<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Movement &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/movement/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/movement/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Jun 2022 08:50:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>พระโขนง-บางนา 2040 โปรเจกต์ใหม่ของ UddC เปลี่ยนย่านชายขอบให้น่าอยู่สำหรับทุกคน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/uddc-prakanong-bangna-2040/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jun 2022 05:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[urban report]]></category>
		<category><![CDATA[บางนา]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[พระโขนง]]></category>
		<category><![CDATA[UddC]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157271</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่อยู่นิ่ง เปลี่ยนไปตลอดเวลา ย่านที่เคยเจริญรุ่งเรือง ซบเซาเมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน ย่านที่เคยเงียบสงบ กลับคึกคักอย่างคาดไม่ถึง ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้นที่พระโขนงและบางนาเช่นกัน ย่านนี้เคยเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ทันสมัยและมีชื่อเสียงมากที่สุด มีทั้งศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงละครโอเปร่า และอีกมากมาย&#160; เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญกระจายอยู่ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ผู้คนจึงเลือกที่จะออกไปอาศัยในพื้นที่ต่างๆ ที่สะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิต ทำให้ย่านพระโขนง-บางนาถูกลดทอนความสำคัญลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นพื้นที่ชายขอบกรุงเทพฯ ที่เงียบเหงา นอกจากนี้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจย่านนี้ซบเซาและร่วงโรยไปตามกาลเวลา ฟ้าหลังฝนย่อมจะมีสิ่งดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ปัจจุบันอะไรหลายอย่างก็เริ่มดีขึ้น สถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ย่านพระโขนง-บางนาเริ่มกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งในแง่ของการเป็นย่านที่มีศักยภาพ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าพัฒนาถูกจุด ย่านนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทสำคัญกับการพัฒนาเมืองในอนาคตอย่างแน่นอน เรามีโอกาสได้คุยกับ ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) อีกครั้ง เดือนนี้ทีมงานมีโครงการใหม่ที่เน้นพัฒนาอนาคตของย่านพระโขนง-บางนา ซึ่งเป็นโครงการศึกษาและออกแบบอย่างมีส่วนร่วม โดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ร่วมกับ สตูดิโอการฟื้นฟูย่าน ภาคผังเมือง จุฬาฯ ซึ่งโครงการนี้ยังสอดคล้องกับ &#8216;นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี&#8217; ของ รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/uddc-prakanong-bangna-2040/">พระโขนง-บางนา 2040 โปรเจกต์ใหม่ของ UddC เปลี่ยนย่านชายขอบให้น่าอยู่สำหรับทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ไม่อยู่นิ่ง เปลี่ยนไปตลอดเวลา ย่านที่เคยเจริญรุ่งเรือง ซบเซาเมื่อเวลาเปลี่ยนผ่าน ย่านที่เคยเงียบสงบ กลับคึกคักอย่างคาดไม่ถึง</p>



<p>ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เกิดขึ้นที่พระโขนงและบางนาเช่นกัน ย่านนี้เคยเป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ทันสมัยและมีชื่อเสียงมากที่สุด มีทั้งศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ โรงละครโอเปร่า และอีกมากมาย&nbsp;</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป ความเจริญกระจายอยู่ทั่วทั้งกรุงเทพฯ ผู้คนจึงเลือกที่จะออกไปอาศัยในพื้นที่ต่างๆ ที่สะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิต ทำให้ย่านพระโขนง-บางนาถูกลดทอนความสำคัญลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นพื้นที่ชายขอบกรุงเทพฯ ที่เงียบเหงา นอกจากนี้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจย่านนี้ซบเซาและร่วงโรยไปตามกาลเวลา</p>



<p>ฟ้าหลังฝนย่อมจะมีสิ่งดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ปัจจุบันอะไรหลายอย่างก็เริ่มดีขึ้น สถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ย่านพระโขนง-บางนาเริ่มกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้งในแง่ของการเป็นย่านที่มีศักยภาพ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ถ้าพัฒนาถูกจุด ย่านนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีบทบาทสำคัญกับการพัฒนาเมืองในอนาคตอย่างแน่นอน</p>



<p>เรามีโอกาสได้คุยกับ <a href="https://adaymagazine.com/bangkok-air-pollution-interview/">ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล</a> ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC-CEUS) อีกครั้ง เดือนนี้ทีมงานมีโครงการใหม่ที่เน้นพัฒนาอนาคตของย่านพระโขนง-บางนา ซึ่งเป็นโครงการศึกษาและออกแบบอย่างมีส่วนร่วม โดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ร่วมกับ สตูดิโอการฟื้นฟูย่าน ภาคผังเมือง จุฬาฯ ซึ่งโครงการนี้ยังสอดคล้องกับ &#8216;นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี&#8217; ของ รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่อีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-819x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-157294" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-819x1024.jpeg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-240x300.jpeg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-768x961.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-1228x1536.jpeg 1228w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65-600x751.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/POSTER-งานวันที่-8-มิ.ย.65.jpeg 1637w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<p>นอกจากนี้เรายังสรุปเนื้อหาจากการนำเสนอสาธารณะ “ย่านพระโขนง-บางนา 2040: อนาคต ความฝัน ย่านของเรา” โดย UddC และภาคีเครือข่าย ทั้ง WE! PARK, PNUR, Local Dialects, User-Friendly, BUILK ONE GROUP  ในวันที่ 8 มิ.ย.65 ที่ BITEC เพื่อให้เห็นอนาคตชัดขึ้นว่าย่านนี้ควรเติบโตในทิศทางไหนจึงจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องเป็นพระโขนง-บางนา</strong></h3>



<p>แน่นอนว่าย่านที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ซึ่งยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของย่านชุมชนชานเมืองที่เรียบง่าย เมื่อผสานรวมกับความเจริญที่มีแหล่งความสะดวกสบายมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ย่านพระโขนง-บางนา กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามองอย่างมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157315" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-1536x862.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-2048x1150.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-10.45.48-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157295" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-1536x862.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-2048x1150.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.42.13-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-1024x574.png" alt="" class="wp-image-157296" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-1024x574.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-1536x861.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-2048x1149.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.47.10-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="577" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-1024x577.png" alt="" class="wp-image-157297" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-1024x577.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-768x433.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-1536x866.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-2048x1154.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.48.18-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157298" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-2048x1151.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-08.51.24-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นี่เป็นพื้นที่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ แหล่งงาน และที่อยู่อาศัย เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แห่งโอกาส กำลังมีการเติบโตและมีความหลากหลาย แต่ก็ยังมีช่องโหว่และปัญหาอีกมากมายที่เป็นเหมือนโอกาสในการพัฒนาต่อยอด จึงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ย่านพระโขนง-บางนา กลายเป็นตัวเลือกเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบเพื่อพัฒนาย่านอื่นในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ย่านศักยภาพสูง แต่ยังไม่น่าอยู่</strong></h3>



<p>ความจริงพระโขนง-บางนากลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหลังรถไฟฟ้ามาถึง ฟังดูเหมือนจะดีแต่ความจริงแล้วแม้จะมีสถานีผ่านเยอะแค่ไหน แต่ระบบขนส่งสาธารณะก็ยังมีอย่างจำกัดและไม่ทั่วถึงอยู่ดี อีกทั้งยังมีซอยลึกซอยตันอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้สัดส่วนที่คนจะสามารถเดินได้ก็น้อยมาก ทางเท้าที่มีอยู่ก็เป็นทางเท้าที่เดินไม่ได้ ถึงเดินได้ก็ยังไม่สะดวกและไม่น่าเดิน เรียกได้ว่า &#8216;เข้าถึงง่ายแต่ไปต่อยาก&#8217;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157301" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-2048x1151.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.23-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="572" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-1024x572.png" alt="" class="wp-image-157302" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-1024x572.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-768x429.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-1536x858.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-2048x1145.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.17.59-600x335.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157303" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-2048x1150.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.19.00-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในขณะเดียวกันเมื่อคนไม่สามารถเดินเข้าถึงที่ต่างๆ ได้ทำให้จำเป็นต้องใช้รถ ถึงแม้ระบบสัญจรไม่ทั่วถึงแต่รถติดแบบทั่วถึงทีเดียว ยิ่งคนใช้รถมากเท่าไหร่ ก็ต้องเจอกับสภาพรถติดมากเท่านั้น ทำให้เกิดฝุ่นควัน ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจตามมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157305" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-2048x1151.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.21.57-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157306" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-2048x1151.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.22.13-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ย่อมเกิดความเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พื้นที่สาธารณะจึงเป็นสถานที่ที่หลายคนโหยหา แต่ก็อดไม่ได้ที่ต้องยอมรับว่า แท้จริงแล้วกรุงเทพฯ ของเราขาดแคลนพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแทบไม่มี แม้ในย่านนี้จะได้ชื่อว่าเป็นย่านที่น่าจับตามองสำหรับที่อยู่อาศัย จำนวนผู้อยู่อาศัยหน้าใหม่ๆ ก็เพิ่มจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนพื้นที่สีเขียวสาธารณะกลับไม่ได้สูงตาม&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้การบริการสาธารณสุขที่ยังขาดแคลน ปัญหาน้ำท่วมอันเป็นปัญหาหลักๆ ของย่าน อีกทั้งคลองยาวหลายสิบกิโลเมตรที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ทำให้ไม่สามารถใช้ทำกิจกรรมต่างๆได้เลย ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้โอกาสกระจายความมั่งคั่งจากการลงทุนของรัฐบาลหรือเอกชนจึงเป็นไปอย่างจำกัด ทั้งหมดนี้เองจึงทำให้ย่านพระโขนง-บางนา &#8216;ยังไม่น่าอยู่&#8217; สำหรับทุกคน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จินตนาการใหม่ วิถีชีวิตใหม่ ‘<strong>OUR FUTURES</strong>’</strong></h3>



<p>ย่านนี้จะถูกพัฒนาและออกแบบอย่างมีส่วนร่วมผ่านความคิดเห็นจากทุกคนแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน คนดั้งเดิมในย่าน รวมไปถึงคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต โดยใช้วิธีการลงพื้นที่ เวิร์กช็อปพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถเข้าร่วมได้ เพื่อพัฒนาย่านให้น่าอยู่และตอบโจทย์สำหรับทุกคนจริงๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา ในที่สุดก็ได้กลายเป็นแผนพัฒนาย่านและโมเดลผ่านแนวคิดหลัก 11 ด้าน ซึ่งครอบคลุมทั้งการพัฒนาพื้นที่ (Hardware) และด้านกลไกการบริหารจัดการ (Software) นอกจากนี้ทางโครงการยังเปรียบเทียบภาพอนาคตในย่านบางนา-พระโขนงให้เราเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย</p>



<p>ภาพที่ 1 : ภาพอนาคตฐาน &#8216;รถไฟฟ้ามาหานะเธอ&#8217; ผู้คนผ่านมาต่างคนต่างทำงาน วุ่นวายในเรื่องของตน ผ่านไป ไม่ได้พบ ไม่ได้เจอ จะมีความรักยังยาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-1024x574.png" alt="" class="wp-image-157307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-1024x574.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-768x430.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-1536x860.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-2048x1147.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.11-600x336.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภาพที่ 2 : ภาพอนาคตฐานทางเลือก &#8216;The Wolf of Wall Street&#8217;&nbsp; ถนนกลายเป็นแหล่งรวมของสถาบันทางเศรษฐกิจสำคัญ ดูมีชีวิตชีวา แต่ตัดขาดกับโลกภายนอก และทำให้ทุกคนมีโอกาสกลายเป็นเหยื่อทางเศรษฐกิจ แม้แต่ตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157308" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-1536x863.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-2048x1151.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.54.56-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภาพที่ 3 : ภาพอนาคตที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น &#8216;Die Hard 4.0&#8217; มีเทคโนโลยีให้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการบริหารเมือง แต่ไม่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม ใช้ไม่เป็น ใช้ไม่เกิดประโยชน์สาธารณะ จนทำให้ย่านทั้งย่านอยู่ในสภาพไม่ตาย แต่เลี้ยงไม่โต&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="573" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-1024x573.png" alt="" class="wp-image-157309" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-1024x573.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-768x430.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-1536x860.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-2048x1146.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.01-600x336.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภาพที่ 4 : ภาพอนาคตที่พึงปรารถนา &#8216;Downtown Cha Cha Cha&#8217; พื้นที่ Feeling Good ที่คนในทำงานร่วมกับคนนอก ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ และสมดุลทรัพยากรในพื้นที่ กับองค์ความรู้จากภายนอก ผ่านกระบวนการทางสังคม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-1024x574.png" alt="" class="wp-image-157310" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-1024x574.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-1536x862.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-2048x1149.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-09.58.15-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Uddc และเครือข่ายนักออกแบบ เสนอยุทธศาสตร์ในการพัฒนา โดยเริ่มจากการเสนอ พระโขนง-บางนา โมเดล การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐท้องถิ่น ภาครัฐส่วนกลาง ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีการแบ่งพื้นที่เป็น 3 แกนฝั่งเหนือและใต้ ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา 4 แกนฝั่งตะวันออกและตะวันตก ได้แก่ เส้นทางสีเขียวเชื่อมบางกระเจ้า-หนองบอน คลองบางนา คลองพระโขนง ถนนบางนา-ตราด</p>



<p>ในแง่ระยะเวลา จะแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็นสั้น กลาง และยาว ได้แก่</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยุทธศาสตร์ระยะสั้น</h4>



<ul class="wp-block-list"><li>ฟื้นฟูแกนสุขุมวิท</li></ul>



<ul class="wp-block-list"><li>พัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ภายในซอย</li></ul>



<ul class="wp-block-list"><li>สร้างการเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายทางเดินเท้าที่มีคุณภาพ</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-1024x721.png" alt="" class="wp-image-157324" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-1024x721.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-300x211.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-768x541.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-1536x1082.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-2048x1442.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.48.50-600x423.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-1024x721.png" alt="" class="wp-image-157325" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-1024x721.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-300x211.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-768x541.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-1536x1081.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-2048x1441.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.36-600x422.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ยุทธศาสตร์ระยะกลาง</strong></h4>



<p>เพิ่มความหนาแน่นอย่างมีคุณภาพบริเวณถนนศรีนครินทร์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ยุทธศาสตร์ระยะยาว</strong></h4>



<p>พัฒนาพื้นที่ริมน้ำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-1024x721.png" alt="" class="wp-image-157326" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-1024x721.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-300x211.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-768x541.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-1536x1082.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-2048x1443.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.49.48-600x423.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="722" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-1024x722.png" alt="" class="wp-image-157327" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-1024x722.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-300x212.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-768x542.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-1536x1083.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-2048x1444.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.03-600x423.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="722" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-1024x722.png" alt="" class="wp-image-157328" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-1024x722.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-300x212.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-768x542.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-1536x1083.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-2048x1444.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.18-600x423.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-1024x724.png" alt="" class="wp-image-157329" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-1024x724.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-300x212.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-768x543.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-1536x1086.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-2048x1448.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.50.40-600x424.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในการนำเสนอยังมีการพูดถึงรายละเอียดด้านอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น กลุ่ม WE!PARK พูดถึงแนวคิดเรื่องการสร้าง Pocket Park ที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่และเชื่อว่าสามารถนำมาปรับใช้ในย่านนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้กลุ่ม LOCAL DIALECTS, USERS FRIENDLY และ DEEPHEAD ยังมาเล่ายุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรมทางสังคมเพื่อย่านและชุมชน ที่ลงลึกในรายละเอียดจนเห็นภาพตามอีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-1024x721.png" alt="" class="wp-image-157320" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-1024x721.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-300x211.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-768x541.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-1536x1081.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-2048x1442.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.35.57-600x422.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-1024x724.png" alt="" class="wp-image-157321" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-1024x724.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-300x212.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-768x543.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-1536x1086.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-2048x1449.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.40.06-600x424.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="573" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-1024x573.png" alt="" class="wp-image-157322" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-1024x573.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-768x430.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-1536x860.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-2048x1147.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.41.20-600x336.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-1024x575.png" alt="" class="wp-image-157323" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-1024x575.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-300x168.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-768x431.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-1536x862.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-2048x1149.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.47.53-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">แผนพัฒนาคือเข็มทิศในการพัฒนาเมือง</h3>



<p>เรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ งานพัฒนาเมืองของบ้านเรามีระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน เวลาจะสร้างหรือพัฒนาอะไรจะใช้เวลานานจนคนเมืองรู้สึกเบื่อหย่าน อ่อนล้า และชินชา</p>



<p>เมื่อมีบทความหรือเนื้อหาด้านพัฒนาเมือง มีภาพอนาคตที่สวยงาม เราจึงมักตั้งคำถามก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ จะช้าเหมือนโครงการอื่นๆ ก่อนหน้านี้มั้ย?</p>



<p>ในความเป็นจริง โครงการพัฒนาอนาคตของย่านพระโขนง-บางนาคือการวางแผนในระยะยาว การสร้างเมืองนั้นมักต้องใช้เวลา ไม่เหมือนเล่นเกม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเพราะมีคนและองค์กรที่เกี่ยวข้องเยอะมาก การจะทำอะไรสักอย่างจึงควรเริ่มจากแผนยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง แม่นยำ ประหนึ่งเป็นเหมือนเข็มทิศที่จะพาเราเดินทางไปสู่เมืองที่ดีได้จริง แผนที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าขาดการมีส่วนร่วมจากทุกคน นี่คือหัวใจของโครงการพัฒนาย่านที่ UddC และเครือข่ายนักออกแบบต้องการเล่าให้สังคมฟัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-1024x576.png" alt="" class="wp-image-157330" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-2048x1152.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.54.36-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="722" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-1024x722.png" alt="" class="wp-image-157331" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-1024x722.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-300x211.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-768x541.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-1536x1082.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-2048x1443.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/Screen-Shot-2565-06-18-at-11.53.38-600x423.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับเรา โครงการพัฒนาอนาคตของย่านพระโขนง-บางนา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงเมือง ที่ผ่านมากรุงเทพฯ มีศักยภาพเยอะและความฝันมากมาย แต่ไม่สามารถทำได้หรือทำได้ยากมากเพราะขาดความร่วมมือของภาคสังคม ภาครัฐ และเอกชน บางคนอาจมองว่าเป็นแค่พื้นที่พื้นที่หนึ่งซึ่งไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมดในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นโอกาสพัฒนาและมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงย่านตัวเองในแบบที่อยากให้เป็นได้</p>



<p>เราเชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นเสมอ ชวนทุกคนร่วมสร้างย่านพระโขนง-บางนาไปด้วยกันได้ที่ <a href="https://web.facebook.com/SS2040CollectiveDistrict">https://web.facebook.com/SS2040CollectiveDistrict</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/uddc-prakanong-bangna-2040/">พระโขนง-บางนา 2040 โปรเจกต์ใหม่ของ UddC เปลี่ยนย่านชายขอบให้น่าอยู่สำหรับทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘แม่รู้ดี’ แชตบอตจัดการข่าวปลอม ตรวจสอบเบอร์ไม่คุ้น และป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gogolook/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Feb 2021 08:17:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[แชตบอต]]></category>
		<category><![CDATA[แม่รู้ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟกนิวส์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปลอม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[think positive]]></category>
		<category><![CDATA[Whoscall]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120739</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่รู้ดี เบื่อไหมกับข่าวปลอมที่ส่งต่อๆ กันมาในไลน์ครอบครัว อย่างสูตรรักษาโรค คลื่นความถี่ทำลายสมอง หรือข่าวการเมืองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ครั้นอธิบายก็ใช่ว่าพวกเขาจะฟัง คงจะดีถ้ามีตัวช่วยคอยตรวจสอบข้อความน่าสงสัยนี้แทนเรา  เพราะข่าวปลอมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ Gogolook ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นชื่อดัง Whoscall ที่ช่วยระบุตัวตนสายเรียกเข้าและป้องกันสแปมจึงพัฒนาแชตบอต &#8216;แม่รู้ดี&#8217; ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ในการช่วยเตือนข้อความน่าสงสัยและแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ‘แม่รู้ดี’ พัฒนาขึ้นจากความสำเร็จของ Auntie Meiyu แชตบอตของไต้หวันที่ใช้เทคโนโลยี Fact-Checking AI เพื่อช่วยผู้ใช้งานตรวจสอบข้อความน่าสงสัย และแจ้งเตือนผู้ใช้ทันทีเมื่อตรวจเจอโพสต์ที่เกี่ยวกับข่าวดังกล่าว แสดงจุดที่ไม่ตรงกับข้อความจริง และตรวจสอบเพิ่มเติมในเนื้อหาที่ใกล้เคียง ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานแชตบอต ‘แม่รู้ดี’ มีดังนี้ ฟังก์ชั่น 1 : เปรียบเทียบข้อมูลที่น่าสงสัยแบบอัตโนมัติกับแหล่งตรวจสอบข้อมูลอิสระ เพียงแชร์ข่าว ข้อความ หรือข่าวลือที่น่าสงสัย แชตบอตจะช่วยตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ผ่านแหล่งข้อมูลอิสระอย่าง COFACT.org ฟังก์ชั่น 2 : รายงานข้อมูลของคุณ ส่งข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันในห้องแชตส่วนตัวแบบ 1 ต่อ 1 กับ ‘แม่รู้ดี’ ข้อมูลจะถูกตรวจสอบโดย COFACT.org เช่นกัน ฟังก์ชั่น 3 : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gogolook/">‘แม่รู้ดี’ แชตบอตจัดการข่าวปลอม ตรวจสอบเบอร์ไม่คุ้น และป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">แม่รู้ดี</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื่อไหมกับข่าวปลอมที่ส่งต่อๆ กันมาในไลน์ครอบครัว อย่างสูตรรักษาโรค คลื่นความถี่ทำลายสมอง หรือข่าวการเมืองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ครั้นอธิบายก็ใช่ว่าพวกเขาจะฟัง คงจะดีถ้ามีตัวช่วยคอยตรวจสอบข้อความน่าสงสัยนี้แทนเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะข่าวปลอมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ Gogolook ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นชื่อดัง Whoscall ที่ช่วยระบุตัวตนสายเรียกเข้าและป้องกันสแปมจึงพัฒนาแชตบอต &#8216;แม่รู้ดี&#8217; ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์ในการช่วยเตือนข้อความน่าสงสัยและแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘แม่รู้ดี’ พัฒนาขึ้นจากความสำเร็จของ Auntie Meiyu แชตบอตของไต้หวันที่ใช้เทคโนโลยี Fact-Checking AI เพื่อช่วยผู้ใช้งานตรวจสอบข้อความน่าสงสัย และแจ้งเตือนผู้ใช้ทันทีเมื่อตรวจเจอโพสต์ที่เกี่ยวกับข่าวดังกล่าว แสดงจุดที่ไม่ตรงกับข้อความจริง และตรวจสอบเพิ่มเติมในเนื้อหาที่ใกล้เคียง ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานแชตบอต ‘แม่รู้ดี’ มีดังนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120748 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1.jpg" alt="แม่รู้ดี" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ฟังก์ชั่น 1 :</strong> เปรียบเทียบข้อมูลที่น่าสงสัยแบบอัตโนมัติกับแหล่งตรวจสอบข้อมูลอิสระ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแชร์ข่าว ข้อความ หรือข่าวลือที่น่าสงสัย แชตบอตจะช่วยตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ผ่านแหล่งข้อมูลอิสระอย่าง </span><a href="http://COFACT.org" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">COFACT.org</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ฟังก์ชั่น 2 :</strong> รายงานข้อมูลของคุณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันในห้องแชตส่วนตัวแบบ 1 ต่อ 1 กับ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">แม่รู้ดี</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ข้อมูลจะถูกตรวจสอบโดย </span><a href="http://COFACT.org" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">COFACT.org </span></a><span style="font-weight: 400;">เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ฟังก์ชั่น 3 :</strong> ใช้งานได้ทั้งในรูปแบบห้องแชตส่วนตัว 1:1 และแชตเป็นกลุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้งานง่ายทั้งในแชตส่วนตัวหรือเชิญแชตบอตเข้ากลุ่มแชต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับข้อมูลที่สมาชิกในกลุ่มแชร์ได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ฟังก์ชั่น 4 :</strong> ระบุหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถถามเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย แชตบอตจะช่วยคุณตรวจสอบฐานข้อมูลของ </span><span style="font-weight: 400;">Whoscall </span><span style="font-weight: 400;">ที่มีมากกว่า 1.6 ล้านเบอร์ คุณจะไม่ถูกหลอกโดยหมายเลขเหล่านั้นอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ฟังก์ชั่น 5 :</strong> ป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลในบัญชีส่วนตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-120749 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2.jpg" alt="" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pic2-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงส่งชื่ออีเมลให้ห้องแชตแม่รู้ดี คุณจะทราบทันทีว่าถูกบุกรุกข้อมูลหรือไม่ จากการแจ้งของเว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลที่มีชื่อเสียงอย่าง <a href="https://haveibeenpwned.com/" target="_blank" rel="noopener">Have I Been Pwned?</a></span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเข้าสู่ระบบได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช็กข้อความน่าสงสัยหรือข่าวปลอมง่ายๆ เพียงแค่แอดไลน์ไอดี <a href="https://lin.ee/Kq4vT6Y" target="_blank" rel="noopener">@maeroodee</a> จากนี้คุณอาจไม่ต้องปวดหัวหรือปวดหัวน้อยลงกับกรุ๊ปไลน์ครอบครัวก็ได้นะ</span></p>
<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com" target="_blank" rel="noopener">aday</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gogolook/">‘แม่รู้ดี’ แชตบอตจัดการข่าวปลอม ตรวจสอบเบอร์ไม่คุ้น และป้องกันความปลอดภัยทางไซเบอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยู่ที่ไหน จะไปหา &#8216;พก&#8217; ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดกะทัดรัดที่ตั้งใจไปหาผู้คนถึงที่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/carry-book-store-cinema/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2021 06:00:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังนอกกระแส]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสืออิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[think positive]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120122</guid>

					<description><![CDATA[<p>พก การหาร้านหนังสือดีๆ หรือโรงหนังที่ฉายหนังนอกกระแสในกรุงเทพฯ คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นในต่างจังหวัด ต่อให้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่สัมพันธ์กับค่าตั๋วและค่าหนังสือแล้ว ยังมีเรื่องของการเดินทางที่ไม่ได้สะดวกสบาย ไม่สามารถนั่งรถไฟฟ้าต่อรถไฟใต้ดินได้เหมือนกรุงเทพฯ ทั้งที่ไม่ว่าใครก็อยากเสพสื่อดีๆ ทั้งนั้น ‘เป๊ก–ธวัชชัย ดวงนภา’ และ ‘ดา–สุดารัตน์ สาโรจน์จิตติ’ ที่ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปอยู่เชียงราย จึงปิ๊งไอเดียทำโปรเจกต์ ‘พก’ ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดเล็กเคลื่อนที่ได้ขึ้นมา เพราะในจังหวัดแทบไม่มีร้านหนังสืออิสระและโรงหนังที่ฉายหนังสารคดีหรือหนังนอกกระแส บวกกับทั้งสองเองก็ทำงานสารคดีอยู่แล้ว และหวังให้คนทั่วไปเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นมาตลอด “เราอยากรู้ว่าสารคดีหรือหนังนอกกระแสมันทำงานกับผู้คนยังไง ปกติปล่อยออนไลน์ไปก็ไม่รู้ฟีดแบ็ก แต่เราอยากมีโอกาสไปพบกับผู้คนจริงๆ ว่าเขารู้สึกหรือคิดยังไง อีกอย่างเราเป็นคนทำสารคดีก็เลยมีความเชื่อว่ามันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงกับคนดูได้ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าคนเข้าถึงหนังสารคดีได้น้อย ก็เลยคิดว่าแทนที่จะทำสถานที่ให้คนมาหา เราทำรถแล้วเดินทางไปหาเขาเองดีกว่า” ในช่วงเริ่มต้น ‘พก’ จะประจำการที่เชียงรายเป็นหลักก่อน จากนั้นอาจขยับขยายไปฉายตามพื้นที่ต่างๆ คล้ายกับโมเดลหนังกลางแปลงในอดีต ซึ่งเป๊กกับดาจะรับหน้าที่คิวเรตหนังที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ไปฉาย เพื่อให้หนังทำงานกับคนในพื้นที่ได้มากที่สุด  ส่วนวิธีการดำเนินงานของ ‘พก’ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนัก ขอแค่คุณมีพื้นที่หรืออีเวนต์ที่อยากให้พวกเขาไปฉายหนัง ติดต่อพูดคุยรายละเอียดเพื่อนัดหมายกันก็เป็นอันเรียบร้อย ซึ่งถ้าโปรเจกต์เริ่มเป็นที่ต้องการในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาอาจวางเส้นทางฉายหนังตลอดเส้นทางในเดือนหนึ่งๆ ก็เป็นได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว ทั้งคู่จึงขอจำกัดพื้นที่แค่ในตัวจังหวัดเชียงรายก่อน ที่สำคัญทั้งสองคนยืนยันว่าจะสร้างวัฒนธรรมฉายหนังแบบเก็บเงิน (เพราะหนังกลางแปลงที่ฉายในต่างจังหวัดส่วนใหญ่มีเจ้าภาพจ่ายให้ ผู้ชมสามารถเข้าชมได้ฟรี) คือถ้าไม่จ่ายค่าตั๋วก็ต้องมีคนสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพราะต้องการทำให้ผู้ชมตระหนักว่าการทำหนังสารคดีมีคุณค่าและต้นทุนไม่ต่างจากหนังในกระแสเรื่องอื่นๆ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/carry-book-store-cinema/">อยู่ที่ไหน จะไปหา &#8216;พก&#8217; ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดกะทัดรัดที่ตั้งใจไปหาผู้คนถึงที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">พก</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การหาร้านหนังสือดีๆ หรือโรงหนังที่ฉายหนังนอกกระแสในกรุงเทพฯ คงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นในต่างจังหวัด ต่อให้เป็นจังหวัดใหญ่ๆ ก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่สัมพันธ์กับค่าตั๋วและค่าหนังสือแล้ว ยังมีเรื่องของการเดินทางที่ไม่ได้สะดวกสบาย ไม่สามารถนั่งรถไฟฟ้าต่อรถไฟใต้ดินได้เหมือนกรุงเทพฯ ทั้งที่ไม่ว่าใครก็อยากเสพสื่อดีๆ ทั้งนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เป๊ก–ธวัชชัย ดวงนภา’ และ ‘ดา–สุดารัตน์ สาโรจน์จิตติ’ ที่ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปอยู่เชียงราย จึงปิ๊งไอเดียทำโปรเจกต์ ‘พก’ ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดเล็กเคลื่อนที่ได้ขึ้นมา เพราะในจังหวัดแทบไม่มีร้านหนังสืออิสระและโรงหนังที่ฉายหนังสารคดีหรือหนังนอกกระแส บวกกับทั้งสองเองก็ทำงานสารคดีอยู่แล้ว และหวังให้คนทั่วไปเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นมาตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากรู้ว่าสารคดีหรือหนังนอกกระแสมันทำงานกับผู้คนยังไง ปกติปล่อยออนไลน์ไปก็ไม่รู้ฟีดแบ็ก แต่เราอยากมีโอกาสไปพบกับผู้คนจริงๆ ว่าเขารู้สึกหรือคิดยังไง อีกอย่างเราเป็นคนทำสารคดีก็เลยมีความเชื่อว่ามันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงกับคนดูได้ แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าคนเข้าถึงหนังสารคดีได้น้อย ก็เลยคิดว่าแทนที่จะทำสถานที่ให้คนมาหา เราทำรถแล้วเดินทางไปหาเขาเองดีกว่า</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120127 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o.jpg" alt="พก" width="1988" height="1326" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o.jpg 1988w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/143071449_211288927310532_1382974996143487605_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1988px) 100vw, 1988px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเริ่มต้น ‘พก’ จะประจำการที่เชียงรายเป็นหลักก่อน จากนั้นอาจขยับขยายไปฉายตามพื้นที่ต่างๆ คล้ายกับโมเดลหนังกลางแปลงในอดีต ซึ่งเป๊กกับดาจะรับหน้าที่คิวเรตหนังที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ไปฉาย เพื่อให้หนังทำงานกับคนในพื้นที่ได้มากที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนวิธีการดำเนินงานของ ‘พก’ ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนนัก ขอแค่คุณมีพื้นที่หรืออีเวนต์ที่อยากให้พวกเขาไปฉายหนัง ติดต่อพูดคุยรายละเอียดเพื่อนัดหมายกันก็เป็นอันเรียบร้อย ซึ่งถ้าโปรเจกต์เริ่มเป็นที่ต้องการในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาอาจวางเส้นทางฉายหนังตลอดเส้นทางในเดือนหนึ่งๆ ก็เป็นได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว ทั้งคู่จึงขอจำกัดพื้นที่แค่ในตัวจังหวัดเชียงรายก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญทั้งสองคนยืนยันว่าจะสร้างวัฒนธรรมฉายหนังแบบเก็บเงิน (เพราะหนังกลางแปลงที่ฉายในต่างจังหวัดส่วนใหญ่มีเจ้าภาพจ่ายให้ ผู้ชมสามารถเข้าชมได้ฟรี) คือถ้าไม่จ่ายค่าตั๋วก็ต้องมีคนสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพราะต้องการทำให้ผู้ชมตระหนักว่าการทำหนังสารคดีมีคุณค่าและต้นทุนไม่ต่างจากหนังในกระแสเรื่องอื่นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเป้าหมายของพวกเขาจะดูยากและคงใช้เวลานานพอสมควร แต่ทั้งสองคนก็อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่นอกเหนือจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ บ้าง ใครสนใจอยากให้พวกเขาเดินทางไปฉายหนังและขายหนังสือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/CarryBookStoreCinema/" target="_blank" rel="noopener">พก : ร้านหนังสือและโรงหนัง ขนาดเล็ก</a></span><span style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com" target="_blank" rel="noopener">a day</a></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-120128 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o.jpg" alt="" width="1440" height="960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o.jpg 1440w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/142842079_3787924221268130_7669223182184523174_o-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1440px) 100vw, 1440px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/carry-book-store-cinema/">อยู่ที่ไหน จะไปหา &#8216;พก&#8217; ร้านหนังสือและโรงหนังขนาดกะทัดรัดที่ตั้งใจไปหาผู้คนถึงที่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กลุ่มที่ลุกขึ้นสู้กับกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tlhr2014-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2021 12:12:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐประหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไผ่ ดาวดิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอน–ภาวิณี ชุมศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[คดีการเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา 112]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120030</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน Susan Neiman นักปรัชญาชาวอเมริกันเคยเขียนไว้ในหนังสือ Why Grow Up? ว่าต่อให้โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ ‘มันควรจะเป็น’ เธอก็ไม่อยากให้ลูกยอมแพ้ต่อความอยุติธรรมบนโลกใบนี้  ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะมันทำให้เรานึกถึงบทบาทสำคัญตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำงานช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีอย่างอยุติธรรมตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารปี 2557  ด้วยปรากฏการณ์เขย่าวัฒนธรรมอำนาจนิยมในปีที่ผ่านมา แสงสปอตไลต์จึงส่องไปที่ทนายสิทธิมนุษยชนจนบทบาทเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง เรียกแรงสนับสนุนจากผู้คนในขบวนเรียกร้องได้มหาศาล ถ้าหากย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรก ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายฯ แห่งนี้วางแผนช่วยเหลือนักโทษคดีทางการเมืองเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่เพราะสถานการณ์รัฐประหารยืดเยื้อยาวนาน และมีชุดข้อมูลที่ทำให้เห็นผลพวงรัฐประหารจำนวนหนึ่ง พวกเขาจึงตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนการยุติวงจรรัฐประหารต่อไป  ในวันที่กฎหมายถูกใช้ปิดเสียงเรียกร้องความเสมอภาคในสังคม หมายจับคดีความมั่นคงแจกจ่ายไปบ้านใครหลายคนมากกว่าโบรชัวร์ขายของ เราชวน แอน–ภาวิณี ชุมศรี หนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มามองการทำงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะผู้ว่าความที่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมไทยมีระบบอย่างที่ ‘มันควรจะเป็น’  จาก 6 เดือนสู่ 6 ปี ในการต่อสู้กับความไม่ปกติ “ช่วงนี้งานยังหนักเหมือนช่วงชุมนุมปีที่แล้วไหม” แม้จะพอเดาคำตอบได้ไม่ยากแต่เราก็อยากถามไถ่แอนเป็นอย่างแรกเพื่อให้เธอบอกเล่าสถานการณ์ตอนนี้ “เหมือนสถานการณ์ดูผ่อนคลายลงเพราะไม่มีชุมนุมทุกวันก็จริง แต่ศูนย์ทนายฯ ไม่ได้หยุดทำงานเลย เราเพิ่งพาลูกความไปรับทราบข้อกล่าวหาคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) มา บางวันต้องพาลูกความไป 3-4 สน.” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tlhr2014-interview/">ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กลุ่มที่ลุกขึ้นสู้กับกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Susan Neiman </span><span style="font-weight: 400;">นักปรัชญาชาวอเมริกันเคยเขียนไว้ในหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Why Grow Up?</span></i><span style="font-weight: 400;"> ว่าต่อให้โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ ‘มันควรจะเป็น’ เธอก็ไม่อยากให้ลูกยอมแพ้ต่อความอยุติธรรมบนโลกใบนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะมันทำให้เรานึกถึงบทบาทสำคัญตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของ <strong>ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</strong></span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งทำงานช่วยเหลือผู้ที่ถูกดำเนินคดีอย่างอยุติธรรมตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยปรากฏการณ์เขย่าวัฒนธรรมอำนาจนิยมในปีที่ผ่านมา แสงสปอตไลต์จึงส่องไปที่ทนายสิทธิมนุษยชนจนบทบาทเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง เรียกแรงสนับสนุนจากผู้คนในขบวนเรียกร้องได้มหาศาล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120061" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-684-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรก ผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ทนายฯ แห่งนี้วางแผนช่วยเหลือนักโทษคดีทางการเมืองเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่เพราะสถานการณ์รัฐประหารยืดเยื้อยาวนาน และมีชุดข้อมูลที่ทำให้เห็นผลพวงรัฐประหารจำนวนหนึ่ง พวกเขาจึงตั้งเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อสนับสนุนการยุติวงจรรัฐประหารต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่กฎหมายถูกใช้ปิดเสียงเรียกร้องความเสมอภาคในสังคม หมายจับคดีความมั่นคงแจกจ่ายไปบ้านใครหลายคนมากกว่าโบรชัวร์ขายของ เราชวน </span><b>แอน</b><b>–ภาวิณี ชุมศรี</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มามองการทำงานที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะผู้ว่าความที่อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมไทยมีระบบอย่างที่ ‘มันควรจะเป็น’ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120040 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>จาก 6 เดือนสู่ 6 ปี ในการต่อสู้กับความไม่ปกติ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงนี้งานยังหนักเหมือนช่วงชุมนุมปีที่แล้วไหม” แม้จะพอเดาคำตอบได้ไม่ยากแต่เราก็อยากถามไถ่แอนเป็นอย่างแรกเพื่อให้เธอบอกเล่าสถานการณ์ตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนสถานการณ์ดูผ่อนคลายลงเพราะไม่มีชุมนุมทุกวันก็จริง แต่ศูนย์ทนายฯ ไม่ได้หยุดทำงานเลย เราเพิ่งพาลูกความไปรับทราบข้อกล่าวหาคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่ ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) มา บางวันต้องพาลูกความไป 3-4 สน.” แอนตอบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120062" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริง คงต้องบอกว่าตั้งแต่เหล่าทนายความด้านสิทธิมนุษยชนรวมตัวกันก่อตั้งศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนที่ถูก คสช.ดำเนินคดีทางกฎหมายในปี 2557 พวกเขาแทบจะไม่ได้หยุดพักและมีคดีความให้สะสางกันแทบทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตามระบบคดีอาญาจะมีกระบวนการพิจารณาคดีกันข้ามปี ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ นัดสืบพยาน รอศาลไต่สวน รอศาลตัดสิน บางคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 จึงยังไม่สิ้นสุดจนถึงตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกๆ ที่ตั้งศูนย์ฯ ขึ้นมา ทนายจำนวนหนึ่งที่มาช่วยกันบอกว่าเราจะทำงานกันสัก 6 เดือน แต่ตอนนี้ก็ 6 ปีแล้ว” เธอหัวเราะให้กับมุกตลกร้าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120035 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่พวกเขาตั้งใจจะทำงานกันแค่ 6 เดือน ไม่ใช่เพราะจะหลีกหนีความรับผิดชอบอะไร เพียงแต่ว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผลพวงของการรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นยาวนานมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการเรียกให้คนเข้าไปรายงานตัว ปรับทัศนคติ หรือจับกุมเข้าค่ายทหาร ผิดกับการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาที่ตัวเลขคนถูกคุกคามหวือหวามาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทนายในศูนย์ฯ รับรู้ว่าสถานการณ์รอบนี้ไม่ปกติเหมือนรัฐประหารที่ผ่านมาและมีสัญญาณว่าระบอบนี้จะอยู่ยาวคือ การประกาศให้คดีความทางการเมืองขึ้นตรงต่อศาลทหารเท่านั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120063" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190810_Never-Again-84-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ ช่วงที่ทำงานตลอด 6 ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างเหนือความคาดหมาย แต่ขอเล่าถึงเรื่องนี้เพราะมันเป็นหมุดหมายที่น่าจะทำให้คนเห็นความไม่ปกติในตอนนั้นได้จริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปี 2558 กลุ่ม 14 นักศึกษาประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มของโรม (รังสิมันต์ โรม) ไปทำกิจกรรมรำลึก 1 ปีรัฐประหารแล้วเจ้าหน้าที่มาจับตอนกลางคืน พาไปขึ้นศาลทหารกันถึงเที่ยงคืน เราจำได้ว่าตัวเองก็ไม่มีเสื้อครุยทนายติดมาด้วย แต่ก็ต้องขึ้นว่าความตอนนั้นเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เสร็จแล้วคืนนั้นก็ต้องนอนเฝ้ารถทนายจูน (ศิริกาญจน์ เจริญศิริ) อยู่หน้าศาลทั้งคืน เพราะเจ้าหน้าที่จะมาค้นรถเพื่อยึดมือถือลูกความ ซึ่งในความเป็นจริงคุณไม่มีสิทธิเพราะไม่มีหมายค้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม้ยุคของการปกครองโดย คสช. (แบบโจ่งแจ้ง) จะจบสิ้นลง และมีการเลือกตั้งแล้ว แต่แอนบอกว่าสภาวะทุกอย่างก็ใช่ว่าจะกลับเข้าสู่ความปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกอย่างยังเหมือนเดิมเพียงแค่เปลี่ยนจากชื่อ คสช.มาเป็นรัฐบาล เพราะเขาสถาปนาตัวเองไปอยู่ในกลไกรัฐและกุมอำนาจได้หมดแล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120036 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลากว่าครึ่งทศวรรษของการรัฐประหารคงทำให้เราได้เห็นความอยุติธรรมอะไรหลายอย่าง สำหรับทนายสิทธิมนุษยชนที่อยู่หน้างาน พวกเขาเห็นชัดกว่าใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเป็นทนายสิทธิมนุษยชน เรารู้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันละเมิดสิทธิประชาชน และกระบวนการยุติธรรมมันไม่เป็นธรรม อยู่ๆ มีคนโดนจับเราก็ต้องรีบไปตาม ไปประกันสิทธิว่าเขาต้องมีทนายไปด้วย จะพาเขาไปไหน มีหมายไหม เราเลยทำงานกัน 24 ชั่วโมงตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ บางทีการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นไปตามสิทธิของผู้ต้องหาเราก็ต้องเอาข้อกฎหมายไปโต้แย้ง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120051 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ว่าการทำงานของพวกเขาจะสำเร็จทุกครั้ง เพราะอย่างที่เราเห็นตามข่าว มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้คนตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรมไทย เช่น การเรียกจำนวนเงินประกันตัวคดีทำร้ายร่างกายน้อยกว่าคดีความมั่นคง หรือบางครั้งก็อนุญาตให้ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายประกันตัวแต่ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 กลับไม่ให้ประกันตัวเสียอย่างนั้น อย่างกรณีของ ‘อัญชัญ’ ผู้ถูกจับกุมในข้อหามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จากการแชร์คลิป ‘บรรพต’ ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เธอไม่เคยได้รับการประกันตัวตั้งแต่ถูกจับกุมเข้าค่ายทหารในปี 2557 จนกระทั่งปัจจุบันที่ศาลตัดสินจำคุกเธอ 29 ปี 174 เดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทนายแอนยอมรับว่าหลายคดีก็ลดทอนตัวตนของเธอไปไม่น้อย โดยเฉพาะความเชื่อที่มีต่อระบบยุติธรรมของประเทศนี้ เช่น คดีของ</span><a href="https://adaymagazine.com/the-readers-secret-ep08/"><span style="font-weight: 400;">ไผ่ ดาวดิน</span></a><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ที่แชร์พระราชประวัติของ ร.10 จาก BBC ซึ่งทำให้สังคมตั้งคำถามว่ายอดแชร์ทั้งหมดมีมากถึงหลักพัน ทำไมถึงเป็นเขาที่โดนจับเพียงคนเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120065" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20190811_Never-Again-11-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เคยรู้สึกว่างานที่ทำไปไม่มีคุณค่าในระบบที่ไม่ยุติธรรมแบบนี้ไหม” เราถามขึ้น แอนส่ายหัวให้เป็นคำตอบทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอาจจะเคยคิดแบบนั้นแต่ตอนนี้เราไม่คิด โชคดีที่เรามีเพื่อนดี ไม่สอนให้เราลดคุณค่าการเป็นทนายความ แม้เราจะต้องเจอระบบที่ทำให้คนไม่เท่ากัน คนถูกดำเนินคดีอยู่ต่ำกว่ากลไกรัฐ แต่มีทางเดียวที่จะไปต่อได้คือต้องสู้ เพราะเราเป็นนักกฎหมาย เราไม่ควรยอมรับเหตุการณ์ที่มันไม่เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่เราจะไม่ภูมิใจที่ได้เป็นทนายสิทธิมนุษยชนนะ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120047 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“เราอาจจะแพ้บ่อย แต่ต้องมีวันที่เราชนะ”</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่ชอบพูดว่าอาชีพทนายมั่นคง เติบโตก้าวหน้าได้สบายๆ แต่ฟังจากคุณแล้วนี่มันไม่ได้สบายเลยนะ” ทนายแอนหัวเราะเมื่อฟังข้อสรุปของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อันนั้นอาจจะหมายถึงทนายในบริษัทธุรกิจใหญ่ๆ หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ก่อนใครๆ ก็ว่าทนายสิทธิมนุษยชนเป็นทนายตีนเปล่า ไปช่วยว่าความก็ต้องรับอาสาเพราะลูกความไม่มีตังค์ ทนายกินข้าวกับชาวบ้าน แต่ยุคหลังรุ่นพี่ๆ ก็พยายามเปลี่ยนใหม่จนมาถึงรุ่นเรา ดูแลกันมากขึ้นทั้งทางจิตใจ การทำงาน และการใช้ชีวิต อย่างเรื่องการเงินเราให้เรตทนายอาสาที่เข้ามาช่วยงานศูนย์ทนายฯ เท่าสภาทนายเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120066" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20180617-untitled-543-40-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอนยอมรับว่าหลายครั้งทนายสิทธิมนุษยชนต้องแบกรับภาระทางจิตใจไว้มาก การเสียน้ำตาระหว่างการทำงานจึงเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับทนายหลายคนมาแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นปกติเพราะเราก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่ถึงเวลาทำงานเราจะไปร้องไห้หรือเอาตัวเองเข้าไปแทนความรู้สึกของลูกความไม่ได้เพราะเขาต้องการพึ่งเรา เกิดเรามีปัญหาเขาจะพึ่งใคร ดังนั้นก็ให้รู้ว่ามันเกิดความรู้สึกขึ้น แล้วจัดการเพื่อที่จะได้มาเป็นทนายความแบบที่เขาคาดหวัง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การทำงานแบบทนายสิทธิมนุษยชนที่ไม่มีเวลาเริ่มงานและเลิกงานตายตัว พวกเขาไปเอาแรงและความหวังทั้งหมดมาต่อสู้กับความอยุติธรรมได้ยังไง เรื่องนี้คนน่าจะสงสัยมากที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120039 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-1024x683.jpg" alt="ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงแรกซัฟเฟอร์กันจนเบิร์นเอาต์ ที่นี่เลยมีมาตรการแบ่งเวรกันทำงานและให้ลาพักร้อนได้ 20 วัน ใครรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว จงพัก อย่าฝืน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนความหวังที่จะทำงานต่อ เรานึกถึงคำพูดหนึ่งของอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ตอนเราเรียนนิติศาสตร์ อาจารย์เป็นคนที่อยู่ด้วยความหวัง เขาบอกว่า ‘พวกเราไม่ต้องชนะบ่อยก็ได้ จะแพ้เท่าไหร่ก็ได้ แต่เวลาชนะขอแค่ครั้งเดียว’ เราก็คิดว่าจะมีวันที่เป็นชัยชนะของพวกเรานั่นแหละ ไม่มากก็น้อยเราต้องอยู่ด้วยความหวัง แล้วเก็บเกี่ยวความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำเอาไว้ไปเรื่อยๆ”  </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120033" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/ศูนย์ทนาย-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<div style="display: none;">แอนยอมรับว่าหลายครั้งทนายสิทธิมนุษยชนต้องแบกรับภาระทางจิตใจไว้มาก การเสียน้ำตาระหว่างการทำงานจึงเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับทนายหลายคนมาแล้ว</div>
<div style="display: none;">“เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นปกติเพราะเราก็เป็นมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่ถึงเวลาทำงานเราจะไปร้องไห้หรือเอาตัวเองเข้าไปแทนความรู้สึกของลูกความไม่ได้เพราะเขาต้องการพึ่งเรา เกิดเรามีปัญหาเขาจะพึ่งใคร ดังนั้นก็ให้รู้ว่ามันเกิดความรู้สึกขึ้น แล้วจัดการเพื่อที่จะได้มาเป็นทนายความแบบที่เขาคาดหวัง”</div>
<div style="display: none;">แต่การทำงานแบบทนายสิทธิมนุษยชนที่ไม่มีเวลาเริ่มงานและเลิกงานตายตัว พวกเขาไปเอาแรงและความหวังทั้งหมดมาต่อสู้กับความอยุติธรรมได้ยังไง เรื่องนี้คนน่าจะสงสัยมากที่สุด</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tlhr2014-interview/">ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กลุ่มที่ลุกขึ้นสู้กับกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หาบ้านที่ใช่ให้สัตว์ไร้บ้าน กับ ‘RightBaan’ เว็บแอพพลิเคชั่นอุปการะสัตว์ไม่มีเจ้าของ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rightbaan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jan 2021 07:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บแอพพลิเคชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสัตว์จรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[think positive]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์จรจัด]]></category>
		<category><![CDATA[RightBaan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119680</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคสมัยที่คนเสพคลิปหมาแมวน่ารักเป็นกิจกรรมคลายเครียดและอวดสัตว์เลี้ยงกันตามโซเชียลมีเดีย คนยุคใหม่จึงหันมาสนใจอยากเลี้ยงหมาแมวกันมากขึ้น แต่จะดีแค่ไหนหากเราเลือกอุปการะเจ้าตูบเจ้าเหมียวไม่มีเจ้าของให้มีบ้านพักพิง เพื่อช่วยลดปัญหาหมาแมวจรจัดในประเทศไทยที่คาราคาซังมาตลอดหลายปี จากปัญหานี้บวกกับเห็นว่าชมรมที่คณะทำเรื่องสัตว์จรจัด กลุ่มนิสิตชั้นปีที่ 6 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ กมลวรรณ เส้งเสน, ณิชกานต์ ใจบุญ, พิมพกานต์ เสียงเรืองแสง และพิมพ์รัมภา เก้าเอี้ยน จึงตัดสินใจทำซีเนียร์โปรเจกต์เป็นเว็บไซต์สำหรับหาบ้านใหม่ให้เจ้าหมาเจ้าแมวที่ยังไม่มีบ้านอยู่ และแม้ว่าจะไม่มีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และเขียนโปรแกรมมาก่อน แต่พวกเธอก็ร่วมมือกับกลุ่ม Innovation Hub จนทำเว็บไซต์ออกมาได้สำเร็จ พิมพกานต์เล่าถึงชื่อน่ารักๆ ของเว็บไซต์ rightbaan.com ว่าต้องการเล่นกับคำว่า ‘ไร้บ้าน’ และ ‘right’ ที่แปลว่าถูกต้อง เพื่อสื่อสารถึงการหาบ้านที่ถูกต้องให้สัตว์จรจัด โดยในช่วงแรกนี้มีสถานพักพิงเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ชมรมสวัสดิภาพสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เพจ JohnJud), Soi Dog Foundation, WVS Care for Dogs และโครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด คณะเทคนิคการสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ที่จริงเราอยากทำเว็บไซต์ที่หาบ้านให้น้องหมาน้องแมวจรจัดที่ครอบคลุม แต่ไม่สามารถทำเว็บไซต์ที่ใหญ่ขนาดให้คนทั่วไปนำข้อมูลมาลงได้ เลยจำกัดขอบเขตการทำงานให้อยู่ในหน่วยงานที่เราติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rightbaan/">หาบ้านที่ใช่ให้สัตว์ไร้บ้าน กับ ‘RightBaan’ เว็บแอพพลิเคชั่นอุปการะสัตว์ไม่มีเจ้าของ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคสมัยที่คนเสพคลิปหมาแมวน่ารักเป็นกิจกรรมคลายเครียดและอวดสัตว์เลี้ยงกันตามโซเชียลมีเดีย คนยุคใหม่จึงหันมาสนใจอยากเลี้ยงหมาแมวกันมากขึ้น แต่จะดีแค่ไหนหากเราเลือกอุปการะเจ้าตูบเจ้าเหมียวไม่มีเจ้าของให้มีบ้านพักพิง เพื่อช่วยลดปัญหาหมาแมวจรจัดในประเทศไทยที่คาราคาซังมาตลอดหลายปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากปัญหานี้บวกกับเห็นว่าชมรมที่คณะทำเรื่องสัตว์จรจัด กลุ่มนิสิตชั้นปีที่ 6 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ กมลวรรณ เส้งเสน, ณิชกานต์ ใจบุญ, พิมพกานต์ เสียงเรืองแสง และพิมพ์รัมภา เก้าเอี้ยน จึงตัดสินใจทำซีเนียร์โปรเจกต์เป็นเว็บไซต์สำหรับหาบ้านใหม่ให้เจ้าหมาเจ้าแมวที่ยังไม่มีบ้านอยู่ และแม้ว่าจะไม่มีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และเขียนโปรแกรมมาก่อน แต่พวกเธอก็ร่วมมือกับกลุ่ม Innovation Hub จนทำเว็บไซต์ออกมาได้สำเร็จ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-119702 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1.png" alt="" width="768" height="769" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-600x601.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-96x96.png 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พิมพกานต์เล่าถึงชื่อน่ารักๆ ของเว็บไซต์ <a href="https://www.rightbaan.com/" target="_blank" rel="noopener">rightbaan.com</a> ว่าต้องการเล่นกับคำว่า ‘ไร้บ้าน’ และ ‘right’ ที่แปลว่าถูกต้อง เพื่อสื่อสารถึงการหาบ้านที่ถูกต้องให้สัตว์จรจัด โดยในช่วงแรกนี้มีสถานพักพิงเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ชมรมสวัสดิภาพสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เพจ JohnJud), Soi Dog Foundation, WVS Care for Dogs และโครงการหาบ้านใหม่ให้สุนัขจรจัด คณะเทคนิคการสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่จริงเราอยากทำเว็บไซต์ที่หาบ้านให้น้องหมาน้องแมวจรจัดที่ครอบคลุม แต่ไม่สามารถทำเว็บไซต์ที่ใหญ่ขนาดให้คนทั่วไปนำข้อมูลมาลงได้ เลยจำกัดขอบเขตการทำงานให้อยู่ในหน่วยงานที่เราติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว รวมถึงมีการคัดกรองสัตว์และระบบการทำงานที่น่าเชื่อถือ โดยเราทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างสถานที่พักพิงกับคนที่อยากอุปการะสัตว์มาเจอกัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-119697 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01.jpg" alt="" width="765" height="973" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01.jpg 765w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01-236x300.jpg 236w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/01-600x763.jpg 600w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ rightbaan.com คุณจะพบกับโปรไฟล์เหล่าน้องหมาน้องแมวจรจัดที่บอกข้อมูลควรรู้อย่างประวัติ นิสัย การทำหมัน เงื่อนไขพิเศษ เป็นต้น พร้อมทั้งมีฟีเจอร์แบ่งแยกประเภทสัตว์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ต้องการอุปการะ ได้แก่ สุนัขพันธุ์เล็ก สุนัขพันธุ์กลาง สุนัขเด็ก และสุนัขที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เป็นต้น ถ้าสนใจก็ติดต่อไปยังสถานที่พักพิงโดยตรงได้ทันที หรือถ้าไม่สะดวกรับอุปการะแต่อยากช่วยเหลือก็สามารถบริจาคเงินแทนได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตพิมพกานต์และเพื่อนอยากขยายโครงการเว็บไซต์ให้สถานที่พักพิงอื่นๆ มาร่วมจอยได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือสัตว์จรจัดให้มีบ้านอยู่และทำให้สถานที่พักพิงรองรับสัตว์จรจัดใหม่ๆ ได้มากขึ้น ใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/rightbaan" target="_blank" rel="noopener">RightBaan</a></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-119701 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6.jpg" alt="" width="720" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/1-6-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rightbaan/">หาบ้านที่ใช่ให้สัตว์ไร้บ้าน กับ ‘RightBaan’ เว็บแอพพลิเคชั่นอุปการะสัตว์ไม่มีเจ้าของ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/patee-tayae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2021 12:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[yesterday with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ปราชญ์ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปกาเกอะญอ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[พะตีตาแยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=118907</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. คนของป่า ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ เด็กหญิงกับน้องเล็กส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามหลังพ่อผู้แบกจอบเหน็บพร้าก้าวฉับๆ มุ่งหน้าสู่ท้องไร่ ภาพและบรรยากาศตรงหน้าชวนให้ ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ วัย 72 ย้อนนึกไปถึงความลิงโลดในวัยเยาว์ ทุกเมื่อที่ปู่พาเขาเลาะดงพงไพรไปเลี้ยงควายกลางไร่ท้ายป่า แวะเก็บหาพืชผักสมุนไพร พลางสอดแทรกบทเรียนภูมิปัญญาและวิถีความเชื่อของชาวปกาเกอะญอที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ห้ามทำนากิ่วดอย ห้ามฉี่ลงห้วยลบหลู่ผีน้ำ ห้ามสร้างบ้านจากต้นไม้ที่มีเถาวัลย์เกาะ และอีกสารพัดคำสอนของปู่ที่เขาจดจำมานำทางชีวิตและประดับวิธีคิดแก่ลูกหลาน ร้อน ฝน หนาวผันผ่านมาเกินกว่าครึ่งทาง พะตีตาแยะ (พะตี ในภาษาปกาเกอะญอแปลว่า ลุง) ไม่เพียงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คอยฟูมฟักสมาชิกให้เคารพรักต่อธรรมชาติ แต่เขายังมีบทบาทเป็นปราชญ์ชุมชนแห่งบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเคลื่อนไหวต่อรองอำนาจรัฐจากนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึ่งพาอาศัยป่า รวมถึงเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมปกาเกอะญอแก่สาธารณะ อันเป็นแนวทางปกป้องรักษาและเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าอย่างลึกซึ้ง “ความเชื่อดั้งเดิมของชาวปกาเกอะญอคือนับถือผี มีทั้งผีปู่ย่า ผีข้าว ผีฝาย หรือผีไฟ โดยก่อนที่จะมีการเผาไร่เพื่อทำไร่หมุนเวียน ทุกคนจะต้องทำแนวกันไฟและประกอบพิธีขอขมาท่านให้ช่วยเผาเศษวัชพืชต่างๆ ในแปลงเพาะปลูกให้เรียบร้อย ราบรื่น ไม่ลุกลามไหม้ป่า และเมื่อข้าวออกรวงก็จะนำไปเลี้ยงขอบคุณ หรืออย่างผีน้ำที่หมู่บ้านพะตีเพิ่งจัดพิธีเลี้ยงไปก็ถือเป็นอีกรูปแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าไปทำมาหากินเลยเพราะเกรงกลัวผี นี่เป็นพิธีกรรมความเชื่อหนึ่งซึ่งเราทำกันมานานมากแล้ว” นานนับพันปี หากนับย้อนไปถึงรุ่นบรรพบุรุษของพะตีตาแยะที่โยกย้ายถิ่นฐานทุกครั้งที่ผู้นำชุมชนเสียชีวิต ร่อนเร่จากผืนป่าแม่แจ่ม แม่แดด แม่หยวก แม่ลา สู่สบลาน ก่อนอพยพออกจากบ้านภายหลังเกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในยุคสัมปทานป่าไม้รุ่งเรือง นานนับร้อยปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patee-tayae/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>1. คนของป่า</h3>
<p style="display: none;">ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</p>
<p>เด็กหญิงกับน้องเล็กส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามหลังพ่อผู้แบกจอบเหน็บพร้าก้าวฉับๆ มุ่งหน้าสู่ท้องไร่ ภาพและบรรยากาศตรงหน้าชวนให้ <strong>ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</strong> วัย 72 ย้อนนึกไปถึงความลิงโลดในวัยเยาว์ ทุกเมื่อที่ปู่พาเขาเลาะดงพงไพรไปเลี้ยงควายกลางไร่ท้ายป่า แวะเก็บหาพืชผักสมุนไพร พลางสอดแทรกบทเรียนภูมิปัญญาและวิถีความเชื่อของชาวปกาเกอะญอที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ</p>
<p>ห้ามทำนากิ่วดอย ห้ามฉี่ลงห้วยลบหลู่ผีน้ำ ห้ามสร้างบ้านจากต้นไม้ที่มีเถาวัลย์เกาะ และอีกสารพัดคำสอนของปู่ที่เขาจดจำมานำทางชีวิตและประดับวิธีคิดแก่ลูกหลาน ร้อน ฝน หนาวผันผ่านมาเกินกว่าครึ่งทาง พะตีตาแยะ (พะตี ในภาษาปกาเกอะญอแปลว่า ลุง) ไม่เพียงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คอยฟูมฟักสมาชิกให้เคารพรักต่อธรรมชาติ แต่เขายังมีบทบาทเป็นปราชญ์ชุมชนแห่งบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเคลื่อนไหวต่อรองอำนาจรัฐจากนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึ่งพาอาศัยป่า รวมถึงเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมปกาเกอะญอแก่สาธารณะ อันเป็นแนวทางปกป้องรักษาและเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าอย่างลึกซึ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118945" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“ความเชื่อดั้งเดิมของชาวปกาเกอะญอคือนับถือผี มีทั้งผีปู่ย่า ผีข้าว ผีฝาย หรือผีไฟ โดยก่อนที่จะมีการเผาไร่เพื่อทำไร่หมุนเวียน ทุกคนจะต้องทำแนวกันไฟและประกอบพิธีขอขมาท่านให้ช่วยเผาเศษวัชพืชต่างๆ ในแปลงเพาะปลูกให้เรียบร้อย ราบรื่น ไม่ลุกลามไหม้ป่า และเมื่อข้าวออกรวงก็จะนำไปเลี้ยงขอบคุณ หรืออย่างผีน้ำที่หมู่บ้านพะตีเพิ่งจัดพิธีเลี้ยงไปก็ถือเป็นอีกรูปแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าไปทำมาหากินเลยเพราะเกรงกลัวผี นี่เป็นพิธีกรรมความเชื่อหนึ่งซึ่งเราทำกันมานานมากแล้ว”</p>
<p>นานนับพันปี หากนับย้อนไปถึงรุ่นบรรพบุรุษของพะตีตาแยะที่โยกย้ายถิ่นฐานทุกครั้งที่ผู้นำชุมชนเสียชีวิต ร่อนเร่จากผืนป่าแม่แจ่ม แม่แดด แม่หยวก แม่ลา สู่สบลาน ก่อนอพยพออกจากบ้านภายหลังเกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในยุคสัมปทานป่าไม้รุ่งเรือง</p>
<p>นานนับร้อยปี หากนับจากวันที่รัฐบาลยกเลิกสัญญาสัมปทาน และชาวปกาเกอะญอกลุ่มเดิมก็หวนกลับมาตั้งรกรากขยับขยายเติบโตเป็นชุมชนบ้านสบลานจนกระทั่งปัจจุบัน</p>
<h4><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118947" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. นักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>“โตขึ้นมาให้ขยันทำนาทำไร่” คือคาถาเอาชนะความลำบากยากจนที่พ่อแม่ของพะตีตาแยะพร่ำสอนเสมอ ทว่าความฝันอยากมีบ้าน มีภรรยา มีที่นา และมีวัวควายสักฝูง ความเป็นจริงวันนี้มีต้นทุนที่ต้องแลกมากกว่านั้น</p>
<p>“เมื่อก่อนตอนพะตียังเด็กจำได้ว่าครอบครัวจนมากถึงขั้นไม่มีข้าวกิน พอเริ่มโตเลยตัดสินใจออกไปหางานทำในเมืองได้ 5 ปี แล้วกลับมาเป็นลูกจ้างตีตราประจำต้นไม้ในช่วงที่มีการทำสัมปทานป่าแม่ขาน ตอนนั้นพะตีไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง คิดแค่ว่าอยากมีเงินมาเบิกนากับซื้อควายสักคู่ เขาให้ค่าแรงต้นละ 2 บาท ทำอยู่หนึ่งปีก็เริ่มเข้าใจกระบวนการตัดไม้และได้เห็นผลกระทบจากสัมปทานป่า ทั้งความเสียหายในแปลงเกษตรของชาวบ้านที่ถูกช้างลากซุงบุกรุก ป่าความเชื่อของบรรพบุรุษที่ถูกทำลาย หรือปัญหาไฟป่าที่รุนแรงขึ้นกว่าปีก่อนๆ ภายหลังเสร็จสิ้นการทำสัมปทานเป็นช่วงที่ชาวบ้านลำบากกันมาก แต่ก็ไม่มีสิทธิมีเสียงในการโต้แย้งเพราะว่าไม่รู้กฎหมาย ทุกคนจึงทำได้แค่เพิ่มพื้นที่แนวกันไฟ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118948" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ต้นตอปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานใจกลางผืนป่า ส่วนหนึ่งนั้นมีสาเหตุจากความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยเฉพาะชุมชนชาวปกาเกอะญอ กลุ่มชาติพันธ์ุที่มีวิถีผูกพันแน่นแฟ้นกับป่าและเป็นผู้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าตะวันตกและป่าทางภาคเหนือของไทยมาตั้งแต่อดีต อีกทั้งยังมีการปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ในหลักสูตรการเรียนการสอนว่าปัญหาตัดไม้ทำลายป่าเกิดจากคนบนดอยทำไร่เลื่อนลอย ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภูมิปัญญาไร่หมุนเวียนซึ่งช่วยรักษาความหลากหลายของพันธุ์พืชและแหล่งอาหาร จนนำมาซึ่งการทวงคืนผืนป่าหรือการรุกล้ำทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาต่างๆ มากมาย</p>
<p>“พะตีก็ไม่เคยคิดนะว่าจะได้มาทำงานแบบนี้ แต่มีช่วงหนึ่งที่พะตีตามพี่เขยซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวไปลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน แล้วก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ปัญหาชุมชนมูเซอหลังเมือง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นชาวบ้านกำลังจะอพยพเพราะมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าบ้านเรือนของพวกเขาตั้งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ พะตีเลยเข้าไปถามไถ่ว่าที่อยู่ปัจจุบันกับที่กำลังจะย้ายไปอยู่ใหม่ตรงไหนดีกว่ากัน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่สบายกว่าเพราะมีนา มีวัวควาย มีที่ทำกิน ถ้าย้ายไปเขาจะให้ไปทำงานรับจ้าง ได้เงินมาก็ต้องเอาไปซื้อข้าวกินอยู่ดี ฟังแล้วพะตีก็รู้สึกสงสารและเข้าใจคนอื่นที่เขาได้รับผลกระทบเหมือนๆ กัน เลยหาคนช่วยยื่นหนังสือเรียกร้องให้ชาวบ้านมีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินผืนเดิม”</p>
<p>เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พะตีตาแยะก้าวสู่บทบาทนักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เดินสายจุดประกายองค์ความรู้เรื่องการปกป้องสิทธิ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือกันยามได้รับผลกระทบ พร้อมพัฒนาข้อตกลงที่อยู่อาศัยร่วมกับป่าซึ่งต่อยอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมประเพณี ให้กลายเป็นกฎเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นแนวทางการจัดการป่าเชิงประจักษ์ เช่น จัดทำแผนที่ขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ป่า กำหนดเขตคุ้มครองสัตว์ป่าและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม หรือแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านดูแลเรื่องการตัดไม้ใช้สอย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118949" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ต่อมาใน พ.ศ. 2536 เมื่อทางกรมป่าไม้มีแผนเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติออบขาน ซึ่งแนวเขตของอุทยานฯ ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนบ้านสบลาน พะตีตาแยะพร้อมด้วยเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือและมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือจึงได้รวมตัวกันคัดค้าน นำเอกสารต่างๆ และแผนที่แนวเขตหมู่บ้านที่ได้จากการเดินสำรวจพิกัดโดยระบบจีพีเอสไปเจรจาหาข้อตกลงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พะตีตาแยะบอกเล่าประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน อธิบายแนวทางการดูแลรักษาป่าตามวิถีปกาเกอะญออย่างชัดเจน ฉะฉาน ผลที่ตามมาคือมีการตั้งกรรมการตรวจสอบ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นก็ทำให้ทางกรมป่าไม้ยอมชะลอการพิจารณาประกาศเขตอุทยานฯ</p>
<p>“จริงๆ เราเป็นคนชายขอบที่มักโดนโจมตีบ่อยเรื่องทำลายป่า บางคนเขาด่าเราว่า ‘มอบป่าให้คนพวกนี้ก็เหมือนมอบไม้ให้มอด’ พะตีเคยเสียใจที่ได้ยินอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเขาแค่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำ การออกมารวมตัวเดินขบวนเรียกร้องจึงเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาที่พะตีมองว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้เราได้เจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกๆ ฝ่ายอย่างสันติวิธี ไม่ใช่การด่าทอกันไปมาหรือตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งเราก็เคยทำมาก่อนแต่มันไม่เคยสำเร็จผล</p>
<p>24 วันถ้วนในป่าจิตวิญญาณชุมชนบ้านสบลาน พะตีตาแยะเดินนำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สำรวจแนวเขตและเก็บข้อมูลชุดใหม่เพื่อส่งให้ทางจังหวัดพิจารณาอีกหนเมื่อปีกลาย แม้สถานการณ์ภายหลังการผุดขึ้นมาของนโยบายทวงคืนผืนป่าและการรื้อฟื้นเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใหม่อีก 21 แห่ง อันรวมถึงอุทยานแห่งชาติออบขาน จะยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่พะตีเชื่อมั่นเสมอในความเข้มแข็งของชุมชนที่ดำรงวิถีอย่างนอบน้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติ และเห็นความหวังจากหนุ่มสาวหลายคนที่สนใจมาเรียนรู้ปัญหา ร่วมด้วยช่วยกันขบคิดและพัฒนาข้อมูลด้านการดูแลจัดการป่าให้มีพลังมากยิ่งขึ้น</p>
<h4><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-118946" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. รักษาป่าด้วยความเชื่อ</h3>
<p>“พะตีเคยโดนดูถูกหลายครั้งว่าเป็นคนไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้หนังสือหนังหา แล้วจะดูแลรักษาป่าได้ยังไง พะตีลองมาคิดๆ ดู การดูแลป่ามันไม่เกี่ยวกับความรู้หรือกฎหมายนะ แต่มันเกี่ยวกับความเชื่อความศรัทธามากกว่า สิ่งนี้ต่างหากที่ช่วยรักษาป่าไว้”</p>
<p style="display: none;">ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</p>
<p>พะตีตาแยะชี้ให้มองดูต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายในชายป่าแล้วบอกว่า เหล่านี้คือต้นไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์จากความเชื่อ ‘เดปอทู่’ หรือ ‘ต้นสะดือ’</p>
<p>ชาวปกาเกอะญอทุกคนจะมีต้นไม้ประจำตัวคนละต้น เพราะทันทีที่ปกาเกอะญอคนหนึ่งลืมตาดูโลกพ่อแม่จะตัดสายสะดือใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกติดไว้กับต้นไม้ ซึ่งจะกลายเป็นต้นสะดือของคนคนนั้น และห้ามใครก็ตามตัดทำลาย กระทั่งเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ญาติๆ ก็จะช่วยกันรวบรวมข้าวของผู้ตายใส่ย่ามวางไว้ใต้ต้นไม้แห้งในป่าช้า ด้วยเชื่อว่าต้นไม้จะช่วยส่งวิญญาณไปยังเมืองผี โดยป่าช้านั้นมีสถานะเป็นอีกพื้นที่ต้องห้ามสำหรับการทำมาหากิน จึงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติบริเวณนี้เขียวขจีอุดมสมบูรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118952" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ความเชื่อดูแลน้ำ ดูแลป่า และปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ของชาวปกาเกอะญอ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ชาวสบลานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปทำคลอดที่โรงพยาบาล แต่พะตีตาแยะบอกว่าพ่อแม่ทุกคนยังขอสายสะดือลูกกลับมาผูกต้นสะดือกันอยู่ เพราะอยากให้เด็กที่เกิดมารักต้นไม้ เหตุนี้เองกว่า 8,700 ไร่ของชุมชนบ้านสบลานในปัจจุบันจึงมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์จากความเชื่อมากถึง 7,000 ไร่ ซึ่งผูกพันและมีคุณค่ากับวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอตั้งแต่เกิดจนตาย</p>
<p>“ป่ามีบุญคุณกับคนเยอะมากๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะปกาเกอะญอที่พึ่งพาอาศัยป่า อย่างเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้เงินเดือนก็เพราะดูแลป่า หรือเวลามีคนกรุงเทพฯ มาเที่ยวที่หมู่บ้าน พะตีจะบอกตลอดว่าป่าพวกนี้ไม่ใช่แค่ป่าของเรา แต่เป็นป่าของเขาด้วยเหมือนกัน เพราะทุกคนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่า และถ้าป่าอุดมสมบูรณ์คนปลายน้ำก็จะมีน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ถ้าใช้เป็น ใช้แล้วรักษา รุ่นลูกหลานเราก็ใช้ต่อได้ไม่มีวันหมด สำคัญสุดคือห้ามเอาไปขาย ห้ามเปลี่ยนป่าเป็นเงินเด็ดขาด ถ้ากลายเป็นเงินเมื่อไหร่หมดแน่ไม่ว่าอะไรก็ตาม”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. โรงเรียนวิถีชีวิต</h3>
<p>เมื่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไม่เพียงสะท้อนรากเหง้าตัวตน แต่ยังสามารถปกปักวิถีชุมชนและรักษาผืนป่าได้อย่างยั่งยืน ‘โจ๊ะมาโลลือหล่า’ หรือโรงเรียนวิถีชีวิตจึงงอกงามขึ้นภายใต้ความมุ่งมั่นของพะตีตาแยะและมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อให้เด็กๆ ในชุมชนได้รับโอกาสทางการศึกษาควบคู่กับซึมซับมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้านปกาเกอะญอ</p>
<p>“ที่ผ่านมาเด็กๆ จะต้องไปเรียนหนังสือนอกหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากการเดินทางลำบาก การเรียนการสอนจากหลักสูตรส่วนกลางยังทำให้หลายคนห่างไกลจากรากเหง้าวัฒนธรรมตัวเอง แล้วตอนนี้พะตีเห็นคนเรียนสูงๆ จบมาตกงานเยอะแยะ ในหมู่บ้านก็มีนะจบ ม.6 แล้วไปทำงานต่อในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ไม่ถึงปีก็กลับมาเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ค่าจ้างน้อย การสอนให้เด็กทุกคนเรียนรู้รากเหง้าวัฒนธรรมก็เพื่อให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ในภายหน้าเมื่อตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตในชุมชน อย่างน้อยที่สุดให้รู้ว่าถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า พวกเขาก็มีกินมีใช้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118951" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สำหรับความแตกต่างของโรงเรียนแห่งนี้ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของหลักสูตรที่มีการเพิ่มองค์ความรู้ท้องถิ่น โดยมีพะตีตาแยะเป็นครูผู้ถ่ายทอดวิชาภาษาปกาเกอะญอ บทธา (บทกวีปกาเกอะญอ) นิทานปกาเกอะญอ รำกระบี่กระบอง รวมถึงการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริง เช่น พานักเรียนไปร่วมประเพณีแต่งงาน ดูพิธีกรรมในไร่นา เดินป่าศึกษาพืชสมุนไพร ต้นไม้ ภูเขา และป่าจิตวิญญาณ เพื่อปลูกฝังความเข้าใจในขนบธรรมเนียมและการใช้ชีวิตอย่างเคารพหวงแหนธรรมชาติ ส่วนหลักสูตรขั้นพื้นฐานอย่างภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และกฎหมายในชีวิตประจำวัน จะมีครูอัตราจ้างและครูอาสาจากกรุงเทพฯ มาช่วยสอนสม่ำเสมอ</p>
<p>“พอพ้นหน้าแล้ง เกี่ยวข้าวเสร็จ พะตีก็จะดูว่าควายตัวไหนที่พอขายได้ก็ขายไป บางปีได้อยู่ 40,000-50,000 บาท แต่ปีไหนควายแพงก็ได้เป็นแสนเหมือนกัน พะตีใช้เงินเยอะเพราะต้องทำเรื่องการศึกษา แต่เรื่องปากท้องของพะตีนี่ง่ายนะเพราะมีดิน มีน้ำ มีป่า สำหรับพะตีสามสิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าเงินทองหรือไฟฟ้าเพราะทำให้มีข้าวกินและความมั่นคง ไฟฟ้ากับการพัฒนาก็จำเป็น บางอย่างมีประโยชน์จริง แต่เราต้องรู้จักใช้ ไม่ใช้สะเปะสะปะเกินไป มันจะสร้างปัญหาให้เราได้”</p>
<p>ถึงแม้งบประมาณสนับสนุนในการจ้างครูผู้สอนจะพร่องไปได้พักใหญ่ แต่พะตีตาแยะยังคงสานต่อความตั้งใจด้วยการหารายได้มาดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรงเรียน ทั้งจากการขายควายและการรับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการศึกษาทางเลือกตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนต้อนรับคณะนักศึกษาที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องป่า วิถีชีวิตปกาเกอะญอ และทำกิจกรรมธรรมชาติบำบัดฟื้นฟูกายใจให้สงบร่มเย็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118953" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4></h4>
<h3>5. นิทานเรื่องเงินผิดข้าว</h3>
<p>นิทานปกาเกอะญอเปรียบเสมือนบทเรียนนอกตำราซึ่งสอดแทรกเนื้อหา ความเชื่อ แนวคิด และจิตวิญญาณ ไว้อย่างแยบยลและสนุกสนาน เช่นนิทานเรื่องโปรดเรื่องนี้ที่พะตีตาแยะชอบเล่าให้เด็กๆ ฟัง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่ 2 คน คนหนึ่งมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง อีกคนมีข้าวสารกองเหลือล้น วันหนึ่งเศรษฐีรวยทรัพย์แวะไปหาเศรษฐีข้าวแล้วเอ่ยกับข้าวว่า ‘เกิดเป็นข้าวช่างน่าสงสาร ดูสิพอเจ้าของเจ้ากินจนอิ่มก็เขี่ยเศษทิ้งขว้าง ส่วนตัวข้ารักเงินทองมาก ยามจะนอนก็สอดใต้หมอนไว้นอนหนุน’ ข้าวได้ฟังดังนั้นก็นึกน้อยใจแล้วไม่นานก็หนีหลบไปอยู่ในถ้ำ</p>
<p>“ต่อมาเมื่อลูกของเศรษฐีรวยทรัพย์ร้องไห้งอแง แม้แช่เงินแช่ทองให้ดื่มก็ไม่เป็นผล จนบังเอิญเจอเมล็ดข้าวติดบนขนหมา ผู้เป็นพ่อเลยลองหยิบมาแช่น้ำให้ลูกกิน พอเด็กน้อยได้ชิมก็เลิกร้องไห้จ้า นั่นเองที่ทำให้เศรษฐีเริ่มตระหนักว่าข้าวมีค่ามากเสียยิ่งกว่าเงิน ทว่าบัดนี้ข้าวนั้นหนีหาย มนุษย์ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก พระพุทธเจ้าจึงคิดหาวิธีนำข้าวกลับคืนนา โดยขอแรงมดแต่มดก็ขนไม่ไหว ให้หนูเข้าไปก็เอาแต่แทะกิน สุดท้ายจึงวานนกผีดช่วยเหลือ ฝ่ายนกผีดยินดีรับใช้แต่มีเงื่อนไขว่ามนุษย์จะต้องแบ่งข้าวให้มันกินหากภารกิจนี้สำเร็จ ตกลงเสร็จสรรพก็บินถลาเข้าถ้ำ แต่ระหว่างย้อนกลับออกมานั้นปากถ้ำก็ปิดลงกะทันหันทับร่างของมัน บังเอิญโชคดีที่นางมารร้ายผ่านมา นางจึงเปิดกระโปรงช่วยให้ถ้ำหัวเราะลั่นและเผลออ้าปาก นกผีดเลยเป็นอิสระและกลับออกมาพร้อมกับเมล็ดข้าว บัดนั้นเป็นต้นมามนุษย์จึงมีพันธุ์ข้าวทำนาและหุงหาเป็นอาหารจวบจนปัจจุบัน</p>
<p>“รู้ไหมว่าพอข้าวออกจากถ้ำมันสาปแช่งเอาไว้ ถ้าใครทำนาเกินปีละหนจะต้องตกทุกข์ได้ยาก คนสบลานเลยทำนากันแค่ปีละครั้ง ข้อดีของการเว้นช่วงคือวัวควายจะมีที่อึที่ฉี่ นั่นแหละปุ๋ยอย่างดีที่ทำให้ดินที่นี่อุดมสมบูรณ์”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-118955" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-1024x683.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>พะตีตาแยะเล่าเสริมเกร็ดจากนิทานที่สอดประสานกับวิถีแห่งการงานของชาวชุมชน เพื่อสอนให้เด็กๆ ได้หยุดคิดในยุคสมัยที่สังคมหล่อหลอมให้ทุกคนจ้องแต่จะวิ่งไขว่คว้าหาเงินทอง จนหลงลืมความสำคัญของข้าวที่เปรียบดังชีวิต</p>
<p>“คนเฒ่าคนแก่บอกว่าเงินเหมือนน้ำบ่อหน้า ส่วนข้าวเหมือนน้ำบ่อหลัง เวลาจะขุดน้ำบ่อหน้าเราต้องรักษาน้ำบ่อหลังด้วย เพราะถ้าขุดน้ำบ่อหน้าแล้วน้ำไม่ขึ้น กลับมากินน้ำบ่อหลังก็ยังได้อยู่”</p>
<p>วงนิทานจบลงแล้วเราจึงขยับสู่วงอาหารกลางวัน หน่อปลิ๊ ลูกสาวคนโตของพะตียกสำรับมา มีปลากระป๋องกับข้าวสวย ข้าวถ้วยปลาตัว คนก็อิ่มท้อง ส่วนลูกแมวที่เฝ้าคลอเคลียได้ข้าวคลุกซอสก็เคี้ยวหยับๆ หลับตาพริ้ม หลังกินจนอิ่มแปล้ พะตีก็แยกไปมวนใบยา ส่วนผมไต่ขึ้นมายืนหอบแฮกอยู่ภายในรั้วโรงเรียนโจ๊ะมาโลลือหล่า ท่ามกลางความร่มรื่นจากต้นไม้นานาและอาคารเรียนมุงใบก้อ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“ถ้าร่างกายพะตีเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก พะตีก็จะอยู่ดูแลโรงเรียน สร้างลูกพะตีมาเป็นครูสอน สร้างคนรุ่นใหม่มาสานต่อแนวทางให้พวกเขาสามารถ ‘ทำได้’ และ ‘เจรจาได้’ เหมือนกับพะตี เพื่อดูแลป่าผืนนี้และปกป้องชุมชนของเราให้เข้มแข็งต่อไป”</p>
<p>ผมยังจำถ้อยคำมั่งมุ่นและสีหน้าแววตาภาคภูมิใจครู่ก่อน เมื่อพะตีตาแยะเอ่ยถึงศิษย์ที่จบจากโจ๊ะมาโลลือหล่าแล้วสามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วกับคำตอบที่ทำให้ตอนนี้ผมหมดคำถามว่าทำไมชายวัย 72 ถึงต้องยอมทุลักทุเลขึ้น-ลงทุกวี่วันเพื่อสอนลูกศิษย์เพียง 7 คน และยังหวังใจไว้ว่าเขาจะทำมันจวบจนบั้นปลายของชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118956" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร</strong></p>
<p>พะตีเป็นนักเคลื่อนไหวและทำงานเครือข่าย ทุกวันพะตีจึงมีชีวิตที่คิดเพื่อลูกหลาน ช่วยเหลือคนอื่นที่มีปัญหาเหมือนกัน รวมถึงสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ถึงแนวทางการอนุรักษ์ป่าโดยชุมชน เพื่อจะได้ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชนในอนาคต</p>
<p><strong>เหตุการณ์ที่มอบบทเรียนสำคัญกับชีวิต</strong></p>
<p>คงจะเป็นการรวมตัวเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุติการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้พะตีได้เจอเพื่อน เครือข่าย ครูบาอาจารย์ พะตีจึงได้เรียนรู้เยอะมาก อีกทั้งยังได้เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมันทำให้พะตีรู้สึกว่าตนเองก็มีสิทธิมีเสียง มีความมั่นใจ และได้สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งเพื่อปกป้องผืนป่าและชุมชนของเราด้วย</p>
<p><strong>อยากให้คนจดจำตัวเองแบบไหน</strong></p>
<p>พะตีไม่เคยคิดว่าจะต้องมีคนจดจำอยู่แล้ว ถามว่าการจดจำมันมีค่าไหม มันก็มีนะ แต่ในทางกลับกันถ้าเขาจดจำเราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้วเราทำมันไม่ได้อีกต่อไป มันกลับจะซ้ำเติมเราด้วยซ้ำ อย่างมีหลายคนเรียกพะตีว่าปราชญ์ชุมชน จริงๆ พะตีก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่ามันหมายความว่าอะไร อาจเพราะพะตีสามารถเจรจาพูดคุยกับคนนู้นคนนั้นได้ ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าตามผิด ปราชญ์ชุมชนจึงเป็นแค่คำคำหนึ่ง ไม่ได้สำคัญอะไร พะตีเลยคิดว่าเราไม่ต้องจดจำกันก็ได้ แค่มารู้จักกันแบบธรรมดาๆ จะดีกว่า</p>
<hr />
<p style="text-align: center;">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ a day 232 ฉบับชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า ที่รวมเรื่องราวชีวิตจาก 20 ผู้สูงวัยด้วยเชื่อว่าบางบทเรียนของผู้อาวุโสอาจทำให้เราผ่านชีวิตไปได้อย่างไม่ร้อนรนและทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า &#8220;ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่าอะไร&#8221;</p>
<p style="text-align: center;">สั่งซื้อออนไลน์ได้<a href="https://godaypoets.com/product/a-day-232/" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patee-tayae/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลี่ยงความเสี่ยงติดเชื้อ ‘Away Covid-19’ แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนจุดเสี่ยงโควิด-19</title>
		<link>https://adaymagazine.com/away-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jan 2021 09:45:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[think positive]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[Away Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[MAPEDIA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=118616</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้การกลับมาระบาดระลอกสองของโควิด-19 จะพบผู้ติดเชื้อกระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่รัฐก็ยังไม่มีมาตรการควบคุมโรคและสื่อสารนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ แถมประชาชนก็ยังไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการตรวจโรคฟรี การระบาดรอบนี้จึงน่ากังวลมากว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงกันดี เมื่อไร้ซึ่งมาตรการที่รัดกุม การเริ่มต้นที่ตัวเอง (ไม่ว่าจะใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือ หรือเว้นระยะห่างทางสังคม) ยังไงก็ป้องกันได้ไม่ดีพอ ประชาชนจึงต้องรวมตัวช่วยเหลือกันมากขึ้น เช่น แอ็กเคานต์ Away Covid-19 ในแอพพลิเคชั่น LINE ที่ช่วยเตือนผู้ใช้ว่าบริเวณที่พวกเขาอยู่เป็นพื้นที่เสี่ยงโรคหรือไม่ ธีระยุทธ อินทร์จันทร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทสตาร์ทอัพ MAPEDIA ผู้อยู่เบื้องหลัง Away Covid-19 เล่าว่าพวกเขาเริ่มต้นพัฒนาแอพฯ นี้มาตั้งแต่โควิด-19 ระบาดรอบที่แล้ว “ช่วงปีที่แล้วที่ปล่อยแอพฯ ให้ใช้บริการคนให้ความสนใจเยอะมากถึงหลักล้านคน จนพอสถานการณ์ดีขึ้นการใช้งานก็เงียบไป แต่เรายังพัฒนาระบบกับฟีเจอร์กันอยู่เรื่อยๆ จนมาช่วงที่โควิด-19 ระบาดรอบนี้ คนสนใจเยอะขึ้นกว่าครั้งก่อน เราเลยนำข้อมูลมาอัพเดตใหม่ให้ตามทันสถานการณ์ปัจจุบัน” ในแอพฯ มี 3 ฟีเจอร์หลักๆ ที่ตอบโจทย์สิ่งที่คนอยากรู้และควรรู้เพื่อระวังตัวจากโควิด-19 ได้แก่ 1) การแจ้งเตือนก่อนเข้าใกล้พื้นที่มีเคส เมื่อกดปุ่มแจ้งเตือน ผู้ใช้จะรู้ทันทีว่าตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อเท่าไหร่ โดยสามารถกดเข้าไปดูไทม์ไลน์ของผู้ป่วยและแสดงพื้นที่จุดเสี่ยงในช่วงเวลานั้นๆ ได้ ทั้งยังสามารถใช้บันทึกเส้นทางกับสถานที่ที่ผู้ใช้เดินทางไปเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้าน 2) สถิติผู้ติดเชื้อในประเทศไทย แสดงสถิติผู้ป่วยโควิด-19 อัพเดตรายวันตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/away-covid-19/">เลี่ยงความเสี่ยงติดเชื้อ ‘Away Covid-19’ แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนจุดเสี่ยงโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม้การกลับมาระบาดระลอกสองของโควิด-19 จะพบผู้ติดเชื้อกระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่รัฐก็ยังไม่มีมาตรการควบคุมโรคและสื่อสารนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ แถมประชาชนก็ยังไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการตรวจโรคฟรี การระบาดรอบนี้จึงน่ากังวลมากว่าเราจะใช้ชีวิตยังไงกันดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไร้ซึ่งมาตรการที่รัดกุม การเริ่มต้นที่ตัวเอง (ไม่ว่าจะใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือ หรือเว้นระยะห่างทางสังคม) ยังไงก็ป้องกันได้ไม่ดีพอ ประชาชนจึงต้องรวมตัวช่วยเหลือกันมากขึ้น เช่น แอ็กเคานต์ Away Covid-19 ในแอพพลิเคชั่น LINE ที่ช่วยเตือนผู้ใช้ว่าบริเวณที่พวกเขาอยู่เป็นพื้นที่เสี่ยงโรคหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ธีระยุทธ อินทร์จันทร์</strong> นักพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทสตาร์ทอัพ MAPEDIA ผู้อยู่เบื้องหลัง Away Covid-19 เล่าว่าพวกเขาเริ่มต้นพัฒนา</span><span style="font-weight: 400;">แอพฯ </span><span style="font-weight: 400;">นี้มาตั้งแต่โควิด-19 ระบาดรอบที่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงปีที่แล้วที่ปล่อย</span><span style="font-weight: 400;">แอพฯ </span><span style="font-weight: 400;">ให้ใช้บริการคนให้ความสนใจเยอะมากถึงหลักล้านคน จนพอสถานการณ์ดีขึ้นการใช้งานก็เงียบไป แต่เรายังพัฒนาระบบกับฟีเจอร์กันอยู่เรื่อยๆ จนมาช่วงที่โควิด-19 ระบาดรอบนี้ คนสนใจเยอะขึ้นกว่าครั้งก่อน เราเลยนำข้อมูลมาอัพเดตใหม่ให้ตามทันสถานการณ์ปัจจุบัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118626 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12.jpg" alt="" width="1200" height="838" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-300x210.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-768x536.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1024x715.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-600x419.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใน</span><span style="font-weight: 400;">แอพฯ </span><span style="font-weight: 400;">มี 3 ฟีเจอร์หลักๆ ที่ตอบโจทย์สิ่งที่คนอยากรู้และควรรู้เพื่อระวังตัวจากโควิด-19 ได้แก่</span></p>
<p>1) การแจ้งเตือนก่อนเข้าใกล้พื้นที่มีเคส</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกดปุ่มแจ้งเตือน ผู้ใช้จะรู้ทันทีว่าตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อเท่าไหร่ โดยสามารถกดเข้าไปดูไทม์ไลน์ของผู้ป่วยและแสดงพื้นที่จุดเสี่ยงในช่วงเวลานั้นๆ ได้ ทั้งยังสามารถใช้บันทึกเส้นทางกับสถานที่ที่ผู้ใช้เดินทางไปเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้าน</span></p>
<p>2) สถิติผู้ติดเชื้อในประเทศไทย</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แสดงสถิติผู้ป่วยโควิด-19 อัพเดตรายวันตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข แบ่งเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อ รักษาหายแล้ว กำลังรักษาตัว และเสียชีวิต โดยดูแยกเป็นรายจังหวัดได้</span></p>
<p>3) ค้นหาสถานรักษาพยาบาล</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถค้นหาสถานรับตรวจเชื้อโควิด-19 โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) คลินิก และร้านยาที่ใกล้ที่สุด เพื่อความสะดวกในการตรวจและรักษา ทั้งยังสามารถนำทางผู้ใช้ไปยังเป้าหมายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธีระยุทธเล่าว่าความยากในการทำงานนี้คือการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนเพราะข้อมูลมาจากหลายแหล่ง แต่ละจังหวัดก็มีการแจ้งไทม์ไลน์แบบลงลึกแค่ในเพจประจำจังหวัด ทีมงานจึงต้องไปตามเก็บข้อมูลเหล่านั้นมากรอกเอง ทั้งยังต้องตรวจสอบข้อมูลอีกชั้นจากหลายๆ แหล่งข่าวว่าถูกต้องหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยของ</span><span style="font-weight: 400;">แอพฯ</span><span style="font-weight: 400;"> ธีระยุทธเน้นย้ำว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ Away Covid-19 ไม่ได้มีการขอข้อมูลจากผู้ใช้ และจุดประสงค์ของทีมคือการทำงานที่เป็นสาธารณประโยชน์ คนไทยสามารถเข้าถึงได้และใช้งานฟรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธีระยุทธเสริมว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Away Covid-19 กว่า 4 ล้านคน และในอนาคตจะมีการพัฒนาแอพฯ ให้ใช้งานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ “เราอยากเติมฟีเจอร์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการของแต่ละจังหวัด เพราะตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศเหมือนการระบาดรอบแรก คนในและนอกพื้นที่จะได้รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวยังไง รวมถึงอยากเพิ่มฟังก์ชั่นแทร็กกิ้งว่าในระยะเวลา 14 วันเราไปที่ไหนมาบ้าง หากพบว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ที่เราเคยเดินทางไปแอพฯ จะได้แจ้งทันที”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สนใจสามารถเข้าใช้</span><span style="font-weight: 400;">แอพพลิเคชั่น</span><span style="font-weight: 400;"> Away Covid-19 โดยการเพิ่มเพื่อน @AWAYCOVID19 ในแอพพลิเคชั่น LINE หรือคลิกได้ที่ </span><a href="https://lin.ee/aiQ8lsq"><span style="font-weight: 400;">lin.ee/aiQ8lsq</span></a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118627 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1.jpg" alt="" width="1200" height="824" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1-300x206.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1-768x527.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1-1024x703.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-1-600x412.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/away-covid-19/">เลี่ยงความเสี่ยงติดเชื้อ ‘Away Covid-19’ แอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนจุดเสี่ยงโควิด-19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘หม่อง ทองดี’ ในวันที่ถ้าการเมืองดี จะไม่มีคนไร้สัญชาติในประเทศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mong-thongdee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภูริณัฐ ชัยบุญลือ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2021 09:55:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สัญชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไร้สัญชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อง ทองดี]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมียนร์มาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=118440</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ขอแลกบัตรประชาชนด้วยค่ะ” เจ้าหน้าที่สาวแผนกต้อนรับประจำออฟฟิศเอ่ยขอ ผมรู้ตัวตอนนั้นเองว่าวันนี้ลืมหยิบกระเป๋าเงินมาด้วย แต่ยังดีที่เธอยอมอนุโลมให้ พร้อมย้ำว่าวันต่อไปห้ามลืมอีก หลังจากนั้นไม่นาน ผมขึ้นมารอที่ห้องสัมภาษณ์เพราะในวันนี้ผมนัดหมายชายหนุ่มคนหนึ่งไว้ และไม่ทันไร ‘หม่อง ทองดี’ ก็มาถึงตามเวลานัดหมาย ผมจำเขาได้ในทันทีที่เจอกัน ใบหน้าเด็กหนุ่มตอนนี้ยังดูคล้ายกับสมัยเด็กที่ตัวเขาเป็นข่าวในแทบทุกสื่อเรื่องการไปแข่งเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น ครั้งนั้นหม่องเกือบไม่ได้ไปเพราะเขาไม่ได้มีสัญชาติไทย ก่อนนั่งพูดคุยกัน ผมขอบัตรประชาชนเขาเพื่อเอาไปให้เจ้าหน้าที่ทำเรื่องเบิกค่าเดินทางให้  หม่องหยิบบัตรประชาชนของเขายื่นให้ผม ผมยื่นมือรับพร้อมสำรวจดู บัตรของหม่องยังดูใหม่และสีสด  ก็แน่ล่ะ บัตรของเขาเพิ่งทำมาได้ 2 ปี เพราะเขาเพิ่งได้สัญชาติไทยตอนอายุ 21 ทั้งที่ประเด็นเรื่องการไร้สัญชาติถูกพูดถึงตั้งแต่เขาอายุ 12 ปีแล้ว  ซึ่งบัตรพลาสติกแข็งขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอยัดใส่กระเป๋าเสื้อได้นี่แหละ คือวาระที่ผมนัดเจอหม่องในวันนี้เพื่อไถ่ถามถึงชีวิตหลังได้สัญชาติมา และต่อจากนี้ ผมขอสวมบทนายทะเบียนซักถาม ‘สูติบัตรชีวิต’ ของนายหม่อง ทองดี ที่หาอ่านไม่ได้จากเอกสารสำคัญทางราชการชิ้นไหนๆ ในบรรทัดถัดไป เด็กชายผู้เสกกระดาษให้บินได้  ก่อนไปรู้จักกับหม่อง การทำความเข้าใจเรื่อง ‘ความไร้สัญชาติ’ น่าจะเป็นการปูพื้นฐานของการพูดคุยนี้ได้ดีที่สุด ผู้ไร้สัญชาติในบริบทของไทย คือผู้ที่ไม่ได้ถือครองสัญชาติไทยที่มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น พ่อหรือแม่ไม่ใช่คนไทย ไม่ได้เกิดในประเทศไทย หรือตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎร์ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทุนการศึกษา การทำธุรกรรมทางการเงิน การทำสัญญาซื้อ-ขายทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mong-thongdee/">คุยกับ ‘หม่อง ทองดี’ ในวันที่ถ้าการเมืองดี จะไม่มีคนไร้สัญชาติในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“ขอแลกบัตรประชาชนด้วยค่ะ” เจ้าหน้าที่สาวแผนกต้อนรับประจำออฟฟิศเอ่ยขอ ผมรู้ตัวตอนนั้นเองว่าวันนี้ลืมหยิบกระเป๋าเงินมาด้วย แต่ยังดีที่เธอยอมอนุโลมให้ พร้อมย้ำว่าวันต่อไปห้ามลืมอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นไม่นาน ผมขึ้นมารอที่ห้องสัมภาษณ์เพราะในวันนี้ผมนัดหมายชายหนุ่มคนหนึ่งไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ทันไร <strong>‘หม่อง ทองดี’</strong> ก็มาถึงตามเวลานัดหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมจำเขาได้ในทันทีที่เจอกัน ใบหน้าเด็กหนุ่มตอนนี้ยังดูคล้ายกับสมัยเด็กที่ตัวเขาเป็นข่าวในแทบทุกสื่อเรื่องการไปแข่งเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งนั้นหม่องเกือบไม่ได้ไปเพราะเขาไม่ได้มีสัญชาติไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118481 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_24-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนนั่งพูดคุยกัน ผมขอบัตรประชาชนเขาเพื่อเอาไปให้เจ้าหน้าที่ทำเรื่องเบิกค่าเดินทางให้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หม่องหยิบบัตรประชาชนของเขายื่นให้ผม ผมยื่นมือรับพร้อมสำรวจดู บัตรของหม่องยังดูใหม่และสีสด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็แน่ล่ะ บัตรของเขาเพิ่งทำมาได้ 2 ปี เพราะเขาเพิ่งได้สัญชาติไทยตอนอายุ 21 ทั้งที่ประเด็นเรื่องการไร้สัญชาติถูกพูดถึงตั้งแต่เขาอายุ 12 ปีแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งบัตรพลาสติกแข็งขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอยัดใส่กระเป๋าเสื้อได้นี่แหละ คือวาระที่ผมนัดเจอหม่องในวันนี้เพื่อไถ่ถามถึงชีวิตหลังได้สัญชาติมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อจากนี้ ผมขอสวมบทนายทะเบียนซักถาม ‘สูติบัตรชีวิต’ ของนายหม่อง ทองดี ที่หาอ่านไม่ได้จากเอกสารสำคัญทางราชการชิ้นไหนๆ ในบรรทัดถัดไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118477 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_20-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118478 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_21-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118479 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_22-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>เด็กชายผู้เสกกระดาษให้บินได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนไปรู้จักกับหม่อง การทำความเข้าใจเรื่อง ‘ความไร้สัญชาติ’ น่าจะเป็นการปูพื้นฐานของการพูดคุยนี้ได้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ไร้สัญชาติในบริบทของไทย คือผู้ที่ไม่ได้ถือครองสัญชาติไทยที่มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น พ่อหรือแม่ไม่ใช่คนไทย ไม่ได้เกิดในประเทศไทย หรือตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎร์ พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทุนการศึกษา การทำธุรกรรมทางการเงิน การทำสัญญาซื้อ-ขายทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน รถ หรือการเดินทางออกนอกประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเหล่านี้เองที่เด็กชายหม่อง ทองดี ไม่เคยมี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หม่องเกิดที่ไหน ทำไมถึงไม่มีสัญชาติ” ผมเปิดบทสนทนากับเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะพ่อแม่ไม่ได้เป็นคนสัญชาติไทย พวกเขาเป็นคนเมียนมาร์ ผมเป็นตามพ่อแม่ พ่อแม่ไม่มีสัญชาติผมก็ไม่มีสัญชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ว่ากันตามจริงพ่อแม่ของผมเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายผ่านอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มาทำงานเป็นคนสวนในสวนส้มและสวนลิ้นจี่ ทำอยู่สองปีแม่ก็คลอดผม ผมเกิดในสวนลิ้นจี่เพราะแม่ไม่กล้าไปคลอดที่โรงพยาบาล เนื่องจากตอนนั้นไม่มีบัตรยืนยันตัวตนอะไรเลย กลัว ตม.มาจับ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118472" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_15-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามพระราชบัญญัติสัญชาติมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ที่ว่าบุคคลที่เกิดในประเทศไทยโดยมีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าวให้ได้รับสัญชาติไทยเป็นการทั่วไป แต่หลักเกณฑ์นี้ถูกคณะรัฐมนตรียกเลิกไปในปี 2555 และอนุมัติให้ใช้ได้อีกครั้งในปี 2560 ดังนั้นหากว่ากันตามนี้ ในวินาทีที่หม่องเกิดก็ถือว่าตัวเขามีสิทธิได้สัญชาติไทยโดยชอบธรรมก่อนแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย ยังไม่รู้ว่ามีการขอสัญชาติไทย หรือไม่รู้แม้กระทั่งสัญชาติไทยคืออะไร ผมเป็นเด็กผมก็เล่นไปตามประสาเด็ก” หม่องพูดพลางยิ้มไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่เด็กประถมต้นอย่างเขาในตอนนั้นจะไม่รู้ เพราะในตำราเรียนขั้นพื้นฐานไม่มีการสอนใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีการสอนว่าสัญชาติไทยคืออะไร ไม่มีการสอนว่าเอกสารสำคัญระบุตัวตนมีอะไรบ้าง และไม่มีการสอนแม้สักนิดว่าทำไมเราจำเป็นต้องมีสัญชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยต้นทุนจำกัด การได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ณ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2552 จึงเป็นครั้งแรกที่หม่องในวัย 12 ปีได้รู้จักและเข้าใจคำว่า ‘สัญชาติไทย’ เขาได้เห็นความสำคัญของมันอย่างลึกซึ้งกว่าใคร เพราะมีข้อกฎหมายระบุชัดเจนว่า </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว หากเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ถือว่าการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุด</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายความว่าหม่องเดินทางออกนอกประเทศไทยไปแข่งขันได้ แต่จะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้ หากเข้ามาจะมีสถานะเป็น “บุคคลหลบหนีเข้าเมือง” ซึ่งผิดกฎหมายทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาไม่ให้สัญชาติไทย แต่ตอนนั้นต้องไปแข่งในนามตัวแทนประเทศไทย คุณรู้สึกโกรธไหม” ผมถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หม่องหยุดคิดชั่วครู่ ก่อนเริ่มเล่าความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นรู้สึกเสียใจ แต่ผมไม่เคยรู้สึกโกรธเลยนะ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองยิ่งต้องพิสูจน์ศักยภาพให้ทุกคนเห็นว่าผมทำได้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเขาทำได้อย่างที่ว่า เด็กชายหม่อง ทองดี ได้รางวัลชนะเลิศประเภททีมและอันดับ 3 ประเภทบุคคลชายอายุไม่เกิน 12 ปีกลับมา ตอกย้ำข้อพิสูจน์ว่าสัญชาติไม่ใช่ตัวกำหนดศักยภาพของคนแต่อย่างใด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118480 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หม่องกลายเป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว สื่อต่างๆ ให้ความสนใจไม่เว้นวัน รัฐบาลไทยในขณะนั้นบอกว่าจะมอบสัญชาติไทยให้เมื่อเขากลับมาถึงประเทศไทย แม้กระทั่งรัฐมนตรีบางคนยังให้คำมั่นว่าจะหยิบยื่นทุนการศึกษาให้จนถึงปริญญาเอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกสายตาที่เคยจับจ้องกลับเพิกเฉยและหันหลัง การได้รับสัญชาติไทยหรือทุนการศึกษาไม่เคยถูกพูดถึงอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซ้ำร้ายกว่านั้น จากความชอบเล่นเครื่องบินพับกระดาษจนประสบความสำเร็จ หม่องต่อยอดความฝันไปอีกว่าอยากเป็น ‘นักบิน’ แต่ฝันนั้นกลับริบหรี่ลงเรื่อยๆ เพราะเมื่อหม่องค่อยๆ โตขึ้น การไร้สัญชาติของเขายิ่งสร้างข้อจำกัดในชีวิตหลายด้านขึ้น จนสุดท้ายหม่องตัดสินใจล้มเลิกความฝันนี้ไปอย่างน่าเสียดาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนอกจากเป็นอุปสรรคต่อความฝันของเขาเเล้ว การไร้สัญชาติยังกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญที่กำหนดความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวเขาอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อแม่ผมไม่เคยได้ทำงานตามที่พวกเขาอยากทำเลย จริงๆ แล้วพ่อแม่ผมอยากเป็นช่าง แต่ใบอนุญาตทำงานให้เป็นได้แค่กรรมกรเท่านั้น หรือจะค้าขายก็ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาสงวนไว้ให้คนไทยทำได้อย่างเดียว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118482 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_25-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>เด็กหนุ่มผู้มีสิทธิกำหนดชีวิตตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจบชั้น ม.3 พร้อมกับจบความฝันในการเป็นนักบิน หม่องเลือกเบนเป้าไปที่การเป็นข้าราชการเพราะความมั่นคง แต่พอเริ่มศึกษาข้อมูล นี่เป็นอีกครั้งที่เขาต้องผิดหวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ใช่คนไทย ผมสอบเป็นข้าราชการไม่ได้ ตอนนั้นผมเลยไม่รู้จะเรียนสายสามัญไปทำไม สุดท้ายผมจึงต้องเลือกเรียนสายอาชีพ แต่พอเรียนไปก็รู้สึกว่าไม่เหมาะกับตัวเอง ผมจึงหยุดพักการเรียน 1 ปี และกลับมาเรียนสายสามัญใหม่อีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นเองที่ผมหันมาศึกษาเรื่องการบังคับโดรนแทน อย่างน้อยอนาคตผมจะได้อุ่นใจว่ายังมีอาชีพที่ทำเงินได้ ถึงไม่ได้มั่นคงอะไรมากแต่ก็ดีกว่าเรียน ม.6 จบแล้วใช้ประโยชน์อะไรในชีวิตไม่ได้เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วหลังจากจบ ม.ปลาย คุณตัดสินใจยังไงต่อ” ผมถามเพื่อให้เขาอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เดิมทีผมตั้งใจออกไปหางานทำทันที ไม่ว่าเป็นงานอะไรก็จะทำโดยไม่เกี่ยง” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หม่องต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เมื่อเขาได้รับการรับรองสัญชาติไทยในปี 2561 เพราะคุณสมบัติตรงตามพระราชบัญญัติสัญชาติมาตรา 7 ทวิ วรรค 2 ประกอบกับการเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ว่าด้วยการทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยกระบวนการครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดเพียงแค่ 2 เดือนเศษ การขอสัญชาติครั้งนี้เป็นการเป็นดำเนินเรื่องด้วยตนเองและอาศัยความช่วยเหลือจากบางกอกคลินิก รศ. ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และอาจารย์วีนัส หรือนายวีนัส สีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ซึ่งหม่องนับถือเป็นอาจารย์ผู้มีส่วนสำคัญในการติดตามช่วยเหลือเรื่องเอกสารให้กับหม่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะบอกหม่องว่าการถ่ายรูปครั้งนี้เขาใส่ชุดอะไรก็ได้ แต่</span><span style="font-weight: 400;">เด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ในชุดนักศึกษาแบบกึ่งทางการ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงสแล็กสีดำ และรองเท้าผ้าใบ เพราะเขาเพิ่งสอบปลายภาควิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร</span><span style="font-weight: 400;">ก่อนมาพบผมนี่เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต” หม่องพูดด้วยรอยยิ้มภูมิใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118469 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_12-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หม่องบอกว่านี่คือคณะในฝันของเขา หลังจากได้ใกล้ชิดพี่ๆ ผู้สื่อข่าวเวลาถูกสัมภาษณ์และออกรายการทีวีในสมัยเด็ก เขาจึงสะสมความชอบในสายงานนี้มาโดยไม่รู้ตัว จนวันนี้การเป็น ‘สื่อมวลชน’ กลายเป็นความฝันใหม่และความหลงใหลของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการได้สัญชาติไทยจะทำให้ความฝันในการทำงานสื่อเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเเล้ว มันยังมอบความสะดวกในการเดินทางยามทำอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้เขาระหว่างเรียนได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ผมเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยมาก ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงต้องเดินเรื่องขอออกนอกพื้นที่กับทางอำเภอล่วงหน้า 3 วัน แต่เดี๋ยวนี้ผมรับงานแล้วเดินทางได้เลย” หม่องเล่าให้ฟังถึงข้อดีข้อสำคัญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่น่าดีใจคืองานที่เขาพูดถึงก็คืองานถ่ายภาพมุมสูงด้วยโดรนบินตัวโปรดที่ได้เรียนรู้ฝึกหัดตอน ม.ปลายนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดูเหมือนชีวิตเขาไม่เคยห่างจากเครื่องบินเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118461 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ถ้าการเมืองดี เราคงกล้าฝันกันมากกว่านี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ความฝันของตัวเองเข้าใกล้ความจริง หม่องก็ไม่ได้หลงลืมน้องๆ ที่ยังคงไร้สัญชาติเหมือนที่เขาเคยเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้กิจกรรมหนึ่งที่หม่องทำเป็นประจำคือการเดินทางไปสอนเครื่องบินกระดาษพับให้กับเด็กๆ ตามโรงเรียนชายแดน และให้คำแนะนำกับเด็กๆ ที่อยากมีบัตรประชาชน ระหว่างนั้นเขาและบางกอกคลินิก ซึ่งสนับสนุนโดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ใช้โอกาสนี้สำรวจและรวบรวมรายชื่อเด็กๆ ที่ตกหล่นจากระบบ และรายงานต่อไปยังเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องสิทธิและสถานะต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนโรงเรียนบ้านห้วยทราย (โรงเรียนเก่าของหม่อง) มีเด็กไร้สัญชาติเยอะมาก ไม่มีใครสนใจเลย จนผมต้องไปแจ้งอำเภอให้เข้ามาตรวจสอบ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนที่มาปรึกษากับคุณได้สัญชาติกันบ้างหรือยัง” ผมถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ บางคนผ่านมา 5-6 ปีแล้วก็ยังไม่ได้ ทุกวันนี้ยังทำเรื่องกันอยู่” หม่องตอบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118487 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_30-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อยากถามเรื่องการทำงานของรัฐด้วย หม่องพอพูดได้ใช่ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พูดเรื่องนี้มากไม่ได้นะ เพราะสัญชาติไทยที่เขาให้มาเขาก็เอาคืนได้เหมือนกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าของเขา เพื่อความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย ผมรีบต่อบทสนทนาเท่าที่เด็กหนุ่มยินดีจะเล่าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าอย่างนั้นคุณคิดว่าถ้าระบบการจัดการของหน่วยงานต่างๆ ดีกว่านี้ ผู้ไร้สัญชาติจะเข้าถึงโอกาสในการขอสัญชาติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ไหม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดว่าถ้าหน่วยงานราชการดี หรือถ้าหน่วยงานรัฐสนใจหรืออยากเข้าไปดูแลในจุดนี้จริงๆ จำนวนผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติจะไม่เพิ่มขึ้น เด็กคนหนึ่งก็จะได้รับโอกาสที่เขาควรได้รับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเด็กไร้สัญชาติมีสิทธิมากกว่านี้ เขาก็จะมีความมั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่เขาอยากทำ ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีเด็กไร้สัญชาติสักคนอยากเป็นหมอ เขาก็จะมีโอกาสโตขึ้นเป็นหมอที่ดีได้ เพื่อมารักษาคนไข้ในประเทศไทยด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สายตาเขาดูจริงจังกว่าทุกคำตอบที่ผ่านมา และถ้าย้อนคิดจริงๆ ผมก็พอเข้าใจ เพราะเป็นหม่องเองนั่นแหละที่เจอกับสิ่งเหล่านี้มาตลอดชีวิต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118490 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_33-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมถามคำถามสุดท้ายก่อนเขาจะขอตัวไปทำงานถ่ายภาพมุมสูงที่อื่นต่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าหม่องไม่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยตอนนั้น ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีอาจารย์และมูลนิธิต่างๆ ยื่นมือมาช่วย คิดว่าตัวเองจะได้สัญชาติไทยอย่างทุกวันนี้ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สีหน้าที่ดูมุ่งมั่นของเขาจากคำถามก่อนหน้า ตอนนี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอมทุกข์ เหมือนว่าเขาลำบากใจที่จะตอบมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พูดตามตรง ถ้าผมไม่ชนะการแข่งขันเครื่องบินกระดาษในวันนั้น ผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้จะยังเรียนหนังสืออยู่ไหม ผมอาจต้องออกไปทำงานเต็มตัวหรือกลายเป็นเด็กเกเรคนหนึ่งไปเลยก็ได้ โอกาสที่จะได้มีสัญชาติไทยอย่างทุกวันนี้คงมีเเค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นล่ะมั้งครับ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคคำตอบสุดท้ายจบลง ก่อนจากกันผมยื่นบัตรประชาชนของหม่องที่ยืมไปในตอนต้นคืนให้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเองที่ผมคิดและคาดหวังเหลือเกินว่าจะไม่มีใครใจร้ายพรากมันไปจากเขาอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-118475 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/หม่อง-ทองดี_18-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mong-thongdee/">คุยกับ ‘หม่อง ทองดี’ ในวันที่ถ้าการเมืองดี จะไม่มีคนไร้สัญชาติในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2020 13:46:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Luk Hostel]]></category>
		<category><![CDATA[Once Again Hostel]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[hostel]]></category>
		<category><![CDATA[Satarana]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Locall]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=117256</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่เราเรียนรู้หรือเจอกับตัวไม่นานมานี้ คือการพูดเรื่องทุกข์โดยมีใครสักคนฟังอย่างเปิดใจ ถือเป็นวิธีบรรเทาความเหนื่อยอีกรูปแบบ อย่างน้อยก็ทำให้เรื่องหนักที่แบกมาเกือบทั้งปีเบาลงได้บ้าง หากโชคดีมากหน่อย ใครคนนั้นอาจแบ่งปันพลังบวกชวนฮึดสู้เป็นของแถมกลับบ้าน ในฐานะคนทำงานสื่อ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ผู้ก่อตั้ง Once Again Hostel และ Luk Hostel คนนี้คือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยแนวคิด inclusive business ที่หมายถึงการพาคนรอบตัวในชุมชน อาทิ ลุงป้าน้าอาที่มีบ้าน มีร้านรวงอยู่รอบๆ จับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน นอกจากธุรกิจที่พัก เจ้าตัวยังเป็นพี่ใหญ่อีกคนของ ‘กลุ่มสาธารณะ’ กลุ่มที่รวบรวมคนเมืองหลากความถนัดมาช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาสาธารณะบางอย่าง และสื่อสารกับคนเมืองกรุงเทพฯ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือทำให้คนมองเห็นว่าเรื่องสาธารณะโดยเฉพาะการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนจริงๆ และในฐานะคนรุ่นน้อง หนึ่งปีก่อนชายที่นั่งตรงหน้าเราคนนี้เปลี่ยนสถานะจากแค่คนรู้จักเฉยๆ เป็นพี่เขย เขาแต่งงานกับภรรยาสาวชาวภูเรือ จังหวัดเลย เป็นความบังเอิญที่น่ารัก เธอคนนั้นคือนักขับเคลื่อนเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่เรารักเฉกเช่นคนในครอบครัว ระยะที่ใกล้ชิดมากขึ้นเปิดโอกาสให้เราได้เห็นมิติอื่นในตัวเขา มากกว่าแค่คนทำธุรกิจที่ไฟแรงและแคร์คนรอบตัวมากๆ ศานนท์คือสามีที่ยังชอบทำงานตลอดเวลาที่อยู่บ้านภรรยา ในมิตินั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่พยายามเอาเรื่องการกินการอยู่ที่สัมผัสจากชีวิตที่ได้ใช้ในต่างจังหวัดมาเชื่อมโยงกับชีวิตคนในกรุงเทพฯ บ้านเกิดของตัวเองมากขึ้นด้วย ในปี 2020 ลำพังการพึ่งพาและพยุงตัวเองยังทำเราและอีกหลายคนเหนื่อยหอบ หมดพลัง และอดไม่ได้ที่จะบ่นอิดออด โรคระบาดซ้ำเติมคนทำธุรกิจที่หากินกับการท่องเที่ยวไม่เว้นหน้าใครทั้งนั้น ทว่าพื้นที่ของโฮสเทลทั้งสองแห่งที่ศานนท์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้คนอยู่เสมอ จากมุมของคนทำงานหนักที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากมาย ศานนท์ได้ยิน มองเห็น และเรียนรู้อะไรจากปีที่ไม่ยอมปล่อยให้เราได้หยุดพักอย่างปีนี้บ้าง มาฟังเจ้าตัวเล่าดีกว่า ทุกคนรู้ว่าโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราเรียนรู้หรือเจอกับตัวไม่นานมานี้ คือการพูดเรื่องทุกข์โดยมีใครสักคนฟังอย่างเปิดใจ ถือเป็นวิธีบรรเทาความเหนื่อยอีกรูปแบบ อย่างน้อยก็ทำให้เรื่องหนักที่แบกมาเกือบทั้งปีเบาลงได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโชคดีมากหน่อย ใครคนนั้นอาจแบ่งปันพลังบวกชวนฮึดสู้เป็นของแถมกลับบ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117320 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคนทำงานสื่อ </span><b>ศานนท์ หวังสร้างบุญ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้ง </span><a href="https://adaymagazine.com/once-again-hostel-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/"><span style="font-weight: 400;">Once Again Hostel</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://adaymagazine.com/loft-hostel-2/"><span style="font-weight: 400;">Luk Hostel</span></a><span style="font-weight: 400;"> คนนี้คือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยแนวคิด inclusive business ที่หมายถึงการพาคนรอบตัวในชุมชน อาทิ ลุงป้าน้าอาที่มีบ้าน มีร้านรวงอยู่รอบๆ จับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน นอกจากธุรกิจที่พัก เจ้าตัวยังเป็นพี่ใหญ่อีกคนของ ‘กลุ่มสาธารณะ’ กลุ่มที่รวบรวมคนเมืองหลากความถนัดมาช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาสาธารณะบางอย่าง และสื่อสารกับคนเมืองกรุงเทพฯ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือทำให้คนมองเห็นว่าเรื่องสาธารณะโดยเฉพาะการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในฐานะคนรุ่นน้อง หนึ่งปีก่อนชายที่นั่งตรงหน้าเราคนนี้เปลี่ยนสถานะจากแค่คนรู้จักเฉยๆ เป็นพี่เขย เขาแต่งงานกับภรรยาสาวชาวภูเรือ จังหวัดเลย เป็นความบังเอิญที่น่ารัก เธอคนนั้นคือนักขับเคลื่อนเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่เรารักเฉกเช่นคนในครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะที่ใกล้ชิดมากขึ้นเปิดโอกาสให้เราได้เห็นมิติอื่นในตัวเขา มากกว่าแค่คนทำธุรกิจที่ไฟแรงและแคร์คนรอบตัวมากๆ ศานนท์คือสามีที่ยังชอบทำงานตลอดเวลาที่อยู่บ้านภรรยา ในมิตินั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่พยายามเอาเรื่องการกินการอยู่ที่สัมผัสจากชีวิตที่ได้ใช้ในต่างจังหวัดมาเชื่อมโยงกับชีวิตคนในกรุงเทพฯ บ้านเกิดของตัวเองมากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2020 ลำพังการพึ่งพาและพยุงตัวเองยังทำเราและอีกหลายคนเหนื่อยหอบ หมดพลัง และอดไม่ได้ที่จะบ่นอิดออด โรคระบาดซ้ำเติมคนทำธุรกิจที่หากินกับการท่องเที่ยวไม่เว้นหน้าใครทั้งนั้น ทว่าพื้นที่ของโฮสเทลทั้งสองแห่งที่ศานนท์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้คนอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมของคนทำงานหนักที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากมาย ศานนท์ได้ยิน มองเห็น และเรียนรู้อะไรจากปีที่ไม่ยอมปล่อยให้เราได้หยุดพักอย่างปีนี้บ้าง มาฟังเจ้าตัวเล่าดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-117288 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทุกคนรู้ว่าโควิด-19 เอฟเฟกต์มากๆ กับคนที่หากินกับนักท่องเที่ยว ผลกระทบกับธุรกิจที่พักเริ่มเห็นภาพชัดเจนจริงๆ ตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าแค่ในวงการโฮสเทล มันเริ่มหนักตั้งแต่ปลายปี 2018 แล้ว ตอนนั้นค่าเงินบาทสูง นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะแบ็กแพ็กเกอร์เลยเลือกไปประเทศอื่นมากกว่า ไม่ก็ระยะเวลาการพักในประเทศไทยสั้นลง ประกอบกับ supply ที่เยอะขึ้น ถ้าสังเกตปีก่อนๆ จะมีช่วงที่ธุรกิจโฮสเทลบูมมาก เราเริ่มเจอผลกระทบมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ด้วยซ้ำ พอมันมาปุ๊บทุกอย่างก็ชัดเจน และไม่ใช่แค่ supply ด้วย ฝั่ง demand ก็กระทบอย่างรุนแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โฮสเทลบางที่ต้องหยุดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง บางที่เปิดมาแล้วแต่ยังต้องแบกค่าเช่าก็หนักหน่อย ฝั่งที่ปิดกิจการไปเลยก็มีไม่น้อย คนที่ยังสู้ต่อก็มาคุยกันว่าจะปรับตัวยังไงบ้าง ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมามีการประชุมกันเยอะ แล้วพอหลังโควิด-19 ก็ไม่ค่อยได้ catch up กันต่อ เพราะทุกครั้งที่คุยกันมันก็จะวนซ้ำเรื่องเดิมๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เรื่องเดิมๆ ที่ว่าคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่า segment ของธุรกิจโฮสเทลค่อนข้างใหม่ในแวดวง hospitality แต่ก่อนเราแบ่งโรงแรมกันตามระดับดาว บางโฮสเทลแต่งเหมือนโรงแรม 3-4 ดาว ไม่แพ้เลยนะ แต่โฮสเทลกลับเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ถูกบันทึกในระบบของราชการหรือกฎหมาย ไม่ได้ถูก identify ว่าเป็นประเภทหนึ่งของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเจอกันมันจะมีไม่กี่ประเด็นที่คุยกัน เช่น เรื่องกฎหมาย เราจะสามารถทำให้โฮสเทลเป็นหนึ่งในประเภทของที่พักอาศัยเหมือนโรงแรมได้ไหม เพราะช่วงโควิด-19 ชัดเจนเลยว่านโยบายภาครัฐลงมาไม่ถึงเรา ทีนี้เราเลยตั้งทีมขึ้นมาทีมหนึ่งเพื่อผลักดันเรื่องนี้ (หาทางออกในเชิงกฎหมาย) ส่วนอีกเรื่องที่เราคุยกันคือการเยียวยากันเอง คือเราคุยกันว่าใครช่วยหรือแชร์อะไรได้บ้าง เราทำอาหารเหมือนกันถ้าอย่างนั้นก็แลก know-how กัน หรือจ้างแม่บ้านแบบแชร์กัน ก็คิดว่ามันจะเป็นทางออกที่คนในเครือข่ายช่วยกันลดต้นทุน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนกับว่าวิกฤตมันทำให้เราได้ช่วยกันและกันมากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เอาตรงๆ เรามีทาร์เก็ตเป็นฝรั่งที่เป็นคนรุ่นใหม่หน่อย เพราะเขาเน้นเที่ยวแบบ experience travel (ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์) ไม่ได้มองว่าเราเป็นที่พักราคาถูก แต่มองคุณค่าหรือประสบการณ์ที่ได้ที่ต้องไม่เหมือนที่อื่น อย่างที่ Luk ทาร์เก็ตเป็นฝรั่ง 99.5 เปอร์เซ็นต์ คนไทยแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ พอ 99.5 มันหายเราเลยต้องกลับมาทบทวนใหม่ ซึ่งจริงๆ คนไทยเองก็ต้องการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เหมือนกัน แล้วถ้าลึกลงไปอีก คำว่าประสบการณ์อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบการท่องเที่ยว อาจเป็นรูปแบบการอยู่อาศัยที่เน้นประสบการณ์ก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าอย่างนั้นเราจัดเป็นที่พักระยะยาวขึ้นเพื่อรองรับทาร์เก็ตที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 แบบ แบบแรกเรามองว่าแต่ก่อนนักศึกษาหลายคนต้องนอนหอพักอยู่แล้ว แต่หอพักที่เขาอยู่ไม่ได้มีคอมมิวนิตี้ระหว่างคนในหอพัก แต่โฮสเทลสร้างคอมมิวนิตี้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว คน 20-50 คนสามารถรู้จักกันได้ผ่าน facility ที่เรียกว่าโฮสเทล ก็เลยเกิดไอเดียใหม่ที่อยากเอาศักยภาพของโฮสเทลทั่วกรุงเทพฯ มาผนึกกันแล้วเปลี่ยนโฮสเทลเป็นหอพักแบบใหม่ที่สามารถสร้างคอมมิวนิตี้ให้กับคนที่อยากไปพักได้ สร้างแพลตฟอร์มชื่อ </span><a href="https://en.mutualplus.co/"><span style="font-weight: 400;">mutual+</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมา mutual คือความต้องการที่คล้ายๆ กัน ส่วนพลัส (+) ก็คือเรื่องของที่นอนที่ดีขึ้น ส่วนกลางที่ใหญ่และหลากหลายขึ้น รวมทั้งได้เจอเพื่อนๆ ที่อาจจะเป็นคนที่คิดเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117284 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>แต่นิสัยคนไทยหวงความเป็นส่วนตัวสูงเหมือนกันนะ แพลตฟอร์มนี้จะเวิร์กจริงๆ เหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นอุปสรรค์นี้แหละ แต่ว่าเราก็เห็นเทรนด์บางอย่าง การที่คนจะสามารถมานอนที่เดียวกันได้ในยุคหลังโควิด-19 เราน่าจะต้องเป็นเพื่อนกันก่อน mutual+ เลยพยายามที่จะสร้างกิจกรรมที่ทำให้คนมารู้จักกันก่อน แล้วถ้าคนเหล่านี้รู้จักกัน พอใจที่จะนอนหอพักแบบนี้ เราค่อยนำเสนอให้ ตอนแรกๆ ที่เปิดตัว mutual+ เราเน้นขั้นตอนที่ทำให้คนมาเจอกันก่อน แต่ละโฮสเทลสามารถออกแบบกิจกรรมและคอมมิวนิตี้ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองได้ บางที่เน้นเรื่องชุมชน บางที่เน้นเรื่องอาหารหรือเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างที่ Luk เคยจัด wine testing, กิจกรรม bartender 101 หรือทำ walking tour ล่าสุดก็มี chef table เพราะอยู่ใกล้เยาวราชเราเลยเน้นเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในมุมคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอง พอจะสรุปได้ไหมว่าผลกระทบเรื่องไหนหนักสุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหนักเลยก็เป็นเรื่องธุรกิจ อย่างที่บอกรายได้ 99.5 เปอร์เซ็นต์มาจากฝรั่ง วันที่เราล็อกดาวน์มันก็เหมือนกับปิดก๊อกน่ะ แล้วหลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องของการดูแลองค์กรที่เป็นการพูดถึงคน ก๊อกปิดแต่น้ำยังต้องไหลอยู่ ทุกคนยังต้องมีชีวิตที่ดีอยู่ เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องคิดโมเดลธุรกิจใหม่ หาก๊อกใหม่ที่เรายังเปิดมันได้อยู่ พอเราสลับมาทำอาหารเดลิเวอรี กลายเป็นว่าเราต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีคิดอีกแบบ แต่คนทำงานก็ยังเป็นน้องๆ กลุ่มเดิม คือพวกเขาสมัครเข้ามาเพื่อทำโฮสเทล อยากเจอแขก อยากจะให้บริการที่ดี พอต้องเปลี่ยนมาอยู่หลังครัว ไม่เจอใครเลย เราว่าอันนี้เป็นผลกระทบที่ชัดเจนอีกเรื่องที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายของเจ้าของธุรกิจคือ ในช่วงที่ล็อกดาวน์ภารกิจขององค์กรเปลี่ยน แต่วิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กรยังต้องมีความชัดเจนเหมือนเดิม ที่สำคัญต้องทำให้คนในทีมเข้าใจได้ด้วย จุดประสงค์ของการเกิดของ Once Again คือการทำให้ย่านหรือพื้นที่ตรงนั้นดี วันนี้เราไม่สามารถทำให้ฝรั่งมาใช้บริการป้าๆ ลุงๆ ได้ แต่เราสามารถทำให้เขาได้ประโยชน์จากอย่างอื่นได้ เราเลยเลือกปิดโฮสเทลเพื่อเซฟต้นทุน แต่เปิดบริการใหม่ที่เอาอัตลักษณ์อย่างอาหารของย่านประตูผีมาหาช่องทางในการขายใหม่ ถ้าเขาขายคนเดียวมันยากนะ เขาต้องมีมอเตอร์ไซค์ มีแบรนด์ โปรโมตนู่นนี่ บางร้านทำกันแค่ 2 คน คนหนึ่งทอดหมูอีกคนล้างจานก็เหนื่อยแล้ว ในฐานะตัวกลางเรามองว่าเราทำได้ 2 อย่าง คือหนึ่ง–เราสามารถสร้างระบบที่ทุกคนสามารถส่งแบบเดลิเวอรีได้ และสอง–เราสามารถโปรโมตร้านร้านหนึ่งให้กลายเป็นตัวแทนของย่าน เช่น บ๊ะจ่างร้านนี้กลายเป็นบ๊ะจ่างของย่าน ถ้าทุกอย่างเป็นของย่านได้เราก็สามารถนำเสนอมันได้ง่ายขึ้น เราทำแพลตฟอร์มชื่อ </span><a href="https://adaymagazine.com/locall/"><span style="font-weight: 400;">Locall</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมาได้ก็เริ่มที่ย่านประตูผีก่อน เหมือนกับว่าบริบทรอบๆ มันเปลี่ยนแต่จุดประสงค์ขององค์กรหรือเสาที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้วยังตั้งอยู่ที่เดิม วันนี้อาจจะยังไม่มีนักท่องเที่ยว ถ้าอย่างนั้นเราทำอันนี้ก่อนแล้วกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117318 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ลำพังพยุงตัวเองน่าจะเหนื่อยมากเหมือนกัน ทำไมถึงยังยึดมั่นกับการช่วยคนอื่นมากขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าการช่วยคนอื่นมันคือการช่วยตัวเอง แต่ว่ามันคือการช่วยตัวเองที่เรามีเพื่อนไปด้วย ถามว่ามันต้องช่วยตัวเองไหม โห ปีที่ผ่านมาเนี่ยเรียกได้ว่ารากเลือด ก่อนที่จะหยุดเงินเดือนใครได้เราต้องหยุดเงินเดือนเราก่อนเพื่อที่จะรักษาทีมให้เดินไปได้ พอนานๆ เข้าก็ต้องหาช่องทางที่มันยั่งยืนกว่านี้โดยที่เราต้องพาทุกคนไปด้วยกัน ที่ใช้วิธีคิดแบบนี้อาจเป็นเพราะเราคิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งหรือทำงานทุกอย่างด้วยตัวเองได้ เราเลยต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือ เวลาทำอะไรเราก็จะมองเห็นโอกาสของคนอื่นอยู่เสมอ เหมือนจุดเริ่มต้นของโฮสเทลเกิดขึ้นเพราะเรามองว่าแถวนี้มันดี แล้วถ้าทุกคนในย่านนี้ไม่อยู่หรือมีแค่เราคนเดียวที่รอด เราก็จะรอดแบบแห้งๆ เราเลยมองว่าการรักษาคนอื่นไว้มันคือการรักษาตัวเราเองนี่แหละ เรายังอยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมอยู่ หลังโควิด-19 เราก็อยากเดินไปแล้วป้ายังนั่งอยู่ที่ตรงนี้เหมือนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณดูเป็นคนทำธุรกิจที่มองเห็นความหลากหลายของความเป็นมนุษย์มาก ระหว่างการแคร์เรื่องจิตใจคนกับแคร์เรื่องผลกำไรในสถานการณ์แบบนี้ อันไหนรับมือยากกว่ากัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราถ้าองค์กรเล็ก เราคิดว่าสองเรื่องนี้ไม่ยาก เพราะมันเป็นเรื่องของการสื่อสาร เราต้องสื่อสารว่าทำไมเราถึงทำเรื่องนี้ ถ้าทุกคนเข้าใจทุกคนก็จะช่วยกัน แต่พอองค์กรใหญ่ขึ้น แน่นอนว่ามันก็ต้องมีช่องที่ไม่ได้เกิดการสื่อสารอย่างทั่วถึง ยิ่งปีนี้เราต้องตัดสินใจว่าจะทำโปรเจกต์เพื่อหารายได้เข้ามา บางทีเราก็ต้องทำสิ่งที่ทีมไม่เคยทำ เช่น อาหาร แต่พอต้องทำเพื่อเงิน บางทีเราก็ไม่ได้คิดเรื่องจิตใจกันเยอะ พอมันมีช่องว่างมากขึ้น การสื่อสารก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เราเลยต้องพยายามคุยกันบ่อยๆ อย่างตอนโควิด-19 ทุกสัปดาห์เราจะโชว์รายได้ให้ทุกคนเห็นเลย ทีมนี้ทำรายได้ถึงเท่านี้แล้ว อีกทีมกำลังทำอะไรอยู่ เราทำให้ทุกคนเห็นว่าแต่ละคนคือฟันเฟืองเล็กๆ ที่ทำให้องค์กรเรายังเดินได้อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงการสื่อสารจะทำให้คนเข้าใจ สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือการดูแลใจกัน เราเชื่อว่าใจเนี่ยถ้ามันแตกไปแล้วมันแตกไปเลยนะ ไม่สามารถซ่อมกันได้อย่างง่ายดาย เพราะอย่างนั้นถ้าให้เลือกบางอย่างในองค์กร เราจะเลือกวิธีการดูแลใจ พยายามทำยังไงก็ได้ให้ทีมเข้าใจสิ่งที่เรากำลังจะลงมือทำไปด้วยกัน หรือถ้าไม่เข้าใจก็ต้องใช้เวลานั้นในการพูดคุยกันแล้วว่าเขามีปัญหาตรงไหน เราในฐานะที่อยู่ในองค์กรเดียวกันจะช่วยยังไงได้บ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เราเชื่อว่าโควิด-19 อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตคุณเรื่องหนึ่งเลย คิดกับมันยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวเลยนะ เราบอกเลยว่าปีที่แล้วเราวางแผนชีวิตตัวเองไว้แบบหนึ่ง คือเราเพิ่งแต่งงานและวางแผนว่าทุกอย่างที่เราทำที่กรุงเทพฯ มันควรจะมีความมั่นคงประมาณหนึ่ง Once Again อยู่ในจุดที่เดินได้ด้วยตัวเอง ส่วน Luk ที่เพิ่งเปิด เราก็ reach out ได้ถึงจุดที่เราพอใจ ทีมหลังบ้านกำลังเป็นทีมที่สนุกและขยายใหญ่ขึ้นแล้ว เราวางแผนตัวเองไว้ว่าอยากจะลดบทบาทตัวเองลงเพื่อให้น้องๆ ได้เดินต่อ แล้วเราก็อาจจะไปอยู่กับภรรยาที่จังหวัดเลย พอโควิด-19 มาแผนเราก็ถูกรื้อไปหมด ต้องกลับมาช่วยทีมเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่เคยรู้สึกว่าเรามุ่งเป้าไปที่การทำยังไงก็ได้ให้ธุรกิจเติบโต แต่วันนี้เราต้องทำให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆ กับการสร้างทีมที่เชื่อมั่นในผู้บริหาร และต้องดูแลไม่ให้ burn out กัน มันคือการสร้างธุรกิจกับองค์กรไปพร้อมๆ กัน แล้วก็อีกขาหนึ่งคือเราต้องสร้างครอบครัวตัวเองไปด้วย เพราะตอนนี้เรามีคู่ชีวิตแล้ว เราลุยทุกอย่างเองไม่ได้แล้ว มันเลยกลายเป็นปีที่ได้รีเซตอะไรหลายอย่างในชีวิตพอสมควร บางเรื่องมันก็ไปได้ดี บางเรื่องก็ยังมีปัญหาอยู่ เช่น ธุรกิจ เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราคิดว่ามันสำคัญในปีนี้คือการรักษาระดับของสามก้อนนี้ ธุรกิจต้องไม่ขาดทุน รักษากระแสเงินสดในบริษัทให้อยู่รอด ขณะเดียวกันทีมก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าทีมยังอยู่เราเชื่อว่าทีมยังมีศักยภาพทำอะไรใหม่ๆ ได้แม้ว่ากระแสเงินสดมันจะหายไป ปัจจุบันเราพยายามเกาะตรงนี้ให้มาก ทำยังไงให้ทุกคนเข้าใจว่าวิกฤตนี้มันเหมือนกับการที่เราว่ายน้ำแล้วเจอคลื่น คือมันยังมีคลื่นอีกหลายลูกแหละ แต่อย่าลืมว่าปลายทางมันยังอยู่ ดังนั้นมือเรายังต้องจับกันอยู่ ส่วนครอบครัวตอนนี้ก็ยังโอเคมาก ภรรยาเข้าใจ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117331 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117330 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>จากคนที่เกิดและเติบโตในกรุงเทพฯ พอได้ใช้ชีวิตในต่างจังหวัดมากขึ้น มีอะไรที่เปลี่ยนไปไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าคนกรุงเทพฯ น่าสงสาร ทรัพยากรหลายอย่างมันมีเยอะมากเลยที่ต่างจังหวัด กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทุกคนอยากทำอะไรรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่มันเร็วเราจะเห็นทุกคนเป็นเครื่องจักร ในความรวดเร็วมีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีความตั้งใจหลายอย่างอยู่ ซึ่งเราเห็นตรงนั้นจากต่างจังหวัด กว่าจะมาเป็นข้าวหนึ่งเมล็ด กาแฟหนึ่งแก้ว หรืออาหารหนึ่งมื้อ แต่พอมันมาอยู่ในเมือง ความตั้งใจเหล่านั้นมันหายไป พอเกิดโควิด-19 เรารู้สึกว่าอยากทำให้กรุงเทพฯ ช้าลงด้วยสิ่งที่เราเจอมาจากต่างจังหวัดนี่แหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนบอกว่าเราต้องวิ่งเพราะถ้าไม่วิ่งเราจะมีข้าวกินน้อยลง แต่มุมหนึ่งเราสามารถวิ่งให้ช้าลงได้และเพิ่มมูลค่าจากความช้านั้นได้เหมือนกัน เราคิดว่าความช้า ความละเมียดที่ได้เรียนรู้จากต่างจังหวัด มันสามารถเอามานำเสนอในกรุงเทพฯ ได้ ขณะเดียวกันเราสามารถทำให้กรุงเทพฯ ยั่งยืนขึ้นได้ เราเคยทำเรื่องชุมชนหรือย่าน เราเห็นว่ามันสามารถยั่งยืนผ่านการช่วยเหลือกันได้ หรืออาหารเองก็เป็นทรัพยากรหลักของประเทศ เราสามารถลิงก์ความยั่งยืนนี้จากต่างจังหวัดมาสู่เมืองได้ เราเห็นชาวนาเป็นคนที่สร้างสิ่งที่อร่อยมากๆ ในจานนี้ให้เรากิน เราก็อยากให้คนอื่นๆ เห็นความตั้งใจผ่านกระบวนการความช้านี้ด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมการเข้าใจความตั้งใจของคนต้นน้ำถึงจำเป็นสำหรับคนเมือง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตั้งใจมันไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาดแต่มันคือการพูดถึงความเท่าเทียม พูดเรื่องการมองความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่เราทำงานกับชุมชน ทุกคนจะชอบบอกว่าคนจนเพราะขี้เกียจ กูทำงานมาทั้งปีกูมีสิทธิที่จะได้เงินเว้ย อะไรแบบนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ถูกนะ แต่คำถามคือเราเคยรู้ไหมว่าเพราะเขาจนโอกาส ความเหลื่อมล้ำที่เขาเจอมันไม่สามารถทำให้เขาคิดได้แบบคุณ เกิดมาก็จนแล้วอ่ะ เกิดมาก็แย่แล้ว พอเราเข้าใจเรื่องนี้ เราเข้าใจต้นน้ำของมันจริงๆ มุมมองหรือความคิดเราเปลี่ยนเลย สำหรับเรา เราไม่เคยโทษว่าเขาขี้เกียจ หรือถ้าเขาขี้เกียจจริงเราก็เชื่อว่าถ้าคนคนนี้ไปเกิดที่ฟินแลนด์ สวีเดน หรือเดนมาร์ก เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ สังคมเมืองจะไม่ทำให้เขาเป็นคนแบบนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าคนเมืองหลายๆ คนอยากจะเข้าใจคนต้นทางบ้าง คิดว่าเขาควรเริ่มต้นจากตรงไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าตั้งคำถามกับทุกเรื่องทุกอย่างเลยนะ อย่างเสื้อผ้า มือถือ หรือแม่บ้านที่บ้าน พอตั้งคำถามแบบนี้จะทำให้เรามองเห็นคนที่เขาอยู่อีกมุมหนึ่งของสังคม เรารู้ไหมว่าแม่บ้านเราเดินทางมาทำงานยังไง เขามาจากไหน เขาพักที่ไหน หรือเลิกงานแล้วเขาไปที่ไหนกัน ไม่ต้องพูดถึงคนต้นน้ำที่ปลูกข้าวหรอก สำหรับเราต้นน้ำคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราทั้งหมด แล้วถ้าเรามองเห็นต้นน้ำเหล่านี้เราจะตั้งคำถามกับเมืองต่อว่านี่คือเมืองที่ดีแล้วจริงเหรอ ซึ่งแน่นอนว่าการตั้งคำถามอาจจะทำให้เราใช้ชีวิตยากขึ้น แต่บางทีมันเป็นการตั้งคำถามเพื่อมองโลกให้มันดีขึ้น พอเรามีชิปนี้อยู่ในหัว เวลาทำอะไรเราจะคิดถึงคนอื่นมากขึ้นเอง เวลาไปร้านอาหารเราจะไม่เรียกพนักงานแบบที่เขาเป็นคนใช้ เราจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มาทำงาน การตั้งคำถามคือสิ่งที่สามารถทำได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปมองเรื่องต้นน้ำที่อยู่บนภูเขาหรือในทะเล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำให้กรุงเทพฯ ช้าลงอาจเป็นเพียงความคิดไร้เดียงสาเพ้อฝันก็ได้ ทุกวันนี้เรายังไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะทำได้ไหม แต่เราอยากจะเริ่มจากตัวเองก่อนแล้วค่อยชวนคนใกล้ตัว ทำให้เขาเห็นว่ามันมีวิธีการแบบนี้ด้วย หรืออาจจะชวนคนที่คิดเหมือนกันมาสร้างคอมมิวนิตี้แล้วก็ค่อยๆ ขยายผลไป เราอาจจะกระตุ้นสิ่งนี้ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือโครงการที่ทีมสาธารณะได้ทำงานกับภาครัฐ และสักวันเราอาจจะชวน policy makers ทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-117336 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตั้งแต่ทำงานเพื่อคนอื่นมา เคยมีคนบอกไหมว่าคุณโลกสวยมากไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังๆ ก็ไม่ค่อยมีแล้วนะ เราคิดว่าเราต้องเชื่อก่อนว่าโลกมันดีขึ้นได้ อันนี้เป็นพื้นฐานที่เราคิด เราค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเราไม่ควรมองโลกด้านเดียว คือการที่จะทำให้โลกดีขึ้นได้ เราต้องยอมรับก่อนว่าโลกมันไม่ดี แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องหมดหวังกับความไม่ดีเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้ว่ามันไม่ดีคือการรู้ว่าคนที่อยู่ล่างสุดวันนี้เขาต้องเผชิญอะไรบ้าง การมองเห็นความเหลื่อมล้ำที่ไม่ใช่แค่ในกระดาษแต่คือการเห็นมันในพื้นที่จริงๆ พอรู้ว่ามันไม่ดีแต่เรายังมีความหวังว่ามันจะสวยขึ้นได้ เราเอาความหวังนั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นกิจกรรมบางอย่าง หรืออาจจะสะท้อนอยู่ในวิธีคิดที่อยู่ในธุรกิจเรา นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอด ทำยังไงให้ความโลกสวยนี้มันไม่ได้สวยเฉพาะกลุ่มคนที่เสพความสวยงาม ให้คนที่อยู่ล่างสุด คนที่ต้องอยู่กับความเหลื่อมล้ำนั้นมาเสพความสวยงามนี้ไปกับเราได้ด้วย คือโลกสวยที่เข้าใจว่าความไม่สวยมันเป็นอะไร แล้วพยายามทำงานกับความไม่สวยเหล่านั้นอย่างมีความสุขและไม่ฝืน อันนี้คือความหมายที่แท้จริงของคำว่าโลกสวยสำหรับเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ปีแห่งการรีเซตทุกอย่างนี้มันสอนอะไรคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะเป็นเรื่องของการอยู่กับความไม่แน่นอน ไม่มีคนที่ไม่ยอมแพ้คนไหนชอบความไม่แน่นอนและความผิดหวังหรอก คนที่ต่อสู้ลึกๆ ในใจเขาต้องการความสำเร็จอยู่เสมอ ปีนี้เรารู้สึกว่าเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับความล้มเหลวและความไม่เพอร์เฟกต์บางอย่างได้มากขึ้น แต่ก่อนก็เรียนรู้ แต่ปีนี้มันมากขึ้นและเข้ามาหลายทางมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่เราตั้งชื่อที่นี่ว่า Luk มันคือการจุดไฟให้ตัวเองอีกครั้ง 3 ปีที่ผ่านมาเราทำงานเหนื่อยมาก และการจะลุกขึ้นมาทำอะไรได้ เราจำเป็นมากที่จะต้องอาศัยปัจจัยข้างนอก หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจนี้ที่มันย้ำเตือนตัวเราว่ามึงอย่าล้มนะเว้ย แล้วปีนี้ก็น่าจะเป็นปีที่เราต้องเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าไอ้ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง เราอย่าผิดหวังกับมัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคยังไง ล้มแต่ก็ต้องลุกขึ้นสู้ให้ได้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Dec 2020 13:08:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[10 สิงหาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116981</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครหลายคนบอกว่า 2020 เป็นปีชงของคนทั้งโลก แต่สำหรับชีวิตของ รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล คงไม่ได้เจอเรื่องหนักๆ แค่ปีนี้เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดจะเปลี่ยนชีวิตรุ้งและคนในสังคมไปตลอดกาล นับตั้งแต่ต้นปี เธอเคลื่อนไหวทางการเมืองในฐานะโฆษกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย, เรียกร้องการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จนถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อหา พ.ร.บ.ความสะอาดและฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศข้อเสนอ 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์, ปราศรัยด้วยข้อความที่ส่งถึงกษัตริย์โดยตรง, ยื่นหนังสือข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองผ่านองคมนตรี, ถูกคุมขังในเรือนจำคดียุยงปลุกปั่น มาจนถึงถูกฟ้องคดีอาญามาตรา 112&#160; แม้เธอจะยอมรับว่าตัวเองเตรียมใจที่ต้องเจอความเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ แต่ถ้าทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนอายุ 22 ปี มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้ในแต่ละวัน ยิ่งตั้งแต่รุ้งก้าวออกจากเรือนจำวันแรก หลังจากได้รับการประกันตัว หลายคนสังเกตเห็นสายตาของเธอเปลี่ยนไป จากมุ่งมั่น ไม่อ่อนข้อต่อใครง่ายๆ กลายมาเป็นอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยกว่าที่ทุกคนคิด ถ้าเปรียบชีวิตรุ้งเป็นหนังสักเรื่อง ปีนี้คงเป็นหนัง coming of age ที่เรียกร้องให้นักกิจกรรมอย่างเธอต้องเติบโตและเข้มแข็งกับชีวิตไม่น้อย แต่เธอมองความหมายในชีวิตและการเติบโตจากเหตุการณ์ตลอดปีนี้ยังไง ต้องไปฟังจากรุ้งเท่านั้น&#160; หลังออกมาจากเรือนจำแล้ว ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง จริงๆ ต้องเล่าก่อนว่า ช่วงแรกที่เพิ่งออกมาเราพังไปเลย ไม่โอเคจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ การอยู่ในนั้นมันทำให้เราค่อนข้างเสียตัวตน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครหลายคนบอกว่า 2020 เป็นปีชงของคนทั้งโลก แต่สำหรับชีวิตของ</span><b> รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> คงไม่ได้เจอเรื่องหนักๆ แค่ปีนี้เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดจะเปลี่ยนชีวิตรุ้งและคนในสังคมไปตลอดกาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ต้นปี เธอเคลื่อนไหวทางการเมืองในฐานะโฆษกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย, เรียกร้องการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จนถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อหา พ.ร.บ.ความสะอาดและฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศข้อเสนอ 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์, ปราศรัยด้วยข้อความที่ส่งถึงกษัตริย์โดยตรง, ยื่นหนังสือข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองผ่านองคมนตรี, ถูกคุมขังในเรือนจำคดียุยงปลุกปั่น มาจนถึงถูกฟ้องคดีอาญามาตรา 112&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117096" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เธอจะยอมรับว่าตัวเองเตรียมใจที่ต้องเจอความเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ แต่ถ้าทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนอายุ 22 ปี มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้ในแต่ละวัน ยิ่งตั้งแต่รุ้งก้าวออกจากเรือนจำวันแรก หลังจากได้รับการประกันตัว หลายคนสังเกตเห็นสายตาของเธอเปลี่ยนไป จากมุ่งมั่น ไม่อ่อนข้อต่อใครง่ายๆ กลายมาเป็นอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยกว่าที่ทุกคนคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบชีวิตรุ้งเป็นหนังสักเรื่อง ปีนี้คงเป็นหนัง coming of age ที่เรียกร้องให้นักกิจกรรมอย่างเธอต้องเติบโตและเข้มแข็งกับชีวิตไม่น้อย แต่เธอมองความหมายในชีวิตและการเติบโตจากเหตุการณ์ตลอดปีนี้ยังไง ต้องไปฟังจากรุ้งเท่านั้น&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117107" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>หลังออกมาจากเรือนจำแล้ว ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ต้องเล่าก่อนว่า ช่วงแรกที่เพิ่งออกมาเราพังไปเลย ไม่โอเคจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ การอยู่ในนั้นมันทำให้เราค่อนข้างเสียตัวตน อาจจะเพราะว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่ง แต่ตอนออกมามันค่อนข้างทำให้เราฝังใจว่าจะได้กลับไปอีกไหม ถ้าเราได้เข้าไปอีกจะทำยังไง แล้วถ้าเข้าไปนานเราต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเลยค่อนข้างฟุ้งซ่าน แล้วกลายเป็นย้ำคิดย้ำทำ คิดแต่เรื่องนอกคุก ในคุก อยู่ในคุกเราฝันว่าออกมาแล้ว กำลังไปซื้อของกับเพื่อนสนุกสนาน แต่ตื่นมาเรายังอยู่ในห้องขัง พอได้ออกไปข้างนอกเรากลับฝันว่าได้กลับเข้าไปในคุกอีก วันแรกที่ฝันเราร้องไห้เลย มันเป็นอย่างนี้สักพักใหญ่ๆ ก็เลยจะเห็นว่าช่วงแรกเรายังไม่ค่อยออกมาพูด ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่โอเคจริงๆ มีหลายคนดูออก ถามเราว่ารุ้งโอเคไหม เราเลยพยายามพักฟื้นใจ จนวันที่ไป SCB เรารู้สึกว่าวันนั้นตัวเองเริ่มกลับมาแล้ว&nbsp;</span></p>
<h4><b>ที่บอกว่าระหว่างอยู่ในเรือนจำเสียตัวตนไปเลย ตอนอยู่ข้างในนั้นมันเป็นยังไง&nbsp;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ วันแรกที่เข้าไปก็ยังไม่ได้สำนึกว่าเจออะไรอยู่ เขาให้ไปทำอะไรก็ทำตามขั้นตอน เขียนเอกสาร ปั๊มลายนิ้วมือ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอไปถึงห้องเริ่มรู้สึกว่าแย่แล้วว่ะ ฉันต้องมาเจอใคร แล้วคนเหล่านี้คือใคร แล้วจะอยู่กันได้ไหม แล้วต้องทำตัวยังไงบ้าง อันนี้คือสำคัญเลย มันทำให้เรากลัวว่าถ้าเผลอพลาดทำอะไรไปนิดหนึ่งแล้วมันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะสำหรับเราภาพจำของคุกมันน่ากลัว เราไม่รู้ว่าข้างในนั้นเป็นยังไง ก็เลยกลัวไปหมด ร้องไห้ตอนนั้นแหละ แล้วพี่ข้างๆ ต้องมานั่งปลอบเราว่า “วันแรกก็อย่างนี้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ชิน”&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันชินก็จริง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะข้างนอกเรามีอิสรภาพที่จะพูด คิด หรือทำอะไรได้เต็มที่ แต่การอยู่ในนั้นมันเหมือนเราอยู่ในกล่อง ถ้าให้นิยามคุกไทย เรามองว่ามันเหมือนสัตว์ที่อยู่ในกรงล้อแล้วให้คนมาป้อนอาหาร ทำอะไรก็ตามที่เขาจัดไว้ให้ทำ แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง ฉันทำอะไรไม่ได้เลย คิดอะไรไปมันก็ไม่เป็นจริง เพราะทำอะไรไม่ได้ ข่าวสารข้างนอกก็ไม่ได้รับรู้ เพื่อนเป็นยังไงบ้าง ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง แล้วเรื่องการเรียนทำยังไง การเมืองข้างนอกเป็นยังไง ทำอะไรไม่ได้เลย พอว่างทั้งวันแล้วมันปล่อยให้เราฟุ้งซ่านได้มาก มีอะไรแวบมาในหัวก็คิดไปเรื่อย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงมันบั่นทอนเราไปมากเลยนะ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ มันเลยทำให้รู้สึกว่าเฮ้ย ฉันมาจบแค่นี้เองเหรอ ฉันยังทำอะไรไม่สำเร็จเลย สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำเลย มันยังไปไม่สุด เราโดนแช่แข็งไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117089" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>มีความรู้สึกท้อ ไม่เอาแล้ว จะยอมแพ้แล้วบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีมาแวบๆ แล้วหายไปเลย เพราะเราเหนื่อย ใจล้ามาก ทนายเรายื่นประกันทุกวันแต่คำตอบที่ได้รับคือไม่ได้ประกัน เรามีความหวังแล้วถูกทำลายลงอย่างนี้จนมันทำให้เราเหนื่อย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เอาจริงๆ เรารู้สึกผิดมากนะ มันแวบมาในหัวได้ยังไง รู้สึกผิดทั้งต่อเพื่อนสนิทและเพื่อนในขบวน เราก็เลยต้องย้ำตัวเองเสมอว่าเราคิดอย่างนี้ไม่ได้เลย เพราะมีคนที่ตั้งความหวังกับเราอยู่ มีหลายคนที่เขาทำเองไม่ได้ เขาต้องให้คนอื่นมาพูดให้ ซึ่งเราก็ทำหน้าที่ในการเป็นกระบอกเสียงให้ เราก็เลยบอกตัวเองว่านึกถึงเป้าหมายไว้รุ้ง มองไว้ว่ามันอยู่ตรงนั้นนะ เราต้องไปถึงตรงนั้นให้ได้ แล้วอย่าให้สิ่งนั้นแวบเข้ามาในหัว ยังไงฝั่งที่เราต้องไปต่อก็ต้องชนะ&nbsp;</span></p>
<h4><b>ช่วงที่คุณโดนจับมีแฮชแท็กหนึ่งขึ้นมาว่า #ฟ้าหลังฝนมีรุ้งเสมอ แล้วฟ้าหลังฝนของคุณตอนนี้เป็นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราว่ามันดีนะ เพราะรู้สึกว่าเรามาไกลมาก ประเด็นหลักอันแรกที่เราพูดวันที่ 10 สิงหาฯ เรามีแค่จุดประสงค์เดียว คือเปิดพื้นที่ให้คนพูดเยอะขึ้น เพราะตอนแรกเรามีเพดานเท่านี้ คนก็จะพูดเท่านี้ แต่ตอนนี้เราเปิดเพดานไว้สูงขนาดนี้ เพดานการพูดของคนก็ค่อยๆ เคลื่อนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนตอนนี้มันกลายเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แล้วคนก็เห็นด้วย หลายคนพยายามหาความรู้ให้ตัวเองด้วยว่าถ้าฉันอยากแก้รัฐธรรมนูญ ฉันต้องทำยังไง คนก็จะออกมาพูดกันว่าฉันอยากได้แบบนี้ ฉันอยากได้แบบนั้น มันเลยมากกว่าแค่การเปิดเพดาน แต่ตอนนี้ทุกคนอยากจะออกมาพูดว่าตัวเองคิดอะไร เราชอบแบบนี้นะ&nbsp;</span></p>
<h4><b>แต่ถ้ามองภาพรวมเหตุการณ์ทั้งหมดในปีนี้ คุณมองชีวิตตัวเองในวัย 22 ปีที่เจอเรื่องหนักขนาดนี้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างฉิบหายกับชีวิตพอสมควร อายุ 22 แค่เรียนก็แย่แล้ว ก่อนหน้านี้เราเคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเรียนปริญญาโท และจะไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ซึ่งต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ พอเข้าวงการเมือง พวกนี้ก็หายไปเลย เพราะถ้าเราอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เราจะจดจ่อกับตรงนั้นมากๆ จนไม่สนใจเรื่องอื่น&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นว่าอะไรที่มันควรต้องทำตอนนี้ก็ไม่ได้ทำ แต่เราจะมองแบบนั้นไม่ได้ซะทีเดียว เพราะมันก็มีคำถามว่าเราต้องทำตามนอร์มเหรอ ก็คงไม่ใช่ เพราะตอนนี้เรามีหน้าที่อีกอย่างคือการเป็นนักกิจกรรม ซึ่งเรามองว่ายิ่งทำตอนอายุน้อยยิ่งดี เพราะถ้ามันประสบความสำเร็จ เราก็มีเวลาใช้ชีวิตหลังจากความสำเร็จของเราอีกเยอะ ทำตอนนี้ได้เราว่ามันก็ดีแล้ว&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117067" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>ทำไมคุณเคยบอกว่าการเป็นนักกิจกรรมที่ออกมาพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ทำให้ต้องนึกถึงความตาย แล้วคนอายุ 22 นึกถึงความตายของตัวเองยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราต่างรู้กันดีเนอะว่าการพูดถึงกษัตริย์ในประเทศเรามันนำไปสู่อะไรได้บ้าง แต่เรามองถึงความคุ้มค่า ไม่ได้นึกถึงความคุ้มค่าของตัวเองนะ แต่นึกถึงความคุ้มค่ากับสังคมและคนโดยรวม&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มองหรอกว่าเราจะตายวันไหน เราแค่มองว่าวันหนึ่งยังไงเราก็ต้องตาย ไม่ตายเร็ว ตายช้า ตายตอนแก่ ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว เราทำอะไรก่อนตาย อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญ เราใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง สิ่งที่เราต้องการที่จะทำเราได้ทำหรือยัง เป้าหมายของเรามันสำเร็จหรือยัง&nbsp;</span></p>
<h4><b>แล้วไม่ห่วงตัวเองหรือคิดว่าตัวเองจะอายุสั้นไปเหรอ&nbsp;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันก็มีหลายอย่างที่เราอยากทำ แต่ว่าถ้าตายช่วงวัยรุ่นแล้วสิ่งที่ทำมาก่อนหน้ามันคุ้ม มันก็แค่นั้น อีกอย่างเราไม่เคยนึกถึงเรื่องของตัวเองเลย เพราะเป็นคนที่นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ แล้วบางทีเราลืมตัวเองไว้ข้างหลัง อย่าง 10 ข้อเราเสนอตัวว่าเราพูดเอง เพราะว่าเราไม่อยากให้คนอื่นมาโดนความเสี่ยง มันไม่มีใครพร้อมไง ถ้าโดนคดีขึ้นมา จะรับมือได้ไหม ไม่ได้ ทุกคนใหม่ เพราะว่ามันเป็นทีมที่เราเพิ่งฟอร์มขึ้นมาทำงานวันที่ 10 โดยเฉพาะ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นเราคาดหวังให้เขามาพร้อมกับเราไม่ได้ เราก็เลยบอกว่ารุ้งพูดให้ ดังนั้นแต่ละอย่างที่ตัดสินใจทำ มันไม่ใช่ว่าฉันจะทำแล้วได้อะไร แต่ฉันทำแล้วคนอื่นได้อะไรต่างหาก มันจะเป็นแบบนั้นเสมอ แล้วเราชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้นะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117079" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>การนึกถึงคนอื่นก่อนมันมีความหมายกับชีวิตคุณยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"> เราชอบการเป็นผู้ให้ เรารู้สึกดีกับตัวเองด้วย แล้วเราก็ชอบที่จะเห็นคนอื่นรู้สึกดี เราชอบเห็นเวลาคนอื่นยิ้ม มีความสุข เวลามีสิ่งที่เขาต้องการแต่เขาไม่ได้ แล้วเราสามารถทำให้ได้ เราสามารถแก้ปัญหาให้ได้ แล้วเขาโอเค เราชอบ เรารู้สึกว่านี่คือความหมายของชีวิตเรา&nbsp;</span></p>
<h4><b>หลายคนบอกว่าปีนี้เป็นปีชงของคนทั้งโลก สำหรับคุณเอง ปีนี้เป็นปีอะไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีแห่งความเหนือความคาดหมาย เพราะเรารู้สึกว่ามันมีอะไรหลายอย่างมากที่มันเกินกว่าที่เราคิดไว้แล้วมันเกิดขึ้น เช่น ม็อบออร์แกนิก เป็ดยางกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในม็อบ หรือการออกสื่อของสถาบันกษัตริย์&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าเป็นชีวิตตัวเอง ปีนี้เป็นปีแห่งการทรหดแล้วกัน (หัวเราะ) มันมีหลายสิ่งเข้ามาในชีวิต แล้วมันมีแต่เรื่องหนักๆ เราเก่งมากเลยที่ผ่านมันมาได้ เรารู้สึกกับตัวเองว่า มึงกล้าจังวะ วันที่ 10 เราเอาความกล้ามาจากไหนไม่รู้ แล้วเราขึ้นไปพูดเรื่องปฏิรูปสถาบัน พอมามองแล้ว เออ ไปเอาพลังมาจากไหนเยอะแยะ&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117078" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>คุณคิดว่าเหตุการณ์พวกนี้มันเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อชีวิตตัวเองไปมากน้อยแค่ไหน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เยอะ มันทำให้เรานิ่งขึ้นด้วย เรารู้สึกว่าความใจเย็นนี่แหละมันจะทำให้เราตัดสินใจได้ดีที่สุด ถ้าเราใจร้อนโผงผางบางอย่างมันพลาด แล้วมันส่งผลกระทบเยอะ ดังนั้นนิ่งไว้ก่อน แล้วค่อยๆ คิด มองว่าตัวเองเป็นคนที่ใจเย็นก่อน แล้วเอาใหม่ ค่อยๆ คิดกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองของเราก็เปลี่ยนไป เรามองโลกด้วยสายตาที่กว้างขึ้น เพื่อที่จะสามารถประเมินได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุด&nbsp;</span></p>
<h4><b>พูดถึงความยากลำบากมาเยอะ แล้วความสุขล่ะ ปีนี้มีอะไรให้สุขใจบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) มีอะไรบ้างวะ แย่แล้ว (หัวเราะ) ปีนี้เรามีแมวใหม่ เราอยากเลี้ยงแมวมานานมาก ซึ่งเลี้ยงได้แค่ 4 วันเราก็โดนจับ เลยต้องเอาไปให้ที่บ้านดูแล&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้เจอคนที่เราชอบ คนเก่งๆ เรารู้สึกแฮปปี้ หลายๆ คนที่เข้ามาหาถ้าเราไม่เข้ามาทำงานการเมืองเราคงไม่ได้เจอ แล้วก็เพิ่งได้ไปเที่ยว อะไรอีกดี เราคิดไม่ค่อยออก แย่แล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<h4><b>สุดท้ายในปีนี้ที่เหมือนความสุขจะหายากและมีความทุกข์มากกว่า มันสอนอะไรบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้สอนให้รู้ว่าทำอะไรทำให้สุด เพื่อที่จะไม่ต้องมีวินาทีไหนเลยที่เรามาเสียดายทีหลังว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำแบบนั้น เรารู้สึกว่าในทุกๆ การตัดสินใจของเรา มันดีแล้วแหละ แต่ว่าในวิธีการหลังการตัดสินใจนั้น คุณก็ต้องทำให้มันเต็มที่ที่สุดเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117105" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
