Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

“อันธพาลเป็นง่าย เกมเมอร์เป็นยาก แต่เป็นพ่อคนน่ะยากที่สุด” – เบย์ Bay Riffer

Highlights

  • Bay Riffer หรือ เบย์–ธนกฤต เชื้อวงษ์ คือเกมเมอร์และยูทูบเบอร์ชื่อดังที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกม ด้วยสไตล์การเล่นและตัวตนในช่วงแรกที่ออกแนวดิบๆ เถื่อนๆ ทำให้เขามีทั้งแฟนคลับและดราม่าตลอดระยะเวลาในการทำอาชีพนี้
  • ความแรงของคอนเทนต์ของเบย์เปลี่ยนไปในวันหนึ่งเมื่อเขามีลูก คอนเทนต์ของเขาหยาบคายน้อยลงและตัวตนของเขาเองก็ใจเย็นมากขึ้นจนแทบจะเปลี่ยนเป็นอีกคน
  • ปัจจุบันลูกของเบย์มีอายุ 4 ขวบแล้ว และเขาตั้งใจจะเลี้ยงลูกตามประสบการณ์ของตัวเอง เพราะไม่อยากให้ลูกทำผิดพลาดเหมือนที่เขาเคยทำอีก

“สวัสดีครับ ผม Bay Riffer และนี่คือบทสัมภาษณ์ของผม โว้วเย่!”

ถ้าบทความนี้เป็นวิดีโอ คงไม่มีประโยคไหนเหมาะสมที่จะใช้เปิดบทความเท่ากับประโยคข้างต้น เพราะนี่คือประโยคเปิดในแทบทุกคลิปของแชนเนลยูทูบชื่อ Bay Riffer

ในวงการเกมน้อยคนนักจะไม่รู้จัก Bay Riffer หรือ เบย์–ธนกฤต เชื้อวงษ์ เขาคือเกมเมอร์และยูทูบเบอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเกม ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้านคน รูปแบบคลิปเกือบทั้งหมดในช่องของเขาเป็นการเล่นเกมและบันทึกภาพหน้าจอไปพร้อมกับการแปลและพากย์เนื้อเรื่องสดๆ

ถ้าให้นิยามประเภทของเกมและลีลาการเล่าเรื่องของเบย์ คอนเทนต์ที่มาจากตัวเขาจัดอยู่ในหมวด ‘ดิบๆ เถื่อนๆ’ เกมที่เขาเล่นส่วนใหญ่เป็นเกมแนว FPS (เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง) และเกม horror (เกมสยองขวัญ) พร้อมการบรรยายที่มีคำหยาบ ยิ่งถ้าเป็นช่วงทำช่องใหม่ๆ ความหยาบคายของถ้อยคำและกิริยาของเขานั้นสูงเกินลิมิต

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพในอดีต คลิปในช่วงแรกเริ่มของเบย์แทบมีคำว่า ‘ไอ้สัส!’ ปรากฏขึ้นมาแทบทุกวินาที คำหยาบฟุ่มเฟือยอื่นๆ ดังขึ้นมาโดยไม่จำเป็นบ่อยครั้ง รวมถึงความรุนแรงภายในเกมที่บางครั้งก็มากเกินพอดี ในขณะที่ชีวิตจริงด้วยความที่เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนและเป็นบุคคลสาธารณะในโลกออนไลน์ หลายครั้งเบย์มักได้รับฟีดแบ็กในแง่ลบและเกิดประเด็นดราม่า เรียกได้ว่าสมัยนั้นถ้ามีปัญหาอะไรเขาเป็นคนหนึ่งที่พร้อมวิ่งเข้าชนทุกอย่างแบบไม่ไว้หน้า สุดท้ายหลายๆ เหตุการณ์ก็ตามมาด้วย ‘ชื่อเสีย’ ที่เบย์ต้องแบกรับไว้

แต่ทั้งหมดที่ว่าเปลี่ยนไปเมื่อ 4 ปีก่อน

เปลี่ยนไปในวันหนึ่งที่เบย์รู้ว่าเขากำลังจะมีลูก

ในวันที่บทความนี้เผยแพร่เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 4 ขวบของลูกชายเบย์พอดี

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ถ้าเทียบกับตัวตนก่อนหน้าเบย์เปลี่ยนไปทั้งในแง่ของความคิดและการงาน จากการทำคลิปเกมที่ดุเดือด ปัจจุบันเขายังทำงานเดิมแต่ลดดีกรีลงไปมาก ยิ่งในแง่ของตัวตนเบย์ยอมรับว่าจากคนที่เคยนิยามตัวเองว่าเป็นอันธพาล ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือโดยสิ้นเชิง จากคนที่พร้อมชนทุกปัญหา เขากลายเป็นคนที่ประนีประนอมกับทุกอย่าง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เขารู้ตัวว่าจะเป็นพ่อคน

และด้วยเหตุนี้เราจึงเดินทางมาหาเบย์ถึงบ้านที่จังหวัดชลบุรี

“การเป็นพ่อทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงยังไงได้บ้าง” เราหอบเอาคำถามนี้มาเจอเบย์ในบ่ายวันหนึ่งที่ห้องทำงานของเขา ท่ามกลางเกมมิงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อัดเสียง ในวันนั้นเราได้เจอทั้งลูกชายและภรรยาของเบย์ที่กำลังอุ้มท้องลูกคนที่สอง ผลตรวจยืนยันแล้วว่าเป็นลูกสาว นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าชีวิตของเบย์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง

“เหนื่อยมากขึ้นแน่นอน แต่เป็นความเหนื่อยที่ผมยินดี” ในช่วงหนึ่งของการพูดคุยเบย์บอกเราแบบนั้น

และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราขอจบอินโทรที่ยืดยาวไว้แต่เพียงเท่านี้ดีกว่า

เพราะเบย์จะเล่าเรื่องราวเกมชีวิตของเขาให้ฟังในบรรทัดต่อไป

“ผมเป็นเด็กที่โตและเริ่มเล่นเกมตั้งแต่อนุบาลแล้ว แรกเริ่มผมเล่นตามลูกพี่ลูกน้อง เขามีเครื่องเกม Family FR202 และเกมอย่าง Mario และ Contra ผมนั่งดูเขาเล่น บางทีขอเล่นด้วย ความสนใจในเกมจึงเริ่มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ตอนนั้นพ่อแม่ผมยังไม่สนับสนุนเรื่องนี้ พวกเขามองว่าไร้สาระ การขอซื้อตลับเกมจึงเป็นเรื่องยากมาก แต่อยู่มาวันหนึ่งตอนเรียนอยู่ชั้น ป.5 พ่อซื้อเครื่อง PlayStation 1 มาให้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาซื้อมาให้เพราะอะไร แต่จำได้ว่าผมดีใจมาก ผมชอบเล่นเกมอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเกมที่ภาพสวยขึ้นผมยิ่งแฮปปี้ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเริ่มจริงจังกับเกม อ่านหนังสือบทสรุปเกม และมีสังคมเพื่อนที่เล่นเกม

“ยิ่งโตขึ้นผมยิ่งจริงจังกับเกมมากขึ้น จิตวิญญาณความเป็นเกมเมอร์อยู่ในตัวเรา ส่วนเรื่องเรียนนั้น จากเด็กที่ผลการเรียนไม่เอาอ่าว พอเข้ามัธยมปลายผมเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษาเพราะอยากเล่นเกมรู้เรื่อง กลายเป็นว่าผลการเรียนเริ่มดีขึ้น ทักษะตรงนี้มาตอนไหนไม่รู้แต่ผมคิดว่าได้จากเกมนี่แหละ สุดท้ายผมเลยเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจ

“แต่จบมาไม่ได้ทำงานตรงสายหรอก เพราะผมเริ่มทำช่อง Bay Riffer ตั้งแต่อยู่ปี 2 

“จุดเริ่มต้นจริงๆ ผมเคยทำช่องยูทูบเกี่ยวกับดนตรีเมทัลกับเพื่อน แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบเล่นเกมจึงเปิดช่องแยก รูปแบบคอนเทนต์ตอนนั้นก็เหมือนในปัจจุบัน คือเล่นเกมและพากย์ให้คนดู ผมเริ่มต้นทำเพราะความชอบล้วนๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้เงินจากตรงนี้ ดังนั้นในคลิปแรกผมจึงเป็นตัวเองในเวลานั้นมากๆ สไตล์ของผมชัด คือแนวเกรียนๆ แบดบอย และเลว

“ตอนนั้นยอมรับว่าผมเป็นคนเลือดร้อน เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความขบถ ผมเกเรมาก แม้ช่วง ม.ปลาย จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะหันไปเล่นดนตรี แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยความที่เครียดจากการเรียนและโมโหเดือดดาลง่าย เวลาเจออะไรไม่ถูกใจผมฉุนเฉียวง่ายมาก เรียกได้ว่าใครอยากมีปัญหาขอให้เข้ามาเถอะ ผมพร้อมใส่หมด ผมไม่กลัว ไม่สนชีวิตตัวเอง คิดแค่ว่ากูต้องชนะมึงไว้ก่อน ดังนั้นถ้ามีเรื่องบนท้องถนนผมสวนหมด ใครมาด่าผมในคอมเมนต์ผมด่าคืนหมด หรือใครลามปามถึงการท้าตีท้าต่อยผมก็ลุยหมด ผมไม่กลัวตาย ผมไม่ยอมคน ดังนั้นจึงมีเรื่องชกต่อยจนได้แผลเป็นประจำ ถ้ายุคนั้นมีกล้องวงจรปิดผมว่าผมคงดังไปแล้ว 

“อะไรแบบนี้ส่งผลมาถึงตอนผมเล่นเกม ผมพูดคำหยาบตลอดเวลา เนื้อเรื่องในเกมก็ไม่แปล ตอนนั้นทำไปโดยไม่รู้หรอกว่าไม่ดี และผมไม่รู้ตัวเลยว่าเริ่มถูกจับตามองจากสังคมโซเชียล

“ภาพพจน์ผมค่อยๆ เสียไปเรื่อยๆ และผมยอมรับว่าผมผิด สิ่งที่ผมเป็นมาตลอดสะสมศัตรูโดยไม่รู้ตัว สุดท้ายวันหนึ่งมันระเบิดออกมา แต่ถึงเป็นแบบนั้น เวลาเจอดราม่าตัวผมก็ยังวิ่งเข้าใส่อยู่ดี ผมไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างและกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาคนอื่น

“ตอนนั้นคนเลิกติดตามผมเยอะมาก ยอดทุกอย่างตกลงเรื่อยๆ แต่ก็ทนทำต่อไปเพราะคิดว่าถ้าเลิกผมคงเป็นแค่ loser พอเวลาผ่านไปหลายคนเริ่มเข้าใจ กราฟค่อยๆ ขึ้นมา ผมเริ่มอยู่กับดราม่าเป็น อะไรที่เห็นว่าเป็นชนวนดราม่าก็เรียนรู้ที่จะเอาตัวเองหนีออกมา แต่ในแง่ของเกมที่เล่น ดีกรียังคงเท่าเดิม เป็นแบบนี้เรื่อยมาจนวันหนึ่งก็ถึงจุดเปลี่ยน

“ผมจำได้ว่าวันนั้นผมกำลังขับรถกลับจากกรุงเทพฯ แฟนผมโทรมาบอกว่า ‘ท้อง’

“ผมถามเขากลับไปว่าล้อเล่นหรือเปล่า หลังจากคุยกันสักพักและพยายามเรียกสติ ผมก็วางสายเขาเพื่อโทรบอกญาติ ตอนนั้นแหละที่ผมถึงรู้สึกว่าตรงจมูกมันเปียกๆ พอจับดูถึงรู้ว่าน้ำตากำลังไหล 

“ตอนนั้นผมไม่รู้สึกว่าตัวเองร้องไห้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดยากอยู่เหมือนกัน มันเหมือนกับเราเพิ่งตระหนักว่ามีอีกหนึ่งชีวิตรอเราอยู่ที่บ้าน ถ้าให้อธิบายมันคงเป็นความรู้สึกตื้นตัน ดีใจ และตกใจปนๆ กันไปหมด แต่ในร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมให้ 40 เปอร์เซ็นต์คือความรู้สึกกังวล

“ผมกลัวว่าจะเลี้ยงเขาได้ไม่ดี ผมกลัวว่าเขาจะเป็นเหมือนผม”

“ผมคิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปทันทีในวินาทีนั้น ในการเล่นเกมลงช่องผมพูดคำหยาบน้อยลงโดยอัตโนมัติ เพราะคิดง่ายๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งลูกมาดูคลิปเรา แล้วเขาถามว่า ‘ทำไมพ่อพูดคำหยาบ ถ้าอย่างนี้ผมก็พูดได้สิ’ ผมไม่รู้จะอธิบายกับเขายังไง 

“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงลดคำหยาบทันที แต่คลิปเก่าผมเลือกที่จะไม่ลบ เพราะผมคิดว่า ถ้าเขาถามผมจะตอบว่า ‘มันเก่าแล้วลูก ตอนนี้พ่อกลับตัวแล้วไง’ เขาจะได้เรียนรู้เรื่องนี้เพิ่มเข้าไปอีก แต่กับบางคลิปที่ผมไม่ชอบตัวเองมาก ผมก็ลบและทำใหม่ โอเค ในความเป็นจริงตอนนี้ผมยังใช้คำหยาบอยู่บ้าง แต่นั่นจะเกิดขึ้นในบริบทของเกมเท่านั้น เกมหยาบผมถึงหยาบ พากย์ตามบริบท แต่ผมไม่หยาบทุกวินาทีเหมือนสมัยก่อนแล้ว 

“ในตอนแรกผมไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนดูหรอก ทุกอย่างเป็นไปเอง แต่คนดูเขาจับได้ โชคดีที่คนดูส่วนใหญ่เขาเข้าใจ ฟีดแบ็กส่วนมากที่กลับมาถือว่าดี เขายังชอบผมในเวอร์ชั่นใหม่ อาจมีบางส่วนที่เรียกร้องความดิบเถื่อนแบบเดิม แต่ผมหยาบเหมือนเดิมไม่ได้เพราะผมรู้ว่าตัวเองกำลังมีลูกแล้วจึงจำเป็นต้องซอฟต์ลง ดังนั้นอาจมีบางส่วนที่เลิกติดตามไปบ้าง ซึ่งผมก็เข้าใจ ไม่ได้ว่าอะไร 

“ส่วนในแง่ของตัวตน จากที่ไม่รักตัวกลัวตาย พอรู้ว่าตัวเองมีลูกผมกลัวตายขึ้นมาทันที กลัวตัวเองไม่ได้อยู่กับลูก กลัวลูกไม่มีพ่อ ผมยอมตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วว่าผมไม่เอาด้านเดิมอีกแล้ว ผมจะไม่เลือดร้อนอีก จากที่เวลาขับรถแล้วเจอรถปาดหน้า แทนที่จะเปิดกระจกด่าหรือยกนิ้วกลาง หลังจากนี้จะไม่มีแล้ว ช่างมัน ไอ้ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอน่ะ ไม่ต้องมีหรอก เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมขอแค่ลูกปลอดภัยก็พอ 

“ผมไม่ใช่แค่ Bay Riffer อีกแล้ว ไม่ใช่แค่ไอ้เบย์ แต่บทบาทที่เพิ่มเข้ามาคือการเป็น ‘พ่อเบย์’ ที่ต้องดูแลชีวิตใครบางคน สมัยก่อนเวลาได้เงินมาแสนหนึ่งผมคงเอาไปลงกับของเล่นหรือการแต่งรถ แต่พอมีลูก ผมมองเงินแล้วความคิดเปลี่ยนไป ผมเห็นเงินเป็นค่าเทอม ค่าขนม และค่าเรียนพิเศษ ของลูกแทน เงินอยู่ในมือเราแล้ว จะโยนทิ้งไปก็คงไม่ใช่ ดังนั้นผมต้องเก็บไว้เพื่อเขา

“ผมเชื่อว่าคนที่ไม่เคยมีลูกอาจมองว่านี่คือความเหนื่อย ผมเคยเป็นนะ แต่พอมีลูกคุณจะค้นพบว่าเหนื่อยจริงๆ แหละ แต่เป็นความเหนื่อยที่มีจุดหมาย เรารู้ว่าเราทำเพื่อใคร ดังนั้นเวลากลับบ้านไปกอดลูก โห เขาทำให้เราหายเหนื่อยได้ เหมือนเวทมนตร์เสกได้ยังไงยังงั้น วันที่ล้าๆ จากการเล่นเกม เจอคนมากมายจนปวดหัว แค่เดินเข้าห้องไปกอดลูก ความเหนื่อยก็หายไป ถ้าเปรียบเป็นเกมคงเหมือนค่า HP บวกขึ้นมาน่ะครับ หรือถ้าไม่หายนี่ก็เป็นความเหนื่อยที่ผมเต็มใจเหนื่อยอยู่ดี 

“ทุกวันนี้ผมเริ่มเล่นเกมกับลูกบ้างแล้ว แต่เป็นเกมในไอแพดง่ายๆ ที่ไว้ใช้ฝึกภาษาอังกฤษ ผมยังไม่ได้ให้เขาเล่นเกมจริงจังและยังไม่ได้ให้ดูคลิปในช่องผม เพราะด้วยพัฒนาการแล้วยังไม่ถึงเวลา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาอยากดูขึ้นมาจริงๆ แม้เกมจะเป็นแนวแบบที่ผมเล่น ผมก็คงไม่ห้ามแต่เลือกนั่งอธิบายอยู่ข้างๆ เขาดีกว่า

“ผมจะคอยบอกเขาว่าทำไมในเกมถึงเป็นแบบนั้น ผมจะคอยเล่าเรื่องว่าฝ่ายไหนในเกมคือดีและเลว ผมเลือกที่จะสอน เพราะยุคนี้เชื่อว่าถ้ายิ่งห้ามเขายิ่งไขว่คว้า สู้เราดูกับเขาและแนะนำเท่าที่ทำได้ดีกว่า ถึงเขาถามเรื่องคำหยาบผมก็พร้อมอธิบายว่าคำสบถคืออะไร หรือถ้าวันหนึ่งลูกอยากเล่นเกมเองผมก็จะให้เขาเล่น เพียงแต่ต้องจำกัดเวลา การบ้านต้องเสร็จก่อน หน้าที่หลักต้องเรียบร้อยก่อนค่อยมาสนุกกับเรื่องรอง  

“ผมรู้ว่าตอนนี้ยังคงมีคนมองเกมในแง่ร้าย เข้าใจนะที่พวกเขาไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ได้เล่นเกมอย่างเรา เขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะเกมอย่างเรา ดังนั้นเขามีสิทธิไม่เข้าใจ แต่เขาไม่มีสิทธิมาตัดสิน ผมถึงโกรธมากเวลามีข่าวไม่ดีอะไรแล้วผู้ใหญ่ชอบโทษเกม ในความเห็นผมคือมันไม่เกี่ยวกับเกมหรอก อยู่ที่นิสัยและเหตุจูงใจมากกว่า 

“นี่อาจเป็นปมอย่างหนึ่งของผมก็ได้ สมัยเด็กผมเคยโดนป้าข้างบ้านสบประมาท ผมไม่ได้โดนกับตัวแต่เขาไปพูดกับพ่อผม เขาบอกว่าเด็กที่เล่นเกมแบบนี้จะไปทำอะไรได้ ชาตินี้ผมต้องอดตายเพราะมัวแต่เล่นเกม ผมเป็นเด็กไร้สาระ ดังนั้นกับทุกวันนี้ที่ผมทำให้เกมกลายเป็นเรื่องมีสาระแล้ว สิ่งที่ผมทำเลยเป็นเหมือนเครื่องพิสูจน์ว่าผมอยู่ได้เพราะเกมนะ เกมไม่ใช่ตัวร้ายแบบที่ทุกคนคิด

“แต่ถึงคิดแบบนี้ผมคงไม่ไปเปลี่ยนความคิดใครหรอก เกมกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ดังนั้นผมขอแค่อย่ามายุ่งกับผมและลูกก็พอ 

“ที่ผ่านมาผมอาจจะมีชีวิตที่ลำบาก แต่สิ่งไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นกับผมผมมองมันเป็นบทเรียน คล้ายๆ กับการลองผิดลองถูกจนได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และนั่นเป็นประสบการณ์ที่ผมเอามาสอนลูกได้ในตอนนี้

“ดังนั้นถ้าให้มองกลับไป ผมไม่เคยคิดว่าอยากกลับไปแก้ไขอะไรนะ เพราะถ้าว่ากันจริงๆ ไอ้เรื่องแบบนั้นมันเพ้อฝัน ผมย้อนกลับไปแก้อะไรไม่ได้นี่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นผมต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่างคลิปที่เคยเป็นปัญหา ทุกวันนี้ก็ยังอยู่เพราะมีคนดูดไปลงที่อื่น ถึงเป็นแบบนั้นผมก็ไม่ได้อยากไปตามไล่ลบ มันเหมือนการโกหกตัวเอง และต่อให้ลบหมด มันก็ยังอยู่ตรงนี้ (ชี้ที่หัวใจ) ดังนั้นผมต้องอยู่กับมันให้ได้ ที่สำคัญคือเปลี่ยนมันให้เป็นบทเรียนที่จะไม่เกิดขึ้นอีก ผมจะสอนลูกไม่ให้ทำตาม สิ่งนี้เป็นเหมือนหนังสือให้ลูกผมได้เรียนรู้

“ดังนั้นถ้าย้อนกลับไปคิด บทบาทการเป็นไอ้เบย์อาจจะง่าย บทบาทการเป็น Bay Riffer อาจจะยากที่ต้องเอาใจคนนับล้าน แต่เชื่อเถอะว่าบทบาทการเป็นพ่อน่ะยากที่สุด อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นบทบาทที่ผมยินดี 

“เพราะโดยส่วนตัวผมคิดว่า การมีลูกทำให้ชีวิตผมสมบูรณ์แบบแล้ว”

Author

ฆฤณ ถนอมกิตติ

ชายชื่อแปลกผู้เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะเราเติบโตขึ้นมาจากเมื่อวานตั้ง 24 ชั่วโมง

Photographer

พิชย์ สุนทโรสถ์

ช่างภาพหน้าหมี ผู้ชอบเพลงแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจ

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)