<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Business &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/business/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/business/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Aug 2021 01:59:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ira ผ้าอนามัยย่อยสลายได้ ทางเลือกที่สบายใจของคนที่รักษ์โลกและรักตัวเองด้วย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ira-concept/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2021 11:49:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการผ้าอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[period stigma]]></category>
		<category><![CDATA[period poverty]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[feminisms]]></category>
		<category><![CDATA[feminists]]></category>
		<category><![CDATA[เฟมินิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[ira]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอนามัยออร์แกนิก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอนามัยย่อยสลายได้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119567</guid>

					<description><![CDATA[<p>ira ผ้าอนามัยสิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้คือเหตุการณ์จริงจากประสบการณ์ของ รุ้ง–วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัย Ira Concept ira ผ้าอนามัย “ครั้งหนึ่งรุ้งเคยประจำเดือนมากะทันหันในระหว่างที่ประชุมอยู่เลยตัดสินใจขอไปเข้าห้องน้ำ แต่เรากลับโดนท้วงด้วยคำว่า ‘ประชุมกำลังจะจบอยู่แล้ว’ เราก็บอกไปว่า ‘จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ มันต้องไปเดี๋ยวนี้เลย’ แต่เขาก็ยังถามต่ออีกว่า ‘ถ้าอย่างนั้นจะถือกระเป๋าไปด้วยทำไม’ ซึ่งเป็นเพราะเราไม่อยากหยิบผ้าอนามัยออกมาโชว์ จนสุดท้ายเราก็ต้องพูดออกไปว่าประจำเดือนมา มันทำให้บรรยากาศในห้อง awkward ไปเลย”&#160; หากลองถอดรหัสดูจะพบว่าในเหตุการณ์สั้นๆ นี้ประกอบไปด้วยค่านิยมผิดๆ ทั้งทัศนคติแง่ลบต่อประจำเดือน การมองประจำเดือนเป็นเรื่องน่าอายและไม่สามารถพูดถึงได้อย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับผ้าอนามัยที่ต้องหยิบใช้อย่างกระมิดกระเมี้ยนราวกับเป็นของผิดกฎหมาย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดแบบนี้หรือมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกับรุ้ง เราอยากให้คุณลองอ่านและทำความรู้จักผ้าอนามัยแบรนด์นี้ไม่ว่าคุณจะมีมดลูกหรือไม่ก็ตาม ira คือแบรนด์ผ้าอนามัยออร์แกนิกที่ย่อยสลายได้ถึง 99% และยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงบอกทุกคนว่าเรื่องจุกจิกเกี่ยวกับ ‘เมนส์’ นั้นควรจะถูกเอ่ยถึงได้อย่างธรรมดาสามัญ แต่ในขณะเดียวกันก็สำคัญเกินกว่าจะถูกมองข้ามด้วยคำว่า ‘เรื่องเล็กน้อย’ และที่สำคัญที่สุด ผ้าอนามัยควรเป็นของที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ก่อนจะตามไปกดสั่งซื้อผ้าอนามัย ira มาลองใช้ในรอบเดือนถัดไป เราอยากชวนไปฟังสิ่งที่รุ้งได้เจอ ที่ทำให้เกิดเป็น ira รวมไปถึงแผนการในอนาคตที่รุ้งเตรียมไว้ ที่ใหญ่กว่าขนาดผ้าอนามัยมาก ทางเลือกที่สบายใจและไม่สุดโต่ง “รุ้งเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติตั้งแต่เด็ก กระทั่งเมื่อปีก่อนถึงได้มารู้ว่าตัวเองเป็นโรค Endrometriosis หรือเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งมีผลทำให้เราปวดท้องเมนส์มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้เรายังเป็นคนที่มีอาการแพ้ผ้าอนามัย อาการแพ้มันหนักมากจนต้องไปศึกษาดูส่วนประกอบของผ้าอนามัยแต่ละยี่ห้อในท้องตลาดด้วยตัวเอง “โมเมนต์ตอนที่เราไปถึงเชลฟ์ขายผ้าอนามัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ira-concept/">ira ผ้าอนามัยย่อยสลายได้ ทางเลือกที่สบายใจของคนที่รักษ์โลกและรักตัวเองด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">ira ผ้าอนามัย</span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้คือเหตุการณ์จริงจากประสบการณ์ของ </span><b>รุ้ง–วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัย</span><a href="https://www.iraconcept.com/"> <span style="font-weight: 400;">Ira Concept</span></a> <span style="display: none;">ira ผ้าอนามัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครั้งหนึ่งรุ้งเคยประจำเดือนมากะทันหันในระหว่างที่ประชุมอยู่เลยตัดสินใจขอไปเข้าห้องน้ำ แต่เรากลับโดนท้วงด้วยคำว่า ‘ประชุมกำลังจะจบอยู่แล้ว’ เราก็บอกไปว่า ‘จะไปเข้าห้องน้ำค่ะ มันต้องไปเดี๋ยวนี้เลย’ แต่เขาก็ยังถามต่ออีกว่า ‘ถ้าอย่างนั้นจะถือกระเป๋าไปด้วยทำไม’ ซึ่งเป็นเพราะเราไม่อยากหยิบผ้าอนามัยออกมาโชว์ จนสุดท้ายเราก็ต้องพูดออกไปว่าประจำเดือนมา มันทำให้บรรยากาศในห้อง awkward ไปเลย”&nbsp;</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119580 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13.jpg" alt="ira ผ้าอนามัย" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_13-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากลองถอดรหัสดูจะพบว่าในเหตุการณ์สั้นๆ นี้ประกอบไปด้วยค่านิยมผิดๆ ทั้งทัศนคติแง่ลบต่อประจำเดือน การมองประจำเดือนเป็นเรื่องน่าอายและไม่สามารถพูดถึงได้อย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับผ้าอนามัยที่ต้องหยิบใช้อย่างกระมิดกระเมี้ยนราวกับเป็นของผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดแบบนี้หรือมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกับรุ้ง เราอยากให้คุณลองอ่านและทำความรู้จักผ้าอนามัยแบรนด์นี้ไม่ว่าคุณจะมีมดลูกหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ira คือแบรนด์ผ้าอนามัยออร์แกนิกที่ย่อยสลายได้ถึง 99% และยังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงบอกทุกคนว่าเรื่องจุกจิกเกี่ยวกับ ‘เมนส์’ นั้นควรจะถูกเอ่ยถึงได้อย่างธรรมดาสามัญ แต่ในขณะเดียวกันก็สำคัญเกินกว่าจะถูกมองข้ามด้วยคำว่า ‘เรื่องเล็กน้อย’ และที่สำคัญที่สุด ผ้าอนามัยควรเป็นของที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะตามไปกดสั่งซื้อผ้าอนามัย ira มาลองใช้ในรอบเดือนถัดไป เราอยากชวนไปฟังสิ่งที่รุ้งได้เจอ ที่ทำให้เกิดเป็น ira รวมไปถึงแผนการในอนาคตที่รุ้งเตรียมไว้ ที่ใหญ่กว่าขนาดผ้าอนามัยมาก</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-119585" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-200x300.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_18.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3><b>ทางเลือกที่สบายใจและไม่สุดโต่ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“รุ้งเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติตั้งแต่เด็ก กระทั่งเมื่อปีก่อนถึงได้มารู้ว่าตัวเองเป็นโรค Endrometriosis หรือเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งมีผลทำให้เราปวดท้องเมนส์มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้เรายังเป็นคนที่มีอาการแพ้ผ้าอนามัย อาการแพ้มันหนักมากจนต้องไปศึกษาดูส่วนประกอบของผ้าอนามัยแต่ละยี่ห้อในท้องตลาดด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โมเมนต์ตอนที่เราไปถึงเชลฟ์ขายผ้าอนามัย เราพบว่าบนนั้นมีโปรดักต์เยอะมาก แต่ละรุ่นก็มีรูปภาพสีสันแตกต่างกัน แต่ที่คับข้องใจคือเราแทบจะหาข้อมูลไม่ได้เลยว่าแต่ละชิ้นทำมาจากอะไร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความสงสัยในซูเปอร์มาร์เก็ตนำพารุ้งไปสู่การศึกษาข้อมูลจดแจ้งของผ้าอนามัยและสอบถามจากผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ แม้จะได้คำตอบบ้างไม่ได้คำตอบบ้าง แต่เมื่อบวกกับการค้นคว้าเพิ่มเติม รุ้งก็ค้นพบว่าผ้าอนามัยสีขาวสะอาดที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นแท้จริงแล้วผลิตมาจากใยสังเคราะห์หรือก็คือพลาสติกดีๆ นี่เอง</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-119569 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วัสดุเหล่านี้นอกจากทำให้บางคนมีอาการแพ้แล้วยังต้องใช้เวลาอีกตั้ง 500-800 ปีในการย่อยสลาย เชื่อไหมว่าผ้าอนามัยหนึ่งแผ่นสร้างขยะเทียบเท่ากับถุงพลาสติก 4 ใบ นั่นแปลว่าต่อให้เราทุกคนตายไปแล้วมันก็ยังอยู่บนโลกนี้อยู่เลย เอาเข้าจริงเราคิดว่ามันนับเป็นการย่อยสลายไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะใยสังเคราะห์เหล่านั้นก็จะกลายไปเป็นไมโครพลาสติกที่ตกค้างในธรรมชาติอีกอยู่ดี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มมองหาทางเลือกอื่นในการจัดการกับประจำเดือนของตัวเอง รุ้งก็เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้ผ้าอนามัยในท้องตลาด แต่ปัญหาคือทางเลือกอื่นๆ อย่างถ้วยอนามัยหรือผ้าอนามัยแบบซักเป็นสิ่งที่ใช้ลำบากกว่าผ้าอนามัย การต้ม การพับ การซัก หรือแม้กระทั่งการเก็บรักษา ขั้นตอนเหล่านี้เป็นสเตปการเรียนรู้ใหม่ที่ใหญ่มากนะ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความคิดนี้ทำให้เรานึกได้ว่ามันจะมีผู้หญิงแบบเราอีกสักกี่คนที่อยากเปลี่ยนแต่ติดปัญหาเหมือนกับเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่ต้องทำแบบสำรวจเราก็พอจะคาดคะเนได้จากปริมาณผ้าอนามัยในท้องตลาดว่าผ้าอนามัยแบบแผ่นคือตัวเลือกในการจัดการประจำเดือนที่มีคนใช้มากที่สุดในประเทศไทยมาโดยตลอด นั่นเป็นที่มาของไอเดียธุรกิจผ้าอนามัยย่อยสลายได้ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยที่ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119582 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_15-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119583 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16.jpg" alt="ira ผ้าอนามัย" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_16-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>เพราะฉันคือผู้หญิงยุค 2020s</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่หมายมั่นปั้นมือจะสร้างแบรนด์ผ้าอนามัย รุ้งก็เดินหน้าศึกษาตลาดและเทรนด์ความต้องการของผู้ใช้ทั้งในไทยและต่างประเทศ ก่อนจะพบว่าผู้หญิงแทบทุกประเทศต่างมีจุดร่วมที่น่าสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง–ตลาดผ้าอนามัยทั่วโลกไม่มีนวัตกรรมใหม่มาหลายสิบปีแล้ว หากไม่นับพัฒนาการในระดับปลีกย่อยอย่างการแต่งกลิ่น เพิ่มขนาด หรือทำกาวให้เหนียวขึ้นก็ต้องยอมรับว่าผู้หญิงทั่วโลกใช้ชีวิตอยู่กับผ้าอนามัยที่สร้าง<a href="https://adaymagazine.com/waste-sorting/">ขยะมหาศาล</a>เหมือนเดิม หน้าตาเหมือนเดิม และต้องทนปัญหาการระคายเคืองจากการเสียดสีแบบเดิมๆ มาหลายทศวรรษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอง–ถึงแม้จะมีผลิตภัณฑ์อย่างถ้วยอนามัยที่ดีต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม แต่ในวัฒนธรรมเอเชียซึ่งให้ความสำคัญกับเยื่อพรหมจรรย์ ยังมีผู้หญิงจำนวนมากไม่สบายใจกับการใช้ถ้วยอนามัยซึ่งจำเป็นต้องสอดใส่ หรือแม้แต่คนที่ใช้ถ้วยอนามัยบางคนก็ยังเลือกใช้ควบคู่กับการใส่ผ้าอนามัยเพื่อป้องกันการซึมเปื้อนในวันมามาก ท้ายที่สุดแล้วผ้าอนามัยจึงเป็นสิ่งที่ยังจำเป็นและยังไม่สามารถเลิกใช้ได้อย่างถาวร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119575 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_8-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาม–การตีตราประจำเดือน (period stigma) คือสิ่งที่พบได้ในทุกภูมิภาค ทุกประเทศ ทุกระดับสังคม เพราะแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเอง หลายครั้งเราก็ยังหลีกเลี่ยงการพูดถึงประจำเดือนเพราะคิดว่าเป็นเรื่องน่าอายและไม่อยากยอมรับว่าการมีประจำเดือนนั้นสร้างผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตเราไม่น้อย เพราะหลายครั้งที่การอ้างถึงประจำเดือนทำให้ผู้หญิงถูกมองในแง่ลบ ว่าเป็นคนอ่อนแอ และไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยกตัวอย่างง่ายๆ คือการปวดประจำเดือน รู้ไหมว่าในบางรายอาจมีระดับความปวดเทียบเท่ากับระยะที่ 2 ของการคลอดลูก (second stage of labour) เลยนะ”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สี่–นอกจากเรื่องการตีตราแล้ว ปัญหาการขาดแคลนผ้าอนามัย (period poverty) และอุปสรรคในการเข้าถึงผ้าอนามัยก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่พบเจอได้ในทุกประเทศทั่วโลก</span><span style="display: none;">ira ผ้าอนามัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ห้า–ในยุคที่ผู้หญิงมีการศึกษามากขึ้น มีโอกาสในหน้าที่การงานมากขึ้น เช่นกันกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ไม่แปลกที่ผู้หญิงจะหันมาใส่ใจร่างกายของตัวเองมากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องประจำเดือนและการมีลูก (female fertility)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หก–ขณะเดียวกัน มูฟเมนต์การเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิสตรีก็เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่นำไปสู่โอกาสทางธุรกิจเกี่ยวกับผู้หญิง อาทิ บรรดา Femtech (Feminine Technology) ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยจัดการสุขภาพของผู้หญิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ Femtech คือหนึ่งในตลาด Start-up ที่โตไวมาก เพราะมูฟเมนต์การเรียกร้องของเฟมินิสต์ทั่วโลกกำลังช่วยผลักดันธุรกิจนี้ให้ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้หญิงต่างก็ออกมาบอกว่าเขาอยากได้มากกว่านี้ เขาควรมีสิทธิที่เท่าเทียมมากกว่านี้” รุ้งยกตัวอย่างให้เห็นความเชื่อมโยงของมูฟเมนต์ในสังคม การตื่นตัวของผู้คนที่สร้างแรงกระเพื่อมไปถึงแวดวงธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119587 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20.jpg" alt="ira ผ้าอนามัย" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_20-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<h3><b>ผ้าอนามัย ร่างกาย และสิ่งแวดล้อม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเดินหน้าศึกษาผ้าอนามัยหลากยี่ห้อในหลายประเทศ ทั้งตัดชำแหละ และทดลองประสิทธิภาพในด้านต่างๆ จนทะลุปรุโปร่งแล้ว ก็ได้เวลาที่รุ้งจะเดินหน้าออกแบบผ้าอนามัยของตัวเอง</span> <span style="display: none;">ira ผ้าอนามัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในตลาดผ้าอนามัยออร์แกนิกปัจจุบัน วัสดุที่ใช้ทำท็อปชีต (แผ่นซับด้านบนสุด) มีอยู่สองอย่างคือใยคอตตอน และใยไม้ไผ่ เราทดลองเปรียบเทียบกันแล้วจึงตัดสินใจเลือกใช้ใยไม้ไผ่ เพราะนอกจากจะให้สัมผัสที่ลื่นและนุ่มกว่าแล้ว ยังมีกระบวนการผลิตที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการผลิตฝ้ายที่ต้องใช้น้ำจำนวนมาก” รุ้งอธิบายสาเหตุที่เธอตัดสินใจใช้ใยไม้ไผ่เป็นวัสดุส่วนบนขณะที่ส่วนฐานนั้นใช้ใยข้าวโพดซึ่งย่อยสลายได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วหนึ่งเปอร์เซ็นต์สุดท้ายที่ย่อยสลายไม่ได้คืออะไร” เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กาวค่ะ เพราะตอนนี้เรายังไม่สามารถทำกาวให้ย่อยสลายได้ แต่มันจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงและทำให้ส่วนที่เหลือมันย่อยไปได้เอง”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ้าอนามัยของ ira ย่อยสลายตัวเองได้เร็วที่สุดคือภายใน 6-12 เดือนตามกระบวนการทำปุ๋ยหมัก (ขึ้นอยู่กับกรรมวิธี จุลินทรีย์ อุณหภูมิสูง อ็อกซิเจน ความชื้น และดินที่ใช้ในการย่อยสลาย) ส่วนใครที่สะดวกทิ้งลงถังขยะทั่วไปผ้าอนามัยก็จะย่อยสลายตัวเองได้เช่นกัน แต่จะช้าเร็วนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในบ่อขยะอีกที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119599 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_32-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119608 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41.jpg" alt="ira ผ้าอนามัย" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_41-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><span style="display: none;">ira ผ้าอนามัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในแง่การใช้งาน ถ้าลองเปรียบเทียบกับผ้าอนามัยทั่วไปในท้องตลาด ตอนที่ใช้ ira คุณจะรู้สึกว่าผ้าอนามัยของเราเต็มไวกว่าและเห็นเลือดสีแดงสดกว่า นั่นเพราะเราไม่ได้ใส่ SAP (Super Absorbent Polymers) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บของเหลวโดยการเปลี่ยนเลือดให้กลายเป็นเจลและมีสีเข้มกว่าเลือดประจำเดือนจริงๆ ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในผ้าอนามัยในท้องตลาด”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างการทำรีเสิร์ชนั้น รุ้งพบว่ายังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าอนามัยเพราะ SAP คอยดูดซับเลือดประจำเดือนให้กระจุกตัวอยู่แค่ตรงกลางแผ่นจนดูเหมือนว่าผ้าอนามัยยังไม่เต็ม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วผ้าอนามัยถูกออกแบบมาให้เปลี่ยนทุก 3-4 ชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและยังช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นที่หลายคนกังวลจนเป็นที่มาของผ้าอนามัยใส่น้ำหอมอีกด้วย (ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนแพ้น้ำหอมเหล่านั้น)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยปัญหาทั้งหมดที่ว่ามา นอกจากจะผลิตผ้าอนามัย รุ้งจึงตั้งใจวางแผนให้ ira ผลิตความรู้ เป็นตัวกลางสื่อสารข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของแบรนด์เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงศึกษาปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อจุดซ่อนเร้น หรือแม้กระทั่งวิธีการสังเกตสีประจำเดือนของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“You don’t know what you don’t know. หลายคนไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นปัญหา ไม่รู้ว่าสิ่งที่ใช้อยู่ไม่เหมาะกับร่างกายของตัวเอง เช่น เรามีเพื่อนที่ลองเปลี่ยนมาใช้ ira แล้วเพิ่งจะได้รู้ว่าก่อนหน้านี้เขามีอาการแพ้ผ้าอนามัยมาตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้ผู้หญิงรู้ว่าผ้าอนามัยที่เขาต้องใช้ทุกเดือนนั้นทำมาจากอะไรบ้าง รู้ว่ามันจะสร้างผลกระทบอะไรกับร่างกายเราได้ แล้วหลังจากที่เขาใช้เสร็จมันจะเดินทางไปไหนต่อ เราคิดว่าทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกัน” รุ้งอธิบายถึงความเชื่อมโยงของผ้าอนามัย ร่างกาย และสิ่งแวดล้อมที่ล้วนสำคัญและเกี่ยวเนื่องกันมากกว่าที่หลายคนคิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119607 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_40-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ผ้าอนามัยที่จะวางตรงไหนก็ได้&nbsp;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตั้งใจของรุ้งที่ถ่ายทอดผ่าน ira มีมากมาย ทั้งการท้าทายค่านิยม การสร้างสุขภาวะที่ดีให้ผู้หญิง รวมไปถึงการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อถามถึงความตั้งใจสูงสุดของแบรนด์ ไม่แปลกที่คำตอบของรุ้งจั่วหัวมาด้วยคำสามคำที่ใหญ่กว่าเรื่องของผ้าอนามัยแผ่นเล็กๆ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มิสชั่นของเราคือการทำลาย period stigma รวมทั้งปัญหา period shaming และ period poverty”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางสังคมที่ยังรังเกียจและเหนียมอายต่อประจำเดือน รุ้งตั้งใจใช้การออกแบบสร้างค่านิยมใหม่ให้กับผ้าอนามัยและประจำเดือน เรื่องแรกคือดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ira ที่ดูแล้วไม่เหมือนผ้าอนามัยแต่เหมือนสินค้าดีไซน์ จนผู้ใช้ไม่ต้องเหนียมอายเวลาถือไปไหนมาไหน หรือแม้วางทิ้งไว้ที่ไหนก็ไม่ขัดเขิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ยืนยันคำพูดของรุ้งได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นกล่องผ้าอนามัยหลากไซส์ของ ira ที่วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะกลางคาเฟ่ที่เรานั่งคุยกัน ทั้งหมดนั้นถูกวางทิ้งไว้ตลอดบทสนทนาโดยที่ไม่ให้ความรู้สึกขัดเขินหรือผิดที่ผิดทางเลยแม้แต่น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากใส่ใจเรื่องความสวยงามทางสายตาและความเป็นมิตรกับร่างกาย รุ้งยังใส่ใจความรู้สึกของผู้ใช้ทุกคน ที่ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น ‘ผู้หญิง’ เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คอนเซปต์ของเราคือ ‘ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่มีมดลูก และไม่ใช่ว่าคนที่มีมดลูกทุกคนเป็นผู้หญิง’ ดังนั้นเราจึงดีไซน์สิ่งนี้ให้ถูกใจคนทุกเพศมากที่สุด” ด้วยเหตุผลนี้เอง รุ้งจึงต้องอธิบายกับดีไซเนอร์และทีมงานอยู่หลายตลบว่าผ้าอนามัยไม่จำเป็นต้องมีสีชมพู (และเอาเข้าจริงสีชมพูก็ไม่ควรผูกโยงอยู่กับความเป็นผู้หญิงเท่านั้น) และสินค้าออร์แกนิกไม่จำเป็นต้องมีรูปดอกไม้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมคุณจึงให้ความสำคัญกับแพ็กเกจจิ้งไม่แพ้ผลิตภัณฑ์” เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะมันคือ statement ของแบรนด์เรา ผ้าอนามัยทุกกล่องทำหน้าที่บอกข้อมูลอย่างชัดเจน ครบถ้วน และตรวจสอบได้ นี่คือสิ่งที่ผ้าอนามัยควรจะเป็น” เราลองพลิกกล่องดูก็เห็นว่าข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนนั่นคือแต่ละส่วนของผ้าอนามัยนั้นทำมาจากอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การดีไซน์องค์ประกอบที่ว่ามาทั้งหมด ล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ผ้าอนามัยที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นมิตร และสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับประจำเดือน สิทธิ และคุณภาพชีวิตของผู้หญิงให้แพร่หลายมากขึ้นในสังคม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119595 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_28-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119597 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_30-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>แบรนด์ผ้าอนามัย ที่ไม่ได้ทำแค่ขายผ้าอนามัย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่รุ้งว่า ผ้าอนามัยออร์แกนิกไม่ควรผูกโยงอยู่กับภาพดอกไม้ สายลม แสงแดด และธรรมชาติ เพราะสำหรับเธอ ผ้าอนามัยออร์แกนิกก็เป็น ‘นวัตกรรม’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ira เป็น Femtech นะ ในอนาคตเราอยากพัฒนาตัวเองไปเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคาดคะเนเรื่องประจำเดือน และให้คำแนะนำกับผู้บริโภคได้แบบรายคน กับอีกส่วนที่วางแผนไว้คือเราอยากให้ผ้าอนามัยของเราไปอยู่ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แค่คุณสแกนโค้ดที่ตู้จำหน่ายอัจฉริยะของเราคุณก็จะได้ผ้าอนามัยออกมา”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนแผนการระยะสั้น นอกจากการตั้งขายผ้าอนามัยและสื่อสารกับผู้ใช้รายย่อยแล้ว รุ้งยังตั้งใจเข้าไปคุยกับเหล่าผู้บริหารองค์กร รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและกรุยทางไปสู่สวัสดิการผ้าอนามัยในที่ทำงาน และสถานศึกษาอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้องค์กรและสถาบันต่างๆ ซื้อผ้าอนามัยของเราไปวางเป็นสวัสดิการในห้องน้ำ ทุกวันนี้ผู้บริหารหลายคนยังคิดว่าเขาทำตู้กดให้คนหยอดเหรียญซื้อก็ได้ แต่นั่นไม่เท่ากับสวัสดิการไง เพราะแปลว่าเขาต้องซื้อเองอยู่ดี ที่เราอยากให้คุณจ่ายเพราะเรารู้ว่าคุณมีเงิน (หัวเราะ) แทนที่จะเอาเงินที่คุณมีอยู่ไปเป็นสปอนเซอร์หรือจัดงานเลี้ยง คุณเอามาลงตรงนี้มันจะช่วยบุคลากรของคุณได้จริง และมันช่วยได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ยังมีกลุ่มนักเรียนที่เขาสนใจประเด็นนี้และศิษย์เก่าบางโรงเรียนที่เขาเห็นด้วยกับสวัสดิการผ้าอนามัย เขาก็ระดมทุนกันเองเพื่อมาทำสิ่งนี้ร่วมกับเรานะ ถึงมันจะเริ่มต้นจากแรงสนับสนุนของฝั่งผู้บริโภคแต่เราก็คิดว่ามันน่าจะไปต่อได้” รุ้งอธิบายถึงความหวังในการแก้ปัญหาการขาดแคลนหรือโอกาสในการเข้าถึงผ้าอนามัย&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119590 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23.jpg" alt="ira ผ้าอนามัย" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผ้าอนามัยควรเป็นสวัสดิการเพราะมันจำเป็น คนที่มีประจำเดือนมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน เพราะมันเป็นอะไรที่เราต้องใช้จริงๆ ดังนั้นคำถามจึงกลับมาว่าทำไมสิ่งที่จำเป็นขนาดนี้จึงไม่ใช่สวัสดิการ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราพยายามสื่อสารกับสังคมตลอดเวลาว่าสิ่งนี้คือเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่รับรู้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเราจึงต้องเริ่มพูดคุยและเรียนรู้เรื่องนี้กันเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดๆ และการกดทับที่จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ”&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119579 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/IRA_12-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<hr>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของ ira ได้ที่ </span><a href="https://www.iraconcept.com/"><span style="font-weight: 400;">iraconcept.com</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือเฟซบุ๊กเพจ Ira Concept</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และขอขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ AGO &#8211; designed selected shop และ Yarnnakarn&nbsp;</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ira-concept/">ira ผ้าอนามัยย่อยสลายได้ ทางเลือกที่สบายใจของคนที่รักษ์โลกและรักตัวเองด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>jibberish แบรนด์ผ้าย้อมครามเชียงใหม่ที่ยืมเคล็ดลับจากคนญี่ปุ่น อินเดีย และผู้คนระหว่างทาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/jibberish/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อนิรุทร์ เอื้อวิทยา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2020 15:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[นัด ณัฐพร วรรณปโก]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[Jibberish]]></category>
		<category><![CDATA[จิ๊บเบอหริด]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าย้อมคราม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าย้อมสีธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าคราม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116415</guid>

					<description><![CDATA[<p>Jibberish ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้เจอกับ นัด–ณัฐพร วรรณปโก มือและเล็บของเธอมักจะเปื้อนด้วยสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำเสมอ ราวกับเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นโปรดที่ต้องสวมทุกวัน นัดเป็นเจ้าของ jibberish (จิ๊บเบอหริด) แบรนด์ผ้าย้อมสีธรรมชาติโดยเฉพาะผ้าสีครามแห่งจังหวัดเชียงใหม่ เธอเคยเล่าให้เราฟังถึงที่มาของมือเปื้อนสีน้ำเงินว่าตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น มือที่เปื้อนสีน้ำเงินคืออาภรณ์ของผู้ทำงานย้อมคราม ยิ่งสีที่ติดมือมีความเข้มและชัดเท่าไหร่ นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีทักษะในการทำผ้าย้อมครามมากเท่านั้น เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา jibberish ผลิตสินค้าจากผ้าย้อมครามน่าสนใจออกมาไม่น้อย ทั้งกระเป๋าผ้าและเสื้อผ้าใส่สบายที่คนรักผ้าย้อมธรรมชาติต้องหลงรัก นัดเคยนำผ้าย้อมครามมาทำเป็นชิ้นงานศิลปะจัดแสดงที่หอศิลปกรุงเทพฯ (BACC) และจัดนิทรรศการเดี่ยวที่เชียงใหม่ นอกจากนั้นเธอยังมีโอกาสร่วมงานแฟร์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก&#160; สีน้ำเงินที่มือชัดเจนขึ้นตามวันที่ผ่าน แต่นัดยังคงออกตัวว่าเธอยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมครามเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ และทุกวันนี้ก็ยังคงออกเดินทางหาความรู้เกี่ยวกับการทำผ้าย้อมครามอยู่ เช่นเดียวกับเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ก็เป็นการเดินทางนี่แหละที่ทำให้เธอได้มาเจอกับการย้อมครามธรรมชาติ เส้นทางหลักของชีวิตนับแต่นั้น &#160; เดินทางสู่ธรรมชาติ ในวันที่แดดดีเหมาะกับการตากผ้า นัดเปิดประตูสตูดิโอต้อนรับเรา และเปิดประตูความทรงจำเพื่อย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์ ความฝันของนัดในเวลานั้นน่าจะเหมือนกับใครอีกหลายคน เธอรู้ตัวว่าไม่อยากทำงานประจำ ต้องคอยตอกบัตรเข้างานเวลาเดิมทุกสัปดาห์ แต่จะทำอะไรล่ะ คำตอบเกิดขึ้นเมื่อนัดมีโอกาสได้เข้าโครงการ WWOOF โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ให้เราได้พักในบ้านของโฮสต์แบบฟรีๆ แลกกับการทำงานให้ ครั้งนั้นเธอเลือกไปประเทศญี่ปุ่น &#8220;บ้านที่เราไปอยู่ด้วยเป็นบ้านของสองสามีภรรยา สามีเป็นช่างปั้นเซรามิก ส่วนภรรยาทำแยมขาย เรารู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาสมดุลมากเลย อยากทำอะไรก็ได้ทำ เป็นเจ้าของชีวิตของเขาเอง นึกจะไปเที่ยวก็ไปได้เลย เราค้นพบว่านี่เป็นโมเดลการใช้ชีวิตที่ดีและเหมาะกับเรานั่นคือการทำธุรกิจเล็กๆ ที่พอจะเลี้ยงชีพได้และมีอิสระพอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jibberish/">jibberish แบรนด์ผ้าย้อมครามเชียงใหม่ที่ยืมเคล็ดลับจากคนญี่ปุ่น อินเดีย และผู้คนระหว่างทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">Jibberish</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้เจอกับ </span><b>นัด–ณัฐพร วรรณปโก</b><span style="font-weight: 400;"> มือและเล็บของเธอมักจะเปื้อนด้วยสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำเสมอ ราวกับเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นโปรดที่ต้องสวมทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นัดเป็นเจ้าของ <strong>j</strong></span><strong>i</strong><b>bberish </b>(จิ๊บเบอหริด)<span style="font-weight: 400;"> แบรนด์ผ้าย้อมสีธรรมชาติโดยเฉพาะผ้าสีครามแห่งจังหวัดเชียงใหม่ เธอเคยเล่าให้เราฟังถึงที่มาของมือเปื้อนสีน้ำเงินว่าตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น มือที่เปื้อนสีน้ำเงินคืออาภรณ์ของผู้ทำงานย้อมคราม ยิ่งสีที่ติดมือมีความเข้มและชัดเท่าไหร่ นั่นแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีทักษะในการทำผ้าย้อมครามมากเท่านั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116420 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116421" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกือบ 10 ปีที่ผ่านมา jibberish ผลิตสินค้าจากผ้าย้อมครามน่าสนใจออกมาไม่น้อย ทั้งกระเป๋าผ้าและเสื้อผ้าใส่สบายที่คนรักผ้าย้อมธรรมชาติต้องหลงรัก นัดเคยนำผ้าย้อมครามมาทำเป็นชิ้นงานศิลปะจัดแสดงที่หอศิลปกรุงเทพฯ (BACC) และจัดนิทรรศการเดี่ยวที่เชียงใหม่ นอกจากนั้นเธอยังมีโอกาสร่วมงานแฟร์ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สีน้ำเงินที่มือชัดเจนขึ้นตามวันที่ผ่าน แต่นัดยังคงออกตัวว่าเธอยังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมครามเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ และทุกวันนี้ก็ยังคงออกเดินทางหาความรู้เกี่ยวกับการทำผ้าย้อมครามอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว ก็เป็นการเดินทางนี่แหละที่ทำให้เธอได้มาเจอกับการย้อมครามธรรมชาติ เส้นทางหลักของชีวิตนับแต่นั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เดินทางสู่ธรรมชาติ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่แดดดีเหมาะกับการตากผ้า นัดเปิดประตูสตูดิโอต้อนรับเรา และเปิดประตูความทรงจำเพื่อย้อนเวลาสู่จุดเริ่มต้นของแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความฝันของนัดในเวลานั้นน่าจะเหมือนกับใครอีกหลายคน เธอรู้ตัวว่าไม่อยากทำงานประจำ ต้องคอยตอกบัตรเข้างานเวลาเดิมทุกสัปดาห์ แต่จะทำอะไรล่ะ คำตอบเกิดขึ้นเมื่อนัดมีโอกาสได้เข้าโครงการ WWOOF โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ให้เราได้พักในบ้านของโฮสต์แบบฟรีๆ แลกกับการทำงานให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งนั้นเธอเลือกไปประเทศญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;บ้านที่เราไปอยู่ด้วยเป็นบ้านของสองสามีภรรยา สามีเป็นช่างปั้นเซรามิก ส่วนภรรยาทำแยมขาย เรารู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาสมดุลมากเลย อยากทำอะไรก็ได้ทำ เป็นเจ้าของชีวิตของเขาเอง นึกจะไปเที่ยวก็ไปได้เลย เราค้นพบว่านี่เป็นโมเดลการใช้ชีวิตที่ดีและเหมาะกับเรานั่นคือการทำธุรกิจเล็กๆ ที่พอจะเลี้ยงชีพได้และมีอิสระพอ พอกลับมาเราก็เลยเริ่มเห็นแนวทางต่อไปของชีวิต&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116423 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_35.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116422" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลับมาไทย นัดเริ่มค้นหาถึงต้นทุนที่มีว่าอะไรจะทำให้เธอประกอบธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เรากลับมาคิดว่าเราสามารถตั้งต้นงานอะไรด้วยตัวเองได้บ้าง จริงๆ เราชอบเครื่องเขียนมากแต่เราไม่สามารถผลิตเครื่องเขียนที่ทำมือเองได้ และไม่สามารถดำรงชีวิตด้วยการขายเครื่องเขียนในราคาที่ไม่แพงมาก อีกอย่างที่เราชอบคือการห่อของ เราอยากทำอะไรก็ได้ที่ได้ห่อของให้ลูกค้า เลยคิดต่อถึงต้นทุนที่มี เรามองย้อนกลับไปที่แม่ แม่เราเป็นช่างเย็บผ้า ถึงอย่างนั้นถ้าจะทำผ้าที่เป็นของตัวเองเราก็ต้องไปหาฝ้าย หาคนทอ หาคนปั่นด้าย ซึ่งครอบครัวเราไม่ได้มีพื้นฐานตรงนี้ มันจึงยากมากและต้องใช้ต้นทุนมหาศาลด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะถอดใจ อยู่ๆ นัดก็ได้ไอเดีย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าถ้าทำผ้าไม่ได้แล้วถ้าเป็นสีผ้าล่ะ เราก็พอทำได้นี่นา เลยเริ่มลองย้อมสีผ้าจากธรรมชาติดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116447 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_71.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116448" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_72.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ที่เลือกย้อมสีจากธรรมชาตินั้นตอนแรกเราไม่ได้สนใจเรื่องการสร้างสตอรีให้แบรนด์หรืออะไรเลย แค่คิดว่าสีธรรมชาติมันดีกับตัวเราเอง เทียบกับสีย้อมเคมีที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวแน่ๆ และแม่เราก็สุขภาพไม่ค่อยดีด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเรายังไม่ได้ย้อมครามแต่เริ่มจากอะไรง่ายๆ อย่างใบหูกวางที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก ไม่ต้องไปหาซื้อจากกาดหลวงด้วยซ้ำ เราสามารถปั่นจักรยานไปหาเก็บใบหูกวางกับแม่ได้ มันง่ายและก็สนุกด้วย&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116425" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_57.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เดินทางไปหาการย้อมคราม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แบรนด์ของนัดเริ่มต้นจากการทำกระเป๋าผ้าย้อมสีธรรมชาติขายเป็นสินค้าแรกๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนนั้นแม่เราอยู่บ้านที่สุรินทร์ ยังไม่ได้ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ พอต้องทำงานด้วยกันผ่านโทรศัพท์เราเลยยังไม่สามารถทำงานที่ซับซ้อนมากอย่างเสื้อผ้าได้ เลยเริ่มต้นจากการส่งผ้าไปให้แม่ลองเย็บกระเป๋าใบเล็กๆ แล้วส่งกลับมาขายที่เชียงใหม่&#8221;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้นความรู้สึกก็บอกเธอว่าการขายกระเป๋าย้อมสีธรรมชาติยังไม่เฉพาะตัวพอที่จะทำให้ jibberish โดดเด่นอยู่ในใจคนได้ แฟนของเธอจึงแนะนำให้เธอลองไปขอคำแนะนำจากนุสรา เตียงเกตุ นักประวัติศาสตร์ด้านสิ่งทอ ช่างทอ นักออกแบบ และเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าย้อมสีจากธรรมชาติ Nussara ที่ทำงานร่วมกับชุมชนอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;พี่นุสให้คำแนะนำกับเราเยอะมากแต่เรากลับสนใจแค่เรื่องการย้อมคราม เหมือนมีคนยืนรอบตัวเราสิบคน มีคุณฝาง คุณหูกวาง คุณคนนู้น คนนี้ แต่คุณครามโดดเด่นที่สุดสำหรับเรา เราสงสัยว่าทำไมคนคนนี้ถึงมีเรื่องราวเยอะแยะ ทำไมเขาถึงย้อมยาก ทำไมต้องใช้เวลาศึกษามากกว่าสีอื่น มันจะอะไรขนาดนั้นเชียว ไหนลองดูซิ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_41.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116451" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_45.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116453" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_44.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำผ้าย้อมครามธรรมชาติเป็นงานยาก เป็นงานที่ต้องทำร่วมกับสิ่งมีชีวิต และต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงเพราะการจะนำผ้ามาย้อมครามได้นั้นผู้ทำจะต้องเริ่มต้นจากการนำครามมา &#8216;ก่อหม้อ&#8217; ก่อน เป็นการนำเนื้อครามมาทำปฏิกิริยาภายในหม้อร่วมกับตัวทำปฏิกิริยาอื่นๆ ในสัดส่วนที่พอเหมาะแล้วแต่สูตรลับของแต่ละคน บ้างก็ใช้ผลไม้อย่างกล้วย ส้ม มะขาม บางทีก็ใช้เหล้า ถึงขั้นมีบางคนใช้โซจูในการก่อหม้อเพื่อเลี้ยงให้จุลินทรีย์ทำปฏิกิริยากับครามในหม้อจนพอเหมาะ เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า &#8216;การเลี้ยงหม้อคราม&#8217; ใครสามารถทำขั้นตอนนี้ได้ดีสีครามจะติดบนผ้าและได้โทนสีที่สวยงาม รวมถึงยังปรากฏบนมือผู้ย้อมได้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลี้ยงหม้อครามจึงเป็นตัวชี้วัดว่าผู้ทำงานย้อมครามมีความเชี่ยวชาญแค่ไหน นอกจากนั้นเพื่อไม่ให้จุลินทรีย์ในหม้อครามตาย ผู้ย้อมต้องคอยสังเกตด้วยว่าครามในหม้อมีอาการเหนื่อยหรือยังจากการดูสีของน้ำและฟองบนหม้อ และดมกลิ่นเพื่อกะปริมาณในการย้อมให้เหมาะสม การฝึกร่างกายให้ทำงานกับสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้อย่างจุลินทรีย์ให้แม่นยำต้องใช้เวลาและความมานะนานหลายปีจนเป็นสาเหตุว่าทำไมงานย้อมครามธรรมชาติถึงมีราคาสูงนัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116452 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_46.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116449 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_84.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เดินทางสู่การออกแบบ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทำกระเป๋าได้สักพัก แม่ของนัดก็ย้ายมาอยู่ด้วยที่จังหวัดเชียงใหม่ คราวนี้เธอจึงสามารถเริ่มต้นทำเสื้อผ้าได้อย่างที่ต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;สำหรับเรา jibberish เป็นแบรนด์ของแม่มากกว่าเราด้วยซ้ำ งานทุกชิ้นของเราต้องผ่านมือแม่ทั้งหมด แม่เป็นคนวางแพตเทิร์น เป็นคนเย็บ และเป็นคนตรวจ เวลาเราเจอเสื้อผ้าที่ชอบเราจะพลิกดูตะเข็บ ดูแพตเทิร์น แล้วนำสิ่งที่เราชอบหลายๆ แบบมาผสมเป็นของเราเอง วิธีคือเราจะวาดรูปส่งให้แม่ซึ่งการวาดแบบนี้ของเรามันไม่สามารถไปสั่งช่างคนอื่นได้ แต่แม่เราเข้าใจและเป็นคนเดียวที่สามารถถอดแบบรูปวาดโง่ๆ ของเราเป็นเสื้อผ้าได้” นัดเล่าถึงแม่แล้วหัวเราะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116455" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116428 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเริ่มขายเสื้อผ้า แบรนด์ก็เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจเล็กๆ ที่เธอวาดฝันไว้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง นอกจากนี้น้องสาวของนัดยังเข้ามาช่วยเหลืองานด้านต่างๆ ของแบรนด์ รวมถึงช่วยด้านงานปักอีกสินค้าที่กลายมาเป็นสิ่งที่คนจดจำเมื่อนึกถึงแบรนด์ย้อมครามแบรนด์นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราค้นพบว่าน้องเราชอบงานปัก เขาสามารถอยู่แบบนี้ได้ทั้งวัน แล้วก็สามารถทำได้ดีด้วยโดยเฉพาะการปักรายละเอียดเล็กๆ เวลาเราคุยงานกับน้องก็เหมือนคุยงานกับแม่เลย คือเราก็วาดรูปโง่ๆ ของเราแล้วให้น้องไปคิดเองว่าจะปักแบบไหน ยังไง แล้วเขาก็สามารถทำออกมาได้ดีมากๆ เราก็เอามาวางขายภายในร้าน ทำให้ทุกคนในครอบครัวต่างก็มีตัวตนอยู่ใน jibberish</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เวลาคนที่มาร้าน หลายคนจะเห็นน้องเราอยู่หลังเคาน์เตอร์กำลังนั่งทำงานปักจนกลายเป็นภาพจำของร้านไปแล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116454 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_100.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116459 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116460" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_75.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เดินทางสู่การเดินทางใหม่ๆ ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พอร้านเริ่มอยู่ตัวนัดก็สามารถทำอย่างที่วาดฝันไว้ได้ นั่นคือการได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ และการเดินทางก็มักจะทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้กับแบรนด์ได้เสมอ ทั้งที่เธอตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116486 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-1024x680.jpg" alt="facebook.com/jibberish.chiangmai" width="1024" height="680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-1024x680.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/124213935_3737246799653265_8337120488926897955_o.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<div id="attachment_116487" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-116487" class="wp-image-116487 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/121226425_3647657448612201_8586736202970994304_o.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-116487" class="wp-caption-text">facebook.com/jibberish.chiangmai</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;มันเหมือนคนชอบแมวที่มองเห็นแมวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม สำหรับเรา ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนสายตาเราจะโฟกัสไปที่ผ้าย้อมคราม หลายครั้งก็ทำให้เราบังเอิญได้เจอกับคนที่ทำงานย้อมคราม เช่น คราวที่ไปเวียดนาม เราเจอเด็กคนหนึ่งที่มือของเขามีสีดำที่สวยมากๆ เราเห็นก็รู้เลยว่าเขาทำงานย้อมครามเลยลองขอไปดูบ้านเขาบ้าง มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่ไปอินเดีย เรากำลังเดินๆ ดูบล็อกไม้สำหรับทำลายบนผ้า อยู่ดีๆ ก็เจอกับคุณลุงคนหนึ่งที่มาดูบล็อกไม้เหมือนกัน เขาชวนเราไปดูสตูดิโอของเขา เราก็ไป ซึ่งมันไกลมาก แต่ก็ทำให้เราค้นพบว่าลุงแกเป็นมาสเตอร์ด้านครามเลย สตูดิโอแกใหญ่มาก เราก็เลยได้ลองย้อมผ้ากับเขา ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการย้อมครามของคนอินเดียซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองหลวงด้านผ้าจริงๆ พวกเขามีภูมิปัญญาที่สืบทอดด้านนี้กันมายาวนานมากๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116461" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130983447_2711809039133932_5896360067518544400_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116462" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/131022800_789806584936112_8787733984034970620_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การเดินทางอีกครั้งที่สำคัญกับเรามากๆ คือตอนที่เราจะไปโครงการ WWOOF ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกรอบ เราเลือกไปที่ Pasa Moon เพราะเป็นชุมชนเกี่ยวกับศิลปะ ตอนที่เลือกเราไม่รู้เลยว่า ‘นัตซัง’ เจ้าของที่แห่งนี้เขาเป็นมาสเตอร์ด้านผ้า เรียนจบด้านผ้าสาขา Katazome มาโดยเฉพาะ พอนัตซังเห็นว่าเราสนใจ จากที่เขาจะให้เราไปทำงานให้อาหารไก่ ไปถอนหญ้า ก็เปลี่ยนให้เรามาทำงานผ้ากับเขาเลย เขาดีใจมากที่มีคนสนใจเรื่องนี้จริงๆ จังๆ เราก็เลยได้วิชาทำ Katazome มาจากนัตซัง มันเป็นความบังเอิญที่ทำให้แบรนด์ของเราเจอก้าวต่อไป&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116463" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n-1024x666.jpg" alt="" width="1024" height="666" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n-1024x666.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n-768x499.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n-600x390.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130604126_1667574370096973_4527334637406857652_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116464" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n-1024x666.jpg" alt="" width="1024" height="666" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n-1024x666.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n-768x499.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n-600x390.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/130905373_650325128968969_651491249749219631_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นัดเล่าว่า Katazome เป็นเทคนิคการทำลายบนผ้าของญี่ปุ่นที่สามารถย้อนไปได้หลายร้อยปี โดยใช้วิธีการแกะลวดลายที่ต้องการลงบนกระดาษเยื่อไม้ชนิดพิเศษที่ทำมาจากเปลือกต้นหม่อน เคลือบด้วยยางลูกพลับเพื่อให้มีคุณสมบัติกันน้ำ (เป็นยางชนิดเดียวกับที่คนญี่ปุ่นใช้เคลือบร่มกระดาษ) หลังจากนั้นก็นำมาวางบนผ้าที่ยังไม่ได้ย้อม แล้วปาดกาวจากข้าวเหนียวลงไปและนำกระดาษออก กาวที่ปรากฏบนผ้าจะกลายเป็นเกราะป้องกันสีย้อมทำให้เมื่อย้อมเสร็จผ้าจะมีลวดลายสวยงามตามที่เราได้แกะไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนที่เราเริ่มต้นทำงานผ้าย้อมครามเราก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้เอกอุอะไร มีหลายสตูดิโอที่ทำผ้าย้อมครามเหมือนกัน และเราเป็นคนชอบย้อมผ้าสีพื้นทั้งตัว แพตเทิร์นก็เรียบๆ ใส่สบาย เลยทำให้เราไม่ค่อยมีอัตลักษณ์เท่าไหร่ จนได้มาเจอ Katazome เทคนิคนี้แหละที่ช่วยเราได้ เพราะพอเราวาดรูปได้นิดหน่อยมันช่วยเรื่องการทำลายบนผ้า ทำให้เรามีลายผ้าเป็นของตัวเอง อัตลักษณ์ในงานของเราก็เลยชัดขึ้นมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116466 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116471 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_61.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116472 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_62.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราคิดว่าคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ใส่ใจเรื่องรายละเอียดมากๆ และเทคนิค Katazome ยังช่วยส่งเสริมงานกึ่งหัตถกรรมกึ่งอุตสาหกรรมได้ดี สมมติผลิตผ้าร้อยผืน ถ้าใช้เทคนิคบาติก (การเขียนด้วยเทียนหรือขี้ผึ้ง) เราจะสามารถทำได้ทีละผืนและต้องใช้เวลานาน ส่วนบล็อกปรินต์ก็อาจจะทำลวดลายได้ไม่ละเอียดเท่าการแกะลายบนกระดาษแม่พิมพ์ซึ่งสามารถทำซ้ำๆ ได้เหมือนกัน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอได้เทคนิค Katazome มา ผ้าทั้งผืนของ jibberish ก็กลายเป็นผืนผ้าใบว่างเปล่าต่อหน้าศิลปินที่รอการระบายถ่ายทอดจินตนาการลงไป นั่นจึงทำให้ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์งานบนผ้าของนัดมีมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116470 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_70.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เดินทางสู่การเยียวยา</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นัดนำเอาเทคนิค Katazome มาสร้างงานชิ้นใหม่ลงบนผ้าผืนเล็กๆ เท่าหน้ากระดาษและจัดแสดงเป็นนิทรรศการ Better Cutter</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอได้ไอเดียการทำงานชิ้นนี้มาจากรุ่นน้องที่วาดภาพหนึ่งภาพทุกๆ วันเพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่ประทับใจหรือกระทบใจในวันนั้นจนครบ 100 วัน ในเมื่อเธอเป็นคนทำงานย้อมผ้า เธอเลยขอนำไอเดียนี้มาใช้บ้างผ่านการแกะลวดลายด้วยเทคนิค Katazome ลงบนผ้าแล้วย้อม ห้วงเวลานั้น นัดกำลังเจอกับความรู้สึกเคว้งคว้าง และการได้บอกเล่าสิ่งที่เจอในแต่ละวันเป็นภาพลงบนผ้าก็สามารถช่วยเยียวยาจิตใจของเธอได้ แถมยังทำให้เธอได้ฝึกปรือฝีมือให้ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116473 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116474 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_95.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116475 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_82.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด หลังจากที่ตัดสินใจลองเปิดแกลเลอรีเล็กๆ ชื่อ Emptyday ภายในโครงการ<a href="https://adaymagazine.com/lek-dang-creative-space/" target="_blank" rel="noopener">เวิ้งเหล็กแดง</a> เธอก็ได้หยิบเรื่องราวทั้ง 100 วันนั้นมาสะบัดและจัดแสดงอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนที่จัดงานเมื่อต้นปีเราก็ได้เสียงตอบรับที่ค่อนข้างโอเค คนมาคุยกับเราเยอะ เขียนคอมเมนต์หรือทักทายในสมุดเยี่ยมก็เยอะ เราคิดว่ามีคนที่เป็นแบบเราเยอะมากคือเป็นคนธรรมดาที่อยู่ๆ พลังงานก็หมด ต้องการเชียร์ตัวเอง ต้องการรักษาตัวเองในรูปแบบที่ต่างกัน สำหรับเราการเยียวยาด้วยการย้อมผ้าช่วยเราได้ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราได้รักษาตัวเองก็เลยนำมารวบรวมทำเป็นหนังสือและนำผลงานกลับมาแสดงเป็นนิทรรศการอีกครั้งพร้อมหนังสือ เพื่อเยียวยาทุกคนที่เจอเรื่องหนักๆ ในปีนี้มา&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการของนัดมีชื่อว่า BETTER CUTTER : one more chapter จัดแสดงอยู่ที่แกลเลอรี Emptyday </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ 6 ธันวาคม 2563 จนถึง 6 มกราคม 2564 ภายในนิทรรศการมีหนังสือที่รวบรวมภาพชิ้นงาน 100 ชิ้นในนิทรรศการ พิมพ์ด้วยเทคนิค Risograph และเย็บด้วยมือโดย dibdee.binder จำหน่ายด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-116477" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_91.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116476 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_90.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันการเดินทางของนัดพาให้ jibberish มีหน้าร้านถึงสองสาขา สาขาแรกเป็นร้านหลักตั้งอยู่บริเวณหน้าทางขึ้นดอยคำ และสาขาที่สองเป็นสตูดิโอทำเวิร์กช็อป ตั้งอยู่ในโครงการเวิ้งเหล็กแดง ด้านบนของแกลเลอรี Emptyday ส่วนใครที่อยากซื้อสินค้าน่ารักของเธอก็สามารถไปเลือกได้ภายในร้าน Rivers and Roads ร้านขายของกระจุกกระจิกที่เธอและเพื่อนๆ เปิดในเวิ้งเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าต่อจากนี้นัดจะวางแผนการเดินทางของตัวเอง แม่ น้องสาว และ jibberish ไว้ยังไง ไม่แน่ความบังเอิญก็อาจพาเธอเดินออกนอกเส้นทางไปเจอทางใหม่ๆ อีกก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย หรือเชียงใหม่&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">การเดินทางของ jibberish ยังดำเนินไปไม่จบสิ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116479 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-1024x683.jpg" alt="jibberish" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Jibberish_7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผู้ที่สนใจการย้อมครามและเทคนิค Katazome ที่เธอเรียนรู้ตลอดสิบปีที่ผ่านมา นัดเปิดเวิร์กช็อปอยู่เสมอ สามารถติดต่อได้ผ่านทาง</span><a href="https://www.facebook.com/jibberish.chiangmai/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เพจเฟซบุ๊ก</span></a>&nbsp;<span style="font-weight: 400;">ไม่แน่ การได้วาดลวดลายลงบนผ้าย้อมครามที่ลงมือด้วยตัวเองอาจช่วยเยียวยาหัวใจของคุณจากปีที่หนักหน่วงนี้ได้เช่นเดียวกับเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ ‘BETTER CUTTER : one more chapter’ จัดแสดงอยู่ที่แกลเลอรี Emptyday ภายในโครงการ</span><span style="font-weight: 400;">เวิ้งเหล็กแดง</span><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ 6 ธันวาคม 2563 จนถึง 6 มกราคม 2564 สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ 12:00-20:00 น. (แกลเลอรีปิดทุกวันอังคาร)</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jibberish/">jibberish แบรนด์ผ้าย้อมครามเชียงใหม่ที่ยืมเคล็ดลับจากคนญี่ปุ่น อินเดีย และผู้คนระหว่างทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก 74 ปีเวสป้าโลกสู่ 10 ปีเวสป้าไทย การเดินทางของไอคอนสกูตเตอร์ที่ไม่ยอมจำนนต่อยุคสมัย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vespa-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2020 07:00:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Vespa Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[เวสป้า]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ตเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Vespa]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[a brand story]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=113455</guid>

					<description><![CDATA[<p>ให้นึกเร็วๆ ถึงแบรนด์สกูตเตอร์ในดวงใจ เราเชื่อว่าคำตอบในใจใครหลายคนต้องเป็น Vespa กว่า 74 ปีที่ผ่านมา สกูตเตอร์สัญชาติอิตาเลียนแบรนด์นี้อยู่ในภาพจำของคนทั่วไปในหลากหลายบริบท ทั้งการเป็นยานพาหนะที่หนุ่มสุดคูลใช้ขี่ไปพบปะกลุ่มเพื่อน หรือสิ่งที่หญิงสาวชาวอิตาเลียนขี่ไปช้อปปิ้ง ในยุคหนึ่งเวสป้าผูกกับภาพของวัยรุ่นที่ชวนกันไปเดต เป็นพาหนะที่ใช้ขนของในย่านการค้าของประเทศไทย และยังเป็นสกูตเตอร์ขายดี ครองใจใครต่อใครมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน สิ่งที่เวสป้าไม่เคยเปลี่ยนคือการเป็นแบรนด์ที่มีแนวคิดอิสระ ไม่อยู่ในกรอบ และนับตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วที่บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จํากัด ได้ก่อตั้งขึ้น พวกเขาก็เพิ่มภาพจำใหม่ที่หลากหลายให้กับเวสป้าในประเทศไทย และทำให้เวสป้ากลายเป็นยานพาหนะที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกวัย การเดินทางตลอด 10 ปีของเวสป้าไทยแลนด์เป็นยังไง พวกเขาใช้ความเชื่อแบบไหนขับเคลื่อนตัวเอง คำตอบอยู่ในย่อหน้าถัดจากนี้ &#160; รถยนต์สองล้อ เวสป้าเริ่มก่อตั้งที่ประเทศอิตาลีในปี 1946 ยุคที่ประเทศเพิ่งแพ้สงครามโลกครั้งที่สองมาหมาดๆ ชาวอิตาเลียนหลายคนได้พยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง Corradino D&#8217;Ascanio วิศวกรผู้สร้างสรรค์เครื่องบินผู้อยากออกแบบนวัตกรรมใหม่ที่นำชิ้นส่วนของเครื่องบิน Mussolini มาดัดแปลงเป็นยานพาหนะที่เป็น ‘อิสระ’ ไม่เทอะทะเท่ารถยนต์ แต่มีดีไซน์ที่พิเศษกว่ามอเตอร์ไซค์หรือจักรยานทั่วไป นวัตกรรมภายใต้คอนเซปต์ ‘รถยนต์สองล้อ (car on 2 wheels)’ จึงเกิดขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ตัวถังเป็นเหล็ก สามารถนั่งทับได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vespa-thailand/">จาก 74 ปีเวสป้าโลกสู่ 10 ปีเวสป้าไทย การเดินทางของไอคอนสกูตเตอร์ที่ไม่ยอมจำนนต่อยุคสมัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ให้นึกเร็วๆ ถึงแบรนด์สกูตเตอร์ในดวงใจ เราเชื่อว่าคำตอบในใจใครหลายคนต้องเป็น <strong>Vespa</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่า 74 ปีที่ผ่านมา สกูตเตอร์สัญชาติอิตาเลียนแบรนด์นี้อยู่ในภาพจำของคนทั่วไปในหลากหลายบริบท ทั้งการเป็นยานพาหนะที่หนุ่มสุดคูลใช้ขี่ไปพบปะกลุ่มเพื่อน หรือสิ่งที่หญิงสาวชาวอิตาเลียนขี่ไปช้อปปิ้ง ในยุคหนึ่งเวสป้าผูกกับภาพของวัยรุ่นที่ชวนกันไปเดต เป็นพาหนะที่ใช้ขนของในย่านการค้าของประเทศไทย และยังเป็นสกูตเตอร์ขายดี ครองใจใครต่อใครมาจนถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน สิ่งที่เวสป้าไม่เคยเปลี่ยนคือการเป็น<a href="https://adaymagazine.com/?s=a+brand+story" target="_blank" rel="noopener">แบรนด์</a>ที่มีแนวคิดอิสระ ไม่อยู่ในกรอบ และนับตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วที่บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จํากัด ได้ก่อตั้งขึ้น พวกเขาก็เพิ่มภาพจำใหม่ที่หลากหลายให้กับเวสป้าในประเทศไทย และทำให้เวสป้ากลายเป็นยานพาหนะที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกวัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเดินทางตลอด 10 ปีของเวสป้าไทยแลนด์เป็นยังไง พวกเขาใช้ความเชื่อแบบไหนขับเคลื่อนตัวเอง คำตอบอยู่ในย่อหน้าถัดจากนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113714 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-683x1024.jpg" alt="Vespa" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4339.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></span></p>
<h3><b>รถยนต์สองล้อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าเริ่มก่อตั้งที่ประเทศอิตาลีในปี 1946 ยุคที่ประเทศเพิ่งแพ้สงครามโลกครั้งที่สองมาหมาดๆ ชาวอิตาเลียนหลายคนได้พยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง Corradino D&#8217;Ascanio วิศวกรผู้สร้างสรรค์เครื่องบินผู้อยากออกแบบนวัตกรรมใหม่ที่นำชิ้นส่วนของเครื่องบิน Mussolini มาดัดแปลงเป็นยานพาหนะที่เป็น ‘อิสระ’ ไม่เทอะทะเท่ารถยนต์ แต่มีดีไซน์ที่พิเศษกว่ามอเตอร์ไซค์หรือจักรยานทั่วไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมภายใต้คอนเซปต์ ‘รถยนต์สองล้อ (car on 2 wheels)’ จึงเกิดขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ตัวถังเป็นเหล็ก สามารถนั่งทับได้ มีเบรกเท้าให้เหยียบต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในยุคนั้นที่ต้องเบรกด้วยมือ นอกจากนี้คนขี่ยังสามารถวางเท้าทั้งสองบนรถได้เหมือนรถยนต์ เป็นที่มาของการขี่สกูตเตอร์แล้วต้องนั่งขาคู่ในทุกวันนี้&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113715 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-1024x683.jpg" alt="Vespa" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/YK4C4407-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>สัญลักษณ์ของวัยรุ่นและความขบถ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะราคาถูกกว่ารถยนต์ ขับขี่สะดวก เวสป้าจึงได้รับความนิยมในหมู่คนอิตาเลียนจนกลายเป็นพาหนะประจำบ้าน นอกจากนี้ตัวถังเหล็กที่สามารถนั่งคร่อมได้ยังส่งเสริมให้เกิดภาพใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นในอิตาลีมากนัก นั่นคือการที่ผู้หญิงออกมาขี่สกูตเตอร์ไปไหนมาไหนมากขึ้น เพราะตัวถังรถที่ผลิตจากเหล็กแท้นั้นสามารถป้องกันปัญหาเรื่องน้ำมันกระเด็นเปรอะเปื้อนกระโปรงได้นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายทศวรรษต่อมา เวสป้าพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิดของการเป็นพาหนะที่สื่อถึงความอิสรเสรีและการออกจากกรอบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือจับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เวสป้าให้ความสำคัญโดยการออกแบบรูปร่างและเบาะให้เล็กลง เหมาะกับการเป็นพาหนะออกเดตแสนโรแมนติกที่คนซ้อนสามารถกอดคนขี่ได้ง่ายๆ ใครชอบดูหนังฮอลลีวู้ดยุคเก่าน่าจะเคยเห็นภาพเหล่านี้อยู่บ่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113723 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_9676-1024x576.jpg" alt="Vespa" width="1024" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_9676-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_9676-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_9676-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_9676-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>การกำเนิดใหม่ของเวสป้าในไทย</b></h3>
<p>ก่อนบริษัท <span style="font-weight: 400;"> เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย)</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;จำกัด&nbsp;</span>จะนำเวสป้ากลับมาในไทยอีกครั้ง ภาพจำของคนไทยที่มีต่อเวสป้าคงหนีไม่พ้นรถขนผ้าในหลายย่านของกรุงเทพฯ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะเป็นสกูตเตอร์คันใหญ่ ตัวถังเหล็ก ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน คนจึงติดภาพอย่างนั้น แต่รู้ไหมว่าแบรนด์สกูตเตอร์คลาสสิกนี้เคยหายไปจากไทยช่วงหนึ่ง อาจเพราะความนิยมที่เสื่อมคลายลง ประกอบกับตลาดมอเตอร์ไซค์ที่มีแบรนด์อื่นๆ มาช่วงชิงตลาดมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2010 เวสป้าไทยแลนด์ก็ก่อตั้งขึ้น และทำให้เวสป้าได้เป็นที่รู้จักอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รีแบรนด์ (Rebrand) และรีบอร์น (Reborn) คือภารกิจหลักของเวสป้าไทยแลนด์ที่อยากให้คนยุคก่อนที่รู้จักเวสป้าอยู่แล้ว รวมถึงคนยุคใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเวสป้ามาก่อนได้รู้จักเวสป้ามากขึ้น สิ่งที่ต่างจากเวสป้ายุคก่อนคือระบบเครื่องยนต์ออโตเมติก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกขณะขับขี่ เสียงเงียบ ขี่นุ่ม และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนในยุคนี้ที่ต่างอยากเลือกสิ่งที่เหมาะสมให้กับตัวเอง</span><b>&nbsp;</b></p>
<div id="attachment_113712" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113712" class="wp-image-113712 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-1024x683.jpg" alt="Vespa Thailand Office" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/vespiario-03.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113712" class="wp-caption-text">ออฟฟิศบริษัท <span style="font-weight: 400;">เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย)</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;จำกัด</span></p></div>
<h3></h3>
<h3><b>ตัวแทนจำหน่ายคือครอบครัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้ามีตัวแทนจำหน่ายในทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 83 ตัวแทนใน 66 จังหวัด และคงไม่เกินจริงนักถ้าจะบอกว่า คนที่รักเวสป้าพอๆ กับเจ้าของรถเวสป้าคือตัวแทนจำหน่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นก็เพราะว่าเวสป้าไทยแลนด์ดูแลตัวแทนจำหน่ายเสมือนครอบครัว เวสป้าดูแลตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเริ่มกิจการ ให้คำแนะนำด้านเทคนิค เครื่องมือ วิธีการเพิ่มยอดขาย รวมถึงวิธีการดูแลลูกค้าหลังการขาย และเมื่อถึงเวลาที่ตัวแทนจำหน่ายประสบปัญหาทางธุรกิจ สำนักงานใหญ่ก็ส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยแก้ไขโดยไม่ทอดทิ้ง ยกตัวอย่างในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดรุนแรงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญต่อการขาย กระแสการไลฟ์สดขายของกำลังมาแรง เวสป้าไทยแลนด์ก็ให้คำแนะนำกับตัวแทนจำหน่ายที่ไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยี พร้อมเรียนรู้เพื่อปรับตัวให้ทันกระแสสังคมและยึดมั่นอยู่กับความเชื่อว่าครอบครัวต้องช่วยเหลือกันและกัน ทำให้ตัวแทนจำหน่ายหลายคนข้ามผ่านจุดยากลำบากมาได้</span></p>
<div id="attachment_113711" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113711" class="wp-image-113711 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-1024x682.jpg" alt="Vespa Caravan" width="1024" height="682" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa65Y.-157_Edit-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113711" class="wp-caption-text">เวสป้าคาราวานฉลองครบรอบ 65 ปี</p></div>
<h3></h3>
<h3><b>ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นความสนุกไร้ขอบเขต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะสองล้อ แต่คือความสนุกให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้พบเห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2012 มีการจัดงานเวสป้าคาราวานเพื่อฉลองครบรอบเวสป้า 65 ปี และให้คนรักเวสป้าได้พาเวสป้าคันโปรดของตัวเองมาอวดโฉมกัน ณ สนามม้านางเลิ้ง ซึ่งรวมพลเวสป้าได้หลายพันคัน จากนั้นในปี 2015 มีการจัดงานเวสป้าคาราวานเพื่อฉลองครบรอบ 68 ปีขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสามารถรวมตัวได้กว่า 5,000 คัน และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 10,000 คน กลายเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจที่เห็นได้ไม่บ่อยจากพาหนะสองล้อแบรนด์อื่น</span></p>
<div id="attachment_113722" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113722" class="wp-image-113722 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-1024x683.jpg" alt="Vespa Caravan" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/IMG_8708-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113722" class="wp-caption-text">เวสป้าคาราวานฉลองครบรอบ 68 ปี</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าไทยแลนด์ยังเคยนำเวสป้าไปแปลงร่างเป็น ‘ม้าหมุน’ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงปีใหม่ 2019 เรียกความสนใจให้คนเดินผ่านไปผ่านมาทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน คู่รัก และครอบครัวได้มาขี่เล่น นอกจากนี้เวสป้าไทยแลนด์ยังเคยเปิดป๊อปอัพคาเฟ่กลางสุขุมวิท โดยมีนิทรรศการ installation art ปราศจากแบรนด์ดิ้งขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ “House of La Dolce Vita in Scooter 2019” ที่รวมทั้งมินิเวสป้า เวสป้าคันใหญ่กว่าปกติ เวสป้าสไลเดอร์ รวมถึงการเล่นใหญ่อย่างการจำลองโรงงานผลิตรถสกูตเตอร์มาไว้ในนิทรรศการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เล่นสนุกได้ขนาดนี้เพราะพื้นฐานของแบรนด์เวสป้าคือคำว่า ‘อิสระ’ เวสป้าสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เท่าที่จินตนาการจะไปถึงโดยไร้ขอบเขต</span></p>
<div id="attachment_113708" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113708" class="wp-image-113708 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946-GA-accessori_1950-1024x731.jpg" alt="Vespa x Emporio Armani" width="1024" height="731" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946-GA-accessori_1950-1024x731.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946-GA-accessori_1950-300x214.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946-GA-accessori_1950-768x549.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946-GA-accessori_1950-600x429.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113708" class="wp-caption-text">Vespa x Emporio Armani</p></div>
<h3></h3>
<h3><b>ตอบโจทย์ด้วยความแรงต่างระดับ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวสป้าขายสกูตเตอร์ไปมากกว่า 120,000 คัน ในจำนวนนั้นมีมากถึง 65 สี 120 โมเดล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้ามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย โดยแบ่งตามความแรงของระดับเครื่องยนต์คือ 125cc, 150cc และ 300cc นอกจากนี้เวสป้ายังมีการออกไลน์สเปเชียลเอดิชั่น เรียกว่ารุ่น 946 ที่มักจะไปจับมือกับ global brands อาทิ องค์กร (Red) เพื่อผู้ป่วยเอดส์, แฟชั่นเฮาส์อย่าง Emporio Armani รวมถึงเร็วๆ นี้กับ Christian Dior และที่พิเศษกว่านั้นคือลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ตอบโจทย์นักสะสมโดยเฉพาะ เช่น การร่วมมือกับ MAMAFAKA เพื่อออกแบบเวสป้าลายพิเศษ</span></p>
<div id="attachment_113725" style="width: 986px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113725" class="wp-image-113725 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-976x1024.jpg" alt="Vespa x MAMAFAKA" width="976" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-976x1024.jpg 976w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-286x300.jpg 286w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-768x806.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-600x629.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-0075-24x24.jpg 24w" sizes="(max-width: 976px) 100vw, 976px" /><p id="caption-attachment-113725" class="wp-caption-text">Vespa x MAMAFAKA</p></div>
<h3></h3>
<h3><b>พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกับคอลเลกชั่นพิเศษ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในการปรับตัวที่เห็นได้ชัดของเวสป้ายุคใหม่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการเปิดรับ online booking ครั้งแรกในไทย โดยเปิดจองคอลเลกชั่นพิเศษในรุ่น Vespa Primavera Sean Wotherspoon ของ Sean Woterspoon ศิลปินเจ้าพ่อขวัญใจสายสตรีทชื่อดังจากอเมริกาที่ชอบหยิบจับเครื่องแต่งกายมาสร้างสรรค์ใหม่ในสไตล์ของตัวเอง โดยมีเอกลักษณ์คือการใช้ผ้าลูกฟูก (Corduroy) และใช้โทนสีเหลือง แดง เขียวอ่อน และเขียวเข้ม ซึ่งเวสป้าคือแบรนด์สกูตเตอร์แบรนด์เดียวที่วอเตอร์สปูนเลือกร่วมงาน&nbsp;</span></p>
<div id="attachment_113702" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113702" class="wp-image-113702 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-1024x1024.png" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-768x768.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Model-Pack-Shot-KV-02.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113702" class="wp-caption-text">Vespa Primavera Sean Wotherspoon</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">คอลเลกชั่นนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และในไทยก็ไม่แพ้เขาเหมือนกัน เพราะจากจำนวน online booking 50 คันแรกถูกขายหมดใน 29 นาที และที่เหลืออีก 100 คันก็หมดภายในเวลาไม่นาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ในงานมอเตอร์โชว์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เวสป้ายังสร้าง talk of the town ในวงการรถสองล้อด้วยการไม่ได้ตั้งบูธขายสกูตเตอร์ตามปกติ แต่นำโมเดลพลาสติกสีเหลืองคันมหึมาไปตั้งโชว์แค่คันเดียว พร้อมแปะช่องทางการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม นับว่าเป็นการขายในยุค new normal อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-113718 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Features-01_vespa-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h3></h3>
<h3><b>10 ปีและเวสป้ารุ่นพิเศษ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะผ่านมาเพียง 10 ปี แต่ยอดขายเวสป้าในไทยตอนนี้ติดอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เป็นรองแค่เจ้าตลาดคือเวียดนามเท่านั้น) และติด 5 อันดับแรกของโลกเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในไทยและอยากสร้างความพิเศษให้ลูกค้า เวสป้าจึงออกแคมเปญเฉลิมฉลอง 10 ปีด้วยการออกคอลเลกชั่นสเปเชียลเอดิชั่น โดยนำรุ่น LX ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้วมาจัดจำหน่ายใหม่ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดอย่างเวสป้ารุ่นลิมิเต็ด SPRINT 150 I-GET ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION ที่ออกแบบมาเพื่อประเทศไทยเท่านั้น ผลิตอย่างจำกัดเพียง 1,010 คัน และเป็นครั้งแรกที่มีการรันเลขรถจาก 1-1,010&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-113729 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-SPRINT-150-i-Get-ABS-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไอเดียของการสร้างสรรค์เวสป้ารุ่นนี้มาจากโปสเตอร์ ‘ที่ 1 เวสป้า’ ซึ่งเป็นโปสเตอร์โฆษณาสุดคลาสสิกของประเทศไทย โดยเป็นแรงบันดาลใจให้ออกแบบตัวรถเป็นสีเงิน ซึ่งเป็นสีคลาสสิกที่เริ่มใช้กับเวสป้ามาตั้งแต่ยุควินเทจ นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานสีบรอนซ์ ซึ่งไม่เคยใช้กับเวสป้ารุ่นไหนมาแต่งแต้มในองค์ประกอบต่างๆ บนรถคันนี้ ตั้งแต่บริเวณบังแตร บริเวณคิ้วด้านหน้าตัวถัง กรอบไฟหน้า กรอบไฟท้าย และที่จับบริเวณผู้โดยสาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">SPRINT ยังเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในเมืองไทย แต่ที่ผ่านมาถูกออกแบบเป็นแนวสปอร์ต รูปทรงโฉบเฉี่ยว นี่จึงเป็นครั้งแรกของรุ่น&nbsp;SPRINT ที่ถูกออกแบบด้วยดีไซน์สีเงินแบบคลาสสิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษยังไม่หมด เร็วๆ นี้เวสป้ามีแผนจะปล่อยอีก 2 โมเดลตามมาด้วย&nbsp;</span></p>
<div id="attachment_113709" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-113709" class="wp-image-113709 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946_3-4-post-sx_sella-lunga13341_bianco-1024x731.jpg" alt="" width="1024" height="731" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946_3-4-post-sx_sella-lunga13341_bianco-1024x731.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946_3-4-post-sx_sella-lunga13341_bianco-300x214.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946_3-4-post-sx_sella-lunga13341_bianco-768x549.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Vespa-946_3-4-post-sx_sella-lunga13341_bianco-600x429.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-113709" class="wp-caption-text">Vespa x (Red)</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span></p>
<p><b>ขี่เวสป้าเพื่อสนับสนุนเยาวชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ ว่าเวสป้าคือองค์กรที่ทำการกุศลมาตลอด ในบริษัทแม่ถึงกับมีองค์กรชื่อ Vespa for Children ที่ช่วยเหลือเด็กโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าไทยแลนด์ก็เหมือนกัน พวกเขามองว่าเด็กคือกระดูกสันหลังของประเทศ จึงพยายามสนับสนุนผ่านแคมเปญที่หลากหลาย อย่างล่าสุดเวสป้าจับมือกับ (Red) เพื่อออกแบบเวสป้าสีแดงรุ่นพิเศษที่นำรายได้ไปช่วยเด็กที่ติดโรดเอดส์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือในแคมเปญ 10 ปีนี้ที่มีการรันเลขให้รถแต่ละคัน เวสป้าได้นำเลขสวยๆ เช่น เลขคู่ เลขตอง เลขวันเกิด ไปประมูล ซึ่งส่วนต่างที่ประมูลได้จะมอบให้มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่าย VESPA SPRINT 150 I-GET ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION ทุกคันจำนวน 1,010 บาทก็จะถูกมอบให้มูลนิธิเด็กโสสะฯ เช่นเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-113703 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-1024x681.jpg" alt="" width="1024" height="681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Resize-VCNR_243.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<h3></h3>
<h3><b>ปรับตัวตามยุคสมัย แต่ยังรักษาความคลาสสิกไว้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจพูดได้ว่าสิ่งที่ทำให้เวสป้าเป็นแบรนด์สกูตเตอร์ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันมีอยู่หลายปัจจัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าไทยแลนด์บอกเราว่า การปรับตัวคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ด้วยแนวทางของแบรนด์ที่ยึดไอเดียการใช้ชีวิตอิสระ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เลือกสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง การจูงใจด้วยการจำหน่ายสกูตเตอร์ที่แค่ราคาดี เสถียร ขับขี่คล่องแคล่ว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวสป้าในปัจจุบันจึงเลือกตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายด้วยรุ่นและสีที่แตกต่าง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ในขณะเดียวกันการเป็นแบรนด์ที่อยู่มานานยังสร้างความพิเศษบางอย่าง เช่น คอมมิวนิตี้ของคนรักเวสป้าที่ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงในระยะยาว หรือดีไซน์คลาสสิกในอดีตที่ยิ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เวสป้าภูมิใจคือเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาระหว่างทาง แม้จะต้องปรับตัวตามยุคสมัยแต่ยังโอบกอดความคลาสสิกของตัวเองไว้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เวสป้าเป็นไอคอนของสกูตเตอร์ที่คนทั้งโลกหลงรัก</span></p>
<hr>
<p><span style="font-weight: 400;">ติดตามรายละเอียดของแคมเปญได้ที่ <a href="https://vespa.co.th/10th-anniversary" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์</a></span><a href="https://vespa.co.th/10th-anniversary"><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></a><span style="font-weight: 400;">#VespaTH10Anni</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vespa-thailand/">จาก 74 ปีเวสป้าโลกสู่ 10 ปีเวสป้าไทย การเดินทางของไอคอนสกูตเตอร์ที่ไม่ยอมจำนนต่อยุคสมัย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกะท่า จำเนื้อ แล้วเจอกันที่ OVERSEOUL บาร์เกาหลีที่รู้ใจแฟนคลับราวกับเป็นเพื่อนในด้อม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/overseoul/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2020 10:48:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Street Bar]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Bar]]></category>
		<category><![CDATA[OVERSEOUL BKK]]></category>
		<category><![CDATA[โอเวอร์โซล]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[สนามเป้า]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[OVERSEOUL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=112584</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไปเกาหลีในราคา BTS” คือสโลแกนของร้าน OVERSEOUL บาร์เกาหลีย่านสนามเป้าที่ดึงดูดใจเรามากเป็นพิเศษในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อทุกคนยังไม่สามารถออกไปเที่ยวต่างประเทศได้เหมือนปกติ แม้ว่าอุณหภูมิภายนอกร้านจะยังร้อนชื้นไม่ต่างจากปกติ แต่อาหาร เครื่องดื่ม เพลง และบรรยากาศการร้องเต้นชนิดลืมตายของคอเพลงเกาหลีในร้าน (ในที่นี้คือรวมทั้งลูกค้า พนักงานเสิร์ฟ ยันเจ้าของร้าน) ความสนุกที่ได้จาก OVERSEOUL ก็พอจะทำให้เราหายคิดถึงลมหนาวในโซลไปได้ชั่วขณะ วันนี้เรามีนัดกับ แก้มแก้ว โล่ห์อุลกะมณี หนึ่งใน co-owner ของ&#160;OVERSEOUL แต่ก่อนหน้าที่จะมาพบกับแก้มแก้ว เราทดลองนำชื่อ&#160;OVERSEOUL ไปเสิร์ชดูในทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มที่เปรียบเสมือนบ้านของเหล่าแฟนคลับศิลปินเกาหลี กลุ่มเป้าหมายหลักของร้าน และนั่นทำให้พบข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับบาร์เกาหลีสัญชาติไทยแห่งนี้หลายอย่างทีเดียว หนึ่ง–ที่นี่คือบาร์เกาหลีที่ไม่ได้ขายแต่โซจูและมักกอลลี แต่ยังมีค็อกเทลชื่อสนุกอย่าง Forever Young, Jeju Ocean หรือ Shipper’s Blood ที่เสิร์ฟมาในถุงเลือดดีไซน์เก๋ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน รวมถึงอาหารและกับแกล้มอีกหลายเมนู ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนอยากให้เปิดขายมื้อกลางวันด้วย สอง–OVERSEOUL&#160;คือร้านที่ขยันจัดอีเวนต์สุดๆ มีตั้งแต่ K-SIS NIGHT ธีมเพลงหญิงล้วนสำหรับสาวกเกิร์ลกรุ๊ป, Crash Landing on OVERSEOUL&#160;ที่จัดดนตรีสดสำหรับคอซีรีส์เกาหลี หรือวาระพิเศษอย่างวันเกิดศิลปิน หลายครั้งก็เปิดให้แฟนคลับมาเหมาร้านจัดปาร์ตี้ฉลองกันแบบยาวๆ ไปเลยทั้งคืน และสาม–เราพบว่าที่นี่เองคือฉากหลังของคลิปเต้นคัฟเวอร์หมู่คณะที่เห็นในไทม์ไลน์ทวิตเตอร์อยู่บ่อยๆ เมื่อเพลงขึ้นและลูกค้าในร้านจากหลายโต๊ะต่างลุกขึ้นมาเต้นร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับซ้อมด้วยกันมาเป็นเดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/overseoul/">แกะท่า จำเนื้อ แล้วเจอกันที่ OVERSEOUL บาร์เกาหลีที่รู้ใจแฟนคลับราวกับเป็นเพื่อนในด้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ไปเกาหลีในราคา BTS” คือสโลแกนของร้าน <strong>OVERSEOUL</strong> บาร์เกาหลีย่านสนามเป้าที่ดึงดูดใจเรามากเป็นพิเศษในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อทุกคนยังไม่สามารถออกไปเที่ยวต่างประเทศได้เหมือนปกติ</p>
<p>แม้ว่าอุณหภูมิภายนอกร้านจะยังร้อนชื้นไม่ต่างจากปกติ แต่อาหาร เครื่องดื่ม เพลง และบรรยากาศการร้องเต้นชนิดลืมตายของคอเพลงเกาหลีในร้าน (ในที่นี้คือรวมทั้งลูกค้า พนักงานเสิร์ฟ ยันเจ้าของร้าน) ความสนุกที่ได้จาก OVERSEOUL ก็พอจะทำให้เราหายคิดถึงลมหนาวในโซลไปได้ชั่วขณะ</p>
<p>วันนี้เรามีนัดกับ <b>แก้มแก้ว โล่ห์อุลกะมณี</b> หนึ่งใน co-owner ของ&nbsp;OVERSEOUL</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112623 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0700-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>แต่ก่อนหน้าที่จะมาพบกับแก้มแก้ว เราทดลองนำชื่อ&nbsp;OVERSEOUL ไปเสิร์ชดูในทวิตเตอร์ แพลตฟอร์มที่เปรียบเสมือนบ้านของเหล่าแฟนคลับศิลปินเกาหลี กลุ่มเป้าหมายหลักของร้าน และนั่นทำให้พบข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับบาร์เกาหลีสัญชาติไทยแห่งนี้หลายอย่างทีเดียว</p>
<p>หนึ่ง–ที่นี่คือบาร์เกาหลีที่ไม่ได้ขายแต่โซจูและมักกอลลี แต่ยังมีค็อกเทลชื่อสนุกอย่าง Forever Young, Jeju Ocean หรือ Shipper’s Blood ที่เสิร์ฟมาในถุงเลือดดีไซน์เก๋ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน รวมถึงอาหารและกับแกล้มอีกหลายเมนู ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนอยากให้เปิดขายมื้อกลางวันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112627 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742.jpg" alt="overseoul" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0742-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112630 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0773-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>สอง–OVERSEOUL&nbsp;คือร้านที่ขยันจัดอีเวนต์สุดๆ มีตั้งแต่ K-SIS NIGHT ธีมเพลงหญิงล้วนสำหรับสาวกเกิร์ลกรุ๊ป, Crash Landing on OVERSEOUL&nbsp;ที่จัดดนตรีสดสำหรับคอซีรีส์เกาหลี หรือวาระพิเศษอย่างวันเกิดศิลปิน หลายครั้งก็เปิดให้แฟนคลับมาเหมาร้านจัดปาร์ตี้ฉลองกันแบบยาวๆ ไปเลยทั้งคืน</p>
<p>และสาม–เราพบว่าที่นี่เองคือฉากหลังของคลิปเต้นคัฟเวอร์หมู่คณะที่เห็นในไทม์ไลน์ทวิตเตอร์อยู่บ่อยๆ เมื่อเพลงขึ้นและลูกค้าในร้านจากหลายโต๊ะต่างลุกขึ้นมาเต้นร่วมกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับซ้อมด้วยกันมาเป็นเดือน แต่เปล่า เพิ่งรู้จักกันที่ร้านนั่นแหละ!</p>
<div id="attachment_112638" style="width: 2058px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-112638" class="wp-image-112638 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45.jpg" alt="overseoul" width="2048" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-45-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><p id="caption-attachment-112638" class="wp-caption-text">ขอบคุณภาพจาก OVERSEOUL BKK</p></div>
<p>ทั้งหมดที่ว่ามาคือความสนุกที่เราได้เห็นจากมุมมองของลูกค้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง เหล่าผู้ถือหุ้นที่ปลูกปั้นร้านนี้มาตั้งแต่วันแรกนั้นมีวิธีคิดยังไง ลงมือลงแรงยังไงจึงกลายมาเป็น OVERSEOUL&nbsp;อย่างที่เราเห็นในตอนนี้<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>เหลือเวลาอีกครู่ใหญ่ก่อนเปิดร้าน เราขอชวนไปนั่งคุยกับแก้มแก้วไปพลางๆ พร้อมเปิดเพลย์ลิสต์ K-Pop Daebak ฟังคลอไปด้วยเพื่ออรรถรส</p>
<h3><b>จากปาร์ตี้ในบ้านเพื่อน สู่บาร์ที่เป็นเพื่อนรู้ใจของลูกค้า</b></h3>
<p>“OVERSEOUL เกิดจากการรวมตัวของ 2 ทีม ทีมแรกคือเป็นกลุ่มพี่ๆ ที่เรียนวิศวะฯ เขาเคยทำบาร์มาก่อน อย่าง <a href="https://www.facebook.com/loyshy" target="_blank" rel="noopener">Loyshy</a> นี่ก็ทำมาเป็นสิบปีแล้ว ส่วนอีกทีมเรียนนิเทศฯ มา ส่วนใหญ่ทำงานโฆษณา การสื่อสาร และแบรนด์ดิ้ง” แก้มแก้วเกริ่น</p>
<p>ในวันที่กรุงเทพฯ ยังไม่มีบาร์เกาหลีที่เปิดเพลงเคป๊อปและเสิร์ฟโซจู อะไรทำให้คนสองกลุ่มนี้ตัดสินใจเริ่มต้นบาร์เกาหลีร่วมกัน</p>
<p>“ตอนนั้นเรานั่งปาร์ตี้กันอยู่ที่บ้าน เปิดเพลงสากล เพลงไทยมาเรื่อยๆ แต่อยู่ๆ พอเพลง <em>Gee</em> ของ Girls’ Generation ขึ้นมา ทุกคนก็ลุกขึ้นมาเต้นพร้อมกันเฉยเลย หลังจากนั้นเราเลยคุยกันว่า ทำไมเราถึงไม่มีบาร์เกาหลีสำหรับเปิดเพลงเคป๊อปบ้างล่ะ เรารู้สึกว่าคนที่เขาชอบศิลปินเกาหลีเขาต้องกำลังตามหาสเปซแบบนี้อยู่แน่ๆ”</p>
<p>เมื่อนำไปปรึกษากับ ตั๊ด–ธีธัช วรเสียงสุข ซึ่งมีไอเดียอยากเปิดบาร์ใหม่อยู่ก่อนแล้ว จึงกลายเป็นการจับคู่ที่ถูกฝาถูกตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112620 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682.jpg" alt="overseoul" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0682-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112621 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0685-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>“สิ่งแรกที่คิดคือ เราไม่ได้อยากให้ร้านนี้เป็นที่สำหรับมาดื่มหรือมาเต้นอย่างเดียว แต่เราอยากให้ลูกค้าได้มาซึมซับบรรยากาศด้วย และเราก็ตั้งใจทำเมนูอาหารเกาหลีเพื่อให้มันครบลูปของคัลเจอร์ที่สุด”<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>แม้จะมีภาพที่อยากเห็นอย่างชัดเจนแค่ไหน แต่การเปิดบาร์เกาหลีในยุคที่ยังไม่เคยมีใครรู้จักร้านสไตล์นี้มาก่อน ย่อมเป็นเรื่องที่ทั้งยากและเสี่ยงในเวลาเดียวกัน</p>
<p>“ย้อนกลับไป 2 ปีก่อนหน้านี้ คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังเที่ยวในผับ EDM หรือบาร์ดนตรีสด มันยังไม่เคยมีบาร์เกาหลีมาก่อน ดังนั้นตอนที่เปิดเราไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยหรอกว่ามันจะประสบความสำเร็จแน่ๆ เราถึงขั้นมีแพลนบีด้วยซ้ำ คิดไว้แล้วว่าถ้ามันไม่เวิร์กก็จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น” ถึงจะออกตัวแบบนั้น แต่แก้มแก้วและทีมก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้แพลนบีถูกหยิบขึ้นมาใช้จริง<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>หนึ่งในนั้นคือการเตรียมตัวทำการบ้านอย่างหนักของทุกคนในทีม ที่ถึงแม้หลายคนจะเป็นแฟนคลับไอดอลเกาหลีอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างให้เรียนรู้</p>
<p>“เราทำการบ้านหนักมาก แต่วิธีการคือทุกคนจะต้องแยกย้ายกันไปนะ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่หลากหลายที่สุด บางคนจะเป็นสายฟังเพลงและดูคอนเสิร์ต ก็จะต้องไปสังเกตมาว่ามีอะไรที่นำมาเล่นเป็นกิมมิกของร้านได้บ้าง หรือบางคนเป็นสายซีรีส์ก็ต้องรีเสิร์ชว่าเรื่องไหนมีเมนูอาหารที่หยิบมาใช้ได้ไหม”</p>
<p>เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ เราจึงไม่นึกแปลกใจเมื่อได้เห็นภาพอีเวนต์ที่ OVERSEOUL ชวนแฟนคลับนำแท่งไฟประจำแฟนด้อมของตัวเองมาโบกที่ร้าน รวมถึงเมนูฮิต 4 จานที่ยกมาจากซีรีส์ <em>Itaewon Class</em> และที่พลาดไม่ได้คือจาปากูรีจากเรื่อง <em><a href="https://adaymagazine.com/parasite/" target="_blank" rel="noopener">Parasite</a></em> ซึ่งแก้มแก้วเล่าว่าเบื้องหลังทุกอีเวนต์และทุกเมนู คือการระดมสมองคิดอย่างหนัก รวมถึงการชิม ชิม และชิม เพื่อให้รสชาติออกมาถูกต้องตรงใจที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112618 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658.jpg" alt="overseoul" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0658-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ด่านวัดใจในไตรมาสแรกของการเปิดร้าน</b></h3>
<p>หลังจากที่ OVERSEOUL เปิดตัวได้ราวหนึ่งเดือน โต๊ะที่ถูกจองเต็มจนแน่นเอี้ยดแทบทุกวันทำให้ทุกคนในทีมเบาใจได้ว่า พวกเขาคงไม่จำเป็นต้องงัดแผนสำรองออกมาใช้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ต้องลงทุนลงแรงเพื่อวางมาตรฐานร้านให้อยู่ตัวที่สุดในช่วงแรก</p>
<p>“ด้วยความที่หุ้นส่วนร้านทุกคนมีงานประจำ ช่วงแรกที่เปิดร้าน พอสักหกโมงเย็นร้านเปิดพอดีกับที่เราเลิกงาน ทุกคนก็จะสามัคคีกันมาที่ร้าน มาช่วยกันเสิร์ฟบ้าง รับลูกค้าบ้าง อยู่กันถึงตีหนึ่ง แล้วก็กลับบ้านไปนอน พอเก้าโมงเช้าก็ตื่นไปทำงาน เป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ 2-3 เดือนแรก” แก้มแก้วเล่าถึงตารางชีวิตอันหนักหน่วงของทีมงานทุกคนในไตรมาสแรกของ&nbsp;OVERSEOUL</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112632 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793.jpg" alt="overseoul" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0793-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>“ช่วงแรกที่ทีมหุ้นส่วนลงมาทำงานหน้าร้านเอง มันเหมือนเราได้เซตไวบ์ในร้านไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ถ้าใครเคยเห็นทวีตที่บอกว่าพนักงานเสิร์ฟ OVERSEOUL เต้นไปเสิร์ฟไป จริงๆ มันมาจากทีมหุ้นส่วนนี่แหละที่เริ่มเต้นก่อน แล้วพอพนักงานเห็นเราทำเขาก็เลยรู้ว่า อ๋อ ทำแบบนี้ก็ได้นี่หว่า ซึ่งเรามองว่าตรงนี้จริงๆ มันเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่เราตั้งใจมอบให้กับลูกค้านะ”<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“ส่วนตัวคุณเป็นติ่งเกาหลีมาก่อนไหม” เราสงสัย<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“ก่อนหน้านี้เราไม่เคยติดตามเอง แต่เราก็ถูกรายล้อมด้วยคนที่เป็นแฟนคลับเคป๊อประดับฮาร์ดคอร์มานาน ทำให้เราใกล้ชิดกับเพลงและศิลปินเกาหลีอยู่แล้วประมาณหนึ่ง”</p>
<p>แม้จะพอรู้จักชื่อศิลปินบางวงแบบผ่านหูผ่านตา แต่ด่านแรกที่แก้มแก้วต้องเผชิญก็โหดหินไม่น้อย เพราะ&nbsp;OVERSEOUL เปิดตัวขึ้นไม่กี่เดือนหลังรายการ <em>Produce 101 Season 2</em> จบลงไป และลูกค้าแทบทุกคนก็ยังอินกับผู้เข้าแข่งขันนับร้อยชีวิตในรายการมากเสียจนแก้มแก้วทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้</p>
<p>“ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนสอบเอ็นทรานซ์ใหม่เลย เราต้องไปศึกษาว่าแต่ละคนคือใคร เพลงไหนคือเพลงที่ใช้แข่ง บางทีก็ต้องไปถามเพื่อนว่าทำไมลูกค้าถึงกรี๊ดเพลงนี้กันจัง มันพิเศษยังไงเหรอ<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“หรืออย่างช่วงที่มีศิลปินบางคนออกเพลงใหม่ ซึ่งเพลงปล่อยบ่ายสาม พอหกโมงเย็นเราเปิดร้าน ปรากฏว่าลูกค้าเต้นได้แล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้เลย หลังจากนั้นเวลาที่มีเพลงไหนออก เราก็จะต้องนับถอยหลังและดูเอ็มวีเป็นคนแรกเหมือนเป็นแฟนคลับคนหนึ่ง เพราะอย่างน้อยคืนนั้นเราก็จะได้ร้องตามได้ แค่ท่อนฮุกก็ยังดี</p>
<p>“ณ จุดนั้นมันไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าของร้านที่ต้องดูแลลูกค้าแล้ว แต่มันคือความรู้สึกว่าเราอยากที่จะสนุกไปกับเขาด้วยจริงๆ” แก้มแก้วอธิบายถึงความรู้สึกในมุมของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112601 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0533-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>มัลติทาส์กทุกความสามารถของทีมหุ้นส่วน</b></h3>
<p>“ตอนแรกที่เปิดร้านเคยคิดไหมว่าจะต้องทำขนาดนี้” เราสงสัย เมื่อได้ฟังสิ่งที่ทีมงานแต่ละคนลงทุนลงแรงไป</p>
<p>“ไม่คิดเหมือนกันว่าจะต้องทำขนาดนี้ ตอนแรกก็คิดว่ามีเพลง มีอาหาร มีเครื่องดื่ม ก็คงพอแล้ว แต่กลายเป็นว่าตั้งแต่ที่เปิดวันแรก จนตอนนี้ครบ 2 ปีพอดี ยังไม่มีวันไหนที่เราได้หยุดนิ่งเลย เพราะมันมีอะไรให้เราต้องคอยติดตามและอัพเดตตลอดเวลาจริงๆ”<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>โชคดีที่ทีมหุ้นส่วนของร้านนี้ครึ่งหนึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับผับและบาร์มาก่อนแล้ว การวางระบบหลังร้าน ทำบัญชี และการจัดซื้อจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของเรา ส่วนทีมที่ดูแลเรื่องการตลาดและพีอาร์ก็สามารถใช้แรงและเวลาในการวางแผนได้อย่างเต็มที่</p>
<p>“พอเราไม่ต้องห่วงตรงนั้นก็ทำให้เราได้มีเวลามาคิดเรื่องสนุกๆ อย่างอีเวนต์หรือคอนเทนต์ที่จะถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน อันนี้ไม่นับเรียลไทม์คอนเทนต์อย่างเมนูที่มาจากซีรีส์หรือภาพยนตร์ซึ่งเราก็ต้องเตรียมพร้อมตลอด แต่ทั้งหมดนี้มีเบื้องหลังที่ลูกค้าไม่เคยรู้ก็คือการประชุม พวกเราประชุมเยอะมากและซีเรียสมากๆ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112606 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0598-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112607 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0600-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>แม้ว่าทีมหุ้นส่วนของ&nbsp;OVERSEOUL จะวางมือจากงานหน้าร้านไปพักใหญ่แล้ว แต่เบื้องหลังนั้นพวกเขาก็ยังทำงานอยู่ตลอด ชนิดที่แก้มแก้วยืนยันได้ว่า เป็นหุ้นส่วนร้านนี้จะไม่มีการถือหุ้นเฉยๆ เพราะทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ</p>
<p>“นอกจากจะทำงานประจำกันแล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลแต่ละส่วนของร้านด้วย ใครที่ปกติทำงานเป็นครีเอทีฟ ก็ต้องคอยคิดคอนเทนต์พีอาร์ให้ร้าน ส่วนใครที่ถนัดเรื่องดูแลเพจก็จะเป็นแอดมิน คอยยิงแอดในเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่ช่างภาพที่ถ่ายเมนูอาหาร และคนที่ดูแลเรื่องการตกแต่งร้าน ก็เป็นทีมหุ้นส่วนด้วยเหมือนกัน ทุกคนต้องมาลงมือช่วยกันหมด”<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>การหยิบสิ่งที่เชี่ยวชาญมาประยุกต์ใช้กับร้านอาจฟังดูเป็นงานที่ง่าย แต่เมื่อต้องรับบทเป็นเอเจนซี่และลูกค้าในคราวเดียวกัน งานนี้ก็กลับกลายเป็นเรื่องท้าทายขึ้นมาเสียเฉยๆ</p>
<p>“ถ้าเป็นเอเจนซี่โฆษณา เวลาทำงานจะมีลูกค้ามาคอยแอพปรู๊ฟว่าเอา ไม่เอา ใช่ ไม่ใช่ แต่พอเป็น&nbsp;OVERSEOUL นั่นแปลว่าเราต้องตัดสินใจกันเองในฐานะเจ้าของร้าน เราไม่ใช่แค่เอเจนซี่คนกลางแล้ว เราต้องดูด้วยว่าไอเดียนี้มันสอดคล้องกับบัดเจ็ตไหม เราจะสนุกอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมันต้องทั้งสนุกสำหรับคนทำ เข้าถึงลูกค้า และเหมาะกับอิมเมจของร้านด้วย”<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<h3><b>ก้าวที่สองและสามของ&nbsp;OVERSEOUL</b></h3>
<p>ผ่านไป 2 ปีนับจากวันที่&nbsp;OVERSEOUL เกิดขึ้น ปัจจุบันเราได้เห็นบาร์เกาหลีจำนวนมากผุดขึ้นแทบทุกสถานีรถไฟฟ้า</p>
<p>“จริงๆ แล้วเรามองว่ามันเป็นเรื่องดีนะที่กรุงเทพฯ มีบาร์เกาหลีเปิดเยอะขึ้น เพราะมันทำให้กลุ่มลูกค้าของเราชัดเจนและแข็งแรงมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อคนเริ่มสนใจบาร์สไตล์นี้มากขึ้น เวลาที่มีการทำลิสต์บาร์เกาหลีในกรุงเทพฯ​ เราก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“แต่โจทย์ของเราก็คือ จะทำยังไงให้&nbsp;OVERSEOUL ยังคงอยู่ใน top of mind ของเขา เราจึงพยายามที่จะรักษามาตรฐานของงานบริการ อาหาร เครื่องดื่ม ทุกอย่างในร้านเลย และที่สำคัญก็คืออีเวนต์ต่างๆ เราต้องคอยอัพเดตเทรนด์อยู่เสมอ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ”</p>
<div id="attachment_112641" style="width: 2058px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-112641" class="wp-image-112641 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48.jpg" alt="overseoul" width="2048" height="1365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/OS190805-48-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><p id="caption-attachment-112641" class="wp-caption-text">ขอบคุณภาพจาก OVERSEOUL BKK</p></div>
<p>ที่น่าสนใจคือนอกจาก&nbsp;OVERSEOUL จะยังครองตำแหน่งบาร์เกาหลีในใจใครหลายคนอย่างเหนียวแน่นแล้ว แก้มแก้วและทีมงานยังขยับขยายไปเปิดบาร์เกาหลีอีก 2 ร้านในเครือนั่นคือ <a href="https://www.facebook.com/Buchy.bar" target="_blank" rel="noopener">Buchy’s</a> ในย่านทองหล่อ และ <a href="https://www.facebook.com/EVERSEOULBKK" target="_blank" rel="noopener">EVERSEOUL</a> ที่ตั้งอยู่ในโซน Groove@CentralWorld</p>
<p>“ย้อนกลับไปช่วงแรกที่เปิดร้าน เรากับทีมหุ้นต้องมาทำหน้าที่รับคิวเพราะคนมันเยอะมากๆ เราก็กระซิบกันเล่นๆ ว่าคนเยอะอย่างนี้ต้องเปิดอีกสาขาแล้วไหม คือเราคิดมาตลอดว่าอยากขยายสาขา แต่เราก็ไม่เคยคิดหรอกว่าสาขาสองของเรามันจะเข้าไปอยู่ในห้าง เพราะแปลว่าเราไม่ใช่แค่ขยายร้านแล้ว มันจะจริงจังขึ้นไปอีกระดับเลย</p>
<div id="attachment_112652" style="width: 1450px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-112652" class="wp-image-112652 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085.jpg" alt="" width="1440" height="958" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085.jpg 1440w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/S__1737085-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1440px) 100vw, 1440px" /><p id="caption-attachment-112652" class="wp-caption-text">ขอบคุณภาพจาก EVERSEOUL BKK</p></div>
<p>“ส่วนตอนที่ตัดสินใจเปิดร้าน Buchy&#8217;s เราก็ต้องคิดหนักเหมือนกัน เพราะในละแวกเดียวกันนั้นมีบาร์เกาหลีอื่นๆ อีกหลายร้าน เลยตั้งใจให้จุดเด่นของ&nbsp;Buchy&#8217;s เป็นมุมถ่ายรูปที่โฟโตจีนิก อีกอย่างคือเรามองเห็นช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครหยิบมาใช้ นั่นคือเพลงแนว K-Groove ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่เพลงกระแสหลัก ไม่ได้มีท่าเต้นเหมือนเคป๊อปอื่นๆ ตรงนี้จึงกลายมาเป็นธีมหลักของ&nbsp;Buchy&#8217;s”</p>
<p>ใครที่เป็นแฟนคลับของบาร์เกาหลีทั้งสามร้าน อาจเคยสังเกตเห็นจุดแข็งหนึ่งที่โดดเด่นออกมาจากร้านกินดื่มหลายร้าน นั่นคือการเล่นกับอินไซต์ของลูกค้า ซึ่งก็มีตั้งแต่วิธีตั้งชื่อเมนู ภาพโปรโมต ก๊อบปี้ไรต์ในภาพ ไปจนถึงการออกแบบอีเวนต์ ทั้งหมดนี้ไม่ได้อาศัยแค่ฝีมือด้านครีเอทีฟเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าพวกเขามีความเข้าอกเข้าใจกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี</p>
<p>“ทีมของเราถนัดทำงานโดยเริ่มต้นจากอินไซต์ของคนก่อน อย่างร้าน O:T ซึ่งไม่ใช่บาร์เกาหลีนะ แต่อยู่ในเครือเดียวกันคือ Just Good Time ร้านนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนที่ทำงานออฟฟิศ ชื่อเครื่องดื่มก็มีตั้งแต่ leave without pay หรือ to be confirmed ส่วนสโลแกนของร้านคือ #พรุ่งนี้ลาเช้า แล้วก็มีโปรโมชั่นสำหรับคนรักงาน ใครเอาแลปท็อปมานั่งทำงานที่ร้านตอนวันหยุดก็รับเครื่องดื่มฟรี”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-112624 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721.jpg" alt="overseoul" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/IMG_0721-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>เหล่านี้คือวิธีที่แก้มแก้วและทีมงานหยิบอินไซต์ของลูกค้ามาต่อยอดไปสู่ธุรกิจอย่างสนุกสนาน เมื่อทำบ่อยเข้าจึงกลายเป็นจุดแข็งของทีมไปโดยไม่ทันรู้ตัว จนแก้มแก้วยอมรับว่าในอนาคตหากจะขยายธุรกิจไปเปิดร้านใหม่อีก เธอก็คงต้องเริ่มคิดจากพฤติกรรมของลูกค้าก่อนเป็นอันดับแรก</p>
<p>“พอมีเรื่องอินไซต์ให้เราเล่น เวลาคิดงานเราก็จะเอนจอยมากๆ ตื่นเต้นมากๆ คิดยังไม่ทันเสร็จก็อยากเล่าเรื่องพวกนี้ให้ลูกค้าฟังแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งพวกนี้น่าจะทำให้เราทั้งทำได้ดีและมีความสุขด้วย”</p>
<p><span style="display: none;">As a result, This bar is a bar/restaurant located in Sanam Pao. Upon entering the venue, the first thing you’ll see is a ceiling-to-floor mirror wall, which makes the bar looks much more spacious. Polished cement walls and floors give a raw, industrial loft style, while pink and icy blue neon lights add</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/overseoul/">แกะท่า จำเนื้อ แล้วเจอกันที่ OVERSEOUL บาร์เกาหลีที่รู้ใจแฟนคลับราวกับเป็นเพื่อนในด้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>15 ข้อที่ทำให้ ‘ยาหม่องตราถ้วยทอง’ เป็นมิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัวคนไทยตลอด 70 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/golden-cup/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Oct 2020 02:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหม่องตราถ้วยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหม่องสำหรับเด็กคิดดี้บาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[Kiddy Balm]]></category>
		<category><![CDATA[Golden Cup]]></category>
		<category><![CDATA[คิดดี้ บาล์ม สีขาว]]></category>
		<category><![CDATA[อุ่นต่งกอ]]></category>
		<category><![CDATA[คิดดี้ บาล์ม สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เมธัส ลีลารัศมี]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโอครีม]]></category>
		<category><![CDATA[สายฝน ลีลารัศมี]]></category>
		<category><![CDATA[ครีมบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหม่อง]]></category>
		<category><![CDATA[แก้แมลงสัตว์กัดต่อย]]></category>
		<category><![CDATA[รถฉายหนังถ้วยทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดอาการเป็นหวัดคัดจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ทาถู ทาถู]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสามัญประจำบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาดมถ้วยทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=109211</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนไทยน้อยคนนักที่จะส่ายหัวไม่รู้จัก &#8216;ยาหม่องตราถ้วยทอง&#8217; เราพูดอย่างนี้ก็คงไม่เกินจริง ว่ากันตามตรง ถ้าให้นึกถึงยาหม่อง ถ้วยทองก็เป็นชื่ออันดับแรกๆ ที่ต้องผุดขึ้นในใจ ไม่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนผ่านแค่ไหน สโลแกน ‘ทาถู ทาถู’ และ ‘มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว’ ก็ยังคงติดหูคนทุกรุ่นตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ และแค่พูดชื่อ เราก็จะนึกตลับยาหม่องสีส้มขนาดใหญ่กว่าเหรียญบาทนิดๆ รวมทั้งกลิ่นของสมุนไพรแสนคุ้นเคยออกแน่ๆ น่าสนใจว่าท่ามกลางแบรนด์เก่าแก่ที่ค่อยๆ ล้มหายไปเพราะไม่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ อะไรทำให้แบรนด์ที่อยู่มายาวนานถึง 70 ปีอย่างถ้วยทองยังอยู่ในใจคน  ว่าแล้วก็หยิบถ้วยทองประจำบ้านคุณมาทาถู ทาถูใต้จมูก สูดลมหายใจลึกๆ รับความผ่อนคลาย แล้วไปอ่านเรื่องราวของยาหม่องตลับสีส้มนี้พร้อมกัน 1 เจ้าแรกที่ใช้คำว่ายาหม่อง หลายคนอาจไม่รู้ว่าแบรนด์ถ้วยทองเป็นคนใช้คำว่า ‘ยาหม่อง’ ที่หมายถึง ‘ขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์’ เป็นเจ้าแรก แต่ก่อนนั้น คำว่ายาหม่องหมายถึงยาที่ไทยนำเข้ามาจากพม่าซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ส่งผลให้เป็นศูนย์รวมยาดีๆ ที่รักษาได้ทุกโรค เมื่อถูกนำเข้าจากพม่า คนไทยจึงนิยมเรียกติดปากว่า ‘ยาของหม่อง’  พ.ศ. 2487 ร้านขายของชำลี้เปงเฮง ที่อพยพจากจีนมาตั้งร้านอยู่ย่านตลาดพลูได้จดทะเบียนการค้ายาหม่องขี้ผึ้งสีเหลืองอ่อนในชื่อ ‘ยาหม่องตราถ้วยทอง’ โดยเริ่มปิ๊งจากไอเดียว่า ไหนๆ ขี้ผึ้งนี้ก็สามารถรักษาได้สารพัดประโยชน์เหมือนยาพม่า อย่างนั้นก็ใช้คำว่ายาหม่องไปเลยสิ และคนไทยก็คุ้นชินกับคำว่ายาหม่องมาตั้งแต่นั้น     2 ไม่ใช่ยาหม่องเจ้าแรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/golden-cup/">15 ข้อที่ทำให้ ‘ยาหม่องตราถ้วยทอง’ เป็นมิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัวคนไทยตลอด 70 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">คนไทยน้อยคนนักที่จะส่ายหัวไม่รู้จัก &#8216;ยาหม่องตราถ้วยทอง&#8217; เราพูดอย่างนี้ก็คงไม่เกินจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันตามตรง ถ้าให้นึกถึงยาหม่อง ถ้วยทองก็เป็นชื่ออันดับแรกๆ ที่ต้องผุดขึ้นในใจ ไม่ว่ายุคสมัยเปลี่ยนผ่านแค่ไหน สโลแกน ‘ทาถู ทาถู’ และ ‘มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว’ ก็ยังคงติดหูคนทุกรุ่นตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ และแค่พูดชื่อ เราก็จะนึกตลับยาหม่องสีส้มขนาดใหญ่กว่าเหรียญบาทนิดๆ รวมทั้งกลิ่นของสมุนไพรแสนคุ้นเคยออกแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าสนใจว่าท่ามกลางแบรนด์เก่าแก่ที่ค่อยๆ ล้มหายไปเพราะไม่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ อะไรทำให้แบรนด์ที่อยู่มายาวนานถึง 70 ปีอย่างถ้วยทองยังอยู่ในใจคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแล้วก็หยิบถ้วยทองประจำบ้านคุณมาทาถู ทาถูใต้จมูก สูดลมหายใจลึกๆ รับความผ่อนคลาย แล้วไปอ่านเรื่องราวของยาหม่องตลับสีส้มนี้พร้อมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109338 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_14.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b></b><b>1<br />
เจ้าแรกที่ใช้คำว่ายาหม่อง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจไม่รู้ว่าแบรนด์ถ้วยทองเป็นคนใช้คำว่า ‘ยาหม่อง’ ที่หมายถึง ‘ขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์’ เป็นเจ้าแรก แต่ก่อนนั้น คำว่ายาหม่องหมายถึงยาที่ไทยนำเข้ามาจากพม่าซึ่งเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ส่งผลให้เป็นศูนย์รวมยาดีๆ ที่รักษาได้ทุกโรค เมื่อถูกนำเข้าจากพม่า คนไทยจึงนิยมเรียกติดปากว่า ‘ยาของหม่อง’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พ.ศ. 2487 ร้านขายของชำลี้เปงเฮง ที่อพยพจากจีนมาตั้งร้านอยู่ย่านตลาดพลูได้จดทะเบียนการค้ายาหม่องขี้ผึ้งสีเหลืองอ่อนในชื่อ ‘ยาหม่องตราถ้วยทอง’ โดยเริ่มปิ๊งจากไอเดียว่า ไหนๆ ขี้ผึ้งนี้ก็สามารถรักษาได้สารพัดประโยชน์เหมือนยาพม่า อย่างนั้นก็ใช้คำว่ายาหม่องไปเลยสิ และคนไทยก็คุ้นชินกับคำว่ายาหม่องมาตั้งแต่นั้น  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>2<br />
ไม่ใช่ยาหม่องเจ้าแรก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไงก็ดี ถ้วยทองก็ไม่ใช่คนที่ผลิตขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์ขึ้นเป็นแบรนด์แรกเสียทีเดียว ก่อนหน้านี้มีแบรนด์ ‘ไทเกอร์บาล์ม’ จากพม่าที่นำน้ำมันสารพัดประโยชน์เข้ามาตีตลาดในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย และแบรนด์ไทยอย่าง บริษัท บริบูรณ์โอสถ จำกัด ได้ออกผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งมากคุณประโยชน์ในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่ตอนนั้นใช้คำว่า ‘บาล์ม’ </span></p>
<div id="attachment_109334" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109334" class="wp-image-109334 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_9.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-109334" class="wp-caption-text">เมธัส ลีลารัศมี และสายฝน ลีลารัศมี ผู้บริหารรุ่นที่ 3 บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด</p></div>
<h3 style="text-align: center;"><b>3<br />
อุ่นต่งกอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาใน พ.ศ. 2493 ถ้วยทองได้จดทะเบียนเป็นบริษัท แต่รู้ไหมว่า ก่อนจะได้ชื่อว่ายาหม่องตราถ้วยทอง แบรนด์นี้เคยใช้ชื่อ ‘อุ่นต่งกอ’ ซึ่งเป็นภาษาจีนแปลว่า ‘ออกกำลังกาย’ มาก่อน เหตุเพราะอยากได้ชื่อที่สื่อถึงการแข่งขันและชัยชนะ</span> <span style="font-weight: 400;">แต่สุดท้าย ชื่ออุ่นต่งก่อใช้ไปแค่แป๊บเดียวก็ถูกโยนทิ้งไป สุดท้ายก็มาลงตัวที่ ‘ถ้วยทอง’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ สื่อความหมายสิริมงคล </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>4<br />
พันธมิตรสร้างชื่อ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การตั้งชื่อถ้วยทองนี้ถือว่าตัดสินใจถูกต้อง เพราะหลังจากนั้น แบรนด์ก็กลายเป็นที่พูดถึงในหมู่คนไทยได้ทันที ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างการรับรู้มากที่สุด เห็นทีจะเป็นเพราะเจ้าของแบรนด์ถ้วยทองมีคอนเนกชั่นที่ดี กล่าวคือเพื่อนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่าง ‘ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก’ เจ้าของฉายาราชาแห่งโลกบันเทิงผู้ให้กำเนิดบริษัทกันตนา ซึ่งตอนนั้นกำลังโด่งดังจากการทำละครวิทยุ กันตนาได้ขอให้ถ้วยทองเป็นสปอนเซอร์ละคร และประดิษฐ์ก็ได้ทำการไทอินยาหม่องตราถ้วยทองผ่านละครในสมัยนั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>5<br />
ทาถู ทาถู ยาหม่องตราถ้วยทอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สโลแกนติดหูอย่างทาถู ทาถู หรือมิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว ก็เกิดจากมันสมองของประดิษฐ์เช่นกัน ก่อนหน้านั้น ยอดขายของยาหม่องตราถ้วยทองยังไม่คงที่เท่าไหร่นัก แต่หลังจากมีสโลแกนแสนติดหูนี้ออกมา ถ้วยทองก็มียอดขายขึ้นสูงปรี๊ด ติดตลาดในทันใด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109336 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_12.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>6<br />
รถฉายหนังถ้วยทอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งกลยุทธ์ของถ้วยทองที่ทำให้หลายคนรู้จัก คือการใช้รถฉายหนัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราว พ.ศ. 2500 แบรนด์ยาหลากหลายเจ้าใช้วิธีการโปรโมตธุรกิจของตัวเองด้วยการจ้าง ‘รถฉายหนัง’ ไปจำหน่ายยาของตัวเองทั่วประเทศ วิธีการก็คือ จัดฉายหนังให้ชาวบ้านมาดูกันแบบฟรีๆ แล้วพักเบรกตรงช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องเพื่อขายยา ถ้าขายไม่ได้ตามเป้าก็จะไม่ฉายต่อ ว่ากันว่าหลายแบรนด์ใช้กลยุทธ์นี้จนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำและทำให้คนรู้จักยาของพวกเขามากขึ้นจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้วยทองเองก็เช่นกัน บริษัทมีรถฉายหนังกว่า 13 คันส่งออกไปขายยาหม่องทั่วประเทศ โดยก่อนไปจะมีการคัดเลือกหนังที่น่าจะโดนใจคนต่างจังหวัด วางแผนไปจนถึงว่าจะพักเบรกช่วงไหนเพื่อขายยาหม่องเลยทีเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>7<br />
หัวใจคือความเข้าถึงง่าย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงแม้จะมีกลยุทธ์ช่วยผลักดันการขายและสร้างการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคมากเท่าไหร่ ถ้าของไม่ดีจริงก็คงไม่ทำให้ถ้วยทองขึ้นมาเป็นเจ้าตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ยาหม่องตราถ้วยทองเน้นย้ำคือความเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นราคา (เมื่อก่อนขายถูกสุดๆ ตลับเล็กขนาด 2 กรัมราคาแค่ครึ่งสลึงเอง) มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ และที่สำคัญคือความซื่อสัตย์ที่มีต่อลูกค้า ถ้วยทองเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในตลาด แม้จะมีราคาแพง และหลายต่อหลายครั้งที่มีคู่ค้าใหม่ๆ มาเสนอวัตถุดิบราคาถูกลงเพื่อลดต้นทุน แต่ทุกครั้งถ้วยทองก็ปฏิเสธเสมอ ด้วยอยากรักษาคุณภาพในทุกตลับให้เท่ากันนั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109329 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_26.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>8<br />
ปรับสูตรครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมธัส ลีลารัศมี ทายาทรุ่นที่ 3 ที่บริหารงานถ้วยทองในขณะนี้บอกเราว่า ยอดขายมากที่สุดของถ้วยทองคือ 5 ล้านตลับต่อเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเห็นเป็นเจ้าตลาดอย่างนี้ ถ้วยทองเองก็เคยถูกยาหม่องยี่ห้ออื่นเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจนเป๋ไปเหมือนกัน จากยอดขาย 5 ล้านตลับเหลือแค่หมื่นกว่าๆ เท่านั้น ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ถ้วยทองต้องรีบแก้ไขด้วยการปรับสูตรครั้งใหญ่ จากที่ไม่เคยปรับมาตลอด 20 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะคู่แข่งในตอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาหม่องที่ทาแล้วร้อนกว่า แรงกว่า ทำให้สูตรของถ้วยทองดูอ่อนไป ถ้วยทองจึงปรับสูตรใส่ตัวยาที่ทาแล้วเพิ่มความร้อนขึ้นอีกนิด แต่ไม่แสบจนเกินไป จนสุดท้ายก็สามารถกลับมาเป็นเจ้าตลาดได้เหมือนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>9<br />
บุกตลาดต่างประเทศ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่รู้คือถ้วยทองบุกตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไล่เรียงไปจนถึงโซนยุโรป โดยใช้ยาหม่องสูตรเดียวกับไทยไปจัดจำหน่าย โชคดีที่ยาหม่องไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับต่างประเทศ และกิตติศัพท์เรื่องสมุนไพรของไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้การติดต่อเพื่อจัดจำหน่ายในหลายประเทศเป็นไปได้ด้วยดี </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109337 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/3ถ้วยทอง_13.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>10<br />
ปรับตัวคือไม่ปรับตัว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พออยู่มานานๆ ถ้วยทองก็เหมือนแบรนด์เก่าแก่ทั่วไป คือมีความกลัวว่าวันหนึ่งจะหายไปจากตลาด มีพักหนึ่งที่พยายามเจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่น โหมโปรโมตให้เป็นไอเทมของวัยใส และพบว่าเหมือนเอาแว่นสายตายาวไปให้วัยรุ่นใส่ ยังไงยาหม่องก็มีกลุ่มลูกค้าหลักคือคนอายุมากที่อยากทาแล้วเย็นสบายอยู่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อคิดได้ดังนี้ ยาหม่องถ้วยทองจึงยึดหลักเดิมคือไม่พยายามเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ แต่ยังคงกลุ่มลูกค้าเดิมไว้ ในขณะเดียวกันก็โปรโมตให้คนทั่วไป โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดได้เห็นว่าแบรนด์ไม่เคยหายไปไหน ยังเข้าถึงง่าย เป็นไอเทมที่ทุกบ้านควรมีไว้ เพราะเชื่อว่าวันหนึ่งที่เมื่อพวกเขาถึงวัยที่ต้องใช้ยาหม่อง พวกเขาก็จะนึกถึงถ้วยทองเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>11<br />
ยาดมตราถ้วยทอง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงยาหม่องจะไม่ตีตลาดกลุ่มใหม่ๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้วยทองจะไม่ใช้สินค้าตัวอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ ตลาดยาขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดที่โหดหินเรื่องการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ไปตีตลาดมากที่สุด คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าสินค้าที่ออกไปจะประสบความสำเร็จไหมจนกว่าจะผ่านไปราว 5-10 ปี มากกว่านั้น ตลาดยาทั่วไปยังเป็นตลาดที่คนมี loyalty สูง ถ้าเคยกินยายี่ห้อไหนแล้วดี จะไปเปลี่ยนคงยาก</span></p>
<p>เช่นเดียวกับยาดม ที่ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันว่ามีแบรนด์ใหญ่ครองตลาดอยู่ แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีอีกแบรนด์หนึ่งพยายามตีตลาดด้วยการเจาะกลุ่มวัยรุ่น ให้ยาดมเป็นของติดตัวคนรุ่นใหม่จนสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้สำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109333 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_6.jpg 960w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p>ถ้วยทองเห็นโอกาสตรงนี้ จึงออก ‘ยาดมถ้วยทอง’ เข้าตีตลาดบ้างเหมือนกัน จุดเด่นของยาดมตราถ้วยทองคือนอกจากจะบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและคัดจมูก ในหลอดยังอัดแน่นไปด้วยคุณค่าจากสมุนไพรอย่างการบูร เมนทอล น้ำมันยูคาลิปตัส และน้ำมันกานพลู นอกจากนี้ ถ้วยทองยังเป็นยาดมเจ้าเดียวที่บอกกลิ่นให้ลูกค้ารู้กันชัดๆ ไม่ปกปิด ได้แก่กลิ่นลาเวนเดอร์ซึ่งถูกวิจัยมาแล้วว่าเป็นกลิ่นที่คนดมยาดมโปรดปรานมากที่สุด ด้วยความหอมเฉพาะตัวที่มอบความรู้สึกผ่อนคลาย เย็นสบาย ดมแล้วช่วยให้นอนหลับง่าย หลับสนิท</p>
<p>อีกกลิ่นคือ ‘เลม่อน’ ซึ่งแตกต่างจากลาเวนเดอร์อย่างสิ้นเชิงตรงที่หอมสดชื่น ดมแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดใส มีชีวิตชีวา นับว่าเป็นตัวเลือกให้วัยรุ่นและคนทุกวัยได้เลือกใช้ตามความชอบ ในขนาดพกพากับราคาที่ยังคงคอนเซปต์ซื้อง่ายขายคล่อง แค่หลอดละ 22 บาทเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>12<br />
ยาหม่องสำหรับเด็กคิดดี้บาล์ม</b></h3>
<p>ไม่ใช่แค่ยาดมที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ถ้วยทองยังมี ‘คิดดี้บาล์ม’ ออกมาตีตลาดยาหม่องสำหรับเด็ก ถ้วยทองใช้ยาหม่องที่ใช้สูตรละเอียดอ่อนกว่าเดิม โดยมีส่วนผสมของการบูร เกล็ดสะระแหน่ และน้ำมันยูคาลิปตัส ลดความแรงจากยาหม่องตราถ้วยทองปกติลง และเพิ่มความอ่อนโยนที่เหมาะสมกับผิวบอบบางของน้องๆ หนูๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ทาแล้วจะไม่รู้สึกแสบร้อนหรือระคายเคืองผิว</p>
<p>มี 2 สูตรอีกเหมือนกันคือ ‘คิดดี้ บาล์ม สีเขียว’ ตลับสีเขียวสูตรบรรเทาอาการปวด บวม คันจากแมลงสัตว์กัดต่อย พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนอีกสูตรคือ ‘คิดดี้ บาล์ม สีขาว’ ตลับสีชมพูลดอาการเป็นหวัดคัดจมูก เพียงทาเบาๆ บริเวณหน้าอก คอ และหลังของเด็ก</p>
<p>ทั้งสองสูตรยังมาพร้อมขนาด 22 กรัม พกพาได้ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ เอาใจคุณแม่กับลูกน้อยเป็นพิเศษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-109344 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/golder-cup-balm-03-1024x533.jpg" alt="" width="1024" height="533" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/golder-cup-balm-03-1024x533.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/golder-cup-balm-03-300x156.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/golder-cup-balm-03-768x400.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/golder-cup-balm-03-600x312.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>13<br />
เจาะกลุ่มตลาดผู้ออกกำลังกายด้วยไมโอครีม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่หมดเท่านั้น ถ้วยทองยังเจาะกลุ่มลูกค้าสายเฮลตี้ด้วย ‘ไมโอครีม’ ครีมบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่คนรักการเข้ายิมและ<a href="https://adaymagazine.com/10-runners-quote-aday166/" target="_blank" rel="noopener">นักวิ่ง</a>ทั้งหลายควรมีติดตัวไว้ ด้วยมองเห็นว่าการออกกำลังกายกับการวิ่งคือเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ โดยไมโอครีมก็ยังคงคอนเซปต์เดียวกับยาหม่อง นั่นคือการใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในตลาด เพราะถึงแม้ไม่รู้ว่าคู่แข่งใช้วัตถุดิบอะไร แต่วัตถุดิบของถ้วยทองไม่แพ้คู่แข่งแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโอครีมออกมาในรูปแบบหลอดขนาด 50 กรัม บรรจุเนื้อครีมเข้มข้นที่รวมพลังจากสมุนไพรอย่างน้ำมันระกำ เกล็ดสะระแหน่ กับน้ำมันกานพลูมาช่วยแก้ปวดบริเวณกล้ามเนื้อและข้อ จุดเด่นอีกอย่างคือทาง่าย นวดสบาย ซึมเร็ว ทั้งยังอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวเป็นที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>14<br />
อยากอยู่ในทุกจังหวะชีวิต</b></h3>
<p>จะเห็นได้ว่าสินค้าทุกตัวที่ยกตัวอย่างมานั้นล้วนมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้ใหญ่วัยชรา นั่นเพราะว่าสิ่งที่ถ้วยทองตั้งใจคือการอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของคนไทย หากคุณเคยใช้คิดดี้บาล์มตอนเด็ก โตเป็นวัยรุ่นอาจใช้ยาดม ครีมแก้ปวดเมื่อย และจบที่ยาหม่องในช่วงแก่ตัวนั่นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-110347 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/ถ้วยทอง_22.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>15<br />
มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัวตลอด 70 ปี</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จวบจนตอนนี้ ถ้วยทองก็อยู่กับคนไทยมา 70 ปีแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สายฝน ลีลารัศมี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของถ้วยทองคนปัจจุบันสรุปแนวคิดในการทำแบรนด์สินค้าที่อยู่ในใจคนได้นานขนาดนี้ว่า ถ้วยทองเน้นผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ และมีราคาเป็นมิตร และไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรือในอนาคต ถ้วยทองก็ยังมีเป้าหมายในการเป็น ‘ขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์’ ที่ทุกคนนึกถึงเวลาไม่สบายกาย เหมือนสมาชิกคนหนึ่งของบ้านที่อยากดูแลทุกคน</span></p>
<hr />
<p>ดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ถ้วยทองได้ที่ <a href="https://www.goldencup.co.th/th/" target="_blank" rel="noopener">goldencup.co.th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/golden-cup/">15 ข้อที่ทำให้ ‘ยาหม่องตราถ้วยทอง’ เป็นมิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัวคนไทยตลอด 70 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/morais-music/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2020 11:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[โมไร]]></category>
		<category><![CDATA[Sickchild]]></category>
		<category><![CDATA[อนาล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[เทป]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตแผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสียงเพลงของโมไร]]></category>
		<category><![CDATA[เทปคาสเซ็ท]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดี]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[คมกฤช คุณวัฒนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110310</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หากเราคิดทำตามฝันไป แม้จุดหมายฝันนั้นไกลห่าง หากเราคิดจะเป็นผู้สร้าง ล้มกี่ครั้งฉุดกายขึ้นยืน” ข้อความข้างต้นมาจากเพลง โมไร บทเพลงที่ 14 จากอัลบั้ม 1st Time ของวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทยนาม Sickchild ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยความหลงใหลในการฟังเพลง ความตั้งใจของเขาจึงก่อเกิดเป็นธุรกิจผลิตและขายแผ่นเสียง เทปคาสเซต และซีดี  ซึ่งเขาตั้งชื่อความฝันนี้ว่า ‘เสียงเพลงของโมไร’ โอ๊ต–คมกฤช คุณวัฒนา คือชายผู้อยู่เบื้องหลัง เพจ ‘เสียงเพลงของโมไร’ ปัจจุบันเพจนี้มียอดผู้ติดตามกว่า 6,000 คน และร่วมผลิตเทปคาสเซตและแผ่นเสียงมามากกว่า 40,000 ตลับ รวมแล้วกว่า 40 อัลบั้ม ตั้งแต่ศิลปินอย่างอภิรมย์, เขียนไขและวานิช, Scrubb, Paradox ไปจนถึงวงที่เป็นส่วนหนึ่งของจุดกำเนิดธุรกิจนี้อย่าง Sickchild รูปแบบในการผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นเสียงและเทปของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ นั้นมีตั้งแต่ทำอัลบั้มแบบทั่วไป ไปจนถึงอัลบั้มที่เป็นตำนานของศิลปินหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งนำอัลบั้มที่ไม่ผลิตอีกแล้วมาผลิตใหม่จนยิ่งทวีคูณความแรร์เข้าไปอีก เช่น อัลบั้ม แค้นผีนรก ของ Paradox ที่นำกลับมาผลิตเป็นเทปอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี หรือแม้กระทั่งการนำผลงานของศิลปินโฟล์กอย่างอภิรมย์และเขียนไขและวานิชมาผลิตเป็นเทป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morais-music/">โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากเราคิดทำตามฝันไป แม้จุดหมายฝันนั้นไกลห่าง หากเราคิดจะเป็นผู้สร้าง ล้มกี่ครั้งฉุดกายขึ้นยืน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อความข้างต้นมาจากเพลง <em>โมไร</em> บทเพลงที่ 14 จากอัลบั้ม <em>1st Time</em> ของวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทยนาม </span><i><span style="font-weight: 400;">Sickchild</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยความหลงใหลในการฟังเพลง ความตั้งใจของเขาจึงก่อเกิดเป็นธุรกิจผลิตและขายแผ่นเสียง เทปคาสเซต และซีดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเขาตั้งชื่อความฝันนี้ว่า ‘เสียงเพลงของโมไร’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110792 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>โอ๊ต–คมกฤช คุณวัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> คือชายผู้อยู่เบื้องหลัง เพจ ‘เสียงเพลงของโมไร’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเพจนี้มียอดผู้ติดตามกว่า 6,000 คน และร่วมผลิตเทปคาสเซตและแผ่นเสียงมามากกว่า 40,000 ตลับ รวมแล้วกว่า 40 อัลบั้ม ตั้งแต่ศิลปินอย่างอภิรมย์, เขียนไขและวานิช, Scrubb, Paradox ไปจนถึงวงที่เป็นส่วนหนึ่งของจุดกำเนิดธุรกิจนี้อย่าง Sickchild</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบในการผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นเสียงและเทปของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ นั้นมีตั้งแต่ทำอัลบั้มแบบทั่วไป ไปจนถึงอัลบั้มที่เป็นตำนานของศิลปินหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งนำอัลบั้มที่ไม่ผลิตอีกแล้วมาผลิตใหม่จนยิ่งทวีคูณความแรร์เข้าไปอีก เช่น อัลบั้ม<em> แค้นผีนรก</em> ของ Paradox ที่นำกลับมาผลิตเป็นเทปอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี หรือแม้กระทั่งการนำผลงานของศิลปินโฟล์กอย่างอภิรมย์และเขียนไขและวานิชมาผลิตเป็นเทป กลายเป็นของสะสมหายากสำหรับแฟนเพลงไปโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กว่าจะปรากฏผลงานทั้งหมดนี้ การเดินทางของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ เป็นยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตเล่าให้เราฟังผ่านบทเพลงชีวิตที่เริ่มต้นบรรเลงในบรรทัดต่อจากนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110773 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Intro</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคสมัยที่การฟังเพลงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย บริการสตรีมมิงเพลงมีหลายๆ เจ้าเป็นผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็น Apple Music, Spotify, Joox หรือ TIDAL แต่ในอีกฟากหนึ่งก็ยังมีกลุ่มคนที่ชอบฟังเพลงด้วยวิธีการแบบเก่าเพื่อเพิ่มอรรถรส อารมณ์ และความรู้สึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และโอ๊ต หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเพจ ‘อัลเทอร์เนทีฟไทย: ยุครุ่งเรือง’ และเจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คือหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราชอบฟังเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล</span><span style="font-weight: 400;">ะเริ่มฟังจากรูปแบบนี้แหละ เพราะเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยนิ่ง การฟังเพลงจากแผ่นเสียงเลยช่วยทำให้เรานิ่งขึ้น มีสมาธิขึ้น เราโตมาแบบนั้น และมันทำให้เวลาฟังเพลง เราจะอยากหยิบบุ๊กเล็ตมาดูว่าใครแต่งคำร้องและทำนองโดยปริยาย หรืออย่างการเห็นอารมณ์จากปก สำหรับเรา มันสื่อไปถึงอารมณ์เพลงด้วย เราได้จินตนาการตามความคิดของเรา มันส่งผลจนถึงทุกวันนี้ที่บางทีถ้าเราเหนื่อย แค่เรามาหยิบปกเหล่านี้ขึ้นมาดูแล้วเปิดเพลง ความเหนื่อยนั้นหายไปเฉยเลย จากที่นั่งฟังก็ลุกขึ้นมาขยับได้ ของพวกนี้มีเสน่ห์ในตัว” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110775 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วจากความชอบเปลี่ยนมาเป็นอาชีพได้ยังไง” เราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มต้นทำแผ่นเสียงมาตั้งแต่ปี 2017 เริ่มผลิตด้วยตัวเอง การทำแผ่นเสียงตอนนั้นเป็นแค่งานอดิเรก วันธรรมดาเราเป็นพนักงานบริษัท เข้าออฟฟิศปกติ แต่พอเสาร์-อาทิตย์เราจะสะพายกระเป๋าใบหนึ่ง มีแผ่นเสียงที่เราผลิตเองไปเสนอขายตามร้านขายแผ่นเสียงต่างๆ จนตอนหลังเรารู้สึกว่าอยากทำสิ่งที่ชอบเป็นอาชีพมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเราเป็นพนักงานประจำ เราแทบไม่มีความสุข ตั้งคำถามกับตัวเองตลอด ตื่นแต่เช้าขับรถไปออฟฟิศสองชั่วโมง กลับบ้านอีกสองชั่วโมง ถ้าเราออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองจะดีกว่าไหม ตอนตัดสินใจจะออกจากบริษัทที่บ้านก็ไม่เห็นด้วย พ่อกับแม่คัดค้านหนัก คุยอยู่นานเหมือนกันกว่าพวกเขาจะเข้าใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงพอสมควร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตเล่าย้อนให้เราฟังว่าจุดเริ่มต้นในเส้นทางอาชีพธุรกิจขายแผ่นเสียงนั้นต่อยอดมาจากความชอบส่วนตัวที่มีต่อวง ‘Sickchild’ ความสนใจและความรักที่มีต่อวงดนตรีนี้ของเขาเป็นเหมือนประตูเปิดโลกและได้นำพาเขาเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มสนใจอยากทำ เพราะเราคิดว่าไม่มีศิลปินยุคอัลเทอร์เนทีฟของไทยที่เราชอบคนไหนออกแผ่นเสียงอีกแล้ว มีแค่วงพราว, อรอรีย์, สี่เต่าเธอ แค่สามวง ณ ตอนนั้น ดังนั้นถ้าอยากให้มีก็ต้องทำเอง ยิ่งตอนหลังได้มีโอกาสรู้จักกับพี่โอ วง Sickchild ผ่านรุ่นพี่อีก แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ได้ทำเลยเป็นของวง Sickchild ที่เราเคารพก่อนเลย ซึ่งจากการที่เรารู้จักเรื่องราวของพวกเขาอยู่แล้ว เราก็เอาเรื่องราวเหล่านั้นมานำเสนอผ่านแผ่นเสียงได้ง่าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งมีเรื่องราว ผลงานชิ้นแรกนี้เลยยิ่งมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110771 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<h3></h3>
<h3 style="text-align: center;"><b>Verse &amp; Pre-Chorus</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คงไม่เกินเลยไปนักถ้าจะบอกว่าแผ่นเสียงและเทปคาสเซตกำลังกลับมาเป็นที่นิยมในยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันศิลปินทั้งในไทยและต่างประเทศต่างนิยมออกอัลบั้มในฟอร์แมตนี้กันมากขึ้น แม้เครื่องเล่นอาจหายาก แต่จุดประสงค์ของแฟนเพลงที่ซื้อนั้นแตกต่างกันไป บางคนซื้อเพื่อสะสมหรือบางคนก็ซื้อเพื่อต้องการฟังเพลงคุณภาพเสียงระดับสูง หลายปัจจัยที่ประกอบรวมกันนี้ทำให้แผ่นเสียงและเทปคาสเซตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าทุกอย่างมีเวลาหวนคืนนะ” โอ๊ตเริ่มเล่าความคิดของเขาให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าลองสังเกต ทุกอย่างมีอายุในตัวและส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 7 ปี พอหมดไปก็วนกลับมาใหม่ เช่นเด็กรุ่นใหม่บางคนอาจไม่เคยสัมผัสกับเทปคาสเซตในยุคคุณพ่อ แต่พอเขาได้สัมผัสม้วนเทปที่เป็นเพลงที่เขาฟัง เราเชื่อว่าเขาจะยิ่งสนใจมันมากขึ้นจนนำมันกลับมาใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืออย่างวงดนตรียุคใหม่อย่าง The 1975 หรือ Cigarettes After Sex แผ่นเสียงและเทปคาสเซตของเขาขายได้กระจายเลย นั่นเพราะแฟนคลับที่ติดตาม พอเขาเห็นสิ่งนี้เขาก็จะตามไปฟังและทำความรู้จัก บวกกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แฟนเพลงก็ยิ่งหาซื้อได้ง่ายขึ้นอีก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต่างกับเวลาคุณซื้อไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราซื้อเพื่อรำลึกอดีต เพราะเราโตมากับคาสเซต ยังจำได้เลยว่าตอนเด็กเคยแอบขโมยตังค์แม่ไปซื้อเทปฝันดี-ฝันเด่น เราชอบเทปมากเป็นทุนเดิมและมีความหลังเกี่ยวกับเทปเป็นพิเศษ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และความหลงใหลของโอ๊ตนี้เองที่นำพาให้เขาเริ่มศึกษาและสร้าง ‘เสียงเพลงของโมไร’ ให้เติบโตยิ่งขึ้นจนทำเป็น ‘งานหลัก’ ได้ในตอนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110788 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัจจุบันเราทำงานกับโรงงานที่ต่างประเทศ เพราะที่เมืองไทยไม่มีโรงงานผลิตเทป หรืออาจหลงเหลืออยู่บ้างแต่วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตไม่พร้อมเท่าต่างประเทศอยู่ดี หรือแม้กระทั่งคนทำ เขาอาจไม่ได้มีความรู้หรือความชำนาญมากเหมือนคนยุคเก่า ดังนั้นทางเลือกของเราคือผลิตที่โรงงานต่างประเทศเพราะมีอะไรให้เราเลือกเยอะกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนขั้นตอนการทำงาน ทางที่ดีคือควรมีการ mastering ที่เฉพาะเจาะจงก่อนเพราะไฟล์ที่ใช้ในการมิกซ์จะมีความต่างกันออกไป เช่น master file ที่ใช้แผ่นเสียง ก็ต้องถูก mastering ให้เหมาะกับแผ่นเสียง เทปคาสเซตก็ต้องถูก mastering ให้เหมาะกับเทปคาสเซต หลังจากนั้นเราจะประสานงานกับโรงงานที่เมืองนอก เจรจากันให้เรียบร้อย ทั้งไฟล์ อาร์ตเวิร์ก ไปจนถึงการบาลานซ์เพลง หน้า A-B ต้องดีและเหมาะสม ไม่มีเดดแอร์ เรียกได้ว่าแทบประกบติดกับเมืองนอก ยกหูคุยกันเพื่อป้องกันความผิดพลาดให้มากที่สุด เราต้องดูรายละเอียดทั้งหมดนี้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนขาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110777 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในกรณีที่เราจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ทุกอย่างถูกต้องทั้งหมด การทำแผ่นเสียง 300 แผ่นจะเท่าทุนตอนขายได้ประมาณ 230-250 แผ่น ดังนั้นสำหรับเรื่องราคาและมูลค่าเป็นอะไรที่พูดยากเหมือนกัน ตั้งแต่ที่เราทำมา มีทั้งราคาแผ่นที่ขึ้นสูงมาก บางอัลบั้ม 30,000-40,000 บาทก็มี แต่พอถึงวันหนึ่ง พอคนเบื่อราคาจะลงมาเอง สิ่งเหล่านี้แปรผันไปเรื่อย คาดเดายาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเอาความชอบมาเป็นธุรกิจ คุณลำบากใจบ้างหรือเปล่า” เราแย้งเพื่อให้โอ๊ตคิดสรุปความ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราว่าจะขายก็เรื่องหนึ่งนะ แต่ในแง่หนึ่งเราก็ได้เก็บ เวลาหยิบมาดูก็เป็นความภาคภูมิใจที่มีเรื่องราว กว่าจะได้มา นี่คือคุณค่าของสิ่งของเหล่านี้ และยิ่งการทำ ‘เสียงเพลงของโมไร’ ไม่ได้ตอบโจทย์เราแค่เพียงคนเดียว มันซัพพอร์ตคนเยอะแยะเลย ทั้งในทีมเราเองรวมถึงร้านค้าที่ได้กำไร ดังนั้น 4 ปีที่ผ่านมา จากการทำแผ่นเสียงมาแล้ว 23 อัลบั้มกับเทป 40 อัลบั้มรวมกว่า 45,000 ตลับ เราว่าตัวเองได้เห็นอะไรต่างๆ ที่กว้างขึ้นมากเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110772 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Chorus</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงการฟังเพลงจากแผ่นเสียงหรือเทปคาสเซต ในแง่ดี สิ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงก่อนคุณภาพของเสียงที่มีความคมชัดที่แตกต่างอย่างชัดเจน แต่ในแง่ตรงกันข้าม สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในยุคนี้คือความยุ่งยากในการฟัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องเสียงชิ้นยักษ์หรือลำโพงคุณภาพที่มาพร้อมกับราคาระดับกลางไปถึงสูงทำให้หลายคนคิดว่า การฟังเพลงจากแผ่นเสียงหรือเทปคาสเซตเป็นเรื่องที่ไกลตัวและดูจะจับต้องยากเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับเรื่องนี้ โอ๊ตได้แนะนำผ่านเราไว้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้มีให้หาซื้อเครื่องได้ง่ายขึ้น หลักร้อยก็มีแล้ว มือสองมีขายเยอะแยะเลย เราว่าค่อยๆ เริ่มไปได้ เพราะอย่างช่วงแรกที่เริ่มฟังเราซื้อของมือสองทุกอย่างเลย ลำโพงมือสอง turntable มือสอง หัวเข็มยังใช้มือสองเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในความเป็นจริง งบแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเริ่มแพงกว่าเรา บางคนอาจจะเริ่มต้นหลักพันนิดๆ ค่อยๆ พัฒนาไป ดูก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบ อย่าไปซื้อทีแพงๆ แล้วมารู้ตัวตอนหลังว่าไม่ได้ชอบสิ่งเหล่านี้เลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110787 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Outro</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณคิดว่าจะทำสิ่งนี้ไปได้ไกลถึงขนาดไหน เพราะถ้าว่ากันตามตรง จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้ก็เหมือนจะหายไปตามกาลเวลาแล้ว” เราถามคำถามสุดท้ายให้เขาสรุปความ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตผู้นั่งอยู่ท่ามกลางความฝันของตัวเองตอบเราพร้อมกับเสียงดนตรีที่คลอเป็นฉากหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากทำไปเรื่อยๆ เท่าที่ยังทำได้ เพราะถ้าคิดกันจริงๆ จากตอนแรกที่เราทำเทปขายอัลบั้มละ 100 ม้วน, 200 ม้วน, 300 ม้วน ตอนนี้มันไต่ระดับไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงขั้น 3,000-4,000 ม้วนต่ออัลบั้มแล้ว ยิ่งทุกวันนี้ราคาก็ดาวน์ลงมาจนเป็นตัวเลขที่เหมาะสมแล้ว ดังนั้นในอนาคตเราก็อยากพยายามทำให้อยู่ในระนาบทั้งคุณภาพและราคาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อขอบคุณทุกคนที่มั่นใจในคุณภาพงานของเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือต่อให้ขาดทุน เราก็เชื่อว่าสิ่งนี้จะไปต่อได้ เพราะวันหนึ่งเดี๋ยวก็มีคนกลับมาตามหาเอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morais-music/">โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>dash. แบรนด์กระเป๋าหนังที่ออกแบบให้น้อยแต่มาก เพราะรู้ว่าแค่นี้ชีวิตก็ยุ่งยากพอแล้ว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dash/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2020 11:16:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[มินิมอล]]></category>
		<category><![CDATA[dash.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=107625</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนุ่มสาวชาวออฟฟิศเคยประสบปัญหาเหล่านี้เหมือนกันกับเราไหม แบกกระเป๋าไปทำงานหนักจนไหล่แทบหัก แต่พอมีจังหวะให้วางไว้บนพื้นก็ไม่อยากทำ เพราะกลัวกระเป๋าเปื้อน จะหยิบกระเป๋าเงินมาใช้ทีก็ต้องตามหากันเนิ่นนาน เพราะของทุกอย่างในกระเป๋าไหลมาทับกันมั่วไปหมด คีย์การ์ดคอนโดหรืออะไรที่เล็กจิ๋วก็เหมือนจะหายสาบสูญไปกับท้องกระเป๋า&#160; สารพัดปัญหาที่ว่าคือสิ่งที่จุดประกายให้เกิด dash. แบรนด์กระเป๋าหนังหน้าตาเรียบหรู ดูมินิมอล ที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด ‘Because Life’s Complicated Enough’ ฉะนั้นทุกฟังก์ชั่นที่ใส่มา สีที่มีให้เลือกสรร และรูปทรงที่ผลิตขึ้น พวกเขาจึงตั้งใจออกแบบมาให้ลูกค้าออกแรงคิดและตัดสินใจต่างๆ ให้น้อยที่สุด&#160; อะไรบ้างที่แอบซ่อนอยู่ในความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้เหล่านี้ บุกออฟฟิศไปถามเขาดีกว่า &#160; &#160; มากกว่ากระเป๋าคือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เพราะมองเห็นว่าคนเมืองต้องเจอกับปัญหาสารพัด แถมมีเรื่องให้ตัดสินใจแทบจะรายวินาที นนทน์ พงศ์ไพโรจน์ และทีมงานจึงร่วมด้วยช่วยกันก่อร่างสร้างแบรนด์ dash.ขึ้นมา&#160; แม้สินค้าหลักในปัจจุบันจะเน้นไปที่กระเป๋ารูปทรงมินิมอล จนเราเผลอนิยาม dash.ว่าเป็นแบรนด์กระเป๋าเรียบหรู แต่ตลอดการพูดคุยเขามักย้ำกับเราเสมอว่า dash.ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่แบรนด์สินค้าแฟชั่นเท่านั้น แต่เขาอยากเป็นแบรนด์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้ผู้คนต่างหาก&#160; “เราอยากเป็นแบรนด์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย อยากเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้เขา เรามองว่าปัจจุบันคนเราต้องรับข้อมูลข่าวสารค่อนข้างเยอะ และถึงจะมีเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ของบางอย่างมีฟังก์ชั่นเยอะมาก จนเรารู้สึกว่าชีวิตมันมีอุปสรรค เพราะต้องมาเสียเวลาเรียนรู้ มานั่งทำความเข้าใจอีก ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ที่เราซื้อของชิ้นนั้นมาคือช่วยให้เราสบายขึ้น”&#160; ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นในชีวิตเพิ่มขึ้น สินค้าทุกตัวของ dash.จึงคิดขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์กับ 4 ช่วงเวลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dash/">dash. แบรนด์กระเป๋าหนังที่ออกแบบให้น้อยแต่มาก เพราะรู้ว่าแค่นี้ชีวิตก็ยุ่งยากพอแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ห</span><span style="font-weight: 400;">นุ่มสาวชาวออฟฟิศเคยประสบปัญหาเหล่านี้เหมือนกันกับเราไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบกกระเป๋าไปทำงานหนักจนไหล่แทบหัก แต่พอมีจังหวะให้วางไว้บนพื้นก็ไม่อยากทำ เพราะกลัวกระเป๋าเปื้อน จะหยิบกระเป๋าเงินมาใช้ทีก็ต้องตามหากันเนิ่นนาน เพราะของทุกอย่างในกระเป๋าไหลมาทับกันมั่วไปหมด คีย์การ์ดคอนโดหรืออะไรที่เล็กจิ๋วก็เหมือนจะหายสาบสูญไปกับท้องกระเป๋า&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สารพัดปัญหาที่ว่าคือสิ่งที่จุดประกายให้เกิด <strong>dash.</strong> แบรนด์กระเป๋าหนังหน้าตาเรียบหรู ดูมินิมอล ที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิด ‘Because Life’s Complicated Enough’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นทุกฟังก์ชั่นที่ใส่มา สีที่มีให้เลือกสรร และรูปทรงที่ผลิตขึ้น พวกเขาจึงตั้งใจออกแบบมาให้ลูกค้าออกแรงคิดและตัดสินใจต่างๆ ให้น้อยที่สุด&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรบ้างที่แอบซ่อนอยู่ในความน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้เหล่านี้ บุกออฟฟิศไปถามเขาดีกว่า &nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-108060 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-Still-life-15-edit.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มากกว่ากระเป๋าคือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมองเห็นว่าคนเมืองต้องเจอกับปัญหาสารพัด แถมมีเรื่องให้ตัดสินใจแทบจะรายวินาที </span><b>นนทน์ พงศ์ไพโรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> และทีมงานจึงร่วมด้วยช่วยกันก่อร่างสร้างแบรนด์ dash.ขึ้นมา&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้สินค้าหลักในปัจจุบันจะเน้นไปที่กระเป๋ารูปทรงมินิมอล จนเราเผลอนิยาม dash.ว่าเป็นแบรนด์กระเป๋าเรียบหรู แต่ตลอดการพูดคุยเขามักย้ำกับเราเสมอว่า dash.ไม่ได้ตั้งใจเป็นแค่แบรนด์สินค้าแฟชั่นเท่านั้น แต่เขาอยากเป็นแบรนด์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้ผู้คนต่างหาก&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107633 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-21-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากเป็นแบรนด์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย อยากเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้เขา เรามองว่าปัจจุบันคนเราต้องรับข้อมูลข่าวสารค่อนข้างเยอะ และถึงจะมีเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ของบางอย่างมีฟังก์ชั่นเยอะมาก จนเรารู้สึกว่าชีวิตมันมีอุปสรรค เพราะต้องมาเสียเวลาเรียนรู้ มานั่งทำความเข้าใจอีก ทั้งๆ ที่จุดประสงค์ที่เราซื้อของชิ้นนั้นมาคือช่วยให้เราสบายขึ้น”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นในชีวิตเพิ่มขึ้น สินค้าทุกตัวของ dash.จึง</span><span style="font-weight: 400;">คิดขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์กับ 4 ช่วงเวลา </span><span style="font-weight: 400;">นั่นคือการพักผ่อน การทำงาน การเดินทาง และการหาแรงบันดาลใจ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อ</span><span style="font-weight: 400;">แก้ไขปัญหาที่ทุกคนพบเจอได้อย่างครอบคลุม </span><span style="font-weight: 400;">ให้ผู้ใช้มีชีวิตที่สะดวกและราบรื่นยิ่งขึ้น</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างง่ายๆ เช่น กระเป๋าที่วางอยู่ตรงหน้าเรานี้ ก็ถูกคิดขึ้นมาจากช่วงเวลาการเดินทาง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107639 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-14-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></span></p>
<p><b>ตูน–สิฬณัชชา คงมั่น</b><span style="font-weight: 400;"> นักการตลาดประจำแบรนด์เล่าว่า ระหว่างรีเสิร์ชเธอพบว่าคนเมืองใช้รถสาธารณะเพิ่มขึ้น และในหนึ่งวันก็ต้องใช้กระเป๋าในหลายโอกาส ทั้งออกไปทำงาน หรือต่อด้วยการแฮงเอาต์ dash. จึงพยายามออกแบบกระเป๋าที่ช่วยแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ออกแบบกระเป๋าให้มีน้ำหนักเบา เวลาถือหรือสะพายจะได้ไม่ต้องแบกน้ำหนักของกระเป๋าร่วมด้วย หรือพยายาม</span><span style="font-weight: 400;">ออกแบบกระเป๋าให้มีรูปทรงที่สามารถใช้ได้ทุกโอกาส จะสะพายออกไปทำงานก็ดูดี หรือจะสะพายออกไปเที่ยวก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนกระเป๋ากันบ่อยๆ </span><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่พอใส่เพิ่มไปแล้วกลับช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-108064 size-large aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>จับปัญหาที่คนต้องพบเจอมาออกแบบงานให้ตอบโจทย์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้คอนเซปต์แบรนด์ รวมทั้งรู้อินไซต์ของผู้ใช้งานแล้ว งานในขั้นตอนต่อไปก็คือการออกแบบ ซึ่งดีไซเนอร์ประจำแบรนด์อย่าง </span><b>กัส–ณัฐธิดา เกตุจรัล</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาสินค้าที่ทั้งแก้ไขปัญหาระหว่างวัน แต่ก็ยังคงความสวยงามน่าใช้ แถมยังต้องเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบรนด์อื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มินิมอลนี่ยากมากเลย” กัสหัวเราะก่อนระบายความในใจ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอได้รับมติจากทีมว่าคอลเลกชั่นนี้เราจะทำอะไร เวลาออกแบบเราจะเริ่มต้นที่ฟังก์ชั่นเป็นหลัก จะพยายามออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ชายและผู้หญิง </span><span style="font-weight: 400;">ช่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ใส่มาต้องไม่ทำให้คนใช้รู้สึกหนักใจ</span><span style="font-weight: 400;"> จากนั้นเราถึงมาออกแบบหน้าตาโดยรวมต่ออีกทีว่าจะทำยังไงให้กระเป๋าของเราแตกต่าง อาจจะเพิ่มอะไหล่หรือดีเทลบางอย่างให้ดูสนุกขึ้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107643 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็ไม่ใช่ว่าวางโครงร่าง ได้ไอเดีย หน้าตาของสินค้ามาแล้วจะจบ ทั้งทีมยังต้องกลับมาคุยกันอีกรอบด้วยว่ามันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นตรงไหน และมันง่ายขึ้นจริงๆ ใช่ไหม เพราะฉะนั้นบางสิ่งที่กัสออกแบบเลยโดนปัดตกไปบ้าง เพราะยังง่ายไม่พอ หรือบางอย่างมีฟังก์ชั่นตอบโจทย์ครบทุกอย่าง แต่ดูแล้วไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นก็โดนปัดตกได้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107647 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-16-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“รายละเอียดในการออกแบบมันค่อนข้างเยอะ อย่างปากกระเป๋าเมื่อก่อนก็ไม่ใช่อย่างนี้นะ” กัสใช้นิ้วกรีดกระเป๋ารูดเปิดเป็นการสาธิตให้เห็นว่าปัจจุบันกระเป๋าสะดวกต่อคนเมืองที่อาจจะต้องหยิบของขณะเดินทาง ส่วนปากก็คอยอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเป็นสไตล์มินิมอล แมตทีเรียลจึงสำคัญมาก ด้วยความเรียบของมันทำให้จุดที่โดดออกมาเห็นได้ชัดมาก ตัวหนัง ตัวฝีเย็บ มันจะโชว์หมด เราเลยต้องใส่ใจทุกขั้น เช็กไปถึง</span><span style="font-weight: 400;">ระยะฝีเข็ม</span><span style="font-weight: 400;">เลยด้วยซ้ำ อะไหล่ต่างๆ ที่ใช้ก็ออกแบบและสั่งคัสตอมมาเป็นส่วนใหญ่ </span><span style="font-weight: 400;">เราใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ที่บางครั้งคนอาจไม่ได้นึกถึง </span><span style="font-weight: 400;">อย่างแม่เหล็กก็ต้องทดลองเรื่องความแรงให้เหมาะสม เพราะหากแรงไปคนก็เปิดไม่ออก หากน้อยไปคนก็อาจรู้สึกไม่ปลอดภัย หรืออย่างหางซิปเราก็ทำตัวแบบอยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้ทรงที่ยาวๆ เรียวๆ ให้จับได้ง่ายขึ้น ไม่เทอะทะ หรือบอบบางไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107628 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-27-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โลโก้ของแบรนด์เราก็ออกแบบให้ดูเรียบง่าย มีการนำรหัสมอร์สอย่างขีด จุด จุด ซึ่งหมายถึงตัว d มาใช้ นอกจากจะมีความหมายแฝงถึงชื่อแบรนด์ dash. อยู่ภายใน ยังสื่อถึงการที่เรานำหลักคิดเกี่ยวกับความเรียบง่าย ใช้งานได้จริง และเป็นสากลมาใช้ด้วย”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เหมือนพอเราตั้งโจทย์ว่าอยากจะออกแบบโปรดักต์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้คนใช้ชีวิตง่ายขึ้น วิธีการสื่อสารให้คนเข้าใจอย่างเป็นรูปธรรมจึงเป็นเรื่องสำคัญด้วย รหัสมอร์สมีความตรงกับที่เราตั้งใจสื่อสารออกไป หัวใจสำคัญของมันคือความเรียบง่าย เช่นเดียวกับแบรนด์ของเรา&#8221; นนทน์เสริม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107637 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-17-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107632 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านล่างของออฟฟิศนี้จึงมีพื้นที่เวิร์กช็อปให้ดีไซเนอร์สาวได้ทดลองเย็บทำกระเป๋าต้นแบบขึ้นมาจริงๆ ก่อนจะนำไปคุยกับโรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการขึ้นแบบด้วยตัวเองคือ กัสจะสามารถบอกช่างได้ทันทีว่าเขากำลังจะเจอปัญหาอะไรบ้าง เมื่อทำก่อน ก็จะเจอข้อผิดพลาดก่อน และมีโอกาสได้แก้ก่อนที่จะถึงมือช่าง นอกจากนั้นการได้ลงมือทำยังเพิ่มมิติใหม่ๆ ในการออกแบบมากขึ้นด้วย&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108287 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/conductor.jpeg" alt="" width="640" height="457" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/conductor.jpeg 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/conductor-300x214.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/conductor-600x428.jpeg 600w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใบนี้จริงๆ ที่เราออกแบบไว้คือแค่ให้สองด้านปิดเข้ามาหากัน แต่พอทดลองทำต้นแบบของจริง</span><span style="font-weight: 400;"> เลยเจอว่าการที่แพตเทิร์นด้านหนึ่งยาวกว่าอีกข้าง ทำให้เกิดดีเทลน่าสนใจขึ้น</span><span style="font-weight: 400;"> ทำไปทำมากลายเป็นว่าสวย ส่วนโค้งด้านหน้านี้ก็เหมือนกัน ตอนแรกเราคิดว่าอยู่ด้านหลังน่าจะสวย แต่</span><span style="font-weight: 400;">พอลองมาเทียบกับสรีระคนจริงๆ กลายเป็นว่าไว้ด้านหน้าสวยและตอบโจทย์กับฟังก์ชั่นมากกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> ทุกครั้งที่เราออกแบบและขึ้นตัวอย่างเองจะมีมุมมองใหม่ๆ แบบนี้เกิดขึ้นเสมอ ทำให้มีตัวเลือกที่ดีขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้มองว่าของที่เราออกแบบต้องอิงกับแฟชั่นขนาดนั้น ไม่ใช่ของที่ต้องเปลี่ยนตามเทรนด์ไปเรื่อยๆ แต่มันควรเป็นอะไรที่ใช้ปีนี้แล้วอีกสามปีก็ยังใช้ได้อยู่ เราค่อนข้างลงลึกในเรื่องวัตถุดิบ พยายามคัดสิ่งที่มีคุณภาพ เพราะอยากให้คนใช้งานได้อย่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107630 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-25-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หัวใจสำคัญของแบรนด์เราคือประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้เอาไปใช้ เราอยากให้เขารู้สึกง่าย รู้สึกสบายใจ ถ้าเขาใช้แล้วรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ก็ถือว่าตอบโจทย์ เพราะเราไม่ได้อยากขายกระเป๋าให้เขา แต่เราอยากขายของที่เขาเอาไปใช้แล้วรู้สึกว่าภาระในชีวิตลดลง สบายใจที่จะเอาไปใช้” ตูนช่วยเสริม&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กระเป๋าจะซื้อที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าอยากได้กระเป๋าที่ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นก็ต้องมาที่เรา เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเขา ถ้าอยากหาอะไรที่ทำให้เรื่องยุ่งในชีวิตลดลง เราอยากให้ </span><span style="font-weight: 400;">dash. </span><span style="font-weight: 400;">เป็นแวบแรกที่เขาจะคิดถึง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-107638 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-15-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพื่อให้ทั้งพนักงานและลูกค้าใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วไม่กลัวว่าวันหนึ่งปัญหาที่เราหยิบมาเป็นเพนพอยต์จะหมดไปเหรอ–เราถามสิ่งที่คิด&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนนนทน์ก็ตอบกลับด้วยท่าทีมั่นใจ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ของส่วนใหญ่ที่เรามีจะครอบคลุมในส่วนของปัญหาจากการเดินทางซะส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสิ้นสุดแค่ตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าทุกคนมองกลับไปตั้งแต่เช้าจรดเย็น จะเห็นเลยว่ามีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ อยู่เต็มไปหมด ที่บางครั้งก็เป็นปัญหาที่เรามองว่าเออ มันก็เป็นอย่างนี้แหละ คุ้นชินไปแล้ว แต่หน้าที่ของเราคือเราจะมานั่งค้นให้เลยว่ามีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องจุกจิก ถ้าไม่มีก็คงดี และถ้าเราแก้ได้ด้วยบริการหรือสินค้าบางอย่างได้เราก็จะทำ”&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-109309 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A.jpg" alt="" width="1022" height="732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A.jpg 1054w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A-300x215.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A-768x549.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A-1024x733.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/DA10_Pencil-Case-BR-Packshot-4A-600x429.jpg 600w" sizes="(max-width: 1022px) 100vw, 1022px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเลยเป็นสาเหตุว่าทำไมจากที่ทำสินค้าเครื่องหนังอยู่ดีๆ ตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">dash.</span><span style="font-weight: 400;"> ถึงมีเครื่องเขียนเพิ่มเข้ามาด้วย รวมถึงในอนาคตอันใกล้นี้พวกเขาก็กำลังจะเปิด </span><span style="font-weight: 400;">dash. </span><span style="font-weight: 400;">space หรือพื้นที่ที่ให้คนเข้ามาพักผ่อน หลบหนีจากความวุ่นวาย มีทั้งคาเฟ่ พื้นที่ทำงาน และแกลเลอรีที่</span><span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่นี่ก็คิดขึ้นมาจากเรื่องความง่ายเหมือนกัน เราอยากให้คนที่มาได้ใช้พื้นที่นี้เป็นสถานที่ที่เขาจะได้พักผ่อน มีความสุขกับบรรยากาศสบายๆ เดินทางมาได้ง่าย มาแล้วจะกินกาแฟ ชมนิทรรศการ </span><span style="font-weight: 400;">นั่งทำงาน หรือถ่ายรูปเล่นก็ได้</span><span style="font-weight: 400;">” ตูนเล่ารายละเอียด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-108066 size-large aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/dash-retouch2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเอาคำว่าง่ายมาเป็นหลักคิดกับทุกๆ อย่างของแบรนด์ คำว่าง่ายขึ้นที่ว่า ไม่ได้หยุดอยู่กับลูกค้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ชีวิตประจำวันของคนในทีมก็ต้องง่ายด้วย ขั้นตอนการทำงานภายในอะไรที่วุ่นวาย เกินจำเป็น เราจะพยายามบอกทีมอยู่เสมอว่างั้นไม่ต้องมีก็ได้ เหลือแค่ขั้นตอนที่จำเป็นก็พอ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดี มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา อยากให้คนได้ยินชื่อ </span><span style="font-weight: 400;">dash.</span><span style="font-weight: 400;"> ปุ๊บก็รับรู้เลยว่าเราจะเป็นแบรนด์ที่ทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น” นนทน์ทิ้งท้าย</span></p>
<hr>
<p><strong>dash.</strong><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span></p>
<p>Website :&nbsp;<a href="http://www.d-dd.co/" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=http://www.d-dd.co&amp;source=gmail&amp;ust=1599803576951000&amp;usg=AFQjCNGNPBLt9nEp3RJe38TdhMiMxY4CKQ">d-dd.co</a></p>
<p>Facebook :&nbsp;<a href="https://www.facebook.com/dashbrand.co" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.facebook.com/dashbrand.co&amp;source=gmail&amp;ust=1599803576951000&amp;usg=AFQjCNGL2_vs5yXAjMfN9oPfVlHQ8UmVNQ">Dash</a></p>
<div dir="ltr">
<div>Instagram :&nbsp;<a href="https://www.instagram.com/dashbrand.co" target="_blank" rel="noopener" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.instagram.com/dashbrand.co&amp;source=gmail&amp;ust=1599803576951000&amp;usg=AFQjCNHkQiWqM7YNQMlTUXOtpmO7WisuSg">dashbrand.co</a></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dash/">dash. แบรนด์กระเป๋าหนังที่ออกแบบให้น้อยแต่มาก เพราะรู้ว่าแค่นี้ชีวิตก็ยุ่งยากพอแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘กลิ่นหนังสือ’ ร้านหนังสือออนไลน์ที่ใช้กลยุทธ์ Book Blind Date มัดใจผู้อ่านแบบไม่เห็นชื่อไม่รู้ปก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/klinnangsue/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2020 11:04:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Book Blind Date]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่นหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Blind Date With A Book]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=108924</guid>

					<description><![CDATA[<p>Don&#8217;t judge a book by its cover คงเป็นสำนวนที่ใครๆ ได้ยินจนคุ้นชิน เพราะไม่ว่าจะใช้กับการตัดสินคนจริงๆ หรือตัดสินปกหนังสือเพื่อหยิบมาอ่านก็ตาม ทั้งหมดนั้นล้วนสื่อถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ตาเราเห็นได้ แล้วถ้าลองเปลี่ยนมาให้ตัดสินหนังสือ (เพื่อซื้อมาอ่าน) จากโควตเด็ดหรือประโยคสั้นๆ แทนล่ะ ไม่นานมานี้ ฉันได้ไปรู้จักร้านขายหนังสือออนไลน์ที่มีชื่อน่ารักว่า ‘กลิ่นหนังสือ’ นอกจากการใช้ภาษาแบบใจดีๆ และภาพถ่ายสวยๆ มาแนะนำหนังสือให้น่าซื้อ ร้านนี้ยังมีกลยุทธ์ในการขายหนังสือที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปแล้ว กลยุทธ์นั้นคือ Blind Date With A Book หรือเรียกอีกชื่อว่า Book Blind Date เป็นการห่อหนังสือที่คัดเลือกมาด้วยกระดาษสีน้ำตาลผูกริบบิ้น ซึ่งบนกระดาษห่อมักเขียนด้วยลายมือระบุถึงนิยามสั้นๆ คีย์เวิร์ด หรือเรื่องย่อว่าเป็นหนังสือแนวไหน ผู้ซื้อจะไม่รู้ชื่อเรื่องหรือแม้กระทั่งชื่อนักเขียน เปรียบเสมือนกับกิจกรรมนัดบอดคู่เดตที่เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาหรือเธอจะเป็นคนแบบไหน หน้าตายังไง มีนิสัยใจคอยังไงบ้าง จนกว่าจะเริ่มเปิดอ่านและทำความรู้จักหนังสือเล่มนั้นไปพร้อมๆ กัน จากวิธีการขายนี้เองที่ทำให้ &#8216;เพชร&#8217; หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้านกลิ่นหนังสือสามารถดูแลร้านหนังสือเล็กๆ ที่เธอเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาได้ถึงระดับที่มีมิตรรักนักอ่านติดตามหลักหลายหมื่นคน ‘ที่นี่ เงียบสงบมาก’ ฉันนึกถึงครั้งแรกที่เห็นไบโอของแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ร้านกลิ่นหนังสือแล้วรู้สึกชอบขึ้นมา ก่อนจะพบว่าเมื่อใดก็ตามที่เห็นทวิตแนะนำหนังสือของเพชร ความสงบนิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นในใจ แหล่งกำเนิดกลิ่นหนังสือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/klinnangsue/">‘กลิ่นหนังสือ’ ร้านหนังสือออนไลน์ที่ใช้กลยุทธ์ Book Blind Date มัดใจผู้อ่านแบบไม่เห็นชื่อไม่รู้ปก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Don&#8217;t judge a book by its cover คงเป็นสำนวนที่ใครๆ ได้ยินจนคุ้นชิน เพราะไม่ว่าจะใช้กับการตัดสินคนจริงๆ หรือตัดสินปกหนังสือเพื่อหยิบมาอ่านก็ตาม ทั้งหมดนั้นล้วนสื่อถึงรูปลักษณ์ภายนอกที่ตาเราเห็นได้</p>
<p>แล้วถ้าลองเปลี่ยนมาให้ตัดสินหนังสือ (เพื่อซื้อมาอ่าน) จากโควตเด็ดหรือประโยคสั้นๆ แทนล่ะ</p>
<p>ไม่นานมานี้ ฉันได้ไปรู้จักร้านขายหนังสือออนไลน์ที่มีชื่อน่ารักว่า <strong>‘</strong>กลิ่นหนังสือ<strong>’</strong> นอกจากการใช้ภาษาแบบใจดีๆ และภาพถ่ายสวยๆ มาแนะนำหนังสือให้น่าซื้อ ร้านนี้ยังมีกลยุทธ์ในการขายหนังสือที่กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไปแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109119 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ1.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กลยุทธ์นั้นคือ Blind Date With A Book หรือเรียกอีกชื่อว่า Book Blind Date เป็นการห่อหนังสือที่คัดเลือกมาด้วยกระดาษสีน้ำตาลผูกริบบิ้น ซึ่งบนกระดาษห่อมักเขียนด้วยลายมือระบุถึงนิยามสั้นๆ คีย์เวิร์ด หรือเรื่องย่อว่าเป็นหนังสือแนวไหน ผู้ซื้อจะไม่รู้ชื่อเรื่องหรือแม้กระทั่งชื่อนักเขียน เปรียบเสมือนกับกิจกรรมนัดบอดคู่เดตที่เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาหรือเธอจะเป็นคนแบบไหน หน้าตายังไง มีนิสัยใจคอยังไงบ้าง จนกว่าจะเริ่มเปิดอ่านและทำความรู้จักหนังสือเล่มนั้นไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>จากวิธีการขายนี้เองที่ทำให้ &#8216;เพชร&#8217; หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้านกลิ่นหนังสือสามารถดูแลร้านหนังสือเล็กๆ ที่เธอเริ่มต้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาได้ถึงระดับที่มีมิตรรักนักอ่านติดตามหลักหลายหมื่นคน</p>
<p>‘ที่นี่ เงียบสงบมาก’ ฉันนึกถึงครั้งแรกที่เห็นไบโอของแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ร้านกลิ่นหนังสือแล้วรู้สึกชอบขึ้นมา ก่อนจะพบว่าเมื่อใดก็ตามที่เห็นทวิตแนะนำหนังสือของเพชร ความสงบนิ่งบางอย่างจะเกิดขึ้นในใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109088 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ3.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<h3><strong>แหล่งกำเนิดกลิ่นหนังสือ </strong></h3>
<p>เพชรเริ่มต้นเล่าถึงที่มาของร้านหนังสือออนไลน์เล็กๆ แห่งนี้ให้เราฟังว่ามาจากสถานที่ 2 แห่ง</p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2017 ที่เธอเพิ่งเรียนจบคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ สาขาวิชาการพัฒนาเด็ก เยาวชนและครอบครัว บัณฑิตจบใหม่อนาคตไกลที่ยังไม่มีทิศทางที่อยากมุ่งไปแน่ชัด ตัดสินใจสมัครไปเป็นครูอาสาที่โรงเรียนบ้านห้วยส้มป่อย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลา 4 เดือน</p>
<p>นอกจากสอนวิชาปกติแล้ว เพชรยังต้องทำหน้าที่หลายอย่างควบคู่ไปด้วย หนึ่งในนั้นคือการเป็นครูประจำห้องเรียนพิเศษคาบภาษาไทยที่ประกอบไปด้วยเด็กสมาธิสั้น เรียนไม่ทันเพื่อน หรือเด็กซน ซึ่งสอนคู่ขนานไปกับห้องเรียนทั่วไป</p>
<p>“สอนไปสักพัก เรารู้สึกว่าอยากพัฒนาทักษะการอ่านเขียนของเด็กให้ดีขึ้น แต่ถ้าให้เด็กมาเรียนกับเรา 1-2 คาบต่อสัปดาห์ มันไม่เพียงพอต่อการพัฒนาเด็ก เราเลยเดินหาในโรงเรียนว่าส่วนไหนบ้างที่จะช่วยพัฒนาตรงนี้ได้ แล้วเราก็เจอห้องสมุดโรงเรียน” ในนั้นมีวรรณกรรมเยาวชนและการ์ตูนความรู้ที่เหมาะกับเด็กๆ เพียงแต่ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าห้องสมุดกันเพราะด้วยทำเลที่เข้าถึงยาก ต้องเดินลงบันไดไปอีกชั้น คุณครูเพชรในตอนนั้นจึงย้ายเด็กๆ มาสอนในห้องสมุดเพื่อสร้างกลิ่นของคนรักหนังสือให้เกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109089 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ2.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ในช่วงเวลานั้นเด็กๆ เสริมพลังให้เราเยอะมาก จากที่ไม่มีเด็กเข้ามาในห้องสมุดเลย ก็เข้ามาทีละคนสองคนจนเวลาผ่านไป เรากับเด็กๆ บรรณารักษ์ทำให้เด็กทั้งโรงเรียนมาอ่านหนังสือได้ รู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่มีพลังมากๆ แม้ว่าตอนนี้เราไม่รู้ว่าเด็กๆ ยังเข้าห้องสมุดและอ่านหนังสือมากเหมือนตอนที่เราอยู่ไหม แต่ ณ ตอนนั้นมันเกิดขึ้นจริง มันเป็นสถานที่ที่มีกลิ่นคนรักหนังสือเกิดขึ้นจริงๆ ทำให้เราอยากมีร้านหนังสือเป็นของตัวเอง”</p>
<p>หลังจากจบโครงการครูอาสา เพชรได้ลงมาทำงานเป็นครูที่กรุงเทพฯ ในช่วงต้นปี 2018 และได้รู้จักวิธีการขายหนังสือแบบ Book Blind Date เป็นครั้งแรกจากห้องสมุด The Reading Room พอเวลาผ่านไปประมาณครึ่งปี เธอตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูและเตรียมย้ายกลับมาที่บ้านเกิดในจังหวัดน่าน</p>
<p>“เราตัดสินใจส่งต่อหนังสือที่มี เลยขอประยุกต์ Book Blind Date มาใช้ในวิธีการขายด้วย โดยให้ลูกค้าเป็นผู้ตั้งราคาหนังสือด้วยตัวเอง เพราะตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจทำเป็นร้านหนังสือจริงจัง แค่อยากส่งต่อหนังสือของเราให้เจ้าของคนใหม่ที่อยากอ่านจริงๆ ไม่ได้หวังกำไร พอส่งต่อหนังสือหมดก็ย้ายกลับมาน่าน แต่ก็ยังมีนักอ่านหลายคนเข้ามาคุยและอยากให้ทำร้านหนังสือต่อไป ช่วงนั้นเราว่างพอดี เป็นช่วงที่ไม่ได้รีบร้อนหางานใหม่ ก็เลยเริ่มทำจริงจังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109093 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-1024x1012.jpg" alt="" width="1024" height="1012" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-1024x1012.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-300x296.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-768x759.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-600x593.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/38730.jpg 1078w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><strong>กระจายกลิ่นหนังสือ</strong></h3>
<p>จากตอนแรกที่ทำแอ็กเคานต์ขายหนังสือมือสองของตัวเอง เพชรค่อยๆ ขยับขยายเปลี่ยนชื่อเป็นร้านกลิ่นหนังสือที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความผูกพันหนังสือตั้งแต่วัยเด็ก รวมไปถึงความทรงจำตอนที่เป็นครูอาสา</p>
<p>ถึงแม้จะชอบอ่านหนังสือมาก แต่เธอไม่เคยเข้าไปคลุกคลีกับแวดวงคนทำหนังสือจริงจังสักครั้ง ความกล้าหาญแรกที่ทำหลังจากสร้างร้านหนังสือเล็กๆ ของเพชรคือการติดต่อไปหาคนในธุรกิจหนังสือ</p>
<p>“เราเริ่มติดต่อจากสายส่งก่อน ค่อยมาสำนักพิมพ์และนักเขียนอิสระ ก็พัฒนามาเรื่อยๆ ตอนนั้นตื่นเต้นมาก เพราะเราไม่ได้ทำงานหนังสือมาตั้งแต่ต้น ไม่มีคอนเนกชั่นกับคนทำงานด้านนี้ ถ้าให้เห็นภาพคือดุ่มๆ เข้าไปถามเขาเลยว่าถ้าอยากรับหนังสือมาขายต้องทำยังไง โชคดีตรงที่สายส่ง สำนักพิมพ์ และนักเขียนอิสระค่อนข้างใส่ใจและเฟรนด์ลี่ แม้เราจะดูเป็นร้านที่ไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างก็ตาม” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังตามมา</p>
<p>แน่นอนว่าเมื่อเปลี่ยนจากวิธีขายแบบให้ลูกค้าเป็นคนตั้งราคามาเป็นราคาตามปก ยอดขายหรือกระแสย่อมไม่เหมือนช่วงแรก “ช่วงที่ให้ลูกค้าตั้งราคาเองเราขายได้ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนซื้อ รู้สึกเห็นใจคนที่ไม่ได้ แต่พอปรับมาเป็นธุรกิจก็ยอมรับว่ามีจุดที่นิ่งไปเหมือนกัน ทีนี้ต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยน เช่น ปรับแพ็กเกจหรือทำคำโปรยให้น่าสนใจมากขึ้น จัดวางภาพสวยๆ หรือโพสต์ขายบ่อยๆ โฆษณาบ้างนิดหน่อย มันก็ช่วยดึงลูกค้ากลับมาได้ ซึ่งอาจไม่ได้วูบวาบแบบตอนเป็นกระแสแรกๆ เรียกว่าอยู่ตัวมากกว่า ค่อนข้างเป็นในแบบที่เราต้องการเหมือนกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109095 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176-819x1024.jpg" alt="" width="819" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/28176.jpg 1144w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></p>
<p>แต่ถ้าลองไปส่องดูแอ็กเคานต์ของร้านกลิ่นหนังสือตอนนี้ คุณจะพบว่าเพชรเริ่มขายหนังสือที่หลากหลายขึ้น รวมถึงมีแบบที่โชว์ปกและ Book Blind Date ปะปนกันไป ไม่เหมือนช่วงแรกที่มีแต่หนังสือหุ้มด้วยกระดาษสีน้ำตาล</p>
<p>“เพราะเรารับหนังสือของนักเขียนอิสระมาด้วย อยากให้หนังสือของเขาที่ก็ดีอยู่แล้วเป็นที่รู้จักมากขึ้นเลยขายแบบโชว์หน้าปก อีกอย่างคือเรามีแพลนอยากเปิดหน้าร้าน เพราะฉะนั้นการขายแบบเห็นปกบ้างจะทำให้ลูกค้ารู้ว่าที่กลิ่นหนังสือไม่ได้ขายเฉพาะหนังสือ Book Blind Date เท่านั้น แต่ขายแบบเห็นปกด้วย เป็นการเพิ่มตัวเลือกและความหลากหลาย”</p>
<p>ส่วนวิธีการเลือกหนังสือสักเล่มมาทำ Book Blind Date นั้น เพชรเล่าว่าไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลานั้นมากกว่าว่าเธออยากขายแบบไหน เพราะบางครั้งหนังสือเล่มนั้นมีปกที่สวยชวนซื้ออยู่แล้ว แต่อาจเป็นแนวที่ลูกค้าไม่ค่อยรู้จักหรือสนใจอ่าน หรือบางเล่มเป็นหนังสือที่ดีมากๆ แต่ไม่ได้เป็นกระแส ซึ่งพอเธอลองหยิบมาห่อหุ้มด้วยกระดาษสีน้ำตาลและเขียนประโยคจากในเรื่องลงไปก็ทำให้หนังสือเล่มนั้นขายดีขึ้นมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109096 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ5.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<h3><strong>ติดใจกลิ่นหนังสือ</strong></h3>
<p>พอฉันถามถึงเหตุผลที่ทำให้นักอ่านจำนวนมากชื่นชอบและอุดหนุนหนังสือของร้านกลิ่นหนังสือเป็นประจำ เจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ แห่งนี้บอกว่านั่นก็เป็นเรื่องที่เธอแปลกใจ เพราะในปัจจุบันนักอ่านมีตัวเลือกมากมายในการซื้อหนังสือสักเล่ม ทั้งสั่งจากนักเขียน สำนักพิมพ์ และร้านหนังสือเอง แต่สุดท้ายพวกเขากลับเลือกร้านของเธอ</p>
<p>“ฟีดแบ็กที่เราได้กลับมาตลอดคือเรื่องแพ็กเกจ วิธีการ Book Blind Date ที่มีคำโปรยบนหน้าซองและแนบรวงข้าวไว้ให้แทนคำขอบคุณ นอกจากนี้เขาก็ประทับใจคำพูดคำจาในการขายของเรา ทุกวันนี้เรากับลูกค้าเหมือนเพื่อนกันเลย อาจจะด้วยช่วงวัยที่ไม่ห่างจากกลุ่มเป้าหมายของร้านมาก รู้สึกว่าคุยแล้วคลิก แล้วเราไม่ได้ขายหนังสืออย่างเดียว ลูกค้าสามารถเข้ามาพูดคุยปรึกษาเรื่องหนังสือกับเราได้ตลอด บวกกับมีแต้มสะสมให้ด้วย ถ้าซื้อครบ 12 แต้มเมื่อไหร่ลูกค้าจะได้รับหนังสือถึงคนพิเศษ 1 เล่ม มันเลยทำให้ลูกค้าเข้ามาซื้อกับเราเรื่อยๆ”</p>
<p>“เราไม่อยากเป็นร้านหนังสือที่ซื้อมาขายไปแล้วจบแค่นั้น อยากให้เขากลับมาซื้อกับเราอีก ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้กลับมาซื้อหนังสือ แต่กลับมาคุยเรื่องหนังสือหรือเรื่องอื่นๆ เราก็ยังคุยกับเขาอยู่ เพราะเราไม่ใช่ร้านหนังสือที่ให้ความรู้สึกแห้งแล้ง ซื้อมาขายไปจบ อยากให้รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่เชื่อมต่อกัน เหมือนเวลาคุยเรื่องหนังสือกับเพื่อน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109097 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ6.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับเหล่านักอ่าน หลายคนคงรู้ว่าร้านหนังสืออิสระมีเอกลักษณ์ตรงรสนิยมการเลือกหนังสือเข้าร้าน บางร้านเป็นหนังสือสายแข็ง บางร้านเด่นเรื่องความหลากหลาย ซึ่งหนังสือในร้านกลิ่นหนังสือส่วนใหญ่เป็นวรรณกรรมเยาวชน นิยายแปล นวนิยาย เรื่องสั้น และบทกวี เพราะเจ้าของร้านอย่างเพชรชอบอ่านและคิดว่าตนนำเสนอได้ดี</p>
<p>ทว่าเมื่อทำร้านมาสักพัก เธอก็คาดหวังให้ร้านกลิ่นหนังสือตอบสนองความต้องการของนักอ่านกลุ่มอื่นๆ บ้าง จึงพยายามมองหาหนังสือใหม่ๆ ไปด้วย</p>
<p>“ด้วยความที่เราเลือกหนังสือด้วยตัวเองทุกเล่ม มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือเรารู้จักหนังสือที่เลือกมาทุกเล่ม ดังนั้นเวลานำเสนอก็จะตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ขายได้พอดี แต่ด้วยความที่ร้านเราเล็กมากเลยไม่ได้มีหนังสือที่หลากหลายเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายช่วงวัยอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้ามารู้จักเรา จริงๆ เคยคุยกับเพื่อนไว้ว่าอยากเป็นร้านหนังสือที่เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย แต่พอมาทำจริงแล้วเราใส่ตัวเองไปในร้านเยอะมากๆ ก็เลยได้กลุ่มเป้าหมายที่อ่านหนังสือคล้ายๆ กัน แต่ปีนี้เราพยายามเลือกให้หลากหลายขึ้น เพราะคนติดตามเราก็เริ่มเยอะขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109098 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ9.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109103 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ12.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<h3><strong>รักษากลิ่นหนังสือ</strong></h3>
<p>ด้วยความที่หญิงสาวฝันไว้ว่าอยากมีร้านหนังสือเป็นของตัวเอง บวกกับบ้านในจังหวัดน่านที่เธออยู่ก็ไม่ค่อยมีร้านหนังสือมากนัก ถ้าได้เปิดร้านกลิ่นหนังสือเวอร์ชั่นจับต้องได้คงเป็นเรื่องที่ดี</p>
<p>“เราอยากเปิดร้านขนาดเล็ก ไม่แน่ใจว่าถ้าคนอื่นทำเขาอยากจะขยายให้มันใหญ่โตแค่ไหน แต่เราอยากให้มันพอดีกับมือ และรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่และมีความสุข ตัวเราเองตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่น่านก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้มีความต้องการอะไรใหญ่ๆ เราต้องการอะไรที่มีความสุขแบบเรียบง่าย ได้ทำมันทุกวัน ได้ใส่ใจกับสิ่งที่ทำ และมีความสุขกับตรงนั้น”</p>
<p>แต่ได้ยินมาว่าทำร้านหนังสือได้กำไรไม่คุ้มเหนื่อยไม่ใช่เหรอ ฉันตั้งคำถาม</p>
<p>นักอ่านและเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ นิ่งคิดก่อนตอบด้วยน้ำเสียงใจดี “สำหรับเราเพียงพอนะ เพราะเราทำเป็นออนไลน์ไม่มีหน้าร้านมันเลยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น แถมทำให้เราทุ่มไปกับการจัดการง่ายขึ้น รู้สึกว่ารายได้พอดีกับตอนนี้ อีกอย่างพอมาทำจริงๆ แล้วพบว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันอยู่ในจุดที่รับได้ เราได้ทำงานที่ชอบ ตื่นขึ้นมาอยากทำมันทุกวัน ไม่เชิงนามธรรมว่ามีแต่ความสุขอย่างเดียว แต่มีรายได้เข้ามาในจุดที่โอเคด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109100 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306-1024x740.jpg" alt="" width="1024" height="740" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306-1024x740.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306-300x217.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306-768x555.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/39306.jpg 1505w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>แล้วสรุปหนังสือจะตายจริงไหม ฉันถามอีกแม้จะรู้คำตอบดี เพียงเพราะแค่อยากได้เสียงเจ้าของร้านหนังสือยืนยัน</p>
<p>“เมื่อก่อนตอนยังไม่ทำงาน เราได้ยินประโยคนี้บ่อยมาก หนังสือกำลังจะตาย คนไทยอ่านหนังสือน้อย แต่พอทำร้านหนังสือจริงๆ เรากลับรู้สึกว่ายังมีนักอ่านอีกเยอะมากๆ ในทุกวัน ในขณะที่เรารู้จักนักอ่านอยู่ประมาณหนึ่งซึ่งก็ว่าเยอะแล้ว ในอีกมุมหนึ่งก็มีนักอ่านอีกจำนวนมากที่เรายังมองไม่เห็นหรือเข้าไม่ถึง เพราะฉะนั้นเราว่าคนไทยไม่ได้อ่านหนังสือน้อย ยังมีคนอ่านหนังสืออีกเยอะมากๆ รอให้เราเจอ”</p>
<p>สำหรับคนรักหนังสืออย่างเพชร ความปรารถนาเดียวที่มีต่อนักอ่านที่เข้ามาค้นพบร้านกลิ่นหนังสือเล็กๆ ของเธอ คือหวังว่าให้เขาสนุกกับการอ่านหนังสือ “เราเคยเป็นคนอ่านมาก่อน ไม่ใช่จู่ๆ มาจับหนังสือแล้วขายเลย เพราะฉะนั้นเราเห็นชัดเจนว่าถ้ามีใครคนหนึ่งชอบอ่านหนังสือขึ้นมา เขาจะอ่านเล่มอื่นตามมาเอง แต่ถ้าเราไปคาดหวังบีบบังคับให้เขาอ่าน ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ยั่งยืน ตอนที่เริ่มทำร้าน เราขอแค่ทำให้คนเกิดความสนุกกับการอ่านและพบว่าหนังสือมีความหลากหลายมากๆ อย่างน้อยน่าจะมีสักเล่มหนึ่งที่เหมาะกับตัวเขา นี่คือสิ่งที่เราหวังว่าจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109102 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/กลิ่นหนังสือ4-1.gif" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<h3><strong>หนังสือที่กลิ่นหนังสืออยากแนะนำ</strong></h3>
<p><em>หนังสือ​ลำ​ดับ​ที่​ 863</em>​</p>
<p>&#8220;ถ้ามีเรื่องที่อยากเล่าล่ะก็​ ไม่ว่าตอนไหนฉันก็จะฟังนะ​ จะเล่าถึงเมื่อไหร่​ ฉันก็จะฟัง&#8221;</p>
<p>หนังสือที่จะชวนให้มาตามหาว่าอะไรกันแน่​คือความสุขที่แท้จริงในชีวิต​ น่ารัก​ อ่านสบายๆ​ และให้ข้อคิดดีๆ กับชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109204 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714-478x1024.jpg" alt="" width="478" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714-478x1024.jpg 478w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714-140x300.jpg 140w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714-768x1646.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714-600x1286.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_212714.jpg 1171w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /></p>
<p><em>หนังสือ​ลำดับ​ที่​ 1016​</em></p>
<p>เป็นหนังสือที่นำเสนอทั้งความเศร้า​ ความหมาย​ และความงามของชีวิต​ เป็นนิยายภาพที่มีเนื้อหาไม่มาก​ แต่กลับทำให้เรียนรู้ชีวิตได้มาก​ทีเดียว​ เพราะสิ่งที่เล่มนี้นำเสนอออกมานั้น​ ที่แท้แล้วก็คือมนุษย์​นี่เอง​</p>
<p>เป็นอีกเล่มที่ขายดีในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109205 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180201_002.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><em>หนังสือ​ลำดับ​ที่​ 893</em></p>
<p>หนังสือที่นำพาผู้อ่านย้อนเวลากลับไปในยุคสมัยที่ใครๆ ก็อ่านแต่หนังสือเล่ม​ เนื้อหาสนุกน่าติดตาม​และเต็มไปด้วยกลิ่นหนังสือ</p>
<p>​หน้าฝนแบบนี้​อ่านเล่มนี้ บรรยากาศคงดีทั้งในหนังสือ​และนอกหนังสือนะคะ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109206 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597.jpg 1080w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200913_180349_597-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลิ่น​หนังสือ​ขอแนะนำหนังสือแบบเห็นปกที่ขายเฉพาะที่ร้านเราอีกหนึ่งเล่ม</p>
<p><em>อยู่​แชร์​เฮา​ส์กับ​เหล่า​นักเขียน</em>​ เป็นผลงานของนักเขียนอิสระ​ชื่อว่า Moonscape ​เล่าเรื่องราวของเหล่าผู้คนที่ทำงานในแวดวงหนังสือ​และอาศัยอยู่ในแชร์เฮาส์สามชั้นของคุณนายการเวกในย่านนางลิ้นจี่</p>
<p>เป็นหนังสือที่เติมพลังให้กับชีวิตได้ดีทีเดียว​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109207 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052-873x1024.jpg" alt="" width="873" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052-873x1024.jpg 873w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052-256x300.jpg 256w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052-768x901.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052-600x704.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_20200916_211052.jpg 1181w" sizes="(max-width: 873px) 100vw, 873px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/klinnangsue/">‘กลิ่นหนังสือ’ ร้านหนังสือออนไลน์ที่ใช้กลยุทธ์ Book Blind Date มัดใจผู้อ่านแบบไม่เห็นชื่อไม่รู้ปก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHE KNOWS แบรนด์เสื้อผ้ารักโลก ที่พยายามอย่างหนักให้คนใส่สวยในแบบที่เป็น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/she-knows/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2020 15:46:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable fashion]]></category>
		<category><![CDATA[fast fashion]]></category>
		<category><![CDATA[SHE KNOWS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=108404</guid>

					<description><![CDATA[<p>SHE KNOWS คือแบรนด์เสื้อผ้าของ เซน–ธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ และ ปันปัน–ปานไพลิน พิพัฒนสกุล สองสาวที่ครั้งหนึ่งเคยติดอยู่ในวงจรของฟาสต์แฟชั่น ทุกอาทิตย์ต้องรับเสื้อใหม่เข้าตู้เสื้อผ้าจนกลายเป็น walk-in closet ขนาดย่อม เป็นเจ้าของแบรนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยนิยามเสื้อผ้าที่ตัวเองทำว่าขยะ ที่ตอนนี้กำลังพยายามพาแบรนด์นั้นก้าวไปสู่ความ sustainable ให้ได้มากที่สุด  ทั้งพยายามเปลี่ยนมาใช้ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งให้เอื้อต่อการรีไซเคิล สนับสนุนช่างในชุมชนให้ได้มีอาชีพ รวมทั้งคอยเชียร์อัพสาวๆ ให้กลับมามีความมั่นใจในหุ่นของตัวเอง Be who you are! ชวนสวมเสื้อผ้าสบายๆ ให้ง่ายต่อการลองชุดใหม่ เริ่มต้นพูดคุยกับพวกเธอแล้วขอลองกางเกงทรงสวยตัวนั้นกันดีกว่า &#160; Trying very hard with sustainable fashion “ก่อนหน้านี้ SHE KNOWS เป็นเหมือนขยะเลยค่ะ” เซนเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยคำที่เล่นเอาเราตกใจ สาเหตุคือเพราะจริงๆ แล้ว SHE KNOWS เป็นเหมือนแบรนด์ย่อยที่นำเอาเศษผ้าเหลือใช้ของ Motif Official เสื้อผ้าแบรนด์แรกสุดของเซนและปันปันที่เป็นสไตล์ออกผู้ใหญ่กว่า ดูหรูหรา ขายขึ้นห้าง ราคาตัวละหลายพัน มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ทำแบบเน้นปริมาณ แต่ไม่ได้โฟกัสที่คุณภาพ เพื่อให้ขายแล้วบริษัทยังพอมีกำไรเข้ามาบ้าง “มาคิดได้ก็ตอนไปออกอีเวนต์ขายของ มีโมเมนต์หนึ่งที่เรามองรอบๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/she-knows/">SHE KNOWS แบรนด์เสื้อผ้ารักโลก ที่พยายามอย่างหนักให้คนใส่สวยในแบบที่เป็น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">SHE KNOWS คือแบรนด์เสื้อผ้าของ </span><strong>เซน–ธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ </strong>และ<strong> ปันปัน–ปานไพลิน พิพัฒนสกุล </strong><span style="font-weight: 400;">สองสาวที่ครั้งหนึ่งเคยติดอยู่ในวงจรของฟาสต์แฟชั่น </span><span style="font-weight: 400;">ทุกอาทิตย์ต้องรับเสื้อใหม่เข้าตู้เสื้อผ้าจนกลายเป็น walk-in closet ขนาดย่อม เป็นเจ้าของแบรนด์ที่ครั้งหนึ่งเคยนิยามเสื้อผ้าที่ตัวเองทำว่าขยะ ที่ตอนนี้กำลังพยายามพาแบรนด์นั้นก้าวไปสู่ความ sustainable ให้ได้มากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งพยายามเปลี่ยนมาใช้ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งให้เอื้อต่อการรีไซเคิล สนับสนุนช่างในชุมชนให้ได้มีอาชีพ รวมทั้งคอยเชียร์อัพสาวๆ ให้กลับมามีความมั่นใจในหุ่นของตัวเอง Be who you are!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชวนสวมเสื้อผ้าสบายๆ ให้ง่ายต่อการลองชุดใหม่ เริ่มต้นพูดคุยกับพวกเธอแล้วขอลองกางเกงทรงสวยตัวนั้นกันดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108425 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1089-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Trying very hard with sustainable fashion</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านี้ SHE KNOWS เป็นเหมือนขยะเลยค่ะ” เซนเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยคำที่เล่นเอาเราตกใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุคือเพราะจริงๆ แล้ว SHE KNOWS เป็นเหมือนแบรนด์ย่อยที่นำเอาเศษผ้าเหลือใช้ของ Motif Official เสื้อผ้าแบรนด์แรกสุดของเซนและปันปันที่เป็นสไตล์ออกผู้ใหญ่กว่า ดูหรูหรา ขายขึ้นห้าง ราคาตัวละหลายพัน มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น ทำแบบเน้นปริมาณ แต่ไม่ได้โฟกัสที่คุณภาพ เพื่อให้ขายแล้วบริษัทยังพอมีกำไรเข้ามาบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มาคิดได้ก็ตอนไปออกอีเวนต์ขายของ มีโมเมนต์หนึ่งที่เรามองรอบๆ ตัวแล้วรู้สึกว่าไม่โอเคเลยกับการที่ต้องมาขายขยะพวกนี้ ยังคุยกับปันปันเลยว่าสงสารลูกค้าจัง เรารู้อยู่กับตัวว่าราคาต้นทุนเป็นยังไง เย็บแย่แค่ไหน หรืออย่างคำที่ลูกค้าพูดว่า ‘ไม่ต้องไปคิดมากหรอก ใส่รอบเดียว เดี๋ยวก็ทิ้งแล้ว’ เราเลยรู้สึกว่า เฮ้ย ที่เรากำลังทำอยู่นี่มันไม่ใช่แล้วนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนอยู่ในวงการนี้มา 5 ปี ก่อนทำ SHE KNOWS แต่เราไม่รู้เลยว่ามันเป็นปัญหา จนพอคิดได้วันนั้น มานั่งหาข้อมูลถึงเพิ่งได้รู้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เป็นหนึ่งในวงจรธุรกิจที่สร้างมลพิษต่อโลกมากที่สุด ไม่ใช่แค่ว่าการซื้อไปใส่เพียงครั้งสองครั้งแล้วทิ้งจะสร้างขยะมหาศาล แต่วงการฟาสต์แฟชั่นยังมีอีกสารพัดปัญหาหลบอยู่เบื้องหลังอีก ทั้งเรื่องการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน หรือกระทั่งกระบวนการแรกอย่างการปลูกคอตต้อนนั่นก็เป็นปัญหา” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108421 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1030-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108432 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1182-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันเป็นปัญหาในทุกๆ กระบวนการจริงๆ สุดท้ายเราเลยคุยกันว่าถ้าจะอยู่ในธุรกิจนี้ เราต้องเปลี่ยน ต้องทำอะไรสักอย่างให้สิ่งที่ทำอยู่มันมีผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้” ปันปันช่วยเสริม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108423 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1038-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่จึงเริ่มต้นเปลี่ยนโฉม SHE KNOWS เสียใหม่ เริ่มตั้งแต่เรื่องของกระบวนการออกแบบ ที่เปลี่ยนจากเดิมใหม่หมด หาความรู้เรื่องผ้าเส้นใยธรรมชาติที่พอจะมีคุณสมบัตินำมาตัดเย็บได้ ดูลวดลายของผ้า แล้วค่อยๆ พัฒนาออกมาเป็นสินค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อดีคือช่วงนั้นแบรนด์ต่างประเทศก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน และแบรนด์สไตล์นี้เขาจะบอกชัดมากว่าใช้ผ้าอะไร เราเลยเหมือนได้ใช้ข้อมูลตรงนั้นไปศึกษาต่อ ดูว่าเขาใช้ผ้าอะไร แล้วที่ไทยมีที่ไหนขายบ้าง” ปันปันเล่า ก่อนที่เซนจะรับไม้ผลัด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108424 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1070-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต้องยอมรับว่าเราเริ่มต้นจาก less bad เนอะ ไม่ใช่ good เราคุยกับปันตั้งแต่ปีแรกว่าเฮ้ย มันเป็นไปไม่ได้นะที่จะใช้ผ้ารีไซเคิล หรือผ้าจากเส้นใยธรรมชาติทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เลยตกลงกันว่าถ้างั้นเราตั้งเป้าในปีแรกว่าใช้ผ้าที่เป็นโพลีเอสเตอร์ไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ก่อนดีไหม พอทำได้แล้วเราค่อยไปโกลต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ สิ่งที่ดีที่สุดเลยก็คือการไม่ผลิตผ้าเพิ่มนั่นแหละ เพราะถึงจะเป็น tencel แต่ tencel ก็ยังถือว่าเป็นการสร้างแมตทีเรียลขึ้นมาใหม่ เรียกว่าเราพยายามจะ ‘trying very hard’ มากกว่า เรายังไม่สามารถเคลมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเราเป็นแบรนด์ที่ sustainable แต่เราก็พยายามทำเท่าที่ทำได้” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108434 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1199-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108422 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1031-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Trying very hard to let you be who you are</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเลื่อนดูรูปภาพในอินสตาแกรมจะเห็นว่าแบบเสื้อและกางเกงของ SHE KNOWS ไม่ค่อยเปลี่ยนไปมากนักในแต่ละคอลเลกชั่น เน้นทำแบบเรียบง่ายให้ใส่ได้นานที่สุด และหากมีโอกาสได้จับผ้าจริง ก็จะเห็นว่าตะเข็บหรือฝีเย็บทุกวันนี้เปลี่ยนไปจนสัมผัสได้ ด้วยฝีมือของช่างเย็บในชุมชนที่มีฝีมือระดับเทลเลอร์เมด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นลุงสังฆ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเย็บเสื้อและกางเกง พี่แป๋วผู้เชี่ยวชาญด้านการเย็บเสื้อและเดรส หรือพี่นิโคลช่างแพตเทิร์น ทุกคนต่างได้รับราคาที่สมเหตุสมผล ไม่มีการกดราคา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108418 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1021-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เอาจริงๆ เซนกับปันไม่มีพื้นฐานด้านดีไซน์เลย แต่เรานับว่านั่นเป็นข้อดีนะ” เซนพูดเสริมขึ้นหลังอธิบายถึงวิธีการทำงานกับช่างในชุมชนให้เราฟังจบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามองโปรดักต์ในมุมของลูกค้า ไม่ได้มองว่าอันนี้ทำได้หรือทำไม่ได้ แต่มองว่าเราอยากใส่ทรงนี้ เอวกางเกงตัวนี้ต้องเป็นเอวยางยืดที่ใส่แล้วก้นไม่ใหญ่ สะโพกปันปันต้องเล็ก เราใส่แล้วต้องสูง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะไม่ใช่ผู้หญิงหุ่นนางแบบทั้งคู่ เวลาซื้อเสื้อผ้าในอินสตาแกรมทั้งสองคนจึงจะมีปัญหาแทบทุกครั้ง ติดสะโพกบ้างล่ะ สิ่งที่คิดกับสิ่งที่เป็นต่างกันบ้างล่ะ นอกจากความ sustain ที่พยายามกันอยู่ นี่จึงเป็นอีกสิ่งที่พวกเธอพยายามเข้าไปแก้ไขจุดที่เป็นปัญหา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากทำเสื้อผ้าที่คนใส่แล้วบอกว่าเออ ตัวนี้ได้อยู่ เพื่อนใส่แล้วบอกว่ามึงตัวนี้กูใส่แล้วก้นสวยมาก อยากทำเสื้อผ้าที่ช่วยเสริมคาแร็กเตอร์ของแต่ละคน ทำอะไรที่เอาไปแมตช์กับชุดในตู้เสื้อผ้าของเขาได้ ให้ลูกค้าได้ Be who you are.” </span><span style="font-weight: 400;">เซนอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสิ่งที่ดูจะโชว์ความเป็นคอนเซปต์นี้มากที่สุด คงเป็นการที่ SHE KNOWS มีเสื้อผ้ามากขนาด เลือกได้เลยตั้งแต่เอว 24-42</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-108454 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/384881.jpg" alt="" width="795" height="986" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันเริ่มจากว่าพอเราออกไปขายป๊อปอัพแล้วคนสนใจเยอะมาก แต่พอลูกค้าเข้ามาปุ๊บ คำที่เราพูดบ่อยมากคือ ‘ขอโทษนะตัวเอง ไม่มีไซส์ค่ะ’&#8221; เซนเล่าถึงที่มา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;พูดบ่อยเข้าก็หน้าชา บางคนเขาอยากได้มากจริงๆ ก็พยายามยัดตัวเองเข้าไปให้ได้ แล้วซื้อกลับไป ทั้งๆ ที่มันผิดที่เสื้อผ้าเรานะ ไม่ได้ผิดที่เขาเลย แต่เขาก็ยังซื้อไป เลยรู้สึกว่า โห เขาอยากได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ดีใจก็ดีใจนะ แต่มันไม่โอเค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารู้สึกว่าผู้หญิงถูกมีเดียทำให้รู้สึกว่าหุ่นนางแบบคือสวย ต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นไม่งั้นเธอไม่สวย เซนไม่ใส่แขนกุดเลยจนอายุประมาณ 25 เพราะคิดว่าตัวเองเป็นคนแขนใหญ่ มันเป็นปัญหานะ ทำไมเราถึงไม่กล้าใส่แขนกุด ทั้งๆ ที่ซื้อแขนกุดมาเยอะมาก อยากใส่มาก แต่ต้องรอให้น้ำหนักอยู่ในเลขที่พอใจก่อนแล้วถึงจะใส่ ถ้าเราเอว 24 แล้วเรายังคิดว่าตัวเองอ้วน อันนี้คือแย่แล้วนะ ผิดแล้วที่เรารู้สึกแบบนี้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108430 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1166-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเลยมาแก้ที่ต้นเหตุแทน ว่ากางเกงตัวนี้จะทำยังไงให้คนคนนี้ใส่แล้วมีความมั่นใจ มีความรู้สึกว่าเขาขายาว ช่วยเขาในจุดที่เราสามารถช่วยได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เอาจริงๆ การทำ SHE KNOWS มันเป็นการเดินทางของเราเหมือนกันนะ อย่างช่วงที่ทำ Motif เราทำกางเกงเอวสูงออกมาตัวหนึ่ง แต่ใส่แล้วช่วงสะโพกปริ แต่ก็บอกไปว่าไม่เป็นไรหรอก เพราะเราเป็นคนสะโพกใหญ่ ถ้าคนอื่นที่เป็นคนปกติเขาก็คงใส่ได้ กลายเป็นว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเราไม่ใช่กางเกง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราเลือกได้ว่าจะแก้ให้มันถูกต้องไหม&#8221; ปันปันช่วยย้ำ ก่อนที่เซนจะขมวดความคิดทั้งหมดอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-108417 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_1018-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำแบบนี้มันจำเป็นทั้งสำหรับเราและแบรนด์เราเองที่ต้องยอมรับว่าเราก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา หุ่นปกติ แล้ววันที่เรายอมรับเรื่องนี้ได้ เราจะรู้สึกว่าเราชอบร่างกายตัวเองมากขึ้น” </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/she-knows/">SHE KNOWS แบรนด์เสื้อผ้ารักโลก ที่พยายามอย่างหนักให้คนใส่สวยในแบบที่เป็น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับบ๊อบ วรากฤช แห่ง V.A.C. แบรนด์สตรีทแวร์หัวขบถที่ผสานการเมืองเข้ากับสตรีทแฟชั่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bob-vac-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คาลิล พิศสุวรรณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2020 12:18:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[สตรีทแฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[V.A.C.]]></category>
		<category><![CDATA[วรากฤช วิวัฒนาเกษม]]></category>
		<category><![CDATA[บ๊อบ วรากฤช]]></category>
		<category><![CDATA[NARUTU]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=107911</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตุลาฯ นี้ก็จะครบรอบสิบปีพอดี” คือคำตอบของ บ๊อบ–วรากฤช วิวัฒนาเกษม ต่อคำถามที่ว่า ร้าน V.A.C. เปิดมาแล้วกี่ปี ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บ้างอาจจดจำ V.A.C. ในฐานะศูนย์รวมรองเท้าบาสเกตบอลใจกลางสยาม บ้างอาจมองว่า V.A.C. เป็นร้านขายสินค้าสตรีทแวร์สุด swag และบ้างก็อาจรู้จัก V.A.C. ในฐานะแบรนด์สตรีทแฟชั่นหัวขบถ ที่เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะดร็อปคอลเลกชั่นสุดกวนที่คอลแล็บกับเพจล้อการเมืองชื่อดังอย่าง NARUTU และขายหมดเกลี้ยงในวันเดียว ความยียวนก็เรื่องหนึ่ง แต่หากมองให้ลึกลงไปอีกหน่อยจะพบว่าภายใต้ฉากหน้าที่ดูไม่ซีเรียสจริงจัง กลับคือความพยายามที่จะผสานประเด็นทางการเมืองเข้ากับสตรีทแฟชั่นอย่างแนบเนียน นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่เราอยากจะนั่งพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์ V.A.C. ขึ้นมาโดยทันที ไม่ว่าจะต่อประเด็นที่เขาคือหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการสตรีทแฟชั่นของประเทศไทย ต่อการที่เขาปลุกปั้น V.A.C. จนกลายเป็นแบรนด์สตรีทแวร์อันดับต้นๆ และต่อความมุ่งมั่นของเขาที่อยากจะให้วงการสตรีทหันมาสนใจการเมืองมากขึ้น นี่คือบทสนทนาของเรากับชายหนุ่มที่ใครๆ รู้จักเขาในชื่อบ๊อบ V.A.C. ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน คุณคิดอะไรในวันที่เปิดร้าน V.A.C. เราไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้สึกว่า ณ ตอนนั้นมันไม่มีร้านรองเท้าที่สเกลใหญ่ หมายความว่า มันไม่มีร้านใหญ่ๆ สำหรับรองเท้าแฟชั่น เมื่อสิบปีก่อนสนีกเกอร์และสตรีทแวร์มันเบบี๋มาก ยังไม่มีคำว่าสตรีทแวร์ในประเทศไทยเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับเราที่ไปเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ และทำงานอยู่กับ Nike ประมาณห้าปี ได้มีโอกาสเดินทางค่อนข้างบ่อย เราพบว่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์กลับมีช็อปรองเท้าผ้าใบที่ไม่ใช่รองเท้ากีฬา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bob-vac-interview/">คุยกับบ๊อบ วรากฤช แห่ง V.A.C. แบรนด์สตรีทแวร์หัวขบถที่ผสานการเมืองเข้ากับสตรีทแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“ตุลาฯ นี้ก็จะครบรอบสิบปีพอดี” คือคำตอบของ <strong>บ๊อบ–วรากฤช วิวัฒนาเกษม</strong> ต่อคำถามที่ว่า ร้าน <a href="https://www.vacthailand.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>V.A.C.</strong></a> เปิดมาแล้วกี่ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บ้างอาจจดจำ V.A.C. ในฐานะศูนย์รวมรองเท้าบาสเกตบอลใจกลางสยาม บ้างอาจมองว่า V.A.C. เป็นร้านขายสินค้าสตรีทแวร์สุด swag และบ้างก็อาจรู้จัก V.A.C. ในฐานะแบรนด์สตรีทแฟชั่นหัวขบถ ที่เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะดร็อปคอลเลกชั่นสุดกวนที่คอลแล็บกับเพจล้อการเมืองชื่อดังอย่าง NARUTU และขายหมดเกลี้ยงในวันเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความยียวนก็เรื่องหนึ่ง แต่หากมองให้ลึกลงไปอีกหน่อยจะพบว่าภายใต้ฉากหน้าที่ดูไม่ซีเรียสจริงจัง กลับคือความพยายามที่จะผสานประเด็นทางการเมืองเข้ากับสตรีทแฟชั่นอย่างแนบเนียน นี่เองจึงเป็นสาเหตุที่เราอยากจะนั่งพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์ V.A.C. ขึ้นมาโดยทันที ไม่ว่าจะต่อประเด็นที่เขาคือหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการสตรีทแฟชั่นของประเทศไทย ต่อการที่เขาปลุกปั้น V.A.C. จนกลายเป็นแบรนด์สตรีทแวร์อันดับต้นๆ และต่อความมุ่งมั่นของเขาที่อยากจะให้วงการสตรีทหันมาสนใจการเมืองมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือบทสนทนาของเรากับชายหนุ่มที่ใครๆ รู้จักเขาในชื่อบ๊อบ V.A.C.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108088" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC11-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><b>ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน คุณคิดอะไรในวันที่เปิดร้าน V.A.C.</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้คิดอะไรเลย แค่รู้สึกว่า ณ ตอนนั้นมันไม่มีร้านรองเท้าที่สเกลใหญ่ หมายความว่า มันไม่มีร้านใหญ่ๆ สำหรับรองเท้าแฟชั่น เมื่อสิบปีก่อนสนีกเกอร์และสตรีทแวร์มันเบบี๋มาก ยังไม่มีคำว่าสตรีทแวร์ในประเทศไทยเลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับเราที่ไปเรียนเมืองนอกมาตั้งแต่เด็กๆ และทำงานอยู่กับ Nike ประมาณห้าปี ได้มีโอกาสเดินทางค่อนข้างบ่อย เราพบว่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์กลับมีช็อปรองเท้าผ้าใบที่ไม่ใช่รองเท้ากีฬา แต่เป็นรองเท้าผ้าใบแฟชั่นเยอะมากๆ นั่นเท่ากับว่าการใส่รองเท้าผ้าใบในชีวิตประจำวันในประเทศเหล่านี้มันได้รับการยอมรับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์ของเราไม่ได้อยู่ในกฎเกณฑ์ ไม่ชอบถูกตีกรอบ การใส่สูทผูกไทด์ไปทำงานมันไม่เคยอยู่ในหัว ยิ่งพอทำงานกับ Nike ซึ่งลูกค้าที่เราดูแลบางเจ้าเป็นร้านสนีกเกอร์ แต่ก็จะเป็นแค่ร้านเล็กๆ ซีเลกชั่นของรองเท้ายังไม่เยอะ เราเลยมองว่าตรงนี้แหละคือโอกาส จนเกิดเป็นร้าน V.A.C. ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>นิยามของร้าน V.A.C. ในวันนั้นคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเรามีสโลแกนว่า ‘Strip in, Swag out’ คือพยายามจะเป็นสถานที่ที่ต่อให้คุณไปโดนปล้นมาจนไม่เหลืออะไร แต่ถ้าคุณเดินเข้ามาใน V.A.C. คุณก็จะสามารถออกจากร้านเราไปแบบเท่ๆ ได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108116" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC39-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108079" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC2-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><b>ช่วงที่เปิดร้านใหม่ๆ คุณกลัวว่าร้านจะไปไม่รอดไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่ากลัวไม่เคยมีอยู่ในหัวนะ แต่ถามว่าคิดถูกหรือเปล่า นั่นเป็นคำถามที่เราถามตัวเองมาตลอดสิบปี เพราะว่าธุรกิจที่เรามอง เราไม่ได้มองว่าทำหนึ่งปีผ่านไปแล้วมันสำเร็จ หรือสามปีผ่านไปแล้วมันสำเร็จ แต่ทุกๆ ปีที่ผ่านไปมันเป็นก้าวเล็กๆ ที่ก้าวไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดตรงๆ คือเราไม่รู้หรอกว่าอีกห้าปีต่อจากนี้ภาพของร้าน V.A.C. ที่มีในหัวมันคืออะไร เราเองก็ยังตอบไม่ได้ เพราะช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมามันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ร้านเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันถูกบีบด้วยสถานการณ์จากภายนอก มันถูกบีบด้วยการเติบโตของตัวเราเอง เพราะฉะนั้นต่อให้วันนี้เราบอกว่าในอีกห้าปี V.A.C. จะเป็นแบบนี้นะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ระหว่างทางมันอาจมีเหตุการณ์บางอย่างที่เปลี่ยนแปลงเราไปอีกก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเช่นในช่วงที่เรากำลังจะเปิดร้าน V.A.C. เซ็นสัญญาเสร็จแล้วยังไม่ทันเปิดเลย ปรากฏว่ามีม็อบ สยามถูกปิด เปิดร้านไม่ได้ แต่งร้านไม่ได้ เราเริ่มต้นโดยการเสียค่าเช่าฟรีๆ ไปประมาณสามเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108092" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC15-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> </span></p>
<p><b>เป๋ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้เป๋ มันอาจมีความเหนื่อยแหละ แต่นั่นคือการทำงาน ส่วนหนึ่งเราอาจโชคดีที่ได้ทำงานกับ Nike ซึ่งหล่อหลอมว่าการทำงานจริงๆ มันเป็นยังไง เราเคยทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงห้าทุ่มโดยที่ไม่มีโอที ทำงานโดยที่รู้สึกสนุกกับงานในระดับที่เงินเดือนไม่ได้สำคัญกับเราจริงๆ แต่นั่นเพราะเราโชคดีด้วยที่ไม่ได้มีรายจ่ายที่ต้องรับผิดชอบมากนัก สำหรับเราช่วงเวลาที่ทำงานกับ Nike มันทำให้รู้ว่ายิ่งทำงานหนักสุดท้ายไม่ว่าเราจะอยู่ไหน ความสามารถและประสบการณ์มันก็จะยังอยู่กับเรา เรานำอะไรหลายๆ อย่างที่ได้รับจากช่วงที่ทำงานอยู่ Nike มาปรับใช้กับการทำงานทุกวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เช่นอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักๆ เลยคือ ถ้าอยากจะสำเร็จก็ต้องทำงานหนัก การที่ได้ทำงานกับคนขยัน เก่ง และมีมายด์เซตที่ดีถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับเรามาก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีโอกาสได้พบกับอะไรเหล่านี้ อีกเรื่องคือห้าปีที่เราทำงานกับ Nike เราได้ทำงานทั้งในแผนกรีเทล แผนกเซลส์ และแผนกมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่ได้ทำงานทั้งสามแผนกนี้ เพราะการเป็นเจ้าของธุรกิจน่ะ คุณจะเก่งแค่ด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ จะขายเก่งอย่างเดียวไม่ได้ เพราะถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงให้ลูกค้ามาซื้อของที่ร้านล่ะ คุณก็ต้องรู้เรื่องมาร์เก็ตติ้ง คุณต้องรู้ว่าการตลาดคืออะไร แตกต่างจากการขายยังไง รวมไปถึงการได้คลุกคลีกับงานรีเทลอย่างงานจัดการสินค้าหน้าร้านก็มีประโยชน์กับเรา ประสบการณ์ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108081" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-683x1024.gif" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-683x1024.gif 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-200x300.gif 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-768x1152.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-600x900.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC4-210x315.gif 210w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></span></p>
<p><b>ในฐานะที่คุณคลุกคลีอยู่กับวงการสตรีทแวร์ในประเทศไทยมากว่าสิบปี คุณมองเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างของวงการสตรีทแวร์ในอดีตและปัจจุบัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าเหตุผลที่คนเข้ามาในวงการสตรีทแวร์มันเปลี่ยนไป อย่างในช่วง 3-5 ปีแรกของ V.A.C. คนที่ซื้อรองเท้าเพราะใจรักมีมากกว่าตอนนี้เยอะ แต่ปัจจุบันด้วยความที่สนีกเกอร์เป็นสินค้าที่อยู่ในกระแส คนเลยซื้อเพราะอยากอยู่ในกระแสมากกว่า สมัยก่อนคือคุณมี Air Jordan นะ คุณมี Nike นะ คุณมี Adidas นะ เพียงแต่เขาจะเลือกสนีกเกอร์คู่นั้นๆ จากเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่พอสมัยนี้กลับเลือกสนีกเกอร์อะไรก็ได้ที่จะขายรีเซลต่อได้ มันคนละเหตุผลแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เมื่อความนิยมของสตรีทแวร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันสร้างแรงกดดันให้กับคุณและแบรนด์ V.A.C. ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มองว่ามันกดดันขึ้นนะ เพราะเราทำงานมาสิบปี รู้ว่าทุกอย่างมีไซเคิลของมัน รองเท้าแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Nike กับ Adidas กราฟมันจะขึ้น-ลงสลับกันตลอด ถ้า Nike ขึ้น Adidas จะลง แต่ถ้า Nike ลง Adidas จะขึ้น เช่น 3-4 ปีก่อน ในยุค NMD, Ultraboost และ Yeezy มันเป็นช่วงที่ Adidas บูมมาก Nike ก็จะแผ่วหน่อย แตกต่างจากปัจจุบันที่ Nike กลับมาครองตลาดอีกครั้ง เพียงแต่ถ้าพูดถึงสตรีทแวร์ทั้งหมด เราคิดว่าช่วงนี้กำลังเป็นขาลงนะ แค่ตอนนี้มันยังลงไม่สุด ยังต้องดูกันต่อไปว่าจะลงไปสุดเมื่อไหร่ แล้วมันจะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่ก็ราวๆ 2-3 ปี เป็นธรรมชาติของมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108108" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC31-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108098" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC21-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> </span></p>
<p><b>สำหรับคุณ อะไรคือเสน่ห์ของสตรีทแวร์ไทย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะเป็นเรื่องราคา มีแค่ 300 บาท เผลอๆ เราซื้อเสื้อสวยๆ ได้ตัวหนึ่งแล้ว เราคิดว่านี่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง เพราะไม่ต้องลงทุนเยอะ ถ้าอย่างอเมริกาเสื้อยืดตัวหนึ่งก็ 20 เหรียญแล้ว อีกอย่างคือประเทศเรามีสินค้ามือสองถูกๆ มีจตุจักรและตลาดนัดต่างๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย อีกประเด็นคือประเทศไทยจะมีอิสระทางความคิดในการแต่งตัวเยอะกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประเทศของเราไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยข้อจำกัดทางศาสนาเทียบเท่ากับประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อยากชวนคุยเรื่องประเด็นการเมืองบ้าง อย่างคอลเลกชั่น NARUTU ที่ผ่านมา อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณจับคู่ประเด็นการเมืองกับสตรีทแฟชั่นเข้าด้วยกัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นคนที่ติดตาม V.A.C. จะรู้ว่า NARUTU ไม่ใช่คอลเลกชั่นการเมืองคอลเลกชั่นแรกที่เราทำ เพราะเราจะมีคอลเลกชั่นกะลาแลนด์ที่ออกมาอยู่เรื่อยๆ เวลาที่เราอยากจะเสียดสีหรือจิกกัดอะไร แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองหรอก เพราะเราคิดว่าในเมื่อแฟชั่นคือการ express ตัวตนของตัวเอง ซึ่ง V.A.C. culture คือการหยิบเอาจิตวิญญาณก้อนหนึ่งของเรามาใส่ในแบรนด์ แล้วทำไมเราจะแสดงความคิดเห็นของเราที่มีต่อทุกๆ เรื่องไม่ได้ การเมืองมันอยู่ในชีวิตเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราจะนำเสนอมันออกมาอย่างไม่รุนแรง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108100" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC23-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุที่เรานำเสนอเรื่องการเมืองผ่านแฟชั่นเพราะเราอยากให้คนในวงการสตรีทแวร์หันมาสนใจการเมืองสักนิดหนึ่ง อย่างสำนักข่าวก็อาจนำเสนอประเด็นการเมืองผ่านบทความ V.A.C. ก็เลือกจะนำเสนอผ่านเสื้อผ้าและแฟชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ แล้วเราทำคอลเลกชั่นกะลาแลนด์มา 5-6 ปีแล้วด้วยซ้ำ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเรารับอะไรหลายๆ อย่างในสังคมไทยไม่ได้ แต่เราก็ไม่แคร์หรอกว่าคอลเลกชั่นนี้จะขายดีหรือไม่ดี ไม่แคร์ว่าคนอื่นจะมอง V.A.C. ว่าเป็นอะไร เพราะนี่คือตัวตนของเรา และตัวตนของเราคือตัวตนของแบรนด์ เราไม่ได้ต้องการจะเอาใจคนหมู่มากเพราะต้องการรายได้เพิ่ม นั่นไม่จำเป็น ต่อให้เราได้เงินน้อยลงก็ช่างมัน ถ้าเราจะยังสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อยู่ เรายอมสูญเสียรายได้และถือว่าคนกลุ่มนั้นไม่ใช่ลูกค้า V.A.C.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เราก็จะเข้าใจนะ ถ้าเขาจะตัดสินใจไม่ซื้อสินค้าเราเพราะเคยออกคอลเลกชั่นกะลาแลนด์และ NARUTU ความขบถมันคือ identity ของแบรนด์ เราคิดเพียงแค่นี้ ไม่ได้คิดหรอกว่าการพูดประเด็นการเมืองช่วง 5-6 ปีก่อนจะเป็นเรื่องเสี่ยง เพราะ V.A.C. ทำอะไรเสี่ยงๆ มาตลอด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108094" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC17-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ทำไมคุณถึงคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดง่ายๆ การเมืองมันคือวิถีชีวิต มันคือสิ่งที่เราต้องเจออยู่ทุกวัน จริงๆ มันไม่ใช่คำว่าการเมืองด้วยซ้ำ แต่มันคือ ‘ความเป็นอยู่’ ความเป็นอยู่ของคนๆ หนึ่งในประเทศที่หากผู้นำประเทศเขาไม่ได้แคร์ความสุขหรือความต้องการขั้นพื้นฐานของประชาชน สิ่งที่เราเจอในทุกๆ วันน่ะ มันแทบจะหาความสุขไม่ได้เลยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมมติเราตื่นขึ้นมาไปทำงาน ถ้าเป็นคนที่ไม่มีรถเขาก็ต้องเจอกับปัญหาการคมนาคมไม่ครอบคลุม ราคา BTS แพงเกินรายได้ไม่พอ ยังวิ่งไม่ทั่วถึงอีก ส่วนคนที่ขับรถไปทำงาน คุณก็ต้องขับรถ 1-2 ชั่วโมงมาทำงานในเมืองอีก เพราะอะไรล่ะ ก็เพราะความเจริญมันไม่กระจายไปสู่พื้นที่ภายนอก หรือสมมติคุณมีครอบครัว ทำไมเราต้องส่งลูกๆ เข้าไปเรียนในโรงเรียนแค่ไม่กี่โรงเรียน ทั้งๆ ที่เราอาศัยอยู่รอบนอก โรงเรียนดีๆ มันควรจะครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เฉพาะแค่ในกรุงเทพฯ แต่รวมถึงต่างจังหวัด ทุกๆ วินาที ทุกๆ ก้าวเดินของเรามันคือความเป็นอยู่ แล้วเราจะมีความสุขได้ยังไงถ้าจะต้องมาเจอกับอะไรที่ชวนหงุดหงิดแบบนี้ อาหารก็แพง บ้านเมืองก็สกปรก การเดินทางไม่โอเค ความปลอดภัยก็ไม่มี แล้วความยุติธรรมก็ไม่รู้หายไปไหนอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108104" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC27-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราถึงบอกว่าสุดท้ายแล้วการเมืองมันจึงไม่ใช่เรื่องที่ว่าใครจะได้รับผลกระทบหรือไม่ได้ เพราะทุกคนล้วนได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพียงแต่มันจะมีคนที่ชินไปกับมัน คิดว่านี่แหละเมืองไทย โตมาก็เป็นแบบนี้แล้วก็เลยก้มหน้าและยอมรับโดยไม่คิดจะทำอะไร หรืออาจจะคิดว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีประโยชน์เพราะมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ก็อย่างที่บอก เราเข้าใจนะ เพียงแต่สำหรับตัวเราเองในฐานะที่เราเป็นแบรนด์แบรนด์หนึ่งและพอจะมีคนมองเห็น เราก็ทำเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้จะเรียกร้องอะไรจากคนอื่น ถ้าเขาจะคิดว่าตัวเองมีภาระหรือมีสิ่งที่ต้องแลกมาเยอะเกินไปหากเขาจะแสดงออกทางการเมือง เพียงแต่ถ้าเราใช้สิทธิของเรา พื้นที่ของเราให้เป็นประโยชน์ แล้วทุกๆ คนสามารถทำแบบนี้ได้ มันถึงจะมีวันไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>คุณเจอแรงปะทะอะไรบ้างไหมกับการนำเสนอการเมืองบนแบรนด์ V.A.C.</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่จะมีสื่อนี่แหละที่มาถามว่าทำไม V.A.C. ถึงทำ เพราะหลายๆ อย่างมันคงดูแรงในสายตาคนอื่น แต่เท่าที่เจอมักจะมาในลักษณะของคอมเมนต์ใต้บทความที่มาสัมภาษณ์ ด่าเราบ้าง มาบอกว่าไม่เห็นด้วยกับเราบ้าง แต่อย่างคอลเลกชั่น NARUTU เราก็ไม่เห็นใครมาว่าประเด็นอะไรนะ เห็นมีแต่คนใส่ไปม็อบกัน ซึ่งมันคงประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่การเมืองกำลังพีค แล้วกลุ่มลูกค้าของเราก็อาจเป็นกลุ่มที่ไม่แฮปปี้กับสถานการณ์ปัจจุบัน มันเลยไม่มีผลกระทบอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108101" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC24-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><b>ที่คุณบอกว่าอยากให้คนในวงการสตรีทแวร์สนใจการเมืองมากขึ้น มองว่า ณ ปัจจุบันมันไปถึงจุดนั้นหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนมันดีกว่าอยู่แล้ว มันเพิ่มมาจากแต่ก่อนแหละ หลายๆ เรื่องที่เราเห็นในโซเชียลฯ ก็เห็นว่าคนให้ความสนใจมากขึ้น ยิ่งพอมันกลายเป็นกระแสแล้วด้วย เพียงแต่สิ่งที่สำคัญคือคนที่สนใจหรือแสดงตัวว่าสนใจน่ะ จะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่เขาสนใจจริงๆ แล้วเราจะทำยังไงให้เขาสนใจจริงๆ เราเคยได้ยินเด็กๆ บางคนคุยกันนะ ว่าที่ลงภาพตัวเองชูสามนิ้วน่ะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการชูสามนิ้วหมายความว่าอะไร การชูสามนิ้วในช่วงนี้สำหรับบางคนมันเลยไม่ต่างกับแฟชั่นที่ไปซื้อ Yeezy มาใส่กันแค่เพราะมันอวดได้ เราอยู่ในยุคที่ใช้ชีวิตกันอย่างผิวเผิน เพียงแต่ว่าถ้าความผิวเผินที่ว่านี้จะช่วยให้คนๆ หนึ่งลงลึกไปกับประเด็นหนึ่งๆ ได้ นั่นก็เป็นเรื่องที่โอเคนะ สำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>คุณภูมิใจกับคอลเลกชั่นการเมืองของ V.A.C. ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้คิดว่าตัวเราทำให้คนหันมาสนใจการเมือง แต่ถ้าถามว่าภูมิใจกับอะไร ในฐานะแบรนด์และในฐานะเจ้าของแบรนด์ที่ไม่ได้คิดว่าการเมืองของประเทศเรามันถูกต้อง เรารู้สึกภูมิใจที่ไม่กลัว กล้าจะเอาแบรนด์ของตัวเองมาเสี่ยงกับประเด็นนี้ และยังทำมันอยู่ตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108090" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC13-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /> </span></p>
<p><b>ทุกวันนี้ถ้าพูดถึง V.A.C. คิดว่าคนจะนึกถึงอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นึกถึงเรามั้ง (ยิ้ม) คงจะนึกถึงความกวน ความจัดจ้าน เพราะเสื้อผ้าของเราไม่ค่อยเรียบ เราไม่ได้ขายโลโก้ แต่ขายลวดลายเสียมากกว่า V.A.C. culture มันคือตัวเรา ซึ่งตัวเรามันคือความขบถอยู่แล้ว ไม่ค่อยคิดอะไรเหมือนกับใคร เราไม่จำเป็นต้องเหมือนกับใคร แล้วเราก็ไม่จำเป็นจะต้องต่างเพียงเพื่อจะให้ต่าง เราแค่เกิดมาเป็นแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>จากวันแรกที่ก่อตั้งแบรนด์ V.A.C. จนถึงทุกวันนี้ มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง และมีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">V.A.C. คงจะโตขึ้นในแง่ของความคิด มองภาพได้กว้างขึ้น แต่ถ้ามองจากในมุมของลูกค้าแล้ว เราคิดว่า V.A.C. กำลังจะไปในทิศทางที่ไม่ใช่แค่เป็นร้านรองเท้าอีกต่อไป เราอาจจะเติบโตในฐานะของร้านขายรองเท้าแหละ แต่พอทำไปเรื่อยๆ เรารู้ว่าจริงๆ แล้ว V.A.C. กำลังก้าวไปสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์มากกว่า ถ้ามองดูรอบๆ ร้านจะเห็นว่าเราไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้าและรองเท้าอีกต่อไป แต่มันจะมีของแต่งบ้าน มี accessories ต่างๆ แล้วในอนาคตก็จะมีสินค้าแคมป์ปิ้งเข้ามา เราเลยคิดว่าในมุมของลูกค้าเมื่อก่อนเราอาจเป็นสามเหลี่ยมแต่ตอนนี้เราอาจเป็นวงกลมแล้ว ซึ่งในอนาคตเราก็อาจเปลี่ยนแปลงไปอีกก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108105" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC28-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-108106" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/VAC29-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ทุกวันนี้ความสนุกของคุณกับแบรนด์ V.A.C. คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้ออกคอลเลกชั่นใหม่ๆ เรายังตื่นเต้นตลอดกับดร็อปใหม่ๆ กับการได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่เราชอบ และกับการได้เห็นคนเข้าใจ V.A.C. มันทำให้เราดีใจ V.A.C. ไม่ใช่แบรนด์ที่รีเซลได้ เราไม่ใช่แบรนด์ที่พ่อค้าแม่ค้าจะมาต่อคิวไปขายต่อ เพราะฉะนั้นการที่ V.A.C. ขายอะไรหมด มันจึงเป็นเพราะลูกค้าเขาชอบจริงๆ เวลาที่สินค้าขายหมดเราเลยรู้สึกดีว่าในยุคที่ทุกคนอยากแต่งตัวให้ดูรวยให้ดูฮิป แบรนด์เล็กๆ อย่างเราที่ไม่ได้อ้างอิงกระแสก็ยังคงขายได้เรื่อยๆ เราแค่อยากให้คนกล้าใส่ในสิ่งที่เขาอยากจะใส่โดยที่เขาไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนอื่นจะมองเขายังไง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในวงการสตรีทแวร์ไทย คุณมองว่าตำแหน่งแห่งที่ของ V.A.C อยู่ตรงไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวเรามองว่า V.A.C. คือลูกนอกคอก เป็นลูกที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีพี่น้อง 4-5 คน Carnival อาจเป็นลูกที่น่ารักของครอบครัว ส่วน V.A.C. ก็คงเป็นลูกคนรองที่ไม่ได้แคร์อะไร พี่ชายจะเก่งแค่ไหน พ่อแม่จะชื่นชมเขาแค่ไหน เราดีใจกับเขาด้วย แฮปปี้กับความเจริญก้าวหน้าของเขา ไม่ได้เกลียด และยังคงรักในฐานะพี่น้อง เพียงแต่เราก็แฮปปี้ที่เราเป็นแบบนี้ เราก็จะป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนี้แหละ ยังอยู่ในจุดที่สายตามองเห็นนะ แต่เราก็จะไม่อยู่ในแสงไฟตลอดเวลา ทำในสิ่งที่โจ่งแจ้งมากไม่ได้ ทำอะไรสนุกๆ ของเราไป (ยิ้ม)</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bob-vac-interview/">คุยกับบ๊อบ วรากฤช แห่ง V.A.C. แบรนด์สตรีทแวร์หัวขบถที่ผสานการเมืองเข้ากับสตรีทแฟชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
