<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/anness/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/anness/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Nov 2021 14:01:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>คุยกับปากกาของ นำชัย ชีววิวรรธน์ นักเขียนสาย pop science นักแปลหนังสือ Yuval Noah Harari และนักวิทยาศาสตร์จอมเล่าเรื่อง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/namchai-chewawiwat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Nov 2021 13:50:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[a pen interview]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[นักแปล]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นำชัย ชีววิวรรธน์]]></category>
		<category><![CDATA[Yuval Noah Harari]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=150084</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก และ อยากชวนเธอไปอำผี คือหนังสือที่อยู่ในซีรีส์หนังสือ pop science ซึ่งสร้างชื่อให้ นำชัย ชีววิวรรธน์ นักวิทยาศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนที่หยิบเอาเรื่องยากอย่างวิทยาศาสตร์มาย่อยให้อ่านง่ายและสนุก นอกจากนี้เขายังเป็นนักแปลหนังสือเล่มดังมากมายของ Yuval Noah Harari ที่หลายคนน่าจะมีติดบ้าน ยกตัวอย่าง เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ 21 บทเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 และ โฮโมดีอุส: ประวัติย่อของวันพรุ่งนี้ เป็นต้น อ่านแค่นี้ก็รู้แล้วว่านำชัยต้องเป็นคนที่งานรัดตัวขนาดไหน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเขียนและออกหนังสือเล่มใหม่อย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในนั้นคือ เธอ ฉัน สวรรค์ นรก ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่ 3 ในซีรีส์ที่เรากล่าวไปข้างต้น โดยมาพร้อมกับวิทยาศาสตร์ที่อธิบายเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกแบบที่ใครๆ ก็อ่านได้ เพราะอยากรู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังในการสื่อสารเรื่องวิทย์ให้ออกมาน่าอ่านและเอนจอยขนาดนี้ เราจึงชวนปากกาของนำชัยมาสนทนาพาทีถึงเจ้าของของเขาที่มักไม่อยู่นิ่ง ต้องเดินทางไปเสวนาที่นั่นที่นี่อยู่ตลอดเวลา เล่าประวัติของตัวเองให้ฟังหน่อยสิคุณปากกา เราเป็นปากกา Pentel ด้ามสีดำขอบเงิน เราเจอนักวิทยาศาสตร์นักเขียนแบบทูอินวันคนนี้ครั้งแรกตอนที่เขาไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยบูรพา แล้วทางเจ้าบ้านฝากฝังเราให้มาอยู่ด้วยกับเขาพร้อมกับสมุดบันทึกและของอื่นๆ นับแต่นั้นมาเขาก็มีเราไว้ใกล้ตัวเสมอ โดยมักจะใช้จดความคิดที่แวบเข้ามาในหัว คำถามหรือคำกล่าวที่น่าสนใจ และพล็อตนิยายที่เขาหวังว่าจะเขียนสักวันในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ อ้อ! [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/namchai-chewawiwat/">คุยกับปากกาของ นำชัย ชีววิวรรธน์ นักเขียนสาย pop science นักแปลหนังสือ Yuval Noah Harari และนักวิทยาศาสตร์จอมเล่าเรื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>อย่าชวนเธอไปดูหนังรัก</em> และ <em>อยากชวนเธอไปอำผี</em> คือหนังสือที่อยู่ในซีรีส์หนังสือ pop science ซึ่งสร้างชื่อให้ นำชัย ชีววิวรรธน์ นักวิทยาศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลายเป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนที่หยิบเอาเรื่องยากอย่างวิทยาศาสตร์มาย่อยให้อ่านง่ายและสนุก</p>



<p>นอกจากนี้เขายังเป็นนักแปลหนังสือเล่มดังมากมายของ Yuval Noah Harari ที่หลายคนน่าจะมีติดบ้าน ยกตัวอย่าง<em> เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ 21 บทเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 </em>และ <em>โฮโมดีอุส: ประวัติย่อของวันพรุ่งนี้ </em>เป็นต้น</p>



<p>อ่านแค่นี้ก็รู้แล้วว่านำชัยต้องเป็นคนที่งานรัดตัวขนาดไหน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเขียนและออกหนังสือเล่มใหม่อย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในนั้นคือ <em>เธอ ฉัน สวรรค์ นรก</em> ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่ 3 ในซีรีส์ที่เรากล่าวไปข้างต้น โดยมาพร้อมกับวิทยาศาสตร์ที่อธิบายเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกแบบที่ใครๆ ก็อ่านได้</p>



<p>เพราะอยากรู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังในการสื่อสารเรื่องวิทย์ให้ออกมาน่าอ่านและเอนจอยขนาดนี้ เราจึงชวนปากกาของนำชัยมาสนทนาพาทีถึงเจ้าของของเขาที่มักไม่อยู่นิ่ง ต้องเดินทางไปเสวนาที่นั่นที่นี่อยู่ตลอดเวลา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150234" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c9_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เล่าประวัติของตัวเองให้ฟังหน่อยสิคุณปากกา</h4>



<p>เราเป็นปากกา Pentel ด้ามสีดำขอบเงิน เราเจอนักวิทยาศาสตร์นักเขียนแบบทูอินวันคนนี้ครั้งแรกตอนที่เขาไปเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยบูรพา แล้วทางเจ้าบ้านฝากฝังเราให้มาอยู่ด้วยกับเขาพร้อมกับสมุดบันทึกและของอื่นๆ นับแต่นั้นมาเขาก็มีเราไว้ใกล้ตัวเสมอ โดยมักจะใช้จดความคิดที่แวบเข้ามาในหัว คำถามหรือคำกล่าวที่น่าสนใจ และพล็อตนิยายที่เขาหวังว่าจะเขียนสักวันในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ</p>



<p>อ้อ! แต่เขาไม่ได้ใช้เราเขียนบทความหรอกนะ เขาพิมพ์ได้เร็วทีเดียวแหละ ผลงานทั้งหลายเลยเกิดขึ้นบนโน้ตบุ๊กของเขา</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมนักวิทยาศาสตร์อย่างเขาถึงมาเขียนหนังสือได้</h4>



<p>เคยได้ยินเขาคุยกับเพื่อนฝูงว่าตอนแรกก็เป็นเรื่องของการแปลบทความหาเงินใช้ เขาเริ่มแปลงานส่งไปลงนิตยสารสมัยนั้นหาเงินตั้งแต่เรียนปริญญาโท อันที่จริงถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นเขาเคยแปลขำขันสั้นๆ แล้วดัดแปลงเป็นบริบทแบบไทยๆ ส่งนิตยสารจำพวกขำขันหาเงินใช้เหมือนกันนะ</p>



<p>แต่จะว่าไปก็เคยได้ยินเขาเล่าว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็น &#8216;ความเต็มอิ่ม&#8217; จากการอ่านด้วย เขาเชื่อว่าคนที่อ่านมากพอ น่าจะอยากเขียนแสดงความรู้และความคิดอ่านของตัวเอง อันนี้ไม่รู้จริงแค่ไหน แต่เห็นเขามั่นอกมั่นใจว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นแน่</p>



<p>วันก่อนเห็นเขาคุย Live กับใครสักคนว่ามีงานเขียน งานแปล ทั้งแบบคนเดียวและร่วมกับคนอื่นรวมแล้ว 41 เล่ม ก็ไม่น้อยนะสำหรับอายุขนาดนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150233" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c8_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สนิทกันมานาน คุณคิดว่าเขามีการเติบโตด้านการเขียนยังไงบ้าง</h4>



<p>ผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นงานแปลนะ ยิ่งหลังจากหนังสือ <em>‘เซเปียนส์’ </em>วางขาย ก็มีคนติดต่อมาอยากให้เขาแปลเพิ่มอีก วันก่อนเห็นเขาท่าทางเหนื่อยๆ อยู่เหมือนกัน เพราะช่วงนี้แปลควบทีละ 2 เล่ม แต่ก็ดูยังตื่นเต้นที่จะได้ทำงานแปลดีๆ เยอะๆ นะ ดูเหมือนจะพิมพ์งานกับสำนักพิมพ์ต่างๆ มา 10 แห่งแล้ว เยอะเอาเรื่องทีเดียว</p>



<p>ที่จริงเขาไม่ได้แปลหนังสืออย่างเดียว แต่เขียนคอลัมน์อยู่ด้วยนะ ตั้ง 3 บทความต่อเดือนแน่ะ ลงในนิตยสาร <em>สารคดี</em> เพจ The101.World และเพจ The Potential เป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ดูแล้วก็น่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเหมือนกัน ว่าอาจจะพักผ่อนไม่พอเอาง่ายๆ</p>



<p>เรื่องที่น่าสนใจคือ ดูเหมือนเขาจะไม่หยุดแค่นี้ ไม่กี่ปีก่อนตอนที่สำนักพิมพ์มติชนยังจัดประกวดเรื่องสั้นอยู่ สองปีสุดท้ายที่จัด เขาส่งเรื่องสั้นแนวไซ-ไฟไปแข่งด้วย ปีก่อนสุดท้ายได้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย แถมปีสุดท้ายก่อนเลิกจัดประกวด เขาได้รางวัลรองชนะเลิศด้วยจากเรื่อง <em>‘นิพพานจักร’</em></p>



<p>เห็นว่ามีความสนใจอยากจะลองเขียนไซ-ไฟแบบเรื่องยาวดูบ้าง แต่ก็ไม่เห็นลงมือสักที จดพล็อตอยู่นั่นแหละ จะได้เขียนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้</p>



<h4 class="wp-block-heading">หลายคนรู้จักนำชัยเพราะเป็นคนแปล <em>เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ </em>เราเลยอยากขอให้คุณช่วยเล่าความรู้สึกที่ได้ช่วยแปลหนังสือเล่มนั้นหน่อย</h4>



<p>โอ้ย ช่วงนั้นงานเร่งมากเลย เพราะกรอบเวลามันงวดผ่านมามากแล้วกับการหาคนแปลที่เหมาะ เขาใช้เวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะระหว่างวันที่มีนิดหน่อย หลังจากจบงานประจำในแต่ละวันและที่ทำได้ยาวๆ ในช่วงวันหยุด ถ้าจำไม่ผิดเขาแทบไม่ได้ไปไหนไกลๆ เลย กว่าจะเสร็จทุกขั้นตอนจนเข้าโรงพิมพ์ก็ใช้เวลาไป 8 เดือนแน่ะ แต่ไม่รู้ว่าคนอ่านใช้เวลามากกว่าหรือน้อยกว่าคนแปลนะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c3_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ระหว่างเขียนและแปล นำชัยชอบทำอะไรมากกว่ากัน</h4>



<p>ดูเหมือนเขาจะชอบทั้งสองงานพอๆ กัน เขาว่าเขียนหนังสือก็ได้แสดงตัวตนและความคิดอ่านเต็มที่ ใช้ภาษาและลีลาที่ร่วมสมัยเหมาะกับคนอ่านที่เป็นคนไทย แต่แปลหนังสือก็ได้เรียนรู้เนื้อหาและวิธีการเขียนจากคนอื่น โดยเฉพาะแบบที่เป็นสากลคนทั่วโลกทำกัน</p>



<p>แต่ที่สำคัญเห็นเขาบอกว่า งานแบบไหนก็ดี เพราะได้เงินมาซื้ออาหารแมว</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณรู้มั้ยว่าทำไมนำชัยถึงชอบวิทยาศาสตร์</h4>



<p>ดูเหมือนจะอยู่ในขั้น &#8216;คลั่งไคล้ใหลหลง&#8217; ก็ว่าได้ ที่บ้านมีหนังสือสะสมที่เป็นหนังสือวิทยาศาสตร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น non-fiction สมัยใหม่ ประวัตินักวิทยาศาสตร์ หนังสือคลาสสิกด้านวิทยาศาสตร์ แต่ก็เห็นอ่านพวกวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สืบสวนสอบสวน กำลังภายใน ตลกขำขันเบาสมอง อะไรพวกนี้ด้วย</p>



<p>เขาเชื่อว่าถ้าคนไทยใช้ชีวิตความเป็นอยู่บนหลักเหตุผล สังคมไทยจะดีขึ้นอีกมาก ปัญหาที่ไม่ใช่เรื่องจะหายไปอีกเยอะ อีกทั้งความรู้ความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ก็สำคัญกับการใช้ชีวิตในสังคมสมัยใหม่ ทำให้เราปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c5_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเขียนหนังสือ ซีรีส์ pop science ขึ้นมา</h4>



<p>เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่างานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์นี่สนุกมาก แต่จะหวังให้คนทั่วไปอ่านเปเปอร์หาความสนุก คงยากเกินไป ด้วยความที่ร่ำเรียนมาทางด้านนี้ เขาก็เลยคิดว่าน่าจะทำตัวเป็นสะพานเชื่อมโลกงานวิจัยให้ไปถึงคนทั่วไปได้ แต่สำคัญที่สุดคือ เขาอยากให้คนไทยรู้ว่างานวิจัยน่าสนใจ สนุก และมีประโยชน์กับชีวิตเรา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในหนังสือของเขามีการหยิบเอาวิทยาศาสตร์มาย่อยง่าย แถมจับกับอารมณ์ความรู้สึก สิ่งใกล้ตัว ไปจนถึงความเชื่อ แถมบางเรื่องก็สร้างความแปลกใจให้ผู้อ่านมาก แรงจูงใจการเล่าแบบนี้มาจากไหน</h4>



<p>สงสัยว่าสมัยเด็กๆ เขาเองจะได้รับแรงบันดาลใจจากการอ่าน ถ้าเห็นจำนวนหนังสือเป็นพันๆ เล่มที่บ้านเขา คุณก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก เขาเชื่อว่าการอ่านเป็นวิธีหาความสุขที่ง่ายที่สุดและลงทุนไม่มากเกินไปนัก ก็เลยอยากมีแรงจูงใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดกับคนอื่นด้วย</p>



<p>แต่ละปีตัวเขาเองตั้งเป้าต้องอ่านหนังสือให้ได้มากกว่า 50 เล่ม บางเล่มอาจจะบาง บางเล่มอาจจะหนาหรือหนามากก็ได้ แค่ได้อ่านหนังสือที่หลากหลายรวมๆ กันเท่าๆ กับจำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี ก็น่าจะทำให้เปิดกะโหลก ได้ความคิด ความเข้าใจใหม่ๆ แล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150235" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c10_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในหนังสือเล่มล่าสุด <em>เธอ ฉัน สวรรค์ นรก</em> ก็ว่าด้วยอารมณ์ต่างๆ โดยพูดถึงทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ทำไมเจ้าของคุณถึงเลือกเขียนประเด็นนี้</h4>



<p>ช่วงวัยรุ่นนี่เป็นวัยอ่านหนังสือมากและหลากหลาย วันหนึ่งๆ ก็วุ่นอยู่กับอารมณ์และความคิดต่างๆ ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ถ้าพวกเขารู้และเข้าใจว่าทำไมตัวเองและคนรอบตัวทำเรื่องต่างๆ แบบนั้น และรู้จักดูแลจิตใจตัวเองและคนรอบข้างให้ดี ก็น่าจะสร้างสวรรค์รอบๆ ตัวได้ แต่ถ้าทำไม่เป็นหรือทำตรงกันข้าม นรกก็อยู่แค่เอื้อม แค่คนอ่านสักคนรู้และเข้าใจชีวิตผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์มากขึ้น เขาก็ดีใจมากๆ แล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">เวลาที่นำชัยเกิดความรู้สึกใดๆ ขึ้นมา คุณคิดว่าเขาได้สำรวจตัวเองถึงสาเหตุเบื้องหลังของมันไหม</h4>



<p>เห็นนำชัยเขียนโพสต์ลงเฟซบุ๊กเรื่องความรู้สึก และพยายามสำรวจตรวจสอบความรู้สึกกับความคิดอ่านตัวเองอยู่บ่อยๆ แทบจะเป็นคติของเขาอยู่แล้วว่าคนเราต้องหมั่นตรวจสอบตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางชีวิตที่ถูกต้องอยู่หรือไม่ หันเหออกจากเป้าหมายชีวิตที่ตัวเองอยากได้อยากเป็นหรือเปล่า</p>



<p>เขาอ่านหนังสือธรรมะอยู่เรื่อยๆ ด้วยนะ ดูเหมือนจะสนใจเอาความรู้ทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตด้วย รวมไปถึงหาความเชื่อมโยง ความเหมือน และความแตกต่างกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อันที่จริงความรู้ที่เป็นสัจธรรมมันคงไม่ได้แยกว่าต้องเรียนวิทย์ หรือเรียนศิลป์ หรือต้องบวช ถึงจะรับรู้ได้หรอกเนอะ&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c6_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">อย่างในช่วงท้ายๆ ของเล่ม ก็มีการพูดถึงวิทยาศาสตร์และพฤติกรรมของผู้มีอำนาจ รวมถึงปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างโรคระบาด ฝุ่น รัฐบาล เป็นต้น นั่นแปลว่าวิทยาศาสตร์ก็เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยใช่ไหม</h4>



<p>โอ้ยคุณ การเมืองมันเกี่ยวกับทุกเรื่องแหละ วิทยาศาสตร์ก็เช่นกัน จะแยกวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีออกจากชีวิตได้ยังไง ถ้าไม่หลอกตัวเองมากจนเกินไป&nbsp;&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วที่คนบอกกันว่าสังคมไทยไม่สนใจวิทยาศาสตร์นี่มันจริงมาก-น้อยแค่ไหน</h4>



<p>เคยเห็นเขาอธิบายไว้ว่าแนวโน้มคนสนใจวิทยาศาสตร์น้อยลงเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะเรื่องมันดูเหมือนจะเข้าใจยาก แถมไม่ใช่อาชีพที่ทำเงินอะไรมากมายนัก แม้ว่าในบางประเทศค่าตัวของนักวิทยาศาสตร์นี่ดีมากๆ เลยนะ แต่ไม่ใช่ในสังคมไทยหรอก เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับค่านิยมด้วย คนไทยรู้จักแต่คนที่อยู่ปลายทางของการคิดค้นและใช้ประโยชน์ เป็นคนนำเอาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไปใช้งาน ไม่ว่าจะแพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร ตำรวจพวกนิติเวชหรือนิติวิทยาศาสตร์ ฯลฯ</p>



<p>แต่ครูหรือครูแนะแนวส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ไม่เข้าใจดีนัก และไม่แนะนำอาชีพนักวิทยาศาสตร์ให้นักเรียนของตัวเองด้วยซ้ำไป เพราะเชื่อว่าจะไม่ทำเงินให้มากนัก รวมถึงไม่ได้รับการเชิดหน้าชูตา คนทั่วไปก็ยังเชื่อหมอดู เรื่องดวง อย่างจริงๆ จังๆ แถมบางทีอ้างว่าเป็นเรื่องสถิติ ซึ่งเหลวไหลทั้งเพ เพราะไม่เคยมีข้อมูลดิบให้เราตรวจสอบดูได้เลย</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเคยคุยกับนำชัยไหมว่าหนังสือประเภท pop science นี่สำคัญยังไงกับทั้งแวดวงนักอ่านและวิทยาศาสตร์</h4>



<p>บ่อย เขาบอกอยู่ว่าไม่กี่ปีมานี้มีหนังสือ popular science และหนังสือ sci-fi ออกมามากขึ้นระดับน่าพอใจทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะหากคนจำนวนมากเห็นประโยชน์ของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ก็จะสนับสนุนทั้งเรื่องงานวิจัย และให้บุตรหลานเรียนทางด้านนี้ เพราะเห็นว่าดีและมีประโยชน์</p>



<p>จะเห็นว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้น มันกว้างขวางมากกว่าแค่เกิดตลาดหนังสือหมวดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น แต่ถึงกับเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมให้ไปถูกทิศถูกทาง ซึ่งจะกลับมายกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศโดยรวมในที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150226" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c1_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">หลังจากเขียนและแปลหนังสือจนทำให้คนเปลี่ยนความคิดว่าวิทยาศาสตร์ก็เป็นเรื่องสนุกได้ นำชัยรู้สึกยังไงบ้าง</h4>



<p>เขาเคยคอมเมนต์ตอบคำถามทำนองนี้ไว้ บอกว่าดีใจ และอันที่จริงแล้วผลกระทบโดยรวมจะยิ่งมากขึ้นและเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เรียกว่าเป็น collective impact ดังนั้น ผลกระทบมันไม่ได้เป็นแบบ 1+1=2 แต่เป็นแบบยกกำลังมากกว่า ในระยะยาวอาจจะเห็นผลกระทบที่แม้แต่บัดนี้เราก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าจะเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น อย่าได้ดูถูกปรากฏการณ์น้ำหยดลงหินทีเดียว</p>



<h4 class="wp-block-heading">เป็นไปได้ในอนาคต คุณอยากเห็นเจ้าของคุณเขียนหนังสือแบบไหนออกมาอีก</h4>



<p>ความท้าทายต่อไปคือการแต่งนิยายเป็นเล่ม เพราะตลาดหนังสือนิยายนี่ใหญ่และขายทำยอดได้มากกว่า non-fiction อย่างเทียบกันไม่ได้เลย ที่สำคัญคือมันเป็นความท้าทายในชีวิตนักเขียน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า นักเขียนบางคนเขียนได้บางแบบบางแนวแค่นั้น แต่ก็มีนักเขียนระดับอัจฉริยะบางคนที่เขียนได้สารพัด เรื่องสั้น เรื่องยาว เรื่องโรแมนติก ตลก ผี บู๊ เศร้า สืบสวนสอบสวน หรือแนวอื่นๆ</p>



<p>ถ้าทำได้บ้างก็น่าจะดี หรือถึงทำไม่ได้แต่ได้ลองทำ ก็คงสนุกมากๆ แล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150229" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/a-pen-interview_-เธอ-ฉัน-สวรรค์-นรก_Content_c4_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/namchai-chewawiwat/">คุยกับปากกาของ นำชัย ชีววิวรรธน์ นักเขียนสาย pop science นักแปลหนังสือ Yuval Noah Harari และนักวิทยาศาสตร์จอมเล่าเรื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Oct 2021 09:06:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[อาษา ขอจิตต์เมตต์]]></category>
		<category><![CDATA[Bookmaker]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์แสงดาว]]></category>
		<category><![CDATA[จรัญ หอมเทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต]]></category>
		<category><![CDATA[นิทานกริมม์]]></category>
		<category><![CDATA[สามเกลอ]]></category>
		<category><![CDATA[พล นิกร กิมหงวน]]></category>
		<category><![CDATA[wrongdesign]]></category>
		<category><![CDATA[สุพจน์ ด่านตระกูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=149463</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความรักในหนังสือน่าจะเป็นสารตั้งต้นในการถือกำเนิดของหลายๆ สำนักพิมพ์ แม้กระทั่งสำนักพิมพ์ที่ดำรงมานานกว่า 40 ปี อย่าง &#8216;แสงดาว&#8217; ของ จรัญ หอมเทียนทอง เองก็มีจุดเริ่มต้นมาแบบนั้น เพราะมีปณิธานที่จะส่งเสริมรากฐานทางความคิดของสังคมให้เกิดความตระหนักรักการอ่าน จรัญจึงยึดมั่นในอาชีพนี้มาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากจำนวนหนังสือหลักร้อยเล่มที่แสงดาวจัดพิมพ์มาตั้งแต่ก่อตั้ง นอกจากภาพลักษณ์การผลิตหนังสือที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมหมวดและยุคสมัยทั้งงานภาษาไทยและงานแปลภาษาต่างประเทศ ตั้งแต่งานคลาสสิกอย่าง นิทานกริมม์ จนมาถึงงานเขียนว่าด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แสงดาวยังถือว่าเป็นสำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างโดดเด่น เห็นได้จากการดีไซน์ปกและรูปเล่มที่ทั้งสวยและร่วมสมัย ทำเอานักอ่านหลายคน (รวมถึงเรา) เสียเงินอุดหนุนหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ไปไม่น้อย แต่ต่อให้เริ่มมาก่อนและอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางการทำหนังสือของจรัญจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในธุรกิจสำคัญที่มีส่วนสร้างคน สร้างชาตินี้ ในฐานะคนรักหนังสือ คนทำสำนักพิมพ์ และอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยอย่างเขา มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรตามยุคสมัยบ้าง ให้บทสนทนานี้ช่วยตอบ นอกจากความรักในหนังสือ มีเหตุผลใดอีกที่ช่วยขับเคลื่อนคุณให้ทำสำนักพิมพ์แสงดาวขึ้นมา ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นผลผลิตของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 บรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ใครๆ ก็ทำหนังสือกัน เราเองก็เป็นคนทำหนังสือให้พรรคสัจธรรมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่แล้ว พอได้มาทำงานในสำนักพิมพ์ปุถุชน ก็เริ่มอยากทำของตัวเองบ้าง เลยชักชวนเพื่อนๆ มาทำหนังสือกัน ส่วนที่ใช้ชื่อแสงดาว เพราะสมัยก่อนมีรุ่นพี่ทำสำนักพิมพ์ชื่อแสงตะวัน ของนิสิต จิรโสภณ และสำนักพิมพ์แสงจันทร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/">แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความรักในหนังสือน่าจะเป็นสารตั้งต้นในการถือกำเนิดของหลายๆ สำนักพิมพ์ แม้กระทั่งสำนักพิมพ์ที่ดำรงมานานกว่า 40 ปี อย่าง &#8216;แสงดาว&#8217; ของ <strong>จรัญ หอมเทียนทอง</strong> เองก็มีจุดเริ่มต้นมาแบบนั้น</p>



<p>เพราะมีปณิธานที่จะส่งเสริมรากฐานทางความคิดของสังคมให้เกิดความตระหนักรักการอ่าน จรัญจึงยึดมั่นในอาชีพนี้มาโดยตลอด พิสูจน์ได้จากจำนวน<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/book-creative/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หนังสือ</a>หลักร้อยเล่มที่แสงดาวจัดพิมพ์มาตั้งแต่ก่อตั้ง</p>



<p>นอกจากภาพลักษณ์การผลิตหนังสือที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมหมวดและยุคสมัยทั้งงานภาษาไทยและงานแปลภาษาต่างประเทศ ตั้งแต่งานคลาสสิกอย่าง <em>นิทานกริมม์ </em>จนมาถึงงานเขียนว่าด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคตของรัชกาลที่ 8 แสงดาวยังถือว่าเป็นสำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้อย่างโดดเด่น เห็นได้จากการดีไซน์ปกและรูปเล่มที่ทั้งสวยและร่วมสมัย ทำเอานักอ่านหลายคน (รวมถึงเรา) เสียเงินอุดหนุนหนังสือของสำนักพิมพ์นี้ไปไม่น้อย</p>



<p>แต่ต่อให้เริ่มมาก่อนและอยู่มานานก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางการทำหนังสือของจรัญจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในธุรกิจสำคัญที่มีส่วนสร้างคน สร้างชาตินี้ ในฐานะคนรักหนังสือ คนทำสำนักพิมพ์ และอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยอย่างเขา มองเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรตามยุคสมัยบ้าง ให้บทสนทนานี้ช่วยตอบ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149483" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากความรักในหนังสือ มีเหตุผลใดอีกที่ช่วยขับเคลื่อนคุณให้ทำสำนักพิมพ์แสงดาวขึ้นมา</h4>



<p>ต้องบอกก่อนว่า เราเป็นผลผลิตของเหตุการณ์ <a href="https://www.google.com/search?q=14+%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2+2516&amp;rlz=1C1CHBF_thTH922TH922&amp;oq=14+%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2+2516&amp;aqs=chrome..69i57.239j0j7&amp;sourceid=chrome&amp;ie=UTF-8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">14 ตุลาฯ 2516</a> ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 บรรยากาศบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ใครๆ ก็ทำหนังสือกัน เราเองก็เป็นคนทำหนังสือให้พรรคสัจธรรมในมหาวิทยาลัยรามคำแหงอยู่แล้ว พอได้มาทำงานในสำนักพิมพ์ปุถุชน ก็เริ่มอยากทำของตัวเองบ้าง เลยชักชวนเพื่อนๆ มาทำหนังสือกัน</p>



<p>ส่วนที่ใช้ชื่อแสงดาว เพราะสมัยก่อนมีรุ่นพี่ทำสำนักพิมพ์ชื่อแสงตะวัน ของนิสิต จิรโสภณ และสำนักพิมพ์แสงจันทร์ ของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ก็ขอใช้ชื่อแสงดาวล้อไป ซึ่งเราเริ่มต้นทำสำนักพิมพ์แบบเล่นๆ ทุกครั้งที่เงินหมดก็เลิก พอหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 เราโดนจับก็หยุดทำไป พ้นจากนั้นก็เอาเงินจากงานประจำมาทำหนังสือใหม่ จนกระทั่งมาทำจริงจังในปี 2530 แบบที่จดทะเบียนเป็นบริษัท เพราะคิดว่าถ้ายังทำแบบเดิมอยู่เจ๊งแน่ ก็เลยจ้างพนักงานและทำเป็นเรื่องเป็นราวมาจนถึงตอนนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่วงเริ่มต้นทำสำนักพิมพ์ คุณใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกหนังสือ</h4>



<p>ช่วงนั้นเราทำหนังสือพวกวรรณกรรมแปลของ Roald Dahl ทำวรรณกรรมคลาสสิก<em> รอพ่อยามยาก</em> ของ E. Nesbit และงานเขียนงานแปลของอมราวดี เพราะรู้จักกัน แต่มันขายไม่ได้ เลยหันมาทำหนังสือหมอดู ปรากฏว่าขายดี หลังจากนั้นก็ทำหนังสือพวกฮวงจุ้ย โหราศาสตร์อยู่พักหนึ่ง แสงดาวจึงมีหนังสือประเภทนี้เยอะที่สุด ทำจนกระทั่งมันหมดตลาดไป พูดง่ายๆ ว่าไม่มีอะไรเป็นหลักเกณฑ์แน่ชัด เพราะอิงตามความพอใจตัวเองและเพื่อนที่เป็นนักแปลเป็นหลัก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ปัจจุบันเกณฑ์ของแสงดาวในการเลือกพิมพ์หนังสือสักเล่มเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนบ้างไหม</h4>



<p>เรามักจะเลือกหนังสือมาทำเป็นซีรีส์ เช่น <em>สามเกลอ</em> ที่มี 46 เล่ม หรือชุดของจุลลดา ภักดีภูมินทร์ ที่มี 5 เล่ม ส่วนใหญ่จะเอาของเก่ามาทำใหม่ให้สวยขึ้น ปีหน้าเราก็วางแผนกับคณะทำงานแล้วว่า จะทำหนังสือภายใต้หัวข้อ ‘90 ปี อภิวัฒน์สยาม’ ตีพิมพ์งานทั้งหมดที่เกี่ยวกับปี 2475 เริ่มด้วยกบฏ ร.ศ. 130 คิดว่าทั้งปีน่าจะได้สิบกว่าเล่ม พยายามหาต้นฉบับอยู่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149491" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เท่าที่เห็น คุณเอางานเขียนเก่าๆ กระทั่งงานคลาสสิกที่คนรู้จักกันอยู่แล้วมาพิมพ์ใหม่ แต่ทำไมยังขายดีอยู่</h4>



<p>ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเราเปลี่ยนรูปเล่มหนังสือให้ทันสมัย มีแพ็กเกจจิ้งที่สวย เราลงทุนกับตรงนี้มาก เพราะคนสมัยนี้ซื้อหนังสือเป็นของสะสม ถ้าจะทำหนังสือ อย่าประหยัดค่าปก ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก อย่างเราให้ <a href="https://adaymagazine.com/wrongdesign/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wrongdesign</a> (กรมัยพล สิริมงคลรุจิกุล) ออกแบบและเลือกวัสดุมาเลย</p>



<p>มีคนบอกว่าเราบ้า อย่างปกชุด <em>สามเกลอ </em>คุณเห็นภาพขาว-ดำไม่มีอะไร แต่ภาพพวกนั้นเราซื้อลิขสิทธิ์เก่ามาภาพละ 3,000 บาท กระดาษสีที่ใช้เป็นกระดาษสีญี่ปุ่น ไม่ใช่กระดาษมาพิมพ์สีทีหลัง เพราะฉะนั้นเวลาจะผลิตหนังสือ 46 เล่ม เราต้องเอากระดาษสีทั้งหมดมาดูก่อนแล้วจัดพิมพ์ คนขายเองก็ต้องสต็อกกระดาษให้เรา ฉะนั้น ถ้าคุณเปิดดูแจ็กเก็ตปกของ <em>สามเกลอ</em> จะเจอเบอร์กระดาษสีที่ด้านล่างขวามือของปกหลัง ราคาแพงนะ แต่มันผ่านกระบวนการคิดของนักออกแบบมาแล้ว วางเล่มเดียวอาจจะไม่สวยมาก แต่พอออกมาเป็นเซตแล้วสวยเลย คนอยากเก็บ ซึ่งถ้าเราทำแบบเดิมก็ไม่เกิดความแตกต่าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แปลว่าแสงดาวให้ความสำคัญกับการออกแบบปกและรูปเล่มไม่แพ้เนื้อหา</h4>



<p>ถ้าให้พูดแบบตรงไปตรงมา เวลาเจอคนหน้าตาดีเราก็อยากคุยด้วยใช่ไหม ฉะนั้น ต่อให้หนังสือดีแทบตายแต่ปกไม่สวยมันก็ไม่มีใครซื้อ ต้องยอมรับว่ายุคสมัยนี้ปกหนังสือเป็นตัวดึงดูดให้คนสนใจ แต่ขณะเดียวกัน ค่าออกแบบกับจัดพิมพ์ก็จะทำให้หนังสือราคาสูงขึ้น ซึ่งถึงเป็นแบบนั้นเราก็ยังทำอยู่ดี&nbsp;</p>



<p>ดูอย่าง<em>นิทานกริมม์</em> ที่มีหลายสำนักพิมพ์ขาย แต่ทำไมเราขายได้ ทั้งที่ชุดละเป็นพัน เพราะกล่องมันสวย คนอยากสะสมไง หรืออย่างเล่ม <em>ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต</em> <em>(ฉบับสมบูรณ์)</em> เราทำปกใหม่เป็นลายเซนเซอร์ ล้อไปกับเทรนด์สัญญา AstraZeneca ในช่วงนั้น คนก็อยากซื้อ ยิ่งเราประกาศพิมพ์ครั้งเดียว หมดแล้วหมดเลย ไม่พิมพ์อีก คนก็ยิ่งอยากได้ เพราะมันมีคุณค่า</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณมุ่งมั่นจัดพิมพ์งานเขียนและงานแปลเก่าๆ</h4>



<p>เพราะด้วยความที่เราเป็นคนแก่ เรารู้สึกว่างานไทยสมัยก่อนมีความรุ่มรวยทางภาษากว่าปัจจุบัน คนแปลหนังสือสมัยนี้กับสมัยก่อนก็ต่างกัน เราชอบภาษาแปลสมัยก่อนมากกว่า อีกอย่างคนรุ่นใหม่ก็ทำหนังสือแปลเยอะแล้ว เราเลยอยากทำหนังสือเก่าไว้ เพราะอ่านแล้วมีความสุข คืนวันที่ไม่รู้จะทำอะไรก็หยิบหนังสือที่เคยอ่านมาอ่าน อย่างเราหยิบ <em>สี่แผ่นดิน </em>มาอ่านบ่อย ทั้งที่เป็นนิยายขวา แต่ก็อ่านเพราะเรื่องที่ดำเนิน เหมือนเวลาอ่าน <em>คู่กรรม </em>ก็น้ำตาไหลตอนโกโบริตาย ซึ่งเราว่าหนังสือที่ทำให้คนน้ำตาไหลได้นี่เก่งนะ คนเขียนต้องเก่งมากที่สร้างบรรยากาศขึ้นมาได้ เทียบกับการดูหนังที่มีแสง มีดนตรี มีองค์ประกอบช่วย </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149488" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว36.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ปัจจัยใดที่ทำให้แสงดาวยืนระยะมาได้นานขนาดนี้</h4>



<p>หลักๆ คือเพราะคิดว่าหนังสือคือชีวิต เราอยู่กับมันมานาน อายุเราก็มากขึ้น จะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นคงไมได้แล้วด้วย พ้นวาระช่วงก่อร่างสร้างตัวมาแล้ว (หัวเราะ) เราอยากบอกว่า หนังสือให้อะไรเยอะมากในชีวิตนี้ อย่างน้อยๆ ก็ให้ความคิด เราเป็นหนี้บุญคุณหนังสือนะ เพราะทำให้เรามองเห็นอะไรมากขึ้น ทำให้มีสมาธิ ต่อให้ทำหนังสือแล้วขาดทุนก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่มีหนังสือ คงไม่มีเราในวันนี้ ยิ่งในวันที่เราอายุ 68 ท่ามกลางสถานการณ์คืนวันที่ต้องเก็บตัวในบ้าน หนังสือคือเพื่อนเรา</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะที่ทำหนังสือและคลุกคลีกับวงการการอ่านมานาน คุณมองวัฒนธรรมการอ่านของคนรุ่นใหม่ยังไง</h4>



<p>เรายอมรับว่าคนรุ่นใหม่อ่านหนังสือเยอะมาก ใครบอกว่าคนสมัยนี้ไม่อ่านหนังสือไม่ได้นะ พวกเขาอ่านมากขึ้นด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าอ่านจากแพลตฟอร์มอะไร อีบุ๊ก เว็บไซต์ เป็นต้น นักเขียนจำนวนมากก็เกิดจากการเขียนออนไลน์ พอพิมพ์หนังสือก็มีคนซื้อ พูดง่ายๆ ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้สร้างทั้งนักอ่านและนักเขียนหน้าใหม่</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคิดยังไงกับการมีสำนักพิมพ์เกิดใหม่มากมายในยุคที่คนบอกว่าสิ่งพิมพ์จะตายแล้ว</h4>



<p>เราว่าหนังสือมันไม่ตายหรอก ช่องทางเดี๋ยวนี้มันเยอะ สำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือวัยรุ่นๆ เขาก็ไม่วางร้านหนังสือแล้ว ขายออนไลน์อย่างเดียวก็อยู่ได้ ตอนนี้เป็นยุคของลูกค้าใครลูกค้ามัน แต่ละสำนักพิมพ์ก็มีฐานลูกค้าของตัวเอง ไม่มีการออกหนังสือแข่งกันแล้ว เพราะไม่มีใครแปลหนังสือเรื่องเดียวกันชนกันเหมือนสมัยก่อน มีแต่ทำยังไงให้คนมาซื้อหนังสือของคุณ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149487" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนที่ได้ทำหน้าที่นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คุณได้เห็นอะไรที่ตอนทำสำนักพิมพ์ไม่ได้เห็นบ้างไหม</h4>



<p>พอไปอยู่ตรงนั้นแล้วเรามีความคิดทั้งบวกและลบ ความคิดที่เป็นบวกคือหนังสือยังมีอนาคต แต่ความรู้สึกที่เป็นลบและปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้นเลยคือ ภาครัฐให้ความสำคัญกับหนังสือน้อยมาก เรียกว่าไม่เคยคิดถึงเลยดีกว่า ช่วงโควิด-19 รัฐยังชดเชยผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายบ้าง แต่ไม่พูดถึงคนทำหนังสือเลย รัฐบาลที่เคยให้เงินสนับสนุนเรื่องหนังสือสมัยเราทำหน้าที่นายกสมาคมฯ มีรัฐบาลเดียว คือรัฐบาลสมัยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากนั้นไม่มี</p>



<p>ที่ผ่านมา ภาครัฐไม่เคยทำนโยบายเรื่องหนังสืออย่างจริงจัง กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลกก็เป็นแค่อีเวนต์ เรามีรางวัลวรรณกรรมแห่งชาติ รางวัลซีไรต์ รัฐก็ไม่เคยสนับสนุน พอจะผลักดันโครงการอะไรก็ไม่ค่อยผ่าน&nbsp;และที่สำคัญคือ หน่วยงานเอกชนที่สนับสนุนงานหนังสือก็ไม่มี นักเขียนจะโด่งดังก็ต้องขายตัวเอง จัดกิจกรรม เอาง่ายๆ แค่ห้องสมุดรัฐยังไม่เคยซื้อหนังสือเอง ต้องมาขอรับบริจาค ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคม ส่วนหนึ่งที่สังคมไทยวนอยู่ที่เก่าเพราะคนขาดความคิด ซึ่งความคิดมาจากความรู้ และความรู้ก็มาจากการอ่าน พอไม่อ่านก็หมดกัน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วทำยังไงทั้งๆ ที่รัฐไม่ซัพพอร์ต แต่วงการหนังสือไทยก็อยู่มาได้</h4>



<p>คำถามนี้ฝรั่งก็ถาม เพราะบ้านเขาจัด book fair รัฐบาลก็ช่วย แต่บ้านเราจัดได้เพราะคนอ่านล้วนๆ เราก็ทำเท่าที่ทำได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149494" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าเป็นไปได้ คุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไหนเกิดขึ้นกับสังคมการอ่านไทย</h4>



<p>อยากเห็นที่สุดและเสนอมาหลายปีแล้ว คือรัฐต้องมีสถาบันหนังสือเพื่อดูแลการอ่านอย่างเดียว ในเมื่อคุณมีสถาบันภาพยนตร์ได้ ทำไมสถาบันหนังสือจะมีไม่ได้ บ้านเราในกระทรวง ในสถานที่ราชการ ไม่มีห้องสมุด แต่ที่เกาหลีมีทั้งห้องสมุด มีทั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ปัญหาเรื่องการอ่านและหนังสือจะแก้ได้ถ้ามีสถาบันหนังสือ หรืออย่างน้อยสถานการณ์หนังสือไทยจะดีขึ้นแน่นอน แล้วประเทศไทยจะดีกว่านี้เยอะ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แสงดาวมีเป้าหมายใดที่อยากไปให้ถึง</h4>



<p>เราขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมก็พอ แค่ให้คนเหลียวมามอง ไม่ต้องชี้นำสังคมก็ได้ แต่ความปรารถนาสูงสุดของเราคือ อยากให้คนอ่านหนังสือ เวลาเห็นคนอ่านหนังสือเราจะดีใจ เราอยากเห็นคนซื้อหนังสือให้กัน ซึ่งเรามีความหวังกับคนรุ่นใหม่มาก หวังว่าอนาคตการอ่านของไทยจะดีกว่านี้</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3 เล่มที่จรัญอยากแนะนำให้อ่าน</strong></h3>



<p>เพราะหนังสือที่แสงดาวเลือกมาจัดพิมพ์ล้วนมาจากความชอบของจรัญเป็นหลัก เราจึงเอ่ยปากขอให้เขาเลือกหนังสือ 3 เล่มที่นำเสนอความเป็นสำนักพิมพ์แสงดาวมากที่สุด และนี่คือเหล่าหนังสือที่เขาอยากแนะนำให้ทุกคนอ่าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149489" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สามเกลอ</h4>



<h4 class="wp-block-heading">พล นิกร กิมหงวน</h4>



<p>“หนังสือชุดนี้เป็นหนึ่งในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน เขียนตั้งแต่ปี 2480-2510 เป็นบันทึกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ไทย คุณจะเห็นภาพเมืองไทยเหมือนเวลาดูหนังไทยเก่า อ่านเสร็จแล้วจะรู้ว่าทำไมคนถึงชอบหนังสือเขา เพราะมุกเขาทันสมัย ยังใช้ได้อยู่ อ่านแล้วจะคิดว่า คิดได้ไงวะ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีสวรรคต (ฉบับสมบูรณ์)</h4>



<h4 class="wp-block-heading">สุพจน์ ด่านตระกูล</h4>



<p>“ช่วงหลังเราทำงานเกี่ยวกับคณะราษฎร เพราะส่วนหนึ่งมาจากการที่เราไปศึกษาประวัติศาสตร์ อยากเชิดชูปรีดี พนมยงค์ เพราะประวัติศาสตร์ไทยไม่ให้พื้นที่ท่าน ท่านจึงกลายเป็นคนผิด บวกกับมีกระแสที่คนพูดถึงคดีลอบปลงพระชนม์ เราก็เลยเอาหนังสือเกี่ยวกับประเด็นนี้ ซึ่งนี่เป็นเล่มที่ดีที่สุดมาให้คนอ่าน เพราะในขณะที่หลายคนพูดถึงคดีว่าอย่างนั้นอย่างนี้ คุณก็ควรต้องไถ่บาป ต้องคืนความเป็นธรรมให้สามคนที่ตายไปจากการตัดสินคดีครั้งนั้นด้วย มันเป็นไปได้ยังไงที่คนระดับนี้ตายแล้วประวัติศาสตร์บอกสาเหตุไม่ได้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องแอบพูดกัน เราก็เอาข้อเท็จจริงมากางให้ดูว่าเป็นอย่างนี้ๆ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-1024x683.jpg" alt="แสงดาว" class="wp-image-149481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/สนพ.แสงดาว02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นิทานกริมม์</h4>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Jacob</strong><strong> </strong><strong>Grimm</strong><strong> </strong><strong>&amp;</strong><strong> </strong><strong>Wilhelm</strong><strong> </strong><strong>Grimm</strong></h4>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผู้แปล&nbsp;อาษา ขอจิตต์เมตต์</strong></h4>



<p>“นี่คือต้นฉบับทั้งหมดของ <em>นิทานกริมม์</em> ซึ่งเป็นผลงานแปลของอาษา ขอจิตต์เมตต์ มันน่ารักมาก เขาแปลเพราะลูกไม่มีนิทานอ่าน แปลให้ลูกอ่านเมื่อ 70 ปีที่แล้ว นี่คืองานออริจินอลที่ควรอ่าน เพราะมีทั้งโหดและน่ารัก แปลก็ดี เป็นหนังสือคลาสสิกของโลก”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sangdao-bookmaker/">แสงดาว สำนักพิมพ์รุ่นเก๋าที่นำงานเก่ามาออกแบบใหม่จนได้ใจนักอ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cheraim/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Oct 2021 09:30:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[นางงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[เฌอเอม]]></category>
		<category><![CDATA[เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์]]></category>
		<category><![CDATA[แอ็กทิวิสต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148394</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปในช่วงนี้ของปีที่แล้ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์ เพราะชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างของสังคมไทย เป็นที่รู้จักในนามของนางแบบสาวไทยโกอินเตอร์&#160; เป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020&#160; เป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้กล้าหาญที่แหกขนบการตอบคำถามของเวทีการประกวดนางงามไทย&#160; และเป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนทั้งเรื่องความสัมพันธ์และการประกวด แน่นอน จากการแสดงออกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่มั่นใจ ไหวพริบในการตอบคำถาม จุดยืนทางการเมือง ทั้งหมดล้วนแล้วชัดเจนพอที่จะทำให้คนชอบเธอจนอยากยกให้เป็นไอดอลหรือชังจนไม่อยากได้ยินชื่อ หลังจากช่วงเวลานั้นจนถึงตอนนี้ เป็นเวลาครบ 1 ปีพอดีที่คนไทยรู้จักชื่อของเฌอเอม ตอนนี้บางคนอาจลืมเลือนเธอไปแล้ว บางคนอาจยังจดจำเธอได้ บางคนอาจจะจดจำเธอในบทบาทใหม่ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ในวงการนางงามครั้งใด ชื่อของเฌอเอมก็พร้อมหวนกลับมาอยู่ในวงสนทนาแทบทุกครั้ง เพราะหลังจากเหตุการณ์การประกวดครั้งนั้น เธอได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้รับออกมาสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การไปร่วมงานเสวนาต่างๆ การไปร่วมชุมนุมทางการเมือง การเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสำคัญทางการเมือง หรือจนกระทั่งขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมแสดงอารยะขัดขืนด้วยการนั่งและนอนบนพื้นเมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น จนกลายเป็นประเด็นร้อนในอินเทอร์เน็ต ปีนี้เป็นปีที่เธออายุครบ 27 ปี เหลือสัญญางานนางแบบเป็นปีสุดท้าย และทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์เรื่องนักโทษการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ค่อนข้างเต็มตัว ใช่ เธอเป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท&#160; แต่ตัวเฌอเอมเองล่ะ เธอรู้จักตัวเองยังไงบ้าง&#160; เราขอใช้โอกาสนี้ไปทำความรู้จักกับเฌอเอมในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน &#8220;วัยเด็กคือการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่อย่างโดดเดี่ยว&#8221; เฌอเอมเป็นลูกหลงที่อายุห่างจากพี่สาวและพี่ชายมากกว่าสิบปี เติบโตมาในบ้านครอบครัวไทยๆ ที่มีปู่เป็นทหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheraim/">27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปในช่วงนี้ของปีที่แล้ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ <strong>เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์</strong> เพราะชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างของสังคมไทย</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของนางแบบสาวไทยโกอินเตอร์&nbsp;</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020&nbsp;</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้กล้าหาญที่แหกขนบการตอบคำถามของเวทีการประกวดนางงามไทย&nbsp;</p>



<p>และเป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนทั้งเรื่องความสัมพันธ์และการประกวด</p>



<p>แน่นอน จากการแสดงออกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่มั่นใจ ไหวพริบในการตอบคำถาม จุดยืนทางการเมือง ทั้งหมดล้วนแล้วชัดเจนพอที่จะทำให้คนชอบเธอจนอยากยกให้เป็นไอดอลหรือชังจนไม่อยากได้ยินชื่อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148399" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หลังจากช่วงเวลานั้นจนถึงตอนนี้ เป็นเวลาครบ 1 ปีพอดีที่คนไทยรู้จักชื่อของเฌอเอม ตอนนี้บางคนอาจลืมเลือนเธอไปแล้ว บางคนอาจยังจดจำเธอได้ บางคนอาจจะจดจำเธอในบทบาทใหม่ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ในวงการนางงามครั้งใด ชื่อของเฌอเอมก็พร้อมหวนกลับมาอยู่ในวงสนทนาแทบทุกครั้ง</p>



<p>เพราะหลังจากเหตุการณ์การประกวดครั้งนั้น เธอได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้รับออกมาสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การไปร่วมงานเสวนาต่างๆ การไปร่วมชุมนุมทางการเมือง การเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสำคัญทางการเมือง หรือจนกระทั่งขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมแสดงอารยะขัดขืนด้วยการนั่งและนอนบนพื้นเมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น จนกลายเป็นประเด็นร้อนในอินเทอร์เน็ต</p>



<p>ปีนี้เป็นปีที่เธออายุครบ 27 ปี เหลือสัญญางานนางแบบเป็นปีสุดท้าย และทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์เรื่องนักโทษการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ค่อนข้างเต็มตัว</p>



<p>ใช่ เธอเป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท&nbsp;</p>



<p>แต่ตัวเฌอเอมเองล่ะ เธอรู้จักตัวเองยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>เราขอใช้โอกาสนี้ไปทำความรู้จักกับเฌอเอมในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148401" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;วัยเด็กคือการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่อย่างโดดเดี่ยว&#8221;</strong></h3>



<p>เฌอเอมเป็นลูกหลงที่อายุห่างจากพี่สาวและพี่ชายมากกว่าสิบปี เติบโตมาในบ้านครอบครัวไทยๆ ที่มีปู่เป็นทหาร ดังนั้นครอบครัวเธอเป็นสายอนุรักษนิยมและมีความเข้มงวดมาก ไม่ว่าจะคำถามเรื่องใดก็มักถูกต่อว่าและทำโทษด้วยการตีมาตลอด</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนเด็กๆ คุณเป็นเด็กแบบไหน</h4>



<p>ไม่แน่ใจว่าจะนิยามตัวเองยังไงดี แค่รู้สึกว่าคนอื่นน่าจะมองเราเป็นเด็กที่แปลกแยกจากสังคม&nbsp;แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแปลกอะไร เพราะไม่เข้าใจว่าโลกมันเป็นไปยังไงหรือสังคมคิดอะไรอยู่ มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่อยากคอนเนกต์กับคนอื่น เพราะหลายๆ ทีที่เข้าไปแล้วมักโดนหัวเราะเยาะ เราเลยเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว อยู่กับตัวละครกับสังคมสมมติในหนังสือการ์ตูนมากกว่า</p>



<p>มันคือความรู้สึกว่าวัยเด็กของเราผิดที่จุดไหนไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีก็ผิดไปแล้ว</p>



<p>วัยเด็กของเราจึงเป็นการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่และอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน เคยมีความรู้สึกว่าบางทีเราควรจะใจเย็นกว่านี้ นอบน้อมกว่านี้ ควรเอาใจคนเก่งกว่านี้ แต่อีกใจก็คิดว่าทำไมต้องอยู่ใต้ระบบล่ะ ในเมื่อเราเข้าใจระบบนั้นไม่ได้และไม่มีใครพยายามทำให้เราเข้าใจได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นภาษาคนไทยคืออยู่ไม่เป็นนั่นแหละ เราเป็นอย่างนี้ซะทุกเรื่อง สุดท้ายมันเลยกลายเป็นเหมือนปมในใจ เราไม่สามารถรอมชอมกับสถานการณ์ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วอะไรคือที่ยึดเหนี่ยวที่ทำให้คุณเติบโตมาได้</h4>



<p>เราโตมากับหนังสือ ด้วยความที่พี่สาวอ่านการ์ตูนผู้หญิง พี่ชายอ่านนิยายกำลังภายใน และผู้ใหญ่ในบ้านมีหนังสืออมตะอย่าง <em>เปลวเทียน</em> <em>ทวิภพ สี่แผ่นดิน</em> แต่พอเลือกหนังสือได้เองก็อ่านการ์ตูนมาตลอด เพราะมันสนุกกว่า</p>



<p>หนังสือส่งผลกับเรามาก ที่สำคัญเลยคือการมีตัวอย่างให้เรียนรู้ เพราะเราไม่มีตรงนั้น เราเลยเรียนรู้จากสื่อบันเทิง แต่พอเอาสิ่งที่ไม่มีจริงไปทำกับคนจริงๆ แล้วไม่ได้รีแอ็กชั่นที่เป็นไปตามหนังสือ นั่นทำให้เราเลือกถอยออกมาอยู่ดี ไม่คิดกระโดดเข้าไปเรียนรู้อีก กลายเป็นว่าสุดท้ายเราอยู่กับการ์ตูนมากกว่าความเป็นจริง และรับเอาแนวคิดจากการ์ตูนมาตลอด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148412" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เช่นแนวคิดอะไรบ้าง</h4>



<p>คงเป็นความขบถในการ์ตูนผู้ชายหรือโชเน็น พวกเรื่องการต่อสู้ มิตรภาพลูกผู้ชาย การบุกบ่าฝ่าฟันเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่งหรือเหนือกว่าอะไรสักอย่าง ซึ่งทำให้เราต้องแหวกแนว อยากเด่น จนเป็นที่มาของคำว่าจูนิเบียว เพราะเราอยากเท่เหมือนในการ์ตูน ไม่ใช่คำว่าเบียวที่ถูกสังคม appropriate ไปใช้จนผิดเพี้ยนเหมือนในปัจจุบัน </p>



<p>ส่งผลให้โลกของเราที่มีพื้นที่อิสระทางความคิดและจิตใจมันอยู่ในหนังสือไปแล้ว เราเลยใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของสังคมในการ์ตูนมากกว่าสังคมจริงๆ เสียอีก</p>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าให้ทบทวน การเติบโตมาในโลกของการ์ตูนส่งผลดีหรือผลเสียต่อคุณมากกว่ากัน</h4>



<p>เอาเป็นว่าถ้าไม่มีการ์ตูน เราอาจจะกลายเป็นคนที่ไม่ใช่เราตอนนี้แล้วก็ได้ เพราะในตอนนั้นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตทั้งหมดของเราอยู่ในการ์ตูนหมดเลย เพราะเราไม่เข้าใจบรรทัดฐานการใช้ชีวิตของสังคมภายนอกว่าอะไรดี-ไม่ดี ทำไมเราถึงผิดอยู่เสมอ ทำไมไม่มีใครเห็นความสำคัญในสิ่งที่เราพูด </p>



<p>แต่ในโลกของการ์ตูน เรากลับรู้สึกว่ามีตัวละครที่คิดหรือใช้ชีวิตคล้ายเรา ซึ่งมันทำให้เราฟังเขามากกว่า เพราะฉะนั้นเราจะอยากเห็นเขาตลอดเวลา ถึงขนาดพรินต์ภาพตัวละครใส่กระดาษ A4 แล้วแปะไว้บนเพดาน ตื่นมาปุ๊บจะได้เห็น แล้วที่ลายมือเราสวยแบบทุกวันนี้ เพราะตอนนั้นมีความรู้สึกว่าตัวละครที่เราชอบน่าจะชอบคนลายมือสวย ก็เลยไปนั่งคัดลายมือ&nbsp;</p>



<p>นี่คือสิ่งที่เชปเรา ความโดดเดี่ยวของสังคมผลักไสเราไปสู่สิ่งนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148414" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีการ์ตูนเรื่องไหนที่คุณชอบเป็นพิเศษไหม</h4>



<p>หลายเรื่องเลย แต่จะประทับใจเรื่องที่ตัวละครพูดประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนปลอบใจเรา ยกตัวอย่างเรื่อง <em>Magi: The Labyrinth of Magic</em> มีตัวละครหนึ่งที่มีปมหนักมาก ชีวิตบัดซบ ตามขนบโชเน็นคือตัวร้ายแน่ๆ ซึ่งพอมาเจอกับพระเอกที่มุ่งทำแต่ความถูกต้อง พระเอกก็เสนอความช่วยเหลือ ทำนองว่าจะช่วยทุกอย่าง เพราะในโลกนี้ ถ้าจิตใจนายตกลงสู่ความดำมืด นายจะถูกพลังชั่วร้ายกัดกิน จนสุดท้ายพอทำลายความชั่วร้ายหมดจากโลกแล้ว ตัวละครที่เราชอบก็ถามพระเอกกลับว่า ถ้าในโลกนี้ไม่มีการร่วงหล่นไปสู่การเป็นปิศาจ ถ้าเราเป็นแค่มนุษย์เศร้าๆ คนหนึ่งจะได้ไหม การที่นายคิดว่าอะไรสักอย่างมันดี แล้วเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นโดยที่เขาไม่ได้ขอ เข้ามาแตะเรื่องที่บอบบางที่สุดของคนอื่น เพราะนายคิดว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง มันทำให้ฉันเกลียดนายมากกว่านายไม่พูดอะไรซะอีก ประมาณนี้น่ะ</p>



<p>ตอนได้ยินครั้งแรก เราคิดเลยว่านี่จะเป็นประโยคที่เราไม่มีทางได้ยินในชีวิตจริง มันปลอบประโลมมาก เพราะเราไม่เคยต้องการให้ใครมาบอกว่าเราจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง ไม่ได้ต้องการให้ใครมาขยี้ส่วนที่เปราะบางและสำคัญที่สุดของเราเพียงเพราะเขาคิดว่ามันดีสำหรับเรา&nbsp;โดยที่เขาไม่มองที่ความเจ็บปวดของเรา เราแค่ต้องการคนที่ซัพพอร์ตให้หาความหมายของชีวิต เราต้องการสร้างทัศนะของสิ่งนี้ขึ้นมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;เราไม่สามารถสมบูรณ์ได้สักที&#8221;</strong></h3>



<p>เพราะความหลงใหลในการ์ตูน เฌอเอมจึงฝึกวาดรูปและเข้าเรียนมัธยมปลายในสายแอนิเมชั่น เพื่อที่จะสอบเข้าคณะด้านศิลปะ และทำอาชีพนักวาดการ์ตูนตามความฝันที่อยากเห็นโลกในจินตนาการของตัวเอง</p>



<p>ในตอนนั้นเธอเป็นคนเก่งของรุ่นก็ว่าได้ เพื่อนๆ ชื่นชม อาจารย์ก็ยอมรับในฝีมือ ดังนั้นเมื่อสอบติดสาขาวิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอจึงไม่แปลกใจมากนัก</p>



<p>แต่จากภาพฝันที่วาดหวังไว้ว่าตัวเองจะได้รับการยอมรับในสังคมเสียที เพราะผ่านการการันตีมาแล้ว ก็กลับพังทลายลงเมื่อได้เข้าไปเรียนที่นี่</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณสอบเข้าคณะที่หวังไว้ได้ แต่เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น</h4>



<p>อยากบอกก่อนว่าสำหรับเรา สังคมไทยเป็นสังคมที่ยอมแพ้ไม่ได้ ถ้าคุณยอมแพ้จะเสียทุกอย่าง เพราะไม่มีพื้นที่ให้คนที่อยากทดลองและยอมรับความล้มเหลว ถ้าล้มเหลวคือตราบาป เราเลยรู้สึกว่าตัวเองพลาดไม่ได้ ถึงก่อนหน้านั้นจะมีหลายครั้งรู้สึกว่าตัวเองพลาด แต่เราก็ไม่เคยออกมาจากสิ่งนั้น อย่างตอนประถมชีวิตเราไม่ดีก็ไม่ยอมย้ายโรงเรียน เพราะไม่เห็นทางใหม่ๆ</p>



<p>แต่มหาวิทยาลัยเป็นที่แรกที่ทำให้รู้สึกว่า ถ้าเป็นหน้าผาเราก็จะกระโดดลงไป เราจะออกจากที่นี่ไม่ว่ายังไงก็ตาม&nbsp;</p>



<p>มันแย่มากจริงๆ อย่างตอนรับน้องช่วงปี 1 ก็ทำให้เราเริ่มเจอทางตันของการใช้ตรรกะคิดแล้ว เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมเราอยู่ตรงนี้ ซึ่งตอนนั้นเราก็หลอกตัวเองว่ามันคืออุปสรรคที่ต้องผ่านไป อย่าใช้ความคิดและเหตุผล แล้วเราผ่านไปได้ด้วยนะ เวิร์กมาก แต่นี่แหละเป็นสิ่งที่โซตัสต้องการ&nbsp;</p>



<p>เพราะกลายเป็นว่าพอขึ้นปี 2 เราเป็นแบบรุ่นพี่ที่เคยไม่ชอบเลย เพราะรู้สึกว่านี่คือครรลองที่ควรเป็น เรากลายเป็นรุ่นพี่ที่ดุๆ กร่างๆ สำหรับรุ่นน้อง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นคนที่ถูกมหาวิทยาลัยทำร้ายด้วย เป็นนักศึกษาที่อาจารย์ไม่ชอบเพราะเป็นนางแบบ อยู่ในบทบาทที่ขัดแย้งกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ความขัดแย้งตรงนั้นส่งผลต่อคุณยังไง</h4>



<p>เราเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวตนเราที่นี่มันคืออะไรกันแน่ เหมือนถึงจุดหนึ่ง เราก็เสียความคิดไปแล้ว จะกลับมาคิดต่อยอดใช้ตรรกะก็ไม่ได้ เพราะพอตรรกะถูกทำลายไปช่วงหนึ่งมันทำให้เราเสียจุดยืน แล้วความสูญเสียตอนนั้นคือการที่เราไม่มีที่ทาง มีแต่ความเจ็บปวด และการเข้ามาเป็นนางแบบในตอนนั้นก็หดหู่มาก ทำให้สุดท้ายเราไม่อยากอยู่ที่นี่ เราอยากชัตดาวน์ เราเลยลาออก</p>



<p>หลังจากนั้นมันติดในสัญชาตญาณของเราเลยนะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดภาวะถูกจู่โจม เราจะออกทันที ไม่มีปัญหากับการถอย กลายเป็นพวกเอะอะก็ลาออก ใช้ชีวิตไม่เคยเต็มร้อย ใช้ชีวิตในความล้มเหลวมาตลอด จนถึงจุดที่คนมองว่าเราประสบความสำเร็จ เราก็ยังมองว่าตัวเองไม่เคยประสบความสำเร็จ</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไม</h4>



<p>เพราะเรานึกออกแต่ความว่างเปล่า เราไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ได้มีชีวิตที่มั่นคงเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องมองหาแบบอย่างเพื่อทำตามตลอด&nbsp;</p>



<p>ตอนเด็กๆ เราพยายามเป็นเด็กประถมมัธยมที่ดีและเพื่อนที่น่ารัก หรือพยายามจะเป็นตัวการ์ตูนที่ชอบ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ตอนมัธยมปลายพยายามเป็นเด็กสยาม เปลี่ยนลุคชั่วข้ามคืนแบบที่เปิดเทอมมาเพื่อนช็อกกันหมด พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ทำตัวชิคๆ คูลๆ แบบเด็กศิลปากร พอเป็นนางแบบก็กลับมาแต่งตัวดีๆ เพราะอยากเป็นนางแบบที่ดี แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่เข้าใจนางแบบคนอื่นๆ เลยไม่สามารถเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบได้สักที</p>



<p>เพราะข้างในเราไม่มีอะไรเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148406" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;ถ้าได้อยู่ในที่ที่ดีแล้ว หรือเป็นเราเองที่เพ้อฝัน&#8221;</strong></h3>



<p>ด้วยรูปร่างที่สูงเข้าเกณฑ์มาตรฐานนางแบบ เฌอเอมจึงถูกชวนเข้าวงการนางแบบตั้งแต่เด็ก แต่ติดตรงที่ครอบครัวไม่ยอม จนถึงช่วงมัธยมปลายที่ได้ลองเข้าวงการบันเทิงครั้งแรกและไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจหรือคาดหวังกับมันมากนัก เพียงแค่ไหลไปตามความตื่นเต้นของเพื่อนๆ ที่ถือว่ามีอิทธิพลกับชีวิตวัยรุ่นในตอนนั้นมาก ก่อนจะได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในฐานะนางแบบตอนเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงนั้นเองที่ทำให้ชื่อ ‘เฌอเอม’ ถือกำเนิดขึ้น</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">พอฟังมาแบบนี้ แปลกใจนะที่คุณเลือกเข้าวงการนางแบบ</h4>



<p>เราคงอยากได้รับการยอมรับมั้ง แต่กลายเป็นว่าช่วงฝึกเราก็ซัฟเฟอร์ทุกวันจนไม่สามารถให้คุณค่าหรือทำให้เต็มที่ได้อยู่ดี เหมือนโลกเป็นศัตรูกับเราไปแล้ว ยิ่งเราถูกสวมทับด้วยสังคมนางแบบ สังคมมหาวิทยาลัย และสังคมที่บ้านที่ขัดแย้งกันทั้งหมด เราเลยถูกครอบงำด้วยระบบอำนาจนิยมที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองผิด แต่หลายครั้งก็รู้สึกว่าแล้วทำไมความผิดของคนอื่นถึงไม่ผิดล่ะ นั่นยิ่งทำให้เราขบถ ความจริงแล้วการคิดเรื่องผิดหรือถูกนั่นแหละที่มันกัดกร่อนเรา หลายๆ อย่างมันก็ปะทะกันด้วยธรรมชาติของตัวเอง แต่ตอนนั้นเราไม่รู้จักการรับแรงกระแทก</p>



<p>รู้สึกเหมือนเป็นหนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งบนกงจักรในทุกๆ สังคมเลยนะ ไม่ว่าจะเดินแบบเพิ่มขึ้นกี่งาน ได้รับเชิญไปที่ไหน แต่ในด้านตัวตนและชีวิต เราไม่เคยไปไกลกว่าจุดเดิม ต่อให้มีเงินมากขึ้น ได้ซื้อของแพงๆ พยายามเป็นนางแบบไฮโซ ใช้ชีวิตโดยการทำงาน ดื่ม กิน อยู่กับป๊อปคัลเจอร์ แต่ก็ยังไม่เจอสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญอยู่ดี จนบางทีก็รู้สึกว่าถ้าได้อยู่ในที่ที่ดีแล้ว มันเป็นเราเองหรือเปล่าที่เพ้อฝัน เป็นเราเองที่ไม่เห็นคุณค่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148417" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงถึงทำงานด้านนี้ต่อได้</h4>



<p>ครั้งหนึ่งเราไปเกี่ยวพันกับเรื่องความขัดแย้งในวงการ มีหลายฝั่งเลย มีนางแบบด้วยกันด้วย ซึ่งปกติเวลาเกิดดราม่า คนในวงการจะเงียบ ไม่ว่าจะแฟร์หรือไม่ก็ตาม เพราะเขาเชื่อว่ามันทำให้บรรยากาศการทำงานเสีย ผลปรากฏว่าตอนนั้นเราก็คิดแบบนั้น ก็เรามีชีวิตที่ดีแล้วนี่ จะคิดถึงเรื่องแย่ๆ คิดเรื่องความไม่เท่าเทียมเหมือนที่เคยคิดไปทำไม คนที่ป้ายสีเราคงไม่ตั้งใจหรอก แต่พอเวลาผ่านไป เหตุการณ์นั้นทำให้เราตื่นรู้เลยว่า ตราบใดที่คนอื่นปิดตา ทำเป็นไม่เห็น ใครจะทำอะไรก็ได้เลยใช่ไหม นี่คือสังคม คือวิถีที่เราต้องอยู่จริงเหรอ&nbsp;</p>



<p>มันส่งผลกระทบต่อเรามาก เหมือนเรายอมแพ้แล้ว และใช้ชีวิตเหมือนนางแบบคนอื่นๆ ไปเลย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">สรุปคุณอยู่ในวงการนางงามมากี่ปีแล้ว</h4>



<p>เกือบสิบปีมั้ง แต่มีช่วงที่จะอำลาวงการหลายรอบ ทั้งจากการโดนแบนโดยการเมืองและตอนประกวด เหมือนภาพลักษณ์เราดูเป็นคนหัวรุนแรงไปแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนมันก็คงใช่แหละ จนมีคนชวนประกวดนางงามนั่นแหละ ทั้งที่รู้ว่าไม่ค่อยตรงกับเรา แต่เราก็ตอบตกลง เพราะเชื่อมั่นในตัวคนที่ชวนมากๆ คิดว่าถ้าเขาอยู่กับเรา ทุกอย่างต้องโอเค แต่สุดท้ายก็มีเรื่องที่ทำให้ต้องแยกจากกัน อารมณ์เหมือนแฟนเก่าที่รักมาก แต่ก็เจ็บมากด้วย มันรู้สึกแย่ที่เราถูกปฏิบัติแบบนั้น แต่กระแสการประกวดมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็โดนคำวิจารณ์ไปเยอะแล้ว จะถอยก็มีทิฐิ จะเดินหน้าก็ทรมานใจ แต่ก็ตัดสินใจที่จะเดินหน้าดีกว่า นั่นเลยทำให้เราสิ้นหวังและซัฟเฟอร์ตั้งแต่ตอนนั้น เพียงแค่ไม่มีใครรู้เท่านั้นเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148407" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>“จะมีชื่อเสียงไปเพื่ออะไร</strong>”</h3>



<p>จากการตอบคำถามที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา ชนิดที่เรียกว่าแหกขนบนางงามไทย ทำให้เฌอเอมกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายของเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020 และเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนคลับนางงามและคนในสังคมอย่างรวดเร็ว</p>



<p>เกือบทุกคลิปการตอบคำถามของเธอกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย แม้แต่คนที่ไม่ติดตามวงการนางงามก็ยังหันมาสนใจเธอจากคำตอบที่แสดงถึงทัศนคติทางสังคมและการเมืองอย่างคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าเฌอเอมคือคนหนึ่งที่สร้างภาพจำใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์เวทีนางงามไทยก็คงไม่เกินจริงไปนัก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าคนที่ผลักดันให้คุณประกวดนางงามไม่อยู่แล้ว อะไรที่ทำให้คุณยังสู้ต่อ</h4>



<p>ฟางเส้นสุดท้ายสำหรับเราไม่ใช่เรื่องที่คนดูถูกเรา บอกว่าเราไม่มีความสามารถ เป็นนางแบบไม่มีงานแล้วไปสมัครนางงาม เราไม่ได้ใส่ใจเสียงพวกนั้น แต่มันเป็นเพราะเราก็สงสัยในตัวเองมาทั้งชีวิตว่าเราเก่งไหม เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีใครฟังเราเลย แต่วันที่มีคนฟังเราก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองเก่ง มีค่า เราต้องการเวลา 1 เดือนในการเข้าไปในการประกวดเพื่อที่จะได้เป็นตัวเองแล้วจบ ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังว่าหลังประกวดแล้วจะเป็นยังไง เราอาจจะมีแผน แต่เราไม่ได้คิดถึงมันจริงๆ ประกวดจบ ตื่นมาวันรุ่งขึ้นก็แค่กลับไปทำงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีเหตุการณ์ไหนอีกไหมที่ทำให้คุณรู้สึกว่า นี่คือผลลัพธ์ของการตัดสินใจมาประกวดในครั้งนี้</h4>



<p>ตอนที่เพื่อนเราติดคุก มันเลยเกิดความรู้สึกที่ว่าเรามีพลังในการทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง ถ้าตอนนั้นไม่ใช่เฌอเอม จะมีคนรู้ไหมว่าเพื่อนเราติดคุกอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเพื่อนเราคนนี้อยากให้เราเป็นดารา เพราะเขาเสียดายโอกาสที่เราควรได้มาหรือไขว่คว้าเอาไว้</p>



<h4 class="wp-block-heading">พูดง่ายๆ ว่าเพื่อนคนนี้ทำให้คุณกลับมาทบทวนชีวิตอีกครั้ง</h4>



<p>(พยักหน้า) เพื่อนเราชื่อ ฟ้า พรหมศร ได้รับหมายคดี ม.112 และถูกคุมขัง (ปัจจุบันได้รับการประกันตัวแล้ว) เขาไม่ได้เป็นเพื่อนเรามาก่อน แต่เป็นแฟนนางงามของเรา เราถึงได้คิดตลอดว่าผู้คนที่เจอในชีวิต วันหนึ่งเขาอาจให้อะไรกับเราก็ได้ และแม้ต่อให้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด ก็จะมีบางสิ่งที่เราได้กลับมาเสมอ</p>



<p>จากเหตุการณ์ที่เพื่อนต้องเข้าคุกนี่แหละทำให้เราตระหนักได้ว่า เรามีชื่อเสียงไปเพื่ออะไร มันไม่ใช่แค่การคอลเอาต์หรือแสดงความคิดเห็นแบบที่เราทำเป็นประจำในฐานะประชาชน แต่ตอนที่เพื่อนเราเข้าคุก เราหวังอยากให้คนเห็น ให้คนมาสนใจ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าการตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วมีชื่อเสียง ยอมแลกชีวิตส่วนตัว ความไม่สบายใจ หรือความทรมาน มันมีประเด็นอยู่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148428" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การเจอความสำคัญในสิ่งที่ตัวเองทำเปลี่ยนความคิดคุณขนาดไหน</h4>



<p>ตอนที่ประกวดเรามองว่า การประกวดทำให้ได้ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้นและยอมรับความสามารถของตัวเอง แต่ตอนนี้ถ้ามองย้อนกลับไป เราคิดว่ามันคือ the right time ที่ลิขิตมาแล้ว เพื่อทำให้เราได้มาอยู่ตรงนี้และรู้จักพี่ฟ้า การที่เขาถูกจำคุกคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราเลือกกำหนดชีวิตหลังจากที่อยู่ในวงการบันเทิงเพราะอิทธิพลจากคนนอกมาตลอด</p>



<p>มันเป็นความรู้สึกที่ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะเลือกใช้สิ่งที่ยังมีอยู่ยังไง สู้ให้เต็มที่กับโอกาสที่เหลือ ดาราบางคนอาจคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่เราต้องผ่านหลายๆ เรื่องจนมาถึงจุดนี้เป็นเวลากว่า 7-8 ปี ถึงได้เห็นค่าของโอกาสในปีสุดท้ายที่ยังทำงานเป็นนางแบบได้ นี่คือเส้นสายสุดท้ายแล้วที่เราจะเห็นค่า เอนจอย โฟกัส และทำทุกอย่างด้วยความรู้สึกที่เป็นอิสระ ไร้ซึ่งเงื่อนไข เป็นครั้งแรกเลยที่เรารู้สึกว่านางแบบคือการงานของชีวิต</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148422" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ครบรอบการประกวดหนึ่งปีพอดี อยากรู้ว่าทัศนคติต่อการประกวดนางงามของคุณตอนนี้เป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>เราเข้าใจว่าในยุคนี้สังคมมองว่าการประกวดนางงามคือการส่งเสริมแนวคิด beauty standard (มาตรฐานความงาม) ซึ่งเรายอมรับว่าเรายังคิดไม่ตกกับเรื่องนี้ แต่ก็รู้สึกว่ายอมรับได้ เพราะอย่างน้อยตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่สามารถทำให้ทุกคนตะเกียกตะกายหาโอกาสในชีวิตได้อย่างอิสระ เท่าเทียม รวมถึงยังไม่สามารถซัพพอร์ตคนให้มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝัน มันต้องเปิดโอกาสและพื้นที่ให้คนขึ้นไปไล่คว้าความฝัน มันคือโอกาสเดียวที่คนจะได้ขึ้นไปพูดในสิ่งที่คิดท่ามกลางสปอตไลต์ </p>



<p>อย่าได้ถามว่าบางคนมาประกวดทำไมถ้าไม่เห็นด้วยกับแนวทางทั้งหมดของวงการหรือเวที ถ้าสปอตไลต์ยังอยู่ในกำมือของคนกลุ่มเล็กๆ หรือแนวคิดที่ไม่เปิดรับคนนอกให้เข้ามาขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงค่านิยม การถามแบบนั้นกับคนที่ไม่มีทางเลือกก็เหมือนถ่มน้ำลายลงมาจากหอคอยงาช้าง มันคือการพยายามยึดอำนาจการเป็นเครื่องชี้นำสังคมไว้กับกลุ่มอิทธิพลและบีบให้คนที่มีอภิสิทธิ์น้อยกว่าต้องเข้ามาพึ่งพา โอนอ่อนเอาเอง มันไม่ใช่การพัฒนาไปด้วยกัน หนำซ้ำยังวิจารณ์โครงสร้างและแนวคิดพวกนี้ตรงๆ ไม่ได้</p>



<p>และที่มันมีเรื่องบุคลิกหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้องก็เพราะการประกวดนางงามคือการหาไอคอน มันต้องหาคนที่มีแรงดึงดูดมานำสังคม อย่างน้อยตอนพูดตอนเดินในคนเป็นร้อยเป็นพันคนนั้นต้องโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งยากมากที่รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งนี้</p>



<p>แต่เราเชื่อว่าถ้าสังคมไทยพัฒนาแล้ว บริบทของเวทีนางงามจะเปลี่ยนไป ถามว่าต้องยุบเลยไหม เราคิดว่าไม่ต้อง เพราะเรารู้สึกว่า ถ้าพื้นที่ตรงนี้เปิดกว้างมากพอให้ใครมาพูดอะไรก็ได้ มันจะเป็น open space ที่ดี เหมือนกับการเลือกตั้งนักการเมืองที่คุณเลือกจะเชียร์ใครสักคนเพราะไอเดียและการนำเสนอ แล้วเขาจะเป็นกระบอกเสียงให้คนอีกมากมายที่มีปัญหาแบบคุณ รวมถึงเป็นแนวร่วมในการพัฒนาสังคมที่คุณอยากเห็น</p>



<p>เราเลยไม่ต่อต้านเรื่องนางงาม ขอแค่มันไม่มีขนบที่ปิดกั้น คร่ำครึ หรืออคติมากเกินไป ควรเป็นที่ที่ผู้หญิงได้ไปยืนพูดความคิดของคุณเอง เพราะมันคือเสรีภาพที่คุณใช้ได้ในสังคมที่จะไม่มีใครหัวเราะเยาะ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;ใครจะมองว่าเราดีหรือฉลาดไม่พอก็ไม่เป็นไร&#8221;</strong></h3>



<p>หลังจากจบการประกวดนางงาม เฌอเอมที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว ก็เริ่มใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการออกมาแสดงจุดยืนและเรียกร้องทางการเมืองอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังลงมาทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ โดยเธอได้กลายเป็นหนึ่งในคณะทำงานทางด้านนี้ รวมถึงร่วมงานกับหน่วยงานฝั่งประชาธิปไตยอยู่เสมอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณพอจำได้ไหมว่ามีความเข้าใจทางการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่</h4>



<p>มันเป็นการสั่งสมความสงสัยหลายๆ ด้านมากกว่า เพราะการเมืองไทยมันเชื่อมต่อกัน อย่างเรื่องความอาวุโส ระบบอุปถัมภ์ การเมือง ศาสนา หรือสิทธิเสรีภาพ ก็อยู่ในโครงเดียวกัน เมื่อก่อนเรามองไม่เห็นหรอก แต่พอโดนทุบไปเรื่อยๆ พื้นความเชื่อเราปริแตกไปเอง ทุกอย่างเชื่อมกันโดยอัตโนมัติแบบที่เราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ</p>



<p>ยกตัวอย่างช่วงที่เราใช้ชีวิตเองมากขึ้นเพราะโตแล้วกับทำงานเป็นนางแบบ ไปๆ มาๆ ระหว่างต่างประเทศกับไทย เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและความคิดคนค่อนข้างเยอะ ตอนอยู่ฮ่องกงเราไปไหนก็สบายมาก มีอิสระและเวลาในแบบที่ไม่เคยมีในไทยมาก่อน มันทำให้เราเกิดความคิดแบบพลเมืองโลก แต่พอกลับมาอยู่ไทยเราต้องเผชิญกับรถติด ความเหลื่อมล้ำแบบที่แค่ขับรถเข้าเมืองก็สัมผัสได้ นอกจากนั้นยังเจอฝุ่น PM2.5 ที่ไม่ว่าใครก็ประสบปัญหาเดียวกันหมด ขณะเดียวกันเราก็เจอปัญหาส่วนตัวอีก จนเริ่มมีอาการแพนิก นอนไม่หลับ ซึ่งแจ้งตำรวจไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น</p>



<p>เราเลยรู้สึกว่าการเกิดมาในประเทศนี้ช่างขาดเสรีภาพมากมายเหลือเกิน จากที่เคยเชื่อว่าสังคมควรมีชนชั้น เราเกิดเป็นไพร่ต้องลำบากถูกแล้ว เราเริ่มรู้แล้วว่าทุกคนเกิดมาโชคดีไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นมันเลยต้องมีระบบที่รองรับและกลับไปทำงานให้คนที่ไม่มีโอกาสสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนคนอื่นๆ ซึ่งนี่น่าจะเป็นจุดที่เราเริ่มมองเห็นสังคมในมิติทางการเมือง แล้วเกิดความเข้าใจต่อโครงสร้างมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148424" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมคุณถึงออกมาเรียกร้องประเด็นชาติพันธุ์ทั้งที่เกิดและโตในเมือง</h4>



<p>มันไกลตัว แต่ว่าตอนที่ฟังพวกเขาเล่า เรากลับเห็นภาพ</p>



<p>พวกเขาคือคนที่ถูกผลักออกเพราะรัฐบาลหรือสังคมเราดำรงด้วยระบบรวมศูนย์ ตอนเด็กๆ เราก็รู้สึกคล้ายแบบนั้น ถึงเราเป็นชนชั้นกลางที่มีชีวิตดีระดับหนึ่ง แต่ในสังคมเราก็โดนผลักและทารุณจิตใจจนหลังชนขอบมาตลอด เราเลยค่อนข้างคอนเนกต์กับชาวกะเหรี่ยงมาก</p>



<p>เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาส เราก็เลยไม่ลังเลที่จะขึ้นไปพูดเป็นปากเป็นเสียงให้เขา โดยเราก็ศึกษาข้อมูลมาแล้วและเชื่อมโยงได้ว่า เรากับชาวกะเหรี่ยงโดนขนบ ระบบอนุรักษนิยม ความเป็นชาติไทย ประเพณีเดี่ยว และอำนาจนิยม กดทับมาตลอด มันเลยไม่ใช่ปัญหาแค่ของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เป็นปัญหาที่เราไม่พอใจด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148425" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอได้รับความสนใจเยอะๆ คุณมีความรู้สึกกลัวบ้างไหมกับบทบาทที่เลือก</h4>



<p>มีนะ แต่ที่ทำต่อได้ก็เพราะทนไม่ไหวและไม่เห็นว่าอนาคตจะดีกว่านี้ เราเลยขอสู้มากกว่าที่จะถอย ดีกว่ามารอให้ภัยเหล่านี้หายไป เป็นแนวคิดที่สู้เพื่อวันนี้ ปกป้องตัวเองดีกว่าจนตรอกแล้วค่อยมาทำ เพียงแต่การต่อสู้ของเราจะไม่ไปตามดูว่าคนอื่นเขาคิดอะไรยังไงบ้าง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงไม่ตาม</h4>



<p>เพราะทุกวันนี้เราละอายใจที่ทำไม่เท่าคนอื่นแต่มีคนมาเรียกเราว่า นางฟ้าประชาธิปไตย มันเป็นการตีคุณค่าที่เราไม่ชอบ เราทำน้อยกว่าคนอื่นมาก และเราก็ไม่ได้มาตรงนี้เพื่อให้ใครชอบ ถ้าเราเป็นกระบอกเสียงหรือซัพพอร์ตใครได้ก็ยินดี แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้ทำอะไรมากเป็นพิเศษ แต่น่าจะเป็นเพราะคนให้ความสำคัญกับเราต่างหากเลยทำให้คิดว่าเราทำเยอะ แสงส่องลงมามากมายเต็มไปหมด ปัจจุบันเราเลยไม่อยากใส่ใจกับตรงนี้มาก คิดว่าทำเท่าที่สบายใจและจะอยู่ในเฉดประชาธิปไตยของเราต่อไป ไม่ต้องใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของคนอื่น ใครจะมองว่าเราดีหรือฉลาดไม่พอก็ไม่เป็นไร</p>



<h4 class="wp-block-heading">แต่ยังยืนยันว่าจะทำงานตรงนี้ต่อไป</h4>



<p>ใช่ ไม่เลิกเด็ดขาด ต่อให้วันหนึ่งเหตุการณ์มันจะรุนแรงกว่านี้ก็ตาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148409" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;เกิดมาเป็นคนแล้วต้องไปให้ไกลที่สุด&#8221;</strong></h3>



<p>ปัจจุบันเฌอเอมได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานเป็นนางแบบที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เรียกว่าเป็นการมาทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันอีกครั้ง หลังจากชีวิตหยุดชะงักไปในช่วงโควิด-19 ที่เมืองไทยแทบทำอะไรไม่ได้เลย&nbsp;</p>



<p>ที่นั่นทำให้เธอได้กลับมาสัมผัสการใช้ชีวิตจริงๆ อีกครั้งและกลายเป็นเฌอเอมที่ไม่ยอมอยู่ในพันธนาการของใคร หรือค่านิยมใด หรือกระทั่งความเป็นคนไทยก็ตาม</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">จากที่รู้สึกหลงทาง ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงกับตัวเองบ้าง</h4>



<p>รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันสงบ เราเป็นคนที่ถ้าไม่ได้สัมผัสโลกภายนอกก็จะไม่รู้สึกถึงคลื่นลมในชีวิต พออยู่คนเดียวแล้วนาฬิกาก็ไม่เดิน ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เลยไม่ได้มีความรู้สึกชอบ-ไม่ชอบกับตัวเอง เหมือนปล่อยเวลาผ่านไป แต่ในอีกมุมก็รู้สึกว่า พอเป็นแบบนี้ตัวเองก็ไม่ได้เติบโตหรือทำอะไรเท่าที่ควร new normal เลยยังไม่ค่อยลงตัวกับเราสักเท่าไหร่</p>



<p>เหมือนพอห่างจากไทยมากๆ เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยประกวดนางงามมาก่อน เหมือนเราไม่เคยมีปีที่แล้ว เพราะตื่นมาก็เปิดหน้าต่าง ชงกาแฟ อ่านหนังสือ รอทำงาน อากาศดี ฟ้าสวย ไม่มีอะไรให้นึกถึงนอกจากทำหน้าที่ในหนึ่งวันให้ดีที่สุด มองแค่เป้าหมายระยะสั้นว่าจะเป็นนางแบบที่ดี ไม่ต้องดังแต่มีงาน มีเงิน ไม่ต้องให้ครอบครัวลำบากก็พอ เรากลับมาจัดการภายในมากขึ้น ไม่ใช่แค่กิจกรรมในชีวิต แต่เป็นการจัดเรียงความคิดและความเห็นที่เรามีกับสิ่งต่างๆ และเราก็เลือกที่จะหยุดคิดบางเรื่อง เรียกว่ามาครั้งนี้ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากมาพักสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำมานานมากแล้ว&nbsp;</p>



<p>เราพอเข้าใจได้ว่า ทำไมคนไทยที่มาใช้ชีวิตในต่างประเทศถึงไม่หวนกลับไปมองรายละเอียดในไทยมากนัก เราเคยเดินอยู่ริมถนน ดูตึกสวยๆ แล้วหัวเราะออกมาว่า อ๋อ การหลุดพ้นมันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่คงมีแค่การหลับตา แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้นแหละที่จะช่วยให้คิดว่าปัญหาที่ไม่อยู่ตรงหน้าคือปัญหาที่ไม่คงอยู่จริง เพราะมันมีอยู่ไง ในประเทศที่เวลาเดินเร็วกว่าเรา 5 ชั่วโมง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148426" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีความคิดอยากย้ายประเทศถาวรไหม</h4>



<p>เคยมีความรู้สึกนั้นนะ โดยเฉพาะช่วงที่เหนื่อยมากหรือท้อใจ แต่สิ่งที่ทำให้ยังอยากอยู่ที่ไทยมันก็มี เพราะนี่คือที่ที่เราเกิด ครอบครัวเรา ความทรงจำดี-ไม่ดีก็อยู่ที่นี่ และที่สำคัญเลยคือเราว่ามันดีกว่านี้ได้ ดังนั้นทำไมเราต้องเป็นฝ่ายย้ายออกล่ะ ความอยากในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้มันก็เป็นสิทธิของเรา เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ เราเลยตัดสินใจว่าถ้าอยู่ก็ขออยู่ให้เต็มที่&nbsp;</p>



<p>แต่กลับกันถ้ามีโอกาสในการทำงาน เราพร้อมไปนะ เรารักประเทศเกิดแต่ก็เป็นพลเมืองโลกด้วย ถ้าโลกให้โอกาสในการเรียนรู้ ให้ประสบการณ์ที่กว้างขึ้น เราก็ไปทำ เพราะแค่คุณเกิดมาก็มีความหมายแล้ว ดังนั้นถ้าคุณจะไปสร้างผลผลิตให้โลก ไม่ว่าจะบนผืนดินแห่งไหน มันก็เป็นการที่คุณได้ใช้ศักยภาพที่มีในการสร้างสรรค์&nbsp;</p>



<p>เกิดมาเป็นคนแล้วต้องไปให้ไกลที่สุด อย่าให้แผ่นดินเกิดมาเป็นโซ่ตรวน</p>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้ายนี้ คุณยังมีหวังกับประเทศไทยแค่ไหน</h4>



<p>ตอบยาก แต่เราแอบทำใจไว้ว่ามันจะไม่จบในรุ่นเราแบบที่หลายคนบอกไว้หรอก ดังนั้นเราขอเป็นแค่ก้อนอิฐก้อนหนึ่งที่ปูทางไปแล้วกัน เพราะเราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงต้องสะสมตามกาลเวลา&nbsp;</p>



<p>ที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้เพราะโดนตัดตอนรัฐประหาร เส้นทางของเราเลยไม่ค่อยสม่ำเสมอ หน้าที่ของคนรุ่นเราจึงอาจไม่ใช่หน้าที่ที่จะชนะ แต่เป็นหน้าที่ที่จะปกป้องอิฐในรุ่น ปูทางให้เรียบ อย่างเรื่องของ #saveบางกลอย เราก็ต้องรีบทำ เพราะมันเป็นการกลืนหายทางวัฒนธรรม เราอยากให้วันหนึ่ง ไม่ว่าไทยจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ คนสามารถสู้เรื่องชาติพันธุ์ได้สบายและง่ายกว่านี้</p>



<p>(นิ่งคิด) ดังนั้นถามว่ามีหวังกับประเทศไทยไหม มีนะ แต่เป็นหวังกับอนาคต&nbsp;</p>



<p>ซึ่งอาจเป็นอนาคตอันไกลโพ้นก็ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148427" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheraim/">27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดูแลโลกเริ่มได้ที่เรา! คัดแยกและเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาสร้างประโยชน์ กับ ‘YOUเทิร์น’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/you-turn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Oct 2021 09:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147780</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายปีมานี้ คนทั่วโลกเริ่มหันมาตระหนักเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกที่ไม่ได้รับการจัดการหลังจากใช้งานแล้วอย่างถูกต้อง นอกจากนี้หลายคนที่เคยพยายามแยกขยะพลาสติกด้วยตัวเองก็อาจจะเจออีกปัญหา คือไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับพลาสติกใช้แล้วเหล่านั้นต่อดี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ต้องการสร้างทางออกที่ยั่งยืนให้ปัญหาพลาสติกในสังคมไทย จึงตั้ง ‘YOUเทิร์น&#8217; ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าให้ขยะพลาสติกอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด &#8216;YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู&#8217; ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ ก็สามารถร่วมเป็นหนึ่งในการจัดการพลาสติกใช้แล้วได้ กระบวนการของ YOUเทิร์น เริ่มโดยการที่ให้ทุกคนแยกและทิ้งพลาสติกใช้แล้วในมือได้ถูกถังกับจุดทิ้งพลาสติกของ YOUเทิร์น (YOUเทิร์น Drop Point) จากนั้นจะนำพลาสติกใช้แล้วขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC หรือโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่พลาสติกใช้แล้วทุกชิ้นจะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม สามารถกลับมาใช้ใหม่สร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ดีกว่าถูกทิ้งให้ปนเปื้อนกลายเป็นขยะ แถมยังลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย นอกจากนี้ &#8216;YOUเทิร์น&#8217; ยังร่วมมือกับเพจ Less Plastic นำขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่ร่วมกับโครงการแยกขวดช่วยหมอ เพื่อตัดเย็บชุด PPE Level 2 ที่สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 20 ครั้ง ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันโรคระบาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/you-turn/">ดูแลโลกเริ่มได้ที่เรา! คัดแยกและเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาสร้างประโยชน์ กับ ‘YOUเทิร์น’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายปีมานี้ คนทั่วโลกเริ่มหันมาตระหนักเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกที่ไม่ได้รับการจัดการหลังจากใช้งานแล้วอย่างถูกต้อง นอกจากนี้หลายคนที่เคยพยายามแยกขยะพลาสติกด้วยตัวเองก็อาจจะเจออีกปัญหา คือไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับพลาสติกใช้แล้วเหล่านั้นต่อดี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-1024x682.jpg" alt="Youเทิร์น" class="wp-image-147825" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก.jpg 1568w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ต้องการสร้างทางออกที่ยั่งยืนให้ปัญหาพลาสติกในสังคมไทย จึงตั้ง ‘YOUเทิร์น&#8217; ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าให้ขยะพลาสติกอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด &#8216;YOUเทิร์น เริ่มต้นที่ยู&#8217; ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ ก็สามารถร่วมเป็นหนึ่งในการจัดการพลาสติกใช้แล้วได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_รถYOUเทิร์นแยกขยะพลาสติก2-1-769x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147827"/></figure></div>



<p>กระบวนการของ YOUเทิร์น เริ่มโดยการที่ให้ทุกคนแยกและทิ้งพลาสติกใช้แล้วในมือได้ถูกถังกับจุดทิ้งพลาสติกของ YOUเทิร์น (YOUเทิร์น Drop Point) จากนั้นจะนำพลาสติกใช้แล้วขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC หรือโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่พลาสติกใช้แล้วทุกชิ้นจะได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม สามารถกลับมาใช้ใหม่สร้างประโยชน์ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ดีกว่าถูกทิ้งให้ปนเปื้อนกลายเป็นขยะ แถมยังลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ &#8216;YOUเทิร์น&#8217; ยังร่วมมือกับเพจ Less Plastic นำขวดน้ำพลาสติกใช้แล้วส่งไปยังโรงงานแปรรูปที่ร่วมกับโครงการแยกขวดช่วยหมอ เพื่อตัดเย็บชุด PPE Level 2 ที่สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุดถึง 20 ครั้ง ส่งมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันโรคระบาด ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์วิกฤตในสังคมไปพร้อมๆ กัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="798" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-1024x798.jpg" alt="YOUเทิร์น" class="wp-image-147828" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-1024x798.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-300x234.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-768x598.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-1536x1197.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-2048x1595.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก-600x467.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147829" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/YOUเทิร์น_ตู้-YOUเทิร์นรับขยะพลาสติก2.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใครสนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ YOUเทิร์นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงคัดแยกพลาสติกใช้แล้ว และนำไปหย่อนที่จุดทิ้งพลาสติกของ YOUเทิร์น ซึ่งรับทั้งพลาสติกแบบแข็ง เช่น ขวดน้ำดื่ม ขวดแชมพู ขวดนม กล่องใส่อาหาร เป็นต้น และพลาสติกแบบยืด เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มถนอมอาหาร เป็นต้น สามารถค้นหาจุดทิ้งได้ที่ <a href="https://bit.ly/3gSEf3n"> bit.ly/3gSEf3n</a> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก YOUเทิร์น, LINE Official และเว็บไซต์ YOUเทิร์น <a href="https://bit.ly/2Zg4qv1">bit.ly/2Zg4qv1</a></p>



<p>ทำความรู้จักกับแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=HDSUV206VRQ" target="_blank" rel="noreferrer noopener">www.youtube.com/watch?v=HDSUV206VRQ</a></p>



<p>#YOUเทิร์นเริ่มต้นที่ยู #EndtoEndWaste #GCCircularLiving</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/you-turn/">ดูแลโลกเริ่มได้ที่เรา! คัดแยกและเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมาสร้างประโยชน์ กับ ‘YOUเทิร์น’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 13:13:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146852</guid>

					<description><![CDATA[<p>แคนาดา การได้มีโอกาสลองไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานานๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงาน นอกจากจะช่วยเปิดโลกเปิดมุมมองให้เห็นสิ่งต่างๆ อย่างกว้างขวางขึ้นแล้ว ความคิดที่อยากจะย้ายมาอยู่ประเทศนี้หรือประเทศอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันอย่างถาวรก็อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน สำหรับ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน ความคิดนี้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อเกือบสิบปีก่อนในตอนที่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 หลังจากที่ได้ไปโครงการ Work and Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทัศนคติของคนในสังคมที่เปิดกว้าง บรรยากาศที่สร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยนโดยไม่มีใครตัดสินว่าผิด-ถูก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการใช้ชีวิต ทำให้เธอเกิดความประทับใจจนตัดสินใจว่าหลังเรียนจบจะย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่ให้ได้ เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอกับแฟนชาวอังกฤษจึงช่วยกันหาข้อมูลวางแผนการย้ายประเทศ จนสุดท้ายมาตกลงที่ประเทศแคนาดา เพราะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าจากโครงการ Canada Express Entry สำหรับ skilled worker ซึ่งเปิดรับวิชาชีพเภสัชกรด้วย อีกทั้งแคนาดายังมีสภาพสังคมน่าอยู่ ปลอดภัย มีระบบการศึกษาที่ดี และมีระบบสุขภาพที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ท้ายที่สุดแล้วสุนิษาก็ได้เดินทางย้ายมายังแคนาดาในสถานะ PR (Permanent Residence) โดยโควตา Family sponsorship เพราะแฟนของเธอยื่นขอเป็นพลเมืองแคนาดาได้สำเร็จ เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างชัวร์และใช้เวลาน้อยกว่า แต่ถึงกระนั้น สุนิษาก็ไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจในการไปทำงานเป็นเภสัชกรที่นั่น เธอศึกษาหาข้อมูลและใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ทำงานที่ชอบในประเทศที่เลือกให้ได้ ซึ่งปัจจุบันเธอก็เป็นเภสัชกรประจำร้านยาที่แคนาดามาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/">การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">แคนาดา</span></p>


<p>การได้มีโอกาสลองไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานานๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงาน นอกจากจะช่วยเปิดโลกเปิดมุมมองให้เห็นสิ่งต่างๆ อย่างกว้างขวางขึ้นแล้ว ความคิดที่อยากจะย้ายมาอยู่ประเทศนี้หรือประเทศอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันอย่างถาวรก็อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน</p>



<p>สำหรับ <strong>สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน</strong> ความคิดนี้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อเกือบสิบปีก่อนในตอนที่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 หลังจากที่ได้ไปโครงการ Work and Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>



<p>ทัศนคติของคนในสังคมที่เปิดกว้าง บรรยากาศที่สร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยนโดยไม่มีใครตัดสินว่าผิด-ถูก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการใช้ชีวิต ทำให้เธอเกิดความประทับใจจนตัดสินใจว่าหลังเรียนจบจะย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่ให้ได้</p>



<p>เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอกับแฟนชาวอังกฤษจึงช่วยกันหาข้อมูลวางแผนการ<a href="https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ย้ายประเทศ</a> จนสุดท้ายมาตกลงที่ประเทศแคนาดา เพราะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าจากโครงการ Canada Express Entry สำหรับ skilled worker ซึ่งเปิดรับวิชาชีพเภสัชกรด้วย อีกทั้งแคนาดายังมีสภาพสังคมน่าอยู่ ปลอดภัย มีระบบการศึกษาที่ดี และมีระบบสุขภาพที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้วสุนิษาก็ได้เดินทางย้ายมายังแคนาดาในสถานะ PR (Permanent Residence) โดยโควตา Family sponsorship เพราะแฟนของเธอยื่นขอเป็นพลเมืองแคนาดาได้สำเร็จ เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างชัวร์และใช้เวลาน้อยกว่า</p>



<p>แต่ถึงกระนั้น สุนิษาก็ไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจในการไปทำงานเป็นเภสัชกรที่นั่น เธอศึกษาหาข้อมูลและใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ทำงานที่ชอบในประเทศที่เลือกให้ได้ ซึ่งปัจจุบันเธอก็เป็นเภสัชกรประจำร้านยาที่แคนาดามาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว</p>



<p>สุนิษเตรียมตัวยังไง ต้องปรับตัวแค่ไหน และการทำงานเป็นเภสัชกรในประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับต้นๆ เป็นยังไง</p>



<p>ให้ถ้อยคำของเธอในบรรทัดต่อจากนี้เล่าให้คุณฟัง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146867" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฮาวทูเตรียมตัวก่อนย้ายประเทศ</strong></h3>



<p>ก่อนเดินทางมาเป็นเภสัชกรที่แคนาดา สุนิษาใช้เวลาหลังเรียนจบประมาณ 2 ปีทำงานพาร์ตไทม์หาประสบการณ์ด้านเภสัชกรที่ไทย ตั้งแต่โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และร้านยา เพื่อศึกษาการทำงานในหลายๆ เซตติ้งของระบบการทำงานเภสัชกรในไทย แล้วนำไปปรับใช้ตอนที่ย้ายไปทำงานในแคนาดา</p>



<p>“เราอยากเรียนรู้ว่าบทบาทและการทำงานเป็นเภสัชกรในต่างประเทศนั้นเป็นยังไง ประชาชนเขารู้จักหรือเห็นคุณค่าของเภสัชกรมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตอนอยู่ไทยเราคิดว่าคนไทยยังไม่ค่อยรู้ว่าอาชีพนี้คือใคร ทำอะไรหรือมีส่วนช่วยในเรื่องสุขภาพของประชาชนยังไงบ้าง”</p>



<p>ในตอนนั้นข้อมูลการย้ายไปทำงานในต่างประเทศไม่ได้หาได้ง่ายๆ หรือมีรีวิวจากคนไทยที่เคยย้ายไปก่อนเยอะแบบปัจจุบัน &#8220;ตอนนั้นเสิร์ชอินเทอร์เน็ตก็แบลงก์ ไม่มีข้อมูลเลย แต่โชคดีที่แคนาดาจัดการข้อมูลค่อนข้างเป็นระบบ เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ทำความเข้าใจจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ดูแลการสอบใบประกอบเภสัชกร ตอนแรกแอบยากเพราะยังไม่เข้าใจระบบ จนถึงจุดที่อ่านเข้าใจและจับประเด็นได้&#8221;</p>



<p>นอกจากข้อมูลการทำงานที่ต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักแล้ว ด้วยความที่เธอกับแฟนแทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะไม่เคยเดินทางไปเยือนประเทศแคนาดามาก่อน ทั้งยังไม่มีคนรู้จักที่พึ่งพาได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทั้งคู่จึงอาศัยการหาข้อมูลเรื่องเมืองที่ต้องการย้ายไปอยู่ทางอินเทอร์เน็ตล้วนๆ</p>



<p>&#8220;เราพยายามดูว่าเมืองไหนน่าอยู่ ลักษณะเมืองเป็นยังไง มาเสิร์ชเจอว่าแวนคูเวอร์ติดอันดับเมืองน่าอยู่ สังคมดี ปลอดภัย ก็คิดว่าลองมาที่นี่ก่อนไหม ส่วนเรื่องบ้านให้เป็นการย้ายมาแล้วค่อยมาหาอีกที ช่วงมาถึงเราเลยเช่าเป็น Airbnb เพราะยังไม่รู้ว่ามุมไหนของเมืองเป็นยังไง”</p>



<p>“ขณะเดียวกันพอย้ายมามันต้องมีขั้นตอนการสอบต่างๆ เช่น การสอบขั้นแรกแบบเทียบความรู้ด้านเภสัชกรว่าจบที่ไทยมาเท่ากับที่นี่ไหม สอบภาษา สอบใบประกอบขั้นสุดท้าย เราก็ดำเนินการสอบนี้ด้วย บวกกับหางานเป็นอันดับแรก ตั้งใจเลยว่าจะหางานเป็นผู้ช่วยเภสัช เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานในร้านยาระหว่างสอบใบประกอบ สุดท้ายก็สมัครแต่งานนี้จนได้รับเข้าทำงาน ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนหลังแลนด์ดิ้งทั้งหางาน สัมภาษณ์งาน และดูบ้าน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146864" width="512" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1534x1536.jpg 1534w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2.jpg 1888w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเภสัชกรไทยสู่สนามเภสัชกรแคนาดา</strong></h3>



<p>ด้วยความที่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่ไทยมาก่อน เมื่อต้องมาสมัครงานที่นี่ สุนิษาจึงมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าตำแหน่งที่สมัครจะเป็นผู้ช่วยเภสัชกร ไม่ใช่เภสัชกรแบบที่เธอทำที่ไทยก็ตาม</p>



<p>&#8220;ระบบสัมภาษณ์งานไม่เหมือนกันเลย การเขียนเรซูเม่กับ cover letter (จดหมายสมัครงาน) ต่างจากที่ไทย ก็ต้องเรียนรู้ไป แต่อย่างหนึ่งที่ดีคือสำหรับคนที่ย้ายมาใหม่คือที่นี่จะมีมูลนิธิและหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือ เขามีคอร์สสอนให้หมด อย่างคอร์สการเขียนเรซูเม่ คอร์สสัมภาษณ์งาน หรือใครที่อยากเรียนภาษาก็มี ฟรีหมดเลย เราสามารถไปขอความช่วยเหลือได้ เหมือนเขาเป็นที่ปรึกษา”</p>



<p>ส่วนการหางานสายเภสัชของแคนาดาจะมีวิธีการที่แตกต่างไปจากที่ไทยเช่นเดียวกัน อย่างที่นี่จะใช้การเข้าไปตามเว็บไซต์ของร้านยาและแพลตฟอร์มรวมงานต่างๆ เป็นหลัก หรือกระทั่งการวอล์กอินเข้าไปในร้านเพื่อแนะนำตัวก็ได้ แต่ที่ไทยจะเน้นการบอกต่อหรือดูประกาศตามโซเชียลมีเดียของสถานที่นั้นๆ มากกว่า นอกจากนี้ที่นี่ยังไม่มีการทดสอบความรู้และขอหลักฐานเอกสารแบบที่ไทยด้วย ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้สุนิษามองว่าคนแคนาดาเชื่อมั่นในความสามารถของคนทำงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="576" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4.jpg" alt="" class="wp-image-146866" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>ถึงอย่างนั้นเธอก็แนะนำว่าสำหรับใครที่อยากมาทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะสาย health care ควรจะมีประสบการณ์ติดตัวมาบ้าง เพื่อที่อย่างน้อยจะได้นำสิ่งที่เคยเจอมาประยุกต์กับงานที่นี่ “อย่างเวลาเจ้าของร้านยาถามอะไรเราก็พยายามลิงก์กับประสบการณ์ที่มี เพื่อให้เขารู้ว่าเราเรียนรู้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็เต็มใจที่จะเทรนแหละ แต่มันก็ยากเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในระบบของแคนาดามาก่อน อาจเป็นข้อเสียเปรียบนิดหนึ่งถ้าต้องมีการแข่งขัน เพราะร้านก็อยากได้คนที่รู้งานผ่านระบบมาแล้ว”</p>



<p>สำหรับปัญหาการเลือกปฏิบัติหรือเหยียดเชื้อชาติ สุนิษาออกปากว่าไม่ต้องเป็นห่วง ยิ่งเฉพาะเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์หรือโตรอนโต้ที่มีความหลากหลายสูง คนที่นี่มองทุกคนเป็นชาวแคนาดาเหมือนกัน อีกทั้งเวลาสมัครงานก็ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดพวกนี้ด้วย</p>



<p>ในช่วงแรกๆ ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยเภสัชกร แม้จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและระบบการทำงานที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจบ้างแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จนในที่สุดเมื่อสอบใบประกอบอาชีพเภสัชกรที่แคนาดาผ่าน เธอก็ได้ทำงานเป็นเภสัชกรสมใจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146870" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบและสภาพแวดล้อมที่พร้อมส่งเสริมคนทำงาน</strong></h3>



<p>สำหรับสุนิษา อาจพูดได้ว่าการได้มาทำงานเป็นเภสัชกรที่แคนาดาแทบจะเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ของเธอ อย่างน้อยก็กับระบบการทำงานที่แตกต่างจากไทยมากทีเดียว</p>



<p>&#8220;ที่นี่เภสัชกรส่วนใหญ่จะอยู่ที่ร้านยา ร้านยาเป็นศูนย์ของทุกๆ อย่าง เราต้องเรียนรู้ตั้งแต่ระบบการคีย์ยาเข้าคอม ระบบประกันสุขภาพ ตอนแรกก็ยากเหมือนกันเพราะประกันที่นี่มีหลายตัว แล้วแต่ละร้านก็ยังมีระบบการทำงานที่แตกต่างกันไปบ้าง</p>



<p>“อีกอย่างคนไข้ที่นี่แตกต่างจากที่ไทย ตอนเราอยู่โรงพยาบาลที่ไทยเวลาคนไข้มารับยา จะไม่ค่อยอยากรู้หรือฟังเรื่องยามากเท่าไหร่ แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่ชอบถามข้อมูลเรื่องยาค่อนข้างเยอะ บางคนยังไม่ได้กินยาก็ขอเข้ามาปรึกษาเภสัชกรก่อน ดังนั้นเราจะต้องปฏิสัมพันธ์เรื่องยากับคนไข้ค่อนข้างลึกพอควร แล้วสมัยนี้คนไข้จะศึกษาทางอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วค่อยมาถามเราเพื่อความชัวร์ ข้อมูลเรื่องยาเราเลยต้องแน่นกว่าที่ไทยนิดหนึ่งในแง่ที่คนไข้คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่เยอะ ครบถ้วน และละเอียด&#8221;</p>



<p>ขณะเดียวกัน คนไข้ที่แคนาดาก็จะคาดหวังให้เภสัชทำงานอย่างรวดเร็ว ถ้าให้คนไข้รอนานถึง 20 นาทีก็ถือว่าช้ามากแล้ว ทั้งนี้ตัวเภสัชเองยังต้องทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กยา ให้คำปรึกษาคนไข้ หรือพูดคุยกับหมอ ซึ่งแตกต่างจากการทำงานเป็นเภสัชที่ไทยที่จะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146865" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3.jpg 1512w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>นอกจากความแอ็กทีฟของคนไข้และการทำงานที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้นแล้ว สุนิษายังประทับใจระบบสาธารณะสุขที่นี่ที่ส่งเสริมคนทำงานให้ได้พัฒนาเรียนรู้มากขึ้นอีกด้วย</p>



<p>“เขามีฐานข้อมูลที่หาได้ค่อนข้างง่าย อย่างที่ร้านมีงานวัคซีน ซึ่งเราจำข้อมูลไม่ได้หมด บวกกับที่ไทยเองเภสัชกรก็ไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย พอคนไข้มาขอฉีดกันบาดทะยัก เราที่ไม่รู้ว่าจะฉีดยังไง ต้องเว้นเวลาห่างกี่ปี ถ้าฉีดสองตัวพร้อมกันได้ไหม มันก็มีเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลที่จัดทำขึ้นมาเพื่อรวบรวมวัคซีนที่ใช้ในประเทศ มีวิธีการฉีด มีข้อมูลยา อย่างช่วงโควิด-19 ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในเว็บไซต์หมดเลย แล้วเขาจะอัพเดตข้อมูลยาและงานวิจัยเรื่อยๆ เสิร์ชอะไรก็หาเจอ แถมยังมีไกด์ไลน์การรักษาแยกเป็นของแต่ละจังหวัด จัดเก็บเป็นระบบ อัพเดตตลอด เชื่อถือได้”</p>



<p>“ประเทศเขาค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเภสัชมีความรู้เรื่องยาเยอะ ถ้าเทียบกับที่ไทยยังไม่แน่ใจ เพราะคนยังไม่ค่อยรู้บทบาทเภสัช แม้อยู่ในโรงพยาบาลเขาก็ไม่รู้ว่าในห้องยานั้นเราทำอะไรกันบ้าง หรือการมองว่าร้านยาเป็นการบริการแบบฉันสั่งเธอ เธอก็เอายามาให้ฉัน มันยังไม่เกิดกระบวนการคิดว่าถ้าเภสัชจะให้หรือไม่ให้ยาตัวนั้นตัวนี้มันมีเหตุผลจากอะไรบ้าง เหมือนที่ไทยหมอจะมีบทบาทชัดเจนมากกว่า จะได้ยินบ่อยๆ ว่าหมอให้ยาอะไรมาก็กินหมด แต่ที่จริงมันมีเภสัชที่คอยดูว่ายาตัวไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ ใช้ได้หรือไม่ ซึ่งที่นี่คนเขาจะค่อนข้างเข้าใจว่าเภสัชกรทำอะไร ถ้าคิดถึงเรื่องยาหรือวัคซีน เขาจะมาถามเราก่อน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146863" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1.jpg 1512w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สังคมที่คนทำงานมีเสียงเท่ากันและได้รับความคุ้มครอง</strong></h3>



<p>หลังจากย้ายไปทำงานในสายเภสัชที่แคนาดาเป็นเวลากว่า 4 ปี สุนิษาก็ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนเริ่มทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดคือเธอรู้สึกสนุกกับงาน ถึงขนาดที่ว่าเธอเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ<a href="https://www.facebook.com/ThaiPharmacistInCanada" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เภสัชกรไทยในแคนาดา</a> เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเภสัชกรและเรื่องราวการใช้ชีวิตในแคนาดาให้แก่คนไทยที่อยากย้ายมาทำงานแบบเธอบ้าง</p>



<p>เธอเล่าว่าการทำงานเภสัชกรที่ไหนๆ ก็ย่อมมีความเครียด ความกดดัน และอุปสรรคไม่ต่างกัน แต่อย่างน้อยในแง่สภาพแวดล้อมและระบบการทำงาน ต่อให้เป็นงานสายเดียวกันยังไงก็ไม่เหมือนกันแน่นอน นี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไทยจำนวนมากให้ความสนใจเพจของเธอ</p>



<p>&#8220;ไม่ว่าจะตอนเป็นเภสัชกรหรือผู้ช่วย สภาพการทำงานในห้องทำงานเราจะรู้สึกว่าทุกคนมีความเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะทำตำแหน่งอะไร มันจะไม่รู้สึกว่าเราตัวเล็กหรือเขาตัวใหญ่กว่า อย่างเราเป็นเภสัชกรจะขอให้ผู้ช่วยช่วยทิ้งขยะให้ก็ต้องพูดกับเขาดีๆ ไม่ใช่เธอไปทิ้งขยะให้หน่อย ทุกคนต้องให้เกียรติกัน</p>



<p>“ตอนเป็นเภสัชที่ไทย ต่อให้เราไม่คิดอะไรแต่จะเห็นได้ว่าผู้ช่วยเขาไม่กล้าพูดหรือแสดงความเห็นเรื่องงานได้เท่ากับผู้ช่วยที่นี่ รู้สึกว่าคนไทยยังไม่ค่อยกล้าพูดหรือแย้งมากเท่าไหร่ ว่าไงว่าตามกัน ผู้ช่วยในร้านยาก็ทำทุกอย่างตามที่เภสัชกรบอก แต่ผู้ช่วยที่นี่เราสามารถส่งงานให้เขารับผิดชอบได้ ถ้าเห็นระบบยังไม่ดีเขาก็บอก เรารับฟัง ถ้าปรับได้ก็ปรับ ไม่มีปัญหา หรือถ้าคิดว่าเราทำงานดีแล้วอยากขอขึ้นเงินเดือนก็พูดได้เลยตามผลงาน&#8221;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-768x1024.jpg" alt="แตนาดา" class="wp-image-146869" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุนิษาประทับใจการทำงานที่นี่ คือกฎหมายแรงงานที่บังคับใช้อย่างเข้มงวด ถ้าเจออะไรที่ไม่เป็นธรรมก็สามารถเรียกร้องได้ เพราะหน่วยงานที่นี่จะคอยซัพพอร์ต ตามเรื่องให้ตลอด และทำงานรวดเร็ว อย่างเธอเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ไปทำงานแล้วไม่ได้รับค่าจ้างจนต้องมีการร้องเรียน</p>



<p>&#8220;เขาจัดการให้เราดีจริงๆ มีการติดตามสอบถาม คุ้มครองเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ค่อยเจออะไรไม่ดี หรือถ้าเจออย่างน้อยก็รู้ว่าจัดการได้แน่ แค่เราต้องกล้า ไม่กลัว เพราะมันทำได้หมดตามกฎหมาย หรือถ้าเราเจอร้านยาที่ดูไม่ดีไม่มีมาตรฐานก็สามารถแจ้งกับหน่วยงานได้ มีหลายร้านที่โดนปิดไปเหมือนกัน&#8221;</p>



<p>ทั้งหมดนี้ทำให้เธอตกตะกอนได้ว่าการตัดสินใจย้ายมาเป็นเภสัชที่แคนาดาคือประสบการณ์ที่ดี ทั้งในแง่การใช้ชีวิตและการทำงานที่นอกจากจะได้พัฒนาความรู้ทักษะต่างๆ แล้ว เธอก็สามารถนำประสบการณ์ที่ได้ไปแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนสาขาเดียวกันในประเทศไทยเพื่อปรับใช้ร่วมกันด้วย</p>



<p>&#8220;ที่ไทยเริ่มมีร้านยานำร่องที่คนไข้สามารถมารับยาได้ คือเป็นมากกว่าสถานที่ซื้อ-ขายยา หรือการพยายามลดความแออัดในโรงพยาบาล เกิดคลินิกเล็กๆ ที่คนไข้จะมาหาหมอได้ เท่าที่เห็นก็มีการปรับมาให้คล้ายๆ การพยาบาลฝั่งนี้ ยังไงก็ตามเราคิดว่ายังมีอีกหลายๆ บทบาทที่บ้านเรายังไม่ได้ทำ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ต่อไป ซึ่งในอนาคตเราอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้ อาจจะไปอังกฤษหรือเรียนต่อปริญญาโทที่อื่น เพราะเรายังอยากเรียนรู้อีก</p>



<p>“การมาแคนาดาทำให้เราได้เห็นการวางระบบของเขาว่ามันเอื้อประโยชน์ให้คนไข้ยังไง รวมถึงการทำงานหลายๆ อย่างที่เภสัชไทยยังไม่ได้ทำ ซึ่งถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์มากๆ อีกทั้งยังได้สังคมการทำงานที่ให้เกียรติกันและกัน&nbsp;</p>



<p>“อยู่ที่นี่ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ทุกคนจะให้ความสำคัญ ให้ความเคารพคนทุกชนชั้นอย่างเท่าเทียม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146871" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>


<p><span style="display: none;">แคนาดา</span></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/">การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับปากกาของ มุทิตา พานิช ผู้แปลหนังสือของมูราคามิและวรรณกรรมญี่ปุ่นชั้นดีหลายเล่ม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/muthita/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 15:34:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[a pen interview]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[นักแปล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์กำมะหยี่]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือแปล]]></category>
		<category><![CDATA[มุทิตา พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[มูราคามิ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146677</guid>

					<description><![CDATA[<p>1Q84, ชายไร้สีกับปีแสวงบุญ, ชายที่คนรักจากไป, ผู้อัญเชิญไฟ ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างงานเขียนฟิกชั่นญี่ปุ่นที่ มุทิตา พานิช แสดงฝีมือแปลจากภาษาดั้งเดิมมาสู่ภาษาไทย สำหรับนักอ่านผู้ชื่นชอบงานเขียนญี่ปุ่น โดยเฉพาะแฟนคลับสำนักพิมพ์กำมะหยี่น่าจะคุ้นชื่อนักแปลมากฝีมือคนนี้อยู่แล้ว เพราะถ้าหากพลิกดูปกหลังของวรรณกรรมแปลญี่ปุ่นที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่ปล่อยออกมา มีจำนวนไม่น้อยเลยที่มีชื่อของมุทิตาเด่นหราในฐานะคนแปล สิ่งที่บางคนอาจไม่รู้คือนอกจากวรรณกรรม เธอยังทำงานแปลและงานเขียนประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือน็อนฟิกชั่นหรือกระทั่งบทละคร พูดได้ว่าในสิบกว่าปีที่ผ่านมา มุทิตาคือหนึ่งในนักแปลที่มีผลงานให้เห็นอยู่ตลอด และเธอก็มีความสุขกับงานที่ทำจนไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ ล่าสุดมุทิตาได้แปลรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนหญิงมือรางวัล นักเพาะกายผู้โดดเดี่ยว โดย ยูกิโกะ โมโตยะ ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่ อีกทั้งในปีนี้ยังถือเป็นปีที่ 16 ที่เธอทำงานแปลมาอย่างต่อเนื่อง นั่นจึงทำให้ฉันอยากชวนเธอมาพูดคุยถึงเส้นทางอาชีพนักแปลหนังสือที่เธอใช้หล่อเลี้ยงชีพมาอย่างยาวนาน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก ทำให้ต้องส่งปากกาคู่ใจมาเป็นตัวแทนสนทนา &#8220;เมื่อไม่นานมานี้เธอแปลนิยายเล่มหนึ่งอย่างเมามันมากไปหน่อย แปลเพลินน็อนสตอป 3-4 ชั่วโมง เป็นประจำจนเจ็บข้อมือมากขนาดจับปากกาไม่ได้ไปพักใหญ่ ต้องไปทำกายภาพบำบัดเลยล่ะ&#8221; แค่ฟังเจ้าปากกาเล่าถึงเจ้าของแค่นิดเดียว ก็ทำให้ฉันอยากรู้แล้วล่ะว่าอาชีพนักแปลนี่มันโหดหินขนาดนั้นเลยเหรอ ไปอ่านบทสนทนาเต็มๆ กันเลยดีกว่า คุณรู้จักมุทิตาและเป็นปากกาของเธอได้ยังไง&#160; เราเป็นปากกาด้ามละ 4-5 บาทตามท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละ เธอเจอพี่น้องเราครั้งแรกน่าจะตอนไปฟังสัมมนาที่ไหนสักแห่งแล้วเขาแจกให้จดโน้ต ชอบใจว่ายี่ห้อนี้เขียนลื่นดี หลังจากนั้นเธอก็เป็นแฟนคลับพวกเรามาตลอด พกในกระเป๋าดินสออย่างน้อย 2 ด้ามตลอดเวลา ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็เห็นเธอแปลโน่นแปลนี่แทบทุกวันอยู่แล้ว เหมือนเป็นงานอดิเรกของเธอก็คงว่าได้ แล้วเธอเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานเป็นนักแปลหนังสือและวรรณกรรมญี่ปุ่น มันเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของเธอเลยล่ะว่าจะได้ทำงานแปลอยู่บ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/muthita/">คุยกับปากกาของ มุทิตา พานิช ผู้แปลหนังสือของมูราคามิและวรรณกรรมญี่ปุ่นชั้นดีหลายเล่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>1Q84, ชายไร้สีกับปีแสวงบุญ, ชายที่คนรักจากไป, <a href="https://www.marumura.com/yoko-tawada-novel-the-emissary/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้อัญเชิญไฟ</a></em> ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างงานเขียนฟิกชั่นญี่ปุ่นที่ <strong>มุทิตา พานิช</strong> แสดงฝีมือแปลจากภาษาดั้งเดิมมาสู่ภาษาไทย</p>



<p>สำหรับนักอ่านผู้ชื่นชอบงานเขียนญี่ปุ่น โดยเฉพาะแฟนคลับ<a href="https://web.facebook.com/GammeMagieEditions/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักพิมพ์กำมะหยี่</a>น่าจะคุ้นชื่อนักแปลมากฝีมือคนนี้อยู่แล้ว เพราะถ้าหากพลิกดูปกหลังของวรรณกรรมแปลญี่ปุ่นที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่ปล่อยออกมา มีจำนวนไม่น้อยเลยที่มีชื่อของมุทิตาเด่นหราในฐานะคนแปล</p>



<p>สิ่งที่บางคนอาจไม่รู้คือนอกจากวรรณกรรม เธอยังทำงานแปลและงานเขียนประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือน็อนฟิกชั่นหรือกระทั่งบทละคร พูดได้ว่าในสิบกว่าปีที่ผ่านมา มุทิตาคือหนึ่งในนักแปลที่มีผลงานให้เห็นอยู่ตลอด และเธอก็มีความสุขกับงานที่ทำจนไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ</p>



<p>ล่าสุดมุทิตาได้แปลรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนหญิงมือรางวัล <em>นักเพาะกายผู้โดดเดี่ยว</em> โดย ยูกิโกะ โมโตยะ ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่ อีกทั้งในปีนี้ยังถือเป็นปีที่ 16 ที่เธอทำงานแปลมาอย่างต่อเนื่อง นั่นจึงทำให้ฉันอยากชวนเธอมาพูดคุยถึงเส้นทางอาชีพนักแปลหนังสือที่เธอใช้หล่อเลี้ยงชีพมาอย่างยาวนาน</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก ทำให้ต้องส่งปากกาคู่ใจมาเป็นตัวแทนสนทนา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-1024x683.jpg" alt="มุทิตา" class="wp-image-146755" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&#8220;เมื่อไม่นานมานี้เธอแปลนิยายเล่มหนึ่งอย่างเมามันมากไปหน่อย แปลเพลินน็อนสตอป 3-4 ชั่วโมง เป็นประจำจนเจ็บข้อมือมากขนาดจับปากกาไม่ได้ไปพักใหญ่ ต้องไปทำกายภาพบำบัดเลยล่ะ&#8221;</p>



<p>แค่ฟังเจ้าปากกาเล่าถึงเจ้าของแค่นิดเดียว ก็ทำให้ฉันอยากรู้แล้วล่ะว่าอาชีพนักแปลนี่มันโหดหินขนาดนั้นเลยเหรอ ไปอ่านบทสนทนาเต็มๆ กันเลยดีกว่า</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณรู้จักมุทิตาและเป็นปากกาของเธอได้ยังไง&nbsp;</h4>



<p>เราเป็นปากกาด้ามละ 4-5 บาทตามท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละ เธอเจอพี่น้องเราครั้งแรกน่าจะตอนไปฟังสัมมนาที่ไหนสักแห่งแล้วเขาแจกให้จดโน้ต ชอบใจว่ายี่ห้อนี้เขียนลื่นดี หลังจากนั้นเธอก็เป็นแฟนคลับพวกเรามาตลอด พกในกระเป๋าดินสออย่างน้อย 2 ด้ามตลอดเวลา ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็เห็นเธอแปลโน่นแปลนี่แทบทุกวันอยู่แล้ว เหมือนเป็นงานอดิเรกของเธอก็คงว่าได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วเธอเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะได้ทำงานเป็นนักแปลหนังสือและวรรณกรรมญี่ปุ่น</h4>



<p>มันเป็นความใฝ่ฝันอย่างหนึ่งของเธอเลยล่ะว่าจะได้ทำงานแปลอยู่บ้าน หิวขนมก็แปลไปกินไป วันไหนอยากออกไปทำอย่างอื่นก็ไปได้ แต่ตอนแรกเธอไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักแปลหนังสือหรอกนะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1012" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1024x1012.jpeg" alt="มุทิตา" class="wp-image-146758" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1024x1012.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-300x297.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-768x759.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-600x593.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1.jpeg 1058w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วจุดเริ่มต้นของการทำงานแปลเป็นอาชีพเริ่มได้ยังไง</h4>



<p>น่าจะเป็นตอนที่รุ่นพี่คนหนึ่งมาชวนเธอไปช่วยแปลหนังสือให้สำนักพิมพ์แห่งหนึ่งที่กำลังหานักแปล เพื่อแปลหนังสือภาษาญี่ปุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน&nbsp;ตอนนั้นเธอเป็นล่ามฟรีแลนซ์อยู่ งานแปลก็ทำพวกแปลเอกสาร และเป็นอาสาสมัครแปลจดหมายเด็กๆ ให้มูลนิธิแห่งหนึ่งอยู่นานแล้ว เคยคิดเหมือนกันว่าตัวเองจะแปลหนังสือเป็นเล่มๆ ไหวไหม แต่พอมีโอกาสมาเธอก็เลยคว้าไว้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วพอได้มาทำงานแปลหนังสือจริงจัง มุมมองที่มีแต่วิชาชีพนี้ของมุทิตาเปลี่ยนไปยังไง</h4>



<p>พอได้แปลอะไรสนุกๆ ยาวๆ เธอยิ่งชอบเลย เธอคิดว่ามันเป็นงานที่เหมาะกับเธอมาก เพราะเธอชอบทำอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าเธอจะไม่เคยคิดถึงงานนี้ในแง่วิชาชีพมาก่อน อาจเพราะเธอไม่เคยร่ำเรียนเป็นเรื่องเป็นราว อาศัยประสบการณ์ล้วนๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จำได้ไหมว่าหนังสือเล่มแรกที่มุทิตาแปลคือเล่มไหน จำได้ไหมว่าตอนแปลเล่มนั้นรู้สึกยังไง</strong></h4>



<p>เล่มแรกเป็นหมวดน็อนฟิกชั่นเรื่อง <em>เปลี่ยนรางชีวิต</em> ของมาซารุ คาตาโอกะ&nbsp;</p>



<p>เธอเป็นนักแปลช่างเลือกนะ ถ้าไม่ได้อ่านก่อนหรืออ่านแล้วไม่ชอบก็ไม่รับงาน แต่เล่มนี้มีบางส่วนคล้ายชีวิตเธอ หลายส่วนไม่คล้ายแต่เธอสนใจ แปลแล้วอินจัด แปลเสร็จยังไปทำเวิร์กช็อปกับนักเขียนที่ญี่ปุ่นด้วยแน่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="741" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-1024x741.jpg" alt="" class="wp-image-146759" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-1024x741.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-300x217.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-768x556.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-1536x1112.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-2048x1483.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_20210828_122703-600x434.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้าเป็นหมวดฟิกชั่นจะเป็น <em>1Q84</em> ของ ฮารูกิ มูราคามิ ที่จริงเพื่อนเธอแปลอยู่ก่อนแล้วแต่มาหาทีมช่วยเพราะหนังสือเล่มหนามาก แถมเพื่อนดันโฆษณาว่า “อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงเธอ” ก็เลยรับมาลองแปลดู ตอนนั้นไม่ค่อยแน่ใจว่าสำนักพิมพ์จะโอเคหรือเปล่าเพราะไม่ได้เรียนเอกภาษาอย่างเพื่อน แต่สุดท้ายก็ได้แปล ต้องบอกเลยว่าเล่มนี้แปลมันมาก เพราะนักเขียนวางพล็อต วางคาแร็กเตอร์เหมือนเขียนการ์ตูน อ่านไปแปลไปแบบลื่นปรื๊ดๆ ตอบคำถามของ บ.ก.และส่งงานเป็นระยะ เป็นการเริ่มแปลฟิกชั่นที่อิ่มเอมสุดๆ เลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การแปลวรรณกรรมมีวิธีการคิดและทำงานต่างจากการแปลประเภทอื่นๆ ไหม</strong></h4>



<p>ถ้าเป็นน็อนฟิกชั่นก็ไม่ต่างจากงานแปลเอกสารเท่าไหร่ ต้องคอยเช็กความถูกต้องของเนื้อหาเป็นหลัก อาจจะเพิ่มเทคนิคการเล่าเข้าไปหน่อย แต่สำหรับฟิกชั่นมีเรื่องละเอียดอ่อนกว่านั้น ส่วนตัวเธอยึดอารมณ์บรรยากาศของเรื่องเป็นหลัก เวลาจะเลือกใช้คำหรือวางรูปประโยคก็ต้องรู้จักนักเขียนก่อน เพราะบางคนมีลายเซ็นเฉพาะของตัวเองแฝงอยู่ ที่ผ่านมาจะแปลฟิกชั่นของใครต้องอ่านงานของเขา จะเป็นเรื่องสั้นก็ได้ อย่างน้อยสัก 2-3 เรื่อง ให้พอรู้แนวของนักเขียนก่อน</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณเห็นพัฒนาการการแปลของมุทิตายังไงบ้าง</h4>



<p>ถ้าเป็นเรื่องพัฒนาการคงต้องถามนักอ่านล่ะมั้ง แต่ถ้าถามจากมุมมองของเรา ดูแล้วก็ไม่เห็นเธอจะไปเรียนอะไรเพิ่ม ก็เห็นอ่านนิยายไทย นิยายญี่ปุ่น หนังสือทั่วไป การ์ตูน บทความในอินเทอร์เน็ต บ้างก็ดูหนัง ดูซีรีส์ หรือฟังเพลง เธอว่าสิ่งเหล่านี้ก็ช่วยพัฒนาทักษะทุกอย่างแหละ รวมทั้งงานอื่นๆ อย่างงานล่าม งาน บ.ก.ตรวจภาษาญี่ปุ่นก็ช่วยเหมือนกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="680" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1024x680.jpeg" alt="" class="wp-image-146760" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1024x680.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-300x199.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-768x510.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1536x1020.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-600x398.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วคุณพอรู้ไหมว่าเธอมารู้จักกับกำมะหยี่ และยืนพื้นแปลงานเขียนญี่ปุ่นให้สำนักพิมพ์นี้ได้ยังไง</strong></h4>



<p>อ๋อ เพราะโชคชะตาพัดพาเธอมาพบกับกำมะหยี่ในปี <em>1Q84</em> ไง พอพบกันแล้ว คุยกับเจ้าสำนักรู้เรื่อง รู้ว่าเสนอหนังสือที่อยากแปลได้ สำนักพิมพ์ยอมให้อ่านหนังสือก่อนแล้วค่อยเลือกว่าจะรับหรือปฏิเสธงาน วันส่งงานส่วนมากกำหนดเองได้ แปลไปแล้วมี บ.ก.ที่รู้ภาษาญี่ปุ่นดีช่วยตรวจทานให้ บ.ก.ตรวจแล้วส่งกลับมาให้พิจารณาอีกที บางที บ.ก.ภาษาไทยอยากจะปรับก็ยังส่งมาให้พิจารณาอีก มีการให้ออกความเห็นเวลาเลือกปกหนังสือ ให้ค่าแปลเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาหนังสือ จ่ายค่าแปลตรงเวลา&nbsp;</p>



<p>พอเริ่มแก่ เอ๊ย! เริ่มมีประสบการณ์มาก ก็ชวนสลับมาทำงานเป็น บ.ก.ตรวจความถูกต้องของต้นฉบับแปลบ้าง นานๆ ทีก็มีให้เป็นกรรมการคัดนักแปลรุ่นใหม่บ้าง เธอว่าสำนักพิมพ์กำมะหยี่นี่คือที่ทำงานสวรรค์สำหรับนักแปลอย่างเธอเลยล่ะ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หลังจากแปลงานวรรณกรรมญี่ปุ่นมาไม่น้อย โดยเฉพาะงานของมูราคามิ เจ้าของคุณชอบหรือเห็นเอกลักษณ์อะไรในงานเขียนของประเทศนี้ที่ทำให้นักอ่านชาวไทยสนใจ</strong></h4>



<p>คนไทยส่วนใหญ่ชอบญี่ปุ่น อาจจะได้รับอิทธิพลจากสินค้าวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และความรู้สึกต่อคนญี่ปุ่นที่เคยพบเจอด้วย งานเขียนไม่ว่าของประเทศไหนก็ล้วนสะท้อนสังคมวัฒนธรรม สภาพความเป็นจริงของประเทศนั้นๆ ออกมาผ่านมุมมองของนักเขียนแต่ละคน โดยรวมแล้วคิดว่างานเขียนของญี่ปุ่นมีหลากหลาย เพราะว่าประเทศเขามีประชากรอ่านหนังสือเยอะ และรัฐก็สนับสนุน ที่บ้านเมืองเขามีห้องสมุดดีๆ กระจายอยู่เยอะมาก แถมยังมีหนังสือให้ยืมอ่านซื้ออ่านกันตั้งแต่เด็กๆ</p>



<p>งานวรรณกรรมของทางญี่ปุ่นมีหลายยุคหลายสมัย ที่คนไทยชอบอ่านกันตอนนี้น่าจะเป็นพวกไลต์โนเวล ซึ่งเป็นนิยายอ่านง่าย ลักษณะเด่นคือจะมีบทสนทนาเป็นส่วนใหญ่ งานมูราคามิหรือนักเขียนอีกหลายคนที่สำนักพิมพ์กำมะหยี่พิมพ์ออกมาเป็นวรรณกรรมอ่านยากขึ้นมาหน่อย อธิบายละเอียดยาวเป็นหน้าๆ มีการเปรียบเปรยที่บางครั้งแปลไปก็อุทานว่าคิดได้ไงวะ (บางทีก็อิหยังวะ) กลิ่นอายของนักเขียนแต่ละคนจะแตกต่างกันไป</p>



<p>ธีมที่คนไทยสนใจดูเหมือนจะเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมญี่ปุ่น ความคิขุอาโนเนะ ความโอตาคุบ้าคลั่งชอบอะไรจริงจังสุดลิ่มทิ่มประตู ความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา ความเครียด ความพยายามที่จะสมบูรณ์แบบ อะไรพวกนี้ ก่อนยุคโควิด-19 คนไทยไปญี่ปุ่นเหมือนไปเที่ยวต่างจังหวัด ได้เห็นญี่ปุ่นกับตาตัวเองมากขึ้น คงมีความรู้พื้นฐานพอสมควรอยู่แล้ว น่าจะมีส่วนกระตุ้นความสนใจอยากรู้จักญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งการอ่านวรรณกรรมก็ช่วยตอบความสนใจได้มาก</p>



<p>ส่วนตัวเธอชอบงานญี่ปุ่นแนวที่แปลอยู่บ่อยๆ ตรงที่บรรยายบรรยากาศไว้ละเอียดยิบ ชนิดหยิบไปทำหนังได้ง่ายๆ ได้ปล่อยใจบริหารอารมณ์ความรู้สึก สร้างหนังอยู่ในหัว แต่ก็มีบางเรื่องที่แค่สนุกไปกับพล็อตและตัวละคร ไม่ได้ล็อกสเปกแปลเฉพาะงานแนวเดียวหรอก ถ้าอ่านแล้วชอบก็แปลได้ทั้งนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image4.jpeg" alt="มุทิตา" class="wp-image-146761" width="540" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image4.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image4-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image4-600x800.jpeg 600w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอทำงานแปลหนังสือแล้วมันทำให้มุทิตาอ่านหนังสือมากขึ้นหรือน้อยลงบ้างไหม</strong></h4>



<p>ปกติเธอเป็นคนอ่านหนังสือไม่มากเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ถ้าติดใจหรือคาใจเล่มไหนมักจะอ่านซ้ำ บางเรื่องอ่านเพราะชอบ บางเรื่องไม่ชอบเลยแต่อยากรู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบ เวลาผ่านไปจะเปลี่ยนมาเป็นชอบได้หรือเปล่า&nbsp;</p>



<p>พอเธอทำงานแปล แน่นอนว่าใช้เวลาไปกับการแปลเยอะ แต่ก็ชอบที่ได้อ่านซ้ำอย่างที่ทำบ่อยๆ รวมๆ แล้วก็อ่านเล่มใหม่น้อยลงจริงนั่นแหละ ทั้งที่ความถี่ในการซื้อก็ไม่ได้ลดลงเท่าไหร่ ที่ผ่านมาก็เห็นหาช่วงพักงาน เคลียร์กองดองอยู่เป็นระยะนะ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วเธอเคยคิดอยากลองเขียนหนังสือของตัวเองบ้างไหม</strong></h4>



<p>เธอเคยลองเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์อยู่พักหนึ่ง ราวๆ 3 ปี พบว่าไม่เหมาะกับนิสัยเท่าไหร่ เธอไม่ค่อยชอบแสดงตัวตน ชอบอ่านมากกว่าเขียน ที่ชอบงานแปลนี่ก็รู้สึกว่าได้อ่านหนังสือภาษาญี่ปุ่นให้เพื่อนคนไทยฟังหรอกนะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146762" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/21-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มุทิตาเคยถามตัวเองไหมว่าเสน่ห์ของการแปลวรรณกรรมคืออะไร ทำไมเธอยังทำงานนี้มาอย่างยาวนาน</strong></h4>



<p>ง่ายๆ เลยเธอชอบอ่านนิยาย อ่านมาตั้งแต่สมัยนิตยสารพวก <em>สตรีสาร, สกุลไทย</em> ยังเฟื่องฟู (รู้แล้วสินะว่าเธอเป็นคนยุคไหน) การทำงานแปลสำหรับเธอคือได้ลองอ่านนิยายฟรีหลายๆ เรื่อง ถ้าชอบก็จะได้อ่านทวนซ้ำหลายรอบ ได้ใช้เวลาทำงานแปลง่วนอยู่คนเดียว ไม่มีใคร (กล้า) ขัดจังหวะ คือได้มีจังหวะชีวิตแบบที่ชอบ แถมได้ค่าแปลด้วย มีแต่ได้กับได้ แล้วจะเลิกทำไมล่ะ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เธอเคยเล่าให้คุณฟังไหมว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำอาชีพนักแปล</strong></h4>



<p>จะบอกว่าเมื่อไม่นานมานี้เธอแปลนิยายเล่มหนึ่งอย่างเมามัน อาจจะเมามันมากไปหน่อย เพราะแปลเพลินน็อนสต็อป 3-4 ชั่วโมงเป็นประจำ ผลที่ตามมาหลังจากนั้นคืออาการเจ็บข้อมือมากถึงขั้นจับปากกาไม่ได้ไปพักใหญ่ แล้วต้องไปทำกายภาพบำบัดเลยล่ะ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้น กลับมาทำงานแปลได้แล้ว เธอเตือนมาว่านักแปลต้องไม่ทำงานเพลินจนลืมดูแลตัวเองนะ ต้องบังคับตัวเองลุกจากโต๊ะมาบิดขี้เกียจ ยืดเหยียดร่างกายทุกชั่วโมง ต้องออกกำลังกายให้เป็นนิสัยจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากความชอบ ความอึด ยังต้องมีร่างกายที่แข็งแรงด้วย&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องที่ได้เรียนรู้จากการแปลน่ะเหรอ วันก่อนเธอมีโอกาสเสวนากับ โยโกะ ทาวาดะ นักเขียนเรื่อง <em>ผู้อัญเชิญไฟ</em> มีนักแปลที่แปลเล่มเดียวกันนี้เป็นภาษาอื่นมานั่งคุยด้วย สนุกมาก โดยสรุปก็คือนอกเหนือจากการแปลให้ถูกความหมายถูกบรรยากาศ ไม่มีอะไรถูกผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนักแปลแต่ละคนก็มีภูมิหลัง ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ กัน แต่ละภาษาก็มีบริบทต่างๆ กัน นักแปลก็คือนักอ่านที่อ่านจากภาษาหนึ่งแล้วเล่าให้เพื่อนฟังเป็นอีกภาษาหนึ่งนั่นแหละ นักอ่านบางคนอาจจะชอบสำนวนนักแปลคนนี้ ขณะที่บางคนอาจจะร้องยี้ เวลาอ่านคอมเมนต์ของคนอ่านก็ทำใจร่มๆ รับฟังเพื่อพัฒนาฝีมือ ไม่เก็บเอาไปคิดมากนะ&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146763" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/แนวนอน.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในความคิดของคุณ การเผยแพร่วรรณกรรมภาษาต่างประเทศมันสำคัญยังไง ทำไมเราถึงต้องอ่านงานเขียนของประเทศอื่นๆ</strong></h4>



<p>การอ่านเป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น ทั้งโลกภายนอกและโลกในตัวเรา ช่วยให้เราค่อยๆ ละเลียดเรียนรู้ตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา จะทำให้เราเข้าใจได้ว่าคุณค่าแบบไหนที่ตัวเราอยากยึดถือ เวลาอ่านเราอ่านคนเดียว โต้เถียงกับตัวเองจนสรุปได้ในระดับหนึ่งก่อนจะเอาไปพูดคุยอภิปรายกับคนอื่น&nbsp;</p>



<p>ที่จริงจะเป็นงานเขียนของคนไทยหรือคนต่างชาติอ่านแล้วก็มีประโยชน์ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เราก็อยากจะทำความรู้จักคุณค่าแบบอื่นๆ เพื่อเอามาเปรียบเทียบกับที่เรามีอยู่ อาจจะทำให้เราปลื้มปริ่มกับของเดิมยิ่งกว่าเก่าหรือเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปก็ได้นะ ส่วนจะอินจนคิดส่ายสะโพกโยกย้ายไปประเทศนั้นเลยหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่สนใจอยากแปลหนังสือ รวมถึงมีสำนักพิมพ์ใหม่ๆ นำงานเขียนต่างประเทศมาแปลเป็นภาษาไทยมากมาย มุทิตาคิดเห็นยังไงกับปรากฏการณ์นี้บ้าง</strong></h4>



<p>เธอพยักหน้าแรงๆ ตอบทันทีว่า ดีสิ ใครชอบทำอะไรก็ทำเลย ได้อ่านงานของนักเขียนหลายๆ คนจากหลายๆ ประเทศ เปิดโลกกว้างดีนะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-1024x683.jpg" alt="มุทิตา" class="wp-image-146764" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หากมองในระดับโครงสร้าง อาชีพนักแปลหนังสือในไทยสามารถเติบโตในสายงานได้หรือเปล่า</strong></h4>



<p>เจ้าสำนักกำมะหยี่เคยพูดว่าอยากทำให้นักแปลสามารถอยู่ได้ด้วยการทำงานแปลอย่างเดียว ฟังแล้วเป็นสุดยอดอุดมคติเลย แต่จากประสบการณ์ เธอคิดว่าแค่ค่าตอบแทนทำงานแปลอย่างเดียวอยู่ยาก เพราะเป็นงานที่ใช้เวลาเยอะ (ขนาดเธอเป็นคนแปลเร็วแล้วนะ) ถ้าจะให้อยู่ได้ สำนักพิมพ์ต้องให้ค่าตอบแทนดี ซึ่งก็ยากอีก เพราะประชากรที่อ่านภาษาไทยมีไม่มาก จำนวนพิมพ์เลยน้อยตาม น่าเห็นใจสำนักพิมพ์เหมือนกัน เมื่อให้ค่าตอบแทนดียาก นักแปลที่คิดจะทำงานแปลอย่างเดียวก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีภาระ มีกิเลสน้อย คนที่พร้อมแบบนี้มีไม่มากหรอก นักแปลส่วนใหญ่ก็ทำงานอื่นไปด้วยทั้งนั้น</p>



<p>เรื่องเติบโตในสายงานยิ่งน่าสงสัยว่างานนี้มีสายงานอยู่ด้วยเหรอ นักแปลก็น่าจะเหมือนช่างคนหนึ่ง&nbsp; พอทำงานไปแล้วมีคนชอบฝีมือก็เรียกซ้ำ บางทีคนอื่นเห็นผลงาน ชอบใจก็มาติดต่อ คงเรียกได้ว่ามีคนรู้จักกว้างขึ้น มีโอกาสรับงานมากขึ้นมากกว่ามั้ง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีการเปลี่ยนแปลงใดที่มุทิตาอยากเห็นในแวดวงนักแปลหนังสือของไทยบ้างไหม</strong></h4>



<p>คงเป็นเรื่องคุณภาพงานแปลนั่นแหละ เดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ต มีแอพฯ แปลภาษามากขึ้น ความสามารถของแอพฯ ก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น หลายคนเลยคิดว่าเดี๋ยวนี้เป็นนักแปลกันง่ายๆ มีความรู้ภาษาต่างประเทศนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ ที่เหลือใช้แอพฯ แปลเอา เราก็เลยได้เห็นงานแอพฯ แปลในหนังสือที่พิมพ์ออกมาขายอยู่เรื่อยๆ (ที่เห็นบ่อยจะเป็นพวกหนังสือฝึกภาษา หนังสือนำเที่ยว อะไรพวกนี้)</p>



<p>แต่ในความเป็นจริงงานแปลโดยเฉพาะพวกงานวรรณกรรมไม่ใช่งานของแอพฯ แน่นอน การใช้แอพฯ เป็นตัวช่วยเวลาแปลนั้นทำได้ แต่เราต้องใช้เป็น ต้องฉลาดกว่าแอพฯ รู้วิธีตรวจสอบย้อนกลับ อยากให้ใช้อินเทอร์เน็ตในการพัฒนาความสามารถทางภาษาและความรู้รอบตัวเกี่ยวกับภาษาต้นทางและปลายทางของตัวเองมากกว่าหวังพึ่งการแปลอัตโนมัติ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในอนาคตเจ้าของคุณจะยังทำงานแปลไปเรื่อยๆ ใช่ไหม</strong></h4>



<p>ใจน่ะมีเกินร้อย แต่คงต้องถามสังขารล่ะนะว่าไหวถึงไหน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/muthita/">คุยกับปากกาของ มุทิตา พานิช ผู้แปลหนังสือของมูราคามิและวรรณกรรมญี่ปุ่นชั้นดีหลายเล่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Onthe_Paper นักวาดที่เปลี่ยนความคลั่งไคล้ในมังงะ ให้เป็นงานที่ว่าด้วยผู้หญิงและความหลอน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/onthe_paper-illus-station/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Sep 2021 07:01:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Illus-Station]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[illustrator]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพประกอบ]]></category>
		<category><![CDATA[มังงะ]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146148</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทั้งสวยทั้งหลอน น่าจะเป็นคำจำกัดความรู้สึกเมื่อเราได้เห็นผลงานของ Onthe_Paper หรือ บิว–ณัฐชยา ชาวน้ำอ้อม ได้เหมาะสมที่สุด ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน &#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น &#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221; ส่วนเหตุผลเบื้องหลังที่ส่งผลให้ผลงานของบิวมีเอเลเมนต์ที่สื่อถึงความเหนือจริงชวนหลอน ดูแล้วแอบขนลุกก็มาจากรสนิยมการเสพสื่อของเธอเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผลงานของ Suehiro Maruo นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มศิลปะแนว Ero Guro (งานแนวโป๊เปลือยที่มีความพิสดาร) ที่เธอยกให้เป็นไอดอลคนสำคัญ “เราชอบเสพผลงานแนวนี้มาก ก็เลยติดการวาดรูปแนวหลอนๆ มาเลย เราคิดว่างานแนวนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในตัวของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี พอดูๆ ไปมันก็ทั้งสวยงามแต่บางทีก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน “เรียกว่าเราได้รับอิทธิพลภาพแนวนี้จากผลงานของคุณมารุโอะเลยก็ว่าได้ เราชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในงานของเขามาก ทั้งลายเส้น ทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวลึกๆ ในตัวของมนุษย์ผ่านผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม” แต่นอกเหนือจากเรื่องของสไตล์ที่ชัดเจนแล้ว ไอเดียและคอนเซปต์ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละภาพคือสิ่งที่บิวได้แรงบันดาลใจจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วจับมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่นำเสนอความเซอร์เรียลระหว่างมนุษย์กับอะไรบางอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/onthe_paper-illus-station/">Onthe_Paper นักวาดที่เปลี่ยนความคลั่งไคล้ในมังงะ ให้เป็นงานที่ว่าด้วยผู้หญิงและความหลอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทั้งสวยทั้งหลอน น่าจะเป็นคำจำกัดความรู้สึกเมื่อเราได้เห็น<a href="https://www.instagram.com/onthe_paper/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลงาน</a>ของ Onthe_Paper หรือ บิว–ณัฐชยา ชาวน้ำอ้อม ได้เหมาะสมที่สุด</p>



<p>ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน</p>



<p>&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="945" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-1024x945.jpg" alt="" class="wp-image-146159" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-1024x945.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-300x277.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-768x709.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-1536x1418.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4-600x554.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-dUYAwtUz4.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น</p>



<p>&#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221;</p>



<p>ส่วนเหตุผลเบื้องหลังที่ส่งผลให้ผลงานของบิวมีเอเลเมนต์ที่สื่อถึงความเหนือจริงชวนหลอน ดูแล้วแอบขนลุกก็มาจากรสนิยมการเสพสื่อของเธอเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผลงานของ Suehiro Maruo นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มศิลปะแนว Ero Guro (งานแนวโป๊เปลือยที่มีความพิสดาร) ที่เธอยกให้เป็นไอดอลคนสำคัญ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="945" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-1024x945.jpg" alt="onthe_paper" class="wp-image-146160" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-1024x945.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-300x277.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-768x709.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-1536x1418.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf-600x554.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/E-Ru2-eUUAICKNf.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราชอบเสพผลงานแนวนี้มาก ก็เลยติดการวาดรูปแนวหลอนๆ มาเลย เราคิดว่างานแนวนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในตัวของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี พอดูๆ ไปมันก็ทั้งสวยงามแต่บางทีก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน</p>



<p>“เรียกว่าเราได้รับอิทธิพลภาพแนวนี้จากผลงานของคุณมารุโอะเลยก็ว่าได้ เราชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในงานของเขามาก ทั้งลายเส้น ทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวลึกๆ ในตัวของมนุษย์ผ่านผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม”</p>



<p>แต่นอกเหนือจากเรื่องของสไตล์ที่ชัดเจนแล้ว ไอเดียและคอนเซปต์ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละภาพคือสิ่งที่บิวได้แรงบันดาลใจจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วจับมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่นำเสนอความเซอร์เรียลระหว่างมนุษย์กับอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อนักวาดสาวเปิดเผยว่าเธอมักเริ่มต้นสร้างผลงานจากการมีอารมณ์ร่วมก่อนปัจจัยอื่นใด</p>



<p>“มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเค้นออกมาได้ ต้องรอจังหวะและสถานการณ์จริงๆ อาจจะฟังดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่เพราะผลงานส่วนใหญ่ของเรามักไม่ได้เกิดจากการวางแผนที่ซับซ้อนเท่าไรนัก หลายภาพเกิดจากการจินตนาการเล่นๆ ในช่วงเวลากับจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงถ่ายทอดภาพในหัวออกมาในรูปแบบของภาพวาดเท่านั้นเอง”</p>



<p>ปัจจุบันบิวกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยที่ผ่านมาเธอเคยมีผลงานวาดภาพประกอบให้กับ a day 242 ฉบับ Hair และเพื่อเป็นการทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น เราขอพาทุกคนไปชม 5 ผลงานพร้อมคำอธิบายถึงไอเดียการสร้างสรรค์ผลงานทั้งหมดของ Onthe_Paper กัน</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Just the Two of Us</strong></h3>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-1024x1024.jpg" alt="onthe_paper" class="wp-image-146157" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-11.jpg 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เทคนิค : ดิจิทัล</p>



<p>“เป้าหมายของผลงานนี้คือเราอยากถ่ายทอดความยึดติดในตัวของมนุษย์ โดยสื่อสารออกมาผ่านสายตาของตัวละครทั้งสอง โดยมีดอกฮิกันบานะประกอบอยู่ ซึ่งสีแดงของดอกฮิกันบานะนั้นถึงจะดูยั่วเย้าชวนให้หลงในความสวยงาม แต่มันก็มีความอันตรายแฝงอยู่ลึกๆ เช่นเดียวกัน”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Eavesdropping</strong></h3>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-1024x1024.jpg" alt="onthe_paper" class="wp-image-146153" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-04.jpg 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เทคนิค : ดิจิทัล</p>



<p>“นี่คือหนึ่งในผลงานที่เราได้ไอเดียมาจากความคิดชั่ววูบ จู่ๆ เราก็มีความคิดขึ้นมาในหัวว่าบางทีเราอาจกำลังโดนแอบฟังหรือโดนจับตาดูการกระทำโดยที่เราไม่รู้สึกตัวอยู่ก็ได้ ก็เลยวาดภาพดวงตาที่ออกมาจากหู เหมือนกับการแอบสอดส่อง ฟัง หรือจับตาดูการกระทำของเราอยู่”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Harajuku Girl</strong></h3>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-1024x1024.jpg" alt="onthe_paper" class="wp-image-146155" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-10.jpg 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เทคนิค : ดิจิทัล</p>



<p>“ภาพนี้ไม่ได้มีคอนเซปต์อะไรเป็นพิเศษ เราแค่ชอบเสพแฟชั่นการแต่งตัวแนวเดคอร่าที่เน้นความฉูดฉาด ด้วยเอกลักษณ์และความฉูดฉาดของแฟชั่นสไตล์นี้นี่แหละที่ทำให้เราคิดว่าถ้าได้ลองวาดออกมาคงน่าจะสนุกดี”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Eyes</strong></h3>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146154" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-09.jpg 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เทคนิค : ดิจิทัล</p>



<p>“ภาพนี้เกิดขึ้นได้เพราะเราอยากลองเล่นกับสายตาของมนุษย์และสัตว์ดู แม้ภาพนี้จะไม่ได้มีคอนเซปต์ที่พิเศษเช่นเดียวกัน แต่ก็เป็นอีกหนึ่งในภาพที่เราชอบ เพราะนอกจากการเล่นกับสายตา เราก็เล่นกับสีด้วย โดยเรากำหนดให้สีบนใบหน้าของผู้หญิงในภาพมีความคล้ายคลึงกับตัวของนกกระยางมากที่สุด”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Mirror</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-1024x1024.jpg" alt="onthe_paper" class="wp-image-146158" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/illus-station_AI-12.jpg 1876w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เทคนิค : ดิจิทัล</p>



<p>“อาจจะตรงตัวและเรียบง่ายไปหน่อย แต่แรงบันดาลใจของภาพนี้เป็นตอนที่เรากำลังมองตัวเองผ่านกระจกในห้องน้ำอยู่ เท่าที่จำได้คิดว่าเราจ้องอยู่นานพอสมควรเลย ซึ่งพอจ้องนานๆ เข้าในหัวเราก็เริ่มมีความคิดอยากวาดภาพนี้ออกมา”</p>


<div style="display: none;">ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน<br>
&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า<br>
ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น<br>
&#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221;<br>
“เรียกว่าเราได้รับอิทธิพลภาพแนวนี้จากผลงานของคุณมารุโอะเลยก็ว่าได้ เราชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในงานของเขามาก ทั้งลายเส้น ทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวลึกๆ ในตัวของมนุษย์ผ่านผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม”<br>
แต่นอกเหนือจากเรื่องของสไตล์ที่ชัดเจนแล้ว ไอเดียและคอนเซปต์ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละภาพคือสิ่งที่บิวได้แรงบันดาลใจจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วจับมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่นำเสนอความเซอร์เรียลระหว่างมนุษย์กับอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อนักวาดสาวเปิดเผยว่าเธอมักเริ่มต้นสร้างผลงานจากการมีอารมณ์ร่วมก่อนปัจจัยอื่นใด<br>
“มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเค้นออกมาได้ ต้องรอจังหวะและสถานการณ์จริงๆ อาจจะฟังดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่เพราะผลงานส่วนใหญ่ของเรามักไม่ได้เกิดจากการวางแผนที่ซับซ้อนเท่าไรนัก หลายภาพเกิดจากการจินตนาการเล่นๆ ในช่วงเวลากับจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงถ่ายทอดภาพในหัวออกมาในรูปแบบของภาพวาดเท่านั้นเอง”<br>
ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน<br>
&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า<br>
ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น<br>
&#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221;<br>
“เรียกว่าเราได้รับอิทธิพลภาพแนวนี้จากผลงานของคุณมารุโอะเลยก็ว่าได้ เราชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในงานของเขามาก ทั้งลายเส้น ทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวลึกๆ ในตัวของมนุษย์ผ่านผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม”<br>
แต่นอกเหนือจากเรื่องของสไตล์ที่ชัดเจนแล้ว ไอเดียและคอนเซปต์ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละภาพคือสิ่งที่บิวได้แรงบันดาลใจจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วจับมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่นำเสนอความเซอร์เรียลระหว่างมนุษย์กับอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อนักวาดสาวเปิดเผยว่าเธอมักเริ่มต้นสร้างผลงานจากการมีอารมณ์ร่วมก่อนปัจจัยอื่นใด<br>
“มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเค้นออกมาได้ ต้องรอจังหวะและสถานการณ์จริงๆ อาจจะฟังดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่เพราะผลงานส่วนใหญ่ของเรามักไม่ได้เกิดจากการวางแผนที่ซับซ้อนเท่าไรนัก หลายภาพเกิดจากการจินตนาการเล่นๆ ในช่วงเวลากับจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงถ่ายทอดภาพในหัวออกมาในรูปแบบของภาพวาดเท่านั้นเอง”<br>
ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน<br>
&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า<br>
ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น<br>
&#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221;<br>
“เรียกว่าเราได้รับอิทธิพลภาพแนวนี้จากผลงานของคุณมารุโอะเลยก็ว่าได้ เราชอบในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในงานของเขามาก ทั้งลายเส้น ทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวลึกๆ ในตัวของมนุษย์ผ่านผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม”<br>
แต่นอกเหนือจากเรื่องของสไตล์ที่ชัดเจนแล้ว ไอเดียและคอนเซปต์ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละภาพคือสิ่งที่บิวได้แรงบันดาลใจจากการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว แล้วจับมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นภาพที่นำเสนอความเซอร์เรียลระหว่างมนุษย์กับอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อนักวาดสาวเปิดเผยว่าเธอมักเริ่มต้นสร้างผลงานจากการมีอารมณ์ร่วมก่อนปัจจัยอื่นใด<br>
“มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเค้นออกมาได้ ต้องรอจังหวะและสถานการณ์จริงๆ อาจจะฟังดูเรียบง่ายไปหน่อย แต่เพราะผลงานส่วนใหญ่ของเรามักไม่ได้เกิดจากการวางแผนที่ซับซ้อนเท่าไรนัก หลายภาพเกิดจากการจินตนาการเล่นๆ ในช่วงเวลากับจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงถ่ายทอดภาพในหัวออกมาในรูปแบบของภาพวาดเท่านั้นเอง”<br>
ทั้งสวยทั้งหลอน น่าจะเป็นคำจำกัดความรู้สึกเมื่อเราได้เห็นผลงานของ  บิว–ณัฐชยา ชาวน้ำอ้อม ได้เหมาะสมที่สุด<br>
ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน<br>
&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า<br>
ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น<br>
&#8220;ตั้งแต่จำความได้เราก็เติบโตโดยมีมังงะญี่ปุ่นอยู่ด้วยแทบทุกช่วงของชีวิต และจากความคลั่งไคล้ในลายเส้นของฝั่งเอเชียนี่แหละที่ค่อนข้างส่งผลกับภาพวาดเราอยู่พอสมควร ผลงานส่วนมากของเราเลยมีกลิ่นอายความเป็นเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าบอกว่างานเราดูมีความญี่ปุ่นเท่าไหร่หรอก เรียกว่าเป็นแบบผสมผสานน่าจะดีกว่า&#8221;<br>
ส่วนเหตุผลเบื้องหลังที่ส่งผลให้ผลงานของบิวมีเอเลเมนต์ที่สื่อถึงความเหนือจริงชวนหลอน ดูแล้วแอบขนลุกก็มาจากรสนิยมการเสพสื่อของเธอเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผลงานของ Suehiro Maruo นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มศิลปะแนว Ero Guro (งานแนวโป๊เปลือยที่มีความพิสดาร) ที่เธอยกให้เป็นไอดอลคนสำคัญ<br>
“เราชอบเสพผลงานแนวนี้มาก ก็เลยติดการวาดรูปแนวหลอนๆ มาเลย เราคิดว่างานแนวนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งในตัวของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี พอดูๆ ไปมันก็ทั้งสวยงามแต่บางทีก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน<br>
ทั้งสวยทั้งหลอน น่าจะเป็นคำจำกัดความรู้สึกเมื่อเราได้เห็นผลงานของ  บิว–ณัฐชยา ชาวน้ำอ้อม ได้เหมาะสมที่สุด<br>
ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ประกอบด้วยผู้หญิง สายตาของตัวละคร และความเหนือจริงที่ถ่ายทอดผ่านสไตล์การวาดที่มีกลิ่นอายของศิลปะเอเชียแบบดั้งเดิม ทำให้เราจดจำชื่อของนักวาดสาวคนนี้ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลงานช่วงแรกๆ ของเธอ คุณอาจประหลาดใจ เพราะภาพวาดส่วนใหญ่เป็นแนวการ์ตูนตาหวานราวกับคนละคน<br>
&#8220;จุดเปลี่ยนคงเริ่มมาจากความชอบที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลานี่แหละ พอเราได้เติบโต ลองผิดถูกมาเรื่อยๆ ก็ได้รู้ว่าอะไรที่เข้ากับเรามากที่สุด สุดท้ายมันก็ตกผลึกมาเป็นลายเส้นเราในทุกวันนี้&#8221; บิวเล่า<br>
ก่อนจะมาเป็นนักเรียนศิลปะอย่างเต็มตัว ในวัยเด็กบิวคือเด็กหญิงที่อ้อนแม่ให้ซื้อการ์ตูนมือสองจากแผงร้านหนังสือเวลาไปเดินตลาดนัดทุกครั้ง จากความชอบนี้เองทำให้เธอฝึกวาดภาพจนเพื่อนที่โรงเรียนชื่นชมผลงาน ผลักดันให้เธอเริ่มจริงจังกับการวาดภาพมากขึ้น<p></p>
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/onthe_paper-illus-station/">Onthe_Paper นักวาดที่เปลี่ยนความคลั่งไคล้ในมังงะ ให้เป็นงานที่ว่าด้วยผู้หญิงและความหลอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2021 11:51:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[วิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[อ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[วารสาร]]></category>
		<category><![CDATA[นายผี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=143407</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันรู้จัก ‘สำนักพิมพ์อ่าน’ เป็นครั้งแรกจากวารสาร อ่าน สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเน้นไปทางการวิจารณ์วรรณกรรม ภาพยนตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมือง จากปลายปากกาทั้งนักวิชาการ นักศึกษา นักเขียน นักวิจารณ์ ไปจนถึงประชาชนทั่วไป และพอฉันได้เริ่มอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้จึงทราบว่า ‘อ่าน’ ตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาในแนวทางเดียวกันกับวารสาร แม้จะอยู่ในรูปแบบงานวิชาการและวรรณกรรมอีกจำนวนไม่น้อย สำนักพิมพ์อ่านก่อตั้งในปี 2555 โดยก่อนหน้านั้น ไอดา อรุณวงศ์ บรรณาธิการของสำนักพิมพ์อ่านและวารสาร อ่าน เคยอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันมาก่อน “ตอนนั้นเป็นช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 เป็นบรรยากาศที่คนชนชั้นกลางและคนชนชั้นนำในสังคมไทยกำลังยินดีกับรัฐประหารและกระแสอนุรักษนิยมกำลังฟื้นมาอีกครั้ง นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เราอยากลองเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์และขยับเพดานการวิจารณ์ในสังคมไทยที่ค่อนข้างปิดกั้นการเห็นต่าง จนออกมาเป็นการสร้างพื้นที่ให้มีการวิจารณ์ผ่านงานเขียนในวารสาร อ่าน” แต่เมื่อเริ่มคิดเรื่องการยืนด้วยขาตัวเองให้ได้อย่างจริงจัง บวกกับเธอเองก็ต้องการหลุดออกจากภาพลูกน้อง น้องสาว แม่บ้าน หรือกระทั่งฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของฟ้าเดียวกันในสายตาของคนอื่นเสียที ไอดาที่สนใจการทำหนังสือเล่มเพื่อหารายได้เพิ่ม ประกอบกับมีงานเขียนที่อยากจัดพิมพ์เป็นเล่ม จึงตัดสินใจขอแยกตัวจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเพื่อออกมาทำสำนักพิมพ์ของตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ ‘อ่าน’ ได้ขยับปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย ผลิตงานเขียนดีๆ อย่างวารสาร อ่าน และหนังสือที่หลายคนอาจคุ้นชื่ออย่าง มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ, รักเอย และ ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/">อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ฉันรู้จัก ‘สำนักพิมพ์อ่าน’ เป็นครั้งแรกจากวารสาร <em>อ่าน</em> สิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาเน้นไปทางการวิจารณ์วรรณกรรม ภาพยนตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมือง จากปลายปากกาทั้งนักวิชาการ นักศึกษา นักเขียน นักวิจารณ์ ไปจนถึงประชาชนทั่วไป</p>



<p>และพอฉันได้เริ่มอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์นี้จึงทราบว่า ‘อ่าน’ ตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาในแนวทางเดียวกันกับวารสาร แม้จะอยู่ในรูปแบบงานวิชาการและวรรณกรรมอีกจำนวนไม่น้อย สำนักพิมพ์อ่านก่อตั้งในปี 2555 โดยก่อนหน้านั้น <strong>ไอดา อรุณวงศ์</strong> บรรณาธิการของสำนักพิมพ์อ่านและวารสาร <em>อ่าน</em> เคยอยู่ภายใต้การบริหารของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันมาก่อน</p>



<p>“ตอนนั้นเป็นช่วงหลังรัฐประหารปี 2549 เป็นบรรยากาศที่คนชนชั้นกลางและคนชนชั้นนำในสังคมไทยกำลังยินดีกับรัฐประหารและกระแสอนุรักษนิยมกำลังฟื้นมาอีกครั้ง นั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เราอยากลองเป็นส่วนหนึ่งของการพยายามสร้างวัฒนธรรมการวิจารณ์และขยับเพดานการวิจารณ์ในสังคมไทยที่ค่อนข้างปิดกั้นการเห็นต่าง จนออกมาเป็นการสร้างพื้นที่ให้มีการวิจารณ์ผ่านงานเขียนในวารสาร <em>อ่าน</em>”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="643" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-1024x643.jpg" alt="" class="wp-image-143422" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-1024x643.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-300x189.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-768x483.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13-600x377.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่เมื่อเริ่มคิดเรื่องการยืนด้วยขาตัวเองให้ได้อย่างจริงจัง บวกกับเธอเองก็ต้องการหลุดออกจากภาพลูกน้อง น้องสาว แม่บ้าน หรือกระทั่งฝ่ายศิลปวัฒนธรรมของฟ้าเดียวกันในสายตาของคนอื่นเสียที ไอดาที่สนใจการทำหนังสือเล่มเพื่อหารายได้เพิ่ม ประกอบกับมีงานเขียนที่อยากจัดพิมพ์เป็นเล่ม จึงตัดสินใจขอแยกตัวจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเพื่อออกมาทำสำนักพิมพ์ของตัวเอง</p>



<p>จากวันนั้นถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 12 ปีแล้วที่ ‘อ่าน’ ได้ขยับปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัย ผลิตงานเขียนดีๆ อย่างวารสาร <em>อ่าน</em> และหนังสือที่หลายคนอาจคุ้นชื่ออย่าง <em>มันทำร้ายเราได้แค่นี้แหละ</em>, <em>รักเอย</em> และ <em>ประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์</em> มากไปกว่านั้น อ่านยังได้เปิดสำนักพิมพ์ในเครืออย่าง ‘อ่านกฎหมาย’&nbsp;และจัดพิมพ์รวมผลงานฉบับสมบูรณ์ของอัศนี พลจันทร หรือ &#8216;นายผี&#8217; นักประพันธ์และนักปฏิวัติชาวไทยผู้แต่งเพลง <em>เดือนเพ็ญ (คิดถึงบ้าน)</em> ออกมาให้สังคมได้ฟังกันด้วย ยังไม่นับช่วงหลังที่ไอดาต้องกลายมาเป็นนายประกันให้ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง เพื่อยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งที่บทบาทนี้ดูช่างห่างไกลจากงานที่เธอทำอยู่เหลือเกิน</p>



<p>อะไรทำให้ไอดามีแรงผลิตความรู้สู่สังคมไทยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่าหนึ่งทศวรรษ ทั้งที่มีช่วงที่ต้องทำงานหนักตัวคนเดียวในสังคมที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพจนหายใจยังลำบาก มาอ่านสนทนากับผู้ก่อตั้ง<a href="https://readjournal.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อ่าน</a>ที่เขียนตอบคำถามของฉันกลับมาไปพร้อมๆ กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-143411" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อตั้งสำนักพิมพ์ เกณฑ์การเลือกหนังสือมาตีพิมพ์ของอ่านเปลี่ยนไปบ้างไหม</h4>



<p>ถ้าในยุคแรกๆ ก็ยังเน้นงานที่เข้ากับแนวทางของสำนักพิมพ์ที่มีภาพลักษณ์ของงานวิจารณ์และงานวรรณกรรม แต่ในช่วงหลังที่ความขัดแย้งทางการเมืองแหลมคมขึ้น อ่านก็เริ่มขยับมาพิมพ์งานประวัติศาสตร์การเมืองตรงๆ ทั้งงานวิชาการและงานวรรณกรรมแนวบันทึกปากคำ</p>



<p>ที่พูดมาทั้งหมดข้างต้นแม้ดูเป็นการใช้เกณฑ์ของรูปแบบและหมวดหมู่เนื้อหา แต่เอาเข้าจริงก็พูดได้ไม่เต็มปากว่าดิฉันมีไม้บรรทัดที่ชัดเจนขนาดนั้น มันแค่เป็นความรู้สึกโดยคร่าวในแต่ละจังหวะสถานการณ์มากกว่าว่าดิฉันจะรู้สึกอยากให้ความสำคัญกับอะไร อย่างหลายปีหลังมานี้ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของแรงกำลังตัวคนเดียวและทรัพยากรที่จำกัด สมมติว่ามีงานต้นฉบับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองที่น่าสนใจมาให้เลือก 3 ชิ้นพร้อมกัน ดิฉันอาจจะตัดชิ้นที่เป็นงานวิชาการประวัติศาสตร์ซึ่งเขียนโดยนักวิชาการชายชื่อดังออกไปเสียก่อน และในระหว่างสองชิ้นที่เหลือที่เป็นงานแนวบันทึกความทรงจำที่สะท้อนประวัติศาสตร์การเมืองซึ่งเขียนโดยผู้หญิง 2 คน ดิฉันจะขอสละสิทธิ์งานของผู้หญิงคนที่มีเครือข่ายแวดล้อมและมีฐานะสูงกว่า เป็นต้น ทั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับปัจจัยเรื่องคุณภาพของงาน เพราะทั้งสามชิ้นไม่ได้มีใครด้อยไปกว่ากัน มันเป็นแค่การเลือกบนหลักการอันแน่วแน่อย่างผันแปรของหญิงแก่เบื่อโลกคนหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="786" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-1024x786.jpg" alt="" class="wp-image-143420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-1024x786.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-300x230.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-768x589.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11-600x461.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรทำให้ในปี 2561 คุณตัดสินใจเปิดสำนักพิมพ์อ่านกฎหมาย ที่ตีพิมพ์ผลงานวิชาการด้านกฎหมายโดยเฉพาะ</h4>



<p>อ่านกฎหมายเรียกได้ว่าเป็นการจับพลัดจับผลูอย่างหนึ่ง การที่จู่ๆ มีสำนักพิมพ์อีกหัวในเครือขึ้นมาไม่ได้แปลว่ากิจการขยายใหญ่โตขึ้นหรอก ตรงกันข้าม มันเกิดขึ้นมาในภาวะที่อ่านหดลีบเล็กนิดเดียวและขัดสนไปทุกด้าน แต่บังเอิญอาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เคยปรึกษาดิฉันไว้นานแล้วว่าอยากให้ช่วยดำเนินการจัดพิมพ์ตำรากฎหมายให้ เดิมทีควรจะเป็นในนามสำนักพิมพ์นิติราษฎร์ แต่เมื่อต่อมานิติราษฎร์ยุติบทบาท เราจึงไม่คิดว่าควรใช้ชื่อนั้นอีก ครั้นจะใช้ชื่อสำนักพิมพ์อ่านก็ดูไม่เข้ากันนักเพราะตำรากฎหมายก็เป็นงานเฉพาะทาง อาจารย์วรเจตน์จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า ‘อ่านกฎหมาย’ ซึ่งดิฉันไม่เห็นว่าจะมีชื่อไหนเหมาะไปกว่านี้แล้ว</p>



<p>ก่อนหน้านี้ดิฉันเองก็ไม่เคยเห็นความสำคัญของวิชานิติศาสตร์มากไปกว่าเครื่องมือทางวิชาชีพของคนกลุ่มหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานับทศวรรษของความขัดแย้งทางการเมืองที่กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือ ไม่ว่าในฐานะกลไกของรัฐตามกำพืดเดิมของมัน หรือในฐานะมนตราของสิ่งที่เรียกว่า ‘ตุลาการภิวัฒน์’ ดิฉันก็เห็นว่าสมควรอย่างยิ่งแล้วที่คนในวงการกฎหมายจะได้ปักหลักวิชาของตัวเองเสียใหม่ให้ดี การได้พิมพ์งานตำราของอาจารย์วรเจตน์ในนามสำนักพิมพ์อ่านกฎหมายจึงเป็นทั้งเกียรติและเป็นทั้งพันธกิจในแง่นี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-143415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วกับคอลเลกชั่น ‘อ่านนายผี’ ล่ะ ทำไมคุณถึงตัดสินใจตีพิมพ์ผลงานทั้งหมดของอัศนี พลจันทร</h4>



<p>พูดไปก็อายว่ามันก็เป็นเรื่องของความบังเอิญอีกนั่นล่ะ คุณวิมลมาลี พลจันทร ทายาทผู้ถือลิขสิทธิ์งานของนายผีต้องการจะหาผู้ตีพิมพ์งานเพื่อสืบสานและเผยแพร่สิ่งที่บิดาของเธอได้ลงแรงสร้างทำไว้ เธอได้ปรึกษาไปทางมิตรผู้หนึ่งและมิตรผู้นั้นก็ลองชวนลองถามกันมา ดิฉันและคุณเนาวนิจ (เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์) จึงได้เข้าไปที่บ้านของคุณวิมลมาลีเพื่อดูเอกสารต้นฉบับและรับฟังประวัติความเป็นมา รวมทั้งเจตนารมณ์ของเธอ</p>



<p>แน่นอนว่านายผีคือตำนานของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ และความที่งานเขียนของเขาสูญหายไปจากวงการหนังสือนานนับ 10 ปี ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการนำมาจัดพิมพ์ใหม่เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา ไม่ว่าในฐานะแรงบันดาลใจหรือในฐานะประวัติศาสตร์ ดิฉันจึงตกลงดำเนินการชำระและจัดพิมพ์ให้ตามที่คุณวิมลมาลีต้องการ</p>



<p>แต่เอาเข้าจริง เหตุผลที่เป็นแรงผลักดันสำคัญอีกอย่างคือการสานความพยายามที่ยังค้างคาของผู้หญิง 2 คนที่อยู่ข้างหลังอัศนีตลอดมา คือคุณวิมล พลจันทร ผู้เป็นภรรยา และคุณวิมลมาลีผู้เป็นลูกสาว พูดอย่างหยาบๆ ก็อาจเป็นว่าที่ดิฉันมุมานะผลักดันโครงการอ่านนายผีให้สำเร็จลุล่วงให้ได้นี่ ก็เพราะนับถือหัวจิตหัวใจของเมียและลูกสาวของนายผีไม่น้อยไปกว่าที่นับถือนายผี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143417" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เอาเข้าจริง ดิฉันไม่แน่ใจหรอกว่าจะมีวันไหมที่สังคมไทยจะพยายามรู้จักผลงานของนายผีให้มากกว่าเพลง <em>คิดถึงบ้าน</em> หรือแค่ตำนานอ้างอิงในความทรงจำของ ‘คนเดือนตุลาฯ’ แต่ดิฉันรู้สึกอยากปลดแอกลงจากบ่าของสตรีสองท่านนี้ที่ก็เคยเป็น &#8216;นักปฏิวัติ&#8217; เคียงบ่าเคียงไหล่ไม่แพ้ใครและออกจากป่ามาแทบจะเป็นรุ่นท้ายๆ ครั้นออกมาแล้วก็ยังคงสถานะชนชั้นล่างของสังคมไทยเต็มขั้นจนถึงปัจจุบัน มันทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถ้าการชำระและตีพิมพ์ผลงานของนายผีที่สูญหายไปเหล่านี้จะช่วยชำระปลดเปลื้องพันธกิจอันค้างคาและช่วยประคับประคองครอบครัวพวกเธอให้ผ่านความทุกข์ยากไปได้อย่างมีศักดิ์ศรี ในฐานะผู้สืบสกุลของอัศนี พลจันทร นั่นก็คุ้มค่าพอแล้ว และเดชะบุญที่เมื่อหนังสือเสร็จทันวาระครบครอบ 100 ปีชาตกาลของนายผีในปี 2561 แล้วทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดทำโครงการรำลึกเชิดชูนายผีขึ้นมาด้วยการซื้อหนังสือชุดนี้ไปเผยแพร่ต่อ ก็ทำให้เราทั้งหมดได้รู้สึกว่าภารกิจลุล่วงไปทั้งโดยสง่างามและโดยรอดตาย</p>



<p>งานชุดนี้สำเร็จลงได้เพราะคุณเนาวนิจช่วยเป็นกำลังสำคัญ เราทำงานกันหามรุ่งหามค่ำเหมือนคนบ้า ทำในสภาพป่วย อดหลับอดนอน ในภาวะขัดสนสารพัด แต่มันยังเทียบไม่ได้กับที่ผู้หญิงอีกสองคนสู้อดทนทำมาด้วยชีวิต และในที่สุดมันก็เสร็จออกมาเป็นชุดที่สมบูรณ์ที่สุดแล้วเท่าที่ผู้หญิงสองรุ่นจะทำไหว วางไว้ให้อยู่ตรงหน้าแล้ว ปัญหาหลังจากนี้อยู่ที่สังคมไทยแล้วว่าจะจริงจังกับนายผีแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่พวกดิฉันแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143414" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ทีมงานของสำนักพิมพ์ ได้แก่ คนที่ยืนติดกับไอดาคือ เนาวนิจ สิริผาติวิรัตน์ บ.ก.โครงการอ่านนายผี, ถัดไปคือ นุชจรี ใจเก่ง ทีมงานวารสารอ่านรุ่นแรก, วริศา กิตติคุณเสรี อดีตกอง บ.ก.คนสำคัญ, คนที่เทินหนังสือไว้บนศีรษะคือฝ่ายขาย ภาวดี ประเสริฐสังข์, ถัดมาคือเสนาะ เจริญพร ผู้เป็นแรงงานอาสาเฉพาะกิจตลอดมา ตรงกลางด้านล่างของภาพคือ ภรณ์ทิพย์ มั่นคง และผู้อ่านของเธอ</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากเนื้อหาของหนังสือที่เลือกมาตีพิมพ์จนทำให้คนจดจำสำนักพิมพ์อ่านได้ คุณให้ความสำคัญกับองค์ประกอบไหนอีก</h4>



<p>นึกไม่ค่อยออก เพราะอ่านไม่ค่อยขยันโปรโมตเท่าไหร่ ทำเสร็จแล้วก็แล้วใจ บางทีถ้าคนอ่านจะจดจำได้บ้างก็คงเป็นที่ดีไซน์หนังสือ เราค่อนข้างให้ความสำคัญกับลักษณะคอนเซปชวลหรือไม่ก็เรียกได้ว่ามีเนื้อหาบางอย่างอยู่ในนั้น มันเป็นอาการที่ติดมาตั้งแต่ตอนทำวารสาร <em>อ่าน</em> ที่เราจะมีการทำภาพประกอบซึ่งใช้เวลาในการทำงานกับศิลปินพอๆ กับเวลาที่ทำงานกับนักเขียนเจ้าของบทความ ศิลปินต้องอ่านหรือเข้าใจเนื้อหาแล้วคิดมุมที่จะสนทนาด้วย ไม่ใช่แค่เป็นภาพที่มาประกอบเฉยๆ ปกหนังสือของเราจะถือว่าสวยหรือไม่นั้นเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ แต่เราติดนิสัยไปแล้วว่าจะคำนึงถึงไอเดียเป็นหลัก และหลายครั้งก็มักลืมไปว่ามันทำขึ้นมาเพื่อเป็นปกหนังสือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143416" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">หลังจากทำงานหนังสือวิชาการมาอย่างยาวนาน คุณคิดว่าหนังสือประเภทนี้มีความสำคัญยังไงกับสังคมบ้าง</h4>



<p>มันมีความสำคัญตามชื่อมัน คือสำคัญอย่างวิชาการ แต่ถ้ามันก้าวออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัยได้บ้างก็มีความสำคัญกว้างขึ้นมาอีกหน่อยสำหรับสังคมที่ยังไม่ค่อยพัฒนาแบบสังคมไทย และตัวมันเองจะได้พิสูจน์ตัวด้วยว่าเมื่อก้าวลงจากหอคอยมาแล้วยังหายใจกับอากาศฝุ่นหยาบบนพื้นล่างได้ไหม แต่จะไม่แคร์กับผลพิสูจน์ก็ได้ เพราะไม่งั้นเดี๋ยวมันจะเสียศักดิ์เสียฐานันดรอันบริสุทธิ์นักหนาของมันไป</p>



<p>สำหรับดิฉันสนใจอ่านงานวิชาการเพราะเป็นความเพลิดเพลินเหมือนเวลาอ่านนิยาย แต่ถ้าจะเอามาใช้ ก็เพราะเห็นว่ามันใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระดับการวิจารณ์ได้ เพราะเราอยู่ในสังคมที่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะสมัยใหม่อย่างแท้จริง คือยังไม่ยอมรับการใช้เหตุผล ดิฉันไม่ได้หมายถึงการที่ชาวบ้านยังไปขูดเลขหวยหรือผูกผ้าแดง แต่หมายถึงการที่เราไม่สามารถพูดอะไรอย่างมีเหตุผล ตรงไปตรงมาต่อสามสิ่งที่เรียกว่าสถาบันชาติ สถาบันศาสนาพุทธเถรวาท และสถาบันกษัตริย์ เราจึงต้องอาศัยบทสนทนาอ้อมโลกด้วยการขุดค้นพิสูจน์อ้างอิงทางวิชาการอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อยืนยันในสิ่งที่สามัญสำนึกอันสาธารณ์ก็บอกได้ แต่ดันพูดไม่ได้ งานวิชาการ–โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิชาการประวัติศาสตร์การเมืองของไทยจึงอยู่ในภาวะที่ทั้งถูกให้ความสำคัญน้อยไปและถูกให้ราคามากไป จนกว่าจะถึงวันที่ความคิดเห็นของประชาชนทั่วไปจะมีฐานะอย่างที่มันควรจะมีได้ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าใครจะเป็นประมุข</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากสิ่งพิมพ์แล้ว อ่านยังมีรูปแบบ &#8216;อ่านออนไลน์&#8217; ด้วย ทำไมถึงได้ขยับมาสู่โลกออนไลน์</h4>



<p>ดิฉันจะมีวันตอบคำถามคุณโดยไม่เริ่มที่การบอกว่ามันเป็นการจับพลัดจับผลูหรือเป็นความบังเอิญได้ไหมหนอ สงสัยดิฉันจะรับเชื้อพิเรนทร์มาจาก Ben Anderson ที่ชอบอธิบายอะไรๆ ด้วยปัจจัยของความบังเอิญ</p>



<p>เรื่องมันแค่ว่ามีคนรุ่นเยาว์กว่าดิฉันคนหนึ่งชื่อ <a href="https://adaymagazine.com/el-llano-en-ilamas/">พีระ ส่องคืนอธรรม</a> ได้มาพบกันโดยบังเอิญเพราะเขาเป็นผู้อ่านที่เหนียวแน่นของวารสาร <em>อ่าน</em> แล้วเขาก็เริ่มพาเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมาพบกับดิฉันบ้าง จากการพูดคุยกัน ดิฉันก็ทึ่งว่าคนกลุ่มนี้ซึ่งอยู่ในวัยเยาว์กว่า นอกจากจะฉลาดแหลมคมผิดมาตรฐาน ‘นักเรียนทุน’ ทั่วไปแล้ว ยังมีความคิดอ่านก้าวหน้าในทางการเมืองและวัฒนธรรม มีความเท่าทันต่อปัญหาต่างๆ อย่างรอบด้านกว่าคนรุ่นดิฉันมากมายนัก ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือเรื่องที่เรียกกันว่าความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ เขาบ่นเสียดายที่ดิฉันไม่มีเวลาทำวารสาร <em>อ่าน</em> ต่อ ดิฉันจึงเสนอว่าในระหว่างที่เขายังอยู่แถวนี้ คืออยู่ที่เมืองไทย ถ้าอยาก ‘เล่น’ อะไรก็จะเปิดพื้นที่บนเว็บไซต์อ่านให้เล่นไปพลางๆ ดิฉันจะได้มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจจากพวกเขาไว้อ่านเองบ้างสักระยะ</p>



<p>นั่นจึงนำมาสู่การเปิดพื้นที่ ‘อ่านออนไลน์’ ขึ้นมาดื้อๆ และต่อมาก็หยุดชะงักพักไปดื้อๆ เมื่อเขาต้องย้ายประเทศไปตามกำหนดเวลา และดิฉันเองก็กลับสู่โหมดไม่มีเวลาจะออนไลน์เหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143418" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>พีระ ส่องคืนอธรรม</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่ทำงานสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับการเมือง สังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนถึงปัจจุบัน คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในหมู่นักอ่านของสังคมไทย</h4>



<p>มันเปลี่ยนพลิกไปพลิกมาแบบที่ยากจะบรรยายเป็นพัฒนาการเส้นตรง บางช่วงนิยมอ่านอย่างหนึ่ง แล้วก็พลิกไปอ่านอีกอย่างหนึ่ง เคยมีช่วงหนึ่งที่ดิฉันตื่นเต้นที่สุดคือช่วงปี 2553-2556 ที่ดิฉันพบว่าผู้อ่านหน้าใหม่ที่เป็นลูกค้าของดิฉันคือประชาชนทั่วไปในความหมายว่าประชาชนบ้านๆ ผู้มีความตื่นตัวทางการเมืองแล้วก็เลยอยากจะอ่าน อยากจะรู้ให้หมดว่าอะไรมันเป็นอะไรกันแน่</p>



<p>แล้วต่อมาประชาชนเหล่านั้นก็ถูกทำให้พ่ายแพ้และหมดความหมาย หมดแรงสนุกจะค้นจะรู้อีกต่อไป ก่อนที่ต่อมาจะเกิดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวอยากรู้อยากอ่านขึ้นมา อย่างในปัจจุบันนี้ที่เหมือนย้อนกลับไปในยุคเฟื่องฟูของขบวนการนักเรียนนักศึกษา แต่พวกเขาก็อ่านมันไปพร้อมๆ กับการมีสื่อใหม่ที่อ่านได้ทันใจ ฉับไว ไม่ต้องมากความอย่างโลกทวิตเตอร์ TikTok หรืออะไรต่ออะไรขึ้นมาแทน ดิฉันจึงบอกได้อย่างสบายใจว่าการอ่านทั้งเป็นอนิจจังและทั้งเป็นสังสารวัฏ</p>



<h4 class="wp-block-heading">น่าแปลกใจที่ไม่นานนี้ได้เห็นคุณกลายมาเป็นนายประกันด้วย</h4>



<p>บังเอิญอีกนั่นล่ะ ทนายอานนท์ นำภา เป็นเพื่อนกับวริศา (วริศา กิตติคุณเสรี) ที่เคยเป็นกองบรรณาธิการของดิฉัน เรารู้จักกันในวันที่เขาเป็นทนายความให้คนเสื้อแดงหลังถูกสลายการชุมนุมปี 2553 แล้วเราก็พลอยช่วยกันทำ ‘สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์’ เพื่อช่วยเหลือคดีความ ต่อมาก็ช่วยเรื่องการประกันตัว ทั้งหมดนี้อาศัยการระดมทุนจากประชาชน ก็เลยต้องเปิดบัญชีชื่อแบบสองในสาม ดิฉันถูกขอให้มาช่วยถือบัญชี แล้วต่อมาสถานการณ์ก็ลามไปเรื่อยช่วงหลังรัฐประหาร 2557 ที่มีการกวาดจับประชาชนขึ้นศาลทหารรายวัน ประชาชนอุตส่าห์เสียสละระดมเงินมาให้เราไปใช้ประกันตัวพวกเขา เราขาดแค่ว่าต้องมีใครสักคนไปยื่นเป็นนายประกัน</p>



<p>ในสถานการณ์นั้นไม่รู้จะหันหาใคร ดิฉันก็ไปเองเท่านั้นเอง แต่ความที่มีคดีมากมาย ดิฉันจึงแทบจะไม่ได้ทำงานของตัวเองอยู่นับเป็นปีๆ เหมือนจู่ๆ ก็เปลี่ยนวิถีไปเป็นนายประกัน เพียงแต่ดิฉันไม่รับค่าตอบแทนจากมันไม่ว่าอย่างนายประกันอาชีพหรือนายประกันอาสา ดิฉันยังจำได้อยู่ว่าตัวเองมีอาชีพเป็นบรรณาธิการเจ้าของสำนักพิมพ์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143413" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ไม่กลัวเหรอ เพราะนี่คือการกระโจนมาสู่สนามมูฟเมนต์ทางการเมืองอย่างเต็มตัว</h4>



<p>ไม่กลัวนะ งงเหมือนกัน อาจจะเพราะรู้สึกว่าทำไปโดยเปิดเผย คือทำอยู่แค่นี้ หนึ่ง–ไปชุมนุมในฐานะราษฎร&nbsp; สอง–ไปเป็นนายประกันในฐานะตัวแทนกองทุนราษฎรประสงค์ ไม่ได้รู้สึกเลยว่าทำความผิดหรือทำอะไรลึกลับซับซ้อน ไม่ใช่กระทั่งทำอะไรที่ใหญ่โต อันที่จริงการเป็นนายประกันนี่คือการประคองให้ระบบเผด็จการรวมถึงระบบยุติธรรมอันต่ำทรามยังดำรงอยู่ต่อไปได้ด้วยซ้ำ</p>



<p>ลองคิดดูสิว่าถ้าปล่อยให้จับกันโครมๆ ไม่ให้ประกันกันโครมๆ เหมือนหมาบ้า ต่อให้มีทนายสิทธิอาสาวิชาชีพ แต่ไม่มีเงินประกัน ไม่มีนายประกันซะอย่าง คดีความจะเดินไปยังไง มันก็ได้ขังกันอย่างป่าเถื่อนโดยเปิดเผย โดยเราไม่ต้องไปให้ความชอบธรรมอะไร ถึงจุดหนึ่งสังคมอาจเดือดจนปะทุรู้แล้วรู้รอดกันไปถึงไหนๆ ไม่เหลือเวลาฟุ่มเฟือยมามัวทะเลาะกันเองอย่างในทุกวันนี้</p>



<p>ดิฉันว่าฝ่ายรัฐน่าจะรู้สึกว่าบุญแค่ไหนแล้วที่ยังมียัยนี่เป็นนายประกันมาคอยตามเก็บ ตามเช็ด ตามล้างให้อยู่ ไม่ใช่แค่กับคดีป่าเถื่อนอย่างมาตรา 112 ที่จะทำให้ขายหน้านานาชาติ แต่รวมถึงคดีประสาทๆ อย่างคดีละเมิดอำนาจศาลของประเทศนี้ที่เหลิงอำนาจจนผิวบางเจ้ายศเจ้าอย่าง กระทั่งประชาชนใส่รองเท้าแตะ นั่งกอดอกไขว่ห้าง หรือนั่งอ่านหนังสือในห้องพิจารณาคดี ก็หาว่าละเมิดแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-1024x768.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143421" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็ดูหมิ่นเหม่และสุ่มเสี่ยงทางกฎหมายได้หมด คุณปฏิบัติตัวเองในฐานะสำนักพิมพ์ยังไง</h4>



<p>ดิฉันมีหลักของตัวเองแค่ว่า อย่าทำอะไรที่ทำแล้วจะละอายแก่ใจ และอย่าทำอะไรที่หลอกตัวเองว่าไม่ได้กำลังทำอะไรที่ควรละอายแก่ใจ นั่นแปลว่าดิฉันก็จะพยายามทำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่หลอกตัวเองหรือหลอกคนอื่นว่าเราทำอะไรสูงส่งยิ่งใหญ่กว่าที่เราได้ทำอยู่ ที่ผ่านมาก็ปฏิบัติอย่างนั้น ในช่วงปี 2551-2557 ดิฉันได้พยายามอย่างเต็มที่ในฐานะวารสารและสำนักพิมพ์ หลังจากนั้นก็ยังพยายามแต่กำลังไม่เท่าเดิมและเสียสมาธิไปกับฐานะนายประกัน สนามการต่อสู้ในยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่สิ่งพิมพ์เท่ากับโลกออนไลน์และบนถนน ความสุ่มเสี่ยงย้ายไปที่นั่น ดิฉันก็ดันไปอยู่ตรงนั้นในฐานะนายประกันเสียฉิบแล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเตรียมแผนการสำหรับสำนักพิมพ์อ่านไว้ยังไงต่อจากนี้</h4>



<p>ก็ว่าจะเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จในระยะ 2 ปีนี้ หลังจากนั้นก็คงจะยังอยู่นั่นล่ะ ทั้งสำนักพิมพ์อ่านและอ่านกฎหมาย เพียงแต่ดิฉันตั้งเป้าว่านอกจากไม่ขยายใหญ่โตแล้วยังจะให้มันอยู่และตายไปคนเดียวเหมือนเดิม และยังคงยืนยันไม่รับการอุปถัมภ์ใดๆ เหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="719" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-1024x719.jpg" alt="อ่าน" class="wp-image-143419" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-1024x719.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-768x540.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10-600x422.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/สำนักพิมพ์อ่าน_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ขอบคุณภาพถ่ายจาก ศุภชัย เกศการุณกุล, อานนท์ นำภา, จีระภา มูลคำมี และสำนักพิมพ์อ่าน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/read-journal-book-maker/">อ่าน สำนักพิมพ์งานวิชาการอ่านสนุกที่อยากดันเพดานการวิจารณ์และการใช้เหตุผลในสังคมไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านไม่ใช่คอมฟอร์ตโซนของทุกคน คุยกับดินสอของผู้เขียน &#8216;ด้วยรักและผุพัง&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/family-comes-first-a-pen-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 11:19:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[a pen interview]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[รวมเรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[คนจีน]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรมไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140358</guid>

					<description><![CDATA[<p>จีน เป็นเวลานานทีเดียวกว่าฉันจะได้เจอวรรณกรรมไทยร่วมสมัยที่มีคอนเซปต์แปลกใหม่และแข็งแรงชัดเจนขนาดนี้ แค่คำโปรยที่บอกว่านี่คือหนังสือรวมเรื่องสั้นหลากแนว ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนก็อ่านได้ พร้อมกับปกที่โดดเด่นด้วยไทโปฯ สไตล์ตัวอักษรจีนและสีดำ-แดงสะดุดตา ฉันจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมาลองอ่านดู เรื่องราวของลูกสะใภ้ผู้ถูกจองจำจนกว่าจะให้กำเนิดลูกชาย บรรยากาศอึมครึมในวันที่ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า ความทุกข์ยากที่ไม่มีใครรู้ของมารดาผู้จากแผ่นดินเกิดมาใช้ชีวิตในดินแดนห่างไกล การเข้าร่วมลัทธิบูชาเทพเจ้าอันน่าสะพรึงเพราะอยากให้วิญญาณบรรพบุรุษปกป้องคุ้มครอง ความกดดันจากบรรดาญาติที่อยากเห็นหลานได้ดี การเป็นลูกสาวในครอบครัวคนจีน ความกตัญญูหลอกๆ และรายละเอียดการไหว้บรรพบุรุษที่ซับซ้อน ไปจนถึงเรื่องเพศสภาพที่เป็นสิ่งต้องห้ามในครอบครัว อ่านดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความผูกพัน แต่แท้จริงแล้วกลับมีแต่ความผุพังถึงขั้นแหลกสลายซ่อนอยู่ภายใน บางเรื่องให้ความรู้สึกเหงา อ้างว้าง บางเรื่องให้ความรู้สึกน่ากลัวจนต้องค่อยๆ อ่าน และบางเรื่องก็ชอกช้ำและเปราะบางจนอดใจสลายตามไม่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันสนใจหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยชายหนุ่มลูกครึ่งจีนแคะ-จีนกวางตุ้ง คอลัมนิสต์ a day เจ้าของคอลัมน์ ‘โฆษ-สนุก’ และนักเขียนหน้าใหม่ผู้น่าจับตามองในแวดวงวรรณกรรมไทย อย่าง ‘มิน–นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์’&#160; ฉันติดต่อนัดหมายพูดคุยกับมินทันทีเมื่ออ่านจบ ทว่าเขาที่กำลังยุ่งถึงขีดสุด ไม่สามารถปลีกตัวออกจากห้องได้จริงๆ เลยขอส่งดินสอกดด้ามโปรดมาตอบแทน คำตอบจากดินสอของเขาทำให้ฉันเรียนรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีสิ่งที่ต้องรักษาและราคาต้องจ่าย ถึงอย่างนั้น ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ใช่ว่าจะไปได้ดีตลอดรอดฝั่ง แม้กระทั่งความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ใกล้ชิดเราที่สุดก็ตาม เล่าประวัติของตัวเองให้ฟังหน่อยสิคุณดินสอ สวัสดี เราคือดินสอกด Pentel GRAPHGEAR 1000 ด้ามที่สามของมิน ที่บอกว่าด้ามที่สาม เพราะก่อนจะมาเป็นเรา มินเคยมีดินสอกดแบบนี้แล้วสองด้าม แต่เขาทำทั้งคู่หาย ซึ่งเราก็หวังว่าจะเป็นด้ามสุดท้าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/family-comes-first-a-pen-interview/">บ้านไม่ใช่คอมฟอร์ตโซนของทุกคน คุยกับดินสอของผู้เขียน &#8216;ด้วยรักและผุพัง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">จีน</span></p>


<p>เป็นเวลานานทีเดียวกว่าฉันจะได้เจอวรรณกรรมไทยร่วมสมัยที่มีคอนเซปต์แปลกใหม่และแข็งแรงชัดเจนขนาดนี้</p>



<p>แค่คำโปรยที่บอกว่านี่คือ<a href="https://store.minimore.com/salmonbooks/items/fam" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หนังสือ</a>รวมเรื่องสั้นหลากแนว ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่ไม่ว่าคนเชื้อชาติไหนก็อ่านได้ พร้อมกับปกที่โดดเด่นด้วยไทโปฯ สไตล์ตัวอักษรจีนและสีดำ-แดงสะดุดตา ฉันจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมาลองอ่านดู<br></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140385" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-19-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เรื่องราวของลูกสะใภ้ผู้ถูกจองจำจนกว่าจะให้กำเนิดลูกชาย บรรยากาศอึมครึมในวันที่ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า ความทุกข์ยากที่ไม่มีใครรู้ของมารดาผู้จากแผ่นดินเกิดมาใช้ชีวิตในดินแดนห่างไกล การเข้าร่วมลัทธิบูชาเทพเจ้าอันน่าสะพรึงเพราะอยากให้วิญญาณบรรพบุรุษปกป้องคุ้มครอง ความกดดันจากบรรดาญาติที่อยากเห็นหลานได้ดี การเป็นลูกสาวในครอบครัวคนจีน ความกตัญญูหลอกๆ และรายละเอียดการไหว้บรรพบุรุษที่ซับซ้อน ไปจนถึงเรื่องเพศสภาพที่เป็นสิ่งต้องห้ามในครอบครัว</p>



<p>อ่านดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความผูกพัน แต่แท้จริงแล้วกลับมีแต่ความผุพังถึงขั้นแหลกสลายซ่อนอยู่ภายใน</p>



<p>บางเรื่องให้ความรู้สึกเหงา อ้างว้าง บางเรื่องให้ความรู้สึกน่ากลัวจนต้องค่อยๆ อ่าน และบางเรื่องก็ชอกช้ำและเปราะบางจนอดใจสลายตามไม่ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140382" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-16-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันสนใจหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยชายหนุ่มลูกครึ่งจีนแคะ-จีนกวางตุ้ง คอลัมนิสต์ a day เจ้าของคอลัมน์ ‘<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/ad/cool-ads/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โฆษ-สนุก</a>’ และนักเขียนหน้าใหม่ผู้น่าจับตามองในแวดวงวรรณกรรมไทย อย่าง ‘<strong>มิน–นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์</strong>’&nbsp;</p>



<p>ฉันติดต่อนัดหมายพูดคุยกับมินทันทีเมื่ออ่านจบ ทว่าเขาที่กำลังยุ่งถึงขีดสุด ไม่สามารถปลีกตัวออกจากห้องได้จริงๆ เลยขอส่งดินสอกดด้ามโปรดมาตอบแทน</p>



<p>คำตอบจากดินสอของเขาทำให้ฉันเรียนรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์ล้วนมีสิ่งที่ต้องรักษาและราคาต้องจ่าย ถึงอย่างนั้น ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ใช่ว่าจะไปได้ดีตลอดรอดฝั่ง แม้กระทั่งความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ใกล้ชิดเราที่สุดก็ตาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140393" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-27-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เล่าประวัติของตัวเองให้ฟังหน่อยสิคุณดินสอ</h4>



<p>สวัสดี เราคือดินสอกด Pentel GRAPHGEAR 1000 ด้ามที่สามของมิน</p>



<p>ที่บอกว่าด้ามที่สาม เพราะก่อนจะมาเป็นเรา มินเคยมีดินสอกดแบบนี้แล้วสองด้าม แต่เขาทำทั้งคู่หาย ซึ่งเราก็หวังว่าจะเป็นด้ามสุดท้าย หรือไม่ถูกลืมไว้ที่ไหนนะ</p>



<p>มินซื้อ Pentel GRAPHGEAR 1000 ด้ามแรกตามเพื่อนที่ติวสถาปัตย์ เพราะตอนนั้นเรากำลังติวเข้าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และหวังว่าการมีดินสอดีจะทำให้วาดรูปเก่งขึ้น แต่ผลออกมาก็วาดรูปไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม (หัวเราะ) แต่มันก็ทำให้มินรู้ตัวว่า อย่าวาดเลย เขียนดีกว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140383" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ได้ยินว่าเขาเพิ่งมีหนังสือเป็นเล่มแรก อะไรทำให้เขาเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นเหรอ</h4>



<p>จริงๆ มินเขาลังเลเหมือนกันว่าจะพูดถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เริ่มเขียนหนังสือดีไหม เพราะเอาตรงๆ มันก็ค่อนข้างคลิเช่ คนอ่านบางคนอาจจะถอนหายใจก็ได้ แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจว่า เออ ทำไมเราต้องเขินที่จะพูดถึงแรงบันดาลใจของตัวเองด้วยล่ะ</p>



<p> เขาเล่าให้เราฟังว่าเขาเริ่มต้นอ่านงานของฮารุกิ มุราคามิจากเรื่อง <em>บันทึกนกไขลาน</em> ที่อ่านแล้วก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่หรอก แต่มันเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างให้เขาอ่านไปเรื่อยๆ จนมาถึงชุดเรื่องสั้นอย่าง <em>ลึกลับ.โตเกียว.เรื่องสั้น</em>, <em>ไม่มีใครนำหน้าบนม้าหมุน</em> และ <em>เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน</em> ที่ทัชใจของเขามาก จนเขารู้สึกว่าตัวเองน่าจะเขียนอะไรออกมาสักอย่างได้เหมือนกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วมีหนังสือหรือเรื่องสั้นเล่มไหนที่มีอิทธิพลต่อเขาบ้างไหม</h4>



<p>น่าจะพูดได้ว่า <em>On Writing: A Memoir of the Craft</em> หรือ <em>เวทมนตร์ฉบับพกพา : ชีวิตและเรื่องขีดเขียนของสตีเวน คิง</em> ช่วยให้เขาเขียนหนังสือเล่มนี้จนเสร็จได้ ด้วยประโยคที่ว่า “ผมค้นพบว่าการหยุดเขียนเพราะรู้สึกว่ามันยาก ไม่ว่าจะในแง่อารมณ์ความรู้สึกหรือจินตนาการ ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย จริงๆ บางครั้งคุณต้องเดินหน้าต่อแม้จะไม่อยากทำ เพราะบางครั้งคุณอาจมาถูกทางแล้วก็ได้ แม้จะรู้สึกว่าสิ่งที่คุณทำอยู่คือการนั่งละเลงขี้ ไม่ได้ไปไหนสักที”</p>



<p>พออ่านตรงนี้จบ ความกลัว ความกังวลต่างๆ คือถูกโยนทิ้งไปเลย มันทำให้เขารู้สึกว่างั้นก็เขียนไปเถอะ เขียนไปก่อน เขียนให้เสร็จ แล้วค่อยกลับมาทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ เพราะยังไงการเขียนแย่ย่อมดีกว่าการไม่ได้เขียนมันออกมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140373" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-7-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140372" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-6-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่ช่วงเริ่มเขียนหนังสือจนถึงปัจจุบัน คุณว่าเขามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง</h4>



<p>เท่าที่อยู่ด้วยกันมา เขาน่าจะเข้าใจการเริ่มเขียนงานจากประเด็นมากขึ้น มีประเด็นที่ชัดเจนก่อน ส่วนเทคนิคการเล่าหรือวิธีการเขียนจะค่อยๆ ตามมา ไม่รู้ว่าเขียนดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพราะตอนเขากลับไปเปิดอ่านงานช่วงแรกๆ เขาก็ยังรู้สึกว่ามันดีเหมือนงานปัจจุบันอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคงเป็นความมั่นใจที่จะลงมือเขียนแหละนะ</p>



<p>อีกอย่าง เมื่อก่อนเขาใช้วิธีเขียนทั้งเรื่องลงในกระดาษแล้วเอามาพิมพ์ทีหลัง แต่เดี๋ยวนี้แค่เขียนโครงเรื่องคร่าวๆ เขาก็จัดการต่อในคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ประหยัดแรงเราไปได้เยอะเหมือนกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากเป็นนักเขียนเรื่องสั้น เจ้าของคุณยังทำงานเป็นก๊อบปี้ไรต์เตอร์ด้วย การเขียนสองประเภทนี้ต่างหรือเหมือนกันตรงไหน</h4>



<p>เอาความต่างก่อนเลย ตอนเขียนงานโฆษณามันมีโจทย์ที่ชัดเจน มีมู้ดแอนด์โทนของภาษาตามคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ มีความต้องการของลูกค้าที่มินต้องรับใช้ ต้องวางมันไว้เป็นกรอบ บางครั้งเขาก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องเขียนอะไรตลกๆ อ่านแล้วขำ พูดออกมาแล้วคนต้องหัวเราะ มันก็ฝืนอยู่เหมือนกัน เขาไม่ได้เป็นคนตลกโบ๊ะบ๊ะน่ะ</p>



<p>แต่พอเป็นหนังสือของตัวเองก็ใส่ได้เต็มที่ อยากเขียนอะไร แบบไหน ท่าไหนก็ได้ ไม่ต้องไปคิดอะไรให้มากมาย ท้ายที่สุดแล้ว เขาเชื่อว่างานสองแบบนี้มีปลายทางเดียวกัน นั่นคือมันต้องสื่อสาร คนอ่านต้องเข้าใจถึงเมสเซจที่เราอยากพูดกับเขา หรือได้รับอารมณ์ความรู้สึกในแบบที่เราอยากให้เขาได้รับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140389" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-23-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วอะไรที่ทำให้เขาสนใจความเป็นจีนขึ้นมาจนอยากเขียนเป็นหนังสือ</h4>



<p>เขารู้สึกว่ามันอยู่กับเขามาทั้งชีวิต มันคือความเป็นตัวเขา เป็นสิ่งที่หล่อหลอมให้เขาเป็นเขาอย่างในทุกวันนี้</p>



<p>มีหลายเหตุการณ์ในชีวิตที่ทำให้เขาคิดขึ้นมาว่า “บ้านกูนี่มันจีนจริงๆ” ตั้งแต่การไถ่ถามเรื่องการงาน การวางแผนอนาคตให้เขาว่าปลายทางของชีวิตคือการมีคู่ชีวิตที่ดี เป็นเจ้าของกิจการ เป็นเจ้าคนนายคนที่มีคนนับหน้าถือตา หรือกระทั่งการคะยั้นคะยอให้ไปกินข้าวกับญาติๆ&nbsp;</p>



<p>สิ่งเหล่านี้ที่เขามองเห็นมันอยู่เรื่อยๆ เหมือนมันไปสะกิดอะไรบางอย่างในตัวเขา และเขาคิดว่าตัวเองน่าจะเข้าใจมันมากพอที่จะเขียนถึงได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">แต่ถึงขนาดหยิบเรื่องนี้มาเป็นธีมในการเขียนเรื่องสั้นทั้ง 11 เรื่อง ดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ</h4>



<p>เขากลับคิดว่าความเป็นจีนค่อนข้างง่าย เพราะเป็นไอเดียที่ใหญ่มากพอจะแตกประเด็นได้มากมาย มันมีแง่มุมในความเป็นจีนให้พูดถึงเยอะ เอาแมสๆ หน่อยก็คือชายเป็นใหญ่-หญิงเป็นรอง วันรวมญาติ พิธีกรรม หรือความสัมพันธ์พิเศษที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวคนจีนเท่านั้น เช่น ความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกที่อาจจะเข้มข้นกว่าครอบครัวทั่วไป หรือระยะห่างระหว่างพี่น้องอันเกิดจากช่องว่างที่เรียกว่าเพศ มันเลยมีวัตถุดิบเป็นสารตั้งต้นมากพอที่จะเขียนเป็นเรื่องสั้น 11 เรื่องได้&nbsp;</p>



<p>อีกจุดเด่นคือความเป็นจีน เป็นเรื่องที่คนไทยน่าจะมีส่วนร่วมได้มากพอสมควร เนื่องจากจำนวนมหาศาลของคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศนี้นี่แหละ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-140396" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-30-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากประสบการณ์ของตัวเองแล้ว เขารีเสิร์ชถึงแง่มุมอื่นๆ ของความเป็นจีนยังไงอีก</h4>



<p>ตอนตัดสินใจว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้ สิ่งแรกที่เขาทำคือตั้งสเตตัสเฟซบุ๊กถามเพื่อนๆ ว่า ถ้าพูดถึงความเป็นจีนหรือความเป็นคนไทยเชื้อสายจีน คุณนึกถึงอะไร?</p>



<p>มีคนเข้ามาตอบมากมาย บางคนก็ทักเขามาคุยหลังไมค์ มีทั้งเรื่องโครงสร้างครอบครัว ประสบการณ์ในบ้านที่ทั้งกดทับ ควบคุม และปกครองโดยใช้แนวคิดจีนๆ แถมหนึ่งในคนที่ทักมานั้น มีรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งมีบ้านอยู่เยาวราช มินก็ขอไปเซอร์เวย์ เดินเก็บมู้ดแล้วก็ไปคุยกับพี่เขาถึงบ้านเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading">การเติบโตมาในครอบครัวคนจีนหล่อหลอมให้เขาเป็นคนยังไง</h4>



<p>มันทำให้เขายึดติดกับความเป็นครอบครัว อยู่กับบ้าน อยู่กับพ่อกับแม่ และรักคนในครอบครัวที่เป็นสายเลือดเดียวกัน ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้คิดว่าต้องสร้างครอบครัวหรือมีทายาทสืบสกุลก็ตาม</p>



<p>บางเวลามันก็เป็นบ้านให้เขากลับ เป็นคนที่รัก ที่รอ ที่อยากให้เขามีความสุข แต่บางเวลามันก็เป็นสิ่งยึดโยงให้เขาไม่กล้าที่จะก้าวออกไป หรือทำให้การตัดสินใจหลายๆ อย่างในชีวิตมีครอบครัวเข้ามาเป็นตัวแปรค่อนข้างมาก ทำให้บางครั้งเขารู้สึกว่าไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการอย่างเต็มร้อย</p>



<p>มันทั้งผูกพันและผุพังอยู่เล็กๆ นะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140367" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากความเป็นจีนแล้ว ในเล่มยังพูดถึงครอบครัวเป็นหลัก นิยามคำว่าครอบครัวของมินคืออะไร</h4>



<p>พูดตามความสัตย์จริง บางครั้งมันเป็นบ้าน บางขณะมันก็เกือบกลายเป็นกรง มันอาจเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่อีกนัยมันก็ห่อหุ้มเราไว้อย่างแน่นหนา จนเราไม่กล้าเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับโลกภายนอก</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วถ้าให้เรียงลำดับเรื่องสำคัญในชีวิต มินคิดว่าครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรกหรือเปล่า</h4>



<p>บางช่วงก็ใช่ และบางเวลาเขาก็คิดว่าควรจะต้องเอาตัวเองเป็นหลักบ้างเหมือนกัน</p>



<p>บางช่วงที่ว่าคือเรื่องงาน ด้วยงานที่ทำมันกัดกินเขา จนหลายครั้งก็คิดว่าพอดีกว่า อยากอยู่เฉยๆ สักสองสามเดือน แต่ในช่วงเวลานั้นคงสร้างความเป็นห่วงและกังวลในใจคนที่บ้านไม่มากก็น้อย เมื่อชั่งน้ำหนักดู เขาก็คิดว่าทนทำไปก่อนแล้วกัน ได้เงิน และไม่ทำให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง</p>



<p>ส่วนในบางเวลานั้น คือการตัดสินใจจะพาตัวเองออกไปจากบ้าน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาตบตีกับตัวเองมามากพอสมควร ตอนแรกเขาถามตัวเองว่า ถ้าเขาออกไปแล้วคนที่ยังอยู่ที่นี่ล่ะจะทำยังไง? แต่สุดท้ายก็ตกผลึกได้ว่าสักวันหนึ่งทุกคนก็ต้องจากกัน ทางออกของเขาคือการพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เขายังสามารถกลับมาเยี่ยมเยียนคนที่รักได้ และต้องเป็นที่ที่เขาไม่ต้องทนทรมานกับความกดทับที่ไร้ทางออกแบบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140381" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-15-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในฐานะลูกครึ่งจีนแคะ-จีนกวางตุ้ง เขามองความเป็นจีนในปัจจุบันยังไง มันเปลี่ยนไปบ้างไหมเมื่อเทียบกับอดีต</h4>



<p>เขาคิดว่าปัจจุบันอะไรหลายๆ อย่างก็ยืดหยุ่นมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือพิธีกรรมต่างๆ ที่ไม่ต้องมีขั้นตอนและของประกอบเยอะแยะเหมือนเมื่อก่อน และไม่ต้องอยู่รอให้ญาติครบทุกฝั่งก่อนจะเริ่มไหว้ได้ ใครมาก่อนไหว้ก่อน เจอกันก็เจอ ไม่เจอก็ไม่เจอ</p>



<p>ความเข้าใจและความคาดหวังต่อชีวิตของลูกหลานก็เปลี่ยนไป เมื่อก่อนพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่เขาอาจจะมีภาพในหัวชัดมากๆ ว่าโตขึ้นมาจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เดี๋ยวนี้คือทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ</p>



<p>แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความยืดหยุ่นก็ไม่ได้อยู่กับทุกคน จะมีญาติบางคนที่ทักทายเขาด้วยคำถามว่า เงินเดือนเท่าไหร่แล้ว เมื่อไหร่จะแต่งงาน ร่ำรวยเป็นเจ้าของบริษัทซะที อยู่เหมือนกัน (หัวเราะ)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-14-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">กลัวไหมว่าเล่มนี้จะทำให้คนติดภาพคนจีนแบบเดิมๆ</h4>



<p>เขาไม่เคยคิดแบบนั้นนะ ถึงบางประเด็นในหนังสือเขาจะไม่มั่นใจเหมือนกันว่าในยุคนี้มันยังร่วมสมัยอยู่หรือเปล่า แต่เขาก็อยากบันทึกไว้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ และเขาก็อยากให้คนอ่านได้ย้อนกลับมาสำรวจความเป็นจีนที่อยู่ในชีวิตของพวกเขาเหมือนกัน ว่ามันยังเป็นแบบนี้อยู่ไหม แล้วมันดี-ไม่ดีกับชีวิตเขายังไง มีอะไรที่ควรเปลี่ยนแปลงบ้าง</p>



<h4 class="wp-block-heading">การเขียน <em>FAMILY COMES FIRST ด้วยรักและผุพัง</em> เปลี่ยนมินไปยังไงบ้าง</h4>



<p>นอกจากทำให้เขาเข้าใจในความเป็นตัวเองแล้ว มันทำให้เขาเข้าใจคนในครอบครัวมากขึ้น เข้าใจในความรัก ความปรารถนาดี ที่แม้บางครั้งการแสดงออกจะไม่ได้ตรงใจในสิ่งที่เขาต้องการ และทำให้เขาคิดว่าจะดีลและปรับจูนให้ต่างฝ่ายมีตรงกลางต่อกันได้ยังไง&nbsp;</p>



<p>การเขียนหนังสือเล่มนี้ยังทำให้เขาได้คิดและตั้งคำถามถึงชีวิตที่ผ่านมา ว่าอะไรทำให้เขาเป็นเขาเองอย่างทุกวันนี้ อะไรที่หล่อหลอมให้ครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้ อะไรที่เขาเลือกจะเก็บไว้ และอะไรที่เขาคิดว่าควรจะเปลี่ยนแปลง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140375" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-9-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คาดหวังให้ผู้อ่านได้อะไรจากการอ่านหนังสือเล่มนี้</h4>



<p>อย่างแรกเลยคือเขาอยากให้คนอ่านรู้สึกอะไรบางอย่าง จะโกรธ เหงา เศร้า โหยหา หรืออะไรก็ตาม เขาอยากให้คนอ่านรู้สึกกับเรื่องที่เขาเขียน เพราะเขาเป็นคนค่อนข้างยึดติดกับอารมณ์</p>



<p>อีกอย่าง เขาอยากให้คนอ่านครุ่นคิด หรืออาจตั้งคำถามต่อสิ่งที่มันเป็นว่ายังควรเป็นแบบนี้ไหม หรือสิ่งใดที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง จากนั้นก็มองย้อนกลับเข้าไปในตัวเอง เห็นสิ่งที่ผ่านมา สิ่งที่หล่อหลอมให้เขาเป็นเขา มันอาจจะบิดเบี้ยว ผุพัง และไม่สวยงามไปบ้าง แต่มันก็เป็นตัวเขา</p>



<p>โปรดจ้องมองมันอย่างตรงไปตรงมา และโอบกอดมันเอาไว้ เขาฝากขอบคุณทุกคนจากใจจริง มา ณ ที่นี้ด้วยนะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140388" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Artboard-22-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><span style="display: none;">จีน</span></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/family-comes-first-a-pen-interview/">บ้านไม่ใช่คอมฟอร์ตโซนของทุกคน คุยกับดินสอของผู้เขียน &#8216;ด้วยรักและผุพัง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุดวรรณกรรมราคาประหยัด โปรเจกต์จาก BBF 2021 ที่อยากให้คนไทยได้อ่านวรรณกรรมถูกและดี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bbf-low-price-special-book-set/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jul 2021 17:19:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[The Magic of Paper]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Book Festival]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[BBF 2021]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำหนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=139225</guid>

					<description><![CDATA[<p>วรรณกรรม ประเทศที่มีความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมย่อมมองเห็นคุณค่าของการอ่านและหนังสือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นประเทศอย่างอังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ จัดเทศกาลหนังสือประจำปีกันอย่างต่อเนื่อง แถมยังนำเสนอประเด็นทางวรรณกรรมกันอย่างหลากหลายและคึกคัก ถึงรัฐจะไม่ได้สนับสนุน แต่ในไทยก็มีคนที่เห็นความสำคัญของเทศกาลเช่นนี้ เช่น กลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาจัดเทศกาลหนังสือกรุงเทพมหานคร หรือ Bangkok Book Festival (BBF) ที่ชูโรงเรื่องคุณค่าของหนังสือและการอ่านโดยเฉพาะด้านวรรณกรรม รวมถึงเน้นสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของคนทำงานหนังสือ ทั้งมิติของศิลปินและนักวิชาการผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ เช่น นิทรรศการ เสวนา เวิร์กช็อป การฉายหนัง และพื้นที่จำหน่ายสินค้า งานนี้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ครั้งที่ 2 ในปีถัดมา และเว้นห่างถึง 5 ปีก่อนจะกลับมาในปีนี้กับธีม ‘The Magic of Paper’ หรือ ‘มนตราแห่งกระดาษ’ นอกจากการร่วมมือกันของเหล่าสำนักพิมพ์และคนทำงานสิ่งพิมพ์แล้ว BBF 2021 ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรวัฒนธรรมต่างประเทศเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจและส่งเสริมวงการหนังสือและการอ่านในสังคมไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ที่ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน หนึ่งในนั้นคือโปรเจกต์ ‘ชุดวรรณกรรมราคาประหยัด’ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักอ่านจนได้รับกระแสตอบรับอย่างดีงาม เพราะไม่ใช่บ่อยๆ ที่เราจะได้เห็นสิ่งพิมพ์ยุคนี้มีราคาต่อเล่มไม่เกิน 200 บาท แถมยังออกแบบสวยงามน่าหยิบมาอ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbf-low-price-special-book-set/">ชุดวรรณกรรมราคาประหยัด โปรเจกต์จาก BBF 2021 ที่อยากให้คนไทยได้อ่านวรรณกรรมถูกและดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">วรรณกรรม</span></p>


<p>ประเทศที่มีความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมย่อมมองเห็นคุณค่าของการอ่านและหนังสือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นประเทศอย่างอังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฯลฯ จัดเทศกาลหนังสือประจำปีกันอย่างต่อเนื่อง แถมยังนำเสนอประเด็นทางวรรณกรรมกันอย่างหลากหลายและคึกคัก</p>



<p>ถึงรัฐจะไม่ได้สนับสนุน แต่ในไทยก็มีคนที่เห็นความสำคัญของเทศกาลเช่นนี้ เช่น กลุ่มคนที่ลุกขึ้นมาจัดเทศกาลหนังสือกรุงเทพมหานคร หรือ <a href="https://adaymagazine.com/bangkok-book-festival-2021/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Bangkok Book Festival (BBF)</a> ที่ชูโรงเรื่องคุณค่าของหนังสือและการอ่านโดยเฉพาะด้านวรรณกรรม รวมถึงเน้นสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของคนทำงานหนังสือ ทั้งมิติของศิลปินและนักวิชาการผ่านกิจกรรมหลายรูปแบบ เช่น นิทรรศการ เสวนา เวิร์กช็อป การฉายหนัง และพื้นที่จำหน่ายสินค้า งานนี้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ครั้งที่ 2 ในปีถัดมา และเว้นห่างถึง 5 ปีก่อนจะกลับมาในปีนี้กับธีม ‘The Magic of Paper’ หรือ ‘มนตราแห่งกระดาษ’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139406" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/20-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากการร่วมมือกันของเหล่าสำนักพิมพ์และคนทำงานสิ่งพิมพ์แล้ว BBF 2021 ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์กรวัฒนธรรมต่างประเทศเพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจและส่งเสริมวงการหนังสือและการอ่านในสังคมไทยให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ที่ปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน</p>



<p>หนึ่งในนั้นคือโปรเจกต์ ‘<a href="https://www.bangkokbookfestival.co/books-merch" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ชุดวรรณกรรมราคาประหยัด</a>’ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักอ่านจนได้รับกระแสตอบรับอย่างดีงาม เพราะไม่ใช่บ่อยๆ ที่เราจะได้เห็นสิ่งพิมพ์ยุคนี้มีราคาต่อเล่มไม่เกิน 200 บาท แถมยังออกแบบสวยงามน่าหยิบมาอ่าน</p>



<p>ในคอลเลกชั่นประกอบด้วย 8 วรรณกรรมจาก 5 สำนักพิมพ์ ได้แก่ <em>บอด </em>โดย ฌูเซ่ ซารามากู (Library House), <em>จดหมายถึงพ่อ</em> โดย ฟรันซ์ คาฟคา (Library House), <em>ราโชมอน และเรื่องสั้นอื่นๆ</em> โดย ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ (สมมติ), <em>ยูโทเปีย</em> โดย เซอร์ โธมัส มอร์ (สมมติ), <em>เสื้อโค้ต</em> โดย นิโคไล โกโกล (สมมติ), <em>เรื่องลึกลับในห้องสมุด </em>โดย ฮารูกิ มูราคามิ (กำมะหยี่),<em> เทียนสีแดงของนางเงือก</em> โดย โองาวะ มิเม (JLIT) และ <em>ชำเรา</em> โดย พิราอร กรวีร์ (เม่นวรรณกรรม)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-683x1024.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139414" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/28-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ด้วยเหตุนี้ เราจึงชวนกลุ่มบุคคลเบื้องหลังมาพูดคุยถึงที่มาที่ไป กระบวนการสร้างสรรค์ และสิ่งที่อยากเห็นในการจัดทำชุดวรรณกรรมราคาประหยัด ประกอบด้วย ทีมผู้จัดงาน BBF 2021 <strong>จ๊อก–ชัยพร อินทุวิศาลกุล </strong>จากโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ และ<strong> หน่อย–รังสิมา ตันสกุล</strong> ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ Library House, <strong>อรรถ บุนนาค </strong>ผู้ก่อตั้ง JLIT (เจลิท) หนึ่งในสำนักพิมพ์ที่เข้าร่วมโปรเจกต์, <strong>มีนา–ธีระศิลป์ คำปัน</strong> ผู้ติดต่อประสานงานระหว่างสำนักพิมพ์กับโรงพิมพ์ และ <strong>ใหม่–มานิตา ส่งเสริม </strong>กราฟิกดีไซเนอร์ผู้รับผิดชอบด้านการออกแบบของโปรเจกต์</p>



<p>ท่ามกลางช่วงเวลาที่ผู้คนบอกว่าหนังสือไทยราคาแพง อีกทั้งรัฐก็แทบจะไม่เคยสนับสนุนคนทำงาน การมีวรรณกรรมชุดนี้ออกมาจะสร้างผลแบบไหนในสังคม และในอนาคตเราจะมีโอกาสเห็นสำนักพิมพ์ทั่วไปทำหนังสือราคาประหยัดออกมาเหมือนเอดิชั่นของต่างประเทศหรือไม่ ลองไปคุยถึงความเป็นไปได้กับพวกเขากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/25-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความแพงของหนังสือนี้มีที่มา</strong></h3>



<p><strong></strong>หนังสือไทยราคาสูงเกินกำลังที่คนจะซื้อไหว เป็นหัวข้อที่ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งก็มักได้รับความสนใจเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการเทียบกับค่าครองชีพของคนไทยกับราคาหนังสือ และค่าครองชีพกับราคาหนังสือในต่างประเทศ</p>



<p>ใช่ว่าเรื่องนี้คนในวงการสิ่งพิมพ์จะไม่รู้ เพราะไม่ว่าจะสำนักพิมพ์ใหญ่หรือเล็กต่างก็ประสบกับปัญหา ‘หนังสือแพงเกินไป’ ด้วยกันทั้งนั้น แต่จะให้ลดราคาหนังสือลงก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้จริง เนื่องจากต้นทุนการทำหนังสือไทยต่อเล่มไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ตั้งแต่ต้นทุนที่มองเห็นชัดๆ อย่างค่ากระดาษหรือค่าพิมพ์ ซึ่งมีหลักการเรียบง่ายว่ายิ่งพิมพ์เยอะหนังสือก็ยิ่งมีราคาถูก แต่เพราะตลาดหนังสือในประเทศไทยยังไม่ใหญ่ขนาดนั้น จำนวนพิมพ์หนังสือแต่ละเล่มจึงไม่เยอะพอที่จะลดราคาต่อเล่มลงได้อีก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139402" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากนี้ยังมีต้นทุนที่คนอ่านมองไม่เห็นหรือไม่ค่อยรับรู้อีกมาก เช่น ค่าลิขสิทธิ์หนังสือ ค่าแปล ค่ากราฟิก หรือแม้แต่ค่าแรงคนทำงานสำนักพิมพ์เอง ซึ่งในสถานการณ์ที่รัฐไม่สนับสนุนคนทำงานหนังสือ จนสำนักพิมพ์ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมด สำนักพิมพ์จึงไม่สามารถลดราคาหนังสือได้มากนัก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้จึงเป็นการพยายามสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจว่าทำไมหนังสือไทยถึงมีราคาสูง</p>



<p>ถึงอย่างนั้น เสียงสะท้อนเรื่องหนังสือแพงก็ทำให้คนทำหนังสืออดคิดหาทางออกไม่ได้ ดังนั้นระหว่างที่ทีม BBF กำลังรวบรวมไอเดียกิจกรรมในเทศกาล จ๊อก เจ้าของโรงพิมพ์ใหญ่ผู้อยู่ในแวดวงหนังสือมานานก็เสนอไอเดียผลิตหนังสือราคาย่อมเยาขึ้นมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139399" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/13-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เรามักได้ยินเสียงคนอ่านบ่นว่าหนังสือราคาแพง ซึ่งมันก็แพงจริงๆ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในประเทศนี้ แต่พอเราเป็นโรงพิมพ์ก็จะรู้ว่าวัสดุทุกอย่างที่ใช้มีราคาเดียวกันหรือแพงกว่าที่ต่างประเทศใช้ด้วยซ้ำ ประเทศเราผลิตกระดาษเองได้แค่จำนวนหนึ่งแต่ส่วนใหญ่ยังต้องนำเข้ามา เพราะฉะนั้นเราแทบไม่มีจุดได้เปรียบอะไรเลยนอกจากค่าแรงที่ถูกกว่า” เขาเล่าถึงเหตุผลคร่าวๆ ถึงเบื้องหลังราคาที่สูงของหนังสือไทย</p>



<p>“ฉะนั้นมันเลยนำมาสู่การทดลองทำโปรเจกต์นี้ เราอยากรู้ว่าถ้าหนังสือถูกลง แต่รูปลักษณ์ไม่เหมือนเดิมเพราะเราลดต้นทุน คนจะยังซื้อหนังสือไปอ่านไหม ถ้าซื้อเขาซื้อเพราะอะไร ในโปรเจกต์นี้เราทำทุกอย่างอย่างจำกัด เช่น กระดาษที่มีให้เลือกแค่ไม่กี่ออพชั่น ระบบการพิมพ์ที่ไม่มีเทคนิคซับซ้อนพิสดาร เพื่อดูว่าเรายังสามารถสร้างอะไรให้ออกมาดูดี น่าใช้ หรือมีความงามได้ไหม แล้วคนจะตอบรับกับมันยังไง เหมือนเซตโจทย์ให้ตัวเองและคนในสังคม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139408" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/22-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การทดลองในรูปแบบวรรณกรรม (ราคา) พิเศษ</strong></h3>



<p><strong></strong>หลังจากตัดสินใจเดินหน้ากับไอเดียของจ๊อก หน่อยจากสำนักพิมพ์ Library House ก็ทำหน้าที่เป็นตัวตั้งตัวตีติดต่อส่งคำชวนร่วมโปรเจกต์ไปยังสำนักพิมพ์พันธมิตรที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ BBF ครั้งแรก ได้แก่ สำนักพิมพ์เจลิท สมมติ เม่นวรรณกรรม และกำมะหยี่</p>



<p>&nbsp;“ในฐานะคนทำหนังสือ เราเล็งเห็นว่าแค่งานในบ้านอย่างการพิมพ์หนังสือของตัวเองก็วุ่นวายพออยู่แล้ว ถ้าต้องทำงานแบบข้ามและไขว้กันระหว่างสำนักพิมพ์แบบนี้เรายิ่งต้องเชื่อมั่นว่าเพื่อนที่ชวนมาจะต้องไปด้วยกันได้ เพราะระยะเวลาไม่ได้เยอะและเราต้องทำงานภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติ เลยกลายเป็นกลุ่มนี้ขึ้นมา”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139403" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/17-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เมื่อได้รับคำชวน อรรถแห่งเจลิทที่ได้รับฟังฟีดแบ็กจากผู้อ่านเรื่องหนังสือราคาแพงมาตลอดก็ตอบตกลงเข้าร่วมโปรเจกต์ทันที ด้วยอยากสื่อสารเหตุผลที่ทำให้หนังสือมีราคาแพงและสำรวจความต้องการของนักอ่านไทย</p>



<p>“เราคิดว่าโปรเจกต์นี้น่าสนใจในแง่การทดลองทำหนังสือให้ราคาถูกลง แต่ต้องบอกก่อนว่านักอ่านไทยมีดีมานด์ในการอ่านสูงมาก ตั้งแต่กระดาษ เนื้อสัมผัส รูปเล่ม เราเลยอยากทดลองว่าผู้อ่านรับได้ไหมกับคุณภาพแบบ paperback (หนังสือปกอ่อน) เหมือนหนังสือฝรั่งหรือญี่ปุ่นซึ่งมันทำให้หนังสือมีต้นทุนถูกลง เราอยากเห็นผลตอบรับปลายทางของการทำสิ่งนี้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139397" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กว่าจะเป็น 8 เล่มในชุดวรรณกรรมราคาประหยัด</strong></h3>



<p>ส่วนวิธีการคัดเลือกวรรณกรรมแต่ละเรื่องเพื่อเข้าเซตใช้ความสะดวกของเหล่าสำนักพิมพ์เป็นหลัก อย่างสำนักพิมพ์ Library House เลือกหนังสือจากแนวคิดที่อยากสะท้อนให้เห็นเรื่องต้นทุนของหนังสือแบบชัดๆ <em>บอด</em> และ <em>จดหมายถึงพ่อ</em> ที่หน่อยเลือกมาจึงมีความตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง นั่นคือเล่มหนึ่งบาง อีกเล่มหนึ่งหนา เล่มหนึ่งมีลิขสิทธิ์ ส่วนอีกเล่มเป็นของสาธารณะ โดยเมื่อตัดทอนต้นทุนด้านการผลิต เช่น กระดาษดีๆ รูปเล่มแฟนซี หรือเทคนิคการพิมพ์หรูหรา เหลือแค่สิ่งที่ตัดไม่ได้อย่างต้นทุนการพิมพ์ที่แปรผันตามความหนา ค่าแปล ค่าลิขสิทธิ์ (ถ้ามี) และค่าคนทำงาน หนังสือที่เห็นจึงสะท้อนที่มาของราคาหนังสือได้ชัดเจน</p>



<p>ขณะเดียวกันฝั่งเจลิทนั้นเลือก<em> เทียนสีแดงของนางเงือก </em>ผลงานภายใต้สำนักพิมพ์ย่อยเจลิตเติ้ล&nbsp; เนื่องจากเป็นหนังสือที่ขายดีจนหมดสต็อกแต่ยังมีเสียงเรียกร้องอยู่เสมอ บวกกับแนวหนังสือที่เป็นวรรณกรรมเยาวชน พ่อแม่จะได้ซื้อให้เด็กๆ อ่านได้อย่างไม่ต้องคิดมาก</p>



<p>นอกจากนี้ผลงานเรื่องอื่นๆ ที่แต่ละสำนักพิมพ์เลือกมาล้วนสะท้อนถึงคาแร็กเตอร์ตัวเองเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมแนวการเมืองจากนักเขียนชื่อดังระดับโลกที่สำนักพิมพ์สมมติเลือกพิมพ์ วรรณกรรมร่วมสมัยของนักเขียนไทยจากเม่นวรรณกรรม กระทั่งงานเขียนชิ้นใหม่ของฮารูกิ มูราคามิ ที่ไม่เคยพิมพ์ไทยมาก่อนจากกำมะหยี่ โดยนักอ่านจะซื้อเพียงเล่มเดียวหรือซื้อเป็นเซตก็ได้เหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139415" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/29-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพราะหนังสือหนึ่งเล่มไม่ได้มีแค่ตัวอักษร</strong></h3>



<p>อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพชัดๆ ว่าหนังสือในชุดวรรณกรรมราคาประหยัดแตกต่างจากหนังสือทั่วไปยังไง แน่นอนว่าถ้ามองจากอาร์ตเวิร์กคงไม่เห็นรายละเอียดชัดเจนนัก แต่ถ้าได้พินิจพิจารณาและสัมผัสใกล้ๆ จะรับรู้ถึงคุณภาพที่ลดลงจากหนังสือปกติในท้องตลาดได้ทันที</p>



<p>“หนังสือที่พิมพ์ในโปรเจกต์นี้ส่วนใหญ่เคยพิมพ์ด้วยคุณภาพปกติมาแล้ว แต่เวอร์ชั่นนี้จะพิมพ์ด้วยกระดาษปรู๊ฟคุณภาพระดับเดียวกับที่ทำหนังสือพิมพ์ ซึ่งน่าจะเปิดอ่านง่ายขึ้น แต่ถ้ามือเปียกน้ำไปจับก็คงยุ่ย ส่วนปกน่าจะทนทานเหมือนเดิม” จ๊อกอธิบายให้ฟัง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139418" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/32.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>หน่อยในฐานะคนทำงานสำนักพิมพ์อธิบายเสริมถึงชุดความคิดในการทำหนังสือที่แตกต่างจากที่เคยทำ พร้อมยกตัวอย่างว่า <em>จดหมายถึงพ่อ </em>ในเวอร์ชั่นปกตินั้นใช้เวลาและพลังเยอะมากในการออกแบบ ทั้งพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษและใช้กระดาษดีๆ ในขณะที่เวอร์ชั่นในเซตวรรณกรรมราคาประหยัดนั้นลดโปรดักชั่นลงมา</p>



<p>ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าวรรณกรรมเซตนี้จะลดความสำคัญของงานออกแบบ กลับกัน เพราะเธอมองว่าอุตสาหกรรมการผลิตหนังสือจะสมบูรณ์ได้ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างเนิร์ดฝั่งตัวอักษรกับเนิร์ดงานออกแบบ เซตวรรณกรรมราคาประหยัดจึงเป็นเหมือนโจทย์ใหม่ของทั้งคู่มากกว่า</p>



<p>“ถ้ามุ่งมั่นแค่ว่าจะทำหนังสือเวอร์ชั่นราคาประหยัด เราไม่ต้องออกแบบปกสวยๆ แค่ซีร็อกซ์มาขายก็ได้ แต่ที่เรายังพยายามทำหนังสือให้มีดีไซน์ใหม่ๆ เหตุผลหนึ่งก็เพื่อเพิ่มศักยภาพของนักออกแบบไปเรื่อยๆ ตัวเราเองก็สนุกกับการทำงาน เวลาทำหนังสือ เราตื่นเต้นตั้งแต่ตอนอ่านไฟล์เวิร์ดหรือต้นฉบับภาษาอังกฤษแล้ว แต่จะยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีกเรื่อยๆ เมื่อเห็นกระบวนการออกแบบปกจากนักออกแบบ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมปกติเราถึงอยากทำให้เอเลเมนต์ของการออกแบบ การเลือกสรรวัสดุ ทะลุไปถึงมิติของนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างการใช้กระดาษพิเศษ เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139419" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/33-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ทีนี้พอมาทำวรรณกรรมเวอร์ชั่นราคาประหยัดเราเลยต้องเปลี่ยนความคิดตรงนี้ เพราะมันต้องลดต้นทุนทุกอย่าง ซึ่งจะเป็นโจทย์ในอนาคตต่อไปว่าถ้ายังอยากทำหนังสือเวอร์ชั่นนี้ เราจะทำยังไงกับฝั่งดีไซเนอร์ได้บ้าง พูดให้เห็นภาพรวมคือไม่ว่าในเวอร์ชั่นปกติหรือเวอร์ชั่นประหยัด เมื่อจ่ายเงินซื้อหนังสือหนึ่งเล่มแปลว่าคุณกำลังกระจายรายได้ให้คนทำงานประกอบวิชาชีพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหนังสืออยู่ ถ้าคนทำสำนักพิมพ์คิดแค่ว่าออกแบบหนังสือยังไงก็ได้ เน้นราคาถูกเป็นพอ แล้วคนเป็นนักออกแบบจะได้โชว์ศักยภาพออกมาไหม”</p>



<p>สำหรับการดีไซน์ปกชุดวรรณกรรมราคาประหยัดนี้ หน่อยได้ให้ใหม่ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบอาร์ตเวิร์กของ BBF 2021 มาดูแล</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139426" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/3-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เมื่อต้องออกแบบหนังสือ 8 เล่ม 8 ทิศทาง ใหม่เล่าว่าเธอยึดเอาดีไซน์ของ BBF เป็นหลัก นั่นคือการใช้เทคนิค handmade graphic หรือการทำกราฟิกด้วยมือ ก่อนสแกนแล้วนำมาประกอบร่างในคอมพิวเตอร์เพื่อให้หนังสือทั้ง 8 เล่ม แม้จะต่างด้านเนื้อหาแต่ก็ยังมีลักษณะร่วมกัน ทั้งยังสื่อสารถึงการเป็นโปรเจกต์พิเศษที่เกิดขึ้นในงานนี้โดยเฉพาะ</p>



<p>“ส่วนวิธีคิดในการออกแบบคืออ้างอิงจากราคาหนังสือที่ถูกลง เราต้องสะท้อนให้เห็นว่าจากเวอร์ชั่นปกติขายเล่มละ 300 พอมาขายในเวอร์ชั่นที่ราคาถูกกว่า งานออกแบบก็ไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปเราใช้เวลาทำงานประมาณ 2 สัปดาห์ต่อเล่ม แต่สำหรับ 8 เล่มนี้เราใช้เวลา 2 สัปดาห์ จากปกติที่เราจะอ่านเนื้อเรื่องเองก็เหลือกระบวนการฟังบรีฟเรื่องย่อแล้วนำไปตีความ ทั้งหมดต้องมีการวางแผนและออกแบบให้อยู่ในเซตเดียวกันได้แบบไม่กินเวลาทำงานของเรามากเกินไป ดังนั้นเราจึงให้น้องในทีมออกแบบมาแล้วเราเป็นคนดูภาพรวม ทั้งเลย์เอาต์และการสื่อสารของวรรณกรรมแต่ละเรื่อง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-683x1024.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139413" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/27-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การรวมกลุ่มคือทางรอดของสำนักพิมพ์ยุคใหม่</strong></h3>



<p><strong></strong>นอกจากจะเป็นการทดลองกับสังคมการอ่านไทยแล้ว โปรเจกต์วรรณกรรมราคาประหยัดนี้ยังเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดของเหล่าสำนักพิมพ์ในปัจจุบันด้วย</p>



<p>ถ้านับจากยอดขายและฟีดแบ็กตั้งแต่เปิดพรีออร์เดอร์ โปรเจกต์นี้ทำให้พวกเขารับรู้ถึงคำว่ารวมกันเราอยู่อย่างเป็นรูปธรรม เพราะด้วยความที่แต่ละสำนักพิมพ์ทำหนังสือกันมาอย่างยาวนานบวกกับมีฐานแฟนนักอ่านประจำอยู่แล้ว ทำให้การรวมตัวกันของพวกเขาทรงพลังขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139396" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>พร้อมกันนี้ สำนักพิมพ์เองก็เหมือนได้ขยายฐานคนอ่านไปด้วย เพราะเมื่อพิมพ์วรรณกรรมออกมาเป็นชุดพิเศษและราคาไม่แพง คนอ่านก็มีโอกาสซื้อเป็นเซตมากขึ้นและอาจได้ลองอ่านวรรณกรรมประเภทอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ที่ไม่เคยรู้จัก นำไปสู่การต่อยอดให้เกิดความสนใจตามไปซื้อเรื่องอื่นๆ อ่านเพิ่ม นับเป็นวิธีการกระจายงานเขียนของแต่ละสำนักพิมพ์ให้ออกไปไกลกว่าที่เคยสื่อสารกันในวงจำกัด</p>



<p>ถ้าดูจากกระแสโลกตอนนี้ หน่อยเล่าว่าการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ถือเป็นเรื่องสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ไม่สามารถยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางได้อีกแล้วต่อให้เป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลกก็ตาม ทุกวงการจำเป็นต้องมีพาร์ตเนอร์ไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาว คนทำหนังสือเองก็เช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-683x1024.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139417" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/31-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ถ้าพูดถึงวงการหนังสือไทย มันไม่ยากนะที่จะทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์อื่นๆ เช่น เราเองถ้าทำสำนักพิมพ์อย่างเดียวเราอาจจะไม่รู้จักใครเลย แต่พอเราทำ BBF เราเลยเห็นถึงเคมีที่ตรงกันของเหล่าสำนักพิมพ์ ถ้ามีโปรเจกต์ใหม่ๆ ขึ้นมาเราจะนึกถึงเขาทันทีเลยเห็นว่าการร่วมงานกันมันไม่ยาก และเราเชื่อว่านอกเหนือจากสำนักพิมพ์ตรงนี้น่าจะยังมีสำนักพิมพ์อื่นที่อยากร่วมงานกันอีก เพียงแต่มันมีข้อจำกัดเรื่องช่วงเวลา ความยากลำบากของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถยกหูโทรหาได้หมด”&nbsp;</p>



<p>อรรถเสริมถึงการรวมตัวกันของคนทำสิ่งพิมพ์ไทยที่มีมานานแล้วเช่นงานสัปดาห์หนังสือและสมาคมสิ่งพิมพ์ เพียงแต่บทบาทของกลุ่มคนที่มีอำนาจตัดสินใจและกำหนดทิศทางต่างๆ มักจะเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่เสียมากกว่า เมื่อมาถึงยุคสมัยของอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย สำนักพิมพ์เล็กๆ ถึงเริ่มได้เปรียบขึ้นในแง่ของความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวหรือร่วมมือกัน กลายเป็นการเติมเต็มช่องว่าง อุดข้อด้อยที่สู้สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ไม่ได้</p>



<p>“เมื่อพวกเราได้รวมตัวกันทำงานหนังสือแบบ BBF ขึ้นมามันก็ช่วยแก้ปัญหาหรือซัพพอร์ตสิ่งที่สำนักพิมพ์เล็กๆ ขาดหายไป อย่างปกติเราอาจไม่มีโอกาสหรือทุนในการลองทำโปรเจกต์แบบนี้ แต่พอ 5 สำนักพิมพ์มาร่วมกันก็พอเห็นหนทางว่าทำได้ มีคนมาช่วยจัดการแบ่งเบาภาระที่ปกติต้องแบกรับคนเดียวออกไป แล้วเราก็ไปทำสิ่งที่ถนัดอย่างการทำคอนเทนต์ เราคิดว่าการรวมกลุ่มแบบนี้จะช่วยให้สำนักพิมพ์เล็กๆ มีที่ทางในตลาดหนังสืออย่างชัดเจนมากขึ้น และเป็นการแสดงการต่อรองอย่างหนึ่งในวงการหนังสือด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-683x1024.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139416" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อให้คนไทยเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น</strong></h3>



<p><strong></strong>แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่แวดวงสิ่งพิมพ์ไทยทำหนังสือราคาประหยัดออกมา แต่เซตวรรณกรรมที่เกิดขึ้นใน BBF 2021 นี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการทดลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในสังคมการอ่านไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนพูดกันว่าสิ่งพิมพ์ตายแล้ว&nbsp;</p>



<p>ในฐานะที่เคยทำงานร้านหนังสือและปัจจุบันทำงานด้านโรงพิมพ์ มีนาปรารถนาว่าโปรเจกต์ชุดวรรณกรรมราคาประหยัดนี้จะทำให้คนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น มีประชากรคนอ่านมากขึ้น ส่งผลไปถึงการเติบโตของคนทำงานสิ่งพิมพ์ในทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันจ๊อกก็คาดหวังว่าเมื่อราคาหนังสือถูกลง คนไทยจะเปลี่ยนความคิด ไม่มองหนังสือเป็นของสูงต้องบูชาอีกต่อไป อ่านจบที่ไหนก็ทิ้งไว้ให้คนอื่นอ่านต่อได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139395" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ส่วนอรรถที่เคยอยู่ประเทศญี่ปุ่นมานานก็ยกตัวอย่างถึงสถานีรถไฟของที่นั่นที่มีตู้หนังสือให้คนเอาหนังสืออ่านจบแล้วมาวางเพื่อให้คนที่ต้องเดินทางไกลๆ หยิบไปอ่านต่อ โดยเขาคิดว่าถ้าโปรเจกต์นี้ไปได้ดีและทำได้จริงในอนาคต สิ่งที่จ๊อกหวังอาจเกิดขึ้นจริงก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น อรรถยังคิดว่าสังคมการอ่านไทยน่าจะขยายขึ้น เพราะพอคนเข้าถึงหนังสือได้ง่าย อ่านแล้วชอบ ก็จะเกิดความรู้สึกอยากจะซื้อเอดิชั่นที่หนาและสวยขึ้น ซึ่งโยงไปถึงจิตวิญญาณชอบสะสมของคนยุคนี้</p>



<p>“อีกอย่างคือเราอยากเห็นคนทำงานที่ต้องใช้เวลาในการรอเพื่อประกอบอาชีพ เช่น วินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ รปภ. หยิบหนังสือมาอ่านกันมากขึ้น การที่มีหนังสือราคาประหยัดจะช่วยขยายวงการอ่านให้กว้าง ทำให้สังคมการอ่านของไทยแข็งแรง และสุดท้ายมันก็วนกลับมาที่วงการหนังสือ เมื่อฐานคนอ่านมากขึ้น ยอดซื้อเพิ่ม หนังสือจะพิมพ์ได้เยอะ ราคาหนังสือก็ถูกลง มันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ถึงสิ่งที่เราทำจะเป็นโปรเจกต์เล็กๆ แต่ก็น่าจะสร้างอิมแพกต์ให้สังคมการอ่านไทยได้ใหญ่เหมือนกัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139390" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ประเด็นคือขอให้อ่าน จะชอบไม่ชอบค่อยว่ากัน แต่อยากให้บอกว่ารู้สึกอย่างนี้เพราะอะไร แค่นี้คนทำหนังสือก็ฟินแล้ว โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะมันจะทำให้พวกเขาคัดสรรสิ่งที่อยากจะอ่านต่อไปในอนาคต และจะค้นหาต่อยอดไปเรื่อยๆ”</p>



<p>“พูดง่ายๆ ว่าโปรเจกต์นี้เหมือนเป็นการทดลองให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง” หน่อยเห็นด้วยกับพันธมิตรสำนักพิมพ์ของเธอก่อนทิ้งท้าย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-1024x683.jpg" alt="วรรณกรรม" class="wp-image-139387" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><span style="display: none;">วรรณกรรม</span><br>
<span style="display: none;">วรรณกรรม</span></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bbf-low-price-special-book-set/">ชุดวรรณกรรมราคาประหยัด โปรเจกต์จาก BBF 2021 ที่อยากให้คนไทยได้อ่านวรรณกรรมถูกและดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
