก่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ก็คิดว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วที่อย่างน้อยๆ เราสามารถเปิดประตูให้คนอ่านและคนอื่นๆ ในสังคมได้รู้ว่ามันมีหนังสือประเภทนี้อยู่ ซึ่งคนเขียนและคนแปลอาจเป็นชื่อที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อนด้วยซ้ำ แต่มันดีไม่แพ้หรือกระทั่งดีกว่าชื่อดังๆ หลายชื่อที่เราเคยเห็นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131306" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_038.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">กังวลไหมว่าหนังสือที่ทำออกมาจะยากหรือเฉพาะกลุ่มเกินไป</h3>



<p>มุก : บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันมีความ niche ของมันอยู่ แต่เราไม่อยากตัดสินตัวเองว่าหนังสือเราจะ niche มากหรือ niche น้อย หรือมันสามารถแมสไหม เพราะเราทำหนังสือด้วยความเชื่อที่ว่าคุณอาจไม่จำเป็นต้องสนใจหรือเลือกอ่านมันตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอะใจหรือสนใจขึ้นมาแล้วไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหน ก็จะมีหนังสือเหล่านี้วางไว้ในชั้น รอให้คุณเข้าถึงได้ แล้วมันก็สอดคล้องกับการทำงานของซอยที่เชื่อว่าการทำงานกับหนังสือหรืองานเขียนทุกอย่างมันตั้งอยู่บนฐานของเวลา มันไม่ใช่กิจกรรมที่เร่งเร้าเพื่อเข้าไปเอาหนังสือหยิบมาอ่านเสร็จจบ บางคนอาจได้ปะทะกับหนังสือเล่มหนึ่งในช่วงเวลานี้ แต่บางคนอาจไปปะทะกับมันในช่วงเวลาอื่นๆ ของชีวิต แล้วแต่ว่าเขาจะไปประสบกับเหตุการณ์อะไรที่ทำให้กลับมาสนใจหรือตั้งคำถาม</p>



<p>เราคงไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องการเมืองของเรือนร่างอย่างเดียว เพราะมันคือการพาดข้ามไปสู่หลายๆ ประเด็น แล้วแต่ว่าเราอยากเลือกอะไรเข้ามา หรือ ณ ตอนนั้นทีมกำลังสนใจประเด็นไหนอยู่ หรือเห็นว่าอะไรที่ร่วมสมัยแล้วยังไม่ได้แตกออกไปเป็นประเด็นเดียวโดดๆ ซึ่งเอาเข้าจริงสุดท้ายแล้วในงานชิ้นหนึ่งก็มีหลากหลายประเด็นให้กลับมามองด้วยเลนส์แบบนี้หรือเลนส์อีกแบบก็ได้ เราคิดว่างานที่เลือกมามีความหลากหลายและสมบูรณ์ในตัวของมัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131308" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_046.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เหมือนหนังสือของซอยมาในช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่กำลังสนใจประเด็นเหล่านี้กันพอดี ในฐานะคนทำหนังสือรู้สึกยังไงบ้าง</h3>



<p>มุก : เราดีใจ เพราะตั้งแต่ประกาศซีรีส์ไป ก็มีคนที่รอหนังสือตั้งแต่ยังไม่ได้วางขาย คนบอกว่าอยากอ่านอะไรแบบนี้มานานแล้ว ยังไม่มีใครทำสักที เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้แหละเป็นหลักฐานว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราควรหยิบมันมาทำ เพราะหลังจากที่ปล่อย <em>Beyond the Gender Binary แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน</em> ก็ได้ฟีดแบ็กที่ค่อนข้างดีจากคนที่ได้อ่าน อาจเพราะด้วยความที่เล่มเล็ก มี 80 กว่าหน้า อ่านจบได้ในทีเดียว คนเลยพูดถึงเยอะ แล้วเราก็ได้ส่งให้บางคนอ่านก่อน อย่างเขื่อน ภัทรดนัย หรือเพจเฟมินิสต้า เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาคิดยังไง</p>



<p>รู้สึกว่ามันไม่ใช่เล่มที่แค่คน non-binary หรือ gender nonconforming people (คนที่ปฏิเสธบรรทัดฐานทางเพศของสังคม) อ่านได้เท่านั้น แต่คนทั่วไปก็อ่านได้ และคนที่ซื้อหนังสือจากเรานี่แหละที่เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดว่ามันไม่ใช่หนังสือเฉพาะเจาะจงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มันไปทุกๆ พื้นที่กับช่วงวัย มีตั้งแต่คนที่เป็น non-binary ทักมาบอกว่าไม่เคยอ่านหนังสือเล่มไหนที่ตรงกับชีวิตตัวเองขนาดนี้มาก่อน หรือกระทั่งคนที่แค่สนใจเรื่องนี้ก็ทักมาบอกว่าเมื่อก่อนไม่รู้ต้องไปอ่านที่ไหน พอได้อ่านก็รู้ว่าเรื่อง gender ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ซึ่งมันตรงกับความตั้งใจของเราเหมือนกันว่าไม่ได้อยากพาหนังสือไปหาแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนของการหล่อเลี้ยงให้หนังสือไปสู่สายตาคนได้เรื่อยๆ ต่อให้ไม่ได้เห็นแล้วซื้ออ่านทันที แต่ถ้าวันไหนที่คุณเอะใจหรือสนใจอยากอ่านเรื่องนี้ มันก็มีให้อ่าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131309" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_050.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แปลว่าซอยยังเชื่อว่าคนยังอ่านหนังสือ และมันไม่จริงเลยที่คนไทยไม่อ่านอะไรหนักๆ</h3>



<p>เจน : เราคิดว่าการเขียนและการ publish จะยังอยู่เสมอ เพียงแต่หน้าตาท่าทางจะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน มันเป็นหน้าที่ของคนเป็น publisher ที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าถ้าสำนักพิมพ์ในรูปแบบเดิมมันไม่ทำงานแล้วจริงๆ จะต้องทำยังไง แต่ไอเดียในการเป็นสำนักพิมพ์จะไม่หายไป เราคิดว่าการเป็น publisher คือการทำงานระหว่างสิ่งที่เป็น timely กับ timeless คือทำอะไรที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นและทำอะไรที่มันอยู่ข้ามผ่านเวลา ผู้คนยังสนใจการเขียนการอ่านอยู่ แค่จะอยู่ในรูปแบบไหน อีบุ๊ก สเตตัส หรือบล็อก สุดท้ายมันก็คือการเขียนและการ publish อยู่ดี เราไม่ได้ทำสำนักพิมพ์ในความคิดโรแมนติกขนาดนั้นว่ามันมีท่าทีแบบใดแบบหนึ่งที่เราต้องสวม มันสามารถมีองค์ร่างอื่นๆ ได้มากมาย เราเชื่อว่าสิ่งนี้ยังมีพลัง แค่เราต้องหาร่างกายที่จะพาสิ่งนี้ไปต่อให้ได้ เราไม่มีคำตอบ เพราะยังถามตัวเองอยู่ทุกวันเหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-131299" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Capture_014.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-book-maker/">ซอย แพลตฟอร์มที่นำเสนอความรู้แห่งยุคสมัยที่เมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็กซ์และความสัมพันธ์ในตัวอักษรของ P.S. Publishing สำนักพิมพ์ที่อยากสะท้อนเสียงผู้หญิง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ps-pulishing-book-maker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2021 07:40:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[P.S. Publishing]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=125010</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทสนทนาเรื่องกระจุ๋มกระจิ๋มของผู้หญิง เซ็กซ์ที่ไม่จำเป็นต้องโรแมนติกหรือสมบูรณ์แบบ อำนาจที่ลื่นไหลในความสัมพันธ์ เหล่านี้คือองค์ประกอบในหนังสือของ P.S. Publishing สำนักพิมพ์เล็กๆ ของ จุ๋ม–ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2558 พกง่าย อ่านเพลิน ตรงใจ อาจคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการขโมยใจนักอ่านหลายคน ในจุดเริ่มต้น ปนิธิตาบอกเราว่า P.S. เกิดจากความฝันในการทำหนังสือเล่มเล็ก มีเนื้อหาสั้นๆ แต่สำคัญเหมือน P.S. ในจดหมาย ความตั้งใจแรกของเธอคืออยากสนับสนุนเสียงของนักเขียนหญิงรุ่นใหม่ให้เล่าเรื่องและสะท้อนชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะขยายฐานให้กว้างขึ้นด้วยการออกหนังสือของนักเขียนมีชื่อ เช่น อุรุดา โควินท์ และวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา นอกจากนี้ยังมีแผนจะขยายขอบเขตการสร้างสรรค์งานไปสู่หนังสือที่เน้นเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ถ้าหากใครเคยอ่านงานของ P.S. มาบ้าง จะรู้ว่าเหล่าตัวละครในหนังสือเล่มเล็กนั้นคือผู้หญิงแสนธรรมดาทว่ามีเสน่ห์ เพราะพวกเธอล้วนพูดความคิดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ปนิธิตาที่เราสนทนาด้วยก็เป็นแบบนั้น&#160; สำนักพิมพ์ P.S. ทำหนังสือด้วยความเชื่อแบบไหน ตอนเริ่มก่อตั้งสำนักพิมพ์ เราอยากทำงานวรรณกรรมไทยโดยนักเขียนไทยรุ่นใหม่ หนังสือเล่มแรกคือ LUCIDA เป็นบันทึกความฝันของคนที่หลับแล้วจำความฝันได้ก็มาเขียนบันทึก มันเลยมีความเป็นวรรณกรรมน้อย หมายความว่าเล่าเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ได้ใช้ภาษาที่สวยงามพลิกแพลง แต่เราสนใจความฝันในแง่ที่ว่าเราจดจำมันได้ในจิตใต้สำนึก รู้สึกว่าความฝันเป็นภาพที่ตัดแบบเซอร์เรียล เราคิดว่ามันสนุกดีในแง่ของความเป็นงานวรรณกรรมแบบใหม่ จริงๆ เล่มแรกเรายังไม่ได้ชัดมากว่าอยากทำหนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จนกระทั่งเรื่องที่สองคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ps-pulishing-book-maker/">เซ็กซ์และความสัมพันธ์ในตัวอักษรของ P.S. Publishing สำนักพิมพ์ที่อยากสะท้อนเสียงผู้หญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บทสนทนาเรื่องกระจุ๋มกระจิ๋มของผู้หญิง เซ็กซ์ที่ไม่จำเป็นต้องโรแมนติกหรือสมบูรณ์แบบ อำนาจที่ลื่นไหลในความสัมพันธ์ เหล่านี้คือองค์ประกอบในหนังสือของ P.S. Publishing สำนักพิมพ์เล็กๆ ของ <strong>จุ๋ม–ปนิธิตา เกียรติ์สุพิมล</strong> ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2558</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125018" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8056.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>พกง่าย อ่านเพลิน ตรงใจ อาจคือเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการขโมยใจนักอ่านหลายคน ในจุดเริ่มต้น ปนิธิตาบอกเราว่า P.S. เกิดจากความฝันในการทำหนังสือเล่มเล็ก มีเนื้อหาสั้นๆ แต่สำคัญเหมือน P.S. ในจดหมาย ความตั้งใจแรกของเธอคืออยากสนับสนุนเสียงของนักเขียนหญิงรุ่นใหม่ให้เล่าเรื่องและสะท้อนชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ก่อนจะขยายฐานให้กว้างขึ้นด้วยการออกหนังสือของนักเขียนมีชื่อ เช่น อุรุดา โควินท์ และวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา นอกจากนี้ยังมีแผนจะขยายขอบเขตการสร้างสรรค์งานไปสู่หนังสือที่เน้นเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น</p>



<p>ถ้าหากใครเคยอ่านงานของ P.S. มาบ้าง จะรู้ว่าเหล่าตัวละครในหนังสือเล่มเล็กนั้นคือผู้หญิงแสนธรรมดาทว่ามีเสน่ห์ เพราะพวกเธอล้วนพูดความคิดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ปนิธิตาที่เราสนทนาด้วยก็เป็นแบบนั้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125017" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000043.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สำนักพิมพ์ P.S. ทำหนังสือด้วยความเชื่อแบบไหน</h4>



<p>ตอนเริ่มก่อตั้งสำนักพิมพ์ เราอยากทำงานวรรณกรรมไทยโดยนักเขียนไทยรุ่นใหม่ หนังสือเล่มแรกคือ <em>LUCIDA</em> เป็นบันทึกความฝันของคนที่หลับแล้วจำความฝันได้ก็มาเขียนบันทึก มันเลยมีความเป็นวรรณกรรมน้อย หมายความว่าเล่าเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ได้ใช้ภาษาที่สวยงามพลิกแพลง แต่เราสนใจความฝันในแง่ที่ว่าเราจดจำมันได้ในจิตใต้สำนึก รู้สึกว่าความฝันเป็นภาพที่ตัดแบบเซอร์เรียล</p>



<p>เราคิดว่ามันสนุกดีในแง่ของความเป็นงานวรรณกรรมแบบใหม่ จริงๆ เล่มแรกเรายังไม่ได้ชัดมากว่าอยากทำหนังสือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ จนกระทั่งเรื่องที่สองคือ<em> Abstract Bar ความจริงเพียวเพียว </em>ตอนได้ต้นฉบับของปอ เปรมสำราญ ตอนนั้นก็คิดว่างานวรรณกรรมมีแต่บทสนทนาได้ไหม ตัดฉากออกไปได้เลยหรือเปล่า สองเล่มนี้เหมือนทำงานทดลองมากจนพอเล่มหลังๆ เราก็เจอแนวทางแล้วว่าเรื่องความสัมพันธ์สามารถเชื่อมโยงกับคนอ่านได้ง่าย เราจะพูดเรื่องอะไรก็ได้แค่ยังต้องอยู่ในสโคปของความสัมพันธ์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125025" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8039.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เหมือนเรื่องความสัมพันธ์ได้กลายเป็น DNA ของ P.S. ตั้งแต่นั้น</h4>



<p>ใช่ พอออกหนังสือมาได้ระยะหนึ่งเราเลยใช้คำว่ายืนหนึ่งเรื่องความสัมพันธ์ เป็นคล้ายๆ สโลแกนตอนทำหรือเลือกต้นฉบับด้วย ซึ่งในแง่นี้ความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่แค่ความรักระหว่างคนสองคน มันอาจเป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ระหว่างลูกน้อง เจ้านาย ครอบครัว หรือแม้กระทั่งมิตรและศัตรูก็ได้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">รู้มาว่าคุณอยากทำสำนักพิมพ์ที่เป็นตัวแทนเสียงของผู้หญิงด้วย จุดเริ่มต้นของไอเดียนี้เป็นยังไง</h4>



<p>มันเริ่มมาจากการที่เราชอบอ่านงานเขียน แล้วมีช่วงหนึ่งที่งานวรรณกรรมป๊อปๆ ดังๆ ที่เขียนโดยผู้หญิง เช่น อุรุดา โควินท์, ปรารถนา รัตนะสิทธิ์, คำ ผกา หรือสุวรรณี สุคนธา มันหายไป กลายเป็นวรรณกรรมที่เป็นเสียงผู้ชายค่อนข้างเยอะ พออ่านแล้วก็หงุดหงิดว่าทำไมคิดแบบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125027" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8135.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คิดแบบไหน</h4>



<p>คิดว่าเซ็กซ์ที่ดีคือเซ็กซ์ที่เพอร์เฟกต์ ชอบเล่าว่าคุณเก่งมาก กล้ามาก ใหญ่มาก ได้ทั้งคืนอะไรทำนองนี้ เราว่ามันเว่อร์ เราอยากเห็นการพูดถึงเซ็กซ์และสรีระที่ไม่เกินจริง มีตั้งหลายครั้งที่คุณมีเซ็กซ์แล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือการที่เนื้อตัวเราไม่ได้เอวคอด ไม่ได้หัวนมชมพู มีขนเยอะ เราอยากอ่านตรงนั้นบ้าง ช่วงก่อนจะตั้งสำนักพิมพ์ คนไม่ได้พูดถึงความหลากหลายในร่างกายเยอะเท่าตอนนี้ แม้แต่เรื่องสรีระของจิ๋ม เรารู้สึกว่าเป็น pain point ของผู้หญิงหลายคนที่มองว่าเป็นเรื่องน่าอาย ยิ่งเราไปเจอกระทู้ที่เหยียดว่าจิ๋มเหมือนเห็ดหูหนู อยากถามมากว่าคุณเคยเห็นจิ๋มของคนทั่วโลกไหมว่าเป็นยังไง มันก็หลากหลายเหมือนหน้าตาคุณนั่นแหละ เราคิดว่าที่ผู้หญิงไม่มั่นใจเรื่องนี้เพราะถูกครอบงำด้วยความเพอร์เฟกต์ผ่านวรรณกรรม หนัง ละคร หรือผ่านหนังโป๊ที่มองด้วยสายตาผู้ชาย</p>



<h4 class="wp-block-heading">งานของ P.S. ต่างจากงานที่พูดถึงเซ็กซ์ในยุคก่อนยังไง</h4>



<p>เราให้ค่ากับเสียงของผู้หญิง สนับสนุนนักเขียนผู้หญิงรุ่นใหม่ จริงๆ ก่อนหน้านี้วรรณกรรมที่ผู้หญิงเขียนก็มีพูดเรื่องเซ็กซ์ แต่จะมีความละมุนละไม ในขณะที่ของ P.S. เคยมีนักวิจารณ์ชายคนหนึ่งบอกว่าอ่านฉากเซ็กซ์แล้วรู้สึกสะดุด อยากให้บทรักหรือช่วงโอ้โลมดูสมูท อ่านแล้วชวนจินตนาการให้อยากมีเซ็กซ์หรือฟิน บทอัศจรรย์ควรทำให้คนอ่านแฉะฉ่ำหรือแข็ง แต่เราค้าน รู้สึกว่าวัตถุประสงค์ของการเขียนงานหรือคัดเลือกต้นฉบับในการทำหนังสือของเราไม่ได้อยากเขียนฉากเซ็กซ์ให้คนรู้สึกแบบนั้น เราอยากเขียนฉากเซ็กซ์ให้คนห่อเหี่ยวบ้าง วัตถุประสงค์เราก็คือตั้งใจให้สะดุดไง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125028" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8071.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงอยากสื่อสารเรื่องเซ็กซ์แบบเรียลๆ&nbsp;</h4>



<p>เรารู้สึกว่าเรื่องเซ็กซ์ควรเป็นเรื่องที่พูดทั้งแง่มุมงดงามและแง่มุมที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราอยากให้คนอ่านทั้งผู้หญิงผู้ชายรู้ว่าการเอากันไม่ได้ดีงามเสมอไป ถ้าไม่ประสบความสำเร็จไม่ได้แปลว่าคุณผิด ไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้น มีเซ็กซ์แบบตลกๆ ขำๆ ก็ได้ ใส่แล้วไม่เข้าเพราะน้ำหล่อลื่นน้อย อะไรแบบนี้ ที่ผ่านมางานส่วนใหญ่ที่เราอ่านมักจะประสบความสำเร็จ มีเซ็กซ์แบบสมูท ดีมาก สบตากัน ค่อยๆ ไล่จูบตรงนั้นตรงนี้ลงมาเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริงเราพบว่ามีผู้หญิงหลายคนที่ไปตั้งกระทู้ ‘ทำยังไงดีคะ ไม่อยากมีเซ็กซ์เลย’, ‘จะปฏิเสธสามียังไงดี’ หรือ ‘ไม่ชอบที่แฟนทำเลย เจ็บ’ ผู้ชายบางคนก็ทำไม่เป็นแต่คิดว่าตัวเองทำเก่งมาก ทั้งที่ความจริงต้องฟังเสียงสะท้อนด้วย ไม่ใช่ว่ามั่นใจในตัวเองขนาดนั้น ไม่งั้นจะคุยกันยังไง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125033" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8096.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">P.S. เชื่อว่าเซ็กซ์ที่ดีคือเซ็กซ์ที่สื่อสารกัน?</h4>



<p>ใช่ อย่างเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งของลูกแก้ว โชติรส เปิดด้วยประโยค “ของพี่เหม็นไหม” เรามั่นใจว่าไม่มีบทสนทนานี้ในวรรณกรรมเรื่องอื่นแน่นอน ซึ่งสุดท้ายก็ต้องคุยกันไง เรื่องกลิ่นของอวัยวะเพศมันเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจหรือผิดบาป มันคือการสังเกตตัวเองว่ามีภาวะผิดปกติทางสุขอนามัยหรือเปล่า แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อกันอย่างกลิ่นปลาเค็ม อะไรแบบนี้</p>



<p>นี่เป็นจุดที่ทำให้เราทำหนังสือเล่ม <em>Sister to Sister คุยเรื่องจุ๋มจิ๋มของน้องสาว</em> ขึ้นมา คนอ่านจะได้อ่านข้อเท็จจริงว่ากลิ่นจากช่องคลอดมันเกิดจากอะไรได้บ้างและรักษาทำความสะอาดยังไง ซึ่งจริงๆ มันก็เป็นกลิ่นเฉพาะของทุกคนนั่นแหละ ช่วงที่มีรอบเดือนกลิ่นจะแรงกว่าช่วงปกติ มันไม่ควรเป็นเรื่องที่จะเอามาล้อกัน หรือกระทั่งการที่เราจะถามอีกฝ่ายว่าช่วงนี้จิ๋มหรือจู๋เธอผิดปกติอะไรไหม คันหรือเปล่า ทำแล้วเจ็บไหม ควรเป็นเรื่องที่คุยกันได้ เรารู้สึกว่ามันเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน เป็นการลบทัศนคติหรือมายาคติบางอย่างที่ทำให้เซ็กซ์สูงส่ง หวานชื่น และโรแมนติก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125026" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8128.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ปัจจุบัน P.S. มีเกณฑ์ในการคัดเลือกงานเขียนยังไงบ้าง</h4>



<p>ด้วยความที่การทำสำนักพิมพ์กลายเป็นการทำธุรกิจไปแล้ว เราก็ต้องพิจารณาถึงเรื่องขายได้ขายไม่ได้ด้วย ที่ผ่านมาจะมีงานเขียนประเภทที่เราทำเพราะอยากทำ ไม่สนใจเลยว่าจะขายได้ไหม แต่พอมันเริ่มเป็นเรื่องความอยู่รอดของสำนักพิมพ์ในระยะยาว เรากับทีมก็ต้องคุยกันถึงความเป็นไปได้ของแต่ละเล่ม อย่างน้อยๆ คือต้องไม่ขาดทุน เพราะฉะนั้นในการคัดเลือกก็ต้องเลือกเรื่องที่ร่วมสมัย มีคนสนใจ มันเป็นเรื่องที่คนสมัยนี้คุยกันหรือเปล่า เพราะถ้ามันตกยุคไปแล้วก็ไม่น่าเอามาพิมพ์</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณศึกษาเทรนด์ของคนยุคนี้ยังไง รู้ได้ยังไงว่าพวกเขาคุยอะไรกัน</h4>



<p>คุยกับเด็กๆ ให้เยอะ ในการทำงานสำนักพิมพ์นักเขียนส่วนใหญ่ก็อายุน้อยกว่าเราอยู่แล้ว เราก็จะพยายามถาม เพราะเขารู้ว่าคนในทวิตเตอร์กำลังพูดเรื่องอะไรกัน หรือแม้แต่วันที่ทุกคนไปม็อบ ชาว P.S. ก็ไปม็อบกันหมด เราก็รู้แล้วว่ากระแสมันมาทางนี้ ดังนั้นถ้าจะเขียนอะไรที่ขัดกับแนวทางนี้ก็ไม่ได้แล้วไง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125029" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/B3A8147.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มนักอ่านส่วนใหญ่ของคุณคือคนกลุ่มไหน</h4>



<p>กลุ่มคนอ่านเราโตเร็วมาก ตอนแรกตั้งกลุ่มเป้าหมายไว้ที่เด็กมหาวิทยาลัยกับคนเพิ่งเริ่มทำงาน ปรากฏว่ามีเด็กมัธยมปลายและมัธยมต้นด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เด็กเขาโตเร็วกว่าที่เราคิด เดี๋ยวนี้คุยเรื่องเพศกันตั้งแต่อนุบาลแล้ว พ่อแม่เองก็มีหนังสือสอนเรื่องนี้กับเด็ก ถ้าไม่ปิดหูปิดตาจนเกินไปเรามองว่าเด็กมัธยมต้นหลายคนก็โตพอจะมีเซ็กซ์ได้แล้ว ต้องยอมรับว่าพวกเขาโตเร็วทั้งในแง่กายภาพและจิตใจ อย่างเมื่อก่อนถ้าเราอายุ 12 พ่อแม่แทบไม่ต้องพูดเรื่องนี้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้เด็กอายุ 12 พ่อแม่ต้องเริ่มคิดเรื่องนี้แล้ว</p>



<p>คนอ่าน P.S. จะไม่มีคนกลางๆ อยู่แล้ว มันเลือกคนอ่านนะ ตั้งแต่เล่มแรกๆ มา คงไม่มีคนอ่านประเภทที่ “รับไม่ได้ ทำไมพูดตรงจัง ของพี่เหม็นไหม ใครเขาพูดกัน” มันคัดมาประมาณหนึ่ง ไม่มีเขียนมาด่า ส่วนใหญ่จะตามซื้อต่อไป ชอบจังเลยอะไรแบบนี้ แต่ก็จะมีข้อติติงนิดหน่อยที่เรายอมรับได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">มีมองไว้หรือยังว่าต่อจากนี้ P.S. จะแตะงานแนวไหนอีก</h4>



<p>ปีนี้อาจจะเริ่มออกงานเขียนแนวเพศหลากหลาย และขยายขอบเขตความสัมพันธ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เราพบว่าบางทีคนชอบตัดสินว่าความสัมพันธ์แบบหนึ่งไม่ใช่ ไม่ดี ไม่งามตามแบบแผน แต่ถ้าพวกเขาคุยกันแล้วล่ะ บางคนคบกัน แต่งงานกัน แต่อีกคนสามารถไปมีเซ็กซ์กับคนอื่นได้เพราะคู่เขาอาจซัพพอร์ตกันในแง่การงาน ฐานะทางสังคม แต่ไม่อยากมีเซ็กซ์ เป็นแค่ความสัมพันธ์ทางใจที่ดีต่อกันแต่ให้ไปมีเซ็กซ์กับอีกคนหนึ่งได้ ความสัมพันธ์แบบสามคนมันก็ไม่มีถูกผิดใช่ไหม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125031" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000038.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125030" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000039.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การมีวรรณกรรมที่นำเสนอความสัมพันธ์อันหลากหลายและพูดเรื่องเพศอย่างตรงไปตรงมา สำคัญกับนักอ่านยังไง</h4>



<p>เรามองว่ายุคนี้เรื่องทุกเรื่องจะไม่ถูกคุยกันแบบใต้ดินอีกแล้ว อยากช่วยขยายขอบเขตในการพูดมากขึ้น มีเสรีภาพในการพูดทุกเรื่องแม้ในงานวรรณกรรมเองก็ตาม มันจะไม่มีเรื่องที่พูดไม่ได้ เพียงแต่ขึ้นอยู่กับจริตของสำนักพิมพ์ว่าจะพูดแบบไหน อย่างของ P.S. จะชอบพูดแบบตรงไปตรงมา</p>



<p>เพราะเราตั้งใจอยากให้คนอ่านเป็นคนที่ดื้อมากขึ้น ตั้งคำถามกับเรื่องต่างๆ ที่คุณถูกสอนมา ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ เซ็กซ์ การเมือง สังคม ทุกอย่าง ซึ่งเราอยากบอกว่าบางครั้ง P.S. ตกยุคไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะเด็กรุ่นใหม่เขาคุยไปถึงไหนกันแล้ว นี่ยังต้องคิดใหม่เลยว่าจะทำยังไงให้เรื่องเล่าของเรายังอัพเดตอยู่ ก็พยายามมองหาประเด็นใหม่ๆ และนักเขียนใหม่ๆ เพื่อวิ่งตามให้ทัน อย่างตอนนี้มันต้องมีเรื่องความสัมพันธ์ในม็อบแล้ว มันน่าสนุกนะ ไปม็อบด้วยกันแล้วไปมีเซ็กซ์กันต่อได้ไหม</p>



<p>เราคิดว่าการเขียนเรื่องสั้นและนิยายของนักเขียนเป็นบันทึกแห่งยุคสมัย ต่อให้เป็นการเขียนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละ แต่มันจะไปเชื่อมโยงกับประเด็นหรือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นในสังคมเอง</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วการพูดอย่างตรงไปตรงมามีข้อเสียบ้างไหม</h4>



<p>ข้อเสียคือจะขยายกลุ่มคนอ่านแมสมากๆ ไม่ได้ขนาดนั้น เพราะมันเข้าห้องสมุดโรงเรียนไม่ได้ และส่งเข้าประกวดรางวัลไม่ค่อยได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะแคร์คนอ่านของเรามากกว่า อีกอย่างคือแม้คนอ่านจะยังอายุน้อยแต่ในโอกาสต่อๆ ไป ถ้าเขาโตขึ้น พร้อมจะมีความคิดก้าวหน้า เราว่าหนังสือของเราก็ยังไปกับเขาได้ เพราะมันจะไม่มีเรื่องการตั้งคำถามกับบาปบุญคุณโทษ ทำไมคุณเถียงแม่ หรือทำไมตัวละครทะเลาะกับแม่บ่อยจังเลย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125032" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000048.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในยุคสมัยที่หลายคนเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น คุณยังมีอะไรที่ต้องกลัวก่อนตีพิมพ์หนังสืออีกไหม</h4>



<p>ไม่กลัว เพราะสุดท้ายก็ตั้งคำถามกับสังคมและคนอ่านตลอดว่าเรื่องที่ผู้ใหญ่ห้ามจริงๆ ผู้ใหญ่เองทำได้หรือเปล่า อย่างห้ามท้องก่อนแต่ง ลองไปดูรุ่นตายายสิก็ท้องก่อนแต่งกันทั้งนั้น สอนว่าอย่าเจ้าชู้แต่พอไปดูรุ่นพ่อแม่ก็มีเมียน้อย เป็นปัญหาในครอบครัว เด็กก็ตั้งคำถามไงว่าสิ่งที่คุณห้าม สิ่งที่คุณคิดว่าดีงาม จริงๆ แล้วคุณก็ทำไม่ได้ ซึ่งในความเป็นมนุษย์มันไม่ควรมีสิ่งที่เรียกว่าความดีงามไง เราควรประนีประนอมต่อชีวิต ต่อความรู้สึก และทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งรอบข้างน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นการพูดเรื่องเซ็กซ์ตั้งแต่แรกมันทำให้เด็กรู้ว่าถ้ายังไม่พร้อมที่จะมีภาระในการมีลูกตอนนี้ ถ้ายังอยากเรียน อยากโตไปทำงานที่ดี มีอาชีพ มีความใฝ่ฝัน คุณก็มีเซ็กซ์ได้แต่ต้องป้องกัน ถ้ายังไม่ชัวร์ว่าผู้ชายที่คบด้วยจะเป็นพ่อของลูกในอนาคตไหมก็ให้ระวังทั้งกายและใจด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">เป้าหมายคืออยากปลูกฝังให้พวกเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด</h4>



<p>ใช่ ส่วนใหญ่เราไม่ได้ตัดสินว่าถูกหรือผิด เรานำเสนอในหลายๆ แบบ มันจะมีงานเขียนแนวที่ฉันอยากมุ่งมั่นเป็นแม่บ้านให้ใครสักคนหนึ่งก็ได้ หรือแนวที่ฉันตั้งใจเลือกว่าชีวิตนี้จะไม่มีผัวแต่จะมีแฟนไปเรื่อยๆ คบใครแล้วสบายใจก็อยู่กับคนนั้นไปเรื่อยๆ พอไม่ตอบโจทย์ชีวิตก็เปลี่ยน มันมีทางเลือกให้คนอ่าน เหมือนมีเพื่อนหลายๆ แบบ หนังสือหลายเล่มของ P.S. จะมีบุคลิกลักษณะแบบนั้น มีทั้งคนสวยแต่ไม่มั่นใจในตัวเอง มีผู้หญิงที่ไม่มั่นใจในตัวเองแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มั่นใจอะไรแบบนี้ เหมือนทำให้คนอ่านเห็นตัวเลือกว่าเราเลือกเป็นหรือทำอะไรก็ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125022" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/000050-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ps-pulishing-book-maker/">เซ็กซ์และความสัมพันธ์ในตัวอักษรของ P.S. Publishing สำนักพิมพ์ที่อยากสะท้อนเสียงผู้หญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Teemana Books คนทำหนังสือเด็กที่เชื่อเรื่องการคอนเนกต์ความเป็นเด็กในตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/teemana-books/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2021 11:05:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Kaomai Estate 1955]]></category>
		<category><![CDATA[A Little Elf]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์อิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[Flying Whale]]></category>
		<category><![CDATA[The Moon Was Too Bright]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[Sho’s Magic Fart]]></category>
		<category><![CDATA[A Squid’s Journey to the Moon]]></category>
		<category><![CDATA[ChakC]]></category>
		<category><![CDATA[Teemana Books]]></category>
		<category><![CDATA[Bookmaker]]></category>
		<category><![CDATA[จักร์ เชิดสถิรกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120433</guid>

					<description><![CDATA[<p>Teemana Books Just smile! My magic will bring all of you happiness. ถ้าเลือกที่จะยิ้มกับสิ่งที่เป็นอยู่ เวทมนตร์ของผมจะพาความสุขไปหาทุกคน &#160; ไม่รู้ว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เผลอดึงเราออกจากรอยยิ้มที่เคยเกิดขึ้นเพราะเรื่องง่ายๆ ไปตอนไหน ที่แน่ๆ ประโยคสุดท้ายในหนังสือเด็ก A Little Elf จากสำนักพิมพ์อิสระนามว่า Teemana Books ดึงรอยยิ้มนั้นกลับคืนมาให้คนวัยยี่สิบกว่าๆ แบบเราได้เสียอย่างนั้น นอกจาก A Little Elf แล้ว จุดร่วมที่เราค้นพบจาก Flying Whale, The Moon Was Too Bright, Sho’s Magic Fart และ A Squid’s Journey to the Moon หนังสืออีก 4 เล่มฝีมือนักเขียนคนเดียวกันนี้คือมันแฝงไปด้วยแนวคิดที่คนเป็นผู้ใหญ่สามารถอินกับมันได้ ตั้งแต่การเข้าใจตัวเองและความเป็นไปของสิ่งรอบตัว แถมเนื้อหาและภาพประกอบยังมีความเป็นสากลค่อนข้างสูง สิ่งนี้มาจากความตั้งใจที่อยากจะสร้างความหลากหลายให้กับวงการหนังสือเด็กในไทยของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/teemana-books/">Teemana Books คนทำหนังสือเด็กที่เชื่อเรื่องการคอนเนกต์ความเป็นเด็กในตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;"> Teemana Books </span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">Just smile!</span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">My magic will bring all of you happiness.</span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ถ้าเลือกที่จะยิ้มกับสิ่งที่เป็นอยู่ เวทมนตร์ของผมจะพาความสุขไปหาทุกคน</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่รู้ว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เผลอดึงเราออกจากรอยยิ้มที่เคยเกิดขึ้นเพราะเรื่องง่ายๆ ไปตอนไหน ที่แน่ๆ ประโยคสุดท้ายในหนังสือเด็ก </span><i><span style="font-weight: 400;">A Little Elf </span></i><span style="font-weight: 400;">จากสำนักพิมพ์อิสระนามว่า </span><b>Teemana Books</b><span style="font-weight: 400;"> ดึงรอยยิ้มนั้นกลับคืนมาให้คนวัยยี่สิบกว่าๆ แบบเราได้เสียอย่างนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-120459 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">A Little Elf </span></i><span style="font-weight: 400;">แล้ว จุดร่วมที่เราค้นพบจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">Flying Whale, The Moon Was Too Bright, Sho’s Magic Fart และ A Squid’s Journey to the Moon</span></i><span style="font-weight: 400;"> หนังสืออีก 4 เล่มฝีมือนักเขียนคนเดียวกันนี้คือมันแฝงไปด้วยแนวคิดที่คนเป็นผู้ใหญ่สามารถอินกับมันได้ ตั้งแต่การเข้าใจตัวเองและความเป็นไปของสิ่งรอบตัว แถมเนื้อหาและภาพประกอบยังมีความเป็นสากลค่อนข้างสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้มาจากความตั้งใจที่อยากจะสร้างความหลากหลายให้กับวงการหนังสือเด็กในไทยของ </span><b>จักร์ เชิดสถิรกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งโครงการ Kaomai Estate 1955 ที่มีงานพาร์ตไทม์เป็นนักเขียนนามปากกา Chak C. และเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์เล็กๆ แห่งที่ว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงสิ่งพิมพ์ การทำสำนักพิมพ์ Teemana Books ต้องใช้ความมานะขนาดไหน และการขลุกตัวในโลกหนังสือเด็กตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมาพาชายตรงหน้าเราพบเจอเรื่องราวแบบไหนบ้าง ฟังเจ้าตัวเล่าดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120464 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-1024x683.jpg" alt="Teemana Books" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>1</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กๆ ผมชอบอ่านหนังสือมาก โดยเฉพาะหนังสือเด็กที่เป็นหนังสือแปล เช่น </span><i><span style="font-weight: 400;">โต๊ะโตะจัง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของสำนักพิมพ์ผีเสื้อ นอกจากจะเอนจอยเรื่องอ่านแล้วเรายังเอนจอยเรื่องเขียน สมัยเด็กๆ บ้านผมรับนิตยสารก็เลยเขียนเรื่องสั้นๆ เขียนประสบการณ์หมาวิ่งตกน้ำส่งไปตีพิมพ์ แล้วก็พับไปยาวจนกระทั่งผมได้กลับมาเขียนสารคดีท่องเที่ยว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงรอยต่อระหว่างเรียนจบด้านการจัดการเชิงยั่งยืน (Sustainability Management) จาก Columbia University สหรัฐอเมริกา และกลับเชียงใหม่เพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัว จักร์กลับมานับหนึ่งกับศาสตร์ของการเขียนอีกครั้งโดยเริ่มต้นจากการเล่าประสบการณ์ที่ตัวเองประทับใจ นอกจากการลงมือทำ จักร์ยังพาตัวเองเข้าคลาส writing เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของนักเขียนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีเซสชั่นหนึ่งเป็นคลาสของคุณเอ๋ นิ้วกลม เขาไม่ได้พูดอะไรเรื่องการเขียนนะ แต่พูดถึงฟีลลิ่งข้างในเวลาที่เราลงมือเขียน ผมรู้จากตอนนั้นว่านี่น่าจะเป็นวิธีการที่มันใช่กับตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากเขียนหนังสือและผมชอบวาฬ อยากเล่าเรื่องวาฬมาก ช่วงนั้นเป็นเดือนมีนาคม ที่เชียงใหม่เจอปัญหาหมอกควันจากไฟป่าพอดี ถ้าเราเอาสองอย่างนี้มารวมกันได้ก็น่าสนใจดี ผมได้อ่านหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Snail and the Whale </span></i><span style="font-weight: 400;">และ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Gruffalo</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Julia Donaldson เธอทำให้ผมรู้ว่าหนังสือเด็กก็สามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลยากๆ ได้นะ แถมยังเป็นหนังสือเด็กที่ภาพประกอบเจ๋งมาก ผมเห็นแล้วชอบมาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักเขียนชาวอังกฤษคนนี้ไม่เพียงแต่จุดประกายให้จักร์อยากทำหนังสือภาพสำหรับเด็กอย่างเดียว แต่ยังทำให้เขาอะเมซิ่งกับวิธีการเล่าเรื่องแบบ rhyme ที่เป็นการร้อยเรื่องด้วยคำที่มีเสียงคล้องจอง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาอยากลองแต่งไรม์ดู แม้จะท้าทายสำหรับคนแต่งเรื่อง แต่มันถือเป็นประโยชน์กับเด็กๆ ที่จะได้เรียนรู้เรื่องคำศัพท์และการออกเสียงไปด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120463 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-1024x683.jpg" alt="Teemana Books" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเขียนหนังสือเด็กมันไม่มีคนทำคู่มือหรือคลาสที่จะสอนเราเยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่ผมก็เสิร์ชหาเอง อย่างไรม์ก็ต้องไปหาว่ามันคืออะไร บ้านเรายังไม่มีคอมมิวนิตี้คนทำหนังสือเด็กที่แข็งแรงและเปิดกว้างเท่าประเทศอื่นๆ คนที่อยากทำก็ต้องดิ้นรนมากหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างทุกปีที่สิงคโปร์จะมีนิทรรศการ </span><a href="https://afcc.com.sg/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Asian Festival of Children&#8217;s Content</span></a><span style="font-weight: 400;"> ที่รวมคนทำคอนเทนต์หนังสือเด็กทั้งฝั่งนักเขียนและนักวาดภาพประกอบ ผมก็ตัดสินใจบินไปดูเองเลยว่ามันเป็นยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในงานจะมีการ submit manuscript คือส่งสิ่งที่เราเขียนไปให้ผู้เชี่ยวชาญรีวิว ผมอยากรู้ว่าไรม์ที่ตัวเองเขียนมันโอเคไหมก็เลยส่งไป เขาบอกว่าของผมอาจจะไม่ถึงขั้นเป็นไรม์ขนาดนั้น เหมือนเป็นเพลงที่เล่นกับคำคล้องจองบ้าง ช่วงไหนปล่อยได้ก็ปล่อย ไม่อยากจะบังคับมันมาก” จักร์สรุปการเดินทางในปีแรก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">One day after the sun went down, </span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">High above the town, there came a big grey whale, </span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">Rising up from the ocean to the sky with no wings. </span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสนุกเวลาอ่านเหล่าคำคล้องจองใน </span><i><span style="font-weight: 400;">Flying Whale</span></i><span style="font-weight: 400;"> หนังสือเล่มแรกจาก Teemana Books แบบออกเสียง คือหลักฐานยืนยันความตั้งใจของชายคนนี้ได้สวยงามมากทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-120470 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/11.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>2</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการเป็นนักเขียน เขายังควบตำแหน่งบรรณาธิการในสำนักพิมพ์ที่ตัวเองก่อตั้งด้วย นั่นแปลว่าหน้าที่ในการคิดภาพรวมของหนังสือทุกเล่มและกำหนดทิศทางในโลกธุรกิจหนังสือก็ต้องเป็นหน้าที่เขาทั้งหมด เจ้าตัวสารภาพกับเราว่ามันไม่ง่ายเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมทำงานค่อนข้างลำบากกว่าสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์อื่นนะ ผมเคยส่งไปทั้งในและต่างประเทศ สุดท้ายผมพบว่าทุกวันนี้ต้นฉบับหนังสือดีๆ มันกองเต็มโต๊ะบรรณาธิการไปหมดเลย มุมหนึ่งธุรกิจสิ่งพิมพ์ไม่ได้เป็นสิ่งที่ทำกำไรมากแล้วในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องเลือกลงทุนกับสิ่งที่สร้างชื่อเสียงหรือให้ผลตอบแทนกับเขาได้ดีกว่า หนังสือเด็กที่ผมอยากจะทำมันเลยยากมากที่จะเข้าไปอยู่ในระบบกับหนังสือทั่วไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จักร์หมายมั่นว่าหนังสือของ Teemana Books หรือ ‘หนังสือเด็กที่อยากจะทำ’ ต้องมีความเป็นสากล เริ่มต้นจากการใช้ภาษาอังกฤษในการเล่าเรื่อง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-120458 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ ถ้าผมเลือกทำหนังสือภาษาไทย ในแง่การขายมันน่าจะง่ายกว่านี้ แต่อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สนับสนุนให้ลูกๆ ใช้ภาษาอังกฤษหรือหลายๆ ภาษา มองอีกมุมมันก็อาจจะเป็นโอกาสได้เหมือนกัน แต่พอสิ่งที่เราตัดสินใจทำมันดูไม่ได้สร้างกำไรมาก ยิ่งเราไปให้ภายนอกช่วยทำเยอะต้นทุนก็จะยิ่งบานออก สิ่งไหนที่พอจะทำเองได้ก็ทำ ผมดีลเองหมดเลยตั้งแต่นักวาดภาพประกอบ คนทำรูปเล่ม อย่างเล่มแรกๆ ที่ปล่อยก็แพ็กส่งเองกับมือ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะบ่นว่ายากลำบากแต่ทุกกระบวนการที่เกิดขึ้นในการทำหนังสือก็สอนให้เขาเข้าใจโลกธุรกิจมากขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">มาถึงตรงนี้หลายคนอาจเริ่มขมวดคิ้วสงสัยว่า ทำไมเขาถึงเลือกที่จะทำทุกอย่างคนเดียว เหนื่อยคนเดียวแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้ผมเคยเอาต้นฉบับไปให้คนอื่นช่วยทำ ปรากฏว่าตอนนั้นเขาไปจ้าง editor มาแก้ภาษาผม ซึ่งจริงๆ เขาเจตนาดีนะ แต่มันเหมือนเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามกับเด็กเท่าไหร่ มันกลายเป็นการโฟกัสการใช้ไวยากรณ์หรือคำศัพท์มากกว่า หรือการมีจุดสามจุดเขาก็ตัดออกเพราะคิดว่าถ้าไม่มีมันอาจจะเหมาะกว่า แต่สำหรับเรามันเป็นสิ่งที่เราจงใจอยากให้มี ช่วงหลังๆ ผมก็โอเค คิดว่าผมทำเองก็ได้” เขาหัวเราะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-120471 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>3</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ต้องให้น้ำหนักมากพอๆ กับเนื้อหาที่ย่อยง่ายคือการใช้ภาพประกอบที่ดึงดูดความสนใจเด็กๆ จักร์รู้ความจริงข้อนี้ดี หนังสือทั้ง 5 เล่มที่ออกมาเขาจึงตั้งใจคัดเลือกเพื่อนร่วมงานอย่างนักวาดภาพประกอบมากๆ ทั้งนักวาดที่อาจจะเคยหรือไม่เคยทำหนังสือเด็กมาก่อน เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้หนังสือของเขาเป็นที่สนใจของเด็กๆ หรือโดดเด้งเข้าตาคนซื้ออย่างคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น แต่การทำหนังสือเด็กที่หลุดจากลายเส้นแบบเดิมๆ คือการเพิ่มความหลากหลายให้เชลฟ์หนังสือเด็กในบ้านเราด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกมุมหนึ่ง ความตั้งใจของเขาถือเป็นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ผลงานให้กับนักวาดภาพประกอบบ้านเราด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปกติผมใช้เวลาเขียนเทกซ์ไม่นาน บางเล่มก็เขียนคืนเดียวเสร็จ พอมีเทกซ์แล้วก็ต้องหานักวาดที่เหมาะกับเรื่อง ซึ่งนักวาดนิทานในไทยหาค่อนข้างยาก ยิ่งเป็นนักวาดที่เหมาะกับเราด้วยแล้วแค่มองหาก็กินเวลาเยอะเหมือนกัน อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Flying Whale</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก็มีทั้งคนที่ปฏิเสธหรือวาดแล้วทิ้งกลางทาง ผมใช้เวลาเกือบปีจนกว่าจะเจอเบลล์ (<a href="https://adaymagazine.com/people-doro-painterbell/" target="_blank" rel="noopener">เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล</a>–นักวาดภาพประกอบหนุ่ม เจ้าของคาแร็กเตอร์เด็กชายและเด็กสาวหัวทอง John and Lulu) เขาเป็นนักวาดที่โอเคกับวาฬและอยากลองวาดหนังสือให้เด็กมากๆ พอเป้าหมายเราแมตช์กันงานมันก็เสร็จเร็วมาก เบลล์ใช้เวลาวาดแค่ 2 อาทิตย์ก็เสร็จแล้ว แทบไม่แก้อะไรเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราเรียนรู้จากคนทำหนังสือเด็กคนนี้คือการทำงานของนักเขียนหนังสือภาพสำหรับเด็ก ส่วนใหญ่เทกซ์กับภาพมักจะปรากฏมาพร้อมๆ กัน พอเป็นแบบนี้นักวาดที่รับงานต่อก็จะทำงานง่ายขึ้น แต่จักร์กลับบอกเราว่าในขวบปีหลังๆ เขาพยายามจะจินตนาการเรื่องภาพให้น้อยลง และปล่อยให้นักวาดทำงานอย่างมีอิสระมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-120462 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120457 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-1024x683.jpg" alt="Teemana Books" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">Flying Whale</span></i><span style="font-weight: 400;"> แล้ว เล่มล่าสุดอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Sho’s Magic Fart</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นอีกเล่มที่จักร์ได้ทำงานกับนักวาดภาพประกอบที่ไม่เคยมีประสบการณ์วาดภาพหนังสือเด็กมาก่อน แถมผลงานที่ออกมาเจ้าตัวก็รู้สึกแฮปปี้สุดๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><i><span style="font-weight: 400;">Sho’s Magic Fart </span></i><span style="font-weight: 400;">เล่มนี้แปลกกว่าเรื่องอื่นๆ คือผมไม่ได้เน้นไอเดียเบื้องหลังในการเขียน เน้นอย่างเดียวคืออยากให้เด็กๆ หัวเราะ แต่นักวาดไทยที่ลายเส้นน่าสนใจ ตลก และกล้าพอยังไม่ค่อยมี กว่าจะได้คุยกับน้อง<a href="https://adaymagazine.com/note-panayanggool/" target="_blank" rel="noopener">นท พนายางกูร</a> ก็รอเกินปีเหมือนกัน น้องนทไม่เคยวาดภาพประกอบหนังสือเด็กมาก่อน ดราฟต์แรกที่ส่งมามันหลุดจากที่ผมคิดไว้มาก แล้วภาพในเล่มที่ออกมามันก็เป็นลายเส้นที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” เขาเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">The Moon Was Too Bright </span></i><span style="font-weight: 400;">เล่มที่ว่าด้วยค่ำคืนที่แสนวุ่นวาย(ใจ)ของเด็กชายโช เป็นอีกเล่มที่เราชอบทั้งในแง่เนื้อหาที่ให้บทเรียนบางอย่างกับคนในวัยผู้ใหญ่ และภาพประกอบน่ารักๆ ฝีมือ Chorkung (ฉ่อกุง) นักวาดภาพประกอบสาวที่เคยฝากผลงานในหนังสือเด็กมาแล้วหลายเล่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีคนบอกผมว่าการเขียนหนังสือเด็กแบบที่พยายามยัดเยียดบทเรียนเข้าไปมันจะทำให้หนังสือออกมาไม่เป็นธรรมชาติ ผมเลยไม่อยากบังคับเนื้อหาสาระเข้าไปมากเท่าไหร่ อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">The Moon Was Too Bright</span></i><span style="font-weight: 400;"> มันเกิดจากวันที่ผมรำคาญตัวเองที่นอนไม่หลับ รำคาญคนนั้นคนนี้ที่ทำเสียงดัง พอทบทวนดูแล้วจริงๆ มันไม่ใช่ความผิดของอะไรเลย ถ้าเราทำใจให้ปล่อยวาง ทุกอย่างก็จบ พอคิดแบบนี้แล้วชีวิตเรามีความสุขขึ้นเยอะเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ละเล่มทำงานไม่เหมือนกันเลย รายทางมักจะมีเหตุนั้นเหตุนี้เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ตลอดเวลา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120465 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1024x683.jpg" alt="Teemana Books" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>4</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มาถึงตรงนี้หลายคนน่าจะพอเดาออกว่าหมุดปลายทางของ Teemana Books มีสองเรื่องหลักๆ หนึ่ง–คือพื้นที่ปล่อยของของจักร์ และสอง–คือการทำหนังสือเนื้อหาย่อยง่ายให้เด็กๆ อ่าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเด็กๆ ผมเคยอ่าน </span><i><span style="font-weight: 400;">The Neverending Story</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Michael Ende ตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเป็นหนังสือเด็กที่สนุกดี แต่พอกลับมาอ่านตอนโตปุ๊บ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่หนังสือเด็กธรรมดาๆ แล้ว คือไม่ว่าจะอ่านตอนไหนเราจะได้อะไรบางอย่างที่มันต่างกันออกไปกลับมาทุกครั้ง ผมอยากเขียนอะไรแบบนี้ให้คนอ่าน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วงานพาร์ตไทม์นี้ให้อะไรกับคุณบ้าง” เราให้คำถามที่เรียบง่ายที่สุดเป็นคำถามปิดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าสกิลที่ทุกคนมีมันเหมือนดินสอที่ต้องการการเหลาไส้ให้คมตลอดเวลา การทำ Teemana Books เป็นหนึ่งในกระบวนการที่ทำให้สกิลของผมแหลมคมขึ้น นอกจากจะพัฒนาสกิลแล้วมันยังทำให้ผมไม่ลืมตัวตนเด็กๆ ที่เราเก็บมันไว้ข้างใน คือการงาน ความเครียด หรือการเป็นผู้ใหญ่มันทำให้เรื่องพวกนี้หายไปเรื่อยๆ การเขียนทำให้ผมได้เห็นประโยชน์จากการใช้จินตนาการ และได้คอนเนกต์กับเด็กคนนั้นตลอดเวลาไม่ว่าตัวเองจะแก่แค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับผม ‘ความเป็นเด็ก’ มันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรจะเป็นเหมือนผมนะ เวลาที่ผมคุยกับคนทั่วไปหรือเพื่อนๆ บางคนเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าความเป็นเด็กหรือจินตนาการมันจำเป็นในการใช้ชีวิตมากขนาดนั้น แค่โฟกัสกับงาน กับครอบครัว แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว แต่ผมมีความสุขที่ตัวเองเป็นแบบนี้” จักร์ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม</span></p>
<hr />
<p>ใครอยากรู้จัก Teemana Books เพิ่มมากขึ้น ติดตามต่อได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/TeeMaNaBooks/">เฟซบุ๊กสำนักพิมพ์</a> เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/teemana-books/">Teemana Books คนทำหนังสือเด็กที่เชื่อเรื่องการคอนเนกต์ความเป็นเด็กในตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘สำนักพิมพ์นาวา’ กับภารกิจพาสิ่งประดิษฐ์เพี้ยนๆ จากฟินแลนด์ข้ามทะเลมาเติมความครีเอทีฟให้เด็กไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nava-books/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2021 16:04:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Finland by Hand]]></category>
		<category><![CDATA[University of Jyväskylä]]></category>
		<category><![CDATA[Finding Sisu]]></category>
		<category><![CDATA[Finding Sisu เด็ดเดี่ยวแม้โดดเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์นาวา]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยนของตาตุและปาตุ]]></category>
		<category><![CDATA[ก้อย–กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119255</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตาตุและปาตุเป็นพี่น้องกัน ทั้งคู่มาจากนครพิลึกกึกกือ ก็เลยชอบทำอะไรแปลกๆ นิดหน่อย ตาตุและปาตุเชื่อว่าทุกอย่างในโลกนี้ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้ ทั้งคู่จึงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ” อ่านแล้วก็ดูพิลึกจริง ทั้งชื่อสองพี่น้องที่ไม่เคยได้ยินจากนิทานเรื่องไหนมาก่อน ไหนจะเมืองที่มีชื่อประหลาด ทั้งหมดนี้ทำให้เราต้องพลิกอ่านเนื้อหาใน สิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยนของตาตุและปาตุ ดูสักหน่อย ในนั้นเราเจอกับ ‘เครื่องเตรียมตัวตอนเช้า’ ที่มีฟังก์ชั่นปลุก กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว  ‘เครื่องสร้างแอ่งน้ำ’ ที่เจาะรูเป็นสระขนาดเล็กให้เด็กๆ แถมยังให้นกตัวเล็กมากินน้ำได้ด้วย  และยังมี ‘แว่นอเนกประสงค์’ ที่เก็บสารพัดสิ่งของได้ ทั้งร่ม ปฏิทิน ปากกา หรือแม้กระทั่งถุงลมนิรภัย! การที่เราได้รู้จักสิ่งประดิษฐ์ (ที่อยากเรียกว่าสร้างสรรค์มากกว่าเพี้ยน) ของสองพี่น้องชาวฟินน์นี้ ต้องยกเครดิตให้กับ ‘สำนักพิมพ์นาวา’ สำนักพิมพ์ที่เพิ่งก่อตั้งหมาดๆ เมื่อปีที่แล้วโดย ก้อย–กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์ นักเขียนและนักแปลผู้มีประสบการณ์ในวงการสิ่งพิมพ์มานานกว่า 15 ปี  นาวาลำนี้ประกอบขึ้นจากความช่วยเหลือของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนและความเชื่อแบบใด ตามไปดูกัน สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 1 : แว่นตาอเนกประสงค์สำหรับคนทำสำนักพิมพ์ “แว่นตาอเนกประสงค์สำหรับคนทำสำนักพิมพ์ไม่เหมือนแว่นทั่วๆ ไป ภายในแว่นมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการทำงานมากมายที่เจ้าของได้สั่งสมประสบการณ์ไว้ แว่นนี้จะทำให้คนที่เริ่มทำสำนักพิมพ์หยิบเอาประสบการณ์มาใช้ได้ตลอดเลย!” ถ้าให้เล่าที่มาการเปิดสำนักพิมพ์ของคนทำงานในวงการสิ่งพิมพ์มากว่า 15 ปีอย่างก้อย เราคงต้องขอหยิบวิธีการแบบตาตุและปาตุมาอธิบาย เพราะการทำงานที่หลากหลายทำให้ก้อยมีแว่นที่มองเห็นงานที่ตัวเองชอบและถนัดมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nava-books/">‘สำนักพิมพ์นาวา’ กับภารกิจพาสิ่งประดิษฐ์เพี้ยนๆ จากฟินแลนด์ข้ามทะเลมาเติมความครีเอทีฟให้เด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“</span><i><span style="font-weight: 400;">ตาตุและปาตุเป็นพี่น้องกัน ทั้งคู่มาจากนครพิลึกกึกกือ ก็เลยชอบทำอะไรแปลกๆ นิดหน่อย ตาตุและปาตุเชื่อว่าทุกอย่างในโลกนี้ดีกว่าที่เป็นอยู่ได้ ทั้งคู่จึงคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านแล้วก็ดูพิลึกจริง ทั้งชื่อสองพี่น้องที่ไม่เคยได้ยินจากนิทานเรื่องไหนมาก่อน ไหนจะเมืองที่มีชื่อประหลาด ทั้งหมดนี้ทำให้เราต้องพลิกอ่านเนื้อหาใน </span><i><span style="font-weight: 400;">สิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยนของตาตุและปาตุ </span></i><span style="font-weight: 400;">ดูสักหน่อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119307" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8041-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในนั้นเราเจอกับ ‘เครื่องเตรียมตัวตอนเช้า’ ที่มีฟังก์ชั่นปลุก กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เครื่องสร้างแอ่งน้ำ’ ที่เจาะรูเป็นสระขนาดเล็กให้เด็กๆ แถมยังให้นกตัวเล็กมากินน้ำได้ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และยังมี ‘แว่นอเนกประสงค์’ ที่เก็บสารพัดสิ่งของได้ ทั้งร่ม ปฏิทิน ปากกา หรือแม้กระทั่งถุงลมนิรภัย!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่เราได้รู้จักสิ่งประดิษฐ์ (ที่อยากเรียกว่าสร้างสรรค์มากกว่าเพี้ยน) ของสองพี่น้องชาวฟินน์นี้ ต้องยกเครดิตให้กับ ‘สำนักพิมพ์นาวา’ สำนักพิมพ์ที่เพิ่งก่อตั้งหมาดๆ เมื่อปีที่แล้วโดย <strong>ก้อย–กัญญ์ชลา นาวานุเคราะห์</strong> นักเขียนและนักแปลผู้มีประสบการณ์ในวงการสิ่งพิมพ์มานานกว่า 15 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นาวาลำนี้ประกอบขึ้นจากความช่วยเหลือของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนและความเชื่อแบบใด ตามไปดูกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119318 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-1024x683.jpg" alt="สำนักพิมพ์นาวา" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8130-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 1 : แว่นตาอเนกประสงค์สำหรับคนทำสำนักพิมพ์</b></h3>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แว่นตาอเนกประสงค์สำหรับคนทำสำนักพิมพ์ไม่เหมือนแว่นทั่วๆ ไป ภายในแว่นมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการทำงานมากมายที่เจ้าของได้สั่งสมประสบการณ์ไว้ แว่นนี้จะทำให้คนที่เริ่มทำสำนักพิมพ์หยิบเอาประสบการณ์มาใช้ได้ตลอดเลย!”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้เล่าที่มาการเปิดสำนักพิมพ์ของคนทำงานในวงการสิ่งพิมพ์มากว่า 15 ปีอย่างก้อย เราคงต้องขอหยิบวิธีการแบบตาตุและปาตุมาอธิบาย เพราะการทำงานที่หลากหลายทำให้ก้อยมีแว่นที่มองเห็นงานที่ตัวเองชอบและถนัดมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้อยเริ่มต้นฝึกงานในวงการนิตยสารตั้งแต่ปี 2005, ทำงานสารคดีให้กับ National Geographic ประเทศไทย, เรียนต่อปริญญาโทด้าน Digital Culture ที่ University of Jyväskylä ในฟินแลนด์จนมาบอกเล่าเรื่องสนุกๆ ในหนังสือ <em>Finland by Hand</em> ในปี 2009 และกลับมาเป็นคอลัมนิสต์ให้กับ a day จนกระทั่งได้ทำหนังสือในสำนักพิมพ์ openbooks และ openworlds </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119303" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7980-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนทำงานแรกๆ เราจะเขียนในสิ่งที่อยาก สิ่งที่ชอบ ไม่ได้นึกว่าคนอ่านจะได้ประโยชน์มาก-น้อยเท่าไหร่ พอมาทำงานที่ openworlds ซึ่งผลิตหนังสือเชิงความรู้ มีสาระ วิชาการ เราได้ทำหนังสือที่เป็นประโยชน์กับคนมากๆ แต่บางทีก็ห่างจากความสนใจของเรา การเห็นวิธีการทำงานหลายๆ แบบทำให้เราเริ่มมองเห็นภาพว่าอยากทำหนังสือประมาณไหนที่จะตอบโจทย์ทั้งความชอบของเราและมีประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความชอบที่มีเป็นทุนเดิมของก้อยคือภาษาและภาพ ตั้งแต่เด็กเธอมีความฝันว่าอยากทำงานเกี่ยวกับสองสิ่งนี้ เธอจึงลุยงานทั้งด้านการเขียน การแปล วาดภาพ และจัดเลย์เอาต์หนังสือมาแต่ไหนแต่ไร   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คำตอบที่ว่าเราอยากทำหนังสืออะไรก็คือหนังสือภาพนี่แหละ แล้วพอเราคิดว่าจะตั้งสำนักพิมพ์ หนังสือเล่มแรกที่นึกถึงเลยก็คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">ตาตุและปาตุ</span></i><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119310 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-1024x683.jpg" alt="สำนักพิมพ์นาวา" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8050-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้อยย้อนเล่าถึงวันที่เธอเดินเข้าร้านหนังสือในเมือง Jyväskylä เมืองแห่งการศึกษาของฟินแลนด์ในช่วงที่ </span><i><span style="font-weight: 400;">ตาตุและปาตุ </span></i><span style="font-weight: 400;">กำลังออกเล่มใหม่พอดี จึงได้เห็นดิสเพลย์เล็กๆ น่ารักพร้อมสีสันสดใสของ</span><i><span style="font-weight: 400;"> ตาตุและปาตุ </span></i><span style="font-weight: 400;">อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Aino Havukainen และ Sami Toivonen สองสามีภรรยาที่มีอาชีพเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ พอมีลูกเขาก็มาช่วยกันวาดและเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ถ้านับจนถึงตอนนี้ตาตุปาตุอยู่กับคนฟินแลนด์มา 20 ปีแล้ว ได้รับความนิยมมากจนปีที่แล้วฟินแลนด์ออกแบบแสตมป์ที่เป็นลายกวนๆ ของตาตุปาตุ เพราะสองพี่น้องคู่นี้เป็นเพื่อนกับเด็กฟินน์มานาน สามารถพบได้ทั่วไปตามห้องสมุด โรงเรียน และบ้าน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอทุกอย่างลงตัว ทั้งรู้ตัวว่าอยากทำหนังสือแบบไหนและมีเงินทุนก้อนหนึ่ง ก้อยจึงลงมือทำทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารีบเขียนอีเมลไปหาคนดูแลลิขสิทธิ์ บอกเขาว่าสนใจอยากซื้อหนังสือมาแปลมาก ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งบริษัทขึ้นมาจริงจังเลยนะ คิดแค่ว่ามันต้องมีหนังสือแบบนี้ในบ้านเราสิ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119299 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-1024x683.jpg" alt="สำนักพิมพ์นาวา" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7915-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 2 : โดมเยี่ยมชมทัศนะชาวฟินน์</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งชีวิตก็อยากพบเจออะไรใหม่ๆ ถ้าได้เรียนรู้หรือรู้จักแนวคิดของคนต่างชาติน่าจะดี ใครอยากรับประสบการณ์แบบนั้น เราขอเสนอวิธีง่ายๆ เพียงสวมโดมเยี่ยมชมทัศนะชาวต่างชาติ คุณจะได้เรียนรู้เหมือนอาศัยอยู่ประเทศนั้นเลย (ตอนนี้โปรแกรมตั้งไว้แค่คนจากประเทศฟินแลนด์นะ)”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ชีวิตในเมืองยูวาสกูลา ประเทศฟินแลนด์เกือบ 3 ปี ทำให้ก้อยมองเห็นจุดร่วมของวิธีคิดบางอย่างที่ชาวฟินแลนด์ปลูกฝังกันมานาน เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหนังสือเด็กจากฟินแลนด์จึงเป็นตัวเลือกแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราเอาหนังสือหลายๆ เล่มของคนฟินน์มาดูจะเห็นว่า เส้นหลักจะสะท้อนแนวคิดที่เป็นธรรมชาติของพวกเขา คือเชื่อในศักยภาพมนุษย์ มีวัฒนธรรมอุ้มชู มีการเติบโต การปลูกฝัง การเลี้ยงดู และการบ่มเพาะที่ดี ในขณะเดียวกันก็น่ารักมาก เพราะส่งเสริมให้คนมีจิตใจเอื้ออารีเสมอ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119305" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8038-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอยกตัวอย่างแนวคิด Sisu ที่เธอเคยแปลไว้ใน </span><a href="https://adaymagazine.com/finding-sisu-book/" target="_blank" rel="noopener"><i><span style="font-weight: 400;">Finding Sisu </span></i></a><span style="font-weight: 400;">ซึ่งใจความของแนวคิดนี้ก็ย้ำว่ามนุษย์มีศักยภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ว่าจะเกิดความท้าทายหรืออุปสรรคมากขนาดไหน ไม่ว่าโลกจะเป็นเช่นไร แต่ซิสุคือการที่เราไปข้างหน้า ไม่ได้หมายความว่าไม่เหนื่อย ไม่แพ้ แต่คนฟินน์มีหลักคิดหรือวิธีปฏิบัติบางอย่างให้เขายังเดินหน้าต่อไปได้<i>”</i> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้อยเปิดหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">สิ่งประดิษฐ์สุดเพี้ยนของตาตุและปาตุ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ให้เราดู พร้อมยกตัวอย่างอธิบายไอเดียแบบฟินน์ๆ ที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเด็กเล่มนี้ต่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างตอนเอาต้นฉบับ <em>ตาตุและปาตุ</em> มาลงมือแปลจริงๆ เราก็เห็นว่าเนื้อหาข้างในเชื่อในศักยภาพของเด็กมาก เปิดให้คิดอย่างอิสระ ซึ่งทั้งหมดนี้มาพร้อมกับความสนุกสนาน ตลก เบิกบาน ไม่ได้สอน ไม่มีการสรุปอะไรใดๆ ตาตุปาตุก็แค่อยากคิดแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของทุกคน เช่น ชีวิตประจำวันของเด็กๆ ตอนเช้า ขี้เกียจ ไม่อยากตื่นมาอาบน้ำไปเรียน ทั้งคู่เลยคิดเครื่องเตรียมตัวตอนเช้า เดินเข้าไปในเครื่องแล้วเลือกโปรแกรมให้ปลุกเราได้ 3 แบบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-119284" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01A.jpg" alt="" width="784" height="500" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01A.jpg 784w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01A-300x191.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01A-768x490.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01A-600x383.jpg 600w" sizes="(max-width: 784px) 100vw, 784px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นี่คือการตอบสนองความต้องการของเด็กๆ เป็นการแก้ปัญหาชีวิตโดยชวนให้เด็กคิดแบบสนุกๆ คิดให้สร้างสรรค์ ไม่มีผิด-ถูก จะเป็นจริงหรือไม่จริง ไม่รู้ แต่เรามองว่าจินตนาการเป็นรากฐานของนวัตกรรม ซึ่งเป็นแนวคิดที่สากลมากเลย” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดแบบชาวฟินน์จึงกลายมาเป็นองค์ประกอบในการทำหนังสือของสำนักพิมพ์นาวา คือการให้ความสำคัญกับไอเดียและอารมณ์ความรู้สึกที่ทำงานกับสมองและจิตใจ รวมทั้งเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-119283" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/Baby-Bird-01.jpg" alt="" width="800" height="640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/Baby-Bird-01.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/Baby-Bird-01-300x240.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/Baby-Bird-01-768x614.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/Baby-Bird-01-600x480.jpg 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3><b>สิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่ 3 : เครื่องจัดการงานหนังสือ</b></h3>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งการทำงานหนังสือก็มักจะทำให้คนได้เจอเรื่องใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน คนทำหนังสือจึงต้องอาศัยการเรียนรู้อยู่เสมอ เครื่องจัดการงานหนังสือจึงจะมาช่วยแก้ไขงานที่ซับซ้อนและความกังวลใจของเหล่านักสร้างสรรค์” </span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าก้อยจะผ่านประสบการณ์ สะสมชั่วโมงบินจากการทำงานที่หลากหลาย ทั้งงานเขียนสารคดี งานแปล การจัดอาร์ตเวิร์ก หรือแม้กระทั่งตรวจเช็กสีหน้าแท่นที่โรงพิมพ์ แต่เธอก็ยอมรับว่าการรับบทเป็นเรือที่จะพาหนังสือฟินแลนด์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไทยมีข้อกังวลใจไม่น้อย ข้อแรกคือเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปิดรับของผู้ปกครองที่เป็นผู้ซื้อหนังสือให้ลูกๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรายอมรับว่ามันมีความเสี่ยงแล้วก็ไม่มีอะไรแน่นอน เราชั่งใจตลอด ตั้งแต่ก่อนทำ ซื้อมาแล้วก็กังวล ระหว่างทำก็กังวล พอแปลเสร็จจัดทำอาร์ตเวิร์กเสร็จก็ยังกังวลอยู่ คือกังวลทุกกระบวนการ” เธอหัวเราะให้กับคำตอบของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119300" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7922-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในเมื่อตั้งใจจะทำแล้วเธอก็มุ่งมั่นให้ถึงเป้าหมาย และ ‘เครื่องช่วยจัดการงานหนังสือ’ ก็ส่งสัญญาณบอกเธอว่าจะต้องหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยแก้ความกังวลของเธอให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราปรึกษาผู้ใหญ่หลายท่าน ทั้งในวงการร้านหนังสือและในวงการการศึกษา เช่น คุณสมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ ก่อนหน้านี้ท่านเป็นผู้บริหารของ B2S ท่านเชี่ยวชาญการขายหนังสือ มีหลายประเด็นมากที่ท่านพูด เช่น เรื่องนี้มันข้ามวัฒนธรรมมาไกลมาก วิธีคิดของคนไทยกับคนฟินแลนด์ก็ต่างกันมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกเรื่องคือร้านหนังสือไทยมักจัดประเภทหนังสือเด็กเป็นหนังสือนิทาน หนังสือเสริมความรู้ หนังสือเรียน แต่ตาตุปาตุไม่เข้าข่ายสักประเภท คุณสมชัยเลยแนะนำว่าให้อธิบายและสื่อสารว่าหนังสือนี้ดียังไง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119304" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_8036-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ก้อยเพิ่มเนื้อหาด้านหลัง เป็นคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กจากหลายวงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง ทั้งครูก้า (กรองทอง บุญประคอง) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กและผู้ก่อตั้งโรงเรียนจิตตเมตต์ และนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์และนักเขียนที่มีผลงานเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพและพัฒนาการเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากวางขายหนังสือไป ฟีดแบ็กที่เห็นเป็นรูปธรรมจากพ่อแม่เด็กเลยคือ เขาส่งรูปวาดสิ่งประดิษฐ์เข้ามาในอินบอกซ์เพจ เช่น เครื่องทำไอติมที่ไม่มีวันหมด ซึ่งมันตอบสนองความต้องการของเด็กๆ ที่ชอบกินไอติม หรือว่าช่วงโควิด-19 มีข่าวว่าพบเชื้อที่เขียงแซลมอนที่จีน เด็กก็วาดเครื่องฆ่าเชื้อปลาแซลมอน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่นับรวมฟีดแบ็กจากบางครอบครัวที่บอกว่าแอบเห็นเด็กๆ นั่งหัวเราะกับการอ่านตาตุและปาตุ แต่ไม่ใช่แค่เด็กอ่านแล้วสนุก เพราะก้อยบอกว่ามีผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่ติดตามหนังสือเล่มนี้อยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะคนทำเราก็ปลื้มใจว่ามันทำงานกับคนอ่าน” เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119298 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-1024x683.jpg" alt="สำนักพิมพ์นาวา" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7869-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ก้อยยังตั้งเป้าหมายต่อไปของสำนักพิมพ์นาวาว่าจะเลือกหนังสือที่ถ่ายทอดวิธีคิดอันเป็นสากลอย่างแนวคิดของชาวฟินน์ และสร้างสรรค์หนังสือภาพที่ทำงานบนหน้ากระดาษแบบที่การเสพสื่อประเภทอื่นๆ ก็ทำไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าคนทำหนังสือทุกคนอยากให้สังคมที่ตัวเองอยู่ดีขึ้น ซึ่งสำหรับเรา เราให้ความสำคัญกับการเติบโตส่วนบุคคล ความเจริญงอกงาม การพัฒนา การที่คนจะลงมือทำสิ่งต่างๆ เช่น คนที่เขามีความคิดสร้างสรรค์เขาจะผ่านความท้าทายต่างๆ ได้ ถ้าหากเขามีความเอื้ออารีเขาจะคิดถึงผู้อื่น หรือความตลกอารมณ์ดีจะทำให้เขามองว่าปัญหามันแก้ได้และเขาจะผ่านมันไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งเหล่านี้มันเริ่มจากสเกลเล็กที่สุดคือคนคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราอยากให้สำนักพิมพ์นาวามอบสิ่งที่ดีต่อความคิดและจิตใจในระดับบุคคล โดยเริ่มตั้งแต่เด็กนี่แหละ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119302 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-1024x683.jpg" alt="สำนักพิมพ์นาวา" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IMG_7963-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nava-books/">‘สำนักพิมพ์นาวา’ กับภารกิจพาสิ่งประดิษฐ์เพี้ยนๆ จากฟินแลนด์ข้ามทะเลมาเติมความครีเอทีฟให้เด็กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Biblio คนทำหนังสือที่เชื่อว่า &#8216;เล่มที่ใช่&#8217; ช่วยปลดล็อกความรู้สึกบางอย่างในใจคนอ่านได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/biblio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 20:22:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[Last Letter จดหมายรักฉบับสุดท้าย]]></category>
		<category><![CDATA[Biblio]]></category>
		<category><![CDATA[จี–จีระวุฒิ เขียวมณี]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊ก–วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร]]></category>
		<category><![CDATA[Her Name is ชื่อของเธอคือ...]]></category>
		<category><![CDATA[วะบิ ซะบิ: แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=101564</guid>

					<description><![CDATA[<p>biblio ความรู้สึก ที่รอคอย การเปิดอ่าน &#160; คำโปรยสั้นๆ บนปกสีขาว-ฟ้าสะอาดตาของนิยายเรื่อง Last Letter จดหมายรักฉบับสุดท้าย บอกใบ้สิ่งที่เราจะเจอข้างในเล่ม ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ, คำโปรยนี้บอกใบ้เอกลักษณ์หนังสือสำนักพิมพ์ Biblio เช่นกัน &#160; &#160; Biblio คือกลุ่มคนทำหนังสือน้องใหม่ที่คนในวงการสิ่งพิมพ์อาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะ จี–จีระวุฒิ เขียวมณี บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แห่งนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังหนังสือติดชาร์ตขายดีหลายเล่มจากเครือโมโน กรุ๊ป ทั้งน็อนฟิกชั่นอย่าง อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่ นิยายแปลสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน นิยายฮิตในอดีตที่เอามาตีพิมพ์ใหม่อย่าง ความลับ และหนังสือหลายร้อยรายชื่อที่เชื่อว่าคุณต้องเคยเปิดอ่านสักเล่ม หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องเห็นผ่านตากันสักปก หลังจากทำงานให้เครือโมโน กรุ๊ปมา 5 ปี สำนักพิมพ์ก็ยุติบทบาทของตัวเองลงในเดือนมกราคม 2563 จีระวุฒิจึงชวน บิ๊ก–วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร เพื่อนร่วมงานเก่ามาเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ ร่วมกัน ด้วยความตั้งใจอยากทำหนังสือแปลที่มีรสชาติถูกปากคนไทย อ่านเมื่อไหร่ก็สนุก พร้อมสโลแกน &#8216;It’s not just about books.&#8217; เพราะพวกเขาเชื่อว่าหนังสือไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันอาจเป็นบางสิ่งบางอย่างที่พาคนอ่านไปได้ไกลกว่านั้น แม้จะนิยามตัวเองว่าเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/biblio/">Biblio คนทำหนังสือที่เชื่อว่า &#8216;เล่มที่ใช่&#8217; ช่วยปลดล็อกความรู้สึกบางอย่างในใจคนอ่านได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">biblio</span></p>
<p style="text-align: center;"><em>ความรู้สึก</em></p>
<p style="text-align: center;"><em>ที่รอคอย</em></p>
<p style="text-align: center;"><em>การเปิดอ่าน</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำโปรยสั้นๆ บนปกสีขาว-ฟ้าสะอาดตาของนิยายเรื่อง <em>Last Letter จดหมายรักฉบับสุดท้าย</em> บอกใบ้สิ่งที่เราจะเจอข้างในเล่ม</p>
<p>ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ, คำโปรยนี้บอกใบ้เอกลักษณ์หนังสือสำนักพิมพ์ Biblio เช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-101630 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/mix.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Biblio คือกลุ่มคนทำหนังสือน้องใหม่ที่คนในวงการสิ่งพิมพ์อาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะ <strong>จี–จีระวุฒิ เขียวมณี</strong> บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์แห่งนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังหนังสือติดชาร์ตขายดีหลายเล่มจากเครือโมโน กรุ๊ป ทั้งน็อนฟิกชั่นอย่าง <em>อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่</em> นิยายแปลสัญชาติญี่ปุ่นเรื่อง <em>พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน</em> นิยายฮิตในอดีตที่เอามาตีพิมพ์ใหม่อย่าง <em>ความลับ</em> และหนังสือหลายร้อยรายชื่อที่เชื่อว่าคุณต้องเคยเปิดอ่านสักเล่ม หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องเห็นผ่านตากันสักปก</p>
<p>หลังจากทำงานให้เครือโมโน กรุ๊ปมา 5 ปี สำนักพิมพ์ก็ยุติบทบาทของตัวเองลงในเดือนมกราคม 2563 จีระวุฒิจึงชวน <strong>บิ๊ก–วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร </strong>เพื่อนร่วมงานเก่ามาเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ ร่วมกัน ด้วยความตั้งใจอยากทำหนังสือแปลที่มีรสชาติถูกปากคนไทย อ่านเมื่อไหร่ก็สนุก พร้อมสโลแกน &#8216;It’s not just about books.&#8217;</p>
<p>เพราะพวกเขาเชื่อว่าหนังสือไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันอาจเป็นบางสิ่งบางอย่างที่พาคนอ่านไปได้ไกลกว่านั้น</p>
<p><div id="attachment_101620" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-101620" class="wp-image-101620 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6482-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-101620" class="wp-caption-text">จี–จีระวุฒิ เขียวมณี และ บิ๊ก–วีระวัฒน์ เตชะกิจจาทร</p></div></p>
<p>แม้จะนิยามตัวเองว่าเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ แต่ Biblio ก็แบ่งตัวเองออกเป็น 2 สำนักพิมพ์ย่อยเพื่อเจาะตลาดคนอ่านที่แตกต่างกัน หนึ่งเดือนหลังจากก่อตั้ง สำนักพิมพ์แรกที่เน้นกลุ่มคนอ่านนิยายนาม Bibli ก็ออก <em>Last Letter</em> <em>จดหมายรักฉบับสุดท้าย</em> นิยายต้นฉบับของภาพยนตร์รักฝีมือผู้กำกับชื่อดัง อิวาอิ ชุนจิ และมีกระแสตอบรับดีจนพวกเขาต้องรีบคลอด <a href="https://adaymagazine.com/her-name-is-cho-nam-joo/" target="_blank" rel="noopener"><em>Her Name is ชื่อของเธอคือ&#8230;</em> </a>รวมเรื่องสั้นจากปลายปากกาผู้เขียน <em>คิมจียอง เกิดปี 82</em> ซึ่งแม้จะเปิดตัวในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาด เล่มนี้ก็ยังพุ่งทยานขึ้นติดท็อปชาร์ตของร้านหนังสือหลายร้านตั้งแต่วางแผง</p>
<p>เดือนถัดมา <em>วะบิ ซะบิ: แด่ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต</em> ก็ออกมาแนะนำตัวกับผู้อ่านในฐานะหนังสือเล่มแรกของ Be(ing) สำนักพิมพ์อีกแห่งในเครือที่เจาะตลาดน็อนฟิกชั่น แล้ว<em>วะบิ ซะบิ</em> ก็กลายเป็นดาวเด่นบนชาร์ตเคียงข้างกับหนังสือดังจากสำนักพิมพ์ใหญ่ได้อย่างไม่เคอะเขิน</p>
<p>Biblio ทำให้เรานึกถึงประโยค must have done something right ถ้าแปลเป็นไทยตรงๆ ก็คงประมาณว่า คงไปทำอะไรถูกสักอย่าง (เลยไปได้สวยขนาดนี้)</p>
<p>พวกเขาทำบางสิ่งที่ว่านั้นยังไง เราชวน <strong>จีระวุฒิ เขียวมณี</strong> หัวเรือใหญ่ของ Biblio มาสนทนาเรื่องการทำหนังสือให้จับหัวใจคนอ่าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101618 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6418-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>5 ปีกับการทำงานในเครือโมโน กรุ๊ป คุณได้เรียนรู้อะไรจากที่นั่นบ้าง</strong><span style="display: none;">biblio</span></h5>
<p>ที่โมโน เราได้เรียนรู้ว่าถ้าคุณจะทำหนังสือให้ขายได้และดีด้วยต้องทำยังไง เนื่องจากเขาให้อิสระเราเยอะในการจะเลือกทำหนังสือ แต่มันก็แลกมากับความเหนื่อยเหมือนกัน เพราะโมโนไม่ได้ถนัดการทำพ็อกเก็ตบุ๊กมาตั้งแต่แรก การเข้าไปเหมือนนับหนึ่งใหม่เลย แต่ก็เป็นการนับหนึ่งที่ทำให้กระดูกเราแข็งขึ้น</p>
<p>เราเรียนรู้ว่าการทำพ็อกเก็ตบุ๊กไม่ใช่เน้นความสนุกอย่างเดียว คุณต้องมองถึงรายได้ เทรนด์ และคุณค่าของหนังสือแต่ละเล่มที่คุณปล่อยออกมาด้วย การเลือกหนังสือแต่ละเล่มมาทำมันเหมือนการทำอาหาร เราต้องรู้ก่อนว่าเราทำให้ใครกิน เราเห็นกลุ่มคนอ่านแล้ว เรารู้แล้วว่าโอเค เราจะเหยาะซอสเท่านี้ ใส่หมูเท่านี้ ส่วนผสมต่างๆ ที่ปรุงลงไปต้องพอดีคำกับกลุ่มคนอ่าน เราไม่ได้ทำหนังสือออกมาเพื่อให้คนทุกคนอ่านแล้วชอบเหมือนกันหมด ไม่ เราทำเพื่อคนกลุ่มไหนเราก็ทำให้คนกลุ่มนั้นเสมอ</p>
<p>เราทำมาหลายร้อยเล่ม จนกระทั่งตอนที่ได้ทำนิยายแปลเรื่อง <em>Tomorrow I will date the yesterday’s you : พรุ่งนี้ผมจะเดตกับเธอคนเมื่อวาน</em> ซึ่งกลายเป็นหนังสือติดอันดับขายดีประจำปีของคิโนะ ทำให้เราคิดว่าน่าจะจับทางถูกแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><span style="color: #000000;"><strong>กดดันไหมกับการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง</strong></span></h5>
<p>กับ Biblio เรามองว่าเราไม่ได้นับหนึ่งนะ เท้าความก่อนว่า ตอนที่เริ่มกับโมโน เราผ่านงานนิตยสารกับพ็อกเก็ตบุ๊กชีวประวัตินักดนตรีมา เรารู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่ง ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง (หัวเราะ) แต่เราอยากพิสูจน์ตัวเองมากๆ ว่าถ้าต้องทำสำนักพิมพ์เองโดยที่เราไปอยู่ในสนามใหญ่ขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือทำให้สำนักพิมพ์ติดตลาด เราจะทำได้ไหม ตอนนั้นมันคือนับหนึ่งจริงๆ</p>
<p>แต่กับ Biblio เราผ่านการทำหนังสือมาในระดับหนึ่งแล้ว เราค่อนข้างมั่นใจมากๆ ว่านี่คือการนับหนึ่งในเลเวลที่สูงขึ้นกว่าเดิม มันท้าทายกว่าเดิม สนุกกว่าเดิมด้วย ข้อดีคือ 5 ปีที่โมโนเรารู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นและไม่จำเป็น ตอนมาทำ Biblio ก็ตัดออกเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>แล้วอะไรคือสิ่งที่จำเป็นในการทำหนังสือให้ติดตลาด</strong><span style="display: none;">biblio</span></h5>
<p>ต้องรู้ว่าโจทย์ของสำนักพิมพ์เราคืออะไร กลุ่มเป้าหมายคือใคร</p>
<p>Biblio แบ่งเป็น 2 แบรนด์คือ Bibli กับ Be(ing) กลุ่มลูกค้าแบรนด์แรกคือคนที่ชอบอ่านนิยายแปลจากฝั่งเอเชีย เริ่มต้นด้วยนิยายญี่ปุ่นซึ่งเป็นแม็กเน็ตดึงดูดลูกค้าได้ตลอด ต่อด้วยการเปิดตลาดกับเกาหลี เพราะนอกจากภาพยนตร์ที่มาแรงอยู่แล้ว นิยายเกาหลีก็มาแรงไม่แพ้กัน สุดท้ายคือนิยายไต้หวัน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-101626 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01-863x1024.jpg" alt="" width="863" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01-863x1024.jpg 863w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01-253x300.jpg 253w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01-768x911.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01-600x712.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/books-01.jpg 1726w" sizes="(max-width: 863px) 100vw, 863px" /></p>
<h5><strong>ทำไมถึงเจาะกลุ่มตลาดนิยายเอเชีย</strong></h5>
<p>เพราะกลิ่นนิยายเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น ค่อนข้างถูกจริตกับคนไทย อย่างนิยายญี่ปุ่นนี่ฮิตในหมู่คนอ่านตลอด เพราะนักเขียนญี่ปุ่นเก่งในการสร้างพล็อตและเล่าเรื่อง อีกทั้งคนไทยมีมุมมองที่ดีกับประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก เราโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นจนพาเรามาสู่การอ่านหนังสืออื่นๆ ทำให้เชื่อมโยงได้ง่าย</p>
<p>ทำไมหนังสือที่เคยพิมพ์มาก่อนถึงกลับมาขายดี ยกตัวอย่างเล่มหนึ่งที่เคยทำและชัดเจนมากคือ <em>ความลับ</em> ของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ซึ่งพิมพ์มาสิบกว่าปีแล้ว ในยุคนั้นขายดีมาก เราเองก็มีฉบับเก่า แต่พอสิบปีหลังเราซื้อลิขสิทธิ์มาทำใหม่ ฟีดแบ็กดีมากจนต้องพิมพ์ซ้ำ เราก็จับทางได้แล้วว่า คนไทยค่อนข้างเซนซิทีฟกับพล็อตเรื่องครอบครัวเยอะ ถ้ามันถูกเล่าด้วยประเด็นที่แหลมคมคนอ่านจะชอบ</p>
<p>นิยายญี่ปุ่นหลายเล่มเล่าเรื่องสนุก มีพล็อตที่แข็งแรง น่าสนใจ และไม่เชย ไม่ว่าจะอ่านเมื่อสิบปีที่แล้ว <em>ความลับ</em> ก็ยังไม่เชยเลย ขนาดคุณแสตมป์ อภิวัชร์ เขาก็ชอบมากจนเอามาทวีต เรารู้สึกว่าคนอ่านไม่ว่าเจนฯ ไหนถ้าเขาเชื่อมโยงกับเรื่องราวที่เป็นสากลได้เขาก็จะอ่าน เด็กรุ่นต่อมาก็อ่านต่อได้ เราว่าญี่ปุ่นค่อนข้างเก่งเพราะวัฒนธรรมในการอ่านการเขียนของเขามันแข็งแรงมากๆ จนผลผลิตที่เขาสั่งสมออกมา มันสามารถเก็บกินและใช้ได้ตลอด ของบางอย่างเราขายคนในยุคนี้ได้ ขายคนในยุคต่อไปก็ได้ ญี่ปุ่นเป็นอย่างนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>จุดร่วมของหนังสือ Bibli คืออะไร</strong><span style="display: none;">biblio</span></h5>
<p>พออายุเพิ่มขึ้น เรารู้สึกว่าเราอยากทำหนังสือที่มีคุณค่ากับคนอ่าน อย่าง <em>Last Letter</em> พอเราได้อ่านต้นฉบับ เรารู้สึกเลยว่ามันเป็นหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตคนได้นะ คล้ายๆ ว่ามันสามารถที่จะแก้บั๊กบางอย่างในใจคนอ่านได้เหมือนกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>เหมือนเจอเล่มที่ใช่</strong><span style="display: none;">biblio</span></h5>
<p>ใช่ ซึ่งหนังสือเล่มนั้นอาจไม่ได้มีเรื่องราวตรงกับชีวิตเราไปทั้งหมด แต่เงื่อนไขบางอย่างที่ตัวละครเจอในเรื่องอาจเป็นเงื่อนไขเดียวกับที่ชีวิตคุณเจออยู่ เพราะฉะนั้นเมื่อเราอ่านหนังสือเล่มนี้ ไม่มากก็น้อยหนังสือจะช่วยปลดล็อกบางอย่างได้</p>
<p>เราอยากทำหนังสือที่มันช่วยทลายกำแพงบางอย่างในจิตใจคนอ่านลงไปได้ และก็เป็นหนังสือที่เขาอยากเก็บมันไว้ และเขาอยากพูดถึงมันไปนานๆ อยากเป็นหนังสือที่เขาเก็บไว้บนชั้นหนังสือของเขาไปเรื่อยๆ ว่างก็หยิบมาอ่านอีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101627" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/continue-to-be-copy-1024x630.jpg" alt="" width="1024" height="630" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/continue-to-be-copy-1024x630.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/continue-to-be-copy-300x185.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/continue-to-be-copy-768x473.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/continue-to-be-copy-600x369.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h5><strong>แล้ว Be(ing) ล่ะ ต่างจาก Bibli ยังไง</strong></h5>
<p>ถ้า Bibli คือนิยาย Be(ing) ก็จะเป็นน็อนฟิกชั่น หนังสือในกลุ่ม Be(ing) เป็นหนังสือที่ตอบโจทย์ในเรื่องการนำเสนอความรู้ที่หลากหลาย เพราะโลกในยุคนี้คนเราไม่สามารถรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งได้แล้ว และเราต้องเรียนรู้ความรู้จากหลายๆ ศาสตร์ และเอามาผสมกับแนวคิดของเราในการปรับใช้กับโลกในวันข้างหน้า โดยเฉพาะในยุคนี้ที่โลกข้างหน้ามันอาจไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นการมีความรู้ที่หลากหลายจะช่วยเราได้</p>
<p>หนังสือของ Be(ing) มีทั้งแนวปรัชญาอย่าง<em>วะบิ ซะบิ</em> มีประวัติลีโอนาร์โด ดา วินชี มี <em>Origin Story</em> ที่เป็นแนวเดียวกับ<em> เซเปียนส์</em> พูดถึงการกำเนิดโลกจักรวาล เล่มนี้ดังเพราะเป็น 1 ใน 5 เล่มที่บิล เกตส์ แนะนำให้เป็นหนังสือที่น่าอ่านที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>Be(ing) มีเกณฑ์การเลือกต้นฉบับยังไง</strong></h5>
<p>เราพยายามเลือกหนังสือที่ไม่น่าเบื่อ เช่น<em> Leonardo da Vinci</em>  ของ Walter Isaacson คนเขียน <em>สตีฟ จ็อบส์</em> เพราะในบรรดาประวัติลีโอนาร์โดทั้งหมดทั้งมวล เล่มนี้เล่าชีวประวัติของดาร์วินชีในมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อนหลายเรื่องมาก เขาเล่าสนุก คิดว่าคนยุคนี้จะกลับมาสนใจงานของดาร์วินชีมากขึ้นด้วยจากการอ่านเล่มนี้แน่ๆ หรือกระทั่ง <em>วะบิ ซะบิ</em> เหตุผลที่เราเลือกเหมือน<em> อิคิไก</em>  คือมันเป็นหนังสือปรัชญาแบบญี่ปุ่นในยุคสมัยใหม่ที่ไม่ใช่ปรัชญาเพียวๆ แบบเมื่อก่อนแล้ว แต่มีการเอามาปรับใช้ในการเยียวยาจิตใจเวลาเจอปัญหา<em>วะบิ ซะบิ</em> เล่มนี้จะแตกต่างจาก <em>วะบิ-ซะบิ</em> ของสำนักพิมพ์ openbooks โดยจะเน้นจิตวิทยาพัฒนาตัวเองมากขึ้น จะมาทางเดียวกับ<em> อิคิไก</em> และ <em>คินสึงิ</em> ที่เคยทำมาก่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101629 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-1024x1024.jpg" alt="biblio" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/her-name-is.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h5><strong>นอกจากเนื้อหา มีองค์ประกอบไหนอีกไหมที่คุณให้ความสำคัญ</strong></h5>
<p>หน้าปก ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากและเหนื่อยที่สุด ด้วยเทรนด์คนอ่านในยุคหลังเขาไม่ได้ชอบหนังสือที่เนื้อหาอย่างเดียว แต่ชอบแพ็กเกจที่ดูดี น่าถือ เราก็ต้องศึกษาเทรนด์การออกแบบปกหนังสือว่ามันไปทางไหน ซึ่งเราก็โชคดีที่ว่าได้ร่วมงานกับนักออกแบบเก่งๆ เยอะตั้งแต่อยู่โมโน</p>
<p>สำหรับเรา ปกที่ดีคือปกที่เล่าเรื่องได้ ไม่ใช่สวยแต่ไม่เข้ากับเรื่อง หน้าปกแบบนี้จะทำให้คนอ่านคาดหวังกับเนื้อเรื่องข้างใน อย่างน้อยปกมันควรจะไกด์ความคาดหวังของคนอ่านได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังแทรกความพิเศษอื่นๆ ลงไปในเล่มเพื่อให้คนอ่านรู้สึกพิเศษ อย่างตอนที่เราทำ <em>Last Letter</em> ก็มีโปสต์การ์ดและซองจดหมายด้วย เรารู้สึกว่ามันเป็นความใส่ใจว่าถ้าเราทำหนังสือเกี่ยวกับจดหมาย คนอ่านก็น่าจะได้รับจดหมายจริงๆ จากสำนักพิมพ์ด้วย มันก็เป็นการสื่อสารระหว่างเรากับคนอ่าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101617 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389.jpg" alt="biblio" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6389-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><strong>พอมี 2 สำนักพิมพ์ย่อยที่มีกลุ่มคนอ่านแตกต่างกันชัดเจนแบบนี้ การวางแผนกลยุทธ์ของการโปรโมตต้องยากแน่ๆ</strong></h5>
<p>ท้าทายมาก เพราะยุคนี้ทุกคนขายของเก่ง เราเองถึงจะทำงานมานาน แต่พอโปรโมตแบรนด์หนังสือใหม่ๆ เราก็ต้องใช้เวลากับมันค่อนข้างเยอะ กลยุทธ์ของเรา เรามองว่าเราสร้างภาพจำให้ว่า โอเค ถ้าคุณอ่าน Bibli คุณก็จะได้อ่านเรื่องราวประมาณนี้ โซเชียลมีเดียเราก็มีทุกช่องทางนะ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ หรือเว็บไซต์ออนไลน์สั่งหนังสือของเรา</p>
<p>เรารู้สึกว่าจุดที่ทำให้คนจำเราได้คือปกติแล้วสำนักพิมพ์อื่นๆ จะไม่ค่อยเอาลิสต์ของปีนั้นมาโชว์ อย่างเรา โชว์ตั้งแต่แรกเลย เราโชว์เลยเพราะรู้สึกว่าจะกั๊กไปทำไม ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าจะทำอะไร ตอนเราโปรโมตลิสต์บุ๊ก คนอ่านสนใจมาก ทั้งที่ตอนนั้นเรามีหนังสือออกแค่เล่มเดียว แต่พอโปรโมตไลน์อัพพวกนี้ออกไปกลายเป็นว่ามันเป็นการสร้างแบรนด์ โปรโมตแบรนด์ของเราในระยะสั้นทั้งที่เราไม่มีหนังสือออกเลย แต่ว่ามันเหมือนเป็นพันธะสัญญาเกิดขึ้นว่า ปีนี้คุณจะได้อ่านทุกเล่มที่เห็นในลิสต์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>ข้อดีคือคนจำได้ แล้วมีข้อเสียบ้างไหม</strong></h5>
<p>ไม่มีนะ เพราะคนอ่านยังไงเขาก็อยากรู้อยู่แล้ว เขาหลังไมค์มาตลอด เล่มนี้จะออกเมื่อไหร่ เรารู้สึกว่าเออ เราก็เห็นความสนใจของคนอ่าน มันดีนะ เพราะรู้สึกว่าการที่เขาสนใจเราน่าจะมาถูกทางแล้วล่ะในการที่ลงโปรโมตแต่ละเล่มออกไปก่อน แล้วเราก็ทยอยออกมา</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101641 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353.jpg" alt="biblio" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6353-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101639 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357.jpg" alt="biblio" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6357-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<h5><strong>ระหว่างหนังสือที่ดังมาก ซื้อมาจะขายได้แน่ๆ กับหนังสือที่ดีมากๆ แต่ไม่ค่อยดัง คุณมีแนวโน้มจะซื้อแบบไหนมามากกว่ากัน</strong></h5>
<p>เราไม่สามารถจะทำหนังสือทุกแนวได้ ถึงจะทำหลายสำนักพิมพ์แต่เราก็ต้องรู้ว่าคนอ่านเป็นใคร ตอบโจทย์คนอ่านเราให้ได้ก่อน ด้วยความที่เราเป็นคนอ่านมานาน เรารู้ว่าสำนักพิมพ์ยิปซี สามัญชน ผีเสื้อ หรือเม่นวรรณกรรม เขาทำหนังสือประเภทไหน เสิร์ฟคนอ่านกลุ่มไหน เราเห็น เพราะเราเองก็เป็นลูกค้าเขา ทาร์เก็ตของแต่ละสำนักพิมพ์จะชัดเจนอยู่แล้ว</p>
<p>ถ้าเป็นวรรณกรรมระดับขึ้นหิ้งมากๆ เราก็อาจจะไม่ไปแตะตรงนั้นมาก อาจจะเบาลงมาหน่อย ให้อ่านง่าย ไม่ใช่เพราะเราไม่อยากทำ แต่เรามองว่ามีสำนักพิมพ์อื่นที่ทำได้ดีกว่าเรา เพราะเขามีกลุ่มเป้าหมายของเขาชัดเจนกว่า เราไม่จำเป็นต้องไปแย่งทำ เรารู้สึกว่าเราทำในไลน์ของตัวเองก็มีคนสนใจอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันเป็นข้อดีที่ว่าในเมื่อแต่ละสำนักพิมพ์ทำหนังสือที่หลากหลายไป วงการก็มีหนังสือที่หลากหลาย เพราะยังไงถ้าคุณไปเดินงานหนังสือ คุณก็จะเดินวนไม่หมด ไม่ว่าจะเดินมติชน อมรินทร์ คุณก็วกกลับมาสำนักพิมพ์เล็กๆ อย่างบุ๊คสเคปได้ เพราะฉะนั้นแล้วไม่จำเป็นเลยที่ทุกคนต้องทำหนังสือเหมือนกันเพื่อกลุ่มเดียวกันหมด ใครถนัดสายไหนก็ทำสายนั้นไป มันจะเกิดผลดีกับภาพรวมวงการมากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h5><strong>หลายคนบอกว่าตอนนี้คือช่วงที่วงการหนังสือซบเซา ทำไมถึงเลือกเปิดสำนักพิมพ์ในช่วงเวลาแบบนี้</strong></h5>
<p>การทำสำนักพิมพ์เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์นะ คือการที่เราทำหนังสือแต่ละเล่มออกมา วิธีคิดก็คล้ายๆ ทำหนังเรื่องหนึ่ง มันมีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ตลอด กระทั่งการผิดพลาดก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ส่งต้นฉบับไม่ทัน พิมพ์เข้าโรงพิมพ์ช้า ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เราเชื่อว่าถ้าไปถามบรรณาธิการสำนักพิมพ์ท่านอื่นว่าทำไมเขาถึงเลิกทำกันไม่ได้ ทั้งที่บางช่วงอาจแย่ บางช่วงเขามองว่านอกจากธุรกิจนี้ที่มันไปได้ เขาก็มองอีกทางหนึ่งด้วยว่าการทำหนังสือมันก็สนุกนะ สนุกกับการควบคุม กำหนดทุกๆ อย่าง รายละเอียดทุกๆ อย่างที่จะปรากฏในเล่มนี้ให้คนอ่านได้ มันสนุกในขั้นว่าเราก็อยากลุ้นเหมือนกันว่าคนอ่านจะชอบไหม จะถูกใจไหมนะ หรือถ้ามีอะไรที่เขาไม่ถูกใจ เราจะมาปรับตรงไหนดี ตรงนี้เราว่ามันเป็นเสน่ห์และเป็นความท้าทายของคนทำหนังสือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101640 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473.jpg" alt="biblio" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_6473-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><strong>คุณทำงานหนังสือมาเยอะ อยากรู้ว่าหนังสือที่ดีคืออะไรในความหมายของคุณ</strong></h5>
<p>(นิ่งคิด) อย่างแรกคือคนตั้งใจซื้อไปอ่านจะต้องไม่ผิดหวัง หรือได้อะไรบางอย่างที่เกินความคาดหวังกลับไป เรารู้สึกว่าหนังสือดีหรือไม่ดีอยู่ที่มันทำหน้าที่กับคนอ่านได้มากแค่ไหน เราไม่ได้มองว่า<em> อิคิไก</em> จะมีคุณค่ามากกว่า <em>Last Letter</em></p>
<p>จิตใจคนเรามีหลายมิติ หนังสือบางเล่มก็เหมาะกับจิตใจเราในแต่ละช่วงเวลา บางเวลาเราอาจต้องการเล่มที่หนักหน่วงหรือหนักแน่น เล่มที่ดึงเรากลับมาสู่ความเป็นจริง บางทีเราต้องการเล่มที่ดึงเราออกไปสู่โลกที่สามารถจินตนาการต่อได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็กลับไปจัดการกับความรู้สึกตัวเองที่ค้างคาได้บ้าง</p>
<p>หนังสือดีคือหนังสือที่มอบช่วงเวลาให้เราจัดการกับตัวเองได้ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ดูถูกหนังสือว่าหนังสือประเภทไหน เพราะคนอ่านมีทุกประเภทอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><strong>3 เล่มที่ใช่ของจีระวุฒิ</strong></h3>
<p>ถ้าหนังสือที่ใช่ช่วยปลดล็อกความรู้สึกบางอย่างในใจคนอ่านได้ เราชักอยากรู้แล้วว่าหนังสือเล่มนั้นของจีระวุฒิจะเป็นเล่มไหน เลยเอ่ยปากขอ 3 เล่มกระทบใจที่เขาอยากแนะนำ</p>
<p>นี่คือ 3 เล่มนั้นที่ปลดล็อกบางอย่างในใจของเขา และถ้าลองอ่านดู ไม่แน่ว่ามันอาจทำงานกับคุณได้เหมือนกัน</p>
<p><div id="attachment_101643" style="width: 370px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-101643" class="wp-image-101643 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/howtofix.jpg" alt="" width="360" height="522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/howtofix.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/howtofix-207x300.jpg 207w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><p id="caption-attachment-101643" class="wp-caption-text">readery.co</p></div></p>
<h3><strong>สูญเสียแค่ไหน ก็ไม่เสียศูนย์</strong></h3>
<p><strong>กาย วินช์ เขียน</strong></p>
<p><strong>วรรธนา วงษ์ฉัตร แปล</strong></p>
<p>“เล่มนี้คืองานเก่าของผมตอนยังทำงานอยู่ที่โมโน จัดอยู่ในกลุ่มของเทกซ์บุ๊กอ่านง่าย อ่านแล้วได้รู้ว่าการเยียวยาจิตใจที่แตกสลายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันอย่างมาก บางเรื่องที่คนอื่นอาจมองว่าไม่เป็นไร ความจริงแล้วมันเป็น เช่นเรื่องเลี้ยงหมา แมว วันหนึ่งสัตว์เลี้ยงตาย ใครๆ ก็มองว่าธรรมดา เราไม่มีทางรู้เลยว่าระดับของความบาดเจ็บทางจิตใจของเจ้าของมากเท่าไหร่ และเราไม่สามารถเอาบรรทัดฐานปกติของสังคมไปวัดได้</p>
<p>“หนังสือเล่มนี้บอกวิธีการที่คนใกล้ตัวจะช่วยเยียวยา ประคับประคอง หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้เขาบาดเจ็บมากกว่าเดิม เป็นเล่มที่เราไม่ได้คาดหวังว่าผลตอบรับจะดี แต่ออกมาแล้วเกินคาด เป็นเล่มที่ผมทำแล้วชอบมากที่สุดเล่มหนึ่งเลย”</p>
<p><div id="attachment_101644" style="width: 370px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-101644" class="wp-image-101644 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/ikigai.jpg" alt="" width="360" height="585" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/ikigai.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/ikigai-185x300.jpg 185w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><p id="caption-attachment-101644" class="wp-caption-text">readery.co</p></div></p>
<h3><strong>อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่</strong></h3>
<p><strong>เคน โมงิ เขียน</strong></p>
<p><strong>วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ แปล</strong></p>
<p>“ตอนเราซื้อลิขสิทธิ์เล่มนี้มาทำ เทรนด์ของหนังสือปรัชญาญี่ปุ่นยังไม่มานะ แต่เหมือนเรามองเห็นว่าวิถีชีวิตปกติธรรมดาของคนญี่ปุ่นมีเรื่องน่าสนใจซ่อนอยู่ อาจารย์เคน โมงิ จับประเด็นของปัญหาชีวิตมาเขียนเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาชีวิตคน อ่านแล้วเหมือนมีใครมาจุดเทียนในห้องที่มันมืดๆ เรามั่นใจว่าคนต้องชอบ</p>
<p>“ตอนทำเราใส่ใจกับการเลือกทุกๆ อย่าง เลือกพี่อ๋อง (<a href="https://adaymagazine.com/year-2019-wutthichai/" target="_blank" rel="noopener">วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ</a>) มาเป็นคนแปล เพราะพี่อ๋องเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ตั้งคำถามกับชีวิต ค้นหาชีวิตผ่านงานที่ทำตลอดเวลา ชื่อเล่ม ‘ความหมายของการมีชีวิตอยู่’ ก็เป็นชื่อที่พี่อ๋องตั้งให้ด้วย เลือกน้องใหม่ (มานิตา ส่งเสริม) มาเป็นคนออกแบบปก รวมทั้งการทำหนังสือเล่มเล็กไซส์นี้เท่านั้น ห้ามใหญ่กว่านี้ เพราะปรัชญามันคือ the little book of ikigai</p>
<p>“ตอนวางแผงคนหนุ่มสาวสนใจเยอะมาก บรรยากาศของสังคมตอนนั้นกำลังต้องการหนังสือแบบนี้ เพราะช่วงนั้นทุกคนกำลังอยู่ในสังคมการเมืองที่มันแสดงออกได้ไม่เต็มที่ ผิดหวัง ต้องหาที่ยึดเหนี่ยวใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เล่มนี้คือหนังสือในกลุ่มค้นหาความหมายของตัวเอง มันเลยถูกที่ถูกเวลา”</p>
<p><div id="attachment_101642" style="width: 370px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-101642" class="wp-image-101642 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/hernameis.jpg" alt="" width="360" height="516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/hernameis.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/hernameis-209x300.jpg 209w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><p id="caption-attachment-101642" class="wp-caption-text">readery.co</p></div></p>
<h3><strong>Her Name is ชื่อของเธอคือ&#8230;</strong></h3>
<p><strong>โชนัมจู เขียน</strong></p>
<p><strong>นิภารัตน์ รุ่งรังษี แปล</strong></p>
<p>“ก่อนหน้านี้เราทำหนังสือของ rupi kaur เป็นหนังสือของผู้หญิงที่ไม่หวานแหวว มีเนื้อหาเข้มข้น พูดถึงโครงสร้างทางสังคมกดขี่ผู้หญิงคล้าย <em>H</em><em>er </em><em>N</em><em>ame is </em><em>ชื่อของเธอคือ&#8230;</em> ความต่างก็คือเล่มนี้ฉายภาพปัญหาโครงสร้างทางสังคมที่ผู้หญิงเกาหลีเจอ ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่ารู้จักผู้หญิงเกาหลีมากแค่ไหน ภาพที่เราเห็นส่วนมากมาจากหนัง เพลง แต่ภาพชีวิตของผู้หญิงเกาหลีจริงๆ เป็นยังไง เรารู้หรือเปล่า</p>
<p>“<em>Her Name is ชื่อของเธอคือ&#8230;</em> สะท้อนเสียงของผู้หญิงเกาหลีหลากหลายวัย และมีแบ็กกราวนด์เป็นเรื่องการเมือง การประท้วงประธานาธิบดีเกาหลีที่โดนถอดถอน โครงสร้างทางสังคมแบบชายเป็นใหญ่ แต่ไม่ใช่เป็นหนังสือที่บอกว่าผู้ชายเลว แต่มันชวนให้สะท้อนคิดว่าเสียงของผู้หญิงดังไปถึงสังคมวงกว้างหรือเปล่า หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่พาเสียงเหล่านั้นออกมา</p>
<p>&#8220;หลายอย่างรีเลตกับสังคมไทยมาก พออ่านจบ มันทำให้เรากลับมามองแม่เราเองเลยว่า หรือแม่ก็เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน มันเป็นหนังสือที่ถ้าเป็นผู้หญิงอ่านจะอินมากๆ แต่ถ้าเป็นผู้ชายอ่าน จะโอเค ฉันอยากฟังเธอพูด&#8221;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/biblio/">Biblio คนทำหนังสือที่เชื่อว่า &#8216;เล่มที่ใช่&#8217; ช่วยปลดล็อกความรู้สึกบางอย่างในใจคนอ่านได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Window Magazine นิตยสาร &#8216;บ้านศิลปิน&#8217; ที่ทำแบบบ้านๆ โดยคนที่ความรู้เรื่องการทำนิตยสารเป็นศูนย์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/window-magazine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2020 05:38:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสาร]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[window gallery and cafe]]></category>
		<category><![CDATA[Window Magazine]]></category>
		<category><![CDATA[วินโดว แม็กกาซีน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็กซ์ กึกก้อง ถิรธํารงเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[มิ่ง วสุธรา นาราคาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=96274</guid>

					<description><![CDATA[<p>แวบแรกที่ค่อยๆ เปิด Window Magazine ใจเราก็เต้นตึกตัก อาจเพราะนิตยสารเล่มหนา 300 หน้านี้ว่าด้วยเรื่องเดียว คือการไปนั่งคุยกับศิลปิน 13 คนถึงบ้าน จนทุกครั้งที่ได้พลิกหน้ากระดาษเพื่อเริ่มบทสนทนาในบ้านหลังใหม่ ใจเราก็เต้นเป็นจังหวะ แถมยังเป็นจังหวะไม่เหมือนกันเสียด้วย บทสนทนาในบ้านสีสันอบอุ่นของครอบครัวป่าน Juli Baker and Summer ทำให้ใจเราเต้นรัวตามจังหวะเพลงของ The Beatles ใจสั่นเป็นจังหวะแบบเพลงประกอบหนังบอลลีวูดเมื่อเห็นบ้านที่เก็บสิ่งละอันพันละน้อยจากอินเดียของ พัทริกา ลิปตพัลลภ ก่อนจะค่อยๆ เต้นเป็นจังหวะเรียบและหนักแน่น หลังอ่านบทสนทนาในบ้านของศิลปินผู้ผ่านโลกมาโชกโชนอย่างชาติชาย ปุยเปีย&#160; แต่ที่ทำให้เราตื่นเต้นกว่า คือเรื่องที่ว่าเจ้าของไอเดีย Window Magazine คือชาย-หญิงผู้มีความรู้เรื่องการทำนิตยสารเป็นศูนย์ “ออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่มืออาชีพ เพราะฉะนั้นในเล่มแรกก็อาจมีความไม่สมบูรณ์อยู่เยอะเหมือนกัน” เอ็กซ์–กึกก้อง ถิรธํารงเกียรติ สถาปนิกหนุ่มรีบบอกตั้งแต่เรากดเครื่องอัดเสียง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะและคำยืนยันของ มิ่ง–วสุธรา นาราคาม ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น ในเวลางาน เอ็กซ์เป็นสถาปนิกฟรีแลนซ์ ส่วนมิ่งเป็นพนักงานบริษัทประกันภัย แต่เวลาอยู่บ้าน พวกเขาคือคนที่มีใจรักในบ้าน ศิลปะ และการถ่ายภาพเป็นที่สุด ถึงขั้นที่เอ็กซ์มีโฟโต้บุ๊กออกมาแล้วหลายเล่ม มีงานแสดงภาพถ่าย และทั้งสองยังร่วมกันเปิด Window gallery [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/window-magazine/">Window Magazine นิตยสาร &#8216;บ้านศิลปิน&#8217; ที่ทำแบบบ้านๆ โดยคนที่ความรู้เรื่องการทำนิตยสารเป็นศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">แวบแรกที่ค่อยๆ เปิด <em>Window Magazine</em> ใจเราก็เต้นตึกตัก</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2.jpg" alt="Window Magazine" class="wp-image-96294" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/11-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะนิตยสารเล่มหนา 300 หน้านี้ว่าด้วยเรื่องเดียว คือการไปนั่งคุยกับศิลปิน 13 คนถึงบ้าน จนทุกครั้งที่ได้พลิกหน้ากระดาษเพื่อเริ่มบทสนทนาในบ้านหลังใหม่ ใจเราก็เต้นเป็นจังหวะ แถมยังเป็นจังหวะไม่เหมือนกันเสียด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาในบ้านสีสันอบอุ่นของครอบครัว<a href="https://adaymagazine.com/port-10/" target="_blank" rel="noopener">ป่าน Juli Baker and Summer</a> ทำให้ใจเราเต้นรัวตามจังหวะเพลงของ The Beatles ใจสั่นเป็นจังหวะแบบเพลงประกอบหนังบอลลีวูดเมื่อเห็นบ้านที่เก็บสิ่งละอันพันละน้อยจากอินเดียของ พัทริกา ลิปตพัลลภ ก่อนจะค่อยๆ เต้นเป็นจังหวะเรียบและหนักแน่น หลังอ่านบทสนทนาในบ้านของศิลปินผู้ผ่านโลกมาโชกโชนอย่างชาติชาย ปุยเปีย&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่ทำให้เราตื่นเต้นกว่า คือเรื่องที่ว่าเจ้าของไอเดีย <em>Window Magazine</em> คือชาย-หญิงผู้มีความรู้เรื่องการทำนิตยสารเป็นศูนย์</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2.jpg" alt="Window Magazine" class="wp-image-96295" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/21-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่มืออาชีพ เพราะฉะนั้นในเล่มแรกก็อาจมีความไม่สมบูรณ์อยู่เยอะเหมือนกัน” </span><b>เอ็กซ์–กึกก้อง ถิรธํารงเกียรติ</b><span style="font-weight: 400;"> สถาปนิกหนุ่มรีบบอกตั้งแต่เรากดเครื่องอัดเสียง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะและคำยืนยันของ </span><b>มิ่ง–วสุธรา นาราคาม </b><span style="font-weight: 400;">ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลางาน เอ็กซ์เป็นสถาปนิกฟรีแลนซ์ ส่วนมิ่งเป็นพนักงานบริษัทประกันภัย แต่เวลาอยู่บ้าน พวกเขาคือคนที่มีใจรักในบ้าน ศิลปะ และการถ่ายภาพเป็นที่สุด ถึงขั้นที่เอ็กซ์มีโฟโต้บุ๊กออกมาแล้วหลายเล่ม มีงานแสดงภาพถ่าย และทั้งสองยังร่วมกันเปิด <a href="https://www.facebook.com/windowgalleryandcafe/" target="_blank" rel="noopener">Window gallery and cafe</a> แกลเลอรีภาพถ่ายเล็กๆ ย่านอินทามระด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เร็วๆ นี้ หลังจากตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ความหลงใหลของพวกเขาก็แปรสภาพเป็น <em>Window Magazine</em> ที่ทั้งคู่ลองผิดลองถูกในทุกขั้นตอนจนออกมาเป็นอย่างที่เห็น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5.jpg" alt="" class="wp-image-96297" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5.jpg" alt="" class="wp-image-96306" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/6-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">แม้เอ็กซ์จะออกตัวว่าพวกเขาไม่ใช่มืออาชีพและทำนิตยสารกันแบบบ้านๆ แต่ในฐานะคนที่ได้ไปเยือนบ้านหลังแล้วหลังเล่า และนั่งฟังบทสนทนากับศิลปินแบบง่ายๆ ผ่านนิตยสารเราพบว่ามันเป็นการเดินทางแสนรื่นรมย์ที่ชวนให้เราอยากรู้ที่มา</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และบทสนทนาง่ายๆ ในแบบที่พวกเขาชื่นชอบและเราชื่นชมต่อไปนี้ คือเรื่องราวก่อนหน้าของหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวที่ทำให้ใจเราตื่นเต้นไม่แพ้ตอนที่ได้เปิดแม็กกาซีนของเอ็กซ์และมิ่งครั้งแรกเลย</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมสถาปนิกและพนักงานบริษัทประกันถึงอยากมีแม็กกาซีนเป็นของตัวเอง</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ย้อนไปประมาณ 2 ปีที่แล้วเราได้รีโนเวตบ้านเพื่อนและบ้านของมิ่ง ซึ่งพอมันเป็นบ้านจัดสรรเราก็พยายามทำให้มีดีไซน์แต่ว่าลดบทบาทของสถาปัตยกรรมลงแต่ยังมีฟีลลิ่ง มีความรู้สึกบางอย่าง ช่วงนี้เองที่ความชอบในงานสถาปัตยกรรมเราเริ่มเปลี่ยนไป เราเริ่มไม่ได้ชอบงานที่เนี้ยบ กริบ เหมือนในแม็กกาซีน แต่ไปสนใจบ้านที่ดูมีชีวิต พอเริ่มสนใจ เราก็เริ่มดูหนังสือเมืองนอกที่ไปถ่ายบ้านศิลปิน บ้านคน เช่น <em>Apartamento</em> และ<em> The Selby</em> ซึ่งเรารู้สึกว่าเมืองไทยยังไม่มีหนังสือประเภทนี้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">บังเอิญว่าเราได้เจอเมฆ (ปวรพล รุ่งรจนา–คอนเทนต์ครีเอเตอร์เพจ Echo) เมฆเป็นลูกค้าไม่กี่คนที่มากินกาแฟที่ร้านของเราบ่อยๆ (หัวเราะ) พอรู้ว่าเมฆเป็นนักเขียน สัมภาษณ์ได้ ส่วนเราก็ถ่ายรูปได้ เราก็เลยลองทำกัน บ้านแรกคือบ้านของน้องป่าน จูลี่</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ก่อนหน้าที่จะเริ่มทำบ้านให้เพื่อนๆ คุณสนใจงานสถาปัตยกรรมแบบไหน</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราว่าทุกอย่างมันค่อยๆ ซึมไปนะ สมัยเราเรียน ทำทีสิส หรือจบใหม่ๆ งานก็จะมีความเป็นเต็ก (architect) ประมาณหนึ่ง แต่พอเราทำงาน ผ่านชีวิต โตขึ้น เห็นอะไรมากขึ้น เข้าใจสเปซมากขึ้น เราก็ค่อยๆ ชอบอะไรที่ไม่แข็งมาก ดูมีชีวิตมากขึ้น แล้วของพวกนี้ก็เริ่มซึมเข้ามาในชีวิต ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่างานเต็กไม่ดีนะ มันก็เหมาะกับคนบางคน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4.jpg" alt="" class="wp-image-96299" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">งานแบบเต็กที่พูดถึงคืองานแบบไหน</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ความเป็นเต็กที่ว่าอาจจะใช้คำว่าสถาปัตยกรรมมีความโดดเด่น เป็นพระเอกของเรื่อง ซึ่งมันก็เป็นงานดีไซน์ที่ดีนะ เราเองเคยชอบงานแบบนี้ แต่พอโตขึ้นเรารู้สึกว่าสถาปัตยกรรมเป็นแค่ส่วนหนึ่ง บางทีมันเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อม ต้นไม้ต้นเดียวก็ทำให้สเปซเปลี่ยนได้ หรือแสงแดด ลม ฝน สิ่งที่มันมีชีวิตชีวามากกว่าที่จะให้สถาปัตยกรรมดูเด่นอย่างเดียว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">บ้านที่สวยมาก เต็กมาก เนี้ยบมากมีที่ทางในหนังสืออีกแบบอยู่แล้วและเรานำเสนอสู้เขาไม่ได้ เรามาทางที่เราถนัดดีกว่าคือบ้านที่ดูมีชีวิตชีวา เรารู้สึกว่าประเทศไทยยังไม่ค่อยมีแม็กกาซีนหรือหนังสือที่แนะนำตัวอย่างงานแบบนี้ก็เลยอยากลองทำเอง</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงเลือกไปบ้านศิลปิน</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราสนใจสเปซที่เจ้าของสเปซเป็นคนดีไซน์เอง มีความเป็นตัวเอง ฉันไม่ต้องให้ดีไซเนอร์ทำ เราเลยเลือกพูดถึงบ้านของศิลปิน จะว่าไปก็เหมือนทางลัด เพราะหนึ่ง ศิลปินเขามีความเป็นตัวของตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการทำอะไร สอง คือในเชิงความงาม ด้วยความที่เขาเป็นศิลปิน ดีไซเนอร์ เขาสามารถครีเอตได้ดี ส่วนบ้านคนทั่วไปไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจนะ แต่พอจะทำเป็นเล่มเรารู้สึกว่ามันกว้างมากเราก็เลยสโคปลงมาที่บ้านศิลปินก่อน</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ศิลปินในเล่มมีตั้งแต่รุ่นเล็กไปถึงรุ่นใหญ่อย่างชาติชาย ปุยเปีย คุณมีเกณฑ์ในการเลือกยังไง</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ส่วนใหญ่ก็เป็นคนรู้จัก คนใกล้ตัวของน้องๆ นักเขียน นอกจากเมฆ เราก็มีย้วย (นภศร ศรีวิลาส) กับนิ่ม (ณัฐนิช ชัยดี)</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นนักเขียนมาช่วยสัมภาษณ์และแนะนำศิลปินด้วยเพราะเรากับมิ่งไม่รู้จักใครเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มิ่ง : น้องๆ นักเขียนนี่แหละที่เขามีคอนเนกชั่น เคยไปสัมภาษณ์คนนู้นคนนี้ เขาก็มาเสนอว่าคนนั้นคนนี้ดีไหม งานเขาดีนะ บ้านเขาก็น่าสนใจ&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : แต่ช่วงหลังๆ เราต้องหาเองเหมือนกันนะ เรามีวิธีคิดว่าศิลปิน ดีไซเนอร์ก็ต้องดีไซน์บ้านของตัวเองอยู่แล้วประมาณหนึ่ง บางทีเขาอาจมีอาร์ตเวิร์กดีๆ หรือเวลาซื้อโซฟาก็ไม่ได้ซื้อตัวไหนก็ได้ที่ลดราคาแต่เลือกตัวที่ชอบ บางทีเราก็เชื่อใจเขา</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4.jpg" alt="" class="wp-image-96304" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4.jpg" alt="" class="wp-image-96305" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/7-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แปลว่ามีบางคนที่คุณก็ไม่เคยเห็นบ้านของเขามาก่อน</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ ​: มี อย่างพี่แพท (พัทริกา ลิปตพัลลภ) มิ่งอ่านหนังสือของพี่แพทแล้วชอบมาก พวกเราเลยติดต่อไป คิดแค่ว่าเขาไปอินเดียมา 30 กว่าครั้งบ้านเขาคงไม่ออกแนวญี่ปุ่น (หัวเราะ) แต่ถามว่ารีเสิร์ชไหม เราก็ไปเสิร์ชอินสตาแกรมเขาบ้างแต่ก็ไม่ได้เห็นบ้านเขาร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออย่างบ้านพี่โจ้ (เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล) เราก็ไม่เคยเห็น แต่เราก็เชื่อว่าบ้านเขาจะต้องมีอะไร</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มันก็มีนะคนที่เราอยากสัมภาษณ์แล้วเขาบอกว่าถ่ายแค่สตูดิโอได้ไหมซึ่งเราก็ต้องบอกว่าไม่ได้เพราะศิลปินเขาลงสื่อมาเยอะแล้ว ถ่ายสตูดิโอสวยๆ มาหมดแล้ว ดังนั้นคอนเซปต์ของเราซึ่งเป็นข้อดีของเราด้วยคือเราได้ไปบ้านเขา ซึ่งบางคนสตูดิโอสวยมากเราก็โคตรเสียดาย บางทีก็แอบถามว่าพี่มีนอนที่นี่บ้างหรือเปล่าอะ (หัวเราะ)</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เหมือนสมมติฐานคือถ้าศิลปินน่าสนใจ บ้านเขาก็น่าจะสะท้อนตัวตนเขาที่น่าสนใจด้วย</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ใช่และไม่ต้องสวยขนาดนั้นก็ได้เพราะเราไม่ใช่หนังสือบ้านสวยอยู่แล้ว</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เท่าที่อ่านมา สิ่งที่คุยในบทสัมภาษณ์ของ <em>Window Magazine</em> มีตั้งแต่เรื่องตัวเขา ผลงาน บ้าน หรือเรื่องอื่นๆ เยอะแยะ ตอนบรีฟนักเขียนคุณบรีฟว่ายังไง</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">มิ่ง : พูดง่ายๆ คือเราพูดเรื่องที่เป็นตัวเขา เป็นความสัมพันธ์กับบ้าน&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราคิดว่าศิลปินแต่ละคนมีชื่อเสียงอยู่แล้ว สื่อต่างๆ ที่เคยสัมภาษณ์เขาก็สัมภาษณ์ไว้ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราลองมาคุยเรื่องง่ายๆ สบายๆ ดีกว่า เหมือนเราไปบ้านเพื่อน คุยกับเพื่อน เราอาจไม่ได้ไปเจาะเรื่องงานเยอะ ไม่ได้พูดถึงงานหรือแนวคิดอะไรมากมาย มันอาจเหมือนคุยเรื่อยเปื่อยแต่เราพยายามรู้จักเขาให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เราพยายามบาลานซ์เรื่องบ้านและตัวเขาด้วย คือถ้าบ้านน่าสนใจเยอะเราก็อาจจะเสนอเรื่องบ้านเยอะหน่อย บางคนบ้านอาจไม่ได้มีอะไรมากนะแต่เขาเป็นคนที่เราสนใจแนวคิดจริงๆ เราก็เน้นตัวเขา แค่ให้เห็นว่าเขาอยู่ยังไง นอนยังไงก็โอเคแล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเรื่องบรีฟ เราอยากให้หนังสือมันมีความหลากหลายเลยไม่ได้กำหนดว่าน้องๆ จะต้องสัมภาษณ์อะไร จริงๆ คนเหล่านี้ที่เราเลือกมาเขามีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองสูง เขาน่าสนใจอยู่แล้ว เราไม่ต้องเอากรอบอะไรไปใส่ คนนี้ชอบเรื่องนี้ คนนั้นกำลังสนใจเรื่องนี้ บ้านเป็นอย่างนี้เดี๋ยวมันจะสะท้อนออกมาเอง มันสนุกด้วยเพราะเราไม่รู้เลยว่าเราจะไปเจออะไร</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="449" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/IiI_S01_Tuk-3-1-1-e1587794013425.jpg" alt="" class="wp-image-96324"/></figure></div>



<div class="wp-block-image wp-image-96323 size-full"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/IiI_S01_Eiji-2-e1587793996379.jpg" alt="" class="wp-image-96323"/><figcaption>photo courtesy of Window Magazine</figcaption></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เราได้ยินคุณพูดถึงหนังสือภาพสถาปัตยกรรมแบบเนี้ยบๆ เลยรู้สึกว่าภาพใน <em>Window Magazine</em> ตรงกันข้ามกับหนังสือแบบนั้นเลย ตั้งใจหรือเปล่า</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราอยากนำเสนอภาพถ่ายให้เป็นธรรมชาติที่สุด เราคิดว่าถ้าภาพถ่ายสมบูรณ์มันให้อารมณ์เหมือนเรากำลังนั่งดูภาพถ่ายอยู่ สมมติเราเห็นภาพวิว ภาพเมือง ภาพตึกสวยๆ เราจะรู้สึกว่าเรากำลังดูภาพถ่าย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราพยายามจะถ่ายภาพให้มีความไม่สมบูรณ์ ลบกฎเกณฑ์ภาพถ่ายออกแล้วใช้อารมณ์นำเขาจะดูก้อนความรู้สึกมากกว่าที่เขาจะดูภาพ คนจะรู้สึกกับมันมากกว่า สิ่งนี้เป็นคอนเซปต์ที่เราแอบคิดไว้ในใจ</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หมายถึงไม่ได้ยึดกฎเกณฑ์ของภาพถ่ายที่สวยใช่ไหม</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ใช่ๆ คือถ่ายยังไงก็ได้ให้ได้ฟีลลิ่ง เราเห็นความรกเราต้องถ่ายให้มันรู้สึกรกไม่ได้ถ่ายให้มันเป็นภาพที่สวย&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มิ่ง : หรือถ้ามันมีระเบียบอยู่แล้วก็ถ่ายให้มันมีระเบียบ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราไม่ได้มองว่าภาพที่ดีคือภาพที่ชัด เห็นหน้าชัดๆ เราเลือกจากความรู้สึกไม่ได้ใช้เกณฑ์ความชัด ไม่ชัด มืด ไม่มืด สมมติว่าเราถ่ายภาพมุมนี้มาหลายช็อตมาก เราก็เลือกอันที่ให้ความรู้สึกตรงกับความรู้สึกของเราที่ยืนอยู่ตรงนั้นมากที่สุดโดยไม่ได้แคร์ว่ามันชัดไม่ชัดยังไง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="439" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/IiI_S01_Soombun-e1587793794366.jpg" alt="" class="wp-image-96318"/></figure></div>



<div class="wp-block-image size-full wp-image-96319"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="439" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2019-08-25-0001-e1587793800968.jpg" alt="" class="wp-image-96319"/><figcaption>photo courtesy of Window Magazine</figcaption></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างพี่แกละ (สมบุญ กริ่งไกร) ที่เป็นนักจัดดอกไม้ บ้านเขามีของเยอะแล้วห้องก็จะมืดๆ แกบอกว่าแกชอบอยู่อย่างนี้เลยเพราะฉะนั้นนอกจากเราจะถ่ายภาพให้คนเห็นว่าห้องเป็นยังไง เราก็อยากให้คนเห็นด้วยว่าเขาอยู่ในห้องยังไง มันมืดยังไง ของเยอะยังไง อาจจะลดความสวยลงแต่ใช้เรื่องความรู้สึกให้มากที่สุด</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เรามองว่าเราได้ไปบุกบ้านเขาเราก็ถ่ายทอดมันออกมา ยังไงทั้งหมดคือเราอยู่ในโลกของเขาแล้วเพราะฉะนั้นทุกอย่างมันเล่าเรื่องหมด ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม ม่าน โต๊ะ เก้าอี้ที่เขาใช้ พวกนี้มีความหมายในตัว</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเป็นสถาปนิก ทำงานที่ต้องเจอกับคนเยอะ ได้รู้แนวคิด ความต้องการของคน มันต่างจากตอนไปบ้านศิลปินไหม</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ต่างกันมากเลย ถ้าเป็นงานสถาปนิกปัญหาที่เจอบ่อยๆ คือบางทีเจ้าของบ้านก็ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อาจมีเรฟเฟอเรนซ์บ้างว่าชอบแบบนี้ สไตล์นี้ กลายเป็นเราต้องหาเหตุผลในการออกแบบมาให้เขาแทน แต่ศิลปินเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร บ้านจึงเป็นบ้านของเขาจริงๆ ไม่สามารถมีบ้านแบบนี้หลังที่สองได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มิ่ง : การทำหนังสือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก คือเรากับพี่เอ็กซ์ก็ไม่ค่อยรู้จักใครอยู่แล้วยิ่งศิลปินด้วย แต่นี่เราได้เข้าไปในบ้านเขา ได้ไปรู้จัก ไม่ได้ถามเรื่องงานจริงจังตลอด ได้ไปรู้ว่าเขาคิดยังไง ชีวิตส่วนตัว บางทีเขาก็เล่าให้เราฟัง</span></p>



<div class="wp-block-image wp-image-96325 size-full"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/93231208_127718165505056_1643995833164627968_o-1-e1587794057582.jpg" alt="" class="wp-image-96325"/><figcaption>photo courtesy of Window Magazine</figcaption></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : หลายอย่างก็โคตรมีประโยชน์กับชีวิตเราเลย อย่างเราคุยเรื่องความสำเร็จกับพี่ชาติชาย ปุยเปีย เขาเล่าว่าเขาเป็นคนชอบอยู่ตามขอบๆ มากกว่าจะอยู่ในจุดศูนย์กลางของโลก ของสังคม เดี๋ยวเราอ่านจากในเล่มให้ฟัง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">คำถามของเราคือ “แล้วถ้ามีคนทักว่ามัวแต่อยู่ตามขอบของสิ่งที่ทำ เราจะไปถึงจุดสุดยอดของสิ่งนั้นได้ยังไง”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่แกตอบคือ “แล้วทำไมความหมายนั้นต้องสำคัญที่สุดด้วยล่ะ ผมคิดว่าโลกที่เป็นมา ไม่ใช่เพราะสิ่งนั้นเหรอที่สร้างสังคมที่ไม่ค่อยงดงามสักเท่าไหร่ เมื่อคุณโดดเด่นสำเร็จ ในโครงสร้างแบบนั้นจะมีคนที่สำเร็จน้อยกว่าและน้อยกว่าจนไม่สำเร็จ จนล้มเหลว แล้วคุณจะอยู่บนยอดของหลักหินที่จารึกชื่อคุณและคนที่รองลงมาจนกระทั่งเป็นปุ๋ยเป็นดินที่ทับถมใต้ชื่อคุณ และนั่นคือภาพที่คุณอยากจะมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์การดำรงอยู่ของมนุษย์เหรอ”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นแนวคิดที่เราไม่ได้คาดคิด ดังนั้นการทำหนังสือจึงไม่ใช่แค่เรื่องหนังสือ แต่มันคือเรื่องชีวิต ปรัชญา หรือแม้กระทั่งพี่แพทเองซึ่งเป็นนักเขียนและทำหนังสือเอง ขายเอง แกก็ให้กำลังใจว่าเล่มแรกต้องตั้งใจทำให้สุด ให้เราไม่มีคำถาม เรื่องที่แฝงอยู่ระหว่างทางเหล่านี้มันมีค่ามาก ถ้าเราไม่เริ่มทำจะไม่มีทางได้ไปสัมผัสสิ่งเหล่านี้</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ที่ว่าการทำนิตยสารเล่มนี้เป็นเรื่องชีวิตหมายถึงอะไร</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : ตอนนี้ที่หนังสือออกมาแล้วก็ถือว่าเรายังต้องเรียนรู้นะเพราะเราก็ยังมีข้อผิดพลาด แต่เราไม่ได้มองมันเป็นปัญหามาก คิดว่าเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เราเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าจะเจอเรื่องที่เราไม่รู้ เจอความผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือชีวิตเองเราเลี่ยงไม่ได้หรอก ถ้าเกิดว่าเราพยายามจะเข้าใจมันเราก็จะไม่ทรมานกับมันมากแต่จะข้ามมันไปแล้วเริ่มใหม่ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้ทำ มันจะมีเงื่อนไขเยอะ หนังสือเล่มนี้อาจออกช้าไปอีก 6 เดือน ซึ่งมันก็ได้นะ ออกช้าอีก 6 เดือนได้ ออกช้าอีกปีก็ได้ ดังนั้นข้อผิดพลาดมันไม่ได้สำคัญมาก สิ่งสำคัญคือ <em>Window Magazine</em> เล่มหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2.jpg" alt="" class="wp-image-96314" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/28-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณกล้ามากที่ทำสิ่งพิมพ์ในช่วงที่ใครๆ ก็บอกว่าขายยาก</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราเข้าใจไง พอเราเข้าใจมัน ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ก็โอเค เพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่มีอะไรใหม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราเริ่มด้วยสมการที่เป็นแบบแผนมากๆ อย่าง ในยุคนี้จะขายได้ไหม จะขายได้กี่เล่ม นิตยสารก็คงไม่ได้เกิด แต่เราก็ต้องยอมรับผลลัพธ์ ต้องดีลกับตัวเองก่อนว่าเคสที่แย่ที่สุดจะเป็นยังไง ถ้าเรารับได้ โอเค ก็ทำ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถามว่าเงินที่ใช้เยอะไหม จะตอบว่าเยอะก็ได้ น้อยก็ได้ แต่บางคนก็ใช้นาฬิกาเรือนละ 300 บางคนใช้เรือนละ 200,000 เราไม่ได้บอกว่าเรารวยนะ เราก็เหนื่อยกับมัน แต่เราแค่จัดการความรู้สึกได้ เราไม่ได้คิดว่าเราเอาเงินไปทำหนังสือแล้วต้องมาลุ้นว่าเจ๊งไม่เจ๊ง ขายได้หรือไม่ได้ แต่เราจ่ายเงินให้สิ่งที่เราอยากจะเป็น อยากจะทำ เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าและตอนนี้เราก็ยังรู้สึกอย่างนั้น</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่เริ่มขายมามีฟีดแบ็กอะไรที่ทำให้คุณแฮปปี้ที่สุด</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เรื่องที่เราแฮปปี้มากคือมีคนอ่านบอกว่าอ่านหนังสือเราเสร็จแล้วอยากลุกขึ้นมาแต่งบ้าน มันเป็นความตั้งใจหนึ่งของเราเพราะที่ผ่านมาคนอาจจะคิดว่าการแต่งห้องสวยๆ ต้องจ้างดีไซเนอร์ ต้องใช้เงิน แต่ในเล่มนี้เราก็มีทั้งบ้านที่ดีไซเนอร์ช่วยออกแบบกับบ้านที่แต่งเอง เช่น หน่อไม้ (สุภัทรชัย เชื่อธรรมสอน) ก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่แต่งบ้านเองไม่ได้ใช้อินทีเรียออกแบบ แค่ทำในสิ่งที่ชอบ จัดวาง มีอาร์ตเวิร์กบ้างนิดหน่อย มันก็น่าอยู่ได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สมมติคุณดูสถาปนิกเนี้ยบๆ มากๆ บางทีจะรู้สึกว่า โห บ้านมันเป็นเรื่องไกลตัว บ้านต้องมีตู้เสื้อผ้าบิลด์อิน มีผนังแบบนี้ แต่พอเขามาเห็นสิ่งที่เรานำเสนอเขาอาจจะเห็นว่ามันไม่จำเป็นนะ บางทีมีกรอบรูปนิดหนึ่ง แจกันดอกไม้นิดหนึ่ง เปลี่ยนม่านหน่อย มันก็ดูดี น่าอยู่ ฉันก็สามารถมีห้องแบบนี้ได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องมีเงินเยอะๆ ใช้ดีไซเนอร์เสมอไป</span></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">จำเป็นมั้ยที่คนจะได้รู้จักแม็กกาซีนที่บันทึกบ้านแบบนี้ บทสนทนาแบบนี้</h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เอ็กซ์ : เราไม่อยากใช้คำว่าความจำเป็นนะ มันอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ เราแค่พยายามนำเสนอสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราสนใจและจบที่ตรงนั้น พอหนังสือมันออกไปข้างนอกมันก็เป็นเรื่องของมันแล้วว่าจะไปสื่อสารกับคนยังไง เราไม่คาดหวังว่าหนังสือเราต้องดี ต้องมีคนชอบ หรือไม่มีคนด่าเลย มันเป็นเรื่องที่เราคอนโทรลไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือเราต้องเคลียร์ความรู้สึก ซึ่งเราว่ามันคุ้มค่า</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เราคุยกับมิ่งว่าเราจะทำเล่มที่ 2 กันแน่ๆ ส่วนเล่ม 3 เล่ม 4 จะได้ทำหรือไม่ก็ให้หนังสือมันทำหน้าที่ของมัน ถ้าเกิดไม่ได้ทำต่อก็ไม่เป็นไร มันจบตั้งแต่เราเริ่มแล้ว พอคิดแบบนี้ก็แฮปปี้มากเลย ขายได้หรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2.jpg" alt="Window Magazine" class="wp-image-96313" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/22-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>สั่งซื้อ <em>Window Magazine </em>ได้ที่&nbsp;<a href="http://windowmagazinethailand.com" target="_blank" rel="noopener">windowmagazinethailand.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/window-magazine/">Window Magazine นิตยสาร &#8216;บ้านศิลปิน&#8217; ที่ทำแบบบ้านๆ โดยคนที่ความรู้เรื่องการทำนิตยสารเป็นศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ROUND NOT SQUARE สำนักพิมพ์เดียวในโลกที่ตีพิมพ์หนังสือเป็น ‘ม้วน’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/round-not-square/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Oct 2019 10:59:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมนี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[publishing]]></category>
		<category><![CDATA[Round Not Square]]></category>
		<category><![CDATA[ม้วนหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[scroll]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74489</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระหว่างทำ a day ฉบับ Taipei เราเดินเข้า-ออกร้านหนังสืออิสระนับสิบร้าน และได้หยิบจับหนังสือเกินสิบเล่ม แต่ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่สร้างความประทับใจให้เราได้มากที่สุดเลย ROUND NOT SQUARE เปล่า ไม่ใช่ว่าหนังสือที่เราพบเจอนั้นไม่ดีพอ เพียงแต่ว่าหนังสือที่เราประทับใจที่สุดไม่ได้มาเป็นเล่ม มันมาเป็น ‘ม้วน’ Wilma and Wolf คือหนังสือม้วนที่ว่า เมื่อพลิกดูจึงเห็นว่าจัดพิมพ์โดย ROUND NOT SQUARE สำนักพิมพ์ชื่อเท่จากประเทศเยอรมนี และเมื่อเสิร์ชดูเพิ่มเติมจึงค้นพบว่า สำนักพิมพ์แห่งนี้เป็นสำนักพิมพ์เดียวในโลกที่ตีพิมพ์หนังสือในรูปแบบม้วน (scroll) ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นรูปแบบเก่าแก่ แต่สองผู้ก่อตั้งอย่าง Ioan Brumer และ Antonia Stolz หยิบมาปัดฝุ่นใหม่ให้หน้าตาม้วนหนังสือดูร่วมสมัยมากขึ้น เล่ามาแค่นี้อาจฟังดูง่าย แต่ด้วยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทำงานเป็นที่ปรึกษาและไม่มีประสบการณ์ในการตีพิมพ์หนังสือมาก่อน ขั้นตอนทั้งหมดจึงยากเย็นใช่เล่น พวกเขาใช้เวลาเกือบหนึ่งปีกว่าจะปรับขั้นตอนการผลิตให้ลงตัวและตีพิมพ์ม้วนหนังสือม้วนแรกออกมาได้สำเร็จ โดยในระหว่างนั้นทั้งสองแทบจะกินนอนข้างเครื่องปรินต์ เพื่อเฝ้าดูว่ากระดาษยาวหลายสิบเมตรจะไม่กระตุกและค้างเติ่งจนเสียกระบวน  พอได้รู้เรื่องราวถึงจุดนี้เราก็ตาลุกวาว และลิสต์คำถามยาวเหยียดไม่แพ้ม้วนหนังสือไปให้ทีมงาน เพื่อทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น  เรื่องราวก่อนหน้านั้นเป็นยังไง ทำไมถึงเลือกเปิดตัวใน Kickstarter การพิมพ์ม้วนหนังสือยาว 30 เมตรต้องทำยังไง และพวกเขามองอนาคตของตนเองไว้แบบไหน หนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง Ioan [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/round-not-square/">ROUND NOT SQUARE สำนักพิมพ์เดียวในโลกที่ตีพิมพ์หนังสือเป็น ‘ม้วน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างทำ </span><a href="https://godaypoets.com/product/a-day-227-taipei/"><span style="font-weight: 400;">a day ฉบับ Taipei</span></a><span style="font-weight: 400;"> เราเดินเข้า-ออกร้าน<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD" target="_blank" rel="noopener">หนังสือ</a>อิสระนับสิบร้าน และได้หยิบจับหนังสือเกินสิบเล่ม แต่ไม่มีหนังสือเล่มไหนที่สร้างความประทับใจให้เราได้มากที่สุดเลย <span style="display: none;">ROUND NOT SQUARE</span> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปล่า ไม่ใช่ว่าหนังสือที่เราพบเจอนั้นไม่ดีพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่ว่าหนังสือที่เราประทับใจที่สุดไม่ได้มาเป็นเล่ม มันมาเป็น ‘ม้วน’</span></p>
<p><div id="attachment_76614" style="width: 610px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-76614" class="wp-image-76614" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-1024x1024.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Buchrollen-Wilma-and-Wolf-Innen-Luisa-Stenzel.jpg 1300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><p id="caption-attachment-76614" class="wp-caption-text">round-not-square.com</p></div></p>
<p><em><a href="https://round-not-square.com/produkt/wilma-and-wolf/"><span style="font-weight: 400;">Wilma and Wolf</span></a></em><span style="font-weight: 400;"> คือหนังสือม้วนที่ว่า เมื่อพลิกดูจึงเห็นว่าจัดพิมพ์โดย </span><strong>ROUND NOT SQUARE</strong><span style="font-weight: 400;"> สำนักพิมพ์ชื่อเท่จากประเทศเยอรมนี และเมื่อเสิร์ชดูเพิ่มเติมจึงค้นพบว่า สำนักพิมพ์แห่งนี้เป็นสำนักพิมพ์เดียวในโลกที่ตีพิมพ์หนังสือในรูปแบบม้วน (scroll) ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นรูปแบบเก่าแก่ แต่สองผู้ก่อตั้งอย่าง Ioan Brumer และ Antonia Stolz หยิบมาปัดฝุ่นใหม่ให้หน้าตาม้วนหนังสือดูร่วมสมัยมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76596 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-10.gif" alt="Round Not Square" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เล่ามาแค่นี้อาจฟังดูง่าย แต่ด้วยก่อนหน้านี้ทั้งคู่ทำงานเป็นที่ปรึกษาและไม่มีประสบการณ์ในการตีพิมพ์หนังสือมาก่อน ขั้นตอนทั้งหมดจึงยากเย็นใช่เล่น พวกเขาใช้เวลาเกือบหนึ่งปีกว่าจะปรับขั้นตอนการผลิตให้ลงตัวและตีพิมพ์ม้วนหนังสือม้วนแรกออกมาได้สำเร็จ โดยในระหว่างนั้นทั้งสองแทบจะกินนอนข้างเครื่องปรินต์ เพื่อเฝ้าดูว่ากระดาษยาวหลายสิบเมตรจะไม่กระตุกและค้างเติ่งจนเสียกระบวน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอได้รู้เรื่องราวถึงจุดนี้เราก็ตาลุกวาว และลิสต์คำถามยาวเหยียดไม่แพ้ม้วนหนังสือไปให้ทีมงาน เพื่อทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวก่อนหน้านั้นเป็นยังไง ทำไมถึงเลือกเปิดตัวใน Kickstarter การพิมพ์ม้วนหนังสือยาว 30 เมตรต้องทำยังไง และพวกเขามองอนาคตของตนเองไว้แบบไหน หนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง Ioan ยกมือขอเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76609 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-23.gif" alt="Round Not Square" width="450" height="675" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ใครเป็นคนคิดชื่อ ROUND NOT SQUARE ขึ้นมา ชื่อนี้มีความหมายว่าอะไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แอนโทเนียน่าจะเป็นคนคิดชื่อนี้ ตอนนั้นเรามองหาชื่อที่จะสื่อสารเรื่องความเป็นไปได้ของม้วนหนังสือ แต่ติดตรงที่หลายๆ ชื่อที่เราชอบนั้นถูกสำนักพิมพ์อื่นๆ ใช้ไปแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ROUND NOT SQUARE เล่นกับรูปลักษณ์ของม้วนหนังสือ พร้อมๆ กับที่เล่นกับคำว่า square ซึ่งใช้เรียกคนที่อยู่ในกรอบหรือน่าเบื่อ แน่นอนว่าเรารู้ว่าม้วนหนังสือเป็นฟอร์แมตที่เก่าแก่กว่าหนังสือแบบเย็บเล่มเสียอีก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ถือว่าแปลกใหม่และก้าวหน้ามากๆ สำหรับวงการสำนักพิมพ์ในปัจจุบัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ประสบการณ์แรกของคุณและม้วนหนังสือเป็นยังไง คุณตกหลุมรักม้วนหนังสือได้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทั้งคู่รู้จักว่าม้วนหนังสือเก่าแก่ในประวัติศาสตร์เป็นยังไง ส่วนมากเรารู้เพราะเห็นในพิพิธภัณฑ์ แต่ภาพที่เราเห็นในหัวแตกต่างจากนั้นมาก และเราแทบไม่เชื่อเลยเมื่อลองรีเสิร์ชดูแล้วพบว่ายังไม่มีใครใช้ม้วนหนังสือสำหรับเล่าเรื่องราวใหม่ๆ ของยุคนี้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เราทำม้วนหนังสือม้วนแรกสำเร็จจนได้ด้วยเครื่องปรินต์ขนาดเล็ก เราประทับใจกับความเป็นไปได้อันหลากหลายที่ม้วนหนังสือคลี่ออกมาให้ทั้งศิลปินและผู้อ่านเห็น มันคืออิสระที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันมอบอำนาจในการกำหนดความเร็วในการอ่านและปริมาณเนื้อหาที่อ่านได้ในคราวเดียว นั่นเป็นจุดที่เราตกหลุมรักการเล่าเรื่องด้วยฟอร์แมตนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76588 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-2.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76589 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-3.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ม้วนหนังสือแตกต่างหรือพิเศษกว่าหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ทั่วไปยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าสิ่งที่ทำให้ม้วนหนังสือต่างออกไปคือ มันมอบความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด มันไม่บังคับให้คนอ่านติดอยู่กับการแบ่งหน้ากระดาษแบบเดียว การอ่านกลายเป็นการตัดสินใจของศิลปิน ไม่ว่าเขาหรือเธอจะต้องการให้คนอ่านอ่านจากล่างขึ้นบนหรือบนลงล่าง ขวาไปซ้ายหรือซ้ายไปขวา นอกจากนี้ฟอร์แมตนี้ยังให้อิสระในการใช้รูปภาพใหญ่ยักษ์ การจัดสรรพื้นที่บนหน้ากระดาษ รวมทั้งการเล่าเรื่องอย่างลื่นไหลผ่านทรานสิชั่น การคั่นจังหวะ และการตัดจบ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบ โดยรวมแล้วขั้นตอนการออกแบบและการอ่านม้วนหนังสือแตกต่างจากหนังสือทั่วไปมากทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76600 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-14.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ทำไมคุณถึงตัดสินใจเปิดตัวสำนักพิมพ์ใน Kickstarter</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากทดลองไอเดียกับกลุ่มผู้อ่านในวงกว้างก่อน และเราก็ต้องการเงินสำหรับลงทุนซื้ออุปกรณ์ เครื่องปรินต์ กระดาษ และอื่นๆ crowdfunding เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการรวมสองสิ่งนั้นเข้าด้วยกัน และเราก็ชอบความรู้สึกที่ได้เห็นผู้คนสนใจม้วนหนังสือ บางคนอยู่อะแลสกา บางคนอยู่ญี่ปุ่น มันสุดยอดไปเลยล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราก็ได้ฟีดแบ็กเชิงบวกล้นหลามมากๆ และเป้าหมายทางการเงินของเราก็ทะลุเป้าก่อนที่แคมเปญจะหมดเวลาเสียอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76615 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53.png" alt="" width="2510" height="1250" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53.png 2510w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53-300x149.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53-768x382.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53-1024x510.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Screen-Shot-2562-10-21-at-16.06.53-600x299.png 600w" sizes="(max-width: 2510px) 100vw, 2510px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ช่วยอธิบายขั้นตอนการทำม้วนหนังสือตั้งแต่ต้นจนจบให้หน่อยได้ไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างเริ่มจากองค์ประกอบทางกราฟิกและเลย์เอาต์ซึ่งค่อนข้างท้าทายเพราะคุณไม่มี reference ให้ดู และไม่มีการแบ่งหน้ากระดาษซึ่งปกติแล้วจะเป็นโครงร่างในการออกแบบหนังสือ ในขั้นตอนนี้เราจะให้ข้อมูลกับศิลปินว่าเราชอบจังหวะการเล่าเรื่องแบบไหน และเพราะโรงพิมพ์อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับออฟฟิศของเราที่เบอร์ลิน เราสามารถทำม็อกอัพให้ศิลปินดูได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ เพื่อประเมินว่าการเล่าเรื่องแบบนั้นๆ ใช้ได้หรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเลย์เอาต์และการออกแบบม้วนหนังสือเสร็จสิ้น เราจะทำหน้าปก 2-4 แบบและประกอบมันเข้ากับม็อกอัพ จากนั้นเราจะนำม็อกอัพเหล่านั้นไปพูดคุยกับนักเขียน กับร้านหนังสือในเยอรมนีที่ขายม้วนหนังสือของเราอยู่ รวมทั้งกับนักอ่านที่เป็นลูกค้าประจำ เพื่อทำความเข้าใจว่าหน้าปกแบบไหนเวิร์กที่สุด เมื่อสรุปได้แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์ ซึ่งเราพิมพ์กันเองและพิมพ์จำนวนจำกัด ดังนั้นการพิมพ์จึงไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวจบเหมือนหลายๆ สำนักพิมพ์ แต่เราค่อยๆ พิมพ์เรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่งแปลว่าบางทีเราก็ปรับอะไรนิดๆ หน่อยๆ สำหรับการพิมพ์แต่ละครั้งหากเราเห็นว่าจำเป็น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นการปรับเปลี่ยนที่หน้าปกและการเข้าเล่ม </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76591 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-5.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76595 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-9.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<h4><b>คุณต้องใช้เครื่องปรินต์พิเศษสำหรับพิมพ์ม้วนหนังสือหรือเปล่า เครื่องปรินต์นี้เป็นยังไง </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องปรินต์ที่เราใช้คือเครื่องปรินต์สำหรับงานทัศนศิลป์ ซึ่งมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่สามารถตั้งค่าได้ละเอียดมาก มันจึงสามารถปรินต์กระดาษแผ่นยาวได้โดยไม่ต้องหยุดพัก แปลว่ามันสามารถปรินต์รูปยาว 50 เมตรได้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่มีเส้นสีขาวคั่น และพวกเราลงทุนเยอะกับการทำให้ขั้นตอนทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ เครื่องปรินต์นี้จึงสามารถพิมพ์ต่อเนื่องได้สูงสุด 24 ชั่วโมง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ทำไมขั้นตอนการเย็บเล่มถึงต้องทำด้วยมือ เพราะคุณภาพมันดีกว่าใช่ไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะม้วนหนังสือทุกม้วนถูกเย็บด้วยมือ มันจึงเต็มไปด้วยความรักและความใส่ใจ แต่จริงๆ การเย็บด้วยมือก็เป็นเพราะเครื่องเย็บหนังสือทั่วไปไม่ได้ถูกสร้างมาให้เย็บม้วนหนังสือ และตอนนี้พวกเราคือสำนักพิมพ์เดียว (เท่าที่เรารู้) ที่ทำม้วนหนังสือแบบสมัยใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76593 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-7.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76597 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-11.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<h4><b>คุณคิดค้นปกม้วนหนังสือแบบนี้ได้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากได้หน้าปกที่ทั้งโมเดิร์นและลงตัวกับการเปิดม้วนหนังสืออ่าน ม้วนหนังสือโบราณส่วนใหญ่มักจะม้วนรอบแท่งไม้หรืออะไรสักอย่าง เราอยากทำให้รูปลักษณ์ของม้วนหนังสือเรียบง่ายที่สุด และอยากเอาตัวออกห่างจากม้วนหนังสือแบบโบราณ เราจึงเอาแกนที่เป็นแท่งไม้ออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีอะไรบางอย่างให้ม้วนหนังสือม้วนกลับเข้าไปได้ เราจึงคิดค้นปกม้วนหนังสือที่ตอบโจทย์ทั้งสองข้อนี้ แล้วก็ปิดมันด้วยแม่เหล็กที่ฝังอยู่ข้างในปก แทนที่จะใช้สายรัดหรือการปิดแบบอื่นๆ ที่จะเห็นชัดเจนภายนอก ตามที่เราอยากให้มันดูเรียบง่ายและมีพื้นผิวด้านนอกเรียบไปเลยเพื่อที่จะหลีกทางให้แบบปกโดดเด่นขึ้นมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>จากขั้นตอนการผลิตทั้งหมด คุณชื่นชอบขั้นตอนไหนมากที่สุด และคุณคิดว่าขั้นตอนไหนยากที่สุด</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนการผลิตม็อกอัพครั้งแรกเป็นขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นที่สุดแน่ๆ เพราะได้เห็นงานที่เราทำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา อีกขั้นตอนที่เราชอบมากๆ คือการเลือกแบบปกและวัสดุสำหรับทำปก ส่วนขั้นตอนที่ลำบากที่สุดก็แน่นอนว่าต้องเป็นการเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่จากกระดาษเปล่าๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76599 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-13.gif" alt="Round Not Square" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ม้วนหนังสือไหนคือม้วนแรกที่คุณทำ คุณรู้สึกยังไงเมื่อได้เห็นและสัมผัสมัน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ม้วนหนังสือม้วนแรกที่เราทำคือ </span><em><a href="https://round-not-square.com/produkt/catching-the-eye-small-2/"><span style="font-weight: 400;">Catching the Eye</span></a></em><span style="font-weight: 400;"> โดย </span><a href="http://www.larryyust.com/"><span style="font-weight: 400;">Larry Yust</span></a><span style="font-weight: 400;"> ถ้ามองแค่ในเชิงการออกแบบ นี่เป็นหนึ่งในม้วนหนังสือที่ทำได้ง่ายที่สุด เพราะมันเป็นแค่การรวบรวม 30 รูปภาพจากกล้องขนาดใหญ่ (large format) ของแลร์รี ผู้เป็นช่างภาพในลอสแอนเจลิส แต่ในการทำม้วนหนังสือม้วนนี้ เราต้องฝ่าฟันขั้นตอนการพิมพ์ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมดสำหรับพวกเรา เราต้องทำงานหนักกว่าจะพิมพ์มันได้ตามต้องการ ตอนที่เราทำมันสำเร็จและได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรกเราภูมิใจมากๆ เลยล่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ได้ยินว่าแลร์รีถึงกับแคนเซิลโปรเจกต์หนังสือที่กำลังจะทำกับสำนักพิมพ์ใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อที่จะมาทำม้วนหนังสือกับคุณแทน คุณทำยังไงให้ช่างภาพชื่อดังอย่างเขาเชื่อมั่นในสำนักพิมพ์ขนาดเล็กที่เพิ่งออกสตาร์ท</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาศัยโชคเยอะมากเลยล่ะ เราเขียนไปหาแลร์รีว่าเราเป็นแฟนตัวยงของเขา ตอนแรกกะว่าเขาคงไม่สนใจหรอก เพราะเขาก็เคยตีพิมพ์หนังสือกับสำนักพิมพ์ชื่อดังอยู่แล้ว แถมยังมีตัวแทนเป็น </span><a href="https://www.lumas.com/"><span style="font-weight: 400;">LUMAS</span></a><span style="font-weight: 400;"> แกลเลอรีศิลปะระดับโลก แต่เขาทึ่งไปกับไอเดียที่เราเสนอมากๆ และเมื่อได้เห็นม้วนหนังสือต้นแบบเขาก็ตอบตกลงเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วมันก็เป็นการจับคู่ที่ลงตัวมาก เพราะฟอร์แมตของม้วนหนังสือช่วยให้เขาได้โชว์ภาพถ่ายขนาดใหญ่ในขนาดจริงด้วยการพิมพ์คุณภาพสูง โดยที่ไม่ต้องพับรูปภาพเหล่านั้นหรือจัดเรียงมันลงในหนังสือไซส์เบิ้ม อีกอย่าง <em>Catching the Eye</em> เป็นคอลเลกชั่นส่วนตัวของเขา นั่นน่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดสินใจตีพิมพ์กับเรา</span></p>
<p><div id="attachment_76616" style="width: 810px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-76616" class="wp-image-76616" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L-1024x448.jpg" alt="ROUND NOT SQUARE " width="800" height="350" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L-1024x448.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L-300x131.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L-768x336.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L-600x262.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/170428_CtE_S_Open_L.jpg 1143w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><p id="caption-attachment-76616" class="wp-caption-text">round-not-square.com</p></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>คุณค้นพบนักเขียนและนักวาดภาพคนอื่นๆ ได้ยังไง และทำให้พวกเขาเชื่อได้ยังไงว่าผลงานของตัวเองเหมาะที่จะตีพิมพ์ในรูปแบบม้วนหนังสือ</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">นักเขียนแต่ละคนก็แตกต่างกันไป นักเขียนบางคนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้โอกาสนี้ในการสร้างสิ่งใหม่และมองหาอิสระทางความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่บางคนก็เป็นนักเขียนที่เคยตีพิมพ์หนังสือมาก่อนแล้ว แต่เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ จากม้วนหนังสือของเราและชอบรูปลักษณ์และสัมผัสแสนพิเศษของม้วนหนังสือ ส่วนคนอื่นๆ ก็อยากจะสร้างงานในฟอร์แมตประมาณนี้อยู่แล้ว แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันทำได้จริงๆ จนกระทั่งมาเจอเรา! แต่ก็มีสิ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน นั่นคือพวกเขาเปิดกว้างมากๆ ที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ และบางครั้งก็เป็นสิ่งบ้าๆ ด้วยซ้ำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>คุณตีพิมพ์เนื้อหาทั้งฟิกชั่นและน็อนฟิกชั่น คุณคิดว่าเนื้อหาทั้งสองแบบเหมาะกับรูปแบบม้วนหนังสือเท่าๆ กันไหม หรือคุณคิดว่าเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่งเหมาะกับม้วนหนังสือมากกว่า</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นคำถามที่ยากมากๆ เราทดลองมาเยอะกว่าจะเข้าใจว่าเนื้อหาแบบไหนเหมาะที่สุดและแบบไหนที่ผู้คนอยากเห็นในรูปแบบของม้วนหนังสือมากที่สุด กระทั่งผ่านมา 5 ปีเราจึงค้นพบว่าฟิกชั่นและศิลปะเป็นเนื้อหาที่เหมาะกับม้วนหนังสือที่สุดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อหาน็อนฟิกชั่นก็ยังคงทำงานได้ดีบนม้วนกระดาษ เพียงแต่เราต้องหาเนื้อหาที่ใช่เท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่นเนื้อหาใน </span><em><a href="https://round-not-square.com/produkt/systems-of-movement-en/"><span style="font-weight: 400;">Systems of Movement</span></a></em><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งว่าด้วยท่วงท่าการเต้นรำนั้นเหมาะที่จะเป็นม้วนหนังสือมากๆ เพราะว่าท่าเต้นถูกวาดเชื่อมกันทั้งหมดบนกระดาษขนาดใหญ่ ซึ่งไม่มีทางจับยัดลงในหน้าหนังสือทั่วไปได้แน่ๆ จริงๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราคือ ไม่ว่าจะเป็นฟิกชั่นหรือน็อนฟิกชั่น เมื่อมาอยู่บนม้วนหนังสือแล้วต้องดูสมเหตุสมผล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ม้วนหนังสือม้วนไหนสั้นที่สุด และม้วนไหนยาวที่สุด มันมีลิมิตในแง่ความยาวไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือม้วนที่สั้นที่สุดคือ </span><em><a href="https://round-not-square.com/produkt/das-hochhaus/"><span style="font-weight: 400;">The High-Rise</span></a></em><span style="font-weight: 400;"> ฝีมือนักวาดการ์ตูนชาวเยอรมัน Katharina Grave ซึ่งยาวประมาณ 7.5 เมตร (แต่มันเล่าเรื่องตึกที่สูง 102 ชั้นเชียวนะ) ส่วนหนังสือม้วนที่ยาวที่สุดคือ <em>Catching the Eye</em> ฉบับ </span><a href="https://round-not-square.com/produkt/catching-the-eye-large-format-art-book/"><span style="font-weight: 400;">Art Edition</span></a><span style="font-weight: 400;"> ของแลร์รี ซึ่งยาวกว่า 30 เมตร ว่ากันในเชิงทฤษฎีมันไม่มีลิมิตของความยาวหรอก แต่ถึงจุดหนึ่งเส้นรอบวงของม้วนหนังสือจะใหญ่เกินไปจนถือยาก </span></p>
<p><div id="attachment_76619" style="width: 610px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-76619" class="wp-image-76619" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-1024x1024.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Das-Hochhaus.jpg 1378w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><p id="caption-attachment-76619" class="wp-caption-text">round-not-square.com</p></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>การทำหนังสือม้วนไหนที่ยากหรือท้าทายที่สุด</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็น <em>Catching the Eye</em> อีกแล้วล่ะ ม้วนหนังสือม้วนนี้ใช้เวลาพิมพ์นานกว่า 4 ชั่วโมง เพราะมันยาวมากๆ แถมยังพิมพ์ด้วยความละเอียดสูงระดับภาพถ่าย หน้าปกทำจากกระเบื้องที่มันเงามากๆ จนสีอะไรก็แทบพิมพ์ไม่ติด เราจึงต้องสั่งทำสกรีนปรินต์แบบพิเศษ ขั้นตอนการเย็บเล่มก็ใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ส่วนกล่องไม้แฮนด์เมดสั่งทำพิเศษที่ใช้บรรจุม้วนหนังสือสำหรับจัดส่งก็มีรูปร่างไม่สมมาตรเอาเสียมากๆ แถมดีไซน์ยังแปลกใหม่สุดๆ จนมีแต่นักเย็บเล่มมือฉมังเท่านั้นที่จะทำให้ได้ ทุกครั้งที่เราผลิตม้วนหนังสือนี้ เราจะพิมพ์ไม่เกิน 250 ม้วน และแลร์รีจะเซ็นให้ทุกม้วน มันเป็นโปรเจกต์ยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าอัศจรรย์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>จากม้วนหนังสือทั้งหมด มีม้วนไหนที่คุณชอบเป็นพิเศษไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีนะ แต่แน่นอนว่าก็จะมีบางม้วนที่ทำให้ใจเราเต้นแรงเป็นพิเศษ ซึ่งมักจะเป็นม้วนที่ดู ‘เป็นไปไม่ได้’ อย่างของแลร์รี หรืออย่าง </span><em><a href="https://round-not-square.com/produkt/fragile-beauty/"><span style="font-weight: 400;">Fragile Beauty</span></a></em><span style="font-weight: 400;"> ที่หน้าปกทำจากไม้มะฮอกกานีเคลือบ หรืออย่าง <em>Systems of Movement</em> ที่มีแบบปก 50 แบบที่สีสันแตกต่างกันไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-76623" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq.jpg" alt="" width="600" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/FragB_Sq-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><div id="attachment_76618" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-76618" class="wp-image-76618 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908-1024x258.jpg" alt="" width="1024" height="258" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908-1024x258.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908-300x76.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908-768x194.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908-600x151.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Lisa-Homburger-scroll-Systems-of-Movement-e1541770602908.jpg 1241w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-76618" class="wp-caption-text">round-not-square.com</p></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>จากจุดเริ่มต้นในปี 2013 จนถึงตอนนี้ คุณได้เรียนรู้อะไรผ่านขั้นตอนการทำม้วนหนังสือและบริหารสำนักพิมพ์ </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้เรียนรู้หลายอย่างมากๆ ทั้งขั้นตอนการผลิตและการขายม้วนหนังสือ เราพิมพ์เฉพาะตามสั่งและขายม้วนหนังสือเกือบทั้งหมดผ่านร้านค้าออนไลน์ เราทำงานตรงกันข้ามกับวิธีการผลิตและวิธีขายแบบดั้งเดิมในอุตสาหกรรมนี้โดยสิ้นเชิง แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่ทั้งท้าทายและให้รางวัลกับเรา เรามีวิธีคิดและมองหนังสือแตกต่างจากสำนักพิมพ์ทั่วไป เราทำโปรเจกต์เล็กจิ๋วที่สำนักพิมพ์เหล่านั้นไม่มีทางเข้าถึง  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>มีเหตุการณ์น่าประทับใจอะไรที่คุณอยากแชร์ให้ฟังไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเหตุการณ์น่าประทับใจเกิดขึ้นหลายครั้งเลยล่ะ ในตอนแรกที่ขั้นตอนการผลิตยังไม่นิ่ง เราใช้เวลาหลายคืนสัปหงกข้างๆ เครื่องปรินต์เพื่อเฝ้าดูว่ามันจะไม่หยุดพิมพ์หรือมีกระดาษติดจนทำให้หนังสือพัง อีกหนึ่งเหตุการณ์พิเศษคือตอนที่เราเปิดประตูไปรับพัสดุที่เป็นม้วนกระดาษน้ำหนักรวมกว่า 1,000 กิโลกรัม และต้องพยายามคิดหาวิธีว่าจะยกกระดาษม้วนละ 140 กิโลกรัมเข้าข้างในยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76602 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-16.gif" alt="ROUND NOT SQUARE " width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76617 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/EE5A3733.gif" alt="ROUND NOT SQUARE " width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>คุณมองอนาคตของสำนักพิมพ์ไว้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราทุ่มเทเวลาไปกับการทำให้ขั้นตอนการผลิตนิ่งที่สุด และพยายามทำงานอย่างมืออาชีพที่สุดในฐานะสำนักพิมพ์ ตอนนี้เราโฟกัสที่การขยายธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อความยั่งยืน เรากำลังมองหาโปรเจกต์ที่เป็นสื่อผสมและเพิ่มการใช้ม้วนหนังสือในฐานะงานศิลปะอย่างหนึ่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-76598 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Round-Not-Square-12.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<hr />
<p><em><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></em></p>
<p><a href="https://www.kickstarter.com/projects/501318800/round-not-square-the-reinvention-of-scrolls"><span style="font-weight: 400;">kickstarter.com</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/round-not-square/">ROUND NOT SQUARE สำนักพิมพ์เดียวในโลกที่ตีพิมพ์หนังสือเป็น ‘ม้วน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
