Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

‘ลักยิ้ม’ หมาหน้ายิ้มที่เปลี่ยนหน้าเครียดๆ ของเจ้าของให้ยิ้มออกอีกครั้ง

Highlights

  • 'ยิ้ม' คือหมาหน้ายิ้มของ โก้–ธีรพงศ์ สิทธิชัยลาภา ทีมงานโปรดักชั่นดวงซวยที่เพียงการออกกำลังกายเบาๆ ก็ทำให้หลังที่เคยผ่าตัดอักเสบขึ้นมาอีกครั้ง
  • อาการเจ็บที่หลังลามมายังก้นกบส่งผลให้โก้ต้องพักงานยาวนานเป็นปี ระหว่างนั้นความเครียดเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อทำอย่างไรก็ไม่เจอการรักษาที่ใช่สักที
  • ระหว่างรักษาตัว สิ่งที่ช่วยเยียวยาความเครียดคือคลิปหมาแมว รู้ตัวอีกทีเขาก็อยากดูแลหมาสักตัว เป็นที่มาของการรับยิ้มมาเลี้ยง และเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจแชมพูสัตว์เลี้ยงๆ ที่มีรายได้ครอบคลุมค่ารักษาหลังทั้งปีที่ผ่านมา

อาจเป็นครั้งแรกของเราที่ในวันสัมภาษณ์ ผู้ที่ยืนรอหน้าประตูไม่ใช่คนที่นัดกันไว้ทางโทรศัพท์ แต่กลับเป็นเจ้าหมาสีดำแต้มขาวที่กระโดดทักทายอย่างคึกคักราวกับรู้จักกันมานาน

เจ้าของแนะนำกับเราสั้นๆ ว่านี่คือ ‘ลักยิ้ม’

ย้อนกลับไป 2 ปีก่อน ลักยิ้มหรือยิ้มเกิดมาในไซต์ก่อสร้างย่านบางแคพร้อมพี่ๆ น้องๆ อีกหลายตัว แต่เพราะความไม่พร้อมของคนในพื้นที่ หมาเด็กในครอกจึงถูกทยอยแจกจ่ายสู่บ้านใหม่ ตัวแล้วตัวเล่า แต่เฝ้ารอยังไงก็ไม่ถึงคิวของหมาเด็กหน้าเหมือนอมยิ้มอย่างยิ้มสักที

ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน โก้–ธีรพงศ์ สิทธิชัยลาภา คือทีมงานโปรดักชั่นผู้อยู่เบื้องหลังสื่อบันเทิงหลายเรื่องของเมืองไทย แต่ด้วยจังหวะดวงซวย การออกกำลังกายเบาๆ กลับทำให้หลังที่เคยผ่าตัดเมื่อหลายปีก่อนเกิดอักเสบขึ้นมา ลามไปยังอาการปวดก้นกบอย่างรุนแรงจนต้องพักงานมารักษาตัว ซึ่งเอาเข้าจริง อย่าว่าแต่ทำงานเลย แค่นั่งให้ไม่รู้สึกเจ็บเขายังทำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ

เวลาผ่านไป ความเจ็บป่วยกายที่รักษาไม่หาย (แถมยังลุกลาม) กลายเป็นความป่วยใจ และยารักษาที่ดีที่สุดในช่วงนั้นคือคลิปหมาแมวที่ยิ่งดูก็ยิ่งผ่อนคลาย พอผ่อนคลายไม่นานก็กลายเป็นหลงรัก รู้ตัวอีกทีเขาก็อยากดูแลหมาสักตัวเข้าเสียแล้ว

เมื่อเจอประกาศตามหาบ้านให้ยิ้ม หน้าทะเล้นของมันตกหัวใจคนทั้งครอบครัวโก้ได้อยู่หมัดจนพวกเขาตกลงรับมันมาเลี้ยงทันที โดยไม่ได้คาดคิว่านอกจากลักยิ้มจะช่วยให้โก้ยิ้มได้ มันยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของอยากทำมานาน

ยิ้มคิดยังไงไม่มีใครรู้ แต่เท่าที่รู้ การมีอยู่ของมันทำให้โก้รู้สึกขอบคุณทุกวัน

 

ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : หลัง

“ตอน ม.4 เราเล่นบาสแล้วพยายามดังก์แต่ตกลงมา ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นอะไรมากจนเริ่มเจ็บหลังขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแถวๆ เอว พอทำ MRI ก็เลยรู้ว่าอาการหนักมาก หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ยังไงก็ต้องผ่าตัด โชคดีที่ผ่าเสร็จอาการไม่ได้แย่เพราะตอนนั้นเรายังเด็ก ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ยังมีเวลาดูแลตัวเองและออกกำลังกาย ทำให้อาการที่หลังไม่ได้ผิดปกติมาก แค่จะเมื่อยง่ายกว่าคนอื่นหน่อย

“หลักการคือพอกระดูกมีปัญหา สิ่งที่จะทำให้มันแข็งแรงคือกล้ามเนื้อ ซึ่งการที่กล้ามเนื้อจะแข็งแรงได้เราก็ต้องออกกำลังกายแต่พอเรียนจบเราเริ่มทำงานที่โปรดักชั่นเฮาส์ทำให้เราไม่ค่อยมีเวลา การออกกำลังกาย การดูแลตัวเองก็หายไปเลย ทำงานได้ 2 ปีเราก็เริ่มรู้สึกว่าเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายก็เลยไปออกกำลังกาย แต่เหมือนเราทำท่ายืดเส้นผิดนิดหนึ่ง หลังเราก็เจ็บขึ้นมาเลย

“หลังจากนั้นเหมือนเป็นความซวยเพราะตอนปวดหลังช่วงแรกๆ จุดที่เราเจ็บคือจุดที่เคยผ่าตัด ช่วงนั้นเรากำลังจะเปลี่ยนงานพอดีเลยต้องกลายเป็นหยุดงานไปเลยเพื่อมารักษาตัว ตอนนั้นเรากลับไปทำงานไม่ได้แล้ว แค่นั่งเฉยๆ ก็เจ็บ แต่เราไม่สามารถอยู่เฉยๆ ไปวันๆ ได้เลยอดทนไปนั่งเรียนธุรกิจที่ญาติคนหนึ่งแนะนำ เราคิดว่าวันหนึ่งจะมีกิจการของตัวเองอยู่แล้วเลยไปลองเรียนดู 

“ตอนที่ไปเรียน วันหนึ่งเราก้มเก็บของแล้วเกิดเจ็บจี๊ดที่หลังขึ้นมา ไปหาหมอเขาก็บอกว่าคงอักเสบเฉยๆ เดี๋ยวก็หาย จนเวลาผ่านไปเราเดินลงบันไดผิดจังหวะแล้วรู้สึกเจ็บกลางหลังมากๆ เป็นจุดที่เราไม่เคยเจ็บมาก่อน เราถึงรู้ว่ามาผิดทางแล้วแน่ๆ ถัดจากหลังเราก็เริ่มเจ็บก้นกบ พอลงน้ำหนักปุ๊บเราจะเจ็บมากๆ เหมือนมีมีดมาแทง มันทรมานมาก

“ตั้งแต่เริ่มเจ็บตรงจุดที่เคยผ่าตัด เราไปหาหมอเยอะมากรวมๆ แล้ว 9-10 ที่ แต่ละที่ก็ไม่ได้ไปครั้งเดียว มีทั้งหมอโยคะ หมอศัลยกรรมกระดูก หมอฟื้นฟู  หมอกดจุดแผนจีน หมอแผนไทย หมอฝังเข็มแบบจีน หมอนวด หมอกายภาพ ไปทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ไปคลินิก แต่เหมือนเราไม่เจอการวินิจฉัยที่ถูกต้องสักที 

“มองกลับไปตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเรามีหวังได้ไหมแต่เรารู้ว่าเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ มีหมอคนหนึ่งเคยพูดกับเราว่าถ้าสุดท้ายไม่หายเราก็ต้องอยู่กับมัน แต่เราไม่เชื่อ เราไม่ได้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงสักหน่อย มันไม่ใช่ เราต้องทรมานแบบนี้เหรอวะ ก็เลยลุยต่อ”

 

ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : ช่องท้อง

“จังหวะที่เราเจ็บก้นกบ อยู่ๆ เราก็ปวดท้องขึ้นมาเหมือนคนเป็นโรคกรดไหลย้อนเลย ตอนนั้นหลังกินข้าวเราจะต้องนั่งรอให้อาหารย่อย แต่เราก็นั่งพิงไม่ได้ จะให้นั่งหลังตรงตลอดก็เมื่อย ดังนั้นท่าที่สบายหลังที่สุดคือการนอน แต่ถ้านอนเราก็ปวดท้องอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ ซ้ำๆ ทุกวัน เราต้องไปโรงพยาบาลบ่อยมาก เรื่องหลังก็เรื่องหนึ่งแล้วยังจะมีเรื่องกระเพาะเพิ่มขึ้นมาอีก เราใช้เงินเก็บไปเยอะมากเพราะไม่อยากรบกวนที่บ้าน จนถึงจุดหนึ่งที่เราลองไปหาหมอและใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค

“เราปวดท้องอยู่อย่างนั้นสามเดือนเต็มๆ ไม่ใช่ว่าหมอไม่ดีนะ แต่สมมติฐานของกรดไหลย้อนคือเขาคิดว่าเรามีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดี เช่น กินแล้วนอน กินแล้วไปออกกำลังกาย วิธีรักษาคือต้องเริ่มจากการกินยาลดกรดและปรับพฤติกรรมโดยมีตัววัดว่าถ้าปรับพฤติกรรมสามเดือนแล้วไม่หายแปลว่าอาจมีสิ่งผิดปกติในกระเพาะอาหารทำให้ต้องส่องกล้อง เราก็ไปส่อง ปรากฏว่าเราติดเชื้อแบคทีเรียตัวที่ออกอาการเหมือนกรดไหลย้อนต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อไม่ใช่ยาลดกรด เท่ากับว่าเราทรมานไปแล้วสามเดือน

“ความซวยยังไม่จบ มีอยู่วันหนึ่งเราถ่ายแล้วมีเลือด หมอก็บอกว่าเป็นริดสีดวงและให้เรากินไฟเบอร์ กินข้าวโพด เวลาผ่านไปเราเริ่มท้องผูกง่ายมาก อุจจาระแล้วก็เจ็บเลยกลับไปหาหมอ หมอก็ยังบอกว่าเป็นริดสีดวงซ้ำๆ ให้กินกากใยเยอะๆ อีก สุดท้ายเราเลยลองย้ายโรงพยาบาลหมอถึงเจอว่าเราเป็นแผลที่ขอบทวารไม่ใช่ริดสีดวง แต่ไม่รู้เพราะอะไรถึงท้องผูกง่ายมาก สุดท้ายเราทรมานไป 6 เดือน หมอทางเดินอาหารถึงวินิจฉัยว่าเราเป็นโรคลำไส้แปรปรวนซึ่งเป็นผลมาจากยาฆ่าเชื้อที่รักษากระเพาะ ตอนนั้นของที่ชอบกินๆ อย่างน้ำเต้าหู้ ชาไทย ช็อกโกแลต เรากินแล้วก็ถ่ายแข็งเลย ทำให้เจ็บแผลที่ขอบทวารซ้ำเรื่อยๆ สุดท้ายก็ได้ตารางมาว่าให้ลองงดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งมันเยอะมากและอยู่ในแทบทุกเมนู เช่น กระเทียม ต้นหอม หัวหอม แต่สุดท้ายก็ดีขึ้น”

 

ตำแหน่งอาการเจ็บป่วย : ใจ

“เรากลับมาเจ็บหลังในช่วงปลายปี 2560 ปี 2561 ทั้งปีคือช่วงรักษาตัว เป็นหนึ่งปีนิดๆ ที่เกิดบ้าอะไรขึ้นกับชีวิตเราก็ไม่รู้ หลังก็ปวดท้องก็ปวด บางคำวินิจฉัยก็ทำให้จิตตก เช่น มีหมอคนหนึ่งที่ดูฟิล์ม MRI ของเราแล้วบอกว่าไม่เคยเจอคนอายุเท่านี้ที่กระดูกแย่ขนาดนี้และชี้ว่าตรงกระดูกสันหลังมันมีจุดบางอย่างในเชิงว่าอาจเป็นมะเร็งกระดูก พอถือฟิล์มไปหาหมออีกคนเขาดันบอกว่าหลังเราแค่อักเสบ ไม่ต้องผ่าตัด ยิ่งหาหมอก็ยิ่งทำให้เราสับสนมากเพราะไม่เจอการรักษาที่เข้ากับเราสักที

“ตอนนั้นดูหนังก็ไม่สนุก จำได้เลยว่าเราไปดู La La Land ในโรง แต่นั่งดูแล้วต้องลุกไปยืนอยู่ตรงด้านหลังแทนประมาณ 3-4 รอบ เพราะไม่สามารถนั่งดูจนจบได้

“แต่ถ้าพูดถึงช่วงเวลาที่ทรมานโคตรๆ เลยคือการนั่งรถ เราไม่สามารถนั่งพิงเบาะได้เลยเพราะถ้าพิงเมื่อไหร่ก็จะเจ็บซึ่งเอาเข้าจริงการนั่งหลังตรงก็เป็นการเกร็งหลังประมาณหนึ่ง เราต้องมีจังหวะผ่อนซึ่งเราผ่อนด้วยการพิงไม่ได้ ต้องนั่งทรมานไปตลอดทาง

“ตอนไปหาหมอคนหนึ่งเรื่องอาการปวดท้อง เราพูดแค่ 2-3 ประโยคหมอก็ถามเราว่าลองกินยาคลายเครียดดีไหม เขารู้สึกว่าเราน่าจะปวดท้องเพราะเครียดมาก สุดท้ายแล้วหมอเจอว่าเราติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เราว่าความเครียดคงมีส่วนเพราะช่วงนั้นเราเครียดมากจริงๆ จมอยู่กับตัวเอง หมกมุ่นอยู่กับปัญหาของตัวเอง คิดแค่เรื่องอยากหาย แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าเมื่อไหร่และใครจะเป็นคนทำให้เราหายได้

“อาจสรุปได้ว่าตลอดทั้งปีเราไม่ได้แค่ป่วยกายแต่ที่ป่วยยิ่งกว่าคือใจ”

 

ยารักษาโรคใจ : ลักยิ้ม

“ปกติเราไม่เคยกดไลก์เพจหมาแมวในเฟซบุ๊กเลยนะแต่จะดูเล่นๆ เวลามีคนแชร์ ช่วงที่เราไม่ได้ทำงานแล้วและเริ่มเครียดพอเข้าโซเชียลเราก็เริ่มดูคลิปหมาแมวมากขึ้นเพราะดูแล้วผ่อนคลาย จากดูเฉยๆ เราก็เริ่มไปกดไลก์ เริ่มเสพโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครแชร์ ดูเสร็จก็เริ่มแท็กคนในบ้านจนเริ่มคุยกันว่าต้องเลี้ยงสัตว์สักตัวไหม เราก็ลองไปคาเฟ่หมาดูหลายๆ ที่ก็พบว่าผ่อนคลาย ไม่คิดว่ามันจะมีวันที่เราอุ้มสัตว์นอนบนตักเพราะเราไม่ใช่คนอย่างนั้นเลย

“เราตัดสินใจรับหมามาเลี้ยง เป็นหมาที่ถูกทิ้งไว้ที่ไซต์ก่อสร้าง เห็นครั้งแรกก็ถูกชะตาเลยเพราะมันน่ารักมาก ช่วงแรกๆ เราเป็นคนดูแลมันเป็นหลักเลย ช่วงนั้นหลังเรายังไม่หายดีและเอาจริงๆ ก็โคตรเครียดเพราะความที่มันซนมากและเราไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลยเจอเห็บหมัดเต็มไปหมด ต้องมาหาทางกำจัดออกจากยิ้มและจากที่บ้าน ของทุกอย่างเราเป็นคนเลือกให้มัน อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ ไม่เคยเข้าร้านขายของสัตว์เลี้ยงก็ต้องเข้า อาหารก็ต้องมานั่งดูส่วนผสม เลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดให้มัน สังเกตพฤติกรรมมัน มันเข้ามาอ้อนก็รู้สึกดีว่ามันผูกพันกับเรา

“ถึงจะมีเรื่องเครียดบ้างอย่างเรื่องเห็บหมัดหรือความไม่รู้ของเรา แต่รวมๆ เราว่าพอเลี้ยงยิ้มแล้วสภาพจิตใจเราดีขึ้น บางทีพอเจอปัญหาแล้วเราเครียด คิด หมกมุ่น จมอยู่กับตัวเอง แต่พอมีหมาแล้ว การต้องดูแลอีกชีวิตทำให้เราไม่ได้อยู่แต่กับปัญหาของตัวเอง

“ช่วงนั้นยิ้มเริ่มไม่มีเห็บหมัดแต่กลายเป็นว่ากลิ่นตัวมันเริ่มแรงแทน (หัวเราะ) ลองใช้แชมพูกี่ยี่ห้อก็ไม่หายสักทีจนวันหนึ่งเราเจอพี่ชายที่เป็นสัตวแพทย์ เป็นญาติที่ไม่ได้เจอกันนานมากตอนไปทำบุญที่ต่างจังหวัดก็เลยคุยกันว่าเรารับหมามาเลี้ยง ตัวเหม็นมาก มีตุ่มคันอะไรเต็มไปหมด เขาก็บอกว่า เฮ้ย เขามีแชมพูสูตรที่เขาผลิตร่วมกับอาจารย์ที่จุฬาฯ ใช้ในโรงพยาบาลสัตว์ เราเอามาลองใช้ได้นะ ปรากฏหายเลย ผิดหูผิดตา เรารู้สึกว่ามันใช้ดีก็อยากให้คนอื่นได้ลองใช้บ้างนอกจากในโรงพยาบาล สุดท้ายเลยปรับสูตรกันว่าเราจะทำแชมพูสัตว์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ผสมยา กลายเป็นแบรนด์ที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ชื่อ Beloved

“จากที่เคยคิดว่าอยากมีธุรกิจของตัวเอง พอมียิ้ม ได้เจอเฮีย บทจะทำเราก็ทำขึ้นมาเลยจริงๆ กลายเป็นว่างานนี้ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้เราเหมือนกันในแง่ที่เรามีอะไรให้คิดนอกเหนือจากปัญหาของตัวเอง แพ้กเกจจิ้งเราก็เลือก ฉลากก็ทำเอง แปะเอง ติดต่อกับร้านขายของสัตว์เพื่อเอาไปวางขายด้วยตัวเอง

“เหมือนยิ้มเข้ามาทำให้เราเจอสิ่งใหม่อย่างอื่น ก่อนหน้านี้เราเอาแชมพูไปวางขายในร้านใกล้ๆ บ้าน ผ่านไปไม่กี่เดือนเขากลับมาบอกว่าเราขายดีสุดในร้านเลยนะ ซึ่งลูกค้าที่ใช้แล้วชอบเขาก็จะกลับมาใช้อีกเรื่อยๆ เกือบๆ จะเป็น passive income เลย เราแค่ต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่ม วันหนึ่งร้านที่เราฝากขายบอกว่าจะไม่ให้เราขายแชมพูที่ร้านของเขาแล้ว แต่จะให้เราเซ็นสัญญา OEM ผลิตแชมพูสำหรับแบรนด์ของร้านแทน ซึ่งออร์เดอร์เขาเยอะจนครอบคลุมค่ารักษาหลังของเราที่ผ่านมาหมดเลย เกินด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าไม่มียิ้มเราคงไม่ได้เริ่มอะไรแบบนี้แน่ๆ

“ยิ้มให้แรงบันดาลใจเรา ทำให้เราคิดว่าไหนดูสิ มีสัตว์เลี้ยงแล้วต้องทำอะไรบ้าง มันพาเราไปเจอนั่นเจอนี่ มีเรื่องคุยกับพี่ชายก็เพราะยิ้ม เริ่มทำแชมพูก็เพราะยิ้ม หายเครียดก็เพราะยิ้ม เกิดรายได้เพราะยิ้ม ทุกอย่างมันขมวดกันจนกลายเป็นความสบายใจ”


หลังจากหาหมอนับสิบมานานนับปี โก้ถึงเจอหมอที่เข้าใจและอธิบายว่าอาการเจ็บก้นกบเป็นผลมาจากความตึงของเส้นเอ็นที่หลัง ซึ่งหลังจากนวดรักษาอยู่เรื่อยๆ ทุกวันนี้โก้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้แล้ว เขากลับไปทำงานโปรดักชั่น และยังทำแชมพู Beloved ขายอยู่เรื่อยๆ ด้วยความขอบคุณยิ้มที่ทำให้ชีวิตเขายิ้มกว้างๆ ได้สักที

Author

น้ำปาย ไชยฤทธิ์

Art & Culture Editor / ชื่นชอบสารพัดของกุ๊กกิ๊ก สิ่งสวยงาม ความสุนทรี และมีแพสชั่นกับเรื่องผีเป็นพิเศษ

Photographer

วริทธิ์ โพธิ์มา

รักหมูกรอบ และข้าวมันไก่

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)