<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นิติพงษ์ การดี, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author525/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Aug 2021 10:31:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2021 08:06:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[โชว์เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[Nann]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[NANN NIK-NIK]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Kaniit.Textile]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โน๊ต ขนิษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขนิษฐา นวลตรณี]]></category>
		<category><![CDATA[PDM]]></category>
		<category><![CDATA[ดิว ดุลยพล]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลยพล ศรีจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[นักออกแบบสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดน่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142563</guid>

					<description><![CDATA[<p>NANN NIK-NIK หากจะพูดถึงแบรนด์ที่เปลี่ยนสินค้าท้องถิ่นไทยให้ร่วมสมัย เราคิดว่า PDM BRAND คือหนึ่งในแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ PDM คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านสัญชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการหยิบเอาของพื้นบ้านอย่างเสื่อมารีดีไซน์ใหม่ให้มีฟังก์ชั่นคล้ายพรม จนเกิดเป็นเสื่อกราฟิกลายสวยที่มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ไม่อมฝุ่น ดูแลรักษาง่าย ขวัญใจของเหล่าแม่บ้าน พ่อบ้าน และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบทั้งวงการ โจทย์ล่าสุดของ PDM คือการถ่ายทอดกลิ่นอายของจังหวัดน่านผ่านโปรดักต์สุดเก๋อย่างเสื่อพับรุ่น ‘NIK-NIK’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามไอเทมจากโปรเจกต์ ‘โชว์เหนือ’ ที่ a day ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดิว–ดุลยพล ศรีจันทร์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง PDM ก็ได้ชวน โน๊ต–ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอประจำมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเจ้าของสตูดิโออย่าง Kaniit.Textile มารับหน้าที่ในการออกแบบ&#160; ผลลัพธ์ของโจทย์ดังกล่าวออกมาเป็น NANN เสื่อพับลายสวยที่โน๊ตตั้งใจยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อ แถมเธอยังใช้รอยพับของเสื่อ NIK-NIK ให้เป็นประโยชน์ จากที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเมื่อเทียบกับเสื่อผืนใหญ่ที่โชว์ลวดลายได้แบบเต็มๆ เมื่อโน๊ตตั้งใจออกแบบลายให้ล้อไปกับรอยพับจึงเกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เบื้องหลังวิธีคิดและการทำงานเหล่านี้เองที่ถักทอรวมกันจนกลายเป็นเสื่อ NANN NIK-NIK พวกเขาทำได้ยังไง ปูเสื่อนั่งฟังโน๊ตและดิวเล่าได้เลย PDM x [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/">เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> NANN NIK-NIK </span>หากจะพูดถึงแบรนด์ที่เปลี่ยนสินค้าท้องถิ่นไทยให้ร่วมสมัย เราคิดว่า <a href="https://adaymagazine.com/pdm-brand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PDM BRAND</a> คือหนึ่งในแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย</p>



<p>สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ PDM คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านสัญชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการหยิบเอาของพื้นบ้านอย่างเสื่อมารีดีไซน์ใหม่ให้มีฟังก์ชั่นคล้ายพรม จนเกิดเป็นเสื่อกราฟิกลายสวยที่มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ไม่อมฝุ่น ดูแลรักษาง่าย ขวัญใจของเหล่าแม่บ้าน พ่อบ้าน และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบทั้งวงการ</p>



<p>โจทย์ล่าสุดของ PDM คือการถ่ายทอดกลิ่นอายของจังหวัดน่านผ่านโปรดักต์สุดเก๋อย่างเสื่อพับรุ่น ‘NIK-NIK’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามไอเทมจากโปรเจกต์ ‘โชว์เหนือ’ ที่ a day ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่ง <strong>ดิว–ดุลยพล ศรีจันทร์</strong> ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง PDM ก็ได้ชวน <strong>โน๊ต–ขนิษฐา นวลตรณี</strong> นักออกแบบสิ่งทอประจำมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเจ้าของสตูดิโออย่าง <a href="https://adaymagazine.com/kaniit-textile/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Kaniit.Textile</a> มารับหน้าที่ในการออกแบบ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผลลัพธ์ของโจทย์ดังกล่าวออกมาเป็น NANN เสื่อพับลายสวยที่โน๊ตตั้งใจยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อ แถมเธอยังใช้รอยพับของเสื่อ NIK-NIK ให้เป็นประโยชน์ จากที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเมื่อเทียบกับเสื่อผืนใหญ่ที่โชว์ลวดลายได้แบบเต็มๆ เมื่อโน๊ตตั้งใจออกแบบลายให้ล้อไปกับรอยพับจึงเกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร</p>



<p>เบื้องหลังวิธีคิดและการทำงานเหล่านี้เองที่ถักทอรวมกันจนกลายเป็นเสื่อ NANN NIK-NIK พวกเขาทำได้ยังไง ปูเสื่อนั่งฟังโน๊ตและดิวเล่าได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142572" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>PDM x Kaniit.Textile</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong></strong>โดยปกติแล้ว ลายเสื่อส่วนใหญ่ของ PDM จะมีหัวเรือด้านการออกแบบและวางทิศทางหลักๆ คือ Sini Henttonen ดีไซเนอร์ชาวฟินแลนด์ เพื่อนของดิว ผู้จุดประกายให้ดิวสนใจนำเสื่อมาออกแบบให้เป็นของตกแต่งในบ้านและเริ่มต้นทำแบรนด์ PDM&nbsp;</p>



<p>แต่ด้วยเป้าหมายของดิวเองที่อยากให้สินค้าของ PDM ผ่านการคิดจากดีไซเนอร์หลากหลายสาขา เขาจึงชวนนักออกแบบที่น่าสนใจมาทำงานด้วยกัน ซึ่งโน๊ตเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่เคยร่วมโปรเจกต์กับ PDM มาแล้วในการออกแบบเสื่อรุ่น AAMU&nbsp;</p>



<p>“ในมุมผมการทำงานดีไซน์ของโน๊ตแตกต่างจากดีไซเนอร์คนอื่นๆ เพราะเขาไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบลายก่อน แต่เริ่มจากศึกษาเทคนิคที่จะทำงานนั้นขึ้นมาแล้วค่อยออกแบบลายตามเทคนิคนั้นๆ อย่างการดีไซน์ AAMU ที่เคยทำก็เกิดจากการไปดูว่าวิธีการทำงานของเครื่องจักรเป็นยังไง แล้วโน๊ตก็เกิดไอเดียว่าอยากออกแบบลายที่ค่อยๆ วางเส้นที่จะสานเป็นเสื่อทีละเส้น ซึ่งมันเป็นวิธีการแบบนักออกแบบสิ่งทอเลย” ดิวเล่าถึงความประทับใจที่เขามีต่อดีไซเนอร์ผ้าทอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142586" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ทีนี้พอคอนเซปต์ของเราคือการท่องเที่ยวและภาคเหนือ เมื่อได้รับโจทย์มาปุ๊บ โน๊ตเป็นคนเดียวที่เรานึกถึง” ดิวเกริ่น ก่อนจะอธิบายต่อ</p>



<p>“ถ้าไปดูเส้นทางการทำงานของโน๊ต เขาผูกพันกับภาคเหนือมาตลอดแม้ว่าจะไม่ใช่คนเหนือ ก่อนหน้านี้เขาเคยฝึกงานที่ดอยตุง ตอนนี้ทำงานอยู่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ แล้วก็มีความเข้าใจเรื่องพื้นถิ่นแถวนี้ รวมถึงการทอผ้าที่เขาเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี พอรวมส่วนผสมในตัวของโน๊ตแล้วผมคิดว่าเขาตรงโจทย์ที่สุด เรานึกคนอื่นไม่ออกเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยกภูเขาออกจากน่าน (มาไว้บนเสื่อ)</strong></h3>



<p>แม้จะคุ้นเคยกับภาคเหนือมากแค่ไหน แต่โจทย์นี้ก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับโน๊ตอยู่ดี เธอจึงใช้เวลาไปไม่น้อยเพื่อตามหาคอนเซปต์ที่ใช่และลายที่เหมาะสม โดยเริ่มต้นจากการถามตัวเองง่ายๆ ก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะนึกถึงเมื่อต้องเดินทางไปจังหวัดน่าน<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“ส่วนตัวเรานึกถึงภูเขา โดยเฉพาะเวลาที่ขึ้นไปอยู่ตรงยอดเขาจะเห็นลักษณะภูเขาเรียงซ้อนกันไปมา ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับน่านเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเวลาพูดถึงภาคเหนือ เกือบทุกคนก็จะนึกถึงวิวภูเขาซ้อนต่อกันแบบนี้” หลังจากได้คอนเซปต์หลักแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรีเสิร์ชข้อมูลและทำแบบร่าง</p>



<p>“เราหาข้อมูลด้วยการไปถามเพื่อนที่ชอบเดินป่า เดินเขา ซึ่งก็ได้ข้อมูลว่า หนึ่ง–ภูมิศาสตร์ของน่านกว่า 85 เปอร์เซ็นต์เป็นป่าและภูเขา สอง–มีสภาพอากาศแบบชื้น บรรยากาศเย็นๆ ครึ้มๆ หมอกเยอะ แต่ก็มีทั้งป่าทึบผสมกับพื้นที่เกษตรกรรม และสาม–ถ้าเดินลึกเข้าไปอีกจะได้บรรยากาศเหมือนป่าในเทพนิยายซึ่งมีเสน่ห์มากๆ ทั้ง 3 ข้อที่ว่าคือการตีความภูเขาของจังหวัดน่านในแบบของเรา”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142570" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โน๊ตออกตัวว่าเธอเป็นคนที่มักจะสลับโหมดการทำงานไปมาระหว่างการออกแบบลายในคอมพิวเตอร์และการสเกตช์ด้วยมือ แต่หนึ่งในภาพร่างที่เตะตาเป็นพิเศษก็คือรูปทรงภูเขาสีดำมากมายบนกระดาษ</p>



<p>“เราพยายามจะหา motif หรือแม่ลายภูเขาที่ไม่แข็งจนเกินไป คือถ้าให้เราวาดมันก็อาจจะดูไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ เราเลยใช้การฉีกกระดาษเพื่อให้ได้เส้นที่ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ ฉีกไปเรื่อยๆ เหมือนกับที่ครูฝรั่งชอบบอกเราว่า ‘ลองเลย ไม่ต้องไปคิดหรือกะเกณฑ์อะไรมาก’ ซึ่งก็มีหลายอันที่น่าสนใจ เราจึงนำไปสแกนเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่อ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนข้อจำกัดของเสื่อพับเป็นเอกลักษณ์ของ NANN</strong></h3>



<p>ในบรรดาเสื่อหลากรุ่นหลายไซส์ของ PDM สิ่งที่ดิวเลือกมาให้โน๊ตออกแบบคือ NIK-NIK เสื่อพับได้พกพาสะดวกที่เปิดพรีออร์เดอร์กี่รอบก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า</p>



<p>“เรารู้สึกว่ามันเหมาะกับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบเอาเสื่อติดรถหรือหิ้วไปไหนก็ได้ ยิ่งโปรเจกต์นี้ตั้งใจพูดถึงการท่องเที่ยวมันก็ยิ่งตอบโจทย์สำหรับใครที่ชอบเอาเสื่อไว้หลังรถ” ดิวบอกกับเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142566" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มาถึงตรงนี้ ใช่ว่าโน๊ตจะนำคอนเซปต์เรื่องป่าเขาที่ได้จากการรีเสิร์ชไปออกแบบลายในทันที เพราะเธอเลือกที่จะย้อนกลับไปศึกษาโครงสร้างและการใช้งานเสื่อรุ่น NIK-NIK อย่างลงลึก เพื่อให้การออกแบบลายเป็นไปอย่างราบรื่นและลงตัวที่สุด</p>



<p>“เราพยายามศึกษาว่าแพตเทิร์นของ NIK-NIK เป็นยังไง อธิบายง่ายๆ คือมันเป็นเสื่อที่จะมีรอยพับ 3 ทบตามแนวยาว ซึ่งจะมีผลต่อการออกแบบของเรา เพราะเราคิดว่าถ้าดีไซน์เป็นลายใหญ่เลยแล้วตอนใช้จะต้องมาพับอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่” โน๊ตอธิบายถึงข้อจำกัดก่อนที่ดิวจะเสริมต่อ<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“NIK-NIK ถือว่าเป็นเสื่อที่มีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง ต้องยอมรับว่าช่วงแรกที่เราพัฒนาดีไซน์เสื่อให้ใช้งานแทนพรมมันสวยจริง แต่พอจะต้องพับไปใช้ที่อื่นแล้วมันไม่ได้เลย ต้องดีไซน์ใหม่ตลอด”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โชคดีที่โน๊ตจัดการกับอุปสรรคข้อนี้ได้อย่างชาญฉลาด<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“เราคิดว่าอยากใช้รอยพับให้เป็นข้อดี โดยใช้การออกแบบลายที่คล้ายกับ patchwork หรือศิลปะการเย็บปะติดปะต่อผ้า” โน๊ตเล่า และดิวเองก็เห็นด้วยที่เธอตัดสินใจใช้รอยพับเป็นหนึ่งในการดีไซน์ ไม่ใช่แค่วิธีการเก็บเสื่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142575" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่การจะทำให้คอนเซปต์ที่คิดไว้กลายมาเป็นลายบนเสื่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการต้องแยกออกมาเป็นภาพปะติดปะต่อเพื่อเล่นกับรอยพับแล้วดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>“ความยากของมันคือเราคิดไม่ออกเลย” โน๊ตยอมรับพลางหัวเราะ “พอเราอยากทำให้มันเป็น patchwork เราต้องแบ่งลายกราฟิกที่ออกแบบเป็นช่อง แล้วแบ่งช่องแบบไหนถึงจะดูสวย นอกจากนี้มันยังมีเรื่องเชิงเทคนิคด้วย อันไหนทำไม่ได้เราก็ต้องค่อยๆ ลดทอนลงมา”</p>



<p>จากตอนแรกโน๊ตตั้งใจจะออกแบบลายให้เห็นภูเขาทั้ง 3 ระดับ แต่การออกแบบเสื่อทำให้เธอต้องคำนึงถึงโครงสร้างการทอระหว่างออกแบบด้วย ซึ่งเทคนิคการทอแบบ jacquard ของ PDM ก็ทำให้บางอย่างที่โน๊ตออกแบบไว้ต้องลดทอนไปตามสเกลของเครื่องจักร&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สีเขียวของป่าเขาที่ไม่ได้มีแค่เฉดเดียว</strong></h3>



<p>นอกจากลวดลายแล้ว เครื่องจักรและเทคนิคการทอแบบ jacquard ยังสร้างข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งให้กับนักออกแบบนั่นคือ ‘สี’ ซึ่งโน๊ตสามารถเลือกใช้ได้เพียง 4 สี แล้วจึงค่อยวางแผนให้ลายออกมาได้ตามภาพที่วางไว้</p>



<p>เรียกได้ว่าเป็นงานออกแบบที่ยากราวกับแก้สมการเลยทีเดียว</p>



<p>“โครงสร้างพื้นฐานของการทอเสื่อคือเราจะดูว่าอยากให้ลายมันมาจากการเรียงตัวกันเป็นเส้นเดียวหรือจะให้มีสองสีสลับกัน” โน๊ตอธิบายวิธีการทำงานพร้อมโชว์ภาพประกอบจากแฟ้มของเธอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142579" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ในเมื่อเรากำลังจะพูดถึงป่าและภูเขา สีแรกที่เราเลือกจึงเป็นสีเขียว แต่เราอยากได้เฉดสีที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องเลือกว่าสีไหนที่ผสมออกมาแล้วได้เฉดเพิ่ม เช่น สีเขียวผสมกับสีดำจะได้เขียวเข้มหรือเขียวหัวเป็ด แต่ถ้าผสมกับสีขาวจะได้เขียวอ่อน&nbsp;</p>



<p>“ส่วนสีสุดท้ายที่เราเลือกคือสีที่จะเป็นตัวโดดเด่นขึ้นมา นั่นคือสีน้ำเงิน” ความจริงแล้วสีน้ำเงินไม่ใช่สีที่เธอนึกถึงเป็นลำดับแรกๆ แต่หลังจากลองผิดลองถูกอยู่สักพักจึงได้พบว่า สีน้ำเงินซึ่งดูจะไม่เกี่ยวข้องกับป่าเขานั้นกลับให้ความรู้สึกมืดครึ้มและเชื่อมภูเขาเข้ากับท้องฟ้าได้อย่างน่าสนใจ แถมยังให้ความรู้สึกที่ร่วมสมัยและป๊อปกว่าที่คาดไว้มากทีเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142571" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผลงานที่ออกมาจึงเป็นภาพภูเขาและป่าไม้ของจังหวัดน่านที่โน๊ตยกมาไว้บนเสื่อด้วยเทคนิค patchwork ซึ่งนอกจากจะน่าใช้แล้ว เมื่อมองนานๆ ก็ยังชวนให้เราอยากพับเสื่อใส่ท้ายรถ เพื่อออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติเหมือนกับบรรยากาศที่เห็นบนเสื่ออีกต่างหาก&nbsp;</p>



<p>“ผมว่าทิศทางงานของโน๊ตมันทำให้เรื่องธรรมดาๆ กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจด้วยเทคนิค คือใครๆ ก็เอาภูเขา ต้นหญ้า หรือใบไม้มาทำเป็นดีไซน์ได้ทั้งนั้น แต่การที่โน๊ตเข้าใจในการผลิตและเทคนิคมันช่วยทำให้งานนี้พิเศษ ผมคิดว่างานของโน๊ตแต่ละชิ้นเป็นงานศิลปะเลย</p>



<p>“เรื่องพวกนี้มันมาจากประสบการณ์ที่เขาเคยเจอในชีวิตด้วย เคยไปอยู่กับชาวบ้าน ดูวิธีการผลิตผ้า อยู่ต่างประเทศ เดินทาง และสังเกตเห็นธรรมชาติในหลากหลายมิติ ทั้งหมดนี้ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดมาเป็นข้อดีได้ตลอดเวลา” ดิวกล่าวทิ้งท้าย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142564" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>สั่งซื้อเสื่อรุ่น NANN NIK-NIK ได้แล้ววันนี้ที่ <a href="http://godaypoets.com/product/shownuea-pdm" target="_blank" rel="noreferrer noopener">godaypoets.com/product/shownuea-pdm</a> และสำหรับใครมีแผนจะเดินทางไปแอ่วเหนือหลังหมดโควิด-19 สามารถแลกรับส่วนลดทันที 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อจองที่พักกับ Agoda ผ่านทาง <a href="http://bit.ly/3zybPmb" target="_blank" rel="noreferrer noopener">bit.ly/3zybPmb</a> ภายใน 30 กันยายน 2564 และมีกำหนดการเดินทางภายใน 31 มีนาคม 2565 (เฉพาะโรงแรมที่มีป้าย ‘promo eligible’ หรือ ‘ร่วมโปรโมชั่น’)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/">เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถ้าผีมีภาษา?​ Mori Language โปรเจกต์ดีไซน์ภาษาผีที่ใช้ได้ทั้งคนตายและคนเป็น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mori-language/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Jul 2021 11:25:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[เปรมพร บุญอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พอร์ตโฟลิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาผี]]></category>
		<category><![CDATA[Mori Languange]]></category>
		<category><![CDATA[กราฟิกดีไซน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=138780</guid>

					<description><![CDATA[<p>Mori Language พอร์ตโฟลิโอของ เปรมพร บุญอินทร์ ชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชื่อผลงาน Mori Language ลองจินตนาการว่าคุณเดินทางไปยังต่างประเทศ เช็กอินเข้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี กระทั่งคุณล้มตัวลงนอนและปิดไฟหัวเตียง ทันใดนั้น ร่างกายของคุณก็แข็งทื่อ คุณโดนผีอำเข้าให้แล้ว! แน่นอน คุณคงยื้อยุด พยายามฉุดกระชากร่างกายให้เคลื่อนไหว พร้อมเปล่งคำพูดอะไรบางอย่าง แต่จะให้พูดอะไร? ผีเมืองนอกฟังภาษาไทยออกไหม?​ ถ้าท่องนะโมตัสสะผีจะเข้าใจหรือเปล่า? จังหวะนั้นเอง คุณรู้ตัวว่าคงจะดีถ้าตัวเองมีสกิลภาษาผีไว้คุยกับสิ่งลี้ลับเสียหน่อย ครั้งหน้าที่เจอเหตุการณ์หลอนเช่นนี้ Mori Language ผลงานของ ตูน–เปรมพร บุญอินทร์ อาจช่วยคุณได้ Mori Language หรือแปลตรงตัวได้ว่าภาษาแห่งความตาย คือโปรเจกต์ที่ตูนออกแบบตัวอักษรและระบบภาษาเขียนสำหรับ ‘ผี’ ขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจเป็นความหลงใหลและความสงสัยในโลกหลังความตาย อ้อ! ยังมีอีกแรงบันดาลใจคือเดดไลน์ส่งงานวิชาประวัติศาสตร์กราฟิกด้วย “ตอนอยู่ปี 2 เราต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์กราฟิก ตอนนั้นอาจารย์สอนเรื่อง typography หรือเรื่องตัวอักษร เขาเลยให้โจทย์ออกแบบภาษาของตัวเอง” นักศึกษากราฟิกดีไซน์ชั้นปีที่ 3 เล่าย้อนถึงวิชาเรียนในปีการศึกษาก่อนหน้า “โจทย์คือการดีไซน์ตัวอักษรให้สวย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mori-language/">ถ้าผีมีภาษา?​ Mori Language โปรเจกต์ดีไซน์ภาษาผีที่ใช้ได้ทั้งคนตายและคนเป็น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div style="display: none;">
<p style="display: none;">Mori Language</p>
<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
<p style="display: none;"><a href="https://facebook.com/adaymagazine/"></a></p>
</div>



<h4 class="wp-block-heading">พอร์ตโฟลิโอของ เปรมพร บุญอินทร์</h4>



<h4 class="wp-block-heading">ชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</h4>



<h4 class="wp-block-heading">ชื่อผลงาน Mori Language</h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138787" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/26-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138788" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ลองจินตนาการว่าคุณเดินทางไปยังต่างประเทศ เช็กอินเข้าห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี กระทั่งคุณล้มตัวลงนอนและปิดไฟหัวเตียง ทันใดนั้น ร่างกายของคุณก็แข็งทื่อ</p>



<p>คุณโดนผีอำเข้าให้แล้ว!</p>



<p>แน่นอน คุณคงยื้อยุด พยายามฉุดกระชากร่างกายให้เคลื่อนไหว พร้อมเปล่งคำพูดอะไรบางอย่าง</p>



<p>แต่จะให้พูดอะไร? ผีเมืองนอกฟังภาษาไทยออกไหม?​ ถ้าท่องนะโมตัสสะผีจะเข้าใจหรือเปล่า?</p>



<p>จังหวะนั้นเอง คุณรู้ตัวว่าคงจะดีถ้าตัวเองมีสกิลภาษาผีไว้คุยกับสิ่งลี้ลับเสียหน่อย</p>



<p>ครั้งหน้าที่เจอเหตุการณ์หลอนเช่นนี้ <strong>Mori Language </strong>ผลงานของ<strong> ตูน–เปรมพร บุญอินทร์ </strong>อาจช่วยคุณได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138789" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>Mori Language หรือแปลตรงตัวได้ว่าภาษาแห่งความตาย คือโปรเจกต์ที่ตูนออกแบบตัวอักษรและระบบภาษาเขียนสำหรับ ‘ผี’ ขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจเป็นความหลงใหลและความสงสัยในโลกหลังความตาย</p>



<p>อ้อ! ยังมีอีกแรงบันดาลใจคือเดดไลน์ส่งงานวิชาประวัติศาสตร์กราฟิกด้วย</p>



<p>“ตอนอยู่ปี 2 เราต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์กราฟิก ตอนนั้นอาจารย์สอนเรื่อง typography หรือเรื่องตัวอักษร เขาเลยให้โจทย์ออกแบบภาษาของตัวเอง” นักศึกษากราฟิกดีไซน์ชั้นปีที่ 3 เล่าย้อนถึงวิชาเรียนในปีการศึกษาก่อนหน้า</p>



<p>“โจทย์คือการดีไซน์ตัวอักษรให้สวย มีกิมมิก และมีแกรมมาร์พร้อมใช้งาน หลักๆ คือเขาอยากสอนเรื่อง logic และการสร้างระบบในงานดีไซน์ อาจารย์ให้ลองไปศึกษาว่าระบบของภาษาต่างๆ เช่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ และดูว่าเราจะหยิบระบบอะไรมาเล่นได้บ้าง แล้วก็ให้ไปคิดคอนเซปต์มาว่าอยากทำภาษาอะไร</p>



<p>“ตูนเป็นคนชอบเรื่องผีโดยพื้นฐาน เลยคิดว่าไหนๆ ก็ต้องออกแบบภาษาแล้ว ถ้าทำภาษาผีมันจะออกมาเป็นยังไง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138825" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138826" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/14-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประตูสู่โลกแห่งความตาย</strong></h3>



<p>คำว่าชอบเรื่องผีอาจจะน้อยไป เพราะตูนมักใช้เรื่องผีเป็นแรงขับเคลื่อนในการทำงาน ตั้งแต่โจทย์ในชั้นปีที่ 1 ที่ให้ทำบุ๊กเล็ตเรื่องไอดอลซึ่งตูนเลือก Tim Burton ผู้กำกับหนังสยองขวัญตลกร้าย และ Patrick McHale ผู้สร้างการ์ตูนลึกลับเรื่อง <em>Over the Garden Wall </em>ไม่นานมานี้เธอเพิ่งทำหนังสือนิทานเด็กว่าด้วยเรื่องของผีที่อยากมีเพื่อนไปหมาดๆ และแน่นอนว่าโปรเจกต์ที่เธอภูมิใจมากที่สุดชิ้นหนึ่งอย่างภาษาผีก็มีความตายเป็นหัวข้อ</p>



<p>“ถ้าถามว่าเราเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องผีไหม มันเหมือนเรามีชีวิตอยู่กับคอนเซปต์เรื่องนี้มาตลอด เราชอบทิม เบอร์ตัน โตมากับ <em>Scooby-Doo </em>อ่านนิยายผีทั้งฝรั่งทั้งไทย ของครูเหม เวชกร ตูนก็อ่าน ชอบฟังเรื่องผีแบบรายการ<em> The Ghost Radio</em> และ <em>The Shock</em> หรืออย่างรายการ <em>Untitled Case</em> ตูนก็เป็นแฟนคลับเขา พยายามเสพเรื่องผีหลายๆ แบบ</p>



<p>“อีกอย่างคือแม่เห็นผีบ่อยด้วย” ตูนเฉลยความลับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138791" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138790" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“แม่จะมาเล่าว่าผีที่เจอมาในฟอร์มไหน สื่อสารด้วยวิธีอะไรบ้าง ถ้าเล่าทั้งหมดวันนี้ก็จะไม่จบเพราะว่ามันเยอะมาก เล่าเป็นพอดแคสต์ได้เลย กลายเป็นว่าตูนก็ไม่ใช่คนที่กลัวอะไรขนาดนั้น ฟังเหมือนเป็นเรื่องเล่าทุกวันไปแล้ว แบบ อ๋อ วันนี้ก็เจอเหรอ</p>



<p>“เพื่อนที่เห็นผีก็มี เป็นเพื่อนสนิทในเอกเดียวกันนี่แหละ ไปไหนเขาก็จะเจอตลอดแล้วก็จะมาเล่าให้ฟัง หรือน้องชายก็เจอ เหมือนคนใกล้ตัวเจอหมดเลย ตูนเป็นคนเดียวที่ไม่เจอ (หัวเราะ) เราเลยเก็บอินไซต์มาทำงาน”</p>



<p>แพสชั่นก็มีแล้ว อินไซต์ก็มีแล้ว ขาดเพียงอย่างเดียวคือระบบภาษาที่ตูนต้องไปศึกษาระบบการเขียนภาษาจีนและภาษาอังกฤษเพื่อมาพัฒนาภาษาสำหรับเหล่าผีต่อ สุดท้ายเธอก็เลือกใช้ระบบตัวอักษรเหมือนภาษาจีนที่เป็นอักษรภาพ หรือการเอารูปภาพมาประกอบกันเพื่อสร้างความหมาย<strong> </strong>เมื่อแน่วแน่ว่าจะทำอักษรภาพ สิ่งที่ตูนทำต่อสรุปได้เป็นขั้นตอนประมาณนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138795" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนที่ 1–อินไซต์ในใจผี</strong></h3>



<p>แรกเริ่มตูนตั้งต้นจากอินไซต์ของผีว่าถ้าเป็นผี เธอจะอยากสื่อสารอะไรบ้าง จากนั้นก็ลิสต์ถ้อยคำออกมาและหาสัญลักษณ์ที่แทนค่าคำนั้นได้ เริ่มจากคำง่ายๆ เช่น คำแทนสรรพนามหรือคำว่าตายที่ผีได้ใช้แน่นอน</p>



<p>“ตูนได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งในการดีไซน์ตัวอักษรจากตัวอักษรเก่าๆ อย่างอักษรภาพบนเสาโอเบลิสก์ ทีนี้เราก็มาคิดว่าในจักรวาลผีมีองค์ประกอบอะไรให้เล่นบ้าง มีธูป มีโลงศพ มีหัวกะโหลก นั่งลิสต์ออกมา</p>



<p>“เราเริ่มจากสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง แทนค่าด้วยหัวกะโหลก แล้วสรรพนามบุคคลที่สองอย่างคำว่า ‘เธอจะทำยังไงดี’ มันก็ควรจะเป็นหัวกะโหลกเหมือนกัน งั้นพลิกด้านไหม เหมือนคนพูดคุยกัน ส่วนพอเป็นพหูพจน์ก็เพิ่มเป็นหัวกะโหลกสามหัว ใช้วิธีคิดแบบนี้</p>



<p>“ส่วนคำว่า ‘ตาย’ พอเป็นผี ยังไงก็หนีการพูดคำว่าตายไม่พ้นแน่ๆ พอคิดถึงคำว่าตาย เราก็นึกถึงยมทูต เลยทำอักษรเป็นรูปเคียว”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138800" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138799" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/ภาษาผี-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>เมื่อได้ชุดคำศัพท์ตั้งต้นพร้อมตัวอักษรภาพที่แทนค่าคำนั้นๆ ตูนก็ลงมือผสมอักษรเข้าด้วยกันเป็นคำใหม่ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น จากอักษรที่แปลว่าตาย เมื่อผสมกับคำว่าฉันจึงได้คำว่า ‘ฆ่าตัวตาย’ ผสมกับคำว่าเธอได้คำว่า ‘ฆาตกรรม’ หรือผสมกับอักษรรูปเทียนที่แปลว่าความคิดก็ได้ผลลัพธ์เป็นคำว่า ‘ฆ่าปิดปาก’ ขึ้นมา</p>



<p>ด้วยวิธีการแบบนี้ ภายในเวลาไม่นานตูนจึงได้ชุดคำศัพท์อื่นๆ ขึ้นมามากมายพร้อมนำไปประกอบเป็นประโยคเพื่อสื่อสารกับเหล่าภูตผีทั้งหลาย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138805" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/23-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138806" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138835" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนที่ 2–อินสไปร์จากหลุมศพ</strong></h3>



<p>อย่าเพิ่งใจเร็วรีบเขียนประโยคลงกระดาษ! ก่อนที่จะไปผสมประโยค ในฐานะที่นี่เป็นงานในวิชากราฟิก ตูนบอกว่าขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือเธอต้องจัดการออกแบบรูปลักษณ์ตัวอักษรทั้งหมดให้ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสียก่อน</p>



<p>“ตัวอักษรมันต้องมีระบบกริดของมัน (ระบบตารางที่ใช้เป็นแม่แบบในการออกแบบ) ไม่อย่างนั้นประกอบกันออกมาแล้วจะไม่สวย เราเลยใช้ผ้าหลุมศพมาออกแบบระบบกริด โดยให้เชปด้านบนของตัวอักษรทุกตัวโค้งเหมือนป้ายหลุมศพ มันก็จะ adapt ค่อนข้างง่ายแล้ว”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="680" height="510" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Et9e9D-VEAEHaLC.jpg" alt="" class="wp-image-138811" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Et9e9D-VEAEHaLC.jpg 680w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Et9e9D-VEAEHaLC-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Et9e9D-VEAEHaLC-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขั้นตอนที่ 3–ประกอบเป็นประโยค</strong></h3>



<p>ในที่สุดตัวอักษรของตูนก็พร้อมนำไปใช้สื่อสาร ฟังดูแล้วเหมือนจะเหลืองานไม่มาก แต่ตูนบอกว่าตอนเริ่มต้นเขียนเป็นประโยคนี่แหละที่ยากสุด</p>



<p>“เราเริ่มจากการออกแบบตัวอักษรก่อน แล้วผสมเป็นคำ นั่งตีตารางว่าถ้าคำนี้ประกอบกับคำนี้จะแปลว่าอะไรได้บ้าง จากนั้นก็ค่อยมาคิดเรื่องวิธีเขียนประโยค</p>



<p>“ตอนแรกเราวางเรียงเหมือนภาษาอังกฤษ คือเรียงตัวอักษรจากซ้ายไปขวา มีประธาน กริยา แล้วก็กรรม แต่พอไปส่งแล้วอาจารย์บอกว่ามันธรรมดาไป ทำแบบแปลกๆ สิ ไหนๆ ก็ทำทั้งที”</p>



<p>เพราะคอมเมนต์นั้นตูนเลยต้องกลับมาทบทวนภาษาผีของเธอใหม่ ก่อนจะตัดสินใจเขียนประโยคจากบนลงล่าง โดยมีประธานหรืออักษรรูปหัวกะโหลกอยู่ด้านบนสุด เหมือนป้ายหลุมศพบางแห่งที่มีรูปหัวกะโหลกด้านบน จากนั้นจึงเขียนอักษรที่แสดงถึงกริยาและกรรมต่อลงมาด้านล่าง เมื่อจบประโยคก็เริ่มต้นประโยคใหม่ทางขวาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะครบใจความ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138813" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-1024x683.jpg" alt="Mori Language" class="wp-image-138834" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138814" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกหลังความตายที่ถูกใจคนเป็น</strong></h3>



<p><strong></strong>หลังจากโปรเจกต์เสร็จสิ้น นอกจากนำไปส่งอาจารย์แล้วตูนยังโพสต์ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเองและได้รับผลตอบรับดีมากในหมู่คนที่ชอบเรื่องผีๆ แถมยังมีนักภาษาศาสตร์สนใจมาขอสัมภาษณ์</p>



<p>“ตอนที่โพสต์งานนี้ออกไปใหม่ๆ ในทวิตเตอร์มีเด็กที่เรียนภาษาศาสตร์มาขอสัมภาษณ์เอาไปเขียนเปเปอร์ตัวจบของเขา เราก็อึ้งว่า โห มันได้ขนาดนั้นเลยเหรอ (หัวเราะ)</p>



<p>“เขาน่ารักมากค่ะ เหมือนเขาเอาไปรีเสิร์ชต่อและบอกว่าภาษาของตูนอาจมี error ทางภาษาศาสตร์บ้าง เช่น ตอนที่อักษรแต่ละตัวผสมกันเป็นคำใหม่บางตัวยังมีความคลุมเครือ หรือข้อจำกัดในเรื่อง tense ซึ่งทำให้เราอาจจะยังสื่อสารใจความที่ละเอียดมากไม่ได้ แต่เขาก็บอกว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่เอาไป adapt ต่อได้&nbsp;</p>



<p>“สมมติว่ามันอาจจะไม่ใช่ภาษาที่ผีใช้ แต่อาจจะเป็นภาษาของคนที่เขียนเรื่องผีหรืออยู่ในนิยายไหม อย่างนิยายเรื่อง <em>The Lord of the Rings</em> ก็มีภาษาของเขา เราก็เลยคิดว่าถ้าจะทำต่อคงต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางภาษามาช่วยแล้วล่ะ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138817" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138818" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ในขณะที่ตอนนี้ตูนยังไม่ได้พัฒนาโปรเจกต์ภาษาผี Mori Language ต่อ แต่เธอก็ยังทำงานเรื่องผีๆ อย่างต่อเนื่อง และคงไม่หยุดทำในเร็วๆ นี้แน่</p>



<p>“ตูนค่อนข้างหมกมุ่นกับเรื่องผี เราชอบทำเรื่องโจทย์เกี่ยวกับผี อยากลองทำงานเรื่องผีหลายๆ แบบ บางทีเพื่อนก็บอกว่าตูนมันทำโจทย์เรื่องผีอีกแล้ว โจทย์มันซ้ำนะ อาจารย์ก็จะพูดว่ามันจะคลิเช่หรือเปล่า แต่ตูนอยากลองไปเรื่อยๆ ว่าเราจะทำงานนี้ไปได้ถึงขั้นไหน</p>



<p>“ตูนรู้สึกว่ามันทำได้ แต่ต้องทำให้ไม่เหมือนเดิม ทำให้เห็นว่าเราสามารถตีความอะไรจากโจทย์เดิมๆ ได้บ้าง การทำโจทย์ซ้ำมันไม่ได้ผิด บางทีเราอาจจะเจอมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างตูนทำเรื่องผีมาหลายงานแต่โปรเจกต์นี้เป็นครั้งแรกที่ตูนได้คิดว่าผีก็อาจจะมีภาษาหรือเปล่า ตูนไม่คิดมาก่อนว่าจะสร้าง visual แบบนี้ได้ พอลองทำปรากฏว่าผลตอบรับมันดี สนุก ต่อยอดได้ บางทีโจทย์ซ้ำมันอาจจะหมายถึงโจทย์ที่เราชอบ ถ้าเรามีความสุขก็ให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ดีกว่า”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138821" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว ในฐานะคนที่ชอบเรื่องผีถึงขั้นที่หนีงานหัวข้อนี้ไม่พ้น เราถามตูนว่าอยากเจอผีสักครั้งในชีวิตไหม</p>



<p>“อยากลองเจอเหมือนกันค่ะ” ตูนตอบทันที</p>



<p>“แม่บอกว่าตูนเป็นคนจิตแข็งเลยไม่เจอสักที แต่ใจเราอยากเจอเหมือนกันจะได้เอาอินไซต์มาทำงาน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mori-language/">ถ้าผีมีภาษา?​ Mori Language โปรเจกต์ดีไซน์ภาษาผีที่ใช้ได้ทั้งคนตายและคนเป็น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/consentopia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2021 22:09:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=128553</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอาตัวเองเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม” Consentopia “ก็แต่งกายล่อแหลมเองหนิ ช่วยไม่ได้” ต่อให้ปีนี้จะเป็นปี 2021 ที่โลกและมนุษย์เราเหมือนจะเข้าใจคอนเซปต์ของการเคารพกันและเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังเห็นคอมเมนต์แบบประโยคด้านบนอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศออกไปตามสื่อต่างๆ หมูแดง–พิมพ์พจี เย็นอุรา ตั้งคำถามต่อความคิดทำนองนี้ เพราะนั่นแหละ แท้จริงแล้วไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศ สถานการณ์ หรือการแต่งกายแบบไหน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เคยเป็นใบอนุญาตให้ใครทำอะไรกับอีกฝ่ายทั้งนั้น ความยินยอมพร้อมใจ (consent) เท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญว่าเราจะไปกันต่อหรือพอแค่นี้ก่อน เพราะรู้สึกสะเทือนใจกับประเด็นการละเมิดทางเพศที่ได้ยินได้เห็นผ่านสื่อเป็นทุนเดิม เมื่อหมูแดงผู้เป็นนิสิตปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิทยานิพนธ์เป็นงานสื่อสารเชิงประเด็น โจทย์ของเธอจึงโฟกัสไปที่ว่าจะลดปัญหาเรื่องความรุนแรงและการละเมิดทางเพศได้ยังไง นอกจากงานวิจัยเล่มหนาที่ว่าด้วยการทำต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศแล้ว เธอได้ผลิตบอร์ดเกมออกมาจริงๆ เพื่อสื่อสารเรื่องนี้และพยายามขยายวงเล่นให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หมูแดงจะเรียนจบไปกว่าปีแล้ว บอร์ดเกมของเธอชื่อว่า Consentopia บอร์ดเกมที่สร้างบรรยากาศให้เรากล้าเอ่ยปากหรือถามว่า “ชอบประมาณไหน” หรือ “แบบนี้เธอจะโอเครึเปล่า” กันเป็นปกติในเกม (แม้จะมีหน้าแดงเคอะเขินกันบ้างในตอนแรกๆ)&#160; บอร์ดเกมนี้ไม่มีลูกเต๋า ไม่มีกฎตายตัว มีแต่คาแร็กเตอร์และสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างบทสนทนาหาเซ็กซ์ที่ชอบ ที่เข้าใจความต้องการของกันและกัน&#160; และที่สำคัญคือมีความยินยอมพร้อมใจ&#160; ความยินยอมพร้อมใจคือสิ่งสำคัญ จากโจทย์ใหญ่เรื่องความรุนแรงทางเพศ หมูแดงนึกถึงเรื่องคอนเซนต์ในฐานะส่วนสำคัญที่จะลดความรุนแรงเหล่านั้น “คอนเซนต์หมายถึงการที่ทุกฝ่ายในองค์ประกอบความสัมพันธ์เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเราเคารพและให้เกียรติกันเป็นพื้นฐาน การตัดสินใจใดๆ ก็ตามจะมีความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่ายอยู่ในนั้น มันจะไม่มีใครถูกกดทับหรือถูกละเมิด และไม่มีใครรู้สึกไม่โอเค เพราะมันมาจากการเคารพและให้เกียรติซึ่งความต้องการของกันและกัน” หมูแดงอธิบาย “คอนเซนต์คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/consentopia/">Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เอาตัวเองเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม” <span style="display: none;">Consentopia</span> <br>“ก็แต่งกายล่อแหลมเองหนิ ช่วยไม่ได้”</p>



<p>ต่อให้ปีนี้จะเป็นปี 2021 ที่โลกและมนุษย์เราเหมือนจะเข้าใจคอนเซปต์ของการเคารพกันและเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังเห็นคอมเมนต์แบบประโยคด้านบนอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศออกไปตามสื่อต่างๆ</p>



<p><strong>หมูแดง–พิมพ์พจี เย็นอุรา</strong> ตั้งคำถามต่อความคิดทำนองนี้ เพราะนั่นแหละ แท้จริงแล้วไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศ สถานการณ์ หรือการแต่งกายแบบไหน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เคยเป็นใบอนุญาตให้ใครทำอะไรกับอีกฝ่ายทั้งนั้น <a href="https://adaymagazine.com/sex-is-more-ep-08-consent/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความยินยอมพร้อมใจ (consent)</a> เท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญว่าเราจะไปกันต่อหรือพอแค่นี้ก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845.jpg" alt="" class="wp-image-128635" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>เพราะรู้สึกสะเทือนใจกับประเด็นการละเมิดทางเพศที่ได้ยินได้เห็นผ่านสื่อเป็นทุนเดิม เมื่อหมูแดงผู้เป็นนิสิตปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิทยานิพนธ์เป็นงานสื่อสารเชิงประเด็น โจทย์ของเธอจึงโฟกัสไปที่ว่าจะลดปัญหาเรื่องความรุนแรงและการละเมิดทางเพศได้ยังไง</p>



<p>นอกจากงานวิจัยเล่มหนาที่ว่าด้วยการทำต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศแล้ว เธอได้ผลิตบอร์ดเกมออกมาจริงๆ เพื่อสื่อสารเรื่องนี้และพยายามขยายวงเล่นให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หมูแดงจะเรียนจบไปกว่าปีแล้ว</p>



<p>บอร์ดเกมของเธอชื่อว่า <strong>Consentopia</strong> บอร์ดเกมที่สร้างบรรยากาศให้เรากล้าเอ่ยปากหรือถามว่า “ชอบประมาณไหน” หรือ “แบบนี้เธอจะโอเครึเปล่า” กันเป็นปกติในเกม (แม้จะมีหน้าแดงเคอะเขินกันบ้างในตอนแรกๆ)&nbsp;</p>



<p>บอร์ดเกมนี้ไม่มีลูกเต๋า ไม่มีกฎตายตัว มีแต่คาแร็กเตอร์และสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างบทสนทนาหาเซ็กซ์ที่ชอบ ที่เข้าใจความต้องการของกันและกัน&nbsp;</p>



<p>และที่สำคัญคือมีความยินยอมพร้อมใจ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128653" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความยินยอมพร้อมใจคือสิ่งสำคัญ</strong></h2>



<p>จากโจทย์ใหญ่เรื่องความรุนแรงทางเพศ หมูแดงนึกถึงเรื่องคอนเซนต์ในฐานะส่วนสำคัญที่จะลดความรุนแรงเหล่านั้น</p>



<p>“คอนเซนต์หมายถึงการที่ทุกฝ่ายในองค์ประกอบความสัมพันธ์เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเราเคารพและให้เกียรติกันเป็นพื้นฐาน การตัดสินใจใดๆ ก็ตามจะมีความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่ายอยู่ในนั้น มันจะไม่มีใครถูกกดทับหรือถูกละเมิด และไม่มีใครรู้สึกไม่โอเค เพราะมันมาจากการเคารพและให้เกียรติซึ่งความต้องการของกันและกัน” หมูแดงอธิบาย “คอนเซนต์คือ ณ ปัจจุบันขณะ มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เรามองว่ามันเป็นกระบวนการที่ควรเกิดขึ้นในทุกๆ จุดของการตัดสินใจ ซึ่งเราไม่ได้มองมันแค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น แต่อยากให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราเลย</p>



<p>“เมื่อ 2-3 ปีก่อนคนยังพูดเรื่องคอนเซนต์กันน้อยมาก แทบไม่มีเปเปอร์วิชาการภาษาไทยเลย เราเลยคิดว่าเราต้องพูดถึงมันจริงๆ จังๆ แล้ว” เธอจึงเลือกทำวิทยานิพนธ์ที่ทำให้เรื่องคอนเซนต์เป็นที่รู้จักและเข้าใจมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128645" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มต้นจากงานวิจัย</strong></h2>



<p>หมูแดงเริ่มต้นกระบวนการทุกอย่างด้วยการทำงานวิจัย</p>



<p>“เราเริ่มเก็บข้อมูลทำงานวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์หาอินไซต์คนวัย 18-25 ปีหรือกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย โดยเลือกกลุ่มรักต่างเพศแบบชาย-หญิงก่อน เนื่องจากข้อจำกัดด้านจำนวนกลุ่มตัวอย่าง” หมูแดงมีสมมติฐานตั้งต้นว่า แนวคิดชายเป็นใหญ่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความรุนแรงทางเพศ ซึ่งในความสัมพันธ์ของกลุ่มรักต่างเพศจะทำให้สังเกตเห็นแนวคิดชายเป็นใหญ่ได้ง่ายผ่านบทบาทชาย-หญิงที่ชัดเจน เธอจึงอยากทำความเข้าใจกลุ่มนี้เป็นหลักก่อน<br><br>“เราอยากรู้ว่าเขาเข้าใจเรื่องคอนเซนต์กันแค่ไหน มีวิธีการสื่อสารเรื่องคอนเซนต์กันยังไง ทำไมถึงเลือกใช้วิธีนั้นๆ ในการสื่อสาร แล้วถ้าจะปฏิเสธทำได้ไหม” หมูแดงเล่าถึงกรอบคำถามที่ใช้สัมภาษณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944.jpg" alt="" class="wp-image-128648" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>อินไซต์หลักที่หมูแดงได้จากการเก็บข้อมูลไม่ต่างไปจากสมมติฐานที่เธอมีเท่าไหร่ ความคิดเรื่องชายเป็นใหญ่ยังค่อนข้างชัดเจน เช่น ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายรุก มีความต้องการทางเพศสูงกว่า ส่วนผู้หญิงคือฝ่ายตาม ต้องทำหน้าที่แฟน แต่ทั้งนี้เธอก็เจออินไซต์ที่น่าสนใจอยู่บ้าง</p>



<p>“ผู้ชายบางคนไม่มีความคิดแบบชายเป็นใหญ่เพราะเขาผ่านอะไรบางอย่างมา เช่น เขาเรียนรู้ว่าความสัมพันธ์ที่เคยแย่ ที่เขาเคยถูกบอกเลิกหรือถูกปฏิเสธเพราะเขามี toxic relationship มันเลยทำให้เขารู้สึกว่าต้องปรับกับคู่ตัวเอง ซึ่งวิธีการปรับคือการสื่อสารความต้องการของแต่ละฝ่ายให้จูนเข้าหากันได้ ส่วนผู้หญิงแม้หลายๆ คนจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน แต่ก็รู้สึกว่ามีสิทธิปฏิเสธ ทั้งนี้บางทีก็เกรงใจเพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์” เธอเล่า</p>



<p>จากอินไซต์ที่ได้มาจึงนำมาสู่เมสเซจหลักที่เธอใช้พัฒนางานต่อว่า คนไม่ชินกับการสื่อสารเรื่องความยินยอมพร้อมใจ&nbsp;</p>



<p>“หลายคนก็เข้าใจนะว่าต้องยินยอมพร้อมใจ หรือเขาก็รู้ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่โอเคจะเรียกว่าการข่มขืน หรือมันจะทำให้ความสัมพันธ์แย่ แต่หลายคนก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วมันจะดูไม่ดีหรือเปล่า มันติดกรอบของการไม่กล้าสื่อสารเรื่องเพศ เราเลยตั้งใจหาวิธีที่เขาจะสื่อสารกันได้มากกว่าที่ผ่านมา คือคนมีมายด์เซตแล้ว แต่จะทำยังไงให้เขากล้าปฏิบัติ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851.jpg" alt="" class="wp-image-128636" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องการหรือไม่ต้องการต้องสื่อสารได้</strong></h2>



<p>Consentopia เป็นบอร์ดเกมบทบาทสมมติที่มีเป้าหมายให้ผู้เล่นหาคู่เซ็กซ์ที่จะมีความสุขในชีวิตเซ็กซ์มากที่สุด ผู้เล่นจะได้สร้างบทสนทนากับคนที่ตัวเองสนใจเพื่อทำความเข้าใจเรื่องความต้องการทางเพศของกันและกัน เมื่อจบเกมผู้เล่นมีสิทธิเลือกคู่ของตัวเองหรือจะตัดสินใจไม่เลือกใครเลยก็ได้เหมือนกัน เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่น 4-5 คน ช่วงอายุ 18-30 ปี หรือใครก็ตามที่เปิดใจ</p>



<p>ที่หมูแดงเลือกใช้บอร์ดเกมในการสื่อสารเรื่องนี้เป็นเพราะคุณสมบัติในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ซึ่งสื่อไหนๆ ก็ให้ไม่ค่อยได้</p>



<p>“เราเห็นว่าบอร์ดเกมทำให้คนแปลกหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อนหรือคนในครอบครัวมาแลกเปลี่ยนกันได้ เราว่ามันมีเสน่ห์บางอย่าง” ด้วยความที่ไม่ได้เป็นคนเล่นบอร์ดเกมเยอะมาก่อน หมูแดงเริ่มต้นกระบวนการออกแบบด้วยการตะลุยเล่นบอร์ดเกมหลายแนว ทั้งปาร์ตี้เกม เกมทายปริศนา เกมสวมบทบาท เกมฝึกไหวพริบ&nbsp;ไปจนถึงเกมจัดสรรทรัพยากร ก่อนจะพัฒนาและต่อยอดเป็นบอร์ดเกมของเธอเอง นอกจากความเป็นเกมสวมบทบาทที่เธอตั้งใจใช้ตั้งแต่ต้น เธอยังแทรกกลไกอื่นๆ มาเสริมให้เกมสนุกและเล่นง่ายขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2.jpg" alt="" class="wp-image-128644" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ในเกมนี้แต่ละคนจะสวมบทบาทตามการ์ดคาแร็กเตอร์ที่หยิบได้ โดยมีตั้งแต่คนขี้อาย ไม่กล้าพูดเรื่องเพศ คนตรงไปตรงมา มั่นใจ เปิดกว้าง คนพูดสองแง่สองง่าม ไปจนถึงคนเคร่งเรื่องศีลธรรม ซึ่งแต่ละตัวละครจะได้เลือกรูปแบบความต้องการทางเพศที่ชอบเก็บไว้ในใจหลายระดับ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น การเล้าโลม ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ บทสนทนาแต่ละรอบเกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจความต้องการทางเพศของกันและกันเป็นหลัก</p>



<p>“บางคนที่ได้บทบาทตรงกับตัวเองก็จะเห็นว่า อ๋อ นี่คือตัวฉัน ส่วนถ้าเป็นคนที่ต่างจากตัวเองมากๆ ก็จะ อ๋อ มันมีคนที่คิดแบบนี้” ผู้พัฒนาเกมเล่า “กระบวนการสวมบทบาทน่าสนใจตรงที่มันช่วยสร้างความเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น เข้าใจคนที่ต่างจากเราได้โดยผ่านการพัฒนาแต่ละตัวละครจากประสบการณ์ของตัวเองอีกที”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128625" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>นอกจากการ์ดตัวละคร ในแต่ละรอบจะมีการ์ดสถานที่และการ์ดความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ กำกับเพื่อเพิ่มความสนุก ทำให้จินตนาการได้ง่ายขึ้น และเพื่อสร้างความเข้าใจในความสัมพันธ์ที่หลากหลาย</p>



<p>“เราจำลองลักษณะความสัมพันธ์บางอย่างในเกมด้วย เช่น เจ้าหนี้-ลูกหนี้ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันก็อาจยิ่งสื่อสารกันได้ยากขึ้นไปอีก คนเล่นก็จะเริ่มเข้าใจว่าเพราะอีกฝ่ายมีอำนาจบางอย่างอยู่เลยพูดเรื่องนี้ได้ยาก ซึ่งในแต่ละเกมตัวละครหนึ่งๆ จะได้ลองสวมบทบาทในความสัมพันธ์หลายแบบ ทำให้เห็นว่าพอความสัมพันธ์เปลี่ยนไปวิธีการสื่อสารก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน” หมูแดงอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700.jpg" alt="" class="wp-image-128624" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>เมื่อทุกตัวละครได้แลกเปลี่ยนบทสนทนาเรื่องเพศกันจนครบก็ถึงคราวเลือกคู่และเฉลยความต้องการทางเพศที่เลือกไว้ในใจตั้งแต่ต้น&nbsp;</p>



<p>“ตอนจบจะมีการเฉลยว่าคู่ที่เราเลือกมีความต้องการแบบไหนที่ตรงกันบ้าง บางคู่อาจไม่ตรงเลย หรือเดาผิดหมดเลย ยิ่งถ้าเจอกับคาแร็กเตอร์ที่เป็นคนไม่พูดตรงๆ คนที่สนทนาด้วยก็อาจเข้าใจผิดแล้วตีความไปอีกแบบหนึ่งเลย หัวใจของเกมนี้คือเราเข้าใจตัวเองและเข้าใจอีกคนหนึ่งแค่ไหน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128622" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากเกมสู่ชีวิตจริง</strong></h2>



<p>จากชื่อ Consentopia ก็คงพอเดาได้ว่าเกมมีความเป็นอุดมคติอยู่ในนั้น เป็นโลกที่แทบไร้ซึ่งบทสนทนาอื่น และยังไม่มีอะไรกันจนกว่าจะถกถามเรื่องเซ็กซ์กันอย่างละเอียดจนเข้าใจความต้องการของกันและกัน</p>



<p>“ใช่ เราตั้งใจให้เกมมันดูอุดมคติ เราแค่อยากสร้างพื้นที่ให้ได้เรียนรู้ความสมบูรณ์แบบว่าถ้าจะมีคอนเซนต์ในความสัมพันธ์แบบดีสุดๆ มันจะเป็นประมาณนี้” หมูแดงบอก “แต่ในชีวิตจริงแค่คุณรู้หัวใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อีกฝ่ายต้องการอะไร มันก็แค่นั้น ส่วนจะใช้วิธีการสื่อสารแบบไหนมันแล้วแต่เลย ถ้าสื่อสารกันด้วยภาษากายแล้วรู้เรื่องมันก็จบ แต่รู้เรื่องกันจริงๆ ใช่ไหม เราไปตัดสินอีกฝ่ายเองหรือเปล่า คีย์เวิร์ดของเรื่องนี้จึงเป็นการเข้าใจตัวเอง เข้าใจอีกฝ่าย และการเคารพซึ่งกันและกัน” หมูแดงเสริมว่าเธอได้ใส่กลไกการเคารพกันและกันลงในเกมผ่านการให้หัวใจหรือแต้มลบด้วย เพื่อให้ตัวละครได้เรียนรู้ขอบเขตที่แต่ละฝ่ายจะรับกันได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758.jpg" alt="" class="wp-image-128630" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>และเพราะเป็นบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา ก่อนจะแยกย้ายกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เพื่อให้การเล่นเกมครั้งนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ‘กระดานเปิดใจ’ (หรือ moderator ผู้นำเกม) จะเป็นคนไกด์ให้ผู้เล่นแลกเปลี่ยนบทบาทและแอ็กชั่นในเกมที่ผ่านมา รวมถึงชวนทบทวนลักษณะความสัมพันธ์ของตัวเองในชีวิตจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128632" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ทุกวันนี้หมูแดงเป็นคนพา Consentopia ไปยังที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง เพราะบทบาทของผู้นำเกมในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและถอดบทเรียนยังค่อนข้างจำเป็น บางครั้งเธอไปปรากฏตัวตามวงบอร์ดเกม และหลายๆ ครั้งเธอเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กช็อปที่ช่วยสร้างความเข้าใจในประเด็นเรื่องเพศ</p>



<p>“แผนตอนนี้คือจะพัฒนากลไกการเล่นให้ใช้เวลาสั้นลง เฟรนด์ลี่ขึ้น มีคู่มือการเล่นที่เข้าใจง่าย จะได้เข้าถึงคนในวงกว้างและหลายพื้นที่มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>หมูแดงยังมีแผนว่าจะผลิต Consentopia วางขายภายในปีนี้ หรืออาจมีโมเดลอื่นๆ เพื่อผลิตแจกหากได้รับการสนับสนุน</p>



<p>ติดตามความเคลื่อนไหวได้<a href="http://www.facebook.com/Consentopia" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a> </p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128655" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/consentopia/">Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จีวรจากพลาสติกใช้แล้ว โปรตีนทางเลือกจากขยะเศษอาหาร เมื่อการใช้ชีวิตแบบ Circular Living ในวันนี้คือคำตอบของพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gc-circular-living/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2020 07:35:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[วัดจากแดง]]></category>
		<category><![CDATA[Orgafeed]]></category>
		<category><![CDATA[โด่ง-อิทธิกร เทพมณี]]></category>
		<category><![CDATA[GC Circular Living Symposium 2020]]></category>
		<category><![CDATA[พระมหาประนอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=114665</guid>

					<description><![CDATA[<p>Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ดูเหมือนเป็นคำใหญ่โตที่จับต้องได้ยากในชีวิตคนธรรมดาเดินดิน กินอาหารตามสั่ง นั่งรถไฟฟ้า เมื่อลองเสิร์ชคำนี้ในกูเกิลก็พบแต่แผนภาพวงกลมหมุนวนไปมาที่ยากจะเห็นภาพว่ามันเกี่ยวกับชีวิตเรายังไง เพราะหากว่ากันตามทฤษฎีแล้ว หลักการหมุนเวียนทรัพยากรนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอุตสาหกรรมในการนำของใช้แล้วกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปขุดแร่ เจาะน้ำมัน ตัดต้นไม้เพิ่ม  แต่หากคุณเคยเป็นคนที่พยายามจะใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อโลก แต่ก็ยืนสับสนว่าควรจะหย่อนถุงใส่ลูกชิ้นเลอะน้ำจิ้มลงในถังขยะใบไหน คุณรู้ดีว่าการหมุนเวียนนำของใช้แล้วหรือเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่นั้นดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าขวดพลาสติกที่เราทิ้งลงถังนั้นจะกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลจริงหรือเปล่า คุณตั้งคำถามได้ถูกทางแล้ว เพราะหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นคงไร้ประสิทธิภาพ หากเราทุกคนไม่ได้นำแนวทางนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ Circular Living วิถีชีวิตแบบใหม่ที่อาจจะไม่สะดวกสบายไร้กังวล แต่มีสติในการบริโภคและการใช้มากขึ้นกว่าที่เคย เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ในงาน GC Circular Living Symposium: Tomorrow Together จัดโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ National Geographic และเครือข่ายพันธมิตรที่รวบรวมผู้นำทางความคิด นวัตกร และผู้ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน จากหลากหลายวงการทั่วโลก มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ พระมหาประนอม เจ้าอาวาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gc-circular-living/">จีวรจากพลาสติกใช้แล้ว โปรตีนทางเลือกจากขยะเศษอาหาร เมื่อการใช้ชีวิตแบบ Circular Living ในวันนี้คือคำตอบของพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ดูเหมือนเป็นคำใหญ่โตที่จับต้องได้ยากในชีวิตคนธรรมดาเดินดิน กินอาหารตามสั่ง นั่งรถไฟฟ้า เมื่อลองเสิร์ชคำนี้ในกูเกิลก็พบแต่แผนภาพวงกลมหมุนวนไปมาที่ยากจะเห็นภาพว่ามันเกี่ยวกับชีวิตเรายังไง เพราะหากว่ากันตามทฤษฎีแล้ว หลักการหมุนเวียนทรัพยากรนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอุตสาหกรรมในการนำของใช้แล้วกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปขุดแร่ เจาะน้ำมัน ตัดต้นไม้เพิ่ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หากคุณเคยเป็นคนที่พยายามจะใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อโลก แต่ก็ยืนสับสนว่าควรจะหย่อนถุงใส่ลูกชิ้นเลอะน้ำจิ้มลงในถังขยะใบไหน คุณรู้ดีว่าการหมุนเวียนนำของใช้แล้วหรือเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่นั้นดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าขวดพลาสติกที่เราทิ้งลงถังนั้นจะกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลจริงหรือเปล่า คุณตั้งคำถามได้ถูกทางแล้ว เพราะหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้นคงไร้ประสิทธิภาพ หากเราทุกคนไม่ได้นำแนวทางนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ Circular Living วิถีชีวิตแบบใหม่ที่อาจจะไม่สะดวกสบายไร้กังวล แต่มีสติในการบริโภคและการใช้มากขึ้นกว่าที่เคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ในงาน GC Circular Living Symposium: Tomorrow Together จัดโดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ National Geographic และเครือข่ายพันธมิตรที่รวบรวมผู้นำทางความคิด นวัตกร และผู้ขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน จากหลากหลายวงการทั่วโลก มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ </span><b>พระมหาประนอม</b><span style="font-weight: 400;"> เจ้าอาวาส </span><b>วัดจากแดง</b><span style="font-weight: 400;"> (ชุมชนบางกะเจ้า)</span><span style="font-weight: 400;"> ตัวแทนจากภาคประชาสังคมที่ใช้หลักการหมุนเวียนทรัพยากรใกล้ตัวมาเป็นจุดตั้งต้นในการแก้ไขสารพัดปัญหาความเป็นอยู่ ตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับนานาชาติ และ </span><b>โด่ง–อิทธิกร เทพมณี</b><span style="font-weight: 400;"> เจ้าของสตาร์ทอัพ </span><b>Orgafeed</b><span style="font-weight: 400;"> ตัวแทนจากภาคธุรกิจที่นำหลักการใช้แบบหมุนเวียนมาสร้างผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114684 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Make the Move เริ่มต้นจากวิกฤต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 6 ปีที่แล้ว พระมหาประนอม </span><span style="font-weight: 400;">เจ้าอาวาสวัดจากแดง</span><span style="font-weight: 400;"> (ชุมชนบางกะเจ้า) ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากการไม่หยุดตั้งคำถามต่อวิกฤตสิ่งแวดล้อมในบริเวณวัดจากแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกายใจและความเป็นอยู่ของผู้คนในละแวกใกล้เคียงมาโดยตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปกติอาตมาไป</span><span style="font-weight: 400;">ให้กรรมฐานเจริญภาวนา</span><span style="font-weight: 400;">แก่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้เห็นภาพคนในโรงพยาบาลแล้วก็คิดว่า อะไรทำให้คนเหล่านี้เข้ามาในโรงพยาบาล เพราะอาหารไม่ดี อากาศไม่ดี สิ่งแวดล้อมไม่ดี เพราะในชุมชนมีขยะที่กำจัดอย่างไม่ถูกวิธี เพราะเมื่อขยะไปถึงบ่อฝังกลบที่ไม่ได้มาตรฐาน สารเคมีก็ไหลออกมาสู่ดิน และปนเปื้อนในน้ำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาตมาจึงลองมาคิดว่าเอาขยะพวกนี้ไปทำอะไรได้บ้าง อะไรที่ชาวบ้านคิดว่ามันใช้ไม่ได้แล้ว ทางวัดก็จะเอาไปหาข้อมูลว่ามันทำอะไรได้บ้าง ไปหาองค์ความรู้แล้วก็สอนชาวบ้านทำ ขยับขยายออกไป” พระมหาประนอมเสริมด้วยว่าขยะในชุมชนกว่า 60% เป็นขยะเศษอาหาร 30% เป็นขยะรีไซเคิลได้ ส่วนอีก 10% เป็นขยะอันตราย การให้ความรู้ชาวบ้านเริ่มแยกขยะเหล่านี้ออกจากกันตั้งแต่ต้น ทำให้นำไปใช้ต่อยอดสร้างประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องไปจบที่บ่อขยะอีกต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114718 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114709 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โด่ง–อิทธิกร เทพมณี พนักงานการเงินการธนาคารคนหนึ่ง ได้อ่านผลวิจัยขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization: FAO) ทำให้พบว่าโลกของเรากำลังตกอยู่ในวิกฤตการณ์ทางอาหารอันแสนย้อนแย้ง เรากำลังจะมีอาหารไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งโลกในอนาคตอันใกล้ แต่ในขณะเดียวกันปริมาณอาหารที่ถูกผลิตขึ้น 1 ใน 3 กลับกลายเป็นของเหลือทิ้งไปทุกวัน ตัวเลขนี้สั่นสะเทือนความคิดจนทำให้พนักงานประจำคนนี้กระโดดออกจากรายได้ที่มั่นคงมาสู่ฟาร์มเลี้ยงแมลงเพื่อหวังจะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยแหล่งอาหารแห่งอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้น แต่เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ ใช้ทรัพยากรมหาศาลในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน น้ำ แถมยังผลิตก๊าซเรือนกระจกอีก เราจึงอยากทดลองทำแหล่งโปรตีนทางเลือกจากแมลง เราเลือกเลี้ยงหนอนแมลงวันลายด้วยเปลือกผลไม้ที่เป็นของเหลือจากการบริโภคของคน ทั้งลดขยะเศษอาหารและผลิตแหล่งโปรตีนทางเลือกไปด้วย เรารู้สึกว่ามันน่าจะเป็นธุรกิจที่สร้าง</span><span style="font-weight: 400;">อิมแพกต์</span><span style="font-weight: 400;">ให้คนวงกว้างได้ ด้วย Circular Economy แบบของเราเอง” อิทธิกรกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพเพาะเลี้ยงแมลงที่เขาฟูมฟักมากับมือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-114743" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9609-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-114744" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/GA6A9581-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Use the right way คิด..ให้ใช้แบบหมุนเวียน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">พระมหาประนอมเล่าให้เราเห็นภาพว่าแนวคิด Circular Living นั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติธรรมของพระในวัด รวมถึงญาติโยมในชุมชนอย่างกลมกลืน “ทุกวันนี้เราต้องลองลงมืออยู่เสมอ หาองค์ความรู้ให้ได้ ฝึกทำเอง หรือหาพาร์ตเนอร์มาช่วยเรา ที่วัดมีทั้งคัดแยกขยะ ทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษอาหารและเศษใบไม้กิ่งไม้ ถุงพลาสติกเอามานึ่งทำน้ำมัน ขวดพลาสติกอัดก้อนส่งโรงงานไปทำเส้นใยทอผ้าจีวร จนวัดกลายเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแนวคิดการใช้แบบหมุนเวียนด้วยการสร้างประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้นั้นมีการปฏิบัติสืบต่อกันมาตลอด 2,500 กว่าปีที่ผ่านมา “ตัวอย่างที่เราได้เรียนรู้จากพระไตรปิฎกคือ ผ้าบังสุกุล มาจากผ้าห่อศพ ผ้าที่เก็บจากกองขยะ พระเจอก็มาพิจารณาความเป็นอนิจจัง นำผ้านั้นมาซัก ย้อมน้ำฝาดเพื่อฆ่าเชื้อ ตัดเป็นจีวร ผ้าจีวรผืนเดิมเอาไปทำผ้าปูที่นอน ผ้าปูที่นอนผืนเดิมเอาไปทำเป็นผ้าเช็ดโต๊ะ ผ้าเช็ดโต๊ะผืนเดิมเอาไปทำผ้าถูพื้น ผ้าถูพื้นผืนเดิมเปื่อยยุ่ยแล้วเอาไปผสมดินเหนียวโบกฉาบทากุฏิ ไม่ทิ้งของเลย ความคิดที่ว่า ‘สุดท้ายสิ่งนี้จะไปไหน’ มีในศาสนาพุทธมานานแล้ว” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114693 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114692 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกวงการหนึ่ง วิธีคิดแบบสตาร์ทอัพเน้นการทำความเข้าใจลูกค้าให้มากที่สุด ทดลอง ทำซ้ำภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่อิทธิกรและเพื่อนๆ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าความรวดเร็วไม่ได้ขัดกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืนแต่อย่างใด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เลี้ยงแมลงล็อตแรกไม่ยากหรอกครับ ใครก็ทำได้ แต่เลี้ยงแมลงให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอสิยากมาก” อิทธิกรเล่าว่า ช่วงหนึ่งแมลงที่เลี้ยงไว้ตายเพราะเศษอาหารที่เจือปนยาฆ่าแมลง ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายนั้นยังไม่มากนักในประเทศไทย จึงต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกีฏวิทยาตามมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่ง เพื่อทำความเข้าใจการเพาะเลี้ยงแมลงชนิดนี้อย่างลึกซึ้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กว่าจะออกมาเป็นสินค้าที่เห็น เราทำตัวอย่างทดลองออกมาก่อน หน้าตาไม่ได้สวยมาก แต่เป็นวิธีการเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าได้ดีที่สุด ทำให้เราค้นพบว่าโปรตีนจากแมลงเหมาะที่จะทำอาหารสัตว์เลี้ยง เพราะสัตว์ไม่มี emotional barrier เท่ากับคน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากลองผิดลองถูกมาบนเส้นทางแสนขรุขระ แต่ด้วยความมั่นใจว่านี่คือเส้นทางสู่อนาคต ในที่สุดอิทธิกรก็ทำแบรนด์ขนมสำหรับสุนัขชื่อว่า </span><b>Laika</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ทั้งอร่อยและช่วยลดขยะให้โลก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114713 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Circular Living is the Key วิถีแห่งความหวัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังไม่ลืมว่า ณ วินาทีนี้เราทุกคนกำลังตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อม การหมุนเวียนทรัพยากรใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดเป็นทางรอดที่ยั่งยืนที่สุด เท่าที่พัฒนาการทางเทคโนโลยีและจินตนาการของเราจะไปถึง การสอดแทรกแนวคิดนี้เข้าไปในทุกมิติการใช้ชีวิต และการส่งต่อไปให้ผู้คนอย่างกว้างขวางที่สุดจึงเป็นภารกิจของเราทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสร้างวงจรหมุนเวียนขยะในชุมชนของพระมหาประนอมไม่หยุดอยู่เพียงในพื้นที่บางกะเจ้าเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่วัดกว่า 2,000 แห่ง ร่วมมือแลกเปลี่ยนกับพันธมิตรธุรกิจ ชุมชนอีกนับร้อยแห่ง มีเครือข่ายพระสงฆ์ในประเทศลาว พม่า และอินเดียด้วย เป้าหมายภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า คือการทำให้ทุกวัดทั่วประเทศไทยเป็นศูนย์รวมความรู้เกี่ยวกับการนำขยะเข้าสู่ระบบเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาตมาอยากเห็นทุกวัดลงมือทำ วัดหรือชุมชนไหนที่ต้องการความรู้ มาอบรมที่วัดได้เลย ใช้เวลา 1 สัปดาห์ฝึกเรียน ฝึกรู้ กลับไปทำเองได้ เพราะเราทำให้ดูเป็นตัวอย่างได้หมด พิสูจน์แล้วว่าทำจากจุดเล็กๆ ของเราก่อนแล้วจุดอื่นๆ จะตามมา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114699 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/พระมหาประนอม-19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกันกับอิทธิกร ผู้มีความหวังที่ฝากฝังไว้กับแมลงตัวเล็กๆ ซึ่งส่งผลต่อโลกใบใหญ่ “เพราะแนวคิด Circular Living อยู่ในกระบวนการคิดผลิตภัณฑ์เรา 100% อยู่แล้ว แต่มากไปกว่านั้นคือเราพยายามใช้ทรัพยากรใหม่ให้น้อยที่สุด เราคิดและถกเถียงกันถึงความจำเป็นอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์ในอนาคตก็ตั้งใจให้สามารถปฏิวัติวงการสัตว์เลี้ยงให้ลด Carbon Pawprint ได้จริง เพราะไม่ว่าเราจะออกแบบผลิตภัณฑ์ สร้างไอเดีย สร้างมูลค่าเพิ่มมากขนาดไหน เราอยากให้ลูกค้ารับความเชื่อของเราไปด้วย ต่อให้ไม่ใช่ลูกค้าเรา แต่อย่างน้อยได้รับรู้ความตั้งใจของเราที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมที่ดี แล้วเขาได้กลับไปคิดว่าต้องทำอะไรกับไลฟ์สไตล์ตัวเองบ้าง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114716 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-114711 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/อิทธิกร-เทพมณี-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งอิทธิกรและพระมหาประนอมทำให้เราเห็นว่า แนวคิดการใช้แบบหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืนนั้นไม่ใช่แผนภาพวงกลมวงเดียวที่โดดเดี่ยวออกจากระบบอื่นๆ แต่เปรียบเหมือนวงน้ำที่กระเพื่อมส่งต่อพลังให้กันไปอย่างไม่รู้จบ ขอเพียงเราไม่หยุดเชื่อมั่นในพลังของการเรียนรู้ การแบ่งปัน และการเปิดโอกาสให้ใครอีกหลายๆ คนได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือโลกไปด้วยกัน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gc-circular-living/">จีวรจากพลาสติกใช้แล้ว โปรตีนทางเลือกจากขยะเศษอาหาร เมื่อการใช้ชีวิตแบบ Circular Living ในวันนี้คือคำตอบของพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เราไม่ได้สู้เพื่อให้ทุกคนพูดแบบเดียวกัน แต่ให้พูดได้แบบที่อยากพูด” ธนาวิ โชติประดิษฐ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/art-is-not-a-crime-thanavi-chotpradit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2020 09:02:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a crime]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มศิลปะปลดแอกจัด - FreeArts]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ–อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[Cartel Art Space]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรัก ศิลา]]></category>
		<category><![CDATA[หฤษฎ์ ศรีขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ธาดา เฮงทรัพย์กูล]]></category>
		<category><![CDATA[gallery ver]]></category>
		<category><![CDATA[ถนอม ชาภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาวิ โชติประดิษฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=109014</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 20 สิงหาคม 2563 คือวันที่ Hockhacker หรือ ฮอคกี้–เดชาธร บำรุงเมือง หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Rap Against Dictatorship และ Elevenfinger หรือ บุ๊ค–ธนายุทธ ณ อยุธยา แรปเปอร์จากคลองเตย เป็น 2 ใน 9 คนที่ถูกจับกุมเนื่องจากการขึ้นเวทีเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563  กลิ่นและบรรยากาศการเมืองคุกรุ่นทำให้เกิดกระแส Art is not a Crime ในแวดวงศิลปะขึ้นทันทีหลังจากทั้งสองคนถูกจับ (และอาจพูดได้ว่าซีรีส์บทความชื่อเดียวกันนี้ของ a day ก็เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้เช่นกัน) แต่พูดกันตามความเป็นจริง นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เสรีภาพการแสดงออกของพื้นที่ศิลปะ (รวมไปถึงของประชาชนทุกคน) ถูกตั้งคำถาม เพราะที่ผ่านมาพื้นที่นี้ได้เปลี่ยนสถานะของศิลปิน นักเขียน นักแสดง และสารพัดอาชีพแห่งวงการสร้างสรรค์ไปเป็นผู้กระทำผิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ถูกเรียกเข้ารายงานตัวกับ คสช. ทำให้เขาต้องลี้ภัยในต่างประเทศ  ภรณ์ทิพย์ มั่นคง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-is-not-a-crime-thanavi-chotpradit/">“เราไม่ได้สู้เพื่อให้ทุกคนพูดแบบเดียวกัน แต่ให้พูดได้แบบที่อยากพูด” ธนาวิ โชติประดิษฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 20 สิงหาคม 2563 คือวันที่ Hockhacker หรือ <strong>ฮอคกี้–เดชาธร บำรุงเมือง</strong> หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Rap Against Dictatorship และ Elevenfinger หรือ <strong>บุ๊ค–ธนายุทธ ณ อยุธยา</strong> แรปเปอร์จากคลองเตย เป็น 2 ใน 9 คนที่ถูกจับกุมเนื่องจากการขึ้นเวทีเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลิ่นและบรรยากาศการเมืองคุกรุ่นทำให้เกิดกระแส <a href="https://adaymagazine.com/?s=Art+is+not+a+Crime">Art is not a Crime</a> ในแวดวงศิลปะขึ้นทันทีหลังจากทั้งสองคนถูกจับ (และอาจพูดได้ว่าซีรีส์บทความชื่อเดียวกันนี้ของ a day ก็เกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้เช่นกัน)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109151" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart35-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พูดกันตามความเป็นจริง นี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เสรีภาพการแสดงออกของพื้นที่ศิลปะ (รวมไปถึงของประชาชนทุกคน) ถูกตั้งคำถาม เพราะที่ผ่านมาพื้นที่นี้ได้เปลี่ยนสถานะของศิลปิน นักเขียน นักแสดง และสารพัดอาชีพแห่งวงการสร้างสรรค์ไปเป็นผู้กระทำผิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ถูกเรียกเข้ารายงานตัวกับ คสช. ทำให้เขาต้องลี้ภัยในต่างประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภรณ์ทิพย์ มั่นคง และ ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม นักแสดงจากละครเวทีเรื่องเจ้าสาวหมาป่าถูกตัดสินให้จำคุก 2 ปี 6 เดือนจากการแสดงละครเรื่องนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเพื่อนของพวกเขา สยาม ธีรวุฒิ ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และมีข่าวว่าถูกจับกุมส่งกลับไทยต้นปี 2562 แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเห็นเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่วงดนตรีขับร้องเพลงเนื้อหาทางการเมืองอย่าง วงไฟเย็น สมาชิกทั้ง 4 คนได้ลี้ภัยไปยังประเทศฝรั่งเศส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าเหตุการณ์เหล่านี้สร้างความหวาดกลัวให้คนทำงานศิลปะมากแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 ที่เพดานเสรีภาพการแสดงออกถูกกดให้ต่ำลง การทำงานของศิลปินในประเทศก็มีข้อจำกัดมากขึ้น <a href="https://adaymagazine.com/golf-ornanong-b-floor/">กอล์ฟ–อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์</a> นักแสดงละครเรื่อง <em>บางละเมิด</em> โดยกลุ่ม B-floor ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้ามาชมการแสดงและถ่ายภาพ พร้อมบอกให้กอล์ฟ &#8216;ขออนุญาต&#8217; แสดงละครเรื่องนี้ก่อน ทำให้นักแสดงและทีมงานกลับมาทบทวนและตัดสินใจเซนเซอร์บางฉากออกไป  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2560 </span><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการ </span><i><span style="font-weight: 400;">ไร้มลทิน (Whitewash)</span></i><span style="font-weight: 400;"> โดยหฤษฎ์ ศรีขาว จัดแสดงที่ Gallery VER ถูกถอดงานเพียงไม่กี่วันก่อนงานจบลง หรือในช่วงโควิด-19 ศิลปินกราฟฟิตี้โดนคุกคามถึงที่พักเมื่อเขาโพสต์วิพากษ์วิจารณ์จุดคัดกรองโรคที่สนามบิน และยังไม่นับการห้ามฉายหนัง การมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบไปแวะเวียนเยี่ยมชมเสวนา หรือกิจกรรมอื่นๆ กันอย่างไม่ขาดสาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109121" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart6-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจบอกได้ว่า ท่ามกลางสภาวะเพดานต่ำ เสียงของเหล่านักสร้างสรรค์ต่างก็ตะเกียกตะกาย ดันพื้นเพดานนั้นออกมาเพื่อตั้งคำถามกับสังคม เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา กลุ่มศิลปะปลดแอก &#8211; FreeArts จัดเสวนาว่าด้วย 15 ปี แห่งเสรีภาพและศิลปะร่วมสมัยหลังรัฐประหาร โดยมี ผศ.ดร. บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดคุยกับ <a href="https://adaymagazine.com/poster-art-in-protest-online/">ถนอม ชาภักดี</a> อาจารย์ นักวิจารณ์ศิลปะ, สมรัก ศิลา ผู้ร่วมก่อตั้ง <a href="https://adaymagazine.com/wtf-gallery-and-cafe/">WTF Gallery and Cafe,</a> อรอนงค์ ไทยศรีวงศ์ นักแสดงจากกลุ่ม B-floor และธนาวิ โชติประดิษฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเสวนาในครั้งนั้น เราชวน <strong>ธนาวิ โชติประดิษฐ</strong> ร่วมพูดคุยถึงพัฒนาการ การทำงานศิลปะในประเด็นสังคมการเมืองของศิลปิน การเซนเซอร์ บริบทในสังคมไทยที่ส่งผลต่อการทำงานของศิลปิน รวมถึงสิ่งที่คนในแวดวงสร้างสรรค์ต้องผลักเพดานการสื่อสารขึ้นไป แม้ว่าทั้งหมดนี้จะไม่สามารถรวบรวมงานหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด แต่จากการพูดคุยทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่า เพดานและการทำงานศิลปะแนวสังคมการเมือง โดยเฉพาะศิลปะแนวทัศนศิลป์ในบ้านเราเป็นยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่าคำถามถึงเสรีภาพในการแสดงออก แต่เป็นแรงปะทะที่กำลังรวมเป็นพลังเรียกร้องให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือไม่ก็ตาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109186" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ9-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>1. คนรุ่นใหม่เริ่มต้นวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างอำนาจหลังรัฐประหารปี 2557 มากขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลปะและการเมืองเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม มากหรือน้อย นี่คือสิ่งแรกที่ธนาวิบอกกับเรา และที่ผ่านมาศิลปินที่สนใจสังคมการเมืองก็หยิบเหตุการณ์ต่างๆ มาเล่าผ่านงานศิลปะบ่อยครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการเมืองและวิธีคิดของคนในแต่ละยุค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะถ้านับมาตั้งแต่ปี 2549 หลังรัฐประหาร ไม่มีศิลปินที่ทำงานวิพากษ์สังคมออกมาทำงานเคลื่อนไหวในเชิงต่อต้านรัฐประหารเท่าไหร่นัก แตกต่างจากคนรุ่นใหม่ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังปี &#8217;57 อาจจะยังไม่เกิดงานศิลปะในทันที แต่ว่ามันค่อยๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ แล้วสิ่งหนึ่งที่เห็นคือศิลปินรุ่นใหม่ๆ รุ่นที่เด็กกว่าเรา อายุ 30 ลงไป เริ่มหันมาทำงานที่วิพากษ์วิจารณ์ทหารหรือสถาบันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไปจากหลังรัฐประหารปี &#8217;49 ช่วงนั้นเงียบสงัด กลุ่มศิลปินการเมืองยุค 90s ก็เงียบ เพราะว่าทุกคนคงแฮปปี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงอย่างนั้น ช่วงปี 2555 เกิดคดีโด่งดังของอำพล ตั้งนพกุล หรือ อากง sms มีศิลปินที่ทำงานศิลปะออกมาตั้งคำถามถึงเสรีภาพในการแสดงออก และแตะถึงโครงสร้างอำนาจ อย่างมิตร ใจอินทร์ ที่ทำการอดอาหารจำนวน 112 ชั่วโมง </span></p>
<p><div id="attachment_109196" style="width: 970px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109196" class="wp-image-109196 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2.jpg" alt="" width="960" height="960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/007-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><p id="caption-attachment-109196" class="wp-caption-text">ปฏิบัติการอดอาหารท้วงประเทียด 112 ชั่วโมง (112 Hunger Strike) หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ที่มาภาพ ศุภพงศ์ เหล่าธีรศิริ</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“และช่วงก่อนรัฐประหารปี 2557 สิ่งที่เราเห็นได้มากเลยคือ นักกิจกรรมทางการเมืองเลือกใช้ปฏิบัติการทางศิลปะมาสื่อสารประเด็นโครงสร้างทางการเมืองมากกว่าศิลปิน เช่น บก.ลายจุด (สมบัติ บุญงามอนงค์) จัดกิจกรรม ‘<a href="https://prachatai.com/journal/2010/07/30289">ที่นี่มีคนตาย</a>’ พาคนเสื้อแดงไปยังจุดต่างๆ เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหรือราชประสงค์แล้วใช้สีแดงเทราดตัวเพื่อบอกว่าเคยมีการสังหารประชาชนที่นี่”  </span></p>
<p><div id="attachment_109197" style="width: 510px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109197" class="wp-image-109197 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/4785144331_681a7784dc.jpg" alt="" width="500" height="375" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/4785144331_681a7784dc.jpg 500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/4785144331_681a7784dc-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /><p id="caption-attachment-109197" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: ประชาไท</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทีนี้</span><span style="font-weight: 400;">หลังปี &#8217;57 เราจะเห็นคนที่อายุน้อย ซึ่งเป็นกลุ่มเจเนอเรชั่นที่โตมาพร้อมกับความไม่สงบทางการเมือง คืออย่างรุ่นเราจะมีชีวิตวัยเด็กและวัยรุ่นที่สังคมไม่ได้มีปัญหาทางการเมืองแวดล้อมอยู่จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่ว่าคนรุ่นเด็กกว่าเราโตมากับสถานการณ์ ข้อมูล และสภาพแวดล้อมอีกแบบหนึ่ง การเมืองมันไม่เป็นเรื่องไกลตัว เพราะฉะนั้นการทำงานศิลปะที่พูดถึงการเมืองมันจึงเกิดขึ้นมากกว่า รวมทั้งจะมีบางคนที่กลับไปทบทวนสิ่งที่ตัวเองเคยทำ เช่น ตอนเป็นเด็ก พ่อแม่ โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยพาไปบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เขาก็จะย้อนกลับมาดู แล้วทำเป็นงานศิลปะออกมา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ธนาวิพูดถึงงานนิทรรศการภาพถ่าย </span><i><span style="font-weight: 400;">ไร้มลทิน (Whitewash)</span></i> <span style="font-weight: 400;">ของหฤษฎ์ ศรีขาว ที่หยิบประสบการณ์เข้าร่วมวันบิ๊กคลีนนิ่งเดย์หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อตอนอายุ 15 เมื่อหฤษฎ์เติบโตขึ้น เขากลับมาทบทวนเรื่องนี้ใหม่ผ่านงานศิลปะ</span></p>
<p><div id="attachment_109200" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109200" class="wp-image-109200 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7718-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7718-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7718-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7718-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7718-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-109200" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: ธนาวิ โชติประดิษฐ</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วกลายมาเป็นงานที่ซวยมาก เพราะเจ้าหน้าที่มาเห็นพอดี” เธอเล่าความตลกร้ายของเรื่องนี้ที่นิทรรศการจัดขึ้นในช่วงรัฐบาลทหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตั้งใจแรกของเจ้าหน้าที่ต้องการไปโกดัง N22 เพื่อตรวจสอบงาน </span><i><span style="font-weight: 400;">สุขสลาย (The Shards Would Shatter At Touch)</span></i><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ของธาดา เฮงทรัพย์กูล ที่ Cartel Art Space แต่เมื่อไปช่วงแปดโมงเช้า ซึ่งยังไม่มีแกลเลอรีไหนเปิดทำการ เจ้าหน้าที่จึงได้รับคำแนะนำจากเจ้าของแกลเลอรีอีกแห่งให้กลับมาอีกทีช่วงบ่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นธาดาทำงานที่พูดถึงเรื่องของนักโทษการเมือง ผู้ลี้ภัย โดยศิลปินจะแนะนำว่า คุณเดินเข้ามาในห้อง หยิบภาพสีดำบนชั้นนี้ขึ้นมาแนบกับหน้าอก ภาพดำจะกลายเป็นภาพคนขึ้นมา (เป็นปฏิกิริยาจากสารเคมีที่มีความไวต่อการเปลี่ยนของอุณหภูมิ เมื่อโดนความร้อนจากร่างกายของเรา) แล้วจะมีหลายเลขไปเชื่อมโยงกับข้อความบนผนังห้อง เช่น หมายเลขนี้คือสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ซึ่งลี้ภัยในฝรั่งเศส” </span></p>
<p><div id="attachment_109199" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109199" class="wp-image-109199 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7731-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7731-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7731-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7731-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7731-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-109199" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: ธนาวิ โชติประดิษฐ</p></div></p>
<p><div id="attachment_109198" style="width: 778px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-109198" class="wp-image-109198 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7735-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7735-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7735-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7735-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_7735.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><p id="caption-attachment-109198" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: ธนาวิ โชติประดิษฐ</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลังจากเจ้าหน้าที่กลับมา งานของธาดาก็ได้เก็บออกจากแกลเลอรีแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่เดินไป Gallery </span><span style="font-weight: 400;">VER </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งอยู่ข้างกัน แล้วเห็นงานของหฤษฎ์พอดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาก็เห็นงานที่มีภาพทหาร เลยขอให้ถอดงานออก เป็นความซวยของห้องข้างๆ”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ธนาวิจะไม่สามารถตอบแทนศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจนว่า นอกจากการเมืองแล้ว อะไรที่กระตุ้นให้พวกเขาเริ่มต้นทำงานศิลปะที่พูดปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมือง “แต่ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นคือ คนในสังคมจำนวนมากเห็นความเชื่อมโยง หรือความคล้ายคลึงกันบางประการระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบันกับเรื่องในอดีต ซึ่งตรงนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในแวดวงศิลปะ เพราะหลายคนมองเห็น จึงไม่น่าแปลกที่ศิลปินจะมีมุมมองแบบนั้นแล้วแสดงออกผ่านงานศิลปะ” </span></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109180" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-683x1024.gif" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-683x1024.gif 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-200x300.gif 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-768x1152.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-600x900.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/อ.-ธนาวิ-โชติประดิษฐ3-210x315.gif 210w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></h3>
<h3><b>2. ความกลัวที่ไม่มีขอบเขต</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในภาวะที่เพดานการแสดงออกหลายอย่างยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ตัวบทกฎหมาย ศิลปินหลายคนต้องคอยระมัดระวังในการสื่อสาร แกลเลอรีเองก็ต้องมี self-censorship ธนาวิชี้ชวนให้เห็นว่าเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงของศิลปินแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ถ้าพูดถึงความกลัวรวมๆ ปัญหาคือเรายังมีกฎหมายมาตรา 112 ที่ตีความได้ครอบจักรวาล แล้วใครก็สามารถแจ้งได้ ก็เลยทำให้คนกลัว เพราะไม่รู้ว่าขอบเขตที่ทำได้ ทำไม่ได้ อยู่ตรงไหน เราไม่รู้หรอกว่าที่เราทำไป ที่เราเข้าใจว่าไม่ได้อยู่ในขอบข่าย มันอาจเข้าไปอยู่ในข่ายก็ได้ นั่นคือแกนสำคัญที่ทำให้คนจำนวนมากอยากให้ยกเลิก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ยกเลิก และที่ผ่านมายังฟังก์ชั่นอยู่ในสังคมไทย เลยทำให้ความกลัวของคนไม่มีขอบเขต ดังนั้น ศิลปินในฐานะคนทำงานศิลปะจะประเมินความเสี่ยงของตัวเองไม่เท่ากัน บางคนอาจจะรู้สึกว่าได้แค่นี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่พูดเลยดีกว่า หยุดไปก่อน รอไปก่อน หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่าขอขยับมันไปอีกนิดหนึ่ง ซึ่งการประเมินตรงนี้ขึ้นอยู่กับตัวพื้นที่ทางศิลปะที่เขาไปทำงานอีกด้วย จึงเป็นอีกปัจจัยในการพิจารณาว่าแค่ไหนได้ แค่ไหนไม่ได้ ผลักไปมากกว่านี้อีกได้ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้โทษว่าเขาป๊อด มันไม่ได้ง่ายๆ แบบนั้น เพราะทุกคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน แล้วปัญหาของการประเมินอันนี้ มันไม่ได้เป็นที่เรา แต่เป็นเพราะตัวกฎหมายสามารถตีความได้ครอบจักรวาลทำให้คนรู้สึกว่าเขากลัวแล้วไม่รู้จะประเมินยังไงดี”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109141" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart25-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>3. ไม่ว่าการแสดงออกแบบไหน ควรมีทางเลือกที่หลากหลายไม่ใช่การบังคับ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความกลัวที่ว่ามา สิ่งที่น่าสนใจคือตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ศิลปินที่เลือกสื่อสารประเด็นสังคมการเมืองและแตะถึงโครงสร้างอำนาจเลือกนำเสนองานศิลปะออกมาแบบไหน มีนัยสำคัญ ตั้งคำถาม และ ‘ซ่อน’ ประเด็นแหลมคมผ่านความคิดสร้างสรรค์ไว้ยังไงเพื่อไม่ให้เกิดการคุกคามจากเจ้าหน้าที่ เราเริ่มต้นถามธนาวิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าซ่อนจนไม่มีใครรู้เลยว่าพูดอะไรอยู่</span><span style="font-weight: 400;">ก็อาจไม่มีใครสามารถเก็บเมสเซจที่ว่าได้ บางทีคำถามอาจไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าทำยังไงให้มันซ่อนได้ แต่คำถามน่าจะอยู่ตรงที่ว่าทำยังไงให้พูดได้ในแบบต่างๆ มากกว่า” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109135" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart19-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าใครที่อยากจะพูดแบบตรงไปตรงมาก็ควรจะต้องพูดได้ หรือใครที่รู้สึกว่าเป็นคนชอบซ่อนในสัญลักษณ์บางอย่าง เขาก็ควรที่จะทำได้เหมือนกัน มันไม่ได้มีแบบไหนดีกว่าแบบไหน ดังนั้น </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่อยากย้ำคือ เราไม่ได้ต่อสู้เพื่อให้ทุกคนพูดแบบเดียวกัน แต่เพื่อให้ทุกคนพูดได้ในแบบที่ตัวเองอยากพูด การพูดหรือแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ ควรเป็นทางเลือกที่แต่ละคนมีสิทธิเลือกได้ ไม่ใช่ทางบังคับ อันนี้คือสิ่งที่เรามองว่าจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกไปทำไม มันคือการทำให้ความเสี่ยงหายไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ความกลัวตรงนี้ไม่เป็นปัจจัยในการทำงานศิลปะอีกต่อไป” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109152" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart36-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109162" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart46-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกประเด็นสำคัญที่เธอยอมรับว่าต้องพูดถึงหลายครั้ง เพราะยังเป็นปัญหาอยู่ แม้กระทั่งกับคนในแวดวงศิลปะเองคือ ศิลปินทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานศิลปะเกี่ยวกับการเมืองเพื่อแสดงออกว่ามีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">บางทีการเรียกร้องว่าศิลปินจะต้องทำงานที่พูดเรื่องการเมืองถึงจะเรียกได้ว่าคุณได้ contribute บางอย่างให้กับการแก้ปัญหาการเมือง เรารู้สึกว่ามันเป็นทางที่คับแคบเกินไปแล้วมันไม่แฟร์ การไม่ทำงานเชิงการเมืองไม่ได้แปลว่าไม่สนใจการเมือง แสดงว่าคุณเพิกเฉยหรือเปล่า เปล่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป ในหลายกรณีศิลปินที่ทำงานเรื่องอื่นๆ เขาเข้าร่วมแก้ปัญหาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ประชากรชาวไทยคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น เขาอาจไปชุมนุมหรือร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับ iLaw ก็ได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต้องพูดเรื่องนี้หลายครั้ง เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับหลายๆ คน ถ้าเราเชื่อเสรีภาพในการแสดงออก เชื่อเรื่องความหลากหลาย คุณต้องเปิดให้คนทำงานแบบไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับการเมืองก็สามารถเป็นคนที่สนับสนุนประชาธิปไตยได้ ยิ่งตอนนี้ทุกคนรู้สึกฮึกเหิม อยากมีส่วนร่วมกับการชุมนุม อยากจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งมันเป็นความตั้งใจที่ดีนะคะ แต่บางทีเราก็ลืมกันไปและไปเบียดบังคนอื่นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ มันเลยดูขัดกันถ้าจะบอกว่าเราให้ค่ากับเสรีภาพในการแสดงออกและความหลากหลาย แต่เรากลับพยายามทำให้ศิลปินทุกคนต้องพูดเรื่องเดียวกัน ด้วยวิธีแบบเดียวกัน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109158" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart42-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>4. ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่อาจใช้เวลาหลายสิบปีเพื่อเปลี่ยนสำนึกคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะนักประวัติศาสตร์ศิลปะ แม้ธนาวิมองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-3 ปีมานี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะอย่างที่เธอบอกว่ามีงานศิลปะวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ในบทบาทที่เธอต้องจดบันทึกประวัติศาสตร์ ทำงานเกี่ยวกับช่วงเวลา และมองคนผ่านงานศิลปะ ธนาวิเชื่อว่านี่ไม่ใช่สำนึกใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงคนส่วนใหญ่ได้ทันที แม้ในยุคนี้จะมีตัวช่วยอย่างเทคโนโลยีช่วยเร่งการรับรู้ก็ตาม  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ต่อให้เรารู้สึกว่าเราเป็นคนรุ่นใหม่ เพื่อนๆ ในเจเนอเรชั่นเราก็เข้าใจ มองโลกในแบบคล้ายๆ กัน ซึ่งไม่ใช่แบบเดียวกับคนอายุ 50-60 หรือแม้กระทั่งคนรุ่นเดียวกันที่มีวิธีคิดไม่เหมือนกับเราก็ยังมีอยู่ แต่เรายังอยู่ในสังคมนี้ร่วมกันอยู่ ไม่ใช่อยู่ๆ คนกลุ่มนี้จะหายไปจากประเทศ  ฉะนั้นการที่จะค่อยๆ เปลี่ยนคนในสังคมให้มีสำนึกในอีกแบบ มองคุณค่าการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ในอีกแบบหนึ่งมันใช้เวลา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109155" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart39-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ได้พูดให้เสียกำลังใจ แต่การทำงานทางความคิด ไม่ว่าจะช่องทางศิลปะ วรรณกรรม หรือวิชาการ ของพวกนี้เป็นการเดินทางไกล </span><span style="font-weight: 400;">ต้องอาศัยเวลายาวนานหลายสิบปี ซึ่งมันต้องไปควบคู่กันกับกลไกอื่นๆ เช่น การแก้กฎหมาย การแก้รัฐธรรมนูญ การทำให้สังคมเป็นประชาธิปไตยจริงๆ การไปลบล้างผลพวงของรัฐประหารที่ต้องตามแก้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าต้องรอของพวกนั้นแก้ไปหมดก่อนแล้วค่อยมาทำงานศิลปะอย่างมีเสรีภาพ มันทำไปพร้อมๆ กันได้ ศิลปะก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลักเพดานและเปลี่ยนสำนึกทั้งหมดนี้ มันไม่สามารถทำโดยลำพัง ดังนั้นสังคมควรจะต้องเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความคิดที่ฝังหัวคน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเห็นว่าการเดินทางนี้จะใช้เวลานาน ธนาวิจึงมองว่าการทำงานไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในการประท้วง แต่ควรกระจายออกมาอยู่ในสื่อที่หลากหลายและไม่จำกัดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เธอเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ที่ผ่านมาอุดมการณ์อนุรักษนิยมเลือกใช้สื่อทุกช่องทาง ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ วรรณกรรม จนกลายเป็นธรรมชาติของคนในสังคม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้น การจะปลูกฝังค่านิยมแบบใหม่จึงไม่จำเป็นต้องจำกัด มันจะป๊อปก็ได้ อยู่ในขบวนการใต้ดินก็ได้ เป็นเพลงอันเดอร์กราวนด์ หรืออยู่ในตำราวิชาการก็ได้ มันต้องการทุกที่เพื่อที่ว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นเรื่องปกติ แล้วเราจะไม่รู้สึกว่ามันแปลก ซึ่งกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้มันนาน การช่วงชิงพื้นที่เพื่อบ่อนเซาะสำนึกแบบเก่าที่ฝังรากมานานเพื่อเสนอสำนึกแบบใหม่ต้องการความร่วมมือของคนจำนวนมากและความถนัดอีกหลายแบบ ไม่ใช่ว่าต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้นถึงจะมีความหมาย ไม่ใช่แค่ความกลัวเท่านั้นที่ทำให้คนไม่พูดตรงๆ ด้วยเหตุนี้เราจึงยืนยันว่าการแสดงออกในรูปแบบที่หลากหลาย ผ่านช่องทางที่หลากหลายเป็นเรื่องสำคัญ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-109165" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-1024x683.gif" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-1024x683.gif 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-300x200.gif 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-768x512.gif 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-600x400.gif 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-475x317.gif 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-720x480.gif 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/freeart49-360x240.gif 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-is-not-a-crime-thanavi-chotpradit/">“เราไม่ได้สู้เพื่อให้ทุกคนพูดแบบเดียวกัน แต่ให้พูดได้แบบที่อยากพูด” ธนาวิ โชติประดิษฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Violette Wautier &#8211; All That I Can Do &#124; Live in a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-allthaticando/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[Live in a day]]></category>
		<category><![CDATA[Violette Wautier]]></category>
		<category><![CDATA[Glitter And Smoke]]></category>
		<category><![CDATA[All That I Can Do]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133070</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยมีค่ำคืนที่ตราตรึงใจไม่รู้ลืมกับ All That I Can Do ใครบางคนไหม live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง ‘All That I Can Do’ หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน 1live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน 2live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน 3live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-allthaticando/">Violette Wautier &#8211; All That I Can Do | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Violette Wautier - All That I Can Do | Live in a day" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/JYrfIyj9YSI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>คุณเคยมีค่ำคืนที่ตราตรึงใจไม่รู้ลืมกับ<span style="display: none;"> All That I Can Do </span>ใครบางคนไหม</p>



<p>live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=3mNNbvyj2jw" target="_blank" rel="noreferrer noopener">‘All That I Can Do’</a> หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของ<a href="https://adaymagazine.com/cest-ma-vie/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">วิโอเลต วอเทียร์</a></p>



<p>ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน</p>


<div style="display: none;">
1live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
2live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
3live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
4live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
5live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
6live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
7live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
8live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
9live in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
qlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
wlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
elive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
rlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
tlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
ylive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
alive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
slive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
dlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
flive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
glive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
hlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
jlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
klive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
llive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน<br>
zzlive in a day พาคุณย้อนนึกถึงความทรงจำและช่วงเวลาดีๆ ผ่านบทเพลง หนึ่งในเพลงทำนองสนุกสนานจากอัลบั้มล่าสุดของวิโอเลต วอเทียร์ ครั้งนี้มาในเวอร์ชั่นอะคูสติกที่อาจฟังดูแตกต่างไปจากเดิม แต่รับรองว่ายังคงกลิ่นอายความสดใสไว้ได้อย่างครบถ้วนจนทำให้คุณต้องอมยิ้มและอดไม่ได้ที่จะโยกตัวเบาๆ ไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างแน่นอน
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-allthaticando/">Violette Wautier &#8211; All That I Can Do | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Violette Wautier &#8211; I&#8217;d Do It Again &#124; Live in a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-iddoitagain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Violette Wautier]]></category>
		<category><![CDATA[I&#039;d do it again]]></category>
		<category><![CDATA[Glitter And Smoke]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[วี-วิโอเลต วอเทียร์]]></category>
		<category><![CDATA[Live in a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132754</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหน I&#8217;d Do It Again ไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ‘I’d do it again’ ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม 1ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม 2ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-iddoitagain/">Violette Wautier &#8211; I&#8217;d Do It Again | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Violette Wautier - I&#039;d Do It Again | Live in a day" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/dx0PZwdR9IM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหน<span style="display: none;"> I&#8217;d Do It Again </span>ไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจาก<a href="https://adaymagazine.com/cest-ma-vie/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">วิโอเล็ต วอร์เทียร์</a> อย่าง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=LQ5_WwwNi2M" target="_blank" rel="noreferrer noopener">‘I’d do it again’</a></p>



<p>ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม</p>


<div style="display: none;">
1ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
2ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
3ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
4ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
5ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
6ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<p></p>
<h2> I&#8217;d Do It Again </h2>
<p>7ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
8ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
9ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
0ใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
aใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
sใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
dใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
fใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
gใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม<br>
hใครที่ยังเจ็บช้ำกับรักเก่าๆ ใครที่ยังไปไหนไม่ได้ไกลจากคนเดิมๆ เราขอชวนมาปลดปล่อยความรู้สึกกับรักที่เพิ่งผ่านพ้นมา ใน live in a day กับเพลงใหม่ล่าสุดจากวิโอเล็ต วอร์เทียร์ อย่าง ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมกับ แนวเพลง synth-pop จังหวะติดหู ที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว แต่ยังคงตราตรึงใจอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม
</p>
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-violette-iddoitagain/">Violette Wautier &#8211; I&#8217;d Do It Again | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vs-gallery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2020 10:33:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[N22]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[แกลเลอรีศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[VS Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[บี วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่มโรงงานน้ำตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=87274</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเยือนโกดัง N22 ในซอยนราธิวาส 22 มองจากภายนอก ที่นี่คือโกดังหน้าตาแสนธรรมดาที่มีรถขนของวิ่งสวนกันเป็นระยะ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้โครงสร้างที่เห็นแอบซ่อนโอเอซิสทางศิลปะเอาไว้ คือกลุ่มแกลเลอรีถึง 7 แกลเลอรีที่รวมตัวกันเป็นชุมชนศิลปะขึ้นมา จุดหมายของเราในวันนี้คือ VS Gallery แกลเลอรีเปิดใหม่ในส่วนลึกสุดของโกดัง โดย บี–วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ หรือที่นักอ่านรู้จักกันในนาม ‘หนุ่มโรงงานน้ำตา’ นักเขียนที่ออกหนังสือรวมสเตตัสกึ่งบทกวีแนวรักปนโศกมาแล้วเกือบสิบเล่ม โดยนอกจากน้ำตาที่เหมือนจะบรรจุอยู่ในตัวอักษร บียังซุกซ่อนสารมากมายเอาไว้ให้ตีความไปได้ไกลถึงเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวังของสังคม กระทั่งเรื่องการเมือง  ล่าสุด บีวางมือจากโรงงานน้ำตาและวงการหนังสือ และผันตัวมาเปิดแกลเลอรีศิลปะขนาด 2 ห้อง ห้องหนึ่งตั้งใจเล่าเรื่องของ ‘คนชายขอบ’ โดยเฉพาะ ขณะที่อีกห้องเน้นแสดงงานศิลปะของ ‘นักเขียน’ อาชีพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ทำไมนักเขียนคนหนึ่งถึงวางมือจากปากกาแล้วหันมาจับงานศิลปะเป็นอาชีพ–หลายคนสงสัย ถ้าไม่รีบร้อนเกินไป บีชวนเราย้อนกลับไปยังโรงงานน้ำตากันก่อน &#160; วางมือจากงานเขียนเพื่อเรียนรู้การเล่าเรื่องแบบใหม่ อย่างที่หลายคนรู้ ก่อนหน้า VS Gallery จะเกิดขึ้น บีคือนักเขียนคนขยันที่ผลิตงานเขียนออกสู่สายตานักอ่านอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งช่วงหลังที่ตลาดหนังสือซบเซาลง เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้งานหนังสือและหันไปปั้นธุรกิจอื่นๆ แทน โดยสวมหมวกเป็นครูใหญ่เปิดโรงเรียนรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนสอนภาษาสำหรับเด็ก ถึงอย่างนั้น ‘การเล่าเรื่อง’ ก็ยังเป็นความรักที่ไหลเวียนอยู่ในตัวและเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้วันหนึ่งบีตัดสินใจลองเปิดแกลเลอรีเพื่อเล่าเรื่องผ่านช่องทางใหม่ๆ บ้าง “การเล่าเรื่องเป็นความชอบของเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vs-gallery/">VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นครั้งแรกที่เรามาเยือนโกดัง N22 ในซอยนราธิวาส 22</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองจากภายนอก ที่นี่คือโกดังหน้าตาแสนธรรมดาที่มีรถขนของวิ่งสวนกันเป็นระยะ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้โครงสร้างที่เห็นแอบซ่อนโอเอซิสทางศิลปะเอาไว้ คือกลุ่มแกลเลอรีถึง 7 แกลเลอรีที่รวมตัวกันเป็นชุมชนศิลปะขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดหมายของเราในวันนี้คือ VS Gallery แกลเลอรีเปิดใหม่ในส่วนลึกสุดของโกดัง โดย </span><b>บี–วรวุฒิ สัจจะปรเมษฐ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือที่นักอ่านรู้จักกันในนาม ‘หนุ่มโรงงานน้ำตา’ นักเขียนที่ออกหนังสือรวมสเตตัสกึ่งบทกวีแนวรักปนโศกมาแล้วเกือบสิบเล่ม โดยนอกจากน้ำตาที่เหมือนจะบรรจุอยู่ในตัวอักษร บียังซุกซ่อนสารมากมายเอาไว้ให้ตีความไปได้ไกลถึงเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวังของสังคม กระทั่งเรื่องการเมือง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87283 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87287 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-53-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุด บีวางมือจากโรงงานน้ำตาและวงการหนังสือ และผันตัวมาเปิดแกลเลอรีศิลปะขนาด 2 ห้อง ห้องหนึ่งตั้งใจเล่าเรื่องของ ‘คนชายขอบ’ โดยเฉพาะ ขณะที่อีกห้องเน้นแสดงงานศิลปะของ ‘นักเขียน’ อาชีพที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมนักเขียนคนหนึ่งถึงวางมือจากปากกาแล้วหันมาจับงานศิลปะเป็นอาชีพ–หลายคนสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่รีบร้อนเกินไป บีชวนเราย้อนกลับไปยังโรงงานน้ำตากันก่อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87285 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-56-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>วางมือจากงานเขียนเพื่อเรียนรู้การเล่าเรื่องแบบใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่หลายคนรู้ ก่อนหน้า VS Gallery จะเกิดขึ้น บีคือนักเขียนคนขยันที่ผลิตงานเขียนออกสู่สายตานักอ่านอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งช่วงหลังที่ตลาดหนังสือซบเซาลง เขาจึงตัดสินใจหันหลังให้งานหนังสือและหันไปปั้นธุรกิจอื่นๆ แทน โดยสวมหมวกเป็นครูใหญ่เปิดโรงเรียนรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนสอนภาษาสำหรับเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้น ‘การเล่าเรื่อง’ ก็ยังเป็นความรักที่ไหลเวียนอยู่ในตัวและเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้วันหนึ่งบีตัดสินใจลองเปิดแกลเลอรีเพื่อเล่าเรื่องผ่านช่องทางใหม่ๆ บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเ</span>ล่าเรื่องเป็นความชอบของเรา เราคิดว่าถ้าเราไม่ได้เขียนหนังสือแล้วเราก็น่าจะหาทางพูดคุยหรือเล่าเรื่องสะท้อนยุคสมัยที่ดำเนินอยู่ ซึ่งศิลปะเป็นสิ่งที่สื่อสารได้ง่ายและมีคนติดตามมากในเวลานี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87290 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกอย่างคือวิธีการอ่านของคนสั้นลงเรื่อยๆ กลายเป็นข้อจำกัดว่าเราไม่สามารถเขียนอธิบายอะไรได้มากมาย ฉะนั้นการถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบของงานศิลปะน่าจะตอบโจทย์กว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ งานวาด งานปั้น งานวิดีโอ มันสามารถเล่าเรื่องได้เต็มที่ เราเลยลองทำแกลเลอรีศิลปะเพราะมันทำให้เรายังได้เล่าเรื่องอยู่ แค่เปลี่ยนแพลตฟอร์มไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงก่อนหน้านี้เราจะคุ้นชินกับเขาในฐานะนักเขียน แต่บีเล่าต่อว่าตนสนใจแวดวงศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อคิดคำนวณดู ต้นทุนที่เขาใช้ในการจัดแสดงงานศิลปะก็ไม่ได้สูงไปกว่าทุนในการพิมพ์หนังสือสักเท่าไหร่ แถมงานศิลปะยังได้เปรียบเรื่องการจัดการและวัดผลที่ง่ายกว่าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาคนมาดูงานศิลปะเสร็จเขาจะให้ฟีดแบ็กทันทีว่ารู้สึกยังไง ชอบหรือไม่ชอบ” เขาอธิบายเพิ่ม “เราสามารถสร้างอิมแพกต์กับผู้ชมได้อย่างทันทีทันใด และคนทำแกลเลอรีก็สามารถจัดศิลปินให้หมุนเวียนมาแสดงผลงานได้ถึง 7-8 งานในหนึ่งปี ต่างจากงานหนังสือที่กว่านักเขียนจะตกผลึกและเขียนออกมาได้สักเล่มหนึ่งต้องใช้เวลานานกว่ามาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87289 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>แกลเลอรีศิลปะในโกดัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยโครงสร้างที่เป็นโกดัง ทำให้หลายคนมองว่าเวิ้งศิลปะ N22 ดูลึกลับกว่าแกลเลอรีที่ไหนๆ กลายเป็นคำถามว่าทำไม VS Gallery ถึงเลือกเปิดตัวที่นี่ แทนที่จะเป็นบริเวณอื่นที่ดูเข้าถึงง่ายกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบของบีเรียบง่าย เขาเลือกที่นี่เพราะผู้คน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87284 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-55-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของ N22 เกิดจากผองเพื่อนศิลปินจาก 7 แกลเลอรีที่ร่วมแรงกันทำให้โกดังเก่าแห่งนี้กลายเป็นคอมมิวนิตี้ศิลปะสุดเข้มแข็ง ซึ่งบีมองว่าชุมชนที่เข้มแข็งนี่แหละจะทำให้แกลเลอรียืนระยะได้โดยไม่ล้มหายตายจากไปเสียก่อน และนั่นหมายถึงโอกาสที่ศิลปินทางเลือกจะได้มีสเปซในการแสดงงานและเล่าสิ่งที่อยากสื่อสารต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ต้องการไปเช่าที่แพงๆ แล้วอยู่อย่างโดดเดี่ยว อย่างในสิงคโปร์จะมีย่านบ้านพักทหารบกเก่าที่แกลเลอรีกระจุกตัวกันอยู่เป็นสิบแกลเลอรี หรืองานแสดงศิลปะ Hotel Art Fair ที่จัดแสดงงานศิลปะในห้องพักของโรมแรมก็มีคอนเซปต์คล้ายๆ กัน คือผู้ชมก็สามารถเดินทางมาดูแกลเลอรีหลายๆ เจ้าได้สะดวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นั่นคือเหตุผลที่เราสนใจเปิดแกลเลอรีที่นี่ ข้อดีคือโกดังมีที่จอดรถพร้อม ค่าเช่าไม่แพง ค่าน้ำค่าไฟก็ช่วยกันจ่าย และไม่ไกลจากขนส่งสาธารณะนัก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>พื้นที่แสดงออกของคนชายขอบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อจะเปิดแกลเลอรี สิ่งแรกที่บีทำคือการนั่งลงนึกถึงความสนใจของตัวเองก่อนตกผลึกว่าตนสนใจเรื่องราวที่สะท้อนยุคสมัย รวมถึงประเด็นที่คนในสังคมกำลังให้ความสนใจ เป็นที่มาของการชวนศิลปินทางเลือกที่น่าสนใจมาแสดงงาน โดยเฉพาะศิลปินชายขอบและนักเขียนจากแวดวงวรรณกรรมที่อยากลองเล่าเรื่องผ่านงานศิลปะ fine art เป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทำไมถึงต้องเป็นงานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียนเป็นหลัก บีเท้าความให้ฟังว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราสนใจเรื่องคนชายขอบจากการที่เล่นเฟซบุ๊กมานานหลายปีและมี friend list ที่หลากหลาย มันทำให้เรารู้ว่าตัวเองชอบมองเห็นสิ่งที่ขาดหรือคนที่ถูกตัดโอกาส แต่จะให้เราลุกขึ้นมาบริจาคหรือทำงานการกุศลเราก็ไม่ถนัด เมื่อมีโอกาสทำงานศิลปะเราเลยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87292 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะผู้ชมงานศิลปะ ความสุขของเราคือการเห็นงานศิลปะที่เล่าเรื่องที่น่าสนใจและสะท้อนชีวิตจริง เมื่อชมงานศิลปะมานานขึ้นเรื่อยๆ เราคิดว่าปัญหาหนึ่งที่ได้เห็นคือบางครั้งเรื่องราวของคนชายขอบถูกคนอื่นพูดแทน และเมื่อคนอื่นมาเล่าเรื่องของพวกเขา บางครั้งเรื่องที่เล่าจึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญของพวกเขาจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยกตัวอย่างเช่น ศิลปะที่คนนอกพูดถึง LGBTQ บางครั้งจะใช้การวาดสายรุ้ง พูดถึงความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวในกลุ่มแบบอุดมคติ เป็นความเห็นแบบฉันอยากเห็นพวกเธอเป็นแบบนี้จัง แต่ถ้าคนในมาเล่าเขาจะพูดถึงการถูกรังแกโดยคนรอบข้าง ประสบการณ์วัยเด็กที่ไม่ดี หรือประเด็นส่วนตัวในแบบใกล้ชิดลึกซึ้ง หรือถ้าได้ดูงานเพนต์ติ้งของบางคนแค่จริตลายเส้นและสีที่ใช้ก็อธิบายตัวตนได้มากแล้ว เราคิดว่าศิลปินแต่ละคนมีเสียง มีปัญหาและมีเรื่องเล่าเฉพาะตัว ซึ่งการเสนอเสียงแบบนี้ย่อมทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมและเชื่อได้มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87304 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-13-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในชีวิตจริงศิลปินส่วนมากต่างก็มีแผลข้างในใจ แต่ละคนก็หาวิธีเยียวยาแผลในใจด้วยศิลปะที่เขาคิดค้นขึ้นเอง เวลาชมศิลปะของคนชายขอบส่วนใหญ่เราจะเห็นการเยียวยาของเขา บางครั้งก็เป็นการหลบหนี บางทีก็เผชิญหน้า บางทีขอความช่วยเหลือ ขอแนวร่วม อย่างเช่นผลงานของศิลปิน LGBTQ ที่เราเห็นอยู่นี้ก็เป็นผลงานที่สะท้อนความบีบคั้นกดดันเรื่องเพศสภาพในจังหวัดชายแดนใต้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างงานศิลปะชุด ‘Disguise’ ที่กำลังแสดงอยู่ตอนนี้ว่าเป็นตัวอย่างของงานจากสายตาคนชายขอบ เริ่มจากงานศิลปะรูปนู้ดผู้ชายที่แขวนเรียงรายอยู่บนผนัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87293 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-43-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87294 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในงานชุดนี้ ศิลปินต้องการสื่อถึงประเด็น LGBTQ ในปัตตานีว่าก่อนที่ความเชื่อตะวันตกจะเผยแพร่แนวคิดการแบ่งอดัมกับอีฟและกำหนดบทบาทเพศชาย-หญิง ชาย-หญิงในพื้นที่ปัตตานีก็ไม่ได้เคร่งครัดเรื่องบทบาททางเพศ ศิลปินเลยวาดรูปดัดแปลงงานศิลปะหลายๆ งานที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ เช่น รูปปั้น Pietà ของ Michelangelo ที่ต้นฉบับเป็นพระแม่มารีกับพระเยซู ซึ่งเป็นเพศหญิงและชาย ให้ทั้งคู่เป็นเพศกลาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืองานชิ้นหนึ่งที่ติดทองคำเปลว เขียนกำกับว่า ‘The real gold is not real gold.’ ศิลปินต้องการสื่อว่าถ้ามนุษย์ไม่ให้คุณค่ากับทองคำ ทองคำก็เป็นเพียงแร่ธาตุหนึ่งเท่านั้น แปลว่าความหมายของทองเกิดขึ้นจากนัยสมมติที่มนุษย์สร้างเปรียบเทียบได้กับคนที่ไม่ได้ถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นเพศใดเพศหนึ่งหรือถูกกำหนดบทบาท ว่าเขาอยู่ตรงไหนของสังคม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับงานเขียนของหนุ่มโรงงานน้ำตาที่กระตุกให้คนฉุกคิดเรื่องสังคม นิทรรศการที่บีเลือกมาจัดแสดงก็มักตั้งคำถามกับสังคม เหมือนงานชุด Disguise ที่ศิลปินลงมือวาดภาพนู้ดผู้ชายเพียงเท่านั้น และถ้าใครไม่สบายใจละก็ นั่นแหละคือจุดประสงค์ของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87295 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-48-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87296 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-44-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสำเร็จของการทำนิทรรศการศิลปะของผมคือเมื่อผู้ชมได้ดูงานและออกจากแกลอรีไป เขาเปลี่ยนความรู้สึกและมุมมองที่มีต่อคน กลุ่ม หรือปรากฏการณ์ต่างๆ ในทางที่เข้าใจหรือเห็นอกเห็นใจมากขึ้น การทำสิ่งนี้ต้องอาศัยงานที่เล่าเรื่องที่คนเชื่อ คนรู้สึก ถ้าคุณมาดูงานแล้วรู้สึกไม่สบายใจ คุณน่าจะได้ถามตัวเองว่าคุณยังติดอยู่ในคอมฟอร์ตโซนหรือเปล่า หรือถ้าดูแล้วรู้สึกเข้าอกเข้าใจ ความไม่สบายใจก็อาจจะลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีคิดงานนี้เป็นแบบมนุษยนิยม คือถ้าเมื่อไหร่ที่เราทำให้คนมองผลงานในฐานะความเป็นมนุษย์และความเชื่อของมนุษย์ คนดูก็น่าจะมีแนวโน้มไม่หันหน้าปฏิเสธแต่จะยอมรับได้ เราถือว่าเราประสบความสำเร็จถ้าคนมาดูงานแล้วรู้สึกแบบนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกนัยหนึ่ง บีต้องการจะสื่อว่าศิลปะสามารถเปลี่ยนสังคมได้ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยที่สุดคือสะกิดให้รู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเรื่องรอบตัว และเป็นแว่นขยายให้ผู้คนมองเห็นปัญหา ส่วนที่เหลือ บีบอกว่าเป็นสิทธิของผู้ชมว่าพวกเขาอยากจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นไหม ด้วยวิธีใด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87297 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ชวนนักเขียนมาปล่อยของ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากห้องจัดแสดงงานศิลปะของคนชายขอบ บีพาเราเดินต่อไปยังห้องจัดแสดงข้างๆ กันเพื่อดูนิทรรศการ ‘พิพิธภัณฑ์แสง’ ที่รวบรวมงานศิลปะที่ตีความจากเรื่องสั้นเรื่อง ‘พิพิธภัณฑ์แสง’ ของกิตติพล สรัคคานนท์ พร้อมบอกว่านี่คือตัวอย่างความตั้งใจเปิดพื้นที่ให้นักเขียนแสดงออกผ่านงานศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแกลเลอรีห้องนี้จัดแสดงงานศิลปะโดยล้อไปกับเนื้อหาของเรื่องสั้น ทั้งศิลปะภาพลวงตา ทั้งงานเหล็กหล่อเป็นแท่งอินโฟกราฟิกหัวทิ่มลงดินที่สื่อถึงพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ภาพวาดแลนด์สเคปที่สะท้อนความเหงาในสังคมเมืองใหญ่ ปิดท้ายด้วยห้องที่มีทัศนวิสัยเหมือนมองออกไปจากในกะลา เพื่อจำลองบรรยากาศห้องมืดในตอนท้ายเรื่องสั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87298 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87299 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87300 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีเล่าว่าเหตุที่ชักชวนกลุ่มนักเขียนมาทำงานศิลปะเพราะเห็นว่าเพื่อนพ้องในแวดวงหนังสือหลายคนมีพื้นฐานเป็นคนทำงานศิลปะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนซีไรต์อย่าง<a href="https://adaymagazine.com/the-light-of-day-uthis-haemamool/" target="_blank" rel="noopener">อุทิศ เหมะมูล</a> หรือกวีสายโพสต์โมเดิร์นอย่างอุเทน มหามิตร ที่ร่ำเรียนมาทางด้านจิตรกรรมโดยตรงและทำงานศิลปะควบคู่ไปกับการเขียนหนังสืออยู่แล้ว รวมถึงนักเขียนหลายๆ คนที่อยากกระโดดข้ามศาสตร์ข้ามศิลป์จากงานเขียนมาสู่งานศิลปะเต็มตัวดูสักครั้ง แต่ไม่รู้จะไปแสดงงานที่ไหน ก็ให้มาปล่อยของกันที่แกลเลอรีแห่งนี้เสียเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากงานศิลปะของคนชายขอบแล้ว เราอยากชวนคนในแวดวงนักเขียนมาสร้างงานศิลปะหรือคัดเลือกงานมาจัดแสดงเพื่อให้นักเขียนได้สื่อสารในสิ่งที่เขาอยากพูด ถ้าเทียบกับศิลปิน เราคิดว่านักเขียนก็มีเรื่องอยากจะเล่าให้ผู้ชมฟังผ่านงานศิลปะเหมือนกันแต่เราเห็นว่าวงการหนังสือยังไม่มีพื้นที่ให้พวกเขาโชว์งานมากนักเราเลยอยากเปิดพื้นที่ชวนเขามาเล่า</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-87302 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/VS-Gallery-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีเล่าถึงฟีดแบ็กของคนที่มาชมงานว่าส่วนใหญ่จะแปลกใจในความใหม่ ส่วนแฟนคลับนักเขียนที่มาดูก็ตื่นเต้นในการตีความจากตัวอักษรเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งงานต่อๆ ไป บีตั้งใจจะนำคอนเทนต์ใหม่เอี่ยมที่ยังไม่เคยตีพิมพ์มาก่อนมาร่วมสร้างสรรค์และตีความใหม่ที่นี่ ทั้งยังมีการวางแผนชวนนักเขียนมาวาดภาพและทำงานศิลปะที่นักเขียนอยากจะเล่าอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแต่เรื่องเล่าเรื่องต่อๆ ไปจากคนชายขอบและนักเขียนจะเป็นเรื่องแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บีขออุบไว้ ให้คุณมาเจอที่ VS Gallery ด้วยตัวเองดีกว่า</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vs-gallery/">VS Gallery แกลเลอรีทางเลือกที่เปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของคนชายขอบและนักเขียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2019 07:00:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Projects]]></category>
		<category><![CDATA[Rayong Time ago]]></category>
		<category><![CDATA[ลุ่มแม่น้ำระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ทายาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80301</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มาเยือนโรงงานน้ำปลา แค่เพียงสูดลมหายใจเบาๆ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของความเค็มและความคาวจากหัวน้ำปลาแท้ที่เตรียมบรรจุ มันไม่ใช่กลิ่นเค็มแหลมคมที่ชวนให้เวียนหัว แต่เป็นกลิ่นเค็มแบบหอมๆ ที่ชวนให้น้ำลายสอ เรานัดพบกับ นุ–อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล ทายาทรุ่นที่ 4 เจ้าของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง หรือโรงน้ำปลาตั้งไถ่เชียง แห่งปากน้ำระยอง เพื่อพูดคุยถึงการสืบสานกิจการจากบรรพบุรุษ “ธุรกิจนี้เหมือนเอาเงินไปถมไว้ในบ่อ ต้องรอปีหนึ่งถึงจะถอนออกมาใช้ได้” นุเกริ่นกับเราเช่นนี้เพราะกว่าจะผลิตน้ำปลาได้แต่ละทีนั้นต้องหมักปลาจนได้ที่ ใช้เวลาเป็นแรมปี คนรุ่นใหม่ส่วนมากจึงไม่คิดสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลา แต่แน่นอนว่านุเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ส่วนน้อย โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่งผลิตน้ำปลามายาวนานราว 80 ปี จากกิจการเล็กๆ ในครัวเรือนสู่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบซึ่งมีกำลังการผลิตมากถึง 12,000 ขวดต่อวัน และมีบ่อหมักน้ำปลาถึง 1,000 บ่อ โดยข้อได้เปรียบของโรงงานแห่งนี้คือตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำระยอง สามารถขนปลาที่จับได้สดๆ ลงบ่อหมักได้ทันที จึงมั่นใจได้ว่าความสดใหม่นั้นไม่เป็นรองใคร น้ำปลาตราชูตราชั่งโด่งดังมานานทั้งด้านคุณภาพ ความสดใหม่ และรสชาติที่ดีเยี่ยม ถึงขนาดที่ว่าเชฟกระทะเหล็กอาหารไทย อย่างชุมพล แจ้งไพร ไว้ใจเลือกใช้น้ำปลาตราชูตราชั่งในการปรุงอาหาร และยังใช้ในโรงเรียนสอนทำอาหารไทยของเขาด้วย ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง นุอาสาเล่าให้ฟังถึงที่มาของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งแห่งปากน้ำระยอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น วิถีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดทะเล การต่อยอดกิจการจากคนรุ่นก่อน ไปจนถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจให้กลมกล่อมไม่แพ้น้ำปลา เปิดฝาบ่อน้ำปลาของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล อันที่จริงโรงงานน้ำปลาแห่งนี้เริ่มต้นจากซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ ทวดของนุเดินทางจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่ปากน้ำระยอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/">คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้มาเยือนโรงงานน้ำปลา แค่เพียงสูดลมหายใจเบาๆ ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของความเค็มและความคาวจากหัวน้ำปลาแท้ที่เตรียมบรรจุ</p>
<p>มันไม่ใช่กลิ่นเค็มแหลมคมที่ชวนให้เวียนหัว แต่เป็นกลิ่นเค็มแบบหอมๆ ที่ชวนให้น้ำลายสอ</p>
<p>เรานัดพบกับ <strong>นุ–อนุชิต ตันติเวชวุฒิกุล</strong> ทายาทรุ่นที่ 4 เจ้าของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง หรือโรงน้ำปลาตั้งไถ่เชียง แห่งปากน้ำระยอง เพื่อพูดคุยถึงการสืบสานกิจการจากบรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80304" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ธุรกิจนี้เหมือนเอาเงินไปถมไว้ในบ่อ ต้องรอปีหนึ่งถึงจะถอนออกมาใช้ได้”</p>
<p>นุเกริ่นกับเราเช่นนี้เพราะกว่าจะผลิตน้ำปลาได้แต่ละทีนั้นต้องหมักปลาจนได้ที่ ใช้เวลาเป็นแรมปี คนรุ่นใหม่ส่วนมากจึงไม่คิดสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลา แต่แน่นอนว่านุเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ส่วนน้อย</p>
<p>โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่งผลิตน้ำปลามายาวนานราว 80 ปี จากกิจการเล็กๆ ในครัวเรือนสู่โรงงานอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบซึ่งมีกำลังการผลิตมากถึง 12,000 ขวดต่อวัน และมีบ่อหมักน้ำปลาถึง 1,000 บ่อ โดยข้อได้เปรียบของโรงงานแห่งนี้คือตั้งอยู่ใกล้ปากน้ำระยอง สามารถขนปลาที่จับได้สดๆ ลงบ่อหมักได้ทันที จึงมั่นใจได้ว่าความสดใหม่นั้นไม่เป็นรองใคร</p>
<p>น้ำปลาตราชูตราชั่งโด่งดังมานานทั้งด้านคุณภาพ ความสดใหม่ และรสชาติที่ดีเยี่ยม ถึงขนาดที่ว่าเชฟกระทะเหล็กอาหารไทย อย่างชุมพล แจ้งไพร ไว้ใจเลือกใช้น้ำปลาตราชูตราชั่งในการปรุงอาหาร และยังใช้ในโรงเรียนสอนทำอาหารไทยของเขาด้วย</p>
<p>ในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง นุอาสาเล่าให้ฟังถึงที่มาของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งแห่งปากน้ำระยอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้น วิถีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดทะเล การต่อยอดกิจการจากคนรุ่นก่อน ไปจนถึงปรัชญาในการดำเนินธุรกิจให้กลมกล่อมไม่แพ้น้ำปลา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80305" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-54-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เปิดฝาบ่อน้ำปลาของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล</strong></p>
<p>อันที่จริงโรงงานน้ำปลาแห่งนี้เริ่มต้นจากซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้</p>
<p>ทวดของนุเดินทางจากเมืองจีนมาตั้งรกรากอยู่ที่ปากน้ำระยอง แรกเริ่มก็รับจ้างทั่วไป ก่อนจะค่อยๆ ขยับมาทำซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ ซึ่งเป็นวิชาความรู้ที่ติดตัวมาจากเมืองจีน</p>
<p>“ปรากฏว่าขายไม่ได้เลยเพราะคนไทยกินไม่เป็น” นุเล่า</p>
<p>ทวดของเขาจึงสืบเสาะจนรู้ว่าเครื่องปรุงที่คนไทยกินเป็นและทุกบ้านต้องมีติดครัวคือน้ำปลา “เราถือว่าชาวปากน้ำเป็นครูบาอาจารย์ของโรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง เพราะทวดได้คนท้องถิ่นสอนว่าต้องใช้ปลาอะไร หมักยังไง ต้องหมักกี่เดือน ส่วนกะปิมาเริ่มทำทีหลังเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน เริ่มแรกหมักในตุ่มหรือไหเล็กๆ แล้วค่อยๆ ขายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยทำเป็นโรงงานอุตสาหกรรม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80306" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เหยาะความใส่ใจลงในธุรกิจ</strong></p>
<p>พอถึงคราวที่ต้องรับช่วงต่อกิจการจากรุ่นพ่อแม่ จุดแข็งที่นุคงไว้เหมือนเดิมตั้งแต่แรกเริ่มคือการรักษาคุณภาพของวัตถุดิบให้ดีที่สุด โดยเน้นเรื่องความสดของปลาเป็นพิเศษ เพราะถ้าวัตถุดิบดีมีคุณภาพแล้ว ย่อมจะสะท้อนออกมาในทุกหยดของน้ำปลา</p>
<p>“ของเราได้เปรียบตรงที่ว่าแพปลากับบ่อหมักอยู่ใกล้กัน ตั้งแต่รับปลาขึ้นมาบนแพ จนถึงลงบ่อหมัก ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะฉะนั้นเราจะได้วัตถุดิบที่สดมาก พอได้ปลามาเราก็จะเอามาเคล้ากับเกลือและหมักลงบ่อทันที นี่คือข้อแตกต่างที่ชัดเจน และเราพยายามรักษาคุณภาพนี้ให้ได้เรื่อยมา”</p>
<p>ส่วนการพัฒนาต่อยอดในรุ่นของนุ นอกจากการขยายเป็นสเกลธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น สร้างบ่อหมักมากขึ้น และเสริมกำลังผลิตในโรงงานให้มากขึ้น ส่วนที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือการพัฒนารสชาติน้ำปลา โดยปรุงแต่งให้ถูกปากถูกใจผู้บริโภคยุคนี้มากขึ้น รสชาติน้ำปลาจึงแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่อย่างชัดเจน นั่นคือกลมกล่อมขึ้น</p>
<p>“ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้เปลี่ยนไป น้ำปลาดั้งเดิมคือแค่ปลาผสมกับเกลือ เพราะคนต้องการแค่รสเค็มของเกลือและรสหวานจากเนื้อปลา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการรสหวานมากขึ้น เราเลยปรุงแต่งรสด้วยน้ำตาลทราย ซึ่งเราใช้แค่นี้ ไม่มีสารปรุงแต่งรสตัวอื่นอีก”</p>
<p>นุขยายความว่าโรงงานน้ำปลาแต่ละแห่งก็จะมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แต่ละเจ้าก็จะมีการปรุงรสชาติแตกต่างกันไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80310" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“น้ำปลาตราชูตราชั่งเองก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่ชอบกลิ่นแบบนี้ รสชาติแบบนี้” ซึ่งนี่เองคือแรงผลักที่ทำให้เขาพยายามรักษาคุณภาพและมาตรฐานรสชาติให้ดีสมกับที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น</p>
<p>“เราพยายามรักษาคุณภาพให้เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีๆ ก็ต้องเป็นแบบนี้ เพราะเอาไปปรุงแล้วมันได้ผลลัพธ์ออกมาดี ลูกค้าพอใจ เราเลยแคร์เรื่องการรักษาคุณภาพมาก โดยเฉพาะเรื่องความสดใหม่และรสชาติ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>น้ำปลาเติมเต็มรสชาติในจาน คนทำน้ำปลาได้เติมเต็มในใจ</strong></p>
<p>สำหรับนุ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน อาชีพคนทำน้ำปลาก็ยังจำเป็นอยู่ และเขาอยากรักษาอาชีพนี้ให้อยู่คู่ระยองไปตลอด ด้วยความรักผูกพันในอาชีพ และตระหนักดีว่าไม่ว่ายังไงอาหารไทยก็ต้องมีน้ำปลาและกะปิเป็นของคู่กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80315" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นอกจากจะเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงดูชีวิตแล้ว นุยังรู้สึกสนุกที่ได้สานต่อธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว เขามีหลักยึดในการทำงานอยู่ 3 ข้อคือ ซื่อสัตย์ อดทน และกตัญญู</p>
<p>“อันดับแรกคือต้องซื่อสัตย์กับผู้บริโภค ถามว่าที่ผ่านมาสินค้าเคยมีปัญหาไหม มีนะ และเราเปลี่ยนให้ใหม่หมด คือใจเขาใจเรา เราก็อยากขายของได้ ลูกค้าก็อยากได้ของดี ถ้าเราเอาของไม่ดีไปขาย เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไร ดังนั้นเรื่องความซื่อสัตย์มาเป็นอันดับหนึ่ง</p>
<p>“สองคือเรื่องความอดทน เพราะงานทุกอย่างมีปัญหาหมด ปัญหาเรื่องแรงงาน วัตถุดิบ เราต้องอดทนเพราะเราคือผู้ผลิต สมมติพนักงานดื้อ เราโวยวายไป ผลลัพธ์อาจจะแย่กว่าที่เราคิดก็ได้ ดังนั้นถ้าควบคุมตัวเองได้ก็น่าจะดีกว่า</p>
<p>“สามคือเรื่องความกตัญญู เราต้องรำลึกไว้เสมอว่าเรามาถึงวันนี้ได้เพราะบรรพบุรุษ เขาสร้างมาก่อน วางรากฐานมาให้เป็นอย่างดีและแข็งแรง ฉะนั้นวันนี้ที่เราอายุเท่านี้ เราแข็งแรง เรามีหน้าที่ต้องดูแลบรรพบุรุษทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่เขาเริ่มอ่อนแอลง ซึ่งทั้งหมดนี้ผมคิดว่าสุดท้ายก็ส่งผลดีต่อตัวเราเองและธุรกิจ ผมจะขอพรเสมอให้คนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงานทุกคนมีความสุข แข็งแรง และเจริญงอกงาม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80307" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>หยดน้ำปลาที่นำรายได้มาสู่ชุมชน</strong></p>
<p>อีกสิ่งหนึ่งที่นุภาคภูมิใจไม่น้อยไปกว่าการสานต่ออาชีพคนทำน้ำปลาคือ การได้มีส่วนช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชนปากน้ำระยอง</p>
<p>“วัตถุดิบเราก็ซื้อจากคนในท้องถิ่น แรงงานเราก็ใช้แรงงานท้องถิ่น แล้วโรงน้ำปลาตราชูตราชั่งโชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานดี หลายคนเป็นคนที่นี่ ทั้งฝ่ายบัญชี ฝ่ายผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ พนักงานในไลน์ผลิต เราโชคดีที่ได้รู้จักและทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ ถึงจะเครียดยังไงมันก็ผ่านไปได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80308" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/โรงงานน้ำปลาตราชูตราชั่ง-48-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นุทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า “ผมรักอาชีพนี้ สนุกกับการทำอาชีพนี้ ถึงจะมีปัญหาบ้างแต่เหมือนได้ผจญภัยในทุกๆ วัน บางทีก็เหนื่อย แต่ยังไงก็รักในอาชีพทำกะปิทำน้ำปลาอยู่ดี”</p>
<p><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fadaymagazine%2Fvideos%2F2519888168333193%2F&amp;show_text=0&amp;width=560" width="560" height="315" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-6/">คุยกับทายาทรุ่นสี่ ‘โรงน้ำปลาตราชูตราชั่ง’ ว่าด้วยมรดกอาชีพแห่งปากน้ำระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พาเดินเท้าสำรวจสถาปัตยกรรมเก่าแก่ร้อยปีบนถนนยมจินดา ย่านเก่าที่ได้ชื่อว่าเป็น Beverly Hills แห่งระยอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2019 11:00:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Projects]]></category>
		<category><![CDATA[Rayong Time ago]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ระยอง]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76191</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่น้ำระยองโผล่หน้ามาต้อนรับเราแรกสุดก่อนจะเดินเข้าไปเจอกับถนนยมจินดาซึ่งวางตัวข้างๆ กัน สารภาพว่าครั้งแรกที่เห็นแม่น้ำระยองสายเล็กที่น้ำขุ่นและแคบ เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าครั้งหนึ่งย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดของเมืองระยองได้ยังไง หากย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนก็คงจะได้คำตอบ จุดเริ่มต้นของความคึกคักของถนนสายนี้เกิดขึ้นได้เพราะทำเลที่ตั้ง ด้วยอยู่ริมแม่น้ำระยองซึ่งเดิมทีถูกใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางและการขนส่งสินค้า จึงทำให้มีการตั้งชุมชนกระจายตัวริมสองฝั่งแม่น้ำ ชุมชนยมจินดาเกิดขึ้นพร้อมกับการตัดถนนยมจินดาซึ่งเป็นถนนสายแรกของเมืองระยอง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อประมาณ พ.ศ. 2443 เป็นถนนที่ผ่าใจกลางเมืองและวางตัวขนานไปกับแม่น้ำระยอง ทำให้ชุมชนยมจินดากลายเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัย แหล่งการค้า รวมถึงแหล่งขนถ่ายสินค้าไปยังกรุงเทพฯ และหัวเมืองอื่นๆ เมื่อมีการตัดถนนยมจินดา แม่น้ำระยองซึ่งเคยเป็นเหมือนเส้นโลหิตสำคัญก็ถูกลดความสำคัญลง จากบ้านเรือนที่เคยหันหน้าเข้าแม่น้ำก็ปรับเปลี่ยนเป็นอาคารและตึกแถวที่หันหน้าเข้าหาถนน บางบ้านก็ใช้วิธีดีดและงัดบ้านทั้งหลังให้หน้าบ้านหันกลับมาฝั่งถนน และเมื่อผู้คนหันมาสัญจรทางบกมากกว่าทางน้ำ แม่น้ำระยองจึงแปรเปลี่ยนจากสถานะประตูรับแขกหน้าบ้านเป็นแค่คลองหลังบ้านเท่านั้น เมื่อการคมนาคมเริ่มสะดวก ความเจริญก็เข้ามาเคาะประตูบ้านเรือนในย่านนี้ ชุมชนยมจินดาจึงค่อยๆ เติบโตและรุ่งเรืองสุดขีดในฐานะย่านการค้าที่สำคัญของระยองและภาคตะวันออก ในสมัยนั้น เจ้าสัวนายทุนมาปักหลักทำธุรกิจบนถนนยมจินดา คหบดีและเศรษฐีต่างท้องถิ่นก็มักจะมาจับจองที่ดินสำหรับสร้างบ้านเรือน รวมถึงร้านค้าต่างๆ ก็ทยอยมาเปิดที่นี่ อาคารพาณิชย์จึงเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน ทั้งโรงหนัง โรงฝิ่น โรงสี ธนาคาร ร้านทอง ร้านยาจีน ร้านเครื่องเขียน และอู่ต่อเรือ เพราะเป็นถนนสายแรก ความเจริญทั้งหมดของเมืองระยองจึงกระจุกตัวอยู่ที่ถนนยมจินดา ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นย่านคนรวยไปโดยปริยาย ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ ย่านนี้คงเหมือนกับ Beverly Hills ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นย่านคนมีฐานะที่นิยมสร้างบ้านหลังใหญ่โต บนถนนยมจินดาเองก็มีทั้งบ้านขุนนางและคหบดีให้เห็นอยู่หลายหลัง ทุกวันนี้พื้นเพของผู้คนที่อยู่อาศัยในชุมชนยมจินดาส่วนใหญ่เป็นคนระยอง และมีส่วนหนึ่งที่บรรพบุรุษเป็นชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไหหลำและแต้จิ๋วมาตั้งบ้านเรือนที่นี่ด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-5/">พาเดินเท้าสำรวจสถาปัตยกรรมเก่าแก่ร้อยปีบนถนนยมจินดา ย่านเก่าที่ได้ชื่อว่าเป็น Beverly Hills แห่งระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม่น้ำระยองโผล่หน้ามาต้อนรับเราแรกสุดก่อนจะเดินเข้าไปเจอกับถนนยมจินดาซึ่งวางตัวข้างๆ กัน สารภาพว่าครั้งแรกที่เห็นแม่น้ำระยองสายเล็กที่น้ำขุ่นและแคบ เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าครั้งหนึ่งย่านนี้เคยเป็นย่านการค้าที่เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดของเมืองระยองได้ยังไง</p>
<p>หากย้อนกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อนก็คงจะได้คำตอบ</p>
<p>จุดเริ่มต้นของความคึกคักของถนนสายนี้เกิดขึ้นได้เพราะทำเลที่ตั้ง ด้วยอยู่ริมแม่น้ำระยองซึ่งเดิมทีถูกใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางและการขนส่งสินค้า จึงทำให้มีการตั้งชุมชนกระจายตัวริมสองฝั่งแม่น้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76194" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ชุมชนยมจินดาเกิดขึ้นพร้อมกับการตัดถนนยมจินดาซึ่งเป็นถนนสายแรกของเมืองระยอง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อประมาณ พ.ศ. 2443 เป็นถนนที่ผ่าใจกลางเมืองและวางตัวขนานไปกับแม่น้ำระยอง ทำให้ชุมชนยมจินดากลายเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัย แหล่งการค้า รวมถึงแหล่งขนถ่ายสินค้าไปยังกรุงเทพฯ และหัวเมืองอื่นๆ</p>
<p>เมื่อมีการตัดถนนยมจินดา แม่น้ำระยองซึ่งเคยเป็นเหมือนเส้นโลหิตสำคัญก็ถูกลดความสำคัญลง จากบ้านเรือนที่เคยหันหน้าเข้าแม่น้ำก็ปรับเปลี่ยนเป็นอาคารและตึกแถวที่หันหน้าเข้าหาถนน บางบ้านก็ใช้วิธีดีดและงัดบ้านทั้งหลังให้หน้าบ้านหันกลับมาฝั่งถนน และเมื่อผู้คนหันมาสัญจรทางบกมากกว่าทางน้ำ แม่น้ำระยองจึงแปรเปลี่ยนจากสถานะประตูรับแขกหน้าบ้านเป็นแค่คลองหลังบ้านเท่านั้น</p>
<p>เมื่อการคมนาคมเริ่มสะดวก ความเจริญก็เข้ามาเคาะประตูบ้านเรือนในย่านนี้ ชุมชนยมจินดาจึงค่อยๆ เติบโตและรุ่งเรืองสุดขีดในฐานะย่านการค้าที่สำคัญของระยองและภาคตะวันออก</p>
<p>ในสมัยนั้น เจ้าสัวนายทุนมาปักหลักทำธุรกิจบนถนนยมจินดา คหบดีและเศรษฐีต่างท้องถิ่นก็มักจะมาจับจองที่ดินสำหรับสร้างบ้านเรือน รวมถึงร้านค้าต่างๆ ก็ทยอยมาเปิดที่นี่ อาคารพาณิชย์จึงเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน ทั้งโรงหนัง โรงฝิ่น โรงสี ธนาคาร ร้านทอง ร้านยาจีน ร้านเครื่องเขียน และอู่ต่อเรือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76195" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เพราะเป็นถนนสายแรก ความเจริญทั้งหมดของเมืองระยองจึงกระจุกตัวอยู่ที่ถนนยมจินดา ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นย่านคนรวยไปโดยปริยาย ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ ย่านนี้คงเหมือนกับ Beverly Hills ในลอสแอนเจลิส ซึ่งเป็นย่านคนมีฐานะที่นิยมสร้างบ้านหลังใหญ่โต บนถนนยมจินดาเองก็มีทั้งบ้านขุนนางและคหบดีให้เห็นอยู่หลายหลัง</p>
<p>ทุกวันนี้พื้นเพของผู้คนที่อยู่อาศัยในชุมชนยมจินดาส่วนใหญ่เป็นคนระยอง และมีส่วนหนึ่งที่บรรพบุรุษเป็นชาวจีนโพ้นทะเลซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไหหลำและแต้จิ๋วมาตั้งบ้านเรือนที่นี่ด้วย จุดสังเกตคือบ้านของคนจีนนิยมใช้ประตูบานเฟี้ยมซึ่งสามารถพับเป็นส่วนๆ ได้</p>
<p>ภายนอกแล้วชุมชนยมจินดาเป็นย่านการค้าที่มีทั้งตึกแถว อาคารไม้ และอาคารก่ออิฐถือปูน ปะปนกันไป เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน บ้านเรือนส่วนใหญ่ที่เป็นร้านค้าก็กลายมาเป็นที่อยู่อาศัย แต่ก็ยังหลงเหลือเค้าลางของความเป็นศูนย์กลางความเจริญให้เห็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76198" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>พอพูดถึงความรุ่งเรืองต่างๆ นานาและความใหญ่โตโอ่อ่าของบ้านเรือนที่นี่แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ เราเลยขออาสาพาเดินเท้าสำรวจถิ่นย่านบ้านเรือนบนถนนยมจินดา ซึ่งเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่บรรจุลมหายใจ ความทรงจำ และวิถีชุมชนดั้งเดิมของเมืองระยองเอาไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76567" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา </strong><strong>: </strong><strong>จากเรือนคหบดีสู่ร้านอาหารต้นตำรับเมืองระยอง</strong></p>
<p>บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดาเป็นบ้านไม้สีฟ้าติดริมแม่น้ำระยอง บ้านนี้เคยเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและอดีตที่ทำการของพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2474 ท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองระยองคนสุดท้ายและเป็นต้นตระกูลยมจินดา ถนนเส้นแรกของเมืองระยองหรือถนนยมจินดาที่เรายืนอยู่นี้ก็เป็นความคิดริเริ่มของเจ้าเมืองระยองท่านนี้ที่ให้ตัดถนนเลียบแม่น้ำระยอง</p>
<p>ภายหลังชาวระยองจึงเรียกขานถนนเส้นนี้ว่า ‘ยมจินดา’ เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านเจ้าเมือง ภายในตัวบ้านมีสารพัดของสะสมของเจ้าบ้านจัดแสดงตามมุมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นร้านอาหารต้นตำรับระยองแท้ๆ โดยทายาทตระกูลยมจินดา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76554" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>บ้านบุญศิริ </strong><strong>: </strong><strong>บ้านสมัยใหม่แบบกรุงเทพฯ หลังแรกบนถนนยมจินดา</strong></p>
<p>บ้านบุญสิริคือบ้านโมเดิร์นแบบกรุงเทพฯ หลังแรกบนถนนยมจินดา เป็นบ้านสองชั้น สร้างด้วยคอนกรีต มีรั้วรอบขอบชิด ด้านหน้าบ้านติดกับถนนยมจินดา ด้านหลังติดแม่น้ำระยอง เดิมทีที่ดินบริเวณนี้ทั้งหมดเป็นของพระยาศรีสมุทรโภคชัยโชคชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) ต่อมาทายาทของท่านได้แต่งงานกับพูน บุญศิริ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองระยอง จึงได้แบ่งที่ดินผืนใหญ่ของเจ้าเมืองมาสร้างเป็นบ้านบุญศิริหลังนี้เมื่อ พ.ศ. 2474 บ้านบุญศิริจึงอยู่ในละแวกเดียวกันกับบ้านเจ้าเมืองยมจินดาเพราะเคยเป็นที่ดินผืนเดียวกันมาก่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76555" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตึกกี่พ้ง </strong><strong>: </strong><strong>ตึกสไตล์ชิโน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>โปรตุกีสหลังแรกในระยอง</strong></p>
<p>เจ้าของตึกคนแรกคือ กี่พง แซ่ตั๋น เศรษฐีชาวจีนจากปักษ์ใต้ ตึกกี่พ้งถือว่าเป็นตึกแบบตะวันตกหลังแรกของเมืองระยอง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 เป็นตึกสองชั้นทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีความยาวถึง 12 คูหา ด้านหน้าไม่กว้างนักแต่เน้นให้อาคารมีความลึกและยาว</p>
<p>อาคารเป็นศิลปะแบบชิโน-โปรตุกีส หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาตึกทรงนี้จากย่านเก่าเมืองภูเก็ต เพราะมีการว่าจ้างช่างชาวภูเก็ตมาสร้างตึกหลังนี้ สมัยก่อนเป็นที่จำหน่ายพริกไทยและเสื้อผ้านำเข้าจากเมืองจีน ต่อมาทายาทคือนายสิงห์และนางกราย กลิ่นสมุทร ได้เก็บรักษาตึกหลังนี้ไว้ ปัจจุบันพื้นที่ครึ่งหนึ่งของตึกกี่พ้งถูกแบ่งทำเป็นร้านขายของ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76556" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตึกเถ้าแก่เทียน </strong><strong>: </strong><strong>อดีตธนาคารพาณิชย์แห่งแรก สู่แกลเลอรีและศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์</strong></p>
<p>ตึกนี้เปลี่ยนมือมาหลายเจ้าของซึ่งล้วนแต่เข้ามาสร้างตำนานบนถนนยมจินดา โดยแรกเริ่มท่านขุนพานิชชลาสินธุ์ หรือเถ้าแก่เทียน เป็นผู้สร้างตึกนี้ซึ่งเป็นตึกปูนเก่าแก่เป็นอันดับ 2 รองจากตึกกี่พ้ง</p>
<p>ตัวตึกเป็นศิลปะชิโน-โปรตุกีสที่ให้กลิ่นอายจีนผสมตะวันตก โดยเถ้าแก่เทียนได้แรงบันดาลใจมาจากตึกรามในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นบ้านเกิด บริเวณจั่วด้านบนของผนังตึกทั้งสองข้างมีการตกแต่งด้วยปูนปั้นลวดลายประณีต</p>
<p>สมัยแรกที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า ต่อมามีการแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นสำนักงานธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของระยองในสมัยนั้น ภายหลังเปิดเป็นแกลเลอรีศิลปะในนาม ‘ดาวินชี สตูดิโอ’ หรือ ‘วิกเถ้าแก่เทียน’</p>
<p>ปัจจุบันตึกเถ้าแก่เทียนถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเมืองระยอง (Rayong Creativity Development Center – RCDC) เป็นศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองระยองและถนนยมจินดา มีนิทรรศการพัฒนาการของเมืองระยอง ภาพถ่ายที่หาชมได้ยาก และภาพวาดตึกรามบ้านช่องต่างๆ บนถนนยมจินดา รวบรวมมาจัดแสดงที่ศูนย์นี้ด้วย ไฮไลต์อีกอย่างคือด้านข้างตึกมีภาพสตรีทอาร์ตที่วาดขึ้นใหม่เพื่อเลียนแบบโครงสร้างอิฐภายในตัวอาคารเดิม กลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินที่ใครแวะมายมจินดาจะต้องไม่พลาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76197" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>บ้านสัตย์อุดม </strong><strong>: </strong><strong>บ้านขุนนางเก่าสู่กล่องเก็บอดีตในนามพิพิธภัณฑ์เมืองระยอง</strong></p>
<p>เดิมทีเป็นบ้านของขุนศรีอุทัยเขตร์ (โป๊ง สัตย์อุดม) ขุนนางผู้เป็นเจ้าของโรงสี โรงหนัง และอู่ต่อเรือ จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือเป็นบ้านไม้สองชั้นที่ยังคงเก็บรักษาช่องลมที่มีลวดลายฉลุสไตล์จีนไว้</p>
<p>ปัจจุบันบ้านไม้หลังนี้ถูกปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองระยองซึ่งได้รับการเอื้อเฟื้อสถานที่จากบ้านสัตย์อุดม โดยเกิดจากความตั้งใจของกลุ่มชมรมอนุรักษ์ฟื้นฟูเมืองเก่าระยอง ให้เป็นที่รวบรวมของเก่าของดีของจังหวัด ทั้งภาพถ่ายโบราณหาชมยาก ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวระยองในอดีต เช่น เฟอร์นิเจอร์สมัยโบราณ ข้าวของเครื่องใช้ที่หาดูได้ยาก เปลือกหอยโบราณ ภาพเจ้าเมืองระยอง ภาพการแต่งกายสมัยก่อน ภาพตึกรามบ้านช่องสมัยโบราณ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76196" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ถนนยมจินดา-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
<strong>บ้านมาลีวณิชย์ </strong><strong>: </strong><strong>บ้านไม้สไตล์จีนที่ประดับด้วยกระเบื้องจากอิตาลี</strong></p>
<p>บ้านมาลีวณิชย์เป็นอาคารหลังใหญ่ทำจากไม้ทั้งหลัง ใช้เทคนิคการสร้างแบบโบราณคือกั้นผนังด้วยไม้ฝาแบบบานเกล็ด และเป็นประตูแบบบานเฟี้ยมซึ่งเป็นลักษณะดั้งเดิมของร้านค้าชาวจีนมาตั้งแต่อดีต ปูพื้นด้วยกระเบื้องโมเสกจากอิตาลีซึ่งปัจจุบันยังคงเก็บรักษาพื้นเดิมไว้อยู่ ปัจจุบันบ้านนี้เป็นร้านขายหนังสือและหมอนของชาวจีน</p>
<p>จากการบอกเล่าของเจ้าของบ้านรุ่นที่สอง บ้านมาลีวณิชย์ยังคงรูปแบบและวัสดุเดิมไว้โดยไม่มีการต่อเติมหรือซ่อมแซมมากนัก และเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ของบ้านไม้เก่าใจกลางชุมชนยมจินดาที่แสดงให้เห็นความเก่าแก่และความรุ่งเรืองของชุมชนการค้าของชาวจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76557" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ศาลเจ้าแม่ทับทิม </strong><strong>: </strong><strong>ศาสนสถานของชาวจีนกลางชุมชนยมจินดา</strong></p>
<p>นอกจากบรรดาร้านรวงต่างๆ บนถนนยมจินดาแล้ว ยังมีศาลเจ้าแม่ทับทิมที่อยู่คู่ชุมชนและมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76558" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ศาลเจ้าแม่ทับทิม หรือศาลตุ้ยบ้วยเนี่ย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2421 เพื่อประดิษฐานองค์เจ้าแม่ทับทิมและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่กราบไหว้ของชาวระยอง ศาลนี้เป็นศาลเจ้าที่หันออกสู่แม่น้ำระยอง องค์เจ้าแม่อัญเชิญมากับเรือเพื่อให้คนมาขอพรให้รอดพ้นจากอันตรายขณะเดินเรือในทะเล นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนไหหลำที่อพยพเข้ามาในย่านนี้แล้ว ปัจจุบันยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั่วไปในแถบนี้ด้วย</p>
<p>ศาลเจ้าในย่านการค้าแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานของการเข้ามาตั้งรกรากของชาวจีนที่ไม่ทิ้งขนบดั้งเดิมของตนซึ่งมีชีวิตพันผูกอยู่กับเทพเจ้า นอกจากศาลเจ้าแม่ทับทิมจะเป็นตัวแทนของการมีอยู่ของกลุ่มชาวจีนบนถนนสายนี้แล้ว ที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนที่แม้จะไม่ได้อยู่รวมกันเป็นชุมชนหนาแน่นเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังกลับมารวมตัวกันเมื่อถึงงานเทศกาลสำคัญๆ โดยในแต่ละปีจะมีการจัดงานต่างๆ เช่น งานกินเจ งานลุยไฟ งานแจกข้าวสาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76559" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตลาดโรงสี </strong><strong>: </strong><strong>ชวนช้อปปิ้งและชิมอาหารพื้นถิ่นเมืองระยอง</strong></p>
<p>เดิมตลาดโรงสีคือโรงสีไฟของคุณพูน บุญศิริ ซึ่งถือเป็นโรงสีที่รุ่งเรืองที่สุดในยุคนั้น ปัจจุบันด้านหน้าเปิดเป็นตลาดขนาดย่อมช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นตลาดที่สนับสนุนการรักษาประเพณีของชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-76561" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-41.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-41.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/ยมจินดา-41-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ถ้าใครได้มาเยือนตลาดโรงสีแห่งถนนยมจินดา เราขอแนะนำขนมท้องถิ่นหากินยากอย่างขนม ‘มัดไต้’ หรือขนมข้าวต้มมัดไส้คาวของชาวระยอง ทำจากข้าวเหนียวใส่ไส้ถั่วเหลืองซีกผสมหมู ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ห่อด้วยใบกะพ้อซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่น มัดเป็นปล้องๆ ให้แน่นแล้วนำไปนึ่ง นอกจากขนมมัดไต้ที่ห้ามพลาดแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารขึ้นชื่อของระยองอย่าง ‘แกงหมูใบชะมวง’ สูตรต้นตำรับฝีมือชาวบ้านชุมชนยมจินดาให้ชิมด้วย</p>
<p>ใครสนใจอยากเดินทางไปสัมผัสกลิ่นอายสถาปัตยกรรมรุ่นเก๋าและเรื่องราวบนถนนยมจินดาสามารถใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาแยกปากน้ำระยอง เลยวัดลุ่มมหาชัยชุมพลไปประมาณ 100 เมตร ทางเข้าถนนยมจินดาจะอยู่ทางขวามือ</p>
<hr />
<p><em>ขอขอบคุณข้อมูลจากโครงการวิจัยข้อมูลชาติพันธุ์และวิถีชุมชนระยอง จัดทำโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยความร่วมมือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), คุณเฉลียว ราชบุรี (รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยอง), คุณอธิวัฒน์ คุณาเดชดี (ศูนย์พัฒนาข้อมูลประวัติศาสตร์เมืองระยอง) และคุณสุทธิพร ภู่ธนะพิบูล (เลขาฯ มูลนิธิกุศลร่วมใจ ศาลเจ้าแม่ทับทิมระยอง)</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rayong-time-ago-5/">พาเดินเท้าสำรวจสถาปัตยกรรมเก่าแก่ร้อยปีบนถนนยมจินดา ย่านเก่าที่ได้ชื่อว่าเป็น Beverly Hills แห่งระยอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
