<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิชย์ สุนทโรสถ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/pitch-soontharoj/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Dec 2022 02:50:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/julian-cary/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2022 06:42:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลี่ยน แครีย์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ๊ซ]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[MILLI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157402</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ ใครคนหนึ่งในทีมเอ่ยขึ้นตอนเรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านของ จูเลี่ยน แครีย์ (Julian Cary) ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เจ้าของบ้านเตรียมชาและกาแฟไว้ต้อนรับพร้อมสรรพตามที่แชตคุยกัน เขาหยิบห่อเมล็ดกาแฟบราซิลมาให้เราดูว่าเป็นตัวนี้นะ และใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบโฮมยูส ชงอเมริกาโน่เย็นมาเสิร์ฟ ส่วนชานั้น มีหลายชนิดเต็มตู้ เขาชงด้วยอุปกรณ์ครบครันระหว่างพักเบรกจากการสัมภาษณ์อันยาวนาน&#160; ที่บอกว่าแชตคุยกันนั้น ข้อความที่อยู่ในอินบ็อกซ์ระหว่างเรากับเขาเป็นภาษาไทยล้วนๆ เพราะระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตและสอนหนังสืออยู่ที่เมืองไทย บวกกับอีก 6 เดือนที่ฝึกฝนมาก่อนหน้าจากอเมริกา มากเกินพอที่จะทำให้เขาใช้ภาษาไทยได้คล่องเป็นธรรมชาติเหมือนคนไทย ทั้งพูด อ่าน เขียน พิมพ์ เป็นภาษาไทยแบบร่วมสมัย ที่มีทั้งสแลงใหม่ๆ และสำบัดสำนวนเก่าๆ&#160; สำหรับบ้านน่าอยู่หลังนี้ เจ้าตัวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ 2 สัปดาห์ก่อนวันที่เราไปเยือน โดยหาเช่าจากแอปพลิเคชั่น มันเป็นบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านขนาดใหญ่ย่านตลิ่งชัน เงียบสงบปราศจากเสียงรถรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหา จูเลี่ยนตกแต่งทุกอย่างในบ้านเอง และทำห้องสตูดิโอเล็กๆ เอาไว้ ซึ่งแม้เพื่อนบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ในรั้วเดียวกันจะบอกว่าชอบฟังเวลาได้ยินเขาซ้อมดนตรี แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี จูเลี่ยน หรือ ‘อาจารย์จู’ เป็นอาจารย์สอนดนตรีแจ๊ซประจำอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาได้รับข้อเสนอให้มาสอนตั้งแต่ตอนยังเรียนไม่จบ และเขาก็เลือกเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างที่ไทยก็ได้เปลี่ยนตัวตนภายในของเขาไปด้วย ถ้อยคำของจูเลี่ยนมักเต็มไปด้วยปรัชญา และส่วนใหญ่เป็นปรัชญาพุทธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/julian-cary/">จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ ใครคนหนึ่งในทีมเอ่ยขึ้นตอนเรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านของ จูเลี่ยน แครีย์ (Julian Cary) ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เจ้าของบ้านเตรียมชาและกาแฟไว้ต้อนรับพร้อมสรรพตามที่แชตคุยกัน เขาหยิบห่อเมล็ดกาแฟบราซิลมาให้เราดูว่าเป็นตัวนี้นะ และใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบโฮมยูส ชงอเมริกาโน่เย็นมาเสิร์ฟ ส่วนชานั้น มีหลายชนิดเต็มตู้ เขาชงด้วยอุปกรณ์ครบครันระหว่างพักเบรกจากการสัมภาษณ์อันยาวนาน&nbsp;</p>



<p>ที่บอกว่าแชตคุยกันนั้น ข้อความที่อยู่ในอินบ็อกซ์ระหว่างเรากับเขาเป็นภาษาไทยล้วนๆ เพราะระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตและสอนหนังสืออยู่ที่เมืองไทย บวกกับอีก 6 เดือนที่ฝึกฝนมาก่อนหน้าจากอเมริกา มากเกินพอที่จะทำให้เขาใช้ภาษาไทยได้คล่องเป็นธรรมชาติเหมือนคนไทย ทั้งพูด อ่าน เขียน พิมพ์ เป็นภาษาไทยแบบร่วมสมัย ที่มีทั้งสแลงใหม่ๆ และสำบัดสำนวนเก่าๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับบ้านน่าอยู่หลังนี้ เจ้าตัวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ 2 สัปดาห์ก่อนวันที่เราไปเยือน โดยหาเช่าจากแอปพลิเคชั่น มันเป็นบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านขนาดใหญ่ย่านตลิ่งชัน เงียบสงบปราศจากเสียงรถรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหา</p>



<p>จูเลี่ยนตกแต่งทุกอย่างในบ้านเอง และทำห้องสตูดิโอเล็กๆ เอาไว้ ซึ่งแม้เพื่อนบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ในรั้วเดียวกันจะบอกว่าชอบฟังเวลาได้ยินเขาซ้อมดนตรี แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี</p>



<p>จูเลี่ยน หรือ ‘อาจารย์จู’ เป็นอาจารย์สอนดนตรีแจ๊ซประจำอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาได้รับข้อเสนอให้มาสอนตั้งแต่ตอนยังเรียนไม่จบ และเขาก็เลือกเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างที่ไทยก็ได้เปลี่ยนตัวตนภายในของเขาไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้อยคำของจูเลี่ยนมักเต็มไปด้วยปรัชญา และส่วนใหญ่เป็นปรัชญาพุทธ เขาพูดเรื่องกิเลส พูดเรื่องสติ แต่เขาแทบจะไม่ได้เอ่ยคำว่าพุทธ และไม่ได้ใช้ภาษาเหมือนในหนังสือธรรมะ จูเลี่ยนบอกว่า ถ้าเราเข้าใจคอนเซปต์แล้ว เวลาอธิบายก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเดิมๆ แต่สามารถที่จะอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบในหลายๆ ทางให้คนอื่นเข้าใจได้ หนึ่งในคำที่เขาเคยพูดไว้ และเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากมาคุยกับเขามากขึ้นก็คือ เขาคิดว่าบางทีความสุขอาจจะไม่ใช้เป้าหมายของชีวิต</p>



<p>หลังแก้วกาแฟอเมริกาโน่ หลังถ้วยชาซีลอน จูเลี่ยนนั่งลงเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้เราฟัง และหมายเหตุต่อท้ายไว้ด้วยว่า มีเรื่องที่ต้อง off the record มากมาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157433" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากกอสเปลถึงแจ๊ซ</strong>&nbsp;</h3>



<p>ผมเกิดที่เมืองเดนเวอร์ โคโลราโด เมื่อปี 1997 ในครอบครัวที่มีแต่นักร้องเพลงกอสเปลในโบสถ์ การร้องเพลงสำหรับครอบครัวเรา ไม่ใช่ว่าต้องร้องเมื่ออยู่บนเวทีเท่านั้น แต่กินข้าวเสร็จเราก็ต้องมีการร้องเพลง หรือเวลานั่งอยู่บนรถ เราก็จะเปิดเพลงที่มีคอรัสเยอะๆ แล้วทุกคนก็จะเลือกพาร์ตของตัวเอง ร้องประสานเสียงกันบนรถ แต่ว่าไม่มีใครที่เป็นนักดนตรีอาชีพเลย</p>



<p>ตอนเด็กๆ ตัวผมเองเหมือนเป็นแกะดำ เพราะชอบไม่เหมือนชาวบ้าน ชอบอ่านหนังสือ ชอบอะไรที่เนิร์ดๆ ตอนนั้นชอบไดโนเสาร์ที่สุดเลย คิดว่าน่าจะเป็นอาชีพของเรา อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากเป็นสายรีเสิร์ช แต่ชีวิตก็มีความสุขดี ทุกอย่างเหมือนวนอยู่ในลูป กินข้าว ไปโรงเรียน อยู่กับครอบครัว ร้องเพลง อยู่กับเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรื่องทุกข์ แต่ว่าตอนเด็กๆ ต่อให้จะแย่แค่ไหน เราก็ยังรู้สึกอบอุ่น</p>



<p>แจ๊ซเข้ามาในชีวิต ตอนผมเรียนอยู่ประมาณ ม.2 ก่อนหน้านั้นฟังแจ๊ซแล้วไม่ชอบเลย เล่นอะไรก็ไม่รู้ คนที่บ้านก็ไม่ฟัง เหมือนกับว่าในโบสถ์จะมีการแยกระหว่าง ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ กับดนตรีที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างมันเป็นสิ่งที่คุณทวดของผมเขาเคยพูดออกมา เขาบอกพระเจ้าว่า ขอบคุณที่ให้พรสวรรค์หรือความสามารถในการร้องเพลงนี้แก่ครอบครัวของเรา แต่หากมีใครร้องเพลงที่ไม่ได้สรรเสิญพระเจ้า ขอให้เอาพรสวรรค์คืนได้เลย แรงมาก!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157435" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ตอนนั้นมีอาจารย์คนหนึ่ง ชื่อ Keith Oxman กลางวันสอนออร์เคสตร้าแบบรวมวงที่โรงเรียน กลางคืนเป็นมือแซ็กระดับปีศาจ ผมชอบเขามากๆ เขาเท่ กวนตีน เรียนก็สนุก คุยกันก็สนุก มีอยู่วันหนึ่งผมเดินผ่านห้องออร์เคสตร้า แล้วได้ยินเสียงท่อนอินโทรของเพลง<em> So What</em> ของ Miles Davis ได้ยินแล้วรู้สึกโคตรเท่ นี่คือแนวอะไร ใครเล่น ผมวิ่งไปเข้าห้อง อาจารย์บอกว่านี่คือแจ๊ซ นั่งสิ หลังจากนั้นเราก็มีดีลกันว่า ผมช่วยทำความสะอาด แล้วเขาจะให้อัลบั้มผมหนึ่งแผ่นกลับมาฟังที่บ้าน แล้วพอถึงบ้านผมก็จะฟังจนบ้าไปเลย ร้องได้ทุกโซโล ฟังด้วยความสนุก เรียกว่าอยู่ดีๆ ก็ชอบแจ๊ซ โดยไม่ได้มีใครมาบังคับ อาจารย์ท่านนี้ยังชวนนักดนตรีแจ๊ซระดับโลกมาเล่นสดให้เด็กๆ ฟัง หลายๆ ครั้งทุกปี</p>



<p>ต่อมาผมออดิชั่นเข้าวงอะแคปเปลล่าของโรงเรียนชื่อ Angelaires ได้ จากผู้สมัคร 70-100 คน คัดเลือกประมาณ 12 คน ในวงนั้นเราจะได้ร้องทั้งกอสเปล คลาสสิก แจ๊ซ บางทีก็มีเล่นกับริธึ่มเซกชั่นบ้าง พอใกล้จะเรียนจบ ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อ เพราะมีความสนใจหลายด้าน รวมถึงพวก Sociology พอดีได้ไปแจ๊ซแคมป์ของ UNC หรือ University of Northern Colorado แล้วได้รับการแนะนำว่า ตอนนี้ที่ UNC มีหลักสูตร vocal jazz แล้ว ผมก็เลยตัดสินใจไปเรียน vocal jazz ที่ UNC&nbsp;</p>



<p>เรื่องเครื่องดนตรี ก่อนหน้านั้นผมหัดเล่นเปียโนกับเบสด้วยตัวเองมานานแล้ว แต่เพื่อนแม่บอกว่า ถ้าอยากเล่นในวงออร์เคสตร้าที่โรงเรียนมัธยม เล่นเปียโนไม่มีทางรุ่ง เพราะมีมือเปียโนเยอะมาก แต่ถ้าเล่นเบส การันตีตำแหน่งได้เลย เพราะมือเบสหายาก ผมก็เลยหัดเล่นเบสเองมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ไม่ได้รับงาน แต่พอเรียนมหาวิทยาลัย เริ่มมีคนเห็นว่าเราเล่นเบสได้ด้วย ก็ให้งานโน่นนี่ ในใจคือ จะให้เราเล่นทำไม มีมือเบสเก่งๆ เยอะแยะ แต่เขาบอกว่า ไม่ค่อยมีใครที่เล่นเบสแล้วร้องเพลงได้ด้วย ก็เป็นสิ่งที่ทำให้แวลูของเราสูงขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157437" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พอมาเรียนที่ UNC ผมก็ไม่เคยคิดนะว่าตอนนี้ตัวตนเราเป็นแจ๊ซแล้ว ไม่เคยแยก เพราะว่าเวลากลับบ้านก็ยังต้องร้องกอสเปลอยู่ดี อีกอย่างคือตอนเด็กๆ ครอบครัวไม่ได้สอนให้มองโลกแบบขาวดำสักเรื่องเลย เขาไม่เคยบอกว่าผู้ชายไม่ร้องไห้นะ แมนๆ ต้องทำอย่างนี้ ทำให้โตมามีแต่คนคิดว่าผมเป็นเกย์ เพราะว่าไม่ได้เป็นแบบ ‘แมนๆ’ ขนาดนั้น ตอนเด็กๆ เวลามีคนบอกว่า ลูกผู้ชายต้องเล่นกีฬาสิ แม่จะตอบว่า เสือก มึงเลี้ยงลูกตัวเองให้ดี ถ้าเขาอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ปล่อยให้เขาเป็น แล้วพอเป็นดนตรีก็ยังมีหลายๆ คนที่บอกว่า UNC เองเหรอ ทำไมไม่ไปมหาวิทยาลัยโน้นนี้ แม่ก็โพสต์ด่าลงเฟซบุ๊กเป็นย่อหน้าเลย ใครมีอะไรจะพูดก็พูดต่อหน้านะ แต่ต่อให้จะพูดต่อหน้าก็ไม่ฟังอยู่ดี จูเลี่ยนเขาเลือกเรียนที่นี่เพราะว่าเขาอยากไป แม่ยังบอกผมว่าไม่ต้องไปอธิบายให้ใครฟังด้วย มึงไปเพราะอยากไป แค่นั้น นี่คือฟีลของแม่เรา ทั้งบ้านก็ประมาณนี้ แรงทุกคน</p>



<p>UNC เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งทุกอย่างดูธรรมดาไปหมดถ้าไม่รู้ว่าโปรแกรมดีแค่ไหน หลายคนรู้สึกว่าด้วยความสามารถของผม ผมน่าจะได้ไปที่ไหนสักที่ที่มีหน้ามีตากว่านี้หน่อย แต่อย่างเบิร์กลีย์ 80,000 เหรียญต่อปี ผมจะไปเอาเงินมาจากไหนล่ะ ที่ UNC ถูกกว่า และคุณภาพยังดี ใครจะรู้ ถ้าผมไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น ตอนนี้ผมอาจจะอยู่ที่เดนเวอร์ คงไม่ได้มาอยู่ที่เมืองไทย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157438" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</strong>&nbsp;</h3>



<p>UNC มีเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ ทุกปีจะมีหนึ่งวงจากศิลปากรที่ได้ไปเล่นงานแจ๊ซเฟสติวัลของเรา ตอนอยู่ปี 3 ผมได้เจอเด็กไทยคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาเรียนปี 4 ที่ศิลปากร เขาดูตื่นเต้นกับทุกอย่างที่โน่นและมีแต่คำถาม ถามทุกอย่าง วิชานี้เป็นยังไง ทำไมทุกคนเก่ง เรียนอิมโพรไวซ์ยังไง แต่ละคำถามที่เขาถาม เรารู้สึกว่า ทำไม ที่โน่นไม่มีเหรอ คือเรายินดีที่จะตอบนะ แต่งงว่าทำไมถึงต่างกันขนาดนั้น ก็สงสัยว่าคนไทยขาดอะไร</p>



<p>จนได้คุยกับอาจารย์คนหนึ่ง เป็นคนไทยสอนที่โน่น ชื่ออาจารย์แนน (จิตตพิมณ์ แย้มพราย) เขาบอกว่า จูไปดูเองสิ น่าจะน่าสนใจมากนะ ได้ไปเวิร์กช็อป ไปสืบเองเลย เราก็คิดว่า ได้นะ ได้เลย อาจารย์แนนก็ช่วยติดต่อ จนผมได้มาเวิร์กช็อปอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เหมือนมาทำงานเลย ด้วยความเป็นคนไทยมั้ง เห็นว่ามีเกสต์ ลุยเลยครับ เอาเลย ให้ผมสอน 3 วิชา เมเจอร์ที่เป็นการร้องเพลงตัวต่อตัว วิชาวงใหญ่ และวงอะแคปเปลล่า สอนบ้าง ปาร์ตี้บ้าง เที่ยวนิดหน่อย กินข้าวจนสงสารส้วม กินไม่รู้เรื่องเลยทริปนั้น</p>



<p>วันสุดท้ายที่ผมอยู่ที่นี่ ผมเข้าออฟฟิศของคณะพอดี ได้คุยกับอาจารย์วุฒิชัย เลิศสถากิจ คณบดี ผมก็ขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่าง อุตส่าห์ให้เด็กมาดูแล พาไปเที่ยว พาไปกินข้าวให้เราไม่เหงา เขาบอกว่า ปิดประตูครับ นั่งเลยครับ ปีหน้าจะทำอะไร สนใจมั้ย สอนประจำที่นี่ เราก็ตกใจ สะดุ้งเลย ตอนนั้นอายุ 21 เอง ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157442" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พอกลับไป ทุกคนที่บ้านก็ถามว่า เป็นยังไงบ้าง ตอบว่าดีก็ยังไม่พอ เพราะว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยน ถ้าผมไปจริงๆ ทุกอย่างจะเปลี่ยน คือถ้าอยู่บ้าน ผมก็มีแพลนของผม ย้ายกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ทำงาน อาจจะไปออดิชั่นวงนั้นวงนี้ เก็บเงินเรื่อยๆ พอมีเงินเก็บประมาณหนึ่ง ก็จะออกไปหาอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง ตอนนั้นเร่ิมมีงานจากอาจารย์ด้วย มีงานเล่น งานอัด ทุกอย่างกำลังไปได้ดีสำหรับที่เดนเวอร์</p>



<p>แต่ทีนี้ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรสักอย่างที่นี่ โอเค โอกาสในการเล่นอาจจะไม่เลิศเท่าที่โน่น แต่ว่าพอมองเป้าหมายของตัวเองตอนมาอยู่ไทยแค่สองอาทิตย์นั้นเพื่อที่จะมาเวิร์กช็อป เห็นว่า คนไทยขาดจริงๆ นะ ขาดอาจารย์ที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่ทุกคน และไม่ใช่ทุกที่ พูดอย่างนี้เดี๋ยวโดนแหกหน้า แต่ว่าคนที่จบแจ๊ซ ไปเล่นแจ๊ซ แล้วก็สอนต่อด้วย มีน้อย ขณะที่หลายๆ คน พอร้องเพลงแจ๊ซได้บ้าง เรื่องทฤษฎีไม่ค่อยรู้ แต่ก็อุตส่าห์ไปสอนเด็กต่อ หลายๆ ที่อยากมีแจ๊ซ แต่ว่าอาจารย์ที่สอนไม่ตอบโจทย์ ซึ่งเด็กบางทีเรียนอะไรก็ไม่รู้ คือไม่ได้รู้สึกว่าเดี๋ยวผมจะไปเซฟประเทศไทยเอง แต่แค่รู้สึกว่าการเรียนที่ UNC มันดีมาก ถ้าผมไปกระจายให้คนอื่น น่าจะดี อย่างน้อยสำหรับที่นี่ที่เดียว ระดับประเทศยังไม่ต้องไปพูดถึง</p>



<p>ผมกลับไปคิดไปปรึกษาครอบครัว ถามอาจารย์ก่อน ว่าเราพร้อมมั้ย ทุกคนก็บอกว่า อะไรที่ไม่พร้อม ก็เชื่อว่าผมจะค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ พัฒนาตัวเองได้ ตอนเด็กไทยที่ได้เจอที่นี่ไป UNC เพื่อที่จะเล่นเฟสติวัล ผมเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่กลุ่มเด็กไทยเฉยๆ นี่คือครอบครัว ลูกศิษย์ อนาคตของผม เขาก็เลยให้ผมดูแลเลย ขับรถให้ หาร้านอาหารให้กิน มีวันหนึ่งที่ทำกับข้าวมั่วๆ ทุกคนนั่งพื้นที่อพาร์ตเมนต์ผมที่โน่น โคตรสนุกเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157443" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>แต่เศร้าที่สุดคือปรึกษาแฟน เขาเรียนเกี่ยวกับการเงิน ไมเนอร์ฝรั่งเศส ตอนนั้นเขาได้งานที่ฝรั่งเศสด้วย ตอนเขาถามว่าทำยังไงดี เราก็บอกว่า เธอไปตามฝันเลย ไม่ต้องคิดถึงเราขนาดนั้น เพราะว่าตอนนั้นดูเหมือนว่าเราจะเป็นคนเดียวที่อยู่อเมริกา แล้วพอเราได้งานที่ไทยอีกคน ถามตัวเองว่าต้องทำยังไง เราก็ต้องบอกตัวเองอย่างนี้เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>ครั้งหลังสุดที่คุยกัน ตอนนั้นเราอยู่บ้านเดียวกัน รู้สึกว่าถ้าเลิกกันตอนนี้ พอถึงวันที่ผมบินมันน่าจะง่ายกว่าทำทุกอย่างให้ปกติจนโมเมนต์นั้นแล้วค่อยเลิกกัน แต่ทั้งสองเวย์ก็แย่พอกัน วันนั้นร้องไห้โคตรหนัก จนตอนเช้าไปเรียนทุกคนถามว่าหน้ามึงเป็นอะไร โดนกระทืบมาเหรอ มันเป็นความจำเป็นของทั้งคู่ เป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ</p>



<p>สุดท้าย ผมกลับบ้านไป 3 เดือน เรียนจบเรียบร้อย เก็บเงินได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาทที่โน่น แล้วก็ย้ายมาเลย รอเงินเดือนเดือนแรก เรียกว่าตอนมาผมไม่มีอะไรเลย คิดว่ามาทำงานที่นี่ก็ลุยไปก่อน ไม่เพอร์เฟกต์แน่ๆ ผมจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่า ถ้าเป็นต่างชาติมาอยู่ประเทศไทยแล้วเกลียดทุกอย่าง คุณเป็นคนโง่ ถ้ามาแล้วชอบทุกอย่าง ก็โง่เหมือนกัน พอประเทศไทยมีอาหารอร่อยๆ สาวสวยๆ อากาศดีตลอดเวลา อย่าไปคิดว่าขึ้นสวรรค์แล้ว ชีวิตไม่ว่าจะใช้ที่ไหนก็เป็นชีวิต&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากพี่เบิร์ดถึงมิลลิ&nbsp;</strong></h3>



<p>นอกจากการสอนในมหาวิทยาลัยแล้ว งานที่มาทีหลังก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับผมเช่นกัน จากงานสอน ก็มีงานเล่นตามร้าน คือถ้าสอนวิชาปฏิบัติเราก็ควรมีเล่นด้วยอยู่แล้ว จนกระทั่งต่อมาผมได้มาทำเพลงและร่วมงานกับศิลปิน</p>



<p>งานคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นั้น ผมได้มาเพราะว่ามีมือแซ็กคนหนึ่งชื่อพี่อ้น (พิสุทธิ์ ประธีปะเสน) เล่นให้วง The Photo Sticker Machine เขาเคยเล่นงานพี่เบิร์ดหลายครั้งแล้ว มีช่วงหนึ่งผมจะไปเล่นอัลบั้มของตัวเองที่ทำตั้งแต่ตอนอยู่ที่โน่นในร้านเล็กๆ เพิ่งเปิดใหม่ (ชื่ออัลบั้มว่า <em>heaven? indeed </em>หาฟังได้ใน Spotify) แล้วหามือแซ็กไม่ได้ มีแต่คนบอกว่าคนนี้เก่งนะ ก็เลยชวนเขามาเล่น เขาแกะเพลงละเอียดมาก ตั้งใจซ้อม เล่นด้วยกันจนสนิท</p>



<p>พอพี่อ้นเห็นว่าผมเขียน arrangement ยังไง แต่งเพลงประมาณไหน เขาก็บอกว่ามีคนหนึ่งชื่อ พี่โหน่ง (วิชญ วัฒนศัพท์ &#8211; The Photo Sticker Machine, หัวลำโพง ริดดิม) เขากำลังทำคอนเสิร์ตของพี่เบิร์ด ธงไชย จูมามั้ย จำได้วันนั้นอยู่ในโถงที่คณะ แล้วเขาพูดชวนด้วยเสียงปกติ ไม่ได้กระซิบ ลูกศิษย์รุ่นแรกที่สนิทกับผมตั้งแต่ตอนเวิร์กช็อปเดินผ่านได้ยินก็ตะโกนกันใหญ่ มึงจะไปทำงานกับพี่เบิร์ดเหรอ! มึงรู้จักพี่เบิร์ดมั้ย! เฮ้ยๆ ไอ้จูจะไปทำงานกับพี่เบิร์ด! เอะอะโวยวายแบบชาวบ้านเลย แล้วทุกคนก็เต้นเพลงเลิฟวิ่งยูทูมัชกัน น่ารักมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157447" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ตอนนั้นงานพี่เบิร์ดโดนแคนเซิลเนื่องจากโควิด (ก่อนที่จะกลับมาทำในปีนี้) แต่เหมือนพี่โหน่งยังสนใจในตัวผม ตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มทำสกอร์ให้หนังเรื่อง <em>One for the Road </em>พอดี เขาบอกว่า โอเค เพลงซาวนด์แทร็กทั่วไปเดี๋ยวพี่ทำ แต่ว่าจะมีเพลงแจ๊ซที่บางทีจะต้องเปิดอยู่ข้างหลังในหนัง อยากให้อ้นกับจูแต่งทุกเพลง ซึ่งผมได้ร้องเพลงในหนังเรื่องนี้ด้วย แต่มันจะเป็นเสียงร้องแบบที่ไม่มีเนื้อเพลง</p>



<p>พอพี่โหน่งได้ยินเสียงผมแล้วรู้ว่าสไตล์ประมาณไหนหรือว่าทำอะไรได้บ้าง เขาก็เริ่มคิดเรื่อง The Photo Sticker Machine และชวนผมมาเล่นกับวง ผมได้เขียนเนื้อให้เพลงหนึ่ง ชื่อว่า <em>Re: </em>ส่วนงานแรกที่ได้เล่นกับวงคืองาน Cat Expo 8 ผมแกะเพลงจนหูดับเลย เพราะอยากเล่นให้ได้ แต่มันยากมาก เพราะว่าวงนี้เขาไม่ได้ทำเพลงเพราะอยากได้เงินหรืออยากได้แฟนคลับเยอะๆ แต่เขาทำตามใจ ซึ่งแต่ละเพลง บางเพลงดูป๊อปมาก บางเพลงมีกลิ่นแจ๊ซที่ค่อนข้างแรง บางเพลงก็แทบจะอาวองการ์ดไปเลย อยู่ที่ศิลปินที่เขาชวนด้วย ปกติเขาจะเปลี่ยนนักร้องเรื่อยๆ ไม่มีนักร้องประจำ แต่เนื่องจากผมเล่นเบสได้ด้วย คุณค่าของผมก็สูงอีกแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157454" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ตอนเล่นที่ร้าน Brown Sugar มีคนทำซาวนด์ชื่อพี่อ๋อง (ชัยวัฒน์ ศาตากร) เราเจอกันบ่อย เพราะว่าตอนนั้นผมเล่น 2 วัน วันพุธกับวันศุกร์ มีวันหนึ่งเขาถามว่า จูชอบแร็พมั้ย ชอบแร็พเปอร์คนไหนที่สุด ผมบอกว่า Kendrick Lamar เขาบอก เหรอ! ชอบเหมือนกัน แล้วเราก็จะนั่งคุยเรื่อง Kendrick Lamar จนสนิทเลย&nbsp;</p>



<p>เมื่อประมาณปีที่แล้ว พี่อ๋องเขาไปได้งานเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ของค่าย YUPP! พอดีว่านวยหรือมิลลิ เขาหาคนสอนร้อง มิลลิเขาร้องได้อยู่แล้ว แต่เขาอยากพัฒนา เพราะว่าเพลงที่เขาต้องร้องไม่ใช่แร็พอย่างเดียว เริ่มเยอะขึ้น เช่นต้องไปฟีเจอริ่งกับคนอื่น รวมถึงการเล่นเปียโนด้วย มิลลิเป็นคนตั้งคำถามเรื่อยๆ แนวนี้คืออะไร มาจากไหน อันนี้ต้องเล่นยังไง พี่อ๋องก็เลยบอกว่าถ้าอยากเรียนกับใคร ต้องเรียนกับคนนี้เลย เขาก็แนะนำผม</p>



<p>จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งเล่นเสร็จ กำลังนั่งแท็กซี่กลับบ้านแบบหมดสภาพ พี่อ๋องโทรมาบอกว่า มีนักเรียนอยากเรียนด้วย ใครครับ พอเปิดมาเป็นรูปหน้านวย สะดุ้งเลย หลังจากนั้นก็ได้มาเป็น Vocal Director ให้ทางค่าย YUPP! ด้วย จริงๆ หลักๆ หน้าที่เราก็คือช่วยคุมอัด แต่ว่าศิลปินเขาอยากเรียนข้างนอกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่าจะได้คุยกันรู้เรื่อง แต่ละอย่างที่เราเรียน เราจะได้เอาไปใช้ในสตูดิโอได้เลย ไม่เหมือนอยู่ดีๆ เดินเข้ามาในสตูดิโอ สวัสดีครับ ชื่อจูเลี่ยนครับ มาคุมอัด อย่างนี้เขาก็จะเกร็งไปหมด และอาจจะไม่เข้าใจแต่ละอย่างที่ผมจะพูด ถ้ามันเป็นเรื่องเทนนิคัลมากๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157456" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พูดถึงนวย แต่ละครั้งที่เจอกันก็ 2 ชั่วโมงกว่า วันแรกคิดว่าจะเรียนร้องเพลงอย่างเดียว เขาบอกว่า พี่จูคะ อยากอิมโพรไวซ์ให้เป็น เราก็เริ่มจากบลูส์ก่อน บลูส์นี่มาจากไหนคะ? งั้นขอเวลาอีก 15 นาที แล้วเราก็อธิบายบลูส์ อเมริกาเคยมีทาสด้วยเหรอ? ขออีก 15 นาที สุดท้ายก็ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ผมบอก โอเคนวย ถ้าจะมาเรียน หาเวลาสัก 2 ชั่วโมงเต็มๆ เลย เราจะได้ไม่ต้องรีบ จะได้พูดถึงทุกอย่าง แล้วก็ถามได้ทุกเรื่อง ล่าสุด เขาบอกว่าอยากประสานเสียงให้ได้ เราก็เลยนั่งอยู่ในห้องนั้น ให้เขาโดนเหมือนที่ผมโดนตอนเด็กๆ หาพาร์ตของตัวเอง ร้องทั้งเพลง</p>



<p>การเป็น Vocal Director คุมร้อง ถ้ามันเป็นแร็พอย่างเดียว แล้วมีมิวสิกไดเรกเตอร์หรือพี่อ๋องอยู่ด้วย เขาคุมแร็พได้ ผมจะไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ถ้าสมมติผมอยู่ ก็จะเป็นเรื่อง flow เรื่องจังหวะ เรื่องเนื้อเสียงที่ควรใช้ เช่นสมมติมันเป็นแบบแร็พประชดๆ แล้วที่เขาอัดมันไม่ประชดพอ เราก็จะขอเพิ่ม จริงๆ แล้วเราเป็นเหมือนหูสำรอง นั่งช่วยกันในห้องเพื่อบอกว่าเอาแบบนี้ ดีกว่านี้ได้นะ หรือต้องทำยังไง คอยแนะนำ แต่ถ้าคุมร้องจริงๆ มันจะเทคนิคัลกว่านี้ ละเอียดกว่านี้ ถ้าร้องไม่ถึง ผมจะต้องค่อยๆ เข้าไปดูว่า ท่ายืนเป็นยังไง หายใจถูกต้องมั้ย ยกไหล่มั้ย แบบนี้ไม่เอานะ แล้วก็ต้องค่อยๆ จัดการเรื่องร่ายกาย ทุกครั้งที่ไปคุมอัดก็จะต้องคอยจิ้มๆ หรือช่วยบีบท้องให้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากใบไม้ถึงก้อนหิน&nbsp;</strong></h3>



<p>ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ดูแค่ปัจจุบัน แล้วจัดการทุกเรื่องในปัจจุบันให้ได้ ประโยคที่น่าเศร้าที่สุดที่ผมจะพูดออกมาก็คือ ทุกวันนี้ผมไม่มีความฝันแล้ว เมื่อก่อนจะมีอยากเล่นเวทีนั้น อยากเล่นกับวงนี้ มันจะดูเป็นความฝัน เหมือนพยายามที่จะเกาะก้อนเมฆ ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเปล่า แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไป จนรู้สึกว่าอะไรที่อยากทำ ถ้าเราเดินทางประมาณนี้ เดี๋ยวก็มา ไม่มีอะไรที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ จนต้องไปหาสิ่งนั้น ตอนนี้มันนิ่งไปหมด</p>



<p>ทุกวันนี้ก็ไม่เชิงแฮปปี้ แล้วก็ไม่อยากแฮปปี้ด้วย แฮปปี้มันทำให้เราหยุด รู้สึกว่าความแฮปปี้มันเหมือนใบไม้ในแม่น้ำ ตามกระแสไปไหนก็ได้ แต่ถ้าเรานิ่งจริงๆ ประสบการณ์มันไม่เปลี่ยนนะ แต่ว่าวิธีมองแต่ละประสบการณ์จะเปลี่ยน แฮปปี้เกินไปก็ไม่ดี เซ็งเกินไปก็ไม่ดี ถ้าแฮปปี้เกินไปก็จะต้องมีเซ็งเกินไป สวิงไปขวา ก็ต้องสวิงไปซ้ายด้วย แต่ถ้าอยู่นิ่งๆ ตรงเซ็นเตอร์ นิ่งแต่ว่ายังมีสวิงบ้าง น่าจะพอดีกว่า ดังนั้นผมจึงไม่อยากแฮปปี้&nbsp;</p>



<p>แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่า ถ้าไม่ต้องแฮปปี้ก็ไม่ต้องทำอะไร นั่งเรื่อยเปื่อย อย่างนี้เรียกว่า Nihilism ก็คือชีวิตไม่มีเหตุผล แต่มันจะมีสองแบบ คือ Passive Nihilism คนเราเดี๋ยวก็ตายแล้ว จะพยายามไปทำไม นั่งนิ่งๆ กับ Active Nihilism เพราะว่าเดี๋ยวก็ตายกันหมด ชีวิตคนเราจึงเปราะบางมากๆ ฉะนั้นทำทุกอย่างในปัจจุบันให้มีคุณค่า ให้ไม่เสียเวลา ซึ่งผมก็จะเป็นสายแอ็กทีฟ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ผมรู้สึกว่า ถ้าชีวิตของผมหรือแต่ละอย่างที่ผมทำ มันสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ถ้าทำได้แค่นั้นก็โอเค ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถามว่าเป็นคนอย่างนี้สำหรับคนอื่นมีความสุขมั้ย ก็ไม่เชิงมีความสุขนะ แค่รู้สึกว่า มีดจะรู้สึกยังไงเวลาคมพอตอนทำอาหาร มีดไม่ได้ลุกขึ้นเต้น แต่มันทำหน้าที่ และพร้อมที่จะทำต่อ เมื่อก่อนจะรู้สึกว่าเป็นพระเอก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเป็นเครื่องมือของพระเจ้า เป็นเครื่องมือของจักรวาล อัลลอฮ์ &nbsp;ไม่ว่าจะเรียกว่ายังไงก็ตาม รู้สึกว่าอย่างนี้มันจะนิ่งที่สุด มันทำให้เรามีทางให้เดิน ทำให้แต่ละอย่างที่ผมทำ ทำได้อย่างละเอียดอ่อน ระมัดระวัง</p>



<p>สำหรับตัวเอง ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว พูดได้แบบนั้นเลย เพราะว่าแต่ละอย่างที่ผมยึดติดมันหนักมากแล้ว อยากให้ครอบครัวมีสุขภาพดี มีความสุข จริงๆ การอวยพรแบบนี้แสดงให้เห็นว่าไม่เข้าใจธรรมชาติ ขอให้มีความสุขทุกวันในปีนี้ มันไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ แล้วปีหน้าล่ะ จะเป็นยังไง คือต้องสวิง มีขาวก็ต้องมีดำ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157452" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รู้สึกว่าขอให้ตัวเองและทุกคนมีความเป็นหินในกระแสแม่น้ำ แล้วถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ผมหวังว่าตัวเองจะได้เป็นหินสำหรับคนอื่น เป็นหินให้เกาะ เป็นหินให้มองก็ได้ อยากจะเป็นเส้นนิ่งให้คนอื่น เพราะส่วนตัวไม่รู้จะไปไหนต่อ ไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่ผมเชื่อว่าถ้าปล่อยให้ธรรมชาติเป็นธรรมชาติ เดี๋ยวผมก็ไปแล้ว โอกาสต่างๆ จะมามันก็มา แต่ละโอกาสที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงาน YUPP! พี่เบิร์ด มิลลิ ได้เพราะว่าผมอยู่เฉยๆ ทำในสิ่งที่ตัวเองทำเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนสังเกตแล้วบอกว่า จูมาทำอันนี้ด้วยกันสิ ผมก็รู้สึกว่า โอเค เราต้องไป แต่ไม่เคยนั่งคิดว่าอะไรต่อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวสิ่งนั้นจะมาหาเรา&nbsp;</p>



<p>ถ้านิ่งพอแล้ว เชื่อว่า เราไม่ต้องวิ่งไปสู่อนาคต เดี๋ยวอนาคตมันจะถอยหลังให้เป็นปัจจุบันของเรา แล้วพอจบแล้ว ไม่ต้องบีบให้อยู่ในโมเมนต์นั้นตลอดไป เดี๋ยวปัจจุบันของเราก็จะเป็นอดีตของเรา&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/julian-cary/">จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ กับผลงานเดี่ยวในรอบ 10 ปีที่ชีวิตเรียนรู้ว่าต้องเห็นแก่ตัวเองน้อยลง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kor-notapol/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 09:41:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[ณฐพล ศรีจอมขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[q & a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=156299</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากขับรถผ่านประตูรั้วเข้าไปแล้ว ผมก็ตรงดิ่งไปที่บ้านหลังเดิมตามความทรงจำที่เคยมาที่นี่ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้ว แต่เป็นอีกหลังหนึ่งที่สร้างใหม่ในพื้นที่เดียวกัน ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย เพราะความทรงจำที่ว่านั้นคือเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ตอนที่ผมรับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวง Groove Riders ออกมาเป็นหนังสือที่มีชื่อว่า In The Groove ได้ติดตามวงไปทัวร์คอนเสิร์ตอยู่เป็นระยะเวลาพอสมควร และได้เข้าออกบ้านของเขาอยู่บ่อยๆในฐานะศูนย์กลางของวง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โลกยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย ตอนนั้นวง Groove Riders เพิ่งออกอัลบั้มชุดที่ 2 ซึ่งห่างจากอัลบั้มแรก 5-6 ปี โดยที่ระหว่างนั้นวงก็ไม่เคยว่างเว้นจากการทัวร์ เพราะมีเพลงดังหลายเพลงเป็นแรงขับเคลื่อน หนึ่งในนั้นก็คือเพลง ‘หยุด’ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดที่แต่งโดยเขาคนนี้&#160; ในวันที่ผมไปสัมภาษณ์เขาอีกครั้งหนึ่งนั้น ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ เพิ่งปล่อยเพลงใหม่ที่มีชื่อว่า ‘จนวินาทีสุดท้าย’ มาได้ไม่นาน โดยระบุว่าเป็นเพลงเปิดตัวสำหรับอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ของเขา The Workings of the Soul part 3 ที่จะออกปลายปี 2022 นี้ ซึ่งห่างจากอัลบั้มเดี่ยวชุดก่อนของเขา The Workings of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kor-notapol/">ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ กับผลงานเดี่ยวในรอบ 10 ปีที่ชีวิตเรียนรู้ว่าต้องเห็นแก่ตัวเองน้อยลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจากขับรถผ่านประตูรั้วเข้าไปแล้ว ผมก็ตรงดิ่งไปที่บ้านหลังเดิมตามความทรงจำที่เคยมาที่นี่ แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้ว แต่เป็นอีกหลังหนึ่งที่สร้างใหม่ในพื้นที่เดียวกัน</p>



<p>ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลย เพราะความทรงจำที่ว่านั้นคือเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ตอนที่ผมรับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวง Groove Riders ออกมาเป็นหนังสือที่มีชื่อว่า In The Groove ได้ติดตามวงไปทัวร์คอนเสิร์ตอยู่เป็นระยะเวลาพอสมควร และได้เข้าออกบ้านของเขาอยู่บ่อยๆในฐานะศูนย์กลางของวง</p>



<p>เมื่อ 15 ปีที่แล้ว โลกยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย ตอนนั้นวง Groove Riders เพิ่งออกอัลบั้มชุดที่ 2 ซึ่งห่างจากอัลบั้มแรก 5-6 ปี โดยที่ระหว่างนั้นวงก็ไม่เคยว่างเว้นจากการทัวร์ เพราะมีเพลงดังหลายเพลงเป็นแรงขับเคลื่อน หนึ่งในนั้นก็คือเพลง ‘หยุด’ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในเพลงที่ดังที่สุดที่แต่งโดยเขาคนนี้&nbsp;</p>



<p>ในวันที่ผมไปสัมภาษณ์เขาอีกครั้งหนึ่งนั้น ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ เพิ่งปล่อยเพลงใหม่ที่มีชื่อว่า ‘จนวินาทีสุดท้าย’ มาได้ไม่นาน โดยระบุว่าเป็นเพลงเปิดตัวสำหรับอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ของเขา The Workings of the Soul part 3 ที่จะออกปลายปี 2022 นี้ ซึ่งห่างจากอัลบั้มเดี่ยวชุดก่อนของเขา The Workings of the Soul part 2 เป็นเวลา 10 ปี</p>



<p>แต่จริงๆ 10 ปีที่ผ่านมาสำหรับ ก้อ ณฐพล นั้น เขาไม่เคยว่างเว้นจากผลงานเพลงโปรเจ็กต์อื่นๆ เลย อย่างเช่น theBOYKOR, 2 Days Ago Kids, The Ghost Cat รวมไปถึงงานโปรดิวซ์และแต่งเพลงอีกมากมาย แต่นอกเหนือจากนี้แล้วมันก็เป็นทศวรรษที่ชีวิตของเขามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง</p>



<p>เรื่องใหญ่ที่สุดเห็นจะเป็นเขากลายเป็นคุณพ่อลูกสอง นอกจากนี้ก็ยังสวมหมวกเป็นผู้บริหารค่าย Spicydisc นั่งในตำแหน่ง MD และยังมีหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มเข้ามา คือเป็นประธานกรรมการบริหาร MCT (Music Copyright Thailand) องค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ของนักแต่งเพลงไทย</p>



<p>ทั้งหมดนี้คือความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่ช่วยขัดเกลาตัวเขาให้เติบโตขึ้น</p>



<p>ผมไปเยือนเขาอีกครั้งเพื่อชวนคุยบอกเล่าถึงเรื่องราวเหล่านี้นี่เอง ประสบการณ์และความคิดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบางส่วนจะถูกขมวดออกมาเป็นเพลงในอัลบั้มเดี่ยวชุดใหม่ และช่างบังเอิญว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปีที่ผมมีโอกาสได้กลับไปสัมภาษณ์เขาเช่นกัน</p>



<p>เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เราทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันตามสมควร หลังจากนั้นก็นั่งลงตรงลานบ้านของเขา แล้วปุ่ม record ก็เริ่มทำงาน&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156316" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c1_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การที่อัลบั้มเดี่ยวชุดนี้ห่างจากชุดก่อนประมาณ 10 ปี มันมีโมเมนต์ที่คุณมานั่งคิดว่า 10 ปีที่ผ่านมาชีวิตเราเป็นยังไงบ้างมั้ย&nbsp;</strong></h4>



<p>คิดครับ<strong> </strong>10 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่ว่าเราก็ทำงานเพลงมาตลอด คือถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำอัลบั้มเดี่ยวเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็มีผลงานเพลงออกมาตลอดเวลา แล้วสิ่งที่ต้องคิดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เราแก่ขึ้นเรื่อยๆ (หัวเราะ) ไม่ใช่เด็กเหมือน 10 ปีที่แล้ว ทุกอย่างก็ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร รวมถึงโลกเราด้วย แต่ว่าสิ่งที่อาจจะไม่ได้เปลี่ยนก็คือ แพสชั่นในเรื่องของเพลง เรายังมีเหมือนเดิม ทุกวันนี้ก็ยังอยากทำเพลงใหม่อยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้เป็นสิ่งเดี่ยวที่ไม่เปลี่ยน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>10 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงชีวิตคุณที่มีลูกด้วย&nbsp;</strong></h4>



<p>ใช่ ลูกคนโตตอนนี้ 9 ขวบแล้ว เพราะฉะนั้น 10 ปีที่ผ่านมา มันเป็นช่วงชีวิตที่เปลี่ยนมาก ถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ก่อนจะมีครอบครัว ก่อนมีลูก ไลฟ์สไตล์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ก่อนเราอยากจะทำอะไรก็ทำ อยากจะขี้เกียจก็ได้ อยากจะนอนเฉยๆ วันอาทิตย์ก็ไม่มีใครว่า พอหลังจากมีลูกแล้ว ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนมาก ช่วงประมาณ 2 ปีแรก ซัฟเฟอร์มาก เพราะว่าเราไม่เคยมีไลฟ์สไตล์แบบนี้ แต่ก่อนอยากจะลุกขึ้นมาทำเพลงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พอมีลูก มันไม่ใช่แล้ว อยากจะเจียดเวลาไปมีเวลาส่วนตัวนี่แทบจะไม่มีเลย ก็ต้องมีตารางที่ชัดเจนว่า ทำเพลงตอนนี้ แล้วก็แบ่งเวลาให้กับครอบครัว&nbsp;</p>



<p>เพราะฉะนั้น มันก็เป็นช่วงที่ปรับตัวมากสำหรับ 2 ปีแรกที่มีลูก แต่ว่าพอเริ่มปรับตัวได้ คุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์ใหม่ ก็รู้สึกว่ามันลงตัว แล้วเราจากทุกข์ทรมานมาก ก็กลายเป็นชอบ เพราะว่าไลฟ์สไตล์ของเรา ปกติผมก็ไม่ได้เป็นคนชอบไปเที่ยวกลางคืนเสพของมึนเมา หรือมีไนต์ไลฟ์อะไรแบบชาวบ้านเขาอยู่แล้ว ธรรมดาเราเป็นเด็กบ้าน และก็ชอบไลฟ์สไตล์ของการเป็นแฟมิลี่แมน การเป็นคนที่มีครอบครัว แล้วความสุขก็อยู่แค่เอื้อม คือได้เล่นกับลูก มีโมเมนต์ที่หัวเราะกับครอบครัว กลายเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งที่เราไม่เคยได้สัมผัส</p>



<p>ด้านของความเป็นพ่อ แต่ก่อนนี้ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่า เราจะเป็นพ่อคนได้ยังไง จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกได้ยังไง พอมีลูกแล้ว แรกๆ ก็มีช่วงท้อมากเหมือนกันนะ เฮ้ย เราไม่ใช่พ่อที่ดีหรือเปล่า แต่ว่าสุดท้ายแล้ว บางทีเราก็ต้องยอมรับว่าเราก็เป็นคนๆ หนึ่ง ฉะนั้นการทำถูกบ้างผิดบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของเราในฐานะมนุษย์ เราจะเป็นไอดอลของลูกตลอดเวลาเป็นไปไม่ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ช่วงโควิดที่ผ่านมา ชีวิตในภาพรวมเป็นยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong></strong>ผมคิดว่าทุกคน ชีวิตก็เปลี่ยน มันมีผลกับคนทั้งโลกเลย ไม่ใช่แค่เราคนเดียว แต่ว่าการที่เราเป็นเด็กบ้านอยู่แล้ว การอยู่บ้านมันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกทุรนทุรายอยากจะออกไปเที่ยวมากมายขนาดนั้น กลับกลายเป็นการที่เราได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p>แล้วข้อดีของมันก็คือ ถ้าไม่มีโควิดผมคงไม่ได้ทำอัลบั้มเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าคงจะไม่มีเวลา เลยอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับเราด้วย ทำให้เราได้กลับมามีเวลาได้ทำงานเพลงของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าต้องอยู่บ้าน ธรรดาเราต้องขับรถไปทำงานที่โน่น ไปประชุมที่นี่ พอโควิดมาปุ๊ป ทุกอย่าง ประชุมที่บ้าน ทำงานที่บ้าน โทรศัพท์ที่บ้าน เลยมีเวลาที่เราจะได้นั่งแต่งเพลงทำเพลงอยู่บ้าน บวกกับเรามีโฮมสตูดิโออยู่ที่บ้านด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156318" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c5_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ไอเดียแรกเริ่มคือยังไง ถึงคิดว่าทำอัลบั้มเลยดีกว่า&nbsp;</strong></h4>



<p>คือพอมีเวลาว่าง ก็ได้นั่งแต่งเพลงอยู่ที่บ้านมากขึ้น พอนั่งแต่งเพลง เพลงมันก็มาเองโดยธรรมชาติของมัน แล้วเพลงต่างๆ ก็ออกมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นอัลบั้ม จริงๆ ไม่ได้กะจะทำเป็นอัลบั้ม 10 เพลงหรอก เพราะว่าคิดว่าอาจจะไม่จำเป็นแล้วสำหรับยุคนี้ ก็เลยมีเวลาเท่าไหร่ ได้เพลงเท่าไหร่ ก็คัดออกมาให้ได้เท่าที่เราต้องการและคิดว่ามีไอเดียที่จะทำ ตอนนี้ก็เสร็จไป 5 เพลงแล้ว และปีนี้ตั้งใจว่าจะทำอีกสัก 2 เพลงก็พอแล้ว คิดว่าจะทำเป็นอัลบั้มประมาณสัก 6 หรือ 7 เพลง ค่อยๆ ทยอยปล่อย แล้วปลายปีก็คงจะปล่อยเป็นอัลบั้มเต็มทั้งหมด&nbsp; <strong>&nbsp;</strong>&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เป็นเอ็มดีด้วย เป็นศิลปินด้วย อยากรู้ว่าเวลาเคาะงานตัวเองนี่ทำยังไง</strong></h4>



<p>จริงๆ แล้วเรื่องงานเพลง สำหรับหลักคิดของค่าย Spicydisc มันเป็นอย่างนี้มาตลอด ก็คือว่า เราทำหน้าที่ซัพพอร์ตศิลปิน เพราะฉะนั้นเวลาเคาะเพลงตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาเคาะ เราก็เคาะด้วยตัวเราเอง แล้วอีกอย่างหนึ่ง เพลงในอัลบั้มนี้ต้องยอมรับตามตรงว่า เราไม่ได้เป็นศิลปินสไตล์อยู่ในกระแสวัยรุ่นอะไรอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเราทำงานนี้ให้เป็นเหมือนงานศิลปะที่เราอยากจะถ่ายทอดออกมาเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดว่าวัยรุ่นจะชอบหรือเปล่า หรือเพลงสไตล์นี้อยู่ในกระแสหรือเปล่า ซึ่งธรรมดาเราก็ไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว ตอนนำ P.O.P อาจจะมีคิดบ้าง แต่ Groove Riders นี่มาจากความชอบและความรักในสไตล์เพลงล้วนๆ เลย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราทำแบบนี้อยู่แล้ว ไม่รู้เป็นนิสัยเสียหรือเปล่า นิสัยไม่แคร์ตลาด มันอาจจะไม่ดีก็ได้ (หัวเราะ)</p>



<p>Spicydisc ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่ที่เราจะมอบโอกาสให้กับศิลปินได้ผลิตงานของตัวเอง เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นจุดมุ่งหมายแรก แต่ว่าสิ่งสำคัญก็คือว่า ต้องมีสิ่งที่เรียกว่าเป็นควอลิตี้คอนโทรลบ้าง ไม่ใช่ว่าใครอยากทำอะไรก็ได้ แล้วปรากฏออกมาเพลงห่วย อย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเมกชัวร์ว่า เพลงแต่ละเพลงที่เราจะรีลิสออกไปสู่หูคนฟัง ต้องเป็นเพลงที่มีคุณภาพ เท่านั้นเอง แต่ว่าบางศิลปินเขาก็มีกลุ่มแฟนเพลงของเขา บางศิลปินก็มีแฟนเพลงเด็ก บางศิลปินก็มีแฟนเพลงโตหน่อย บางศิลปินก็มีกลุ่มตลาดอินดี้ที่ niche หน่อย บางศิลปินก็ค่อนข้างแมสหน่อย ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ไปกำหนดว่าคุณจะต้องเป็นศิลปินที่แมสทุกคน ใครทำผลงานที่เป็นผลงานของตัวเองมายังไง ก็เป็นอย่างนั้นแหละ เพียงแต่เมกชัวร์ว่าทุกคนต้องทำงานหนักและเมกชัวร์ว่าเพลงที่ออกมาสู่หูคนฟังจะต้องเป็นเพลงที่เพราะและมีคุณภาพ ไม่ใช่ว่าทำอะไรออกมาก็ไม่รู้ ทำเพื่อเงิน อย่างนี้ไม่ได้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ </p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัวคุณเองต่อติดหรือเชื่อมโยงกับศิลปินรุ่นใหม่ๆ ได้ยังไง</strong></h4>



<p><strong></strong>ผมว่ามันเชื่อมกันด้วยความรักในเสียงเพลงเท่านั้นเอง มันไม่ได้ต่างกันเลยเพราะว่าศิลปินทุกคนก็มีความฝันเหมือนกันหมด เหมือนกับผม ที่เราอยากจะมีผลงานเป็นของตัวเอง อยากจะนำเสนอความคิดของเรา อยากจะถ่ายทอดออกมา อยากจะสื่อสารกับคนฟัง แล้วก็เป็นคนที่รักเสียงเพลงมาก อยากที่จะอยู่กับมันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงศิลปินทุกรุ่นเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินที่อายุมากกว่าผมหรืออายุน้อยกว่าผมแค่ไหนก็ตาม เราก็สามารถคุยเรื่องนี้กันได้ทั้งวันทั้งคืน ถึงแม้ว่าวัยจะต่างกัน หรือรสนิยมจะเป็นคนละอย่างกันก็ตาม แต่ว่าถ้าพูดเรื่องเพลงก็ไม่ได้มีช่องว่างอะไร บางทีมันเป็นการแลกเปลี่ยนกันด้วยซ้ำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156319" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c8_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในยุคที่ทุกคนมีเวลาน้อย แต่คอนเทนต์มีเยอะมากที่จะมาแย่งเวลาในการฟังเพลง ในมุมคุณเองทั้งในหมวกของศิลปินและผู้บริหาร ดีลกับเรื่องนี้ยังไง</strong></h4>



<p><strong></strong>ผมว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย และเทคโนโลยีก็มีส่วนมากในการกำหนดพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบัน เราก็เห็นกันอยู่แล้ว ทุกคนในปัจจุบันสมาธิสั้นมาก ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วที่จะสามารถฟังเพลงที่มีความยาว 3-4 นาที แล้วก็ทั้งอัลบั้มมีทั้งหมด 10 เพลง ฟังยาวๆ ต่อกัน ไม่มีใครทำแบบนั้นได้แล้ว เพราะว่าเทคโนโลยีด้วย พฤติกรรมด้วย อะไรต่างๆ มันเปลี่ยนไป โลกเรามันเปลี่ยนไปแล้ว</p>



<p>เพราะฉะนั้นเราก็ต้องยอมรับความจริงว่า พฤติกรรมคนเป็นแบบนี้ คือคอนเทนต์มีเยอะก็ใช่นะ แต่ผมว่าเราจะมานั่งเอาสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนดให้เราเลิกทำอะไรบางอย่าง หรือไม่ทำอะไรบางอย่าง หรือยอมแพ้ มันก็คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ทำอะไรเราก็ทำให้ดีที่สุดเหมือนเดิมเท่านั้นเอง ผมว่าเราไม่ควรจะไปคิดมากกับเรื่องอะไรแบบนี้ มันไม่มีประโยชน์เลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟังเพลงน้อยลงมั้ย</strong></h4>



<p>ฟังเพลงน้อยลง<strong> </strong>แต่ว่าไม่ได้เป็นเพราะว่าวัยหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เป็นเพราะภาระหน้าที่ที่เยอะขึ้น ทุกวันนี้เรายังอยากฟังเพลงทั้งวันทั้งคืนอยู่นะ แต่ว่ามันไม่มีเวลา ตื่นมาปุ๊ป คนที่มีลูกก็คงรู้ เราไม่มีทางตื่นสายได้อีกต่อไปแล้วในชีวิตนี้ ยกเว้นตอนที่ลูกเราเริ่มเป็นวัยรุ่นแล้วอาจจะตื่นสายได้ แต่ว่า 6 โมงเช้าก็ตื่นละ ตื่นพร้อมลูก ทำอะไรพร้อมกับลูกเสร็จปุ๊ป 7 โมงครึ่งก็เริ่มทำงานละ เริ่มเคลียร์เอกสาร เคลียร์งานอะไรบางอย่าง ออฟฟิศเริ่มงาน 10 โมง แต่ว่าผมเริ่มงานตั้งแต่ 7 โมงครึ่งทุกวัน บางวันถ้าเคลียร์ทุกอย่างพร้อม เราก็เริ่มกลับมาซ้อมดนตรีแล้ว ซ้อมเบส นั่งทำเพลง จนออฟฟิศเปิดปุ๊ป โทรศัพท์ก็จะดังทันที มีปัญหามาให้แก้ตลอดทั้งวันเลย คนโน้นมีปัญหาโน้น คนนี้มีปัญหานี้ บางทีก็มีมีทต้ิง มีอะไรต่ออะไรเข้ามาตลอด จนกลางคืน ถึงเวลาก็หยุด อยู่กับลูกนิดหนึ่ง พอลูกหลับ ก็เป็นเวลาที่เราต้องทำงานต่อแล้ว ชีวิตเป็นอย่างนี้&nbsp;</p>



<p>เพราะฉะนั้นเวลาที่เราจะมีโอกาสได้ฟังเพลงมันก็น้อยลงเยอะ บางทีต้องไปแอบฟังเพลงตอนขับรถ ก่อนโควิดก็ได้ฟังเพลงตอนเข้าฟิตเนสบ้าง บางทีวันอาทิตย์ที่ว่างๆ ต้องบังคับตัวเองไม่ให้ทำงาน อยากจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลานั่งฟังเพลงแค่ชั่วโมงหนึ่งก็บุญแล้ว บางทีฟังเพลงอยู่ลูกก็มาแย่งฟัง แต่ว่าถ้าฟังเราก็พยายามฟังด้วยความเอ็นจอย พยายามไม่ได้ฟังเพื่อเป็นงานเป็นการ แต่ว่าสมองมันก็จะไปวิเคราะห์โดยอัตโนมัติ ใช้คอร์ดอะไร ซาวด์นี้คือซาวด์อะไร หรือกีต้าร์นี้มันน่าจะเป็นกิ๊บสันหรือเฟนเดอร์ ด้วยความที่เราเป็นนักดนตรี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณมีวิธีคิดในการสร้างเพลงต่างจากเมื่อก่อนมั้ย</strong></h4>



<p>ต่างครับ ต่างมากเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง topic ว่าเราจะพูดอะไร อันนี้ต่างชัดเจน ส่วนเรื่องแนวดนตรีมันก็เป็นวิวัฒนาการ เราไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เพราะว่าเราก็ยังค้นคว้าทดลองวิธีการทำเพลงใหม่ๆ ทดลองซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ปลั๊กอินใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำตลอดเวลาเพื่อให้เราพัฒนาฝีมือการทำเพลงเราไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ว่าเรื่องของการแต่งเพลง เพลงมันเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราเป็นในชีวิต เราเป็นยังไง เพลงมันก็เป็นอย่างนั้น แต่ก่อนตอนวัยรุ่นเราโหยหาความรักที่แท้จริง โหยหาคู่ชีวิต หรือว่ามีไลฟ์สไตล์แบบหนึ่ง เพลงของเราก็พูดเรื่องต่างๆ เหล่านี้ แต่พอถึงวันนี้ เราอิ่มกับตรงนั้นแล้ว กลายเป็นเราไปเห็นอย่างอื่นแทน สิ่งต่างๆ ที่เราพูดในเพลงเรามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่เราพูดตอนอายุ 20 อีกต่อไป หรือเราพยายามจะไปพูดอย่างนั้นมันก็กระดากปากแล้ว แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราในฐานะมนุษย์ที่อายุ 48 เราเจออะไรอยู่ตอนนี้ เราก็พูดเรื่องนี้แหละ ศิลปะมันคือการนำเอาสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมาแปรรูปเป็นเพลง เป็นรูปภาพ เป็นอะไรก็ว่าไป</p>



<p>ชุดนี้ก็แน่นอน พูดเรื่องครอบครัว เพราะว่านี่คือสิ่งที่เราเป็นในปัจจุบัน เราจะไม่พูดได้ยังไง หรือว่าเราพยายามจะเลี่ยงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพลงมันออกมาจากชีวิตเรา ไม่ใช่ว่าเรามีชีวิตครอบครัวอย่างนี้แล้วเราดันไปพูดเรื่องการต่อสู้ดิ้นรนบนผืนนา มันไม่ใช่ไง คนที่เขาไปเจอเรื่องนั้นเขาก็พูดเรื่องนั้นได้ดีกว่าเราอยู่แล้ว เราอยู่ตรงนี้เราก็พูดเรื่องที่เราประสบรอบตัวเรา เพราะฉะนั้นอัลบั้มนี้ก็เลยเป็นอัลบั้มที่ไม่ได้ตั้งใจนะว่าจะพูดเรื่องครอบครัว แต่มันออกมาเองโดยธรรมชาติของมัน ซึ่งอาจจะไม่มีวัยรุ่นฟังเลยก็เป็นไปได้ แต่ว่าทำไงได้ มันออกมาแล้วก็ต้องทำให้เสร็จน่ะ ความรู้สึกเราเป็นแบบนั้น&nbsp;</p>



<p>แต่คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ก็จะเข้าใจเพลงต่างๆ ที่ผมทำในอัลบั้มนี้ แต่ในขณะเดียวกันผมก็จะไม่ได้พูดตรงๆ นะ เพลงในอัลบั้มไม่ได้จะมีการพูดตรงๆ ว่า ฉันรักลูกฉันจัง แต่ว่าพูดในแนวแอ็บสแตรก เป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่า เพราะฉะนั้นคนก็เอาไปใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับลูก มันเกี่ยวกับอะไรก็ได้ ความเห็นแก่ตัวของเราที่ไม่อยากจะจากสิ่งที่เรารัก คนที่เรารัก มันเป็นความรู้สึกเดียวกัน เราเอาตรงนั้นมาพูด แต่เราไม่ได้พูดว่าฉันไม่อยากจะจากลูกฉันเลย ไม่ใช่พูดตรงๆ แบบนั้น มันก็มีศิลปะในการถ่ายทอด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156320" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c10_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เรารู้สึกว่าเวลาทำงานคุณมักจะมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่สร้างเพลงขึ้นมา ใครเขียนเนื้อ เนื้อประมาณไหน</strong> <strong>เป็นแบบนั้นหรือเปล่า</strong></h4>



<p>จริงๆ ชัดเจนและไม่ชัดเจน จุดเริ่มต้นน่ะไม่เคยชัดเจนสักครั้งหนึ่ง เพราะว่าเราในฐานะที่เป็นคนแต่งเพลง หลังจากที่เราฝึกฝนตัวเองมาแล้ว เราต้องอนุญาตให้เราแต่งเพลงออกมาให้เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่งั้นมันจะไม่ใช่งานศิลปะ มันจะกลายเป็นงานคอมเมอร์เชียล แต่ว่าในงานของผมเอง เราจะต้องอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ที่มันธรรมชาติที่สุด เหมือนกับคนวาดรูป ที่เขาฝึกวาดรูปมาแล้วเป็นพันๆ หมื่นๆ ครั้ง เขาก็จะสามารถวาดรูปได้อย่างมีสกิล เราก็เหมือนกัน เราทำเพลงมาแล้วเป็นร้อยๆ พันๆ เพลง เราก็มีสกิลของเรา แต่ว่าเราก็จะต้องเริ่มจากธรรมชาติก่อน แล้วเราเอาสกิลของเราที่เราฝึกฝนมา มาทำให้มันชัดเจน</p>



<p>เพราะฉะนั้น แน่นอน พอแต่งเพลงได้ปุ๊ป เราก็จะต้องมีการมาวางแผนว่า พอเราได้เห็นภาพในหัวแล้วว่าเพลงนี้เป็นเพลงเกี่ยวกับอะไร เราก็จะรู้แล้วว่าต้องใช้ใครในการเล่นดนตรี ทำซาวด์แบบไหน จะใช้เครื่องมืออะไร เพื่อที่จะได้สิ่งที่เราคิดอยู่ในหัว สิ่งเหล่านี้ก็ออกมาจากประสบการณ์ ไม่ได้มาด้นสดเอาอยู่แล้ว แต่ว่าจุดเริ่มต้น มันไม่ใช่ว่า วันนี้ฉันจะแต่งเพลงเกี่ยวกับลูกฉัน ไม่ใช่ เรารู้สึกอะไรก็ปล่อยออกมาให้เป็นธรรมชาติ นั่นเป็นจุดเริ่มต้น แต่พอออกมาปุ๊ป เราจะขัดเกลามันยังไง อันนี้มันมาจากสกิลที่เราฝึกฝนมามากกว่า&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สมมติมีเสียงแว้บขึ้นมาในหัวปุ๊ป คุณวิ่งไปหยิบอะไรก่อน</strong></h4>



<p>หยิบไอโฟนก่อน เพราะมีแอพฯ ที่ชื่อว่า voice memos ซึ่งเป็นตัวที่จะบันทึกไอเดียของเพลง ทุกอย่างที่คิด บางทีถ้าอยู่บนรถก็ร้องเลย แล้วก็อัดไว้ บางทีถ้าอยู่ที่บ้านก็วิ่งไปที่เปียโนแล้วก็กดอัด ไม่ได้วิ่งไปที่คอมพิวเตอร์ เครื่องดนตรีก็แล้วแต่ว่าอะไรอยู่ใกล้มือก็เอาอันนั้น บางทีถ้านั่งอยู่กับเบสก็ใช้เบส แต่ปัจจุบันนี้จะใช้เปียโนแต่งเพลงมากที่สุด บางทีก็กีต้าร์บ้าง ไม่มีอะไรเลยก็ฮัมเอา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เสียงในหัวจะมาเป็นอะไรก่อน</strong></h4>



<p>ส่วนมากจะมาเป็นอารมณ์ก่อน เราจะรู้ว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง รู้สึกเศร้า เหงา มีความสุข รู้สึกซึ้ง รู้สึกมีแรงบันดาลใจบางอย่าง พอเริ่มจากตรงนั้นปุ๊ป เดี๋ยวเมโลดี้หรือทำนองมันจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็น&nbsp; แล้วบางทีถ้าเราอยู่กับเครื่องดนตรีที่เราคุ้นเคยอย่างเปียโน มันก็จะค่อยๆ เล่นไป ไหลไป แก้ไป บางทีก็นั่งอยู่เป็นชั่วโมง กว่าเพลงจะเสร็จ มันก็จะค่อยๆ กำเนิดขึ้นมาทีละนิดๆ แต่ส่วนมากมาจากทำนองก่อน ยังไม่เคยเนื้อร้องมาก่อนเลย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณได้เขียนเนื้อร้องเองบ้างมั้ย</strong></h4>



<p><strong></strong>เขียนครับ แต่ก่อนเขียนเยอะเลย แต่ว่าปัจจุบันยอมรับตามตรงว่า เรามีภาระหน้าที่เยอะ ผมคิดว่าพอเราไม่ได้เขียนนานๆ ไม่ได้แต่งเนื้อเพลงเองนานๆ ปากกามันเริ่มฝืด ตอนที่เราแต่งเนื้อเพลงบ่อยๆ เราจะเขียนอะไรบนสมุดทุกวันเลย ปากกามันก็ลื่น ไอเดียมักลื่น พอสกิลตรงนี้มันถดถอยไป เราก็รู้สึกว่าเราอาจจะไม่ได้ควอลิฟายที่จะเป็นคนแต่งเนื้อเหมือนแต่ก่อนแล้ว ก็ต้องหาคนอื่นมาช่วย แต่ว่าเราก็จะเป็นคนเขียนเมโมไปให้เขาว่า เพลงนี้ตอนที่เราแต่งทำนอง เราคิดถึงเรื่องนี้ ก็เขียนมาสัก 1 หน้ากระดาษ ส่งไปให้นักแต่งเพลงช่วยไปแต่งคำร้องมาให้หน่อย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156321" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c11_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณสวมหมวกของผู้บริหารที่ทำค่ายเพลงซึ่งเป็นธุรกิจด้วย ในหมวกของความเป็นนักธุรกิจ คุณสร้างสมดุลกับการทำงานศิลปะอย่างไร </strong></h4>



<p>ยอมรับตามตรงเลยนะ ผมเป็นนักธุรกิจที่แย่มาก ห่วยมากเลย รู้ตัวอย่างนี้มานานแล้ว แต่ว่าการที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ เอาจริงๆ แล้วโดยส่วนตัวเราไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่จะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นหัวหน้าคน อยู่บนท็อปของออร์กาไนเซชั่นชาร์ต ไม่ใช่ความฝันในชีวิต ใช้คำนี้ได้เลย แต่การมาอยู่ตรงนี้ มันเป็นความจำเป็นมากกว่า เพราะว่าไม่มีคนทำ แล้วเราก็กลายเป็นศิลปินที่อายุมากที่สุดในค่ายแล้ว มีประสบการณ์มากที่สุดแล้ว แล้วก็รู้จักทีมงานน้องๆ ทุกคนในค่าย แล้วพอมีปัญหาก็มีทางเลือกให้เราแค่สองทางเท่านั้น คือ หนีปัญหาไปอยู่ที่ใหม่ กับแก้ปัญหาด้วยตัวของเราเอง จะให้ทำไงล่ะ (หัวเราะ) ก็เลือกอย่างที่สอง เพราะว่าผมกับเจ้าของค่าย พี่เต้ง คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ เราก็นับถือกันเหมือนพี่น้อง&nbsp;</p>



<p>ผมอยู่ที่นี่มาเป็น 10 ปีแล้ว ได้รับโอกาสในการอยากทำอะไรก็ทำมานานมากแล้ว อยากทำ Groove Riders ก็ได้ทำ อยากทำอัลบั้มเดี่ยวก็ได้ทำ ทำบอย-ก้อ เอาสิ ทำ The ghost cat ได้ แล้วก็ได้โปรดิวซ์งานให้ศิลปินเยอะแยะไปหมด ถ้ามองย้อนกลับไปผมก็รู้สึกว่า จะมีใครที่ให้โอกาสผมได้ทำงานเพลงแบบนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้โอกาสแบบนี้นะ เพราะฉะนั้นอยู่ๆ ถ้าเราจะหนีปัญหาไปอยู่ที่ใหม่ที่ไม่มีปัญหา มันก็มีความเนรคุณอยู่ประมาณหนึ่ง รู้สึกว่าบุญคุณต้องตอบแทน เราก็เลยรู้สึกว่าขอลองตอบแทนบุญคุณครั้งนี้เป็นงาน เป็นการช่วยเหลือ แล้วถ้าเราตั้งใจทำดี มันน่าจะมีประโยชน์กับน้องๆ ศิลปิน น่าจะมีประโยชน์กับทีมงาน&nbsp;</p>



<p>แต่เราก็รู้นะว่าเราไม่ได้เป็นคนเพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์เต็มร้อย ไม่ได้มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ มีแค่ความตั้งใจเท่านั้นเอง ซึ่งก็ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำตรงนี้ตลอดไป คิดว่าวางรากฐานวางระบบทุกอย่างในค่ายให้ดี แล้วอีกหน่อยอาจจะมีคนที่เก่งกว่าเรามาทำแทนก็ได้ ที่ผ่านมาคือเราไม่มี middle management น่ะ เราไม่มีผู้บริหารที่เข้าไปคลุกวงในจริงๆ กับศิลปิน กับทีมงาน ที่จะอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้มันเป็นช่องว่างหนึ่งที่หลายๆ ครั้งการสื่อสารมันเหมือนมีรู สะพานมันข้ามไปถึงจุดหนึ่งแล้วมันดันมีช่องว่าง เราพยายามไปทำช่องว่างตรงนั้นให้มันเติมเต็มขึ้นเพื่อคนจะได้เดินข้ามสะพานได้อย่างปลอดภัย</p>



<p>แต่ถึงปีนี้ก็ปีที่ 4 แล้ว ยอมรับว่าไม่ได้ตั้งใจจะอยู่นานเลย ตั้งใจจะมาแก้ปัญหา เสร็จแล้วก็จะไป แต่ว่ามันดันมีโควิดเสียก่อน แล้วถ้าไประหว่างมีโควิดก็ทุเรศอีก กลายเป็นมีปัญหาก็หนีไปอีก ก็เลยต้องอยู่ทำจนถึงทุกวันนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมเอ็มดี เวลาเลือกทำศิลปินสักเบอร์หนึ่ง คุณเลือกยังไง </strong></h4>



<p>ผมไม่ได้เลือกคนเดียว เลือกกับเจ้าของค่าย พี่เต้ง คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ นี่แหละ ช่วยกันเลือก วิธีการทำงานของผมคือ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับผม หรือว่าผมมีอำนาจหน้าที่เต็มร้อย ไม่ใช่เผด็จการ แต่ผมพยายามที่จะเมกชัวร์ว่าทุกคนต้องมีส่วนร่วม และทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง เรามีหน้าที่แค่ มีปัญหามาบอก หรือว่าพอเจอศิลปินที่เราสนใจ อันนี้น่าทำ ลองดูสิว่าคนอื่นเห็นด้วยเปล่า หรือว่าบางคนเจอศิลปินที่น่าสนใจ เอามาคุย ขอดูหน่อย บางทีก็มีความคิดเห็นที่ขัดแย้ง แต่เรารู้สึกว่าโอกาสเป็นเรื่องที่สำคัญ ศิลปินใหม่ๆ ไม่ต้องการอะไรมาก ต้องการแค่โอกาสเท่านั้น ขอให้เราให้โอกาสเขา แล้วดูสิว่าเขาใช้โอกาสนั้นเป็นยังไง บางคนก็ใช้โอกาสได้ดี บางคนก็ใช้โอกาสได้ไม่ค่อยดี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ใช้โอกาสได้ไม่ค่อยดีนี่เช่นยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>ก็เหมือนกับใช้น้ำ เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้เรื่อยๆ ไม่คิดจะปิด คิดว่าน้ำไม่มีวันหมดโลกหรอก คล้ายๆ อย่างนั้น ก็แล้วแต่คน บางคนก็เห็นโอกาส เป็นจุดที่ต้องขวนขวาย มีหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่เราก็อยู่กันแบบพี่น้อง คือเราไม่ได้คิดว่าทุกคนจะต้องเพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์เต็มร้อยหรอก แต่ว่าในค่ายมันเหมือนกับเราต้องช่วยเหลือกันและกัน และก็ต้องให้โอกาสกันและกัน บางครั้งก็ทำงานผิดพลาด บางครั้งก็ทำอะไรผิด ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าขอให้ตั้งใจและเริ่มใหม่ได้เสมอ</p>



<p>เหลิงก็มีนะ บางทีอยู่ในช่วงขาขึ้น อยู่ในช่วงที่ดังมากๆ คิดว่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไป มันไม่ใช่ แต่ว่าประสบการณ์ก็จะสอนเขาเอง บางทีเราพูดก็ไม่มีประโยชน์ เหตุการณ์นี้เราเคยผ่านมาแล้ว อย่าทำแบบนี้เลย มันมีทางเลือกอื่นให้เดิน อย่าทำ บางทีพูดปากเปียกปากแฉะ เขาก็ไม่ฟัง ลอง สุดท้ายก็เป็นอย่างนั้นแหละ แต่มันก็ต้องผ่านน่ะถึงจะรู้ บางทีเขาต้องล้ม ต้องเจ็บเอง แล้วเดี๋ยวเขาก็เรียนรู้เอง มันก็เป็นอย่างนี้ประสบการณ์มนุษย์ </p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในช่วงโควิดที่ไม่มีงาน ดูแล<strong>ศิลปินแต่ละคน</strong>กันยังไง   </strong></h4>



<p><strong></strong>ก็หนักมาก<strong> </strong>จริงๆ ศิลปินทุกคน ยิ่งเป็นศิลปินที่ไม่มีเงินเดือน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เพราะว่าต้องขวนขวายต้องดิ้นรน แล้วก็ไม่มีงานอีกต่างหาก เราในฐานะค่ายก็ต้องคิดหนักว่าเราจะซัพพอร์ตศิลปินค่ายเรายังไง สิ่งหนึ่งที่ทำก็คือพยายามหางานให้ทำ ทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ คิดโปรเจ็กต์ขึ้นมา พยายามหางานพิเศษให้ทำ หลายรูปแบบ สารพัดอย่าง เยอะแยะไปหมด&nbsp;</p>



<p>เช่นบางทีมีงานทำเพลงซีรีส์ ทำเพลงประกอบโฆษณา ทำเพลงประกอบหนัง เอางานมาใสกระบะให้เรียบร้อยเลย แล้วดูสิว่ามีกี่งาน แล้วดูสิว่ามีศิลปินเราหรือนักแต่งเพลงโปรดิวเซอร์เรามีใครว่างอยู่บ้าง ก็จับแมทช์เลย หาเสียบเลย บางทีทำเสร็จปุ๊ป งานต่อไปไม่มี ก็ต้องคิดโปรเจ็กต์ขึ้นมาอีก เราสร้างโปรเจ็กต์เพลงคัฟเวอร์กันดีกว่า เอาเพลงฮิตสมัยก่อนมาทำใหม่ ให้ศิลปินทุกคนในค่ายทำให้หมด อย่าให้นอนอยู่บ้านว่างงานเดี๋ยวกลายเป็นโรคซึมเศร้ากันหมด ก็ต้องสร้างงานขึ้นมา สร้างโปรเจ็กต์ขึ้นมา แล้วต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ว่าช่วยอันนี้เสร็จปุ๊ป เลิก ช่วยเสร็จก็ต้องมาคิดว่ามีใครอีกที่กำลังลำบาก พยายามแมทช์กันให้ได้ระหว่างงานกับคน ทีมงานออกไปช่วยหางานใหม่ๆ เข้ามาแบ่งงานกัน ในเพลงหนึ่งเพลง เราจะทำยังไงให้มีคนมีรายได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าเราทำคนเดียวจบ แต่ต้องให้คนนี้มาทำ คนโน้นมาทำ เพื่อให้ทุกคนมีรายได้ กระจายรายได้ไป โอ้โฮ เหนื่อยมาก 2 ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156322" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c13_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เห็นคุณมาอยู่บนโซเชียลมากพอสมควร อันนี้เป็นธรรมชาติของคุณมั้ย</strong></h4>



<p>ไม่เป็นธรรมชาติ แต่ว่าในฐานะที่เราเป็นผู้บริหารค่าย แล้วเป็นศิลปินอาวุโสด้วย (หัวเราะ) มันต้องทำให้เป็นตัวอย่าง เราจะบอกกูไม่แคร์ ไม่เล่น ไม่ได้ เพราะว่าเราเองเราก็ส่งสารไปยังศิลปินทุกคนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นความจริงว่า ปัจจุบันหน้าที่ของศิลปินไม่ใช่แค่ทำเพลงและเล่นคอนเสิร์ตเท่านั้นแล้ว แต่มีหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งเข้ามา คือการสร้างฐานโซเชียลมีเดียของตัวเองให้แข็งแรง และเล่นโซเชียลมีเดียให้แข็งแรง อย่างสม่ำเสมอ มันเป็น job description เป็นหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งที่ศิลปินปัจจุบันต้องทำ แล้วถ้าเราไม่ทำ แต่ไปบอกคนอื่นให้ทำ มันไม่ได้ เราก็ต้องทำด้วย ผมนี่ต้องไปเทกคลาสนะ ไปเทกคลาสเฟซบุ๊ค คลาสโซเชียลมีเดีย แล้วก็พยายามบอกทีมงานให้ทำเวิร์กช็อปขึ้นมาให้ศิลปินด้วย อีกไม่นานเราก็จะมีเวิร์กช็อป Tiktok ให้กับศิลปิน&nbsp;</p>



<p>สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราก็ต้องทำด้วย ไม่ใช่ว่าไปบอกเขาแต่ว่าตัวเองนอนอยู่บ้านดูทีวีเฉยๆ ไม่ได้ ก็ต้องทำ แล้วพอเริ่มทำไปมันก็เริ่มกลายเป็นธรรมชาติ ทีนี้มันก็ไม่ฝืนแล้ว อะไรที่ทำบ่อยๆ มันก็เริ่มมีสกิลมากขึ้น อาจจะไม่ได้มีเยอะ แต่ว่ามันก็เห็นผลว่า เราสามารถที่จะเริ่มมีฐานเล็กๆ ของเราแล้ว อีกหน่อยพอทำอะไรก็มีคนมาคอยซัพพอร์ตคอยติดตาม มันก็มีข้อดีเยอะ เพราะว่าแทนที่เราจะไปพึ่งสื่อข้างนอกตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงตัวเรา เข้าถึงผลงานเราได้ง่ายขึ้นเยอะ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เรียกว่าเริ่มต้นมาจากหน้าที่แต่ค่อยๆ เป็นธรรมชาติมากขึ้น</strong></h4>



<p>ต้องหาวิธีว่าจะทำยังไงให้เราสนุกกับมัน ใช้คำนี้ดีกว่า แต่ก่อนนี้ก็ไม่สนุกนะ ต้องมาบังคับตัวเองให้ถ่ายรูป บางทีก็บังคับภรรยาตัวเองให้ถ่ายรูป ภรรยาก็ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก หน้านิ่วคิ้วขมวด แต่ว่าสุดท้ายเราทั้งคู่ ทุกคนก็ต้องมาคิดว่า ทำยังไงให้สนุก mentallity ต้องเป็นแบบนี้ ไม่งั้นนะ สุดท้ายก็เลิก ตอนนี้ก็สนุก บางทีก็มีมุขอะไรขำๆ บางทีก็อันนี้ถ่ายหน่อยดีกว่าเว้ย มันก็ทำให้สนุกไป&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เล่าเรื่องงานที่ MCT ให้ฟังคร่าวๆ หน่อย&nbsp;&nbsp;</strong></h4>



<p><strong></strong>อันนี้ก็เหมือนกัน อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกว่า ไม่ได้เป็นความใฝ่ฝันหรือความต้องการในชีวิตที่จะต้องเป็นแชร์แมน เป็นผู้นำสูงสุดขององค์กร ไม่มีความต้องการแบบนั้นในชีวิตเลย แต่มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ คือ MCT เป็นองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ เป็นองค์กรของนักแต่งเพลง วันหนึ่งพี่เต้ง คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ ก็คุยกับเราว่า อยากให้ผมลองสมัครเข้าไปเป็นกรรมการหน่อย เพื่อที่จะดูว่า MCT เขาทำงานยังไง มีปัญหาอะไรอยากให้เข้าไปช่วยดูแลมั้ย เพราะว่าเราก็รู้จักศิลปินนักแต่งเพลงเยอะมากในวงการอยู่แล้ว เข้าไปดูสิว่าเราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับคนเหล่านี้ได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>ปรากฏเข้าไปปุ๊ป เขาก็มีการโหวตว่า จะให้ใครเป็นประธานกรรมการ ก็นี่แหละครับ โหวตให้ผมเป็น โดยไม่รู้เรื่องมาก่อน มันเกิดขึ้นเร็วมาก ทีแรกก็รู้สึกว่าอยากจะปฏิเสธนะว่าไม่เอา ไม่ได้เป็นความต้องการในชีวิต แต่ว่าพอมีสติก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเราตั้งใจทำให้ดี มันเป็นโอกาสที่เราจะสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม ให้กับเพื่อนพี่น้องเราที่เป็นนักแต่งเพลงในประเทศนี้ได้</p>



<p>พอคิดแบบนั้นก็เลยยอมว่า ทำก็แล้วกัน เพราะว่าอย่างแรกเลยคือ MCT ทีเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพราะฉะนั้นตำแหน่งแชร์แมน เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน มีแค่เบี้ยประชุมเท่านั้นเอง 4 ครั้งต่อปี ครั้งละ 3 พันบาท ปีหนึ่งได้เงินประมาณหมื่นบาท แต่ว่างานแก้ปัญหาเยอะมาก และก็งานวางแผนทั้งภายในภายนอกยุบยิบไปหมด เรื่องปวดหัวเต็มไปหมด&nbsp;</p>



<p>แต่เรารู้สึกว่าเราอาสาเข้ามาแล้ว ถ้าตัดสินใจทำแล้วต้องทำให้ดีที่สุด แล้วทุก 2 ปีจะมีเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ก็เลยตั้งใจกับตัวเองว่า โอเค 2 ปี ทำให้ดีที่สุดแล้วดูสิว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ต้องอย่างน้อยคิดว่าสิ่งที่เราทำมันต้องเกิดประโยชน์กับส่วนรวมแน่ๆ ตอนนี้ก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว เพราะว่าเกิดโควิดเลือกตั้งไม่ได้ ก็คล้ายๆ กับ Spicydisc เหมือนกันว่ามันจับพลัดจับผลูมา แต่ว่าอย่างน้อยขอให้ทำแล้วเห็นผลว่ามีคนอื่นได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เราทำ ถ้าเราเห็นแค่นั้น ผมว่าก็โอเคแล้ว&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณพูดสองครั้งแล้วว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ความต้องการในชีวิต แล้วความต้องการในชีวิตจริงๆ คืออะไร</strong></h4>



<p><strong></strong>ต้องการทำงานเพลงเท่านั้นเองครับ ความฝันในชีวิตคือ ทำงานเพลงได้ตลอดชีวิต ได้ทำงานเพลงของตัวเอง ได้ร่วมงานกับศิลปินคนอื่นที่เราชอบ ซึ่งเราก็ได้ทำมาแล้ว 20 กว่าปีจะ 30 ปีแล้ว อันนี้คือความสุขในชีวิต เพราะฉะนั้น มาถึงตรงนี้ก็รู้สึกว่า เราจะเห็นแก่ตัวอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้แล้วล่ะ พอโอกาสเหล่านี้มันมา เราก็ต้องตัดทอนความเห็นแก่ตัวเรา เพื่อประโยชน์ของคนอื่นบ้างแล้ว สอนตัวเอง เป็นโอกาสที่เราจะได้ขัดเกลาตัวเราด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156323" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/q-_-a-day_Koh_Content_c3_20220504.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>10 ปีที่ผ่านมา โดยหลักๆ ก็คงเป็นเรื่องของการเติบโตในชีวิตครอบครัว ยังมีอะไรที่เป็นการเติบโตใหม่ๆ หรือการเรียนรู้ใหม่ๆ สำหรับคุณอีกมั้ย</strong></h4>



<p>ก็เรื่องภาระหน้าที่การงานนี่แหละครับ อย่างที่บอก<strong> </strong>สิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติด้วย โดยการที่เราต้องทำใจยอมรับมันด้วย จริงๆ การที่เราทำใจยอมรับภาะหน้าที่อันนี้ก็ทำให้เราโตขึ้นเยอะ อย่างที่บอกว่าคนเราจะโตขึ้นได้ไม่ใช่โตขึ้นจากการเห็นแก่ตัวหรือโตขึ้นจากความขี้เกียจ หรือโตขึ้นจากการเอาแต่ใจตัวเอง คนเราจะโตขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราเรียนรู้ที่จะเสียสละให้มากขึ้น เหมือนกับการที่เรามีครอบครัว เรามีลูกเราก็ต้องเสียสละ เสียสละเยอะเลย แต่ก่อนนี้มีเงิน เดี๋ยวก็ซื้อเบสๆ เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว เก็บเงินเอาไว้ ค่าเล่าเรียนลูก เบสไม่ต้องซื้อ มีพอแล้ว หยุด เราก็ต้องเรียนรู้แบบนี้&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกัน การมีภาระหน้าที่เป็นหัวหน้าคน ตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ คือการเสียสละความเป็นส่วนตัว การที่จะต้องเปิดมือถือตลอดเวลา แล้วใครโทรมาเราก็ต้องรับ เพราะเรารู้ว่าเรามีหน้าที่แก้ปัญหาให้คนอื่น หรือแทนที่เราจะได้นอนดูหนังอยู่บ้าน เราต้องไปคิดว่าจะทำยังไงให้องค์กรนักแต่งเพลงนี้มันแข็งแรงขึ้น อะไรอย่างนี้มันคือการเสียสละ เราจะโตขึ้นก็ต่อเมื่อเรายอมรับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ แล้วเรามองเห็นว่าชีวิตมันมีคุณค่าก็เพราะสิ่งนี้ ไม่ใช่ชีวิตมีคุณค่าก็เพราะเราไปซื้อบ้านตากอากาศมานอนอยู่ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 วันโดยไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่ แต่เราเห็นคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนรอบข้างเรา ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม เขาจะเป็นหัวหน้าเรา เป็นลูกน้องเรา มองเห็นความสำคัญเหล่านี้&nbsp;</p>



<p>นี่คือการสอนตัวเอง แล้วก็ยอมรับ อีกสิ่งหนึ่งที่สอนผมมาก คือการยอมรับความล้มเหลวของตัวเองแล้วยิ้มให้กับมันได้ ไม่ใช่กลายเป็นโรคซึมเศร้าหรือฉันไม่เจ๋งอีกต่อไป ไม่ใช่ แต่เข้าใจแล้วก็ยอมรับมันได้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีอะไรที่คุณล้มเหลวหรือ</strong></h4>



<p>โอ้โฮ เยอะแยะเลยครับ คนส่วนมากจะเห็นเฉพาะความสำเร็จของเรา เช่น แต่งเพลงโน้นก็ดัง เพลงนี้ก็ดัง อยากจะบอกว่าเพลงฮิตที่ผมทำมาก็อาจจะมีประมาณสัก 40 เพลง แต่เพลงที่ไม่ดังและล้มเหลว มีประมาณ 400 เพลง แต่ไม่มีใครรู้เท่านั้นเอง มันมากกว่ากันประมาณ 10 เท่า แต่ไม่มีใครรู้เพราะมันล้มเหลว ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเคยฟังด้วยซ้ำ แต่ก่อนเรารู้สึกว่า หลายๆ ครั้งที่ทำเพลงมา 5-6 เพลงแล้วล้มเหลวตลอด บางเพลงก็ไม่ได้ปล่อย บางเพลงก็ทำไม่เสร็จ บางเพลงออกไปแล้วก็ไม่ดัง แต่ก่อนนี้รู้สึกเป็นโรคซึมเศร้าบ่อยมากนะ แต่ว่าไม่ต้องไปหาหมอเท่านั้นเอง เพราะว่ายังดีที่มีครอบครัวที่ดีคอยซัพพอร์ต&nbsp;</p>



<p>แต่ปัจจุบันนี้ล้มเหลวแล้วก็รู้สึกยอมรับได้แล้ว ยังยิ้มอยู่ได้ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายในชีวิต เป็นเรื่องปกติธรรมดา ล้มเหลวแต่ไม่ล้มเลิก ใช้คำนี้ได้ คือไม่ว่าเราจะล้ม เพลงไม่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำเพลงใหม่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kor-notapol/">ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ กับผลงานเดี่ยวในรอบ 10 ปีที่ชีวิตเรียนรู้ว่าต้องเห็นแก่ตัวเองน้อยลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม อดีตนักพัฒนาอสังหาฯ ผู้สร้าง ‘กาดเกรียงไกรมาหามิตร’ ด้วยแนวคิดธุรกิจแบบ ‘ยะด้วยใจ๋’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kadkriengkrai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Feb 2022 12:19:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[กาดเกรียงไกรมาหามิตร]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=154840</guid>

					<description><![CDATA[<p>อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อยากย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แต่ก็ไม่อยากไปอยู่เฉยๆ เขาจึงซื้อกิจการโรงงานแปรรูปผลไม้เพื่อที่จะได้มีอะไรทำในวัยเกษียณ ทำไปทำมาก็เอาพื้นที่ว่างส่วนหนึ่งมาทำเป็นกาดชุมชน และปัจจุบันมันได้กลายเป็นสถานที่ดึงดูดนักเที่ยวแห่งใหม่ในอำเภอแม่ริม&#160;&#160; นี่คือเรื่องราวของ ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม เจ้าของ ‘กาดเกรียงไกรมาหามิตร’ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเนรมิตโกดังไหดองที่ไม่ได้ใช้งานแล้วภายในพื้นที่โรงงานเกรียงไกรผลไม้ ให้กลายเป็นกาดเก๋ๆ จำหน่ายทั้งของกินของใช้ของฝาก เพื่อสนับสนุนคนท้องถิ่นด้วยแนวคิด ‘ยะด้วยใจ๋’ และให้บรรยากาศเป็นกันเองแบบ ‘มาหามิตร’ เขาคืออดีตผู้บริหาร บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ผู้ประสบความสำเร็จกับโครงการอย่างคอนโดมิเนียมแบรนด์ยูดีไลท์ โครงการบ้านบ้าน วิภาวดี 20&#160; จุดเปลี่ยนบางอย่างในชีวิตทำให้เขาต้องทบทวนตัวเองและตัดสินใจย้ายภูมิลำเนาไปอยู่เชียงใหม่ ครั้นเมื่อต้องลงมือทำธุรกิจที่ไม่คุ้นมือเพื่อให้มีอะไรทำในช่วงบั้นปลาย เขาพบว่านอกจากต้องปรับ mindset ของตัวเองให้เข้ากับที่นั่นแล้วก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้ การเดินทางของชีวิต กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ครั้งนี้ จึงเป็นการตกผลึกทางความคิดหลายๆ ด้านของ ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม อย่างแท้จริงแม้ในวัยที่โชกโชนประสบการณ์แล้ว ซึ่งเขาได้ทิ้งร่องรอยลำดับวิธีคิดที่น่าสนใจไว้ในบทสัมภาษณ์นี้&#160; 1 คนทำอสังหาฯ เชื่อเรื่องเจ้าที่เจ้าทาง &#160; อยู่เชียงใหม่นานๆ คุณมองกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปเยอะมั้ย ผมไปอยู่ตอนที่เราเซ็ตอัพกาด รวมประมาณสัก 3 เดือน แต่ก่อนผมเป็นวิศวกร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kadkriengkrai/">ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม อดีตนักพัฒนาอสังหาฯ ผู้สร้าง ‘กาดเกรียงไกรมาหามิตร’ ด้วยแนวคิดธุรกิจแบบ ‘ยะด้วยใจ๋’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อยากย้ายไปอยู่เชียงใหม่ แต่ก็ไม่อยากไปอยู่เฉยๆ เขาจึงซื้อกิจการโรงงานแปรรูปผลไม้เพื่อที่จะได้มีอะไรทำในวัยเกษียณ ทำไปทำมาก็เอาพื้นที่ว่างส่วนหนึ่งมาทำเป็นกาดชุมชน และปัจจุบันมันได้กลายเป็นสถานที่ดึงดูดนักเที่ยวแห่งใหม่ในอำเภอแม่ริม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นี่คือเรื่องราวของ ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม เจ้าของ <a href="https://www.facebook.com/kadkriengkrai/">‘กาดเกรียงไกรมาหามิตร’</a> ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเนรมิตโกดังไหดองที่ไม่ได้ใช้งานแล้วภายในพื้นที่โรงงานเกรียงไกรผลไม้ ให้กลายเป็นกาดเก๋ๆ จำหน่ายทั้งของกินของใช้ของฝาก เพื่อสนับสนุนคนท้องถิ่นด้วยแนวคิด ‘ยะด้วยใจ๋’ และให้บรรยากาศเป็นกันเองแบบ ‘มาหามิตร’</p>



<p>เขาคืออดีตผู้บริหาร บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ผู้ประสบความสำเร็จกับโครงการอย่างคอนโดมิเนียมแบรนด์ยูดีไลท์ โครงการบ้านบ้าน วิภาวดี 20&nbsp;</p>



<p>จุดเปลี่ยนบางอย่างในชีวิตทำให้เขาต้องทบทวนตัวเองและตัดสินใจย้ายภูมิลำเนาไปอยู่เชียงใหม่ ครั้นเมื่อต้องลงมือทำธุรกิจที่ไม่คุ้นมือเพื่อให้มีอะไรทำในช่วงบั้นปลาย เขาพบว่านอกจากต้องปรับ mindset ของตัวเองให้เข้ากับที่นั่นแล้วก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องเรียนรู้</p>



<p>การเดินทางของชีวิต กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ครั้งนี้ จึงเป็นการตกผลึกทางความคิดหลายๆ ด้านของ ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม อย่างแท้จริงแม้ในวัยที่โชกโชนประสบการณ์แล้ว ซึ่งเขาได้ทิ้งร่องรอยลำดับวิธีคิดที่น่าสนใจไว้ในบทสัมภาษณ์นี้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154841" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c1_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คนทำอสังหาฯ เชื่อเรื่องเจ้าที่เจ้าทาง</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>&nbsp;</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อยู่เชียงใหม่นานๆ คุณมองกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปเยอะมั้ย</strong></h4>



<p>ผมไปอยู่ตอนที่เราเซ็ตอัพกาด รวมประมาณสัก 3 เดือน แต่ก่อนผมเป็นวิศวกร ทำเรื่องอสังหาฯ ฉะนั้นสมัยก่อนตึกทุกตึกในกรุงเทพฯ ผมเรียกชื่อได้หมดเลย พอหายไป 3 เดือน ลงมา ทำไมมีตึกแหลมๆ โผล่ขึ้นมา อันนี้ตึกอะไร (หัวเราะ)</p>



<p>เราก็ไม่อยากจะบอกว่าเราเข้าใจชีวิตมากขึ้น แต่รู้สึกว่านิยามของการพัฒนากรุงเทพฯ มันไปอยู่ในรูปของเรื่องเศรษฐกิจเรื่องการใช้เงินมากกว่าเรื่องอื่นๆ อย่างคลองช่องนนทรี ผมยังคิดว่ามีวิธิใช้เงินได้ประหยัดและทำได้ดีกว่านี้ ได้ประโยชน์กว่านี้ เลยมองว่า กรุงเทพฯ ก็พัฒนาอยู่ตลอด เห็นตลอด แต่ว่าไม่ค่อยชอบในแนวทางแบบนั้นแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะเคยอยู่ในธุรกิจอสังหาฯ เราชอบจะเห็นสิ่งปลูกสร้างอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้มันเกิดขึ้นในเชียงใหม่มากขึ้นมั้ย หรือเปลี่ยนแปลงในอัตราเร็วเท่านี้หรือเปล่า</strong></h4>



<p>เชียงใหม่ผมว่าแปลก คือผมเองอยู่อสังหาฯ มานาน คนที่อยู่อสังหาฯ ส่วนใหญ่ก็จะเชื่อเรื่องเจ้าที่เจ้าทาง อย่างเวลาเราซื้อที่ทำคอนโดฯ เราก็ต้องดูเรื่องพวกนี้เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>เชียงใหม่มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีการล้มหายตายจากไปในอัตราที่ใกล้เคียงกัน แล้วผมรู้สึกว่าคนที่ล้มหายตายจาก ก็จะเป็นคนทำธุรกิจที่เหมือนไม่ค่อยเหมาะกับเชียงใหม่เท่าไหร่ เชียงใหม่นี่ 700 กว่าปี เก่าแก่กว่ากรุงเทพฯ ผมเลยเชื่อว่าเชียงใหม่เจ้าที่ดี เขาช่วยในเรื่องของการดูแล ใครที่ทำธุรกิจอย่างไม่ทำร้ายเชียงใหม่ ก็จะอยู่ไปได้เรื่อยๆ ไม่เดือดร้อนอะไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154852" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c23_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำธุรกิจแบบไม่ทำร้ายเชียงใหม่ คุณคิดว่าควรเป็นธุรกิจแบบไหน&nbsp;</strong></h4>



<p>ถ้าเราเข้าใจความเป็นมาและประวัติศาสตร์ ผมว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่ผู้คนสงบ ภาษาเหนือเขามีคำว่า ‘ต๊ะต่อนยอน’ ตอนผมไปเชียงใหม่แรกๆ ผมก็ไปจากทุนนิยมที่กรุงเทพฯ อะไรก็ต้องเร็วและแรงในการทำธุรกิจ ถึงแม้เราบอกว่าเราอยากไปเกษียณอายุที่โน่น เราก็อดเผลอที่จะเร็วกับแรงไม่ได้ แต่ลูกน้องผมทุกคน ไม่มีใครเร็วแรงกับผมเลย จะกระทั่งผมได้สติว่า แล้วเรามาที่นี่เราต้องการจะเร็วกับแรงไปเพื่ออะไร เราก็เลยเริ่มมองลูกน้องแล้วพยามยามเริ่มปรับตัวเอง ให้ ‘ต๊ะต่อนยอน’ ตามเขาไปหน่อย</p>



<p>อย่างเช่น ถ้ากรุงเทพฯ ผมบอกลูกน้อง งานต้องเสร็จวันนี้ คำว่าวันนี้มันมีถึงเที่ยงคืน คือทำไปจนกระทั่งต้องเสร็จ แต่เชียงใหม่ พอ 5 โมงปุ๊ป เสร็จไม่เสร็จไม่เป็นไร (หัวเราะ) ทุกคนสลายตัวกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว กรุงเทพฯ นี่ไม่เสร็จไม่เลิก&nbsp;</p>



<p>ผมก็เลยคิดว่าเชียงใหม่เป็นเมืองของความสงบ ความบาลานซ์ และการเคารพพื้นถิ่นต่างๆ สมมุติเอาธุรกิจแบบพัทยาไปลงเชียงใหม่ ผมว่าจะไม่รอด ยิ่งถ้าไปเลือกทำเลที่อยู่ข้างวัดก็อยู่ไม่ได้นาน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c8_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อย่างที่บอกว่าคุณเชื่อเรื่องเจ้าที่เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยากรู้ว่าตอนรู้จักพื้นที่กาดเกรียงไกรฯ เซ้นส์คุณรู้สึกว่ามันคือโชคชะตา หรือมีอะไรบางอย่างบอกว่าที่นี่พิเศษกว่าที่อื่นมั้ย</strong>&nbsp;</h4>



<p>จริงๆ ตอนนั้นผมว่าเป็นอารมณ์นำพามามากกว่า เพราะเราประสบปัญหาในครอบครัวคือเสียคุณแม่ไป แล้วเราก็คิดว่าชีวิตมันคืออะไร แล้วก็ตัดสินใจว่าเราควรจะเบากับเรื่องงาน เรื่องความเครียด เรื่องสุขภาพ สมัยก่อนผมไม่สนใจเรื่องสุขภาพ ผมคิดว่าไม่มีใครทำงานแล้วตายแน่ๆ เลยตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องย้ายภูมิลำเนาไปอยู่เชียงใหม่</p>



<p>ก่อนจะมาเห็นพื้นที่ของโรงงานนี้ เราเดินทางขึ้นลงเชียงใหม่ สมมุติผมเลิกงานวันศุกร์ ผมบินละ ไปกับภรรยา พอไปถึงสนามบินก็มีรถเช่ารอหนึ่งคัน พอเช้าวันเสาร์ผมก็ขับรถเช่าวิ่งตามรถของโบรกเกอร์เพื่อดูที่ในเชียงใหม่ ผมใช้เวลาอย่างนี้ทุกสัปดาห์อยู่ 8 เดือน และตัดสินใจเลือกที่ทำเลหนึ่งในอำเภอแม่ริม</p>



<p>พอเลือกได้แล้วเราก็เริ่มคิดว่า จะมาอยู่เชียงใหม่เฉยๆ ไม่ทำอะไร เราคงจะกลายเป็นคนแก่ที่หงอยลงไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นผมตั้งใจจะทำเกษตรต้นน้ำ คือลงมือปลูกเลย เราสงสัยว่า ทำเกษตรทำไมต้องขาดทุน ทำให้มันได้กำไรไม่ได้หรือไง เราอยากพิสูจน์ตรงนั้น แล้วที่ดินที่หามาได้ก็เป็นชัยภูมิสำหรับการทำเกษตรต้นน้ำ</p>



<p>จากการไปตรงนั้น 8 เดือน เราได้ไปรู้จักกับเจ้าของโรงงานเกรียงไกรผลไม้ ทำธุรกิจแปรรูปผลไม้ วันหนึ่งแกฝากบอกมาทางเพื่อนผมว่า อยากจะขายโรงงาน เพราะลูกๆ ไม่เอาแล้ว ผมเองเนื่องจากเราอยากหาอะไรทำอยู่แล้ว อยากทำเกษตรอยู่แล้ว แต่เป็นเกษตรต้นน้ำ แต่เราก็มานั่งฉุกคิดนิดหนึ่ง ถ้าทำเกษตรต้นน้ำเราน่าจะคุมเรื่องราคาลำบาก แล้วตอนนั้นเกษตรกรก็ย่ำแย่อยู่แล้วในทุกผลผลิต มาเริ่มกลางน้ำนี่ก็ดีเหมือนกัน เราน่าจะปรับปรุงอะไรได้ เสร็จแล้วค่อยไปทำต้นน้ำก็ไม่น่าสาย&nbsp;</p>



<p>ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ คือตอนแก่ต้องมีอะไรทำ มีโอกาสทำเกษตรกลางน้ำมา แล้วโรงงานเองก็เป็น systematic มีระบบของมัน เพราะตอนนั้นเราทำบริษัทอสังหาฯ ก็ค่อนข้างจะวุ่นวายพอสมควร 3 ข้อนี้ คิดไม่นานเลยครับ 2 วันตัดสินใจเลย ผมเลยคิดว่าไม่ได้ดูเรื่องที่อะไรมากมายหรอก คือวันนั้นมันมีปัจจัยแวดล้อมอย่างอื่นที่มาบอกเราว่าเราควรจะเอา</p>



<p>เพียงแต่ว่าก็มีมุมมองทางด้านอสังหาฯ อยู่บ้าง ที่มันก็ตั้ง 7 ไร่นะ ถ้าเราทำไม่ได้จริงๆ เจ๊ง อย่างน้อยก็เหลือที่ อย่างน้อยใช้วิชาทำอสังหาฯ ก็กลับมาทำที่ตรงนี้ได้ คงไม่ได้ล่มจมอะไร ก็เลยตัดสินใจ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154851" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c17_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2 </strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถูกถีบตกน้ำก็ต้องเอาตัวเองให้รอด</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปกติคนที่ทำธุรกิจมานานๆ เวลาจะทำอะไรใหม่ๆ ก็จะต้องพยายามมองภาพให้เห็นชัดเจนก่อน รู้ว่าจะทุ่มแค่ไหน ถ้าเจ๊งแล้วเสียเท่าไหร่ ตอนนั้นในหัวคุณคิดภาพไว้ยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>พอคิด 2 วันปุ๊ป ผมกลับมาบอกเพื่อนๆ ที่สนิท เอาตังค์มารวมกันหน่อยสิ จะไปซื้อโรงงานทำ มันก็ถามว่าทำทำไมวะโรงงาน บอกว่ากูอยากมีอะไรทำตอนแก่ๆ แล้วก็คิดว่าในอนาคตภูมิอากาศสภาพแวดล้อมจะทำให้ของสดน้อยลง ฝรั่งมันทำแฮม เราต้องไปกินแฮมกินเบคอนมันแพงๆ กิมจิของเกาหลีก็แพง ทั้งๆ ที่เป็นของไม่สด อีกหน่อยผมว่าเมืองไทยของสดจะขาดแคลน ฉะนั้นเรามีโรงงานแปรรูปไว้น่าจะดี ผมก็โน้มน้าวเพื่อนอย่างนี้ พร้อมด้วยข้อสุดท้ายว่า เออ เอาน่า ถ้าเจ๊งก็ยังเหลือที่ดิน ทุกคนอยู่ในวงการอสังหาฯ ก็โอเค งั้นเอา</p>



<p>แต่ถึงที่สุดแล้วเราไม่ได้อยากจะเจ๊งหรอกครับ คิดว่าอย่างน้อยเราไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์มา เราซื้อหมดเลย ตั้งแต่ที่ดิน ตัวโรงงาน ตัวลูกค้า ตัวแบรนด์ แล้วผมก็เชื่อว่า ไม่ว่าจะธุรกิจไหน เราเรียนมา มีประสบการณ์มา เราทำได้ทุกธุรกิจ เพียงแต่ต้องอาศัยจังหวะเวลา ช่วงสัก 3 ปีแรก ในการเรียนรู้ ในการถูกหลอกเยอะๆ หน่อย ในการโง่เยอะๆ หน่อย ปีที่ 4 เราก็จะฉลาดละ เราก็จะเริ่มเทคออฟได้ละ คิดแค่นี้ก็เลยลุยเลย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอเริ่มลุยเลยเส้นทางของมันเป็นยังไงบ้าง จากตัวโรงงานวันนั้น กลายเป็นกาดตรงนี้</strong></h4>



<p>จริงๆ แล้วลุยเลยก็ยังสบายๆ เพราะคุณเกรียงไกรเจ้าของเดิมบอกเราว่าเดี๋ยวช่วย 1 ปี เราก็ใจเย็น มีเวลาตั้งปีในการเรียนรู้ แต่ว่าพอเราซื้อได้ 3 เดือน คุณเกรียงไกรก็เสียชีวิต คราวนี้เลยรู้สึกว่าเหมือนถูกถีบตกน้ำ&nbsp;</p>



<p>เราก็ต้องเริ่มใช้สมองมากขึ้นละ เริ่มกลับเข้าไปดู ไปเรียนรู้ กระเทียมต้นมันหน้าตาเป็นยังไง ท้อลักษณะต้นเป็นยังไง ผลผลิตที่ดีคืออะไร บ๊วยมันปลูกอยู่ที่ไหนเหรอ เริ่มเรียนรู้ไปทีละตัวๆ เป็นความจำเป็นบังคับ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าใครถูกถีบตกน้ำแล้วตัวเองต้องรอด ต้องว่ายให้ได้ ทุกคนก็ทำเหมือนผม แล้วก็จะรอดได้ เพียงแต่จะรอดอย่างดีมากหรือดีน้อยก็แล้วแต่ฝีมือ&nbsp;</p>



<p>ซึ่งก็ต้องขอบคุณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ขอบคุณที่คุณเกรียงไกรเสียชีวิต แต่ขอบคุณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราได้ใช้สมอง ใช้พลัง เพื่อมาทำความเข้าใจ ฉะนั้นเวลา 3 ปีมันก็จะลดลงเร็วขึ้น จากแผนที่ผมบอกว่าผมเรียนรู้ 3 ปี ก็เหลือแค่ปีกว่าๆ 2 ปี เราก็คิดว่าเราน่าจะพอจับทางได้แล้ว เริ่มจะต่อยอดหรือพลิกแพลงได้บ้างแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c25_20220127-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154845" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c22_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำธุรกิจครั้งนี้ในเชียงใหม่ต่างจากงานลงทุนด้านอสังหาฯ ที่เคยทำก่อนหน้านี้ที่กรุงเทพฯ มากมั้ย</strong></h4>



<p>หนึ่งคือ อันนี้เราเป็นเจ้าของเอง ที่กรุงเทพฯ ตอนทำคอนโดฯ เราเป็นเหมือนมือปืนรับจ้าง เราบริหารให้เขา ฉะนั้นการที่เราใช้เงินตัวเอง ถึงแม้เป็นเงินตัวเองส่วนหนึ่ง เงินเพื่อนๆ อีกส่วนหนึ่ง เงินเพื่อนๆ มันทำให้เราต้องขยันมากกว่าเงินตัวเราเองอีก ความที่เราต้องเอาให้รอด พลังหรือแพสชั่นตรงนี้มันรุนแรงมากกว่าตอนทำอสังหาฯ อีก ถึงแม้เพื่อนจะบอกว่า โอเค มึงทำเจ๊งไม่เป็นไร เหลือที่ดิน แต่เราก็ทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่ดี มันก็ได้แต่คำพูดหยอกๆ กันไป แต่ข้อเท็จจริงธุรกิจลงทุนมันก็ต้องมีกำไร อันนี้คือข้อแตกต่างข้อที่หนึ่ง</p>



<p>ข้อที่สอง ผมก็มีแพสชั่นเพิ่มขึ้นมาอย่างที่เล่าให้ฟัง ว่าทำไมคนทำเกษตรไม่รวย จริงๆ ตัวเองวันนี้ไม่ได้อยากรวยเลย แค่รู้สึกอยากทำให้คนเห็นว่า ทำเกษตรมันเลี้ยงชีพได้ ฉะนั้นแพสชั่นข้อนี้ก็เป็นตัวเสริมเข้าไปว่า อยากจะทำให้เป็นตัวอย่างแก่สังคม</p>



<p>ตอนผมทำอสังหาฯ ที่กรุงเทพฯ เราทำโมเดลอันหนึ่งไม่เหมือนใคร คือเราสร้างตึกได้เร็วมาก เช่น ตึก 6 หมื่นตารางเมตร 2 ตึก ตึกละ 30 ชั้น เราสร้างปีเดียว ถ้าตึก 8 ชั้น 200 ยูนิต 2 ตึก เราสร้าง 7 เดือน ในขณะที่คนอื่นใช้เวลาปีครึ่งถึง 3 ปี ด้วยโมเดลอย่างนี้ ประหยัดเวลาไปได้ 1-2 ปี เวลาที่หายมันเป็นเงินเป็นร้อยล้านนะครับ เราก็เลยมาทำราคาให้ถูกลงได้โดยที่ยังกำไรไม่แตกต่างจากรายอื่น แล้วลึกๆ ผมทำผมไม่ได้กลัวคนมาเลียนแบบ ผมทำโดยอยากที่จะให้คนเลียนแบบ ให้เขาเห็นว่า จริงๆ งานก่อสร้างที่เราจะรับรู้กันตลอดเวลาว่าที่ไหนก็ดีเลย์ แต่เรานี่ไม่ใช่ตรงเวลา เราผิดเวลาโดยเร็วกว่าเดิม คนก็ไปเลียนแบบกัน ผมรู้สึกว่าดี ที่ผมได้ทำอะไรทิ้งไว้กับสังคม ทำให้เกิดประสิทธิภาพ</p>



<p>เกษตรก็เหมือนกัน แพสชั่นตรงนี้เราอยากทำให้คนเห็นว่ามันทำได้ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่ากัน เพียงแต่ว่าเราต้องถอยกลับมายืนแล้วมองกลับเข้าไปใหม่ แล้วก็ปรับแต่งมันใหม่ขึ้นมาเท่านั้นเอง</p>



<p>ยกตัวอย่างเหมือนลูกน้องเคยมาหาผม บอกว่า มีอีเมล์อยู่ 300 ฉบับที่อ่านไม่ทัน ผมบอกว่าให้ลบทิ้งให้หมดเลย แล้วพอมีฉบับใหม่เข้ามาวันพรุ่งนี้ให้เริ่มอ่านให้ทันแต่ละฉบับ เพราะถ้าเรามัวไปอ่านฉบับที่ติดลบ 300 ไล่มาเรื่อยๆ วันนี้เราก็ยังอยู่ในสภาพดีเลย์</p>



<p>เหมือนกันกับเกษตร วันนี้ผมบอกกับเกษตรกรที่อยู่หน้าบ้านผมที่เชียงใหม่ หยุดปลูกไปเลย 3 ปี แล้วค่าข้าวทั้งหมด 10 ไร่ตรงนี้เดี๋ยวผมจ่ายให้ พักดินเลย ไม่ต้องไปทำอะไร แล้วอีก 3 ปีข้างหน้ามาเจอกัน วันนี้เดี๋ยวเราจะปลูกปอเทืองปลูกถั่วอะไรกันไป เติมไนโตรเจนลงไป เป็นทุ่งดอกไม้แล้วไถกลบ ปลูกใหม่ กลบไป และไม่ต้องใช้สารเคมีอีกแล้ว สมมุติเราทำอย่างนี้ได้ 3 ปี ปีที่ 4 เราจะตั้งต้นได้ เราจะกำหนดราคาได้ เราจะหยุดทุกอย่างได้ หยุดปัญหาของกำไรขาดทุน ของศัตรูพืช ของยาฆ่าแมลง ได้หมดเลย</p>



<p>แต่ชีวิตจริงจะมีใครลบอีเมล์ 300 ฉบับ กับยอมอยู่เฉยๆ 3 ปีมั้ยครับ เรื่องนี้ต้องใช้ความเข้าใจอย่างมาก วันนี้ผมก็ยังโน้มน้าวเกษตรกรหน้าบ้านผมไม่ได้ ทั้งที่ผมจะจ่ายตังค์ให้ 3 ปี&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154846" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c15_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 </strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เป็นเถ้าแก่ทำทุกอย่าง สนุกกว่าเป็นซีอีโอเยอะ</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้งานหลักๆ ที่ทำที่เชียงใหม่มีอะไรบ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p>ผมกลับไปเป็นเถ้าแก่หนักๆ อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าลูกน้องเราน้อยมาก ตอนไปอยู่เชียงใหม่แรกๆ เราใส่คนเพิ่มเข้าไปทุกฝ่ายเลย ทำตัวเหมือนชินกับทุนนิยมอยู่กรุงเทพฯ มีการตลาด มีการขาย มีแบรนดิ้ง ปรากฏว่าขาดทุนย่อยยับเลย ขาดทุนในเรื่องของกำลังคนนี่แหละ เพราะว่าการเราที่ใส่คนเข้าไปหนึ่งคน สมมุติเรากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ ใส่คนเข้าไป 1 หมื่นบาท ยังไม่ต้องคิดค่าโต๊ะ ค่าเก้าอี้ ค่าแอร์ ค่าสวัสดิการ ค่าอะไรที่เราต้องจ่ายออนท็อปเข้าไป คิดแค่ 1 หมื่น เขาเองเดือนหนึ่งต้องหารายได้ให้เรา 1 แสนนะ ถ้าเรากำไร 10 เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p>



<p>พอมาหลังๆ เราก็เริ่มปรับองค์กรว่า งานขายของเราจริงๆ มันเป็นอีกประเภทหนึ่งแล้ว ไม่ใช่ประเภทเป็นเหมือนขายบ้าน ปรับไปปรับมา ตอนนี้ก็เลยมีคนเหลืออยู่แค่ 5 คน 5 คนนี้เป็นสตาฟที่ยุ่งกับดาต้าเบส ยุ่งกับตัวเลข ยุ่งกับงานบริหาร แล้ว 5 คนนี้มันทำตั้งแต่ HR ยัน มาร์เก็ตติ้ง ยันแบรนดิ้ง คือหมุนกันอยู่ในนี้ ดูแลตัวกาด ดูแลโรงงาน ดูแลทั้งหมด ซึ่งผมบิวด์ 5 คนนี้ขึ้นมาจนกระทั่งมันเข้าใจได้แล้วว่า พี่ไม่ต้องมีคนมากกว่านี้หรอก มากกว่านี้เดี๋ยวเราอยู่กันไม่ได้ (หัวเราะ) ซึ่งผมดีใจมากนะที่ลูกน้องมาพูดอย่างนี้ คือมันมีความเป็น entrepreneur กันไปแล้ว</p>



<p>ผมเลยต้องทำงานอยู่กับพวกเขา เช่นก่อนมาสัมภาษณ์ ผมเพิ่งออกแบบฉลากสินค้าใหม่ของโรงงานเสร็จไปหนึ่งตัว ใช้ illustrator นั่งทำเอง ทำหมดแหละครับ บางทีเห็นขยะก็เก็บ โบกรถ ช่วยกัน ทำเหมือนกับเราเป็นเถ้าแก่จริงๆ ไม่ได้เป็นแบบซีอีโอเหมือนสมัยก่อนที่เรามีลูกน้องเยอะๆ คุยกับลูกค้าด้วย การคุยกับลูกค้าจะทำให้เราเห็นโอกาสเสมอ รับโทรศัพท์ ตอนนี้ในกาดใครโทรมาเจอผมแน่ๆ เขาไม่รู้หรอกว่าเป็นผม ผมอยากรับเองเพื่อจะได้รับรู้ปัญหาต่างๆ เวลามีคนโทรมาถาม&nbsp;&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอทำงานแบบเถ้าแก่แล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปมากมั้ย</strong>&nbsp;</h4>



<p>จริงๆ ผมมารู้สึกว่าผมชอบทำงานอย่างนี้นะ ผมชอบทำงานที่คนน้อยๆ แล้วทุกคนก็มีบรรทัดเดียวกันที่มองอยู่ ตอนที่ผมทำอสังหาฯ ถึงแม้คนผมจะเยอะ แต่ก็ถือว่าผมมีคนน้อยที่สุดในอุตสาหกรรม ถ้าคิดเป็นรายได้ต่อหัวก็ถือว่ามียอดขาดต่อหัวที่สูงที่สุดในตลาด ตอนนั้นเราก็สร้างทีมคล้ายๆ อย่างนี้ แม้แต่แม่บ้านก็เห็นบรรทัดสุดท้ายร่วมกัน คือเขาจะรู้ว่าตัวเขาและรายละเอียดต่างๆ ที่เขาใช้อยู่ เช่น เขาเสิร์ฟน้ำลูกค้า ไม้กวาด มันมีผลกระทบมาถึงบรรทัดสุดท้ายด้วย&nbsp;</p>



<p>แล้วผมรู้สึกว่าทำแบบคนน้อยๆ อย่างนี้ดี บางทีการมีคนเยอะก็มีข้อเสียเยอะ หนึ่ง, การเมืองเยอะ สองคือ เราคงไม่ได้สามารถทำให้ทุกคนขยันเหมือนกันได้หมด ถ้ามีคนขี้เกียจขึ้นมาปุ๊ป มันมีโอกาสขยายวงหรือแพร่เชื้อ แต่ถ้าคนน้อยๆ เรายังมีโอกาสทำให้ทุกคนเรียกว่ายุ่งๆ แล้วก็ขยันได้เหมือนๆ กัน พอมีคนขยันโดย ecosystem ผมว่าคนมันจะขี้เกียจไม่ได้เลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154853" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c3_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154847" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c24_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4 </strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เครื่องมือตอบสนองบางอย่างลึกๆ ในใจ</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ธุรกิจตัวกาดที่ทำอยู่ตอนนี้ เหมือนคุณใส่ความเป็นตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งมีความน่าสนใจในหลายจุด แต่ที่อยากถามคือชื่อ ทำไมถึงใส่คำว่า ‘มาหามิตร’ เข้าไปในกาดเกรียงไกรด้วย</strong>&nbsp;</h4>



<p>เป็นคำถามที่คนถามเยอะมาก ว่า adjective ตัวนี้มันมาจากไหน ผมอธิบายง่ายๆ ว่า สมัยก่อนแม่ลากผมไปตลาดด้วย ซื้อของจริงๆ ใช้เวลา 10 นาทีเอง แต่ว่าแม่เดินคุยอยู่ชั่วโมงหนึ่ง คือแม่ไปหาเพื่อน การไปตลาดของแม่คือการเพลิดเพลิน ผมก็อยากให้ทุกคนที่มากาดของผมมีความสุข มาแล้วได้ทักทายกัน ได้รู้จักกันไปหมด คุยกันได้ทุกเรื่อง ผมว่าความสุขมันอยู่ตรงนั้นแหละครับ&nbsp;</p>



<p>ผมเรียนที่เชียงใหม่ ตอนจบมาผมซื้อที่ไว้อยู่แปลงหนึ่งที่เชียงใหม่ แต่ว่าเนื่องจากถนนไปตัดผ่านก็เลยไม่อยากอยู่ที่แปลงนั้นแล้ว ผมเคยคิดว่า ผมอยากจะอยู่ในชุมชนที่เราเดินไปตรงไหน อยากกินข้าวบ้านไหนก็เข้าไปกินได้เลย เพราะว่าเราได้ช่วยเหลือคนไว้เยอะ เราเดินไป เหนื่อย อยากขอน้ำกินหน่อย เขาก็ให้กิน หิวข้าวเขาก็ให้กิน เราอยากเป็นอย่างนั้น ตอนนี้กาดมันเลยมาเป็นเครื่องมือตอบอะไรบางอย่างลึกๆ ในใจผมตรงนั้น ผมอยากให้ทุกคนมาหามิตรกัน มาเป็นมิตรกัน แล้วก็มาเป็นมหามิตร คือเป็นมิตรที่ยิ่งใหญ่กันอีกที ในตอนสุดท้าย</p>



<p>จริงๆ ต้องชมเชยทีมเอเจนซีที่ทำงานให้ผม พอผมเล่าเรื่องแบบนี้ไป เขาก็ไปจัดการมาเลย ผ่านไปประมาณสัก 4-5 วัน กลับมาด้วยประมาณสัก 7-8 ชื่อ มีชื่อนี้อยู่ด้วย ผมเห็นปุ๊ป ผมบอกว่าซื้อเลย ไม่ต้องไปหาอีกแล้ว จบเลย ชอบมาก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่บอกว่ากาดเป็นที่ที่มาหาเพื่อนได้ อยากรู้ว่าในเชิงการทำให้เกิดขึ้นจริงคุณทำยังไง เพราะว่าบางคนเข้ามาที่กาด เขาอาจจะรู้สึกว่านี่ก็คืออีกหนึ่งโครงการตลาดที่คนกรุงเทพฯ มาทำที่เชียงใหม่ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังของมันแล้ว คุณมีวิธีการออกแบบยังไงให้คนรู้สึกว่านี่คือสถานที่ที่เรามาเจอเพื่อนได้&nbsp;</strong></h4>



<p>ผมว่าข้อที่หนึ่ง ตัวเราต้องเป็นคนที่เฟรนด์ลี่มากๆ ก่อน ซึ่งอันนี้ก็ไม่ขัดกับความตั้งใจและนิสัยผมอยู่แล้ว จริงๆ เราไม่ได้เป็นหัวหน้าพ่อกาดแม่กาดเขา แต่ว่าพอเราเป็นเจ้าของกาด เราก็เหมือนเป็นพ่อที่ปกครองลูก ต้องดูแลให้ลูกเกิดความยุติธรรมอะไรต่างๆ ฉะนั้นเราก็ต้องปฏิบัติตัวให้เป็นตัวอย่างก่อน</p>



<p>อันที่สองก็คือ ผมบอกว่ากระดุมเม็ดแรกของความสำเร็จผม ไม่ได้อยู่ที่สถานที่หรือสิ่งของ แต่อยู่ที่ตัวพ่อกาดแม่กาด ฉะนั้นทุกรายผมจะสัมภาษณ์และคัดเลือกเอง ผมจะดูสินค้าทุกตัวเอง ชิมอาหารเอง ดูแววตา ฟังเสียงพูด ดูท่าทางอวัจนภาษาเขาเอง เพื่อดูว่าคนๆ นี้เป็นคนยังไง ฉะนั้น พอผมได้คนที่เฟรนด์ลี่ พร้อมจะมีเพื่อนพอๆ กับพร้อมจะค้าขาย ผมเชื่อว่าอันนี้คือคีย์หลักสำคัญซึ่งสำเร็จไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงว่าแค่เราคัดเลือกพ่อกาดแม่กาดที่พร้อมจะมีเพื่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154848" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c21_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผมดีใจมากเลยเพราะมีคนเขียนมาหลังบ้านผม ว่าผมไปปรับความคิดของพ่อกาดแม่กาดได้ยังไง เขาพูดได้เหมือนกับว่าเขารักกาดนี้มาก เช่น มีแม่กาดคนหนึ่ง เขาอธิบายสินค้าเขา กรอบของการคัดเลือกเรามีคำว่า ‘ยะด้วยใจ๋’ คือทำด้วยใจ เราคัดเลือกอย่างนี้เพราะว่าเวลาเขาอธิบายสินค้า มันจะเห็นภาพ เพราะเขาเป็นคนลงมือทำ เขาพูดสินค้าเขาเสร็จ เขาไม่ได้ยัดเยียดขาย แต่ยังแนะนำสินค้าของร้านอื่นให้ไปลองดู เพราะเขาไปกินมาแล้วแล้วเขาชอบ อย่างนี้เป็นต้น คือผมคิดว่าเขาไม่ได้คิดว่าเขาต้องขาย แต่เขาคิดว่าลูกค้าควรจะได้สิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมกับลูกค้าที่สุด ในการมากาดครั้งนี้ ลูกค้าก็ประทับใจมากและเขียนมาชมผม</p>



<p>นอกจากนี้ผมมีอบรมสัมมนาอยู่เรื่อยๆ เพื่อที่จะปรับปรุงวิธีการดำเนินธุรกิจของพ่อกาดแม่กาด แต่ไม่ได้ปรับปรุงให้มันเป็นทุนนิยม แต่ปรับปรุงให้ทำน้อยได้มาก ไม่ใช่ทำมากได้มาก ทุนนิยมวันนี้ถ้าอยากได้เงินมากต้องทำเยอะๆ เพราะว่าเปอร์เซ็นต์กำไรนี่มันเอาขึ้นไม่ได้ กำไรมันเท่าเดิม เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม แต่ว่าอยากจะได้เม็ดเงินมากก็ต้องขายให้ได้ปริมาณมาก แต่ผมเองชวนเขาให้ทำปริมาณน้อยลง แล้วใส่ความพิถีพิถันเข้าไปอีก ใส่ความใส่ใจ ใส่คุณภาพเข้าไปอีก แล้วขายให้แพงขึ้น ผมดึงเขามาอีกทางหนึ่ง อยากให้เขาเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลตอบแทนกลับไปคุ้มค่า แล้วมีแพสชั่นหรือมีกำลังใจในการกลับไปทำให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณบอกว่าตัวกาดจริงๆ ถูกสร้างมาเพื่อชุมชน แต่ว่า ณ ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยอะมากกว่าที่คิดไว้ อยากรู้ว่าคุณมองอนาคตมันไว้ยังไง เราจะดูแลขาขึ้นของกาดนี้ยังไงให้มันไม่เป๋จากทิศทางที่เราตั้งไว้</strong><strong>&nbsp;</strong></h4>



<p>เป๋ไม่เป๋ผมว่าอยู่ที่เราเลย ถ้าเราไม่ได้โปรโมตกับนักท่องเที่ยว ถ้าเราโฟกัสไปที่คนท้องถิ่นแล้วก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อส่งเสริมให้คนท้องถิ่นเข้า เดี๋ยวเขาก็มาเอง ซึ่งวันนี้ผมก็ไม่ได้โปรโมตในมุมนักท่องเที่ยวเลย โมเดลหลายๆ อันที่ใส่เข้าไป อย่างเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งใส่โมเดลเรื่องสมาชิกเข้าไป แล้วก็คุยกับร้านค้า เขาก็เริ่มไปทำบัตรสะสมแต้ม แบบปั๊มทีละดวงๆ ซึ่งเขาก็ไม่มีเงินที่จะไปทำแบบเป็นระบบไอที ผมบอกเอาอย่างนี้แหละ กระดาษง่ายๆ ดี ไม่ต้องคิดว่ามันต้องดิจิทัลอะไรหรอก เอาอะไรที่เห็นผลได้ เราก็เริ่มมาส่งเสริมการขายกับลูกค้าในท้องถิ่น เช่นในช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาเราอาจจะยุ่งมากจนไม่ได้ถามชื่อถามเสียงลูกค้า วันนี้เราเห็นหน้าเขา รู้ว่าเป็นคนในชุมชน เราน่าจะเริ่มคุยกับเขา ถามชื่อถามเสียง เริ่มดีไซน์บริการที่เหมือนรู้ใจเพื่อน เพื่อนมารู้เลยว่าจะซื้ออันนี้ชอบอันนี้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-154849" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/Founder_กาดเกรียงไกรมหามิตร_Content_c14_20220127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5 </strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าหลุดพ้นพันธนาการก็ทำตามความฝันได้</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คงมีคนทำธุรกิจหลายคนที่อยากทำแบบคุณ ไปทำธุรกิจด้วยใจ อยากเป็นเถ้าแก่ทำงานประณีต แต่ติดที่ว่าบางทีเขาทำไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขหลายๆ อย่าง คุณมีคำแนะนำมั้ยว่า เราจะทำธุรกิจแบบที่เราใส่ใจกับมันมากขึ้นได้ยังไง ในระบบทุนนิยมที่บีบคั้นให้เราต้องทำมากได้มากอยู่ตลอดเวลา</strong></h4>



<p>ผมคิดว่าเราต้องมาเริ่มถามก่อนว่า จริงๆ เป้าหมายในชีวิตเราคืออะไร เราทำงานเยอะๆ ไปเพื่ออะไร ผมกล้าถามเพราะผมทำงาน 7 โมงเช้าถึงตี 1 ตี 2 มาเป็นเวลา 20-30 ปี ผมไม่ได้รังเกียจเรื่องการทำงานหนัก แต่ว่าถ้าเราทำจนกระทั่งสุขภาพเสีย กินข้าวไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา เราก็คงต้องทำงานเยอะๆ เพื่อเตรียมเงินก้อนโตไว้สำหรับหาหมอตอนเจ็บป่วย แต่ถ้าเราดูแลร่างกายให้ดีหน่อยตั้งแต่วันนี้ล่ะ ทานข้าวให้ตรงเวลา นอนให้หลับ อยู่ในที่ชอบๆ ไม่ต้องรอตายแล้วค่อยอยู่ ก็มีโอกาสทำให้สุขภาพดี ไม่ต้องเจ็บป่วย แล้วเราจะหลุดพ้นจากพันธนาการอีกเยอะมาก</p>



<p>พอหลุดพ้นแล้ว เราก็ถามต่อไปว่า จริงๆ แล้วชีวิตเราต้องการทำอะไรบ้างที่เป็นความฝัน หลายคนอาจจะเคยมีความฝันแต่ฝังมันลงไปลึกมากจนลืมๆ ไปแล้ว ต้องไปขุดๆ มาหน่อย เอากลับมาแล้วก็ดูสิว่า ทุกวันนี้เรามีช่องทาง มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อินเทอร์เน็ตที่ทรงพลังมาก แอพพลิเคชั่นที่ไปไกลมาก มีโอกาสอะไรหลายๆ อย่างที่สามารถเอาความฝันกลับมาทำให้สำเร็จได้เยอะมาก โดยที่เราไม่ต้องไปหาเงินเพื่อการเจ็บป่วย</p>



<p>แต่ว่าปัจจุบันคนไม่หลุดพันธนาการสิครับ มันติดอยู่ตรงนี้ ต้องหาเงิน อยากสบาย อยากไปทำตามความฝัน แต่ว่าจะต้องหาเงินเตรียมไว้ก้อนหนึ่งก่อน หาเงินไปเท่าไหร่ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่อยากหาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่แรงจะทำได้ แต่จริงๆ คิดเสียหน่อยก็ดีว่าเราต้องใช้เงินเท่าไหร่ เราจะได้รู้ตัวเองว่าเราต้องการแค่ไหน เราก็ทำไปถึงแค่ตรงนั้น แล้วก็เอ็นจอยระหว่างทางไปด้วย แล้วก็เริ่มสร้างความฝัน ทยอยออกมาทำความฝันตัวเอง</p>



<p>ผมออกมาทำโรงงานนี้ ผมคิดว่าจริงๆ อยู่ในทุนนิยมผมยังทำเงินได้อีกเยอะมากเลยนะ แต่ผมก็บอกว่าผมไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรแล้ว เพราะแต่ละวันผมไม่ได้ใช้เงินเยอะ เราก็ออกมาได้เลยครับ เพราะผมขอแค่ เดินได้ นอนหลับได้ กินอาหารได้ มีเพื่อนไม่ต้องเยอะมาก และมีคุณค่าต่อสังคม ถ้า 5 ข้อนี้ผมผ่าน ผมก็พร้อมจะตื่นขึ้นมาอย่างมีพลังทุกวันแล้วล่ะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kadkriengkrai/">ตุ้ย-เนรมิต สร้างเอี่ยม อดีตนักพัฒนาอสังหาฯ ผู้สร้าง ‘กาดเกรียงไกรมาหามิตร’ ด้วยแนวคิดธุรกิจแบบ ‘ยะด้วยใจ๋’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Dec 2021 10:37:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวรอบโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สว่าง ทองดี]]></category>
		<category><![CDATA[Nomad Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Nomad Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ปั่นจักรยาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=152273</guid>

					<description><![CDATA[<p>สว่าง ทองดี คือชายวัย 50 ที่ใช้ชีวิตได้ &#8216;สุด&#8217; ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เราเคยเจอ ในวัยหนุ่ม เขาเป็นครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำอยู่ 9 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพถึงคว้าพาหนะสองล้อปั่นร่อนเร่พเนจรไปทั่ว สิ้นสุดทริปแรกก็หาเงินด้วยการเป็นไกด์เถื่อน ก่อนจะเริ่มต้นทริปต่อไปด้วยแรงถีบไปในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม&#160; เมื่อหยุดปั่นจักรยานเที่ยว เขานำเรื่องราวเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้กับสื่อออนไลน์หลายแห่ง และออฟไลน์ในรูปหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กหลายเล่ม และจากประสบการณ์ที่เขาพบพานในหลายประเทศ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงทุนกับแบรนด์กาแฟเล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริงในชื่อ Nomad Coffee ซึ่งเขาร่อนเร่พากาแฟและกาต้มไปดริปให้ชาวเชียงใหม่ได้ชิมรสและฟังเรื่องราวการเดินทางที่โคตรสุดของเขา ก่อนโรคระบาดใหญ่จะไม่อนุญาตให้เขาออกเดินทางอีก หลังจากอดใจรออยู่หลายนาน สว่างจึงเดินทางออกไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในรอบหลายเดือน (จนเขานำเรื่องราวการเดินทางเหล่านั้นมาเล่าให้อะเดย์ฟังบ่อยๆ) ก่อนจะรับนัดหมายมานั่งคุยกับเราที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในนครพิงค์เมืองเหนือ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเขาไม่ใช่นักเดินทางเลย แต่จากประสบการณ์การเดินทางที่ข้นคลั่กไปด้วยการผจญภัย จนกลับมาใช้ชีวิตของคนทำกาแฟ สองสิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เขาอินและตั้งใจทำมันอย่างสุดความสามารถ เพราะทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขารักจริงๆ และคงไม่มีอย่างอื่นทดแทนได้อีกแล้ว ห้องเรียน ด้วยค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคหนึ่งที่การเรียนสายศิลปะหรือนิเทศศาสตร์มักจะ &#8216;ไม่ถูกใจ&#8217; ผู้ใหญ่เพราะเป็นสายวิชาชีพที่ต้อง &#8216;เต้นกินรำกิน&#8217; และไม่ได้ทำเงินเท่าที่ควร&#160; แรกสุดครอบครัวของสว่างอยากให้สอบเข้าสายวิชาชีพแพทย์ตามค่านิยม แต่เพราะศักยภาพไม่เอื้ออำนวย สว่างจึงสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะประกอบอาชีพเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี “ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่า เออ อยากรับใช้ประเทศ (หัวเราะ) อยากทำเพื่อสังคม อย่างประมาณเอาความสามารถที่มี และอุทิศชีวิตของเราเพื่อทำประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจไปสอบเป็นครู” สว่างเริ่มเล่าถึงความฝันในการเป็นครู เมื่อสอบเข้าไปเป็นครูในโรงเรียนประจำได้แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/">สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong><a href="https://web.facebook.com/sawang.thongdee" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สว่าง ทองดี</a></strong> คือชายวัย 50 ที่ใช้ชีวิตได้ &#8216;สุด&#8217; ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เราเคยเจอ</p>



<p>ในวัยหนุ่ม เขาเป็นครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำอยู่ 9 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพถึงคว้าพาหนะสองล้อปั่นร่อนเร่พเนจรไปทั่ว สิ้นสุดทริปแรกก็หาเงินด้วยการเป็นไกด์เถื่อน ก่อนจะเริ่มต้นทริปต่อไปด้วยแรงถีบไปในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>เมื่อหยุดปั่นจักรยานเที่ยว เขานำ<a href="https://adaymagazine.com/colorado-autumn/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เรื่องราว</a>เหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้กับสื่อออนไลน์หลายแห่ง และออฟไลน์ในรูปหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กหลายเล่ม และจากประสบการณ์ที่เขาพบพานในหลายประเทศ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงทุนกับแบรนด์กาแฟเล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริงในชื่อ <em>Nomad Coffee</em> ซึ่งเขาร่อนเร่พากาแฟและกาต้มไปดริปให้ชาวเชียงใหม่ได้ชิมรสและฟังเรื่องราวการเดินทางที่โคตรสุดของเขา</p>



<p>ก่อนโรคระบาดใหญ่จะไม่อนุญาตให้เขาออกเดินทางอีก</p>



<p>หลังจากอดใจรออยู่หลายนาน สว่างจึงเดินทางออกไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในรอบหลายเดือน (จนเขานำเรื่องราวการเดินทางเหล่านั้นมาเล่าให้อะเดย์ฟังบ่อยๆ) ก่อนจะรับนัดหมายมานั่งคุยกับเราที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในนครพิงค์เมืองเหนือ</p>



<p>รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเขาไม่ใช่นักเดินทางเลย แต่จากประสบการณ์การเดินทางที่ข้นคลั่กไปด้วยการผจญภัย จนกลับมาใช้ชีวิตของคนทำกาแฟ สองสิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เขาอินและตั้งใจทำมันอย่างสุดความสามารถ</p>



<p>เพราะทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขารักจริงๆ และคงไม่มีอย่างอื่นทดแทนได้อีกแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152282" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ห้องเรียน</h3>



<p>ด้วยค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคหนึ่งที่การเรียนสายศิลปะหรือนิเทศศาสตร์มักจะ &#8216;ไม่ถูกใจ&#8217; ผู้ใหญ่เพราะเป็นสายวิชาชีพที่ต้อง &#8216;เต้นกินรำกิน&#8217; และไม่ได้ทำเงินเท่าที่ควร&nbsp;</p>



<p>แรกสุดครอบครัวของสว่างอยากให้สอบเข้าสายวิชาชีพแพทย์ตามค่านิยม แต่เพราะศักยภาพไม่เอื้ออำนวย สว่างจึงสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะประกอบอาชีพเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี</p>



<p>“ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่า เออ อยากรับใช้ประเทศ (หัวเราะ) อยากทำเพื่อสังคม อย่างประมาณเอาความสามารถที่มี และอุทิศชีวิตของเราเพื่อทำประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจไปสอบเป็นครู” สว่างเริ่มเล่าถึงความฝันในการเป็นครู</p>



<p>เมื่อสอบเข้าไปเป็นครูในโรงเรียนประจำได้แล้ว สว่างต้องพบเจอกับชีวิตในการเป็นครูแบบเช้าชาม-เย็นชาม ตามขนบในระบบการศึกษาไทย ซึ่งเหมือนชีวิตมันจะจืดชืดเพราะมันคืองานรูทีนที่เข้าออกเป็นเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้สว่างยังมีแรงในการเป็นครูในรั้วโรงเรียนคือ การวางตัวให้เป็นเหมือน &#8216;เพื่อน&#8217;​ ของนักเรียน</p>



<p>และช่วงเวลาปิดเทอมที่เขาจะได้ออกจากขนบการเป็นครูอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตามที</p>



<p>“ส่วนหนึ่งคิดว่าด้วยไลฟ์สไตล์ของการเป็นครู ก็จะมีความคาดหวังจากสังคมและค่านิยมที่เราต้องเป็นครูที่เนี้ยบๆ และดุ ทั้งที่จริงแล้วเราเป็นคนบ้าๆ บอๆ ช่วงปิดเทอมก็จะไปถักเดรดล็อกส์ แล้วก็ปั่นจักรยานเดินทาง จนเปิดเทอมก็กลับมาเจอครูใหญ่ หน้าก็ดำ แล้วก็โดนครูด่า (หัวเราะ)</p>



<p>“แต่ว่าส่วนที่สำคัญและมีผลมากกว่าคือ ทุกอย่างมันคาดเดาได้ เทอมนี้คุณสอนวิชานี้ เตรียมแผนการสอน ถึงเวลามีตารางสอนก็ไปสอน กลับบ้านก็ตรวจการบ้าน แล้วไปสอนใหม่ คือทุกอย่างมันวนเป็นลูป ซึ่งจริงๆ แล้วเราชอบเคลื่อนไหว อยากทำงานที่ใช้ชีวิตมากกว่า” สว่างเล่าต่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152283" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ปั่นจักรยานทางไกลแบบไม่หันหลังกลับ</h3>



<p>เพราะใจที่โหยหาความท้าทาย ความหวือหวา และความแปลกใหม่ในชีวิตมากกว่าการทำงานแบบมีลูปเวลาเริ่มและหยุดซึ่งสว่างเป็นมาแล้วเกือบ 10 ปี ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูพร้อมเงินเก็บก้อนหนึ่ง และรายได้อีกส่วนหนึ่งจากการรับเขียนบทความให้กับนิตยสารท่องเที่ยวหลายฉบับ</p>



<p>โดยตัวเลือกแรกที่เขามีคือ การออกไปเที่ยวด้วยจักรยานเพียงคันเดียว โดยมีเป้าหมายแรกสุดอยู่ที่แอฟริกาใต้ แต่ท้ายที่สุดทริปแรกของเขาจบลงที่อินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่สว่างชอบที่สุด</p>



<p>การตัดสินใจเลือกเดินทางในเส้นทางที่โหดขนาดนั้น ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่?</p>



<p>“ถ้าสมัยหนุ่ม ตอนที่เราอายุยังน้อย ยังมีกำลังเยอะ มันจะไม่ค่อยกลัวอะไรเท่าไหร่ ถ้าล้มก็ลุก แต่ถ้ามาเทียบกับตอนนี้แล้วความกลัวมันน้อยกว่านี้ ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะต้องไปเจออะไรที่มันท้าทาย ประมาณแบบนั้น ลำบากก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ) แต่พอมาเทียบกับ ณ เวลานี้มัน 50 ปี มันรู้สึกว่า ตอนนั้นความกลัวมันน้อยกว่าตอนนี้ ถ้าตอบคำถามก็คือ ถ้าเราจะไปเจออะไรที่มันท้าทายก็ไม่เป็นไร ก็พร้อมโอบรับมันให้มันมาชนเรา แล้วเราก็ไปชนมัน”</p>



<p>สว่างใช้เวลา 5 &#8211; 6 เดือนก่อนลาออกในการตระเตรียมอุปกรณ์ในการเดินทาง การวางแผน หรือการคำนวณเส้นทางที่จะปั่นจักรยานว่าจะเดินทางไปประเทศไหนบ้าง โดยตอนนั้นสว่างเริ่มจากปั่นจักรยานจากเชียงใหม่ขึ้นไปที่ประเทศลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศจีนและทิเบต ซึ่งมีความยากเพราะต้องขออนุญาตเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง สว่างที่ยังมีเงินไม่มากนักจึงต้องหาวิธีการลักลอบเข้าทิเบตให้ได้</p>



<p>“ผมเจอกลุ่มฝรั่งที่ปั่นจักรยานแถวๆ ยูนนาน แล้วมีอยู่คนนึงเป็นอเมริกัน เขาบอกว่าจะปั่นจักรยานข้ามทิเบตลงไป เขาหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาก็มีรายละเอียดว่าจุดไหนจะมีที่พักรถ มีด่าน หรือต้องเข้าเมืองยังไงบ้าง เขาเลยแนะนำให้ไปตอนกลางคืน และเขาบอกให้ระวังหมาเห่าไล่ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>“แล้วตอนนั้นก็เจอเพื่อนอีกคนหนึ่งที่จะขับเข้าทิเบตเหมือนกัน ก็เลยปั่นไปด้วยกัน ซึ่งเอาจริงๆ คือลำบากมากๆ เพราะต้องรอจนกระทั่งตี 2 แล้วมันก็หนาวมาก เพราะมันจะเป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดูจากหนาวเป็นร้อน ถ้าไปคนเดียวก็อาจจะยอมแพ้ แต่ว่าเนื่องจากมีเพื่อนคนนั้นไปด้วยก็เลยโอเค มันมีอะไรบางอย่างมาจัดวางให้ต้องมาเจอนักปั่นคนนี้ เพื่อที่จะข้ามอุปสรรคใหญ่ๆ ตรงนั้น เพื่อลงไปถึงเนปาล แล้วก็แยกไปคนละที่” สว่างเล่าถึงการเดินทางครั้งแรกของเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-152284" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">การผจญภัยที่ปลุกประสาทสัมผัสของนักปั่น</h3>



<p>เส้นทางและภูมิประเทศในการเดินทางของสว่างนั้นจัดได้ว่าโหด และไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะฝ่าฟันสถานการณ์ในการเดินทางเหล่านั้นได้เลย&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อสว่างผ่านมาได้แล้ว เขากลับพบว่าสิ่งที่เขาเคยเผชิญมา ไม่ว่าจะอากาศหนาว การปั่นจักรยานทางไกลระดับ 100-200 กิโลเมตร นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาได้พบจากการตัดสินใจออกจากกรอบในรั้วโรงเรียน</p>



<p>“ด้วยความที่แต่ละประเทศมันก็มีวัฒนธรรม ภาษา อาหาร ประวัติศาสตร์ ที่โดดเด่นในความเป็นประเทศแต่ละประเทศเหล่านั้นอยู่แล้ว หรือไม่บางประเทศก็จะมีเรื่องภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่ต่างจากที่อื่นมากๆ เช่น ไซบีเรียและมองโกเลียช่วงหน้าหนาว อุณหภูมิจะติดลบ -10 องศา นี่คือขี้หมูขี้หมา หรือสุดๆ ก็คือ -25 องศา ผมเคยกางเต็นท์นอนกลางอุณหภูมิแบบนี้ ทุกปีผมจะมีโจทย์ที่คอยท้าทายตัวเองในหลายๆ ประเทศ ซึ่งมันก็หยิบยื่นอารมณ์กับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป</p>



<p>“ประเทศหนึ่งที่ผมชอบมากคืออินเดีย ซึ่งมันเป็นประเทศที่หยิบยื่นประสบการณ์ให้เรา บางประเทศให้ประสบการณ์แบบนี้ (ยกมือต่ำ) บางประเทศให้ประสบการณ์แบบนี้ (ยกมือสูง) แต่กับอินเดียให้แบบนี้ (ยกมือสูงกว่าเดิม) ผมรู้สึกว่ามันว้าวมาก อินเดียมันกระตุกประสาทสัมผัสทุกด้านของเราได้ บางประเทศทำได้แค่ด้านเดียว หรือแค่ 2-3 ด้าน แต่ว่าอินเดียนี่คือได้ทุกประสาทสัมผัสเลย ตา หู จมูก ปาก (หัวเราะ)</p>



<p>“ผมเห็นวงจรชีวิตที่ครบมากที่นั่น คู่แต่งงาน พ่อแม่มีลูก ต้องเอาลูกไปให้พราหมณ์ทำพิธีริมแม่น้ำ หรือไม่ก็พาควายไปอาบน้ำ คนไปซักผ้า ผมเห็นกิจกรรมทุกอย่างอยู่ริมแม่น้ำคงคา โดยเฉพาะที่พาราณสี เวลามีคนตายก็แบกศพลงไปทำพิธี เผา ก็เลยเห็นว่า ทุกคนไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ที่นั่นมีโรงแรมสำหรับรอตายด้วย ถ้าเลือกได้ ผมก็จะตายที่อินเดีย” สว่างเล่าถึงประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุด</p>



<p>ถ้านับตั้งแต่ประเทศแรกจนถึงตอนนี้ สว่างเดินทางด้วยยานพาหนะเดียวและตัวคนเดียวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 5 เดือน, 6 เดือน, 8 เดือน สู่การเดินทางหลัก 1 ปีและล่าสุดที่ 3 เดือนก่อนเขาจะต้องหยุดเดินทางเพราะโควิด-19&nbsp;</p>



<p>ส่วนเส้นทางที่เรียงรายหลังจากอินเดียที่สว่างชอบที่สุด เขาไปมาแล้วตั้งแต่ปากีสถาน คาซัคสถาน อุซเบกิสสถาน ต่อด้วยอิหร่าน อาร์เมเนีย จอร์เจีย ตุรกี สู่ฝั่งยุโรปและเอเชียอีกหลายประเทศ จนเข้าสู่แอฟริกาใต้อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152285" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ทำงานกับการเดินทาง และการเดินทางทำให้ได้งาน</h3>



<p>หลังจากสว่างผ่านการเดินทางที่ใช้เวลานาน รอนแรมพเนจรไปยังหลายประเทศทั่วโลก ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ และเรื่องราวที่หลากหลาย การตัดสินใจสำคัญหนึ่งอย่างที่สว่างมุ่งมั่นแน่ๆ ว่าจะไม่ทำอีกคือ การกลับไปทำงานประจำ ซึ่งการประกอบอาชีพหลังจากนั้นคือการนำประสบการณ์ของเขาถ่ายทอดออกมาเป็นบทความผ่านหน้านิตยสารต่างๆ</p>



<p>เขียนหนังสือไปสักพัก สว่างจึงพบโอกาสในการทำงานด้วยการใช้ประสบการณ์ในสิ่งที่เขารัก นั่นคือการทำงานไกด์</p>



<p>“ตอนเขียนหนังสือก็ได้เงินบ้าง อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในรายได้ จากนั้นก็เลยลองหาอะไรเกี่ยวกับการดูแลคนเดินทางที่เราชอบอยู่แล้ว เลยไปรับจ๊อบเป็นผู้ประสานงานบริษัททัวร์แห่งหนึ่งก่อนจะไปเป็นไกด์เถื่อนที่ไม่มีบัตรฯ (หัวเราะ)</p>



<p>“ผมรู้สึกว่าการทำงานไกด์ การดูแลคนมันขึ้นอยู่กับธรรมชาติของคนคนนั้นว่าจะทำอย่างไรให้ลูกทัวร์ที่เราดูแลปลอดภัย โอเค มีความสุขกับการเดินทาง กินอิ่มนอนหลับ และทำให้เขาพอใจ แต่เราก็จะเยอะนิดนึง (หัวเราะ) เพราะเงื่อนไขคือต่อให้เป็นงานฟรีแลนซ์ ก็จะต้องเป็นงานที่เราอยากทำ”</p>



<p>สว่างเล่าเสริมว่า นอกจากไกด์แล้ว เขายังเคยทำงานที่ต้องใช้ภาษาทั้งการเป็นล่าม งานแปลเอกสาร หรืองานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และทั้งหมดต้องเอื้อต่อการสร้างรายได้ให้เขาไปเที่ยวต่อได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152286" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เร่ร่อนตามหากาแฟ สู่กาแฟของคนเร่ร่อน</h3>



<p>ด้วยตารางงานที่ไม่ได้รัดตัวมากเกินไป สว่างยังพอมีเวลาเหลือให้เขาทดลองทำอะไรใหม่ๆ เขาจึงอยากหาอะไรทำที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เลยนำไปสู่การทำร้านกาแฟเล็กๆ จากการต่อรถพ่วงเข้าจักรยานคันเก่งของเขา และปั่นไปขายให้กับนักท่องเที่ยว</p>



<p>ก่อนสว่างจะรู้ตัวว่าเขาเอาเมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาดริปให้ลูกค้าดื่ม</p>



<p>“ตอนนั้นทำเพราะไม่มีความรู้ ทำเพราะว่ามันสนุกดีแล้วก็ได้เงิน (หัวเราะ) แล้วพอทำๆ ไปก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เราทำมากขึ้น แต่ก็ยังสงสัยอีก 10 อย่าง 20 อย่างเกี่ยวกับกาแฟ เช่นว่าเมล็ดต้นกาแฟมันเป็นยังไง อยู่ที่ไหน ก็เลยขึ้นไปตามหาแหล่งบนดอยแถวๆ บ้านเราที่เชียงใหม่นี่แหละไปดอยช้างที่เชียงรายบ้าง ดอยม่อนล้านแถวแม่ฮ่องสอนบ้าง ไปเรียนรู้การแปรรูปกาแฟ การเอากาแฟสุกมาแปรรูป มาตาก หรือหนักๆ เข้าก็ศึกษาว่ามันคั่วยังไง (หัวเราะ) หรือไปต่ออีกคือกาแฟแต่ละแหล่ง แต่ละประเทศมันเหมือนหรือต่างกันยังไง</p>



<p>“ผมตัดสินใจไปเอธิโอเปียเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของกาแฟอราบิก้า ตอนนั้นแพลนว่าจะไปทั้งปี แล้วกับที่เราสนใจการผจญภัย เลยเดินทางต่อยาวไปตั้งแต่โบลิเวีย เปรู เอกวาดอร์ ปานามา โคลอมเบีย คอสตาริกา ทั้งหมดนี้เลยเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องกาแฟ แล้วก็ได้ปั่นจักรยานเดินทางท่องเที่ยว” สว่างขยายความถึงความอินในการไปตามหาแหล่งกาแฟ</p>



<p>การตามหาแหล่งกาแฟและปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน ทำให้สว่างได้เจอกับคนกาแฟตัวจริงจากแหล่งพื้นที่จริง และเมื่อรวมกับการไปฝึกงานในร้านกาแฟท้องถิ่นจริงๆ อีก ทำให้เขาเห็นความเป็นไปได้ในการทำแบรนด์กาแฟเป็นของตัวเอง</p>



<p>Nomad Coffee จึงเกิดขึ้น</p>



<p>“เราชอบคำว่า Nomad ที่แปลว่าคนเร่ร่อน ซึ่งเราทำเพราะมันเป็นงานอดิเรกตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 2 ที่ตัดสินใจทำ พอมาถึงปีที่ 4 ก็เริ่มซื้อเครื่องคั่วมาทำเมล็ดกาแฟขายจริงจัง ตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว มันเหมือนการลองผิดลองถูกที่เราเรียนรู้เอง คั่วเอง แล้วค่อยๆ เพิ่มประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญกับตัวเอง”&nbsp;</p>



<p>สว่างบอกเราอีกว่าตอนนี้ Nomad Coffee ยังไม่สามารถเป็นแหล่งรายได้หลักที่จริงจังได้ แต่สิ่งที่เขาคำนึงเสมอคือความยุติธรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำกาแฟแบรนด์เล็กๆ แบรนด์นี้ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลโลกได้ Nomad Coffee จึงออกขายในจำนวนทีละน้อยๆ และอยู่ในรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม</p>



<p>“เราพยายามทำให้มันตอบโจทย์ที่สุด และถ้าโจทย์มันตอบไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำให้มันใหญ่” สว่างเสริม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152287" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">คนเดินทางที่โหยหาการเดินทาง</h3>



<p>“การไม่ได้เดินทางมันทำร้ายความรู้สึกผมมาก” สว่างบอกฉัน</p>



<p>โรคระบาดใหญ่ทำให้สว่างออกไปไหนไม่ได้ และนั่นทำให้เขาเริ่มหมดพลัง หมดกำลังใจ รวมถึงโหยหาการเดินทางอย่างมาก</p>



<p>ซึ่งสว่างคงไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ แบบนั้นแน่ๆ สว่างเลยเริ่มหาความเป็นไปได้ในการเดินทางใหม่ ที่คราวนี้มาในรูปแบบของการพายเรือ ซึ่งถามว่าเขาไปสุดแค่ไหน เขาเคยพายเรือจากเชียงใหม่ลงไปถึงนครสวรรค์ สู่สามเหลี่ยมทองคำ แก่งผาได และแม่น้ำโขง</p>



<p>สว่างบอกว่า การพายเรือคายัคทำให้สีสันในชีวิตของเขากลับมาอีกครั้ง</p>



<p>“มันก็คือการผจญภัยไง” สว่างย้ำกับฉัน</p>



<p>“แล้วการผจญภัยมีความหมายกับคุณยังไง” ฉันถามกลับ</p>



<p>“ถ้ารู้สึกว่าอะดรีนาลีนมันหลั่ง มันก็ต้องรู้สึกว่าชีวิตมันมีสีสันดีกว่า มีรสชาติดีกว่า แต่ว่าถ้าจะต้องตื่นขึ้นมาทุกเช้าไปชงกาแฟ มาเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วก็ทำงานหน้าคอมฯ เสร็จแล้วพรุ่งนี้ก็ต้องทำแบบเดิมๆ สำหรับผมมันรู้สึกว่าน่าเบื่อ พอมันเบื่อปุ๊บก็มีข้อเปรียบเทียบมั้ง เราเลยอยากหาความตื่นเต้น การเดินทางมันก็ตอบโจทย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151035" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150206" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“การเดินทางสอนผมเยอะนะ ทั้งเล็กและใหญ่ อย่างนึงก็คือเวลาปั่นจักรยานเดินทาง มันแบกได้เฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ เช่น เสื้อผ้าไม่กี่ชุด กล้องถ่ายรูป สมุดบันทึก หม้อ จานชาม ช้อน&nbsp;ที่บดกาแฟ เมล็ดกาแฟ อาหารแห้ง อาหารสดติดกระเป๋าไปหน่อย เครื่องนอน จบ คืออะไรที่มันจำเป็นจริงๆ ถ้าแบบเพิ่มอีกนิดเดียว มันเป็นภาระขึ้นไปอีกเยอะมาก แต่ว่ากระบวนการตรงนี้ มันเกิดหลายปีต่อมา 10 กว่าปีเลยนะ&nbsp;</p>



<p>“ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีอะไรเยอะเพื่อที่จะต้องมีหน้ามีตา&nbsp;หรือว่ามีความสุขนี่หว่า ขอแค่ได้ทำอย่างที่อยากทำ ไม่ต้องแบกอะไร ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องถือ คือเหมือนว่าเราไม่ยึดติดกับการเป็นพวกบริโภคนิยม มันจะทำอะไรเราไม่ได้ แต่กิเลสมันก็ยังมีอยู่ กิเลสเรื่องเดินทาง (หัวเราะ)”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/">สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SAMATA ร้านอาหาร Plant-Based แสนเรียบง่ายและพื้นที่คอมมูนคนมังสวิรัติในเชียงใหม่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/samata-plant-based/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2021 16:57:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[สมถะ]]></category>
		<category><![CDATA[SAMATA]]></category>
		<category><![CDATA[Plant-Based]]></category>
		<category><![CDATA[นิชาภา นิศาบดี]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ริบบิ้น นิชาภา]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มังสวิรัติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151354</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีนี้คืออีกปีหนึ่งที่เทรนด์การกินอาหารแบบลดเนื้อสัตว์กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีใหม่ของการใช้ชีวิตในโมงยามโรคระบาด เราจึงเห็นความเป็นไปได้อีกมากในการรังสรรค์เมนูอาหารจากผักและนวัตกรรม Plant-Based Meat ต่างๆ ทำให้เราได้เมนูที่ทั้งสนุกและมีคุณค่าทางโภชนาการและการช่วยโลกให้ดีขึ้นได้เพียงแค่เริ่มจากการกิน SAMATA (สมถะ) คือร้านอาหารมังสวิรัติเล็กๆ ในเชียงใหม่ของริบบิ้น-นิชาภา นิศาบดี ที่เปิดมากว่า 2 ปีแล้ว พื้นที่เล็กๆ นี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายทั้งลูกค้าขาประจำ หรือผู้คนที่อยากลองเริ่มทานอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ด้วยเมนูที่เรียบง่าย แต่อัดแน่นด้วยคุณค่าแบบเต็มๆ จนตอนนี้สมถะมีลูกค้าประจำทั้งชาวไทยและเทศ รวมถึงบริการ &#8216;ผูกปิ่นโต&#8217; ที่มีลูกค้าใช้บริการกว่า 20 รายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว! “เราเคยเจอกันแล้วนะ” หญิงสาวตรงหน้าพูดเมื่อเราแนะนำตัว ใช่ อะเดย์เคยคุยกับเธอแล้วในวันที่เธอลงหลักปักฐานเปิดร้านในบาร์ที่เธอร้องเพลงอยู่ จนถึงวันนี้ที่เธอย้ายเขตคามร้านสมถะมาซ่อนตัวอยู่ในหลืบเล็กๆ ของถนนหนองฮ่อ ตำบลช้างเผือก เรานั่งคุยกับริบบิ้นในระหว่างที่สมถะเปิดรับลูกค้ามากหน้าหลายตา ทั้งประจำ ขาจร และพี่ๆ ไรเดอร์ที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เธอพักการสัมภาษณ์เป็นระยะๆ เพื่อทักทายลูกค้าที่เป็นเสมือนมิตรสหายที่ดีของเธอ และเมื่ออาหารที่เธอจัดให้เราลงโต๊ะ มันก็ถูกบรรจุเข้าไปในกระเพาะของเราพร้อมๆ กับบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร เราถึงเข้าใจในความเรียบง่ายของอาหารมื้อนี้ ที่มีทั้งประโยชน์จากสารอาหารที่ได้รับ และเรื่องราวการเติบโตของสมถะที่ริบบิ้นแบ่งปันให้เราฟัง ว่ามันมีคุณค่ามากแค่ไหน หักดิบจากการกินเนื้อสัตว์เพื่อเป็นมังสวิรัติเต็มรูปแบบ ย้อนกลับไปในวันที่ริบบิ้นยังทำงานเบื้องหลังของสารคดีที่ได้เจอผู้คนหลากหลายรูปแบบ วิถีการกินของเธอก็เหมือนเราๆ ทั่วไปที่กินทั้งเนื้อสัตว์ ของทอด อาหารอร่อยแบบเต็มสูบ จนเมื่อริบบิ้นในฐานะนักทำสารคดีที่ได้ทำความรู้จักทั้งผู้คนและเรื่องราวใหม่ๆ การกินอาหารโดยปราศจากเนื้อสัตว์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เธอเริ่มเรียนรู้จากการทำสารคดี “ตอนที่นั่งสัมภาษณ์คนอื่นเรื่องวีแกน Plant-Based [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/samata-plant-based/">SAMATA ร้านอาหาร Plant-Based แสนเรียบง่ายและพื้นที่คอมมูนคนมังสวิรัติในเชียงใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปีนี้คืออีกปีหนึ่งที่เทรนด์การกินอาหารแบบลดเนื้อสัตว์กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีใหม่ของการใช้ชีวิตในโมงยามโรคระบาด เราจึงเห็นความเป็นไปได้อีกมากในการรังสรรค์เมนูอาหารจากผักและนวัตกรรม Plant-Based Meat ต่างๆ ทำให้เราได้เมนูที่ทั้งสนุกและมีคุณค่าทางโภชนาการและการช่วยโลกให้ดีขึ้นได้เพียงแค่เริ่มจากการกิน</p>



<p>SAMATA <a href="https://web.facebook.com/samatastyle/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">(สมถะ)</a> คือร้านอาหารมังสวิรัติเล็กๆ ในเชียงใหม่ของ<strong>ริบบิ้น-นิชาภา นิศาบดี</strong> ที่เปิดมากว่า 2 ปีแล้ว พื้นที่เล็กๆ นี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายทั้งลูกค้าขาประจำ หรือผู้คนที่อยากลองเริ่มทานอาหารปราศจากเนื้อสัตว์ด้วยเมนูที่เรียบง่าย แต่อัดแน่นด้วยคุณค่าแบบเต็มๆ จนตอนนี้สมถะมีลูกค้าประจำทั้งชาวไทยและเทศ รวมถึงบริการ &#8216;ผูกปิ่นโต&#8217; ที่มีลูกค้าใช้บริการกว่า 20 รายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-1024x682.jpg" alt="SAMATA" class="wp-image-151406" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c1_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราเคยเจอกันแล้วนะ” หญิงสาวตรงหน้าพูดเมื่อเราแนะนำตัว</p>



<p>ใช่ <a href="https://adaymagazine.com/samata-plant-based-food" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อะเดย์เคยคุยกับเธอแล้ว</a>ในวันที่เธอลงหลักปักฐานเปิดร้านในบาร์ที่เธอร้องเพลงอยู่ จนถึงวันนี้ที่เธอย้ายเขตคามร้านสมถะมาซ่อนตัวอยู่ในหลืบเล็กๆ ของถนนหนองฮ่อ ตำบลช้างเผือก เรานั่งคุยกับริบบิ้นในระหว่างที่สมถะเปิดรับลูกค้ามากหน้าหลายตา ทั้งประจำ ขาจร และพี่ๆ ไรเดอร์ที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เธอพักการสัมภาษณ์เป็นระยะๆ เพื่อทักทายลูกค้าที่เป็นเสมือนมิตรสหายที่ดีของเธอ และเมื่ออาหารที่เธอจัดให้เราลงโต๊ะ มันก็ถูกบรรจุเข้าไปในกระเพาะของเราพร้อมๆ กับบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร</p>



<p>เราถึงเข้าใจในความเรียบง่ายของอาหารมื้อนี้ ที่มีทั้งประโยชน์จากสารอาหารที่ได้รับ และเรื่องราวการเติบโตของสมถะที่ริบบิ้นแบ่งปันให้เราฟัง</p>



<p>ว่ามันมีคุณค่ามากแค่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-1024x682.jpg" alt="SAMATA" class="wp-image-151407" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c16_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">หักดิบจากการกินเนื้อสัตว์เพื่อเป็นมังสวิรัติเต็มรูปแบบ</h4>



<p>ย้อนกลับไปในวันที่ริบบิ้นยังทำงานเบื้องหลังของสารคดีที่ได้เจอผู้คนหลากหลายรูปแบบ วิถีการกินของเธอก็เหมือนเราๆ ทั่วไปที่กินทั้งเนื้อสัตว์ ของทอด อาหารอร่อยแบบเต็มสูบ จนเมื่อริบบิ้นในฐานะนักทำสารคดีที่ได้ทำความรู้จักทั้งผู้คนและเรื่องราวใหม่ๆ</p>



<p>การกินอาหารโดยปราศจากเนื้อสัตว์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เธอเริ่มเรียนรู้จากการทำสารคดี</p>



<p>“ตอนที่นั่งสัมภาษณ์คนอื่นเรื่องวีแกน Plant-Based สิ่งแวดล้อม ชีวิตสัตว์ และก็ผลกระทบที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ทำให้เราต้องมาทำข้อมูลต่อว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้คนกินมังสวิรัติ หลังจากนั้นเราก็เริ่มไม่อยากรู้แค่ข้อมูล อยากรู้เป็นสัมผัส ไปทดลองหากินมังสวิรัติในเชียงใหม่ หูย (ลากเสียง) มันอร่อย มันหาง่าย แล้วก็ไม่แพงมาก แล้วร่างกายเรากลับรู้สึกดีขึ้นในช่วงนึงที่เรากิน” ริบบิ้นอธิบายถึงความฟินในครั้งแรกๆ ที่เธอได้ทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์</p>



<p>แล้วหลังจากนั้นเธอก็ตัดสินใจ &#8216;หักดิบ&#8217; เลิกทานเนื้อสัตว์ในแทบจะทันที</p>



<p>ทำไมการตัดสินใจเลิกทานเนื้อสัตว์มันถึงง่ายขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ การตัดสินใจแบบนี้มันง่าย เพราะเราย้ายจุดโฟกัสในชีวิตเรา จาก What is it. เป็นความรู้สึก เราย้ายจุดโฟกัสการกินของเราจากการที่ &#8216;วันนี้เรากินหมู เรากินเนื้อ&#8217; ไปเป็น &#8216;การกินของเราคือความอิ่ม อร่อย&#8217; เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นอะไรก็ได้ที่อิ่ม อร่อย แล้วเมื่อเราได้ข้อมูลมาตลอดชีวิตว่าที่เรากินเนื้อสัตว์มาโดยไม่รู้ บางทีในเชิงอุตสาหกรรมที่เราเติบโตมาในยุคนี้ มันส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เราเห็น เราเลยคิดว่าถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบนี้ได้ ก็เปลี่ยนชีวิตตัวเองเล็กๆ พอ” ริบบิ้นตอบคำถามของเรา</p>



<p>เธอแอบเล่าเพิ่มอีกนิดหน่อยว่า แซลมอนโรล 2 กิโลกรัมคืออาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างสุดท้ายที่เธอกิน ก่อนจะบอกเพื่อนๆ และครอบครัวของเธอว่าตอนนี้เธอไม่ได้ทานเนื้อสัตว์อีกต่อไป</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในเมื่อหากินเองมันยาก ก็เปิดร้านซะเลยสิ!</h4>



<p>เมื่อริบบิ้นตัดสินใจจะทานมังสวิรัติอย่างเต็มตัว เธอจึงตระเวนกินอาหารเมนูมังสวิรัติแทบจะทุกร้านในจังหวัดเชียงใหม่เท่าที่จะทำได้ แต่เนื่องจากเธอประกอบอาชีพนักดนตรีเป็นอาชีพเสริมที่ต้องใช้มือเป็นอาวุธสำคัญในการประกอบอาชีพ ทำให้เธอถูกห้ามปรามบ่อยๆ จากครอบครัวว่าอย่าเข้าครัว และอย่าจับมีด</p>



<p>แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้ได้หนึ่งอย่างจากการทานอาหารมังสวิรัตินอกบ้านเป็นปีๆ และเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดให้เธออยากเข้าครัวเพื่อทำอาหารทานเองมีสองอย่าง คือราคาอาหารที่สิริรวมกันแล้วไม่ใช่มูลค่าน้อยๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน</p>



<p>นั่นคือ Carbon Footprint หรือผลกระทบทางมลภาวะจากการขนส่งสินค้า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151409" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c10_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151410" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c15_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ร้านอาหารวีแกนหลายๆ ที่เขาเลือกวัตถุดิบที่ดีมาก แต่มันคือการเพิ่มมูลค่าเกี่ยวกับการขนส่งที่ค่อนข้างสูงในจานอาหารของเรา ที่สำคัญถ้าพูดในมุมสิ่งแวดล้อม มันก็อาจจะต้องเสียคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขึ้น อุตส่าห์ลดการกินเนื้อสัตว์ไปแต่ว่ามาเสียค่าขนส่ง มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่ง เราก็เลยเกิดความคิดว่า ถ้าเราสามารถกินง่ายกว่านั้นได้อีก ถ้าเราลองเปลี่ยนเป็นกินมังสวิรัติแบบชาวบ้านๆ ไปซื้อผักบุ้ง กำละ 5-10 บาท มาผัดใส่โปรตีน ใส่ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเหลืองง่ายๆ เราก็เลยคิดว่า งั้นเราลองทำพื้นที่ที่มันเป็นอาหารมังสวิรัติจากวัตถุดิบท้องถิ่นในราคาที่คนไทยกินสบายนิดนึงมั้ย ก็เลยเป็นที่มาว่าถ้าจะสมบูรณ์แบบจริงๆ ต้องกินแบบที่สามารถสนับสนุนของท้องถิ่นได้ รู้สึกดีกับตัวเอง สบายกระเป๋าตังค์ จบเป็นไลฟ์สไตล์ได้เลย” ริบบิ้นอธิบาย</p>



<p>ด้วยความฝันที่หนักแน่นก้อนนี้ ริบบิ้นจึงไปขอแชร์พื้นที่ในบาร์ที่เธอเล่นดนตรีเพื่อเปิดร้านอาหารวีแกนในแบบของเธอในช่วงกลางวัน ซึ่งจากการสำรวจตลาดผ่านการกินของเธอ ริบบิ้นพบว่าช่องว่างที่จะทำให้ร้านอาหารวีแกนในฝันของเธอเกิดขึ้นได้จริงคือ ราคาต้องน่ารัก จับต้องได้ เป็นอาหารที่เรียบง่าย ไม่ต้องหวือหวาแบบ Fine Dining จบในจานเดียว อิ่ม อร่อย ได้โปรตีน และราคาต้องไม่เกิน 100 บาท</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้วสมถะในดราฟต์แรกจึงเกิดขึ้น แต่เป็นสมถะที่มีเมนูในร้านเพียงเมนูเดียว&nbsp;</p>



<p>นั่นคือข้าวแกงกะหรี่</p>



<p>“เราเริ่มทำข้าวแกงกะหรี่เพราะเป็นเมนูที่มั่นใจที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เราไปญี่ปุ่นบ่อย แต่แกงของเรามันจะไม่เหมือนแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เพราะของเขาจะใช้น้ำแกงที่ Based เนื้อวัวเยอะ เราก็เลยปรับสูตรว่าต้นฉบับแกงมันมาจากไหน ก็เจอว่าคือแกงอินเดีย แต่ใช้เป็นผักที่มีเท่าที่คิดออกให้มากที่สุด ให้คนไม่รู้เลยว่าในนั้นมีผักอะไรบ้าง แต่ที่รู้ๆ คือวันนี้เธอได้กินผักเยอะมาก และเราก็เพิ่มสีสันด้วยการให้เลือกท็อปปิ้งพิเศษวางข้างเคียงลงไป เราขายเมนูเดียวเท่านั้น 12 ท็อปปิ้งให้เลือก ขายแบบนั้นมาเรื่อยๆ” ริบบิ้นอธิบายถึงข้าวแกงกะหรี่ของเธอ</p>



<h4 class="wp-block-heading">เราหยุดที่เมนูเดียวไม่ได้</h4>



<p>หลังจากเปิดขายเมนูเรือธงของร้านได้สักพัก ริบบิ้นค่อยๆ ขยายฐานลูกค้าจากเพื่อนของเธอไปสู่ลูกค้าทั้งชาวไทยและเทศ จนเข้าถึงชุมชนคนกินอาหารวีแกนผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ สมถะจึงเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นบนโลกออนไลน์</p>



<p>ตอนนั้นริบบิ้นจึงคิดได้ว่า สมถะจะมีแค่เมนูเดียวไม่ได้อีกแล้ว</p>



<p>ยิ่งประกอบกับการทำร้านสมถะในขวบปีแรกที่เธอได้เรียนรู้เรื่องหลังครัว ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ อายุขัยของผักแต่ละชนิด หรือการบริหารจัดการต่างๆ ที่ค่อยๆ เติบโตตามอัตภาพ ริบบิ้นจึงตัดสินใจที่จะขยายพื้นที่ให้ใหญ่กว่าเดิม</p>



<p>“ร้านเก่ามันเป็นพื้นที่เปิด และตู้เย็นที่เก็บของสดของเราก็เล็กมาก เราทะเลาะกับผักบ่อยมาก ทำไมน้องไม่สู้ชีวิต ทำไมน้องเหี่ยวเร็ว (หัวเราะ) มันคือเริ่มต้นจากศูนย์ทั้งหมดเลย จนกระทั่งรู้แล้วว่าระบบการจัดการภายในของการดูแลวัตถุดิบเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับร้านอาหาร จุดนั้นเป็นจุดเดียวเลยที่ทำให้เราขยับขยายพื้นที่หลังบ้านของเราให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และก็จัดการดูแลควบคุมไม่ให้เขาเปลี่ยนไปตามแดดลมฟ้าฝนมากยิ่งขึ้น แต่ว่าเรายังอยากเก็บความเป็นมิตรที่เพื่อนมานั่งแล้วสบาย ไม่ได้รู้สึกกดดันว่าจะกินอะไรดีไม่มีเนื้อสัตว์ แล้วพอมันมีโต๊ะเก้าอี้ขนาดที่ถูกต้อง เหมาะสมกับการกิน เราก็ดึงดูดกลุ่มผู้ใหญ่ ครอบครัวมากินที่นี่ได้มากยิ่งขึ้น การพัฒนาเมนูของเราสามารถปรับแต่งได้มากยิ่งขึ้น ให้เหมาะกับคนที่กินเจที่ไม่กินหอม กระเทียม คนที่เป็น Raw Vegan คนที่ควบคุมน้ำหนัก คนที่อาจจะเพิ่งถูกวินิจฉัยเป็นโรคเรื้อรังแล้วคุณหมอสั่งห้ามกินเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ คนที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวต่างๆ มาหมดเลย ทำให้เราเจอคนย่อยๆ ที่ต้องการอาหารทางเลือกเยอะขึ้น แล้วร้านเราตอบโจทย์จุดนั้นได้” ริบบิ้นอธิบาย</p>



<p>เราฟังกระบวนการจัดการทั้งหมดนี้ก็เข้าใจว่า ริบบิ้นใช้เวลาเตรียมการมาอย่างดีแน่ๆ กว่าที่จะตัดสินใจย้ายร้านอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;</p>



<p>แต่เปล่าเลย เธอใช้เวลาแค่ 3 วันเท่านั้น และยิ่งอยู่ในช่วงเวลาที่โควิด 19 กำลังระบาดใหม่ๆ ด้วย</p>



<p>“เราย้ายของมา 3 วัน แล้วเปิดครัวเลย ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นโควิด 19 ไม่ให้นั่งหน้าร้าน เราเลยมีเวลาประมาณ 1 เดือนในการจัดร้าน ในใจเราคิดว่าหยุดไปนานไม่ได้ เพราะอาหารมันเป็นสิ่งที่คนกินทุกวัน แล้วร้านเราไม่ใช่ร้านโอกาสพิเศษ เพราะเราวางตัวเองเป็นร้านสำหรับ Daily Life ก็คือคนกินได้ทุกวัน ถ้าเราจะปิดนาน คนที่พึ่งพาเราบ่อยๆ จะเป็นยังไง เขามาไม่มาไม่รู้ แต่เราต้องมีอยู่ อันนี้คือความตั้งใจของริบบิ้น ก็เลยใช้เวลาด่วนมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่ว่าต้องมีเลือดนักสู้นิดนึงนะคะ (หัวเราะ)”&nbsp;</p>



<p>ริบบิ้นเสริมอีกว่า จากร้านเดิมที่ขายแค่เมนูเดียว แต่มีท็อปปิ้งให้เลือก 12 อย่าง สมถะในร้านใหม่มีเมนูให้เลือกสรรอย่างจุใจกว่า 30 เมนู ทั้งคาว หวาน กาแฟ อย่างครอบคลุม ทำให้ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทานอาหารวีแกนอยู่แล้ว หรืออยากลองทานอะไรใหม่ๆ เมนูของสมถะจะตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแน่นอน</p>



<h4 class="wp-block-heading">เสียงดนตรีและพื้นที่ปลอดภัยของคนวีแกน</h4>



<p>ริบบิ้นบอกเราว่า ฐานลูกค้าเกินครึ่งของสมถะคือลูกค้าที่ไม่ใช่คนทานอาหารวีแกน ซึ่งสำหรับเราแล้วมันเป็นสัญญาณดีที่การทานอาหารแบบปราศจากเนื้อสัตว์กำลังเป็นสิ่งที่ผู้คนสนใจมากขึ้น</p>



<p>และเธอบอกว่า วีแกนคืออาหารสำหรับทุกคน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c17_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ลูกค้าร้านเราเกินครึ่งไม่ใช่วีแกน แต่เป็นคนที่อยากกินอาหารที่มีประโยชน์ มั่นใจว่าสะอาด บรรยากาศดี บ้านอยู่แถวนี้ มาเจอเพื่อนฝูงที่นี่ แต่คนเหล่านี้ไม่ปฏิเสธการกินมังสวิรัติ มันเลยกลายเป็นอาหารสำหรับทุกคน สำหรับริบบิ้น ริบบิ้นว่ามันทำหน้าที่ตรงกับใจริบบิ้น เพราะว่าริบบิ้นคิดว่าคนที่กิน Plant-Based ไม่จำเป็นต้องวีแกนตลอดชีวิตนะ แต่ว่าเป็นคนที่เข้าใจอาหารประเภทนี้ และยินดีที่จะกินมัน</p>



<p>“ริบบิ้นคิดว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของคนที่กลัวคำว่ามังสวิรัติมากินทีไรก็จะเปลี่ยนความคิดว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด มันก็คืออาหารธรรมดา มันก็กินได้ แล้วก็อิ่มมื้อนี้ มันไม่ได้กินยากอย่างที่คิด บางคนอาจจะติดภาพความเขียวอื๋อ หรือผักจ๋า อย่างเมนูของริบบิ้นหลายๆ อย่างมันไม่เขียวนะ มันเป็นวัตถุดิบจากพืชจริงๆ เรามองเป็นมุมนั้นมากกว่า คือให้มันเฟรนด์ลี่ทั้งบรรยากาศร้านและก็จานอาหารจริงๆ มันง่ายต่อคนทุกคน” ริบบิ้นเสริม</p>



<p>อีกสิ่งหนึ่งของการเปิดร้านสมถะที่ริบบิ้นคาดหวัง และไม่คาดหวังให้เป็นคือ การเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของคอมมูนคนทานวีแกน ซึ่งหลายครั้งลูกค้ามักแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การสร้างสรรค์เมนูมังสวิรัติ หรือนำวัตถุดิบในครัวเรือนและผักต่างๆ มาให้ริบบิ้นลองสร้างสรรค์ และการเปิดพื้นที่ร้านให้เป็น Space ของนักดนตรีมาแจมกันแบบสบายๆ ทุกสุดสัปดาห์ในชื่อ Music Weekend&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151412" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c21_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“คนที่จะมีชีวิตที่ดี อาหารมันทำให้ร่างกายเราดี ข้อมูลมันทำให้จิตใจเราดี แต่ว่าสิ่งอื่นๆ ที่ทำให้กายใจดีสมบูรณ์ก็เป็นเรื่องศิลปะ ตัวริบบิ้นเป็นคนชอบดนตรี เลยอยากจะให้พื้นที่นี้มันเป็นพื้นที่ค่อนข้างฟรีสไตล์สำหรับเสียงดนตรี ให้พื้นที่ลุงๆ ป้าๆ หรือว่าพี่น้องที่เป็นนักดนตรีมาแจมกัน มันก็จะเป็น Unplugged Jamming แบบไม่ใช้เครื่องเสียงเลย ใครมีเครื่องอะไรยกมา แล้วมันเซอร์ไพรส์มากทุกวันเสาร์ เพราะเดาไม่ได้ว่าใครจะมาบ้างแล้ววันอาทิตย์ก็เป็น Experimental Music เป็นเพื่อนๆ ที่อยากจะเล่นดนตรีเชิงทดลองในบรรยากาศร้านอาหาร&nbsp;</p>



<p>“ริบบิ้นเลยคิดว่าคนมากินข้าวก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะมีดนตรี แต่เขาก็บอกว่าบรรยากาศกับการกินต่างๆ มันไปด้วยกันได้ ดนตรีกับตอนกลางวันก็ได้เหมือนกัน ดนตรีกับน้ำสกัดเย็นมันก็ได้ กลายเป็นว่าดนตรีมันไม่ต้องอยู่ตอนกลางคืนอย่างเดียว และมันก็ไม่ได้ผูกกับเครื่องดื่มบางชนิด ช่วงโควิด 19 ริบบิ้นเลยคิดว่าถ้าใครไม่รู้จะเล่นดนตรีที่ไหนก็ร้านอาหารได้ เล่นเถอะ” ริบบิ้นอธิบาย</p>



<h4 class="wp-block-heading">เมื่อสิ่งแวดล้อมกับการกินเป็นเรื่องเดียวกัน</h4>



<p>เพราะริบบิ้นเปิดร้านอาหารมังสวิรัติ และเมื่อย้อนกลับไปในวันแรกที่เธอหันหลังให้เนื้อสัตว์อย่างถาวร สิ่งที่เธอเห็นคือข้อมูลต่างๆ จากการทำรีเสิร์ชที่ทำให้เธอเห็นว่าการกินเนื้อสัตว์นั้นส่งผลกับโลกมาก การเปิดร้านอาหารของเธอจึงพยายามช่วยโลกไปอีกทางหนึ่ง ตั้งแต่การลดใช้พลาสติกแบบ Single-Use ให้ได้มากที่สุด ซึ่งเธอบอกว่าในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา สมถะลดการใช้ขยะพลาสติกไปได้มากกว่า 5,000 ชิ้น รวมถึงการได้รับความร่วมมืออย่างดีจากลูกค้าที่ผูกปิ่นโต หรือพี่ๆ ไรเดอร์ทั้งหลาย</p>



<p>เราสงสัยนิดนึงว่าอะไรทำให้เธอลดขยะพลาสติกได้มากขนาดนี้</p>



<p>“ด้วยความที่การกินมันมีเหตุผลสำคัญมาจากเรื่องสิ่งแวดล้อม เรามองว่าจะทำให้มันตอบวัตถุประสงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งที ควรคิด-ทำให้รอบกว่านี้ มันจริงอยู่ที่การกินผักมากขึ้น ลดการกินเนื้อสัตว์ จะช่วยในการลดความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งส่งผลดีขึ้นนิดนึงต่อสิ่งแวดล้อม พอมันมีคำว่าสิ่งแวดล้อมนำมันต้องดูกระบวนการอื่นๆ ของเรา มีอะไรบ้างทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่ จากที่เราทำแต้มบวกอยู่ จะถูกลบด้วยสิ่งนั้นมันใช่เหรอ เราก็เลยลองคิดให้รอบด้าน อย่างที่เขาบอกว่าจริงๆ ไอเดียของวีแกนมันไม่ใช่แค่เรื่องบริโภค แต่เป็นเรื่องของการอุปโภคด้วย&nbsp;</p>



<p>“เพราะฉะนั้นมันเลยมาสู่สิ่งของเครื่องใช้ด้วย เรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์ต่างๆ เรื่องขยะ มันเลยเป็นสิ่งที่อยู่ในวงโคจรของการดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้ ปรับนิดนึงแล้วมันดีขึ้น หรือต้องจ่ายแพงขึ้นหน่อยแต่ลูกค้าเข้าใจ ริบบิ้นก็คิดว่ามันคุ้มค่ากับการเปลี่ยนแปลง และก็ใส่ใจกับมันนิดนึง ไหนๆ เราจะใส่ใจเรื่องอาหาร ก็ใส่ใจเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ด้วย” ริบบิ้นตอบคำถามของเรา</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้วร้านอาหารวีแกนเล็กๆ แห่งนี้ยืนระยะเปิดร้านท่ามกลางการล้มหายตายจากในภาวะโรคระบาดได้ และยังสร้างสังคมเล็กๆ ของคนทานอาหารวีแกนในจังหวัดเชียงใหม่ได้&nbsp;</p>



<p>เราอยากรู้ว่าสมถะมีความหมายกับเธออย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151413" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c22_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-1024x682.jpg" alt="SAMATA" class="wp-image-151414" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/ที่ชอบ_Samata_Content_c4_20211125.jpg 1584w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“สมถะคือวิถีชีวิตของริบบิ้น และก็เป็นตัวแทนวิถีชีวิตของคนที่อยากจะค้นหาความหมายของชีวิตในแบบที่มันเรียบง่าย ใกล้ชิดกับโลกใบนี้ มันมีความหมายง่ายๆ ที่ริบบิ้นอยากจะยึดเป็นแนวทางการใช้ชีวิตเลยคือ มันง่าย ยิ่งเราอยู่ในไทยกินอะไรมันก็ง่ายไปหมด เราต้องถ่อมตัวให้กับสิ่งแวดล้อมใหญ่ๆ เราต้องน้อมรับความรู้ใหม่ๆ แล้วมันจะเจอความสงบสุขในใจ ในโลกที่มันวุ่นวายแต่ใจเรานิ่ง จะมีอะไรดีไปกว่านั้นอีก ก็เลยคิดว่ามันเป็นไลฟ์สไตล์ แต่ในหลายๆ มุมที่ริบบิ้นจิตเตลิดมาก หวั่นไหวไปกับอะไร เราย้อนกลับมาดูว่าสมถะให้อะไรเราในช่วงโควิด 19 สมถะก็ยังเปิด ความแข็งแรงในจุดนี้มันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด มันก็เลยเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิต” ริบบิ้นส่งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/samata-plant-based/">SAMATA ร้านอาหาร Plant-Based แสนเรียบง่ายและพื้นที่คอมมูนคนมังสวิรัติในเชียงใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thierry BAYLE ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานทูตฝรั่งเศส กับภารกิจจุดแสงสว่างท่ามกลางความมืดให้วงการศิลปะไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thierry-bayle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Nov 2021 08:46:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Thierry BAYLE]]></category>
		<category><![CDATA[สถานทูตฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[วงการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[galleries’ nights]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[แกลเลอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151295</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนมารับตำแหน่ง Cultural Attaché Thierry เคยเป็นนักข่าวมาก่อน เขาเล่าชีวิตนักข่าวให้เราฟังอย่างออกรส ตีแยรีชอบคุยกับคน เดินทางในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย นั่นทำให้เมื่อมารับตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตีแยรีจึงตระเวนคุยกับคนในวงการศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปิน ภัณฑารักษ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์ และอีกหลายฝ่าย เพื่อทำอะไรสักอย่างให้พวกเขาหลุดพ้นจากความมืดมิดในช่วงโรคระบาด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตีแยรีและทีมจัดงาน galleries’ nights 2021 ในรูปแบบปกติ เดินทางไปดูนิทรรศการตามแกลเลอรี่ได้โดยไม่ต้องมองผ่านหน้าจอ งานมีคอนเซปต์ว่า Art is the Solution ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าศิลปะคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสังคม ที่ไม่ควรถูกทอดทิ้งเช่นกัน&#160; งานจะจัด 4 วัน โดยเริ่มจัดในกรุงเทพฯ วันที่ 26 -27 พ.ย. และจัดในบางแสน ชลบุรี วันที่ 3-4 ธ.ค. เราฉวยเวลาจากตารางงานแน่นเอี้ยดของตีแยรี ชวนคุยเบื้องหลังการจัดงาน galleries’ nights และสิ่งที่ประเทศไทยเรียนรู้จากฝรั่งเศสได้ในการฟื้นฟูวงการศิลปะหลังโควิดคลี่คลาย จุดแสงสว่างด้วยงานศิลปะ พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ และหอศิลป์ คือหนึ่งในรายการสถานที่ที่ถูกปิดในช่วงล็อกดาวน์ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งในไทยและฝรั่งเศส “ที่ฝรั่งเศสก็ปิดเมืองสนิทเป็นเดือน มีการล็อกดาวน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thierry-bayle/">Thierry BAYLE ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานทูตฝรั่งเศส กับภารกิจจุดแสงสว่างท่ามกลางความมืดให้วงการศิลปะไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ก่อนมารับตำแหน่ง Cultural Attaché Thierry เคยเป็นนักข่าวมาก่อน</p>



<p>เขาเล่าชีวิตนักข่าวให้เราฟังอย่างออกรส ตีแยรีชอบคุยกับคน เดินทางในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย นั่นทำให้เมื่อมารับตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตีแยรีจึงตระเวนคุยกับคนในวงการศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปิน ภัณฑารักษ์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์ และอีกหลายฝ่าย เพื่อทำอะไรสักอย่างให้พวกเขาหลุดพ้นจากความมืดมิดในช่วงโรคระบาด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151325" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c9_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ตีแยรีและทีมจัดงาน galleries’ nights 2021 ในรูปแบบปกติ เดินทางไปดูนิทรรศการตามแกลเลอรี่ได้โดยไม่ต้องมองผ่านหน้าจอ งานมีคอนเซปต์ว่า Art is the Solution ซึ่งสะท้อนความเชื่อว่าศิลปะคือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของสังคม ที่ไม่ควรถูกทอดทิ้งเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>งานจะจัด 4 วัน โดยเริ่มจัดในกรุงเทพฯ วันที่ 26 -27 พ.ย. และจัดในบางแสน ชลบุรี วันที่ 3-4 ธ.ค. เราฉวยเวลาจากตารางงานแน่นเอี้ยดของตีแยรี ชวนคุยเบื้องหลังการจัดงาน <a href="https://web.facebook.com/adaymagazine/posts/10159701944525406" target="_blank" rel="noreferrer noopener">galleries’ nights</a> และสิ่งที่ประเทศไทยเรียนรู้จากฝรั่งเศสได้ในการฟื้นฟูวงการศิลปะหลังโควิดคลี่คลาย</p>



<h3 class="wp-block-heading">จุดแสงสว่างด้วยงานศิลปะ</h3>



<p>พิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ และหอศิลป์ คือหนึ่งในรายการสถานที่ที่ถูกปิดในช่วงล็อกดาวน์</p>



<p>สถานการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งในไทยและฝรั่งเศส “ที่ฝรั่งเศสก็ปิดเมืองสนิทเป็นเดือน มีการล็อกดาวน์ ผมออกจากบ้านได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน มันเป็นช่วงยากลำบากในปี 2020” ตีแยรีเล่า</p>



<p>ประมาณกลางปี 2021 เมื่ออัตราการฉีดวัคซีนเริ่มสูงขึ้น หลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดเมือง แต่ถึงตอนนั้นคนในแวดวงศิลปะก็เจ็บหนัก แกลเลอรี่จำนวนไม่น้อยปิดถาวรเพราะขาดรายได้ ศิลปินไม่มีที่แสดงงานต้องไขว่คว้าหาพื้นที่ในโลกออนไลน์ ทุกคนต่างเอาตัวรอดเพื่อให้อยู่ได้หลังโรคระบาด</p>



<p>ตีแยรีเดินสายคุยกับศิลปินและเจ้าของแกลเลอรี่ในประเทศไทย เขาตระหนักว่าในภาพใหญ่สิ่งที่ควรกู้คืนกลับมาคือ การฟื้นฟูระบบนิเวศทางศิลปะ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปิน ภัณฑารักษ์ และแกลเลอรี่ โดยเฉพาะกับตัวศิลปินซึ่งอดีตนักข่าวคิดว่าพวกเขาคือหัวใจในการหาทางออก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151326" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c10_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“วงการศิลปะฟื้นฟูคืบหน้าไปอย่างเชื่องช้า บางแกลเลอรี่เปิดไม่ได้เลย สำหรับศิลปินนี่เป็นเรื่องยากลำบากมาก ตอนที่เริ่มทำงานนิทรรศการเมื่อหลายเดือนก่อน ทีมเราคิดคำว่า Artist is the solution หมายถึงศิลปินและผลงานของพวกเขาน่าจะเป็นคำตอบในการจัดนิทรรศการ” ตีแยรีเล่าที่มาของคอนเซปต์งานที่ว่า Art is the Solution ซึ่งอีกนัยหนึ่งเขาก็ตั้งใจให้คนมองว่าเป็นคำถามได้เหมือนกัน ว่าศิลปะสามารถเป็นคำตอบแก้ปัญหาที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ได้ไหม</p>



<h3 class="wp-block-heading">galleries’ nights เป็นกิจกรรมที่ประชาธิปไตย เพราะมันเปิดสำหรับทุกคน</h3>



<p>เราจัดงานออนไลน์ไม่เก่ง หัวหน้าทีม galleries’ nights เล่าเหตุผลที่ไม่จัดงานออนไลน์เหมือนที่อีเวนต์อื่นนิยมทำ ตีแยรีขยายความว่าประเด็นหลักคือ เขาอยากช่วยแกลเลอรี่ อยากให้งานศิลปะไปถึงผู้คนมากขึ้น</p>



<p>“สำหรับแกลเลอรี่ มันคือเรื่องการตลาดด้วย เราต้องการช่วยพวกเขาแบบ physical แน่นอนว่าเราต้องเคารพกฎและนโยบายของรัฐในการจัดงาน ที่สำคัญคือ ผมเริ่มเห็นสัญญาณที่เมืองกลับมาเปิดอีกครั้ง เราต้องกลับมายืนหยัดเพื่อบอกทุกคนว่า galleries’ nights อยู่ตรงนี้ โชคดีที่เราเริ่มคุยกับแกลเลอรี่เมื่อเดือนก่อน และส่วนใหญ่ทุกคนตอบตกลง เราอยากสนับสนุนแกลเลอรี่ ซึ่งกำลังเผชิญความยากลำบาก เป็นเหตุผลนึงที่เราจัดงานในช่วงเดือนนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151328" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c5_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราหวังว่าจะสร้างความหวังให้แกลเลอรี่ อยากบอกทุกคนว่าชีวิตกำลังกลับมา ดูนิทรรศการกัน กับศิลปินก็เช่นเดียวกัน พวกเขาอยู่เงียบๆ มาตลอดหนึ่งปี อยู่บ้าน ไม่มีนิทรรศการ พวกเราต้องการจะร่วมมือกับหลายฝ่ายไปพร้อมๆ กัน อีกข้อคือ เรารู้สึกว่า galleries’ nights เป็นกิจกรรมที่ประชาธิปไตย เพราะมันเปิดสำหรับทุกคน เข้าชมฟรี ไม่ต้องจ่ายอะไร”&nbsp;</p>



<p>เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ และช่วยเหลือคนในวงการศิลปะมากขึ้น งานปีนี้ขยายจาก 2 คืนเป็น 4 คืน ขยายจากกรุงเทพฯ ไปจัดที่บางแสน ออกจากเมืองหลวงไปสร้างความคึกคักให้ศิลปินเมืองชายทะเลมากขึ้น ปรับดีไซน์โปสเตอร์ที่เล่าเรื่องการสร้างแสงสว่างท่ามกลางความมืด แม้จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น แกลเลอรี่ต้องปิดตอนสามทุ่ม งานจึงต้องเริ่มตอนบ่ายสาม&nbsp;</p>



<p>แต่ละแห่งจะมีกิจกรรมที่จัดเฉพาะช่วงแกลเลอรี่ ไนต์ และมีนิทรรศการซึ่งยังจัดต่อเนื่อง ถ้าเราพลาด 4 คืนนี้ก็ยังตามไปดูได้ตามเวลาเปิด-ปิดปกติของแกลเลอรี่ นอกจากนี้ยังมีบริการรถตุ๊กตุ๊กรับส่งระหว่างแกลเลอรี่ เพิ่มความสนุกในการชมมากยิ่งขึ้น</p>



<p>ตีแยรียังพูดถึงการขยายไปจัดงานที่บางแสนว่า เริ่มจากทีมงานมหาวิทยาลัยบูรพา นำโดย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช นักเขียนผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝรั่งเศสซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่นี่มาเข้าพบทีมงานของสถานทูต</p>



<p>“มหาวิทยาลัยบูรพาเข้ามาหาเราก่อน โดยเฉพาะคุณมาริสาซึ่งเป็นอาจารย์สอนที่นั่น เธอเองก็เคยสอนที่ฝรั่งเศส มาริสาเข้ามาที่สถานทูต บอกว่าชอบงานนี้และอยากจัดที่ชลบุรี เธอแนะนำหลายแกลเลอรี่ที่เราไม่เคยรู้จัก มีประมาณ 15 ที่ และจะทำแบบเดียวกับที่เราทำในระยะเวลา 2 คืน ถ้าสามารถทำได้ต่อเนื่องไปก็จะเป็นเรื่องน่ายินดีมาก เพราะเรามีโอกาสที่จะขยายงาน galleries’ nights ออกไปได้อีก”</p>



<h3 class="wp-block-heading">วัคซีนคือความหวังของวงการศิลปะ</h3>



<p>“เดือนพฤษภาคม &#8211; มิถุนายนทุกอย่างในฝรั่งเศสกลับมาเปิด ตัวแก้ปัญหาคือวัคซีน เราเริ่มฉีดวัคซีนจริงๆ คือเดือนมีนาคม ช่วงแรกก็ช้า แต่ช่วงหลังเร็วขึ้นมาก คนมากกว่า 15 ล้านคนได้รับวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา รัฐบาลเลยตัดสินใจเปิดสถานที่สาธารณะต่างๆ พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ ทุกอย่างกลับมาเปิดอีกครั้ง ถ้าคุณไม่ได้ฉีดวัคซีนคุณจะเข้ามิวเซียมหรือคอนเสิร์ตไม่ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151329" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c11_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151330" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/q-_-a-day_Galleries-Night_Content_c1_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตีแยรีตอบคำถามชัดเจนว่า สิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาให้วงการศิลปะและวัฒนธรรมได้จริงๆ คืออะไร ไม่ว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถอยู่บ้านได้ตลอด การกลับมามีกิจกรรมทางสังคมจึงเป็นสิ่งที่ศิลปินต้องการมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>ฝรั่งเศสบริการวัคซีนให้ประชาชนฉีดได้ฟรี ถ้าไม่ฉีดก็ไม่สามารถจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมได้เลย&nbsp;</p>



<p>ในช่วงเกิดโรคระบาด งานศิลปะอาจจะถูกลดลำดับความสำคัญลง มันอาจไม่ใช่ solution สำหรับทุกคน ในมุมมองของคนทำงานด้านวัฒนธรรม ตีแยรีคิดว่าศิลปินเป็นทางออกในแง่ของการเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร</p>



<p>“ผมรู้สึกประทับใจกับโปรแกรมของงานที่กำลังจะเกิดขึ้น พวกเราไม่ได้คอมเมนต์อะไร แค่บอกแกลเลอรี่ว่า จงทะเยอทะยานมากเท่าที่คุณอยากทำ มีอิสระในการสร้างงาน และผมรู้สึกเซอร์ไพรส์ที่ทุกคนนำคำว่า Art is the Solution มาปรับและสะท้อนมันออกมาได้หลากหลาย บางงานก็เกี่ยวข้องกับการเมือง สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวัง ศิลปะมีส่วนร่วมกับเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดในการสร้างความเปลี่ยนแปลง มันเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่สำคัญในภาวะนี้”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thierry-bayle/">Thierry BAYLE ผู้ช่วยทูตฝ่ายวัฒนธรรม สถานทูตฝรั่งเศส กับภารกิจจุดแสงสว่างท่ามกลางความมืดให้วงการศิลปะไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ 10 คอนเทนต์ครีเอเตอร์จาก TMRW Creators Camp 2021 แคมป์สู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/10-creators-tmrw-creators-camp-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2021 05:30:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[TMRW Creators Camp 2021]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[YouTuber]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=139526</guid>

					<description><![CDATA[<p>TMRW Creators Camp 2021 ในยุคนี้ ขอแค่มีมือถือและเรื่องที่อยากเล่า เท่านี้ก็สร้างคอนเทนต์เป็นอาชีพได้แล้ว เมื่อสปอตไลต์ไม่ได้ส่องไปที่คนมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังสาดไปถึงนักทำคอนเทนต์อิสระ (ที่หลายคนอาจมีฟอลโลว​์เวอร์มากกว่าดาราเสียอีก) คำว่า ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ จึงกลายเป็นอาชีพจริงๆ แถมยังเป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับชาวดิจิทัลเนทีฟผู้เติบโตมากับยูทูบและเฟซบุ๊กมากกว่าการดูทีวี&#160; แต่เพราะใครๆ ก็ทำคอนเทนต์ได้ เส้นทางนี้จึงมีการแข่งขันกันมากขึ้นตามไปด้วย TMRW บริการธนาคารดิจิทัลเพื่อดิจิทัลเจเนอเรชั่นจากธนาคาร UOB จึงเปิด TMRW Creators Camp 2021 แคมป์สู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพที่จะช่วยสนับสนุนทั้งด้านทักษะความรู้เกี่ยวกับอาชีพนี้และด้านการเงิน โดยครีเอเตอร์หน้าใหม่กว่า 100 ชีวิตที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ฟังเคล็ดลับจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นเก๋าอย่างบูม ธริศร, เคน นครินทร์ จาก THE STANDARD, โค้ดดี้ อรรถพล จากช่อง GoodDayOfficial, เอ็ดดี้ ญาณวุฒิ หรือ พี่เอ็ด 7 วิ, อู๋ spin9, ซอฟ softpomz, ซี ฉัตรปวีณ์ และช่อง Asayhi Channel [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/10-creators-tmrw-creators-camp-2021/">คุยกับ 10 คอนเทนต์ครีเอเตอร์จาก TMRW Creators Camp 2021 แคมป์สู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">TMRW Creators Camp 2021</span></p>


<p>ในยุคนี้ ขอแค่มีมือถือและเรื่องที่อยากเล่า เท่านี้ก็สร้างคอนเทนต์เป็นอาชีพได้แล้ว</p>



<p>เมื่อสปอตไลต์ไม่ได้ส่องไปที่คนมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ยังสาดไปถึงนักทำคอนเทนต์อิสระ (ที่หลายคนอาจมีฟอลโลว​์เวอร์มากกว่าดาราเสียอีก) คำว่า ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ จึงกลายเป็นอาชีพจริงๆ แถมยังเป็นอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับชาวดิจิทัลเนทีฟผู้เติบโตมากับยูทูบและเฟซบุ๊กมากกว่าการดูทีวี&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะใครๆ ก็ทำคอนเทนต์ได้ เส้นทางนี้จึงมีการแข่งขันกันมากขึ้นตามไปด้วย TMRW บริการธนาคารดิจิทัลเพื่อดิจิทัลเจเนอเรชั่นจากธนาคาร UOB จึงเปิด TMRW Creators Camp 2021 แคมป์สู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพที่จะช่วยสนับสนุนทั้งด้านทักษะความรู้เกี่ยวกับอาชีพนี้และด้านการเงิน โดยครีเอเตอร์หน้าใหม่กว่า 100 ชีวิตที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ฟังเคล็ดลับจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นเก๋าอย่าง<a href="https://adaymagazine.com/boom-tharis/">บูม ธริศร</a>, เคน นครินทร์ จาก THE STANDARD, โค้ดดี้ อรรถพล จากช่อง GoodDayOfficial, เอ็ดดี้ ญาณวุฒิ หรือ <a href="https://adaymagazine.com/ed7vi/">พี่เอ็ด 7 วิ</a>, <a href="https://adaymagazine.com/spin9/">อู๋ spin9</a>, <a href="https://adaymagazine.com/softpomz/">ซอฟ softpomz</a>, <a href="https://adaymagazine.com/ceemeagain/">ซี ฉัตรปวีณ์</a> และช่อง Asayhi Channel </p>



<p>นอกจากนี้ พวกเขายังได้โจทย์ให้ทำคอนเทนต์สนุกๆ ก่อนจะคัดเลือกเหลือ 10 คนเข้ารอบสุดท้ายที่เราได้ไปชวนคุยถึงแรงบันดาลใจในการทำคอนเทนต์และสิ่งที่ได้รับกลับไปจากแคมป์นี้มาฝาก</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=512&amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpeenongpor4%2Fvideos%2F3610460095647354%2F&amp;show_text=false&amp;width=768&amp;t=0" width="768" height="512" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘พี่น้องป.4’ เพจพี่น้องตัวป. ที่หยิบเอาความสัมพันธ์พี่น้องมาเล่าได้อย่างสนุกสนาน</h3>



<p>อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า <a href="https://www.youtube.com/channel/UC6h_u3__WJ1KO3KO_4z1ikQ" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พี่น้องป.4</a> คือเพจที่พูดถึงพี่น้องวัยประถม เพราะคำว่า ป.4 ย่อมาจากชื่อของ 4 พี่น้องที่ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษรป.ปลา ปอนด์ ปาล์ม ปอย และปาย</p>



<p><strong>จิ๋ว–อุมาพร สิริทวีชัย</strong> หนึ่งในผู้ก่อตั้งเพจ (ที่จริงเธอมีชื่อว่า ปาย แต่เพราะเป็นน้องคนเล็กของบ้านพ่อจึงเรียกเธอว่าจิ๋ว) เล่าว่าหลายคนชอบทักว่าครอบครัวของเธอเล่นมุกกันตลก พี่ชายคนโตจึงชวนพี่น้องทั้ง 3 ทำเพจขึ้นมา</p>



<p>เพจพี่น้องป.4 เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยทำคอนเทนต์วิดีโอที่พูดถึงประสบการณ์ในความสัมพันธ์ของพี่น้อง เช่น รีวิวความดีความเลวของการมีพี่น้อง, เกมทายใจพี่สาวน้องสาว, แถลงการณ์จากพี่ชายพี่สาวแห่งชาติ และด้วยอินไซต์ตรงใจพี่น้องหลายคน บางคลิปจึงมียอดแชร์ไปถึง 20,000 คน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139664" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/5-2-อุมาพร-สิริทวีชัย.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“จิ๋วเคยทำงานเป็นครีเอทีฟของเพจอาสาพาไปหลงมาก่อนเลยเห็นว่าอาชีพครีเอเตอร์มันเป็นไปได้ เราจึงตั้งความหวังกับพี่น้องป.4 ไว้สูงมาก หวังว่ามันจะเป็นอาชีพในอนาคต แต่ผ่านมา 1 ปีก็ยังไม่ถึงเป้าหมายเท่าไหร่” จนวันหนึ่งจิ๋วเห็นประกาศรับสมัคร TMRW Creators Camp พอดี เธอจึงคิดว่าโครงการนี้อาจจะเป็นบันไดอีกขั้นที่ทำให้เป้าหมายของเธอประสบความสำเร็จ</p>



<p>ตอนที่พี่น้องป.4 ได้เข้ารอบสุดท้าย เธอจึงเริ่มมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำและคิดว่าแม้แคมป์จะจบลงแต่เส้นทางของเธอและพี่น้องน่าจะเดินทางสู่ประตูความสำเร็จได้ในอีกไม่นาน</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=512&amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmommenu.story%2Fvideos%2F797044561217231%2F&amp;show_text=false&amp;width=768&amp;t=0" width="768" height="512" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจที่ใช้ข้ออ้างในการโทรถามสูตรอาหารเพื่อบอกรักแม่</h3>



<p><strong>คณิน พรรคติวงษ์</strong> คือเจ้าของเพจ <a href="https://www.facebook.com/mommenu.story/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แม่ เมนูนี้ทำไง</a> ที่มีคอนเซปต์ชัดเจนในการเล่าเรื่องด้วยบทสนทนาทั่วๆ ไประหว่างเขากับแม่ โดยใช้วิธีการโทรถามถึงสูตรทำกับข้าวเป็นตัวร้อยเรียงเรื่องราว กับภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นขั้นตอนการทำเมนูนั้นๆ ซึ่งเรียบง่าย ดูทำตามได้ และน่ากิน</p>



<p>คณินฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ เขาจึงอยากสร้างเพจที่รวบรวมชิ้นงานต่างๆ ไว้ทำพอร์ตโฟลิโอก่อนจะได้ไอเดียว่าอยากทำคอนเทนต์คุยกับคนที่บ้าน เนื่องจากเหตุการณ์ที่แม่ประสบอุบัติเหตุ จึงทำให้รู้ว่าบทสนทนาของตนและแม่ได้ห่างหายไปนาน สุดท้ายเมื่อเอาไอเดียทุกอย่างมารวมกัน เพจแม่ เมนูนี้ทำไง จึงเกิดขึ้น</p>



<p>แม้จะเพิ่งทำเพจได้ไม่นาน แต่กระแสตอบรับคลิปวิดีโอแรกที่เขาโทรถามสูตรหมูผัดปลาอินทรีย์กลับสูงจนน่าตกใจ นั่นทำให้เขาเริ่มทำวิดีโอตัวอื่นๆ ตามมา ก่อนจะเห็นข่าว TMRW Creators Camp 2021 ที่มีรางวัลชนะเลิศเป็นเงินสดกว่า 1 ล้านบาท แถมยังได้เรียนรู้กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์มืออาชีพ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139665" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-คณิน-พรรคติวงษ์.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“การเข้าแคมป์ช่วยเราได้เยอะมาก ปกติเราทำคอนเทนต์แบบชิลล์ๆ อยากลงก็ลง ซึ่งมันไม่ดี พอได้เข้าแคมป์ก็ทำให้มีกรอบ ฝึกให้เราเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำให้รู้ว่ามีคนรอดูคอนเทนต์เราอยู่ ทำให้เราใส่ใจกับเพจมากกว่าเมื่อก่อน”</p>



<p>ระหว่างที่เข้าร่วมแคมป์ คณินและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต้องฝึกทำโจทย์ของแต่ละเวิร์กช็อปด้วย นอกจากนี้เขายังต้องทำชิ้นงานนำเสนอโปรดักต์ของ TMRW ซึ่งไม่ใช่ปัญหาเพราะคณินรู้สึกว่าโปรดักต์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขาที่ทำงานสายสร้างสรรค์ไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>“ปกติเวลาจดรายรับ-รายจ่ายเราต้องแยกไปบันทึกอีกแอพฯ ไม่รวมกับแอพฯ ธนาคาร แต่แอพฯ TMRW รวมไว้ในที่เดียวกันเลย ซึ่งจริงๆ มันควรเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว เพราะเราจะได้ดูยอดเงินในบัญชีและรายรับ-รายจ่ายในทีเดียว อีกอย่างการดีไซน์ข้างในก็น่ารักเหมือนกำลังเล่นเกม อย่างเวลาเก็บเงินได้จะมีการอัพเลเวลเพื่อสร้างเป้าหมายมันส่งผลในแง่จิตวิทยาดีนะ ทำให้คนรุ่นใหม่สนุกกับการเก็บเงินมากขึ้น”</p>



<p></p>



<blockquote class="tiktok-embed" style="max-width: 605px; min-width: 325px;" cite="https://www.tiktok.com/@happybeww/video/6969134206303718657" data-video-id="6969134206303718657"><section><a title="@happybeww" href="https://www.tiktok.com/@happybeww" target="_blank" rel="noopener">@happybeww</a>
<p>&nbsp;</p>
<p>ได้แต่ยกมือ แล้วบอกสาธุ <a title="ทำบุญ" href="https://www.tiktok.com/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%8D" target="_blank" rel="noopener">##ทำบุญ</a> <a title="เข้าใจผิด" href="https://www.tiktok.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94" target="_blank" rel="noopener">##เข้าใจผิด</a> <a title="พ่อลูกสายฮา" href="https://www.tiktok.com/tag/%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AE%E0%B8%B2" target="_blank" rel="noopener">##พ่อลูกสายฮา</a></p>
<p><a title="♬ original sound  - Biu Beww" href="https://www.tiktok.com/music/original-sound-Biu-Beww-6971646668617943810" target="_blank" rel="noopener">♬ original sound &#8211; Biu Beww</a></p>
</section></blockquote>



<p><script async="" src="https://www.tiktok.com/embed.js"></script></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘happybeww’ช่อง TikTok ที่สื่อสารความสุขผ่านเรื่องราวของสองพ่อลูก</h3>



<p><strong>บิ๊ว–นวสรณ์ ธนฉัตรสมบูรณ์</strong> คือเจ้าของช่อง <a href="https://www.tiktok.com/@happybeww" target="_blank" rel="noreferrer noopener">@happybeww</a> บน TikTok ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อนแต่มีผู้ติดตามสูงถึง 1.5 ล้านคน เอกลักษณ์ของช่องคือการหยิบยกสถานการณ์ใกล้ตัวของครอบครัวที่มีผู้สูงวัยมาแสดงบทบาทสมมติสื่อสารความสุขให้กับผู้รับชม โดยมีบิ๊วและพ่อที่เธอเรียกว่า &#8216;ป๊า&#8217; วัย 75 เป็นตัวละครหลัก</p>



<p>“เราใหม่ในวงการนี้ ถ้าบิ๊วมีโอกาสเข้าแคมป์ก็น่าจะได้ฟังประสบการณ์ดีๆ จากวิทยากรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเรามองว่าสำคัญ มันเหมือนมีคนมาหยิบยื่นแผนที่ให้” นี่คือเหตุผลที่เธอเข้าร่วม TMRW Creators Camp 2021&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139667" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-นวสรณ์-ธนฉัตรสมบูรณ์.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>สำหรับบิ๊ว การทำชิ้นงานตามโจทย์ภายในแคมป์ทำให้เธอได้เห็นเสน่ห์ของ TMRW “สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือ TMRW เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทำให้เรามีเวลา เรามองว่าเงินมันหาเพิ่มได้ แต่เวลาคือสิ่งที่หาเพิ่มไม่ได้ อย่างตอนสมัครบัตร TMRW ผ่านแอพพลิเคชั่นแต่ว่าต้องไปยืนยันตัวตนที่ตู้ kiosk เราไม่มีเวลาไปก็มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาถามว่าสะดวกให้เขาเข้ามายืนยันตัวตนที่ออฟฟิศให้ไหม ทำให้เรารู้สึกประทับใจ”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้บิ๊วยังเสริมถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการนี้ว่าทำให้เธอได้รับทั้งความรู้ แง่คิดในการเอาไปปรับใช้กับช่องจากวิทยากร และประสบการณ์ดีๆ ที่จะนำไปพัฒนาตัวเองต่อไป</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-left"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=512&amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fiamsneakers%2Fvideos%2F2900976696799264%2F&amp;show_text=false&amp;width=768&amp;t=0" width="768" height="512" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>



<h3 class="has-text-align-left wp-block-heading">‘I Am Sneakers’ เพจของคนรักรองเท้าสนีกเกอร์</h3>



<p><strong>ซัน–ไพโรจน์ อินทร์ทอง </strong>คือคนรักรองเท้าสนีกเกอร์ที่นอกจากจะตามซื้อรองเท้ารุ่นเจ๋งๆ แล้ว เขายังเอาแพสชั่นมาทำคอนเทนต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กเพจชื่อ <a href="https://www.facebook.com/iamsneakers/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">I am Sneakers</a></p>



<p>เขาก็นิยามช่องของตัวเองว่า ‘เพจคนบ้ารองเท้า ชอบท่องเที่ยว ถ่าย Video Blog ร้านรองเท้าแบบงงๆ มาให้ดูในชื่อ SNKVLOG’ และยังขยายเป็นรายการพอดแคสต์เรื่องรองเท้า และทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์อย่างการท่องเที่ยวด้วย</p>



<p>แม้จะเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์มานานแต่ซันยอมรับว่าตัวเองยังไม่แน่ใจนิยามของอาชีพนี้เท่าไหร่นัก หลังจากลาออกจากงานประจำมาทำเพจอย่างจริงจังและได้เห็นประกาศรับสมัคร TMRW Creators Camp 2021 ซันจึงเข้าร่วมทันทีเพื่อหาคำตอบ</p>



<p>“ด้วยความที่ผมทำเพจคนเดียว ปัญหาที่เจอบ่อยคือไอเดียตัน คิดไม่ออกว่าจะทำคอนเทนต์อะไร พอมาเข้าร่วมแคมป์นี้และได้เวิร์กช็อปกับครีเอเตอร์หลายๆ คน ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองคิดไม่เป็นระบบ เขาจะสอนแพตเทิร์นหรือแนวคิดบางอย่างที่ช่วยจัดความคิดให้เป็นระบบมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139619" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-ไพโรจน์-อินทร์ทอง.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>นอกจากได้เรียนรู้ทักษะจากครีเอเตอร์มืออาชีพที่มาสอน การเข้าร่วมแคมป์ครั้งนี้ยังทำให้ซันได้เรียนรู้ทักษะของครีเอเตอร์ร่วมแคมป์อีกหลายคน และสิ่งที่เขาประทับใจเป็นพิเศษคือการได้สร้างคอนเนกชั่นร่วมกับคนในวงการเดียวกันจนกลายเป็นชุมชนที่สนับสนุนกัน</p>



<p>“ผมได้คำตอบแล้วว่านิยามของครีเอเตอร์ไม่ใช่ผู้สร้างคอนเทนต์อย่างเดียว แต่เราสร้างคอมมิวนิตี้ที่ไม่ได้มีแค่พวกเราแต่ยังมีผู้ชมที่มามีส่วนร่วมกันจนเป็นชุมชน”</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=512&amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FSingleMomShark%2Fvideos%2F3850821565032598%2F&amp;show_text=false&amp;width=768&amp;t=0" width="768" height="512" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>



<h3 class="wp-block-heading">ตามติดชีวิตฉลามแม่เลี้ยงเดี่ยวในเพจ ‘Single Mom Shark’</h3>



<p><a href="https://www.facebook.com/SingleMomShark/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Single Mom Shark</a><strong> </strong>คือเพจที่ <strong>พลอยไพลิน ทองหยอด</strong> สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องอยู่แต่บ้านเพราะสถานการณ์โควิด-19<strong> </strong>เธอนำตุ๊กตาปลาฉลามตัวใหญ่และตัวเล็กมาสร้างคาแร็กเตอร์แม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกเล็ก และจัดท่าถ่ายรูปเล่าเรื่องราวฉลามไปช้อปปิ้ง ทำอาหาร หรือกระทั่งไหว้บรรพบุรุษ จากที่ทำเล่นๆ มันกลับกลายเป็นคอนเทนต์ที่คนชื่นชอบและเฝ้ารอจนเพจเติบโตในช่วงเวลาแค่ 1 ปี</p>



<p>และเพราะเห็นว่าเพจมีโอกาสไปต่อได้ แต่เธอไม่มีประสบการณ์การทำคอนเทนต์มาก่อน พลอยไพลินจึงสมัครเข้าร่วมแคมป์ครั้งนี้</p>



<p><strong>“</strong>เราเห็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่คนติดตามเยอะๆ มีประสบการณ์เจ๋งๆ มาสอนก็เลยสนใจมาก อยากได้ความรู้เพิ่ม เพราะตอนเริ่มทำเพจเราไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อน อีกอย่างคือฟรีด้วย ก็เลยสมัครแบบไม่คิดเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139662" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-พลอยไพลิน-ทองหยอด.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p><strong>“</strong>แคมป์นี้สร้างแรงบันดาลใจและความมั่นใจให้เรา ทำให้เรารู้สึกว่ามาถูกทางแล้ว เรากำลังทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและลูกเพจที่เห็นคอนเทนต์เพจแล้วมีความสุข ตอนแรกเคยคิดว่าจะทำต่อดีไหม เพราะอาจจะหนักเกินไปสำหรับเราที่ต้องทำงานประจำ แต่พอเข้าแคมป์นี้ก็เห็นอนาคตมากขึ้นว่าเราโตไปกับเพจได้ ทำมันต่อไปเรื่อยๆ ได้ โดยที่เรามีความสุขด้วย<strong>”</strong></p>



<p>นอกจากจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของมืออาชีพ เธอยังได้เรียนจากโจทย์ให้ครีเอตคอนเทนต์เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น TMRW<strong> </strong>และโปรดักต์วงเงินสินเชื่อ TMRW CashPlus ในแบบฉบับของเพจตัวเอง ซึ่งหลังจากลองใช้งานแล้วเธอพบว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์การใช้เงินของคนรุ่นใหม่มาก <strong>“</strong>เราชอบหลงๆ ลืมๆ ไม่ค่อยจดบันทึกรายจ่าย สมมติจะต้องจ่ายค่าโทรศัพท์หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ รายเดือนก็ต้องย้อนไปดูบิลเก่าๆ ว่าจ่ายไปหรือยัง จ่ายวันไหน แต่แอพฯ นี้มีฟีเจอร์ที่ช่วยบันทึกไลฟ์สไตล์การใช้เงินของเราและคอยเตือนว่าต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘ท้อแท้ The Salary Peach’ เพจการ์ตูนแก๊กที่เล่าชีวิตท้อๆ ของมนุษย์เงินเดือนผ่านลูกท้อและผองเพื่อน</h3>



<p>“แคมป์นี้เป็นโอกาสให้ผมได้ต่อยอดผลงาน สักวันหนึ่งผมอยากเห็นตัวคาแรกเตอร์อยู่บนสินค้า ป้ายโฆษณาบนรถไฟฟ้า บนบัตรเครดิต TMRW หรือกลายเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เหมือนคิตตี้หรือโดราเอมอนครับ”</p>



<p><strong>ธีรวัฒน์ ธนติพุกนนท์</strong> คือเจ้าของ <a href="https://www.facebook.com/TheSalaryPeach/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ท้อแท้ The Salary Peach</a> เพจที่เล่าเรื่องราวชีวิตมนุษย์เงินเดือนแสนอลหม่านผ่านตัวละครเอก ‘ท้อแท้’ พนักงานออฟฟิศหัวลูกท้อและผองเพื่อนพนักงานออฟฟิศ แม้คอนเทนต์หลายครั้งจะชวนเครียดแต่ก็สอดแทรกความตลกขบขันให้ผู้อ่านจนเป็นซิกเนเจอร์ของเพจ เห็นได้จากผลงานทั้งสองชิ้นที่พาเขาเข้ามาสู่รอบ 10 คนสุดท้ายใน TMRW Creators Camp 2021&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139668" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-ธีรวัฒน์-ธนติพุกนนท์.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>หากถามว่าแคมป์นี้ให้อะไรเขามากที่สุด ธีรวัฒน์บอกว่าเขามีความกล้าในการผลิตคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้นหลังจากได้เรียนรู้เวิร์กช็อปในสัปดาห์ที่ 3 โดยอู๋ spin9 และซอฟ softpomz และได้ลองทำวิดีโออย่างรวดเร็วในแบบของตัวเอง</p>



<p>“จริงๆ ผมไม่ถนัดงานวิดีโอเลย เพราะเป็นสายวาดและคิดคอนเทนต์มากกว่า แต่พอได้ลองทำก็รู้สึกชอบที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ จากตอนแรกที่ไม่กล้าเลย ตอนนี้ในอนาคตเลยคิดว่าอยากทำแอนิเมชั่นการ์ตูนเล่าด้วย เพราะฉะนั้นแค่เข้ามาร่วมงานครั้งนี้ก็ถือว่าเราได้เรียนรู้แล้ว”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เจาะลึกเรื่องจิวเวลรีไปกับเพจ ‘Jewelyze Gold &amp; Jewelry’</h3>



<p>“ผมมีโอกาสได้เรียนเรื่องเครื่องประดับจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) แล้วรู้สึกชอบ คิดว่ามีเสน่ห์ จากนั้นเลยลองขายผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ก่อนจะมาทำช่องยูทูบ ถึงอย่างนั้นผมคิดว่าตัวเองยังอ่อนประสบการณ์ด้านการทำคอนเทนต์เลยสมัครเข้ามาร่วมแคมป์เพราะอยากรู้ว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ตัวท็อปของวงการเขามีวิธีคิดและวิธีนำเสนอไอเดียยังไง”&nbsp;</p>



<p>อินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่อย่าง <strong>ชิน เดชขจรวุฒิ</strong> นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากภาควิชาบัญชีและบริหารธุรกิจหลักสูตรนานาชาติ (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เป็นเจ้าของ <a href="https://www.facebook.com/jewelyzeofficial/">Jewelyze Gold &amp; Jewelry </a>เล่า</p>



<p>และชินก็ไม่ผิดหวัง เพราะตลอดการเวิร์กช็อป 4 สัปดาห์ เขาได้เรียนรู้เยอะมากจากคลาสของวิทยากรโดยเฉพาะซอฟ softpomz ที่แชร์เรื่องการวางแผนถ่ายทำ โคดดี้ ผู้ก่อตั้ง GoodDayOfficial ที่สอนวิธีการเบรนสตอร์มไอเดียร่วมกับทีม รวมถึงบูม ธริศรที่เน้นย้ำความสำคัญเรื่องการวางโครงสร้างเนื้อหาให้ชัดเจน รวมถึงยังชอบที่ได้ปรึกษากับวิทยากรแบบตัวต่อตัว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-1024x683.png" alt="" class="wp-image-164003" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/a-day-type-content-1200-×-800-px-2.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เมื่อมาถึงโจทย์ที่ต้องทำคอนเทนต์นำเสนอโปรดักต์ของ TMRW ในแบบของตัวเอง ชินเลือกนำเสนอฟีเจอร์แฮชแท็กที่ทำให้ระบุรายรับ-รายจ่าย แยกหมวดหมู่ชัดเจน เพราะนอกจากธุรกิจเครื่องประดับแล้ว เขายังเปิดบริษัทเทรดดิ้งกับเพื่อนที่ต้องแยกบัญชีค่าใช้จ่ายกัน รวมถึงเขายังชอบฟีเจอร์หมวดหมู่ค่าใช้จ่าย 5 แบบที่ทำให้รู้ว่าเดือนหนึ่งใช้จ่ายกับอะไรไปบ้างด้วย</p>



<p>ชินทิ้งท้ายกับเราว่าเขาภูมิใจในตัวเองมากที่ผ่านเข้ามาสู่รอบ 10 คนสุดท้าย พร้อมยืนยันว่าการเข้าร่วมแคมป์ครั้งนี้ช่วยปลดล็อกศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และการทำงานอย่างเป็นระบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในช่อง Jewelyze Gold &amp; Jewelry ต่อไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘ลงทุนศาสตร์ &#8211; Investerest’ เพจที่พาไปเรียนรู้ศาสตร์การลงทุนอย่างลึกซึ้ง</h3>



<p>“สิ่งสำคัญของการทำเพจอาจไม่ใช่ความเก่งหรือความคิดสร้างสรรค์ แต่เป็นคำถามที่ว่าเราจะยืนระยะยาวอย่างไรไม่ให้เบื่อไปซะก่อน” <strong>กิตติศักดิ์ คงคา</strong> เจ้าของเพจ <a href="https://th-th.facebook.com/investerest/">ลงทุนศาสตร์ – Investerest </a>เพจอายุ 7 ปีที่มีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคนบอกเล่าสาเหตุในการตัดสินใจกระโดดเข้าร่วม TMRW Creators Camp</p>



<p>ในบรรดาเวิร์กช็อป กิตติศักดิ์ชอบกิจกรรมที่นำโดย บูม ธริศร และเคน นครินทร์มากที่สุด เพราะช่วยเน้นย้ำถึงหัวใจของการทำคอนเทนต์และยืนยันว่าตัวเขาเดินมาถูกทาง ในขณะเดียวกันสิ่งที่ท้าทายสำหรับนักเขียนอย่างเขาหนีไม่พ้นเวิร์กช็อปการทำวิดีโอในอาทิตย์ที่ 3 และ 4 ซึ่งเขาต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139671" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-กิตติศักดิ์-คงคา.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“สิ่งที่ผมได้จากแคมป์นี้คือแรงบันดาลใจในการทำงาน การได้มาเจอกับคนที่ทำงานสายเดียวกัน เห็นการทำงานแต่ละชิ้นอย่างพิถีพิถัน ทำให้เรายังอยากเดินอยู่บนถนนเส้นนี้ต่อไป รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เหนื่อยอยู่คนเดียวแต่ยังมีเพื่อนร่วมวงการที่คอยผลักดันสังคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งถอดใจไปก่อนแล้วกัน” กิตติศักดิ์ทิ้งท้าย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘ShawChannel’ ช่องยูทูบแบ่งปันความรู้และเทคนิคการตัดต่อวิดีโอแบบง่ายๆ</h3>



<p><strong>ชอ–ปฏิพัทธ์ กฤตยาพิพัฒน์กุล </strong>คือเจ้าของช่องยูทูบ <a href="https://www.youtube.com/channel/UCBNfqgQkZhQu5C3HCjrUlRg">ShawChannel</a> ช่องที่เล่าเรื่องราวเทคนิคการตัดต่อวิดีโอฉบับเป็นกันเอง รวมถึงแชร์ประสบการณ์และเรื่องราวประทับใจที่ตัวเองพบเจอในชีวิตประจำวัน</p>



<p>แม้จะดูเป็นหน้าใหม่ในวงการยูทูบเบอร์ แต่ชอเล่าว่าการหยิบจับเนื้อหาคอนเทนต์เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยอยู่บ้างจากการทำงานเบื้องหน้าของรายการเคเบิลทีวีในอดีต ขณะนั้นกระแสของยูทูบเริ่มมา เขาและทีมเลยลองนำวิดีโอรายการและเนื้อหาที่ไม่ได้ออกทีวีมาเผยแพร่ในยูทูบเพื่อให้คนเห็นมากขึ้น โดยที่ยังไม่มีทิศทางชัดเจน&nbsp;</p>



<p>หลังจากโบกมือลากับที่ทำงานเดิม เขาก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ มาเปิดช่องตัวเอง แต่คล้ายกับใครหลายคน เมื่อมาลงมือทำเองทุกขั้นตอนก็ทำให้เขาประสบปัญหาเรื่องการค้นหารูปแบบช่อง เสียง และสไตล์ของตัวเอง นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจสมัคร TMRW Creators Camp 2021 เพื่อหาแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139666" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/7-ปฏิพัทธ์-กฤตยาพิพัฒน์กุล.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“ทุกเวิร์กช็อปคือตื่นเต้นหัวใจจะวาย” เขาเล่าแล้วขำ “แต่เวิร์กช็อปที่พิเศษที่สุดน่าจะเป็นเวิร์กช็อปที่สอง โจทย์คือให้หยิบสิ่งของที่อยู่รอบตัวมาทำเป็นคอนเทนต์ ผมก็เลยยึดเอาหลักการของโจทย์นี้มาใช้กับทุกโจทย์ต่อมาที่ได้รับมอบหมาย” ชอถ่ายทอดความรู้สึกระหว่างที่เข้าร่วมโครงการ</p>



<p>ชอทิ้งท้ายความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการว่าช่วยให้เขาได้นำวิธีตัดต่อและสไตล์ที่เขาจินตนาการเลือนรางในความคิดมาทำจริง เป็นสนามทดลองที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นจนทำให้รู้ว่าควรจะต้องปรับปรุงยังไง</p>



<p>“บางทีเราต้องการแค่แรงผลักเบาๆ&nbsp;อย่าง TMRW ที่มาแตะด้านหลังแล้วบอกว่าเอาสิ ทำเลย แล้วพอทำออกมาก็รู้แล้วว่าทำได้ ฉันยังทำได้อีกเยอะเลย ได้โปรดจัดแคมป์นี้ทุกๆ ปีเลยนะครับ ผมว่ามันน่าจะมีประโยชน์สำหรับใครหลายๆ คน”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">‘ม่อนม่อน’ เพจการ์ตูนแก๊กสุดกวนของนักเขียนการ์ตูนที่ขี้เกียจที่สุดในปฐพี</h3>



<p><strong>ม่อน–กิติศักดิ์ เอสันเทียะ</strong> คือตัวตนเบื้องหลังของเพจ ‘ม่อนม่อน’ เพจนักเขียนการ์ตูนที่ขี้เกียจที่สุดในปฐพี เอกลักษณ์ของเพจคือการเล่าเรื่องราวใกล้ตัวกระตุกรอยยิ้มผ่านการ์ตูนแก๊กหน้าเดียว โดยมีดีเอ็นเอของความกวน</p>



<p>การ์ตูนของม่อนเคยอยู่ในหน้ากระดาษ <em>ขายหัวเราะ </em>และ <em>มหาสนุก </em>เมื่อช่วงสิบปีก่อนก่อนเขาจะตัดสินใจกระโดดมาทำคอนเทนต์ในเฟซบุ๊กเพิ่มเติม “ด้วยความที่รูปแบบการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ของคนเปลี่ยนแปลง คนอ่านหนังสือน้อยลง การที่เขาต้องซื้อหนังสือเพื่อจะเห็นคอนเทนต์ของเรามันดูจะช้าเกินไปและก็น่าจะสร้างชื่อเสียงได้น้อยกว่าการทำคอนเทนต์ออนไลน์ รวมๆ ก็คืออยากดังครับ แต่ว่าทำมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่ดังสักทีครับผม (หัวเราะ)”&nbsp;</p>



<p>ม่อนเล่าเคล้าเสียงหัวเราะพร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายๆ เพจการ์ตูนที่มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ล้วนเน้นไปที่หัวใจอย่างคอนเทนต์มากกว่าความสวยงามของลายเส้น และเมื่อเขาคิดคอนเทนต์ไม่ออกเลยตัดสินใจสมัครเข้าร่วม TMRW Creators Camp 2021 เพื่อฝึกทักษะเพิ่มเติม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-139669" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-กิติศักดิ์-เอสันเทียะ.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“ความประทับใจแรกที่มีต่อแคมป์คือการได้เห็นว่า ‘ทะเลมันใหญ่กว่าบ่อน้ำที่เราอยู่’ เราเหมือนปลาดุกตัวใหญ่ที่อยู่ในบ่อน้ำหลังบ้านและเพิ่งได้ว่ายออกไปสู่ท้องทะเลโดนปลาฉลามกิน นอกจากนี้พอได้เห็นความยอดเยี่ยมของเพื่อนๆ ในแคมป์ก็รู้สึกประทับใจมาก ผมเชื่อว่ามีคอนเทนต์ครีเอเตอร์อีกหลายคนที่ยังหาเข็มทิศในชีวิตของตัวเองไม่เจอคอนเทนต์เลยสะเปะสะปะ ถ้าเขาเกิดมีโอกาสได้เข้าแคมป์แบบนี้อีกน่าจะเกิดยอดนักทำคอนเทนต์อีกหลายคน&nbsp;</p>



<p>“แต่ถ้าคุณเป็นสายการ์ตูนอย่าเข้ามานะ เดี๋ยวมาแย่งงานผม (หัวเราะ)” ม่อนทิ้งท้ายติดตลก</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>TMRW ยังคงมุ่งที่จะพัฒนาและสนับสนุน ทั้งในเรื่องการมอบโซลูชั่นทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ รวมถึงการจัดกิจกรรมอย่าง TMRW Creators Camp เพื่อสนับสนุนความฝันของคนรุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จในอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ </p>



<p>สำหรับใครที่พลาดโอกาสสมัครเข้าร่วม TMRW Creators Camp ยังสามารถติดตามไฮไลต์ย้อนหลังประจำสัปดาห์รวมไปถึงคอนเทนต์ดีๆ ของแคมป์ได้ที่เพจ<a href="https://www.facebook.com/tmrwthailand/">&nbsp;TMRW Thailand</a>&nbsp;และ<a href="https://www.facebook.com/rainmakerth/">&nbsp;RAiNMaker</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/10-creators-tmrw-creators-camp-2021/">คุยกับ 10 คอนเทนต์ครีเอเตอร์จาก TMRW Creators Camp 2021 แคมป์สู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2021 05:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[Punch Up]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้าย-ภัทชา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=134068</guid>

					<description><![CDATA[<p>Punch Up ว่ากันว่าองค์ความรู้และใบปริญญาไม่ใช่สาระสำคัญเพียงอย่างเดียวของการได้ไปร่ำเรียนในต่างประเทศ ประสบการณ์นอกห้องเรียนและบรรยากาศก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันในการเปิดหูเปิดตาและทำให้คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น เราได้มีโอกาสนัดหมายพูดคุยอดีตนักศึกษาทุน Erasmus+ ในโปรแกรม Development Studies และ Public Policy ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Punch Up บริษัท Data Storyteller ของในเมืองไทย ความน่าสนใจของฝ้ายคือเธอเป็นคนที่ชัดเจนในเส้นทางของตัวเอง เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอสนใจประเด็นทางสังคม จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขานโยบายสาธารณะในต่างประเทศเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ ซึ่งเธอเล่าว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการฟูมฟักตัวตนของเธอ หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เส้นทางชีวิตอาชีพของฝ้ายมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมเสมอๆ ตั้งแต่การทำงานในแวดวงวิชาการ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และล่าสุดคือ Punch Up–บริษัท Data Storyteller ที่จับประเด็นทางสังคมมาเล่าอยู่บ่อยครั้ง วันนี้เราจึงอยากชวนผู้อ่านไปสัมผัสประสบการณ์ในและนอกห้องเรียนของฝ้าย เพื่อสำรวจว่าอะไรที่ทำให้เธอมีสายตาที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องราวสาธารณะอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง อะไรที่ทำให้คุณเริ่มสนใจในเรื่องนโยบายสาธารณะ ครั้งแรกที่สนใจเป็นช่วงตอนที่เราเรียนอยู่ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นมุมมองต่อเศรษฐศาสตร์ของเราก็ยังมีแค่เรื่องของการเงินและเศรษฐกิจ&#160; แต่มันมีวิชาหนึ่งที่เปิดหูเปิดตาให้กับเราคือวิชาสัมมนาการคลัง ซึ่งผู้สอนในตอนนั้นคืออาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เขาสอนโดยการให้นักศึกษาเอานโยบายจากภาครัฐมาวิเคราะห์กันในห้อง ซึ่งมันจะเป็นการใช้วิธีการมองแบบเศรษฐศาสตร์ไปจับกับเรื่องนโยบายสาธารณะ&#160; วิธีการมองแบบนี้ทำให้เราเห็นมิติใหม่ๆ ของเศรษฐศาสตร์ เช่น เราจะมองเรื่องเรื่องหนึ่งในแง่ของประสิทธิภาพหรือจะมองมันในแง่ของความเสมอภาคดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/">ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">Punch Up</span></p>


<p>ว่ากันว่าองค์ความรู้และใบปริญญาไม่ใช่สาระสำคัญเพียงอย่างเดียวของการได้ไปร่ำเรียนในต่างประเทศ ประสบการณ์นอกห้องเรียนและบรรยากาศก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันในการเปิดหูเปิดตาและทำให้คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น</p>



<p>เราได้มีโอกาสนัดหมายพูดคุยอดีตนักศึกษาทุน <a href="https://ec.europa.eu/programmes/erasmus-plus/node_en" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Erasmus+</a> ในโปรแกรม Development Studies และ Public Policy <strong>ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด</strong> หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท <a href="https://adaymagazine.com/constitution-change-by-punch-up/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Punch Up</a> บริษัท Data Storyteller ของในเมืองไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความน่าสนใจของฝ้ายคือเธอเป็นคนที่ชัดเจนในเส้นทางของตัวเอง เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอสนใจประเด็นทางสังคม จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขานโยบายสาธารณะในต่างประเทศเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ ซึ่งเธอเล่าว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการฟูมฟักตัวตนของเธอ</p>



<p>หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เส้นทางชีวิตอาชีพของฝ้ายมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมเสมอๆ ตั้งแต่การทำงานในแวดวงวิชาการ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และล่าสุดคือ Punch Up–บริษัท Data Storyteller ที่จับประเด็นทางสังคมมาเล่าอยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>วันนี้เราจึงอยากชวนผู้อ่านไปสัมผัสประสบการณ์ในและนอกห้องเรียนของฝ้าย เพื่อสำรวจว่าอะไรที่ทำให้เธอมีสายตาที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องราวสาธารณะอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรที่ทำให้คุณเริ่มสนใจในเรื่องนโยบายสาธารณะ</h4>



<p>ครั้งแรกที่สนใจเป็นช่วงตอนที่เราเรียนอยู่ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นมุมมองต่อเศรษฐศาสตร์ของเราก็ยังมีแค่เรื่องของการเงินและเศรษฐกิจ&nbsp;</p>



<p>แต่มันมีวิชาหนึ่งที่เปิดหูเปิดตาให้กับเราคือวิชาสัมมนาการคลัง ซึ่งผู้สอนในตอนนั้นคืออาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เขาสอนโดยการให้นักศึกษาเอานโยบายจากภาครัฐมาวิเคราะห์กันในห้อง ซึ่งมันจะเป็นการใช้วิธีการมองแบบเศรษฐศาสตร์ไปจับกับเรื่องนโยบายสาธารณะ&nbsp;</p>



<p>วิธีการมองแบบนี้ทำให้เราเห็นมิติใหม่ๆ ของเศรษฐศาสตร์ เช่น เราจะมองเรื่องเรื่องหนึ่งในแง่ของประสิทธิภาพหรือจะมองมันในแง่ของความเสมอภาคดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสนใจและอยากเรียนต่อทางนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับเรียนต่อยังไง</h4>



<p>ตอนนั้นมันมีสองฝั่งหลักๆ คือฝั่งอเมริกาที่โดดเด่นในแง่ของการเอาคณิตศาสตร์เข้ามาใช้ในการวางนโยบาย รวมถึงการสร้างโมเดลขึ้นมา ขณะที่ฝั่งของยุโรปจะเน้นในเรื่องสวัสดิการที่มีกลิ่นอายของมนุษยนิยมกว่า ซึ่งเราก็รู้ตัวว่าความสนใจเรามาทางยุโรป ประกอบกับตอนนั้น EU มีนโยบายระดับภูมิภาคที่น่าสนใจและมีประเด็นให้ศึกษาเยอะ</p>



<p>พอเลือกภูมิภาคได้ก็เริ่มมองหาทุน ตอนนั้นทำลิสต์ออกมายาวมาก ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในอังกฤษ แต่เราก็ค่อยๆ ตัดโปรแกรมที่ไม่ตรงกับความต้องการของเราออกไป พอดูอังกฤษเสร็จก็ลองขยายดูว่าในยุโรปมีตัวเลือกอะไรบ้าง ปรากฏว่าได้เจอโปรแกรมที่น่าสนใจมากๆ เป็นของมหาวิทยาลัย ISS (International Institute of Social Studies) ที่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในโปรแกรมของทุน Erasmus+ เราก็เลยสมัครเข้าไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">Erasmus+ คือทุนแบบไหน</h4>



<p>จริงๆ มันแล้วแต่โปรแกรม แต่แนวคิดโดยรวมของทุนคือการส่งเสริมการศึกษาในยุโรป โดยมีการโคฯ กันระหว่างมหาวิทยาลัยในภาคพื้นยุโรป โดยแบ่งตามหลักสูตรวิชา เช่น&nbsp;Public Policy ก็จะมีหลายๆ มหาวิทยาลัยมาเข้าร่วมแล้วให้เราเลือกลงเรียนได้ หรือบางหลักสูตรก็จะมีการแชร์ความรู้กันระหว่างมหาวิทยาลัย ทำให้เราได้ไปเรียนในหลายประเทศ ได้รู้จักหลายวัฒนธรรม</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">รายละเอียดของโปรแกรมที่คุณไปมาเป็นยังไง</h4>



<p>ตอนนั้นเราได้ทุนในโปรแกรมแบบ Double Degree Program คือเรียน 2 ประเทศ 2 ปี และได้ใบปริญญา 2 ใบ&nbsp;</p>



<p>ปีแรกเราไปเรียน Development Studies ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปีที่สองไปเจาะลึกเรื่อง Public Policy ที่บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซึ่งความรู้ที่ได้จากทั้งสองแห่งเป็นสิ่งที่เอามาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">การไปครั้งนี้ถือว่าเป็นการไป ‘อยู่’ ต่างประเทศที่นานที่สุดของคุณเลยใช่ไหม</h4>



<p>ใช่ เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ต่างประเทศนานถึง 2 ปีโดยไม่ได้กลับไทยเลย&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ชีวิตระหว่างการอยู่อาศัยและร่ำเรียนที่นู่นเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>เป็นช่วงชีวิตที่รู้สึกว่าเราได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ได้เจอกับโลกจริงๆ ว่ามันเป็นยังไง ก่อนที่เราไปก็รู้สึกว่าเรามีสังคมแบบหนึ่ง เจอกับคนที่มีความคิดแบบหนึ่ง ทั้งจากเพื่อนเราหรือสังคมที่อยู่รอบตัวเรา พอไปแล้วมันมีความหลากหลายมาก อย่างคอร์ส Development Studies ที่ไปเรียนใน ISS เขาเรียกกันว่า Mini UN เนื่องจากมีนักเรียนมาจากหลายประเทศมาก แต่ละคนเหมือนเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่มาอยู่ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศของการพูดคุยในชั้นก็เข้มข้นมาก หลายๆ ครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทุกคนจะขึ้นต้นว่า &#8220;In my country&#8230;&#8221; แล้วก็เล่าเหตุการณ์ของประเทศตัวเอง ตัวแทนหมู่บ้านแต่ละคนก็จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามันสนุกมาก มันไม่ใช่แค่ว่าเราได้เรียนรู้จากอาจารย์หรือจากหนังสือตำรา แต่เราได้เรียนจากประสบการณ์ของเพื่อนในชั้นด้วย ซึ่งมันเป็นอะไรที่เติมเต็มเรามาก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ความหลากหลายของที่นั้นมันไม่จำกัดแค่เชื้อชาติ แต่ว่ามีความหลากหลายในเชิงประสบการณ์ สถานะ หรือตำแหน่งด้วย มันมีทั้งคนที่เป็น NGO มีคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง มีคนเป็นผู้พิพากษา มีคนที่ทำงานบริษัทเอกชน เพราะฉะนั้นเราก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ สิ่งที่เขาแลกเปลี่ยนมามันก็เป็นมุมมองจากประสบการณ์เขา และจากเราเองที่เป็นคนไทย ซึ่งก็เพิ่งเรียนจบมาเท่านั้นเอง มันก็เลยเป็นเหมือนกับแบ่งกันคนละครึ่ง เราเรียนรู้ เขาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134410" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">บรรยากาศในห้องเรียนของแต่ละที่เป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>ที่ ISS เราเรียนเรื่อง Development Studies จุดเด่นคือความหลากหลายของคนในคลาส เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในห้องที่มีมุมมองต่อประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องประชาธิปไตย เรื่องเด็ก เรื่องผู้หญิง เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องโลกาภิวัตน์ ซึ่งวิธีการเรียนมันคือการที่ให้คนมาถกเถียงกัน จริงๆ&nbsp;</p>



<p>มันจะมีวิชาหนึ่งที่เขาจะรวมทุกคนจากแต่ละคลาสให้มานั่งเรียนด้วยกัน แล้วเขาจะแจกหัวข้อให้ทุกคนก็ไปเตรียมมาคุยกัน ซึ่งประเด็นมันจะไม่ได้อยู่แค่เฉพาะในตำราเรียนหรือหนังสืออย่างเดียว แต่ว่ามันจะเป็นการตั้งคำถามถึงหัวข้อต่างๆ ที่มันถูกกำหนดมา สุดท้ายสิ่งที่ได้จากคลาสจะไม่ได้มีอะไรถูกผิด แต่ว่ามันจะเป็นเพียงมุมมองที่ไม่เหมือนกัน</p>



<p>ส่วนในปีที่สอง เราไปเรียน Public Policy ที่ Central European University ประเทศฮังการี อันนี้จะค่อนข้างลงลึกถึงวิธีและกระบวนการกำหนดนโยบายในเชิงปฏิบัติ เช่น เรื่องจริยธรรม หรือเรื่อง Policy Network ว่าเป็นยังไง ต้องทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามันเป็นสองปีที่เป็นส่วนผสมที่ดี ตอนปีแรกเราก็ได้เปิดโลกทางความคิด พอปีที่สองก็เริ่มจับต้องได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในเชิงการใช้ชีวิต สองประเทศที่คุณได้ไปมีความแตกต่างกันมากน้อยยังไง</h4>



<p>สองประเทศที่เราไปค่อนข้างต่างกันมาก สิ่งหนึ่งที่รู้สึกกับเนเธอร์แลนด์ก็คือ การมีรัฐที่ดีมันช่างดีจังเลย ประเทศมันดี๊ดี ทั้งปลอดภัย การคมนาคมขนส่งก็ดี หรือแม้แต่เรื่องสวัสดิการต่างๆ มันก็ดี เหมาะกับการอยู่อาศัยมาก แต่ว่าโดยส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันเงียบเหงาไปหน่อย อาจเพราะเราไปอยู่ที่กรุงเฮก ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางของระบบราชการในประเทศ ทำให้พอสองทุ่มปุ๊บ ทุกอย่างเงียบกริบไม่มีคนเดินบนถนนแล้ว แต่เราคือชาวไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีร้านค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง อยากกินอะไรก็ออกไปกินก็เลยไม่ชิน</p>



<p>แต่พอย้ายไปที่ฮังการีก็เหมือนพลิกเลย บูดาเปสต์เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามาก ทุกคนสนุกสนาน ชอบดนตรี เที่ยวแหลก ผับแหลก คัลเจอร์ก็คนละแบบ เพื่อนก็เป็นคนละกลุ่มกัน เพื่อนที่เรียนที่บูดาเปสต์ก็จะเป็นแบบเพื่อนโซนยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้ไปผับแล้วฟังดนตรี Balkan หรือดนตรีเฮฟวีเมทัลภาษารัสเซีย ทำให้รู้สึกว่าที่ฮังการีมันมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมอยู่มาก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">การได้ไปเรียนกับทุน Erasmus+ เปิดหรือเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อประเด็นสาธารณะมากน้อยแค่ไหน</h4>



<p>มันทำให้เรารู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง ปัญหาต่างๆ มีที่มาที่ไปยังไง ซึ่งเวลาได้ยินจากปากของคนที่อยู่ที่นั่นจริงๆ มันก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจประเด็นปัญหาต่างๆ ในมิติที่กว้างขึ้นและก็เสริมให้เราเข้าใจประเด็นนโยบายสาธารณะได้ดีขึ้นด้วย</p>



<p>อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกคือมันเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก จากก่อนที่เราไปเรารู้สึกว่าเราอยู่ในบับเบิล คือเรารับรู้เหตุการณ์รอบตัวผ่านสื่อไทยหรือหนังสือตำราเป็นหลัก แต่ว่าการที่เราสัมผัสกับคนจากที่อยู่ในพื้นที่จริงๆ และได้แลกเปลี่ยนกันโดยตรง มันทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของปัญหา และรู้สึกเชื่อมโยงได้มากขึ้น</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น เรามีเพื่อนที่มาจากโคลอมเบีย เขาเล่าเรื่อง child soldier ที่ใช้เด็กมาเป็นทหาร เขาก็เล่าให้ฟังว่ากระบวนการมันเป็นยังไง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ตอนแรกเรารู้สึกว่ามันไกลตัวเรามากเลย นึกไม่ออกเลยว่าสถานการณ์จริงๆ ที่มันบีบบังคับให้เด็กต้องไปอยู่สถานการณ์แบบนั้นมันเป็นยังไง แต่พอเราได้ฟัง ได้แลกเปลี่ยนกับเขา ก็ทำให้เราเข้าใจประเด็นนี้มากขึ้น ซึ่งบางทีมันก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จากในคลาสหรือจากที่เราคุยกันนอกห้องเรียน ที่ทำให้เราเข้าใจคนอื่น เข้าใจบริบทของสิ่งนั้นมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134413" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าอยากให้นิยามประสบการณ์สองปีที่นั่นสั้นๆ คุณจะนิยามมันยังไง</h4>



<p>คิดว่ามันเหมือนการเปิดโลก ทำให้เราได้พบกับความหลากหลายที่เราน่าจะไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ซึ่งทำให้เราเข้าใจคำว่า world citizen ได้ชัดมาก เพราะพอเราอยู่ท่ามกลางความหลากหลาย เราก็รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบใหญ่ มันไม่ได้แบ่งแยกเรา-เขาขนาดนั้น คนแต่ละคนที่เราได้เจอก็มีการแชร์ประเด็นระดับโลกบางอย่างร่วมกัน หรือเรื่องบางเรื่องที่มันเกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง มันก็เกิดขึ้นในประเทศอื่นเหมือนกัน มันจึงเป็นความเชื่อมโยงของมนุษย์ที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้จากกรอบของประเทศ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หลังจากที่กลับมาคุณได้มีโอกาสทำงานตรงกับสายที่เรียนมาไหม</h4>



<p>ตอนช่วงปีแรกที่กลับมาก็มาทำสายนโยบายสาธารณะเลย ตอนนั้นไปอยู่หน่วยงานที่ชื่อว่า มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ มสช. โดยมีหน้าที่หลักคือทำการรวบรวมข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ ทั้งจากฝั่งวิชาการ และฝั่งภาคประชาชน แล้วรวมเป็นข้อเสนอให้กับรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน เรื่องสิทธิแรงงาน หรือเรื่องการแข่งขันทางการค้า</p>



<p>หลังจากที่ทำงานแรกมาได้ประมาณ 1 ปี วาระงานของคณะฯ ก็หมดลง พอดีมีอาจารย์ที่รู้จักกันชวนไปทำรายการทีวี ซึ่งอันนี้ค่อนข้างข้ามสายเลย จากสายวิชาการ จู่ๆ ก็ต้องมาเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ของรายการทีวี แต่โชคดีที่รายการที่ทำตอนนั้นคือ ‘สยามวาระ’ ซึ่งมันมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้เรายังต่อได้ติดอยู่ จนเราก็ได้พบว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นงานที่คล้ายเดิม แค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง คือแทนที่จะสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายก็มาสื่อสารกับคนทั่วไปให้เข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขาแทน&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นก็อยู่ในแวดวงของสื่อมาตลอด ได้มีโอกาสทำรายการทีวีอีกรายการหนึ่งคือวัฒนธรรมชุบแป้งทอด ทำสื่อออนไลน์สองสามแห่ง จนสุดท้ายเมื่อหลายๆ อย่างเริ่มพร้อม เราก็เลยมาทำ Punch Up ซึ่งก็ยังเป็นการทำงานกับประเด็นในสังคมผสมกับการเล่าเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่าย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทุกวันนี้อิทธิพลจากสมัยที่คุณได้เรียนในต่างประเทศยังส่งมาถึงการทำงานอยู่ไหม</h4>



<p>เราคิดว่ามันอาจไม่ได้ส่งมาโดยตรง เพราะระหว่างทางที่ผ่านมาเป็นสิบปี มันก็มีอย่างอื่นที่ก็หล่อหลอมและส่งอิทธิพลให้กับเราด้วยเหมือนกัน</p>



<p>แต่ในเวลานั้นมันช่วยให้เราชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น มันเป็นรากฐานที่สำคัญของตัวเราในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ เพราะเราอาจไม่ได้ใช้ความรู้ในตอนเรียนมากขนาดนั้น แต่ว่ามันทำให้เรารู้ตัวเองว่าเราสนใจอะไร เราให้คุณค่ากับอะไร แล้วเราอยากทำอะไรต่อ ซึ่งคำตอบของมันยังอยู่กับเราจนถึงวันนี้ คือเราสนใจในประเด็นสังคม ประเด็นสาธารณะ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณคิดว่า Punch Up สามารถทำคอนเทนต์ขายของได้ไหม</h4>



<p>จริงๆ แล้วงานของ Punch Up มันคือส่วนผสมของ data, story, design และ tech ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้สามารถเอาไปทำเรื่องอะไรก็ได้ จะขายของก็ได้เช่นกัน แต่ว่าเราเลือกแล้วว่าจะใช้เครื่องมือนี้เล่าประเด็นสังคม เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของเรา รวมถึง Founder ทุกๆ คนด้วย</p>



<p>เรารู้สึกว่า Data มันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และมีพลัง ถ้าเอาไปใช้กับเรื่องที่เราเห็นความสำคัญมันน่าจะดีกว่าการขายของที่เราอาจจะไม่ได้อิน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134416" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>ถ้าใครอยากมีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้คนด้วยการไปเรียนต่อ ก็สามารถรอฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ตรงพร้อมข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจของทุนการศึกษา The Erasmus Mundus Joint Masters (EMJM) จากบรรดาศิษย์เก่ารวมถึงตัวฝ้ายเองได้ทางเพจ <a href="https://www.facebook.com/themomentumco/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The Momentum</a> ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 19:00-20:00 น.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/">ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ink Waruntorn &#8211; ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน &#124; Live in a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-ink-waruntorn-cloudy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 May 2021 13:04:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Boxx Music]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[INK WARUNTORN]]></category>
		<category><![CDATA[ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน (Cloudy)]]></category>
		<category><![CDATA[live session]]></category>
		<category><![CDATA[liveinaday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=131689</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;บางวันก็เหมือนว่าฉันนั้นมีเธออยู่ แต่ในบางวันก็เหมือนไม่มี&#8217; ในวันที่ความสัมพันธ์เหมือนหมอกควันสีทึมเทาไม่ชัดเจนจนเกิดคำถามมากมายตามมา Live in a day ชวนมาฟัง &#8216;ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน&#8217; โดย &#8216;อิ้งค์–วรันธร เปานิล&#8217; จาก BoxxMusic เพลงที่เล่าเรื่องราวในวันที่ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ แต่กลับต้องสับสนในใจว่าสถานะระหว่างเราคืออะไร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-ink-waruntorn-cloudy/">Ink Waruntorn &#8211; ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Ink Waruntorn - ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน | Live in a day" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/ZXJYER3_zb8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="has-text-align-center">&#8216;บางวันก็เหมือนว่าฉันนั้นมีเธออยู่ แต่ในบางวันก็เหมือนไม่มี&#8217; </p>



<p class="has-text-align-center">ในวันที่ความสัมพันธ์เหมือนหมอกควันสีทึมเทาไม่ชัดเจนจนเกิดคำถามมากมายตามมา Live in a day ชวนมาฟัง<a href="https://www.youtube.com/watch?v=4ff12Cqo9wc"> &#8216;ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน&#8217; </a>โดย <a href="https://www.facebook.com/InkWaruntorn">&#8216;อิ้งค์–วรันธร เปานิล&#8217;</a> จาก <a href="https://www.youtube.com/channel/UCk-hrmSLwSsp4OE_s5f1_Sg">BoxxMusic</a> เพลงที่เล่าเรื่องราวในวันที่ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ แต่กลับต้องสับสนในใจว่าสถานะระหว่างเราคืออะไร </p>



<p class="has-text-align-center"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-ink-waruntorn-cloudy/">Ink Waruntorn &#8211; ฉันต้องคิดถึงเธอแบบไหน | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดโลกของสะสม Marvel ของ &#8216;ยุทธศักดิ์ รักแคว้น&#8217; แฟนบอยที่เคยบินไปเจอสแตน ลี ตัวเป็นๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/marvel-collector/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มลภษร ชูวงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2021 08:48:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[The Collector]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Product]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ รักแคว้น]]></category>
		<category><![CDATA[นักสะสมมาร์เวล]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์เวล]]></category>
		<category><![CDATA[Marvel]]></category>
		<category><![CDATA[ของสะสม]]></category>
		<category><![CDATA[the collectors]]></category>
		<category><![CDATA[นักสะสม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=124257</guid>

					<description><![CDATA[<p>Scene 0 : อารัมภบท มาร์เวล “การสะสมของเกี่ยวกับ Marvel เป็นกิเลสอย่างหนึ่ง มาร์เวล ไม่ใช่แค่ ‘สะสม’ แต่เรียกว่า ‘ถลำลึก’&#160; ก้าวขาเข้าไปแล้วถอยหลังออกมาไม่ได้” คำโปรยนี้ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพหุ่นจำลอง X-Men ในตู้กระจกใส กล้องค่อยๆ ซูมออกจากหุ่นจนมองเห็นภาพกว้าง คือห้องสตูดิโอที่เต็มไปด้วยของเล่น หนังสือการ์ตูน และสิ่งของมากมายที่ล้วนเกี่ยวข้องกับค่ายมาร์เวลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของ ต้น–ยุทธศักดิ์ รักแคว้น กราฟิกดีไซเนอร์ผู้สะสมสิ่งของเกี่ยวกับมาร์เวล หนึ่งในค่ายผลิตสื่อบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค&#160; กว่า 80 ปีในวงการคอมิก มาร์เวลได้สร้างคาแร็กเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่นับหมื่นตัวออกมาเสิร์ฟความบันเทิงให้คนทั่วโลก ความคลาสสิกของมันถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และได้ต่อยอดสู่สื่อรูปแบบอื่นจนสามารถขยับขยายฐานแฟนคลับได้อย่างมหาศาล หากพิจารณาจากของสะสมในห้องแล้ว ยุทธศักดิ์คือคนที่ควรถูกเรียกว่าผู้คลั่งไคล้ในของสะสมมาร์เวลอย่างไร้ข้อกังขา ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจำนวนที่มากล้นและความหายากของของแต่ละชิ้น เส้นทางในการได้มานั้นยังสนุกสนานไม่ต่างจากเรื่องราวมหัศจรรย์ในจักรวาลมาร์เวลเลย ถ้าคุณอยากรู้ รีบสวมชุดซูเปอร์ฮีโร่ประจำตัว แล้วโดดไปคุยกับเขาพร้อมกับเราเลย&#160; ลุย! Scene 1 : การปรากฏตัวครั้งแรกของ X-Men มาร์เวล ภายใน / ห้องเก็บของสะสมมาร์เวล / เช้า ชู่ว! เราค่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marvel-collector/">เปิดโลกของสะสม Marvel ของ &#8216;ยุทธศักดิ์ รักแคว้น&#8217; แฟนบอยที่เคยบินไปเจอสแตน ลี ตัวเป็นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-1024x683.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124385" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">Scene 0 : อารัมภบท<span style="display:none;"> มาร์เวล </span></h2>



<p class="has-text-align-center"><p style="text-align:center; !important" class="has-text-align-center"><em>“การสะสมของเกี่ยวกับ Marvel เป็นกิเลสอย่างหนึ่ง</em><span style="display:none;"> มาร์เวล </span></p></p>



<p class="has-text-align-center"><p style="text-align:center; !important" class="has-text-align-center"><em>ไม่ใช่แค่ ‘สะสม’ แต่เรียกว่า ‘ถลำลึก’&nbsp;</em></p></p>



<p class="has-text-align-center"><p style="text-align:center; !important" class="has-text-align-center"><em>ก้าวขาเข้าไปแล้วถอยหลังออกมาไม่ได้”</em></p></p>



<p>คำโปรยนี้ปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพหุ่นจำลอง <em>X-Men</em> ในตู้กระจกใส กล้องค่อยๆ ซูมออกจากหุ่นจนมองเห็นภาพกว้าง คือห้องสตูดิโอที่เต็มไปด้วยของเล่น หนังสือการ์ตูน และสิ่งของมากมายที่ล้วนเกี่ยวข้องกับค่ายมาร์เวลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-1024x683.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124394" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_106.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของ <strong>ต้น–ยุทธศักดิ์ รักแคว้น</strong> กราฟิกดีไซเนอร์ผู้สะสมสิ่งของเกี่ยวกับมาร์เวล หนึ่งในค่ายผลิตสื่อบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค&nbsp;</p>



<p>กว่า 80 ปีในวงการคอมิก มาร์เวลได้สร้างคาแร็กเตอร์ซูเปอร์ฮีโร่นับหมื่นตัวออกมาเสิร์ฟความบันเทิงให้คนทั่วโลก ความคลาสสิกของมันถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และได้ต่อยอดสู่สื่อรูปแบบอื่นจนสามารถขยับขยายฐานแฟนคลับได้อย่างมหาศาล</p>



<p>หากพิจารณาจาก<a href="https://adaymagazine.com/category/style/lifestyle-product/the-collector/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ของสะสม</a>ในห้องแล้ว ยุทธศักดิ์คือคนที่ควรถูกเรียกว่าผู้คลั่งไคล้ในของสะสมมาร์เวลอย่างไร้ข้อกังขา ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากจำนวนที่มากล้นและความหายากของของแต่ละชิ้น เส้นทางในการได้มานั้นยังสนุกสนานไม่ต่างจากเรื่องราวมหัศจรรย์ในจักรวาลมาร์เวลเลย</p>



<p>ถ้าคุณอยากรู้ รีบสวมชุดซูเปอร์ฮีโร่ประจำตัว แล้วโดดไปคุยกับเขาพร้อมกับเราเลย&nbsp;</p>



<p>ลุย!</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-683x1024.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124401" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_29.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">Scene 1 : การปรากฏตัวครั้งแรกของ X-Men<span style="display:none;"> มาร์เวล </span></h2>



<p>ภายใน / ห้องเก็บของสะสมมาร์เวล / เช้า</p>



<p><em>ชู่ว!</em></p>



<p>เราค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องสตูดิโอ ผ่านลังเก็บหนังสือการ์ตูนที่วางอย่างเป็นระเบียบบนชั้น ของเล่นและฟิกเกอร์จำนวนมากกระจายอยู่เต็มห้อง โปสเตอร์หนังยึดที่ว่างบนผนังไปจนเกือบหมด ในที่สุดเราก็มาหยุดอยู่ด้านในสุด ณ โต๊ะทำงานของเจ้าของคลังสมบัติทั้งหมดนี้ ซึ่งเขาได้นั่งรออยู่ก่อนแล้ว </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124421" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_50.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้แต่กรอบรูปเหนือศีรษะของเขายังเป็นหน้ากระดาษ จากการ์ตูนที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ยุทธศักดิ์ทักทายเราอย่างเป็นมิตร ส่วนเราไม่รอช้าเอ่ยปากถามถึงที่มาของความชอบในสิ่งนี้</p>



<p>“ก่อนจะชอบมาร์เวล เราติดตามการ์ตูนญี่ปุ่นมาก่อน ตอนประถมจะชอบซื้อพวกนิตยสาร <em>Boom</em> หรือ <em>THE TALENT</em> รวมการ์ตูนญี่ปุ่นรายสัปดาห์จากร้านหน้าโรงเรียนมาอ่าน โตมาเป็นวัยรุ่นก็เริ่มเก็บพวกกันดั้มบ้าง</p>



<p>“เราเพิ่งเริ่มสนใจมาร์เวลจากการดู <em>The Incredible Hulk</em> ตอนแรกไม่ได้สนใจฮัล์กด้วยซ้ำ แต่เพราะเป็นแฟนคลับของ Edward Norton เลยเปิดดู ปรากฏว่าสนุกดี เราเลยนึกได้ว่าตอนเด็กๆ ก็เคยดูแอนิเมชั่นเรื่อง <em>X-Men</em> ที่ฉายทางช่อง 7 เลยเริ่มรู้สึกชอบและเริ่มสะสมของเกี่ยวกับมาร์เวล แต่ก็แค่ของเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124391" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_68.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เรามาคลิกกับมันจริงๆ ตอนช่วงปี 2555 ที่หนังเรื่อง <em>The Avengers</em> เข้าฉาย เราชอบมาก ประกอบกับช่วงนั้นทำงานแล้ว เราเลยมีกำลังซื้อของเล่นต่างๆ และตามเก็บมาตั้งแต่นั้น”</p>



<p>ในช่วงแรกยุทธศักดิ์พยายามเก็บสะสมสิ่งของทุกอย่างของตัวละครทุกตัว จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เขาตระหนักว่าการตามทุกเรื่องนั้นยากเกินไป สุดท้ายยุทธศักดิ์จึงลดกรอบความสนใจของตัวเองเหลือแค่ <em>X-Men</em> ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาชื่นชอบมากที่สุดจากทั้งหมด โดยเฉพาะผู้นำของทีมอย่าง Cyclops&nbsp;ผู้สามารถปล่อยแสงเลเซอร์จากดวงตาเพื่อพิฆาตเหล่าร้าย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-683x1024.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124407" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_20.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เราชอบไซคลอปส์เพราะเขาเป็นตัวละครที่มีมิติความเป็นมนุษย์จริงๆ มีรัก โลภ โกรธ หลง เจ้าชู้ และบางครั้งก็เห็นแก่ตัว ไม่สนใจคนอื่น แตกต่างจากพระเอกหลายคนในการ์ตูนญี่ปุ่นค่าย Shonen Jump ที่รักพวกพ้องและเสียสละ เป็นคนดีจนเกินจริง</p>



<p>“จากแต่ก่อนที่เก็บทั้งจักรวาลมาร์เวล ถึงตอนนี้เราสะสมแค่ของไซคลอปส์และ <em>X-Men</em> เท่านั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-1024x683.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124393" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_93.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">Scene 2 : เรียนรู้วิชาการอ่านคอมิก</h2>



<p>ภายใน / ด้านหน้าชั้นวางคอมิก / บ่าย</p>



<p><em>ตู้ม!&nbsp;</em></p>



<p>แสงเลเซอร์จากตาของไซคลอปส์ยิงใส่ภาพความทรงจำวัยเด็ก ภาพตัดมาตอนที่ยุทธศักดิ์ได้รู้จักและพบเจอกับคอมิกอย่างไม่ทันตั้งตัว</p>



<p>“เราเริ่มจากเก็บฟิกเกอร์ พอมีเยอะขึ้นก็เริ่มหาข้อมูลของแต่ละตัวละครก่อนจนรู้จักจักรวาลมาร์เวลมากขึ้น ผสมกับอ่านเรื่อง <em>X-Men</em> ที่เราชอบด้วย ไปๆ มาๆ เลยรู้ตัวว่าชอบคอนเทนต์ของเรื่องมากกว่าฟิกเกอร์ที่อาจเป็นเพียงเปลือกของเนื้อหา ดังนั้นการสะสมคอมิกจึงตอบโจทย์เรามากกว่า”</p>



<p>ตั้งแต่นั้นยุทธศักดิ์จึงกลายเป็นแฟนคอมิกตัวยง โดยติดตาม <em>X-Men</em> เพียงเรื่องเดียวพร้อมกับอีเวนต์หลัก (โดยปกติคอมิกของมาร์เวลจะมี ‘อีเวนต์’ หรือเหตุการณ์หลักเกิดขึ้นในช่วงต้นปีกับปลายปี คล้ายกับปมเรื่องก้อนใหญ่ที่กำหนดทิศทางของคอมิกทุกเรื่องในช่วงนั้น ระหว่างอีเวนต์หลักกำลังดำเนินไป มาร์เวลก็จะออกคอมิกที่เป็น side story ของแต่ละตัวละครย่อยเป็นเล่มๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน) โดยมีภารกิจเป็นการตามเก็บคอมิก <em>X-Men </em>ฉบับที่มีการปรากฏตัวของตัวละครหลักเป็นครั้งแรก รวมถึงฉบับเก่าหายากจากช่วงปี 2506-2534 หรือที่เรียกว่า Silver Age ถึง Bronze Age</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124387" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_38.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เพราะมาร์เวลเป็นอุตสาหกรรมใหญ่และผลิตคอมิกออกมาเยอะมาก เดือนหนึ่งอาจจะออกมาเป็นร้อยเล่ม ถ้ามีเงินเราสามารถซื้อได้หมดก็จริง แต่ถ้าตามอ่านหมดคงไม่ต้องทำงานทำการแล้ว (หัวเราะ) ถ้าเราอยากรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเล่มอื่นถึงจะไปตามอ่านรีวิวบทสรุปจากในเว็บไซต์ต่างประเทศแทน</p>



<p>“นอกจากมาร์เวล เราก็ติดตามงานจากค่ายอื่นๆ อย่าง DC ด้วยเหมือนกัน เพราะเราต้องทำเพจซื้อ-ขาย 616 Comics เลยต้องอัพเดตข้อมูลว่าไปถึงไหนแล้ว เหตุผลที่เมื่อ 2 ปีก่อนมาทำจริงจังเพราะอยากระบายคอมิกที่ไม่ใช่ <em>X-Men</em> ออกบ้าง อีกอย่างเรารู้สึกว่าในไทยไม่มีแหล่งซื้อ-ขายคอมิกที่จริงจัง ถ้าอย่างนั้นเราเปิดเองเลยก็แล้วกัน”</p>



<p>การชอบอ่านคอมิกยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพกราฟิกดีไซเนอร์ของยุทธศักดิ์อีกด้วย เพราะเขาชอบ typography เมื่อได้พบกับดีไซน์หลายๆ อย่างที่น่าสนใจจากคอมิก เขาจะเก็บสะสมเป็นคลังไอเดียไว้ใช้ในการวางเลย์เอาต์ แถมเขายังเคยคิดจะสมัครงานที่ Marvel Comics&nbsp;ในตำแหน่ง letterer หรือคนออกแบบตัวอักษรเอฟเฟกต์ในการ์ตูนอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124386" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_27.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">Scene 3 : ภารกิจพลิกจักรวาลตามล่าของสะสมมาร์เวล</h2>



<p>ภายนอก / สถานที่รวมพลคนชอบมาร์เวล / เย็น</p>



<p><em>วาร์ป!&nbsp;</em></p>



<p>ยุทธศักดิ์พาเรานั่งยาน X-Jet ของเหล่า <em>X-Men</em> ย้อนเวลาไปดูประสบการณ์อันตื่นตาที่การเป็นนักสะสมนำพาเขาไปเจอ</p>



<p>“ช่วงแรกที่สะสมแค่ฟิกเกอร์ตัวละคร <em>Avengers</em> เราถ่ายรูปคอลเลกชั่นแบบจัดแสงดีๆ ส่งประกวดจนชนะรางวัลและได้เป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปร่วมงาน ‘Avengers: Age of Ultron’ Press Conference ที่เกาหลีใต้ฟรีๆ เลย”</p>



<p>สิทธิพิเศษที่เขาได้จากงานครั้งนั้นคือการได้กระทบไหล่นักแสดงระดับโลกผู้เล่นหนังในค่ายอย่าง Robert Downey Jr. ผู้สวมบท Iron Man ทั้งยังได้โปสเตอร์พร้อมลายเซ็นนักแสดงเรื่อง <em>Captain America: The Winter Soldier</em> ติดตัวกลับบ้านมาด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-683x1024.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124403" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_4.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้ยุทธศักดิ์ฟลุกเจอกับของสะสมดีๆ โดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างที่น่าอิจฉาของคนอ่านการ์ตูนคงเป็นการได้เจอคอมิกฉบับพิเศษที่ Stan Lee ทำร่วมกับ Kiss วงดนตรีอเมริกันร็อก ชื่อ <em>Marvel Comics Super Special #1 KISS</em> หรือแม้แต่เล่มหายากอย่าง <em>Deadpool Kills the Marvel Universe</em> ยุทธศักดิ์ก็ได้มาในราคาที่ถูกเป็นพิเศษจากร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งในโตเกียว</p>



<p>“ขึ้นชื่อว่าของสะสม พอเราจะหาซื้อใช่ว่าจะมีให้ซื้อ บางทีเราต้องรอจังหวะคนปล่อย อย่างการ์ด <em>Spider-Man</em> พร้อมลายเซ็นสแตน ลี กว่าจะได้ของมาเราต้องตื๊อเจ้าของอยู่เป็นปี”</p>



<p>แน่นอนว่าย่อมมีวันที่เขาผิดหวัง อดได้สินค้าในเว็บไซต์ซื้อ-ขาย แต่เขาก็มีอะไรเจ๋งๆ มากมายในคอลเลกชั่น ซึ่งหนึ่งในความสุดยอดที่ทำเอาเราตื่นตาตื่นใจมากคือคอมิก <em>X-Men</em> ฉบับแรกที่เขาถือไปให้สแตน ลี เซ็นด้วยตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124408" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/stan_lee.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ช่วงก่อนงาน Tokyo Comic Con 2016 ไม่นาน อยู่ดีๆ ก็มีเซอร์ไพรส์กะทันหันว่าสแตน ลี จะมาร่วมงาน เราเลยกัดฟันซื้อตั๋วเครื่องบินไปคนเดียวเพราะไม่มีเพื่อนคนไหนว่างเลย ซึ่งเราตัดสินใจถูกมากที่ไปเพราะไม่กี่ปีต่อมาเขาเสียชีวิต”</p>



<p>แม้จะเป็นการลงทุนที่ใช้เงินสูงแต่อย่างน้อยเขายังได้รางวัล เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ถ่ายรูปคู่กับผู้สร้างมาร์เวลและได้โบนัสพิเศษเป็นสังคมคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน</p>



<p>“เวลาไปต่างประเทศเราได้เพื่อนใหม่เยอะมาก โชคดีที่เดี๋ยวนี้เราใช้เฟซบุ๊กติดต่อกัน ใครอยากได้หรือหาอะไรอยู่ก็สามารถจัดส่งถึงกันได้หมด กลายเป็นคอมมิวนิตี้ใหญ่ที่ทุกคนสนิทกันง่ายมาก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="660" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11-1024x660.jpg" alt="มาร์เวล" class="wp-image-124404" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11-1024x660.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11-768x495.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11-600x387.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">Scene 4 : รางวัลของความคลั่งไคล้</h2>



<p>ภายใน / ห้องเก็บของสะสมมาร์เวล / กลางคืน</p>



<p><em>กลับมาสู่โลกปัจจุบันในปี 2562</em></p>



<p>ยุทธศักดิ์พยายามตามอ่านคอมิก <em>X-Men</em> ทุกเล่มที่ออกมาแต่ยังไม่ครบสักที จนเมื่อไม่นานมานี้เขาเจอคอมิก 2 เล่มคือ <em>The Incredible Hulk #180</em> และ <em>#181</em> ที่ Wolverine ปรากฏตัวครั้งแรกในโลกออนไลน์โดยบังเอิญ กลายเป็นว่าคอลเลกชั่นหนึ่งที่รวมการเปิดตัวฮีโร่หลักๆ ของ <em>X-Men</em> ได้คอมพลีตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<p>“เราโชคดีที่หาความชอบของตัวเองเจอ ดังนั้นการสะสมของเราเลยหยุดอยู่ที่ <em>X-Men</em> กับไซคลอปส์ แต่ถ้ามีอะไรใหม่ๆ สวยๆ ออกมาคงเก็บอยู่บ้าง อย่างตอนนี้ <em>X-Men</em> กลับมาร่วมผลิตสินค้ากับ MCU อีกรอบ มีฟิกเกอร์คอลเลกชั่นใหม่ออกมาอีก เพราะฉะนั้นคงมีเรื่องให้เสียเงินอยู่เรื่อยๆ ยังไม่หยุดสะสมหรอก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124390" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_65.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราไม่ได้ชอบคอมิกเพราะมันเป็นซูเปอร์ฮีโร่อย่างเดียว แต่มันยังสนุกด้วยความ timeless ที่เนื้อเรื่องพลิกไปมาปรับตามบริบทของยุคสมัยตลอด เช่น Captain Marvel และ Iceman ที่เป็น LGBTQ+ ตอนนี้เรายังอยากรู้ว่าตัวละครจะทำอะไรต่อไป มีเรื่องให้ติดตาม แม้วันหนึ่งมันจะเปลี่ยนคอนเทนต์ไปเป็นแนวอื่น แต่ถ้ายังคงแก่นของตัวละครเดิมไว้ เราว่าก็น่าสนุกดีนะ”</p>



<p>แม้การสะสมจะทำให้ยุทธศักดิ์เสียทรัพย์ไปจำนวนมาก ในทางหนึ่ง เขาบอกว่ามันคือการลงทุนทางการเงิน ซึ่งก็คล้ายการหลอกตัวเองเช่นกัน เพราะไม่ว่าราคาจะสูงขึ้นเขาก็ไม่ขายของสะสมเหล่านี้อยู่ดี คนรุ่นแก่กว่าเขาบางคนก็อาจไม่เข้าใจว่าซื้อไปทำไม น่าจะเอาเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นมากกว่า ทว่าโชคดีที่คนรอบข้างเขาล้วนเข้าใจ </p>



<p>เพราะสุดท้ายแล้วมันคือการลงทุนในงานอดิเรกที่นำมาซึ่งความสุข</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-124396" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_137.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ทุกวันนี้เราทำงานมาเหนื่อยๆ แต่พอได้อ่านการ์ตูนก็เหมือนได้พักผ่อน เราไม่ได้ทิ้งโลกความจริงไปนะ เราไม่ได้ใช้ชีวิตให้เดือดร้อนอย่างการยอมอดข้าวเพื่อไปซื้อ เพราะไม่ว่ายังไงของสะสมก็คือของสะสม&nbsp;</p>



<p>“เรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้วิ่งเล่นอยู่ในสนามเด็กเล่นของตัวเองที่ช่วยลดความเครียดในชีวิตจริงของเราได้เสมอ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124395" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Marvel-Collector_127.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ a day ฉบับ The Collectors อ่านเรื่องของนักสะสมคนอื่นๆ ได้ <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-229-the-collectors/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marvel-collector/">เปิดโลกของสะสม Marvel ของ &#8216;ยุทธศักดิ์ รักแคว้น&#8217; แฟนบอยที่เคยบินไปเจอสแตน ลี ตัวเป็นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
