<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>lyrics poet &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/lyricspoet/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/lyricspoet/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Dec 2022 12:52:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นความหวังผ่านบทเพลงของ ภูมิจิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/poomjit-lyrics-poet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2022 12:52:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163865</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเราวัดโลกทั้งใบจากตัวเลขและสถิติ&#160; พลิกยังไงก็เห็นว่า ภูมิจิตคือวงดนตรีที่ล้มเหลว&#160; แต่ถ้ามองนอกจอ ไปดูเขาเล่นคอนเสิร์ตสดๆ สักครั้ง จะเห็นว่าภูมิจิตเป็นหนึ่งในวงที่มีแฟนเพลงเหนียวแน่นที่สุด บางคนฟังตั้งแต่วัยรุ่นยันมีลูก แม้แต่คนรุ่นใหม่ก็ตามมาฟังเขา เพราะเนื้อหาของเพลงที่ว่าด้วยปัญหาชีวิตช่วงวัยรุ่น การเติบโตเป็นผู้ใหญ่อันยากลำบาก และปัญหาของวัย First Jobber โดนใจคนวัยกึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่ไปเต็มๆ&#160; สี่สมาชิกวงไม่ใช่คนหนุ่มอีกแล้ว พุฒิ-พุฒิยศ ผลชีวิน กานต์-เกษม จรรยาวรวงศ์ บอม-ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล และ แม็ก-อาสนัย อาตม์สกุล มีครอบครัวและความรับผิดชอบกันทุกคน พวกเขาใช้อายุที่มากขึ้นให้มีประโยชน์ ส่งผลให้บทเพลงกลมกล่อมและคมคายยิ่งขึ้น ปีนี้ภูมิจิตทยอยปล่อยเพลงใหม่ หลังจากห่างหายไปนาน ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ ขอโทษวัยหนุ่ม ไข่ดาวน์ และ จอมโจรคิด ที่ผ่านมาเราเจอกันหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยได้นั่งคุยเรื่องเพลง อัพเดตชีวิตกันและกัน เมื่อมีโอกาส เราเลยขอนั่งคุยยาวๆ คล้ายเป็นการทบทวนชีวิตช่วงส่งท้ายปี เพลงของภูมิจิตเด่นที่เนื้อเพลง ส่วนใหญ่เป็นฝีมือการแต่งของพุฒิ ถ้าจะถามถึงเบื้องหลังสิ่งนี้ ก็ต้องไถ่ถามถึงชีวิตส่วนตัวของเขาและเพื่อนด้วย&#160; เพราะเพลงกับชีวิตของสมาชิกภูมิจิตแยกจากกันไม่ออก กลมกลืนเป็นหนึ่ง มีความหมาย สั่นสะเทือนหัวใจพวกเขาทุกเพลง ไม่ว่ามันจะมียอดวิวเท่าไหร่ก็ตาม ฉันขอโทษตัวเองในวัยหนุ่ม ที่ฉันไม่เป็นดั่งฝัน G ปีนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/poomjit-lyrics-poet/">เปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นความหวังผ่านบทเพลงของ ภูมิจิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากเราวัดโลกทั้งใบจากตัวเลขและสถิติ&nbsp;</p>



<p>พลิกยังไงก็เห็นว่า ภูมิจิตคือวงดนตรีที่ล้มเหลว&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้ามองนอกจอ ไปดูเขาเล่นคอนเสิร์ตสดๆ สักครั้ง จะเห็นว่าภูมิจิตเป็นหนึ่งในวงที่มีแฟนเพลงเหนียวแน่นที่สุด บางคนฟังตั้งแต่วัยรุ่นยันมีลูก แม้แต่คนรุ่นใหม่ก็ตามมาฟังเขา เพราะเนื้อหาของเพลงที่ว่าด้วยปัญหาชีวิตช่วงวัยรุ่น การเติบโตเป็นผู้ใหญ่อันยากลำบาก และปัญหาของวัย First Jobber โดนใจคนวัยกึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่ไปเต็มๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163840" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สี่สมาชิกวงไม่ใช่คนหนุ่มอีกแล้ว พุฒิ-พุฒิยศ ผลชีวิน กานต์-เกษม จรรยาวรวงศ์ บอม-ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล และ แม็ก-อาสนัย อาตม์สกุล มีครอบครัวและความรับผิดชอบกันทุกคน พวกเขาใช้อายุที่มากขึ้นให้มีประโยชน์ ส่งผลให้บทเพลงกลมกล่อมและคมคายยิ่งขึ้น</p>



<p>ปีนี้ภูมิจิตทยอยปล่อยเพลงใหม่ หลังจากห่างหายไปนาน ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ คือ ขอโทษวัยหนุ่ม ไข่ดาวน์ และ จอมโจรคิด ที่ผ่านมาเราเจอกันหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยได้นั่งคุยเรื่องเพลง อัพเดตชีวิตกันและกัน เมื่อมีโอกาส เราเลยขอนั่งคุยยาวๆ คล้ายเป็นการทบทวนชีวิตช่วงส่งท้ายปี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163845" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพลงของภูมิจิตเด่นที่เนื้อเพลง ส่วนใหญ่เป็นฝีมือการแต่งของพุฒิ ถ้าจะถามถึงเบื้องหลังสิ่งนี้ ก็ต้องไถ่ถามถึงชีวิตส่วนตัวของเขาและเพื่อนด้วย&nbsp;</p>



<p>เพราะเพลงกับชีวิตของสมาชิกภูมิจิตแยกจากกันไม่ออก กลมกลืนเป็นหนึ่ง มีความหมาย สั่นสะเทือนหัวใจพวกเขาทุกเพลง</p>



<p>ไม่ว่ามันจะมียอดวิวเท่าไหร่ก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฉันขอโทษตัวเองในวัยหนุ่ม ที่ฉันไม่เป็นดั่งฝัน</strong></h3>



<p><strong><sup>G </sup></strong>ปีนี้ พุฒิลางานมาเล่นคอนเสิร์ต 4-5 ครั้ง<strong><sup>C</sup></strong>&nbsp;</p>



<p><strong><sup>G </sup></strong>อาชีพปกติของเขาคือ<strong><sup>C</sup></strong> <strong><sup>G</sup></strong>วิศวกรในบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์<strong><sup>C</sup></strong> ว่ากันว่าถ้างานเขามีปัญหา รถรุ่นใหม่บางแบรนด์อาจไม่ได้ออกตรงตามกำหนด พุฒิเป็นคนจริงจัง ทำงานหนัก ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเขาจึงวางงานเลี้ยงชีพและครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ&nbsp;</p>



<p><strong><sup>G </sup></strong>สมการนี้แทบจะตรงกันข้ามในวัยหนุ่ม พุฒิยศยุคนั้นคือนักดนตรีไฟแรง พร้อมฝ่าทุกอุปสรรคเพื่อเป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ ทุ่มเททำเพลงและเล่นคอนเสิร์ตแบบเอาตายไปข้าง<strong><sup>C</sup></strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163847" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong><sup>G</sup></strong>ช่วงที่ดูเหมือนจะใกล้ภาพความสำเร็จนั้นมากที่สุด คือการทำงานในอัลบั้มชื่อว่า Midlife พุฒิ กานต์ บอม แม็ค ได้เข้าไปทำงานกับค่ายเพลงในฝันอย่าง GMM Grammy ในเครือสนามหลวงมิวสิก แม้ว่าโดยหลักการ สนามหลวงจะช่วยดูแลด้านลิขสิทธิ์ ไม่ได้ทำงานในระดับศิลปินเข้าค่าย แต่พวกเขาก็ตั้งใจ คิดว่านี่คือก้าวสำคัญสำหรับวงอย่างแท้จริง<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p><strong><sup>Am</sup></strong>พวกเขาตั้งใจ แต่อาจจะมากไป ส่งผลให้ความเครียดและกดดันตกมาที่พุฒิเต็มๆ<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p>“ช่วงมิดไลฟ์เราทะเยอทะยานมาก คิดว่าจะใช้ทรัพยากรและความรู้ทั้งหมด เพื่อจะผลักดันตัวเองให้สำเร็จ แต่เรารู้สึกว่ามันล้มเหลวไปหมดทุกทาง ยิ่งทำยิ่งล้มเหลว ยิ่งเชื่อมั่นในความรู้ยิ่งล้มเหลว เราเสียเพื่อน เสียครอบครัว เสียงานด้วย เสียหมดทุกอย่างเลย” เขาเผยอย่างหมดเปลือก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163846" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong><sup>G</sup></strong>พุฒิเล่าขยายว่า เขาทำงานหลายด้านจนคนรอบตัวคิดว่าเขาเป็นประหนึ่งผู้จัดการของวง เป็นความหวังในการผลักดันวงไปข้างหน้า นั่นทำให้พุฒิรู้สึกว่าเขาโดดเดี่ยว จิตวิญญาณความเป็นวงหายไปอย่างรวดเร็ว<strong><sup>C</sup></strong>&nbsp;</p>



<p>“ความจริงอัลบั้มมิดไลฟ์เสร็จนานมากแล้ว แต่มันถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สุดท้ายเราใช้เวลาทำมัน 8 ปี แล้วเหมือนเราต้องเป็นคนนิสัยไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>“เอาจริงๆ ต้องบอกว่ามิดไลฟ์มันมีปัญหาเยอะมาก เราเปลี่ยนทีมงานไปห้าครั้งก่อนจะมาถึงสนามหลวง เราเคยเจอโปรดิวเซอร์ที่จะไล่มือกีตาร์ อีกที่นึงไม่โอเคกับวิธีทำงานแบบภูมิจิต คือมันโดนเปลี่ยนไปเยอะมาก เราพยายามจะแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด เครียดมาก สถานการณ์ในวงไม่ค่อยดีเท่าไหร่”&nbsp;</p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>ยอดขายและการถูกพูดถึงของมิดไลฟ์อยู่ระดับปานกลาง ไม่ได้รางวัลอะไรมากนัก ช่วงเวลาที่น่าท้อใจที่สุดคือตอนเล่นคอนเสิร์ต Big Mountain ครั้งที่ 10 ภูมิจิตขึ้นเล่นช่วงดึก มีคนดูบางตาประมาณ 30 คน เล่นเสร็จตอนเที่ยงคืน พุฒิมีเวลานอน 2 ชั่วโมง ก่อนจะตื่นมาขับรถไปทำงานที่โรงงานวันอาทิตย์<strong><sup>C</sup></strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163842" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong><sup>Am</sup></strong>นักร้องนำเขียนท่อนแรกของเพลง ขอโทษวัยหนุ่ม หลังเล่นคอนเสิร์ตจบ<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p>“เราคิดว่าทำเพลงมา 20 ปี มาได้แค่นี้เองเหรอ วันนั้นขับรถกลับ รู้สึกกับตัวเองว่า กูขอโทษมึงว่ะ มาได้แค่นี้จริงๆ ตอนมิดไลฟ์เราทุ่มเททรัพยากรทุกอย่างเท่าที่เราทำได้ไปหมดแล้ว”</p>



<p>“ไอ้สัตว์ ขนาดทุ่มเท ยังได้แค่นี้เอง”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้ฉันเป็นตาแก่คนหนึ่ง ที่ปวดหลัง ที่เจ็บช้ำ นอนไม่หลับ บนโลกที่ไม่เป็นดั่งฝัน</strong></h3>



<p><strong><sup>G</sup></strong>พุฒิแต่งครึ่งหลังของเพลง ขอโทษวัยหนุ่ม จบเมื่อเขาต้องอยู่บ้านเพราะติดโควิด<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>โรคร้ายไม่เพียงทำให้วงไม่มีงาน ยังทำให้สมาชิกทุกคนได้ทบทวน สำหรับพุฒิ แม้ไม่อยากทำเพลงอีกแล้ว เขียนอะไรมาก็รู้สึกว่าห่วย แต่เขารู้ดีว่าถ้าจะทำให้ภูมิจิตกลับมา ต้องดึงจิตวิญญาณวงกลับมาก่อน<strong><sup>C</sup></strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163849" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong><sup>G</sup></strong>เมื่อทำเองคนเดียวมันตีบตัน เขานึกถึงการใช้สายตาคนนอกเข้าช่วย โชคชะตาทำให้เขาได้รู้จักแฟนเพลงคนหนึ่งชื่อว่า กันดิษฐ์ เด็กหนุ่มเข้ามาช่วยเรื่องการสื่อสารกับแฟนเพลงทาง facebook page เมื่อพูดคุยกับคนฟังมากขึ้น ยอดก็ดีขึ้น วงก็เริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>เมื่อเพลง ขอโทษวัยหนุ่ม เสร็จ ดูเหมือนวงจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทุกคนกระตือรือร้น สำหรับพุฒิเอง ความเศร้าโศกที่อยู่ในบทเพลง เป็นเหมือนการสะท้อนมุมมองต่อความสำเร็จที่ต่างไปจากเดิม<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p><strong><sup>Am</sup></strong>ไม่เป็นดั่งฝันก็ได้ แค่รู้ว่าเราใช้ชีวิตอยู่เพื่อใครดีกว่า<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p>“เหมือนเราตั้งคำถามใหม่ว่า จะมีชีวิตไปทำไม ถ้าไม่สำเร็จแล้วทำไมเราถึงยังควรมีชีวิตอยู่ เมื่อก่อนเรารู้สึกว่า เรามีชีวิตเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จ แต่ถ้าไม่สำเร็จแล้ว ชีวิตเราจะทำอย่างไรต่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-163848" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-07.jpg 1536w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>“คนขี้แพ้อย่างเราอาจจะมีเยอะกว่าที่คิดนะ คนที่ไปถึงสิ่งที่ตัวเองตั้งหวังไว้อาจจะไม่เยอะมาก ดังนั้นโจทย์ใหม่คือ จะใช้ชีวิตที่ไม่สำเร็จอย่างไรให้มีความสุข เราว่ามันอาจจะเป็นโจทย์สำคัญสำหรับคนที่โตมาในยุคเรา ยุคที่ เต็มไปด้วยคำว่า ทำตามแพสชั่นและความฝัน ถ้าตามไม่ได้ แล้วเราต้องทำยังไงกับมัน”&nbsp;</p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>การมีคนช่วยมากขึ้น พุฒิเองก็ปล่อยวางมากขึ้น ทำให้วงกลายเป็นวงช้าๆ วิธีการทำงานก็เปลี่ยนไป เน้นการทำงานด้วยกันพร้อมหน้ามากขึ้น กลับไปเข้าห้องซ้อมเล่นเพลงแบบดั้งเดิม เหมือนที่เขาเคยทำช่วงวัยรุ่น<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p>“เราคิดว่าถ้าภูมิจิตเป็นอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของชายชราสี่คน แล้วจิตวิญญาณนี้สามารถแผ่ไปหาคนรอบๆ ได้ เราถือว่ามันโอเคนะ ดีกว่าเป็นชายชราสี่คนที่มาเล่นดนตรีด้วยความไร้วิญญาณ แต่ต้องพยายามแผ่วิญญาณไปให้คนรอบๆ เราว่าส่วนหนึ่งที่เราไม่สำเร็จในช่วงมิดไลฟ์อาจจะเป็นเพราะว่า เราอาจจะขาดวิญญาณพวกนี้ไปในช่วงเวลานั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-02-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฉันถามตัวเอง จะอยู่ทำไมบนโลกใบนี้ คำตอบเดียวคือเธอเท่านั้น</strong></h3>



<p>“พบคำตอบชัดเจนหรือยังว่าใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข”</p>



<p>“พบแล้ว ถ้าภรรยามีความสุข ชีวิตมันจะโอเค” พุฒิตอบ&nbsp;</p>



<p>​”คำตอบธรรมดามาก”</p>



<p>“บางคำถามเราไม่เข้าใจมันหรอก จนกระทั่งเราจะเจอมันด้วยตัวเอง ถึงจะรู้ว่าเรื่องไหนสำคัญเรื่องไหนไม่สำคัญ เรื่องไหนจำเป็นไม่จำเป็น”</p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>ใช่ว่าภูมิจิตจะไม่สำคัญ พุฒิใช้คำว่า Take this moment, we are on the way ไม่ตั้งความหวังที่เหนื่อยเกินไป ทำไปเรื่อยๆ ให้ชีวิตและความสุขเป็นอันดับหนึ่งเสมอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163835" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ภูมิจิต_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“มันมีคำในยุคสมัยเราที่บอกว่า <em>ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ ถึงพลาด  ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว</em> เมื่อก่อนเราว่าข้อความนี้มีปัญหา คือถ้านายอยู่ท่ามกลางดวงดาว แต่ไม่ได้ไปดวงจันทร์ ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี ตอนนี้คือ จะอยู่ดวงดาวก็ดวงดาว จะอยู่ดวงจันทร์ก็ดวงจันทร์ ก็เราอยู่ตรงนี้ ค่อยๆ หาทางไป ยุคสมัยหนึ่งเราพยายามจะมองแต่ดวงจันทร์ จนไม่ได้มองว่าดวงดาวก็โอเคนี่” พุฒิเล่า</p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>ในความรู้สึกส่วนตัวของพุฒิ ภูมิจิตเปลี่ยนจากความฝันกลายเป็นคำว่า ครอบครัว ความสำคัญของภูมิจิตคือการสื่อสารกับผู้คนตรงหน้า ระหว่างเล่นคอนเสิร์ต ไม่ใช่การใส่ใจตัวเลขในแพลตฟอร์มจนเกินงาม</p>



<p><strong><sup>G</sup></strong>ภูมิจิตวันนี้สมควรเป็นวงที่ทุกคนภูมิใจ มีเพลงที่เชื่อมโยงคนฟังยุคอินดี้ที่มีครอบครัวแล้ว และคนรุ่นใหม่ที่กำลังเจอปัญหาชีวิต พบว่าเพลงของพวกเขาช่วยปลอบประโลมจิตใจ<strong><sup>C</sup></strong></p>



<p><strong><sup>Am</sup></strong>ผู้คนในโลกหลากหลาย <strong><sup>C</sup></strong>มีเส้นทางชีวิตต่างกันไป <strong><sup>C</sup></strong>การมีความสุข รู้ว่าเราอยู่เพื่อใคร <strong><sup>C</sup></strong>คือพลังที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป&nbsp;<br><strong><sup>Am</sup></strong>นี่คือวาบความคิดที่เราได้เมื่อฟังเพลงของภูมิจิตยุคนี้จบ <strong><sup>C</sup></strong>แม้เป็นปรัชญาเชยช้า ที่ได้จากความชรา<strong><sup>G</sup></strong> แต่ก็ยังมีพลังเสมอ<strong><sup>C</sup></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/poomjit-lyrics-poet/">เปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นความหวังผ่านบทเพลงของ ภูมิจิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2020 10:27:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Warin]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวรินทร์ พูลวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้ในใจฉัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116623</guid>

					<description><![CDATA[<p>สายลมโบกพัดโชยมา ย้ำเตือนหัวใจได้ผ่อนคลาย แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออยู่อย่างนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ติดตามเพลงโฟล์กบ้านเราหรือเพิ่งเคยเปิดเพลง ดอกไม้ในใจฉัน ของศิลปินหญิงนามว่า Warin เป็นครั้งแรก สิ่งที่คุณจะรู้สึก–เหมือนกับที่เรารู้สึก นั่นคือคุณจะตกหลุมรักน้ำเสียงของเธอทันทีในครั้งแรกที่ฟัง ชื่อจริงๆ ของเธอคือ อุ๋งอิ๋ง–ศิวรินทร์ พูลวงษ์ ส่วนวรินทร์เป็นชื่อในวงการที่เธอตัดทอนชื่อจริงเพื่อให้แฟนๆ จดจำเธอง่ายดายมากขึ้น ทว่าบทเพลงเพราะๆ ที่เธอลงมือเขียนขึ้นมาด้วยความซื่อสัตย์ที่มีต่อความรู้สึกตัวเองนั้น ทำให้หญิงสาวจากมหาสารคามคนนี้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงอะคูสติกโฟล์ก และมีโอกาสได้ขึ้นเหนือล่องใต้พร้อมกับกีตาร์โปร่งหนึ่งตัว เล่นดนตรีในที่ต่างๆ ตามความใฝ่ฝันของตัวเอง ในขวบปีแห่งการผลิบานของเธอ วงการเพลงโฟล์กบ้านเราก็นับว่าน่าจับตาเอามากๆ เรามีเทศกาลดนตรีที่ใกล้ชิดป่าเขาเกิดขึ้นแทบทุกเดือน มีวงดนตรีหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย อาจด้วยอิทธิพลจาก แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร เพลงดังของนักดนตรีโฟล์กรุ่นพี่อย่าง โจ้–สาโรจน์ ยอดยิ่ง แห่งเขียนไขและวานิช ช่วยพาดนตรีแนวนี้ข้ามเขตแดนของความอินดี้สู่ความแมสมากขึ้น เรานิยามวรินทร์ไว้ว่าเป็น ‘โจ้ เขียนไขฯ เวอร์ชั่นผู้หญิง’ สำหรับเราแล้วนี่เป็นเรื่องบังเอิญทีเดียวที่บทเพลงแรกที่เธอแต่งขึ้นมาเองอย่าง ดอกไม้ในใจฉัน นำพาเธอไปสู่การเดินทางร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินรุ่นพี่ที่เธอเคารพและชื่นชมอย่างโจ้  และเป็นธรรมดาของการเดินทางที่ยิ่งออกไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีผู้คนมองเห็นความสวยงามในบทเพลงของเธอมากขึ้นเท่านั้น ช่างสวยงาม ไม่เลือนราง และไม่ลบไม่เลือนจางหาย ดั่งดอกไม้อยู่ในใจฉัน…อยู่ในนั้นไม่ต้องไปไหน แต่ก่อนที่ดนตรีจะนำพาหญิงสาวคนนี้เดินทางไกลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ยามนี้เธอมานั่งอยู่เบื้องหน้าเพื่อพูดคุยกับเราแล้ว &#160; จำได้ไหมว่าตัวเองเริ่มชอบดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รู้ตัวว่าอยากเล่นดนตรีช่วงมัธยมต้น หัดเล่นอูคูเลเล่ตามพี่นท ตอนนั้นชอบดูเดอะสตาร์ (หัวเราะ) พอมามัธยมปลายก็เริ่มหัดเล่นกีตาร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/">“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">สายลมโบกพัดโชยมา ย้ำเตือนหัวใจได้ผ่อนคลาย </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออยู่อย่างนั้น</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ติดตามเพลงโฟล์กบ้านเราหรือเพิ่งเคยเปิดเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของศิลปินหญิงนามว่า </span><b>Warin</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นครั้งแรก สิ่งที่คุณจะรู้สึก–เหมือนกับที่เรารู้สึก นั่นคือคุณจะตกหลุมรักน้ำเสียงของเธอทันทีในครั้งแรกที่ฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อจริงๆ ของเธอคือ </span><b>อุ๋งอิ๋ง–ศิวรินทร์ พูลวงษ์</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนวรินทร์เป็นชื่อในวงการที่เธอตัดทอนชื่อจริงเพื่อให้แฟนๆ จดจำเธอง่ายดายมากขึ้น ทว่าบทเพลงเพราะๆ ที่เธอลงมือเขียนขึ้นมาด้วยความซื่อสัตย์ที่มีต่อความรู้สึกตัวเองนั้น ทำให้หญิงสาวจากมหาสารคามคนนี้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงอะคูสติกโฟล์ก และมีโอกาสได้ขึ้นเหนือล่องใต้พร้อมกับกีตาร์โปร่งหนึ่งตัว เล่นดนตรีในที่ต่างๆ ตามความใฝ่ฝันของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116684 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขวบปีแห่งการผลิบานของเธอ วงการเพลงโฟล์กบ้านเราก็นับว่าน่าจับตาเอามากๆ เรามีเทศกาลดนตรีที่ใกล้ชิดป่าเขาเกิดขึ้นแทบทุกเดือน มีวงดนตรีหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย อาจด้วยอิทธิพลจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพลงดังของนักดนตรีโฟล์กรุ่นพี่อย่าง โจ้–สาโรจน์ ยอดยิ่ง แห่งเขียนไขและวานิช ช่วยพาดนตรีแนวนี้ข้ามเขตแดนของความอินดี้สู่ความแมสมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานิยามวรินทร์ไว้ว่าเป็น ‘โจ้ เขียนไขฯ เวอร์ชั่นผู้หญิง’ สำหรับเราแล้วนี่เป็นเรื่องบังเอิญทีเดียวที่บทเพลงแรกที่เธอแต่งขึ้นมาเองอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน </span></i><span style="font-weight: 400;">นำพาเธอไปสู่การเดินทางร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินรุ่นพี่ที่เธอเคารพและชื่นชมอย่างโจ้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเป็นธรรมดาของการเดินทางที่ยิ่งออกไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีผู้คนมองเห็นความสวยงามในบทเพลงของเธอมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ช่างสวยงาม ไม่เลือนราง และไม่ลบไม่เลือนจางหาย<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ดั่งดอกไม้อยู่ในใจฉัน…อยู่ในนั้นไม่ต้องไปไหน</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนที่ดนตรีจะนำพาหญิงสาวคนนี้เดินทางไกลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ยามนี้เธอมานั่งอยู่เบื้องหน้าเพื่อพูดคุยกับเราแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>จำได้ไหมว่าตัวเองเริ่มชอบดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รู้ตัวว่าอยากเล่นดนตรีช่วงมัธยมต้น หัดเล่นอูคูเลเล่ตามพี่นท ตอนนั้นชอบดูเดอะสตาร์ (หัวเราะ) พอมามัธยมปลายก็เริ่มหัดเล่นกีตาร์ ตอนนั้นอยากจะแค่ร้องเพลงแล้วมีดนตรีประกอบเฉยๆ ไม่ได้คิดจะเล่นดนตรีเป็นจริงเป็นจัง ทั้งการร้องเพลงและการเล่นดนตรีเราหัดจากยูทูบทุกอย่างเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่ทำให้ผูกพันกับดนตรีมากขึ้นน่าจะเป็นเพราะได้อยู่วงคอรัสของโรงเรียนวาปีปทุม อาจารย์ที่สอนดนตรีชอบให้ขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงในวงโฟล์กซองของโรงเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็มีรุ่นพี่ชวนไปอยู่วงคอรัสของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชอบเอาตัวเองไปอยู่กับดนตรีเพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นักร้องในวงคอรัสอย่างคุณเริ่มหัดเขียนเพลงเองจริงๆ ตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะต้นปี 2019 ตอนนั้นเป็นช่วงปี 4 ความจริงเราเรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดนตรีเลย (หัวเราะ) คือตอนที่ได้ฟังเพลงของพี่โจ้ เขียนไขฯ ครั้งแรก ซึ่งน่าจะเป็นช่วง 2-3 ปีที่แล้ว เรารู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมคำมันสวยจัง มันดูเหมือนบทกวี แล้วก็ฟังโฟล์กมาเรื่อยๆ จนมีวันหนึ่งที่รู้สึกว่าอยากจะลองเขียนเพลงฟังสบายๆ เป็นของตัวเองบ้าง คลังคำเราก็ไม่ได้มีเยอะเพราะไม่ใช่คนอ่านหนังสือเยอะขนาดนั้น อาศัยจากเพลงเก่าๆ ที่ฟังสะสมมา จนสุดท้ายก็ได้ </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาเป็นเพลงแรก ชอบเอาไปร้องให้คนนั้นคนนี้ฟังแล้วก็ถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง คนก็บอกว่าเพลงนี้ดี อยากให้ลองอัดเป็นเพลงจริงจัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116681 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><b>แล้วใครเป็นคนแรกที่เห็นว่าดอกไม้ดอกนี้มีที่ทางให้ไปต่อได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาคือพี่จ๊อบ (บุญโชค ศรีคำ) เป็นตากล้องของเซิ้ง โปรดักชั่น พี่จ๊อบชอบดนตรีแนวนี้เหมือนกันแล้วเขาอยากทำช่องยูทูบ </span><a href="https://www.youtube.com/channel/UCeI1dXgy1gCcQCbXv3GDkGw"><span style="font-weight: 400;">Seum Channel</span></a><span style="font-weight: 400;"> เลยชวนหนูไปเป็นศิลปินคนแรกในช่อง ตอนนั้นพี่จ๊อบบอกเราว่าให้เราเป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เราชอบแบบนี้ก็เลยตอบตกลง (ยิ้ม) เขาช่วยโปรโมตและช่วยทำโปรดักชั่นให้โดยที่ไม่ได้มีสัญญาแบบค่ายเพลง เหมือนเปิดช่องเพื่อเป็นพื้นที่สื่อให้กับศิลปินอิสระ เขาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นจนได้มีโอกาสทำงานกับพี่โจ้ เขียนไขและวานิช</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณเจอกับโจ้และได้ร่วมเดินทางกับเขาได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือปกติเวลาฟังเพลงของวงไหนเราจะชอบไล่ฟังทุกเพลงและตามไปฟังคอนเสิร์ตของเขา ซึ่งช่วงที่ฟังโฟล์ก เขียนไขและวานิชมาเล่นดนตรีที่มหาสารคามพอดี ร้านที่มาเล่นเป็นร้านเล็กๆ ริมทุ่งนา คนมาฟังไม่ถึง 50 คนแต่บรรยากาศน่ารักมาก ตอนนั้นพี่โจ้ยังไม่ดังเท่าวันนี้ คนรู้จักเขายังน้อยมาก เวลาเขามาเล่นที่อีสานเราก็ตามไปฟัง พอเจอกันบ่อยๆ พี่เขาก็จำได้ จนมีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เราปล่อยเพลง <em>ดอกไม้ในใจฉัน</em> ในยูทูบใหม่ๆ พี่โจ้ก็อินบอกซ์มาว่า เฮ้ย เพลงดีมาก เขาชวนไปทัวร์เล่นดนตรีด้วยกัน มีงานที่ไหนก็ชวนไปด้วย ให้โอกาสเราได้เล่นเปิด ที่ผ่านมาก็มีพวกพี่ๆ เขานี่แหละที่ช่วยผลักดัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่ง่ายเลยที่ศิลปินคนหนึ่งจะปล่อยเพลงแรกแล้วดังเลย ระหว่างพรสวรรค์กับพรแสวง คุณคิดว่าสิ่งไหนมีผลกับเส้นทางศิลปินของคุณมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คิดว่าเป็นพรสวรรค์ เขาให้เสียงเรามา ขอบคุณที่ได้มา แต่ความจริงมันเป็นเรื่องช่วงเวลาที่ทุกอย่างพอเหมาะพอดีกัน น่าจะเป็นเพราะโชคชะตาด้วย (ยิ้ม) ในวงการเพลงโฟล์กบ้านเรายังมีอีกหลายวงที่พวกเขาพยายามกันหนักมากๆ เพื่อที่จะมีชื่อเสียง แต่ก็ด้วยจังหวะเวลาและปัจจัยอีกหลายอย่างทำให้เขาไม่ได้ไปต่อ การที่ปล่อยเพลงแรกแล้วก็มีคนรู้จักเลยมันทำให้เราเดินทางง่ายกว่าคนอื่นมากๆ เราคิดเสมอว่าตัวเองโชคดีกว่าใครอีกหลายๆ คน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีวงโฟล์กบ้านเราวงไหนบ้างที่คุณอยากแนะนำให้เรารู้จัก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราชอบ Magpie Robin อาจจะเป็นวงดนตรีที่ลึกหน่อย แต่เราชอบความหมายในเพลงของเขา โดยเฉพาะเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">เสียงตะวันออก</span></i><span style="font-weight: 400;"> แล้วก็มีวง Scootslande และ SRI-NUAN เวลาที่เขาไปเล่นดนตรีสดตามงานต่างๆ ส่วนมากเขาจะเล่นเป็นวงเปิดก่อน หรือเล่นปิดงานที่กว่าเราจะได้ฟังก็เกือบเช้า แต่ความจริงพวกเขาเป็นวงดนตรีที่ตั้งใจทำงานและเพลงดีมากเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ยังมีอะไรที่คนกลุ่มนี้ต้องการจากคนฟังและวงการเพลงบ้านเราเป็นพิเศษหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้ตอบแทนวงอื่นๆ เขาอาจจะอยากมีพื้นที่สำหรับเล่นดนตรีแนวนี้มากขึ้น อยากมีรายได้เหมือนศิลปินเพลงป๊อปที่เป็นที่รู้จัก แต่สำหรับบางคนเขาอาจจะแค่พอใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116677 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>เพลงโฟล์กมีความหมายกับคุณยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเหมือนการเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง อย่างเพลงของพี่บอย Imagine เรามองว่ามันคือการเล่าเรื่องประกอบเสียงดนตรี ทุกเพลงมีเรื่องราวอยู่ในนั้น เหมือนการอ่านหนังสือเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วคุณเขียนเพลง เล่นดนตรีโฟล์กไปเพื่ออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากเล่าเรื่อง เพราะว่าทุกเพลงเราเขียนมันขึ้นมาจากความรู้สึก ณ ตอนนั้นรู้สึกอะไรอยู่ก็จะเขียนขึ้นมา สมมติถ้ารู้สึกคิดถึงบ้านมันจะมีชุดคำโผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เขียนเสร็จ เวลาที่เรารู้สึกกับมันจริงๆ มันจะเขียนง่ายมาก แต่ถ้าเราพยายามเมื่อไหร่เราจะเขียนไม่ได้เลย ซึ่งช่วงหลังๆ มานี้เราไม่ค่อยรู้สึกกับเรื่องอะไรเท่าไหร่ เพราะการตระเวนเล่นดนตรีมันเหนื่อยมากจริงๆ อยากมีเวลานอนมาก อีกหน่อยอาจจะเขียนเพลงเกี่ยวกับการนอน (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แสดงว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ทัวร์หนักสุดเลยหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เคยถามพี่โจ้ว่าพี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอไปทัวร์เยอะๆ แบบนี้ เขาบอกว่า “เดี๋ยวเอ็งก็รู้เอง” คำนี้ติดอยู่ในหัวมาตั้งแต่วันนั้น และตอนนี้เราก็รู้แล้วว่ามันเป็นยังไง (หัวเราะ) พอมีงานเยอะแปลว่าเราก็ต้องเดินทางเยอะ เวลาหนึ่งเดือนแทบไม่มีช่องว่างเลย สมมติไปเล่นที่ภูเก็ต เรายังไม่ทันได้คิดและสรุปเลยว่าได้อะไรจากการไปภูเก็ตบ้าง รู้ตัวอีกทีคืนนี้ก็มาเล่นที่กรุงเทพฯ แล้ว ไม่มีเวลาให้ตัวเองตกตะกอน ช่วงนี้แทบไม่ได้เขียนเพลงใหม่ออกมาเพราะไม่ได้หยุดคิดเลย มีแต่การเดินทางอย่างเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116679 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><b>เป็นเด็กจบใหม่ที่มีโอกาสเดินทางเยอะเหมือนกัน ที่บ้านว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนช่วงแรกๆ ที่บ้านก็ไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ ทำไมเรียนจบแล้วไม่ไปทำงานในสายที่ตัวเองเรียนมา ความจริงเขาอยากให้เข้ารับราชการหรือทำอะไรสักอย่างที่มั่นคง ซึ่งพอคิดๆ ดูแล้วเราน่าจะเป็นคนที่ดื้อมากเหมือนกัน อยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เลยต่อรองว่าขอลองทำดูก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่เวิร์กค่อยกลับไปทำในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดว่าตอนนี้พิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่ได้หรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการมีงานเข้ามาเรื่อยๆ คือเขาเริ่มรับรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ มีครั้งหนึ่งที่เขาตามไปดูแล้วก็เข้าใจว่า อ๋อ มันเป็นแบบนี้ มีคนรู้จักเรานะ (ยิ้ม) แล้วพอเวลาผ่านไปมันเหมือนเราพิสูจน์ได้เองว่าเรามีรายได้จากสิ่งนี้ได้ ขณะเดียวกันเราก็ให้เขาบ้าง เป็นการพิสูจน์ว่าเราสามารถอยู่ได้ด้วยการทำสิ่งนี้ ช่วงหลังๆ ที่บ้านก็สบายใจเรื่องเรามากขึ้นแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูเหมือนเส้นทางดนตรีของคุณกำลังผลิบาน ถ้าให้แทนตัวเองเป็นดอกไม้ คิดว่าตัวเองเป็นดอกอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราเป็นคนที่ไม่ชอบดอกไม้เลย แต่พอแต่งเพลงแรกเกี่ยวกับดอกไม้ จากนั้นไม่นานเราก็กลายเป็นคนที่เริ่มสนใจดอกไม้ขึ้นมาบ้าง (หัวเราะ) คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นดอกทานตะวัน เพราะมันชอบหันหน้าเข้าหาแสงแดด น่าจะเหมือนตัวเราที่ชอบหันหน้าหาโอกาส ชอบเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116680 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h3><b>เบื้องหลัง 5 บทเพลงที่จะทำให้คุณรู้จักตัวตนเธอมากขึ้น</b></h3>
<h4><b>ถ้าเป็นพระจันทร์จะรอไหม</b></h4>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><div id="erdyt-69fb7feea4def" data-id="f0S-C93e6WQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-f0S-C93e6WQ-69fb7feea4def" data-vid="f0S-C93e6WQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/f0S-C93e6WQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/f0S-C93e6WQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เราไม่ค่อยเอาไปเล่นที่ไหนเท่าไหร่ เป็นเพลงที่ได้รับโจทย์จากพี่จ๊อบ เขาให้โจทย์มาว่า “นักบินอวกาศตกหลุมรักดวงจันทร์ แต่อยู่กับมันตลอดไปไม่ได้” เพื่อผลักดันให้เราลองเขียนเพลง เราคิดอยู่ 2-3 วันกว่าจะได้ไอเดียว่าอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระจันทร์กับนีล อาร์มสตรอง เรามองว่าการที่เขาไปเยี่ยมเยือนพระจันทร์เพียงแค่แป๊บเดียวแล้วก็กลับโลกเป็นการจากลาที่ไม่ได้กลับไปอีก เราเลยเปรียบมันกับความรัก เหมือนพระจันทร์ที่ไม่เคยได้รับความรักจากใครเลยแล้วอยู่ๆ นีล อาร์มสตรอง ก็เอาความรักไปให้ สร้างความทรงจำต่างๆ ร่วมกันแล้วไม่นานเขาก็จากไป </span><i><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นพระจันทร์จะรอไหม</span></i><span style="font-weight: 400;"> เลยเป็นเพลงที่เล่าความรู้สึกของพระจันทร์</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">วันนั้นที่เธอบอกลา ลมหนาวก็พัดมา </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ตัวฉันจมอยู่ในน้ำตา รอคอยเธอที่ตรงนั้น </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เปรียบฉันเป็นพระจันทร์ รอวันเธอกลับมา</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ถึงบ้าน</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e19" data-id="H1s8R44nvSo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-H1s8R44nvSo-69fb7feea4e19" data-vid="H1s8R44nvSo" data-src="https://www.youtube.com/embed/H1s8R44nvSo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/H1s8R44nvSo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนติดบ้าน แต่ขณะเดียวกันเราก็ชอบเที่ยว ยิ่งช่วงนี้เดินทางเยอะ มีช่วงที่เหนื่อยจนทำให้คิดถึงบ้านมากเหมือนกัน เพราะบ้านเป็นที่ที่เราสบายใจที่สุด มีจังหวะหนึ่งที่ได้ฟังเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ขอโทษ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ขอโทษที่วันนี้ฉันเพิ่งมีเวลา&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> ฟังแล้วอินมาก ร้องไห้เลย แล้วก็เขียนคีย์เวิร์ดไว้ เพลงนี้เราอยากพูดถึงตัวเองในวัยเด็ก เราเคยมีจักรยานคันโปรด พอโตขึ้นมันหายไป อะไรหลายๆ อย่างที่เรามีในตอนเด็กมันหายไป เพื่อนสนิทบางคนก็หายไปเพราะไม่ได้คุยกันเลย พ่อแม่แก่ขึ้น เราเติบโตขึ้น พอมองย้อนกลับไปแล้วมันมีความสุขนะ แล้วทุกครั้งที่ได้ร้องเพลงนี้เราจะรู้สึกกับมันมากเลยไม่ค่อยเอาไปร้องเท่าไหร่เพราะกลัวร้องไม่จบ (หัวเราะ) </span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ตักอุ่นๆ ที่เคยหนุนนอน คำออดอ้อนที่เคยเอ่ยเป็นวาจา ความคิดถึงและห่วงหา  </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">กาลเวลาพาให้เราต้องจากไกล ตามหา ความฝัน ของใครกัน</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>สุขหัวใจที่ฉันข้างเดียว</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e2b" data-id="3M5n0XDJ9kQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-3M5n0XDJ9kQ-69fb7feea4e2b" data-vid="3M5n0XDJ9kQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/3M5n0XDJ9kQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/3M5n0XDJ9kQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เขียนขึ้นมาในมุมมองว่าบางทีเราอาจจะรักใครคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน ตอนที่เราเขียนสารภาพว่าเป็นช่วงที่เราอยากมีความรักด้วย เหมือนเราจินตนาการถึงคนที่เราใฝ่ฝันหาอะไรแบบนี้ ตอนแรกก็ตั้งใจจะแต่งเป็นเพลงรักแต่กลับเศร้าเฉยเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">เฝ้ารอนับเวลา ที่ฉันและเธอจะได้พบ กันและกัน </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จนวันนั้น สุขหัวใจ ที่ฉันข้างเดียว</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>เธอ(คนใจร้าย)</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e39" data-id="mjDhPp1u178" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-mjDhPp1u178-69fb7feea4e39" data-vid="mjDhPp1u178" data-src="https://www.youtube.com/embed/mjDhPp1u178?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/mjDhPp1u178/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้พูดถึงความรักที่ไม่ดี เราเขียนให้คนใจร้ายที่ผ่านเข้ามาแล้วจากไป เขียนด้วยคำง่ายๆ ด้วยความรู้สึกตัวเอง คำวนๆ ซ้ำๆ แค่อยากจะพูดว่าเขาใจร้ายจัง​ (หัวเราะ)</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">เธอ เป็นดั่งสายฝน ที่ทำให้ฉันชุ่มฉ่ำใจ </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เมื่อยามร้อนกาย โอ้ เธอ เป็นดั่งสายลม ที่ทำให้ฉันได้ผ่อนคลาย </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เมื่อยามร้อนใจ โอ้เธอ โอ้เธอ ทำไมเธอใจร้าย</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>พรุ่งนี้</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e45" data-id="9sk_oK2coDs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-9sk_oK2coDs-69fb7feea4e45" data-vid="9sk_oK2coDs" data-src="https://www.youtube.com/embed/9sk_oK2coDs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/9sk_oK2coDs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้แฟนเราช่วยเขียน (หันไปมองคนที่นั่งข้างๆ) เป็นเพลงที่พูดถึงอนาคต สมมติว่าวันนี้เรามีความสุขดีแต่ต่อไปเราไม่รู้หรอกว่าเราจะยังมีกันอยู่หรือเปล่า เหมือนกลัวไปก่อน (หัวเราะ) คือถ้าในอนาคตเราไม่ได้คบกันต่อไปแล้วเพลงนี้ต้องเป็นเพลงที่เศร้ามากแน่ๆ</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">หากพรุ่งนี้ไม่มีฉัน ไม่มีฉัน อีกต่อไป </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จำได้ไหมภาพเก่าในวันนั้น ภาพที่เธอยืนคู่กับฉัน</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ดอกไม้ในใจฉัน</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e50" data-id="8TFBuHLqf5I" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8TFBuHLqf5I-69fb7feea4e50" data-vid="8TFBuHLqf5I" data-src="https://www.youtube.com/embed/8TFBuHLqf5I?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8TFBuHLqf5I/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เพื่อนช่วยเขียนท่อน &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออย่างนั้น&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> มาให้ก่อน เราจินตนาการต่อว่ากำลังนั่งอยู่ริมน้ำแล้วเห็นผิวน้ำเป็นสีทองระยิบระยับ ตอนนั้นเรานึกถึงความสวยงามของ 2 อย่างคือ ความรักและดอกไม้ เราเคยมีแฟนที่ทำให้เรารู้สึกว่าคบกับเขาแล้วเราเหมือนดอกไม้ในแจกัน มันแบ่งบานสวยงามจริงแต่มันก็แค่ชั่วคราว พอแห้งเหี่ยวไปเดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนดอกใหม่มาแทน เราไม่ได้แบ่งบานตามธรรมชาติ ไม่ได้เป็นตัวเอง เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นลองเขียนเพลงเกี่ยวกับการปกป้องดอกไม้สักดอกหนึ่งดีไหม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> แค่เก็บไว้ในใจไม่ต้องให้ใครครอบครอง เพลงนี้เราเขียนให้ตัวเองเพราะว่าดอกไม้ดอกนั้นคือความเป็นเรา เป็นตัวตนที่เราอยากจะรักษามันไว้</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอะไรมาทำร้ายเธอได้ ให้เธอยังงดงามต่อไป </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าท้องฟ้ามืดสลายหายไป แต่ใจฉันมีแต่เธอ</span></i></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7feea4e5a" data-id="Qqs2SCpOEec" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Qqs2SCpOEec-69fb7feea4e5a" data-vid="Qqs2SCpOEec" data-src="https://www.youtube.com/embed/Qqs2SCpOEec?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Qqs2SCpOEec/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/">“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Nov 2019 12:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาซุย ปลาซุย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[PLASUI PLASUI]]></category>
		<category><![CDATA[แนวดรีมป๊อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=78996</guid>

					<description><![CDATA[<p>PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย ร้องนำและเบส, ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์ มือกลอง, ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง กีตาร์, ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร กีตาร์ และ แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้ ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ SAKURA และเพลง Chocolate ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย <strong>เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย</strong> ร้องนำและเบส, <strong>ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์</strong> มือกลอง, <strong>ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง</strong> กีตาร์, <strong>ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร</strong> กีตาร์ และ <strong>แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้</strong> ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer</span></p>
<p>ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง</p>
<p>จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ <em>SAKURA</em> และเพลง <em>Chocolate</em> ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเ</span><span style="font-weight: 400;">ล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival 2019 ช่วงปลายปีนี้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เป็นเด็กมหาสารคามเหมือนกัน เราแอบจับตามองพร้อมเอาใจช่วยวงนี้มาตั้งแต่เพลงแรกๆ จนวันนี้ความฝันของพวกเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราจึงถือโอกาสนี้ชวนพวกเขามาคุยกันถึงเรื่องดนตรี ชีวิตวัยรุ่น ไปจนถึงเรื่องความฝันในเส้นทางสายดนตรีแบบ PLASUI PLASUI กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79010 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg" alt="" width="869" height="580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6.jpg 675w" sizes="(max-width: 869px) 100vw, 869px" /></p>
<p><b>ช่วยเลือกปลาที่บอกความเป็นตัวคุณมา 1 ชนิด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป็นปลาทูแล้วกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> หิวข้าวเลยกู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ชอบกินปลาทูนะ รู้สึกว่ามันมีประโยชน์ดี </span><span style="font-weight: 400;">กินเนื้อปลา แต่เป็นคนไม่กินหัวปลานะ แต่กินเนื้อ กินไข่ อะไรอย่างนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-79029 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg" alt="" width="349" height="524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25.jpg 450w" sizes="(max-width: 349px) 100vw, 349px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ชอบปลาหางนกยูงเพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายดี มีความทรงจำคือที่บ้านเลี้ยงปลาหางนกยูงไว้ในบ่อ แล้วตอนนั้นมีแขกมาที่บ้านแล้วขับรถยนต์ชนบ่อแตก ปลามันก็ดิ้นเต็มพื้นก็เลยมีความทรงจำในวัยเด็กเรื่องปลาหางนกยูง </span><span style="font-weight: 400;">แต่เหตุผลที่ชอบปลาหางนกยูงก็เพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายนี่แหละ ไม่ให้อาหารหลายวันก็ไม่ตาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79032 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg" alt="" width="348" height="522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28.jpg 450w" sizes="(max-width: 348px) 100vw, 348px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> เป็นปลานกแก้วแล้วกัน เท่ดี ชอบสี สวยดี ชอบแมลงทับอยู่แล้วไง สีออกเขียวๆ เหมือนปีกแมลงทับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79022 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg" alt="" width="352" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18.jpg 450w" sizes="(max-width: 352px) 100vw, 352px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตามจริงที่บ้านเลี้ยงปลาคาร์ปแต่ไม่ชอบ ชอบปลาซัคเกอร์ที่มันดูดฝุ่น มันมีความหมายกับบ่อปลานะ มันสามารถดูดฝุ่น เก็บรายละเอียดในตู้ปลา เหมือนเป็นแม่บ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79023 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg" alt="" width="361" height="542" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19.jpg 450w" sizes="(max-width: 361px) 100vw, 361px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แต่มีช่วงหนึ่งที่ปลานี่ระบาด ทำให้ระบบนิเวศในธรรมชาติพัง เพราะว่าปลาตัวนี้โตไปแล้วกินปลาอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อ๋อ แต่เราหมายถึงเลี้ยงในตู้ไง คนเลี้ยงไม่ไหวก็เอาไปปล่อย ต้องเลี้ยงในตู้นะถึงจะมีประโยชน์ แต่ในมุมกลับกันมันก็ไม่มีประโยชน์ (หัวเราะ) ชอบคาแร็กเตอร์มัน ดูไม่ได้เป็นปลาสวยงามอย่างเดียว มันทำประโยชน์ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ปล่อยนะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79013 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg" alt="" width="793" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9.jpg 675w" sizes="(max-width: 793px) 100vw, 793px" /></p>
<p><b>อะไรทำให้ตัดตัดสินใจใช้ชื่อวงว่า </b><strong>PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนแรกก็คิดกันว่าเราจะตั้งชื่อวงว่าอะไรดี เราอัดเพลงในบ้าน เสร็จมาเพลงสองเพลงแต่ยังไม่มีชื่อวง ก็เลยออกไปขับรถเล่น จำได้ตอนนั้นอยู่ริมคลองสมถวิลในตัวเมืองมหาสารคาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> พวกเราก็เกริ่นขึ้นมาลอยๆ ว่าปลาซุยดีไหม ฟังแล้วแปลกดี แต่ว่าปลาซุยมันธรรมดาไป มันต้องเบิลอีกรอบหนึ่ง มันก็เลยเป็น PLASUI PLASUI โอเค น่าจะเวิร์ก เอาแบบนี้แหละง่ายๆ ตรงนั้นเลย ชื่อวงเกิดขึ้นที่ริมคลองตอนขับรถ มันเป็นคำอุทานที่เราชอบพูด คำอะไรที่ไม่ค่อยมีความหมาย จิ๊กกรี้อะไรอย่างนี้ พูดเล่นๆ กับเพื่อน เพ้อเจ้อๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อะไรคือคำว่าดรีมป๊อปสำหรับ PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ดรีมป๊อปก็เป็นเพลงป๊อป อยู่บนพื้นฐานของป๊อป แต่จะมีความลอยๆ ฟุ้งๆ เหมือนเราใส่โน่นผสมนี่เข้าไปให้ดูเบลอๆ ให้เหมือนอยู่ในความฝันและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นป๊อปด้วย ส่วนตัวคิดว่าประมาณนี้นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าใจยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เอาจริงๆ ก็คิดว่าวงตัวเองเป็นวงป๊อปวงหนึ่งนะ แค่ทำซาวนด์ดนตรีแบบลอยๆ ขึ้นมานิดหน่อย ส่วนของดนตรีและเนื้อร้องก็มีความเพ้อฝัน ความรู้สึกฟุ้งๆ แบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> คิดว่าป๊อปนี่มันเป็นแก่นอยู่แล้ว คราวนี้เอาความลอยมาใส่ กดความป๊อปไว้หน่อยหนึ่ง แค่นั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ทำเป็นมีแก่น จะไปโยนเปตองหรือไง (หัวเราะ) อย่างที่เพื่อนๆ ว่าก็คือดนตรีที่มันล่องลอยเพ้อฝัน อยู่ในภวังค์ แล้วก็มีความเป็นป๊อปเข้ามา และเนื้อร้องที่เข้าใจได้ง่ายในแบบปลาซุย ก็เป็นดรีมป๊อปแบบ PLASUI PLASUI</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79016 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg" alt="" width="453" height="680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12.jpg 450w" sizes="(max-width: 453px) 100vw, 453px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่เราก็ไม่รู้ว่าวงเราเป็นดรีมป๊อปจริงๆ ไหมนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่แค่รู้ว่ามัน lo-fi สุดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เพราะมันทำได้แค่นี้ไง (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> อันนี้คือชัวร์แน่ๆ lo-fi (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ใช่ ยังไง PLASUI PLASUI ก็ต้องทำแบบนี้ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ว่าแนวเพลงก็จะพัฒนาอยู่แหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ไฟล์ก็อาจจะแค่นี้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราอาจจะชอบด้วยมั้ง ชอบอะไรที่มันไม่อีดิตเยอะอะ มันเรียลๆ ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> จะให้เอาอุปกรณ์ดีกว่านี้มาเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่เอา เอาแบบนี้ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ถ้ามีงบหรือมีตังค์ค่อยว่ากัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราก็อยากทำให้มันดีที่สุดอยู่แล้วล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ตอนชวนกันทำเพลง ชวนวันเดียวเองมั้ง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ คือขี่รถมอเตอร์ไซค์มา ทำเพลงปะ เอาดิ ขับมอ&#8217;ไซค์มาเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แล้วอุปกรณ์ก็ยืมเขามาด้วย ใช่ ตอนแรกไม่มีอุปกรณ์ของตัวเองเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แล้วก็ลองผิดลองถูก แต่เราตีกรอบไว้แล้วว่าแบบนี้ เราจะทำแนวนี้ ชอบแบบนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อุปกรณ์ก็ไปยืมพี่เขามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนที่พี่คนนั้นมาทวงคืน พวกเราก็ยังไม่คืนเพราะยังจะทำอยู่ บอกว่าขอยืมก่อนพี่ ขอยืมก่อน แล้วก็ยืมต่อ เลยได้ทำเพลง <em>Dream</em>, <em>Time</em>, <em>Walk</em>, <em>You Know</em> เวอร์ชั่นแรกๆ ซึ่งเกิดจากอุปกรณ์ที่ยืมมาหมดเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> หลังจากนั้นก็คืนเขาไป แล้วเก็บเงินซื้อเครื่องใหม่เพื่อมาทำเพลงใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79006 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg" alt="" width="823" height="549" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><strong>ทำไมถึงเลือกเดินทางสายยากเพื่อมาทำดนตรีแนวนี้</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวนี้ขนาดนั้น แต่เราชอบที่ตอนนี้มันได้เล่นกับเพื่อนไง ได้เล่นด้วยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะกระแสเพลงแบบนี้แล้วอยู่ต่างจังหวัดอีกก็หาที่เล่นด้วยกันยากอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราฟังเพลงป๊อปแบบป๊อปจ๋าเลยนะ แล้วที่นี้มาฟังโฟล์กป๊อป เออ ชอบดนตรีที่ป๊อปๆ แต่ลอยๆ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกว่าดรีมป๊อป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เริ่มจากที่เราอยากฟัง เพราะชอบฟังเพลงแบบนี้แล้วอยากหาที่ฟังที่มีคนเล่นสด พอไม่มีเราก็เลยเล่นเองฟังเอง แต่บางทีเราเล่นเองแล้วไม่ค่อยได้ฟังนะ บางทีเราก็อยากแยกร่างได้เหมือนนารูโตะ บางที่เราเป็นเจ้าของร้านเรายังเกรงใจลูกค้าเลยว่าแบบนี้คนเขาจะไม่โอเค แต่ก็มีบางร้านอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">มหานิยม</span><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นที่ที่ให้เราได้ปลดปล่อย พอลูกค้ารู้ว่าวงนี้จะมาเล่น เขาจะไม่มา (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ หลังๆ ก็ยังเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> จริงๆ นะ มันเคยมีบางคนเช็กบิลออกไปเลย ก็เลยทำเอง เล่นเอง ฟังเองด้วย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79018 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79021 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><strong>ในยุคนี้ที่มีวงใหม่ๆ เติบโตจากโซเชียลเยอะมาก วงคุณใช้เวลานานไหมกว่าที่เพลงจะเริ่มติดหูคนฟัง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เรื่องเวลาไม่ค่อยซีเรียส เราซีเรียสเรื่องเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เราโฟกัสว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุข เราไม่ได้มองว่าคนฟังเยอะหรือไม่เยอะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เรามองว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุขไหม ก่อนที่จะโฟกัสว่าทำเพลงแล้วคนจะชอบไหม แต่จริงๆ ก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันดีนะ ที่ได้มีที่เล่น ก็จะได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นคิดแค่นั้น แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะไม่ค่อยมีตังค์ ช่วงแรกๆ ก็เข้าเนื้อ ต้องอดทนถ้าจะไปสายนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> มีงานที่ไหนไปหมดอยู่แล้วตอนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> คนเพิ่งมากดติดตามเราเยอะก็ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> ตอนนี้เราดังแล้วเหรอวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ทุกคน :</strong> มันยังเหมือนเดิมอยู่เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79014 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg" alt="" width="866" height="578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10.jpg 675w" sizes="(max-width: 866px) 100vw, 866px" /></p>
<p><strong>อะไรคือปัญหาและอุปสรรคบนเส้นทางสายดนตรีต่างจังหวัดที่ต้องเจอ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ปัญหาก็คือบางทีมีงานทัวร์แต่เรามีงบจำกัด ไม่สามารถนั่งเครื่องฯ มาได้ เราต้องนั่งรถมาเอง บางทีมันเสียเวลางานเพราะเล่นงานเดียววันเดียวแต่ต้องใช้เวลา 3 วัน รวมไป-กลับ มันก็เสียตรงนี้ แต่เราชอบเราก็ต้องมากัน เราอยากมา ถ้าขับรถเองใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง เพราะแวะปั๊มบ้าง บางทีมาเจอรถติดในกรุงเทพฯ อีก โห เหนื่อย บางครั้งหมดเวลาไป 10-12 ชั่วโมงกับการเดินทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ชอบ สนุกดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ก็ชินกันแล้วมากกว่า 2 ปีมานี้ไป-กลับมหาสารคาม-กรุงเทพฯ บ่อยมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เมื่อก่อนจะไปเล่นต้องหาตังค์จากงานอื่นมาเล่น หลังๆ ก็เริ่มดีขึ้นหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79007 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg" alt="" width="839" height="562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-600x402.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3.jpg 675w" sizes="(max-width: 839px) 100vw, 839px" /></span><b></b></p>
<p><b>เอาเงินเพื่อมาเติมเต็มความฝันด้านดนตรีแบบนี้มันคุ้มไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง ขอแค่โฟกัสเป็นวันๆ ไปดีกว่า แต่เราจะไม่หยุดทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> สำหรับเรามองว่าเราเริ่มสนุกกับมันแล้ว เริ่มมีรายได้จากตรงนี้ ออกไปเล่นดนตรีกับเพื่อนแล้วได้ตังค์มาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> คุยกับปาร์คมาตั้งแต่แรกแล้วว่าการมาทำวงนี้ไม่ได้คาดหวังอะไร อย่าไปซีเรียส เราชอบก็เลยทำ ทุกวันนี้ก็ยังยืนหยัดด้วยคำคำนี้อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป้าหมายหลักเลยคือเล่นดนตรีแล้วมีความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อยู่กับเพื่อนทำเพลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มันดีตรงที่มีคนมาฟังนี่แหละ มีคนมาซัพพอร์ต มาชอบเรา มันเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเดินทางสายดนตรีแบบนี้ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวว่ายังไงบ้าง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหากับที่บ้านอยู่ แต่ที่บ้านเขาก็รู้ว่าชอบดนตรีเพราะเล่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขารู้ว่ายังไงก็ห้ามไม่ได้ จะห้ามอะไรก็ห้าม แต่ห้ามให้เล่นดนตรีแบบนี้ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราต้องทำให้เขาเห็น ถ้าตอนนี้เขายังไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมสิ่งที่เขาฝากฝังอย่างเช่นตั้งใจเรียนอะไรแบบนี้ ถึงเราจะเพ้อฝันแค่ไหนแต่ถ้ามีกรอบให้ชัดแล้วเขาเห็นมันก็โอเค พ่อแม่เป็นห่วงก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่วัยรุ่นต้องทำให้เห็นด้วยว่าที่เพ้อที่ฝันนี่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนนะ ต้องบริหารจัดการให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อย่างวง PLASUI PLASUI ทุกคนก็ต้องทำงานหาเงินเพื่อซื้อความสุขในการเดินทางกับเพื่อน แล้วมาเล่นดนตรี</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้หลับไม่ได้นอน หางาน หาตังค์ หรือกระทั่งต้องทำกับข้าวให้ที่บ้านก่อนขับรถออกมากรุงเทพฯ ก็มี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79026 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg" alt="" width="823" height="548" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79035 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg" alt="" width="821" height="547" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31.jpg 675w" sizes="(max-width: 821px) 100vw, 821px" /></p>
<p><strong>ถ้าทำตามความฝันแล้วไม่เป็นอย่างที่ฝันเอาไว้ จะมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์นั้นยังไง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันไม่ได้เป็นอย่างหวังอย่างฝันทุกคน แต่เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ชีวิตต้องไปต่อ เครียดก็เครียดได้แต่ว่าอย่านาน ถ้ายังชอบอยู่ก็สู้ต่อดิ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ลองหาความฝันอย่างอื่นที่เราอยากทำอยู่ หาให้เจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ความฝันถ้ามันทำได้เลยก็ไม่เรียกว่าความฝันหรอก ใช่ไหมล่ะ ถ้าเจอแล้วต้องทำมันให้ดีที่สุด โอกาสมาก็ต้องคว้าไว้ อย่าทิ้งมันบ่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เออ เหมือน PLASUI PLASUI ตอนแรกๆ เลย ไปเล่นที่ไหนก็ขาดทุน แต่ต้องไปหมดทุกที่ ถึงไปแล้วจะเจอคนฟังแค่คนเดียวก็ต้องไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าขึ้นชื่อว่าความฝันมันก็ยากหมดแหละ ต้องสู้สักหน่อย ถ้าเกิดคุณรักมันจริงๆ อย่างน้อยมันก็สอนให้รู้ว่าตรงนั้นเป็นยังไง ถ้าไปไม่ถึงก็ถอยกลับมาเพื่อตั้งหลักแล้วไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> พังก็ทำใหม่ พังอีกก็ทำใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โลกก็เหมือนสนามเด็กเล่น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเรียนรู้ ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้เลย ถ้าเกิดทำแล้วมันสำเร็จเลยเขาไม่เรียกว่าความฝันหรอก </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเกิดทำแล้วสำเร็จเลยมันง่ายไป  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ช่วยเล่าวิธีการทำเพลงแบบ PLASUI PLASUI อย่างรวบรัดให้ฟังหน่อย</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราได้ไอเดียจากหลายอย่างเลย ทั้งจากหนัง จากเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ได้หมด หนังสือก็ด้วย อย่างเพลง <em>Shoes</em> ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง <em>แฝด</em> มันมีฉากหนึ่งที่มีรอยเท้าอยู่บนหาดทราย </span><span style="font-weight: 400;">มันก็จะเข้ามาอยู่ในเนื้อเพลงที่เขียนว่า <em>&#8216;อยู่เคียงข้างรอยเท้าของเธอ&#8217;</em> เราแค่เอาตรงนั้นมาแล้วลองเปลี่ยนมุมมองว่า เออ ถ้ามีคนมาอยู่ข้างเราตลอดเวลา คนน่าจะรู้สึกว่ามันกินใจ น่าจะดูโรแมนติกดีนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องผี (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> มาไกลเหมือนกัน มันเพ้อฝันนะ แต่ว่าจะตีกรอบไว้ไงว่าเราจะไปที่ไหน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68a2" data-id="U4E-KodhGlc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-U4E-KodhGlc-69fb7feea68a2" data-vid="U4E-KodhGlc" data-src="https://www.youtube.com/embed/U4E-KodhGlc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/U4E-KodhGlc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นเนื้อเพลงมาพร้อมเมโลดี้เลย ก็คุยเรื่องดนตรีกับปาร์ค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มีบางทีที่เราทำดนตรีไป แล้วให้เบแต่งเนื้ออะไรงี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่หลักๆ ก็คือเริ่มจากเนื้อแล้วค่อยมาเมโลดี้ เป็นโครงมามันจะง่ายกว่า อย่าง</span><span style="font-weight: 400;">เบจะแต่งเนื้อร้อง มันยากถ้าเราทำดนตรีมาก่อนแล้วไปบีบจังหวะการร้องของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โชคดีที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเลยคุยกันได้ ไม่งั้นมันก็ยากอยู่นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเล่นเบสแล้วเป็นนักร้องนำไปด้วยยากไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าเกิดเพลงที่เล่นเมโลดี้เยอะมันก็จะทำให้เราเสียบุคลิกเข้าไปอีก อุปสรรคอย่างใหญ่เลย แต่เราก็พยายามทำให้มันเนียนที่สุด ต้องฝึกกันไป เพราะปกติเราเล่นกีตาร์มาก่อน ไม่ได้เล่นเบส ก็มาฝึกจนมันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ลายเบสในเพลงของ PLASUI PLASUI จะเหมือนลายกีตาร์มากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ก็เลยทำให้ร้องไม่ชัดด้วย </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เออ อันนี้ใช่ มีส่วนเลย แต่ก็กลายเป็นคาแร็กเตอร์เฉย เพราะตั้งใจด้วย กลายเป็นดรีมป๊อปไปในตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: left;">5 เพลงที่อยากชวนคนฟังร่วมเพ้อฝันในโลกใต้หมอนของ PLASUI PLASUI</h3>
<p><strong>1. เพียงฝัน</strong></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68c9" data-id="N-CcwngbM6U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-N-CcwngbM6U-69fb7feea68c9" data-vid="N-CcwngbM6U" data-src="https://www.youtube.com/embed/N-CcwngbM6U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/N-CcwngbM6U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> <em>เพียงฝัน</em> แล้วกัน เพราะชอบท่อนที่เบร้องท่อนแรก <em>&#8216;บดบังความงามท้องนภา&#8217;</em> ฮุกเลย แล้วก็ชอบแค่นั้น แค่ประโยคนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> <em>เพียงฝัน</em> ให้อารมณ์เหมือนเราชอบดูหนังฟีลกู้ด เราชอบดูหนังที่พระเอกเป็น loser พอเอา <em>เพียงฝัน</em> มาตีความอีกทีหนึ่ง เราว่ามันเป็นความรักที่ฉาบฉวย เขามาให้ความหวัง แล้วเราดีใจ </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราหลง มันเป็นเพียงแค่ความฝันที่ผลักเราออกจากเขาให้ไกลมากขึ้นไปเรื่อยๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. Walk</strong></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68da" data-id="O0ssw3r6mXU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-O0ssw3r6mXU-69fb7feea68da" data-vid="O0ssw3r6mXU" data-src="https://www.youtube.com/embed/O0ssw3r6mXU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/O0ssw3r6mXU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> แนะนำให้ไปลองฟัง <em>Where You Go</em> แล้วก็ <em>This Is a Book</em> </span><span style="font-weight: 400;">ส่วนเพลงที่ผมชอบคือ <em>Walk</em> นะ มันมีลูกเล่นเยอะดี พอฟังก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในเพลงได้ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลง <em>Walk</em> มันเป็นเรื่องของการเดินทาง แค่เราหลุดออกมาจากหน้าประตูบ้านได้นั่นคือประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องพูดเลยว่าการเดินทางมันจะพาเราไปไหน คือลุกออกจากเตียงให้ได้ก่อน เหมือนกันกับการเก็บกระเป๋าออกไปตามความฝัน ออกไปทำงานอะไรก็แล้วแต่ อะไรก็ได้ขอแค่ให้คุณออกไปเดิน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. เหมือนเคย</strong></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68e6" data-id="Y7ZTKP8YjGI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Y7ZTKP8YjGI-69fb7feea68e6" data-vid="Y7ZTKP8YjGI" data-src="https://www.youtube.com/embed/Y7ZTKP8YjGI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Y7ZTKP8YjGI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> <em>เหมือนเคย</em> ฮะ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเพลงแรกที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในพาร์ตของดนตรีก็ค่อนข้างฟังง่าย เพราะมีแค่ 2 คอร์ด แต่เป็น 2 คอร์ดที่มีอะไรอยู่ในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ผมเขียน เป็นลายเซ็นของ PLASUI PLASUI เลยล่ะเพลงนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. Dream</strong></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68f2" data-id="hdLU_Q_zPEs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-hdLU_Q_zPEs-69fb7feea68f2" data-vid="hdLU_Q_zPEs" data-src="https://www.youtube.com/embed/hdLU_Q_zPEs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/hdLU_Q_zPEs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อีกเพลงหนึ่งน่าจะเป็น <em>Dream</em> เป็นเพลงที่เล่าจากความฝันและตอบโจทย์การทำงานของ PLASUI PLASUI ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5. Chocolate</strong></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea68fc" data-id="OF_77oBH4m4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OF_77oBH4m4-69fb7feea68fc" data-vid="OF_77oBH4m4" data-src="https://www.youtube.com/embed/OF_77oBH4m4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OF_77oBH4m4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ที่เสียงร้องไม่ชัดคือเราตั้งใจ ไม่ใช่อุปกรณ์ไม่ดีนะ แต่เพราะอยากให้เพลงลอยๆ เราไม่รู้ว่าเป็นดรีมป๊อปไหม แต่อยากให้มันลอย อยากให้เนื้อเพลงไม่ค่อยชัด ให้ดนตรีเข้ามาเหลื่อมๆ กันนิดหนึ่ง เราชอบแบบนี้ </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีคิด ‘วิชาตัวเบา’ กับ Mango Team ทีมเขียนเพลงเบื้องหลังทุกสตูดิโออัลบั้มของ Bodyslam</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mango-team/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2019 11:14:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาตัวเบา]]></category>
		<category><![CDATA[big ass]]></category>
		<category><![CDATA[bodyslam]]></category>
		<category><![CDATA[genie records]]></category>
		<category><![CDATA[mango team]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53238</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่เราเสียใจกับความรัก วันที่ชีวิตต้องการแรงผลัก วันที่งอแงคิดถึงบ้าน เชื่อว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน เพลงที่พูดเรื่องความรัก ความเชื่อ และชีวิต ของวงดนตรีแนวหน้าอย่าง Bodyslam มักช่วยให้เราเข้าใจความเป็นไปของชีวิตในเวลานั้นได้ไม่ยาก เสียงร้องของฟรอนต์แมนอย่าง ตูน–อาทิวราห์ คงมาลัย และความหนักแน่นของดนตรีร็อก หากไม่นับสองอย่างนี้ สิ่งที่ทำให้เพลงของบอดี้สแลมประสบความสำเร็จคงหนีไม่พ้นเนื้อเพลงที่เปี่ยมด้วยความหมายและถ้อยคำที่กินใจและสวยงาม Mango Team คือทีมนักเขียนเพลงที่สร้างสรรค์ผลงานให้กับวงดนตรีวงนี้มาตั้งแต่อัลบั้มแรก จนถึงอัลบั้มลำดับที่ 7 ที่ปล่อยออกมาไม่กี่วันก่อนอย่าง วิชาตัวเบา (หากลองนับนิ้วดูแบบคร่าวๆ ก็ปาไปแล้ว 17 ปีด้วยกัน) แฟนๆ บอดี้สแลมคงรู้กันดีว่าพวกเขาเหล่านี้นี่แหละคือคนเบื้องหลังที่ช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบให้ศิลปินในดวงใจ สมาชิกในทีมอเวนเจอร์สแห่งวงการเพลงนี้ประกอบไปด้วยนักเขียนเพลงมากประสบการณ์อย่างโป โปษยะนุกูล, ป้อม–สุรชัย พรพิมานแมน, หมู–อภิชาติ พรมรักษา, อ๊อฟ–พูนศักดิ์ จตุระบุล, เหนือวงศ์, กบ–ขจรเดช พรมรักษา และตั๊ด–วิรชา ดาวฉาย หากให้เขียนรายชื่อเพลงฮิตทั้งหมดที่พวกเขาแต่งให้กับวงบอดี้สแลมและศิลปินอื่นๆ เชื่อว่าความรู้สึกของคุณไปไกลจากคำว่าขนลุกแน่นอน ไม่มีทุกคน ไม่มีบอดี้สแลม ไม่มีพวกเขาเหล่านี้ ก็ไม่มีบอดี้สแลมในวันนี้เหมือนกัน Mango Team รวมตัวกันได้อย่างไร อ๊อฟ : เมื่อก่อนผม กบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mango-team/">วิธีคิด ‘วิชาตัวเบา’ กับ Mango Team ทีมเขียนเพลงเบื้องหลังทุกสตูดิโออัลบั้มของ Bodyslam</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วันที่เราเสียใจกับความรัก วันที่ชีวิตต้องการแรงผลัก วันที่งอแงคิดถึงบ้าน เชื่อว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน เพลงที่พูดเรื่องความรัก ความเชื่อ และชีวิต ของวงดนตรีแนวหน้าอย่าง Bodyslam มักช่วยให้เราเข้าใจความเป็นไปของชีวิตในเวลานั้นได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เสียงร้องของฟรอนต์แมนอย่าง ตูน–อาทิวราห์ คงมาลัย และความหนักแน่นของดนตรีร็อก หากไม่นับสองอย่างนี้ สิ่งที่ทำให้เพลงของบอดี้สแลมประสบความสำเร็จคงหนีไม่พ้นเนื้อเพลงที่เปี่ยมด้วยความหมายและถ้อยคำที่กินใจและสวยงาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53134" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mango Team คือทีมนักเขียนเพลงที่สร้างสรรค์ผลงานให้กับวงดนตรีวงนี้มาตั้งแต่อัลบั้มแรก จนถึงอัลบั้มลำดับที่ 7 ที่ปล่อยออกมาไม่กี่วันก่อนอย่าง<em> วิชาตัวเบา</em> (หากลองนับนิ้วดูแบบคร่าวๆ ก็ปาไปแล้ว 17 ปีด้วยกัน) แฟนๆ บอดี้สแลมคงรู้กันดีว่าพวกเขาเหล่านี้นี่แหละคือคนเบื้องหลังที่ช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบให้ศิลปินในดวงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมาชิกในทีมอเวนเจอร์สแห่งวงการเพลงนี้ประกอบไปด้วยนักเขียนเพลงมากประสบการณ์อย่างโป โปษยะนุกูล, ป้อม–สุรชัย พรพิมานแมน, หมู–อภิชาติ พรมรักษา, อ๊อฟ–พูนศักดิ์ จตุระบุล, เหนือวงศ์, กบ–ขจรเดช พรมรักษา และตั๊ด–วิรชา ดาวฉาย หากให้เขียนรายชื่อเพลงฮิตทั้งหมดที่พวกเขาแต่งให้กับวงบอดี้สแลมและศิลปินอื่นๆ เชื่อว่าความรู้สึกของคุณไปไกลจากคำว่าขนลุกแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีทุกคน ไม่มีบอดี้สแลม<br />
</span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีพวกเขาเหล่านี้ ก็ไม่มีบอดี้สแลมในวันนี้เหมือนกัน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53133" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>Mango Team รวมตัวกันได้อย่างไร</b></p>
<p><b>อ๊อฟ</b><span style="font-weight: 400;"><strong> :</strong> เมื่อก่อนผม กบ และหมู ทำเพลงกับ Big Ass อยู่แล้ว ทีนี้ทางค่าย Music Bugs อยากเซตทีมเขียนเนื้อเพลงให้ใหญ่ขึ้น ผมชวนป้อม เหนือวงศ์มา ส่วนกบก็ไปตามตั๊ด ส่วนพี่โป เป็นความบังเอิญที่เราใช้ห้องอัดเสียงที่เดียวกับป้าง (นครินทร์ กิ่งศักดิ์) ซึ่งตอนนั้นพี่โปทำเพลงให้พี่ป้างอยู่ เราเลยรวมตัวกันทำงานให้บอดี้สแลม, บิ๊กแอส และลาบานูน ด้วยกันเรื่อยมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นการออกอัลบั้มของ 3 วงนี้เหมือนเป็นวาระให้ Mango Team กลับมารวมตัวกันทำเพลง เหมือนรวมทีมอเวนเจอร์ส จำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่งที่ต้องคิดชื่อทีมแล้วเพราะไม่อยากใส่เครดิตชื่อคนยาวๆ ลงไปในเพลง พอดีว่านั่งอยู่ตรงต้นมะม่วง เลยเลือกชื่อ mango แต่จริงๆ เจตนาแรกคือ แม่งโก้ (หัวเราะ) แล้วมันก็แยกเป็น man go ได้ด้วย เพราะว่าเราคือกลุ่มชายฉกรรจ์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53129" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กบ</b><span style="font-weight: 400;"><em> :</em> ทีมเราไม่ได้เน้นเรื่องเนื้อเพลงเป็นหลัก แต่เน้นไปทางครีเอทีฟ คิดชื่อ คิดคอนเซปต์อัลบั้ม ไม่ว่าจะคิดอะไรก็ตามแต่เราจะรวมตัวกัน วิธีการทำงานของเราคือ ปกติเราจะมีดนตรีมาก่อน พอเจอกันเราก็จะวิเคราะห์กันว่าอัลบั้มนี้เราจะพูดอะไรกันดี ไอเดียมันควรจะเป็นอย่างไร ทัศนคติที่สะท้อนออกมาควรเป็นแบบไหน ซึ่งส่วนใหญ่เนื้อเพลงจะฟ้องมันออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานชิ้นแรกในนาม Mango Team อยู่ในบอดี้สแลม ชุด <em>Drive</em> เพลง <em>ให้รักคุ้มครอง</em> เป็นเพลงแรกที่เรามอบหมายให้พี่โปเขียน ซึ่งชื่อเพลงเนี่ยเป็นชื่อที่พวกเราคนอื่นคิดไม่ถึงแน่ๆ มีแค่พี่โปเท่านั้น ผมเคยมีความฝันอยากสร้างทีมเขียนเพลงทีมเอเหมือนแกรมมี่ มีทีมเขียนเพลงแน่นๆ ที่มีครบทุกฟังก์ชั่น คิดว่าจิ๊กซอว์ของทีมที่ผมรออยู่เริ่มครบแล้ว</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea881f" data-id="SwpadvbKQzA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-SwpadvbKQzA-69fb7feea881f" data-vid="SwpadvbKQzA" data-src="https://www.youtube.com/embed/SwpadvbKQzA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/SwpadvbKQzA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ฟังก์ชั่นของสมาชิกในทีมที่ว่ามีอะไรบ้าง</b></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">อย่างเหนือวงศ์จะเขียนเพลงโดนๆ ตลอด ตั๊ดเป็นครีเอทีฟที่ชอบคิดประโยคที่เป็นประโยคสำคัญในเพลงที่พาเราไปสู่อะไรบางอย่างเช่น ใน<em> เรือเล็กออกจากฝั่ง</em> เขาเขียนประโยคว่า <em>ทะเลจะสร้างคนด้วยอันตราย</em> ช่วยมัดให้เพลงมันแน่น พี่โปก็เป็นรุ่นใหญ่ เป็นที่พึ่งของน้องๆ พี่ป้อมถนัดเขียนเพลงลมฟ้าอากาศกับเป็นนักเขียนเพลงแถวสองคอยเก็บเวลาที่ผมหรือใครพลาดอะไรขึ้นมา ซึ่งการแบ่งฟังก์ชั่นทีมแบบนี้มันจะทำให้เพลงในอัลบั้มมันครบถ้วนสมบูรณ์ มีทั้งเพลงที่ลึก เพลงที่กว้าง เพลงโดน เพลงซึ้ง เพลงที่แสดงตัวตน ผมว่าการทำงานเป็นทีมแบบนี้มันแข็งแรงดี</span></p>
<p><b>สมมติต้องทำงานเพลงสักอัลบั้ม พวกคุณแบ่งงานกันอย่างไร</b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งแรกที่เราทำคือนั่งฟังทำนองเพลงที่อ๊อฟทำมาด้วยกัน เราจะเห็นหน้าเลยว่าใครเป็นใคร วันที่แจกทำนองจะเป็นวันที่เราตื่นเต้นมาก อ๊อฟจะนั่งหัวโต๊ะ คอยส่งว่าเพลงนี้ต้องมึง หลังจากนั้นเราแต่ละคนจะเป็นทุกข์ไปอีกเดือนหนึ่งเพื่อเขียนมันขึ้นมา แล้วก็ตื่นเต้นกันอีกทีในวันส่งงาน เพื่อดูว่าแต่ละคนจะเอาอะไรมาส่งบ้าง</span></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> กับบางเพลงที่เราตั้งจุดประสงค์ว่ามันต้องเป็นเพลงที่ครบถ้วนจริงๆ อย่าง <em>เรือเล็กควรออกจากฝั่ง</em> พอมันต้องยาก ต้องดี ต้องใหม่ เพลงนี้เลยกลายเป็นเพลงที่ทุกคนจะเอาไปเขียนเพื่อมาประกวดกัน วันส่งงานเราจะมีเรือเล็กหลายท่าที มีชาวประมงหลายรูปแบบ มีชุดคำของแต่ละคนที่ต่างกัน พอทุกอย่างมาเจอกันแล้วสามารถหยิบส่วนดีมาจูนกันได้ มันจะเป็นเนื้อเพลงที่เพอร์เฟกต์มาก </span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea884e" data-id="6RF1Zz5xcNg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-6RF1Zz5xcNg-69fb7feea884e" data-vid="6RF1Zz5xcNg" data-src="https://www.youtube.com/embed/6RF1Zz5xcNg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/6RF1Zz5xcNg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ป้อม :</b><span style="font-weight: 400;"> รู้สึกว่า <em>เรือเล็กควรออกจากฝั่ง</em> เป็นเพลงแรกที่อ๊อฟบอกว่ามันยาก เราก็คิดว่าตายละ ชื่อเพลงโคตรยาก ถ้าเขียนไม่ดีมันก็อาจจะตลก หรือออกทะเลได้เหมือนกัน มันเลยต้องหาวิธีรัดมันให้แน่นๆ คือต้องหาแกนหลักให้เจอก่อนว่า ทั้งๆ ที่เขาเตือนว่าห้ามเอาเรือออกจากฝั่ง แล้วเรือเล็กอยากออกจากฝั่งออกไปเพื่ออะไร</span></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ท่าทีก็สำคัญ ถ้าเขียนผิดมันจะกลายเป็นคนดื้อทันที แต่ถ้าเขียนถูกมันจะกลายเป็นคนที่มีความเชื่อทันที เราอาจจะเข้าข้างตัวเองด้วยว่าคำนี้มันเป็นคำที่กลายเป็นความเชื่อได้ พอมีประโยคที่ตั๊ดส่งมา ผมว่ามันตอบความหมายและท่าทีของเพลงนี้ได้ทันทีเลยว่า ที่เราจะออกไปสู้กับอันตรายในทะเล ถึงเขาจะเตือนแล้วเราก็จะไป เพราะทะเลมันจะสร้างคนด้วยอันตรายนี่ไง ถ้าเรากลับมาได้เราจะกลายเป็นคนอีกคนที่ดีกว่าเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53133" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอทุกคนมองเรือเล็กไม่เหมือนกัน การทำงานไม่ซับซ้อนแย่เหรอ</b></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ระหว่างทางมันก็ไม่ได้สนุกตลอด มันมีการถกเถียงกันขึ้นแน่ๆ แต่ที่เราผ่านมันมาได้ด้วยดีทุกครั้งเพราะว่าทำงานด้วยกันมานาน</span></p>
<p><b>ป้อม :</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่ได้ทำเพื่อเอาชนะ ไม่ได้เอาอีโก้มาโยนใส่กัน เพราะสุดท้ายอย่างไรเราก็อยากทำงานให้มันออกมาดี</span></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เหมือนรู้ทางกันว่าส่งเนื้อมาแบบนี้แล้วเพลงมันจะไปอย่างไรต่อ โชคดีที่เราเข้าขากันพอสมควร เราเลยค่อนข้างไม่มีปัญหา หลังจาก <em>เรือเล็กควรออกจากฝั่ง</em> กลายเป็นว่าพวกเราติดใจการแชร์ไอเดียกันแบบนี้ วิธีการทำงานแบบนี้มันเลยส่งผลกับอัลบั้ม <em>วิชาตัวเบา</em> ด้วย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53127" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>โป : </b><span style="font-weight: 400;">พอกลับมาดูอัลบั้มบอดี้สแลมหลายๆ ชุด ทีมกับศิลปินก็เหมือนคนสองคนที่โตตามกัน ทุกอย่างมันเลยพัฒนาไปพร้อมกันทั้งวิธีเขียนที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก วิธีที่ตูนเข้ามาแจมครั้งแรกในเพลง <em>ยาพิษ</em> ชุด <em>save my life</em> ตอนนั้นเขายังมึนๆ กับการเขียนเพลงอยู่ อัลบั้มของบอดี้สแลมเลยต่างกับอัลบั้มของศิลปินอื่นที่เปลี่ยนคนเขียนเพลงไปเรื่อยๆ </span></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> สังเกตว่าทำไมเนื้อเพลงบอดี้สแลมมันไปไกลเรื่อยๆ คำตอบง่ายๆ เลยก็คือเราโตขึ้น เราไม่ได้คิดแบบเดิม จะให้นักเขียนเพลงคนเดิมเขียนเพลง <i>งมงาย</i> แบบวันนั้นก็คงทำไม่ได้แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53130" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>รู้ได้อย่างไรว่าเพลงหรือเนื้อร้องแบบไหนจะเข้ามือเข้าปากบอดี้สแลม</b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เราอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่ไม่คิดว่าจะทำเพลงกัน อย่างพี่หมูรู้จักตูนตั้งแต่เล่นดนตรีกลางคืนได้เงินคืนละสามร้อย ตอนทำอัลบั้มแรกเราก็ไปนอนบ้านพี่อ๊อฟกันเป็นเดือนๆ งานบวช งานแต่ง ช่วงเวลาสำคัญของชีวิตเราอยู่ด้วยกันเสมอ เราเลยรู้ว่าน้องคนนี้คิดอะไรอยู่ เราควรจะพูดประโยคไหนกับตูนเพราะจริงๆ เขาบอบบางมากๆ มีแววว่าจะแตกสลายตรงนั้นได้เลย อีกอย่างเขาค่อนข้างคิดเยอะ ไตร่ตรองสูง เพราะงั้นเราค่อนข้างจะละเอียดอ่อนกับเขา</span></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> การทำงานของ Mango มันจะเวิร์กต่อเมื่อเรารู้จักศิลปินคนนั้นๆ เรารู้จักตูน เรารู้จักบิ๊กแอสดีอยู่แล้ว มันต้องเข้าใจธรรมชาติกันจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะต้องมานั่งสัมภาษณ์ว่ามึงเป็นใคร สิ่งที่ขยับจากเดิมคือเราพยายามให้นักร้องแต่งเพลงเอง อย่างตูนพวกเราก็เคยวางแผนให้เขาเขียนเพลงเองให้ได้ ซึ่งวันนี้เขาทำได้แล้วจริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53128" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>วันที่รู้ว่าบอดี้สแลมจะต้องทำสตูดิโออัลบั้มที่ 7 พวกคุณทำอะไรกันบ้าง</b></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งแรกที่ทำคือตูนเอาไดอารี่ของเขามานั่งเปิดแล้วก็เล่า เหมือนเขามีเรื่องที่อยากจะพูดอยู่แล้ว บางทีเล่าไปก็ร้องไห้ไป เขาเปิดกับพวกเราเต็มที่ตลอดไม่ว่าจะเรื่องอะไร</span></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เออ อันนี้ดีเนอะ เหมือนพวกเราเป็นแผนกจิตเวช ตูนนั่งกลางวงแล้วก็พูดสิ่งที่อยู่ลึกที่สุดในใจออกมา แล้วการที่พูดแบบนี้ได้แสดงว่าเขาต้องไว้ใจมากๆ แล้วเราก็ได้รับเกียรตินั้น แล้วทุกครั้งที่เขาเล่าเสร็จมันเหมือนเขาได้ระบายออก คือไม่ใช่แค่เอาเรื่องนั้นไปเขียนเพลง แต่เขาได้บำบัดชีวิตไปด้วย</span></p>
<p><b>อ๊อฟ : </b><span style="font-weight: 400;">เหมือนเซตอารมณ์ของทีมใหม่หมดเลยว่า โอเค อัลบั้มนี้เราจะไปทางนี้ว่ะ เมื่อก่อนไอเดียครีเอทีฟมันจะมาจากฝั่งเราเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังๆ ตูนมาแต่ละดอกเราก็ร้อนเหมือนกัน ถ้ากลับไปดูชื่อเพลงหรือเนื้อหาทั้งหมดของ <i>วิชาตัวเบา</i> ผมว่ามันเป็นอัลบั้มที่ครีเอทีฟนำมากๆ แล้วเป็นครีเอทีฟที่รองรับด้วยความเชื่อจริงๆ ของตูนเอง 90 เปอร์เซ็นต์คือไอเดียจากเขา อัลบั้มหน้าอาจจะไม่ต้องใช้ทีมเราแล้วก็ได้ (หัวเราะ) เราอาจจะเป็นแค่พี่เลี้ยงที่คอยซัพพอร์ต เติมไอเดียเขาให้สมบูรณ์ขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53132" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">อย่างเพลง <em>Sticker</em> ในอัลบั้ม <em>คราม</em> อันนี้ก็เป็นไอเดียตูนนะ เขาขับรถตามรถบรรทุกแล้วเห็นสติ๊กเกอร์รถคันนี้สีขาว เขาโยนเข้ามาในที่ประชุมว่า ‘จะเป็นไปได้ไหม ถ้ามีเพลงชื่อว่า <em>Sticker</em> เรานิ่งไปพักหนึ่งแล้วทุกคนก็หันหน้าไปมองเหนือวงศ์ทันที เพลงแบบนี้ต้องให้เหนือวงศ์ (หัวเราะ) ผมจำวันที่เขาส่งเนื้อเพลงมาได้ ผมแทบจะกระโดดกอดเขาเลยครับ อยู่ดีๆ ก็อยากเอาสติ๊กเกอร์แปะรถไปแปะโลก เพราะอยากให้คนบนโลกรักกัน เปลี่ยนโลกให้เป็นสีชมพู ผมว่าเพลงนี้เขียนให้มันเป็นเพลงน่ะเขียนได้นะ แต่เขียนให้มันเป็นเพลงที่ดี มีทัศนคติที่ถูกต้องแล้วคนชอบด้วย มันยากมากเลยครับ</span></p>
<p><b>เหนือวงศ์ : </b><span style="font-weight: 400;">มีคำหนึ่งที่เราต้องโทรปรึกษากันว่าตูนจะยอมร้องคำว่า ‘เศรษฐกิจ’ ไหมวะ (หัวเราะ) มันเป็นคำที่น้อยคนมากจะร้องได้ นอกจากน้าแอ๊ด คาราบาว จริงๆ ตูนก็มีอึ้ง ถึงขั้นคุยกันนอกรอบด้วย</span></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> จริงๆ เนื้อเพลงในอัลบั้ม <em>วิชาตัวเบา</em> นี่เขาเขียนเองเกินครึ่งเลยนะ ผมว่าเขาสนุกที่จะคิดเพราะรู้ว่าเบื้องหลังเขามีพี่ๆ ที่คอยซัพพอร์ตเรื่องนี้ให้เขาได้ สิ่งหนึ่งที่ดีมากๆ ของการประชุมทีมแต่ละที มันจะดึงความรู้สึกเก่าๆ กลับคืนมาว่า เออว่ะ เรายังเป็นนักแต่งเพลงกันอยู่ว่ะ บางคนขายก๋วยเตี๋ยวมั่ง บางคนไปทำงานดูแลศิลปิน บางคนไปเป็นผู้บริหาร พอเรากลับมาเจอกันมันทำให้เราไม่ลืมสกิลเหล่านี้ Mango มันเป็นทีมที่ทำให้เราไม่ลืมที่มาของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53126" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในฐานะกลุ่มคนที่อยู่กับบอดี้สแลมมาทุกอัลบั้ม พวกคุณคาดหวังอะไรจากอัลบั้มนี้</b></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> จริงๆ ผมว่าอัลบั้มนี้มันเหมือนพวกเราได้บำบัดกันเอง ภูมิใจที่อดทนทำเพลง 11 เพลงเหล่านี้มาด้วยกัน กระบวนการทำต่างๆ มันมีเรื่องราวมากมายที่เราจะจดจำและนึกถึงมันในอนาคต การที่งานเสร็จผมรู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จแล้วสำหรับพวกเรา</span></p>
<p><b>เหนือวงศ์ : </b><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราทำมันทำเพื่อคนที่เดินมาด้วยกันตลอด ในวันที่บอดี้สแลมเริ่มต้น เขามีคนที่เริ่มมาพร้อมๆ กับเขาด้วย วันนี้เราอาจจะรู้สึกว่าคนกลุ่มนั้นบางตาลงไปบ้าง หรือคนที่เกิดมาในยุคหลังๆ ก็อาจจะรู้สึกว่าบอดี้สแลมไกลตัวเขา อย่างไรก็ตามมันจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เดินมากับเขาเสมอๆ เราดีใจที่มีคนกลุ่มนี้คอยรับฟังสิ่งที่เราทำถึงแม้ว่ามันจะต่างกับจุดเริ่มต้นมากก็ตาม</span></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">อัลบั้มของบอดี้สแลมจะทำมาเพื่อเหตุผลบางอย่างเสมอ เช่น อัลบั้มแนะนำตัว อัลบั้มพิสูจน์ตัวตน มันเชื่อมโยงกันและกันมาตลอด จนมาถึงอัลบั้มก่อนหน้านี้อย่าง <em>dharmajāti</em> เป็นอัลบั้มที่บอกว่าวงเดินทางมาถึงจุดที่เล่าเรื่องยากๆ แล้ว เพราะชีวิตเขาเป็นแบบนั้น ถ้าถามว่าอยากให้คนฟังรู้สึกอย่างไรกับอัลบั้มนี้ ผมไม่แน่ใจ ผมแค่รู้สึกว่าผมอยากทำงานชิ้นนี้ให้ดีเพื่อให้ตูนมีความสุข การทำงานที่ทำเพื่อความสุขของคน แล้วได้บำบัดคนร้องหรือใครก็ตามไปด้วย มันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53125" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/mango-team-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4 style="text-align: center;"><b>เบื้องหลังเพลง 11 เพลงใน <em>วิชาตัวเบา</em> ที่ชาว Mango Team ยินดีเล่าให้เราฟัง</b></h4>
<p><div id="erdyt-69fb7feea8865" data-id="3afujmTaIpw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-3afujmTaIpw-69fb7feea8865" data-vid="3afujmTaIpw" data-src="https://www.youtube.com/embed/3afujmTaIpw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/3afujmTaIpw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>01 <em>ใคร คือ เรา</em></b></p>
<p><b>เหนือวงศ์ : </b><span style="font-weight: 400;">เมโลดี้ที่ตูนทำมันร้องมาแต่แรกอยู่แล้วว่า <em>who we are from the stars</em> เป็นการบ้านที่ผมต้องกลับมาคิดมากเหมือนกันว่าถ้าเป็นเนื้อไทยเราจะเล่าอะไรดี ผมร้องท่อนนี้ย้ำๆ พอใส่เนื้อไทยลงไปมันไม่รอดเลย สุดท้ายก็ใช้ท่อนนี้นี่แหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนั้นตูนเขาเพิ่งวิ่งก้าวคนละก้าวเสร็จ แล้วพวกเรารู้สึกว่าในช่วงที่ตูนวิ่ง มีคนบางกลุ่มที่พยายามจะโจมตีความตั้งใจเขา เราสรุปกันได้ว่า ตูนเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่สามารถทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้ มันแสดงว่าเราทุกคนสามารถเลือกที่จะทำ เลือกที่จะเป็นได้โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก หรือรอชะตากำหนด เพลง <em>ใคร คือ เรา</em> เลยออกมาเป็นแบบนี้</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea8877" data-id="HsPX-R__XrM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-HsPX-R__XrM-69fb7feea8877" data-vid="HsPX-R__XrM" data-src="https://www.youtube.com/embed/HsPX-R__XrM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/HsPX-R__XrM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>02 <em>149.6</em></b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นคอนเซปต์ที่ตูนคิดได้หลังวิ่ง เป็นคอนเซปต์เกี่ยวกับระยะทาง 149.6 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ถึงโลก พอเขาอธิบายว่ามันคืออะไร เราแทบไม่ต้องคิดต่อเลยขอแค่เขียนเนื้อลงไปให้ได้อย่างที่ตูนอธิบาย นำเสนอว่าโลกและดวงอาทิตย์ที่เขาอยากพูดถึงนั้นหมายถึงใคร สำหรับพวกเรามันเป็นเพลงที่ใหม่และมีความสมบูรณ์ในตัวมันเองมากๆ ฟังไม่เบื่อเลยครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea8889" data-id="D14kJm487nQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-D14kJm487nQ-69fb7feea8889" data-vid="D14kJm487nQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/D14kJm487nQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/D14kJm487nQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>03 วิ<em>ชาตัวเบา</em></b></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> วิชาตัวเบานี่เป็น big idea ของอัลบั้มมาตั้งแต่แรกเลยเพราะตูนรู้สึกว่าที่ผ่านมาเขาเป็นคนซีเรียสกับทุกอย่าง วันนี้มันถึงขวบปีที่เขารู้สึกว่าควรจะปล่อยวางได้แล้ว แค่คิดว่าอยากวางก็เบาขึ้นแล้ว</span></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">พี่โปเขียนเพลงนี้เป็นหลัก ตอนพวกเราเจอประโยค <em>หนักก็เพราะยังเก็บ เจ็บก็เพราะยังคิด</em> ตูนบอก ‘พี่หยุดแป๊บ ผมจะเอาคำนี้ไปโปรยบนปกอัลบั้ม’ คือเขาอยากใช้คำนี้เดินหน้าชีวิตไปหาเรื่องอื่นๆ ต่อไป เหมือนเขาสรุปได้ในใจว่าที่ผ่านมาเขาเจออะไรหนักมาตลอดแต่เขายังเก็บไว้ ที่เขาเจ็บมาตลอดเพราะเขายังคิดถึงมัน พอประโยคนี้มันอยู่อย่างถูกที่ มันเลยเป็นประโยคที่คนค่อนข้างจดจำ</span></p>
<p><b>04 <em>ทฤษฎีวัคซีน </em></b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้ตูนเขียนเองครับ คือเขาเป็นคนชอบอยู่กับความเจ็บปวด เขาใช้สิ่งเหล่านี้เป็นพลังงานในชีวิตเสมอ สังเกตว่าเสื้อที่เขาใส่เล่นคอนเสิร์ต Live in คราม จะมีคำว่า No Pain No Gain คือเขาเสพติดเรื่องพวกนี้ ยิ่งเจ็บเขาจะยิ่งผลักตัวเองออกไปสู้กับโลกภายนอก เพลงนี้ก็เหมือนกัน <em>ทฤษฎีวัคซีน</em> เหมือนกับเอาความเจ็บปวดมาใส่ในชีวิตเพื่อให้ตัวเองมีภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเรื่องที่เจ็บปวดมากกว่า มันเหมือนวิธีที่เขาเอาเชื้อโรคมาทำวัคซีน</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea8898" data-id="LMzfWNukMqA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-LMzfWNukMqA-69fb7feea8898" data-vid="LMzfWNukMqA" data-src="https://www.youtube.com/embed/LMzfWNukMqA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/LMzfWNukMqA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>05 <em>นิรันดร์ (feat. Palmy)</em></b></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"><em> นิรันดร์</em> คือเดโมแรกของอัลบั้มนี้ที่ตูนเอามาให้ผมฟัง เป็นเพลงที่เมโลดี้ซับซ้อนน้อยที่สุดเพราะเขานั่งแต่งร่วมกับก้อย (รัชวิน วงศ์วิริยะ) ในเดโมตูนเขาวางไว้ว่ามันต้องเป็นเพลงที่ผู้ชายกับผู้หญิงร้องโต้กัน</span></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> แค่เดโมมันคงเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องความรักไม่ได้แล้วล่ะ (ยิ้ม) เพลงนี้เราทุกคนรุมมันเหมือนเดิมเพื่อที่จะหาท่าทีที่จะเล่ามันออกมา จนมาเจอมุมที่ว่าชายหญิงสองคนนี้พยายามตั้งคำถามกับความรักจากคนละมุม ต่างคนต่างถามว่าความรักคืออะไร ไม่ใช่แบบที่คนหนึ่งถามคนหนึ่งตอบ เพราะสุดท้ายก็ไม่มีใครรู้หรอกจนกว่าจะลองพิสูจน์มันด้วยตัวเอง เราอาจจะหาคำตอบไปพร้อมกันแต่ก็ไม่จำเป็นต้องค้นหาไปร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษของเพลงนี้คือเรามีปาล์มมี่มาช่วยร้อง เรามองว่าเขาสองคนนี้ไม่ใช่ตัวแทนของคู่รักนะ แต่เป็นตัวแทนของชายหญิงที่มีคำถามเรื่องนี้ในชีวิต เป็นคนที่กล้าสงสัย และกล้าถามทั้งคู่</span></p>
<p><b>06 <em>ไม่แก่ตาย (feat. JOEYBOY)</em></b></p>
<p><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> ตูนเขามีโควตว่าอยากเป็นวัยรุ่นเสมอ เวลาใครถามตูนว่าเขาอยากเป็นอะไร เขาจะตอบว่าเขาอยากเป็นวัยรุ่นไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เขาตอบแบบนี้ตลอดจนกลายเป็นโจทย์เพลงนี้</span></p>
<p><b>โป : </b><span style="font-weight: 400;">เขาทิ้งทำนองมาให้ผมกลับไปคิด ตอนขายคอนเซปต์คำว่า ‘ไม่แก่ตาย’ เนี่ยก็ลุ้นเหมือนกันนะว่าตูนจะเก็ตไหม (หัวเราะ) แต่โชคดีที่ทำงานกันมานานตูนเลยเก็ต หลังเขียนเนื้อเสร็จ ผมคิดไว้แต่แรกเลยว่าเพลงนี้ต้องมีท่อนแรปก็เลยนึกถึงโจอี้ บอย เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมแก่เหมือนกัน เขาแต่งท่อนแรปสดๆ หน้าห้องอัดเลย</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea88a8" data-id="zrHO_Eo77UU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-zrHO_Eo77UU-69fb7feea88a8" data-vid="zrHO_Eo77UU" data-src="https://www.youtube.com/embed/zrHO_Eo77UU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/zrHO_Eo77UU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>07 <em>ครึ่งๆ กลางๆ</em></b></p>
<p><b>กบ : </b><span style="font-weight: 400;">เป็นหนึ่งในเพลงที่เขียนโดยไม่ต้องรุม เพราะการเขียนเพลงช้ามันอาศัยความเป็นส่วนตัวมากๆ ผมอยู่กับเมโลดี้เพลงนี้ครึ่งปีเพราะเขียนไม่ออก ท่องมันวนๆ อยู่อย่างนั้น สุดท้ายก็เลยโทรถามตูนว่าเพลงนี้มันควรไปทางไหนดี ตูนเลยโยนคำว่า ‘ครึ่งๆ กลางๆ’ มา ผมเก็บคำนี้ไปวิเคราะห์ต่อ คือทุกคนบนโลกใบนี้มันไม่มีใครสมบูรณ์ ทุกคนมีขาดมีเกินเสมอ เช่น เราอาจจะมองตูนว่าเขาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ หารู้ไม่ว่าเขาเหงาบ่อยมาก เขาเจ็บปวดบ่อยมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>ข่มตานอนด้วยความโดดเดี่ยว หลับลงพร้อมความเดียวดาย</em> ผมเลยอยากเขียนเนื้อเพลงสักเพลงที่สื่อสารว่า ขนาดชีวิตที่คนบอกว่าสมบูรณ์เขายังรอใครบางคนมาเติมเต็มเลย ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกดีๆ หรืออะไรก็ตามแต่ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดอีกเพลง เพราะมันบอกเล่าชีวิตของตูนในช่วงเวลานี้ได้ดีจริงๆ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feea88b5" data-id="Juup4SZs00s" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Juup4SZs00s-69fb7feea88b5" data-vid="Juup4SZs00s" data-src="https://www.youtube.com/embed/Juup4SZs00s?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Juup4SZs00s/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>08 <em>แสงสวรรค์</em></b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้เป็นความกวนตีนของพวกเราที่อยากล้อเพลง<em> แสงสุดท้าย</em> (</span><b>โป :</b><span style="font-weight: 400;"><em> แสงสุดท้าย </em>ก็ล้อ<em> แสงแรก</em> มาอีกที) เขาแต่งทำนองเพลงนี้ในวันท้ายๆ ที่เขาเจ็บจนเกือบไปต่อไม่ได้ เราเลยเลือกเอาโมเมนต์ที่ตูนเจอตรงนั้นแหละมาเล่า การไปถึงจุดหมายของชีวิตมันไม่ได้มีแค่การพุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว มันต้องมีเรื่องการหยุดพักเพื่อเจออะไรบางอย่างที่อาจจะเป็นอีกจุดหมายหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แสงสวรรค์จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่แสงที่รอเราอยู่ตรงปลายทาง มันอาจเป็นแสงที่เจอระหว่างที่เราหยุดพักก็ได้ สังเกตว่าเนื้อเพลงพอเล่ามาถึงแถวนี้มันจะกลับไปหา <em>วิชาตัวเบา</em> ที่คลุมอัลบั้มอยู่ว่า สุดท้ายไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำความเข้าใจมัน บางทีแบกๆ อยู่ก็วางซะ วิ่งๆ อยู่ก็หยุดพัก ไม่งั้นไปต่อไม่ได้ </span></p>
<p><b>09  เ<em>ช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง</em></b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ตูนไม่พูดเรื่องตัวเอง แต่เลือกที่จะพูดแทนคนอื่น เขาอยากมีเพลงแบบ <em>18 ฝน</em> ของพี่เสือ ธนพล เพลงเพลงนี้มันเป็นตัวแทนของพวกเราในวัยเด็กเลยครับ ผมว่าตูนคงอินเรื่องคนที่มีปัญหา มีครอบครัว มีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ วันนี้บอดี้สแลมเดินทางมาถึงการเป็นกระบอกเสียงให้คนที่มีปัญหาได้แล้ว คำว่า เช้าที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยส่องแสง ผมว่ามันหม่นมาก แสดงว่าชีวิตของเขาต้องเจออะไรบางอย่างที่แย่ที่สุดจริงๆ</span></p>
<p><b>10  <em>ผักบุ้งลอยฟ้า (feat. ฟักกลิ้ง ฮีโร่)</em></b></p>
<p><b>กบ :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมชอบคอนเซปต์เพลงนี้มาก อย่างแรกคือไม่น่าเชื่อว่าตูนจะคิด จะเขียน และจะกล้าร้อง (หัวเราะ) ตอนที่เขาต้องร้อง<em> ก็แค่ผักบุ้งที่ลอยฟ้า</em> เขาได้ทำลายทฤษฎีที่เคยมีไปหมดเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดก็คือความหมายของมัน ผักบุ้งคือผักที่เกิดจากดิน หรือโคลนด้วยซ้ำ วันหนึ่งเขาก็ได้ไปอยู่ในกระทะ แล้วมีเสี้ยวหนึ่งที่เขาได้ลอยไปใกล้ดวงดาวที่สุดจากที่เคยอยู่บนโคลน ตูนเปรียบเทียบว่าชีวิตคนก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไรก็ตาม คุณมีสิทธิ์ที่จะลอยขึ้นไปบนฟ้าแล้วมีคนเฮดีใจไปกับคุณ ถึงแม้สุดท้ายคุณจะหล่นลงพื้น อย่างน้อยวินาทีนั้นคุณก็มีค่าตรงนั้นแล้ว ผมว่ามันครบถ้วนทั้งครีเอทีฟ ความหมาย และการให้กำลังใจ</span></p>
<p><b>11 </b><em><b>ความหมาย</b></em></p>
<p><b>ป้อม :</b><span style="font-weight: 400;"> ความหมายเป็นเพลงที่เรียบง่ายที่สุด ดนตรีไม่ซับซ้อน (</span><b>อ๊อฟ :</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเพลงเหล่านี้จะถูกเรียกว่าเพลงพี่ป้อม) ตูนบอกเราว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่เล่าเรื่องเก่าๆ วันนี้เขาอยากพูดเรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของเขาบ้าง พอฟังจบเราก็พยายามตีความเพลงนี้ออกมา เลยหยิบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่เขาวิ่งนี่แหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูนวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ วิ่งไปแบบไม่รู้เลยว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่า เขาเจอคนมากมาย แต่ทุกครั้งที่เขาหันไปมองข้างๆ เขาจะเห็นคนคนหนึ่งที่รักเขาและวิ่งเคียงข้างเขาเสมอ เหมือนผู้ชายที่ออกไปลุย ออกไปสู้ อย่างน้อยก็รู้ว่าหันมองข้างๆ จะมีคนคนหนึ่งอยู่ด้วยเสมอ คนคนนั้นก็คือความหมายของชีวิต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53123" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th.jpg" alt="" width="2048" height="2048" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/itunes3000_bodyslam7th-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mango-team/">วิธีคิด ‘วิชาตัวเบา’ กับ Mango Team ทีมเขียนเพลงเบื้องหลังทุกสตูดิโออัลบั้มของ Bodyslam</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เริ่มจากคำที่ใช่แล้วค่อยใส่เมโลดี้ วิธีคิดเพลงแบบเล่นคำของปณต Getsunova</title>
		<link>https://adaymagazine.com/panoth-getsunova/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jan 2019 13:17:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ปณต คุณประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[มือกีตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักแต่งเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[white music]]></category>
		<category><![CDATA[getsunova]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=52012</guid>

					<description><![CDATA[<p>กาลครั้งหนึ่ง ตลอดกาล, ไกลแค่ไหน คือ ใกล้, แตกต่างเหมือนกัน, เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล, โดดเดี่ยวด้วยกัน, รู้ดีว่าไม่ดี, ชีวิตที่มีชีวิต, ความเงียบดังที่สุด, ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก ชื่อเพลงที่เต็มไปด้วยชุดคำขัดแย้งด้านบนนี้คือชื่อเพลงฮิตของวง Getsunova หากใครที่ติดตามวงอย่างจริงจัง Getsunova ไม่ใช่วงดนตรีที่โด่งดังได้ด้วยการใช้ทางลัด พวกเขาไม่ได้โด่งดังและเป็นที่จับตามองในปีแรกๆ ที่ก้าวเข้าสู่วงการเฉกเช่นวงดนตรีอื่นๆ จนกระทั่ง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ ที่พวกเขาปล่อยออกมาเมื่อ 6 ปีก่อนกลายเป็นซิงเกิลแจ้งเกิด และพาพวกเขาเดินมาสู่วงดนตรีแนวหน้าอย่างที่เราเห็นในวันนี้ เนื้อเพลงแทบทั้งหมดของวง Getsunova เป็นฝีมือของ ปณต คุณประเสริฐ มือกีตาร์ประจำวงที่รับบทบาทคนเขียนเนื้อเพลงให้วงตั้งแต่วันแรกที่พวกเขารวมตัวกันทำวงดนตรี ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของมือกีตาร์ที่เขียนเพลงฮิตเก่งคนนี้เป็นการเริ่มต้นด้วยคำว่า จับพลัดจับผลู บวกกับความใจร้อนที่อยากให้เพลงของวงตัวเองเสร็จไว สิ่งที่เราเชื่อคือ ความสำเร็จที่พวกเขาได้รับนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงที่ Getsunova ปล่อยออกมา ตั้งแต่อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกอย่าง The First Album รวมทั้งซิงเกิลที่พวกเขาทยอยปล่อยออกมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ แทบไม่มีเพลงไหนที่ไม่ดัง หากให้คุยกับนักดนตรีรุ่นใหม่สักคนในเวลานี้ เพลงทั้งหมดของ Getsunova คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถมองข้ามนักแต่งเพลงฝีมือน่าจับตาอย่างปณตไปได้ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่ตอนไหน ตอนเริ่มเล่นดนตรี ในหัวเราไม่ได้อยากเป็นคนเขียนเนื้อร้อง ทำนอง อะไรเลยนะ ความฝันตอนเด็กคืออยากเป็นมือกีตาร์ที่ได้เล่นโซโล่เท่ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/panoth-getsunova/">เริ่มจากคำที่ใช่แล้วค่อยใส่เมโลดี้ วิธีคิดเพลงแบบเล่นคำของปณต Getsunova</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><i><span style="font-weight: 400;">กาลครั้งหนึ่ง ตลอดกาล, ไกลแค่ไหน คือ ใกล้, แตกต่างเหมือนกัน, เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล, โดดเดี่ยวด้วยกัน, รู้ดีว่าไม่ดี, ชีวิตที่มีชีวิต, ความเงียบดังที่สุด, ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อเพลงที่เต็มไปด้วยชุดคำขัดแย้งด้านบนนี้คือชื่อเพลงฮิตของวง Getsunova หากใครที่ติดตามวงอย่างจริงจัง Getsunova ไม่ใช่วงดนตรีที่โด่งดังได้ด้วยการใช้ทางลัด พวกเขาไม่ได้โด่งดังและเป็นที่จับตามองในปีแรกๆ ที่ก้าวเข้าสู่วงการเฉกเช่นวงดนตรีอื่นๆ จนกระทั่ง </span><i><span style="font-weight: 400;">ไกลแค่ไหน คือ ใกล้</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่พวกเขาปล่อยออกมาเมื่อ 6 ปีก่อนกลายเป็นซิงเกิลแจ้งเกิด และพาพวกเขาเดินมาสู่วงดนตรีแนวหน้าอย่างที่เราเห็นในวันนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52063 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อเพลงแทบทั้งหมดของวง Getsunova เป็นฝีมือของ </span><b>ปณต คุณประเสริฐ</b><span style="font-weight: 400;"> มือกีตาร์ประจำวงที่รับบทบาทคนเขียนเนื้อเพลงให้วงตั้งแต่วันแรกที่พวกเขารวมตัวกันทำวงดนตรี ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของมือกีตาร์ที่เขียนเพลงฮิตเก่งคนนี้เป็นการเริ่มต้นด้วยคำว่า จับพลัดจับผลู บวกกับความใจร้อนที่อยากให้เพลงของวงตัวเองเสร็จไว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราเชื่อคือ ความสำเร็จที่พวกเขาได้รับนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงที่ Getsunova ปล่อยออกมา ตั้งแต่อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">The First Album </span></i><span style="font-weight: 400;">รวมทั้งซิงเกิลที่พวกเขาทยอยปล่อยออกมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ แทบไม่มีเพลงไหนที่ไม่ดัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากให้คุยกับนักดนตรีรุ่นใหม่สักคนในเวลานี้ เพลงทั้งหมดของ Getsunova คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถมองข้ามนักแต่งเพลงฝีมือน่าจับตาอย่างปณตไปได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52060 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่ตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนเริ่มเล่นดนตรี ในหัวเราไม่ได้อยากเป็นคนเขียนเนื้อร้อง ทำนอง อะไรเลยนะ ความฝันตอนเด็กคืออยากเป็นมือกีตาร์ที่ได้เล่นโซโล่เท่ๆ ไม่ได้อยากยุ่งกับเพลง พอเรารวมตัวกันเป็นวง Getsunova ปุ๊บ พี่เนม (ปราการ ไรวา) นาฑี (นาฑี โอสถานุเคราะห์) ไปร์ท (คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์) ไม่มีใครเก่งเรื่องคอมพ์เลย (หัวเราะ) แล้วช่วงเรียนที่อังกฤษดันลงวิชาดนตรีได้ แล้วเขาสอนให้ใช้คอมพ์พอดี เราเลยกลายเป็นคนเดียวที่ทำเพลงในคอมพ์เป็นทั้งที่จริงๆ ไม่ได้อยากทำเลยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยุคก่อนเราพยายามแบ่งงานกันทำ แต่ตอนนั้นสมาชิกวงอยู่กันคนละที่ เราเลยต้องทำเพลงกันผ่านอินเทอร์เน็ต ตอนที่โยนให้แต่ละคนทำก็จะมีความช้าของแต่ละคนเข้ามาอีก เช่น เราส่งเมโลดี้ไปให้พี่เนมนานแล้ว แต่เนื้อร้องไม่ได้สักที พอมาถึงคิวเรา เราอยากให้งานมันเสร็จ หลังๆ ก็เลยเขียนเองก็ได้วะ เป็นจุดผันตัวจากมือกีตาร์มาแต่งเพลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เขียนเราแทบไม่รู้วิธีการที่ถูกต้องอะไรเลยนะ คือฮัมๆ เมโลดี้ไป นึกคำร้องไป ไม่เคยรู้เลยว่าการเขียนเนื้อร้องภาษาไทยจะต้องมีที่มาของเนื้อหา มีวิธีการเล่ายังไง หรือแม้แต่การคิดทำนองก็ไม่รู้ มีอะไรแวบเข้ามาในหัวเราก็จับใส่ แค่นั้นเลย นี่คือช่วงแรกๆ ที่เริ่มเขียนและปล่อยเพลงออกมา ผมว่าหลายๆ คนน่าจะเคยฟังผ่านๆ เช่น ซิงเกิลแรกอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">กล่อม</span></i><span style="font-weight: 400;"> หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เรียนรู้มาเรื่อยๆ จนกลายเป็นเราในยุคหลังๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52057 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-12.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-12.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-12-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>กว่าจะเป็นปณตในยุคหลัง คุณพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเล่าก่อนว่าตอนแรกเราไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องไปเรียนการเขียนเพลงเพิ่มเติม เราคิดว่าเราเป็นคนดนตรี เป็น artist ทำได้อยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่พอมาถึงจุดที่ Getsunova ปล่อยเพลงผ่านไป 6 ซิงเกิล เราไม่มีเพลงดังสักเพลงเลยทั้งๆ ที่เป็นวงดนตรีในค่ายใหญ่ คือถ้าเป็นวงอื่นเขาคงเลิกไปแล้ว เราเลยเริ่มกลับมามองตัวเองแล้วว่า เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่าวะ ตอนนั้นเลยตกลงกันว่าอยากปล่อยซิงเกิลที่ 7 ดูอีกครั้ง ถ้ามันไม่เวิร์กอีกก็ค่อยเลิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมาชิกวงแต่ละคนก็แยกย้ายไปร่ำเรียน รีบูตตัวเองกันไหม พี่เนมก็ไปฝึกร้อง ผมก็เรียนวิธีแต่งเพลง ทำเมโลดี้ ช่วงนั้นผมอยู่กับพี่พล (คชภัค ผลธนโชติ) พี่ยักษ์ (อนันต์ ดาบเพ็ชรธิกรณ์) เขาพาผมไปเรียนกับอาจารย์ระดับเทพทั้งหลายในแกรมมี่ เพลงป๊อป เพลงลูกทุ่ง ผมไปหมดเลย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52039 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราก็เลยได้รู้ว่าการเขียนเพลงมันคือการเล่าเรื่อง มันมีวิธีการที่ดีและไม่ดี พอกลับมามองเพลงเก่าๆ ก็เห็นข้อผิดพลาดเต็มไปหมด อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำให้เราอยากโตขึ้นในด้านการเขียนเพลง เราอยากมีเพลงที่ประสบความสำเร็จสักเพลง เราทำแบบนั้นเป็นปีจนได้เพลงที่เปลี่ยนชีวิตพวกเราสุดๆ อย่าง</span><i><span style="font-weight: 400;"> ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ </span></i><span style="font-weight: 400;">ออกมา</span></p>
<p><b>ในวงการมีวงดนตรีมากมายที่ให้นักแต่งเพลงเขียนเพลงให้ ทำไมพวกคุณไม่ใช้วิธีนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ มีมุมนั้นอยู่นะ </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ปลอม</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่เราขอให้พี่ฟองเบียร์ (ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม) มาเขียน ส่วนตัวเราเองก็ได้เรียนรู้การเขียนจากคนอื่นไปด้วย เราเองก็ดีขึ้น วงก็โตขึ้น แต่เรื่องหนึ่งที่เราประสบคือ ถ้าให้นักแต่งเพลงมาเขียน บางคนเขางานเยอะ ต้องใช้เวลาในการรอเหมือนกัน บางทีเขียนมาแล้วตรงใจบ้างไม่ตรงใจบ้าง ประจวบเหมาะกับจังหวะที่ </span><i><span style="font-weight: 400;">ไกลแค่ไหน คือ ใกล้</span></i><span style="font-weight: 400;"> มันเวิร์กพอดี เราเลยรับหน้าที่เขียนต่อมาเรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52055 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เพลงส่วนใหญ่ของ<span style="font-weight: 400;"><strong> Getsunova</strong> </span>เป็นเพลงรักที่ไม่สมหวัง ทำไมถึงชอบพูดเรื่องนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนเราเซตคาแร็กเตอร์วง ยังไงมันต้อง base on คาแร็กเตอร์คนร้องเพราะว่าเขาเป็นกระบอกเสียงที่ร้องเพลงออกไป อย่างพี่เนมในมุมที่เราเจอคือเป็นคนนิ่งๆ ดูจากคาแร็กเตอร์เขาแล้ว ให้ร้องเพลงแฮปปี้หรือเพลงสมหวัง เราฟังเรายังไม่เชื่อเลย คนฟังคงไม่เชื่อด้วยแน่ๆ (หัวเราะ) แล้วพี่เนมเป็นคนที่ดูเป็นพระรองมาตลอด เราเลยรู้สึกว่าเขาจะพูดเรื่องความเศร้ากับความเหงาเข้าปากมาก โทนเสียงของเขามันสื่อสารกับมู้ดนี้ได้พอดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52045 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-33.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-33.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-33-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>มีวิธีการหาวัตถุดิบที่เอามาใช้แต่งเพลงยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่เราชอบอ่านเรื่องสั้น เพราะมันมาแค่สองหน้าจบ มีอินโทร เนื้อความ สรุป เรื่องที่ใช้พื้นที่เล่าน้อยๆ พวกนี้มีประโยชน์กับเราค่อนข้างเยอะ ถ้าลองสังเกตเรื่องสั้นส่วนใหญ่เขาก็เอาเรื่องเก่าๆ นี่แหละมาเล่าซ้ำเดิมแต่ทำให้มันสนุกขึ้นด้วยวิธีการเล่า เหมือนกันกับเพลง สุดท้ายเพลงที่คนฟังกันมันก็เป็นเรื่องเดิมๆ อย่างเรื่องความรัก ก่อนรักเป็นยังไง พอได้รักแล้วยังไงต่อ แฮปปี้ สักพักก็มีปัญหา มีปัญหาก็เลิกกัน จากกันแล้วก็กลับมาคิดถึงกัน มาเจอรักครั้งใหม่ก็วนลูปไป ความสนุกของการได้เป็นคนเขียนเพลงคือเราจะเล่าในสไตล์ของเรายังไงให้ต่างจากคนอื่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนไม่อ่านหนังสือเลยนะ ช่วงที่เรียนเขียนเพลงเรารู้สึกว่าเราต้องอ่านเพื่อที่จะเจอคำมากขึ้น จากเด็กที่ไม่เข้าร้านหนังสือเลยกลายเป็นว่าไปร้านหนังสือทุกอาทิตย์ แล้วชอบซื้อหนังสือที่เป็น best seller เท่านั้นด้วยนะ คืออย่างน้อยก็มั่นใจว่าคำในหนังสือนั้นจะต้องเป็นคำที่คนอยากได้ยินแน่ๆ (หัวเราะ) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52046 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-34.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-34.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-34-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>มีหนังสือหรือเรื่องสั้นไหนที่ส่งผลต่อการทำงานของคุณมากๆ บ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เล่มที่ส่งผลต่อเรามากๆ น่าจะเป็น <em><span style="font-size: medium;">ONCE UPON SOMETIMES</span></em></span><span style="font-weight: 400;"><em> </em>ของทรงศีล ทิวสมบุญ illustrator ที่เขียนภาพแล้วเล่าออกมาเป็นนิทาน เป็นเล่มแรกที่เรารู้สึกว่าวิธีเล่าของเขาเวิร์กมากเลย แล้วก็อ่านหนังสือนิ้วกลมยุคแรกๆ แล้วก็มีอีกเล่มหนึ่งที่ชอบมากๆ คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">จริงตนาการ</span></i><span style="font-weight: 400;"> (หยุดนึก) เนี่ย เชื่อไหมว่าผมได้ไอเดียไอ้ความขัดแย้งทั้งหมดนี้มาจากหนังสือเล่มนี้ (หัวเราะ) ทุกชื่อบทเขาจะหยิบคำที่ขัดแย้งกันมาตั้งเป็นชื่อหมดเลย คือมันไม่ใช่การเอาคำมาคู่กันเพื่อให้ดูเท่ แต่เนื้อหาข้างในทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกันแล้วเมคเซนส์ เล่ารู้เรื่องหมดเลย เรารู้สึกว่าอันนี้แหละของดี ทุกวันนี้ก็ยังเอาวิธีการนี้มาใช้กับการทำงานของตัวเองอยู่เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52052 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หมายถึงว่าทุกเพลงที่คุณแต่งมันเริ่มมาจากชุดคำขัดแย้งอะไรแบบนั้นหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นแบบนั้นเกือบทุกเพลงนะ เราชอบจดคำแปลกๆ ที่ชอบไว้บนไวท์บอร์ด วิธีการของเราอาจจะแปลกนิดหน่อย คือเราจะพยายามหาวิธีเล่าเรื่องที่มันเข้ากับชื่อเพลงที่เราคิดได้ ถ้ามันเล่าแล้วเมคเซนส์ หรือดูไม่เขินเกินไป ถึงจะหยิบมันขึ้นมาเขียนเป็นเพลงจริงๆ จังๆ </span></p>
<p><b>คิดยังไงที่ช่วงก่อนหน้านี้ วิธีการตั้งชื่อเพลงของคุณถูกเป็นที่พูดถึงมากมายในอินเทอร์เน็ต </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แปลกใจเหมือนกันนะว่าทำไมเขาถึงหยิบไปเล่นกันได้ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเราทำแบบนี้มานานแล้วนะ แต่สงสัยมันคงจะเยอะมากเกินไปแล้วจริงๆ (หัวเราะ) ลึกๆ เราแอบกดดันนิดหน่อย กลัวคนจะจดจำแค่ว่าเพลงของเราต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น หรือคนจะต้องคาดหวังว่าเพลงต่อไปของเราจะต้องขัดแย้ง แต่จริงๆ วงเราก็ไม่ได้ซีเรียสมากครับ เข้าไปอ่านคอมเมนต์ก็สนุกดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52053 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นพวกที่ถ้าไม่ได้คำอะไรแปลกๆ หรือคำที่แตกต่างจากเพลงที่เคยเขียนไป เราจะไม่ตื่นเต้นและไม่อยากทำมันเลย (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียนะ ตอนนี้เรากลายเป็นคนที่ชอบวิ่งหาคำแปลกๆ แล้วก็เอาคำพวกนี้มาเล่นก่อน ให้เราแต่งเพลงที่เล่าคำว่า ‘ฉันคิดถึงเธอ’ ง่ายๆ แบบนี้เราไปไม่ถูกเหมือนกัน</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa5ba" data-id="FcAjc3MbkI0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-FcAjc3MbkI0-69fb7feeaa5ba" data-vid="FcAjc3MbkI0" data-src="https://www.youtube.com/embed/FcAjc3MbkI0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/FcAjc3MbkI0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดวงจันทร์กลางวัน </span></i><span style="font-weight: 400;">เพลงที่เราปล่อยออกมาได้พักใหญ่ๆ เพลงนี้เราแต่งเนื้อร้องทั้งหมด โดยที่ได้คำว่าดวงจันทร์มาก่อน เราก็เอาคำนี้มาเล่นกับกีตาร์โปร่งให้น้องวี (วิโอเลต วอเทียร์) หาวิธีร้องที่เขาคิดว่าเพราะที่สุด ช่วยกันคิดเมโลดี้ แล้วก็เอาแต่ละแบบที่เราเห็นพ้องกันว่าดีมารวมกันจนเกิดเป็นเพลงนี้ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามหลักดนตรีเมโลดี้จะมาก่อนเนื้อร้องเสมอ แต่สำหรับเรามันมักมาพร้อมกัน หรือบางทีเมโลดี้กับเนื้อมันจะมาทีละนิด สลับกันไปมา ไม่ได้มาทีเดียวทั้งก้อน อย่างตอน </span><i><span style="font-weight: 400;">ไกลแค่ไหน คือ ใกล้</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราร้องท่อนนี้วนเป็นเดือนๆ เลยเพื่อหาว่าคำนี้มันอยู่บนเมโลดี้ไหนแล้วเพราะที่สุด พอเจอแล้วเราค่อยแต่งเนื้อร้องต่อไปบนเมโลดี้นี้ต่ออีกทีหนึ่ง เหมือนต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52044 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-35.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52042 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างคือเราค่อนข้างต่างจากนักแต่งเพลงคนอื่นๆ ที่ชอบเอาเรื่องราวของตัวเองมาแต่งเพลง เราไม่ค่อยใช้เรื่องของตัวเองเท่าไหร่เพราะรู้สึกว่าเพลงมันจะออกมาไม่เป็นกลาง สมมติว่าเราอกหักอยู่แล้วเขียนเพลงอกหักขึ้นมา เราจะรู้สึกว่าเพลงเพลงนี้มันเพราะเป็นพิเศษ เราอาจจะอินกับมันเกินไปในหลายๆ ครั้ง พอให้คนอื่นฟัง เขาอาจรู้สึกว่ามันเพราะ แต่มันอาจจะไม่ใช่เพลงที่เพราะแบบสิบคะแนนเต็มก็ได้ หรือถ้าแย่กว่านั้นคือเราอาจจะผูกมัดกับเพลงนั้นมากเกินไป เวลาใครอยากแก้อะไรเราจะรู้สึกหวงมันนิดหนึ่ง</span></p>
<p><b>ลึกๆ คุณกลัวคนอื่นไม่ชอบเพลงที่ตัวเองแต่ง ถูกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากทำเพลงให้คนฟังแล้วชอบ ในกระบวนการคิดคือเราต้องทำให้เพลงนี้ไปถึงทุกคน ไม่ว่าจะวัยไหน เข้ากับคนได้ไม่ว่าเขาจะอยู่ในมู้ดไหน เราจะคิดตลอดเลย ยอมรับว่าในยุคแรกๆ ทำเพลงตามใจตัวเองเหมือนกัน แต่ผลคือเพลงมันไม่สำเร็จอย่างที่เห็น แทบไม่มีผลลัพธ์เป็นชิ้นเป็นอันหรือเงินกลับมา สำหรับตอนนั้น เราโอเคที่จะพูดว่า Getsunova ไม่ได้เป็นวงที่ต้องการเงินขนาดนั้นเพื่อทำงานตรงนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52038 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนย้ายมา DuckBar เราปล่อยเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ปลอม </span></i><span style="font-weight: 400;">ออกไปเพื่อสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ เลย วันหนึ่งพี่หัวหน้าค่ายเดินมาตบหลังแล้วพูดว่า &#8220;พี่ว่าพี่ต้องขอหาเงินแล้วอะ&#8221; จากคำพูดนั้นมันเหมือนอยู่ๆ หลอดไฟมันสว่างขึ้นมา เราฉุกคิดกันว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาเราเห็นแก่ตัว มีคนเหนื่อยกับเราเยอะมาก ค่ายเขาไว้วางใจเราแต่เราดันแต่งเพลงเพื่อให้ตัวเองสนุกกันแค่นั้นเหรอ เพราะงั้นถ้าเรายังทำกันต่อ คงไม่ใช่แค่การทำตามใจตัวเองแล้ว เราอยากทำให้คนที่ทำงานกับเรารู้สึกภูมิใจกับงานของเราไปด้วย นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้พูดได้อย่างไม่อายว่าเพลงที่เราทำมันต้องแมส ทุกคนต้องชอบ และต้องมีรายได้กลับมาเลี้ยงคนอื่นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคที่คนหาเพลงฟังกันได้แบบไม่ต้องเสียเงินแล้ว ถ้าคนฟังยอมจ่ายเงินเพื่อเพลงของเรา แปลว่างานของเราดีจนทำให้พวกเขารักเรามากพอ การที่ผมได้เงินจากคนซื้อซีดี ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตเพื่อมาฟังเราเล่นเนี่ย เราถือว่าเราชนะแล้วนะ เพราะงั้นเวลาหลายคนถามว่าเราทำเพลงไปเพื่ออะไร จริงๆ ก็เพื่อเงินนี่แหละครับ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52050 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b><span style="font-weight: 400;"><strong>Getsunova</strong> </span>มีวิธีการทำงานและเคาะเพลงแต่ละเพลงยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเราจะกำหนดเป้าหมายร่วมกันว่าเพลงต่อไปที่เราจะปล่อยเราอยากได้อะไร ในแต่ละเพลงที่ปล่อยมันมีฟังก์ชั่นที่ต่างกัน ถ้ารอบนี้อยากได้เพลงฮิต ทุกคนก็จะโยนไอเดียกันว่าเพลงฮิตต้องเป็นยังไง สำหรับเรา เราคิดว่าเพลงฮิตจะต้องเป็นเพลงช้าที่พูดเรื่องเศร้า มีคำโดนๆ อะไรแบบนั้น ถ้าเรามีไอเดียชัดเจนและทุกคนเข้าใจตรงกัน ความขัดแย้งมันก็จะน้อยลง งานที่แต่ละคนทำก็ออกมาในทิศทางเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อเพลงส่วนใหญ่เราจะเขียนคนเดียวในห้องก่อน หลังจากนั้นค่อยเรียกพี่เนมมาลองร้องก่อนส่งต่อให้คนอื่นฟัง เราเชื่อว่าถ้านักร้องไม่ชอบคำที่ตัวเองร้อง มันไม่ดีต่อเขาและวงในระยะยาวแน่ๆ ถ้าพี่เนมทักหรือเอะใจคำไหนเราจะรีบโละกันที่บ้านเลย เราว่ามันเป็นวิธีคิดที่นักเขียนเพลงควรมี ถ้านักร้องเขาไม่ชอบ เราไปฝืนเขาก็คงจะยาก เหมือนตอนเล่นกีตาร์แล้วถูกโยนให้เล่นแบบที่ตัวเองไม่ชอบ เป็นเราเราก็ไม่อยากเล่นเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52062 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คิดยังไงกับการที่ศิลปินสมัยนี้ทำงานทีละซิงเกิล ไม่ได้ทำทีเดียวทั้งอัลบั้มเหมือนสมัยก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เทรนด์ดนตรีเปลี่ยนเร็วมาก ทุกสองเดือนเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการได้เลยด้วยซ้ำ เรามองว่าเป็นข้อดีที่เราสามารถผันตัวตามยุคสมัยได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันการคิดเพลงทีละอัลบั้ม ข้อดีของมันคือเราจะมีเพลงที่ไม่ซ้ำกันออกมาเลยทำให้เพลงในอัลบั้มมันค่อนข้างหลากหลาย เช่น มีเพลงเร็วเป็นเพลงเปิด ต่อด้วยเพลงกลางๆ เพลงช้า แล้วก็เข้าโหมดเพลงอะคูสติกแล้วค่อยกลับมาเป็นเพลงสนุกๆ ใหม่ แถมโปรดักชั่นก็ง่ายคือเข้าห้องอัดทีเดียวได้งานชิ้นใหญ่เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราชอบทำทีละซิงเกิลนะ เพราะเรารู้สึกว่ามันแก้เกมระหว่างทางได้ เราเลยหยิบเอาวิธีคิดแบบเก่านี้มาบาลานซ์ใช้กับวงตัวเอง เวลาคิดซิงเกิลเราจะพยายามนึกถึงฟังก์ชั่นเพลงในอัลบั้มพวกนั้น ถ้าเราขาดเพลงในฟังก์ชั่นไหนเราจะทำเพลงแบบนั้น ก็ทำให้เพลงเราหลากหลายขึ้นได้ในขณะที่เรายังทำเพลงแบบปล่อยทีละซิงเกิลๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52048 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กลัวไหมว่าคนจะมองว่าวงเราไดเรกชั่นไม่ชัดเจน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่กลัวเรื่องนี้เลย เพราะว่าทุกวันนี้คนฟังเพลงเป็นซิงเกิล เผลอๆ เปิดอัลบั้มมาก็เลือกฟังแค่เพลงที่ตัวเองรู้จักแล้วก็กดข้ามเพลงอื่นๆ ไป (หัวเราะ) การปล่อยเพลงเป็นซิงเกิลทำให้รู้สึกไม่เสียของดี แต่ว่าเรื่องไดเรกชั่น สมัยนี้คนชอบทดลองอะไรหลากหลาย ถ้าเขาชอบก็ชอบ ถ้าเขาไม่ชอบมันพลิกรอบหน้าได้เร็วกว่า ยังมีโอกาสแก้เกมได้ คือถ้าเขาไม่ชอบไดเรกชั่นทั้งอัลบั้มขึ้นมา โห ก่ายหน้าผากเหมือนกันนะว่าทำยังไงต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างช่วงที่ปล่อยเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">พัง..(ลำพัง)</span></i><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นเพลงที่เราทำตามโจทย์ที่ตั้งไว้ แต่ผมเฮิร์ตนิดหน่อยที่เพลงมันทำงานได้ไม่ดีพอ แต่ละงานที่เราไปเล่นคนดูร้องตามไม่ได้เลยนะ เราเลยต้องแก้เกมด้วยการทำให้คนได้ยินเพลงมากขึ้นก็เลยจับมันมาเรียบเรียงใหม่แล้วชวนลีเดีย (ลีเดีย ศรัณย์รัชต์) มาร้องด้วย จนสุดท้ายเพลงนี้รอด คนร้องตามได้ อุ่นใจแล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa5e2" data-id="NjC4VDy5C10" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-NjC4VDy5C10-69fb7feeaa5e2" data-vid="NjC4VDy5C10" data-src="https://www.youtube.com/embed/NjC4VDy5C10?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/NjC4VDy5C10/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ดูเหมือนว่าคุณจะไปได้ดีกับการเป็นนักแต่งเพลง ความฝันที่อยากโซโล่กีตาร์เท่ๆ เป็นยังไงบ้างแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเด็กๆ ที่อยากเป็นนักกีตาร์ ตอนนี้แต่งเพลงน่าจะถูกทางมากกว่า (หัวเราะ) ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองแต่งเพลงได้ดีกว่าเล่นกีตาร์ เราชอบมันเพราะมันทำให้เราได้คิดอะไรใหม่ๆ ตลอด จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งเราวางกีตาร์ทิ้งไว้ ตื่นเช้ามาเปิดหนังสืออ่าน หยิบกระดาษมาเขียนโน่นเขียนนี่จนลืมซ้อมกีตาร์ ทุกครั้งที่เข้าห้องอัด ใจเราไม่ได้อยู่ที่กีตาร์เลยนะ มันไปอยู่กับตอนอัดร้อง อยากได้ยินเนื้อร้องเราออกมาจากปากพี่เนมตลอดเลย (ยิ้ม)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-52041 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-39.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ปณต_getsunova_-39-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><b>บทเพลงจากปลายปากกาของปณตที่เจ้าตัวอยากแชร์ให้เราฟัง</b></h3>
<h5><b>01 สวัสดีครับ &#8211; ลีเดีย ศรัณย์รัชต์</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">ลีเดียเล่าเรื่องมาก่อนแล้วเราค่อยเขียนเนื้อเพลงตามโจทย์ที่เขาอยากได้ เพลงนี้หลุดกรอบการทำงานของเรามากเลยเพราะเราไม่เคยเขียนเพลงที่ใช้คำผู้หญิงๆ มาก่อน ในมุมเรา เรารู้สึกว่าคำที่ผู้หญิงพูดมันแสดงความรู้สึกได้มากกว่าผู้ชาย พอจะเสียใจก็เสียใจได้มากกว่า หรือเพลงรักก็สามารถพูดคำที่มันอ้อนได้มากกว่า เพราะบางทีอาจจะเขินปากผู้ชาย ตอนนั่งนึกคำน่ารักๆ เพื่อเขียนเพลงนี้สนุกมากเลยครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa5f4" data-id="JazD_OGQjbE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-JazD_OGQjbE-69fb7feeaa5f4" data-vid="JazD_OGQjbE" data-src="https://www.youtube.com/embed/JazD_OGQjbE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/JazD_OGQjbE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h5><b>02 ทางตัน &#8211; ลีเดีย </b><b>ศรัณย์รัชต์</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นอีกเพลงที่เราเขียนให้ลีเดีย เพลงนี้คุยกับลีเดียว่าอยากให้มีเพลงเศร้าสักเพลงเพื่อโชว์พลังเสียงของเขา คือเรารู้สึกว่าลุคของลีเดียคือผู้หญิงแกร่ง เขาเป็นทั้งคุณแม่และแชมป์ในรายการ <em>The Mask Singer</em> เขาทำให้เรารู้สึกถึงผู้หญิงที่มีความกล้า เพลงนี้เลยเล่าเรื่องผู้หญิงที่กล้าตัดสินว่านี่คือทางตันของความสัมพันธ์และเดินออกจากความสัมพันธ์นั้นอย่างไม่ฟูมฟาย</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa602" data-id="KBKDWnRBtV0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-KBKDWnRBtV0-69fb7feeaa602" data-vid="KBKDWnRBtV0" data-src="https://www.youtube.com/embed/KBKDWnRBtV0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/KBKDWnRBtV0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h5><b>03 คนไร้ตัวตน &#8211; เหวยเหวย ฮัน</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">เหวยเหวย ฮัน เป็นศิลปินคนใหม่ของค่าย White Music ครับ น้องเคยเป็นคอรัสให้ </span>Getsunova <span style="font-weight: 400;">ในเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">คนไม่จำเป็น</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราอยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนเพลงที่เราเขียนเพื่อขอบคุณน้องที่มาร้องเพลงให้พวกเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไอเดียเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">คนไร้ตัวตน</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราได้มาจากตัวตนของน้องครับ จริงๆ แล้วเหวยเหวยร้องเพลงกับวงกลางคืนหลายวง แถมยังร้องได้ทุกแนวทั้งเพลงไทยและฝรั่ง คือเขาทำทุกอย่างเก่งไปหมด แต่สุดท้ายลึกๆ เขาก็ถามตัวเองเหมือนกันว่า ถ้าต้องทำเพลงของตัวเอง แล้วตัวตนจริงๆ ของเขาคืออะไรกันแน่ </span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa60e" data-id="XitBZntCfAk" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-XitBZntCfAk-69fb7feeaa60e" data-vid="XitBZntCfAk" data-src="https://www.youtube.com/embed/XitBZntCfAk?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/XitBZntCfAk/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h5><b>04 ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก &#8211; Getsunova</b></h5>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่พี่เนมอินมากเพราะเป็นเพลงแต่งงานของพี่เนมครับ ในเนื้อเพลงจะมีโควตคำที่พี่เนมตั้งใจอยากใส่ในเพลง ที่มาส่วนใหญ่ก็เลยมาจากเขา เราช่วยหยิบนั่นหยิบนี่มาตกแต่งให้เพลงมันสมบูรณ์มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นในเพลงเลยเต็มไปด้วยสิ่งที่เราไม่ทำและไม่เคยรู้สึกมาก่อน เช่น พี่เนมไม่เคยร้องเพลงที่สมหวังมาก่อน ไปร์ทไม่เคยตีกลองจังหวะนี้มาก่อน เราไม่เคยใช้เบสซินธ์ในเพลงของเรามาก่อน </span><i><span style="font-weight: 400;">ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึก</span></i><span style="font-weight: 400;"> เลยเป็นเพลงให้ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกจริงทั้งกับตัววงและคนฟัง ที่สำคัญเป็นหนึ่งในเพลงแฮปปี้ไม่กี่เพลงที่ </span>Getsunova <span style="font-weight: 400;">ทำ เลยอยากให้ทุกคนลองฟังครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa61a" data-id="6IDeC7g1PyE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-6IDeC7g1PyE-69fb7feeaa61a" data-vid="6IDeC7g1PyE" data-src="https://www.youtube.com/embed/6IDeC7g1PyE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/6IDeC7g1PyE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h5><b>05 ความเงียบดังที่สุด &#8211; Getsunova</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากที่สุด คำว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">ความเงียบดังที่สุด</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นคำที่เราเขียนไว้บนกระดานมานานมากแล้ว กว่าจะเขียนเพลงนี้จบเราใช้เวลาเป็นปีเลย อยากให้ทุกคนได้ฟังครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaa624" data-id="TMr6subvuQI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-TMr6subvuQI-69fb7feeaa624" data-vid="TMr6subvuQI" data-src="https://www.youtube.com/embed/TMr6subvuQI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/TMr6subvuQI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/panoth-getsunova/">เริ่มจากคำที่ใช่แล้วค่อยใส่เมโลดี้ วิธีคิดเพลงแบบเล่นคำของปณต Getsunova</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เรียบง่ายแต่สวยงาม’ วิธีขับกล่อมใจคนฟังแบบ POLYCAT</title>
		<link>https://adaymagazine.com/entertainment-polycat/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/entertainment-polycat/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Sep 2018 08:19:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<category><![CDATA[อาวรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[Smallroom]]></category>
		<category><![CDATA[Polycat]]></category>
		<category><![CDATA[80KISSES]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=41184</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ฉันรู้ว่าเธอจะยิ้มแบบไหน ตอนคนที่เธอรัก SURPRISE ฉันยังอาวรณ์อยู่ BABY, I WANT YOU และก็รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหน’ ราวกับ POLYCAT รู้ว่ามีคนจำนวนมากเซอร์ไพรส์และยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเพลงใหม่อย่าง อาวรณ์ ดีเทลดนตรีที่ยังไม่ทิ้งความซินธ์ป๊อป 80s บวกกับซาวนด์ที่ชวนนึกถึงเพลงในยุคต้น 90s เสียงประสานแบบกอสเปลที่ช่วยให้เราเข้าถึงอารมณ์ของความอาวรณ์ดั่งชื่อ รวมทั้งคำพ้องเสียง ‘อาวรณ์อยู่’ และ ‘I want you’ ชวนเราทึ่งว่าพวกเขาสรรหาความพอดีของคำเหล่านี้เจอได้ยังไง เรากลับมาเจอ นะ-รัตน จันทร์ประสิทธิ์, เพียว-เพียว วาตานาเบะ และโต้ง-พลากร กันจินะ อีกครั้ง ในวาระที่พวกเขาหยิบแผ่นซิงเกิลเปิดอัลบั้มที่สามของวงมาฝาก แถมคราวนี้ตื่นเต้นกว่าคราวไหนๆ เพราะนะพกสมุดแต่งเพลงเล่มเก่ามาให้เราแอบดูด้วย จังหวะที่เราพลิกดู แววตาของนะเป็นประกายเมื่อเล่าถึงสิ่งที่เขาเขียนลงไปในสมุดเหล่านั้น แม้เนื้อเพลงในดราฟต์สุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงไปจากดราฟต์แรกที่เขียนขึ้นมา แต่สำหรับนะ เขาจดจำหน้าตาและที่มาของมันได้อย่างละเอียดยิบ 3 หนุ่มย้ำกับเราว่าอัลบั้มใหม่นี้พวกเขาตั้งใจขยับแนวดนตรีมาเป็นอาร์แอนด์บีและนีโอโซล แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือความภูมิใจกับดนตรีที่พวกเขา ‘อยากทำแล้วได้ทำ’ แว่วมาว่าอัลบั้มนี้อาจใช้ชื่อว่า Pillow War ชวนนึกถึงฉากคู่รักเล่นปาหมอนบนเตียงนอนแบบหนังโรแมนติกยังไงยังงั้น แต่ก่อนที่โพลีแคทจะเดินทางสู่ไดเรกชั่นใหม่ที่ว่านี้ ลองมาฟังวิธีการคิดและทำเพลงของวงซินธ์ป๊อปวงนี้ รวมทั้งเรื่องสนุกๆ ระหว่างทางในอัลบั้มก่อน วอร์มรอผลงานชวนเซอร์ไพรส์ชิ้นต่อไปของพวกเขากันดีกว่า ‘ออริจินอล’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/entertainment-polycat/">‘เรียบง่ายแต่สวยงาม’ วิธีขับกล่อมใจคนฟังแบบ POLYCAT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><div id="erdyt-69fb7feeac3c9" data-id="19UjyhKY7eA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-19UjyhKY7eA-69fb7feeac3c9" data-vid="19UjyhKY7eA" data-src="https://www.youtube.com/embed/19UjyhKY7eA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/19UjyhKY7eA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">‘ฉันรู้ว่าเธอจะยิ้มแบบไหน ตอนคนที่เธอรัก SURPRISE<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ฉันยังอาวรณ์อยู่ BABY, I WANT YOU<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">และก็รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหน’</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราวกับ POLYCAT รู้ว่ามีคนจำนวนมากเซอร์ไพรส์และยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเพลงใหม่อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">อาวรณ์</span></i><span style="font-weight: 400;"> ดีเทลดนตรีที่ยังไม่ทิ้งความซินธ์ป๊อป 80s บวกกับซาวนด์ที่ชวนนึกถึงเพลงในยุคต้น 90s เสียงประสานแบบกอสเปลที่ช่วยให้เราเข้าถึงอารมณ์ของความอาวรณ์ดั่งชื่อ รวมทั้งคำพ้องเสียง ‘อาวรณ์อยู่’ และ ‘I want you’ ชวนเราทึ่งว่าพวกเขาสรรหาความพอดีของคำเหล่านี้เจอได้ยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41194" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากลับมาเจอ นะ-รัตน จันทร์ประสิทธิ์, เพียว-เพียว วาตานาเบะ และโต้ง-พลากร กันจินะ อีกครั้ง ในวาระที่พวกเขาหยิบแผ่นซิงเกิลเปิดอัลบั้มที่สามของวงมาฝาก แถมคราวนี้ตื่นเต้นกว่าคราวไหนๆ เพราะนะพกสมุดแต่งเพลงเล่มเก่ามาให้เราแอบดูด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จังหวะที่เราพลิกดู แววตาของนะเป็นประกายเมื่อเล่าถึงสิ่งที่เขาเขียนลงไปในสมุดเหล่านั้น แม้เนื้อเพลงในดราฟต์สุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงไปจากดราฟต์แรกที่เขียนขึ้นมา แต่สำหรับนะ เขาจดจำหน้าตาและที่มาของมันได้อย่างละเอียดยิบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41205" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 หนุ่มย้ำกับเราว่าอัลบั้มใหม่นี้พวกเขาตั้งใจขยับแนวดนตรีมาเป็นอาร์แอนด์บีและนีโอโซล แต่สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือความภูมิใจกับดนตรีที่พวกเขา ‘อยากทำแล้วได้ทำ’ แว่วมาว่าอัลบั้มนี้อาจใช้ชื่อว่า Pillow War ชวนนึกถึงฉากคู่รักเล่นปาหมอนบนเตียงนอนแบบหนังโรแมนติกยังไงยังงั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนที่โพลีแคทจะเดินทางสู่ไดเรกชั่นใหม่ที่ว่านี้ ลองมาฟังวิธีการคิดและทำเพลงของวงซินธ์ป๊อปวงนี้ รวมทั้งเรื่องสนุกๆ ระหว่างทางในอัลบั้มก่อน วอร์มรอผลงานชวนเซอร์ไพรส์ชิ้นต่อไปของพวกเขากันดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41191" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>‘ออริจินอล’ คือสิ่งที่ทำให้คนฟังจับต้องเพลงของเราได้ง่ายที่สุด</b></p>
<p><b>เพียว :</b><span style="font-weight: 400;"> หลักๆ คือการเลือกใช้เครื่องดนตรีครับ ยุคนั้นเขาใช้อะไร เราไปตามหามาให้หมด รวมไปถึงจริตของการทำด้วย เหมือนเวลาทำพวกเราก็รีเสิร์ชไปด้วย เช่น เพลงยุคเก่าส่งกลองยังไง สำหรับเพลงยุคนี้นับว่าใจแข็งมากๆ ถ้าเราจะส่งกลองกันแบบโบราณๆ ไม่มีใครทำแล้ว แต่ถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว แล้วเราขาดมัน จริตมันจะไม่ได้ </span></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> กลองในเพลงของเราไม่ค่อยซับซ้อน เพลง 80s เขาจะโปรแกรมมิ่งหรือทำดนตรีกันก่อนในเครื่อง เสียงกลองเลยไม่ได้เกิดจากการตีขึ้นมาจริงๆ พอกลอง simple มากๆ มันเลยทำให้ดนตรีของเรากลายเป็นสิ่งที่คนจับต้องง่ายด้วยครับ</span></p>
<p><b>เพียว :</b><span style="font-weight: 400;"> เรามองเพลงเป็นผู้หญิงสมัยก่อน สมมติเป็นทองกวาว สวมชุดลายดอกกับเข็มขัด ใส่ตุ้มหูใหญ่ๆ แต่ไว้ผมทรงโมฮ็อกมานี่ผิดเลยนะ ไหนๆ จะเป็นทองกวาวแล้วทรงผมเขาต้องมีจะงอยนิดนึง คือทำทุกอย่างให้มันถูกต้องดีกว่า รวมทั้งเรื่องวิชวลที่เราอยากจะสื่อ ถ้าย้อนไปอัลบั้มที่แล้ว เราเลือกใช้ฟุตเทจหนังยุค 80s มาใส่ในเอ็มวี ยังไงมันก็ต้องมองว่ามันเป็นเพลงที่มาจากยุคนั้นอยู่แล้ว ภาพมันทำให้เขาเก็ตไอเดียเราได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41195" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สูตรทำเพลงที่ไม่เคยตายตัว</b></p>
<p><b>นะ : </b><span style="font-weight: 400;">ส่วนมากผมจะวางไอเดียหลักขึ้นมาก่อน สมมติผมอยากได้เพลง <em>ซิ่ง</em> โต้งก็ขึ้นดนตรีมาเลย อาจจะเป็นเสียงกลอง กีตาร์ เบส หรือซินธ์ เอามาให้ผมฟัง แล้วค่อยๆ โมให้มันฟังดูเป็นการขับรถ หลังจากนั้นค่อยใส่เนื้อ ใส่เมโลดี้ลงไป ซึ่งจริงๆ เพลงแต่ละเพลงมีวิธีการที่ไม่เหมือนกันเลย อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">พบกันใหม่</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้ผมขึ้นดนตรีเองหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงล่าสุดอย่าง</span><i><span style="font-weight: 400;"> อาวรณ์</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นผมครับ ความจริงเพลงนี้มาจากเดโมเพลงที่เราไม่ได้ใช้ในอัลบั้ม <em>80 Kisses</em> เป็นเพลงที่เราชวน TWOPEE มาแรปด้วย แต่เพลงมันไม่ผ่าน ผมเลยหยิบท่อนฮุกของเพลงนี้มาเป็นฮุกของ <em>อาวรณ์</em> แล้วค่อยบิลด์เรื่องมาใส่ทีหลัง เพลงนี้เลยเกิดจากการเอาฮุกเพลงเก่ามารวมกับเนื้อเพลงและดนตรีใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41192" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/6-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เนื้อเพลงจากเรื่องเรียบง่ายที่ได้ยินและได้มอง</b></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;">  เนื้อหาในเพลงแทบทั้งหมดของวงเป็นเรื่องคนอื่นที่ผ่านวิชั่นของผม </span><i><span style="font-weight: 400;">มันเป็นใคร</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาจากประโยคที่ผมได้จากโต้ง เราไปปาร์ตี้กัน เราเมาเลยบอกเพื่อนว่า &#8220;กลับไปนอนก่อนนะ&#8221; (<strong>โต้ง :</strong> นอนมันเป็นใครวะ) &#8216;นอนมันเป็นใครวะ ใครเขานอนวะ&#8217; คือมันไม่ใช่ประโยคคำพูดที่คนปกติจะใช้กันจริงๆ ครับ (หัวเราะ)</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac3f4" data-id="PFRJvHXaNBk" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-PFRJvHXaNBk-69fb7feeac3f4" data-vid="PFRJvHXaNBk" data-src="https://www.youtube.com/embed/PFRJvHXaNBk?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/PFRJvHXaNBk/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคิดเร็วๆ มันอยู่ที่คนพูดจริงๆ ว่าคำว่า ‘มันเป็นใคร’ จะดูเป็นประโยคหาเรื่องคนหรือเป็นประโยคพูดโทนเสียงธรรมดา แต่เพลงของโพลีแคทมีบุคลิกอยู่ เราเซตคาแร็กเตอร์วงมาประมาณนี้ เพราะงั้นถ้าวงแบบนี้พูดคำนี้ เพลงเลยออกมาประมาณว่าเราเป็นคนกลางที่อยากเคลียร์ให้คนรักสองคนนี้กลับมาคืนดีกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><i><span style="font-weight: 400;"> เวลาเธอยิ้ม</span></i><span style="font-weight: 400;"> ท่อน ‘ไม่รู้ว่าจะต้องโตท่ามกลางหมู่ดอกไม้’ มาจากเพื่อนในเฟซบุ๊กที่ลงรูปสวนดอกไม้ง่ายๆ เลยครับ แล้วผมก็มีเพื่อนอีกคนหนึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนชื่อ <a href="https://adaymagazine.com/port-25/">toddyinthemood</a>  ทศชอบมีชุดคำประหลาดๆ โผล่ออกมาและชอบเขียนไฮกุบรรยากาศเหงาๆ ลงเพจ ผมก็เลยชอบแซวมันว่า ‘หรือว่าพวกเราเกิดมาเป็นกวีกันวะ’ (หัวเราะ) เลยได้ท่อน ‘เมื่ออ่านความหมายทุกคำกวี ไม่มีบทใดงดงามอีกแล้ว’ มาด้วย ผมก็จับคำเหล่านี้มาเป็นเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">เวลาเธอยิ้ม </span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41204" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/lyrics1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">พบกันใหม่</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาจากหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">ยูโทเปียชำรุด</span></i><span style="font-weight: 400;"> ครับ ผมชอบบทหนึ่งที่เขียนประมาณว่า ‘เราจะลืมหน้าคนคนหนึ่งเหมือนกับลืมหน้าคนขายข้าวมันไก่ที่เราเจอวันก่อนได้ยังไง เราจะลืมคนคนนั้นให้ได้มากกว่าลืมได้ยังไง’ ผมอุปมามันมาเป็นประโยคว่า ‘เราจะบอกลาคนคนหนึ่งได้มากกว่าการบอกลาธรรมดาได้ยังไง’ นึกถึงตอนพูดคำว่า ‘ลาก่อน’ แบบที่รู้ว่าครั้งหน้าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เลยได้ท่อนที่ร้องว่า ‘ด้วยคำที่บอกว่าเราจะมาพบกันใหม่ มักจะไม่พบกันอีก’ มาฮะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41187" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>‘เพลงที่ดี’ ในมุมมองของโพลีแคท</b></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงที่ดีมันอยู่ที่ว่าเราใส่แว่นอะไรมองครับ มันมองได้กว้างมากจริงๆ สมมติฟังแล้วเรารู้สึกว่าเพลงนี้ไม่เคยมีในวงการเพลงมาก่อน อย่างเพลงโฆษณาโคโดโมที่เอาดนตรีเจร็อกมาใส่เนื้อไทย ผมนับว่าเพลงนี้ดีเพราะมันสร้างสิ่งใหม่ให้กับวงการนะ แต่ถ้าเราทรีตว่าฟังแล้วคนทั่วไปต้องคอนเนกต์ได้ เพลงโคโดโมก็คงถูกปัดตกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ผมชอบเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">คำอธิบาย</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Ewery มาก กับเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ปล่อยให้ตัวฉันไป</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ Moving and Cut เพราะเป็นเพลงที่เรียบง่ายไม่หวือหวา ไม่ได้ตีลังกาเขียนหรือใช้คำยากๆ ในการแต่ง แต่เราฟังแล้วเราทัชมาก เหมือนว่ามีอะไรที่คอนเนกต์กับเราได้ง่ายสุดๆ สำหรับผมเพลงที่ดูเหมือนทำง่าย มุมหนึ่งคนก็มองผ่านมันไปง่ายเหมือนกัน เพราะงั้นการทำให้เข้าหูคนได้เนี่ยยากมากเลยนะ</span></p>
<p><b>โต้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> แต่มาตรฐานของผมง่ายมากๆ คือเป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึก ‘วู้ว’ นั่นแหละ แปลว่าเพลงนั้นดี (หัวเราะ) ใช้ความรู้สึกตอนที่ได้ฟังล้วนๆ เลยครับ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41189" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คนทำเพลงที่ภูมิใจกับผลงานตั้งแต่ต้นทาง</b></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> ย้อนกลับไปตอนที่ปล่อยเซตเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">เพื่อนไม่จริง, เวลาเธอยิ้ม</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">พบกันใหม่</span></i><span style="font-weight: 400;"> ถ้ามันจะไม่ดังหรือไม่ประสบความสำเร็จเลย พวกเราก็ภูมิใจกับมันอยู่แล้วครับ เพราะเราภูมิใจตั้งแต่ที่คิดมันเสร็จ ตั้งแต่ก่อนที่เราจะปล่อยเพลงด้วยซ้ำ การที่เราได้ทำเพลงที่อยากทำและทำแล้วเราไม่รู้สึกเสียใจทีหลัง แค่นี้ก็เป็นอะไรที่พวกเราแฮปปี้กันมากๆ แล้ว อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">อาวรณ์</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราปล่อยมันด้วยความรู้สึกเหมือนเดิมเลยครับ ซึ่งฟีดแบ็กก็เกินคาดมาก</span></p>
<p><b>โต้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> จริงๆ เราตั้งใจทำเพลงเพื่อฟังกันเอง มันคือสิ่งที่เป็นมาตั้งแต่เริ่มแรกและทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น อัลบั้มนี้มีความนีโอโซลมากขึ้น เหตุผลที่เราเลือกมาไดเรกชั่นนี้เพราะเป็นแนวเพลงที่พวกเราชอบ เวลาที่พวกเราไปทัวร์แล้วมีปาร์ตี้กัน คนทั่วไปอาจจะคิดว่าเราเปิดเพลงป๊อป 80s ฟังกัน แต่จริงๆ แล้วทุกครั้งเราจะลงเอยด้วยเพลงนีโอโซล ฟังไปโยกหัวไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งหนึ่งเราเคยทำโชว์ของเราเป็นนีโอโซล ผมรู้สึกชอบมากเลยนะ อีกสองคนก็คงชอบเหมือนกัน เราอยากให้คนเก็ตในสิ่งที่เราชอบด้วย กลับมาคราวนี้เราก็อยากนำเสนอความสนุกอีกแบบหนึ่งของโพลีแคท ลอง push มันให้คนอื่นดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41190" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> เวลาคนถามว่าความสำเร็จในอัลบั้มก่อนกดดันการทำงานเราไหม หรือมันเชปความคิดพวกเราหรือเปล่า จริงๆ แล้วไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งพวกเราได้ครับ (หัวเราะ) แต่กดดันไหม ความจริงมันก็แอบรู้สึกนิดนึง เพราะว่าของเก่าเราทำไว้ดี อันนี้เรายอมรับ แม้ว่าเราจะพูดว่าเราไม่หวังอะไรเลย แต่จะให้เราปล่อยงานที่เอาแต่ใจตัวเองมากๆ ออกมาโดยที่ไม่ผ่านคิวซี เราทำไม่ได้หรอกครับ เพลงใหม่ๆ ของเรามันก็เคี่ยวขึ้นมากเหมือนกัน จริงๆ คนที่เครียดมากกว่าเราคือพี่รุ่ง (รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงสมอลล์รูม) นะครับ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>เพียว :</b><span style="font-weight: 400;"> คือพี่รุ่งจะเครียดตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลง รวมทั้งก่อนปล่อยเอ็มวี เขากลัวว่ามันจะไม่มา พอปล่อยมาสักพัก งานมันไปของมันแล้ว แต่ก็กลับมากดดันอีกว่างานต่อไปจะต้องทำให้มันดีขึ้นอีก (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41193" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<h2 style="text-align: center;"><b>5 บทเพลงที่นะ-เพียว-โต้ง อยากเปิดให้คุณฟัง</b></h2>
<p><b>01 เป็นเพราะฝน</b></p>
<p><b>โต้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมอยากแนะนำเพลงนี้ เพราะฟังครั้งแรกผมชอบมาก จำได้ว่าตอนนั้นผมร้องไห้เลย (หัวเราะ) เพลงนี้เหมือนพี่นะแต่งมันขึ้นมาเพราะเขาไปเจอคู่รักข้างห้องทะเลาะกัน ตอนนั้นฝนตกลงมาพอดี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็เลยออกไปไหนไม่ได้ มันก็เลยเกิดเป็นทางเลือกว่าที่ตัวเปียกเนี่ยเป็นเพราะน้ำตาหรือเพราะฝน แล้วก็เป็นสถานการณ์ชวนไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วความรักของสองคนนั้นจบไปหรือยัง</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac406" data-id="qOjlSEkUilc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-qOjlSEkUilc-69fb7feeac406" data-vid="qOjlSEkUilc" data-src="https://www.youtube.com/embed/qOjlSEkUilc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/qOjlSEkUilc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>02 ภักดี</b></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมชอบความรู้สึกของเพลงนี้ครับ เวลาถูกถามว่า การเป็นคนรักเดียวใจเดียวเนี่ยเป็นยังไง เราชอบที่จะตอบว่า ‘มึงอย่าเป็นเลย การที่ต้องรอเขาทั้งชีวิตเนี่ยเจ็บมากๆ เลยว่ะ’ แต่ในใจลึกๆ เรารู้สึกภูมิใจที่เป็นคนรักเดียวใจเดียว นึกออกไหมครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac41b" data-id="Ejj2t6tJfEU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Ejj2t6tJfEU-69fb7feeac41b" data-vid="Ejj2t6tJfEU" data-src="https://www.youtube.com/embed/Ejj2t6tJfEU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Ejj2t6tJfEU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>03 เพื่อนไม่จริง</b></p>
<p><b>เพียว :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมอยากเล่าอุปสรรคของเพลงนี้ วันที่ใกล้จะปล่อยเพลง พี่รุ่งแกเดินมาบอกว่า ‘คีย์มันสูงไป ไปลดคีย์มา’ ไอ้คำว่าลดคีย์แปลว่าเราต้องอัดใหม่ทั้งหมด เอาง่ายๆ ทำทุกอย่างยกเว้นแต่งใหม่ แล้วมันมีเลเยอร์ของเบสเยอะ คือต้องอัดสามรอบแล้วค่อยมาอีดิตให้ตรงกัน จัดเป็นงานหินมากๆ แต่อีกวันมา พี่รุ่งบอก ‘ไม่ต้องลดคีย์แล้ว กูโอเคแล้ว’ แต่ผมอัดเสร็จไปแล้วนะพี่ (หัวเราะ) กว่าจะได้เพลงนี้มาเราผ่านความยากลำบากกับมันมาพอควรครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac428" data-id="DNIDBbjqFCo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-DNIDBbjqFCo-69fb7feeac428" data-vid="DNIDBbjqFCo" data-src="https://www.youtube.com/embed/DNIDBbjqFCo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/DNIDBbjqFCo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>04 The Earrings</b></p>
<p><b>นะ :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้อยู่ในอีพีที่เราร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นครับ ตอนแรกเราเขียนเนื้อเป็นภาษาไทยก่อนแลัวส่งให้เขาแปล เนื้อหาเพลงนี้เหมือนเราแอบรักผู้หญิงคนนึงอยู่ เราอยากเข้าใกล้เขา แต่ความเป็นจริงเราอยู่ไกลกัน เลยจินตนาการอยากเป็นหมวก อยากเป็นต่างหู เพื่อที่จะได้ใกล้เธอ ผมชอบเพลงนี้เพราะรู้สึกว่ามันน่ารักมากๆ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac434" data-id="syIhDMJm-yM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-syIhDMJm-yM-69fb7feeac434" data-vid="syIhDMJm-yM" data-src="https://www.youtube.com/embed/syIhDMJm-yM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/syIhDMJm-yM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>05 เวลาเธอยิ้ม</b></p>
<p><b>โต้ง :</b><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้โพลีแคทได้ไปเล่นดนตรีในงานแต่งงานบ่อยมาก ทีนี้ในงานแต่งงานจะชอบมีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์หลายๆ อย่างใช่ไหมครับ แต่มีงานหนึ่งที่เจ้าสาวเขาชอบเพลงนี้เป็นพิเศษแล้วเจ้าบ่าวเขาอยากเซอร์ไพรส์ ตั้งแต่เราลงรถมา เจ้าบ่าวจะคอยบอก ‘พี่แอบตรงนี้นะพี่ พี่อย่าไปทางนั้นนะ’ (หัวเราะ) เพื่อไม่ให้เจ้าสาวมาเห็น ประทับใจมากครับ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeac43f" data-id="mVT1SNc_t2Q" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-mVT1SNc_t2Q-69fb7feeac43f" data-vid="mVT1SNc_t2Q" data-src="https://www.youtube.com/embed/mVT1SNc_t2Q?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/mVT1SNc_t2Q/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41196" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><em>ขอบคุณสถานที่ <a href="https://www.facebook.com/tubabkk/">TUBA Design Furniture &amp; Restaurant</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/entertainment-polycat/">‘เรียบง่ายแต่สวยงาม’ วิธีขับกล่อมใจคนฟังแบบ POLYCAT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/entertainment-polycat/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พล็อตความสัมพันธ์ในเพลงของ PLOT</title>
		<link>https://adaymagazine.com/idea-plot-band/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/idea-plot-band/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Sep 2018 14:05:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[plot]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=39747</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรใหม่ สุดท้าย&#8230;แม่งก็เก่าหมด” ราวๆ ปี 2013 หนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ Mary Is Happy, Mary Is Happy ที่ชื่อ ‘ไม่มีอะไรใหม่หรอก ทุกอย่างแม่งก็เก่าหมด’ เป็นที่พูดถึงในแวดวงคนฟังเพลง พร้อมๆ กับชื่อวงดนตรีเจ้าของเพลงอย่าง PLOT แนะนำกันอย่างจริงจัง PLOT คือวงดนตรีโพสต์พังก์ที่ประกอบไปด้วย ไผ่–จิติวี บาลไธสง (ร้องนำ, กีตาร์) วิทย์–พลวิทย์ รัตนธเนศวิไล (เบส) และปูน–พอพัฒน์ กิจไกรลาศ (กลอง) ความดุเดือดในเสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีเพียงสามชิ้นที่กินกันไม่ลง ความแปลกใหม่ที่พวกเขาหยิบยื่นให้วงการเพลงไทยผ่าน EP Album ที่ไม่ปรากฏชื่อในปี 2009 รวมกับเสียงลือหนาหูจากผู้ชมหน้าเวทีที่บอกว่า PLOT คือวงดนตรีที่เล่นสดได้เร้าใจสุดๆ ส่งให้พวกเขาเป็นที่พูดถึงในวงการเพลงอินดี้เกือบสิบปีที่ผ่านมา เราขอเล่าย้อนเรื่องราวในอดีตสักนิด เส้นทางดนตรีของ PLOT เริ่มต้นจากไผ่และวิทย์เล่นดนตรีด้วยตอนมัธยม ไล่ยาวมาถึงชีวิตเด็กมหา’ลัยในรั้วคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไผ่เริ่มแต่งเนื้อร้องโดยมีวิทย์และวง–ศตพล สันติวัฒนกุล (อดีตมือกลอง) คอยช่วยดูเรื่องดนตรี เมื่องานเพลงบ่มเพาะจนได้ที่ พวกเขาสตาร์ทด้วยการทำแผ่นแจกคนฟังในเทศกาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/idea-plot-band/">พล็อตความสัมพันธ์ในเพลงของ PLOT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรใหม่ สุดท้าย&#8230;แม่งก็เก่าหมด” </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ราวๆ ปี 2013 หนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ Mary Is Happy, Mary Is Happy ที่ชื่อ ‘ไม่มีอะไรใหม่หรอก ทุกอย่างแม่งก็เก่าหมด’ เป็นที่พูดถึงในแวดวงคนฟังเพลง พร้อมๆ กับชื่อวงดนตรีเจ้าของเพลงอย่าง PLOT</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39760" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3910.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3910.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3910-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนะนำกันอย่างจริงจัง PLOT คือวงดนตรีโพสต์พังก์ที่ประกอบไปด้วย ไผ่–จิติวี บาลไธสง (ร้องนำ, กีตาร์) วิทย์–พลวิทย์ รัตนธเนศวิไล (เบส) และปูน–พอพัฒน์ กิจไกรลาศ (กลอง)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความดุเดือดในเสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีเพียงสามชิ้นที่กินกันไม่ลง ความแปลกใหม่ที่พวกเขาหยิบยื่นให้วงการเพลงไทยผ่าน EP Album ที่ไม่ปรากฏชื่อในปี 2009 รวมกับเสียงลือหนาหูจากผู้ชมหน้าเวทีที่บอกว่า PLOT คือวงดนตรีที่เล่นสดได้เร้าใจสุดๆ ส่งให้พวกเขาเป็นที่พูดถึงในวงการเพลงอินดี้เกือบสิบปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราขอเล่าย้อนเรื่องราวในอดีตสักนิด เส้นทางดนตรีของ PLOT เริ่มต้นจากไผ่และวิทย์เล่นดนตรีด้วยตอนมัธยม ไล่ยาวมาถึงชีวิตเด็กมหา’ลัยในรั้วคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไผ่เริ่มแต่งเนื้อร้องโดยมีวิทย์และวง–ศตพล สันติวัฒนกุล (อดีตมือกลอง) คอยช่วยดูเรื่องดนตรี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่องานเพลงบ่มเพาะจนได้ที่ พวกเขาสตาร์ทด้วยการทำแผ่นแจกคนฟังในเทศกาล Fat Festival ทำให้ได้เจอกับ Koichi Shimizu เจ้าของค่ายเพลงทางเลือก SO::ON Dry Flower ที่น่าจับตามากๆ ในยุคนั้น<br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าหนุ่มๆ วง PLOT ก็ได้รับโอกาสให้ก้าวสู่วงการดนตรีเต็มตัวอย่างที่พวกเขาตั้งใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39771" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3890.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3890.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3890-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3890-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนรอบตัวเราที่ตกลงปลงใจเป็นแฟนเพลงของ PLOT ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความสามารถในรังสรรค์เนื้อเพลงที่สื่อความได้อย่างหนักแน่นและเต็มไปด้วยความสละสลวยของ PLOT ฝีมือของฟรอนต์แมนหนุ่มนั้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าเสียดายที่หลังจากวันนี้ ทั้งสามหนุ่มประกาศพักวงเป็นเวลา 2 ปีเต็ม เนื่องจากไผ่ตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อด้านสถาปัตยกรรมที่ต่างประเทศ แต่ PLOT ก็ให้สัญญากับแฟนๆ ที่สนับสนุนพวกเขาอย่างเหนียวแน่นว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">PLOT ANON</span></i><span style="font-weight: 400;"> อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของวงจะถูกปล่อยให้จับจองในเร็ววันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนรอคอยให้ 2 ปีข้างหน้ามาถึง เราชวน ไผ่ วิทย์ และปูน มานั่งคุยกันหลังเวลาเลิกงานเพื่อทำความรู้จักตัวตนและบทเพลงของพวกเขาให้มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความโรแมนติกที่พวกเขาจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ อาจเปลี่ยนความรู้สึกที่คุณมีต่อซาวนด์ดนตรีอันหนักหน่วงของวงโพสต์พังก์วงนี้ไปตลอดกาล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ได้ยินมาว่าหลังจากค่าย SO::ON Dry Flower ปิดตัว พวกคุณก็เอาเดโม่มาทำต่อ ทุกอย่างราบรื่นอย่างที่คาดคิดไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : มันไม่ได้แตกต่างจากเดิมเลยครับ เพราะตอนอยู่ SO::ON เขาไม่ได้ขีดกรอบพวกเราตั้งแต่แรก การทำเพลงเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเลย โชคดีที่สมัยนี้อุปกรณ์ในการทำเพลงมันเป็นดิจิทัลมากขึ้น เราทุกคนสามารถทำโปรดักชั่นเพลงจบในบ้านได้เลย แต่จะมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยของพวกเราเองมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : คนที่มีวินัยน้อยสุดน่าจะเป็นเรานะ เหมือนทำงานประจำเราก็เหนื่อยมากแล้ว พอจะมาทำเพลงต่อเราก็มีข้ออ้างนู่นนี่นั่น มันเป็นสิ่งที่เพิ่งมารู้ช่วงหลังๆ นี้เองว่าเมื่อก่อนภาระมันตกไปอยู่ที่เพื่อนเราหมดเลย แต่ที่ผ่านมาเพื่อนก็ไม่ได้พูดอะไร เราโตขึ้นแล้วรู้เองมากกว่า </span><span style="font-weight: 400;">โชคดีที่วงยังไม่แตก เราว่าเวลาเป็นเรื่องที่เป็นปัจจัยสำคัญพอๆ กับเรื่องเงิน แต่วงเราไม่มีปัญหานี้แน่ๆ เพราะวงเราไม่มีเงิน (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>พอยุ่งกับงานประจำขนาดนั้น เคยมีแวบหนึ่งที่อยากเลิกเล่นดนตรีบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : ไม่มีนะ เรายังรู้สึกอยากเล่นมันต่อ เพราะเราเล่นมันมาตั้งแต่เด็ก ดนตรีมันสนุกที่สุดแล้ว มุมหนึ่งเรามองว่ามันเป็นอาชีพเหมือนกัน นักดนตรีก็คือคนขายความสุข แต่อย่างปูนเนี่ย เลิกเล่นดนตรีไม่ได้หรอก เพราะเขาเป็นคนเดียวในวงที่เรียนดนตรีมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปูน : ตอนเด็กๆ เราไม่ค่อยตั้งใจเรียน เล่นฟุตบอล ตั้งวงดนตรีกับเพื่อน พอตอนเข้ามหา’ลัย เราไปสอบกลองที่ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลังจากนั้นก็ตีกลองมาตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรามีอาชีพเป็นนักดนตรี เล่นแบ็กอัพให้เอิร์ต ภัทรวี เล่นกลางคืนตามร้านบ้าง เรามีวงแจ๊สที่เล่นด้วยกันอยู่ วง PLOT ก็เป็นอีกแนวหนึ่งที่สุดทางมากเหมือนกัน เราโชคดีมากที่มีโอกาสได้เล่นอะไรหลากหลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : เรื่องดนตรีเราคิดว่าพอได้เริ่มแล้วมันไม่มีใครหยุดเล่นได้หรอก เราอาจจะแก่แล้วแต่ก็ยังมีความเป็นเด็กที่อยากจะเล่นดนตรีตลอดเวลา เราไม่เคยถามคำถามนี้กับตัวเองเหมือนกัน เราคงเล่นมันไปตลอด เหมือนเป็นบันทึกอีกแบบหนึ่งว่าเราในวัยนี้ทำอะไรไปบ้าง ในเส้นทางนี้เราไปไกลได้ขนาดไหน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39764" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3869.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3869.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3869-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>วันนี้พวกคุณคงรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นจาก EP แรกมากๆ ถ้ามองย้อนกลับไป คุณมองเด็กชาย PLOT ในวันนั้นเป็นเด็กยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : มันยังมีเด็กคนเดิมอยู่ในเพลงใหม่อยู่ แต่สิ่งที่มีมากกว่าเดิมคือเรารู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น เรามองว่าการโตขึ้นคือการรู้จักแชร์มากขึ้น แล้วมันก็ส่งผลมาถึงเพลงของเราด้วย เพราะเราเริ่มแชร์ไอเดียกับเพื่อน เราเลือกจะมองโลกและสิ่งต่างๆ รอบตัวเพื่อที่จะมองเห็นคนอื่นมากขึ้น คนก็น่าจะสัมผัสได้จากเนื้อเพลงและดนตรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามว่าเราดีกว่าเดิมมั้ย เราว่าดีกว่าเดิมเยอะมากนะ อย่างน้อยมันก็เป็นเหมือนบันทึกว่าเมื่อก่อนเราเวรขนาดไหน จะว่าไปเราก็อยากกลับไปตบหัวเด็กคนนั้นเหมือนกัน (หัวเราะ) มันดูเป็นเด็กที่ไม่เห็นใจใครเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกๆ สองสามปีที่โตขึ้นเราก็พยายามทบทวนตัวเองว่าเป็นยังไงบ้าง พอเห็นอะไรมากขึ้นเราก็จะรู้ว่าเราควรพัฒนามันต่อไปยังไง</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaddd1" data-id="Kh5KfDVdVF0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Kh5KfDVdVF0-69fb7feeaddd1" data-vid="Kh5KfDVdVF0" data-src="https://www.youtube.com/embed/Kh5KfDVdVF0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Kh5KfDVdVF0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ส่วนตัวเรารู้สึกว่าเพลงของ PLOT ตอนนั้นเกรี้ยวกราดมากๆ เลยนะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : เหรอ เราว่าตอนนี้เกรี้ยวกราดกว่าเดิมอีก แต่เนื้อหาเราแม่นยำขึ้น เรามองว่าเพลงเมื่อก่อนมันแค่ดาร์กแต่มันยังไม่แม่นยำ การที่เราผ่านการเคลียร์ตัวเองมาบ้างนี่แหละจะทำให้ทุกอย่างดูรุนแรงและเข้าไปถึงใจได้มากกว่า</span></p>
<p><b>เคยรู้สึก ‘ไม่อินแล้ว’ หรือ ‘ไม่น่าทำแบบนั้นเลย’ กับเพลงเก่าๆ ของตัวเองบ้างมั้ย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : ตลอดเวลา ถ้าคุณได้มาดูโชว์เรา คุณน่าจะรู้สึกว่าพวกเราเรียบเรียงเพลงใหม่ตลอดแล้วก็พยายามเลือกอันที่มันฟังแล้วดูเมคเซนส์มากที่สุด ไม่ใช่ว่าอันเก่าไม่ดีนะ แต่เราอยากปรับให้มันโตขึ้นตามวัยเราด้วย อยากเล่นอันที่มันน่าสนใจว่า เราถึงจะกล้าเล่นในแบบที่ไม่อายมือเรา</span></p>
<p><b>สรุปได้ไหมว่า PLOT ไม่ได้เชื่อว่าทุกงานที่ทำมันดีที่สุดแล้วในเวลานั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : เมื่อก่อนเราคิดแบบนั้น แต่อีกครึ่งหนึ่งเราก็ทดไว้เสมอว่ามันเป็นแค่อีกออพชั่นหนึ่งของเพลงๆ นี้ เราคิดเสมอว่าถ้าเราโตขึ้นเราก็อยากพัฒนามันต่อไปอีก ความโชคดีของดนตรีคือเราสามารถดีไซน์และเล่นมันขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ แต่ถ้างานดีไซน์อย่างสถาปัตยกรรม พอได้สร้างขึ้นมาแล้วไม่ว่ายังไงมันก็จะอยู่อย่างงั้นตลอดไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39755" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3859.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3859.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3859-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ไผ่กับวิทย์ทำงานดีไซน์ เมื่อมองงานดนตรีแล้ว สองสิ่งนี้ส่งเสริมกันยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : การทำงานดีไซน์ทำให้เรามีเวลาฟังเพลงเยอะ ตอนนั่งทำงานเราฟังเพลย์ลิสต์ใน Spotify หรือ Apple Music ไปเรื่อยๆ เพลงมันจะแล่นเข้าหัวเราตลอดเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าในทุกงานต้องมีความจดจ่อบางอย่างอยู่ เราเป็นสถาปนิกเราต้องจดจ่อในเรื่องความคิด คือเราไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราออกแบบมามันสวยสำหรับคนอื่นรึเปล่า งานดีไซน์มัน subjective มากๆ จะให้เราโทรไปถามลูกค้าตอนตีสองก็ไม่ได้ เพราะงั้นเราก็ต้องจดจ่อกับงานไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเพลย์ลิสต์ก็รันไปเรื่อยๆ เพลงเลยกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวเราตลอดเวลา หลายคนคงเป็นเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : เราชอบฟังเพลงของ Philip Grass มากเวลาที่คิดงานไม่ออก การทำงานดีไซน์มันทำให้เราอึด เราไม่ยอม เราจะสู้เพื่อสิ่งที่เราคิดว่ามันคือ beautiful thing นี่คือสิ่งที่งานดีไซน์สอนเรา แล้วเราก็เอามาใช้กับดนตรีได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราสิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือเราต้องมีแรงปรารถนา มีแพสชั่นที่จะทำมันก่อน เราว่ามันเป็นสิ่งที่คนฟังฟังออกนะ เพลงที่เราไม่เคยรู้สึกอยากฟังเลยคือเพลงที่เราไม่รู้สึกถึงแรงปรารถนาในนั้น ในหนังดีๆ สักเรื่อง งานดีไซน์ หรืองานอะไรก็ตาม เราว่ามันมีสิ่งนี้อยู่</span></p>
<p><b>ทุกเพลงของ PLOT เริ่มต้นจากไผ่ เล่าให้ฟังได้ไหมว่าคุณเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : ถ้าจำไม่ผิดเพลงแรกที่แต่งคือ 5 Years ตอนนั่งรถเมล์สองต่อจากบ้านตัวเองไปบ้านวิทย์ ปกติเราจะพกสมุดเอาไว้ทดไอเดียคร่าวๆ แล้วค่อยสเกตช์ต่อจากอันนั้น แต่หลักๆ เราจะชอบเก็บคำพูดของคน ฟังว่าเขาพูดอะไร ถ้าจดทันก็จดไว้ เราว่ามันดูจริงมาก คำพูดคนจริงๆ มันจะเคลียร์ พูดจบปุ๊บเข้าเนื้อหาได้เลย ไม่มีคำเชื่อมแบบที่ ซึ่ง อัน ความ หรือคำขยายที่ไม่จำเป็น หลายๆ เพลงที่เราแต่งก็มาจากคำพูดคนรอบตัวจริงๆ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaddfd" data-id="0DQdm7PcGsg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-0DQdm7PcGsg-69fb7feeaddfd" data-vid="0DQdm7PcGsg" data-src="https://www.youtube.com/embed/0DQdm7PcGsg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/0DQdm7PcGsg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>คุณประกอบคำพูดพวกนั้นให้ออกมาเป็นเพลงได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : เราน่าจะทำเหมือนทุกๆ คนแหละ คือมีคีย์เวิร์ดของสถานการณ์ที่อยากเล่ามาประกอบก่อน อาจไม่ต้องเป็นประโยคที่ต่อกันได้เป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์ พอมีชิ้นหลักแล้วค่อยหาชิ้นอื่นๆ เข้ามาเสริม อย่างเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ผูกพันฆ่าคุณ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ท่อนที่ร้องว่า ‘</span><span style="font-weight: 400;">หากคุณเห็นผมไม่หายใจอยู่ปลายบันไดหนีไฟ’ มันเป็นกิมมิกที่เราตั้งใจใส่เข้าไปเพื่อให้เพลงมันดูรุนแรงขึ้น อันนี้ผมเอามาจากเจ้านายเก่า เขาบอกว่าผู้รับเหมาแย่มาก ถ้าเจอคนตายที่บันไดหนีไฟไม่ต้องตกใจนะ เป็นฝีมือเขาเอง (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราสนใจว่า element ที่เราเลือกมาใส่ในเพลงมันให้ประสบการณ์ยังไงมากกว่า เราให้ความสนใจกับสัดส่วนของคำ อันนี้ให้ความรู้สึกแรง อันนี้ให้ความรู้สึกผ่อน แล้วค่อยหาบาลานซ์ เราว่ามันทำให้การตีความหมายเพลงมันไปได้ไกลตามประสบการณ์ของแต่ละคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าให้เราตีความความหมาย เพลงของ PLOT ส่วนใหญ่จะเบสที่ความรัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39765" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3897.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3897.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3897-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทำไมคุณเลือกที่จะพูดถึงเรื่องพวกนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : ก็เราอิน เรามีความรักไง (หัวเราะ) เหมือนที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเราเป็นคนเลวร้าย การที่เราได้เจอคนที่เปลี่ยนชีวิตเราได้ เราจะรู้สึกบูชาเขาและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเขามากๆ เราก็เลยอยากเขียนถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ถ้าถามว่าชีวิตเราให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด แม้แต่งานดีไซน์ เราก็ชอบงานของ Charles &amp; Ray Eames (คู่รักนักออกแบบชาวอเมริกัน) มาก เพราะเรารับรู้ถึงความรักในทุกงานที่พวกเขาทำ เราให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เพราะมันทำให้เราโตขึ้น ความรักมันมีอยู่ในทุกๆ อย่าง เราเชื่อแบบนั้น</span></p>
<p><b>กลับมาที่ขั้นตอนการทำเพลง หลังจากที่ไผ่เขียนเนื้อแล้ว พวกคุณทำยังไงกับมันต่อ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : พอเขียนเสร็จ เราก็อัดเป็นเดโม่ง่ายๆ มีกลอง มีคอร์ด แล้วก็ลองเล่นกับเพื่อนในห้องซ้อม ถ้าไม่เวิร์กก็ปัดตกไป แต่พอมาช่วงหลังๆ ก็มีน้องเต๊นท์ Summer Dress มาช่วยดูระหว่างทาง พอหลายๆ อย่างเริ่มเข้าที่แล้วค่อยส่งให้วิทย์กับปูนมาช่วยเติมในตอนท้ายๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39762" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3841.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3841.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3841-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปูน : ผมว่าจริงๆ แล้ววง PLOT คือพี่ไผ่คนเดียวเลยครับ ถ้าวงไม่มีพี่ไผ่ ผมว่ามันไม่ใช่ PLOT เลย เพราะเขาจะคิดทุกอย่างมาก่อน สมมติเขาบอกว่าอยากได้กลองประมาณนี้ เบสประมาณนี้ อันไหนใช้ไม่ได้เขาจะเปลี่ยนเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคนอื่นมาตีกลองแทนผม ยังไง PLOT ก็ยังเป็น PLOT จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เมื่อก่อนผมแทบไม่รู้เลยว่า PLOT คืออะไร แต่พอทำเพลงและเล่นกับพี่ๆ ไปเรื่อยๆ อะไรที่พี่ไผ่บอกว่ามันโอเค พอลองฟังเองแล้วเราก็เห็นด้วยจริงๆ ว่ามันดี รวมทั้งฟีดแบ็กจากคนข้างนอกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : เวลาไผ่ทำเนื้อเพลงมา เราก็อยากให้ไผ่ push อย่างเต็มที่ไปเลย ส่วนเราเป็นเหมือนคนที่ช่วยทำให้เพลงมันเต็ม ไผ่จะเป็นเหมือนคนที่คอยมองภาพรวมของมันเสมอ เป็นคนที่เข้าใจว่าเพราะอะไรมันยังไม่ดี ตรงไหนที่ขาด เขามักจะเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น พวกเราก็จะช่วยส่งเข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปูน : เราจะไม่ยุ่งกับเนื้อเพลงเลย พี่ไผ่ทำคนเดียวทั้งหมด มันจะมีเพลงที่ตอนซ้อมเราจะไม่รู้เลยว่าเพลงมันร้องว่าอะไร มารู้เนื้อเพลงอีกทีก็คือตอนปล่อยเพลงในยูทูบแล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39761" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3886.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3886.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3886-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/IMG_3886-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในฐานะวงดนตรีที่มีคนฟังเฉพาะกลุ่ม ลึกๆ แล้วอยากทำให้เพลงของเราดังกว่านี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : แน่นอนดิวะ เราว่าใครทำอะไร ครึ่งหนึ่งก็คงอยากให้งานได้รับความสนใจและได้ผลตอบรับที่ดีกลับมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าถามว่าเราแคร์คนฟังขนาดนั้นเลยรึเปล่า เราอาจจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ตอนคิดงาน เราคิดแค่ ‘เรากับเพลง’ เราไม่คิดถึงคนอื่น ส่วนหนึ่งมันคงเป็นเพราะเราไม่ได้ทำเพลงในสเกลใหญ่ที่เพลงต้องตอบแทนเรากลับมาเป็นเม็ดเงินมากขนาดนั้น เราเลยสามารถทำงานที่ซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อตัวเองได้อยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : เราว่ามันเป็นความเคยชินมากกว่า ตั้งแต่เข้าไปอยู่ในค่ายของโคอิชิเราเหมือนเด็กที่ถูกสปอยล์ เขาไม่เคยแก้งานอะไรเราเลย ยกเว้นเรื่องวิธีการเล่นกับวินัย ที่เหลือพวกเราก็ขวนขวายมันมาด้วยตัวเองพอสมควร พอออกจากค่ายมาทำงานเองปุ๊บเราแทบไม่ฟังใครเลย เราไม่ได้แกล้งทำเป็นไม่สนใจนะ แต่เป็นเพราะว่ามันไม่มีใครให้เราต้องสนใจ มันอาจจะเป็นธรรมชาติของเราอยู่แล้วที่เป็นแบบนี้</span></p>
<p><b>พวกคุณนิยาม ‘งานที่ดี’ และ ‘ความรักที่ดี’ ว่ายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : งานที่ดีต้องมีสัดส่วนที่สวยงาม เวลามองงานที่ดีเราจะเห็นความคิดเบื้องหลังว่าเขาคิดอะไรอยู่ ไม่ว่ารูปแบบของมันจะราบเรียบ รุนแรง หรือหวือหวามาก อย่างที่เราบอกไปว่างานที่ดีมักมีแรงปรารถนาอยู่ในนั้นเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนความรักที่ดี เราว่ามันก็เหมือนกันนะ เราอาจจะไร้เดียงสาเกินไปกับความรักแบบนี้ ความรักสำหรับเรามันคือการบาลานซ์ระหว่างคนสองคน มันคือการซัพพอร์ต การแชร์กัน ถ้าเราไม่แชร์กันเราอาจจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราพูดในฐานะคนที่แชร์ได้ห่วยแตกมาก เราเลยพยายามเรียนรู้มันอยู่ </span><span style="font-weight: 400;">แล้วก็หวังว่าสักวันหนึ่งเราจะเป็นคนรักที่ดีขึ้นนะจ๊ะ (หัวเราะ)</span></p>
<hr />
<h2 style="text-align: center;"><b>5 บทเพลงที่ PLOT อยากให้คุณลองฟัง</b></h2>
<p><b>01 เพราะคุณ เราเขียน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ :</span> <span style="font-weight: 400;">เราชอบท่อนที่ร้องว่า ‘เรายังใหม่กับชีวิต’ เป็นประโยคที่โคตรพลังที่เราได้จากแม่ แล้วอีกท่อนคือ ‘หยุดตามหาที่นี่ปลอดภัย’ เวลาที่เราอยู่กับใครสักคนหรืออยู่ที่ไหนแล้วเรารู้สึกว่าปลอดภัย เราว่ามันเป็นจุดประสงค์ของความรัก และเป็นที่สุดของความสบายใจแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความจริงเราเขียนเพลงนี้ตอนเรียนอยู่ที่ศิลปากร ในเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ศิลปากรนิยม</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราชอบท่อนที่ร้องว่า ‘มะมา เรามารื่นเริง’ มาก ฟังแล้วรู้สึกว่าคนเขียนเพลงนี้เก่งมากเลย เราเขียนเพลงนี้เพื่อทริบิวต์ให้ช่วงเวลานั้น รวมถึงทริบิวต์อีกหนึ่งเพลงโปรดของเราคือ </span><i><span style="font-weight: 400;">ลมเพลมพัด</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของมาลีฮวนน่า แล้วเราก็ใส่เรื่องความรักในงานที่ตัวเองทำเข้าไปในเพลงด้วย</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeade10" data-id="ZnLr37FEde0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ZnLr37FEde0-69fb7feeade10" data-vid="ZnLr37FEde0" data-src="https://www.youtube.com/embed/ZnLr37FEde0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ZnLr37FEde0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>02 ให้แม่และคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : นี่เป็นเพลงที่เกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ที่เรารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นแล้ว เข้าใจเรื่องความรักมากขึ้น ความหมายของมันคือ ครึ่งหนึ่งให้แม่ อีกครึ่งหนึ่งให้คุณ ตามนั้นเลย ชีวิตเราจะต้องมีอะไรมากกว่านั้นอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตีความ ‘คุณ’ ในเพลงนี้ เป็นได้ทั้งคนของเรา และอาจหมายถึงใครก็ได้ที่เป็น ‘คุณ’ ของคุณ (คนฟัง) เพื่อที่เราจะได้เป็นเจ้าของเพลงนี้ร่วมกัน </span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeade1f" data-id="ltzCucPldQ8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ltzCucPldQ8-69fb7feeade1f" data-vid="ltzCucPldQ8" data-src="https://www.youtube.com/embed/ltzCucPldQ8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ltzCucPldQ8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>03 คุณ, คนรัก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไผ่ : อันนี้เป็นโปรเจกต์เดี่ยวของเราเองครับ พอใช้ดนตรีอีเล็กทรอนิกเราคิดว่าเราแยกออกมันมาจาก PLOT ดีกว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวช่วงหนึ่งในชีวิต เราเริ่มเขียนมันตอนน้ำท่วมปี 54 ที่เป็นช่วงที่เมืองมันเพี้ยนไปหมดเลย น้ำท่วมถนน คนใช้เรือบนถนน สะพานที่เคยมีรถผ่านกลายเป็นที่จอดรถ ทุกอย่างมันฟรีซไปหมด ในความน่าเศร้าบางทีมันก็ก่อให้เกิดเรื่องที่น่าจดจำได้เหมือนกัน</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeade2c" data-id="X_sTjRfnKfg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-X_sTjRfnKfg-69fb7feeade2c" data-vid="X_sTjRfnKfg" data-src="https://www.youtube.com/embed/X_sTjRfnKfg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/X_sTjRfnKfg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>04 หญิงมหัศจรรย์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทย์ : เราชอบเพลงนี้สุดใน EP แรก อย่างแรกเราชอบวิธีการของมัน ช่วงนั้น Wonder Girls ฮิตมาก ท่อนแรกของเพลงที่ร้องว่า ‘ไม่มีใคร ไม่มีใคร แล้วคุณ&#8230;’ มันคือ nobody nobody but you เลยครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สองมันเป็นเพลงที่เล่นโคตรมันเลย วิธีการร้องของไผ่ไม่ได้มีโน้ตอะไรขนาดนั้น แรปอย่างเดียว ไผ่ก็คอนเซนเทรตกับการร้องไป กีตาร์ของไผ่ก็เป็นนอยซ์ไปเรื่อยๆ มีเบสที่เล่นโน้ตอยู่ตัวเดียว เพราะงั้นเราจะเล่นอะไรก็ได้ นึกออกใช่มั้ย (หัวเราะ) ทุกวันนี้ที่เล่นก็ยังลุ้นว่าเล่นถูกหรือเปล่า มีความไม่มั่นใจทุกครั้งที่ได้เล่น แต่ก็ชอบนะ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeade37" data-id="2Gy1k7SH2sw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-2Gy1k7SH2sw-69fb7feeade37" data-vid="2Gy1k7SH2sw" data-src="https://www.youtube.com/embed/2Gy1k7SH2sw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/2Gy1k7SH2sw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>05 ไม่มีอะไรใหม่หรอก ทุกอย่างแม่งก็เก่าหมด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปูน : เป็นเพลงแรกที่ผมได้เข้ามาอัดกับ PLOT ครับ ถ้าลองฟังดีๆ จะรู้สึกว่าดนตรีตอนแรกๆ มันจะแปลกๆ แล้วพอหลังๆ ดนตรีมันจะวนลูปหนักเลย ไปกับชื่อเพลงที่บอกว่าไม่มีอะไรใหม่หรอก ทุกอย่างมันก็เก่าหมด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีคนรู้จักพวกเราเยอะขึ้นเพราะเพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ Mary Is Happy, Mary Is Happy ของ พี่เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ จริงๆ PLOT เองก็ได้แรงกระตุ้นจากพี่เต๋อเยอะเหมือนกันครับ มีหลายครั้งที่เขาพูดถึงเราบนเฟซบุ๊ก แชร์เพลงของเรา หรือแชร์ว่าเมื่อไหร่จะทำเพลงเสร็จ (หัวเราะ) เป็นผู้มีพระคุณของเราเลยครับพี่เต๋อเนี่ย</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeade42" data-id="sKMaIeFeL0s" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-sKMaIeFeL0s-69fb7feeade42" data-vid="sKMaIeFeL0s" data-src="https://www.youtube.com/embed/sKMaIeFeL0s?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/sKMaIeFeL0s/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/idea-plot-band/">พล็อตความสัมพันธ์ในเพลงของ PLOT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/idea-plot-band/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังบทเพลงของกานต์ The Parkinson</title>
		<link>https://adaymagazine.com/idea-karn-the-parkinson/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/idea-karn-the-parkinson/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Aug 2018 11:42:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[นักแต่งเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงการเพลงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ The Parkinson]]></category>
		<category><![CDATA[The Parkinson]]></category>
		<category><![CDATA[คนชั่ว 2018]]></category>
		<category><![CDATA[Spicy Disc]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=38828</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอพูดถึงดนตรีโซล แนวดนตรีที่มีรากมาจากคนผิวสีในอเมริกา คนไทยหลายคนคงเริ่มลังเลแล้วว่าตัวเองจะฟังเพลงแนวนี้รอดหรือเปล่า เราเองก็เคยเป็นกังวลเหมือนกัน แต่ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ เราเชื่อว่าบทเพลงที่มีกลิ่นอายโซลชัดเจนอย่าง จะบอกเธอว่ารัก, หมดแก้ว, เพื่อนรัก เพลงดังจากวงดนตรี The Parkinson ต้องเป็นเพลงคุ้นหูของหลายคนแน่ๆ และเผลอๆ คุณอาจจะร้องตั้งแต่ต้นจนจบเพลงได้อย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ The Parkinson คือวงดนตรีโซลที่ประกอบไปด้วย กานต์-นิภัทร์ กำจรปรีชา (ร้องนำและกีตาร์) โต-ณัฐวิทย์ โอดาคิ (เบส) และ เบียร์-อริย์ธัช เกื้อจิตกุลนันท์ (กลอง) บทเพลงจำนวนไม่มากไม่น้อยของพวกเขาถูกกำหนดทิศทางและเขียนขึ้นโดยฝีมือของกานต์ คุณพ่อลูกสามผู้เป็นฟรอนต์แมนของวง สิ่งหนึ่งที่วงการดนตรีไทยค้นพบคือ กานต์ทำเพลงโซลให้คนไทยฟังได้อย่างไม่ยากเย็น ขณะเดียวกันนี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนดนตรี เพราะดนตรีโซลกลายเป็นแนวดนตรีที่มีที่ทางให้เดินในวงการเพลงป๊อปไทยมากขึ้น คนในอินเทอร์เน็ตชื่นชมกานต์ว่า ‘ร้องเพลงเก่ง’ แถมยัง ‘เล่นคอร์ดกีตาร์เก่งมาก’ หากไม่นับเสียงชื่นชมบนเวที ชื่อของกานต์ก็ปรากฏในเครดิตคนเขียนเพลงให้กับศิลปินรุ่นพี่บางคน นี่ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่า ฝีไม้ลายมือของผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ใครจะเชื่อว่า เบื้องหลังบทเพลงแสนไพเราะที่เขาสร้างสรรค์มาทั้งหมด ในบทเพลงที่เราเอนจอยอย่างเพลิดเพลินมาหลายปี กลับมีเสี้ยวความกลัวของ ‘นักแต่งเพลงมือใหม่’ (กานต์เรียกตัวเองแบบนั้น) คนนี้ซุกซ่อนอยู่ เรื่องราวที่อยู่ในบทสนทนาต่อไปนี้ คือวิธีเรียบง่ายที่เขาเอาชนะความกลัวเหล่านั้น แถมกานต์ยังเล่าเรื่องความเชื่อในบทเพลงโซลที่แสนลุ่มลึกของเขา ทำเอาเราและคนข้างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/idea-karn-the-parkinson/">ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังบทเพลงของกานต์ The Parkinson</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">พอพูดถึงดนตรีโซล แนวดนตรีที่มีรากมาจากคนผิวสีในอเมริกา คนไทยหลายคนคงเริ่มลังเลแล้วว่าตัวเองจะฟังเพลงแนวนี้รอดหรือเปล่า เราเองก็เคยเป็นกังวลเหมือนกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ เราเชื่อว่าบทเพลงที่มีกลิ่นอายโซลชัดเจนอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">จะบอกเธอว่ารัก, หมดแก้ว, เพื่อนรัก</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพลงดังจากวงดนตรี The Parkinson ต้องเป็นเพลงคุ้นหูของหลายคนแน่ๆ และเผลอๆ คุณอาจจะร้องตั้งแต่ต้นจนจบเพลงได้อย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaf6e5" data-id="EPZfaGPP3cA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-EPZfaGPP3cA-69fb7feeaf6e5" data-vid="EPZfaGPP3cA" data-src="https://www.youtube.com/embed/EPZfaGPP3cA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/EPZfaGPP3cA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Parkinson คือวงดนตรีโซลที่ประกอบไปด้วย กานต์-นิภัทร์ กำจรปรีชา (ร้องนำและกีตาร์) โต-ณัฐวิทย์ โอดาคิ (เบส) และ เบียร์-อริย์ธัช เกื้อจิตกุลนันท์ (กลอง) บทเพลงจำนวนไม่มากไม่น้อยของพวกเขาถูกกำหนดทิศทางและเขียนขึ้นโดยฝีมือของกานต์ คุณพ่อลูกสามผู้เป็นฟรอนต์แมนของวง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38850" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3774.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3774.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3774-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่วงการดนตรีไทยค้นพบคือ กานต์ทำเพลงโซลให้คนไทยฟังได้อย่างไม่ยากเย็น ขณะเดียวกันนี่คงเป็นข่าวดีสำหรับคนดนตรี เพราะดนตรีโซลกลายเป็นแนวดนตรีที่มีที่ทางให้เดินในวงการเพลงป๊อปไทยมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนในอินเทอร์เน็ตชื่นชมกานต์ว่า ‘ร้องเพลงเก่ง’ แถมยัง ‘เล่นคอร์ดกีตาร์เก่งมาก’ หากไม่นับเสียงชื่นชมบนเวที ชื่อของกานต์ก็ปรากฏในเครดิตคนเขียนเพลงให้กับศิลปินรุ่นพี่บางคน นี่ก็น่าจะพิสูจน์ได้ว่า ฝีไม้ลายมือของผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38852" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3792.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3792.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3792-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3792-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครจะเชื่อว่า เบื้องหลังบทเพลงแสนไพเราะที่เขาสร้างสรรค์มาทั้งหมด ในบทเพลงที่เราเอนจอยอย่างเพลิดเพลินมาหลายปี กลับมีเสี้ยวความกลัวของ ‘นักแต่งเพลงมือใหม่’ (กานต์เรียกตัวเองแบบนั้น) คนนี้ซุกซ่อนอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวที่อยู่ในบทสนทนาต่อไปนี้ คือวิธีเรียบง่ายที่เขาเอาชนะความกลัวเหล่านั้น แถมกานต์ยังเล่าเรื่องความเชื่อในบทเพลงโซลที่แสนลุ่มลึกของเขา ทำเอาเราและคนข้างๆ ขนลุกไประหว่างนั่งฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38854" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3799.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3799.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3799-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3799-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ช่วยเล่าถึงเพลงแรกที่คุณแต่งหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผมแต่งเองจริงๆ เลยก็คือ </span><i><span style="font-weight: 400;">จะบอกเธอว่ารัก</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพลงแรกของ The Parkinson ผมเริ่มคลำจากศูนย์ ใช้สัญชาตญาณเขียนล้วนๆ เลยครับ แรกๆ ผมเขียนเมโลดี้กับคอร์ดขึ้นมาก่อน ส่วนเนื้อเพลงใช้เวลาเขียน 3-4 เดือนได้แค่เวิร์สแรก แล้วก็เกิดอาการเขียนไม่ออก ไม่รู้ว่ามันออกมาดีไม่ดี มีแต่ความกลัวเต็มไปหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยเอาเมโลดี้นี้ไปให้รุ่นพี่หลายๆ คนฟัง เผื่อได้ไอเดีย แต่มีคนหนึ่งที่ปลดล็อกตัวผมคือพี่สิงโต นำโชค เขาบอกว่าจริงๆ ไม่ใช่เขียนไม่ได้หรอก เป็นตัวผมเนี่ยแหละที่เรื่องมาก (หัวเราะ) คือก่อนหน้านี้ผมเล่นดนตรีมาเกือบสิบปี ผมฟังเพลงที่ดี ฟังเพลงที่เพราะ พี่โตเขาบอกว่าพอฟังเยอะๆ มันยิ่งเป็นกรอบให้ตัวเรา เราจะจินตนาการไปว่าเพลงนี้ยังไม่ดีเหมือนเพลงที่เคยฟัง แต่ถ้าเราลองเขียนสไตล์เรามันอาจจะดีในแบบของเราก็ได้ แล้วคนอื่นเขาจะอินกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเอง อย่าเพิ่งไปตัดสินว่ามันดีหรือไม่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นประมาณวันสองวันเพลงก็เสร็จ ผมเขียนด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่รู้ล่ะ เขียนให้เต็มเหนี่ยวไปเลย แล้วร้องให้ยากที่สุดเท่าที่จะไปได้ คุยกับวงในห้องอัดว่าทำสุดแล้วแหละ ร้องก็ยาก ดนตรีก็แปลก คิดว่าขายยาก ไม่น่าจะมีใครชอบ ปล่อยไปมีคนฟังสักแสนวิวนี่ก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าแล้วครับ แต่ฟีดแบ็กเกินคาดมาก พอร้องยากกลายเป็นว่าท้าทายนักดนตรีซะเยอะ จริงๆ มีคนชอบเพลงแนวนี้เยอะ แต่มันอาจจะยังไม่มีใครหยิบเพลงโซลมาทำแบบเต็มเหนี่ยว ส่วนใหญ่ผสมนู่นผสมนี่ แต่เพลงของเรา เราไม่ขายแล้ว ทำเพลงโซลแบบเต็มเหนี่ยวไปเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38853" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3796.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3796.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3796-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3796-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>บ้านเรามีคนทำเพลงโซลน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย ทำไมถึงเชื่อว่ามันจะมีทางที่ไปได้ในประเทศนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในใจตอนแรกเลยนะ ผมคิดว่าไปไม่ได้แน่ๆ (หัวเราะ) ทำเพลงด้วยความรู้สึกอยากทำล้วนๆ เหมือนตั้งใจทำไว้ฟังกันเองด้วยซ้ำ แต่พอเพลงออกมาแล้วคนมันชอบ มุมมองของพวกผมก็เปลี่ยนไปเลย รู้สึกว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว เราจะดูถูกสังคมการฟังเพลงไม่ได้แล้ว คนที่เปิดรับอะไรใหม่ๆ รออะไรใหม่ๆ มีเยอะมากจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รุ่นของผมอาจจะโชคดีที่ตอนนั้นมันยังไม่มีใครทำอะไรแปลกๆ มีแค่พวกผมกับ Polycat ที่มาพร้อมกัน กรุยทางเส้นนี้มาด้วยกัน รุ่นน้องบางคนอย่าง ปอ Whal &amp; Dolph (</span><span style="font-weight: 400;">กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ</span><span style="font-weight: 400;">) ตอนนั้นมันมีเพลงเก็บไว้กับตัวเยอะมาก มันมีสิ่งที่ชอบแต่ไม่รู้จะเอาไปปล่อยที่ไหน แต่พอ 3-4 ปีถัดมาจากยุคของผม มันเป็นยุคที่มีอะไรเกิดใหม่เยอะมาก วงใหม่ๆ ที่มีทางของตัวเองเกิดขึ้นเยอะ เจ๋งมากเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38857" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3816.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3816.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3816-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>การทำเพลงโซลที่คนไทยเข้าถึงง่าย คุณเลือกที่จะเริ่มมันจากตรงไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกเลย ผมเชื่อว่าอะไรที่มันเข้าถึงง่าย มันต้องเป็นของแท้ ยิ่งผสมอะไรเข้าไปเยอะๆ มันยิ่งยากครับ ผมคิดว่าของแท้เข้าใจง่ายที่สุด เลยอยากทำดนตรีโซลที่ไม่ผสมอะไรเลย พยายามทำให้มันเพียวที่สุด สมมติบ้านเรานิยมเพลงร็อก ถ้าเราเอาโซลมาทำเป็นโซล-ร็อก กลายเป็นอะไรไม่รู้ที่เข้าใจยากกว่าเดิม เราทำโซลอย่างเดียวดีกว่า เมื่อละลายพฤติกรรมโซลให้คนฟังเก็ตได้แล้ว เราจะเล่นโซล-ร็อกก็คงไม่แปลก มันน่าจะเป็นวิธีที่แข็งแรงกว่าด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างพาร์ตเนื้อเพลง ตอนที่ทำเมโลดี้เราจะฮึมฮัมออกมาเป็นภาษาต่างดาว หรือบางทีก็เป็นเนื้อภาษาอังกฤษก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเนื้อไทยโดยไม่ต้องพยายามดัดอะไรให้มันเป็นไทยเลย คนชอบถามผมว่าวรรณยุกต์ในเพลงโซลกับเพลงไทยมันแทบจะไปด้วยกันไม่ได้ ทำยังไงถึงทำให้มันออกมาเป็นเพลง วิธีการของผมก็คือแบ็กทูเบสิก หาคำไปเรื่อยๆ เนื้อในเพลงไทยปกติเราอาจจะคิดได้สิบประโยคแล้วค่อยเลือกท่อนที่ดีที่สุดได้ แต่ถ้าเป็นเนื้อไทยในเมโลดี้เพลงโซลประโยคหนึ่งนี่บางทีหากันครึ่งค่อนวัน แต่ยังไงก็ตามมันจะต้องมีเสมอ ผมเชื่อแบบนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38847" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3757.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3757.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3757-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3757-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แรงบันดาลใจหลักในการแต่งเพลงของคุณคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคนอื่นหมดเลยครับ ผมคิดว่าชีวิตตัวเองอาจจะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร ผมเริ่มเขียนเพลงแรกตอนที่ตัวเองมีครอบครัวแล้ว ถ้าเขียนเกี่ยวกับชีวิตตัวเองเพลงมันคงไปทางสว่างหมดเลย (หัวเราะ) แต่จริงๆ สิ่งที่เล่าในเพลงโซลกับบลูส์มันแทบจะไม่มีมุมสว่างแบบนี้เลย ผมเลยต้องรีเสิร์ชเอาว่ามีเรื่องไหนน่าเล่าบ้าง คุยกับคน ดิ่งไปกับเขา ซึมซับมันแล้วเอามาเขียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">หมดแก้ว</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก็คุยกับคนที่อกหักเลยว่าเขารู้สึกยังไง กินเหล้าแล้วมันได้อะไรขึ้น ผลลัพธ์มันจะอยู่ในเพลงหมด บางคำในเพลงมาจากสิ่งที่เขาพูดออกมาด้วยซ้ำครับ เช่น ‘รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร แต่มันก็ต้องกิน’ คือเราไม่ได้แปลงอะไรเลย แค่จับมาใส่ในเมโลดี้ที่มันสามารถอยู่ได้ มันเรียลมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38859" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3876.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3876.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3876-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3876-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ได้ยินว่าพวกคุณชอบทำงานส่งใกล้เดดไลน์ ในเวลาจำกัดเราก็ทำให้มันออกมาเป็นเพลงดีๆ ได้ การทำงานของวงเป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงาน The Parkinson ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ผมเนี่ยแหละ (หัวเราะ) เพราะผมเป็นคนขึ้นเมโลดี้ ดนตรี คอร์ด แล้วค่อยแจกจ่ายให้โตกับเบียร์ จริงๆ สองคนนี้เขาเป็นอินสไปเรชั่น หลายๆ เพลงก็มาจากเขานี่แหละ (หัวเราะ) เหตุผลที่ชอบส่งใกล้ๆ หนึ่ง คือขี้เกียจ สอง บางทีก็งานเยอะ สาม ผมมีลูกสามคน กว่าจะทำงานได้ผมต้องขอกับทุกฝ่ายเลยว่าผมขอพักเพื่อเขียนเพลงนะ งานทุกชิ้นเลยเป็นงานผ่านหัวแบบไม่ได้กรองเลย ผมไม่รู้ว่าแปลกหรือเปล่า แต่มองว่ามันก็เป็นวิธีการทำงานอีกแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างผมกับพี่ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า วิธีทำงานเราจะคล้ายๆ กัน คือเขียนเลยตั้งแต่ต้นจนจบ หลายๆ คนอาจจะเริ่มเขียนท่อนฮุกก่อน หาประโยคที่โดนก่อน แต่ผมกับพี่ตุลจะเป็นสไตล์เขียนด้วยความรู้สึกไฟลนก้น ทุกอย่างจะออกมาจากตรงนั้น เป็นเรื่องที่ต่อกันเลย ไม่มีการวกกลับไปแก้ใหม่ว่าอันนี้โดนยัง แทบทุกเพลงที่แต่ง ผมไม่มีคอนเซปต์เลย กางปุ๊บเขียนเลย ประโยคแรกว่าไง เนื้อเพลงก็ว่างั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38849" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3770.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3770.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3770-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3770-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในมุมที่ได้ทำงานให้ศิลปินคนอื่นๆ แตกต่างกับงานที่ทำให้วงตัวเองยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานให้คนอื่นมันมีหลายเลเวลเลยครับ บางคนมีความต้องการอยู่แล้วก็เขียนให้ตรงใจเขา บางคนจะแบบ ‘แล้วแต่กานต์จัดมาเลยครับ’ ผมเคยแต่งให้น้องแปม ไกอา (ศิรภัสรา สินตระการผล) เขารีเควสว่าอยากได้เพลงแอบรักเพื่อนที่ไม่สมหวัง บอกเขาช้าไปอะไรแบบนั้น จริงๆ ผมอยากทำเป็นภาคต่อจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">เพื่อนรัก </span></i><span style="font-weight: 400;">ครับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวรู้สึกว่าผมโชคดีมากๆ ด้วย เขียนเพลงให้คนอื่นประมาณ 5-6 เพลง ไม่มีใครตีกลับมาเลย ส่งอันไหนไปเขาก็เอาอันนั้นเลย ผมเลยบอกไม่ได้ว่ามันยากง่ายยังไง แค่ทำตามโจทย์ให้ดีที่สุดแค่นั้น ส่วนการเขียนให้ The Parkinson มันเป็นความรู้สึกที่ว่า ต้องทำอะไรที่ทำให้ตัวเองไม่ย่ำอยู่กับที่ The Parkinson เลยเป็นพาร์ตที่ผมหาอะไรใหม่ๆ มาเขียนเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38856" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3811.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3811.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3811-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3811-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในทุกเพลงที่คุณแต่ง ยังคงมี ‘ความกลัว’ และ ‘ความไม่มั่นใจ’ อยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีอยู่ครับ (หัวเราะ) ทุกเพลงที่ผมเขียนผมไม่มั่นใจเลย แม้กระทั่งเพลงล่าสุด จริงๆ ผมเป็นคนขี้กลัวมากในการเขียนเพลงเพลงหนึ่ง แต่สุดท้ายเราก็ต้องลดความกลัวลง ผมเลยไม่แคร์แล้วว่ามันจะดังหรือไม่ดัง อย่างเพลงที่ผมเขียนให้พี่บี-พีระพัฒน์ เถรว่อง หรือพี่ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ แต่ละคนไม่ธรรมดาเลย ทุกคนเขียนเพลงเองได้หมดเลย แต่อยู่ดีๆ ก็ชวนผมไปเขียน เป็นความรู้สึกที่เหมือนมีคนโยนหินก้อนใหญ่ๆ มา แต่อย่างที่บอกครับ เขียนไปด้วยความกลัวก็จริงแต่ไม่มีใครตีกลับเลย ถือว่าโชคดีมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่านักแต่งเพลงทุกคนเป็นแหละ อาจจะน้อยคนที่แข็งแกร่ง ผมเพิ่งเขียนเพลงมาได้ 3-4 ปี แต่บางคนเขียนมาเป็นสิบปี ผมเคยคุยกับนักแต่งเพลงรุ่นพี่อย่างพี่บอย-ตรัย ภูมิรัตน พี่บอยเขียนเพลงเร็วมาก สมมติสั่งแล้วเขาทำได้อย่างที่คิดเลย แต่อย่างผมจะมีความฟุ้งอยู่ เร็วสุดของผมคือหนึ่งวัน แต่พี่บอยคือแป๊บเดียวจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเขียนเพลงมันเป็นงานศิลปะ และมันก็คืออาชีพหนึ่ง คงเหมือนกับการเล่นดนตรีหรือเล่นอะไรสักอย่าง ถ้าเราได้ทำทุกวันเราก็จะชำนาญ เราอาจเก่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรกๆ ก็เขียนลำบาก แต่หลังๆ ก็สบายขึ้น ทุกวันนี้ผมอาจจะยังกลัว แต่ผมว่าผมกลัวน้อยลงแล้วแหละ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38851" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3786.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3786.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3786-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3786-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เราพูดกันมานานแล้วว่า ‘อาชีพศิลปินหรือคนทำเพลงมันเลี้ยงตัวเองไม่ได้หรอก’ คุณคิดยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อว่ามันเป็นอาชีพได้จริงๆ ครับ แต่มันก็มีช่องโหว่อยู่เยอะ ช่องโหว่ที่ว่าก็คือเรื่องกฎหมายต่างๆ คือถ้าเป็นคนทำเพลงมือใหม่จะงงมาก เราจะไม่รู้เลยว่ารายได้มันจะมาจากตรงไหน มันมีการเก็บค่าลิขสิทธิ์ด้วยนะ หรือถ้าเซ็นเอกสารผิดหรือไม่เซ็นเลย อาจกลายเป็นว่าเรายกผลประโยชน์ให้ใครก็ไม่รู้ไป คนที่เขาเขียนเพลงเป็นอาชีพจริงๆ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวแบบพี่ๆ ทั้งหลาย เขาอยู่มานานและคงจะเคยโดนมาแล้วก็เลยรู้ จริงๆ ผมว่ามันเป็นอาชีพที่ได้ค่าตอบแทนดีเลยแหละถ้าเราเช็กมันละเอียดมากพอ</span></p>
<p><b>ศิลปินส่วนใหญ่ทำเพลงแล้วก็แค่อยากปล่อยให้คนฟัง The Parkinson เป็นแบบนั้นหรือเป็นมากกว่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่ได้คาดหวังจากคนข้างนอกเลยครับ ที่ได้ทัวร์มาจนถึงทุกวันนี้ได้ผมขอบคุณมาก วงเราไม่ได้ทำดนตรีเมนหลักของประเทศ เราไม่ได้หวังว่าจะเป็นอะไรในประเทศนี้ แต่ว่าเราสามคนมีความคาดหวังของพวกเราเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่ผมตัดสินใจจะทำวงสามคน ผมต้องแลกอะไรมาหลายอย่างมาก แลกกับงานที่มั่นคง ตอนนั้นเราเล่นดนตรีตอนกลางคืน 7 วัน วันละ 2-3 ที่ ผมบอกเพื่อนว่าถ้าเราจะทำวงจริงจัง เราต้องหยุดเล่นกลางคืนนะ รายได้จากตรงนั้นเราต้องทิ้งหมด ใครจะเอาด้วยบ้าง แล้วผมก็เสียสมาชิกคนอื่นในวงไปด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-38848" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3766.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3766.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3766-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF3766-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเลยให้คำพูดกับเพื่อนอีกสองคนที่ตัดสินใจมากับผมไว้สามคำ ตลกหน่อยนะครับ “เพลงต้องดี เพลงต้องเด่น เพลงต้องดัง” ประมาณนี้ จะทำได้แค่ไหนไม่รู้แหละแต่เราหวังกันไว้เอง แต่ไอ้เพลงดังๆ จริงๆ ก็ไม่ได้หวังขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) ที่สำคัญที่สุดคือเพลงต้องดีก่อน เด่นคือต้องไม่ซ้ำใคร เราอยากทำอะไรที่ไม่มีในเพลงไทยมาก่อน </span></p>
<p><b>แล้ว ‘เพลงที่ดี’ สำหรับคุณต้องเป็นเพลงยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงที่ดีก็คือไม่ลอกใคร ในมุมมองของผมคนเดียวนะ เวลาเราดูศิลปินต่างประเทศเล่นสด คนที่เจ๋งจริงๆ เขาจะมีอะไรออกมาทันทีเลย เพลงของเขาจะไม่เหมือนใคร เขาจะคิดสิ่งใหม่ออกมาในอะไรก็ตามที่เขาเล่น แต่ถ้าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเหมือนอันนี้ เหมือนอันนู้น อะไรแบบนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคนที่เจ๋ง สไตล์เขาจะชัดมากเลย ต่อให้เล่นเพลงของคนอื่น ฟังยังไงก็ต่างจากของออริจินอลเพราะลายเซ็นของเขาชัดเจนมาก ส่วนคนที่จะไปทางไหนก็ไม่ไปสักทาง งานเขาจะอยู่ตรงกลาง ไมไปไหนเลย ผมเลยคิดว่างานของผมจะต้องไม่เหมือนใคร ไม่ดังไม่เป็นไร แต่เงื่อนไขสองข้อแรกต้องผ่าน</span></p>
<hr />
<h2 style="text-align: center;"><b>5 บทเพลงที่กานต์ The Parkinson อยากแนะนำ</b></h2>
<p><b>01 คืนนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเล่นเพลงโซลมาก่อนอยู่แล้ว ซึ่งเพลงโซลส่วนใหญ่ชอบพูดเรื่องวาบหวิวๆ แนวๆ นี้ ยิ่งช่วงปีหลังๆ นี่หนักเลย Bruno Mars เนี่ยตัวดีเลยครับ รากเขามาจากโซล อาร์แอนด์บี ฟังก์ และโตมากับ Michael Jackson เขาก็พูดวนๆ เรื่องลามกจกเปรตกัน ผมรู้สึกว่า เฮ้ย ของเราต้องมีแบบนี้บ้าง เลยทำแบบแค่แหย่เล็กๆ พอ ไม่อยากใช้ถ้อยคำที่มันโหดร้ายเกินไป จำลองเหตุการณ์น่ารักๆ ขึ้นมา แต่เนื้อหาฟังแล้วรู้เลยว่าหมายความว่าอะไร</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaf70f" data-id="SZDUQDR45Ko" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-SZDUQDR45Ko-69fb7feeaf70f" data-vid="SZDUQDR45Ko" data-src="https://www.youtube.com/embed/SZDUQDR45Ko?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/SZDUQDR45Ko/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>02 หมดแก้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงที่ผมอยากนำเสนอความรู้สึกของคนที่เจอความเสียใจแบบนี้ วิธีที่เขาใช้แก้อาจจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรอก แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีคนที่เป็นแบบนี้อยู่จริงๆ เหมือนที่เขาบอกว่าการที่เราสอนวิธีแก้ให้กับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า มันอาจเป็นการเพิ่มปัญหาให้เขา แต่ถ้าคุณเอาตัวเองไปซึมซับความรู้สึกเขา มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้วิธีแก้ปัญหาหรอก แต่มันช่วยให้เขารู้สึกเบาลงได้ เราก็เลยอยากเขียนเพลงนี้ เหมือนเป็นเพลงที่เราเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นด้วย อย่างน้อยเพลงนี้อาจจะช่วยระบายความรู้สึกบางอย่างออกมาได้ ดีกว่าไปเขียนเพลงด่าว่า ‘กินเหล้าแล้วได้อะไรขึ้นมา’ ผมว่าแบบนี้น่าสนใจกว่า</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaf722" data-id="60BOzR8Zj30" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-60BOzR8Zj30-69fb7feeaf722" data-vid="60BOzR8Zj30" data-src="https://www.youtube.com/embed/60BOzR8Zj30?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/60BOzR8Zj30/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>03 สักวัน </b><b>(Someday) feat. Karn The Parkinson &#8211; KOR NOTAPOL</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้ผมเขียนให้พี่ก้อครับ ผมเป็นแฟนพี่ก้อมานานมาก วันหนึ่งพี่ก้อโทรมา ‘กานต์ครับ พี่อยากทำอัลบั้ม อยากให้กานต์มาช่วยเขียนแล้วร้องให้ด้วย’ เหมือนฝันที่เป็นจริงเลย พอพี่ก้อส่งเมโลดี้มาให้ ผมตื่นเต้นหนักกว่าเดิมอีก เพราะเมโลดี้พี่ก้อยากมาก ไม่ใช่เมโลดี้ที่คนปกติเขียน (หัวเราะ) คือมันหลุดจากเมโลดี้เพลงไทยไปเลย ตอนแรกก็กดดัน สุดท้ายก็ได้เป็นเพลงนี้ออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษของเพลงนี้คือ ผมเขียนเพราะอยากสรรเสริญเพื่อนสนิทคนหนึ่งครับ เขาเหมือนคนในเพลงเลย แอบรักผู้หญิงคนหนึ่งน่าจะเกินสิบปี ผู้หญิงรู้มาตลอดนะแต่ก็ไม่เคยมองมันเลย เพื่อนเราก็เศร้ามาก ร้องไห้ตลอด สำหรับผมมันเป็นความเศร้าที่โรแมนติกมาก</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaf72f" data-id="VEONGH1_oJA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-VEONGH1_oJA-69fb7feeaf72f" data-vid="VEONGH1_oJA" data-src="https://www.youtube.com/embed/VEONGH1_oJA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/VEONGH1_oJA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<p><b>04 Status feat. Ben Bizzy &#8211; Lula</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันนี้เป็นเพลงที่ผมต้องตีโจทย์ของพี่ตุ๊กตา-</span><span style="font-weight: 400;">กันยารัตน์ ติยะพรไชย</span><span style="font-weight: 400;"> (ลุลา) พี่เขาต้องการเพลงเล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่คบกับคนคนหนึ่งทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าคบหรือเปล่า เจอกันตลอด อยู่กันลึกซึ้งมากแต่ไม่เคยเรียกกันว่าอะไร แล้วก็ไม่เคยถามกันด้วย ในใจก็อยากรู้ว่าเขาจริงจังแค่ไหน เพลงนี้เลยถูกเขียนขึ้นเพื่อถามคนคนนั้นว่า ที่ผ่านทั้งหมดนี้มันคืออะไรเนี่ย เป็นเพลงที่น่ารักมุ้งมิ้งที่สุดเท่าที่ผมเคยเขียนมาครับ</span></p>
<hr />
<p><b>05 คนชั่ว 2018</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเพลงที่นำเสนอจิตวิญญาณของคนที่หน้ามืด จริงๆ เพลงนี้ใช้ชื่อเพลงอะไรก็ได้ที่เป็นคำด่าคน พาร์ตเนื้อเพลงและชื่อเพลงจะไม่ลิงก์กันครับ เนื้อเพลงก็คือตัวของคนที่ทำชั่ว ตอนนั้นเขาจะไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรอยู่ รู้แต่ว่าตัวเองหน้ามืดมากๆ แต่เวลาที่เราเห็นคนที่ทำแบบนี้ เราพูดออกมาได้ทันทีเลยว่าคนนี้ชั่วมาก มันเลยเกิดเป็นไอเดียที่อยากทำเพลงแซะใครบางคน ไม่ได้ต้องการที่จะส่งเสริมนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกผมหวั่นใจเหมือนกันว่าคนจะเก็ตไหม แต่พอเราปล่อยเพลงออกมาปุ๊บ คนฟังเขาเก็ตโดยสัญชาติญาณเลยว่าคนแบบนี้ชั่ว เหมือนเราบัญญัติคนชั่วเหมือนกันทุกคน ผมโอเคมากเพราะความตั้งใจผมคอมพลีตแล้ว (หัวเราะ) ใครที่ตกเป็นคนโดนกระทำ หรือกำลังเป็นคนในเพลง ฟังแล้วก็น่าจะรู้สึกบ้างแหละ</span></p>
<p><div id="erdyt-69fb7feeaf73a" data-id="0mlWZcH8gs0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-0mlWZcH8gs0-69fb7feeaf73a" data-vid="0mlWZcH8gs0" data-src="https://www.youtube.com/embed/0mlWZcH8gs0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/0mlWZcH8gs0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/idea-karn-the-parkinson/">ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังบทเพลงของกานต์ The Parkinson</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/idea-karn-the-parkinson/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความรักและความฝันของ YOUNG MAN AND THE SEA</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lyrics-young-man-and-the-sea/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/lyrics-young-man-and-the-sea/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Jun 2018 05:14:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[YOUNG MAN AND THE SEA]]></category>
		<category><![CDATA[วิรชา ดาวฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[Sanamluang Music]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/lyrics-young-man-and-the-sea/</guid>

					<description><![CDATA[<p>YOUNG MAN AND THE SEA คือวงดนตรีโฟล์กชายล้วนที่ประกอบไปด้วย ตั๊ด-วิรชา ดาวฉาย, โย-ศุภชัย บุญดี, มิค-ชวพล รัตนพิภพ, มะเฟือง-สมาธิ ลือชารัศมี และ โจ-อภิวิชญ์ พวงศรีเจริญ ชื่อวงที่ฟังแล้วคุ้นหูชื่อนี้ เราขอเฉลยแทนพวกเขาว่า YOUNG MAN AND THE SEA เป็นชื่อวงที่ได้แรงบันดาลใจจาก The Old Man and the Sea วรรณกรรมสุดคลาสสิกของ Ernest Hemingway ที่ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ นานาบนผืนทะเลของชาวประมงสูงวัยนามว่า Santiago ด้วยความไม่ย่อท้อของชายผู้นี้ ภาพที่ปรากฏในตอนสุดท้ายของเรื่องก็คือชัยชนะที่เขามีต่อ ‘ธรรมชาติ’ เหล่านั้น เป็นเวลา 4 ปีแล้วที่พวกเขาตัดสินใจก้าวลงเรือลำเดียวกันและปล่อยซิงเกิลแรก คนสวน เพลงโฟล์กสีสันจัดที่ได้ไอเดียจากประโยคปิดนวนิยายชื่อดังเรื่อง Candide ของ Voltaire ที่บอกว่า ‘Il faut cultiver notre jardin’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lyrics-young-man-and-the-sea/">ความรักและความฝันของ YOUNG MAN AND THE SEA</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>YOUNG MAN AND THE SEA</strong> คือวงดนตรีโฟล์กชายล้วนที่ประกอบไปด้วย ตั๊ด-วิรชา ดาวฉาย, โย-ศุภชัย บุญดี, มิค-ชวพล รัตนพิภพ, มะเฟือง-สมาธิ ลือชารัศมี และ โจ-อภิวิชญ์ พวงศรีเจริญ</p>
<p>ชื่อวงที่ฟังแล้วคุ้นหูชื่อนี้ เราขอเฉลยแทนพวกเขาว่า YOUNG MAN AND THE SEA เป็นชื่อวงที่ได้แรงบันดาลใจจาก<br />
<em>The Old Man and the Sea</em> วรรณกรรมสุดคลาสสิกของ Ernest Hemingway ที่ว่าด้วยเรื่องราวการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ นานาบนผืนทะเลของชาวประมงสูงวัยนามว่า Santiago ด้วยความไม่ย่อท้อของชายผู้นี้ ภาพที่ปรากฏในตอนสุดท้ายของเรื่องก็คือชัยชนะที่เขามีต่อ ‘ธรรมชาติ’ เหล่านั้น</p>
<p>เป็นเวลา 4 ปีแล้วที่พวกเขาตัดสินใจก้าวลงเรือลำเดียวกันและปล่อยซิงเกิลแรก<br />
<em>คนสวน</em> เพลงโฟล์กสีสันจัดที่ได้ไอเดียจากประโยคปิดนวนิยายชื่อดังเรื่อง <em>Candide</em> ของ Voltaire ที่บอกว่า ‘Il faut cultiver notre jardin’ หรือ ‘จงทำสวนของเราต่อไป’ ปลุกให้คนเดินหน้าทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นให้ดีที่สุด ระหว่างทางคลื่นลมต่างๆ ที่ซัดเข้ามา อาจทำให้เรือของพวกเขาโคลงเคลงบ้าง แต่แววตาของพวกเขาที่เราเห็นดูเหมือนจะไร้ซึ่งท่าทีถอดใจกับ ‘ธรรมชาติ’ ที่พวกเขาพยายามสู้ด้วยเลย</p>
<p>วันนี้เหล่าชายหนุ่มลงหลักปักฐานในบ้านหลังที่สามอย่าง Sanamluang Music พร้อมกับส่งบทเพลงรักเพราะๆ อย่าง<br />
<em>จ้องพระอาทิตย์, ดวงจันทร์สีดำ</em> และ<em>ดาวเหนือ</em> เป็นใบเปิดของ <em>YOUNG AND FOOLISH</em> อัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกที่พวกเขาตั้งใจเรียบเรียงเพื่ออุทิศให้ชีวิตวัยหนุ่มของตัวเอง</p>
<p>เราเป็นคนหนึ่งที่เชื่อสุดใจว่า แรงขับเคลื่อนในการเดินทางบนท้องทะเลแห่งเสียงดนตรีของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรากลุ่มนี้ ไม่ผิดแผกแตกต่างอะไรกับความตั้งใจของชาวประมงสูงวัยคนที่ว่าเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1486.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>(จากซ้ายไปขวา: มะเฟือง, ตั๊ด, โย, มิค)</em></p>
<p><strong>YOUNG MAN AND THE SEA</strong><strong> เริ่มต้นขึ้นได้ยังไง</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> ผมกับโยเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนที่จุฬาฯ ผมเรียนอักษรฯ โยเรียนศิลปกรรมฯ ตอนวัยรุ่นเราก็ไม่ต้องการอะไรมากนอกจากเล่นกีต้าร์แล้วก็กินเบียร์ ผมเลยคบหากับโยตั้งแต่ปี 1 แต่งเพลงเล่นกันประมาณ 30-40 เพลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ใช้ไม่ได้เลย (หัวเราะ) เป็นเพลงจีบน้องปี 1 หรือเวลาเพื่อนอยากจีบสาวก็แต่งเพลงแจกให้เพื่อน หนึ่งในนั้นคือเพลง <em>รูปไม่หล่อมีสิทธิ์ไหมครับ</em> ที่วงคาวบอยเอามาร้อง เป็นเพลงแนวๆ นั้นเลย</p>
<p>พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป หลังจากนั้น 7-8 ปี วันหนึ่งโยก็โทรมา นัดเจอกันแล้วเขาก็บอกว่าอยากทำวงดนตรี มันเป็นเรื่องค้างคาตอนเด็กๆ แต่เมื่อก่อนเราไม่รู้เรื่อง ไม่มีความรู้อะไรเลย ระหว่างนั้นผมก็มีโอกาสได้หัดเขียนเพลงกับพี่กบ Big Ass และพี่ๆ คนอื่นมาบ้าง เลยเริ่มทำวงกัน 2 คน แต่งเพลงเก็บไว้ 10 เพลง แล้วขอให้พี่ๆ ช่วยอัดเป็นเดโมง่ายๆ แล้วก็เดินไปตามค่ายหลายๆ ค่ายดู ก็ได้รับการตอบรับจาก Tigger Twins ค่ายเพลงค่ายแรกของพวกเรา</p>
<p><strong>สมาชิกอีก 3 คนมาร่วมลงเรือล่องทะเลด้วยตอนไหน</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> ตอนที่กำลังจะเริ่มอัดเพลงกัน เราอยากให้วงมีพาร์ตดนตรีที่เข้มข้นขึ้นด้วยก็เลยนัดบอด ใช่ครับ นัดบอดกับนักดนตรีประมาณ 3 คน ผมโทรไปหาเพื่อนสมัยเรียนที่เราคิดว่าเขาน่าจะรู้จักนักดนตรีที่เล่นแบ็กอัพเยอะ เขาก็ให้เบอร์มาจำนวนหนึ่งคือมีมือกีต้าร์ มือเบส และมือคีย์บอร์ด ครบเซ็ต แต่ทุกคนไม่เคยเจอกันเลยนะ ผมโทรนัดทุกคนให้มาเจอกัน แล้วหลังจากวันนั้น 4 ปีแล้วครับ พวกเราก็ทำงานด้วยกันมาจนถึงวันนี้ ไม่มีโอกาสเลือกเลย (หัวเราะ)</p>
<p>จำได้ว่ารวมวงได้หนึ่งเดือนก็มี Big Mountain Music Festival เป็นจุดหมายแรก ตอนนั้นก็ทำเพลง ค่ายก็สนับสนุนเรื่องการทำมาสเตอร์ อัดเสียงกับวงออร์เคสตราจริงจัง แล้ววงก็ซ้อมกันหนักมาก ผมไม่ทำงานอะไรเลย มะเฟืองก็ลาออกจากทุกวงที่ไปเล่นให้ ทุกคนทุ่มเทกันมาก นัดซ้อมกันตอนพักเที่ยง ตอนกลางคืนก็กลับมาซ้อมด้วยกันอีกตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนอยู่หลายเดือนเพื่อที่จะได้อัดเพลงพร้อมกันทั้งวง อัดเสร็จไป 6 เพลง เป็นอีพีแรกที่ไม่ได้ปล่อยเพราะค่ายระเบิดเสียก่อน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1460.jpg" /></p>
<p><strong>รู้สึกเหมือนอกหักเลยไหม</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> โอ้ย จะเหลือเหรอ (หัวเราะ) มันเจ็บปวดมากเลยนะครับ ทุกวันนี้เรายังไม่ได้ใช้เพลงเหล่านั้นเลย แต่ก็ไม่เป็นไร ผมว่าดีตรงที่มันทำให้คนที่ไม่เคยเจอกัน ได้มาทำงาน ได้เจอเรื่องราวต่างๆ ด้วยกัน ทำให้คนที่ไม่รู้จักกันกลายมาเป็นเพื่อน กลายมาเป็นวงดนตรีวงเดียวกัน</p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> เราได้มีโอกาสทำเพลงในห้องอัดเจ๋งๆ โปรดักชั่นใหญ่ๆ กลายเป็นว่าเราได้กำไรเรื่องประสบการณ์มาแล้ว อาจจะแย่หน่อยที่ไม่ได้ปล่อยเพลงออกไป แต่จริงๆ เหตุการณ์ตอนนั้นมันวัดใจเหมือนกันนะ เราชอบเรียกกันเล่นๆ ว่าเป็นช่วงเข้าค่ายทหาร ออกจากค่ายมาก็เหมือนผ่านการละลายพฤติกรรมกันมาแล้ว ได้ลุยมาด้วยกันระดับหนึ่ง เกิดความสามัคคี ความแน่นแฟ้นขึ้น</p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> จริงๆ ตอนนั้นเราปล่อย <em>คนสวน</em> เพลงแรกออกมาแล้ว พอเกิดเหตุการณ์นั้นวงเราก็เงียบหายไปเลย คือเราไม่รู้จะทำยังไงต่อ แต่ยังอยากออกไปเล่นดนตรี พยายามหางานเล่น เดินไปคุยกับสปอนเซอร์เอง เพราะเราคิดว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าเราได้เล่นสด เราก็ยังอยู่ในแทร็กที่เดินไปข้างหน้าอยู่ มาสเตอร์นั้นก็คงไม่ได้ใช้อีกแล้ว ก็คุยกันว่าแต่งเพลงใหม่ไปเลย หนึ่งปีหลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ออกเพลง 3 เพลงกับ Universal Music Thailand ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ Sanamluang Music</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1506.jpg" /></p>
<p><strong><em>คนสวน</em> กับ 3 ซิงเกิลที่ปล่อยมาล่าสุด (<em>จ้องพระอาทิตย์</em>, <em>ดวงจันทร์สีดำ</em> และ<em>ดาวเหนือ</em>) ให้ความรู้สึกที่ต่างกันมากเลย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากอะไร</strong></p>
<p><strong><br />
โย :</strong> <em>คนสวน</em> อาจเป็นหน้าตาเราตอนอายุครึ่งปี พอเราอายุ 3-4 ขวบ เราก็มีหน้าตาอีกแบบนึง สำหรับผม <em>คนสวน</em> เป็นครั้งแรกๆ ในชีวิตที่เราได้มีเพลงเป็นของตัวเอง พอเรามีครั้งที่สอง สาม สี่ มันเหมือนกับว่าเราได้เรียนรู้แต่ละสเต็ปมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ในแง่ของการเล่นดนตรี แต่เป็นการทำเพลงของตัวเอง ความจริงตอนนี้เราก็ยังใหม่กันอยู่นะ</p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> ในเชิงการทำงานเรื่องพวกนี้เราต้อง concern อยู่แล้ว เหมือนเขียนหนังสือหรือถ่ายภาพอะไรสักอย่าง เราต้องรู้ว่าสไตล์เราคืออะไร แต่เอาเข้าจริง อะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยเนี่ยน่ากลัวกว่า ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็แสดงว่าทำซ้ำเหมือนเดิมไปเรื่อยๆ งั้นเราก็ปล่อยให้มันเปลี่ยนแปลงไปแบบคนละมุมเลย มุมหนึ่งอาจเป็นมุมที่เราโตขึ้นซึ่งอาจมีทั้งยากขึ้นหรือง่ายลง กับอีกมุมหนึ่งที่เอาสิ่งที่ไม่ใช่เราออกไป เหมือนสุดท้ายเราชอบอะไร เราจะทำมันเพราะความกล้าและประสบการณ์ที่มากขึ้น</p>
<p><strong>ตอนแรกเราคิดว่าดนตรีฟังสบายขึ้นเพราะว่าพวกคุณอายุมากขึ้น</strong></p>
<p><strong><br />
มิค :</strong> เหมือนตอน <em>คนสวน</em> เราโฟกัสความเป็นโฟล์กใช่ไหมครับ คราวนี้โฟล์กในความเข้าใจของพวกเรามันยังเป็นภาพนั้นอยู่ เป็นโฟล์กที่เอากีตาร์โปร่งมาเล่าเรื่อง มีกลิ่นที่เป็นไอริชบางอย่างที่เราอยากทำ แต่พอเราทำเสร็จปุ๊บ เราเริ่มเห็นว่าจริงๆ มันสามารถเอาซาวนด์อื่นมาดัดแปลงหรือผสมเพิ่มเข้าไปได้ เราอาจจะเอาดนตรีแนวใหม่ๆ มาปรุงแต่งได้ จริงๆ ผมรู้สึกว่ามันยังคงแพตเทิร์นของกีตาร์โปร่ง ซ่อนความเป็นโฟล์กแบบเดิม บรรยากาศแบบเดิมอยู่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF15231.jpg" /></p>
<p><strong>พวกคุณเป็น &#8216;</strong><strong>YOUNG MAN&#8217;</strong><strong> ที่ผ่านอะไรมาเยอะเหมือนกัน</strong></p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> เหมือนตอนเราเจอกันครั้งแรก เราก็ไม่ค่อยรู้เนอะว่าใครเป็นยังไง เราก็ใช้วิธีคุยกันแล้วก็วาดภาพวง YOUNG MAN AND THE SEA ปักไว้ แล้วก็พยายามจะเป็นแบบนั้น แต่พอเวลาผ่านไปเราก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วหน้าตาของพวกเราเป็นยังไงกันแน่</p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> ผมทำงานกับเพลงมานาน วงดนตรีมีหลายแบบมากนะครับ มันมีวงที่ทำขึ้นมาแล้วตู้ม สำเร็จเลย เราเคยหวังให้วงเราเป็นอย่างนั้นด้วยความที่เราเคยเห็นภาพความสำเร็จมาเยอะ ทั้งๆ ที่ตอนเริ่มเรายังเด็กอยู่เลย อายุ 24 เองมั้ง เด็กกว่าตอนนี้เยอะ ตอนนี้เราเติบโตขึ้นเยอะ เมื่อเราทำวงไปแล้วมันไม่ได้สำเร็จในทันที เราว่าเราสำเร็จในความสุขของเราดีกว่า แต่อาจจะไม่ใช่ความสำเร็จในแง่จะเอาวงดนตรีมายังชีพ พวกเรายังมีอย่างอื่นในชีวิตที่ต้องทำอยู่</p>
<p>ตอนนั้นมะเฟืองเป็นนักดนตรีแจ๊ซในโรงแรม ตอนนี้มะเฟืองเป็นมือเบส เป๊ก ผลิตโชค พี่มิคตอนนั้นเป็นหนุ่มโสดรูปหล่อ แต่วันนี้พี่มิคลูกสองแล้วครับ ชีวิตทุกคนต้องเปลี่ยน ทัศนคติก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมเสมอก็คือการทำงานด้วยกัน เราเคยคุยกันว่า สรุปแล้ว YOUNG MAN AND THE SEA ที่เราอุปโลกน์กันขึ้นมา จริงๆ แล้วมันคืออะไร มันคือเพลง มันคือพวกเรา เราจะทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9316.jpg" /></p>
<p><strong>ตอนทำงานพวกคุณแบ่งหน้าที่กันยังไงบ้าง</strong></p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> เราทำงานมาหลายเฟสมากครับ บางเฟสมีโจเป็นโปรดิวเซอร์ ช่วงแรกๆ เรามีพี่วิน (ระพีเดช กุลบุศย์) มาช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ อัลบั้มใหม่ก็ได้พี่บิว Lemon Soup (รังสรรค์ ปัญญาใจ) มาช่วยดู หน้าที่ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาแต่ก็แบ่งกันเป็นเรื่องเป็นราวพอสมควรนะ ถ้าแบ่งชัดๆ เลย ทำนองส่วนใหญ่มาจากพี่โย พี่ตั๊ดจะเป็นคนเขียนเนื้อเพลง ส่วนการเรียบเรียงในวงก็ช่วยกัน</p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> มันเปลี่ยนไปตามบริบทที่แต่ละคนอยากลอง เราพยายามลองไปเรื่อยๆ ว่าเราสนุกกับอะไรในตอนนั้น วันก่อนเราเพิ่งไปอัดเดโมมา เจอพี่บิว เจอพี่อ๊อฟ Rat Records (อนุชา โอเจริญ) มาช่วยฟังก็สนุกดีครับ</p>
<p>หลักๆ เริ่มจากพี่โยทำทำนองก่อน ผมก็ทำเป็นโน้ตภาษาต่างดาวไว้แล้วค่อยเขียนเนื้อเพลงลงไป ผมเชื่อว่าเพลงคือ Music อย่างเพลงรัสเซีย เพลงสเปนที่เราฟัง เราไม่เคยเข้าใจความหมายแต่ฟังแล้วรู้สึกเพราะ เพราะฉะนั้นเราก็แค่เอาคำที่ตรงโน้ต ใส่เนื้อเพลงลงไปในทำนองที่เราว่ามันเพราะแล้วก็เรียบเรียงพร้อมกัน พี่เมธี ลาบานูน (เมธี อรุณ) เคยบอกผมว่า “เพลงๆ หนึ่งจะเพราะไม่เพราะอยู่ที่เมโลดี้ โดนไม่โดนอยู่ที่เนื้อ เท่ไม่เท่อยู่ที่เรียบเรียง” พวกเราจะพยายามทำเพลงให้ดีที่สุดครับ (หัวเราะ)</p>
<p><strong>ในพาร์ตของดนตรี สร้างสรรค์มันขึ้นมายังไง </strong></p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> ดนตรีเป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์แต่ละคนด้วยครับ ใครฟังแบบไหน เติบโตมาแบบไหน ทั้งๆ ที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว บวกกับทัศนคติในแต่ละช่วงอายุ วงเราจะใช้วิธีการแชร์กัน เช่น พี่มิคมีไลน์แบบนี้มา โจนำเสนออันนั้นมา เบรนสตอร์มกันไปเรื่อยๆ</p>
<p><strong><br />
โย :</strong> หลักๆ เราจะพยายามตีความดนตรีให้เข้ากับเนื้อหาของเพลงให้ได้มากที่สุด สิ่งที่คิดก่อนคือทำนองแล้วก็เนื้อร้องใช่ไหมครับ พอเราเริ่มเห็นโครงมันแล้ว ความรู้สึกจะเริ่มบอกเองว่าเพลงควรมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน บางเพลงผมอาจจะอัดไกด์ด้วยกีตาร์โปร่งมาก่อน สักพักก็จะมีคนทำกลอง มะเฟืองก็อัดเบส โจก็ใส่เปียโน พี่มิคลองใส่กีตาร์ไฟฟ้าเข้าไป หลังจากนั้นเราก็มาดูกันว่ามันขาดเหลืออะไร เราก็มาตกแต่งอีกทีตอนที่เราฟังด้วยกัน ช่วยกันตัดสิน แต่ก็จะมีเพลงอย่าง <em>ดวงจันทร์สีดำ</em> หรือ <em>จ้องพระอาทิตย์</em> ที่เริ่มมีคนอื่นมาช่วยฟังว่ามันโอเคแล้ว พอแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดีนะ หลังๆ รู้สึกว่าถ้ามีคนมาช่วยเคาะ วงเราจะทำงานกันเร็วขึ้นครับ (หัวเราะ) ไม่งั้นงานไม่จบสักที</p>
<p><strong>ได้ยินมาว่า <em>ดาวเหนือ</em> เป็นเพลงที่แต่งทิ้งไว้ตั้งแต่ 14 ปีก่อน มันผ่านการเป็นเดโมมาเยอะแค่ไหน</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด : </strong>โอ้โห จริงๆ มันเป็นเพลงที่ผมแต่งจีบสาวเล่นๆ ตอนวันวาเลนไทน์ จำได้ว่าตอนนั้นจนมากเลย ไม่มีตังค์ซื้อดอกไม้ไปให้สาวก็เลยแต่งเพลงให้ แล้วรอดไหม ไม่รอด (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็มีเพื่อนชอบ เอาไปอัดเสร็จสรรพของเขาเลย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ออก เราก็เก็บไว้เอาไปทำเป็นเดโมเวอร์ชั่นที่ 1 ทำเดโมเวอร์ชั่นที่ 2 อัดกับวงสตริงออร์เคสตรา 14 ชิ้น อัดทับกันจนสุดท้ายก็ไม่ได้ออกอีกจนเอามาทำเดโมรอบที่ 3 จนได้เวอร์ชั่นสุดท้าย เป็นเพลงที่อยู่มานานมากเลย ในที่สุดก็ได้ใช้สักที (ยิ้ม)</p>
<p><strong><em>จ้องพระอาทิตย์</em>, <em>ดวงจันทร์สีดำ</em> และ <em>ดาวเหนือ</em> 3 ซิงเกิลคอนเซปต์ดวงดาวเหล่านี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด : </strong>ต้องเล่าก่อนว่าเราอยากตั้งชื่ออัลบั้มว่า <em>YOUNG AND FOOLISH</em> ผมรู้สึกว่าช่วง 18-19 มันเป็นช่วงที่เราเขียนเพลงจากความรู้สึก มันเข้มข้น รุนแรง และอ่อนโยนที่สุด แต่ความหนุ่มน้อยในวันนั้นมันก็เต็มไปด้วยความโง่เขลา เป็นการอกหักแล้วนั่งร้องไห้อยู่ข้างร้านพิซซ่าเนอะพี่โยเนอะ (หัวเราะ) หรือว่าไปนั่งร้านตักสุราแล้วเพื่อนอกหักนั่งร้องไห้กัน เราได้เห็นคนใช้ชีวิตแบบนั้น เราเองก็เป็นแบบนั้น เราอยากเขียนงานขึ้นมาสักชุดหนึ่งเพื่ออุทิศให้กับวัยนั้น วัยที่เราเริ่มรู้จักกันและเริ่มทำเพลงกัน</p>
<p>ดังนั้นเมื่อเรากลับไปทำ<br />
<em>YOUNG AND FOOLISH</em> เราก็อยากทำให้มันรอบด้านตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างเพลงเราก็จะกลับไปเขียนเรื่องราวความรักที่เรารู้สึกในวัยนั้นจริงๆ ซึ่งเราเติบโตมากับกวีหรือนักเขียนยุคก่อนอย่างเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ไพวรินทร์ ขาวงาม, ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ที่มักจะพูดถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว สายฝน สายลม แสงแดด ดังนั้นเราเลือกที่จะหยิบ element ต่างๆ เหล่านั้นมาใช้ เราเชื่อว่าความรู้สึกที่พิเศษจริงๆ มันไม่สามารถอุปมาอุปไมยด้วยพาวเวอร์แบงก์หรือโต๊ะเก้าอี้ได้เลย เพราะฉะนั้นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มันต้องแทนด้วยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เทียมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF1501.jpg" /></p>
<p><strong>เวลาที่เราโตขึ้น ความรู้สึกต่อเรื่องเรื่องเดิมมักเปลี่ยนไปเป็นปกติ แต่การทำเพลงที่ย้อนกลับไปเล่าความรู้สึกตอนเป็นเด็กหนุ่มดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ</strong></p>
<p><strong><br />
ตั๊ด : </strong>ถ้าในแง่ของเนื้อเพลงไม่ยากเลยครับ จริงๆ แล้วผมเป็นคนเขียนเพลงแบบนั้นอยู่แล้ว ผมชอบคำแบบนั้น ชอบความละเอียดอ่อนของคำ ชอบสำเนียงของคำ เพราะคำแต่ละคำมีรสชาติของมัน เหมือนเขียนหนังสือเยอะๆ แล้วใช้คำ กระจิดริดหรือระริกระรี้ เหมือนมันมีร่องคำบางอย่าง มันมีรสเปรี้ยว รสหวาน มันอาจเป็นสิ่งที่เรารู้สึกอยู่คนเดียวก็ได้ แต่ไม่เป็นไร (หัวเราะ)</p>
<p>เหมือนตอนเด็กๆ ผมมีความต้องการอยากแสดงให้โลกเห็น พูดแบบไม่อายเลยครับ ต้องการให้เจอคำว่า ‘ล้านหมอนรองรางผ่านไป&#8217; หรือ &#8216;ล้าก็ล้าแค่เพียงเรือนกายน้ำตาจะล้างละลายเรื่องราว’ ใช่ คุณจะเจอมันจริงๆ แต่มันไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย (หัวเราะ) แต่เรารู้สึกว่าการได้เขียนอะไรแบบนี้ไปแล้วเราภูมิใจกับมันนะ แต่เดี๋ยวนี้เวลาเขียนเนื้อมาผมจะให้พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันดู แบ่งเป็นสองฝ่ายมีมารขาวกับมารดำที่จะช่วยหาบาลานซ์ให้เพลง เพลงต่อไปก็คงจะ simple ขึ้นครับ</p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> ความภูมิใจมันมีหลายรูปแบบครับ เหมือนเวลาผ่านไปเราเริ่มเรียนรู้ที่จะทำเพลงเพื่อเพลงมากขึ้นอะไรทำนองนั้น เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราอยากทำเพลงเพื่อให้คนฟังแล้วรู้สึก โอ้โห ไลน์เบสแม่งโคตรเท่เลยว่ะ มันเหมือนทำเพลงเพื่อตัวเอง แต่ถ้าเป็นตอนนี้เราปรับอะไรหลายๆ อย่างเพื่อสนับสนุนเพลงที่เหลือจริงๆ (ตั๊ด : เพลงที่เหลือในอัลบั้มก็จะไม่มีเบสเลย) คือสุดท้ายถ้าเพลงมันออกมาโคตรเพราะ ต่อให้ไม่มีใครพูดถึงไลน์เบสเลย มันก็น่าภูมิใจไม่แพ้กัน (หัวเราะ)</p>
<p><strong><br />
โย : </strong>ความจริงเรื่องการได้โชว์สกิลหรือฟาดฟันฝีมือมันไม่ใช่เรื่องแย่เลยนะ แต่มันควรมีที่ทางของมันแค่นั้นเอง ตอนนี้เราอยู่กับวง เราอยากทำเพลงเพื่อแสดงความรู้สึกของพวกเราหรือเรื่องราวต่างๆ ให้คนฟังมากกว่า</p>
<p><strong>สิ่งที่พวกคุณได้จากการทำเพลงเพื่อเพลงคืออะไร </strong></p>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> เราจะได้เพลงที่เพราะไงครับ ได้เพลงที่เรารู้สึกว่ามันควรจะเป็นเพลงของมันจริงๆ มีหลายครั้งที่เราพยายามทำเพลงออกมา เฮ้ย! ทำไมมันฟังไม่เป็นเพลงวะ หรือความรู้สึกที่ได้ยิน ทำไมไม่รู้สึกใกล้เคียงกับเพลงเพราะๆ ที่เราชอบเลย</p>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> เอาจริงๆ มันง่ายกว่านั้นครับ ตอนเด็กๆ เราแค่อยากทำในสิ่งที่อยากทำมันก็ถูกแล้ว แต่ในตอนนี้มันก็ไม่ได้มีจุดเปลี่ยนอะไรขนาดนั้น ตอนเด็กเราได้ทำในสิ่งที่อยากทำไปหมดแล้ว ฟาดงวงฟาดงา เขียนคำได้เต็มที่ แต่ตอนนี้เราแค่อยากทำสิ่งที่อยากฟังแค่นั้นเลยครับ แล้วก็อยากลองทำกันเอง โปรดิวซ์กันเอง หรือวันใดวันหนึ่งมีความรู้สึกว่าอยากฟังเพลงแบบที่พี่คนนี้ทำ ด้วยอัธยาศัยใจคอ เรารักกัน เราได้ทำงานด้วยกัน วันข้างหน้าเป้าหมายมันอาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้</p>
<hr />
<h3>5 บทเพลงที่เหล่าชายหนุ่มแห่งท้องทะเลอยากแบ่งปัน</h3>
<h3>01 อาทิตย์ตกที่เดิม (2016)</h3>
<p><strong><br />
มิค :<br />
</strong><em>อาทิตย์ตกที่เดิม</em> เป็นเพลงที่ผมรู้สึกว่าเป็นการอกหักที่ดูเท่ ไม่ได้ดูฟูมฟายอะไรแบบนั้น มันมีบรรยากาศของการอกหักที่ยังแข็งแรงอยู่ แล้วก็ไม่ได้เป็นเพลงช้าในแบบที่มันควรจะต้องเป็น ผมชอบสีสันของเพลง รู้สึกว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงที่มะเฟืองเขียนทำนองมา ซึ่งปกติเพลงของพวกเราพี่โยจะเป็นคนเขียนทำนอง (ตั๊ด : แสดงว่าที่ผ่านมามันไม่ชอบที่โยทำทำนองเลย) ชอบครับชอบ แต่เพลงนี้มันมีมุมแตกต่างออกไปจากเพลงอื่นเท่านั้นเอง</p>
<hr />
<h3>02 ดวงจันทร์สีดำ (2017)</h3>
<p><strong><br />
โย :<br />
</strong><em>ดวงจันทร์สีดำ</em> เป็นเพลงที่พูดถึงความรัก แล้วก็การคิดถึงใครสักคนหนึ่ง ผมอยากแนะนำเพลงนี้เพราะผมชอบเนื้อหาเพลงนี้ที่สุดเลย ดนตรีโฟล์กในเพลงนี้มันมีกลิ่นของการทดลองอยู่ด้วย เหมือนมีความไม่ได้เตรียมตัวไปเล่น มีกลิ่นของความดิบ กลิ่นของร่องรอยอะไรบางอย่าง</p>
<hr />
<h3>03 ยั้ง (2016)</h3>
<p><strong><br />
มะเฟือง :</strong> เพลงนี้พี่โยแต่งทำนองครับ ความจริง<br />
<em>ยั้ง</em> เป็นเพลงๆ แรกเลยที่พวกเรากระโดดออกมาจากความเป็นกองฟาง โดยส่วนตัวผมภูมิใจกับเพลงๆ นี้ ผมชอบแนวคิดของเนื้อหาเพลงนี้ ผมรู้สึกว่าคนที่จะร้องเพลงนี้ให้คนรักได้เนี่ย เขาต้องมีจุดยืนที่แข็งแรงมากเลยนะ ผมรู้สึกว่าคนที่กำลังอยู่ในสถานะพระเอกของเพลงนี้เขาเป็นคนที่มีความคิดที่น่านับถือครับก็เลยชอบเป็นพิเศษ อยากให้ลองฟังกัน</p>
<hr />
<h3>04 ลมฝน</h3>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> จริงๆ ผมชอบเพลงต่อไปที่สุด แต่ก็ไม่ควรบอก (หัวเราะ) สปอยล์นิดนึงแล้วกันครับ เพลงนี้ชื่อเพลง<br />
<em>ลมฝน</em> ผมรู้สึกว่าเพลงนี้แหละเป็นเพลงที่ผมอยากทำ อย่างแรกคือทำนองที่พี่โยแต่ง รู้สึกมีความเป็นพี่โย๊ พี่โย อย่างที่สอง เนื้อเพลง ผมตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อส่งไปยัง inbox message ของแฟนเก่า เป็นเพลงที่พูดประมาณว่า ‘เราเป็นยังไงบ้างที่ไม่ได้เจอกัน’ อย่างท่อนที่ร้องว่า &#8216;เธอรู้ไหมที่เราไม่เจอกัน หัวใจฉันผ่านเรื่องราวเพียงใด&#8217; ผมรู้สึกว่าเพลงนี้ไม่จำเป็นต้องมีคำสัมผัสที่วุ่นวายอะไรเลย แค่ได้เล่าความรู้สึกบนคำที่สวยงามประมาณหนึ่งพอ</p>
<hr id="horizontalrule" />
<h3>05 คนสวน (2015)</h3>
<p><strong><br />
ตั๊ด :</strong> พอกลับมาฟัง <em>คนสวน</em> ทุกวันนี้ ผมจะรู้สึกว่านี่ผมเขียนอะไรของผมเนี่ย พี่โยแต่งทำนองอะไรลงไป พวกเราเล่นอะไรลงไปวะ พอกูไปอัดร้องก็ไม่อีดิตร้องให้กูเลย (หัวเราะ) แต่ถ้าไม่มีเพลง <em>คนสวน</em> ก็จะไม่มีวง YOUNG MAN AND THE SEA ที่ทำให้เราได้มาเจอกัน ผมเลยรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่ผมชอบแต่ผมจะไม่กลับไปฟังมันอีกแล้วล่ะ เวลามันเด้งขึ้นมานะผมกด skip ตลอดเลย (หัวเราะ) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราทำลงไปแล้วมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ทุกอย่างที่เราทำในวันนี้ยังคงสวนทางกับอะไรบางอย่างในชีวิตเราอยู่เสมอ ยังไงก็ลองฟังกันดูครับ</p>
<p><em><strong><br />
ภาพ </strong>ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lyrics-young-man-and-the-sea/">ความรักและความฝันของ YOUNG MAN AND THE SEA</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/lyrics-young-man-and-the-sea/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟังชีพจรชีวิตที่ พุฒิ ภูมิจิต เขียนออกมาเป็นเพลง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lyrics-poomjit/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/lyrics-poomjit/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Mar 2018 02:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักแต่งเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิจิต]]></category>
		<category><![CDATA[พุฒิ ภูมิจิต]]></category>
		<category><![CDATA[พุฒิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/lyrics-poomjit/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภูมิจิต &#8211; ชีพจร ความยาว 5.38 นาที ขอสารภาพแต่โดยดีว่าเราไม่ได้ชอบเพลงนี้ตั้งแต่แรกฟัง ไม่กี่วันต่อมา เรื่องราวและความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นกับชีวิตยุให้เราเลือกเปิดเพลงนี้ซ้ำและซึมซับอย่างละเอียด ดนตรีไทยเดิมฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น เนื้อเพลงหยิบชีวิตจริงที่ทั้งสิ้นหวังและมีหวังของคนเมืองมาพูดกันแบบตรงๆ รู้ตัวอีกทีเราเปิดเพลงนี้วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภูมิจิต คือวงดนตรีอินดี้ร็อกของ พุฒิ-พุฒิยศ ผลชีวิน (ร้องนำ) กานต์-เกษม จรรยาวงศ์ (กีตาร์) บอม-ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล (เบส) และ แม็ก-อาสนัย อาตม์สกุล (กลอง) คอเพลงหลายคนยกให้ภูมิจิตเป็นวงร็อกขวัญใจ ส่วนหนึ่งเพราะฝีไม้ลายมือการแต่งเนื้อร้องของพุฒิ ฟรอนต์แมนของวงที่ว่ากันว่าโดดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้ใคร ภูมิจิตกลับมาทำเพลงห่างอัลบั้มที่สอง Bangkok Fever (2553) นานกว่า 7 ปี กันยายนนี้วงอินดี้ร็อกรุ่นเก๋ากำลังจะกลับมา Midlife อัลบั้มลำดับสามในชีวิตที่เล่าเรื่องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของพวกเขา และทุกเพลงในอัลบั้มก็ทำหน้าที่ร้อยเรื่องราวที่เป็นเหมือนชีวิตจริงของคนหนึ่งคน แต่ก่อนอื่นใดภูมิจิตขอส่งมอบ ชีพจร ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มนี้ให้คนสู้ชีวิตทุกคนได้อินกันก่อน เราแนะนำให้ทุกคนเปิดฟังเพลงใหม่ของพวกเขาคลอไปในระหว่างที่ชีพจรพาเดินเท้าสำรวจความคิดของพุฒิ คนเขียนเพลงประจำวงผ่านบทสนทนาด้านล่างนี้ และคุณอาจเผลอฟังเพลงของภูมิจิตวนไปวนมาไม่รู้ตัว เขียนเพลงเพราะอยากเล่าสิ่งที่คิด “วัยรุ่นในยุคเราจะมี 3 อย่างที่สาวๆ ชอบคือ เรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง ไม่ก็เหลือทางเลือกอีกอย่างคือการเล่นดนตรี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lyrics-poomjit/">ฟังชีพจรชีวิตที่ พุฒิ ภูมิจิต เขียนออกมาเป็นเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภูมิจิต &#8211;<br />
<em>ชีพจร<br />
</em>ความยาว 5.38 นาที</p>
<p>ขอสารภาพแต่โดยดีว่าเราไม่ได้ชอบเพลงนี้ตั้งแต่แรกฟัง</p>
<p>ไม่กี่วันต่อมา เรื่องราวและความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นกับชีวิตยุให้เราเลือกเปิดเพลงนี้ซ้ำและซึมซับอย่างละเอียด ดนตรีไทยเดิมฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น เนื้อเพลงหยิบชีวิตจริงที่ทั้งสิ้นหวังและมีหวังของคนเมืองมาพูดกันแบบตรงๆ รู้ตัวอีกทีเราเปิดเพลงนี้วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า</p>
<p><strong>ภูมิจิต </strong>คือวงดนตรีอินดี้ร็อกของ <strong>พุฒิ-พุฒิยศ ผลชีวิน</strong> (ร้องนำ) <strong>กานต์-เกษม จรรยาวงศ์</strong> (กีตาร์) <strong>บอม-ธิตินันท์ จันทร์แต่งผล</strong> (เบส) และ <strong>แม็ก-อาสนัย อาตม์สกุล</strong> (กลอง) คอเพลงหลายคนยกให้ภูมิจิตเป็นวงร็อกขวัญใจ ส่วนหนึ่งเพราะฝีไม้ลายมือการแต่งเนื้อร้องของพุฒิ ฟรอนต์แมนของวงที่ว่ากันว่าโดดเด่นและน่าสนใจไม่แพ้ใคร</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0426.jpg" /></p>
<p>ภูมิจิตกลับมาทำเพลงห่างอัลบั้มที่สอง<br />
<em>Bangkok Fever</em> (2553) นานกว่า 7 ปี กันยายนนี้วงอินดี้ร็อกรุ่นเก๋ากำลังจะกลับมา <em>Midlife</em> อัลบั้มลำดับสามในชีวิตที่เล่าเรื่องการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของพวกเขา และทุกเพลงในอัลบั้มก็ทำหน้าที่ร้อยเรื่องราวที่เป็นเหมือนชีวิตจริงของคนหนึ่งคน แต่ก่อนอื่นใดภูมิจิตขอส่งมอบ <em>ชีพจร</em> ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มนี้ให้คนสู้ชีวิตทุกคนได้อินกันก่อน</p>
<p>เราแนะนำให้ทุกคนเปิดฟังเพลงใหม่ของพวกเขาคลอไปในระหว่างที่ชีพจรพาเดินเท้าสำรวจความคิดของพุฒิ คนเขียนเพลงประจำวงผ่านบทสนทนาด้านล่างนี้ และคุณอาจเผลอฟังเพลงของภูมิจิตวนไปวนมาไม่รู้ตัว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF03881.jpg" /></p>
<p><strong>เขียนเพลงเพราะอยากเล่าสิ่งที่คิด</strong></p>
<p>“วัยรุ่นในยุคเราจะมี 3 อย่างที่สาวๆ ชอบคือ เรียนเก่ง เล่นกีฬาเก่ง ไม่ก็เหลือทางเลือกอีกอย่างคือการเล่นดนตรี เราเลยเริ่มหัดเล่นกีตาร์ตอน ม.5 จริงๆ เราเล่นดนตรีไม่เก่งด้วยเลยต้องพยายามหาบางอย่างมาอุดจุดบอดตัวเอง เลยคิดว่าการแต่งเพลงนี่แหละเวิร์กสุด และคิดว่าคงเท่กว่าเดิมถ้าเราแต่งเพลงเป็น สาวๆ ก็น่าจะชอบด้วย แต่จากประสบการณ์ทั้งหมดพบว่าคิดผิด เพราะตลอดเวลาที่พยายามเขียนเพลง เรามีแต่แฟนเพลงผู้ชาย เพลงของเราดูดผู้ชายเข้ามาในชีวิตเยอะมาก (หัวเราะ)”</p>
<p>“2 เพลงแรกที่เราเขียนตอน ม.6 คือ <em>มากมายก่ายกอง</em> กับ <em>รอผล Ent </em>ช่วงแรกๆ ที่เขียนเพลงน่ะง่ายเพราะเราจะเขียนแต่เรื่องที่ยังไม่เคยเล่า แต่พอเราเล่าเรื่องนี้ไปแล้ว เวลาผ่านไปถ้าทัศนคติเรายังเหมือนเดิม เราจะติดกับการเล่าเรื่องผ่านมุมมองแบบเดิมๆ เราตั้งใจเขียนเพลงเพื่ออยากจะเล่าสิ่งที่เรากำลังคิดอยู่ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เป็นบันทึกความทรงจำกับอารมณ์ในช่วงเวลานั้นก็ได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0442.jpg" /></p>
<p><strong>เขียนเพลงที่ตัวเองรู้สึกจริงๆ</strong></p>
<p>“ถามว่าเพลงไหนที่เราแต่งเองและชอบนี่ยากมากนะ เพราะคนที่เขียนเพลงเองต้องผูกพันกับเพลงนั้นประมาณนึง เหมือนเพลง <em>รักคือความทุกข์ สุขคือนิพพาน</em> (อัลบั้ม <em>Found and Lost</em>) หลายคนที่ฟังอาจรู้สึกว่ามันไม่มีอะไร แต่เวลาที่เราเล่นเพลงนี้ เราจะนึกถึงบรรยากาศตอนเรียนอยู่ปี 3 ขึ้นปี 4 ที่ชีวิตกำลังนอยด์ๆ สับสนมาก เวลาฟังเพลงเก่าๆ มันสนุกที่พบว่าเมื่อก่อนเราเคยคิดแบบนี้ด้วยนี่หว่า มันทำให้เราเห็นชัดว่าเราเติบโตมาด้วยอารมณ์แบบไหน ด้วยวิธีแบบไหน”</p>
<p>“บางเพลงทำให้เรานึกถึงสาวที่เคยจีบสมัยเรียน หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่เคยเกิดขึ้น เพลงในอัลบั้มแรกและอัลบั้มที่สองคือการเล่าอะไรบางอย่างที่เราอัดอั้นตันใจ เช่น เมื่อก่อนช้างเดินในกรุงเทพฯ เยอะมาก แต่เราไม่สะเทือนใจอะไรเลย จนวันนึงช้างเดินผ่านหน้าไป เราเห็นมันกำลังร้องไห้ มันรู้สึกอะไรอยู่วะ ก็เลยแต่ง <em>น้ำตาช้าง</em> (อัลบั้ม <em>Found and Lost</em>) ขึ้นมา รวมไปถึงความรู้สึกต่อสภาพสังคมการเมือง คือเมื่อก่อนเรารู้สึกว่ามันเท่มากๆ ที่ได้เข้าไปทำความเข้าใจสังคมการเมือง มันทำให้เรารู้สึกเท่และฉลาด เราก็เลยทำสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันฉลาดเท่านั้นเอง สำหรับเรามันเป็นแค่ความรู้สึกอ่ะ เราอาจจะไม่ได้ฉลาดจริงๆ ก็ได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0372.jpg" /></p>
<p>“พอเราพยายามเขียนเรื่องสังคมการเมืองและสิ่งแวดล้อม มุมมองเราตอนนั้นค่อนข้างเด็ก เต็มไปด้วยความร้อนแรง อยากจะเปลี่ยนโลก แต่พอถึงจุดนึง เราไม่อยากเปลี่ยนโลกแล้ว เราอยากเปลี่ยนตัวเองมากกว่า ซึ่งมันดีนะ เพราะทุกครั้งที่เราเจอเด็กๆ น้องๆ ที่ดูใจร้อน อัลบั้ม<em> Found and Lost</em> มันเตือนให้เราเห็นว่าเราก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน ถ้าเราไม่มีอัลบั้มนี้เราอาจเข้าใจว่าพวกเขาหัวรุนแรงไปเลย แต่กลายเป็นว่าพอเราไปฟังอีกครั้ง เราเข้าใจว่าเราจะรับมือเขายังไง และเราควรจะเป็นผู้ใหญ่แบบไหน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0366.jpg" /></p>
<p><strong>อัลบั้มที่ร้อยเรียงตามช่วงวัย</strong></p>
<p>“ถ้าอัลบั้มแรก <em>Found and Lost </em>เป็นเหมือนเด็กวัยรุ่นมหาวิทยาลัยที่มีความร้อนแรงในตัวเอง อัลบั้มที่สอง <em>Bangkok Fever</em> ก็คือเด็กจบใหม่ที่ต้องมาเจอชีวิตวัยทำงาน เหมือนเราเคยเป็นพี่ใหญ่ในมหาวิทยาลัยต้องผลัดเปลี่ยนตัวเองไปเป็นเด็กสุดในที่ทำงานใหม่ ตอนเราเขียนเพลงเราไม่เคยคิดเลยว่าจะทำให้เด็กหรือคนแก่ฟัง เพราะคนที่เป็นเด็ก วันหนึ่งเขาคงต้องผ่านชีวิตแบบนี้เหมือนเรา”</p>
<p>“อัลบั้มที่สาม <em>Midlife</em> คือคนที่อยู่ระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เราเป็นคนที่ต้องเชื่อมคน 2 รุ่นนี้เข้าด้วยกัน ต้องเข้าใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก และทำให้พวกเขาทำงานร่วมกันได้ มันเป็นโจทย์ใหม่ที่ชีวิตเราเจอในช่วง 3 &#8211; 4 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มมีลูกน้อง มีหลาน แฟนเพลงภูมิจิตก็เด็กลง ขณะเดียวกันเราเองก็ไม่ได้แก่เกินไป เรายังพูดภาษาเดียวกับเขาได้อยู่ เราอยู่ในจุดที่สามารถพูดแบบนี้ได้ มีทักษะในการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้น เป็นรุ่นพี่ที่เข้าใจปัญหาในบริบทที่เราเจอ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0466.jpg" /></p>
<p>“ถ้าเป็นศิลปินคนอื่นที่เขาปล่อยอัลบั้มแรก อัลบั้มสองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เขาอาจจะเฟดตัวเองออกจากวงการ เขาคงไม่มีโอกาสที่จะได้ทำเพลงที่เป็นเหมือนการบันทึกช่วงเวลาของชีวิต เราว่าเราโชคดีที่สามารถทำเพลงให้เป็นแบบนั้นได้ เราไม่เคยทรีตว่าการทำเพลงเป็นงานอดิเรก มันเป็นงานใหญ่สำหรับเราเสมอ ทุกครั้งที่มีคนไถ่ถามถึงชีวิตเรา หรือตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตเราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยวิธีไหน เรามักจะตอบว่า ‘เราต้องทำอัลบั้มให้เสร็จ’ เพราะมันคือบทสรุปชีวิตช่วงหนึ่ง และชุดความรู้ที่เราได้จากช่วงเวลานั้น”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0485.jpg" /></p>
<p><strong>อัลบั้มใหม่ที่ว่าด้วย ‘ตรงกลาง’ และ ‘ความจริง’ ของชีวิต</strong></p>
<p>“เราไม่อยากใช้คำว่าอัลบั้มนี้เป็นสิ่งที่มาจากชีวิตเรา คิดว่าชีวิตเราเหมือนใครหลายๆ คน คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ คนในวัยที่อยู่ตรงกลางระหว่างความจริงและความฝัน อยู่ตรงกลางระหว่างครอบครัวกับสุขภาพ การเงินกับแฟน สมมติว่าติดงานลูกค้าจนต้องยกเลิกนัดแฟนอ่ะ มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดประมาณหนึ่งเลยนะ (หัวเราะ) ชีวิตเราเหมือนโยนลูกกลิ้งจำนวนมาก สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือ ถ้าเราพลาดลูกแรก ลูกอื่นเราอาจจะพลาดไปหมด คือล้มทั้งกระดาน ร่วงทั้งหมด นี่คือปัญหาที่เรากำลังเจอ”</p>
<p>“ความจริงปีนี้เราวางแผนจะแต่งงานซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ที่เราต้องดูแล พ่ออยากให้เรากลับไปดูแลแต่ว่าเราก็ต้องทำงาน อัลบั้มก็ต้องออกเพราะเป็นหนึ่งในความทะเยอะทะยานของเราที่จะบันทึกช่วงชีวิตของเราให้ได้ ทุกอย่างรันเป็นทอร์นาโด เราอยู่ตรงกลางของทุกอย่าง เราต้องดูแลทุกอย่างแต่ความจริงเราดูแลทุกอย่างไม่ได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0410.jpg" /></p>
<p>“อัลบั้มนี้มีทั้งหมด 4 พาร์ต เป็นนวนิยายหนึ่งเรื่องที่พาร์ตแรกจะเป็นฉากเปิดตัวพระเอก พาร์ตที่สองเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน พาร์ตที่สามคือปัญหาที่เขาได้เจอ พาร์ตที่สี่ก็คือเรื่องคลี่คลาย เป็นอัลบั้มที่เล่าว่าช่วงที่ผ่านมาเราเรียนรู้อะไรมาบ้าง มันทำให้เรารู้ว่าสุดท้ายเราอยากดูแลใครสักคน เราอยากแต่งงาน เลยเลือกกลับมาทำงานเป็นวิศวกรอีกครั้ง แล้วก็ทำวงภูมิจิตไปด้วย</p>
<p>เราแค่รู้สึกว่าเราโฉ่งฉ่างมาเยอะ เราอยากทำอะไรไปตามอายุ เราสุภาพมากขึ้น เกรี้ยวกราดน้อยลง เพลงเราก็ตามประสบการณ์ชีวิตที่เจอ มันง่ายขึ้นเพราะว่าเรามีประสบการณ์มากขึ้นมากกว่า เป็นภูมิจิตคนเดิมที่แก่ขึ้น เราว่าอัลบั้มนี้ชีวิตจริงมาก เราเคยให้พีท OverMe (ปิติพงษ์ ผาสุขยืด) ฟัง เราชอบที่พีทคอมเมนต์กลับมามาก พีทเขียนว่าอัลบั้มนี้แม่งจริงจนน่ากลัวเลย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0475.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSCF0492.jpg" /></p>
<hr id="horizontalrule" />
<p><strong>5 บทเพลงความเป็นมนุษย์ที่ พุฒิ ภูมิจิต ภูมิใจ</strong></p>
<p><strong>01 มากมายก่ายกอง</strong></p>
<p>“เพลงนี้เล่าถึงความรู้สึกแปลกแยกสมัยมัธยมของเรา ตอนนั้นเราฟังอัลบั้ม<em> the man who</em> ของ travis เพลง <em>Writing to React You</em> เพราะมาก แล้วทุกคนก็มองว่าเราฟังเพลงประหลาดมาก เราพยายามเปิดเพลงนี้ให้เพื่อนฟัง กว่าที่ทุกคนจะรักเพลงนี้เราต้องผ่านอะไรมาหลายอย่างมาก เราอ่านนิตยสาร<em> Cross Road, Music Express, Generation Terrorists</em> แต่ทั้งโรงเรียนแทบหาคนที่อ่านอะไรแบบนี้ไม่เจอ ทุกครั้งที่ไปเรียนพิเศษเราจะถือ <em>Generation Terrorists </em>ตลอดเพื่อรอเจอใครสักคนที่เข้ามาทักว่า เห้ย อ่านจีทีด้วยเหรอ แต่เราก็ไม่เคยเจอใครเลย”</p>
<p>“กลายเป็นว่าเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราจะยอมแพ้นะ ไม่เหมือนใครแล้วทำไมล่ะ แต่ละคนก็ต้องมีเส้นทางของตัวเอง การที่ไม่เหมือนใครมันก็โอเค มันมีความงดงามของมันอยู่ ก็เลยเป็นที่มาของเพลง <em>มากมายก่ายกอง</em> มันคือเพลงที่ย้อนให้นึกถึงความรู้สึกภูมิใจในความแปลกแยกของเรา”</p>
<p><strong>02 รอผล Ent </strong></p>
<p>“เราเขียนเพลงนี้ตอนที่ผลเอนท์กำลังจะถูกส่งมาที่บ้าน จำได้ว่าวันนั้นครึ้มฟ้าครึ้มฝนมาก เป็นช่วงที่เฝ้ารอเฝ้าคอย ไอ้ซองจดหมายที่จะมาที่บ้านเนี่ยแม่งจะเปลี่ยนชีวิตเราเป็นอีกทางเลยนะ ขณะที่ <em>มากมายก่ายกอง</em> เป็นเพลงที่แสดงถึงความกร่าง ความมั่นใจของเรา เพลงนี้แสดงถึงความอ่อนไหวของเราเหมือนเป็นคนละคนเลยอ่ะ เป็นเพลงง่ายๆ ที่ใช้แค่คอร์ด E และ C และเขียนแบบกลอนสุภาพ แต่ไม่ใช้เมโลดี้แบบกลอนสุภาพ เป็นเรื่องใหม่ที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนเพลง”</p>
<p><strong>03 ลุมพินี</strong></p>
<p>“เราเขียนเพลงนี้กับพี่ต๊ะ-จักรพันธ์ุ ขวัญมงคล จริงๆ เพลงในอัลบั้ม<em> Bangkok Fever </em>เสร็จหมดแล้ว แต่เรารู้สึกว่าถ้าอัลบั้มนี้มีเพลงรักสักเพลงก็น่าจะสมบูรณ์ขึ้น พี่ต๊ะบอกเราว่าเขาอยากได้เพลงรักสักเพลงที่อยู่ในสวนสาธารณะ แล้วก็เขียนประโยคแรกมาว่า ‘เก้าอี้ผุพังตัวนั้นยังอยู่ หูกวางต้นใหญ่ก็ยังอยู่’ เราก็ตีคอร์ด ฮัมเพลงไปจนได้มาเป็นเพลง แล้วก็ตั้งชื่อว่า <em style="background-color: initial;">ลุมพินี</em> ทั้งๆ ที่ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจเลยนะว่าที่สวนลุมพินีมีต้นหูกวางหรือเปล่า (หัวเราะ) มันเป็นเพลงที่ทำให้เราได้รู้ว่า เราเขียนเพลงกับคนอื่นได้ การมีอีกมุมมองที่กว้างไกลกว่าเราเข้ามา มุมมองที่เรามีจะเปิดกว้างมากขึ้น”</p>
<p><strong>04 ตัวเราของเรา</strong></p>
<p>“เพลงนี้เขียนหลังจากที่เราสึกจากการบวชพระ ช่วงนั้นไม่มีงานทำ เป้าหมายชีวิตคือทำอัลบั้มให้เสร็จ วันหนึ่งเราตัดสินใจขับรถไปบ้านพี่บ๋อม Supersub รถติดมาก ฝนตกหนักมาก น้ำมันก็จะหมด เงินก็ไม่มี โทรศัพท์ก็โทรออกไม่ได้ เราไม่รู้จะทำยังไงก็เลยออกไปเปิดกระโปรงหลังรถ หยิบกีตาร์มาเล่นในรถ จู่ๆ เพลงนี้ก็ผุดขึ้นมา มันเป็นเพลงที่พูดเรื่องความไม่ยอมแพ้ของมนุษย์ เหตุการณ์นั้นทำให้เรารู้สึกว่าจริงๆ เราสามารถอยู่ในสถานการณ์แย่ๆ โดยที่เราก็มีจิตใจดีได้นี่หว่า คือถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงอาละวาดไปแล้วแน่ๆ เหมือนเป็นเพลงปลดล็อกตัวเอง”</p>
<p>“แต่เรื่องที่ดีกว่าทั้งหมดคือ เพลงนี้ยังปลดล็อกคนจำนวนมาก มีช่วงหนึ่งที่อัลบั้ม<em> Bangkok Fever</em> ดังมาก มีคนทักแชทมาหาเราเยอะมาก น้องคนหนึ่งบอกว่า ‘พี่ครับ ผมฟังเพลงพี่แล้วผมมีกำลังใจเลิกยา’ ยังงั้นเลยเหรอวะ (หัวเราะ) แล้วก็มีอีกคนเป็นนักศึกษาปริญญาเอกทักมา ‘ผมขอเอาชื่อพี่ไปไว้ใน appendix ของวิทยานิพนธ์นะ ตอนเขียนวิทยานิพนธ์ผมเหนื่อยมากเลย แต่พอผมฟังเพลงพี่แล้วผมมีกำลังใจเขียนจนจบ’ เรารู้สึกว่าเพลงนี้พิเศษในฐานะที่มันปลดล็อกตัวเราเองและทำให้เราเห็นว่าประสบการณ์ของเราทำให้ชีวิตคนอื่นดีขึ้นได้ด้วย ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อน”</p>
<p><strong>05 ชีพจร </strong></p>
<p>“ถ้าพูดถึงเพลงนี้ เราจะนึกถึงหนังเรื่อง <em>Always</em> ที่ทุกภาคจะมีช็อตแรกที่ทะเลาะกัน ช็อตต่อมาเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่องใหญ่ จนสุดท้ายก็จบแบบหักมุมชวนซาบซึ้ง เรารู้สึกว่าเพลงนี้มีมูฟเมนต์แบบนั้น เราเริ่มจากความเหงา เศร้า สับสน กลับมามีพลัง พีค แล้วจู่ๆ ก็ผ่อนคลายลง เป็นเพลงที่มีความซับซ้อนมากๆ เป็นเพลงที่เรานั่งทบทวนชีวิตว่าจริงๆ แล้วเราอยากมีอะไร <em>ชีพจร</em> ทำให้เรารู้สึกว่า เราอยากกล้าหาญที่จะใช้ชีวิต ขณะเดียวกันก็ต้องกล้าทำให้คนรอบข้างดีขึ้น กล้าที่จะมีฝันด้วย”</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lyrics-poomjit/">ฟังชีพจรชีวิตที่ พุฒิ ภูมิจิต เขียนออกมาเป็นเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/lyrics-poomjit/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
