<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>a life that changed my day &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/a-life-that-changed-my-day/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/a-life-that-changed-my-day/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 00:52:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>การต่อสู้เพื่อความรักของทรานส์เจนเดอร์ไทยในฮ่องกง สู่การแต่งงานและเปลี่ยนเพศอย่างถูกกฎหมาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ploy-hongkong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวรพล รุ่งรจนา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Sep 2021 12:17:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพิชญ์ สิงหฬ]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[transgender]]></category>
		<category><![CDATA[ทรานส์เจนเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[พลอย ธนพิชญ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146675</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ประเทศไทยคือสวรรค์ของ LGBTQ+” คือวลีคลาสสิกที่ถูกผลิตซ้ำในไทยมาแสนนาน ทรานส์เจนเดอร์ หากกำลังตามหาความหมายว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ นั่นขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในคอมมิวนิตี้ของกลุ่ม LGBTQ+ อาจสรุปได้ง่ายๆ ทันทีว่า ใช่! เพราะภาพภายนอกของคนที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยดูมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย แถมสร้างสีสันให้สังคมได้อย่างดีเยี่ยม แต่ถ้าเป็นเสียงสะท้อนจากคนในแวดวง คนที่ยืนอยู่ใจกลางปัญหาที่เกิดขึ้น การกดทับและความไม่เข้าใจจากสังคมนั้นยังคงสร้างความเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายที่ยังไม่มีการรองรับสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ ไม่มีการรับรองการสมรสเท่าเทียม และยังมีการเลือกปฏิบัติ นั่นยิ่งทำให้ภายใต้รอยยิ้มที่ทุกคนเห็นต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ การเรียกร้อง และการกล่อมเกลาให้เพศสภาพและเพศวิถีของตนอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างสยบยอม ฉะนั้นคำที่พูดกันดาษดื่นว่า “ประเทศไทยดีที่สุดในโลก” อาจใช้ไม่ได้กับคนไทยทุกคนอีกต่อไป แต่การย้ายออกจากประเทศนี้เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ปัจจุบัน พลอย–ธนพิชญ์ สิงหฬ คือหญิงข้ามเพศชาวไทยที่ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านอันเรียบง่ายในเกาะฮ่องกง แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยการต่อสู้อันยาวนาน ในฐานะทรานส์เจนเดอร์ชาวไทยคนแรกที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองบนเกาะเล็กๆ ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาตั้งรกราก กระทั่งได้สมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับ อาหลง สามีชาวฮ่องกงอย่างมีสิทธิและเท่าเทียมกับคนอื่น รวมถึงสามารถเปลี่ยนเพศจาก male เป็น female ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยหนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้ฝันของพลอยเป็นจริงคือรุ่นพี่ชาวไทยอย่าง เบลล่า–ฐานกาญจน์ วงศ์วิศิษฎ์ศิลป์ ผู้ร่วมก่อตั้ง LGBTIQ+ Tourism Asia และซีอีโอบริษัท Innovative Travel Ally Limited ฮ่องกง&#160; ตามไปคุยกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ploy-hongkong/">การต่อสู้เพื่อความรักของทรานส์เจนเดอร์ไทยในฮ่องกง สู่การแต่งงานและเปลี่ยนเพศอย่างถูกกฎหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ประเทศไทยคือสวรรค์ของ <a href="https://adaymagazine.com/category/life/movement-life/life-of-pride/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">LGBTQ+</a>” คือวลีคลาสสิกที่ถูกผลิตซ้ำในไทยมาแสนนาน<span style="display: none;"> ทรานส์เจนเดอร์ </span></p>



<p>หากกำลังตามหาความหมายว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ นั่นขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นใคร ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในคอมมิวนิตี้ของกลุ่ม LGBTQ+ อาจสรุปได้ง่ายๆ ทันทีว่า ใช่! เพราะภาพภายนอกของคนที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยดูมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย แถมสร้างสีสันให้สังคมได้อย่างดีเยี่ยม</p>



<p>แต่ถ้าเป็นเสียงสะท้อนจากคนในแวดวง คนที่ยืนอยู่ใจกลางปัญหาที่เกิดขึ้น การกดทับและความไม่เข้าใจจากสังคมนั้นยังคงสร้างความเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมายที่ยังไม่มีการรองรับสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ ไม่มีการรับรองการสมรสเท่าเทียม และยังมีการเลือกปฏิบัติ นั่นยิ่งทำให้ภายใต้รอยยิ้มที่ทุกคนเห็นต้องแลกมาด้วยการต่อสู้ การเรียกร้อง และการกล่อมเกลาให้เพศสภาพและเพศวิถีของตนอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างสยบยอม</p>



<p>ฉะนั้นคำที่พูดกันดาษดื่นว่า “ประเทศไทยดีที่สุดในโลก” อาจใช้ไม่ได้กับคนไทยทุกคนอีกต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-1024x576.jpeg" alt="" class="wp-image-146688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-1024x576.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-300x169.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-768x432.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-1536x864.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-2048x1152.jpeg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC2705-600x338.jpeg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่การย้ายออกจากประเทศนี้เพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน</p>



<p>ปัจจุบัน <strong>พลอย–ธนพิชญ์ สิงหฬ</strong> คือหญิงข้ามเพศชาวไทยที่ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านอันเรียบง่ายในเกาะฮ่องกง แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยการต่อสู้อันยาวนาน ในฐานะทรานส์เจนเดอร์ชาวไทยคนแรกที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองบนเกาะเล็กๆ ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาตั้งรกราก กระทั่งได้สมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับ <strong>อาหลง </strong>สามีชาวฮ่องกงอย่างมีสิทธิและเท่าเทียมกับคนอื่น รวมถึงสามารถเปลี่ยนเพศจาก male เป็น female ได้อย่างเต็มภาคภูมิ</p>



<p>โดยหนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้ฝันของพลอยเป็นจริงคือรุ่นพี่ชาวไทยอย่าง <strong>เบลล่า–ฐานกาญจน์ วงศ์วิศิษฎ์ศิลป์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้ง LGBTIQ+ Tourism Asia และซีอีโอบริษัท Innovative Travel Ally Limited ฮ่องกง&nbsp;</p>



<p>ตามไปคุยกับ 2 คนธรรมดาถึงการต่อสู้กว่าจะได้มาซึ่งการยอมรับ การดำรงอยู่อย่างมีเกียรติ และการมอบสิทธิที่มนุษย์คนหนึ่งพึงจะเลือกกำหนดเพศของตัวเองได้อย่างแท้จริง ทั้งในทางจิตใจ ร่างกาย และกฎหมาย ซึ่งไม่เคยทำได้อย่างสมบูรณ์ในเมืองไทย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โยกย้ายประเทศ</strong></h3>



<p>เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า กลุ่มเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/groups/456929628904615/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย</a> กลายเป็นกระแสที่ร้อนแรงที่สุดเพียงชั่วข้ามคืนบนโลกออนไลน์ #ทีมฮ่องกง เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนไทยส่วนหนึ่งอยากไปใช้ชีวิต พลอยจึงตัดสินใจเข้ามาแชร์ประสบการณ์ในฐานะที่มีโอกาสได้ย้ายชีวิตไปลงหลักปักฐานบนเกาะเล็กๆ อันมั่งคั่งและเต็มไปด้วยความซับซ้อนทางการเมืองแห่งนี้</p>



<p>ทันทีที่ประสบการณ์การใช้ชีวิตและความรักกับหนุ่มฮ่องกงของพลอยถูกโพสต์ลงในกรุ๊ปที่จุคนหลักล้าน ก็มีสมาชิกกลุ่มที่เข้ามาให้ความสนใจ ทั้งอ่าน แชร์ และไลก์โพสต์ของเธอกว่าหมื่นคน</p>



<p>โพสต์สั้นๆ นั้นระบุรายละเอียดการจดทะเบียนสมรส, การยื่นขอวีซ่าคู่สมรส, การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 (ที่ทำได้รวดเร็วและครบถ้วนกว่ารัฐไทยหลายเท่า) และการเปลี่ยนเพศจาก male เป็น female (ที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ประเทศไทยมาก่อน)</p>



<p>ถ้าจะเห็นข้อดีอะไรจากประสบการณ์ที่พลอยเล่าคร่าวๆ เพียงไม่กี่ย่อหน้า เรามองเห็นความหมายของ ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ ของคนไทยในถิ่นอื่น นั่นทำให้เราตัดสินใจติดต่อเพื่อพูดคุยกับเธอในวันนั้นทันที<span style="display: none;"> ทรานส์เจนเดอร์ </span></p>



<p>“เห็นเราในกลุ่มโยกย้ายฯ ใช่ไหม” พลอยถามก่อนอธิบายต่อ “เป็นกลุ่มแรกที่เราเอาข้อมูลไปลง ซึ่งก็เป็นต้นโพสต์ที่คนเขาเอาไปแชร์กันต่อ แต่ในกลุ่มนั้นเราไม่ได้เล่าลงดีเทลเรื่องราวระหว่างทางว่ามันยากมากแค่ไหน</p>



<p>“ถ้าอยากจะแต่งงานเร็วๆ คู่อื่นในฮ่องกงอาจจะหาที่ไปจดทะเบียนที่อเมริกาหรือยุโรป ยกตัวอย่างเคสที่ไปแต่งงานที่เกาะกวมก่อนแล้วค่อยกลับมาที่ฮ่องกง แต่ว่าเราไม่เลือกทางนั้นเพราะต้องการสู้อยู่ที่นี่ ทำทุกอย่างไปตามกระบวนการ ซึ่งมันยากนะ มันยากจริงๆ” คืนหนึ่งพลอยต่อสายตรงมาหาเราด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อพูดคุยกันเบื้องต้น</p>



<p>หลังจากวันนั้นเรานัดคุยกับเธอผ่าน Zoom อีกครั้ง และในอีกไม่กี่วันต่อมาพลอยจึงขอชวนเบลล่า รุ่นพี่ที่ช่วยประสานงานทุกอย่างให้มาช่วยเล่าเสริมด้านรายละเอียดของขั้นตอนทางกฎหมายให้ทุกคนฟังไปพร้อมกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5874.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตกหลุมรักที่เกาะฮ่องกง</strong></h3>



<p>อาจเหมือนเรื่องเล่าชีวิตรักของคู่แต่งงาน 2 สัญชาติที่มาพบรักกันทั่วไป แต่สำหรับพลอย ความทรงจำระหว่างเธอกับอาหลงผู้เป็นสามีคือสิ่งพิเศษและงดงามเสมอ นั่นเพราะหนุ่มชาวฮ่องกงคนนี้เปิดกว้างทางความรักโดยไม่สนใจเพศ ตกหลุมรักเธอเพราะมองเห็นเธอเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักมากจนอยากใช้ชีวิตด้วย</p>



<p>“ช่วงปี 2017 เรามาเที่ยวฮ่องกง เราได้เจอกันตอนไปเที่ยวช่วงกลางคืน เขาก็เข้ามาขอคอนแทกต์ น่าจะเป็นเรื่องปกติของผู้ชายฮ่องกงที่ถ้าชอบใครแล้วจะพุ่งเข้าใส่เลย (หัวเราะ) เขาชวนเราไปเที่ยวและเทคแคร์อย่างดี ทำให้เรายังคงรักษาความสัมพันธ์กันต่อมาเรื่อยๆ จนเขาชวนมาเที่ยวฮ่องกงอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงได้ตกลงเป็นแฟนกัน</p>



<p>“อาหลงเป็นรุ่นน้องพลอย 5 ปี แต่อายุไม่เป็นปัญหา ส่วนเรื่องเพศเขาก็รู้ตั้งแต่แรกว่าเราเป็นทรานส์เจนเดอร์ พอเราเปิดใจบอกตรงๆ เขาก็โอเค เขาบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชายคนหนึ่งและเขาไม่แคร์เลยนะ อาหลงปฏิบัติกับเราเหมือนผู้หญิงจริงๆ เราสองคนมีจุดมุ่งหมายเดียวคือคลิกกัน รักกัน ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอื่น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146714" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4175-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&#8220;เมื่อก่อนชีวิตพลอยอาจมีกรณีที่คบกับผู้ชายก่อนแล้วค่อยบอกทีหลัง ซึ่งถ้าแฟนรับได้ก็โชคดีไป แต่เรามีประสบการณ์ความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเราเนียนเป็นผู้หญิงก็มี” พลอยเล่าย้อนถึงประสบการณ์ในอดีต</p>



<p>“ที่ผ่านมาความรักกับคนไทยเป็นปัญหามาก แฟนบางคนเขารักเรา แต่พอพาไปเจอพ่อแม่ สุดท้ายก็ไปไม่รอด เท่าที่เคยเจอมาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง แต่เราก็ยังไม่เคยยอมแพ้และเข็ดกับความรักเลย จนได้มาเจออาหลงนี่แหละ (หัวเราะ)</p>



<p>“บางคนอาจคิดว่าคนฮ่องกงหัวโบราณ ลูกชายมีแฟนที่ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ได้ แต่ปรากฏว่าแม่เขาดีมาก ตอนที่อาหลงชวนเรากลับมาฮ่องกงอีกครั้ง เขาพาไปบ้านเพราะอยากให้รู้ว่าที่บ้านโอเคนะ และอยากให้พลอยมั่นใจว่าเราจะคบกับจริงๆ” พลอยอธิบายถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจกับครอบครัวแต่เนิ่นๆ ว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะพื้นที่บ้านในฮ่องกงส่วนใหญ่มีจำกัด สมาชิกในครอบครัวจึงต้องเจอหน้ากันแทบจะตลอดเวลา</p>



<p>“โชคดีมากที่คู่เราไม่มีปัญหาเรื่องครอบครัว แค่ตกใจมากกว่า เพราะเราไม่คิดว่าเขาจะพาไปบ้านเลย (หัวเราะ) ส่วนหนึ่งที่คุณแม่เขาโอเคมากอาจเป็นเพราะตลอดเวลาที่เราคุยกันมา อาหลงเขาบอกให้แม่รู้เรื่อยๆ อยู่แล้ว</p>



<p>“จากนั้นเขาก็ไปเที่ยวไทย ไปเจอครอบครัวเรา ฝั่งแม่เรารักลูกเขยมากๆ เพราะอาหลงเข้ากับครอบครัวของเราได้ แล้วก็เป็นคนกินง่าย ชอบอาหารไทยมาก เวลากลับบ้านที่ไทย แม่ทำอะไรให้ก็กินหมด เราสองคนจึงค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์มาเรื่อยๆ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146709" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3367.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>แม้จะต้องเผชิญกับกำแพงภาษาที่ทำให้สื่อสารกันไม่เข้าใจบ้างในบางครั้ง แต่ทั้งคู่ก็ฝึกฝนจนเข้าใจกันได้ดีในภายหลัง ความสัมพันธ์ของพลอย สาวไทยธรรมดาๆ และอาหลง หนุ่มชนชั้นกลางที่ทำงานรัฐวิสาหกิจในฮ่องกงจึงเป็นไปด้วยความราบรื่นเสมอมา&nbsp;</p>



<p>“ตอนที่ขอวีซ่ามาอยู่ฮ่องกง เขาพูดว่าจะดูแลเรา อยากขอเราแต่งงานภายใน 2 ปี ตอนนั้นเราก็เกิดความหวัง เพราะถึงจะเป็นคนข้ามเพศ แต่ทุกคนก็คงมีความหวังที่อยากจะมีใครสักคนอยู่แล้ว”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเป็นเจ้าสาวในฮ่องกงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย</strong></h3>



<p>“นิยามความรักและชีวิตคู่ของพลอยคือการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ในเมื่อคบกันเราจึงต้องแชร์ทั้งเรื่องดีและไม่ดี และด้วยความที่อาหลงเขาก็มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ ทำให้เราใช้ชีวิตคู่ราบรื่นมาตลอด”&nbsp;</p>



<p>หลังบ่มเพาะความรักจนสุกงอม แน่นอนว่าขั้นตอนต่อไปย่อมหนีไม่พ้นการแต่งงาน<span style="display: none;"> ทรานส์เจนเดอร์ </span></p>



<p>“เรื่องแต่งงานเขาพูดตั้งแต่แรกว่าฉันจะขอคุณแต่งงานแน่นอน แต่ก่อนเราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ จะแต่งได้ยังไง แต่งงานที่ไทยก็ไม่ได้ จนกระทั่งเราสองคนจูงมือไปด้วยกัน ตอนแรกไปที่กงสุลไทยในเขตปกครองพิเศษฮ่องกงก่อน เข้าไปถามรายละเอียดเขา เขาบอกว่าทำไม่ได้แต่เราก็ไม่ท้อ ลองเข้าไปเดินเรื่องที่ ตม.ฮ่องกงโดยตรงเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ ซึ่งเขาก็ขอพาสปอร์ตเรากับแฟน และถามเหตุผลว่าทำไมถึงจดทะเบียนที่นี่ เราก็บอกว่าที่ไทยจดไม่ได้ ทางการก็ให้กระดาษ 1 แผ่นเพื่อให้เขียนเหตุผลว่าทำไมมาแต่งงานที่นี่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146736" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_8982-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ฮ่องกงมีกฎหมายสำหรับคนบ้านเขา คือเมื่อเราแปลงเพศแล้วก็แต่งงานกับพลเมืองเขาได้ แต่อาจไม่ได้เหมือนไต้หวันที่มีทั้งงาน pride และการประกาศชัยชนะต่อการเรียกร้องสิทธิความหลากหลายทางเพศอย่างเป็นทางการ&nbsp;</p>



<p>“ในฮ่องกงมีการรับรองสถานะวีซ่าผู้ติดตามของคู่รักเพศเดียวกัน การรับรองเพศสภาพหลังการแปลงเพศ และการสมรสของบุคคลข้ามเพศ แต่การจดทะเบียนระหว่างบุคคลข้ามเพศที่ยังไม่ได้รับรองเพศสภาพจะมีการพิจารณาเป็นกรณี ไม่ได้มีประกาศว่าให้จดทะเบียนได้ทันที เนื่องด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายของไทย และการเฝ้าระวังการจ้างแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ เลยต้องพิจารณาแต่ละรายอย่างละเอียด&nbsp;</p>



<p>“ถ้าเป็นคู่รักกันจริงและเดินเรื่องเอกสารต่างๆ จนผ่านแล้ว เขาจะอนุมัติให้เป็นผู้พำนักอาศัยได้ และได้รับสิทธิเช่นเดียวกับคู่แต่งงานชาวฮ่องกงคนอื่นๆ” แม้จะฟังดูง่าย แต่มันกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด</p>



<p>“ครั้งแรกถูกปฏิเสธแต่เราก็ยังมีความหวัง ระหว่างนั้นเราใช้ชีวิตปกติทุกวัน ทีนี้ ตม.ก็โทรมาเรื่อยๆ ในช่วงเวลา 2 ปีนี้เขามีการติดตามทุกเคส คอยสอบถามว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ยังอาศัยอยู่ด้วยกันไหม และนัดให้เข้าไปคุยกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146723" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“ระหว่างกระบวนการที่เราทำเรื่องขอแต่งงาน เราถูกขอเอกสารส่วนตัวตลอด วันนี้ไปส่ง เดี๋ยวเดือนหน้าก็ต้องมาอีกนะ เพราะมันมีการปัดทิ้งตลอดเวลา แล้วก็ขอใหม่เรื่อยๆ ซ้ำๆ เหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น”</p>



<p>พลอยและอาหลงต้องรวบรวมเอกสารจำนวนมากเพื่อนำไปยื่น ไม่ว่าจะเป็นใบรับรองการแปลงเพศ ใบรับรองว่าทางการไทยไม่สามารถให้คู่รักเพศกำเนิดเดียวกันแต่งงานได้ ใบรับรองเงินเดือน ใบรับรองอาชีพ ใบรับรองประกันชีวิต ลามไปถึงใบรับรองจากเจ้าบ้านซึ่งคุณแม่ของอาหลงต้องเป็นคนดำเนินการให้ ทั้งนี้ยังไม่นับรวมเอกสารจิปาถะอีกมากมาย</p>



<p>แต่ความพยายามทั้งหมดก็ไม่สูญเปล่า</p>



<p>“ถามว่าท้อไหม เราท้อบ้าง แต่มันก็ยังมีหวังลึกๆ เพราะเขาติดตามเราตลอด ไม่ได้ทิ้งเคสของเราไป จนมาถึงปลายปี 2019 มันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่งที่เราใช้ชีวิตปกติ เจ้าหน้าที่โทรมาถามเราว่าเป็นยังไงบ้าง เข้ามาคุยกันหน่อย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม (หัวเราะ) พอเข้าไปปุ๊บ เขาให้เราเลือกวันแต่งงาน ถามว่าตกลงคุณจะแต่งงานวันนี้ใช่ไหม คุณลงทะเบียนระบุวันเอาไว้ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2020 ใช่ไหม</p>



<p>“เราตอบว่าใช่ค่ะ ก่อนที่เขาจะบอกว่ายินดีด้วยนะ จ่ายเงินค่าธรรมเนียมได้เลย ในวันนั้นเราตกใจและดีใจมาก เลยถามเขาซ้ำๆ ว่าจริงเหรอ ฉันแต่งงานได้ใช่ไหม เขาบอกว่าแต่งได้จริงๆ ยินดีกับคุณด้วยนะ เราก็รีบทำเรื่อง จ่ายเงินค่าธรรมเนียมแต่งงานเรียบร้อย” พลอยว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6548.jpg 1776w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งานแต่งงานที่รอมานานเกินพอ&nbsp;</strong></h3>



<p>&#8220;นับจากวันแรกจนกระทั่งมาถึงวันแต่งงาน ระยะทางที่เราเดินทางกันมาทั้งหมดประมาณ 2 ปี เริ่มต้นปี 2017 จนอนุมัติปี 2019 แล้วด้วยสถานการณ์ต่างๆ เลยต้องมาแต่งงานกันช่วงโควิด-19 พอดี ถึงเราจะบอกอาหลงว่าเลื่อนก่อนไหม แต่เขาบอกว่าแต่งเถอะ แต่งเลย ไม่ต้องรออะไรแล้ว รอกันมาเกินพอแล้ว”</p>



<p>งานแต่งงานรูปแบบ new normal ถูกจัดขึ้นในโบสถ์คริสต์อย่างเรียบง่ายและรัดกุม ถ้าใครได้เห็นภาพรอยยิ้มของพลอยและอาหลงในวันงาน นั่นคือมาตรวัดความสุขที่พวกเขารอมานานถึง 2 ปีเต็ม</p>



<p>“ระหว่างทางก็มีน้ำตาไหลบ้าง เครียดบ้าง เวลาที่ถูกปฏิเสธแต่ละครั้งเราก็ต้องสู้ ต้องขอบคุณสามีด้วยเพราะเขาสู้ตลอดเวลา ให้กำลังใจกันตลอด พออาหลงบอกว่ายังไงเขาก็จะสู้ เราก็พร้อมสู้ด้วย เลยให้พลังใจกันจนถึงวันนี้ เพราะเชื่อว่าต้องทำได้แน่&nbsp;เราซึ้งใจและขอบคุณเขาทุกครั้ง ตอนนี้ไม่ใช่แค่เธอกับฉันแล้วนะ ทุกอย่างคือคำว่าเรา ดังนั้นเราต้องแชร์ความรู้สึกกันทั้งสองคน</p>



<p>“เคสของเราไม่ใช่ same-sex marriage เพราะถึงแม้ว่าคำนำหน้าในพาสปอร์ตเป็นผู้ชาย แต่เรามีเอกสารรับรองการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งในฮ่องกงเองมีกฎหมายรับรองเพศสภาพ (gender recognition) หลังการผ่าตัดแปลงเพศโดยสมบูรณ์ หัวใจสำคัญคือทางฮ่องกงพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้ทั้งหมด และเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับเคสของเรา คือรับรองเพศสภาพเราเป็นหญิง และจดทะเบียนสมรสกับชาย ถึงแม้พาสปอร์ตเราเป็นชาย สุดท้ายเราก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ได้ในที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146717" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4257.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“ถ้าเราจูงมือไปจดทะเบียนในไทยแล้วบอกว่าหนูอยากจดทะเบียน เขาคงไม่รับเรื่องและปัดทิ้งไปเลย แต่ที่ฮ่องกงเราเข้าไปแล้วทางการรับเรื่องแล้วรันตามคิว ครั้งแรกอาจโดนปฏิเสธ แต่เรายังมีหมายเลขดำเนินการ คอยอัพเดตกับทางการได้ตลอด ปรึกษาและมาพบกันได้เรื่อยๆ</p>



<p>“ในเคสของพลอย เจ้าหน้าที่สุภาพมาก เขาไม่สนว่าเราเพศอะไร ไม่ปฏิเสธถ้ายังไม่ลองทำให้ มีการสอบถามเราก่อนเสมอ เพราะที่นี่ถ้าจะปฏิเสธต้องมีเหตุผลมากพอที่จะบอกเรา เราถึงเห็นว่าที่ฮ่องกงเขาให้ความสำคัญกับประชาชน และคนที่จะเข้าไปเป็นพลเมืองบ้านเขา&nbsp;</p>



<p>สวัสดิการเป็นผลพลอยได้หลังจากการแต่งงาน ด้วยความที่สามีของพลอยทำงาน MTR เกี่ยวกับรถไฟฟ้าใต้ดินของฮ่องกง เธอจึงได้รับบัตร MTR ของคู่สมรสที่สามารถเดินทางได้ฟรี รวมถึงประกันชีวิตและสุขภาพ เมื่อรักษาพยาบาลจะใช้เงินเพียง 30 ดอลลาร์ฮ่องกง พลอยได้รับสิทธิครอบคลุมชีวิตไม่ต่างจากคู่สมรสชาย-หญิง ยิ่งไปกว่านั้นคือได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์เพื่อป้องกันโควิด-19 เรียบร้อยแล้วเสียด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.1a7f5b67d43b6ac5afbbd829f97e136c.19122906.jpg 1776w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่นอกจากความช่วยเหลือของอาหลงและครอบครัว อีกหนึ่งคนที่มีส่วนสำคัญในงานแต่งงานของพลอยครั้งนี้คงหนีไม่พ้นรุ่นพี่อย่างเบลล่าที่คอยให้คำปรึกษา โดยเฉพาะในด้านกระบวนการทางกฎหมาย</p>



<p>“ระบบโครงสร้างและการบังคับใช้กฎหมายที่ฮ่องกงค่อนข้างเข้มงวด ทุกอย่างจะถูกบันทึกข้อมูลไว้โดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่เลือกปฏิบัติไม่ว่าคุณเป็นเพศอะไร สัญชาติหรือศาสนาไหน เพราะสังคมที่นี่กลัวโดนคอมเพลนมาก” เบลล่าเสริม</p>



<p>เธอยังเล่าอีกว่า ในขณะที่ฮ่องกงซัพพอร์ตสวัสดิการให้คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ แต่ตอนนี้ LGBTQ+ ในเมืองไทยยังไม่มีสิทธิอะไรเลยสักอย่างเดียว สร้างความแปลกใจให้กับผู้มีความหลากหลายทางเพศชาวฮ่องกงที่ได้รับฟังประสบการณ์จากพวกเธอ เพราะชาวต่างชาติส่วนใหญ่ต่างคิดว่าทรานส์เจนเดอร์ไทยทั้งมีจำนวนมากและมีความเป็นอยู่สุขสบายดี&nbsp;</p>



<p>อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าภาพลักษณ์ของเมืองไทยในสายตาชาวต่างชาติ คือประเทศที่เป็นมิตรกับเพศหลากหลายอย่างมาก ทว่าความเป็นจริงชุมชนเพศหลากหลายในไทยนั้นถูกมองด้วยสายตาเฉยเมยจนถูกละเลยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพราะเราทุกคนคือพลเมืองโลก</strong></h3>



<p>“ก่อนหน้านี้เราได้วีซ่าและสถานะผู้พำนักอาศัยในฮ่องกงแล้ว แต่ตอนนั้นเพศเรายังระบุเป็น M (male) อยู่ ก็เลยคุยกับพี่ๆ สะใภ้ฮ่องกงอีกสองคนว่าเราจะเปลี่ยนเป็น F (female) โดยดำเนินการทางกฎหมาย พี่เบลล่าที่ช่วยเรามาตั้งแต่ต้นก็บอกให้ลุยเลย ยังไงก็ได้แน่นอน”</p>



<p>ก่อนจะมาถึงเคสที่ประสบความสำเร็จของพลอย คนฮ่องกงเคยมีการฟ้องร้องในชั้นศาลมาก่อน ทั้งในกรณีของทรานส์เจนเดอร์ชาวฮ่องกงที่ต่อสู้จนได้แต่งงานอยู่กินกับสามี และในกรณีของนักการทูตชาวต่างชาติที่ยื่นเรื่องให้คนรักเพศเดียวกันได้วีซ่าติดตามมาพำนักในฐานะคู่ชีวิต ทำให้เคสอื่นๆ ในช่วงหลายปีให้หลังมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“พอเข้าไปยื่นเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนเพศที่ ตม. ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะเขาส่งจดหมายกลับมาเร็วมาก นัดวัน-เวลาเข้าไปสัมภาษณ์ คล้ายๆ กับการสัมภาษณ์แต่งงานนั่นแหละ</p>



<p>“ตอนนั้นเราปรึกษากับพี่นาดา ไชยจิตต์ นักสิทธิมนุษยชน และคุณแม่แดนนี่–กิตตินันท์ ธรมธัช จากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับเอกสารชี้แจงเรื่องข้อกฎหมาย เพราะรัฐบาลฮ่องกงต้องการรู้เหตุผลว่าทำไมที่ไทยเปลี่ยนไม่ได้ พี่นาดาเขาก็ช่วยหาร่างคำพิพากษาที่เขาต่อสู้กันเพื่อรับรองและส่งมาให้เรา</p>



<p>“การศึกษาเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมายรับรองเพศสภาพในไทยของโครงการ UNDP ที่พี่นาดาเป็นหนึ่งในที่ปรึกษา จึงช่วยยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสในกรณีของคนข้ามเพศได้ และยังไม่มีการรับรองเพศสภาพ รวมถึงตัวอย่างเคสที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องให้ศาลไทยพิจารณา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146693" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4620693218513938902.c1a36c5909718109eee183cb74e11e70.19122906.jpg 1184w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“หลังยื่นไปประมาณ 1 อาทิตย์ ทาง ตม.ก็ติดต่อกลับมาว่า โอเค คุณสามารถเปลี่ยนได้ และให้เข้าไปทำบัตรประชาชนใหม่” พลอยเล่าถึงโมเมนต์ที่ได้รับการตอบรับเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่เบลล่าจะเสริม</p>



<p>“จริงๆ รู้สึกแปลกและตลกเหมือนกัน กับการที่เราเป็นคนไทยแต่ต้องไปขอฮ่องกงให้ช่วยยอมรับเรา เนื่องจากกฎหมายบ้านเราไม่รองรับ ซึ่งก็ดีที่ทางฮ่องกงให้สิทธิและพิจารณาว่าจะคุ้มครองพลอยในฐานะคู่สมรสของชาวฮ่องกงยังไงได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>“ตอนดำเนินเรื่อง ทางกงสุลไทยก็งงเหมือนกันที่เรามาขอรับรองเอกสารแปลงเพศกับรับรองคำพิพากษาของศาลไทยเพื่อไปใช้ยื่นขอการรับรองในฮ่องกง แต่สุดท้ายเขาก็โอเค เพราะเราก็พูดตรงๆ ว่าเมืองไทยยังทำไม่ได้จริงๆ”</p>



<p>“ความรู้สึกแรกที่เขายอมให้เราเปลี่ยนเพศเราดีใจมาก ถึงแม้ที่ไทยเราจะยังเป็นนายเพราะอิงตามบัตรประชาชนไทย แต่เราคิดว่าเราไม่ได้เป็นแค่พลเมืองไทย เราเป็นพลเมืองโลก (global citizen) เราชอบคำนี้มาก</p>



<p>“เราไม่ได้อยากแค่ให้คนฮ่องกงยอมรับความหลากหลายทางเพศ แต่เราอยากให้ทั่วโลกยอมรับ อย่างคนไทยเราก็อยากให้ลองเปิดใจยอมรับชาว LGBTQ+ เพราะพวกเราสามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศได้ ถ้าทุกอย่างเปิดกว้าง เราก็จะเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ ซึ่งรับรองได้ว่าทุกคนจะมีความสุขกว่าในวันนี้แน่นอน” พลอยว่า</p>



<p>เบลล่าเล่าให้เราฟังว่าล่าสุดงานวิจัยและผลสำรวจของ The Chinese University of Hong Kong ได้แสดงให้เห็นว่า ทัศนคติของคนฮ่องกงต่อ LGBTQ+ ในเขตการปกครองมีแนวโน้มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะมุมมองต่อกลุ่มทรานส์เจนเดอร์ และสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือแม้จะยังมีกำแพงเรื่องเพศ แต่พลอยก็ยืนยันว่าคนฮ่องกงส่วนใหญ่ในปัจจุบันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากผู้หญิงคนหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146723" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5182.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สู้สุดใจเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตเป็นคนเต็มคน</strong></h3>



<p>หลังจากฟังเรื่องการต่อสู้เพื่อให้ได้แต่งงาน และเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อให้เป็นหญิงได้ตามกฎหมายฮ่องกงจนประสบความสำเร็จในระยะเวลาร่วม 2 ปี เราถามทั้งสองคนสั้นๆ ว่าอยากย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยไหม</p>



<p>“คงไม่แล้วค่ะ เหตุผลหลักเลยคือแฟนพลอยมีงานที่มั่นคงอยู่ที่นี่ด้วย อีกอย่างคือเราว่าไทยยังให้ความสำคัญกับพวกเราไม่มากพอ หรืออาจเรียกว่ายังไม่ให้เลยก็ได้ เหมือนพวกเราถูกเพิกเฉย ไม่ได้รับสิทธิ ถามว่าอยู่ได้ไหมก็อยู่ได้ มันมีที่ยืนแต่ไม่มีศักดิ์ศรี”</p>



<p>ในขณะที่หลายคนมองว่าคนข้ามเพศไทยมีที่ให้ยืนตั้งมากมาย แต่เบลล่าผู้ที่ช่วยพลอยผลักดันเรื่องการแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้นก็คิดว่า ความเป็นจริงคนข้ามเพศไทยไม่ได้มีที่ยืนจริงๆ เพราะ LGBTQ+ ส่วนหนึ่งไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมคนอื่น&nbsp;</p>



<p>“เราจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไมถ้าเราไปรับโอกาสที่อื่นที่เขาเห็นคุณค่าของเราได้ เราเองก็ไม่ได้อยากไปไหนนะ อยากอยู่บ้าน เพราะบ้านเราก็มีความเพียบพร้อมในหลายด้าน ๆ แต่เราไม่สามารถเข้าถึงสิทธิที่เราควรจะได้” เบลล่ากล่าว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146698" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_0268.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“ไม่ใช่แค่คนฮ่องกงควรได้รับสิทธิที่เท่าเทียม คนไทยและคนทุกประเทศเองก็ควรได้รับ พลอยหวังว่าคนไทยที่ต่อสู้กันอยู่จะได้รับชัยชนะ ได้รับสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมไวๆ ไม่ใช่แค่กับ LGBTQ+ แต่เป็นการต่อสู้ในทุกเรื่องที่จะทำให้ประเทศของเราขับเคลื่อนไปในทางที่ดี&nbsp;</p>



<p>“อยู่ที่นี่เรากล้าที่จะเรียกร้องสิทธิ เพราะมันมีมายด์เซตว่าลองทำก่อนสิ เอาสิ ลองคุยกับเขาก่อน ยังไงเขาก็จะรับฟัง แต่ไทยยังอยู่ที่เดิม ถ้าให้เรากลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวเรากลับได้ แต่ถ้ากลับไปใช้ชีวิตถาวรก็คงไม่” พลอยตอบตามจริง</p>



<p>“การเมืองที่นี่อาจยังมีความพิเศษและอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากสมัยอาณานิคมสู่การเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ซึ่งชุมชน LGBTQ+ ในฮ่องกงก็ยังมีการเรียกร้องสิทธิที่พึงจะได้ เช่น สมรสเท่าเทียม การรับรองเพศสภาพโดยเจตจำนงในการระบุอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งรวมไปถึงกลุ่ม non-binary&nbsp;การต่อสู้เหล่านี้ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายที่มีช่องทางให้เขาได้ดำเนินเรื่อง” เบลล่าสำทับ</p>



<p>ทั้งหมดนี้คือผลจากความทุ่มเทและการต่อสู้ของพลอย สามี และพี่สาวคนสนิท ในแผ่นดินที่ระบบกฎหมายมีจุดแข็งด้านการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเมื่อหันกลับมามองดูสถานการณ์ในไทยก็ทำให้เราได้มองเห็นปัญหาการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ทั้งยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง และโยนปัญหาทุกอย่างให้เป็นภาระของปัจเจกบุคคล&nbsp;</p>



<p>คนไทยยังคงต้องถกเถียงเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานซ้ำๆ เพราะไม่ได้รับการตอบสนองข้อเรียกร้อง และดูเหมือนในปัจจุบันจะไม่มีทางลงให้กับปัญหาใดๆ นอกจากการสยบยอมก้มหน้าใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบ</p>



<p>จะผิดไหมหากเราบอกว่าประโยค ‘ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของ LGBTQ+’ คือเรื่องโกหกทั้งเพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ploy-hongkong/">การต่อสู้เพื่อความรักของทรานส์เจนเดอร์ไทยในฮ่องกง สู่การแต่งงานและเปลี่ยนเพศอย่างถูกกฎหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ญาณิฐา ลาเงินลาด : วันที่สามีบอกฉันว่าเขาอยากแปลงเพศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/transgender-family/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jun 2021 14:27:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวเพศหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รักข้ามเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[transgender]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณิฐา ลาเงินลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวคู่รักข้ามเพศ Transgender couple family]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=135226</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จริงๆ เรื่องนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกเราเลย”&#160; แปลงเพศ กิ๊ก–ญาณิฐา ลาเงินลาด เล่าให้เราฟังอย่างตรงไปตรงมา ‘เขา’ ที่เธอพูดถึงคือซาเวียร์–สามีชาวฝรั่งเศสที่เธอคบมาเกือบสิบปี และ ‘เรื่องนี้’ ที่เธอพูดถึงเกิดขึ้นในวันธรรมดาวันหนึ่งที่เธอกับซาเวียร์มาเที่ยวเมืองไทย&#160; เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่จำได้คือระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนในห้องพักของโรงแรมด้วยกัน หญิงสาวก็เหลือบไปเห็นหน้าจอแล็ปท็อปของสามีที่กำลังเปิดเว็บไซต์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อยู่&#160; เธอถามด้วยความตกใจว่า “เป็นอะไร ทำไมต้องไปโรงพยาบาล เดี๋ยวเราพาไป”&#160; ผู้เป็นสามีมีสีหน้าลำบากใจ เขาไม่ตอบออกมาตรงๆ สักทีจนเธอต้องคาดคั้น ไม่รู้เลยว่าคำตอบของเขาจะไปไกลเกินกว่าสิ่งที่เธอกำลังกังวล “ผมอยากแปลงเพศ” ลูกทัวร์ แปลงเพศ คุณนิยามชีวิตที่สมบูรณ์ไว้แบบไหน ได้ทำสิ่งที่รัก ร่ำรวยเงินทอง หรือมีครอบครัวเล็กๆ ที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า ญาณิฐาก็ไม่ต่างจากผู้หญิงหลายคน เธอใฝ่ฝันอยากเป็นภรรยาของผู้ชายสักคนที่รักและดูแลเธอ มีลูกแล้วได้สร้างครอบครัวด้วยกัน ย้อนกลับไปสิบปีก่อนตอนเจอกันครั้งแรก ญาณิฐาคือไกด์สาวอายุ 30 ต้นๆ ที่ทำหน้าที่นำเที่ยวแบบส่วนตัวให้ซาเวียร์ ชายวัยกลางคนชาวฝรั่งเศสที่มาเที่ยวเมืองไทยคนเดียว “ปี 2011 เขามาเที่ยวเมืองไทยครั้งแรก เราก็เป็นไกด์พานางไปเที่ยวกรุงเทพฯ เป็นทัวร์ปั่นจักรยานที่บางกระเจ้า ก็มีโอกาสได้คุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติหลายๆ อย่างด้วยกัน เราเห็นว่าเขามีทัศนคติที่คล้ายๆ กันก็เลยแลกเปลี่ยนอีเมลและสไกป์คุยกันตั้งแต่นั้น” เมื่อสิบปีที่แล้ว ซาเวียร์คือผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้หญิง และญาณิฐาคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบผู้ชาย นอกจากการมองโลกที่คล้ายกัน อุปนิสัยที่ทำให้เธอประทับใจคือความอ่อนโยนในตัวชายหนุ่ม&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/transgender-family/">ญาณิฐา ลาเงินลาด : วันที่สามีบอกฉันว่าเขาอยากแปลงเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“จริงๆ เรื่องนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกเราเลย”&nbsp;<span style="display:none;"> แปลงเพศ </span></p>



<p><strong>กิ๊ก–ญาณิฐา ลาเงินลาด</strong> เล่าให้เราฟังอย่างตรงไปตรงมา</p>



<p>‘เขา’ ที่เธอพูดถึงคือซาเวียร์–สามีชาวฝรั่งเศสที่เธอคบมาเกือบสิบปี และ ‘เรื่องนี้’ ที่เธอพูดถึงเกิดขึ้นในวันธรรมดาวันหนึ่งที่เธอกับซาเวียร์มาเที่ยวเมืองไทย&nbsp;</p>



<p>เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่จำได้คือระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนในห้องพักของโรงแรมด้วยกัน หญิงสาวก็เหลือบไปเห็นหน้าจอแล็ปท็อปของสามีที่กำลังเปิดเว็บไซต์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อยู่&nbsp;</p>



<p>เธอถามด้วยความตกใจว่า “เป็นอะไร ทำไมต้องไปโรงพยาบาล เดี๋ยวเราพาไป”&nbsp;</p>



<p>ผู้เป็นสามีมีสีหน้าลำบากใจ เขาไม่ตอบออกมาตรงๆ สักทีจนเธอต้องคาดคั้น</p>



<p>ไม่รู้เลยว่าคำตอบของเขาจะไปไกลเกินกว่าสิ่งที่เธอกำลังกังวล</p>



<p>“ผมอยากแปลงเพศ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="564" height="320" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/01.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135252" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/01.jpg 564w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/01-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/01-600x340.jpg 600w" sizes="(max-width: 564px) 100vw, 564px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ลูกทัวร์</strong><span style="display:none;"> แปลงเพศ </span></h3>



<p><strong></strong>คุณนิยามชีวิตที่สมบูรณ์ไว้แบบไหน ได้ทำสิ่งที่รัก ร่ำรวยเงินทอง หรือมีครอบครัวเล็กๆ ที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า ญาณิฐาก็ไม่ต่างจากผู้หญิงหลายคน เธอใฝ่ฝันอยากเป็นภรรยาของผู้ชายสักคนที่รักและดูแลเธอ มีลูกแล้วได้สร้างครอบครัวด้วยกัน</p>



<p>ย้อนกลับไปสิบปีก่อนตอนเจอกันครั้งแรก ญาณิฐาคือไกด์สาวอายุ 30 ต้นๆ ที่ทำหน้าที่นำเที่ยวแบบส่วนตัวให้ซาเวียร์ ชายวัยกลางคนชาวฝรั่งเศสที่มาเที่ยวเมืองไทยคนเดียว</p>



<p>“ปี 2011 เขามาเที่ยวเมืองไทยครั้งแรก เราก็เป็นไกด์พานางไปเที่ยวกรุงเทพฯ เป็นทัวร์ปั่นจักรยานที่บางกระเจ้า ก็มีโอกาสได้คุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนคติหลายๆ อย่างด้วยกัน เราเห็นว่าเขามีทัศนคติที่คล้ายๆ กันก็เลยแลกเปลี่ยนอีเมลและสไกป์คุยกันตั้งแต่นั้น”</p>



<p>เมื่อสิบปีที่แล้ว ซาเวียร์คือผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้หญิง และญาณิฐาคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบผู้ชาย นอกจากการมองโลกที่คล้ายกัน อุปนิสัยที่ทำให้เธอประทับใจคือความอ่อนโยนในตัวชายหนุ่ม&nbsp;</p>



<p>“เขาเคยแต่งงานมาก่อน หย่ากับภรรยามาได้สิบปีและมีลูกแล้วสองคน ตอนไปเที่ยวด้วยกันแล้วเห็นอะไรเขาก็จะคิดถึงลูกเขาตลอดเวลา อันนี้ลูกน่าจะชอบก็ถ่ายรูป ครั้งหนึ่งเราพาเขาไปชมวัด แล้วเขาเห็นแมวที่ถูกเอามาปล่อยทิ้งในวัดก็สงสาร อยากเอาแมวไปให้ลูกเพราะสงสารแมว</p>



<p>“ระหว่างที่อยู่ด้วยกันเรารู้สึกว่าต่างฝ่ายต่างเติมเต็มกันและกันได้ ตามประสาฝรั่ง เขาจะเคร่งเครียดกว่าคนไทย ส่วนเราเป็นคนยิ้มง่าย รีแลกซ์ หรืออย่างเรื่องวินัย เราชอบหาเงินมากแต่ไม่มีวินัยทางการเงิน แต่ซาเวียร์เป็นนักบัญชี เขาก็จะมาเติมเต็มให้เราได้ มันเลยคลิกกันง่าย”</p>



<p>3 เดือนอาจเป็นระยะเวลาที่หลายคนมองว่าสั้นเกินไปที่จะคิดลงหลักปักฐานกับใครสักคน แต่ด้วยช่วงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาประมาณหนึ่ง ทั้งคู่คุยกันทุกวัน ได้เห็นตัวตนของกันจนทะลุปรุโปร่ง และนึกภาพอนาคตร่วมกันได้ ความสัมพันธ์ของซาเวียร์กับญาณิฐาจึงยกระดับขึ้นอีกขั้น</p>



<p>ชายหนุ่มกับหญิงสาวตกหลุมรักกันและตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน เหตุผลของพวกเขาเรียบง่ายเช่นนั้น และไม่จำเป็นต้องมีมากกว่านี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-135245" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/146180882_116524013724564_6814990838480390625_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คนรู้ใจ&nbsp;</strong><span style="display:none;"> แปลงเพศ </span></h3>



<p>หลังจากนั้นญาณิฐาตัดสินใจบินไปลองใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศส บ้านเกิดของซาเวียร์ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ด้วยเธออยากลองทดสอบความสัมพันธ์ดูว่าที่พวกเขาคิดว่าไปด้วยกันได้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า</p>



<p>ที่นั่นหญิงสาวต้องปรับตัวให้ตัวเองสามารถก้าวผ่านอุปสรรคที่หลากหลาย ทั้งกำแพงด้านภาษา สภาพอากาศ อาหาร และอุปนิสัยของคนต่างชาติที่ชอบพูดตรง รวมถึงการที่ลูกสาวของซาเวียร์ไม่ยอมรับในตัวเธอ&nbsp;</p>



<p>“ลูกสาวเขาไม่โอเค เพราะเขารู้สึกเหมือนจะโดนแย่งพ่อเขาไป เราก็กลับมาทบทวนอีกทีว่าถ้าเราเข้ามาแล้วลูกของเขาไม่โอเค เราควรจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า แต่ด้วยความเป็นฝรั่ง เขาเกิดมาพร้อมกับการเปิดรับคำอธิบาย พอเรากับซาเวียร์ได้คุยกับลูกสาวเขาว่าเรารักแฟนของเราเหมือนที่ลูกสาวเขาก็รักพ่อเขา ทุกคนต่างรักผู้ชายคนนี้ แล้วทำไมเราจะต้องขัดแย้งกันเพื่อให้เขาไม่สบายใจ ก็คุยกันได้”</p>



<p>เมื่อบอกตัวเองและคนรักว่าเธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ ซาเวียร์ก็ขอเธอแต่งงาน แต่ญาณิฐาบอกว่าการแต่งงานของพวกเขาไม่ได้มีซีนโรแมนติกเหมือนในหนังรักหรอก</p>



<p>“เพราะเราแก่เกินไปแล้วมั้ง” หญิงสาวหัวเราะ “เขาถามเราว่าเป็นภรรยาเขาได้ไหม อยู่ที่นี่ได้ไหม ถ้าอยู่ได้ก็แต่งงานกับเขาเถอะ เป็นการนั่งคุยธรรมดาไม่ได้มีโมเมนต์พิเศษอะไร และตอนขอเขาก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องแต่งเดี๋ยวนี้ ให้เรากลับบ้านไปทบทวนอีกทีว่ายังไง ไม่ได้เร่งรัด แล้วเขาจะขอคำตอบอีกทีว่ามันเป็นไปได้ไหมที่จะมาอยู่ที่นี่กับเขา”</p>



<p>แต่เมื่อเป้าหมายของทั้งคู่คือการดูแลกันและอยากสร้างครอบครัวด้วยกัน ญาณิฐาจึงไม่ขอประวิงเวลาและตอบตกลงกับซาเวียร์ทันที</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-682x1024.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135237" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-682x1024.jpg 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/153789082_122611996449099_8164075746278193524_n.jpg 779w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สามี</strong><span style="display:none;"> แปลงเพศ </span></h3>



<p>ชีวิตคู่ของญาณิฐาและซาเวียร์ไม่ได้แตกต่างจากคู่รักทั่วไป เมื่อย้ายมาที่ฝรั่งเศสและจดทะเบียนเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกกฎหมาย ซาเวียร์คือหัวหน้าครอบครัวผู้เป็นฝ่ายออกไปทำงานนอกบ้าน หารายได้จุนเจือครอบครัว ส่วนญาณิฐารับบทแม่บ้านที่คอยเทคแคร์สามีเมื่อเขากลับมา มีการแบ่งบทบาทตามเพศเหมือนครอบครัวทั่วไป</p>



<p>พวกเขามีลูกด้วยกันสองคนชื่อภาคินกับแพรไพลิน และในช่วงที่ต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านนั้น ญาณิฐาก็ริเริ่มธุรกิจมูสสเปรย์กำจัดขนของตัวเองที่ขายทั้งในไทยและฝรั่งเศส ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในช่วงนั้น</p>



<p>“เราเป็นคนไม่ชอบหลอกลวงผู้บริโภค อยากให้เห็นว่ามูสเรามันดีจริงๆ ก็เรียกซาเวียร์มารีวิวโชว์ ด้วยความเป็นฝรั่ง ขนของเขาก็จะเยอะเป็นพิเศษ เราก็ฉีดมูสแล้วลูบขนออกให้ลูกค้าเห็นว่ามันง่าย”&nbsp;</p>



<p>แต่ใครจะคิดว่าการรีวิวผลิตภัณฑ์กำจัดขนแบบเล่นๆ จะปลุกอีกตัวตนที่ถูกฝังอยู่ในตัวของซาเวียร์ขึ้นมา</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ไม่มีสัญญาณอะไร เขาเพิ่งรู้ตัวจริงๆ ตอนที่ทดสอบมูส เขาบอกว่าเขารู้สึกสะอาด เกลี้ยงเกลา และรู้สึกดูดี เขาก็เอะใจว่าทำไมเขาชอบผิวหนังไม่มีขนของตัวเอง จากนั้นเขาเลยเริ่มไปปรึกษาจิตแพทย์ว่าทำไมเขารู้สึกแปลกๆ แบบนี้ พอขนมันเกลี้ยงเกลาแล้วเขารู้สึกอยากใส่กระโปรง เห็นคนใส่กระโปรงแล้วสวย จุดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของเขาเลย&nbsp;</p>



<p>“แกมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าจริงๆ แกคงเป็นคนข้ามเพศตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ด้วยความที่พ่อแม่เป็นครอบครัวคอนเซอร์เวทีฟ ให้ไปเตะฟุตบอล เล่นยูโด ทำกิจกรรมของผู้ชาย ทั้งที่จริงแล้วเขาชอบอ่านหนังสืออยู่บ้านมากกว่า&nbsp;</p>



<p>“ประกอบกับก่อนหน้านี้เขาไม่เคยชอบผู้ชายเลย ถ้าพูดกันตามหลักแล้วเขาเป็นเลสเบี้ยน ชอบผู้หญิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มันเลยยิ่งยากสำหรับเขาในการค้นพบตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะทรานส์ที่ชอบผู้ชายอาจจะตื่นเต้นเวลาเห็นผู้ชาย แต่เขาไม่เคย เขาจะตื่นเต้นเฉพาะตอนเจอผู้หญิงเท่านั้น ก็เลยทึกทักกับตัวเองว่าไม่ได้เป็น <a href="https://adaymagazine.com/search/lgbt" target="_blank" rel="noreferrer noopener">LGBTQ+</a> หรอกมั้ง และไม่ได้ค้นหาตัวเองมาหลายสิบปีจนถึงตอนนี้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-135234" width="512" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/147858650_116988150344817_8695563646687697402_n.jpg 1044w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>หลังจากรื้อค้นตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแน่ใจ ซาเวียร์ก็แอบเทคฮอร์โมนแบบลับๆ เพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์ของคนที่เขาอยากจะเป็นในร่างเดิม ขณะเดียวกันเขาต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดของตัวเองที่ไม่ได้บอกความจริงให้ญาณิฐารู้ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อภาพหัวหน้าครอบครัวของเขายังค้ำคออยู่</p>



<p>การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องน่ากลัวเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นสามีที่ภรรยารัก พ่อที่ลูกหวังพึ่ง ไหนจะตำแหน่งเจ้าของบริษัทบัญชีอันน่าเชื่อถือ</p>



<p>“แกมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าถ้าบอกไปเขาก็กลัวเสียเราไป เพราะมันต้องใช้เวลาในการยอมรับตัวเอง ต่อสู้กับตัวเองมากพอสมควร การที่อยู่เฉยๆ คุณพ่อลูกสี่จะมาบอกว่าฉันเป็นทรานส์เจนเดอร์ มันยากมาก ประจวบกันตอนนั้นกิ๊กก็เริ่มท้องตัวเล็กคนที่สองแล้ว กิ๊กก็วุ่นวายกับการดูแลครรภ์ ก็ไม่ได้สังเกตว่าอะไรในตัวเขาเปลี่ยนไป”</p>



<p>อันที่จริงญาณิฐาสังเกตเห็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอคิดว่าเป็นเรื่องตลกมาตลอด “เราเห็นว่าเป็นเรื่องโจ๊กไง อุ๊ย ทำไมนมเธอตั้งเต้า เธอจะมีนมแข่งกับฉันเหรอ ทำไมผิวเธอสวยจัง เราก็สังเกตแต่ไม่ได้เอะใจอะไร”</p>



<p>เกือบ 2 ปีหลังจากค้นพบตัวเองกว่าซาเวียร์จะบอกความจริงให้ญาณิฐาได้รู้&nbsp;</p>



<p>มันเกิดขึ้นในวันธรรมดาวันหนึ่งที่เธอกับเขามาเที่ยวเมืองไทย เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่จำได้คือระหว่างที่พวกเขาพักผ่อนในห้องพักของโรงแรมด้วยกัน หญิงสาวก็เหลือบไปเห็นหน้าจอแล็ปท็อปของสามีที่กำลังเปิดเว็บไซต์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ อยู่&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ เรื่องนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะบอกเราเลย พอเราเห็นเขาเปิดเว็บไซต์โรงพยาบาลก็ถามว่าเป็นอะไร ทำไมต้องไปโรงพยาบาล เดี๋ยวเราพาไป ด้วยความหวังดีไง เราไม่อยากให้เขาไปคนเดียว”</p>



<p>ผู้เป็นสามีมีสีหน้าลำบากใจ เขาไม่ตอบออกมาตรงๆ สักทีจนเธอต้องคาดคั้น ไม่รู้เลยว่าคำตอบของเขาจะไปไกลเกินกว่าสิ่งที่เธอกำลังกังวล</p>



<p>“เขาบอกกิ๊กว่าผมอยากแปลงเพศ จริงๆ เขาเป็นคนข้ามเพศนะ เราก็ตกใจ ช็อก และเสียใจ แต่งงานกันมา 7-8 ปี พอมาเจอแบบนี้มันตั้งตัวไม่ทัน มันไม่มีสัญญาณบอก ทุกอย่างประดังประเดเข้ามา เราไม่คิดเลยว่าชีวิตเราจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จริงๆ เราไม่ได้ซีเรียสกับการที่เขาเป็นคนข้ามเพศนะ เขาจะเป็นอะไรก็ได้ แต่โมเมนต์นั้นเรามีลูก ลูกคนที่สองก็เพิ่งอายุได้ 4 เดือน</p>



<p>“เราช็อกแล้วร้องไห้ไปเลย จำได้รางๆ ว่าคืนนั้นเขาอธิบายให้เราฟังตั้งแต่สองทุ่มยันตีสอง แต่เราไม่รู้เรื่องเลย เข้าใจแล้วว่าคำว่าเสียใจจนหูดับเป็นยังไง</p>



<p>“แต่พอตั้งสติได้ อีกวันหนึ่งเราก็ขอให้เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เขาก็เท้าความมาตั้งแต่เริ่มทดลองสเปรย์กำจัดขน บอกว่าเขามั่นใจแล้วว่าเขาเป็นแบบนี้ ตอนนี้เขาอยากเป็นผู้หญิงเต็มตัว และบอกเราว่าถ้ากิ๊กไม่โอเค เขาจะยังคงเป็นผู้ชายเหมือนเดิม ไม่ผ่าตัดแปลงเพศ แค่กิ๊กบอกเท่านั้น”</p>



<p>วินาทีนั้นหญิงสาวรู้สึกเหมือนเดินมาถึงหนึ่งในทางแยกที่ใหญ่ที่สุดของชีวิต เธอตระหนักว่าเธอมีสิทธิที่จะตัดสินชะตาชีวิตของคนคนหนึ่ง–ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอรัก สามีของเธอจะยังเป็นคนเดิมหรือเปลี่ยนไปตลอดกาล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำตอบจากปากเธอ</p>



<p>สุดท้าย ญาณิฐาก็เลือกให้เขาได้เป็นตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n-669x1024.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135242" width="502" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n-669x1024.jpg 669w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n-196x300.jpg 196w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n-768x1175.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n-600x918.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/137218217_108863254490640_6133636831674399974_n.jpg 792w" sizes="(max-width: 502px) 100vw, 502px" /></figure></div>



<p>“กิ๊กมองว่าคนคนหนึ่งโชคดีแค่ไหนที่จะมีโอกาสได้ค้นพบตัวเอง มันมีตั้งหลายร้อยล้านคนในโลกที่ไม่รู้จักตัวเอง แต่เขามีโอกาสนั้น แล้วทำไมกิ๊กจะต้องไปขัดขวางเขา กิ๊กบอกเขาเลยว่าถ้าเธอค้นพบสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขแล้วเราจะไม่ห้าม เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะห้าม เขาเป็นไปแล้ว มันห้ามไม่ได้แล้ว”</p>



<p>วันรุ่งขึ้น ญาณิฐาก็พาซาเวียร์ไปช้อปปิ้งส้นสูงและชุดเดรสทันที เธอได้พูดคุยเปิดอกกับเขาและได้รู้ว่าซาเวียร์วางแผนมาแปลงเพศที่เมืองไทยนานแล้ว เพราะหมอที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการแปลงเพศได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก</p>



<p>เมื่อถึงวันที่ต้องแปลงเพศ ญาณิฐาก็พาลูกๆ ไปเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยกัน ตลอดหลายชั่วโมงที่เธอภาวนาขอให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย “เธอต้องไม่เป็นไร ต้องหายเร็วๆ คิดแค่นั้น” แล้วการผ่าตัดก็ผ่านไปได้ด้วยดีอย่างที่เธอหวัง</p>



<p>“พอออกมาพักฟื้น เขาเห็นหน้าเราเขาก็บอกว่าดีใจ เราก็ดีใจกับเขา บอกเขาว่าดีใจด้วยที่ได้เป็นผู้หญิงเต็มตัว”</p>



<p>วันนั้นสามีชื่อซาเวียร์ได้จากไปตลอดกาล แต่ ‘เอมม่า’ ภรรยาใหม่ได้ปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-890x1024.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135241" width="668" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-890x1024.jpg 890w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-261x300.jpg 261w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-768x884.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-1335x1536.jpg 1335w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n-600x690.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136755612_107715204605445_4082124965751966281_n.jpg 1780w" sizes="(max-width: 668px) 100vw, 668px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภรรยา</strong></h3>



<p>แน่นอนว่าเมื่อมีภรรยาคนใหม่ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการแนะนำให้คนในครอบครัวรู้จัก</p>



<p>“กิ๊กเอาเขาไปแนะนำกับแม่ สิ่งที่แม่กิ๊กถามคือกิ๊กโอเคไหม ถ้ากิ๊กโอเค แม่โอเค ถ้ากิ๊กรับได้แล้วกิ๊กพร้อมสู้ต่อไปกับมัน พ่อแม่กิ๊กโอเค แล้วแม่กิ๊กก็คุยกับคุณเอมม่าว่าต่อไปนี้เขาไม่ได้เป็นลูกเขยแม่แล้ว แต่จะเป็นลูกสาวคนโตของแม่ ขอให้ดูแลกันให้ดี มาดามก็ซึ้ง น้ำตาเอ่อ ส่วนพ่อกิ๊กนางจะเป็นคนตลกโปกฮา ด้วยความที่เอมม่าเป็นคนปากเล็ก นางก็จะบอก อุ๊ย เอมม่า เธอน่ะต้องไปฉีกปากอีกให้โตๆ จะได้เซ็กซี่ นี่คือคุณพ่อดิฉัน” หญิงสาวหัวเราะ</p>



<p>“ส่วนที่บ้านเขา ด้วยความที่คุณพ่อคุณแม่เขาเสียหมดแล้วเหลือแต่ญาติๆ เขาก็มาอวยพรเอมม่าว่าขอให้มีความสุขกับชีวิตใหม่นะ แค่นี้เลย กิ๊กว่าเขารู้อยู่แล้วว่าลูกหลานเขาเป็น LGBTQ+ แต่ที่ผ่านมาปิดไว้ตลอด พอวันหนึ่งที่เขาได้ค้นพบตัวเองในวัยที่มีหน้าที่การงานทุกอย่างเพียบพร้อมแล้ว เขาก็คงดีใจด้วย</p>



<p>“กิ๊กว่าเรื่องนี้สำคัญมากนะ การถูกยอมรับโดยคนในครอบครัวมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ วันไหนที่เขาดาวน์มาจากสังคมข้างนอก พอกลับมาเจอครอบครัวก็รู้สึกว่ายังมีคนสนับสนุนเขาอยู่ กิ๊กว่าครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ ถ้าครอบครัวไม่เข้าใจสิ่งที่เราเป็นก็คงเรียกว่าครอบครัวไม่ได้ใช่ไหมล่ะ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="828" height="624" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136658684_108403124536653_912311403159750279_n.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135240" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136658684_108403124536653_912311403159750279_n.jpg 828w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136658684_108403124536653_912311403159750279_n-300x226.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136658684_108403124536653_912311403159750279_n-768x579.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/136658684_108403124536653_912311403159750279_n-600x452.jpg 600w" sizes="(max-width: 828px) 100vw, 828px" /></figure></div>



<p>แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเส้นทางการเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ของเอมม่านั้นโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป หลังจากเอมม่าได้เหยียบแผ่นดินฝรั่งเศสอีกครั้งในฐานะ ‘มาดาม’ (คำสุภาพที่คนฝรั่งเศสมักใช้เรียกผู้หญิงแต่งงานแล้ว) แก้ทะเบียนสมรสของเธอกับญาณิฐาให้เป็นภรรยากับภรรยา และเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น ‘นาง’ เสร็จสรรพ มาดามเอมม่าก็พบอุปสรรคสำคัญคือการเลือกปฏิบัติต่อคนข้ามเพศในที่ทำงาน</p>



<p>เอมม่าเป็นเจ้าของบริษัทบัญชีที่ทุกเดือนต้องไปนัดเจอลูกค้าเพื่อปิดงบกัน เธอจึงอีเมลไปบอกลูกค้าทุกรายของบริษัทว่าแปลงเพศแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาตกใจกับตัวตนใหม่ ปรากฏว่าลูกค้าหลายรายยกเลิกการใช้บริการโดยไม่ได้บอกเหตุผล&nbsp;</p>



<p>“เอาจริงๆ คนฝรั่งเศสโอเคกับ LGBTQ+ นะ แต่เมื่อใดที่เธอแปลงเพศแล้วเขาจะคิดว่าคนนี้ป่วย เธอไม่ได้แฮปปี้กับร่างกายของเธอ กิ๊กไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ แต่จะมีหลายคนที่เป็นกลุ่มคอนเซอร์เวทีฟอยู่” เช่นเดียวกับเพื่อนของญาณิฐาหลายคนที่เมื่อรู้ว่าสามีของเธอแปลงเพศ เธอก็โดนเลิกคบโดยไม่มีเหตุผล</p>



<p>ไม่ได้มีแค่ปัญหานอกบ้าน แต่เอมม่าและญาณิฐาต้องเผชิญกับปัญหาในบ้านที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะแรงกดดันจากสังคมรอบข้างทำให้เธอครุ่นคิดกับตัวเองอีกครั้งว่าที่ยอมให้สามีได้เป็นตัวเองนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า</p>



<p>“กิ๊กยังไม่มั่นใจในตัวเองว่าสิ่งที่ทำไปมันถูกต้องไหมสำหรับลูก มันจะมีโมเมนต์ที่คิดมากว่าถ้าลูกโตขึ้น ลูกจะมองยังไง เขาจะโดนล้อเลียนไหมว่าพ่อเป็นกะเทย แล้วก็กลับมาถามตัวเองว่าเรารับเรื่องนี้ได้เหรอถ้ามีคนถามว่าคนไหนเป็นพ่อของเด็ก เรากลัวสิ่งที่สังคมจะมองเรา”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4710-667x1024.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135248" width="500" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4710-667x1024.jpg 667w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4710-195x300.jpg 195w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4710-600x922.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4710.jpg 767w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure></div>



<p>เคยอึดอัดถึงขนาดคิดจะทิ้งเขาไหม เราโยนคำถาม</p>



<p>“เคย มากกว่าหนึ่งครั้งด้วย” เธอตอบทันที&nbsp;</p>



<p>“ตอนแรกๆ ที่เขาแปลงเพศมา เราขอหย่าทุก 2 เดือน ตอนนั้นเรายังสับสนในตัวเองอยู่มาก ถามตัวเองตลอดว่า เฮ้ย จริงเหรอ เราจะอยู่กับชีวิตแบบนี้เหรอ ทำไมฉันต้องมาเสียเวลารอเธอแต่งตัว ทำไมฉันต้องมาขับรถให้เธอ ทำไมฉันต้องมาขนน้ำเข้าบ้าน ทำไมฉันจะต้องมาออกงานและแนะนำเขาว่าเป็นภรรยาทั้งๆ ที่เขาเคยเป็นสามี เคยถึงขนาดตอนวันเกิดอายุ 40 ปีของเรา เราบอกเขาว่าเราอยากได้สามีคนเดิมกลับมาเพราะเรารู้สึกอับอายและเสียเปรียบ ทั้งๆ ที่จริงมันไม่ได้มีอะไรน่าอายหรือเสียเปรียบเลย สิ่งที่เราคิดเป็นเรื่องไร้สาระมาก มันเป็นปมที่ใช้เวลานานเกือบปีกว่าจะปลดล็อกตรงนี้ได้”</p>



<p>แล้วปลดล็อกความคิดนี้ได้ยังไง เราสงสัย</p>



<p>“เราแค่หยุดคิดว่าเราจะเอาอะไรจากเขา มองย้อนกลับไปเขาก็ไม่ได้เอาเปรียบเรานี่ ขับรถเราก็ขับได้ ยกน้ำเข้าบ้านก็สบาย ออกงานด้วยกันเป็นคู่ผู้หญิงก็น่ารักกระหนุงกระหนิงดี และเขาไม่ได้นอกใจหรือทำร้ายเรา จริงๆ เราไม่ได้โดนเอาเปรียบหรอก เราแค่คิดไปเอง พอเปลี่ยนความคิดทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป</p>



<p>“จริงๆ เอมม่าก็บอกเสมอว่าถ้าชีวิตคู่ถึงจุดหนึ่งที่มันไปด้วยกันไม่ได้ เราอยากไปมีคนใหม่ เขาก็โอเคนะ แต่ความรักที่เรามีให้กันมันมากกว่าทางชู้สาว มันคือคู่ชีวิตที่ไม่ได้มองแค่ว่าเขาเป็นเพศอะไร ไม่เกี่ยวเลยว่าใส่สูท ผูกไท หรือใส่เดรส เรามองข้ามสิ่งภายนอกพวกนี้ไปแล้ว</p>



<p>“มีคำถามที่เพื่อนถามกันมาเยอะคือเรื่องเซ็กซ์ ซึ่งยังเป็นปกตินะ ตั้งแต่ไปแปลงเพศมาเราก็ยังมีเหมือนเดิม หมอที่เมืองไทยเขาทำดีเพราะยังคงเส้นประสาทให้คุณเอมม่าสามารถมีอารมณ์ทางเพศได้ เราก็จัดการตามสิ่งที่เขาอยากให้ทำ มันไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ที่ต้องเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไป แค่กอด จูบ ลูบไล้กับคนที่รัก มันก็พอแล้ว”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730-666x1024.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135250" width="500" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730-666x1024.jpg 666w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730-195x300.jpg 195w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730-768x1181.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730-600x923.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG-4730.jpg 783w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure></div>



<p>ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่เอมม่าได้ใช้ชีวิตใหม่ ญาณิฐาก็รู้สึกว่าเธอเติบโตขึ้นทั้งด้านความคิดและการใช้ชีวิตไปพร้อมกัน เธอเรียนรู้ที่จะเรียกคู่ชีวิตว่าภรรยาได้คล่องปากขึ้น ได้ตระเตรียมบทสนทนาที่อธิบายเรื่องเพศสภาพของเอมม่าให้ลูกๆ ฟังเมื่อพวกเขาเอ่ยปากถาม รวมไปถึงการได้ทำความเข้าใจกับความหมายและบทบาททางเพศในคำว่าครอบครัวใหม่อีกครั้ง</p>



<p>“ตั้งแต่เขาเป็นเอมม่า คำว่าหัวหน้าครอบครัวของเขาไม่ได้หายไป เขาทำดีกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะเราไม่ได้แบ่งบทบาทกันเหมือนสมัยก่อนว่าพ่อหรือแม่ต้องทำอะไร งานบ้านบางครั้งกิ๊กว่างกิ๊กก็ทำ หรือเอมม่าว่างนางก็ทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนางทำมากกว่าด้วย” เธอยอมรับพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>“สำหรับกิ๊ก คำว่าพ่อแม่มันคือคำว่าผู้ปกครองน่ะ มันไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเท่านั้น ผู้ปกครองคือเพศไหนก็ได้แต่คุณต้องเติมเต็มความรักให้ลูกได้ คำว่าครอบครัวสามารถมีหลายรูปแบบ นี่คือเหตุผลที่กิ๊กทำเพจ ‘ครอบครัวคู่รักข้ามเพศ Transgender couple family’ ขึ้นมา เพราะอยากนำเสนอมุมมองการใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งให้คนได้เห็น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="553" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/150846627_119032060140426_1313690940565912798_n.jpg" alt="แปลงเพศ" class="wp-image-135236" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/150846627_119032060140426_1313690940565912798_n.jpg 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/150846627_119032060140426_1313690940565912798_n-300x259.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/150846627_119032060140426_1313690940565912798_n-600x518.jpg 600w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure></div>



<p>แม้เวลาล่วงเลยมาแล้วสิบปีหลังจากทั้งคู่พบกันครั้งแรก ญาณิฐาก็ยืนยันกับเราว่าคนที่เธอตื่นขึ้นมาเจอทุกเช้าเป็นคนเดียวกับที่เติมเต็มเธอได้ในวันแรกเสมอ</p>



<p>“เขายังซัพพอร์ตเราทุกเรื่อง เรายังแลกเปลี่ยนความรู้สึกดีให้กัน และยังมีเป้าหมายของการอยากสร้างครอบครัวด้วยกันเหมือนเดิม ถ้ามีคนมาปรึกษาเราว่าสามีอยากแปลงเพศต้องทำยังไง เราก็จะบอกให้ซัพพอร์ตเขานะ หลังจากนั้นจะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ซัพพอร์ตเขาก่อน เพราะถ้าครอบครัวไม่ซัพพอร์ต เขาจะไม่มีใครเลย การซัพพอร์ตให้คนรักได้เป็นตัวของตัวเองไม่ใช่การเสียสละ แต่คือสิ่งที่ควรทำ”</p>



<p>แล้วจนถึงตอนนี้ การมีเอมม่าเข้ามาในชีวิตสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ตัวคุณยังไงบ้าง เราถามคำถามสุดท้าย</p>



<p>“เปลี่ยนเยอะ ตั้งแต่ตอนเขาเป็นผู้ชาย เขาทำให้กิ๊กมีวินัยมากขึ้น พอแปลงเพศเขาก็ทำให้กิ๊กได้มองโลกกว้างขึ้น เมื่อก่อนเราถูกตีกรอบด้วยความเป็นหญิงชาย แต่ตอนนี้การมองโลกของเราเปลี่ยนไปและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เราชอบพูดบ่อยๆ ว่า ‘เห็นเขามีความสุขแล้วเรามีความสุข’ มันฟังดูง่ายนะ แต่ในทางปฏิบัติเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ อธิบายเป็นคำพูดยาก </p>



<p>&#8220;การได้เห็นแววตาเขาที่ยิ้มด้วยความสุขมันเหมือนเห็นดอกไม้บานน่ะ”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>ติดตามเรื่องราวของญาณิฐาและเอมม่าต่อได้ที่<a href="https://web.facebook.com/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8-Transgender-couple-family-107017668008532" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพจครอบครัวคู่รักข้ามเพศ Transgender couple family</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/transgender-family/">ญาณิฐา ลาเงินลาด : วันที่สามีบอกฉันว่าเขาอยากแปลงเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภรรยาของสามีความจำเสื่อม แม่ของลูกที่เป็นโรคร้าย และหญิงสาวที่เชื่อว่าความรักคือการให้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/au-uraiwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 09:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ความจำเสื่อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหัวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สู้ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[อุ๊ อุไรวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120451</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม อุ๊–อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม ภรรยาของสามีที่ความจำเสื่อม แม่ของลูกที่กำลังสู้กับโรคร้าย และหญิงสาวที่เชื่อว่าความรักคือการให้อย่างสุดหัวใจ “เรากับพี่ป้อมเป็นคนพิษณุโลกและรู้จักกันครั้งแรกตอน ม.3 จากการแนะนำของเพื่อน วันที่เพื่อนนัดแนะให้เจอกัน เรายังจำได้อยู่เลยว่าตอนนั้นเต็มไปด้วยความเขินอาย คุยกันแต่ก็ไม่ได้มีสาระอะไรและในใจก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากมายขนาดนั้น “หลังจากนั้นเราคุยกันมาเรื่อยๆ แต่ยิ่งคุยยิ่งถูกคอ เวลาได้เจอพี่เขาเราเริ่มรู้สึกดี เวลาได้คุยกันเราจะมีความสุข สุดท้ายระหว่างเรากับพี่ป้อมในตอนนั้นอาจจะเรียกว่าปั๊ปปี้เลิฟก็ได้ แต่เรายังไม่รู้จักคำว่ารักได้ลึกพอ สุดท้ายคุยกันมาได้สัก 2-3 ปี เราก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนพี่ป้อมก็ไปเรียนต่างจังหวัด นั่นเลยเป็นจุดที่ต้องแยกและห่างกันในที่สุด “หลังจากที่แต่ละคนแยกกันไปเติบโต เรากับพี่ป้อมก็ไปมีแฟนใหม่ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่เรากลับมาเรียนปริญญาโทที่พิษณุโลกและเลิกกับแฟนแล้ว อยู่ดีๆ พี่ป้อมก็โทรมาขอความช่วยเหลือจากเรา สุดท้ายพอได้คุยกันถึงรู้ว่าแม่ของพี่ป้อมป่วยเป็นมะเร็งและกำลังจะย้ายมารักษาตัวที่พิษณุโลก “ด้วยความที่พี่ป้อมไม่รู้จะไปหาใครให้ช่วยแล้ว เราเลยตัดสินใจตอบตกลงไปช่วยดูแลแม่เขา มันกลายเป็นจุดที่ทำให้เราได้กลับมาคุยกับพี่ป้อมอีกครั้ง คือตอนเราห่างกันก่อนหน้านั้นเราไม่ได้เกลียดกัน พอได้กลับมาคุยกันเราเลยพบว่ายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ชายคนนี้อยู่ พี่ป้อมยังเป็นคนเดิมที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เสมอต้นเสมอปลายกับเรายังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น สุดท้ายเราอยู่ช่วยเหลือจนแม่เขาเสีย หลังจากจัดการเรื่องแม่เสร็จ เราถึงมาคุยกันว่าแล้วเราจะเอายังไงกันต่อดี นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เรากลับมาคบกันอีกครั้ง “ถ้านับตั้งแต่ตอนที่เราไปช่วยดูแลแม่เขา เป็นเวลาปีกว่าที่เรามีความรู้สึกดีๆ ให้กัน มันเป็นความรู้สึกว่าเราจะอยู่กับคนนี้ได้ ในขณะที่ภายนอกเขาดูเป็นคนเข้มแข็ง เรากลับรู้สึกลึกๆ ได้ถึงความอ่อนแอของเขา และถ้าเขาต้องการใครคนหนึ่งในเวลานั้น เรารู้สึกว่าเราสามารถดูแลจิตใจและอยู่ข้างๆ เขาได้ สุดท้ายเราเลยวางแผนในปีนั้นว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/au-uraiwan/">ภรรยาของสามีความจำเสื่อม แม่ของลูกที่เป็นโรคร้าย และหญิงสาวที่เชื่อว่าความรักคือการให้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม</p>
<p><b><a href="https://www.thairath.co.th/scoop/901286">อุ๊</a>–อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม</b> ภรรยาของสามีที่ความจำเสื่อม แม่ของลูกที่กำลังสู้กับโรคร้าย และหญิงสาวที่เชื่อว่าความรักคือการให้อย่างสุดหัวใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120521 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-1024x683.jpg" alt="อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1598.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“เรากับพี่ป้อมเป็นคนพิษณุโลกและรู้จักกันครั้งแรกตอน ม.3 จากการแนะนำของเพื่อน วันที่เพื่อนนัดแนะให้เจอกัน เรายังจำได้อยู่เลยว่าตอนนั้นเต็มไปด้วยความเขินอาย คุยกันแต่ก็ไม่ได้มีสาระอะไรและในใจก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากมายขนาดนั้น</p>
<p>“หลังจากนั้นเราคุยกันมาเรื่อยๆ แต่ยิ่งคุยยิ่งถูกคอ เวลาได้เจอพี่เขาเราเริ่มรู้สึกดี เวลาได้คุยกันเราจะมีความสุข สุดท้ายระหว่างเรากับพี่ป้อมในตอนนั้นอาจจะเรียกว่าปั๊ปปี้เลิฟก็ได้ แต่เรายังไม่รู้จักคำว่ารักได้ลึกพอ สุดท้ายคุยกันมาได้สัก 2-3 ปี เราก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนพี่ป้อมก็ไปเรียนต่างจังหวัด นั่นเลยเป็นจุดที่ต้องแยกและห่างกันในที่สุด</p>
<p>“หลังจากที่แต่ละคนแยกกันไปเติบโต เรากับพี่ป้อมก็ไปมีแฟนใหม่ เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่เรากลับมาเรียนปริญญาโทที่พิษณุโลกและเลิกกับแฟนแล้ว อยู่ดีๆ พี่ป้อมก็โทรมาขอความช่วยเหลือจากเรา สุดท้ายพอได้คุยกันถึงรู้ว่าแม่ของพี่ป้อมป่วยเป็นมะเร็งและกำลังจะย้ายมารักษาตัวที่พิษณุโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120515 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-1024x683.jpg" alt="อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1491.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ด้วยความที่พี่ป้อมไม่รู้จะไปหาใครให้ช่วยแล้ว เราเลยตัดสินใจตอบตกลงไปช่วยดูแลแม่เขา มันกลายเป็นจุดที่ทำให้เราได้กลับมาคุยกับพี่ป้อมอีกครั้ง คือตอนเราห่างกันก่อนหน้านั้นเราไม่ได้เกลียดกัน พอได้กลับมาคุยกันเราเลยพบว่ายังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ชายคนนี้อยู่ พี่ป้อมยังเป็นคนเดิมที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เสมอต้นเสมอปลายกับเรายังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น สุดท้ายเราอยู่ช่วยเหลือจนแม่เขาเสีย หลังจากจัดการเรื่องแม่เสร็จ เราถึงมาคุยกันว่าแล้วเราจะเอายังไงกันต่อดี นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เรากลับมาคบกันอีกครั้ง</p>
<p>“ถ้านับตั้งแต่ตอนที่เราไปช่วยดูแลแม่เขา เป็นเวลาปีกว่าที่เรามีความรู้สึกดีๆ ให้กัน มันเป็นความรู้สึกว่าเราจะอยู่กับคนนี้ได้ ในขณะที่ภายนอกเขาดูเป็นคนเข้มแข็ง เรากลับรู้สึกลึกๆ ได้ถึงความอ่อนแอของเขา และถ้าเขาต้องการใครคนหนึ่งในเวลานั้น เรารู้สึกว่าเราสามารถดูแลจิตใจและอยู่ข้างๆ เขาได้ สุดท้ายเราเลยวางแผนในปีนั้นว่า ปลายปีเราสองคนจะแต่งงานกัน และตอนช่วงเดือนมิถุนายน เราชวนพี่ป้อมไปดูงานที่เกาหลี เราก็พูดกันเล่นๆ ว่านี่จะเป็นทริปที่เหมือนไปซ้อมฮันนีมูน</p>
<p>“เรากับพี่ป้อมมีความสุขมากในทริปนั้น แต่หลังจากเที่ยวกันได้ 2-3 ที่ ระหว่างเดินทางบนรถทัวร์นำเที่ยว พี่ป้อมก็เกิดอาการหัวใจวาย</p>
<p>“ตั้งแต่เด็กแล้วที่เรารู้สึกกลัวเสมอว่าเราจะเสียคนที่เรารัก ดังนั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเลยเป็นอะไรที่ใหม่กับเรามาก ซึ่งพอเราพาพี่ป้อมไปถึงโรงพยาบาล เราเห็นภาพหมอขึ้นคร่อมพี่ป้อมและปั๊มหัวใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก แต่เรากลับรู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน</p>
<p style="display: none;">อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120520" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-683x1024.jpg" alt="อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1568.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<div style="“display: none;">
<h3></h3>
</div>
<p>“เราได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ ภายในตัวรู้สึกเย็นวาบเหมือนมีคนเอากระดูกเราไปแช่น้ำแข็ง น้ำตาไม่มีไหลออกมาสักหยด มันเกินลิมิตของน้ำตาไปแล้ว ตอนนั้นเราไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร แต่ตอนนี้เราคิดว่าคงเป็นเพราะเราช็อกมาก สุดท้ายหลังจากผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง หมอก็เดินมาบอกอาการพี่ป้อม</p>
<p>“หมอบอกว่าคนไข้มีอาการสมองตายจากการขาดอากาศหายใจ ปกติคนทั่วไปแค่ 5 นาทีก็แย่แล้ว แต่พี่ป้อมขาดอากาศหายใจไป 10 นาที ตอนนี้อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้นและมีโอกาสฟื้นขึ้นมาแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าถอดเครื่องพี่ป้อมจะเสียชีวิตทันที</p>
<p>“วินาทีนั้นเราร้องไห้โฮออกมาเลย ร้องเหมือนใจจะขาด ได้แต่คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทำไมต้องเป็นวันนี้ ทำไมต้องเป็นความทรงจำแบบนี้ มันมีคำถามมากมายจริงๆ ที่เกิดขึ้นในหัว แต่คำถามหนึ่งที่ย้ำวนเวียนอยู่ตลอดเวลา คือคำถามที่ว่าฉันจะช่วยชีวิตเขาได้ยังไง</p>
<p>“โชคดีที่วันนั้นอาจารย์และรุ่นพี่ที่ไปด้วยกันอยู่ข้างๆ เราตลอดเวลา เขาคอยให้สติเรา แต่ในแง่การช่วยเหลือ เราทำอะไรไม่ได้อยู่ดี คนที่ช่วยหลักๆ คือสถานทูตไทย ดังนั้นสิ่งที่เราต้องคิดตอนนั้นเลยมีแค่คำถามที่ว่าเราจะพาพี่ป้อมกลับไทยได้ยังไง</p>
<p>“ในเวลานั้น เรารู้สึกว่าถึงพี่ป้อมจะฟื้นขึ้นมาเป็นผักหรือเป็นเจ้าชายนิทราก็ไม่เป็นไร ขอเอาเขากลับบ้านก่อน มีคนแนะนำเหมือนกันว่าให้เผาที่นั่นและถือกระดูกกลับมาดีกว่าเพราะจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก ฟังแล้วมันแย่มากเลย เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ดังนั้นยังไงก็ช่าง ถึงจะสูญเสียหรือแลกอะไรก็ตามเราก็ต้องช่วย ตอนนั้นแหละคือเวลาที่เรารู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตเรา เราเสียเขาไปไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นฉันจะดูแลเธอเอง ดังนั้นเราเลยตัดสินใจกลับไทยมาหาทางช่วยพี่ป้อมก่อนดีกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120523 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-1024x683.jpg" alt="อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1610.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ระหว่างที่อยู่ไทย 3 วัน เราเดินเรื่องเอกสาร เรื่องของเราถูกโพสต์ลงในเว็บไซต์จนเราต้องไปออกรายการทีวีเพื่อระดมทุน มีเราคนเดียวที่เป็นหลักเพราะการเงินของครอบครัวทางฝั่งพี่ป้อมค่อนข้างไม่ดี เวลานั้นเราเหมือนวางศักดิ์ศรีตัวเองไว้หมดเลย ปกติเราไม่เคยขอความช่วยเหลือใคร เอาจริงๆ เราเป็นคนที่ไม่เคยเดือดร้อน แต่วันนั้นคือทุกคนที่เราเคยเกลียดหรือบล็อก เราลืมหมดและขอความช่วยเหลือจากเขา ข้าวแทบไม่ได้กิน นอนก็แทบไม่ได้นอน ตื่นมาก็เช็กอีเมลและคุยกับหมอตลอด และระหว่างที่อยู่ไทยนี่แหละที่เราทราบข่าวจากทางเกาหลีว่าพี่ป้อมฟื้นแล้ว</p>
<p>“เรากรี๊ดลั่นบ้าน มันดีใจจนไม่รู้จะดีใจยังไง หลังจากนั้นพี่ที่สถานทูตไทยก็คอยส่งข่าว ส่งรูปพี่ป้อมให้เรา ทุกอย่างดูเหมือนปกติดี พี่ป้อมยืนได้ เดินได้ เหมือนปาฏิหาริย์ แต่พอเราสอบถามเรื่องความจำถึงได้รู้ว่าพี่ป้อมมีปัญหา</p>
<p>“ความจำของพี่ป้อมหายไปประมาณ 3 ปี พี่ป้อมจำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง จำไม่ได้ว่าแม่เขาเสียไปแล้ว จำชื่อเราไม่ได้<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span>แต่จำชื่อแฟนเก่าได้ และเข้าใจว่าตอนนี้ตัวเองกำลังคบกับคนนั้นอยู่</p>
<p>“ตอนเรากลับไป ก่อนที่จะเข้าไปเจอพี่ป้อม เจ้าหน้าที่ให้เรารออยู่ด้านนอกก่อนเพื่อจะเข้าไปบอกพี่ป้อมว่าเราคือใคร ระหว่างรอเราคิดไปต่างๆ นานาว่าฉันจะทำยังไงดี เขาจำฉันไม่ได้ ประโยคแรกควรจะพูดยังไง สุดท้ายเราเดินเข้าไป เราถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม พี่ป้อมตอบเรากลับมาว่าสบายดี มาได้ยังไง มาทำอะไร นี่คือใครเหรอ พี่ป้อมจำเราในปัจจุบันไม่ได้<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span>เขาจำภาพเราได้แค่ตอนอยู่ ม.3 แค่นั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120514" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1486.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“เราแนะนำตัวว่าคือใคร เขาบอกเราว่าเราคือแฟนเก่า พี่ๆ<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span>ที่อยู่ตรงนั้นก็พยายามช่วยบอกว่าตอนนี้พี่ป้อมคบอยู่กับเราจนเขาเงียบไป หลังจากนั้นก็เป็นช่วงที่เราอยู่ดูแลเขา ช่วงนั้นเวลาพี่ป้อมตื่นมา เขาถามเราทุกวันว่านี่เขาอยู่ที่ไหน มาได้ยังไง เราคือใคร<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“ตอนนั้นมันยากลำบากเหมือนกัน ใจหนึ่งเรารู้สึกเจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็จะแย้งขึ้นมาว่าต้องอยู่ให้ได้สิ เขาจำเราไม่ได้ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากจำ แต่ที่เขาจำเราไม่ได้เพราะเขาป่วย ดังนั้นเราต้องอยู่ดูแลเขา จนสุดท้ายก็พาพี่ป้อมกลับมาไทยได้</p>
<p>“พอมาถึงไทย อีกคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจเราว่าจะคืนเขาให้แฟนเก่าดีไหม สถานการณ์ตอนนั้นคือเวลาถามพี่ป้อมเรื่องเรามากๆ เขาจะปวดหัว เรารู้สึกไม่อยากรื้อฟื้นให้เขาเจ็บอีกแล้ว เราติดต่อไปหาแฟนเก่าของเขาและเล่าเรื่องให้ฟัง เราบอกเขาไปว่าไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย เราจัดการเอง ขอแค่ดูแลพี่ป้อมให้ดีๆ ก็พอ ตอนนั้นคนด่าเราเยอะเหมือนกันว่าทำไมยอมปล่อย<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span>แต่เราแค่รู้สึกว่าอยากทำให้เขามีความสุขที่สุด ถ้าเขายินดีเราก็พร้อมปล่อย แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น พี่ป้อมยังอยู่กับเรา</p>
<p>“หลังจากกลับมา พี่ป้อมเข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลทันทีและเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัย จากผลการตรวจที่เกาหลี เรารู้แค่ว่าพี่ป้อมเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจนหัวใจวายเฉียบพลัน เราเลยมาหาคำตอบ ผลที่ได้มาคือพี่ป้อมเป็นโรคหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะชนิดร้ายแรง มีโอกาสเกิดขึ้นหนึ่งในล้าน เขาต้องติดเครื่องกระตุกหัวใจและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120511" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1473.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“ตอนนั้นพี่ป้อมยังพอเดินได้ แต่อาการสำคัญคือเหมือนเป็นคนความจำสั้น สมมติเดินเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาที่เตียง พี่ป้อมจะจำไม่ได้ว่าเตียงตัวเองคือเตียงไหน ความจำจะสั้นมาก ส่วนเรื่องเราพี่ป้อมก็ยังจำไม่ได้ เขายังถามอยู่บ้างว่าไปเกาหลีได้ยังไง เรากลับมาคบกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเล่าให้เราฟังว่าความจำเขาตอนนั้นเหมือนจิ๊กซอว์ พอนึกตรงนั้นได้ เอาตรงนี้มาต่อได้ แต่จิ๊กซอว์ตรงกลางมันหายไปและเขาไม่รู้ว่ามันหายไปไหน พอนึกมากๆ ก็จะกลายเป็นความว่างเปล่า</p>
<p>“ถามว่าตอนนั้นเราท้อไหม ท้อนะ คือเราไม่ท้อเรื่องทำยังไงให้เขากลับไปเป็นปกติ แต่เราท้อเรื่องที่ใจเขาไม่มีเราอยู่ในนั้นมากกว่า มันมีเรื่องประมาณนี้อยู่เหมือนกัน แต่เราพยายามไม่คิดอะไรมาก เราพยายามตัดเรื่องการเรียกความทรงจำเก่าไปเลย พยายามสร้างความทรงจำใหม่ อะไรที่จำไม่ได้ ช่างมัน เราจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ดีๆ ร่วมกัน ในหัวคิดแค่ว่าเขาป่วย เราต้องดูแลและเดินต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราพร้อมที่จะยอมรับ ซึ่งหลังจากรู้ว่าพี่ป้อมเป็นอะไร การรักษาก็ค่อนข้างต่อเนื่อง กว่าทุกอย่างจะลงตัวเราเองก็เจออะไรอีกมากเหมือนกัน</p>
<p>“ช่วงนั้นบางทีตอนอยู่ด้วยกันที่บ้าน พี่ป้อมก็จะหันมาบอกเราว่า ‘จะชักนะ’ แค่นั้น แล้วก็ลงไปนอนชักตาค้าง ก่อนหน้านี้คุณหมอบอกเราเหมือนกันว่าจะมีอะไรแบบนี้ แต่พอเกิดขึ้นจริงเราก็ลนมากอยู่ดีเพราะไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาหาเราไหม สิ่งที่เราต้องทำคือรอ&nbsp;5 นาทีและถ้าหลังจากนั้นเครื่องที่ติดอยู่ที่หัวใจไม่ทำงานหรือเขาไม่ฟื้น เราต้องรีบพาคนไข้ส่งโรงพยาบาล สารภาพว่านั่นเป็นช่วงเวลา 5 นาทีที่เหี้ยที่สุดในชีวิตเรา</p>
<p>“ตอนนั้นเราอยู่ในสภาพที่มีอาการหวาดระแวงตลอดเวลา บางวันพี่ป้อมมีอาการชักถึงสองครั้ง บางวันหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในฐานะคนที่อยู่ใกล้เราก็เกือบจะไม่ไหวเหมือนกัน เรากังวลในใจทุกครั้งเวลาพี่ป้อมเป็นแบบนี้ เขาจะตายไหม เขาจะฟื้นขึ้นมาไหม เราอยู่กับภาวะนี้เป็นปีๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120513" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1476.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ถ้าให้กลับไปมอง เราว่าตอนนั้นเราทิ้งทุกอย่างในชีวิตเลยเพื่อจะได้ดูแลพี่ป้อม มีคนทักมาบอกเรานะว่าถ้าคุณเลือกผู้ชายคนนี้ คุณจะไม่เหลืออะไรเลย แต่เหนืออื่นใดคือเรายินดีที่จะเลือกเขาเพราะใจเราเลือกเขาไปแล้ว เรารู้สึกจริงๆ ว่าขาดเขาไม่ได้ ไม่เป็นไรหรอกถ้าชีวิตเราจะตกต่ำจนเหลือศูนย์ ขอแค่มีเขาอยู่ข้างๆ แล้วเดินไปด้วยกันแค่นั้นก็พอแล้ว สุดท้ายหลังจากผ่านอะไรมามากมาย อาการของพี่ป้อมก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ</p>
<p>“หลังจากนั้นเกือบปี มีอยู่วันหนึ่งที่พี่ป้อมพูดขึ้นมาว่าขอบคุณที่ทนทุกอย่าง ขอบคุณที่ทำทุกอย่างให้เขา อะไรที่เขาจำไม่ได้หรือสิ่งที่มันไม่ดี เขาบอกกับเราว่าไม่ต้องไปรื้อฟื้นมันแล้ว เราเก่งแล้วที่ผ่านมาได้ เรามามีความสุขกับปัจจุบันดีกว่า และสุดท้ายพี่ป้อมบอกว่าเขารักเรา</p>
<p>“เราร้องไห้ น้ำตาไหลไม่หยุด รู้สึกในวินาทีนั้นว่าสิ่งที่เราทำไปมันคุ้มค่า มันไม่สูญเปล่า ความรู้สึกดีๆ มันค่อยๆ เพิ่มจากที่เราทำ เราเหมือนเติมเต็มกันและกัน สุดท้ายเราก็ตัดสินใจแต่งงานกันและมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนชื่อว่าน้องปุณณ์ ในวันที่เรามีน้อง เรารู้สึกเลยนะว่าในที่สุดชีวิตเราจะมีความสุขเสียที แต่วันหนึ่งเราก็เหมือนถูกกระชากลงมาสู่นรก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-120505" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1437.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ตอนน้องปุณณ์อายุ 11 เดือน น้องถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ไตข้างซ้าย ตอนที่รู้เรื่องเรากำลังทำงานอยู่ พอรู้ข่าวปุ๊บเราเดินไปลาออกเลย เรายังไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นมะเร็งระยะไหน เราคิดแค่ว่าไม่ได้แล้ว เราต้องอยู่กับเขาให้ได้มากที่สุด ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อเขา<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“ตอนนั้นเราก่นด่าชีวิต อะไรวะ ทำไมชีวิตฉันมันขนาดนี้ สามีเป็นโรคหัวใจ ลูกเป็นมะเร็ง มนุษย์ทุกคนมีบวกและลบ แต่ตัวเราเจอลบมาหนักมากเลย เรื่องพี่ป้อมว่าหนักแล้ว เรื่องน้องปุณณ์เราเหมือนตายทั้งเป็น เราร้องไห้จนไม่รู้จะใช้คำไหนบรรยายดี แต่พี่ป้อมนั่นแหละที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา เพราะในระหว่างที่เราร้องไห้ พี่ป้อมไม่ร้องไห้เลย เขายังเล่นกับลูกได้ปกติ ทำหน้าที่ของพ่อ ทำให้ลูกหัวเราะ เราเลยเลือกที่จะสู้ต่ออีกรอบหนึ่ง<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120502" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-683x1024.jpg" alt="อุไรวรรณ เพ็งพุ่ม" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1425.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“น้องปุณณ์ทำการรักษาโดยการตัดไตข้างซ้ายทิ้งเมื่อปี 2559 ตอนนั้นน้องเป็นระยะที่หนึ่ง คือมีโอกาส 85 เปอร์เซ็นต์ที่น้องจะหายขาด หลังจากนั้นน้องก็ให้คีโม ผ่านกระบวนการรักษาตามปกติจนสงบไปหนึ่ง สุดท้ายมะเร็งก็กลับมาอีก แต่คราวนี้แพร่กระจายไปที่ปอดและเป็นระยะที่สี่ ปัจจุบันน้องกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่าจะส่งเข้ามารักษาตัวที่กรุงเทพฯ หรือเปล่า</p>
<p>“ทุกวันนี้เราย้ายบ้านมาอยู่ใกล้โรงพยาบาลที่สุดเพื่อพี่ป้อมและน้องปุณณ์ เราทำงานที่บ้าน ชีวิตเราอยู่แค่ที่บ้านและโรงพยาบาล ยังคงมีบ้างเหมือนกันที่เราท้อแต่ถอยไม่ได้แล้ว เอาจริงๆ เราก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากบทเรียนชีวิตที่เป็นแบบนี้</p>
<p>“เวลาเราไปโรงพยาบาล เราจะเห็นคนที่เขาเจออะไรแย่ๆ มากกว่าเรา มันเป็นอนิจจังเหมือนกัน เรายังปลงไม่ได้ขนาดนั้นหรอก แต่เราคิดแค่ว่าทุกอย่างมีเวลาของมันและเรายังมีเวลาที่ได้อยู่กับคนที่รัก เราโชคดีแล้วที่ได้เวลานี้<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“นิยามความรักสำหรับเราตอนนี้คือคำว่าให้ ให้อย่างเดียวเท่านั้น เราให้พวกเขาได้ทุกอย่าง ถ้าเราให้ชีวิตได้เราก็จะให้ พูดได้เลยนะว่าเรารักพวกเขามากกว่าตัวเอง เพราะเมื่อไหร่ที่เรารักใครมากกว่าตัวเองเราจะรู้ว่าเราทำอะไรให้พวกเขา<br />
ได้บ้าง ที่สำคัญคือเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเป็นสิ่งไม่แน่นอน วันนี้เรามีความสุข เรายิ้ม อีกวันเราร้องไห้ มันจะสลับกันไปทุกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120498" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/IMG_1369.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“เราว่าสุดท้ายคำถามคือเราจะใช้ชีวิตยังไงให้คุ้มค่า เราจะอยู่ยังไงให้มีประโยชน์กับคนรอบข้างมากที่สุด ทำทุกวินาทีให้มีคุณค่าที่สุด ดังนั้นทุกวันนี้เวลาตื่นเช้ามาเราจะพยายามกอดน้องปุณณ์และพี่ป้อมเสมอ เราอยากกอดพวกเขาตลอดเวลา<span class="Apple-converted-space">&nbsp;</span></p>
<p>“เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันไหนจะไม่ได้กอดกันอีก&#8221;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/au-uraiwan/">ภรรยาของสามีความจำเสื่อม แม่ของลูกที่เป็นโรคร้าย และหญิงสาวที่เชื่อว่าความรักคือการให้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโรคร้าย ความรักและสิ่งที่แซม Sam&#8217;s Story ทิ้งไว้ให้ &#8216;แอ้ม ภาวินันท์&#8217;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-life-amm-sam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2020 11:00:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Sam’s Story]]></category>
		<category><![CDATA[แอ้ม ภาวินันท์ พรหมสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[แซม ณัฐพล เสมสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่มเมืองจันท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรคมะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[แซม แอ้ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=115961</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอ้ม ภาวินันท์ แซม–ณัฐพล เสมสุวรรณ รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันตอนอายุ 20 ปี ช่วงนั้นเขากำลังเรียนอยู่ปี 2 แซมต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยมารักษาตัวอยู่พักใหญ่ ช่วงระหว่างเยียวยาอาการอยู่นั้น โครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ ของตูน บอดี้สแลม (อาทิวราห์ คงมาลัย) บันดาลใจให้เขาลุกขึ้นวิ่งเพื่อสู้โรคมะเร็ง มากกว่านั้นแซมยังตัดสินใจเปิดเพจ Sam’s Story เพื่อแชร์เรื่องราวของตัวเอง ‘เมื่อผู้ป่วยมะเร็งอยากจะออกมาวิ่ง เรื่องราวฟรุ้งฟริ้งจึงเกิดขึ้น’ คำอธิบายเพจของเขาว่าไว้อย่างนั้น เพจ Sam’s Story ถูกพูดถึงโดย หนุ่มเมืองจันท์ (สรกล อดุลยานนท์) นักเขียนคนโปรดของเขาและคนดังอีกหลายคน แซมถูกเชิญให้ไปออกรายการทีวี เรื่องราวของเขาที่ถูกบอกต่อในวงกว้างทำให้ผู้ป่วยที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกันหรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ป่วยแต่เจอเรื่องราวหนักหนารู้สึกมีกำลังใจ หนึ่งในนั้นคือ แอ้ม–ภาวินันท์ พรหมสุวรรณ หญิงสาวที่ประทับใจเรื่องราวของแซมตั้งแต่แรกอ่าน 1 แอ้ม ภาวินันท์ มากกว่ากำลังใจ ตัวหนังสือของแซมมีพลังถึงขั้นทำให้แอ้มอยากมีชีวิตต่อ ต้นปี 2560 แอ้มมีอาการจามบ่อย นอนกรน และมีเลือดออกในเสมหะ เธอสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นอาการภูมิแพ้ที่เป็นโรคประจำตัว เมื่อไปหาหมอก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูก  ก่อนหน้านั้นแอ้มเคยเป็นคนที่รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยแอ้มชอบชวนเพื่อนโบกรถขึ้นเหนือไปช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร จากขาลุยที่รักการเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-amm-sam/">อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโรคร้าย ความรักและสิ่งที่แซม Sam&#8217;s Story ทิ้งไว้ให้ &#8216;แอ้ม ภาวินันท์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;"> แอ้ม ภาวินันท์ </span><b>แซม–ณัฐพล เสมสุวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันตอนอายุ 20 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนั้นเขากำลังเรียนอยู่ปี 2 แซมต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยมารักษาตัวอยู่พักใหญ่ ช่วงระหว่างเยียวยาอาการอยู่นั้น โครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ ของตูน บอดี้สแลม (อาทิวราห์ คงมาลัย) บันดาลใจให้เขาลุกขึ้นวิ่งเพื่อสู้โรคมะเร็ง มากกว่านั้นแซมยังตัดสินใจเปิดเพจ </span><a href="https://web.facebook.com/samstory8/" target="_blank" rel="noopener"><b>Sam’s Story</b></a> <span style="font-weight: 400;">เพื่อแชร์เรื่องราวของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เมื่อผู้ป่วยมะเร็งอยากจะออกมาวิ่ง เรื่องราวฟรุ้งฟริ้งจึงเกิดขึ้น’ คำอธิบายเพจของเขาว่าไว้อย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพจ Sam’s Story ถูกพูดถึงโดย </span><a href="https://adaymagazine.com/boycitychan/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">หนุ่มเมืองจันท์</span></a><span style="font-weight: 400;"> (สรกล อดุลยานนท์) นักเขียนคนโปรดของเขาและคนดังอีกหลายคน แซมถูกเชิญให้ไปออกรายการทีวี เรื่องราวของเขาที่ถูกบอกต่อในวงกว้างทำให้ผู้ป่วยที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกันหรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ป่วยแต่เจอเรื่องราวหนักหนารู้สึกมีกำลังใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในนั้นคือ </span><b>แอ้ม–ภาวินันท์ พรหมสุวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> หญิงสาวที่ประทับใจเรื่องราวของแซมตั้งแต่แรกอ่าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-115974 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-1024x683.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>1</b><span style="display: none;"> แอ้ม ภาวินันท์ </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มากกว่ากำลังใจ ตัวหนังสือของแซมมีพลังถึงขั้นทำให้แอ้มอยากมีชีวิตต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นปี 2560 แอ้มมีอาการจามบ่อย นอนกรน และมีเลือดออกในเสมหะ เธอสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นอาการภูมิแพ้ที่เป็นโรคประจำตัว เมื่อไปหาหมอก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งโพรงจมูก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านั้นแอ้มเคยเป็นคนที่รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยแอ้มชอบชวนเพื่อนโบกรถขึ้นเหนือไปช่วยเหลือเด็กๆ ผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร จากขาลุยที่รักการเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่น โลกของเธอกลับพลิกคว่ำตาลปัตรกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่แม้แต่แรงจะลุกเดินก็แทบไม่มี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115963 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/11222898_10153997661715681_3423184535631269868_n.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="960" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/11222898_10153997661715681_3423184535631269868_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/11222898_10153997661715681_3423184535631269868_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/11222898_10153997661715681_3423184535631269868_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/11222898_10153997661715681_3423184535631269868_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนหมอตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเราสังหรณ์ใจอยู่แล้วเลยศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนจะรู้ผล ตอนนั้นเราคิดว่าเป็นมะเร็งคงไม่หนักหรอก แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย การเป็นมะเร็งครั้งแรกในวัย 30 มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอ้มต้องฉายแสงและทำคีโมไปพร้อมกัน ซึ่งทำคีโมแต่ละครั้งใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลหลายวัน ความเจ็บแสบในช่องปากทำให้เธอกินข้าวไม่ได้ ต้องป้อนอาหารผ่านสายที่สอดเข้าทางจมูก จิบน้ำหนึ่งทีต้องนับ 1-10 เพื่อเตรียมใจ และการฉายแสงแต่ละครั้งก็รู้สึกเหมือนไฟไหม้ผิวหนัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันคืนแห่งความทรมานบั่นทอนทั้งกายและใจ เวลาคล้ายเดินช้ากว่าปกติ “ช่วง 3-4 เดือนแรกหนักมาก เหมือนตายทุกวัน” เธอนิยามประสบการณ์นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีวันหนึ่งที่เราดิ่งมาก นอนอยู่บนเตียงเฉยๆ เหมือนคนเหม่อลอย ใจคิดว่าไม่ไหวแล้ว ทำไมทรมานขนาดนี้ ให้ตายไปเถอะ ไม่อยากรักษา ไม่อยากตื่นมาเจ็บ ไม่อยากเดินไปไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อยู่ดีๆ ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งส่งเรื่องพี่แซมมาให้อ่าน เป็นโพสต์แรกที่เขาลงในเพจ Sam’s Story” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนั้นแอ้มได้รู้จักชายหนุ่มผู้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ผ่านการทำคีโมกว่า 30 ครั้ง พอรักษาจบก็พบว่าตัวเองเป็นโรคสตีเวนส์ จอห์นสัน (โรคผิวหนังชนิดรุนแรงที่เริ่มจากมีผื่นแดง ก่อนลุกลามกลายเป็นแผลพุพองคล้ายผิวหนังไหม้ อาจเกิดได้จากการแพ้ยาบางชนิด) แต่ป่วยแค่ไหนก็ยังมีแรงวิ่ง   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราตกใจ ทำไมเขาเป็นมากกว่าเราแต่เขายังสู้ ยังออกมาวิ่งได้เลย คืนนั้นเราไม่นอนเลยนะ อ่านโพสต์จนหมดเพจเขา อยู่ดีๆ ก็มีแรงใจ เช้าวันต่อมาก็ลุกขึ้นมาเดินเลย” แอ้มหัวเราะเมื่อนึกย้อนไปถึงความหลัง “ช่วงนั้นเขาไปออกรายการเจาะใจด้วย เราได้ดูก็ยิ่งรู้สึกว่า โห ความคิดกับมุมมองชีวิตของเขาดีจัง เขาทำให้เราอยากหายให้ได้เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อใจพอมีกำลัง เธอก็ทักเข้าไปขอบคุณแซมในเพจและเล่าเรื่องคำพูดเปลี่ยนความคิดให้เขาฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“‘ยินดีครับ คุณแอ้ม’ เขาตอบกลับมาแบบนั้น หลังจากนั้นก็แอดเฟรนด์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวกัน เรียกแทนกันว่าแอ้มกับพี่แซม วันไหนที่เราเจ็บจนไม่ไหวเราก็บอกเขา นางก็จะส่งธรรมะหรือเรื่องราวดีๆ มาให้ฟังหรืออ่าน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครจะคิดว่าเจ้าของเรื่องราวที่ทำให้แอ้มอยากมีชีวิตต่อจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอในฐานะคนรัก</span></p>
<p><div id="attachment_115964" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-115964" class="wp-image-115964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/24174695_10156331579365681_6978406599136256435_n.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="675" height="862" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/24174695_10156331579365681_6978406599136256435_n.jpg 752w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/24174695_10156331579365681_6978406599136256435_n-235x300.jpg 235w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/24174695_10156331579365681_6978406599136256435_n-600x766.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-115964" class="wp-caption-text">แอ้มหลังจากได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล</p></div></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>2</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หกเดือนแสนทรมานผ่านพ้นไป แอ้มได้รับอนุญาตให้ไปที่อื่นนอกจากบ้านกับโรงพยาบาลได้ และวันนั้นคือวันแรกที่ทั้งคู่พบกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอ้มนัดเจอแซมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ทั้งคู่เป็นศิษย์เก่า “ตอนนั้นพี่หรั่ง (อัครินทร์ ปูรี–อดีตนักโทษที่เริ่มชีวิตใหม่ด้วยการออกมาเปิดแบรนด์กีตาร์ทำมือ ผู้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของแอ้ม) เขาอยากมาเยี่ยม เราเลยชวนพี่แซมมาด้วย เจอกันครั้งแรกพี่แซมเอาเหรียญทองจากงานวิ่งมาฝากเรา เราก็โชว์สมุดโน้ตที่เขียนข้อความแรกของเขาให้ดู บอกเขาว่าเธอช่วยชีวิตเรานะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังการพบกันครั้งนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆ เขยิบก้าวหน้า ถ้าเปรียบกับการวิ่งก็คงเป็นการวิ่งระยะไกลที่มีระยะก้าวธรรมดา ไม่เร็ว ไม่ช้า แต่สม่ำเสมอมั่นคง </span></p>
<p><div id="attachment_115966" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-115966" class="wp-image-115966 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-1024x683.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/74607705_3041848065844615_3168021736419491840_o.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-115966" class="wp-caption-text">ลงวิ่งด้วยกันครั้งแรก</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริง การวิ่งคือกิจกรรมที่แซมชวนแอ้มทำด้วยกันบ่อยๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกาย (“ครั้งแรกที่เขาชวนไปงานวิ่ง เราวิ่งไม่ได้เลย ต้องเดินเฉยๆ ตลอด 10 กิโลฯ” เธอเล่าประสบการณ์) การใช้เวลาร่วมกันทำให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้อีกฝ่ายไปในตัว แอ้มมองเห็นความคล้ายคลึงบางอย่างของตัวเองกับแซม เช่น ผลกระทบจากการรักษามะเร็งที่ทำให้ไม่มีน้ำลายในปาก ทำให้กินเผ็ดไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเคยร้องไห้กลางตลาด เพราะไปดูร้านอาหาร 20-30 ร้านแล้วไม่มีร้านไหนที่เรากินได้เลย” แอ้มเล่าด้วยน้ำเสียงขำปนขื่น “พี่แซมนางจะปลอบใจตลอด พาไปตระเวนหาร้านที่ไม่เผ็ด ซึ่งร้านที่เรากินได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกบะหมี่เกี๊ยว เราก็ไปลองบะหมี่เกี๊ยวหลายๆ ร้านเพื่อหาว่าร้านไหนคือบะหมี่เกี๊ยวที่อร่อยที่สุด ทุกอาทิตย์จะทำเช็กลิสต์ว่าจะกินที่ไหนดี หรือถ้าไม่มีร้านที่กินได้จริงๆ เขาจะบอกว่าไม่เป็นไรนะ ถ้าอยากกินอะไรก็มาช่วยกันทำให้มันกินได้ วันนี้อยากกินสุกี้ เรามาช่วยกันทำน้ำสุกี้แบบไม่เผ็ดกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราวหนึ่งปีหลังจากรู้จักกัน ทั้งคู่เลื่อนขั้นเป็นคนพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอ้มเล่าให้เราฟังว่าคู่ของเธอไม่เคยมีโมเมนต์ขอเป็นแฟนเหมือนคู่อื่น แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนจะไม่ชัดเจน แซมดูแลแอ้มทั้งกายและใจ และสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญญาณชัดเจนที่บอกว่าเขาคิดยังไงคือการมารับแอ้มไปทำงานทุกเช้า แม้บ้านของเขาจะอยู่เขตตลิ่งชันซึ่งไกลจากคอนโดของแอ้มแถวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กว่า 20 กิโลเมตร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แซมก็ยังทำมันทุกวัน เขาทำมันอย่างสม่ำเสมอ–นี่ไม่ใช่หรือคือหนึ่งสิ่งที่ทุกความสัมพันธ์ที่ดีควรมี ความสม่ำเสมอที่ทำให้ทุกวันพิเศษขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนอายุ 30 เราผ่านความรักมาเยอะ แต่พี่แซมก็ยังทำให้เรารู้สึกทึ่งในตัวเขา ถึงลักษณะภายนอกของเขาตอนนั้นไม่ได้หล่อ แต่เรามองข้ามเรื่องหน้าตาไปแล้ว ความจริงใจของเขาทำให้เราเรียนรู้ว่าบางทีความรักก็ไม่ต้องใช้หน้าตา”</span></p>
<p><div id="attachment_115973" style="width: 1034px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-115973" class="wp-image-115973 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-1024x683.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-115973" class="wp-caption-text">เหรียญที่แซมให้แอ้มตอนเจอกันครั้งแรก</p></div></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>3</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ดูเผินๆ ความสัมพันธ์ของแอ้มกับแซมคล้ายจะราบรื่นลงตัว แต่แอ้มบอกว่าความจริงพวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคู่รักทั่วไปที่ต้องปรับจูนกัน และบางครั้งต้องเจออุปสรรค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าต้องตามหาคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน ต้องชอบเที่ยว แต่พอมาเจอพี่แซม เราสองคนต่างกัน ต้องปรับจูน ตอนไปเที่ยวพี่แซมเขาอาจจะไม่ใช่สายลุย เวลาไปเที่ยวก็ขอสบาย เราก็ยอมสบายด้วย เรื่องนี้ทำให้เราค้นพบว่าขอแค่คนที่ดูแลเราได้ก็พอมั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืออย่างช่วงที่คบกันแรกๆ ที่บ้านเราจะมองว่าพี่แซมเขาป่วย เขาเป็นมะเร็ง จะดูแลเราได้เหรอ ไม่อยากให้เราคบกับพี่แซม แต่เราก็ยืนหยัดกับที่บ้านว่าจะขอคบคนนี้ ขอพิสูจน์ให้ดูว่าเราดูแลกันได้ จนสุดท้ายที่บ้านเราก็เชื่อว่าเขาดูแลเราได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-115980" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสายตาของคนทั่วไป แซมคือคนที่สร้างแรงบันดาลใจจนหลายคนยกให้เป็นไอดอล แต่ในสายตาของแอ้ม จริงๆ แล้วแซมเป็นคนยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม่เราบอกอยู่ตลอดว่าเวลาจะเลือกคบใครให้เลือกคบคนดีนะ พี่แซมคือคนที่เรามั่นใจว่าเขาเป็นแบบนั้น เขาดีในทุกๆ เรื่องถึงจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ และยังเป็นคนโรแมนติกเหลือเชื่อ เราเป็นเด็กห้าวมาตั้งแต่เด็กเลยไม่เคยได้ดอกไม้จากใครเลย พี่แซมเป็นคนแรกที่ส่งดอกไม้มาให้เราในวันแรกที่เรากลับไปทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เราชอบในตัวเขาที่สุดคือความใส่ใจ ไม่ใช่แค่เรานะ แต่ใส่ใจกับทุกคน ถ้ามีคนทักมาปรึกษาเขาในเพจ แม้ตอนนั้นเขาจะไม่มีเวลาแต่เขาต้องหาเวลากลับไปตอบให้ได้อยู่ดี คำพูดที่เขาชอบพูดกับเราที่สุดคือการให้กำลังใจว่าเธอต้องหายดี เธอแข็งแรง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นเรื่องปกติของชีวิตที่มีขึ้นและลง บางทีเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับเราบ่อยแค่ไหน แอ้มก็เหมือนกัน ในช่วงที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เธอไม่เคยตั้งตัวเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายพูดว่า ‘เธอต้องหายดี เธอแข็งแรง’ กับแซม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรคมะเร็งกลับมาหาเขาอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และครั้งนี้คือมะเร็งระยะสุดท้าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-115981" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/83521747_10158792898990681_8168041088385286144_o.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>4</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“กลางปี 2562 เขาเริ่มไอเยอะ ไอแห้งผิดปกติ ก็ไปหาหมอกัน ตอนแรกหมอบอกว่าเป็นโรคปอดบวม แต่เราคิดว่าไม่ใช่เลยไปตรวจอีกโรงพยาบาลหนึ่งซึ่งเราเคยรักษา วินิจฉัยดูจากลิ้นเป็นฝ้า เป็นแผล หมอก็ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ สรุปว่าเป็นมะเร็งที่โคนลิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อันที่จริงเราสังหรณ์มาก่อนหน้านั้นแล้ว พี่แซมบอกเราว่าถ้าเขากลับมาเป็นมะเร็งอีกรอบ เขาคงไม่รอด ตอนที่รู้ผลเรากับเขาร้องไห้หนักมาก กอดคอกันร้องไห้เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมแซมถึงคิดว่าตัวเองจะไม่รอด เราถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขามีภูมิต้านทานต่ำ พอภูมิต่ำร่างกายก็ไม่ได้แข็งแรงแบบเมื่อก่อน ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกว่าเขาพูดจริง เราบอกเขาว่าก่อนหน้านี้เธอเคยดูแลฉันตอนป่วย คราวนี้ฉันจะดูแลเธอเองนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ฉันแข็งแรงแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตของแซมกลับเข้าไปอยู่ในวังวนของบ้านและโรงพยาบาล โดยมีครอบครัวและแอ้มคอยดูแลช่วยเหลือ ทุกวันที่ทำงานแอ้มจะเฟซไทม์เช็กอาการของแซมเสมอ และเมื่อถึงวันหยุดเธอก็ไปขลุกอยู่กับเขาทั้งวัน สิ่งที่เธอรู้สึกเปลี่ยนไปในวันนั้นคือการได้สลับบทบาทกลายเป็นครูของแซมบ้าง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-115965 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/68363793_10158139280985681_7985534321521852416_o.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พี่แซมต้องฉายแสงเหมือนเรา เราก็จะบอกว่าเขาต้องเจออะไรบ้าง รักษายังไง ย้ำกับเขาตลอดว่าเธออดทนนะ มันหนักแค่ช่วงนี้แหละ หลังจากนี้เดี๋ยวจะดีขึ้นแน่นอน เราก็เชื่อว่าเขาจะดีขึ้นจริงๆ เชื่อถึงขั้นบอกเขาว่าหลังหายป่วยแล้วแต่งงานกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกันแอ้มยอมรับตามตรงว่าเธอก็เผื่อใจในกรณีที่อาจต้องสูญเสียคนรักเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อันที่จริงเขาก็เคยสั่งเสียกับเราในวันที่เราพาเขาไปวิ่งแถวบ้าน เป็นการวิ่งครั้งแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาล นั่งคุยกันอยู่ดีๆ เขาก็สั่งเสียกับเราว่า ถ้าฉันไปเธอไม่ต้องเสียใจนะ เธอไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าจะมีแฟนใหม่ แต่ขอให้เลือกคนดีนะ” เธอนั่งนิ่งพักใหญ่เพื่อทวนความทรงจำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนเขาจะเสีย เราไม่ได้ไปหาเขาแบบตัวต่อตัวประมาณ 2 อาทิตย์เพราะติดภารกิจต้องไปงานแต่งเพื่อนที่หนองคาย ก่อนเขาไปเขาชวนเราไปถ่ายรูปวันวาเลนไทน์ที่บ้านเขา บอกเราว่าจะเป็นวาเลนไทน์สุดท้ายที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว แต่เรายังไม่เชื่อ ก็บอกเขาไปว่าไม่หรอก เธอยังแข็งแรง เรายังมีวาเลนไทน์หน้าด้วยกัน ฉันขอไปหาเธอวันเสาร์แล้วกันนะ เขาก็บอกเราว่ารีบๆ มานะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทัน” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-115975" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>5</b><span style="display: none;"> แอ้ม ภาวินันท์ </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“จำได้ว่าแม่พี่แซมเป็นคนโทรมาหาเราวันศุกร์ตอนเที่ยง เขาหลับไปบนเตียงใต้บันไดที่เขาชอบ เราได้ยินก็ช็อกไปเลย หลังจากนั้นก็ดิ่งมาก ดิ่งหนักที่สุดในชีวิต หนักกว่าวันที่เราเป็นมะเร็ง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หญิงสาวตรงหน้าเราเล่าเท้าถึงความหลัง แม้เวลาที่ผ่านมาหลายเดือนจะเยียวยาเธอจากความรู้สึกเสียศูนย์จนเกือบเป็นปกติ แต่การกลับไปนึกถึงความทรงจำนั้นก็ยังไม่ง่าย ซึ่งนั่นอาจเป็นเรื่องธรรมดาในเมื่อการสูญเสียคนรักไม่ใช่เรื่องง่ายของใคร ไม่ว่าคนคนนั้นจะแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอ้มเล่าให้ฟังว่าก่อนแซมจะจากไป เขาย้ำกับครอบครัวว่าไม่อยากให้งานศพเป็นวันของความเสียใจ ในงานศพแอ้มจึงไม่ได้แต่งตัวด้วยชุดสีดำตามขนบ แต่ใส่ชุดวิ่งที่เคยไปวิ่งกับแซม เธอยังทำบอร์ดเล็กๆ ที่นำเหรียญวิ่งของแซมมาวางโชว์เป็นมุมที่ระลึก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115967" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/88114179_10158964015960681_5469989508311154688_o-768x1024.jpg" alt="แอ้ม ภาวินันท์" width="675" height="900" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/88114179_10158964015960681_5469989508311154688_o-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/88114179_10158964015960681_5469989508311154688_o-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/88114179_10158964015960681_5469989508311154688_o-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/88114179_10158964015960681_5469989508311154688_o.jpg 1511w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เดือนแรกหลังเขาจากไปมันหนักมาก อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องให้เพื่อนมานอนด้วย จะออกไปวิ่งก็ไม่ได้ เปลี่ยนไปว่ายน้ำแทนเพราะเหงาที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ปรับตัวยากที่สุดคือตารางชีวิต เราเคยโทรหาเขาทุกเช้า เคยมีคนคอยฟังเราระบาย พอไม่มีเขาเราก็ต้องปรับไทม์ไลน์ชีวิตใหม่ เหมือนมันเป็นบททดสอบอย่างหนึ่งในชีวิต แต่เราก็พยายามมองโลกในแง่ดีว่าเขาไม่ทรมานแล้ว พ่อแม่เขาก็ไม่เหนื่อยอีกแล้ว ทุกวันนี้เราก็ยังไปบ้านเขาทุกเดือน ไปนอนห้องเขา ไปหาครอบครัวเขา มันคิดถึงน่ะ เพราะบ้านของเขาเหมือนเป็นหลังคาที่คุ้มกันเราเวลาเหนื่อยล้าหรือท้อ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนบอกว่าคนที่เข้ามาในชีวิตเราแทบทุกวันเขาไม่ได้เข้ามาแล้วจากไป เขาจะทิ้งส่วนหนึ่งของเขาไว้ในตัวเราเสมอ แล้วสิ่งที่แซมทิ้งไว้ให้แอ้มคืออะไร–เราอยากรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความรัก” เธอตอบเร็ว “ความรักของเขายังอยู่ในตัวเรา ความปรารถนาดีที่อยากเห็นเราแข็งแกร่ง แข็งแรง คำพูดของเขาที่ทำให้เราคิดตลอดเลยว่า ถ้าเราป่วยอีกครั้งเราก็จะผ่านมันไปได้อีก เราไม่กลัว เขามอบความรักที่อบอุ่น แข็งแรง และแน่นอนให้เรา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-115972 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แม้จะเป็น 3 ปีสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาอยู่กับแซม แอ้มก็นิยามขวบปีนั้นว่าเต็มไปด้วยความทรงจำซึ่งตัวเธอยังโอบกอดด้วยความรู้สึกขอบคุณ เป็นความทรงจำที่เธอจะเก็บไว้นานตราบที่สมองและหัวใจจะอนุญาต </span><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่ได้เป็นความทรงจำที่สวยงามไปทั้งหมด ระหว่างทางนั้นขรุขระบ้างตามจังหวะของชีวิต แต่เธอก็ยังนิยามมันว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราภูมิใจที่ได้เป็นเพื่อน เป็นแฟนเขา ไม่เคยเสียดายเวลาที่ได้รู้จักกันเพราะมันคุ้มค่า ถึงจะไม่ใช่ช่วงเวลานานแบบสิบหรือยี่สิบปี หรือตลอดชีวิต แต่เป็นช่วงสั้นๆ นั้นที่ทำให้เราเห็นทุกอย่างที่ทั้งชีวิตเราไม่เคยได้เห็น การเป็นมะเร็งทำให้ชีวิตหลังเป็นมะเร็งดีขึ้น การได้เจอเขาทำให้เราเติบโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอายุ 30 แต่ผ่านการเป็นมะเร็งและเสียคนที่รัก เจอเรื่องร้ายๆ หนักๆ มาแต่เราก็ยังใช้ชีวิตได้ต่อ เรายังเคยคิดเลยว่าถ้าเราไม่เจอเรื่องพวกนี้ เราคงยังใช้ชีวิตเริงร่า ไม่รู้จักหน้าตาของการสูญเสีย มองไม่เห็นค่าของความสุขและแง่มุมที่ดีของความทุกข์” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-115977 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/เนเธญเนเธกโ€“เธ-เธฒเธงเธดเธเธฑเธเธ—เน_27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะมีสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากชีวิตตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิ่งนั้นคืออะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่มีเรื่องไหนร้ายถ้าใจเราดี” แอ้มสรุปสิ่งที่เธอตกตะกอนกับเราเช่นนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันอยู่ที่ใจจริงๆ นะ ทุกเรื่องเลย ไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักหนาขนาดไหน ถ้าเรามองเห็นแง่มุมที่ดีของมันเราจะผ่านมันไปได้ เราอาจจะมองไม่เห็นข้อดีของเรื่องหนักๆ ที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้ แต่สุดท้ายเราจะขอบคุณที่มันเกิดขึ้น สุดท้ายมันจะกลายเป็นภูมิคุ้มกันของเรา” หญิงสาวระบายรอยยิ้มแห่งความเข้าใจ </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-amm-sam/">อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโรคร้าย ความรักและสิ่งที่แซม Sam&#8217;s Story ทิ้งไว้ให้ &#8216;แอ้ม ภาวินันท์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ : วันที่หมอหัวใจเปลี่ยนหัวใจตนเองเป็นสีเขียวเพื่อรักษาโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/doctor-rangsarit-kanjanavanit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อนิรุทร์ เอื้อวิทยา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Feb 2020 05:43:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[หมอหม่อง]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[นักอนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลลูกโลกสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[Dr Birdman]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91568</guid>

					<description><![CDATA[<p>นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง คืออาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ผู้มีความเชี่ยวชาญชนิดที่คนไข้หลายต่อหลายคนเชื่อมั่นฝากหัวใจไว้ในมือของเขา เมื่อถอดชุดกาวน์ออก เขาคือนักอนุรักษ์เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสื่อสารเรื่องธรรมชาติมาเป็นเวลานาน ทั้งยังเป็นนักดูนกตัวยง ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาขึ้นมา ในวันที่กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติยังไม่เกิดขึ้นในไทย เขาในตอนนั้นที่เรียนจบและปฏิงานเป็นแพทย์มาสองปี ได้ลาออกเพื่อไปทำงานอนุรักษ์นกเงือกกับศาสตราจารย์เกียรติคุณ พิไล พูลสวัสดิ์ ผู้ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลกจากการเคลื่อนไหวเพื่อคุ้มครองนกเงือก ก่อนกลับมาเรียนต่อเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์และจบออกมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล วันว่างเว้นจากหน้าที่หมอ เขามักพาเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่เข้าป่า ชี้นกนานาพันธุ์ให้ผู้ร่วมเดินได้ส่องดูและรู้จัก บอกเล่าเรื่องราวของต้นไม้และสัตว์ป่าต่างๆ ระหว่างทางให้ผู้เดินตามได้เข้าใจ และมักมีกลวิธีเล่าที่สนุก สอดแทรกเกร็ดความรู้น่าสนใจจนทำให้หลายคนติดใจ สิบกว่าปีก่อนเขานำเงินที่ได้จากมรดกของแม่ไปซื้อที่ดินชุ่มน้ำกว่า 80 ไร่ ในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อฟื้นฟูให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ นับเป็นพื้นที่ที่อนุรักษ์โดยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีนกมากถึง 233 ชนิดบินเข้ามาใช้ รวมถึงนกที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้วถึง 139 ปี ที่นี่จึงกลายเป็นทั้งสรวงสวรรค์ของนกและของนักดูนกจากทั่วโลก ล่าสุดเขากำลังมีนิทรรศการแสดงภาพวาดสีน้ำในสมุดบันทึกธรรมชาติจากจำนวน 15 เล่ม ที่จดบันทึก วาด และระบายสีจากการสังเกตของเขาตลอดระยะเวลา 36 ปี จนในที่สุดเรื่องราวความเป็นนักดูนกของเขาถูกนำเสนอในรูปแบบสารคดี Dr Birdman จัดแสดงที่ Cinema Oasis [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/doctor-rangsarit-kanjanavanit/">นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ : วันที่หมอหัวใจเปลี่ยนหัวใจตนเองเป็นสีเขียวเพื่อรักษาโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์</strong> หรือ หมอหม่อง คืออาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ผู้มีความเชี่ยวชาญชนิดที่คนไข้หลายต่อหลายคนเชื่อมั่นฝากหัวใจไว้ในมือของเขา เมื่อถอดชุดกาวน์ออก เขาคือนักอนุรักษ์เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสื่อสารเรื่องธรรมชาติมาเป็นเวลานาน ทั้งยังเป็นนักดูนกตัวยง ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาขึ้นมา</p>
<p>ในวันที่กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติยังไม่เกิดขึ้นในไทย เขาในตอนนั้นที่เรียนจบและปฏิงานเป็นแพทย์มาสองปี ได้ลาออกเพื่อไปทำงานอนุรักษ์นกเงือกกับศาสตราจารย์เกียรติคุณ พิไล พูลสวัสดิ์ ผู้ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลกจากการเคลื่อนไหวเพื่อคุ้มครองนกเงือก ก่อนกลับมาเรียนต่อเฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์และจบออกมาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
<p>วันว่างเว้นจากหน้าที่หมอ เขามักพาเด็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่เข้าป่า ชี้นกนานาพันธุ์ให้ผู้ร่วมเดินได้ส่องดูและรู้จัก บอกเล่าเรื่องราวของต้นไม้และสัตว์ป่าต่างๆ ระหว่างทางให้ผู้เดินตามได้เข้าใจ และมักมีกลวิธีเล่าที่สนุก สอดแทรกเกร็ดความรู้น่าสนใจจนทำให้หลายคนติดใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91604" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>สิบกว่าปีก่อนเขานำเงินที่ได้จากมรดกของแม่ไปซื้อที่ดินชุ่มน้ำกว่า 80 ไร่ ในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อฟื้นฟูให้กลายเป็นพื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ นับเป็นพื้นที่ที่อนุรักษ์โดยเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีนกมากถึง 233 ชนิดบินเข้ามาใช้ รวมถึงนกที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้วถึง 139 ปี ที่นี่จึงกลายเป็นทั้งสรวงสวรรค์ของนกและของนักดูนกจากทั่วโลก</p>
<p>ล่าสุดเขากำลังมีนิทรรศการแสดงภาพวาดสีน้ำในสมุดบันทึกธรรมชาติจากจำนวน 15 เล่ม ที่จดบันทึก วาด และระบายสีจากการสังเกตของเขาตลอดระยะเวลา 36 ปี จนในที่สุดเรื่องราวความเป็นนักดูนกของเขาถูกนำเสนอในรูปแบบสารคดี Dr Birdman จัดแสดงที่ Cinema Oasis</p>
<p>หากผ่าหัวใจของหมอหม่องออกมาดู ไม่ว่าใครเป็นต้องไร้ข้อกังขา ลงความเห็นตรงกันว่าหัวใจของหมอคนนี้เป็นสีเขียว</p>
<p>ทำไมหัวใจของเขาถึงเป็นสีเขียว</p>
<p>ตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป คุณจะค่อยๆ มองเห็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91625" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>หัวใจที่แม่มอบให้</strong></h3>
<p><strong>&#8220;</strong>ตั้งแต่จำความได้ แม่ของผม (ม.ร.ว.สมานสนิท สวัสดิวัตน์) จะชอบเล่านิทานก่อนนอนเกี่ยวกับสัตว์ให้ฟัง ไม่ใช่เรื่องของเจ้าหญิงเจ้าชาย แต่เป็นสัตว์ต่างๆ ตัวนี้นิสัยมันเป็นยังไง วิธีเล่าของแม่มีชีวิตชีวามาก ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แห้งๆ มีความรู้สึกอยู่ในนั้นเยอะมาก ด้วยความที่แม่มีความรักและห่วงใยต่อเรื่องเหล่านี้ เรื่องราวจึงถูกถ่ายทอดออกมาในน้ำเสียงที่เขาเล่า และนั่นทำให้ผมรู้สึกประทับใจและผูกพันกับสัตว์</p>
<p>&#8220;สัตว์แต่ละตัวมีชีวิต มีตัวตน มีความเป็นปัจเจก ไม่ได้เป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน หรือเป็นแค่ทรัพยากรธรรมชาติ ผมไม่ได้มองแบบนั้น แต่มันเป็นเพื่อน เป็นผู้ที่อยู่ร่วมโลกกับเรา</p>
<p>&#8220;เวลาศึกษาเรื่องสัตว์ป่าตอนเด็ก แม่จะพาผมไปที่สวนสัตว์ แต่ไม่ใช่แค่เดินไปดูเสือแล้วก็ไป แม่มีความรู้เยอะ เขาจะเล่าให้ผมฟัง เห็นไหมลูกว่ามันมีชีวิตยังไง มีลายเพื่อพรางตัวอย่างนี้นะ เสืออาศัยอยู่ที่ไหน และในที่สุดนอกจากเรื่องความรู้เกี่ยวกับสัตว์ตัวนั้น แม่เขาจะพูดให้เราเห็นว่าสัตว์ตัวนั้นน่าสงสารนะ มันโดนพรากจากพ่อกับแม่มาอยู่ในกรงแบบนี้ อยู่ห่างไกลจากบ้านมันเพื่อเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์มันให้คนได้รู้จัก แต่ชีวิตของมันก็น่าเศร้า บ้านเคยกว้างขวางแต่กลับต้องมาอยู่ในกรง ดูสิเดินย้อนไปย้อนมาย้ำคิดย้ำทำจนเป็นโรคเครียด</p>
<p>&#8220;การเล่าแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าสัตว์ที่เห็นอยู่ตรงหน้าหน้าตามันเหมือนเสือนะ แต่มันไม่ได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นเสือเลย มันไม่ได้ทำหน้าที่ทางระบบนิเวศที่มันควรจะทำ เป็นอย่างที่มันภูมิใจ เป็นผู้ล่าอันดับหนึ่ง ควบคุมประชากรของกวางบริเวณนั้น ศักดิ์ศรีของมันไม่มีเหลือ เป็นแค่ตัวประดับเฉยๆ</p>
<p>&#8220;ผมเกิดความคิดและมุมมองหลายอย่างจากการถ่ายทอดที่มีความรู้สึกของแม่ มันทำให้ผมได้มองเห็นและเคารพสิทธิของสัตว์ทุกตัว ตัวนี้ ตัวนั้น ตัวไหนก็มีความหมาย มดทุกตัวก็มีคุณค่า มันมีหน้าที่ย่อยสลาย ปลวกที่เราอยากกำจัดเพราะมันมากัดบ้านเรา แม่ก็เล่าให้ฟังว่า ถ้าไม่มีปลวก ต้นไม้ใบไม้หล่นลงมาทับถมจนล้นโลก แถมยังไม่มีการคืนแร่ธาตุให้แก่ดิน ซึ่งของพวกนี้มีให้อ่านได้จริงในตำราถ้าเราไปหาและเปิดอ่าน แต่การที่มีคนหยิบยกประเด็นมาชี้ให้เห็น เล่าให้ฟัง ให้รู้สึกว้าว และค่อยๆ ซึมซับ มันทำให้ผมเห็นว่าไม่ว่าจะตัวใหญ่เท่าปลาวาฬหรือเล็กเท่ามดก็ล้วนมีคุณค่าในโลกทั้งสิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91615" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>หัวใจที่ถูกเปิดประตู</strong></h3>
<p>&#8220;ผมได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ การสูญพันธุ์ของสัตว์ต่างๆ มันเกิดขึ้นเพราะฝีมือมนุษย์นะ การลดลงของถิ่นที่อยู่อาศัย การล่าอะไรต่างๆ แต่ในเมืองไทยตอนนั้นเพิ่งมีนิยมไพรสมาคม ก่อตั้งโดยหมอบุญส่ง เลขะกุล สมัยนั้นหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติวิทยายังไม่มีเลย มีแค่หนังสือ &#8216;ธรรมชาติ นานาสัตว์&#8217; ที่หมอบุญส่งเป็นคนเขียน ผมเก็บไว้หมด เพราะตามอ่าน เขาเป็นเหมือนไอดอลของเรา วันหนึ่งแม่ก็เดินมาบอกว่า ปะ แม่นัดหมอบุญส่งให้ได้แล้ว เราเลยไปหาหมอบุญส่งที่คลินิกแถวบางรัก</p>
<p>&#8220;โอ้โห ตอนเข้าไปในห้องทำงานท่านมีแต่หัวสัตว์ คือท่านเคยเป็นนักล่ามาก่อน แล้วตอนหลังท่านก็ตระหนักและเปลี่ยนมาเป็นนักอนุรักษ์ และยังเป็นนักอนุกรมวิธาน ศึกษาสัตว์ เก็บตัวอย่าง ในลิ้นชักท่านมีซากต่างๆ ของสัตว์เต็มไปหมดเลย มีนกสารพัดพันธุ์ ตอนนั้นท่านกำลังทำหนังสือนกเมืองไทย เป็นหนังสือเกี่ยวกับนกเล่มแรกของไทย ซึ่งผมยังเก็บไว้อยู่จนถึงวันนี้ชื่อ <em>Bird Guide of Thailand</em> ทั้งหมดภายในเล่มท่านเป็นคนวาดเอง ช่วงที่เราไปท่านกำลังทำหนังสือเล่มนี้อยู่ กำลังนั่งวาดภาพภายในเล่ม บนโต๊ะเต็มไปด้วยหนังกับซากนกต่างๆ ท่านใจดีให้เวลากับเด็กคนนี้ ผมเลยได้นั่งคุยกับท่านเรื่องสัตว์ต่างๆ ในเมืองไทย</p>
<p>&#8220;ท่านบอกว่าเราสนใจจริง ตอนนั้นท่านก็มีอายุพอสมควรแล้ว เริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพต่างๆ เลยชวนว่ามีกิจกรรมชมรมดูนกกรุงเทพฯ ไปร่วมกันได้ ท่านดีใจที่มีเด็กสนใจเรื่องราวเหล่านี้ แม่เห็นว่าผมสนใจเลยพยายามจะเปิดประตูสู่เรื่องราวเหล่านี้ให้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91617" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&#8220;พอโตขึ้นแม่ก็มีโอกาสพาผมไปป่า สมัยนั้นไปเขาใหญ่เป็นเรื่องใหญ่นะ ถนนหนทางก็ไม่ค่อยดี เราไปตั้งแคมป์กัน สนุกสนานมาก ตอนนั้นผมเริ่มชอบเรื่องดูนกแล้ว เพราะที่บ้านมีต้นตะขบออกลูกเต็มไปหมด มีนกพญาไฟตัวผู้สีแดงแจ๊ด มีนกเขียวก้านตองตัวสีเขียวสวยมากมาหากินอยู่ใกล้ๆ โห มันสวยมากเลย หนังสือคู่มือดูนกของหมอบุญส่งก็วางอยู่ใกล้ๆ บนชั้น เมื่อก่อนผมแค่เปิดอ่านเล่นๆ แต่คราวนี้ผมเอาจริง</p>
<p>&#8220;เราเริ่มอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างจริงจังเพื่อหาว่านกสวยๆ ที่เราเห็นชื่ออะไร เป็นยังไง สมัยนั้นมีนกอยู่ในหนังสือแค่ 700 ชนิดเอง แต่ตอนนี้เข้าไปพันกว่าชนิดแล้ว นกในเมืองไทยเยอะมาก ความหลากหลายของนกมีสูงมาก ผมอยากรู้จักอยากเห็นนกชนิดต่างๆ แล้วต้องไปดูที่ไหนนะ ก็ยิ่งศึกษา ตอนไปเดินป่ากับแม่ผมก็จะได้ดูนกเยอะมาก แต่สิ่งที่สนุกคือแม่ไม่ได้รู้จักชื่ออะไรในป่ามากเท่าไหร่ เพราะแม่เกิดและโตที่อังกฤษ เขาเลยไม่ค่อยรู้จักว่าป่าไทย สัตว์ไทย มีชื่อว่าอะไร แต่ที่เมืองนอกเขาสอนนักเรียนต่างกับไทย เขาไม่ได้สอนวิชาการอะไรเยอะแยะ เขาสอนแค่ ศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ ให้กับเด็กช่วงอนุบาล 3</p>
<p>&#8220;แม่บอกกับผมว่า สิ่งที่แม่คิดว่าจำเป็นที่สุดในชีวิตแม่คิดว่าแม่เรียนจบหมดแล้วในชั้นอนุบาล หลังจากนั้นเป็นวิชาที่เอาไว้ให้คนไปใช้ทำมาหากิน เป็นวิชาชีพแล้ว แต่ศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ มันคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์ แม่มองว่าแบบนั้นทำให้เราอยู่ในโลกนี้อย่างมีคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91609" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>หัวใจที่ละเอียดอ่อน</strong></h3>
<p>&#8220;ผมคิดว่าแม่พยายามถ่ายทอดสิ่งนี้กับผม เวลาเข้าป่ากับแม่ แม่จะไม่ได้ชี้บอกว่าสิ่งนั้นชื่อนี้ ชื่ออะไรเลย มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ โอเค ชื่อมันสำคัญในแง่ที่เราจะใช้ในการไปเปิดค้นข้อมูลเพิ่มเติม แต่แม่มองทุกอย่างเป็นเชิงระบบ อย่างในสังคมมนุษย์เรามีหมอ มีครู มีนักหนังสือพิมพ์ มีแม่ค้า มีช่างซ่อมรถ มีอาชีพที่หลากหลาย เวลาเข้าป่าสังคมป่าก็เป็นอย่างนั้น สัตว์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น ต่างก็มีอาชีพเฉพาะของมัน ยิ่งมีอาชีพเยอะและหลากหลายเท่าไหร่ สังคมป่าก็จะเป็นสังคมที่เสถียรภาพดี ประเภทให้คนคิดเหมือนกันหมด มันเป็นไปไม่ได้</p>
<p>&#8220;ในป่าเวลาที่มีความหลากหลาย พอมีอะไรเข้ามามันก็จะสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงและกลับมาฟื้นฟูหรือปรับตัวได้มากกว่า แม่พยายามอธิบายให้ผมเห็นว่าสัตว์แต่ละชนิด ต้นไม้แต่ละต้น มีอาชีพอะไร ทำหน้าที่อะไร ทำไมเถาวัลย์ถึงเป็นอย่างนั้น</p>
<p>&#8220;สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในป่าและทุกคนแย่งกันคือแสงแดด ต้นไม้ทุกต้นต่างแย่งกัน บางต้นก็เริ่มต้นจากเมล็ดเล็กๆ ยืนด้วยลำแข้งตนเองจนสามารถกลายเป็นไม้ใหญ่ แต่โอกาสแบบนั้นบางทีก็ยากมากเพราะโอกาสข้างบนถูกจับจองหมดแล้ว มันไม่มีทางจะแทงยอดขึ้นไป ยกเว้นว่าจะมีต้นหนึ่งล้มไป อีกต้นหนึ่งก็ขึ้นไปแทนที่ เหมือนที่ดินแถวนิมมานเหมินทร์ (หัวเราะ) ต้นไม้บางต้นอาจไม่ไหวหรอก ก็ใช้เถาวัลย์</p>
<p>&#8220;เวลาแม่เจอเถาวัลย์ก็จะชี้ให้เห็นว่า ลูกเห็นไหม มันเกาะคนอื่นขึ้นไปบนยอด วิธีนี้ก็ไม่ต้องลงทุนสร้างตัวเองให้แข็งแรง แต่คุณต้องมีความยืดหยุ่น มีความเหนียว ลมพัดแล้วไม่เป็นไรนะ ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เราที่อยากไต่เต้าให้สูงๆ บางทีก็ใช้วิธีเลียแข้งเลียขาเขาขึ้นไป แต่ถ้าต้นไม้นั้นล้มหรือถูกเกษียณไปแล้วคุณเกาะอยู่ตรงนั้น คุณก็จะเสียไปด้วย</p>
<p>&#8220;แม่เป็นคนที่เปรียบเปรยเก่ง เชื่อมโยงทุกๆ อย่าง ทำให้ผมเห็นภาพว่าทุกอย่างไม่ได้แยกส่วนจากกัน ไม่ได้แบ่งวิทยาศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ เวลาเขาสอนเรื่องป่าก็สอนเรื่องสังคมไปด้วย เขามองเห็นความเชื่อมโยงได้ดี และนั่นทำให้เราเห็นภาพต่างๆ มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91622" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&#8220;เวลาเจอใบไม้มีลวดลายหยึกๆ หยักๆ แม่ก็จะชอบเก็บ แค่ใบไม้ที่มีลวดลาย มันก็มีนิทานแล้ว มันคืออะไร มันเป็นหนอนที่ไชใบไม้ เขาเรียกว่า leaf miner เป็นตัวทำเหมืองในใบไม้ เริ่มต้นจากวางไข่ตรงนี้ พอมันกินใบไม้ไปเรื่อยๆ ตัวใหญ่ขึ้นๆ ทางมันก็จะค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ลายบนใบก็จะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ลวดลายบนใบไม้นั้นก็มีความหมายขึ้นมาทันที</p>
<p>&#8220;วิทยาศาสตร์มันสนุกน่าสนใจ แต่ขณะเดียวกันมันก็มีความงามทางศิลปะ ในใบไม้ทุกใบมีนิทานอยู่ในนั้น แม่มักเก็บสิ่งเหล่านี้ เราก็ด้วย ทุกอย่างมีเรื่องราวของมัน หลายครั้งเราไม่มองอะไรให้มันละเอียด ถามว่าลิงมีกี่ชนิด ลิงก็คือลิง มีใครรู้บ้างว่าในเมืองไทยลิงมีตั้ง 5 ชนิด หรืออย่างกวาง ทุกคนเรียกกวาง จริงๆ มันมีกวางแซมบาร์ มีสมัน เนื้อทราย เก้ง ทุกอย่างมีรายละเอียดของมันถ้าเรามองให้ละเอียด</p>
<p>&#8220;ถ้าลงรายละเอียดไปยิ่งกว่านั้นจะพบว่าแต่ละตัวมีอาชีพที่แตกต่างกันนิดหน่อย กินพืชเหมือนกัน ใช่ แต่รายละเอียดการกิน ที่อยู่อาศัยนั้นแตกต่างกัน พอเรามองอย่างนี้ ทุกตัวจึงมีความหมายมาก ทุกตัวต่างก็เป็นฟันเฟืองของโลก ถ้ามันถูกทำลายหรือสูญพันธุ์ไป มันจึงกระทบการทำงานทั้งระบบ&#8221;</p>
<p>&#8220;แม่นำให้ผมเริ่มหยุดมอง พอเห็นความมหัศจรรย์ต่างๆ ผมก็คิดว่าน่าเสียดาย ถ้าจะมองทุกอย่างแบบผ่านๆ เราพลาดอะไรไปเยอะจริงๆ เราขับรถเลนส์ขวาไปถึงจุดหมายเร็วก็อาจจะพลาด ไม่รู้ว่าเส้นนั้นมีร้านส้มตำที่มีลูกสาวสวยอยู่ก็เป็นได้ (หัวเราะ)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91603" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>วันที่หัวใจหมอเปลี่ยนเป็นสีเขียว</strong></h3>
<p>&#8220;ตอนเด็กผมยังไม่ได้คิดอะไร สนุกที่จะได้มองได้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะมาเป็นผู้ส่งสาร จนกระทั่งเหตุการณ์หนึ่งตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษา</p>
<p>&#8220;ตอนนั้นผมอยู่ชมรมอนุรักษ์ พวกเรากำลังจะพาคนไปศึกษาธรรมชาติในป่าต่างๆ คิดแค่ว่าอยากให้คนหันมาสนใจเรื่องแบบนี้เหมือนกับเรา วันนั้นชมรมเราไปออกค่ายกันที่เขาใหญ่ ไปนอนกันที่คลองอีเฒ่า เดินเข้าไปในป่าที่ไกลจากที่ทำการอุทยานพอสมควร</p>
<p>&#8220;คืนนั้นเราพักกันในกระต๊อบเก่าๆ หลังหนึ่ง ฝนตกหนัก อยู่ดีๆ ก็มีเสียงตู้มดังมาก เราพยายามไม่คิดอะไรให้เสียบรรยากาศ คงเป็นต้นไม้ใหญ่ล้มมั้ง พอรุ่งเช้า ผมกับเพื่อนๆ ออกไปเดินกันตามชายป่า เจอรอยตามทุ่งหญ้าเป็นหลุมๆ เมื่อเทียบรอยหญ้าแล้วมันขนาดราวกระทิง เป็นรอยของกระทิงที่มานอนแถวนี้แน่ๆ พวกเราจึงเดินกันต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เจอกับก้อนสีดำๆ ตอนแรกผมคิดว่าต้องเป็นก้อนหิน แต่ผิด หากมองให้ดี ข้างหน้าของเราคือกระทิง &#8230;เพียงแต่มันไม่มีหัวแล้ว</p>
<p>&#8220;ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราเคยเห็นภาพการล่าสัตว์ตามสื่อต่างๆ แต่ไม่ใช่เจอกับตัวต่อหน้าอย่างนี้ มันยังสดอยู่เลย เลือดที่คอยังไหลอยู่ พวกเราทุกคนในวันนั้นต่างช็อก สิ่งที่ฆ่ากระทิงตัวนี้ก็คือเสียงตู้มเมื่อคืนนั้นเอง</p>
<p>&#8220;นอกจากหัวของกระทิง คนที่ฆ่ากระทิงตัวนี้ไม่ได้เอาเนื้อส่วนใดไปเลย เขาไม่ได้เป็นคนหิวโซ แล้วใครกันที่ต้องการหัวกระทิง การเอาไปประดิษฐ์ข้างฝามันได้อะไรขึ้นมา ถ้ากระทิงตัวนี้ยังมีหัวอยู่ ป่านนี้มันคงออกลูกออกหลานไปตั้งเท่าไหร่แล้ว บ้าหรือเปล่ามนุษย์ ฆ่าโดยที่ไม่ได้โกรธหรือไม่ได้เพื่อป้องกันตัวใดๆ ทั้งสิ้น แต่ฆ่าเพื่อเอาหัวไปประดับ ตอนนั้นผมรู้สึกละอายในความเป็นคนมาก</p>
<p>&#8220;ผมยังจำบรรยากาศวันนั้นได้ มันเศร้า ฝนตกลงมาหนัก หนักจนผมไม่รู้ว่าใบหน้าเปียกน้ำฝนหรือน้ำตา พวกเราเดินออกจากป่ามาด้วยความรู้สึกหัวใจหนักอึ้ง หนักไปถึงเท้าเลย คุยกับเพื่อนว่ามันเป็นประสบการณ์ที่แย่มาก ก่อนที่จะไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่แล้วเขาก็ออกลาดตระเวนด่วน</p>
<p>&#8220;ปกติเวลากระทิงเจอคนมันก็หนีแล้ว มันมีเขาก็จริงแต่มันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง เคี้ยวหญ้า มันไม่ทำร้ายคนยกเว้นหากต้องป้องกันตัว ผมเจอกระทิงทีไรมันวิ่งหนีทุกที ไม่ได้เก่งอะไร แต่เหตุการณ์วันนั้นมันสะเทือนหัวใจเรามาก จนตอนนั้นต้องบอกกับตัวเองว่า ไม่ได้แล้ว ผมไม่สามารถมาเพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างเดียวได้อีกต่อไปได้ จากหลายเหตุการณ์ที่สะสมอยู่ข้างในมาตลอด สุดท้ายเราก็ไม่ไหวเมื่อเจอกับเหตุการณ์นี้</p>
<p>&#8220;ตอนนั้นเลยเกิดความตั้งใจมากที่จะสื่อสารเรื่องเหล่านี้ออกไป หาแนวร่วม และต้องการทำงานด้านอนุรักษ์ เป็นคนสื่อความหมาย อยากสื่อสารเรื่องสัตว์และเรื่องป่าให้สังคมรู้&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91611" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>หัวใจของการสื่อความหมายคือการเล่าเรื่องให้สนุกน่าสนใจ</strong></h3>
<p>&#8220;ตอนนั้นมีกิจกรรมนักสื่อความหมายโดยมีพี่สุรชัย ท้วมสมบูรณ์ หรือพี่ต้อย ที่จัดกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อม ตอนนี้เกษียณไปแล้ว พี่ต้อยเคยมาเป็นหัวหน้าอุทยานดอยอินทนนท์ เป็นคนที่สร้างขบวนการนักศึกษา เป็นผู้เคลื่อนไหวเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมเคยไปร่วมค่ายกับท่านและเห็นวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวในป่าไปจนถึงกิจกรรมเกมธรรมชาติต่างๆ ก็เกิดความสนใจ รู้สึกว่าดีจัง ในตอนนั้นผมถึงได้เข้าใจว่าการทำให้คนหันมาสนใจธรรมชาติ เราต้องพาเขาไปสัมผัสกับธรรมชาติก่อน สิ่งพวกนี้ไม่สามารถอ่านในหนังสือหรือหาอะไรมาทดแทนได้</p>
<p>&#8220;ตอนที่ผมเรียนจบแพทย์ ผมตัดสินใจไปทำงานที่โรงพยาบาลในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เลือกที่นี่เพราะมีอุทยานแห่งชาติ มีป่าและสัตว์ป่าเยอะ ผมไปติดต่อครูในโรงเรียนที่นั่นว่าขอเข้าไปตั้งชมรมอนุรักษ์ได้ไหม เข้าไปสอนเรื่องสิ่งแวดล้อมกับเด็กๆ ขอทำค่ายพาเด็กไปสัมผัสกับธรรมชาติ ไปค้นตำราจากต่างประเทศเกี่ยวกับเกมศึกษาทางธรรมชาติที่เรียกว่า Nature Game เพื่อสร้างเกมขึ้นมาให้เด็กๆ ได้เล่นและเรียนรู้</p>
<p>&#8220;เด็กๆ ที่ผมเห็นไปไล่ยิงนกแถวโรงพยาบาล ผมเลยชวนให้มาดูนกกันดีกว่า เอากระดาษให้เขาวาดรูปนกที่เจอ ตั้งเป็นชมรมเด็กรักนก พยายามเปลี่ยนให้เขาไม่ไปล่าสัตว์ วางหนังสติ๊กแล้วหันมาดูนก ผมค่อยๆ เริ่มต้นจากกลุ่มเล็กๆ ใกล้ตัว แชร์ความตื่นเต้นและความรักที่เรามีให้กับเด็ก ให้เขาอินและสนุกไปกับกิจกรรมด้วย กระทั่งมาช่วยกันป้องกันเวลาใครจะมายิงนก ผมเริ่มสนุกที่ได้ทำงานแบบนี้ เราปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ลงในใจของเขา เห็นประกายในแววตาของพวกเขา เด็กเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะถนอมโลก อ่อนโยนต่อสิ่งรอบตัว มันตอบความรู้สึกของเราด้วย มันทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า ผมเอาประสบการณ์เหล่านี้มาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ที่ทำเหมือนกัน กิจกรรมจึงเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&#8220;เป็นเรื่องยากนะ ถ้าคนที่ไม่เคยเข้ามาสัมผัสป่า ไม่ได้ผูกพันกับมัน เพราะอะไรก็ตามถ้าเราไม่รู้จักมัน ไม่มีทางที่เราจะรักมัน ไม่ได้อยากปกป้องรักษาหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นภาระต่อโลกนี้น้อยลง เพราะไม่รู้สึกเชื่อมโยง ไม่รู้จัก หัวใจเขายังไม่เคยได้สัมผัสกับความงดงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ที่เราต้องทำคือการพาเขากลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเขากับธรรมชาติ ต้องทำให้เขามองเห็น ได้เข้าใจ ได้รู้จัก ได้สัมผัส จนเห็นความงดงามของธรรมชาติ เห็นความสวยของดอกไม้ ได้กลิ่นหอมของมัน เห็นลำธารใส ให้เขาเกิดความรัก หรือรู้สึกว่าต้องอ่อนโยนต่อสิ่งต่างๆ ในโลก พอรู้สึกเชื่อมโยงแล้วเขาอยากปกป้องมันเอง&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91619" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&#8220;ผมอยากเชื่อมนักวิทยาศาสตร์กับสังคมเข้าไว้ด้วยกัน งานวิจัยเป็นของนักวิทยาศาสตร์ คนทั่วไปเข้าถึงยาก มันต้องทำให้เกิด popular science เพื่อให้สังคมเข้าถึง ผมจะทำยังไงให้หยิบยกเรื่องเหล่านี้มานำเสนอแล้วคนรู้สึกว้าว</p>
<p>&#8220;ตอนทำงานอนุรักษ์นกเงือก เราทำกิจกรรมประกวดวาดรูปนกเงือก กิจกรรมระบายสีบนกำแพง ทำให้นกเงือกเป็นทูตทางธรรมชาติเพื่อให้คนไทยได้มาสนใจป่าเมืองไทย นกเมืองไทยมันมหัศจรรย์มากเลยนะ เป็นสัตว์ดาราที่จะทำให้คนหันมาสนใจป่า ตอนนั้นเหมือนการปั้นดาราเลย เพราะผมรู้ว่าถ้านกเงือกอยู่ได้ สัตว์ชายขอบต่างๆ ที่มีความสำคัญมากต่อระบบนิเวศอย่างหอยทาก ทากดูดเลือด แมงมุม ที่คนรังเกียจ แต่จริงๆ แล้วพวกมันซึ่งเป็นฟันเฟืองเล็กๆ เหล่านี้สำคัญมาก แต่มันไม่มีช่องเฉพาะส่วนตัวเหมือนแพนด้า มันเลยยากไปอีกขั้น แต่ถ้ารักษานกเงือกให้อยู่ได้ สัตว์ต่างๆ เหล่านี้ก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย ระบบนิเวศก็ไปได้หมด</p>
<p>&#8220;บางทีคนอาจจะมองว่าเราพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ มาตลอด ไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ ผมก็คิด แต่ผมก็รู้สึกว่าไอ้เรื่องเดิมๆ นี่แหละ เรายังต้องสื่ออยู่นะ ยังมีคนไม่เข้าใจว่าทำไมการสร้างฝายเป็นการทำลายระบบนิเวศ ยังคงมีการรณรงค์ให้ไปสร้างฝายตลอดเวลา ผมก็ต้องไปนั่งอธิบาย ไปนั่งทะเลาะกับเขาอยู่ตลอด เป็นเรื่องที่เราพูดซ้ำ บางทีก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน คนมาอ่านก็อาจจะรู้สึกว่าผมพูดเรื่องเดิมๆ แต่ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็น</p>
<p>&#8220;เรื่องการถ่ายทอดให้น่าสนใจ ถ่ายทอดให้สนุก ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากแม่ เขาอยู่ในตัวเราตลอดเวลา ผมคิดอย่างนั้น ผมทำไม่ได้ถ้าผมไม่ได้สิ่งนี้จากแม่ การถ่ายทอดให้เห็นภาพ การเปรียบเปรยการทำงานของธรรมชาติกับสิ่งที่เราคุ้นเคย เป็นเรื่องซับซ้อนมากๆ แต่ถ้าเราเข้าใจมันจริงๆ เราจะย่อยให้มันดูง่ายได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องพูดศัพท์ภาษาละตินหรือภาษาวิชาการอะไรมากมาย ทำให้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ไม่ใช่ง่ายจนไม่มีอะไรนะ เพราะในเรื่องง่ายๆ นั้นยังคงมีความซับซ้อน มีเรื่องราวอยู่ แต่มันว้าว ผมมองว่านี่คือทักษะที่ผมมีและได้จากแม่</p>
<p>&#8220;ผมสามารถหยิบจุดเด่นของเรื่องราวที่จะบอกมาเล่าให้มันสนุกและน่าสนใจได้ ผมเลยทำตรงนี้มาถึงวันนี้ ผมคิดว่าผมทำต่อจากสิ่งที่แม่ทำ สืบสานสิ่งที่แม่ทำ ถึงวันหนึ่งเราก็ทำได้มากกว่าแม่ เพราะยุคแม่ยังไม่มีเครื่องมืออย่างทุกวันนี้ สังคมก็ตื่นเยอะ พร้อมรับสารมากขึ้น สมัยนั้นพูดเรื่องอนุรักษ์ไม่มีใครฟัง เดี๋ยวนี้คนสนใจมากขึ้น เด็กรุ่นใหม่สนใจเรื่องเหล่านี้เยอะมาก และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91626" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><strong>หัวใจของนักอนุรักษ์</strong></h3>
<p>&#8220;คนทำงานสิ่งแวดล้อมสำหรับผมต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีประมาณหนึ่ง ไม่งั้นมันจะปวดหัวใจมาก เราจะเห็นว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมมีแต่ข่าวร้าย มันจะสำเร็จไหม เราจะสู้ไหวไหมกับสารพัดกระแสสังคมที่ถาโถมเข้ามา การบริโภคนิยม อำนาจทุนในทางที่ไม่ดีต่างๆ อีกมากมาย ตอนทำงานด้านนี้แรกๆ ผมก็รู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวอยู่เหมือนกัน</p>
<p>&#8220;ในณะที่อาชีพหมอมันได้รับการตอบสนองทันที คือคนไข้หายปุ๊บเราก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว คนไข้ยกมือไหว้ขอบคุณ เรารู้สึกว่ามันสำเร็จ เลยเกิดเสพติดความรู้สึกนี้เหมือนกัน ผมเสพติดความรู้สึกอยากมีคุณค่า อยากมีประโยชน์ งานสิ่งแวดล้อมมันมีประโยชน์มาก แต่มันเหมือนน้ำซึมทีละน้อยใช้เวลานาน ต้องพยายามเตือนตัวเองให้มองโลกในแง่ดีว่าสิ่งที่เราทำมันค่อยๆ เกิดขึ้นนะ</p>
<p>&#8220;ผ่านมาหลายสิบปี มองย้อนไปก็เห็นเด็กที่เราเคยพาไปดูนก ถึงแม้เขาไม่ได้ออกมาเป็นนักอนุรักษ์ แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นวิศวกร เป็นนักหนังสือพิมพ์ เราได้สัมผัสหัวใจของเขา มีผลต่อความคิด มุมมอง และเปิดประตูสู่โลกธรรมชาติของเขา ผมว่ามันเกิดผลนะ และมันค่อยๆ ขยายไปเรื่อยๆ จนวงการอนุรักษ์ ณ วันนี้แข็งแรงขึ้น แตกแขนงออกไปเยอะมาก นี่เป็นเรื่องที่ดี&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91614" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><strong>รักษาโลกช่วยรักษาโรคของหัวใจ</strong></h3>
<p>&#8220;ถ้าเรารักษาธรรมชาติของโลกนี้ได้ ไม่ปล่อยให้โลกร้อนไปกว่านี้ ไม่เกิดความผันผวนทางภูมิอากาศ เราก็ไม่เกิดอุบัติการณ์โรคใหม่ หากมนุษย์เราเข้าใจว่าเราตัดขาดจากธรรมชาติขนาดไหนในวิถีชีวิตตอนนี้ เราหลุดจากวิถีที่ควรจะเป็นขนาดไหน ถ้ากลับคืนมาได้ ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น ภาวะโรคทางจิต อย่างโรคซึมเศร้า ความเครียดที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงต่างๆ จะดีขึ้นมาก</p>
<p>&#8220;มันมีศาสตร์ที่เข้ามาศึกษาเรื่องการบำบัดแบบนี้อยู่นะ อย่างญี่ปุ่นก็มีชินรินโยคุ หรือการอาบป่า หมอจะเขียนเลยนะ คุณเป็นโรคหัวใจใช่ไหม เป็นความดันโลหิตสูง คุณไปอาบป่านะ ไปใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ตอนที่เราใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติเราจะรู้สึกเลยนะว่าใจที่มันฟุ้งอยู่จะค่อยๆ นิ่ง ความดันลดลง อัตราการเต้นของหัวใจลดลง สมาธิเกิด ปราศจากความวุ่นวาย ปัญญาเกิด เพราะป่ามีผลต่อระบบการทำงานของร่างกายเราอย่างมาก</p>
<p>&#8220;ผมก็ยังไม่เข้าใจที่มาที่ไปทั้งหมด แต่ผมรับประกันได้ ผมพาคนเข้าป่า เวลาออกจากป่าเขาจะรู้สึกว่าสดชื่น เราจะไม่ได้ความรู้สึกนี้เวลาไปห้างแน่ๆ กลับกัน การเดินห้างเสร็จมันเป็นความรู้สึกหมดแรงนะ เวลาไปป่ามันก็เหนื่อย แต่ทำไมกลับมามันรู้สึกสดชื่นก็ไม่ทราบ</p>
<p>&#8220;หลายทฤษฎีพยายามอธิบายเรื่องนี้ ต้องยอมรับว่าคนยังไม่เข้าใจมันทั้งหมด แต่ผมบอกได้ว่ามันมีพลังในการเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ เยียวยาร่างกายและหัวใจที่บอบช้ำจากความเครียดที่เป็นผลมาจากการดำเนินชีวิตในเมือง&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91610" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91620" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>หัวใจสีเขียวที่ถูกบันทึกลงในสมุด</strong></h3>
<p>&#8220;Helen Keller นักเขียนชาวอเมริกัน เคยบอกว่า &#8216;The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched. They must be felt with the heart. (ความงามที่งดงามที่สุดในโลกมันไม่สามารถรับรู้ด้วยตาหรือสัมผัสด้วยมือ แต่ต้องรับรู้ด้วยใจ)</p>
<p>&#8220;รูปที่ผมวาดและจดลงไปในสมุด หากมองที่ปลายทางมันก็ไม่ได้สวยงามอะไร สิ่งสำคัญมันคือกระบวนการ ถ้าเรามาตัดสินด้วยผลสุดท้าย เรื่องความสวย ความเหมือน ภาพที่ผมวาดมันก็ไม่ใช่ภาพที่เหมือนจริง แต่กระบวนการตอนที่ผมวาดมันทำให้ผมได้มองธรรมชาติด้วยตาและหัวใจที่ละเอียดมากขึ้น</p>
<p>&#8220;เราพยายามทำความรู้จักกับมัน ตั้งแต่มอง เริ่มวาด จรดปากกาบนกระดาษ เริ่มเขียนและพยายามเข้าใจลักษณะและรูปทรงของมัน อะไรคือพฤติกรรมของนกตัวนั้น เรามองมันอย่างจริงจังไม่ใช่แค่สปีชีส์ แต่มันคือตัวนั้น มันมีนิสัยแบบนี้ มันเป็นปัจเจก มันมีตัวตน มีชีวิตของมันเอง มีข้อมูลมากมายที่สื่อพฤติกรรมความเป็นปัจเจกของมัน เราเห็นมันกระโดดมาอย่างนี้ มันเดินไต่ดุ๊กๆ มาอย่างนี้ เรารู้สึกยังไง</p>
<p>&#8220;การบันทึกสิ่งเหล่านี้ลงไปมันทำให้เรารู้สึกว่าได้เชื่อมกับธรรมชาติ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-91599" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/หมอหม่อง-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจรับชมเรื่องราวและความรู้จำนวนมากที่ถูกบันทึกลงในสมุดธรรมชาติของหมอหม่อง ยังสามารถเข้าไปชมได้ที่นิทรรศการ &#8216;บันทึกป่าของหมอหม่อง&#8217; รวมถึงรับชมภาพยนตร์สารคดี <em>Dr Birdman</em> ตั้งแต่วันนี้ &#8211; 31 พฤษภาคม 2563 ณ Cinema Oasis</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/doctor-rangsarit-kanjanavanit/">นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ : วันที่หมอหัวใจเปลี่ยนหัวใจตนเองเป็นสีเขียวเพื่อรักษาโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จ๊ะจ๋า-ไนซ์ : โชคดีแค่ไหนที่ไม่สมบูรณ์แบบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/jajah-nice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Feb 2020 12:00:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[social movement]]></category>
		<category><![CDATA[จ๊ะจ๋า จิณจุฑา จุ๋นวาที]]></category>
		<category><![CDATA[โรคกระดูกเปราะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91427</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าคุณรู้ว่าเวลาชีวิตของตัวเองเหลืออยู่เท่าไหร่ คุณอยากทำอะไรในเวลาอันจำกัด จ๊ะจ๋า จ๊ะจ๋า–จิณจุฑา จุ่นวาที ป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะตั้งแต่กำเนิด เพราะแม่แท้ๆ กินยาขับเลือดระหว่างตั้งครรภ์เพื่อทำแท้งแต่ไม่สำเร็จ จ๊ะจ๋าจึงคลอดออกมาพร้อมกระดูกสันหลังรูปตัวเอสโค้งผิดรูป รวมทั้งกระดูกในร่างกายที่เปราะบางเป็นพิเศษ หากได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยกระดูกก็สามารถหักได้อย่างง่ายดาย 34 ครั้งคือตัวเลขจำนวนการผ่าตัดล่าสุดที่เธอเคยเข้ารับ ซึ่งแต่ละครั้งก็มีระดับความทรมานและกินเวลาพักฟื้นยาวนานแปรผันตามอายุที่มากขึ้น แต่ในจำนวนทั้งหมด จ๊ะจ๋าจำได้ดีว่าครั้งที่ทรมานที่สุดเกิดขึ้นตอนเธออายุ 10 ขวบ&#160; ตอนนั้น หมอสันนิษฐานว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงแค่ 20 ปี มองจากมุมของผู้ใหญ่ 10 ปีดูเป็นเวลาแสนสั้น แต่มันยิ่งกระชั้นมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก 10 ขวบที่เพิ่งได้ลิ้มรสความสนุกสนานของเยาว์วัย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จ๊ะจ๋าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองคือคนพิการ เธอแค่รู้ว่าตัวเองมีเงื่อนไขร่างกายพิเศษกว่าคนอื่นจนต้องใช้ไม้ค้ำและจักรยานเพื่อช่วยเคลื่อนไหว&#160; กว่าจะรู้ว่าตัวเองเปราะบางแค่ไหน ก็วันที่รู้ว่าต้องนั่งวีลแชร์และใช้เวลาชีวิตที่เหลืออยู่อีก 10 ปีบนวีลแชร์ตัวนี้เท่านั้น ท่ามกลางอารมณ์แหลกสลายกับความฝันพังทลายของเด็กสาว จ๊ะจ๋าสัญญากับตัวเองว่า 10 ปีหลังจากนั้นจะต้องเป็น 10 ปีที่ดีที่สุดของชีวิต อยากทำ-ได้ทำ จ๊ะจ๋า หากมองย้อนกลับไป เงื่อนไขทางร่างกายยังไม่ใช่เรื่องบีบหัวใจที่สุดที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกคนหนึ่ง เพราะหลังคลอด แม่แท้ๆ ของจ๊ะจ๋าก็ทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาลทันที ก่อนที่ภรรยาหลวงของผู้เป็นพ่อจะรับเธอไปเลี้ยงที่บ้าน&#160; ที่นั่นจ๊ะจ๋าได้พบกับแม่นกแก้ว คนในครอบครัวฝั่งพ่อผู้กลายเป็นแม่บุญธรรมของจ๊ะจ๋าในภายหลัง “ตั้งแต่จำความได้ เราสงสัยมาตลอดว่าแม่จริงๆ เขาทิ้งเราเพราะอะไร ทำไมคนที่บ้านพ่อให้เหตุผลกับเราไม่เหมือนกันสักคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jajah-nice/">จ๊ะจ๋า-ไนซ์ : โชคดีแค่ไหนที่ไม่สมบูรณ์แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณรู้ว่าเวลาชีวิตของตัวเองเหลืออยู่เท่าไหร่ คุณอยากทำอะไรในเวลาอันจำกัด</span><span style="display:none;"> จ๊ะจ๋า </span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>จ๊ะจ๋า–จิณจุฑา จุ่นวาที</strong> ป่วยเป็น<a href="https://www.google.com/search?q=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0&amp;rlz=1C1CHBF_thTH922TH922&amp;oq=%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0&amp;aqs=chrome..69i57j0i19l2j0i19i30l6j0i5i19i30.2630j0j7&amp;sourceid=chrome&amp;ie=UTF-8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โรคกระดูกเปราะ</a>ตั้งแต่กำเนิด เพราะแม่แท้ๆ กินยาขับเลือดระหว่างตั้งครรภ์เพื่อทำแท้งแต่ไม่สำเร็จ จ๊ะจ๋าจึงคลอดออกมาพร้อมกระดูกสันหลังรูปตัวเอสโค้งผิดรูป รวมทั้งกระดูกในร่างกายที่เปราะบางเป็นพิเศษ หากได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยกระดูกก็สามารถหักได้อย่างง่ายดาย</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-21.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">34 ครั้งคือตัวเลขจำนวนการผ่าตัดล่าสุดที่เธอเคยเข้ารับ ซึ่งแต่ละครั้งก็มีระดับความทรมานและกินเวลาพักฟื้นยาวนานแปรผันตามอายุที่มากขึ้น แต่ในจำนวนทั้งหมด จ๊ะจ๋าจำได้ดีว่าครั้งที่ทรมานที่สุดเกิดขึ้นตอนเธออายุ 10 ขวบ&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้น หมอสันนิษฐานว่าเธอจะมี<a href="https://adaymagazine.com/category/life/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ชีวิต</a>อยู่ได้ถึงแค่ 20 ปี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มองจากมุมของผู้ใหญ่ 10 ปีดูเป็นเวลาแสนสั้น แต่มันยิ่งกระชั้นมากยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก 10 ขวบที่เพิ่งได้ลิ้มรสความสนุกสนานของเยาว์วัย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จ๊ะจ๋าไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองคือคนพิการ เธอแค่รู้ว่าตัวเองมีเงื่อนไขร่างกายพิเศษกว่าคนอื่นจนต้องใช้ไม้ค้ำและจักรยานเพื่อช่วยเคลื่อนไหว&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">กว่าจะรู้ว่าตัวเองเปราะบางแค่ไหน ก็วันที่รู้ว่าต้องนั่งวีลแชร์และใช้เวลาชีวิตที่เหลืออยู่อีก 10 ปีบนวีลแชร์ตัวนี้เท่านั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางอารมณ์แหลกสลายกับความฝันพังทลายของเด็กสาว จ๊ะจ๋าสัญญากับตัวเองว่า 10 ปีหลังจากนั้นจะต้องเป็น 10 ปีที่ดีที่สุดของชีวิต</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-29.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91533" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><b>อยากทำ-ได้ทำ</b><span style="display:none;"> จ๊ะจ๋า </span></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">หากมองย้อนกลับไป เงื่อนไขทางร่างกายยังไม่ใช่เรื่องบีบหัวใจที่สุดที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกคนหนึ่ง เพราะหลังคลอด แม่แท้ๆ ของจ๊ะจ๋าก็ทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาลทันที ก่อนที่ภรรยาหลวงของผู้เป็นพ่อจะรับเธอไปเลี้ยงที่บ้าน&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ที่นั่นจ๊ะจ๋าได้พบกับแม่นกแก้ว คนในครอบครัวฝั่งพ่อผู้กลายเป็นแม่บุญธรรมของจ๊ะจ๋าในภายหลัง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่จำความได้ เราสงสัยมาตลอดว่าแม่จริงๆ เขาทิ้งเราเพราะอะไร ทำไมคนที่บ้านพ่อให้เหตุผลกับเราไม่เหมือนกันสักคน จนกระทั่งเราได้รู้จากปากเขาจริงๆ เมื่อนัดเจอเขาตอนเราเรียน ม.3 เขาบอกว่าคุณยายที่เป็นแม่ของเขาไม่อยากเลี้ยงเราเพราะรู้ว่าเราพิการ เราก็โอเค จบ ไม่อยากรู้อะไรต่อไปแล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเด็กๆ เราอยากอยู่กับเขานะ อยากมีโมเมนต์แบบนั้นบ้าง นานๆ ทีก็ได้ แต่พอเรารู้แบบนี้ ต่อไปเราจะทุ่มความรักทุกอย่างให้แม่นกแก้วหมดเลย”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม่นกแก้วจึงพาจ๊ะจ๋าออกมาจากบ้านของพ่อแท้ๆ เพื่อเลี้ยงเธอด้วยตัวเอง แม้อาชีพหมอนวดแผนโบราณจะมีรายได้น้อย แต่แม่นกแก้วก็พยายามส่งเสริมให้จ๊ะจ๋าเรียนพิเศษเพื่อให้มีความรู้แน่นไม่ต่างจากเด็กทั่วไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกันแม่นกแก้วก็เข้าใจเงื่อนไขทางร่างกายของจ๊ะจ๋าเป็นอย่างดี เพราะรู้ว่าลูกสาวอาจมีเวลาจำกัด ผู้เป็นแม่จึงพยายามสนับสนุนกิจกรรมทุกอย่างที่ลูกสาวอยากทำ พร้อมกับต้องสนับสนุนการรักษาโรคประจำตัวเช่นกัน&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">จ๊ะจ๋าเล่าว่าสิทธิคนพิการเมื่อสิบกว่าปีก่อนยังไม่ได้รับการสนับสนุนเหมือนสมัยนี้ บางช่วงแม่นกแก้วต้องซื้อยาหรือจ่ายค่ารักษาจนตัวเองไม่มีเงินกินข้าว โดยเฉพาะในวัยเด็กที่มักมีเหตุการณ์กระดูกแตกบ่อยเป็นพิเศษเพราะความซุกซนของตัวจ๊ะจ๋าเอง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ไม่บอกคงไม่เชื่อว่าการเสียสละครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดขึ้นจากคนที่ไม่เคยเป็นแม่คนมาก่อน และด้วยเงื่อนไขทางร่างกายกับการดูแลที่มากกว่าคนทั่วไปนี้เอง สิ่งหนึ่งที่แม่นกแก้วให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษคือ คนที่จะเข้ามาในชีวิตลูกในความสัมพันธ์แบบอื่น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-24.jpg" alt="" class="wp-image-91531" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">รัก<span style="display:none;"> จ๊ะจ๋า </span></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนกับเด็กสาววัยรุ่นหลายคน จ๊ะจ๋าเคยมีความรัก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเจอไนซ์ จ๊ะจ๋าเคยมีแฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่ ม.ปลาย ก่อนจะจับได้ว่าโดนนอกใจตอนใกล้จบมหา’ลัย ความรักครั้งนั้นทำให้จ๊ะจ๋าคิดว่าตัวเองคงได้พักใจไปช่วงใหญ่</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนมาเจอจ๊ะจ๋า </span><b>ไนซ์–เฉลิมพล โภคยะสุพัสตร์</b><span style="font-weight: 400;"> คือเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีไลฟ์สไตล์มันๆ อย่างเด็กมหา’ลัยทั่วไป ก่อนโชคชะตานามว่าโซเชียลมีเดียจะพาให้พวกเขาสองคนได้มารู้จักกัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เรารู้จักกันผ่านโซเชียล ไนซ์เป็นคนทักก่อน ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนจบ ทำงานหนักแบบ 7 วันต่อสัปดาห์เลย ถึงจะรู้ว่าเราทุ่มเวลาทั้งหมดที่มีให้กับงาน แต่เขาก็ยังพยายามทักมา เราไม่ค่อยได้ตอบนะ” จ๊ะจ๋าเล่า</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-7.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนหน้านั้นเรามีกำแพงกับความรัก แต่มีครั้งหนึ่งที่ยอมรับว่าเขาแอบทำให้เราประทับใจ คือครั้งแรกที่คุยกันทางโทรศัพท์ ไนซ์เขาถามว่าวันนี้เป็นไงบ้าง ซึ่งไม่เคยมีใครถามเราประโยคนั้นมาก่อน ตอนนั้นจำได้ว่าเราร้องไห้เลยนะ (หัวเราะ) เพราะช่วงนั้นมันหนักมากจริงๆ ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแล้วรู้สึกสบายใจ ก็เลยลองคุยดู”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ตอนเจอกันครั้งแรกเป็นยังไง–เราอยากรู้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ครั้งแรกก็ให้มาเจอพาร์ตแย่เลย ไม่ต้องไปสร้างโมเมนต์ดีๆ อะไรทั้งนั้น จำได้ว่าวันนั้นคือวันที่เราย้ายคอนโด ไนซ์มาเจอหน้าครั้งแรกก็ให้เจอแม่เราด้วยเลย โดนแม่ใช้ให้ยกไมโครเวฟขึ้นห้อง (หัวเราะ)”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเจอกันครั้งแรกแม่นกแก้วดูดุมากครับ” ไนซ์ช่วยเล่า “ความรู้สึกตอนแรกที่อยู่กับแม่เกร็งมาก เพราะแม่ไม่พูดอะไร หน้านิ่งมาก ผมไหว้ก็รับไหว้ พอขนของเสร็จก็พาจ๊ะจ๋าไปเรียนพิเศษ แม่เขาไม่ยอมให้จับรถเข็นเลย เดี๋ยวจับแล้วพลิก ระวังมาก ผมเลยยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปใหญ่ ได้แต่เดินตาม”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-10.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91525" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วอะไรที่ไนซ์ทำให้จ๊ะจ๋ากับแม่ยอมเปิดใจ” เราสงสัย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเรากลัวเขารับไม่ไหวเหมือนกัน เพราะการคบกับเรามันไม่เหมือนแฟนคนก่อนของเขา เขาก็ค่อยๆ ละลายพฤติกรรมกับเราและแม่”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“แม่เขาเริ่มลองให้เข็นวีลแชร์ เวลาลงทางลาด ลองให้ปล่อย ลองทำดู เราก็ทำให้เขาดูมาเรื่อยๆ” ไนซ์บอก “จนผมสามารถทำได้จนเชี่ยวชาญ อย่างตอนขึ้นรถจะไปไหนผมก็จะพับรถ อุ้มขึ้น เอาเบาะใส่ให้เขา พับเก้าอี้ ทำเป็นสเตปประจำวันจนมันกลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตไปเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่การปรับตัวนะ แต่มันคือการทำความเข้าใจกันมากกว่า”</span></p>



<p>จ๊ะจ๋าเสริมอีกว่า “อีกเรื่องที่ทำให้เรายอมเปิดใจ คือไนซ์เคยบอกว่าเขารู้ว่าแม่เคยผ่านประสบการณ์ไม่ดีกับแฟนเก่าของเรา แต่ถ้าเขารักเรา เขาจะรักแม่เราให้มากกว่า”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-11.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-11.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-11-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>



<h3 class="wp-block-heading">ถูกรัก</h3>



<p><span style="font-weight: 400;">รู้ตัวอีกทีทั้งคู่ก็คบกันมาเกือบ 3 ปี และหลังจากไนซ์เรียนจบ จ๊ะจ๋าและแม่ก็ตัดสินใจชวนเขาย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าความรักเกิดจากคนสองคน แต่ก็เป็นเรื่องปกติของความรักอีกเหมือนกันที่จะมีคนที่ 3, 4, 5 เข้ามาเป็นบททดสอบความรักอยู่เสมอ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และบททดสอบที่ทั้งสองคนได้เจอคือ บางคนรอบตัวไนซ์ที่ไม่ยอมรับในตัวจ๊ะจ๋าเพราะเงื่อนไขด้านร่างกายของเธอ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“มีคนรอบข้างหรือเพื่อนฝูงของไนซ์บางคนมองว่า ทำไมไนซ์ต้องมาเอาคนพิการเป็นแฟน พูดตรงๆ เลยว่าทำไมไนซ์ถึงไม่ไปคบคนปกติที่เขาเคยคบมาก่อนหน้า ทำไมถึงมาเลือกเรา</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-20.jpg" alt="จ๊ะจ๋า" class="wp-image-91528" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความที่เคยมีปมว่าครอบครัวไม่เคยรักเรา เราเลยกลัวเหตุการณ์แบบนี้มาก เรากลัวคนไม่รักเรา เราแคร์คนรอบข้างมากเกินไป มันมีช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าความรักไม่ได้เกิดจากเราสองคน แต่เกิดจากคนที่ 3, 4, 5 ซึ่งมันบั่นทอนเรามาก เพราะเป็นเรื่องที่เราแก้ไขไม่ได้ จะบอกให้เราไปเดินได้เหรอ มันไม่ได้ไง แล้วจะมาบอกให้เราเลิกกันเพราะเขาไม่ชอบ มันก็ไม่ใช่&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“พอเจอบ่อยๆ จากที่กอดกันร้องไห้เราก็เริ่มปล่อยวาง เหมือนมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น พอเวลาผ่านไปนานเข้าสายตาที่เขามองคู่เราก็เริ่มเปลี่ยนไปทางที่ดีขึ้น เหมือนเราใช้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองเผินๆ เราอาจมองคู่รักคู่นี้ว่าฝ่ายจ๊ะจ๋าคือคนโชคดีที่มีไนซ์มาดูแล แต่จ๊ะจ๋าเล่าให้ฟังว่าสำหรับพวกเขาทั้งคู่แล้ว มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“มีวันหนึ่งเราไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนของเขา นั่งกินด้วยกันอยู่ดีๆ เพื่อนของเขาคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า มึงโชคดีเนอะ มีพี่จ๊ะจ๋าเป็นแฟน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เรางงมาก เพราะปกติเวลาอยู่กับเพื่อนทุกคนจะบอกว่าจ๊ะจ๋าดีนะ โชคดีที่มีไนซ์ เพราะว่าเขาช่วยเหลือเราก็เลยโชคดี พอเพื่อนเขาพูดขึ้นมา มันเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่เราได้ยินจากเพื่อนของเขา ไม่ใช่แค่เพื่อนหรอก คนทั่วไปก็ไม่พูด&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“แต่พอได้ยินจากปากเพื่อนเขามันฟีลกู้ดมากเลย มันเมดมายเดย์เลยวันนั้น แฮปปี้ เพราะปกติเจอแต่อะไรก็ไม่รู้” เธอหัวเราะ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-22.jpg" alt="" class="wp-image-91530" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">อะไรคือสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดเยอะที่สุดเกี่ยวกับการที่เรามีแฟนเป็นผู้พิการ–เราโยนคำถาม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“คนพิการคือคนทั่วไป ไม่ได้แปลกแยกอะไรเลย มีความเป็นมนุษย์เท่ากัน เขาแค่มีความบกพร่องในด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้นเอง เขาสามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นอย่ามองว่าเขาทำอะไรไม่ได้” ไนซ์ตอบ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับเราสิ่งที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดคือฝ่ายคนพิการไม่ได้เป็นฝ่ายที่รับเสมอไป เราสามารถให้ได้เหมือนกัน เราคิดว่าทุกคนดีพอสำหรับใครสักคนเสมอ เรามีบางอย่างที่จะเข้ากันดีกับอีกคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาจิ๊กซอว์ที่ต่อกันได้เจอหรือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่มีใครโชคดีไปกว่ากัน หรือได้รับหรือได้น้อยไปมากกว่ากัน แค่ว่าหาคนที่มันพอดีกัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะฉะนั้นการที่คนพิการมีแฟน เราไม่ได้รับไปน้อยหรือมากกว่า เราต่างคนต่างให้กันในคนละสถานะ คนละเหตุการณ์ คนละเวลา สมมติชั่วโมงนี้เรานอยด์ไนซ์ปลอบ ชั่วโมงหน้าไนซ์นอยด์เราก็สามารถให้ไนซ์ได้ เท่านั้นเอง ไนซ์หิวข้าวก็ไปกิน เราหิวขนมไนซ์ก็พาไปกินขนม”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“แม้เราจะไมได้ซัพพอร์ตการดูแลเรื่องกายภาพ แต่ด้านจิตใจก็ถือเป็นการซัพพอร์ตดูแลเหมือนกัน”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-4.jpg" alt="" class="wp-image-91523" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"></span></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>แค่ตอนนี้หายใจอยู่ก็คุ้มแล้ว</b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">จนถึงวันนี้จ๊ะจ๋าอยู่รอดปลอดภัยจากเส้นตายที่หมอขีดไว้ให้ตอนอายุ 20 นับได้ก็ 6 ปีแล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าถามว่าชีวิตที่คุ้มค่าคืออะไร บางคนอาจบอกว่าคือเงินหลายล้าน มีบ้าน มีลูก 2 คน นั่นคือคอมพลีตของเขา แต่สำหรับเราแค่ตอนนี้หายใจอยู่ก็ถือว่าคุ้มแล้วนะ” จ๊ะจ๋าบอกด้วยสัตย์จริง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีความสุขกับการได้ทำอะไรที่เราอยากทำ มีไนซ์กับแม่ดูแลเรา และรู้ว่าเราสามารถดูแลคนที่เรารักคือไนซ์กับแม่ได้ในเวลาเดียวกัน” </span></p>



<p>จากที่คบกันมา อีกฝ่ายเปลี่ยนชีวิตของกันไปยังไง–เราสงสัย</p>



<p>&#8220;น้ำหนัก ข้อแรกเลย&#8221; ไนซ์ตอบกลั้วหัวเราะ จ๊ะจ๋าค้อนใส่ทันที &#8220;ล้อเล่นครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนคือเขาทำให้ผมสามารถตัดสินใจเองได้ และซัพพอร์ตเรื่องกำลังใจตอนที่เราดาวน์&#8221;</p>



<p>&#8220;เพราะเราอยู่ด้วยกันตลอด&nbsp;ถ้าคนหนึ่งร้อนคนหนึ่งต้องเย็น วันที่เขาดาวน์ ไม่ใช่เราไม่ดาวน์นะ แต่เพราะเราเจอเหตุการณ์เดียวกันแล้วเห็นแล้วว่าเขาดาวน์กว่าเรา เราก็เป็นฝ่ายปลอบว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้เอาใหม่ได้&#8221; จ๊ะจ๋าเสริม &#8220;ถ้าถามเราที่เปลี่ยนไปเยอะมากๆ คือเรารู้จักเป็นผู้ให้มากขึ้น ตั้งแต่เราคบกับไนซ์เราอยากให้เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อยากให้เขามีความสุข ให้เขามีสุขภาพที่ดี อยากให้เขาได้กินของดีๆ ใส่เสื้อผ้าดีๆ ได้ไปในที่ที่เขาอยากจะไป เราช่วยชี้นำให้เขาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น</p>



<p>&#8220;เรารู้จักให้คนอื่นมากขึ้น เพราะว่าตลอดเวลาเราได้รับมาตลอด มันทำให้เราเรียนรู้ว่าการให้ไม่จำเป็นต้องไปให้คนไกลตัวหรือบริจาคที่นั่นที่นู่น แต่ให้คนในบ้านนี่แหละ ทุกวันนี้เราแฮปปี้มากที่ได้ดูแลคนในครอบครัวเยอะขึ้น จากที่ปกติเอาแต่ตัวเองซะเยอะเป็นส่วนใหญ่&#8221;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-12.jpg" alt="" class="wp-image-91555" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/เธเธนเนเธฃเธฑเธเธงเธตเธฅเนเธเธฃเน-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">จนถึงตอนนี้ คุณคิดว่าคำว่าความรักที่ดีคืออะไร–เราโยนคำถามสุดท้าย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ความเข้าใจกัน ค่อยๆ เรียนรู้กัน มันจะทำให้ความรักของเรายาวขึ้น” ไนซ์ตอบ ก่อนจ๊ะจ๋าเสริมว่า&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“จะตอบว่าการให้ก็ไม่ได้เพราะการให้บางทีถ้าให้มากก็เจ็บ สำหรับเราความรักที่ดีคือความรักที่น่าจะมีความอ่อนโยนให้กัน แม้วันหนึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">เราจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บ ไม่ว่าจะคำพูดหรือการไม่รักษาน้ำใจ เพราะเป็นเรื่องปกติของรักอยู่แล้วที่ต้องมีเรื่องให้เจ็บ&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าต่อให้เราทะเลาะกัน โกรธเคืองกัน หรือวันไหนเรางอน แล้วเรายังมีความอ่อนโยนให้กัน โกรธกันอยู่นะ แต่ยังมาใส่ถุงเท้าให้ตอนนอน โกรธกันอยู่แต่ปกติจะนอนต้องกอดกัน เราก็หันไปกอดเขา แต่โกรธนะ โกรธอยู่ แต่ก็กอด</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ความรักที่ดีคือการอ่อนโยนต่อกันตลอดเวลา แม้ในเวลานั้นจะไม่อยากอ่อนโยนต่อกัน”&nbsp;</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jajah-nice/">จ๊ะจ๋า-ไนซ์ : โชคดีแค่ไหนที่ไม่สมบูรณ์แบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อันธพาลเป็นง่าย เกมเมอร์เป็นยาก แต่เป็นพ่อคนน่ะยากที่สุด” – เบย์ Bay Riffer</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-life-bay-riffer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2020 10:15:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เกม]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Bay Riffer]]></category>
		<category><![CDATA[เบย์–ธนกฤต เชื้อวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกมเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงลูก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91113</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;สวัสดีครับ ผม Bay Riffer และนี่คือบทสัมภาษณ์ของผม โว้วเย่!&#8221; ถ้าบทความนี้เป็นวิดีโอ คงไม่มีประโยคไหนเหมาะสมที่จะใช้เปิดบทความเท่ากับประโยคข้างต้น เพราะนี่คือประโยคเปิดในแทบทุกคลิปของแชนเนลยูทูบชื่อ Bay Riffer ในวงการเกมน้อยคนนักจะไม่รู้จัก Bay Riffer หรือ เบย์–ธนกฤต เชื้อวงษ์ เขาคือเกมเมอร์และยูทูบเบอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกม ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน รูปแบบคลิปเกือบทั้งหมดในช่องของเขาเป็นการเล่นเกมและบันทึกภาพหน้าจอไปพร้อมกับการแปลและพากย์เนื้อเรื่องสดๆ ถ้าให้นิยามประเภทของเกมและลีลาการเล่าเรื่องของเบย์ คอนเทนต์ที่มาจากตัวเขาจัดอยู่ในหมวด ‘ดิบๆ เถื่อนๆ’ เกมที่เขาเล่นส่วนใหญ่เป็นเกมแนว FPS (เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง) และเกม horror (เกมสยองขวัญ) พร้อมการบรรยายที่มีคำหยาบ ยิ่งถ้าเป็นช่วงทำช่องใหม่ๆ ความหยาบคายของถ้อยคำและกิริยาของเขานั้นสูงเกินลิมิต ยกตัวอย่างให้เห็นภาพในอดีต คลิปในช่วงแรกเริ่มของเบย์แทบมีคำว่า ‘ไอ้สัส!’ ปรากฏขึ้นมาแทบทุกวินาที คำหยาบฟุ่มเฟือยอื่นๆ ดังขึ้นมาโดยไม่จำเป็นบ่อยครั้ง รวมถึงความรุนแรงภายในเกมที่บางครั้งก็มากเกินพอดี ในขณะที่ชีวิตจริงด้วยความที่เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและเป็นบุคคลสาธารณะในโลกออนไลน์ หลายครั้งเบย์มักได้รับฟีดแบ็กในแง่ลบและเกิดประเด็นดราม่า เรียกได้ว่าสมัยนั้นถ้ามีปัญหาอะไรเขาเป็นคนหนึ่งที่พร้อมวิ่งเข้าชนทุกอย่างแบบไม่ไว้หน้า สุดท้ายหลายๆ เหตุการณ์ก็ตามมาด้วย ‘ชื่อเสีย’ ที่เบย์ต้องแบกรับไว้ แต่ทั้งหมดที่ว่าเปลี่ยนไปเมื่อ 4 ปีก่อน เปลี่ยนไปในวันหนึ่งที่เบย์รู้ว่าเขากำลังจะมีลูก &#160; ในวันที่บทความนี้เผยแพร่เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-bay-riffer/">“อันธพาลเป็นง่าย เกมเมอร์เป็นยาก แต่เป็นพ่อคนน่ะยากที่สุด” – เบย์ Bay Riffer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;สวัสดีครับ ผม Bay Riffer และนี่คือบทสัมภาษณ์ของผม โว้วเย่!&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบทความนี้เป็นวิดีโอ คงไม่มีประโยคไหนเหมาะสมที่จะใช้เปิดบทความเท่ากับประโยคข้างต้น เพราะนี่คือประโยคเปิดในแทบทุกคลิปของแชนเนลยูทูบชื่อ <a href="https://www.youtube.com/channel/UCbOo-f3InU38IZV5tREzsNg">Bay Riffer</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการเกมน้อยคนนักจะไม่รู้จัก Bay Riffer หรือ <strong>เบย์–ธนกฤต เชื้อวงษ์</strong> เขาคือเกมเมอร์และยูทูบเบอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกม ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน รูปแบบคลิปเกือบทั้งหมดในช่องของเขาเป็นการเล่นเกมและบันทึกภาพหน้าจอไปพร้อมกับการแปลและพากย์เนื้อเรื่องสดๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้นิยามประเภทของเกมและลีลาการเล่าเรื่องของเบย์ คอนเทนต์ที่มาจากตัวเขาจัดอยู่ในหมวด ‘ดิบๆ เถื่อนๆ’ เกมที่เขาเล่นส่วนใหญ่เป็นเกมแนว FPS (เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง) และเกม horror (เกมสยองขวัญ) พร้อมการบรรยายที่มีคำหยาบ ยิ่งถ้าเป็นช่วงทำช่องใหม่ๆ ความหยาบคายของถ้อยคำและกิริยาของเขานั้นสูงเกินลิมิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างให้เห็นภาพในอดีต คลิปในช่วงแรกเริ่มของเบย์แทบมีคำว่า ‘ไอ้สัส!’ ปรากฏขึ้นมาแทบทุกวินาที คำหยาบฟุ่มเฟือยอื่นๆ ดังขึ้นมาโดยไม่จำเป็นบ่อยครั้ง รวมถึงความรุนแรงภายในเกมที่บางครั้งก็มากเกินพอดี ในขณะที่ชีวิตจริงด้วยความที่เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและเป็นบุคคลสาธารณะในโลกออนไลน์ </span><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งเบย์มักได้รับฟีดแบ็กในแง่ลบและเกิดประเด็นดราม่า เรียกได้ว่าสมัยนั้นถ้ามีปัญหาอะไรเขาเป็นคนหนึ่งที่พร้อมวิ่งเข้าชนทุกอย่างแบบไม่ไว้หน้า สุดท้ายหลายๆ เหตุการณ์ก็ตามมาด้วย ‘ชื่อเสีย’ ที่เบย์ต้องแบกรับไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งหมดที่ว่าเปลี่ยนไปเมื่อ 4 ปีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนไปในวันหนึ่งที่เบย์รู้ว่าเขากำลังจะมีลูก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91119 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่บทความนี้เผยแพร่เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 4 ขวบของลูกชายเบย์พอดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ถ้าเทียบกับตัวตนก่อนหน้าเบย์เปลี่ยนไปทั้งในแง่ของความคิดและการงาน จากการทำคลิปเกมที่ดุเดือด ปัจจุบันเขายังทำงานเดิมแต่ลดดีกรีลงไปมาก ยิ่งในแง่ของตัวตนเบย์ยอมรับว่าจากคนที่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นอันธพาล ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือโดยสิ้นเชิง จากคนที่พร้อมชนทุกปัญหา เขากลายเป็นคนที่ประนีประนอมกับทุกอย่าง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขารู้ตัวว่าจะเป็นพ่อคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยเหตุนี้เราจึงเดินทางมาหาเบย์ถึงบ้านที่จังหวัดชลบุรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การเป็นพ่อทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงยังไงได้บ้าง&#8221; เราหอบเอาคำถามนี้มาเจอเบย์ในบ่ายวันหนึ่งที่ห้องทำงานของเขา ท่ามกลางเกมมิงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อัดเสียง ในวันนั้นเราได้เจอทั้งลูกชายและภรรยาของเบย์ที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สอง ผลตรวจยืนยันแล้วว่าเป็นลูกสาว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าชีวิตของเบย์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหนื่อยมากขึ้นแน่นอน แต่เป็นความเหนื่อยที่ผมยินดี” ในช่วงหนึ่งของการพูดคุยเบย์บอกเราแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราขอจบอินโทรที่ยืดยาวไว้แต่เพียงเท่านี้ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเบย์จะเล่าเรื่องราวเกมชีวิตของเขาให้ฟังในบรรทัดต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91187 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-73.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-73.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-73-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-73-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">1</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นเด็กที่โตและเริ่มเล่นเกมตั้งแต่อนุบาลแล้ว แรกเริ่มผมเล่นตามลูกพี่ลูกน้อง เขามีเครื่องเกม Family FR202 และเกมอย่าง Mario และ Contra ผมนั่งดูเขาเล่น บางทีขอเล่นด้วย ความสนใจในเกมจึงเริ่มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นพ่อแม่ผมยังไม่สนับสนุนเรื่องนี้ พวกเขามองว่าไร้สาระ การขอซื้อตลับเกมจึงเป็นเรื่องยากมาก แต่อยู่มาวันหนึ่งตอนเรียนอยู่ชั้น ป.5 พ่อซื้อเครื่อง PlayStation 1 มาให้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาซื้อมาให้เพราะอะไร แต่จำได้ว่าผมดีใจมาก ผมชอบเล่นเกมอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเกมที่ภาพสวยขึ้นผมยิ่งแฮปปี้ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเริ่มจริงจังกับเกม อ่านหนังสือบทสรุปเกม และมีสังคมเพื่อนที่เล่นเกม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งโตขึ้นผมยิ่งจริงจังกับเกมมากขึ้น จิตวิญญาณความเป็นเกมเมอร์อยู่ในตัวเรา ส่วนเรื่องเรียนนั้น จากเด็กที่ผลการเรียนไม่เอาอ่าว พอเข้ามัธยมปลายผมเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษาเพราะอยากเล่นเกมรู้เรื่อง กลายเป็นว่าผลการเรียนเริ่มดีขึ้น ทักษะตรงนี้มาตอนไหนไม่รู้แต่ผมคิดว่าได้จากเกมนี่แหละ สุดท้ายผมเลยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่จบมาไม่ได้ทำงานตรงสายหรอก เพราะผมเริ่มทำช่อง Bay Riffer ตั้งแต่อยู่ปี 2 </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91164 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเริ่มต้นจริงๆ ผมเคยทำช่องยูทูบเกี่ยวกับดนตรีเมทัลกับเพื่อน แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเล่นเกมจึงเปิดช่องแยก รูปแบบคอนเทนต์ตอนนั้นก็เหมือนในปัจจุบัน คือเล่นเกมและพากย์ให้คนดู ผมเริ่มต้นทำเพราะความชอบล้วนๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้เงินจากตรงนี้ ดังนั้นในคลิปแรกผมจึงเป็นตัวเองในเวลานั้นมากๆ สไตล์ของผมชัด คือแนวเกรียนๆ แบดบอย และเลว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นยอมรับว่าผมเป็นคนเลือดร้อน เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความขบถ ผมเกเรมาก แม้ช่วง ม.ปลาย จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะหันไปเล่นดนตรี แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยความที่เครียดจากการเรียนและโมโหเดือดดาลง่าย เวลาเจออะไรไม่ถูกใจผมฉุนเฉียวง่ายมาก เรียกได้ว่าใครอยากมีปัญหาขอให้เข้ามาเถอะ ผมพร้อมใส่หมด ผมไม่กลัว ไม่สนชีวิตตัวเอง คิดแค่ว่ากูต้องชนะมึงไว้ก่อน ดังนั้นถ้ามีเรื่องบนท้องถนนผมสวนหมด ใครมาด่าผมในคอมเมนต์ผมด่าคืนหมด หรือใครลามปามถึงการท้าตีท้าต่อยผมก็ลุยหมด ผมไม่กลัวตาย ผมไม่ยอมคน ดังนั้นจึงมีเรื่องชกต่อยจนได้แผลเป็นประจำ ถ้ายุคนั้นมีกล้องวงจรปิดผมว่าผมคงดังไปแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อะไรแบบนี้ส่งผลมาถึงตอนผมเล่นเกม ผมพูดคำหยาบตลอดเวลา เนื้อเรื่องในเกมก็ไม่แปล ตอนนั้นทำไปโดยไม่รู้หรอกว่าไม่ดี และผมไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มถูกจับตามองจากสังคมโซเชียล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91179 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-65.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-65.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-65-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-65-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ภาพพจน์ผมค่อยๆ เสียไปเรื่อยๆ และผมยอมรับว่าผมผิด สิ่งที่ผมเป็นมาตลอดสะสมศัตรูโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายวันหนึ่งมันระเบิดออกมา แต่ถึงเป็นแบบนั้น เวลาเจอดราม่าตัวผมก็ยังวิ่งเข้าใส่อยู่ดี ผมไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างและกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นคนเลิกติดตามผมเยอะมาก ยอดทุกอย่างตกลงเรื่อยๆ แต่ก็ทนทำต่อไปเพราะคิดว่าถ้าเลิกผมคงเป็นแค่ loser พอเวลาผ่านไปหลายคนเริ่มเข้าใจ กราฟค่อยๆ ขึ้นมา ผมเริ่มอยู่กับดราม่าเป็น อะไรที่เห็นว่าเป็นชนวนดราม่าก็เรียนรู้ที่จะเอาตัวเองหนีออกมา แต่ในแง่ของเกมที่เล่น ดีกรียังคงเท่าเดิม เป็นแบบนี้เรื่อยมาจนวันหนึ่งก็ถึงจุดเปลี่ยน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมจำได้ว่าวันนั้นผมกำลังขับรถกลับจากกรุงเทพฯ แฟนผมโทรมาบอกว่า ‘ท้อง’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมถามเขากลับไปว่าล้อเล่นหรือเปล่า หลังจากคุยกันสักพักและพยายามเรียกสติ ผมก็วางสายเขาเพื่อโทรบอกญาติ ตอนนั้นแหละที่ผมถึงรู้สึกว่าตรงจมูกมันเปียกๆ พอจับดูถึงรู้ว่าน้ำตากำลังไหล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นผมไม่รู้สึกว่าตัวเองร้องไห้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดยากอยู่เหมือนกัน มันเหมือนกับเราเพิ่งตระหนักว่ามีอีกหนึ่งชีวิตรอเราอยู่ที่บ้าน ถ้าให้อธิบายมันคงเป็นความรู้สึกตื้นตัน ดีใจ และตกใจปนๆ กันไปหมด แต่ในร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมให้ 40 เปอร์เซ็นต์คือความรู้สึกกังวล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมกลัวว่าจะเลี้ยงเขาได้ไม่ดี ผมกลัวว่าเขาจะเป็นเหมือนผม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91160 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-46.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-46.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-46-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปทันทีในวินาทีนั้น ในการเล่นเกมลงช่องผมพูดคำหยาบน้อยลงโดยอัตโนมัติ เพราะคิดง่ายๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งลูกมาดูคลิปเรา แล้วเขาถามว่า ‘ทำไมพ่อพูดคำหยาบ ถ้าอย่างนี้ผมก็พูดได้สิ’ ผมไม่รู้จะอธิบายกับเขายังไง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงลดคำหยาบทันที แต่คลิปเก่าผมเลือกที่จะไม่ลบ เพราะผมคิดว่า ถ้าเขาถามผมจะตอบว่า ‘มันเก่าแล้วลูก ตอนนี้พ่อกลับตัวแล้วไง’ เขาจะได้เรียนรู้เรื่องนี้เพิ่มเข้าไปอีก แต่กับบางคลิปที่ผมไม่ชอบตัวเองมาก ผมก็ลบและทำใหม่ โอเค ในความเป็นจริงตอนนี้ผมยังใช้คำหยาบอยู่บ้าง แต่นั่นจะเกิดขึ้นในบริบทของเกมเท่านั้น เกมหยาบผมถึงหยาบ พากย์ตามบริบท แต่ผมไม่หยาบทุกวินาทีเหมือนสมัยก่อนแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในตอนแรกผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนดูหรอก ทุกอย่างเป็นไปเอง แต่คนดูเขาจับได้ โชคดีที่คนดูส่วนใหญ่เขาเข้าใจ ฟีดแบ็กส่วนมากที่กลับมาถือว่าดี เขายังชอบผมในเวอร์ชั่นใหม่ อาจมีบางส่วนที่เรียกร้องความดิบเถื่อนแบบเดิม แต่ผมหยาบเหมือนเดิมไม่ได้เพราะผมรู้ว่าตัวเองกำลังมีลูกแล้วจึงจำเป็นต้องซอฟต์ลง ดังนั้นอาจมีบางส่วนที่เลิกติดตามไปบ้าง ซึ่งผมก็เข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไร </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91182 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-68.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-68.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-68-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-68-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนในแง่ของตัวตน จากที่ไม่รักตัวกลัวตาย พอรู้ว่าตัวเองมีลูกผมกลัวตายขึ้นมาทันที กลัวตัวเองไม่ได้อยู่กับลูก กลัวลูกไม่มีพ่อ ผมยอมตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วว่าผมไม่เอาด้านเดิมอีกแล้ว ผมจะไม่เลือดร้อนอีก จากที่เวลาขับรถแล้วเจอรถปาดหน้า แทนที่จะเปิดกระจกด่าหรือยกนิ้วกลาง หลังจากนี้จะไม่มีแล้ว ช่างมัน ไอ้ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอน่ะ ไม่ต้องมีหรอก เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมขอแค่ลูกปลอดภัยก็พอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ใช่แค่ Bay Riffer อีกแล้ว ไม่ใช่แค่ไอ้เบย์ แต่บทบาทที่เพิ่มเข้ามาคือการเป็น ‘พ่อเบย์’ ที่ต้องดูแลชีวิตใครบางคน สมัยก่อนเวลาได้เงินมาแสนหนึ่งผมคงเอาไปลงกับของเล่นหรือการแต่งรถ แต่พอมีลูก ผมมองเงินแล้วความคิดเปลี่ยนไป ผมเห็นเงินเป็นค่าเทอม ค่าขนม และค่าเรียนพิเศษ ของลูกแทน เงินอยู่ในมือเราแล้ว จะโยนทิ้งไปก็คงไม่ใช่ ดังนั้นผมต้องเก็บไว้เพื่อเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าคนที่ไม่เคยมีลูกอาจมองว่านี่คือความเหนื่อย ผมเคยเป็นนะ แต่พอมีลูกคุณจะค้นพบว่าเหนื่อยจริงๆ แหละ แต่เป็นความเหนื่อยที่มีจุดหมาย เรารู้ว่าเราทำเพื่อใคร ดังนั้นเวลากลับบ้านไปกอดลูก โห เขาทำให้เราหายเหนื่อยได้ เหมือนเวทมนตร์เสกได้ยังไงยังงั้น วันที่ล้าๆ จากการเล่นเกม เจอคนมากมายจนปวดหัว แค่เดินเข้าห้องไปกอดลูก ความเหนื่อยก็หายไป ถ้าเปรียบเป็นเกมคงเหมือนค่า HP บวกขึ้นมาน่ะครับ หรือถ้าไม่หายนี่ก็เป็นความเหนื่อยที่ผมเต็มใจเหนื่อยอยู่ดี </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91156 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-42.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-42-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ผมเริ่มเล่นเกมกับลูกบ้างแล้ว แต่เป็นเกมในไอแพดง่ายๆ ที่ไว้ใช้ฝึกภาษาอังกฤษ ผมยังไม่ได้ให้เขาเล่นเกมจริงจังและยังไม่ได้ให้ดูคลิปในช่องผม เพราะด้วยพัฒนาการแล้วยังไม่ถึงเวลา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาอยากดูขึ้นมาจริงๆ แม้เกมจะเป็นแนวแบบที่ผมเล่น ผมก็คงไม่ห้ามแต่เลือกนั่งอธิบายอยู่ข้างๆ เขาดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมจะคอยบอกเขาว่าทำไมในเกมถึงเป็นแบบนั้น ผมจะคอยเล่าเรื่องว่าฝ่ายไหนในเกมคือดีและเลว ผมเลือกที่จะสอน เพราะยุคนี้เชื่อว่าถ้ายิ่งห้ามเขายิ่งไขว่คว้า สู้เราดูกับเขาและแนะนำเท่าที่ทำได้ดีกว่า ถึงเขาถามเรื่องคำหยาบผมก็พร้อมอธิบายว่าคำสบถคืออะไร หรือถ้าวันหนึ่งลูกอยากเล่นเกมเองผมก็จะให้เขาเล่น เพียงแต่ต้องจำกัดเวลา การบ้านต้องเสร็จก่อน หน้าที่หลักต้องเรียบร้อยก่อนค่อยมาสนุกกับเรื่องรอง  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91123 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมรู้ว่าตอนนี้ยังคงมีคนมองเกมในแง่ร้าย เข้าใจนะที่พวกเขาไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้เล่นเกมอย่างเรา เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะเกมอย่างเรา ดังนั้นเขามีสิทธิไม่เข้าใจ แต่เขาไม่มีสิทธิมาตัดสิน ผมถึงโกรธมากเวลามีข่าวไม่ดีอะไรแล้วผู้ใหญ่ชอบโทษเกม ในความเห็นผมคือมันไม่เกี่ยวกับเกมหรอก อยู่ที่นิสัยและเหตุจูงใจมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นี่อาจเป็นปมอย่างหนึ่งของผมก็ได้ สมัยเด็กผมเคยโดนป้าข้างบ้านสบประมาท ผมไม่ได้โดนกับตัวแต่เขาไปพูดกับพ่อผม เขาบอกว่าเด็กที่เล่นเกมแบบนี้จะไปทำอะไรได้ ชาตินี้ผมต้องอดตายเพราะมัวแต่เล่นเกม ผมเป็นเด็กไร้สาระ ดังนั้นกับทุกวันนี้ที่ผมทำให้เกมกลายเป็นเรื่องมีสาระแล้ว สิ่งที่ผมทำเลยเป็นเหมือนเครื่องพิสูจน์ว่าผมอยู่ได้เพราะเกมนะ เกมไม่ใช่ตัวร้ายแบบที่ทุกคนคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ถึงคิดแบบนี้ผมคงไม่ไปเปลี่ยนความคิดใครหรอก เกมกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ดังนั้นผมขอแค่อย่ามายุ่งกับผมและลูกก็พอ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91161 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-47.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-47.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-47-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ผ่านมาผมอาจจะมีชีวิตที่ลำบาก แต่สิ่งไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นกับผมผมมองมันเป็นบทเรียน คล้ายๆ กับการลองผิดลองถูกจนได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และนั่นเป็นประสบการณ์ที่ผมเอามาสอนลูกได้ในตอนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้นถ้าให้มองกลับไป ผมไม่เคยคิดว่าอยากกลับไปแก้ไขอะไรนะ เพราะถ้าว่ากันจริงๆ ไอ้เรื่องแบบนั้นมันเพ้อฝัน ผมย้อนกลับไปแก้อะไรไม่ได้นี่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นผมต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่างคลิปที่เคยเป็นปัญหา ทุกวันนี้ก็ยังอยู่เพราะมีคนดูดไปลงที่อื่น ถึงเป็นแบบนั้นผมก็ไม่ได้อยากไปตามไล่ลบ มันเหมือนการโกหกตัวเอง และต่อให้ลบหมด มันก็ยังอยู่ตรงนี้ (ชี้ที่หัวใจ) ดังนั้นผมต้องอยู่กับมันให้ได้ ที่สำคัญคือเปลี่ยนมันให้เป็นบทเรียนที่จะไม่เกิดขึ้นอีก ผมจะสอนลูกไม่ให้ทำตาม สิ่งนี้เป็นเหมือนหนังสือให้ลูกผมได้เรียนรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้นถ้าย้อนกลับไปคิด บทบาทการเป็นไอ้เบย์อาจจะง่าย บทบาทการเป็น Bay Riffer อาจจะยากที่ต้องเอาใจคนนับล้าน แต่เชื่อเถอะว่าบทบาทการเป็นพ่อน่ะยากที่สุด อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นบทบาทที่ผมยินดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่า การมีลูกทำให้ชีวิตผมสมบูรณ์แบบแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91162 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-48.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-48.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Bay-Riffer-48-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-bay-riffer/">“อันธพาลเป็นง่าย เกมเมอร์เป็นยาก แต่เป็นพ่อคนน่ะยากที่สุด” – เบย์ Bay Riffer</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ลักยิ้ม’ หมาหน้ายิ้มที่ทำให้เจ้าของหายเครียดและยิ้มได้อีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-life-goh-yim/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2020 13:14:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[หมา]]></category>
		<category><![CDATA[Beloved]]></category>
		<category><![CDATA[โก้ ธีรพงศ์ สิทธิชัยลาภา]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ้ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91022</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลักยิ้มอาจเป็นครั้งแรกของเราที่ในวันสัมภาษณ์ ผู้ที่ยืนรอหน้าประตูไม่ใช่คนที่นัดกันไว้ทางโทรศัพท์ แต่กลับเป็นเจ้าหมาสีดำแต้มขาวที่กระโดดทักทายอย่างคึกคักราวกับรู้จักกันมานาน เจ้าของแนะนำกับเราสั้นๆ ว่านี่คือ ‘ลักยิ้ม’ ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน ลักยิ้มหรือยิ้มเกิดมาในไซต์ก่อสร้างย่านบางแคพร้อมพี่ๆ น้องๆ อีกหลายตัว แต่เพราะความไม่พร้อมของคนในพื้นที่ หมาเด็กในครอกจึงถูกทยอยแจกจ่ายสู่บ้านใหม่ ตัวแล้วตัวเล่า แต่เฝ้ารอยังไงก็ไม่ถึงคิวของหมาเด็กหน้าเหมือนอมยิ้มอย่างยิ้มสักที ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน โก้–ธีรพงศ์ สิทธิชัยลาภา คือทีมงานโปรดักชั่นผู้อยู่เบื้องหลังสื่อบันเทิงหลายเรื่องของเมืองไทย แต่ด้วยจังหวะดวงซวย การออกกำลังกายเบาๆ กลับทำให้หลังที่เคยผ่าตัดเมื่อหลายปีก่อนเกิดอักเสบขึ้นมา ลามไปยังอาการปวดก้นกบอย่างรุนแรงจนต้องพักงานมารักษาตัว ซึ่งเอาเข้าจริง อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่นั่งให้ไม่รู้สึกเจ็บเขายังทำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ เวลาผ่านไป ความเจ็บป่วยกายที่รักษาไม่หาย (แถมยังลุกลาม) กลายเป็นความป่วยใจ และยารักษาที่ดีที่สุดในช่วงนั้นคือคลิปหมาแมวที่ยิ่งดูก็ยิ่งผ่อนคลาย พอผ่อนคลายไม่นานก็กลายเป็นหลงรัก รู้ตัวอีกทีเขาก็อยากดูแลหมาสักตัวเข้าเสียแล้ว เมื่อเจอประกาศตามหาบ้านให้ยิ้ม หน้าทะเล้นของมันตกหัวใจคนทั้งครอบครัวโก้ได้อยู่หมัดจนพวกเขาตกลงรับมันมาเลี้ยงทันที โดยไม่ได้คาดคิว่านอกจากลักยิ้มจะช่วยให้โก้ยิ้มได้ มันยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของอยากทำมานาน ยิ้มคิดยังไงไม่มีใครรู้ แต่เท่าที่รู้ การมีอยู่ของมันทำให้โก้รู้สึกขอบคุณทุกวัน ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : หลัง “ตอน ม.4 เราเล่นบาสแล้วพยายามดังก์แต่ตกลงมา ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นอะไรมากจนเริ่มเจ็บหลังขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแถวๆ เอว พอทำ MRI [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-goh-yim/">‘ลักยิ้ม’ หมาหน้ายิ้มที่ทำให้เจ้าของหายเครียดและยิ้มได้อีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">ลักยิ้ม</span><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นครั้งแรกของเราที่ในวันสัมภาษณ์ ผู้ที่ยืนรอหน้าประตูไม่ใช่คนที่นัดกันไว้ทางโทรศัพท์ แต่กลับเป็นเจ้าหมาสีดำแต้มขาวที่กระโดดทักทายอย่างคึกคักราวกับรู้จักกันมานาน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของแนะนำกับเราสั้นๆ ว่านี่คือ ‘ลักยิ้ม’</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="463" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-36.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91027" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-36-300x206.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-36-600x412.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน ลักยิ้มหรือยิ้มเกิดมาในไซต์ก่อสร้างย่านบางแคพร้อมพี่ๆ น้องๆ อีกหลายตัว แต่เพราะความไม่พร้อมของคนในพื้นที่ หมาเด็กในครอกจึงถูกทยอยแจกจ่ายสู่บ้านใหม่ ตัวแล้วตัวเล่า แต่เฝ้ารอยังไงก็ไม่ถึงคิวของหมาเด็กหน้าเหมือนอมยิ้มอย่างยิ้มสักที</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน </span><b>โก้–ธีรพงศ์ สิทธิชัยลาภา</b><span style="font-weight: 400;"> คือทีมงานโปรดักชั่นผู้อยู่เบื้องหลังสื่อบันเทิงหลายเรื่องของเมืองไทย แต่ด้วยจังหวะดวงซวย การออกกำลังกายเบาๆ กลับทำให้หลังที่เคยผ่าตัดเมื่อหลายปีก่อนเกิดอักเสบขึ้นมา ลามไปยังอาการปวดก้นกบอย่างรุนแรงจนต้องพักงานมารักษาตัว ซึ่งเอาเข้าจริง อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่นั่งให้ไม่รู้สึกเจ็บเขายังทำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="465" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-15.jpg" alt="" class="wp-image-91028" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-15.jpg 465w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-15-207x300.jpg 207w" sizes="(max-width: 465px) 100vw, 465px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไป ความเจ็บป่วยกายที่รักษาไม่หาย (แถมยังลุกลาม) กลายเป็นความป่วยใจ และยารักษาที่ดีที่สุดในช่วงนั้นคือคลิปหมาแมวที่ยิ่งดูก็ยิ่งผ่อนคลาย พอผ่อนคลายไม่นานก็กลายเป็นหลงรัก รู้ตัวอีกทีเขาก็อยากดูแลหมาสักตัวเข้าเสียแล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเจอประกาศตามหาบ้านให้ยิ้ม หน้าทะเล้นของมันตกหัวใจคนทั้งครอบครัวโก้ได้อยู่หมัดจนพวกเขาตกลงรับมันมาเลี้ยงทันที โดยไม่ได้คาดคิว่านอกจากลักยิ้มจะช่วยให้โก้ยิ้มได้ มันยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของอยากทำมานาน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ยิ้มคิดยังไงไม่มีใครรู้ แต่เท่าที่รู้ การมีอยู่ของมันทำให้โก้รู้สึกขอบคุณทุกวัน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="475" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-29.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91030" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-29-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-29-600x422.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : หลัง</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอน ม.4 เราเล่นบาสแล้วพยายามดังก์แต่ตกลงมา ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นอะไรมากจนเริ่มเจ็บหลังขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแถวๆ เอว พอทำ MRI ก็เลยรู้ว่าอาการหนักมาก หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ยังไงก็ต้องผ่าตัด โชคดีที่ผ่าเสร็จอาการไม่ได้แย่เพราะตอนนั้นเรายังเด็ก ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังมีเวลาดูแลตัวเองและออกกำลังกาย ทำให้อาการที่หลังไม่ได้ผิดปกติมาก แค่จะเมื่อยง่ายกว่าคนอื่นหน่อย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“หลักการคือพอกระดูกมีปัญหา สิ่งที่จะทำให้มันแข็งแรงคือกล้ามเนื้อ ซึ่งการที่กล้ามเนื้อจะแข็งแรงได้เราก็ต้องออกกำลังกายแต่พอเรียนจบเราเริ่มทำงานที่โปรดักชั่นเฮาส์ทำให้เราไม่ค่อยมีเวลา การออกกำลังกาย การดูแลตัวเองก็หายไปเลย ทำงานได้ 2 ปีเราก็เริ่มรู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็เลยไปออกกำลังกาย แต่เหมือนเราทำท่ายืดเส้นผิดนิดหนึ่ง หลังเราก็เจ็บขึ้นมาเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากนั้นเหมือนเป็นความซวยเพราะตอนปวดหลังช่วงแรกๆ จุดที่เราเจ็บคือจุดที่เคยผ่าตัด ช่วงนั้นเรากำลังจะเปลี่ยนงานพอดีเลยต้องกลายเป็นหยุดงานไปเลยเพื่อมารักษาตัว ตอนนั้นเรากลับไปทำงานไม่ได้แล้ว แค่นั่งเฉยๆ ก็เจ็บ แต่เราไม่สามารถอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ได้เลยอดทนไปนั่งเรียนธุรกิจที่ญาติคนหนึ่งแนะนำ เราคิดว่าวันหนึ่งจะมีกิจการของตัวเองอยู่แล้วเลยไปลองเรียนดู&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="446" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-52.jpg" alt="" class="wp-image-91031" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-52.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-52-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-52-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนที่ไปเรียน วันหนึ่งเราก้มเก็บของแล้วเกิดเจ็บจี๊ดที่หลังขึ้นมา ไปหาหมอเขาก็บอกว่าคงอักเสบเฉยๆ เดี๋ยวก็หาย จนเวลาผ่านไปเราเดินลงบันไดผิดจังหวะแล้วรู้สึกเจ็บกลางหลังมากๆ เป็นจุดที่เราไม่เคยเจ็บมาก่อน เราถึงรู้ว่ามาผิดทางแล้วแน่ๆ ถัดจากหลังเราก็เริ่มเจ็บก้นกบ พอลงน้ำหนักปุ๊บเราจะเจ็บมากๆ เหมือนมีมีดมาแทง มันทรมานมาก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่เริ่มเจ็บตรงจุดที่เคยผ่าตัด เราไปหาหมอเยอะมากรวมๆ แล้ว 9-10 ที่ แต่ละที่ก็ไม่ได้ไปครั้งเดียว มีทั้งหมอโยคะ หมอศัลยกรรมกระดูก หมอฟื้นฟู&nbsp; หมอกดจุดแผนจีน หมอแผนไทย หมอฝังเข็มแบบจีน หมอนวด หมอกายภาพ ไปทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ไปคลินิก แต่เหมือนเราไม่เจอการวินิจฉัยที่ถูกต้องสักที&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“มองกลับไปตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเรามีหวังได้ไหมแต่เรารู้ว่าเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ มีหมอคนหนึ่งเคยพูดกับเราว่าถ้าสุดท้ายไม่หายเราก็ต้องอยู่กับมัน แต่เราไม่เชื่อ เราไม่ได้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงสักหน่อย มันไม่ใช่ เราต้องทรมานแบบนี้เหรอวะ ก็เลยลุยต่อ”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="446" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-54.jpg" alt="" class="wp-image-91033" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-54.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-54-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-54-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b><strong>ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : ช่องท้อง</strong></b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“จังหวะที่เราเจ็บก้นกบ อยู่ๆ เราก็ปวดท้องขึ้นมาเหมือนคนเป็นโรคกรดไหลย้อนเลย ตอนนั้นหลังกินข้าวเราจะต้องนั่งรอให้อาหารย่อย แต่เราก็นั่งพิงไม่ได้ จะให้นั่งหลังตรงตลอดก็เมื่อย ดังนั้นท่าที่สบายหลังที่สุดคือการนอน แต่ถ้านอนเราก็ปวดท้องอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ ซ้ำๆ ทุกวัน เราต้องไปโรงพยาบาลบ่อยมาก เรื่องหลังก็เรื่องหนึ่งแล้วยังจะมีเรื่องกระเพาะเพิ่มขึ้นมาอีก เราใช้เงินเก็บไปเยอะมากเพราะไม่อยากรบกวนที่บ้าน จนถึงจุดหนึ่งที่เราลองไปหาหมอและใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราปวดท้องอยู่อย่างนั้นสามเดือนเต็มๆ ไม่ใช่ว่าหมอไม่ดีนะ แต่สมมติฐานของกรดไหลย้อนคือเขาคิดว่าเรามีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดี เช่น กินแล้วนอน กินแล้วไปออกกำลังกาย วิธีรักษาคือต้องเริ่มจากการกินยาลดกรดและปรับพฤติกรรมโดยมีตัววัดว่าถ้าปรับพฤติกรรมสามเดือนแล้วไม่หายแปลว่าอาจมีสิ่งผิดปกติในกระเพาะอาหารทำให้ต้องส่องกล้อง เราก็ไปส่อง ปรากฏว่าเราติดเชื้อแบคทีเรียตัวที่ออกอาการเหมือนกรดไหลย้อนต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อไม่ใช่ยาลดกรด เท่ากับว่าเราทรมานไปแล้วสามเดือน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="467" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-4.jpg" alt="" class="wp-image-91034" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-4-300x208.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-4-600x415.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ความซวยยังไม่จบ มีอยู่วันหนึ่งเราถ่ายแล้วมีเลือด หมอก็บอกว่าเป็นริดสีดวงและให้เรากินไฟเบอร์ กินข้าวโพด เวลาผ่านไปเราเริ่มท้องผูกง่ายมาก อุจจาระแล้วก็เจ็บเลยกลับไปหาหมอ หมอก็ยังบอกว่าเป็นริดสีดวงซ้ำๆ ให้กินกากใยเยอะๆ อีก สุดท้ายเราเลยลองย้ายโรงพยาบาลหมอถึงเจอว่าเราเป็นแผลที่ขอบทวารไม่ใช่ริดสีดวง แต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงท้องผูกง่ายมาก </span></p>



<p>&#8220;<span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเราทรมานไป 6 เดือน หมอทางเดินอาหารถึงวินิจฉัยว่าเราเป็นโรคลำไส้แปรปรวนซึ่งเป็นผลมาจากยาฆ่าเชื้อที่รักษากระเพาะ ตอนนั้นของที่ชอบกินๆ อย่างน้ำเต้าหู้ ชาไทย ช็อกโกแลต เรากินแล้วก็ถ่ายแข็งเลย ทำให้เจ็บแผลที่ขอบทวารซ้ำเรื่อยๆ สุดท้ายก็ได้ตารางมาว่าให้ลองงดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งมันเยอะมากและอยู่ในแทบทุกเมนู เช่น กระเทียม ต้นหอม หัวหอม แต่สุดท้ายก็ดีขึ้น&#8221;</span></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : ใจ</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“เรากลับมาเจ็บหลังในช่วงปลายปี 2560 ปี 2561 ทั้งปีคือช่วงรักษาตัว เป็นหนึ่งปีนิดๆ ที่เกิดบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตเราก็ไม่รู้ หลังก็ปวดท้องก็ปวด บางคำวินิจฉัยก็ทำให้จิตตก เช่น มีหมอคนหนึ่งที่ดูฟิล์ม MRI ของเราแล้วบอกว่าไม่เคยเจอคนอายุเท่านี้ที่กระดูกแย่ขนาดนี้และชี้ว่าตรงกระดูกสันหลังมันมีจุดบางอย่างในเชิงว่าอาจเป็นมะเร็งกระดูก พอถือฟิล์มไปหาหมออีกคนเขาดันบอกว่าหลังเราแค่อักเสบ ไม่ต้องผ่าตัด ยิ่งหาหมอก็ยิ่งทำให้เราสับสนมากเพราะไม่เจอการรักษาที่เข้ากับเราสักที</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นดูหนังก็ไม่สนุก จำได้เลยว่าเราไปดู <em>La La Land</em> ในโรง แต่นั่งดูแล้วต้องลุกไปยืนอยู่ตรงด้านหลังแทนประมาณ 3-4 รอบ เพราะไม่สามารถนั่งดูจนจบได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ถ้าพูดถึงช่วงเวลาที่ทรมานโคตรๆ เลยคือการนั่งรถ เราไม่สามารถนั่งพิงเบาะได้เลยเพราะถ้าพิงเมื่อไหร่ก็จะเจ็บซึ่งเอาเข้าจริงการนั่งหลังตรงก็เป็นการเกร็งหลังประมาณหนึ่ง เราต้องมีจังหวะผ่อนซึ่งเราผ่อนด้วยการพิงไม่ได้ ต้องนั่งทรมานไปตลอดทาง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="449" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-1.jpg" alt="" class="wp-image-91032" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-1.jpg 449w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนไปหาหมอคนหนึ่งเรื่องอาการปวดท้อง เราพูดแค่ 2-3 ประโยคหมอก็ถามเราว่าลองกินยาคลายเครียดดีไหม เขารู้สึกว่าเราน่าจะปวดท้องเพราะเครียดมาก สุดท้ายแล้วหมอเจอว่าเราติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เราว่าความเครียดคงมีส่วนเพราะช่วงนั้นเราเครียดมากจริงๆ จมอยู่กับตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเอง คิดแค่เรื่องอยากหาย แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าเมื่อไหร่และใครจะเป็นคนทำให้เราหายได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“อาจสรุปได้ว่าตลอดทั้งปีเราไม่ได้แค่ป่วยกายแต่ที่ป่วยยิ่งกว่าคือใจ”</span></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b><strong>ยารักษาโรคใจ : ลักยิ้ม</strong></b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“ปกติเราไม่เคยกดไลก์เพจหมาแมวในเฟซบุ๊กเลยนะแต่จะดูเล่นๆ เวลามีคนแชร์ ช่วงที่เราไม่ได้ทำงานแล้วและเริ่มเครียดพอเข้าโซเชียลเราก็เริ่มดูคลิปหมาแมวมากขึ้นเพราะดูแล้วผ่อนคลาย จากดูเฉยๆ เราก็เริ่มไปกดไลก์ เริ่มเสพโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครแชร์ ดูเสร็จก็เริ่มแท็กคนในบ้านจนเริ่มคุยกันว่าต้องเลี้ยงสัตว์สักตัวไหม เราก็ลองไปคาเฟ่หมาดูหลายๆ ที่ก็พบว่าผ่อนคลาย ไม่คิดว่ามันจะมีวันที่เราอุ้มสัตว์นอนบนตักเพราะเราไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราตัดสินใจรับหมามาเลี้ยง เป็นหมาที่ถูกทิ้งไว้ที่ไซต์ก่อสร้าง เห็นครั้งแรกก็ถูกชะตาเลยเพราะมันน่ารักมาก ช่วงแรกๆ เราเป็นคนดูแลมันเป็นหลักเลย ช่วงนั้นหลังเรายังไม่หายดีและเอาจริงๆ ก็โคตรเครียดเพราะความที่มันซนมากและเราไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลยเจอเห็บหมัดเต็มไปหมด ต้องมาหาทางกำจัดออกจากยิ้มและจากที่บ้าน ของทุกอย่างเราเป็นคนเลือกให้มัน อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ ไม่เคยเข้าร้านขายของสัตว์เลี้ยงก็ต้องเข้า อาหารก็ต้องมานั่งดูส่วนผสม เลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดให้มัน สังเกตพฤติกรรมมัน มันเข้ามาอ้อนก็รู้สึกดีว่ามันผูกพันกับเรา</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="462" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-41-1.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91035" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-41-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-41-1-300x205.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-41-1-600x411.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="471" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-43.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91036" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-43-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-43-600x419.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ถึงจะมีเรื่องเครียดบ้างอย่างเรื่องเห็บหมัดหรือความไม่รู้ของเรา แต่รวมๆ เราว่าพอเลี้ยงยิ้มแล้วสภาพจิตใจเราดีขึ้น บางทีพอเจอปัญหาแล้วเราเครียด คิด หมกมุ่น จมอยู่กับตัวเอง แต่พอมีหมาแล้ว การต้องดูแลอีกชีวิตทำให้เราไม่ได้อยู่แต่กับปัญหาของตัวเอง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงนั้นยิ้มเริ่มไม่มีเห็บหมัดแต่กลายเป็นว่ากลิ่นตัวมันเริ่มแรงแทน (หัวเราะ) ลองใช้แชมพูกี่ยี่ห้อก็ไม่หายสักทีจนวันหนึ่งเราเจอพี่ชายที่เป็นสัตวแพทย์ เป็นญาติที่ไม่ได้เจอกันนานมากตอนไปทำบุญที่ต่างจังหวัดก็เลยคุยกันว่าเรารับหมามาเลี้ยง ตัวเหม็นมาก มีตุ่มคันอะไรเต็มไปหมด เขาก็บอกว่า เฮ้ย เขามีแชมพูสูตรที่เขาผลิตร่วมกับอาจารย์ที่จุฬาฯ ใช้ในโรงพยาบาลสัตว์ เราเอามาลองใช้ได้นะ ปรากฏหายเลย ผิดหูผิดตา เรารู้สึกว่ามันใช้ดีก็อยากให้คนอื่นได้ลองใช้บ้างนอกจากในโรงพยาบาล สุดท้ายเลยปรับสูตรกันว่าเราจะทำแชมพูสัตว์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ผสมยา กลายเป็นแบรนด์ที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ชื่อ Beloved</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“จากที่เคยคิดว่าอยากมีธุรกิจของตัวเอง พอมียิ้ม ได้เจอเฮีย บทจะทำเราก็ทำขึ้นมาเลยจริงๆ กลายเป็นว่างานนี้ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้เราเหมือนกันในแง่ที่เรามีอะไรให้คิดนอกเหนือจากปัญหาของตัวเอง แพ้กเกจจิ้งเราก็เลือก ฉลากก็ทำเอง แปะเอง ติดต่อกับร้านขายของสัตว์เพื่อเอาไปวางขายด้วยตัวเอง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="445" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-44.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91037" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-44.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-44-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-44-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-45.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-45.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-45-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-59.jpg" alt="ลักยิ้ม" class="wp-image-91039" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-59.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-59-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-59-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนยิ้มเข้ามาทำให้เราเจอสิ่งใหม่อย่างอื่น ก่อนหน้านี้เราเอาแชมพูไปวางขายในร้านใกล้ๆ บ้าน ผ่านไปไม่กี่เดือนเขากลับมาบอกว่าเราขายดีสุดในร้านเลยนะ ซึ่งลูกค้าที่ใช้แล้วชอบเขาก็จะกลับมาใช้อีกเรื่อยๆ เกือบๆ จะเป็น passive income เลย เราแค่ต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่ม วันหนึ่งร้านที่เราฝากขายบอกว่าจะไม่ให้เราขายแชมพูที่ร้านของเขาแล้ว แต่จะให้เราเซ็นสัญญา OEM ผลิตแชมพูสำหรับแบรนด์ของร้านแทน ซึ่งออร์เดอร์เขาเยอะจนครอบคลุมค่ารักษาหลังของเราที่ผ่านมาหมดเลย เกินด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าไม่มียิ้มเราคงไม่ได้เริ่มอะไรแบบนี้แน่ๆ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ้มให้แรงบันดาลใจเรา ทำให้เราคิดว่าไหนดูสิ มีสัตว์เลี้ยงแล้วต้องทำอะไรบ้าง มันพาเราไปเจอนั่นเจอนี่ มีเรื่องคุยกับพี่ชายก็เพราะยิ้ม เริ่มทำแชมพูก็เพราะยิ้ม หายเครียดก็เพราะยิ้ม เกิดรายได้เพราะยิ้ม ทุกอย่างมันขมวดกันจนกลายเป็นความสบายใจ”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="446" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-33.jpg" alt="" class="wp-image-91040" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-33-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/โก้-33-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากหาหมอนับสิบมานานนับปี โก้ถึงเจอหมอที่เข้าใจและอธิบายว่าอาการเจ็บก้นกบเป็นผลมาจากความตึงของเส้นเอ็นที่หลัง ซึ่งหลังจากนวดรักษาอยู่เรื่อยๆ ทุกวันนี้โก้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้แล้ว เขากลับไปทำงานโปรดักชั่น และยังทำแชมพู <a href="https://web.facebook.com/belovedproducts/?_rdc=1&amp;_rdr" target="_blank" rel="noopener">Beloved</a> ขายอยู่เรื่อยๆ ด้วยความขอบคุณยิ้มที่ทำให้ชีวิตเขายิ้มกว้างๆ ได้สักที</span></p>


<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com">a day</a></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-life-goh-yim/">‘ลักยิ้ม’ หมาหน้ายิ้มที่ทำให้เจ้าของหายเครียดและยิ้มได้อีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หมึก-ปริน : ชีวิตจริงหลังฉาก happy ending ไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lgbt-couple/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Nov 2019 10:20:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รักเกย์]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[หมึก-จักร์กริช วัฒนวีร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปริน-ปริญญ์ วัฒนวีร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=81624</guid>

					<description><![CDATA[<p>คู่รักเกย์ หมึก 2545, อีเวนต์รวมพลดาราช่อง 3 ครั้งแรกที่เจอกัน หมึกไม่เคยคิดว่าปรินจะกลายมาเป็นคู่ชีวิต ในสายตาของเขา ปรินเป็นแค่เด็กหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดีคนหนึ่งที่เจอกันในอีเวนต์รวมดารา ปรินใส่ชุดนักศึกษามาเจอเขาด้วยซ้ำในวันแรกที่เจอกัน &#8216;คงเป็นดาราหน้าใหม่อีกคน&#8217; หมึกคิดในใจ ไม่สนใจท่าทีชวนคุยของเด็กหนุ่มที่ตามตื๊ออย่างผิดวิสัยของคนที่เจอกันครั้งแรก สิ่งที่เขาทำวันนั้นคือคุยเป็นมารยาท สุดท้ายก็จากลากันไปแบบคน (เหมือนจะ) รู้จัก ตอนนั้นเขาไม่ได้ชอบปริน–เขาไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่ไม่รู้ทำไม คล้ายมีบางอย่างติดค้างในใจ หน้าใสๆ ของเด็กหนุ่มคนนั้นก็โผล่ขึ้นมาในความคิดของเขาบ่อยๆ นานวันเข้าก็เริ่มทนไม่ไหว หมึกแวะเวียนไปแถวสยามและย่านใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่ปรินเรียนอยู่หลายครั้ง เพียงเพราะหวังว่าอาจจะเจออีกฝ่ายโดยบังเอิญ แต่พวกเขาก็ไม่เคยเจอกัน ปริน คู่รักเกย์ 2546, Bangkok International Fashion Week ที่เอ็มโพเรียม ปรินยังจำครั้งแรกที่เจอกันได้ดี ในอีเวนต์รวมดาราที่พี่เลี้ยงพาไปฝากให้นั่งโต๊ะเดียวกันกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาคือดารารุ่นพี่ที่แก่กว่า 5 ปี ต่างจากอีกฝ่าย ปรินรู้ว่าตัวเองชอบผู้ชายมานานแล้ว และเมื่อเห็นหมึกเขาก็นึกชอบตั้งแต่แรกพบ เขาจึงพยายามชวนคุยด้วยท่าทีสนใจเป็นพิเศษ ยังแอบนึกเสียดายอยู่ว่าเวลาของพวกเขาสองคนช่างน้อยนิด เขาน่าจะทำความรู้จักกันได้มากกว่านี้ หนึ่งปีผ่านไป เหมือนโชคชะตาจะรู้ว่าเขาอยากได้โอกาสที่สอง ใน Bangkok International Fashion Week ที่เอ็มโพเรียม ซึ่งถือเป็นงานแฟชั่นวีกที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lgbt-couple/">หมึก-ปริน : ชีวิตจริงหลังฉาก happy ending ไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81647 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h3>
<p><span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span></p>
<h2><strong>หมึก</strong></h2>
<p><strong>2545, อีเวนต์รวมพลดาราช่อง 3</strong></p>
<p>ครั้งแรกที่เจอกัน หมึกไม่เคยคิดว่าปรินจะกลายมาเป็นคู่ชีวิต</p>
<p>ในสายตาของเขา ปรินเป็นแค่เด็กหนุ่มนักศึกษาหน้าตาดีคนหนึ่งที่เจอกันในอีเวนต์รวมดารา ปรินใส่ชุดนักศึกษามาเจอเขาด้วยซ้ำในวันแรกที่เจอกัน</p>
<p>&#8216;คงเป็นดาราหน้าใหม่อีกคน&#8217; หมึกคิดในใจ ไม่สนใจท่าทีชวนคุยของเด็กหนุ่มที่ตามตื๊ออย่างผิดวิสัยของคนที่เจอกันครั้งแรก สิ่งที่เขาทำวันนั้นคือคุยเป็นมารยาท สุดท้ายก็จากลากันไปแบบคน (เหมือนจะ) รู้จัก</p>
<p>ตอนนั้นเขาไม่ได้ชอบปริน–เขาไม่ได้ชอบผู้ชาย</p>
<p>แต่ไม่รู้ทำไม คล้ายมีบางอย่างติดค้างในใจ หน้าใสๆ ของเด็กหนุ่มคนนั้นก็โผล่ขึ้นมาในความคิดของเขาบ่อยๆ</p>
<p>นานวันเข้าก็เริ่มทนไม่ไหว หมึกแวะเวียนไปแถวสยามและย่านใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่ปรินเรียนอยู่หลายครั้ง เพียงเพราะหวังว่าอาจจะเจออีกฝ่ายโดยบังเอิญ</p>
<p>แต่พวกเขาก็ไม่เคยเจอกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81646 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h2><strong>ปริน</strong><span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span></h2>
<p><strong>2546, Bangkok International Fashion Week ที่เอ็มโพเรียม</strong></p>
<p>ปรินยังจำครั้งแรกที่เจอกันได้ดี ในอีเวนต์รวมดาราที่พี่เลี้ยงพาไปฝากให้นั่งโต๊ะเดียวกันกับชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาคือดารารุ่นพี่ที่แก่กว่า 5 ปี</p>
<p>ต่างจากอีกฝ่าย ปรินรู้ว่าตัวเองชอบผู้ชายมานานแล้ว และเมื่อเห็นหมึกเขาก็นึกชอบตั้งแต่แรกพบ เขาจึงพยายามชวนคุยด้วยท่าทีสนใจเป็นพิเศษ</p>
<p>ยังแอบนึกเสียดายอยู่ว่าเวลาของพวกเขาสองคนช่างน้อยนิด เขาน่าจะทำความรู้จักกันได้มากกว่านี้</p>
<p>หนึ่งปีผ่านไป เหมือนโชคชะตาจะรู้ว่าเขาอยากได้โอกาสที่สอง ใน Bangkok International Fashion Week ที่เอ็มโพเรียม ซึ่งถือเป็นงานแฟชั่นวีกที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ปรินในฐานะดาราดาวรุ่งถูกเรียกมาเดินแบบในงานนี้</p>
<p>ขณะกำลังก้าวขาอยู่บนแคตวอล์ก ท่ามกลางนายแบบและนางแบบรอบตัว เขารู้สึกคุ้นหน้าชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินสวนกัน</p>
<p>คือหมึกไม่ผิดแน่ อีกฝ่ายก็สังเกตเห็นและจำเขาได้ ในเสี้ยววินาทีที่ใกล้กันที่สุด ด้วยเพราะแสดงออกอะไรไม่ได้มากบนรันเวย์ เลยได้แต่โบกมือหย็อยๆ ทักอีกฝ่าย</p>
<p>เพียงแค่นั้น แล้วต่างฝ่ายก็หายไปจากชีวิตกันเป็นครั้งที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81628 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-5.jpg" alt="" width="449" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-5.jpg 449w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></p>
<h2><strong>หมึก + ปริน</strong><span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span></h2>
<p><strong>2547, กองละครเรื่อง<em> ไปแล้วกลับ หลับแล้วตื่น ฟื้นเพื่อเธอ</em></strong></p>
<p>ใครสักคนกล่าวว่าถ้าเจอกันครั้งที่หนึ่งคือเรื่องบังเอิญ ครั้งที่สองคือโชคชะตา ครั้งที่สามคือความตั้งใจ</p>
<p>สำหรับหมึกและปริน ครั้งที่สามของพวกเขาไม่ตรงกับคำกล่าวนั้นสักนิด อันที่จริงก็เป็นโชคชะตานามว่าวงการบันเทิงอีกนั่นแหละที่พาให้พวกเขามาเจอกันในกองละครกองนี้</p>
<p>ในหนึ่งปีมีคนผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย ทำให้ครั้งนี้หมึกจำปรินไม่ได้ แต่ปรินไม่เคยลืมผู้ชายคนที่เขาเคยแอบชอบ เมื่อรู้ว่าได้โคจรมาเจอกันอีกและอาจไม่มีโอกาสหน้า ครั้งนี้เขาจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหลุดมือ</p>
<p>การพบกันหลังจากนั้นจึงเกิดจากความตั้งใจล้วนๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81641 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ในกองละครนั้น ทั้งคู่เริ่มเข้าหากันและเรียนรู้เรื่องราวของอีกฝ่าย ปรินเป็นเด็กบ้านมีฐานะที่ใช้ชีวิตสะดวกสบายมาตลอด ในขณะที่หมึกเติบโตในบ้านที่ไม่ได้ส่งเสียให้เรียนต่อ หลังจบ ม.3 เขาจึงต้องหางานทำส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี และอาจเป็นโชคดีที่ได้จับพลัดจับผลูเข้าสู่วงการบันเทิง</p>
<p>ระยะเวลานั้นเอง ปรินทำให้หมึกลืมข้อจำกัดว่าเขาเป็นเพศเดียวกันจนหมดสิ้น เขาเริ่มรู้สึกดีๆ กับปริน ส่วนปรินที่ยิ่งรู้จักหมึกลึกขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าเลือกชอบถูกคน</p>
<p>คืนหนึ่งที่ว่างเว้นจากคิวถ่ายละคร ปรินชวนหมึกมานอนที่บ้าน เมื่ออีกฝ่ายมาถึง เขาก็หลอกล่อสารพัดทาง ในขณะที่หมึกผู้ผ่านชีวิตมาเยอะกว่ารู้หมดทุกอย่างว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร</p>
<p>แม้จะดูออก แต่คืนนั้นหมึกก็ยอมหลงกลลูกไม้ตื้นๆ และยอมนอนร่วมห้องกับปริน เด็กหนุ่มนอนบนเตียง ในขณะที่คนอายุมากกว่าปูผ้านอนบนพื้น</p>
<p>“พี่ ผมกลัวผีมาก พี่ขึ้นมานอนบนเตียงเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม”</p>
<p>“ไม่” หมึกตอบกวนๆ</p>
<p>เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วยปรินก็โดดลงมานอนบนพื้นอีกคน “ผมนอนไม่หลับ” เขาบอก “ปกติถ้าจะนอนหลับต้องมีคนเกาหัวให้ พี่เกาหัวให้ผมหน่อยได้ไหม”</p>
<p>หมึกยอมเกาหัวปริน 2-3 ที “ทีนี้หลับได้แล้วใช่ไหม”</p>
<p>ปรินถอนหายใจ ทำไมหมึกไม่ลงมือทำอะไรสักที วินาทีนั้นเขาตัดสินใจขโมยจูบ แต่กลับถูกอีกฝ่ายปัดออกด้วยท่าทางจริงจัง</p>
<p>“ทำแบบนี้กับเรา นายรักเราหรือเปล่า” ประโยคนั้นทำให้ปรินหยุดการกระทำทันที การไม่ยอมมีอะไรกับใครที่ไม่ใช่คนรักอาจฟังดูหัวโบราณ แต่สำหรับหมึกที่เติบโตมากับชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวเพราะพ่อมีบ้านเล็กหลายบ้าน เซ็กซ์คือเรื่องจริงจังสำหรับเขา สุดท้ายคืนนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น</p>
<p>หมึกคิดว่าปรินผู้ยังอยู่ในวัยรักสนุกจะเดินออกจากชีวิตเขาไปแล้ว แต่วันรุ่งขึ้นปรินก็โผล่มาหน้าบ้านเพื่อบอกรักเขา</p>
<p>หมึกยอมรับว่าประหลาดใจไม่น้อย “ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาบอกรัก”</p>
<p>“ผมคิดดีแล้ว ผมอยากคบกับพี่” ปรินบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง แล้วความรักของดาราหนุ่มทั้งสองคนก็เบิกบานขึ้นในวันนั้น</p>
<p><em>happy ending.</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81644 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h2><strong>หมึก </strong><strong>≠</strong><strong> ปริน</strong><span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span></h2>
<p>ถ้านี่เป็นนิยายชายรักชายแนวฟีลกู้ดสักเรื่อง ย่อหน้าด้านบนน่าจะเป็นตอนจบ</p>
<p>แต่กับชีวิตจริงเราไม่สามารถกำหนดจุดสิ้นสุดได้ ตราบใดที่ยังหายใจและจับมือกัน ชีวิตก็มักจะโยนบททดสอบความสัมพันธ์มาให้เสมอ บางบททดสอบเราผ่านไปได้อย่างราบรื่น บางอันติดขัดแต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้บางสิ่ง</p>
<p>“แค่ความรักไม่เพียงพอจะทำให้ความสัมพันธ์อยู่รอดหรอก” คือความคิดที่ได้ตกตะกอนจาก 17 ปีของการคบกัน หนึ่งสิ่งที่ <strong>หมึก–จักร์กริช วัฒนวีร์ </strong>และ<strong> ปริน–ปริญญ์ วัฒนวีร์</strong> ได้เรียนรู้คือ ความรักที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นตอนอยู่ในจุดที่สมหวัง แต่ขึ้นอยู่กับเรื่องราวต่อจากนั้นว่าพวกเขาจะประคับประคองมันไปได้ไกลแค่ไหน</p>
<p>และยังไง</p>
<p>“สำหรับเราความรักคือการมองอนาคตร่วมกัน ก่อนคบกับปริน เราคิดระยะยาวเลยนะว่าถ้าอยากอยู่กับคนนี้จริงจังเราต้องทำยังไง เราทั้งคู่ต้องขยันทำงาน หรือถ้าเรียนอยู่ก็ต้องขยันเรียน จะได้ช่วยกันสร้างชีวิตที่ดี” หมึกเท้าความถึงตอนก่อนจะตัดสินใจคบหา เขามีข้อแม้ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องย้ายมาอยู่ด้วยกัน และปรินก็อาสาเป็นฝ่ายที่ย้ายมาอยู่กับเขา</p>
<p>แน่นอนว่าคนที่มีแบ็กกราวนด์ชีวิตต่างกันมาอยู่ด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายอย่างที่ต้องปรับจูนเข้าหากัน มีหลายครั้งที่เกิดการกระทบกระทั่งเพราะต่างฝ่ายต่างเผยด้านไม่น่าพิสมัย แต่นั่นไม่ใช่เหรอคือสิ่งที่ทุกชีวิตคู่ต้องเจอ–การยอมรับด้านแย่ๆ ของอีกฝ่าย</p>
<p>ยังไงก็ตาม ปัญหาภายในของทั้งคู่ดูเล็กจ้อยไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาจากภายนอก</p>
<p>“ตั้งแต่ปรินย้ายมาอยู่กับเรา เขาก็มีปัญหากับที่บ้านทุกวัน ช่วงนั้นทั้งพ่อแม่และวงการบันเทิงยังรับไม่ได้ เคยมีกรณีนักข่าวถึงขั้นขับรถตามเราจากกองละครเพื่อสืบว่ามีใครนั่งอยู่ในรถด้วย เราต้องขับหนีเพื่อไม่ให้เขามาถึงคอนโดเรา ชีวิตอยู่ยาก</p>
<p>“พออยู่ด้วยกันมาได้เกือบครบปี เราก็เริ่มคุยกันว่าออกจากวงการบันเทิงดีไหม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81645 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>แม้ตอนนั้น หมึกจะมีงานละครติดต่อเข้ามามากมาย และปรินกำลังติดท็อปลิสต์ดาราดาวรุ่ง ทั้งคู่ก็ตัดสินใจลาออกจากวงการแบบหักดิบเพราะสองเหตุผล หนึ่ง เพื่อทำตามความฝันที่แท้จริงคือการทำงานหลังกล้อง และสอง เพื่ออิสรภาพในการแสดงความรักโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขุดคุ้ย</p>
<p>“พอออกจากวงการมันก็เหมือนใช้เงินเก่าอยู่เรื่อยๆ ประมาณปีหนึ่ง ระหว่างนั้นปรินก็พยายามหางานประจำทำ จนวันที่เงินเริ่มร่อยหรอเกือบหมด ปรินก็ได้งานทำพอดี ในขณะที่เราก็พยายามทำงานของเราคือการเขียนบทละครให้ค่ายหนึ่ง</p>
<p>“ตอนนั้นเราสองคนมีความสุขมาก แต่เหมือนความสุขมันอยู่กับเราได้แค่แป๊บเดียว อยู่ๆ ทุกอย่างก็พังลงเพราะเราป่วย”</p>
<p>อาการป่วยของหมึกเป็นผลต่อเนื่องมาจากงานละครเรื่องสุดท้ายก่อนออกจากวงการ ในซีนหนึ่งที่ต้องใช้ระเบิดปิงปองเข้าฉาก ด้วยข้อผิดพลาดบางประการ ระเบิดปิงปองลูกหนึ่งดันระเบิดใกล้ตัวหมึกมาก โชคดีที่เขาไม่ได้รับอันตรายทางกายภาพ แต่ระเบิดลูกนั้นก็รุนแรงมากพอที่จะทำให้หูซ้ายของเขาดับไป 2 เดือนเต็มๆ</p>
<p>ประกอบกับการมาจับงานเขียนบทโทรทัศน์หลังออกจากวงการ ด้วยลักษณะที่ต้องเขียนไปถ่ายไป มีเพื่อนคู่ใจคือเครื่องดื่มชูกำลังและบุหรี่ ตัวช่วยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และทำให้เส้นเลือดปลายประสาทตีบจนเกิดอาการหูดับอีกครั้ง</p>
<p>เคราะห์ซ้ำกรรมซัด แพทย์ผู้วินิจฉัยไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าอาการของหมึกเกิดจากอะไรจึงจ่ายยาตัวที่แรงที่สุดให้กับเขา เป็นยาที่หมึกไม่รู้ว่าตัวเองแพ้</p>
<p>อาการหูดับยังไม่หายดี ผลข้างเคียงของการแพ้ยาทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน จากคนสุขภาพดีน้ำหนัก 65 กิโลกรัม จู่ๆ น้ำหนักก็พุ่งทะยานไปสู่หลักร้อย ไหนจะผมหงอกที่ทำให้หมึกสูญเสียความมั่นใจจนไม่กล้าออกจากบ้าน ไหนจะความเครียดเรื่องเงินที่ต้องจ่ายค่ายาเกือบทุกวัน วันละ 15,000 บาท โดยไม่รู้แน่ชัดว่าจะรักษาหาย</p>
<p>กว่า 2 ปีที่หมึกต้องเทียวเข้า-ออกโรงพยาบาล ในที่สุดอาการก็ดีเพราะได้เจอแพทย์ท่านหนึ่งที่แนะนำให้หยุดยา “จริงๆ มันไม่มีเชื้ออะไรทั้งนั้น สาเหตุมันมาจากการพักผ่อนน้อยและยานั่นแหละที่ทำให้ไม่หายสักที” ปรินที่คอยสังเกตอาการของหมึกอยู่ตลอดเวลาเฉลยให้ฟัง นั่นหมายถึง 2 ปีที่ผ่านมาคือเวลาที่เสียไปอย่างสูญเปล่า เช่นเดียวกับเงินเก็บทั้งหมดของพวกเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81642 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ตอนเงินหมด เราต้องใช้บัตรเครดิตรูดเป็นเงินสดจนเป็นหนี้ นอนอยู่โรงพยาบาลเจ้าหนี้ก็โทรมาทวงค่าบัตรเครดิตตลอดเวลาจนเรารู้สึกอยากฆ่าตัวตายให้พ้นๆ ไป” หมึกเล่าความคิดในตอนนั้น</p>
<p>ยังไม่ทันได้พักหายใจ ความทรมานครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้นเพราะหมึกตรวจพบเนื้องอกตรงกระดูกสันหลัง ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ความทรมานนั้นเทียบไม่ได้เลยกับการต้องเห็นปรินทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาดูแลเขา กลางวันทำงาน กลางคืนกลับมานอนเฝ้า</p>
<p>มองย้อนกลับไป ช่วงเวลานั้นคือช่วงวัดใจที่จะเกิดอะไรขึ้นก็ได้กับพวกเขา มันเกือบจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ด้วยซ้ำหากใครสักคนจะเดินออกจากความสัมพันธ์เพียงเพราะอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า</p>
<p>แต่ปรินก็ไม่ทิ้งหมึก</p>
<p>“ช่วงนั้นพ่อแม่เขาไม่พอใจด้วย บอกจะมาทนอยู่แบบนี้ทำไม เราเลยกลั้นใจว่านายกลับไปอยู่บ้านเถอะ เดี๋ยวเรากลับไปอยู่ต่างจังหวัดของเราเองแล้วกัน แต่ปรินก็ไม่ยอมไป</p>
<p>“เราจำได้ว่าพอถึงช่วงปีใหม่ พ่อแม่ก็โทรมาตามเขากลับไปอีกครั้ง บอกว่า &#8216;ปริน กลับบ้านมาฉลองปีใหม่กับที่บ้านด้วยนะ ครอบครัวรออยู่&#8217; แล้วเราได้ยินคำพูดหนึ่งที่เขาพูดกับที่บ้านว่า &#8216;ก็นี่ไง ปรินก็อยู่กับครอบครัวของปรินอยู่แล้วไง พี่หมึกก็คือครอบครัวของปริน เพราะฉะนั้นจะให้ปรินไปไหนอีกล่ะ&#8217;</p>
<p>“เราฟังแล้วรู้สึกโคตรรักเขาเลยที่เขาไม่ทิ้งเราไปไหน ในวันที่เราเจ็บป่วยและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาเลือกที่จะอยู่กับเรา สำหรับเราไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ถ้าเขาดีกับเราขนาดนี้ เราต้องคว้าเขาไว้แล้วรักเขาให้มากที่สุด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81643 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-9.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>แปลกดีที่พอผ่านจุดนั้นมา ชีวิตของทั้งคู่ก็เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างทันทีทันใด อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์สายตรงจากประเทศจีนแจ้งว่าหนังสั้นที่ปรินเคยส่งประกวดได้รับรางวัล และพวกเขากำลังจะโอนเงินรางวัลมาให้ นั่นทำให้ทั้งคู่เริ่มมองเห็นสัญญาณดีๆ</p>
<p>“วันแรกที่ออกไปข้างนอกหลังจากหายป่วยคือวันที่เราไปทำงาน จากคนที่มั่นใจในตัวเองเรากลายเป็นคนประหม่า เพราะหูข้างที่ดับก็ยังได้ยินไม่เต็มที่ เดินก็เอียงไปเอียงมา เวลาลูกค้าคุยกับเรา เราไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดอะไร แต่ปรินจะใช้วิธีการทวนคำถามลูกค้า แล้วหันมาคุยกับเราเสียงดัง เขาบอกเราว่า &#8216;พี่หมึก นายไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เราอยู่กับนายตลอด ถ้านายไม่ได้ยิน เราจะพูดให้นายได้ยินเอง&#8217;</p>
<p>“พอผ่านวันแรกไปได้ วันที่สองมันก็ต้องผ่านไปได้สิวะ เราก็กล้าออกไปนอกบ้าน เดินห้างมากขึ้น โดยมีปรินที่ทำให้มั่นใจอยู่ตลอดว่าเขาจะไม่ทิ้งเรา เขาเปลี่ยนชีวิตเราจากคนที่ดิ่งลงเหว ดึงเราขึ้นมาอีกครั้งด้วยการบอกว่าเขาไม่ไปไหนนะ แล้วเขาก็ทำแบบนี้มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เคยทอดทิ้งเราเลย”</p>
<p>นับตั้งแต่ผ่านพ้น 3 ปีแห่งความป่วยไข้ ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ที่ชีวิตส่งมาทดสอบความสัมพันธ์ของหมึกและปรินอยู่เรื่อยมา บ้างง่ายดาย บ้างหนักหนา แต่ทั้งคู่ก็พยายามประคับประคองกันให้ผ่านวันที่ยากมาได้ทุกครั้ง นั่นไม่ใช่เหรอคือสิ่งที่ทุกชีวิตคู่ต้องเจอ–ประคับประคองกันให้เดินไปด้วยกันในวันที่ยาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81630 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-20.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-20.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-20-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ในที่สุด หลายปีของการตรากตรำทำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวก็เห็นผล หมึกและปรินเปิดบริษัทโปรดักชั่นด้วยกัน มีรถ ทรัพย์ คอนโด และบ้าน ร่วมกันจนนำไปสู่อีกเหตุการณ์ที่ไม่คิดฝัน</p>
<p>“มันเหมือนเราพยายามฟันฝ่าทุกอย่างจนพ่อแม่เห็นว่าสองคนนี้รักกันจริงจัง ไม่ใช่แค่คบกันแล้วเสเพล อาจฟังดูเหมือนพ่อแม่เป็นตัวร้ายในละครที่จะกีดกันลูก พอเวลาผ่านไป เรารู้ว่าจริงๆ นั่นไม่ใช่ความเกลียดแต่เป็นความรักของเขานะ เราเริ่มคบกันตอนปรินอายุ 22 เอง ในวัยเท่านั้นเรายังดูไม่เป็นโล้เป็นพายในสายตาพวกเขา เป็นเรื่องปกติมากที่เขาจะมองว่ามันจะไปได้เหรอ มันมีวิธีอื่นไหมที่ชีวิตจะดีขึ้น</p>
<p>“แต่วันหนึ่งที่เราพิสูจน์แล้วว่าเราไปด้วยกันได้ เริ่มอยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี 2547 จนมาถึงประมาณปี 2554 เขาก็ยอมรับว่าเข้าใจเราผิด เพราะการไม่ยอมแพ้ของเราทำให้เขาเริ่มใจอ่อน เริ่มคิดว่ายังไงเราก็ตัดไม่ขาดแล้วสองคนนี้ แทนที่จะกีดกันก็ลองมาสนับสนุนลูกดีไหม ให้เขาได้ใช้ชีวิตของเขาจริงๆ</p>
<p>“วันที่เขายอมรับเราจริงๆ คือวันที่เราซื้อบ้านด้วยกัน วันนั้นเป็นวันที่เขาภูมิใจในตัวเราสองคนมาก รู้สึกรักเราโดยไม่มีความกังขาอีกแล้ว เขาจึงรับเราเป็นลูกบุญธรรมอีกคน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81650 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-12.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h2><strong>หมึก </strong><strong>= ปริน</strong></h2>
<p><strong>2562</strong><strong>, คอนโดของทั้งคู่</strong></p>
<p>ด้วยเพราะประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสมรสกันได้ หมึกและปรินมองว่าวิธีการที่จะยืนยันความรักและเป็นหลักประกันของชีวิตคู่ไปพร้อมกันคือ การให้ครอบครัวของอีกฝ่ายรับเป็นบุตรบุญธรรม</p>
<p>“เราจะได้รับสิทธิอะไรบ้างจากการเป็นบุตรบุญธรรม” เราอยากรู้</p>
<p>“หลักๆ คือเรื่องการแบ่งทรัพย์สินและการกู้ร่วม ถ้าสมมติเราจะซื้อบ้านหรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำประกันชีวิตเราสามารถระบุว่าเขาเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้</p>
<p>“จริงๆ วันที่พวกเราไปขออนุญาตพ่อแม่ของปรินว่าอยากให้รับเราเป็นบุตรบุญธรรม เพราะก่อนหน้านั้นเราเห็นข่าวของคู่รักชายรักชายที่ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต แต่ทรัพย์สมบัติของคนที่ตายไปโดนพ่อแม่เอากลับไปหมดเลย แต่ในขณะเดียวกัน เขาสร้างมันมาด้วยกัน มันไม่ยุติธรรมกับคนที่เขายังอยู่</p>
<p>“เราเลยปรึกษาปรินว่าถ้าวันหนึ่งเราต้องเป็นแบบนั้น เราจะทำยังไงดี เพราะเดี๋ยวญาติพี่น้องเราหรือญาติพี่น้องนายอาจจะเอาทรัพย์สินไปได้หมด เพราะฉะนั้นเราจึงช่วยกันหาวิธี เอาแบบนี้ไหม ถ้าเป็นพี่น้องกัน ยังไงทรัพย์สมบัติมันก็ไม่มีใครเอาของเราไปได้</p>
<p>“พออธิบายให้ครอบครัวของปรินฟัง พ่อแม่ก็เห็นด้วยทุกอย่าง เราไปจดทะเบียนที่เขตเป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลายเป็นว่าเราจะได้เปรียบปริน เพราะเราเป็นลูกที่เข้าบ้านเขา เราจะมีสิทธิในทรัพย์สมบัติพ่อแม่เขาเท่ากับตัวเขาทุกอย่าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81632 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-28.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-28.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-28-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p>“ล่าสุดแม่ปรินเพิ่งเสียชีวิตไป เขาไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สมบัติต้องหารสาม เพราะเขามีลูกสองคนและลูกบุญธรรมอีกหนึ่ง เราจะได้เปรียบเขาตรงนั้น แต่เราก็ไม่เอาทรัพย์สมบัตินั้นนะ เราคืนพี่สาวเขาไป เพราะเราบอกตั้งแต่แรกเลยว่าเราเข้าไปอย่างบริสุทธิ์ใจ แม้แต่บางอย่างที่พ่อบอกว่าแม่ของปรินเจตนาจะให้หมึก เราก็ยืนยันคำเดิมว่าเราไม่อยากได้อะไร เราอยากได้ประโยชน์เฉพาะทรัพย์สมบัติของเราสองคนเท่านั้น แต่ของครอบครัวเขาเราจะไม่ยุ่ง</p>
<p>“ข้อดีอีกหนึ่งข้อดีคือ เมื่อเราเปลี่ยนนามสกุลของเราเป็นนามสกุลเขา เราก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวเขามากขึ้น สมมติเราไปเที่ยวในประเทศที่ไม่เปิดรับเกย์ เราก็ไปในฐานะพี่น้องกันได้ มันจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น</p>
<p>“ส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ในเคสที่คนหนึ่งอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนแล้วให้อีกคนเซ็นยินยอมผ่าตัด อันนี้จริงๆ กฎหมายไทยให้ใครเซ็นก็ได้นะ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนในครอบครัว แต่ทางโรงพยาบาลกลัวว่าไม่มีใครมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนเข้าใจผิดมาตลอด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81638 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-33.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-33.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-33-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“พอเรามีสถานะเป็นพี่น้องบุญธรรมแบบนี้ ถ้าวันหนึ่งกฎหมายไทยให้สิทธิคู่รัก <a href="https://adaymagazine.com/search/lgbt" target="_blank" rel="noopener">LGBT</a> สามารถสมรสกันได้ พวกคุณยังอยากได้ตรงนั้นอยู่ไหม” เราสงสัย</p>
<p>“อยากนะ” ปรินตอบทันที “สุดท้ายแล้วเราก็ทำตามที่กฎหมายจะเอื้อ แต่เราเข้าใจนะว่าการแก้กฎหมายเพื่อชาว LGBT ตอนนี้มันยาก เพราะเราเคยคุยกับหนึ่งในคณะกรรมการที่เป็นคนออกกฎหมาย ปกติแล้วทุกประเทศทั่วโลกจะค่อยๆ เปลี่ยน ให้สิทธิต่างๆ มากขึ้นโดยเติบโตไปตามกระแสสังคม คราวนี้ถ้าเราจะก้าวกระโดดให้เป็นกฎหมายคู่สมรมแบบชาย-หญิงเลย มันยากเพราะกฎหมายจะไม่ได้เปลี่ยนแค่กระทรวงกระทรวงเดียว แต่มันต้องเปลี่ยนกันเป็นลูกโซ่ ก็ต้องให้เวลาเขาหน่อย”</p>
<p>คำตอบของเขาทำให้เราสงสัยว่า นอกจากทะเบียนสมรสหนึ่งใบและกฎหมายหลายร้อยข้อที่อาจทำให้คำว่าชีวิตคู่สมบูรณ์ขึ้น นิยามของชีวิตคู่ที่ดีนั้นต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง</p>
<p>“จาก 17 ปีที่คบกันมา จริงๆ ความรักมันเพียงพอไหมที่จะทำให้ความสัมพันธ์อยู่รอด” เราสงสัย</p>
<p>“ไม่พอ” ทั้งสองคนเห็นตรงกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-81627 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-3.jpg" alt="" width="675" height="461" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-3-300x205.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-3-600x410.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“นอกจากรักกันแล้ว เงินก็สำคัญ หน้าที่การงานก็ต้องมีนะ โลกปัจจุบันนี้คุณจะหอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยกันแบบไม่มีเงินมันก็เป็นภาระของคนอื่นอีก เราคิดว่าความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน ไหนจะพ่อแม่ เพื่อนฝูง ถ้าพวกเขากีดกัน เราจะฝืนอยู่กันไหม ถ้าเราฝืน เราต้องพิสูจน์อะไรให้พวกเขารู้ล่ะว่าเราจริงจัง” ต่างจากในนิยาย ความจริงของชีวิตพร้อมที่จะขย้ำภาพฝันและทำให้เราตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ที่ตัวเองอยู่เสมอ หมึกเรียนรู้เช่นนั้น</p>
<p>“ในหนังโรแมนติกหรือนิยายทำให้เราเห็นแต่ด้านดีของการคบกัน แต่สิ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือ เมื่อเราคบกันแล้วเราจะยอมรับสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดของอีกฝ่ายหนึ่งได้มากแค่ไหน” ปรินเสริม “เพราะยิ่งอยู่ไปมันจะยิ่งเห็นดาร์กไซด์ นอนตด เรอ นอนกรน หรือซกมกอะไรอย่างนี้”</p>
<p>“อย่างปรินจริงๆ เป็นคนกักขฬะ” หมึกแอบแฉจนเราหัวเราะครืน “แต่สิ่งดีๆ ของเขามันก็เอามาวัดกันไง เรื่องดีที่เขาเคยทำให้เรากับเรื่องไม่ดีของเขาอะไรมันมาก-น้อยกว่ากัน พอชั่งกันไปความดีก็ยังมีมากกว่า หรือแม้แต่เรื่องรสนิยมทางเพศที่ทั้งเราและเขาเป็นรุกเหมือนกัน บางทีก็ต้องยอมปล่อยให้เขาออกไปหาความสุขนอกบ้านบ้างเพราะเราไม่สามารถตอบโจทย์นั้นให้เขาได้ แต่ต้องจริงใจ ไม่มีความลับต่อกัน การใช้ชีวิตคู่มันต้องผ่านอะไรแบบนี้ให้ได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81648 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-24.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ2-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“เทียบกับวันแรก ตอนนี้คุณมองอีกฝ่ายยังไง” เราโยนคำถามสุดท้าย</p>
<p>“ก็ยังประทับใจตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ มีสิ่งหนึ่งที่เขาทำอยู่โดยที่ไม่เคยขาดเลยสักวัน คือการโทรหาเราเสมอ 17 ปีเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น ถ้าเราไม่รับสายก็จะยังโกรธเหมือนเดิม” หมึกหัวเราะ “เขาไม่เคยทิ้งในวันที่ลำบาก มีความห่วงใยให้เราเสมอต้นเสมอปลาย”</p>
<p>“สำหรับเรา พี่หมึกเหมือนเป็นบ้าน อธิบายอย่างอื่นไม่ได้นอกจากคำว่าบ้านจริงๆ มันแค่รู้สึกว่าอบอุ่น คุ้นเคย บางคนอยู่ด้วย 2 นาที แม่ง กูไม่รู้จะคุยอะไรดี แต่ว่ากับพี่หมึก นี่อยู่กันมา 17 ปี หาเรื่องบ้าบอคอแตกมาคุยกันได้ตลอด บางครั้งพี่หมึกทำให้เราอยู่กับร่องกับรอย เป็นเหมือนครูที่ทำให้เราอยู่ในกรอบมากขึ้น”</p>
<p>ชื่นชมสิ่งดี โอบกอดข้อเสีย ประคับประคอง ประนีประนอม และกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อกันและกัน นั่นคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องราวของพวกเขา แน่นอนว่าในอนาคตชีวิตจะโยนบางสิ่งที่เหนือการคาดเดามาให้เรา แต่นั่นไม่ใช่เหรอคือสิ่งที่ชีวิตของทุกคนต้องเจอ–การรับมือกับความไม่แน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-81651 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-14-1.jpg" alt="คู่รักเกย์" width="675" height="469" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-14-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-14-1-300x208.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เธเธธเธ“เธซเธกเธถเธ-เธเธธเธ“เธเธฃเธดเธ-14-1-600x417.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ไม่มีใครกำหนด happy ending ของตัวเองได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลึกๆ แล้วเรารู้สึกว่าตราบใดที่ยังหายใจและจับมือกัน พวกเขาต้องผ่านมันไปได้เหมือนที่เคยผ่านมา</p>
<p>“พวกเราไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน คนนี้คือคนแรก คนเดียว และจะเป็นคนสุดท้ายของชีวิต” พวกเขาทิ้งท้าย</p>
<hr />
<p><em>ติดตามหมึกและปรินพูดคุยเรื่องชีวิตคู่และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสังคม LGBT ได้ที่เพจ <a href="https://web.facebook.com/MERAGEMOTION/" target="_blank" rel="noopener">MERAGE MOTION : PRODUCTION HOUSE</a></em><br />
<span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span><span style="display: none;"> คู่รักเกย์</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lgbt-couple/">หมึก-ปริน : ชีวิตจริงหลังฉาก happy ending ไม่ได้สวยงามเหมือนในนิยาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;พอรู้ว่ามีคนพร้อมช่วยก็ดีใจ&#8221; เมื่อพ่อแม่วัยใสก้าวต่อได้เพราะผู้ใหญ่เปิดใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/teen-parents/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Nov 2019 08:00:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a life that changed my day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80571</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กหญิงเด็กชายบางคนกลายเป็นพ่อแม่วัยใสและต้องหอบกระเตงลูกไปไหนมาไหนตั้งแต่ยังไม่ใช้คำนำหน้าว่านาย&#8211;นางสาว ซ้ำยังต้องออกจากโรงเรียน ปลีกตัวออกจากสังคม และปกปิดคนรอบข้างราวกับการตั้งครรภ์คือการก่ออาชญากรรมร้ายแรง ทั้งที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ เมื่อแผนการคุมกำเนิดผิดพลาด พายุระลอกแรกที่ซัดเข้าใส่เด็กวัยรุ่นคือการก้าวข้ามจาก ‘เด็กนักเรียน’ ไปเป็น ‘พ่อแม่’ อย่างกะทันหัน ตามมาด้วยการตั้งรับมรสุมระลอกใหญ่ในการรับผิดชอบชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งที่กำลังจะลืมตาดูโลก คนเป็นพ่อแม่น่าจะรู้ดีว่านี่คือภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าบ่าของเด็กวัยรุ่นที่ผ่านโลกมาไม่มากจะแบกรับไหว เพราะขนาดผู้ใหญ่วัยทำงานยังต้องใช้ความพยายามมหาศาลในการประคับประคองชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งให้เติบใหญ่ขึ้น ท่ามกลางปัญหาที่ซับซ้อนเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หนึ่งในนั้นคือเรื่องช่องว่างระหว่างวัยของผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่ถ่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องด้วยวุฒิภาวะและการมองโลกที่แตกต่างกัน แต่จะทำยังไงให้ช่องว่างที่เคยห่าง ชิดเข้าหากันเพื่อเชื่อมคนทั้งสองวัยให้กลับมาพูดคุยกันได้อย่างเข้าใจ คำถามคือสังคมเรามีทางเลือกมากน้อยแค่ไหนให้วัยรุ่นเลือกเดินกลับเข้ามาปรึกษาผู้ใหญ่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตีตรา หรือถูกกล่าวหาว่าใจแตก แน่นอนว่าไม่มีผู้ใหญ่คนใดจะคอยช่วยแก้ปัญหาให้พ่อแม่วัยรุ่นไปได้ตลอด แต่จะทำอย่างไรให้เด็กวัยรุ่นที่พลาดพลั้งตั้งท้องก่อนวัยอันควรสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งระหว่างที่ตั้งครรภ์ รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง &#160; พ่อแม่วัยใสต้องยืนหยัดได้ คิว และ ฟ้า (นามสมมติ) คือพ่อแม่วัยใสที่มาแชร์ประสบการณ์โลกคว่ำคะมำหงายของการเป็นพ่อแม่คนแบบที่ไม่ทันตั้งตัวในงาน ‘คนใต้ หยัดได้ ครั้งที่ 2’ งานเสวนาวิชาการระดับภาค เรื่องสุขภาวะเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช จัดโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (Path2Health Foundation) ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัยรุ่น ผู้ปกครอง คุณครู บุคลากรสาธารณสุข และองค์กรส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และสร้างเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะเยาวชน โดยมีประเด็นเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นหนึ่งเวทีหลักของงานนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/teen-parents/">&#8220;พอรู้ว่ามีคนพร้อมช่วยก็ดีใจ&#8221; เมื่อพ่อแม่วัยใสก้าวต่อได้เพราะผู้ใหญ่เปิดใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p3"><span class="s1">เด็กหญิงเด็กชายบางคนกลายเป็นพ่อแม่วัยใสและต้องหอบกระเตงลูกไปไหนมาไหนตั้งแต่ยังไม่ใช้คำนำหน้าว่านาย</span><span class="s2">&#8211;</span><span class="s1">นางสาว</span> <span class="s1">ซ้ำยังต้องออกจากโรงเรียน</span> <span class="s1">ปลีกตัวออกจากสังคม</span> <span class="s1">และปกปิดคนรอบข้างราวกับการตั้งครรภ์คือการก่ออาชญากรรมร้ายแรง</span> <span class="s1">ทั้งที่แท้จริงแล้วไม่ใช่</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อแผนการคุมกำเนิดผิดพลาด</span> <span class="s1">พายุระลอกแรกที่ซัดเข้าใส่เด็กวัยรุ่นคือการก้าวข้ามจาก</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">เด็กนักเรียน</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ไปเป็น</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">พ่อแม่</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">อย่างกะทันหัน</span> <span class="s1">ตามมาด้วยการตั้งรับมรสุมระลอกใหญ่ในการรับผิดชอบชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งที่กำลังจะลืมตาดูโลก</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">คนเป็นพ่อแม่น่าจะรู้ดีว่านี่คือภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าบ่าของเด็กวัยรุ่นที่ผ่านโลกมาไม่มากจะแบกรับไหว</span> <span class="s1">เพราะขนาดผู้ใหญ่วัยทำงานยังต้องใช้ความพยายามมหาศาลในการประคับประคองชีวิตเด็กทารกคนหนึ่งให้เติบใหญ่ขึ้น</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">ท่ามกลางปัญหาที่ซับซ้อนเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น</span> <span class="s1">หนึ่งในนั้นคือเรื่องช่องว่างระหว่างวัยของผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่ถ่างออกจากกันมากขึ้นเรื่อยๆ</span> <span class="s1">เนื่องด้วยวุฒิภาวะและการมองโลกที่แตกต่างกัน</span> <span class="s1">แต่จะทำยังไงให้ช่องว่างที่เคยห่าง</span> <span class="s1">ชิดเข้าหากันเพื่อเชื่อมคนทั้งสองวัยให้กลับมาพูดคุยกันได้อย่างเข้าใจ</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">คำถามคือสังคมเรามีทางเลือกมากน้อยแค่ไหนให้วัยรุ่นเลือกเดินกลับเข้ามาปรึกษาผู้ใหญ่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตีตรา</span> <span class="s1">หรือถูกกล่าวหาว่าใจแตก</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">แน่นอนว่าไม่มีผู้ใหญ่คนใดจะคอยช่วยแก้ปัญหาให้พ่อแม่วัยรุ่นไปได้ตลอด</span> <span class="s1">แต่จะทำอย่างไรให้เด็กวัยรุ่นที่พลาดพลั้งตั้งท้องก่อนวัยอันควร</span><span class="s1">สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง</span> <span class="s1">ทั้งระหว่างที่ตั้งครรภ์</span> <span class="s1">รวมถึงการใช้ชีวิต</span><span class="s4">ในสังคมต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p5"><span class="s1"><b>พ่อแม่วัยใสต้องยืนหยัดได้</b></span></h3>
<p class="p4"><span class="s1">คิว</span> <span class="s1">และ</span> <span class="s1">ฟ้า</span><span class="s3"> (</span><span class="s1">นามสมมติ</span><span class="s3">) </span><span class="s1">คือพ่อแม่วัยใส</span><span class="s1">ที่มาแชร์ประสบการณ์โลกคว่ำคะมำหงายของการเป็นพ่อแม่คนแบบที่ไม่ทันตั้งตัวในงาน</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s1">คนใต้</span> <span class="s1">หยัดได้</span> <span class="s1">ครั้งที่</span><span class="s3"> 2’ </span><span class="s1">งานเสวนาวิชาการระดับภาค</span> <span class="s1">เรื่องสุขภาวะเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช</span> <span class="s1">จัดโดย</span> <span class="s1"><b>บริษัท</b></span><b> </b><span class="s1"><b>เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต</b></span><b> </b><span class="s1"><b>จำกัด</b></span> <span class="s1">และ</span> <span class="s1"><b>มูลนิธิแพธทูเฮลท์</b></span><span class="s3"><b> (Path2Health Foundation)</b> </span><span class="s1">ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัยรุ่น</span> <span class="s1">ผู้ปกครอง</span> <span class="s1">คุณครู</span> <span class="s1">บุคลากรสาธารณสุข</span> <span class="s1">และองค์กรส่วนท้องถิ่น</span><span class="s3"> (</span><span class="s1">อปท</span><span class="s3">.) </span><span class="s1">เพื่อร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน</span> <span class="s1">และสร้างเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะเยาวชน</span> <span class="s1">โดยมีประเด็นเรื่องการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเป็นหนึ่งเวทีหลักของงานนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80582 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5621.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5621.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5621-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5621-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p4"><span class="s1">ฟ้าและคิวยืนยันว่าการเป็นพ่อแม่ตั้งแต่วัยรุ่นนั้นสามารถฝ่าฟันปัญหาสารพัดมาได้โดยการที่มีครอบครัวคอยโอบกอดด้วยความเข้าใจ</span> <span class="s1">และมีสังคมที่พร้อมอ้าแขนให้โอกาส</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">ตอนนี้ทั้งคู่ลาออกจากโรงเรียนมาเป็นพ่อแม่เต็มตัว</span> <span class="s1">ภารกิจหลักในชีวิตเปลี่ยนจากการไปโรงเรียน</span> <span class="s1">ทำการบ้าน</span> <span class="s1">อ่านหนังสือสอบ</span> <span class="s1">เป็นการให้นม</span> <span class="s1">กล่อมนอน</span> <span class="s1">อาบน้ำเปลี่ยนผ้าอ้อม</span> <span class="s1">และพาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบตามที่หมอนัด</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">ทั้งคู่บอกว่า</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s1">ลูก</span><span class="s3">’ </span><span class="s1">คือชีวิตเล็กๆ</span> <span class="s1">ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล</span> <span class="s1">จากเด็กวัยเรียนที่วิ่งเล่นไปวันๆ</span> <span class="s1">ต้องก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างฉับพลันพร้อมกับภาระมหาศาล</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">มรสุมชีวิตเริ่มคลี่คลายลงเมื่อลูกน้อยลืมตาดูโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัย</span> <span class="s1">ม่านหมอกแห่งปัญหากำลังพัดจางไป</span> <span class="s1">พร้อมกับบทใหม่ของชีวิตที่เรียกว่า</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s1">ครอบครัว</span><span class="s3">’</span></p>
<p class="p4"><span class="s1">ทุกวันนี้</span> <span class="s1">ทารกน้อยเป็นเหมือนสะพานเชื่อมใจให้</span><span class="s3"> (</span><span class="s1">อดีต</span><span class="s3">) </span><span class="s1">เด็กบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างฟ้าและคิว</span> <span class="s1">หันหน้ากลับไปคุยกับพ่อแม่</span> <span class="s1">และเดินกลับสู่สังคมอย่างไม่กลัวการถูกติฉินนินทา</span> <span class="s1">เพราะรู้ว่าผู้ใหญ่พร้อมให้โอกาสเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80574 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5594.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5594.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5594-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5594-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p5"><span class="s1"><b>ขอเพียงมีผู้คอยรับไว้ไม่ให้ร่วงหล่น</b></span></h3>
<p class="p3"><span class="s1">ต่อไปนี้คือเรื่องราวของฟ้าและคิว</span> <span class="s1">พ่อแม่วัยใสที่ชีวิตพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">คิวและฟ้าอาศัยอยู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภูเหมือนกัน</span> <span class="s1">แต่เรียนอยู่คนละโรงเรียน</span> <span class="s1">ทั้งคู่รู้จักกันทางเฟซบุ๊กและตัดสินใจคบหากันเรื่อยมาเป็นเวลา</span><span class="s2"> 2 </span><span class="s1">ปีแล้ว</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ก่อนหน้านี้</span> <span class="s1">ฟ้าใช้ชีวิตไม่ต่างจากเด็กสาวในวัยไล่เลี่ยกัน</span> <span class="s1">เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการตะลอนเที่ยวเล่นกับเพื่อน</span> <span class="s1">โดดขึ้นเต้นท้ายรถแห่</span> <span class="s1">วงหมอลำแสดงที่ไหน</span> <span class="s1">ต้องเห็นเธอที่นั่น</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในตอนนั้น</span> <span class="s1">เด็กสาวรู้สึกว่าชีวิตยังไม่มีเรื่องอะไรให้รับผิดชอบมากมายนัก</span> <span class="s1">เธอใช้จ่ายเวลาชีวิตไปกับความบันเทิงรายวัน</span> <span class="s1">ส่วนคิวก็ใช้ชีวิตอย่างสำมะเลเทเมากับเพื่อนฝูง</span> <span class="s1">พ่อแม่ของคิวแยกทางกันเช่นเดียวกับพ่อแม่ของฟ้า</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ด้วยความติดเที่ยวและติดเพื่อนอย่างหนัก</span> <span class="s1">ฟ้าตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนที่หนองบัวลำภูกลางคัน</span> <span class="s1">ทิ้งการเรียนในเทอมสุดท้ายทั้งๆ</span> <span class="s1">ที่ใกล้จะจบชั้น ม</span><span class="s2">.3 </span><span class="s1">โดยให้เหตุผลกับครูว่าจะมาหาแม่ที่สงขลา</span> <span class="s1">ส่วนคิวก็ตามฟ้ามาอยู่ที่สงขลาด้วย</span> <span class="s1">แต่ตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่รู้ว่าฟ้าท้อง</span> <span class="s1">เพราะไม่มีอาการแสดงสัญญาณใดๆ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อมาอยู่สงขลา</span> <span class="s1">ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระเกิดขึ้นกับฟ้าเมื่ออายุครรภ์ได้ราวแปดเดือน</span> <span class="s1">เท้าของเธอบวมเป่ง</span> <span class="s1">ท้องก็ใหญ่ขึ้นจนผิดสังเกต</span> <span class="s1">และเริ่มรู้สึกว่าจู่ๆ</span> <span class="s1">ท้องก็ดิ้นเองได้</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">วินาทีที่ฟ้ารู้ตัวว่าตั้งท้อง</span> <span class="s1">ตอนนั้นเหมือนกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า</span> <span class="s1">เพราะก่อนหน้านี้</span><span class="s1">แม่ของฟ้าพูดดักคอตลอดว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ห้ามท้องเด็ดขาด</span> <span class="s1">แม่รับไม่ได้</span><span class="s2">’</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ประตูหัวใจของแม่ที่ปิดลง</span> <span class="s1">ทำให้ลูกสาวเมินที่จะไขกลอนเข้าไปขอคำปรึกษา</span> <span class="s1">คิวและฟ้าจึงตัดสินใจว่าจะแอบไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลอย่างเงียบๆ</span> <span class="s1">เพราะท้องใหญ่ใกล้คลอดเต็มที</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">หนูกลัวลูกพิการเลยไปฝากท้อง</span> <span class="s1">ตอนนั้นกระชั้นชิดมาก</span> <span class="s1">พอรู้ว่ามีคนพร้อมช่วยก็ดีใจว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว</span> <span class="s1">ที่โรงพยาบาลดูแลเราเหมือนเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง</span> <span class="s1">ฝากครรภ์ก็ฟรีทุกอย่าง</span> <span class="s1">ค่ายาก็ไม่เสีย</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เด็กสาวเล่าให้เราฟังอย่างซื่อๆ</span> <span class="s1">และนี่เป็นการฝากครรภ์ครั้งแรกและครั้งเดียวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนทารกน้อยจะคลอดออกมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80585 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5636.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5636.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5636-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5636-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p3"><span class="s1">เลนส์ชีวิตของเด็กวัยใสทั้งสองที่มองโลกด้วยความเบิกบาน</span> <span class="s1">แปรเปลี่ยนเป็นเลนส์สีขุ่นขมุกขมัวที่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นทาง</span> <span class="s1">ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร</span> <span class="s1">โชคดีที่พี่หมอและพี่พยาบาลใจดีคอยดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ไปฝากครรภ์</span> <span class="s1">ทั้งเจาะเลือดเพื่อตรวจหาโรค</span> <span class="s1">และจ่ายยาบำรุงเลือดให้</span> <span class="s1">เพราะเห็นว่าฟ้าเป็นพาหะโรคธาลัสซีเมียซึ่งมีความเสี่ยงทำให้ทารกเกิดมาตัวเล็กและซีด</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลยังได้ให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการสำหรับคนท้อง</span> <span class="s1">รวมถึงการปฏิบัติตัวระหว่างท้อง</span> <span class="s1">เช่น</span> <span class="s1">บอกว่ายาชนิดไหนบ้างที่ห้ามกิน</span> <span class="s1">เพราะยาลดสิวหรือยารักษาฝ้าจะมีผลทำให้การฟอร์มตัวของทารกผิดปกติ</span> <span class="s1">ไปจนถึงการแนะนำให้ฟ้าฝังยาคุมกำเนิดแบบ</span><span class="s2"> 5 </span><span class="s1">ปี</span> <span class="s1">หลังจากคลอดลูกคนแรก</span> <span class="s1">เพื่อชะลอการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">กลับกลายเป็นว่าโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ที่ทำให้วัยรุ่นทั้งสองรู้สึกปลอดภัยในช่วงที่ไม่พร้อมจะบอกครอบครัว</span> <span class="s1">ฟ้าและคิวรู้สึกว่าพวกเขาสามารถไว้ใจพี่หมอและพี่พยาบาลได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินหรือโดนตำหนิ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">นับวันเมื่อท้องของเด็กสาวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ</span> <span class="s1">จนไม่สามารถปิดมิดได้อีกต่อไป</span> <span class="s1">ฟ้าและคิวจึงตัดสินใจจูงมือกันไปบอกความจริงกับแม่</span> <span class="s1">ทั้งคู่คิดไว้ล่วงหน้าว่าคงจะโดนแม่ไล่ตะเพิดออกจากบ้าน</span> <span class="s1">หรือไม่ก็โดนไล่ให้ไปเอาเด็กออก</span> <span class="s1">แต่ความจริงแล้ว</span> <span class="s1">คำพูดเหล่านั้นไม่ได้หลุดออกมาจากปากคนเป็นแม่เลยแม้แต่น้อย</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">แม่ตอบกลับมาว่า</span> <span class="s1">ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้</span> <span class="s1">จะได้ช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงต่อ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ฟ้าเล่า</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แม่ของเธอไม่ได้พูดจาตำหนิหรือตัดพ้อแต่อย่างใด</span> <span class="s1">กลับกัน</span> <span class="s1">แม่คือคนที่ให้ความมั่นใจกับลูกว่า</span> <span class="s1">ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น</span> <span class="s1">แม่จะช่วยคิดแก้ปัญหาด้วยกันกับลูก</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อครอบครัวหันหน้าเข้าหากัน</span> <span class="s1">คิวและฟ้าจึงรู้สึกว่าพวกเขาสามารถปรึกษาแม่ได้โดยไม่ต้องหลบซ่อนหรือหวาดกลัวอีกต่อไป</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อวัยรุ่นตั้งครรภ์ขึ้นมา</span> <span class="s1">สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือการให้คำแนะนำว่าวัยรุ่นจะดูแลครรภ์ให้มีคุณภาพได้อย่างไร</span> <span class="s1">เมื่อย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว</span> <span class="s1">สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการโอบอุ้มลูกหลานในครอบครัวให้เดินหน้าต่อไปด้วยกันบนพื้นฐานความเข้าใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80577 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5603.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5603.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5603-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5603-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s2"><b>‘</b></span><span class="s1"><b>ลูก</b></span><span class="s2"><b>’ </b></span><span class="s1"><b>เปลี่ยนชีวิต</b></span></h3>
<p class="p3"><span class="s1">คิวซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นคุณพ่อมือใหม่ก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยฟ้าเลี้ยงดูลูก</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">ตอนที่ลูกใกล้คลอด</span> <span class="s1">ผมก็ปรึกษาแม่ว่าควรเลี้ยงลูกยังไง</span> <span class="s1">บางทีเปิดดูวิธีเลี้ยงลูกในกูเกิล</span> <span class="s1">ในยูทูบ</span> <span class="s1">ดูวิธีเปลี่ยนแพมเพิร์สเด็ก</span> <span class="s1">ดูว่ามีของอะไรบ้างที่ต้องซื้อ</span> <span class="s1">แต่ก่อนผ้าห่อตัวเด็กยังไม่รู้จักเลย</span> <span class="s1">แต่เดี๋ยวนี้รู้หมด</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">ส่วนหนูเคยช่วยแม่เลี้ยงน้องมาก่อน</span> <span class="s1">เลยทำเป็นหมดตั้งแต่อาบน้ำ</span> <span class="s1">แต่งตัว</span> <span class="s1">ป้อนนม</span> <span class="s1">แต่จะปรึกษาแม่ในเรื่องที่เราไม่เคยเจอ</span> <span class="s1">เช่น</span> <span class="s1">เวลาลูกร้องโยเย</span> <span class="s1">เรื่องการกิน</span> <span class="s1">พอลูกคลอดแล้วหนูรักลูกมาก</span> <span class="s1">มันทำให้รู้ว่าแม่หนูก็คงรักหนูมากเหมือนกัน</span><span class="s2">” </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเด็กวัยรุ่นมาเป็นวัยผู้ใหญ่แบบฉับพลัน</span> <span class="s1">คิวจำต้องออกไปหางานทำนอกบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">พอลูกคลอดแล้วผมก็ไม่ได้ไปวิ่งเล่น</span> <span class="s1">ไม่ได้เที่ยวเหมือนเด็กคนอื่น</span> <span class="s1">แต่ต้องไปทำงานเสิร์ฟในร้านหมูกระทะที่สงขลา</span> <span class="s1">เหนื่อยมาก</span> <span class="s1">ร้อนมาก</span> <span class="s1">ต้องเดินทั้งวัน</span> <span class="s1">หิ้วเตาร้อนๆ</span> <span class="s1">ร้อยกว่าองศา</span> <span class="s1">ไปทำงานวันแรกเกือบเป็นลม</span> <span class="s1">แต่ตอนนี้มันชินแล้ว</span> <span class="s1">ใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนคนทั่วไป</span> <span class="s1">เพียงแต่มีสมาชิกที่เราต้องเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เท่ากับว่า</span> <span class="s1">ตอนนี้คิวเป็นคนเดียวที่ต้องหาเลี้ยงทั้งครอบครัว</span> <span class="s1">เด็กหนุ่มบอกว่าเขาไม่เคยเกี่ยงเรื่องทำงานหนัก</span> <span class="s1">ตอนนี้ในหัวคิดแต่ว่าจะต้องเก็บเงินให้ได้มากๆ</span> <span class="s1">เพื่อเป็นค่านม</span> <span class="s1">ค่าแพมเพิร์ส</span> <span class="s1">ค่าเสื้อผ้า</span> <span class="s1">รวมถึงเก็บไว้ส่งเสียให้ฟ้าเรียนต่อให้จบชั้น ม</span><span class="s2">.6 </span><span class="s1">อย่างที่ฟ้าตั้งใจไว้</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">หนูอยากเรียน ม</span><span class="s2">.3 </span><span class="s1">ต่อให้จบ</span> <span class="s1">และต่อ ม</span><span class="s2">.</span><span class="s1">ปลายให้ได้วุฒิฯ</span> <span class="s1">ไปทำงานได้</span> <span class="s1">แต่อาจจะหาโรงเรียนที่สงขลาแทน</span> <span class="s1">เพราะคงไม่ได้กลับไปที่หนองบัวลำภูแล้ว</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ฟ้าเล่าอย่างมุ่งมั่น</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนฝันของคิวคือการทำงานเก็บเงินเลี้ยงดูคนในบ้าน</span> <span class="s1">เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจกระโดดเข้าสู่สังคมการทำงานโดยไม่คิดหันหลังกลับเข้าไปในโรงเรียนอีก</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">ผมไม่อยากกลับไปเรียนแล้ว</span> <span class="s1">แต่ผมอยากทำงาน</span> <span class="s1">เพราะตอนนี้มีลูก</span> <span class="s1">ถ้ากลับไปเรียน</span><span class="s1">ก็ต้องไปๆ</span> <span class="s1">หยุดๆ</span> <span class="s1">เพราะต้องอยู่บ้านช่วยเลี้ยงลูก</span> <span class="s1">โรงเรียนก็คงจะไล่ผมออกอีก</span> <span class="s1">ผมเลยอยากทำงานเก็บเงินส่งให้แฟนเรียน</span> <span class="s1">และทำงานเก็บเงินไว้เลี้ยงลูกดีกว่า</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เมื่อต้องระหกระเหินมาทำงานต่างที่ต่างถิ่น</span> <span class="s1">เด็กหนุ่มอธิบายถึงการปรับตัวในสังคมใหม่ที่ทุกคนพร้อมเปิดใจยอมรับเขาว่า</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตอนนี้เพื่อนเก่าๆ</span> <span class="s1">ก็ขาดการติดต่อไปแล้ว</span> <span class="s1">แต่มีเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ร้านหมูกระทะในสงขลา</span> <span class="s1">เหมือนได้มาเจอสังคมใหม่ๆ</span> <span class="s1">มันเลยไม่ได้จำเป็นต้องปกปิดว่าเรามีลูก</span> <span class="s1">เพื่อนๆ</span> <span class="s1">ที่ทำงานด้วยกันก็จะถามเราตลอดว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">เหนื่อยไหม</span> <span class="s1">สู้เพื่อใคร</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เราก็จะตอบไปว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สู้เพื่อลูกครับ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ดีที่เจ้านายผมก็ช่วยทุกอย่าง</span> <span class="s1">ถ้ามีปัญหาอะไรเขาก็ยินดีช่วยเหลือ</span> <span class="s1">ค่าแรงเขาก็จ่ายให้ผมเยอะกว่าเพื่อนทั้งๆ</span> <span class="s1">ทีเข้าไปทำงานทีหลัง</span> <span class="s1">เพราะอยากให้ผมเก็บเงินไว้เลี้ยงลูก</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80572 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5586.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5586.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5586-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5586-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1"><b>เพราะมี</b></span><span class="s2"><b> ‘</b></span><span class="s1"><b>ลูก</b></span><span class="s2"><b>’ </b></span><span class="s1"><b>จึงต้องก้าวต่ออย่างเข้มแข็ง</b></span></h3>
<p class="p2"><span class="s1">การมีลูก</span> <span class="s1">ไม่เพียงแต่เปลี่ยนชีวิตเด็กวัยรุ่นทั้งสองไป</span> <span class="s1">แต่ลูกยังเข้ามาเติมกำลังใจและไฟชีวิต</span> <span class="s1">ให้ทั้งคู่ก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็ง</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">การมีลูกมันเปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ</span> <span class="s1">แต่ก่อนตอนไม่มีลูก</span> <span class="s1">ผมเคยเที่ยวหนัก</span> <span class="s1">ติดเหล้าติดบุหรี่</span> <span class="s1">ตอนอยู่กับเพื่อนก็เสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง</span> <span class="s1">ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน</span> <span class="s1">เวลากินข้าวกับพ่อแม่ยังไม่มีเลย</span> <span class="s1">แต่ตอนนี้เราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัว</span> <span class="s1">ถึงจะทำงานหนักแต่มันไม่มีเรื่องเครียดเลย</span> <span class="s1">มีปัญหาอะไรก็ปรึกษากัน</span> <span class="s1">จากเมื่อก่อนที่ใช้เงินเยอะมาก</span> <span class="s1">แต่เดี๋ยวนี้เงิน</span><span class="s2"> 500 </span><span class="s1">ต้องอยู่ให้ได้เกือบอาทิตย์</span> <span class="s1">ต้องออกไปทำงานเก็บเงิน</span> <span class="s1">ต้องรับผิดชอบมากขึ้น</span> <span class="s1">เสื้อผ้าที่เคยซักแต่ของตัวเอง</span><span class="s1">ก็ต้องซักให้ลูกก่อน</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">การมีลูกมันหนักตรงที่เรากังวลว่าจะควรเลี้ยงเขาให้ดีได้ยังไง</span> <span class="s1">จะเลี้ยงเขาไหวมั้ย</span> <span class="s1">แต่หลังๆ</span> <span class="s1">เริ่มอยู่ตัว</span> <span class="s1">เพราะผมทำงานมีเงินเก็บ</span> <span class="s1">ตอนนี้เลยไม่รู้สึกว่าลำบากอะไร</span> <span class="s1">และโชคดีที่มีแม่ให้ปรึกษา</span> <span class="s1">ไม่มีแม่คงยากกว่านี้เยอะ</span> <span class="s1">ความฝันของผมคืออยากให้ลูกเรียนสูงกว่าผม</span> <span class="s1">ให้เรียนถึงปริญญาเอกเลย</span> <span class="s1">อยากเห็นลูกเป็นทหารอากาศ</span> <span class="s1">เพราะเวลาผมทำงานที่ร้านหมูกระทะ</span> <span class="s1">เห็นเครื่องแบบเขาแล้วเท่ดี</span><span class="s2">” </span><span class="s1">คิวเล่าแล้วหัวเราะ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ส่วนชีวิตฟ้าก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นกัน</span> <span class="s1">เมื่อรู้ว่าบทบาทของตัวเองคือการเป็น</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">แม่</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เด็กสาวก็ตั้งใจทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเพื่อลูก</span> <span class="s1">เด็กสาวเล่าให้เราฟังโดยมองจ้องไปยังดวงตาของเด็กน้อยที่กำลังอุ้มอยู่ในอ้อมอก</span></p>
<p class="p3"><span class="s2">“</span><span class="s1">พอมาเป็นแม่คนก็ไม่อยากเที่ยวแล้ว</span> <span class="s1">คิดแต่ว่าต้องเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด</span> <span class="s1">เมื่อก่อนหมอลำอยู่ไหน</span><span class="s1">หนูต้องไปจองที่ก่อนใคร</span> <span class="s1">รถแห่อยู่ตรงไหน</span><span class="s1">หนูก็ต้องไปเต้นอยู่หลังรถ</span> <span class="s1">ตอนนี้ไม่อยากเที่ยวแล้ว</span> <span class="s1">อยากเลี้ยงลูกอย่างเดียว</span> <span class="s1">พอกลับไปดูรูปเก่าๆ</span> <span class="s1">ที่ไปเที่ยวเต้นกับเพื่อน</span><span class="s1">ก็คิดว่าตอนนั้นทำไปได้ยังไง</span> <span class="s1">เดี๋ยวนี้จะไปเที่ยวไหนก็ไปกันทั้งครอบครัว</span> <span class="s1">ไปกับคิวและแม่ด้วย</span> <span class="s1">ตอนนี้หนูก็รัก</span><span class="s1">ลูกมากๆ</span> <span class="s1">ไม่อยากไปไหนเลย</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เป็นเรื่องน่าดีใจสำหรับฟ้าและคิวที่ผู้ใหญ่เข้าใจและให้ความมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ถูกตีตราจากสังคม</span> <span class="s1">ทั้งคู่สามารถคุยกับหมอและ</span><span class="s1">พยาบาลได้อย่างเปิดใจ</span> <span class="s1">ปรึกษาแม่ได้เหมือนเพื่อน</span> <span class="s1">และสังคมยังมีทางเลือกอีกมากมายให้เด็กวัยรุ่นเลือกเดินแม้จะเคยพลาดพลั้งตั้งท้องก่อนวัยอันควร</span> <span class="s1">ดูตัวอย่างจากฟ้าและคิว</span> <span class="s1">พวกเขาก็เป็นพ่อแม่วัยรุ่นที่เลือกเดินต่อไปข้างหน้าบนเส้นทางที่พวกเขากำหนดเอง</span> <span class="s1">เพื่อจับมือกันดูแลลูกและดูแลครอบครัวให้มั่นคงต่อไปได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80578 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5605.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5605.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5605-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/KHT_5605-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/teen-parents/">&#8220;พอรู้ว่ามีคนพร้อมช่วยก็ดีใจ&#8221; เมื่อพ่อแม่วัยใสก้าวต่อได้เพราะผู้ใหญ่เปิดใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
