<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>The Outsider &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/the-outsider/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/the-outsider/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Apr 2023 06:42:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>The PicLic Band วงดนตรีมัธยมหญิงล้วนจากเชียงใหม่ กับการตามหาความฝันบนเวที THE POWER BAND</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-piclic-band-the-power-band/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Apr 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[THE POWER BAND 2023 Season]]></category>
		<category><![CDATA[THE POWER BAND]]></category>
		<category><![CDATA[The PicLic Band]]></category>
		<category><![CDATA[bodyslam]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[King Power]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165813</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูอยากจะบอกว่าไม่มีวันนี้เป็นครั้งที่สองนะคะ พยายามไปเลยค่ะ สิ่งที่เราอยากทำ สิ่งที่เราฝัน มันดีนะคะถ้าเริ่มตั้งแต่ตอนนี้” ประโยคเรียบง่ายจากเด็กสาววัย 15 ที่เชื่อมั่นในความฝันเอ่ยขึ้นอย่างฉะฉาน หลังจากที่เธอกับเพื่อนๆ ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตกับนักดนตรีร็อกระดับประเทศสดๆ ร้อนๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมที่หลงใหลในเสียงดนตรีเท่านั้น จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปที่ THE POWER BAND เวทีการประกวดวงดนตรีสากลระดับประเทศ โดยคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอดวงดนตรีรุ่นใหม่ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป จากทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE POWER OF POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้&#8221;&#160;&#160;&#160; เวทีนี้จึงเต็มไปด้วยความฝันและความหวังของเยาวชนรุ่นใหม่ และ ฟิล์ม-ปณิชา มณีวรรณ นักร้องนำวง The PicLic Band วงดนตรีมัธยมหญิงล้วน 5 คนจากเชียงใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น และได้เข้าร่วมการประกวด THE POWER BAND Season 2 จนกลายเป็นวงดนตรีที่แม้ไม่ชนะเลิศแต่มีแววความสามารถมากอีกวงหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่วง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-piclic-band-the-power-band/">The PicLic Band วงดนตรีมัธยมหญิงล้วนจากเชียงใหม่ กับการตามหาความฝันบนเวที THE POWER BAND</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“หนูอยากจะบอกว่าไม่มีวันนี้เป็นครั้งที่สองนะคะ พยายามไปเลยค่ะ สิ่งที่เราอยากทำ สิ่งที่เราฝัน มันดีนะคะถ้าเริ่มตั้งแต่ตอนนี้”</p>



<p>ประโยคเรียบง่ายจากเด็กสาววัย 15 ที่เชื่อมั่นในความฝันเอ่ยขึ้นอย่างฉะฉาน หลังจากที่เธอกับเพื่อนๆ ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตกับนักดนตรีร็อกระดับประเทศสดๆ ร้อนๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยมที่หลงใหลในเสียงดนตรีเท่านั้น</p>



<p>จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปที่ THE POWER BAND เวทีการประกวดวงดนตรีสากลระดับประเทศ โดยคิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย และวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอดวงดนตรีรุ่นใหม่ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป จากทั่วประเทศ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE POWER OF POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้&#8221;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เวทีนี้จึงเต็มไปด้วยความฝันและความหวังของเยาวชนรุ่นใหม่ และ ฟิล์ม-ปณิชา มณีวรรณ นักร้องนำวง The PicLic Band วงดนตรีมัธยมหญิงล้วน 5 คนจากเชียงใหม่ก็เป็นหนึ่งในนั้น และได้เข้าร่วมการประกวด THE POWER BAND Season 2 จนกลายเป็นวงดนตรีที่แม้ไม่ชนะเลิศแต่มีแววความสามารถมากอีกวงหนึ่ง</p>



<p>ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่วง The PicLic Band ก็แสดงให้เห็นว่าทำได้ โดยพวกเธอเป็นหนึ่งในวงดนตรีซึ่งถูกคัดเลือกให้ขึ้นมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับ ‘ตูน บอดี้สแลม’ (อาทิวราห์ คงมาลัย) ในคอนเสิร์ตครั้งพิเศษ BODYSLAM “พูดในใจ” THE B SIDE CONCERT พร้อมเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากผู้คนทั่วทั้งฮอลล์ สานต่อพลังความเป็นไปได้</p>



<p>หากวงดนตรีมัธยมที่เต็มไปด้วยความฝัน ความหวัง มิตรภาพ มักเป็นส่วนผสมของหนังวัยรุ่นชั้นดี เรื่องราวของฟิล์ม จากวง The PicLic Band วงดนตรีที่หมายถึงเด็กตัวเล็กๆ ในภาษาเหนือ ก็คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่มีองค์ประกอบเหล่านั้นอย่างครบถ้วน&nbsp;</p>



<p>เช้าวันหนึ่งหลังเหตุการณ์ที่น่าจดจำไปตลอดชีวิต ฟิล์มจะมาบอกเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยความฝัน ความหวัง และต่อให้ต้องพบกับความยากลำบากอีกกี่ครั้งก็ไม่ยอมแพ้แน่นอน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-165844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-83-logo-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-165845" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/JSD-87-logo-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีกับนักร้องมืออาชีพ กับตูน BODYSLAM</strong></h5>



<p>ตื่นเต้นมากเลยค่ะ เพราะเป็นประสบการณ์แรกเลย ไม่เคยขึ้นแสดงบนเวทีกับศิลปินมาก่อน ตื่นเต้นแล้วก็ทำตัวไม่ถูกเลยค่ะ แต่ก็ต้องทำอย่างมืออาชีพเพราะหนูอยากเป็นเหมือนพี่เขา ก็ต้องเรียนรู้ในการทำงานของพี่เขาด้วย ตอนตื่นเต้นก็ลนไม่หยุดเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดี หนูต้องสงบสติอารมณ์</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าตื่นเต้นแล้วตอนที่แสดงคิดอะไรอยู่เพื่อที่จะทำการแสดงออกมาให้ได้ดี</strong></h5>



<p>หนูก็คิดถึงเนื้อเพลงเลยค่ะ เพราะหนูกลัวจำเนื้อไม่ได้ ทำโชว์ได้ไม่ดีพอ หนูก็จะทำให้ได้ดีที่สุด ทำให้คนดูเอ็นจอย</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ภาพที่เห็นคนดูเอ็นจอยอย่างที่หวังไว้ไหม</strong></h5>



<p>คนดูเอ็นจอยมากเลยค่ะ (เสียงตื่นเต้น) เกินคาดหมายเยอะมากๆ เลยค่ะ เพราะว่าเขากรี๊ดทั้งฮอลล์เลยค่ะ หนูรู้สึกภูมิใจมาก ณ จุดๆ นั้น</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>การได้แสดงบนคอนเสิร์ตใหญ่กับศิลปินต้องฝึกซ้อมขนาดไหน</strong></h5>



<p>มันก็ไม่แตกต่างจากการซ้อมปกติเท่าไหร่ค่ะ แต่พอได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ต้องซ้อมให้มันเป๊ะ หนูต้องทำให้มันถูกต้องและผิดพลาดน้อยที่สุด ต้องซ้อมเก็บรายละเอียดเหมือนกัน แล้วก็ทำให้มันดีเหมือนกัน แต่แค่เวทีนี้เป็นเวทีที่ต้องใช้ความจำเยอะ แล้วก็ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพเยอะกว่า หนูก็จะดูพี่เขาตั้งแต่ตอนซ้อม เป็นมืออาชีพมากเลยค่ะ เพราะพี่เขาแทบจะไม่ได้คุยเล่นอะไรกันเยอะ เขาก็จะปรับนั่นปรับนี่ ให้โชว์มันดีที่สุด ให้เสียงมันชัด ให้ทุกคนเอ็นจอย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-165846" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/EXM_7638-logo-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-165848" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/น.ส.ปณิชา-มณีวรรณ7-logo.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้แนะนำวง The PicLic Band ให้กับคนที่ไม่รู้จักจะแนะนำว่าอะไร</strong></h5>



<p>เป็นวงหญิงล้วน แต่ละคนก็มีหลายสไตล์ มี 5 คน กีตาร์ ร้อง เบส กลอง คีย์บอร์ดค่ะ ที่เป็นหญิงล้วนเพราะครูเห็นวงดนตรีทั่วไปจะมีแต่หญิงชาย หรือชายมากกว่า เลยอยากเป็นวงดนตรีหญิงล้วนที่เริ่มเล่นดนตรีประมาณ ป.2-ป.3 ก็จะเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เล่นดนตรีค่ะ ตอนนี้แต่ละคนก็ประมาณมัธยมต้นและมัธยมปลายค่ะ</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>คิดยังไงกับการที่เป็นเด็กผู้หญิงแล้วมาเล่นดนตรีที่ปกติไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่</strong></h5>



<p>หนูคิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ว้าวมาก ยิ่งเป็นเด็กๆ จะไม่ค่อยเห็นค่ะ เพราะหนูเริ่มเล่นตั้งแต่ตอนเด็กๆ มีแต่คนถามว่า ‘เล่นได้ไง เป็นเด็กก็เล่นเก่งนะเนี่ย’ ตอนแรกทุกคนเล่นอูคูเลเล่กันหมดเลยค่ะ หนูก็เริ่มเล่นตอนอายุประมาณ 6-7 ขวบ ครูจะเอามาซ้อม และมารวมตัวกันได้เพราะครูอยากทำวงเลยได้เป็น The PicLic Band ปัจจุบัน ตอนแรกหนูเล่นกีตาร์และร้องเพลงไปด้วยแต่ไม่ได้เป็นนักร้องของวง จนมีสมาชิกวงที่ออกไป หนูก็เลยกลายเป็นนักร้อง</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>แล้วฝึกร้องเพลงจากที่ไหน</strong></h5>



<p>หนูร้องเพลงมาก่อนค่ะ ตามงานแข่ง งานประกวด ทั้งเพลงลูกทุ่ง สตริง สากล ที่เลือกร้องเพลงเพราะหนูรู้สึกว่าเมื่อก่อน – พ่อหนูเป็นนักดนตรี แล้วหนูก็ไปห้องซ้อมกับพ่อบ่อย เห็นเขาร้องเพลงก็เลยอยากร้องเพลงบ้าง พ่อก็ให้กำลังใจตลอดว่าร้องเพลงไม่แย่นะ หนูก็เลยฝึกร้องตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ พ่อหนูอยากให้เป็นนักร้อง รู้สึกว่าเสียงหนูก็ไม่ได้แย่ขนาดที่คนอื่นจะฟังไม่ได้ ก็เลยลองฝึกเรื่อยๆ แล้วก็ไปเรียน ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเวทีมา</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>อะไรทำให้ตัดสินใจยื่นสมัครเข้ามาในเวที </strong>THE POWER BAND</h5>



<p>ตอนนั้นพี่มือกีตาร์ของเรา พี่กิ๊ฟ (กิ๊ฟซี่-สุทธิดา พันธ์ศรี มือกีตาร์ของวง The PicLic Band) บอกว่าไปเลื่อนเจอในเพจ King Power มันมีการประกวด THE POWER BAND นะ ก็เลยส่งมาในกลุ่มไลน์ของ The PicLic Band ว่าจะไปกันไหม ก็เลยตกลงว่าไปค่ะ (เสียงมั่นใจ) เพราะเป็นเวทีใหญ่และอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย ตอนแรกหนูก็กังวลเพราะมันมีหลายภาคค่ะ แล้วก็มีแต่คนเก่งๆ ทั้งนั้นเลย แต่เราก็คิดว่าเราก็ต้องทำได้ค่ะ เวทีนี้ทำให้ได้ประสบการณ์ดีๆ และอะไรหลายอย่างมากเลยค่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-165849" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-1536x1026.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/วง-The-PicLic-Band-logo-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ประสบการณ์ที่ดีจากการประกวดสำคัญกับตัวเองยังไง</strong></h5>



<p>หนูอยากไปประกวดเรื่อยๆ ค่ะ ประกวดให้มันดี อยากได้คำแนะนำจากกรรมการ เพราะตอนนั้นหนูยังไม่รู้สไตล์ตัวเองว่ามันเป็นยังไง ร้องแบบไหนได้บ้าง ตอนนั้นก็กังวล กลัวร้องได้ไม่ดีพอ แต่เห็นกรรมการคอมเมนต์ว่าหนูควรจะเติมตรงนี้ หนูก็โอเคค่ะ ยินดี แล้วก็นำไปปรับค่ะ</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>การผ่านเวทีการประกวด การฝึกซ้อมมาตั้งหลายครั้งมันทำให้เรารู้สึกท้อแท้บ้างไหม</strong></h5>



<p>มันมีอยู่แล้วค่ะ ความผิดหวัง เพราะว่ามันไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมาย สมมุติว่าหนูอยากร้องแบบนี้ได้ มันร้องไม่ได้สักที หนูก็ผิดหวังเหมือนกัน เพราะหนูอยากทำให้โชว์มันดีที่สุด นักดนตรีหรือทุกคนก็ทุ่มเทกับการแข่งนี้หนูก็ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าหนูทำไม่ดีมันก็ผิดหวัง</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ถ้ารู้สึกผิดหวังแล้วอะไรที่ทำให้ยังร้องเพลงต่อ</strong></h5>



<p>คิดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาค่ะ เพราะว่าหนูผ่านอะไรมาเยอะกับ The PicLic Band 7-8 ปีนี้ หนูพยายามมาตลอด ถ้าหยุดตอนนี้มัน.. มันก็ไม่เชิงเสียงดายเวลาที่ผ่านมา เพราะพยายามทำตามความฝันมาตลอด แต่ถ้าหยุดความฝันไปแล้วมันจะไม่มีโอกาสนี้เข้ามาอีก ก็เลยไม่คิดที่จะเลิก อยากให้พ่อแม่ภูมิใจด้วยค่ะ เมื่อก่อนหนูร้องเพลงสากลแทบไม่ได้เลยค่ะ พยายามร้อง แต่ก็จะโดนเขาบอกว่าสำเนียงมันไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจไปเรียนกับครูที่ร้องเพลงสากล ร้องเพลงสตริงโดยเฉพาะ เลยพัฒนาและได้รับคำชมมากขึ้น แต่ก็รู้สึกว่าได้รับคำชมแล้วก็ต้องมีคำติของบางคนที่บอกว่ายังไม่ดีพอ หนูก็เลยพยายามเรื่อยๆ เลยค่ะ เอาคำติชมมาพัฒนาทุกอย่าง</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>แล้วจะบอกตัวเองยังไงเวลาต้องเจอความผิดหวัง</strong></h5>



<p>พอกลับมาบ้านหนูก็จะบอกว่าเริ่มใหม่ตลอด หนูรู้สึกว่าไม่ต้องเครียด หนูจะไม่เอาเรื่องอื่นมาคิด หนูจะฝึกซ้อม จะไม่รีบเลยว่าจะต้องต้องเป๊ะ ต้องเป๊ะเท่านั้น หนูจะค่อยๆ ไป มันจะได้ของมันเอง หนูชอบพูดว่าไม่ได้ๆ สุดท้ายมันก็ได้ แต่ว่าต้องตั้งใจนิดนึง ไม่ต้องเครียดไปกับมันมาก เพราะดนตรีไม่ได้ให้ความเครียด มันคือความสบาย ตอนที่ร้องเพลงบนเวทีมีความสุขมากเลยค่ะ รู้สึกว่าสิ่งที่ฝันตั้งแต่เด็กมันเป็นความจริงระดับหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าความฝันที่ตั้งใจว่าอยากเป็นศิลปินมันสำเร็จมาแล้วค่ะ</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>จากวันแรกจนถึงตอนนี้รู้สึกยังไงกับตัวเองบ้าง</strong></h5>



<p>รู้สึกว่าเมื่อก่อนมีคนติเยอะ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าก็มีคนชมแล้ว หนูรู้สึกภูมิใจมากที่ทำได้ ก้าวข้ามอุปสรรคตัวเองได้ เวลาร้องเพลงสากล หรือร้องเพลงสตริงก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันต้องใช้เทคนิค แล้วก็สำเนียงด้วย คำนั้นมันต้องเป๊ะ มันก็ต้องมันต้องเป็นสำเนียงของเขาเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-165851" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-1536x1026.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/TG2_5647-logo-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ได้อะไรกลับไปบ้างจากการเข้ามาบนเวที THE POWER BAND</strong></h5>



<p>เวที THE POWER BAND เป็นเวทีประกวดดนตรีที่มีคุณภาพมากๆ ให้ประสบการณ์หลายๆ อย่างเลยค่ะ เพราะว่าได้พัฒนาในสิ่งที่ยังไม่เคยได้ร้อง เหมือนกับปีที่แล้วได้ร้องเป็นลูกทุ่ง ได้ลองอะไรใหม่ๆ แล้วก็ได้เรียนรู้ดนตรีมากขึ้น แล้วก็ได้รับคอมเมนต์จากกรรมการด้วย กรรมการก็บอกว่าร้องโอเคแล้ว เพราะสำเนียงหนูเป็นลูกทุ่ง เขาก็เลยบอกว่าหนูน่าจะร้องสไตล์นี้ได้ หนูก็ลองปรับดู</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>ในฐานะที่ฟิล์มเป็นคนที่พยายามกับความฝันของตัวเองมากๆ อยากจะบอกอะไรกับคนอื่นๆ ที่มีฝันแต่ยังไม่ลงมือทำเพราะกลัวผิดหวังบ้างไหม</strong></h5>



<p>หนูอยากจะบอกว่าไม่มีวันนี้เป็นครั้งที่สองนะคะ ก็พยายามไปเลยค่ะ สิ่งที่เราอยากทำ ที่เราฝัน หนูว่าทำไปเลยค่ะ มันดีนะคะถ้าเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ มันจะได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง เริ่มจากตอนนี้จะได้ประสบการณ์เยอะ สำหรับเวที THE POWER BAND 2023 Season 3 ก็อยากให้สู้ๆ ทุกคน ทำให้เต็มที่ แล้วก็ทำตามความฝันของทุกคนให้สุดๆ เลยนะคะ</p>



<h5 class="wp-block-heading"><strong>สุดท้ายนี้อยากขอบคุณใครบ้างไหมที่ทำให้มาถึงตรงนี้</strong></h5>



<p>ขอบคุณนะคะที่จัดเวทีนี้ให้หนูได้มามีประสบการณ์ หลายๆ อย่าง ทำให้หนูมีความมั่นใจมากขึ้น และทำให้หนูได้รับคำติชมจากคณะกรรมการ ขอบคุณนะคะที่สร้างเวทีนี้ขึ้นมาให้หลายๆ ภาคได้โชว์ศักยภาพดนตรีของแต่ละภาค จะได้เห็นความหลากหลายของดนตรี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-165852" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-1536x1026.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_7030-logo-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-165853" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-1536x1026.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/KTG_5242-logo-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-piclic-band-the-power-band/">The PicLic Band วงดนตรีมัธยมหญิงล้วนจากเชียงใหม่ กับการตามหาความฝันบนเวที THE POWER BAND</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hayd เจ้าของเพลง ‘Head in the Clouds’ ผู้แต่งเพลงเศร้าจากเรื่องส่วนตัวเพื่อเยียวยาไม่ให้คนรู้สึกโดดเดี่ยว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hayd-lost-in-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 12:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Hayd]]></category>
		<category><![CDATA[Head In The Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Lost in Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162711</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นศิลปินที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการแต่งเพลงเศร้า เนื้อเพลงพูดถึงความโดดเดี่ยว การจากลา และสับสน หลงทาง ราวกับอยู่ตัวคนเดียวบนโลก ด้วยเพราะเพลงแบบนี้อาจทำให้คนฟังหลายคนเข้าใจว่าหากฟังไปแล้วจะยิ่งเศร้ากว่าเดิม แต่ Hayd ศิลปินจากสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คิดเช่นนั้น กลับกันเขาเชื่อว่าเพลงเศร้าคือเพื่อนที่ดีที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้างในวันที่โลกไม่ได้ใจดีกับเรา จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามุ่งมั่นแต่งเพลงที่มาจากอารมณ์เศร้าข้างในตัวเขา เพื่อเยียวยาไม่ให้ผู้คนรู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป Hayd หรือ Hayden Hubers นักร้อง-นักแต่งเพลง เจ้าของเพลงฮิต Head in the Clouds ที่พูดถึงการจากลาของเพื่อนสนิทในวัยเด็ก ไม่ต่างจากเพลงส่วนใหญ่ของเขาที่มักเต็มไปด้วยอารมณ์หม่นๆ แต่ความสำเร็จจากยอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้ง Spotify Tiktok หรือ Instagram นับล้านครั้ง ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเพลงของเขาเข้าไปอยู่ในใจของคนได้ แม้ไม่ได้มีดนตรีที่หวือหวา หากแต่ใช้เพลงเสียงร้องและเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น ในเวลาเพียง 3 ปี เขากลายเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาเพิ่งบินมาทัวร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นที่เวียดนาม สิงคโปร์ ก่อนแวะมาที่ไทยเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อแสดง Showcase Acoustic “Lost In Bangkok: Where Music Meets Art” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hayd-lost-in-bangkok/">Hayd เจ้าของเพลง ‘Head in the Clouds’ ผู้แต่งเพลงเศร้าจากเรื่องส่วนตัวเพื่อเยียวยาไม่ให้คนรู้สึกโดดเดี่ยว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นศิลปินที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการแต่งเพลงเศร้า เนื้อเพลงพูดถึงความโดดเดี่ยว การจากลา และสับสน หลงทาง ราวกับอยู่ตัวคนเดียวบนโลก ด้วยเพราะเพลงแบบนี้อาจทำให้คนฟังหลายคนเข้าใจว่าหากฟังไปแล้วจะยิ่งเศร้ากว่าเดิม</p>



<p>แต่ Hayd ศิลปินจากสหรัฐอเมริกา ไม่ได้คิดเช่นนั้น กลับกันเขาเชื่อว่าเพลงเศร้าคือเพื่อนที่ดีที่สุดที่คอยอยู่เคียงข้างในวันที่โลกไม่ได้ใจดีกับเรา จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามุ่งมั่นแต่งเพลงที่มาจากอารมณ์เศร้าข้างในตัวเขา เพื่อเยียวยาไม่ให้ผู้คนรู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162718" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c5_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Hayd หรือ Hayden Hubers นักร้อง-นักแต่งเพลง เจ้าของเพลงฮิต <em>Head in the Clouds</em> ที่พูดถึงการจากลาของเพื่อนสนิทในวัยเด็ก ไม่ต่างจากเพลงส่วนใหญ่ของเขาที่มักเต็มไปด้วยอารมณ์หม่นๆ แต่ความสำเร็จจากยอดสตรีมมิ่งบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้ง Spotify Tiktok หรือ Instagram นับล้านครั้ง ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเพลงของเขาเข้าไปอยู่ในใจของคนได้ แม้ไม่ได้มีดนตรีที่หวือหวา หากแต่ใช้เพลงเสียงร้องและเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้น</p>



<p>ในเวลาเพียง 3 ปี เขากลายเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เขาเพิ่งบินมาทัวร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเริ่มต้นที่เวียดนาม สิงคโปร์ ก่อนแวะมาที่ไทยเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อแสดง Showcase Acoustic “Lost In Bangkok: Where Music Meets Art” เราจึงไม่พลาดที่จะทำความรู้จักเขาให้มากขึ้น เพื่อพูดคุยกับเขาถึงเส้นทางที่ผ่านมา และเบื้องหลังการทำเพลงเศร้าที่เป็นตัวแทนความรู้สึกของใครหลายคนนับล้าน&nbsp;</p>



<p>บ่ายวันหนึ่ง บนตึกสูงย่านสวนหลวง Hayd มาพบเราด้วยเสื้อสีแดงสดตัดกับกางเกงทรงบอลลูนสีฟ้า ขับเน้นความรู้สึกสดใสมากในบ่ายวันนั้น จนเราเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาจะเป็นคนเต็มไปด้วยอารมณ์เศร้าเหมือนอย่างเพลงหรือเปล่า&nbsp;</p>



<p>ทันทีที่เครื่องอัดเสียงทำงาน ทั่วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเรื่องราวและรอยยิ้มที่เขาตั้งใจเล่าให้เราฟัง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162726" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c13_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อกหักครั้งแรกและการแต่งเพลงในห้องนอน</strong></h4>



<p>ย้อนกลับไปก่อนที่ Hayd เด็กหนุ่มวัย 21 จะเริ่มเดินทางในสายดนตรี เขาเติบโตในรัฐมิชิแกน เมืองเล็กๆ ในภูมิภาค Midwest มีเปียโน หนังสือ และการเขียนบทกวี เป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็ก ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายในเมืองนี้</p>



<p>การเล่นเปียโน และการแต่งบทกวีสามารถทำให้เขากลายเป็นนักดนตรีได้ เพียงแต่ทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยได้มาบรรจบกัน จนกระทั่งเรื่องราวคลาสสิกอย่างการอกหักครั้งแรก กลายเป็นแรงผลักดันให้เขาลุกขึ้นมาแต่งเพลงเพื่อระบายความเศร้าในช่วงเวลานั้น&nbsp;</p>



<p>“ประมาณอายุ 16 ผมอกหักแล้วทุกอย่างก็มารวมกันอยู่ในห้องนอน ตอนนั้นผมก็เริ่มเขียนเพลง ในเพลงนั้นมีอารมณ์ที่ออกมาจากข้างใน มันรู้สึกสบายใจที่ได้พูดออกมาและนั่งใคร่ครวญเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วใส่ทุกอย่างลงไปในเพลง”&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นเขาเริ่มแต่งเพลงมากขึ้นในห้องนอน และฝึกฝนเรียนดนตรีจาก YouTube แล้วอัปโหลดลงบนยูทูบ ไม่นานเพลงของเขาก็ถูกนำไปใส่เพลย์ลิสต์ในช่องที่มีคนติดตามนับล้านคน นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก และ Hayd ทำสิ่งที่ทำให้มีคนรู้จักเขามากขึ้นนั่นคือการส่งอีเมลไปหาชาแนลต่างๆ บนยูทูบเพื่อแนะนำตัว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162728" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c15_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ผมรีเสิร์ชอีเมล จากนั้นก็อีเมลไปหาพวกเขาเกี่ยวกับเพลงของผม แบบ copy-paste อีเมล แค่เปลี่ยนชื่อ เขียนไปว่า ‘เฮ้ ผม Hayd นะ ชอบชาแนลของคุณมากเลย เพลงใหม่ของผมเกี่ยวกับแบบนี้’ แล้วผมก็ทำแบบนั้นทุกครั้งที่ผมปล่อยเพลงใหม่ เริ่มสานสัมพันธ์กับชาแนลเหล่านี้เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้รู้จักผม แล้วใส่เพลงของผมเข้าไปด้วย นั่นทำให้ผมเริ่มมีชื่อเสียงในตอนแรก”&nbsp;</p>



<p>แล้วความพยายามของเขาก็ได้ผล เขาได้ปล่อยซิงเกิลแรกในปี 2019 เพลง<em> Vacant Eyes, Superhero, I Fall Apart </em>และ<em> October Snow</em> แล้วจากนั้นมันก็ถูกแปลงไปลง Spotify และได้ยอดสตรีมจำนวนมากจาก TikTok ในต้นปี 2020&nbsp;</p>



<p>ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเขาแต่งเพลง <em>Changes, Closure </em>และ <em>Head in the Clouds </em>ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากยอดสตรีมมิ่ง เขากลายเป็นนักร้องที่น่าจับตามองภายใน 2 ปี จนเริ่มมีค่ายเพลงเข้ามาติดต่อ&nbsp;</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นที่เขาอกหักและทำเพลงเศร้าอัปลงยูทูบ แล้ว TikTok ที่ทำให้ไปได้ไกลขึ้น แล้วตอนนี้เขาก็ทำเพลงมาได้ 3 ปีแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162723" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c10_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ชีวิตที่เปลี่ยนไปในลอสแอนเจลิส</strong></h4>



<p>ทันทีที่เพลงของเขากลายเป็นที่รู้จัก ชีวิตเรียบง่ายของเขาในมิชิแกนก็เปลี่ยนไปและผลักดันให้เขาต้องมุ่งหน้าสู่ลอสแอนเจลิสเพื่อทำงานในฐานะนักดนตรีแบบเต็มตัว เขาเล่าถึงความแตกต่างระหว่างเมืองมิชิแกนที่เขาเติบโตมา กับลอสแอนเจลิสที่ทำให้เขาต้องปรับตัวขนานใหญ่ จนถึงปล่อยเพลง <em>Lost </em>ออกมา เพื่อระบายความโดดเดี่ยวในเมืองที่ไม่คุ้นเคย</p>



<p>“ที่มิดเวสต์และลอสแอนเจลิส วัฒนธรรมแตกต่างกันมากๆ น่าจะคล้ายๆ ภาคเหนือกับภาคใต้ของไทย เพราะว่ามีวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ที่มิดเวสต์จะค่อนข้างเน้นความเป็นครอบครัว มันเป็นแถบชานเมืองไม่ใช่เมืองใหญ่ ก็เลยมีแต่ครอบครัวและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน ผมเติบโตมาแบบนั้น ทุกคนจะพูดคุยกันแบบไนซ์สุดๆ เฟรนด์ลี่มากๆ ผู้คนมักจะไปทักทายเพื่อนบ้าน เอาของไปให้ในวันปีใหม่ เพื่อที่จะรู้จักกันมากขึ้น ชอบที่จะได้ผูกมิตรกับคนอื่น</p>



<p>“ส่วนแอลเอค่อนข้างเป็นส่วนตัว คุณจะโฟกัสแค่ตัวคุณเอง แต่อย่าเข้าใจผมผิดนะมันก็แค่ความแตกต่างของวัฒนธรรม ที่แอลเอคุณแค่โฟกัสไปที่หน้าที่การงาน อย่าง นักดนตรี นักแสดง เขาย้ายมาเพื่อทำงาน ดังนั้นก็เลยค่อนข้างตัวใครตัวมัน สิ่งที่ผมไม่ค่อยได้เจอในมิดเวสต์ผู้คนที่นั่นจะผลักดันผมมากๆ รูมเมทผมก็เป็นนักดนตรี เขาค่อนข้างช่วยให้ผมท้าทายสิ่งต่างๆ ไปในทางที่ผมไม่เคยได้ทำมาก่อน&nbsp;</p>



<p>“ที่แอลเอผมชอบที่ได้อยู่กับรูมเมทที่ทำเพลง เพราะงั้นเราเลยได้ทำเพลงกันตลอด ตอนที่อยู่มิชิแกน เหมือนทั้งเมืองมีแค่ผมคนเดียวที่ทำเพลง แต่พอมาอยู่แอลเอทุกคนทำเพลงกัน ตอนนี้ผมเลยมีเครือข่ายไปไกลทั้งเมือง ได้ร่วมงานกับคนเยอะขึ้น ช่วยให้ผมทำเพลงได้ดีขึ้นมาก</p>



<p>“เป็นครั้งที่แรกที่ได้อยู่คนเดียว อาจจะเพราะไปอยู่ในมหาวิทยาลัย ได้ไปซื้อของเอง ได้เรียนรู้วิธีทำอาหาร ทั้งที่ผมไม่เคยทำมาก่อนจากที่แม่คอยทำอาหารให้ตลอด ตอนนี้ต้องมาทำให้ตัวเองกินบ้างแล้ว รู้สึกเหมือนกำลังเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ถึงจะดีแต่ก็ไม่เหมือนที่มิชิแกน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c7_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>&nbsp;ปล่อยอารมณ์ไปกับเพลงเศร้า</strong></h4>



<p>เพลงส่วนใหญ่ของ Hayd มักเป็นเพลงเศร้า เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกในห้วงของการจากลาและความโดดเดี่ยว จากเรื่องราวส่วนตัว ในจังหวะช้า สบายๆ นั่นจึงทำให้เขาเป็นที่รู้จักของแฟนๆ ว่าเขาสามารถพูดแทนใจของพวกเขาได้อย่างดี</p>



<p>บรรดาเพลงเศร้าทั้งหลายไม่ได้เกิดจากบุคลิกเคร่งขรึมของเจ้าของเพลง กลับกันชายหนุ่มตรงหน้าเราคือคนที่ร่าเริงกว่าที่คิด และเหตุผลเบื้องหลังของเพลงเหล่านั้นคือการปลอบโยนคนฟังว่ายังมีคนที่เข้าใจพวกเขาอยู่ตรงนี้อีกคน</p>



<p>“ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์พวกเขามักจากเซอร์ไพรส์เพราะปกติแล้วเขาจะเห็นผมเป็นคนร่าเริงและดูมีความสุขมาก แต่พอเป็นเรื่องเพลงกลับเศร้า&nbsp;</p>



<p>“หลายคนมักเข้าใจผิดว่าถ้าคุณเศร้า แล้วจะไปฟังเพลงเศร้าอีกทำไม มันไม่ช่วยอะไร แต่ผมคิดว่าเพลงเศร้ามันมีพลังมากกว่านั้น เวลาที่พวกเขาดิ่ง หงุดหงิด ก็อยากจะรีเลตกับอะไรสักอย่างหนึ่ง” เขาแก้ข้อสงสัย ก่อนพูดต่อไปว่า “มันช่วยได้เยอะมากถ้าเราได้คุยกับใครสักคน หรือได้ยินเพลงที่รู้สึกว่าเหมือนกับสิ่งที่ฉันเจอเลย ฟังดูแปลกนะ แต่มันก็ช่วยได้จริงๆ ผมคิดว่าเวลาได้ยินเพลงเศร้าหรือเพลง emotional ตอนที่รู้สึกเศร้า มันทำให้รู้สึกดีขึ้น อย่างตอนที่ผมฟังเพลงเศร้าผมไม่ได้รู้สึกเศร้า แต่กลับรู้สึกสบายใจกว่าเดิมเหมือนได้กอดอุ่นๆ แบบ ‘ว้าว คนนี้รู้สึกเหมือนฉันเลย’ ผมจะรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c17_20221121-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162730" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c17_20221121-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c17_20221121-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c17_20221121-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c17_20221121.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>การทำเพลงของเขาส่วนใหญ่จึงเริ่มต้นด้วยการค้นหาอารมณ์เพลงที่ใช่ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอารมณ์เศร้า) ตามด้วยเมโลดี้ แล้วจึงใส่เนื้อเพลงเข้าไปทีหลัง เราพบว่าเขาเป็นคนที่รู้จักอารมณ์ของตัวเองอย่างลึกซึ้ง และพยายามถ่ายทอดมันออกมาเพื่อเชื่อมโยงกับคนอื่น</p>



<p>“เวลาทำเพลงผมจะโฟกัสไปที่อารมณ์ความรู้สึก” Hayd เล่าถึงวิธีการทำเพลงในแบบของตัวเอง “ปกติแล้วก็จะลองเล่นสนุกๆ กับเครื่องดนตรี อย่าง เปียโน กีตาร์ อูคูเลเล่ จนกระทั่งเจอซาวนด์ที่รู้สึกว่าใช่ ตอนนั้นผมจะเริ่มโฟกัสไปที่อารมณ์ความรู้สึก จะถามตัวเองว่าถ้าเกิดมันเป็นหนังสักเรื่อง จะเป็นซีนอะไร ซีนแบบไหนที่เพลงนี้จะไปอยู่ในฉากนั้นได้&#8221;</p>



<p>เขาบอกกับเราเรื่องที่มักแต่งเพลงจากอารมณ์เศร้ามากกว่าเพลงรักในความสัมพันธ์ทั่วไปว่า ช่วงที่พ่อขับรถไปส่งเขาที่โรงเรียน เขาจะได้ฟังเพลงจากวิทยุที่มักจะเป็นเพลงอกหักหรือเพลงรัก แต่ไม่มีเพลงไหนเลยที่ตรงกับความรู้สึกเขาตอนนั้น ทำให้เขาสัญญากับตัวเองว่าหากได้เป็นศิลปิน เขาจะทำเพลงที่เข้าใจผู้คน เช่นเดียวกับวง Coldplay ศิลปินวงโปรดของเขา</p>



<p>“ผมอยากหาศิลปินที่เชื่อมโยงกับผมได้จริงๆ ที่ไม่ใช่เพลงรักหรือเพลงอกหัก เพราะมันมีอีกหลายความรู้สึก มีหลายอารมณ์ที่ผมมี ผมบอกกับตัวเองตั้งแต่เด็กว่า ถ้าวันหนึ่งได้ทำเพลง มันจะต้องเป็นเพลงที่เกิดขึ้นจริง ต้องไม่ใช่แค่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ มันต้องเป็นสิ่งที่ลึกลงไปกว่านั้น เพราะผมคิดว่าคนต้องการอะไรแบบนี้แหละ ผมต้องการแบบนั้นมากๆ แต่ยังไม่มี”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162729" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c16_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงที่เขียนขึ้นเพื่อปลอบโยนตัวเองและแม่</strong></h4>



<p>การจากบ้านมาสู่เมืองใหญ่ไม่เพียงแต่ทำให้ Hayd รู้สึกโดดเดี่ยวจนแต่งเพลง <em>Lost </em>ออกมาเท่านั้น แต่ยังทำให้แม่ของเขารู้สึกเศร้าไปด้วย เขาเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่ที่เขาย้ายมาในสัปดาห์แรก แม่เขาก็เศร้ามากจนถึงขั้นกินอะไรไม่ลง</p>



<p>“ผมรักพ่อแม่ผมและสนิทกันมาก แต่เพื่อทำงานเพลงผมเลยย้ายมาแอลเอ มันเป็นการย้ายที่ดีนะ และผมดีใจด้วยซ้ำที่ตัวเองเลือกย้ายมา แต่สัปดาห์แรกพ่อก็โทรมาหาประมาณว่า ‘เฮ้ เฮเดน เราคิดถึงลูกนะ อยากจะบอกว่าแม่ร้องไห้ทุกวันเลยตั้งแต่ที่ลูกไป ไม่กินอะไรเลย’ ผมถึงได้รู้ว่าแม่กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมรู้สึกขอบคุณแม่มากจริงๆ&nbsp;</p>



<p>“ก่อนที่จะย้ายแม่บอกผมว่า ‘อยู่กับเราเถอะ อยู่ถึงอายุ 30-40 เลยก็ไม่เป็นไร’ ผมก็แบบ ‘ผมทำไม่ได้แม่’” พอพูดจบเขาก็หัวเราะออกมา “พ่อเป็นคนที่เชียร์ให้ผมย้ายออกมา แบบ เฮเดน พ่อว่าลูกควรย้ายออกมา เพราะลูกยังเด็ก ออกไปลอง ถ้ามันไม่เวิร์กลูกกลับมาได้เสมอ แต่ถ้าไม่ออกไป ลูกจะเสียใจทีหลังที่ไม่พยายามทำอะไรเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c20_20221121-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162733" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c20_20221121-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c20_20221121-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c20_20221121-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c20_20221121.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>หลังจากนั้นเพลง <em>Blindsided </em>ก็ถูกเขียนขึ้นในมุมมองของแม่ที่มีต่อลูก เพื่อปลอบแม่ของเขาในช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เขาบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ยังไม่ถูกปล่อยอย่างเป็นทางการและนำมาเล่นครั้งแรกในโชว์เคสที่ประเทศไทย ทั้งยังได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ โดยมีท่อนคอรัสว่า&nbsp;</p>



<p>“I didn’t think it hurt like this, like this, like this.&nbsp;</p>



<p>I didn’t know the answer so quick.&nbsp;</p>



<p>I’m in blindsided cause I didn’t think it hurt like this” </p>



<p>เพลงส่วนใหญ่ของ Hayd ไม่ใช่เพลงที่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์อย่างการตกหลุมรัก อกหัก อย่างที่เพลงป๊อปกระแสหลักมักหยิบมาพูดถึง แต่กลับเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่มาจากตัวเองและคนรอบข้าง นอกจากเพลง<em> Blindsided</em> แล้ว ก่อนหน้านี้ยังมีเพลง <em>Don’t go, Don’t leave</em> ที่พูดถึงเพื่อนของเขาที่จากไปด้วยโรคมะเร็ง </p>



<p>แม้แต่เพลงฮิตอย่าง<em> Head in the Cloud</em>s ฟังแล้วดูเหมือนจะพูดถึงเรื่องราวของคนรักที่เลิกรากันไป แต่เบื้องหลังเขาเล่าว่าเป็นเพลงของความรักที่บริสุทธิ์ของเพื่อนสนิทในวัยเด็กการค่อยๆ แยกย้ายกันไปเติบโต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162719" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c6_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“Head in the clouds เป็นสำนวนในอเมริกา หมายความว่าคุณไร้เดียงสาแต่คิดว่ารู้ทุกอย่าง ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นตอนเด็กๆ เราเลยมักจะพูดกันว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ผมว่าเจตนามันก็บริสุทธิ์แหละ แต่เราไม่เข้าใจว่าชีวิตมันจะเป็นยังไง บางทีช่วงชีวิตก็ทำให้เราต้องแยกกัน เป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งในชีวิตก็จะมีเพื่อนที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป คุณจะมีคนที่อยู่กับคุณในช่วงหนึ่งที่อยู่เป็นเพื่อนคุณจริงๆ แต่เขาก็จะไป มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต</p>



<p>“ผมเลยเขียนเพลง <em>Head in the Cloud</em>s หลังจากมัธยมที่ผมไม่ได้เจอเพื่อนมาเป็นปีเลยรู้สึกเศร้ามาก ผมเขียนเพลงนี้เพื่อนึกถึงวันที่พวกเรายังไร้เดียงสา แต่หลังจากนั้นเราก็แยกกันไปช้าๆ มันเศร้าแต่มันก็โอเค</p>



<p>“แต่สิ่งที่เจ๋งมากเลยก็คือก่อนที่ผมมาทัวร์เอเชีย ผมก็คืนดีกับเพื่อน ได้เจอกันครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เจอกันเป็นปี เราก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและออกไปเที่ยวด้วยกัน ก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เราได้คืนดีกัน” Hayd เล่า</p>



<p>Hayd บอกว่าสำหรับเขาแล้ว เพลงนี้ความหมายและเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัวมากๆ ที่เขียนขึ้นในห้องนอนของตัวเอง แต่ตอนนี้เพลงนี้ได้ออกไปอยู่ในใจของใครอีกหลายคนที่อยู่ไกลออกไปนับพันไมล์ นั่นทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-162725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c12_20221121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ท้าทายจังหวะใหม่ๆ ด้วยเพลงที่สนุกมากขึ้น</strong></h4>



<p>นับตั้งแต่เพลงแรกจนถึงตอนนี้ ดนตรีส่วนใหญ่ในเพลงของ Hayd ไม่ได้มีจังหวะที่แปลกใหม่มากนัก เขาบอกกับเราว่าการทำเพลงคนเดียวด้วยกีตาร์โปร่ง หรือเปียโนก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เพลงของเขามักมีจังหวะสบายๆ เหมาะกับการฟังก่อนนอน มากกว่าจังหวะสนุกๆ เร้าอารมณ์คนฟัง&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาเขาเชื่อว่าเพลงที่ดีคือเพลงที่สามารถฟังแล้วเพราะได้ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีเครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นและเสียงร้อง จึงเป็นความท้าทายสำหรับ Hayd ที่ต้องพยายามแต่งเพลงออกมาให้ดีโดยไม่มีโปรดักชั่นซับซ้อนเข้ามาช่วยในเพลง</p>



<p>“สิ่งที่ท้าทายผมมากกว่า คือการทำเพลงแบบเรียบง่ายที่ไม่สามารถซ่อนจังหวะกลองแบบรัวๆ หรือซ่อนเพลงไว้หลังโปรดักชั่นได้ ทำให้ผมมีแต่ต้องเขียนเพลงที่ดีเท่านั้น ไม่งั้นเพลงมันก็จะออกมาไม่ดีเลย มันก็เลยเป็นเหตุผลให้ทำเพลงแบบ mellow chill หรือเพลงที่เล่นด้วยเปียโน”&nbsp;</p>



<p>หลังจากที่ย้ายมาแอลเอ ทำให้เขาได้มาอยู่ท่ามกลางผู้คนทำให้ได้รับอิทธิพลจากศิลปินและนักดนตรีมากขึ้น ดังนั้นอัลบั้มใหม่ที่ออกมาก็จะเป็นเพลงเร็วแบบที่เขายังไม่เคยลองทำมาก่อน แม้อาจส่งผลให้ดนตรีเขาเปลี่ยนไป แต่เขาก็รู้สึกสนุกที่จะได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ</p>



<p>“ตั้งแต่ที่ย้ายมาแอลเอ ผมก็ได้ฟังเพลงโฟล์กหลายเพลง ก่อนหน้านี้ผมฟังเพลงป๊อป แต่พอย้ายมาแอลเอผมก็ฟัง The Lumineers ได้ศิลปินที่หลากหลายที่ใช้กีตาร์ เบส มากขึ้น</p>



<p>“สิ่งที่ผมเพิ่งได้เรียนรู้ คือเพลงจังหวะเร็วๆ สนุกกว่าเพลงเปียโนนี่นา อย่างตอนที่ผมเล่นอูคูเลเล่ผู้คนก็กระโดดขึ้นลง ซึ่งสนุกมาก ผมก็เลยเหมือนวิวัฒนาการไปอีกขั้นว่าแบบ โอเค ฉันต้องทำเพลงที่จังหวะเร็วมากอีกหน่อย เพื่อที่เวลาเล่นในโชว์คนฟังจะได้มีส่วนร่วมมากขึ้น”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญนอกเหนือไปจากจังหวะดนตรี Hayd มองว่าเพลงที่ดีคือเพลงที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจของคนได้มากกว่า นั่นจึงทำให้เขาพยายามแต่งเพลงจากอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้คน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c18_20221121-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-162731" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c18_20221121-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c18_20221121-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c18_20221121-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/11/outsider-Hayd_Content_c18_20221121.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>“พูดตรงๆ สำหรับผมมันยากที่จะเขียนเพลงที่มีความสุข ผมพบว่ามันฟังดูเลี่ยนๆ แบบท้องฟ้าสีฟ้าจัง หญ้าสีเขียวสด ชีวิตดี๊ดี มันดูเท่กว่าที่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับอารมณ์ที่อยู่ก้นบึ้ง อย่างเพลงเศร้า เวลาที่ผมเขียนเพลงเร็ว จริงๆ แล้วผมก็ยังเศร้าอยู่</p>



<p>“ผมรู้ว่าทุกคนผ่านเรื่องราวยากลำบาก ในโลกที่แตกสลาย ผู้คนพยายามค้นที่ที่พวกเขาสบายใจ ผมเติบโตมากับการเห็นผู้คนมากมายเจ็บปวด ในมุมมองผมเพลงไม่ควรเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงิน ชื่อเสียง หรือความสำเร็จ ท้ายที่สุดเพลงก็ควรเป็นเพลงเพื่อผู้คน ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทำให้เพลงประสบความสำเร็จในระยะยาว&nbsp;</p>



<p>“มันคืองานของผมในฐานะของคนเขียนเพลงที่จะนึกให้ออกว่าผู้คนรู้สึกยังไง ความรู้สึกเป็นสิ่งที่สำคัญกับผมมากในการเขียนเพลงเพื่อคนที่เจ็บปวดและยังโหยหาสิ่งนี้อยู่” Hayd กล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hayd-lost-in-bangkok/">Hayd เจ้าของเพลง ‘Head in the Clouds’ ผู้แต่งเพลงเศร้าจากเรื่องส่วนตัวเพื่อเยียวยาไม่ให้คนรู้สึกโดดเดี่ยว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเดินทางในปีที่ 7 ของ Asia 7 วงดนตรีฟิวชั่นที่อยากผลักดันดนตรีไทยให้ป๊อปมากขึ้น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/asia-7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Oct 2022 02:55:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Gene Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Asia 7]]></category>
		<category><![CDATA[asian pop]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=161027</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้แหละว่าวงดนตรีทุกวงมีความโดดเด่นเฉพาะตัว แต่ถ้าโดนโยนโจทย์ให้นึกถึงถึงวงดนตรีไทยที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครสักวง ชื่อแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเราต้องมี ASIA 7 เสมอ เพลงแนวฟิวชั่นที่ผสมผสานดนตรีกลิ่นไทยๆ เข้ากับดนตรีเวิร์ล แจ๊ส ป๊อป จนคนฟังนึกภาพตามไม่ออก ต้องฟังอย่างเดียว นั่นก็เหตุผลหนึ่ง หรือการมีทั้งเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างซอ พิณ แคน ขับประสานไปพร้อมกับเครื่องดนตรีสากลอย่างแซ็กโซโฟน กลองชุด กีต้าร์ เบส บวกกับเสียงนักร้องสายโอเปร่ามาอยู่ในวงเดียวกัน นั่นก็เหตุผลอีกข้อ นับตั้งแต่ได้รู้จักกันที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ออย-อมรภัทร เสริมทรัพย์ (ร้องนำ), โยเย-นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ (ซอ), โอม-กฤตเมธ กิตติบุญญาทิวากร (แซกโซโฟน), สุนทร-สุนทร ด้วงแดง (กีตาร์), บูม-ปรีดา เกศดี (คีย์บอร์ด), ดิว-ภูวิช ทวาสินชนเดช (เบส), โน้ต-ฐิติรัฐ ดิลกหัตถการ (กลองชุด) และ ต้น-ต้นตระกูล แก้วหย่อง (เครื่องดนตรีอีสาน) ผู้ชักชวนมาอยู่ด้วยกันแบบเต็มวงแบบนี้มา 7 ปี เป้าหมายแรกคืออยากผลักดันดนตรีไทยไปสู่เขตแดนใหม่ๆ ที่คนในอุตสาหกรรมเพลงอาจไม่เคยไปถึง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/asia-7/">การเดินทางในปีที่ 7 ของ Asia 7 วงดนตรีฟิวชั่นที่อยากผลักดันดนตรีไทยให้ป๊อปมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>รู้แหละว่าวงดนตรีทุกวงมีความโดดเด่นเฉพาะตัว แต่ถ้าโดนโยนโจทย์ให้นึกถึงถึงวงดนตรีไทยที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครสักวง ชื่อแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในความคิดของเราต้องมี <strong>ASIA 7</strong> เสมอ</p>



<p>เพลงแนวฟิวชั่นที่ผสมผสานดนตรีกลิ่นไทยๆ เข้ากับดนตรีเวิร์ล แจ๊ส ป๊อป จนคนฟังนึกภาพตามไม่ออก ต้องฟังอย่างเดียว นั่นก็เหตุผลหนึ่ง หรือการมีทั้งเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างซอ พิณ แคน ขับประสานไปพร้อมกับเครื่องดนตรีสากลอย่างแซ็กโซโฟน กลองชุด กีต้าร์ เบส บวกกับเสียงนักร้องสายโอเปร่ามาอยู่ในวงเดียวกัน นั่นก็เหตุผลอีกข้อ</p>



<p>นับตั้งแต่ได้รู้จักกันที่คณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล <strong>ออย-อมรภัทร เสริมทรัพย์ (ร้องนำ), โยเย-นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ (ซอ), โอม-กฤตเมธ กิตติบุญญาทิวากร (แซกโซโฟน), สุนทร-สุนทร ด้วงแดง (กีตาร์), บูม-ปรีดา เกศดี (คีย์บอร์ด), ดิว-ภูวิช ทวาสินชนเดช (เบส), โน้ต-ฐิติรัฐ ดิลกหัตถการ (กลองชุด)</strong> และ <strong>ต้น-ต้นตระกูล แก้วหย่อง (เครื่องดนตรีอีสาน)</strong> ผู้ชักชวนมาอยู่ด้วยกันแบบเต็มวงแบบนี้มา 7 ปี เป้าหมายแรกคืออยากผลักดันดนตรีไทยไปสู่เขตแดนใหม่ๆ ที่คนในอุตสาหกรรมเพลงอาจไม่เคยไปถึง จนได้เดบิวต์บนเวที Thailand International Jazz Conference ในปี 2016 และต่อยอดให้พวกเขาไปโลดแล่นบนเวทีมิวสิกเฟสติวัลต่างแดน ทั้งในอินเดีย นอร์เวย์ เกาหลี และอีกหลายประเทศ</p>



<p>ในปี 2019 Asia 7 มีอัลบั้มแรกชื่อ ‘EIGHT’ ที่มีซิงเกิลอย่าง ‘สั่งสาว’ และ ‘ขวัญเจ้าเอย’ ซึ่งว่าตามตรงอาจจะไม่ได้แมสในไทยสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครนี่แหละ มันก็ไปสะดุดหูของ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องนำวง Cocktail และผู้บริหารค่าย Gene Lab เข้า</p>



<p>กระพริบตาแป๊บเดียว Asia 7 ก็กลายมาเป็นศิลปินเจนใหม่ฯ ของค่าย และกำลังจะออกอัลบั้มใหม่แนว Asian Pop ที่พิจารณาจากเนื้อหาและทำนองแล้วดูเอาใจตลาดมากขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งลายเซ็นที่พวกเขามีตั้งแต่ Day 1 นั่นคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครในเครื่องดนตรีที่ตัวเองถนัด</p>



<p>พวกเขาคาดหวังอะไรจากการเดินทางครั้งใหม่ภายใต้ร่มเงาของค่ายใหญ่ บ่ายวันหนึ่งบนตึกสูงย่านอโศก Asia 7 ทั้ง 8 คนรอเราอยู่ตรงนั้นพร้อมคำตอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161061" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c9_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">Asia 7 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของการทำเพลงด้วยกันแล้ว อะไรทำให้วงเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้</h4>



<p><strong>โยเย: </strong>น่าจะเป็นเพราะ Asia 7 เป็นพื้นที่ที่ให้เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ได้ออกไอเดีย มันเลยทำให้วงยังอยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ต้องเท้าความว่าแต่ละคนในวง Asia 7 มีงานประจำของตัวเอง บางคนเป็นอาจารย์ หลายคนเป็นศิลปินแบ็กอัพให้ศิลปินคนอื่น เช่น อะตอม (ชนกันต์), นิว-จิ๋ว, วัชราวลี, Three Man Down แต่ Asia 7 เป็นจุดที่ให้ทุกคนได้มาปลดปล่อยความเป็นตัวเอง เป็นที่ระบายอารมณ์ของเรา&nbsp;</p>



<p><strong>ต้น:</strong> เหมือนคนประหลาดมาเจอกัน เราเป็นพี่น้องที่มหิดลก็จริง แต่ความหลากหลายของวงเรามีทั้งฝั่งดนตรีสากล กลอง เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด แซ็กโซโฟน ทำงานดนตรีแจ๊สและป๊อปในทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของวงการ แต่ผมกับโยเยเราเรียนจบดนตรีไทย ดนตรีพื้นบ้าน ส่วนออยเรียนจบขับร้องคลาสสิก โอเปร่า ความหลากหลายตรงนี้ทำให้แต่ละคนเนิร์ดในเรื่องของตัวเอง พอเรามาอยู่รวมกันเราก็หยิบความเนิร์ดของแต่ละคนมาเบลนด์เข้าด้วยกัน เช่น วิธีการร้องแบบนี้มันอาจถูกใช้ในเพลงคลาสสิก แต่เราใช้เมโลดี้ป๊อปแบบไทยๆ ซึ่งคนที่เรียนป๊อปมาอาจร้องแบบออยไม่ได้ หรือการเล่นดนตรีไทยให้ได้สำเนียงโมเดิร์นมากขึ้น มันเลยทำให้รู้สึกว่าวงนี้มันเป็นเหมือนที่ปล่อยของ เป็นห้องทดลอง เป็นแล็บที่เราได้ทำงานร่วมกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">ความตั้งใจในการทำเพลงของวันแรกกับวันนี้เปลี่ยนไปบ้างไหม</h4>



<p><strong>ต้น:</strong> เปลี่ยนอยู่แล้วครับ มันเหมือนแฟชั่น วันนั้นเราชอบกินหวาน วันนี้เราชอบกินเปรี้ยว อีกวันหนึ่งเราอยากกินเผ็ด ก็เปลี่ยนไปตามวัยวุฒิของพวกเรา</p>



<p><strong>โยเย:</strong> เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราเจอ ประสบการณ์ การเดินทางที่ผ่านมาทำให้เราอัพเดตความคิดใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ พบเจออะไรแล้วก็รู้สึกว่ามันน่าลองแบบนี้นะ มันดูน่าสนุก แล้วเราเองก็ชอบกันทั้งหมด เราไม่ได้บังคับใครว่าต้องทำแบบนี้นะ มันคือการตกลงร่วมกัน&nbsp;</p>



<p><strong>สุนทร:</strong> เราไม่ได้มีแนวทางตายตัวว่าเราเป็นแนวไหน แต่เรามีความถนัดในเครื่องดนตรีที่เล่นเป็นพื้นฐาน สมมติช่วงหนึ่งเราสนใจเพลงแนวหนึ่ง เราก็ลองทำเพลงแบบนั้นโดยใช้องค์ประกอบของเครื่องดนตรีที่ถนัดใส่ลงไป&nbsp;</p>



<p><strong>ออย:</strong> อย่างเพลงล่าสุดคือเพลง ‘ลืม’ จะมีท่อนที่เป็นกึ่งๆ แรปและมีกลิ่นความเป็นร็อกหน่อยๆ เพราะช่วงนี้เทรนด์แรป ฮิปฮอปกำลังมาแรง และเรารู้สึกว่าดนตรีร็อกกำลังกลับมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c1_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161063" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c2_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ก่อนหน้านี้คุณไปเข้าร่วมเฟสติวัลมาแล้วหลายประเทศ การไปเล่นบนเวทีที่ต่างแดนสอนอะไรคุณบ้าง</h4>



<p><strong>ออย:</strong> ทุกประเทศที่เราไปเล่นไม่มีใครตัดสินดนตรีจากภาษาเลย ทุกคนไม่สนใจเลยว่าเราจะร้องเพลงภาษาอะไร เขาแค่มีความสุขกับดนตรีที่เราไปเล่น&nbsp; ตื่นตาตื่นใจกับโชว์ที่เราทำ ทุกที่เอนจอยกับโชว์ของเรามาก ซึ่งออยรู้สึกว่าจริงๆ ในไทยน่าจะมีแบบนี้บ้าง บางทีคนจะคาดหวังว่างานแบบนี้ต้องเล่นควรจะเล่นโชว์แบบนี้ ลิสต์เพลงควรจะเป็นแบบนี้ แต่เรารู้สึกว่าจริงๆ ดนตรีมันคือศิลปะ คือภาษาสากล&nbsp;</p>



<p><strong>ต้น:</strong> ด้วยความเป็น Asia 7 เรามั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว ยิ่งไปเล่นต่างถิ่นเราคือของแปลก มันจะรู้สึกว่าต้องโชว์ ต้องเต็มที่ มันเลยเป็นจุดที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าภาษามันไม่ใช่กำแพงทางดนตรีอีกต่อไป</p>



<p>หลังจากนั้นเราก็ตกตะกอนว่าเราอยากมั่นใจกับการทำเพลงไทยนี่แหละ อยากทำไอ้สิ่งที่เราทำได้ดีอยู่แล้วให้มันถึง แค่มันถึง มันก็ขายได้ อันนี้คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการไปต่างประเทศ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ออกอัลบั้มเองได้ ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างประเทศมาแล้ว อะไรทำให้พวกคุณเลือกมาอยู่ในสังกัดของ Gene Lab</h4>



<p><strong>ต้น:</strong> ตอนเราปล่อย ‘ขวัญเจ้าเอย’ ซิงเกิลแรกๆ ราว 6-7 ปีที่แล้ว พี่โอมก็ตามตั้งแต่ซิงเกิลนั้น จนเราได้ออกอัลบั้ม พี่โอมก็ได้ทำค่าย Gene Lab และกำลังกำลังหาศิลปินเจน 2 ของค่าย เขาก็ทักมาก็เป็นจังหวะพอดีกัน วงเราไปทัวร์มาเยอะ มีซิงเกิ้ลมาก แต่เรารู้สึกว่าเรายังตันในตลาดบ้านเรา เพราะถ้าเราไม่ได้ไปเล่นงานเฟสติวัลคนฟังจะไม่ได้เห็น Asia 7 เลย อุตสาหกรรมเพลงป๊อปมันก็เป็นจุดที่เราต้องการไปเหมือนกัน</p>



<p><strong>โยเย:</strong> จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็มีหลายค่ายติดต่อเข้ามา แต่ด้วยไดเรกชั่นที่เขาวางไว้มันก็ไม่ตรงกับเรา แต่พอมาเป็น Gene Lab ด้วยความที่เป็นพี่โอมด้วย และเราเห็นว่าศิลปินในค่ายมีความหลากหลาย Tilly Birds เป็นแนวหนึ่ง Three Man Down เป็นแนวหนึ่ง The Darkest Romance เป็นอีกแนว เราก็คิดว่าถ้า Asia 7 ไปเป็นส่วนหนึ่งตรงนั้นมันก็ดูไม่ประหลาด มันดูมีแสงสว่างที่เราจะไปต่อได้ เราก็เลยคิดว่าเฮ้ย Gene Lab ก็ดูเป็นบ้านที่เหมาะกับเรา</p>



<p><strong>ต้น:</strong> อีกย่างคือร่องของ Asia 7 ยังไม่มีคนใน Gene Lab ทำ และพี่โอมก็มองเห็นว่ามันจะเป็นยังไง&nbsp; การเข้าค่ายมาคือเขาไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนแปลง Asia 7 ไปในทิศทางที่ไม่ใช่ Asia 7&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c3_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161065" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c4_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ความท้าทายของการทำเพลงในวันนี้คืออะไร</h4>



<p><strong>ต้น:</strong> พอมาอยู่ค่าย จากวงที่เคยอยากทำอะไรก็ทำ เรามีเป้าหมายมากขึ้น เพลงก็ต้องเข้าถึงคนทำมากขึ้น เอาใจตลาดมากขึ้น ไม่ใช่ทำเพลงเป็นศิลปะเพียวๆ เลย นี่ก็เป็นความท้าทายสำหรับวงเรา&nbsp;</p>



<p>แต่ความเป็น Asia 7 มันยากตรงที่เรามีเครื่องดนตรีที่มันอาจจะดูประหลาดอยู่ด้วย บางทีเราก็มีกำแพงกับตัวเองว่ามันจะเวิร์กปะวะ มันดูเชยไหม มันจะไปอยู่ในซีนไหน ไปอยู่ในซีนป๊อปเขาก็รู้สึกว่าวงนี้มันประหลาด จะไปอยู่ในซีนพื้นบ้านไอ้วงนี้มันก็ดูโมเดิร์นไป ไปอยู่งานไหนมันก็เหมือนจะเป็นส่วนเกินของเขา มันเลยเป็นความท้าทายของเราที่จะทำให้ดนตรีแบบนี้เข้าไปสู่ในอุตสาหกรรมเพลง&nbsp;</p>



<p>วันที่เราทำกันเอง เราไม่ได้คาดหวังนะครับว่าเราจะโด่งดัง แค่เราชอบมันและน่าจะมีคนชอบกับเรานะ แต่พอมันเปลี่ยนมาอยู่ในค่าย ความคาดหวังของคนรอบข้างเยอะมากขึ้น ความคาดหวังในตัวเอง ในวงเราก็เปลี่ยนไปมากขึ้น ความยากคือมันไม่เคยมีฟอร์แมตแบบนี้มาก่อน เราอาจจะเคยเห็นมือกีต้าร์ มือคีย์บอร์ด เป็นศิลปินในวงป๊อปทั่วไป แต่เรายังไม่เคยเห็นคนเล่นพิณหรือซอที่เป็นศิลปินในค่ายเพลงใหญ่ มันก็ท้าทายมากขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">พวกคุณหาสมดุลระหว่างตัวตนของ Asia 7 และการทำเพลงเอาใจตลาดได้อย่างไร</h4>



<p><strong>ต้น:</strong> สำหรับผม มันไม่มีอะไรที่เป็น Asia 7 จริงๆ และมันก็ไม่มีอะไรที่เป็นตลาดจริงๆ หรอก ผมมองว่ามันแค่อัตตาของเรา เรายึดมั่นถือมั่นเรื่องนั้นไหม</p>



<p>ตอนนี้ Asia 7 กำลังจะปล่อยอัลบั้มเต็มอีกไม่กี่วัน ผมว่าอัตตานั้นมันลดลงและเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราทำเพลงที่เราทั้ง 8 คนชอบและลงมติว่ามันจะเป็นเพลงที่มีน้ำหนัก ความซับซ้อน และสีสันประมาณนี้ เราบาลานซ์แค่ตรงนั้นเองครับ ยังไงสุดท้ายถึงเราเล่นสิ่งที่มันแมสโคตรๆ แต่ให้คนอื่นมาตีกลองให้มีสำเนียงแบบพี่โน้ต (มือกลองของวง) มันก็ไม่ได้&nbsp;</p>



<p><strong>ดิว:</strong> ไม่ว่าขั้นตอนการทำเพลงมันจะประกอบไปด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผมว่าการทำศิลปะออกมาในรูปแบบดนตรีที่ทำให้คนฟังรู้สึกอิน มันสนุกกว่าการที่ทำแล้วเต็มไปด้วยอัตตา มันเหมือนเราสร้างงานศิลปะที่เราแคร์คนรับสาร เราจะไม่แยกว่าเพลงของเราคือศิลปะ ไม่แคร์เรื่องธุรกิจเลย จริงๆ พอเข้ามาอยู่กับค่าย เราได้มันสมองของค่ายด้วยซ้ำ พอเขามาช่วยเราคิดเราก็จะได้วัตถุดิบใหม่ๆ มาลองด้วย ผมว่ามันสนุกกว่าที่จะทำให้ศิลปะกับ business ไปด้วยกันได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161066" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c12_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ความแตกต่างของอัลบั้มใหม่กับอัลบั้มแรกของพวกคุณคืออะไร</h4>



<p><strong>ออย:</strong> เราได้ลองทุกอย่างเท่าที่จะลองได้ อัลบั้มใหม่นี้ชื่อ ‘นักแสวงโชค’ หรือ The Seeker ซึ่งก็เหมือนพวกเราทั้ง 8 คนที่เป็นนักแสวงโชคที่กำลังแสวงหาอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะในชีวิตหรือวงการดนตรีเองก็ตาม การเล่นดนตรีของพวกเรามันเหมือนการทดลองไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาบางสิ่ง และจริงๆ ก็เปรียบเหมือนคนฟังทุกคนด้วย เพราะพวกเราต่างเป็นนักแสวงโชคในการใช้ชีวิต ทุกคนเกิดมาแล้วดับไป แต่ระหว่างทางนั้นก็เจออะไรมากมาย&nbsp;</p>



<p>เพลงในอัลบั้มนี้มันจะไม่เหมือนกันสักเพลงเลย จะมีทั้งเพลงที่ทุกคนเคยได้ยินมาอยู่บ้างและมีเพลงที่ยังไม่ได้ปล่อย มีทั้งเพลงที่สื่อถึงความเป็น Asia 7 สุดๆ และเพลงที่ย่อยง่าย เพราะฉะนั้นอัลบั้มนี้เป็นอะไรที่คาดเดาไม่ค่อยได้เท่าไหร่&nbsp;</p>



<p><strong>ดิว:</strong> เสริมออยเรื่องคำว่านักแสวงโชค สำหรับผม วิถีชีวิตของวง Asia 7 ที่เติบโตขึ้นมากับการค้นหาแนวดนตรีของเราก็เหมือนนักแสวงโชคเหมือนกัน เพราะทางที่พวกเราจะไปไม่ค่อยมีใครถางไว้ให้เดินทางเท่าไหร่ ไม่ใช่ไม่เคยมีใครทำดนตรีผสมผสานนะ มี มีเยอะด้วย แต่ที่มีเครื่องดนตรีหลายๆ ประเภทที่แตกต่างกันมารวมกันแบบนี้เราไม่ค่อยเห็น เราไม่มีต้นแบบชัดเจนว่าเราอยากเหมือนใคร การเดินทางของเราจึงเหมือนการถางทางใหม่ไปตลอดเวลา</p>



<h4 class="wp-block-heading">การถางทางใหม่มันทำให้พวกคุณกังวลบ้างไหม</h4>



<p><strong>ต้น:</strong> จะเหลือเหรอครับ</p>



<p><strong>ดิว:</strong> ทั้งกลัวและกังวลเลยครับ แต่บางครั้งที่เราไปเล่นคอนเสิร์ต มันจะมีความรู้สึกว่ากูไม่มีอะไรจะเสียเหมือนกัน คนดูเขาไม่ชอบก็ไม่แปลกใจ แต่ถ้าเขาชอบก็ดีไป อะไรแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้น สุดท้ายเราก็ทำเต็มที่ของเราที่สุด</p>



<p><strong>ต้น:</strong> เหมือนล่าสุดไปเล่นที่ Gene Lab Concert ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายมากๆ เพราะว่าเราไม่เคยเล่นคอนเสิร์ตที่มีคนเยอะขนาดนั้นในไทยเลย แล้วสล็อตของเราข้างหน้าคือ Three Man Down ข้างหลังคือไททศมิตร มันก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกท้าทาย รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง</p>



<p><strong>ดิว:</strong> แต่พอมาอยู่ค่าย จะพูดว่าไม่มีอะไรเสียก็ไม่ได้ มันก็จะมีอะไรเสียแหละ เพราะมีคนคาดหวังกับเรา เราก็ต้องทำงานอยู่บนไทม์ไลน์และเงื่อนไขต่างๆ หรือความคาดหวังบางอย่างมากขึ้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในขั้นตอนการทำเพลงเป็นอย่างไร มีวิธีทำเพลงยังไงให้ทั้ง 8 คนเห็นตรงกันว่าเป็นเพลงที่ ‘ใช่’</h4>



<p><strong>ออย:</strong> เราใช้วิธีการต่างคนต่างทำ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p><strong>โยเย:</strong> ด้วยความที่คนเยอะ และพอเราอยู่ค่ายเราเริ่มมีไทม์ไลน์การทำงานเข้ามาเอี่ยว เพราะฉะนั้นเราจะใช้วิธีว่าใครมีไอเดียแล้วทำเลย จากนั้นเราเอาไอเดียนั้นมาใส่ตะกร้าตรงกลาง แล้วก็มาช่วยกันดูว่า อันไหนจะหยิบมายำกันต่อ ไอเดียตั้งต้นอาจจะเกิดขึ้นที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วเพลงมันจะถูกมายำด้วยมันสมองของคนแปดคน กลายเป็นเพลงหนึ่งเพลง</p>



<p><strong>ต้น:</strong> แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเพลงนั้นมันต้องการไปทิศทางไหนด้วย เพราะทุกคนใส่ไอเดียมามันก็จะฟุ้งอยู่แล้ว ซึ่งโชคดีเรามีคนในวงและโปรดิวเซอร์ช่วย ‘ตัดขอบ’ เพลงนั้น หมายถึงว่าทำให้มันมีความพอดีระหว่างการร้อง อารมณ์ เครื่องดนตรี ไม่งั้นมันจะล้นแน่นอน&nbsp;</p>



<p>เพราะพอเราเป็นนักเรียนดนตรีมันก็จะมีความเนิร์ด เราจะคุยเรื่องเทคนิคซะส่วนใหญ่ แต่ความกลมมันไม่ใช่เรื่องเทคนิค มันคือเรื่องความรู้สึกด้วยว่าเพลงแบบนี้ป้าที่เขาขายก๋วยเตี๋ยวข้างล่างเขาจะอินกับเราหรือเปล่า หรือลุงขายลูกชิ้นหน้ามอเขาจะฟังถึงท่อนฮุกไหม หรือไปอยู่ในร้านเหล้ามันจะเขินไหม หรืออยู่ในแจ๊สเฟสมันจะอยู่ได้ไหมถ้าเพลงแมสขนาดนี้&nbsp;</p>



<p>แต่ก็ไม่ได้เอาตรงนั้นมาเป็นหลักนะ สุดท้ายคือความชอบและประสบการณ์ของ 8 คนแหละที่ทำให้มันกลมขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161067" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/The-Outsider_Asia-7_Content_c16_20221010.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">อยู่ด้วยกันมาหลายปี สิ่งสำคัญของการเป็นทีมเวิร์กที่ดีคืออะไร</h4>



<p><strong>ออย:</strong> คุยค่ะ การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเราอยู่ด้วยกันหลายคน มันไม่ตีกันเลยมันเป็นไปไม่ได้ จริงๆ เราเคยมีประชุมครั้งใหญ่ที่คุยกันเรื่องอนาคตของวงเหมือนกัน จนสุดท้ายทุกคนก็เห็นพ้องต้องใจว่าทุกคนจะยึดสิ่งนี้เป็นหลัก ไม่ใช่อาชีพหลักนะ แต่เหมือนว่านี่คือบ้านสุดท้ายของเรา</p>



<p>8 คน 8 สมอง 8 ไอเดีย ทุกคนมีวิธีการเดินที่ไม่เหมือนกัน ทุกคนมีเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราจึงมานั่งคุยกันว่าเราจะมีทิศทางที่ชัดเจนที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่านี่คือสิ่งที่ทุกคนโอเคและอยากทำมันด้วยกัน นั่นคือการที่ Asia 7 เป็นที่รู้จักในประเทศ ให้เพลงของเราไปถึงคนฟังให้มากที่สุด ช่วยกันหาวิธีว่าจะทำยังไงที่จะทำให้สิ่งที่เรามีเป็นที่รู้จัก แต่ยังเป็นเราอยู่&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">รู้มาว่าอีกเป้าหมายหนึ่งของวงคือการผลักดันดนตรีไทยให้คนต่างชาติรู้จัก คุณมีวิธีการเบลนด์ดนตรีไทยลงไปในเพลงยังไงให้คนฟังไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด</h4>



<p><strong>ต้น: </strong>เราไม่ตีกรอบตัวเอง คือก่อนหน้านี้เราหาคำตอบอยู่เหมือนกันว่าอะไรคือไทย อะไรคืออีสาน เพราะคนฟังบางคนยังงงอยู่เลยว่า Asia 7 เป็นวงอีสานร่วมสมัยเพราะมันมีพิณ อาจเพราะก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีฟอร์แมตวงที่มีพินกับซอมาอยู่ด้วยกัน การทำวงของเราคือการทำลายฟอร์แมตที่มันเคยเกิดขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>การทำลายกรอบตรงนี้ลงทำให้เราไม่ต้องยึดติดว่าอะไรคือไทย หรืออะไรไม่ใช่ไทย สิ่งที่พวกเราทำขึ้นมามันเกิดจากความชอบของเราที่ถ่ายทอดผ่านเครื่องมือที่พวกเราถนัดเท่านั้นเอง ผมอาจจะชอบฟังเพลงที่ใช้กีต้าร์ ฟังเพลงร้อง แต่ผมใช้พิณเป็นเครื่องดนตรีที่ถ่ายทอดได้ดีที่สุด ผมเลยใช้มันถ่ายทอดออกมา&nbsp;</p>



<p><strong>ดิว:</strong> ผมรู้สึกว่าผลงานจะออกมายังไง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเพลย์ลิสต์ของแต่ละคนฟังอะไรด้วย เพราะฉะนั้นทุกอย่างที่เป็น Asia 7 มันกลั่นกรองมาจากประสบการณ์การฟังเพลงหรือเทสของคน 8 คนมารวมกัน คำว่ารวมกันไม่ใช่ว่าเอามาใส่ขวดแล้วเขย่าออกมา แต่ผลผลิตของ Asia 7 คือสิ่งที่ตกผลึกออกมาจากระบบขององค์กรองค์กรหนึ่งเหมือนกันที่มีการคุยกัน เป็นองค์กรที่ไม่ได้มี hierarchy (ลำดับขั้น) ว่าใครเป็นเฮด แต่ถ้าใครมีเหตุผลว่าเพลงนี้ต้องมีจังหวะแบบนี้ ต้องช้า ต้องเร็วเท่านี้ ใครที่เห็นภาพชัดเจนพอที่จะจูงใจเพื่อนๆ มันก็จะทำให้ไอเดียนั้นกลั่นกรองออกมาเป็นเพลงได้</p>



<p><strong>สุนทร</strong>: อีกปัจจัยหนึ่งคือประสบการณ์ในการทำเพลงของพวกเรานี่แหละที่ทำให้ดูไม่ยัดเยียด แน่นอนว่าตอนแรกๆ มันก็เริ่มต้นจากวิธีการที่คล้ายๆ ยัดเยียด รู้สึกว่าเครื่องดนตรีไทยน่าจะใส่ตรงนี้ได้ ลองผิดลองถูก แต่พอเล่นมาเรื่อยๆ เราก็จะรู้ว่าเล่นให้มันสมูทต้องทำยังไง</p>



<p><strong>ดิว:</strong> อีกวิธีหนึ่งคือเรากล้าเปลี่ยนฟังก์ชั่นของสิ่งที่เครื่องดนตรีนั้นเคยเป็นเพื่อครีเอตบางสิ่งขึ้น ปกติเครื่องดีด สี ตี เป่า บางชิ้นจะเล่นท่อนโซโล่ บางชิ้นเล่นเป็นแบ็กกราวนด์ แต่เรากล้าเปลี่ยนฟังก์ชั่นมัน ทดลองให้มันออกมาไม่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่เป็นฟอร์แมต ก็จะทำให้เกิดมิติใหม่ขึ้น แต่ยังไงก็ตามเพื่อนในวงก็ต้องช่วยกันฟังว่ามันจะล้นหรือเปล่าด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้ววินาทีนี้ สิ่งที่เราต้องการจากการเล่นดนตรีคืออะไร</h4>



<p><strong>ออย: </strong>มีหลายอย่าง ถ้าให้ตอบจริงๆ มันก็อาจจะเป็นเงิน เพราะมันเป็นอาชีพของพวกเราทุกคน แต่นอกเหนือจากนั้น การมาเล่นให้ Asia 7 คือเรามาด้วยแพสชั่นล้วนๆ เลย มาเพื่อปลดปล่อย&nbsp;</p>



<p>สำหรับออย ออยรู้สึกว่าเราอยากได้ความสุขจากคนดู การที่เราได้ฟีดแบ็กว่าโห วงนี้เจ๋งจัง มีความสุขมากที่ได้มาดูวงนี้ ออยว่านี่คือความสุขที่สุดในฐานะศิลปินคนหนึ่ง เพราะว่าดนตรีมันคือสิ่งบันเทิงถูกไหมคะ ถ้าเล่นไปแล้วมันไม่บันเทิงมันก็ยังไงอยู่ การที่ทุกคนเต้น ร้องเพลง อินกับสิ่งที่เราพยายามจะสื่อ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด</p>



<p><strong>โอม:</strong> น่าจะอยากให้เพลงเป็นที่รู้จัก เพลงไหนก็ได้ แต่ขอให้เป็นวงเรา ผมไม่รู้ว่าทุกคนจะรู้สึกเหมือนผมไหม คือต่อให้ผมไปเล่นแบ็กอัพให้วงดังเยอะแค่ไหน คนดูเยอะแค่ไหน แต่สุดท้ายการที่เราไปเล่นให้เขาเราก็ไม่ได้เล่นเพลงเราไง เราไม่ได้อยู่กับเขาใน Day 1 เหมือนทุกคนในวงนี้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าวงเราคนดูไม่ถึงหลักพันก็ได้ แต่ถ้าเราได้ฟีดแบ็กกลับมาจากเพลงเราจริงๆ คนฟังร้องได้ รู้จักเรา แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">พวกคุณมองทางเดินข้างหน้าไว้ยังไง</h4>



<p><strong>บูม:</strong> จริงๆ ตั้งแต่ตั้งวงมา ผมไม่ได้มองอนาคตของวงขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าได้เล่นด้วยกันมันก็สนุกแล้ว มันจะไปไกลขนาดไหนเราก็พร้อมไปด้วยกัน (ทุกคนปรบมือ)</p>



<p><strong>สุนทร:</strong> อนาคตไม่ใช่สถานที่ แต่คือผู้คน (ทุกคน: นี่ คมกริ๊บ)</p>



<p><strong>ต้น:</strong> ใช่ เราไม่ได้มองว่ามันต้องไปไกลขนาดไหน แค่ไปด้วยกัน และจริงๆ เป้าหมายของเราก็เปลี่ยนไปตามเวลา วันนี้เราอยากทำคอนเสิร์ตให้ดี วันถัดมาเราอยากทำเพลงแมส วันต่อมาก็คิดว่าจะไปต่างประเทศต้องทำเพลงยังไง มันมีสิ่งเหล่านี้มาหล่อเลี้ยงทำให้วงไปต่อ ทำให้เรามีไฟตลอดเวลา ถามว่าจะไปในทิศทางไหนผมยังไม่แน่ใจ แต่เป้าหมายของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใจหนึ่งผมยังอยากไปเล่นงานกาชาดเลย&nbsp;</p>



<p><strong>ออย:</strong> เรายังอยากเล่นงานแบบงานบวช</p>



<p><strong>ต้น:</strong> ใช่ๆ คนอาจจะมองว่า Asia 7 คือวงที่เพลงยิ่งใหญ่อลังการ ต้องเล่นเฟสติวัลเท่านั้น แต่เพลงเหยดโด้เราก็เล่นนะ ออยร้องได้หมด พี่สุนทรเอนเตอร์เทนได้หมด มันไปได้ แต่เรายังไม่เคยเห็นมุมนั้นของ Asia 7 เท่านั้นเอง เราเองก็อยากทำสิ่งที่สนุก&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายแล้วมันคือการที่เราได้เล่นดนตรีด้วยกัน จะแนวไหนก็ได้ทั้งนั้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/asia-7/">การเดินทางในปีที่ 7 ของ Asia 7 วงดนตรีฟิวชั่นที่อยากผลักดันดนตรีไทยให้ป๊อปมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hurts Like Hell ซีรีส์ตีแผ่วงการมวยไทยบน Netflix ผลผลิตจากมิตรภาพและความฝันของสองเพื่อนซี้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hurts-like-hell/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 03:34:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Hurst like hell]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=158316</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย’ คือซีรีส์ไทยบน Netflix ที่มีเนื้อหาตีแผ่เบื้องลึกเบื้องหลังของวงการมวยไทย โดยเฉพาะในแง่ของการพนัน เริ่มสตรีมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 และเป็นคอนเทนต์ global ของไทยที่ฉายในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก นิ้ง-ภัทนะ จันทร์เจริญสุข และ แชมป์-กิตติชัย วรรณ์ประเสริฐ คือโปรดิวเซอร์และผู้กำกับของซีรีส์เรื่องนี้ตามลำดับ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน และร่วมกันก่อตั้งบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ขึ้นมา ชื่อว่า วันนี้วันดี สตูดิโอ หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่นานจากการทำรายการโทรทัศน์และสารคดี เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จึงได้เริ่มลงมือทำตามความฝันที่มีเหมือนกัน นั่นคือการทำหนัง และมาลงตัวที่การสร้างซีรีส์เพื่อเสนอ Netflix วันนี้ แม้ทั้งคู่จะบอกว่า สามารถขีดเครื่องหมายถูกบนเช็กลิสต์ความฝันได้แล้ว แต่ความน่าสนุกชวนฮึกเหิมคือ นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายนี้ของคนโนเนมในวงการอย่างพวกเขาเท่านั้น วัยรุ่นลำปางกับร้านเช่าหนัง&#160; นิ้งกับแชมป์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอน ม.1 ทั้งคู่เป็นคนลำปาง และชอบดูหนังเหมือนกัน ที่พิเศษคือ บ้านของนิ้งเป็นร้านเช่าวิดีโอ เด็กวัยรุ่นลำปางสองคนนี้จึงเชื่อมต่อกันด้วยโลกของภาพยนตร์มาตั้งแต่นั้น “สมัยเรียนผมก็จะคอยยืมหนังที่บ้านเขาฟรี” แชมป์ย้อนอดีตให้ฟัง “แล้วด้วยความที่เราเป็นคนลำปาง การหาหนังบางอย่าง หรือหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hurts-like-hell/">Hurts Like Hell ซีรีส์ตีแผ่วงการมวยไทยบน Netflix ผลผลิตจากมิตรภาพและความฝันของสองเพื่อนซี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>‘Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย’</em> คือซีรีส์ไทยบน Netflix ที่มีเนื้อหาตีแผ่เบื้องลึกเบื้องหลังของวงการมวยไทย โดยเฉพาะในแง่ของการพนัน เริ่มสตรีมเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 และเป็นคอนเทนต์ global ของไทยที่ฉายในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก</p>



<p>นิ้ง-ภัทนะ จันทร์เจริญสุข และ แชมป์-กิตติชัย วรรณ์ประเสริฐ คือโปรดิวเซอร์และผู้กำกับของซีรีส์เรื่องนี้ตามลำดับ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกัน และร่วมกันก่อตั้งบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ขึ้นมา ชื่อว่า วันนี้วันดี สตูดิโอ หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่นานจากการทำรายการโทรทัศน์และสารคดี เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จึงได้เริ่มลงมือทำตามความฝันที่มีเหมือนกัน นั่นคือการทำหนัง และมาลงตัวที่การสร้างซีรีส์เพื่อเสนอ Netflix</p>



<p>วันนี้ แม้ทั้งคู่จะบอกว่า สามารถขีดเครื่องหมายถูกบนเช็กลิสต์ความฝันได้แล้ว แต่ความน่าสนุกชวนฮึกเหิมคือ นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายนี้ของคนโนเนมในวงการอย่างพวกเขาเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158324" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c1_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วัยรุ่นลำปางกับร้านเช่าหนัง</strong>&nbsp;</h3>



<p>นิ้งกับแชมป์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอน ม.1 ทั้งคู่เป็นคนลำปาง และชอบดูหนังเหมือนกัน ที่พิเศษคือ บ้านของนิ้งเป็นร้านเช่าวิดีโอ เด็กวัยรุ่นลำปางสองคนนี้จึงเชื่อมต่อกันด้วยโลกของภาพยนตร์มาตั้งแต่นั้น</p>



<p>“สมัยเรียนผมก็จะคอยยืมหนังที่บ้านเขาฟรี” แชมป์ย้อนอดีตให้ฟัง “แล้วด้วยความที่เราเป็นคนลำปาง การหาหนังบางอย่าง หรือหนังที่เป็นภาษาอังกฤษ ซับฯ ภาษาไทย มันค่อนข้างยาก แต่เรามีเพื่อนเหมือนเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการหนัง (หัวเราะ) คนลำปางอาจจะไม่ดู แต่เราบอก นิ้ง มึงสั่งมาให้หน่อย เรื่องนี้กูอยากดู”</p>



<p>นิ้งเล่าบ้าง “ตอนนั้นแชมป์เขาบอกอยู่แล้วว่า เขาอยากทำหนังมาก และอย่างที่เห็น เราไม่ได้เรียนจบตรงสาย ทุกสิ่งทุกอย่างเขาเรียนรู้ด้วยตัวเองหมด จากที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาตลอด ผมก็จะเห็นว่าแชมป์ทำมาอะไรบ้าง เทสต์เขาเป็นยังไง เราก็ค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเขาทำได้แน่ๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158326" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c8_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>(จากซ้าย) นิ้ง-ภัทนะ จันทร์เจริญสุข, แชมป์-กิตติชัย วรรณ์ประเสริฐ โปรดิวเซอร์และผู้กำกับซีรีส์เรื่อง &#8216;Hurts Like Hell เจ็บเจียนตาย&#8217; </figcaption></figure>



<p>หลังเรียนจบมัธยมที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย จังหวัดลำปาง นิ้งกับแชมป์ก็ยังเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน และเรียนสาขาเดียวกัน คือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะศึกษาศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ</p>



<p>“จริงๆ เราเป็นครูนะ จบศึกษาศาสตร์” แชมป์บอก “พอเรียนจบ ตอนแรกผมเป็นครูสอนพิเศษ ระหว่างนั้นก็สมัครงานตัดต่อที่กรุงเทพฯ มีที่หนึ่งรับไปทำงานได้ประมาณ 6 เดือน ผมก็ลาออกมา เพราะว่าช่วงนั้นมีประกวดหนังสั้น ก็เลยอยากลองออกมาทำจริงๆ จังๆ ดู ให้รู้ไปเลยว่าเวิร์กหรือไม่เวิร์ก ถ้าไม่เวิร์กจะได้ไปสอนหนังสือ”</p>



<p>ส่วนนิ้ง หลังเรียนจบเขาเรียนต่อปริญญาโททันที ในสาขาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เดิม และได้มาเจอกับแชมป์อีกครั้งในงานประกวดหนังสั้นงานเดียวกัน</p>



<p>“พอมาเจอกันตรงนี้ ได้คุยกันว่าอยากทำหนังต่อ ก็เลยชวนกันว่า ทำบริษัทกันมั้ย จนเกิดเป็นบริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ชื่อ วันนี้วันดี สตูดิโอ<em> </em>ขึ้นมาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นด้วยความที่เรายังไม่พร้อม ก็เลยเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำรายการทีวีทำสารคดีไปก่อน” นิ้งเล่า&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c12_20220713-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-158327" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c12_20220713-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c12_20220713-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c12_20220713-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c12_20220713.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มวยไทยที่เล่าผ่านซีรีส์ผสมสารคดี</strong></h3>



<p>ในบริษัท พวกเขาแบ่งหน้าที่กันว่า นิ้งรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ ส่วนแชมป์รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ รวมถึงลงมือตัดต่อเองด้วย&nbsp;</p>



<p>วันนี้วันดี สตูดิโอ เริ่มต้นจากการทำมิวสิกวิดีโอ, สื่อวิดีโอ พรีเซนเตชั่น ก่อนที่จะมีโอกาสได้ทำรายการโทรทัศน์และสารคดี ออกอากาศทางสถานีต่างๆ เช่น สารคดีสภาวะสุญญากาศ, สารคดีเดินทวนน้ำ, รายการ The Last Jigsaw, รายการซื้อเก่ง เป็นต้น ซึ่งออกอากาศทางช่อง ThaiPBS</p>



<p>พอเก็บประสบการณ์มาได้ระยะหนึ่ง เมื่อ 4 ปีก่อน ทั้งคู่จึงกลับมาคุยกันอีกครั้งถึงสิ่งที่ตั้งใจอยากทำ นั่นก็คือการทำหนัง ทำซีรีส์</p>



<p>“ที่เลือกเป็นโปรเจกต์มวย เพราะที่บ้านผมเคยทำค่ายมวยมาก่อน” นิ้งให้เหตุผล “ก็พอจะรู้ว่าสิ่งที่คนรู้ข้างนอก กับสิ่งที่เราสัมผัสได้ในวงการ มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่คนข้างนอกยังไม่รู้ เลยมาถามกับทางแชมป์ว่า อยากทำเกี่ยวกับมวยไทยกันมั้ย”</p>



<p>แชมป์เสริมว่า “พอได้รับโจทย์จากนิ้งมาก็รู้สึกว่า เรื่องมวยไทยมันมีความไกลตัวเราพอสมควร เพราะเราก็ไม่เคยดูมวยไทยเลย มวยปกติเรายังแทบไม่ได้ดู แต่พอมาฟังคอนเซปต์ของนิ้ง รู้สึกว่ามันก็น่าสนใจลองดู แต่อย่างที่บอกว่ามันไกลตัว เราเลยขอเวลานิ้งรีเสิร์ชข้อมูลพักใหญ่ๆ ขอไปทำข้อมูล ขอไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับวงการมวยไทย ว่ามีมุมไหนหรือมีด้านไหนที่เราควรเอามาเล่นหรือเล่า ก็ใช้เวลารีเสิร์ชไปประมาณเกือบ 1 ปี”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158329" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c6_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><em>Hurts Like Hell</em> เป็นงานกำกับซีรีส์เรื่องแรกของแชมป์ ซึ่งเขาเลือกที่จะเอาความเป็นสารคดีมาผสมผสาน กล่าวคือมีการดำเนินเรื่องของตัวละครสลับกับการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ในวงการมวยไทย เช่น กรรมการ เซียนมวย โปรโมเตอร์ แพทย์สนาม นักมวย เป็นต้น โดยเป็นฟุตเทจที่ได้มาจากการสัมภาษณ์คนในวงการจริงๆ ประมาณ 20-30 คน</p>



<p>“ด้วยความที่เราทำสารคดีมาเยอะ มันเป็นสิ่งที่เราชำนาญ พอเป็นเรื่องแรกเราก็อยากจับในสิ่งที่ตัวเองถนัด และได้ลองเทคนิคใหม่ๆ คิดว่ามันน่าจะง่ายต่อการทำงาน ตอนทำเราก็พยายามหาสัดส่วนของพาร์ตสารคดี กับพาร์ตของภาพยนตร์ ว่าควรจะอยู่ตรงไหนดี สารคดีมันเป็นตัวเสริมที่ขับเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า หรือทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้น หรือบางฉากที่คนดูตามไม่ทันเราก็ใช้พาร์ตสัมภาษณ์เข้ามาช่วยให้ตามเรื่องทันและเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น ถามว่ากลัวสะดุดอารมณ์มั้ย ก็กลัว แต่อย่างที่บอก เราถนัดสารคดีอยู่แล้ว และไม่ค่อยเห็นซีรีส์เมืองไทยที่เล่าในรูปแบบนี้ด้วย เลยอยากลองใช้วิธีนี้ดู ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง” แชมป์อธิบาย</p>



<p>ผู้กำกับหนุ่มยังกล่าวต่อถึงความยากและความท้าทายในการถ่ายทำ อันเนื่องมาจากวิธีการเล่าเรื่องแบบสารคดี</p>



<p>“ด้วยความที่เราใช้วิธีการเล่าแบบสารคดี เพราะฉะนั้น ความสมจริงก็ต้องมีเต็มๆ รายละเอียดต่างๆ บนเวที การแสดงของนักแสดงก็ค่อนข้างซับซ้อน อย่างเซียนมวยก็จะมีท่าทางและลักษณะเฉพาะในการเล่นพนัน หรือกรรมการ ตรงไหนควรเข้าไปห้ามนักมวย ตรงไหนควรนับ ต้องมีการรีเสิร์ชค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญ ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันรอบสนาม ฉะนั้นทุกคนต่างมีหน้าที่ มีบทบาท มันเลยเป็นชุดข้อมูลที่ค่อนข้างมหาศาล หมายถึงว่ามวยต่อยข้างบน แต่ข้างล่างก็ต้องมีการเชียร์เหมือนกัน ต้องซิงก์กันหมด ซึ่งเป็นเรื่องยากพอสมควร ทุกอย่างต้องสมจริงหมด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158331" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c4_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เหตุผลข้างต้นจึงนำไปสู่จุดเด่นในการเล่าเรื่องอีกอย่างหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ นั่นคือการเล่าเหตุการณ์เดียวกันจากหลายมุมมองของตัวละคร&nbsp;</p>



<p>แชมป์กล่าวต่อ “ตอนที่เรารีเสิร์ช พอเราไปสำรวจโลกของวงการมวยไทย มันจะมีบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งนักมวย กรรมการ เซียนมวย แพทย์สนาม การกระทำของแต่ละบทบาทหน้าที่ มันส่งผลไปถึงคนอื่นๆ หน้าที่อื่นๆ เหมือนเป็นวงจร ส่งผลกระทบไปเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่า บางเหตุการณ์มันอาจจะมีอะไรที่ลึกกว่านั้นในมุมมองของคนอื่น เราก็เลยอยากเล่าให้มีความรู้สึกหลากหลายในเหตุการณ์เดียวกัน”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โปรเจกต์แห่งความบ้าบิ่น</strong></h3>



<p>ความบ้าบิ่นที่ว่านี้ก็คือ พวกเขาอยากทำซีรีส์ฉายเน็ตฟลิกซ์ แต่แทนที่จะไปยื่นโปรเจกต์เพื่อให้เน็ตฟลิกซ์พิจารณาเป็นผู้สร้างเหมือนคนอื่นๆ พวกเขากลับเลือกที่จะลงทุนลงแรงสร้างซีรีส์เรื่องนี้เองให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเอางานไปเสนอทางเน็ตฟลิกซ์ทีหลัง</p>



<p>นั่นหมายความว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ทำซีรีส์เรื่องนี้ พวกเขาไม่เคยคุยกับทางเน็ตฟลิกซ์เลยด้วยซ้ำ แต่มีเป้าหมายปลายทางในใจ-หรืออีกนัยหนึ่งมันคือเดิมพัน ว่าสุดท้ายเมื่อผลงานออกมาแล้ว เน็ตฟลิกซ์จะชอบและนำไปฉาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c9_20220713-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-158332" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c9_20220713-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c9_20220713-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c9_20220713-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c9_20220713.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>โปรดิวเซอร์อย่างนิ้งพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ตอนแรกเราก็ตั้งธงไว้ที่เน็ตฟลิกซ์เลย มันถึงเป็นเรื่องมวยไทยด้วย คิดว่าต่างประเทศน่าจะเสพง่าย แล้วก็ที่เป็นเน็ตฟลิกซ์เพราะเขาไปกว่า 190 ประเทศทั่วโลก อีกอย่างหนึ่งคือเทคโนโลยี การสตรีมของเขารองรับเทคโนโลยีที่จะได้อรรถรสเต็มที่ ทั้ง dolby vision และ dolby atmos ซึ่งซีรีส์เราก็ใส่เทคนิคเต็มหมด รวมถึงเทคนิคการถ่ายทำที่แชมป์เขาก็กางมาเลยว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับเน็ตฟลิกซ์คืออะไร&nbsp;</p>



<p>แชมป์พูดต่อ “เราไปแอบดูสเปกกล้องในเว็บไซต์ว่า เขาใช้กล้องอะไรถ่ายกัน แล้วก็ด้วยความที่แพลตฟอร์มของเน็ตฟลิกซ์เขาค่อนข้างมีมาตรฐานพอสมควร ก่อนที่เราจะทำ เราก็ต้องไปกางไบเบิลเขาดูก่อนว่า อุปกรณ์กล้อง ภาพ เสียง เขาต้องการอะไรยังไง เราก็เอาเบอร์สุดของอันนั้นเลยตั้งแต่ต้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158334" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c2_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าคำถามใหญ่คือ แล้วถ้าเน็ตฟลิกซ์ไม่เอาล่ะ</p>



<p>แชมป์ตอบว่า “ถ้าพูดกันตรงๆ คือมันมีแค่สองทาง คือหนึ่งประสบความสำเร็จ กับสองคือ ล้มเหลว เพราะฉะนั้นความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราพยายามทำให้มันเกิดขึ้นน้อยที่สุด แล้วเราต้องเหมือนเชื่อมั่นในทีมงานน้องๆ ทุกคน เชื่อมั่นในนักแสดง พยายามเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่เหมือนเป็นการคาดการณ์แล้วว่าเน็ตฟลิกซ์น่าจะชอบ น่าจะสนใจ</p>



<p>“คือเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เราไม่มีชื่อเสียงในด้านนี้เลย เราเป็นคนนอกวงการด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปยื่นกระดาษเปล่าๆ หรือยื่นเปเปอร์โดยที่ไม่เคยมีผลงานประจักษ์ ผมว่ามันอาจจะไม่แฟร์กับทางลูกค้า แต่ก็ต้องยอมรับว่า นิ้งเขาก็บ้าบิ่นนิดนึงที่เหมือนกับว่า ทำไปก่อนเลย แล้วเรามาลองดูกันว่าจะไปไกลแค่ไหน”</p>



<p>อีกเรื่องคือการติดต่อนักแสดงซึ่งล้วนแต่เป็นเบอร์ใหญ่ๆ สองผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ใช้วิธีแบบมวยวัดเช่นกัน</p>



<p>แชมป์เล่าว่า “พอได้บทคร่าวๆ มาแล้ว เราก็มีดาราในใจอยู่แล้วว่าคนนี้น่าจะเล่นบทนี้นะ แต่เราก็เข้าใจว่าเราไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร ก็ใช้เทคนิคง่ายๆ โดยขอเบอร์คนรู้จักแล้วโทรไปตรงๆ นี่แหละครับ ว่าเรามีโปรเจกต์หนึ่งที่อยากลองให้พี่ปู (วิทยา ปานศรีงาม) พี่เอก (ธเนศ วรากูลนุเคราะห์) มาเล่นดู แล้วก็ให้ดูบท นั่งคุยกัน ทุกคนก็ตอบรับมาว่าสนใจ ผมก็เรียนแจ้งเขาตรงๆ ว่า ซีรีส์เรื่องนี้เราขอทำให้เสร็จสิ้นก่อน ปลายทางเป็นยังไงก็อยู่ที่ตัวเนื้องานแล้วว่า ควอลิตี้มันจะไปอยู่ที่ไหน แต่เราก็ตั้งใจว่าไปเน็ตฟลิกซ์นั่นแหละ แต่แค่ไม่สามารถพูดเต็มปากกับนักแสดงได้ ก็ถือว่าเขาเชื่อใจเรามากๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c13_20220713-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-158338" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c13_20220713-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c13_20220713-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c13_20220713-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c13_20220713.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเดินทางถึง</strong><strong>ก้าวแรก&nbsp;</strong></h3>



<p>นับเป็นการเดินทางของความฝันที่ยาวนานมากของทั้งสองคน จากร้านเช่าวิดีโอในจังหวัดลำปาง สู่เวทีประกวดหนังสั้น บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ผลิตรายการโทรทัศน์และสารคดี มาจนถึงการทำซีรีส์ฉายบนเน็ตฟลิกซ์เผยแพร่ไปทั่วโลก</p>



<p>อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า พวกเขาเพิ่งเดินทางมาถึง ‘ก้าวแรก’ เท่านั้น</p>



<p>“ที่จริงระยะทางกว่าจะมาถึงตรงนี้มันจะล้มไปหลายครั้งมาก ล้มได้ทุกเมื่อ อย่างตอนถ่ายก็มีปัญหาอุปสรรคเข้ามาเยอะ แต่สุดท้าย เหมือนโม้นะ แต่มันคือความเชื่อมั่นในตัวเอง ถ้าเราไม่ทำให้สำเร็จ แล้วมันจะสำเร็จเมื่อไหร่ เราก็เลยชวนทีมงานทุกคนให้เชื่อมั่นในตัวเอง แล้วตอนทำเราก็ไม่คาดหวังหรอกว่า สุดท้ายแล้วจริงๆ มันจะไปโผล่ที่ไหน แต่อย่างน้อยทำให้มันเสร็จ ทำให้มันดี แล้วเราก็เชื่อว่า ถ้าเราทำมันดีเต็มที่แล้ว ตัวงานมันน่าจะพาเราไปในสิ่งที่ดีๆ เหมือนกัน” แชมป์ว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-158336" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/the-outsider_Hurts-Like-Hell_Content_c5_20220713.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เป้าหมายต่อไป นิ้งกับแชมป์บอกว่าคงลุยทำหนังและซีรีส์ต่อ และเพิ่มความท้าทายให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งที่จริงพวกเขามีแพลนไว้แล้ว แต่ยังขอเก็บเป็นความลับก่อน</p>



<p>“เราอยากทำให้คนดู ดูแล้วอิ่ม อิ่มในที่นี้คือ อาจจะไม่ใช่แบบหนังที่ฟีลกู๊ด แต่ว่าอิ่มในสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ อาจจะโทนหม่น ความรัก หรือครอบครัว แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นทางไหน เราอยากให้คนดูอิ่มในแบบนั้นๆ อยากให้ดูแล้วรู้สึกว่า นี่คือการเสพหนังจริงๆ” นิ้งบอก</p>



<p>“สำหรับเรื่อง <em>Hurts Like Hell</em> จริงๆ นี่ก็มาไกลมากแล้วนะ จากจุดเริ่มต้นของเรา ถ้าให้ไกลกว่านี้ก็คือ อยากให้คนดูรู้สึกชอบนี่แหละครับ แต่ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เข้าใจได้ เพราะว่าเราทำงานออกมา มันเป็นพื้นที่ในการวิพากษ์วิจารณ์ได้อยู่แล้ว และด้วยความที่เราอยากอยู่ในวงการนี้ ผมเชื่อว่าการวิพากษ์วิจารณ์งานหรือการติชม มันทำให้เรานำงานของเราไปแก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ก็เลยอยากให้คนดูรู้สึกว่า วิพากษ์วิจารณ์กับซีรีส์เราได้ ว่าชอบไม่ชอบยังไง อยากเปิดให้พูดคุยกันได้ เพราะพวกผมชอบตามอ่านคอมเมนต์ทุกอย่างในรีวิวหนัง ซึ่งเราก็น้อมรับจริงๆ คำชมเราก็ให้ทีมงานไป แต่คำด่าเราก็ต้องเก็บไว้เพื่อมาพัฒนางานเราให้ดีขึ้น” แชมป์กล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>



<p>ภาพ &gt; พีระพัฒน์ พรมพาน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hurts-like-hell/">Hurts Like Hell ซีรีส์ตีแผ่วงการมวยไทยบน Netflix ผลผลิตจากมิตรภาพและความฝันของสองเพื่อนซี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/julian-cary/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2022 06:42:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลี่ยน แครีย์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ๊ซ]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[MILLI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157402</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ ใครคนหนึ่งในทีมเอ่ยขึ้นตอนเรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านของ จูเลี่ยน แครีย์ (Julian Cary) ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เจ้าของบ้านเตรียมชาและกาแฟไว้ต้อนรับพร้อมสรรพตามที่แชตคุยกัน เขาหยิบห่อเมล็ดกาแฟบราซิลมาให้เราดูว่าเป็นตัวนี้นะ และใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบโฮมยูส ชงอเมริกาโน่เย็นมาเสิร์ฟ ส่วนชานั้น มีหลายชนิดเต็มตู้ เขาชงด้วยอุปกรณ์ครบครันระหว่างพักเบรกจากการสัมภาษณ์อันยาวนาน&#160; ที่บอกว่าแชตคุยกันนั้น ข้อความที่อยู่ในอินบ็อกซ์ระหว่างเรากับเขาเป็นภาษาไทยล้วนๆ เพราะระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตและสอนหนังสืออยู่ที่เมืองไทย บวกกับอีก 6 เดือนที่ฝึกฝนมาก่อนหน้าจากอเมริกา มากเกินพอที่จะทำให้เขาใช้ภาษาไทยได้คล่องเป็นธรรมชาติเหมือนคนไทย ทั้งพูด อ่าน เขียน พิมพ์ เป็นภาษาไทยแบบร่วมสมัย ที่มีทั้งสแลงใหม่ๆ และสำบัดสำนวนเก่าๆ&#160; สำหรับบ้านน่าอยู่หลังนี้ เจ้าตัวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ 2 สัปดาห์ก่อนวันที่เราไปเยือน โดยหาเช่าจากแอปพลิเคชั่น มันเป็นบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านขนาดใหญ่ย่านตลิ่งชัน เงียบสงบปราศจากเสียงรถรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหา จูเลี่ยนตกแต่งทุกอย่างในบ้านเอง และทำห้องสตูดิโอเล็กๆ เอาไว้ ซึ่งแม้เพื่อนบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ในรั้วเดียวกันจะบอกว่าชอบฟังเวลาได้ยินเขาซ้อมดนตรี แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี จูเลี่ยน หรือ ‘อาจารย์จู’ เป็นอาจารย์สอนดนตรีแจ๊ซประจำอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาได้รับข้อเสนอให้มาสอนตั้งแต่ตอนยังเรียนไม่จบ และเขาก็เลือกเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างที่ไทยก็ได้เปลี่ยนตัวตนภายในของเขาไปด้วย ถ้อยคำของจูเลี่ยนมักเต็มไปด้วยปรัชญา และส่วนใหญ่เป็นปรัชญาพุทธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/julian-cary/">จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ ใครคนหนึ่งในทีมเอ่ยขึ้นตอนเรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านของ จูเลี่ยน แครีย์ (Julian Cary) ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เจ้าของบ้านเตรียมชาและกาแฟไว้ต้อนรับพร้อมสรรพตามที่แชตคุยกัน เขาหยิบห่อเมล็ดกาแฟบราซิลมาให้เราดูว่าเป็นตัวนี้นะ และใช้เครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบโฮมยูส ชงอเมริกาโน่เย็นมาเสิร์ฟ ส่วนชานั้น มีหลายชนิดเต็มตู้ เขาชงด้วยอุปกรณ์ครบครันระหว่างพักเบรกจากการสัมภาษณ์อันยาวนาน&nbsp;</p>



<p>ที่บอกว่าแชตคุยกันนั้น ข้อความที่อยู่ในอินบ็อกซ์ระหว่างเรากับเขาเป็นภาษาไทยล้วนๆ เพราะระยะเวลา 3 ปีที่ใช้ชีวิตและสอนหนังสืออยู่ที่เมืองไทย บวกกับอีก 6 เดือนที่ฝึกฝนมาก่อนหน้าจากอเมริกา มากเกินพอที่จะทำให้เขาใช้ภาษาไทยได้คล่องเป็นธรรมชาติเหมือนคนไทย ทั้งพูด อ่าน เขียน พิมพ์ เป็นภาษาไทยแบบร่วมสมัย ที่มีทั้งสแลงใหม่ๆ และสำบัดสำนวนเก่าๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c4_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับบ้านน่าอยู่หลังนี้ เจ้าตัวเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ 2 สัปดาห์ก่อนวันที่เราไปเยือน โดยหาเช่าจากแอปพลิเคชั่น มันเป็นบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายซอยในหมู่บ้านขนาดใหญ่ย่านตลิ่งชัน เงียบสงบปราศจากเสียงรถรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหา</p>



<p>จูเลี่ยนตกแต่งทุกอย่างในบ้านเอง และทำห้องสตูดิโอเล็กๆ เอาไว้ ซึ่งแม้เพื่อนบ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ในรั้วเดียวกันจะบอกว่าชอบฟังเวลาได้ยินเขาซ้อมดนตรี แต่เขาก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี</p>



<p>จูเลี่ยน หรือ ‘อาจารย์จู’ เป็นอาจารย์สอนดนตรีแจ๊ซประจำอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเขาได้รับข้อเสนอให้มาสอนตั้งแต่ตอนยังเรียนไม่จบ และเขาก็เลือกเปลี่ยนเส้นทางชีวิตมาอยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งอะไรหลายๆ อย่างที่ไทยก็ได้เปลี่ยนตัวตนภายในของเขาไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c5_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้อยคำของจูเลี่ยนมักเต็มไปด้วยปรัชญา และส่วนใหญ่เป็นปรัชญาพุทธ เขาพูดเรื่องกิเลส พูดเรื่องสติ แต่เขาแทบจะไม่ได้เอ่ยคำว่าพุทธ และไม่ได้ใช้ภาษาเหมือนในหนังสือธรรมะ จูเลี่ยนบอกว่า ถ้าเราเข้าใจคอนเซปต์แล้ว เวลาอธิบายก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเดิมๆ แต่สามารถที่จะอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบในหลายๆ ทางให้คนอื่นเข้าใจได้ หนึ่งในคำที่เขาเคยพูดไว้ และเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากมาคุยกับเขามากขึ้นก็คือ เขาคิดว่าบางทีความสุขอาจจะไม่ใช้เป้าหมายของชีวิต</p>



<p>หลังแก้วกาแฟอเมริกาโน่ หลังถ้วยชาซีลอน จูเลี่ยนนั่งลงเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาให้เราฟัง และหมายเหตุต่อท้ายไว้ด้วยว่า มีเรื่องที่ต้อง off the record มากมาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157433" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c15_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากกอสเปลถึงแจ๊ซ</strong>&nbsp;</h3>



<p>ผมเกิดที่เมืองเดนเวอร์ โคโลราโด เมื่อปี 1997 ในครอบครัวที่มีแต่นักร้องเพลงกอสเปลในโบสถ์ การร้องเพลงสำหรับครอบครัวเรา ไม่ใช่ว่าต้องร้องเมื่ออยู่บนเวทีเท่านั้น แต่กินข้าวเสร็จเราก็ต้องมีการร้องเพลง หรือเวลานั่งอยู่บนรถ เราก็จะเปิดเพลงที่มีคอรัสเยอะๆ แล้วทุกคนก็จะเลือกพาร์ตของตัวเอง ร้องประสานเสียงกันบนรถ แต่ว่าไม่มีใครที่เป็นนักดนตรีอาชีพเลย</p>



<p>ตอนเด็กๆ ตัวผมเองเหมือนเป็นแกะดำ เพราะชอบไม่เหมือนชาวบ้าน ชอบอ่านหนังสือ ชอบอะไรที่เนิร์ดๆ ตอนนั้นชอบไดโนเสาร์ที่สุดเลย คิดว่าน่าจะเป็นอาชีพของเรา อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากเป็นสายรีเสิร์ช แต่ชีวิตก็มีความสุขดี ทุกอย่างเหมือนวนอยู่ในลูป กินข้าว ไปโรงเรียน อยู่กับครอบครัว ร้องเพลง อยู่กับเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรื่องทุกข์ แต่ว่าตอนเด็กๆ ต่อให้จะแย่แค่ไหน เราก็ยังรู้สึกอบอุ่น</p>



<p>แจ๊ซเข้ามาในชีวิต ตอนผมเรียนอยู่ประมาณ ม.2 ก่อนหน้านั้นฟังแจ๊ซแล้วไม่ชอบเลย เล่นอะไรก็ไม่รู้ คนที่บ้านก็ไม่ฟัง เหมือนกับว่าในโบสถ์จะมีการแยกระหว่าง ดนตรีศักดิ์สิทธิ์ กับดนตรีที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างมันเป็นสิ่งที่คุณทวดของผมเขาเคยพูดออกมา เขาบอกพระเจ้าว่า ขอบคุณที่ให้พรสวรรค์หรือความสามารถในการร้องเพลงนี้แก่ครอบครัวของเรา แต่หากมีใครร้องเพลงที่ไม่ได้สรรเสิญพระเจ้า ขอให้เอาพรสวรรค์คืนได้เลย แรงมาก!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157435" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c22_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ตอนนั้นมีอาจารย์คนหนึ่ง ชื่อ Keith Oxman กลางวันสอนออร์เคสตร้าแบบรวมวงที่โรงเรียน กลางคืนเป็นมือแซ็กระดับปีศาจ ผมชอบเขามากๆ เขาเท่ กวนตีน เรียนก็สนุก คุยกันก็สนุก มีอยู่วันหนึ่งผมเดินผ่านห้องออร์เคสตร้า แล้วได้ยินเสียงท่อนอินโทรของเพลง<em> So What</em> ของ Miles Davis ได้ยินแล้วรู้สึกโคตรเท่ นี่คือแนวอะไร ใครเล่น ผมวิ่งไปเข้าห้อง อาจารย์บอกว่านี่คือแจ๊ซ นั่งสิ หลังจากนั้นเราก็มีดีลกันว่า ผมช่วยทำความสะอาด แล้วเขาจะให้อัลบั้มผมหนึ่งแผ่นกลับมาฟังที่บ้าน แล้วพอถึงบ้านผมก็จะฟังจนบ้าไปเลย ร้องได้ทุกโซโล ฟังด้วยความสนุก เรียกว่าอยู่ดีๆ ก็ชอบแจ๊ซ โดยไม่ได้มีใครมาบังคับ อาจารย์ท่านนี้ยังชวนนักดนตรีแจ๊ซระดับโลกมาเล่นสดให้เด็กๆ ฟัง หลายๆ ครั้งทุกปี</p>



<p>ต่อมาผมออดิชั่นเข้าวงอะแคปเปลล่าของโรงเรียนชื่อ Angelaires ได้ จากผู้สมัคร 70-100 คน คัดเลือกประมาณ 12 คน ในวงนั้นเราจะได้ร้องทั้งกอสเปล คลาสสิก แจ๊ซ บางทีก็มีเล่นกับริธึ่มเซกชั่นบ้าง พอใกล้จะเรียนจบ ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อ เพราะมีความสนใจหลายด้าน รวมถึงพวก Sociology พอดีได้ไปแจ๊ซแคมป์ของ UNC หรือ University of Northern Colorado แล้วได้รับการแนะนำว่า ตอนนี้ที่ UNC มีหลักสูตร vocal jazz แล้ว ผมก็เลยตัดสินใจไปเรียน vocal jazz ที่ UNC&nbsp;</p>



<p>เรื่องเครื่องดนตรี ก่อนหน้านั้นผมหัดเล่นเปียโนกับเบสด้วยตัวเองมานานแล้ว แต่เพื่อนแม่บอกว่า ถ้าอยากเล่นในวงออร์เคสตร้าที่โรงเรียนมัธยม เล่นเปียโนไม่มีทางรุ่ง เพราะมีมือเปียโนเยอะมาก แต่ถ้าเล่นเบส การันตีตำแหน่งได้เลย เพราะมือเบสหายาก ผมก็เลยหัดเล่นเบสเองมาเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ไม่ได้รับงาน แต่พอเรียนมหาวิทยาลัย เริ่มมีคนเห็นว่าเราเล่นเบสได้ด้วย ก็ให้งานโน่นนี่ ในใจคือ จะให้เราเล่นทำไม มีมือเบสเก่งๆ เยอะแยะ แต่เขาบอกว่า ไม่ค่อยมีใครที่เล่นเบสแล้วร้องเพลงได้ด้วย ก็เป็นสิ่งที่ทำให้แวลูของเราสูงขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157437" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c8_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พอมาเรียนที่ UNC ผมก็ไม่เคยคิดนะว่าตอนนี้ตัวตนเราเป็นแจ๊ซแล้ว ไม่เคยแยก เพราะว่าเวลากลับบ้านก็ยังต้องร้องกอสเปลอยู่ดี อีกอย่างคือตอนเด็กๆ ครอบครัวไม่ได้สอนให้มองโลกแบบขาวดำสักเรื่องเลย เขาไม่เคยบอกว่าผู้ชายไม่ร้องไห้นะ แมนๆ ต้องทำอย่างนี้ ทำให้โตมามีแต่คนคิดว่าผมเป็นเกย์ เพราะว่าไม่ได้เป็นแบบ ‘แมนๆ’ ขนาดนั้น ตอนเด็กๆ เวลามีคนบอกว่า ลูกผู้ชายต้องเล่นกีฬาสิ แม่จะตอบว่า เสือก มึงเลี้ยงลูกตัวเองให้ดี ถ้าเขาอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ปล่อยให้เขาเป็น แล้วพอเป็นดนตรีก็ยังมีหลายๆ คนที่บอกว่า UNC เองเหรอ ทำไมไม่ไปมหาวิทยาลัยโน้นนี้ แม่ก็โพสต์ด่าลงเฟซบุ๊กเป็นย่อหน้าเลย ใครมีอะไรจะพูดก็พูดต่อหน้านะ แต่ต่อให้จะพูดต่อหน้าก็ไม่ฟังอยู่ดี จูเลี่ยนเขาเลือกเรียนที่นี่เพราะว่าเขาอยากไป แม่ยังบอกผมว่าไม่ต้องไปอธิบายให้ใครฟังด้วย มึงไปเพราะอยากไป แค่นั้น นี่คือฟีลของแม่เรา ทั้งบ้านก็ประมาณนี้ แรงทุกคน</p>



<p>UNC เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งทุกอย่างดูธรรมดาไปหมดถ้าไม่รู้ว่าโปรแกรมดีแค่ไหน หลายคนรู้สึกว่าด้วยความสามารถของผม ผมน่าจะได้ไปที่ไหนสักที่ที่มีหน้ามีตากว่านี้หน่อย แต่อย่างเบิร์กลีย์ 80,000 เหรียญต่อปี ผมจะไปเอาเงินมาจากไหนล่ะ ที่ UNC ถูกกว่า และคุณภาพยังดี ใครจะรู้ ถ้าผมไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น ตอนนี้ผมอาจจะอยู่ที่เดนเวอร์ คงไม่ได้มาอยู่ที่เมืองไทย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157438" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c3_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</strong>&nbsp;</h3>



<p>UNC มีเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยศิลปากรอยู่ ทุกปีจะมีหนึ่งวงจากศิลปากรที่ได้ไปเล่นงานแจ๊ซเฟสติวัลของเรา ตอนอยู่ปี 3 ผมได้เจอเด็กไทยคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาเรียนปี 4 ที่ศิลปากร เขาดูตื่นเต้นกับทุกอย่างที่โน่นและมีแต่คำถาม ถามทุกอย่าง วิชานี้เป็นยังไง ทำไมทุกคนเก่ง เรียนอิมโพรไวซ์ยังไง แต่ละคำถามที่เขาถาม เรารู้สึกว่า ทำไม ที่โน่นไม่มีเหรอ คือเรายินดีที่จะตอบนะ แต่งงว่าทำไมถึงต่างกันขนาดนั้น ก็สงสัยว่าคนไทยขาดอะไร</p>



<p>จนได้คุยกับอาจารย์คนหนึ่ง เป็นคนไทยสอนที่โน่น ชื่ออาจารย์แนน (จิตตพิมณ์ แย้มพราย) เขาบอกว่า จูไปดูเองสิ น่าจะน่าสนใจมากนะ ได้ไปเวิร์กช็อป ไปสืบเองเลย เราก็คิดว่า ได้นะ ได้เลย อาจารย์แนนก็ช่วยติดต่อ จนผมได้มาเวิร์กช็อปอยู่ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เหมือนมาทำงานเลย ด้วยความเป็นคนไทยมั้ง เห็นว่ามีเกสต์ ลุยเลยครับ เอาเลย ให้ผมสอน 3 วิชา เมเจอร์ที่เป็นการร้องเพลงตัวต่อตัว วิชาวงใหญ่ และวงอะแคปเปลล่า สอนบ้าง ปาร์ตี้บ้าง เที่ยวนิดหน่อย กินข้าวจนสงสารส้วม กินไม่รู้เรื่องเลยทริปนั้น</p>



<p>วันสุดท้ายที่ผมอยู่ที่นี่ ผมเข้าออฟฟิศของคณะพอดี ได้คุยกับอาจารย์วุฒิชัย เลิศสถากิจ คณบดี ผมก็ขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่าง อุตส่าห์ให้เด็กมาดูแล พาไปเที่ยว พาไปกินข้าวให้เราไม่เหงา เขาบอกว่า ปิดประตูครับ นั่งเลยครับ ปีหน้าจะทำอะไร สนใจมั้ย สอนประจำที่นี่ เราก็ตกใจ สะดุ้งเลย ตอนนั้นอายุ 21 เอง ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157442" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c7_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พอกลับไป ทุกคนที่บ้านก็ถามว่า เป็นยังไงบ้าง ตอบว่าดีก็ยังไม่พอ เพราะว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยน ถ้าผมไปจริงๆ ทุกอย่างจะเปลี่ยน คือถ้าอยู่บ้าน ผมก็มีแพลนของผม ย้ายกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ทำงาน อาจจะไปออดิชั่นวงนั้นวงนี้ เก็บเงินเรื่อยๆ พอมีเงินเก็บประมาณหนึ่ง ก็จะออกไปหาอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง ตอนนั้นเร่ิมมีงานจากอาจารย์ด้วย มีงานเล่น งานอัด ทุกอย่างกำลังไปได้ดีสำหรับที่เดนเวอร์</p>



<p>แต่ทีนี้ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรสักอย่างที่นี่ โอเค โอกาสในการเล่นอาจจะไม่เลิศเท่าที่โน่น แต่ว่าพอมองเป้าหมายของตัวเองตอนมาอยู่ไทยแค่สองอาทิตย์นั้นเพื่อที่จะมาเวิร์กช็อป เห็นว่า คนไทยขาดจริงๆ นะ ขาดอาจารย์ที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่ทุกคน และไม่ใช่ทุกที่ พูดอย่างนี้เดี๋ยวโดนแหกหน้า แต่ว่าคนที่จบแจ๊ซ ไปเล่นแจ๊ซ แล้วก็สอนต่อด้วย มีน้อย ขณะที่หลายๆ คน พอร้องเพลงแจ๊ซได้บ้าง เรื่องทฤษฎีไม่ค่อยรู้ แต่ก็อุตส่าห์ไปสอนเด็กต่อ หลายๆ ที่อยากมีแจ๊ซ แต่ว่าอาจารย์ที่สอนไม่ตอบโจทย์ ซึ่งเด็กบางทีเรียนอะไรก็ไม่รู้ คือไม่ได้รู้สึกว่าเดี๋ยวผมจะไปเซฟประเทศไทยเอง แต่แค่รู้สึกว่าการเรียนที่ UNC มันดีมาก ถ้าผมไปกระจายให้คนอื่น น่าจะดี อย่างน้อยสำหรับที่นี่ที่เดียว ระดับประเทศยังไม่ต้องไปพูดถึง</p>



<p>ผมกลับไปคิดไปปรึกษาครอบครัว ถามอาจารย์ก่อน ว่าเราพร้อมมั้ย ทุกคนก็บอกว่า อะไรที่ไม่พร้อม ก็เชื่อว่าผมจะค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ พัฒนาตัวเองได้ ตอนเด็กไทยที่ได้เจอที่นี่ไป UNC เพื่อที่จะเล่นเฟสติวัล ผมเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่กลุ่มเด็กไทยเฉยๆ นี่คือครอบครัว ลูกศิษย์ อนาคตของผม เขาก็เลยให้ผมดูแลเลย ขับรถให้ หาร้านอาหารให้กิน มีวันหนึ่งที่ทำกับข้าวมั่วๆ ทุกคนนั่งพื้นที่อพาร์ตเมนต์ผมที่โน่น โคตรสนุกเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157443" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c20_20220609-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>แต่เศร้าที่สุดคือปรึกษาแฟน เขาเรียนเกี่ยวกับการเงิน ไมเนอร์ฝรั่งเศส ตอนนั้นเขาได้งานที่ฝรั่งเศสด้วย ตอนเขาถามว่าทำยังไงดี เราก็บอกว่า เธอไปตามฝันเลย ไม่ต้องคิดถึงเราขนาดนั้น เพราะว่าตอนนั้นดูเหมือนว่าเราจะเป็นคนเดียวที่อยู่อเมริกา แล้วพอเราได้งานที่ไทยอีกคน ถามตัวเองว่าต้องทำยังไง เราก็ต้องบอกตัวเองอย่างนี้เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>ครั้งหลังสุดที่คุยกัน ตอนนั้นเราอยู่บ้านเดียวกัน รู้สึกว่าถ้าเลิกกันตอนนี้ พอถึงวันที่ผมบินมันน่าจะง่ายกว่าทำทุกอย่างให้ปกติจนโมเมนต์นั้นแล้วค่อยเลิกกัน แต่ทั้งสองเวย์ก็แย่พอกัน วันนั้นร้องไห้โคตรหนัก จนตอนเช้าไปเรียนทุกคนถามว่าหน้ามึงเป็นอะไร โดนกระทืบมาเหรอ มันเป็นความจำเป็นของทั้งคู่ เป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ</p>



<p>สุดท้าย ผมกลับบ้านไป 3 เดือน เรียนจบเรียบร้อย เก็บเงินได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาทที่โน่น แล้วก็ย้ายมาเลย รอเงินเดือนเดือนแรก เรียกว่าตอนมาผมไม่มีอะไรเลย คิดว่ามาทำงานที่นี่ก็ลุยไปก่อน ไม่เพอร์เฟกต์แน่ๆ ผมจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่า ถ้าเป็นต่างชาติมาอยู่ประเทศไทยแล้วเกลียดทุกอย่าง คุณเป็นคนโง่ ถ้ามาแล้วชอบทุกอย่าง ก็โง่เหมือนกัน พอประเทศไทยมีอาหารอร่อยๆ สาวสวยๆ อากาศดีตลอดเวลา อย่าไปคิดว่าขึ้นสวรรค์แล้ว ชีวิตไม่ว่าจะใช้ที่ไหนก็เป็นชีวิต&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c6_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากพี่เบิร์ดถึงมิลลิ&nbsp;</strong></h3>



<p>นอกจากการสอนในมหาวิทยาลัยแล้ว งานที่มาทีหลังก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับผมเช่นกัน จากงานสอน ก็มีงานเล่นตามร้าน คือถ้าสอนวิชาปฏิบัติเราก็ควรมีเล่นด้วยอยู่แล้ว จนกระทั่งต่อมาผมได้มาทำเพลงและร่วมงานกับศิลปิน</p>



<p>งานคอนเสิร์ตพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ นั้น ผมได้มาเพราะว่ามีมือแซ็กคนหนึ่งชื่อพี่อ้น (พิสุทธิ์ ประธีปะเสน) เล่นให้วง The Photo Sticker Machine เขาเคยเล่นงานพี่เบิร์ดหลายครั้งแล้ว มีช่วงหนึ่งผมจะไปเล่นอัลบั้มของตัวเองที่ทำตั้งแต่ตอนอยู่ที่โน่นในร้านเล็กๆ เพิ่งเปิดใหม่ (ชื่ออัลบั้มว่า <em>heaven? indeed </em>หาฟังได้ใน Spotify) แล้วหามือแซ็กไม่ได้ มีแต่คนบอกว่าคนนี้เก่งนะ ก็เลยชวนเขามาเล่น เขาแกะเพลงละเอียดมาก ตั้งใจซ้อม เล่นด้วยกันจนสนิท</p>



<p>พอพี่อ้นเห็นว่าผมเขียน arrangement ยังไง แต่งเพลงประมาณไหน เขาก็บอกว่ามีคนหนึ่งชื่อ พี่โหน่ง (วิชญ วัฒนศัพท์ &#8211; The Photo Sticker Machine, หัวลำโพง ริดดิม) เขากำลังทำคอนเสิร์ตของพี่เบิร์ด ธงไชย จูมามั้ย จำได้วันนั้นอยู่ในโถงที่คณะ แล้วเขาพูดชวนด้วยเสียงปกติ ไม่ได้กระซิบ ลูกศิษย์รุ่นแรกที่สนิทกับผมตั้งแต่ตอนเวิร์กช็อปเดินผ่านได้ยินก็ตะโกนกันใหญ่ มึงจะไปทำงานกับพี่เบิร์ดเหรอ! มึงรู้จักพี่เบิร์ดมั้ย! เฮ้ยๆ ไอ้จูจะไปทำงานกับพี่เบิร์ด! เอะอะโวยวายแบบชาวบ้านเลย แล้วทุกคนก็เต้นเพลงเลิฟวิ่งยูทูมัชกัน น่ารักมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157447" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c17_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ตอนนั้นงานพี่เบิร์ดโดนแคนเซิลเนื่องจากโควิด (ก่อนที่จะกลับมาทำในปีนี้) แต่เหมือนพี่โหน่งยังสนใจในตัวผม ตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มทำสกอร์ให้หนังเรื่อง <em>One for the Road </em>พอดี เขาบอกว่า โอเค เพลงซาวนด์แทร็กทั่วไปเดี๋ยวพี่ทำ แต่ว่าจะมีเพลงแจ๊ซที่บางทีจะต้องเปิดอยู่ข้างหลังในหนัง อยากให้อ้นกับจูแต่งทุกเพลง ซึ่งผมได้ร้องเพลงในหนังเรื่องนี้ด้วย แต่มันจะเป็นเสียงร้องแบบที่ไม่มีเนื้อเพลง</p>



<p>พอพี่โหน่งได้ยินเสียงผมแล้วรู้ว่าสไตล์ประมาณไหนหรือว่าทำอะไรได้บ้าง เขาก็เริ่มคิดเรื่อง The Photo Sticker Machine และชวนผมมาเล่นกับวง ผมได้เขียนเนื้อให้เพลงหนึ่ง ชื่อว่า <em>Re: </em>ส่วนงานแรกที่ได้เล่นกับวงคืองาน Cat Expo 8 ผมแกะเพลงจนหูดับเลย เพราะอยากเล่นให้ได้ แต่มันยากมาก เพราะว่าวงนี้เขาไม่ได้ทำเพลงเพราะอยากได้เงินหรืออยากได้แฟนคลับเยอะๆ แต่เขาทำตามใจ ซึ่งแต่ละเพลง บางเพลงดูป๊อปมาก บางเพลงมีกลิ่นแจ๊ซที่ค่อนข้างแรง บางเพลงก็แทบจะอาวองการ์ดไปเลย อยู่ที่ศิลปินที่เขาชวนด้วย ปกติเขาจะเปลี่ยนนักร้องเรื่อยๆ ไม่มีนักร้องประจำ แต่เนื่องจากผมเล่นเบสได้ด้วย คุณค่าของผมก็สูงอีกแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157454" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c21_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ตอนเล่นที่ร้าน Brown Sugar มีคนทำซาวนด์ชื่อพี่อ๋อง (ชัยวัฒน์ ศาตากร) เราเจอกันบ่อย เพราะว่าตอนนั้นผมเล่น 2 วัน วันพุธกับวันศุกร์ มีวันหนึ่งเขาถามว่า จูชอบแร็พมั้ย ชอบแร็พเปอร์คนไหนที่สุด ผมบอกว่า Kendrick Lamar เขาบอก เหรอ! ชอบเหมือนกัน แล้วเราก็จะนั่งคุยเรื่อง Kendrick Lamar จนสนิทเลย&nbsp;</p>



<p>เมื่อประมาณปีที่แล้ว พี่อ๋องเขาไปได้งานเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ของค่าย YUPP! พอดีว่านวยหรือมิลลิ เขาหาคนสอนร้อง มิลลิเขาร้องได้อยู่แล้ว แต่เขาอยากพัฒนา เพราะว่าเพลงที่เขาต้องร้องไม่ใช่แร็พอย่างเดียว เริ่มเยอะขึ้น เช่นต้องไปฟีเจอริ่งกับคนอื่น รวมถึงการเล่นเปียโนด้วย มิลลิเป็นคนตั้งคำถามเรื่อยๆ แนวนี้คืออะไร มาจากไหน อันนี้ต้องเล่นยังไง พี่อ๋องก็เลยบอกว่าถ้าอยากเรียนกับใคร ต้องเรียนกับคนนี้เลย เขาก็แนะนำผม</p>



<p>จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งเล่นเสร็จ กำลังนั่งแท็กซี่กลับบ้านแบบหมดสภาพ พี่อ๋องโทรมาบอกว่า มีนักเรียนอยากเรียนด้วย ใครครับ พอเปิดมาเป็นรูปหน้านวย สะดุ้งเลย หลังจากนั้นก็ได้มาเป็น Vocal Director ให้ทางค่าย YUPP! ด้วย จริงๆ หลักๆ หน้าที่เราก็คือช่วยคุมอัด แต่ว่าศิลปินเขาอยากเรียนข้างนอกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่าจะได้คุยกันรู้เรื่อง แต่ละอย่างที่เราเรียน เราจะได้เอาไปใช้ในสตูดิโอได้เลย ไม่เหมือนอยู่ดีๆ เดินเข้ามาในสตูดิโอ สวัสดีครับ ชื่อจูเลี่ยนครับ มาคุมอัด อย่างนี้เขาก็จะเกร็งไปหมด และอาจจะไม่เข้าใจแต่ละอย่างที่ผมจะพูด ถ้ามันเป็นเรื่องเทนนิคัลมากๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157456" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c12_20220609-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พูดถึงนวย แต่ละครั้งที่เจอกันก็ 2 ชั่วโมงกว่า วันแรกคิดว่าจะเรียนร้องเพลงอย่างเดียว เขาบอกว่า พี่จูคะ อยากอิมโพรไวซ์ให้เป็น เราก็เริ่มจากบลูส์ก่อน บลูส์นี่มาจากไหนคะ? งั้นขอเวลาอีก 15 นาที แล้วเราก็อธิบายบลูส์ อเมริกาเคยมีทาสด้วยเหรอ? ขออีก 15 นาที สุดท้ายก็ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ผมบอก โอเคนวย ถ้าจะมาเรียน หาเวลาสัก 2 ชั่วโมงเต็มๆ เลย เราจะได้ไม่ต้องรีบ จะได้พูดถึงทุกอย่าง แล้วก็ถามได้ทุกเรื่อง ล่าสุด เขาบอกว่าอยากประสานเสียงให้ได้ เราก็เลยนั่งอยู่ในห้องนั้น ให้เขาโดนเหมือนที่ผมโดนตอนเด็กๆ หาพาร์ตของตัวเอง ร้องทั้งเพลง</p>



<p>การเป็น Vocal Director คุมร้อง ถ้ามันเป็นแร็พอย่างเดียว แล้วมีมิวสิกไดเรกเตอร์หรือพี่อ๋องอยู่ด้วย เขาคุมแร็พได้ ผมจะไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ถ้าสมมติผมอยู่ ก็จะเป็นเรื่อง flow เรื่องจังหวะ เรื่องเนื้อเสียงที่ควรใช้ เช่นสมมติมันเป็นแบบแร็พประชดๆ แล้วที่เขาอัดมันไม่ประชดพอ เราก็จะขอเพิ่ม จริงๆ แล้วเราเป็นเหมือนหูสำรอง นั่งช่วยกันในห้องเพื่อบอกว่าเอาแบบนี้ ดีกว่านี้ได้นะ หรือต้องทำยังไง คอยแนะนำ แต่ถ้าคุมร้องจริงๆ มันจะเทคนิคัลกว่านี้ ละเอียดกว่านี้ ถ้าร้องไม่ถึง ผมจะต้องค่อยๆ เข้าไปดูว่า ท่ายืนเป็นยังไง หายใจถูกต้องมั้ย ยกไหล่มั้ย แบบนี้ไม่เอานะ แล้วก็ต้องค่อยๆ จัดการเรื่องร่ายกาย ทุกครั้งที่ไปคุมอัดก็จะต้องคอยจิ้มๆ หรือช่วยบีบท้องให้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c16_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากใบไม้ถึงก้อนหิน&nbsp;</strong></h3>



<p>ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ดูแค่ปัจจุบัน แล้วจัดการทุกเรื่องในปัจจุบันให้ได้ ประโยคที่น่าเศร้าที่สุดที่ผมจะพูดออกมาก็คือ ทุกวันนี้ผมไม่มีความฝันแล้ว เมื่อก่อนจะมีอยากเล่นเวทีนั้น อยากเล่นกับวงนี้ มันจะดูเป็นความฝัน เหมือนพยายามที่จะเกาะก้อนเมฆ ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเปล่า แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไป จนรู้สึกว่าอะไรที่อยากทำ ถ้าเราเดินทางประมาณนี้ เดี๋ยวก็มา ไม่มีอะไรที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ จนต้องไปหาสิ่งนั้น ตอนนี้มันนิ่งไปหมด</p>



<p>ทุกวันนี้ก็ไม่เชิงแฮปปี้ แล้วก็ไม่อยากแฮปปี้ด้วย แฮปปี้มันทำให้เราหยุด รู้สึกว่าความแฮปปี้มันเหมือนใบไม้ในแม่น้ำ ตามกระแสไปไหนก็ได้ แต่ถ้าเรานิ่งจริงๆ ประสบการณ์มันไม่เปลี่ยนนะ แต่ว่าวิธีมองแต่ละประสบการณ์จะเปลี่ยน แฮปปี้เกินไปก็ไม่ดี เซ็งเกินไปก็ไม่ดี ถ้าแฮปปี้เกินไปก็จะต้องมีเซ็งเกินไป สวิงไปขวา ก็ต้องสวิงไปซ้ายด้วย แต่ถ้าอยู่นิ่งๆ ตรงเซ็นเตอร์ นิ่งแต่ว่ายังมีสวิงบ้าง น่าจะพอดีกว่า ดังนั้นผมจึงไม่อยากแฮปปี้&nbsp;</p>



<p>แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่า ถ้าไม่ต้องแฮปปี้ก็ไม่ต้องทำอะไร นั่งเรื่อยเปื่อย อย่างนี้เรียกว่า Nihilism ก็คือชีวิตไม่มีเหตุผล แต่มันจะมีสองแบบ คือ Passive Nihilism คนเราเดี๋ยวก็ตายแล้ว จะพยายามไปทำไม นั่งนิ่งๆ กับ Active Nihilism เพราะว่าเดี๋ยวก็ตายกันหมด ชีวิตคนเราจึงเปราะบางมากๆ ฉะนั้นทำทุกอย่างในปัจจุบันให้มีคุณค่า ให้ไม่เสียเวลา ซึ่งผมก็จะเป็นสายแอ็กทีฟ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-157451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c23_20220609.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ผมรู้สึกว่า ถ้าชีวิตของผมหรือแต่ละอย่างที่ผมทำ มันสามารถที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ถ้าทำได้แค่นั้นก็โอเค ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถามว่าเป็นคนอย่างนี้สำหรับคนอื่นมีความสุขมั้ย ก็ไม่เชิงมีความสุขนะ แค่รู้สึกว่า มีดจะรู้สึกยังไงเวลาคมพอตอนทำอาหาร มีดไม่ได้ลุกขึ้นเต้น แต่มันทำหน้าที่ และพร้อมที่จะทำต่อ เมื่อก่อนจะรู้สึกว่าเป็นพระเอก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเป็นเครื่องมือของพระเจ้า เป็นเครื่องมือของจักรวาล อัลลอฮ์ &nbsp;ไม่ว่าจะเรียกว่ายังไงก็ตาม รู้สึกว่าอย่างนี้มันจะนิ่งที่สุด มันทำให้เรามีทางให้เดิน ทำให้แต่ละอย่างที่ผมทำ ทำได้อย่างละเอียดอ่อน ระมัดระวัง</p>



<p>สำหรับตัวเอง ผมไม่ต้องการอะไรแล้ว พูดได้แบบนั้นเลย เพราะว่าแต่ละอย่างที่ผมยึดติดมันหนักมากแล้ว อยากให้ครอบครัวมีสุขภาพดี มีความสุข จริงๆ การอวยพรแบบนี้แสดงให้เห็นว่าไม่เข้าใจธรรมชาติ ขอให้มีความสุขทุกวันในปีนี้ มันไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ แล้วปีหน้าล่ะ จะเป็นยังไง คือต้องสวิง มีขาวก็ต้องมีดำ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157452" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_Julian_Content_c13_20220609.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รู้สึกว่าขอให้ตัวเองและทุกคนมีความเป็นหินในกระแสแม่น้ำ แล้วถ้าคนอื่นทำไม่ได้ ผมหวังว่าตัวเองจะได้เป็นหินสำหรับคนอื่น เป็นหินให้เกาะ เป็นหินให้มองก็ได้ อยากจะเป็นเส้นนิ่งให้คนอื่น เพราะส่วนตัวไม่รู้จะไปไหนต่อ ไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่ผมเชื่อว่าถ้าปล่อยให้ธรรมชาติเป็นธรรมชาติ เดี๋ยวผมก็ไปแล้ว โอกาสต่างๆ จะมามันก็มา แต่ละโอกาสที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงาน YUPP! พี่เบิร์ด มิลลิ ได้เพราะว่าผมอยู่เฉยๆ ทำในสิ่งที่ตัวเองทำเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีคนสังเกตแล้วบอกว่า จูมาทำอันนี้ด้วยกันสิ ผมก็รู้สึกว่า โอเค เราต้องไป แต่ไม่เคยนั่งคิดว่าอะไรต่อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวสิ่งนั้นจะมาหาเรา&nbsp;</p>



<p>ถ้านิ่งพอแล้ว เชื่อว่า เราไม่ต้องวิ่งไปสู่อนาคต เดี๋ยวอนาคตมันจะถอยหลังให้เป็นปัจจุบันของเรา แล้วพอจบแล้ว ไม่ต้องบีบให้อยู่ในโมเมนต์นั้นตลอดไป เดี๋ยวปัจจุบันของเราก็จะเป็นอดีตของเรา&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/julian-cary/">จูเลี่ยน แครีย์ อาจารย์สอนขับร้องแจ๊ซ ม.ศิลปากร กับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากเดนเวอร์ถึงตลิ่งชัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้พัฒนา Traffy Fondue ที่เชื่อว่าปัญหาแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือของคนเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/traffy-fondue/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jun 2022 08:34:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[traffy fondue]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157274</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ ที่เรารู้จัก ถูกสะสมด้วยสารพันปัญหาทั้งน้อยใหญ่มาอย่างยาวนาน และดูเหมือนเป็นเรื่องยากหากจะต้องแก้ไขด้วยคนเพียงคนเดียว ด้วยความหลากหลายของพื้นที่ ประชากร และชนชั้น ปัญหาที่แต่ละคนต้องเผชิญจึงแตกต่างกันไปภายในพื้นที่เมืองแห่งนี้ แต่ในเมื่อทุกคนรู้ปัญหาของตัวเองแล้วทำไมเราจะแก้ไขไม่ได้ ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เราคงได้ยินชื่อแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มาบ้างหลังจากที่ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบันได้นำแพลตฟอร์มนี้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเมืองอย่างมีส่วนร่วม ด้วยการแจ้งปัญหาในเมืองที่เราพบเจอได้ง่ายๆ ครอบคลุม 16 ด้าน เช่น ปัญหาด้านไฟฟ้า ประปา จราจร ฯลฯ ผ่านแอปพลิเคชัน Line Chatbot หรือเว็บไซต์ https://share.traffy.in.th/teamchadchart บนสมาร์ตโฟนของตัวเอง ซึ่งให้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะปัญหาถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วันหรือชั่วโมงเท่านั้น ที่มาที่ไปของแพลตฟอร์มแก้ปัญหานี้มีเรื่องราวและแนวคิดที่น่าสนใจ และดูเหมือนจะเป็นความหวังใหม่ในการมีส่วนร่วมการพัฒนาเมือง เราจึงชวนมาทำความรู้จักกับแพลตฟอร์มนี้ให้มากขึ้นกับ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมนักวิจัยประจำศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (nectec) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้รับผิดชอบและพัฒนา Traffy Fondue ตั้งแต่ต้นจนได้มาอยู่บนมือถือเราขณะนี้ จุดเริ่มต้นจากปัญหาขยะในเมืองภูเก็ต Traffy Fondue คือหนึ่งใน product ของ Traffy เดิมทีเกิดขึ้นมาแก้ไขปัญหาจราจร ด้วยการเพิ่มเส้นสีบนแผนที่เข้าไป เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านเส้นทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/traffy-fondue/">วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้พัฒนา Traffy Fondue ที่เชื่อว่าปัญหาแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือของคนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กรุงเทพฯ ที่เรารู้จัก ถูกสะสมด้วยสารพันปัญหาทั้งน้อยใหญ่มาอย่างยาวนาน และดูเหมือนเป็นเรื่องยากหากจะต้องแก้ไขด้วยคนเพียงคนเดียว ด้วยความหลากหลายของพื้นที่ ประชากร และชนชั้น ปัญหาที่แต่ละคนต้องเผชิญจึงแตกต่างกันไปภายในพื้นที่เมืองแห่งนี้ แต่ในเมื่อทุกคนรู้ปัญหาของตัวเองแล้วทำไมเราจะแก้ไขไม่ได้</p>



<p>ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เราคงได้ยินชื่อแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มาบ้างหลังจากที่<a href="https://adaymagazine.com/humanride-chadchart/">ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน</a>ได้นำแพลตฟอร์มนี้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเมืองอย่างมีส่วนร่วม ด้วยการแจ้งปัญหาในเมืองที่เราพบเจอได้ง่ายๆ ครอบคลุม 16 ด้าน เช่น ปัญหาด้านไฟฟ้า ประปา จราจร ฯลฯ ผ่านแอปพลิเคชัน Line Chatbot หรือเว็บไซต์ <a href="https://share.traffy.in.th/teamchadchart">https://share.traffy.in.th/teamchadchart</a> บนสมาร์ตโฟนของตัวเอง ซึ่งให้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะปัญหาถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วันหรือชั่วโมงเท่านั้น</p>



<p>ที่มาที่ไปของแพลตฟอร์มแก้ปัญหานี้มีเรื่องราวและแนวคิดที่น่าสนใจ และดูเหมือนจะเป็นความหวังใหม่ในการมีส่วนร่วมการพัฒนาเมือง เราจึงชวนมาทำความรู้จักกับแพลตฟอร์มนี้ให้มากขึ้นกับ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมนักวิจัยประจำศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (nectec) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้รับผิดชอบและพัฒนา Traffy Fondue ตั้งแต่ต้นจนได้มาอยู่บนมือถือเราขณะนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157342" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c3_20220618-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นจากปัญหาขยะในเมืองภูเก็ต</strong></h3>



<p>Traffy Fondue คือหนึ่งใน product ของ Traffy เดิมทีเกิดขึ้นมาแก้ไขปัญหาจราจร ด้วยการเพิ่มเส้นสีบนแผนที่เข้าไป เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านเส้นทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ต่อมาระบบแสนสะดวกนี้ถูกต่อยอดไปเป็น product อื่นๆ ภายใต้ชื่อ Traffy เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น Traffy Waste แก้ปัญหาขยะ หรือ Traffy Fondue แก้ปัญหาคนเมือง</p>



<p>ดร.วสันต์เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า “เมื่อประมาณปี 2018 เราได้รับทุนสนับสนุนจาก nectec เพื่อทำ smart city เรื่องการบริหารจัดการการจัดเก็บขยะในจังหวัดภูเก็ต ด้วยการจัดทำข้อมูล เช่น สถานที่ เวลา สถิติการจัดเก็บ รวมไปถึงเส้นทางเดินรถและการใช้น้ำมันในการจัดเก็บขยะของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เทศบาลจังหวัดภูเก็ตวางแผนการทำงานล่วงหน้า ขณะเดียวกันประชาชนก็รู้ว่าควรนำขยะมาทิ้งวันไหน เวลาใด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157343" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c9_20220618.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157344" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c8_20220618.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผลตอบรับโดยรวมค่อนข้างดี แต่เราพบว่าเซ็นเซอร์ไม่สามารถตรวจจับขยะเกลื่อนกลาดหรือขยะนอกถัง เราเลยคิดว่าแทนที่จะมีเซ็นเซอร์บนรถขยะก็ควรขอให้คนเป็นเซ็นเซอร์ด้วย กลายเป็น Human Sensor เราจึงทำเครื่องมือให้คนใช้แจ้งปัญหาขยะเกลื่อนกลาดได้ แล้วคิดต่อไปว่าถ้ามันแก้ปัญหาขยะได้ แปลว่ามันสามารถแก้ปัญหาใดๆ ในเมืองก็ได้ ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นการร้องเรียนปัญหาเมืองคือจุดเริ่มต้นและพัฒนามาจนถึง Traffy Fondue”</p>



<p>ชื่อ Traffy Fondue ดร.วสันต์บอกว่ามาจากความตั้งใจที่อยากให้คล้ายกับคำในภาษาไทย คือ ‘ท่านพี่ฟ้องดู’&nbsp;แต่คำว่าฟ้องเป็นคำลบกับคนไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และเทศบาลซึ่งเขาเป็นคนที่ต้องเอาระบบไปใช้ จึงหันมาใช้คำพ้องเสียงเป็น ‘Fondue (ฟองดูว์)’ ที่ฟังดูกลางๆ และน่ารัก จะอ่านเป็นไทยหรืออังฤษก็ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Traffy Fondue กับการมีส่วนร่วมในกรุงเทพฯ</strong></h3>



<p>ด้วยความที่ Traffy Fondue เป็นระบบบน Cloud ที่เปิด account แล้วสามารถใช้ได้เลย จึงขยายผลให้หน่วยงานอื่นเอาไปใช้ได้ทันที และจากงานวิจัยเดิมจากการทำงาน Traffy Waste ในจังหวัดภูเก็ต ทำให้หลายหน่วยงานสนใจอยากนำมาใช้พัฒนาเมืองด้วย ไม่เว้นแม้แต่ กทม. ภายใต้ทีมบริหารของผู้ว่าฯ คนล่าสุดอย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่สนใจแนวทางแก้ปัญหาแบบ Traffy Fondue จึงทำให้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งใน เพื่อนชัชชาติ ซึ่งรวบรวมเครือข่ายนักวิชาการ ภาคเอกชน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนเมืองไปด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157346" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c4_20220618-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&nbsp;ดร.วสันต์เล่าว่า Traffy Fondue ทำงานไม่ต่างจาก Grab Taxi หรือตลาดออนไลน์อื่นๆ ที่พาให้ผู้ให้บริการและผู้ต้องการใช้บริการมาเจอกัน เช่นเดียวกับผู้ที่พบเจอปัญหาหรือประชาชน และผู้ที่แก้ปัญหาได้หรือเจ้าหน้าที่ กทม. มาพบเจอกันบนแพลตฟอร์มแห่งนี้ ซึ่งความสะดวกนอกจากจะแจ้งปัญหาได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังแสดงผลความคืบหน้าในการแก้ปัญหาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157353" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c5_20220618-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราเป็นตลาดหรือแพลตฟอร์ม เรามีคนแจ้งและคนแก้ปัญหาอยู่ในมือแล้ว โดยแพลตฟอร์มจะทำให้ 2 คนนี้มาเจอกัน คนแจ้งเห็นปัญหาหน้างาน ดีกว่าโทรแจ้งพิกัด เช่น อยู่ที่เสาไฟฟ้าตรงข้ามวัด ซึ่งวัดนั้นอาจจะกว้างและมีหลายมุมมาก ไม่รู้เสาไฟฟ้าต้นไหน ต้องบอกกันครึ่งชั่วโมง แต่สำหรับ Traffy Fondue แค่ 5 นาทีก็เสร็จแล้ว คนแจ้งก็สะดวก คนแก้ก็เห็นหน้างาน”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้ปัญหา คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไข</strong></h3>



<p>การทำงานเพื่อพัฒนาเมืองของ Traffy Fondue เกิดจากความเชื่อว่า &#8216;การรู้ปัญหา เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไข&#8217; เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาจากปัญหาแรกที่เกิดจากความล่าช้า</p>



<p>ดร.วสันต์อธิบายว่า “ก่อนที่ Traffy Fondue จะเข้ามา เราอาจไม่เห็นปัญหาว่าอยู่ตรงไหนบ้าง หรืออาจรับรู้คลาดเคลื่อนว่าไม่มี จึงทำให้ไม่ถูกแก้ แต่สิ่งที่ Traffy Fondue ทำคือกระบวนการหาว่าปัญหาคืออะไรและจะเริ่มแก้จากตรงไหนอย่างไร แบ่งระดับความหนักเบา เช่น ปัญหาเล็กแก้ได้เลย ปัญหาระดับกลางต้องใช้เวลา หรือปัญหาใหญ่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง ยิ่งแก้ช้าก็ยิ่งมีความเสี่ยงซึ่งไม่มีใครมีประโยชน์เลย เพราะจะมีปัญหาต่างๆ ตามมาจากปัญหาแรก เช่นไฟทางดับ หากแก้ไขช้าอาจก่อให้เกิดอันตรายอื่นๆ แก่ประชาชนในตอนกลางคืนได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157355" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c2_20220618-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากใครมีโอกาสได้เข้าไปลองใช้บริการ Traffy Fondue ช่วงนี้จะเห็นยอดแจ้งปัญหาพุ่งขึ้นสูงหลักหมื่นเรื่อง ตัวเลขนี้ได้สะท้อนสิ่งที่น่าสนใจไว้หลายด้าน ดร.วสันต์อธิบายปรากฏการณ์นี้ว่าเหมือนร้านอาหารออนไลน์ในช่วงเริ่มต้นระบาดโรคโควิด-19 ที่มีออร์เดอร์เข้าร้านจนทำไม่ทัน แต่เมื่อปัญหาที่ถูกสะสมค่อยๆ ทยอยแก้ไขทีละเรื่อง เมืองจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติจนการแจ้งปัญหาลดน้อยลงในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157347" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c7_20220618.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เจ้าหน้าที่ช่วงนี้อาจจะต้องทำงานหนักหน่อย เพราะเหมือนการล็อกดาวน์ที่เราไม่สามารถออกไปซื้ออาหารได้ตามปกติ ต้องสั่งอาหารออนไลน์แทนจนร้านก็ทำไม่ทัน เช่นเดียวกัน คนไม่เคยแจ้งปัญหาที่สะดวกและแก้ไขรวดเร็วขนาดนี้ เขาก็แจ้งทุกที่เลย เพราะปัญหาถูกสะสมมานาน แต่พอเราแก้มันแล้วก็จะเข้าสู่ปัญหาปกติ&nbsp;</p>



<p>ยกตัวอย่างเมื่อฝาท่อแตกก็ต้องผ่านการเปลี่ยน ระบบนี้จะช่วยบันทึกข้อมูลทำให้เรารู้ด้วยว่าแตกครั้งที่แล้วเมื่อไหร่ แนวโน้มที่จะแตกครั้งต่อไป หรือฝาท่อนี้อยู่ได้กี่ปี นำไปสู่การแก้ไขว่าจะทำอย่างไรให้ฝาท่อนี้อยู่ได้นานขึ้น เรารู้ได้ว่าปัญหามันถี่แค่ไหน ใช้เวลาการซ่อมเท่าไหร่ ทำยังไงให้เสียหายน้อยลง สิ่งเหล่านี้จะเข้าสู่การนำข้อมูลมาแก้ปัญหา” ดร.วสันต์กล่าว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความจริงใจในการแก้ปัญหาก็สำคัญไม่แพ้ความรวดเร็ว</strong></h3>



<p>สิ่งที่สำคัญในการจัดการเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก เขาอธิบายว่าบางครั้งความจริงใจก็สำคัญไม่แพ้กับความรวดเร็วในการแก้ปัญหา ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านการอัพเดตการดำเนินการบนระบบของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากประชาชนหลายคนเข้าใจดีว่าบางเรื่องก็จำเป็นต้องใช้เวลาเหมือนกัน</p>



<p>“สิ่งที่ผมได้ยินมา คือคนไม่ได้คิดว่าปัญหาต้องถูกแก้ทันที แต่คนให้ความสำคัญกับความจริงใจในการแก้ปัญหา ผ่านการอัพเดตว่ารับเรื่องแล้ว เริ่มดำเนินการแล้ว ของบประมาณแล้ว บริษัทเริ่มทำแล้ว เสร็จแล้ว ซึ่งอาจจะใช้เวลา 3 ปี ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ของประชาชนมากนัก ไม่ใช่ว่าส่งปัญหาเสร็จแล้ว ต้องมาซ่อมพรุ่งนี้นะ ซ่อมเร็วมันก็ดี แต่เขาก็เข้าใจว่าไม่ได้ง่าย ผมว่าการที่เขาได้เห็นแผนกับความก้าวหน้า มันเป็นความจริงใจในการแก้ปัญหาจริงๆ มากกว่า”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157348" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c6_20220618.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองในฝันที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้แบบ Traffy Fondue</strong></h3>



<p>ข้อมูลที่น่าสนใจจาก Traffy Fondue ดร.วสันต์บอกเหตุผลของการเปิดใช้แพลตฟอร์มนี้บน Line ว่าคือแอปพลิเคชันที่คนส่วนใหญ่ 80-90% มีอยู่ในสมาร์ตโฟนของตัวเอง และประมาณ 14.6% ของผู้แจ้งปัญหากับ Traffy Fondue คือคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะแซงหน้ากลุ่มผู้ใช้บริการที่มีอายุ 25-29 ไปแล้ว ดังนั้น Traffy Fondue จึงเป็นแอปพลิเคชันที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดด้านเทคโนโลยี</p>



<p>นอกจากนี้การออกแบบทั้งวิธีใช้งานและการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้เห็นความโปร่งใสการทำงานของเจ้าหน้าที่ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มนี้บอกกับเราไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157349" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/the-outsider_วสันต์-ภัทรอธิคม_Content_c1_20220618.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&#8220;สิ่งที่อยากเห็น คืออยากให้เมืองน่าอยู่ ผ่านการแก้ปัญหา และการแก้ปัญหานั้นจะทำให้ทุกคนสบายขึ้นในระยะยาว แน่นอนในระยะสั้นทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่อาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะว่าสะสมมาเยอะ แต่ในระยะยาวเมื่อ cycle การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นถูกจัดการไปหมดแล้ว cycle ถัดไปเขาจะรู้แล้วถ้าทำแบบไม่เรียบร้อยปัญหาจะมาถึงเขาเร็วแล้วนะ เขาก็จะทำตรงนั้นให้ดีขึ้น แล้วปัญหาก็จะน้อยลง คนก็จะรีพอร์ตน้อยลง</p>



<p>“การทำงานของเราเหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบในกรุงเทพฯ แบบที่โปร่งใสสุดๆ สามารถดูข้อมูลปัญหาได้ทั้งฝั่งผู้แจ้งและเจ้าหน้าที่รับเรื่อง นี่คือข้อดีของ IT กับความโปร่งใส”&nbsp; หัวหน้าทีมพัฒนากล่าวทิ้งท้าย</p>



<p>ติดตามหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาเส้นเลือดฝอยในเมืองได้ที่<br>Line: @fonduehelp<br>เว็บไซต์: <a href="https://share.traffy.in.th/teamchadchart">https://share.traffy.in.th/teamchadchart</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/traffy-fondue/">วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้พัฒนา Traffy Fondue ที่เชื่อว่าปัญหาแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือของคนเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ บาร์เทนเดอร์สาวจากซีรีส์สารคดี Midnight Asia ผู้ขอเลือกทางเดินชีวิตแบบ YOLO</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tamaryn-cooper/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Apr 2022 11:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=156107</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดิมที ชื่อเล่นจริงๆ ของมะขามคือ ‘มิน’ แต่ตอนมาอยู่ไทย เพื่อนๆ ที่ไทยตั้งชื่อ ‘มะขาม’ ให้เพราะเห็นว่ายังไม่มีชื่อเล่นภาษาไทย จากนั้นทุกคนก็เรียกมะขาม และชื่อเล่นของเธอก็เลยกลายเป็นมะขามไป ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ชื่อของ มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ (Tamaryn Cooper) หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ปรากฏขึ้นในวงการบาร์เทนเดอร์ของไทย ในฐานะผู้ชนะเลิศการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ คัมพารี ประเทศไทย ประจำปีนั้น ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอเพิ่งเริ่มเข้าบาร์ทำค็อกเทลได้เพียงประมาณ 2 เดือน ผ่านมาจนถึงปี 2022 ชื่อของมะขามเป็นที่รู้จักอีกครั้ง จากการเป็นหนึ่งในตัวแทนบอกเล่าซีนค็อกเทลบาร์ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ผ่านรายการสารคดี Midnight Asia: Eat Dance Dream ตอน Bangkok, Thailand ใน Netflix ในฐานะบาร์เทนเดอร์แห่งร้าน Asia Today Bar มะขามเกิดที่ไทย โตที่อินโดนีเซีย เคยไปอยู่อังกฤษ ก่อนชีวิตจะพาวนกลับมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนของแม่อีกครั้ง และค้นพบอาชีพบาร์เทนเดอร์ แม้ยังไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เธอก็ยังอยากจะพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางนี้ต่อไป และต่อไปนี้คือเรื่องราวของมะขามผู้บอกว่าอยากจะใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tamaryn-cooper/">มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ บาร์เทนเดอร์สาวจากซีรีส์สารคดี Midnight Asia ผู้ขอเลือกทางเดินชีวิตแบบ YOLO</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เดิมที ชื่อเล่นจริงๆ ของมะขามคือ ‘มิน’ แต่ตอนมาอยู่ไทย เพื่อนๆ ที่ไทยตั้งชื่อ ‘มะขาม’ ให้เพราะเห็นว่ายังไม่มีชื่อเล่นภาษาไทย จากนั้นทุกคนก็เรียกมะขาม และชื่อเล่นของเธอก็เลยกลายเป็นมะขามไป</p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ชื่อของ มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ (Tamaryn Cooper) หญิงสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ปรากฏขึ้นในวงการบาร์เทนเดอร์ของไทย ในฐานะผู้ชนะเลิศการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ คัมพารี ประเทศไทย ประจำปีนั้น ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอเพิ่งเริ่มเข้าบาร์ทำค็อกเทลได้เพียงประมาณ 2 เดือน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156122" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c1_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผ่านมาจนถึงปี 2022 ชื่อของมะขามเป็นที่รู้จักอีกครั้ง จากการเป็นหนึ่งในตัวแทนบอกเล่าซีนค็อกเทลบาร์ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ผ่านรายการสารคดี Midnight Asia: Eat Dance Dream ตอน Bangkok, Thailand ใน Netflix ในฐานะบาร์เทนเดอร์แห่งร้าน Asia Today Bar</p>



<p>มะขามเกิดที่ไทย โตที่อินโดนีเซีย เคยไปอยู่อังกฤษ ก่อนชีวิตจะพาวนกลับมาลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนของแม่อีกครั้ง และค้นพบอาชีพบาร์เทนเดอร์</p>



<p>แม้ยังไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เธอก็ยังอยากจะพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางนี้ต่อไป และต่อไปนี้คือเรื่องราวของมะขามผู้บอกว่าอยากจะใช้ชีวิตของตัวเองให้เต็มที่ &#8211; I want to live life my way&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รอยสักรูปมังกรญี่ปุ่นที่บาหลี&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156123" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c11_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong></strong>พ่อเราเป็นคนอังกฤษ มาทำงานเป็นเชฟที่กรุงเทพฯ เจอแม่ทำงานที่โรงแรมเดียวกันคือดุสิตธานี เราเกิดที่ภูเก็ตเพราะตอนนั้นพ่อกับแม่ทำงานที่กระบี่ เราอยู่ไทยแค่ประมาณ 1 ปี พ่อก็ได้งานที่บาหลี อินโดนีเซีย ครอบครัวเราก็เลยย้ายไปอยู่ที่บาหลี&nbsp;</p>



<p>อยู่ที่บาหลีประมาณ 9 ปี หลังจากนั้นก็ย้ายไปซูราบายา กับจาการ์ตา สรุปแล้วเราโตมาที่อินโดนีเซียทั้งหมดประมาณ 17 ปี</p>



<p>ตอนแรกพ่อกับแม่ก็อยู่ด้วยกัน พอตอนน้องสาวเกิด เราอายุ 3 ขวบ พ่อกับแม่ก็ตัดสินใจแยกทางกัน แต่ยังอยู่ในบ้านเดียวกัน เพื่อจะให้ลูกโตมามีพ่อกับแม่ แต่สุดท้ายก็เป็นไปไม่ได้ แม่กลับไปอยู่ที่ไทย แล้วเราก็โตมากับพ่อและน้องสาว</p>



<p>แต่จริงๆ เราโตมาไม่ได้เจอพ่อเยอะเท่าไหร่ เพราะว่าพ่อทำงาน 6 วัน เราก็โตมากับน้องสาวมากกว่า ก็เข้าใจว่าพ่อต้องหาเงินสำหรับครอบครัวเรา เพิ่งมาเริ่มสนิทกับเขาตอนโต แต่ตอนเป็นเด็กไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อไม่ค่อยอยู่ที่บ้าน</p>



<p>ชีวิตวัยเด็กตอนอยู่ที่บาหลีไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะว่าที่บาหลีส่วนใหญ่จะมีแต่ต่างชาติ ยังรู้สึกว่าเข้ากับคัลเจอร์ของเขาได้ แต่ตอนที่ย้ายไปอยู่ที่ซูราบายากับจาการ์ตารู้สึกว่าเข้ากันยากพอสมควร เพราะว่าเป็นเมืองมุสลิม แล้วครอบครัวเราไม่ใช่มุสลิม ก็เลยรู้สึกว่าไม่ค่อย fit in เท่าไหร่ คัลเจอร์ก็ต่างกับคัลเจอร์ที่เราโตมา แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่เราได้อยู่กับคัลเจอร์และศาสนาที่แตกต่าง</p>



<p>เพื่อนที่โรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนต่างชาติที่โรงเรียนอินเตอร์ เป็นลูกครึ่งเหมือนกันบ้าง เช่นครึ่งอินโดฯ ครึ่งดัตช์ หรือเป็นคนเกาหลี คนเกาหลีจะเยอะ คนจีน คนอินเดีย แต่โรงเรียนที่เราไปเรียนส่วนใหญ่จะมีแต่เด็กเอเชีย ไม่ค่อยมีฝรั่ง</p>



<p>ความฝันตั้งแต่วัยเด็กของเราคือ อยากเป็นช่างสัก แต่เราต้องเก็บไว้ในใจ ไม่ได้บอกใคร ไม่ได้บอกพ่อแม่ เพราะรู้ว่าครอบครัวเรารับไม่ได้</p>



<p>มีเหตุการณ์ในวันหนึ่งตอนอยู่ที่บาหลี เราไปเดินที่หาดกับพ่อแม่และน้องสาว แล้วที่นั่นมีร้านสัก ข้างนอกเขาติดรูปไว้ว่ามีดีไซน์แบบไหนบ้าง มีอันหนึ่งเป็นรูปมังกรดีไซน์แบบญี่ปุ่น เรารู้สึกว่าชอบมาก โคตรเท่เลย แล้วมีคนกำลังเดินออกจากร้าน สักเต็มตัว ตอนนั้นเรายังแค่ 7 ขวบเอง พ่อก็ดึงแขนเราบอกว่า don’t ever do this in your life promise me you’ll never get tattoo like this!&nbsp;</p>



<p>ตั้งแต่นั้น เหมือนยิ่งห้ามไม่ให้ทำ ก็เลยยิ่งอยากจะทำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156125" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c4_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156126" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c5_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความโดดเดี่ยวที่ฮัดเดอส์ฟีลด์</strong></h3>



<p>ตอนอายุ 17 เราเรียนจบหลักสูตร IB ที่รวมไฮสคูลกับคอลเลจ ปกติต้องจบตอนอายุประมาณ 18 แต่เราเรียนเร็วเลยจบตอนอายุ 17 พอเรียนจบเราก็ย้ายไปอยู่ที่อังกฤษ เพราะว่าจะไปเข้ามหาวิทยาลัย เรียนด้าน Fine Art, Illustration, Animation แต่ตอนไปถึงที่อังกฤษ เรารู้สึกว่าเราอยากจะไปเรียนเป็นช่างสักมากกว่า ก็เลยไม่ไปเรียนมหาวิทยาลัย</p>



<p>โทรบอกพ่อว่าจะไม่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ไม่เรียนต่อ แล้วก็โทรหาแม่ด้วย บอกเขาว่าเราเปลี่ยนใจ เราอยากจะเป็นช่างสัก ตอนนั้นครอบครัวเสียใจมาก เพราะว่าเราได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ดี ได้ทุนด้วย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้คุยกับเราเลยนานเป็นปี</p>



<p>ตอนยังเรียนอยู่ที่อินโดฯ เราก็ไม่ได้คิดแบบนี้ คิดว่าเรียนจบก็ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย จบมาก็หางานทำเกี่ยวกับอาร์ต แต่ตอนไปอยู่ที่อังกฤษ เราอยู่คนเดียว ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีใครที่จะมาว่าเรา ยอมรับว่าเราดื้อมากเลย และก็เสียใจเหมือนกันที่พ่อกับแม่ไม่ได้คุยกับเรานานมาก เป็นปี แต่เราก็เข้าใจเขาว่าทำไมถึงไม่คุย</p>



<p>จริงๆ เราทะเลาะกับครอบครัวตั้งแต่เด็ก เราไม่ได้โตมาเป็นเด็กดี ถ้าภาษาอังกฤษก็เรียกว่า rebellious ตอนนั้นก็น่าจะชิน แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น ก็เริ่มกลับมาคุยกัน กลับมาเป็นครอบครัวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156124" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c6_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราไปอยู่ที่โฮมทาวน์ของพ่อ คือที่ฮัดเดอส์ฟีลด์ อยู่ใกล้กับแมนเชสเตอร์ ตอนแรกไปอยู่กับย่า 2 เดือน พอเขาเริ่มเข้าใจว่าเราไม่อยากจะไปเรียนมหาวิทยาลัย ย่าเลยบอกว่าต้องไปหางานทำ แล้วก็ไปหาที่อยู่คนเดียว เพราะว่าคัลเจอร์ของฝรั่งเป็นแบบนี้ คือถ้าเราเรียนจบ เราเป็นผู้ใหญ่ ต้องหางานเอง ต้องไปอยู่เอง</p>



<p>เราไปหางาน ได้งานที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร แล้วก็ไปเรียนที่ร้านสัก ทำงานทั้งเช้า กลางวัน และกลางคืน 7 วัน เพื่อที่จะให้อยู่ได้</p>



<p>การที่เราอยากเป็นช่างสัก มันไม่มีโรงเรียนที่จะสอน ถ้าอยากเรียนก็ต้องไปที่ร้านสัก แล้วก็ไปให้เขาสอน เป็น apprentice หรือเด็กฝึกงาน การเป็น apprentice มันไม่ใช่ว่าเราจะได้ไปนั่งเรียน แต่เราต้องทำงานให้เขาฟรี แล้วเขาถึงจะสอนเรา ตั้งแต่ทำความสะอาดร้าน เตรียมของให้เขา คุยกับลูกค้า</p>



<p>หลังจากนั้นเราก็จะนั่งดูเขาสักไป ถามโน่นนี่ แล้ววันหยุดหรือวันที่ลูกค้าเงียบๆ เราถึงจะฝึกได้ รู้สึกว่าทำอย่างนี้มันหนักมากเลย เราต้องทำความสะอาดห้องน้ำ กวาดถูพื้นหลายเดือนกว่าที่เขาจะอนุญาตให้นั่งสัก ก็ถือว่าได้เรียนรู้เบสิกเยอะ แต่ยังไม่ถึงขนาดที่จะเปิดร้านสักเอง&nbsp;</p>



<p>ถ้าพูดตรงๆ ตอนอยู่ที่อังกฤษเรามีปัญหาเยอะ เพราะว่าตั้งแต่เด็กเราเป็นโรคซึมเศร้า แล้วตอนอยู่ที่อังกฤษ การอยู่คนเดียว การที่ไม่มีครอบครัวซัพพอร์ต ไม่มีคนคุยด้วย เราไม่มีความสุข ทำงาน 7 วันไม่หยุด เป็นปี เราอดทนไม่ได้แล้ว รู้สึกว่าทำไมถึงต้องเหนื่อยขนาดนี้ ทำไมไม่มีคนมาซัพพอร์ตเรา อายุก็แค่ 17 ยังเด็กอยู่ ยังไม่เข้าใจการเป็นผู้ใหญ่ แล้วพอดีที่ทำงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะว่าได้เงินน้อยมาก ที่อังกฤษเขาจะจ่ายเป็นอายุ ถ้าอายุ 17 เขาจะจ่ายเป็นชั่วโมง กว่าที่จะมีเงินพอจ่ายค่าห้องก็ต้องทำงานจนเหนื่อย แล้วคัลเจอร์ของฝรั่งก็ไม่เหมือนคัลเจอร์คนเอเชีย เราเป็นฝรั่งก็จริง แต่เราโตมาที่เอเชียมา 17 ปี ต้องไปอยู่กับฝรั่ง รู้สึกว่าเข้ากันยาก&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายตัดสินใจว่าอยากกลับไปอยู่ที่เอเชีย ตอนนั้นคือมีพาสปอร์ตไทย แล้วก็คิดว่าเราไม่เคยอยู่ที่ไทย อยากจะลองไปอยู่ที่ไทยบ้าง เผื่ออยู่ได้ อยากไปหาแม่ด้วย เพราะไม่ได้เจอแม่มานาน และเราก็ไม่ได้อยู่กับเขานาน ตัดสินใจว่า ถ้าอย่างนั้นไปดีกว่า อยากจะเริ่มใหม่ start fresh&nbsp;</p>



<p>ก็เลยลาออกจากที่ทำงานวันนั้นเลย แล้วก็จองตั๋วไปที่ไทยอาทิตย์ถัดไปแบบ one way ticket ใช้เงินที่เหลือในบัญชี ซึ่งน้อยมาก พอใช้สำหรับบินไปไทยอย่างเดียว แล้วก็ไปเลย&nbsp;</p>



<p>สรุปว่าอยู่ที่อังกฤษไม่นาน ประมาณ 1 ปี 2 เดือน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไร้จุดหมายที่เมืองไทย </strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</h3>



<p>เราไม่มีแพลนเลย แค่คิดว่าอยากจะพักก่อนสัก 2 เดือน ไม่อยากจะทำอะไร ตอนนั้นไม่มีโมติเวชั่นที่จะไปต่อ เลยโทรหาแม่ บอกว่า เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะบินไปที่ไทยนะ ขอไปอยู่ด้วยสัก 2 เดือน แม่ก็ตกใจ เราก็เล่าให้ฟัง พูดตรงๆ กับเขาว่าทำไมถึงอยากจะไปอยู่ที่ไทย เรารู้สึกว่าที่เราเจอมามันไม่โอเค ขอไปอยู่ด้วยได้มั้ย เขาก็โอเค ซัพพอร์ตเรา แล้วตอนบินมาถึงไทย พอเจอแม่เราก็ร้องไห้ทันที หลังจากไม่ได้ร้องไห้มานานเป็นปี&nbsp;</p>



<p>จากนั้นก็ไปอยู่บ้านแม่ที่นครสวรรค์ 2 เดือน ไม่ได้ทำอะไรเลย นั่งๆ นอนๆ ดูเน็ตฟลิกซ์ เล่นกับหมา ไม่ได้ทำงาน จนแม่รำคาญ แม่บอกว่าต้องไปทำงานแล้ว แม่ก็เข้าใจแหละ เขาก็เห็นว่าเราควรที่จะพักก่อน แต่สุดท้ายเขาบอกว่าเราต้องหาอะไรทำ อยู่บ้านเฉยๆ เป็นไปไม่ได้ เงินก็ไม่มี&nbsp;</p>



<p>ตอนนั้นเรายังกลัวทุกอย่าง เพราะว่ายังพูดภาษาไทยไม่เป็น และไม่รู้จะทำงานเกี่ยวกับอะไร เป็นช่างสักที่ไทยก็ยากอีก เพราะว่าถ้าเราอยากจะทำเหมือนที่อังกฤษมันเป็นไปไม่ได้ เคยไปถามร้านสักว่ารับคนเรียนมั้ย เขาก็บอกว่าที่ไทยไม่ได้ทำแบบนั้น ต้องฝึกด้วยตัวเอง สุดท้ายเราก็ต้องไปหางานอย่างอื่นทำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156127" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c12_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จริงๆ ครอบครัวเองก็อยากจะให้กลับไปเรียนต่อ แต่คือที่ไทย ถ้าอยากจะเรียนต่อก็ต้องสมัครใหม่ และก็ต้องใช้เงินไปเรียน แล้วครอบครัวเราเป็นครอบครัวฝรั่ง เขาจะไม่ได้เอาเงินให้ลูกไปเรียนต่อ ต้องหาเงินเอง เราเลยคิดว่าไม่เอาดีกว่า ไม่อยากจะหาเงินเพื่อไปเรียน คิดว่าทำงานหาเงินเลยก็ได้</p>



<p>เราไม่รู้ว่าจะทำงานเกี่ยวกับอะไร เพราะไม่มีประสบการณ์ แต่โชคดีที่พ่อทำงานในวงการโรงแรม เลยได้ไปสมัครงานที่โรงแรมแถวสุขุมวิท ตอนนั้นโรงแรมนี้เขากำลังจะเปิดร้านใหม่ เป็น roof top เขาต้องการคนที่เป็นลูกครึ่ง พูดได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เป็นคนที่มีเอกลักษณ์ เลยไปสมัครตำแหน่งนี้</p>



<p>ตอนนั้นเรายังกลัวมาก ไม่กล้าไปคนเดียว แม่ต้องขับรถไปส่งที่โรงแรม แล้วทำเป็นลูกค้านั่งอยู่ที่ล็อบบี้เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ๆ เราก็ไปสมัครงานกับ F&amp;B ไดเรกเตอร์ เขาถามว่าทำไมถึงอยากจะมาทำงานที่นี่ เราก็ตอบตรงๆ ว่าช่วงนี้ต้องการเงิน ทำงานอะไรก็ได้ เขาต้องการหาคนที่คุยกับลูกค้าได้ เอนเตอร์เทนลูกค้า ตอนนั้นก็คือพูดภาษาอังกฤษได้ เริ่มพูดภาษาไทยแล้ว ฝรั่งเศสก็พอพูดได้ พอดีที่นั่นเป็นโรงแรมฝรั่งเศส เขาก็เลยโอเค ให้ลองทำก่อน</p>



<p>เรื่องรอยสักตอนนั้นเรามีแล้ว เต็มแขนเลย แต่ตอนไปสมัครก็คือใส่เสื้อแขนยาว เขาเลยไม่รู้ แต่ตอนรับเสร็จ เราไปที่ HR ถามเขาว่าที่นี่รับพนักงานที่มีรอยสักมั้ย เขาบอกได้ถ้ามีรอยสักเล็กๆ แอบๆ ไว้ เราก็เลย อ้าว! ทำยังไงดี เลยถามเขาว่า ยูนิฟอร์มเป็นเสื้อแขนยาวใช่มั้ยคะ เขาบอกว่าต้องดูก่อน พอดีร้านยังไม่ได้เปิด ตอนนั้นเราก็คือแอบๆ ไว้ก่อน ใส่เสื้อแขนยาวทุกวัน แต่พอตอนร้านเปิด คอนเซปต์ของร้านคือเป็น casual dining มีรอยสักได้ เจาะหน้าได้ โชคดีไป</p>



<p>เราเลยได้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านนั้น คิดแค่ว่าทำงานไปก่อน หาเงิน แค่นั้นเอง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสียงน้ำแข็งในเชกเกอร์&nbsp;</strong></h3>



<p>ตอนทำงานที่ roof top เขาจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งบาร์กับฝั่งร้านอาหาร เขาให้เราไปอยู่ร้านอาหาร ตอนอยู่ที่ร้านอาหารเราจะได้ยินเสียงในบาร์ ได้ยินเสียงเชกเกอร์ กับน้ำแข็งในเชกเกอร์ รู้สึกว่าเราชอบมากเลย อธิบายไม่ถูก ชอบเสียงน้ำแข็งในเชกเกอร์ แล้วทุกครั้งที่ได้ยินบาร์เทนเดอร์เชก เราจะหาข้ออ้างที่จะไปยืนในบาร์ เดี๋ยวไปรับเครื่องดื่มก่อนนะ เดี๋ยวไปช่วยฝั่งโน้นก่อน เพราะเราอยากจะไปอยู่ใกล้ๆ บาร์ รู้สึกว่ามันดูสนุกมากเลย รู้สึกว่ามันเป็นอาร์ตในวงการ F&amp;B เพราะว่าเราเป็นคนที่ชอบอาร์ตอยู่แล้ว แล้วตอนนั้นเราทำงานใน F&amp;B เป็นเด็กเสิร์ฟ รู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้ความครีเอทีฟอะไรเท่าไหร่ แค่เสิร์ฟอาหาร คุยกับลูกค้า เสียดายที่ไม่ได้ใช้ความครีเอทีฟของเราในการทำงาน เลยเห็นว่าในบาร์ดูน่าสนใจ เราชอบเสียงน้ำแข็ง อยากจะไปฝึกทำบาร์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156128" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c17_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156129" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c18_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ตอนนั้นเราอายุยังไม่ถึง 20 แค่ 19 เขาก็สัญญาว่า ถ้าอายุ 20 จะให้เริ่มเข้าบาร์ เราเลยรอไปก่อน พออายุ 20 ถามเขาว่า เข้าบาร์ได้มั้ย เขาก็ยังไม่ให้ เขาอยากจะให้เรายืนเซอร์วิส เพราะว่าเราได้ภาษาอังกฤษ ที่โรงแรมส่วนใหญ่จะมีแต่ลูกค้าฝรั่ง เราเลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นต้องไปหางานบาร์ข้างนอก แล้วพอดีได้งานที่ทำอยู่ตอนนี้ คือที่ Asia Today ก็เลยบอกโรงแรมว่าจะลาออกแล้วนะ ได้งานใหม่ เขาเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้น้องเข้าบาร์เลยก็ได้</p>



<p>โรงแรมก็เลยให้เราเข้าบาร์อาทิตย์ละ 3 วัน แบ่งเป็นเด็กเสิร์ฟ กับเป็นบาร์ ก็คือให้เข้าเลย ทำไปฝึกไป ไม่มีการเทรน เขาบอกว่าให้กลับไปอ่านหนังสือที่บ้าน ไปเที่ยวบาร์ ไปดูว่าบาร์เทนเดอร์ทำงานยังไง ดูยูทูบ พอทำไปได้ประมาณ 2 เดือน ก็ถูกส่งไปแข่งรายการคัมพารี บาร์เทนเดอร์ แล้วได้รางวัลชนะเลิศ หลังจากนั้นเราคิดว่า ถ้าอยากจะมีอนาคตในวงการนี้ เราต้องไปทำงานที่ independent bar ไม่ใช่ทำงานในโรงแรม</p>



<p>ก่อนหน้านั้น เราเคยไปเป็นลูกค้าที่ร้าน Asia Today ไปกับหัวหน้าเก่า เขาพาไปชิม ไปหาประสบการณ์ แล้วพี่ณิกษ์ (ณิกษ์ อนุมานราชธน) เจ้าของร้าน เขาชวนไปทำงาน ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นบาร์เลยด้วยซ้ำ แต่พี่ณิกษ์เขาอยากจะให้โอกาสลองฝึกบาร์ เพราะเห็นว่าเราอยากเป็นบาร์เทนเดอร์ ก็เลยบอกเขาว่าตอนนี้เราติดสัญญากับโรงแรม เขาก็บอกว่ารอได้ เขาเลยรอเราอยู่ประมาณ 4-5 เดือน เพราะว่าโรงแรมยังไม่ให้ออก ขอลาออกประมาณ 3 รอบ เขาก็ยังไม่ให้ไป พอไปแข่งแล้วชนะตอนอยู่ที่โรงแรม เราบอกทางโรงแรมว่า เราอยากจะโตกว่านี้ รู้สึกว่าถ้าอยู่ในโรงแรมไม่มีทางที่จะโตกว่านี้ได้ เลยขอเขาไปอยู่ที่ค็อกเทลบาร์ แล้วเงินเดือนที่ใหม่ก็ดีกว่า สุดท้ายก็เลยได้ย้ายไปอยู่ที่ Asia Today&nbsp;</p>



<p>กับอาชีพบาร์เทนเดอร์ เราคิดแค่ว่า ตอนนี้เราชอบทำบาร์ ก็ทำไปก่อน ไม่เคยคิดไกลขนาดว่า ทั้งชีวิตเราจะต้องอยู่ในวงการบาร์&nbsp;</p>



<p>ตอนแรกอาชีพนี้ก็มีคอนฟลิกซ์กับครอบครัวเหมือนกัน แม่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องเลือกอาชีพแบบ ช่างสักบ้าง บาร์เทนเดอร์บ้าง เขาอยากจะให้เราเป็นกราฟิกดีไซเนอร์อะไรแบบนั้น แต่พ่อแฮปปี้ที่เราเข้าไปในโรงแรม เพราะว่าพ่อทำงานโรงแรมมาก่อน แต่การเป็นบาร์เขาก็เป็นห่วงเรื่องทำงานกลางคืน แต่ตอนเริ่มไปแข่ง เริ่มมีชื่อเสียง เขาก็เริ่มซัพพอร์ต เข้าใจแล้วว่ามันเป็นอาร์ต ไม่ใช่แค่เป็นอาชีพที่ไปดื่มไปเมากับลูกค้า</p>



<p>ตอนนี้เราทำงานที่ Asia Today มาได้ประมาณ 2 ปีครึ่ง ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะมาก รู้สึกโชคดีมากที่ได้ทำงานกับคนที่เก่งในวงการ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คาแรกเตอร์ที่สองในค็อกเทลบาร์&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156130" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c13_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>คนอาจจะมองบาร์ว่า เป็นที่ไปเมากับลูกค้า ไปสนุก ไปดื่ม แต่ถ้าเป็นคอกเทลบาร์ ต้องเข้าใจว่ามันเหมือนร้านอาหาร แต่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่มอย่างเดียว ไม่ได้เป็นที่ไปเมา ไปเต้น ไปปาร์ตี้กัน อันนั้นก็จะเป็นบาร์ผับ บาร์ดิสโก้ ค็อกเทลบาร์มันเป็นอาร์ตด้วย บางคนเขาก็ไปนั่งดื่มค็อกเทลเพื่อจะเข้าใจคัลเจอร์หรืออาร์ตของค็อกเทล คุยกับบาร์เทนเดอร์ มีน้อยมากเลยที่ต้องเจอลูกค้าเมาไม่ไหว แต่ถ้าเจอลูกค้าเมาไม่ไหวเราก็จะเลิกเสิร์ฟ มันก็มีเวย์ที่จะให้ลูกค้า sober up&nbsp;</p>



<p>วงการบาร์เป็นวงการที่ทุกคนรู้จักกัน ไม่ใช่แค่ที่ไทย แต่ทั้งหมดใน south east asia มีคัลเจอร์ของตัวเอง ซัพพอร์ตกัน เข้าใจกัน เพราะว่าเราทำงานในอาชีพเดียวกัน</p>



<p>ตอนเราเข้าไปในวงการ บาร์เทนเดอร์ผู้หญิงมีน้อยมาก ตอนไปแข่งก็มีเราคนเดียวที่เป็นผู้หญิง เลยรู้สึกกลัวนิดหนึ่งว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับ ขนาดไปแข่งชนะ คนยังพูดลับหลังว่าชนะเพราะว่าเป็นผู้หญิง เพราะว่าหน้าตาดี เรารู้สึกเสียใจ เพราะคนไม่ได้คิดว่าเราชนะเพราะสกิลของเรา การเป็นบาร์เทนเดอร์ผู้หญิงจึงเป็นเรื่องยาก รู้สึกว่าต้องทำงานหนักมากกว่าผู้ชายสองเท่า ถึงจะมีคนมองว่าเก่งได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ในแต่ละวัน<strong> </strong>รู้สึกเหมือนต้องทำงานตลอดเวลา ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้างาน ในไลน์เราจะมีหลายกรุ๊ป กรุ๊ปสั่งนำ้แข็ง กรุ๊ปสั่งของสด ต้องทำค็อกเทลเมนูใหม่ จับโทรศัพท์คุยแต่เรื่องงาน พอเข้างาน ต้องทำความสะอาดร้านก่อน คือบาร์เทนเดอร์ไม่ใช่ว่าทำเครื่องดื่มอย่างเดียว เราต้องถูพื้น กวาดพื้น ทำความสะอาดห้องน้ำ เตรียมของ คั้นมะนาว ทำทั้งหมด prep bar น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วก็เริ่มเข้าในบาร์ ทำค็อกเทล ต้องเสิร์ฟเครื่องดื่มด้วย เพราะว่าในค็อกเทลบาร์เราจะไม่มีตำแหน่งเด็กเสิร์ฟ คือทุกคนเป็นบาร์เทนเดอร์ ต้องทำได้ทั้งหมด ต้องเสิร์ฟเป็น ต้องทำบาร์เป็น</p>



<p>พอเลิกงาน ทำค็อกเทลเสร็จแล้ว ก็ต้องทำเอกสาร เรื่องสั่งของเข้ามา ทำ cost purchasing ในไฟล์ excel รู้สึกว่ามันไม่เหมือนที่เราคิด ตอนแรกเข้ามาในวงการเราคิดว่า บาร์ดูสนุกมากเลย ชงค็อกเทลอย่างเดียว แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในคอมฯ</p>



<p>สูตรใหม่ต้องคิดตลอดเวลา เพราะว่าในเมนูจะเปลี่ยนทุก 3-4 เดือน ก็จะเจอคนที่อยากจะสั่งนอกเมนูตลอด สั่งคลาสสิกค็อกเทล หรือเจอลูกค้าประจำที่อยากจะสั่งคัสตอมค็อกเทล เลยต้องคิดสูตรใหม่ตลอดเวลา ปกติเวลาคิดสูตรใหม่ เราจะนึกถึงว่าเราอยากได้เครื่องดื่มที่ฟีลรสชาติยังไง เราอยากจะได้สดชื่น เราอยากจะได้แบบ savory หลังจากนั้นก็คือเริ่มคิดว่าเราจะใช้เหล้าตัวไหน ใช้ ingredient อะไรบ้าง แล้วก็คิดสตอรี่ขึ้นมาว่า ทำไมถึงใช้เหล้าตัวนี้ ทำไมถึงใช้ ingredient ตัวนี้มา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156131" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c15_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156132" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c16_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เวลาทำงานเราจะมีคาแรกเตอร์ที่ 2 ก็คือเราต้องเป็นคนที่คุยกับลูกค้าได้ อ่านว่าลูกค้าคนนี้เป็นคนที่จะเข้าไปคุยอย่างนี้ได้ แต่คนนี้ต้องคุยอีกแบบหนึ่ง เพราะว่าการเป็นบาร์เทนเดอร์มันเหมือนเป็น therapist คนที่เข้ามาในบาร์เขาอยากจะคุย ลูกค้าอยากจะมาคุยกับบาร์เทนเดอร์ คิดว่าส่ิงที่ยากที่สุดของการเป็นบาร์เทนเดอร์ก็คือการคุยกับลูกค้านี่แหละ ทำค็อกเทลง่ายมาก ใครก็ทำได้ แต่งาน 60 เปอร์เซ็นต์คือคุยกับลูกค้า เซอร์วิส เป็นบาร์เราต้องหาเวย์ที่จะคุยกับลูกค้าทุกคนให้ได้ เจอฝรั่งอายุ 40 กว่าจะคุยเวย์นี้ แต่ถ้าเจอคนไทยที่เป็นเด็กอายุ 21 ก็ต้องคุยอีกเวย์หนึ่ง บางทีก็รู้สึกเหมือนกับมันเป็น acting</p>



<p>บางทีคนไม่เข้าใจ เข้าไปในร้านแล้วเห็นว่าพนักงานคนนี้ so friendly เลยเข้าใจผิดคิดว่าเราจีบเขา ไม่ใช่ค่ะ มันเป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องคุยดี ทำตัวเหมือนสนใจคุณ แต่ก็เจอทุกที่แหละ ถ้าเป็นผู้หญิง</p>



<p>ตอนแรกที่ร้านไม่ค่อยมีลูกค้าคนไทยเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่ง แต่ตอนนี้คนไทยเริ่มไปเที่ยวค็อกเทลบาร์มากขึ้น เพราะว่าค็อกเทลบาร์เริ่มดังในบ้านเรา ดูเหมือนว่าคนไทยอยากเปลี่ยนบรรยากาศ เข้าไปดื่มค็อกเทลบาร์แทนร้านเหล้า รู้สึกว่าคนไทยโอเพ่นมากขึ้น กับการชิมค็อกเทล แต่ถ้าฝรั่งมาเขารู้ว่าเขาอยากจะสั่งตัวไหน เช่นรู้ว่าจะดื่มแค่ตัวนี้อย่างเดียว ไม่ลองตัวอื่น</p>



<p>ลูกค้าที่เห็นเราในเน็ตฟลิกซ์แล้วมาที่ร้าน<strong> </strong>ช่วงนี้เยอะมาก เกือบทุกคน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีสำหรับบิสสิเนสของร้าน คือเราก็ต้องการลูกค้าเพิ่ม แต่สำหรับเรา เราเป็นคน introvert เป็นคนที่ชอบฟังคนอื่นคุย อยู่เงียบๆ ไม่ค่อยมีคนคุยเยอะ ก็คุยได้ เวลาหน้าที่ของเรา บางทีรู้สึกว่าเวลาลูกค้าเข้ามา ยิ่งเป็นฝรั่ง เขาไม่ได้เขิน เขาจะเข้ามาแบบ oh my god i saw you on Netflix ขอถ่ายรูปหน่อย เรารู้สึกว่าไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่ก็ดีใจที่มีคนเข้ามาหาเราจากรายการนี้ รู้สึกแฮปปี้ที่คนอื่นฟังสตอรี่ของเรามา แล้วอยากจะเข้ามาเซย์ไฮ ก็ขอบคุณเขาตลอดเวลาที่เข้ามาซัพพอร์ตเราและร้านของเรา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>introvert ท่ามกลางผู้คน&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156133" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c10_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตอนนี้เราทำงานอาทิตย์ละ 5 วัน หยุด 2 วัน หลังจากโควิดซาลง ที่ทำงานเริ่มดีขึ้น เพราะว่าต่างชาติเริ่มเข้ามา เริ่มขายดีขึ้น ไม่เหมือนตอนนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป ขายไม่ค่อยดี ทุกวันไปทำงานรู้สึกเหมือนเดิม เบื่อกับชีวิต เบื่อที่ทำงาน ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น</p>



<p>เราเป็นคนที่นอนดึกมากมาตั้งแต่เด็ก เลยชินกับการทำงานตอนกลางคืน ปกติตื่นประมาณ 8 โมงเช้า ไปถึงที่ทำงาน 4 โมงเย็น เลิกงานตอนประมาณเที่ยงคืนครึ่ง นอนตอนประมาณตี 3</p>



<p>ปกติวันหยุดจะไม่ค่อยไปไหนเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าทำงานทุกวัน เจอคนตลอดเวลา วันหยุดไม่อยากจะเจอใคร ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้านอ่านหนังสือ เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว หรือดูยูทูบ หาความรู้เรื่องงานเพื่อพัฒนาตัวเองต่อ เพราะเรากำลังโต กำลังมีชื่อเสียง อยากให้คนเข้าใจว่า เราไม่ได้มีชื่อเสียงเพราะว่าเราไปแข่งมา รู้สึกว่าอยากจะเก่งขึ้น</p>



<p>มันแปลกมากเลยที่คน introvert จะมาทำงานบาร์ เรารู้สึกว่าการที่ต้องคุยกับลูกค้า การที่ต้องทำตัวเอนเตอร์เทน มันเป็นหน้าที่ของคนที่เป็นบาร์เทนเดอร์ แต่คือวันที่ไม่ได้ทำงานหรือเลิกงาน เราก็จะอยู่เงียบๆ ของเรา เพื่อนเราก็มีน้อยมาก วันหยุดไม่อยากจะไปไหน ไม่อยากจะเจอใคร ชอบอยู่คนเดียว ชอบไปเที่ยวคนเดียว ไปดูหนังคนเดียว เพราะรู้สึกว่าเราเจอคนทุกวัน ทั้งวันทั้งคืน คุยจนคอแห้ง ไม่อยากจะคุยกับใครอีก มันยาก บางทีเวลาทำงานเจอคนเยอะๆ เรารู้สึกเหมือน social battery ใกล้จะหมด ต้องขอไปล้างแก้วอยู่หลังร้าน แล้วให้คนอื่นมายืนบาร์แทน</p>



<p>โรคซึมเศร้าก็ยังเป็น ยังกินยาทุกวัน ก็ดีขึ้น แต่นานๆ ทีจะมีวันที่เจอลูกค้าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เวลากลับบ้านก็จะคิดเยอะจนนอนไม่หลับ แต่ก็เป็นอะไรที่เราเริ่มชินแล้ว ชินกับการเป็นคนที่มีอาการโรคซึมเศร้า แต่ก็ยังสู้ชีวิตต่อได้ แต่ต้องบอกว่าลูกค้าไม่ดีน้อยมากเลย ส่วนใหญ่จะเจอลูกค้าที่น่ารักนิสัยดี</p>



<p>โดยรวมชีวิตตอนนี้แฮปปี้ ชอบทีมที่อยู่ด้วยตอนนี้ที่ Asia Today เข้ากับทีมได้ดี แล้วก็เราเริ่มหาบาลานซ์ระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คนนอกของทุกที่&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156134" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/the-outsider_มะขาม_Type-Content_c2_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตั้งแต่เด็ก ปัญหาของเราคือรู้สึกว่าไม่ fit in ตอนอยู่ที่อินโดฯ ก็รู้สึกว่าไม่ได้เป็นคนอินโดฯ อยู่ที่อังกฤษก็รู้สึกเหมือนว่าไม่ได้เป็นคนอังกฤษ เพราะว่าตอนอยู่ที่โน่น ขนาดเป็นคนหน้าตาฝรั่ง คนอังกฤษยังเข้ามาถามว่า ทำไมพูดภาษาอังกฤษเก่งจัง เพราะเขาคิดว่าเราเป็นคนเอเชีย คนจีน ตอนอยู่ที่ไทยก็มีแต่คนทรีตเราเหมือนเราเป็นฝรั่ง เลยรู้สึกเหมือนไม่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหนเข้าได้มากสุด ตอนนี้ก็ยังมี identity crisis คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาของลูกครึ่ง เพราะว่าน้องสาวก็เป็นเหมือนกัน เพื่อนๆ ที่เป็นลูกครึ่งก็คิดเหมือนกันว่าไม่มีที่อยู่ที่เรารู้สึกว่า fit in เราจะรู้สึกเหมือนเป็น outsider ตลอดเวลา อยู่ที่อังกฤษก็รู้สึกเหมือนเป็นคนเอเชีย แต่เวลาอยู่ที่เอเชียก็รู้สึกเหมือนเป็นฝรั่ง เลยคิดว่า เราจะรู้สึกอย่างนี้ทั้งชีวิต ไม่มีทางที่จะหาที่ไหนที่เรารู้สึกว่า fit in ร้อยเปอร์เซ็นต์</p>



<p>ดังนั้น คิดว่าเพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับความรู้สึกเราหรือชีวิตเรา เราจะต้องมี circle ที่ดี หมายถึงว่า ชีวิตของเราต้องมีเพื่อนที่ดี มีเพื่อนที่ดูแลเรา เข้าใจเรา แล้วก็มีที่ทำงานที่ทำงานแล้วแฮปปี้ ไม่ใช่ทำงานหาเงินอย่างเดียว ทำงานแล้วมีความสุขกับการเข้างาน แล้วเพื่อนของเราก็จะมีทั้งคนไทย เพื่อนต่างชาติ ฟิลิปปินส์ จีน ญี่ปุ่น หาคนที่มีประสบการณ์ที่คล้ายๆ กัน ก็เลยเข้าใจกันได้ จะได้แชร์ชีวิตกัน ไม่ใช่ว่าสู้คนเดียว</p>



<p>เราเป็นคนไม่ได้มองอนาคตไกล จะเป็นคนที่มองวันต่อวัน ในวงการบาร์ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นบาร์เทนเดอร์ คนก็คงไม่อยากจะเป็นบาร์เทนเดอร์ทั้งชีวิต อาจจะไปเปิดบาร์ของตัวเอง หรือไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ทำงานกับบริษัทเหล้า แต่ตอบไม่ได้ เพราะซัคเซสของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเราก็ไม่ได้อยากจะคิดไกลขนาดนั้น</p>



<p>ความคิดของเราก็คือว่า เรามีแค่ชีวิตเดียว ควรจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ เราไม่อยากจะเสียชีวิตไปด้วยความรู้สึก regret ว่าทำไมเราไม่ได้ทำแบบนั้นมา ทำไมเราไม่ได้ทำสิ่งที่เราชอบ เรามีแค่ชีวิตเดียว YOLO &#8211; you only live once ถ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tamaryn-cooper/">มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ บาร์เทนเดอร์สาวจากซีรีส์สารคดี Midnight Asia ผู้ขอเลือกทางเดินชีวิตแบบ YOLO</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เป้าหมายต่อไปของ KEETA กลุ่มเด็กไทยที่อยากผลักดัน Space Economy ให้เกิดขึ้นในประเทศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/keeta/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[annian]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2022 09:23:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[keeta]]></category>
		<category><![CDATA[deep space food challenge]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=154722</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อก่อน เรื่องใดก็ตามที่มีคำว่า ‘อวกาศ’ เข้ามาข้องเกี่ยวจะถูกแปะป้ายว่าเป็นเรื่อง ‘ไกลตัว’ ในทันที&#160;&#160; แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจและมีแพสชั่นในเรื่องอวกาศเหมือนๆ กัน หนึ่งในนั้นคือ KEETA หรือ กีฏะ พวกเขาคือตัวแทนจากประเทศไทยและเป็นหนึ่งในสิบทีมจากนานาชาติที่ได้รับคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่เฟสที่ 1 ในโครงการ ‘Deep Space Food Challenge’ ขององค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา (NASA) ที่ร่วมมือกับ Canadian Space Agency (CSA) และได้ประกาศผลไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมในปีที่ผ่านมา&#160;&#160; โครงการ Deep Space Food Challenge เป็นการแข่งขันที่ผลักดันการสร้างเทคโนโลยีหรือระบบการผลิตอาหารรูปแบบใหม่โดยพึ่งพาปัจจัยการผลิตให้น้อยที่สุดและเพิ่มผลผลิตด้านอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และน่ารับประทานให้มากที่สุดสำหรับนักสำรวจอวกาศเพื่อภารกิจอวกาศในระยะยาว และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนโลกด้วย รวมถึงโครงการนี้ยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในรอบ 100 ปีของ NASA Centennial Challenges (การแข่งขันด้านอวกาศของนาซ่า) โดยมีเป้าหมายคือกระตุ้นนวัตกรรมการวิจัยทั้งพื้นฐานและประยุกต์ การพัฒนาเทคโนโลยี หรือการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้น&#160; อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าแข่งขันจะต้องผลิตอาหารสำหรับภารกิจทางอวกาศเป็นระยะเวลา 3 ปีเพื่อเพียงพอต่อนักบินอวกาศ 4 คนโดยไม่มีเสบียงเพิ่ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/keeta/">เป้าหมายต่อไปของ KEETA กลุ่มเด็กไทยที่อยากผลักดัน Space Economy ให้เกิดขึ้นในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อก่อน เรื่องใดก็ตามที่มีคำว่า ‘อวกาศ’ เข้ามาข้องเกี่ยวจะถูกแปะป้ายว่าเป็นเรื่อง ‘ไกลตัว’ ในทันที&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจและมีแพสชั่นในเรื่องอวกาศเหมือนๆ กัน หนึ่งในนั้นคือ <em>KEETA</em> หรือ <em>กีฏะ </em>พวกเขาคือตัวแทนจากประเทศไทยและเป็นหนึ่งในสิบทีมจากนานาชาติที่ได้รับคัดเลือกให้ผ่านเข้าสู่เฟสที่ 1 ในโครงการ ‘Deep Space Food Challenge’ ขององค์การอวกาศสหรัฐอเมริกา (NASA) ที่ร่วมมือกับ Canadian Space Agency (CSA) และได้ประกาศผลไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมในปีที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>โครงการ Deep Space Food Challenge เป็นการแข่งขันที่ผลักดันการสร้างเทคโนโลยีหรือระบบการผลิตอาหารรูปแบบใหม่โดยพึ่งพาปัจจัยการผลิตให้น้อยที่สุดและเพิ่มผลผลิตด้านอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และน่ารับประทานให้มากที่สุดสำหรับนักสำรวจอวกาศเพื่อภารกิจอวกาศในระยะยาว และมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนโลกด้วย รวมถึงโครงการนี้ยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในรอบ 100 ปีของ NASA Centennial Challenges (การแข่งขันด้านอวกาศของนาซ่า) โดยมีเป้าหมายคือกระตุ้นนวัตกรรมการวิจัยทั้งพื้นฐานและประยุกต์ การพัฒนาเทคโนโลยี หรือการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ขึ้น&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าแข่งขันจะต้องผลิตอาหารสำหรับภารกิจทางอวกาศเป็นระยะเวลา 3 ปีเพื่อเพียงพอต่อนักบินอวกาศ 4 คนโดยไม่มีเสบียงเพิ่ม ที่สำคัญคือใช้เวลาการเตรียมอาหารให้ ‘น้อย’ ที่สุด มีความปลอดภัย มีโภชนาการสูง เป็นมิตรกับอวกาศและบนโลกอย่างเสมอภาคกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-1024x683.jpg" alt="KEETA group" class="wp-image-154778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับทีมกีฏะประกอบด้วยสมาชิกอย่าง ดร.วเรศ จันทร์เจริญ หรือกอล์ฟ อาจารย์และผู้ก่อตั้งบริษัท Space Zab, ตุลย์-สิทธิพล คูเสริมมิตร และ มินต์-นภัสธนันท์ พรพิมลโชค นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝึกงานอยู่ที่บริษัท Space Zab, น็อต-วัชรินทร์ อันเวช นักศึกษาปริญญาโทชีวเคมีการแพทย์และชีววิทยาโมเลกุล และ นนท์-ประพันธ์พงศ์ ดำส่งแสง นักศึกษาปริญญาเอกที่ KTH Royal Institute of Technology สวีเดน ซึ่งช่วยกันคิดค้นไอเดียจากโจทย์ตั้งต้นของโครงการจนลงตัวในชื่อ ‘Bio Culture Foods’ ซึ่งก็คือการนำเอาวัฒนธรรมการกินอาหารดั้งเดิมของคนไทยอย่างแมลง สาหร่าย และมดแดง จากนั้นใช้เทคโนโลยีด้วยเครื่องพิมพ์ระบบสามมิติของบริษัท Space Zab เข้าไปตบแต่งให้ไอเดียดูมีมิติ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตุลย์เล่าว่า “ในงาน Deep Space Food Challenge มีโจทย์ให้เราคิดค้นเทคโนโลยีการผลิตอาหารให้มนุษย์อวกาศและคนบนโลก โชคดีที่สมาชิกในทีมมีความถนัดหลากหลายด้าน เช่น วิศวกร อาจารย์ นักชีววิทยา ซึ่งก่อนหน้าที่ทีม KEETA จะเข้าแข่งขันโครงการ Deep Space Food Challenge ทุกคนในทีมมีความคิดคล้ายกันว่าประเทศไทยค่อนข้างโดดเด่นทางด้านวัตถุดิบอาหาร เราเลยคิดว่าทีมมีศักยภาพ และอยากจะนำความโดดเด่นทางด้านวัตถุดิบอาหารนี้สู่อวกาศ เลยเข้าแข่งโครงการ Deep Space Food Challenge”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-1024x683.jpg" alt="Sago worm" class="wp-image-154779" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_36-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-1024x683.jpg" alt="worm" class="wp-image-154784" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_38-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เริ่มแรกคือกฎของงานแข่งมันค่อนข้างเปิดกว้างมากว่าอยากให้เป็นเทคโนโลยีแบบไหน พอมันเป็นภาพกว้างเราเลยเบรนสตรอมกันในทีมว่าควรเป็นไอเดียอะไรบ้าง พอได้แนวทางที่แต่ละคนถนัดก็มุ่งไปทำรีเสิร์ช ซึ่งตัวโจทย์ก็เป็นความท้าทายอีกอย่างหนึ่ง อย่างเรื่องการจำกัดน้ำหนักของอาหาร สร้างสมดุลระหว่างคาแรกเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความอร่อย ความหลากหลายทางโภชนาการ รวมถึงทีมเรานำเสนอเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงแมลง เพาะเลี้ยงพืช เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมอย่างเดียว แต่ต้องปรึกษาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านอื่นๆ เช่น ชีววิทยา แมลง ต้นไม้ เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีให้ได้” ตุลย์กับมินต์เล่า&nbsp;</p>



<p>มินต์เล่าต่อว่า นักสำรวจอวกาศควรได้รับสารอาหารที่หลากหลายตามหลักโภชนาการที่ต่างกัน ดังนั้นเครื่องพิมพ์ระบบสามมิติจึงเข้ามาตอบโจทย์การผลิตอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้งการออกแบบหน้าตา ขนาด หรือรูปร่างอาหาร และสามารถพรินต์ค่าดัชนีสารอาหารที่อยู่ในส่วนประกอบของอาหารออกมาเป็นสัดส่วนได้อย่างเหมาะสมต่อนักบินอวกาศแต่ละคนได้อีกด้วย <em>&nbsp;</em></p>



<p>ขณะเดียวกัน น็อต-หนึ่งในสมาชิกของทีมเสริมว่า “อีกประเด็นหนึ่งที่มีประโยชน์กับทีมมากคือทุกคนมีความสนใจและมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตัวเองอยู่แล้ว การเข้าแข่งขันครั้งนี้ทำให้ทีมได้เรียนรู้ในศาสตร์อื่นๆ ที่กว้างขึ้น อย่างด้านชีววิทยาหรือแมลง จึงส่งผลให้ทีมสร้างสรรค์ผลงานไปไกลกว่าสิ่งที่เคยได้เรียนรู้มา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนี้สำคัญกับทีมมาก”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-1024x683.jpg" alt="KEETA 2" class="wp-image-154780" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_22-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ ทีมกีฏะยังมีการวางแผนจัดนิทรรศการที่เชื่อมโยงกับไอเดีย ‘Bio Culture Foods’ ด้วยหากพวกเขาแข่งขันจนจบเฟสที่สามได้ตรงตามเป้า แผนการจัดนิทรรศการนี้น็อตอธิบายอย่างเรียบง่ายว่า คอนเซปต์คร่าวๆ จะเป็นเทคโนโลยีของระบบย่อย เช่น เครื่องพิมพ์อาหารระบบสามมิติ ระบบกำจัดของเสีย ระบบเพาะเลี้ยงแมลง และจัดเวิร์กช็อปเพิ่มเติมด้วย อย่างเช่นระบบต้นไม้ด้วยการลงดีเทลให้เห็นว่าต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลางสภาวะอวกาศและต้นไม้ที่อยู่บนผืนโลกแตกต่างกันยังไง นอกจากเวิร์กช็อปยังมีโชว์เคสเกี่ยวกับระบบ networking ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมเวิร์กช็อปด้วยกัน</p>



<p>อย่างไรก็ดี แม้สมาชิกในทีมกีฏะจะมีความภาคภูมิใจกับผลงานที่ได้ผ่านเข้ารอบในเฟสแรกแล้วก็ตาม แต่การได้ไปต่อในเฟสที่สองและสามนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีผู้ส่งเสริมหรือสปอนเซอร์มาช่วยซัพพอร์ตเพื่อให้พวกเขาไปต่อและทำให้ฝันครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นจริง โดยเป้าหมายหลักของทีมมีอยู่สองเป้าหมาย เป้าหมายแรกคือต้องการสร้างองค์ความรู้ในเรื่องอวกาศอย่าง ‘Space Economy’ ให้เข้าถึงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ส่วนอีกหนึ่งเป้าหมายคืออยากให้เรื่อง ‘อวกาศ’ เป็นเรื่อง ‘ใกล้ตัว’ &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-1024x683.jpg" alt="KEETA 3" class="wp-image-154782" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_20-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-1024x683.jpg" alt="worm 2" class="wp-image-154783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_19-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ตอนนี้เรื่องการของบประมาณจากสปอนเซอร์มีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเซ็นสัญญาแล้ว แต่งบประมาณค่อนข้างจำกัดมากเนื่องจากเป็นทุนจากรัฐบาล แต่ทั้งนี้ต้องพึ่งภาคเอกชน ซึ่งเอกชนที่มีความสนใจหรือมีความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาลงทุนลงแรงด้วยกัน มีทั้ง in-kind และ in-cash หรือมีเครื่องมือด้านการผลิตอาหารให้ยืม ถือว่าในขั้นต้นเรายังเดินหน้ากันต่อได้แน่นอน แต่สุดท้ายปัญหาหลักตอนนี้ก็คือการหาสปอนเซอร์ เพราะเราวางแผนการทำงานไว้พร้อมหมดแล้วทั้งทีม ถึงแม้เรามีไอเดียดีขนาดไหน ถ้าไม่มีสปอนเซอร์นั่นแปลว่าเดินหน้าต่อไม่ได้แน่นอน&#8221; ดร.วเรศอธิบาย&nbsp;</p>



<p>“แต่ถ้าถามถึงงบประมาณจากภาครัฐเรายื่นเรื่องช้าไป ซึ่งถ้าเราต้องการงบประมาณจากภาครัฐต้องยื่นเรื่องประมาณช่วงเดือนกันยายน 2563 เพื่อใช้เงินในปี 2565 ซึ่งถ้าไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินจริงๆ โอกาสที่จะได้เงินจากภาครัฐมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นเลยไม่ได้มองว่าภาครัฐเป็นวิธีการแก้ปัญหา</p>



<p>“ส่วนการวางแผนรับมือในเฟสต่อไป เราวางแผนไว้แล้วว่าจะหงายไพ่ใบสุดท้ายอย่างไร แต่เราจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น อีกทั้งทีมจะไปคุยกับภาคเอกชนในมุมของเทคโนโลยีในลักษณะ Commercialize เรื่องการใช้เทคโนโลยีให้เป็นธุรกิจ เพราะทีมเราไม่ได้ไปแข่งขันเพื่อชนะ เราไม่ได้สนใจ ไม่ได้สนใจนาซ่าด้วยซ้ำ แต่เรามองว่ามันคือผลพลอยได้ เพราะสิ่งที่เราสร้างคือเทคโนโลยีทางอวกาศ ซึ่งมันกินได้ กินได้ในที่นี้ไม่ได้กินเป็นอาหาร แต่สามารถสร้างรายได้ ทำให้เกิดธุรกิจต่อประเทศ หรือทำให้เกิด Space Economy หรือ Space Business นั่นคือความตั้งใจหลักของทีมเรา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อน Space Economy ในประเทศไทย เพื่อใช้กับภาคเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และภาควิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง และถ้าเราชนะในเฟสที่สามคนที่ได้ผลงานคือคนทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่พวกเรา” ดร.วเรศเล่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-1024x683.jpg" alt="KEETA 4" class="wp-image-154785" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/02/KEETA_10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ดร.วเรศเน้นว่า “เรื่อง Space Economy อยากให้เกิดในประเทศไทย ซึ่งไทยเองเพิ่งมาตื่นตัวเมื่อปลายปี 2020 เมื่อก่อนจะถูกปลูกฝังแนวคิดว่าอวกาศคือการสร้างยานอวกาศไปโคจรรอบดาวเคราะห์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากทำมาตลอดตั้งแต่ปี 2017 เกี่ยวกับด้านอวกาศคือ ‘Space’ หรือ ‘อวกาศ’ เกี่ยวข้องกับการสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่เพราะประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ เพราะฉะนั้นหากทำให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ทางด้านอวกาศนี้ขึ้นมาได้ก็อาจจะเข้าไปช่วยด้านเศรษฐกิจบนโลก เพราะเม็ดเงินในอวกาศมีอยู่มหาศาลและถ้าเราดึงเม็ดเงินเหล่านี้จากต่างประเทศเข้ามาได้จะทำให้เรามีจุดยืนที่เรียกว่า ‘ธุรกิจ’ หรือ ‘เศรษฐกิจ’ ใหม่ในไทย&nbsp;</p>



<p>“นอกเหนือจากเศรษกิจใหม่ถ้ามองในมุมของพวกเราก็อยากให้อุตสาหกรรมด้านอาหาร อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมทางการแพทย์เกิดขึ้น ซึ่งยังเป็นกฎเกณฑ์ที่จับต้องได้ทางเทคโนโลยีอวกาศ อีกทั้งเราเคยลงพื้นที่ไปสอนเด็กและครูมัธยม สอนนิสิต-นักศึกษา เพื่อทำการทดลองร่วมกันว่าจริงๆ แล้ว ‘อวกาศ’ มีอะไรมากมายกว่าที่พวกเขาเห็น” ดร.วเรศเล่าจริงจัง</p>



<p>สุดท้าย ในฐานะตัวแทนของประเทศอย่างทีม KEETA แม้พวกเขาอาจไม่รู้ผลลัพธ์สุดท้ายเลยด้วยซ้ำว่าจะออกมาเป็นแบบไหน แต่อย่างน้อยเรารับรู้ได้ถึง ‘พลังงานดี’ ที่กระจายอยู่รอบตัวพวกเขา อีกทั้งยังพกความเชื่อมั่นและความกล้าหาญเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นไปในทางที่ดีกว่า แน่นอนแล้วว่า ตอนนี้ชื่อของ KEETA ก็ยิ่งใหญ่อยู่แล้วในตัวของมันเอง&nbsp;</p>



<p>โปรดติดตามพวกเขาต่อได้ที่<strong> Facebook</strong> : KEETA&nbsp;</p>



<p><strong>ขอขอบคุณทีม KEETA&nbsp;</strong></p>



<p><strong>อ้างอิง :</strong>&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.deepspacefoodchallenge.org">https://www.deepspacefoodchallenge.org</a></p>



<p><a href="https://spaceth.co/success-of-thai-youth">https://spaceth.co/success-of-thai-youth</a></p>



<p><a href="https://thematter.co/uncategorized/158493/158493">https://thematter.co/uncategorized/158493/158493</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/keeta/">เป้าหมายต่อไปของ KEETA กลุ่มเด็กไทยที่อยากผลักดัน Space Economy ให้เกิดขึ้นในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดีหญิงไทยหนึ่งเดียวในเวทีงานโบราณคดีระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rasmee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jan 2022 09:53:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=153712</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยมีคำกล่าวที่ว่า ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีร่องรอยและมีที่มา หลายๆ คนคงเคยสงสัยว่า มนุษย์เราสามารถเดินทางข้ามเวลากลับสู่อดีตได้จริงหรือไม่ หรือการย้อนกลับไปในกาลเวลาจะมีแค่ในละครเท่านั้น&#160; การย้อนเวลาที่ว่า อาจจะไม่ใช่ทะลุกระจกข้ามภพกลับไปเหมือนอย่างในละครหรือขึ้นไทม์แมชชีนกลับไปยังจุดเวลาที่เราต้องการ แต่ &#8216;การย้อนเวลาสู่อดีต&#8217; ในที่นี้ ในทางปฏิบัติคือการสืบค้นร่องรอยจากสิ่งของ โบราณสถาน หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่สืบทอด โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ หลักฐาน งานวิจัยที่จะพาอดีตกลับมาสู่ความเป็นปัจจุบัน&#160; ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น &#8216;นักสืบแห่งกาลเวลา&#8217; กับผลงานชิ้นโบแดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการโบราณคดีเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นประธานในการจัดงาน IPPA หรือ Indo-Pacific Prehistory Association งานที่นักโบราณคดีระดับโลกเดินทางมารวมตัวกันเพื่อสืบค้นร่องรอยแห่งอดีตซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 อาจารย์รัศมีจะมาบอกเล่าถึงความสนุกและเสน่ห์ของวงการโบราณคดีที่ไม่เคยน่าเบื่อ รวมถึงความตื่นเต้นและความประทับใจตลอดระยะการทำงานทั้งชีวิตที่ไม่เคยหยุดค้นหาความจริง ความตื่นเต้นของโบราณคดี คือ การค้นพบ&#160; ประมาณต้นปี 2561 เกิดข่าวดังไประดับโลกจากวงการโบราณคดีประเทศไทย ถึงการประสบความสำเร็จในการขึ้นรูปหน้าจำลองของผู้หญิงจากโครงกระดูกโบราณสมัยไพลสโตซีน หรือ ช่วงเวลาการสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง (Ice Age)&#160; โครงกระดูกดังกล่าวถูกค้นพบประมาณปี พ.ศ. 2546 จากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เป็น 1 ใน 4 ของโครงกระดูกผู้หญิงที่เสียชีวิตในช่วงอายุราวๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rasmee/">ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดีหญิงไทยหนึ่งเดียวในเวทีงานโบราณคดีระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยมีคำกล่าวที่ว่า ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนมีร่องรอยและมีที่มา</p>



<p>หลายๆ คนคงเคยสงสัยว่า มนุษย์เราสามารถเดินทางข้ามเวลากลับสู่อดีตได้จริงหรือไม่ หรือการย้อนกลับไปในกาลเวลาจะมีแค่ในละครเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>การย้อนเวลาที่ว่า อาจจะไม่ใช่ทะลุกระจกข้ามภพกลับไปเหมือนอย่างในละครหรือขึ้นไทม์แมชชีนกลับไปยังจุดเวลาที่เราต้องการ แต่ &#8216;การย้อนเวลาสู่อดีต&#8217; ในที่นี้ ในทางปฏิบัติคือการสืบค้นร่องรอยจากสิ่งของ โบราณสถาน หรือแม้แต่วัฒนธรรมที่สืบทอด โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆ หลักฐาน งานวิจัยที่จะพาอดีตกลับมาสู่ความเป็นปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น &#8216;นักสืบแห่งกาลเวลา&#8217; กับผลงานชิ้นโบแดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการโบราณคดีเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นประธานในการจัดงาน IPPA หรือ Indo-Pacific Prehistory Association งานที่นักโบราณคดีระดับโลกเดินทางมารวมตัวกันเพื่อสืบค้นร่องรอยแห่งอดีตซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565</p>



<p>อาจารย์รัศมีจะมาบอกเล่าถึงความสนุกและเสน่ห์ของวงการโบราณคดีที่ไม่เคยน่าเบื่อ รวมถึงความตื่นเต้นและความประทับใจตลอดระยะการทำงานทั้งชีวิตที่ไม่เคยหยุดค้นหาความจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153713" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความตื่นเต้นของโบราณคดี คือ การค้นพบ&nbsp;</strong></h3>



<p>ประมาณต้นปี 2561 เกิดข่าวดังไประดับโลกจากวงการโบราณคดีประเทศไทย ถึงการประสบความสำเร็จในการขึ้นรูปหน้าจำลองของผู้หญิงจากโครงกระดูกโบราณสมัยไพลสโตซีน หรือ ช่วงเวลาการสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง (Ice Age)&nbsp;</p>



<p>โครงกระดูกดังกล่าวถูกค้นพบประมาณปี พ.ศ. 2546 จากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เป็น 1 ใน 4 ของโครงกระดูกผู้หญิงที่เสียชีวิตในช่วงอายุราวๆ 25-35 ปี ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 13,640 ปี การขุดค้นครั้งนี้ถือว่าเป็นการพบวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สุดก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;</p>



<p>“สิ่งน่าตื่นเต้นก็คือ เราเจอโครงกระดูกของผู้หญิงพร้อมเครื่องมือหินที่ถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า เพราะเราไม่เคยเจอโครงกระดูกของคนที่อายุเป็นหมื่นปี พอเจอก็เป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า คนเรามีการผลิตเครื่องมือหินจริงๆ สมมติเราเจอแต่ปืน แต่เราไม่เจอคนพร้อมกับปืน เราก็ไม่สามารถยืนยันว่าคนเป็นผู้ผลิตของสิ่งนั้น เพราะฉะนั้น มันก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่เราเจอหลักฐานที่ทำให้เราสามารถต่อจิ๊กซอว์ในเรื่องประวัติศาสตร์มาสู่ประวัติศาสตร์ตอนต้นว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร มีวัฒนธรรมเป็นอย่างไร อย่างน้อยที่สุดมันก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ปรากฏว่านักข่าวก็หยิบไปทำข่าวว่าเป็นผลงานของนักโบราณคดีสุดเจ๋ง ก็เลยเกิดเป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย ที่จริงเรื่องนี้เราทำมานานแล้ว เพียงแต่ว่าเพิ่งมีคนสนใจ”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นักข่าวแห่งกาลเวลา ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้</strong></h3>



<p>เพราะความอยากเป็นนักข่าวจึงเลือกสอบเข้าวารสารศาสตร์แต่สอบไม่ติด แต่คณะที่ติดกลับเป็นโบราณคดี สุดท้ายก็ค้นพบว่ากำลังมีความสุขกับสิ่งที่มีและสิ่งที่เป็น การเดินทางกลับสู่กาลเวลาในชีวิตของเธอจึงเริ่มต้นขึ้น&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ แล้วอยากเรียน อยากเป็นนักข่าว เลือกเรียนวารสารศาสตร์แต่สอบไม่ติด มาติดโบราณคดี พอเรียนแล้วชอบ จริงๆ แล้วเราก็ได้ทำหน้าที่เป็นนักข่าวนะคะ แต่เป็นนักข่าวของอดีต</p>



<p>“เราสามารถที่จะค้นคว้าหาความจริง เราเป็นนักข่าวในเชิงสืบสวนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเวลาที่ทำงาน เราก็รู้สึกมีความสุข และก็คิดว่าก็เหมาะสมแล้วที่เราได้มาทำงานอาชีพนี้ ถ้าเราไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่เราทำ เราก็คงรู้สึกว่างานนั้นไม่มีความหมายและก็คงทำงานไปวันๆ แต่ทุกวันนี้เรามีความสุขมากกับสายงานนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153714" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153715" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขุดทะลุเวลาจากปัจจุบันกลับสู่อดีต</strong></h3>



<p>การที่มีความสนใจในเรื่องของพัฒนาการของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม นั่นคือประตูด้านแรกที่ทำให้อาจารย์รัศมีเริ่มศึกษาเรื่องการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เริ่มอยากรู้ว่า ในดินแดนของประเทศไทยมีลักษณะที่เหลือ หรือ มีความแตกต่างอย่างไรกับภูมิภาคอื่นของโลก และ พื้นที่ที่อยู่ข้างในภูเขามีพัฒนาการมาอย่างไร</p>



<p>“ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราได้เริ่มต้นทำงานที่เพิงผาถ้ำลอด ที่ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทีมสำรวจเราเริ่มขุดจากข้างบนลงไปข้างล่าง มันเหมือนเราขุดทะลุเวลา จากเวลาที่เป็นปัจจุบันไล่ย้อนกลับไปเรื่อยๆ เพราะว่าเวลาเกิดการเปลี่ยนแปลงดินจะเกิดการทับถมขึ้นมาเรื่อยๆ พอดิฉันขุดค้นไปก็ต้องศึกษาหลายสมัย เจอของแต่ละสมัย เช่น สมัยโลหะ สมัยที่ใช้เหล็ก หรือที่ดิฉันเรียกว่าวัฒนธรรมโลงไม้ โลงผีแมน ใครไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนก็จะเห็นโลงไม้</p>



<p>“สมัยต่อมาก็จะเป็นสมัยที่พุทธศาสนาแผ่เข้ามาในแถบดินแเดน ในป่าเขา เชื่อมโยงกับสมัยล้านนาในเชียงใหม่ เราก็ต้องค่อยๆ แกะรอย เพื่อให้ได้ดัชนีของเวลา เพื่อเวลาที่เราเทียบ เราจะได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในพื้นที่ปางมะผ้า</p>



<p>“ดิฉันขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่มีอายุสามหมื่นกว่าปีถึงสมัยล้านนา สงครามโลกครั้งที่ 2 และใน 6 ปีที่ผ่านมา ทำงานขุดค้นในแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมโลงไม้ ตอนนี้ก็พยายามจะทำงานในแง่ของการอนุรักษ์โลงไม้ เพราะไม้มันผุ และพยายามดูว่าจะใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ไหม เช่น การท่องเที่ยว</p>



<p>“เราเริ่มต้นจากความไม่รู้ และค้นหาความรู้ เมื่อเราได้ความรู้แล้วเราก็นำความรู้มาใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ไปพร้อมกัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งทางวิชาการว่าการอนุรักษ์ถ้ำ ยังไม่ค่อยมีใครทำ จึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153716" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ดิฉันก็รู้สึกว่าท้าทายตนเองว่าตรงนี้จะทำยังไง แก้ไขปัญหายังไง จะอธิบายให้คนทั่วไปฟังยังไง อยากอธิบายให้คนร่วมสมัยเข้าใจว่างานโบราณคดีมันไม่ได้ไกลตัว อย่างเรากินข้าว เรารู้ไหมว่าข้าวมีที่มาอย่างไร หรือการไหว้พระมาจากไหน พิธีกรรมงานศพมีความเป็นมาอย่างไร วิชาการเหล่านี้ สามารถที่จะช่วยให้เราเข้าใจในสิ่งที่ตกทอดมาถึงเรา เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถจะช่วยอธิบายได้</p>



<p>“เวลาที่ทำงาน เราต้องทำงานในสมัยหลักด้วย เพื่อให้เราเข้าใจ และที่สำคัญคือ เราทำงานในพื้นที่ที่เป็นที่ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม เราต้องหยุดและถอยหลังเพื่อที่จะทำความเข้าใจกับเขาว่า เราไม่เคยเข้าใจมาก่อน เราจะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจโบราณคดีว่าสิ่งที่เรากำลังทำ ทำอย่างไร</p>



<p>“เพราะฉะนั้น ถ้าเราต้องการให้เกิดการอนุรักษ์และดูแลอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะต้องทำกับชุมชนด้วย เราไม่สามารถใช้คนจากหน่วยงานของรัฐ หรือว่านักวิชาการจากส่วนกลาง แต่ถ้าคนที่อยู่ในท้องที่ เขาเห็นความสำคัญในท้องถิ่นของเขา เขาจะช่วยเราอนุรักษ์ ช่วยเราดูแล หรือใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นแหล่งเรียนรู้”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การกลับมาอีกครั้งของ IPPA งานรวมตัวนักโบราณคดีทั่วโลกที่เชียงใหม่&nbsp;</strong></h3>



<p>งานสเกลระดับโลกอีกงานที่อาจารย์รัศมี ทรงชูเดช รับหน้าที่เป็นแม่งาน และเป็นประธานจัดงานโดยที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ คือ งาน IPPA หรือ Indo-Pacific Prehistory Association ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7-12 พฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรม เลอ เมอริเดียน จังหวัดเชียงใหม่ (IPPA Chiang Mai 2022)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="657" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-1024x657.jpg" alt="" class="wp-image-153866" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-1024x657.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-300x192.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-768x493.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-1536x985.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-2048x1313.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IMG_9370-600x385.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติของสมาคมโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์แห่งภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2472 มีการจัดประชุมของสมาคมต่อเนื่องเป็นประจำในทุก 4 ปี วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ งานวิจัย การค้นพบใหม่ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ รวมทั้งการส่งเสริมการสร้างมาตรฐานจริยธรรมสำหรับงานวิจัยด้านโบราณคดี และที่เกี่ยวข้องกับมรดกวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์</p>



<p>งานประชุมในครั้งที่ 22 นี้ เป็นความร่วมมือระหว่างคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร / กรมศิลปากร / ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) / ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ (SEAMEO SPAFA) /&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) / สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดการมรดกด้านโบราณคดี สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS ICAHM) / สมาคมนักศึกษาเก่าคณะโบราณคดี กว่า 8 ภาคี&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-1024x683.png" alt="" class="wp-image-153717" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-1024x683.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-300x200.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-768x512.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-600x400.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-720x480.png 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/IPPA-logo.png 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อาจารย์ได้บรรยายถึงความพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้นในงานว่า&nbsp;</p>



<p>“คุณลองนึกภาพตามว่าเชียงใหม่ในเดือนพฤศจิกายน อากาศเย็นกำลังดี นี่คือเสน่ห์อย่างแรก และความร่ำรวยในทรัพยากรทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความได้เปรียบในเรื่องแหล่งโบราณคดีที่เรียกได้ว่ามากมายมหาศาล ไม่ว่าจะขับรถไปถนนไหน ซอยไหน คุณสามารถจะเห็นเรื่องราวและมองย้อนภาพกลับไปในอดีตกับโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่อยู่ตรงหน้าของคุณ เราคิดว่านี่คือความพิเศษที่อยู่ในตัวของมันเองแล้ว และถึงแม้ IPPA จะเคยจัดที่เชียงใหม่มาแล้วก็ตาม แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายมิติที่ทุกคนยังไม่รับรู้ และไม่เข้าใจเท่าที่ควร ทีมงานของเรามองในแง่ของการจัดงานด้วย และคุณค่าของพื้นที่ต่างๆ นั้นด้วย</p>



<p>“ในเรื่องของโลจิสติกส์ และ Accommodation ก็ไม่ได้แพงจนเกินไป เกินกว่าที่เขาจะมา มีเครื่องบินที่บินตรงจากยุโรป อเมริกา ที่สามารถบินมาได้ จะเดินทางด้วยรถทัวร์ รถไฟ ก็มาได้ ที่พักราคาไม่แพง สำหรับนักศึกษาถ้าเขาอยากมาก็มาได้</p>



<p>“ถ้าเราจัดทัวร์แบบ Post Conference Tour ก็เริ่มต้นจากเชียงใหม่ได้ ถ้าจะไปตะวันออกเฉียงเหนือก็ไปได้ หรือใครสนใจเรื่องของรัฐโบราณก็ไปสุโขทัยได้ หรือถ้าสนใจรัฐโบราณในภาคเหนือก็ทัวร์ในเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ถ้าจะกลับมาอยุธยาก็บินมากรุงเทพฯ แล้วไปที่อยุธยาก็ได้ มีกลุ่มชาติพันธุ์ให้ศึกษาอีกด้วย มีทางเลือกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น Folk Art, Ceramic, Hand Craft ทำให้มีความหลากหลายของกิจกรรม</p>



<p>“สิ่งที่สำคัญที่สุด คือจะมีการเดินทางกันมาของนักโบราณคดี นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอดีต การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมโบราณ เรื่องของพิพิธภัณฑ์ เรื่องของการลักลอบค้าโบราณวัตถุ หรือแม้กระทั่งกลุ่มนักศึกษาที่กำลังเรียนหรือสนใจงานด้านนี้ คนที่มีชื่อเสียงที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ทั้งหมดก็จะมารวมตัวกัน ณ ที่นี่ จึงเป็นที่รวมของนักโบราณคดีของโลกที่ทำงานในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว</p>



<p>“สิ่งที่น่าสนใจคือ จะมีเรื่องใหม่ๆ ที่เราพยายามส่งเสริมให้นักศึกษาจากหลายๆ ที่มาทำความรู้จักกัน เพื่อสร้างเครือข่ายสำหรับการทำวิจัยร่วมกันในอนาคต สมาคมก็พยายามหาเงินมาสนับสนุนให้นักศึกษามาในคราวนี้ และในการจัดงานครั้งนี้ เราก็คิดค้นอะไรที่ใหม่กว่าเดิม โดยปกติจะมีแค่การประชุม แต่เรามีการให้รางวัลทั้งนักศึกษาและคนทั่วไป ในการมาจัดแสดงผลงานแบบ Poster และเราก็จะมีการให้รางวัลกับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงมหาวิทยาลัย เป็นมืออาชีพที่ทำงานและมีผลงานที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เราก็จะให้เงินสนับสนุน และมีเรื่องของการนำเสนอดีเด่นด้วย คือ การจัดงานแบบนี้ ไหนๆ ก็จัดแล้ว ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงทิศทางใหม่ในอนาคตว่าเราสนใจและส่งเสริมเรื่องอะไรบ้าง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153718" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นักวิจัย หรือ คนที่เลือกเรียนคณะโบราณคดีมีจำนวนน้อย เพราะขาดการสนับสนุน?</strong></h3>



<p>สำหรับโบราณคดีภายในประเทศไทย หากจะว่ากันตามเนื้อผ้าแล้วยังถือว่าเป็นที่พูดถึงน้อยและไม่เป็นที่นิยมสำหรับการเลือกเรียนมากนัก อาจารย์เล่าให้เราฟังว่าเพราะตลาดงานยังรองรับอยู่ค่อนข้างน้อย ถ้าจบมาไม่ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ก็ต้องไปทำงานในกรมศิลปากร แต่จริงๆ โบราณคดีมีความหลากหลายอยู่ในนั้น</p>



<p>“ความรู้ ความสามารถทางด้านนี้ สามารถจะประยุกต์ใช้ได้ เช่น เป็นครู เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ เขียนสารคดี เพราะว่าผู้ที่เรียนมาจะมีความลึกซึ้งในเนื้อหาเฉพาะเรื่อง และจะมีเทคนิคหรือวิธีการ ทั้งในเรื่องของการเขียนข่าวหรือทำรายการวิทยุ จะทำให้มีเนื้อหาและจับประเด็นได้เร็วและมีความเข้าใจ จริงๆ แล้วทำได้หลากหลายอาชีพ</p>



<p>“แต่ถ้าถามความเห็นดิฉัน ว่าเราเป็นอาจารย์สอนโบราณคดี เราอยากเห็นนักวิจัยโบราณคดี เพราะประเทศที่มีภูมิหลังทางสังคมที่เก่าแก่ เราควรที่จะมีนักวิจัยที่ทำการสืบค้นอย่างลึกซึ้ง เราจะได้มีข้อมูลหลายมิติ หลายมุมมอง</p>



<p>“เราคิดว่างานที่ผ่านๆ มา จบแล้วจบเลย ซึ่งเราอยากให้ความรู้ถูกสร้างและสานต่ออยู่สม่ำเสมอ ซึ่งตรงนี้จะต้องเปลี่ยนแปลงมุมมองเก่าๆ ที่อาจจะแตกต่างในมุมมองปัจจุบันที่ผ่านการวิเคราะห์ วิพากษ์มากขึ้น เพราะฉะนั้น หน้าที่ของนักวิชาการก็ยังจำเป็นอยู่มากในสังคมเรา</p>



<p>“ช่วงหลังเราก็จะเห็น Social Action ในเชิงของโบราณคดีมากขึ้น แม้งานวิจัยโบราณคดีจะมีมากขึ้น แต่โครงการที่ทำแบบเจาะลึกระยะยาวก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่ เนื่องจากคนที่อยู่ในแวดวงโบราณคดีไทยยังน้อยอยู่ สถาบันที่ผลิตบุคลากรก็มีที่เดียว งานก็หายาก</p>



<p>“เราคิดว่าตำแหน่งแห่งที่ของเรา คนในอนาคตมีพื้นที่มากขึ้น สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ ผลิตงานให้มากขึ้น สร้างเครือข่ายในการทำงานในระดับนานาชาติมากขึ้น จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องทำงานในประเทศไทยก็ได้ สำหรับคนที่มีศักยภาพและอยากท้าทายตนเอง ก็จะต้องมุ่งมั่น เพราะโลกปัจจุบันนี้มันเปิดโอกาสให้เขาสามารถที่จะทำงานได้หลายที่ อย่างนักโบราณคดีจีนหลายคนก็ไปทำงานในยุโรป ในอเมริกา แสดงว่ามันมีทางเลือกมากขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่</p>



<p>&#8220;เพราะฉะนั้น งานโบราณคดีเปิดพื้นที่กว้างให้กับทุกคน ทุกอาชีพมาร่วมสนทนากับเรา แบ่งปันกัน ไม่ใช่ว่าเราจะผูกขาดความรู้ทางโบราณคดี อย่างการมาพูดตรงนี้ ดิฉันอยากสื่อสารว่าโบราณคดีไม่ใช่ศาสตร์ที่เคร่งขรึม ไม่ยุ่งกับใคร ก้มหัวขุดหลุมอย่างเดียว หรือดูเก่าและเชย แต่ที่จริงมันทันสมัย&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153719" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/Article-landscape_The-Outsiders_15January2022-22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตามหาร่องรอยแห่งอดีต คือ ภารกิจแห่งชีวิต</strong></h3>



<p>“ดิฉันว่ามันให้ความรู้สึกที่ลึก คือ ดิฉันได้ไปถ้ำที่ดิฉันทำงาน มันก็เป็นสุสาน เป็นไม้ปรักหักพังในนั้น ในนั้นมืดสนิท และเราก็เปิดไฟอีกทีหนึ่ง ขณะที่เราอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกที่เรามีอยู่คือ มันอิ่ม มันให้ความรู้สึกที่มันลึกซึ้งมาก เรารู้สึกว่าเราโชคดีจังที่ได้สัมผัสสิ่งของที่เป็นอดีตไกลโพ้น เป็นคนแรกที่ได้สัมผัส</p>



<p>“อย่างเพื่อนดิฉันทำงานในอียิปต์ หรือว่าทำงานในอินคา เวลาที่เขาเจออะไร เช่น เจอมัมมี่บนยอด ก็รู้สึกว่า โอ้โห มันบรรยายความรู้สึกไม่ถูกเลย เพราะมันยิ่งใหญ่มาก คือความประทับใจมาก และซาบซึ้งว่า&nbsp;</p>



<p>“เราเป็นผู้ที่มีหน้าที่ทำอดีตให้มีชีวิต นี่คือภารกิจในวิชาชีพที่เราต้องให้ชีวิตกับอดีต กับซากที่เราเจอ ด้วยวิธีการศึกษาของเราเอง”</p>



<p><a href="https://www.ippasecretariat.org/home">IPPA Official Website</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rasmee/">ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช นักโบราณคดีหญิงไทยหนึ่งเดียวในเวทีงานโบราณคดีระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Dec 2021 10:37:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Nomad Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Nomad Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ปั่นจักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวรอบโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สว่าง ทองดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=152273</guid>

					<description><![CDATA[<p>สว่าง ทองดี คือชายวัย 50 ที่ใช้ชีวิตได้ &#8216;สุด&#8217; ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เราเคยเจอ ในวัยหนุ่ม เขาเป็นครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำอยู่ 9 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพถึงคว้าพาหนะสองล้อปั่นร่อนเร่พเนจรไปทั่ว สิ้นสุดทริปแรกก็หาเงินด้วยการเป็นไกด์เถื่อน ก่อนจะเริ่มต้นทริปต่อไปด้วยแรงถีบไปในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม&#160; เมื่อหยุดปั่นจักรยานเที่ยว เขานำเรื่องราวเหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้กับสื่อออนไลน์หลายแห่ง และออฟไลน์ในรูปหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กหลายเล่ม และจากประสบการณ์ที่เขาพบพานในหลายประเทศ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงทุนกับแบรนด์กาแฟเล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริงในชื่อ Nomad Coffee ซึ่งเขาร่อนเร่พากาแฟและกาต้มไปดริปให้ชาวเชียงใหม่ได้ชิมรสและฟังเรื่องราวการเดินทางที่โคตรสุดของเขา ก่อนโรคระบาดใหญ่จะไม่อนุญาตให้เขาออกเดินทางอีก หลังจากอดใจรออยู่หลายนาน สว่างจึงเดินทางออกไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในรอบหลายเดือน (จนเขานำเรื่องราวการเดินทางเหล่านั้นมาเล่าให้อะเดย์ฟังบ่อยๆ) ก่อนจะรับนัดหมายมานั่งคุยกับเราที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในนครพิงค์เมืองเหนือ รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเขาไม่ใช่นักเดินทางเลย แต่จากประสบการณ์การเดินทางที่ข้นคลั่กไปด้วยการผจญภัย จนกลับมาใช้ชีวิตของคนทำกาแฟ สองสิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เขาอินและตั้งใจทำมันอย่างสุดความสามารถ เพราะทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขารักจริงๆ และคงไม่มีอย่างอื่นทดแทนได้อีกแล้ว ห้องเรียน ด้วยค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคหนึ่งที่การเรียนสายศิลปะหรือนิเทศศาสตร์มักจะ &#8216;ไม่ถูกใจ&#8217; ผู้ใหญ่เพราะเป็นสายวิชาชีพที่ต้อง &#8216;เต้นกินรำกิน&#8217; และไม่ได้ทำเงินเท่าที่ควร&#160; แรกสุดครอบครัวของสว่างอยากให้สอบเข้าสายวิชาชีพแพทย์ตามค่านิยม แต่เพราะศักยภาพไม่เอื้ออำนวย สว่างจึงสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะประกอบอาชีพเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี “ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่า เออ อยากรับใช้ประเทศ (หัวเราะ) อยากทำเพื่อสังคม อย่างประมาณเอาความสามารถที่มี และอุทิศชีวิตของเราเพื่อทำประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจไปสอบเป็นครู” สว่างเริ่มเล่าถึงความฝันในการเป็นครู เมื่อสอบเข้าไปเป็นครูในโรงเรียนประจำได้แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/">สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong><a href="https://web.facebook.com/sawang.thongdee" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สว่าง ทองดี</a></strong> คือชายวัย 50 ที่ใช้ชีวิตได้ &#8216;สุด&#8217; ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เราเคยเจอ</p>



<p>ในวัยหนุ่ม เขาเป็นครูวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำอยู่ 9 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพถึงคว้าพาหนะสองล้อปั่นร่อนเร่พเนจรไปทั่ว สิ้นสุดทริปแรกก็หาเงินด้วยการเป็นไกด์เถื่อน ก่อนจะเริ่มต้นทริปต่อไปด้วยแรงถีบไปในเส้นทางที่ไกลกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>เมื่อหยุดปั่นจักรยานเที่ยว เขานำ<a href="https://adaymagazine.com/colorado-autumn/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เรื่องราว</a>เหล่านั้นมาร้อยเรียงเป็นตัวอักษรให้กับสื่อออนไลน์หลายแห่ง และออฟไลน์ในรูปหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กหลายเล่ม และจากประสบการณ์ที่เขาพบพานในหลายประเทศ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาลงทุนกับแบรนด์กาแฟเล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นตัวเขาอย่างแท้จริงในชื่อ <em>Nomad Coffee</em> ซึ่งเขาร่อนเร่พากาแฟและกาต้มไปดริปให้ชาวเชียงใหม่ได้ชิมรสและฟังเรื่องราวการเดินทางที่โคตรสุดของเขา</p>



<p>ก่อนโรคระบาดใหญ่จะไม่อนุญาตให้เขาออกเดินทางอีก</p>



<p>หลังจากอดใจรออยู่หลายนาน สว่างจึงเดินทางออกไปสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในรอบหลายเดือน (จนเขานำเรื่องราวการเดินทางเหล่านั้นมาเล่าให้อะเดย์ฟังบ่อยๆ) ก่อนจะรับนัดหมายมานั่งคุยกับเราที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในนครพิงค์เมืองเหนือ</p>



<p>รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเขาไม่ใช่นักเดินทางเลย แต่จากประสบการณ์การเดินทางที่ข้นคลั่กไปด้วยการผจญภัย จนกลับมาใช้ชีวิตของคนทำกาแฟ สองสิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เขาอินและตั้งใจทำมันอย่างสุดความสามารถ</p>



<p>เพราะทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งที่เขารักจริงๆ และคงไม่มีอย่างอื่นทดแทนได้อีกแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152282" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c12_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ห้องเรียน</h3>



<p>ด้วยค่านิยมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในยุคหนึ่งที่การเรียนสายศิลปะหรือนิเทศศาสตร์มักจะ &#8216;ไม่ถูกใจ&#8217; ผู้ใหญ่เพราะเป็นสายวิชาชีพที่ต้อง &#8216;เต้นกินรำกิน&#8217; และไม่ได้ทำเงินเท่าที่ควร&nbsp;</p>



<p>แรกสุดครอบครัวของสว่างอยากให้สอบเข้าสายวิชาชีพแพทย์ตามค่านิยม แต่เพราะศักยภาพไม่เอื้ออำนวย สว่างจึงสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนจะประกอบอาชีพเป็นครูสอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี</p>



<p>“ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกว่า เออ อยากรับใช้ประเทศ (หัวเราะ) อยากทำเพื่อสังคม อย่างประมาณเอาความสามารถที่มี และอุทิศชีวิตของเราเพื่อทำประโยชน์ ก็เลยตัดสินใจไปสอบเป็นครู” สว่างเริ่มเล่าถึงความฝันในการเป็นครู</p>



<p>เมื่อสอบเข้าไปเป็นครูในโรงเรียนประจำได้แล้ว สว่างต้องพบเจอกับชีวิตในการเป็นครูแบบเช้าชาม-เย็นชาม ตามขนบในระบบการศึกษาไทย ซึ่งเหมือนชีวิตมันจะจืดชืดเพราะมันคืองานรูทีนที่เข้าออกเป็นเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้สว่างยังมีแรงในการเป็นครูในรั้วโรงเรียนคือ การวางตัวให้เป็นเหมือน &#8216;เพื่อน&#8217;​ ของนักเรียน</p>



<p>และช่วงเวลาปิดเทอมที่เขาจะได้ออกจากขนบการเป็นครูอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตามที</p>



<p>“ส่วนหนึ่งคิดว่าด้วยไลฟ์สไตล์ของการเป็นครู ก็จะมีความคาดหวังจากสังคมและค่านิยมที่เราต้องเป็นครูที่เนี้ยบๆ และดุ ทั้งที่จริงแล้วเราเป็นคนบ้าๆ บอๆ ช่วงปิดเทอมก็จะไปถักเดรดล็อกส์ แล้วก็ปั่นจักรยานเดินทาง จนเปิดเทอมก็กลับมาเจอครูใหญ่ หน้าก็ดำ แล้วก็โดนครูด่า (หัวเราะ)</p>



<p>“แต่ว่าส่วนที่สำคัญและมีผลมากกว่าคือ ทุกอย่างมันคาดเดาได้ เทอมนี้คุณสอนวิชานี้ เตรียมแผนการสอน ถึงเวลามีตารางสอนก็ไปสอน กลับบ้านก็ตรวจการบ้าน แล้วไปสอนใหม่ คือทุกอย่างมันวนเป็นลูป ซึ่งจริงๆ แล้วเราชอบเคลื่อนไหว อยากทำงานที่ใช้ชีวิตมากกว่า” สว่างเล่าต่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152283" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ปั่นจักรยานทางไกลแบบไม่หันหลังกลับ</h3>



<p>เพราะใจที่โหยหาความท้าทาย ความหวือหวา และความแปลกใหม่ในชีวิตมากกว่าการทำงานแบบมีลูปเวลาเริ่มและหยุดซึ่งสว่างเป็นมาแล้วเกือบ 10 ปี ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูพร้อมเงินเก็บก้อนหนึ่ง และรายได้อีกส่วนหนึ่งจากการรับเขียนบทความให้กับนิตยสารท่องเที่ยวหลายฉบับ</p>



<p>โดยตัวเลือกแรกที่เขามีคือ การออกไปเที่ยวด้วยจักรยานเพียงคันเดียว โดยมีเป้าหมายแรกสุดอยู่ที่แอฟริกาใต้ แต่ท้ายที่สุดทริปแรกของเขาจบลงที่อินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่สว่างชอบที่สุด</p>



<p>การตัดสินใจเลือกเดินทางในเส้นทางที่โหดขนาดนั้น ตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่?</p>



<p>“ถ้าสมัยหนุ่ม ตอนที่เราอายุยังน้อย ยังมีกำลังเยอะ มันจะไม่ค่อยกลัวอะไรเท่าไหร่ ถ้าล้มก็ลุก แต่ถ้ามาเทียบกับตอนนี้แล้วความกลัวมันน้อยกว่านี้ ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะต้องไปเจออะไรที่มันท้าทาย ประมาณแบบนั้น ลำบากก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ) แต่พอมาเทียบกับ ณ เวลานี้มัน 50 ปี มันรู้สึกว่า ตอนนั้นความกลัวมันน้อยกว่าตอนนี้ ถ้าตอบคำถามก็คือ ถ้าเราจะไปเจออะไรที่มันท้าทายก็ไม่เป็นไร ก็พร้อมโอบรับมันให้มันมาชนเรา แล้วเราก็ไปชนมัน”</p>



<p>สว่างใช้เวลา 5 &#8211; 6 เดือนก่อนลาออกในการตระเตรียมอุปกรณ์ในการเดินทาง การวางแผน หรือการคำนวณเส้นทางที่จะปั่นจักรยานว่าจะเดินทางไปประเทศไหนบ้าง โดยตอนนั้นสว่างเริ่มจากปั่นจักรยานจากเชียงใหม่ขึ้นไปที่ประเทศลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศจีนและทิเบต ซึ่งมีความยากเพราะต้องขออนุญาตเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง สว่างที่ยังมีเงินไม่มากนักจึงต้องหาวิธีการลักลอบเข้าทิเบตให้ได้</p>



<p>“ผมเจอกลุ่มฝรั่งที่ปั่นจักรยานแถวๆ ยูนนาน แล้วมีอยู่คนนึงเป็นอเมริกัน เขาบอกว่าจะปั่นจักรยานข้ามทิเบตลงไป เขาหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาก็มีรายละเอียดว่าจุดไหนจะมีที่พักรถ มีด่าน หรือต้องเข้าเมืองยังไงบ้าง เขาเลยแนะนำให้ไปตอนกลางคืน และเขาบอกให้ระวังหมาเห่าไล่ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>“แล้วตอนนั้นก็เจอเพื่อนอีกคนหนึ่งที่จะขับเข้าทิเบตเหมือนกัน ก็เลยปั่นไปด้วยกัน ซึ่งเอาจริงๆ คือลำบากมากๆ เพราะต้องรอจนกระทั่งตี 2 แล้วมันก็หนาวมาก เพราะมันจะเป็นช่วงที่กำลังเปลี่ยนฤดูจากหนาวเป็นร้อน ถ้าไปคนเดียวก็อาจจะยอมแพ้ แต่ว่าเนื่องจากมีเพื่อนคนนั้นไปด้วยก็เลยโอเค มันมีอะไรบางอย่างมาจัดวางให้ต้องมาเจอนักปั่นคนนี้ เพื่อที่จะข้ามอุปสรรคใหญ่ๆ ตรงนั้น เพื่อลงไปถึงเนปาล แล้วก็แยกไปคนละที่” สว่างเล่าถึงการเดินทางครั้งแรกของเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-152284" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c7_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">การผจญภัยที่ปลุกประสาทสัมผัสของนักปั่น</h3>



<p>เส้นทางและภูมิประเทศในการเดินทางของสว่างนั้นจัดได้ว่าโหด และไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะฝ่าฟันสถานการณ์ในการเดินทางเหล่านั้นได้เลย&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อสว่างผ่านมาได้แล้ว เขากลับพบว่าสิ่งที่เขาเคยเผชิญมา ไม่ว่าจะอากาศหนาว การปั่นจักรยานทางไกลระดับ 100-200 กิโลเมตร นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาได้พบจากการตัดสินใจออกจากกรอบในรั้วโรงเรียน</p>



<p>“ด้วยความที่แต่ละประเทศมันก็มีวัฒนธรรม ภาษา อาหาร ประวัติศาสตร์ ที่โดดเด่นในความเป็นประเทศแต่ละประเทศเหล่านั้นอยู่แล้ว หรือไม่บางประเทศก็จะมีเรื่องภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่ต่างจากที่อื่นมากๆ เช่น ไซบีเรียและมองโกเลียช่วงหน้าหนาว อุณหภูมิจะติดลบ -10 องศา นี่คือขี้หมูขี้หมา หรือสุดๆ ก็คือ -25 องศา ผมเคยกางเต็นท์นอนกลางอุณหภูมิแบบนี้ ทุกปีผมจะมีโจทย์ที่คอยท้าทายตัวเองในหลายๆ ประเทศ ซึ่งมันก็หยิบยื่นอารมณ์กับประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป</p>



<p>“ประเทศหนึ่งที่ผมชอบมากคืออินเดีย ซึ่งมันเป็นประเทศที่หยิบยื่นประสบการณ์ให้เรา บางประเทศให้ประสบการณ์แบบนี้ (ยกมือต่ำ) บางประเทศให้ประสบการณ์แบบนี้ (ยกมือสูง) แต่กับอินเดียให้แบบนี้ (ยกมือสูงกว่าเดิม) ผมรู้สึกว่ามันว้าวมาก อินเดียมันกระตุกประสาทสัมผัสทุกด้านของเราได้ บางประเทศทำได้แค่ด้านเดียว หรือแค่ 2-3 ด้าน แต่ว่าอินเดียนี่คือได้ทุกประสาทสัมผัสเลย ตา หู จมูก ปาก (หัวเราะ)</p>



<p>“ผมเห็นวงจรชีวิตที่ครบมากที่นั่น คู่แต่งงาน พ่อแม่มีลูก ต้องเอาลูกไปให้พราหมณ์ทำพิธีริมแม่น้ำ หรือไม่ก็พาควายไปอาบน้ำ คนไปซักผ้า ผมเห็นกิจกรรมทุกอย่างอยู่ริมแม่น้ำคงคา โดยเฉพาะที่พาราณสี เวลามีคนตายก็แบกศพลงไปทำพิธี เผา ก็เลยเห็นว่า ทุกคนไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ที่นั่นมีโรงแรมสำหรับรอตายด้วย ถ้าเลือกได้ ผมก็จะตายที่อินเดีย” สว่างเล่าถึงประสบการณ์ที่ประทับใจที่สุด</p>



<p>ถ้านับตั้งแต่ประเทศแรกจนถึงตอนนี้ สว่างเดินทางด้วยยานพาหนะเดียวและตัวคนเดียวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 5 เดือน, 6 เดือน, 8 เดือน สู่การเดินทางหลัก 1 ปีและล่าสุดที่ 3 เดือนก่อนเขาจะต้องหยุดเดินทางเพราะโควิด-19&nbsp;</p>



<p>ส่วนเส้นทางที่เรียงรายหลังจากอินเดียที่สว่างชอบที่สุด เขาไปมาแล้วตั้งแต่ปากีสถาน คาซัคสถาน อุซเบกิสสถาน ต่อด้วยอิหร่าน อาร์เมเนีย จอร์เจีย ตุรกี สู่ฝั่งยุโรปและเอเชียอีกหลายประเทศ จนเข้าสู่แอฟริกาใต้อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152285" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c11_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ทำงานกับการเดินทาง และการเดินทางทำให้ได้งาน</h3>



<p>หลังจากสว่างผ่านการเดินทางที่ใช้เวลานาน รอนแรมพเนจรไปยังหลายประเทศทั่วโลก ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ และเรื่องราวที่หลากหลาย การตัดสินใจสำคัญหนึ่งอย่างที่สว่างมุ่งมั่นแน่ๆ ว่าจะไม่ทำอีกคือ การกลับไปทำงานประจำ ซึ่งการประกอบอาชีพหลังจากนั้นคือการนำประสบการณ์ของเขาถ่ายทอดออกมาเป็นบทความผ่านหน้านิตยสารต่างๆ</p>



<p>เขียนหนังสือไปสักพัก สว่างจึงพบโอกาสในการทำงานด้วยการใช้ประสบการณ์ในสิ่งที่เขารัก นั่นคือการทำงานไกด์</p>



<p>“ตอนเขียนหนังสือก็ได้เงินบ้าง อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในรายได้ จากนั้นก็เลยลองหาอะไรเกี่ยวกับการดูแลคนเดินทางที่เราชอบอยู่แล้ว เลยไปรับจ๊อบเป็นผู้ประสานงานบริษัททัวร์แห่งหนึ่งก่อนจะไปเป็นไกด์เถื่อนที่ไม่มีบัตรฯ (หัวเราะ)</p>



<p>“ผมรู้สึกว่าการทำงานไกด์ การดูแลคนมันขึ้นอยู่กับธรรมชาติของคนคนนั้นว่าจะทำอย่างไรให้ลูกทัวร์ที่เราดูแลปลอดภัย โอเค มีความสุขกับการเดินทาง กินอิ่มนอนหลับ และทำให้เขาพอใจ แต่เราก็จะเยอะนิดนึง (หัวเราะ) เพราะเงื่อนไขคือต่อให้เป็นงานฟรีแลนซ์ ก็จะต้องเป็นงานที่เราอยากทำ”</p>



<p>สว่างเล่าเสริมว่า นอกจากไกด์แล้ว เขายังเคยทำงานที่ต้องใช้ภาษาทั้งการเป็นล่าม งานแปลเอกสาร หรืองานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และทั้งหมดต้องเอื้อต่อการสร้างรายได้ให้เขาไปเที่ยวต่อได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152286" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c5_20211125.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เร่ร่อนตามหากาแฟ สู่กาแฟของคนเร่ร่อน</h3>



<p>ด้วยตารางงานที่ไม่ได้รัดตัวมากเกินไป สว่างยังพอมีเวลาเหลือให้เขาทดลองทำอะไรใหม่ๆ เขาจึงอยากหาอะไรทำที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เลยนำไปสู่การทำร้านกาแฟเล็กๆ จากการต่อรถพ่วงเข้าจักรยานคันเก่งของเขา และปั่นไปขายให้กับนักท่องเที่ยว</p>



<p>ก่อนสว่างจะรู้ตัวว่าเขาเอาเมล็ดกาแฟคั่วเข้มมาดริปให้ลูกค้าดื่ม</p>



<p>“ตอนนั้นทำเพราะไม่มีความรู้ ทำเพราะว่ามันสนุกดีแล้วก็ได้เงิน (หัวเราะ) แล้วพอทำๆ ไปก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เราทำมากขึ้น แต่ก็ยังสงสัยอีก 10 อย่าง 20 อย่างเกี่ยวกับกาแฟ เช่นว่าเมล็ดต้นกาแฟมันเป็นยังไง อยู่ที่ไหน ก็เลยขึ้นไปตามหาแหล่งบนดอยแถวๆ บ้านเราที่เชียงใหม่นี่แหละไปดอยช้างที่เชียงรายบ้าง ดอยม่อนล้านแถวแม่ฮ่องสอนบ้าง ไปเรียนรู้การแปรรูปกาแฟ การเอากาแฟสุกมาแปรรูป มาตาก หรือหนักๆ เข้าก็ศึกษาว่ามันคั่วยังไง (หัวเราะ) หรือไปต่ออีกคือกาแฟแต่ละแหล่ง แต่ละประเทศมันเหมือนหรือต่างกันยังไง</p>



<p>“ผมตัดสินใจไปเอธิโอเปียเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิดของกาแฟอราบิก้า ตอนนั้นแพลนว่าจะไปทั้งปี แล้วกับที่เราสนใจการผจญภัย เลยเดินทางต่อยาวไปตั้งแต่โบลิเวีย เปรู เอกวาดอร์ ปานามา โคลอมเบีย คอสตาริกา ทั้งหมดนี้เลยเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องกาแฟ แล้วก็ได้ปั่นจักรยานเดินทางท่องเที่ยว” สว่างขยายความถึงความอินในการไปตามหาแหล่งกาแฟ</p>



<p>การตามหาแหล่งกาแฟและปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน ทำให้สว่างได้เจอกับคนกาแฟตัวจริงจากแหล่งพื้นที่จริง และเมื่อรวมกับการไปฝึกงานในร้านกาแฟท้องถิ่นจริงๆ อีก ทำให้เขาเห็นความเป็นไปได้ในการทำแบรนด์กาแฟเป็นของตัวเอง</p>



<p>Nomad Coffee จึงเกิดขึ้น</p>



<p>“เราชอบคำว่า Nomad ที่แปลว่าคนเร่ร่อน ซึ่งเราทำเพราะมันเป็นงานอดิเรกตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 2 ที่ตัดสินใจทำ พอมาถึงปีที่ 4 ก็เริ่มซื้อเครื่องคั่วมาทำเมล็ดกาแฟขายจริงจัง ตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว มันเหมือนการลองผิดลองถูกที่เราเรียนรู้เอง คั่วเอง แล้วค่อยๆ เพิ่มประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญกับตัวเอง”&nbsp;</p>



<p>สว่างบอกเราอีกว่าตอนนี้ Nomad Coffee ยังไม่สามารถเป็นแหล่งรายได้หลักที่จริงจังได้ แต่สิ่งที่เขาคำนึงเสมอคือความยุติธรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำกาแฟแบรนด์เล็กๆ แบรนด์นี้ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลโลกได้ Nomad Coffee จึงออกขายในจำนวนทีละน้อยๆ และอยู่ในรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม</p>



<p>“เราพยายามทำให้มันตอบโจทย์ที่สุด และถ้าโจทย์มันตอบไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำให้มันใหญ่” สว่างเสริม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-1024x683.jpg" alt="สว่าง ทองดี" class="wp-image-152287" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/the-outsiders_สว่าง_Content_c9_20211125-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">คนเดินทางที่โหยหาการเดินทาง</h3>



<p>“การไม่ได้เดินทางมันทำร้ายความรู้สึกผมมาก” สว่างบอกฉัน</p>



<p>โรคระบาดใหญ่ทำให้สว่างออกไปไหนไม่ได้ และนั่นทำให้เขาเริ่มหมดพลัง หมดกำลังใจ รวมถึงโหยหาการเดินทางอย่างมาก</p>



<p>ซึ่งสว่างคงไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ แบบนั้นแน่ๆ สว่างเลยเริ่มหาความเป็นไปได้ในการเดินทางใหม่ ที่คราวนี้มาในรูปแบบของการพายเรือ ซึ่งถามว่าเขาไปสุดแค่ไหน เขาเคยพายเรือจากเชียงใหม่ลงไปถึงนครสวรรค์ สู่สามเหลี่ยมทองคำ แก่งผาได และแม่น้ำโขง</p>



<p>สว่างบอกว่า การพายเรือคายัคทำให้สีสันในชีวิตของเขากลับมาอีกครั้ง</p>



<p>“มันก็คือการผจญภัยไง” สว่างย้ำกับฉัน</p>



<p>“แล้วการผจญภัยมีความหมายกับคุณยังไง” ฉันถามกลับ</p>



<p>“ถ้ารู้สึกว่าอะดรีนาลีนมันหลั่ง มันก็ต้องรู้สึกว่าชีวิตมันมีสีสันดีกว่า มีรสชาติดีกว่า แต่ว่าถ้าจะต้องตื่นขึ้นมาทุกเช้าไปชงกาแฟ มาเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วก็ทำงานหน้าคอมฯ เสร็จแล้วพรุ่งนี้ก็ต้องทำแบบเดิมๆ สำหรับผมมันรู้สึกว่าน่าเบื่อ พอมันเบื่อปุ๊บก็มีข้อเปรียบเทียบมั้ง เราเลยอยากหาความตื่นเต้น การเดินทางมันก็ตอบโจทย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151035" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Yosemite_Content_c7_20211117.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-150206" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/Journey_-Colorado_Content_c27_20211105.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“การเดินทางสอนผมเยอะนะ ทั้งเล็กและใหญ่ อย่างนึงก็คือเวลาปั่นจักรยานเดินทาง มันแบกได้เฉพาะของที่จำเป็นจริงๆ เช่น เสื้อผ้าไม่กี่ชุด กล้องถ่ายรูป สมุดบันทึก หม้อ จานชาม ช้อน&nbsp;ที่บดกาแฟ เมล็ดกาแฟ อาหารแห้ง อาหารสดติดกระเป๋าไปหน่อย เครื่องนอน จบ คืออะไรที่มันจำเป็นจริงๆ ถ้าแบบเพิ่มอีกนิดเดียว มันเป็นภาระขึ้นไปอีกเยอะมาก แต่ว่ากระบวนการตรงนี้ มันเกิดหลายปีต่อมา 10 กว่าปีเลยนะ&nbsp;</p>



<p>“ผมเริ่มรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีอะไรเยอะเพื่อที่จะต้องมีหน้ามีตา&nbsp;หรือว่ามีความสุขนี่หว่า ขอแค่ได้ทำอย่างที่อยากทำ ไม่ต้องแบกอะไร ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องถือ คือเหมือนว่าเราไม่ยึดติดกับการเป็นพวกบริโภคนิยม มันจะทำอะไรเราไม่ได้ แต่กิเลสมันก็ยังมีอยู่ กิเลสเรื่องเดินทาง (หัวเราะ)”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sawang-thongdee/">สว่าง ทองดี Nomad Traveller ผู้ปั่นจักรยานออกเที่ยวรอบโลกเป็นปีๆ และทำกาแฟในแบรนด์ของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
