<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author513/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Sep 2021 10:29:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Doc Club &#038; Pub. โรงหนังที่เชื่อในพลังการสนทนา และอยากเป็นพื้นที่สาธารณะของคนรักหนัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/doc-club-and-pub/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คาลิล พิศสุวรรณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Sep 2021 13:23:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[โรงภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน]]></category>
		<category><![CDATA[doc club]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[doc club & pub.]]></category>
		<category><![CDATA[Documentary Club]]></category>
		<category><![CDATA[movie theater]]></category>
		<category><![CDATA[โรงหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[stand alone]]></category>
		<category><![CDATA[cinema]]></category>
		<category><![CDATA[House RCA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145996</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมา จำได้ว่าเราตกใจเมื่อได้เห็น Bangkok Screening Room (BKKSR) ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า สถานที่แห่งนี้จะปิดตัวลงในวันที่ 31 มีนาคม 2021&#160; BKKSR คือโรงหนังทางเลือกที่เรารัก ในโมงยามที่สถานการณ์ยังเป็นปกติ เรามักไปฝังตัวดูหนังที่นี่อยู่บ่อยๆ แน่นอนว่าข่าวคราวการปิดตัวทำให้เราเราอดรู้สึกเสียดายโรงภาพยนตร์แห่งนี้ไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจอย่างที่สุดต่อการตัดสินใจเช่นนี้ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศและสถานการณ์โรคระบาดยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ด้วยแล้ว การตัดสินใจจะยุติกิจการดูจะเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด กระทั่งหนึ่งเดือนให้หลัง ในวันที่ 4 มีนาคม 2021 เพจเฟซบุ๊กของ BKKSR ก็ได้โพสต์ข่าวสำคัญ แต่ครั้งนี้เป็นข่าวดีที่เราเองก็ไม่นึกฝัน นั่นเพราะ Documentary Club หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า Doc Club ได้กระโดดเข้ามารับไม้ต่อจาก BKKSR คืนชีวิตให้กับโรงหนังทางเลือกแห่งนี้อีกครั้ง พร้อมทั้งมอบชื่อใหม่ให้มันว่า Doc Club &#38; Pub. แม้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด &#8211; 19 นับหมื่นๆ จะส่งผลให้สถานที่ต่างๆ รวมถึง Doc [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/doc-club-and-pub/">Doc Club &#038; Pub. โรงหนังที่เชื่อในพลังการสนทนา และอยากเป็นพื้นที่สาธารณะของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ย้อนกลับไปวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 ที่ผ่านมา จำได้ว่าเราตกใจเมื่อได้เห็น <a href="https://bkksr.com/th/">Bangkok Screening Room (BKKSR) </a>ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า สถานที่แห่งนี้จะปิดตัวลงในวันที่ 31 มีนาคม 2021&nbsp;</p>



<p>BKKSR คือโรงหนังทางเลือกที่เรารัก ในโมงยามที่สถานการณ์ยังเป็นปกติ เรามักไปฝังตัวดูหนังที่นี่อยู่บ่อยๆ แน่นอนว่าข่าวคราวการปิดตัวทำให้เราเราอดรู้สึกเสียดายโรงภาพยนตร์แห่งนี้ไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจอย่างที่สุดต่อการตัดสินใจเช่นนี้ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของประเทศและสถานการณ์โรคระบาดยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ด้วยแล้ว การตัดสินใจจะยุติกิจการดูจะเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด</p>



<p>กระทั่งหนึ่งเดือนให้หลัง ในวันที่ 4 มีนาคม 2021 เพจเฟซบุ๊กของ BKKSR ก็ได้โพสต์ข่าวสำคัญ แต่ครั้งนี้เป็นข่าวดีที่เราเองก็ไม่นึกฝัน นั่นเพราะ<a href="https://adaymagazine.com/election-thida-docclub/"> Documentary Club</a> หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า Doc Club ได้กระโดดเข้ามารับไม้ต่อจาก BKKSR คืนชีวิตให้กับโรงหนังทางเลือกแห่งนี้อีกครั้ง พร้อมทั้งมอบชื่อใหม่ให้มันว่า Doc Club &amp; Pub.</p>



<p>แม้ว่าหลายเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิด &#8211; 19 นับหมื่นๆ จะส่งผลให้สถานที่ต่างๆ รวมถึง Doc Club &amp; Pub. เองซึ่งตั้งใจจะเปิดตัวตั้งแต่เดือนมิถุนายนจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการเปิดออกไป กระทั่งเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อรัฐประกาศคลายการล็อกดาวน์ Doc Club &amp; Pub. ก็ได้ฤกษ์ประกาศ soft opening ไปเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่า ส่วนที่เป็นโรงภาพยนตร์ยังคงให้บริการไม่ได้ แต่หากใครที่อยากจะมาแฮงก์เอาต์เล่นๆ พลางสั่งขนม จิบกาแฟ ไปพร้อมๆ กับการชมภาพยนตร์และสารคดีเรื่องต่างๆ อย่าง Ai Weiwei Yours Truly, Collective และ The Kingmaker บนจอทีวีขนาดใหญ่ในโซนคาเฟ่ก็ทำได้ไม่มีปัญหา</p>



<p>ในวันที่ Doc Club &amp; Pub. กำลังรอคอยวันเวลาที่จะได้เปิดตัวโรงภาพยนตร์แห่งนี้อีกครั้ง เราถือโอกาสนัดคุยกับ ‘สุภาพ หริมเทพาธิป’ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Doc Club &amp; Pub. แห่งนี้ เพื่อสนทนากันถึงเรื่องราวกว่าที่จะมาเป็นโรงภาพยนตร์แห่งนี้ ไปจนถึงตำแหน่งแห่งที่ของโรงหนังทางเลือกในสังคมไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146039" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/37-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนจาก Doc Club Theater</strong></h3>



<p>Doc Club &amp; Pub. ไม่ใช่โรงภาพยนตร์ทางเลือกแห่งแรกของ Doc Club เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยเปิดโรงหนังเล็กๆ ชื่อ Doc Club Theater ในโครงการ warehouse 30 ทว่าก็ได้ปิดตัวลงไปในช่วงปลายปี 2019&nbsp;</p>



<p>“สำหรับเรา&nbsp; Doc Club Theater เป็นเหมือนโครงการทดลองที่ค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ว่า&nbsp; อะไรคือสิ่งที่คนดูต้องการ และอะไรคือปัจจัยในการตัดสินใจของคนดูที่จะมาดูหนังในพื้นที่ของเรา ถ้าเราจะทำพื้นที่ฉายหนังทางเลือกให้คนดูมันควรจะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง”</p>



<p>ในมุมมองของสุภาพ แม้ว่า Doc Club Theater จะพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาสามารถสร้างชุมชนคนดูหนังเล็กๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งเห็นได้จากการที่มีผู้คนเดินทางมาดูหนังในโรงภาพยนตร์แห่งนี้อยู่เรื่อยๆ รวมถึงความกระตือรือร้นของผู้คนที่อยากจะมาเข้าร่วมงานเสวนาต่างๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ Doc Club จัดฉาย แต่ถึงอย่างนั้น การจะหล่อเลี้ยงโรงหนังแห่งหนึ่งด้วยรายได้จากตั๋วภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวก็เป็นอะไรที่ยากอยู่ดี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-1024x683.jpg" alt="Doc Club &amp; Pub." class="wp-image-146032" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/30-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“สิ่งที่เราพบคือ ชุมชนคนดูหนังที่เราสร้างขึ้นมานั้นไม่สามารถหล่อเลี้ยงให้ Doc Club Theater ขยายตัวขึ้นได้ เพราะรายได้จากการฉายหนังอย่างเดียวมันถือว่าน้อยมากนะสำหรับการจะดำเนินกิจการให้ราบรื่น&nbsp;</p>



<p>“จากจุดนั้นเราจึงพยายามมองว่า อะไรคือสิ่งที่ยังขาด ถ้ามองโรงภาพยนตร์กระแสหลักเราจะเห็นว่าเขายังมีรายได้จากทางอื่น เช่น ป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างรายได้มากกว่าตั๋วหนังด้วยซ้ำ เราจึงเริ่มประเมินจากจุดนี้ว่า ถ้า Doc Club Theater มีรายได้เพิ่มจากการอะไรต่างๆ เหล่านี้ก็คงจะดี เพียงแต่ด้วยข้อจำกัดทางพื้นที่ในตอนนั้น เราก็ยังไม่สามารถขายอาหารได้” สุภาพอธิบาย</p>



<p>อีกหนึ่งข้อจำกัดที่ส่งผลให้ Doc Club Theater ไม่อาจขยับขยายขนาดของผู้ชมให้มากไปกว่านี้คือการเดินทาง เพราะก็ต้องยอมรับว่า ในย่านเจริญกรุงที่โครงการ warehouse 30 ตั้งอยู่นั้นก็ใช่ว่าจะสัญจรไปง่ายสักเท่าไหร่&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146042" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/13-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้วยเหตุนี้ เมื่อ Doc Club Theater ปิดตัวลงไป สุภาพจึงเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ที่จะสานต่อแนวคิดของเขาได้ บวกกับโจทย์ที่ว่า สถานที่ตั้งของโรงหนังแห่งใหม่จะต้องเข้าถึงได้ง่ายขึ้น</p>



<p>“เราไม่อยากได้ทำเลที่เข้าถึงยาก ซึ่งบังเอิญว่าตอนนั้นทาง BKKSR เขาติดต่อมาพอดีเพราะกำลังจะเลิกกิจการ ด้วยความที่พื้นที่แห่งนี้เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีกลุ่มคนดูอยู่แล้ว อยู่ในพื้นที่ที่เดินทางได้สะดวก แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือบางส่วนที่สามารถใช้ต่อจากของเดิมได้ เราเลยมองว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีเพราะเราไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ เราก็เลยเลือกที่นี่”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงหนังที่เป็นดั่งพื้นที่สาธารณะ</strong></h3>



<p>สาเหตุที่โรงหนังแห่งนี้ชื่อ Doc Club &amp; Pub. ไม่ได้ซับซ้อน สุภาพเพียงอยากให้ชื่อของสถานที่ดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย</p>



<p>“เราสังเกตว่าเวลาที่เราใช้ศัพท์ทางภาพยนตร์มาเป็นการตั้งชื่อ มันจะกันคนทั่วไปออกในทันที เราเลยอยากได้ชื่อที่ฟังแล้วดูต้อนรับผู้คนหน่อย บังเอิญว่าดีไซเนอร์ที่มาออกแบบพื้นที่เขาเสนอขึ้นมาว่า ‘ก็ใช้ Doc Club &amp; Pub. สิ’ เราก็ เฮ้ย! ฟังดูดี มันช่วยให้สถานที่รู้สึกเป็นกันเองขึ้นมาทันทีเลย” สุภาพเล่า</p>



<p>ด้วยความที่เป็นโรงภาพยนตร์อยู่ก่อน ในส่วนโครงสร้างของโรงภาพยนตร์จึงไม่จำเป็นต้องปรับปรุงอะไรมากนัก ยกเว้นการอัพเกรดเครื่องฉายใหม่ให้มีคุณภาพขึ้น และการเปลี่ยนโปรเจกเตอร์ในห้องฉายภาพยนตร์ให้เป็น 4K&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-1024x683.jpg" alt="Doc Club &amp; Pub." class="wp-image-146037" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/36-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทว่าส่วนที่มีการยกระดับพื้นที่ใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์กับแนวคิดของสุภาพมากขึ้นคือโซนคาเฟ่ เพราะนอกจากจะมีขนม กาแฟ และคราฟต์เบียร์พร้อมบริการแล้ว เขายังได้ขยับขยายพื้นที่ส่วนนี้ให้สามารถรองรับผู้คนได้มากขึ้น</p>



<p>“เราอยากให้ที่นี่ไม่ใช่โรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่กิจกรรมด้วย ในโซนคาเฟ่ของเราก็เลยจะมีจอ LED ขนาดใหญ่ไว้ฉายหนังเหมือนกัน เพราะบางครั้งมันก็มีหนังที่คุณอาจเคยดูไปแล้ว แต่ยังชอบอยู่และอยากไปดูในบรรยากาศที่สามารถเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ด้วย ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ก็จะสร้างประสบการณ์ดูหนังที่ต่างออกไปจากการไปนั่งดูเงียบๆ ในโรงภาพยนตร์”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-1024x683.jpg" alt="Doc Club &amp; Pub." class="wp-image-146030" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/25-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขณะเดียวกัน สุภาพก็มองว่า พื้นที่กิจกรรมตรงนี้ก็ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่กิจกรรมที่สัมพันธ์กับภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว แต่พร้อมจะต้อนรับกิจกรรมรูปแบบอื่นๆ อย่างเต็มที่อีกด้วย</p>



<p>“เราอยากให้พื้นที่แห่งนี้มีหลายๆ คนมาร่วมงานด้วยนะ อย่างสำนักพิมพ์เล็กๆ ที่อยากเปิดตัวหนังสือ ก็ไม่จำเป็นต้องรอว่าเมื่อไหร่จะถึงงานสัปดาห์หนังสือ เขาอาจมาใช้พื้นที่ตรงนี้ของเราได้ ยิ่งถ้าเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับหนังเราก็อาจช่วยหาหนังที่เกี่ยวข้องมาฉายควบคู่กันไป และสำหรับใครไม่อยากมาดูหนัง แต่อยากมานั่งอ่านหนังสือเฉยๆ เราก็มีชั้นหนังสือที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ให้สามารถหยิบอ่าน เพราะเราไม่ได้อยากจะจำกัดนิยามของ Doc Club &amp; Pub. ว่า คุณต้องมาที่นี่เพื่อดูหนังเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-1024x683.jpg" alt="Doc Club &amp; Pub." class="wp-image-146031" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/27-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ถ้าสังเกตดูที่ชื่อของ Doc Club &amp; Pub. จะเห็น full stop ที่คำว่า Pub ซึ่งจริงๆ แล้วนัยยะของมันก็คือ Public Space หรือพื้นที่สาธารณะนั่นแหละ” สุภาพเล่าพร้อมร้อยยิ้ม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาพยนตร์ในฐานะประตูบานหนึ่ง</strong></h3>



<p>นับตั้งแต่ช่วงปี 40 เป็นต้นมา โรงหนังแบบมัลติเพล็กซ์ได้เข้ามาครอบงำวิธีการดูหนังให้เหลือเพียงรูปแบบเดียว นั่นคือการดูหนังเพื่อความบันเทิง</p>



<p>“การดูหนังในปัจจุบันคือพอดูเสร็จ คุณก็จะถูกเร่งให้ออกไปจากโรง เพียงเพื่อจะไปปะทะกับพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า ซึ่งอะไรเหล่านั้นก็จะดึงดูดคุณออกไปจากหนังที่เพิ่งดูมา แต่กับหนังบางเรื่องน่ะมันประทับใจเรา ทำให้เราอยากคุยต่อ เราเลยอยากจะให้มีพื้นที่ที่พอดูหนังจบมันยังมีพื้นที่ให้นั่งคุยกันต่อได้หลังจากที่หนังจบ”&nbsp;</p>



<p>สำหรับสุภาพ ภาพยนตร์เป็นเสมือนประตูที่พร้อมจะเปิดให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่รู้จบ</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-683x1024.jpg" alt="" data-id="146040" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=146040" class="wp-image-146040" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/47-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-683x1024.jpg" alt="" data-id="146041" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=146041" class="wp-image-146041" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/50.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li></ul></figure>



<p>“เราก็หวังว่า Doc Club &amp; Pub. จะช่วยให้คนที่มาดูหนังรู้สึกเหมือนกันเรา ว่าภาพยนตร์เป็นเหมือนประตูที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆ ไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ ที่จะได้ถกเถียงและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ให้ภาพยนตร์เป็นมากกว่าความบันเทิงสองชั่วโมงที่พอดูจบแล้วก็ลืมมันไป”</p>



<p>สุภาพยังยืนยันว่า สัดส่วนของผู้คนในปัจจุบันที่โหยหาหนังดูยากและหนังสารคดีนั้นเพิ่มขึ้นจากหลายปีก่อนอย่างเห็นชัด</p>



<p>“โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ House Samyan ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าปัจจัยของโรงหนังทางเลือกเอื้อต่อคนดูกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่นของโรงหนัง ราคาที่เป็นมิตร หรือภาพยนตร์ที่พิเศษไปจากโรงหนังอื่นๆ เขาก็พร้อมจะมาดู โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ดูจะโหยหาพื้นที่ลักษณะนี้เป็นพิเศษ เผลอๆ จะชื่นชอบโรงหนังทางเลือกมากกว่าโรงหนังกระแสหลักด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>“การมีโรงหนังทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องดีนะ เพราะนอกจากคอมมิวนิตี้การดูหนังจะหลากหลายขึ้นแล้ว มันยังช่วยให้คนดูมีตัวเลือกมากขึ้นด้วย ถามว่า เรามองว่าโรงหนังทางเลือกเหล่านี้เป็นคู่แข่งมั้ย ด้วยจำนวนโรงหนังทางเลือกที่ยังมีอยู่น้อยมากๆ ในตอนนี้ เราไม่สามารถมองว่าเป็นคู่แข่งได้หรอก ต้องเป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือกันมากกว่า”</p>



<p>แม้ว่าในตอนนี้เราจะยังไม่รู้ว่า รัฐบาลจะปลดล็อคโรงหนังเมื่อไหร่ แต่เราก็เชื่อว่าถ้าวันนั้นมาถึง โรงหนังแห่งนี้จะต้องเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่บรรดาคอหนังจะตบเท้าพากันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาเหล่านั้นกำลังมองหาพื้นที่ในการสร้างบทสนทนาดีๆ หลังจากที่ดูหนังจบด้วยแล้ว</p>



<p>“นอกจาก Doc Club &amp; Pub. จะเป็นโรงหนังทางเลือกให้กับคนดูแล้ว เป้าหมายของเราคือการพยายามจะแสดงให้เห็นว่า มันยังมีวิธีการดูหนังแบบอื่นอยู่อีกนะ ปลายทางของการดูภาพยนตร์ไม่จำเป็นต้องสิ้นสุดแค่ความบันเทิงเพียงอย่างเดียว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-1024x683.jpg" alt="Doc Club &amp; Pub." class="wp-image-146038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/39-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Doc Club &amp; Pub. </p>



<p>address : ชั้น 2 อาคาร Woof Pack ซอยศาลาแดง 1 ใกล้ BTS ศาลาแดง และ MRT สีลม </p>



<p>hours : กำลังอยู่ในช่วง soft opening ระหว่าง 5-14 กันยายน โดยเปิดให้บริการวันละ 3 รอบ ได้แก่ 12:00 น. / 14:30 น. / 17:30 น. จำกัดรอบละ 12 ท่าน โดยสามารถจองล่วงหน้าได้ทางเพจเฟซบุ๊ค Doc Club &amp; Pub.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/doc-club-and-pub/">Doc Club &#038; Pub. โรงหนังที่เชื่อในพลังการสนทนา และอยากเป็นพื้นที่สาธารณะของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NFT1 บริษัท NFT สัญชาติไทย ที่อยากผลักดันศิลปะและศิลปินไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nft1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 17:16:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[NFT]]></category>
		<category><![CDATA[NFT1]]></category>
		<category><![CDATA[Prod. By NINO]]></category>
		<category><![CDATA[สกุลเงินดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[นีโน่ เกริก ชาญกว้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=138228</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราอยากให้คนได้เห็นศักยภาพของคนบ้านเราว่าทำอะไรได้ เราไม่ใช่ประเทศที่ธรรมดา ประเทศนี้มีคนที่มีสกิล คนที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่เยอะมาก แต่เขากลับไม่ได้แสดงงานออกไปให้คนเห็นถึงความสามารถ ซึ่งมันน่าเสียดาย ผมเลยอยากหาวิธีทำให้วงการศิลปะบ้านเราเติบโตได้มากขึ้น”&#160; คือความตั้งใจของ นีโน่–เกริก ชาญกว้าง โปรดิวเซอร์เพลงมากความสามารถ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารค่าย HYPE TRAIN ที่อยากผลักดันศิลปะในไทยให้ไปถึงสายตาคนทั่วโลก เขาจึงคิดพาศิลปินหลากวงการเข้าสู่การทำงานศิลปะในรูปแบบดิจิทัลหรือ NFT (Non-Fungible Token) ดูแล NFT1 ร่วมกันกับ Stéphane Panyasiri CEO บริษัทผู้มีประสบการณ์ในวงการเกมและคร่ำหวอดในวงการสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ให้ความคิดที่อยากจะปลดแอกศิลปะเกิดขึ้นจริง เพราะมองว่า NFT หรือระบบเหรียญดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทำซ้ำ คัดลอก รวมทั้งทดแทนหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ อาจเป็นทางรอดสำหรับศิลปินในบ้านเมืองที่น้อยคนนักจะเห็นค่าของศิลปะ โดยกลไกสำคัญของ NFT คือการใช้เทคโนโลยี Blockchain หรือระบบการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง ทำให้ข้อมูลที่ถูกส่งเข้าระบบนี้ได้รับการปกป้อง และระบุให้รู้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง ผู้คนส่วนมากจึงนิยมนำเทคโนโลยีที่ว่านี้มาใช้กับงานสร้างสรรค์อย่างภาพถ่าย เพลง วิดีโอ รูปวาด หรือกระทั่งโมเมนต์การชู้ตบาสของเหล่านักกีฬา NBA เพราะมูลค่าของ NFT แต่ละชิ้นจะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ผลิตผลงานและผู้ซื้อ เหมือนเป็นการซื้อและสะสมงานศิลปะที่ผู้ซื้อมีสิทธิในการครอบครอง แต่หากอยากเก็บไว้หรืออยากขายต่อก็ประเมินได้ตามความพอใจ YOUNGOHM, MAMAFAKA, Art [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nft1/">NFT1 บริษัท NFT สัญชาติไทย ที่อยากผลักดันศิลปะและศิลปินไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เราอยากให้คนได้เห็นศักยภาพของคนบ้านเราว่าทำอะไรได้ เราไม่ใช่ประเทศที่ธรรมดา ประเทศนี้มีคนที่มีสกิล คนที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่อยู่เยอะมาก แต่เขากลับไม่ได้แสดงงานออกไปให้คนเห็นถึงความสามารถ ซึ่งมันน่าเสียดาย ผมเลยอยากหาวิธีทำให้วงการศิลปะบ้านเราเติบโตได้มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>คือความตั้งใจของ <strong><a href="https://adaymagazine.com/nino93flow/">นีโน่–เกริก ชาญกว้าง</a></strong> โปรดิวเซอร์เพลงมากความสามารถ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารค่าย HYPE TRAIN ที่อยากผลักดันศิลปะในไทยให้ไปถึงสายตาคนทั่วโลก เขาจึงคิดพาศิลปินหลากวงการเข้าสู่การทำงานศิลปะในรูปแบบดิจิทัลหรือ NFT (Non-Fungible Token) <a href="https://nft1.global/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ดูแล NFT1</a> ร่วมกันกับ Stéphane Panyasiri CEO บริษัทผู้มีประสบการณ์ในวงการเกมและคร่ำหวอดในวงการสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency) ให้ความคิดที่อยากจะปลดแอกศิลปะเกิดขึ้นจริง</p>



<p>เพราะมองว่า NFT หรือระบบเหรียญดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทำซ้ำ คัดลอก รวมทั้งทดแทนหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ อาจเป็นทางรอดสำหรับศิลปินในบ้านเมืองที่น้อยคนนักจะเห็นค่าของศิลปะ โดยกลไกสำคัญของ NFT คือการใช้เทคโนโลยี Blockchain หรือระบบการเก็บข้อมูลที่ไม่มีตัวกลาง ทำให้ข้อมูลที่ถูกส่งเข้าระบบนี้ได้รับการปกป้อง และระบุให้รู้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง</p>



<p>ผู้คนส่วนมากจึงนิยมนำเทคโนโลยีที่ว่านี้มาใช้กับงานสร้างสรรค์อย่างภาพถ่าย เพลง วิดีโอ รูปวาด หรือกระทั่งโมเมนต์การชู้ตบาสของเหล่านักกีฬา NBA เพราะมูลค่าของ NFT แต่ละชิ้นจะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ผลิตผลงานและผู้ซื้อ เหมือนเป็นการซื้อและสะสมงานศิลปะที่ผู้ซื้อมีสิทธิในการครอบครอง แต่หากอยากเก็บไว้หรืออยากขายต่อก็ประเมินได้ตามความพอใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-1024x1024.jpg" alt="NFT1 nanake" class="wp-image-138288" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197489869_124953329727131_8471292191874784857_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138292" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198661148_126623679560096_5623314711727280569_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>YOUNGOHM, MAMAFAKA, Art of Hongtae, น้าเน็ก, ชาติฉกาจ&nbsp;ไวกวี, แต้ว ณฐพร, Phannapast, และ 4EVE คือรายชื่อแรปเปอร์ ศิลปิน นักวาดภาพประกอบ พิธีกร ช่างภาพ นักแสดง และกระทั่งนักร้องเกิร์ลกรุ๊ปที่ NFT1 ตั้งใจประกาศให้เห็นว่านี่คือศิลปะในแบบที่พวกเขาสนใจ และพร้อมจะปล่อยสู่สายตาคนทั่วโลกเป็นกลุ่มแรก</p>



<p>ต่อให้ไม่เคยศึกษาคริปโตฯ โทเคน หรือระบบบล็อกเชนมาก่อนก็ไม่เป็นไร เพราะต่อไปนี้คือบทสนทนาที่ว่าด้วยความเป็นไปได้ของวงการศิลปะไทยภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ สกุลเงินใหม่เท่านั้นเอง</p>



<p>ตามไปฟังสเตฟานผู้เป็น CEO และนีโน่ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ NFT1 บอกเล่าถึงศักยภาพของคนไทยที่พวกเขามองเห็น ความเป็นไปได้ที่อาจพลิกวงการศิลปะไทย และอีกมากมายที่อยู่เบื้องหลังบริษัทนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-1024x683.jpg" alt="NFT1 portrait" class="wp-image-138280" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ในบ้านเราดูจะยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่อง cryptocurrency หรือกระทั่ง NFT มากนัก อะไรจุดประกายให้คุณตั้ง NFT1 ขึ้นมา</h4>



<p>นีโน่ : ต้องยอมรับว่าโควิด-19 ทำให้อาชีพอย่างผมแทบจะไม่สามารถขยับตัวไปข้างนอก หรือลงมือทำอะไรได้เลย เราเลยต้องพยายามหาทางออกว่าจะสามารถนำการงานที่ทำอยู่มาทำอะไรได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>ผมเองเล่นคริปโตฯ มาอยู่แล้ว จนช่วงปลายปี 2019 ก็เริ่มเห็นว่ามีแรปเปอร์เริ่มรับรายได้เป็นบิตคอยน์ มันเริ่มมีการใช้ที่จริงจังมากขึ้น พอศึกษาไปเรื่อยๆ ก็มารู้จักกับ NFT เราเห็นความเป็นไปได้ที่ NFT จะสามารถปลดแอกวงการศิลปะบ้านเรา เลยพยายามพลิกแพลง ใช้โอกาสนี้ทำให้คนรู้จัก NFT มากขึ้น พอเพื่อนแนะนำให้รู้จักสเตฟานที่มีประสบการณ์ มีความรู้ด้านนี้มาอยู่แล้วเลยลองมาคุยกันดู</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-1024x1024.jpg" alt="NFT1 Gucci" class="wp-image-138285" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197602888_125890256300105_4538940286870424401_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ปลดแอกศิลปะที่ว่าหมายถึงอะไร&nbsp;</h4>



<p>นีโน่ : เรารู้กันดีว่าประเทศไทยให้มูลค่ากับศิลปะน้อยมาก ผมมองว่าคนบ้านเราเก่ง และยังมีคนเก่งอีกมากที่ยังไม่มีพื้นที่ให้ฉายแสงออกมา อย่างลิซ่า (ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK) เป็นคนไทยก็จริง แต่เขาก็ต้องไปเป็นศิลปินที่เกาหลี&nbsp;</p>



<p>บางทีเวลาเห็นศิลปินเก่งๆ ในไทยก็ทำให้ผมอึดอัดใจนะ ว่าทำไมเขาถึงยังไปไม่ได้ไกลเท่าที่ควร มันน่าเสียดาย ผมเลยอยากหาวิธีทำให้วงการศิลปะบ้านเราเติบโตได้มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ซึ่งพอมี NFT ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี เพราะตลาดฝั่งเอเชียยังไม่มีผู้เล่นมากนัก และด้วยความเจ๋งของมันที่มีระบบกำกับดูแล บอกให้เห็นเลยว่าใครเป็นเจ้าของ ไม่สามารถปลอมแปลงหรือทำซ้ำได้ ดังนั้นเมื่อศิลปินขายงานใน NFT เขาก็จะได้ loyalty ที่ไม่มีที่สิ้นสุด สมมติในการขายครั้งแรกเขาทำรายได้ได้ 1 แสน แต่หลังจากนั้นเมื่อผลงานถูกขายต่อ ศิลปินก็จะได้เปอร์เซ็นต์ต่อไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138286" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/189908930_125576379664826_3648849160023877126_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สเตฟาน : เราคิดตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรจะทำอะไรกับ NFT ได้แล้ว ตอนคุยกันว่าอยากจะทำบริษัทขึ้นมา เราแทบจะมีความคิดไปในทางเดียวกันหมดเลย นีโน่เก่งในด้านการโปรดิวซ์ เห็นได้จากผลงานเพลงทั้งหมดที่เขาทำมาอยู่แล้ว เขาช่วยเสริมในด้านครีเอทีฟ </p>



<p>ในขณะเดียวกัน ผมที่อยู่ในวงการคริปโตฯ มานานกว่า มีพื้นฐานในวงการเกมมาก่อน ก็จะเข้ามาเสริมด้านธุรกิจ ดูแลในฝั่ง global พอเราทั้งคู่สนใจและอยู่ในวงการคริปโตฯ รวมถึงสนใจ NFT กันอยู่แล้ว เลยน่าจะยิ่งเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ในการส่งศิลปินไทยไปสู่ตลาดโลกจริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1024x683.jpg" alt="NFT1 working" class="wp-image-138269" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">อย่างที่คุณบอกว่าบ้านเราให้คุณค่าและมูลค่ากับศิลปะในระดับที่น้อยมาก ยิ่งกับ NFT ที่ทำออกมาในรูปแบบของงานศิลป์ที่จับต้องไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงคิดว่านี่เป็นโอกาสที่สามารถพาศิลปะและศิลปินบ้านเราไปได้ไกลขึ้น</h4>



<p>นีโน่ : เพราะโลกของคริปโตฯ มันไร้พรมแดน ศิลปะเองก็มีหลากหลายแขนง ผมเลยมองว่ามันเป็นโอกาส NFT1 จึงไม่ได้มองแค่วงการเพลงอย่างเดียว สิ่งที่เราแพลนไว้ค่อนข้างยิ่งใหญ่และหลากหลายมาก ซึ่งมันน่าจะส่งผลต่ออนาคตของวงการศิลปะในทางที่ดีมากๆ ถ้าเราสามารถทำได้ต่อเนื่องในระยะยาวและเปิดตลาดเป็นของตัวเองได้ ซึ่งแปลว่ามันจะถูกส่งต่อไปให้กับคนรุ่นหลัง</p>



<p>​เคยได้ยินคำว่า ‘ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว’ ใช่ไหม สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นจริงก็ได้ ความปลอดภัยของบล็อกเชนมันอยู่ในระดับที่ว่าวันหนึ่งถ้าผมตายไปแล้วแต่ผลงานใน NFT ก็จะยังคงอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138290" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/196276262_124336833122114_2275107115933094130_n.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สเตฟาน : ตอนนี้เราเป็นพาร์ตเนอร์กับ Rarible ซึ่งเป็น 1 ใน 3 digital art marketplace ระดับโลก และเขาก็ซัพพอร์ตพวกเราดีมากๆ ทั้งให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการซื้อ-ขาย หรือกระทั่งข้อมูลเกี่ยวกับ NFT สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ แต่มากไปกว่านั้นคือเขาพยายามให้เราได้เรียนรู้เองว่าตลาดของเราเป็นยังไง เพราะแน่นอนว่าธรรมชาติของผู้บริโภคในแต่ละประเทศก็ต่างกันไป&nbsp;</p>



<p>ในมุมมองของผมตอนนี้คือ มันมีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะสามารถเป็นโรลโมเดลให้กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างฟิลิปปินส์หรือเวียดนาม ถ้าเราได้รับโอกาสและสามารถกรุยทางให้กับศิลปินจากประเทศอื่นๆ ในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138287" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/198333322_125263453029452_4391871955199692532_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">นิยามของ NFT1 ที่พวกคุณตั้งใจอยากให้เป็นคือแบบไหน</h4>



<p>สเตฟาน : เราพยายามจะเป็นตรงกลางระหว่างศิลปินและคนซื้อ พยายามใช้ความรู้ที่มีมาทำงานร่วมกันกับศิลปินเพื่อสร้างตลาดศิลปะในบ้านเราให้แข็งแรง&nbsp;</p>



<p>แม้งานชิ้นแรกที่ปล่อยออกมาจะเป็นเพลงของ YOUNGOHM ก็จริง แต่เราไม่ได้คิดจะจำกัด NFT1 ให้อยู่แค่ในวงการเพลง และในความเป็นจริงแค่เพลงอย่างเดียวก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับตลาด NFT เราจึงมีทั้ง MAMAFAKA ที่เป็นศิลปิน มีน้าเน็กที่เป็นพิธีกร มีชาติฉกาจ ไวกวี ที่เป็นช่างภาพ ไปจนถึงแต้ว ณัฐพร ที่เป็นดารานักแสดง และ 4EVE เกิร์ลกรุ๊ปของไทย&nbsp;</p>



<p>ผลงานของ YOUNGOHM ที่ปล่อยมาก็มีการผสมผสานกันทั้งภาพและเสียง ทำเป็นภาพแอนิเมชั่นความยาว 16 วินาที ซึ่งวาดขึ้นโดยจินต์ จิรากูลสวัสดิ์ มีเสียงแท็กไลน์เอกลักษณ์ของ YOUNGOHM ที่ร้องว่า “YOUNGOHM MOTHERF**KER” ในเพลง <em>มาเฟียสเปน</em> เพลงที่เป็นไวรัลของเขา ซึ่งเรารู้กันว่าเขาจะอัดเสียงนี้แยกเฉพาะไปในแต่ละเพลงของเขาเอง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อดึงดูดสายตาให้คนสนใจ หรือเป็นอะไรที่ถ้าได้ครอบครองแล้วจะอยากโชว์ อยากอวดว่าเราได้เป็นเจ้าของ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-1024x1024.jpg" alt="NFT1 youngohm" class="wp-image-138291" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175709500_107713454784452_1604146601721333607_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138293" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/182478736_114725174083280_3041578826089374904_n-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าหากศิลปินสนใจอยากทำ NFT เขาก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่เราตั้งใจทำให้เห็นว่าเรามีองค์ความรู้ในการทำ NFT พร้อมเสนอให้ และอยากชวนเขามาร่วมกันทำให้งานศิลปะของเขาแตกต่างและเป็นที่ยอมรับในตลาด</p>



<p>โจทย์สำคัญของเราคือการสร้างความเข้าใจให้เขาเห็นว่า NFT ทำอะไรได้บ้าง และสิ่งนั้นให้ผลตอบแทนกลับมายังไง ซึ่งเราไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นศิลปินในประเทศไทยเท่านั้น เราอยากทำให้ศิลปะในบ้านเราไปได้ในระดับอินเตอร์ ขณะเดียวกันเราก็ร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศด้วย</p>



<p>ลองคิดภาพว่า YOUNGOHM ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงมากในบ้านเราได้ร่วมสร้างงานกับศิลปินประเทศอื่น แค่นี้มันก็เพิ่มโอกาสให้กลุ่มแฟนคลับหรือกลุ่มผู้ซื้อได้เข้ามารู้จักศิลปินฝั่งเรามากขึ้นแล้ว&nbsp;</p>



<p>นีโน่ : เมืองนอกเขามี marketplace แล้ว ซึ่งมันเห็นได้ชัดมากว่าตลาดเขาเป็นยังไง เราเลยพยายามจะนำเสนออีกรสชาติหนึ่งให้เขา เทียบกันก็เหมือนวัฒนธรรมการกินแฮมเบอร์เกอร์ซึ่งเป็นอาหารต่างชาติ แต่มันก็ขยายมาสู่ประเทศเรา ผมอยากให้ NFT1 ทำหน้าที่แบบนั้น คือเราอยากสร้าง marketplace ที่เป็นสไตล์ของฝั่งเรา ถ้าเทียบเป็นภาพว่าเราจะไปบุกน่านน้ำฝั่งเขา แทนที่เราจะเข้าไปเป็นปลาตัวหนึ่ง ผมว่าเรารวมพลังเพื่อทำให้เขาเห็นว่าตลาดนี้มันเกิดขึ้นได้ในฝั่งเรา และเรามีสไตล์เป็นของตัวเองน่าจะดีกว่า </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1024x683.jpg" alt="NFT1 portrait" class="wp-image-138268" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คิดว่าอะไรคืออุปสรรคที่ไม่เอื้อให้ศิลปินบ้านเราสามารถเติบโตไปในระดับอินเตอร์ได้</h4>



<p>นีโน่ : จริงๆ มันก็ทำได้ ยิ่งกับตอนนี้ที่ไม่มีคำว่าพรมแดนหรือสัญชาติอะไรแล้ว อย่างเกาหลีเขาก็ทำได้มาหลายปีมากแล้ว เพราะบ้านเขามีคนช่วยผลักดันกันจริงๆ&nbsp;</p>



<p>กับบ้านเราที่มีการสนับสนุนไม่เท่า ระบบต่างๆ ก็แย่มากจนคนในวงการดนตรีอย่างเราจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศของเราขึ้นมาเอง อย่างแวดวงฮิปฮอปไทยหรือเพลงลูกทุ่งไทยเราดูแลกันเองทั้งหมด มันจึงยากกว่าและต้องใช้เวลามากกว่าในการที่เราจะพาตัวเองเข้าไปสู่เวทีระดับโลก</p>



<p>ในประเทศไทยยังมีคนเก่งอีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ เราจึงต้องการที่จะค้นหาเพชรในตม เพื่อผลักดันให้เขาได้ออกไปสู่ต่างประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีเราอาจจะได้เห็นผลงานของไทยในระดับสากลมากขึ้น </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-138289" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/197423855_124690766420054_1927686458785696717_n.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">มีเกณฑ์ในการหาเพชรในตมมาทำงานกับ NFT1 ยังไง</h4>



<p>นีโน่ : ค่อนข้างแรนดอมมาก มันคล้ายๆ กับการมองหาศิลปินมาทำงานเพลงนั่นแหละ เหมือนผมกำลังเป็นโปรดิวเซอร์ที่ผลิตงานในรูปแบบ NFT แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือขอบเขตของ NFT มันหลากหลายมาก แม้แต่นักพูดก็สามารถผลิตงาน NFT ได้ อย่างต่างประเทศก็มีการขายโมเมนต์ของนักกีฬาบาสเก็ตบอล NBA Top Shot ด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>ผมว่าค่าของคนในวงการนี้อยู่ที่ผลงาน งานของเขาคือคำตอบ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138252" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138254" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">อุปสรรคสำคัญของ NFT1 ณ ปัจจุบันคืออะไร</h4>



<p>สเตฟาน : มันยัง niche ตลาดของเราตอนนี้ยังแคบมาก นอกจากจะมองหาศิลปินสำหรับ NFT1 แล้วเราจึงจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศที่จะทำให้คนเข้ามาซื้อ-ขายงานกันมากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p>ด้วยภาพจำของ NFT คนส่วนใหญ่มักคิดว่างานเหล่านี้ไม่เหมาะกับตัวเอง ไม่ได้ทำมาเพื่อพวกเขา ทั้งๆ ที่จริงคุณเองก็สามารถซื้อได้ ขายได้ เราพยายามจะขยายตลาดออกไปให้ถึงกลุ่มคนหลากหลายระดับ มีตั้งแต่งานราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักล้าน โดยที่ไม่ว่าจะราคาไหนเราก็มองที่คุณภาพเป็นสำคัญ ดังนั้นคุณมั่นใจได้เลยว่าเราตั้งใจทำให้คนที่ซื้อไปภูมิใจกับงานศิลปะเหล่านั้น</p>



<p>นีโน่ : ตอนนี้เราต้องการคนที่อยากไปกับเรา ทั้งศิลปินและผู้ซื้อ เราต้องการ Avengers ที่จะมาพิสูจน์ว่า เฮ้ย! มันทำได้! เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรอยู่&nbsp;</p>



<p>อย่างเรื่องตลาดผันผวนที่หลายคนกังวล มันเป็นข้อเสียที่พึงระวังและไม่สามารถควบคุมได้ก็จริง แต่ผมมองว่ายังไงตัวศิลปินก็มีคุณค่าในตัวของเขาอยู่แล้ว ตราบใดที่มีคนที่พร้อมจะซัพพอร์ต ไม่ว่าตลาดจะผันผวนหรือไม่ ยังไงเขาก็จะขายผลงานได้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138262" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สเตฟาน : สาเหตุที่คนกังวลเรื่องความไม่แน่นอนของตลาดเป็นเพราะเขายังคิดว่างานใน NFT คือเรื่องไร้สาระ บางคนถ่ายรูปหมาของตัวเองมาลงขายและหวังว่าจะมีคนซื้อไป แน่นอนว่ามันอาจจะเป็นไปได้แต่ก็นับว่าเป็นส่วนน้อยมากๆ&nbsp;</p>



<p>จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญในการทำงานศิลปะเพื่อ NFT คือคุณภาพกับความต้องการของตลาด มองให้ขาดว่าคนชอบเสพงานแบบไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้พวกเราในฐานะ NFT1 ก็ได้ศึกษาและช่วยคัดเลือกมาแล้ว คนที่ซื้อ-ขายกับเราจึงมั่นใจได้ว่างานที่เขาได้ไปคือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ หากวันหนึ่งคุณอยากปล่อยต่อ คนก็จะต้องการมัน</p>



<p>จริงอยู่ที่ตลาดมีความผันผวน มีขึ้น-ลง แต่คุณก็พิจารณาได้ว่าจะเก็บหรือจะปล่อย แต่ในมุมมองของผม ผมว่าวันหนึ่งตลาดนี้มันจะเติบโต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-138274" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/24-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">เป้าหมายที่ตั้งไว้ตอนนี้เป็นยังไง</h4>



<p>สเตฟาน : ตอนนี้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง ทั้งกับวงการ NFT และกับบริษัทเรา เพราะเราไม่ได้อยากเป็นแค่บริษัทที่ผลิต NFT แต่เราอยากเป็นบริษัทที่ทำงานสร้างสรรค์แล้วใช้ประโยชน์จาก NFT ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาด การร่วมงานกับแบรนด์หรือศิลปิน</p>



<p>เราอยากผลิตงานที่มีคุณภาพออกมา โดยที่งานนั้นสามารถตอบโจทย์กับสิ่งที่เราคิดเอาไว้ได้ว่าจะสามารถสร้างคุณค่า สร้างเงิน และทำให้คนเชื่อมั่นใน NFT</p>



<p>สำหรับพวกเรา ความสำเร็จของบริษัทคือการที่เราสามารถทำให้คนเข้าใจและเข้าถึง NFT ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nft1/">NFT1 บริษัท NFT สัญชาติไทย ที่อยากผลักดันศิลปะและศิลปินไทยไปสู่สายตาคนทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/fics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 15:24:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[FICS]]></category>
		<category><![CDATA[Houston Film]]></category>
		<category><![CDATA[Poster District]]></category>
		<category><![CDATA[แพรว พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[พัชชา พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อมร นิลเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขิม จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132649</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นอกจากทำหนังแล้ว เราก็ไม่เก่งอะไรเลย” FICS ประโยคนี้ของ บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เรียกเสียงหัวเราะให้กับวงสนทนา  “เลี่ยนมาก” ขิม–จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์ ผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนรีบสวนออกมา แต่เขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะ FICS อาคารสีขาวความสูง 4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ในระยะเดินราวสิบนาทีนี้ เป็นอาคารที่บรรจุความเป็น ‘หนัง’ เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่หน้าตาภายนอกที่เหมือนกับโรงหนังยุคเก่า ทางเข้าที่มีตู้ถ่ายภาพเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์บางเรื่อง และดีเทลอีกมากมายภายในอาคารที่แทรกแซมด้วยสิ่งของที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ เพราะคอนเซปต์ที่มาสุดทางนี้เองได้ชักชวนให้เราสนใจเดินทางไปพูดคุยกับบาสและขิม ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการทำคาเฟ่เนิร์ดหนังแห่งนี้&#160; ว่าแต่ FICS มาจากไหน? เราโยนคำถามแรก “Film Inspired Cafe and Concept Store and Community Space” บาสและขิมช่วยกันปะติดปะต่อชื่อขนาดยาวของร้าน แหม่ แค่ชื่อก็ไม่ผิดหวังแล้ว หนังบันดาลใจ FICS “เรื่องมันมีอยู่ว่า&#8230;” บาสเริ่มประโยคนี้บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ เคียงข้างกับขิม บนชั้น 3 ของอาคาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fics/">FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“นอกจากทำหนังแล้ว เราก็ไม่เก่งอะไรเลย”<span style="display:none;"> FICS </span></p>



<p>ประโยคนี้ของ บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เรียกเสียงหัวเราะให้กับวงสนทนา </p>



<p>“เลี่ยนมาก” ขิม–จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์ ผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนรีบสวนออกมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132698" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่เขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะ FICS อาคารสีขาวความสูง 4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ในระยะเดินราวสิบนาทีนี้ เป็นอาคารที่บรรจุความเป็น ‘หนัง’ เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่หน้าตาภายนอกที่เหมือนกับโรงหนังยุคเก่า ทางเข้าที่มีตู้ถ่ายภาพเหมือนหลุดออกมาจาก<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/film/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ภาพยนตร์</a>บางเรื่อง และดีเทลอีกมากมายภายในอาคารที่แทรกแซมด้วยสิ่งของที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์</p>



<p>เพราะคอนเซปต์ที่มาสุดทางนี้เองได้ชักชวนให้เราสนใจเดินทางไปพูดคุยกับบาสและขิม ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการทำคาเฟ่เนิร์ดหนังแห่งนี้&nbsp;</p>



<p>ว่าแต่ FICS มาจากไหน? เราโยนคำถามแรก</p>



<p>“Film Inspired Cafe and Concept Store and Community Space” บาสและขิมช่วยกันปะติดปะต่อชื่อขนาดยาวของร้าน</p>



<p>แหม่ แค่ชื่อก็ไม่ผิดหวังแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนังบันดาลใจ</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>“เรื่องมันมีอยู่ว่า&#8230;”</p>



<p>บาสเริ่มประโยคนี้บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ เคียงข้างกับขิม บนชั้น 3 ของอาคาร FICS ซึ่งเป็นชั้นที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ภาพยนตร์จากร้าน Poster District ที่ตัวเขาเองเป็นเจ้าของ</p>



<p>ใช่แล้ว ก่อนที่จะเริ่มเรื่องราว เราอยากเล่าก่อนว่าจริงๆ แล้ว FICS ไม่ใช่แค่ชื่อของคาเฟ่ แต่ยังเป็นชื่อเรียกอาคารที่เป็นสถานที่ตั้งของโปรดักชั่นเฮาส์ บาร์ลึกลับ และร้านขายโปสเตอร์ด้วย&nbsp;</p>



<p>เรียกได้ว่าพื้นที่ของอาคารทั้ง 4 ชั้นได้ถูกจับจองโดยแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘หนัง’ เอาไว้หมดแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-683x1024.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132689" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“ย้อนไปตอนปี 2020 เราได้เซตอัพบาร์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับถ่ายหนังที่ชั้น 1 ของตึกหลังนี้ แต่พอถ่ายเสร็จเราดันเสียดาย ไม่อยากทิ้ง ก็เลยคิดว่างั้นทำเป็นบาร์ไปเลยละกัน ประจวบกับในตอนนั้นออฟฟิศเก่าหมดสัญญาเช่าที่พอดี ก็ขอเช่าทั้งตึกแล้วย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่เดียวกันด้วยเลย”</p>



<p>Houston Film ออฟฟิศของบาสซึ่งเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ผลิตโฆษณา เอ็มวี และสื่อเคลื่อนไหวต่างๆ จึงได้ย้ายมาประจำการอยู่ที่ชั้น 4 ของอาคารสีขาวที่ตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 แห่งนี้</p>



<p>“พอย้ายมาอยู่ มันก็ยังมีหลายชั้นที่ไม่ได้ใช้งาน เราก็เลยพยายามหาประโยชน์ในมุมอื่นๆ ก็เลยไปคุยกับหุ้นส่วนว่าขอชั้น 3 ทำเป็นแกลเลอรีสำหรับขายโปสเตอร์ของร้าน Poster District ด้วย ซึ่งก็ได้กลายเป็นหน้าร้านแรกของร้านเราเลย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132696" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ทีนี้มันก็ยังเหลืออีก 1 ชั้น เราเลยชวนคนรอบๆ ตัวมาออกไอเดียกัน อย่างขิม จูนจูน (พัชชา พูนพิริยะ) จ๊ะจ๋า (แพรว พูนพิริยะ) และ แมน (อมร นิลเทพ) ซึ่งแต่ละคนก็มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อย่างจูนเขาก็อยากทำ merchandise ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ ส่วนจ๊ะจ๋าก็อยากทำร้านกาแฟ ท้ายที่สุดมันก็เลยออกมาเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานสิ่งที่ทุกคนอยากทำเข้าไว้ด้วยกันในตึกเดียว”</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว FICS จึงไม่ใช่แค่ชื่อของคาเฟ่แต่เป็นชื่อของอาคารที่รวมเอาธุรกิจซึ่งเกิดขึ้นจากความหลงใหลในภาพยนตร์เข้าไว้ด้วยกัน ดั่งความหมายของตัว F ในชื่อที่มาจากประโยคว่า ‘Film Inspired’ หรือ ‘บันดาลใจจากภาพยนตร์’&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132695" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Movies, Movies Everywhere</strong></h2>



<p>FICS มีกลิ่นอายของความเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่แรกเห็น ด้วยหน้าตาภายนอกของอาคารก็ทำให้ผู้ที่เดินทางมาเชื่อมโยงไปถึงโรงหนังแบบ stand alone ซึ่งเคยรุ่งเรืองในยุคหนึ่งก่อนที่โรงหนังมัลติเพลกซ์จะเข้ามาตีตลาด</p>



<p>บาสเล่าถึงที่มาที่ไปของหน้าตาร้านให้เราฟังเพิ่มเติมว่า “สิ่งแรกที่น่าจะเป็น first impression ของหลายคนคือด้านนอกของร้าน ซึ่งเราได้หยิบเอาดีไซน์ของโรงหนังเก่าเข้ามาใช้ เช่นพวกรูปทรงของป้ายและหลอดไฟกลมๆ ซึ่งในแง่หนึ่งมันตอบความต้องการของเราในฐานะของเด็กที่โตมาในยุคที่โรงหนัง stand alone รุ่งเรือง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132693" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เมื่อเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้พบคือตู้ถ่ายภาพ Photoautomat ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์ <em>Amélie</em> โดยมี Sculpture Bangkok แบรนด์ที่ให้บริการตู้ถ่ายภาพประเภทนี้เข้ามาช่วยดูแลการติดตั้ง จากนั้นเมื่อเข้ามาด้านในทุกคนจะได้พบกับป้ายบอกรายละเอียดของแต่ละชั้นและป้ายที่เขียนว่า “Film Lovers Are FICS People”</p>



<p>“พอเดินเข้ามาด้านในตึก การตกแต่งหลายๆ อย่างของร้านมันคือการเอาศิลปะแนว Art Deco มาปรับให้มันมีความโมเดิร์นมากขึ้น ภาพจำเดิมที่เรามีต่อโรงหนังที่จะต้องเป็นไม้หรือมีม่านแดงหลายๆ จุดก็ถูกถอดออกและปรับเปลี่ยนไป แต่รายละเอียดบางอย่างมันก็ยังจะคงอยู่”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132671" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รายละเอียดที่บาสว่าคือสิ่งที่ช่วยให้ที่แห่งนี้มีบรรยากาศของโรงภาพยนตร์ แม้ว่าหน้าตาอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เซตให้เหมือนช่องขายตั๋ว ไฟกลมที่ห้อยลงจากเพดาน เก้าอี้โรงหนัง ผ้าม่านสีครีม (ปรับจากสีแดงเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งของร้าน) และอีกมากมายที่บาสและทีมบรรจงใส่กันเข้ามา</p>



<p>“ของอย่างแรกๆ ที่คนมาร้านจะได้เห็นคือป้ายที่เขียนว่า ‘Film Lovers Are FICS People’ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีที่มาจากโควตของ François Truffaut ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่เคยกล่าวไว้ว่า Film lovers are sick people. ซึ่งเราก็เอามาปรับให้มันเข้ากับร้าน”</p>



<p>เมื่อเดินต่อขึ้นมาเราจะได้พบกับขั้นบันไดและโทรทัศน์ที่เปิดฉายซีนบางซีนจากภาพยนตร์หลายๆ เรื่องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากสังเกตดูให้ดีๆ จะพบว่าทุกซีนที่กำลังฉายอยู่นั้นล้วนแต่เป็นซีนในคาเฟ่จากภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ทั้งหมด</p>



<p>“ชั้นพักตรงบันไดตรงนั้นเป็นเหมือนตัวเชื่อมความรู้สึกระหว่างคาเฟ่กับภาพยนตร์เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งพอคนเดินผ่านจุดนั้นขึ้นมาเขาก็จะพบกับพื้นที่ที่มีการตกแต่งเป็นบูทขายตั๋วหนัง ป้ายโรงหนังที่ถูกปรับให้มินิมอล และเมื่อผลักบานประตูเข้าไปในร้านก็จะเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังทั้งหมด ทั้งโปสเตอร์ โซนคอนเซปต์สโตร์ หรือมุมเทปฉายหนัง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132694" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รสชาติของหนังเรื่องโปรด</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>ทำไมต้องคาเฟ่? ในเมื่อกรุงเทพฯ อัดแน่นไปด้วยร้านประเภทนี้อยู่แล้วทั่วทุกมุมถนน</p>



<p>ขิม ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกทุกคนที่เข้ามาที่ร้านชิงตอบก่อนบาสว่า “เราคิดว่าคาเฟ่เป็นเหมือนจุดเช็กอินแรกที่เราจะได้แนะนำตัวเองกับลูกค้า ให้เขาค่อยๆ ได้รู้จักเราโดยที่มีของให้กินไปด้วย นอกจากนี้เราคิดว่าส่วนของคาเฟ่มันเข้าใจง่ายและทุกคนรีเลตได้โดยไม่เกร็ง ซึ่งมันช่วยให้พื้นที่เนิร์ดๆ อย่างแกลเลอรีโปสเตอร์ด้านบนมีความเฟรนด์ลี่มากขึ้น”</p>



<p>บาสเสริมต่อว่า “จริงๆ มันเหมือนเวลาเราไปพวกพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี ซึ่งมันมักจะมีคาเฟ่เล็กๆ ตั้งอยู่ข้างหน้าให้เราได้เข้าไปซื้อเครื่องดื่ม ก่อนจะเข้าไปในโซนหลักของสถานที่นั้น”</p>



<p>FICS เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งเมนูเครื่องดื่มทั่วไปตามแบบฉบับของร้านค้าประเภทนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ FICS พิเศษกว่าคาเฟ่อื่นๆ คือที่นี่จะมีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากภาพยนตร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง <em>Amélie, Lost in Translation, A Clockwork Orange, Call Me By Your Name</em> และ <em>Blue Is the Warmest Colour</em></p>



<p>โดยแต่ละเมนูจะถูกตั้งตามชื่อของภาพยนตร์ รวมถึงได้รับการออกแบบตั้งแต่แนวทางของรสชาติ หน้าตา และสีสัน ให้สอดคล้องไปกับรายละเอียดของหนังเรื่องนั้นๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132686" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="754" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-1024x754.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132687" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-1024x754.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-300x221.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-768x566.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-600x442.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Amélie</figcaption></figure></div>



<p>ขิมเลือกเครื่องดื่มที่อยากแนะนำให้เราฟังมาสองแก้ว “แก้วแรกคือ Amélie ซึ่งแก้วนี้จะมีส่วนผสมของแยมราสเบอร์รีโฮมเมดที่เราทำเองและท็อปด้านบนด้วยกาแฟนม ซึ่งมีที่มาจากฉากที่เอมิลี่เอาราสเบอร์รีติดไว้ที่นิ้วแล้วกิน”</p>



<p>“อีกเมนูชื่อ Lost in Translation ซึ่งเป็นตัวที่มีแอลกอฮอล์ จะมีส่วนผสมของบ๊วยสด อุเมะชู โซดา สไปรท์ และมัตฉะ ซึ่งในหนังมันมีฉากอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงฤดูฝน หลายๆ อย่างเราเลยดึงเครื่องดื่มของคนญี่ปุ่นมา อีกทั้งเวลาเสิร์ฟเราจะเสิร์ฟมัตฉะแยกเพื่อให้ลูกค้าได้เทลงไปผสมเอง ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นกิมมิกของการผสมผสาน เหมือนกับตัวละครชาวตะวันตกในหนังที่ต้องไปอาศัยอยู่ในดินแดนตะวันออก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-1024x738.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-1024x738.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Lost in Translation</figcaption></figure></div>



<p>นอกจากนี้ก็มีอีกหลายแก้ว เช่น Call Me By Your Name ที่มีส่วนผสมของลูกพีช Blue Is the Warmest Colour เครื่องดื่มสีฟ้าเสิร์ฟร้อนล้อไปกับชื่อของหนัง สะท้อนให้เห็นว่าซิกเนเจอร์เมนูของ FICS ล้วนถูกคิดและรังสรรค์ขึ้นมาจากความหลงใหลในภาพยนตร์อย่างเข้าเส้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดรวมพลของคนรักหนัง</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>“เราอยากขายประสบการณ์ของการได้เข้ามาในพื้นที่นี้ว่ามันเติมเต็มความรู้สึกของคนรักภาพยนตร์” บาสพูดถึงจุดประสงค์โดยรวมของการดีไซน์ FICS ให้อยู่ในธีมของภาพยนตร์</p>



<p>ขิมจึงช่วยเสริมต่อว่า ในความจริงแล้วลูกค้าที่เดินเข้ามาอาจจะไม่ได้มีแต่คอหนังที่เข้ามาแล้วจะ ‘เก็ต’ แนวคิดของคาเฟ่นี้ในทันที&nbsp;เพราะฉะนั้นการต้อนรับจึงเป็นส่วนสำคัญมาก ที่จะทำหน้าที่จูงมือลูกค้าเข้ามาในโลกของภาพยนตร์</p>



<p>“คาเฟ่ของเราจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์แรกของลูกค้ามาก เราเลยสนุกที่จะเข้าไปต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง เพราะมันเป็นโอกาสในการเล่าให้เขาฟังว่า FICS คืออะไร มีที่มายังไง เราชอบอะไร กาแฟแต่ละแก้วของเราสร้างสรรค์มาจากไหน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากเครื่องดื่มและขนมหวานแล้ว ในพื้นที่ของคาเฟ่จะมีมุมเล็กๆ มุมหนึ่งที่วางของกระจุ๊กกระจิ๊กอย่างเสื้อยืด แก้วน้ำ จิ๊กซอว์ กระเป๋าผ้า และอีกมากมาย ซึ่งเป็นมุมของคอนเซปต์สโตร์ที่มีจูนจูนกับบาสรับหน้าที่รังสรรค์ไอเดีย ผลิต และจัดหาสินค้ามาวางจำหน่าย</p>



<p>“เรื่องนี้จริงๆ ต้องยกเครดิตให้กับจูนจูนเลย ตอนนั้นเขาก็เสนอมาว่าเราน่าจะทำ merchandise ที่หยิบส่วนประกอบบางอย่างจากหนังหรือคนทำหนังมาผลิตเป็นของขาย สุดท้ายเราก็เลยได้เอามันมาเขย่ารวมกับไอเดียของคาเฟ่ และจัดร้านให้อยู่ในโซนเดียวกัน” บาสเล่า</p>



<p>“ส่วนวิธีคิดการเลือกของมาผลิตนี่ต้องยกให้กับสาวๆ ของ FICS เลยคือ จูน จ๋า แล้วก็ขิม ซึ่งพวกเขาจะเข้าใจว่าวัยรุ่นยุคนี้ชอบอะไร โปรดักต์แบบไหนจะตรงกับสิ่งที่ทาร์เก็ตต้องการ มันก็เลยออกมาเป็นเสื้อ กระเป๋า และสิ่งของที่คนใช้ได้ง่ายๆ โดยตัวเราเองก็อาจจะช่วยเสริมในมุมของพวกการเล่นคำบนสิ่งของเหล่านั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132704" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อทุกอย่างอยู่ในคอนเซปต์เดียวกัน ตั้งแต่กาแฟ โปสเตอร์ และของที่นำมาจัดจำหน่าย ทำให้ภาพของ FICS ยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ความชัดเจนนี้ก็ไม่ได้ชัดเสียจนกีดกันคนที่ไม่ใช่คอหนังออกไป กลับกันบาสมองว่ามันเป็นสิ่งง่ายๆ ที่น่าจะเชื่อมโยงคนเข้าไว้ด้วยกันได้</p>



<p>“คนที่มาที่ร้านไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนหนัง แต่เราเชื่อว่าต่อให้คุณเป็นคนที่ไม่ได้ชอบดูหนัง อย่างน้อยคุณต้องมีหนังในดวงใจสักเรื่องหนึ่งแหละ ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งนี้มันสามารถทำให้คนเราเกิดความเชื่อมโยงถึงกันได้</p>



<p>“อย่างลูกค้าที่มาร้านเราเคยเล่าให้ฟังว่ามาถึงแล้วได้กินกาแฟ Amélie แล้วอยากกลับไปดูหนังอีกรอบ หรือบางคนที่มาดูโปสเตอร์เราแล้วมาถามว่าเรื่องนี้เรื่องอะไรเหรอ สวยจังเลย แล้วพอเราเล่าให้เขาฟัง เขาก็จะเกิดความรู้สึกว่ามันน่าดูจัง เราคิดว่าองค์ประกอบทุกอย่างของเรามันเป็นเส้นทางที่จะพาคนไปสู่ความรักในภาพยนตร์”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โลกทั้งใบในกระดาษแผ่นเดียว</strong></h2>



<p>Poster District เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของบาสที่เกิดจากความชื่นชอบในภาพยนตร์ของเขา และเมื่อ FICS เกิดขึ้น เขาจึงได้ฤกษ์เปิดหน้าร้านของ Poster District ที่ชั้น 3 ของอาคารแห่งนี้ ซึ่งแม้จะเพิ่งได้เปิดหน้าร้านขึ้นมาจริงๆ แต่ที่มาที่ไปของร้าน Poster District สามารถย้อนกลับไปได้หลายสิบปี นับตั้งแต่เขายังเป็นเพียงนักสะสมเท่านั้น</p>



<p>“จริงๆ เราเริ่มสะสมโปสเตอร์ตั้งแต่ช่วงประถมปลายๆ สมัยที่ยังใบละ 30-40 บาทอยู่เลย แต่พอจบมัธยมเราก็ไม่ได้สะสมอีก จนมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปตลาดขายของเก่าที่ฝรั่งเศส และเจอร้านขายโปสเตอร์ ซึ่งมันทำให้เราย้อนความหลังไปถึงช่วงเวลาที่สะสม จากแผนนั้นก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เรากลับมาสะสมโปสเตอร์อีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="687" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-1024x687.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-1024x687.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-768x515.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-600x403.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132678" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ส่วน Poster District เกิดขึ้นจริงๆ ตอนโควิดระบาดรอบที่สอง ซึ่งพอมันมีการล็อกดาวน์ที่เราได้มีโอกาสอยู่บ้านว่างๆ ที่นี้พอได้มองไปรอบตัวก็เห็นว่าเรามีโปสเตอร์เยอะเหมือนกันแฮะ ขายบ้างดีไหม น่าจะสร้างรายได้ตอนที่ว่างๆ ได้ด้วย&#8221;</p>



<p>ด้วยความที่บาสเป็นคนที่ชอบเรื่องของดีไซน์และกราฟิกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เขายิ่งถลำลึกกับการเก็บสะสมสิ่งของประเภทนี้มากขึ้น เพราะบาสเล่าว่าโปสเตอร์หนึ่งแผ่นมันเต็มไปด้วยวิธีคิดการออกแบบที่ผสมผสานกับตัวภาพยนตร์จนออกมาได้อย่างลงตัว</p>



<p>“นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว เราคิดว่าโปสเตอร์หนังมันเป็นสิ่งที่สรุปโลกทั้งใบของหนังออกมาเป็นภาพภาพเดียว ซึ่งการที่มันทำแบบนั้นได้เราคิดว่ามันเป็นศาสตร์ที่ท้าทายอย่างมาก โปสเตอร์ที่ดีมันไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันจำเป็นจะต้องสื่อสารบางอย่างที่สตูดิโอผู้สร้างหนังเขาต้องการ มันต้องมีข้อมูล มีฟังก์ชั่นที่กระตุ้นให้คนที่พบเห็นสนใจและอยากดูหนังเรื่องนั้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-1024x728.jpg" alt="" class="wp-image-132709" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-1024x728.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-300x213.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-768x546.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-600x427.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับบาส Poster District ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เขาได้แชร์สิ่งที่หลงใหลให้กับคนอื่น โปสเตอร์ส่วนใหญ่ในร้านมาจากหนังยุค 70s-80s ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บาสอยากเป็นผู้กำกับ นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่หนังที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเขาชอบมากๆ อย่างโรแมนติกคอเมดี้</p>



<p>“ไล่มาได้ตั้งแต่ Four Weddings And A Funeral, Notting Hill, Music and Lyrics เราชอบหมด ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าว่าหนังกลุ่มนี้มีคนชอบเยอะ เราเลยรับมาขายด้วยในราคาที่ไม่แพงมาก ซึ่งก็หวังว่ามันจะช่วยประคับประคองยอดขายให้เราสามารถรันค่าเช่าค่าไฟค่าพนักงานของเราได้”</p>



<p>เป็นธรรมดาที่ธุรกิจจะมีช่วงขึ้นและช่วงลง แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน บาสย้ำกับเราว่าร้านโปสเตอร์แห่งนี้มีกฎเหล็กที่ตั้งไว้เพื่อรักษาคุณค่าของโปสเตอร์ทุกใบในร้าน นั่นคือการไม่ขายของปลอมเด็ดขาด</p>



<p>“บางอันเราสั่งมาแล้วเราไม่มั่นใจเราก็จะไม่ขายใบนั้นเลย ซึ่งโปสเตอร์แท้ๆ แบบออริจินัลคือโปสเตอร์ที่เขาใช้สำหรับโปรโมตหนัง เคยไปติดตามโรงหนังหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งพวกรีปรินต์เราก็จะไม่สั่งเข้า เพราะสิ่งที่ทำให้กระดาษเหล่านี้มีคุณค่าขึ้นมาคือประวัติศาสตร์ของมัน มันคือเบื้องหลังที่ถูกผลิตขึ้นมาจากทีมงานของหนังเรื่องนั้น มันมี DNA ของคนทำงานในหนังเรื่องนั้นอยู่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132677" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Film Lovers are FICS People</h2>



<p>สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท ทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮาส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>



<p>แต่ “เราไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจเลย” บาสว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132707" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เพราะสำหรับนักธุรกิจเม็ดเงินมาก่อนสิ่งอื่น แต่สำหรับเราเม็ดเงินมาทีหลัง งานต้องมาก่อน เราใช้วิธีคิดเหมือนกับการทำหนัง คือทำอะไรก็ได้ให้คนดูแฮปปี้ที่สุด”</p>



<p>แต่ไม่ได้หมายความว่า FICS คือสเปซที่เปิดเล่นๆ ตามใจอยาก ในขณะที่บาสคำนึงถึงความสุขของลูกค้าเป็นหลัก เขาก็ยังมีเพื่อนๆ ที่คล้ายเป็นโปรดิวเซอร์ คอยประนีประนอมความต้องการของผู้กำกับ บริหารเงินทุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ และซัพพอร์ตทุกเรื่องอยู่ข้างหลัง</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจสรุปได้ว่าไฮไลต์จริงๆ ของ FICS คงไม่ใช่เครื่องดื่มหรือขนม แต่เป็นรูปธรรมของความรักที่บาสและหุ้นส่วนมีให้กับภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่บาร์ คาเฟ่ ร้านโปสเตอร์ มุมขายสินค้าที่ช่วยกันกวักมือเรียกให้ทั้งคนที่เป็นคอหนังและคนที่ไม่ใช่คอหนังกล้าก้าวเข้ามาสัมผัสความหลงใหลของพวกเขา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132673" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>FICS</strong><br>hours : เปิดทุกวัน แต่คาเฟ่ ร้านโปสเตอร์ ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ และร้านคอนเซปต์สโตร์มีเวลาเปิด-ปิดไม่เหมือนกัน เช็กหรือสอบถามได้ที่เพจของร้าน<br>address : 245/10 ซอยสุขุมวิท 31 (เดินจากบีทีเอสอโศกหรือพร้อมพงษ์ประมาณ 13 นาที)<br>facebook :&nbsp;<a href="https://web.facebook.com/fics31/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">FICS Facebook Page</a></p>



<p><div style="display:none;">
<h2> 1 </h2>
<p>11สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>21สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 2 </h2>
<p>12สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>22สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 3 </h2>
<p>31สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>32สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 4 </h2>
<p>41สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>42สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 5 </h2>
<p>51สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>52สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 6 </h2>
<p>61สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>62สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fics/">FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ครั้งแรกที่หนังฉาย แทบจะเรียกได้ว่าเจ๊งด้วยซ้ำ” คุยกับปีเตอร์ ชาน ผู้กำกับเถียนมีมี่ฯ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/peter-chan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คาลิล พิศสุวรรณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 17:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[peterchan]]></category>
		<category><![CDATA[comrades]]></category>
		<category><![CDATA[hongkong]]></category>
		<category><![CDATA[drama]]></category>
		<category><![CDATA[director]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=126717</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมพูดภาษาไทยได้นะ แต่อาจสลับเป็นภาษาอังกฤษบ้างนิดหน่อย” ปีเตอร์ ชาน ตอบเราด้วยภาษาไทยชัดเจนทุกถ้อยคำหลังจากที่เราถามเขาว่า อยากจะให้บทสนทนาดำเนินไปด้วยภาษาอะไร หลายคนคงรู้จักปีเตอร์ในฐานะผู้กำกับชื่อดังชาวฮ่องกงผ่านภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็น Comrades, Almost a Love Story (1996), The Warlords (2007), American Dreams in China (2013) และ Leap (2020) แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าแม้ว่าปีเตอร์จะเกิดและเติบโตที่เกาะฮ่องกง ทว่าจริงๆ แล้วพ่อกับแม่ของเขาเป็นคนไทยโดยกำเนิด ซึ่งปีเตอร์เคยกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยช่วงใหญ่ๆ ขณะที่อายุได้ 11 ปี จนกระทั่งเดินทางไปเรียนภาพยนตร์ในระดับมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา Chinese diaspora แปลว่า จีนโพ้นทะเล ซึ่งชีวิตที่ผ่านมาของปีเตอร์ที่โยกย้ายอยู่เรื่อยๆ ก็สอดคล้องกับวิถีชีวิตนี้ เขาคือคนฮ่องกงที่เติบโตในเมืองไทย ก่อนจะไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ จากนั้นจึงกลับมาทำหนังในอุตสาหกรรมฮ่องกง และปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในผู้กำกับคนสำคัญในวงการภาพยนตร์จีน&#160; ในวาระที่ Comrades, Almost a Love Story หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ เถียนมีมี่ 3,650 วัน&#8230;รักเธอคนเดียว ใกล้จะครบรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peter-chan/">“ครั้งแรกที่หนังฉาย แทบจะเรียกได้ว่าเจ๊งด้วยซ้ำ” คุยกับปีเตอร์ ชาน ผู้กำกับเถียนมีมี่ฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ผมพูดภาษาไทยได้นะ แต่อาจสลับเป็นภาษาอังกฤษบ้างนิดหน่อย” ปีเตอร์ ชาน ตอบเราด้วยภาษาไทยชัดเจนทุกถ้อยคำหลังจากที่เราถามเขาว่า อยากจะให้บทสนทนาดำเนินไปด้วยภาษาอะไร</p>



<p>หลายคนคงรู้จักปีเตอร์ในฐานะผู้กำกับชื่อดังชาวฮ่องกงผ่านภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็น <em>Comrades, Almost a Love Story</em> (1996), <em>The Warlords</em> (2007), <em>American Dreams in China</em> (2013) และ <em>Leap</em> (2020) แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าแม้ว่าปีเตอร์จะเกิดและเติบโตที่เกาะฮ่องกง ทว่าจริงๆ แล้วพ่อกับแม่ของเขาเป็นคนไทยโดยกำเนิด ซึ่งปีเตอร์เคยกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยช่วงใหญ่ๆ ขณะที่อายุได้ 11 ปี จนกระทั่งเดินทางไปเรียนภาพยนตร์ในระดับมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126744" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Chinese diaspora แปลว่า จีนโพ้นทะเล ซึ่งชีวิตที่ผ่านมาของปีเตอร์ที่โยกย้ายอยู่เรื่อยๆ ก็สอดคล้องกับวิถีชีวิตนี้ เขาคือคนฮ่องกงที่เติบโตในเมืองไทย ก่อนจะไปเรียนต่อที่สหรัฐฯ จากนั้นจึงกลับมาทำหนังในอุตสาหกรรมฮ่องกง และปัจจุบันก็เป็นหนึ่งในผู้กำกับคนสำคัญในวงการภาพยนตร์จีน&nbsp;</p>



<p>ในวาระที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ <em>เถียนมีมี่ 3,650 วัน&#8230;รักเธอคนเดียว</em> ใกล้จะครบรอบ 25 ปี และในจังหวะที่ปีเตอร์เดินทางกลับมาที่ประเทศไทยพอดิบพอดี นับว่าเป็นโชคดีที่เราได้รับโอกาสในการสนทนากับผู้กำกับชาวฮ่องกงคนนี้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในวันที่หนังเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของเขากำลังจะเดินทางเข้าสู่ขวบปีที่ 25 ในวันที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮ่องกงไม่ได้รุ่งเรืองเทียบเท่ากับยุคทองวันวาน และในวันที่บริการสตรีมมิงกลายเป็นอีกโฉมหน้าหนึ่งของวงการภาพยนตร์ บทสัมภาษณ์ที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้บรรจุความคิดและทัศนคติของปีเตอร์ต่อประเด็นเหล่านี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-126746" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-w1280.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em>Comrades, Almost a Love Story</em></figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ด้วยความที่เรื่องราวของ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> เกิดขึ้นในยุค 90s คุณมองว่าฮ่องกงในช่วงเวลานั้นส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องยังไงบ้าง</h3>



<p>ผมคิดว่าความเป็นจีนกับความเป็นฮ่องกงในช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่สับสน นั่นเพราะคนฮ่องกงส่วนใหญ่มาจากจีน มีแค่ส่วนน้อยมากๆ ที่เป็นคนฮ่องกงดั้งเดิมและอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้มาแล้วหลายเจเนอเรชั่น นั่นจึงเท่ากับว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนในฮ่องกงมาจากภายนอกแทบทั้งนั้น อีกประเด็นคือฮ่องกงเป็นพื้นที่แรกสำหรับผู้คนที่อพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่จะมาอยู่ก่อนที่พวกเขาจะโยกย้ายไปที่อื่น น้อยคนมากๆ ที่จะถือว่าฮ่องกงเป็นบ้านจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ในช่วงปี 1996 ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉาย คือช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่ฮ่องกงจะกลับไปอยู่กับจีน เพราะฉะนั้นจิตใจของคนฮ่องกงในช่วงนี้จึงสับสนมากๆ ซึ่งผมเองก็พยายามจะนำเสนอความรู้สึกของคนฮ่องกงในช่วงเวลานี้โดยจัดวางมันในตัวละครหลักที่เดินทางมาจากเมืองจีนทั้งคู่ และแม้ว่าผมจะเกิดที่ฮ่องกง โตที่ฮ่องกง ไม่ได้มาจากเมืองจีน แต่รอบๆ ตัวผมกลับเต็มไปด้วยผู้คนที่เหมือนกับตัวละครหลักในเรื่องนี้อยู่เยอะมาก ผมคิดว่าหนึ่งในคุณลักษณะสำคัญของฮ่องกงที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องคือ ความเป็นเมืองของฮ่องกงที่ไม่มีต่างจังหวัด แต่เป็นพื้นที่ซึ่งคนจากเมืองจีนอพยพเข้ามา ภายใต้สถานะของผู้คนเหล่านี้ที่มักจะเป็นคนรากหญ้าและมีสถานะต่ำที่สุดในสังคม ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่คล้ายๆ กัน ความรักจึงเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตอนที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> ออกฉาย ผลลัพธ์ของมันเป็นยังไงบ้าง</h3>



<p>ครั้งแรกที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายน่ะ เครือหนังต่างๆ ในเอเชียไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน เกาหลี หรือไทย เขาดูแล้วชอบกันมากๆ เลยนะ ซึ่งตอนนั้นทุกคนพยายามช่วยเราโปรโมตกันหมด แต่ด้วยความที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> ต่างไปจากหนังฮ่องกงทั่วไป คือไม่ใช่ทั้งหนังแอ็กชั่นและหนังตลก คนที่เป็นแฟนหนังฮ่องกงก็จะไม่ดูหนังเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันคนที่ชอบหนังดราม่าก็ไม่ดูหนังฮ่องกงอีก สุดท้ายพอหนังฉายเลยไม่ฮิต เรียกได้ว่าหนังเจ๊งด้วยซ้ำ และถึงแม้ว่าบรรดาเครือหนังจะชอบกันมาก แต่ทุกคนขาดทุนหมดเลย เพียงแต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ หนังเรื่องนี้กลับมีคนที่ได้ดูจากวิดีโอ วีซีดี ดีวีดีมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่า หนังกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ จากคำพูดปากต่อปาก ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่แปลกมาก คิดดูว่าทุกวันนี้อายุของมันก็ยี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ยังมีการฉายหนังเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-1 is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-1024x683.jpg" alt="" data-id="126734" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=126734" class="wp-image-126734" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เรียกได้ว่าเป็นหนังที่มีช่วงอายุยาวมาก</h3>



<p>ใช่ ยาวมาก แปลกมาก มันมีคนขุดมาดูอยู่เรื่อยๆ จนสุดท้ายมันอาจเป็นหนังที่สำคัญที่สุดในชีวิตการทำงานของผมเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่ตอนฉายมันแทบจะไม่ทำเงินเลยด้วยซ้ำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ คนไทยดูจะชื่นชอบและผูกพันกับภาพยนตร์เรื่องนี้มากเป็นพิเศษ คุณมองประเด็นนี้ยังไง</h3>



<p>เอาจริงๆ ผมก็ไม่เข้าใจนะ หรือเพราะมันเป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวความรักของคนยากจนจากต่างจังหวัด คนก็เลยยิ่งอินได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันผมพบว่า แฟนของหนังเรื่องนี้กลุ่มหนึ่งคือบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์&nbsp;สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าปี 2001-2002 เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี และไทย เริ่มมีผู้กำกับนิวเวฟมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปี 1996 ที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> ออกฉายก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้กำกับภาพยนตร์เหล่านี้กำลังเรียนอยู่ในมหา’ลัย ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่พวกเขาศึกษาด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ในวันที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> กำลังจะมีอายุครบ 25 ปี ความรู้สึกของคุณต่อภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง มุมมองที่คุณมีต่อภาพยนตร์เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม</h3>



<p>ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนะ อย่างในปี 2015 ที่หนังเรื่องนี้ได้ไปฉายในเทศกาลหนังเวนิซ ซึ่งผมได้กลับไปทำการบูรณะ (restoration) มันอีกครั้ง ผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยนะ ไม่ได้ตัดหนังใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว แน่นอนว่ารสนิยมของผมทุกวันนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน แต่สุดท้ายผมก็ตัดสินใจว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างเดียว เพราะว่าหนังเรื่องนี้คือภาพสะท้อนของตัวผมในอดีต ซึ่งการจะเปลี่ยนแปลงอะไรใดๆ จากมุมมองของผมทุกวันนี้ย่อมทำให้หนังเรื่องนี้สูญเสียความจริงแท้ของมันไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-1024x683.jpg" alt="Peter Chan" class="wp-image-126750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ชาวจีนโพ้นทะเลคือหนึ่งในประเด็นที่มักจะปรากฏในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องของคุณ ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับตัวตนของคุณยังไง</h3>



<p>คนจีนในช่วงร้อยปีนี้อพยพอยู่ตลอดเวลา ผมก็เหมือนกัน อย่างคุณพ่อคุณแม่ผมก็เกิดที่เมืองไทย โตที่เมืองไทย แล้วกลับไปจีนช่วง 50s เพราะกระแส new china ที่ทุกคนเชื่อว่าจีนจะก้าวเข้าสู่ยุคพัฒนา แต่สุดท้ายก่อนจะเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรม พวกท่านก็หนีออกมาก่อนและไปอยู่ฮ่องกง ผมเลยกลายเป็นคนฮ่องกง ซึ่งถ้าเขาอยู่เมืองไทยผมก็เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าพวกเขาปักหลักอยู่ปักกิ่งผมก็คงเป็นคนจีน ทีนี้พออายุได้ 11-12 ปี ทั้งครอบครัวก็ย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย จากนั้นผมก็เดินทางไปเรียนมหา’ลัยที่สหรัฐอเมริกา ตลอดชีวิตของผมจึงเกี่ยวกับการเป็นคนจีนโพ้นทะเลอยู่เสมอ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อุตสาหกรรมหนังฮ่องกงในช่วงที่ <em>Comrades, Almost a Love Story</em> ออกฉายเป็นอย่างไร ทำไมอยู่ๆ อุตสาหกรรมหนังฮ่องกงที่เคยเฟื่องฟูก็ตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว</h3>



<p>จริงๆ แล้วอุตสาหกรรมหนังฮ่องกงเริ่มตกต่ำลงในช่วงปี 1995 ไม่ใช่เพราะฮ่องกงจะกลับไปหาจีนแผ่นดินใหญ่นะ แต่เป็นเพราะตลาดมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฮ่องกงเป็นเมืองที่มีประชากรแค่ 7 ล้านคน ซึ่งผมคิดว่าในโลกนี้ไม่มีที่ไหนที่มีประชากรเพียงแค่นี้แล้วสามารถเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้ เพราะการทำหนังมันแพงมาก แต่คำถามคือทำไมฮ่องกงถึงสามารถเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้ล่ะ ก็เพราะว่าชาวจีนโพ้นทะเลมีอยู่ทั่วโลกไง ตั้งแต่ปี 1949 มีคนจีนที่หนีออกจากเมืองจีนไปฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ไทย ซึ่งผู้คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนจีนโพ้นทะเลเจเนอเรชั่นแรกที่ยังต้องการความบันเทิงเป็นภาษาจีนอยู่ ซึ่งฮ่องกงก็เป็นสถานที่เดียวที่ผลิตคอนเทนต์บันเทิงที่เป็นภาษาจีนโดยไม่มีการเซนเซอร์ เพราะอย่างจีนก็เป็นประเทศปิดอยู่ช่วงใหญ่ๆ ส่วนไต้หวันก็ยังมีประเด็นการเมืองที่ยังต้องจัดการ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮ่องกงเลยสามารถยืนอยู่ได้เรื่อยๆ กระทั่งปี 1995 เมื่อไต้หวันเริ่มเปิดประเทศ และค่ายหนังจากสหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะเป็น Warner Bros., Fox, Disney และ Universal ต่างก็ถาโถมเข้าสู่ไต้หวันพร้อมกันในปีเดียว ปรากฏว่าในปีนั้นส่วนแบ่งทางการตลาดหนังจีนร่วงลงจาก 70 เปอร์เซ็นต์เหลือแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ตลาดหนังจีนในไต้หวันล้มเลย หลังจากนั้นอุตสาหกรรมหนังฮ่องกงก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ </p>



<p>จนปี 2004 จีนก็เริ่มเปิดให้มีการ co-production กับฮ่องกง หมายความว่าหนังฮ่องกงที่ผลิตร่วมกับจีนจะสามารถฉายในเมืองจีนได้ ผู้กำกับฮ่องกงเลยไปทำหนังที่จีนกันหมด ทำไมออสเตรเลียถึงไม่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพราะคนที่ทำหนังดีๆ เล่นหนังดีๆ และพูดภาษาอังกฤษ เขาก็ไปฮอลลีวูดกันหมด ส่วนถ้าคุณพูดภาษาจีน ก็แน่นอนว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดคือจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งทุกคนก็อยากจะไปทำหนังที่นั่นกันหมดเพราะทุนมันเยอะกว่า แม้ว่าพอไปทำหนังที่จีนจะต้องเจอกับเซนเซอร์เยอะก็จริง แต่ในขณะเดียวกันมันก็เปิดโลกให้กับผู้กำกับหนังฮ่องกงอีกเยอะมาก เพราะอย่างหนังฮ่องกงเมื่อก่อนหากไม่เป็นหนังบู๊ก็ต้องเป็นหนังตลก แต่ถ้าคุณไปเมืองจีนคุณสามารถทำหนังประวัติศาสตร์ได้ ทำหนังเกี่ยวกับสังคมได้ อย่าง <em>American Dreams in China</em> (2013) กับ <em>Dearest</em> (2014) ก็ไม่ใช่หนังที่สามารถทำได้ที่ฮ่องกงนะ การไปทำหนังที่จีนมันเลยเปิดโอกาสเยอะมากๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดเยอะมากเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="536" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-126747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_-1024x536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_-600x314.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/1604005-image.tmdb_.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em>American Dreams in China</em></figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ในบทสัมภาษณ์กับบางกอกโพสต์ คุณบอกว่าคุณชื่นชอบหนังเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ แต่หนังในช่วงหลังๆ ของคุณดูจะเป็นหนังใหญ่ ต้นทุนสูง คุณคิดอยากจะกลับไปทำหนังเล็กๆ แบบที่ชื่นชอบอีกไหม</h3>



<p>จริงๆ สองปีก่อนผมก็มี <em>Dearest</em> ที่เป็นหนังเล็กๆ และละเอียดอ่อนนะ แต่ผมคิดว่าผู้กำกับในทุกยุคสมัยต่างก็ทำหนังที่สะท้อนถึงตัวตนและสังคมที่เขาอยู่ พูดให้เจาะจงหน่อยผมคิดว่า ในสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ผมทำหนังที่ตั้งคำถามถึงชีวิตและสังคมที่ผมอยู่ ถึงสิ่งที่ผมอยากหาคำตอบ แต่ว่าในชีวิตจริงผมหาคำตอบไม่ได้ ผมเลยทำหนังเพื่อที่จะหาคำตอบเหล่านี้ เพียงแต่มันก็ไม่ได้แปลว่าพอทำหนังแล้วเราจะหาคำตอบได้เสมอไปนะ เพราะไม่ใช่ว่าทุกปัญหาในชีวิตจะมีคำตอบรออยู่เสียหน่อย ซึ่งการทำหนังในแง่หนึ่งมันก็เหมือนการบำบัดนั่นแหละ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126749" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/6b8bda8399392e1b70183de5bc6beeae-1.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em>Dearest</em></figcaption></figure></div>



<p>ผมคิดว่าแม้ว่าผมจะทำหนังในตลาดจีนที่ต้องการหนังใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ต้องมองหาจุดที่จะสามารถบาลานซ์ประเด็นส่วนตัวของผมและความละเอียดอ่อนต่อชีวิตกับความเป็นหนังเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งหากพิจารณาจากหนังเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมา ผมคิดว่าตัวเองทำตรงนี้ได้ดีนะ ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนเลยที่ผมรู้สึกเสียใจที่ต้องทำ ไม่เคยมีหนังเรื่องไหนเลยที่ผมรู้สึกว่าสูญเสียตัวตนไป หนังของผมจะอยู่ระหว่างความเป็นหนังเชิงพาณิชย์กับความเป็นหนังส่วนตัวอยู่เสมอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-1024x683.jpg" alt="Peter Chan" class="wp-image-126739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ในฐานะที่คุณเป็นผู้กำกับภาพยนตร์​ที่อยู่ในวงการภาพยนตร์มานาน คุณมองว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุคนี้มีความท้าทายกว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุคก่อนไหม มีอะไรที่คุณอยากจะบอกผู้กำกับรุ่นใหม่ไหม</h3>



<p>ผมคิดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคใหม่ยากก็จริง แต่ในแง่หนึ่งมันก็ง่ายขึ้นนะ เพราะการถ่ายหนังเดี๋ยวนี้ถูกกว่าเมื่อก่อนมาก คุณใช้ไอโฟนก็ถ่ายหนังเรื่องหนึ่งได้แล้ว อีกอย่างคืออุตสาหกรรมภาพยนตร์ยุคนี้ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ในขณะเดียวกันคุณก็จะพบว่า มีบริษัทสตรีมมิงยักษ์ใหญ่อยู่แค่ไม่กี่เจ้าที่ควบคุมธุรกิจสตรีมมิงอยู่ ซึ่งมันก็อาจจะแย่พอๆ กับระบบสตูดิโอสมัยก่อนนั่นแหละ&nbsp;</p>



<p>แต่ผมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วคนที่มีความเชื่อมั่นก็ยังมีโอกาสเยอะอยู่นะ คำแนะนำเดียวที่ผมมีคือยังไงคุณก็ต้องทำหนังที่ตัวเองเชื่อ เพราะถ้าคุณไม่เชื่อ พอทำออกมามันก็จะยิ่งแย่ ยิ่งเป็นผู้กำกับใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้เรียนรู้เทคนิคอะไรอีกเยอะแยะที่จะสามารถทำหนังให้ดีขึ้นได้ เทคนิคเดียวที่คุณมีแน่ๆ คือความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในบทของคุณ เชื่อมั่นในตัวคุณเอง นี่แหละคือคำแนะนำเดียวที่ผมมอบให้คุณได้จริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-1024x683.jpg" alt="Peter Chan" class="wp-image-126741" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peter-Chan_Crop_3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peter-chan/">“ครั้งแรกที่หนังฉาย แทบจะเรียกได้ว่าเจ๊งด้วยซ้ำ” คุยกับปีเตอร์ ชาน ผู้กำกับเถียนมีมี่ฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 ร้านกาแฟจากยอดดอยน่านใน a day ฉบับน่าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/coffeejourney-aday231/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2019 06:06:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ต๋อม–เณริกา ยาแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เมิฟ–วิชยา พัฒนะเอี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สุดกองดี คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[จ๊างน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เก๊าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[หยก–วงศกร ไกรทอง]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ชู–เชิดชู เต็งไตรรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒน์ สุขมี]]></category>
		<category><![CDATA[เฮือนฮังต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[แจ็ค–ภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[น.น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ต้อม–ชโลมใจ ชยพันธนาการ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านๆ น่านๆ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80388</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่ยังงัวเงียเมาขี้ตา เช้านี้เรามีกาแฟหอมกรุ่นส่งตรงจากยอดดอยน่านมาเสิร์ฟ ทั้งร้านนั่งเนิบๆ ในบรรยากาศบ้านไม้ทรงสวย, ร้านที่ตั้งใจใช้กาแฟพิเศษจากดอยน่านแท้ๆ ให้คนในและต่างพื้นที่ได้สัมผัสรส, ร้านชิลล์ติดริมแม่น้ำ และร้านที่รายล้อมไปด้วยหนังสือนานาประเภท  ใครจะไป &#8216;น่าน&#8217; ด้วยกันก็ตามมา หยิบลายแทงนี่ไป ปักหมุดร้านที่ใช่ เลือกบรรยากาศที่ชอบ แล้วหอบร่างฝ่าลมหนาวไปตามรอยเส้นทางกาแฟพร้อมกัน &#160; เริ่มวอร์มเครื่องแบบเนิบๆ ที่เก๊าไม้ ร้านกาแฟสโลว์บาร์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านไม้ทรงสวย  ร้านนี้คนรักกาแฟดริป หลงใหลในรสแท้ของกาแฟน่าจะเลิฟ เพราะบาริสต้าและเจ้าของร้านอย่าง พัฒน์ สุขมี ขยันหาเมล็ดกาแฟพิเศษมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ  สนใจตัวไหน หรืออยากเติมพลังยามเช้าด้วยกาแฟรสชาติใด ก็นั่งคุยกับพัฒน์ได้เลยตัวต่อตัว แถมบรรยากาศร้านก็เนิบจริง ชิลล์จริง เพราะเป็นพื้นที่บ้านของครอบครัว จะนั่งดูกรรมวิธีการชงที่หน้าบาร์ จมจ่อมกับตัวเองริมกระจก หรือจะออกไปสูดลมหนาว ตากแดดอุ่นๆ ด้านนอกร้านก็ได้หมด &#160; จริงจังขึ้นอีกนิด เข้ามาจิบกาแฟในบรรยากาศโรงคั่วกลายๆ ที่ร้าน น.น่าน เช้านี้ แจ็ค–ภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล บาริสต้าและนักคั่วประจำร้าน ยืนรอหลังเคาน์เตอร์คอยให้บริการอยู่แล้ว  ด้วยความที่เขาเป็นนักคั่วมือทองที่พลพรรคคนปลูกกาแฟในพื้นที่วางใจ กาแฟของที่นี่จึงส่งตรงมาจากยอดดอย จะดื่มที่ร้านก็ได้ จะซื้อเมล็ดไปบดเองที่บ้านก็ดี เมนูที่แจ็คภูมิใจนำเสนอคือ &#8216;น่านตรึงใจ&#8217; เมนูรางวัลที่เขาใช้มะไฟจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/coffeejourney-aday231/">6 ร้านกาแฟจากยอดดอยน่านใน a day ฉบับน่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครที่ยังงัวเงียเมาขี้ตา เช้านี้เรามีกาแฟหอมกรุ่นส่งตรงจากยอดดอยน่านมาเสิร์ฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งร้านนั่งเนิบๆ ในบรรยากาศบ้านไม้ทรงสวย, ร้านที่ตั้งใจใช้กาแฟพิเศษจากดอยน่านแท้ๆ ให้คนในและต่างพื้นที่ได้สัมผัสรส, ร้านชิลล์ติดริมแม่น้ำ และร้านที่รายล้อมไปด้วยหนังสือนานาประเภท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครจะไป &#8216;น่าน&#8217; ด้วยกันก็ตามมา หยิบลายแทงนี่ไป ปักหมุดร้านที่ใช่ เลือกบรรยากาศที่ชอบ แล้วหอบร่างฝ่าลมหนาวไปตามรอยเส้นทางกาแฟพร้อมกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80487 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เก๊าไม้.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เก๊าไม้.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เก๊าไม้-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เก๊าไม้-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มวอร์มเครื่องแบบเนิบๆ ที่เก๊าไม้ ร้านกาแฟสโลว์บาร์เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านไม้ทรงสวย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร้านนี้คนรักกาแฟดริป หลงใหลในรสแท้ของกาแฟน่าจะเลิฟ เพราะบาริสต้าและเจ้าของร้านอย่าง พัฒน์ สุขมี ขยันหาเมล็ดกาแฟพิเศษมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนใจตัวไหน หรืออยากเติมพลังยามเช้าด้วยกาแฟรสชาติใด ก็นั่งคุยกับพัฒน์ได้เลยตัวต่อตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แถมบรรยากาศร้านก็เนิบจริง ชิลล์จริง เพราะเป็นพื้นที่บ้านของครอบครัว จะนั่งดูกรรมวิธีการชงที่หน้าบาร์ จมจ่อมกับตัวเองริมกระจก หรือจะออกไปสูดลมหนาว ตากแดดอุ่นๆ ด้านนอกร้านก็ได้หมด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80483 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/นน่าน.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/นน่าน.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/นน่าน-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงจังขึ้นอีกนิด เข้ามาจิบกาแฟในบรรยากาศโรงคั่วกลายๆ ที่ร้าน น.น่าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช้านี้ แจ็ค–ภีร์นริศร์ ผ่องหทัยกุล บาริสต้าและนักคั่วประจำร้าน ยืนรอหลังเคาน์เตอร์คอยให้บริการอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เขาเป็นนักคั่วมือทองที่พลพรรคคนปลูกกาแฟในพื้นที่วางใจ กาแฟของที่นี่จึงส่งตรงมาจากยอดดอย จะดื่มที่ร้านก็ได้ จะซื้อเมล็ดไปบดเองที่บ้านก็ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมนูที่แจ็คภูมิใจนำเสนอคือ &#8216;น่านตรึงใจ&#8217; เมนูรางวัลที่เขาใช้มะไฟจีน ของขึ้นชื่อเมืองน่าน มาสอดประสานให้เข้ากันกับรสชาติของกาแฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าใครเบื่อกาแฟพิเศษ ที่นี่ก็มีกาแฟทั่วไปขายนะ รับรองกินง่ายดื่มคล่องแน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80482 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/บ้านๆ-น่านๆ.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/บ้านๆ-น่านๆ.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/บ้านๆ-น่านๆ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/บ้านๆ-น่านๆ-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กินกาแฟจนตาค้าง เราเลยพามานั่งชิลล์ในบรรยากาศสบายๆ รายล้อมด้วยหนังสือที่บ้านๆ น่านๆ ของ ต้อม–ชโลมใจ ชยพันธนาการ โฮมสเตย์ ห้องสมุด และคาเฟ่ ที่มีเครื่องดื่มคอยให้บริการพร้อมพรั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครอยากกินกาแฟอีกแก้วก็กินไป แต่ทางเราขอพักลิ้น แล้วเปลี่ยนไปกินอะโวคาโดปั่นแทน เพราะรสมันๆ ของอะโวคาโดที่นี่ช่างเต็มปากเต็มคำ จัดเต็มโดนใจมาก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กินเสร็จก็ขอชวนคนรักหนังสือออกสำรวจ กระโจนเข้าใส่กองหนังสือหลากประเภทที่ต้อมเก็บสะสมและสรรหามาไว้เต็มห้องสมุด ส่วนใครที่เป็นแฟนคลับวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ที่โซนขายหนังสือของเขาก็มีวางเรียงไว้ให้พร้อมสอย มีครบทั้งเล่มใหม่และเก่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และถ้าใครหา a day ฉบับน่าน ไม่ได้ ก็ลองแวะมาดูที่นี่ก่อนนะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80481 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/สุดกองดี.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/สุดกองดี.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/สุดกองดี-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไปรับลมชมบรรยากาศริมแม่น้ำน่านที่สุดกองดี คาเฟ่ ของ ต๋อม–เณริกา ยาแก้ว และ เมิฟ–วิชยา พัฒนะเอี่ยม กันต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่มีขนมรองท้องเป็นเค้กหลากรส เสิร์ฟคู่กับกาแฟร้อน-เย็นและโซดาซ่าดับกระหาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะเจ้าของร้านทั้งสองสนใจงานศิลปะ นอกจากด้านนอกร้านจะตกแต่งด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่ พื้นที่ร้านส่วนหนึ่งก็ถูกแบ่งออกเป็นแกลเลอรีแสดงงานภาพวาด ภาพถ่าย ของศิลปินชาวน่านและพื้นที่ใกล้เคียงเอาไว้ด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้เจ้าของร้านทั้งสองบอกไว้ว่าที่ทำแบบนี้เพราะอยากสนับสนุนให้ศิลปินเหล่านั้นมีที่ทางในการแสดงออกอย่างแท้จริง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระซิบว่าคิวจองแกลเลอรียาวไปถึงธันวาคมปีหน้าแล้ว แวะเวียนไปดูผลงานกันได้นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80486 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/จ๊างน่าน.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/จ๊างน่าน.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/จ๊างน่าน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/จ๊างน่าน-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขับรถออกนอกเมืองไปอำเภอเวียงสากันบ้าง ที่นั่นมีร้านจ๊างน่าน ร้านกาแฟพิเศษผลผลิตจากยอดดอยน่านของ หยก–วงศกร ไกรทอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมาน่านก็ต้องได้ลองชิมอะไรที่เป็นน่าน เขาจึงพยายามใช้เมล็ดกาแฟจากเกษตรกรในพื้นที่ และทำหน้าที่บาริสต้าของตัวเองให้ดีที่สุด นั่นคือการชงกาแฟแต่ละแก้วให้อร่อยและดีในแบบของมันเอง ให้รสชาติความเป็นน่านถ่ายทอดออกมาผ่านรสกาแฟด้วยฝีมือของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอบกระซิบว่าหยกใจดีและพูดเก่งมาก ระวังจะเมาท์กับเขาเพลินจนลืมกลับบ้านล่ะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80480 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เฮือนฮังต่อ.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เฮือนฮังต่อ.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เฮือนฮังต่อ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/เฮือนฮังต่อ-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จวนจะกลับแล้ว ถ้าไม่มีเวลาขึ้นดอยไปชิมรสกาแฟจากเกษตรกรตัวจริง งั้นลองแวะไปเฮือนฮังต่อ ของ ชู–เชิดชู เต็งไตรรัตน์ ดูสิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่อยู่ห่างจากสนามบินเพียงแค่ 5 นาที เป็นอาณาจักรกาแฟในบรรยากาศร่มรื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยคำขวัญประจำร้านที่ว่า &#8216;ขอบคุณที่ดื่มกาแฟน่าน กาแฟน่านช่วยรักษาป่าน่าน ช่วยชาวน่าน ช่วยชาวสวน&#8217; ร้านนี้จึงมีเมล็ดกาแฟส่งตรงจากยอดดอยมาให้เลือกมากถึง 6 ดอย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องกลัวว่ามีเยอะขนาดนี้แล้วจะเลือกรสชาติไม่ได้ เพราะเขามีเมนูที่ไกด์ว่าเมล็ดกาแฟของแต่ละดอยมีรสแบบไหน นำไปทำอะไรถึงจะเหมาะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอ้า ว่าแล้วก็ไปเลือกเมล็ด รอจิบกาแฟด้วยกันเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าอยากรู้จักน่านให้ดีกว่านี้ ขอแนะนำให้ลองซื้อ a day 231 ฉบับน่าน บันทึกการเดินทางที่จะพาคุณออกไปพบศิลปวัฒนธรรม กาแฟ และสิ่งแวดล้อมที่น่าน มาอ่านกันเพลินๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วางแผงแล้ววันนี้ หาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำและช่องทางออนไลน์ </span><a href="https://godaypoets.com/product/a-day-231-nan-journey/"><span style="font-weight: 400;">godaypoets.com/product/a-day-231-nan-journey/</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/coffeejourney-aday231/">6 ร้านกาแฟจากยอดดอยน่านใน a day ฉบับน่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SEAFIC โครงการพัฒนาบทภาพยนตร์ที่หวังว่าสักวันหนังเอเชียอาคเนย์จะไปไกลระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/seafic-fiction-flim-lab/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2019 10:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Southeast Asia Fiction Flim Lab]]></category>
		<category><![CDATA[เรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล]]></category>
		<category><![CDATA[AFCNet Best of Producer 2017]]></category>
		<category><![CDATA[Apprentice]]></category>
		<category><![CDATA[Fortissimo Films]]></category>
		<category><![CDATA[The Jerusalem International Film Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Sundance Institute]]></category>
		<category><![CDATA[หนังอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[บทภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศรา วิจิตรวาทการ]]></category>
		<category><![CDATA[SEAFIC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=78242</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความฝันที่อยากเห็นภาพยนตร์ไทยเดินทางไปไกลถึงตลาดโลกดูจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนนึกถึง โดยเฉพาะคนในวงการภาพยนตร์ที่พยายามขับเคลื่อนให้ผลงานตัวเองเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่สำหรับ เรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล โปรดิวเซอร์ผู้เคยคว้ารางวัลโปรดิวเซอร์แห่งปี AFCNet Best of Producer 2017 จาก AFCNet (Asian Film Commissions Network) ไม่ได้แค่อยากให้ภาพยนตร์ไทยเดินทางไปไกลระดับโลก แต่เรย์มอนด์อยากเห็นภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ยอมรับไปด้วยกัน เขาจึงชักชวนเพื่อนในวงการอย่างวิศรา วิจิตรวาทการ ผู้กำกับและหนึ่งในนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง ดาวคะนอง มาร่วมจัดโครงการหนึ่งขึ้น โครงการนั้นคือ Southeast Asia Fiction Flim Lab หรือ SEAFIC แล็บที่ให้นักทำหนังทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาพัฒนาบทภาพยนตร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ   ด้วยประสบการณ์การเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ และการเป็นผู้คัดเลือกภาพยนตร์ให้กับเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Cannes Film Festival, Toronto International Film Festival, Hong Kong International Film Festival เรย์มอนด์จึงได้เรียนรู้เรื่องราวในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับสากลและเกิดไอเดียที่จะสร้างโครงการนี้เพื่อช่วยพัฒนาผู้กำกับหรือคนเขียนบทหน้าใหม่ให้ผลิตผลงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพ  ตลอด 3 ปีของการจัดกิจกรรมเขาได้เห็นอะไรในแวดวงภาพยนตร์อาเซียนบ้าง แล้วการทำบทเพื่อให้เกิดภาพยนตร์ที่ดีจะต้องทำยังไง เรย์มอนด์มีคำตอบรออยู่ &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seafic-fiction-flim-lab/">SEAFIC โครงการพัฒนาบทภาพยนตร์ที่หวังว่าสักวันหนังเอเชียอาคเนย์จะไปไกลระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความฝันที่อยากเห็นภาพยนตร์ไทยเดินทางไปไกลถึงตลาดโลกดูจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนนึกถึง โดยเฉพาะคนในวงการภาพยนตร์ที่พยายามขับเคลื่อนให้ผลงานตัวเองเป็นที่ยอมรับในระดับสากล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับ <strong>เรย์มอนด์ พัฒนวีรางกูล</strong> โปรดิวเซอร์ผู้เคยคว้ารางวัลโปรดิวเซอร์แห่งปี AFCNet Best of Producer 2017 จาก AFCNet (Asian Film Commissions Network) ไม่ได้แค่อยากให้ภาพยนตร์ไทยเดินทางไปไกลระดับโลก แต่เรย์มอนด์อยากเห็นภาพยนตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ยอมรับไปด้วยกัน เขาจึงชักชวนเพื่อนในวงการอย่างวิศรา วิจิตรวาทการ ผู้กำกับและหนึ่งในนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง <em>ดาวคะนอง</em> มาร่วมจัดโครงการหนึ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการนั้นคือ Southeast Asia Fiction Flim Lab หรือ SEAFIC แล็บที่ให้นักทำหนังทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาพัฒนาบทภาพยนตร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78546" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-23.jpg" alt="" width="507" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-23.jpg 507w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-23-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-23-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 507px) 100vw, 507px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยประสบการณ์การเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ และการเป็นผู้คัดเลือกภาพยนตร์ให้กับเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Cannes Film Festival, Toronto International Film Festival, Hong Kong International Film Festival เรย์มอนด์จึงได้เรียนรู้เรื่องราวในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับสากลและเกิดไอเดียที่จะสร้างโครงการนี้เพื่อช่วยพัฒนาผู้กำกับหรือคนเขียนบทหน้าใหม่ให้ผลิตผลงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 3 ปีของการจัดกิจกรรมเขาได้เห็นอะไรในแวดวงภาพยนตร์อาเซียนบ้าง แล้วการทำบทเพื่อให้เกิดภาพยนตร์ที่ดีจะต้องทำยังไง เรย์มอนด์มีคำตอบรออยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78529" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>จุดเริ่มต้นของโครงการนี้คืออะไร</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนเลือกหนังเพื่อเทศกาลใหญ่ๆ ทั้งเทศกาลโทรอนโต, เทศกาลคานส์ ในเซกชั่นที่ชื่อว่า credit weeks แล้วเคยทำงานกับบริษัท Fortissimo Films ที่ไปขายหนังให้ผู้กำกับดังๆ อย่างหว่อง กาไว, พี่ต้อม เป็นเอก ต่อมาผมก็มาเป็นโปรดิวเซอร์หนังเรื่อง <em>Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ</em> และ <em>ฝนตกขึ้นฟ้า</em> ของพี่ต้อม เป็นเอก, <em>พี่ชาย My Hero</em> ของ Josh Kim และ <em>Apprentice</em> ของผู้กำกับชาวสิงคโปร์ชื่อ Boo Junfeng ทำให้ผมได้ทำงานในวงการนี้มามากกว่า 10 ปี ก็เลยมีประสบการณ์รู้ว่าต่างประเทศเขามีเทสต์เป็นยังไง ตลาดหนังเมืองนอกเป็นยังไงบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทีนี้ตอนที่ผมเป็นโปรดิวเซอร์เรื่อง <em>Apprentice</em> พวกเราเข้าไปที่สคริปต์แล็บที่อิสราเอล ชื่อว่า The Jerusalem International Film Lab มันเลยทำให้ผมรู้ว่ามันมีแล็บแบบนี้ในต่างประเทศ แล้วผมก็ได้ไปเจอที่อื่นๆ อีก อย่างแล็บที่อเมริกาของ Sundance Institute หรือที่อิตาลีชื่อว่า TorinoFilmLab ผมก็เลยคิดว่าถ้าเกิดมันมี development lap แบบนี้ในต่างประเทศซึ่งมันช่วยคนทำหนังได้ ทำไมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีอย่างนี้ล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมก็เลยอยากจะสร้างขึ้นมา ตอนนั้นประมาณปี 2014 ลองเอาไอเดียนี้ไปคุยกับ Purin Foundation เขาก็บอกว่าน่าสนใจ แล้วผมกับคุณวิศรา วิจิตรวาทการ ก็เลยเริ่มสร้างโครงการนี้ด้วยกัน เราคุยกันว่าอยากจะช่วยผู้กำกับรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มทำเรื่องแรก เรื่องสอง เรื่องสาม ให้เขาดำเนินบทให้มันดีขึ้น และมันจะส่งผลให้หาทุนทำหนังได้ง่ายขึ้น แต่ตอนท้ายคุณวิศราก็กลับไปที่ Purin Foundation ผมก็อยู่ต่อเป็น executive director แล้วก็เริ่มชวนคนในวงการภาพยนตร์มาทำงานด้วยกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ทำไมหนังเรื่องหนึ่งต้องเริ่มจากบทที่ดี มันต่อยอดอะไรได้บ้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าคนที่อยากดูหนังก็จะดูเรื่องที่มันสนุกๆ ถ้ามันไม่สนุกคนก็จะไม่อยากเสียเงินเข้าไปดู สุดท้ายก็จะขาดทุน เพราะภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมันต้องใช้หลายล้านถึงสร้างมันได้ เพราะฉะนั้นถ้ายูไม่มีบทที่ดี แล้วหนังเรื่องนี้จะดีได้ยังไง เพราะต่อให้มีผู้กำกับดี มีดาราดังที่มีคุณภาพขนาดไหน แต่ว่าสตอรีบทมันไม่ดี คนก็ไม่ไปดู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเลยคิดว่าหนังมันต้องเริ่มจากบทที่ดี ซึ่งหมายถึงอ่านแล้วสนุก อ่านแล้วเข้าใจ มีตรรกะที่เอาอยู่ ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดในบทคือคาแร็กเตอร์ ถ้าคนทำหนังไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกถึงคาแร็กเตอร์ คนดูก็จะไม่รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันสนุก เพราะคนไปดูหนังเพราะเขาอยากรู้สึกมีความสุข หัวเราะ เศร้า แต่ถ้าคนดูไม่อินกับคาแร็กเตอร์เขาก็ไม่แคร์เนื้อเรื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78523" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<h4>แล้วทำไมถึงต้องสร้างเป็นโครงการพัฒนาบทระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะผมรู้สึกว่าถ้าทำแต่แล็บเพื่อคนไทยมันอาจจะเล็กเกินไป พวกเราอยากจะให้ความคิดมัน international มากขึ้น เราอยากเชิญคนทำหนังจากต่างประเทศมาให้ความเห็นเพื่อจะได้พัฒนางานและให้คนทำหนังได้เข้าใจการทำหนังของต่างประเทศด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการทำหนังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ หนึ่ง ประเทศพวกเราใกล้ชิดกัน เดินทางง่าย สองคือเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวกัน เขาก็ไม่เข้าใจว่าคุณมาจากเมืองไทยมีความคิดยังไง คุณก็ไม่เข้าใจเขา ดังนั้นแต่ละคนจะมีความเห็นที่ไม่เหมือนกัน แต่ผมว่าอย่างนี้แหละดี เพราะบทที่ออกมามันจะได้ใหม่ขึ้น อีกอย่างหนึ่งคือมันมีคำพูดที่ว่า &#8216;big man on a small island&#8217; หมายถึงว่าในประเทศนั้นๆ คุณอาจจะเป็นผู้กำกับที่มีฝีมือ แต่ประเทศอื่นเขาไม่ได้รู้จักคุณ เพราะฉะนั้นอีโก้มันจะลดลง เพราะคุณจะไม่รู้เลยว่าคนอื่นเขาคิดยังไงกับคุณ ทำให้ทุกคนอยู่ในระดับเดียวกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ก่อนจะมีโครงการนี้ วงการภาพยนตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการติดต่อกันบ้างไหม</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เลย ตอนนั้นมันเกือบจะไม่มีองค์กรพัฒนาบทอะไรเลยในภูมิภาคนี้ มันเลยมีปัญหาตอนที่พวกเราสร้าง SEAFIC ขึ้นมา เพราะเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของแต่ละประเทศเลย เราก็ไม่รู้ว่าแล็บจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า จะมีคนสนใจมาสมัครไหม แต่ผมคิดว่าพวกเราอยู่ใกล้กันน่าจะช่วยกันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมก็เลยคิดว่าก่อนเริ่มโครงการต้องไปทุกประเทศก่อน ไปคุยกับผู้กำกับ คุยกับอุตสาหกรรมบ้านเขา ไม่งั้นทำงานกับพวกเขาไม่ได้ ผมเลือกไปเมืองใหญ่ของ 10 ประเทศคือ ฮานอย นครโฮจิมินห์ ย่างกุ้ง เวียงจันทน์ พนมเปญ กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ มะนิลา จาการ์ตา ผมไปหมด ไปคุยและทำแล็บกับผู้กำกับที่นั่น เข้าไปหาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทุกประเทศก่อนเพราะผมต้องรู้ว่าของเขาเป็นยังไง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78524" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4>คุณบอกว่าไม่รู้ข้อมูลอุตสาหกรรมประเทศเพื่อนบ้านเลย แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าถ้าสร้างโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องยอมรับว่าปีแรกๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีคนสมัครหรือเปล่า เปิดโครงการไปสักพักมีคนส่งโปรเจกต์มาน้อยมาก แต่สรุปว่าวันท้ายๆ มีคนสมัครมาจากทั่วภูมิภาคประมาณ 57 โปรเจกต์ ผมก็รู้สึกว่าโอเค (ถอนหายใจแล้วหัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกไม่รู้เลยว่าคนจะเข้าใจโครงการไหม หลายคนก็ไม่เข้าใจ แล็บมันคืออะไร การทำบทให้ดีคือยังไง เขาคิดว่าพวกเราจะเอาบทเขามานินทา มันไม่ดีนะคุณต้องแก้อย่างนี้ๆ แต่มันไม่ใช่ การทำงานของพวกเราคือเราจะถามคำถามเหมือนกับที่เขากำลังไปหาจิตแพทย์ ถามเพื่อให้ผู้กำกับหรือนักเขียนบทรู้ว่าปัญหาของตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะถ้าไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ไหน แล้วไม่เชื่อในบทที่ทำ เขาก็จะเขียนมันออกมาไม่ได้ หรือว่าถ้าเขาเขียนเพื่อจะตามความคิดพวกเราอย่างเดียว ตอนทำหนังมันก็จะแย่ เพราะยังไงบทมันก็ต้องมาจากผู้กำกับหรือมาจากนักเขียนบทเองถึงจะทำให้บทดีได้จริงๆ เราก็จะอธิบายการทำงานไปให้เขาเข้าใจด้วยว่าเราทำงานแบบนี้นะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>หลังจากที่คุณไปเยี่ยมเยียนวงการภาพยนตร์แต่ละประเทศมาแล้วเป็นยังไงบ้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกประเทศก็มีปัญหาของตัวเอง บางประเทศเหมือนมีซัพพอร์ตเยอะ เช่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เขามีทุนด้วย ถ้าไปเทศกาลอะไรเขาจะมีทุนที่ใช้ในเทศกาลใหญ่ๆ พวกนี้ได้ แต่บางประเทศเล็กๆ อย่างเวียดนาม พม่า ลาว กัมพูชา เขาไม่มีเงินเลย ส่วนเมืองไทยยังถือว่าโอเค ไม่ได้ดีมากแต่ยังมีกระทรวงวัฒนธรรมที่เขาช่วยได้บางส่วน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนมุมมองการทำหนังก็จะมีแนวทางต่างกันไป อย่างบ้านเราก็มีสิ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เช่น คนในวงการก็มีการแบ่งแยกหนังเป็นค่ายแมสกับค่าย art house ชัดเจนมาก แต่ไปสังเกตในต่างประเทศเขาไม่คิดอย่างนี้ อย่างหนังของมาร์เวล ผู้กำกับที่จะทำหนังมาร์เวลผลงานแรกๆ ของเขาเป็น art house ล้วนๆ นะ เช่น ผู้กำกับ <em>Black Panther</em> หนังเรื่องแรกเขา art house มากๆ และได้เข้าคานส์ด้วย ผมก็เคยคิดอยู่ว่าทำไมมาร์เวลเลือกผู้กำกับที่ art house ขนาดนี้ เพราะเขาไม่แคร์ว่าคุณมาจากไหน แต่เขารู้ว่าคุณมีสายตาที่มันใหม่ ในขณะที่เมืองไทยมันไม่ใช่อย่างนี้ ซึ่งผมรู้สึกว่านี่มันลิมิตการทำหนังในเมืองไทยมากเกินไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ก็ไม่คิดมากแบบบ้านเรา เวียดนามบางเรื่องที่เป็นคอมเมอร์เชียลก็เป็น art house ด้วย หรือบางที art house ก็เป็นคอมเมอร์เชียลด้วย อย่างเช่นเรื่อง <em>Goodbye Mother</em> หนัง LGBT ของเวียดนามก็เป็น independent นะ แต่เขาก็ทำเป็นคอมเมอร์เชียลไป ส่วนฟิลิปปินส์มีผู้กำกับที่เขาทำหนังเล็กๆ แล้วตอนสุดท้ายเขาทำหนังที่มันเป็นบล็อกบัสเตอร์ฮิต มาเลเซียก็จะมีหนังแอ็กชั่นเพราะเหมือนเขามีตลาดคนดู แต่ละประเทศเขามีเทสต์ของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78562" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-11.jpg" alt="" width="675" height="507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-11-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-11-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4>แต่ละประเทศก็มีมุมมองอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แล้วเกณฑ์ในการคัดเลือกบทเข้ามาร่วมพัฒนาในโครงการคืออะไรบ้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แล็บของเราเปิดรับหนังทุกรูปแบบ จะเป็นหนังคอมเมอร์เชียลหรือ art house เราก็เปิดรับหมด คือบางคนคิดว่าโปรเจกต์ที่เข้ามาหาพวกเรามัน art house มาก หรือบางกลุ่มก็คิดว่าพวกเราคอมเมอร์เชียลมาก แต่มันไม่ใช่เลย โปรเจกต์ที่เข้ามาตอนนี้มีหนังผี 2 เรื่อง แล้วก็แอ็กชั่น คือเราเปิดรับหมด ขอแค่บทดี สตอรีดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วจริงๆ พวกเราไม่ได้เป็นคนคัดเลือก แต่จะมีกรรมการที่มีประสบการณ์ในการคัดเลือกภาพยนตร์ในเทศกาลหนังใหญ่ๆ ทำงานในวงการหนังมาแล้วเกือบ 10 ปี และมาจากหลายประเทศ ซึ่งเขาเป็น decision maker อยู่แล้ว พวกเขาจะมาคัดเลือกบทให้เรา ในแต่ละปีเราจะเชิญกรรมการมาไม่ซ้ำกัน อย่างเช่นในปีนี้จะมี Kanako Hayashi คนนี้เคยเป็นที่ปรึกษาในเทศกาล Venice Film Festival และ Berlinale Forum, Hédi Zardi CEO Paris-based international sales หรือว่า Maggie Lee หัวหน้า Asia Film Critic at Variety และเป็นที่ปรึกษาหนังเอเชียใน Tokyo International Film Festival</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะมี selection committee 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี 3 คน อ่านทุกอย่างยกเว้นบท เพราะต้องดูว่า financing ดีหรือเปล่า ถ้าคุณทำหนังสั้นมาก่อนก็อยากจะดูว่ามันดีไหม ไม่งั้นเขาต้องอ่าน 30-40 บทมันเยอะเกินไป ดังนั้นเขาจะอ่านแล้วคัดเลือกให้เหลือ 10-12 โปรเจกต์ก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนกลุ่มที่สองจะเป็นคนอ่านบท 10-12 เรื่องนี้ แล้วจะคัดเลือกแค่ 5 เรื่องสุดท้ายที่เข้ารอบไปพัฒนาบท ตอนท้ายกรรมการที่คัดเลือกก็จะมาไทยด้วยเพื่อคุยกับผู้กำกับและนักเขียนบทตรงๆ เลยว่าความเห็นเขาเป็นยังไง บางครั้งกรรมการอาจจะรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ดีแต่อาจมีปัญหาตรงนี้นะ หรือโอเค เขาชอบสิ่งนี้ แต่คุณต้องทำสิ่งนี้ให้มันดีขึ้นด้วย เขาก็จะคอมเมนต์มา แล้วพวกเราก็ได้เรียนรู้จากตรงนี้ มันเป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78566" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-15.jpg" alt="" width="675" height="507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-15-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-15-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4>ถ้าคนทำบทเรื่องนั้นได้รับเลือกเข้าโครงการแล้ว พวกเขาจะต้องทำอะไรบ้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แล็บเรามีการพัฒนาบท 8 เดือน แบ่งเป็น 3 เซสชั่น เซสชั่นแรกเริ่มต้นในเดือนมีนาคม พวกเราจะจัดที่เชียงใหม่ โดยเชิญเมนเทอร์จากต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วย ใน 8 วันจะมีการฟีดแบ็กบทกัน ผู้กำกับอ่านบทของแต่ละคน มีการทำงานร่วมกับผู้กำกับคนอื่นๆ แล้วทีนี้ก็จะมีโน้ตว่าต้องแก้ไขบทส่วนไหนบ้าง แล้วเราจะให้เวลาประมาณ 3 เดือนไปแก้บท ระหว่างที่เขาแก้บทพวกเราก็ยังมี Skype session ถ้าใครมีคำถามก็สามารถสอบถามได้ แล้วพวกเราจะมีเดดไลน์ให้ว่าทุก 3 เดือนต้องมีบทที่แก้ไขแล้วมาให้ดู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเสร็จทั้งหมดแล้วเราจะให้พวกเขามา live pitching บทให้กับกรรมการในงาน Open House ที่จะจัดช่วงปลายปี แล้วกรรมการจะเลือกผู้ชนะรางวัล SEAFIC 1 โปรเจกต์ พวกเขาจะได้เงินรางวัล 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกิจกรรมนี้สำคัญมาก ใน Sundance, TorinoFilmLab หรือ Jerusarem เขาก็ทำอย่างนี้หมดเพราะมันเป็นการฝึกไว้เพื่อเตรียมไป pitching ให้กับ funding ต่างๆ ถ้าพวกเขาได้เริ่มจากแล็บของเรามันก็จะยังไม่อันตรายขนาดนั้น (หัวเราะ) เพราะถ้าล้มเหลวยังมีโอกาสปรับปรุงได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้โปรเจกต์ที่เข้ามาในแล็บเราก็ได้เงินมาจากหลาย funding แล้ว ผมรู้สึกดีใจมากเพราะเขาทำต่อได้ อย่างหนังไทยที่เข้ามาในแล็บพวกเราแล้วคือ สรยศ ประภาพันธ์ โปรเจกต์ <em>ARNOLD IS A MODEL STUDENT</em>, นนทวัฒน์ นำเบญจกุล โปรเจกต์ <em>Doi Boy</em>, ศิวโรจน์ คงสกุล โปรเจกต์ <em>Regretfully at Dawn</em> ตอนนี้พวกเขาก็กำลังพัฒนาอยู่ สำคัญที่สุดคือพวกเขาได้สร้างหนัง ได้ยินว่าถ้าทุกอย่างสำเร็จปีหน้าจะเริ่มถ่ายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราก็ภูมิใจว่าได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาบทเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78563" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-12.jpg" alt="" width="675" height="507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-12-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-12-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4>ในงาน Open House นอกจาก live pitching แล้วจะมีกิจกรรมอะไรอีกบ้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Open House จริงๆ เราอยากให้คนทั่วไปได้เข้ามาร่วมงานด้วย เพราะหลายคนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีสคริปต์แล็บ, โปรดิวเซอร์แล็บ ทำไมต้องมีการพัฒนาอย่างนี้ เราเลยจัดกิจกรรมไว้เยอะ เช่น โครงการ SEAFIC Open Fair คือเปิดให้คนมาเข้าร่วมได้รู้จักและพูดคุยกับอีก 8 โครงการแบบเราที่มาจากเอเชียและยุโรป เราก็มีโครงการใหญ่ๆ ที่มาจากเกาหลี อย่างเทศกาลปูซาน แล้วก็ Busan Asian Film School คือเป็นโรงเรียนเพื่อช่วยโปรดิวเซอร์ แล้วก็มี Cannes Residency, Locarno International Film Festival ที่มาจากสวิตเซอร์แลนด์  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วก็มีกิจกรรมเจอ whole investors ที่มาจากต่างประเทศ คือเราอยากให้คนทำหนังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มาเจอกันเพราะเขาไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอคนพวกนี้ บางคนอยู่ไกล คุยกันยาก แต่ถ้ามีที่หนึ่งที่คนในวงการมาเจอกันได้ คุยกันได้ ผมรู้สึกว่ามันจะมีประโยชน์ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-78553" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-2.jpg" alt="" width="675" height="507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/SEAFIC-openhouse-2-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4>พออุตสาหกรรมเป็นแบบนี้ บริบทสังคมจากหลายๆ ประเทศที่แตกต่างกัน แล้วอะไรคือเป้าหมายของการทำโครงการนี้</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวงการภาพยนตร์จะมีทุนทำหนังจากรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนีชื่อว่า CNC กับ World Cinema Fund ปกติทุกปีจะมีหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 5 เรื่องที่เข้ารอบ แต่ในปี 2015 เห็นชัดมากว่าไม่มีหนังจากภูมิภาคนี้ที่ได้ทุนเหล่านี้เลย ผมก็ถามหัวหน้าของ World Cinema Fund ว่าทำไม เขาก็บอกตรงๆ เลยว่าหนังมันไม่ค่อยดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเลยคิดว่าอยากให้คุณภาพของบทหนังมันดีขึ้นเพื่อไปสู่ตลาดโลกได้ เพราะถ้าบทมันดีขึ้นนักลงทุนจะมั่นใจขึ้น สุดท้ายมันจะเกี่ยวกับคนที่มาลงทุนหนัง สมมติว่าตอนแรกเขาไม่กล้าจ่ายเงินให้เรา แต่ถ้าเขาชอบบทจริงๆ ก็มีบางคนที่เขาโอเค ยอมลงเงินได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญอยากจะให้อุตสาหกรรมหนังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขายได้ที่ต่างประเทศเหมือน <em>Train to Busan</em> หรือ <em>Parasite</em> ถ้ามีหนังบางเรื่องที่มาจากประเทศพวกเราไปไกลขนาดนี้ ชนะรางวัลใหญ่ ทำเงินได้ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน box office ทั่วโลก โอ้โห ผมแฮปปี้มากเลย มันไม่ใช่โปรเจกต์ของพวกเรา แต่สุดท้ายเราช่วยเขาทำได้ เราอยากให้ตลาดโลกกลับมาดูว่าพวกเรามีมุมมองใหม่ ผู้กำกับใหม่ มีการสร้างหนังที่มันใหม่ มีพลังใหม่ๆ ให้เขาอยากกลับมาดูหนังพวกเราอีก</span></p>
<div style="overflow: hidden; height: 1px;">
<p>Thin Client: Thin Client refers to a computer terminal that is basically free of applications in the client-server network architecture. In order to become a CCNS you need to hold a valid CCNP or CCIP qualification in advance and pass the necessary relevant exams. MCSD&#8212;-MCSD Microsoft Certification Solution Development Expert Certificate is the Braindump most widely recognized advanced technology certificate in the industry. Obtain an MCSD certificate and demonstrate your ability to use Microsoft products to successfully design, implement, and manage business solutions for your business. HTML5: Also HTML, adding more tags to the original HTML4. 9.&lt;&gt;, (more. Perl: A scripting language. ACI certification represents the international level of today&#8217;s professional practice exam certification, objectively evaluates the level of Test PDF Study Guide knowledge and competence of experts engaged in relevant industry personnel. Acquiring certification has Dumps Store four major benefits for individuals: First, Actual Questions the ability to <a href="http://www.itcertlearn.com/200-355.html">200-355 Exam Study Materials</a> cultivate: through rigorous learning, to cultivate relevant occupations The actual ability represents professional level in the field; the second is favorable to go abroad: ACI certification is called “job green card” in the 21st century, internationally common; third is favorable employment: ACI certification training, all focus on <a href="http://www.itcertlearn.com/ACMP_6.4.html">ACMP_6.4 Exam Sample</a> practicality and practicality, Guide the new trend of today&#8217;s training, meet the needs of talents in the global economic integration, obtain certification, be valid for life, and be able to work in various companies and government departments, which will help you stand out in various industries. At the same time, ACI records all the certifiers, uses a wide range of channels, strengthens exchanges and cooperation, and selects outstanding people. IV Expanding the circle of contacts: ACI integrates elites from various industries and builds a huge platform to promote exchanges and cooperation to meet the challenges A Complete Guide of global economic integration. 5.&lt;&gt; (CCIE Professional Development) (Kennedy Clark. This certification demonstrates the next wave of licensees in developing and maintaining mission-critical environments with basic energy and breakthrough insights. This certification is available through three exams 70461, 70462, and 70463. Online Shop In addition, don&#8217;t try to find the electronic version of these books. First, publishers generally don&#8217;t reveal PDFs that can be printed. Mcp&#8212;&#8211;MCP Microsoft Certified Professional Certificate proves that you have the ability to: gain industry-recognized expertise in at least one Microsoft product technology and the required expertise to establish a foundation for other Microsoft certifications. You can get this certification with a Microsoft Certified Exam (with the exception of Networking Essentials. Through Macromedia certification training, Macromedia&#8217;s China Authorized Certification Single Certificate and MacromediaWebMasterDeSree certificate are obtained after passing the exam; Macromedia Product Technology Certification is Macromedia&#8217;s enterprise standard for software product technology application, which means having professional Macromedia product technology. 4.National Education Training Group (NETg) multimedia tutorial (recommended) It comes out with a tutorial corresponding to each CCNX / CCDX course, the full set is about 500M. The content inside is also very rich, there are a large number of pictures, including product maps, hardware Exam Dumps With PDF and VCE Download (1-50) interface maps, network topology maps, some courses also have English dubbing, it sounds good. MCITP certification is the pdf free download 2019 abbreviation of Microsoft IT expert certification. It is also an intermediate certificate belonging to Microsoft&#8217;s new certification system. It requires one or more MCTS certifications for candidates. However, for <a href="http://www.itcertlearn.com/">Exam Study Materials</a> new candidates, Yi Jianbao&#8217;s learning program introduction can already be satisfied. In the process of obtaining MCITP, the MCTS certification requirements are obtained first, mainly in the order of examinations. MCITP focuses on specific job roles including design, project management, Real Exam Questions And Answers operation management and planning, and needs to be recertified to remain effective. Content Services <a href="http://www.itcertlearn.com/700-039.html">700-039 Certification Dumps</a> Switch 11000 Series Operations and Configuration (CSSOC. Java: Java is an <a href="http://www.itcertlearn.com/EX200.html">EX200 best dump</a> object-oriented programming language that can write cross-platform applications. It is a general term for the Java programming language and Java platform (JavaSE, JavaEE, JavaME) that Sun Microsystems introduced in May 1995. In order to deepen understanding, you can also read a few classic books on TCP/IP protocol.</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seafic-fiction-flim-lab/">SEAFIC โครงการพัฒนาบทภาพยนตร์ที่หวังว่าสักวันหนังเอเชียอาคเนย์จะไปไกลระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 ร้านกิน-ดื่มย่านวัชรพลที่เติมรสชาติให้ชีวิตได้ไม่แพ้ใจกลางเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/5-places-watcharapol/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2019 10:00:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#APTHAI]]></category>
		<category><![CDATA[วัชรพล]]></category>
		<category><![CDATA[Stitch & Hammer Cafe]]></category>
		<category><![CDATA[Plantation Cafe x Roastery]]></category>
		<category><![CDATA[Granda Pizza Livio]]></category>
		<category><![CDATA[Moonne Kitchen & Studio]]></category>
		<category><![CDATA[Craft Beer Addict]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=77560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครบอกกันว่าคนเราจะต้องเข้าไปใจกลางเมืองเพื่อตามหาความบันเทิงครบรส สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารอร่อยๆ เสมอไป เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยย่านวัชรพล ซึ่งแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยทำเลทองเพราะไม่พลุกพล่านวุ่นวายนัก แต่ที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยความบันเทิงครบทุกรสชาติ แถมยังเดินทางข้ามไปย่านนู้นย่านนี้ได้สะดวกเพราะอยู่ติดกับทางด่วนเพียงแค่ 5 นาที หากอยากได้ร้านสำหรับนั่งทำงานเก๋ๆ เราก็มีให้ ร้านอาหารสำหรับทานข้าวกับครอบครัวเราก็มีมาฝาก หรือจะเป็นร้านสำหรับแฮงเอาต์กับเพื่อนฝูงเราก็มีมาแนะนำ ถ้าพร้อมไปตะลุยด้วยกันแล้วก็ออกเดินทางเลย 01 Stitch &#38; Hammer Cafe  เริ่มร้านแรกที่ Stitch &#38; Hammer Cafe ร้านแถบรามอินทราที่แม้จะอยู่ห่างออกมาจากวัชรพลสักนิด แต่หากเทียบเวลาเดินทางแล้วก็ยังสามารถพูดได้อยู่ว่าแป๊บเดียวถึง คาเฟ่แห่งนี้ก่อตั้งโดย อุ้ม–กรพินธ์ ธีระโกเมน หญิงสาวที่มีอีกบทบาทหนึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนังชื่อ Korapinbag เมื่อเห็นโอกาสเหมาะสม เธอจึงคิดทำสตูดิโอไว้ทำงานไปพร้อมๆ กับเปิดคาเฟ่ด้านล่าง คาเฟ่แห่งนี้จึงเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะตกแต่งไปด้วยอุปกรณ์สำหรับทำงานเครื่องหนัง และบางครั้งเจ้าของร้านอย่างอุ้มก็หอบหิ้วกระเป๋าลงมาตอกด้านล่าง คล้ายเป็นสถานที่ให้ลูกค้าได้มาชมงานกระเป๋า และพูดคุยกับเธอได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เก๋ไก๋อย่างเดียว อาหารการกินที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีเมนูให้พนักงานออฟฟิศได้เติมพลังกันก่อนเริ่มงาน ทั้งกาแฟ น้ำผลไม้ ขนมรองท้องอย่างเค้กกล้วยหอม (ที่จนตอนนี้เราก็ยังติดอกติดใจในรสชาติ) หรือหากอยากทานแบบอิ่มท้อง ที่นี่ก็มีสปาเกตตี อะโวคาโดโทสต์ และ BLT พร้อมเสิร์ฟอยู่เช่นกัน อุ้มบอกอีกว่าเพราะเธอชอบวัตถุดิบจากธรรมชาติ เลยพยายามจะหาส่วนประกอบจากธรรมชาติต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/5-places-watcharapol/">5 ร้านกิน-ดื่มย่านวัชรพลที่เติมรสชาติให้ชีวิตได้ไม่แพ้ใจกลางเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครบอกกันว่าคนเราจะต้องเข้าไปใจกลางเมืองเพื่อตามหาความบันเทิงครบรส สถานที่ท่องเที่ยว และอาหารอร่อยๆ เสมอไป</p>
<p>เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยย่านวัชรพล ซึ่งแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยทำเลทองเพราะไม่พลุกพล่านวุ่นวายนัก แต่ที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยความบันเทิงครบทุกรสชาติ แถมยังเดินทางข้ามไปย่านนู้นย่านนี้ได้สะดวกเพราะอยู่ติดกับทางด่วนเพียงแค่ 5 นาที</p>
<p>หากอยากได้ร้านสำหรับนั่งทำงานเก๋ๆ เราก็มีให้ ร้านอาหารสำหรับทานข้าวกับครอบครัวเราก็มีมาฝาก หรือจะเป็นร้านสำหรับแฮงเอาต์กับเพื่อนฝูงเราก็มีมาแนะนำ</p>
<p>ถ้าพร้อมไปตะลุยด้วยกันแล้วก็ออกเดินทางเลย</p>
<p style="text-align: center;"><strong>01 </strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>Stitch &amp; Hammer Cafe </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77598 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-64.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77597 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-63.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>เริ่มร้านแรกที่ Stitch &amp; Hammer Cafe ร้านแถบรามอินทราที่แม้จะอยู่ห่างออกมาจากวัชรพลสักนิด แต่หากเทียบเวลาเดินทางแล้วก็ยังสามารถพูดได้อยู่ว่าแป๊บเดียวถึง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">คาเฟ่แห่งนี้ก่อตั้งโดย อุ้ม–กรพินธ์ ธีระโกเมน หญิงสาวที่มีอีกบทบาทหนึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนังชื่อ Korapinbag เมื่อเห็นโอกาสเหมาะสม เธอจึงคิดทำสตูดิโอไว้ทำงานไปพร้อมๆ กับเปิดคาเฟ่ด้านล่าง </span><span style="font-weight: 400;">คาเฟ่แห่งนี้จึงเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะตกแต่งไปด้วยอุปกรณ์สำหรับทำงานเครื่องหนัง และบางครั้งเจ้าของร้านอย่างอุ้มก็หอบหิ้วกระเป๋าลงมาตอกด้านล่าง คล้ายเป็นสถานที่ให้ลูกค้าได้มาชมงานกระเป๋า และพูดคุยกับเธอได้จริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77604 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-73.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>ไม่ใช่แค่เก๋ไก๋อย่างเดียว อาหารการกินที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีเมนูให้พนักงานออฟฟิศได้เติมพลังกันก่อนเริ่มงาน ทั้งกาแฟ น้ำผลไม้ ขนมรองท้องอย่างเค้กกล้วยหอม (ที่จนตอนนี้เราก็ยังติดอกติดใจในรสชาติ) หรือหากอยากทานแบบอิ่มท้อง ที่นี่ก็มีสปาเกตตี อะโวคาโดโทสต์ และ BLT พร้อมเสิร์ฟอยู่เช่นกัน</p>
<p>อุ้มบอกอีกว่าเพราะเธอชอบวัตถุดิบจากธรรมชาติ เลยพยายามจะหาส่วนประกอบจากธรรมชาติต่างๆ มาดัดแปลง จากที่เมนูน้ำหรือกาแฟต้องใส่น้ำเชื่อม เธอก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นน้ำผึ้งแทน หรืออย่างน้ำสลัด เธอก็คิดค้นสูตรขึ้นมาใหม่โดยใช้เป็นน้ำหมักน้ำมันมะพร้าวซึ่งดีต่อสุขภาพมากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77601 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-69.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hours : วันอังคาร-ศุกร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 8:00-18:00 น. วันเสาร์-จันทร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00-18:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook : <a class="" href="https://www.facebook.com/StitchandHammerCafe/?ref=br_rs">Stitch &amp; Hammer Cafe</a></span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>02 </strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>Plantation Cafe x Roastery </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77640 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-19-1.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงได้เห็นว่าคาเฟ่จากโรงงานทอผ้าเก่าแห่งนี้ซุกซ่อนตัวอยู่ในสวนสไตล์อังกฤษและรายรอบไปด้วยความร่มรื่น เราก็สามารถพูดได้เลยว่าที่นี่คงเป็นแหล่งชุบชูใจให้คนย่านนี้ได้ดีแน่ๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะนอกจากคาเฟ่และโรงคั่วของ จี๊ป–พันธ์เทพ เกษมศรี ณ อยุธยา จะมีดีที่บรรยากาศ การตกแต่งที่ตั้งใจเก็บองค์ประกอบเดิมของอาคารไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งผนังอิฐเปลือย สังกะสี และท่อต่างๆ ซึ่งเข้ากันดีกับเฟอร์นิเจอร์ก็ดึงดูดสายตาไม่แพ้กัน </span><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ดีงามไม่เป็นสองรองใครเลยคืออาหารและเครื่องดื่ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77629 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-18.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของร้านหนุ่มบอกว่าเขาชอบดื่มกาแฟมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ได้เข้าเมืองเมื่อไหร่ก็ต้องหาร้านกาแฟนั่งอ่านหนังสือ หาร้านอาหารอร่อยๆ ทานอยู่ตลอด แต่เพราะร้านคาเฟ่ส่วนใหญ่มักมีดีแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง นั่นคือหากมีเครื่องดื่มอร่อย รสชาติอาหารก็อาจจะไม่เด่น หรือหากอยากทานขนมเพิ่มบางร้านก็จะไม่มีให้บริการ ทำให้ต้องไปหาร้านอร่อยร้านอื่นทานต่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีโอกาสได้ทำร้านนี้ จี๊ปจึงตั้งใจอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนคาเฟ่ที่มาที่เดียวแล้วจบ สามารถทานได้ครบทุกอย่าง ทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77634 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-4.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมนูส่วนใหญ่ของที่นี่เป็น all-day brunch เป็นเมนูทานง่ายที่จี๊ปลงมือทำบ่อยๆ สมัยเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ อย่างสปาเกตตี โทสต์ ซุป และสลัดต่างๆ แต่หากใครอยากจัดมื้อหนัก ที่นี่ก็มีสเต็กคอยให้บริการอยู่เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และชื่อร้านก็บอกอยู่ว่าเป็น Cafe x Roastery หากมาถึงที่นี่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เราแนะนำและบอกได้เลยว่าห้ามพลาดคือ กาแฟพิเศษหลากชนิดจากทั้งไทยและต่างประเทศที่จี๊ปคัดสรรมาให้ลูกค้าได้ลองชิม เกชาที่ว่าหาทานยากจี๊ปก็มีให้ลิ้มรส หรือหากใครชิมแล้วติดใจ ที่นี่ก็มีเมล็ดกาแฟคั่วเองให้เลือกซื้อกลับไปชงเองที่บ้านได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กาแฟ espresso based ที่ร้านเราก็จะเปลี่ยนเมล็ดไปเรื่อยๆ ด้วย แล้วแต่ว่าช่วงนั้นเรามีเมล็ดอะไรเข้ามา เพราะกาแฟเป็นสินค้าทางการเกษตร มีฤดูกาลของมัน เราเลยพยายามนำเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพดีที่สุดในแต่ละช่วงมาสับเปลี่ยนให้ลูกค้าได้ทาน” จี๊ปทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77656 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/AP-OCT-16.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77631 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-22.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hours : วันอังคาร-ศุกร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00-19:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:00-20:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook :  <a href="https://www.facebook.com/plantationcafebangkok/">Plantation Cafe x Roastery</a></span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><b>03</b></p>
<p style="text-align: center;"><b>Granda Pizza Livio</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77591 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-33.gif" alt="" width="675" height="450" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77625 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-30-1.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขับรถต่อมาอีกนิดจะเจอกับร้านอาหารอิตาเลียนโดยคนอิตาเลียนแท้ๆ อย่าง Granda Pizza Livio ร้านพิซซ่าขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศสบายๆ เหมาะจะเป็นร้านอาหารไว้ทานกับครอบครัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมาถึง Livio Boetti เจ้าของร้านต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง บอกเล่าเรื่องราวของร้านให้ฟัง พร้อมทั้งแนะนำเมนูยอดฮิตที่ครองใจใครหลายคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พิซซ่าของที่นี่จะบางกรอบ เป็นสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ที่เราทำกินกันในครอบครัว โดยห</span><span style="font-weight: 400;">น้าที่ลูกค้าสั่งกันเยอะคือหน้าเห็ดทรัฟเฟิลและแกรนดาพิซซ่า ราวิโอลีเราก็ทำแบบโฮมเมด ซอสจะเข้มข้น หอมชีส ส่วนหอยแมลงภู่เราก็นำเข้ามาจากฝรั่งเศส สด อร่อยมาก” เพราะลีวิโอพูดคำว่าอร่อยหลายหน เราจึงยอมจำนน สั่งอาหารตามที่เขาแนะนำแทบจะทุกอย่าง ก่อนจะขออนุญาตเจ้าของร้านไปแอบดูวิธีการทำพิซซ่ากันถึงหลังครัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77592 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-38.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77595 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-45.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พิซซ่าของที่นี่ทำสดใหม่ ตั้งแต่กระบวนการนวดและการปั้นแป้งให้เป็นแผ่นกลม ก่อนจะนำเข้าอบในเตาถ่านร้อนๆ เมื่อสุกกำลังดีก็เอาออกมาตกแต่งให้น่ากินพร้อมเสิร์ฟ แน่นอนว่ารสชาตินั้นเป็นไปตามคำโฆษณาของลีวิโอ และหลักฐานความอร่อยคงไม่ต้องพิสูจน์ที่ไหนไกล ดูได้จากลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาทานอยู่ตลอด และรีวิวจากหลายเว็บไซต์ที่การันตีว่านี่คือหนึ่งในร้านพิซซ่าต้นตำรับที่ควรมาลอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ป.ล. อาหารที่นี่จานใหญ่อยู่เหมือนกัน แนะนำว่าให้ยกแก๊งมาทานจะได้อิ่มแบบกำลังพอดี  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77593 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-39.gif" alt="" width="450" height="675" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hours : วันอังคาร-ศุกร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 16:00-23:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 12:00-23:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook :  <a href="https://www.facebook.com/Grandapizza/">Grandapizza</a></span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>04</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>Moonne Kitchen &amp; Studio</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77644 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-49-1.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครเป็นสายขนมหวานคงคุ้นชื่อร้านนี้อยู่บ้าง เพราะก่อนจะมาตั้งตัวอยู่ที่โครงการเวนิส ดี ไอริส Moonne Kitchen &amp; Studio เคยเปิดที่สยามพารากอนมาก่อน แน่นอนว่าถึงจะย้ายมาอยู่ย่านนี้ แต่ความอร่อยก็ยังคงเดิม เพิ่มเติมคือมีที่นั่งคอยให้บริการ เหมาะสำหรับนั่งทำงานชิลล์ๆ หรือพักทานขนมกรุบกริบในวันหยุดแบบไม่ต้องเข้าเมืองไปเผชิญรถติด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77636 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-51.gif" alt="" width="675" height="450" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77637 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-56.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยู้–ธารารัตน์ ปรคนธรรพ์ หนึ่งในเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของเพื่อนร่วมสถาบัน เลอ กอร์ดอง เบลออีก 3 คนที่ต่างรับหน้าที่รังสรรค์อาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ในแบบที่ตัวเองชอบและถนัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยหนึ่งในเมนูเด็ดของร้านที่เราอยากให้ลองทานกันจริงๆ คือ La Paris มูสช็อกโกแลตสีทอง ที่ด้านในประกอบไปด้วยเลเยอร์ของเนื้อเค้ก sacher, coffee creme brulee และ butter crumble ที่เข้ากันแบบพอดิบพอดี ไม่หวานจ๋อยและไม่เลี่ยนไป รสชาติดีจนเราขอกระซิบเตือนไว้สักนิดว่าหากสั่งมาทานต้องตั้งสติกันดีๆ เพราะตักชิมไปชิมมาอาจจะทานจนหมดชิ้นไปอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนอกจากจะมีขนมขายที่หน้าร้านแล้ว หากใครต้องการเค้กวันเกิดก็สามารถสั่งทำได้ และอีกไม่นานที่นี่ก็จะขยับขยาย เปิดพื้นที่ด้านบนสำหรับจัดเวิร์กช็อปสอนทำขนมด้วยล่ะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77642 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-47.gif" alt="" width="450" height="675" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hours : วันจันทร์-อังคาร เปิดให้บริการตั้งแต่ 13:30-19:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10:30-20:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook : <a href="https://www.facebook.com/moonneonmoon/">Moonne </a>  </span></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>05</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong>Craft Beer Addict</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77606 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-93.gif" alt="" width="675" height="450" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77607 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-95.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากดื่มคราฟต์เบียร์ไม่จำเป็นต้องเข้าเมืองแล้ว เพราะ Craft Beer Addict </span><span style="font-weight: 400;">เปรียบเสมือนโอเอซิสย่านสายไหม-วัชรพลที่รวบรวมคราฟต์เบียร์หาทานยากมาให้คอเบียร์ได้ลิ้มลองกันจนหลายคนผันตัวเป็นลูกค้าประจำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้ำตาล–สุมิชญา สุวรรณศรี เจ้าของร้านเล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า เธอเป็นอดีตแอร์โฮสเตสที่มีใจรักในการดื่ม หากได้บินไปต่างประเทศเมื่อไหร่ก็มักจะเสาะแสวงหาคราฟต์เบียร์ของประเทศนั้นๆ มาลองชิมอยู่เป็นนิจ จนความชอบที่ว่าทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานแล้วชักชวนพี่ชายมาเปิดร้านคราฟต์เบียร์อย่างจริงจัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เราชอบกินคราฟต์เบียร์และอยากกินเบียร์ที่ไม่ได้มีวางขายทั่วไป พอมาทำร้านก็คุยกับพี่ชายว่างั้นเราจะไม่ขายเบียร์ตลาดเลยนะ ร้านเราเลยมีเบียร์ที่ส่วนใหญ่หากินที่อื่นไม่ได้วางขายอยู่&#8221; </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77608 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-97.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากตู้แช่เบียร์ของที่นี่จะเต็มไปด้วย</span>คราฟต์เบียร์หลากสัญชาติ ทั้งอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน เวียดนาม นิวซีแลนด์ และอีกมากมาย ในรูปแบบกระป๋องและขวด รอให้คนมาจับจองแล้ว ที่นี่ก็ยังมีคราฟต์เบียร์สดคอยให้บริการออนแทปด้วยเช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้หากใครไม่สันทัดเรื่องเบียร์ ไม่รู้จะสั่งอะไร น้ำตาลบอกว่าสามารถพูดคุยสอบถามกันได้ เธอและทีมงานทุกคนยินดีให้คำแนะนำ เพราะอยากให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติแบบที่ตัวเองชอบกันจริงๆ ซึ่งรับรองว่าจะเอนจอยมากขึ้นเมื่อทานคู่กับแกล้มรสมือแม่ของน้ำตาล พลางเล่นบอร์ดเกมสนุกๆ ที่ร้านมีให้บริการไปด้วยพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-77624 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/AP-OCT-106.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Hours : เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 17:00-00:00 น. </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Facebook : <a href="https://www.facebook.com/CBA.CraftBeerAddict/">CraftBeerAddict-Beer&amp;Bistro</a>  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-78051 " src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/MAP-AP-1-1024x683.jpg" alt="" width="676" height="453" /></p>
<p>เรียกได้ว่าหากไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าทั้ง 5 ร้านที่เราแนะนำตั้งอยู่ที่วัชรพล เพราะด้วยรสชาติ บรรยากาศ และการเดินทางที่สะดวกสบาย อยู่ใกล้ทางด่วน ก็ทำให้การตะลุยกินในครั้งนี้แทบไม่ต่างอะไรกับการไปตะลุยกินในเมืองจริงๆ เลย</p>
<p>และจริงๆ แล้วย่านวัชรพลก็ยังมีร้านน่านั่งให้ลัดเลาะไปชิมอีกเพียบ หากใครสนใจก็สามารถไปตามรอยและบุกเบิกเส้นทางใหม่กันได้</p>
<p>ส่วนใครที่กำลังมองหาบ้านในละแวกนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปเสาะหาตามซอกซอย เพราะ AP มีโครงการบ้านที่สะดวกสบายต่อผู้อยู่อาศัยถึง 5 โครงการ เดินออกมาก็เจอถนนใหญ่ แถมยังเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายดาย มีทั้งรถไฟฟ้าสถานีสะพานใหม่และทางด่วนที่เชื่อมต่อเส้นลาดพร้าว-พระราม 9 เพียง 5 นาทีถึง</p>
<p>โดยแต่ละโครงการยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น โครงการ PLENO พหลโยธิน ที่โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำลอยฟ้าบนคลับเฮาส์ และสนามเด็กเล่นกว่า 3 ไร่ เริ่มต้นที่ 2.79 ล้าน</p>
<p>โครงการ GRANDE PLENO วัชรพล-สุขาภิบาล 5 พรีเมียมทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ The Beginning of Perfection จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ที่เหนือกว่า ด้วยทำเลติดถนนใหญ่ใจกลางวัชรพล เชื่อมต่อสองทางด่วน ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้าน</p>
<p>โครงการ PLENO พหลโยธิน-วัชรพล 2 ทาวน์โฮมในสไตล์ Marrakech หรือสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโก เริ่มต้นที่ 3.79 ล้าน</p>
<p>โครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ทาวน์โฮมใจกลางเมือง หนึ่งเดียวที่ติดจุดขึ้น-ลงทางด่วน ใกล้เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ เริ่มต้น 3.99 ล้าน</p>
<p>และโครงการบ้านกลางเมือง วัชรพล ทาวน์โฮมไฮเอนด์ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางด้วยเพนต์เฮาส์เต็มชั้น แถมยังเดินทางสะดวกใกล้ลาดพร้าวและจตุจักร ในราคา 4.29 ล้าน</p>
<p>หากใครสนใจก็สามารถดูรายละเอียดของแต่ละโครงการเพิ่มเติมและลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://bit.ly/2MXqIcf">bit.ly/2MXqIcf</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77674 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/AP-OCT-88.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77673 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/AP-OCT-80.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-77672 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/AP-OCT-84.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/5-places-watcharapol/">5 ร้านกิน-ดื่มย่านวัชรพลที่เติมรสชาติให้ชีวิตได้ไม่แพ้ใจกลางเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุ–มัญชุสา อุดมวิทย์ เจ้าของแกลเลอรีผู้ต่อยอดการสะสมสู่การสนับสนุนวงการศิลปะไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/na-siam-gallery/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Oct 2019 11:00:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[The Collector]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle Product]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[สุนทร งามเกิดศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[bearbrick]]></category>
		<category><![CDATA[art toy]]></category>
		<category><![CDATA[Monster High]]></category>
		<category><![CDATA[ATT : Art Toy Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[KAWS]]></category>
		<category><![CDATA[ของสะสม]]></category>
		<category><![CDATA[Cleo de Nile]]></category>
		<category><![CDATA[the collectors]]></category>
		<category><![CDATA[ณ สยาม แกลเลอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ชุ มัญชุสา อุดมวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บุ่นบุ๊น อิ่มบุณ งามเกิดศิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76120</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงของสะสม คุณนึกถึงอะไร หลายคนอาจนึกถึงของกระจุกกระจิก ของเล็กๆ หรือของที่เคยอยากได้ในวัยเด็กที่ตอนนั้นไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อไหว บางคนสะสมฟิกเกอร์ บางคนสะสมของเล่น บางคนสะสมตุ๊กตาที่มองเมื่อไหร่ก็นำพาความทรงจำในวัยนั้นให้หวนคืนมา ของสะสมล้วนเป็นสิ่งที่นักสะสมผูกพัน จากประสบการณ์การเจอนักสะสมหลายสิบคนเหล่านั้นทำให้ฉันตั้งคำถามว่า แล้วสิ่งที่เราไม่ได้ผูกพันแต่สะสมมัน เราจะเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าของสะสมได้ไหม นั่นทำให้วันนี้เรามาอยู่ที่ ณ สยาม แกลเลอรี่ สถานที่จัดแสดงของสะสมของ ชุ–มัญชุสา อุดมวิทย์ และครอบครัว บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ถูกแบ่งสัดส่วนเป็นห้องแสดงของสะสมที่แยกประเภทชัดเจน ทั้งประติมากรรมบรอนซ์ แบร์บริก และอาร์ตทอย ของมัญชุสา มีส่วนจัดแสดงพระพุทธรูปเก่าของผู้เป็นสามี และมีโซนเล็กๆ สำหรับโมเดล Monster High ของลูกสาว มัญชุสาบอกกับเราว่า ของสะสมของเธอนั้นไม่ใช่สิ่งที่เคยผูกพันในวัยเด็ก การสะสมไม่ได้เกิดจากปมเมื่อยังเยาว์ที่อยากได้อะไรแล้วยังฝังใจเช่นนั้น ทว่ามาจากการเก็บอย่างค่อยเป็นค่อยไปและการอยากแบ่งปัน จนกลายมาเป็นที่ๆ เรายืนอยู่ตรงนี้ ท่ามกลางอาร์ตทอยและประติมากรรมนับร้อยซึ่งรายล้อมเรา เรื่องราวของมัญชุสาทำให้เราตระหนักว่าการสะสมนั้นไม่จำเป็นต้องมีนิยามตายตัว ที่นี่ ณ สยาม แกลเลอรี่ มีอีกโลกหนึ่งของการสะสมที่เราไม่เคยพบเจอรออยู่ &#160; 1 “บางคนชอบอะไรสิ่งเดียวแล้วมุ่งมั่นเก็บสิ่งนั้น แต่สำหรับเราไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเราเห็นอะไรแล้วรู้สึกชอบ เราก็เก็บ ของทุกชิ้นล้วนได้มาเพราะความพอใจ” มัญชุสาเท้าความให้เราฟัง ก่อนจะเรียกตัวเองว่านักสะสมได้เต็มปาก มัญชุสาติดนิสัยชอบเก็บเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อราว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/na-siam-gallery/">ชุ–มัญชุสา อุดมวิทย์ เจ้าของแกลเลอรีผู้ต่อยอดการสะสมสู่การสนับสนุนวงการศิลปะไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนึกถึงของสะสม คุณนึกถึงอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจนึกถึงของกระจุกกระจิก ของเล็กๆ หรือของที่เคยอยากได้ในวัยเด็กที่ตอนนั้นไม่มีกำลังทรัพย์มากพอจะซื้อไหว </span><span style="font-weight: 400;">บางคนสะสมฟิกเกอร์ บางคนสะสมของเล่น บางคนสะสมตุ๊กตาที่มองเมื่อไหร่ก็นำพาความทรงจำในวัยนั้นให้หวนคืนมา ของสะสมล้วนเป็นสิ่งที่นักสะสมผูกพัน </span><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การเจอนักสะสมหลายสิบคนเหล่านั้นทำให้ฉันตั้งคำถามว่า แล้วสิ่งที่เราไม่ได้ผูกพันแต่สะสมมัน เราจะเรียกสิ่งเหล่านั้นว่าของสะสมได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นทำให้วันนี้เรามาอยู่ที่ ณ สยาม แกลเลอรี่ สถานที่จัดแสดงของสะสมของ </span><b>ชุ–มัญชุสา อุดมวิทย์ </b><span style="font-weight: 400;">และครอบครัว บนเนื้อที่กว่า 1 ไร่ถูกแบ่งสัดส่วนเป็นห้องแสดงของสะสมที่แยกประเภทชัดเจน ทั้งประติมากรรมบรอนซ์ แบร์บริก และอาร์ตทอย ของมัญชุสา มีส่วนจัดแสดงพระพุทธรูปเก่าของผู้เป็นสามี และมีโซนเล็กๆ สำหรับโมเดล Monster High ของลูกสาว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76221 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/001-new.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/001-new.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/001-new-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/001-new-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มัญชุสาบอกกับเราว่า ของสะสมของเธอนั้นไม่ใช่สิ่งที่เคยผูกพันในวัยเด็ก การสะสมไม่ได้เกิดจากปมเมื่อยังเยาว์ที่อยากได้อะไรแล้วยังฝังใจเช่นนั้น ทว่ามาจากการเก็บอย่างค่อยเป็นค่อยไปและการอยากแบ่งปัน จนกลายมาเป็นที่ๆ เรายืนอยู่ตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางอาร์ตทอยและประติมากรรมนับร้อยซึ่งรายล้อมเรา เรื่องราวของมัญชุสาทำให้เราตระหนักว่าการสะสมนั้นไม่จำเป็นต้องมีนิยามตายตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่ ณ สยาม แกลเลอรี่ มีอีกโลกหนึ่งของการสะสมที่เราไม่เคยพบเจอรออยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>1</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางคนชอบอะไรสิ่งเดียวแล้วมุ่งมั่นเก็บสิ่งนั้น แต่สำหรับเราไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเราเห็นอะไรแล้วรู้สึกชอบ เราก็เก็บ ของทุกชิ้นล้วนได้มาเพราะความพอใจ” มัญชุสาเท้าความให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ก่อนจะเรียกตัวเองว่านักสะสมได้เต็มปาก มัญชุสาติดนิสัยชอบเก็บเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อราว 20 ปีที่แล้ว เธอเริ่มเก็บการ์ดโทรศัพท์ที่ใช้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะ พัฒนามาสู่การเก็บเหรียญกับธนบัตรหายาก และเข้าสู่วงการนักสะสมอย่างจริงจังด้วยการเก็บอาร์ตทอย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Bearbrick (แบร์บริก) คืออาร์ตทอยรูปหมีสัญชาติญี่ปุ่นที่มัญชุสาเริ่มสะสมเป็นแบรนด์แรก เพราะความโดดเด่นด้านรูปทรง สีสัน ทุกตัวมีเรื่องราวเบื้องหลังและทำออกมาจำนวนจำกัดในบางรุ่น คุณสมบัติข้อสุดท้ายนี่แหละคือสิ่งที่โดนใจเธออย่างจัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76212 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/002-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/002-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/002-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/002-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความพิเศษของแบร์บริกคือมันมีสตอรี่ในตัว อาจจะมาจากการที่ศิลปิน เซเลบ แบรนด์ หรือคนมีชื่อเสียง มาช่วยออกแบบ แล้วบางรุ่นก็ค่อนข้างหายาก มันเลยท้าทายเรามากเป็นพิเศษ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มัญชุสายังจำแบร์บริกตัวแรกที่ซื้อมาได้ขึ้นใจ มันคือแบร์บริก KAWS รุ่นแรกที่ถูกผลิตออกมา ก่อนศิลปินผู้รังสรรค์น้องหมีตากากบาทท่านนี้จะดังเป็นพลุแตก เธอได้มันมาในราคาหลักหมื่น แต่ ณ วันนี้ราคาพุ่งไปถึงหลักแสนแล้วเรียบร้อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76211 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/003.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/003.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/003-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>2</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากแบร์บริกตัวแรก นำมัญชุสาไปสู่การสะสมอาร์ตทอยที่หลากหลายมากขึ้น จากหนึ่งถึงสิบ และขึ้นหลักร้อยภายในเวลาอันสั้น ในขณะเดียวกัน เมื่อยิ่งซื้อเก็บสะสมมากก็มีโอกาสที่จะเจอของปลอมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มัญชุสายอมรับกับเราอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอเองก็เคยเผชิญแง่ไม่งามจากการสะสมเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เริ่มแรกเราก็ลองผิดลองถูก โดนหลอก เจอของปลอม ราคาสูงเกินจริง เจอมาหมดเลยนะ แต่สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ที่สอนให้เราต้องเข้าไปศึกษา เรียนรู้ว่าอาร์ตทอยแต่ละตัวเป็นยังไง ผลิตมาจำนวนเท่าไหร่ มี certificate ไหม เราพยายามเข้าหากลุ่มคนในวงการอาร์ตทอยที่ให้คำปรึกษาได้และพยายามหาแหล่งซื้อที่เชื่อถือได้ โดยต้องลงไปศึกษาอย่างละเอียดจริงๆ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76210 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/004.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/004.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/004-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/004-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลุ่มคนที่มีความสนใจเดียวกันนี้เองที่เข้าใจหัวอกของนักสะสมอย่างถ่องแท้ นอกจากมิตรภาพและความรู้ที่ได้แลกเปลี่ยนสื่อสารกัน ผู้คนเหล่านี้ยังช่วยให้มัญชุสาเข้าถึงอาร์ตทอยบางรุ่นที่หายาก แต่สามารถได้มาครอบครองเพราะมิตรภาพจากคนที่รักการสะสมเหมือนกัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>3</h4>
<p>ในสายตาของมัญชุสา อาร์ตทอยไม่ได้เป็นเพียงของเล่นธรรมดา แต่คือศิลปะ</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสะสมเพียงแบร์บริก เธอเริ่มมองหาอาร์ตทอยในแขนงอื่นซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน จากการลงไปคลุกคลีกับกลุ่มคนในวงการอาร์ตทอยก็ดี หรือลงพื้นที่ไปช้อปปิ้งในงาน ATT : Art Toy Thailand ซึ่งรวบรวมศิลปินทั้งในและต่างประเทศมาออกบูทเพื่อจำหน่ายอาร์ตทอยและพบปะกับบรรดาแฟนคลับก็ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจมัญชุสาได้เป็นพิเศษคืออาร์ตทอยฝีมือคนไทย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากสนับสนุนศิลปินไทย เรามองว่าพวกเขามีผลงานดีไม่แพ้ศิลปินต่างชาติเลยนะ” เธอบอก “การทำอาร์ตทอยนั้นเกิดจากความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการที่ไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว และศิลปินไทยก็สามารถหยิบอัตลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของบ้านเราออกมาสร้างได้เหมือนกัน เช่น น้องควายเผือกตัวนี้” เธอหยิบอาร์ตทอยรูปควายเผือกตัวหนึ่งมาให้เราพิจารณา </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76209 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/005-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/005-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/005-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/005-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เห็นรายละเอียดไหม นี่คืออาร์ตทอยจากฝีมือศิลปินไทย เขานำควายซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ้านเรามาปั้น ไม่ใช่ควายที่ไหนก็ได้นะ ต้องเป็นควายไทยเท่านั้น เพราะมันมีรายละเอียดทางวัฒนธรรมอื่นๆ อยู่ในตัวอาร์ตทอยด้วย อย่างตัวนี้ที่มีงอบ มีผ้าขาวม้า มีสัญลักษณ์แบบไทยๆ มาเป็นองค์ประกอบอยู่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากน้องควายเผือกที่มัญชุสาเก็บไว้เป็นชุดแล้ว บนตู้โชว์ของเธอยังมีน้องปังปอนด์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนเรื่องดังของต่าย ขายหัวเราะ มีอาร์ตทอยไก่ต่อยมวยกับนักมวย และอาร์ตทอยไทยอีกหลายชิ้นตั้งติดกับอาร์ตทอยจากต่างชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของมูลค่า ของแต่ละชิ้นไม่อาจเทียบกับอาร์ตทอยสากลได้ หากมัญชุสามองว่าสิ่งสำคัญกว่านั้นคือคุณค่าความเป็นไทยที่สอดแทรกอยู่ในอาร์ตทอยทุกตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณค่าที่เธอเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าควรได้รับการสนับสนุน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>4</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">“เชื่อไหมว่าเราไม่เคยสอนลูกให้สะสมเลยนะ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มัญชุสาตอบเมื่อเราถามถึงที่มาของนิสัยการชอบเก็บสะสมของน้อง </span><b>บุ่นบุ๊น–อิ่มบุณ งามเกิดศิริ </b><span style="font-weight: 400;">เด็กหญิงวัย 11 ปีที่สร้างอาณาจักร Monster High ของตัวเองด้วยการสะสมโมเดลคาแร็กเตอร์จากการ์ตูนเรื่องนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76208 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/006.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/006.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/006-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/006-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงแล้ว ความพิเศษประการหนึ่งของครอบครัวของมัญชุสาคือ ทุกคนนั้นล้วนเป็นนักสะสมทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมไปถึง </span><b>สุนทร งามเกิดศิริ</b><span style="font-weight: 400;"> สามีของมัญชุสาผู้รักการสะสมพระพุทธรูปเก่าเป็นชีวิตจิตใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สามีของเราชอบพระพุทธรูปเก่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาเก็บงานเก่าเพราะรู้สึกว่ามีเสน่ห์ ถึงคนอื่นจะมองว่าเรียบง่าย แต่เขามองว่ามันมีเสน่ห์ในความเรียบง่ายนั้น” นั่นคือสาเหตุที่มัญชุสาอุทิศโซนหนึ่งเพื่อจัดแสดงพระพุทธรูปเก่าของสามี มากกว่าแค่พระพุทธรูปเก่า วัตถุโบราณเหล่านี้ยังเป็นศิลปะที่ดูแล้วยิ่งลึกซึ้ง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76207 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/007.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/007.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/007-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/007-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดออกมาอีกโซนหนึ่งเป็นของน้องอิ่มบุณซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะเต็มไปด้วยเหล่าโมเดลฟิกเกอร์จาก Monster High กว่าร้อยตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Monster High ของบุ่นบุ๊นคือตุ๊กตาโมเดลที่หมดแล้วทำซ้ำได้ สิ่งนี้เริ่มต้นมาจากลูกสาวที่ชอบซีรีส์เรื่องนี้ มันเป็นซีรีส์ว่าด้วยรุ่นลูกของมอนสเตอร์ที่เรารู้จัก อย่างแดร็กคูล่า แฟรงเกนสไตน์ คาแร็กเตอร์แต่ละตัวนั้นจะโดดเด่น มีสีสัน ออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมสวยงาม เลยกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกหลงเสน่ห์มากๆ เมื่อคุณลูกชอบ คุณแม่ก็ไม่เคยห้าม เลยไปกันใหญ่” มัญชุสาหัวเราะ “แต่เชื่อไหมว่าเราไม่เคยสอนลูกให้สะสมเลยนะ เขาเห็นว่าเราเก็บ เขาคงอยากเก็บบ้าง เรากับสามีไม่ได้ปลูกฝังหรือแนะนำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76206 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/008.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/008.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/008-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/008-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมากและเป็นเหตุผลที่ยอมซื้อโมเดลเหล่านี้มาให้ลูกสะสม คือพอเขาเก็บ แล้วเขาจะเป็นคนรักษาของ รู้จักเก็บของเป็นที่ ไม่มีการวางเรี่ยราด เราว่าสิ่งนี้เป็นการฝึกวินัยเขาได้ดี และทำให้เขากลายเป็นคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งของทุกชิ้น แม้ว่าเขาจะได้มาแบบฟรีๆ ก็ตาม”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>5</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดไหนที่การสะสมของมัญชุสาและครอบครัวบันดาลใจให้เธอเปิดแกลเลอรี เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ณ สยาม แกลเลอรี่เกิดจากความอยากชมงานของตัวเราเอง” มัญชุสาตอบพร้อมรอยยิ้ม “ต้องเท้าความก่อนว่า การสะสมอาร์ตทอยนั้นทำให้เราต่อยอดมาสู่การสะสมในงานปะติมากรรม เราเริ่มหลงใหลงานศิลปะที่สามารถเห็นได้ 360 องศา และมีความรู้สึกว่าศิลปินใช้อะไรหลายอย่างมากกว่าจะรังสรรค์งานขึ้นมาได้หนึ่งชิ้น ทั้งแนวคิด ทัศนคติ รายละเอียด ที่ต้องไปศึกษาค้นคว้าก่อนทำงาน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้าที่จะเปิด ณ สยาม แกลเลอรี่ มัญชุสาเริ่มซื้อและเก็บสะสมประติมากรรมงานบรอนซ์เป็นพิเศษ เพราะเป็นงานที่มีอายุยาวนาน เธอเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อทำความรู้จักกับศิลปิน ตั้งแต่ปรมาจารย์ถึงศิลปินรุ่นใหม่ผู้ยังเป็นนักศึกษา ติดต่อขอซื้องานของพวกเขามาชื่นชม และพบว่าบ้านของตัวเองนั้นมีที่เก็บไม่พอเสียแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76205 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/009.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/009.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/009-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/009-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราปรึกษาสามีว่าย้ายมาตั้งโชว์ที่ออฟฟิศดีไหม เพราะที่ตรงนี้ก็มีมากกว่า 1 ไร่ ช่วงแรกเริ่มที่ย้ายมาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแกลเลอรีด้วยซ้ำ แค่เอางานเหล่านี้มาตั้ง ชื่นชมสิ่งที่รัก แต่หลังจากนั้นก็มีลูกค้า เพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ มาเยี่ยม เราก็พาเดินชมอย่างภูมิใจ ผู้ใหญ่เขาก็บอกว่า สวยมาก หายากมาก ทำไมไม่เปิดให้ใครต่อใครได้ชื่นชมบ้าง เก็บไว้ชื่นชมคนเดียวมีความสุขเหรอ ตอนนั้นเลยจุดประกายให้เราอยากแบ่งปันให้คนอื่นเห็นสิ่งที่เรามี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนถึงวันนี้ ณ สยาม แกลเลอรี่เปิดมาได้กว่า 3 ปีแล้ว ยังคงคอนเซปต์เหนียวแน่นเช่นวันแรกคือการเปิดให้ชมฟรี นอกจากนี้ หลายคนอาจรู้จักที่นี่ในฐานะของแกลเลอรีที่รวบรวมงานประติมากรรมเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้มากที่สุดในประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนก่อตั้ง ณ สยาม แกลเลอรี่นั้นเป็นช่วงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต เราเห็นว่าศิลปินหลายท่านลุกขึ้นมาทำงานประติมากรรมเกี่ยวกับพระองค์ ตอนนั้นเราจึงมีแนวคิดว่า ไหนๆ ก็แสดงประติมากรรมแล้ว เราอยากทำนิทรรศการชื่อ &#8216;พ่อไม่ได้จากไปไหน&#8217; เพื่อจัดแสดงประติมากรรมที่เป็นพระบรมรูปของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยๆ ก็มีงานประติมากรรมที่สะท้อนพระราชประวัติ เล่าเรื่องราวของพระองค์ ให้ลูกหลานของเราและคนอื่นได้ชมพระบารมี”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76204 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/010.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/010.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/010-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มัญชุสายังเอื้อเฟื้อพื้นที่บางส่วนของที่นี่ให้ศิลปินหรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาใช้เผยแพร่นิทรรศการได้ รวมไปถึงการจัดแสดงงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากให้ได้ออกสู่สายตาของคนทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้เกิดในวงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเริ่มต้นของแกลเลอรีไม่ได้มาจากการที่อยากทำธุรกิจ แต่มันสามารถต่อยอดมาเป็นธุรกิจได้ การเก็บสะสมก็เหมือนการเล่นหุ้น ถ้าวันนี้หุ้นของเราขึ้นเราก็นั่งยิ้ม เช่นเดียวกับของที่เราสะสมวันนี้ เมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าของมันเพิ่มขึ้น เราก็ภาคภูมิใจ เราเรียกสิ่งนี้ว่าออมศิลป์ หมายถึงออมทรัพย์และศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถึงวันนี้ แกลเลอรีของเราก็เปิดมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว เราภาคภูมิใจนะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงการศิลปะไทย ภูมิใจที่ได้นำงานของคนไทยมาเผยแพร่ และใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนกลางในการแชร์ความชอบในงานศิลปะ หรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่มาดูนั้นอยากสะสมต่อไป” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อบทสนทนาของเราจบลง มัญชุสาเปลี่ยนความคิดของเราไปโดยสิ้นเชิง สะสมเท่าไหร่ สะสมอะไร ถึงจะนับว่าเป็นนักสะสม คำถามเหล่านี้กลับไม่สำคัญเท่าการสะสมนั้นทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรและนำพาคุณไปสู่อะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีการเก็บง่ายๆ อาจพาคุณไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ อย่างการต่อยอดวงการศิลปะไทยให้เติบโต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h3><b>The Collector Family</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่านอกจาก ณ สยาม แกลเลอรี่จะเก็บของสะสมของมัญชุสา อย่างอาร์ตทอยและงานประติมากรรมของศิลปินไทยแล้ว ที่นี่ยังมีพระพุทธรูปซึ่งเป็นของสะสมของสุนทรผู้เป็นสามี และมีคอลเลกชั่น Monster High ของน้องอิ่มบุณ ลูกสาววัย 11 ขวบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางของสะสมนับร้อยพัน เราขอให้ทั้ง 3 เลือกชิ้นที่ตัวเองโปรดปรานและผูกพันที่สุดมาให้ดู ซึ่งก็คือ 3 ชิ้นต่อไปนี้นั่นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>อาร์ตทอยแบร์บริก KAWS ของคุณแม่มัญชุสา </b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76203 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/011-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/011-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/011-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/011-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แบร์บริกเป็นตุ๊กตาสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ตัวที่เราชอบที่สุดคือแบร์บริกของ KAWS ตัวนี้เป็นตัวแรกที่ทำให้เราได้รู้จักศิลปินเขาเลย เราชอบเอกลักษณ์ดวงตารูปกากบาท ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากคนเมามาทำเป็นคาแร็กเตอร์ของเขาตัวนี้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>พระพุทธรูปของคุณพ่อสุนทร</b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76202 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/012.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/012.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/012-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/012-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตอนที่ทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรฯ เมื่อปี 2499 มีพิธีเททองหล่อพระบูชาในสมัยนั้น มีประวัติว่าพระพุทธชินสีห์เป็นพระประธานในโบสถ์ จะสร้างไม่เกิน 85 องค์ ปัจจุบันผมได้มาแล้ว 3 องค์เลยกลายเป็นชิ้นที่ผมชอบที่สุด”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>Cleo de Nile จาก Monster High ของน้องอิ่มบุณ </b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-76201 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/013.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/013.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/013-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“Cleo de Nile เป็นมัมมี่จากอียิปต์ เขาอยู่ในเจเนอเรชั่นที่ 1 ของ Monster High และตัวละครที่หนูชอบเป็นพิเศษ หนูเคยแต่งตัวเป็นเขาไปประกวดการแต่งตัวที่จัดในธีม Monster High เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วด้วย”</p>
<hr />
<p><strong>ณ สยาม แกลเลอรี่</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิดทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09:30-18:00 น<br />
</span><span style="font-weight: 400;"><strong>address:</strong> ซอยลาดพร้าว 122-124 แยก 1<br />
</span><strong>line: </strong><a href="http://nav.cx/7rFeUY0"><span style="font-weight: 400;">nav.cx/7rFeUY0</span></a><br />
<span style="font-weight: 400;"><strong>tel:</strong> 02-514-0600, 082-559-1444</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/na-siam-gallery/">ชุ–มัญชุสา อุดมวิทย์ เจ้าของแกลเลอรีผู้ต่อยอดการสะสมสู่การสนับสนุนวงการศิลปะไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ : วิศวกรเมืองและ Disrupter ผู้ปลุกปั้น ‘แก้มลิงใต้ดิน’ เพื่อซับน้ำท่วมซ้ำซากและซับน้ำตาให้คนเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/city-engineer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 Jul 2019 10:00:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=67343</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งมองเห็นภาพตึกเอ็มไพร์สเตทในหนังสือพิมพ์ แล้วฝันอยากเป็นวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างตึกสูงเสียดฟ้าแบบนั้นให้ได้บ้าง 20 ปีให้หลัง แทนที่เราจะได้เห็นตึกสูงระฟ้าฝีมือเด็กผู้ชายคนนี้ ตรงกันข้าม เรากลับได้สิ่งปลูกสร้างที่ลึกลงไปใต้ดินแทน ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้แหละที่เข้ามาพลิกโฉมประวัติศาสตร์ระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ไปตลอดกาล ใช่แล้ว นั่นคือระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าเราไม่มีเด็กผู้ชายช่างจินตนาการในวันนั้น ที่คิดฝันอยากสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา เราอาจจะยังติดแหง็กอยู่บนถนนที่รถติดหนักขึ้นทุกวี่วัน และใช้เวลาค่อนวันในการเดินทาง เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กรุงเทพฯ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีโครงการสร้างระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่หรือตอหม้อรถไฟลอยฟ้าโผล่มาให้เห็นสักต้น ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวครูโรงเรียนช่าง ทำให้ได้คลุกคลีอยู่กับห้องแล็บไฟฟ้า เครื่องกล เครื่องบัดกรี เห็นคนซ่อมเครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องปกติ จุดประกายให้เด็กชายขี้สงสัยอย่าง เอ้ หรือ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ลองประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยก ทั้งต่อวงจรไฟฉายใช้เองและทำวิทยุทำมือ ล้วนมีส่วนหล่อหลอมวิญญาณนักประดิษฐ์ให้เกิดขึ้นในตัวเอ้ซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้อยากเป็นวิศวกรเต็มตัว ความฝันเหมือนจะไปได้สวย แต่ต้องถล่มทลายลงตั้งแต่ปากทาง เพราะเอ้สอบไม่ติดโรงเรียนในฝันที่กรุงเทพฯ ที่ครอบครัววาดหวังไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เอ้ท้อ กลับทำให้ยิ่งฮึดสู้จนได้โควตาเข้าเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นสถาบันเดียวกับที่เขานั่งตำแหน่งอธิการบดีอยู่ในปัจจุบัน ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นวิศวกรผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ หลังจากคว้าปริญญาตรีใบแรกจากสาขาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสำเร็จแล้ว เอ้ตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาโทเรื่องการสร้างอุโมงค์ในดินอ่อน เพื่อกลับมาสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินให้เกิดขึ้นจริงที่กรุงเทพฯ และคว้าปริญญาโทสองใบได้ตามหวัง ใบแรกจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/city-engineer/">คุยกับ ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ : วิศวกรเมืองและ Disrupter ผู้ปลุกปั้น ‘แก้มลิงใต้ดิน’ เพื่อซับน้ำท่วมซ้ำซากและซับน้ำตาให้คนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งมองเห็นภาพตึกเอ็มไพร์สเตทในหนังสือพิมพ์ แล้วฝันอยากเป็นวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างตึกสูงเสียดฟ้าแบบนั้นให้ได้บ้าง</p>
<p>20 ปีให้หลัง แทนที่เราจะได้เห็นตึกสูงระฟ้าฝีมือเด็กผู้ชายคนนี้ ตรงกันข้าม เรากลับได้สิ่งปลูกสร้างที่ลึกลงไปใต้ดินแทน ซึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้แหละที่เข้ามาพลิกโฉมประวัติศาสตร์ระบบขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ไปตลอดกาล</p>
<p>ใช่แล้ว นั่นคือระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้</p>
<p>ถ้าเราไม่มีเด็กผู้ชายช่างจินตนาการในวันนั้น ที่คิดฝันอยากสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา เราอาจจะยังติดแหง็กอยู่บนถนนที่รถติดหนักขึ้นทุกวี่วัน และใช้เวลาค่อนวันในการเดินทาง เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว กรุงเทพฯ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีโครงการสร้างระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่หรือตอหม้อรถไฟลอยฟ้าโผล่มาให้เห็นสักต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67352 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวครูโรงเรียนช่าง ทำให้ได้คลุกคลีอยู่กับห้องแล็บไฟฟ้า เครื่องกล เครื่องบัดกรี เห็นคนซ่อมเครื่องยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นเรื่องปกติ จุดประกายให้เด็กชายขี้สงสัยอย่าง <strong>เอ้ </strong>หรือ <strong>ศาสตราจารย์ ดร</strong><strong>.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</strong> ลองประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยก ทั้งต่อวงจรไฟฉายใช้เองและทำวิทยุทำมือ ล้วนมีส่วนหล่อหลอมวิญญาณนักประดิษฐ์ให้เกิดขึ้นในตัวเอ้ซึ่งเป็นจุดกำเนิดที่ทำให้อยากเป็นวิศวกรเต็มตัว</p>
<p>ความฝันเหมือนจะไปได้สวย แต่ต้องถล่มทลายลงตั้งแต่ปากทาง เพราะเอ้สอบไม่ติดโรงเรียนในฝันที่กรุงเทพฯ ที่ครอบครัววาดหวังไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เอ้ท้อ กลับทำให้ยิ่งฮึดสู้จนได้โควตาเข้าเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นสถาบันเดียวกับที่เขานั่งตำแหน่งอธิการบดีอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นวิศวกรผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ หลังจากคว้าปริญญาตรีใบแรกจากสาขาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังสำเร็จแล้ว เอ้ตั้งใจไปเรียนต่อปริญญาโทเรื่องการสร้างอุโมงค์ในดินอ่อน เพื่อกลับมาสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินให้เกิดขึ้นจริงที่กรุงเทพฯ และคว้าปริญญาโทสองใบได้ตามหวัง ใบแรกจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ด้านนโยบายและเทคโนโลยี ควบปริญญาโทใบที่สองด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน และจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมที่ MIT</p>
<p>หากมองเผินๆ ใครๆ ก็มักจะคิดว่าเส้นทางชีวิตของเขาโรยด้วยกลีบกุหลาบ ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เอ้รีบปฏิเสธทันควันว่าไม่ใช่เช่นนั้นเลย</p>
<p>เอ้เริ่มเส้นทางการเป็นวิศวกรเมืองด้วยการเป็นเด็กวิศวะฯ เกรดร่อแร่เกือบโดนรีไทร์ เพราะมัวแต่เล่นกีฬาและทำกิจกรรมเป็นประธานนักศึกษา จนเพื่อนทุกคนแทงหวยว่าจะต้องถูกมหาวิทยาลัยเชิญให้ออก กลับกลายเป็นนักเรียนวิศวะฯ คนเดียวของประเทศในปีนั้นที่ได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนใน MIT สถาบันด้านวิศวกรรมอันดับหนึ่งของโลก</p>
<p>ในวัย 47 ปี เอ้ผ่านการทำงานมากมายหลายอย่าง ทั้งเป็นวิศวกรเมือง และก้าวขึ้นมาเป็นนายกสภาวิศวกรสมัยที่ 7 เป็นศาสตราจารย์สาขาวิศวกรรมโยธา เป็นนายกสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ควบตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เป็นกรรมการขับเคลื่อนและบูรณาการนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงในอีกหลากหลายแวดวงเกินกว่าที่จะกล่าวถึงได้หมด</p>
<p>ในฐานะผู้ออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ท่ามกลางความกังขาและการดูหมิ่นดูแคลนว่ากรุงเทพฯ จะสามารถสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินได้จริงหรือ จนมาถึงวันนี้ กรุงเทพฯ มีโครงข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินใช้ทั่วเมือง เอ้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าวิศวกรเมืองสามารถพลิกเมืองได้โดยใช้เทคนิคทางวิศวกรรมศาสตร์มาแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67344 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ฝันก้าวถัดไปคือการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้กรุงเทพฯ เพราะตัวเอ้เองก็เป็นพลเมืองคนหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมซอยบ้านทุกครั้งที่ฝนตก เขาจึงเข้าใจหัวอกคนเมืองเป็นอย่างดี และในฐานะที่เป็นวิศวกรเมืองทำให้เอ้ตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในกรอบความรู้ความสามารถที่เขามี เขาจึงออกแบบโมเดล ‘แก้มลิงใต้ดิน’ เพื่อดึงมวลน้ำในช่วงฝนตกลงไปเก็บใต้ดินเพื่อรอระบายลงคลองในภายหลัง ซึ่งเขามองว่าถ้าโมเดลนี้สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ก็จะส่งผลเป็นลูกโซ่ไปช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดช่วงฝนตกได้ด้วย</p>
<p>เราขอย้อนรอยเส้นทางชีวิตผู้ชายที่เป็นเหมือนไอรอนแมนเมืองไทย ผู้เป็นทั้งวิศวกรเมืองและ disrupter คนสำคัญที่มุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนเมืองมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น และตั้งใจยุติปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ก่อทุกข์ซ้ำซ้อนให้ผู้คนตลอดมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ย้อนรอยวิศวกรเมืองผู้ออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรก</strong></p>
<p>เอ้บอกว่าในชีวิตของเขาเริ่มต้นจากสองสิ่งคือ ‘design’ และ ‘desire’ คือมีแผนการในชีวิตและไฟปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทำให้สำเร็จ เพราะถ้ามีแต่แผนแต่ไร้พลังฮึดก็เดินต่อไม่ได้ หรือถ้ามีแต่พลังใจแต่ไร้แผนก็จะล้มอยู่ร่ำไป</p>
<p>เอ้เริ่มต้นเส้นทางการเป็นวิศวกรเมืองด้วยการวางแผนไปเรียนต่อที่ MIT ในระดับปริญญาโทเรื่องการสร้างอุโมงค์ในดินอ่อน เพื่อกลับมาสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินให้กรุงเทพฯ ตามความตั้งใจเดิม</p>
<p>“เราวางแผนว่าจะทำยังไงถึงจะเข้าเรียน MIT ได้ เลยคิดว่าจะทำโปรเจกต์ที่ล้ำยุคที่สุด ปกติเด็กวิศวะฯ ภาคโยธาก็จะทำโปรเจกต์เอาปูนมาผสมแกลบหล่อเป็นเสาจำลองแล้วดูกำลัง แต่เราคิดว่าทำเท่านั้นไม่พอ เราอยากไปให้ไกลกว่านั้น เลยคิดอยากออกแบบอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินเส้นแรกของประเทศ เพื่อแก้ปัญหารถติดให้คนเมือง”</p>
<p>แรงบันดาลใจการคิดสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินมาจากการที่เอ้เห็นคนหงุดหงิดเวลารถติด เขารู้สึกว่าเมืองเขมือบเวลาและพรากรอยยิ้มจากผู้คนไปหมด เอ้จึงคิดอยากสร้างระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ เพื่อหวังจะนำรอยยิ้มมาสู่ผู้คนอีกครั้ง ให้สมกับที่บ้านเมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Land of Smiles</p>
<p>ระหว่างทำโปรเจกต์ เอ้บอกว่าในยุคนั้นยังไม่มีอาจารย์คนไหนจบด้านการสร้างอุโมงค์ในดินอ่อนมาก่อน จึงต้องบากบั่นไปยืมตำราที่ห้องสมุดสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology) เพราะเป็นที่ที่มีตำราต่างประเทศมากที่สุดในยุคนั้น</p>
<p>“เราก็มาฝึกเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ C++ สำหรับรถไฟฟ้าใต้ดิน และนำเสนออาจารย์โดยการทำโมเดลจำลองผนังอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่ถอดได้ 6 ชิ้น เรายกคอมพิวเตอร์ที่เขียนโปรแกรมมาให้อาจารย์ดูด้วย อาจารย์ตกใจและประทับใจกับการนำเสนอมาก เกรด A ในวิชานี้เลยทำให้ได้เกรดเฉลี่ยรวมเป็น 3.01 เป็นเกียรตินิยมลำดับสุดท้ายของมหาวิทยาลัย ซึ่งพอจะทำให้สามารถยื่นเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศได้”</p>
<p>เอ้ไม่หยุดแค่การนำเสนอส่งอาจารย์แล้วเก็บขึ้นหิ้ง แต่เขาอยากให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้กรุงเทพฯ มีอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินใช้ เอ้จึงตัดสินใจเข้าพบ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ในสมัยนั้น เพื่อมอบโมเดลจำลองและโปรแกรมสำหรับรถไฟฟ้าใต้ดินให้ผู้ว่าฯ</p>
<p>“พอได้เข้าพบผู้ว่าฯ ท่านก็บอกว่ากำลังคิดอยู่พอดีว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าหรือใต้ดินดี ตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวในชีวิตของเราที่ได้อยู่ตรงนั้น เลยพูดขึ้นมาว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่เพื่อจะแก้ปัญหาการจราจรได้ แต่ประเทศไทยยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่จบมาทางด้านการทำอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินเลย ซึ่งในต่างประเทศเขาทำกันมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ผมขออาสาเป็นคนไทยคนแรกที่ไปเรียนเรื่องการออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินในดินอ่อนเพื่อจะมาช่วยกรุงเทพฯ แต่ผมจะไปเรียนที่ MIT ได้ผมต้องได้รับจดหมายรับรองจากผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นศิษย์เก่า MIT และเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ท่านก็ตอบรับจะเขียนจดหมายแนะนำให้ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งจดหมายนั้นทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปเลย”</p>
<p>ความฝันและจินตนาการที่อยากสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินที่จะมาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ทำให้เอ้ได้รับการตอบรับให้เข้าเรียน MIT ตามที่หวังได้สำเร็จ และจบมาเป็นวิศวกรด้านอุโมงค์และรถไฟฟ้าใต้ดินคนแรกของประเทศ ซึ่งหลังจากเรียนจบไม่นาน เอ้ก็ได้ออกแบบรถไฟฟ้าใต้ดินเส้นแรกสำเร็จ รวมถึงสายอื่นๆ ที่ตามมาอย่างรถไฟฟ้าสายที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาเส้นล่าสุด ก็เป็นฝีมือการออกแบบของเขาด้วยเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จากอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน สู่โมเดล </strong><strong>‘แก้มลิงใต้ดิน’</strong></p>
<p>“เราเติบโตมาในสายวิศวกรเมือง และเห็นว่างานสายนี้สามารถเปลี่ยนเมืองเปลี่ยนโลกได้ ตอนนั้นกรุงเทพฯ มีรถไฟฟ้าที่บรรเทาปัญหาการจราจรลงได้แล้ว แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งคือน้ำท่วมซ้ำซากที่ต้องแก้ไข”</p>
<p>เอ้เริ่มด้วยการวิเคราะห์ดูภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ ว่าเป็นพื้นที่ดินทับถมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้กรุงเทพฯ ต่ำกว่าระดับแม่น้ำ โดยเฉพาะย่านลาดพร้าวที่ต่ำกว่าระดับแม่น้ำเจ้าพระยาถึงสองเมตร ว่าง่ายๆ คือทุกวันนี้กรุงเทพฯ อยู่มาได้ด้วยเขื่อนและการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ</p>
<p>“หลักการที่ควรจะเป็นคือสูบน้ำจากซอยบ้านคน ออกสู่ถนนให้ไหลลงคลอง และน้ำจากคลองไหลไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เวลาฝนตกก็สูบน้ำออกจากถนนเพื่อลงไปยังคลอง แต่หลายครั้งการสูบน้ำยิ่งทำให้น้ำทะลักจากถนนเข้าสู่ซอยบ้านคน ทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากและทุกข์ซ้ำซ้อนเป็นวงจรไม่จบสิ้น”</p>
<p>เอ้อ้างอิงถึงโครงการแก้มลิงซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ให้เราฟังว่า</p>
<p>“เวลาน้ำท่วมเราต้องหาที่ลุ่มที่เป็นเหมือนแก้มลิงอมน้ำไว้ก่อน อาจจะเป็นบึงหรือลานกว้างๆ ก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลไปรวมกันที่ถนนหรือตามซอย ซึ่งทำให้รถติดและผู้คนเดือดร้อน พอฝนหยุดจึงค่อยสูบน้ำลงคลอง แต่ในเมืองไม่มีที่ลุ่มขนาดนั้น แล้วจะทำยังไง เราเลยมาคิดต่อว่าน่าจะทำแก้มลิงใต้ดินดู เพราะบนดินไม่มีพื้นที่กว้างใหญ่พอจะรับมวลน้ำมหาศาลได้”</p>
<p>พอฟังมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจนึกสงสัยเหมือนเราว่า แล้วจะไปทำแก้มลิงใต้ดินที่ตรงไหน แก้มลิงจะเก็บน้ำได้ยังไง</p>
<p>เอ้จึงให้เราลองจินตนาการถึงแทงก์น้ำขนาดใหญ่ใต้สวนจตุจักรที่เป็นพื้นที่ใจกลางของย่านวิภาวดี ลาดพร้าว และบางซื่อ โดยเปิดหน้าดินที่สวนจตุจักร สร้างแทงก์น้ำคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่เพื่อเป็นแก้มลิงใต้ดินไว้เก็บน้ำ</p>
<p>เอ้อธิบายว่าการทำแก้มลิงคอนกรีตนั้นมีวิธีการขุดง่ายกว่ารถไฟฟ้าใต้ดินอีก เพราะไม่มีคนเข้าไป ในขณะที่รถใต้ดินต้องคำนึงถึงระบบอากาศ และระบบรถไฟเข้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67356 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-2.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>“โมเดลแก้มลิงใต้ดินสามารถเก็บน้ำได้ประมาณหนึ่งแสนลูกบาศก์เมตร พอขุดเปิดหน้าดินเสร็จก็กลบ เรื่องการก่อสร้างก็จะไม่กระทบประชาชน ส่วนโซนที่ไม่มีการก่อสร้าง คนก็ยังสามารถมาใช้พื้นที่สวนสาธารณะได้อยู่ ไม่รุกล้ำพื้นที่ถนน เพราะไม่ได้เจาะผิวถนนที่ทำให้คนสัญจรไปมาเดือดร้อน เพราะเราทำในสวนสาธารณะที่สามารถปิดบางโซนได้ เราก็จะเจาะท่อจากใต้ดินไปเชื่อมบนถนนตามที่ต่างๆ คือมีท่อรับน้ำที่ถนนวิภาวดี ลาดพร้าว และบางซื่อ ให้น้ำไหลมารวมกันที่ใต้ดิน เพราะน้ำจะไหลตามแรงโน้มถ่วง พอฝนหยุดตกเราค่อยสูบน้ำลงคลองทีหลัง”</p>
<p>เช่นเดียวกับย่านสุขุมวิท อโศก และพระราม 4 ที่มีสวนเบญจกิติเป็นพื้นที่ใจกลางที่สามารถรับน้ำได้ โดยสามารถขุดทำเป็นแทงก์น้ำใต้ดิน จากนั้นก็ปิดฝา ด้านบนก็ทำเป็นทะเลสาบเหมือนเดิม เจาะปากปล่องที่ถนนสุขุมวิท อโศก และพระราม 4 ให้น้ำไหลมารวมกันที่แทงก์น้ำใต้สวนเบญจกิติที่เดียว ถนนก็จะแห้ง พอฝนหยุดก็ค่อยสูบน้ำออก</p>
<p>“นี่เป็นโมเดลที่น้อมนำพระราชดำริเรื่องแก้มลิงมาต่อยอด เพื่อทำแก้มลิงใต้ดินแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เพราะอย่างโตเกียวก็ทำแทงก์น้ำใต้ดินได้แล้ว โตเกียวฝนตกหนักกว่ากรุงเทพฯ เจอพายุไต้ฝุ่นปีละหลายลูก แผ่นดินต่ำกว่าแม่น้ำ แต่น้ำไม่ท่วมและรถไม่ติด เพราะโตเกียวมีแก้มลิงใต้ดินมาก่อนเราและมีวิศวกรเมืองที่นำแนวคิดนี้ไปสร้างเพื่อแก้ปัญหา หรืออย่างเนเธอร์แลนด์หรือลอนดอนที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเหมือนกรุงเทพฯ แต่น้ำไม่ท่วมและรถไม่ติด คนกรุงเทพฯ เจ็บปวดชินชากับปัญหาซ้ำซากจนคิดว่ามันแก้ไม่ได้ แต่ถ้าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ผมมองว่าสามารถใช้หลักทางด้านวิศวกรรมเมืองมาแก้ปัญหาต่างๆ ได้เหมือนกับอีกหลายประเทศที่เจอปัญหาเดียวกัน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>นวัตกรรมในมือวิศวกรเมืองที่ช่วยเปลื้องทุกข์เรื่องผังเมือง</strong></p>
<p>นอกจากปัญหารถติดหรือน้ำท่วม กรุงเทพฯ ยังเผชิญกับปัญหาผังเมือง เช่น การต่อเติมรุกล้ำพื้นที่คลองและแม่น้ำ หรือการต่อเติมตึกผิดประเภทที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง</p>
<p>“รถไฟฟ้าใต้ดินก็มีแล้ว เรื่องปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากโดยการทำแก้มลิงใต้ดินก็มีแนวโน้มสูงที่จะทำได้ ทุกวันนี้มีปัญหาการรุกล้ำพื้นที่แม่น้ำ คลอง หรือการต่อเติมตึกผิดประเภททำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย ปัญหาคือไม่มีข้าราชการมากพอที่จะตรวจตราได้หมดทุกซอกซอย ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีทางด้านดาวเทียมและโดรน ที่สามารถถ่ายเปรียบเทียบเป็นตารางกริดได้เลย ตรวจจับได้ว่ามีการต่อเติมผิดประเภทหรือมีการรุกล้ำแม่น้ำลำคลองที่ตรงไหน ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่เทคโนโลยีของวิศวกรรมเมืองที่จะเข้ามาแก้ปัญหาผังเมืองได้เช่นกัน”</p>
<p>เอ้ขยายต่อว่านวัตกรรมทางด้านวิศวกรรมเมือง โดยเฉพาะการตรวจตราเรื่องผังเมืองจะทำให้คนมีความปลอดภัย ไม่มีการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ที่สำคัญคือทำให้คนอยู่ในระเบียบ อยู่ในกฎหมาย ซึ่งตอนนี้หลวงพระบางนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้แล้ว เอ้บอกกับเราว่าเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการนำเทคโนโลยีโดรนที่ว่านี้มาใช้ที่กรุงเทพฯ เช่นกัน</p>
<p><strong>Disrupter ผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงแบบหักศอก</strong></p>
<p>เอ้ในฐานะวิศวกรเมืองผู้มองเห็นข้อจำกัดและความเป็นไปได้ของเมืองอย่างทะลุปรุโปร่งจนใครๆ ก็พากันเรียกเขาว่า disrupter ไม่ว่าจะทั้งเรื่องการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน เรื่องโมเดลแก้มลิงใต้ดินช่วยซับน้ำท่วม ไปจนถึงความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและโดรนเข้ามาช่วยตรวจตราผังเมืองให้อยู่ในรูปในรอยเพื่อความปลอดภัยของคนเมือง ในมุมของเอ้เอง เขามองตัวเองในฐานะผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงว่ายังไง สิ่งเหล่านี้ตอบโจทย์ในชีวิตเขาแล้วหรือยัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67359 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/city-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“ผมมองว่าผมเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใช้ความรู้และประสบการณ์มาแก้ปัญหาในชีวิตผู้คน และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเสริม ผมตั้งปณิธานว่าอยากเป็นคนที่สร้างความเปลี่ยนแปลงแบบหักศอก คือกล้าที่จะเปลี่ยนและสู้ไม่ถอยที่จะเปลี่ยนด้วย เพราะต่อให้มีความรู้ความสามารถแต่ไม่กล้าก็ทำให้เกิดขึ้นจริงไม่ได้ เพราะคนที่เคยอยู่มาแบบเดิมๆ ก็จะต่อต้านหรือบอกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างคราวที่เราจะทำรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่เราเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความกล้าที่จะเปลี่ยน และสิ่งที่สำคัญกว่าคือทำให้คนเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเป็นไปได้”</p>
<p>สิ่งที่เอ้พยายามทำอยู่ทุกวันนี้นอกจากการเป็นวิศวกรเมืองและ disrupter ผู้คิดสร้างนวัตกรรมพลิกเมืองแล้ว คือการสนับสนุนให้คนเมืองเปิดหู เปิดตา เปิดหัวใจ ว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราทุกคนมีส่วนร่วมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง</p>
<p>“แนวคิดที่มองไปข้างนอก ไม่ใช่แค่มองที่ตัวเราอย่างเดียว แนวความคิดที่มองว่าทุกอย่างเป็นไปได้จะเป็นแนวคิดที่ทำให้เมืองของเราพัฒนาได้แบบเต็มสูบ” เอ้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมีความหวัง</p>
<p>“เราเชื่อว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก คนไทยมีพรสวรรค์ มีทักษะเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยต้องเสริมคือจิตวิญญาณนักสู้หรือ fighting spirit เราต้องดูอย่างสิงคโปร์ที่ไม่มีน้ำจืด ไม่มีทรัพยากร แต่คนเขามีวิญญาณนักสู้ ต้องคิดค้นนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ หรือญี่ปุ่นที่เจอทั้งแผ่นดินไหว ทั้งไต้ฝุ่น แต่คนญี่ปุ่นสู้ขาดใจและมีวินัย หรืออย่างเกาหลีที่พัฒนามาเป็นประเทศที่เก่งด้านเทคโนโลยีมากๆ ทุกประเทศมีจิตวิญาณนักสู้”</p>
<p>เอ้อธิบายต่อไปว่า แล้วจะปลูกฝังจิตวิญญาณนักสู้ให้ปะทุอยู่ในตัวคนไทยได้อย่างไร เขาแนะนำด้วยคำสั้นๆ ว่าให้ อ่าน</p>
<p>“จิตวิญญาณนักสู้เกิดจากการอ่าน คนยิ่งใหญ่ระดับโลกล้วนเกิดมาได้ด้วยการอ่าน เพราะการอ่านจะฝังเข้าไปในตัวเราและเป็นแรงบันดาลใจให้อยากลงมือทำบ้าง กล้าลองทำ กล้านำเสนอ กล้าออกจากคอมฟอร์ตโซน และต้องไม่คิดว่าการถูกดูหมิ่นหรือความล้มเหลวเป็นสิ่งเลวร้าย ให้คิดเสียว่าเป็นแรงผลักดันให้เราทำสำเร็จ ทำให้เรารู้จักแก้ปัญหา ลองลงมือทำซ้ำๆ แล้วจิตวิญญาณนักสู้จะผุดขึ้นมาในตัวเอง และทำให้เราอยากออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลง”</p>
<p>เอ้เสริมว่าจิตวิญญาณนักสู้ไม่ได้มาจากแค่พลังใจอย่างเดียว แต่ต้องอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงด้วย เพราะหากมองย้อนกลับไปที่การต่อสู้หลายยกในชีวิตของคนเรา ถ้าร่างกายไม่พร้อมรับ ต่อให้จิตใจและสมองแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เราลุกขึ้นมาสู้ได้ เอ้จึงแนะนำว่าต้องดูแลสภาพร่างกายควบคู่ไปกับจิตใจที่ต้องสร้างให้แกร่งเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหา</p>
<p>เอ้กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ใช่แค่เขาที่เป็น disrupter อยู่คนเดียวแล้วจะขับเคลื่อนเมืองได้ ในฐานะวิศวกรเมือง และในฐานะอาจารย์ของลูกศิษย์ สิ่งที่เอ้อยากหว่านเพาะลงไปในตัวของคนรุ่นใหม่มากที่สุดคือความหวัง เอ้ยืนยันว่าใครๆ ก็เป็น game changer ได้ในทุกสนามและเป็นนักสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น</p>
<p>“อยากให้คนมีความหวัง อย่างแรกคือหวังว่าตัวเราจะเก่งขึ้น ดีขึ้น และต้องไม่คิดว่าบ้านเมืองไม่ใช่ของเรา ต่อมาคือเราควรจะมีความหวังและไม่ดูถูกบ้านเมืองของเราก่อน คิดว่าตัวเรานี่แหละที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงประเทศได้ ตัวเราเองจากเด็กวิศวะฯ ที่เกือบจะถูกรีไทร์ ฝันอยากเรียนในมหาวิทยาลัยวิศวกรรมอันดับหนึ่งของโลก เคยเจอคนดูถูกมากมาย แต่ความฝันและความหวังไม่มีใครขโมยไปจากเราได้ เพราะมันยังไม่เกิดขึ้น จะมาบอกว่ามันไม่จริงได้ยังไง สิ่งที่อยากบ่มเพาะเข้าไปในหัวใจของเด็กรุ่นใหม่คือ dream, believe, dare, do คือมีความฝันว่าตัวเราและบ้านเมืองของเราสามารถดีขึ้นได้ ฝันแล้วต้องเชื่อว่าเป็นไปได้ ต้องมีความกล้าที่จะมุ่งไปทำความฝัน และเริ่มลงมือทำเดี๋ยวนี้”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/city-engineer/">คุยกับ ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ : วิศวกรเมืองและ Disrupter ผู้ปลุกปั้น ‘แก้มลิงใต้ดิน’ เพื่อซับน้ำท่วมซ้ำซากและซับน้ำตาให้คนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Banyan Tree Residences Riverside: คอนโดโมเดิร์นที่ดีไซน์ให้กลายเป็นวิหารแห่งจิตวิญญาณ และทำให้คนอยากอยู่ติดบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/banyan-tree-residences/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jun 2019 09:00:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[งานออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะออกแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=63065</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บ้านคือส่วนต่อขยายของจิตวิญญาณ” เพราะบ้านไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย แต่บางคนยังอุปมาว่า บ้านคือวิหารศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีกรรมที่เรียกว่าชีวิต หากคุณอยากรู้จักไลฟ์สไตล์และชีวิตของใครสักหนึ่งให้ลึกซึ้งลงไปอีก ลองหาโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมบ้านเขาดูสักครั้ง คุณอาจพบคำตอบ ไม่ว่าบ้านของแต่ละคนจะหน้าตาเป็นแบบไหน จะเป็นหลังคาสามเหลี่ยมตั้งอยู่บนกล่องสี่เหลี่ยมแบบที่เราเคยวาดตอนเด็กๆ หรือเป็นตึกระฟ้าหน้าตาทันสมัย ก็ถือเป็นบ้านทั้งนั้นหากสามารถเป็นที่พักกายใจ และมอบความสงบสุขให้แก่เราได้ The Sanctuary of your soul: เมื่อบ้านคือวิหารของจิตวิญญาณ ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็ว การ ‘อยู่ไม่ติดบ้าน’ กลายเป็นเรื่องสามัญไปเสียแล้ว เพราะโลกสมัยใหม่เร่งเร้าให้เราวิ่งวุ่นกับชีวิตนอกบ้าน เวลาของชีวิตก็แทบจวนจะหมดไปกับภาระการงาน บ่อยครั้งการกลับบ้านไม่ใช่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างที่ควรจะเป็น ความเงียบสงบและความผ่อนคลายจึงกลายเป็นของหรูหราที่ต้องทุ่มเงินตราออกไปหาซื้อนอกบ้าน แต่จะดีแค่ไหนหากบ้านได้ตระเตรียมสิ่งนั้นให้แก่ผู้อยู่อาศัยแล้ว บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok) พยายามตอบโจทย์ความเป็นที่พักแบบ Private Residence ที่ให้ทั้งความสงบและความเป็นส่วนตัว แต่มีความความสะดวกสบายครบครัน ผสานแนวคิดการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ และภูมิสถาปัตยกรรม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกได้พักผ่อนทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง จนอยาก ‘อยู่ติดบ้าน’ เพื่อชาร์จพลังชีวิต ที่นี่มีคอนเซปต์ ‘The Sanctuary of your soul’ ซึ่งหมายถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/banyan-tree-residences/">Banyan Tree Residences Riverside: คอนโดโมเดิร์นที่ดีไซน์ให้กลายเป็นวิหารแห่งจิตวิญญาณ และทำให้คนอยากอยู่ติดบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“บ้านคือส่วนต่อขยายของจิตวิญญาณ”</p>
<p>เพราะบ้านไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย แต่บางคนยังอุปมาว่า บ้านคือวิหารศักดิ์สิทธิ์สำหรับประกอบพิธีกรรมที่เรียกว่าชีวิต หากคุณอยากรู้จักไลฟ์สไตล์และชีวิตของใครสักหนึ่งให้ลึกซึ้งลงไปอีก ลองหาโอกาสแวะเวียนไปเยี่ยมบ้านเขาดูสักครั้ง คุณอาจพบคำตอบ</p>
<p>ไม่ว่าบ้านของแต่ละคนจะหน้าตาเป็นแบบไหน จะเป็นหลังคาสามเหลี่ยมตั้งอยู่บนกล่องสี่เหลี่ยมแบบที่เราเคยวาดตอนเด็กๆ หรือเป็นตึกระฟ้าหน้าตาทันสมัย ก็ถือเป็นบ้านทั้งนั้นหากสามารถเป็นที่พักกายใจ และมอบความสงบสุขให้แก่เราได้</p>
<p><strong>The Sanctuary of your soul: เมื่อบ้านคือวิหารของจิตวิญญาณ</strong></p>
<p>ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็ว การ ‘อยู่ไม่ติดบ้าน’ กลายเป็นเรื่องสามัญไปเสียแล้ว เพราะโลกสมัยใหม่เร่งเร้าให้เราวิ่งวุ่นกับชีวิตนอกบ้าน เวลาของชีวิตก็แทบจวนจะหมดไปกับภาระการงาน บ่อยครั้งการกลับบ้านไม่ใช่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างที่ควรจะเป็น</p>
<p>ความเงียบสงบและความผ่อนคลายจึงกลายเป็นของหรูหราที่ต้องทุ่มเงินตราออกไปหาซื้อนอกบ้าน แต่จะดีแค่ไหนหากบ้านได้ตระเตรียมสิ่งนั้นให้แก่ผู้อยู่อาศัยแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63073 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Exterior-Old-Town.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Exterior-Old-Town.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Exterior-Old-Town-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Exterior-Old-Town-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>บันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ</strong> (Banyan Tree Residences Riverside Bangkok) พยายามตอบโจทย์ความเป็นที่พักแบบ Private Residence ที่ให้ทั้งความสงบและความเป็นส่วนตัว แต่มีความความสะดวกสบายครบครัน ผสานแนวคิดการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ และภูมิสถาปัตยกรรม ที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกได้พักผ่อนทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง จนอยาก ‘อยู่ติดบ้าน’ เพื่อชาร์จพลังชีวิต</p>
<p>ที่นี่มีคอนเซปต์ ‘The Sanctuary of your soul’ ซึ่งหมายถึง ‘ความสงบแห่งจิตวิญญาณ’ โดยทีมออกแบบตั้งใจให้เป็นสถานที่ที่ผู้อาศัยสามารถหลีกเร้นจากความวุ่นวายในเมือง เพื่อหลบมาพักผ่อนกายใจในบ้านของคุณเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนไกลๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63074 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_031.jpg" alt="" width="575" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_031.jpg 575w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_031-256x300.jpg 256w" sizes="(max-width: 575px) 100vw, 575px" /></p>
<p>นอกจากจะเป็นอาคารริมน้ำบนที่ดินศักยภาพสูงแล้ว ทีมยังพัฒนาให้ที่พักอาศัยบนที่ผืนนี้มีความเงียบสงบ และมีบริการเสริมที่สะดวกสบายไม่ต่างจากอยู่โรงแรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63075 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ต๊อบ–</strong><strong>รณชัย ไตรยสุนันท์ </strong>Chief Design &amp; Development Officer นักพัฒนาประจำโครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ เล่าให้เราฟังถึงที่มาของการจับมือกันของบริษัทเนอวานาและแบรนด์โรงแรมบันยันทรีว่า “เราอยากพัฒนาให้ที่พักอาศัยมีความเงียบสงบ แล้วคิดต่อว่าจะเลือกธุรกิจบริการของแบรนด์ไหนมาเสริมดี ก็ไปจบที่บันยันทรี เพราะมีคอนเซปต์ Sanctuary ที่เน้นเรื่องความสงบเหมือนกัน และบันยันทรีก็มีบริการที่ตอบโจทย์ความเป็น Private Residence”</p>
<p>คอนโดที่นี่จึงต่างจากที่อื่นๆ คือมีดีเอ็นเอของความเป็นโรงแรมเข้ามาผสานด้วย ยกตัวอย่างเช่น มีพนักงาน concierge ที่ทำหน้าที่เหมือนเลขาฯ ส่วนตัว ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องวางแผนการเดินทางท่องเที่ยว และจัดการธุระจิปาถะ มีห้องอาหารส่วนตัว ทั้งยังสามารถเรียกบริการเชฟมาทำอาหาร และเรียกเทอราพิสต์จากบันยันทรีมาทำสปาที่นี่ได้</p>
<p>“บริการเหล่านี้ทำให้เราเหมือนอยู่โรงแรม แต่เป็นโรงแรมที่เราเป็นเจ้าของเอง ซึ่งจะต่างจากคอนโดทั่วไปที่อาจจะยังไม่มีบริการเหล่านี้รองรับ” ต๊อบกล่าวเสริม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำเลทอง </strong><strong>‘ท้องมังกร’: แลนด์มาร์กกลางโค้งน้ำ</strong></p>
<p>ต๊อบขยายให้เราฟังถึงทำเลทองซึ่งเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ว่า “ตัวอาคารใกล้แม่น้ำมาก ทั้งตึกห่างจากแม่น้ำแค่ 16 เมตร ต่างจากตึกรุ่นใหม่ๆ ที่ต้องถอยร่นเข้าไปจากริมน้ำมากกว่านี้ราวสามเท่า วิวตรงนี้จึงไม่มีตึกไหนมาบังเลย” จะบอกว่าเป็นกำไรด้านทัศนียภาพแก่ผู้พักอาศัยก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะไม่ว่าจะอีกกี่สิบปี ทิวทัศน์ตรงนี้ก็จะยังคงอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63076 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Shot1.jpg" alt="" width="675" height="379" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Shot1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Shot1-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Shot1-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>อาจเรียกได้ว่าสิทธิพิเศษเริ่มตั้งแต่ก้าวเข้ามาพักที่นี่ คือวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุด ซึ่งนักลงทุนที่ดินเรียกกันว่า ‘ท้องมังกร’ เพราะเป็นที่ดินที่ยื่นเข้าไปในแม่น้ำ ซึ่งสามารถมองเห็นทั้งเมืองเก่าฝั่งเจริญนครและทิวทัศน์ฝั่งรัตนโกสินทร์ สามารถดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของภูเขาทอง วัดโพธิ์ วัดอรุณ พระบรมมหาราชวัง วัดเล่งเน่ยยี่ เยาวราช ปากคลองตลาด และห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม ฯลฯ</p>
<p>ที่ตรงนี้จึงไม่ต่างจากแลนด์มาร์กกลางย่านชุมชนวัฒนธรรมและย่านธุรกิจการค้า เดินทางสะดวก เพราะใกล้รถไฟฟ้าและมีท่าเรือส่วนตัวของโครงการ ผู้อาศัยจึงสามารถเลือกสัญจรได้ทั้งทางบกและทางน้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Modern Tropical Architectural Design: ดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานและความเป็นส่วนตัว</strong></p>
<p>ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบที่นี่ จะเห็นว่าตรงทางเข้ามีหมู่ไม้ครึ้มที่คล้ายกับกำลังอ้าแขนต้อนรับเรา ความเขียวขจีหลากเฉดทำให้พื้นที่โดยรวมดูร่มรื่น ทั้งยังขับให้อาคารสมัยใหม่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าดูโดดเด่น ทว่ายังดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง</p>
<p>แต่ไฮไลต์หลักของที่นี่คงหนีไม่พ้นเรื่องการดีไซน์สุดไอคอนิกของตัวอาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63077 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>SCDA Architects คือทีมสถาปนิกผู้ออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมของตัวอาคารหลัก การตกแต่งภายใน และการออกแบบภูมิทัศน์ ออกแบบพื้นที่ให้รองรับกับวัตถุประสงค์การใช้งานและพฤติกรรมผู้พักอาศัย</p>
<p>Richard Chiu สถาปนิกผู้เป็น Director Architect ที่ปรึกษาโครงการ เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับคอนเซปต์ของบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ ว่าเป็นการออกแบบสไตล์ ‘Modern Tropical Architectural Design’ ในแบบที่ SCDA Architects ถนัด ซึ่งจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอกอาคาร เน้นธรรมชาติเข้ามาผสานในความโมเดิร์น ซึ่งตัวอาคารจะมีการตกแต่งด้วยไม้จริง หิน และต้นไม้เป็นหลัก</p>
<p>“ในแวดวง Modernism Design การออกแบบสถาปัตยกรรมโมเดิร์น ไม่ใช่แค่ความสวยงามทันสมัยแค่ภายนอก หรือการประดับตกแต่งให้ดูดีและน่าดึงดูดเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันต้องใช้งานได้จริง ทั้งสถาปนิก มัณฑนากร และนักออกแบบภูมิทัศน์ทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้มาตรฐานสูงสุดและตอบโจทย์ผู้พักอาศัย เราคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยแทบทุกมิติในตัวอาคาร ใส่ประสบการณ์ในการทำงานและใส่ใจในรายละเอียด”</p>
<p>การออกแบบทั้งสถาปัตยกรรม อินทีเรียดีไซน์ และภูมิสถาปัตยกรรม จำเป็นต้องทำอย่างประสานสอดคล้องกัน ริชาร์ดยกตัวอย่างให้เห็นถึงไอเดียตั้งต้นของการออกแบบที่นี่ว่า การออกแบบที่ดีต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ จึงมีคอนเซปต์ความเป็น Outdoor Room ไม่ใช่แค่ Outdoor Space ภูมิทัศน์ภายนอกอาคารไม่ใช่แค่พื้นและท้องฟ้า แต่พื้นที่ภายนอกอาคารต้องเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัยด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63078 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/banyantree-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>การออกแบบจึงพยายามหยิบจับเอาธรรมชาติเข้ามาสอดแทรกกับความทันสมัยให้มากที่สุด เช่น พื้นที่ส่วนรวมอย่างสระว่ายน้ำก็จะมีผนังต้นไม้ และพื้นที่สวนหย่อมกว้างขวางด้านขวางที่ให้ความรื่นรมย์และช่วยลดอุณหภูมิ</p>
<p>หัวใจของการเลือกวัสดุไม่ใช่แค่การเลือกวัสดุราคาแพงมาใส่ แต่คือการเลือกวัสดุที่ ‘ใช่’ ต่างหาก “เราใช้ไม้สักแท้ปูพื้นห้อง เลือกหินธรรมชาติจากประเทศต้นกำเนิด คุณจะเห็นดีไซน์คอนเซปต์ที่เบลนด์เข้ากับธรรมชาติที่ค่อยๆ บิลด์มาตั้งแต่คุณได้มาเหยียบที่นี่ ถ้าสังเกตจะเห็นเฟรมสี่เหลี่ยมตรงทางเข้าอาคาร ที่สามารถมองทะลุวิวแม่น้ำ เราพยายามเอาฟีเจอร์ของแม่น้ำมาผสมผสาน และทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกใกล้ชิดกับแม่น้ำที่สุด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63079 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_032.jpg" alt="" width="583" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_032.jpg 583w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/nrdd_032-259x300.jpg 259w" sizes="(max-width: 583px) 100vw, 583px" /></p>
<p>ริชาร์ดเล่าต่อถึงคอนเซปต์การออกแบบสระว่ายน้ำที่ดีไซน์เพื่อเน้นความเป็นส่วนตัว คือแยกสระเด็กกับผู้ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในระยะสายตาและการดูแลของผู้ปกครอง มีเตียงอาบแดดที่จัดโซนหลบมุมเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนพื้นสระ เวลาเจอแสงไฟที่เปิดในตอนกลางคืนจะเหมือนคลื่นที่เคลื่อนไหวคล้ายคลื่นของแม่น้ำ</p>
<p>การพยายามขับให้ฟีเจอร์ของแม่น้ำดูเด่นขึ้นมาในการออกแบบ ไม่ใช่แต่เส้นสายหรือลายคลื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำผู้อาศัยให้เข้าไปใกล้ชิดกับแม่น้ำในแทบจะทุกมิติ เช่น บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง จะมีอ่างจากุซซีขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาให้เหมือนนั่งแช่ในแม่น้ำ เพราะหากมองออกไปจะเห็นวิวแม่น้ำทันที ส่วนโซนบาร์บีคิวจะมีระเบียงให้เดินลงไปเพื่อให้เห็นวิวแม่น้ำชัดขึ้น เมื่อมองออกมาจากระเบียงจะเป็นมุมที่ประจันหน้ากับแม่น้ำทันที</p>
<p>จะสังเกตว่าบนพื้นที่เดียวกัน มีการดีไซน์ให้พื้นที่นั้นมีการลดหลั่นกันลงไป มีมุมหลบและมุมลับสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ดีไซน์แนว Modern Tropical จึงไม่ใช่แค่ดูทันสมัย แต่ต้องเน้นไปที่การใช้งานจริงอย่างที่ริชาร์ดกล่าวไปตอนต้น</p>
<p>ความโดดเด่นในเรื่องงานสถาปัตยกรรมและดีไซน์จึงไปเข้าตากรรมการในเวที  Asia Pacific Property Award ปี 2019-2020 ซึ่งนับเป็นสุดยอดรางวัลอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสามารถคว้ามาได้ถึงสองรางวัลในสาขา Residential High-Rise Architecture และ Residential High-Rise Development ซึ่งเป็นการการันตีถึงคุณภาพของคอนโดมิเนียมระดับ super luxury ที่โดดเด่นด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและในแง่การพัฒนาโครงการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อาคารไอคอนิกที่ดีไซน์มาเพื่อผู้อยู่อาศัย</strong></p>
<p>ริชาร์ดอธิบายการออกแบบด้านหน้าทั้งสองด้านของอาคารว่า พื้นที่อยู่อาศัยที่หันหน้าประจันกับแม่น้ำตั้งใจออกแบบให้เรียบง่าย แต่ไม่ตกยุค ส่วนด้านหน้าอีกด้านที่เป็นทางเข้า เดิมทีเป็นแผงคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศที่เรียงกันเป็นตับ หลายที่อาจเปลี่ยนเปลือยไว้ แต่ก็จะดูไม่สวยงาม จึงมีการคิดดีไซน์เพิ่มให้ดูเก๋ ทันสมัย และสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน วัสดุที่นำมาใช้เป็นแผ่นระบายอากาศและระบายความร้อนจากเครื่องคอมเพรสเซอร์ได้ดี เวลาช่างมาตรวจสภาพหรือเวลาจะทำความสะอาด โซนนี้จะเป็นด้านหลังที่ไม่ข้องเกี่ยวกับโซนพักอาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องกังวลเรื่องลมร้อนจากคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63080 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/DSC3891-retouch.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/DSC3891-retouch.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/DSC3891-retouch-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/DSC3891-retouch-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>สำหรับพื้นที่พักอาศัยส่วนตัวก็มีการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและความเป็นส่วนตัวเช่นกัน เช่น กระจกหน้าต่างจะมีช่องอากาศระหว่างกระจกสองแผ่น สามารถกันเสียงและความร้อนได้ดี น้ำหนักเบา เปิดสลับซ้ายขวาได้สุด กระจกห้องส่วนที่หันหน้าไปยังริมน้ำก็มีการทดสอบสีเข้มอ่อนจนเจอเฉดที่ใช่ที่สุด เพื่อให้โซนที่พักอาศัยดูไม่โป๊จนเกินไป ไม่มืดเกินไป ไม่บังวิว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องมีความเป็นส่วนตัวอยู่</p>
<p>บานประตูมีซีลกันฝุ่นและแมลง มีระบบกรองอากาศและอุณหภูมิอากาศภายในห้อง มีระบบควบคุมไฟ แอร์ และม่าน ผ่านสมาร์ตโฟน และลิฟต์ส่วนตัวที่ปราศจากเสียงดังรบกวน</p>
<p>นอกจากนี้สิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่โครงการจัดไว้ยังมีห้องประชุมสุดไฮเทคที่มีพื้นที่กว้างขวาง และไม่ต้องใช้ไมโครโฟนแม้แต่ตัวเดียว เพราะมีการติดตั้ง  AI ที่จะดึงเสียงพูดของคุณจากรอบทิศทางไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของห้อง ซึ่งเหมาะกับการจัดคอนเฟอร์เรนซ์ย่อมๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง แต่สามารถจัดประชุมได้เองที่บ้าน</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยังได้เตรียม EV Ready ซึ่งเป็นเต้ารับสำหรับจ่ายไฟให้ทุกช่องจอดบริเวณลานจอดรถ เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมีมากขึ้นในอนาคต และมีพื้นที่สำหรับจอดรถสปอร์ตที่โหลดต่ำกว่าปกติ ให้สามารถขึ้นไปจอดได้ด้วยการดีไซน์มุมและองศาพิเศษสำหรับรถโหลดต่ำ</p>
<p>แง่มุมการออกแบบที่ริชาร์ดเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ Modern Living Innovation ในโครงการนี้คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสานเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัย สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการพัฒนาโครงการบันยันทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ ของบริษัทเนอวานา ที่ต้องการมอบประสบการณ์การพักอาศัยที่สมบูรณ์แบบที่สุดตามคอนเซปต์ Living Revolution ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบที่ไม่ได้เน้นเรื่องของความสวยงามสไตล์ Natural Modern เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับผู้อยู่อาศัยด้วย</p>
<p>“ผมอยากบอกว่านี่เป็นตึกที่เป็นไอคอนิก หลายคนบอกว่าที่นี่ไม่ต่างจากแลนด์มาร์ก ซึ่งผมเห็นด้วย พันธกิจหนึ่งนอกจากความสวยงาม คือการสร้างตึกให้แข็งแรงและมั่นคงซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของพวกเรา เพราะแน่นอนว่าตึกนี้จะอยู่ยาวนานกว่าชีวิตของพวกเราเสียอีก มันเลยเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำออกมาให้ดี” ริชาร์ดทิ้งท้าย</p>
<p><em>Banyan Tree Residences Riverside คือบ้านในรูปแบบตึกระฟ้าหน้าตาทันสมัยที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยบริษัทเนอวานาและสถาปนิกจาก SCDA Architects ร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นวิหารแห่งจิตวิญญาณในรูปแบบ Private Residence ที่ทั้งสงบและร่มรื่น และการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ ​Modern Tropical ที่คว้ารางวัล Asia Pacific Property Award ปี 2019-2020 ซึ่งนับเป็นสุดยอดรางวัลอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://Nirvana.bz/BTRR-Aday">Nirvana.bz/BTRR-Aday</a></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/banyan-tree-residences/">Banyan Tree Residences Riverside: คอนโดโมเดิร์นที่ดีไซน์ให้กลายเป็นวิหารแห่งจิตวิญญาณ และทำให้คนอยากอยู่ติดบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
