<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุดารัตน์ พรมสีใหม่, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/sudarat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/sudarat/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Dec 2021 09:27:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>คุยกับ Morvasu ในวันที่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/morvasu-krungsrimobileapp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Dec 2021 08:09:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Recommend]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=152300</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ มอร์–วสุพล เกรียงประภากิจ กลับมาสู่โลกดนตรีในฐานะศิลปินเดี่ยว ซิงเกิลแรกที่มีดนตรีฟังสบาย เนื้อหาโรแมนติกน่ารักอย่าง Melbourne กลายเป็นเพลงโปรดของใครหลายคนทันทีที่ปล่อยออกมา แถมแฟนเพลงยังเอา Melbourne ไปส่งต่อคนพิเศษ เพื่อสื่อว่า ‘ชอบคุณนะ’ นอกจากนี้ ยังมีเพลง เทาเทา, Sunday, หงอย, โลกยังไม่แตก ที่เขาปล่อยออกมาให้คนฟังด้วย ในขณะเดียวกัน มอร์ยังคงทำงานอีกบทบาทที่ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี คือการเป็นผู้กำกับในวงการโฆษณาที่เคยได้รางวัล Bronze จากเวทีประกวดอย่าง Cannes Lion เคยได้รับเลือกให้เป็นผู้กำกับเอเชียทำงานแคมเปญว่าด้วยการรณรงค์เลิกเล่นมุกดูถูกผู้หญิงของสหประชาชาติ Google และ YouTube และยังมีอีกหลากหลายงานที่เขาทุ่มเทเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีอย่างที่เขาตั้งใจ แม้เจ้าตัวจะยอมรับหลายครั้งว่าเคยมีช่วงทำงานหนักมากจนมาถึงหมุดหมายที่มองความหมายของการทำงานใหม่ และวาง Work life balance ให้ตัวเอง ไม่นานมานี้ มอร์ได้ปล่อยเพลงที่ชื่อว่า งูงุ้ยฮุยจุยงาา (Smile Baby Smile) เพลงที่เขาแต่งขึ้นมาในแคมเปญ ‘ทุกความสุขเป็นเรื่องง่าย’ โดยร่วมกับ KMA-Krungsri Mobile App ความพิเศษของเพลงนี้คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morvasu-krungsrimobileapp/">คุยกับ Morvasu ในวันที่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เป็นเวลา 1 ปีแล้วที่ มอร์–วสุพล เกรียงประภากิจ กลับมาสู่โลกดนตรีในฐานะศิลปินเดี่ยว ซิงเกิลแรกที่มีดนตรีฟังสบาย เนื้อหาโรแมนติกน่ารักอย่าง <em>Melbourne </em>กลายเป็นเพลงโปรดของใครหลายคนทันทีที่ปล่อยออกมา แถมแฟนเพลงยังเอา <em>Melbourne</em> ไปส่งต่อคนพิเศษ เพื่อสื่อว่า ‘ชอบคุณนะ’ นอกจากนี้ ยังมีเพลง <em>เทาเทา, Sunday, หงอย, โลกยังไม่แตก</em> ที่เขาปล่อยออกมาให้คนฟังด้วย</p>



<p>ในขณะเดียวกัน มอร์ยังคงทำงานอีกบทบาทที่ต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี คือการเป็นผู้กำกับในวงการโฆษณาที่เคยได้รางวัล Bronze จากเวทีประกวดอย่าง Cannes Lion เคยได้รับเลือกให้เป็นผู้กำกับเอเชียทำงานแคมเปญว่าด้วยการรณรงค์เลิกเล่นมุกดูถูกผู้หญิงของสหประชาชาติ Google และ YouTube และยังมีอีกหลากหลายงานที่เขาทุ่มเทเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีอย่างที่เขาตั้งใจ แม้เจ้าตัวจะยอมรับหลายครั้งว่าเคยมีช่วงทำงานหนักมากจนมาถึงหมุดหมายที่มองความหมายของการทำงานใหม่ และวาง Work life balance ให้ตัวเอง</p>



<p>ไม่นานมานี้ มอร์ได้ปล่อยเพลงที่ชื่อว่า<em> งูงุ้ยฮุยจุยงาา (Smile Baby Smile) </em>เพลงที่เขาแต่งขึ้นมาในแคมเปญ ‘ทุกความสุขเป็นเรื่องง่าย’ โดยร่วมกับ KMA-Krungsri Mobile App ความพิเศษของเพลงนี้คือ เขาแต่งเพลงด้วยการใช้ Social Listening ซึ่งฟังความคิดเห็นหรือคอมเมนต์ของคนในโลกโซเชียลมีเดียมาใช้แต่งเป็นเพลง นี่เป็นครั้งแรกของมอร์ในฐานะศิลปินที่แต่งเพลงร่วมกับคนอื่นๆ เขายอมรับว่าเป็นงานที่ท้าทายไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ได้เพลงที่ตรงใจกับสิ่งที่เขาอยากสื่อถึงความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คน และเป็นความสุขง่ายๆ จากสิ่งรอบๆ ตัว เหมือนกับโจทย์ตั้งต้นของการทำงานในครั้งนี้ที่มีความสุขจากการใช้งานโมบายแอปของกรุงศรีเป็นสารตั้งต้น</p>



<p>มอร์มองความสุขจากเรื่องง่ายๆ ในชีวิตยังไง และในห้วงเวลาแบบนี้ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเขายังไงบ้าง บทสนทนาต่อไปนี้คือคำตอบจากเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-1024x683.jpg" alt="morvasu
" class="wp-image-152305" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Recommended_Mor-Vasu_Content_c1_20211217.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ผ่านมา </strong><strong>1</strong><strong> ปีของการปล่อยเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว ความรู้สึกของคุณเป็นอย่างไรบ้าง</strong></h4>



<p>รู้สึกดีใจครับ เหมือนเจอช่องบางอย่างของตัวเองที่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าเราจะมีช่องนี้ให้ไปได้ด้วย เพราะตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรเลย เราก็แค่ทำเพราะอยากทำเพลงต่อ อยากค้นหาตัวเองในแง่มุมใหม่ๆ เราคิดแค่ว่าเราพอมีเงินเก็บก้อนหนึ่งก็เอามันมาทำเพลงที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับเรา คิดแค่นี้เลย ไม่ได้คิดว่าเพลงมันจะสำเร็จไหม หรือจะมีคนชอบไหม อย่างสังเกตดูว่าเพลงแรกที่ปล่อยออกมาเป็นเพลงที่ไม่คิดอะไรเลย คนอื่นอาจจะรู้สึกว่าคิดนะ แต่จริงๆ เราแค่รู้สึกสบายกับโมเมนต์แบบนี้เลยทำเพลงเป็นแบบนี้&nbsp;</p>



<p>ในฐานะผู้กำกับ ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่เราทำอยู่ตลอด ตอนนี้ยังทำอยู่เรื่อยๆ ครับ เพิ่งมาปลายปีที่แล้วที่กำลังจะมีชีวิตแบบอาชีพศิลปิน ตอนแรกคิดไว้ว่าเราจะกลับมามีชีวิตแบบมี 10 งานต่อเดือน (หัวเราะ) แต่มันมีโควิด-19 รอบสองก่อนเลยเศร้าๆ หน่อยครับ</p>



<p>ตอนนี้กำลังปั่นอัลบั้มเต็มอย่างสุดใจเลยครับ แม้ว่าจะเลยเดดไลน์ไปแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ แล้วถ้าไม่มีโควิด-19 รอบ 3 ประมาณวันนี้จริงๆ ต้องปล่อยอัลบั้มแล้ว แต่เราก็ทำเพลงเพิ่มเรื่อยๆ คิดว่าจะทำมาสเตอร์ให้อัลบั้มเสร็จภายในปีนี้ครับ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณต้องแบ่งเวลา หรือมี Work life balance ยังไงในฐานะคนทำงานหลายอาชีพ</strong></h4>



<p>หลังๆ เราพยายามไม่รับงานให้มัน overload เกินไป พยายามจะบาลานซ์ ทำเฉพาะโปรเจกต์ที่เราสนใจและมีแพสชั่นด้วย พูดแล้วเหมือนหยิ่ง มันเหมือนกับว่า แหม เลือกงานหนิ&nbsp;</p>



<p>แต่สำหรับเรามันคือการทำงานกันทั้งสองทาง โปรเจกต์ที่เรามีแพสชั่น เราก็ได้ เขาก็ได้ ได้ในสิ่งที่ดีกันทั้งสองฝ่าย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยอะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจเลือกรับงานมากขึ้น</strong></h4>



<p>เราเคยผ่านช่วงที่เราไม่เลือกงานมาแล้ว ชีวิตเราพังประมาณหนึ่ง พอเรารับงานมาเยอะมาก สุดท้ายเราจะเค้นทุกงานให้มันได้มาตรฐานของเราอยู่ดี สรุปแล้วตัวเราเครียดเอง ไม่ค่อยได้นอน พอนอนไม่พอ กลายเป็นคนขี้เหวี่ยงมากขึ้น เราไม่ค่อยชอบงานตัวเองตอนนั้น รู้สึกตัวเองผิดเสมอ ไม่อยากกลับไปเป็นคนไม่ค่อยน่ารักสำหรับทีมงานเราอีก เลยพยายามหา Work life balance ให้ตัวเอง&nbsp;</p>



<p>โดยรวมก็คือทำงานให้น้อยลง ทำงานเท่าที่ไม่ต้องเค้นตัวเองมาก ให้มีวันหยุดบ้าง ให้สมองได้หยุดพักบ้าง เหนื่อยงานก็พักบ้างก็ได้ “เหนื่อยนักก็พักสักวันก็ได้” (ร้องเป็นเพลง) แต่ก็ทำงานทั้งหมดให้สุดความสามารถเหมือนเดิม&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การที่ก่อนหน้านี้คุณทำงานเยอะๆ คุณนิยามว่าตัวเองเป็นคนบ้างานไหม</strong></h4>



<p>ใช่ เราอาจจะเคยถูกปลูกฝังมั้งว่ายิ่งทำงานเยอะ ยิ่งมีคุณค่า สุดท้ายพออายุมากขึ้น ก็คิดว่าเออ ทำงานตลอดเวลามันก็มีคุณค่าในทางหนึ่งมากขึ้น แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตปะวะ&nbsp;</p>



<p>แต่สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเรายังทำงานหนักอยู่ดีนะ (หัวเราะ) เพราะที่เราบอกว่า Work life balance ไม่ได้แปลว่าไม่ทำงาน แต่ทำงานให้มันมีวันหยุดปกติแบบคนอื่นเขาบ้าง หมายถึงว่าอาทิตย์หนึ่งได้หยุดสักวัน แล้วแต่ใครมองวิธีบาลานซ์แบบไหน แต่ละคนอาจจะมีมุมมองไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>อีกทางหนึ่งที่เป็นการ Work life balance หรือปลดปล่อยความเครียดจากการทำงานของเรา คือ การทำเพลง เราเพิ่งสังเกตว่าเพลงเราเต็มไปด้วยความขี้เกียจมากเลย ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าใครอยู่ใกล้ๆ เราจะรู้ว่าเราทำงานหนักประมาณหนึ่งเหมือนกัน แต่มันเหมือนเป็นวิธีการระบายออกของเรา เราว่าหลายๆ เพลงมีความฮีลตัวเองอยู่</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อย่างที่ได้ฟังในเพลงล่าสุดคือ<em> งูงุ้ยฮุยจุยงาา </em>ใช่ไหม เล่าได้ไหมว่าเพลงนี้เริ่มต้นได้ยังไง</strong></h4>



<p>เราได้โจทย์คือ Krungsri Mobile App เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของความง่าย ทำให้คนใช้งานง่าย และมีความสุขได้ง่ายมาก เลยอยากให้มิวสิกวิดีโอที่ทำออกมาสื่อถึงความสุขเป็นเรื่องง่าย&nbsp;ประกอบกับช่วงนั้นโซเชียลมีเดียเดือดมาก เต็มไปด้วยไฟ แล้วเราไม่อยากเปิดเลยมันเครียดมาก คุณพีท ทสร Creative แม่ทัพของงานนี้ และทีมงาน Wunderman Thompson&nbsp;เลยชวนเราว่ามาทำอะไรเย็นๆ ดูกันเถอะ ตอนนั้นมันเริ่มง่ายๆ เลย พอเราคุยกันว่า ความสุขที่มันเป็นเรื่องง่ายส่วนใหญ่มันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ เราเลยถามไปในเพจเรา และน้องๆ ทีมงานก็ช่วยกันโพสต์ลงเฟซบุ๊กตัวเอง เราอยากรู้ว่าในช่วงเวลาแบบนี้ของทุกคน อะไรคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันบ้าง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เราโพสต์ไปเล่นๆ เพราะเราไม่รู้ เราอยากรู้ กลายเป็นว่ามีคนตอบเยอะมาก คนรู้สึกว่าการตอบถึงความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้มันง่ายแล้วก็ฮีลเขาได้ในทางใดทางหนึ่ง ตอนนั้นเราคิดเลยว่าเฮ้ย คำตอบของแต่ละคนมันน่าสนใจมากเลย เอามาแต่งเพลงไหม</p>



<p>เพราะให้เราคิดเองเราก็คิดไม่ได้ ‘เสียงหม้อต้มชาบู หอมบุๆ ปุๆ’ หรือว่า ‘นั่งมองเวลาแมวหลับ มองเท้ามองตาที่หลับสนิท มันแบบงุงุ้ยฮุยจุยงา’ ‘ฟังเพลงที่ชอบ ดูคู่ชิปมีโมเมนต์’ ซึ่งเราเห็นคนมาตอบเราใน Twitter แบบนี้ เรางงไปเลยว่า คู่ชิปคืออะไรวะ เราก็ต้องไปเสิร์ชดู อ๋อ คู่จิ้น แล้วก็คิดว่าเฮ้ย ฉันจะต้องใส่สิ่งนี้ในเพลง ฉันชอบ มันเป็นดินแดนที่ฉันไม่เคยไป เพราะบางอย่างเราคิดไม่ได้อยู่แล้ว คอมเมนต์เหล่านี้เลยพิเศษมาก ถ้าเอามาแต่งเป็นเพลงน่าจะแจกจ่ายความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้ทุกคนได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับแอปของกรุงศรีที่ใช้ง่าย สะดวก มันทำให้เราเกิดความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้ง่ายๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="960" height="720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/KMA_Krungsri-portal-960x720px.jpg" alt="Krungsri Mobile app" class="wp-image-152306" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/KMA_Krungsri-portal-960x720px.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/KMA_Krungsri-portal-960x720px-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/KMA_Krungsri-portal-960x720px-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/KMA_Krungsri-portal-960x720px-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การเอาคอมเมนต์มาใส่สอดคล้องกับ Social listening ยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>เล่าก่อนว่าเริ่มแรกที่คิดว่าจะใช้เครื่องมือของ Social listening มาจากทีมครีเอทีฟของ Wunderman Thompson เครื่องมือนี้จะทำให้รู้ว่าโดยส่วนใหญ่คนคิดกับเรื่องเรื่องนั้นยังไงบ้าง ครีเอทีฟเขารู้สึกว่ามันคงดีนะถ้าเราใช้ดาต้าให้เป็นประโยชน์ ถ้าใช้ให้มันถูกวิธีก็จะส่งผลให้มันโดนคนมากขึ้น</p>



<p>&nbsp;แต่เราก็ไม่ได้เอามาใช้แบบดื้อๆ เพราะเราเอาผลลัพธ์ที่ได้จาก Social listening มาแมตช์กับส่วนที่คนเขียนแล้วมันมีความเป็นมนุษย์กว่า ซึ่งคำตอบของทั้งสองข้อมูลมันมีความใกล้เคียงกันประมาณหนึ่ง เช่น คำตอบของคนที่มาคอมเมนต์เราก็ใกล้เคียงกับ Top 40 ของ Social listening ว่าความสุขเล็กๆ ง่ายๆ ในชีวิตคืออะไร เราเลยผสมกันเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนหน้านี้คุณมักบอกว่าเพลงที่แต่งจะมาจากความรู้สึกตัวเองเป็นส่วนใหญ่ พอต้องเอาความคิดเห็นคนอื่นมาแต่งเพลงด้วยมันยากไหม</strong></h4>



<p>จริงๆ ไอเดียเริ่มแรกมันก็ส่วนตัวอยู่ครับ ท่อนฮุกที่แต่งก็มาจากความรู้สึกส่วนตัว ที่เหลือเหมือนต้องใช้หัวเรียบเรียง ซึ่งในฐานะนักแต่งเพลง เราจะเรียงเพลงยังไงให้คนฟังรู้สึกว่าเพราะ แม้ว่าจะไม่เข้าใจไอเดีย ไม่ต้องรู้แบ็กกราวนด์ของการแต่งเพลงนี้ ทำให้มันรู้สึกว่าเหมือนไม่ใช่เพลงคอนเซปต์ก็ได้ ให้มันลื่นแล้วถ้ายิ่งรู้คอนเซปต์งานก็ยิ่งรู้สึกเจ๋งขึ้น </p>



<p>เหมือนจะง่ายนะ ไม่ต้องเขียนเองไง เพราะเอาคอมเมนต์เขามาวาง แต่ความจริงมันท้าทายเราอยู่ เพราะเราไปกำหนดเขาไม่ได้ เราแค่ต้องเลือกมาแล้วเอามาวางต่อกัน แล้วบางทีคำมันไม่เท่ากันหรือไม่คล้องจองกัน ต้องหาคำที่มาต่อกัน คล้องจองกันแล้วได้ความหมายก็จะยิ่งว้าว เช่น พอเจอประโยค ‘เสียงหม้อต้มชาบู หอมบุๆ ปุๆ’ เราชอบมากเลย อยากใส่ลงไป แล้วพอไปเจอ ‘แกะกล่องพัสดุ’ นี่แบบ (ปรบมือ) ก็เลยเอามาใส่ด้วยกันแบบนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเป็นศิลปินที่แต่งเพลงนี้แล้ว คุณยังรับบทเป็นผู้กำกับเอ็มวีด้วย เล่าได้ไหมว่าแนวคิดเอ็มวีนี้เป็นยังไง</strong></h4>



<p>เรารู้สึกว่าเพลงนี้หวานๆ มันงุ้ยๆ มาก มันโลกสวยจังเลยแก เราเลยรู้สึกว่าถ้าภาพมันยิ่งโลกสวยยิ่งไม่ค่อยเวิร์ก ก็เลยต้องมีความกวนๆ อยู่บ้าง มีการล้อเลียนความสุขนั้นอีกทีเพื่อให้ภาพและเสียงมันทำงานกันแบบน่าสนใจ&nbsp;</p>



<p>เรามองว่าการทำภาพตามเสียงง่ายมากเลยนะ แต่ถ้าทำภาพตามเสียงให้มีเทกซ์เจอร์ขึ้น มันจะน่าสนใจขึ้น ตอนเราทำเอ็มวีตัวเอง เราจะทำประมาณนี้แหละ จะไม่ทำตามเพลงทันที แต่จะต้องขยับไปอีกเลเยอร์หนึ่ง</p>



<p>ซึ่งครั้งนี้ก็โชคดีที่ได้ร่วมงานกับ Kanithrin (กนิษฐรินทร์ ไทยแหลมทอง) เราเป็นคนชอบงานของเขาอยู่แล้ว มันดูมีความกวนแบบนิ่งๆ เราชอบมากๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมคุณถึงตั้งชื่อเพลงว่า <em>‘งูงุ้ยฮุยจุยงาา’</em></strong></h4>



<p>ตอนเห็นครั้งแรกเราชอบมากเลย เราคิดว่าฉันจะใส่สิ่งนี้ไปในเพลงให้ได้ (เน้นเสียง) มันดูแล้ว อ่านแล้วมันงูงุ้ยจุยงา มันอ่านแล้วเราสัมผัสได้ถึงความสุขบนตัวอักษร จั๊กจี๋อะ ชอบ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>งานนี้มีผลต่อใจเรายังไงบ้าง ได้ทำอะไรหลายอย่าง ได้แต่งเพลงที่พูดเรื่องความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงนี้ แถมยังได้แต่งเพลงร่วมกับคนอื่นด้วย&nbsp;</strong></h4>



<p>เราสนุกมากเลยนะ มันเป็นโจทย์คอลแลบที่ท้าทายมาก ไม่ว่าจะคอลแลบกับแบรนด์ คอลแลบกันคนอื่นในแง่คนเขียนเนื้อ คอลแลบกับ Kanithrin ในการทำภาพ ถือว่าตัวนี้เป็นงานแอนิเมชั่นตัวแรกก็ได้ครับ แล้วเราก็สนุกดี มันเล่นอะไรบางอย่างได้ที่การถ่ายเล่นไม่ได้ เช่น จะมีตอนงูงุ้ยฮุยจุยงาที่มีต้องยกมือเยี่ยม สิ่งนี้ถ้าถ่ายจริงมันต้องใช้เทคนิคเยอะมากเลยนะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-1024x1024.jpg" alt="KMA x Morvasu" class="wp-image-152307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/k1005-MV-KMA-FB-YT-Twitter-1080x1080px.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จากการแต่งเพลงและทำเอ็มวี<em> งูงุ้ยฮุยจุยงาา</em> ถ้าให้นิยาม ‘ความสุขเป็นเรื่องง่าย’ สำหรับคุณมองยังไงบ้าง</strong></h4>



<p>เราพูดแบบนี้ดีกว่า ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องง่าย เราเคยอ่านหนังสือ มาสโลว์บอกว่าความสุขมันมีหลายขั้น บางอย่างมันก็ไม่ง่าย เช่น การที่รู้สึกว่าต้อง achieve in life มันไม่ง่ายหรอกครับ แต่ในขณะที่เรากำลังไปสู่ปลายทางความสุขอันยิ่งใหญ่หรือความฝันอันยิ่งใหญ่ของเรา ระหว่างทางเราก็สามารถทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้เรามีความสุขได้</p>



<p>อย่างตอนทำงานแล้วมีบางวันที่ดีบ้าง บางวันไม่ดีก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าซัฟเฟอร์มากๆ เราจะหาความสุขจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เอา ก็ต้องหาวิธีฮีลตัวเอง เช่น เล่นกับแมวหน้าห้องทำงาน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ สำคัญยังไงกับชีวิต</strong></h4>



<p>มันสามารถทำให้เรายืนหยัดท่ามกลางโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าคนมีทุกข์มีสุขเป็นเรื่องปกติเนอะ ความสุขเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้เรายืนหยัดในโลกใบนี้ได้ดีขึ้นนิดหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>ลองมาหาสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัว แล้วอาจจะพบว่าความสุขในชีวิตเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากสิ่งเล็กๆ ซึ่งเป็นต้นทางที่ทำให้เราใช้ชีวิตทุกๆ วันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น #ทุกความสุขเป็นเรื่องง่าย</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="KMA x Morvasu – งูงุ้ยฮุยจุยงาา (Smile Baby Smile)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/Jh6QB7Oe3ek?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p> </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morvasu-krungsrimobileapp/">คุยกับ Morvasu ในวันที่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>howareyoupatani.com เสียงจากคนสามจังหวัดชายแดนใต้ที่อยากให้ทุกคนรับฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/howareyoupatani/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Oct 2021 12:32:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Peace Collaborative Resource]]></category>
		<category><![CDATA[Inside The Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[Glow Story]]></category>
		<category><![CDATA[สามจังหวัดชายแดนภาคใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=149679</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้คุณลองนึกภาพตัวเองใช้ชีวิตในพื้นที่ความขัดแย้งและความรุนแรงนาน 17 ปี คุณคิดว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง? 17 ปี คือระยะเวลาที่นานเท่ากับชีวิตของวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับที่คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเติบโตขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ ‘ไม่ปกติ’ แต่พวกเขากลับต้องใช้ชีวิตให้เหมือน ‘ปกติ’&#160; ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ภาพที่เห็นในข่าว เรื่องเล่ากระแสหลักที่ออกมาตามสื่อ ทำให้ความรุนแรงและความขัดแย้งกลบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนธรรมดาไปไม่น้อย เรารับรู้แค่ว่าคนในพื้นที่ต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก แต่เราไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาใช้ชีวิตกันยังไง และที่สำคัญ ในความขัดแย้งอันยาวนานนี้ ความรู้สึกของพวกเขาเป็นยังไงบ้าง และอะไรคือความคับข้องใจตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี เหล่านี้คือสิ่งที่ Peace Resource Collaborative (PRC) หรือศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ พยายามจะนำเสนอให้คนในสังคมได้เห็น PRC เป็นองค์กรที่ทำงานด้านสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยฐานข้อมูลทางวิชาการ พวกเขาเชื่อว่าถ้าหากเรารับรู้ปัญหาร่วมกันอาจจะนำไปสู่การเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหาในระดับประเทศ​ ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีมานี้ที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวเรื่องการเมือง และปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความสนใจมากขึ้น PRC จึงอยากให้ทุกคนได้รับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนในพื้นที่จริงๆ ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ถนัดงานด้านการสื่อสาร Glow Story และ Inside the Sandbox จึงได้เข้ามารับหน้าที่ออกแบบวิธีการเล่าให้เรื่องราวกว่า 17 ปีของคนในสามจังหวัดฯ ส่งต่อมาถึงเพื่อนร่วมประเทศ ผ่านเว็บไซต์ที่ชื่อว่า howareyoupatani.com&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/howareyoupatani/">howareyoupatani.com เสียงจากคนสามจังหวัดชายแดนใต้ที่อยากให้ทุกคนรับฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าให้คุณลองนึกภาพตัวเองใช้ชีวิตในพื้นที่ความขัดแย้งและความรุนแรงนาน 17 ปี คุณคิดว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง?</p>



<p>17 ปี คือระยะเวลาที่นานเท่ากับชีวิตของวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับที่คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเติบโตขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ ‘ไม่ปกติ’ แต่พวกเขากลับต้องใช้ชีวิตให้เหมือน ‘ปกติ’&nbsp;</p>



<p>ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ ภาพที่เห็นในข่าว เรื่องเล่ากระแสหลักที่ออกมาตามสื่อ ทำให้ความรุนแรงและความขัดแย้งกลบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนธรรมดาไปไม่น้อย เรารับรู้แค่ว่าคนในพื้นที่ต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก แต่เราไม่รู้รายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาใช้ชีวิตกันยังไง และที่สำคัญ ในความขัดแย้งอันยาวนานนี้ ความรู้สึกของพวกเขาเป็นยังไงบ้าง และอะไรคือความคับข้องใจตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี</p>



<p>เหล่านี้คือสิ่งที่ Peace Resource Collaborative (PRC) หรือศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ พยายามจะนำเสนอให้คนในสังคมได้เห็น PRC เป็นองค์กรที่ทำงานด้านสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยฐานข้อมูลทางวิชาการ พวกเขาเชื่อว่าถ้าหากเรารับรู้ปัญหาร่วมกันอาจจะนำไปสู่การเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหาในระดับประเทศ​ ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีมานี้ที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวเรื่องการเมือง และปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับความสนใจมากขึ้น PRC จึงอยากให้ทุกคนได้รับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนในพื้นที่จริงๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149682" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22.5.61-68.jpg 2040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ถนัดงานด้านการสื่อสาร Glow Story และ Inside the Sandbox จึงได้เข้ามารับหน้าที่ออกแบบวิธีการเล่าให้เรื่องราวกว่า 17 ปีของคนในสามจังหวัดฯ ส่งต่อมาถึงเพื่อนร่วมประเทศ ผ่านเว็บไซต์ที่ชื่อว่า <a href="https://howareyoupatani.com/">howareyoupatani.com</a>&nbsp;</p>



<p>หากคุณลองกดเข้าไปฟังตอนนี้ ฟังก์ชั่นและฟอร์แมตอาจจะคล้ายกับการเล่าเรื่องที่ใครหลายคนอาจเคยสัมผัสมาใน ‘Deadline Always Exists’ และ ‘วิชาชีวิต’ แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากนั้นคือ เว็บไซต์นี้ไม่มีอะไรให้คุณตอบ</p>



<p>อันที่จริงคือแทบจะไม่มีอะไรให้คุณทำเลย นอกจากรับฟังเสียงเหล่านั้น</p>



<p>ท่ามกลางความขัดแย้ง ความปลอดภัยของเจ้าของเสียง และอีกหลายกระบวนการทำงานกว่าจะออกมาเป็น ‘เสียง’ ใน howareyoupatani.com นั้นเกิดขึ้นได้ยังไง ลองไปฟังเรื่องเล่าจาก <strong>Norbert Ropers</strong> ผู้อำนวยการประจำ PRC, <strong>ม็อบ–เทพพิทักษ์ มณีพงษ์ </strong>และ <strong>เจนนี่–ณัฐวดี คงแสง</strong> จาก Glow Story, <strong>มินนี่–เมธาวจี สาระคุณ </strong>และ <strong>เม–ศุภกานต์ ผดุงใจ</strong> จาก Inside the Sandbox ผู้ออกแบบเว็บไซต์อินเทอร์แอ็กทีฟอย่าง Deadline Always Exists&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="472" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-1024x472.png" alt="" class="wp-image-149689" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-1024x472.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-300x138.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-768x354.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-1536x708.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM-600x277.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.56-PM.png 1768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>10 ปีกับสถานการณ์แก้ปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong></h3>



<p>ความขัดแย้งในสามจังหวัดฯ มีหลายประเด็นที่ทับซ้อนกันอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องพื้นที่ ประวัติศาสตร์ ศาสนา การกดขี่ ไปจนถึงความรุนแรงที่ก่อตัวมากขึ้นในช่วง 20 ปีหลัง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ PRC เข้ามาทำงานเจรจาเพื่อสร้างพื้นที่ต่อรองให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงแล้วหันมาพูดคุยแก้ปัญหาไปด้วยกัน</p>



<p>“เราเริ่มต้นจากการทำงานเป็นกลุ่มเล็กๆ ด้วยการเชิญตัวแทนจากทุกชุมชนในชายแดนใต้มาคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือมุสลิม แล้วจึงสร้างเครือข่าย Insider Peacebuilders Platform (IPP) ที่ชวนให้คนในแต่ละชุมชนมาพูดคุยเพื่อหาทางทำงานและแก้ปัญหาร่วมกัน” นอร์เบิร์ตเล่าถึงการทำงานของพวกเขาที่จะต้องคุยกับคน ‘ทุกกลุ่ม’ ซึ่งหมายถึงการเข้าไปคุยกับผู้มีอำนาจทั้งทางรัฐไทยและตัวแทนจากคู่ขัดแย้งด้วย โดยการพูดคุยหรือทำงานแต่ละครั้ง PRC จะทำข้อตกลงในการเจรจาหรือทำงานร่วมกันที่ทุกฝ่ายโอเคและยอมรับได้</p>



<p>เราคงนึกภาพไม่ออกว่าการเจรจาจะดำเนินไปได้ยังไง ในเมื่อข่าวความรุนแรงและสถานการณ์ตึงเครียดมีให้เห็นมาหลายครั้ง ผู้อำนวยการแห่ง PRC จึงเล่าประสบการณ์และการสังเกตการณ์ให้ฟังว่า</p>



<p>“ถ้าคุณดูระยะเวลาตลอด 20 ปีที่ผ่านมาจะพบว่าความรุนแรงเริ่มเบาลงตั้งแต่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย แต่มันก็ยังเป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องพูดคุยกันอยู่ เพราะความกังวลหนึ่งที่ผมมองเห็นคือ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่เคารพอีกฝ่ายเพื่อหยุดความรุนแรงลง&nbsp;</p>



<p>“แต่พวกเราพยายามที่จะให้คนทุกกลุ่มในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่คู่ขัดแย้งสองฝั่งเท่านั้น แต่รวมถึงคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และหวังว่าสักวันความเปลี่ยนแปลงจะมาถึง ดังนั้นเราควรให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมกับการหาทางออกด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่ความขัดแย้ง แต่รวมถึงการมีส่วนร่วมในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจต่างๆ” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-149757" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20200904_112557_2-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ตลอดการทำงานกว่า 10 ปีของ PRC นั้นไม่ง่ายเลย นอร์เบิร์ตยอมรับว่าหลายครั้งทำให้เขาผิดหวัง แต่เขายังไม่ยอมแพ้ เพราะในฐานะแอ็กทิวิสต์สายสันติภาพ เขายังเชื่อว่าการพูดคุยที่สร้างบรรยากาศให้ทุกคนรู้สึกวิน-วินกันทุกฝ่ายจะนำไปสู่ทางออกได้ และทีม PRC ก็พยายามทำเช่นนั้นมาโดยตลอด</p>



<p>“สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และผมพูดได้ว่ามันเป็นความหวัง คือตั้งแต่มีการเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วง 2-3 ปีมานี้ ได้สร้างสถานการณ์ใหม่ให้กับพื้นที่ชายแดนใต้เหมือนกับที่เกิดขึ้นในส่วนกลาง แอ็กทิวิสต์ที่เป็นคนรุ่นใหม่หลายคนเข้าร่วมในการเรียกร้องครั้งนี้ คิดว่าเรามีเพื่อนที่เดินทางไปด้วยกัน มีเพื่อนวัยเดียวกันในพื้นที่อื่นๆ ที่เข้าใจเรา</p>



<p>“สิ่งที่ทำให้เราประทับใจมากๆ คือนักเคลื่อนไหวในส่วนกลางตอนนี้ก็พยายามที่จะเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และพูดคุยปัญหาจากนักเคลื่อนไหวภาคใต้ แม้ว่าช่วงนี้จะลงถนนกันน้อยลง แต่ทั้งสองกลุ่มก็ยังมีปฏิสัมพันธ์กันอยู่”</p>



<p>นอกจากนี้ นอร์เบิร์ตยังสังเกตเห็นว่า นักกิจกรรมรุ่นใหม่ยังเชื่อว่าถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับประเทศให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยจะทำให้เกิดการแก้ปัญหาในภาคใต้ได้ ซึ่งต่างจากในอดีตที่นักกิจกรรมภาคใต้มักมองว่าพวกเขาควรเป็นอิสระจากกลุ่มอื่นๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149684" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/FB_IMG_1501759120267.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และผมคิดว่ามันเป็นพัฒนาการที่ดีที่เกิดขึ้นในรอบ 10 ปีมากๆ เพราะจากการทำงานของผมกับทีมที่ผ่านมา พวกเราเห็นตรงกันว่าปัญหาในภาคใต้ไม่สามารถแก้ไขได้จากคนในพื้นที่หรือคู่ขัดแย้งสองฝั่งเพียงอย่างเดียว แต่คนทั้งประเทศต้องเห็นตรงกันว่าปัญหานี้ควรแก้ไขและมาร่วมมือกัน”&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ‘เป็นยังไงบ้าง’</strong></h3>



<p>จากสิ่งที่นอร์เบิร์ตอธิบายมาทั้งหมด จึงเป็นเหตุผลที่ทีม PRC อยากนำเรื่องราวชีวิตของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาสื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในรายละเอียดหรือข้อมูลบางอย่างที่คนอาจจะรับรู้กันน้อย ซึ่งทีม Glow Story และ Inside the Sandbox ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่มาช่วยหยิบมุมมองและวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยกัน</p>



<p>“ที่ผ่านมา Glow Story ทำงานเกี่ยวกับอินไซต์คนเยอะ พอเป็นประเด็นสามจังหวัดฯ สิ่งแรกที่เรากังวลคือเราจะทำอะไรที่เป็นการคิดแทนคนในพื้นที่หรือเปล่า ดังนั้นก่อนที่จะคิดคอนเซปต์ เราจึงมี 2 ส่วนหลักที่ต้องทำ คือหนึ่ง–พูดคุยกับคนในพื้นที่ และสอง–คุยกับกลุ่มเป้าหมายของเราคือคนรุ่นใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าเขามีการรับรู้ถึงเรื่องภาคใต้ยังไงบ้าง” เจนนี่เริ่มต้นเล่าถึงการทำงานในช่วงแรก</p>



<p>การรีเสิร์ชเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี สิ่งที่พวกเขาพบคือพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อน และมีหลายประเด็นที่ไม่อาจตัดสินได้ด้วยมุมมองของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์เจ้าของพื้นที่ระหว่างสยาม-มลายูเมื่อหลายร้อยปีก่อน ความขัดแย้งในมุมมองศาสนา ความรุนแรงที่ใช้ทำลายกันเองทั้งสองฝ่าย และปัญหาอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่</p>



<p>“เราถกกันเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติเวลาเราทำงานสื่อสาร สิ่งสำคัญคือเราต้องหาเมสเซจว่าอยากให้คนฟังรู้สึกอะไร แต่สิ่งที่ยากก็คือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีข้อเรียกร้องแค่ข้อเดียว ไม่ได้มีทางออกทางเดียว มันเป็นพื้นที่สีเทาที่ยากจะบอกว่าใครถูกใครผิด” มินนี่พูดถึงช่วงแรกที่พวกเขาคิดคอนเซปต์ ก่อนจะอธิบายที่มาที่ไปซึ่งทำให้พวกเขาตกตะกอนออกมาเป็นเมสเซจที่อยากสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/22_0.5.61-110.jpg 2040w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เรามองว่าพอถึงจุดหนึ่งที่คุณรู้ข้อมูลบางส่วนมาแล้ว แล้วจะต้องตัดสินใจว่าคุณอยากเข้าข้างใคร หรือเชื่อในเรื่องไหน ไม่เชื่อในเรื่องไหน เราอยากให้คุณเอาความเป็นมนุษย์มาใช้ในการตัดสินใจด้วย&nbsp;</p>



<p>“เราจึงอยากให้คุณรับรู้ว่าชีวิตของคนตรงนั้นเป็นยังไง เราอยากให้คุณมองมันมากกว่าตัวเลขสถิติ หรือมากกว่าปรากฏการณ์หนึ่ง อยากให้มองลึกลงไปให้เห็นชีวิตของเด็กคนหนึ่ง ที่ตั้งแต่เกิดจนโตมาเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าบ้านที่ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะหน้าตาเป็นยังไง”&nbsp;</p>



<p>นี่จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ howareyoupatani.com ที่ต้องการพูดถึงชีวิต 17 ปีที่ผ่านมาของคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้วิธีการใส่เสียงของคนในพื้นที่มาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้ความรู้สึกเหมือนเราโทรไปหาเพื่อนเก่าเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ<em> </em>ชีวิตเขาเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นตลอดเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่พวกเขาต้องเติบโตภายใต้ความขัดแย้งที่ไม่รู้ว่าจะจบลงวันไหน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รับฟังเสียงของความเป็นมนุษย์</strong></h3>



<p>หลังจากได้คอนเซปต์เรื่อง ‘เสียง’ ของคนในพื้นที่แล้ว คำถามที่ตามมาคือ จะมีเสียงของใครบ้างที่บรรจุอยู่ในเว็บไซต์ให้คนได้เข้าไปฟัง</p>



<p>“เราพยายามเลือกให้มีคนหลากหลายที่สุด เพราะหลักการทำงานของ PRC คือการสร้างบทสนทนาให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การเลือกข้าง เขาไม่ได้ทำงานเพื่อชี้ว่าฝั่งนี้ผิด ฝั่งนั้นถูก แต่พยายามให้ทุกคนมาคุยกัน รับฟังกัน หรือสร้างความเข้าใจผ่านมุมมองที่มันหลากหลาย เพราะสุดท้ายมันไม่ได้มีถูกหรือผิดทั้งหมด” ม็อบอธิบาย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="478" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-1024x478.png" alt="" class="wp-image-149688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-1024x478.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-300x140.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-768x358.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-1536x716.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM-600x280.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.39.17-PM.png 1786w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>อีกด้านหนึ่ง การเลือกประเด็นหลากหลายก็เพื่อให้คนนอกพื้นที่ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ว่าสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีแค่ประเด็นความรุนแรงหรือศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องซับซ้อนที่ทุกคนต้องรับฟังมากกว่านั้น&nbsp;</p>



<p>“ตอนรีเสิร์ช กลุ่มเป้าหมายมีภาพจำเรื่องความรุนแรงแล้ว แต่เขาก็ยังมองเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ดี ไม่ได้รู้สึกรีเลตกับปัญหา เราเลยจะต้องมีประเด็นที่ทำให้คนรู้สึกใกล้ชิด ซึ่งมีเรื่องที่น่าสนใจคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ใช้ในชายแดนใต้มา 17 ปีแล้ว เราก็อยากรู้ในแง่ที่ว่าเขาอยู่กันยังไงให้มีความหวังภายใต้การควบคุมแบบนี้ ในขณะที่พวกเราอยู่กับมันมา 5-6 ปี และช่วงหลังๆ ตอนโควิด-19 เรายังแทบจะอยู่กันไม่ได้” เจนนี่เล่าถึงช่วงที่ทีมรีเสิร์ชและนำมาคุยกัน</p>



<p>นอกจากนี้ ในประเด็นความใกล้ชิดที่อยากให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงยังมีเรื่องความคิดของคนในวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นการพูดคุยกับเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมีประเด็นหนักๆ สำหรับคนที่สนใจปัญหาการใช้ความรุนแรงในสังคม เช่น การอุ้มหาย การซ้อมทรมาน และยังมีเรื่องคนที่อาจจะยังไม่มีพื้นที่สื่อให้ได้สื่อสารมากนัก</p>



<p>“อย่างเรื่องเจ้าหน้าที่เองเราก็ได้คุย และตั้งใจว่าจะอยู่ในเว็บไซต์ด้วย เพราะช่วงหลังๆ เจ้าหน้าที่จะเป็นตัวร้ายในการรับรู้ของคนมากขึ้น&nbsp;เราก็อยากรู้ว่ามันมีมุมไหนบ้างที่เรายังไม่รู้ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใส่เข้าไป เพราะด้วยเรื่องความปลอดภัยของเขา” นักเล่าเรื่องจาก Glow Story พูดให้เราเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p>



<p>เพราะความปลอดภัยและความยินยอมพร้อมใจให้นำเรื่องราวมาเผยแพร่เป็นประเด็นที่ทีมงานให้ความสำคัญที่สุด เมเล่าว่าทุกขั้นตอนการทำงานจะต้องถามความสมัครใจจากคนเล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่คุย ตอนตัดต่อเสียงเสร็จแล้วก็จะต้องส่งไปให้เจ้าของเสียงฟัง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="474" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-1024x474.png" alt="" class="wp-image-149690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-1024x474.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-300x139.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-768x355.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-1536x711.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM-600x278.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-27-เวลา-5.40.19-PM.png 1776w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“อย่างกรณีของเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนที่เราคุยครั้งแรกเขาโอเค สามารถพูดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง พอเราเอาเสียงเขามาเลือกเมสเซจนี้แล้วส่งกลับไปให้เขาเช็กอีกที เขาให้คำตอบมาว่า ตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจที่จะให้ใช้เสียงในเว็บไซต์ เพราะว่ามันค่อนข้างเสี่ยง สามารถชี้ตัวได้ว่าอยู่หน่วยไหน ถ้าเขาเอาเสียงนี้เผยแพร่ออกไป มันจะมีเทคโนโลยีที่ดึงเสียงกลับมาให้ใกล้กับเสียงเดิมด้วย มันจึงมีสิทธิจะตามตัวได้”</p>



<p>นอกจากความปลอดภัย อีกเรื่องที่ทีมงานต้องทำงานกันอย่างหนักคือ เสียงที่ออกมาจะต้องให้ความรู้สึกเหมือนคนพูดกำลังบอกเล่าความเป็นไปของชีวิตให้เพื่อนหรือคนรู้จักฟัง ซึ่งจะมีน้ำเสียงคนละแบบกับการตอบคำถามอย่างเป็นทางการ ทำให้ทีมงานต้องสร้างสภาพแวดล้อมและวิธีการทำงานให้ตอบโจทย์</p>



<p>“อย่างเมจะชวนคุยเรื่องทั่วไปก่อนเพื่อให้เขาผ่อนคลายและรู้จักชีวิตของเขา จนจุดหนึ่งที่เมรู้สึกว่าโอเคแล้ว เมจะถามเขาว่าถ้าสมมติมีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา อาจจะเป็นเมหรือคนนอกพื้นที่ที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ หรือเขาไม่ได้มาประสบพบเจอในสิ่งที่พี่เล่าให้ฟัง แล้วถามคุณว่าสบายดีไหม เป็นยังไงบ้าง เขาอยากจะพูดอะไร</p>



<p>“ซึ่งมันจะได้คำตอบก้อนนั้นที่ทุกคนจะตอบว่า สบายดี แต่ว่าถ้าเราฟังเสียง เราจะรู้ว่ามันเป็นความสบายดีที่ไม่ได้สบายจริงๆ เพราะบางคนตอบว่าสบายดีแต่พอเล่าเสร็จก็ร้องไห้ออกมา” เธอพูดถึงเสียงของคนหนึ่งที่เล่าประสบการณ์ในชีวิต ซึ่งเผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์&nbsp;</p>



<p>มากไปกว่าข้อมูล เมและทีมยืนยันว่าพวกเขาต้องใส่ใจไปถึงความรู้สึกของเจ้าของเรื่องด้วย&nbsp;</p>



<p>ยิ่งบางเคสยังต้องมีวิธีการทำงานที่ดูแลใจของคนเล่า โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่ถูกซ้อมทรมาน และมีสภาวะทางจิตใจหลังเกิดเหตุการณ์กระทบกระเทือนรุนแรง (post-traumatic stress disorder–PTSD) ซึ่งคงไม่สามารถเล่าเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตได้ เจนนี่เป็นคนรับหน้าที่ดูแลเคสนี้จึงเล่าถึงกระบวนการทำงานเหล่านี้ให้เราฟัง</p>



<p>“เล่าก่อนว่าเริ่มแรกเราทุกคนปรึกษากับนักจิตวิทยาว่าเราจะต้องจัดการยังไงเพื่อไม่ให้เรื่องที่คุยกระทบกับความรู้สึกเขา เพราะพอมันเป็นการคุยกันผ่านเสียง ถ้ามันทำให้เขามีอาการแพนิกหรืออะไรก็ตาม เราไม่สามารถเข้าไปชาร์จเขาได้ในตอนนั้น”</p>



<p>“แล้วเราได้รับเคส PTSD มาเยอะ แต่ส่วนหนึ่งก็รู้สึกรีเลตกับตัวเอง เพราะเราก็เป็นจากตอนโดนหมากัด เราเลยต้องออกแบบกระบวนการคือ หนึ่ง–เป็นช่วงที่ชวนเขาคุยเพื่อให้ผ่อนคลาย พาร์ตนี้จะเหมือนกับเม สอง–เราต้องเคลียร์ เพราะเขาอยู่กับความคลุมเครือมาตลอดชีวิต เขาจะมีความระแวงเป็นปกติ เราจึงต้องทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นคนที่จะฟังเขาโดยไม่ตัดสิน ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม สุดท้ายคือเราต้องช่วยทำให้เขาได้ระบาย วางมันทิ้ง เล่าจบก็คือจบ ถ้าเขาร้องไห้ก็ให้เขาร้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นเซฟโซนได้”&nbsp;</p>



<p>“พอเขาเล่าจบ เราจะลองให้เขาจินตนาการว่ากำลังโทรหาตัวเราในอดีต ตรงนี้คือส่วนที่เราไม่เอาไปเผยแพร่ แต่อยากให้เขาได้พูดอะไรกับตัวเอง ให้คุยแล้ว empower ตัวเอง มันเลยทำให้เขารู้สึกว่าเขาจะผ่านมันไปได้ ซึ่งนักสิทธิมนุษยชนที่เข้ามาติดต่อกับเคสนี้ให้โทรมาขอบคุณเราที่ทำให้เขาผ่านความรู้สึกเหล่านี้ไปได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="848" height="964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.22.10.png" alt="" class="wp-image-149692" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.22.10.png 848w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.22.10-264x300.png 264w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.22.10-768x873.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.22.10-600x682.png 600w" sizes="(max-width: 848px) 100vw, 848px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ต่อให้คุณไม่รู้จะเลือกข้างไหน จงเลือกข้างความเป็นมนุษย์</strong></h3>



<p>ในแง่กระบวนการนำเสนอ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทีมงาน Inside the Sandbox ผู้มีประสบการณ์ในการสร้างเว็บไซต์อินเทอร์แอ็กทีฟอย่าง Deadline Always Exists และวิชาชีวิต ที่อนุญาตให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาในหลายแง่ โดยเฉพาะการตอบคำถาม แต่สำหรับเว็บไซต์ howareyoupatani.com สิ่งเหล่านี้หายออกไปจากหน้าจอที่คุณได้สัมผัสทั้งหมด</p>



<p>“ปกติเราจะพยายามหาลูกเล่น หาซาวนด์ พยายามหาประสบการณ์ให้มัน build up ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วเรากลับมาที่ไอเดียที่เบสิกที่สุด นั่นคือโทรศัพท์สายหนึ่งที่มนุษย์โทรหากัน” มินนี่เล่าก่อนขยายความต่อ</p>



<p>“จากสิ่งที่เราคุยมา เราได้เห็นความเป็นมนุษย์ของพวกเขา ถ้าถามว่าเราอยากให้คนฟังเห็นอะไร ก็คงอยากให้เขาได้เห็นความเป็นมนุษย์แบบที่เราเห็น การทำให้คนฟังมันดีที่สุด เพราะ 17 ปีที่ผ่านมาเราไม่ค่อยได้ฟังเสียงพวกเขาเลย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="894" height="1002" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.23.53.png" alt="" class="wp-image-149693" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.23.53.png 894w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.23.53-268x300.png 268w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.23.53-768x861.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Screen-Shot-2564-10-28-at-19.23.53-600x672.png 600w" sizes="(max-width: 894px) 100vw, 894px" /></figure></div>



<p>“เราว่ามันกลับมาที่ call to action สุดท้ายแล้วปัญหามันมีหลายทางออกมาก แล้วคนที่จะต้องอยู่กับมันนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนเสนอทางออก ซึ่งแน่นอนว่ามันคือคนในพื้นที่ แต่ทีนี้เสียงที่มันดังมากๆ มันดันไม่ใช่เสียงพวกเขา” เจนนี่ช่วยเสริมก่อนจะพูดต่อว่า</p>



<p>“เพราะฉะนั้นสิ่งที่ PRC ต้องการคือถ้าวันใดวันหนึ่งคนในพื้นที่เกิดเสนอข้อเรียกร้องอะไรขึ้นมา call to action ที่อยากได้จากคนส่วนใหญ่ในประเทศคือ คุณอย่าเพิ่งตัดสินว่าสิ่งที่เขาขอมันถูกหรือผิด คุณฟังเขาก่อน ฟังว่าเพราะอะไรเขาถึงขออย่างนี้ วันหนึ่งเขาอาจเสนอขึ้นมาว่าฉันต้องการเขตการปกครองพิเศษ หรือเสนอมาว่าขอแยกออกจากประเทศไทยเลย หรือต่อให้เขาบอกว่าฉันต้องการเป็นหนึ่งเดียวกับรัฐไทยอยู่ ไม่ว่าเขาจะขออะไร อย่าเพิ่งตัดสิน ฟังก่อนว่าเพราะอะไร นั่นคือ call to action ของเรา”&nbsp;</p>



<p>“สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่ทุกคนคิดเหมือนกันแล้วมันเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงมันเกิดจากการถกเถียงแล้วเปลี่ยน แล้วถกเถียงใหม่ แล้วเปลี่ยนใหม่ บางทีสิ่งที่เราทำในยุคนี้อาจจะเป็นเรื่องผิดในยุคต่อไปก็ได้ แต่สุดท้ายมันเกิดจากการที่เราถกเถียงแล้ว ไม่ใช่การยึดอำนาจแต่เพียงผู้เดียวแล้วบอกให้มันเปลี่ยนแปลง” มินนี่พูดขึ้น</p>



<p>ดังนั้น 10 เสียงที่คุณจะได้ฟังในเว็บไซต์นี้จึงประกอบไปด้วยหลากหลายเรื่องราวและเหตุผลที่คนในพื้นที่พบเจอ บางเรื่องคุณอาจจะเคยได้ยินไปแล้ว บางเรื่องคุณอาจจะยังไม่เคยรับรู้มาก่อน แต่ท้ายที่สุดพวกเขาเหล่านี้ต้องการบอกกับคุณว่า คนในพื้นที่จริงๆ เจอกับอะไรบ้างตลอด 17 ปีในชีวิตที่ไม่ปกติแต่ต้องทำให้มันเป็นปกติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/howareyoupatani/">howareyoupatani.com เสียงจากคนสามจังหวัดชายแดนใต้ที่อยากให้ทุกคนรับฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JCCHR ศิลปินที่ผสมผสานงานวาดมือกับดิจิทัลเพนต์เพื่อสร้างลายเส้นและสีสันสุดเซอร์เรียล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/illus-station-jcchr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Oct 2021 09:15:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Illus-Station]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Peace of Mine]]></category>
		<category><![CDATA[JCCHR]]></category>
		<category><![CDATA[แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร]]></category>
		<category><![CDATA[Samsung Japan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148317</guid>

					<description><![CDATA[<p>JCCHR คือศิลปินนักวาดภาพประกอบประจำคอลัมน์ Peace of Mine บนเว็บไซต์ a day ที่สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านมากมาย ด้วยภาพวาดสไตล์เซอร์เรียลที่แสนละเมียดละไม ต่างจากนักเรียนศิลปะส่วนใหญ่ที่เข็ดขยาดกับวิชาดรอว์อิ้ง ศิลปินสาวอย่าง JCCHR หรือ แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร คือคนที่ชื่นชอบการสเกตช์และร่างเส้นด้วยดินสอมาก จนมักจะเก็บลายเส้นต้นฉบับนั้นไว้ในงานเสมอ แม้ว่าเธอจะนำภาพนั้นไปลงสีด้วยเทคนิคดิจิทัลเพนต์ก็ตาม  “เทคนิคงานที่เราใช้จะค่อนข้างหลากหลาย เราชอบทั้งงานดิจิทัลและ traditional เพราะส่วนตัวคิดว่าแต่ละเทคนิคมีเสน่ห์และวิธีการที่ยาก-ง่ายต่างกัน เวลาได้โจทย์ในการทำงานเราก็จะเลือกเทคนิคที่ดูเหมาะกับงานได้หลากหลายขึ้น ตามความยาก-ง่ายหรือระยะเวลา ซึ่งเป็นความสนุกในการทำงานด้วย” ย้อนกลับไปสมัยเรียน แนนเริ่มต้นทำงานภาพประกอบลงเว็บไซต์ส่วนตัวมาตั้งแต่ตอนเรียนปี 3 ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้มีคนรู้จักและติดต่อเธอทำงานภาพวาดอยู่เรื่อยๆ ทำให้เจ้าตัวได้ฝึกหัดลายเส้นอยู่เสมอ จุดเปลี่ยนหนึ่งบนเส้นทางการวาดของแนนคือตอนที่เธอตัดสินใจเดินทางไปเรียนภาษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นทำให้เธอได้มีโอกาสทำงานให้กับ Samsung Japan เมื่อปี 2017  “โปรเจกต์นี้ทำให้ต้องคิดว่าคาแร็กเตอร์จริงๆ ของงานเราเป็นยังไง และเราอยากจะสื่อสารความเป็นตัวเองออกไปแบบไหนในเวลาที่จำกัด ตอนนั้นคิดว่ามี object, โทนสี หรือเส้นโค้งที่เราถนัดวาดอยู่ เพราะเราหมกมุ่นที่จะวาดมันมาตั้งแต่สมัยเรียน เลยอยากจับมาพัฒนา เพราะถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนชอบงานที่สีสันสดใสกับลายเส้น แต่พอทำงานที่สีสันเยอะๆ ทำให้บทบาทของลายเส้นมันดร็อปลง เลยลองพยายามหาจุดบาลานซ์ ไม่ให้ทั้งสองอย่างแย่งซีนกัน”  “ด้วยความที่พื้นฐานเราเป็นคนชอบดรอว์อิ้งมาก รู้สึกว่าเส้นที่วาดเข้ากับน้ำหนักมือตัวเองที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/illus-station-jcchr/">JCCHR ศิลปินที่ผสมผสานงานวาดมือกับดิจิทัลเพนต์เพื่อสร้างลายเส้นและสีสันสุดเซอร์เรียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>JCCHR คือศิลปินนักวาดภาพประกอบประจำคอลัมน์ <a href="https://adaymagazine.com/category/life/thought/peace-of-mine/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Peace of Mine</a> บนเว็บไซต์ a day ที่สร้างความประทับใจให้ผู้อ่านมากมาย ด้วยภาพวาดสไตล์เซอร์เรียลที่แสนละเมียดละไม</p>



<p>ต่างจากนักเรียนศิลปะส่วนใหญ่ที่เข็ดขยาดกับวิชาดรอว์อิ้ง ศิลปินสาวอย่าง JCCHR หรือ <a href="https://www.instagram.com/jcchr/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แนน–จิดาภา จันทร์สิริสถาพร</a> คือคนที่ชื่นชอบการสเกตช์และร่างเส้นด้วยดินสอมาก จนมักจะเก็บลายเส้นต้นฉบับนั้นไว้ในงานเสมอ แม้ว่าเธอจะนำภาพนั้นไปลงสีด้วยเทคนิคดิจิทัลเพนต์ก็ตาม </p>



<p>“เทคนิคงานที่เราใช้จะค่อนข้างหลากหลาย เราชอบทั้งงานดิจิทัลและ traditional เพราะส่วนตัวคิดว่าแต่ละเทคนิคมีเสน่ห์และวิธีการที่ยาก-ง่ายต่างกัน เวลาได้โจทย์ในการทำงานเราก็จะเลือกเทคนิคที่ดูเหมาะกับงานได้หลากหลายขึ้น ตามความยาก-ง่ายหรือระยะเวลา ซึ่งเป็นความสนุกในการทำงานด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-769x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148320" width="577" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-769x1024.jpg 769w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-768x1023.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-1153x1536.jpg 1153w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR-600x799.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Type_D_Illustation_JCCHR.jpg 1215w" sizes="(max-width: 577px) 100vw, 577px" /></figure></div>



<p>ย้อนกลับไปสมัยเรียน แนนเริ่มต้นทำงานภาพประกอบลงเว็บไซต์ส่วนตัวมาตั้งแต่ตอนเรียนปี 3 ที่คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้มีคนรู้จักและติดต่อเธอทำงานภาพวาดอยู่เรื่อยๆ ทำให้เจ้าตัวได้ฝึกหัดลายเส้นอยู่เสมอ</p>



<p>จุดเปลี่ยนหนึ่งบนเส้นทางการวาดของแนนคือตอนที่เธอตัดสินใจเดินทางไปเรียนภาษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นทำให้เธอได้มีโอกาสทำงานให้กับ Samsung Japan เมื่อปี 2017 </p>



<p>“โปรเจกต์นี้ทำให้ต้องคิดว่าคาแร็กเตอร์จริงๆ ของงานเราเป็นยังไง และเราอยากจะสื่อสารความเป็นตัวเองออกไปแบบไหนในเวลาที่จำกัด ตอนนั้นคิดว่ามี object, โทนสี หรือเส้นโค้งที่เราถนัดวาดอยู่ เพราะเราหมกมุ่นที่จะวาดมันมาตั้งแต่สมัยเรียน เลยอยากจับมาพัฒนา เพราะถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนชอบงานที่สีสันสดใสกับลายเส้น แต่พอทำงานที่สีสันเยอะๆ ทำให้บทบาทของลายเส้นมันดร็อปลง เลยลองพยายามหาจุดบาลานซ์ ไม่ให้ทั้งสองอย่างแย่งซีนกัน” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-1024x724.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148331" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-1024x724.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-768x543.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-1536x1086.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-2048x1448.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ss1-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ด้วยความที่พื้นฐานเราเป็นคนชอบดรอว์อิ้งมาก รู้สึกว่าเส้นที่วาดเข้ากับน้ำหนักมือตัวเองที่สุด แต่ละครั้งที่วาดเราจะจริงจังกับโครงสร้างมาก ทุกอย่างสัดส่วนต้องเป๊ะเท่าที่จะทำได้ (หัวเราะ) ทำให้ก่อนหน้านี้ลายเส้นของเราจะออกไปทางเรียลลิสติกมาก ช่วงหลังเราลองลดทอนความจริงจังของเส้นลง ทำให้โครงสร้างที่เราวาดผ่อนคลายขึ้น และทำให้เราวาดสนุกขึ้นด้วยค่ะ</p>



<p>นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ในเชิงเทคนิค คอนเซปต์ไอเดียในการวาดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ภาพวาดของแนนสะดุดตา เธอเล่าว่าวัตถุดิบสำคัญโดยมากจะมาจากสิ่งรอบตัวที่เธอเสพอย่างสม่ำเสมอ </p>



<p>“เราชอบจับบรรยากาศหรือมวลอารมณ์ของสิ่งเหล่านั้นมาตีความในเชิงนามธรรม และถ่ายทอดออกมาให้คนเห็นเป็นวิชวลเซอร์เรียลเพื่อเปิดโอกาสให้คนดูได้ตีความเองอีกทีหนึ่ง”</p>



<p>ใครอยากเห็นภาพแนวคิดการทำงานของ JCCHR ให้มากขึ้น ลองตามไปดูผลงานทั้ง 5 ชิ้นที่แนนคัดมาให้ดู พร้อมบอกเล่าวิธีคิดและเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นอย่างละเอียด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-1024x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148322" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-9.jpg 1876w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading">Kekkonshiki</h3>



<p>“ความหมายของชื่อภาพแปลว่าพิธีแต่งงาน แรงบันดาลใจของภาพนี้เกิดจากการที่เราชอบไปเปิดดูรูปฟิล์มที่ถ่ายพิธีการต่างๆ ซึ่งที่บ้านมีเก็บเอาไว้เยอะมาก เพราะพ่อกับแม่เราชอบถ่ายฟิล์มทั้งคู่ แล้วเราชอบมู้ดการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งสมัยก่อนที่จะมีการจัดท่าทางออกมาเป็นทางการๆ เลยเอาค่านิยมตรงนั้นมาใช้กับภาพนี้</p>



<p>“แต่การตีความการแต่งงานสำหรับเราคือ ทั้งสองฝ่ายสามารถยอมรับตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านที่สวยงามหรือไม่ โดยที่แต่ละฝ่ายก็สามารถรักษาความเป็นตัวเองเอาไว้ได้ด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-1024x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148323" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-10.jpg 1876w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading">You Are So Lucky To Be Yourself</h3>



<p>“คอนเซปต์ของภาพนี้เกิดจากความคิดของเราว่าการที่คนเราได้เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องสนใจเสียงจากภายนอกเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุด เราแทนตัวคนด้วยน้องแมว (ที่ได้โมเดลเป็นแมวของเราเอง) มองเข้าไปในกระจกแล้วสะท้อนเป็นแมวกวักที่มีความหมายสื่อถึงความโชคดี ส่วนเหรียญที่ห้อยคอนั้นเป็นคำว่า ‘ตัวเอง’</p>



<p>“พลุที่กระจายอยู่รอบๆ เหมือนเป็นประกายที่ส่องสว่างสื่อถึงคุณค่าภายในตัวตนของทุกคน เพราะเราอยากสื่อสารว่าทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเองที่แตกต่างและไม่มีใครมาบิดเบือนมันได้ ถ้าทุกครั้งที่ส่องเข้าไปในกระจกคุณเห็นคุณค่าในตัวเอง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-1024x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148324" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-11.jpg 1876w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Tiger Lily</strong></h3>



<p>“ภาพนี้เกิดขึ้นช่วงที่เรากลับไปดูเรื่องปีเตอร์แพน ปี 1953 ของ Disney ไทเกอร์ ลิลลี่ เป็นตัวละครที่เราชอบที่สุด เพราะเป็นเด็กผู้หญิงที่พูดและแสดงออกแค่เท่าที่จำเป็น มีความทะนงตัวแบบชาวอินเดียนแดง แต่อีกด้านหนึ่งก็ร่าเริงสดใสแบบเด็กผู้หญิง เราเลยตีความออกมาตามชื่อเลย ในภาพจึงเป็นเสือที่มีลายบนตัวเป็นดอกไทเกอร์ลิลลี่&nbsp;</p>



<p>“อันที่จริงสีของดอกไม้จะต้องเป็นสีส้ม แต่เราอยากให้มันดูเซอร์เรียลขึ้นอีกนิดเลยเปลี่ยนเป็นสีชมพูที่เราชอบ ส่วนตัวเสือเป็นสีฟ้า มาจากสีขนของแมวที่เราเลี้ยง มันจะเป็นสีเทาออกฟ้าหม่นๆ แต่ชื่อโค้ดสีที่คนเรียกกันคือบลู เราก็คิดว่าถ้าขนเป็นสีฟ้าชัดๆ แล้วเอามาใส่ในภาพเลยคงจะสนุก” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-1024x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148325" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-12.jpg 1876w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Kimi to Watashi</strong></h3>



<p>“ไอเดียของภาพนี้มาจากเพลง FUSHIGI ของ Gen Hoshino เป็นเพลงที่ฟังแล้วเราเข้าถึงความรู้สึกต่างๆ ทั้งความชอบ ความคิดถึง และการมีระยะห่างที่พอดีต่อกันในความสัมพันธ์ เลยอยากให้ภาพนี้สื่อออกมาถึงความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เหมือนคนสองคนที่ชมจันทร์ด้วยกันในคืนหน้าร้อน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-1024x1024.jpg" alt="JCCHR" class="wp-image-148326" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Artboard-21-copy-13.jpg 1876w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Us</strong></h3>



<p>“ภาพนี้มาจากประโยคหนึ่งในเนื้อเพลง Umi no Yuurei ของ Yonezu Kenshi ที่ว่า 大切なことは 言葉にならない หมายถึง ‘สิ่งสำคัญไม่อาจสื่อออกมาได้ด้วยถ้อยคำ’ ซึ่งมันเป็นประโยคที่อิมแพกต์กับเรามาก ประกอบกับทำนองเพลงที่เหมือนคลื่นทะเลซัดเข้ามาแล้วกลืนเราเข้าไปตลอดทั้งเพลง ทำให้เราประทับใจและวาดภาพนี้ออกมา</p>



<p>“สิ่งที่เราอยากสื่อสารออกมาคือ การกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูดเสมอ เด็กผู้ชายที่ภายนอกสีหน้าเรียบเฉยแต่ประคองใบหน้าของเด็กผู้หญิงอย่างอ่อนโยน เราเห็นบรรยากาศภาพนี้ในงานเทศกาล ท่ามกลางสายรุ้งที่ห้อยหล่นลงมา เราเอาตรงนั้นมาใส่บนหัวคนเป็นการบอกใบ้ความรู้สึกที่อยู่ภายใน และถ้ามองภาพไกลๆ จะเห็นว่าภาพคนออกมาเป็นรูปหัวใจด้วย”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/illus-station-jcchr/">JCCHR ศิลปินที่ผสมผสานงานวาดมือกับดิจิทัลเพนต์เพื่อสร้างลายเส้นและสีสันสุดเซอร์เรียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kidtofer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2021 10:45:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Kidtofer]]></category>
		<category><![CDATA[นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148239</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปกติเราไม่ได้เป็นแฟนคลับงานเซรามิกมากเท่าไหร่ แต่ทันทีที่ได้เห็นผลงานของ Kidtofer ในอินสตาแกรม เราก็อยากคว้าแก้วเซรามิกลายตัวการ์ตูนน่ารักแกมทะเล้นเหล่านั้นมาไว้ในครอบครองทันที เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในผลงานของ Kidtofer หรือ นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากคาแร็กเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตานิด จมูกหน่อย แต่นอกจากบรรดาเซรามิกแล้วเขาคนนี้ก็ยังมีภาพประกอบสีสันสดใสที่มองเผินๆ อาจดูเหมือนเหล่าตัวละครกำลังโลดแล่นในภาพ แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ จะเห็นว่าการ์ตูนของคริสล้วนแล้วแต่กำลังทำกิจกรรมทางเพศหรือมีท่าทีที่บ่งบอกถึงตัวตนทางเพศของตัวเอง ทั้งหมดคือสิ่งที่เขาตกตะกอนตัวตนออกมาเป็นงานศิลปะ หลังจากตัดสินใจบอกลาไทย เดินทางไปเติบโตในเส้นทางอาชีพที่รักในดินแดนเสรีภาพอย่างอเมริกาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว การเล่าเรื่องเพศ โดยเฉพาะการนำเสนอเพศสภาพ เป็นจุดประสงค์หนึ่งที่คริสตั้งใจให้ปรากฏในผลงานแทบทุกชิ้น เพราะเขาเชื่อว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้อย่างปกติในสังคม งานศิลปะสีสันสดใสเหล่านี้จึงเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้คนที่เห็นได้มองเรื่องเพศผ่านป๊อปคัลเจอร์และชีวิตประจำวันได้อย่างสนุกสนานและเป็นมิตร&#160; มากกว่าความสนุกสดใส ลึกลงไปภายใต้เบื้องหลังตัวการ์ตูนเหล่านี้ยังซ่อนเรื่องราวในชีวิตศิลปินของคริสเอาไว้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว ขอชวนไปทำความรู้จักกับ Kidtofer ได้ตั้งแต่บรรทัดถัดไป จากความชอบสู่อาชีพที่ใช่ในฐานะศิลปิน ตั้งแต่จำความได้ คริสชื่นชอบการวาดรูปมาโดยตลอด ขนาดว่าพ่อแม่จูงมือเข้าไปดูหนังตอน 5 ขวบ กลับออกมาเขาก็นั่งวาดรูปหนังเรื่องนั้นออกมาเป็นเวอร์ชั่นของตัวเอง “อย่างตอนจบของ Titanic เรือล่ม น้ำเย็นเลยทำให้แจ็คหนาวตายใช่ไหม แต่ในตอนจบของเราแจ็คตายเพราะฉลามมากัด” เขาเรียกเสียงหัวเราะระหว่างการสนทนา ด้วยการยกตัวอย่างไอเดียแสนบรรเจิดของตัวเองในวัยเด็ก “ตั้งแต่นั้นมาเราก็วาดรูปมาเรื่อยๆ ไม่เคยหยุด แต่พอมาช่วง ม.5-6 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเราก็ไม่ค่อยได้วาดเท่าไหร่”&#160; แม้จะเคยหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะเรียนต่อด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kidtofer/">Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปกติเราไม่ได้เป็นแฟนคลับงานเซรามิกมากเท่าไหร่ แต่ทันทีที่ได้เห็นผลงานของ Kidtofer ในอินสตาแกรม เราก็อยากคว้าแก้วเซรามิกลายตัวการ์ตูนน่ารักแกมทะเล้นเหล่านั้นมาไว้ในครอบครองทันที</p>



<p>เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในผลงานของ<strong> Kidtofer </strong>หรือ<strong> นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์ </strong>ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากคาแร็กเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตานิด จมูกหน่อย แต่นอกจากบรรดาเซรามิกแล้วเขาคนนี้ก็ยังมีภาพประกอบสีสันสดใสที่มองเผินๆ อาจดูเหมือนเหล่าตัวละครกำลังโลดแล่นในภาพ แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ จะเห็นว่าการ์ตูนของคริสล้วนแล้วแต่กำลังทำกิจกรรมทางเพศหรือมีท่าทีที่บ่งบอกถึงตัวตนทางเพศของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="796" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1024x796.jpg" alt="" class="wp-image-148247" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1024x796.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-300x233.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-768x597.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1536x1195.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-2048x1593.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-600x467.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ทั้งหมดคือสิ่งที่เขาตกตะกอนตัวตนออกมาเป็นงานศิลปะ หลังจากตัดสินใจบอกลาไทย เดินทางไปเติบโตในเส้นทางอาชีพที่รักในดินแดนเสรีภาพอย่างอเมริกาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว</p>



<p>การเล่าเรื่องเพศ โดยเฉพาะการนำเสนอเพศสภาพ เป็นจุดประสงค์หนึ่งที่คริสตั้งใจให้ปรากฏในผลงานแทบทุกชิ้น เพราะเขาเชื่อว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้อย่างปกติในสังคม งานศิลปะสีสันสดใสเหล่านี้จึงเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้คนที่เห็นได้มองเรื่องเพศผ่านป๊อปคัลเจอร์และชีวิตประจำวันได้อย่างสนุกสนานและเป็นมิตร&nbsp;</p>



<p>มากกว่าความสนุกสดใส ลึกลงไปภายใต้เบื้องหลังตัวการ์ตูนเหล่านี้ยังซ่อนเรื่องราวในชีวิตศิลปินของคริสเอาไว้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว ขอชวนไปทำความรู้จักกับ Kidtofer ได้ตั้งแต่บรรทัดถัดไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148254" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากความชอบสู่อาชีพที่ใช่ในฐานะศิลปิน</strong></h3>



<p>ตั้งแต่จำความได้ คริสชื่นชอบการวาดรูปมาโดยตลอด ขนาดว่าพ่อแม่จูงมือเข้าไปดูหนังตอน 5 ขวบ กลับออกมาเขาก็นั่งวาดรูปหนังเรื่องนั้นออกมาเป็นเวอร์ชั่นของตัวเอง</p>



<p>“อย่างตอนจบของ <em>Titanic</em> เรือล่ม น้ำเย็นเลยทำให้แจ็คหนาวตายใช่ไหม แต่ในตอนจบของเราแจ็คตายเพราะฉลามมากัด” เขาเรียกเสียงหัวเราะระหว่างการสนทนา ด้วยการยกตัวอย่างไอเดียแสนบรรเจิดของตัวเองในวัยเด็ก</p>



<p>“ตั้งแต่นั้นมาเราก็วาดรูปมาเรื่อยๆ ไม่เคยหยุด แต่พอมาช่วง ม.5-6 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเราก็ไม่ค่อยได้วาดเท่าไหร่”&nbsp;</p>



<p>แม้จะเคยหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะเรียนต่อด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เพราะกังวลว่าการเป็นศิลปินในไทยอาจเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะเลี้ยงชีพ ประกอบกับเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าศิลปินสามารถทำงานศิลปะคอมเมอร์เชียลร่วมกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ เขาจึงตัดสินใจเบนเส้นทางชีวิตในที่สุด</p>



<p>“สุดท้ายเราเลือกเรียนนิเทศฯ ที่ ม.กรุงเทพ ด้านวิทยุโทรทัศน์ฯ ซึ่งนี่ไม่ใช่สายอาชีพที่อยากทำ แต่เพราะเห็นรุ่นพี่เรียน เห็นเพื่อนเรียน แล้วเราคิดไม่ออกว่าอยากจะทำอะไร เลยเรียนตามไปเพราะคิดว่า เออ น่าสนุกดีนะ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148256" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626.jpg 1242w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นจังหวะชีวิตก็ยังช่วยให้เขาได้จับดินสอวาดรูปอยู่บ้าง อย่างตอนไปฝึกงานในรายการเพลง Channel V คริสก็หยิบดินสอและกระดาษมาวาดรูปทีมงานในออฟฟิศเล่นๆ แต่กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้คนในทีมอย่างมาก&nbsp;</p>



<p>“หลังจากที่ฝึกงานเสร็จ การวาดภาพก็กลายเป็นงานฟรีแลนซ์ของเราเลย” ในเวลานั้นเขาก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว หลังเรียนจบคริสจึงชวนเพื่อนๆ อีก 5-6 คนมาลงขันเปิดบาร์บนดาดฟ้าในย่านทองหล่อ โดยที่ยังคงรับจ้างทำงานศิลปะอยู่เนืองๆ</p>



<p>“ช่วงหลังมาเรารู้สึกสับสนนิดหนึ่ง เพราะเราเป็นคนพาเพื่อนมาทำร้านนี้เอง แต่งานวาดภาพของเรามันดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็คิดว่าทำไมไม่ทำอันนี้เต็มตัวเลยล่ะ สุดท้ายจึงขอออกจากการเป็นพาร์ตเนอร์บาร์ แล้วก็ย้ายมาอเมริกาเพื่อเป็นศิลปิน”&nbsp;</p>



<p>ฟังจากที่คริสเล่าแบบย่นย่ออาจจะดูเหมือนง่ายที่เขาตัดสินใจทิ้งบทบาทเจ้าของธุรกิจมาเป็นศิลปินเต็มตัว แต่ในความเป็นจริงเขามีเหตุผลสนับสนุนให้ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางชีวิตอยู่ 2 อย่างคือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1006" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-1024x1006.jpg" alt="" class="wp-image-148257" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-1024x1006.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-300x295.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-768x754.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-600x589.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627.jpg 1242w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หนึ่ง–จากการทำงานเป็นฟรีแลนซ์นักวาดภาพประกอบมา เขาคิดว่าเมืองไทยยังไม่ตอบโจทย์ในระบบทำงานอย่างที่ควรจะเป็น&nbsp;</p>



<p>“เมื่อ 7 ปีก่อน เวลาคนจ้างงานเขาต้องการงานจากเรา เขามักจะเข้ามาบอกว่าชอบงานเรานะ แต่เขาก็มักจะมีเรฟเฟอเรนซ์มาให้แล้วบอกว่าอยากให้เราวาดตามนี้ ซึ่งมันไม่ค่อยตอบโจทย์กับที่เราอยากจะทำ เพราะเขาไม่ได้เห็นว่างานที่เราวาดมันเป็นสไตล์ยังไง อาจจะแค่เห็นว่าเราวาดรูปได้ หรือเห็นว่างานเราสไตล์คล้ายๆ คนนั้นแต่ไม่ได้ติดต่อไป เลือกที่จะมาติดต่อเราแล้วบอกให้เราวาดให้เหมือนแทน”</p>



<p>สอง–คนรอบตัวสนับสนุนให้เขาเป็นศิลปินมาโดยตลอด โดยเฉพาะพี่สาวของคริส ผู้ย้ายไปอยู่อเมริกาก่อนหน้านั้นกว่า 10 ปีก็ชวนเขาไปเริ่มต้นเป็นศิลปินที่นู่น</p>



<p>“เขาบอกว่างานของเราน่าจะบูมกว่าถ้ามาที่อเมริกา เราเลยค่อยๆ เก็บเงินแล้วตัดสินใจไปอยู่นู่นเลย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-1024x1012.jpg" alt="" class="wp-image-148255" width="768" height="759" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-1024x1012.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-300x296.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-768x759.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-600x593.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625.jpg 1242w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อิสระของตัวตนสู่ผลงานที่มีสไตล์ของตัวเอง</strong></h3>



<p>ใครๆ ก็รู้ว่าอเมริกาเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องเสรีภาพ ซึ่งในทางศิลปะ เสรีภาพก็นำมาสู่อิสระที่จะคิด สร้างสรรค์ หรือต่อยอดงานศิลปะให้กว้างขวางแค่ไหนก็ได้ นั่นคือสิ่งที่ยืนยันได้จากคริส ศิลปินผู้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองลงไปในผลงานจนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างทุกวันนี้</p>



<p>“ตอนอยู่ไทย งานแรกๆ ของเราจะค่อนข้างหวาน สดใส สไตล์ของตัวการ์ตูนยังไม่ชัดเท่าไหร่ ย้อนกลับไปตอนนั้น Suntur เขาเพิ่งโชว์งานแรกๆ เราชอบงานเขามากเพราะรู้สึกว่าเป็นศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์ เขาทำให้เรารู้สึกว่าจะต้องค่อยๆ มองหาสไตล์ของตัวเองบ้าง แรกๆ ก็เคยเอางานเขามาเป็นแรงบันดาลใจด้วย แต่ตอนหลังก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวเรา”</p>



<p>แม้ยังไม่เจอกับสไตล์ที่ใช่ แต่คริสก็ยังคงลงมือวาดเรื่อยๆ เหมือนเป็นการหาตัวตนตัวเองไปพร้อมกัน ซึ่งเขาหยิบเอาความชอบในชีวิตประจำวันมาใส่ในงานเป็นหลัก เช่น การกิน การดูหนัง ฟังเพลง และแฝงไปด้วยการใส่ตัวการ์ตูนในป๊อปคัลเจอร์ที่เขาชอบลงไป&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เราชอบและใส่ลงไปในงานนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน แต่เราคิดว่ามันยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสุดท้ายงานมันยังไม่ได้บ่งบอกถึงตัวตนลึกๆ ข้างในว่าตัวเราคือใคร”</p>



<p>จนกระทั่งย้ายไปอยู่อเมริกาแล้ว คริสจึงค่อยๆ ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ทำให้เขาเริ่มพัฒนาผลงานไปทีละนิด ทั้งตัวคาแร็กเตอร์ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนอเมริกันยุค 50s (แน่นอนว่าต้องเป็นเวอร์ชั่นที่ดัดแปลงให้เป็นสไตล์ของตัวเอง) และสิ่งที่น่าจะเปลี่ยนมากที่สุดคือเนื้อหาในภาพที่เขาถ่ายทอดเรื่องตัวตนและเพศสภาพลงไปด้วย เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่คริสได้รับอิทธิพลจากอเมริกา แต่มาจากปมในใจของตัวเองที่เขาไม่เคยพูดมาก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148253" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ตอนอยู่ไทยเรารู้นะว่าเราเป็นเกย์ เพื่อนๆ ก็รู้ แต่เราไม่เคยบอกพ่อแม่ กลัวเขารับตัวตนของเราไม่ได้ สมมติถ้าเขาไม่ชอบเราจะทำยังไง จะโดนไล่ออกจากบ้านหรือเปล่า</p>



<p>“เราเศร้านะ เราอึดอัดกับการที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งหนึ่งที่ติดใจเรามาตั้งแต่เด็กคือเราไม่ชอบตัวเอง เพราะการเป็นเกย์มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาด เราเลยไม่แฮปปี้กับตัวเอง ทั้งๆ ที่เราเป็นคนที่แฮปปี้เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>เมื่อย้ายมาอยู่อเมริกา ได้ทำงานหาเงินใช้ชีวิตด้วยตัวเอง วันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจบอกทุกอย่างกับพ่อแม่</p>



<p>“เราไม่ได้มีโมเมนต์ที่เราพร้อม แค่รู้สึกว่าควรจะบอกให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ เพราะถ้าไม่บอกเราอาจจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต เราก็เลยบอกเขาไป ปรากฏว่าเขาเปิดรับเลยทันที เขาโอเคมากๆ และเราก็โอเคมากๆ”&nbsp;</p>



<p>คริสยอมรับว่าบริบทความหลากหลายทางเพศในอเมริกาเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขากล้าและพร้อมจะบอกกับคนที่บ้าน&nbsp;</p>



<p>“คือเราจะรู้ว่าที่ไทยก็เปิดรับเรื่องเกย์นะ แต่ที่อเมริกามันเปิดรับแล้วก็ celebrate มากกว่า คือเขาชอบความแตกต่างกันมาก มันทำให้เรารู้สึกกล้า ไม่ต้องกลัว ทุกคนพูดถึงเรื่องสิทธิการเป็นเกย์ การเป็นทรานส์ ทุกคนต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกับคนอื่น ต่อให้คนที่เป็น straight ชายหรือหญิง เขาก็ยังสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ”&nbsp;</p>



<p>“จากตรงนั้นมันทำให้เราเปิดมากขึ้น ใช้ชีวิตสบายมากขึ้น งานเราก็เลยเร่ิมกลายเป็นตัวของเรามากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-805x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148251" width="604" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-805x1024.jpg 805w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-236x300.jpg 236w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-768x978.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-1207x1536.jpg 1207w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-600x764.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch.jpg 1609w" sizes="(max-width: 604px) 100vw, 604px" /></figure></div>



<p>นอกจากนี้ อิสระที่จะทำงานศิลปะยังทำให้เขากล้าที่จะเล่าเรื่องที่ตัวเองสนใจอย่างเซ็กซ์ลงไปในงาน ด้วยเหตุผลที่อยากทำให้เซ็กซ์กลายเป็นเรื่องที่เราสามารถพูดกันได้ปกติในสังคม</p>



<p>“เราไม่แน่ใจว่าที่ไทยตอนนี้เรื่องเพศเปิดกว้างแค่ไหน แต่ตอนเราลงงานแรกๆ มีคนเลิกติดตามเราไปเยอะมาก เราเข้าใจนะเพราะว่างานมันเปลี่ยน แต่ก็ด้วยเรื่องวัฒนธรรมด้วย ที่นี่อาจจะเปิดเผยเรื่องเซ็กซ์กันได้มากกว่า เราก็ยังอยากจะวาดสิ่งเหล่านี้เพื่อบอกว่าการเป็นเกย์ เลสเบี้ยน ทรานส์ก็เป็นเรื่องโอเค และเซ็กซ์ก็เป็นเรื่องโอเคที่จะเปิดเผยเหมือนกัน” </p>



<p>อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจในเส้นทางศิลปินของคริสคือ ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เขาเริ่มขยับจากการวาดภาพประกอบมาสู่การทำงานเซรามิก ความสนุกของเขาคือการได้ปั้นจินตนาการตัวเอง แล้วเข้าเตาเผาให้เซรามิกออกมาเป็นหน้าตาแบบที่ใจเขาต้องการ&nbsp;</p>



<p>เราจึงได้เห็นแก้ว โถ แจกันที่มีคาแร็กเตอร์ทะเล้นๆ สีสันน่ารักละลานตาในอินสตาแกรม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148252" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เพื่อนเราเป็นคนปั้นเซรามิกอยู่แล้ว เราเห็นแล้วคิดว่ามันสนุกดี แล้วตั้งแต่เด็กเราชอบของเล่นด้วย เลยอยากจะเห็นงานของตัวเองในรูปแบบของเล่นดูบ้าง แต่ถ้าสั่งผลิตมันก็จะแพงเกิน เราเลยลองเริ่มด้วยงานเซรามิกดูก่อน เริ่มจากปั้นให้มันเป็นคาแร็กเตอร์จนออกมาเป็นแบบนี้</p>



<p>“เรารู้สึกว่าอยากจะทำทั้งวาดรูปและเซรามิกควบคู่กัน เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีความสุขกับทั้งคู่ หลังๆ ก็เริ่มคิดให้งานทั้งสองเทคนิคมาผสมกัน เราจะมีสมุดสเกตช์ที่วาดหน้าคาแร็กเตอร์ไว้ก่อนจะมาปั้น เสร็จแล้วพอเข้าสตูดิโอเราจะลองดูว่าวันนี้อยากทำอะไร แก้วน้ำชา แก้วใบใหญ่ กระถางต้นไม้ แล้วก็หยิบคาแร็กเตอร์ที่ร่างไว้มาปั้น บางครั้งก็อาจจะมีคาแร็กเตอร์ที่เป็นเซรามิกมาอยู่ในงานวาดของเราด้วย งานเราก็จะผสมกัน” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148259" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แสวงหาที่เติบโตในฮับศิลปะของอเมริกา</strong></h3>



<p>ว่ากันว่าอเมริกาเป็นฮับที่ศิลปินจากทั่วโลกมาแสวงหาโอกาสในอาชีพที่รัก ก่อนที่คริสจะเดินทางมาถึง เขาก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน จนกระทั่งได้ก้าวเข้าสู่วงการศิลปะในตลาดอเมริกาจริงๆ</p>



<p>“เราอยู่ซานฟรานซิสโก ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าที่นี่เป็นเมืองศิลปะ เพราะมีศิลปินเยอะ เราอาจจะเคยคิดว่าย้ายมาอยู่นี่ก็ต้องมีพื้นที่เยอะแน่ๆ เลย แต่เราไม่ได้คิดว่ามันจะต้องไปแข่งขันกับคนอื่นด้วย แล้วคนพวกนี้เก่งกันหมดเลย” นั่นทำให้คริสตระหนักว่าโอกาสหลายอย่างต้องสู้เพื่อให้ได้มา&nbsp;</p>



<p>มีหลายครั้งที่คริสแอบนึกถึงการเป็นศิลปินที่ไทย ถ้าเขายังคงทำงานอยู่บ้านเกิดเส้นทางอาชีพอาจจะไปได้ไกลมาก เพราะการมาอยู่อเมริกานั้นหมายความว่าเขาต้องเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด</p>



<p>“เราเห็นศิลปินที่อยู่ไทยทำงานในรุ่นเดียวกับเรา เขาได้ทำงานกับห้างใหญ่ๆ เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าวันนั้นเรายังอยู่ไทยจะเป็นยังไง แต่พอกลับมามองตัวเองก็คิดว่า เออ อยู่ที่นี่ก็ดีกว่าตรงที่ทุกวันนี้สไตล์งานเราเปลี่ยน และเราคิดว่ากลุ่มเป้าหมายเราก็เปลี่ยนด้วย ซึ่งยอมรับว่าคนที่นี่ค่อนข้างเปิดรับผลงานของเรามากกว่า อีกอย่างคือเราอาจจะมีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับสากลได้ง่ายขึ้นด้วย” </p>



<p>อีกเทคนิคหนึ่งที่เขาได้รับคำแนะนำจากเพื่อนศิลปินในอเมริกา คือการส่ง business card หรือพอร์ตฟอลิโอให้แบรนด์ใหญ่ เพื่อสื่อสารว่าเราอยากร่วมงานด้วย&nbsp;</p>



<p>“ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากทำงานกับ Nike เราก็ต้องลองออกแบบรองเท้าหรือเสื้อให้ไนกี้ในสไตล์ของเราเอง เพื่อให้เขาเห็นว่ามันจะหน้าตาเป็นยังไง จากนั้นก็ส่งอีเมลไปหาเขาเพื่อบอกว่า เข้าใจนะว่ายูไม่ได้หาศิลปินตอนนี้ แต่ว่าเราชอบงานยูมาก เราอยากจะทำงานด้วย หวังว่าถ้ายูชอบงานนี้ เราอาจจะได้ทำงานร่วมกันในอนาคต</p>



<p>&nbsp; “ซึ่งเพื่อนเราทำแบบนั้น และเขาก็ได้ทำงานกับไนกี้จนเกือบ 2 ปีแล้ว”</p>



<p>ส่วนคริสเอง เขาก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ The North Face เพื่อออกแบบเต็นท์ แม้กระบวนการจะเดินทางไปถึงการทำโปรโตไทป์แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติวางขายจริง เพราะสไตล์งานของคริสยังไม่ตรงกับแบรนด์เท่าไหร่ แต่คริสก็บอกว่าแค่ได้ออกแบบตามที่แบรนด์ติดต่อมาเขาก็ดีใจแล้ว </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="479" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1024x479.jpg" alt="" class="wp-image-148263" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1024x479.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-300x140.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-768x359.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1536x719.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-2048x959.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-600x281.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“นอกจากนี้เราก็ได้ออกแบบผ้าเช็ดตัวให้กับแบรนด์โลคอลที่โอ๊กแลนด์ แล้วก็มีงานภาพประกอบที่เราทำให้ Intercom และ WIRED ด้วย” </p>



<p>แต่งานที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้ามาทำในฐานะศิลปิน คือการแสดงงานในแกลเลอรีที่ซานฟรานซิสโก คริสเล่าว่าช่วงแรกๆ ที่มาถึงอเมริกา เขาสัมผัสได้ว่าแกลเลอรีส่วนใหญ่ของที่นี่จะไม่ค่อยเปิดรับงานจากศิลปินหน้าใหม่เท่าไหร่ เขาเลยคิดว่าการจะแสดงงานได้จำเป็นต้องมีชื่อเสียงก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากท่ามกลางการแข่งขันในตลาดศิลปินที่สูง</p>



<p>“7 ปีที่แล้วเรามาอยู่ที่นี่โดยไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้แสดงงานในแกลเลอรี จนกระทั่งปีนี้มีแกลเลอรีแห่งหนึ่งที่เราชอบมาก ชื่อว่า Hashimoto Contemporary มาชวนเราไปแสดงงาน ที่นี่ไม่ใช่แกลเลอรีใหญ่ เป็นห้องเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงมาก งานที่เขาเลือกมาแสดงจะเป็นคล้ายๆ สไตล์เรา ที่สำคัญคือเขาเปิดรับศิลปินหน้าใหม่ เขามองเห็น potential ว่าศิลปินที่เขาเลือกมาแสดงจะไปได้ไกล</p>



<p>“ตอนที่เขามาชวนเราไปแสดงงาน ธีมตอนนั้นคือ vessel เขาไม่ได้บรีฟอะไรมากมาย เขาให้คำมาแล้วเราต้องตีความเอาเอง ซึ่งในความหมายของเรา vessel มันคืออะไรที่เป็นเชป สิ่งของ ถ้วย กระถางต้นไม้ เราเลยทำกระถาง 1 ใบกับแจกัน 3 ใบ ส่วนคอนเทนต์ ตอนแรกเราคิดหนักว่าจะเล่าอะไร แต่สุดท้ายก็คิดว่าทำไมเราไม่ทำคาแร็กเตอร์ของตัวเองแบบที่ทำปกติ เราก็ใส่มันเข้าไปทั้งหมด รวมถึงเรื่องเซ็กซ์ด้วย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-949x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148267" width="712" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-949x1024.jpg 949w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-278x300.jpg 278w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-768x829.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-1424x1536.jpg 1424w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-600x647.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front.jpg 1898w" sizes="(max-width: 712px) 100vw, 712px" /></figure></div>



<p>ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน คริสยังได้แสดงงานที่แกลเลอรี GEM STUDIO ที่เมืองโอ๊กแลนด์ ในธีม big gay actual เขาทำแก้วเซรามิก 10 ใบที่เป็นรูปเกย์แต่มีหลายสีผิว พร้อมกับรูปปั้นเกย์ตัวใหญ่ใส่ต่างหูแบบที่เขาชอบวาด</p>



<p>“เราไม่เคยแสดงงานในแกลเลอรีใหญ่พร้อมกันแบบนี้ เห็นงานแล้วมันแฮปปี้นะ รู้สึกภูมิใจที่ได้โชว์ผลงาน ไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ เราอยากจะทำอีก อยากจะไปโชว์ในงานที่ใหญ่กว่านี้ อยากจะมีงานแสดงเดี่ยวของตัวเองด้วย” เขาตอบด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เมื่อสัมผัสได้ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในเส้นทางอาชีพศิลปินของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148268" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>หลังจากประสบความสำเร็จจนได้แสดงงานในแกลเลอรีที่อเมริกาแล้ว เราถามเขาว่าเรื่องกลับไทยยังอยู่ในความคิดเขาอยู่ไหม</p>



<p>“ปัจจุบันเราอยู่ที่นี่จนเหมือนบ้านอีกหลัง งานศิลปะเราก็ไปได้ดีก็เลยยังไม่ได้คิดเรื่องกลับไทย แม้ว่าจะมีความรู้สึกว่าจริงๆ เราควรอยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า เราควรอยู่ดูแลเขาที่เมืองไทย แต่มาคิดดูแล้วที่นี่หาเงินได้ง่ายกว่า ถ้าเรากลับกลัวงานจะหายหมด”&nbsp;</p>



<p>คริสยังบอกด้วยว่าเขาเพิ่งจะเปิดสตูดิโอเล็กๆ ในเมืองโอ๊กแลนด์ร่วมกับเพื่อน ซึ่งก็ไม่ทำให้เราแปลกใจแต่อย่างใด เพราะการได้ลงหลักปักฐานในพื้นที่ที่เปิดรับตัวตนและโอบกอดความหลากหลายของเขาไว้อย่างเต็มใจเช่นนี้ ย่อมมีแต่ผลดีต่อการผลิตผลงานและเส้นทางศิลปินในอนาคตของเขา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kidtofer/">Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่ตั้งใจถักทอวัฒนธรรมใช้ซ้ำและสนับสนุนแรงงานอย่างเป็นธรรม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/reviv/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Oct 2021 10:08:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[slow fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Reviv]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148187</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากใครที่ติดตามวงการแฟชั่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิมจะเห็นว่า แวดวงแฟชั่นพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็น NGO หลากหลายองค์กรและกลุ่มแอ็กทิวิสต์ต่างๆ ทักท้วงปัญหาในอุตสาหกรรมที่สร้างขยะไว้ปีละหลายล้านชิ้น รวมไปถึงคนรุ่นใหม่เองก็ตื่นตัวกับปัญหาเหล่านี้ จนเริ่มมองหาทางเลือกแบรนด์ที่มีจุดยืนทางสังคม ไม่แปลกเลยที่ 2-3 ปีมานี้เราจะเห็นแบรนด์ใหญ่ๆ เริ่มขยับตัวเพื่อสื่อสารว่าฉันใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมนะ ผ่านการออกโปรดักต์ที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นมิตรต่อโลก ไม่ว่าจะเริ่มหันมาใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ หรือหยิบเอาขยะมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าอีกที แต่สินค้าใหม่ก็คือสินค้าใหม่อยู่วันยังค่ำ ซึ่งมันก็ไม่ได้ลดปริมาณสินค้าแฟชั่นที่มีอยู่แล้วให้หมดไป หลายกลุ่มจึงเริ่มคิดหาวิธีการให้คนสามารถสนุกกับแฟชั่น แต่อยู่ร่วมกับโลกได้อย่างเป็นมิตร ทั้งชวนคนมาแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าในกิจกรรม cloth swap หรือถ้าตัดใจกับโปรโมชั่นของฟาสต์แฟชั่นไม่ได้ก็ต้องซื้อใช้ให้นานขึ้น แต่ถ้าใครคิดว่าใช้เสื้อผ้าเหล่านี้ไปนานๆ แล้วเสื้อพังก็ต้องซื้อใหม่อยู่ดี เราขอผายมือแนะนำให้รู้จักกับ Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่จะช่วยต่ออายุเสื้อผ้าของเราให้ใช้ได้อีกยาวๆ Reviv เริ่มต้นจากกลุ่มคนที่ต้องการสร้างธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดภารกิจสำคัญคือ แก้ปัญหาในโลกแฟชั่นที่กระทบต่อโลกด้วยวิธีการง่ายๆ และได้ช่วยสนับสนุนคนในสังคม โดยเฉพาะแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น&#160; ผู้ก่อตั้งอย่าง ปอน–อังกูร ไชยปรีชาวิทย์, ปิง–ศรวุฒิ ปิงคลาศัย, ภูมิ–ภาคภูมิ โกเมศโสภา, ฝ้าย–ฐนิตา เขตกิตติคุณ และพั้นซ์–พิมพ์นารา สินทวีวงศ์ ต้องการสร้างทางเลือกให้ผู้คนได้หันมาหมุนเวียนใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่ให้คุ้มค่าด้วยการรับซ่อมเสื้อที่พังแล้ว และดัดแปลงเสื้อเก่าให้มีสไตล์ใหม่ๆ ด้วยการใช้ช่างเย็บจากชุมชนเล็กๆ หรือแรงงานที่มีฝีมือตัดเย็บอยู่แล้ว โดยสนับสนุนให้พวกเขามีทักษะตอบโจทย์ต่อความต้องการลูกค้า และให้ค่าแรงเป็นธรรมด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภูมิและฝ้ายมาพูดคุยถึงสิ่งที่พวกเขาทำในวันนี้ อะไรคือเป้าหมายการทำงานของ Reviv ในยุคที่การซื้อของใหม่ยังเป็นเรื่องง่ายและน่าพึงพอใจมากกว่าส่งเสื้อผ้าเก่าไปซ่อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/reviv/">Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่ตั้งใจถักทอวัฒนธรรมใช้ซ้ำและสนับสนุนแรงงานอย่างเป็นธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากใครที่ติดตามวงการแฟชั่นอยู่แล้วเป็นทุนเดิมจะเห็นว่า แวดวงแฟชั่นพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็น NGO หลากหลายองค์กรและกลุ่มแอ็กทิวิสต์ต่างๆ ทักท้วงปัญหาในอุตสาหกรรมที่สร้างขยะไว้ปีละหลายล้านชิ้น รวมไปถึงคนรุ่นใหม่เองก็ตื่นตัวกับปัญหาเหล่านี้ จนเริ่มมองหาทางเลือกแบรนด์ที่มีจุดยืนทางสังคม</p>



<p>ไม่แปลกเลยที่ 2-3 ปีมานี้เราจะเห็นแบรนด์ใหญ่ๆ เริ่มขยับตัวเพื่อสื่อสารว่าฉันใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมนะ ผ่านการออกโปรดักต์ที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นมิตรต่อโลก ไม่ว่าจะเริ่มหันมาใช้วัสดุที่รีไซเคิลได้ หรือหยิบเอาขยะมารีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าอีกที</p>



<p>แต่สินค้าใหม่ก็คือสินค้าใหม่อยู่วันยังค่ำ ซึ่งมันก็ไม่ได้ลดปริมาณสินค้าแฟชั่นที่มีอยู่แล้วให้หมดไป หลายกลุ่มจึงเริ่มคิดหาวิธีการให้คนสามารถสนุกกับแฟชั่น แต่อยู่ร่วมกับโลกได้อย่างเป็นมิตร ทั้งชวนคนมาแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าในกิจกรรม <a href="https://adaymagazine.com/fashion-revolution-thailand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">cloth swap</a> หรือถ้าตัดใจกับโปรโมชั่นของฟาสต์แฟชั่นไม่ได้ก็ต้องซื้อใช้ให้นานขึ้น</p>



<p>แต่ถ้าใครคิดว่าใช้เสื้อผ้าเหล่านี้ไปนานๆ แล้วเสื้อพังก็ต้องซื้อใหม่อยู่ดี เราขอผายมือแนะนำให้รู้จักกับ Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่จะช่วยต่ออายุเสื้อผ้าของเราให้ใช้ได้อีกยาวๆ</p>



<p>Reviv เริ่มต้นจากกลุ่มคนที่ต้องการสร้างธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยยึดภารกิจสำคัญคือ แก้ปัญหาในโลกแฟชั่นที่กระทบต่อโลกด้วยวิธีการง่ายๆ และได้ช่วยสนับสนุนคนในสังคม โดยเฉพาะแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148197" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4174-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ผู้ก่อตั้งอย่าง <strong>ปอน–อังกูร ไชยปรีชาวิทย์, ปิง–ศรวุฒิ ปิงคลาศัย, ภูมิ–ภาคภูมิ โกเมศโสภา, ฝ้าย–ฐนิตา เขตกิตติคุณ และพั้นซ์–พิมพ์นารา สินทวีวงศ์ </strong>ต้องการสร้างทางเลือกให้ผู้คนได้หันมาหมุนเวียนใช้เสื้อผ้าที่มีอยู่ให้คุ้มค่าด้วยการรับซ่อมเสื้อที่พังแล้ว และดัดแปลงเสื้อเก่าให้มีสไตล์ใหม่ๆ ด้วยการใช้ช่างเย็บจากชุมชนเล็กๆ หรือแรงงานที่มีฝีมือตัดเย็บอยู่แล้ว โดยสนับสนุนให้พวกเขามีทักษะตอบโจทย์ต่อความต้องการลูกค้า และให้ค่าแรงเป็นธรรมด้วย</p>



<p>นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภูมิและฝ้ายมาพูดคุยถึงสิ่งที่พวกเขาทำในวันนี้ อะไรคือเป้าหมายการทำงานของ Reviv ในยุคที่การซื้อของใหม่ยังเป็นเรื่องง่ายและน่าพึงพอใจมากกว่าส่งเสื้อผ้าเก่าไปซ่อม ซึ่งนำไปสู่อีกคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องลงมือทำเพื่อให้บริการซ่อมเสื้อผ้ากลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งและมีคุณค่ากับผู้บริโภค ในโลกที่ทุนนิยมผลักดันให้การซื้อ-ขายกลายเป็นเรื่องแก้เครียดในชีวิตประจำวัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-148204" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-1536x863.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-2048x1151.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3756-1-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถักทอวัฒนธรรมใช้เสื้อผ้าซ้ำและสนับสนุนความเป็นธรรมต่อแรงงาน</strong></h3>



<p>หากสำรวจตลาดธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม เราได้เห็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเกิดขึ้นมาใหม่ๆ เสมอ Reviv ก็ตั้งใจอยากเป็นหนึ่งในตัวละครนั้นที่เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนที่เกื้อกูลต่อโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น&nbsp;</p>



<p>“เมื่อเราพูดถึง circular economy บางคนพูดถึงการเอาเสื้อผ้าไปรีไซเคิลกลับมาใช้ซ้ำ แต่ในความเป็นจริงมันมีวิธีการที่ circular กว่านั้นได้ นั่นคือการใช้ให้นานที่สุด ถ้าพังก็ซ่อม ถ้าซ่อมแต่ไม่อยากใช้แล้ว ก็ส่งไปให้คนอื่นได้ ถ้าไม่ให้คนอื่น ก็ถึงเอาไปสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือท้ายสุดถ้ารีไซเคิลไม่ได้ก็ต้องกำจัดอย่างถูกวิธี” ภูมิในฐานะผู้ที่ทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนมานาน อธิบายให้เราฟัง</p>



<p>“ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ circular economy ในประเทศไทยยังเน้นเรื่องการทำลูปที่กว้าง คือการรีไซเคิล แต่เราคิดว่าลูปที่ใกล้ควรเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากๆ นั่นคือการใช้ซ้ำหรือการซ่อมเสื้อผ้า เพราะมันเป็นการรักษามูลค่าของตัวเสื้อผ้า และทรัพยากรที่ต้องใช้ผลิตเสื้อผ้าเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรแรงงาน เป็นการรักษาคุณภาพเหล่านั้นให้ใช้ได้นานที่สุดและอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ไม่ต้องไปแตกสลาย ไม่ต้องไปรีไซเคิลใช้พลังงานอื่น”</p>



<p>อีกด้านหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง Reviv ทุกคนเห็นตรงกันว่าถ้าทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในไทยน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นปัญหาใต้พรมที่ต้องทำไปควบคู่กันด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-148199" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_20210416_110000-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“พอเราพูดเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไทย มันยากมากที่จะแยกประเด็นสิ่งแวดล้อมกับประเด็นสังคมออกจากกัน ภูมิเคยทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่เนเธอร์แลนด์ เวลาเราแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในยุโรป มันผลัก agenda ง่ายมาก มันไม่มีเรื่องความขัดแย้งด้านสังคมที่จะต้องกังวลมากนัก เพราะเขาพัฒนาไปแล้ว”</p>



<p>“แต่บ้านเรามีทั้งสองอย่าง เพราะฉะนั้นต่อให้เราแก้ปัญหาแฟชั่น การผลิตเสื้อผ้ามันก็มีความไม่เท่าเทียมของระบบอยู่ นั่นคือรายได้ที่ไม่เท่าเทียม หรือสิทธิพื้นฐาน สวัสดิการที่เขาควรจะได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีแรงงานคอยสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจประเทศ​เรา แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานในระบบเยอะมาก ยิ่งการทำงานในโรงงานฟาสต์แฟชั่นจะมีบางที่ไปจ้างแรงงานนอกระบบ เพื่อจะได้จ่ายเงินเดือนน้อย ไม่ต้องจ่ายค่าประกันสังคมด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148198" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4175-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>Reviv จึงเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ตั้งใจแก้ปัญหาเป็นสิ่งแรก และกำไรสำหรับหล่อเลี้ยงองค์กรตามมาทีหลังเพื่อให้ความตั้งใจที่อยากเปลี่ยนแปลงสังคมเกิดขึ้นได้จริง ท่ามกลางการสร้างเทรนด์และสนับสนุนให้คนซื้อของใหม่ในโลกทุนนิยม</p>



<p>ดังนั้น ภารกิจของ Reviv จึงไม่ใช่แค่การรับซ่อมเสื้อผ้า แต่คือการถักทอวัฒนธรรมแฟชั่นอย่างยั่งยืนควบคู่กับเกื้อกูลสังคม ซึ่งทำให้พวกเขามีภารกิจที่เป็นเข็มทิศในการทำงานอยู่ 3 อย่าง คือ หนึ่ง–ทำให้การใช้เสื้อผ้าซ้ำเป็นเรื่องปกติ เท่ และทันสมัย ผ่านบริการการซ่อมและดัดแปลงเสื้อผ้าเก่าให้กลายเป็นสไตล์ใหม่ๆ สอง–สนับสนุนเศรษฐกิจเกื้อกูลสังคม ทั้งความเป็นอยู่ของแรงงาน สนับสนุนสวัสดิการเป็นธรรม และช่วยเหลือให้ชุมชนที่มีฝีมือมีรายได้จากการทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่น และสาม–พัฒนาทักษะแรงงานช่างเย็บ ให้เพียบพร้อมต่อการไปสู่ fashionable economy&nbsp;</p>



<p>“เพราะธุรกิจแฟชั่นมันกำลังจะถูกดิสรัปต์ด้วยเทคโนโลยี เครื่องจักรอัตโนมัติ ซึ่งตอนนี้ International Labour Organization (ILO) เขาคาดการณ์ว่าแรงงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นอาจจจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ ถ้าเราจะผลักดัน slow fashion หรือ circular economy ให้โตมากขึ้น เราต้องพัฒนาทักษะแรงงานของคนที่อยู่ในระบบให้มากขึ้นด้วย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148196" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/DSCF4169-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส่งเสื้อซ่อมแบบออนไลน์ได้สะดวกและมีคุณภาพ</strong></h3>



<p>เมื่อมีภารกิจที่ชัดเจนแล้ว คำถามคือพวกเขาจะเริ่มต้นทำให้สิ่งเหล่านี้สำเร็จได้ยังไงบ้าง ภูมิเล่าว่าเริ่มแรกพวกเขาต้องแบ่งการทำงานออกเป็นหลายส่วน โดยเฉพาะการตั้งกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการส่งสารไปถึง ซึ่งในมุมธุรกิจ Reviv ต้องการสื่อสารถึงกลุ่มที่สนใจสิ่งแวดล้อม และกลุ่มคนที่อยากซ่อมเสื้อผ้าแต่ยังหาบริการที่ถูกใจไม่ได้เป็นกลุ่มแรกก่อน&nbsp;</p>



<p>“เป้าหมายของเราอันหนึ่งคือการสื่อสารธุรกิจให้เน้นการซ่อมสะดวกสบาย แล้วก็หลากหลาย เราอยากทำบริการที่มีคนต้องการซ่อมแต่หาที่ซ่อมไม่ได้ อย่างเช่น เสื้อแบบ jersey หรือสูท โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปซ่อมที่ไหน หรือบางคนมีเสื้อตัวโปรดแล้วอยากซ่อมก็มาหาที่เราได้” ภูมิเล่าแนวคิดของพวกเขา</p>



<p>แต่ถ้ากลับไปหาจุดร่วมของคนที่อยากซ่อมเสื้อผ้า สิ่งหนึ่งที่คนมักกังวลคือ ซ่อมแล้วจะเป็นยังไง จะกลับมาเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิมไหม เชื่อใจช่างซ่อมได้แค่ไหน คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทีม Reviv เห็นตรงกันว่าจะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าเห็นว่าสินค้าที่นี่มีคุณภาพ ซ่อมได้ตรงใจ และใช้บริการได้สะดวกผ่านออนไลน์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-148206" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-768x768.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-1536x1536.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Untitled_2.21.1-2-96x96.png 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ถ้าหากเราจะควบคุมคุณภาพงานก็จะต้องทำงานร่วมกับช่างก่อน เราจะมีแบบให้เลยว่าถ้าเย็บจะต้องทำยังไงให้ได้คุณภาพแบบที่เราต้องการ เพราะซ่อมเสื้อผ้าแล้วเราก็ต้องทำให้อยู่ได้นานด้วย ซึ่งตอนนี้เราทำงานร่วมกับชุมชนชาวลี้ภัยชาติพันธุ์ เป็นชาวม้งที่ไม่พูดภาษาไทย เคยมีประสบการณ์ทำงานเย็บผ้ามาก่อน แต่เราก็จะไปอบรม สอนวิธีการทำงานเขาตามคุณภาพที่เราอยากได้” ภูมิพูดขึ้นก่อนที่ฝ้ายจะช่วยเสริม</p>



<p>“แม่ๆ ที่ชุมชนเคยทำงานเย็บผ้าก็จริง แต่เขาไม่ได้มีวิธีแบบเดียวกับที่เราอยากให้ทำ เราเลยจะมีคู่มือแบบ manual ให้ดูว่าอยากให้ทำออกมาประมาณไหน เช่น เย็บตรงฝีเข็มมันควรจะเป็นประมาณไหน เวลาด้านหลังต้องมีผ้าปะ เราต้องเก็บรอยรุ่ยของผ้าปะยังไง หรือถ้าซิปแตก ซิปที่เราเอามาเปลี่ยนต้องเหมือนกับของเดิมมากที่สุด ยกเว้นแต่ว่าลูกค้าบอกว่าอยากเปลี่ยนเป็นอีกแบบ ต้องเย็บแบบไหนถึงแน่น ไม่หลุดง่าย เรามีผลงานให้ดูเลยว่าแบบนี้คือผ่านนะ แบบที่ไม่ผ่านเป็นแบบนี้เพราะอะไร ควรแก้ยังไง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-148203" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-1536x863.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-2048x1151.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3718-2-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“อย่างชุมชนม้งที่เราทำงานด้วยอยู่ตอนนี้ พอเขาเห็นเกณฑ์ของเรา เขาบอกว่าดีมากเลยที่มีให้ เพราะจะได้รู้ว่าต้องทำงานออกมาให้เป็นแบบไหน แล้วถ้าเวลางานเขาผิด อะไรกันแน่ที่เขาควรจะแก้ รวมถึงเขาถามด้วยว่าพอมีวิธีไหนที่เราจะรู้ฟีดแบ็กของลูกค้าได้ไหม เพราะเขาอยากพัฒนางาน ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราเลย” ฝ้ายเล่าถึงประสบการณ์ที่เธอทำงานร่วมกับชุมชน</p>



<p>เมื่อพัฒนาคุณภาพการซ่อมให้น่าเชื่อถือแล้ว ความยากอีกอย่างคือการนำบริการแบบ customization มาอยู่ในออนไลน์ เราคงนึกภาพออกเวลาตามหาช่างซ่อมเสื้อแล้วอยากบอกความต้องการของเราให้ชัดและเห็นภาพที่สุด แต่ถ้าต้องทำสิ่งเหล่านี้ผ่านออนไลน์ก็ดูจะสื่อสารกันยากกว่าปกติ นี่คือสิ่งที่ Reviv กังวลเช่นกัน พวกเขาจึงพยายามทำให้ความสะดวกสบายกับการ customize อยู่กึ่งกลางในระดับพอดีได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-148201" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-1536x863.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-2048x1151.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/PING3602-5-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เพราะฉะนั้นตัวระบบออนไลน์ของเราจะต้องพัฒนาอินเตอร์เฟซให้ตอบโจทย์ เราจะต้องคิดกันเยอะนิดหนึ่ง เพราะไม่สามารถทำแบบระบบช็อปที่ผ่านมาได้ เช่น ถ้าลูกค้าจะซ่อมเสื้อผ้าเป็นรู จะเอาผ้าแบบไหนมาปิดรู ผ้าใหญ่หรือเล็ก มีลักษณะแบบไหน เราจึงต้องหาวิธีให้ลูกค้าสามารถ specify ได้ว่าอยากจะได้ประมาณนี้ ทำยังไงได้บ้าง”</p>



<p>ภูมิยกตัวอย่างว่าพวกเขาออกแบบระบบอำนวยความสะดวกคือให้ลูกค้าสามารถวาดรูป อัพโหลดส่งให้ช่างเพื่ออธิบายสิ่งที่ต้องการเป็นภาพได้ หรือที่พวกเขาเพิ่งพัฒนาได้ไม่นานคือการนัดเวลาคุยหรือปรึกษาการซ่อมผ่านวิดีโอคอลร่วมกับช่างและทีม Reviv นอกจากนี้ยังมีระบบ tracking system สามารถเช็กได้เลยว่าตอนนี้ถึงขั้นตอนไหนแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="447" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-1024x447.png" alt="" class="wp-image-148228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-1024x447.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-300x131.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-768x335.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-1536x671.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM-600x262.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.57.19-PM.png 1896w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาฝีมือแรงงาน และเปลี่ยนมุมมองแฟชั่นให้เป็นธรรมทั้งต่อคนและต่อโลก</strong></h3>



<p>นอกไปจากการซ่อมเสื้อผ้าแล้ว Reviv ยังอยากให้คนหันมาหยิบเสื้อเก่ามาดัดแปลงให้เป็นสไตล์ใหม่ๆ กับ Reviv เพื่อลดการซื้อของใหม่ได้อย่างแท้จริง</p>



<p>“แต่ก่อนจะเป็นสเตปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันอาจจะต้องมีจุดที่ทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ต้องเจอก่อนว่าลายนี้น่าสนใจ หรือว่าฉันจะเอาเสื้อผ้านี้มาทำอะไร ซึ่งมันแตกต่างกับการซื้อเสื้อผ้าใหม่ เพราะฉันเห็นตัวนี้สวย แค่กดซื้อ จบ เมื่อเทียบกับว่ากว่าเขาจะไปคุ้ยหาเสื้อผ้าเก่ามาเปลี่ยนใหม่มันดูยุ่งยาก</p>



<p>“เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ได้ ต้องค่อยๆ สร้างความตระหนักรู้ อาจจะต้องใช้ระบบของกลไกการตลาด สร้างแคมเปญในการเปลี่ยนพฤติกรรม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="553" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-1024x553.png" alt="" class="wp-image-148230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-1024x553.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-300x162.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-768x415.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-1536x829.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM-600x324.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-10-เวลา-11.59.44-PM.png 1745w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หนึ่งในสิ่งที่พวกเขากำลังเร่งมือวางระบบและทำงานร่วมกับชุมชนคือการสร้างลายใหม่ๆ ที่น่าสนใจให้คนได้เลือกดัดแปลงเสื้อผ้า ซึ่งฝ้ายในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องเทคนิคการเย็บและการออกแบบลายจะคอยหมุนเวียน ผลัดเปลี่ยนลายใหม่ๆ ในแต่ละเดือน และยังเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ร่วมออกแบบลายเย็บหรือซ่อม และลายตกแต่งเสื้อผ้าไปด้วยกัน</p>



<p>“มีครั้งหนึ่ง เรามีการบ้านให้แม่ๆ ชาวม้งลองทำก่อนทำงานให้ลูกค้าจริง ซึ่งมีคนหนึ่งชื่อแม่ชัว เขาใช้เวลาช้ามากในการทำการบ้านเพราะกลัวทำออกมาแล้วจะผิด ซึ่งตอนส่งงานมาให้เรา ถามว่าผิดไหม คือมันเป็นลายที่ไม่ตรงตามแบบที่เราส่งไป แต่กลับเป็นลายที่เขาทำออกมาอย่างตั้งใจมากๆ แล้วไม่ได้แย่ เราเลยบอกว่าแม่ชัวเดี๋ยวผมเอาลายนี้ไปขึ้นขายด้วยเลยละกัน แล้วก็ตั้งชื่อแบรนด์ว่า slow but chure คือเอาชื่อแม่ชัวมาใส่แทนคำว่า sure” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="476" height="456" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-11-เวลา-12.01.07-AM.png" alt="" class="wp-image-148231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-11-เวลา-12.01.07-AM.png 476w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-11-เวลา-12.01.07-AM-300x287.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/ภาพหน้าจอ-2021-10-11-เวลา-12.01.07-AM-24x24.png 24w" sizes="(max-width: 476px) 100vw, 476px" /></figure></div>



<p>“อีกอันหนึ่งเป็นของแม่ฟ้า เราเคยส่งงานให้เขาไปทำ อยากให้แม่ช่วยแกะลายให้ แต่ปรากฏว่าแม่แกะลายเพิ่มอีกอันมาด้วย เราก็บอกว่าชอบครับคุณแม่ ขอ CF เลยครับ เราตั้งชื่อเลยว่า So fah So good เพราะเราอยากสนับสนุนให้แม่ๆ ได้ออกแบบด้วยตัวเองเลย มันอยู่ในมิสชั่นของเราที่ต้องการพัฒนาทักษะ ซึ่งถ้าเขาสู่ fashion economy คุณจะต้องมีความครีเอทีฟ กล้าแสดงความคิดเห็น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-1024x576.png" alt="" class="wp-image-148191" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-2048x1152.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/02_ยีนส์ลายปักหน้า-2-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกไปจากการพัฒนาทักษะแรงงานแล้ว พวกเขายังสนับสนุนค่าแรงที่เป็นธรรมให้กับชุมชน โดยภูมิอธิบายว่า 45 เปอร์เซ็นจากรายได้ทั้งหมดจะให้กับช่าง แบ่งออกเป็น 33 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้โดยตรง 12 เปอร์เซ็นต์เป็นสวัสดิการของแรงงาน รวมถึงอีก 1 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จะมอบให้กับองค์กรทางสังคมที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนให้มีการขับเคลื่อนของหลายๆ กลุ่มในวงกว้างด้วย</p>



<p>“เพราะฉะนั้น เวลาใครถามว่า Reviv ซ่อมอย่างเดียวใช่ไหม เราจะบอกว่าไม่นะ เราทำธุรกิจตามภารกิจ คือทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้สอดคล้องกับภารกิจของเรา เพราะฉะนั้นในอนาคตเราอาจจะทำโปรดักต์ที่สอดคล้องกับการใช้เสื้อผ้าซ้ำ สอดคล้องกับเศรษฐกิจเกื้อกูลสังคม เราจะปรับเปลี่ยนไปเป็นตัวเลือกอื่นๆ ที่มากกว่าการซ่อมก็ได้”&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>ใครสนใจบริการซ่อมเสื้อผ้าของ Reviv ลองกดเข้าไปดูบริการของพวกเขาได้ที่ <a href="https://www.revivshop.com/">revivshop.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/reviv/">Reviv บริการรับซ่อมเสื้อผ้าที่ตั้งใจถักทอวัฒนธรรมใช้ซ้ำและสนับสนุนแรงงานอย่างเป็นธรรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2021 10:49:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุกฤษ อังควินิจวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกรนักวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[Global Talent Visa]]></category>
		<category><![CDATA[University College London]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146470</guid>

					<description><![CDATA[<p>อากาศที่ลอนดอนกำลังดีกว่าวันไหนๆ ในตอนที่เราพูดคุยกับ อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรนักวิจัย ผู้เลือกไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร ด้วยความหวังว่าจะกลับมาเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนา (R&#38;D) เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาในไทย&#160; 10 ปีก่อน หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อุกฤษมีเป้าหมายอยากทำงานในฐานะนักวิจัยเชิงพาณิชย์ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีองค์กรเอกชนที่พัฒนาเทคโนโลยียาใหม่ๆ อย่างจริงจังในประเทศบ้านเกิด เขาจึงอยากเปิดบริษัทของตัวเองในรูปแบบสตาร์ทอัพที่วิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ&#160; นั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะเรียนต่อซึ่งจะช่วยเสริมองค์ความรู้ให้พัฒนาสิ่งที่อยากทำได้ อุกฤษจึงเลือกประเทศต้นกำเนิดนวัตกรรมหลายๆ อย่าง รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลกอย่างสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่เขาออกเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่นั้นมานักวิจัยไทยคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมและได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโปรเจกต์ทดลองอันหลากหลาย อย่างการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตา หรือการตรวจสอบเทคโนโลยีด้านยาที่กำลังเป็นข้อพิพาทในแวดวงเภสัชอังกฤษ รวมถึงการเข้าร่วมทำงานวิจัยอื่นๆ จนได้รับการรับรองความสามารถจากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร เป็นผลให้อุกฤษได้รับวีซ่าแบบ global talent ทำให้เขาสามารถทำงานได้อิสระในฐานะบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&#160; อุกฤษเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ยังไง แล้วสภาพแวดล้อมแบบไหนที่เอื้อให้คนทำงานด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างเขาเลือกทำงานนอกบ้านเกิด&#160; ในวันที่อากาศลอนดอนเป็นใจ ชายหนุ่มเล่าเส้นทางการทำงานของเขาให้เราฟัง&#160; ความฝันที่จะเปิดบริษัทวิจัยในไทย ก่อนเดินทางออกไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อหาความรู้ อุกฤษพาเราย้อนถึงชีวิตในไทยที่ทำให้เขาค้นพบเป้าหมายในการเป็นนักวิจัยเชิงพาณิชย์ของตัวเองให้ฟังก่อน “ตอนเด็กผมชอบอ่านเรื่องนักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาอย่าง Thomas Edison หรือ Nikola Tesla ประทับใจในความมุ่งมั่นของเขาที่จะหาวิธีหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกอย่างคือมันทำให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้ทำงานในแล็บอย่างเดียว แต่มีบริษัทของตัวเองด้วย”&#160; อุกฤษทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเลือกเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างที่ศึกษาอยู่เขาค้นพบว่าการทำงานเภสัชแบ่งได้ 2 สายใหญ่ๆ คือ หนึ่ง–เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง กับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/">&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อากาศที่ลอนดอนกำลังดีกว่าวันไหนๆ ในตอนที่เราพูดคุยกับ <strong>อุกฤษ อังควินิจวงศ์</strong> เภสัชกรนักวิจัย ผู้เลือกไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร ด้วยความหวังว่าจะกลับมาเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาในไทย&nbsp;</p>



<p>10 ปีก่อน หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อุกฤษมีเป้าหมายอยากทำงานในฐานะนักวิจัยเชิงพาณิชย์ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีองค์กรเอกชนที่พัฒนาเทคโนโลยียาใหม่ๆ อย่างจริงจังในประเทศบ้านเกิด เขาจึงอยากเปิดบริษัทของตัวเองในรูปแบบสตาร์ทอัพที่วิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะเรียนต่อซึ่งจะช่วยเสริมองค์ความรู้ให้พัฒนาสิ่งที่อยากทำได้ อุกฤษจึงเลือก<a href="https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประเทศ</a>ต้นกำเนิดนวัตกรรมหลายๆ อย่าง รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลกอย่างสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่เขาออกเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3.jpg 1477w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ตั้งแต่นั้นมานักวิจัยไทยคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมและได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโปรเจกต์ทดลองอันหลากหลาย อย่างการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตา หรือการตรวจสอบเทคโนโลยีด้านยาที่กำลังเป็นข้อพิพาทในแวดวงเภสัชอังกฤษ รวมถึงการเข้าร่วมทำงานวิจัยอื่นๆ จนได้รับการรับรองความสามารถจากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร เป็นผลให้อุกฤษได้รับวีซ่าแบบ <a href="https://royalsociety.org/grants-schemes-awards/global-talent-visa/what-does-global-talent-visa-offer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">global talent</a> ทำให้เขาสามารถทำงานได้อิสระในฐานะบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&nbsp;</p>



<p>อุกฤษเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ยังไง แล้วสภาพแวดล้อมแบบไหนที่เอื้อให้คนทำงานด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างเขาเลือกทำงานนอกบ้านเกิด&nbsp;</p>



<p>ในวันที่อากาศลอนดอนเป็นใจ ชายหนุ่มเล่าเส้นทางการทำงานของเขาให้เราฟัง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146475" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความฝันที่จะเปิดบริษัทวิจัยในไทย</strong></h3>



<p>ก่อนเดินทางออกไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อหาความรู้ อุกฤษพาเราย้อนถึงชีวิตในไทยที่ทำให้เขาค้นพบเป้าหมายในการเป็นนักวิจัยเชิงพาณิชย์ของตัวเองให้ฟังก่อน</p>



<p>“ตอนเด็กผมชอบอ่านเรื่องนักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาอย่าง Thomas Edison หรือ Nikola Tesla ประทับใจในความมุ่งมั่นของเขาที่จะหาวิธีหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกอย่างคือมันทำให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้ทำงานในแล็บอย่างเดียว แต่มีบริษัทของตัวเองด้วย”&nbsp;</p>



<p>อุกฤษทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเลือกเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างที่ศึกษาอยู่เขาค้นพบว่าการทำงานเภสัชแบ่งได้ 2 สายใหญ่ๆ คือ หนึ่ง–เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง กับ สอง–เภสัชสายผลิตที่ทำงานในโรงงานยาสามัญ แต่ไม่ค่อยมีบทบาทในการทำงานวิจัยพัฒนายาแบบที่เขามุ่งมั่นศึกษามาตั้งแต่เด็ก</p>



<p>“ผมชอบและสนใจงานวิจัย การพัฒนาสูตรยาให้เป็นในรูปแบบต่างๆ เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ รวมถึงพวกยาในรูปแบบอนุภาคนาโน แต่ระหว่างเรียนที่ไทยผมคิดว่างานเภสัชที่มีอยู่ในประเทศไม่ตรงกับสายที่ผมอยากทำ&nbsp;ไม่ใช่ว่าสายที่มีอยู่ไม่ดีนะ แต่เท่าที่สังเกต เมื่อ 10 ปีที่แล้วอุตสาหกรรมยาบ้านเราไม่ได้เติบโตด้วยงานวิจัยมากเท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยมีเชิงนวัตกรรมใหม่ๆ หรือ R&amp;D จากเอกชน ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัย ตอนนั้นภาคอุตสาหกรรมยังเน้นการทำยาสามัญ ซึ่งก็คือยาเลียนแบบอยู่”</p>



<p>เพราะฝันอยากเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนาเป็นของตัวเองมานาน อุกฤษมองว่าการออกไปเก็บเกี่ยวความรู้จากประเทศต้นกำเนิดด้านเทคโนโลยีและศาสตร์ความรู้ต่างๆ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำฝันให้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146477" width="513" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-1025x1536.jpg 1025w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3.jpg 1367w" sizes="(max-width: 513px) 100vw, 513px" /></figure></div>



<p>“การไปเรียนเมืองนอกไม่ใช่แค่เอาเทคโนโลยีหรือเอาความรู้จากเขามาใช้ แต่เราอยากเข้าถึงวิธีการคิดและการสร้างองค์ความรู้ ด้วยเพราะเขาเป็นประเทศที่กำเนิดนวัตกรรมต่างๆ การไปเรียนรู้วิธีคิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะยั่งยืนมากกว่าการเอาไฟนอลโปรดักต์มาใช้</p>



<p>“ในทางหนึ่งคือมันไม่ได้ตอบสนองแค่แพสชั่นของตัวเรา แต่ผมมองว่าการสร้างบริษัทที่ทำงานวิจัยและพัฒนามันช่วยประเทศได้” เขายกตัวอย่างถึงนักวิทยาศาสตร์และนักธุรกิจชาวอเมริกันอย่างโทมัส เอดิสัน ที่คิดค้นวงจรไฟฟ้าและตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง จนสามารถผลักดันนวัตกรรมที่คิดค้นไปสู่นโยบายระดับประเทศ&nbsp;กลายมาเป็นผู้พัฒนาอเมริกาในยุคที่เริ่มใช้ไฟฟ้าได้สำเร็จ&nbsp;</p>



<p>“เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน มันดูเป็นภาพใหญ่มาก แต่ผมคิดว่าถ้ามีบริษัทเทคโนโลยีแบบนี้จะทำให้สังคมมีทางออกจากปัญหาหลายๆ ทาง อย่างยุคนี้เราจะเห็นชัดจากประเทศที่มีเทคโนโลยีวัคซีน”&nbsp;</p>



<p>ในช่วงที่ต้องตัดสินใจ ตัวเลือกในการเรียนต่อของอุกฤษมี 2 ประเทศคือสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นดินแดนขึ้นชื่อด้านองค์ความรู้และนวัตกรรม อีกทั้งอาจารย์ที่เขาเคยเรียนด้วยตอนปริญญาตรีส่วนใหญ่ก็เรียนจบมาจาก 2 ประเทศนี้&nbsp;</p>



<p>“เป้าหมายที่ผมมีตั้งแต่แรกคือเรียนให้จบปริญญาเอก แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะเรียนไม่ไหว เลยทดลองเรียนปริญญาโทก่อน ในอเมริกาสายที่ผมอยากเรียนจะมีแต่ระดับโท-เอก ซึ่งเรียนต่อเนื่องกัน แต่ที่อังกฤษมีปริญญาโทและส่วนใหญ่เรียนแค่ปีเดียว ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้น พอเรียนจบแล้วเราสามารถตัดสินใจได้ว่าชอบสายงานนี้ไหม อยากทำงานวิจัยแบบนี้ไปตลอดไหม”</p>



<p>คณะ School of Pharmacy ที่ University College London (UCL) จึงเป็นสถาบันที่เขาเลือกเข้าไปศึกษาระดับปริญญาโท</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146478" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความล้มเหลวของทีสิสพัฒนายาและโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนที่อังกฤษ</strong></h3>



<p>ก่อนไปเรียนและใช้ชีวิตในลอนดอนอย่างจริงจัง อุกฤษบอกว่าเขาเตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกที่จะเปิดรับทุกอย่างแบบไม่คาดหวัง นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาปรับตัวได้ง่าย ถ้าไม่นับเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนมากพอจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ลอนดอนต้องเจอกับอากาศแบบ 3 ฤดูได้ในวันเดียว</p>



<p>“ส่วนเรื่องเรียนก็ไม่ได้รู้สึกว่ายาก ผมรู้แล้วว่าจะต้องเจอการเรียนแบบ active learner คือเขาจะไม่ได้สอนแบบอัดๆ เนื้อหาให้ แต่เราต้องเข้าไปคุย ฟัง จับประเด็นแล้วมาอ่านเอง แต่ก็ไม่ได้อ่านสะเปะสะปะ เพราะบางที professor จะแนะแนวว่าประเด็นนี้ยูต้องคิดอะไร เราก็จะมีแนวทางว่าต้องอ่านอะไรไปบ้าง เสร็จแล้วเข้าคลาสอาจารย์จะชวนมาถกเถียงประเด็นนั้นร่วมกัน</p>



<p>“ผมคิดว่าอาจจะเพราะตอนเรียนปริญญาตรีที่ไทยเราต้องอ่านเทกซ์บุ๊กหรืออ่านเปเปอร์วิจัยกันอยู่แล้ว ศัพท์อะไรหลายอย่างที่เราใช้ตอนเรียนมันก็เป็นภาษาอังกฤษ เลยรู้สึกว่าไม่ได้ท้าทายมากเท่าไหร่”</p>



<p>การเรียนปริญญาโทที่ UCL ของอุกฤษนั้นเรียกได้ว่าผ่านฉลุย ถึงแม้เขาจะเล่าติดตลกถึงความลำบากของตัวเองในการสื่อสารกับเพื่อนต่างชาติเล็กน้อย โดยเฉพาะกับเพื่อนชาวอินเดีย แต่เขาคิดว่าโดยรวมทั้งหมดไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก</p>



<p>จนกระทั่งทีสิสดำเนินมาถึง</p>



<p>“ผมเลือกหัวข้อที่คิดว่าถ้ากลับไทยเราจะไม่มีโอกาสทำ คือจะมีตัวยาบางอย่างที่ผมก็ไม่เคยเรียนตอนอยู่ไทยและไม่มีการผลิตในไทย นั่นคือยาโปรตีน จำพวกยาแอนติบอดี้ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการผลิตขั้นสูง&nbsp;</p>



<p>“ยาแอนติบอดี้จะอยู่ในร่างกายได้ไม่นาน เพราะมันจะถูกทำลายด้วยเอนไซม์ต่างๆ ทำให้โครงสร้างจะถูกย่อยไปหมด โปรเจกต์ที่ผมพยายามทำคือเอาโพลีเมอร์ต่อเข้าไปเพื่อให้มันอยู่ได้นานขึ้น และมันต้องมีการสังเคราะห์เคมี ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้เก่งดีเลิศด้านนี้ขนาดนั้นแต่ดันไปรับทำโปรเจกต์นี้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="577" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1024x577.jpg" alt="" class="wp-image-146481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1024x577.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-768x433.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1536x866.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-2048x1155.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>อุกฤษบอกว่าเขาพยายามทดลองซ้ำๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อยู่ 6 เดือนแต่ก็ไม่สำเร็จ ความล้มเหลวของหัวข้อทีสิสแรกทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามในใจว่าหรือเขาจะทำมันไม่ได้จริงๆ “ก็คงต้องยอมรับหรือเปล่า” เขาถามตัวเอง</p>



<p>ถึงอย่างนั้นเขาก็พาความล้มเหลวในโปรเจกต์พัฒนายาของตัวเองไปนำเสนอให้อาจารย์ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า เขาอธิบายสาเหตุที่ทำให้ไม่สำเร็จด้วยหลักการต่างๆ จนกระทั่งคะแนนทีสิสออกมา ในความคิดแรก อุกฤษเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าตัวเลขที่ได้น่าจะเข้าขั้นแย่พอตัว</p>



<p>“แต่พอคุยกับอาจารย์ไปๆ มาๆ เขาบอกเราได้คะแนน 80 จาก 100 คะแนน เราตกใจมากว่าทำไมให้เยอะจัง” เขาหัวเราะ</p>



<p>แม้ว่าในใจลึกๆ จะดีใจที่ได้คะแนนสูงกว่าที่หวังไว้ แต่เขาก็อดสงสัยที่จะถามไม่ได้ว่าเกณฑ์อะไรที่ทำให้อาจารย์มองข้ามความล้มเหลวในทีสิสเขาที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง&nbsp;</p>



<p>“เขาเห็นว่าเรารีเสิร์ช อ่านเยอะมาก และอ่านในหัวข้อที่ไม่ถนัดด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามอธิบายว่าสิ่งที่ผิดพลาดเกิดจากอะไร พอเราอธิบายไม่ได้เราก็ไปอ่าน เขารู้สึกว่าสกิลตรงนี้แหละจะทำให้เราอยู่รอดในการเรียนปริญญาเอก เพราะไม่ใช่ว่าการทำวิจัยยูจะเลือกไอเดียแรกแล้วได้ผลเลย ยูต้องผ่านขั้นตอนแบบนี้เยอะ เขาเลยเชื่อว่าความไม่ยอมแพ้ของเราจะทำให้เรียนปริญญาเอกได้”&nbsp;</p>



<p>เมื่อมีคนช่วยยืนยันว่าการเรียนระดับปริญญาเอกของเขาไม่น่ามีปัญหา หลังเรียนจบปริญญาโทอุกฤษจึงตัดสินใจเรียนต่อที่สถาบันเดิม ครั้งนี้เหมือนมีภูมิคุ้มกันความล้มเหลวจากการทำทีสิสมาแล้ว เขาจึงรู้ว่าในระดับการเรียนที่สูงขึ้น ทุกสมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบสุดท้าย แต่สามารถหาคำตอบต่อไปได้ไม่สิ้นสุด ผ่านการลงมือลองผิดลองถูกและหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1.jpg 1478w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ส่วนเป้าหมายที่อยากเรียนรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์กับธุรกิจ ผมได้เยอะมากจากพวกกิจกรรมที่อยู่นอกหลักสูตร เพราะว่าช่วงที่เรียนเป็นปีแรกๆ ที่อังกฤษเริ่มพูดเรื่องสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัย เขาจะมีการจัดงานสัมมนาเยอะมาก”&nbsp;</p>



<p>การเข้าไปฟังสัมมนาหลายครั้งทำให้เขาเปิดโลกความรู้หลายแบบ อย่างการไม่จำกัดว่าเรื่องยาจะต้องคุยกันในเฉพาะวงการแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>“เขาจะเอาปัญหาวางไว้ตรงกลางเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ อย่างช่วงหนึ่งเขาคุยกันว่าอุตสาหกรรมยาเริ่มถึงทางตันในการพัฒนายาใหม่ๆ ก็มีวงเสวนาที่พูดคุยกับนักเศรษฐศาสตร์ ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก”</p>



<p>อุกฤษยังเสริมถึงเหตุผลที่ทำให้ได้ออกไปเจอประสบการณ์นอกห้องเรียนว่า อาจารย์หรือนักศึกษาไม่ได้มองว่าความสำเร็จคือการพัฒนาวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทักษะด้านอื่นๆ และการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เขาจึงมีโอกาสได้ทำงานจริงนอกห้องเรียนโดยการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นได้ทำโปรเจกต์ที่มีข้อพิพาทระหว่าง 2 บริษัทยา เขาฟ้องกันเรื่องเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Pegylation คือการเติมโพลิเมอร์เข้าที่โครงสร้างยาโปรตีนเพื่อให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้นานขึ้น บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่เป็นโจทก์กล่าวหาว่าบริษัทยาขนาดเล็กที่ว่าจ้างไปละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Pegylation บริษัทขนาดเล็กเลยพยายามหาคนมาพิสูจน์นวัตกรรมนี้ว่าเขาเป็นคนคิดค้นก่อน พอดีว่าอาจารย์ผมรู้จักกับทนายฝั่งผู้ถูกกล่าวหา เพราะเขาเห็นว่าเราเคยทำการติดโพลีเมอร์สมัยเรียนปริญญาโทมาแล้ว</p>



<p>“ผมต้องออกแบบและทำการทดลองตามข้อมูลพื้นฐานที่บริษัทให้ เพื่อคอนเฟิร์มว่า เทคโนโลยีเขาคิดได้ก่อนและใช้ได้จริง พอได้ทำแล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ดีในฐานะนักเรียนปริญญาเอกนะ แล้วผลลัพธ์ของโปรเจกต์ก็ออกมาดี เขาใช้การทดลองที่เราออกแบบไปใช้ในการโต้เถียงกันในศาลแล้วฝ่ายลูกความที่จ้างเราชนะคดี มันรู้สึกภูมิใจในตัวเอง”</p>



<p>นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้เป็นนักวิเคราะห์เทคโนโลยีให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ติดลิสต์ Fortune 500 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทระดับโลกจากผลกำไรและรายได้ โดยทำหน้าที่รีเสิร์ชเทคโนโลยีใหม่และน่าสนใจให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงยังได้ทุนการศึกษาจาก Graduate School of Business ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ให้เข้าร่วมโปรแกรม Global Entrepreneurship and Innovation ซึ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจะเลือกคนจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมเพื่อเรียนเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการและการพัฒนาโมเดลธุรกิจไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146484" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบนิเวศของวงการวิจัยที่เป็นเสาหลักสนับสนุนให้นักวิจัยรุ่นใหม่&nbsp;</strong></h3>



<p>หลังสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก อุกฤษกลับมาทบทวนเป้าหมายของการกลับไทยไปเปิดบริษัทของตัวเองอีกครั้ง เขามองว่าถ้าจะกลับบ้านเกิดไปพร้อมกับใบปริญญา แต่ไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานมากพอ ต้นทุนความรู้ในการดูแลบริษัทอาจจะน้อยไป เขาจึงตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงมือทำงานในสหราชอาณาจักรดีกว่า</p>



<p>“พอดีอาจารย์ที่ปรึกษาเขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพของยาตา เขามีโมเดลเพื่อดูว่ายาที่ออกแบบมาตอนนี้จะอยู่ในลูกตาได้นานแค่ไหนได้บ้าง เพราะมันมีผลกับระยะเวลาการออกฤทธิ์ และมีการพัฒนาเรื่องของยารักษาตาที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น อาจจะเป็นพวกอนุภาคนาโนต่างๆ”</p>



<p>เขาทำงานที่นี่ในตำแหน่งนักวิจัยประจำแล็บ ที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตาต่างๆ และพัฒนายารักษาตาที่เป็นโปรตีนให้อยู่ในรูปแบบอนุภาคนาโน เพื่อลดความถี่ในการฉีดยาเข้าลูกตาในการรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อม&nbsp;</p>



<p>“ด้วยความเป็นบริษัทสตาร์ทอัพก็ต้องทำทุกอย่างด้วย” อุกฤษหัวเราะ “ทั้งช่วยดูธุรกิจ กลยุทธ์พัฒนาโปรดักต์ หาลูกค้า ซึ่งอันนี้แหละที่เป็น learning by doing ของจริง และได้รู้ว่ามันท้าทายขนาดไหนการทำบริษัทสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะสตาร์ทอัพที่เกิดจากมหาวิทยาลัย”&nbsp;</p>



<p>อาจจะฟังแล้วรู้สึกขัดแย้ง เพราะบางคนอาจจะสงสัยว่ามหาวิทยาลัยไม่ควรมีบริษัทสตาร์ทอัพที่มีผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเปล่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1.jpg" alt="" class="wp-image-146483" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure></div>



<p>“แต่จริงๆ แล้วกำไรในเชิงพาณิชย์ที่กลับเข้าสู่มหาวิทยาลัยน้อยมากๆ ส่วนใหญ่แค่ไม่ทำให้ขาดทุนได้ก็เก่งแล้ว เพราะการต่อยอดเชิงพาณิชย์ใช้ระยะเวลานาน เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่รับความเสี่ยงตรงนี้ และให้คุณค่าของการสร้างคุณูปการต่อสังคมมากกว่ากำไร ขาดทุน แต่เล็งเห็นเป็นกลไกที่สามารถเพิ่มการจ้างงาน สร้างตลาดแรงงานเฉพาะทางที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สร้างเศรษฐกิจที่เน้นการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศอังกฤษด้วย”&nbsp;</p>



<p>เมื่อวีซ่านักศึกษาใกล้หมดอายุ และกฎหมายของสหราชอาณาจักรที่อนุญาตให้บัณฑิตปริญญาเอกสามารถอยู่ทำงานหลังเรียนจบได้ 1 ปี อุกฤษจึงหาทางทำงานต่อในเมืองผู้ดีแบบไม่ต้องหาบริษัทที่คอยสปอนเซอร์ค่าวีซ่าให้ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสหางานทำในสหราชอาณาจักรได้มากขึ้น เขาได้รับคำแนะนำให้ยื่นในรูปแบบ global talent ซึ่งต้องรวบรวมประวัติและผลงานให้หน่วยงานรัฐที่กำหนดรับรองความสามารถ โดยเขาเป็นหนึ่งใน 200 นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกที่ได้รับเลือกให้เป็น Emerging Leader จากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร (The Royal Academy of Engineering) ทำให้ได้รับวีซ่าอนุญาตทำงานในฐานะ global talent ในที่สุด</p>



<p>หลังจากนั้นนักวิจัยวัย 30 ปีจึงลาออกจากบริษัทสตาร์ทอัพมาทำงานวิจัยส่วนตัว ซึ่งเป็นวิจัยเชิงพาณิชย์ 2 โปรเจกต์ ได้แก่โปรเจกต์พัฒนายารักษาตาที่เป็นแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ในรูปแบบอนุภาคนาโนให้ออกฤทธิ์ได้นาน 3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ใกล้เคียงกับยาต้นแบบที่มีใช้ในการรักษาปัจจุบัน  </p>



<p>และโปรเจกต์ที่ 2 คือการเอายาที่มีอยู่เดิมมาทดสอบดูประสิทธิภาพใหม่ในโรคทางประสาทและกล้ามเนื้อชนิดหายากที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือความเสื่อมของไมโทคอนเดรีย ซึ่งโปรเจกต์ทั้งสองนี้ได้รับทุนจากสภาวิจัยการแพทย์ของสหราชอาณาจักร (Medical Research Council) ที่จัดสรรให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ และส่งต่อให้กับนักวิจัยที่ยื่นคำขอเข้ามา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146485" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“คนที่นี่เขาจะมองว่างานวิจัยเป็นการลงทุน ไม่ใช่รายจ่าย ลงทุนให้กับองค์ความรู้ ทรัพยากรบุคคล ลงทุนในเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ใดๆ และเข้าใจว่าการลงทุนนี้มันใช้เวลานาน เพราะฉะนั้นหน่วยงานรัฐอย่างสภาวิจัยการแพทย์จะมองถึงการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัย เขาจะสนับสนุนนักวิจัยในทุกระดับ ไม่ใช่แค่นักวิชาการเบอร์ใหญ่ๆ บางทุนระบุเลยว่าสำหรับนักวิจัยเบื้องต้น ซึ่งผมว่ามันเป็นระบบที่ดี ดึงให้คนที่เพิ่งเริ่มงานยังสามารถทำงานสายนี้ได้ มันไม่ต้องสู้จนอยากได้ผลลัพธ์ แต่ไม่มีเงินสนับสนุนอะไรเลย ต้องเริ่มเอง”</p>



<p>นอกจากนี้อุกฤษยังเล่าถึงระบบนิเวศของงานนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเสาหลักให้เกิดการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยทางการแพทย์ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างเครือข่ายสาธารณสุขที่รับเอางานวิจัยไปพัฒนาต่อและใช้ได้จริงในประเทศ รวมถึงหน่วยงานขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดเส้นทางนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด </p>



<p>“อย่าง อย.อังกฤษนี่เขาไม่ได้ทำตัวเป็น gatekeeper ที่กันไม่ให้คนทำอะไรเลย แต่เขาพยายามช่วยเป็นผู้ให้บริการที่ทำงานร่วมกับนักวิจัย ช่วยเหลือดูแลเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมให้ใช้ได้จริง”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เขาบอกว่ายังมีองค์กรการกุศลและหน่วยงานเอกชนที่สนับสนุนบริษัทพัฒนาขนาดเล็กและกลางสามารถดำเนินการได้ ไม่จำเป็นต้องมีแต่บริษัทใหญ่ที่ถือครองนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว ส่วนบริษัทใหญ่เองก็มีทุนมากพอที่จะสนับสนุนงานวิจัยในมหาวิทยาลัยให้มาต่อยอดธุรกิจได้</p>



<p>“ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายเร่งนำนวัตกรรมทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมาแก้ปัญหาให้กับสังคม ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้รัฐบาลอังกฤษตื่นตัวกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการแพทย์จนตั้งเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อให้อังกฤษเป็นมหาอำนาจด้านการแพทย์ของโลก” </p>



<p>ปัจจุบันอุกฤษเปลี่ยนสายงานจากนักวิจัยในห้องแล็บมาทำงานด้านบริหารจัดการวิจัย โดยเน้นให้คำปรึกษา แนะนำ และบริหารจัดการเทคโนโลยีที่เกิดจากงานวิจัยให้กับนักวิจัย ทั้งวางกลยุทธ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างโมเดลธุรกิจ การหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อเอาเทคโนโลยีไปต่อยอด การจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อมาต่อยอดงานวิจัย รวมถึงการก่อตั้งและบริหารบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีนั้นๆ ด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เปรียบเทียบแล้วงานนี้เป็นกระบวนการกลางน้ำที่เชื่อมระหว่างการพัฒนาต้นน้ำ คืองานวิจัยให้ไหลไปจนถึงปลายน้ำได้อย่างไม่มีสะดุด ซึ่งมันตอบโจทย์ต่อเป้าหมายที่ผมเคยคิดว่าอยากจะเปิดบริษัท R&amp;D ได้อย่างมาก”</p>



<p>แม้เขาจะยอมรับว่างานที่ทำเพิ่งอยู่ในช่วงเติบโตในอุตสาหกรรมงานวิจัยในสหราชอาณาจักร แต่ก็มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และหลายมหาวิทยาลัยก็มีเกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา ด้วยผลลัพธ์ของการนำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมด้วยงานวิจัยที่มาจากภาษีของประชาชน และเป็นการตอบคำถามคลาสสิกอย่าง ‘นักวิจัยทำงานวิจัยไปแล้วได้อะไร’ หรือ ‘งานวิจัยไม่ได้อยู่บนหิ้งเพียงอย่างเดียว’</p>



<p>“ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่มีอิทธิพลต่อผมไปตลอดชีวิตเลย 10 ปีนี้ทำให้ได้สั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ที่ประเมินค่าไม่ได้ สหราชอาณาจักรทำให้ผมค้นพบศักยภาพของผมที่ซ่อนอยู่ เพราะสหราชอาณาจักรเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน ทั้งโอกาสพื้นฐานที่ระบบมอบให้ และโอกาสที่ทุกคนสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง </p>



<p>“อย่างผมเปลี่ยนสายงานจากการเป็นนักวิจัยมาเป็นเชิงธุรกิจ บางสังคมอาจจะตั้งคำถามว่าจบด็อกเตอร์มาแล้วทำไมไม่ไปเป็นอาจารย์ล่ะ แต่ที่นี่ คุณจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะเป็น และไม่มีใครมาตั้งคำถามอะไรแบบนี้  </p>



<p>“ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง ทุกคนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้” อุกฤษทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/">&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2021 11:10:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองโฮโนลูลู]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แคบหมู]]></category>
		<category><![CDATA[Chao Siam]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐฮาวาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145622</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจคุ้นเคยกับ ‘แคบหมู’ ในฐานะของกินเล่นยามว่าง เครื่องเคียงของก๋วยเตี๋ยวเรือ และอาหารสัมผัสกรุบกรอบที่จิ้มน้ำพริกแล้วอร่อย แต่สิ่งที่บางคนไม่รู้คือแคบหมูไม่เพียงแต่เป็นอาหารรสนัวที่คนไทยโปรดปรานเท่านั้น เพราะหากได้ลองไปเยือนอีกฟากหนึ่งของโลกอย่างอเมริกา แล้วเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไปแถวๆ ชั้นวางสแน็ก คุณอาจเจอกับแคบหมูหลากหลายสัญชาติที่คนอเมริกันนิยมกินเป็นขนมขบเคี้ยวยามว่าง และหากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตในฮาวาย คุณอาจเจอ Chao Siam แบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยที่วางขายอยู่ท่ามกลางแคบหมูแบรนด์อื่นๆ ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์ คือผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 ด้วยเงินเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนา สร้างทุน โรงงาน ตลาด และกระจายสินค้าไปวางขายในร้านขายของชำและร้านค้าชั้นนำ เช่น ABC Stores, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Foodland และปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE กว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำธุรกิจอาหารแปรรูปในประเทศที่เข้มงวดเรื่องกฎหมายและความปลอดภัยต้องอาศัยการลงมือทำอย่างถูกต้องและเติบโตด้วยตัวเองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้แหละที่เจ้าของแบรนด์ Chao Siam บอกว่าภูมิใจที่ได้ทำธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วมากที่สุด เตรียมน้ำพริกไว้ให้พร้อม แล้วตามไปดูเบื้องหลังกว่าจะเป็นแคบหมูสัญชาติไทยในฮาวายกัน จากไส้กรอกอีสานสู่แคบหมูที่เริ่มต้นด้วยทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจในฮาวาย ธนะโรจน์เริ่มต้นชีวิตในอเมริกาหลังจากเรียนจบ ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/">Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายคนอาจคุ้นเคยกับ ‘<a href="https://adaymagazine.com/waterchillinarrowpig/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แคบหมู</a>’ ในฐานะของกินเล่นยามว่าง เครื่องเคียงของก๋วยเตี๋ยวเรือ และอาหารสัมผัสกรุบกรอบที่จิ้มน้ำพริกแล้วอร่อย แต่สิ่งที่บางคนไม่รู้คือแคบหมูไม่เพียงแต่เป็นอาหารรสนัวที่คนไทยโปรดปรานเท่านั้น เพราะหากได้ลองไปเยือนอีกฟากหนึ่งของโลกอย่างอเมริกา แล้วเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไปแถวๆ ชั้นวางสแน็ก คุณอาจเจอกับแคบหมูหลากหลายสัญชาติที่คนอเมริกันนิยมกินเป็นขนมขบเคี้ยวยามว่าง</p>



<p>และหากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตในฮาวาย คุณอาจเจอ <strong>Chao Siam</strong> แบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยที่วางขายอยู่ท่ามกลางแคบหมูแบรนด์อื่นๆ</p>



<p><strong>ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์</strong> คือผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 ด้วยเงินเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนา สร้างทุน โรงงาน ตลาด และกระจายสินค้าไปวางขายในร้านขายของชำและร้านค้าชั้นนำ เช่น <a href="https://abcstores.com/chao-siam-thai-fried-pork-skins/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ABC Stores</a>, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Foodland และปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE</p>



<p>กว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำธุรกิจอาหารแปรรูปในประเทศที่เข้มงวดเรื่องกฎหมายและความปลอดภัยต้องอาศัยการลงมือทำอย่างถูกต้องและเติบโตด้วยตัวเองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้แหละที่เจ้าของแบรนด์ Chao Siam บอกว่าภูมิใจที่ได้ทำธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วมากที่สุด</p>



<p>เตรียมน้ำพริกไว้ให้พร้อม แล้วตามไปดูเบื้องหลังกว่าจะเป็นแคบหมูสัญชาติไทยในฮาวายกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-145691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากไส้กรอกอีสานสู่แคบหมูที่เริ่มต้นด้วยทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ</strong></h3>



<p>ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจในฮาวาย ธนะโรจน์เริ่มต้นชีวิตในอเมริกาหลังจากเรียนจบ ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ 21 ปี ก่อนหน้านั้นพ่อของเขาแต่งงานกับผู้หญิงฮาวายคนหนึ่งและย้ายมาตั้งรกรากอยู่ด้วยกัน เมื่อเรียนจบเขาจึงบินตามมาทำงานกับพ่อโดยไม่รู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต</p>



<p>“มาถึงที่นี่ผมก็ทำงานฟาร์มกับพ่อ แต่อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานเป็นสิบปี พอผมมาอยู่กับพ่อได้ 4 เดือนเราก็เลยไม่เข้าใจกัน</p>



<p>“ผมไม่รู้จะไปไหน ตอนแรกคิดว่าจะกลับไทย แต่ต้องส่งเงินไปดูแลทางบ้านที่ไทยด้วย น้องก็ยังเรียนอยู่ แม่ก็ทำงานหนัก เราต้องช่วย มันเลยกลับไม่ได้ เรามาที่นี่โอกาสมันเยอะกว่า แล้วผมเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราไม่สู้เราจะไม่รู้เลย”</p>



<p>วัดไทยจึงเป็นคำตอบที่เขาเลือกในตอนนั้น แม้ธนะโรจน์จะอาศัยพื้นที่ศาสนาในการอยู่อาศัย แต่เขายังคงจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟให้กับวัด ซึ่งรายได้ทั้งหมดมาจากการทำงานร้านอาหารและร้านขายดอกไม้ในฮาวายที่รวมกันตกวันละ 12 ชั่วโมง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-145685" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ผมชอบขายของ ตลอดการทำงานได้ประมาณ 2 ปีก็เห็นว่ามีช่องทางบางอย่างที่จะทำธุรกิจได้ ผมเห็นว่าในฮาวายคนที่มีทุนมาเปิดร้านอาหารไทยกันเยอะมาก แต่ว่าเป็นอาหารแบบซ้ำๆ กัน ผมก็มาดูว่าแล้วมีเมนูไทยอะไรที่ยังไม่มีคนทำบ้าง”</p>



<p>ไส้กรอกอีสานคือสิ่งแรกที่เขานึกถึง ด้วยเพราะเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีรสชาติที่ปรับให้ถูกปากคนอเมริกันได้ เขาจึงเดินทางกลับไทยเพื่อเรียนรู้สูตรกับคนเฒ่าคนแก่ในเชียงใหม่อยู่เกือบ 2 เดือน แล้วจึงกลับมาทำขายที่ฮาวายอีกครั้ง</p>



<p>“ผมพัฒนาสูตรอยู่ 8 เดือน มันยากมาก เพราะต้องปรับสูตรให้เข้ากับปากคนอเมริกัน อีกอย่างคือที่นี่ไม่มีเครื่องปรุงครบเหมือนอยู่ไทย บางอย่างต้องปรับเอา มันเลยไม่ได้สูตรที่โอเคสักที พอทำเสร็จแล้วเอาไปขายในตลาด ผลตอบรับก็ไม่ดี”&nbsp;</p>



<p>เมื่อเห็นว่าผลตอบรับไส้กรอกไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แต่ความตั้งใจจะทำธุรกิจยังไม่ล้มเลิก ธนะโรจน์กลับมาคิดว่าจะมีอาหารไทยอะไรบ้างที่เขาสามารถทำขายที่นี่ได้</p>



<p>“ผมเป็นคนลำปางแล้วชอบกินแคบหมู ก็นึกขึ้นได้ว่ามันน่าจะทำได้”</p>



<p>เพราะเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และอยากทดลองทำตามสิ่งที่คิด ธนะโรจน์ในวัย 23 จึงเริ่มต้นจัดแจงซื้อหนังหมูมาในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>“มีทุนเท่านี้เลยซื้อมาแค่ไม่กี่กิโลฯ แล้วลองทำใส่ถุงซิปล็อกได้ประมาณ 5-6 ถุง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากเลย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-576x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145672" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-576x1024.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-169x300.jpg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-768x1365.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-864x1536.jpg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-600x1067.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>สิ่งที่ธนะโรจน์ทำหลังจากนั้นคือการจับแคบหมูใส่ถุงใบใหญ่ แบกขึ้นรถบัสที่วิ่งในเมืองโฮโนลูลูไปวางขายในร้านผักของคนไทยในย่านไชน่าทาวน์ เสร็จแล้วก็เดินทางกลับมาที่พัก แต่ยังไม่ทันที่รถบัสจะเคลื่อนตัวได้ถึงครึ่งทาง เจ้าของร้านก็โทรกลับมาหาเขาว่า “เฮ้ยน้อง แคบหมูหมดแล้วนะ”&nbsp;</p>



<p>จาก 8 เดือนที่หักโหมกับไส้กรอก ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายแล้วอาหารอย่างแคบหมูจะกลายมาเป็นแสงสว่างในเส้นทางการทำธุรกิจของธนะโรจน์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากทุนไม่ถึงร้อยสู่แบรนด์แคบหมูที่มีโรงงานผลิตในเมืองโฮโนลูลู</strong></h3>



<p>หลังจากประสบความสำเร็จจากการขายแคบหมูครั้งแรก ธนะโรจน์ค่อยๆ พัฒนาธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องทำงานในร้านอาหารกับร้านขายดอกไม้ไปด้วยเพื่อให้มีทุนในการต่อยอด</p>



<p>“นี่คือเคล็ดลับของผม เพราะเราไม่ได้มีต้นทุนแต่แรก ถ้าจะทำธุรกิจไม่ให้ล้มเราต้องมั่นใจก่อนว่าจะมีเงิน อย่าเพิ่งออกมาทำเต็มตัวเลย มันจะเกินกำลัง”</p>



<p>แม้จะต้องลงแรงกว่าคนอื่น แต่เขาบอกว่าการทำงานในอเมริกาทำให้สามารถสะสมต้นทุนพอที่จะเริ่มทำธุรกิจได้ ธนะโรจน์ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า เขารับทำงานหลายที่ทำให้ได้เงินเดือนละ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและส่งไปให้ครอบครัวที่ไทยแล้วยังพอมีเงินเหลือก็สะสมไว้สำหรับทำธุรกิจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145670" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n.jpeg 960w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>ส่วนต้นทุนอย่างเวลา เขาแบ่งเวลาก่อนเริ่มงานประมาณ 7 โมงเช้าและหลังเลิกงานช่วง 3 ทุ่มมาทำแคบหมู หรือตอนหลังถ้าเริ่มได้กำไรจากการขายมากขึ้น เขาจะเริ่มลดวันทำงานที่ร้านจาก 7 วันเหลือ 6 วัน และค่อยๆ ลดวันลงมาเรื่อยๆ เพื่อให้เวลากับธุรกิจของตัวเอง</p>



<p>“ตอนแรกที่ผมยังไม่มีทุนมากก็ต้องใช้พื้นที่วัดทำงานไปก่อน ช่วงที่เริ่มทำเยอะขึ้นก็เกณฑ์ป้าๆ กรรมการวัดมาเป็นพนักงานเราด้วย” เขาหัวเราะเมื่อนึกย้อนความหลังเมื่อ 8 ปีที่แล้ว “ป้าๆ ก็บ่นกัน ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สามีไม่เคยให้ทำงานหนักขนาดนี้เลย มีแต่เด็กวัดทำแคบหมูนี่แหละ”&nbsp;</p>



<p>ชีวิตประจำวันของธนะโรจน์ดำเนินอยู่เช่นนี้ กระทั่งแคบหมูทำรายได้มากกว่างานประจำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลาออกจากร้านอาหารและร้านดอกไม้เพื่อเดินหน้าทำแบรนด์แคบหมูตามเป้าหมายของตัวเอง</p>



<p>“ที่รัฐฮาวายจะมีกฎหมายว่า หากเราทำอะไรขายก็ตาม เราจะใช้พื้นที่ในบ้านแบบเมืองไทยไม่ได้ ผมจึงต้องไปหาพื้นที่ครัวที่เขาได้ใบอนุญาตการทำครัวจากรัฐ ซึ่งก็คือร้านอาหารต่างๆ แล้วเช่าครัวกับเขา เสร็จแล้วซื้อประกันอาหาร แล้วเจ้าหน้าที่รัฐจะมาตรวจ ดังนั้นเราต้องมีทุกอย่างครบตามที่กฎหมายกำหนด”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145681" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>การทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมายทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่แล้ววันหนึ่งธนะโรจน์ก็ต้องเจอกับโจทย์ยากที่สุดที่ทำให้เขาท้อกับการทำธุรกิจในดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างอเมริกา</p>



<p>“วันนั้น USDA (กระทรวงเกษตรสหรัฐ) มาตรวจเจอว่าเกาะหนึ่งในรัฐฮาวายทำผิดกฎหมาย เขาเลยตามไปตรวจเกาะอื่นๆ แล้วมาถึงร้านที่ผมเช่าครัวอยู่ เขาบอกผมว่ายูไม่สามารถผลิตได้เพราะผิดกฎหมายประเทศ”</p>



<p>พูดให้เข้าใจง่ายคือการทำผลิตภัณฑ์ที่มาจากเนื้อสัตว์จะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานระดับประเทศก่อนจำหน่ายสินค้า โดยผู้ผลิตจะต้องมีพื้นที่โรงงานของตัวเอง มีครัวที่สะอาด มีการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง นี่จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่อเมริกาให้ความสำคัญมาก</p>



<p>“นี่เป็นโจทย์ที่ผมท้อที่สุด เพราะเราไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วผมไม่ได้เก่งภาษาขนาดนั้น เขาบอกว่าถ้าผิด 3 ครั้งจะต้องไปขึ้นศาล แล้วคุณสู้ไม่ได้แน่ เพราะรัฐจะฟ้องคุณ ดีไม่ดีอาจจะต้องโดนส่งกลับไทย มันเหมือนกับเราทำสินค้าที่ไม่มี อย.” ธนะโรจน์เล่าความทุกข์ใจในช่วงนั้น</p>



<p>“แต่ผมถอยไม่ได้ เพราะเรามีน้องที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ แล้วแม่ก็ไม่ค่อยสบาย ทำงานได้ไม่มาก เราเป็นเสาหลักที่ต้องดูแลทางบ้านก็ต้องตัดสินใจสู้”</p>



<p>โชคดีที่เจ้าหน้าที่แห่ง USDA ให้คำแนะนำในหลายด้าน “เขาบอกว่าช่วยยูได้นะ แต่ยูต้องทำให้ถูกกฎหมาย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-576x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145701" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-576x1024.jpeg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-169x300.jpeg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-768x1365.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-864x1536.jpeg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-600x1067.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>ชายเจ้าของแบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยจึงค่อยๆ ศึกษาวิธีการขออนุญาตให้ถูกต้อง และได้รับคำแนะนำให้ปรึกษาคนที่ผ่านประสบการณ์ดำเนินเรื่องมาช่วยเหลือ &#8220;เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ แต่เขามีใบอนุญาตในการรับจ้างดำเนินเอกสารให้ถูกต้องและถูกกฎหมายได้ ในเมื่อเราไม่มีความรู้ เราก็ต้องให้เขาช่วย&#8221;&nbsp;</p>



<p>โดยในขั้นตอนนี้ธนะโรจน์ต้องหาพื้นที่ทำโรงงาน ซึ่งใช้เวลาร่วมปีจนได้พื้นที่ร้านอาหารเก่าของคนญี่ปุ่นรายหนึ่งโดยที่เขาจะต้องปรับปรุงซ่อมแซมให้ได้ตามมาตรฐานและถูกกฎหมาย&nbsp;</p>



<p>อันที่จริงรัฐฮาวายมีพื้นที่ครัวสนับสนุนให้ SME หน้าใหม่ได้เริ่มต้นตั้งไข่ธุรกิจอย่างถูกต้องและปลอดภัยเช่นกัน แต่เนื่องจากเขาไม่เก่งเรื่องภาษาที่จะดำเนินการและทำผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ จึงไม่ได้ไปใช้บริการนี้</p>



<p>&#8220;ผมทำทุกอย่างเองเลย เพราะเรียนจบเทคนิคเลยมีความรู้เรื่องซ่อมบ้าน</p>



<p>&#8220;แต่ระหว่างนั้นผมก็ต้องทำแคบหมูขายไปด้วย เพราะไม่งั้นจะไม่มีเงินซ่อมร้านและทำธุรกิจเลย กิจวัตรของผมคือตื่นตี 4 มาทอดแคบหมู แล้วขอให้ป้าๆ พี่ๆ กรรมการวัดมาช่วยแพ็ก ตอน 6-7 โมงผมก็เอาไปขายที่ไชน่าทาวน์ เสร็จแล้วไปซ่อมร้าน แล้วกลับมาต้มหนังหมูเพื่อเอาไปอบเตรียมทอดตอนเช้า แล้วกลับไปซ่อมร้านต่อจนถึงเที่ยงคืน&#8221;</p>



<p>เขาใช้ชีวิตวนลูปแบบนี้อยู่ 1 ปี จนกระทั่งถึงเวลาที่ USDA มาตรวจโรงงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-145677" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-600x450.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n.jpeg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>&#8220;ผลิตภัณฑ์เราต้องเอาเข้าห้องแล็บ ตรวจสอบแบคทีเรีย เช็กว่ามีเชื้อราไหม ระบบน้ำ ระบบโรงงาน อุณหภูมิได้ไหม คนจากส่วนกลางมาตรวจอีก 1 อาทิตย์เต็มๆ เข้มข้นมาก มาอยู่ที่นี่ทำให้เรารู้เลยว่าคำว่าโปร่งใสเป็นยังไง&#8221;&nbsp;</p>



<p>ธนะโรจน์เล่าว่าระหว่างการตรวจ แค่ยื่นน้ำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีใครรับ &#8220;เขาบอกว่าได้สาบานตนต่อรัฐแล้วว่าจะซื่อสัตย์&#8221;</p>



<p>หลังตรวจเสร็จเขารอลุ้นคำตอบอยู่สักพัก ในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมาอย่างที่ลงมือทุ่มเทลงไป</p>



<p>&#8220;ภูมิใจมาก&#8221; แม้ธนะโรจน์จะอธิบายความรู้สึกมาเพียงประโยคเดียว แต่กินความหมายทุกอย่างที่เขาตั้งใจกับมัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n.jpeg" alt="" class="wp-image-145675" width="563" height="728" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n.jpeg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n-232x300.jpeg 232w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n-600x776.jpeg 600w" sizes="(max-width: 563px) 100vw, 563px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากร้านโชห่วยสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสาขาในฮาวาย</strong></h3>



<p>สำหรับธนะโรจน์ การวางแผนการตลาดสำคัญพอๆ กับการทำถูกกฎหมาย หลังได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยเขาก็เดินหน้าผลิตแคบหมูขายอย่างเต็มรูปแบบในฐานะแบรนด์ Chao Siam&nbsp;</p>



<p>“การทำการตลาดที่นี่มันยาก หากเปรียบเทียบกับที่ไทย คู่แข่งสินค้าเราส่วนใหญ่คือคนไทยด้วยกัน แต่อเมริกาเราต้องสู้กับหลายๆ ประเทศเพราะมีสินค้าเข้ามาเยอะมากทั้งจากฝั่งยุโรปและเอเชีย สแน็กและแคบหมูก็มีเยอะมากทั้งจากเม็กซิโกและที่อื่นๆ”&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะแคบหมูจาก Chao Siam มีความกรอบ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีมัน และไม่มีกลิ่นคาวหมู ซึ่งโดดเด่นต่างจากแคบหมูของชาติอื่นๆ ทำให้ธนะโรจน์มีแต้มต่อท่ามกลางตลาดการแข่งขันในเรื่องนี้</p>



<p>“ผมว่าอาจจะต้องขอบคุณบรรพบุรุษเราที่คิดกรรมวิธีแบบนี้มา เพราะของเราต้องต้ม เอาไปตากหรืออบ แล้วถึงเอามาทอด มันเลยไม่เหมือนคนอื่น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145682" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>เมื่อมีสินค้าที่ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือทำยังไงให้คนรู้จักแคบหมูสัญชาติไทยจนสามารถส่งขายให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วเกาะฮาวายและมีรายได้เดือนละเกือบแสนดอลลาร์สหรัฐ ผู้ก่อตั้ง Chao Siam สรุปเคล็ดลับสำคัญมาให้เรา ดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">หนึ่ง–บุกตลาดโชห่วยและร้านเล็กๆ เพื่อสร้างฐานตลาดให้แข็งแรง</h4>



<p>“ผมให้ความสำคัญกับการมีตลาดเป็นของตัวเองก่อน เรื่องนี้เป็นหัวใจเลย เพราะถ้าเราไปเริ่มส่งขายให้ห้างใหญ่หรือให้เอเจนซีซึ่งเป็นคนกลางในการหาตลาดให้เราเขาจะกินรวบตลาด มันจะมีสัญญาระบุว่าเราห้ามขายให้ใคร เราจะไม่มีทางได้เข้าที่อื่น ดังนั้นต้องสร้างอำนาจต่อรองของเราด้วยการสร้างตลาดตัวเองก่อน อย่างในย่านไชน่าทาวน์ผมดักไว้ทุกมุมเลย ทุกร้านต้องมีของผมไว้ก่อน”</p>



<p>เขาใช้เวลา 2 ปีในการเดินเข้าหาร้านโชห่วยไปพูดคุยด้วยตัวเอง ทำให้ผูกพันธ์ฉันมิตรกับหลายคน แต่ละร้านก็คอยช่วยเหลือบอกต่อร้านอื่นๆ ให้รับสินค้าจากเขาไปขาย จนเขามีฐานตลาดร้านค้าเล็กๆ กว่า 40 ร้านที่จะต้องส่งของให้ ทั้งยังคอยเสนอแนะเขาเรื่อยๆ ทำให้พัฒนาแคบหมูให้มีรสชาติถูกปากชาวอเมริกันมากขึ้น</p>



<p>“ต่อจากนั้นจะเริ่มมีร้านใหญ่ๆ เข้ามาหาเรา อย่างเช่นร้านค้าในปั๊มน้ำมันที่มีหลายๆ สาขา อันนี้เราได้คุยกับเขาเอง ไม่ได้ผ่านคนกลาง</p>



<p>“สิ่งสำคัญคือเราต้องอดทน ค่อยๆ ทำไป อย่าใจร้อน อย่าคิดว่าเงินสำคัญ ความรู้สำคัญกว่า คุณมีสินค้า มีเงิน มีทุน แต่ถ้าไม่มีตลาดคุณก็จบได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าดูถูกตลาดโชห่วย ทุกวันนี้ที่ผมเติบโตได้ก็เพราะมิตรภาพจากพวกเขาเหมือนกันนะ”</p>



<p>เมื่อไปสู่พาร์ตที่ต้องขายกับร้านค้าชั้นนำ ธนะโรจน์ก็มีอำนาจในการต่อรองได้แล้วว่าไม่สามารถทำการค้าผูกขาดโดยห้ามให้เขาไปขายที่อื่นๆ แต่สามารถตกลงรายได้ในเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมกันได้</p>



<p>“อีกเรื่องที่ต้องระวัง เวลาเราขายของในห้างได้บางคนจะหลงดีใจ เพราะตอนแรกเขาจะสั่งเยอะ เช่น ล็อตแรกสั่ง 3,000 แต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะนั่นแค่ครั้งแรก เราต้องคอยติดตาม อย่างล็อตที่ 2 เหลือ 2,000 ล็อตที่ 3 เหลือ 1,000 ทีนี้ล็อตต่อๆ ไปก็อยู่ที่ 1,000 นั่นแสดงว่านี่คือยอดคงที่ของเรา</p>



<p>“เรื่องสำคัญคือเราจะทำยังไงให้สินค้าเราติดตลาด ไม่ใช่แค่ขายในห้างได้แล้วสำเร็จ แต่เราต้องทำให้ขายให้กับลูกค้าได้ด้วย ซึ่งมันก็มาจากคุณภาพสินค้าเรานี่แหละ ผมได้ลูกค้าที่เคยซื้อตามร้านโชห่วยที่เวลาไปเดินห้างแล้วเขาก็ซื้อจากที่นั่นด้วย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145679" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สอง–มีตลาดที่แน่นอนแล้วต้องมีทุนที่ต่อยอดได้</h4>



<p>การมีตลาดที่แน่นอนเท่ากับเรามั่นใจได้ว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจได้ ดังนั้นการลงทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น</p>



<p>“ตอนแรกผมมีเงินจากการทำงานประจำ พอมาทำธุรกิจเต็มตัวผมก็สามารถกู้เงินมาลงทุนได้แล้วเพราะมีรายได้ในบัญชีตลอด อาจจะไม่ได้กำไรมากแต่โตตลอด จากที่เดือนหนึ่งได้ 20,000-30,000 กลายเป็น 50,000-60,000 มาจนถึง 70,000-80,000 ก็ถือว่าธุรกิจเติบโต”</p>



<p>“เมื่อก่อนผมมีเงินในบัญชีพันกว่าดอลลาร์เองมั้ง ตอนไปกู้ไม่มีเงินนะ ธนาคารถามว่าจะเอาเท่าไหร่ ผมบอกว่าเอาสัก 50,000 แล้วกัน เขาถามว่าพอเหรอ แสนหนึ่งพอไหม เขาให้เยอะมาก ผมบอกไม่เป็นไรเยอะไป (หัวเราะ)”</p>



<h4 class="wp-block-heading">สาม–ขยายฐานการผลิตให้ตอบโจทย์กับขนาดตลาด</h4>



<p>“กับตลาด เราจะตกลงกันว่าจะต้องส่งให้เขาเท่าไหร่ ถ้าเขาสั่งเยอะเราจะต้องมาคำนวณแล้วว่าต้นทุนเราเท่าไหร่ คนงานเราต้องเพิ่มเท่าไหร่ เช่น ปกติผลิต 100 ถุง ใช้คนงาน 2 คน แต่ถ้ามีการสั่งเพิ่มมาอีก 200 แสดงว่าต้องเพิ่มคนมาอีก 2 คน และต้องสั่งหมูเพิ่มอีกกี่กิโลฯ เรื่องพวกนี้ต้องคำนวณได้</p>



<p>“เมื่อก่อนผมก็เคยผิดพลาดเหมือนกัน พอเข้าตลาดใหญ่เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้กำลังผลิตเท่าไหร่ เสียเงินไปหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ตอนหลังเราเปรียบเทียบได้แล้วว่า ถ้าเราขายให้เซเว่นโดยใช้กำลังผลิตเท่านี้ แล้วถ้าจะขายกับปั๊มน้ำมันที่หนึ่งซึ่งมีลักษณะตลาดคล้ายๆ เซเว่นก็จะต้องเพิ่มของและจำนวนการผลิตในปริมาณเท่าๆ กัน”</p>



<p>ยิ่งมีตลาดอยู่ในมือหลายเจ้า การคำนวณต้นทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดมากขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ธนะโรจน์เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ถ้าเป็นร้านโชห่วยทั่วไปเขาจะสามารถโทรไปเช็กยอดสินค้าและจัดสรรการส่งสินค้าแต่ละเดือนได้ยืดหยุ่นกว่า แต่ร้านค้าชั้นนำจะต้องมีการสั่งสต็อกของไว้เป็นรอบ และไม่สามารถโทรเช็กสินค้าได้ ทำให้ต้องผลิตให้ได้ตามออร์เดอร์แต่ละรอบ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145686" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>จนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่ธนะโรจน์ขับเคลื่อน Chao Siam จนทำให้แคบหมูสัญชาติไทยสามารถหาซื้อได้ที่ร้านโชห่วยในเมืองโฮโนลูลู ร้านค้าชั้นนำทั่วฮาวายอย่าง ABC Stores, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Don Quijote, Pacific Supermarket, Tamura Super Market, Safeway, Foodland และร้านค้าในปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE</p>



<p>“ผมชอบอเมริกาตรงที่เขาวัดกันที่ความสามารถ คุณเก่งคุณก็อยู่ได้ ไม่มีคำว่าเส้นสาย ไม่ใช่มีเงินแล้วจะทำได้ทุกอย่าง บ้านเมืองเขาถึงเจริญ เพราะว่าคนมีคุณภาพและมีความสามารถ ใครที่จะเติบโตได้ก็ต้องเติบโตด้วยลำแข้งตัวเอง ต้องช่วยเหลือตัวเอง และต้องทำอย่างถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมอยากให้เมืองไทยมีแบบนี้</p>



<p>“เพราะการที่เราทำอะไรด้วยเส้นสายมันปิดโอกาสให้กับคนที่เขามีความสามารถจริงๆ”&nbsp;&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/">Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวสู่ ส.ส. : ชีวิตทะลุจักรวาลของรังสิมันต์ โรม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rangsiman-rome-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2021 12:54:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[อภิปรายไม่ไว้วางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ตั๋วช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ป่ารอยต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รังสิมันต์ โรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145191</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘จากขุนศึกป่ารอยต่อ ถึงศักดินาตั๋วช้าง สู่นายทุนผูกขาด’ คือหัวข้อการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาของ รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ต่อให้คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับการอภิปรายเหล่านั้น แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไม่เคยมี ส.ส.หน้าใหม่ที่ซักฟอกรัฐบาลและผู้มีอำนาจได้ ‘สะเทือนเพดานสภา ทะลุฟ้าไปจนถึงจักรวาล’ แบบนี้มาก่อน แม้เขาจะเป็น ‘น้องใหม่’ ในวงการนักการเมืองก็จริง แต่เส้นทางการเมืองของรังสิมันต์ โรม ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่ต่างจากคนไทยที่ตื่นตัวทางการเมือง ใครหลายคนจดจำเขาในฐานะ ‘นักเคลื่อนไหว’ ที่โดดเด่นเข้มแข็ง กล้าสู้กับความอยุติธรรม ไม่อ่อนข้อต่อความผิดปกติ เป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งกับ คสช. จนถูกแจ้งข้อกล่าวหาไป 9 คดี และถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจ ค่ายทหาร และกรงขังเรือนจำมาแล้ว แม้วันนี้เจ้าตัวจะยอมรับว่าลึกๆ ตัวเองเป็นคน ‘ปากกล้าขาสั่น’ มากกว่าภาพจำเหล่านั้น เพราะตั้งแต่ก้าวขาเข้าสู่ถนนการเมืองเส้นนี้ หลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาวางแผนเอาไว้ แต่มันเกิดขึ้นเพื่อยืนยันว่าสังคมนี้ต้องมีความถูกต้อง เขาจึงเอาชีวิตมาเสี่ยงกับการพูดความจริง&#160; ถ้าเปรียบชีวิตและเส้นทางการเมืองของโรมเป็นซีรีส์สักเรื่อง เนื้อหาในซีรีส์เรื่องนั้นอาจจะทำให้เราเห็นที่มาที่ไปว่าทำไมตัวละครนี้คิดและลงมือทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละฉากของชีวิต เขาผ่านความรู้สึกแบบไหนในฐานะแอ็กทิวิสต์ที่เข้าไปสัมผัสกรงขังจนมาสู่การเป็นนักการเมืองชื่อดังผู้สร้างมาตรฐานใหม่และภาพจำ ส.ส.ทะลุเพดานให้สังคมไทย&#160; และนี่คือเหตุผลที่เราอยากชวนเขามานั่งคุยในวันนี้ ซีซั่น 0&#160; วงน้ำชาและการเมือง&#160; อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชคือฉากแรกในชีวิตที่ทำให้เด็กชายรังสิมันต์พบเจอกับการเมือง&#160; บทสนทนาในบ้าน วงน้ำชาในร้านเครื่องดื่มไปจนถึงงานศพ ล้วนมีเนื้อหาการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับประเทศให้โรมได้สัมผัส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rangsiman-rome-interview/">จากนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวสู่ ส.ส. : ชีวิตทะลุจักรวาลของรังสิมันต์ โรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘จากขุนศึกป่ารอยต่อ ถึงศักดินาตั๋วช้าง สู่นายทุนผูกขาด’ คือหัวข้อการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาของ<strong> รังสิมันต์ โรม</strong> ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล</p>



<p>ต่อให้คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับการอภิปรายเหล่านั้น แต่ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ไม่เคยมี ส.ส.หน้าใหม่ที่ซักฟอกรัฐบาลและผู้มีอำนาจได้ ‘สะเทือนเพดานสภา ทะลุฟ้าไปจนถึงจักรวาล’ แบบนี้มาก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145195" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้เขาจะเป็น ‘น้องใหม่’ ในวงการนักการเมืองก็จริง แต่เส้นทางการเมืองของรังสิมันต์ โรม ผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่ต่างจากคนไทยที่ตื่นตัวทางการเมือง ใครหลายคนจดจำเขาในฐานะ ‘นักเคลื่อนไหว’ ที่โดดเด่นเข้มแข็ง กล้าสู้กับความอยุติธรรม ไม่อ่อนข้อต่อความผิดปกติ เป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้งกับ คสช. จนถูกแจ้งข้อกล่าวหาไป 9 คดี และถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจ ค่ายทหาร และกรงขังเรือนจำมาแล้ว</p>



<p>แม้วันนี้เจ้าตัวจะยอมรับว่าลึกๆ ตัวเองเป็นคน ‘ปากกล้าขาสั่น’ มากกว่าภาพจำเหล่านั้น เพราะตั้งแต่ก้าวขาเข้าสู่ถนนการเมืองเส้นนี้ หลายอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาวางแผนเอาไว้ แต่มันเกิดขึ้นเพื่อยืนยันว่าสังคมนี้ต้องมีความถูกต้อง เขาจึงเอาชีวิตมาเสี่ยงกับการพูดความจริง&nbsp;</p>



<p>ถ้าเปรียบชีวิตและเส้นทางการเมืองของโรมเป็นซีรีส์สักเรื่อง เนื้อหาในซีรีส์เรื่องนั้นอาจจะทำให้เราเห็นที่มาที่ไปว่าทำไมตัวละครนี้คิดและลงมือทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละฉากของชีวิต เขาผ่านความรู้สึกแบบไหนในฐานะแอ็กทิวิสต์ที่เข้าไปสัมผัสกรงขังจนมาสู่การเป็นนักการเมืองชื่อดังผู้สร้างมาตรฐานใหม่และภาพจำ ส.ส.ทะลุเพดานให้สังคมไทย&nbsp;</p>



<p>และนี่คือเหตุผลที่เราอยากชวนเขามานั่งคุยในวันนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145217" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ซีซั่น 0&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>วงน้ำชาและการเมือง&nbsp;</strong></h3>



<p>อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราชคือฉากแรกในชีวิตที่ทำให้เด็กชายรังสิมันต์พบเจอกับการเมือง&nbsp;</p>



<p>บทสนทนาในบ้าน วงน้ำชาในร้านเครื่องดื่มไปจนถึงงานศพ ล้วนมีเนื้อหาการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับประเทศให้โรมได้สัมผัส เขาว่าคนใต้อินการเมืองมากหน่อย แต่จะเลือกฝั่งไหนก็ว่ากันอีกที และสารกระตุ้นให้เขาทำอะไรหลายอย่างในชีวิต ทั้งการเลือกเรียนมหาวิทยาลัยและเคลื่อนไหวการเมืองก็มาจากส่วนผสมสิ่งแวดล้อมที่โรมในวัยเด็กพบเจอ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อยากให้คุณเล่าถึงบรรยากาศตอนเด็กให้ฟังหน่อย ทำไมการเป็นคนใต้ถึงทำให้คุณสนใจการเมืองได้&nbsp;</h3>



<p>ผมว่ามันเป็นคัลเจอร์ คนใต้ชอบพูดเรื่องการเมือง ในวงน้ำชา วงไพ่ มีวงแฮงเอาต์ต่างๆ ซึ่งหลายครั้งก็จะมีบทสนทนาการเมืองในวงเหล่านี้</p>



<p>ผมจำได้ว่าตอนเด็กเดินไปบ้านตรงข้าม ไปกินข้าวเมาท์มอยตามประสาผู้ใหญ่ ผมตัวเล็กมากนอนหนุนตักแม่ฟังที่บ้านคุยเรื่องการเมืองว่าทักษิณขึ้นมาเป็นนายกฯ มันแย่ยังไง ทักษิณรวยผิดปกติไหม เราไม่ควรที่จะสนับสนุนคนแบบนี้ หรือพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองของคนใต้ เราต้องสนับสนุนพวกพ้อง&nbsp;</p>



<p>ถ้าคุณไปดูหนังตะลุง คุณจะเห็นเขาล้อเลียนนายกรัฐมนตรี ยุคทักษิณโดนหนักเลย หนังตะลุงเชิดด่าเละ รอบล่าสุดที่ผมไปนครศรีธรรมราชเขาก็ล้อเลียนพลเอก ประยุทธ์เหมือนกันนะ หรืออย่างในงานศพ ปกติในสังคมภาคกลางก็อาจจะมีนักการเมืองมานั่งเป็นประธานในงานใช่ไหม แต่ถ้าคุณไปงานศพภาคใต้ คุณต้องจับไมโครโฟน แล้ว ส.ส.ก็จะพูดเรื่องการเมือง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>มันเลยทำให้ทุกจุดทุกเวลาคุณอยู่กับการเมืองตลอด ตื่นเช้ามาอ่านหนังสือพิมพ์ กินน้ำชากับเพื่อน คุยเรื่องการเมือง ถ้าอยากผ่อนคลายไปดูหนังตะลุง ไปดูพรานบุญ ก็จะเจอการแซะหรือล้อเลียนการเมือง ไปจนถึงงานศพ ผมคิดว่าความเป็นการเมืองหล่อหลอมให้คนใต้คุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้ เราเลยรู้สึกว่าถ้าคุณสนใจมันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่าถ้าคุณไม่สนใจเลยอาจจะเป็นเรื่องแปลกก็ได้&nbsp;</p>



<p>แต่พอผมย้ายมาเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนทวีธาภิเษก ที่กรุงเทพฯ กลายเป็นว่าเจอคัลเจอร์ช็อกเลย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">คัลเจอร์ช็อกยังไง</h3>



<p>ผมกลายเป็นคนแปลกที่สนใจแต่เรื่องการเมือง เพราะเพื่อนไม่พูดเรื่องการเมืองกันเลย ผมอึดอัดมากนะ ไม่รู้จะคุยการเมืองกับใคร มันทำให้รู้สึกว่าทำไมสังคมต่างกันจังเลย คนที่นี่ชอบพูดเรื่องสิ่งบันเทิงมากกว่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดนะ พูดได้ แต่ทำไมไม่มีเรื่องการเมืองเลย&nbsp;</p>



<p>แล้วเพื่อนจะรู้สึกว่าเวลาเราพูดเรื่องการเมืองดูหัวรุนแรง ดูเป็นคนแปลกแยกไปกับสังคมที่เขาอยู่ เรื่องนี้สืบต่อมากระทั่งเรียนที่ธรรมศาสตร์ด้วยซ้ำ เทอมแรกผมมีปัญหามาก เพราะจนถึงตอนนั้นผมก็ยังไม่มีเพื่อนพูดเรื่องการเมืองเลย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145198" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แต่คนนอกมักมองว่าเด็กธรรมศาสตร์ต้องสนใจการเมือง</h3>



<p>ไม่จริง ในบริบทตอนนั้นนะครับ คุณลองคิดภาพแรกที่เข้าไปมหาวิทยาลัยที่พูดถึงประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ของนักศึกษายุค 14 ตุลาฯ และ 6 ตุลาฯ แต่พอเปิดเรียนมาปุ๊บสิ่งแรกที่เขาทำคือรับน้อง ก็ไม่ได้ถึงระดับโซตัสเท่าที่อื่นๆ นะ แต่ก็ทำในสิ่งที่ไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชนเท่าไหร่&nbsp;</p>



<p>แล้วผมเข้ามาเรียนที่นี่เพราะเห็นว่าเป็นมหาวิทยาลัยการเมือง ทุกคนคงสนใจการเมือง แต่พอเราเริ่มเปิดปากพูด เรากลายเป็นตัวประหลาดอีกแล้ว กิจกรรมของคณะยังไม่มีอะไรการเมืองเลย เห็นหน้าแบบนี้ผมเคยไปลงชมรมร้องเพลงประสานเสียงนะครับ (หัวเราะ)</p>



<p>ดังนั้นความเป็นการเมืองในธรรมศาสตร์ที่ผมสัมผัสได้ในตอนนั้นมันน้อยมาก (เน้นเสียง)</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผิดหวังไหมที่มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องการเมืองไม่ได้เป็นอย่างที่คิด</h3>



<p>แรกๆ ผิดหวังมาก ผมสับสนเลยว่าเรามาทำอะไรที่นี่วะ ทำไมไม่เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ หรือเราบ้าวะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>พอคุณอยู่กับความคิดแบบนี้คนเดียว มันทำให้คิดว่า เออ หรือเราผิดปกติ จริงๆ แล้วเราไม่ควรสนใจการเมือง ไปสนใจเล่นกีฬา ฟิตหุ่นให้เฟิร์มๆ ก็ได้ หรือไปเต้นลีดไหม (หัวเราะ)</p>



<p>ซึ่งโชคดีที่ผมไม่ต้องรอนานจนเกินไป แค่เทอมเดียวมันก็ทำให้ผมสามารถกลับมาเห็นว่ามีคนสนใจการเมืองเหมือนกัน แล้วจำนวนก็ไม่ได้น้อยจนเกินไป&nbsp;</p>



<p>และนั่นคงเป็นประตูบานแรกที่ผมได้มีโอกาสเปิดเข้าสู่โลกของการเมือง และนักเคลื่อนไหวในแบบที่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145238" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1SMM2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Pro-democracy activist Rome Rangsiman (C) holds up a Thailand flag as anti-government protesters gather during a protest to demand that the military government hold a general election by November, in Bangkok, Thailand, May 22, 2018. REUTERS/Athit Perawongmetha &#8211; RC1CA4507CE0</figcaption></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ซีซั่น 1&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>จุดเปลี่ยนของนักเรียนกฎหมายสู่นักเคลื่อนไหว</strong></h3>



<p>แม้จะรู้ว่าการเมืองเป็นหัวข้อที่ตัวเองติดตามและสนใจในชีวิต แต่ภาพการเป็นแอ็กทิวิสต์ไม่ใช่สิ่งที่โรมมองเห็นตัวเองบนเส้นทางตั้งแต่แรก เขาเพียงอยากหาเพื่อนคุย ร่วมถกเถียงประเด็นต่างๆ ไปด้วยกันเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งเดือนมกราคม ปี 2555 เกิดเหตุการณ์ระดับ ‘<a href="https://www.bbc.com/thai/thailand-53103498" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์</a>’ เมื่อมีผู้ร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 กับคณะนิติราษฎร์กว่า 30,000 คน โดยก่อนหน้านั้นคณะนิติราษฎร์พยายามขออนุญาตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดกิจกรรม แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยระดับสูงกลับปฏิเสธไม่ให้เคลื่อนไหวในรั้วสถาบัน&nbsp;</p>



<p>และจากเหตุการณ์นี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ชื่อของรังสิมันต์ โรม กลายเป็นที่รู้จักในฐานะแนวหน้าของนักเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา</p>



<h3 class="wp-block-heading">หลังผ่านไปหนึ่งเทอม คุณเจออะไรที่ทำให้รู้ว่าในธรรมศาสตร์ยังมีคนสนใจการเมืองอยู่</h3>



<p>บอกก่อนว่าแม้ตอนแรกจะไม่มีใครพูดการเมืองกับผม แต่ลึกๆ ผมก็คิดนะว่าจะต้องมีกลุ่มใต้ดินสักกลุ่มในธรรมศาสตร์ที่พูดเรื่องนี้&nbsp;</p>



<p>จนวันหนึ่งมีการจัดกิจกรรมแต่งชุดดำ วางพวงหรีดไว้หน้าอนุสาวรีย์อาจารย์ป๋วย เพื่อคัดค้านเรื่องที่มหาวิทยาลัยห้ามคณะนิติราษฎร์จัดงานเกี่ยวกับการรณรงค์ 112 ในธรรมศาสตร์ วันที่เขาจะรวมตัวกัน ผมก็ใส่เสื้อสีดำด้วย แล้ววางแผนไว้ว่าจะไปตัดผม แต่ขอแวะดูสักแป๊บหนึ่งก่อน คือไม่กล้าที่จะเข้าไปเต็มตัว หรือไม่ได้คิดว่าจะไปแนะนำตัวเองเพื่อบอกว่าผมสนับสนุนนะ ผมอยากจะเข้าร่วมด้วย</p>



<p>แต่พอไปถึง อยู่ๆ มีคนหนึ่งหยิบป้ายขึ้นมา ซึ่งผมไม่รู้ว่าข้อความในป้ายคืออะไร แล้วเขาบอกให้ผมถือ คนคนนั้นคือก้านธูป (อภิญญา สวัสดิ์วรากร) เขาน่าจะเป็นคนยุคแรกๆ ที่โดนล่าแม่มดเรื่อง 112 หนักมาก&nbsp;</p>



<p>ผมก็ได้รับป้ายมา ตอนนั้นแค่คิดว่าเขาคงฝากถือ ปรากฏว่าเขาสั่งให้เดิน ผมก็เอ๊ะ เดินไปไหนวะ (หัวเราะ) สักพักก็คิดว่าเอาแล้วๆ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ กลัวเสียหน้า ไม่อยากจะโชว์ว่าเขินอาย กลัว เพราะคนใต้ต้องรักศักดิ์ศรี</p>



<p>ตอนเริ่มเดินไปอนุสาวรีย์อาจารย์ป๋วย กางป้ายที่ผมถือออกมามีข้อความว่า ‘ธรรมศาสตร์ตายแล้ว’ ในใจคือชิบหายแล้ว สงสัยได้โดนรีไทร์ (หัวเราะ) แล้วก็มีคนสั่งให้ตะโกน ‘ธรรมศาสตร์ตายแล้ว’ ในใจผมคิดเลยว่า กูอะตายแล้ว (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมตอนนั้นคุณกลัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมขนาดนี้</h3>



<p>เพราะแม่ผมเชียร์เสื้อเหลือง ถึงแม้เราจะสนใจงานการเมือง แต่เราก็กังวลใจกับการเข้าไปในกิจกรรมนี้เต็มตัว เพราะในจุดยืนของกลุ่มคนที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 มันออกไปทางโทนแดงในตอนนั้น แต่ครอบครัวผมอยู่โทนเหลือง ซึ่งผมไม่สนับสนุนทางเหลืองนะ แต่ว่าการจะเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับแดง แล้วผมจะคุยกับที่บ้านยังไง</p>



<p>สุดท้ายกิจกรรมนั้นมันออกสื่อหลายช่องมาก น่าจะขึ้นหน้าหนึ่งด้วย เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย ซึ่งแน่นอน แม่ผมเห็น ไม่มีทางเหลือ แม่ก็ตำหนิด้วยประโยคเชือดเฉือนประเภทว่า ‘เครียดจะตายแล้ว อย่าทำให้แม่กังวลใจได้ไหม มีหน้าที่เรียนก็เรียน’ ประโยคคลาสสิก&nbsp;</p>



<p>ในขณะเดียวกัน ก็มีคนอื่นๆ ที่เห็นว่าผมออกสื่อจากกิจกรรมนั้น มีบางคนมาทักว่า ‘เห็นนะ ออกข่าว’ ไม่รู้ว่าชื่นชมหรือด่าอยู่ในใจ แต่มันทำให้เราถอนตัวไม่ได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นไฟต์บังคับ ก็อยู่อย่างนี้แหละ หลังจากนั้นกลุ่มนี้ก็พยายามชวนไปทำกิจกรรมนู่นนี่นั่นตลอด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145197" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วการไปร่วมกิจกรรมที่มีแนวคิดตรงข้ามกับที่บ้าน มันทำให้คุณเชื่อข้อมูลของพวกเขาได้ทันทีเลยเหรอ</h3>



<p>จริงๆ ตอนผมเข้ามาปี 1 ผมก็ไม่รู้จักนิติราษฎร์ ไม่เคยไปสิงสถิตในเว็บบอร์ด<a href="https://adaymagazine.com/thanapol-eawsakul-interview/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ฟ้าเดียวกั</a>นแบบที่คนอื่นๆ ทำ ผมก็เสพการเมืองจากข่าวอย่างเดียว&nbsp;</p>



<p>พอการเมืองเริ่มแรงจำได้ว่ามันมีการดีเบตกันระหว่างอาจารย์กิตติศักดิ์ ปรกติ และนิติราษฎร์ ขอเล่านิดหนึ่งว่า อาจารย์กิตติศักดิ์เป็นไอดอลผมเลย ตอนมาเรียนแรกๆ อาจารย์ทำให้ผมประทับใจมากกับประโยคที่ว่า ‘การเป็นอาจารย์คือการทำงานกับอนาคต’ จนทำให้ผมอยากเรียนแล้วมาเป็นอาจารย์</p>



<p>ตอนนั้นผมยังคิดเลยนะว่าฝั่งนั้นคุณจะแน่กว่าอาจารย์กิตติศักดิ์ได้ยังไง แต่ว่าพอเราดูข้อมูลการดีเบต มันมีความรู้สึกสับสนบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเองว่าเราควรจะเลือกเชื่อใครดี คำอธิบายหลายๆ อย่างของนิติราษฎร์วางอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน ซึ่งมันสมเหตุสมผลมากกว่า แต่อีกฝั่งไม่ได้เป็นแบบนั้น&nbsp;</p>



<p>ประกอบกับเวลาเราคุยข้อมูลกับรุ่นพี่หลายๆ คน เขามีข้อมูลบางอย่างที่โต้ประเด็นเราได้ มันเริ่มทำให้เห็นน้ำหนักของอีกฝั่งหนึ่งมากขึ้น ผมเลยตัดสินใจว่าผมเลือกเชื่อว่ามนุษย์เท่าเทียมกัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พูดได้ไหมว่าตอนนั้นคุณอยู่ในภาวะ ‘ตาสว่าง’</h3>



<p>ผมไม่เคยนิยามตัวเองว่าตาสว่าง เพราะผมรู้สึกว่าผมไม่เคยตาบอด คือโอเค อาจจะไม่เข้าใจบางอย่างทั้งหมด และอาจจะมีความคิดบางอย่างที่ย้อนแย้งอยู่ในใจบ้าง แต่ว่าพอเราเรียนสูงขึ้น เราก็มองเห็นสถาบันเป็นตามองค์กรรัฐธรรมนูญมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>อีกอย่าง เรารู้ว่าคนไทยก็เคยพูดเรื่องสถาบันฯ ในบ้าน ผมมาจากครอบครัวที่คุยเรื่องการเมืองในภาคใต้ เราได้ฟังการสนทนากันในหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันฯ ทำให้เราเห็นเหรียญสองด้านมานานแล้ว ผมเลยไม่ได้รู้สึกว่าตาสว่างขนาดนั้น มันเหมือนเราอยู่ในห้องหนึ่งซึ่งมีแสงไฟแหละ แต่แค่ไฟอาจจะไม่สว่างมากพอ หรือเราอาจจะสายตาสั้น ก็แค่มีแว่นตาทำให้เห็นบางสิ่งบางอย่างชัดมากขึ้น แต่หลายๆ เรื่องที่ผมเคยตั้งคำถาม หรือเคยคิดมันก็ไม่ได้ต่างจากเดิมขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>แต่โอเคอาจจะมีบางแง่ มองสถาบันศักดิ์สิทธิ์กว่านี้ แต่การที่เรามาเรียนนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เราก็มองเรื่องแบบนี้บนพื้นฐานของความเป็นคน ไม่ใช่บนพื้นฐานของความเชื่อหรือความรู้สึกว่านี่คือ God ของเรา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145211" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วจากกิจกรรมกับกลุ่มในรั้วมหาวิทยาลัย คุณกลายเป็นแนวหน้าการเคลื่อนไหวในระดับประเทศได้ยังไง</h3>



<p>พอมีรัฐประหาร มันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ช่วงเดือนแรกของการรัฐประหารเราเองก็ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องอยู่ในแนวหน้าอะไรขนาดนั้น แต่พอภาคการเมืองที่เราเคยเห็นตามหน้าสื่อทีวีเขาไม่สามารถขยับได้ ทุกคนถูกจับหมด วันหนึ่งคุณก็กลายเป็นแกนนำที่จะต้องมานั่งทำกิจกรรมเรียกร้องแล้วเอาประชาธิปไตยที่ถูกทหารยึดอำนาจไปกลับคืนมา&nbsp;</p>



<p>ผมพูดจริงๆ ผมไม่พร้อมเลยนะ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย เรามีกันมากที่สุดเต็มที่คือ 50 คน ไม่เคยไปสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยอื่นแต่เรามีภารกิจใหญ่โตมาก คือเอาประชาธิปไตยคืนมา มันก็เลยทำให้บางทีการเป็นแกนนำ มันอาจจะไม่ใช่เพราะเราอยากจะทำ แต่เพราะเราก็อยู่ที่เดิม แต่คนอื่นเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว แล้วมันทำให้เรากลายเป็นคนนั้นที่ถูกทุกคนจับตามอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-145240" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-1536x1153.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04-600x450.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/WhatsApp-Image-2019-03-06-at-17.12.04.jpeg 1599w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">นับเป็นเรื่องไม่ได้ตั้งใจอีกอย่างที่ทำให้คุณต้องกลายมาเป็นแกนนำ</h3>



<p>มันเป็นการตกกะไดพลอยโจนครั้งที่ 2 แต่จริงๆ ช่วงจัดงานครบรอบ 1 ปีรัฐประหารที่หอศิลป์ผมก็คิดไว้แล้วว่าจะเลิก</p>



<p>คือในกลุ่มเคลื่อนไหวของธรรมศาสตร์ เราจะวางบทบาทกันว่าแต่ละชั้นปีใครจะทำอะไรบ้าง เช่น ปี 1 เป็นเพื่อนใหม่ หลายอย่างเขายังไม่รู้ พวกปี 2 ก็จะคอยช่วยเหลือ ปี 3 ดูภาพรวม ปี 4 ติดต่อประสานงานคนนอก ฟังแล้วจะดูเหมือนแบ่งตามความอาวุโส แต่โดยการปฏิบัติไม่ได้เป็นแบบนั้น และเราทำแบบนี้เพื่อกันไม่ให้คนเรียนจบไปแล้วมาบัญชาการการทำงานของนักศึกษา</p>



<p>ทีนี้ผมเรียนปีสุดท้ายก็คิดว่าต้องพอ ไม่อย่างนั้นคนอื่นเขาจะไม่สามารถมีบทบาทอย่างที่ผมเป็น ตั้งใจว่าซีซั่น 2 ของโรมจะเป็นบทบาทซัพพอร์ตแอ็กทิวิสต์ ในรูปแบบทนายความสิทธิมนุษยชน เป็นทนายโรม</p>



<p>พอวันเกิดเหตุที่หอศิลป์ ผมสอบวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย เป็นวิชาสุดท้ายของมหาวิทยาลัย เพิ่งอ่านหนังสือมาอินๆ เลย สอบเสร็จ คุยกันว่าจะรวมตัว 15 นาทีหน้าหอศิลป์ แล้วตะโกนคำว่าอะไรก็ได้ที่เราอยากจะตะโกน เสร็จแล้วเราจะไปกินเหล้ากัน</p>



<p>ปรากฏไปถึงผมยืนอยู่บนสกายวอล์ก ภาพที่มองลงไปเห็นเพื่อนโดนตำรวจลากเข้าไปในหอศิลป์ บางคนเกาะไม้ที่เป็นเหมือนโครงตั้งอยู่หน้าหอศิลป์ ตำรวจก็เอามือทุบให้ออก เฮ้ย มันทำอย่างนี้ได้ยังไง</p>



<p>พอลงไปถึงก็ไม่รู้ว่าเลือดร้อนมาจากไหน ผมบอกเพื่อนไปว่า ‘ตามผมมาเราจะไปช่วยเพื่อนเรา’ มันเลยกลายเป็นภาพที่หลายคนเห็น&nbsp;</p>



<p>วันนั้นผมไม่ได้อยากจะปะทะอะไรนะ แต่ตำรวจและทหารในเวลานั้นทำผิดกฎหมาย จับเพื่อนเราและทำร้ายร่างกาย เรายังไม่ทำอะไรเลยคุณจะมาสลายการชุมนุมไม่ได้ สุดท้ายผมสู้ไม่ได้ ถูกจับไปขังอยู่ สน.ปทุมวัน 12 ชม. หลังจากปล่อยตัวมาได้ 2-3 วันก็ได้รับคดีความ</p>



<p>เรื่องนี้เลยกลายเป็นการตกกระไดพลอยโจนครั้งที่ 3 เราจะวางมืออยู่แล้ว ซีซั่นนั้นควรจบในวันนั้น ซึ่งวันนี้อาจจะต้องเรียกว่าทนายโรม แต่มันก็เลยกลายเป็นบทบาทอีกแบบที่เปลี่ยนไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="902" height="677" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/photo_2016-05-18_18-57-06.jpeg" alt="" class="wp-image-145236" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/photo_2016-05-18_18-57-06.jpeg 902w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/photo_2016-05-18_18-57-06-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/photo_2016-05-18_18-57-06-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/photo_2016-05-18_18-57-06-600x450.jpeg 600w" sizes="(max-width: 902px) 100vw, 902px" /><figcaption>ภาพ : ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</figcaption></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ซีซั่น 2&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>อาชีพแรกของนักเรียนกฎหมายคือการเป็นนักโทษ</strong></h3>



<p>9 คือจำนวนคดีทั้งหมดที่โรมถูกแจ้งข้อกล่าวหาหลังจากโดนคดีแรกเมื่อปี 2558 ในตัวเลขนี้ยังมีข้อหาที่ทำให้เขาต้องขึ้นศาลทหาร ฝากขังในเรือนจำเป็นเวลา 12 วัน แต่เขาก็ยังคงจัดการชุมนุมทุกปีอย่างที่ได้ติดตามภาพกันในหน้าสื่อจนชื่อ ‘รังสิมันต์ โรม’ กลายเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คน ไม่ว่าจะในสายตาตำหนิหรือชื่นชมก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณเรียนกฎหมายมา แต่ละครั้งที่ทำกิจกรรมคุณต้องคอยประเมินไหมว่าทำกิจกรรมระดับไหนถึงจะไม่ทำให้เกิดคดี</h3>



<p>แรกๆ เราไม่คิดว่าเราจะโดนคดีอะไรอยู่แล้ว ตั้งแต่ทำกิจกรรมปี 1 เทอม 2 จะพบว่ามันไม่ผิดกฎหมาย มันทำได้อยู่นะ แล้วแต่ละกิจกรรมที่ผมทำมาคิดแล้วก็แซบอยู่ เช่น ปิดเทอมปี 1 เราจัดกิจกรรมอภิวัฒน์ซ้ำ คือผมและเพื่อนอีก 6 คน แต่งตัวเหมือนเป็นคณะราษฎร ไปเดินรณรงค์เพื่อรำลึกถึงวันที่ 24 มิถุนาฯ พอถึงหน้ากองทัพบกเราขอยืมรถถัง เนื่องจากทหารในยุคนั้นเป็นทหารที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้คณะราษฎรสามารถอภิวัฒน์ได้ วันนี้เราก็ขอเรียกร้องกองทัพบกให้มาร่วมอภิวัฒน์ด้วยกันอีกครั้ง เปรี้ยวเหมือนกันนะ (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้โดนคดีอะไร</p>



<p>แต่พอเกิดรัฐประหารมันต่างออกไป เราเริ่มกลับมาคุยกันเองกับเพื่อนๆ ว่าเรามีสิทธิโดนดำเนินคดี เราวางแผนกันว่าผมจะเป็นตัวหลัก ถ้าถูกดำเนินคดี ผมรับผิดชอบเองเพื่อที่จะได้เซฟคนอื่นให้ยังทำงานต่อได้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">จำได้ไหมว่าตอนโดนคดีแรกๆ ความรู้สึกมันเป็นยังไง</h3>



<p>กลัวนะ รู้สึกว่า ไอ้เหี้ย กูเพิ่งเรียนจบนิติศาสตร์ สิ่งแรกที่ได้คือคดี (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>คือผมเล่าให้ฟังก่อนว่าที่เลือกเรียนสาขานี้ เพราะตั้งแต่มัธยมผมใช้กฎหมายป้องกันตัวเองมาโดยตลอด พูดง่ายๆ คือหัวหมอ แม่จะตีผม ผมเปิดรัฐธรรมนูญกับกฎหมายอาญา บอกแม่เลยว่าทำไม่ได้นะ แม่ตีคือการทำร้ายร่างกาย ผิดกฎหมายนะ ประกอบกับผมเติบโตมาเห็นคนในครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคม ผมก็คิดว่าอยากจะเรียนกฎหมายเพื่อมาป้องกันตัวเองและครอบครัวจากการดำเนินคดี&nbsp;</p>



<p>แต่เรียนจบมาเจอคดีเลย <a href="https://adaymagazine.com/tlhr2014-interview/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศูนย์ทนายความฯ</a> ก็มาช่วยดูแล ถามผมว่าจะสู้คดียังไง ผมบอกว่าจะไม่ไปรายงานตัว แต่จะไป สน.เพื่อแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ เพราะในเมื่อเราไม่ได้ผิดอะไร ทำไมเราต้องไปรายงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการที่ไม่ชอบธรรมด้วย</p>



<p>ทนายก็อึ้ง ในเวลาที่ผมพูดประโยคนี้ ผมก็อึ้งตัวเองเหมือนกัน บางทีผมรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมันถูกต้อง ถ้าเขาดำเนินคดีกับเราก็ต้องสู้เพื่อปกป้องตัวเองจากความอยุติธรรมสิ แล้วมันเป็นกระบวนการหนึ่งที่ผมพยายามทำเพื่อไม่ให้ความอยุติธรรมมันเกิดขึ้น</p>



<p>แต่ในใจลึกๆ ก็ตั้งคำถาม เราจะทำแบบนั้นได้จริงไหม รู้สึกกลัวเหมือนกัน สู้แล้วจะได้คดีเพิ่มหรือยุติ ซึ่งสุดท้ายมันได้คดีเพิ่ม ก็มีคดีที่ 2 ต่อมา เราก็ยังคิดแบบเดิม แต่เราก็ต้องสู้ต่อ กลายเป็นคดีที่ 3 ที่ 4 จนวันหนึ่งเขายกระดับเอาผมไปขังในเรือนจำ วันนั้นเป็นความรู้สึกที่ดิ่งมากเลยนะ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145239" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS18NKZ-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Rome Rangsiman, pro-democracy activist, is escorted by police officers as he arrives at a military court in Bangkok, Thailand June 26, 2017. REUTERS/Panu Wongcha-um &#8211; RC1BE4D12AC0</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">มันเป็นยังไง</h3>



<p>เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นก่อนว่าหลังจากผมเรียนจบ ตั้งใจจะไปสอบตั๋วทนาย ผมไปจัดกิจกรรมกับกลุ่มดาวดินก็ถูกดำเนินคดี ถูกจับกุม พาไปขึ้นศาลทหาร กว่าจะพิจารณาและมีคำวินิจฉัยออกมาว่าให้ไปอยู่ในเรือนจำก็ตอนเที่ยงคืน ไปถึงเรือนจำอีกทีตอนตี 2 สิ่งแรกที่เราโดนคือต้องเปลื้องผ้าถูกตรวจค้น เช็กทวารหนักว่าเราซ่อนอะไรไหม</p>



<p>นี่คืออาชีพแรกที่ผมได้รับหลังเรียนจบ คือการเป็นนักโทษ ผมไปอาบน้ำ เขาก็ถ่ายคลิปเอาไว้หมด ไม่รู้จะมีใครแอบเอามาปล่อยตอนไหน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เข้าใจว่ามันเป็นคดีดัง เขาก็คงจะถ่ายไว้ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายเรา</p>



<p>พอมาถึงตอนนอนรวมกับนักโทษคนอื่นๆ หัวถึงหมอน คิดกับตัวเองว่า เฮ้ย ชีวิตมันพาเรามาขนาดนี้เลยเหรอ ถามว่ากลัวไหม ผมกลัวมาก พอตื่นเช้ามาก็มีคนมาเยี่ยม ผมร้องไห้เลยนะ ไม่ใช่เพราะอยากจะออกไป แต่มันเป็นความอัดอั้นตันใจที่ทำไมกูต้องมาโดนแบบนี้วะ</p>



<p>วันนั้นผมไม่ยอมประกันตัวด้วย เพราะรู้สึกว่าถ้ามึงเอากูเข้ามาได้ มึงต้องเอากูออก เราจะไม่ยอมเสียเงินสักบาทเดียวเพื่อประกันตัว หน้าที่ของคุณคือ คุณต้องยอมจำนนต่อความยุติธรรมที่เราสมควรจะได้</p>



<p>สุดท้ายแล้วพออยู่ครบ 12 วันศาลก็ปล่อย โดยที่เราไม่ต้องประกันตัว ในมุมของเราคือชนะ พิสูจน์ให้ผู้มีอำนาจเห็นได้แล้วว่ากูไม่กลัวมึง ถ้าขังเรา คุณก็โดนประชาชนไม่พอใจ เขาประท้วงแล้วสุดท้ายคุณก็ต้องปล่อยออกอยู่ดี</p>



<h3 class="wp-block-heading">การจับไปขังมันเป็นสงครามจิตวิทยาระหว่างคุณกับรัฐด้วยไหม</h3>



<p>ใช่ เหมือนฝึกการกลั้นหายใจ ใครทนไม่ไหวก่อนก็แพ้ ตอนผมเข้าไปราชทัณฑ์ยกเลิกไม่ให้มีหนังสือพิมพ์ในเรือนจำ และถ้าเปิดทีวีแล้วมีข่าว เขาจะเปลี่ยนช่องทันที เขาพยายามทำให้รู้สึกเหมือนเราโดดเดี่ยว ถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีใครพยายามพูดถึงเรา เดี๋ยวเราจะยอมแพ้ไปเอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145237" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/RTS1LCLO-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Rangsiman Rome (C) speaks during a protest against junta delaying polls in Bangkok, Thailand January 27, 2018. REUTERS/Athit Perawongmetha &#8211; RC1D5D279080</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">จากการลงมือทำทั้งหมด คุณนิยามตัวเองเป็นคนแบบไหน กล้าได้กล้าเสียหรือเป็นคนพร้อมเสี่ยงไหม</h3>



<p>ปากกล้าขาสั่นอาจจะตรงกว่า (หัวเราะ) โอเค มันก็คงมีเรื่องของอีโก้ด้วยนะ ต่อให้กลัวยังไง แต่เราจะไม่ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกว่ากลัว เป็นคนปากหนักที่จะไม่พูดว่ากลัว แล้วก็ทำตัวหรอย (หรอย–ภาษาใต้ ในบริบทนี้หมายถึง คนเจ๋ง)</p>



<p>ในอีกมุมแค่คิดว่าถ้าไม่ทำเรื่องนี้ ผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมไม่ทำ คือผมรู้สึกว่าเราจะเอาความกลัวมาบอกว่าเราไม่ทำในสิ่งที่มันถูกต้อง ผมไม่สามารถส่องกระจกมองตัวเองได้ มันอาจจะเป็นความรู้สึกตรงนี้มากกว่าจะมาบอกว่ากล้าได้กล้าเสีย เพราะผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะได้ เจ็บตัวซะเยอะ เสียซะเยอะ แต่แค่รู้สึกว่าเราต้องทำ ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณเลยต้องทำ</h3>



<p>ผมไม่เคยคิดว่าจะเลิกอย่างสิ้นเชิง แค่อยากเปลี่ยนบทบาทเฉยๆ จนกระทั่งครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำแบบนี้มานานมาก สุดท้ายเรียกร้องอะไรมาไม่สำเร็จสักเรื่อง</p>



<p>ประกอบกับช่วงนั้นผมเริ่มนึกถึงบทบาทนักการเมือง เพราะมันเริ่มมีสัญญาณว่าจะได้เลือกตั้งแล้ว คำถามคือ ผมเรียกร้องมาขนาดนี้ แต่ยังไม่มีนักการเมืองคนไหนลุกขึ้นมาเลย แล้วพอจะมีการเลือกตั้งคุณกลับมาเป็น ส.ส. มีเงินเดือนเป็นแสน คุณจะรออย่างนี้ไม่ได้ คุณต้องมาร่วมกับเราด้วย</p>



<p>แต่ก็ผิดหวังนั่นแหละ ไม่มีพรรคการเมืองไหนเปลี่ยนแนวทาง จนอาจารย์ปิยบุตรมาคุยกับผม ชวนเข้าร่วมพรรคอนาคตใหม่อยู่ 3 ครั้ง บอกผมว่าจะเป็นแอ็กทิวิสต์อย่างนี้ต่อไปเหรอ วันหนึ่งในห้องขัง สน.ชนะสงคราม หลังจากโดนจับข้อหาจัดชุมนุมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผมก็ตัดสินใจในวันนั้นเลยว่าซีซั่นต่อไปผมอาจจะต้องเปลี่ยนแนวทางมาสู้อยู่กับพรรคอนาคตใหม่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ซีซั่น 3&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ผู้แทนประชาชน</strong></h3>



<p>ชื่อรังสิมันต์ โรม กลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้งเมื่อเขามีรายชื่ออยู่ในผู้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่</p>



<p>แม้จะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งด้านลบและด้านบวกที่คนมองต่อเขา อย่างเช่น จากนักเคลื่อนไหวมาสู่นักการเมืองภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทำให้เกิดการคลางแคลงใจว่าเขารับเงินจากใครหรือเปล่า หรือเขาหวังผลประโยชน์ใดๆ ในบทบาทนักการเมืองหรือไม่ แต่อีกด้านหนึ่ง คนก็หวังว่าคู่กัด คสช.อย่างโรมจะเป็นนักการเมืองที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้กับประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้บ้าง </p>



<p>เราคิดว่าในระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เขาทำหน้าที่นี้มา หลายอย่างช่วยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเลือกทำให้ทุกคนรับรู้ในทางไหน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตอนคุณมาเป็นนักการเมือง คุณวางมาตรฐานไว้ไหมว่าอยากจะเป็น ส.ส.แบบไหน</h3>



<p>ถ้าถามว่าจะไม่เป็นแบบไหน ผมอาจจะตอบได้ง่ายกว่า (หัวเราะ) แต่ถ้าอธิบายผมอาจจะต้องพาดพิงคนอื่น พยายามไม่ทะเลาะกับทุกคนมากเกินไป&nbsp;</p>



<p>แต่ก็เอาเป็นว่ามันมีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่เราหลายๆ คนนึกออก ผมก็ไม่อยากเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่อยากเป็นคนที่พูดอย่างทำอย่าง ไม่อยากเป็นคนที่เข้ามาแล้วทำให้คนรู้สึกว่าผมเปลี่ยน ผมไม่สามารถรับกับตัวเองในมุมนั้นได้ แล้วผมพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าผมไม่ได้เป็นแบบนั้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่หลายครั้งเวลาคุณลุกขึ้นพูดในสภา หรือสิ่งที่คนในพรรคก้าวไกลลงมือทำไปก็มีบางเสียงวิจารณ์ว่าวิธีการแบบนี้ ‘อ่อนต่อเกมการเมืองไทย’ คุณมองประเด็นนี้ยังไง</h3>



<p>โอเค ผมพยายามสรุปเป็นประโยคสั้นๆ ว่าสิ่งที่ผมพยายามทำทั้งหมด ผมทำแบบไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมไม่รู้ว่าจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ พยายามทำเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย ทำให้เต็มที่ ส่วนมันจะเกิดอะไรขึ้นก็เป็นเรื่องที่ก็ไปว่ากันอีกที</p>



<p>ซึ่งพอมองแบบนี้จะมีคนบอกว่า เฮ้ย คุณไม่ได้มองเกมยาว คุณไม่ได้คิดถึงการเมืองที่เป็นจริง คุณอ่อนการเมือง โอเค ผมอ่อนการเมืองก็ได้นะ เราไม่ได้มีปัญหากับการถูกมองว่าเป็นเด็กอ่อนหัด ถ้าการอ่อนหัดนั้นมันคือการซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เราเชื่อ ก็ขอเป็นแบบนั้นดีกว่า แล้วเราเชื่อว่าวิธีแบบนี้แหละที่มันจะเปลี่ยนประเทศได้&nbsp;</p>



<p>ก็ให้ถือซะว่าวิธีการเก่าๆ เขามีเวลาในการพิสูจน์ตัวเองมานานพอแล้ว แล้วผมก็คิดว่ามันเป็นข้อสรุปแล้วแหละว่ามันไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร มันอาจจะถึงเวลาของวิธีการใหม่ๆ ที่อนาคตใหม่ รวมถึงก้าวไกลในวันนี้พยายามเสี่ยง แล้วเราเชื่อว่าถ้าวิธีการแบบนี้มันปฏิบัติในพรรคการเมืองอื่นๆ ผมว่าเราเปลี่ยนประเทศนี้ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">วิธีการของคุณแทบจะเป็นการเอาชีวิตเข้าแลก เสี่ยงจากการถูกคุกคามด้วย คุณมองเห็นคุณค่าอะไรในการลงมือทำแบบนี้</h3>



<p>ผมคิดว่าคุณูปการอันหนึ่งที่ผมเป็น ส.ส.แล้วมันเกิดขึ้น คือการที่เราได้ข้อมูลต่างๆ ใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลได้จริง เช่น ตั๋วช้าง ในขณะที่ประชาชนเข้าถึงเรื่องพวกนี้ยากมาก </p>



<p>หรือมากไปกว่านั้น คือผมเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิในการชุมนุม แต่ผมก็ไม่ได้มานั่งคิดว่าประชาชนต้องออกมาเรียกร้องตลอดเวลา ถ้าเลือกได้ ผมอยากให้เราใช้กลไกตามโครงสร้างทางการเมืองที่เรามีเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งโอเค มันไม่ได้ดีไปทั้งหมด แต่เพราะผมไม่อยากโยนภาระให้ประชาชนเลย พอเราสามารถพูดแทนประชาชนได้ มันก็อาจจะดีกว่าให้พวกเขามาชุมนุมแล้วเสี่ยง ยิ่งระยะหลังกลไกมันมีปัญหา สุดท้ายเขาก็ต้องออกมา&nbsp;</p>



<p>พอคนไปชุมนุมผมก็ไปประกันตัว หลายครั้งที่ประเด็นของผู้ชุมนุมมันถูกพูดถึงในสภา ฝ่ายรัฐบาลพูดโจมตีผู้ชุมนุมหลายอย่าง แล้วบางเรื่องเป็นเรื่องเท็จ อย่างน้อยที่สุด เราเป็นปากเป็นเสียงในส่วนเหล่านี้ได้</p>



<p>ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันพอไหมนะ แต่เราพยายามทำให้มันดีที่สุดที่สติปัญญาที่เรามีจะทำได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145223" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ทุกวันนี้เวลาคุณต้องลุกขึ้นพูดอะไรที่รัฐพยายามกีดกัน หรือพูดอภิปรายกลางสภามันยังเป็นลักษณะ ‘ปากกล้าขาสั่น’ อยู่อีกไหม</h3>



<p>มีแหละ ตอนอนาคตใหม่ ผมจะอภิปรายพลเอก ประวิตร ธนาธรถามผมว่า เอาจริงเหรอ แน่นะ อาจจะอันตราย ตอนนั้นผมก็คิดว่า อ้าวเหรอ ต้องกลัวด้วยเหรอ (หัวเราะ) คงไม่เป็นไรมั้ง แล้วก็เริ่มมานั่งคิด เออ หรือมันอาจจะอันตรายวะ (หัวเราะ)</p>



<p>ตอนผมจะอภิปรายเรื่องตั๋วช้างผมเก็บไปฝันเลยนะ มันกลายเป็นความ traumatic บางอย่างที่มันเกิดขึ้นกับตัวเรา</p>



<p>แต่อีกแง่หนึ่ง ถ้า ส.ส.กลัวแล้วยังไง ประชาชนไม่ยิ่งกว่าเหรอ คือการเป็น ส.ส.มันน่าจะปลอดภัยที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งในประเทศนี้จะปลอดภัยแล้วหรือเปล่า โอเค มันอาจจะมีการไปแจ้งความดำเนินคดีอะไรก็ว่าไป แต่ต่อให้คุณโดนขนาดนั้น มันเทียบไม่ได้กับตอนที่ประชาชนโดนดำเนินคดีเลย</p>



<p>แล้วบรรยากาศแบบนี้มันเกิดขึ้นเต็มไปหมด เราเข้ามาเป็นอนาคตใหม่เราก็ถูกขู่ทุกวัน โดนยุบพรรคแน่ อยู่ไม่ได้หรอก ถ้าเราเลือกที่จะเดินตามความกลัว เราไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วเรามีประโยชน์อะไรที่จะเป็น ส.ส.&nbsp;</p>



<p>ผมโคตรเบื่อเลย มีแต่เรื่องให้กลัวเต็มไปหมด ถ้าคุณอยากเห็นสังคมนี้มีเสรีภาพ ซึ่งเรารู้ว่าสังคมนี้มันไม่มีเสรีภาพ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ คุณต้องยืนยัน คุณต้องพูด คุณต้องเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าประเทศนี้ต้องมีเสรีภาพ ทำให้ประชาชนได้เห็นว่าพูดได้ ทำได้ มันจึงเป็นที่มาของตั๋วช้าง</p>



<p>ซึ่งโอเค วรรคสุดท้าย ผมตอบแบบระบายความรู้สึกอัดอั้น กูก็กลัวแหละ แต่ก็ต้องพูด เพราะถ้าไม่พูด สังคมไทยก็จะอยู่ที่เดิมแน่นอน แต่ถ้าเราพูด สังคมไทยมันอาจจะเปลี่ยนก็ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145226" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/35.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">วันที่คุณพูดเรื่องตั๋วช้างเป็นช่วงที่มีข่าวว่าจะแต่งงานด้วย หลายคนรู้สึกว่าคุณเป็น ส.ส.ที่ทำงานเพื่อประชาชนมาก ต้องเอาชีวิตส่วนตัวมาเสี่ยงกับเรื่องนี้</h3>



<p>ตอนผมแจกซองคนเลยพูดว่า ตั๋วโรม คือผมเลื่อนการแต่งงานมา 3 ครั้งแล้ว เพราะครอบครัวไม่สะดวกด้วย แล้วก็มีเรื่องโควิด-19 พอมีการผ่อนปรน ผมก็จัดเลย ไม่เลื่อนแล้ว จะตั๋วช้างหรืออะไรก็ไม่เลื่อน ไม่มีอะไรหยุดผมได้ นอกจากจะเอาผมไปขังเท่านั้นแหละ</p>



<p>คือมันทำไงได้ล่ะ เราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรักได้ แล้วก็อยากจะสร้างครอบครัวบ้าง ก็คิดแบบนั้น แต่พอดีงานมันก็เป็นงานของคนที่สนใจการเมืองมากหน่อย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณกับการเมืองเลยเป็นเนื้อเดียวกัน</h3>



<p>ใช่ คือภรรยาผมเขาก็เป็นแอ็กทิวิสต์เก่าอยู่แล้ว แล้วเขาก็วาดรูปสนับสนุนประเด็นสิทธิมนุษยชน มันยิ่งทำให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วผมไม่ได้มีปัญหากับการที่มันเป็นเนื้อเดียวกัน ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นเนื้อเดียวกันแบบนี้มันทำให้เรามีปัญหาครอบครัว แล้วแบบนี้เราไม่ได้จำเป็นต้องเลือกระหว่างชีวิตการเมืองหรือชีวิตของคนสองคน เพราะทั้งสองอาจจะเป็นเรื่องเดียวกัน</p>



<p>แล้วบางทีพอชีวิตเกี่ยวข้องกับการเมืองแบบนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเจออะไรก็อาจจะโรแมนติกอีกแบบหนึ่ง ตื่นเต้นดี (หัวเราะ) อาจจะดูทีเล่นไปนิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างน้อยที่สุด ทั้งความสัมพันธ์ของผมกับอีวานน่า ไม่มีวันเบื่อแน่นอน ตอนยังคบกันอยู่ เวลาเขามาหา ผมก็ไปรับไม่ได้ เพราะถูกจับอยู่ สน. ต้องให้คนอื่นไปรับ หรือเวลาผมไปหาเขา ก็ต้องไปขอศาลทหาร กว่าจะออกประเทศได้  </p>



<p>มันก็เป็นชีวิตที่ทึ่งในเขาเหมือนกันนะ ที่เขาพร้อมอยู่กับผมแม้ขาผมยังก้าวไม่พ้นคุกเลย ถ้าเราคิดคอนเซปต์เดิมๆ ที่ความรักต้องอยู่กับผู้ชายผู้หญิงที่มั่นคง มีความรักที่สวยงาม มีครอบครัว มีเศรษฐกิจที่ดี มีลูกก็ส่งลูกเข้าโรงเรียนดีๆ เจอกับรังสิมันต์ โรม 10 คดี ก็ต้องบอกว่าเขาก็จิตใจเข้มแข็ง แล้วในมุมหนึ่งก็แสดงว่าเขารักผมจริง ผมก็โชคดีกว่าหลายๆ คน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145193" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">มาถึงตรงนี้แล้ว คุณก็ยังยืนยันใช่ไหมว่าแม้จะต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงหรือมีผลกระทบกับชีวิต แต่คุณก็ต้องทำมัน</h3>



<p>ผมอาจจะกลัวความทรมานมากกว่าความตาย คือผมขออธิบายเปรียบเทียบแบบนี้ เวลาผมเห็น ส.ส.งูเห่า ผมพยายามเอาความรู้สึกเทียบเคียง แล้วผมคงไม่สามารถทำใจกับความรู้สึกแบบทรยศหักหลัง ทำผิดในสิ่งที่คุณได้สัญญา หรือเคยบอกไว้กับประชาชนเลย คือคนเราทุกคนมันมีทางเลือกเสมอแหละ แล้วถ้าคุณไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสภาพแบบนี้ คุณก็แค่เดินออกไป คนพร้อมจะเข้าใจมากกว่า&nbsp;</p>



<p>แต่พอคุณหักหลังเขา ถ้าผมเป็นเขา ผมส่องกระจกตัวเองคงทำใจรับไม่ได้ แล้วผมคิดว่าผมกลัวความทรมานกับการอยู่กับความรู้สึกที่มันซัฟเฟอร์แบบนี้มากกว่าความตายอีก</p>



<p><em>* สัมภาษณ์ในวันที่ 24 มีนาคม 2564&nbsp;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rangsiman-rome-interview/">จากนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวสู่ ส.ส. : ชีวิตทะลุจักรวาลของรังสิมันต์ โรม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“จะไม่มีวันให้ใครมาพรากเสรีภาพไปอีก” ณัฏฐิกา จากผู้ต้องหาในไทยสู่ผู้ลี้ภัยในอเมริกา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nuttigar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Sep 2021 13:13:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การชุมนุม]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ลี้ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=144712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อให้ไม่ได้อินการเมือง แต่คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะบอกว่า ‘เสรีภาพ’ เป็นคำสำคัญในชีวิตมนุษย์ ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดงออกทางอุดมการณ์ แต่ยังรวมไปถึงทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน เดินไปซื้อของที่ตลาด นั่งทานอาหารในร้าน อ่านหนังสือที่สนใจ เสพภาพยนตร์ที่อยากดู พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ที่ไม่ต้องขออนุญาตจากใคร ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ ชีวิตประจำวันของ ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ เมื่อ 16 ปีก่อนดำเนินไปด้วยเสรีภาพตามปกติอย่างที่เราพูดถึง เป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ พูดคุยพบปะกับเพื่อน เสพความบันเทิงผ่านละครหรือรายการทีวี ถ้าให้นึกถึงชีวิตตอนนั้น เธอบอกว่าสงบสุขดี จนวันหนึ่งในปี 2549 มีประกาศรัฐประหาร คนที่ไม่สนใจการเมืองอย่างณัฏฐิกากลับสงสัยว่าอะไรทำให้บ้านเมืองเดินมาถึงจุดนี้ เมื่อตามหาคำตอบ กลับได้เปิดโลกกับข้อมูลทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมขบวนกับคนเสื้อแดง ทั้งในฐานะผู้ร่วมชุมนุมและแอดมินเพจการเมืองที่คอยสนับสนุนการเคลื่อนไหว แม้ปี 2553 เสียงของณัฏฐิกาและใครหลายคนถูกทำให้เงียบด้วยเสียงปืน แต่เธอก็ออกมาส่งเสียงต่อสู้โดยตลอด โดยไม่ได้คิดว่าการแสดงออกเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป ตลอดกาล ปี 2557 ณัฏฐิกาออกมาต่อต้านการยึดอำนาจ ทั้งบนท้องถนนและบนโลกดิจิทัลอย่างที่เคยทำ เธอสร้างเพจเสียดสีผู้นำรัฐประหารอย่าง ‘เรารักพลเอกประยุทธ’ ขึ้นมาในช่วงนั้น แต่ใครจะไปคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่การเปลี่ยนสถานะจากแอดมินเพจการเมืองสู่นักโทษคดีการเมือง&#160; จากสถานการณ์หลายอย่างที่พบเจอ ประเทศที่เธอเรียกว่าบ้านอาจไม่ใช่บ้านที่เหมาะกับณัฏฐิกาในวัย 45 อีกแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nuttigar/">“จะไม่มีวันให้ใครมาพรากเสรีภาพไปอีก” ณัฏฐิกา จากผู้ต้องหาในไทยสู่ผู้ลี้ภัยในอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ต่อให้ไม่ได้อินการเมือง แต่คุณคงไม่ปฏิเสธที่จะบอกว่า ‘เสรีภาพ’ เป็นคำสำคัญในชีวิตมนุษย์ <span style="display:none;">ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์</span></p>



<p>ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดงออกทางอุดมการณ์ แต่ยังรวมไปถึงทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน เดินไปซื้อของที่ตลาด นั่งทานอาหารในร้าน อ่านหนังสือที่สนใจ เสพภาพยนตร์ที่อยากดู พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องพื้นฐานง่ายๆ ที่ไม่ต้องขออนุญาตจากใคร <span style="display:none;">ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์</span></p>



<p>ชีวิตประจำวันของ <strong>ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์ </strong>เมื่อ 16 ปีก่อนดำเนินไปด้วยเสรีภาพตามปกติอย่างที่เราพูดถึง เป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ พูดคุยพบปะกับเพื่อน เสพความบันเทิงผ่านละครหรือรายการทีวี ถ้าให้นึกถึงชีวิตตอนนั้น เธอบอกว่าสงบสุขดี</p>



<p>จนวันหนึ่งในปี 2549 มีประกาศรัฐประหาร คนที่ไม่สนใจการเมืองอย่างณัฏฐิกากลับสงสัยว่าอะไรทำให้บ้านเมืองเดินมาถึงจุดนี้ เมื่อตามหาคำตอบ กลับได้เปิดโลกกับข้อมูลทางการเมืองมากมาย จนกระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมขบวนกับคนเสื้อแดง ทั้งในฐานะผู้ร่วมชุมนุมและแอดมินเพจการเมืองที่คอยสนับสนุนการเคลื่อนไหว แม้ปี 2553 เสียงของณัฏฐิกาและใครหลายคนถูกทำให้เงียบด้วยเสียงปืน แต่เธอก็ออกมาส่งเสียงต่อสู้โดยตลอด โดยไม่ได้คิดว่าการแสดงออกเหล่านี้จะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป</p>



<p>ตลอดกาล</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2-768x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144741" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-2.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>ปี 2557 ณัฏฐิกาออกมาต่อต้านการยึดอำนาจ ทั้งบนท้องถนนและบนโลกดิจิทัลอย่างที่เคยทำ เธอสร้างเพจเสียดสีผู้นำรัฐประหารอย่าง ‘เรารักพลเอกประยุทธ’ ขึ้นมาในช่วงนั้น แต่ใครจะไปคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาสู่การเปลี่ยนสถานะจากแอดมินเพจการเมืองสู่นักโทษคดีการเมือง&nbsp;</p>



<p>จากสถานการณ์หลายอย่างที่พบเจอ ประเทศที่เธอเรียกว่าบ้านอาจไม่ใช่บ้านที่เหมาะกับณัฏฐิกาในวัย 45 อีกแล้ว เธอจึงตัดสินใจพาตัวเองออกไปหาที่อยู่ใหม่ สถานที่ที่จะทำให้เธอไม่ต้องคุยกับใครผ่านกรงขัง ไม่ต้องขออนุญาตมีเสรีภาพจากใครในดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องเสรีภาพอย่างอเมริกา</p>



<p>เรานัดพูดคุยผ่านวิดีโอคอลกับเธอในเช้าวันหนึ่งตามเวลาไทย หลังจากเธอออกจากประเทศไทยไปยังอเมริกาได้ 3 ปีกว่า และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยหลังการขึ้นมาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน&nbsp;</p>



<p>การพูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ไม่มีใครอยากให้เกิดในชีวิตตัวเองเพียงเพราะการแสดงตัวว่าเห็นต่างจากรัฐ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การอยู่ห่างจากบ้านเกิดไปหลายพันไมล์เป็นสิ่งที่เธอบอกกับเราว่าคิดถูกแล้ว ก่อนจะย้ำด้วยประโยคที่ว่า</p>



<p>“จะไม่มีวันให้ใครมาพรากเสรีภาพออกไปจากเราอีก”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1</strong></h3>



<p>เปรียบกับคำพูดของคนยุคนี้ คำนิยามอย่าง ‘ผู้มาก่อนกาล’ น่าจะเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่เรียกคนเสื้อแดงอย่างณัฏฐิกา แต่คำถามคือในสังคมที่หล่อหลอมคนด้วยเรื่องเล่าเพียงไม่กี่แบบ และเสริมด้วยมายาคติที่ทำให้คนห่างไกลจากการเมือง อะไรทำให้เธอตื่นตัวทางการเมืองได้</p>



<p>“ตั้งแต่เด็กเราก็ไม่ได้สนใจการเมืองอะไรมากมาย” เธอยอมรับตามตรง</p>



<p>“พ่อเราสนใจการเมืองนะ ดูข่าวบางทีก็มาคุยกับแม่ วิจารณ์กันไป ส่วนตัวเราก็ฟัง บางทีก็มีความคิดตั้งคำถามบ้าง”&nbsp;</p>



<p>เธอเป็นลูกสาวคนกลาง เติบโตในครอบครัวที่พ่อเป็นตำรวจผู้ไม่ได้ฝักใฝ่ความก้าวหน้าจากสินบนหรือเส้นสาย จึงเป็นสาเหตุที่ทำงานได้ไม่นานก็ต้องโดนย้าย เธอจึงต้องติดตามไปด้วยทุกที่&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1.jpeg" alt="" class="wp-image-144726" width="540" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image1-1-600x800.jpeg 600w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></figure></div>



<p>“เราเคยย้ายไปเรียนในโรงเรียนในอำเภอเล็กๆ นอกตัวเมืองในต่างจังหวัด ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมโรงเรียนในพื้นที่แบบนั้นถึงไม่สามารถพัฒนาได้สักที ทุกอย่างมันก็ยังไม่พร้อมอยู่อย่างนั้น</p>



<p>“พ่อเราเคยอธิบายให้ฟังว่างบประมาณมันไม่ค่อยลงมาในโรงเรียนแบบนี้หรอก ซึ่งเราก็คิดว่าแปลกเนอะ งบประมาณมันควรจะไปลงในที่ที่ยังไม่พัฒนาสิ นี่คือความคิดของเราตั้งแต่สมัยเด็กๆ”&nbsp;</p>



<p>แต่เศษเสี้ยวเล็กๆ ของการตั้งคำถามไม่อาจต่อสู้กับเรื่องเล่าขนาดใหญ่ที่สังคมไทยพยายามสร้างมายาคติให้คนในสังคมได้ แนวคิดอย่าง ‘ใครมาเป็นผู้นำ เราก็ต้องทำมาหากินด้วยตัวเองอยู่ดี’ จึงอยู่ในความคิดของณัฏฐิกายาวนาน จนกระทั่งเรียนจบ ได้ทำงาน และใช้ชีวิตตามปกติ วันหนึ่งช่วงใกล้เลือกตั้ง เพื่อนสนิทณัฏฐิกาไปฟังปราศรัยของผู้ลงสมัครแล้วจึงมาเล่าให้เธอฟัง</p>



<p>“มันเป็นมิติใหม่ว่ะแก ฉันเห็นความหวังในตัวทักษิณ” คือคำบอกเล่าจากปากของเพื่อน “เขาพูดถึงนโยบายที่เราคิดว่าถ้าเกิดขึ้นมันน่าจะดี”</p>



<p>ประกอบกับครอบครัวเธอไม่ได้นิยมในพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้หนึ่งคะแนนเสียงจากณัฏฐิกาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีจนอยู่ครบวาระครั้งแรก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-1-1.jpeg" alt="" class="wp-image-144742" width="540" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-1-1.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-1-1-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image0-1-1-600x800.jpeg 600w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></figure></div>



<p>“มันเป็น 4 ปีที่เรารู้สึกว่าบ้านเมืองดี ประเทศเริ่มไปได้ดี เศรษฐกิจก็ดี ตอนนั้นเราทำงานในบริษัทเยอรมันที่มาตั้งสาขาลูกในไทย มีเพื่อนร่วมงานเป็นคนสิงคโปร์และฮ่องกง เขาก็มองว่าไทยเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง เป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย เพราะเศรษฐกิจมันกำลังไปได้ดีจริงๆ”</p>



<p>แต่การรัฐประหารในเช้าวันที่ 19 กันยายน 2549 ได้เปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล และกลายเป็นคำถามในใจของพนักงานบริษัทคนหนึ่งอย่างณัฏฐิกาที่ไม่ได้พาตัวเองเข้ามาคลุกคลีกับถนนการเมืองอย่างจริงจังมาก่อน</p>



<p>“เรารู้สึกว่ามันแปลกประหลาด” เธอว่า “ทำไมนายกฯ ที่ดีที่สุดในความคิดเราถึงได้ถูกรัฐประหารง่ายดายขนาดนี้ และเหตุการณ์ที่ตามมามันก็ทำให้เราตั้งคำถามต่อไปเรื่อยๆ อย่างเรื่องการยุบพรรค มันยุบกันง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ รัฐธรรมนูญใหม่ที่เกิดขึ้น มันสามารถเอาผิดย้อนหลังได้ด้วยเหรอ ของแบบนี้มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ ต้องมีอะไรที่มากกว่าที่เราเคยรู้”</p>



<p>เพื่อตอบข้อสงสัยทั้งหมด เธอใช้ประโยชน์จากยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มรุ่งเรืองลงมือค้นข้อมูลตามเว็บบอร์ดต่างๆ ด้วยตัวเอง ทั้งพันทิป ประชาทอล์ก และฟ้าเดียวกัน จากคำถามแรกไปสู่คำถามที่สอง ไปจนถึงคำถามต่อไปไม่มีสิ้นสุด</p>



<p>“แต่ก่อนเราติดตามแค่ข่าวบันเทิง ข่าวดารา จำโปรแกรมหนังได้ แต่หลังจากนั้นเราเลิกอ่านทั้งหมดแล้วมาอ่านเรื่องการเมืองเลย ซึ่งมันทำให้ตัวตนของเราเปลี่ยนไป เราตัดสินคนน้อยลงและหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ ได้”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2</strong></h3>



<p>“ช่วงปี 2009 เราเริ่มเล่นเฟซบุ๊กก็แอดเป็นเพื่อนกับนักการเมืองฝั่งไทยรักไทย แอดเฟซบุ๊กคุณทักษิณด้วยเพราะตอนนั้นคนไทยยังเล่นไม่เยอะ พอติดตามนักการเมืองมากเข้า คอมเมนต์กันมากขึ้น เราก็เริ่มมีคนรู้จักในแวดวงคนที่สนใจการเมืองจนรวมกลุ่มกันแล้วสร้างเพจเฟซบุ๊กขึ้นมา”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากคนคอยติดตามข่าวสารและการชุมนุม บทบาทของณัฏฐิกาก็เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายสนับสนุนผ่านเพจการเมือง ตั้งแต่ก่อนจะเกิดชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในปี 2553&nbsp;</p>



<p>ถ้ายุคนั้นตีนตบ ร่ม หมวก ป้ายผ้าข้อความต่างๆ คืออุปกรณ์ยอดนิยมที่ใครหลายคนพกติดตัวไปร่วมชุมนุม แต่ณัฏฐิกามีมากกว่านั้น เธอต้องแบกโน้ตบุ๊กส่วนตัวไปกางที่ม็อบ เสียบแอร์การ์ดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เข้าไปสัมภาษณ์แกนนำแบบสั้นๆ มาเขียนลงเพจ และอัพเดตสถานการณ์ต่างๆ อยู่ตลอด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="720" height="480" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1.jpeg" alt="" class="wp-image-144744" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-1-1-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></figure></div>



<p>“ช่วงนั้นแอ็กทีฟในเพจการเมืองหลายเพจ กลายเป็นงานอดิเรกเราไปเลย กลางวันไปทำงาน กลางคืนกลับบ้านมาสิ่งแรกที่ทำคือเปิดคอมพิวเตอร์ อ่านข่าวการเมือง และเขียนโพสต์ลงเพจ หรือไม่ก็ไปม็อบ”</p>



<p>ช่วงแรกณัฏฐิกาใช้ชื่อจริงและภาพตัวเองเปิดตัวว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่เมื่อปี 2553 เกิดเสียงปืนดังสนั่นกลบทุกเสียงที่ออกมาเรียกร้องการเมือง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอตัดสินใจซ่อนตัวตนตัวเองทั้งหมดเพื่อให้ปลอดภัยต่อการเคลื่อนไหวเพจต่างๆ&nbsp;</p>



<p>“มีเพจหนึ่งที่เราทำขึ้นร่วมกับเพื่อนคนเสื้อแดงชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ชื่อว่า Red Intellegence ทำเพื่อแก้ไขมุมมองต่อคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่ถูกมองว่าเป็นคนบ้านนอก ไม่มีการศึกษา โง่ จน เจ็บ เราจึงตั้งใจนำเสนอว่าเขาไม่ได้โง่นะ ที่เขามาเรียกร้องเพราะเขามีมุมมองในบางเรื่องที่รัฐควรต้องฟัง และเราก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐแบบไม่หยาบคาย”&nbsp;</p>



<p>ต่อมาเธอก็ได้ทำเพจที่มีคาแร็กเตอร์เสียดสี ล้อเลียนฝ่ายการเมืองขั้วตรงข้ามอย่าง ‘ประชาธิปัตย์ชื่อเดียวล่มจมทั้งประเทศ’ โดยมีคอนเทนต์และกราฟิกตอบโต้ฝ่ายค้านของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&nbsp;</p>



<p>“แต่เราไม่ได้ทำเพื่อซัพพอร์ตยิ่งลักษณ์หรือทักษิณนะ ยอมรับว่าเราอาจจะเคยชื่นชมเขา แต่ถึงจุดหนึ่งที่เราอยู่ในเส้นทางนี้มานาน เราก็มองเห็นว่าคนเราทุกคนมันก็เป็นสีเทา และเลิกยึดติดกับตัวบุคคลไปในที่สุด”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="604" height="453" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image17.jpeg" alt="" class="wp-image-144748" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image17.jpeg 604w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image17-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image17-600x450.jpeg 600w" sizes="(max-width: 604px) 100vw, 604px" /></figure></div>



<p>การต่อสู้ของสองฝั่งความคิดดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีหญิง ปี 2556 ณัฏฐิกาลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ด้านมาร์เก็ตติ้ง และได้ช่วยทำเพจให้กับจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) จนกระทั่งเกิดรัฐประหารอีกครั้งเมื่อ 7 ปีที่แล้ว จตุพรถูกจับตัวไป ณัฏฐิกาอยู่ตรงถนนอักษะถูกชวนให้ไปร่วมต่อต้านรัฐประหารที่หอศิลป์ร่วมกับคนอื่นๆ</p>



<p>“เสร็จแล้วก็กลับบ้านมาเปิดทีวี ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติม เราเลยตัดสินใจเปิดเพจอีก ใช้ชื่อว่า ‘เรารักพลเอกประยุทธ’ จัดให้อยู่ในหมวดคอมเมดี้ เพราะตั้งใจทำภาพและคอนเทนต์ล้อเลียน ซึ่งในความคิดตอนนั้นก็คิดว่ามันปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะเราไม่ได้เปิดเผยตัวตน&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“กระทั่งเราถูกจับนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3</strong></h3>



<p>เช้าวันหนึ่งที่ควรจะเป็นวันธรรมดาในชีวิตของณัฏฐิกาและแม่ กลับกลายเป็นเช้าที่ไม่คาดคิดในชีวิต เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งตรงเข้ามาจับกุมลูกสาวคนกลางของบ้านออกไปยังค่ายทหาร ก่อนวันต่อมาจะเดินทางไปยังกองปราบฯ ถูกแจ้งข้อหามาตรา 116 และ 112 เพียงเพราะการสร้างเพจทางการเมือง และต้องเข้าไปใช้ชีวิตใต้กรอบของกรงขังในที่สุด</p>



<p>“วันที่เขาแจ้งข้อกล่าวหา 112 เราอยู่ในคุก มีตำรวจจากกองปราบเอาใบมาให้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา เราอ่านแล้วก็ถามกลับไปว่า สิ่งนี้มันฟ้องได้จริงเหรอ แต่เขาตอบเรามาว่า เขาก็ไม่ทราบหรอก เพราะทหารสั่งให้เขามาทำอีกที ซึ่งเราก็รู้เลย และตัดสินใจไม่เซ็น”</p>



<p>ณัฏฐิกายอมรับว่าระยะเวลา 2 เดือน เป็นช่วงความทรงจำที่เลวร้ายในชีวิต แม่คอยรอเข้าไปเยี่ยมเธอเกือบทุกวัน ความทรมานจากสภาพที่เป็นอยู่ และการเห็นคนรักต้องเสียใจทำให้เธอรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแทบไม่ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image10-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-144751" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image10-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image10-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image10-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image10.jpeg 890w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“ความคิดเรื่องที่จะลี้ภัยมันมีอยู่ตลอดเลยนะตั้งแต่อยู่ในคุก แต่เราไม่มีข้อมูล ไม่เคยรู้ขั้นตอน ไม่มีความรู้เลย พอออกจากคุกมา แม้จะไม่มีงานทำ แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ลำบาก เพราะครอบครัวดูแลได้”</p>



<p>“แต่พอมารับรู้ว่าการที่เราติดคุกมันกระทบถึงคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่ซึ่งก็แก่แล้วต้องมานั่งกลุ้มใจ เขาตรอมใจ ไม่กินข้าว เราเลยรู้สึกว่าติดคุกไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดเราติดคุก แม่เราไม่รอดแน่เลย ทำยังไงดี”&nbsp;</p>



<p>แม้จะได้รับการประกันตัวมาแล้ว แต่การว่าความยังดำเนินกันต่อไปภายใต้ศาลทหาร ตลอดเวลาต่อสู้คดี ณัฏฐิกาคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายด้าน อย่างเช่นการฟ้องด้วยหลักฐานที่มาจากรูปเพียงรูปเดียว และคำพูดที่ว่าคดีนี้ ‘ผู้ใหญ่สั่งมา’ ทำให้เธอมองไม่เห็นว่าโอกาสชนะคดีจะเกิดขึ้นได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image19.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144729" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image19.jpeg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image19-300x169.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image19-768x432.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image19-600x338.jpeg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<p>“ขณะเดียวกัน หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่าน เรามองแล้วว่า ประเทศไทยไม่มีอนาคตจะเดินไปข้างหน้าแล้ว เลยรู้สึกว่าต้องหาทางออกนอกประเทศ”</p>



<p>ก่อนเริ่มกระบวนการลี้ภัย เธอใช้เวลาครึ่งปีในการเยียวยาจิตใจแม่และตัวเอง ด้วยการเดินทางไปเที่ยว ไหว้พระในสถานที่ต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจบอกคนที่เธอรักที่สุดว่าจะไม่ใช้ชีวิตในบ้านเกิดอีกต่อไป</p>



<p>“บอกแม่ว่ายังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน แต่สัญญาว่าจะไปที่ที่ดีๆ จะไม่แค่หนีไปเฉยๆ แล้วตกระกำลำบาก สัญญาทุกอย่างว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่ทำอะไรให้เขาร้องไห้อีกแล้ว” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกลืนความทรงจำแสนเจ็บปวดที่ผุดขึ้นในใจออกไปพร้อมกับน้ำตา&nbsp;</p>



<p>“เรารู้สึกว่ามันบาป” เธอค่อยๆ กลับมาพูดอีกครั้ง “ทำสิ่งที่เขาทุกข์ใจที่สุดในชีวิต เราเป็นลูกที่โคตรบาปเลย แต่ก็บอกเขาวันนั้นว่ายังไงจะได้เจอกันอีก แม่ก็มีโอกาสที่จะบินไปหานะ หรือไม่เราก็คุยกันผ่านไลน์ทุกวันได้ มันดีกว่าคุยผ่านลูกกรง”</p>



<p>“ไอ้ความรู้สึกที่คุยผ่านลูกกรงมันเป็นอะไรที่ trauma ในใจทั้งเราและแม่อยู่ตลอดเวลา 15 นาทีของการคุยโทรศัพท์ แม่จะต้องพยายามเข้มแข็งทุกครั้ง ในขณะที่เราเข้มแข็งไม่ไหว เพราะฉะนั้นทำยังไงก็ได้ที่มันจะไม่มีวันย้อนกลับไปโมเมนต์นั้นได้อีก นั่นน่ะคือสิ่งที่ดีที่สุด”</p>



<p>นอกจากแม่ ช่วงแรกมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอตัดสินใจลี้ภัย ในฐานะนักเคลื่อนไหวที่มีคดีความมั่นคงติดตัวอยู่ เธออยากทำให้ทุกอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image9-1-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-144752" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image9-1-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image9-1-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image9-1-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image9-1.jpeg 912w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“ก่อนออกมา เราเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ขอพาสปอร์ตใหม่ ขอวีซ่าท่องเที่ยวไปอเมริกา ขออนุญาตศาลออกนอกประเทศ”</p>



<p>“แล้วไม่ใช่แค่เตรียมเอกสารต่างๆ แต่เตรียมตัวเตรียมใจด้วย เลือกแต่ของที่จำเป็นไป ทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่มา 40 กว่าปีต้องทิ้งหมด ใช้เวลา 1 เดือนเคลียร์ทุกอย่างในบ้านเพื่อเหลือกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ แล้วเราก็มานั่งปลง ชีวิตทั้งชีวิตนะ เหลือกระเป๋าใบเดียวเอง ชีวิตคนมันก็เท่านี้แหละ ไม่เป็นไร เกิดอะไรขึ้นข้างหน้าไม่รู้ ช่างมัน แต่เราต้องรอดให้ได้กับของแค่นี้”&nbsp;</p>



<p>นอกเหนือจากนั้น เธอตระเวนไปพบเจอคนรู้จักเหมือนเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้าย แม้กระทั่งกิจกรรมที่เคยทำอย่างขับรถกลับบ้านหรือเอนกายลงบนเตียงนอน เธอก็บอกตัวเองว่าคงจะไม่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้อีก&nbsp;</p>



<p>“เราไม่รู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะเราไม่ได้แค่ไปเที่ยว ไปเรียนต่อ แต่เราไปเพื่อเปลี่ยนชีวิต เพราะฉะนั้นโอกาสการกลับมามันอาจจะไม่มีเลย”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4</strong></h3>



<p>อเมริกาไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกและตัวเลือกเดียวในการลี้ภัยของณัฏฐิกา เธอมีประเทศในใจอยู่อีก 2 ที่ซึ่งมีชื่อเสียงในการเปิดรับความหลากหลายของเชื้อชาติและผู้ลี้ภัย นั่นคือแคนาดาและฝรั่งเศส</p>



<p>“ประเด็นคือเราไม่รู้จักใครในแคนาดา ส่วนฝรั่งเศสก็เป็นประเทศที่เราต้องไปเรียนภาษาใหม่ แต่ที่อเมริกาเรายังรู้จักพี่จอม (จอม เพชรประดับ) และที่นี่หางานทำได้เลย ตอนนั้นคิดตื้นๆ ง่ายๆ ว่าอยู่อเมริกาคงไม่ลำบาก แม้ว่าจะต้องใช้เวลายื่นเอกสารลี้ภัยนาน” </p>



<p>วันแรกที่เท้าเหยียบดินแดนแห่งเสรีภาพ เธอเลือกไปอยู่กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์คนหนึ่งในลอสแอนเจลิส ก่อนจะหางานทำในร้านอาหารไทย และหาทางยื่นเอกสารเพื่อขอลี้ภัยให้สำเร็จ โดยได้รับการแนะนำทนายลูกครึ่งไทย-อเมริกันจากวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อช่วยดำเนินการเอกสารให้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image12-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-144723" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image12-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image12-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image12-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image12.jpeg 1108w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“แต่เรื่องไม่คาดคิดและผิดแผนคือเรามีปัญหากับเพื่อนคนนี้ เขาไม่ทำงาน แต่ใช้ชีวิตด้วยการให้เราจ่ายค่าเช่าบ้าน จ่ายค่ารถเมล์ จ่ายค่าอาหารให้ มันไม่ได้ เรามาด้วยเงินที่จำกัด แล้วเอาเรื่องที่เราจะลี้ภัยไปขอความช่วยเหลือทางการเงินกับคนอื่น ซึ่งเราแอบรู้มาก็ช็อกมาก เราไม่เคยขอเงินใครเพื่อที่จะมาเริ่มต้นชีวิตแบบนี้ สุดท้ายก็คิดว่าอยู่ไม่ได้”</p>



<p>ณัฏฐิกาตัดสินใจย้ายมาอยู่ซานฟรานซิสโกตามคำแนะนำของคนรู้จัก ในขณะเดียวกันก็ติดต่อกับทนายคนเดิมเพราะตั้งใจจะเดินทางไป-กลับลอสแอนเจลิสเพื่อยื่นเรื่อง แต่ทนายอยากให้เธอดำเนินการต่อที่ซานฟรานซิสโกเลย โดยเขาช่วยแนะนำทนายที่รู้จักให้</p>



<p>ระหว่างรอยื่นเรื่อง ภายใน 6 เดือนเธอจะได้ใบอนุญาตทำงาน แต่เนื่องจากไม่สามารถรอเวลาได้ ณัฏฐิกาจึงตัดสินใจทำงานอย่างผิดกฎหมายในร้านอาหารไทยก่อน&nbsp;</p>



<p>“แต่ที่แน่ๆ คือถ้าได้ใบอนุญาตทำงาน เราอยากย้ายไปทำงานอื่น พูดตรงๆ ร้านอาหารไทยไม่ใช่คำตอบ เราต้องหาสิ่งที่ดีขึ้นให้กับชีวิต”&nbsp;</p>



<p>หลังจากได้ใบอนุญาตทำงานตามที่หวัง ณัฏฐิกาตัดสินใจเข้าเว็บไซต์หางาน สมัครทำงานพาร์ตไทม์หลายที่ในช่วงเวลา 3 ปีก่อนเธอจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ ทำให้เธอเรียนรู้ความเป็นคนอเมริกันจากการเจอผู้คนต่างเชื้อชาติมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11-768x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144722" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image11.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ในอเมริกาคือ ความหลากหลายที่ไม่ได้มีแค่คนขาว หรือแบล็กอเมริกัน แต่คนอเมริกันมีทุกเชื้อชาติ แล้วมันก็สะท้อนออกมาจากหลายอย่างที่เกิดขึ้น เช่น ในชั้นวางสินค้าซูเปอร์มาเก็ต มีของจากหลากหลายเชื้อชาติให้เลือก” </p>



<p>“เราก็เลยไม่ได้รู้สึกลำบากในการปรับตัวเท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าเราไปอยู่ในที่ที่เป็นได้แค่สิ่งเดียว แล้วเราต้องพยายามปรับตัวเองให้เป็นสิ่งนั้น มันจะยาก แต่พอมาอยู่ที่นี่เราก็เป็นตัวของเรานี่แหละ สิ่งที่ต้องทำคือไม่ว่าคุณจะเป็นใครจากไหน จะแตกต่างยังไงก็แล้วแต่ คุณต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน นั่นแหละ มันทำให้ความหลากหลายอยู่ร่วมกันได้”</p>



<p>มากไปกว่าเรื่องความหลากหลาย สิ่งที่เธอได้รับมากที่สุด แบบที่ประเทศบ้านเกิดให้ไม่ได้ คือเสรีภาพในชีวิต ซึ่งนี่คือข้อสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจออกมาอยู่ที่นี่&nbsp;</p>



<p>“อย่างภาพเล็ก อยู่ที่ทำงานเรามีเสรีภาพพูดทุกอย่างกับเจ้านายได้เลย เขารับฟังเรา ทุกเสียงมีความหมาย โอเค สุดท้ายมันอาจจะไม่ได้มีเสียงที่มีความหมายขนาดไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก แต่อย่างน้อยที่สุด เสียงที่เราพูดออกไปมันมีการตอบรับในทุกครั้ง”</p>



<p>“ส่วนภาพใหญ่ เวลาอเมริกาจะออกกฎหมาย หรือกฎบังคับอะไรก็แล้วแต่ เขาจะไม่ทำอะไรที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของคนเลย แล้ววิถีของอเมริกันบังคับไม่ได้ด้วย ถ้ามีคือคนออกมาประท้วง คนอเมริกันชินกับการที่มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13-768x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144724" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image13.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>อีกเรื่องที่เธอยกตัวอย่างให้เห็นความเป็นไปของเสรีภาพในสังคมอเมริกัน คือเรื่องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ยิ่งเธอใช้ชีวิตในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ทำให้เห็นสองฟากฝั่งความคิดที่ต่างกัน แต่พูดคุยและอยู่ร่วมกันได้ในสังคม</p>



<p>“ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง เขาก็จะพูดเลยว่าเขาซัพพอร์ตคนนั้น แต่ทุกอย่างเขาจะอธิบายด้วยเหตุผล มีครั้งหนึ่งเราไปกินข้าวบ้านเพื่อนกับแฟน เพื่อนเรามีแฟนเป็นคนอเมริกันเหมือนกัน กลายเป็นว่าคนอเมริกัน 2 คนมาเจอกัน โดยที่ไม่ได้รู้มาก่อนว่าตัวเองสนับสนุนคนละพรรค เขาก็พูดเรื่องการเมืองขึ้นมา แลกเปลี่ยน ถกเถียงด้วยหลักการและประเด็นกันดุเดือดมาก แต่เขาไม่โกรธกันนะ”</p>



<p>“แต่ถ้าเป็นคนไทยจะไม่กล้าแสดงออกทางการเมือง เพราะกลัวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์หรืองาน เราเองในอดีตที่บอกคนอื่นว่าเป็นเสื้อแดง ก็โดนเพื่อนพูดลับหลังว่าหัวรุนแรง คนอเมริกันไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในความคิด ทำไมล่ะ ในเมื่อเราไม่พอใจสิ่งเหล่านี้ เราสามารถพูดออกมาได้ คนอเมริกันที่รู้จักกัน พอเขารู้เรื่องของเรา เขาบอกเลยว่า ‘ยูกล้าหาญมากเลยนะ’ เขานับถือในสิ่งที่เราทำ”</p>



<p>พูดได้ว่าในฐานะปัจเจก เธอซึมซับและใช้เสรีภาพที่ได้รับอย่างเต็มที่ แต่ในภาพใหญ่ ณัฏฐิกาไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยังเขตแดนนั้นอีกแล้ว โดยเฉพาะการพูดเรื่องเสรีภาพในไทย เธอยอมรับว่าเข็ดหลาบกับความทรงจำเลวร้ายที่เจอ และเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวที่ไทย“แต่ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะยุ่งเรื่องการเมืองที่ไทยไหม ก็ทำอยู่ดี เพราะทุกวันนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่ผิดเลย แต่พอเรามาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ก็ไม่อยากให้ครอบครัวไม่สบายใจอีก”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>5</strong></h3>



<p>ปรากฏการณ์ทะลุเพดานและเสียงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าประวัติศาสตร์ไทยไปตลอดกาล แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างแดนด้วย ณัฏฐิกาในฐานะคนเสื้อแดงที่เคยลงมือทำมาก่อน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเชื้อไฟเติมพลังในอุดมการณ์ของเธอไม่น้อย</p>



<p>“ตอนน้องๆ ออกมาพูดเรื่องนี้ เราน้ำตาไหลอย่างบอกไม่ถูก มันมีกำลังใจ มีความหวังนะ แต่เราก็ไม่ได้อยากลงมือทำอะไร จนแฟนถามว่ายูไม่คิดอยากจะทำสิ่งที่ยูเคยทำในเมืองไทยที่นี่เหรอ ยูไม่รู้เหรอว่าอเมริกามันเป็นเมืองแห่งเสรีภาพ มันมี freedom of speech ที่นี่ทำอะไรก็ได้ เราก็ยืนยันว่าไม่เอา เราเหนื่อยมากจริงๆ”</p>



<p>“แต่พอเห็นการต่อสู้ของพวกเขาแล้วมันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาว่า พวกเขาสู้แบบคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย ประเทศมันไม่ดีจนกระทั่งต้องทำให้มันเปลี่ยน แล้วเขาลุกขึ้นมาทำขนาดนี้ เราอยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่าตั้งเยอะ เราจะไม่ทำอะไรเลยเหรอ เราจะมานั่งคิดว่าฉันไม่ได้อยู่เรือลำเดียวกับพวกเธอแล้ว ฉันไม่เกี่ยวแล้ว มันก็ดูเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า&nbsp;</p>



<p>“ยิ่งอุดมการณ์มันอยู่ในสายเลือดตลอด เราอยากเห็นประเทศไทยดีขึ้น ยังไงเราก็เป็นคนไทย ยังรักแผ่นดินเกิดเสมอ คนอาจจะบอกว่าเราเป็นพวกชังชาติ แต่ฉันว่าฉันไม่ได้รักชาติน้อยกว่าพวกคุณหรอก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2-768x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144725" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image2-2.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>บวกรวมกับคนไทยในอเมริกาจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาส่งเสียงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน เธอจึงตัดสินใจออกมาร่วมทำงานกับคนรุ่นใหม่ในอเมริกา ก่อตั้งกลุ่ม Thai Rights Now องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่สื่อสารเรื่องสิทธิมนุษยชนและการเมืองไทยให้คนอเมริกันได้รับรู้ปัญหา พร้อมกับสนับสนุนการเคลื่อนไหวในไทยด้วย</p>



<p>“พอได้คุยกับน้องๆ ที่มาทำงานร่วมกันหลายคน ทำให้รู้เลยว่าสิ่งที่อานนท์ เพนกวิน รุ้ง ได้กระทำมาทั้งหมดในปีที่แล้วมันเปลี่ยนความคิดคนได้หลายคน แล้วมันคุ้มค่ามากๆ กับการอุทิศตนของพวกเขา”</p>



<p>“แม้บางคนที่อยู่นี่ไม่ได้คิดอยากจะกลับไปอยู่ไทย แต่ก็อยากทำ ให้คนอเมริกันได้รับรู้ว่าเมืองไทยไม่ได้มีแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่มีเรื่องการเมืองด้วย บางครั้งเสียงของพวกเรามันอาจจะดังไม่พอที่จะพูดออกไป ถ้าเกิดว่ามีเสียงของคนอเมริกันช่วยทำให้มันดังมากขึ้น มันอาจจะไปถึงผู้มีอำนาจ หรืออะไรที่สามารถ take action บางอย่างกลับไปที่ประเทศไทยได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-683x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144758" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-683x1024.jpeg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-200x300.jpeg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-768x1152.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-1024x1536.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-600x900.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15-210x315.jpeg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image15.jpeg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p><br>พวกเขาจัดการชุมนุมอยู่หลายครั้ง บางทีก็เข้าร่วมขบวนกับชาติอื่นๆ ที่พบเจอปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนเช่นกัน อย่างเช่นกลุ่มพันธมิตรชานม&nbsp;</p>



<p>“แรกๆ เราศึกษากฎของการจัดชุมนุม ได้รู้ว่าถ้าเกิดมีคนมาร่วมไม่เยอะขนาดที่จะสร้างความเดือดร้อน หรือว่าจะต้องปิดถนนก็ไม่ต้องขออนุญาตอะไรเลย อยากจะจัดตรงไหนก็ตั้งไปเลย คุณอยากจะยืนชูป้ายประท้วงตรงไหนก็ได้ แต่ถ้าเกิดคนเยอะจนต้องปิดถนน เขาก็จะส่งตำรวจมาดูแลความปลอดภัยให้กับทุกๆ ฝ่าย ไม่ได้มาเพื่อมาคอนโทรลคุณ”</p>



<p></p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>6</strong></h3>



<p>ผ่านมาเกือบปี กับการกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในรอบ 3 ปี แม้เจ้าตัวจะยอมรับว่าครั้งนี้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากมาย แต่หลายครั้งสถานการณ์ในไทยก็ทำให้เธอเหนื่อยและท้อ อยากจะวางมือจากการทำงาน แต่เธอก็ยืนยันว่าในท้ายที่สุดเธอก็ทำไม่ได้อยู่ดี </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1-768x1024.jpeg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144760" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image16-1.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“มันหยุดไม่ได้หรอก แม้บางช่วงจะทำมากทำน้อยต่างกันไป แต่สิ่งเหล่านี้มันคงอยู่กับเราไปตลอดชีวิต” </p>



<p>นักเคลื่อนไหวในวัย 48 ปี ยืนยันหนักแน่นว่าทั้งหมดที่ทำไม่ใช่เพราะอยากกลับบ้านอีกครั้ง เพราะต่อให้มีการส่งจดหมายขอให้กลับ เธอก็คงไม่กลับอยู่ดี </p>



<p>การเลือกมาใช้ชีวิตในดินแดนเสรีภาพของอเมริกากลายเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด ณ ตอนนี้แล้ว&nbsp;</p>



<p>“ถามว่าไม่คิดถึงเมืองไทยเหรอ เราคิดถึงสถานที่สวยๆ ที่เราไปเที่ยว คิดถึงเพื่อนๆ ที่อยู่เมืองไทย คิดถึงครอบครัว อยากกลับไปนอนกอดแม่ที่เมืองไทย มันก็คิดถึงสิ่งเหล่านั้น แต่พอคิดถึงการใช้ชีวิตแล้วไม่อยากกลับไป เพราะอยู่ที่นี่มันเป็นชีวิตใหม่จริงๆ แล้วก็ไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-1024x768.jpg" alt="ณัฏฐิกา วรธันยวิชญ์" class="wp-image-144763" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image8-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“แต่ก็ยืนยันว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกสเตปในชีวิตที่เดินมา เวลาเหนื่อย เจอปัญหา ท้อ ต้องคอยบอกตัวเองว่าอดทนนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป สู้ไปสิ อยู่อเมริกามันต้องคอยช่วยเหลือดูแลตัวเองตลอดเวลา ไม่สามารถยกหูโทรศัพท์ให้ครอบครัวให้ญาติมาช่วยได้ จนมาเจอกับแฟนที่คอยดูแลสนับสนุนเรา บอกได้เลยว่ามาอยู่ที่นี่มันเริ่มต้นชีวิตใหม่จริงๆ จากไม่เคยมีความรักอยู่ไทย มาที่นี่ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในชีวิต เราค่อยๆ กลับมาเป็นตัวเอง มันทำให้มีพลังที่จะสู้ พอมองย้อนกลับไป เราเชื่อว่ามาถูกที่แล้ว</p>



<p>“เพราะเสรีภาพมันสำคัญกับเราที่สุด และจะไม่มีวันให้ใครพรากมันไปจากเราอีกแล้ว”</p>



<p><a style="display:none;" href="https://adaymagazine.com/"></a><a style="display:none;" href="https://facebook.com/adaymagazine/"></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nuttigar/">“จะไม่มีวันให้ใครมาพรากเสรีภาพไปอีก” ณัฏฐิกา จากผู้ต้องหาในไทยสู่ผู้ลี้ภัยในอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ช่างภาพไทยที่มีผลงานบน The New York Times &#124; World Wide Work EP.4</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-worldwidework-ep04-poupay/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2021 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[poupayphoto]]></category>
		<category><![CDATA[ปูเป้–จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต]]></category>
		<category><![CDATA[The New Yorker]]></category>
		<category><![CDATA[The Wall Street Journal]]></category>
		<category><![CDATA[New York Magazine]]></category>
		<category><![CDATA[คนไทยในนิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[The New York Times]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างภาพสตรีท]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[World Wide Work]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142866</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ที่นี่เขาค่อนข้างเคารพในความเป็นเรา จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต มีงานที่เราประทับใจมาก ตอนถ่ายให้ The New Yorker เขาพูดว่า &#8216;Poupay photo to the max&#8217; เขาจ้างเราเพราะอยากให้เราทำงานออกมาเป็นเราที่สุด&#8221; จากจุดเริ่มต้นการเป็นช่างภาพสตรีทที่ได้รับการยอมรับจากงานประกวดหลากหลายเวที &#8216;ปูเป้–จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต&#8217; ก้าวเข้ามาสู่การเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ให้กับสื่อระดับโลกอย่าง The New York Times, The New Yorker, The Wall Street Journal และ New York Magazine แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times การถ่ายภาพข่าวให้สื่อต่างประเทศนั้นโหดหินแค่ไหน เส้นทางการค้นฟ้าคว้าดาวของช่างภาพหญิงจากไทยคนนี้ต้องเจออะไรบ้าง ติดตามได้ในรายการ World Wide Work EP.4 &#8216;World Wide Work&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-worldwidework-ep04-poupay/">จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ช่างภาพไทยที่มีผลงานบน The New York Times | World Wide Work EP.4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ช่างภาพไทยที่มีผลงานบน The New York Times | World Wide Work EP.4" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/MRDv2nGwR00?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>&#8220;ที่นี่เขาค่อนข้างเคารพในความเป็นเรา<span style="display: none;"> จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต </span> มีงานที่เราประทับใจมาก ตอนถ่ายให้ The New Yorker เขาพูดว่า <a href="https://poupayphoto.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">&#8216;Poupay photo to the max&#8217;</a> เขาจ้างเราเพราะอยากให้เราทำงานออกมาเป็นเราที่สุด&#8221;</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นการเป็น<a href="https://adaymagazine.com/search/street%20photo" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ช่างภาพสตรีท</a>ที่ได้รับการยอมรับจากงานประกวดหลากหลายเวที &#8216;ปูเป้–จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต&#8217; ก้าวเข้ามาสู่การเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ให้กับสื่อระดับโลกอย่าง The New York Times, The New Yorker, The Wall Street Journal และ New York Magazine</p>



<p>แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>



<p>การถ่ายภาพข่าวให้สื่อต่างประเทศนั้นโหดหินแค่ไหน เส้นทางการค้นฟ้าคว้าดาวของช่างภาพหญิงจากไทยคนนี้ต้องเจออะไรบ้าง ติดตามได้ในรายการ World Wide Work EP.4</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>&#8216;World Wide Work&#8217; คือรายการเจาะลึกการทำงานสายอาชีพต่างๆ ของคนไทยในต่างแดน รวมถึงพูดคุยถึงบริบทสังคม สิ่งแวดล้อมในต่างประเทศที่เอื้อให้เกิดการเติบโตและหล่อเลี้ยงคนที่ทำงานวงการนั้นๆ</p>



<p><div style="display:none;">
<h3> 1 </h3>
<p>11แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>21แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 2 </h3>
<p>21แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>22แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 3 </h3>
<p>31แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>32แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 4 </h3>
<p>41แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>42แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 5 </h3>
<p>51แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>52แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 6 </h3>
<p>61แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>62แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 7 </h3>
<p>71แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>72แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 8 </h3>
<p>81แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>82แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 9 </h3>
<p>91แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>92แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 10 </h3>
<p>101แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>102แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 11 </h3>
<p>111แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>112แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 13 จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต </h3>
<p>131แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>132แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<h3> 14 จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต </h3>
<p>141แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
<p>142แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เส้นทางความฝันของเธอนั้นไม่ง่าย หลังจากเรียนจบด้านภาพถ่ายที่นิวยอร์ก ปูเป้ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทยก่อนจะค้นพบว่าการเป็นช่างภาพที่บ้านเกิดยังไม่ตอบโจทย์ต่อสิ่งที่หวัง เธอจึงตัดสินใจบินกลับไปนิวยอร์กก่อนที่โรคระบาดจะมาเยือน พัฒนาตัวเองทุกทาง และสร้างผลงานเพื่อกรุยทางตามความฝันของตัวเองจนได้รับการติดต่อไปเป็นช่างภาพให้กับ The New York Times</p>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-worldwidework-ep04-poupay/">จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ช่างภาพไทยที่มีผลงานบน The New York Times | World Wide Work EP.4</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
