จาก 74 ปีเวสป้าโลกสู่ 10 ปีเวสป้าไทย การเดินทางของไอคอนสกูตเตอร์ที่ไม่ยอมจำนนต่อยุคสมัย

จาก 74 ปีเวสป้าโลกสู่ 10 ปีเวสป้าไทย การเดินทางของไอคอนสกูตเตอร์ที่ไม่ยอมจำนนต่อยุคสมัย

Highlights

  • เวสป้าคือแบรนด์สกูตเตอร์อิตาเลียนที่ก่อตั้งในปี 1946 และถูกนำเข้ามาจัดจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปี 2010 โดยบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จํากัด
  • อ่าน 10 เรื่องสนุกระหว่างการเดินทางตลอด 10 ปีของเวสป้าไทยแลนด์ แบรนด์ที่ไม่ได้มองว่าการอยู่มานานคือข้อเสีย ตรงกันข้าม ความคลาสสิกคือข้อดีที่ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งบ่มเพาะคุณค่าให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

ให้นึกเร็วๆ ถึงแบรนด์สกูตเตอร์ในดวงใจ เราเชื่อว่าคำตอบในใจใครหลายคนต้องเป็น Vespa

กว่า 74 ปีที่ผ่านมา สกูตเตอร์สัญชาติอิตาเลียนแบรนด์นี้อยู่ในภาพจำของคนทั่วไปในหลากหลายบริบท ทั้งการเป็นยานพาหนะที่หนุ่มสุดคูลใช้ขี่ไปพบปะกลุ่มเพื่อน หรือสิ่งที่หญิงสาวชาวอิตาเลียนขี่ไปช้อปปิ้ง ในยุคหนึ่งเวสป้าผูกกับภาพของวัยรุ่นที่ชวนกันไปเดต เป็นพาหนะที่ใช้ขนของในย่านการค้าของประเทศไทย และยังเป็นสกูตเตอร์ขายดี ครองใจใครต่อใครมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน สิ่งที่เวสป้าไม่เคยเปลี่ยนคือการเป็นแบรนด์ที่มีแนวคิดอิสระ ไม่อยู่ในกรอบ และนับตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วที่บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จํากัด ได้ก่อตั้งขึ้น พวกเขาก็เพิ่มภาพจำใหม่ที่หลากหลายให้กับเวสป้าในประเทศไทย และทำให้เวสป้ากลายเป็นยานพาหนะที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนทุกวัย

การเดินทางตลอด 10 ปีของเวสป้าไทยแลนด์เป็นยังไง พวกเขาใช้ความเชื่อแบบไหนขับเคลื่อนตัวเอง คำตอบอยู่ในย่อหน้าถัดจากนี้

 Vespa

รถยนต์สองล้อ

เวสป้าเริ่มก่อตั้งที่ประเทศอิตาลีในปี 1946 ยุคที่ประเทศเพิ่งแพ้สงครามโลกครั้งที่สองมาหมาดๆ ชาวอิตาเลียนหลายคนได้พยายามฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง Corradino D’Ascanio วิศวกรผู้สร้างสรรค์เครื่องบินผู้อยากออกแบบนวัตกรรมใหม่ที่นำชิ้นส่วนของเครื่องบิน Mussolini มาดัดแปลงเป็นยานพาหนะที่เป็น ‘อิสระ’ ไม่เทอะทะเท่ารถยนต์ แต่มีดีไซน์ที่พิเศษกว่ามอเตอร์ไซค์หรือจักรยานทั่วไป

นวัตกรรมภายใต้คอนเซปต์ ‘รถยนต์สองล้อ (car on 2 wheels)’ จึงเกิดขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ตัวถังเป็นเหล็ก สามารถนั่งทับได้ มีเบรกเท้าให้เหยียบต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไปในยุคนั้นที่ต้องเบรกด้วยมือ นอกจากนี้คนขี่ยังสามารถวางเท้าทั้งสองบนรถได้เหมือนรถยนต์ เป็นที่มาของการขี่สกูตเตอร์แล้วต้องนั่งขาคู่ในทุกวันนี้ 

Vespa

สัญลักษณ์ของวัยรุ่นและความขบถ

เพราะราคาถูกกว่ารถยนต์ ขับขี่สะดวก เวสป้าจึงได้รับความนิยมในหมู่คนอิตาเลียนจนกลายเป็นพาหนะประจำบ้าน นอกจากนี้ตัวถังเหล็กที่สามารถนั่งคร่อมได้ยังส่งเสริมให้เกิดภาพใหม่ที่ไม่ค่อยได้เห็นในอิตาลีมากนัก นั่นคือการที่ผู้หญิงออกมาขี่สกูตเตอร์ไปไหนมาไหนมากขึ้น เพราะตัวถังรถที่ผลิตจากเหล็กแท้นั้นสามารถป้องกันปัญหาเรื่องน้ำมันกระเด็นเปรอะเปื้อนกระโปรงได้นั่นเอง

หลายทศวรรษต่อมา เวสป้าพัฒนาบนพื้นฐานแนวคิดของการเป็นพาหนะที่สื่อถึงความอิสรเสรีและการออกจากกรอบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือจับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เวสป้าให้ความสำคัญโดยการออกแบบรูปร่างและเบาะให้เล็กลง เหมาะกับการเป็นพาหนะออกเดตแสนโรแมนติกที่คนซ้อนสามารถกอดคนขี่ได้ง่ายๆ ใครชอบดูหนังฮอลลีวู้ดยุคเก่าน่าจะเคยเห็นภาพเหล่านี้อยู่บ่อยๆ

Vespa

การกำเนิดใหม่ของเวสป้าในไทย

ก่อนบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด จะนำเวสป้ากลับมาในไทยอีกครั้ง ภาพจำของคนไทยที่มีต่อเวสป้าคงหนีไม่พ้นรถขนผ้าในหลายย่านของกรุงเทพฯ

อาจเพราะเป็นสกูตเตอร์คันใหญ่ ตัวถังเหล็ก ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน คนจึงติดภาพอย่างนั้น แต่รู้ไหมว่าแบรนด์สกูตเตอร์คลาสสิกนี้เคยหายไปจากไทยช่วงหนึ่ง อาจเพราะความนิยมที่เสื่อมคลายลง ประกอบกับตลาดมอเตอร์ไซค์ที่มีแบรนด์อื่นๆ มาช่วงชิงตลาดมากขึ้น จนกระทั่งในปี 2010 เวสป้าไทยแลนด์ก็ก่อตั้งขึ้น และทำให้เวสป้าได้เป็นที่รู้จักอีกครั้ง

รีแบรนด์ (Rebrand) และรีบอร์น (Reborn) คือภารกิจหลักของเวสป้าไทยแลนด์ที่อยากให้คนยุคก่อนที่รู้จักเวสป้าอยู่แล้ว รวมถึงคนยุคใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเวสป้ามาก่อนได้รู้จักเวสป้ามากขึ้น สิ่งที่ต่างจากเวสป้ายุคก่อนคือระบบเครื่องยนต์ออโตเมติก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกขณะขับขี่ เสียงเงียบ ขี่นุ่ม และประหยัดน้ำมัน ตอบโจทย์คนในยุคนี้ที่ต่างอยากเลือกสิ่งที่เหมาะสมให้กับตัวเอง 

Vespa Thailand Office

ออฟฟิศบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด

ตัวแทนจำหน่ายคือครอบครัว

เวสป้ามีตัวแทนจำหน่ายในทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 83 ตัวแทนใน 66 จังหวัด และคงไม่เกินจริงนักถ้าจะบอกว่า คนที่รักเวสป้าพอๆ กับเจ้าของรถเวสป้าคือตัวแทนจำหน่าย

นั่นก็เพราะว่าเวสป้าไทยแลนด์ดูแลตัวแทนจำหน่ายเสมือนครอบครัว เวสป้าดูแลตัวแทนจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเริ่มกิจการ ให้คำแนะนำด้านเทคนิค เครื่องมือ วิธีการเพิ่มยอดขาย รวมถึงวิธีการดูแลลูกค้าหลังการขาย และเมื่อถึงเวลาที่ตัวแทนจำหน่ายประสบปัญหาทางธุรกิจ สำนักงานใหญ่ก็ส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยแก้ไขโดยไม่ทอดทิ้ง ยกตัวอย่างในช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดรุนแรงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญต่อการขาย กระแสการไลฟ์สดขายของกำลังมาแรง เวสป้าไทยแลนด์ก็ให้คำแนะนำกับตัวแทนจำหน่ายที่ไม่สันทัดเรื่องเทคโนโลยี พร้อมเรียนรู้เพื่อปรับตัวให้ทันกระแสสังคมและยึดมั่นอยู่กับความเชื่อว่าครอบครัวต้องช่วยเหลือกันและกัน ทำให้ตัวแทนจำหน่ายหลายคนข้ามผ่านจุดยากลำบากมาได้

Vespa Caravan

เวสป้าคาราวานฉลองครบรอบ 65 ปี

ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นความสนุกไร้ขอบเขต

เวสป้าไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะสองล้อ แต่คือความสนุกให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้พบเห็น

ในปี 2012 มีการจัดงานเวสป้าคาราวานเพื่อฉลองครบรอบเวสป้า 65 ปี และให้คนรักเวสป้าได้พาเวสป้าคันโปรดของตัวเองมาอวดโฉมกัน ณ สนามม้านางเลิ้ง ซึ่งรวมพลเวสป้าได้หลายพันคัน จากนั้นในปี 2015 มีการจัดงานเวสป้าคาราวานเพื่อฉลองครบรอบ 68 ปีขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสามารถรวมตัวได้กว่า 5,000 คัน และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดกว่า 10,000 คน กลายเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจที่เห็นได้ไม่บ่อยจากพาหนะสองล้อแบรนด์อื่น

Vespa Caravan

เวสป้าคาราวานฉลองครบรอบ 68 ปี

เวสป้าไทยแลนด์ยังเคยนำเวสป้าไปแปลงร่างเป็น ‘ม้าหมุน’ อยู่ในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงปีใหม่ 2019 เรียกความสนใจให้คนเดินผ่านไปผ่านมาทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน คู่รัก และครอบครัวได้มาขี่เล่น นอกจากนี้เวสป้าไทยแลนด์ยังเคยเปิดป๊อปอัพคาเฟ่กลางสุขุมวิท โดยมีนิทรรศการ installation art ปราศจากแบรนด์ดิ้งขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ “House of La Dolce Vita in Scooter 2019” ที่รวมทั้งมินิเวสป้า เวสป้าคันใหญ่กว่าปกติ เวสป้าสไลเดอร์ รวมถึงการเล่นใหญ่อย่างการจำลองโรงงานผลิตรถสกูตเตอร์มาไว้ในนิทรรศการ

ที่เล่นสนุกได้ขนาดนี้เพราะพื้นฐานของแบรนด์เวสป้าคือคำว่า ‘อิสระ’ เวสป้าสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เท่าที่จินตนาการจะไปถึงโดยไร้ขอบเขต

Vespa x Emporio Armani

Vespa x Emporio Armani

ตอบโจทย์ด้วยความแรงต่างระดับ

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวสป้าขายสกูตเตอร์ไปมากกว่า 120,000 คัน ในจำนวนนั้นมีมากถึง 65 สี 120 โมเดล

เวสป้ามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย โดยแบ่งตามความแรงของระดับเครื่องยนต์คือ 125cc, 150cc และ 300cc นอกจากนี้เวสป้ายังมีการออกไลน์สเปเชียลเอดิชั่น เรียกว่ารุ่น 946 ที่มักจะไปจับมือกับ global brands อาทิ องค์กร (Red) เพื่อผู้ป่วยเอดส์, แฟชั่นเฮาส์อย่าง Emporio Armani รวมถึงเร็วๆ นี้กับ Christian Dior และที่พิเศษกว่านั้นคือลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเฉพาะประเทศไทย ตอบโจทย์นักสะสมโดยเฉพาะ เช่น การร่วมมือกับ MAMAFAKA เพื่อออกแบบเวสป้าลายพิเศษ

Vespa x MAMAFAKA

Vespa x MAMAFAKA

พลิกวิกฤตเป็นโอกาสกับคอลเลกชั่นพิเศษ

หนึ่งในการปรับตัวที่เห็นได้ชัดของเวสป้ายุคใหม่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา

เวสป้าเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการเปิดรับ online booking ครั้งแรกในไทย โดยเปิดจองคอลเลกชั่นพิเศษในรุ่น Vespa Primavera Sean Wotherspoon ของ Sean Woterspoon ศิลปินเจ้าพ่อขวัญใจสายสตรีทชื่อดังจากอเมริกาที่ชอบหยิบจับเครื่องแต่งกายมาสร้างสรรค์ใหม่ในสไตล์ของตัวเอง โดยมีเอกลักษณ์คือการใช้ผ้าลูกฟูก (Corduroy) และใช้โทนสีเหลือง แดง เขียวอ่อน และเขียวเข้ม ซึ่งเวสป้าคือแบรนด์สกูตเตอร์แบรนด์เดียวที่วอเตอร์สปูนเลือกร่วมงาน 

Vespa Primavera Sean Wotherspoon

คอลเลกชั่นนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามในอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และในไทยก็ไม่แพ้เขาเหมือนกัน เพราะจากจำนวน online booking 50 คันแรกถูกขายหมดใน 29 นาที และที่เหลืออีก 100 คันก็หมดภายในเวลาไม่นาน

นอกจากนี้ในงานมอเตอร์โชว์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เวสป้ายังสร้าง talk of the town ในวงการรถสองล้อด้วยการไม่ได้ตั้งบูธขายสกูตเตอร์ตามปกติ แต่นำโมเดลพลาสติกสีเหลืองคันมหึมาไปตั้งโชว์แค่คันเดียว พร้อมแปะช่องทางการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม นับว่าเป็นการขายในยุค new normal อย่างแท้จริง

 

10 ปีและเวสป้ารุ่นพิเศษ

แม้จะผ่านมาเพียง 10 ปี แต่ยอดขายเวสป้าในไทยตอนนี้ติดอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เป็นรองแค่เจ้าตลาดคือเวียดนามเท่านั้น) และติด 5 อันดับแรกของโลกเลยทีเดียว

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในไทยและอยากสร้างความพิเศษให้ลูกค้า เวสป้าจึงออกแคมเปญเฉลิมฉลอง 10 ปีด้วยการออกคอลเลกชั่นสเปเชียลเอดิชั่น โดยนำรุ่น LX ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้วมาจัดจำหน่ายใหม่ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดอย่างเวสป้ารุ่นลิมิเต็ด SPRINT 150 I-GET ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION ที่ออกแบบมาเพื่อประเทศไทยเท่านั้น ผลิตอย่างจำกัดเพียง 1,010 คัน และเป็นครั้งแรกที่มีการรันเลขรถจาก 1-1,010 

ไอเดียของการสร้างสรรค์เวสป้ารุ่นนี้มาจากโปสเตอร์ ‘ที่ 1 เวสป้า’ ซึ่งเป็นโปสเตอร์โฆษณาสุดคลาสสิกของประเทศไทย โดยเป็นแรงบันดาลใจให้ออกแบบตัวรถเป็นสีเงิน ซึ่งเป็นสีคลาสสิกที่เริ่มใช้กับเวสป้ามาตั้งแต่ยุควินเทจ นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานสีบรอนซ์ ซึ่งไม่เคยใช้กับเวสป้ารุ่นไหนมาแต่งแต้มในองค์ประกอบต่างๆ บนรถคันนี้ ตั้งแต่บริเวณบังแตร บริเวณคิ้วด้านหน้าตัวถัง กรอบไฟหน้า กรอบไฟท้าย และที่จับบริเวณผู้โดยสาร

SPRINT ยังเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในเมืองไทย แต่ที่ผ่านมาถูกออกแบบเป็นแนวสปอร์ต รูปทรงโฉบเฉี่ยว นี่จึงเป็นครั้งแรกของรุ่น SPRINT ที่ถูกออกแบบด้วยดีไซน์สีเงินแบบคลาสสิก

ความพิเศษยังไม่หมด เร็วๆ นี้เวสป้ามีแผนจะปล่อยอีก 2 โมเดลตามมาด้วย 

Vespa x (Red)

 

ขี่เวสป้าเพื่อสนับสนุนเยาวชน

ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ ว่าเวสป้าคือองค์กรที่ทำการกุศลมาตลอด ในบริษัทแม่ถึงกับมีองค์กรชื่อ Vespa for Children ที่ช่วยเหลือเด็กโดยเฉพาะ

เวสป้าไทยแลนด์ก็เหมือนกัน พวกเขามองว่าเด็กคือกระดูกสันหลังของประเทศ จึงพยายามสนับสนุนผ่านแคมเปญที่หลากหลาย อย่างล่าสุดเวสป้าจับมือกับ (Red) เพื่อออกแบบเวสป้าสีแดงรุ่นพิเศษที่นำรายได้ไปช่วยเด็กที่ติดโรดเอดส์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือในแคมเปญ 10 ปีนี้ที่มีการรันเลขให้รถแต่ละคัน เวสป้าได้นำเลขสวยๆ เช่น เลขคู่ เลขตอง เลขวันเกิด ไปประมูล ซึ่งส่วนต่างที่ประมูลได้จะมอบให้มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ต่อไป

นอกจากนี้ รายได้จากการจำหน่าย VESPA SPRINT 150 I-GET ABS 10TH ANNIVERSARY THAILAND LIMITED EDITION ทุกคันจำนวน 1,010 บาทก็จะถูกมอบให้มูลนิธิเด็กโสสะฯ เช่นเดียวกัน

 

ปรับตัวตามยุคสมัย แต่ยังรักษาความคลาสสิกไว้

อาจพูดได้ว่าสิ่งที่ทำให้เวสป้าเป็นแบรนด์สกูตเตอร์ที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันมีอยู่หลายปัจจัย

เวสป้าไทยแลนด์บอกเราว่า การปรับตัวคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ด้วยแนวทางของแบรนด์ที่ยึดไอเดียการใช้ชีวิตอิสระ เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เลือกสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง การจูงใจด้วยการจำหน่ายสกูตเตอร์ที่แค่ราคาดี เสถียร ขับขี่คล่องแคล่ว อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

เวสป้าในปัจจุบันจึงเลือกตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายด้วยรุ่นและสีที่แตกต่าง เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ในขณะเดียวกันการเป็นแบรนด์ที่อยู่มานานยังสร้างความพิเศษบางอย่าง เช่น คอมมิวนิตี้ของคนรักเวสป้าที่ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงในระยะยาว หรือดีไซน์คลาสสิกในอดีตที่ยิ่งมีค่ามากขึ้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป

สิ่งที่เวสป้าภูมิใจคือเรื่องราวที่สร้างขึ้นมาระหว่างทาง แม้จะต้องปรับตัวตามยุคสมัยแต่ยังโอบกอดความคลาสสิกของตัวเองไว้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เวสป้าเป็นไอคอนของสกูตเตอร์ที่คนทั้งโลกหลงรัก


ติดตามรายละเอียดของแคมเปญได้ที่ เว็บไซต์
#VespaTH10Anni

AUTHOR