<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Jen.two, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/jen-two/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Mar 2022 09:49:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 09:49:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=155260</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่กี่เดือนก่อนมีซีรีส์ไต้หวันเรื่อง Light the Night ติดอันดับ 1 บน Netflix ไต้หวันอยู่หลายวัน อันที่จริงเราไม่ได้ดูซีรีส์ไต้หวันมานานแล้ว แต่เพราะงานอาร์ตไดเรกชั่นและคำโปรยที่บอกว่าเรื่องนี้ดำเนินอยู่ในช่วง 1980 ในย่านเริงรมย์ของไทเป ทำให้เราอดไม่ได้ต้องลองดูสักตอน แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ติดงอมแงมเลยค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินมาแล้ว 2 ซีซั่น ซีซั่นละ 8 ตอน แต่จนตอนนี้ปมของเนื้อเรื่องยังคลี่คลายไม่หมด เห็นว่าซีซั่นที่ 3 จะเริ่มวันที่ 18 มีนาคม ตอนบทความนี้ลงให้อ่าน เราก็คงได้เริ่มดูไปบ้างแล้ว ถ้าใครที่ผ่านตาซีรีส์ไต้หวันยุค 2000s มาบ้าง น่าจะคุ้นหน้านักแสดงนำของเรื่องนี้ หลิน ซินหรู หรือ Ruby Lin ที่เรื่องนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย เราเคยได้ยินมาบ้างว่าเธอเริ่มทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ควบคู่ไปกับงานแสดงตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ไม่เคยติดตามผลงานจริงจัง และขอสารภาพว่าไม่ได้คิดเลยว่าผลงานของเธอจะออกมาดีขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมี หยาง จิ่งหวา หยาง โย่วหนิง เฟิ่ง เสี่ยวเยว่ จาง เซวียนรุ่ย ที่เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในไต้หวันมารับบทนำร่วมด้วย Light the Night [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/">สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ไม่กี่เดือนก่อนมีซีรีส์ไต้หวันเรื่อง<em> Light the Night </em>ติดอันดับ 1 บน Netflix ไต้หวันอยู่หลายวัน อันที่จริงเราไม่ได้ดูซีรีส์ไต้หวันมานานแล้ว แต่เพราะงานอาร์ตไดเรกชั่นและคำโปรยที่บอกว่าเรื่องนี้ดำเนินอยู่ในช่วง 1980 ในย่านเริงรมย์ของไทเป ทำให้เราอดไม่ได้ต้องลองดูสักตอน</p>



<p>แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ติดงอมแงมเลยค่ะ</p>



<p>ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินมาแล้ว 2 ซีซั่น ซีซั่นละ 8 ตอน แต่จนตอนนี้ปมของเนื้อเรื่องยังคลี่คลายไม่หมด เห็นว่าซีซั่นที่ 3 จะเริ่มวันที่ 18 มีนาคม ตอนบทความนี้ลงให้อ่าน เราก็คงได้เริ่มดูไปบ้างแล้ว</p>



<p>ถ้าใครที่ผ่านตาซีรีส์ไต้หวันยุค 2000s มาบ้าง น่าจะคุ้นหน้านักแสดงนำของเรื่องนี้ หลิน ซินหรู หรือ Ruby Lin ที่เรื่องนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย เราเคยได้ยินมาบ้างว่าเธอเริ่มทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ควบคู่ไปกับงานแสดงตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ไม่เคยติดตามผลงานจริงจัง และขอสารภาพว่าไม่ได้คิดเลยว่าผลงานของเธอจะออกมาดีขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมี หยาง จิ่งหวา หยาง โย่วหนิง เฟิ่ง เสี่ยวเยว่ จาง เซวียนรุ่ย ที่เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในไต้หวันมารับบทนำร่วมด้วย</p>



<p><em>Light the Night </em>หรือชื่อภาษาไทยว่า<em> แสงราตรี </em>เป็นซีรีส์แนวดราม่าสืบสวนสอบสวน โดยเรื่องราวทั้งหมดมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ไนต์คลับสไตล์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เรื่องค่อยๆ ถูกเล่าผ่านความขัดแย้งของเหล่าหญิงสาวที่ทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์ในร้าน ทั้งเรื่องธุรกิจ ความสัมพันธ์ ครอบครัว นำไปสู่ปมอาชญากรรมที่ดูจะใหญ่ขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านมาแล้ว 2 ซีซั่น คนดูอย่างเราที่คิดว่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็ยังจะคอยถูกตลบหลังด้วยเรื่องราวที่พลิกผันไปมาอยู่ไม่สิ้นสุด</p>



<p>จากตอนแรกที่คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นแค่ซีรีส์แนวแก่งแย่งกันในที่ทำงานก็ต้องเซอร์ไพรส์กับเรื่องราวที่ซับซ้อน และดราม่ากว่าที่คิด และทำให้เราได้เห็นสังคมไต้หวันในอีกมุม ที่เป็นชีวิตของคนในย่านเริงรมย์และได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p>เราตั้งใจให้บทความนี้ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่อง และคิดว่าถ้าใครสนใจซีรีส์เรื่องนี้และไปตามดูก็จะรู้ได้เลยว่าตรงไหนบ้างในเรื่องที่แสดงถึงมุมความเป็นญี่ปุ่นในไต้หวัน แต่อยากมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับร้านที่มีสาวๆ เป็นเพื่อนกินดื่มลักษณะนี้ในไต้หวันกันค่ะ</p>



<p>ครั้งหนึ่งระหว่างที่เลือกบทความไปอ่านประกอบการรายงานในคลาสเรียนภาษาจีน เราเลือกหัวข้อประวัติศาสตร์คาเฟ่ในไต้หวัน เพราะเคยคุยกับเหล่าซือว่าสมัยก่อนอากงอาม่าเคยเปิดร้านกาแฟ ซึ่งร้านกาแฟในความหมายของเราก็คือร้านกาแฟโบราณในห้องแถวไม้แบบที่มีสภากาแฟ แต่เหล่าซือก็ดูจะตื่นเต้นมาก อาจเพราะไต้หวันไม่ได้มีร้านลักษณะนี้ในสมัยก่อน แต่เดี๋ยวนี้คาเฟ่ดีๆ ก็ดูจะมีอยู่ทั่วทุกมุมเมืองทั้งในไทเป และเมืองอื่นๆ แล้วคาเฟ่เหล่านี้มาจากไหนนะ&nbsp;</p>



<p>อันที่จริงคาเฟ่ในไต้หวันมีมานานตั้งแต่สมัยอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น แต่เพราะคาเฟ่สมัยนั้นเป็นร้านสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เช่น คนในชนชั้นปกครอง ศิลปิน นักเขียน ไม่ใช่ร้านที่คนทั่วไปจะเข้าไปใช้บริการแบบร้านกาแฟโบราณตามห้องแถวที่คนไทยคุ้นเคยกับโอเลี้ยง โอยัวะ กันมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า คาเฟ่ในยุคแรกๆ ของไต้หวันนั้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างดี ให้ความรู้สึกหรูหรา และอาจเสิร์ฟอาหารตะวันตกด้วย เช่น ร้าน Bolero ที่เปิดให้บริการ ณ ย่านต้าเต้าเฉิงตั้งแต่ปี 1934 มาจนปัจจุบัน เสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารฝรั่งเศส หรือร้าน Cafe Astoria ที่มีประวัติยาวนาน เคยเปิดร้านครั้งแรกที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะย้ายมายังไทเปในปี 1949 ก็เสิร์ฟอาหารสูตรดั้งเดิมจากตำราอาหารรัสเซีย คาเฟ่ทั้งสองแห่งนี้เคยเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปิน นักคิด นักเขียนชั้นนำของไต้หวัน ที่มาถกกันเรื่องแวดวงศิลปะและความเป็นไปของสังคม</p>



<p>ในยุคหนึ่ง คำว่า &#8216;คาเฟ่&#8217; ในสังคมไทยชวนให้นึกถึงแหล่งเที่ยวกลางคืนที่มีการแสดงตลก ร้องเพลง แอลกอฮอล์ และเพื่อนนั่งดื่ม คาเฟ่ในไต้หวันเองก็เช่นกัน ในยุคหนึ่ง ช่วงประมาณทศวรรษที่ 1930s ถูกเรียกว่า​ &#8216;ยุคของพนักงานเสิร์ฟหญิง&#8217; (女給時代)&nbsp;</p>



<p>พนักงานเสิร์ฟหญิงที่ว่าเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่บริการผู้มาใช้บริการในคาเฟ่ แต่งตัวในชุดกิโมโนและมีผ้ากันเปื้อนสีขาว ให้ความรู้สึกคล้าย &#8216;เมดคาเฟ่&#8217; ในยุคปัจจุบัน พวกเธอจะไม่ได้รับค่าจ้างจากร้านแม้จะทำงานในร้านก็ตาม แต่รายได้ของพวกเธอคือทิปที่ได้รับจากลูกค้า เพราะฉะนั้นงานที่สำคัญกว่าการเสิร์ฟและทำความสะอาด คือต้องสื่อสารกับลูกค้าให้ได้ทั้งในภาษาไต้หวัน ภาษาจีนกลาง และภาษาญี่ปุ่น ต้องรอบรู้ในทุกหัวข้อบทสนทนา และหลายครั้งก็ต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนแฟนสาวชั่วคราวเมื่อลูกค้าอยู่ในร้าน งานของพวกเธอแทบไม่ต่างจากงานของตัวละครนำในเรื่อง <em>Light the Night&nbsp;</em></p>



<p>ปัจจุบันคาเฟ่ที่มีพนักงานเสิร์ฟสาวในชุดกิโมโนไม่มีอีกต่อไป แต่ร้านคาเฟ่สไตล์วินเทจอย่าง Bolero และ Cafe Astoria ยังให้บริการอยู่สำหรับคนที่ต้องการย้อนไปสัมผัสบรรยากาศไทเปยุคเกือบร้อยปีก่อน เช่นกันกับย่านเถียวทง ใกล้สถานีจงซาน ที่เป็นฉากของเรื่อง <em>Light the Night </em>ยังมีบาร์ญี่ปุ่น ร้านอาหารแบบอิซากายะ ไคเซกิเปิดอยู่ทั่วไป</p>



<p><strong>ข้อมูลสถานที่</strong></p>



<p><strong>Bolero</strong></p>



<p>ร้านอาหารเก่าแก่ที่ผ่านมือเจ้าของมาแล้ว 3 เจเนอเรชั่น การตกแต่งให้อารมณ์แบบภัตตาคารย้อนยุค เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส และมีเมนูสเต็กเนื้อที่ขึ้นชื่อ<br>No. 308, Minsheng West Road, Datong District, Taipei City, 103</p>



<p><strong>Cafe Astoria</strong></p>



<p>คาเฟ่ที่มีการตกแต่งและเสิร์ฟอาหารสไตล์ยุโรป มีอาหารรัสเซียที่หาทานได้ยากในไต้หวันทั้งคาวและหวาน</p>



<p>No. 5, Section 1, Wuchang Street, Zhongzheng District, Taipei City, 100</p>



<p><strong>ย่านเถียวทง (條通商圈)</strong></p>



<p>ย่านช้อปปิ้งใกล้สถานีจงซาน เป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยการปกครองของญี่ปุ่น ทำให้ย่านนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์สไตล์ญี่ปุ่นมากมาย ตั้งอยู่ระหว่างสถานี Zhongshan ทางออก 2 และสถานี Songjiang Nanjing ทางออก 1 ถนน Zhongshan North ไปถึงถนน Xinsheng North</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.storm.mg/lifestyle/1749723?mode=whole">https://www.storm.mg/lifestyle/1749723?mode=whole</a></p>



<p><a href="https://cafeworker.pixnet.net/blog/post/240271340">https://cafeworker.pixnet.net/blog/post/240271340</a></p>



<p><a href="https://www.astoria.com.tw">https://www.astoria.com.tw</a></p>



<p><a href="https://bolero1934.com">https://bolero1934.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/">สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/marriage-equality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2021 18:14:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายสมรสเพศเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[คู่สมรส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151277</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี 2019 ที่กฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันประกาศใช้ ไต้หวันก็กลายเป็นดินแดนที่ชาว LGBTQ+ ในเอเชียหลายคนมองว่าเป็นดินแดนในฝัน แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคหลายด่าน โดยเฉพาะในขั้นตอนการลงประชามติ ที่หลายคนลงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ภายใต้กฎหมายการสมรสฉบับดั้งเดิม หรือหลายคนก็ไม่เห็นด้วยที่กฎหมายจะรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเลย ถึงอย่างนั้นด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไต้หวันก็ผลักดันจนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ให้มีสิทธิเหมือนที่คู่สมรสต่างเพศพึงมี ข่าวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อประเด็นสมรสเท่าเทียมในไทย ทำให้เราอยากพูดถึงความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ของไต้หวันสักหน่อย เพราะเช่นเดียวกันกับในไทย กว่าที่ไต้หวันจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการผลักดันจากหลายแวดวงที่ช่วยกันส่งเสียงเพื่อสนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+ ไม่นานมานี้ ในคลาสเรียนภาษาจีนออนไลน์ของเรา เหล่าซือได้แนะนำเพลงจากศิลปินดังชาวไต้หวันมาประกอบการสอนภาษา มี 2-3 เพลงที่เราสังเกตว่ากำลังพูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รัก LGBTQ+ บางเพลงเราเองก็เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจฟังเนื้อเพลงดีๆ หรือไม่ได้มาดูเอ็มวี ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าศิลปินกำลังสื่อสารกับคนฟังทางอ้อมถึงการสนับสนุนตัวตนและการสมรสของชาว LGBTQ+ เราลองไปค้นดูเพิ่มเติมแล้วพบว่า แม้จะยังไม่นับวงการเพลงอินดี้ที่เราเองไม่ค่อยถนัด แต่ศิลปินเบอร์ใหญ่ของไต้หวันมีไม่น้อยเลยที่แสดงการสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านผลงานเพลง และมีการตีความและนำเสนอได้น่าสนใจ อย่าง จางฮุ่ยเม่ย หรือ A-Mei ที่สื่อสารจุดยืนนี้อย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2004 ในเพลง Love Is The Only Way ที่มีฉากงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในเอ็มวี และเพลง Rainbow ในปี 2009 และเป็นเพลงที่คนไต้หวันรอบตัวเราหลายคนก็เห็นไปในทางเดียวกันว่าทั้งความหมายและทำนองของเพลงนี้มีพลังมากๆ ในปีนี้มี Official Video [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marriage-equality/">ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตั้งแต่ปี 2019 ที่กฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันประกาศใช้ ไต้หวันก็กลายเป็นดินแดนที่ชาว LGBTQ+ ในเอเชียหลายคนมองว่าเป็นดินแดนในฝัน แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคหลายด่าน โดยเฉพาะในขั้นตอนการลงประชามติ ที่หลายคนลงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ภายใต้กฎหมายการสมรสฉบับดั้งเดิม หรือหลายคนก็ไม่เห็นด้วยที่กฎหมายจะรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเลย</p>



<p>ถึงอย่างนั้นด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไต้หวันก็ผลักดันจนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ให้มีสิทธิเหมือนที่คู่สมรสต่างเพศพึงมี</p>



<p>ข่าวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อประเด็นสมรสเท่าเทียมในไทย ทำให้เราอยากพูดถึงความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ของไต้หวันสักหน่อย เพราะเช่นเดียวกันกับในไทย กว่าที่ไต้หวันจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการผลักดันจากหลายแวดวงที่ช่วยกันส่งเสียงเพื่อสนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+</p>



<p>ไม่นานมานี้ ในคลาสเรียนภาษาจีนออนไลน์ของเรา เหล่าซือได้แนะนำเพลงจากศิลปินดังชาวไต้หวันมาประกอบการสอนภาษา มี 2-3 เพลงที่เราสังเกตว่ากำลังพูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รัก LGBTQ+ บางเพลงเราเองก็เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจฟังเนื้อเพลงดีๆ หรือไม่ได้มาดูเอ็มวี ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าศิลปินกำลังสื่อสารกับคนฟังทางอ้อมถึงการสนับสนุนตัวตนและการสมรสของชาว LGBTQ+</p>



<p>เราลองไปค้นดูเพิ่มเติมแล้วพบว่า แม้จะยังไม่นับวงการเพลงอินดี้ที่เราเองไม่ค่อยถนัด แต่ศิลปินเบอร์ใหญ่ของไต้หวันมีไม่น้อยเลยที่แสดงการสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านผลงานเพลง และมีการตีความและนำเสนอได้น่าสนใจ อย่าง จางฮุ่ยเม่ย หรือ A-Mei ที่สื่อสารจุดยืนนี้อย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2004 ในเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=t-o_loV-DR8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Love Is The Only Way</a> ที่มีฉากงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในเอ็มวี และเพลง Rainbow ในปี 2009 และเป็นเพลงที่คนไต้หวันรอบตัวเราหลายคนก็เห็นไปในทางเดียวกันว่าทั้งความหมายและทำนองของเพลงนี้มีพลังมากๆ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="aMEI張惠妹/AMIT［ 彩虹 ］Official Video" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/OvlWgjiQYpo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ในปีนี้มี Official Video ของเพลงนี้ออกมาเผยแพร่บน YouTube ภาพของเวทีที่รายล้อมไปด้วยธงสายรุ้งและบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยิ่งทำให้เพลงนี้ดูทรงพลังขึ้นไปอีก ขนาดเราเคยได้ฟังเพลงนี้มาก่อนหลายครั้งแต่พอได้ดู Official Video เพื่อเขียนงานชิ้นนี้ก็อดขนลุกไม่ได้</p>



<p>อีกคนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะถ้าเทียบฐานะเธอที่ไต้หวันกับวิธีเรียกแบบไทยๆ เธอก็คือ &#8216;แม่&#8217; ที่ถ้าเพลงขึ้นเมื่อไหร่ทุกคนเป็นต้องลุกขึ้นมาแย่งกันเต้นเมื่อนั้น ไช่อี้หลิน หรือที่หลายคนเคยได้ยินว่า โจลิน ไช่ ก็มีผลงานเพลง We’re All Different, Yet The Same ออกมาในปี 2014 สองปีหลังจากที่สังคมไต้หวันเริ่มคุยกันเรื่องการแต่งงานของคนเพศเดียวกันมากขึ้น</p>



<p>ที่จริงแล้ว โจลิน มีผลงานเพลงอีกหลายเพลงที่พูดถึงตัวตนของชาว LGBTQ+ แต่เพลงนี้ดูเหมือนจะเป็นเพลงสำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่ชัดเจนที่สุด เพราะเปิดขึ้นมาด้วยท่อน “หญิงสาวสองคนตกหลุมรักกัน มันไม่ง่ายและก็ไม่แปลก” โดยเนื้อหาในเอ็มวีเป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เล่าเรื่องของคู่รักเพศเดียวกันที่ไม่สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้เมื่ออยู่ในภาวะคับขัน เพราะแม้จะอยู่ด้วยกันมานานแต่กลับไม่มีสถานะคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p>แม้ในปี 2019 คู่รักชาวไต้หวันทุกคู่จะไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิการจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนคู่ชีวิตภายใต้กฎหมายแล้วก็ตาม แต่หากเป็นคู่รักไต้หวันกับชาวต่างชาติ ที่ประเทศของอีกฝ่ายยังไม่รองรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนภายใต้กฎหมายของไต้หวันได้เช่นกัน</p>



<p>เพลง SEA You Soon ของเหลียงจิ้งหรู หรือ Fish Leong และ อ้ายอี๋เหลียง หรือ Eve Ai เป็นอีกเพลงที่เนื้อหาในเอ็มวีสร้างมาจากเรื่องจริงของคู่รักชาวไต้หวันและญี่ปุ่นที่การบินข้ามประเทศไปพบอีกฝ่ายบ่อยๆ ด้วยสถานะเพื่อน ทำให้กลายเป็นคนต้องสงสัยของด่านตรวจคนเข้าเมือง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="梁靜茹Fish Leong + 艾怡良 Eve Ai [ 飄洋過海來看你 SEA You Soon ] Official Music Video" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/LzCPcJHx5y8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำขึ้นเพื่อช่วยระดมทุนให้โครงการ SEA You Soon เพื่อช่วยเหลือคู่รักเพศเดียวกันที่มีปัญหาด้านกฎหมาย และมีเป้าหมายใหญ่คือผลักดันให้ไต้หวันเปิดกว้างให้การแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในไต้หวันอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ปัจจุบันแม้ไต้หวันจะยังไม่ได้แก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นปัญหานี้ แต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลไต้หวันได้ตัดสินอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันชาวไต้หวันและมาเลเซียสามารถจดทะเบียนกันได้ โดยอ้างจากกฎหมายมาตราหนึ่งว่าด้วยการเลือกใช้กฎหมายที่องค์ประกอบเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศว่า ถ้ามีการใช้กฎหมายจากต่างประเทศแล้วการใช้กฎหมายนั้นสร้างความวุ่นวายในไต้หวัน ก็ให้ยกเลิกการใช้กฎหมายของต่างประเทศนั้นไป ทำให้เคสนี้กลายเป็นเคสตัวอย่างของคู่รักไต้หวันและชาวต่างชาติอีกหลายคู่ แต่เพราะกฎหมายที่เป็นต้นตอของปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ไข หลายฝ่ายจึงยังเดินหน้าผลักดันกันต่อไป</p>



<p>ระหว่างทางที่เราค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนบทความครั้งนี้ ยังเจอเพลงที่น่าสนใจอีกหลายเพลง มีทั้งที่พูดถึงความรักความสัมพันธ์ หรือการยอมรับตัวตนของชาว <a href="http://การต่อสู้เพื่อความรักของทรานส์เจนเดอร์ไทยในฮ่องกง สู่การแต่งงานและเปลี่ยนเพศอย่างถูกกฎหมาย" target="_blank" rel="noreferrer noopener">LGBTQ+</a> มีบางเพลงที่อยากแนะนำให้ลองฟังกันนอกเหนือจากเพลงด้านบนแล้ว คือเพลง WOMXNLY ของโจลิน ไช่ เพลง With You, With Love ของ Zy Co feat. Achau และเพลงจาก Mitchell ยูทูบเบอร์ดังชาวไต้หวัน ชื่อ I feel free when I’m saying truth</p>



<p>แม้จะไม่ใช่กำลังหลักในการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลง แต่การแสดงความสนับสนุนผ่านงานเพลงของศิลปินหลายๆ คนก็เป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจในสังคม และเป็นแรงใจสำคัญให้กับชาว LGBTQ+ ในไต้หวัน เหมือนที่ภาพจากเพลง Rainbow แสดงให้เราเห็น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marriage-equality/">ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 08:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[มาดามอลิซาเบธ]]></category>
		<category><![CDATA[Alizabeth 娘娘]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[YouTuber]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146212</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงปีหลังๆ มานี้มีคนไทยที่มาเรียนและทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงคนไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไต้หวันคงมีอยู่ไม่กี่คน และคนที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คงหนีไม่พ้น เต่า–ก้องเกียรติ ลิ่มพงศธร ที่คนไต้หวันรู้จักกันในชื่อ Alizabeth 娘娘 หรือ มาดามอลิซาเบธ ชื่อของ ‘มาดามอลิซาเบธ’ เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ต้นปี 2020 จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่พูดถึงผัดกะเพราในไต้หวันที่ใส่ใบโหระพากับมะเขือเทศ มันกลายเป็นไวรัลในหมู่คนไต้หวันที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากะเพราเป็นชื่อของพืชที่ใช้ในเมนูอาหารนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเมนูอย่างเดียว หลังจากนั้นในช่อง Alizabeth 娘娘 ก็มีคอนเทนต์วิดีโอตามมาอีกมากมาย จากเริ่มแรกที่ถ่ายในห้องของตัวเองจนถึงมีสตูดิโอถ่ายเป็นกิจจะลักษณะ จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความง่ายของคอนเทนต์ที่มีเพียงมาดามอลิซาเบธนั่งพูดถึงหัวข้อต่างๆ อยู่หน้ากล้อง เช่น อาหารไทยที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย ทดลองชิมอาหารไต้หวันประเภทต่างๆ ไปจนถึงรีวิวนิสัยแปลกๆ ของคนไต้หวันที่คนต่างชาติไม่เข้าใจ แม้น้ำเสียงเหมือนจะโมโหอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะสลับกับเสียงหัวเราะคนดูเลยเข้าใจว่าเป็นการแสดงกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น และเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ที่ขึ้นชื่อในหมู่คนไต้หวันที่สนใจในวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว ในระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ มาดามอลิซาเบธกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวต่างชาติที่คนไต้หวันรู้จักและติดตาม ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในไต้หวัน ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ไปจนถึงได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน วันนี้เราเลยอยากชวนคนไทยมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ในฐานะอดีตคนทำงานสื่อที่มีทักษะภาษาจีนเป็นอย่างดี สู่นักศึกษาปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) ผู้วางแผนอยากเรียนต่อปริญญาเอกและทำงานสายวิชาการ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดังในต่างแดน อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเริ่มทำคลิปแรก เราเรียนจบปริญญาโทช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/">คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงปีหลังๆ มานี้มีคนไทยที่มาเรียนและทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงคนไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไต้หวันคงมีอยู่ไม่กี่คน และคนที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คงหนีไม่พ้น <strong>เต่า–ก้องเกียรติ ลิ่มพงศธร</strong> ที่คนไต้หวันรู้จักกันในชื่อ <strong>Alizabeth 娘娘</strong> หรือ <strong>มาดามอลิซาเบธ</strong></p>



<p>ชื่อของ ‘มาดามอลิซาเบธ’ เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ต้นปี 2020 จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่พูดถึงผัดกะเพราในไต้หวันที่ใส่ใบโหระพากับมะเขือเทศ มันกลายเป็นไวรัลในหมู่คนไต้หวันที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากะเพราเป็นชื่อของพืชที่ใช้ในเมนูอาหารนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเมนูอย่างเดียว</p>



<p>หลังจากนั้นในช่อง <strong><a href="https://www.youtube.com/channel/UC3_8r_y60jCpnBm8JubdEwg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Alizabeth 娘娘</a></strong> ก็มีคอนเทนต์วิดีโอตามมาอีกมากมาย จากเริ่มแรกที่ถ่ายในห้องของตัวเองจนถึงมีสตูดิโอถ่ายเป็นกิจจะลักษณะ จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความง่ายของคอนเทนต์ที่มีเพียงมาดามอลิซาเบธนั่งพูดถึงหัวข้อต่างๆ อยู่หน้ากล้อง เช่น อาหารไทยที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย ทดลองชิมอาหารไต้หวันประเภทต่างๆ ไปจนถึงรีวิวนิสัยแปลกๆ ของคนไต้หวันที่คนต่างชาติไม่เข้าใจ แม้น้ำเสียงเหมือนจะโมโหอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะสลับกับเสียงหัวเราะคนดูเลยเข้าใจว่าเป็นการแสดงกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น และเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ที่ขึ้นชื่อในหมู่คนไต้หวันที่สนใจในวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว</p>



<p>ในระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ มาดามอลิซาเบธกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวต่างชาติที่คนไต้หวันรู้จักและติดตาม ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในไต้หวัน ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ไปจนถึงได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน</p>



<p>วันนี้เราเลยอยากชวนคนไทยมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ในฐานะอดีตคนทำงานสื่อที่มีทักษะภาษาจีนเป็นอย่างดี สู่นักศึกษาปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) ผู้วางแผนอยากเรียนต่อปริญญาเอกและทำงานสายวิชาการ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดังในต่างแดน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="960" height="638" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n.jpg" alt="" class="wp-image-146215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเริ่มทำคลิปแรก</h4>



<p>เราเรียนจบปริญญาโทช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ใช้เวลาเรียนอยู่ 3 ปีครึ่ง ตอนแรกอยากเรียนต่อปริญญาเอก แต่ตอนที่เรียนจบมันเลยช่วงที่รับสมัครปริญญาเอกมาแล้วเลยคิดว่าจะกลับไทยก่อนเพื่อไปเป็นอาจารย์ แต่พอเดือนเมษายนปุ๊บ โควิด-19 ระบาดหนักมากจนกลับไทยไม่ได้ เงินก็จะหมด เราเลยคิดว่าต้องหางานที่ไต้หวัน</p>



<p>ตอนแรกก็ยื่นสมัครงานหมดเลยทั้งนักข่าว ผู้จัดการดารา ซึ่งเป็นงานที่เราเคยทำมาก่อนแต่ไม่มีใครรับเลย สุดท้ายอาจารย์ของเราบอกว่าเราเคยเป็นนักข่าว ตัดต่อเป็น จบงานเองได้หมด เขาเลยแนะนำว่าทำไมไม่ทำงานคอนเทนต์ด้วยตัวเองล่ะ มันก็เป็นอาชีพ ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร ไม่ได้ต้องกลับไปสู่วงจรอุตสาหกรรมสื่อที่ต้องผลิตไปเรื่อยๆ ตามสั่ง เราก็เลยเริ่มถ่ายคลิป</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">กระบวนการทำงานในแต่ละคลิปเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>งานตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการทำแพลตฟอร์มของตัวเอง คือทำวิดีโอที่ลงในยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมของเรา เป็นงานที่ต้องทำตลอดเพื่อเพิ่มคนดู เพิ่มเอนเกจเมนต์ งานอีกส่วนจะเป็นงานนอกแพลตฟอร์ม คือการออกโทรทัศน์ ให้สัมภาษณ์ และไปอีเวนต์ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ถ้าการอัดคลิปของเราเอง ต้องยอมรับว่างานของเราเป็นงานทุนต่ำ เพราะเราเชื่อว่าคนดูต้องการอะไรเร็วๆ คลิปเราก็จะตัดเร็วๆ ฉับๆๆๆ แล้วเอาฟุตเทจมาต่อๆ กัน สัปดาห์หนึ่งอาจจะถ่ายครั้งหนึ่ง ครั้งละประมาณ 3 คลิป&nbsp;</p>



<p>ส่วนไอเดียการทำคลิปเราก็คิดเอง ยกเว้นบางคลิปเท่านั้นที่มีคนช่วย สิ่งที่สำคัญสำหรับเราคือคอนเทนต์ต้องเป็นสิ่งที่เราชอบ เราเป็นคนไม่ดูฟีดแบ็กคนดูเพราะไม่อยากให้มันมากระทบกับคอนเทนต์เรา เพราะฉะนั้นคอนเทนต์ที่เราจะทำต้องเป็นสิ่งที่เราชอบหรือสร้างคุณค่า สร้างโอกาสให้กับเรา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="打拋肉放番茄就是死罪！" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/6GXg3aKQV-U?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไต้หวันชอบดูคลิปของคุณ</h4>



<p>ที่ไต้หวันมียูทูบเบอร์ชาวต่างชาติเยอะมากและทุกคนจะแสดงออกว่าเลิฟไต้หวัน แต่เราไม่เหมือนกัน คอนเทนต์เราจะออกแนววิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไต้หวันดีอยู่อย่างหนึ่งตรงที่มี freedom of speech คนไต้หวันยอมรับข้อมูลได้ทุกด้าน หลายคนเขาก็รู้สึกโอเคกับการที่มีคนมาแซวในสิ่งที่คนไต้หวันเป็นจริงๆ น่าจะเป็นจุดนี้ที่ทำให้คนไต้หวันมาติดตามเรา</p>



<p>พูดตรงๆ แบบไม่โลกสวย คนไต้หวันก็เหมือนคนไทย ดีใจเวลาได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ยิ่งถ้าเวลาคนในประเทศที่พัฒนากว่ามาชมก็ยิ่งดีใจ ถ้าประเทศที่เรารู้สึกว่าด้อยกว่ามาชมก็อาจจะเฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่ประเทศที่เรามองว่าด้อยกว่ามาวิจารณ์เราเนี่ย เราจะรู้สึกว่า เอ๊ะ เธอเป็นใคร?</p>



<p>ต้องยอมรับก่อนว่าภาพคนไทยของคนไต้หวันส่วนมากคือเป็นภาพแรงงานที่มาทำงานในประเทศเขา ถ้าเราชมคนไต้หวันเขาก็จะรู้สึกว่า ใช่ไง ไอดีกว่ายูอยู่แล้ว ไม่เหมือนเวลาคนญี่ปุ่น คนเกาหลี หรือคนอเมริกาชม เราคนไทยไปชมเขามันธรรมดามาก พอเราซึ่งเป็นคนไทยทำคอนเทนต์ที่วิพากษ์วิจารณ์ความเป็นไต้หวันเขาเลยรู้สึกว่าเราแตกต่าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในมุมมองของคุณ ความเป็นไต้หวันคืออะไร</h4>



<p>ความเป็นไต้หวันคือความงงแต่ไม่งง อย่างคำว่าไทยมันมีภาพชัดเจน มีวัดพระแก้ว ต้มยำกุ้ง แต่ภาพไต้หวันจะมีความงงๆ ซึ่งไม่แปลกเลยที่จะงงเพราะเขามีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก ประวัติศาสตร์เขาหลากหลาย มีทั้งโปรตุเกส ญี่ปุ่น จีนแคะ หมิ่นหนาน แล้วก็ชนพื้นเมือง ไม่มีความเป็นกลุ่มก้อนชัดเจนที่เราสามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร&nbsp;</p>



<p>ไต้หวันอาจจะมีจุดที่เหมือนญี่ปุ่นแต่ก็มีความขงจื๊อ มีความเมืองโปรตุเกส บ้านเมืองใช้ภาษาจีนแต่ก็ดูเป็นญี่ปุ่นเหลือเกิน ตอบไม่ค่อยได้ว่าความเป็นไต้หวันคืออะไร มันเห็นเป็นก้อนกลมๆ แต่ไม่ชัดเจนว่าในนั้นมีอะไรอยู่บ้าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนนี้มีคนไทยอยากย้ายมาเรียนต่อหรือทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นมาก รู้สึกยังไงกับเทรนด์นี้</h4>



<p>มีสุภาษิตจีนหนึ่งพูดไว้ว่า “น้ำไหลลงข้างล่างแต่คนพยายามขึ้นข้างบน” มันบอกว่าโดยสัญชาตญาณแล้วไม่ว่ายังไงคนก็จะพยายามพาตัวเองไปสู่ที่ดีๆ&nbsp;เทรนด์นี้มันเลยเดาได้ว่าเกิดขึ้นเพราะคนไทยอยากย้ายไปสู่ที่ที่ดีกว่าเดิม ตัดเรื่องความรักชาติออกไปนะ</p>



<p>ทุกคนอยากมาเราก็เข้าใจ แต่ต้องมองความจริงด้วยว่ามันโหดร้ายกว่าที่เห็น ไม่ได้ง่ายแบบที่พูดกัน ถ้าตัดงานแบบที่เราทำออกไป พวกงานบริษัทมันก็มีโควตาอยู่ว่าในหนึ่งบริษัทจะต้องมีคนไต้หวันจำนวนเท่าไหร่ถึงจะรับคนต่างชาติได้ ต้องมีใบอนุญาตทำงาน มีการค้ำประกัน มีอะไรหลายอย่างมากกว่าแค่แพสชั่น โจทย์คือมีคนตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นเราที่บริษัทเลือกและยอมทำใบอนุญาตทำงานให้ มันไม่ง่ายเลย คนไทยในไต้หวันหางานยากจะตาย มันไม่ใช่แค่คุณเก่งอย่างเดียวหรือตรงสายงานอย่างเดียว แต่มีปัจจัยและรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ต้องรู้</p>



<p>เราเองไม่สามารถพูดได้ว่า “คนไทยมาเลย หางานได้อยู่แล้ว” เพราะตัวเราก็ยังหางานไม่ได้เหมือนกันเลยมาทำคอนเทนต์อยู่แบบนี้ ยอมรับเลยว่าคนที่หางานได้คือคนที่เก่งมากๆ</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="第一支業配來囉" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/5lL1pZEehd4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading">หลายครั้งคอนเทนต์ในช่องของคุณพูดถึงประสบการณ์ไม่ดีในไต้หวัน ในความเป็นจริงแล้วคุณมีประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดีในไต้หวันมากกว่ากัน</h4>



<p>จริงๆ ประสบการณ์ไม่ดีของเราไม่ได้เยอะขนาดนั้น ยอมรับว่าบางเรื่องที่เราเล่าไม่ได้เกิดกับเราโดยตรงแต่ได้ฟังมาอีกทีหนึ่ง ที่ประสบการณ์ไม่ดีของเราน้อยเพราะเราอยู่ในสังคมของคนมาเรียนต่อ จบมาทำงานวงการบันเทิง มันยากมากที่เราจะไปเจอคนที่ไม่สุภาพ จริงๆ สิ่งที่เราพูดในคลิปมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะแต่เราแอ็กชั่นให้มันดูใหญ่ (หัวเราะ)</p>



<p>ถ้าเรื่องที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่มาอยู่คงเป็นเรื่องที่ทีมโซเชียลมีเดียของไช่-อิงเหวิน ชวนให้ไปถ่ายรูป หรือช่วงที่เขาลงรูปโปรโมตหนังสือให้เราใน<a href="https://www.instagram.com/p/CLyK7RLFqan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อินสตาแกรม</a>ของเขา เราดีใจเพราะเราเป็นผู้อพยพใหม่ เป็นคนต่างชาติ เป็น LGBTQ+ การที่เขามาหาเราแปลว่าเขามองเห็นคนกลุ่มนี้ ได้ยินเสียงของคนกลุ่มนี้ รู้สึกว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่มองเห็นคนทุกกลุ่มจริงๆ โอเค ส่วนหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องของการเมืองเพราะฐานเสียงของเขาอาจจะตรงกับกลุ่มคนดูของเรา แต่นั่นก็แสดงว่าเขาอยากจะเข้าถึงกลุ่มพวกเรา พยายามสื่อสารว่าเขามองเห็นเรา มันเลยน่าประทับใจ</p>



<p>ส่วนที่ไม่ประทับใจที่สุดก็เป็นอาหารไทยแหละมั้ง (หัวเราะ) อาหารไทยที่ทำโดยคนไต้หวันเป็นอะไรที่ไม่ประทับใจอย่างแรง คอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารไทยที่เราทำมันเป็นเรื่องที่คนไทยในไต้หวันคุยกันอยู่แล้วว่าทำไมกะเพราใส่มะเขือเทศ ใส่ใบโหระพา ทำไมต้มยำใส่ผักอะไรไม่รู้เยอะไปหมด แล้วไหนจะเจียวหมาจี (泰式椒麻雞 เมนูไก่ทอดราดน้ำยำที่คนไต้หวันเข้าใจว่าเป็นอาหารไทย) นี่คืออะไร ไม่ใช่อาหารไทยสักหน่อย เราคุยกันตลอดแต่มันแค่ไม่มีใครพูดออกมาเป็นภาษาจีนให้คนไต้หวันฟัง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่วงหลังๆ คุณหยิบเรื่องของกินมาพูดถึงบ่อย ทำไมถึงเลือกของกิน</h4>



<p>คนจะคิดว่าเราทำคอนเทนต์เรื่องของกินเพราะอยากขายของกิน แต่จริงๆ ที่สำคัญเลยคือช่วงโควิด-19 คนออกไปไหนไม่ได้ คนที่ทำคอนเทนต์อย่างเรายิ่งต้องทำคอนเทนต์ให้มากที่สุด เพราะพอคนอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำเขาก็จะมาดูเรา แต่คอนเทนต์ที่ออกไปกินไปเที่ยวเราก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นโจทย์คือเราต้องทำคอนเทนต์ออกมาให้เร็วที่สุดในขณะที่ตัวเราก็ออกไปข้างนอกไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งคอนเทนต์ที่ตรงกับโจทย์นี้แล้วยังตัดต่อได้เร็วก็คือคอนเทนต์ของกิน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง กว่าจะมีผู้ติดตามหลักแสนในไต้หวัน</h4>



<p>จริงๆ สถานการณ์ของเรามันงงๆ ตอนแรกเราเคยคิดว่าจะต้องจริงจังถึงขั้นซื้อกล้องใหม่เลยไหม แต่มาคิดว่าเราเป็นคนขี้เกียจ ก็ถ่ายโดยที่นั่งเฉยๆ อยู่ในห้องนั่นแหละ&nbsp;และด้วยความที่เราเรียนสื่อสารมวลชนมา เรารู้ว่าคนดูให้เวลาแค่ 3 วินาทีต่อคลิป เพราะฉะนั้นคลิปสวย ภาพสวย ไม่จำเป็น มันดึงคนดูไม่ทัน คลิปแรกๆ ของเราเลยมีแค่เราพูดๆๆๆ ยาวแค่ประมาณ 40 วินาทีแล้วตัดจบเลย</p>



<p>ตอนนั้นเราแค่อัดคลิปบ่นผัดกะเพราในไต้หวัน อยู่ๆ ก็มีนักข่าว มีสื่อโทรมาสัมภาษณ์เต็มไปหมด ยอดคนดูก็เพิ่มขึ้นมา อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้นเอง จะบอกว่าไม่ยากมันก็อาจจะฟังดูน่าหมั่นไส้ แต่ทุกอย่างมันก็เป็นแบบนี้ด้วยตัวของมันเองเลย</p>



<p>เราไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ เราถ่ายคลิปเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งก็มีทีมงานของไช่-อิงเหวิน มาติดต่อว่าประธานาธิบดีของเขาอยากเจอ อยากมาถ่ายรูปด้วย มี <em>Marie Claire</em>, Burger King, Pizza Hut มาร่วมงานจนงงไปหมด เราไม่รู้ว่าอะไรทำให้เรามาอยู่ตรงนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อนาคตมีแพลนปรับเปลี่ยนอะไรในด้านการงานอีกไหม</h4>



<p>ถ้าเปลี่ยนเรายังไม่รู้ แต่เราอยากต่อยอด เพราะโลกสมัยนี้มันไวมาก คนไปไวมาไว เราต้องสร้างคุณค่าให้ตัวเองมากขึ้น เราไม่ได้หวังว่าจะไปสุดขอบฟ้าเป็นแบบหลินจื้อหลิง (นางแบบและนักแสดงชาวไต้หวัน) แต่เราก็อยากอยู่ตรงนี้นานๆ แล้วใช้โอกาสที่มีไปต่อยอดทำธุรกิจ ตอนนี้เราต้องสร้างยอดวิว สร้างฐานคนดูให้แน่นก่อนแล้วค่อยไปคิดขยายเพิ่มเติม</p>



<p>ตอนแรกเราไม่ค่อยเชื่อคำนี้แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ คือเราไม่ได้ปลื้มกับการที่มีคนมาชอบ เพราะเรารู้ว่าเดี๋ยวมาเดี๋ยวไป แต่ที่เราแฮปปี้คือเงินเพราะมันเป็นกอบเป็นกำดี (หัวเราะ) พูดตรงๆ ว่าเราเคยเป็นหมาในระบอบทุนนิยมมาก่อน แต่งานนี้เงินมันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไปดูเงินอาจารย์ไทยได้ 30,000 ต้นๆ เราไม่ได้ดูหมิ่นเงินน้อยนะเพราะงานอาจารย์ก็เป็นงานที่เราอยากทำ แต่ตอนนี้งานของเราเงินมันเยอะกว่ามาก ก็รู้สึกว่าหาเงินในสังคมทุนนิยมก่อนก็ได้ (หัวเราะ)</p>



<p>ถ้าทำได้ตอนนี้ก็ยังมีแพลนกลับไปเรียนปริญญาเอกอยู่เพราะชอบเรียนหนังสือ ชอบวิจัย อยากทำควบคู่กันไปเลยระหว่างนักวิชาการกับงานคอนเทนต์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/">คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 May 2021 03:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[เมดอินไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Bubble]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133171</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทาง travel bubble กับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัวและสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ ไต้หวัน-ปาเลา travel bubble เส้นทางแรกของเอเชีย ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไต้หวัน–ในฐานะประเทศที่แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกแต่ก็รับมือกับการระบาดได้ดีลำดับต้นๆ ของโลกในช่วงก่อนหน้านี้–ร่วมมือกับปาเลา ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เปิด travel bubble เป็นเส้นทางแรกของเอเชียได้สำเร็จ โดยปาเลาเป็นประเทศที่ไม่เคยมีรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 เลย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/">เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทาง travel bubble กับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง</p>



<p>คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัวและสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไต้หวัน-ปาเลา travel bubble เส้นทางแรกของเอเชีย</strong></h3>



<p>ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไต้หวัน–ในฐานะประเทศที่แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกแต่ก็รับมือกับการระบาดได้ดีลำดับต้นๆ ของโลกในช่วงก่อนหน้านี้–ร่วมมือกับปาเลา ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เปิด travel bubble เป็นเส้นทางแรกของเอเชียได้สำเร็จ โดยปาเลาเป็นประเทศที่ไม่เคยมีรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 เลย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ</p>



<p>ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย</p>



<p>เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง 2 คน ทำให้ศูนย์บัญชาการกลางป้องกันโรคระบาดหรือ CECC ของไต้หวันต้องออกมาให้สัญญาว่าจะดำเนินการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบให้สะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนเส้นทางนี้</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวด้วยว่าไต้หวันกำลังพิจารณาเปิด travel bubble เพิ่มเติมกับ เกาะกวมและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป ซึ่งถ้าทำได้ความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศคงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย</p>



<p>ส่วนเส้นทางไต้หวัน-ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มการบินเส้นทางไต้หวัน-ปาเลาครั้งแรก มีรายงานข่าวหลายชิ้นที่พูดถึงความเป็นไปได้ของเส้นทางนี้เหมือนกัน รายงานข่าวชิ้นหนึ่งโดยสำนักข่าว udn ของไต้หวันเมื่อวันที่ 23 มีนาคมบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม Lin Chia-lung ได้กล่าวไว้ว่าเส้นทาง travel bubble ถัดไปจะพยายามให้เป็นเส้นทางใกล้ๆ ที่เดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง และ “ประเทศไทยมีโอกาสสูงมาก” สอดคล้องกับข่าวที่รายงานว่าผู้แทนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำกรุงไทเปได้เอ่ยถึงการเจรจากันระหว่างไต้หวันและไทยถึงความเป็นไปได้ที่อาจเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังจากคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดในประเทศของพวกเราอีกครั้งเมื่อต้นเดือนเมษายน อย่างหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ทำให้กระแสข่าวค่อยๆ เฟดหายไป</p>



<p>รายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน การท่องเที่ยวไต้หวันประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่ากำลังเจรจาการเปิด travel bubble กับสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาะกวม และฮาวายเท่านั้น แต่ตอนนี้ด้วยสถานการณ์ภายในเอง โปรเจกต์นี้อาจจะต้องถูกพับเก็บไปชั่วคราว จนกว่าไต้หวันกลับมาปกติได้ดังเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เกิดอะไรขึ้นกับไต้หวัน</strong></h3>



<p>เป็นที่รู้กันว่าไต้หวันควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้ดีมากมาโดยตลอดและไม่เคยต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เลย จนช่วงเดือนที่แล้วคนไต้หวันก็ยังสามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ ทำให้หลายคนก็เลือกที่จะยังไม่ฉีดวัคซีนที่ถูกนำเข้ามาเมื่อเดือนมีนาคม เพราะไต้หวันได้มาเพียงวัคซีนของ AstraZeneca เท่านั้นหลายคนจึงมองว่าอยากรอตัวเลือกที่หลากหลายกว่านี้ก่อน</p>



<p>หลายเสียงพูดถึงอัตราการฉีดวัคซีนของไต้หวันที่ค่อนข้างช้าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่าวัคซีนที่ได้มาอาจหมดอายุก่อน เป็นการเสียของเปล่าๆ หรือที่แย่กว่านั้นคือถ้าเกิดการระบาดขึ้นในไต้หวันในช่วงที่ประเทศอื่นกำลังฟื้นฟูไต้หวันจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันที</p>



<p>แล้วเรื่องที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมมีรายการการติดเชื้อในประเทศ เริ่มจากครอบครัวของนักบินที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศและคนขับรถชัตเติลบัสของโรงแรมที่ใช้กักตัวผู้ที่เพิ่งเดินทางเข้าไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 3 คน วันต่อมาพบเคสในประเทศเพิ่ม 7 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะหลักร้อย ล่าสุดวันที่เรากำลังเขียนบทความนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม มีรายงานเคสในประเทศ 312 คน</p>



<p>ทั่วทั้งเกาะจึงประกาศใช้มาตรการควบคุมระดับ 3 คือหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านถ้าเป็นไปได้ ถ้าต้องออกไปข้างนอกต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ปิดสถานประกอบการเพื่อความบันเทิง ศูนย์กีฬา ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ชั่วคราว งดการรวมตัวกันเกิน 5 คนภายในสถานที่ปิด หรือ 10 คนในที่กลางแจ้ง สถานศึกษาให้สอนทางออนไลน์ ส่วนบริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่ประกาศเวิร์กฟรอมโฮม บางส่วนแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มที่ยังต้องไปบริษัท และกลุ่มที่เวิร์กฟรอมโฮม</p>



<p>แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในไต้หวันน่าจะได้กลับมาเป็นปกติในอีกไม่นานคือภาครัฐมีการจัดการที่รวดเร็วและวางแผนโดยคิดถึงการใช้ชีวิตหลายด้าน ส่วนภาคเอกชนและประชาชนโดยมากก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รัฐบาลไม่ได้สั่งล็อกดาวน์จนถึงขั้นห้ามออกไปไหนมาไหน ร้านอาหาร ตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ตยังเปิดได้ตามปกติ โดยให้มีมาตรการลงชื่อผู้ที่เข้าใช้บริการและต้องเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ทำให้ประชาชนยังคงสามารถออกไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะอยู่บ้านนอกจากจะจำเป็นต้องทำธุระข้างนอกจริงๆ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h4>



<p><a href="https://focustaiwan.tw/business/202104130010" target="_blank" rel="noreferrer noopener">focustaiwan.tw</a></p>



<p><a href="https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4184157">taiwannews.com.tw</a></p>



<p><a href="https://tw.news.yahoo.com/%E5%8F%B0%E6%B3%B0%E6%97%85%E9%81%8A%E6%B3%A1%E6%B3%A1%E6%9C%89%E8%AD%9C-%E6%B3%B0%E5%9C%8B%E5%A4%A7%E4%BD%BF-%E7%A7%81%E4%B8%8B%E6%B4%BD%E8%AB%87%E4%B8%AD-133900059.html">tw.news.yahoo.com</a></p>



<p><div style="display: none;">
<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
<div style="display: none;">เป็นที่รู้กันว่าไต้หวันควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้ดีมากมาโดยตลอดและไม่เคยต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เลย จนช่วงเดือนที่แล้วคนไต้หวันก็ยังสามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ ทำให้หลายคนก็เลือกที่จะยังไม่ฉีดวัคซีนที่ถูกนำเข้ามาเมื่อเดือนมีนาคม เพราะไต้หวันได้มาเพียงวัคซีนของ AstraZeneca เท่านั้นหลายคนจึงมองว่าอยากรอตัวเลือกที่หลากหลายกว่านี้ก่อน</div>

<div style="display: none;">หลายเสียงพูดถึงอัตราการฉีดวัคซีนของไต้หวันที่ค่อนข้างช้าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่าวัคซีนที่ได้มาอาจหมดอายุก่อน เป็นการเสียของเปล่าๆ หรือที่แย่กว่านั้นคือถ้าเกิดการระบาดขึ้นในไต้หวันในช่วงที่ประเทศอื่นกำลังฟื้นฟูไต้หวันจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันที</div>

<div style="display: none;">แล้วเรื่องที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมมีรายการการติดเชื้อในประเทศ เริ่มจากครอบครัวของนักบินที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศและคนขับรถชัตเติลบัสของโรงแรมที่ใช้กักตัวผู้ที่เพิ่งเดินทางเข้าไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 3 คน วันต่อมาพบเคสในประเทศเพิ่ม 7 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะหลักร้อย ล่าสุดวันที่เรากำลังเขียนบทความนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม มีรายงานเคสในประเทศ 312 คน</div>

<div style="display: none;">ทั่วทั้งเกาะจึงประกาศใช้มาตรการควบคุมระดับ 3 คือหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านถ้าเป็นไปได้ ถ้าต้องออกไปข้างนอกต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ปิดสถานประกอบการเพื่อความบันเทิง ศูนย์กีฬา ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ชั่วคราว งดการรวมตัวกันเกิน 5 คนภายในสถานที่ปิด หรือ 10 คนในที่กลางแจ้ง สถานศึกษาให้สอนทางออนไลน์ ส่วนบริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่ประกาศเวิร์กฟรอมโฮม บางส่วนแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มที่ยังต้องไปบริษัท และกลุ่มที่เวิร์กฟรอมโฮม</div>

<div style="display: none;">แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในไต้หวันน่าจะได้กลับมาเป็นปกติในอีกไม่นานคือภาครัฐมีการจัดการที่รวดเร็วและวางแผนโดยคิดถึงการใช้ชีวิตหลายด้าน ส่วนภาคเอกชนและประชาชนโดยมากก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รัฐบาลไม่ได้สั่งล็อกดาวน์จนถึงขั้นห้ามออกไปไหนมาไหน ร้านอาหาร ตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ตยังเปิดได้ตามปกติ โดยให้มีมาตรการลงชื่อผู้ที่เข้าใช้บริการและต้องเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ทำให้ประชาชนยังคงสามารถออกไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะอยู่บ้านนอกจากจะจำเป็นต้องทำธุระข้างนอกจริงๆ</div>

<div style="display: none;">ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทางกับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง</div>

<div style="display: none;">คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัว และสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้น ที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ</div>

<div style="display: none;">ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย</div>

<div style="display: none;">เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง 2 คน ทำให้ศูนย์บัญชาการกลางป้องกันโรคระบาดหรือ CECC ของไต้หวันต้องออกมาให้สัญญาว่าจะดำเนินการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบให้สะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนเส้นทางนี้</div>

<div style="display: none;">นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวด้วยว่าไต้หวันกำลังพิจารณาเปิดเส้นทางเพิ่มเติมกับ เกาะกวมและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป ซึ่งถ้าทำได้ความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศคงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย</div>

<div style="display: none;">ส่วนเส้นทางไต้หวัน-ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มการบินเส้นทางไต้หวัน-ปาเลาครั้งแรก มีรายงานข่าวหลายชิ้นที่พูดถึงความเป็นไปได้ของเส้นทางนี้เหมือนกัน รายงานข่าวชิ้นหนึ่งโดยสำนักข่าว udn ของไต้หวันเมื่อวันที่ 23 มีนาคมบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม Lin Chia-lung ได้กล่าวไว้ว่าเส้นทางถัดไปจะพยายามให้เป็นเส้นทางใกล้ๆ ที่เดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง และ “ประเทศไทยมีโอกาสสูงมาก” สอดคล้องกับข่าวที่รายงานว่าผู้แทนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำกรุงไทเปได้เอ่ยถึงการเจรจากันระหว่างไต้หวันและไทยถึงความเป็นไปได้ที่อาจเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังจากคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันเรียบร้อยแล้ว</div>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/">เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Apr 2021 13:30:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[เจียงไคเช็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=130068</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจียง ไคเช็ก ก่อนที่จะมีโควิด-19 เพื่อนของเราคนหนึ่งมาเที่ยวไต้หวันและตั้งข้อสังเกตกับอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทเปไว้ว่า น่าแปลกที่ประเทศประชาธิปไตยอย่างไต้หวันมีการสร้างรูปจำลองของอดีตผู้นำคนหนึ่งเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ต้องมีการแสดงทหารเปลี่ยนกะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดนี้ เมื่อปีที่แล้วเราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่าที่เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยของไต้หวันในปัจจุบัน และได้พูดแตะถึงเรื่องผลกระทบจากการเคลื่อนไหวครั้งนั้น หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนข้อความบนซุ้มประตูหลักหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นความเคลื่อนไหวในการชำระประวัติศาสตร์ไต้หวันที่เคยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมายาวนาน และลบล้างยุคสมัยของลัทธิบูชาตัวบุคคล ยุคที่แทบทุกสถานที่สำคัญเต็มไปด้วยรูปปั้นสลักคำสรรเสริญเยินยอ สร้างชาติยิ่งใหญ่ด้วยผู้นำเกรียงไกร อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นโครงการของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งในปี 1976 (สร้างแล้วเสร็จในปี 1980) หลังการอสัญกรรมของอดีตผู้นำรัฐบาลชาตินิยมเพื่อสรรเสริญความยิ่งใหญ่ดีงามของเขา โดยก่อนหน้านี้นอกจากจะมีการจัดแสดงประวัติชีวิตและการทำงานของเจียง ไคเช็ก ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ไต้หวันแล้ว ยังมีการขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับเจียง ไคเช็ก ด้วย แต่คำถามคือสำหรับประชาชนไต้หวันแล้ว เจียง ไคเช็ก คือรัฐบุรุษ คือผู้นำที่ควรค่าสรรเสริญ หรือเป็นจอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลังการทรมานและสังหารหมู่ผู้เห็นต่างอย่างไร้ปรานี? หากจะพูดถึงความย้อนแย้งนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ 228 (228 Incident) ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นให้กับชาวไต้หวันหลายครอบครัวไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1947 เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งรวมตัวกันครั้งใหญ่และถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั่วเกาะไต้หวันหลายพันคน และมีการประเมินว่าอาจสูงถึง 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีห้วงแห่งความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) ระหว่างปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/">ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="display: none;">เจียง ไคเช็ก</p>



<p>ก่อนที่จะมีโควิด-19 เพื่อนของเราคนหนึ่งมาเที่ยวไต้หวันและตั้งข้อสังเกตกับอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทเปไว้ว่า น่าแปลกที่ประเทศประชาธิปไตยอย่างไต้หวันมีการสร้างรูปจำลองของอดีตผู้นำคนหนึ่งเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ต้องมีการแสดงทหารเปลี่ยนกะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดนี้</p>



<p>เมื่อปีที่แล้วเราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ<a href="https://adaymagazine.com/wild-lily-student-movement/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า</a>ที่เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยของไต้หวันในปัจจุบัน และได้พูดแตะถึงเรื่องผลกระทบจากการเคลื่อนไหวครั้งนั้น หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนข้อความบนซุ้มประตูหลักหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นความเคลื่อนไหวในการชำระประวัติศาสตร์ไต้หวันที่เคยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมายาวนาน และลบล้างยุคสมัยของลัทธิบูชาตัวบุคคล ยุคที่แทบทุกสถานที่สำคัญเต็มไปด้วยรูปปั้นสลักคำสรรเสริญเยินยอ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="614" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-1024x614.jpg" alt="เจียง ไคเช็ก" class="wp-image-130088" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-1024x614.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-300x180.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-768x461.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-600x360.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1.jpg 1170w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">สุสานเจียง ไคเช็ก / Image : smiletaiwan.cw.com.tw</span></em></figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างชาติยิ่งใหญ่ด้วยผู้นำเกรียงไกร</h2>



<p>อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นโครงการของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งในปี 1976 (สร้างแล้วเสร็จในปี 1980) หลังการอสัญกรรมของอดีตผู้นำรัฐบาลชาตินิยมเพื่อสรรเสริญความยิ่งใหญ่ดีงามของเขา โดยก่อนหน้านี้นอกจากจะมีการจัดแสดงประวัติชีวิตและการทำงานของเจียง ไคเช็ก ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ไต้หวันแล้ว ยังมีการขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับเจียง ไคเช็ก ด้วย</p>



<p>แต่คำถามคือสำหรับประชาชนไต้หวันแล้ว เจียง ไคเช็ก คือรัฐบุรุษ คือผู้นำที่ควรค่าสรรเสริญ หรือเป็นจอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลังการทรมานและสังหารหมู่ผู้เห็นต่างอย่างไร้ปรานี?</p>



<p>หากจะพูดถึงความย้อนแย้งนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ 228 (228 Incident) ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นให้กับชาวไต้หวันหลายครอบครัวไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1947 เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งรวมตัวกันครั้งใหญ่และถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั่วเกาะไต้หวันหลายพันคน และมีการประเมินว่าอาจสูงถึง 20,000 คน </p>



<p>นอกจากนี้ยังมีห้วงแห่งความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) ระหว่างปี 1949-1987 ซึ่งเป็นช่วงครองอำนาจของพ่อลูกตระกูลเจียง–เจียง ไคเช็ก และเจียง จิงกว๋อ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกนานกว่า 38 ปี&nbsp;เนื่องจากพรรคก๊กมินตั๋งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจในสาธารณรัฐจีนมายาวนาน ห้วงเวลานั้นใครที่มีทีท่าว่าอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลสามารถถูกตัดสินว่าก่อการกบฏหรือฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ได้ง่ายๆ หรืออาจถูกลงโทษด้วยการสั่ง<a href="https://adaymagazine.com/jing-mei-taiwan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จำคุกนักโทษการเมือง</a> การกระทำเพียงเล็กน้อยที่ทำให้รัฐบาลจับตามองอาจส่งผลถึงชีวิต นั่นทำให้ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ในช่วงนั้นไม่กล้าแม้แต่จะแสดงออกถึงความคิดเห็นของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คำสรรเสริญที่ถูกปลด</strong></h2>



<p>ปี 2000 พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชนะเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ประธานาธิบดีเฉิน สุ่ยเปียน ในขณะนั้นมุ่งมั่นจะชำระล้างประวัติศาสตร์เพื่อแสดงว่าไต้หวันไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการหรือกฎอัยการศึกอันยาวนานอีกต่อไป เขาสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดรัฐบาลทั่วประเทศสำรวจรูปปั้นจำลองสองผู้นำตระกูลเจียงที่ตั้งในสถานที่สำคัญ รวมถึงชื่อสถานที่ทางการที่ตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูสองผู้นำเพื่อหาทางจัดการกับมรดกตกทอดของระบอบเผด็จการในอดีต</p>



<p>20 ปีผ่านไป สำนักข่าว Liberty Times Net รายงานว่ามีรูปปั้นจำลองมากกว่า 300 ชิ้นที่ถูกถอดและขนย้ายออกจากสถานที่สำคัญทางราชการเพื่อนำไปทำลาย บางส่วนก็รักษาไว้ที่สุสานฉือหู (Cihu Mausoleum) สุสานของอดีตผู้นำที่ตั้งอยู่ในเมืองเถาหยวนจนกลายเป็นภาพแปลกตาเมื่อในสวนแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นเจียง ไคเช็ก และทายาท บ้างนั่ง บ้างขี่ม้า บ้างยืนมองหน้ากัน บ้างยืนล้อมกันเป็นวงกลม กินเนื้อที่ส่วนใหญ่ในสุสานนี้ รายงานบางชิ้นบอกว่าในสวนอาจมีรูปปั้นอดีตผู้นำรวมกันมากถึง 500 ชิ้น ถึงอย่างนั้นกระบวนการขนย้ายรูปปั้นเหล่านี้เฉพาะส่วนของภาครัฐก็เพิ่งจะดำเนินการได้เพียง 23 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-1024x575.jpg" alt="" class="wp-image-130092" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-1024x575.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-768x431.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-600x337.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image</span></em> <em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">: orange.udn.com</span></em></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="680" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2.jpg" alt="" class="wp-image-130127" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image : chinatimes.com</span></em></figcaption></figure></div>



<p>ส่วนหนึ่งของความล่าช้าเป็นเพราะผลงานแต่ละชิ้นต้องถูกตีความอย่างระมัดระวังว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือศิลปะหรือไม่ เราจึงยังสามารถเห็นรูปปั้นเหล่านี้ได้ในหลายสถานที่ของไต้หวัน โดยเฉพาะรูปปั้นเจียง ไคเช็ก ขนาดใหญ่ที่อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก นั่นเอง</p>



<p>ส่วนของการเปลี่ยนชื่อสถานที่ ตัวอย่างหนึ่งคือซุ้มประตูด้านหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก จุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกัน ปัจจุบันบนซุ้มมีข้อความเขียนเป็นตัวอักษรจีนว่า 自由廣場 ตรงกับชื่อลานที่เรียกกันว่า Liberty Square หรือ Freedom Square ซึ่งเป็นสถานสำคัญที่ชาวไต้หวันมักจะนัดมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต ข้อความเดิมบนซุ้มประตูนี้คือ 大中至正 หรือข้อความสรรเสริญความเที่ยงธรรมของอดีตผู้นำเจียง ไคเช็ก แน่นอนว่าการดำเนินการเปลี่ยนข้อความบริเวณนี้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่นั้นเห็นความสำคัญในการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ส่วนฝั่งผู้ที่เห็นด้วยส่วนใหญ่คือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช่วงความน่าสะพรึงกลัวสีขาว ถึงขั้นมีรายงานว่าวันที่มีการนำข้อความสรรเสริญลงเพื่อเปลี่ยนเป็นข้อความใหม่ มีคนไปดื่มไวน์เฉลิมฉลองกันบริเวณนั้นเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="714" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-1024x714.jpg" alt="เจียง ไคเช็ก" class="wp-image-130089" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-1024x714.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-768x535.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-600x418.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง.jpg 1069w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ข้อความบนซุ้มประตูที่ถูกเปลี่ยน / Image : REUTERS/Bobby Yip  (CHINA) &#8211; RTX4H99</span></em></figcaption></figure></div>



<p>เช่นกันกับตัวอนุสรณ์สถานเอง ที่รัฐบาลเฉิน สุ่ยเปียน เปลี่ยนชื่อเป็น National Taiwan Democracy Memorial Hall แต่ผลสุดท้ายเมื่อพรรคก๊กมินตั๋งชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ก็ได้เปลี่ยนชื่อสถานที่กลับไปเป็นอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก ตามเดิม</p>



<p>อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสนามบินนานาชาติเถาหยวนซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมในแผนการของสนามบิน ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติเจียง ไคเช็ก เพื่อรำลึกถึงอดีตผู้นำ กระทั่งในปี 2006 อดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ยเปียน ก็เสนอแผนการเปลี่ยนชื่อสนามบินแห่งนี้กลับเป็นชื่อเมืองเถาหยวนเพื่อให้ชื่อของสนามบินสะท้อนถึงที่ตั้งที่ถูกต้อง แน่นอนว่าเกิดกระแสไม่เห็นด้วยมากมาย เช่น การเปลี่ยนชื่อไม่ได้ช่วยให้การจัดการการบินในสนามบินดีขึ้น หรือบ้างก็เสนอให้คงชื่อของอดีตผู้นำเอาไว้ควบคู่ไปกับชื่อเมือง แต่ผลสุดท้ายสนามบินก็ถูกเปลี่ยนชื่อกลับไปเป็นสนามบินนานาชาติเถาหยวนอย่างที่พวกเราคุ้นชื่อกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="301" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน.jpg" alt="" class="wp-image-130093" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image : tw.appledaily.com</span></em></figcaption></figure></div>



<p>ตั้งแต่ที่เรามาเรียนต่อในไต้หวันจนทำงานแล้ว ทุกปีจะได้ยินข่าวคนไปปาสีใส่รูปปั้นเจียง ไคเช็ก บ้าง ทำลายรูปปั้นบ้าง ถ้าจำไม่ผิด ประมาณปี 2019 ในเขตมหาวิทยาลัยของเรามีคนแอบเข้าไปตัดขาม้าที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปปั้นเจียง ไคเช็ก ในเขตมหาวิทยาลัย เป็นเหตุให้ในปัจจุบันหลายๆ สถานที่สร้างรั้วขึ้นมากั้นไม่ให้มีคนเข้าไปทำลายสิ่งของสาธารณะได้อีก</p>



<p>เมื่อเวลาเปลี่ยน การตีความสถานะของอดีตผู้นำที่เกรียงไกรก็เปลี่ยน รูปปั้นหลายร้อยชิ้นในที่สุสานฉือหูถูกทิ้งไว้โดยไร้การบูรณะ เหมือนจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงการเปลี่ยนผ่านของเวลา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนไต้หวันบางคนตั้งคำถามว่าควรหรือไม่ที่เมืองเถาหยวนจะประชาสัมพันธ์สถานที่แห่งนี้ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว เพราะการนำชื่อหรือตัวแทนของอดีตผู้นำเผด็จการมาประชาสัมพันธ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวก็ดูจะลักลั่นย้อนแย้งอยู่ไม่น้อย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h4>



<p><a href="https://www.fpri.org/article/2017/02/taiwans-white-terror-remembering-228-incident/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">fpri.org</a></p>



<p><a href="https://news.ltn.com.tw/news/politics/paper/1226130" target="_blank" rel="noreferrer noopener">news.ltn.com.tw</a></p>



<p><a href="https://www.reuters.com/article/us-taiwan-chiang-idUSTP7121520071207" target="_blank" rel="noreferrer noopener">reuters.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2007/11/23/2003389141" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2006/09/02/2003325813" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/">ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2021 10:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พีช]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ซากุระ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกบ๊วย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกสาลี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=125595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดอกไม้ไต้หวัน เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเพลง Mei Hua (เหมยฮวา) ของเติ้ง ลี่จวิน ผ่านหูกันมาบ้าง แม้จะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไง แต่ได้ยินเพลงขึ้นเมื่อไหร่ก็ฮัม “เหมยฮวา เหมยฮวา หมานเทียนเซี่ย” คลอไปกับเสียงเพลงกันได้ตลอด พอเข้าช่วงตรุษจีน ไต้หวันก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทั่วเกาะมีดอกไม้แข่งกันผลิดอกเต็มไปหมด อย่างซากุระ (ภาษาจีนเรียกว่าอิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) หรือดอกอาซาเลีย (ตู้เจวียนฮวา) รวมถึงดอกบ๊วยหรือ &#8216;เหมยฮวา&#8217; ด้วยเช่นกัน เหมยฮวานี่เองที่ดูจะเป็นดอกไม้ที่มีเครดิตสูงที่สุดในฐานะดอกไม้ประจำชาติของไต้หวัน (ดอกที่อยู่บนธงชาติไต้หวันนั่นก็ใช่) แม้คนไต้หวันหลายคนอาจจะยี้เพราะตราดอกเหมยนั้นมีที่มาจากตราสัญลักษณ์ของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ตราดอกเหมยในฐานะดอกไม้ประจำชาติก็ยังคงอยู่เรื่อยมา ดอกเหมยนั้นเวลาบานพร้อมกันก็สวยไม่แพ้ดอกซากุระ แถมบางพันธุ์ยังส่งกลิ่นหอมอีก จนมีหลายครั้งที่เราสับสนระหว่างดอกไม้สองพันธุ์นี้ เพิ่งจะมาปีนี้เองที่ลองหาข้อมูลจริงจังแล้วพบว่าคนไต้หวันเองก็สับสนกับดอกไม้หน้าตาแบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่สองพันธุ์ที่ชวนสับสน แต่ดอกบ๊วย (เหมยฮวา) ดอกซากุระ (อิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) ดอกพลัม (หลี่ฮวา) และดอกพีช (เถาฮวา) 5 ดอกนี้หน้าตาคล้ายกันและชวนให้สับสนไปหมด เมื่อเดือนที่ผ่านมา เราพร้อมกับพี่ๆ น้องๆ คนไทยที่มาเรียนต่อที่ไต้หวันหลายคนเช่ารถขับเพื่อออกไปตามหาดอกซากุระสีขาวกัน แต่หลังจากใช้เวลาขับรถอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง พอขึ้นเขาไปถึงจุดหมายกลับพบว่าคนเยอะเกินไปจนจอดรถไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/">ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="display:none;">ดอกไม้ไต้หวัน</p>



<p>เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเพลง <em>Mei Hua</em> (เหมยฮวา) ของเติ้ง ลี่จวิน ผ่านหูกันมาบ้าง แม้จะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไง แต่ได้ยินเพลงขึ้นเมื่อไหร่ก็ฮัม <em>“เหมยฮวา เหมยฮวา หมานเทียนเซี่ย”</em> คลอไปกับเสียงเพลงกันได้ตลอด</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="梅花 Mei Hua - Teresa Teng 邓丽君/鄧麗君 (Live Concert 1984)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/DxD-NJFousg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>พอเข้าช่วงตรุษจีน ไต้หวันก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทั่วเกาะมีดอกไม้แข่งกันผลิดอกเต็มไปหมด อย่างซากุระ (ภาษาจีนเรียกว่าอิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) หรือดอกอาซาเลีย (ตู้เจวียนฮวา) รวมถึงดอกบ๊วยหรือ &#8216;เหมยฮวา&#8217; ด้วยเช่นกัน </p>



<p>เหมยฮวานี่เองที่ดูจะเป็นดอกไม้ที่มีเครดิตสูงที่สุดในฐานะดอกไม้ประจำชาติของไต้หวัน (ดอกที่อยู่บนธงชาติไต้หวันนั่นก็ใช่) แม้คนไต้หวันหลายคนอาจจะยี้เพราะตราดอกเหมยนั้นมีที่มาจากตราสัญลักษณ์ของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ตราดอกเหมยในฐานะดอกไม้ประจำชาติก็ยังคงอยู่เรื่อยมา</p>



<p>ดอกเหมยนั้นเวลาบานพร้อมกันก็สวยไม่แพ้ดอกซากุระ แถมบางพันธุ์ยังส่งกลิ่นหอมอีก จนมีหลายครั้งที่เราสับสนระหว่างดอกไม้สองพันธุ์นี้ เพิ่งจะมาปีนี้เองที่ลองหาข้อมูลจริงจังแล้วพบว่าคนไต้หวันเองก็สับสนกับดอกไม้หน้าตาแบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่สองพันธุ์ที่ชวนสับสน แต่ดอกบ๊วย (เหมยฮวา) ดอกซากุระ (อิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) ดอกพลัม (หลี่ฮวา) และดอกพีช (เถาฮวา) 5 ดอกนี้หน้าตาคล้ายกันและชวนให้สับสนไปหมด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125902" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกซากุระหรืออิงฮวา</span></figcaption></figure></div>



<p>เมื่อเดือนที่ผ่านมา เราพร้อมกับพี่ๆ น้องๆ คนไทยที่มาเรียนต่อที่ไต้หวันหลายคนเช่ารถขับเพื่อออกไปตามหาดอกซากุระสีขาวกัน แต่หลังจากใช้เวลาขับรถอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง พอขึ้นเขาไปถึงจุดหมายกลับพบว่าคนเยอะเกินไปจนจอดรถไม่ได้ แต่ระหว่างทางพวกเราเจอคาเฟ่เอาต์ดอร์ร้านหนึ่งที่มีซากุระสีขาวเยอะไปหมดเหมือนกัน เลยตัดสินใจวนรถกลับไปคาเฟ่ร้านนั้นแทน อย่างน้อยก็ได้ชมซากุระสีขาวเหมือนกัน</p>



<p>ปรากฏว่าพอไปถึงที่ร้าน เจ้าของร้านก็บอกกับเราว่านี่ไม่ใช่ซากุระ แต่เป็นดอกสาลี่ต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครในทริปที่ผิดหวังเลย เพราะดูเผินๆ มันก็สวยเหมือนกันอยู่ดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125910" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกซากุระสีขาว</span></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125901" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกสาลี่หรือหลีฮวา</span></figcaption></figure></div>



<p>จบจากทริปนั้นเรายังมีโอกาสได้ไปสถานที่หนึ่งในภาคกลางของไต้หวันซึ่งพิเศษมากเพราะขณะที่จุดชมดอกไม้ส่วนใหญ่ของไต้หวันอาจมีดอกไม้หน้าตาคล้ายๆ กันแค่ 1-2 ชนิดหรืออย่างมากก็ 3 ชนิด ที่ ‘เฉ่าผิงโถว (草坪頭)’ หรืออดีตพื้นที่ปลูกชาในเมืองหนานโถว เราสามารถชมดอกไม้ 4 ชนิดได้ในที่เดียว คือ ดอกซากุระ ดอกเหมย ดอกสาลี่ และดอกพีช&nbsp;</p>



<p>พอดอกไม้ทั้ง 4 มาอยู่ด้วยกัน อย่าว่าแต่เราที่เป็นคนไทย แม้แต่คนไต้หวันเองก็สับสนเหมือนกันว่าทางไหนเป็นดอกอะไร แต่จริงๆ แล้วก็พอจะมีวิธีแยกแยะอยู่บ้าง และเราก็ได้เรียนรู้มาจากทริปนี้เหมือนกัน ดังนั้นนอกจากจะเอาภาพดอกไม้มาฝากแล้ว เราเลยขอแถมวิธีแยกแยะดอกไม้สวยๆ เหล่านี้ด้วย</p>



<p>ถ้าใครได้มาไต้หวันรอบหน้า นอกจากจะได้ถ่ายรูปดอกไม้เพลินๆ แล้ว การได้สังเกตและแยกว่าต้นนี้เป็นต้นอะไรหรือเป็นดอกอะไรก็ทำให้เที่ยวได้สนุกขึ้นเยอะเลย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125903" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125904" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกซากุระ</h3>



<p>ดอกไม้ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง ในไทเปมีจุดชมดอกซากุระอยู่หลายจุด เช่น เขาหยางหมิงซานหรือวัดอู๋จี๋เทียนเหยียน (無極天元宮) ใกล้ๆ เขตตั้นสุ่ย ดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่สามารถแยกออกจากดอกไม้ประเภทอื่นๆ ที่เรากำลังพูดถึงในบทความนี้ได้ง่ายที่สุด เพราะปลายกลีบดอกจะมีหยักและมีก้านดอกยาว โดยหนึ่งช่อจะมีหลายดอก</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125905" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกเหมย</h3>



<p>ส่วนตัวเราเวลาจะแยกดอกเหมย ถ้าไม่คิดถึงรูปทรงดอกไม้บนธงชาติไต้หวันก็จะนึกถึงโลโก้ดอกไม้บนซองลูกอมรสบ๊วยที่ชอบกินสมัยเด็กๆ ดอกเหมยจะมีความกลมๆ สมมาตรเหมือนกับโลโก้แบบนั้นเลย อีกอย่างที่ช่วยให้เราสามารถแยกดอกเหมยได้คือดูที่ก้านดอก ดอกเหมยจะไม่มีก้านชูขึ้นมาทำให้รู้สึกเหมือนดอกไม้ติดอยู่กับกิ่งไปเลย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125907" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125906" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกพีช</h3>



<p>ลักษณะคล้ายดอกเหมย แต่กลีบจะยาวรีกว่า มีก้านสั้นๆ ที่ต้องสังเกตให้ดี และถ้าโชคดีหน่อยก็จะเจอผลพีชที่เริ่มปูดขึ้นมาเป็นผลเล็กๆ ปนอยู่กับดอกพีชที่ยังร่วงไม่หมด บอกให้เรารู้ว่านี่แหละคือต้นพีช</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125908" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125909" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกสาลี่</h3>



<p>แม้ตอนแรกเราจะสับสนระหว่างดอกสาลี่กับดอกซากุระสีขาว แต่พอได้เห็นดอกสาลี่เป็นครั้งที่สองก็เจอจุดที่แตกต่างจากดอกซากุระอย่างเห็นได้ชัด คือถ้ามองไกลๆ ดอกของต้นสาลี่จะขึ้นเรียงตัวไปตามกิ่ง ไม่ฟูฟ่องและแผ่ออกเหมือนซากุระ ดอกมีกลีบเรียวและเกสรยาวเป็นพิเศษ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ไปง่ายรอบไทเป</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://goo.gl/maps/C9N7qk1Xmmt9iR547" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Yangmingshan Flower Clock (陽明山花鐘)</a></h3>



<p>Yangmingshan National Park, Hushan Road, Section 2, Beitou District, Taipei City</p>



<p>นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงลงที่สถานี Beitou ต่อรถเมล์สาย 129 หรือ S9 ลงที่ป้าย Hushan Rd. Sec. 2</p>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://goo.gl/maps/veafkoxafAdhzS1h6" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wuji Tianyuan Temple (淡水無極天元宮)</a></h3>



<p>No. 36, Section 3, Beixin Road, Tamsui District, New Taipei City</p>



<p>นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงลงที่สถานีปลายทาง Tamsui ต่อรถเมล์สาย 875 จากท่ารถด้านนอกสถานีรถไฟฟ้า ลงที่ป้าย Tianyuan Temple</p>



<p style="display:none;">ดอกไม้ไต้หวัน</p>

<p style="display:none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/">ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2021 18:41:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[แปลรักฉันด้วยใจเธอ]]></category>
		<category><![CDATA[โอ้เอ๋ว]]></category>
		<category><![CDATA[อ้ายอวี้]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นกบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแข็งไส]]></category>
		<category><![CDATA[ขนม]]></category>
		<category><![CDATA[ไถหนาน]]></category>
		<category><![CDATA[ของหวาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119141</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘โอ้เอ๋ว’ ศัพท์เสียงแปลก แปลกทั้งเสียงวรรณยุกต์ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเป็นคำอุทาน (ส่วนตัวเราตอนเห็นครั้งแรกนึกถึงคำว่า ‘โอ้เอ้’ ผสมกับ ‘โธ่เอ๋ย’) แปลกทั้งความหมายของคำที่ถ้าไปเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ ก็คงหาไม่เจอ คำนี้กระจายอยู่ทั่วไทม์ไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง คือช่วงที่ซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ออกฉาย ตัวเอกในเรื่องชื่อโอ้เอ๋ว อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมี ‘ขนมโอ้เอ๋ว’ เป็นของหวานขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเหมือนกัน จนถึงตอนนี้เราก็ยังเห็นคนพูดถึงโอ้เอ๋วผ่านหน้าไทม์ไลน์เป็นระยะ เรายังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้เพราะหาดูในไต้หวันไม่ได้สักที (แต่คิดว่าตัวเองพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์จากการเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์) ส่วนโอ้เอ๋วของจริงที่ภูเก็ตก็ยังไม่เคยได้ไปชิมแต่เห็นผ่านไทม์ไลน์ของคนที่ไปตามรอยซีรีส์ที่ภูเก็ตเหมือนกัน ครั้งแรกที่เห็นภาพขนมโอ้เอ๋วของจริงเราอดเอ๊ะในใจไม่ได้ เพราะทั้งหน้าตาทั้งชื่อเรียกมันช่างคล้ายกับอะไรบางอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในไต้หวัน โอ้เอ๋วของภูเก็ตหน้าตาเป็นวุ้นใสสีอ่อนโปะหน้าด้วยน้ำแข็งไส น้ำแดง และผลไม้ต่างๆ พูดแล้วก็อยากกินเอง ส่วนขนมของไต้หวันที่เราว่าคล้ายๆ กันคือ ‘อ้ายอวี้’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าน้ำวุ้นกบนั่นเอง พอเริ่มมีคำถาม เราก็เริ่มค้นที่มาของทั้งโอ้เอ๋วและอ้ายอวี้ว่าสรุปแล้วมันเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง&#160; แล้วก็ได้คำตอบว่า อ้าว! มันคือสิ่งเดียวกันนี่นา โอ้เอ๋ว มีชื่อภาษาจีนว่า 薁蕘 อ่านแบบจีนกลางได้ว่า อวี้หราว Yù ráo แต่ถ้าออกเสียงแบบภาษาฮกเกี้ยนอ้างอิงตามเว็บไซต์ itaigi—พจนานุกรมภาษาฮกเกี้ยนออนไลน์ของไต้หวัน จะออกเสียงว่า เอ้อเกย๋อ ò-giô (เสียงควบ กย) ซึ่งใกล้เคียงกับโอ้เอ๋วที่เราเรียกกัน ส่วนอ้ายอวี้แบบไต้หวันเขียนด้วยตัวอักษร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/">ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘โอ้เอ๋ว’ ศัพท์เสียงแปลก แปลกทั้งเสียงวรรณยุกต์ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเป็นคำอุทาน (ส่วนตัวเราตอนเห็นครั้งแรกนึกถึงคำว่า ‘โอ้เอ้’ ผสมกับ ‘โธ่เอ๋ย’) แปลกทั้งความหมายของคำที่ถ้าไปเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ ก็คงหาไม่เจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำนี้กระจายอยู่ทั่วไทม์ไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง คือช่วงที่ซีรีส์ <a href="https://adaymagazine.com/bkpp/" target="_blank" rel="noopener"><em>แปลรักฉันด้วยใจเธอ</em></a> ออกฉาย ตัวเอกในเรื่องชื่อโอ้เอ๋ว อาศัยอยู่ในจังหวัด<a href="https://adaymagazine.com/journey-i-told-sunset-about-you/" target="_blank" rel="noopener">ภูเก็ต</a>ซึ่งมี ‘ขนมโอ้เอ๋ว’ เป็นของหวานขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเหมือนกัน จนถึงตอนนี้เราก็ยังเห็นคนพูดถึงโอ้เอ๋วผ่านหน้าไทม์ไลน์เป็นระยะ เรายังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้เพราะหาดูในไต้หวันไม่ได้สักที (แต่คิดว่าตัวเองพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์จากการเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์) ส่วนโอ้เอ๋วของจริงที่ภูเก็ตก็ยังไม่เคยได้ไปชิมแต่เห็นผ่านไทม์ไลน์ของคนที่ไปตามรอยซีรีส์ที่ภูเก็ตเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งแรกที่เห็นภาพขนมโอ้เอ๋วของจริงเราอดเอ๊ะในใจไม่ได้ เพราะทั้งหน้าตาทั้งชื่อเรียกมันช่างคล้ายกับอะไรบางอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในไต้หวัน โอ้เอ๋วของภูเก็ตหน้าตาเป็นวุ้นใสสีอ่อนโปะหน้าด้วยน้ำแข็งไส น้ำแดง และผลไม้ต่างๆ พูดแล้วก็อยากกินเอง ส่วนขนมของไต้หวันที่เราว่าคล้ายๆ กันคือ ‘อ้ายอวี้’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าน้ำวุ้นกบนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเริ่มมีคำถาม เราก็เริ่มค้นที่มาของทั้งโอ้เอ๋วและอ้ายอวี้ว่าสรุปแล้วมันเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วก็ได้คำตอบว่า อ้าว! มันคือสิ่งเดียวกันนี่นา</span></p>
<p><div id="attachment_119180" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119180" class="wp-image-119180 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j.jpg" alt="โอ้เอ๋ว" width="540" height="359" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119180" class="wp-caption-text">โอ้เอ๋วของภูเก็ต | ภาพจาก phuketcity.go.th</p></div></p>
<p><div id="attachment_119181" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119181" class="wp-image-119181 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj.jpg" alt="โอ้เอ๋ว" width="540" height="405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119181" class="wp-caption-text">อ้ายอวี้ของไต้หวัน | ภาพจาก test.pure-taiwan.info</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ้เอ๋ว มีชื่อภาษาจีนว่า 薁蕘 อ่านแบบจีนกลางได้ว่า อวี้หราว Yù ráo แต่ถ้าออกเสียงแบบภาษาฮกเกี้ยนอ้างอิงตามเว็บไซต์ itaigi—พจนานุกรมภาษาฮกเกี้ยนออนไลน์ของไต้หวัน จะออกเสียงว่า เอ้อเกย๋อ ò-giô (เสียงควบ กย) ซึ่งใกล้เคียงกับโอ้เอ๋วที่เราเรียกกัน ส่วนอ้ายอวี้แบบไต้หวันเขียนด้วยตัวอักษร 愛玉 ออกเสียงแบบจีนกลางว่า Ài yù แบบฮกเกี้ยนหรือภาษาไต้หวันว่า อ้ายหยก ài-gio̍k-</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวละครโอ้เอ๋วใน <em>แปลรักฉันด้วยใจเธอ</em> ดูเหมือนจะเขียนชื่อ 欧儿 (จีนตัวย่อ) หรือ 歐兒 (จีนตัวเต็ม) ออกเสียง โอวเอ่อ Ōu er ฉีกออกไป ถ้าเป็นคนดูที่อ่านซับไตเติลภาษาจีนก็อาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความเชื่อมโยงของชื่อของตัวละครกับของหวานขึ้นชื่อชนิดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วุ้นอ้ายอวี้หรือโอ้เอ๋วเป็นวุ้นที่ได้จากเมล็ดของผลมะเดื่อชนิดหนึ่ง สำหรับเมนูโอ้เอ๋วในภูเก็ต ว่ากันว่าเริ่มจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่ได้รับอิทธิพลมาจากเกาะปีนัง ส่วนทางไต้หวันมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ย้อนไปได้ไกลที่สุดคือหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">ประวัติศาสตร์ทั่วไปของไต้หวัน (台灣通史)</span></i><span style="font-weight: 400;"> โดยเหลียนเหิง (連橫) ตีพิมพ์ปี 1921 บันทึกไว้ว่าวันหนึ่งในรัชสมัยฮ่องเต้เต้ากวังแห่งราชวงศ์ชิง (ปี 1820-1850) อากาศร้อนอบอ้าว พ่อค้าชาวเมืองไถหนานที่เดินทางมายังเขตภูเขาของเมืองเจียอี้เกิดกระหายน้ำขึ้นมาเลยแวะวักน้ำในลำธารดื่มระหว่างทาง เขาพบว่าน้ำในลำธารให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นกว่าที่ไหนๆ พอลองสังเกตดู จริงๆ แล้วความลับอยู่ที่เมล็ดของพืชที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นซึ่งตกลงมายังลำธารทำให้เกิดเป็นเนื้อวุ้นที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พ่อค้าผู้นั้นลองเก็บเมล็ดที่ว่านั้นกลับบ้านไปทดลองทำวุ้น แช่เย็น และลองเติมน้ำเชื่อมดูก็มีรสชาติดี สุดท้ายเขาก็เลยทำวุ้นชนิดนี้ให้ลูกสาวอายุ 15 ออกไปขาย ตัวลูกสาวเองชื่อ ‘อ้ายอวี้’ ด้วยความที่เป็นของใหม่ในสมัยนั้น คนยังไม่รู้จักว่าพืชชนิดนี้คืออะไรก็เลยเรียกชื่อวุ้นนี้ว่า ‘วุ้นอ้ายอวี้’ ตามชื่อสาวคนขายวุ้นไปด้วย&nbsp;</span></p>
<p><div id="attachment_119182" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119182" class="size-full wp-image-119182" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j.jpg" alt="" width="540" height="362" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119182" class="wp-caption-text">ภาพจาก yangui.com.tw</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันชาวไต้หวันก็ยังนิยมกินวุ้นอ้ายอวี้อยู่ โดยส่วนมากจะอยู่ในฐานะเครื่องดื่มมากกว่าของหวาน โดยเสิร์ฟวุ้นใสมาในแก้วกับน้ำเลม่อนเย็นๆ หาซื้อได้ตามไนต์มาร์เก็ตหรือร้านเครื่องดื่มท้องถิ่น หรือเสิร์ฟกับน้ำเชื่อม น้ำแข็ง และผลไม้ แม้จะหายากกว่าแต่ก็พอมีบ้างเช่นกัน (เท่าที่เรารู้คือที่ร้านชิงสุ่ยถัง (清水堂) เมืองไถหนาน) ส่วนที่ไทยก็หาทานได้ที่ภูเก็ต ดูเหมือนส่วนมากจะใช้น้ำเชื่อมสีแดง ทำให้หน้าตาต่างจากที่ไต้หวันอยู่บ้าง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดเราก็ได้ยินมาว่ามีร้านน้ำวุ้นกบแบบไต้หวันไปเปิดในกรุงเทพฯ แล้ว และเพราะโอ้เอ๋ว อ้ายอวี้ และวุ้นกบคือสิ่งเดียวกัน คนกรุงเทพฯ คนไหนอยากลองกินโอ้เอ๋ว ลองเริ่มจากการสั่งน้ำวุ้นกบมาดื่มก็ได้เหมือนกัน</span></p>
<hr>
<h4><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></h4>
<p><a href="https://itaigi.tw/k/%E6%84%9B%E7%8E%89"><span style="font-weight: 400;">itaigi.tw</span></a></p>
<p><a href="https://kmweb.coa.gov.tw/subject/subject.php?id=24496"><span style="font-weight: 400;">kmweb.coa.gov.tw</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/">ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผีเสื้อของตั๋วตั่ว : หนังสือนิทานที่ร้านหนังสือทั่วไต้หวันอยากให้ผู้ปกครองอ่านมากที่สุด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/butterfly-and-duoduos-little-secret/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2020 11:03:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิเหนือเรือนร่าง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การล่วงละเมิดทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือนิทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผีเสื้อของตั่วตั๋ว]]></category>
		<category><![CDATA[เมดอินไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116375</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผีเสื้อของตั๋วตั่ว *Trigger Warning มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ทำร้ายเด็ก และการล่วงละเมิดทางเพศ* ตอนเด็กๆ เรามักถูกสอนว่า “อย่าคุยกับคนแปลกหน้า” เพราะเขาอาจจะอุ้มพาเราไปขายเป็นลูกบ้านอื่น หรืออาจพาเราไปตัดมือ ตัดขา แล้วให้ขอทาน เราจะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่และคนในครอบครัวอีก คนแปลกหน้าดูน่ากลัวสำหรับเด็กตัวเล็กๆ และผู้ปกครอง แต่ในความเป็นจริง บางครั้งคนใกล้ตัวเองนั่นแหละที่ทำร้ายเด็กได้อย่างแยบยลที่สุด กี่ครั้งที่เราเห็นข่าวเด็กและเยาวชนถูกทำร้ายและล่วงละเมิดจากคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ครูที่โรงเรียน ยิ่งคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงจำนวนหนึ่งของเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และยังมีเด็กอีกไม่รู้กี่คนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหรือรู้แต่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือก็ยิ่งน่าเศร้า และอย่างร้ายที่สุดคือเด็กที่รู้และขอความช่วยเหลือแล้วแต่ไม่ได้รับการใส่ใจ พอดูคดีล่วงละเมิดทางเพศของไต้หวันในช่วงสิบปีมานี้ เหยื่อถึง 64 เปอร์เซ็นต์จากเหยื่อทั้งหมดอายุต่ำกว่า 18 ปี สถิติปี 2017 คดีที่เหยื่ออายุต่ำกว่า 12 ปี และคนร้ายเป็นญาติคิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ คดีที่คนร้ายเป็นคนรู้จัก เพื่อน คนใกล้ชิดของครอบครัวคิดเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคดีที่คนร้ายเป็นคนแปลกหน้ามีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สถิตินี้แทบไม่ต่างจากในไทย การล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในช่วงอายุ 5-20 ปีมากที่สุดคือ 60.6 เปอร์เซ็นต์ของเหยื่อทั้งหมด หรือถ้าแบ่งตามกลุ่มอาชีพ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาคิดเป็น 20.9 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/butterfly-and-duoduos-little-secret/">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว : หนังสือนิทานที่ร้านหนังสือทั่วไต้หวันอยากให้ผู้ปกครองอ่านมากที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว</p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-weight: 400;">*Trigger Warning มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย ทำร้ายเด็ก และการล่วงละเมิดทางเพศ*</span></em></p>
<p>ตอนเด็กๆ เรามักถูกสอนว่า “อย่าคุยกับคนแปลกหน้า” เพราะเขาอาจจะอุ้มพาเราไปขายเป็นลูกบ้านอื่น หรืออาจพาเราไปตัดมือ ตัดขา แล้วให้ขอทาน เราจะไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่และคนในครอบครัวอีก</p>
<p>คนแปลกหน้าดูน่ากลัวสำหรับเด็กตัวเล็กๆ และผู้ปกครอง แต่ในความเป็นจริง บางครั้งคนใกล้ตัวเองนั่นแหละที่ทำร้ายเด็กได้อย่างแยบยลที่สุด กี่ครั้งที่เราเห็นข่าวเด็กและเยาวชนถูกทำร้ายและล่วงละเมิดจากคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ครูที่โรงเรียน ยิ่งคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงจำนวนหนึ่งของเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม และยังมีเด็กอีกไม่รู้กี่คนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองหรือรู้แต่ไม่กล้าขอความช่วยเหลือก็ยิ่งน่าเศร้า</p>
<p>และอย่างร้ายที่สุดคือเด็กที่รู้และขอความช่วยเหลือแล้วแต่ไม่ได้รับการใส่ใจ</p>
<p>พอดูคดีล่วงละเมิดทางเพศของไต้หวันในช่วงสิบปีมานี้ เหยื่อถึง 64 เปอร์เซ็นต์จากเหยื่อทั้งหมดอายุต่ำกว่า 18 ปี สถิติปี 2017 คดีที่เหยื่ออายุต่ำกว่า 12 ปี และคนร้ายเป็นญาติคิดเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ คดีที่คนร้ายเป็นคนรู้จัก เพื่อน คนใกล้ชิดของครอบครัวคิดเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคดีที่คนร้ายเป็นคนแปลกหน้ามีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น</p>
<p>สถิตินี้แทบไม่ต่างจากในไทย การล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้นในช่วงอายุ 5-20 ปีมากที่สุดคือ 60.6 เปอร์เซ็นต์ของเหยื่อทั้งหมด หรือถ้าแบ่งตามกลุ่มอาชีพ กลุ่มนักเรียนนักศึกษาคิดเป็น 20.9 เปอร์เซ็นต์ คดีที่คนร้ายเป็นคนคุ้นเคยหรือคนในครอบครัวคิดเป็น 53 เปอร์เซ็นต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ความรักในฝัน การลงทัณฑ์ในชีวิตจริง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสองปีก่อน มีรุ่นพี่คนหนึ่งเล่าให้เราฟังถึงหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขียนโดยนักเขียนชาวไต้หวัน (มีฉบับแปลภาษาไทยโดย Maxx Publishing) บอกตามตรงว่าเราไม่กล้าอ่านเองเพราะเรื่องราวในเล่มว่าด้วยการข่มขืน โรคใคร่เด็ก สังคมที่โทษเหยื่อ (victim blaming) และกฎหมายที่ช่วยเหลืออะไรเหยื่อไม่ได้เลยถ้าไม่มีหลักฐาน แค่ฟังเรื่องย่อจากปากรุ่นพี่และอ่านรีวิวจากนักอ่านคนอื่นๆ ก็พาเราดิ่งไปเป็นวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Lin Yi-han ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เป็นชาวเมืองไถหนาน เธอเติบโตมาในครอบครัวแพทย์และสอบเข้าเรียนคณะแพทย์ได้ที่ Taipei Medical University เช่นกัน แต่หลังจากเข้าเรียนได้เพียง 14 วัน หลินอี้หานก็ลาออกและสอบเข้าเรียนใหม่ที่ National Chengchi University สาขาวรรณกรรมจีน ก่อนจะลาออกอีกครั้งหลังเรียนไปได้ 3 ปี เธอแต่งงานในปี 2016 ก่อนจะจบชีวิตตัวเองในปีถัดมา</span></p>
<p><div id="attachment_116376" style="width: 810px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-116376" class="size-full wp-image-116376" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan.jpg" alt="" width="800" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/NewFang-Si-Qi-First-Love-Paradise-Li-Yihan-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><p id="caption-attachment-116376" class="wp-caption-text"><em>Fang Si-Chi&#8217;s First Love Paradise</em> หรือ <em>สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี</em></p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลินอี้หานระบุไว้ในหนังสือว่าเธอแต่งเรื่องนี้จากเค้าโครงเรื่องจริง และครูสอนพิเศษที่เป็นผู้ร้ายในเรื่องก็เป็นตัวละครที่มีเค้าโครงของคนที่เธอรู้จักจริงๆ ภายหลังที่หนังสือถูกตีพิมพ์ไม่นานและเธอเลือกจบชีวิตลงก็มีกระแสว่าเรื่องราวในหนังสืออาจจะเป็นเรื่องราวชีวิตของเธอเอง ทางการไต้หวันจึงเริ่มสืบสวนคดีของเธอ แต่แม้พ่อแม่ของเธอจะระบุตัวครูสอนพิเศษที่เป็นผู้ต้องสงสัยได้ คดีนี้ก็ไม่มีหลักฐานหรือพยานใดๆ ให้เอาผิดผู้ต้องสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือที่ถูกระบุว่าแต่งจากเรื่องจริงและบุคคลจริงไม่ถือเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะน่าเศร้าที่สังคมไม่สามารถให้ความช่วยเหลือหลินอี้หานได้ทัน และกฎหมายไม่สามารถเยียวยาเธอและครอบครัวได้ แต่การจากไปของเธอก็สั่นสะเทือนสังคมไต้หวัน เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ หนังสือของเธอติดอันดับขายดีทั้งในไต้หวันและประเทศอื่นๆ ทำหน้าที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดและประสบการณ์เลวร้ายที่เหยื่อของอาชญากรรมทางเพศต้องเผชิญ เปิดโปงเบื้องหลังของสังคมแห่งชนชั้นและฐานะที่ละเลยคนตัวเล็กๆ อีกหลายคนให้ต้องทนทุกข์กับการลงทัณฑ์ไม่รู้จบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ผีเสื้อของตั๋วตั่ว คู่มือของเด็กและผู้ปกครองทั่วโลก</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Hsin Chia-Hui เป็นชาวเมืองไถหนานเช่นเดียวกับหลินอี้หาน เธอเรียนจบจากภาควิชาภาษาจีนจาก National Cheng Kung University ปริญญาโทและเอกด้านวรรณกรรมเยาวชนจาก University of Surrey และ Newcastle University ประเทศอังกฤษตามลำดับ ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมการอ่าน Hulu Alley Reading Association และดูแลห้องหนังสือเด็กที่หอสมุดเมืองไถหนาน&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซิ่งเจียฮุ่ยทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมานานและรับรู้ถึงเหตุการณ์การล่วงละเมิดเด็กที่เกิดขึ้นตลอดเวลา กระทั่งได้ทราบข่าวการจบชีวิตของหลินอี้หาน เธอยิ่งรู้สึกว่าการเข้าร่วมเสวนาและถกเถียงกันนั้นไม่มากพอ เธอต้องเริ่มลงมือทำอะไรบางอย่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ไต้หวันจะมีหนังสือที่สอนให้เด็กป้องกันตัวเอง แต่ก็ล้วนเป็นหนังสือแบบข้อมูลที่เน้นสั่งสอนและไม่ได้สร้างความเข้าใจให้กับเด็กจริงๆ เธอจึงคิดว่าถ้าหากมีนิทานภาพที่สร้างความเข้าใจให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองไปพร้อมๆ กัน นั่นน่าจะเป็นจิกซอว์สำคัญที่ทำให้การป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศมีประสิทธิภาพมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอได้ขอให้เหยื่อจากการถูกล่วงเกินทางเพศและผู้ที่อยู่เคียงข้างเป็นคนช่วยวาดภาพประกอบให้กับนิทานภาพเล่มนี้พร้อมกับทำคู่มือการใช้งานแนบไปกับนิทานทุกเล่มเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เรียนรู้และสร้างความเข้าใจไปพร้อมๆ กับเด็ก สุดท้าย โปรเจกต์นี้ก็สำเร็จเป็นนิทาน </span><i><span style="font-weight: 400;">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว</span></i><span style="font-weight: 400;"> ฉบับแปลไทยโดยสำนักพิมพ์ mangmoom kids&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116377" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/9786169347231l.jpg" alt="ผีเสื้อของตั๋วตั่ว" width="456" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/9786169347231l.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/9786169347231l-202x300.jpg 202w" sizes="(max-width: 456px) 100vw, 456px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคู่มือการใช้งาน </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากวิธีการใช้งานหนังสือแล้ว ยังมีวิธีการพูดคุยกับเด็กเพื่อป้องกันเหตุร้ายโดยการสอนให้เด็กรู้จักสิทธิและเสรีภาพเหนือร่างกายของตัวเอง ที่คนอื่น–แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่สามารถละเมิดได้ เมื่อเด็กปฏิเสธ ผู้ใหญ่ต้องยอมรับสิทธิเหนือร่างกายของตัวเด็กเอง นอกจากนี้ยังมีการสอนให้เด็กแยกแยะสัมผัสจากผู้อื่นที่รู้สึกสบาย ปลอดภัย และสัมผัสที่รู้สึกอึดอัด และสุดท้ายคือสร้างความไว้วางใจกับเด็กว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่เด็กรู้สึกไม่สบายใจ เด็กๆ จะกล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวโดยเฉพาะเด็กในครอบครัวของตัวเอง แต่การรู้วิธีรับมือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดก็เป็นสิ่งสำคัญ คู่มือเล่มนี้ไม่เพียงแต่บอกวิธีสอนเด็กๆ เรื่องการรับมือการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ยังสอนผู้ปกครองให้พร้อมรับมือความรู้สึกผิดหรือการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัวเมื่อคนที่รักเจ็บปวดจากการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งสร้างบาดแผลให้คนใกล้ชิดไม่แพ้กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ที่มาร่วมกันวาดภาพประกอบให้กับหนังสือคือ Chen Jie-Hao และ Hsu Sih-Ning เฉินเจี๋ยฮ่าวถูกล่วงละเมิดตั้งแต่เด็กและผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นติดอยู่กับเขามาตลอดสามสิบกว่าปี ส่วนสวีซือหนิงเป็นภรรยาที่อยู่เคียงข้างเฉินเจี๋ยฮ่าวทั้งระหว่างการฟื้นฟูและการวาดภาพให้หนังสือเล่มนี้ ประสบการณ์ของทั้งคู่ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของหนังสือนิทาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อตีพิมพ์ นิทานพร้อมคู่มือชุดนี้</span>กลายเป็นปรากฏการณ์ในไต้หวัน พ่อแม่ ผู้ปกครองพากันรีวิวและแนะนำผู้ปกครองคนอื่นๆ จากปากต่อปาก ในที่สุด หนังสือเด็กเล่มนี้ก็ได้รับ<span style="font-weight: 400;">รางวัลหนังสือที่ร้านหนังสือทั่วไต้หวันอยากแนะนำให้ผู้ปกครองอ่านมากที่สุดประจำปี 2019</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราซึ่งไม่กล้าอ่าน </span><i><span style="font-weight: 400;">สวนสนุกแห่งการลงทัณฑ์ รักในฝันของฝางซือฉี</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพราะกลัวจะทริกเกอร์สามารถอ่าน </span><i><span style="font-weight: 400;">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว</span></i><span style="font-weight: 400;"> ได้ ด้วยความเป็นนิทานสำหรับเด็กและความพยายามของทีมผู้จัดทำ ในเรื่องจึงไม่มีภาพหรือเรื่องราวที่แสดงถึงความรุนแรง ไม่ได้สร้างความรู้สึกหวาดกลัวหรือหดหู่ แต่สามารถบอกเล่าให้เด็กและผู้ใหญ่ที่อ่านรู้ได้ชัดเจนว่าเหตุการณ์ประเภทไหนที่มีความเสี่ยงในการล่วงละเมิดทางเพศ เด็กสามารถจัดการกับตัวเองได้ยังไง และผู้ใหญ่รอบข้างจะช่วยเหลือได้ยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตประจำวันของเราตอนนี้ไม่มีด้านไหนเลยที่ต้องใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับเด็กเป็นพิเศษ นอกจากเห็นลูกๆ หลานๆ ของคนรู้จักบนไทม์ไลน์ที่นับวันก็ยิ่งเยอะขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวที่เราเสพช่วงไม่กี่ปีมานี้ทำให้เรารู้สึกว่าสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนนั้นน่าเป็นห่วงมาก เมื่อเห็นโครงการ </span><i><span style="font-weight: 400;">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว </span></i><span style="font-weight: 400;">ฉบับแปลไทยครั้งแรกเราจึงเริ่มสนใจ ยิ่งได้รู้ว่าเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลและได้อ่านรีวิวจากผู้ปกครองหลายๆ คน พอมีโอกาสกลับไทยช่วงสั้นๆ เราก็ซื้อติดมือมาเล่มหนึ่งทั้งๆ ที่ไม่ได้มีเด็กเล็กในชีวิตด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่างน้อยหนังสือเล่มนี้ก็เป็นการเสริมภูมิคุ้มกันให้ตัวเองในอนาคต และเป็นการเตรียมพร้อมเราในฐานะคนคนหนึ่งที่อยู่ในสังคมเหมือนกัน</span></p>
<hr>
<h4>อ้างอิง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว</span></i></p>
<p><a href="https://www.bltbangkok.com/news/4510/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">bltbangkok.com</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/butterfly-and-duoduos-little-secret/">ผีเสื้อของตั๋วตั่ว : หนังสือนิทานที่ร้านหนังสือทั่วไต้หวันอยากให้ผู้ปกครองอ่านมากที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุดธูป เตรียมของไหว้ แล้วไปขอพร เปิดวาร์ปวัดดังและสูตรขอความรักฉบับคนไต้หวัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/find-love-at-taiwan-temple/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Nov 2020 20:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ขอพร]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้พระ]]></category>
		<category><![CDATA[วันคนโสด]]></category>
		<category><![CDATA[เทพเยว่เหล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เฒ่าจันทรา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=113449</guid>

					<description><![CDATA[<p>นึกถึงเดือน 11 ก็ต้องนึกถึงเลข 11.11 หรือ &#8216;วันคนโสด&#8217; ที่มาของวันแห่งโปรโมชั่นลดราคาแหลกลาญบนเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ ทีแรกเราคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการช้อปปิ้งในไต้หวัน เขียนไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมามีคนโสดมาถามเราเยอะมากเรื่องการไหว้ขอแฟนกับ &#8216;เทพเยว่เหล่า&#8217; นี่นา บอกก่อนว่าเราไม่เคยไหว้ขอแฟนกับเทพเยว่เหล่าในไต้หวันสักครั้ง แต่พาเพื่อนคนไทยที่มาเที่ยวไปไหว้บ่อยๆ โดยเฉพาะวัดหลงซานกับวัดเสียไห่ สองวัดดังในไทเป ซึ่งเราเต็มใจไปทุกครั้ง เพราะแม้จะไม่ได้ศึกษาเรื่องศาสนาหรือสถาปัตยกรรมมาโดยตรง แต่ก็โตมากับวัดและศาลเจ้าจีน เราเลยชอบลวดลายมังกร เทพเซียน และลวดลายอีกมากที่อธิบายไม่ถูก ชอบดูเทวรูปสวยๆ ชอบการไหว้ขอพรแล้วตบท้ายด้วยเสี่ยงปัวะปวย (โยนไม้คว่ำ-หงาย) และเซียมซี ตอบไม่ได้ว่าเราเชื่อเรื่องเทพเจ้ามากน้อยแค่ไหนแต่เวลามีเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมมากๆ การได้ผ่านพิธีกรรมพวกนี้อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกสนุกดีเวลาลุ้นผล และอุ่นใจมากขึ้นเวลาได้คำตอบที่ดี ส่วนถ้าได้คำตอบที่ไม่ดีเราก็จะเลิกนับถือเทพชั่วคราวประมาณ 2-3 วัน คิดเสียว่าเซียมซีกับปัวะปวยก็แค่แท่งไม้ ทำใจได้แล้วค่อยกลับมาดีกับเทพใหม่ &#160; ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่วัดในไต้หวันกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ถ้าได้มาไต้หวันก็ต้องมาไหว้ หรือแม้จะไม่ได้มาก็ต้องฝากเพื่อนหิ้วเครื่องรางต่างๆ กลับไปให้แทน เพื่อนคนไต้หวันของเรามีทั้งคนที่ไม่เชื่อและไม่นับถือศาสนารวมถึงวัตถุมงคลเหล่านี้เลย ส่วนบางคนก็เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นร่างทรงจนสามารถบอกเราได้ว่าถ้าไปไหว้วัดนี้ต้องทำอะไรบ้าง เทพองค์ไหนให้พรเรื่องอะไร ไหว้ท่าไหนถึงจะถูกต้อง ฯลฯ แต่เวลาเราเล่าให้คนไต้หวันฟังว่าคนไทยบางคนก็ศรัทธาในวัดที่ไต้หวันมาก ร้อยทั้งร้อยฟังแล้วก็แปลกใจ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกเหมือนกันที่เทพที่ดูจะป๊อปที่สุดในหมู่คนไทยคือ &#8216;เทพเยว่เหล่า&#8217; หรือ &#8216;ผู้เฒ่าจันทรา&#8217; ตามตำนานบอกว่าเป็นเทพที่คอยผูกด้ายแดงให้มนุษย์ และบอกว่ามนุษย์แต่ละคนควรจะได้คู่กับใคร มาคิดดูแล้วส่วนหนึ่งอาจเพราะวัดจีนในไทยไม่ค่อยมีเทพองค์นี้ประดิษฐานอยู่เท่าไหร่ หรือมีก็ไม่ใช่เทพองค์เด่น จึงกลายเป็นเทพไต้หวันที่โดดเด่นในสายตาคนไทยไปโดยปริยาย เวลาไปไหว้เทพเยว่เหล่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/find-love-at-taiwan-temple/">จุดธูป เตรียมของไหว้ แล้วไปขอพร เปิดวาร์ปวัดดังและสูตรขอความรักฉบับคนไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1">นึกถึงเดือน 11 ก็ต้องนึกถึงเลข 11.11 หรือ &#8216;วันคนโสด&#8217; ที่มาของวันแห่งโปรโมชั่นลดราคาแหลกลาญบนเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ ทีแรกเราคิดว่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับการช้อปปิ้งในไต้หวัน เขียนไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่านมามีคนโสดมาถามเราเยอะมากเรื่องการไหว้ขอแฟนกับ &#8216;เทพเยว่เหล่า&#8217; นี่นา</p>
<p class="p1">บอกก่อนว่าเราไม่เคยไหว้ขอแฟนกับเทพเยว่เหล่าในไต้หวันสักครั้ง แต่พาเพื่อนคนไทยที่มาเที่ยวไปไหว้บ่อยๆ โดยเฉพาะวัดหลงซานกับวัดเสียไห่ สองวัดดังในไทเป ซึ่งเราเต็มใจไปทุกครั้ง เพราะแม้จะไม่ได้ศึกษาเรื่องศาสนาหรือสถาปัตยกรรมมาโดยตรง แต่ก็โตมากับวัดและศาลเจ้าจีน เราเลยชอบลวดลายมังกร เทพเซียน และลวดลายอีกมากที่อธิบายไม่ถูก ชอบดูเทวรูปสวยๆ ชอบการไหว้ขอพรแล้วตบท้ายด้วยเสี่ยงปัวะปวย (โยนไม้คว่ำ-หงาย) และเซียมซี</p>
<p class="p1">ตอบไม่ได้ว่าเราเชื่อเรื่องเทพเจ้ามากน้อยแค่ไหนแต่เวลามีเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมมากๆ การได้ผ่านพิธีกรรมพวกนี้อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกสนุกดีเวลาลุ้นผล และอุ่นใจมากขึ้นเวลาได้คำตอบที่ดี ส่วนถ้าได้คำตอบที่ไม่ดีเราก็จะเลิกนับถือเทพชั่วคราวประมาณ 2-3 วัน คิดเสียว่าเซียมซีกับปัวะปวยก็แค่แท่งไม้ ทำใจได้แล้วค่อยกลับมาดีกับเทพใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1">ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่วัดในไต้หวันกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย ถ้าได้มาไต้หวันก็ต้องมาไหว้ หรือแม้จะไม่ได้มาก็ต้องฝากเพื่อนหิ้วเครื่องรางต่างๆ กลับไปให้แทน เพื่อนคนไต้หวันของเรามีทั้งคนที่ไม่เชื่อและไม่นับถือศาสนารวมถึงวัตถุมงคลเหล่านี้เลย ส่วนบางคนก็เติบโตมากับพ่อแม่ที่เป็นร่างทรงจนสามารถบอกเราได้ว่าถ้าไปไหว้วัดนี้ต้องทำอะไรบ้าง เทพองค์ไหนให้พรเรื่องอะไร ไหว้ท่าไหนถึงจะถูกต้อง ฯลฯ แต่เวลาเราเล่าให้คนไต้หวันฟังว่าคนไทยบางคนก็ศรัทธาในวัดที่ไต้หวันมาก ร้อยทั้งร้อยฟังแล้วก็แปลกใจ</p>
<p class="p1">แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกเหมือนกันที่เทพที่ดูจะป๊อปที่สุดในหมู่คนไทยคือ &#8216;เทพเยว่เหล่า&#8217; หรือ &#8216;ผู้เฒ่าจันทรา&#8217; ตามตำนานบอกว่าเป็นเทพที่คอยผูกด้ายแดงให้มนุษย์ และบอกว่ามนุษย์แต่ละคนควรจะได้คู่กับใคร มาคิดดูแล้วส่วนหนึ่งอาจเพราะวัดจีนในไทยไม่ค่อยมีเทพองค์นี้ประดิษฐานอยู่เท่าไหร่ หรือมีก็ไม่ใช่เทพองค์เด่น จึงกลายเป็นเทพไต้หวันที่โดดเด่นในสายตาคนไทยไปโดยปริยาย</p>
<p class="p1">เวลาไปไหว้เทพเยว่เหล่า คนไต้หวันมักจะเตรียมขนมหวาน ช็อกโกแลต พุทราจีน เก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี) หรือดอกไม้สำหรับบูชาด้วย และเวลาขอเรามักจะแนะนำเพื่อนให้เริ่มจากการแนะนำตัวเอง ทั้งชื่อ วันเกิด อายุ ที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นวิธีที่เราใช้ทุกครั้งที่ไปไหว้ขอพรเทพทุกองค์ พอถึงเวลาขอก็ให้ขออย่างละเอียดที่สุด จะบอกแค่ “ขอให้ได้เจอกับคนดีๆ ไม่นอกใจ และเข้ากันได้สักคน” นั้นกว้างไป คนไต้หวันเขาว่าเทพจะสับสน หรือถ้าอยากได้คนสูงๆ จะบอกว่า “ขอคนสูงๆ” ก็ไม่ได้อีก ต้องระบุไปเลยว่าสูงอย่างน้อยเท่าไหร่</p>
<p class="p1">ไม่ต้องกลัวเทพจะหาว่าเรื่องมาก อยากได้เท่าไหร่ก็ต้องบอกให้ละเอียด ในบทความท่องเที่ยวไต้หวันของ <em>The Taiwan Times</em> ถึงกับบอกให้ระบุทั้งอายุ หน้าตา พื้นเพ และลักษณะหรืออุปนิสัยอื่นๆ สุดท้ายเรามักแนะนำเพื่อนหลายคนให้จดโน้ตมาเลย ถึงเวลาไหว้ก็ควักขึ้นมาอ่านตามนั้น จะยืนขอหลายนาทีก็ไม่เป็นไร ไกด์อย่างเรารอได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1">ช่วงแรกๆ มีเพื่อนหลายคนไม่ได้เตรียมมาล่วงหน้า หลายคนก็ขอแค่กว้างๆ แล้วบอกกับเราว่า “เขาเป็นเทพก็ต้องรู้แหละว่าคนไหนเหมาะกับเรา” และมีอีกหลายคนที่ไม่กล้าไหว้ขอเป็นภาษาไทยเพราะกลัวเทพจะไม่รู้เรื่อง เราได้แต่บอกเพื่อนว่า “เขาเป็นเทพก็ต้องฟังออกทุกภาษาแหละน่า”</p>
<p class="p1">นอกจากการไหว้ขอพรแล้ว แต่ละวัดของไต้หวันยังมีวิธีทำพิธีให้เสร็จสมบูรณ์ต่างกัน อย่างที่วัดหลงซานนั้นหลังจากขอพรเสร็จต้องเสี่ยงปัวะปวยด้วยเพื่อดูว่าเทพยินยอมจะช่วยหรือเปล่า ถ้าไม้เสี่ยงทายออกคว่ำ-หงาย 3 ครั้งแปลว่าเทพตอบตกลง เราก็สามารถไปหยิบด้ายแดงวนธูป 3 รอบ แล้วพกติดตัวไว้ได้เลย</p>
<p class="p1">ส่วนที่วัดเสียไห่ต้องใช้ชุดกระดาษเงินกระดาษทอง ธูป และของบูชาอื่นๆ ที่ทางวัดจัดให้เพื่อไหว้เทพเจ้าต่างๆ ตามลำดับที่มีบอกไว้ หลังปักธูปถ้าโชคดีวันนั้นอาจมีคู่รักที่สมหวังกลับมาไหว้พร้อมกับเค้กแต่งงานหรือขนมหวานอื่นๆ ทางวัดก็จะเอาของไหว้เหล่านั้นออกมาแบ่งให้ผู้ที่มาไหว้วันเดียวกันได้กิน เหมือนเป็นการแบ่งพลังแห่งความโชคดี หรือถ้าวันนั้นไม่มีของไหว้จากคู่รักที่สมหวังวัดจะให้ดื่มน้ำชาศักดิ์สิทธิ์ที่ปรุงจากพุทราจีน เก๋ากี้ และน้ำตาลแทนคำอวยพรจากเทพเยว่เหล่าแทน</p>
<p class="p1">วันที่หนาวๆ เขาจะเสิร์ฟชาร้อน ถ้าผ่านไปทางนั้น เราจะเดินไปไหว้และจิบชานี้เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้ขอแฟน แต่ก็ขอให้เทพเยว่เหล่าช่วยประทานความหวานและอบอุ่นด้วยชาหนึ่งแก้วแทน</p>
<p class="p1">เขียนมาขนาดนี้ จะไม่แนะนำวัดดังที่คนไต้หวันนิยมไปขอแฟนก็ยังไงอยู่ ว่าแล้วก็&#8230;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 class="p1">1. วัดหลงซาน (Longshan Temple)</h4>
<p class="p1">วัดเก่าแก่ยอดฮิตของไทเปที่แม้ช่วงโควิด-19 ไต้หวันจะปิดประเทศแต่วัดก็ยังคึกคักทุกวัน วัดนี้เดินทางสะดวกเพราะอยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินชื่อสถานี Longshan Temple ถัดจากสถานี Ximending ถ้าขอความรักวัดนี้ต้องวัดดวงว่าเทพจะตกลงยอมช่วยและได้ด้ายแดงกลับไปหรือเปล่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-113538" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน.jpg" alt="" width="1200" height="679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน-768x435.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน-1024x579.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดหลงซาน-600x340.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><a href="https://goo.gl/maps/TeerBoT8BVbWk1ET8" target="_blank" rel="noopener">แผนที่</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 class="p1">2. วัดเสียไห่ (Xia Hai City God Temple)</h4>
<p class="p1">ตั้งอยู่ในย่านต้าเต้าเฉิงและโด่งดังเรื่องความรักโดยเฉพาะ มาวัดนี้ขอแค่ทำครบทุกขั้นตอนก็จะได้ด้ายแดงกลับไป นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเกาหลีและญี่ปุ่นจะชอบมาวัดนี้เป็นพิเศษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-113540" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่.jpg" alt="" width="1200" height="896" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่-300x224.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่-768x573.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่-1024x765.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/วัดเซี่ยไห่-600x448.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><a href="https://goo.gl/maps/WaDYehGApCbnvKjM9">แผนที่</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><strong>3. วัดต้าเทียนโฮ่ว (Grand Mazu Temple)</strong></p>
<p class="p1">วัดเก่าแก่ในเมืองไถจง ตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวติดกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในศาลของเทพเยว่เหล่ามีบอร์ดติดรูปคู่รักและการ์ดเชิญไปงานแต่งงานของคู่รักที่สมหวังหลายคู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-113542" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/ศาลเทพเจ้าเยว่เหลาในวันต้าเทียนโฮ่ว-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><a href="https://goo.gl/maps/QVXvZfVPV3d85EBv8" target="_blank" rel="noopener">แผนที่</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><strong>4. วัดหลงเฟิ่ง (Longfeng Temple)</strong></p>
<p class="p1">วัดที่อยู่ติดกับทะเลสาบสุริยันจันทรา มีเทพเยว่เหล่าองค์ใหญ่ตั้งอยู่ตรงศาลาด้านนอก มีขั้นตอนการทำพิธีคล้ายกับวัดเสียไห่</p>
<p><a href="https://goo.gl/maps/NvyvfEE5qFZzUPbF7" target="_blank" rel="noopener">แผนที่</a></p>
<hr>
<p class="p1"><strong>อ้างอิง</strong></p>
<p class="p4"><a href="https://thetaiwantimes.com/find-love-at-taiwans-top-five-cupid-temples/3429">thetaiwantimes.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/find-love-at-taiwan-temple/">จุดธูป เตรียมของไหว้ แล้วไปขอพร เปิดวาร์ปวัดดังและสูตรขอความรักฉบับคนไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พันธมิตรชานม since 2020 : จากดราม่า BL สู่ขบวนการเรียกร้องเสรีภาพแบบใหม่แบบสับ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/milk-tea-alliance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Sep 2020 15:06:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรชานม]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์ BL]]></category>
		<category><![CDATA[Boylove]]></category>
		<category><![CDATA[ไช่อิงเหวิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประธานาธิบดีไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=109413</guid>

					<description><![CDATA[<p>คอลัมน์ครั้งนี้ต้องบอกว่าเขียนยากมากสำหรับเรา เพราะเป็นประเด็นที่ไปไกลเกินกว่าหลายคนจะคาดถึง และอีกหลายคนก็มีส่วนร่วมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เรากำลังพูดถึงประเด็น&#160;พันธมิตรชานม&#160;ที่ต่อยอดมาจากดราม่าที่เดิมทีเป็นเรื่องราวระหว่างแฟนคลับไทยและจีนของนักแสดงซีรีส์ BL ชาวไทย ก่อนที่อีก 2-3 วันถัดมาจะลุกลามเป็นดราม่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีจีน-ไทยเป็นตัวละครหลัก และไต้หวันในฐานะตัวละครที่ถูกอ้างถึงออกมามีส่วนในภายหลัง ช่วงนั้นชาวเน็ตไทยน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวหลายอย่างจากทางการไต้หวันที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ แค่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ประธานาธิบดีไต้หวัน ไช่ อิงเหวิน ทวีตอวยพรเทศกาลสงกรานต์ให้ชาวไทยเป็นภาษาไทย ทั้งที่ปกติบนไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ของเธอจะโพสเป็นภาษาจีน ญี่ปุ่น หรืออังกฤษเสมอ และไม่ได้มาแค่ประโยคเดียวอย่างสุขสันต์วันสงกรานต์ด้วย แต่ยาวจนเกือบครบโควตา 240 ตัวอักษร ต่อด้วยผู้ว่านครเถาหยวน เจิ้ง เหวิน-ช่าน ที่ทวีตรูปคู่กับผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ธงชัย ชาสวัสดิ์ พร้อมกับข้อความภาษาไทยเหมือนกันว่าอยากชวนเพื่อนสนิทคนนี้มาร่วมงานสงกรานต์ปีหน้าและอยากกินผัดไทย 2 ทวีตที่ว่าแม้ไม่ได้พูดถึงดราม่าดังกล่าวแม้แต่นิดเดียว แต่ใครเห็นก็รู้สึกได้ว่านักการเมืองไต้หวันโดยเฉพาะพรรค DPP ก็คงติดตามข่าวนี้อยู่เหมือนกัน &#160; ไทย-ไต้หวัน พันธมิตรชานมที่เพิ่งถือกำเนิด? ถ้าถามว่าเป็นเพราะเหตุการณ์นี้หรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลไต้หวันเริ่มดำเนินการกระชับความสัมพันธ์กับไทยในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การบริจาคชุด PPE 15,000 ชุดจากเมืองเถาหยวน หรือการบริจาคแมสก์ 2 แสนชิ้นจากรัฐบาลไต้หวัน ที่จริงมีข่าวออกมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนแล้วว่ารัฐบาลไต้หวันเตรียมจะบริจาคแมสก์จำนวน 1 ล้านชิ้นให้กับประเทศที่อยู่ในกลุ่มนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/milk-tea-alliance/">พันธมิตรชานม since 2020 : จากดราม่า BL สู่ขบวนการเรียกร้องเสรีภาพแบบใหม่แบบสับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="normal"><span lang="EN">คอลัมน์ครั้งนี้ต้องบอกว่าเขียนยากมากสำหรับเรา เพราะเป็นประเด็นที่ไปไกลเกินกว่าหลายคนจะคาดถึง และอีกหลายคนก็มีส่วนร่วมทั้งโดยตรงและโดยอ้อม</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">เรากำลังพูดถึงประเด็น&nbsp;<strong>พันธมิตรชานม&nbsp;</strong>ที่ต่อยอดมาจากดราม่าที่เดิมทีเป็นเรื่องราวระหว่างแฟนคลับไทยและจีนของนักแสดงซีรีส์ BL ชาวไทย ก่อนที่อีก 2-3 วันถัดมาจะลุกลามเป็นดราม่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มีจีน-ไทยเป็นตัวละครหลัก และ<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99" target="_blank" rel="noopener">ไต้หวัน</a>ในฐานะตัวละครที่ถูกอ้างถึงออกมามีส่วนในภายหลัง</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">ช่วงนั้นชาวเน็ตไทยน่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวหลายอย่างจากทางการไต้หวันที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ แค่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ประธานาธิบดีไต้หวัน <a href="https://twitter.com/iingwen" target="_blank" rel="noopener">ไช่ อิงเหวิน</a> ทวีตอวยพรเทศกาลสงกรานต์ให้ชาวไทยเป็นภาษาไทย ทั้งที่ปกติบนไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ของเธอจะโพสเป็นภาษาจีน ญี่ปุ่น หรืออังกฤษเสมอ และไม่ได้มาแค่ประโยคเดียวอย่างสุขสันต์วันสงกรานต์ด้วย แต่ยาวจนเกือบครบโควตา 240 ตัวอักษร ต่อด้วยผู้ว่านครเถาหยวน เจิ้ง เหวิน-ช่าน ที่ทวีตรูปคู่กับผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ธงชัย ชาสวัสดิ์ พร้อมกับข้อความภาษาไทยเหมือนกันว่าอยากชวนเพื่อนสนิทคนนี้มาร่วมงานสงกรานต์ปีหน้าและอยากกินผัดไทย</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">2 ทวีตที่ว่าแม้ไม่ได้พูดถึงดราม่าดังกล่าวแม้แต่นิดเดียว แต่ใครเห็นก็รู้สึกได้ว่านักการเมืองไต้หวันโดยเฉพาะพรรค DPP ก็คงติดตามข่าวนี้อยู่เหมือนกัน</span></p>
<p class="normal"><b><span lang="EN">&nbsp;<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-110282" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11.png" alt="" width="862" height="844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11.png 862w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11-300x294.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11-768x752.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11-600x587.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2563-09-29-at-21.20.11-48x48.png 48w" sizes="(max-width: 862px) 100vw, 862px" /></span></b></p>
<h3></h3>
<h3 class="normal"><b><span lang="EN">ไทย-ไต้หวัน พันธมิตรชานมที่เพิ่งถือกำเนิด?</span></b><b></b></h3>
<p class="normal"><span lang="EN">ถ้าถามว่าเป็นเพราะเหตุการณ์นี้หรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลไต้หวันเริ่มดำเนินการกระชับความสัมพันธ์กับไทยในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การบริจาคชุด PPE 15,000 ชุดจากเมืองเถาหยวน หรือการบริจาคแมสก์ 2 แสนชิ้นจากรัฐบาลไต้หวัน ที่จริงมีข่าวออกมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนแล้วว่ารัฐบาลไต้หวันเตรียมจะบริจาคแมสก์จำนวน 1 ล้านชิ้นให้กับประเทศที่อยู่ในกลุ่มนโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound Policy) ที่แจ้งความต้องการต่อไต้หวัน แต่ ณ ขณะนั้นแม้ไทยจะอยู่ในกลุ่มดังกล่าว ก็ยังไม่มีชื่อของไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่แจ้งความต้องการต่อทางไต้หวัน เราเลยไม่สามารถยืนยันฟันธงลงไปได้ว่าการบริจาคครั้งนี้เป็นเพราะภายหลังไทยเกิดเปลี่ยนใจแจ้งความต้องการไปหรือเปล่า หรือทางไต้หวันตัดสินใจเพิ่มไทยเข้าไปเองเพราะเหตุการณ์ดราม่าที่เกิดขึ้นแล้วบอกว่าเป็นหนึ่งในการดำเนินการตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110277 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM-839x1024.png" alt="พันธมิตรชานม" width="839" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM-839x1024.png 839w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM-246x300.png 246w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM-768x937.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM-600x732.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.50.46-PM.png 1200w" sizes="(max-width: 839px) 100vw, 839px" /></p>
<p class="normal"><span lang="EN">ส่วนทางเถาหยวนก็ตีความยากอีก เพราะแม้เถาหยวนเป็นเมืองที่มีแรงงานไทยอาศัยอยู่มากตั้งแต่เมื่อ 10-20 ปีก่อน จนสามารถจัดงานสงกรานต์หรือลอยกระทงได้ แต่การที่นายเจิ้งในฐานะผู้ว่านครเถาหยวนทวีตเป็นภาษาไทยก่อนหน้านั้น รวมถึงยังเสิร์ฟชาไทยและชานมไต้หวันระหว่างงานแถลงข่าวการบริจาคชุด PPE ก็ทำให้หลายคนอดเชื่อมโยงกันไม่ได้อยู่ดีว่าการบริจาคเกี่ยวข้องกับดราม่าก่อนหน้า</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">คิดในแง่ดี รัฐบาลของไช่ อิงเหวิน ก็แสดงออกว่าสนใจเพิ่มระดับความสัมพันธ์กับประเทศไทยมาตั้งแต่แรก ทั้งการให้ฟรีวีซ่าและเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาให้นักศึกษาไทยมาเรียนที่ไต้หวันอยู่เรื่อยๆ อีกอย่างคือไต้หวันเองก็เป็นประเทศที่รับมือโควิด-19 ได้ดีเป็นอันดับต้นๆ และพอเริ่มตั้งตัวได้ก็บริจาคเครื่องมือการแพทย์ที่สำคัญให้กับหลายประเทศทั่วโลกก่อนหน้าไทย การบริจาคในตอนนั้นก็อาจเป็นแค่สิ่งที่อยู่ในแพลนอยู่แล้ว แต่มาถูกเวลาไปหน่อย</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">ทีมงานของรัฐบาลไต้หวันเองก็เล่นกับกระแสบนโซเชียลมีเดียเก่งมาแต่ไหนแต่ไร แม้คนไต้หวันส่วนใหญ่ไม่เล่นทวิตเตอร์ แต่นักการเมืองไต้หวันหลายคนมีแอ็กเคานต์ทั้งบนเฟซบุ๊กเพื่อเอาไว้สื่อสารเป็นภาษาจีนกับชาวไต้หวัน และบนทวิตเตอร์ซึ่งส่วนใหญ่ดูเหมือนเอาไว้สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น หรือภาษาอื่นๆ กับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ การจะเล่นกับกระแสบนอินเทอร์เน็ตบ้างก็ดูเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะโอกาสที่จะได้เห็นชาวเน็ตไทยออกมาช่วยเรียกร้องแทนไต้หวันขนาดนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ด้วย</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110274" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM-1024x941.png" alt="" width="1024" height="941" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM-1024x941.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM-300x276.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM-768x705.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM-600x551.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.41.27-PM.png 1202w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p class="normal"><span lang="EN"> &nbsp;</span></p>
<h3 class="normal"><b><span lang="EN">พันธมิตรชานม</span></b><b></b></h3>
<p class="normal"><span lang="EN">เหตุการณ์ผ่านมาหลายเดือน ใครจะไปคิดว่าดราม่าที่มีต้นกำเนิดจากวงการบันเทิงในวันนั้นจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ จากสงครามมีมบนโลกอินเทอร์เน็ตก็กลายเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีความร่วมมือกันจริงจัง เริ่มต้นมีแค่ไทยและไต้หวัน ก่อนที่จะลากเอาฮ่องกงเข้ามาร่วมในฐานะที่เป็นตัวละครที่กำลังถูกกดดันจากจีนโดยตรง แล้วตามด้วยอินเดียที่มีข้อพิพาทบริเวณพรมแดนกับจีน </span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดและเกิดขึ้นในไต้หวันคือกลุ่ม Taiwan Alliance for Thai Democracy ผู้จัดงานไทเปจะไม่ทน–การชุมนุมคู่ขนานจากไทเปทั้ง 2 ครั้งในวันที่ 16 สิงหาคมและ 19 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในการชุมนุมนอกจากจะมีการปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตยในไทยแล้ว ยังมีตัวแทนจากไต้หวัน ฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่ร่วมปราศรัยและบอกเล่าประสบการณ์จากบ้านเกิดของตัวเอง ภายใต้ความหวังเดียวกันว่าจะสามารถต่อสู้เพื่อนำสิทธิเสรีภาพกลับสู่บ้านเมืองของตัวเองและเพื่อนบ้านได้</span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">แน่นอนว่าในงานก็มีผู้ปราศรัยบางคนกล่าวถึงพันธมิตรชานม หรือ Milk Tea Alliance ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการชุมนุมของคนหลากหลายชาติแบบนี้ขึ้นมาได้ </span></p>
<p class="normal"><span lang="EN"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110275 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM-803x1024.png" alt="พันธมิตรชานม" width="803" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM-803x1024.png 803w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM-235x300.png 235w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM-768x979.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM-600x765.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-29-at-7.42.13-PM.png 1200w" sizes="(max-width: 803px) 100vw, 803px" /></span></p>
<p class="normal"><span lang="EN">ขณะเดียวกันบนโลกออนไลน์ ในวันที่เรากำลังพิมพ์ต้นฉบับของคอลัมน์นี้อยู่ #MilkTeaAlliance ก็เต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์จากการชุมนุมในไทยและฮ่องกง แทรกด้วยข่าวจากอินเดีย มองโกเลีย หรือแม้แต่เบลารุส ไม่ว่าจะมองด้านไหนการถือกำเนิดและทิศทางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรชานมก็น่าสนใจ และน่าจะเป็นอีกตัวอย่างสำคัญที่ควรศึกษา (ถ้าตอนที่เกิดเรื่องเรายังเรียน ป.โทอยู่ ก็คงหยิบเอาเรื่องนี้ไปเสนอทำทีสิสจริงจังแล้ว)</span></p>
<p>ใครจะไปคิดว่าชานมไม่กี่แก้วจะสามารถพากลุ่มนักเคลื่อนไหวจากหลายชาติที่ดูเผินๆ น่าจะรวมตัวกันได้ยาก มารวมตัวกันได้จนกลายเป็นขบวนการเรียกร้องเสรีภาพที่ทั้งส่งเสริมและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แถมเคลื่อนไหวทั้งออนไลน์และออฟไลน์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/milk-tea-alliance/">พันธมิตรชานม since 2020 : จากดราม่า BL สู่ขบวนการเรียกร้องเสรีภาพแบบใหม่แบบสับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
