<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Interview &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/interview/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/interview/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 May 2023 14:59:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>&#8216;อย่าเอาความเจ็บปวดของเราไปตัดสินความเจ็บปวดของคนอื่น&#8217; การเติบโตในวันที่ไม่เด็กเกินไปของ Three Man Down</title>
		<link>https://adaymagazine.com/three-man-down-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 07:53:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ThreeManDown]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเกินไป]]></category>
		<category><![CDATA[GeneLab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166845</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ถ้าเปรียบ Three Man Down เป็นเกม พวกเราเพิ่งเจอบอสตัวแรก’&#160; นี่คือประโยคที่อธิบายการเดินทางของวงดนตรีป็อปร็อกที่เล่นเกมเป็นงานหลัก เล่นคอนเสิร์ตเป็นงานรองได้ดีที่สุด a day มีโอกาสได้คุยกับ Three Man Down ไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันมีสมาชิก 4 คนด้วยกัน กิต–กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (นักร้องนำ), ตูน–พีรพล เอี่ยมจำรัส (กีตาร์), เต–เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค (กลอง) และ เส็ง–วิศรุต ปฐมสิริไพศาล (ซินธิไซเซอร์)&#160; ถ้านับเวลาในการเป็นเพื่อนร่วมวงตอนนี้ เป็นเวลากว่า 11 ปีแล้วที่ Three Man Down ใช้ชีวิตบนเส้นทางดนตรีที่ประกอบไปด้วยความผิดหวังและความสมหวังมาด้วยกัน ผ่านการเติบโตมาหลายต่อหลายครั้ง จากวงดนตรีของเด็กมหาวิทยาลัยสู่เวทีประกวดมากมาย จนในที่สุดก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวในค่าย Gene Lab พวกเขาค่อยๆ สร้างตัวตนด้วยการทำเพลงและการเขียนเนื้อร้อง ทั้งหมดล้วนเป็นความตั้งใจที่อยากสื่อสารความเป็นตัวเอง บวกกับประสบการณ์ที่มีแต่มากขึ้น ทำให้การถ่ายทอดความเป็นพวกเขายิ่งเด่นชัดมากขึ้นตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ยังมั่นคงอยู่ในตัวพวกเขาคือมิตรภาพและความผูกพัน ในแง่ของวาระ &#8216;เด็กเกินไป&#8217; คือเพลงช้าเพลงแรกในอัลบั้มที่สองของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/three-man-down-2/">&#8216;อย่าเอาความเจ็บปวดของเราไปตัดสินความเจ็บปวดของคนอื่น&#8217; การเติบโตในวันที่ไม่เด็กเกินไปของ Three Man Down</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ถ้าเปรียบ Three Man Down เป็นเกม พวกเราเพิ่งเจอบอสตัวแรก’&nbsp;</p>



<p>นี่คือประโยคที่อธิบายการเดินทางของวงดนตรีป็อปร็อกที่เล่นเกมเป็นงานหลัก เล่นคอนเสิร์ตเป็นงานรองได้ดีที่สุด</p>



<p>a day มีโอกาสได้คุยกับ Three Man Down ไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน ปัจจุบันมีสมาชิก 4 คนด้วยกัน กิต–กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (นักร้องนำ), ตูน–พีรพล เอี่ยมจำรัส (กีตาร์), เต–เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค (กลอง) และ เส็ง–วิศรุต ปฐมสิริไพศาล (ซินธิไซเซอร์)&nbsp;</p>



<p>ถ้านับเวลาในการเป็นเพื่อนร่วมวงตอนนี้ เป็นเวลากว่า 11 ปีแล้วที่ Three Man Down ใช้ชีวิตบนเส้นทางดนตรีที่ประกอบไปด้วยความผิดหวังและความสมหวังมาด้วยกัน ผ่านการเติบโตมาหลายต่อหลายครั้ง</p>



<p>จากวงดนตรีของเด็กมหาวิทยาลัยสู่เวทีประกวดมากมาย จนในที่สุดก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวในค่าย Gene Lab พวกเขาค่อยๆ สร้างตัวตนด้วยการทำเพลงและการเขียนเนื้อร้อง ทั้งหมดล้วนเป็นความตั้งใจที่อยากสื่อสารความเป็นตัวเอง บวกกับประสบการณ์ที่มีแต่มากขึ้น ทำให้การถ่ายทอดความเป็นพวกเขายิ่งเด่นชัดมากขึ้นตามกาลเวลา</p>



<p>แต่สิ่งที่ยังมั่นคงอยู่ในตัวพวกเขาคือมิตรภาพและความผูกพัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เด็กเกินไป - Three Man Down |Official MV|" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/SCaVrRWSGic?start=2&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ในแง่ของวาระ &#8216;เด็กเกินไป&#8217; คือเพลงช้าเพลงแรกในอัลบั้มที่สองของ Three Man Down หลังจากที่วงปล่อยเพลงเร็วและดุเดือดออกมาให้เป็นที่รู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้วอย่าง &#8216;ปล่อยให้เวลา&#8217; &#8216;น้อง&#8217; และ &#8216;ไหนบอกเลิกแล้ว&#8217; โดย &#8216;เด็กเกินไป&#8217; คว้ายอดผู้ชม 3 ล้านกว่าวิว หลังเพิ่งปล่อยเพลงออกมาได้ไม่นาน</p>



<p>แต่ในแง่การเติบโต &#8216;เด็กเกินไป&#8217; ได้พาผู้ฟังย้อนความทรงจำไปในตอนเด็กในวันที่เรายังไม่โตพอจะเข้าใจเรื่องต่างๆ ในชีวิต พวกเขาเขียนเพลงนี้ขึ้นจากประสบการณ์ของตัวเอง ผสมกับความรู้สึกที่มีทั้งผู้ใหญ่และเด็กในทุกๆ วินาที&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่เราตั้งใจชวน Three Man Down คุยในวันนี้ ในแง่ของตัวตนและการเติบโต รวมไปถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกทำแบบที่ทำอยู่ทุกวันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166881" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C07-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คำถามแรกไม่ถามไม่ได้ ชีวิตนี้ขาดเกมได้ไหม</strong></h4>



<p>กิต: ตายยยยยย เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่เล่นเกมผมขอไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ดีกว่า การดำรงชีวิตของผมแม่งคือการเล่นเกม ผมเคยคิดว่าสักช่วงชีวิตหนึ่งผมไม่เล่นเกมก็คงอยู่ได้ ล่าสุดแขนหักเล่นเกมไม่ได้ ผมตาย ตอนนี้ผมเพิ่งเกิดใหม่ (หัวเราะ)</p>



<p>เต: ถ้าไม่เล่นเกมก็ดูคลิปเกม หาข้อมูลเกี่ยวกับเกม&nbsp;</p>



<p>เส็ง: แต่ก็จะไม่มีความสุขเท่าเล่นเกมนะ เล่นเกมมีความสุขกว่า</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วถ้าไม่เล่นเกม พวกคุณทำอะไร</strong></h4>



<p>เต: ถ้าไม่เล่นเกม เชี่ยเอ้ย คือมันไม่มี</p>



<p>กิต: มืดแปดด้าน ขนาดเมื่อกี้มึงยังชวนกูขึ้นเกมใหม่อยู่เลย (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกยังไงกับที่บางคนพูดว่า ‘โตแล้วนะ ยังเล่นเกมอยู่อีกเหรอ’&nbsp;</strong></h4>



<p>เต: คุณจะรู้ได้ไงว่าคุณโตแล้วในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง วันนี้ผมเป็นนักดนตรี อาจจะเป็นผู้ใหญ่ในวงการดนตรีแล้ว แต่วงการเกม ทำอาหาร หรือวาดรูปผมอาจจะเป็นเด็กก็ได้&nbsp;</p>



<p>เส็ง: ไม่อยากให้มองว่าอันนี้คือเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่อายุน้อยกว่าเราก็อาจจะเล่นเกมเก่งกว่าก็ได้ อันนี้เรียกว่าเป็นผู้ใหญ่สำหรับเราเหรอ เราเป็นเด็กนะถ้าเราเข้าวงการนั้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ไหนๆ เพลงใหม่ของ Three Man Down ก็พูดถึง ‘เด็กเกินไป’ คำนี้ในความหมายของพวกคุณคืออะไร</strong></h4>



<p>เต: คำว่า ‘เด็กเกินไป’ ในเพลงมันอาจจะหมายถึงความรักหรือช่วงอายุ แต่จริงๆ แล้วการเป็นเด็กมันไม่ได้หมายถึงอายุ มันอาจจะหมายถึงวุฒิภาวะหรือประสบการณ์ที่เรามีไม่เท่ากัน ถ้าประสบการณ์คุณมากกว่าผม แต่คุณอายุน้อยกว่าผม นั่นผมจะบอกว่าคุณเด็กเกินไปไม่ได้นะ</p>



<p>กิต: เรื่องนี้มันต่อยอดไปสู่คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน แล้วก็ต่อยอดไปสู่การดูแลบ้านเมืองหรือสังคมที่คนมองว่าไม่ควรให้เด็กขึ้นมาเกี่ยวข้อง&nbsp;</p>



<p>เส็ง: ผมมองว่ามีแค่ประเทศนี้รึเปล่าวะที่ใช้คำๆ นี้&nbsp;</p>



<p>กิต: ใช่ เพราะว่าในต่างประเทศบางครั้งมันจะมี TED talks ให้เด็กขึ้นไปพูดในเรื่องสิทธิเสรีภาพของเด็กด้วยซ้ำ แล้วผู้ใหญ่ควรจะฟังว่าเด็กเขาก็มีวิธีคิด หนึ่ง เราควรจะไม่ไป jugde ว่าคุณแม่งเป็นเด็กไร้สาระ ไม่ฟัง&nbsp;</p>



<p>เต: ซึ่งในวันที่เด็กคนนั้นพูด คุณอาจจะลืมไปแล้วก็ได้นะว่าตอนที่คุณเป็นเด็ก คุณก็อาจจะคิดแบบนี้ ความเป็นเด็กในตัวคุณมันได้หายไปแล้ว แต่คุณกลับไปบอกว่าเด็กคนนั้นว่ามันยังเด็กเกินไป เด็กคนนี้แม่งไม่เข้าใจหรอกว่าผู้ใหญ่คิดอะไร แต่ผู้ใหญ่คนนั้นก็ไม่มีทางเข้าใจว่าเด็กคิดอะไรเหมือนกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166862" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้แตกต่างจากเพลงอื่นๆ ที่เคยทำยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>ตูน: อัลบั้มนี้เราพยายามจะพูดถึงเรื่องที่มันไม่ค่อยมีคนพูดถึง คอนเซ็ปต์คือเราจะทำทุกอย่างที่เราไม่เคยทำ ซึ่งเพลงนี้ผมก็จะพูดถึงคำที่เรามักจะได้ยินบ่อยๆ ตั้งแต่เด็กคือ ‘เดี๋ยวโตขึ้นไปก็เข้าใจเองแหละ’ คำๆ นี้มันติดอยู่ในใจผมมานานแล้ว แล้วผมก็รู้สึกว่ามันเป็นพอยต์ที่น่าสนใจที่จะเอามาแตกประเด็นเป็นเพลงได้&nbsp;</p>



<p>กิต: ตอนแรกมันก็คล้ายๆ เพลงที่พูดถึงความรักครั้งแรกที่มันเจ็บปวด ทุกคนมันก็ต้องเคยมีรักครั้งแรกที่ไม่ได้สวยงาม รักครั้งแรกมันยากมากที่จะเป็นรักครั้งสุดท้าย ซึ่งมันก็อาจจะเป็นความรักที่ดูเด็กๆ แต่ว่าด้วยตัวเอ็มวีมันก็เข้ามาขยายเพลงให้มันโตขึ้นด้วยการพูดถึงครอบครัว</p>



<p>เต: จริงๆ แล้วรักครั้งแรกของคนเราคือครอบครัว การที่เรารักครอบครัวมาถึงในช่วงอายุหนึ่ง เราก็ไม่ได้แฮปปี้ขนาดนั้น ในครอบครัวเราก็มีอาจจะมีปัญหามากมายเกิดขึ้น ตัวเอ็มวีมันอธิบายว่าจริงๆ แล้วครอบครัวมันก็สามารถทำให้เราเจ็บปวดได้เหมือนกัน เหมือนที่ครอบครัวบอกเราว่าเรื่องของผู้ใหญ่โตแล้วจะเข้าใจ</p>



<p>เส็ง: ผมชอบที่ผู้กำกับเขาตีความว่าไม่มีสิ่งไหนที่เราจะรู้ไปซะทุกเรื่อง สมมติว่าเราอายุ 20 ก็อาจจะไม่รู้ในหลายๆ เรื่อง พอเราอายุ 80 ก็มีเรื่องที่เราไม่สามารถรู้ได้อีก ในหนึ่งชีวิตคนมันจะมีเรื่องที่เราไม่รู้ไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่เราจะโตไปแล้วสามารถเข้าใจได้ทุกอย่าง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คิดยังไงกับประโยคที่บอกว่า ‘เพราะเป็นวัยรุ่นถึงเจ็บปวด’&nbsp;</strong></h4>



<p>กิต: ผมมองว่าวัยรุ่นมันเป็นแค่ช่วงที่มีโอกาสเจ็บปวดอย่างเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนมากที่สุดแค่นั้นเอง แล้วความเจ็บปวดที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดในวัยรุ่นแม่งคือความรัก ช่วงนี้มันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสเยอะเพราะมันเป็นช่วงค้นหา พอเรายิ่งค้นหาเยอะโอกาสเสี่ยงก็ยิ่งเยอะ มันก็เลยดูเป็นช่วงที่เจ็บปวดเยอะจัง</p>



<p>แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกช่วงอายุมีความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเสมอ เมื่อคุณโตไปมีครอบครัว วันหนึ่งเราอาจจะต้องลาจากกัน ความเจ็บปวดที่จะสูญเสียโอกาสมันน้อยกว่าแต่แม่งก็เจ็บปวดเหมือนกัน การตายของคนมันอาจจะเกิดขึ้นได้ยากกว่าอกหักแค่นั้นเอง </p>



<p>ซึ่งตอนที่ปล่อย teaser มีคอมเมนต์หนึ่งน่าสนใจมาก เขาพยายามจะบอกว่าการที่คุณตั้งชื่อเพลงว่าเด็กเกินไป เพราะพวกคุณแม่งยังเด็กเกินไปจริงๆ รักครั้งแรกแม่งไม่เจ็บหรอก รักครั้งสุดท้ายเจ็บกว่า ซึ่งผมมองว่าความเจ็บปวดแม่งไม่มีดีกรีบอก ตอนเด็กต่อให้เป็นเรื่องเล็กๆ แต่แม่งก็เจ็บปวด ตอนนี้ให้ย้อนกลับไปตอนนั้นคุณก็ยังจะเจ็บปวดเหมือนเดิม</p>



<p>สมมติว่าคุณอายุ 30 แล้วมองว่า เห้ย ตอนนั้นไม่เห็นเจ็บเลย ผมว่าคนละเรื่องกัน เด็กๆ เขาอาจจะมองว่าที่คุณเครียดเรื่องงานแม่งไม่เห็นเครียดก็ได้ ผมเลยมองว่าเรื่องนี้มันอยู่ที่ personal ล้วนๆ เราไม่สามารถไป judge ใครได้ว่าอกหักแค่นี้เอง ธรรมดา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เราไม่มีทางเข้าใจ เพราะฉะนั้นแล้วเราอย่าเอาความเจ็บปวดของเราไปตัดสินความเจ็บปวดของคนอื่น </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166863" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าช่วงไหนของวงที่เข้าใกล้คำว่า ‘เด็กเกินไป’ ที่สุด</strong></h4>



<p>เต: ช่วงที่ผมอยากมีเงินร้อยล้าน แล้วผมก็รู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก (หัวเราะ)</p>



<p>กิต: เอาจริงๆ ทุกช่วงมันมีคำนี้ recall มาในชีวิตเสมอเลย มันมักจะมาตอนที่เรารู้สึกไม่เข้าใจ suffer ในบริบทหนึ่งของชีวิต ช่วงที่วงไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร มันจะรู้สึกว่าเรารู้น้อยไป เราไม่เก่ง&nbsp;</p>



<p>มันจะมีช่วงที่วงอยากจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งโดยที่ไม่ได้อยากจะเข้าใจหรือสนใจคนรอบตัวเลย เราไม่ได้เข้าใจการทำงาน ไม่ได้เข้าใจห่าอะไรเลย ผมอยากทำแบบนี้ทำไมพี่ไม่ทำให้ผมวะ ผมอยากได้เวทีแบบใหญ่ ผมอยากมีคอสตูมแบบเท่ ผมอยากดังอะพี่ ในเชิงบริบทสังคมผมว่าอันนี้อะเด็ก ช่วงที่เข้า Gene Lab ใหม่ๆ คิดว่าเรามาอยู่ในองค์ระดับมหาชน เขาจะต้องทำให้เราทุกอย่าง แต่ไม่ใช่</p>



<p>เต: คือในตัวเราทุกวันนี้มันมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กในทุกๆ วินาที ตอนนี้ผมตอบด้วยความเป็นผู้ใหญ่ แต่เดี๋ยวจบสัมภาษณ์นี้ผมไปเล่นเกม ผมก็รู้สึกว่าผมเป็นเด็กอยู่ ทุกๆ หนึ่งวันจะมีความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ผสมกัน ปนกันจนมันแยกยาก</p>



<p>กิต: มันยากแยก</p>



<p>เต: รักเธอเป็นคนแรก ถ้าจะแยกมันคงยาก (หัวเราะ) เห็นไหม เมื่อกี้ผู้ใหญ่ ตอนนี้เด็กแล้ว ดังนั้นถ้าถามช่วงไหนที่เด็กที่สุด ผมว่ามันตอบยาก เพราะมันคือทุกช่วงขณะที่ผมหลุดไปเป็นเด็ก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตอนเด็กมีความทรงจำอะไรบ้างที่เราไม่เคยเข้าใจ พอโตขึ้นถึงเข้าใจ</strong></h4>



<p>เต: ตอนเด็กผมไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ไม่ซื้อแตงโมให้ อาจจะกลัวเม็ดติดคอ ผมยังจำได้เลยว่าผมไปมุดอยู่ใต้โต๊ะริมชายหาดพัทยาแล้วก็ร้องไห้เอาหัวโขกโต๊ะ เพราะแม่ไม่ยอมซื้อแตงโมให้กิน&nbsp;</p>



<p>กิต: ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อก่อนผมต้องทะเลาะกับพี่ชายเรื่องเล่นคอม แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะมันมีคอมเครื่องเดียว (หัวเราะ)</p>



<p>เส็ง: ผมไม่เข้าใจตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ว่าทำไมเวลาเราเดินเตะโต๊ะเนี่ยมันต้องเป็นนิ้วก้อยเสมอเลย ทั้งๆ ที่นิ้วโป้งมันยาวที่สุด แล้วนิ้วโป้งก็ใหญ่กว่านิ้วก้อยด้วย&nbsp;</p>



<p>ตูน: ผมไม่เข้าใจเรื่องวัฒนธรรม ไปโรงเรียนทำไมต้องใส่ชุดที่มันเรียบร้อย ทำไมไม่ใส่ชุดสบายๆ เพราะไปทีไรแม่งร้อนทุกที ผมเป็นคนขี้ร้อนมาก แล้วเวลาต้องใส่ชุดลูกเสือแล้วผมต้องแอบเอาชุดไปเปลี่ยน ตอนเช้าเข้าแถวใส่ชุดลูกเสือ สักพักค่อยเอาชุดพละมาใส่&nbsp;</p>



<p>กิต: ตอนตัดผมก็เหมือนกัน ทำไมตอนตัดผมอาจารย์ต้องบอกว่า เดี๋ยวเธอโตไปเธอก็เข้าใจเองว่าทำไมนักเรียนต้องตัดผม ทุกวันนี้กูยังไม่เข้าใจเลย (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166942" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ช่วงที่รวมตัวกันครั้งแรกสมัยมหาวิทยาลัย มองย้อนกลับไปตอนนั้นคิดว่าตัวเองโตแล้วหรือยัง</strong></h4>



<p>กิต: ในช่วงอายุเท่านั้นผมเป็นคนที่มีทัศนคติหรือเป็นคนมีที่อีโก้ ผมก็คงคิดว่าตัวเองโตแล้ว เข้ามหาลัยแล้ว เก่งกล้ามากขึ้นระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้พวกเราได้รีแคปชีวิตกันใหม่ตอนทำอัลบั้มที่สอง เรารู้สึกว่าในความเป็นจริงเราจะไม่บอกหรอกว่าเราโตแล้ว เราอยากจะบอกแค่ว่าตอนนี้เราคิดอะไร เพราะคำว่าเด็กไปหรือโตไปผมว่ามัน jugde ไปหน่อย ผมจะไม่พูดว่าผมโตแล้วนะ ผมจะบอกแค่ว่าตอนนี้ผมอายุเท่านี้อยากพูดเรื่องนี้ แต่ถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นผมเดาว่าตัวเองน่าจะยังคิดไม่ได้ถึงขนาดนี้</p>



<p>ตูน: ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองเด็ก ตอนนี้ก็ยังเด็กอยู่ ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองโตเลย ผมรู้สึกว่าจะเด็กจะโตมันก็ใช้ชีวิตได้เหมือนกัน ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยโฟกัสเรื่องอายุหรือเรื่องความรับผิดชอบอะไรเท่าไหร่ ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดเหมือนเดิม</p>



<p>เส็ง: เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ปัญญาอ่อนเหมือนเดิม เล่นเกมเหมือนเดิม เราก็เลยไม่รู้ว่าอันนี้เรียกว่าเราโตแล้วหรือยัง แต่เอาจริงๆ แล้ว สังคมเราไม่น่าจะมองการโตเป็นเรื่องของอายุ เพราะบางคนที่อาจจะเด็กกว่าเรา เขาอาจจะมีความคิดในเชิงพัฒนามากกว่าเราก็ได้ อย่างเด็กรุ่นใหม่ที่เรารู้สึกว่าทำไมตอนเราอายุเท่าเขา เราแม่งไม่ได้เก่งเหมือนเขาในตอนนี้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนั้นคิดไหมว่าวันหนึ่งเราจะเป็น Three Man Down แบบทุกวันนี้</strong></h4>



<p>เต: ถ้าวันนั้นเราคิดว่าเราอยากเป็น Three Man Down แบบทุกวันนี้เราคงไม่ได้เป็น วันนี้จะไม่มี Three Man Down แน่นอน เราคงรู้สึกว่าแม่งยากว่ะ ถ้าผมรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่า 6-7 ปีกว่าจะมีคนรู้จักนะเว้ย ผมเลิกไปแล้ว ผมไปเตะบอลดีกว่า (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นผมคิดว่า ไม่ว่าจะทำอะไรมันคือการที่เราทำซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ จนมันตกผลึก แล้ววันหนึ่งคนจะเข้ามารู้จักเรา ผมตอบไม่ได้ว่าทั้งหมดเกิดขึ้นจากตัวเราเอง มันอาจจะเป็นเรื่องของโชคชะตาด้วย อาจจะเกิดขึ้นจากอะไรหลายๆ อย่าง&nbsp;</p>



<p>กิต: โควิด ยูทูบ อัลกอรึทึมเอ๋อ รันเพลงฝนตกไหมให้คนทั้งประเทศ อาจจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งเปิดวิทยุมีดีเจเปิดเพลงฝนตกไหมพอดี แล้วคนที่กินก๋วยเตี๋ยวอยู่เป็นนักฟังเพลงระดับโลก เอาไปแชร์ต่อในเฟสบุ๊ก เต๋อ นวพล เข้ามาเห็นกดแชร์ แล้วป๋าเต็ดเข้ามาดูก็ได้ (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ช่วงแรกเริ่มมีความฝันไหมว่าอยากไปถึงจุดไหน</strong></h4>



<p>กิต: โอ้โห ดาวอังคาร ไปเล่นดนตรีให้เอเลี่ยนดู (หัวเราะ) ไม่ใช่! ความฝันที่อยากทำมากที่สุดในระยะสั้น คือผมอยากไปร้องเพลงหน้าอาจารย์ปกครอง</p>



<p>เต: ถ้าเป็นตอนนี้เราอยากจัดคอนเสิร์ตใหญ่ให้ดี อยากมีอัลบั้มที่สองที่ดี ส่วนความฝันระยะสั้นของเราเหมือนกัน คือผมอยากกลับไปเล่นที่โรงเรียนตัวเอง ราชวินิตบางแก้ว แล้วบอกอาจารย์พวกนั้นว่า ผมคือ Three Man Down ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก บ๊ายบาย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พูดถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ Three Man Down เคยจินตนาการไว้ไหมว่าอยากให้เป็นแบบไหน</strong></h4>



<p>กิต: ถ้าในหัวเลยนะ ผมอยากจัดคอนเสิร์ตที่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่สื่อสารได้ตรงกับเพลงมากที่สุด มีการควบคุม environment ตามในแบบที่วงต้องการมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วเป็นการบอกว่านี่ไม่ใช่จุดจบของวง นี่คือจุดเริ่มต้นของ Three Man Down นี่คือ EP. 1 ด้วยซ้ำ รอดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น สรุปโดนตัดงบอีพีแรก จบเลย (หัวเราะ)</p>



<p>เต: ผมรู้สึกว่ามันเป็น EP. 1 แต่ไม่ใช่ซีซัน ถ้าเปรียบ Three Man Down เป็นเกม พวกเราเพิ่งเจอบอสตัวแรก ถ้าเราปราบบอสตัวแรกได้ บอสตัวที่สองจะเป็นยังไงก็ต้องรอดู</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166870" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>กว่าจะกลายเป็นศิลปินทุกวันนี้ ระหว่างทางพวกคุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง</strong></h4>



<p>เต: ผมมองว่ามันคิดเส้นทางที่เราอยากจะรู้ว่ารสชาติมันคืออะไร มันคิดเส้นทางทางดนตรีที่เราอยากจะเล่นดนตรีให้กับคนฟัง มันก็มีทั้งความผิดหวัง ความสมหวังในเส้นทางนั้น เส้นทางที่เราเดินมันไม่ได้ดีหรือว่ามีคุณค่ามากกว่าเส้นทางอื่น คนที่เป็นเชฟก็จะมีเส้นทางของเชฟ เพียงแต่ของผมเป็นนักดนตรี ซึ่งเส้นทางที่ผ่านมาทำให้เราทำเพลงได้แบบวันนี้ เล่นดนตรีได้แบบวันนี้ แล้วมานั่งตอบคำถามสัมภาษณ์อยู่ในวันนี้ เส้นทางเหล่านั้นมันได้ shape up ให้กับวง Three Man Down แล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สมมติว่าบทสัมภาษณ์นี้คือบันทึกความทรงจำของ เต เส็ง กิต ตูน ในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า จะบอกพวกเขาว่าอะไร</strong></h4>



<p>เต: ผมไม่รู้ว่าคุณเตอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าจะเป็นคนแบบไหน แต่ว่าคุณจงดีใจที่วันนี้คุณเป็นคนแบบนี้แล้วภูมิใจกับตัวเองซะ แล้วก็ยินดีกับทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมมองว่าคุณในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า คุณคงมีความท้าทายใหม่ หวังว่าคุณจะเอ็นจอยกับมันเหมือนที่ทุกวันนี้ผมเอ็นจอยกับสิ่งนี้</p>



<p>เส็ง: ผมอยากจะบอกเส็งในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้าว่าให้ดีใจแล้วก็ภูมิใจซะเถอะที่มีเพื่อนดีๆ มีคนดีๆ อยู่รอบตัวเรา ให้รักษาเขาไว้ให้ดีๆ แล้วก็ให้ตั้งใจทำในสิ่งที่กำลังจะทำอยู่ให้มากๆ&nbsp;</p>



<p>กิต: อีก 10 ปี ข้างหน้าไม่รู้ว่าเป็นคนแบบไหน แต่ตอนนี้นายก็น่าจะมีอะไรที่ผิดหวัง สมหวัง เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเกิดว่าตอนนั้นมันดีกว่าตอนนี้ก็ยินดีด้วย แต่ถ้าตอนนั้นมันแย่กว่าตอนนี้ก็ขออนุญาตส่งมอบกำลังใจ พลังงานเชื้อเพลิงจากวัยนี้ส่งต่อไป แล้วก็สิ่งใดที่อยากจะรักษาไว้ในชีวิตขอให้รักษาไว้ได้ และสิ่งใดที่อยากจะทำให้มันดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ครอบครัว การเงิน การงานก็ขอให้ได้ทำตามเป้าหมาย</p>



<p>ตูน: ฝากถึงตูนในอีก 10 ปี ข้างหน้า หวังว่าตูนจะถูกลอตเตอรี่ได้แล้ว เพราะว่าตอนนี้ตูนซื้อลอตเตอรี่แบบ DCA ประมาณครึ่งปีแล้ว หวังว่าตูนใน 10 ปี ข้างหน้าต้องถูกแน่นอน เพราะว่าการ DCA อย่างสม่ำเสมอเนี่ยมันจะต้องเกิดผลกำไรที่งอกงาม ถ้าไม่ถูกก็ซื้อต่อไป อยากรู้ว่าซื้อไปจนตายมันจะถูกไหม (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166941" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/three-man-down-2/">&#8216;อย่าเอาความเจ็บปวดของเราไปตัดสินความเจ็บปวดของคนอื่น&#8217; การเติบโตในวันที่ไม่เด็กเกินไปของ Three Man Down</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบบเรียนแห่งความทรงจำและปณิธานแห่งความเป็นครูของรัชนี ศรีไพรวรรณ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-day-mana-manee-ratchanee-sripriwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 May 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[The Conversation]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166494</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทเกริ่นนำ&#160; ต่อไปนี้คือภาพที่เกิดจากความทรงจำห้วงหนึ่งในพ.ศ. 2521&#8230;&#160;วันแรกของการเปิดภาคเรียนปีการศึกษาใหม่&#160;แดดยามเช้าส่องสว่างสดใส&#160;เด็กนักเรียนทั่วประเทศเดินกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนหลังจากปิดเทอมใหญ่มานานเดือน&#160;เช้าวันนั้นเด็กชาย-หญิงหลายคนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ได้พบกับเพื่อนร่วมห้อง&#160;บ้างกำลังพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ย้ายมาจากอีกโรงเรียน&#160;เด็กเล็กในชั้นอนุบาลหลายคนร้องไห้โยเยเพราะยังไม่คุ้นชินกับสิ่งแวดล้อมที่ต่างไปจากบ้าน&#160;และสำหรับเด็กชั้นประถมหนึ่งแล้ว&#160;มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขากำลังจะได้เริ่มทำความรู้จัก&#160;และอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ในเวลาต่อมา สิ่งนั้นจะกลายเป็นความประทับใจ&#160;ที่วางตัวอยู่ในความทรงจําของพวกเขาเนิ่นนาน&#8230;ไม่เสื่อมคลาย&#160; บทที่หนึ่ง&#160;การพบกันของคนสองวัย ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2543&#160; จากการนัดหมายทางโทรศัพท์ที่เป็นไปอย่างง่ายดายเกินกว่าที่คิดไว้ ฉัน กับ ‘เจตน์’ และ ‘เพ็ญ’ เพื่อนชาย-หญิง สองคนก็ได้มาเดินทางมาถึงบ้านหลังน้อยในย่านเตาปูนที่รื่นรมย์ไปด้วยร่มครึ้มของเหล่าพรรณไม้&#160; &#8220;บ้านหายากไหมลูก?” คือประโยคทักทายอันนุ่มนวลที่เอื้อนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาจากสุภาพสตรีวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้าน ทันทีที่พบหน้าเหล่าดรุณผู้มาเยือน&#160; “ไม่ยากค่ะอาจารย์” พวกเรายกมือไหว้แล้วตอบขึ้นพร้อมๆ กัน ความรู้สึกประหม่าจางหายไปทันทีเมื่อได้พบกับความเป็นกันเองของผู้อาวุโส&#160; ในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสมถะ นั่งอยู่เบื้องหน้าพวกเราคือ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ สุภาพสตรีสูงวัย ผู้มีรอยยิ้มแย้มและน้ำเสียงเปี่ยมเมตตาเป็นอาภรณ์งานประดับกาย หลังจากแนะนำตัว และบอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้แล้ว อาจารย์รัชนีก็เริ่มเล่าเรื่องของท่านให้พวกเราฟังบ้าง “ครูเกษียณมาเก้าปีแล้ว ทุกวันนี้ก็เลี้ยงหลานจอมซน แล้วก็เขียนหนังสือให้คุรุสภาบ้าง&#8230;&#8221; ผู้อาวุโสบอกเริ่มเล่าเรียงด้วยรอยยิ้ม โดยใช้คำเรียกแทนตัวเองด้วยอาชีพที่ทำมายาวนานกว่าครึ่งชีวิต ทุกวันนี้ท่านเป็นคุณแม่ของบุตรชายและบุตรสาวสองคน และเป็นคุณยายของหลานชายตัวน้อยที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นป.1&#160; หกสิบเก้าปีคือตัวเลขอายุของอาจารย์รัชนีในวันนี้ ฟังดูแล้วอาจคิดว่ามาก แต่จากที่พวกเราได้สัมผัส อาจารย์รัชนียังคงดูสดชื่นแข็งแรง และมีความทรงจำที่แม่นยำจนน่าทึ่ง สิ่งนี้บ่งชี้ได้จากเรื่องราวหลากหลายที่ท่านกรุณาเล่าให้พวกเราฟังอย่างไม่ตกรายละเอียดตลอดสายจรดบ่ายในวันนั้น&#160; “ตอนเด็กอาจารย์เป็นอย่างไรคะ” เพ็ญเอ่ยถามขึ้น&#160; “ครูเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ตอนครูเกิด คุณพ่อครูอายุสี่สิบปีแล้ว สมัยเป็นนักเรียน ตอนนั้นอยากเรียนศิลปะมาก เพราะเป็นคนชอบวาดรูป แต่คุณพ่อไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-day-mana-manee-ratchanee-sripriwan/">แบบเรียนแห่งความทรงจำและปณิธานแห่งความเป็นครูของรัชนี ศรีไพรวรรณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเกริ่นนำ</strong>&nbsp;</h3>



<p><em>ต่อไปนี้คือภาพที่เกิดจากความทรงจำห้วงหนึ่งในพ.ศ. 2521&#8230;&nbsp;<br>วันแรกของการเปิดภาคเรียนปีการศึกษาใหม่&nbsp;<br>แดดยามเช้าส่องสว่างสดใส&nbsp;<br>เด็กนักเรียนทั่วประเทศเดินกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียนหลังจากปิดเทอมใหญ่มานานเดือน&nbsp;<br>เช้าวันนั้นเด็กชาย-หญิงหลายคนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่ได้พบกับเพื่อนร่วมห้อง&nbsp;<br>บ้างกำลังพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่ย้ายมาจากอีกโรงเรียน&nbsp;<br>เด็กเล็กในชั้นอนุบาลหลายคนร้องไห้โยเยเพราะยังไม่คุ้นชินกับสิ่งแวดล้อมที่ต่างไปจากบ้าน&nbsp;<br>และสำหรับเด็กชั้นประถมหนึ่งแล้ว&nbsp;<br>มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขากำลังจะได้เริ่มทำความรู้จัก&nbsp;<br>และอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ในเวลาต่อมา สิ่งนั้นจะกลายเป็นความประทับใจ&nbsp;<br>ที่วางตัวอยู่ในความทรงจําของพวกเขาเนิ่นนาน&#8230;ไม่เสื่อมคลาย&nbsp;</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>บทที่หนึ่ง&nbsp;</strong><br>การพบกันของคนสองวัย</h2>



<p><strong>ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2543&nbsp;</strong></p>



<p>จากการนัดหมายทางโทรศัพท์ที่เป็นไปอย่างง่ายดายเกินกว่าที่คิดไว้ ฉัน กับ ‘เจตน์’ และ ‘เพ็ญ’ เพื่อนชาย-หญิง สองคนก็ได้มาเดินทางมาถึงบ้านหลังน้อยในย่านเตาปูนที่รื่นรมย์ไปด้วยร่มครึ้มของเหล่าพรรณไม้&nbsp;</p>



<p>&#8220;บ้านหายากไหมลูก?” คือประโยคทักทายอันนุ่มนวลที่เอื้อนเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาจากสุภาพสตรีวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบ้าน ทันทีที่พบหน้าเหล่าดรุณผู้มาเยือน&nbsp;</p>



<p>“ไม่ยากค่ะอาจารย์” พวกเรายกมือไหว้แล้วตอบขึ้นพร้อมๆ กัน ความรู้สึกประหม่าจางหายไปทันทีเมื่อได้พบกับความเป็นกันเองของผู้อาวุโส&nbsp;</p>



<p>ในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสมถะ นั่งอยู่เบื้องหน้าพวกเราคือ อาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ สุภาพสตรีสูงวัย ผู้มีรอยยิ้มแย้มและน้ำเสียงเปี่ยมเมตตาเป็นอาภรณ์งานประดับกาย หลังจากแนะนำตัว และบอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้แล้ว อาจารย์รัชนีก็เริ่มเล่าเรื่องของท่านให้พวกเราฟังบ้าง</p>



<p>“ครูเกษียณมาเก้าปีแล้ว ทุกวันนี้ก็เลี้ยงหลานจอมซน แล้วก็เขียนหนังสือให้คุรุสภาบ้าง&#8230;&#8221; ผู้อาวุโสบอกเริ่มเล่าเรียงด้วยรอยยิ้ม โดยใช้คำเรียกแทนตัวเองด้วยอาชีพที่ทำมายาวนานกว่าครึ่งชีวิต ทุกวันนี้ท่านเป็นคุณแม่ของบุตรชายและบุตรสาวสองคน และเป็นคุณยายของหลานชายตัวน้อยที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นป.1&nbsp;</p>



<p>หกสิบเก้าปีคือตัวเลขอายุของอาจารย์รัชนีในวันนี้ ฟังดูแล้วอาจคิดว่ามาก แต่จากที่พวกเราได้สัมผัส อาจารย์รัชนียังคงดูสดชื่นแข็งแรง และมีความทรงจำที่แม่นยำจนน่าทึ่ง สิ่งนี้บ่งชี้ได้จากเรื่องราวหลากหลายที่ท่านกรุณาเล่าให้พวกเราฟังอย่างไม่ตกรายละเอียดตลอดสายจรดบ่ายในวันนั้น&nbsp;</p>



<p>“ตอนเด็กอาจารย์เป็นอย่างไรคะ” เพ็ญเอ่ยถามขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ครูเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ตอนครูเกิด คุณพ่อครูอายุสี่สิบปีแล้ว สมัยเป็นนักเรียน ตอนนั้นอยากเรียนศิลปะมาก เพราะเป็นคนชอบวาดรูป แต่คุณพ่อไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ท่านอยากให้เป็นครู ก็ตามใจท่าน เพราะการเป็นครูก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ฝังใจมาตั้งแต่เป็นเด็ก สุดท้ายก็เลือกเรียนครู และได้ทำงานเป็นครูอย่างที่คุณพ่อหวังและตั้งใจ”&nbsp;</p>



<p>เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงมิพักต้องสงสัยว่า อาจารย์รัชนีจะภาคภูมิใจในสถานภาพผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาที่ท่านสวมบทบาทอยู่เพียงใด ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ท่านผ่านการสอนนักเรียนนักศึกษามาแล้วทุกระดับชั้นไล่ตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงขั้นอุดมศึกษา&nbsp;</p>



<p>ทว่านอกจากความเป็น ‘ครู’ ของนักเรียนหลายสิบรุ่น นับเป็นจํานวนก็คงรวมได้หลายพันหลายหมื่นคนแล้ว อีกสิ่งพิเศษสิ่งหนึ่งซึ่งอาจารย์รัชนีได้สรรค์สร้างขึ้น และคงเรียกได้ไม่ผิดว่า สิ่งนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวประทับใจในวัยเยาว์ซึ่งฝังตัวอย่างสุขสงบอยู่ในความทรงจำของคนหนุ่มสาวทั่วประเทศไทยนับล้านคนในวันนี้ ก็คือ การเป็นผู้ประพันธ์หนังสือเรียนวิชา ภาษาไทยชั้นประถมศึกษา หรือที่นักเรียนทั้งหลายเรียกคุ้นปากมากกว่าว่า ‘มานะ มานี’</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166519" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อการสนทนาเดินทางมาถึงเรื่องนี้ เรื่องเล่าอันน่าสนใจราวกับกำลังฟังประวัติศาสตร์เล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตวัยเยาว์ของพวกเรา ก็ถูกถ่ายทอดเป็นคำพูดต่อมา</p>



<p>“ที่มาก็คือกระทรวงศึกษามีความคิดอยากจะเปลี่ยนหลักสูตร ซึ่งอันที่จริงหลักสูตรการเรียนการสอน ก็ได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายหลักสูตรของ พ.ศ. 2503 ซึ่งใช้หนังสือภาษาไทยของคุณหลวงดรุณกิจวิฑูรเป็นแบบเรียน ก็ถูกใช้เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2521 ทางกระทรวงฯเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะเปลี่ยนหลักสูตรได้แล้ว ทีนี้พอเปลี่ยนหลักสูตร หนังสือเรียนก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เขาก็เลยมองหาคนมาเขียน พอดีครูเป็นคนชอบเขียนหนังสือ สมัยเป็นนักศึกษาเคยเขียนบทความ เขียนเรื่องสั้นส่งนิตยสาร ‘ศรีสัปดาห์’ เป็นประจำ ครูจะมีความสุขมากเวลาได้ขีดๆ เขียนๆ ก็ทำคู่กันไปกับการสอนเด็กๆ จนในที่สุด เมื่อไปเป็นศึกษานิเทศก์ในวิชาภาษาไทย ตอนนั้นครูก็เขียน ‘หนังสือวันเด็ก’ ควบคู่กันไปด้วย ทางกระทรวงฯ คงเห็นว่าเรื่องเหมาะสม ก็เลยมอบหมายหน้าที่ให้มาเป็นผู้เขียนหนังสือเรียน&#8221;&nbsp;</p>



<p>ผู้อาวุโสใส่เว้นวรรคในคำพูดนิดหนึ่ง ก่อนร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตให้พวกเราฟังต่อ&nbsp;</p>



<p>“ที่ภูมิใจที่สุด ก็ตรงที่หนังสือเรียนภาษาไทยเล่มนี้เป็นแบบเรียนฉบับแรกที่มีการทดลองใช้ ก่อนประกาศใช้จริงทั่วประเทศ โดยเริ่มแรกในปี พ.ศ. 2519 ทดลองกับโรงเรียน 65 แห่ง ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด หลังจากนั้นก็นำมาปรับปรุงหลักสูตรก่อนนำออกทดลองสอนต่อในปี 2520 ต่อมาก็ประกาศใช้จริงในปี 2521 การที่หนังสือเรียนมีการทดลองสองปีก่อนนำออกใช้เป็นบทเรียนจริงทำให้ไม่ค่อยมีปัญหากับเด็ก อีกอย่างคงเป็นเพราะเรามีจุดประสงค์หลักอยู่ในคู่มือการสอน ซึ่งคุณครูจะเป็นคนศึกษาก่อนสอนเด็ก เป็นต้นว่า จะเน้นในเรื่องอะไร เรียนแล้วเด็กควรจะได้อะไร ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า เรารวมวิชา ‘หลักภาษา’ เอาไว้ในแบบเรียนเล่มนี้ด้วย”&nbsp;</p>



<p>เก้าปีเต็มคือระยะเวลาที่อาจารย์รัชนีคลุกคลีอยู่กับการเขียนหนังสือเรียนเล่มนี้ซึ่งท่านเป็นผู้เขียนคนเดียว ตั้งแต่หนังสือเรียนสําหรับสอนนักเรียนชั้นประถมปีที่หนึ่ง ไปจนถึงชั้นประถมปีที่หก</p>



<p>“อาจารย์ได้แรงบันดาลใจหรือเรื่องราวจากไหนมาแต่งเป็นเรื่องเหล่านี้ครับ?” เป็นคำถามจากเจตน์ที่อาจารย์รัชนีฟังแล้วยิ้มชื่น&nbsp;</p>



<p>“ครูใช้ประสบการณ์ที่ได้จากการสอนและคลุกคลีกับเด็กในแต่ละระดับชั้นมาประยุกต์ให้เข้ากับหลักสูตรหนังสือเรียนเล่มนี้ และทางกระทรวงฯ ก็กำหนดว่า หนังสือเรียนต้องตรงกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร นั่นก็คือ มุ่งหวังให้นักเรียนมีทักษะภาษาทางการฟัง พูด อ่าน เขียน และทางความคิด โดยให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทางภาษา ครูอยากให้เด็กนักเรียนรู้จักใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ซึ่งครูจะเน้นมากให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ที่พูดอย่างนี้เพราะว่า เด็กบางคนเมื่อเรียนจบ ป.6 ไปแล้ว มีเป็นจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสศึกษาต่อ ครูอยากปลูกฝังให้เขาไม่ละทิ้งและไม่ลืมหนังสือ เพราะเชื่อว่าการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้และดำรงชีวิต</p>



<p>“ครูดีใจที่ตอนนี้คนตื่นตัวกันมากเรื่องการศึกษา และมีการขยายการศึกษาภาคบังคับเป็นเก้าปีแล้ว” คำพูดนี้ทำให้เราเห็นว่าวิญญาณแห่งความเป็นครูนั้นไม่เคยจางหายไปไหนเลยจากความคิดความรู้สึกของอาจารย์รัชนี&nbsp;</p>



<p>“เอ้า ทานขนมกันก่อนดีกว่า ทานไปด้วยคุยไปด้วย” ผู้อาวุโสเอ่ยชวนให้พวกเราหยิบข้าวตังหมูหยองที่วางอยู่ตรงหน้า ฉันมองท่วงท่าของท่านแล้วคิดในใจว่าคล้ายคุณยายใจดีที่เรียกให้หลานๆ ทานขนม</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>บทที่สอง</strong><br>ความเป็นมาของมานะ มานี และผองเพื่อน</h2>



<p>อากาศกำลังสบาย แม้แดดข้างนอกจะแรงจ้า แต่น่าแปลกที่ยามสายวันนี้ไม่รู้สึกร้อนอ้าวเลย ตรงกันข้าม พวกเรากลับรู้สึกโปร่งใจอย่างไรบอกไม่ถูก&nbsp;</p>



<p>“ครูเป็นคนรักเด็ก ชอบศึกษาความคิดของเด็ก ชอบที่จะทำความเข้าใจกับเขา เลยอยากให้หนังสือแบบเรียนเล่มนี้มีลักษณะเหมือนเป็นเพื่อน ที่สำคัญคือต้องมีความสนุก ก็วางเค้าโครงอยู่หนึ่งเดือนก่อนลงมือเขียนจริง&#8230;” หลังจากข้าวตังหมูหยองรสอร่อยหลายชิ้นถูกพวกเราจัดการ อาจารย์รัชนีก็เริ่มต้นเล่าถึงเบื้องหลังของแบบเรียนชุดนี้อีกครั้ง “อันดับแรกเลยก็คือต้องมีตัวละครเป็นเด็ก เพราะคิดว่า ยังไงเด็กก็ต้องอยู่กับเด็กถึงจะสนุก เชื่อมเขาด้วยความรู้สึกผูกพันของความเป็นเพื่อน เพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกัน เติบโตมาด้วยกัน อันดับสองคือ เรื่องราวต้องสนุกสนานชวนอ่าน แทรกด้วยสิ่งที่น่าสนใจ น่าจดจำอันเหมาะกับวัย นั่นคือที่มาของการเขียนถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆ เป็นธรรมชาติของเด็กๆ เลยที่จะสนุกมากถ้ามีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาคอยอยู่ใกล้ๆ เคยสังเกตไหมลูก เด็กที่อยู่ในวัยเรียนรู้ทุกคนชอบที่จะมีสัตว์เลี้ยง หรือถ้าไม่มีจริงๆ ขอเป็นตุ๊กตาสัตว์ก็ได้&#8221;&nbsp;</p>



<p>ฉันฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ อย่างน้อยที่สุด เวลาผ่านไปเกือบสองทศวรรษแล้ว ตัวละครสัตว์ที่เป็นสุนัขอย่าง ‘เจ้าโต’ แมวชื่อ ‘สีเทา’ หรือม้าชื่อ ‘เจ้าแก่’ ก็ยังไม่เลือนหายไปจากความประทับใจของฉันเลย&nbsp;</p>



<p>“สุดท้ายพอเห็นว่าเด็กๆ โตขึ้นแล้ว ครูก็นำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณคดีไทยและความเป็นไทยหยอดลงไป อยากจะปลูกฝังให้เด็กนักเรียนมีความอยากเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมของไทย”</p>



<p>เพ็ญอยากรู้ว่า อาจารย์รัชนีได้ที่มาของตัวละครแต่ละตัวจากไหน มีต้นแบบจริงๆ หรือเปล่า อาจารย์ฟังคำถามนี้ แล้วตอบว่า&nbsp;</p>



<p>“สําหรับตัวละครในเรื่องครูได้แนวความคิดมาจากชีวิตในวัยเด็ก เอาความจริงที่เคยผ่านมาในชีวิตผสมผสานกับเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมา จากคนนั้นนิดคนนี้หน่อย ก็เอามาผสมผสานแล้วสร้างให้เป็นตัวละคร เมื่อเรื่องราวดำเนินมาจนถึงจุดๆ หนึ่งก็จะมีตัวละครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสอดแทรกแนวความคิดสิ่งละอันพันละน้อยเพิ่มเข้าไป ครูถือว่า การที่ให้ตัวละครโตขึ้นมากับเด็กๆ ก็ต้องเป็นการเติบโตจริงๆ ทั้งทางร่างกายและสติปัญญา อย่างอะไรที่เด็กควรจะรู้หรือควรจะคิดได้ ทำได้ ก็เขียนใส่เข้าไปในแบบเรียน เช่น ในวัยหนึ่งเด็กจะชอบโลดโผนผจญภัย ก็หาทางให้เขาไปผจญภัยบ้าง มีเรื่องตื่นเต้นแทรกเข้ามาบ้าง หรือสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาให้เขาช่วยสืบจับหาตัวคนร้าย…”&nbsp;</p>



<p>“อาจารย์ชอบตัวละครตัวไหนเป็นพิเศษไหมครับ?” เจตน์ถามสีหน้าจริงจังจนฉันอดขันไม่ได้</p>



<p>“ส่วนตัวแล้วครูชอบชื่อ ‘มานี’ แล้วตัวละครอย่าง ‘คุณครูไพลิน’ ก็มีตัวตนจริงๆ และในชีวิตจริงก็มีอาชีพเป็นครู ด้วย ท่านเป็นภรรยาของนายตำรวจท่านหนึ่งและเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ‘อนุบาลวิบูลเวศน์’ ชื่อจริงๆ ของท่านก็คือ คุณไพลิน บูรณสัมฤทธิ์ ส่วน ‘มานะ’ ก็เป็นชื่อที่คล้องกับ ‘มานี’ เด็กชายมานะโผล่มาตอนที่เด็กหัดเรียนสระเสียงสั้น เพื่อให้สอดคล้องไปตามวัยและขอบเขตของการเรียนรู้ เรื่องสระเสียงสั้น สระเสียงยาว วรรณยุกต์ตัวสะกดต่างๆ จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปตามบท ตัวครูเองจะวางจุดประสงค์ไว้ตลอด นอกจากนั้นแล้วก็ยังมี ‘คำบังคับ’ ด้วยนะ</p>



<p>“เป็นยังไงหรือคะ คำบังคับ?” เพ็ญสงสัย</p>



<p>“อย่าง ป.1 ถึง ป.4 ก็จะเรียนเรียน &#8216;คำพื้นฐาน&#8217; ซึ่งก็หมายถึงว่า ถ้าผ่านคำพวกนี้ได้ เด็กนักเรียนจะสามารถเอาลักษณะการผสมคำพวกนี้มาอ่านคำอื่นๆ ได้ นับเฉพาะ ป.1 ก็ประมาณ 450 คำ ครูจะเลือกเอาคำประเภทนี้มาแต่งเป็นเรื่องไว้ในแบบเรียน ป.2 ก็ 1,200 คำ ป.3 1,550 คำ ป.4 รู้สึกจะประมาณ 1,800 คำ ถึงเหล่านี้ได้รับการวิจัยมาจาก ดร.จรรจา สุวรรณทัต ท่านเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กที่ยูเนสโก้ ครูก็เลือกเอาคำพวกนั้นมาร้อยมาแต่งเป็นเรื่องราว&nbsp;</p>



<p>“ยกตัวอย่าง ‘ปิติ’ เป็นชื่อที่ออกต้องด้วยสระเสียงสั้น ส่วน ‘ชูใจ’ เป็นสระเสียงยาว เธอเลยจะมาไล่ๆ กับ ‘มานี’”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166518" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พวกเราคุยกับอาจารย์รัชนีพลางพลิกหนังสือแบบเรียนที่เจตน์และเพ็ญอุตส่าห์ไปตระเวนหาซื้อตามร้านขายหนังสือเก่ามาได้ครบถ้วนทุกเล่ม เมื่อเห็นฉันพลิกหนังสือแบบเรียนชั้นป.1 ไปที่หน้าแรกๆ ซึ่งเป็นภาพแผนที่บ้านของตัวละคร อาจารย์รัชนีก็เฉลยให้ฟังว่า&nbsp;</p>



<p>“ครูกำหนดเรื่องราวนี้ให้เกิดขึ้นที่ชนบทแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี เพียงแต่ไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือ สาเหตุที่ชอบลพบุรีก็เพราะว่า จังหวัดนั้นมีทั้งแม่น้ำ มีภูเขา แล้วก็มีทุ่งนา มีส่วนผสมที่เหมาะสมจะเป็นแหล่งเกิดของเรื่องราว ก็พยายามจำลองออกมาให้ได้มากที่สุด”&nbsp;</p>



<p>“จำได้ว่าตอนนั้นอ่านเรื่องนี้ด้วยความสนุกสนานมากเลยค่ะ เหมือนกับไม่ใช่อ่านหนังสือเรียนเลย” ฉันเปรยขึ้นมา เพ็ญฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนให้ความเห็นเสริมเติม&nbsp;</p>



<p>“ใช่ค่ะ บางตอนอ่านแล้วรู้สึกสะเทือนใจไปกับเรื่องด้วย คล้ายกับกำลังอ่านเรื่องจริงของคนที่มีชีวิตจริง”&nbsp;</p>



<p>อาจารย์รัชนีฟังพวกเราพูดแล้วยิ้มชื่น&nbsp;</p>



<p>“ครูตั้งใจที่จะเขียนให้ตัวละครโตขึ้นตามวัยของเด็ก มีเรื่องราวที่โลดโผนผจญภัย มีเรื่องสืบสวนตื่นเต้น รวมไปถึง เรื่องเศร้าๆ อย่างเช่นตอนที่แม่ของ ‘เพชร’ เสียชีวิต ครูต้องการสื่อให้เห็นถึงสัจธรรมอย่างหนึ่งของชีวิตที่มีการเกิดก็ต้องมีการตาย หรือแม้กระทั่งตอนที่ม้าชื่อ ‘เจ้าแก่’ ตาย ปรากฏว่าเด็ก ๆ ร้องไห้ เขียนจดหมายกันมาว่า ทำไมต้องให้เจ้าแก่ตาย สงสารมัน&#8230;” จบคำพูดพวกเราก็หัวเราะกันใหญ่กับความไร้เดียงสาของเด็กๆ&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นครูไปเยี่ยมที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านพลับพลาไชย เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหาแล้วบอกว่า <em>“คุณครูขา หนูไม่ยอม หนูไม่อยากให้เจ้าแก่ตาย”</em> ครูก็บอกไปว่า <em>“นี่แหละหนู ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้ ไม่เป็นไรนะ แล้วครูจะหาม้าตัวใหม่มาให้เอาให้น่ารักกว่าเดิมอีก”&nbsp;</em></p>



<p>&#8220;นั่นคือที่มาของ ‘เจ้านิล’ ใช่ไหมครับ?” เจตน์เดาถาม&nbsp;</p>



<p>“ใช่ เห็นไหม เหตุการณ์ทุกอย่างในแบบเรียนฉบับนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจจากเด็กทั้งนั้น&#8221;</p>



<p>ฉันมองภาพวาดสายเส้นรูปม้าสีดำร่างเพรียวที่กำลังวิ่งเล่นกับเหล่าเด็กๆ ในหนังสือเรียนชั้นป.4 แล้วนึกไปถึง เรื่องราวในวัยนั้น&#8230;วันที่พลิกหนังสือเรียนมาถึงหน้านี้&nbsp;</p>



<p>“อาจารย์มีวิธีการทำงานเขียนอย่างไรครับ?” เจตน์ถามขึ้นอย่างเป็นการเป็นงาน เพื่อนฉันคนนี้ดูจริงจังเสมอไม่ ว่าเรื่องไหน&nbsp;</p>



<p>“ครูจะเขียนทีละบท พอเขียนเสร็จก็จะเสนอให้คณะที่ปรึกษาอ่านก่อนซะทีหนึ่ง เมื่อเห็นสมควรแล้วจึงทำเป็นต้นฉบับ แล้วทางกรมวิชาการก็ตีพิมพ์เป็นแบบเรียน การมีที่ปรึกษาก็ทำให้ครูได้มุมมองอีกแง่หนึ่ง เช่น เคยวางโครงเรื่องไว้ให้เด็ก ๆ ไปเที่ยวป่า แล้ว ‘ชูใจ’ ไปเด็ดดอกไม้จากต้นมาหัดหู คณะกรรมการอ่านแล้วก็เดินมาพูดว่า <em>“ครูครับ ขอแก้หน่อยเถอะ อย่าไปเด็ดดอกไม้เลย มันเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม”</em> ครูเลยเปลี่ยนให้ ‘ชูใจ’ เก็บดอกที่ร่วงอยู่โคนต้นมาแทน อะไรอย่างนี้เป็นต้น”</p>



<p>“อาจารย์มีตอนไหนบ้างไหมคะที่ประทับใจที่สุด?” เป็นความอยากรู้ของเพ็ญ อาจารย์รัชนีนั่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนให้คำตอบว่า</p>



<p>&#8220;ที่ประทับใจครูเป็นพิเศษมีอยู่บทหนึ่ง เป็นตอนที่อยู่ในแบบเรียนชั้น ป.5 เล่มหนึ่ง ชื่อตอน ‘เที่ยวน้ำตก’ สาเหตุก็เพราะว่าครูเป็นคนชอบเที่ยวน้ำตกมาก ภาษาที่ครูใช้เขียนในแบบเรียนบทนั้นอ่านแล้วรู้สึกกับตัวเองเลยว่าเห็นภาพน้ำเย็นๆ กำลังไหลจากแอ่งหินตกลงมาเป็นทอดๆ ครูจินตนาการว่าได้ยินเสียงน้ำตกดังมาไกล ๆ มองไปก็เห็นเด็กๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน เชื่อไหมคะ ครูใช้เวลาเขียนไม่นานเลย และเพราะมีน้ำตกนี่เองกระมัง เลยทำให้ชอบมากกว่าทุกตอน”</p>



<p>“รู้สึกว่าแบบเรียนชุดนี้จะมีแต่ตัวละครที่นิสัยดีๆ นะคะ อาจารย์ตั้งใจไว้อย่างนั้นใช่ไหมคะ?” ฉันตั้งขอสังเกตเล็กน้อย</p>



<p>“ตัวร้ายก็ลูกเจ้าของโรงสีไงคะ” สิ้นคำพูดของอาจารย์ทั้งวงสนทนาก็ได้หัวเราะกันสนุก ดูเหมือนทุกคนจะจดจำตัวละครไร้น้ำใจตัวนี้ได้ดี “ไม่ใช่หรอกค่ะ คือที่ปรึกษาท่านอยากให้เด็กเห็นแต่ด้านที่สดใสสวยงาม ไม่อยากให้เห็นด้านที่แสดงออกถึงความไม่ดี อย่าว่าแต่เรื่องตัวร้ายเลย ขนาด ‘มานี’ กับ ‘มานะ’ เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯ เห็นสภาพเมืองหลวงสกปรก มีฝุ่นควันกระจายเต็มท้องถนน ครูยังเขียนไม่ได้เลย ที่ปรึกษาท่านไม่ยอม” อาจารย์พูดแล้วหัวเราะ “คือก็ต้องเข้าใจท่านนะคะ ว่าแบบเรียนชุดนี้ต้องการสะท้อนให้เห็นแต่สิ่งที่ดีๆ เพราะเราเชื่อว่าเมื่อได้อ่านได้เห็นแต่สิ่งที่ดี จิตใจเด็กก็จะดีตามไปด้วย&#8221;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในหนังสือเรียนภาษาไทยชุดนี้ นอกเหนือจากเรื่องราวที่สนุกสนานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความชื่นชอบให้พวกเราเป็นอย่างมาก ก็คือภาพวาดประกอบเรื่อง อาจารย์รัชนีเล่าว่าภาพเหล่านี้เป็นฝีมือของนักวาดภาพหลายท่านด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ แล้วครูก็ไม่ค่อยทราบหรอกค่ะ ว่าใครเป็นคนวาดภาพประกอบ เพราะครูรับผิดชอบทางด้านงานเขียนอย่างเดียว ส่วนเรื่องนักวาดก็เป็นหน้าที่ของกรมวิชาการที่จะคัดสรรมา แต่จำได้ว่าท่านหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ลายเส้นสวยงามคุ้นตามาก ก็คือ คุณเตรียม ชาชุมพร”</p>



<p>“ผมก็ชอบภาพวาดของคุณเตรียมในแบบเรียนเล่มแรกๆ มากครับ จำได้ว่าคุณเตรียมเคยวาดการ์ตูนและนิยายภาพที่ชัยพฤกษ์การ์ตูนด้วย” เจตน์ซึ่งเป็นหนอนหนังสือตัวยงพูดขึ้น อาจารย์รัชนีฟังแล้วพยักหน้ารับ&nbsp;</p>



<p>“พูดถึงเรื่องภาพประกอบ เชื่อไหมคะ ด้วยความช่างคิดของเด็ก ครั้งหนึ่งเคยมีภาพประกอบเขียนรูปรถ ด้านหลังก็จะเขียนเป็นตัวหนังสือยี่ห้อรถเป็นภาษาอังกฤษ แต่เราไม่อยากจะโฆษณาอะไร ก็เลยเลี่ยงเขียนไปว่า “TOYOTO ปรากฏ ว่ามีเด็กๆ เขียนจดหมายมาบอกครูว่า <em>&#8220;คุณครูคะ ไม่มีรถยี่ห้อ TOYOTO มีแต่ยี่ห้อTOYOTA”</em></p>



<p>สิ้นคำบอกเล่าทั้งวงสนทนาก็ได้หัวเราะสนุกกันอีกครั้ง</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>บทที่สาม</strong><br>ปณิธานแห่งความเป็นครู ของ รัชนี ศรีไพรวรรณ</h2>



<p>การสนทนาในเรื่องราวที่ทุกคนสนใจอย่างสนุกสนาน ทำให้รู้สึกว่าเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก กว่าสองชั่วโมงที่มาพูดคุยกับอาจารย์รัชนี ฉันมีความรู้สึกคล้ายพวกเราเพิ่งยกขบวนมาได้ยี่สิบกว่านาทีนี้เอง สุภาพสตรีสูงอายุผู้ใจดียังคงพึงใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังผลงานของท่านให้ผู้เยาว์ฟังอย่างต่อเนื่องด้วยน้ำเสียงเบิกบาน&nbsp;</p>



<p>“ความคาดหวังสำหรับหนังสือเล่มนี้หรือลูก…” อาจารย์รัชนีทวนคำถามของเพ็ญ ก่อนให้คำตอบ &#8220;อย่างน้อยที่สุด ครูอยากให้เด็ก ๆ ที่เรียนแบบเรียนเล่มนี้ มีความน่ารักเหมือนตัวละคร สิ่งที่ครูดีใจที่สุดก็คือ มีเด็กเป็นจำนวนมากสามารถเขียนบทกลอนได้ก็เพราะหนังสือแบบเรียนเล่มนี้ ที่ครูรู้ก็เพราะว่า มีเด็กๆ ส่งจดหมายมาให้เป็นร้อยๆ ฉบับ แล้วก็มีเด็กๆ อยู่หลายคนน่ารักมาก เขาส่งบทกลอนที่เขาแต่งมาให้ ครูอ่านแล้วก็ชื่นใจ&#8230;หายเหนื่อย&#8221;</p>



<p>“เด็กๆ ส่งมาได้ยังไงหรือครับ?” เจตน์สงสัย&nbsp;</p>



<p>“เขาก็ส่งมาตามที่อยู่ของบ้านมานะในจดหมายจากหนังสือ ป.4 แล้วเด็กๆ ก็จ่าหน้าซองส่งมาหาครูตามนั้น บางคนกลัวไม่ถึงก็ส่งไปที่กรมวิชาการ ซึ่งครูก็เขียนตอบกลับทุกฉบับโดยสมมุติว่าตัวเองเป็น ‘มานะ’ ตอนลงท้ายของจดหมายก็ลงชื่อด้วย แล้วต่อมาเกิดอะไรขึ้นรู้ไหม…” ท่านพูดค้างไว้อย่างนั้น เหมือนยั่วให้เราอยากรู้ พวกเราส่ายหน้าเหมือนนัดกันมา&nbsp;</p>



<p>“เด็กผู้ชายคนหนึ่งจะมาหาครูที่บ้าน เขาส่งจดหมายนัดวันเวลามาเลย บอกว่าผมอยากจะมาหา มานะ ครูก็เลยต้องเปิดเผยความจริง เขียนตอบกลับไปอีกทีว่า อย่ามาเลยมานะไม่ว่าง&#8230;&#8221; พวกเราฟังแล้วหัวเราะไปกับอาจารย์รัชนี</p>



<p>“อีกอย่างที่ประทับใจ คือเวลาเดินทางไปสารนิเทศที่ต่างจังหวัด เด็กๆ ก็จะมาล้อม พูดคุยกันอยู่เรื่องเดียว คงไม่ต้องบอกนะลูกว่าเรื่องอะไร” ท่านพูดถึงตรงนี้แล้วยิ้ม&nbsp;</p>



<p>“ทุกวันนี้ครูก็ยังอ่านหนังสือ มีหนังสือสำหรับเด็กดีๆ หลายเล่มเลยของกรมวิชาการ คือมีอาจารย์คนหนึ่งชื่อ คุณจินตนา ใบกาซูยี ท่านเป็นคนที่เขียนหนังสือดีมากเลย เป็นหนังสืออ่านเสริมการอ่านแต่ที่น่าเสียดายก็คือหนังสือเหล่านี้บางทีไม่ได้นำออกมาให้เด็กอ่าน เคยไปเห็นนะลูก หนังสือดีๆ แต่ถูกขังอยู่ในตู้ พอถามว่าทำไมไม่เอาออกมาให้เด็กอ่าน เขาก็บอกว่า <em>“เอาออกมาก็ขาดหมดซิคะ เสียดาย”</em> ครูเห็นแล้วก็รีบบอกไปว่า <em>“เอาออกมาให้เด็กอ่านเถอะ ถ้าหายหรือถ้าขาด จะส่งมาให้ใหม่”</em>&nbsp;</p>



<p>“อาจารย์ยังได้กลับไปอ่าน ‘มานะ มานี’ อยู่หรือเปล่าคะ และเมื่ออ่านแล้วเกิดความรู้สึกอย่างไร?” เป็นคำถามที่น่าคิดจากเพ็ญ&nbsp;</p>



<p>“จนถึงทุกวันนี้ ครูก็ยังกลับไปอ่าน ‘มานะ มานี’ อยู่เรื่อยๆ ครั้งล่าสุดก็ก่อนที่พวกหนูจะมานี่แหละ เป็นการอ่านโดยที่ได้ความรู้สึกผิดแปลกไปกว่าเดิม เพราะครูอ่านโดยจับเอาอารมณ์ในตอนที่เขียน อ่านไปก็คิดทบทวนไปว่า เราสร้างตัวละครหรือสถานการณ์ขึ้นมาเพื่ออะไร เหมือนกับเป็นการระลึกความหลัง อย่างวันก่อนอ่านเรื่อง ‘น้ำบ่อน้อย’ ก็จะคิดถึงคุณพ่อ ตอนเป็นเด็กๆ คุณพ่อไม่ชอบให้ใช้ลิ้นเลียแสตมป์ คือในแต่ละเรื่องแต่ละตอน มันก็มีที่มาที่ไปทั้งนั้น อ่านไปแล้วก็คิดถึงสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คิดแล้วก็มีความสุขทุกครั้ง” มีรอยยิ้มผุดพรายอยู่บนสีหน้าของผู้อาวุโส</p>



<p>“เคยมีคนถามกันมามากว่า ถึงแม้แบบเรียนนี้จะเป็นของเด็ก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีพระเอกนางเอก เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามครูว่า ทำไมถึงเขียนให้พระเอกเป็นเกษตรอำเภอ แทนที่จะเป็นทหารหรือตำรวจเก่งๆ&#8230;ไม่รู้เหมือนกันนะ ตอนนั้นครูรู้สึกว่า คนไทยทิ้งไร่นา ทิ้งสวน ทิ้งชนบททิ้งอะไรต่างๆ มากมายเข้าไปหางานในเมือง ครูต้องการจะสื่อให้เห็นความสำคัญของการทำเกษตร เพราะนี่คืออาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษเรา เมืองไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ เรารอดมาได้เพราะการเกษตร ไม่ใช่เพราะทำโรงงานอุตสาหกรรม เลยอยากสะกิดให้คนคิดถึงเรื่องนี้บ้าง มีที่ดินขุดบ่อเลี้ยงปลาก็เอาปลาไปขาย หรืออย่าง ‘มานี’ เลี้ยงไก่ เอาไข่ไก่ไปขาย เพียงแค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166521" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/มานีมานะ_The_Conversation_Web-inside-4-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แล้วที่ให้ ‘มานะ’ มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ นี่เพราะเหตุผลอะไรครับ?” เจตน์ถาม&nbsp;</p>



<p>“ที่ให้มานะเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็เพราะว่าตอนนั้นเราต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่า ระบบการศึกษายังไม่กระจายอย่างเท่าเทียมกันเหมือนเช่นทุกวันนี้ และด้วยความที่ครูเป็นศึกษานิเทศก์ ครูเห็นปัญหานี้ เพราะครูไปดูจนเห็นมากับตาแล้วทุกที่ โรงเรียนตามต่างจังหวัดก็ไม่ค่อยจะแข็งเท่าไหร่ในสมัยก่อน นี่คือปัญหาใหญ่ที่เราต้องยอมรับ แล้วทีนี้อยากแสดงอะไรบางอย่างเพื่อให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ เห็นว่าการศึกษาบ้านเรายังมีขีดจำกัดอยู่&#8221;&nbsp;</p>



<p>“โชคดีนะคะ วันนี้สิ่งที่อาจารย์ต้องการเห็น ก็ได้เห็นแล้ว” เพ็ญเอ่ย แล้วตั้งคำถามต่อ “อาจารย์ได้อ่านแบบเรียนสำหรับเด็กในยุคนี้บ้างหรือเปล่าคะ?”&nbsp;</p>



<p>“ทุกวันนี้ก็อ่านค่ะ เป็นหนังสือแบบเรียน ป.1 ที่มากกว่า ‘การอ่าน’ ก็คือ ‘การเขียน’ ทุกวันนี้ถึงแม้ครูจะเกษียณมาแล้วเก้าปีแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทำงาน ที่เป็นหลักตอนนี้ก็คือเป็นกรรมการทำหนังสือ ‘ประวัติครู’ เป็นการเขียนบันทึกประวัติของคุณครูที่เสียชีวิตไปแล้วให้กับคุรุสภา เป็นเรื่องราวของคุณครูที่มีผลงานดีๆ เขียนเอาไว้ให้ครูรุ่นหลังอ่านเป็นแบบอย่าง พอมีเวลาก็จะเขียนตำราเรียนให้สำนักพิมพ์บ้าง”&nbsp;</p>



<p>พูดจบประโยคนี้ ‘น้องภู’ หลานชายตัวน้อยของอาจารย์รัชนีก็ย่องเงียบๆ มาหา คุณยาย ในมือถือตุ๊กตุ่นตัวเล็ก ๆ มาอวด&nbsp;</p>



<p>“ว่าไงลูก มีอะไรมาอวดยาย?” อาจารย์รัชนีถามขึ้น พลางขยับแว่นเพ่งสายตา มองสิ่งที่อยู่ในมือหลานชายคนโปรด&nbsp;</p>



<p>“อ๋อ นี่เป็นอีกตัวหนึ่งของโปเกม่อนใช่ไหมลูก ‘มิวทู’?” คุณยายเอ่ยถามหลานชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เด็กชายตัวน้อยแหงนหน้าขึ้นมองหน้าคุณยาย พร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก&nbsp;</p>



<p>“ยายรู้ได้ไงครับ?”&nbsp;</p>



<p>“นี่ไงลูก ‘มิวทู’ เขาจะมีชุดเกราะเอาไว้ห่อหุ้มร่างกาย” คุณยายตอบอย่างรู้จริง&nbsp;</p>



<p>เราฟังแล้วมองหน้ากันด้วยความทึ่ง จนเพ็ญอดถามไม่ได้ว่า “อาจารย์รู้จักตัวละครเรื่องโปเกม่อนด้วยหรือคะ?”</p>



<p>“รู้จักสิคะหนู ก็รู้จากเขาแหละ&#8230;?” ท่านพูดแล้วทอดสายตามองหลานชายตัวน้อย&nbsp;</p>



<p>“เราต้องรู้ในสิ่งที่เขารู้ จะได้ตามเขาทัน เล่นกับเขาสนุก แปลกเหรอ&#8230;คนแก่รู้จักโปเกม่อน” คำพูดของอาจารย์เรียกเสียงหัวเราะได้อีกครั้ง</p>



<p>“ดูเหมือนอาจารย์จะรักเด็กมากนะคะ?” ฉันเปรยถามอย่างที่เห็น&nbsp;</p>



<p>“ครูทำงานทุกอย่างด้วยก็เพราะใจที่รักเด็กๆ อยากให้เขาได้รับความสุข คนเราเกิดมาชาติหนึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ได้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ครูอยากให้เด็กทุกคนได้รับสิ่งนั้น ครูเคยดูทีวีรายการหนึ่ง เขานำเสนอเรื่อง ‘ครูตำรวจข้างถนน’ เขาน่าเอาโบกี้รถไฟมาดัดแปลงให้เป็นโรงเรียน แล้วสอนหนังสือให้กับเด็กเร่ร่อน นั่นเป็นภาพที่สะเทือนใจและน่าประทับใจมาก ครูอยากให้เด็กพวกนั้นพบกับความสุข เพราะชีวิตของคนเรา ช่วงที่มีความสุขก็คือตอนเป็นเด็ก ถ้าพ้นช่วงนี้ไปแล้ว เราอาจไม่ได้พบกับมันอีกเลย</p>



<p>“ความสุขในวัยเด็กเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์และน่าจดจำมาก หนังสือแบบเรียนมานะมานี คือความภูมิใจที่สุดในชีวิตของครู มันคือความคิดที่ว่าเกิดมาชาตินี้แล้วได้มีโอกาสทำสิ่งที่ดี ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-day-mana-manee-ratchanee-sripriwan/">แบบเรียนแห่งความทรงจำและปณิธานแห่งความเป็นครูของรัชนี ศรีไพรวรรณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ออกแบบ-ปีเตอร์ Hunger คนหิว เกมกระหาย กับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านการแสดงในโลกของเชฟ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hunger-film/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Apr 2023 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166031</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชฟพอล (ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม) อัจฉริยะแห่งวงการอาหารไฮเอนด์ ผู้นำของ ‘Hunger’ ทีมไพรเวทเชฟอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ผู้คนในแวดวงไฮโซต่างปรารถนาจะลิ้มลองอาหารฝีมือของเขาสักครั้งในชีวิต โดยเบื้องหลังแต่ละเมนูคือการฝึกฝนสุดโหดที่เขามอบให้กับ ออย (ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) สมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีม แต่พรสวรรค์อันน่าทึ่งของออยกลับทำให้เชฟพอลค่อยๆ เผยด้านมืดของตนเองออกมา เพื่อเชื้อเชิญให้ออยรู้จักความหมายที่แท้จริงของความหิวกระหาย นั่นคือเนื้อหาย่อๆ ของภาพยนตร์ Netflix เรื่อง Hunger คนหิว เกมกระหาย โดยผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ และมี คงเดช จาตุรันต์รัศมี เป็นผู้เขียนบทและ showrunner ซึ่งเริ่มสตรีมในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา และกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้&#160; 2 นักแสดงอย่างออกแบบและปีเตอร์นั้น (รวมไปถึง กรรณ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา รับบท โตน) คือคนที่ผู้กำกับสิทธิศิริ เจาะจงว่าอยากร่วมงานด้วย เพราะเชื่อในวิธีการทำงานที่จริงจังและความหิวกระหายด้านการแสดง ซึ่งผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้คงได้ผ่านสายตาของหลายๆ คนมาแล้ว&#160; a [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hunger-film/">คุยกับ ออกแบบ-ปีเตอร์ Hunger คนหิว เกมกระหาย กับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านการแสดงในโลกของเชฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เชฟพอล (ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม) อัจฉริยะแห่งวงการอาหารไฮเอนด์ ผู้นำของ ‘Hunger’ ทีมไพรเวทเชฟอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ผู้คนในแวดวงไฮโซต่างปรารถนาจะลิ้มลองอาหารฝีมือของเขาสักครั้งในชีวิต โดยเบื้องหลังแต่ละเมนูคือการฝึกฝนสุดโหดที่เขามอบให้กับ ออย (ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) สมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีม แต่พรสวรรค์อันน่าทึ่งของออยกลับทำให้เชฟพอลค่อยๆ เผยด้านมืดของตนเองออกมา เพื่อเชื้อเชิญให้ออยรู้จักความหมายที่แท้จริงของความหิวกระหาย</p>



<p>นั่นคือเนื้อหาย่อๆ ของภาพยนตร์ Netflix เรื่อง Hunger คนหิว เกมกระหาย โดยผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ และมี คงเดช จาตุรันต์รัศมี เป็นผู้เขียนบทและ showrunner ซึ่งเริ่มสตรีมในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา และกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในขณะนี้&nbsp;</p>



<p>2 นักแสดงอย่างออกแบบและปีเตอร์นั้น (รวมไปถึง กรรณ สวัสดิวัฒน์ ณ อยุธยา รับบท โตน) คือคนที่ผู้กำกับสิทธิศิริ เจาะจงว่าอยากร่วมงานด้วย เพราะเชื่อในวิธีการทำงานที่จริงจังและความหิวกระหายด้านการแสดง ซึ่งผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้คงได้ผ่านสายตาของหลายๆ คนมาแล้ว&nbsp;</p>



<p>a day ชวนออกแบบและปีเตอร์มาเล่าถึงเรื่องราวการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านการแสดงในโลกของเชฟ กับภาพยนตร์สุดเข้มข้นเรื่องนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166034" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C11-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำงานร่วมกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: เป็นข้อดีสำหรับคนแก่ (หัวเราะ) เหมือนเราได้ดูดพลังจากคนอื่นบ้าง หมายความว่าพอเราได้ทำงานกับคนที่มีเอเนอร์จี้ มีพลังในการที่อยากจะแสดง พลังเหล่านี้มันถูกถ่ายทอดออกมานะ สำหรับผม เมื่อมีคนหนึ่งอยู่ในฉากและมีพลังแบบนี้ เราจะได้รับไปด้วย มันเลยทำให้สนุก ยิ่งเวลาเล่นกับคนที่ทำการบ้าน คนที่ต่อสู้กับมัน เราสัมผัสได้ถึงสิ่งที่มันเดือดอยู่ข้างใน ออกแบบมีคำว่า ฉันจะทำมันให้ดีที่สุดอยู่ในร่างกายตลอดเวลา เราก็เลยสนุกไปด้วย</p>



<p>ออกแบบ: พี่ปีเตอร์เขามีฉายานะ ทุกคนในกองจะเรียกเขาว่า นายฝรั่ง (หัวเราะ) เวลาพี่ปีเตอร์เข้าซีน เขาจะจริงจังมากๆ ​แล้วด้วยคาแรกเตอร์เขา ทุกคนจะกลัว แล้วเราก็จะพูดกันว่า อันนี้พี่เขาเข้าตัวละคร</p>



<p>พี่ปีเตอร์เขาเก่งมาก ประสบการณ์เขาเยอะ เขาสามารถเชปปิ้งหนูได้เลย ทำให้ทุกอย่างมันไหลลื่นไปได้ แล้วเขาโฟกัสมากๆ มีซีนหนึ่ง เป็นซีนที่นั่งคุยกับพี่ปีเตอร์ ตอนพี่ปีเตอร์เล่น เขาเปลี่ยนนิดเดียวเอง นิดเดียวจริงๆ แต่ออกแบบรับรู้ได้เลยว่า มันส่งผล มันคือแอ็กชันกับรีแอ็กชัน เราก็เลยเปลี่ยนไปด้วย เราจะรู้สึกว่าเราโดนเชปปิ้งค่ะ ในการแสดง เพื่อให้เกิดภาพที่มันควรจะเป็น เขาลีดเรานิดนึง ซึ่งน่าสนใจมาก เขาเก่งมากๆ เลย เขาสามารถทำให้ทั้งภาพออกมาในภาพรวมอย่างที่ต้องการได้ เขาทำเพื่อช่วยเราด้วย เราก็เลยรู้ว่า อ๋อ วิธีคืออย่างนี้ ก็เป็นสิ่งใหม่ที่เหมือนเขาคายตะขาบให้ประมาณหนึ่ง (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C07-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-166035" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C07-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C07-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C07-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C07.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โปรเจกต์หนังเรื่องนี้ต่างไปจากโปรเจกต์อื่นๆ ยังไง&nbsp;</strong></h4>



<p><strong>ออกแบบ: </strong>เอาจริงๆ ในหลายๆ โปรเจกต์ที่ทำค่อนข้างรับให้มันต่างเพื่อจะได้เรียนรู้พัฒนาศักยภาพในฐานะนักแสดงขึ้นไป แต่โปรเจกต์นี้มันต่างตรงที่ว่า ปกติเราจะทำแค่การบ้านตัวละคร แต่ว่าอันนี้มันมีสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้ คือการทำอาหาร แล้วเราต้องเวิร์กช็อปด้วยกันกับพี่ปีเตอร์กับพี่กรรณ (กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา) ซึ่งต้องไปอยู่ร้านจริงๆ แล้วก็ทำจริงๆ ซึ่งการทำครั้งเดียวกับที่ร้านมันก็ไม่เพียงพอ ดังนั้นก็จะมีช่วงหนึ่งเป็นช่วงใหญ่ๆ เลยที่ทุกวันเราจะซื้อผักกลับบ้านเพื่อซ้อมหั่น คือเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอาหาร ดังนั้นเราต้องเรียนรู้จริงๆ เพราะไม่งั้นอันตราย มันอันตรายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ มันคือไฟ น้ำมัน มันคือมีด การหั่น มันมีวิธีของเขาที่เป็นโปรเซสที่เราควรเรียนรู้ไว้ หรือว่าการจับวอกที่หนักมากๆ ซึ่งตอนเรียนแรกๆ ยกไม่ได้ ทีมเลยบอกออกแบบต้องออกกำลังกายเพิ่ม มีบางวันที่ไปเสิร์ฟ fine dining จริงๆ ด้วย ยืนในร้านเพื่อเตรียมของตั้งแต่เที่ยงยันสี่ทุ่ม ในครัวมีความสนุกอีกรูปแบบหนึ่งที่เดือดมากๆ ถ้าถามว่าอะไรที่ใหม่ นี่คือใหม่ที่สุดในชีวิตเลยค่ะ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166037" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณเห็นตัวเองต่างออกไปจากตอนเล่นหนังเรื่องแรกยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>ออกแบบ: อย่างแรกที่ปฏิเสธไม่ได้คืออายุที่แก่ขึ้นค่ะ (หัวเราะ) จากฉลาดเกมโกงก็ 7 ปีแล้ว รู้สึกว่าภาพมันชัดขึ้นค่ะ ในฐานะนักแสดงกับสิ่งที่ทำอยู่ การอยาก explore ในบทต่างๆ ขอบคุณตัวเองที่กล้าเข้าไปเล่นในสิ่งที่รู้สึกว่าจะไม่ทำ อย่างอาหาร มันอันตราย มันไฟ หนูร้องไห้หลายรอบมาก คิ้วหนูหายไปเลยนะช่วงหนึ่ง เพราะว่าโดนไฟตอนเรียนผัดผักบุ้ง ไม่ง่ายนะคะผัดผักบุ้ง (หัวเราะ) ขอบคุณตัวเองที่กล้าลองในสิ่งใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากๆ เลย มันไม่ใช่แค่โปรเซสการทำ แต่เราได้ฝึกฝนกับตัวเองเรื่องความอดทนมากๆ เลยค่ะ&nbsp;</p>



<p>ทุกครั้งที่เล่นหนังเรื่องใหม่อยากใช้คำว่า เราได้สะสมประสบการณ์ค่ะ เราได้ก้าวข้ามผ่านกำแพงที่เราไม่เคยก้าว เพราะว่าแต่ละเรื่องมันมีโปรเซสมีสิ่งที่ยากของตัวมันเอง ไม่ว่าจะเป็นทางอารมณ์ ทางบอดี้ หรือทางการกระทำบางอย่าง ซึ่งออกแบบไม่ค่อยรับเรื่องที่มันคล้ายกัน เพราะว่าอยากลองสิ่งใหม่ๆ ในฐานะนักแสดงด้วย ก็ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจที่จะรอในการทำอะไรบางอย่าง และก็กล้าที่จะทำ เพราะว่าเราค่อยๆ สะสมทุกๆ อย่างเข้ามาและเราก็ได้พัฒนาต่อไปในคาแรกเตอร์ต่อๆ ไปด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166036" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานกับ Netflix มีมาตรฐานหรือว่ามีอะไรที่ต่างออกไปจากการทำงานกับกองถ่ายไทย&nbsp;</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: สำหรับผม ต่างแน่นอน ต่างด้วยความจริงจังในการจะทำมันให้ดี มันจะถูกแบ่งแยกการทำงานเพื่อสนับสนุนให้ชิ้นงานออกมาดีที่สุด ทุกคนชัดเจนว่าตรงนี้ทำอะไร และมีเวลาให้ทำ หมายความว่า เราจะถ่ายเดือนโน้น เรามีเวลา 3 เดือนก่อนหน้านี้ มันจริงจังไปหมด ผมว่าเขาสนับสนุนให้การทำงานในทุกแผนกทำออกมาได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลาหรือว่าวิธีเตรียมตัว ซึ่งสิ่งนั้นมันเอื้อให้นักแสดงทำงานได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม พอทำงานกับที่นี่ก็เห็นสิ่งนี้ แต่ว่าผมไม่ค่อยได้คิดเชิงเปรียบเทียบว่า มันต้องถูกปรับไปทำในกองถ่ายของไทยไหม เพราะว่ามันคนละเงื่อนไข ผมรู้สึกว่าที่ Netflix ก็มีเงื่อนไขของเขา เขาเลยทำแบบนี้ได้แน่นอน เช่น เงื่อนไขในงบประมาณ สำหรับผมเปรียบเทียบกันได้ยาก</p>



<p>ออกแบบ:<strong> </strong>การได้ทำงานกัน Netflix รู้สึกเหมือนได้ เช็คลิสต์ค่ะ ในฐานะนักแสดง การทำงานกับค่ายยักษ์ใหญ่เป็นสิ่งที่ใฝ่ฝัน อาจจะมาช้ามาเร็ว แต่ว่าดีใจที่ได้ร่วมงานมากๆ มีความรู้สึกเหมือนถูกหวย (หัวเราะ) </p>



<p>หนูว่าหนูได้เรียนรู้อะไรจาก Netflix เยอะมาก อย่างแรกเลยที่ต่างออกไป ต้องยอมรับว่าเรื่องเวลา ถ้าบอกว่า 12 ชั่วโมงคือ 12 ชั่วโมงจริงๆ ไม่ 12 ชั่วโมงหลอก ไม่มีเกิน เป๊ะ ไม่เกินแม้แต่นาทีเดียว ทุกคิวที่ถ่าย ไม่ว่ากองจะเดือดแค่ไหน พี่โดมคือ 12 ชั่วโมงจริงๆ แล้วเขาก็จัดแจง ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ซึ่งตอนถ่ายค่อนข้างยากมากๆ เราต้องยอมรับ เพราะว่ามันคือช่วงโควิด มันก็จะมีบางทีนักแสดงติดโควิด กองก็ต้องจัดการว่าทำยังไงดี เปลี่ยนถ่ายอะไรได้ไหม เรื่องการเซฟนักแสดง หรือการเคารพสิ่งต่างๆ ซึ่งเขาให้ความสำคัญมากกว่าปกติ เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าอันนี้ใหม่จริงๆ แล้วรู้สึกว่าชอบมากๆ ในการทำงานกับ Netflix</p>



<p>ถ้าเป็นกองไทย ที่ได้ยินจากหลายๆ กองมา ตอนนี้รู้สึกว่าหลายคนก็เริ่มอิงตาม Netflix เหมือนกัน เพราะว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าตัวนักแสดง พี่ทีมไฟ หรือทุกคนที่ทำงานในกองเดียวกัน เขาควรได้พัก ไม่ใช่เกิน 16 ชั่วโมงแล้วก็ต้องไปกองต่อไป ซึ่งทุกคนเขามีคิวงาน การเลตไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น กลับทำให้ทุกอย่างแย่ลง แม้แต่ mental health สุขภาพนักแสดง หรือการใช้เสียง การร้องไห้ของนักแสดง มันมีผลไปหมดเลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานร่วมกับผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ และผู้เขียนบท/show runner คงเดช จาตุรันต์รัศมี</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: ได้ทำงานกับพี่โดมครั้งแรก ส่วนตัวผมชอบแกมากในแง่ความจริงจัง ความเอาจริงในการจะทำสักฉากหนึ่งออกมา และก็ความคิดสร้างสรรค์ ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่าอาจจะมีบางอย่างคล้ายๆ กันมั้ง ในแง่ของการทำทุกอย่างค่อนข้างเดือด แล้วพี่โดมเป็นคนที่มีอะไรที่อยากได้ก็ต้องทำให้ได้ ในความรู้สึกผมนะ ไม่หลบ ไม่เลี้ยว ถ้าสิ่งที่ถูกเขียนมามันควรจะทำให้ได้มันก็ต้องทำให้ได้ ซึ่งอันนี้ผมชอบมาก เพราะผมเชื่อในสิ่งคล้ายๆ กันว่าถ้ามันถูกเขียนออกมาแล้ว มันต้องทำได้สิ&nbsp;</p>



<p>ส่วนพี่คงเดชก็ได้เจอกันเป็นครั้งแรกเหมือนกัน ในฐานะคนเขียนบท ก็จะคอยให้ข้อมูลในเชิงอีกด้านหนึ่ง เหมือนเสริมกัน เราก็นั่งคุยกันสามสี่คน ในหลายๆ ฉากที่เขียนออกมามันก็ไม่ได้ล็อกว่าจะต้องออกมาเป็นแบบนั้น เป็นการคุยกันระหว่างนักแสดงกับผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วมกันว่า เรามีความคิดเห็นแบบนี้ มันก็จะเหมือนได้ปรึกษากัน ได้มีแง่มุมใหม่ๆ ออกมา พี่คงเดชก็จะเป็นคนคอยให้คำแนะนำ หรือให้แง่คิดในตัวละคร ว่ามันมีมุมอื่นหรือเปล่าที่ซ่อนอยู่ในนั้น ซึ่งก็ช่วยทำให้เราเข้าใจตัวละครมากขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C06-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-166039" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C06-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C06-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C06-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C06-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ออกแบบ: โอ๊ย ดุเดือดมากเลยค่ะ ออกแบบเคยเจอพี่โดมตอนประมาณอายุ 15-16 เพราะว่าถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางตัวหนึ่ง และก็ได้เจอกับพี่เอ็มด้วย (สุรศักด์ วงษ์ไทย &#8211; ผู้ช่วยผู้กำกับ) แล้วตอนนี้พี่โดมมาเป็นอีกเวอร์ชันหนึ่งที่ซอฟต์ลง ใจเย็นลง แต่ยังหนักแน่นและยังเวรี่โฟกัสกับจออยู่ ว่าอยากได้ภาพอย่างนี้ๆ พี่เอ็มก็จะคอยมาช่วยซัพพอร์ต ซึ่งหนูรู้สึกว่าพี่โดมทำงานง่ายเพราะค่อนข้างเคลียร์ทุกอย่างมาก่อนทำงานแล้ว เขามีช็อตที่เขาอยากได้ เขามีมุมกล้องที่เขาอยากได้ เขาเคลียร์มากไม่ว่าเรื่องฟุตที่เขาต้องการหรือเรื่องอารมณ์ตัวละคร หรือถ้ามีอะไรเพิ่มเติม พี่โดมก็จะขอ อันนี้ explore นะ ออกแบบลองเป็นตัวละครแบบที่อยากลองเป็นเลย</p>



<p>ส่วนพี่คงเดชก็จะมาช่วยทำให้ทุกอย่างมันกลมมากขึ้น เป็นภาพที่ตัวละครจะไม่ไปแค่ทิศทางเดียว เหมือนเลเยอร์ถูกซอยให้มากขึ้น พี่คงเดชใจเย็นมากๆ และประนีประนอมมากๆ ผมว่าอันนี้ไปอย่างนี้ก็น่าจะดีนะครับ (หัวเราะ) เขาก็จะมีเสริม แต่ว่าจะไม่ค่อยเข้ามายุ่งเรื่องกำกับเท่าไหร่ หนูเคยเจอพี่คงเดชจากตอนเรื่อง Faces of Ann แล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166042" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณได้เรียนรู้อะไรในการเล่นหนังโปรเจกต์นี้บ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก เพราะมันมีหลายแง่มุมจริงๆ และก็ทำให้รู้เลยว่า การทำหนังอาหารยากมาก รู้แจ้งเลย ว่าเวลาเห็นหนังอื่นๆ ที่ทำเกี่ยวกับอาหาร รู้เลยว่ามันจะยากขนาดไหน เพราะไปเห็นเบื้องหลังแล้ว โอ้โห กว่าจะได้ แล้วยิ่งเป็นพี่โดม มันต้องเป็นของจริง หมายความว่าของที่อยู่บนจาน มันต้องถูกทำโดยเชฟออกมาจริงๆ แล้วมันก็ต้องดูดีจริงๆ แต่ละเมนูที่เราเห็นในหนังมันก็จะมีกรรมวิธี แล้วยิ่งถ่ายหนัง ก็จะมีทีมเชฟอยู่ห้องนี้ ทีมถ่ายอยู่ห้องนี้ แล้วเดี๋ยวเชฟก็ต้องทำมา มันจะวุ่นวาย ทำให้ผมไม่อยากกำกับหนังอาหารนะ (หัวเราะ) เพราะผมรู้สึกว่ามันยาก และมันต้องใช้ความเข้าใจทั้งของตัวนักแสดงด้วย ของเชฟที่จะมาร่วมกับเราด้วย ต้องสัมพันธ์ไปหมด จะถ่ายแบบนี้นะเชฟ เชฟก็ต้องหาวิธีทำไงวะ เดี๋ยวจะเอามาถ่ายได้ มันเลยวุ่นวายไปหมด นัวเนียไปหมด แต่ว่าก็ถูกออกแบบมาแล้วว่ามันจะเกิดสิ่งนี้ขึ้น&nbsp;</p>



<p>พอเล่นเป็นเชฟมันก็ไม่เหมือนอาชีพอื่นๆ ใดๆ เพราะมันเป็นอาชีพเฉพาะมาก ในการทำการแสดงด้วย ในฐานะนักแสดง เวลาบทที่เราเล่นมันเป็นอาชีพที่เราไม่เคย มันก็จะรู้สึกตื่นเต้นโดยอัตโนมัติ และทีมงานก็จริงจัง หมายความว่า มันต้องมีไปเวิร์กช็อป ไปเรียน ไปทำความเข้าใจกับรูปแบบของเชฟประเภทนี้ ว่าเชฟที่เป็นไพรเวตเชฟ หรือว่าเป็นเชฟส่วนตัวไม่ได้มีหน้าร้านจริงๆ มันเป็นยังไง ตรงนั้นก็น่าสนใจ และเอาจริงๆ ผมไม่เคยกินเชฟแบบนี้เลยมั้ง แล้วพี่โดมก็พาไปทาน ถึงทำให้รู้ว่าไอ้โลกแบบนี้มันก่อตัวแบบนี้นะ และก็ไปในครัวของเชฟคนนั้นจริงๆ ก็เหมือนเปิดโลกในมุมที่เราไม่เคยเห็น เราไม่เคยสนใจว่าโลกของเชฟเป็นยังไง พอเราได้เห็นได้รู้มากขึ้น มุมมองในการมองอาหารก็เปลี่ยนไป เวลาเราไปกินร้าน เราก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่เราเห็นอยู่ที่ในจาน กว่าจะเตรียมอันนั้น กว่าจะเตรียมน้ำราดอันนี้ วิธีมองคนทำอาหารที่เราทานก็เปลี่ยนไปเลย และก็ดูสนุกมากขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C09-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-166041" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C09-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C09-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C09-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C09-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เวลาคุณแสดงหนังเรื่องหนึ่งคุณต้องเป็นตัวละครนั้นตลอดเวลาไหมระหว่างที่อยู่ในโปรเจกต์</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: ด้วยอายุ ด้วยการทำงานที่ทำมานานพอสมควร ผมว่าผมบริหารจัดการมันได้ดีขึ้นนะ ในแง่ความเครียดที่ตกค้าง คือเวลาทำงานเราจะตั้งใจอยู่แล้วแหละ แต่บางทีความตั้งใจนั้นก็ย้อนมากดดันตัวเอง เป็นธรรมดา ถ้าเราจัดการกับระเบียบวิธีคิดของตัวเองไม่ค่อยดี พอเราจริงจังมากมันก็จะเครียด พอเครียด สำหรับผมตอนหลังผมก็มาเจอว่า มันไม่ส่งผลดีกับอะไรเลย กับการแสดงด้วย ก็เลยค่อยๆ ปรับ มีวิธีคิดที่จริงจังเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น และก็สนุกมากขึ้น</p>



<p>และจากความเครียดที่คาดหวังว่าจะต้องทำให้ได้ดี มันพัฒนาไปอีกนิดหนึ่ง ตรงที่มันกลายเป็นการจะตื้นเต้นมากหรือตื่นเต้นน้อย ซึ่งสำหรับผมส่วนตัว ความตื่นเต้นเป็นเรื่องดี ไปออกกองวันนี้ตื่นเต้นมากหน่อย เพราะว่าอันนี้ยากจังเลยวะ แต่ผมชอบเวลาไปแล้วตื่นเต้น ชอบมากกว่าเวลาเข้าไปในฉากแล้วเฉยๆ อันนี้พอจะเข้าฉากแล้วหัวใจเต้นตุบๆๆ ผมว่าอันนั้นเป็นสิ่งดี แต่พอแอ็กชันมันก็จะลงไปเองนะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่ดีออก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C10-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-166043" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C10-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C10-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C10-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C10-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>วิถีของอาชีพนักแสดงในปัจจุบันมีความยากขึ้นกว่าแต่ก่อนยังไงบ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p>ปีเตอร์: ผมว่ามันเหมือนทุกอาชีพที่เราหยุดไม่ได้ เดี๋ยวนี้ทุกคนมีวิธีหาความรู้ในการทำงานด้านการแสดงมหาศาล ในฐานะนักแสดง ถ้าเราเริ่มหยุดหรือไม่พัฒนาวิธีคิด วิธีการแสดง มันก็เหมือนจะไปต่อไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่า วิธีแสดงของทั้งไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือของทั่วๆ ไปทั้งโลกมันพัฒนาขึ้น สมจริงสมจังมากขึ้น มีสไตล์ชัดเจนของแต่ละคนมากขึ้น เพราะฉะนั้นยากขึ้นทุกวันเลยในการเป็นนักแสดง</p>



<p>แล้วตอนนี้ช่องทางในการทำการแสดงมันมากขึ้นแบบมหาศาล ช่องเองและอื่นๆ มันเยอะมาก ทำให้เราก็จะเห็นคนอื่นที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาเยอะมากขึ้น เราก็ต้องเหมือนพัฒนาตัวเองไปด้วยว่า รูปแบบของการแสดงมันไปถึงไหนแล้ว มันมีวิธีคิดวิธีนำเสนอแปลกๆ เยอะมาก เช่น ผู้กำกับบางคนก็ไม่ได้สนใจในเทคนิค แต่สนใจในความสมจริงของตัวละคร ลองสิ สดไปเลย ซึ่งถ้าเราไปยึดติดกับวิธีเดิม ว่าต้องมีบล็อกกิ้งอย่างนี้ๆ มันก็จะไม่ตอบโจทย์ ผู้กำกับบางท่านที่ชอบอะไรแบบนั้น ทำให้เราต้องศึกษารอบๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา หยุดไม่ได้ หยุดก็จะไม่สามารถตอบสนองผู้กำกับที่อาจจะมีวิธีคิดที่ใหม่ แตกต่างจากที่เราเคยรู้จักมาก็ได้ เหมือนต้องเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา ตอนนี้ผมว่ามันกว้างมากขึ้นและจะทำให้ดีก็ยากมากขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คุณ<strong>มีวิธีพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>ออกแบบ: เอาจริงๆ ก็มีแอบเรียนเพิ่ม​ ศึกษาศาสตร์การแสดงเพิ่มเติม และก็มีทำสมาธิ สุดท้ายขาดไม่ได้เลยคือ ถ้านักแสดงไม่มีสมาธิมากพอ มันจะหลุด หลังๆ ก็เลยจะทำสมาธิมากขึ้น รีแลกซ์ตัวเอง เล่นโยคะ เพื่อเปิดร่างกาย เหมือนนักร้องที่ต้องวอร์มเสียง นักแสดงใช้ร่างกาย บางทีเราอาจจะต้องโปรเจกต์เสียงมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนตอนเล่นฉลาดเกมโกงต้องไปเรียนเรื่องเสียง เพราะว่าออกแบบชอบพูดในลำคอ แล้วพูดเร็ว มันจะมีสละบางตัวที่พูดไม่ชัด เพราะวางลิ้นผิด ก็ต้องเรียนเพิ่มก็มี</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นักแสดงในปัจจุบันต้องแอคทีฟบนโซเชียลกันพอสมควร คุณมองเรื่องนี้ยังไง และมีวิธีจัดการยังไง </strong></h4>



<p>ออกแบบ: ออกแบบเข้าใจ เพราะว่าเราก็เป็นนักแสดงคนหนึ่งที่ทำอะไรแบบนั้นเหมือนกันในบางครั้ง แต่ว่าหลังๆ เรารู้สึกว่าชีวิตมันสั้น ทำอะไรก็ตามที่มีความสุข ทำไปเลย ถ้าไม่อยากทำก็แค่ไม่ต้องทำ คนเรามีสติและตระหนักรู้มากพอว่าเราทำอะไรอยู่ เราต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร ของออกแบบคือไม่ได้บังคับตัวเองเพื่อทำ เป็นคนที่ไม่สามารถ เอาล่ะ วันนี้ฉันต้องไปทำคอนเทนต์ ทำไม่ได้ และก็จะฝืนมากๆ ดังนั้นจะทำเมื่อไปเที่ยวก็ถ่ายรูปซะหน่อยแล้วกัน จะเป็นเวย์นั้นมากกว่า เราเป็นคนแบบนี้ อย่างพรีเซนเตอร์หนูยังต้องใช้จริงๆ เลย ไม่งั้นหนูพูดไมได้ (หัวเราะ) เป็นคนโกหกได้ไม่เนียน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณวาดภาพตัวเองในสเต็ปต่อไปไว้ยังไง &nbsp;</h4>



<p>ออกแบบ: ในฐานะนักแสดงก็อยากทำงานกับต่างประเทศ เคยได้ทำแล้ว ทำกับประเทศจีน แต่มันไม่ถูกออกมาสักที เพราะว่าด้วยคัลเจอร์เขา การฉายทางแพลตฟอร์มหรือว่าการออกโรง มันต้องต่อคิวนานมากๆ แล้วก็มีเรื่องหลายๆ อย่างเกิดขึ้นด้วย ก็เลยถ้าได้เช็กลิสต์เพิ่มก็คงดี ก็คือการออกไปสู่โลกภายนอก เอาจริงๆ ออกแบบรู้สึกว่าเมื่อถึงเวลามันจะมาค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C08-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-166046" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C08-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C08-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C08-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/C08-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hunger-film/">คุยกับ ออกแบบ-ปีเตอร์ Hunger คนหิว เกมกระหาย กับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้านการแสดงในโลกของเชฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางลู่ลมของ Paper Planes วงดนตรีที่ชัดเจนแล้วว่าต้องเป็นศิลปินเพลงร็อก พี่ชายที่ดี และมีชีวิตแบบไม่ขอกลับไปแก้ไขอดีต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/paper-planes-complicated/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Mar 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Paper Planes]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[เซน-นครินทร์ ขุนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[rock]]></category>
		<category><![CDATA[q & a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165481</guid>

					<description><![CDATA[<p>คงจะมีวงดนตรีร็อกไม่กี่วงที่จะมีวัยรุ่นตัวจิ๋วส่งเสียงร้องตามเพลงอย่างสุดกำลัง จนใครๆ ก็ยกให้เป็นหัวหน้าแก็ง และสร้างตำนานอีกนับไม่ถ้วน ทั้งเล่นคอนเสิร์ตกลางซาฟารีเวิลด์ ปล่อยคำขวัญวันเด็ก ชักชวนให้แฟนๆ แปรงฟันก่อนนอนกลางเวที จนถึงเลือกรับงานช่วงกลางวันมากขึ้น เพื่อที่จะได้พบปะกับเด็กๆ และล่าสุดได้รับเลือกพรีเซนเตอร์อีกหลากหลายแบรนด์ ใช่ นั่นคือปรากฏการณ์เพลง &#8216;ทรงอย่างแบด (Bad boy)&#8217; และวงนั้นคือ Paper Planes วงดนตรีร็อกที่ตั้งใจแหวกขนบเพลงร็อกและชัดเจนด้วยสไตล์เพลงของตัวเอง ในวันที่มี ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ และ เซน-นครินทร์ ขุนภักดี เป็นสมาชิกวง ย้อนกลับไป Paper Planes ไม่ใช่วงหน้าใหม่ หากแต่กำลังเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และเป็นวงร็อกเลือดใหม่ที่น่าจับตามอง โดยฮายซึ่งเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังกับศิลปินหลายคน (WONDERFRAME, PiXXiE, Mirrr, bamm, LOMOSONIC ฯลฯ) และในที่สุดเพลงของเขาก็เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้นนับตั้งแต่ เพลง เสแสร้ง ที่กวาดยอดวิวไปได้กว่า 110 ล้านวิวขณะที่เราเขียนอยู่ขณะนี้ ในวันที่เพลงล่าสุด ชัดเจน ปล่อยออกมา เราไม่พลาดที่จะชวนพวกเขามาย้อนเส้นทางกว่าจะถึงวันที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก Paper Planes พวกเขาเติบโตจากวันแรกจนถึงวันนี้มากแค่ไหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/paper-planes-complicated/">เส้นทางลู่ลมของ Paper Planes วงดนตรีที่ชัดเจนแล้วว่าต้องเป็นศิลปินเพลงร็อก พี่ชายที่ดี และมีชีวิตแบบไม่ขอกลับไปแก้ไขอดีต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คงจะมีวงดนตรีร็อกไม่กี่วงที่จะมีวัยรุ่นตัวจิ๋วส่งเสียงร้องตามเพลงอย่างสุดกำลัง จนใครๆ ก็ยกให้เป็นหัวหน้าแก็ง และสร้างตำนานอีกนับไม่ถ้วน ทั้งเล่นคอนเสิร์ตกลางซาฟารีเวิลด์ ปล่อยคำขวัญวันเด็ก ชักชวนให้แฟนๆ แปรงฟันก่อนนอนกลางเวที จนถึงเลือกรับงานช่วงกลางวันมากขึ้น เพื่อที่จะได้พบปะกับเด็กๆ และล่าสุดได้รับเลือกพรีเซนเตอร์อีกหลากหลายแบรนด์</p>



<p>ใช่ นั่นคือปรากฏการณ์เพลง &#8216;ทรงอย่างแบด (Bad boy)&#8217; และวงนั้นคือ Paper Planes วงดนตรีร็อกที่ตั้งใจแหวกขนบเพลงร็อกและชัดเจนด้วยสไตล์เพลงของตัวเอง ในวันที่มี ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ และ เซน-นครินทร์ ขุนภักดี เป็นสมาชิกวง</p>



<p>ย้อนกลับไป Paper Planes ไม่ใช่วงหน้าใหม่ หากแต่กำลังเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว และเป็นวงร็อกเลือดใหม่ที่น่าจับตามอง โดยฮายซึ่งเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังกับศิลปินหลายคน (WONDERFRAME, PiXXiE, Mirrr, bamm, LOMOSONIC ฯลฯ) และในที่สุดเพลงของเขาก็เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้นนับตั้งแต่ เพลง<em> เสแสร้ง </em>ที่กวาดยอดวิวไปได้กว่า 110 ล้านวิวขณะที่เราเขียนอยู่ขณะนี้</p>



<p>ในวันที่เพลงล่าสุด <em>ชัดเจน</em> ปล่อยออกมา เราไม่พลาดที่จะชวนพวกเขามาย้อนเส้นทางกว่าจะถึงวันที่ไม่ว่าใครก็รู้จัก Paper Planes พวกเขาเติบโตจากวันแรกจนถึงวันนี้มากแค่ไหน และคาดหวังอะไรกับการเดินทางครั้งใหม่นี้ พร้อมเบื้องหลังสนุกๆ ของการทำเพลง จากวงดนตรีร็อกที่เชื่อว่าการทำเพลงเศร้าคือความเท่ ก่อนไปฟังคำแนะนำถึงเด็กๆ จากนักดนตรีพังก์ในวันที่กลายเป็นพี่ชายของเด็กๆ หลายคน</p>



<p>และนี่คือเรื่องราวของ Paper Planes ที่พวกเขาจะมาตอบแบบชัดเจนมากที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165486" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c3_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 1: ต้องเป็นศิลปิน</strong></h4>



<p><strong></strong>ย้อนกลับไปวัยเด็กหลายคนคงมีไอดอลเป็นของตัวเอง และมีส่วนทำให้เรากลายเป็นตัวเองในวันนี้ ไม่ต่างกับฮายและเซน กว่าที่พวกเขากลายเป็นไอดอลของเด็กๆ ที่ผ่านมาศิลปินวงร็อกในตำนานอย่าง Retrospect และ Sweet Mullet ก็เคยเป็นไอดอลของพวกเขาเช่นกัน และทำให้เขาก้าวมาเป็นศิลปินเต็มตัวอย่างในทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>ฮาย: ไอดอลตอนนั้นค่อนข้างมีอิทธิพลเยอะ ด้วยแนวเพลง วิธีการฟังเพลงก็เป็นไปตามนั้นเลย เหมือนกับเราก็ฟังพวกเพลงหนักๆ เพลงร็อก เพลงเมทัล ตั้งแต่นั้นมา พอเวลาผ่านไปมันค่อยๆ หล่อหลอมเป็นตัวเรา เราก็ไปฟังสิ่งที่เยอะมากขึ้น แต่ถามว่าแรงบันดาลใจมาเต็มๆ ไหม ก็ค่อนข้าง เหมือนไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เรื่องของมิวสิคด้วย</p>



<p>เซน: เป็นไอคอน มันทำให้เราเห็นภาพว่าถ้าเราอยากเป็นศิลปิน เราอยากเป็นแบบนี้</p>



<p>ฮาย: ตอนนั้นที่ฟังเพลงร็อกเพราะรู้สึกว่ามันเท่ แล้วมันแตกต่าง พอเริ่มรู้สึกว่ามันเท่ปุ๊บมันมีแพสชันในการฟัง รู้สึกว่ามีสไตล์ พวกซาวนด์ของเพลงร็อก มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากนะ เหมือนเป็นรสชาติที่เราชอบ&nbsp;</p>



<p>เซน: ผมรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยบางอย่าง ปลดปล่อยพลัง ช่วงแรกๆ ตอนเด็กๆ รู้สึกว่าพอเล่นสไตล์นี้ปุ๊บมันมันส์ จะเน้นมันส์มากกว่าเน้นเพราะในตอนเด็กๆ</p>



<p>อีกหนึ่งเป้าหมายที่พวกเขาบอกกับเรา คือการขับเคลื่อนสังคมในแง่ของวิธีคิดแบบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเด็ก เรื่องการตัดสินคน เรื่องความฝันที่บางครั้งไม่ต้องมีก็ได้ หรือการตัดสินคนจากภายนอก ไปจนถึงขับเคลื่อนเรื่องแรงบันดาลใจ&nbsp;</p>



<p>ฮาย: ผมมองว่า Paper Planes เป็นวงที่ไม่ต้องการเกิดขึ้นมาเพื่อสอนคนอื่น แต่เกิดมาเพื่อพูดให้คนรู้สึกว่าเรารับฟังเขา ไม่ได้เป็นการพูดเพื่อสั่งสอน แต่พูดเพื่อรับฟังและเข้าใจ ก็เลยรู้สึกว่า Paper Planes อยากขับเคลื่อนสังคมในแง่ของวิธีคิดแบบใหม่ๆ norm ใหม่ๆ ในบางเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเด็ก เรื่องการตัดสินคน เรื่องความฝันที่คนไม่เคยพูดถึง  เช่น การไม่ต้องมีฝันก็ได้ หรือการตัดสินคนจากภายนอก เรื่องของ personality วงอยากขับเคลื่อนเรื่องพวกนี้ ถ้ามันไปได้มากกว่านั้นอยากขับเคลื่อนเรื่องแรงบันดาลใจ</p>



<p>เรารู้สึกว่าถ้าคนอยากตามความฝันจริงๆ เขาคงอยากมีแรงบันดาลใจ หรือจุดเริ่มต้นที่ดี เหมือนกับเราตอนเด็กๆ ที่เราได้แรงบันดาลใจจากคนอื่น แล้วก็อยากขับเคลื่อนเรื่องของสัตว์เลี้ยง สุนัข แมวจรจัด เพราะเป็นเรื่องที่เราค่อนข้างชอบ รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาหนึ่งที่มันกระทบกับสังคม ถ้าเกิดมีโอกาสก็อยากขับเคลื่อนตรงนี้ เรารู้สึกว่าถ้าเราโตกว่านี้เราน่าจะทำได้บ้าง แต่แน่นอนว่าเราไม่สามารถ drive ได้ทุกเรื่อง ก็เลยเลือกจากสิ่งที่เราชอบหลักๆ แล้วก็เรื่องของเด็กๆ เราได้วิธีคิดอะไรจากเด็กๆ ค่อนข้างเยอะ ก็เลยคิดว่า ถ้าเกิดเราเป็นพี่ชายคนนึง น่าจะทำให้น้องเกิดมาเป็นเด็กที่โอเคในสังคมได้ และใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการได้&nbsp;</p>



<p>เซน: บางทีเด็กๆ เขาต้องการวิธีคิด หรืออะไรบางอย่างที่ยึดเหนี่ยวให้เขาผ่านปัญหาเด็กในแต่ละวัยได้ เหมือนเราตอนเด็กๆ เราเจอปัญหานู่นนี่นั่น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165488" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c11_20230210-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นับตั้งแต่วันที่ก่อตั้งวงจนกว่าเข้าสู่ปีที่ 6 มีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไป ทั้งจำนวนสมาชิก ทัศนคติ และแนวเพลงที่พวกเขาพยายามสร้างรสชาติเพลงร็อกที่แตกต่างจากปกติ ขณะเดียวกันแม้จะมีจะวงร็อกในตำนานเป็นไอดอล แต่พอถึงวันที่ต้องมาทำเพลงเองจริงๆ พวกเขาก็เริ่มค้นหาความแตกต่างของวงตัวเองไปทีละน้อย จนกลายเป็นวง Paper Planes วงร็อกผสานระหว่างอีโมแทร็ปที่มีซาวนด์สังเคราะห์และดนตรีป็อปพังก์ กลายเป็นตัวแทนของวัยรุ่นยุคนี้ได้อย่างดี</p>



<p>ฮาย: แนวเพลงก็ต่างจากเดิมเยอะ แต่ว่ายังคงความเป็นร็อกเหมือนเดิม แต่มีความสื่อสารมากขึ้น เหมือนอย่างที่บอก พวกเราติดเท่ สะใจ&nbsp;</p>



<p>เซน: หรือซาวนด์อะไรน่าสนใจ เท่ๆ ก็หยิบมาใช้ โดยไม่ได้นึกถึงว่าเพลงจะสื่อสารอะไร เราจำเป็นต้องใช้จริงๆ ไหม</p>



<p>ฮาย: ใช่ แต่ตอนนี้เหมือนจะทำให้น้อยที่สุด แล้วก็เน้นไปที่ message ที่เราจะสื่อสารมากกว่า ตอนที่หาสไตล์เพลง เราก็ทำเพลงป็อปอยู่แล้ว แต่เรารู้สึกว่า Paper Planes ไม่สามารถทำเพลงป็อปได้ขนาดนั้น ก็เลยคิดว่ามันจะมี way ไหนที่จะทำให้สามารถเข้าไปอยู่ในตลาดนั้นได้ คือทำให้มันชัดเจนที่สุด มีคาแรกเตอร์ เป็นวงที่มีความ niche ต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น เราถึงจะมีจุดเด่นที่ไปสู้กับคนอื่นได้ ตอนนั้นวงก็เลยคิดว่าจะทำยังไงให้วงชัดเจนมากที่สุดในแบบของตัวเอง&nbsp;</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 2: วันของ Paper Planes ต้องมาถึง</strong></h4>



<p>ความฝันของฮายและเซนคือการเป็นศิลปินมาตลอด จนเราอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกสงสัยในเส้นทางของตัวเองบ้างไหม ก่อนจะพบว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ และบอกกับเราว่า “รู้ว่าสักวันมันจะมาถึง” วันที่ดนตรีของเขาเปลี่ยนทั้งเมืองให้มีแต่เสียงของ Paper Planes</p>



<p>ฮาย: ของผมเองไม่มีความรู้สึกสงสัย แต่เป็นเหมือนแค่ว่ามันยังไม่ถึงตรงนั้น แต่รู้ว่าสักวันมันจะมาถึง แอบรู้สึกทุกวันว่ามันค่อยๆ โตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะเร็วขนาดไหน หรือช่วงไทม์ไลน์ไหน ค่อนข้างแน่วแน่ทางนี้มากๆ&nbsp;</p>



<p>เซน: รู้สึกคล้ายๆ กัน ไม่ค่อยรู้สึกว่าจะไม่ถึง เหมือนเราแค่ต่อคิว เพราะเราทำเต็มที่ของเรา แล้วเรามั่นใจว่าของเรามันดีพอ แค่รอวันที่จะมีคนเห็น</p>



<p>ฮาย: เราอยู่ในวงการเพลงมาด้วย เราพอรู้ธรรมชาติของวงการเพลง มันจะมีช่วงที่ถ้าเกิดมีใครป็อปปูลาร์ขึ้นมา สีของเมือง หรือไวบ์มันจะประมาณนั้นไปหมด แล้วพอมีใครที่แตกต่างขึ้นมา มันอาจจะเกิดความน่าสนใจมากขึ้น วงทุกวงมีซีนของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นวงป็อป เรารู้สึกแบบนั้นมาตลอด แต่แค่ไม่ได้คิดว่าพอเข้ามาแล้วมันจะกระจายไปกว้างขนาดนั้น คิดว่าวันนึงยังไงต้องได้เข้ามาแหละ เราที่ทำเบื้องหลังด้วย เราพอคาดเดาบางอย่างได้ เลยพอมีความมั่นใจ ถามว่าได้เอามาโฟกัสไหม ก็ไม่ขนาดนั้น แต่เหมือนรู้กลายๆ ว่ายังไงมันก็ต้องได้ แต่ไม่ได้คิดว่าจะไปถึงเด็ก (หัวเราะ)</p>



<p>ทั้งฮายและเซนบอกว่าการที่เพลงไปไกลถึงเด็กๆ แม้จะไม่ค่อยมีผลเรื่องทิศทางของวงมากนัก แต่สิ่งที่พวกเขาก็ต้องกลับมาตรวจสอบให้มากขึ้นคือเรื่องคำหยาบที่ปรากฏในเพลง แต่โชคดีที่เพลงของพวกเขาแทบไม่ค่อยมีคำหยาบอยู่แล้ว ที่เหลือจึงเป็นการทำเพลงในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ฮาย: อย่างที่เซนเคยบอกว่า เราถูกชอบ ถูกรักด้วยความเป็นตัวตนของวง พอเวลามันเป็นแบบนี้ เราไม่ต้องเปลี่ยนตัวเอง มันก็เลยง่ายสำหรับเรา มันเหมือนเป็นความโชคดีแล้วกัน ที่มันง่ายจนไม่ต้องปรับอะไรมาก อาจจะเป็นของที่อยากฝากไปให้มากกว่าเดิม จาก Song Camp ล่าสุด เราก็ทำเพลงที่เราคิดว่ามันน่าจะปลูกเมล็ดพันธุ์อะไรไว้ในใจคน เป็นเรื่องของการพูดเพื่อเข้าใจ น่าจะได้ฟังในอัลบั้ม คาดว่าจะปล่อยช่วงกลางปี &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165489" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c1_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 3: ต้องเป็นค่ายเพลง</strong></h4>



<p>เราแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาเข้ามาทำงานภายใต้ค่ายเพลงเป็นเพราะเชื่อในการทำงานอย่างเป็นระบบในการทำงานแบบบริษัท นอกเหนือไปจากความฝันที่จะทำงานในค่ายที่ขึ้นชื่อว่ารวมวงร็อกระดับตำนานไว้มากมาย</p>



<p>ฮาย: จริงๆ อย่างที่บอกเรามีค่ายที่เราชอบอยู่แล้ว มีเป้าหมายของเราว่าอยากอยู่กับค่าย genie records ตั้งแต่เด็กๆ เราอยากอยู่ค่ายนี้ เพราะเรารู้สึกว่าหน้าที่ของศิลปินบางคน บางวง ไม่เหมาะที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างคนเดียว เราต้องมีทีม เราต้องทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด และหน้าที่ของเรา วงทำเพลงอย่างเดียว ที่เหลือเรื่องของมาร์เก็ตติ้งก็เป็นหน้าที่ของค่าย&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่าการมีทีมที่แข็งแรงมันค่อนข้างดี และ genie records ค่อนข้างทำงานกันเก่ง เป็นระบบ การจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ดี การจัดเก็บทุกอย่างค่อนข้างเป๊ะ มันดีที่เราจะเข้ามาทำงาน และทำส่วนของเราอย่างเดียว แล้วที่เหลือให้ทีมที่แข็งแรงช่วยจัดการให้ มันก็เลยทำให้เราอยากเข้ามาอยู่ในค่าย แต่ตอนแรกยังไม่ส่งเดโมในค่าย เพราะว่าที่ค่ายเข้าไปเห็นเพลงคัฟเวอร์ แล้วเขาก็ชวนเข้ามาอยู่ในโปรเจกต์ ต่อจากนั้นก็เลยเซ็นสัญญายาวๆ เลย&nbsp;</p>



<p>เซน: เหมือนเวลาเราทำอะไร เราค่อนข้างจะวางแผนก่อน คิดก่อนว่าจะทำอะไร แล้วก็วางแผนให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยลงมือ</p>



<p>ฮาย: เพราะด้วยเนเจอร์ของพวกเราไม่ใช่คนเป็นระบบ เลยต้องมีระบบครอบไว้ประมาณหนึ่ง เหมือนเรารู้ตัวเอง ที่เหลือก็ปล่อยมันไหลลื่น เพราะว่างานศิลปะ บางคนก็ทำเป็นรูทีนได้ แต่ว่ามันอาจจะไม่เหมาะกับพวกเรา พวกเราจะต้องเป็นไทม์มิ่งที่เหมาะสมจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ศิลปินหนุ่มทั้งสองเล่าบรรยากาศการทำงานวงว่าเป็นการทำงานควบคู่กันไประหว่างการเขียนเนื้อเพลงและการทำดนตรี โดยเริ่มจากการการหาไอเดียก่อน จากนั้นฮายจะเป็นคนวางองค์ประกอบเพลง เช่น คอร์ด เมโลดี แล้วแบ่งงานทำกับทีม ไปพร้อมๆ กับการเขียนเนื้อเพลง พอทุกคนทำเสร็จพร้อมกันก็จะมาอัดพร้อมกัน</p>



<p>เซน: เราอาจจะรู้สึกว่าด้วยคนที่มันน้อยลง แต่ว่าจุดตั้งต้นมันเหมือนเดิม แอบง่ายขึ้น ไวขึ้น เพราะว่ามันต่อท่อตรงเลย ไม่ต้องผ่านใคร ออกจากหัวคนคิดก็จัดการอัดได้เลย เหมือนเปลี่ยนสถาปัตยกรรมเรื่องของชิปใหม่&nbsp;</p>



<p>ฮาย: มันตัดเรื่องอารมณ์ สัมพันธ์บางอย่างออกไป เรามองที่ผลงานอย่างเดียวเลยว่าเราต้องการทำงาน จะไม่มีเรื่องของอารมณ์หรือเหตุผลอื่นที่ไม่จำเป็นเข้ามาเลย&nbsp;</p>



<p>เซน: อย่างตอนไอเดียโดนปัดทิ้งก็คือไม่คิดมากเลย คือเข้าใจว่ามันใช้ไม่ได้ก็คือจบ แค่นั้น</p>



<p>ฮาย: มันเป็นเรื่องปกติมากเลย อย่างน้องในทีมคนหนึ่งนั่งเขียนเปียโน อัดร้องไปเป็นชั่วโมง ผมขึ้นไปอาบน้ำ แล้วลงมาบอกว่า ไม่เอา มันก็อัดใหม่</p>



<p>เซน: (หัวเราะ)</p>



<p>ฮาย: คือมันเป็นเรื่องปกติ แต่ว่าพอเราอยู่ในทีมแบบนี้เราทำงานง่าย เพราะเราไม่มานั่งน้อยใจกัน เพราะทุกคนสามารถโดนตัดไอเดียได้หมดเลยถ้ามันไม่เวิร์ก แม้กระทั่งตัวเราเองที่เป็นลีดเดอร์&nbsp;</p>



<p>แม้ทั้งฮายและเซนจะเป็นคนที่ดูเรื่องภาพรวมของเพลงเป็นหลัก แต่สุดท้ายคนที่คอยตัดสินใจเมื่อทั้งสองคนเห็นไม่ตรงกัน คือฮาย ในฐานะโปรดิวเซอร์ลีดเดอร์ของวง</p>



<p>ฮาย: ต้องบอกก่อนว่า เราไม่ได้ถือวิสาสะกัน แต่เราวางโพสิชันของตัวเอง</p>



<p>เซน: ใช่ แล้วฮายเป็นโปรดิวซ์ของวง คือเราเข้าใจหน้าที่ของเพื่อนแล้ว แล้วเราวางใจ ซึ่งมันก็ง่ายที่จะยอมรับให้เพื่อนตัดสินใจ</p>



<p>ฮาย: เหมือนเป็นบทบาทในการทำงานอยู่แล้ว เซนก็จะเป็นคนโปรดิวซ์ แต่ก็จะเป็นลีดบ้าง ฟอลโลว์บ้าง เหมือนไว้ใจกันทำงาน ใครทำหน้าที่อะไร ถ้าเขาเคาะว่าต้องเป็นแบบนั้นก็ค่อนข้างจะไว้ใจ เรื่องอะไรที่เห็นไม่ตรงกันไม่ค่อยมี</p>



<p>เซน: เรื่องใหญ่ๆ ไม่ค่อยมี ส่วนมากจะเป็นไอเดียตอนทำงาน</p>



<p>ฮาย: เออ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกระจุกกระจิก</p>



<p>เซน: ซึ่งมันก็ปัดตกไปเลย เพราะว่าไม่ได้เอามาคิด</p>



<p>ฮาย: ขนาดทุกคนจะต้องนั่งเครื่องบิน แล้วผมขอ prefer ขอนั่งรถได้ไหม พวกมันยังมานั่งรถกับผมเลย ก็เลยไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอะไรกัน คือมันเหมือนพยายามเข้าใจความคิดกันมากกว่า</p>



<p>เซน: เพราะเราก็เข้าใจเพื่อนว่าเพื่อนกลัวเครื่องบิน แล้วการไปจังหวัดนั้นมันค่อนข้างจะมีแผลในใจ</p>



<p>ฮาย: อุปสรรคเยอะ ก็เลยไม่ค่อยทะเลาะกันเพราะว่าเราแยกบทบาทคนทำงานกับเพื่อนได้ค่อนข้างดีมากๆ ก็เลยไม่ค่อยเก็บมาคิดเล็กคิดน้อย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165490" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c10_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 4: ชัดเจนแล้วว่าไม่ชัดเจน</strong></h4>



<p>ในวันที่เพลงใหม่ล่าสุดของวง อย่างเพลง ชัดเจน ปล่อยออกมา พวกเขายังคงสไตล์เพลงร็อกอย่างหนักแน่น บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ได้รัก เพียงแต่เราไม่เลือกที่จะไม่ยอมรับ ซึ่งเป็นประโยคที่ฮายไปเจอในทวิตเตอร์ก่อนนำมาสำรวจเรื่องราวจากคำนี้ในแง่มุมอื่นๆ&nbsp;</p>



<p>ฮาย: อย่างที่บอกตอนแรกมันเริ่มจากคอนเซ็ปต์ก่อน ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องของตัวเอง แต่ว่าพอเราเขียนไปเรื่อยๆ เราเอาเหมือนประสบการณ์บางส่วน โมเมนต์บางส่วนมาผสมกัน จากประสบการณ์ชีวิตแหละ มันไม่ได้ตรงเหมือนกัน 100% มันเหมือนกับว่าบางโมเมนต์มันก็ใช่ เราจะรู้สึกว่าเราหยิบบริบทตรงนี้มาได้ 1 ท่อน แต่พอเป็นท่อนต่อไปมันอาจจะไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ถามว่ามีโมเมนต์คล้ายๆ ไหม มีบ้าง เรารู้สึกว่าบางอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว แต่เราเลือกที่จะมองข้าม ถ้าเรื่องอย่างนี้ก็ค่อนข้างกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักหรืออะไรก็ตาม</p>



<p>ถ้าพูดถึงเรื่องที่นอกเหนือไปจากความรักมันจะเป็นสถานการณ์แบบไหน เขาทั้งสองใช้เวลานึกอยู่นาน</p>



<p>ฮาย: อืม สถานการณ์แบบไหนใช่ไหม น่าคิด ผมชอบมากเลย ขอคิดแป๊บนึง ไม่เคยคิดเลยอันนี้ มันคิดยากเนอะ พอไม่ใช่ความรัก</p>



<p>ไม่กี่อึดใจเซนเอ่ยขึ้นมาว่าเหมือนกับย้อนกลับไปช่วงเวลาที่พวกเขาไม่จริงจังกับการทำวงจึงทำให้วงยังไม่ประสบความสำเร็จ มันน่าจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นที่การกระทำของตัวเอง แต่กลับเลือกที่จะไม่มอง แต่ก็ยังคงตั้งคำถามว่าทำไมวงจึงยังไม่ดังสักที</p>



<p>เซน: ของผมไม่รู้มันเกี่ยวหรือเปล่านะ แต่มันมีช่วงนึงที่ก่อนวงจะดัง จะกลับมาทำอัลบั้มใหม่ แล้วคือทุกคนเปื่อยกันหมดเลย แม้แต่ตัวเราด้วย เราก็รู้สึกว่าทำไมมันยังไม่ถึงสิ่งที่เราฝันสักทีวะ มันก็ชัดเจนแล้วนะว่าที่มันยังเป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าสิ่งที่มึงทำ ไม่จริงจัง ไม่เต็มที่ ช่วงเวลานั้นมันก็ชัดเจนแล้วนี่ว่าที่มันไม่สำเร็จว่ามึงเป็นแบบนี้ แต่เราไม่ได้มองตัวเองว่า มองข้ามความเปื่อย ความไม่จริงจังของตัวเอง เรามองแค่แบบ ทำไมมันยังไม่สำเร็จสักทีนู่นนี่นั่นเอง แต่มึงเสือกไม่มองตัวเองเลย&nbsp;</p>



<p>ฮาย: ของผมเป็นเรื่องแบบถ้าเป็นเรื่องชีวิตประจำวันคือ เวลาคนปฏิเสธเราแบบอ้อมๆ เช่น สมมติเรียกแท็กซี่ แล้วบอก เติมแก๊ส คือตอบแบบไม่ชัดเจนนะ แต่มันชัดเจนอยู่แล้วว่าจะไม่ไปส่ง หรือส่งรถ ไปส่งกูก่อนดิ (หัวเราะ) อะไรแบบนี้ เราก็รู้ เหมือนคนปฏิเสธอ้อมๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165493" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c4_20230210-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 5: ความเศร้ามันเท่กว่า</strong></h4>



<p>เราตั้งข้อสังเกตว่านับตั้งแต่เพลงแรก ก่อนเสียเธอไป จนถึงเพลงฮิต เสแสร้ง หรือเพลงล่าสุด ชัดเจน ของ Paper Planes ส่วนใหญ่เป็นเพลงผิดหวังในความรัก ฮายบอกกับเราว่าสำหรับเขาแล้วการเขียนเรื่องราวเศร้าเป็นเรื่องที่เขาถนัดกว่าการเขียนเพลงความรักแบบสมหวังมาก</p>



<p>ฮาย: ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเพลงร็อกไหม แต่เคยคิดว่ามันเป็นเพราะเพลงร็อก แต่จริงๆ คิดว่าพอหลังจากนั้นมา คิดว่าไม่เกี่ยว คิดว่าเป็นธรรมชาติของตัวเอง ต้องตอบในฐานะคนเขียน ผมไม่ค่อยเป็นคนแบบคลั่งรัก ในแบบพับลิกมาก มันก็เลยเหมือนกับว่าการเขียนเพลงรักแบบสมหวัง มันจะดูเคอะเขิน ในแบบของเรา เรารู้สึกว่าความพิเศษของเรามันคือการเก็บไว้ให้แค่คนนั้น พอมันถูกพูดมากๆ มันจะดูไม่โรแมนติกสำหรับเรา มันก็เลยไม่ได้เขียนเพลงรัก สมมติว่าเรามีแฟนคนหนึ่ง เราจะเขียนเพลงรักให้เขา เรารู้สึกว่ามันไม่โรแมนติกสำหรับเรา&nbsp;</p>



<p>เซน: เราเลยเลือกที่จะไม่เขียน ก็เลยเลือกเขียนเพลงอื่น</p>



<p>ฮาย: อาจจะเป็นที่เรา ไม่น่าจะเป็นที่แนวดนตรี ผมรู้สึกว่าถ้าจะต้องเขียนเพลงรัก อาจจะคิดออกในอนาคตนะ แต่ว่า ณ ตอนนี้มันคิดไม่ออก ผมรู้สึกว่าด้วยธรรมชาติของผม พอมันพูดมากกว่าทำ หรือแสดงให้เห็นมากกว่าทำ เหมือนมันพาเราไปต่อไม่ได้ เหมือนเขียนข้อดีของเรามากจนเกินไป หรือเขียนเพื่อให้อีกคนรู้สึกมากจนเกินไป ตอนนี้มันติดอยู่ตรงนั้น&nbsp;</p>



<p>สมมติผมจะเขียนเพลงให้แฟน การทำให้เขาประทับใจมันน่าจะเป็นการกระทำมากกว่าการพูดหรือว่าสิ่งที่เขียนออกไป แล้วผมชอบทำมากกว่า มันเลยเขียนยาก เวลาเราบอกรักกัน มันไม่ได้ใช้ภาษาที่สวยหรูไง บางทีคำว่ารักของผมมันไม่ใช่คำว่ารักเลย แล้วมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ส่วนตัวเกินไป ก็เลยเขียนไม่ได้ แต่อาจจะเขียนได้ในอนาคตถ้าคิดว่าจะต้องเขียน</p>



<p>เซน: แต่เวลาเขียนให้คนอื่นก็เขียนได้</p>



<p>ฮาย: เออ เขียนได้เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ก็ไม่ได้อยู่ในแนวร็อก น่าจะเป็นที่ตัวเราเอง</p>



<p>เซน: เคยเขียนแบบนานๆ เขียนที</p>



<p>ฮาย: เคยเขียนเพลงหนึ่ง ‘โดนเธอช็อตกลางหัวใจ หากปล่อยไว้คงไม่ทัน’ โห ดูรอยสักดิ โดนเธอช็อต&nbsp;</p>



<p>เซน: ใช่ๆ</p>



<p>ฮาย: อาจจะเขียน พอเป็นเพลงของวงแล้วอยากเขียนเรื่องของตัวเองมากกว่า ในเรื่องของความรัก เราจะได้เข้าใจมัน</p>



<p>เซน: คงจะเป็นเพลงที่เกี่ยวกับความรักเฉยๆ แต่ว่าไม่ได้สมหวังในความรัก แบบว่ามีความรักแต่เป็นการคุยกับตัวเองก่อน&nbsp;</p>



<p>“ทำไมถึงคิดว่าการแสดงความเศร้าข้างในมันทำได้ง่ายกว่า” เราถามต่อ</p>



<p>เซน: เด็กอีโมอะ</p>



<p>ฮาย: อันดับแรกเลยอะ มันเท่ ถ้าพูดแบบไม่คิดอะไรเลย แต่เรารู้สึกว่ามันคือตัวเรา เราเป็นคนที่เหมือนกับในชีวิตจริงก็ไม่ได้ไปแสดงความเศร้าให้ใครเห็นนะ เรารู้สึกว่าเขียนผ่านในเพลงมันสามารถ drain มันออกมาได้หมดจด มันทำให้เราใช้มันให้เป็นประโยชน์เหมือนมันสละสลวยมากขึ้น และอีกอย่างมันยึดโยงกับเราเป็นหลัก เหมือนมันคือความรู้สึกของเราจริงๆ คือผมไม่ชอบชมตัวเองอะ พูดง่ายๆ การเขียนเพลงเศร้ามันจะง่ายกว่า เพลงรัก ในบางนัยยะเหมือนบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ นึกออกใช่ไหม นิดหนึ่ง ซึ่งผมมักจะไม่ใช่แบบนั่น มันเท่กว่า! การเป็นคนเศร้ามันเท่กว่า (หัวเราะ)</p>



<p>เซน: เออ จริงนะ มันไม่เขิน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ชัดเจน (Complicated) - Paper Planes「Official MV」" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/1T_E9IvYtYc?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความชัดเจนเรื่องที่ 6: จะไม่กลับไปแก้ไขอะไร</strong></h4>



<p>ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ Paper Planes อาจไม่ใช่วงดนตรีที่มีเส้นทางเดินโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่สิ่งที่ทำให้เขาก้าวมาถึงวันนี้ได้อาจเป็นความชัดเจนในตัวเองและพยายามทำในสิ่งที่ต้องการจริงๆ</p>



<p>ก่อนจบบทสนทนาเราทิ้งท้ายคำถามว่าถ้าย้อนกลับไปตัวเองตอนเป็นเด็ก อยากมีคนแบบไหนอยู่ข้างๆ ทั้งฮายและเซนต่างเอ่ยถึงคนธรรมดาๆ อย่างครอบครัว และเพื่อน</p>



<p>ฮาย: ถามว่าอยากย้อนกลับไปไหม อาจจะไม่อยาก เพราะรู้สึกว่าการย้อนอะไรกลับไปในอดีตมันจะมีผลกับอนาคตหมด แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งถ้าย้อนกลับไปจริงๆ ผมคงเปลี่ยนอะไรหลายๆ เรื่องเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>แต่ก็คิดว่าไม่อยากย้อนกลับไป ถ้าย้อนกลับไปผมอยากให้ครอบครัวผมคงเดิม คือมีคุณพ่อ คุณแม่อยู่ครบ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ เรารู้สึกว่าอย่างน้อยเราโตมาโดยที่มีคุณพ่อคุณแม่ เรายังมีคนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกับเรา และให้คำปรึกษาเราได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในวันหนึ่งที่ผมประสบความสำเร็จ มันค่อนข้างมีมุมที่ว่างเปล่าเหมือนกัน เวลาผมนึกในใจว่าถ้าเกิดเขายังอยู่จริงๆ เขาคงภูมิใจในตัวเรามาก แบบนึกภาพว่าเราคงได้ขับรถโชว์เขาว่า วันนี้ได้งานนี้มาด้วยนะ วันนี้ได้เงินมาเท่านี้ เป็นโมเมนต์ที่ง่ายๆ มันง่ายสำหรับทุกคน แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมได้ มันเป็นโมเมนต์ทั่วไปมากๆ เฮ้ยวันนี้เงินเข้าแล้วนะ เป็นแสน เป็นล้าน มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับผมได้ ผมอยากได้โมเมนต์แบบนั้น นึกออกใช่ไหม โมเมนต์ที่เหมือนเขาภูมิใจในตัวเรา มันมีมากกว่าตัวเราที่ภูมิใจในตัวเรา แต่ผมรู้ว่าถ้าเกิดกลับไปเปลี่ยนวันนี้มันก็จะไม่มีวันมาถึง ก็เลยคิดว่าไม่อยากกลับไปเปลี่ยน</p>



<p>เซน: ของผมถ้าย้อนได้ก็คงไม่เปลี่ยนเหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกสภาพแวดล้อมตอนเด็กๆ คงอยากได้เพื่อนที่แบบคอยต่อยอดจินตนาการด้วยกันตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยมีที่แบบช่วงประถม มีแต่เพื่อนเล่นสนุกๆ แต่คนที่คอยจุดประกายความฝันกับเราไม่มี ถ้ามีสักคนหนึ่ง น่าจะสนุกขึ้น&nbsp;</p>



<p>ก่อนจากกัน เราให้ทั้งสองฝากข้อความกลับไปถึงตัวเองตอนเด็กๆ อีกครั้ง</p>



<p>เซน: ซื้อบิทคอยน์ไว้นะลูก</p>



<p>ฮาย: (หัวเราะ) เออว่ะ</p>



<p>ฮาย: ใช้ชีวิต ผมว่ามันไม่น่ามีประโยชน์อะไรเลย… แต่ซื้อบิทคอยน์ไว้ แม่ง ซื้อไว้ก็ไม่ได้เป็นศิลปินนะเว้ย</p>



<p>เซน: ซื้อไว้แล้วไม่ขายด้วย ซื้อไว้ก็ไม่รู้จะขายตอนไหน ขายตอนถูกอีก&nbsp;</p>



<p>ฮาย: (หัวเราะ)</p>



<p>เซน: ใช้ชีวิต ก็คงประมาณนี้แหละ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165498" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c13_20230210-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165497" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/q-a-day-Paper-Planes_Content_c14_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/paper-planes-complicated/">เส้นทางลู่ลมของ Paper Planes วงดนตรีที่ชัดเจนแล้วว่าต้องเป็นศิลปินเพลงร็อก พี่ชายที่ดี และมีชีวิตแบบไม่ขอกลับไปแก้ไขอดีต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>lullaboy ศิลปินจากสิงคโปร์ที่ใช้ความรักนำทาง และการเปลี่ยนเพลงเศร้าให้เป็นศิลปะในเพลงล่าสุด &#8216;van gogh&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lullaboy-van-gogh/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Mar 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Music]]></category>
		<category><![CDATA[Van Gogh]]></category>
		<category><![CDATA[Lullaboy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165404</guid>

					<description><![CDATA[<p>Oh my God, what a blessingOut of 10, you&#8217;re 11I waited so long, I&#8217;ll never move onYour love is a shortcut to heaven บางส่วนจากเพลง Shortcut To Heaven เพลงที่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหากใครเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย หรือเปิดวิทยุขณะฟังเพลงก็คงได้ยินเสียงนุ่มๆ ผสมกับดนตรีป็อปฟังสบายจากเพลงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้รับความนิยมในไทย กวาดยอดสตรีมบน spotify กว่า 5 ล้านครั้ง ซึ่งในยอดสตรีมนั้นมาจากไทยสูงเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะเป็นศิลปินจากสิงคโปร์ที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยนัก&#160; เบอร์นาร์ด ดินาตา (Bernard Dinata) หรือ lullaboy เจ้าของเพลง เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง ลูกครึ่งอินโดนีเซีย-จีน จากสิงคโปร์ที่น่าจับตามอง เนื้อหาคลั่งรัก ทำนองติดหู แนว Pop ผสม R&#38;B [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lullaboy-van-gogh/">lullaboy ศิลปินจากสิงคโปร์ที่ใช้ความรักนำทาง และการเปลี่ยนเพลงเศร้าให้เป็นศิลปะในเพลงล่าสุด &#8216;van gogh&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center"><em>Oh my God, what a blessing</em><br><em>Out of 10, you&#8217;re 11</em><br><em>I waited so long, I&#8217;ll never move on</em><br><em>Your love is a shortcut to heaven</em></p>



<p>บางส่วนจากเพลง Shortcut To Heaven เพลงที่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหากใครเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย หรือเปิดวิทยุขณะฟังเพลงก็คงได้ยินเสียงนุ่มๆ ผสมกับดนตรีป็อปฟังสบายจากเพลงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้รับความนิยมในไทย กวาดยอดสตรีมบน spotify กว่า 5 ล้านครั้ง ซึ่งในยอดสตรีมนั้นมาจากไทยสูงเป็นอันดับ 3 แม้ว่าจะเป็นศิลปินจากสิงคโปร์ที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยนัก&nbsp;</p>



<p>เบอร์นาร์ด ดินาตา (Bernard Dinata) หรือ lullaboy เจ้าของเพลง เป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง ลูกครึ่งอินโดนีเซีย-จีน จากสิงคโปร์ที่น่าจับตามอง เนื้อหาคลั่งรัก ทำนองติดหู แนว Pop ผสม R&amp;B เนื้อเพลงเข้าถึงง่าย คือคำที่อธิบายตัวตนผ่านบทเพลงของ lullaboy ได้อย่างดี และไม่แปลกใจเลยที่เพลงนี้จะกลายเป็นเพลงติดหูของคอเพลงชาวไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165431" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>  </figcaption></figure>



<p>จนเดือนพฤศจิกายน 2022 ที่ผ่านมา เขาได้บินมาโชว์เคส &#8216;lullaboy Shortcut To Heaven in BKK&#8217;&nbsp;เพื่อพบปะแฟนๆ ชาวไทยครั้งแรก ซึ่งได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ ไปอย่างอบอุ่น</p>



<p>แม้หลายคนจะรู้จักเขาจากบทเพลง Shortcut To Heaven แต่น้อยคนน่าจะยังไม่รู้ว่าเขาเริ่มต้นทำเพลงในฐานะศิลปินอิสระมาก่อนหน้านี้หลายปี โดยอัปโหลดผ่านช่องยูทูบของตัวเอง และความหลงในดนตรียังนำทางเขาให้เข้าเรียนในวิทยาลัยดนตรีเบิร์กเลย์ ที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;</p>



<p>เขากลายเป็นศิลปินดาวรุ่งในสิงคโปร์ ก่อนปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ &#8216;chapters of you&#8217; ในปี 2022 พูดถึงเรื่องราวความรักผ่านแง่มุมที่แตกต่างกันไปในอัลบั้มทั้ง 12 เพลง ด้วยความสามารถที่โดดเด่น เขาได้เซ็นสัญญากับค่าย RedRecords<strong> </strong>ค่ายเพลงจากความร่วมมือระหว่าง Universal Music Group<strong> </strong>และสายการบิน Airasia เพื่อทำงานในฐานะศิลปินระดับประเทศอย่างเต็มตัว</p>



<p>เร็วๆ นี้ เขาได้บินกลับมาที่ไทยอีกครั้ง ไม่เพียงแค่โปรโมต แต่ยังเลือกเป็นสถานที่ถ่าย MV เพลงล่าสุด &#8216;van gogh&#8217; ด้วยเหตุผลว่าเขาติดตามและชื่นชอบครีเอทีฟและงานโปรดักชันที่ไทยมาก</p>



<p>ในวันที่ lullaboy ศิลปินหนุ่มจากสิงคโปร์กำลังก้าวเป็นศิลปินระดับอินเตอร์ เราจึงไม่พลาดที่จะชวนเขามาพูดคุยถึงตัวตน เส้นทางสายดนตรีที่ผ่านมา และเพลงใหม่ที่ปล่อยออกมาเร็วๆ นี้ เพื่อทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น</p>



<p>บทสนทนานำพาให้เราได้รู้จักตัวตนของเขา ทั้งจุดเริ่มต้นความหลงใหลในเสียงเพลงกล่อมก่อนนอนและการแสดงอารมณ์รักอย่างเปิดเผยผ่านดนตรี ด้วยความเชื่อที่ว่า “ไม่ว่าใครต่างต้องการความรัก” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้เขาเชื่อมั่นในความรักและถ่ายทอดออกมาผ่านเพลงเหล่านี้ ตามเราไปพูดคุยกับเขาพร้อมๆ กัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165439" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงรักที่ก่อตัวจากเพลงกล่อม</strong></h4>



<p><strong></strong>ช่วงเวลาเย็นๆ ที่พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เรามาถึงกองถ่าย MV van gogh เพลงใหม่ของ lullaboy ที่เวนิส ดิ ไอริส โครงการอาคารพาณิชย์แถบชานเมืองของกรุงเทพฯ ที่รายล้อมไปด้วยอาคารทรงยุโรป เป็นฉากเบื้องหลังที่เข้ากับเรื่องราวของจิตรกรหนุ่มใน MV ซึ่งเขาได้แสดงเป็นตัวเอกพอดี&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165429" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราเซอร์ไพร์สไม่น้อยที่ได้รู้ว่าผู้กำกับ MV คือ เบนซ์-นิษฐกานต์ แก้วปิยสวัสดิ ผู้กำกับหญิงชาวไทยที่เคยฝากฝีมือไว้กับ MV เพลงเผด็จเกิร์ล ของ Tattoo Colour และครั้งนี้เธอมากำกับ MV ใหม่ให้กับศิลปินหนุ่มจากสิงคโปร์</p>



<p>หลังจากทักทายอย่างเป็นกันเอง เราไม่ลืมแสดงความยินดีกับเพลง Shortcut To Heaven เพลงที่แล้วที่เพิ่งปล่อยมาไม่นาน&nbsp;</p>



<p>“คุณได้คาดหวังไว้ไหมว่าเพลงนี้จะมาไกลขนาดนี้” เราเริ่มต้นบทสนทนา</p>



<p>“ไม่เลย ผมมีความหวังนะ แต่ไม่รู้จะคาดหวังอะไร” เขาเอ่ยอย่างถ่อมตัว “งานของเราที่เป็นศิลปินคือการซื่อสัตย์และใส่อะไรบางอย่างที่มาจากใจเข้าไป อาจจะมีไอเดียบ้างว่าแฟนๆ ชอบแบบไหน แต่ผมไม่เคยแน่ใจ แบบแน่ใจจริงๆ เลยสักครั้ง ก็เลยดีใจมากๆ ที่เพลง Shortcut To Heaven ได้เป็นเพลงที่แฟนๆ เลือกให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต”</p>



<p>ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น เขาเล่าว่าตอนที่ยังเป็นเด็กชายเบอร์นาร์ด เขาเป็นอีกคนที่ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ของตัวเองเท่าไหร่ และการเล่นดนตรีก็เป็นวิธีที่ทำให้เขาได้ปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเอง<em> </em>หลังจากนั้นก็ได้เล่นในที่สาธารณะ การได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน เลยเป็นจุดที่ทำให้เขาตัดสินใจเป็นนักร้อง&nbsp;</p>



<p>“ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ผมจำได้ว่าพ่อของผมเล่นกีตาร์และร้องเพลงอยู่บนเตียง ในขณะที่ผมกำลังจะหลับ” เขาเล่าย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มเล่นดนตรี สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บางทีชื่อ lullaboy อาจเกิดขึ้นมาช่วงนี้ คือการผสมระหว่าง Lullaby เพลงกล่อมและ Boy ในเด็กผู้ชาย “ผมว่าผมน่าจะได้อิทธิพลมาจากเขา” เขาอธิบายต่อ</p>



<p>“งั้นพ่อเป็นคนสอนคุณเล่นดนตรีด้วยหรือเปล่า” เราถาม</p>



<p>“ผมเริ่มมากจากเรียนร้องเพลงตอนอายุ 5 ขวบ หลังจากนั้น 10 ขวบ ผมก็มักจะไปโบถส์ ได้พัฒนาตัวเองเพื่อจะได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มและคอยช่วยเหลืองานที่นั่นหลายครั้ง ดังนั้นก็เลยได้เรียนดนตรีจากนักดนตรีและเล่นอะไรก็ตามที่เขาอยากให้ผมเล่น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165433" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“จากนั้นตอนอายุ 13 ผมก็อกหัก แล้วก็เขียนและอัดเพลง ผมจำความรู้สึกได้เลยว่ามันสงบและเป็นอิสระมาก ขอบคุณเด็กผู้หญิงคนนั้นนะ ที่หักอกผมเพราะเธอทำให้ผมรู้ว่าพลังของดนตรีเป็นยังไง”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผมไม่รู้ว่าบ้านของผมอยู่ที่ไหน</strong></h4>



<p>lullaboy เป็นทั้งลูกครึ่ง เกิดที่อเมริกาและเติบโตในสิงคโปร์ เขาได้เดินทางไปที่ต่างๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมที่เขาต้องเจอทำให้เขาเจอวัตถุดิบในการแต่งเพลงชั้นดี แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขารู้สึกหลงทางด้วยเช่นกัน</p>



<p>“มันมีส่วนที่ทำให้ผมกลายเป็นผมวันนี้อย่างมาก ผมรู้สึกโชคดีที่ได้โตท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพราะมันทำให้ผมพยายามหาด้านดีในทุกที่ที่ไป ทุกๆ ประเทศมีวัฒนธรรมและคุณค่าเป็นของตัวเอง แม้แต่รสนิยมการฟังดนตรีด้วย&nbsp;</p>



<p>“ผมเคยรู้สึกเศร้านะ เพราะผมไม่เคยรู้เลยว่าที่บ้านของตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้ผมเรียนรู้แล้วว่าโลกนี้กลายเป็นบ้านที่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผม ผมได้รับสิ่งที่ผมชื่นชอบมาจากหลายๆ ประเทศที่ไป และมันก็ทำให้ผมเข้าใจว่าความรักเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ผมนำสิ่งนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง และคิดว่ามันช่วยให้ผมทำดนตรีของตัวเองได้ดีขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165437" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้เพลงก่อนหน้านี้ Shortcut To Heaven จะพูดถึงความรักที่สมหวังหลังจากได้เจอใครสักคนในชีวิต แต่ในขณะที่เพลงใหม่อย่าง van gogh เขากลับมาพูดถึงความรักที่ให้ไปแต่ไม่ได้กลับคืนมา เหมือนแวนโก๊ะ ศิลปินที่ทุ่มเทให้กับผลงานของเขาทั้งชีวิตแต่ไม่ได้รับการชื่นชมเลยสักครั้งเมื่อมีชีวิตอยู่</p>



<p>“เพลงนี้พูดถึงการไล่ตามคนที่ทำให้ชีวิตเรามีสีสันขึ้น แต่ไม่ได้รักเขากลับ เรื่องราวของแวนโก๊ะก็เป็นเรื่องราวแบบนี้เหมือนกัน มันค่อนข้างเศร้านะ อุทิศชีวิตของตัวเองให้กับศิลปะ รักแท้ แต่ไม่เคยได้รับการชื่นชมหรือได้รับความรักจากใคร แล้วหลังจากเพียงแค่เขาปลิดชีวิตของตัวเอง เขาก็กลายเป็นจิตรกรที่ได้รับความรักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมถ่ายทอดความเป็นแวนโก๊ะในตัวเอง เพราะเขารู้ว่าผมรู้สึกยังไง”</p>



<p>นอกจากเรื่องราวของแว๊นโก๊ะแล้ว ใน MV ยังหยิบผลงานของศิลปินชื่อดังนี้เข้ามาตีความใหม่ด้วย หากใครได้ชมก็คงจะได้เห็นฉากหนึ่งในตอนท้ายที่ดวงดาวและท้องฟ้าค่อยๆ บิดเบี้ยวคล้ายภาพวาด The Starry Night ของแว๊นโก๊ะที่โด่งดังมาก ภาพนี้ถูกวาดขึ้นในช่วงที่แวนโก๊ะรักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวช โดยเป็นภาพวาดที่มองออกมาจากหน้าต่างห้องพักฟื้นนั่นเอง&nbsp;</p>



<p>“เพลงส่วนใหญ่ของคุณมักพูดถึงผู้ชายที่รักคนรักมาก และสามารถทำให้ทุกอย่างด้วยความเต็มใจ จริงๆ คุณเป็นคนแบบนั้นไหม”</p>



<p>เขาหยุดยิ้มไปเล็กน้อย ก่อนตอบ “ผมจะทำให้ดีที่สุดเสมอ แต่ก็ยังหาทางอยู่แหละ และอาจจะไม่ได้ตัดสินใจถูกต้องทุกครั้ง แต่ผมคิดว่าถ้าเราพยายามจะรักใครสักคนด้วยความบริสุทธิ์ โดยไม่มีเงื่อนไข เราก็น่าจะมาถูกทางแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165435" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แล้วนอกจากที่คุณร้องเพลงเพื่อระบายอารมณ์แล้ว คุณวาดรูปด้วยหรือเปล่า”<br>“ผมไม่เก่งเรื่องวาดรูปเลย” เขาหัวเราะ “อยากทำนะ แต่ไม่เลย ผมชอบดูหนัง เพราะทำให้ได้เห็นสถานการณ์หรือปัญหา บางครั้งก็อาจจะตรงกับสิ่งที่เราเจอพอดี มันช่วยให้ผมสบายใจขึ้นได้ ถ้าผมได้ดูหนังเศร้าจะรู้สึกสบายใจขึ้น เรื่องที่ผมอยากแนะนำคือ about time”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การเริ่มต้นเดินทางภายใต้บ้านหลังใหม่</strong></h4>



<p>ในวันที่เพลง van gogh ปล่อยออกมาแล้ว ภายใต้บ้านหลังใหม่ในบ้าน RedRecords ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเมื่อปี 2022 หลังจากที่เขาเริ่มต้นเส้นทางนี้จากการเป็นศิลปินอิสระมาก่อน ซึ่งทำให้เส้นทางของเขาต่อจากนี้เป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่และเต็มไปด้วยความท้าทายมากขึ้น</p>



<p>“การเป็นศิลปินอิสระมันรู้สึกโดดเดี่ยวมากๆ แต่พอมีค่ายเพลงเหมือนเราทำงานกันเป็นทีมมากขึ้น คอยช่วยเหลือเราเหมือนเป็นครอบครัว มีเพลงที่ดีและโปรดักชันที่ดีขึ้น”</p>



<p>“ย้อนกลับไปอยากบอกอะไรกับตัวเองในตอนนั้น” เราถาม</p>



<p>เขาหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนตอบ “เป็นคำถามที่ดีมาก ผมอยากจะบอกกับตัวเองตอนนั้นว่า อย่าท้อ ทำสิ่งที่ตัวเองทำต่อไปอย่าหยุด อย่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร แล้ววันนึงทุกอย่างมันจะ click ขึ้นเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-165440" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/web-photo-07-1.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“สำหรับผลงานต่อไป ผมอยากลอง duet กับศิลปินผู้หญิง ผมยังไม่เคย duet กับศิลปินหญิงหรือใครเลย เลยอยากลองทำ หรือลองดนตรีใหม่ๆ เช่น ใส่กีตาร์หรือกลองเข้าไป เพราะทุกครั้งที่ปล่อยเพลงใหม่ ผมก็อยากโชว์ด้านใหม่ๆ ด้วย”</p>



<p>เมื่อถามว่าศิลปินหญิงที่เขาอยากทำงานด้วยคือใคร เขาหยุดคิดไม่นานก่อนเอ่ยชื่อ “วิโอเลต วอเทียร์” นักร้องสาวจากไทยจากค่ายเดียวกัน (Universal Music) และกลายเป็นเพื่อนสนิทกับเขาไปแล้วในตอนนี้</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นจนถึงตอนนี้ แม้แนวดนตรีจะพัฒนาไป แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังคงตั้งใจถ่ายทอดออกมาอยู่เสมอ คือมุมมองความรักที่บางครั้งก็สวยงามเหมือนเป็นทางลัดไปสู่สวรรค์ (Shortcut To Heaven) บางครั้งก็เจ็บปวดเหมือนเรื่องราวของแวนโก๊ะ (van gogh) แต่ทั้งหมดมักเป็นความรักที่งดงามเสมอ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="lullaboy - van gogh (official music video)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/EAo6p802xvg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lullaboy-van-gogh/">lullaboy ศิลปินจากสิงคโปร์ที่ใช้ความรักนำทาง และการเปลี่ยนเพลงเศร้าให้เป็นศิลปะในเพลงล่าสุด &#8216;van gogh&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เธอกับฉันกับฉัน&#8217; เบื้องหลังความรักและการเติบโตของผู้กำกับฝาแฝด วรรณแวว &#8211; แวววรรณ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/you-and-me-and-me/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Feb 2023 11:29:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[เธอกับฉันกับฉัน]]></category>
		<category><![CDATA[#YOUandMEandME]]></category>
		<category><![CDATA[#Y2K]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับฝาแฝด]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165026</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลอดการสนทนายาวนาน ประโยคที่ผุดขึ้นมาในหัวเราตลอดเวลาคือ ทำไมฝาแฝดตรงหน้าถึงมีความสัมพันธ์ที่รู้ใจกันขนาดนี้นะ&#160; ‘เธอกับฉันกับฉัน’ ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจากค่าย GDH ของผู้กำกับฝาแฝด เรื่องราวที่ว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ครอบครัว และการเติบโตในยุค Y2K ของแฝดสาววัยรุ่นคู่หนึ่งกับบรรยากาศต่างจังหวัด กลายเป็นที่พูดถึงในทุกหน้าไทม์ไลน์ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ปล่อย Trailer ออกมา แน่ละ ใครจะทำหนังฝาแฝดได้ดีกว่าฝาแฝดเองจริงไหม ? หลายคนอาจคุ้นเคยชื่อของ วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ในผลงานหนังสารคดีและหนังสือ ‘WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี’ รวมถึงเป็นผู้กำกับและร่วมเขียนบทให้กับทีมของค่าย Nadao Bangkok ในหลายผลงาน เช่น ‘Hormones วัยว้าวุ่น’ ‘Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ’ และ มิวสิกวิดีโอระดับร้อยล้านวิวอย่างเพลง ‘รักติดไซเรน’ ที่ฮิตติดหูวัยรุ่นทั่วประเทศ ทั้งหมดเป็นหลักฐานยืนยันถึงฝีมือการทำงานพวกเธอได้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์มากมายและความหลงใหลในเรื่องเล่า มาคราวนี้พวกเธอมารับหน้าที่ผู้กำกับหนังใหญ่ครั้งแรกในเรื่องที่พวกเธออินมากที่สุดคือเรื่องฝาแฝด ซึ่งนับเป็นก้าวใหม่และหมุดหมายที่สำคัญในชีวิตของทั้งสองคน ความน่าสนใจคือ นี่เป็นหนังแฝดของไทยที่ฉีกกรอบเดิมๆ ไม่ตบตี ไม่มีผี หรือวิญญาณ แต่เป็นโลกของแฝดในแบบที่มีอยู่จริง พวกเธอว่าอย่างนั้น โจทย์ใหม่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/you-and-me-and-me/">&#8216;เธอกับฉันกับฉัน&#8217; เบื้องหลังความรักและการเติบโตของผู้กำกับฝาแฝด วรรณแวว &#8211; แวววรรณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตลอดการสนทนายาวนาน ประโยคที่ผุดขึ้นมาในหัวเราตลอดเวลาคือ ทำไมฝาแฝดตรงหน้าถึงมีความสัมพันธ์ที่รู้ใจกันขนาดนี้นะ&nbsp;</p>



<p>‘เธอกับฉันกับฉัน’ ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจากค่าย GDH ของผู้กำกับฝาแฝด เรื่องราวที่ว่าด้วยความรัก ความสัมพันธ์ครอบครัว และการเติบโตในยุค Y2K ของแฝดสาววัยรุ่นคู่หนึ่งกับบรรยากาศต่างจังหวัด กลายเป็นที่พูดถึงในทุกหน้าไทม์ไลน์ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่ปล่อย Trailer ออกมา แน่ละ ใครจะทำหนังฝาแฝดได้ดีกว่าฝาแฝดเองจริงไหม ?</p>



<p>หลายคนอาจคุ้นเคยชื่อของ วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ในผลงานหนังสารคดีและหนังสือ ‘WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี’ รวมถึงเป็นผู้กำกับและร่วมเขียนบทให้กับทีมของค่าย Nadao Bangkok ในหลายผลงาน เช่น ‘Hormones วัยว้าวุ่น’ ‘Great Men Academy สุภาพบุรุษสุดที่เลิฟ’ และ มิวสิกวิดีโอระดับร้อยล้านวิวอย่างเพลง ‘รักติดไซเรน’ ที่ฮิตติดหูวัยรุ่นทั่วประเทศ ทั้งหมดเป็นหลักฐานยืนยันถึงฝีมือการทำงานพวกเธอได้เป็นอย่างดี</p>



<p>ด้วยประสบการณ์มากมายและความหลงใหลในเรื่องเล่า มาคราวนี้พวกเธอมารับหน้าที่ผู้กำกับหนังใหญ่ครั้งแรกในเรื่องที่พวกเธออินมากที่สุดคือเรื่องฝาแฝด ซึ่งนับเป็นก้าวใหม่และหมุดหมายที่สำคัญในชีวิตของทั้งสองคน</p>



<p>ความน่าสนใจคือ นี่เป็นหนังแฝดของไทยที่ฉีกกรอบเดิมๆ ไม่ตบตี ไม่มีผี หรือวิญญาณ แต่เป็นโลกของแฝดในแบบที่มีอยู่จริง พวกเธอว่าอย่างนั้น</p>



<p>โจทย์ใหม่ครั้งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย เพราะเป็นผลงานแรกแทบจะทุกฝ่ายเบื้องหลัง ทั้งการกำกับครั้งแรกของทั้งคู่ การโปรดิวซ์ครั้งแรกของ ‘โต้ง’ &#8211; บรรจง ปิสัญธนะกูล การแสดงหนังครั้งแรกและรับบทฝาแฝดของ ‘ใบปอ’ &#8211; ธิติยา จิระพรศิลป์ รวมถึงการทำงานหนังเรื่องแรกของทีมโปรดักชันดีไซน์ ทั้งหมดนี้นับเป็นงานโหดหินสำหรับพวกเธอทั้งสองคน&nbsp;</p>



<p>เบื้องหลังของหนังและเรื่องราวชีวิตบนเส้นทางผู้กำกับของพวกเธอจะเป็นอย่างไร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>มาฟังคำตอบของ ‘เธอ’ กับ ‘เธอ’ ได้ในบรรทัดถัดไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c3_20230210-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165066" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c4_20230210-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเหมือนที่แตกต่าง</strong>&nbsp;</h4>



<p>ถึงแม้ว่าพวกเธอทั้งสองจะเกิดเวลาไล่เลี่ยกัน หน้าตาคล้ายกัน และเติบโตมาในครอบครัวเดียวกัน แต่นิสัยและความสนใจของพวกเธอก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว</p>



<p>วรรณ : เราเป็นฝาแฝดที่ค่อนข้างตัวติดกัน ใส่เสื้อผ้าด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน แววจะเป็นมีความ manager มีความช่างวางแผนมากกว่า ในขณะที่เราก็จะสนใจการถ่ายรูป อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีมากกว่า เราเรียนโรงเรียนเดียวกันแต่แม่จะชอบจับแยกให้อยู่คนละห้อง ตอนเรียนเราก็เลือกคนละสาย แววเรียนวิทย์ เราเรียนศิลป์ พอเข้ามหาลัยแววเรียนเศรษฐศาสตร์ เราเรียนนิเทศ </p>



<p>แวว : เราก็เป็นหนึ่งในวัยรุ่นไทยที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เราก็เลยเลือกสายวิทย์เพราะเพื่อนเลือก เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์เพราะเก่งเลข แต่พอเรียนจบได้ไปทำงานตรงสายก็รู้สึกว่าไม่ชอบ รู้สึกว่าตอนไปทำหนังกับไอวรรณสนุกกว่า ก็เลยตัดสินใจไปเรียนปริญญาโทด้านมีเดียอาร์ตแล้วกลับมาทำงานสายนี้ แต่วรรณก็ชัดเจนเลยว่าอยากจะเอาตัวเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ส่วนเราก็ได้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพราะว่าตามมันมา</p>



<p>วรรณ : เราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอด แต่มีช่วงที่ห่างกันนานสุดคือแววไป work and travel 3 เดือน แล้วก็จะมีช่วงที่แต่ละคนไป experience คนละอย่าง&nbsp;</p>



<p>แวว : เราไม่เคยใช้ชีวิตห่างกันแบบแยกกันอยู่เลย เพราะสุดท้ายเราจะกลับมานอนห้องเดียวกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165061" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c5_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โลกของแฝดที่เรียลลิสติก</strong></h4>



<p>เมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ ทั้งแววและวรรณเล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จนเราเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นจากแพสชันของสองผู้กำกับล้วนๆ</p>



<p>วรรณ : พอเราทำซีรีส์มาประมาณนึงแล้ว เราก็รู้สึกอยากทำหนัง หลังจากจบซีรีส์เรื่อง Great Men Academy เราก็เริ่มคุยกันเองว่าถ้าทำหนังจะทำเรื่องอะไร เราอยากเลือกท็อปปิกที่เรามี material อยู่ในตัว สามารถดึง element ต่างๆ มาจากตัวเราเองได้ก็เลยนึกถึงฝาแฝด&nbsp;</p>



<p>เราอยากพูดเรื่องการเติบโตของฝาแฝด ฝาแฝดมันจะเหมือนเป็นวงกลมที่ซ้อนทับกัน เราอยากจะเล่าถึงทางแยกของเขา จากวงกลมที่ซ้อนทับกันกลายเป็นวงกลมที่อินเตอร์เซกกัน&nbsp;</p>



<p>แวว : ตอนเด็กๆ เราก็จะมีเรื่องของฝาแฝดที่เล่าให้กันฟังไปมา พอโตขึ้นก็สับสนว่าเรื่องนั้นมันเป็นเรื่องของแกหรือมันเป็นเรื่องของฉันนะ มันจะมี experience ที่ลื่นไหลกันไปกันมาอยู่ เราก็เลยอยากเอามาใช้ในหนัง</p>



<p>วรรณ : พอเราคิดว่าจะทำเรื่องแฝดก็มานั่งเปิดหนังแฝดที่มี ทำไมมันมีแต่แบบฟิคชั่นวะ ไม่ก็เป็นแฝดที่เกลียดกันมาก คนนึงเรียบร้อยมาก คนนึงร้ายมาก นี่โตมาด้วยกันปะเนี้ยทำไมนิสัยถึงต่างกันอะไรขนาดนี้ หรือไม่ก็ต้องมีความหลอนๆ โรคจิตนิดๆ ไปทางน่ากลัว เราก็เลยรู้สึกว่าอยากจะนำเสนอโลกของแฝดที่เรียลลิสติกมากขึ้น โลกของแฝดในแบบที่มีอยู่จริง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สองแฝดนักเล่าเรื่องสู่เรื่องเล่าของยูกับมี</strong></h4>



<p>อย่างที่รู้กันว่า พวกเธอมักจะนำแง่มุมในชีวิตและประสบการณ์ของตัวเองมาเล่าผ่านภาพด้วยวิธีการที่ต่างกันไป ซึ่งครั้งนี้ก็ได้นำความทรงจำในวันวานของตัวเองมาเล่าผ่านภาพยนตร์เรื่องแรกของทั้งสอง</p>



<p>วรรณ : ตอนเด็กๆ แม่เราจะส่งเราไปเรียนบ้านยาย บ้านยายเราก็จะเป็นร้านของชำที่ห่อของขวัญแบบในหนัง วารีการค้าที่แปะอยู่บนร้านก็คือชื่อยาย ตอนเด็กๆ เราก็จะได้ฝึกห่อของขวัญ มันเป็นบรรยากาศเล็กๆ น้อยๆ ที่เราคิดถึงก็เลยเขียนขึ้นมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165055" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c8_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้วยความที่แม่เราก็เป็นคนอีสาน เราทั้งคู่ก็เหมือนยูกับมีเลย คือเราฟังภาษาอีสานออกหมดแต่เราพูดไม่ได้ เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วคนอีสานที่เชื้อสายจีนก็มีอยู่เยอะนะ คนที่เติบโตมาแบบคนอีสานห้องแถวค้าขาย เราก็เลยเลือกนำเสนออีสานเฉดที่เรารู้จัก&nbsp;</p>



<p>แวว: จริงๆ แล้ววัยเด็กเราอยู่ที่ชัยภูมินะไม่ใช่นครพนม แต่ถ้าไปถ่ายในเมืองใหญ่ๆ แบบนั้นมันก็จะไม่พีเรียดแล้ว เราชอบนครพนมในความมิกซ์ มันมีความเวียดนาม จีน ไทย ปนๆ กันอยู่ โทนี่เป็นลูกครึ่งอีกมันก็เลยเป็นความมิกซ์ culture มิกซ์ภาษาไปหมด&nbsp;</p>



<p>วรรณ : แล้วเราเอาอินไซต์ของการเลี้ยงลูกแฝดมาใช้ด้วย อย่างเช่นเรื่องค่าใช้จ่ายเยอะ ในยุคนั้นหลายคนก็ยังสร้างเนื้อสร้างตัวกันอยู่ ก็เลยคิดว่าเรื่องเงินน่าจะเป็นคอนฟลิกสำหรับครอบครัวที่มีลูกแฝด </p>



<p>แวว : ในชีวิตจริงเราก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรแบบนี้หรอก แต่เราก็รู้สึกว่าลูกทำหน้าที่เป็นเหมือนกาวระหว่างพ่อกับแม่ </p>



<p>วรรณ : จริงๆ คำว่ากาวระหว่างพ่อแม่ มันเกิดขึ้นในครอบครัวพวกเรามาก่อนหน้านี้ เวลาที่พ่อแม่ทะเลาะหรือมีปัญหากัน เราทั้งสองคนเหมือนต้องเป็นเซนเตอร์คอยสมานจนกว่าเขาจะยอมดีกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165063" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c2_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Y2K is back!</strong></h4>



<p>ด้วยความที่หนังเรื่องนี้มีความพีเรียดผนวกกับงานภาพที่สวยสะดุดตา บวกกับความบังเอิญของกระแส Y2K ที่หวนกลับมา ทำให้หนังเรื่องนี้ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างมาก</p>



<p>วรรณ : แรกเริ่มในบทมันเป็นปัจจุบัน เราก็อยากจะพีเรียดแต่ยังหาเหตุผลไม่ได้ (หัวเราะ) คือเราอยากจะพีเรียดไปในวัยตัวเองด้วย ก็นึกย้อนกลับไปว่าช่วงนั้นมีอะไรบ้าง Y2K ก็เป็นอีกปีนึงที่มีคนบอกว่าโลกจะแตกว่ะ&nbsp;</p>



<p>แวว : ก็เซอร์อยู่นะ มีข่าวว่าโลกจะแตก (หัวเราะ)</p>



<p>วรรณ : ตอนนั้นเราประมาณ ม.3-4 ช่วงนั้นข่าวสารอะไรมันก็ไม่เหมือนทุกวันนี้ สมัยนั้นมันก็ไม่รู้หรอกอะไรจริงไม่จริง ก็เป็นการพูดต่อๆ กัน มันเป็นยุคที่แบบคนใช้ซีดีแล้วนะแต่ก็ยังมีคนเล่นเทป บางคนก็เล่นอินเทอร์เน็ตแล้วแต่บางคนคือกูยังไม่เคยมีคอมฯ เลยในชีวิต </p>



<p>แวว : เป็นช่วงกลางเก่ากลางใหม่ เป็นความคร่อมๆ หัวเลี้ยวหัวต่อว่าเราจะเข้าสู่ความไฮเทคหรือว่ายังโลว์เทควะ&nbsp;</p>



<p>วรรณ : ตอนเด็กๆ พี่ชายก็พยายามอธิบายนะว่า Y2K คืออะไร แต่เราก็ไม่เข้าใจ (หัวเราะ) ตอนนั้นเรายังไม่มีอีเมลด้วยซ้ำ แต่อย่างพี่ชายเราที่โตกว่าหน่อยก็จะมีอีเมลแล้ว เข้าใจแล้วว่าอินเทอร์เน็ตคืออะไร จำได้ว่ามีคนอ่านหนังสืออะไรสักอย่าง แล้วสิ้นปีแม่ก็กักตุนน้ำเปล่า ซึ่งแต่ละบ้านก็จะไม่เหมือนกัน</p>



<p>แวว : เออใช่ แล้วเราก็เคยถามเพื่อนด้วยว่าตอนนั้นแกทำอะไร เพื่อนบอกว่านอนรอดูว่าโลกมันจะแตกไหม มีคนไปต่อคิวถอนเงินจากธนาคาร เพื่อเมกชัวร์ว่าแบบเงินในบัญชีกูยังอยู่ใช่ไหม ถ้าเกิดระบบคอมฯ มันรวนอะไรแบบนี้&nbsp;</p>



<p>วรรณ : เราเพิ่งมาเข้าใจแบบจริงๆ จังๆ ว่า Y2K คืออะไรตอนเรารีเสิร์จเขียนบท เรารู้สึกว่ามันเป็นฉากหลังที่ไปด้วยกันกับความไม่รู้อนาคตของตัวละคร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c7_20230210-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทุกอย่างต้องเบิ้ลสอง</strong></h4>



<p>ลำพังทำหนังครั้งแรกก็ว่ายากแล้ว การหานักแสดงฝาแฝดตรงตามคาแร็กเตอร์ยิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นทั้งคู่จึงตัดสินใจเลือกที่จะทำให้นักแสดงเพียงคนเดียวมีแฝดขึ้นมา แน่นอนว่ากระบวนการทำงานของทุกฝ่ายงอกขึ้นเป็นสองเท่าตัว</p>



<p>วรรณ : ความงานงอกคือนักแสดงที่ต้องเล่นเป็นสองบท ถึงแม้เป็นการถ่ายผ่านไหลก็ตาม ถ่าย split frame ก็ต้องเล่นสองรอบ แล้วมันก็จะมีฉากโดนตัวที่เราต้องใช้เทคนิคแบบแสกนหน้า ซึ่งตอนแรกเราก็นึกว่าเดี๋ยวซีจีเขาก็ประมวลหน้าออกมาเองแหละ ไม่ ยากกว่าเดิม (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>เพราะถ้ามีการจับตัวกันเกิดขึ้นเราจะใช้บอดี้ของแสตนอินแล้วเอาหน้าของใบปอมาแปะ ซึ่งเทคนิค face scan ก็จะมีอยู่บ้างประปราย เช่น ตอนปั่นจักรยานกอดกัน ตอนแย่งผ้าห่ม ตอนขี่มอเตอร์ไซค์ ตอนซบกันบนรถเมล์ ด้วยความที่เทคนิคเหล่านี้มันยากก็จะมาน้อย แต่มาในจุดที่อยากจะโชว์&nbsp;</p>



<p>แวว : งานงอกต่อมาก็คือทีมเสื้อผ้า เพราะแทนที่จะทำชุดเดียวให้ยูกับมีเลยก็ไม่ได้ ทุกชุดต้องเบิ้ลสอง ด้วยความที่มันเป็นพีเรียด เขาก็ขนเสื้อผ้าแบบที่มีในยุคนั้นมาให้เลือกจากเสื้อผ้ามือสอง ปัญหาคือมันมีขายแค่ตัวเดียว เราก็ต้องเลือกแล้วให้เขาตัดออกมาเป็นสองตัวเพราะต้องสับชุดไปมาตลอด</p>



<p>อย่างการตัดต่อก็ยากนะ เพราะไทม์ไลน์มันจะไม่ได้ง่ายแค่แบบมีภาพกับเสียงแล้วจบ แต่มันจะเป็นภาพ ภาพ เสียง เสียง ซึ่งการจะขยับแต่ละทีมันแบบรวนไปหมด แก้นิดเดียวก็สะเทือนไปทั้งหมด ในขั้นตอนโพสโปรดักชันก็ต้องปรับสีผิวหมดเลย เพราะน้องน้ำแข็งที่เป็นแสตนอินขาวกว่าใบปอมากๆ เป็นผิวขาวชมพู แต่ใบปอเป็นขาวเหลือง ก็ต้องมาปรับสีผิวให้ใกล้เคียงกับใบปอ</p>



<p>วรรณ : พี่คนตัดบอกว่าเวลาตัดซีนที่มี split frame ต้องใช้เวลาเบิ้ลในการตัด เพราะต้องพยายามซ่อนเสียงแสตนอิน มีร่างแรกที่เราเคยคอมเมนต์ว่ามันดูออกว่าแบบแฝดจัดตั้ง รู้ว่าแบบน้องสองคนนี้เขามาเล่นเบิ้ลไม่ใช่แฝดจริงๆ พี่เขาก็เลยต้องพยายามซ่อนตะเข็บเหล่านั้น อย่างเช่น ตัดเฉพาะโมเมนต์ที่ interact กันนะ โมเมนต์ไหนที่แบบเริ่มหลุดๆ แล้วไม่เอา เพื่อให้ไม่รู้สึกว่าคือคนเดียวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c10_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเป็นทีมเวิร์ก</strong></h4>



<p>จากความยากและความท้าทายมากมายที่เราได้รับฟัง ตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นทุกอย่างมาได้คงเป็นความรู้ใจระหว่างพวกเธอทั้งสอง รวมถึงทีมเวิร์กที่ดีของทีมงานทุกฝ่ายที่ไม่มีอีโก้ต่อกัน&nbsp;</p>



<p>วรรณ : ด้วยความที่เราเติบโตมาในครอบครัวที่เห็นว่าพ่อแม่ทำสื่อมาตลอด มันก็จะมีช่วงท้ายๆ ของนิตยสารครัวที่เราเข้าไปช่วยพ่อในฐานะ art director เราก็จะแบ่งหน้าที่กัน แววก็จะดูแลฝั่งคอนเทนต์วิดีโอ ส่วนเราก็จะดูในฝั่งฝ่ายศิลป์กับกองบก.&nbsp;</p>



<p>พวกเราโตมาแบบทำงานร่วมกันตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้นการมาทำงานร่วมกันในการทำหนังเราก็แค่ทำเหมือนที่เคยทำมา ซึ่งทุกครั้งที่เขียนบทเราก็มักจะเถียงกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เป็นการเถียงเพื่ออยากจะเอาชนะ&nbsp;</p>



<p>แวว : เราเคยถามน้องผู้ช่วยผู้กำกับว่าเวลาเห็นเราเถียงกันรู้สึกอึดอัดบ้างไหม เพราะเราเถียงกันแรงเหมือนคนทะเลาะกัน (หัวเราะ) แต่น้องบอกว่าเวลาเห็นเราเถียงกันเหมือนคนเถียงกับตัวเอง มันไม่ใช่การโต้วาทีที่เถียงคนละฝั่งเพื่อโน้มน้าวให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่มันเหมือนเป็นกระบวนการเถียงกับตัวเองเพื่อหาทางออกมากกว่า</p>



<p>วรรณ : ถ้าพูดถึง process การแบ่งงาน ก็จะไม่ได้ตายตัวว่าใครต้องทำอะไร มันจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เกิดการยื่นไม้ให้กันหน้างาน แต่ถ้าเป็นงานครีเอทีฟ เขียนบท หรือการคิดช็อตก็จะทำร่วมกัน แต่ถ้าเป็นงานเทคนิค บรีฟนักแสดง หรืองานเลือกเสื้อผ้า ที่มันสามารถแบ่งพาร์ทแล้วไปตัดสินใจในฐานะผู้กำกับก็กระจายกันได้&nbsp;</p>



<p>แวว : ซึ่งพอยื่นไม้ให้กันแล้ว ด้วยความที่เราค่อนข้างเห็นไปในทิศทางเดียวกันก็เลยมีความไว้ใจ มันก็น่าจะตัดสินใจในสิ่งที่เราอยากได้เหมือนกันแหละ</p>



<p>วรรณ : แต่ถ้าพูดในมวลรวมเราก็รู้สึกว่ามันมี magic ของความแบบการทำหนังครั้งแรกอยู่ เรารู้สึกว่าทีมงานทุกคนทุ่มเทและตั้งใจ ในอีกมุมนึงคือพอทุกคนไม่ได้แบบคร่ำหวอดในวงการอะไรเบอร์นั้นมันเลยพร้อมที่จะช่วยกันแบบไม่มีอีโก้เท่าไหร่&nbsp;</p>



<p>แวว : ตอนแรกเราก็กังวลเหมือนกันว่าทุกคนใหม่หมดเลย เราก็ใหม่ นักแสดงก็ใหม่ แถมยังมีแฝดคนเดียวอีก มันดูยากไปหมดจะไหวไหมนะ แต่ว่าพอมาทำงานจริงๆ แล้วรู้สึกว่ามันเป็น combination ที่ดี ซึ่งก็จะมีช่วงแรกๆ ที่เราต้องคอยตัดสินใจให้กับทุกแผนก ช่วงพรีโปรดักชันก็มีวันที่เราคุยกับวรรณว่าเรามาทำงานสบายๆ ไหม หมายถึงว่าเราก็ให้เขาทำเลย นี่มันงานกลุ่มทุกคนต้องช่วยกันแบกไม่ใช่เราแบกอยู่คนเดียว</p>



<p>วรรณ : ตั้งแต่วันนั้นเราก็รู้สึกว่าเราทำงานแบบสบายใจ สบายตัวมากขึ้น ทีมจะเสนออะไรมาเราโอเคหมด อาจจะเป็นเพราะว่าเราก็ผ่านยุค Y2K มาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเก็ตสิ่งเดียวกัน เราก็รู้สึกว่าเออดีอะ มีคนช่วยคิด</p>



<p>แวว : พอ input ของทีมมันได้ถูกดึงออกมาใช้ ก็จะทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นของเขาด้วยเหมือนกัน เราก็คอยดูภาพรวม คอยเลือกในสิ่งที่เขาอยากให้เลือก ไม่ใช่ว่าจะใช้วิธีนี้ได้กับทุกงานนะ แต่มันดันมาเจอทีมที่แบบคิดเห็นตรงกัน มองเห็นหนังไปในทิศทางเดียวกันด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165067" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c11_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คอมฟอร์ตโซนของกันและกัน</strong></h4>



<p>ระหว่างการสนทนาเราสังเกตเห็นว่ามีหลายครั้งที่พวกเธอทำท่าทางเหมือนกัน ตอบคำถามออกมาพร้อมกันแบบคนรู้ใจ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราเติบโตมามีคนที่อยู่เคียงข้างกัน เป็นทั้งพี่น้อง เพื่อนคู่คิด และคอมฟอร์ตโซนของกันและกันอย่างพวกเธอทั้งสองคน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c1_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>วรรณ : ตอนเด็กไม่ชอบเลยที่ชื่อวรรณแววกับแวววรรณ เราจะรู้สึกอายเวลาถูกประกาศหน้าชั้นเรียนเพราะจะกลายเป็นจุดสนใจ เราไม่ชอบเป็นจุดเด่น แต่พอโตขึ้นมาก็รู้สึกว่าชื่อเราก็ดีนะ เท่ดี เรารู้สึกว่าฝาแฝดมันมีความเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่น้อง ข้อดีคือมีคนคอยแชร์ความคิดตลอด เราไม่เคยต้องจดไดอารีบันทึกชีวิตตัวเอง เพราะเหมือนเรามีคนเล่าให้ฟังอยู่แล้ว ถ้าทำงานบางอย่างคนเดียวก็จะเป็นเลเวลคนธรรมดา แต่ว่าพอทำด้วยกันแล้วรู้สึกว่าเก่งขึ้นมา (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>แวว : มันไม่ใช่ productive แต่ effective มากขึ้น การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าทำคนเดียว งานที่เราได้รวมร่างกันมันจะออกมาดีเสมอ</p>



<p>วรรณ : มันอาจจะเป็นเพราะว่าแบบมันเหมือนมีสองหัวช่วยกันคิด มีการเบาซ์ไอเดียกันไปมา มีคนที่คอยคอนเฟิร์มไอเดียของเราอยู่ เราไม่เคยทำงานกำกับคนเดียวเลย</p>



<p>แวว : แล้วถ้าต่อไปต้องกำกับคนเดียวล่ะ ?</p>



<p>วรรณ : ถ้าถามว่าทำได้ไหมเราว่าได้ แต่ก็จะไม่ค่อยมั่นใจ เพราะเราคุ้นเคยกับการมีคนให้ถกไอเดียต่างๆ ทุกครั้งที่ถกมันก็เกิดสิ่งใหม่ บางทีอยู่คนเดียวมันนึกไม่ออก เรารู้สึกว่าการมีอีกคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ มันทำให้เราอุ่นใจ เป็นคอมฟอร์ตโซนของกันและกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165054" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/q-a-day-เธอกับฉันกับฉัน_Content_c9_20230210.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/you-and-me-and-me/">&#8216;เธอกับฉันกับฉัน&#8217; เบื้องหลังความรักและการเติบโตของผู้กำกับฝาแฝด วรรณแวว &#8211; แวววรรณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฐาปณี หลูสุวรรณ ผู้กำกับ Blue Again และเรื่องราวของคนนอกที่เลือกทางเดินด้วยตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thapanee-loosuwan-blue-again/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jan 2023 11:57:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[หนังอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ฺBlue Again]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=164174</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลกความจริงการทำสิ่งที่ตัวเองรักมักไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่เจ็บปวดในบางครั้ง เพราะเราไม่อาจควบคุมสิ่งต่างๆ ให้เป็นอย่างที่ใจคิด ไม่แปลกที่หลายคนเลือกหันหลังให้สิ่งที่รักและไปทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี ในขณะที่บางคนอาจเลือกทางที่ตัวเองเชื่อต่อ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการเติบโต หรืออาจลงเอยด้วยความโดดเดี่ยวก็ตาม เช่นเดียวกับ ฐา-ฐาปณี หลูสุวรรณ ผู้กำกับหนังอิสระ แม้จะรู้ว่าการทำหนังอิสระไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในไทยที่ไม่มีการซัพพอร์ตผู้กำกับหน้าใหม่มากพอ รวมถึงข้อจำกัดอื่นๆ ที่คนทำหนังต้องเผชิญ ยิ่งทำให้งานของเธอแทบจะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ยังทำหนังเรื่องแรกของตัวเองอย่าง Blue Again จนสำเร็จในเวลา 8 ปี นับตั้งแต่ช่วงแรกของการรัฐประหารครั้งล่าสุด&#160; หนังเรื่องนี้ได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 27 และได้เข้าชิงสาขา New Currents รางวัลสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ ด้วยความยาว 3 ชั่วโมง 10 นาที ซึ่งถือว่าไม่น้อยสำหรับหนังอิสระและเป็นไปได้ยากที่จะถูกคัดเลือกเข้าไปฉาย ทั้งยังเป็นการลงมือทำงานเองทุกอย่างของฐา แม้แต่การออกทุนสร้าง ในขณะที่หนังอิสระเรื่องอื่นๆ อาจได้ทุนจากหน่วยงานต่างๆ มาสนับสนุน Blue Again มีโอกาสกลับมาฉายอีกครั้งในไทย เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หนังว่าด้วยเรื่องราวของ ‘เอ’ หญิงสาวลูกครึ่งจากอีสาน ดิ้นรนเข้ามาเรียนออกแบบแฟชั่นในกรุงเทพฯ โดยหวังว่าจะชุบชีวิตโรงย้อมครามของครอบครัวที่กำลังจะตาย เธอต้องปกป้องความฝันนี้ไปพร้อมๆ กับเรียนรู้ที่จะอยู่ในความสัมพันธ์เพื่อนๆ ในที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่ทุกอย่างจะทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าตรงไหนคือที่ของเธอจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thapanee-loosuwan-blue-again/">ฐาปณี หลูสุวรรณ ผู้กำกับ Blue Again และเรื่องราวของคนนอกที่เลือกทางเดินด้วยตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โลกความจริงการทำสิ่งที่ตัวเองรักมักไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่เจ็บปวดในบางครั้ง เพราะเราไม่อาจควบคุมสิ่งต่างๆ ให้เป็นอย่างที่ใจคิด ไม่แปลกที่หลายคนเลือกหันหลังให้สิ่งที่รักและไปทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่บอกว่าดี</p>



<p>ในขณะที่บางคนอาจเลือกทางที่ตัวเองเชื่อต่อ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการเติบโต หรืออาจลงเอยด้วยความโดดเดี่ยวก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164183" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เช่นเดียวกับ ฐา-ฐาปณี หลูสุวรรณ ผู้กำกับหนังอิสระ แม้จะรู้ว่าการทำหนังอิสระไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในไทยที่ไม่มีการซัพพอร์ตผู้กำกับหน้าใหม่มากพอ รวมถึงข้อจำกัดอื่นๆ ที่คนทำหนังต้องเผชิญ ยิ่งทำให้งานของเธอแทบจะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เธอก็ยังทำหนังเรื่องแรกของตัวเองอย่าง <em>Blue Again </em>จนสำเร็จในเวลา 8 ปี นับตั้งแต่ช่วงแรกของการรัฐประหารครั้งล่าสุด&nbsp;</p>



<p>หนังเรื่องนี้ได้ไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 27 และได้เข้าชิงสาขา New Currents รางวัลสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่ ด้วยความยาว 3 ชั่วโมง 10 นาที ซึ่งถือว่าไม่น้อยสำหรับหนังอิสระและเป็นไปได้ยากที่จะถูกคัดเลือกเข้าไปฉาย ทั้งยังเป็นการลงมือทำงานเองทุกอย่างของฐา แม้แต่การออกทุนสร้าง ในขณะที่หนังอิสระเรื่องอื่นๆ อาจได้ทุนจากหน่วยงานต่างๆ มาสนับสนุน</p>



<p><em>Blue Again</em> มีโอกาสกลับมาฉายอีกครั้งในไทย เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หนังว่าด้วยเรื่องราวของ ‘เอ’ หญิงสาวลูกครึ่งจากอีสาน ดิ้นรนเข้ามาเรียนออกแบบแฟชั่นในกรุงเทพฯ โดยหวังว่าจะชุบชีวิตโรงย้อมครามของครอบครัวที่กำลังจะตาย เธอต้องปกป้องความฝันนี้ไปพร้อมๆ กับเรียนรู้ที่จะอยู่ในความสัมพันธ์เพื่อนๆ ในที่ไม่คุ้นเคย ก่อนที่ทุกอย่างจะทำให้เธอกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่าตรงไหนคือที่ของเธอจริงๆ</p>



<p>ตัวละครเอในเรื่องไม่ห่างไกลจากฐามากนัก เธอคือคนนอกที่เลือกเดินในทางของตัวเองโดยไม่ฝืนความรู้สึกของตัวเองเพียงเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่ใด ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นอย่างไร จึงนำมาสู่บทสนทนาของเราและฐาในบ่ายวันหนึ่งที่ลมหนาวเริ่มพัดมาเป็นระลอกแรก</p>



<p>เธอคิดอย่างไรกับการทำหนังท่ามกลางข้อจำกัดมากมาย ซึ่งกลายเป็นตัวกำหนดว่าหนังที่สามารถขายคนดูได้ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร อะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอเชื่อมั่นและยังคงทำหนังต่อแม้จะต้องใช้เวลานานนับปี เธอเรียนรู้อะไรจากหนังเรื่องนี้ ก่อนชวนคุยไปถึงภาพกว้างว่าจริงๆ แล้วประเทศไทยมีพื้นที่ให้กับคนทำหนังอิสระมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164185" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จากหนังบอกรักสู่ความรักในการทำหนัง</strong></h4>



<p><strong></strong>ย้อนกลับไป เด็กหญิงฐาคือเด็กที่ชอบดูทีวี และหนังพากย์ไทยที่เปิดตามงานศพ และงานประเพณีต่างๆ ของภาคอีสาน เพราะทำให้เธอได้เจอกับโลกที่ต่างออกไปจากสภาพแวดล้อมที่เธออยู่ และช่วยให้เธอเข้าใจคนอื่นมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>“</strong>เวลาเห็นนักแสดงในทีวีไม่ได้คิดอยากจะเป็นดารานะ ตรงกันข้ามอยากเป็นคนที่บอกเขาว่าต้องทำยังไงถึงจะดี” ฐาเล่าจุดเริ่มต้นของความฝัน ก่อนที่ต่อมาจะรู้ว่านั่นคือหน้าที่ของผู้กำกับ</p>



<p>น่าเสียดายแม้ฐาจะรู้จักตัวเองตั้งแต่ ม.4 แต่ครูกลับบอกเธอว่าควรจะเรียนในสายวิทย์-คณิตต่อในมหาวิทยาลัย ช่วงเวลาที่สับสนในที่สุดเธอก็เลือกเรียนวิศวะไฟฟ้า ก่อนที่สุดท้ายจะถูกรีไทร์ เพราะผลการเรียนตกลง</p>



<p>“ตอนที่เรียนวิศวะไฟฟ้าก็รู้สึกไม่เอนจอย ไม่เข้าเรียนหนังสือ ไม่ใช่ว่าเรียนไม่รู้เรื่องหรือว่าอะไรนะ เข้าไปเรียนแล้วเหมือนฟังภาษาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ที่เราไม่อยากได้ยิน เนื้อหามันอาจจะดีก็ได้นะ แต่มันไม่ทำให้เราเบิกบานใจ แค่เข้าไปเรียนวิชาพื้นฐานก็ไม่สนุกแล้ว เราก็เลยไม่เข้าเรียน พอไม่เข้าเรียนผลการเรียนก็ต่ำ เราก็เลยโดนรีไทร์จากวิศวะเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164182" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ช่วงเวลาว่าง 1 ปี บวกกับการเลือกแก็ปเยียร์อีก 1 ปี ทำให้ฐาได้ลองค้นหาตัวเองว่าอยากทำอะไรจริงๆ นอกจากการติวเข้าสอบอะไรสักอย่างอีกครั้ง แล้วหนัง<em> &#8216;สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก&#8217; </em>ก็จุดประกายบางอย่างในตัวเธอ นั่นคือการสารภาพรักกับคนที่เธอชอบ แต่ด้วยวิธีที่ต่างออกไปนอกจากการบอกรักธรรมดาๆ คือการบอกรักผ่านการทำหนัง จนทำให้เธอตัดสินใจเลือกเรียนด้านภาพยนตร์</p>



<p>“เราสอบเข้ามาเรียนหนัง เพื่อที่จะทำหนังเพื่อบอกรักคนที่เรารัก แค่นั้นเลย คือเราไม่ได้มีแพสชั่นแรงอะไร เราแค่อยากทำหนังบอกชอบคนที่เรารักผ่านหนังอีกทีนึง แต่พอเราเข้ามาเรียนหนังจริงๆ เรากลับรักในการทำหนังมาก พอหมดรักคนคนนั้น มันก็หมดลง แต่ความรักที่เรามีต่อภาพยนตร์มันยังอยู่ เราก็เลยรู้สึกว่า เราเหมาะกับการเรียนภาพยนตร์แล้ว เพราะเราอยู่กับมันนานกว่าที่เรารักผู้ชายคนหนึ่งอีก”</p>



<p>ช่วงเวลาเรียนภาพยนตร์คือช่วงเวลาที่ฐาสนุก แม้วิชานอกเอกจะได้ D C B ต่างกันไป แต่พอเป็นเรื่องวิชาเอก เธอกลับได้ A เกือบทุกตัว แถมบางวิชาเธอยังลงเรียนทั้ง 2 เซค แม้จะเป็นวิชาเดียวกันก็ตาม&nbsp;</p>



<p>“เรารู้สึกว่าที่เราทำได้ดีเพราะเราสนุกกับมันจริงๆ ตอนเรียนรู้สึกชอบ เวลาไปเรียนก็จะเรียน 2 คลาสตลอดเลย สมมติถ้าวิชานึงมีครูสอน 2 คน แบ่งเซคกันเรียน เราจะไปซิตอินกับอีกเซค เท่ากับว่าเราเรียนมากกว่าคนอื่น 2 เท่า เราสนุกมากที่เราได้เรียนอย่างนั้น</p>



<p>“แต่มันก็ใช้ไม่ได้กับทุกวิชา บางวิชาก็ต้องไปออกกอง ซึ่งเราก็ไม่สามารถทำได้ตลอด เราก็จะขออาจารย์ตัดเกรดเป็นบางวิชา คือขอให้เขาตัดเกรดแต่ไม่อยู่ในใบเกรด ให้เขาประเมินผลมาให้ แล้วเราจะรู้ว่าตัวเองเรียนวิชานี้กับครูคนนี้แล้วเป็นยังไง ซึ่งเราค่อนข้างสนุก เช่นวิชาเขียนบท เราสนุกมากที่ได้เรียนกับอาจารย์ 2 คน แล้วอาจารย์ 2 คน สอนการเขียนบทไม่เหมือนกันเลย คนนึงอาจจะสอนแบบ narrative มากๆ อีกคนอาจจะสอนแบบทฤษฎีจ๋าๆ ก็สนุกดี”</p>



<p>เธอเล่าด้วยดวงตาเป็นประกายระหว่างที่พูดถึงช่วงเวลาเรียนภาพยนตร์ในมหาวิทยาลัย จนเรารับรู้ได้จริงๆ ว่าเธอหลงใหลสิ่งนี้มาจากข้างใน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164181" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คนกึ่งกลางระหว่างสกลนครถึงกรุงเทพฯ</strong></h4>



<p>&nbsp; “เราเหมือนเด็กทั่วไปที่ต้องย้ายที่อยู่ เหมือนคนไปเมืองนอกต้องใช้ชีวิตเอง ต้องปรับตัวสูง” ฐาเล่าถึงความรู้สึกเมื่อต้องย้ายมาเรียนกรุงเทพฯ จากที่เรียนอยู่ในจังหวัดสกลนครจนถึงชั้น ม.6</p>



<p>แม้จะได้เรียนสิ่งที่เธอรักแล้ว แต่การย้ายเข้ามาเรียนในเมืองคนเดียวก็ทำให้เธอต้องใช้พลังงานไปกับการปรับตัว ขณะเดียวกันความแตกต่างของสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กในเมืองหลายคนมีโอกาสรับรู้ทางศิลปะมากกว่า ต่างจากฐามักซึมซับศิลปะท้องถิ่น ซึ่งส่งผลไปถึงการเลือกแนวทางการทำหนังไปด้วย</p>



<p>“จริงๆ การเรียนภาพยนตร์เป็นของแพง คณะที่เราเรียนค่าเทอมค่อนข้างสูง ถามว่ามีเด็กต่างจังหวัดมาเรียนไหม ก็อาจจะเกินครึ่งมานิดนึง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กในเมือง เราก็จะมีปัญหาเรื่องการปรับตัว เพราะวิถีชีวิตไม่เหมือนเพื่อน บางครั้งมันก็ไปด้วยกันไม่ได้ เช่น เพื่อนอยากกินบุฟเฟ่ต์ เรามีเงินใช้จ่ายแค่วันละ 200-300 เราก็ไม่สามารถแล้ว เขาจะไปเที่ยวสวนสนุกกันเราก็ไม่สามารถ เขาจะไปผับตอนกลางคืนกันเราก็ไม่สามารถ หรือการจะดูหนัง ตั๋วหนังแพงเราก็ไม่สามารถ เราก็เลยเลือกที่จะดูหนังเทศกาลเล็กๆ อะไรที่มันดูฟรี มันก็ส่งผลในการรับรู้ให้เราเป็นคนอีกแบบนึง</p>



<p>“มันก็เลยกลายเป็นมีความคิดเรื่องหนังไม่ตรงกัน สิ่งนี้ก็แยกให้เราทำหนังไม่เหมือนกัน มันก็เลยเกิดการแยกกลุ่มในเด็กเรียนหนังอีกที อย่างเราชอบดูหนังที่มันทดลองหน่อย มันก็เลยเกิดการทำหนังที่มันค่อนข้างแยกกันจากเพื่อน ก็เลยกลายเป็นว่าเราแยกกันจากเพื่อนโดยอัติโนมัติ เรื่องความชอบด้วยและเรื่องสังคมด้วย แต่ว่ามันไม่ได้ผิดอะไรนะ เราทำอะไรแล้วสบายใจ ทำแล้วสะดวกใจก็ทำอันนั้น เด็กเรียนหนังก็ค่อนข้างอิสระ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164180" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“หนังฐามันเราอยู่ตรงกลาง ระหว่าง narrative กับ ทดลอง มันก็เลยหาคนที่จะมาช่วยตรงนี้ยาก แล้วเราก็ไม่รู้จะสื่อสารยังไงให้คนเข้าใจว่าเป็นแบบนี้นะ ในตอนเด็กมันก็ไม่ได้มีคนเข้าใจมากว่าเรากำลังทำอะไร เราก็เลยเกิดการชวนรุ่นพี่มา ชวนรุ่นน้องมา ที่ไม่ใช่รุ่นเดียวกันมาทำหนังแทน รุ่นพี่ที่เขาเจนหนังมาหลายแบบแล้ว หรือรุ่นน้องที่อาจจะไม่ได้เข้าสู่โลกภาพยนตร์มาก เขาก็จะได้มาช่วยเรา และเราก็ช่วยเปิดโลกภาพยนตร์ให้เขา ในการทำหนัง”</p>



<p>จากสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมมา ทำให้หนัง <em>Blue Again</em> จึงกลายเป็นหนังทีสิสของฐาที่อยู่กึ่งกลางของการเล่าเรื่องแบบ narrative และ ทดลอง พร้อมๆ กับชวนรุ่นพี่และน้องเข้ามาร่วมเฟรมด้วยในหนังเรื่องนี้ ในรูปแบบหนังสั้นที่ยาว 57 นาที&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หนังสั้นที่ยาวและหนังยาวที่ยาวกว่า</strong></h4>



<p>“มันเป็นทีสิสจบมหา&#8217;ลัยของเรา ตอนนั้นทำทีสิสจบอยู่ที่ประมาณ 57 นาที ถือว่าเป็นหนังสั้นที่ยาวมาก” ฐาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ <em>Blue Again</em> ที่เกิดขึ้นจากการทำทีสิส</p>



<p>เธอเล่าต่อไปว่าหนังสั้นส่วนใหญ่มักไม่เกิน 30 นาที หรือถ้าสั้นจริงๆ ต้องไม่เกิน 15 นาที หนังของฐาที่ยาว 57 นาทีจึงไม่ลงล็อกไหนเลยของการเป็นหนังสั้น ขณะเดียวกันก็ไม่ลงล็อกของการเป็นหนังยาวด้วย จึงทำให้เธออยากขยายหนังเรื่องนี้ออกไปให้ยาวขึ้น นอกจากเพื่อเล่าเรื่องตัวละครให้ละเอียดขึ้นแล้ว ยังทำเพื่อให้หนังเรื่องนี้ได้มีพื้นที่ฉายในแบบหนังยาวด้วย</p>



<p>“เราต่อยอดใน 2 ปีต่อมาหลังจากเรียนจบ การเขียนบทเกิดขึ้นประมาณปีครึ่งหลังจากที่ถ่ายทำทีสิสจบ แล้วพอบทเสร็จก็ถ่ายทำเลย เราคิดว่าเราทำไปเพราะอยากทำให้หนังมันสามารถฉายได้ในที่ใดที่หนึ่ง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดไกลว่าต้องไปเทศกาลหนัง คิดแค่ว่าคงจะฉายในไทย ในห้องสมุดเล็กๆ สมัยก่อนมันจะมี reading room ตรงประมาณสีลม ดินแดง เขาจะเอาไว้ฉายหนังนอกกระแส ซึ่งเราคิดว่ามันน่าจะจบอยู่ที่เล็กๆ ตรงนั้นถึงแม้ว่าหนังเราจะ 3 ชั่วโมงก็ตาม แต่พอมันทำไปแล้ว ตัดออกมาได้ 3 ชั่วโมง เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ขนาดนั้น แล้วคุณภาพมันก็ยังโอเคอยู่ ก็เลยพยายามทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เลย ก่อนที่จะเริ่มสนใจเรื่องการประกวดเทศกาล”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164184" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-02-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“หลังจากตัดเสร็จไม่เคยส่งที่ไหนเลย ปูซานคือที่แรก ที่เดียว หลังจากนั้นจะเป็นการถูกเชิญมากกว่า เราเลยเลือกที่จะฉายไทยเลย เพราะอยากได้ฟีดแบ็กจากคนไทยมาก เพราะเราอยากไปต่อกับเรื่องอื่นแล้ว ถามว่าส่งเทศกาลอื่นไหม ด้วยความที่มันยาว 3 ชั่วโมงมันเลยยากมากที่จะถูกเลือก เพราะว่ามันไม่ลงสลอตเวลาของการจัดหนังเทศกาล หมายความว่าเขาเลือกหนังเรา 3 ชั่วโมง เขาสามารถเลือกหนังคนอื่นได้อีก 2 เรื่องเลยนะ เพราะงั้นการที่เราจะถูกเลือกมันเลยยากมาก”</p>



<p>“ทำไมคุณจึงเลือกเก็บความยาวของหนังไว้ขนาดนี้” เราถาม</p>



<p>“เราทำไม่ได้ มันเหมือนตัดแขนตัดขาลูกเรา เหมือนลูกเรามันน่ารักแล้ว” เธอยิ้มตอบ “แต่ก็พยายามส่งนะ ก็หวังว่ามันจะไปได้สักที แต่ไม่รู้ที่ไหนเหมือนกัน</p>



<p>“ถ้าเทียบกับหนังทั่วไป ถามว่ามันยาวจริงไหม มันก็ยาว แต่ศิลปะมันไม่ควรจำกัดว่าจะยาวเท่าไหร่ คนทำต้องทำด้วยวิธีการอะไร หนังมันถูกยกให้ทำเป็นศิลปะชิ้นนึง ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีโลกของหนังที่ยาว 8 ชั่วโมง แล้วเขาได้รับการยอมรับจริงๆ</p>



<p>“ที่หนังเรายาวกว่าปกติ เราไม่กลัวเลยนะ เราแค่คิดว่าถ้าเราชอบมันก็น่าจะมีคนชอบแบบเรา เรารู้สึกว่ามันไม่เกี่ยวกับความยาวหรอก มันเกี่ยวกับว่าหนังดีหรือเปล่า แต่ว่าถ้าคนจะอดทนไม่ได้ใน 3 ชั่วโมงเราก็ให้เกียรติเขานะ อย่างเช่นเราไปฉายในเทศกาล คนเดินออกจากโรงไปเลย เราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร เราเคารพคนดู จะรีแอ็กหรือวิจารณ์หนังเรายังไงก็ได้ แต่เราแค่รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันต้องมีคนชอบเหมือนเราแหละวะ”</p>



<p>ฐาบอกว่าหนังเรื่องนี้มีวิธีถ่ายทำที่ไม่เหมือนกับหนังเรื่องอื่น เริ่มต้นจากการเขียนสิ่งที่อยากเล่ามากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับคนรอบข้างเธอ บวกกับเรื่องแต่งอีกเล็กน้อย รวมถึงการเขียนไปถ่ายไปแบบไม่เรียงลำดับซีนที่ทำให้เธอสนุกกับการต่อจิ๊กซอว์ในหัวว่าเรื่องที่เขียนไปข้างหลัง มันโอเคกับข้างหน้าหรือยัง แล้วตรงกลางเขียนอะไรไป </p>



<p>“มันเป็นการทำงานที่สนุกนะเหมือนเราโอเคที่มันได้ลอง แล้วก็รู้สึกว่าพิเศษขึ้นมั้ง เราไม่ต้องมีข้อจำกัดในการเขียนบทเลย ไม่ต้องคิดว่าตรงนี้ต้องบิลด์แล้ว ตรงนี้ต้องเล่าเรื่องอะไรแล้ว มันอาจจะมีทฤษฎีของการทำหนังอยู่ แต่เราโอเคมากเลยกับการไม่มีทฤษฎี” เธอเล่าถึงวิธีการทำหนังเรื่องนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164179" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การทำหนังที่เล่าเรื่องที่ฐาอยากเล่ามากที่สุด ขณะเดียวกันก็ท้าทายความคุ้นชินของคนดู ไม่สามารถการันตีได้เลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ช่วงเวลานี้หลายคนอาจจะท้อหรือกลัวจนต้องล้มเลิกไป ระหว่างทางเธอเคยรู้สึกเช่นนี้ไหม และอะไรคือสิ่งที่ยังทำให้เธอเชื่อมั่นในการทำหนังของตัวเองอยู่นั่นคือสิ่งที่เราอยากรู้ต่อมา ก่อนจะพบว่าฐามองว่าเรื่องนี้เธอได้อะไรกลับมามากกว่าเสียด้วยซ้ำ</p>



<p>“อาจจะเพราะไม่ได้หวังอะไรมั้งคะ ไม่ได้หวังว่ามันจะได้อะไรที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้รู้สึกว่าผิดหวังมาก” เธอตอบกลับมา “แต่ส่วนใหญ่มันเป็นไฟมากกว่า เป็นคนมีไฟ กระตือรือร้นที่จะทำมัน เราอยู่กับมันได้นานแสดงว่าเรารักมันได้นานจริงๆ</p>



<p>“ถามว่ามันน่าพอใจไหม มันก็น่าพอใจแต่ว่าเรื่องรายได้มันไม่น่าพอใจอยู่แล้ว มันก็อาจจะได้เงินจากการฉายหนังบ้างเล็กน้อย&nbsp; ก็ต้องยอมรับว่าเราก็ลงทุนไปเยอะ ผลลัพธ์มันก็ได้อะไรมาที่ไม่ใช่เงิน เช่นโอกาสในการที่เราจะได้ทำงานที่เราอยากทำมากขึ้น ได้ไปเทศกาลภาพยนตร์เป็นสิ่งที่เราไม่เคยไป เหมือนซื้อประสบการณ์ให้ตัวเอง เรามองอย่างนั้นมากกว่าว่ามันได้มากกว่าเสีย แล้วในอนาคตก็อาจจะมีคนมาจ้างเราทำงาน เราว่ามันได้นะ</p>



<p>“สิ่งที่ทำให้เราเชื่อในหนังอยู่ คือเราชอบมัน คนทำหนังชอบหนัง ชอบรสนิยมของตัวเองอยู่แล้ว คือเรารักหนังของเรามาก เรารักตัวละครของเราที่เราสร้าง รักบรรยากาศแบบนี้ รักซีนแบบนี้ เราถึงสร้างมันขึ้นมา มันทำให้อยากทำให้คนอื่นเห็นในสิ่งที่เรารัก”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164176" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หนังเรื่องแรกว่าด้วยการสำรวจที่ทางของคนนอกในสังคม</strong></h4>



<p><em>Blue Again</em> ฐาเลือกเล่าเรื่องราวที่ท้าทายหลายๆ สิ่งที่มักเจอในหนังส่วนใหญ่ ด้วยการเล่าตัวละครหลัก หรือ ‘เอ’ ที่ไม่เป็นที่รักของคนอื่นมากนัก หรือการใส่เรื่องราวความขัดแย้งด้านความเชื่อกับคนในครอบครัวอย่างศาสนาคริสต์และศาสนาพุทธ แต่ขณะเดียวกันประเด็นของการเล่าเรื่องคนนอกด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ทำให้หลายๆ คนเชื่อมโยงเหตุการณ์เหล่านี้กับตัวเองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>



<p>“แม้ตัวละครจะไม่เป็นที่รักของคนอื่น แต่เรารู้สึกว่ารักคนคนนี้ ในฐานะที่เขาเป็นคนที่มีจริงๆ ในชีวิต เรารู้สึกว่าอยากให้คนอื่นเห็นคนที่ไม่ถูกเห็น คนที่ถูกเมิน ถูกอิกนอร์ ในสังคม เราอยากให้เขาปรากฏตัวอยู่ในจอบ้าง เพราะเรารู้สึกว่าเราต้องการเข้าใจคนเหล่านี้ด้วย ว่าเขาก็เป็นมนุษย์คนนึงที่ควรถูกเข้าใจบ้างเหมือนกัน ถึงแม้ว่าการอยู่ในหนังเราต้องโน้มน้าวใจว่าตัวละครนี้เป็นที่รัก ตามสูตรสำเร็จของตัวละครนำทั่วไป แต่ว่าเราก็เคารพเขาในพาร์ตที่เป็นมนุษย์เหมือนกันด้วย เราถึงเอาตัวละครที่เป็นคนนอกเหล่านี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ก็หวังว่าเราจะไม่มองข้ามคนเหล่านี้ไปในฐานะที่เป็นมนุษย์คนนึง”</p>



<p>ขณะเดียวกันฐายังขยายขอบเขตเรื่องเล่าความเป็นคนนอกไปถึงเรื่องศาสนา ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนใส่เข้ามาในหนังด้วยมุมมองของการยอมรับและเข้าใจความจริงที่เกิดขึ้น</p>



<p>“หนังเรามีเกี่ยวกับตัวละครหนึ่งที่นับถือคริสต์เขาสนใจศาสนาอื่น แต่เรารู้สึกว่ามันเกิดขึ้นได้กับหลายๆ คน ไม่ใช่เฉพาะในหมู่บ้านที่เรายกตัวอย่าง คนทั่วไปก็ได้ ที่เคร่งศาสนาพุทธมากๆ พอเราเปลี่ยนไปอีกศาสนานึง มันก็ทำให้เราเกิดการแปลกแยกต่อครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งความแปลกแยกนี้เราอยากเล่าในหนังเรา ประเด็นศาสนามันก็อินสไปร์มาจากเพื่อนเราที่เขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่เรายกตัวอย่างในหนังเรามันแค่ครอบครัวนึงเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าคนส่วนใหญ่จะยอมรับไหมว่ามันมีอยู่ ซึ่งเจตนาเราไม่ได้อยากท้าทายประเด็นแรง เราแค่อยากถ่ายทอดเรื่องของเพื่อนเรา สิ่งที่เพื่อนเราเจอมา</p>



<p>“สิ่งที่แตกต่างออกไปคือหนังของเรามันไม่แฮปปี้เอนดิ้งมั้ง แต่เราจบด้วยการที่ตัวละครของเราสามารถหาทางของตัวเองเจอได้ ว่าจะไปทางไหน แม้ทางนั้นจะเป็นทางที่เดินคนเดียว อย่างน้อยเขารู้ว่าทางที่เขาเดินไปมันเหมาะสมกับเขา ซึ่งเราว่ามันดูไม่แฮปปี้สำหรับคนอื่น แต่มันแฮปปี้สำหรับตัวละคร มันเหมือนสูงสุดของการตระหนักในตัวเองคือการรู้ว่าตัวเองจะไปที่ไหนที่เหมาะกับตัวเอง และบอกได้ว่าตัวเองเป็นคนยังไง</p>



<p>“เราก็ไม่ได้เฉลยนะว่าปลายทางนางเอกไปจบที่ไหน แต่เราแค่รู้สึกว่าเขามีทางที่ดี แต่เขากล้าที่จะปฏิเสธทางที่ไม่ใช่ คนอาจจะคิดว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่บางคนมันไม่ได้อยากสังคมไง แล้วเราก็รู้สึกว่าคนเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไรเลย เพียงแต่ว่าเขาต้องอยู่ให้ถูกที่ คนอื่นและตัวเขาเองจะได้ไม่เดือดร้อน เราเลือกแบบนั้นมากกว่า เราเลือกเพราะตัวละครเลือกให้เรามั้งคะ เราไม่ได้เลือกให้เขา”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164177" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>บนโลกนี้มีพื้นที่สำหรับคนตรงกลางมากแค่ไหน</strong></h4>



<p>แม้ว่าสุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้จะไปได้ไกลถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน แต่ที่ผ่านมาฐาบอกว่าเธอไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดเลย เธอจึงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับหนังเรื่องนี้</p>



<p>“การสนับสนุนจากภาครัฐสำคัญมากสำหรับเรา” ฐาเล่าย้อนกลับไปในวันที่ไม่ได้รับทุน เพราะนอกจากการสนับสนุนผู้กำกับหน้าใหม่จะทำให้เกิดหนังเรื่องใหม่ๆ แล้ว ยังทำให้เกิดการจ้างงาน และการหมุนเวียนของเงินด้วย นอกจากนี้เหตุผลที่สำคัญคือการรับรองจากคนในประเทศของคนทำหนังเอง</p>



<p>&nbsp;“การที่เราได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐก่อนที่จะไปขอทุนต่างประเทศมันดีกว่ามากๆ เพราะว่าเป็นเหมือนการยืนยัน เหมือนจดหมาย recommend ว่าหนังของประเทศคุณเป็นหนังที่ดี คนในประเทศยอมรับแล้ว แสดงว่าประเทศอื่นก็มีสิทธิ์สนับสนุนหนังเรามากขึ้น แต่พอมันไม่มีการสนับสนุนในประเทศ การไปต่อขอทุนต่างประเทศมันเลยยากมากสำหรับหนังอิสระ แต่ไม่อยากให้คนคิดว่าคนทำหนังอิสระเป็นขอทานนะ ต้องไปขอทุนถึงจะเรียกร้องอะไรนักหนา ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นสิ่งที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาทำกัน”</p>



<p>สิ่งที่ช่วยให้หนังอิสระ หรือแม้แต่หนังทุกๆ เรื่องในไทยมีที่ทางมากขึ้น ฐาบอกว่าคือการมีหนังที่หลากหลาย และสามารถเข้าถึงคนดูได้จำนวนมาก ซึ่งอาจหมายถึงต้องอาศัยความร่วมมือจากโรงภาพยนตร์ด้วย</p>



<p>“การมีหนังที่หลากหลายมัน สำคัญมากๆ เลย เพราะว่ามันเหมือนเป็นการเปิดโลกการดูหนังให้คนดู ที่เราเคยได้ยินมาว่าหนังไทยจะมีแต่หนังรัก หนังผี หนังตลก แต่ว่าเรารู้สึกว่ามันไม่จริง มันยังหนังไทยอีกหลายเรื่องเลยที่ยังไม่ถูกค้นพบ&nbsp;</p>



<p>“คนดูก็อยากดูอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่ถึง เพราะว่าโรงภาพยนตร์ยังจำกัดเสรีภาพในการฉายอยู่ คนไทยก็เลยชอบเสพงานต่างประเทศมากกว่า เขาก็จะคิดว่างานต่างประเทศมีคุณค่า ทั้งที่บางทีหนังอิสระบางเรื่องมันก็มีคุณค่าของมัน แต่ว่าอาจจะคุณค่าอีกแบบนึงที่อยู่ในเนื้อหา คุณค่าในการเปิดโลกทัศน์ ในการ narrative ที่ไม่เหมือนหนังใหญ่ๆ ทั่วไป เรารู้สึกว่าถ้าโรงให้โอกาสมากกว่านี้ หนังกระจายได้มากกว่านี้ มันก็อาจจะเกิดการดูหนังนอกกระแสที่เยอะมากกว่านี้ แล้วคนทำหนังที่ทำหนังนอกกระแสก็อาจอยู่ได้มากขึ้น </p>



<p>“ซึ่งเราไม่ได้โทษโรงเลยนะ เราแค่รู้สึกเข้าใจโรง ในขณะเดียวกันโรงหนังก็สามารถพัฒนาให้วงการศิลปะหนังเจริญขึ้นได้ ถ้าเขาพร้อมที่จะทำ มันก็มีหลายอย่างมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องหนังไทยต้องยืนโรงกี่เดือน ซึ่งมันไม่มีกฎหมายนี้มาซัพพอร์ต มาคอยหนุนคนทำหนัง ไม่เหมือนต่างประเทศที่มากำหนดฉายโรงกี่สัปดาห์ กี่เดือน ซึ่งหนังไทยสองสัปดาห์ก็ออกแล้ว อย่างมากสุดก็เดือนนึง อันนี้เป็นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการหนังไทยเลย”</p>



<p>ที่ผ่านมาการทำหนังเรื่องแรกของฐาที่เธอบอกว่ามีความยากในทุกขั้นตอน ด้วยการทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวทุกอย่าง ตั้งแต่การจัดจำหน่าย โปรดิวเซอร์เอง กำกับเอง เขียนบทเอง และการทำให้หนังไปสู่สายตาของผู้ชมให้มากที่สุด</p>



<p>“พอไปฉายเทศกาลมันก็มีคนชอบจริงๆ เราก็มีความหวังว่าหนังเรื่องนี้ทำโดยคนไทย ก็คิดว่าการกลับมาฉายที่ไทย ก็คงจะทำให้คนไทยรู้สึกได้มากกว่าคนประเทศอื่นอยู่แล้ว เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวัน เราก็หวังว่ามันจะเข้าถึงคนไทยได้ง่าย แต่พอมาจัดจำหน่ายจริงๆ มันไม่ง่ายเลยที่เราต้องดีลกับโรง ต้องทำโปรโมตเอง ซึ่งเราก็มีงบไม่พอ เราก็ต้องมานั่งกับทีมเล็กๆ เอง มันเป็นการได้ลองมากเลย มันเป็นการยากแต่มันได้ลองว่าเราจะทำได้แค่ไหน ซึ่งเราก็เจ็บปวดอยู่เยอะนะ แต่ว่าเราก็สนุกด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164178" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/blue-again_Content-01-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“มองเส้นทางการทำงานในอนาคตต่อไปยังไง ยังอยากทำหนังที่อยากเล่าต่อไปไหม ถึงแม้ว่ามันอาจจะยาก” เราถามทิ้งท้ายก่อนจบบทสนทนา</p>



<p>“ทำต่อแน่นอนค่ะ มันไม่ได้หมายความว่าทำเรื่องแรกเสร็จแล้ว เรื่องที่สองเราจะทำมันได้ง่ายขึ้น แต่ว่ามันแค่มีโอกาสมากขึ้น แต่เราแค่เชื่อในสิ่งที่เรายังอยากจะเล่าอยู่นะ แต่อาจจะเป็นเรื่องใหม่ วิธีการใหม่ แต่แอตติจูดเราหรือความคิดเราก็ยังเหมือนเดิมว่าเราควรจะได้เล่าในสิ่งที่เราอยากเล่า</p>



<p>“ถ้าสมมติวันหนึ่งเราได้ไปทำหนังสตูฯ จริงๆ ขึ้นมาที่มันต้องมีคนหลายคนมาทำงานร่วมกัน สุดท้ายเราก็ต้องเข้าใจระบบที่มันเป็น แต่ตัวตนเราจะไม่หายไป เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้เล่าในสิ่งที่เราอยากเล่า หลายคนอาจจะประนีประนอม แต่เราอาจจะใช้การโน้มน้าวใจมากกว่า เพราะเรารู้สึกว่ามันทำให้งานนั้นพิเศษขึ้นและดีต่อการทำงานศิลปะจริงๆ” ฐากล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thapanee-loosuwan-blue-again/">ฐาปณี หลูสุวรรณ ผู้กำกับ Blue Again และเรื่องราวของคนนอกที่เลือกทางเดินด้วยตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A Hundred Flowers กับความทรงจำและเรื่องเล่าของ เกงกิ คาวามูระ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/genki-kawamura-a-hundred-flowers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2022 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[A Hundred Flowers]]></category>
		<category><![CDATA[If Cats Disappeared from the World]]></category>
		<category><![CDATA[Genki Kawamura]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163530</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้อยมากที่เราจะเห็นนักเขียนนิยายระดับ best seller ลุกขึ้นมากำกับหนังที่สร้างจากนิยายขายดีของตัวเอง เกงกิ คาวามูระ (Genki Kawamura) กับหนังเรื่อง A Hundred Flowers คือหนึ่งในนั้น สำหรับใครที่ไม่คุ้นหูกับชื่อของ เกงกิ คาวามูระ ถ้าบอกว่าเขาคือเจ้าของผลงานอันโด่งดังอย่าง If Cats Disappeared From The World หรือในชื่อภาษาไทยว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว คงร้องอ๋อ นั่นคือนิยายเรื่องแรกของเขาที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์และได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่กำกับโดยคนอื่น แต่ก่อนที่จะเขียนนิยาย เกงกิ คาวามูระ มีอาชีพเป็นโปรดิวเซอร์หนัง ซึ่งผลงานในพอร์ตโฟลิโอของเขาก็ไม่ธรรมดา เช่น Your Name, Confessions, Parasyte เป็นต้น ส่วน A Hundred Flowers คือนิยายเล่มที่ 4 และเป็นผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกของเขา เรื่องราวของแม่ผู้เป็นอัลไซเมอร์ กับลูกชายที่ต้องค้นลึกลงไปในความทรงจำของแม่เพื่อคลี่คลายปมในชีวิตของตัวเอง นำแสดงโดย สุดะ มาซากิ (Suda Masaki) และ ฮาราดะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/genki-kawamura-a-hundred-flowers/">A Hundred Flowers กับความทรงจำและเรื่องเล่าของ เกงกิ คาวามูระ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>น้อยมากที่เราจะเห็นนักเขียนนิยายระดับ best seller ลุกขึ้นมากำกับหนังที่สร้างจากนิยายขายดีของตัวเอง เกงกิ คาวามูระ (Genki Kawamura) กับหนังเรื่อง <em>A Hundred Flowers </em>คือหนึ่งในนั้น</p>



<p>สำหรับใครที่ไม่คุ้นหูกับชื่อของ เกงกิ คาวามูระ ถ้าบอกว่าเขาคือเจ้าของผลงานอันโด่งดังอย่าง<em> If Cats Disappeared From The World </em>หรือในชื่อภาษาไทยว่า <em>ถ้าโลกนี้ไม่มีแมว </em>คงร้องอ๋อ นั่นคือนิยายเรื่องแรกของเขาที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์และได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่กำกับโดยคนอื่น</p>



<p>แต่ก่อนที่จะเขียนนิยาย เกงกิ คาวามูระ มีอาชีพเป็นโปรดิวเซอร์หนัง ซึ่งผลงานในพอร์ตโฟลิโอของเขาก็ไม่ธรรมดา เช่น <em>Your Name, Confessions, Parasyte </em>เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="717" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-717x1024.jpg" alt="" class="wp-image-163554" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-717x1024.jpg 717w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-210x300.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-768x1097.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-1076x1536.jpg 1076w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH-600x857.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/A-HUNDRED-FROWERS-28x40inches-TH.jpg 1434w" sizes="(max-width: 717px) 100vw, 717px" /></figure>



<p>ส่วน <em>A Hundred Flowers </em>คือนิยายเล่มที่ 4 และเป็นผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกของเขา เรื่องราวของแม่ผู้เป็นอัลไซเมอร์ กับลูกชายที่ต้องค้นลึกลงไปในความทรงจำของแม่เพื่อคลี่คลายปมในชีวิตของตัวเอง นำแสดงโดย สุดะ มาซากิ (Suda Masaki) และ ฮาราดะ มิเอโกะ (Harada Mieko) ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ เกงกิ คาวามูระ ได้รับรางวัล Silver Shell For Best Director จากเทศกาลหนัง San Sebastian ที่สเปนในปีนี้ไปครองด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-03-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรามีโอกาสได้พบกับ เกงกิ คาวามูระ เนื่องจากเขามาโปรโมตหนังเรื่อง<em> A Hundred Flowers </em>ที่ประเทศไทย ณ ตึกสหมงคลฟิล์ม โดยคืนก่อนหน้านั้น ทีมชาติญี่ปุ่นเพิ่งเอาชนะทีมชาติสเปน ได้เข้ารอบ 16 ทีมในฟุตบอลโลก เรากล่าวแสดงความยินดีกับเขา เกงกิ คาวามูระ ออกตัวว่า เขาดูบอลถึงตี 4 หลังจากนั้นก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะตื่นเต้น เขาเลยจะง่วงๆ นิดหนึ่ง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำและความคิดที่ออกมาจากปากของชายผู้เป็นทั้งนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับหนังมือรางวัลนั้น ไม่ได้ชวนง่วงแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้เราตื่นใจไปกับหลายประเด็นที่ได้ยินแล้วช่างกระตุกต่อมคิด&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงที่ได้กำกับหนังจากนิยายของตัวเอง มันมีข้อดีหรือมีข้อจำกัดยังไงบ้าง&nbsp;</strong></h4>



<p>ตอนผมไปงานเทศกาลหนัง San Sebastian ที่สเปน และได้รางวัล best director มาด้วย ตอนนั้นกรรมการผู้ตัดสินได้บอกไว้ว่า เหตุผลที่ให้รางวัลเบสต์ไดเรกเตอร์กับผม เป็นเพราะว่าในโลกนี้เขาก็เจอแค่ไม่กี่คนที่เขียนหนังสือเอง และเอาหนังสือของตัวเองมากำกับหนังเอง ซึ่งสำหรับผม การที่เอามาทำเอง มันเหมือนกับผมได้ทำเรื่องนี้สองรอบ รอบแรกคือตอนที่เขียนหนังสือ รอบที่สองก็คือตอนที่เอาหนังสือมาถ่ายทอดผ่านหนัง ซึ่งทำให้ผมได้สังเกตเห็น ได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ในแง่มุมที่ลึกขึ้น เช่น การถ่ายแบบ one scene one cut หรือว่าความรู้สึกของตัวละคร ณ ช่วงเวลานั้นๆ จะถ่ายทอดความทรงจำยังไง เพราะว่ามันผ่านรอบแรกมาแล้ว ทำให้รอบที่สองได้มุมมองที่ลึกขึ้นกว่าเดิม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163546" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณรู้สึกว่าคุณอยู่กับเรื่องนี้มากเกินไปมั้ย เพราะตอนเขียนนิยายก็ต้องใช้พลังมากอยู่แล้ว ยังต้องมาเขียนบท ยังต้องมากำกับเองอีก</strong></h4>



<p>ใช่ครับ<strong> </strong>ผมมีความรู้สึกมากๆ เลยว่าใช้เวลาไปกับสิ่งนี้เยอะมาก ตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเขียนหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ว่า คุณย่าของผมเป็นอัลไซเมอร์ แล้วลืมผม เขาทักผมว่า คุณเป็นใครคะ มันทำให้ผมคิดว่า ในหัวคุณย่าที่เป็นอัลไซเมอร์เป็นยังไง คนเป็นอัลไซเมอร์เขาบอกว่า ช่วงเวลาสองช่วงเวลาที่ไม่เชื่อมต่อกัน คือเมื่อก่อนกับปัจจุบัน หรือสถานที่คนละสถานที่ มันมาเชื่อมต่อกันในหัวเขา ซึ่งเป็นอะไรที่แปลก น่าสนใจ ผมก็มาคิดว่าจะถ่ายทอดยังไงให้คนเห็นภาพในหัว ตอนที่เขียนเรื่องนี้ก็เลยมีการศึกษาทั้งคนที่เป็นโรคความจำเสื่อม และก็ AI ด้วย มีการรีเสิร์ชเยอะมาก ซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมด 2 ปี จนเขียนหนังสือเล่มนี้เสร็จ ก็ได้เบสต์เซลเลอร์ที่ญี่ปุ่นด้วย&nbsp;</p>



<p>แต่ว่าจริงๆ ตอนที่หนังสือได้เบสต์เซลเลอร์ ผมไม่ได้คิดว่าจะเอาเรื่องนี้มาทำหนัง แต่ว่าระหว่างนั้น ผมได้กำกับหนังสั้นชื่อ<em> Duality </em>ซึ่งได้รับเลือกจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ให้อยู่ในสาย short film competition ตอนที่ทำ <em>Duality </em>มันมีวิธีการถ่ายทำที่แปลก ก็คือ เราถ่ายภาพก่อน เสร็จแล้วค่อยมาคิดสตอรี่ให้เข้ากับภาพที่ถ่ายมา ซึ่งหนังก็ได้รับคำชมในจุดนี้ ผมเลยมองว่า อาจจะเอาเทคนิคนี้มาถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในหัวของคนที่เป็นผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมได้ก็ได้</p>



<p>ทีนี้พอกลับมาดูหนังสือของตัวเอง เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่อยู่ในหัว สิ่งที่ผมเขียนออกมามันก็เลยไม่มีย่อหน้า ผมอธิบายทุกอย่างที่อยู่ในหัวยาวพรืดออกมา ผมเลยมองว่า ถ้าจะเอาหนังสือที่ไม่มีย่อหน้ามาทำเป็นหนัง หนังก็ต้องไม่มีคัต ต้องถ่ายม้วนเดียวเหมือนกัน เลยเป็นที่มาของหนึ่งซีนหนึ่งคัต คือมันค่อนข้างที่จะเป็นรูปเป็นร่างในหัวผมอยู่แล้วว่าหนังเรื่องนี้จะต้องออกมาเป็นยังไง แต่ว่าก็ได้คุณฮิราเสะ เคนทาโร (Hirase Kentaro) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเขียนบทมา กับได้คาแรกเตอร์ของนักแสดงอย่างคุณสุดะ มาซากิ ที่ค่อนข้างมีลักษณะเด่นของตัวเอง มาช่วยคลี่คลายสิ่งที่ก่อขึ้นมาในหัวผม ที่มันอาจจะเป็นภาพในความคิดของตัวเองมากเกินไป ชัดเกินไป ให้มันได้อะไรที่แปลกใหม่มากขึ้น ทั้งหมดผมใช้เวลากับสิ่งนี้ไปประมาณ 7-8 ปีเลยทีเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6927.tif" alt="" class="wp-image-163555"/></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความยากของการถ่าย long take คืออะไร คุณมีวิธีการจัดการมันยังไง</strong></h4>



<p>ลองเทกของผม ผมถ่ายยาวแบบที่ซีนหนึ่ง 10 นาทีก็มี ซึ่งหมายความว่า 10 นาทีนั้น จะไม่มีการหยุดถ่ายใหม่จนกว่าจะจบเทก ซึ่งบางครั้งถ่ายไปถึง 20 เทก ทำเอานักแสดงบ้างสตาฟฟ์บ้างอ่วมกันไปเลย รวมถึวตัวผมเองด้วย แต่ว่าเหตุผลที่ผมเลือกวิธีนี้เป็นเพราะว่า ตอนที่ผมคุยกับคุณย่าที่เป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผมพบว่า 3 นาทีที่คุยกับคุณย่า คุณย่าเป็นทั้งเด็กมัธยมต้น มัธยมปลาย เป็นทั้งหญิงสาว ทั้งคนแก่ เป็นทั้งคุณแม่ ทั้งคุณย่า เขาเปลี่ยนไปตลอดเวลา ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็น ก็เลยเลือกเป็นการถ่ายลองเทกแบบนี้ แต่ว่าก็ทำเอาทะเลาะกับนักแสดงไปหลายรอบ กว่าจะถ่ายจบก็ค่อนข้างลำบากเลยทีเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="658" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-1024x658.jpg" alt="" class="wp-image-163552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-1024x658.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-768x494.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-1536x988.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-2048x1317.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/25_A055C014_210729_R3PV.01095675-600x386.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อยากทราบว่าสกิลในการเขียนนิยายกับการกำกับหนัง มันมีส่วนที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันในแง่ไหนบ้าง หรือมีสิ่งที่ต้องแยกออกจากกันยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>จริงๆ แล้ว ผมทำหนังก่อน คือเป็นโปรดิวเซอร์หนังมาประมาณ 10 เรื่อง แล้วเริ่มรู้สึกเบื่อกับการทำหนัง ก็เลยไปเขียนนิยายดีกว่า นิยายเรื่องแรกก็คือ <em>If Cats Disappeared From The World </em>ซึ่งตอนนั้นสิ่งที่ผมคิดก็คือ เขียนสิ่งที่นักเขียนเขาจะไม่เขียนกัน แล้วก็เขียนสิ่งที่ทำเป็นหนังไม่ได้ เช่นบอกว่า หลังจากวินาทีนี้โลกนี้ไม่มีแมวแล้วนะ จะทำยังไงให้ถ่ายออกมาแล้วคนรับรู้ในหนัง มันทำไม่ได้ แต่ว่าถ้าเขียนเป็นตัวหนังสือ ก็อธิบายให้คนเข้าใจได้ ก็เลยเขียนออกมาจนกลายเป็นเบสต์เซลเลอร์ที่ญี่ปุ่น แล้วก็ได้ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยด้วย</p>



<p>แต่ว่าพอเขียนหนังสืออยู่ก็รู้สึกว่า เราอธิบายว่าแมวหายไปได้ แต่ว่าอธิบายเสียงเพลงหรือสีหน้าไม่ได้ ผมคิดว่าถ้าบรรทัดนี้มีเพลงขึ้นมาก็คงจะดี หรือว่าสีหน้าตัวละครที่ผมเขียนบรรยายสองสามบรรทัด จริงๆ แล้วถ้าเป็นหนังนักแสดงแค่ทำสีหน้าแค่วินาทีเดียวก็ถ่ายทอดได้แล้ว ก็เลยเป็นจุดที่พอมาทำหนัง มันทำให้ผมมองว่าดนตรี สีหน้า หรือท่าทางของนักแสดงสำคัญขนาดไหน ผมมองว่า เพราะว่าทำอีกอย่างหนึ่ง ก็เลยได้เห็นและได้รู้ความสำคัญของสกิลที่ต้องใช้ในอีกอย่างหนึ่ง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-163545" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-06.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong><em>If Cats Disappeared From The World </em>กำกับโดยคนอื่น เทียบกับการกำกับนิยายของตัวเอง คุณรู้สึกยังไงเวลาที่เห็นนิยายของตัวเองกำกับโดยผู้กำกับคนอื่น&nbsp;</strong></h4>



<p>จริงๆ ผมอยากให้คนอื่นกำกับมากกว่านะ เพราะว่าเราอยู่กับมันมาเยอะแล้ว พอคนอื่นกำกับ เราได้เห็นมุมมองที่เราไม่เคยเห็น หรือเราไม่ได้มีภาพแบบนี้ในหัว แต่แน่นอน มันจะมีบางจุดที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันผิด เราไม่ได้คิดแบบนี้ คือมีแน่นอน แต่ว่าทั้งนี้ มันก็ออกมาเป็นผลงานที่ดี ซึ่งผลงานของผมตั้งแต่หนังสือเล่มแรก คือ <em>If Cats Disappeared From The World</em> แล้วก็เล่มต่อมา <em>Million Dollar Man </em>เป็นเรื่องของผู้ชายถูกลอตเตอรี่ ซึ่งเล่มนี้ไม่ได้มีตีพิมพ์ในประเทศไทย ก็ได้ผู้กำกับฝีมือดีมากำกับทั้งสองเรื่อง แต่มันก็จะมีจุดที่ผมยังรู้สึกขัด&nbsp;</p>



<p>พอมาเรื่องนี้ การที่จะถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในหัวของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในหนึ่งซีนหนึ่งคัต คนอื่นจะทำได้แบบที่มันอยู่ในหัวผมมั้ย หรือว่าผมจะต้องรู้สึกขัดใจว่ามันไม่ใช่อีกครั้งหนึ่ง ผมเลยมองว่า ถ้าจะต้องมารู้สึกขัดใจอีก งั้นทำเองเลยดีกว่า พอทำออกมาก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ได้ไปงานรับรางวัลที่ยุโรป เลยรู้สึกว่ารู้งี้กำกับเองตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว</p>



<p>แต่ว่าจริงๆ การที่ผมได้เป็นผู้กำกับผลงานตัวเอง มันทำให้โลกผมแคบลง ตอนที่เป็นโปรดิวเซอร์โลกมันกว้างกว่า เพราะเรามองในแง่มุมการตลาด มองในแง่คนจะชอบมั้ย ทำยังไงให้ขายได้ แต่พอมาเป็นผลงานของตัวเองและเป็นผู้กำกับเอง มันกลายเป็นว่าโลกผมแคบ เพราะผมอินกับทุกตัวละคร อินกับฉาก อินกับความคิดในหัว มันก็เลยจะแตกต่างกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผลงานต่อไปของคุณจะเป็นอะไร จะเป็นโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ หรือนักเขียนนิยาย</strong></h4>



<p>คำตอบก็คือทำทุกอย่างครับ<strong> </strong>ตอนนี้ถ้าเป็นงานโปรดิวเซอร์ มีหนังที่ผมทำร่วมกับผู้กำกับ ชินไค มาโกโตะ (Shinkai Makoto) ชื่อเรื่อง <em>Suzume no tojimari</em> แล้วก็มีของผู้กำกับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ (Hirokazu Kore-eda) ชื่อหนังว่า <em>Monster</em> กับซีรีส์ใน Netflix ด้วย ส่วนตัวหนังสือก็มีเขียนอยู่หนึ่งเรื่องเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็แพลนไว้ว่าจะกำกับเอง สิ่งที่เป็นจุดเด่น เป็นสไตล์ของผมตอนนี้ ก็คือสิ่งที่ผมทำทุกอย่างรวมกัน และก็เป็นสิ่งที่ทำให้กรรมการที่ซานเซบาสเตียนเห็นแววในตัวผมด้วย ก็เลยมองว่าหลังจากนี้ก็คงทำทุกอย่างต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163540" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณเอาเวลาที่ไหนมาทำสิ่งเหล่านี้</strong></h4>



<p>จริงๆ แล้วผมว่างมากเลยนะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่คนเราจะหมดเวลาไปกับการคิด ถ้าคิดได้แล้วลงมือทำมันก็แป๊บเดียว สิ่งที่หลายๆ คนเสียเวลาไปคือ กว่าจะหาไอเดีย กว่าจะหาจุดที่มันใช่พบ ซึ่งการที่ผมทำงานกับครีเอเตอร์หลายๆ ท่าน ทำงานแบบนี้ตลอดเวลา มันทำให้มีสิ่งที่จุดประกายตลอดเวลา พอจุดประกายตลอดเวลา ความคิดตกตะกอน ผมไม่ต้องเสียเวลานั่งคิด ว่าต่อไปฉันจะทำอะไร หรือเรื่องนี้ประเด็นควรเป็นอะไร เพราะว่ามีสิ่งที่ทำให้ฉุกคิดตลอดเวลา ทำให้พอถึงเวลาลงมือทำ ผมก็แค่เอาสิ่งที่คิดได้ในการทำงานครั้งที่แล้ว มาทำออกมาเป็นผลงาน เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้เสียเวลาไปกับการคิดเหมือนที่คนอื่นใช้เวลาให้ความคิดมันตกตะกอน ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองไม่ยุ่ง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปกติแล้วคุณสนใจที่เล่าเรื่องแบบไหนผ่านหนังหรือว่าหนังสือของคุณมากที่สุด&nbsp;&nbsp;</strong></h4>



<p>คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อย ซึ่งผมมีโอกาสได้ฉุกคิดเรื่องนี้บ่อยครั้ง จนทำให้ผมคิดได้ว่า จริงๆ อาชีพของผม สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดจริงๆ คือ ถ้าพูดเป็นสถานการณ์ เช่น สถานีรถไฟแถวบ้านผม มีตู้ไปรษณีย์อยู่หน้าสถานี ข้างบนตู้ไปรษณีย์มีตุ๊กตาหมีอยู่ตัวหนึ่ง วันแรกที่เห็นก็คิดว่าคงมีคนลืมตุ๊กตาหมีบนตู้ไปรษณีย์ ผ่านไปวันที่สอง มันก็ยังอยู่ที่เดิม ผ่านไปวันที่สาม มันก็ยังอยู่ที่เดิม ผมก็เลยรู้สึกว่า ทุกคนที่ใช้สถานีนี้ ใช้ทางเข้าออกเดียวกับผม ต้องเห็นบ้างแหละ เห็นแต่ไม่มีใครทัก ไม่มีใครพูด ไม่มีใครหาว่าเป็นของใคร&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น นี่คือสิ่งที่เป็นอาชีพของผม ผมไม่ได้สร้างเรื่องราวขึ้นมาใหม่จากกลางอากาศหรือจากฝัน แต่ว่าเอาเรื่องที่ทุกคนรู้สึก ทุกคนคิด ทุกคนอาจจะไม่พอใจกับบางสิ่ง หรือเห็นบางอย่างแต่ไม่มีใครถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือเป็นภาพ ผมมีหน้าที่หยิบมันขึ้นแล้วถ่ายทอด เหมือนตุ๊กตาหมีที่ผมต้องเป็นคนหยิบขึ้นมาแล้วบอกว่า นี่ของใคร แล้วให้คนรู้สึกว่า เฮ้ย คิดเหมือนกันเลย แต่แค่ไม่ได้พูด นี่คือสิ่งที่ผมจะต้องหยิบมาทำหนัง สิ่งที่ทุกคนเห็น ทุกคนติดใจ คาใจ แต่ไม่มีใครทักขึ้นมา ผมก็หยิบจุดนั้นมาถ่ายทอด&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่าเรื่องที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในทุกๆ วันแบบนี้มันธรรมดาเกินไปมั้ยที่จะหยิบมาทำเป็นหนัง</strong></h4>



<p>จริงๆ แล้วสิ่งแปลกๆ มันเกิดขึ้นมากมายในชีวิตปัจจุบัน ซึ่งผมมองว่า คนที่จะเห็นความผิดปกติในความปกติของทุกๆ วัน คือคนที่จะเป็น storyteller หรือเป็นครีเอเตอร์ ส่วนคนที่ไม่เห็น หรือรู้สึกว่าวันนี้มันก็คือวันธรรมดาเหมือนทุกๆ วัน ก็คือคนที่จะเป็นคนรับชม</p>



<p>เพราะว่าทุกๆ วันมีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นตลอดเวลา บางทีเราเดินๆ ไป ทำไมป้ายนี้ถึงอยู่ตรงนี้ ทำไมมีร้านโดนัทเปิดใหม่แถวบ้าน เจ้าของคิดอะไร มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นถึงได้มาตั้งร้านตรงนี้ หรือเวลาไปเที่ยวที่ไหนแล้วมีอะไรที่มันแปลกๆ ขึ้นมา หรือยกตัวอย่างโต๊ะตัวนี้ ทำไมในสถานที่แห่งนี้ ถึงมีโต๊ะแองกรีเบิร์ดวางอยู่ข้างๆ ผม ใครไปซื้อมา ทำไมมันต้องเป็นโต๊ะแองกรีเบิร์ด ของมันหมดจริงๆ หรืออาจจะมีคนไปตามหาเพราะอยากได้มันมาก คือมันมีสตอรี่ที่เราสามารถคิดเรื่องราวต่อจากสิ่งนั้นได้ ซึ่งคนที่เห็น คนที่ต่อยอดมันได้ คือคนที่จะเป็น storyteller ส่วนคนที่รู้สึกว่ามันคือโต๊ะเฉยๆ คือคนที่จะเป็น audience เป็นคนรับชม</p>



<p>เปรียบเทียบง่ายๆ คือเหมือนช่างถ่ายภาพ ผมชอบดูรูปถ่ายมาก เพราะว่าช่างภาพจะสามารถถ่ายบางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่ามันคือของทั่วไป ของที่เราเห็นประจำในมุมที่ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย เออ มันมีมุมแบบนี้ด้วย ถ่ายมุมนี้ได้ด้วย เพราะฉะนั้นตากล้องถือเป็น storyteller ที่ผมชอบมาก ซึ่งเอามาประยุกต์เป็นการทำหนังได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163541" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมมุมมอง วิธีคิด ให้คุณเป็นคุณแบบทุกวันนี้&nbsp;</strong></h4>



<p>ก็คงเป็นความทรงจำ นั่นคือสิ่งที่สร้างมนุษย์หรือสร้างคนๆ หนึ่งขึ้นมา คนไม่ใช่รูปร่าง แต่ว่าเป็นความทรงจำ ซึ่งมันที่อยู่ว่าเราเลือกจะจำอะไร และเราจะลืมอะไรไป แล้วความคิดหรือความทรงจำของเราบิดเบือนอะไรไปบ้าง</p>



<p>ผมเคยคุยกับนักวิจัย AI ว่าทำไมเขาถึงสร้างเอไอขึ้นมา เขาบอกว่า เป้าหมายสูงสุดของการสร้างเอไอคือ เขาอยากสร้างมนุษย์ให้ได้ ในตอนที่คุยกัน ผมก็ได้ถามว่าการสร้างมนุษย์ของคุณคืออะไร เขาก็บอกว่า ก็คือให้เอไอจำ ให้จดจำทุกสิ่ง เช่น ถ้าจะทำเอไอหมากรุก ก็ให้จดจำหมากรุก&nbsp;</p>



<p>แต่ว่าทีนี้ผมเลยคิดว่า ถ้าผมจะทำเอไอของศิลปินขึ้น หลังจากที่ให้เอไอจำทุกอย่างแล้ว ผมจะเลือกลบข้อมูลหนึ่งอย่าง เช่นลบสีแดงออกไปจากความทรงจำของเอไอ พอสีแดงหายไป ถ้ามีความเป็นมนุษย์ พอมันขาด มันก็ต้องพยายามเติม หาสิ่งใหม่ๆ มาเติมสิ่งที่ขาดไป หรือใช้สีแดงให้มากขึ้น เพื่อที่จะเติมเต็มความทรงจำของสีแดงที่หายไปตรงนั้น&nbsp;</p>



<p>เพราะฉะนั้น ตัวคนคนหนึ่งถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่แค่ความทรงจำหรือประสบการณ์อย่างเดียว สิ่งที่สร้างตัวตนคนคนนั้นขึ้นมา คือ ณ เวลานั้น คนคนนั้นขาดอะไรไป แล้วพยายามทำยังไงให้ตัวเองเติมเต็มสิ่งที่ขาดไปนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าถามผมว่า อะไรที่สร้างตัวผมในวันนี้ขึ้นมา ผมคงต้องตอบว่าเป็นสิ่งที่ผมลืมไปแล้วว่ามันคืออะไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163603" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/output_IMG_6887-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163553" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/0714_IKU3056-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นี่คือประเด็นที่อยู่ในหนัง <em>A Hundred Flowers </em>ด้วยใช่มั้ย</strong></h4>



<p>ใช่ครับ เพราะว่าความทรงจำของทุกๆ คนไม่เหมือนกัน อย่างเช่นวันนี้พวกเราทั้งหมดทุกๆ คนอยู่ในห้องนี้ แต่คิดว่าภาพในหัวหรือภาพความทรงจำของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเลย เราเลือกที่จะจำบางสิ่งบางอย่างในมุมมองด้านของเรา เพราะฉะนั้นแม่ลูกหรือครอบครัวเดียวกัน ดูดอกไม้ไฟอันเดียวกัน ก็เลือกที่จะจำไม่เหมือนกัน บางคนจำสี จำขนาด จำว่าดูกับใคร ดังนั้นสิ่งที่น่าเศร้าของความทรงจำคือ เราไม่สามารถที่จะแชร์ความทรงจำร่วมกับใครได้ ไม่มีใครที่มีความทรงจำเหมือนเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนเลือกที่จะจำความทรงจำ ณ มุมมองขณะนั้นในมุมมองของตัวเอง ดังนั้นมันจึงเป็นความโรแมนติกของความทรงจำ เพราะเราใช้เวลาร่วมกัน แต่เราไม่สามารถแชร์ความทรงจำนั้นได้ เราจึงอยากอยู่กับคนอื่น เพื่อที่จะสร้างเวลาร่วมกันที่จะเป็นความทรงจำเพิ่มขึ้นไป เราจึงอยากเข้าใจคนอื่น อยากสื่อสารมากขึ้น เพราะเราไม่สามารถที่จะแชร์ความทรงจำในภาพที่เหมือนกันได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163544" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163547" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/Q-and-a-day_Kenki_Content-02-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในประเทศไทย เราเห็นความสำเร็จของเกาหลี และเราก็คุยกันมากในประเทศเรื่อง soft power อยากรู้ว่าในญี่ปุ่น มี topic อะไรแบบนี้บ้างมั้ย ที่อาจจะไม่จำเป็นต้องมาจากการมองความสำเร็จของเกาหลีก็ได้&nbsp;</strong></h4>



<p>ก็คงหนีไม่พ้นกระแสเกาหลีเหมือนกัน ไม่ว่าจะละคร หนัง เพลง ทุกอย่างอะไรมาก็คือเป็นกระแสหมด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ก็ถือว่าเป็นกระแสที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้ว อันนี้ไม่ใช่เพราะว่าผมมาที่ไทยก็เลยพูดเอาใจนะครับ แต่ว่าตอนนี้ครีเอเตอร์ไทยค่อนข้างที่จะได้รับการจับตาในตลาดโลก อย่างผมไปเจอทวิตเตอร์ของครีเอเตอร์คนไทยที่ทำมิวสิกวิดีโอ ทำทุกอย่างเองหมด แล้วก็ได้ไปคุยกับเขาเรื่องงาน โดยคุยผ่านทวิตเตอร์อย่างเดียวเลย หรือนักดนตรีไทยที่ช่วงนี้เราได้เห็นในตลาดญี่ปุ่นเยอะขึ้น จริงๆ แล้ว ผมเห็นหลายๆ อย่างที่รู้สึกว่าน่าสนใจและมีเสน่ห์ ซึ่งถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ไทยครับ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/genki-kawamura-a-hundred-flowers/">A Hundred Flowers กับความทรงจำและเรื่องเล่าของ เกงกิ คาวามูระ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เขียนหนังสือแบบ โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thana-tienachariya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Nov 2022 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[การเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[โจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162926</guid>

					<description><![CDATA[<p>โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์บ่อย แต่น้อยมากที่เขาจะพูดถึงสิ่งที่รัก และทำทุกวัน อย่างการเขียนหนังสือ การเขียนคืองานหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ส่งเสริมงานเลี้ยงชีพในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) ร่วมดูแลแอพพลิเคชั่นอย่าง Robinhood delivery และขับเคลื่อนหลักสูตรสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ หรือ ABC ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมกับ ตุ้ม-สรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์&#160; โจ้ ธนา มีเพื่อนฝูงเยอะ เขานำเรื่องราวจากผู้คนที่เขาพบเจอมาเขียนใน Facebook page ชื่อว่า เขียนไว้ให้เธอ เขาเขียนทุกวันจนได้รับการรวมเล่มตีพิมพ์เป็นหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้ และ แด่คลื่นเล็กๆ ในมหาสมุทร สำนักพิมพ์ KOOB จนวันนี้โจ้ ธนา ก็ยังเขียนสิ่งที่เขาเรียนรู้จากคนและโลกบนพื้นที่ออนไลน์อยู่เสมอ ด้วยงานที่ทำได้รับความนิยม (ทั้งงานในปัจจุบัน และงานที่เขาบุกเบิกสมัยทำงานกับ DTAC) เขาจึงถูกสัมภาษณ์บ่อย แต่น้อยมากที่เขาจะออกมาเล่าเรื่องการเขียนหนังสือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thana-tienachariya/">เขียนหนังสือแบบ โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ ให้สัมภาษณ์บ่อย</p>



<p>แต่น้อยมากที่เขาจะพูดถึงสิ่งที่รัก และทำทุกวัน อย่างการเขียนหนังสือ</p>



<p>การเขียนคืองานหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ส่งเสริมงานเลี้ยงชีพในตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) ร่วมดูแลแอพพลิเคชั่นอย่าง Robinhood delivery และขับเคลื่อนหลักสูตรสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ หรือ ABC ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมกับ ตุ้ม-สรกล อดุลยานนท์ หรือ หนุ่มเมืองจันท์&nbsp;</p>



<p>โจ้ ธนา มีเพื่อนฝูงเยอะ เขานำเรื่องราวจากผู้คนที่เขาพบเจอมาเขียนใน Facebook page ชื่อว่า <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100044623680446">เขียนไว้ให้เธอ</a> เขาเขียนทุกวันจนได้รับการรวมเล่มตีพิมพ์เป็นหนังสือ ล้ม ลุก เรียน รู้ และ แด่คลื่นเล็กๆ ในมหาสมุทร สำนักพิมพ์ KOOB จนวันนี้โจ้ ธนา ก็ยังเขียนสิ่งที่เขาเรียนรู้จากคนและโลกบนพื้นที่ออนไลน์อยู่เสมอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-1024x683.jpg" alt="ธนา เธียรอัจฉริยะ" class="wp-image-162939" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้วยงานที่ทำได้รับความนิยม (ทั้งงานในปัจจุบัน และงานที่เขาบุกเบิกสมัยทำงานกับ DTAC) เขาจึงถูกสัมภาษณ์บ่อย แต่น้อยมากที่เขาจะออกมาเล่าเรื่องการเขียนหนังสือ ทั้งที่งานนี้คือตัวตนใหม่ที่ชัดเจนของนักเขียนพ่อลูกสอง เขาเขียนหนังสือทุกวัน และการเขียนส่งผลกับชีวิตเขามหาศาล</p>



<p>แม้ทำงานด้านการตลาด รู้จักคนที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา แต่เราสังเกตว่าธนาไม่ชอบเขียนความสำเร็จที่อยู่ปลายทาง เขาชอบเล่าความยากลำบากที่เกิดขึ้น และวิธีการที่คนเหล่านั้นฝ่าฟันเพื่อเดินไปข้างหน้า</p>



<p>วันนี้เราเลยชวนเขาคุยเรื่องวิธีเขียนหนังสือบ้าง</p>



<p>เพราะนี่คืองานที่สำคัญกับชีวิตเขา เป็นดั่งเข็มทิศนำทางชีวิตในปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162940" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-06.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">รู้มาว่าเวลา scb มีประกาศสำคัญ คุณเป็นคนเขียน</h4>



<p>ผมรับมาเขียนหมดเลย สมัยก่อนจะเป็นน้องๆ เขียนไป ซีอีโอไม่ชอบ ผมบอกเอามาเลย เราเขียนแป๊บเดียวเอง มันมาจากงานเขียนบนเพจนี่แหละ ขอให้มีประเด็นนิดเดียว เรามาขยายได้&nbsp;</p>



<p>เริ่มพอเข้าใจว่าเขียนแบบไหนคนชอบอ่าน เช่น ถ้าอยากเขียนเรื่องคนระดับโลก อย่าง Steve Jobs จะเชยมากถ้าเขียนแค่ชีวิตเขาอย่างเดียว ต้องพูดถึงคนระดับโลก ต่อด้วยเคสไทยๆ แล้วเข้าตัวเอง อีกตัวอย่างเช่น เขียนถึงบารัค โอบาม่า เขาชอบออกกำลังกาย เราก็เล่าเรื่องเมืองไทยมีอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จากนั้นก็ค่อยเขียนเรื่องของเราที่ออกกำลังกายเหมือนกัน แต่เราตัวเล็กกว่า คนจะชอบแนวนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">โจ้ ธนา เขียนหนังสืออย่างไร&nbsp;</h4>



<p>ผมจะวิ่งทุกเช้า ถ้านึกประเด็นออก ประมาณ 7.30 น. จะไป Starbucks แถวบ้าน สั่งกาแฟแก้วนึง แล้วก็นั่งเขียนประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นกิจวัตร ถ้ามีประเด็นนิดนึงก็จะเขียนได้ แต่บางวันนึกไม่ออกก็ไม่เขียน&nbsp;</p>



<p>สมัยก่อนเราพยายามเขียน ช่วงโควิดเราอยากลองเขียนทุกวัน ดูซิว่าจะเขียนได้มั้ย เมื่อก่อนการเขียนทุกวันเป็นไปไม่ได้เพราะเราเคยเขียนสองอาทิตย์ชิ้น ตายเลยนะ มีช่วงนึงเราเขียนได้ 3 วันชิ้นนึง ลองเขียนทุกวันได้มั้ยวะ ดีไม่ดีช่างมัน</p>



<p>ผมเคยฟังบรรยายของต้อง-กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร (เจ้าของเพจ 8 บรรทัดครึ่ง) เขาบอกว่าคนที่ทำงานศิลปะเขาทำเยอะมากเลย มีดีๆ ไม่กี่ชิ้นหรอก อย่าไปคิดว่าจะต้องดีทุกชิ้น เราลองทำดู ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเขียนทุกวันได้นานเท่าไหร่ ลองดูสักอาทิตย์นึงดูซิ เชื่อมั้ยช่วงนั้นเขียนได้สี่เดือน จนจะพิมพ์หนังสือได้แล้วเลยเลิกเขียนสักพัก เป็นหนึ่งซีซั่น ดีบ้างไม่ดีบ้างไม่รู้ แต่พอทำแล้วเหมือนได้ฝึกทักษะ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162937" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">การเขียนหนังสือทุกวัน มีผลกับชีวิตคุณเยอะมั้ย</h4>



<p>เยอะ มันเป็นอย่างเดียวที่ทำให้ผมเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Flow เป็นช่วงที่เราดื่มด่ำกับสมาธิ เวลาคนเล่นเปียโนมันคงมีความรู้สึกนี้แหละ เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้วเราไม่รู้ตัว การเขียนหนังสือสำหรับผมคือการเข้าสู่ภวังค์ เข้าสู่สมาธิขั้นที่เราชอบมาก วิ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อย Flow สมัยก่อนใช่ เดี๋ยวนี้วิ่งก็ยังฟังโน่นฟังนี่อยู่ สมาธิจะไม่ค่อยอยู่กับเรา ต้องคิด แต่เขียนหนังสือทำให้เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">คนชอบชมคุณว่าเป็นคนย่อยเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่ายมาก ได้ทักษะนี้มาจากไหน</h4>



<p>มาจากปมด้อยที่เคยเป็นคนสมาธิสั้น นั่งฟังอะไรยาวๆ ไม่ได้ จะหลับ อ่านหนังสือยากๆ ไม่ได้ ก็ต้องเลือกเล่มที่อ่านง่ายไว้ก่อน เช่น หนังสือของหม่อมคึกฤทธิ์ ปราโมช พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ คุณวานิช จรุงกิจอนันต์ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พี่จิกประภาส ชลศรานนท์ นักเขียนกลุ่มนี้เขียนหนังสือแล้วอ่านง่าย ทำให้เรากลายเป็นคนที่มีความอดทนต่ำ ผมเลยพยายามจับประเด็นแล้วสรุปให้มันง่าย จนกลายเป็นนิสัย&nbsp;</p>



<p>ซึ่งบังเอิญไปสอดคล้องกับการทำงานการตลาด หัวใจของการทำการตลาดคือการทำให้มันฟังแล้วง่าย แล้วมันเข้ากับยุคสมัยที่คนก็ชอบอะไรง่ายๆ จนน่ากลัว คนไม่ได้มีเวลาพอที่จะอ่านเรื่องที่ลงลึก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="แด่คลื่นเล็กๆ ในมหาสมุทร" class="wp-image-162935" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162929" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเลือกเรื่องมาเขียนอย่างไร&nbsp;</h4>



<p>ส่วนใหญ่มาจากบทสนทนา ได้ฟังคนเล่าเรื่อง เช่น วันก่อนไปนั่งสนทนากับพี่เล้ง ศิริวัฒน์ (ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร CEO บริษัท mfec ผู้บุกเบิกธุรกิจอุปกรณ์ไอทีสำหรับเอกชน) เขาจะมีคำคมเยอะ บางทีเราต้องการคำคมประโยคเดียว แล้วก็เอามาขยายในมุมของเราเองก็ได้&nbsp;</p>



<p>หรือเวลาไปฟังบรรยาย เรื่องไหนที่เรารู้สึกว่าโดน ถ้ามันติดอยู่ในหัวเรา แสดงว่าน่าจะติดอยู่ในหัวคนอื่นด้วย เช่น ผมไปฟังคมสันต์ แซ่ลี (ผู้ก่อตั้ง Flash Express) บรรยาย มีคนถามว่าบริหารจัดการลูกน้องแถวสอง (ระดับผู้บริหาร) อย่างไร คมสันต์บอกว่า ถ้านั่งอยู่บนหลุมขี้แล้วไม่ขี้ก็ต้องลุกออกไป โอ้โห คืออะไรวะ (หัวเราะ) แต่โดนมากเลยประโยคนี้ มันเป็นสุภาษิตจีน เราก็เอาประโยคนั้นมาขยายความได้&nbsp;</p>



<p>บางทีก็อ่านเจอในหนังสือ เช่น James Carville ที่ปรึกษาบิล คลินตัน เขียนคำว่า It’s the economy stupid มันเป็นประโยคเดียว เราก็มาคิดว่าในชีวิตเราเชื่อมโยงกับประโยคนี้ด้านไหนบ้าง ร้อยออกมาเป็นเรื่อง&nbsp;</p>



<p>ถ้านึกอะไรไม่ออกจริงๆ ก็เดินตามชั้นหนังสือนี่แหละ หยิบเล่มที่เก่าหน่อย หนังสือใหม่ๆ คนอ่านเยอะแล้ว อ่านเสร็จก็ลองมาเล่าเป็นบทความ</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเคยบอกว่าจุดเริ่มต้นของเพจ เขียนไว้ให้เธอ คือเขียนให้ลูกอ่าน ตอนนี้เพจมีคนติดตามแสนกว่า แต่ลูกไม่ยอมอ่านเสียที จริงเหรอครับ</h4>



<p>อ่านน้อยมาก ไม่ค่อยสนใจ ก็แซวกันเล่นๆ ว่าหนูก็อ่านบ้างแหละ เอาจริงๆ สองคนก็ไม่ได้เป็นแนวอ่านหนังสือด้วย เรามีหนังสือเต็มบ้านไม่ได้แปลว่าลูกจะอ่านนะ คือโลกของเขา เขาก็ดูความรู้จาก TikTok Instagram YouTube&nbsp;</p>



<p>บทความล่าสุดที่ลูกสาวคนเล็กอ่านคือ ผมเขียนเรื่องซีรีส์วาย เขาสนใจพอดี ก็เลยให้เขาตรวจทานว่าเขียนอย่างนี้แล้วดราม่ามั้ย แฟนคลับสาววายจะทัวร์ลงมั้ย เขาอ่านดูก็บอกว่าพ่อตัดตรงนี้ดีกว่า เขาเลยได้อ่านยาวๆ ต้องหาเรื่องที่เขาสนใจ</p>



<p>แต่ก็เหมือนผมนะ อายุ 17-20 ไม่สนใจหรอก เราเลยไม่ได้คาดหวังว่าจะอ่าน แต่เขาจะภูมิใจ เช่น แฟนเพื่อนของลูกสาวคนโตอายุประมาณ 18 มาที่บ้านแล้วอยากได้หนังสือ เขาจะตื่นเต้นเวลามีคนตื่นเต้นกับหนังสือพ่อ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162941" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-07.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คนเป็นพ่อเป็นแม่มักเสียใจเวลาลูกโตขึ้นแล้วเริ่มไม่เชื่อเรา คุณเคยมีประสบการณ์นี้มั้ย</h4>



<p>ตอนนี้ยังมีอยู่เลย เขาไม่เชื่อหรอก ลูกคนเล็กผมกบฏมาก เขาจะมีวิธีคิดของตัวเองมาก&nbsp;</p>



<p>มีช่วงนึงเราดุเขาเยอะ เขาก็จำ วันหนึ่งเขาหลุดพูดมาว่าพ่อเคยโมโหใส่ เขาจำได้แม่น ผมเลยเพิ่งจะพยายามเปลี่ยนตัวเอง พอมีลูกจะรู้ว่าไอ้เรื่องที่เราอยากให้เขาทำ มันจะไม่เป็นไปตามนั้นหรอก แต่เราจะมีความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เรายอมเปลี่ยนตัวเอง&nbsp; อาจจะเป็นความรักก็ได้ แล้วมันทำให้เราสนุกด้วยนะ&nbsp;</p>



<p>วันนึงเขาบอกว่าไปเจอเรื่องเสียใจอยู่เรื่องนึง เราบอกว่าหนูเล่าให้พ่อฟังได้นะ สังเกตมั้ยว่าพ่อเปลี่ยนตัวเอง ไม่ดุอะไรหนูมา 2-3 เดือนแล้ว เขาเลยยอมเล่า เพราะรู้ว่าเราจะไม่ดุ ถ้าเรายิ่งดุเขาก็ยิ่งไม่เล่า เราอยากจะสอนเขา แต่เขาไม่ฟัง งั้นลองหาทางไปช่วยเขาดีกว่ามั้ย&nbsp;</p>



<p>ตอนลูกอายุสัก 13 ปีก็ไปปิ๊งหนุ่ม ก่อนหน้านี้เราจะคิดว่า คนเป็นพ่อ ไม่อยากให้ลูกมีแฟนหรอก ตอนโตค่อยมี ถ้าลูกมีแฟนเราต้องอึดอัดมากแน่เลย วันหนึ่งไปกินข้าวที่ร้านราเมง เจอคนที่ลูกชอบพอดี มากับครอบครัว ผมรู้จักแม่ของหนุ่มคนนี้ เราก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อพาไปแนะนำมั้ย เขาก็ไม่เอา แต่มองๆ เห็นสายตาเขา เราอยากให้เขามีความสุข&nbsp;</p>



<p>เราเข้าไปแนะนำ กินข้าวเสร็จ พอขึ้นรถเขา text ถึงเพื่อน ผมก็ถามคุยอะไร เขาบอกว่าหนูเล่าให้เพื่อนฟังว่าเมื่อกี้ไปเจอใคร แล้วเล่าเรื่องพ่อ ผมถามแล้วเพื่อนว่าไง เพื่อนเขาเขียนว่า good dad เราก็เอามาเขียน&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่า เออ ความเป็นพ่อคือแบบนี้ว่ะ เราแค่อยากให้เขามีความสุข อะไรที่อยู่ในหัวมันไม่เคยเป็นไปตามนั้น มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราจินตนาการเสมอ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162934" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-06.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ในงานเขียน คุณมักจะบันทึกการพูดคุยกับคนต่างวัย ทำไมคุณถึงรู้สึกสนุกกับการคุยกับคนที่แตกต่างตลอดเวลา บางคนอาจจะอยากฟรีซตัวเองเอาไว้ อยากคุยกับคนแค่นี้ ไม่อยากคุยเพิ่มอีกแล้ว</h4>



<p>เหตุผลหนึ่งคือจะได้มีเรื่องมาเขียน (หัวเราะ) เพราะตอนนี้รู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบ การเขียนทำให้เราอยากเจอคน อยากฟังเรื่องที่รู้สึกว่า เฮ้ย เจ๋งว่ะ ปกติชีวิตผมวนเวียนอยู่กับลูกมาก มันทำให้คุยกับลูกรู้เรื่อง เวลาเราไปเจอนักแสดงในซีรีส์วาย หรือคนอย่าง Jackson Wang ก็มาอวดลูก เป็นกิจกรรมที่ทำกับลูกได้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162933" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ซึ่งพ่อบางคนทำไม่ได้นะ</h4>



<p>ใช่ อาจเป็นเพราะเราแคร์ลูกเยอะ เดี๋ยวลูกจะไม่อยู่แล้ว (ตอนที่คุยกัน ลูกของเขากำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ) ไม่รู้จะทำยังไง เพราะชีวิตเราผูกกับลูกมาตลอด เราออกกำลังกายก็เพราะอยากแข็งแรงเหมือนอายุเท่าเขา พอเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง จะไม่ค่อยมีแรงผลักดันเท่าไหร่&nbsp;</p>



<p>ส่วนหนึ่งมันทำให้เราอยากเจอคนรุ่นใหม่แบบนี้ การทำงานคอร์ส ABC ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ทำให้เจอคนรุ่นเด็กๆ นั่งฟังแล้ว เฮ้ย มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ เจ๋งว่ะ บางทีเราไม่ต้องรู้ลึกๆ ทุกเรื่องหรอก แค่รู้จักคนที่รู้บางสิ่งเยอะๆ บางต้นฉบับผมเขียนเรื่องเทคนิคเยอะๆ ก็ส่งให้เขาช่วยอ่าน ถามว่าพี่เขียนถูกหรือเปล่าวะก็มี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยุคนี้เด็กอยากย้ายประเทศมากขึ้น คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้</h4>



<p>ผมไม่เคยบังคับลูก ถ้าเลือกได้ก็อยากให้อยู่เมืองไทย ชีวิตผมมีอะไรให้ทำเพราะลูกมาตลอด ช่วงเรียน ม.1 ลูกทั้งสองคนเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แล้วก็อยากไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์เพราะเพื่อนๆ ไปกันที่ Shrewsbury ก็เลยไปลองสอบดู พอสอบได้ เลยได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์อีกครึ่งของชีวิต พอไปเรียนมันก็เป็นแพตเทิร์นน่ะ ภาษาได้แล้ว เขาก็เป็น <a href="https://adaymagazine.com/a-day-249-global-citizen/">Global Citizen</a> อยากไปผจญภัย ก็ไปตามทางเขา&nbsp;</p>



<p>ลูกผมเรียนโรงเรียนไทยและอินเตอร์ โรงเรียนไทยดีกับการอยู่เมืองไทย เพราะเขาก็สอนสิ่งที่เป็นไทยๆ แต่ถ้าออกไปข้างนอกไม่รอด เพราะมันขาดองค์ประกอบบางอย่าง เรื่องหนึ่งที่ต่างจากโรงเรียนไทยคือคำว่า confident หรือความเชื่อมั่น&nbsp;</p>



<p>โรงเรียนอินเตอร์ไม่รู้เขาสอนยังไง มีวิธีการทำให้ความเชื่อมั่นเด็กสูงขึ้น โรงเรียนไทยค่อนข้างมีกรอบ ผมเคยทำงานที่เทเลนอร์ (Telenor ASA บริษัทแม่ของดีแทคในนอร์เวย์) ก็สู้เขาไม่ได้ เถียงเขาไม่ทัน หน้าบาง นอบน้อมผู้ใหญ่ เป็นวัฒนธรรมไทยๆ ที่อยู่เมืองไทยแล้วโอเค แต่พอไปลุยกับระดับโลกก็ไม่ไหว</p>



<p>ความเชื่อมั่น กล้าพูด กล้าเขียน กล้าร่วมมือ เมืองไทยไม่ค่อยได้สอน ดังนั้นถ้าจะลดความเสี่ยงให้เด็กรุ่นใหม่ ความคิดแบบ Global Citizen เลยคึกคัก เพราะเมืองไทยก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ทั้งเรื่องประชากรสูงอายุ เศรษฐกิจไม่ดี ก็ไม่แน่หรอก ดูศรีลังกาสิ แต่คนจะทำอย่างนี้ได้ต้องมีเงิน ส่งเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้ มันทำให้คนมีตังค์มีโอกาสกลายเป็น Global Citizen ก่อน ก็จะเกิดความเหลื่อมล้ำออกไปเรื่อยๆ ระบบการศึกษาไทยปรับแทบไม่ทัน เด็กตอนนี้อยากเต้น K Pop แต่ในโรงเรียนยังสอนกระบี่กระบอง แค่เด็กอยากทำสิ่งที่อยากทำยังทำไม่ได้เลย เพราะหลักสูตรไม่ได้ถูกปรับให้เข้ากับยุคสมัย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162953" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้_Content-04-06.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คนไทยมักจะมีทัศนคติแง่ลบกับความมั่นใจ ความมั่นใจที่ดีควรจะเป็นยังไง และสร้างได้อย่างไร</h4>



<p>สร้างได้อย่างไร มันมีหลายทางนะ แต่ถ้าเอาเรื่องจากลูกสาวคนโต แต่ก่อนเราเลี้ยงลูกได้อ่อนแอมาก ลูกจะทำอะไรไม่ค่อยเป็น ไม่มีความเชื่อมั่น เคยพาไปค่ายของครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ไม่มีใครเลือกเขาไปทำกิจกรรม นั่งจ๋องๆ อยู่คนเดียว ตอนนั้นอยู่ป.6 ผมคิดว่าแย่แล้วว่ะ ลูกเราไม่รอดแน่นอน พอเขาไปโรงเรียนอินเตอร์ ค่อยๆ มีความเชื่อมั่นมากขึ้น</p>



<p>ความเชื่อมั่นเกิดจากอะไรบ้าง อย่างแรก น่าจะเกิดจากที่เขาขอไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์เอง แล้วไม่มีทางถอย เขาเคยมาเล่าทีหลังว่าช่วงแรกถูกล้อ แต่เขากลับไปไม่ได้อีกแล้ว ก็ต้องพยายามหาทางออกให้ตัวเอง อย่างที่สอง โรงเรียนให้โอกาสเยอะ ได้แสดงออกโดยที่เพื่อนร่วมห้องไม่มีใครตัดสิน เช่น การยกมือถามในห้อง ถ้าเป็นโรงเรียนอินเตอร์คือได้คะแนน ถ้าเป็นโรงเรียนไทย โดนมองทั้งห้อง&nbsp;</p>



<p>บางทีมันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ลูกผมมาทางศิลปะ วาดรูปเก่งเลย เขาบอกว่าที่รู้สึกมั่นใจเพราะตอนเด็กๆ วาดตุ๊กตาตัวเก้งก้าง แม่ชมว่าสวย แค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกว่ามีความสามารถทางศิลปะ มีความเชื่อมั่นว่าทำได้ แล้วก็ฝึกไปเรื่อยๆ คิดว่าความเชื่อมั่นเกิดจากโอกาส เกิดจากสิ่งแวดล้อม เกิดจากความพยายาม ข้อสุดท้ายผมว่าแล้วแต่คน เหมือนทฤษฎี Growth Mindset กับ Fixed Mindset ถ้าเด็กมี Growth Mindset ล้มก็ไม่เป็นไร ได้เรียนรู้ แต่ผมว่าองค์ประกอบมันต้องมาพร้อมกัน คนมี Growth Mindset อยู่ในประเทศที่ยกมือแล้วผิดก็ไม่รอด&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">เราสามารถมีความเชื่อมั่นที่ดี ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยได้มั้ย</h4>



<p>ผมคิดว่ามันเกิดได้จากการล้มแล้วก็เรียนรู้ ทำจนเชื่อมั่น คล้ายการเขียนหนังสือและการบรรยายในที่สาธารณะ ตั้งแต่อายุหนึ่งขวบถึงสามสิบห้าปีผมกลัวการพูดในที่สาธารณะมาก&nbsp;</p>



<p>สักประมาณอายุ 30 กลางๆ มีความรู้สึกว่าเราหนีมาตลอดชีวิต แต่หน้าที่การงานของเราทำแต่ตลาด ถ้าเราพูดไม่ได้ ให้ลูกน้องขึ้นไปพูดตลอดเวลา หนึ่งคืออายลูกน้อง สองเราก็ไม่น่าจะรุ่งกับอาชีพด้านการตลาด งานการตลาดมันต้องเล่า ก็เลยคิดว่าเราต้องลองพูด คือเหมือนกัดฟัน เขาบอกความกล้าคือความกลัวแต่ยังทำ ตอนนั้นก็ลองทำ ก็แป้กแบบทุเรศๆ หลายครั้งมาก ล้มเหลวแล้วก็ไปอีก เจ็บ แต่ครั้งหลังๆ จะชินและเก่งขึ้น </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162938" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day_โจ้-ธนา_Content-03-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">สัญชาตญาณมนุษย์เวลาเจ็บเรามักจะหนีมัน คุณทำใจกลับไปหาสิ่งที่เราทำแล้วเจ็บได้อย่างไร&nbsp;</h4>



<p>ถ้ามีตัวเลือก เราจะหนี มันเป็นธรรมชาติ เช่น ถ้านอนอยู่บ้านได้ก็นอน ไม่อยากทำงาน แต่ที่เราต้องทำงานทุกวันเพราะไม่มีตัวเลือก ไม่ตื่นไปทำงานเขาก็ไล่ออก&nbsp;</p>



<p>ผมว่าการไม่มีตัวเลือกเป็นลาภอันประเสริฐสำหรับเรื่องพวกนี้ ดังนั้นถ้าอยากจะทำอะไรให้ได้จริงๆ ต้องพยายามตัดตัวเลือก ซึ่งผมทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราเลือกได้ นักฟุตบอลแข่งแล้วแพ้ก็ต้องไปอีกเพราะมันต้องเตะ ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เรา Narrow choice ก็เหมือนพระเจ้าตากตีเมืองจันท์ คอนเซปต์เดียวกัน</p>



<p>บางทีเราพยายามอยากได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่เกินไป แล้วเราก็จะท้อ เหมือนกินช้างทั้งตัว เวลาเห็นช้างทั้งตัวเราจะไม่กินเพราะมันเหนื่อย มีวิธีเดียวคือต้องกินทีละคำ คือต้องไม่คิดว่ามันเป็นช้าง วันนี้เราแทะขาช้างได้ ทำไปทีละนิดทีละหน่อย&nbsp;</p>



<p>สมัยก่อนผมอ้วนและเข้าโรงพยาบาลบ่อย ลดลงมาได้เพราะกลัวตาย ทำให้เราวิ่ง สมัยก่อนผมวิ่งสามร้อยเมตรก็เบื่อแล้ว ถามว่าทำไมถึงออกมาวิ่งทุกวันจนได้วันหนึ่งสิบกิโลเมตร เหตุผลคือกลัวตาย ถ้าไม่วิ่งสุขถาพไม่ดี มันทำให้เราไม่มีตัวเลือก วิ่งวันแรกได้สามร้อยเมตร ทำอย่างนี้สักสองสามวันจะได้ห้าร้อยเมตร อย่าหยุด หยุดเมื่อไหร่แรงจะตก เราจะได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้ เหมือนทฤษฎี Kaizen ของญี่ปุ่น หรือหนังสือ Atomic Habits ของ James Clear มันคือการทำสะสม ทำซ้ำไปเรื่อยๆ เพิ่มทีละนิด เดี๋ยวเราจะมีทักษะเอง</p>



<p>เขียนหนังสือก็เหมือนกัน ค่อยๆ ทำทีละนิด ไม่ต้องคิดว่าจะวิ่งได้สิบกิโลเมตร ถ้าวันนี้วิ่งได้ 300 เมตร พรุ่งนี้เราไม่มาแล้ว ไม่ไหว แต่ถ้าคิดว่าพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานนิดนึงก็ได้ แต่อย่าหยุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thana-tienachariya/">เขียนหนังสือแบบ โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ถ้าไม่รัก ระวังจะเสียใจ’ คุยกับ วิโอเลต วอเทียร์ ในเวอร์ชั่นรักตัวเองมากขึ้น ผ่านอัลบั้มใหม่ล่าสุด Your Girl</title>
		<link>https://adaymagazine.com/violette-your-girl-album/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Nov 2022 09:50:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[วี-วิโอเลต วอเทียร์]]></category>
		<category><![CDATA[Your Girl]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162571</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของอัลบั้มเพลงสดใสมากๆ จะเกิดมาจากความรู้สึกด้านลบจากคนเขียนเพลงเอง เราเซอร์ไพรส์เล็กน้อยที่ได้รู้เบื้องหลังอัลบั้ม Your Girl อัลบั้มใหม่ล่าสุดของวี-วิโอเลต วอเทียร์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความรู้สึกเช่นนั้น แม้ว่าจะเป็นอัลบั้มเพลงจังหวะสนุกๆ ชวนให้ทุกคนกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองก็ตาม ก่อนหน้านี้เราได้ชมโชว์เปิดตัวอัลบั้มใหม่ล่าสุดของวีเมื่อปลายเดือนตุลาคม ชื่อว่า &#8216;LET V BE YOUR GIRL ALBUM LAUNCH PARTY&#8217; ที่ Lido Connect วีมาร้องเพลงในอัลบั้มใหม่ให้แฟนๆ ได้ฟังแบบสดๆ เราจึงเห็นว่ามู้ดแอนด์โทนในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับอัลบั้มที่แล้วอย่าง Glitter and Smoke&#160; นอกเหนือไปจากเพลงที่แต่งด้วยภาษาไทยทั้งหมดแล้ว จังหวะดนตรี และคอนเซปต์ในห้องนอนที่แสดงออกถึงความสดใสแบบเด็กสาว ยิ่งทำให้วีในตอนนี้ดูแปลกตาออกไป แม้ว่าเนื้อเพลงส่วนใหญ่ก็ยังคงหยิบเรื่องราวในชีวิตออกมาเล่าตามสไตล์ของวีอยู่เช่นเคยก็ตาม กลับมาครั้งนี้ วีท้าทายตัวเองด้วยคอนเซปต์ที่แข็งแรงขึ้น พูดถึงการกลับมารักตัวเอง เพลงทั้งหมดถูกเขียนในช่วงที่เธอรู้สึกสงสัยในตัวเองและคิดว่าตัวเองยังดีไม่พอ ราวกับเป็นภาคต่อของอัลบั้ม Glitter and Smoke แสดงให้เห็นถึงการเติบโตไปอีกขั้น&#160; ที่ผ่านมาวีเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าเธอมักแต่งเพลงจากเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง หลังจากที่เราได้ลองฟังทั้ง 10 เพลงในอัลบั้มแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวอะไรจนทำให้เธอกลับมารักตัวเอง และเธอคาดหวังอย่างไรกับการเดินทางครั้งใหม่นี้ เราเก็บความสงสัยนี้ไว้กับตัวเองไม่นานนัก ก่อนจะติดต่อเธอไปเพื่อพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเพลงในอัลบั้มใหม่ และเรื่องราวกว่าจะมาถึงวันที่เธอยอมรับตัวเองในทุกๆ ด้านอย่างเต็มใจ เราอาจจะเสียใจมากก็ได้ หากไม่ได้ชวนวีมาพูดคุยในบ่ายวันนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/violette-your-girl-album/">‘ถ้าไม่รัก ระวังจะเสียใจ’ คุยกับ วิโอเลต วอเทียร์ ในเวอร์ชั่นรักตัวเองมากขึ้น ผ่านอัลบั้มใหม่ล่าสุด Your Girl</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นของอัลบั้มเพลงสดใสมากๆ จะเกิดมาจากความรู้สึกด้านลบจากคนเขียนเพลงเอง</p>



<p>เราเซอร์ไพรส์เล็กน้อยที่ได้รู้เบื้องหลังอัลบั้ม <em>Your Girl </em>อัลบั้มใหม่ล่าสุดของวี-วิโอเลต วอเทียร์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความรู้สึกเช่นนั้น แม้ว่าจะเป็นอัลบั้มเพลงจังหวะสนุกๆ ชวนให้ทุกคนกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองก็ตาม</p>



<p>ก่อนหน้านี้เราได้ชมโชว์เปิดตัวอัลบั้มใหม่ล่าสุดของวีเมื่อปลายเดือนตุลาคม ชื่อว่า &#8216;LET V BE YOUR GIRL ALBUM LAUNCH PARTY&#8217; ที่ Lido Connect วีมาร้องเพลงในอัลบั้มใหม่ให้แฟนๆ ได้ฟังแบบสดๆ เราจึงเห็นว่ามู้ดแอนด์โทนในอัลบั้มนี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับอัลบั้มที่แล้วอย่าง <em>Glitter and Smok</em>e&nbsp;</p>



<p>นอกเหนือไปจากเพลงที่แต่งด้วยภาษาไทยทั้งหมดแล้ว จังหวะดนตรี และคอนเซปต์ในห้องนอนที่แสดงออกถึงความสดใสแบบเด็กสาว ยิ่งทำให้วีในตอนนี้ดูแปลกตาออกไป แม้ว่าเนื้อเพลงส่วนใหญ่ก็ยังคงหยิบเรื่องราวในชีวิตออกมาเล่าตามสไตล์ของวีอยู่เช่นเคยก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162583" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กลับมาครั้งนี้ วีท้าทายตัวเองด้วยคอนเซปต์ที่แข็งแรงขึ้น พูดถึงการกลับมารักตัวเอง เพลงทั้งหมดถูกเขียนในช่วงที่เธอรู้สึกสงสัยในตัวเองและคิดว่าตัวเองยังดีไม่พอ ราวกับเป็นภาคต่อของอัลบั้ม <em>Glitter and Smoke</em> แสดงให้เห็นถึงการเติบโตไปอีกขั้น&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาวีเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าเธอมักแต่งเพลงจากเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง หลังจากที่เราได้ลองฟังทั้ง 10 เพลงในอัลบั้มแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวอะไรจนทำให้เธอกลับมารักตัวเอง และเธอคาดหวังอย่างไรกับการเดินทางครั้งใหม่นี้</p>



<p>เราเก็บความสงสัยนี้ไว้กับตัวเองไม่นานนัก ก่อนจะติดต่อเธอไปเพื่อพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเพลงในอัลบั้มใหม่ และเรื่องราวกว่าจะมาถึงวันที่เธอยอมรับตัวเองในทุกๆ ด้านอย่างเต็มใจ</p>



<p>เราอาจจะเสียใจมากก็ได้ หากไม่ได้ชวนวีมาพูดคุยในบ่ายวันนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อัลบั้มสดใสที่เริ่มต้นด้วยความเศร้าและความสงสัยในตัวเอง</strong></h4>



<p>ย้อนกลับไปช่วง<em> Glitter and Smoke</em> อัลบั้มแรกที่เธอภูมิใจมากที่สุด แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด แม้ว่าซิงเกิลเปิดตัวอย่าง <em>Smoke</em> จะไต่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ต Apple Music สูงถึง 8 ประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดจึงทำให้ไม่ได้โปรโมตให้ไปถึงสายตาของผู้ชมมากพอ ทำให้วีจึงรู้สึกเสียใจและเสียดายในเวลาเดียวกัน</p>



<p>“<em>Glitter and Smoke</em> ไม่มีจุดจบ อัลบั้มนี้มีอายุสั้นมาก จริงๆ น่าจะได้ต่อยอด แต่เรายื้อรอต่อไปไม่ไหว ไม่งั้นเราจะไม่ได้ทำอะไรเลย เราเลยต้องมูฟออน แล้วเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1015" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-1015x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162579" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-1015x1024.jpg 1015w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-297x300.jpg 297w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-768x775.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-1522x1536.jpg 1522w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-600x605.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-03.jpg 1652w" sizes="(max-width: 1015px) 100vw, 1015px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากใครได้ฟังเพลงในอัลบั้ม <em>Your Girl </em>คงต้องบอกว่าเป็นอัลบั้มที่สดใสสำหรับวี ทั้งเนื้อหากระตุ้นให้กำลังใจ รวมถึงจังหวะที่สนุกสนานขึ้นกว่าอัลบั้มที่แล้ว แล้วอะไรที่ทำให้เธอหันมาทำอัลบั้มที่ positive ได้ขนาดนี้</p>



<p>“จุดเริ่มต้นมัน negative มากๆ” เธอตอบทันที “เราสงสัยในความสามารถของตัวเอง เหมือนเราต้องเกิดใหม่ ลุกขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง แล้วคิดว่าเราจะทำยังไงถึงจะมีความสุข” เธอเล่าย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาการทำเพลงอัลบั้มที่แล้ว</p>



<p>“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตอนทำ <em>Glitter and Smoke</em> วีทำเพลงแล้วเครียด ครั้งนี้เลยรู้สึกว่าอยากทำแล้วไม่เครียด เหมือนช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนไปด้วย เราเลยอยากสนุก แต่จริงๆ เราเจอปัญหาชีวิตของเราอยู่ที่ทำให้เราค่อนข้างดาวน์ มันเป็นเรื่องที่ทำให้เรากดดันตัวเองค่อนข้างเยอะ เราตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเราดีพอกับอะไรหลายๆ อย่างหรือเปล่า”</p>



<p>ระหว่างที่พูดคุยวีค่อยๆ เผยสาเหตุส่วนหนึ่งของความรู้สึกสงสัยในตัวเองที่เริ่มก่อตัวมาจากความตั้งใจเขียนเพลงจากเรื่องราวในชีวิต ที่มักถ่ายทอดเรื่องราวตัวเองในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งแบบหมดเปลือก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162594" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราจริงใจกับการเขียน เปลือยกายเปลือยใจให้ทุกคนฟัง มันเลยมีช่วงที่วีนอยด์ เพราะรู้สึกว่าถ้าเขาจะไม่ชอบงานของเรา แปลว่าเขาจะไม่ชอบตัวเราหรือเปล่า พอเพลงพวกนั้นคือตัวตนของเรา มันเลยลิงก์เองในหัวโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจและทำให้เรารู้สึกดีไม่พอในหลายๆ ครั้ง”</p>



<p>“เหตุการณ์นี้มีผลกับคุณอย่างไรบ้าง”</p>



<p>“มันเปลี่ยนมุมมองการทำเพลงไป อัลบั้มที่แล้วมันมีจุดที่วีรู้สึกไม่มีความสุข เพราะเราเครียดว่ามันจะไม่ดี พอทำไปเรื่อยๆ เราไม่รู้แล้วว่าอะไรดีไม่ดี มันไม่ได้วัดจากที่ตัวเองชอบขนาดนั้น ต้องถอยกลับมาแป๊บนึงแล้วกลับไปทำใหม่ แต่อัลบั้มนี้ไม่มีโมเมนต์นั้น เอาตัวเองชอบล้วนๆ&nbsp;</p>



<p>“อัลบั้ม<em> Glitter and Smoke</em> มันเป็นมู้ดมากๆ คอนเซปต์มันเลยไม่ได้แข็งแรง แต่อัลบั้ม <em>Your Girl </em>มีคอนเซปต์มันแข็งแรงมาก เพราะเราเริ่มจับอะไรที่มันชัดเจน บวกระยะเวลาที่มันสั้นกว่า มันทำให้สโคปตัวตนของเราได้ชัดขึ้น”</p>



<p>แล้วความกดดันทั้งหมดปะทุออกมาให้เธอเริ่มเขียนเพลง อย่าใจร้ายกับตัวเอง เป็นเพลงแรกในอัลบั้ม<em> Your Gir</em>l หลังจากทัวร์<em> Glitter and Smoke </em>เพื่อปลอบใจใครหลายคนรวมถึงตัวเธอเองด้วยว่าทุกคนมีช่วงเวลาเป็นของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>แล้วอัลบั้มใหม่ก็ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162592" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รักตัวเองให้ได้แม้ในวันที่คนอื่นไม่รัก</strong></h4>



<p>“ตอนแรกมันยังไม่ได้ออกมาเป็นคำที่ชัดเจนว่าเราจะรักตัวเอง ยังเป็นแบบ คลั่งรักหรือเปล่า หรือลูกครึ่ง เรายังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรเหมือนกัน”</p>



<p>วีเล่ากลับไปถึงช่วงแรกของอัลบั้มที่ยังไม่มีคอนเซปต์ ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นศิลปินไทยออกอัลบั้มด้วยคอนเซปต์ที่ชัดเจน แต่หลังจากที่ค่อยๆ ตกตะกอนไประยะหนึ่ง ในที่สุดวีกลับมาด้วยเมสเสจง่ายๆ แต่สำคัญสำหรับคนในยุคนี้อย่างการกลับมารักตัวเอง ผ่านแง่มุมต่างๆ ในชีวิต&nbsp;</p>



<p>“เราทำอัลบั้มนี้เพื่อฮีลตัวเองก็จริง แต่เมสเสจมันใหญ่กว่าแค่ตัวเราเอง เรารู้สึกว่าสังคมและโลกเราตอนนี้มีหลายคนที่รู้สึกดาวน์และโดดเดี่ยว บางครั้งคนเราต้องการการได้ยิน อย่างคำว่า ‘ใจเย็นนะ’ ‘สู้ๆ นะ’ หรือ ‘ไม่เป็นไรนะ’ วีรู้สึกว่าอัลบั้มนี้อยากให้ทำหน้าที่นั้นกับคนที่รู้สึกดาวน์อยู่ อยากบอกว่าไม่ต้องรู้สึกอยู่ตัวคนเดียว พวกเขาดีพอสำหรับทุกๆ อย่าง ถ้าเขาเลือกมองด้วยไม้บรรทัดตัวเอง หลักๆ อยากให้ทุกคนรู้สึกรักตัวเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากใครได้ฟังเพลงทั้งอัลบั้ม เราจะพบว่าไม่ได้เป็นการให้กำลังใจคนฟังโดยตรงอย่างที่คิด หากแต่เป็นมุมมองของคนที่รักตัวเองมองผ่านเหตุการณ์ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>“มันอาจไม่ได้พูดถึงเรื่องรักตัวเอง 100%” เธอเห็นด้วยที่เราบอกว่าดูเหมือนว่าเพลงไม่ได้พูดถึงแค่ตัวเองเท่านั้น “อย่างเพลงอกหัก เพลง<em> ยื้อเพื่อ </em>แม้ว่ามันจะเป็นการรักคนอีกคนนึง แต่วีรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องการเคารพตัวเองมากๆ เลย ถ้าอีกฝ่ายนึงหมดรักเราแล้วเราจะอยู่ตรงนั้นทำไม เราอยู่ตรงที่เรามีค่าดีกว่าไหม เราเจ็บนะ แต่เรารู้ว่าเรา deserve better ซึ่งวีเห็นเลยว่าวีเคารพตัวเอง บางครั้งเรามักจะรักตัวเองไม่เป็น แล้วเราเอาตัวเองไปผูกไว้กับคนอื่นว่าถ้าเขาไม่รักเรา แปลว่าเราดีไม่พอ เรารู้สึกว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น</p>



<p>“สุดท้ายมันสะท้อนแอดติจูดของเราออกมาว่าช่วงที่ผ่านมาเรารักตัวเองมากขึ้นขนาดไหน เราเคารพตัวเองมากขึ้นขนาดไหน จากทุกๆ เหตุการณ์ เพลงที่เขียนมันเป็นปัจจุบันสำหรับวีมากๆ มันมีเพลงที่วีย้อนกลับไปเล่าถึงความสัมพันธ์เก่า วีรู้สึกว่ามันถึงเวลาที่วีจะเล่าสิ่งนี้ได้แล้ว”</p>



<p>“หมายความว่าคุณเพิ่งโอเคที่จะพูดถึงแฟนเก่าไม่นานมานี้”&nbsp;</p>



<p>“บางอย่างมันต้องใช้เวลา อย่างเพลง <em>Toxic</em> มันคือภาคต่อของ <em>I’d Do It Again</em> เพราะมองย้อนกลับไป อื้ม กูไม่ do it again แล้วจ้า มันคนละความรู้สึกกัน”&nbsp;</p>



<p>สิ้นสุดประโยคเธอยิ้มเป็นหลักฐานว่าตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจที่จะพูดถึงอดีตแล้วจริงๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162585" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“คุณทำอย่างไรจึงกลับมารักตัวเองได้อีกครั้ง” เราถามต่อ</p>



<p>เธอนิ่งไปสักครู่ก่อนตอบ “มันต้องใช้เวลาเหมือนกันกว่าเราจะรักตัวเองเป็น เพราะวีก็เคยรักแล้วก็ให้ๆ แล้วไม่ได้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่จริงๆ แล้ว เธอกำลังไม่เคารพตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“มันก็ผ่านโมเมนต์ที่ต้องคุยกับตัวเอง หรือระบาย ปรึกษาคนใกล้ตัวเรา แล้วก็จะค่อยๆ คิด ค่อยๆ ไตร่ตรองออกมาเอง มันเป็น healing prosess มากๆ ที่ถ้าได้ฟังในเพลงจะสัมผัสได้ อย่างวีก็เคยไปพูดกับพี่โหน่ง (วิชญ์ วัฒนศัพท์)โปรดิวเซอร์ของวี เขาบอกว่า วีบ้าปะเนี่ย (หัวเราะ) คือไร้สาระมาก บางครั้งเราก็แบบหลุดเข้าไปในหลุมดำที่เราสร้างขึ้นมาเองด้วยซ้ำ แล้วเราก็ต้องหาวิธีคลานออกมาเอง”</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “ช่วงที่คุยกับตัวเอง คุณคิดถึงเรื่องอะไรบ้าง”</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “วีจะมีช่วงที่วันไหนวีรู้สึกเยอะๆ วีจะพรั่งพรูใส่โน้ตของตัวเอง” วีพยายามนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาเหล่านั้น “มีทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ความน้อยใจ ความอิจฉา ความสุข ความ appriciate มันมีทุกอย่างอยู่ตรงนั้นหมดเลย”&nbsp;</p>



<p>วีเปรียบเทียบว่าเหมือนการได้อ้วกออกไป เพื่อให้สบายตัวขึ้น จากนั้นจึงเริ่มค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละข้อ โดยถามตัวเองเสมอว่าต้องการอะไร ช่วงเวลาเหล่านี้มักเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ อาจจะเป็นการคิดระหว่างนั่งอยู่บนรถ หรือช่วงก่อนนอน&nbsp;</p>



<p>อาจจะใช่อย่างที่เธอย้ำอยู่เสมอว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162588" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงภาษาไทย จังหวะเร็ว และเต้นตามได้</strong></h4>



<p>การทำเพลงที่ทุกคนสนุกได้แม้ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่การทำเพลงเร็ว และเพลงภาษาไทย ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ดนตรีสนุกกลับเป็นสิ่งที่วีไม่ค่อยถนัด อัลบั้มนี้จึงเป็นความท้าทายด้านใหม่ๆ ของเธอด้วยเหมือนกัน</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “เราอยากท้าทายตัวเอง อยาก explore ที่ผ่านมาวีไปเล่นคอนเสิร์ตด้วยเพลงภาษาอังกฤษ เพลงช้า มาตลอด แล้วเธอเต้นไม่ได้ เธอร้องไม่ได้ ครั้งนี้มันเลยเป็นโจทย์ โอเค งั้นฉันทำเพลงเร็วภาษาไทย เธอเตรียมตัว” เธอยิ้มอย่างสดใส เพื่อบอกว่าโจทย์ที่ท้าทายครั้งนี้เธอทำเพื่อแฟนๆ อย่างเต็มตัว</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “วีไม่ได้เป็นคนมั่นใจในการเขียนเพลงไทยของตัวเองขนาดนั้น แต่วีก็เขียนมาเรื่อยๆ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าขึ้นมือเหมือนกันนะ วีรู้ว่าภาษาเพลงของวีมันไม่ได้เหมือนคนอื่นๆ ในตลาดเพลงไทยเท่าไหร่ มันค่อนข้างเป็นภาษาพูดมากๆ มันจะไม่ได้เจ้าบทเจ้ากลอน ร้อยเรียงสวย แต่วีรู้สึกว่าเพลงของวีมันจริงใจมาก วีก็เลยรู้สึกว่า ไม่เป็นไร ใช้ความมั่นใจเข้าสู้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; ครั้งนี้นอกจากจะได้ลองเขียนเพลงภาษาไทยแล้ว วียังได้ทดลองใส่วัตถุดิบอื่นๆ ในดนตรี ตั้งแต่อัลบั้มที่แล้วจนถึงอัลบั้มล่าสุด วีคือตัวตั้งตัวตีในออกไอเดียทั้งหมด ตั้งแต่หน้าปกอัลบั้มจนถึงเอ็มวี&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “วีรู้สึกว่าเราเป็นแม่งานของงานนี้ เราเป็นคนรู้คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ มันทำให้เราเห็นว่าอันนี้เข้าไม่เข้า ไอเดียทุกอย่างมันจะตั้งต้นจากเราก่อนว่าเราอยากเล่าเรื่องไหน แล้วเราไปบอกคนอื่นๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-วี_Content-04-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แม้แต่ตอนทำเอ็มวีก็ตาม วีก็จะบอกไอเดียของวีกับผู้กำกับ แล้วเขาก็จะไปเขย่าต่อ เอาความคิดสร้างสรรค์ของเขาเข้ามาใส่เพิ่มอีก อย่างเพลง <em>ระวังเสียใจ</em> วีก็เล่าให้ฟังว่าเพลงมันคืออะไร เขาก็เลยไปคิดไอเดียมาว่างั้นใส่ฉากฟังเพลง ใส่ VR หลุดเข้าไปในโลกของวีไหม เหมือนเราค่อยๆ จูนๆ เข้ามา ก็สนุกดี</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “หรืออย่างปก วีคิดมาเลยว่าอยากให้เป็นภาพนี้ ต้องมีอ่าง ต้องถือแก้วมาร์ตินี่ มันจะมีภาพคร่าวๆ ในหัว แล้ววีก็ไปคุยอาร์ตไดเรกเตอร์ วีมองว่าอัลบั้มนี้มัน represent ตัวตนว่าเป็นบ้าน เราก็เลยเริ่มวางคอนเซปต์ของภาพต่างๆ จนรู้สึกว่า <em>Your Girl</em> (ดีดนิ้ว) ต้องโชว์ให้ดูหน้าบ้าน ฉันอยู่ตรงนี้ แล้วฉันไม่ give a f*ck แต่ทางทีมอาร์ตไดฯ และทีมภาพเขาก็ช่วยกันกระเทาะออกมา ภาพต่างๆ ในรูปเล่ม”</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “คุณไปบอกอาร์ตไดเรกเตอร์ว่าอะไรบ้าง”</p>



<p>“เล่าให้ฟังว่ามันเป็นสเตจ โดยเซ็ตติ้งเพลงในอัลบั้มจะเริ่มมาจากห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ในสวน แล้วสุดท้ายไปที่นอกบ้าน วีเลือกช่วงแตกสลาย คือนอนซมในสเตจห้องนอน พอรู้สึกเศร้าก็ย้ายไปสเตจห้องนั่งเล่นที่ได้แต่มองออกไปนอกหน้าต่าง พอเราเริ่มสบายตัวในบ้าน กำลังฮีลลิ่งตัวเองก็เป็นสเตจหน้าบ้าน ที่ดึงความมั่นใจออกมาแล้ว&nbsp;อยู่หน้าบ้านพร้อมเผชิญหน้ากับโลกข้างนอก เพราะบ้านเราแข็งแรงแล้ว”</p>



<p>“ทำไมถึงใช้บ้านแทนตัวตนของคุณ” เราถามต่อเพราะเริ่มสนใจแนวคิดเปรียบเทียบตัวเองเป็นเหมือนบ้าน</p>



<p>“เรารู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเรื่องของ identities core เรารู้สึกว่าบ้านหรือครอบครัว มันเป็นสิ่งที่เป็นโครงสร้างข้างในจิตใจเรา เราก็เลยค่อยๆ เผยจุดที่มันส่วนตัวมากๆ เป็นห้องนอน จุดไหนที่เรากำลังฮีล สบายตัวมากขึ้น เราก็เปิดมากขึ้น ที่ที่เราอยู่แล้วเราสบายใจ ก็คือในบ้านของเราเอง เราก็เลยค่อยๆ แตกออกมาว่าโมเมนต์ที่เราแข็งแรงเราประจันอยู่หน้าบ้านเลย เพราะบ้านคือแบ็กของเรา เราไม่ต้องกลัว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162590" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ท้าทายมากขึ้นก็สนุกมากขึ้น</strong></h4>



<p>สิ่งที่ทำให้วีสนุกมากขึ้นคือการชวนเพื่อนๆ เข้ามาเขียนเพลงและโปรดิวซ์ด้วยกัน ครั้งนี้วีได้ชวน &#8216;ส้ม มารี&#8217; (มารี เออเจนี เลอเลย์) และแพทริคอนันดาเข้ามาเขียนเนื้อเพลงด้วย&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp; “พอเราเห็น <em>Your Girl </em>เราอยากได้ธีมวัยรุ่น เพื่อนสาว เราก็คิดถึงมารี จริงๆ สิ่งที่เลือกส้ม คิดแบบโง่ๆ เลยนะ เธอเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศส เป็นลูกครึ่งเหมือนฉัน ฉันเป็นสีม่วง เธอเป็นสีส้ม เออน่ารักนะ ทำด้วยกัน แค่นี้เลย คิดแค่ว่าทำเป็นอัลบั้มที่มีสีอยู่ด้วยกันแล้ว น่ารักจัง ก็ชวนมาทำเพลงด้วยกัน</p>



<p>“ส่วนแพทริคคือโปรดิวเซอร์วีทำงานโปรดิวซ์ให้แพทริคด้วย แล้วเราก็ชื่นชมและติดตาม เรารู้สึกว่าเพลงเขามันเป็นเพลงที่เราอยากโชว์โมเมนต์หนึ่งในชีวิตที่เราเคยดาวน์มากๆ แล้วมันรู้สึกดีขึ้นได้ด้วยการมีใครสักคนอยู่ข้างๆ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ทำให้เรารู้สึกไม่ได้อยู่คนเดียว เราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากชวนให้เขามาเป็นอีกคนข้างๆ ในเพลง เพราะเรารู้สึกว่าแนวเพลงมันน่าจะเหมาะกับเขาด้วย”</p>



<p>เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราชวนคุยถึงบรรยากาศการทำงานที่วีได้ทำร่วมกับเพื่อนๆ ในมุมของการทำงานแล้วเธอยังสดใสเหมือนที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้หรือเปล่า</p>



<p>“ตอนที่ทำงาน ก็คือบังคับแพทริคมาเลย ฉันอยากได้ไอเดียนี้ แล้วก็เริ่มหาเมโลดี้กัน เริ่มพูดนู่นพูดนี่ไปเรื่อยๆ ขย้อนๆ มันออกมา แล้วมันก็เริ่มตบๆ เข้ามาเป็นคำ แล้วเริ่มเป็น verse เริ่มเป็น hook ก็เขียนจบภายในวันเดียว ความพีกคือวีเพิ่งรู้ว่าแพทริคเป็นคนที่ต้องนอนงีบหนึ่งก่อน วีก็ไม่ยอมให้มันงีบ วีก็บอกว่าตื่น มาเขียนต่อให้จบ มานี่ๆ กลับมาๆ ก็จะมีอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>“ส่วนของส้มก็จะเป็นฟีลแบบเรียกมาว่า งั้นเรามาลองเขียนเมโลดี้กันก่อนดีกว่า เราก็ลองนั่งเขียน เหมือนมานั่งฮัมๆ เล่นกีตาร์ชิลล์อยู่ที่บ้าน แล้วก็เริ่มหาคำลง ก็ชวนๆ กันเข้ามาเขียน ถ้าตรงไหนอยากเขียนเพิ่มก็ส่งให้ฟัง แล้ววีก็เริ่มไปทำดนตรี โปรดิวเซอร์ ส่งให้ส้มฟังแล้วบอกว่า จะทำประมาณนี้นะ</p>



<p>“ตอนที่ทำมันก็จะมีโหมดจริงจังขึ้นแหละ แต่อย่างที่วีบอกว่าอัลบั้มนี้ วีทำแล้วสนุก ตอนทำมันมีเซนส์แบบทำเอามัน ทำเอาสนุกที่ได้ทำกับเพื่อน พอมันเป็นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา คราวนี้เราจะเริ่มจริงจังละ ตอนที่เราไม่จริงจังคือตอนที่เรามั่วซั่วกันขึ้นมา ตอนยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162593" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-03-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนจากคนที่เคยไม่รักตัวเอง</strong></h4>



<p>มองย้อนกลับไปเราเริ่มเห็นพัฒนาการของวีที่เติบโตทางความคิดมากขึ้นตามกาลเวลา นับตั้งแต่การทำเพลงในอัลบั้มที่เต็มไปด้วยความจริงจังและความกดดัน จนถึงอัลบั้มล่าสุดที่เปิดเผยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบของเธอในมุมมองที่สดใสขึ้น และยังส่งต่อพลังบวกนี้ไปยังคนฟังได้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“ทั้งสองอัลบั้มเป็นการเปิดเผยตัวตนของคุณด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน คุณพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาไหม”</p>



<p>“อัลบั้มแรกไม่ได้คิดคอนเซปต์เยอะเท่านี้ วีแอบเจอคอมเมนต์นึง เขาบอกว่าชอบอัลบั้มที่แล้วมากกว่า มันดูลุ่มลึกกว่า แต่วีกลับรู้สึกว่าอัลบั้มนี้ลึกกว่าในความ philosophical thinking หรือในเชิงความคิดเรามันลึกกว่านั้นเยอะมาก อัลบั้มที่แล้วดีมากนะ ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันอาจจะเป็นแค่เรื่องของดนตรี ความเนิร์ดดนตรี อะไรอย่างนั้นมากกว่า</p>



<p>“แต่ทั้งสองงานก็เป็นที่น่าพอใจเท่ากัน สุดท้ายแล้วเราภูมิใจเพราะมันคือตัวตนของเราเหมือนกัน เราใส่ทุกๆ อย่างของเราลงไป น้ำตาของเรา เหงื่อ เลือด จิตใจ เราภูมิใจกับลูกคนที่ 1 ลูกคนที่ 2 มันก็จะมีความลำเอียงไม่ได้ขนาดนั้น แต่ตอนนี้มีลูกคนใหม่เราก็จะเห่อลูกคนใหม่นิดนึงแค่นั้นเอง แต่รักเท่ากันนะ (หัวเราะ)”</p>



<p>“คุณเปรียบผลงานของตัวเองว่าเป็นลูกเหรอ”&nbsp;</p>



<p>“ใช่ค่ะ ท้องมาเอง คลอดมา 2 ครั้งแล้ว” พูดจบเธอก็หัวเราะอย่างมีความสุข</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162587" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ช่วงท้ายของการสนทนาน่าสนใจว่าวีมีมุมมองการรักตัวเองอย่างไรหลังจากผ่านเรื่องราวหนักหนามามากมาย ทั้งความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและการกดดันตัวเองเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าดีพอ</p>



<p>“ที่ผ่านมาคุณได้เรียนรู้อะไรจากการรักตัวเองบ้าง” เราตัดสินใจถาม เผื่อว่ามันอาจจะมีประโยชน์กับตัวเองด้วยเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>“สำหรับวีว่ามันคือการ know what you deserve เหมือนรู้ว่าเราคู่ควรกับอะไร สมมติเรามีความสัมพันธ์ที่ท็อกซิก แล้วเราไม่ออกจากตรงนั้น แสดงว่าเราไม่รู้ว่าเรา deserve อะไร เพราะว่ามันคือการที่รู้ว่าคนคนนี้ไม่เหมาะจะอยู่ในชีวิตฉัน</p>



<p>“ในเรื่องของการรักตัวเอง คือการใจดีกับตัวเอง คือการรู้ว่าเรามีมุมอ่อนแอ แต่มันไม่เป็นไร มันใจเย็นๆ กับตัวเองได้ มันไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองตลอดเวลาขนาดนั้น ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น เพราะเหมือนในโซเชียลมีเดียทุกวันนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่เห็นคนอื่นแล้วรู้สึกว่าทำไมเราด้อยกว่าเขา เพราะเราเอาตัวเองไปวัดกับ standard คนอื่น เราเลยกลับมารักตัวเอง เราแฮปปี้แบบนี้ เราไม่เห็นต้องเป็นแบบนั้นเลย”</p>



<p>“ตอนนี้ถ้ามีคนไม่ชอบเพลงคุณอยู่ คุณจะยังรู้สึกดีไม่พออยู่ไหม”</p>



<p>“พยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่ พยายามบอกว่าพวกเธอจะเสียใจ พยายามจะบอกว่าพวกเธอไม่รู้แล้วว่าเธอพลาดอะไร ก็อยากให้เป็นแบบนั้นอยู่ ตอนนี้ก็ค่อนข้างมาทางนี้เยอะพอสมควรแล้วค่ะ”</p>



<p>ก่อนจากกันวีบอกถึงเป้าหมายของอัลบั้มนี้ อย่างจริงใจว่า “อยากแมส อยากให้เพลงแมส”&nbsp;</p>



<p>แม้จะพูดอย่างติดตลก แต่ก็แฝงไปด้วยความซื่อสัตย์ก่อนขยายความเพิ่มว่า “อยากให้เพลงมันสื่อสารไปถึงคนหมู่มาก แล้วก็อยากให้เมสเสจมันไปถึงทุกๆ คน ให้ Be positive, Know your worth</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162591" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/q-and-a-day-V_Content-02-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ไม่ต้องแคร์ชาวบ้าน แคร์ตัวเองพอ” วีกล่าวทิ้งท้าย&nbsp;“ฟังคอมเมนต์คนอื่นได้นะ แต่อย่าเอาความคิดเห็นคนอื่นให้มามีผลกับตัวเราเอง ถ้าไม่ได้มาจากคนที่แคร์เราจริงๆ”</p>



<p>เราแอบบันทึกประโยคนั้นลงในความทรงจำอยู่เงียบๆ เพื่อเตือนใจตัวเองเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/violette-your-girl-album/">‘ถ้าไม่รัก ระวังจะเสียใจ’ คุยกับ วิโอเลต วอเทียร์ ในเวอร์ชั่นรักตัวเองมากขึ้น ผ่านอัลบั้มใหม่ล่าสุด Your Girl</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
