<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วรรษมน โฆษะวิวัฒน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/watsamon-kosawiwat/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/watsamon-kosawiwat/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Mar 2022 09:49:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Mar 2022 09:49:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=155260</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่กี่เดือนก่อนมีซีรีส์ไต้หวันเรื่อง Light the Night ติดอันดับ 1 บน Netflix ไต้หวันอยู่หลายวัน อันที่จริงเราไม่ได้ดูซีรีส์ไต้หวันมานานแล้ว แต่เพราะงานอาร์ตไดเรกชั่นและคำโปรยที่บอกว่าเรื่องนี้ดำเนินอยู่ในช่วง 1980 ในย่านเริงรมย์ของไทเป ทำให้เราอดไม่ได้ต้องลองดูสักตอน แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ติดงอมแงมเลยค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินมาแล้ว 2 ซีซั่น ซีซั่นละ 8 ตอน แต่จนตอนนี้ปมของเนื้อเรื่องยังคลี่คลายไม่หมด เห็นว่าซีซั่นที่ 3 จะเริ่มวันที่ 18 มีนาคม ตอนบทความนี้ลงให้อ่าน เราก็คงได้เริ่มดูไปบ้างแล้ว ถ้าใครที่ผ่านตาซีรีส์ไต้หวันยุค 2000s มาบ้าง น่าจะคุ้นหน้านักแสดงนำของเรื่องนี้ หลิน ซินหรู หรือ Ruby Lin ที่เรื่องนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย เราเคยได้ยินมาบ้างว่าเธอเริ่มทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ควบคู่ไปกับงานแสดงตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ไม่เคยติดตามผลงานจริงจัง และขอสารภาพว่าไม่ได้คิดเลยว่าผลงานของเธอจะออกมาดีขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมี หยาง จิ่งหวา หยาง โย่วหนิง เฟิ่ง เสี่ยวเยว่ จาง เซวียนรุ่ย ที่เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในไต้หวันมารับบทนำร่วมด้วย Light the Night [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/">สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ไม่กี่เดือนก่อนมีซีรีส์ไต้หวันเรื่อง<em> Light the Night </em>ติดอันดับ 1 บน Netflix ไต้หวันอยู่หลายวัน อันที่จริงเราไม่ได้ดูซีรีส์ไต้หวันมานานแล้ว แต่เพราะงานอาร์ตไดเรกชั่นและคำโปรยที่บอกว่าเรื่องนี้ดำเนินอยู่ในช่วง 1980 ในย่านเริงรมย์ของไทเป ทำให้เราอดไม่ได้ต้องลองดูสักตอน</p>



<p>แล้วตั้งแต่นั้นมาก็ติดงอมแงมเลยค่ะ</p>



<p>ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินมาแล้ว 2 ซีซั่น ซีซั่นละ 8 ตอน แต่จนตอนนี้ปมของเนื้อเรื่องยังคลี่คลายไม่หมด เห็นว่าซีซั่นที่ 3 จะเริ่มวันที่ 18 มีนาคม ตอนบทความนี้ลงให้อ่าน เราก็คงได้เริ่มดูไปบ้างแล้ว</p>



<p>ถ้าใครที่ผ่านตาซีรีส์ไต้หวันยุค 2000s มาบ้าง น่าจะคุ้นหน้านักแสดงนำของเรื่องนี้ หลิน ซินหรู หรือ Ruby Lin ที่เรื่องนี้เธอยังรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย เราเคยได้ยินมาบ้างว่าเธอเริ่มทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ควบคู่ไปกับงานแสดงตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ไม่เคยติดตามผลงานจริงจัง และขอสารภาพว่าไม่ได้คิดเลยว่าผลงานของเธอจะออกมาดีขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมี หยาง จิ่งหวา หยาง โย่วหนิง เฟิ่ง เสี่ยวเยว่ จาง เซวียนรุ่ย ที่เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในไต้หวันมารับบทนำร่วมด้วย</p>



<p><em>Light the Night </em>หรือชื่อภาษาไทยว่า<em> แสงราตรี </em>เป็นซีรีส์แนวดราม่าสืบสวนสอบสวน โดยเรื่องราวทั้งหมดมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ไนต์คลับสไตล์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เรื่องค่อยๆ ถูกเล่าผ่านความขัดแย้งของเหล่าหญิงสาวที่ทำงานเป็นสาวนั่งดริงก์ในร้าน ทั้งเรื่องธุรกิจ ความสัมพันธ์ ครอบครัว นำไปสู่ปมอาชญากรรมที่ดูจะใหญ่ขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านมาแล้ว 2 ซีซั่น คนดูอย่างเราที่คิดว่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็ยังจะคอยถูกตลบหลังด้วยเรื่องราวที่พลิกผันไปมาอยู่ไม่สิ้นสุด</p>



<p>จากตอนแรกที่คิดว่าเรื่องนี้คงเป็นแค่ซีรีส์แนวแก่งแย่งกันในที่ทำงานก็ต้องเซอร์ไพรส์กับเรื่องราวที่ซับซ้อน และดราม่ากว่าที่คิด และทำให้เราได้เห็นสังคมไต้หวันในอีกมุม ที่เป็นชีวิตของคนในย่านเริงรมย์และได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p>เราตั้งใจให้บทความนี้ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่อง และคิดว่าถ้าใครสนใจซีรีส์เรื่องนี้และไปตามดูก็จะรู้ได้เลยว่าตรงไหนบ้างในเรื่องที่แสดงถึงมุมความเป็นญี่ปุ่นในไต้หวัน แต่อยากมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับร้านที่มีสาวๆ เป็นเพื่อนกินดื่มลักษณะนี้ในไต้หวันกันค่ะ</p>



<p>ครั้งหนึ่งระหว่างที่เลือกบทความไปอ่านประกอบการรายงานในคลาสเรียนภาษาจีน เราเลือกหัวข้อประวัติศาสตร์คาเฟ่ในไต้หวัน เพราะเคยคุยกับเหล่าซือว่าสมัยก่อนอากงอาม่าเคยเปิดร้านกาแฟ ซึ่งร้านกาแฟในความหมายของเราก็คือร้านกาแฟโบราณในห้องแถวไม้แบบที่มีสภากาแฟ แต่เหล่าซือก็ดูจะตื่นเต้นมาก อาจเพราะไต้หวันไม่ได้มีร้านลักษณะนี้ในสมัยก่อน แต่เดี๋ยวนี้คาเฟ่ดีๆ ก็ดูจะมีอยู่ทั่วทุกมุมเมืองทั้งในไทเป และเมืองอื่นๆ แล้วคาเฟ่เหล่านี้มาจากไหนนะ&nbsp;</p>



<p>อันที่จริงคาเฟ่ในไต้หวันมีมานานตั้งแต่สมัยอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น แต่เพราะคาเฟ่สมัยนั้นเป็นร้านสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เช่น คนในชนชั้นปกครอง ศิลปิน นักเขียน ไม่ใช่ร้านที่คนทั่วไปจะเข้าไปใช้บริการแบบร้านกาแฟโบราณตามห้องแถวที่คนไทยคุ้นเคยกับโอเลี้ยง โอยัวะ กันมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า คาเฟ่ในยุคแรกๆ ของไต้หวันนั้นตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างดี ให้ความรู้สึกหรูหรา และอาจเสิร์ฟอาหารตะวันตกด้วย เช่น ร้าน Bolero ที่เปิดให้บริการ ณ ย่านต้าเต้าเฉิงตั้งแต่ปี 1934 มาจนปัจจุบัน เสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารฝรั่งเศส หรือร้าน Cafe Astoria ที่มีประวัติยาวนาน เคยเปิดร้านครั้งแรกที่เซี่ยงไฮ้ ก่อนจะย้ายมายังไทเปในปี 1949 ก็เสิร์ฟอาหารสูตรดั้งเดิมจากตำราอาหารรัสเซีย คาเฟ่ทั้งสองแห่งนี้เคยเป็นแหล่งรวมตัวของศิลปิน นักคิด นักเขียนชั้นนำของไต้หวัน ที่มาถกกันเรื่องแวดวงศิลปะและความเป็นไปของสังคม</p>



<p>ในยุคหนึ่ง คำว่า &#8216;คาเฟ่&#8217; ในสังคมไทยชวนให้นึกถึงแหล่งเที่ยวกลางคืนที่มีการแสดงตลก ร้องเพลง แอลกอฮอล์ และเพื่อนนั่งดื่ม คาเฟ่ในไต้หวันเองก็เช่นกัน ในยุคหนึ่ง ช่วงประมาณทศวรรษที่ 1930s ถูกเรียกว่า​ &#8216;ยุคของพนักงานเสิร์ฟหญิง&#8217; (女給時代)&nbsp;</p>



<p>พนักงานเสิร์ฟหญิงที่ว่าเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่บริการผู้มาใช้บริการในคาเฟ่ แต่งตัวในชุดกิโมโนและมีผ้ากันเปื้อนสีขาว ให้ความรู้สึกคล้าย &#8216;เมดคาเฟ่&#8217; ในยุคปัจจุบัน พวกเธอจะไม่ได้รับค่าจ้างจากร้านแม้จะทำงานในร้านก็ตาม แต่รายได้ของพวกเธอคือทิปที่ได้รับจากลูกค้า เพราะฉะนั้นงานที่สำคัญกว่าการเสิร์ฟและทำความสะอาด คือต้องสื่อสารกับลูกค้าให้ได้ทั้งในภาษาไต้หวัน ภาษาจีนกลาง และภาษาญี่ปุ่น ต้องรอบรู้ในทุกหัวข้อบทสนทนา และหลายครั้งก็ต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนแฟนสาวชั่วคราวเมื่อลูกค้าอยู่ในร้าน งานของพวกเธอแทบไม่ต่างจากงานของตัวละครนำในเรื่อง <em>Light the Night&nbsp;</em></p>



<p>ปัจจุบันคาเฟ่ที่มีพนักงานเสิร์ฟสาวในชุดกิโมโนไม่มีอีกต่อไป แต่ร้านคาเฟ่สไตล์วินเทจอย่าง Bolero และ Cafe Astoria ยังให้บริการอยู่สำหรับคนที่ต้องการย้อนไปสัมผัสบรรยากาศไทเปยุคเกือบร้อยปีก่อน เช่นกันกับย่านเถียวทง ใกล้สถานีจงซาน ที่เป็นฉากของเรื่อง <em>Light the Night </em>ยังมีบาร์ญี่ปุ่น ร้านอาหารแบบอิซากายะ ไคเซกิเปิดอยู่ทั่วไป</p>



<p><strong>ข้อมูลสถานที่</strong></p>



<p><strong>Bolero</strong></p>



<p>ร้านอาหารเก่าแก่ที่ผ่านมือเจ้าของมาแล้ว 3 เจเนอเรชั่น การตกแต่งให้อารมณ์แบบภัตตาคารย้อนยุค เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส และมีเมนูสเต็กเนื้อที่ขึ้นชื่อ<br>No. 308, Minsheng West Road, Datong District, Taipei City, 103</p>



<p><strong>Cafe Astoria</strong></p>



<p>คาเฟ่ที่มีการตกแต่งและเสิร์ฟอาหารสไตล์ยุโรป มีอาหารรัสเซียที่หาทานได้ยากในไต้หวันทั้งคาวและหวาน</p>



<p>No. 5, Section 1, Wuchang Street, Zhongzheng District, Taipei City, 100</p>



<p><strong>ย่านเถียวทง (條通商圈)</strong></p>



<p>ย่านช้อปปิ้งใกล้สถานีจงซาน เป็นย่านการค้าเก่าแก่ตั้งแต่สมัยการปกครองของญี่ปุ่น ทำให้ย่านนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์สไตล์ญี่ปุ่นมากมาย ตั้งอยู่ระหว่างสถานี Zhongshan ทางออก 2 และสถานี Songjiang Nanjing ทางออก 1 ถนน Zhongshan North ไปถึงถนน Xinsheng North</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.storm.mg/lifestyle/1749723?mode=whole">https://www.storm.mg/lifestyle/1749723?mode=whole</a></p>



<p><a href="https://cafeworker.pixnet.net/blog/post/240271340">https://cafeworker.pixnet.net/blog/post/240271340</a></p>



<p><a href="https://www.astoria.com.tw">https://www.astoria.com.tw</a></p>



<p><a href="https://bolero1934.com">https://bolero1934.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-cafe/">สาวเสิร์ฟในชุดกิโมโนและผ้ากันเปื้อนในยุคหนึ่งของคาเฟ่ไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YouBike และ Gogoro สองผู้นำรันวงการสองล้อไต้หวัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/youbike-gogoro/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jan 2022 15:54:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=153200</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วง 3-4 เดือนมานี้ เราคนที่เคยขี่จักรยานไม่แข็งหันมาซุ่มฝึกขี่จักรยานอย่างจริงจังเพราะมีเป้าหมายสองอย่าง หนึ่ง เพราะอยากใช้บริการ YouBike จะได้ไปออกทริปขี่จักรยานกับเพื่อนได้สักที สอง เพราะอยากต่อยอดไปลองขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าสัญชาติไต้หวัน Gogoro ที่ทั้งหน้าตา สีสัน และไอเดียการออกแบบถูกใจเราไปหมดสักครั้ง ถ้านึกถึงวงการขับขี่ 2 ล้อในกรุงเทพฯ เรามักจะนึกถึงพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งในระยะทางสั้นๆ ถ้าเมื่อไรที่ต้องเดินเท้าเข้าตรอกซอกซอยคำนวณแล้วว่าไม่ต่ำกว่า 10 นาที พี่วินก็เป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัดเวลาและซื้อความสะดวก แต่พอย้ายมาอยู่ไทเปซึ่งก็มีซอกซอยเล็กๆ ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ปีแรกของการเดินเท้า 10-20 นาทีแบบที่หันไปทางไหนก็ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่เหมือนกัน จะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ขี่จักรยานไม่แข็ง จนเพื่อนไต้หวันไม่ยอมให้เราขี่จักรยานเด็ดขาดถ้าไปออกทริปด้วยกัน บริการ YouBike ที่หลายคนชื่นชมเลยไม่เคยได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทางของเรา ทั้งๆ ที่หันไปทางไหนก็เจอสถานียืม/คืนรถ YouBike อย่างที่ถ้าขี่จักรยานได้ชีวิตของเราก็คงจะสะดวกขึ้นมากๆ โครงการ YouBike เริ่มเปิดให้ทดลองใช้งานในพื้นที่เขตซิ่นอี้ตั้งแต่ปี 2009 ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวที่ก่อให้เกิดมลพิษ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการเดินทางเคลื่อนย้ายผู้คนรองจากระบบรถไฟฟ้าและรถเมล์ในไทเป สถิติในปี 2021 มีสถานี YouBike ในไทเปครบ 800 สถานี และมีการใช้งานเฉพาะในไทเปแล้วกว่าสองร้อยล้านครั้ง ไม่นับรวมการให้บริการในเมืองอื่นๆ เช่น นิวไทเป เถาหยวน ซินจู๋ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/youbike-gogoro/">YouBike และ Gogoro สองผู้นำรันวงการสองล้อไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วง 3-4 เดือนมานี้ เราคนที่เคยขี่จักรยานไม่แข็งหันมาซุ่มฝึกขี่จักรยานอย่างจริงจังเพราะมีเป้าหมายสองอย่าง หนึ่ง เพราะอยากใช้บริการ YouBike จะได้ไปออกทริปขี่จักรยานกับเพื่อนได้สักที สอง เพราะอยากต่อยอดไปลองขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าสัญชาติไต้หวัน Gogoro ที่ทั้งหน้าตา สีสัน และไอเดียการออกแบบถูกใจเราไปหมดสักครั้ง</p>



<p>ถ้านึกถึงวงการขับขี่ 2 ล้อในกรุงเทพฯ เรามักจะนึกถึงพี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งในระยะทางสั้นๆ ถ้าเมื่อไรที่ต้องเดินเท้าเข้าตรอกซอกซอยคำนวณแล้วว่าไม่ต่ำกว่า 10 นาที พี่วินก็เป็นทางเลือกที่ทั้งประหยัดเวลาและซื้อความสะดวก แต่พอย้ายมาอยู่ไทเปซึ่งก็มีซอกซอยเล็กๆ ไม่ต่างจากกรุงเทพฯ ปีแรกของการเดินเท้า 10-20 นาทีแบบที่หันไปทางไหนก็ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่เหมือนกัน จะโทษก็ต้องโทษตัวเองที่ขี่จักรยานไม่แข็ง จนเพื่อนไต้หวันไม่ยอมให้เราขี่จักรยานเด็ดขาดถ้าไปออกทริปด้วยกัน บริการ YouBike ที่หลายคนชื่นชมเลยไม่เคยได้เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทางของเรา ทั้งๆ ที่หันไปทางไหนก็เจอสถานียืม/คืนรถ YouBike อย่างที่ถ้าขี่จักรยานได้ชีวิตของเราก็คงจะสะดวกขึ้นมากๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="872" height="417" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike1.0.jpg" alt="" class="wp-image-153246" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike1.0.jpg 872w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike1.0-300x143.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike1.0-768x367.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike1.0-600x287.jpg 600w" sizes="(max-width: 872px) 100vw, 872px" /><figcaption>YouBike 1.0</figcaption></figure>



<p>โครงการ YouBike เริ่มเปิดให้ทดลองใช้งานในพื้นที่เขตซิ่นอี้ตั้งแต่ปี 2009 ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัวที่ก่อให้เกิดมลพิษ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการเดินทางเคลื่อนย้ายผู้คนรองจากระบบรถไฟฟ้าและรถเมล์ในไทเป สถิติในปี 2021 มีสถานี YouBike ในไทเปครบ 800 สถานี และมีการใช้งานเฉพาะในไทเปแล้วกว่าสองร้อยล้านครั้ง ไม่นับรวมการให้บริการในเมืองอื่นๆ เช่น นิวไทเป เถาหยวน ซินจู๋ และไถจง</p>



<p>นอกจากนี้ในปี 2021 ยังเป็นปีที่เปิดใช้งาน YouBike 2.0 อย่างเป็นทางการด้วย หลังจากที่เริ่มเปิดทดลองใช้เป็นครั้งแรกในย่านกงก่วนและรอบมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) ตั้งแต่ต้นปี 2020 โดยเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนหน้าตรงที่ใช้สถานีจอดที่กะทัดรัดขึ้น ทำให้ประหยัดพื้นที่มากกว่าเดิม ออกแบบให้จ่ายเงินง่ายด้วยการสแกนผ่านมือถือหรือใช้อีซี่การ์ดผ่านแผงควบคุมด้านหน้าของจักรยาน โดยการทำงานของระบบต่างๆ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านแผงขนาดเล็กด้านหน้าของจักรยานเช่นกัน หลังใช้งานมาสิบกว่าปี ต่อจากนี้ YouBike 1.0 ก็จะค่อยๆ ถูกเปลี่ยนเป็น YouBike 2.0 ที่แน่นอนว่าใหม่กว่า สะดวกกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1000" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike2.0.jpg" alt="" class="wp-image-153247" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike2.0.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike2.0-300x135.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike2.0-768x346.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/YouBike2.0-600x270.jpg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>YouBike 2.0</figcaption></figure>



<p>ส่วน Gogoro เป็นแบรนด์สกูตเตอร์ไฟฟ้าที่เรารู้จักตั้งแต่ปีแรกที่มาถึงไต้หวัน รูปร่างหน้าตาน่ารักดูต่างจากสกูตเตอร์ทั่วไปที่เน้นดีไซน์โฉบเฉี่ยว รวมถึงเสียงของการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่เมื่อได้ยินครั้งแรกชวนให้ยานพาหนะในโลกอนาคตที่ตอนเด็กๆ เคยดูจากแอนิเมชั่นโดราเอมอน เรายังจำครั้งแรกที่เห็นคนขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าแบรนด์นี้ผ่านหน้าไปได้อยู่จนตอนนี้ และหลังจากนั้นเราก็ได้เห็นจำนวนสกูตเตอร์ไฟฟ้าแบรนด์นี้บนท้องถนนในไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="892" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-1024x892.png" alt="" class="wp-image-153248" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-1024x892.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-300x261.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-768x669.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-1536x1339.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-2048x1785.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/GoShare_Gogoro_3_Left-600x523.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากการเป็นผู้เล่นในตลาดสกูตเตอร์ไฟฟ้ารายแรกๆ แล้ว Gogoro ยังสร้างอีโคซิสเท็มของระบบการขับเคลื่อนสองล้อให้ฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั่วไทเปจะเห็นสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Gogoro กระจายอยู่ตามตึกแถวริมถนน หรือลานจอดรถกลางแจ้ง มีทั้งที่ขนาดกะทัดรัดหรือขนาดใหญ่หน่อย ถ้าคอยเฝ้าดูอยู่จะเห็นเจ้าของสกูตเตอร์ไฟฟ้าขับสกูตเตอร์ของตัวเองเข้ามาเทียบ ยกแบตเตอรี่ในสกูตเตอร์ของตัวเองขึ้นมาเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟไว้จนเต็มจากสถานี แล้วก็ขับออกไปใหม่ได้ทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที เพราะระบบการเปลี่ยนแบตเตอรี่นี้ถูกออกแบบให้สามารถจ่ายเงินผ่านระบบบอกรับสมาชิก (Subscription) ที่ในปีนี้มียอดสมาชิกรายเดือนมากกว่า 400,000 คนแล้วเรียบร้อย</p>



<p>ในปี 2019 Gogoro ยังเปิดตัวเช่าสกูตเตอร์ไฟฟ้าชื่อ GoShare โดยให้ผู้เช่าสามารถลงทะเบียน อัพโหลดใบขับขี่ สั่งจ่ายเงิน และค้นหาสกูตเตอร์ที่สามารถเช่าได้ใกล้ตัวผ่านแอปพลิเคชัน ถ้าเกิดว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็สามารถใช้สถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ Gogoro ได้เหมือนกับเจ้าของสกูตเตอร์ไฟฟ้าคนอื่นๆ ซึ่งเป็นบริการนี้เองที่ทำให้เราตัดสินใจว่าจะต้องหัดใช้สกูตเตอร์เพื่อจะได้ลองใช้งานเจ้า GoShare นี้ดูบ้าง หลังจากหัดขี่ YouBike 2.0 คล่องแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-153249" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/01/goshare_riding_moment_1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในเมื่อมีคนออกแบบระบบที่น่าสะดวกสบายออกมาขนาดนี้แล้ว น่าจะถึงเวลาที่เราจะลองใช้จริงๆ จังๆ ดูบ้างสักที หวังว่าครั้งหน้าที่เราพูดถึง YouBike และ Gogoro จะเป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ไปลองขี่มาแล้วจริงๆ ส่วนคราวนี้น่าจะต้องขอตัวไปซ้อมขี่จักรยานต่อก่อนแล้วค่ะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/youbike-gogoro/">YouBike และ Gogoro สองผู้นำรันวงการสองล้อไต้หวัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Not Just Library โรงอาบน้ำเก่าที่ถูกแปลงโฉมให้เป็นมากกว่าห้องสมุด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/not-just-library-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 12:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151826</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครๆ ที่ติดตามเรื่องราวของไต้หวันคงจะคุ้นเคยกับชื่อ สวนศิลปวัฒนธรรมซงซาน (Songshan Cultural and Creative Park) กันมาบ้าง จากพื้นที่รกร้าง อดีตโรงงานยาสูบเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นในสมัยอาณานิคมญี่ปุ่น ถูกทิ้งร้างไว้หลายปีหลังการปิดตัวลงของโรงงาน ก่อนจะถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเล่าเรื่องราวไม่รู้จบของผู้คนยุคปัจจุบัน ใครจะรู้ว่าภายในพื้นที่แห่งนี้เองก็ยังมีบางส่วนที่แอบซ่อนรอวันได้กลับมาสร้างเรื่องราวในยุคปัจจุบันอีกครั้ง Not Just Library คือพื้นที่แห่งนั้น จากโรงอาบน้ำเก่าแก่อายุกว่า 83 ปี อดีตเคยให้บริการแก่พนักงานหญิงในโรงงานได้ชำระล้างร่างกายหลังการทำงาน เมื่อโรงงานปิดตัวลง เรื่องราวของโรงอาบน้ำแห่งนี้ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา&#160; แม้พื้นที่โรงงานยาสูบจะถูกเปิดใช้งานขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของสวนศิลปวัฒนธรรมซงซาน แต่พื้นที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นเพียงโกดังเก็บของเท่านั้น จนกระทั่งที่ตั้งเดิมของ Not Just Library ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โกดังเก็บของอดีตโรงอาบน้ำแห่งนี้จึงถูกเลือกขึ้นมาเป็นที่ตั้งแห่งใหม่&#160; ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงอาบน้ำ อีกทั้งยังติดข้อจำกัดของอาคารทางประวัติศาสตร์ที่ห้ามปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือแม้แต่ขุด เจาะ ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นโจทย์ใหญ่ของทีมดีไซน์ที่นำโดย คุณจอห์นนี่ ชิว จาก JC Architecture&#160; เพราะประสบการณ์ที่เคยอาศัยในหลายประเทศนอกจากไต้หวัน คือ สวีเดน ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เขาจึงนึกถึงความเป็นวัฒนธรรมห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ของตะวันตก ผสมกับวัฒนธรรมโรงอาบน้ำในเอเชีย&#160; “ผมเคยตื่นตาตื่นใจกับห้องสมุดเมืองสตอกโฮล์ม หรือห้องสมุดเมืองนิวยอร์กที่ยิ่งใหญ่และมีเพดานที่เปิดสูง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/not-just-library-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81/">Not Just Library โรงอาบน้ำเก่าที่ถูกแปลงโฉมให้เป็นมากกว่าห้องสมุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครๆ ที่ติดตามเรื่องราวของไต้หวันคงจะคุ้นเคยกับชื่อ สวนศิลปวัฒนธรรมซงซาน (Songshan Cultural and Creative Park) กันมาบ้าง จากพื้นที่รกร้าง อดีตโรงงานยาสูบเก่าแก่ที่ตั้งขึ้นในสมัยอาณานิคมญี่ปุ่น ถูกทิ้งร้างไว้หลายปีหลังการปิดตัวลงของโรงงาน ก่อนจะถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อเล่าเรื่องราวไม่รู้จบของผู้คนยุคปัจจุบัน ใครจะรู้ว่าภายในพื้นที่แห่งนี้เองก็ยังมีบางส่วนที่แอบซ่อนรอวันได้กลับมาสร้างเรื่องราวในยุคปัจจุบันอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151840" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/03_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<p>Not Just Library คือพื้นที่แห่งนั้น จากโรงอาบน้ำเก่าแก่อายุกว่า 83 ปี อดีตเคยให้บริการแก่พนักงานหญิงในโรงงานได้ชำระล้างร่างกายหลังการทำงาน เมื่อโรงงานปิดตัวลง เรื่องราวของโรงอาบน้ำแห่งนี้ก็เลือนหายไปตามกาลเวลา&nbsp;</p>



<p>แม้พื้นที่โรงงานยาสูบจะถูกเปิดใช้งานขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของสวนศิลปวัฒนธรรมซงซาน แต่พื้นที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นเพียงโกดังเก็บของเท่านั้น จนกระทั่งที่ตั้งเดิมของ Not Just Library ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โกดังเก็บของอดีตโรงอาบน้ำแห่งนี้จึงถูกเลือกขึ้นมาเป็นที่ตั้งแห่งใหม่&nbsp;</p>



<p>ด้วยลักษณะของพื้นที่ที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงอาบน้ำ อีกทั้งยังติดข้อจำกัดของอาคารทางประวัติศาสตร์ที่ห้ามปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือแม้แต่ขุด เจาะ ใดๆ ทั้งสิ้น เป็นโจทย์ใหญ่ของทีมดีไซน์ที่นำโดย คุณจอห์นนี่ ชิว จาก JC Architecture&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-151841" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1025x1536.jpg 1025w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/05_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min.jpg 1367w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<p>เพราะประสบการณ์ที่เคยอาศัยในหลายประเทศนอกจากไต้หวัน คือ สวีเดน ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เขาจึงนึกถึงความเป็นวัฒนธรรมห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ของตะวันตก ผสมกับวัฒนธรรมโรงอาบน้ำในเอเชีย&nbsp;</p>



<p>“ผมเคยตื่นตาตื่นใจกับห้องสมุดเมืองสตอกโฮล์ม หรือห้องสมุดเมืองนิวยอร์กที่ยิ่งใหญ่และมีเพดานที่เปิดสูง แต่ผมอยากให้ที่นี่มีชีวิตชีวามากกว่านั้น เพราะมันยังมีความเป็นโรงอาบน้ำด้วย ผมเลยคิดถึงวิธีที่ผู้คนใช้ช่วงเวลาในโรงอาบน้ำ ภาพที่ทุกคนนั่งอาบน้ำด้วยกัน พูดคุยกัน หรือจะเป็นโรงอาบน้ำที่เปิดให้คนที่อาบน้ำอยู่สามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้”</p>



<p>ไอเดียหลักในการออกแบบ Not Just Library คือการทำพื้นที่เล็กๆ นี้ให้ดูเปิดกว้าง เชื่อมต่อพื้นที่ภายในบริเวณห้องสมุดไปยังพื้นที่ภายนอกที่เป็นสวนอันร่มรื่น และให้ห้องสมุดแห่งนี้มีทั้งความสงบเงียบ ขณะเดียวกันก็สามารถจัดงานอีเวนต์ที่หลากหลายและสนุกสนานได้ เพราะความเชื่อที่ว่าความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะการนั่งอ่านหนังสือ แต่ต้องถูกแลกเปลี่ยนและมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151842" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/09_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/08_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<p>“เรามีพื้นที่โรงอาบน้ำในร่มกับพื้นที่สวนด้านนอก ด้วยข้อจำกัดด้านการอนุรักษ์ เราไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรที่มีอยู่แล้วได้เลย และพื้นที่นี้ก็ไม่มีประตูออกไปที่สวนด้านนอกได้ ผมเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราก็เลือกหน้าต่างบานที่ใหญ่หน่อยและยกสูงขึ้นจากพื้นประมาณหนึ่ง สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อให้คนเดินขึ้นไปใช้หน้าต่างนั้นแทนประตูออกไปยังสวนได้ เราไม่จำเป็นต้องทำลายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อที่จะให้มีประตูเลย”</p>



<p>“ส่วนพื้นที่ด้านในที่เคยเป็นโรงอาบน้ำก็เป็นพื้นที่ให้คนใช้บริการนั่งอ่านหนังสือโดยมีหนังสือล้อมรอบอยู่ได้ หรืออีกหนึ่งพื้นที่ไฮไลต์ที่เคยเป็นห้องอาบน้ำ ที่มีเคาน์เตอร์เก่าตั้งอยู่ตรงกลาง ก็จะมีพื้นที่ให้นั่งอ่านหนังสือริมหน้าต่าง ส่วนแสงไฟจากด้านบนก็ต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง เพราะเราวางระบบไฟได้ด้วยการแขวนเท่านั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-151844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/06_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-151845" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/02_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<p>อีกหนึ่งจุดที่หลายคนสังเกตเห็นเมื่อก้าวเข้าไปยังพื้นที่แห่งนี้คือ ร่องรอยของกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ที่บ้างก็แตกและหลุดออกไปตามกาลเวลา แทนที่จะหากระเบื้องใหม่มาซ่อมพื้น ทีมงานเลือกที่จะทาสีเหลืองลงไปยังช่องที่ว่างไว้ เพื่อแสดงถึงการยอมรับว่าอดีตนั้นผ่านไปแล้ว และ ณ เวลานี้ พวกเราต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้ได้มีเรื่องราวและพลังงานใหม่ๆ เข้ามา</p>



<p>“บริษัทเราพยายามมากที่จะคงของเก่าและผสมผสานของใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเรื่องราวใหม่ๆ จากสิ่งที่มีอยู่“</p>



<p>เรายังสัมผัสได้ถึงความชื่นชอบของจอห์นนี่ที่มีต่อการรีดีไซน์พื้นที่เก่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยบทบาทใหม่ระหว่างที่พูดคุยกัน ผลงานการรีดีไซน์พื้นที่อื่นๆ ที่โดดเด่นของเขา เช่น การออกแบบพื้นที่ทำงานของสำนักงานรัฐบาลเมืองนิวไทเป การออกแบบขบวนรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวให้การรถไฟไต้หวัน ฯลฯ ที่ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่เดิม และปรับปรุงใหม่เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างจากอดีต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-151846" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/01_JCA_Not-Just-Library_credit-to-photographer-Lee-Kuo-Min-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Not Just Library_credit to photographer Lee Kuo-Min</figcaption></figure>



<p>“ผมชอบเรื่องแบบนี้นะ ผมเรียนในยุโรปเลยเข้าใจคอนเซปต์การจัดการพวกของเก่าแก่ต่างๆ วิธีหนึ่งคือคงให้ทั้งหมดมันเหมือนเก่า เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ผมไม่ได้สนใจแบบนั้น ผมสนใจในอีกวิธี คือการคงของเก่าไว้แล้วเพิ่มเอเลเมนต์ใหม่เข้าไป เพราะถ้าเราทำให้เหมือนเก่าไปเลย ผมว่าค่าใช่จ่ายที่จะทำแบบนั้นทั้งแพงแล้วอาจจะไม่ได้เกิดผลจริงๆ ผมเลยชอบใส่ของใหม่เข้าไป หาวิธีใหม่ๆ ที่จะใช้งานพื้นที่ตรงนั้นหรือสิ่งเหล่านั้น แล้วบริษัทของพวกเราก็ค่อนข้างมีผลงานแบบนี้เยอะด้วย</p>



<p>ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมไต้หวันมีความชั่วครั้งชั่วคราวเป็นส่วนประกอบ เพราะไต้หวันเปลี่ยนมือผู้ปกครองมากมาย มันทำให้ผู้คนที่นี่รู้สึกว่าถ้าเกิดต่อไปจะมีคนเข้ามาแล้วครอบครองบ้านของพวกเราอีกล่ะ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ลงทุนกับมันให้มากดีกว่า&nbsp;</p>



<p>คุณอาจบอกว่าตึกรามบ้านช่องของไต้หวันไม่สวย แต่ผมรักมันนะ มันคือสิ่งที่สะท้อนว่าเราเป็นใคร มันสะท้อนวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเรา เราแค่ต้องทำงานกับมัน เอามันมาใช้ ทำงานกับวัฒนธรรมที่มีอยู่เพื่อที่จะสร้างสังคมที่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/not-just-library-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%81/">Not Just Library โรงอาบน้ำเก่าที่ถูกแปลงโฉมให้เป็นมากกว่าห้องสมุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/marriage-equality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Nov 2021 18:14:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายสมรสเพศเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[คู่สมรส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151277</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี 2019 ที่กฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันประกาศใช้ ไต้หวันก็กลายเป็นดินแดนที่ชาว LGBTQ+ ในเอเชียหลายคนมองว่าเป็นดินแดนในฝัน แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคหลายด่าน โดยเฉพาะในขั้นตอนการลงประชามติ ที่หลายคนลงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ภายใต้กฎหมายการสมรสฉบับดั้งเดิม หรือหลายคนก็ไม่เห็นด้วยที่กฎหมายจะรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเลย ถึงอย่างนั้นด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไต้หวันก็ผลักดันจนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ให้มีสิทธิเหมือนที่คู่สมรสต่างเพศพึงมี ข่าวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อประเด็นสมรสเท่าเทียมในไทย ทำให้เราอยากพูดถึงความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ของไต้หวันสักหน่อย เพราะเช่นเดียวกันกับในไทย กว่าที่ไต้หวันจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการผลักดันจากหลายแวดวงที่ช่วยกันส่งเสียงเพื่อสนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+ ไม่นานมานี้ ในคลาสเรียนภาษาจีนออนไลน์ของเรา เหล่าซือได้แนะนำเพลงจากศิลปินดังชาวไต้หวันมาประกอบการสอนภาษา มี 2-3 เพลงที่เราสังเกตว่ากำลังพูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รัก LGBTQ+ บางเพลงเราเองก็เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจฟังเนื้อเพลงดีๆ หรือไม่ได้มาดูเอ็มวี ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าศิลปินกำลังสื่อสารกับคนฟังทางอ้อมถึงการสนับสนุนตัวตนและการสมรสของชาว LGBTQ+ เราลองไปค้นดูเพิ่มเติมแล้วพบว่า แม้จะยังไม่นับวงการเพลงอินดี้ที่เราเองไม่ค่อยถนัด แต่ศิลปินเบอร์ใหญ่ของไต้หวันมีไม่น้อยเลยที่แสดงการสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านผลงานเพลง และมีการตีความและนำเสนอได้น่าสนใจ อย่าง จางฮุ่ยเม่ย หรือ A-Mei ที่สื่อสารจุดยืนนี้อย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2004 ในเพลง Love Is The Only Way ที่มีฉากงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในเอ็มวี และเพลง Rainbow ในปี 2009 และเป็นเพลงที่คนไต้หวันรอบตัวเราหลายคนก็เห็นไปในทางเดียวกันว่าทั้งความหมายและทำนองของเพลงนี้มีพลังมากๆ ในปีนี้มี Official Video [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marriage-equality/">ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตั้งแต่ปี 2019 ที่กฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันประกาศใช้ ไต้หวันก็กลายเป็นดินแดนที่ชาว LGBTQ+ ในเอเชียหลายคนมองว่าเป็นดินแดนในฝัน แม้ระหว่างทางจะต้องเจอกับอุปสรรคหลายด่าน โดยเฉพาะในขั้นตอนการลงประชามติ ที่หลายคนลงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ภายใต้กฎหมายการสมรสฉบับดั้งเดิม หรือหลายคนก็ไม่เห็นด้วยที่กฎหมายจะรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเลย</p>



<p>ถึงอย่างนั้นด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไต้หวันก็ผลักดันจนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ให้มีสิทธิเหมือนที่คู่สมรสต่างเพศพึงมี</p>



<p>ข่าวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อประเด็นสมรสเท่าเทียมในไทย ทำให้เราอยากพูดถึงความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ของไต้หวันสักหน่อย เพราะเช่นเดียวกันกับในไทย กว่าที่ไต้หวันจะมาถึงจุดนี้ได้ก็มีการผลักดันจากหลายแวดวงที่ช่วยกันส่งเสียงเพื่อสนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+</p>



<p>ไม่นานมานี้ ในคลาสเรียนภาษาจีนออนไลน์ของเรา เหล่าซือได้แนะนำเพลงจากศิลปินดังชาวไต้หวันมาประกอบการสอนภาษา มี 2-3 เพลงที่เราสังเกตว่ากำลังพูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รัก LGBTQ+ บางเพลงเราเองก็เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่ถ้าไม่ตั้งใจฟังเนื้อเพลงดีๆ หรือไม่ได้มาดูเอ็มวี ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าศิลปินกำลังสื่อสารกับคนฟังทางอ้อมถึงการสนับสนุนตัวตนและการสมรสของชาว LGBTQ+</p>



<p>เราลองไปค้นดูเพิ่มเติมแล้วพบว่า แม้จะยังไม่นับวงการเพลงอินดี้ที่เราเองไม่ค่อยถนัด แต่ศิลปินเบอร์ใหญ่ของไต้หวันมีไม่น้อยเลยที่แสดงการสนับสนุนผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านผลงานเพลง และมีการตีความและนำเสนอได้น่าสนใจ อย่าง จางฮุ่ยเม่ย หรือ A-Mei ที่สื่อสารจุดยืนนี้อย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปี 2004 ในเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=t-o_loV-DR8" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Love Is The Only Way</a> ที่มีฉากงานแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในเอ็มวี และเพลง Rainbow ในปี 2009 และเป็นเพลงที่คนไต้หวันรอบตัวเราหลายคนก็เห็นไปในทางเดียวกันว่าทั้งความหมายและทำนองของเพลงนี้มีพลังมากๆ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="aMEI張惠妹/AMIT［ 彩虹 ］Official Video" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/OvlWgjiQYpo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ในปีนี้มี Official Video ของเพลงนี้ออกมาเผยแพร่บน YouTube ภาพของเวทีที่รายล้อมไปด้วยธงสายรุ้งและบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยิ่งทำให้เพลงนี้ดูทรงพลังขึ้นไปอีก ขนาดเราเคยได้ฟังเพลงนี้มาก่อนหลายครั้งแต่พอได้ดู Official Video เพื่อเขียนงานชิ้นนี้ก็อดขนลุกไม่ได้</p>



<p>อีกคนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะถ้าเทียบฐานะเธอที่ไต้หวันกับวิธีเรียกแบบไทยๆ เธอก็คือ &#8216;แม่&#8217; ที่ถ้าเพลงขึ้นเมื่อไหร่ทุกคนเป็นต้องลุกขึ้นมาแย่งกันเต้นเมื่อนั้น ไช่อี้หลิน หรือที่หลายคนเคยได้ยินว่า โจลิน ไช่ ก็มีผลงานเพลง We’re All Different, Yet The Same ออกมาในปี 2014 สองปีหลังจากที่สังคมไต้หวันเริ่มคุยกันเรื่องการแต่งงานของคนเพศเดียวกันมากขึ้น</p>



<p>ที่จริงแล้ว โจลิน มีผลงานเพลงอีกหลายเพลงที่พูดถึงตัวตนของชาว LGBTQ+ แต่เพลงนี้ดูเหมือนจะเป็นเพลงสำหรับคู่รักเพศเดียวกันที่ชัดเจนที่สุด เพราะเปิดขึ้นมาด้วยท่อน “หญิงสาวสองคนตกหลุมรักกัน มันไม่ง่ายและก็ไม่แปลก” โดยเนื้อหาในเอ็มวีเป็นเรื่องที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เล่าเรื่องของคู่รักเพศเดียวกันที่ไม่สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้เมื่ออยู่ในภาวะคับขัน เพราะแม้จะอยู่ด้วยกันมานานแต่กลับไม่มีสถานะคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย</p>



<p>แม้ในปี 2019 คู่รักชาวไต้หวันทุกคู่จะไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิการจดทะเบียนสมรสหรือจดทะเบียนคู่ชีวิตภายใต้กฎหมายแล้วก็ตาม แต่หากเป็นคู่รักไต้หวันกับชาวต่างชาติ ที่ประเทศของอีกฝ่ายยังไม่รองรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนภายใต้กฎหมายของไต้หวันได้เช่นกัน</p>



<p>เพลง SEA You Soon ของเหลียงจิ้งหรู หรือ Fish Leong และ อ้ายอี๋เหลียง หรือ Eve Ai เป็นอีกเพลงที่เนื้อหาในเอ็มวีสร้างมาจากเรื่องจริงของคู่รักชาวไต้หวันและญี่ปุ่นที่การบินข้ามประเทศไปพบอีกฝ่ายบ่อยๆ ด้วยสถานะเพื่อน ทำให้กลายเป็นคนต้องสงสัยของด่านตรวจคนเข้าเมือง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="梁靜茹Fish Leong + 艾怡良 Eve Ai [ 飄洋過海來看你 SEA You Soon ] Official Music Video" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/LzCPcJHx5y8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำขึ้นเพื่อช่วยระดมทุนให้โครงการ SEA You Soon เพื่อช่วยเหลือคู่รักเพศเดียวกันที่มีปัญหาด้านกฎหมาย และมีเป้าหมายใหญ่คือผลักดันให้ไต้หวันเปิดกว้างให้การแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในไต้หวันอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ปัจจุบันแม้ไต้หวันจะยังไม่ได้แก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นปัญหานี้ แต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลไต้หวันได้ตัดสินอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันชาวไต้หวันและมาเลเซียสามารถจดทะเบียนกันได้ โดยอ้างจากกฎหมายมาตราหนึ่งว่าด้วยการเลือกใช้กฎหมายที่องค์ประกอบเกี่ยวข้องกับการต่างประเทศว่า ถ้ามีการใช้กฎหมายจากต่างประเทศแล้วการใช้กฎหมายนั้นสร้างความวุ่นวายในไต้หวัน ก็ให้ยกเลิกการใช้กฎหมายของต่างประเทศนั้นไป ทำให้เคสนี้กลายเป็นเคสตัวอย่างของคู่รักไต้หวันและชาวต่างชาติอีกหลายคู่ แต่เพราะกฎหมายที่เป็นต้นตอของปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ไข หลายฝ่ายจึงยังเดินหน้าผลักดันกันต่อไป</p>



<p>ระหว่างทางที่เราค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนบทความครั้งนี้ ยังเจอเพลงที่น่าสนใจอีกหลายเพลง มีทั้งที่พูดถึงความรักความสัมพันธ์ หรือการยอมรับตัวตนของชาว <a href="http://การต่อสู้เพื่อความรักของทรานส์เจนเดอร์ไทยในฮ่องกง สู่การแต่งงานและเปลี่ยนเพศอย่างถูกกฎหมาย" target="_blank" rel="noreferrer noopener">LGBTQ+</a> มีบางเพลงที่อยากแนะนำให้ลองฟังกันนอกเหนือจากเพลงด้านบนแล้ว คือเพลง WOMXNLY ของโจลิน ไช่ เพลง With You, With Love ของ Zy Co feat. Achau และเพลงจาก Mitchell ยูทูบเบอร์ดังชาวไต้หวัน ชื่อ I feel free when I’m saying truth</p>



<p>แม้จะไม่ใช่กำลังหลักในการขับเคลื่อนเพื่อการเปลี่ยนแปลง แต่การแสดงความสนับสนุนผ่านงานเพลงของศิลปินหลายๆ คนก็เป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ช่วยสร้างความเข้าใจในสังคม และเป็นแรงใจสำคัญให้กับชาว LGBTQ+ ในไต้หวัน เหมือนที่ภาพจากเพลง Rainbow แสดงให้เราเห็น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/marriage-equality/">ชวนฟังเพลงจากศิลปินดังไต้หวันที่ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</title>
		<link>https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 08:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[มาดามอลิซาเบธ]]></category>
		<category><![CDATA[Alizabeth 娘娘]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[YouTuber]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146212</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงปีหลังๆ มานี้มีคนไทยที่มาเรียนและทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงคนไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไต้หวันคงมีอยู่ไม่กี่คน และคนที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คงหนีไม่พ้น เต่า–ก้องเกียรติ ลิ่มพงศธร ที่คนไต้หวันรู้จักกันในชื่อ Alizabeth 娘娘 หรือ มาดามอลิซาเบธ ชื่อของ ‘มาดามอลิซาเบธ’ เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ต้นปี 2020 จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่พูดถึงผัดกะเพราในไต้หวันที่ใส่ใบโหระพากับมะเขือเทศ มันกลายเป็นไวรัลในหมู่คนไต้หวันที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากะเพราเป็นชื่อของพืชที่ใช้ในเมนูอาหารนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเมนูอย่างเดียว หลังจากนั้นในช่อง Alizabeth 娘娘 ก็มีคอนเทนต์วิดีโอตามมาอีกมากมาย จากเริ่มแรกที่ถ่ายในห้องของตัวเองจนถึงมีสตูดิโอถ่ายเป็นกิจจะลักษณะ จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความง่ายของคอนเทนต์ที่มีเพียงมาดามอลิซาเบธนั่งพูดถึงหัวข้อต่างๆ อยู่หน้ากล้อง เช่น อาหารไทยที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย ทดลองชิมอาหารไต้หวันประเภทต่างๆ ไปจนถึงรีวิวนิสัยแปลกๆ ของคนไต้หวันที่คนต่างชาติไม่เข้าใจ แม้น้ำเสียงเหมือนจะโมโหอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะสลับกับเสียงหัวเราะคนดูเลยเข้าใจว่าเป็นการแสดงกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น และเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ที่ขึ้นชื่อในหมู่คนไต้หวันที่สนใจในวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว ในระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ มาดามอลิซาเบธกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวต่างชาติที่คนไต้หวันรู้จักและติดตาม ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในไต้หวัน ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ไปจนถึงได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน วันนี้เราเลยอยากชวนคนไทยมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ในฐานะอดีตคนทำงานสื่อที่มีทักษะภาษาจีนเป็นอย่างดี สู่นักศึกษาปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) ผู้วางแผนอยากเรียนต่อปริญญาเอกและทำงานสายวิชาการ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดังในต่างแดน อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเริ่มทำคลิปแรก เราเรียนจบปริญญาโทช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/">คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงปีหลังๆ มานี้มีคนไทยที่มาเรียนและทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าพูดถึงคนไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไต้หวันคงมีอยู่ไม่กี่คน และคนที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คงหนีไม่พ้น <strong>เต่า–ก้องเกียรติ ลิ่มพงศธร</strong> ที่คนไต้หวันรู้จักกันในชื่อ <strong>Alizabeth 娘娘</strong> หรือ <strong>มาดามอลิซาเบธ</strong></p>



<p>ชื่อของ ‘มาดามอลิซาเบธ’ เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ต้นปี 2020 จากคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่พูดถึงผัดกะเพราในไต้หวันที่ใส่ใบโหระพากับมะเขือเทศ มันกลายเป็นไวรัลในหมู่คนไต้หวันที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากะเพราเป็นชื่อของพืชที่ใช้ในเมนูอาหารนี้ ไม่ใช่แค่ชื่อเมนูอย่างเดียว</p>



<p>หลังจากนั้นในช่อง <strong><a href="https://www.youtube.com/channel/UC3_8r_y60jCpnBm8JubdEwg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Alizabeth 娘娘</a></strong> ก็มีคอนเทนต์วิดีโอตามมาอีกมากมาย จากเริ่มแรกที่ถ่ายในห้องของตัวเองจนถึงมีสตูดิโอถ่ายเป็นกิจจะลักษณะ จุดเด่นที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือความง่ายของคอนเทนต์ที่มีเพียงมาดามอลิซาเบธนั่งพูดถึงหัวข้อต่างๆ อยู่หน้ากล้อง เช่น อาหารไทยที่ไม่มีอยู่จริงในประเทศไทย ทดลองชิมอาหารไต้หวันประเภทต่างๆ ไปจนถึงรีวิวนิสัยแปลกๆ ของคนไต้หวันที่คนต่างชาติไม่เข้าใจ แม้น้ำเสียงเหมือนจะโมโหอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะสลับกับเสียงหัวเราะคนดูเลยเข้าใจว่าเป็นการแสดงกึ่งจริงจังกึ่งล้อเล่น และเป็นอารมณ์ขันแบบไทยๆ ที่ขึ้นชื่อในหมู่คนไต้หวันที่สนใจในวัฒนธรรมไทยอยู่แล้ว</p>



<p>ในระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ มาดามอลิซาเบธกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวต่างชาติที่คนไต้หวันรู้จักและติดตาม ได้ร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ ในไต้หวัน ออกพ็อกเก็ตบุ๊ก ไปจนถึงได้ถ่ายรูปร่วมเฟรมกับประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน</p>



<p>วันนี้เราเลยอยากชวนคนไทยมาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น ในฐานะอดีตคนทำงานสื่อที่มีทักษะภาษาจีนเป็นอย่างดี สู่นักศึกษาปริญญาโท คณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Normal University) ผู้วางแผนอยากเรียนต่อปริญญาเอกและทำงานสายวิชาการ แต่กลับจับพลัดจับผลูมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดังในต่างแดน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="638" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n.jpg" alt="" class="wp-image-146215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/116564982_2385471241754885_7460267206062923167_n-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเริ่มทำคลิปแรก</h4>



<p>เราเรียนจบปริญญาโทช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 ใช้เวลาเรียนอยู่ 3 ปีครึ่ง ตอนแรกอยากเรียนต่อปริญญาเอก แต่ตอนที่เรียนจบมันเลยช่วงที่รับสมัครปริญญาเอกมาแล้วเลยคิดว่าจะกลับไทยก่อนเพื่อไปเป็นอาจารย์ แต่พอเดือนเมษายนปุ๊บ โควิด-19 ระบาดหนักมากจนกลับไทยไม่ได้ เงินก็จะหมด เราเลยคิดว่าต้องหางานที่ไต้หวัน</p>



<p>ตอนแรกก็ยื่นสมัครงานหมดเลยทั้งนักข่าว ผู้จัดการดารา ซึ่งเป็นงานที่เราเคยทำมาก่อนแต่ไม่มีใครรับเลย สุดท้ายอาจารย์ของเราบอกว่าเราเคยเป็นนักข่าว ตัดต่อเป็น จบงานเองได้หมด เขาเลยแนะนำว่าทำไมไม่ทำงานคอนเทนต์ด้วยตัวเองล่ะ มันก็เป็นอาชีพ ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร ไม่ได้ต้องกลับไปสู่วงจรอุตสาหกรรมสื่อที่ต้องผลิตไปเรื่อยๆ ตามสั่ง เราก็เลยเริ่มถ่ายคลิป</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">กระบวนการทำงานในแต่ละคลิปเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>งานตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการทำแพลตฟอร์มของตัวเอง คือทำวิดีโอที่ลงในยูทูบ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมของเรา เป็นงานที่ต้องทำตลอดเพื่อเพิ่มคนดู เพิ่มเอนเกจเมนต์ งานอีกส่วนจะเป็นงานนอกแพลตฟอร์ม คือการออกโทรทัศน์ ให้สัมภาษณ์ และไปอีเวนต์ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ถ้าการอัดคลิปของเราเอง ต้องยอมรับว่างานของเราเป็นงานทุนต่ำ เพราะเราเชื่อว่าคนดูต้องการอะไรเร็วๆ คลิปเราก็จะตัดเร็วๆ ฉับๆๆๆ แล้วเอาฟุตเทจมาต่อๆ กัน สัปดาห์หนึ่งอาจจะถ่ายครั้งหนึ่ง ครั้งละประมาณ 3 คลิป&nbsp;</p>



<p>ส่วนไอเดียการทำคลิปเราก็คิดเอง ยกเว้นบางคลิปเท่านั้นที่มีคนช่วย สิ่งที่สำคัญสำหรับเราคือคอนเทนต์ต้องเป็นสิ่งที่เราชอบ เราเป็นคนไม่ดูฟีดแบ็กคนดูเพราะไม่อยากให้มันมากระทบกับคอนเทนต์เรา เพราะฉะนั้นคอนเทนต์ที่เราจะทำต้องเป็นสิ่งที่เราชอบหรือสร้างคุณค่า สร้างโอกาสให้กับเรา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="打拋肉放番茄就是死罪！" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/6GXg3aKQV-U?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คนไต้หวันชอบดูคลิปของคุณ</h4>



<p>ที่ไต้หวันมียูทูบเบอร์ชาวต่างชาติเยอะมากและทุกคนจะแสดงออกว่าเลิฟไต้หวัน แต่เราไม่เหมือนกัน คอนเทนต์เราจะออกแนววิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งไต้หวันดีอยู่อย่างหนึ่งตรงที่มี freedom of speech คนไต้หวันยอมรับข้อมูลได้ทุกด้าน หลายคนเขาก็รู้สึกโอเคกับการที่มีคนมาแซวในสิ่งที่คนไต้หวันเป็นจริงๆ น่าจะเป็นจุดนี้ที่ทำให้คนไต้หวันมาติดตามเรา</p>



<p>พูดตรงๆ แบบไม่โลกสวย คนไต้หวันก็เหมือนคนไทย ดีใจเวลาได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ยิ่งถ้าเวลาคนในประเทศที่พัฒนากว่ามาชมก็ยิ่งดีใจ ถ้าประเทศที่เรารู้สึกว่าด้อยกว่ามาชมก็อาจจะเฉยๆ แต่เมื่อไหร่ที่ประเทศที่เรามองว่าด้อยกว่ามาวิจารณ์เราเนี่ย เราจะรู้สึกว่า เอ๊ะ เธอเป็นใคร?</p>



<p>ต้องยอมรับก่อนว่าภาพคนไทยของคนไต้หวันส่วนมากคือเป็นภาพแรงงานที่มาทำงานในประเทศเขา ถ้าเราชมคนไต้หวันเขาก็จะรู้สึกว่า ใช่ไง ไอดีกว่ายูอยู่แล้ว ไม่เหมือนเวลาคนญี่ปุ่น คนเกาหลี หรือคนอเมริกาชม เราคนไทยไปชมเขามันธรรมดามาก พอเราซึ่งเป็นคนไทยทำคอนเทนต์ที่วิพากษ์วิจารณ์ความเป็นไต้หวันเขาเลยรู้สึกว่าเราแตกต่าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในมุมมองของคุณ ความเป็นไต้หวันคืออะไร</h4>



<p>ความเป็นไต้หวันคือความงงแต่ไม่งง อย่างคำว่าไทยมันมีภาพชัดเจน มีวัดพระแก้ว ต้มยำกุ้ง แต่ภาพไต้หวันจะมีความงงๆ ซึ่งไม่แปลกเลยที่จะงงเพราะเขามีความหลากหลายทางเชื้อชาติมาก ประวัติศาสตร์เขาหลากหลาย มีทั้งโปรตุเกส ญี่ปุ่น จีนแคะ หมิ่นหนาน แล้วก็ชนพื้นเมือง ไม่มีความเป็นกลุ่มก้อนชัดเจนที่เราสามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร&nbsp;</p>



<p>ไต้หวันอาจจะมีจุดที่เหมือนญี่ปุ่นแต่ก็มีความขงจื๊อ มีความเมืองโปรตุเกส บ้านเมืองใช้ภาษาจีนแต่ก็ดูเป็นญี่ปุ่นเหลือเกิน ตอบไม่ค่อยได้ว่าความเป็นไต้หวันคืออะไร มันเห็นเป็นก้อนกลมๆ แต่ไม่ชัดเจนว่าในนั้นมีอะไรอยู่บ้าง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนนี้มีคนไทยอยากย้ายมาเรียนต่อหรือทำงานในไต้หวันเพิ่มขึ้นมาก รู้สึกยังไงกับเทรนด์นี้</h4>



<p>มีสุภาษิตจีนหนึ่งพูดไว้ว่า “น้ำไหลลงข้างล่างแต่คนพยายามขึ้นข้างบน” มันบอกว่าโดยสัญชาตญาณแล้วไม่ว่ายังไงคนก็จะพยายามพาตัวเองไปสู่ที่ดีๆ&nbsp;เทรนด์นี้มันเลยเดาได้ว่าเกิดขึ้นเพราะคนไทยอยากย้ายไปสู่ที่ที่ดีกว่าเดิม ตัดเรื่องความรักชาติออกไปนะ</p>



<p>ทุกคนอยากมาเราก็เข้าใจ แต่ต้องมองความจริงด้วยว่ามันโหดร้ายกว่าที่เห็น ไม่ได้ง่ายแบบที่พูดกัน ถ้าตัดงานแบบที่เราทำออกไป พวกงานบริษัทมันก็มีโควตาอยู่ว่าในหนึ่งบริษัทจะต้องมีคนไต้หวันจำนวนเท่าไหร่ถึงจะรับคนต่างชาติได้ ต้องมีใบอนุญาตทำงาน มีการค้ำประกัน มีอะไรหลายอย่างมากกว่าแค่แพสชั่น โจทย์คือมีคนตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นเราที่บริษัทเลือกและยอมทำใบอนุญาตทำงานให้ มันไม่ง่ายเลย คนไทยในไต้หวันหางานยากจะตาย มันไม่ใช่แค่คุณเก่งอย่างเดียวหรือตรงสายงานอย่างเดียว แต่มีปัจจัยและรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ต้องรู้</p>



<p>เราเองไม่สามารถพูดได้ว่า “คนไทยมาเลย หางานได้อยู่แล้ว” เพราะตัวเราก็ยังหางานไม่ได้เหมือนกันเลยมาทำคอนเทนต์อยู่แบบนี้ ยอมรับเลยว่าคนที่หางานได้คือคนที่เก่งมากๆ</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="第一支業配來囉" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/5lL1pZEehd4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading">หลายครั้งคอนเทนต์ในช่องของคุณพูดถึงประสบการณ์ไม่ดีในไต้หวัน ในความเป็นจริงแล้วคุณมีประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดีในไต้หวันมากกว่ากัน</h4>



<p>จริงๆ ประสบการณ์ไม่ดีของเราไม่ได้เยอะขนาดนั้น ยอมรับว่าบางเรื่องที่เราเล่าไม่ได้เกิดกับเราโดยตรงแต่ได้ฟังมาอีกทีหนึ่ง ที่ประสบการณ์ไม่ดีของเราน้อยเพราะเราอยู่ในสังคมของคนมาเรียนต่อ จบมาทำงานวงการบันเทิง มันยากมากที่เราจะไปเจอคนที่ไม่สุภาพ จริงๆ สิ่งที่เราพูดในคลิปมันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยนะแต่เราแอ็กชั่นให้มันดูใหญ่ (หัวเราะ)</p>



<p>ถ้าเรื่องที่ประทับใจที่สุดตั้งแต่มาอยู่คงเป็นเรื่องที่ทีมโซเชียลมีเดียของไช่-อิงเหวิน ชวนให้ไปถ่ายรูป หรือช่วงที่เขาลงรูปโปรโมตหนังสือให้เราใน<a href="https://www.instagram.com/p/CLyK7RLFqan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อินสตาแกรม</a>ของเขา เราดีใจเพราะเราเป็นผู้อพยพใหม่ เป็นคนต่างชาติ เป็น LGBTQ+ การที่เขามาหาเราแปลว่าเขามองเห็นคนกลุ่มนี้ ได้ยินเสียงของคนกลุ่มนี้ รู้สึกว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่มองเห็นคนทุกกลุ่มจริงๆ โอเค ส่วนหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องของการเมืองเพราะฐานเสียงของเขาอาจจะตรงกับกลุ่มคนดูของเรา แต่นั่นก็แสดงว่าเขาอยากจะเข้าถึงกลุ่มพวกเรา พยายามสื่อสารว่าเขามองเห็นเรา มันเลยน่าประทับใจ</p>



<p>ส่วนที่ไม่ประทับใจที่สุดก็เป็นอาหารไทยแหละมั้ง (หัวเราะ) อาหารไทยที่ทำโดยคนไต้หวันเป็นอะไรที่ไม่ประทับใจอย่างแรง คอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารไทยที่เราทำมันเป็นเรื่องที่คนไทยในไต้หวันคุยกันอยู่แล้วว่าทำไมกะเพราใส่มะเขือเทศ ใส่ใบโหระพา ทำไมต้มยำใส่ผักอะไรไม่รู้เยอะไปหมด แล้วไหนจะเจียวหมาจี (泰式椒麻雞 เมนูไก่ทอดราดน้ำยำที่คนไต้หวันเข้าใจว่าเป็นอาหารไทย) นี่คืออะไร ไม่ใช่อาหารไทยสักหน่อย เราคุยกันตลอดแต่มันแค่ไม่มีใครพูดออกมาเป็นภาษาจีนให้คนไต้หวันฟัง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่วงหลังๆ คุณหยิบเรื่องของกินมาพูดถึงบ่อย ทำไมถึงเลือกของกิน</h4>



<p>คนจะคิดว่าเราทำคอนเทนต์เรื่องของกินเพราะอยากขายของกิน แต่จริงๆ ที่สำคัญเลยคือช่วงโควิด-19 คนออกไปไหนไม่ได้ คนที่ทำคอนเทนต์อย่างเรายิ่งต้องทำคอนเทนต์ให้มากที่สุด เพราะพอคนอยู่บ้านแล้วไม่มีอะไรทำเขาก็จะมาดูเรา แต่คอนเทนต์ที่ออกไปกินไปเที่ยวเราก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นโจทย์คือเราต้องทำคอนเทนต์ออกมาให้เร็วที่สุดในขณะที่ตัวเราก็ออกไปข้างนอกไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งคอนเทนต์ที่ตรงกับโจทย์นี้แล้วยังตัดต่อได้เร็วก็คือคอนเทนต์ของกิน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างทาง กว่าจะมีผู้ติดตามหลักแสนในไต้หวัน</h4>



<p>จริงๆ สถานการณ์ของเรามันงงๆ ตอนแรกเราเคยคิดว่าจะต้องจริงจังถึงขั้นซื้อกล้องใหม่เลยไหม แต่มาคิดว่าเราเป็นคนขี้เกียจ ก็ถ่ายโดยที่นั่งเฉยๆ อยู่ในห้องนั่นแหละ&nbsp;และด้วยความที่เราเรียนสื่อสารมวลชนมา เรารู้ว่าคนดูให้เวลาแค่ 3 วินาทีต่อคลิป เพราะฉะนั้นคลิปสวย ภาพสวย ไม่จำเป็น มันดึงคนดูไม่ทัน คลิปแรกๆ ของเราเลยมีแค่เราพูดๆๆๆ ยาวแค่ประมาณ 40 วินาทีแล้วตัดจบเลย</p>



<p>ตอนนั้นเราแค่อัดคลิปบ่นผัดกะเพราในไต้หวัน อยู่ๆ ก็มีนักข่าว มีสื่อโทรมาสัมภาษณ์เต็มไปหมด ยอดคนดูก็เพิ่มขึ้นมา อยู่ๆ มันก็เกิดขึ้นเอง จะบอกว่าไม่ยากมันก็อาจจะฟังดูน่าหมั่นไส้ แต่ทุกอย่างมันก็เป็นแบบนี้ด้วยตัวของมันเองเลย</p>



<p>เราไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดนี้ เราถ่ายคลิปเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งก็มีทีมงานของไช่-อิงเหวิน มาติดต่อว่าประธานาธิบดีของเขาอยากเจอ อยากมาถ่ายรูปด้วย มี <em>Marie Claire</em>, Burger King, Pizza Hut มาร่วมงานจนงงไปหมด เราไม่รู้ว่าอะไรทำให้เรามาอยู่ตรงนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อนาคตมีแพลนปรับเปลี่ยนอะไรในด้านการงานอีกไหม</h4>



<p>ถ้าเปลี่ยนเรายังไม่รู้ แต่เราอยากต่อยอด เพราะโลกสมัยนี้มันไวมาก คนไปไวมาไว เราต้องสร้างคุณค่าให้ตัวเองมากขึ้น เราไม่ได้หวังว่าจะไปสุดขอบฟ้าเป็นแบบหลินจื้อหลิง (นางแบบและนักแสดงชาวไต้หวัน) แต่เราก็อยากอยู่ตรงนี้นานๆ แล้วใช้โอกาสที่มีไปต่อยอดทำธุรกิจ ตอนนี้เราต้องสร้างยอดวิว สร้างฐานคนดูให้แน่นก่อนแล้วค่อยไปคิดขยายเพิ่มเติม</p>



<p>ตอนแรกเราไม่ค่อยเชื่อคำนี้แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ คือเราไม่ได้ปลื้มกับการที่มีคนมาชอบ เพราะเรารู้ว่าเดี๋ยวมาเดี๋ยวไป แต่ที่เราแฮปปี้คือเงินเพราะมันเป็นกอบเป็นกำดี (หัวเราะ) พูดตรงๆ ว่าเราเคยเป็นหมาในระบอบทุนนิยมมาก่อน แต่งานนี้เงินมันเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไปดูเงินอาจารย์ไทยได้ 30,000 ต้นๆ เราไม่ได้ดูหมิ่นเงินน้อยนะเพราะงานอาจารย์ก็เป็นงานที่เราอยากทำ แต่ตอนนี้งานของเราเงินมันเยอะกว่ามาก ก็รู้สึกว่าหาเงินในสังคมทุนนิยมก่อนก็ได้ (หัวเราะ)</p>



<p>ถ้าทำได้ตอนนี้ก็ยังมีแพลนกลับไปเรียนปริญญาเอกอยู่เพราะชอบเรียนหนังสือ ชอบวิจัย อยากทำควบคู่กันไปเลยระหว่างนักวิชาการกับงานคอนเทนต์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/madame-alizabeth/">คุยกับ มาดามอลิซาเบธ ยูทูบเบอร์ไทยที่ดังในไต้หวันจากคลิป &#8220;ผัดกะเพราห้ามใส่ใบโหระพา!&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 May 2021 03:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[โรคระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[เมดอินไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Bubble]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133171</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทาง travel bubble กับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัวและสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ ไต้หวัน-ปาเลา travel bubble เส้นทางแรกของเอเชีย ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไต้หวัน–ในฐานะประเทศที่แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกแต่ก็รับมือกับการระบาดได้ดีลำดับต้นๆ ของโลกในช่วงก่อนหน้านี้–ร่วมมือกับปาเลา ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เปิด travel bubble เป็นเส้นทางแรกของเอเชียได้สำเร็จ โดยปาเลาเป็นประเทศที่ไม่เคยมีรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 เลย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/">เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทาง travel bubble กับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง</p>



<p>คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัวและสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไต้หวัน-ปาเลา travel bubble เส้นทางแรกของเอเชีย</strong></h3>



<p>ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไต้หวัน–ในฐานะประเทศที่แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกแต่ก็รับมือกับการระบาดได้ดีลำดับต้นๆ ของโลกในช่วงก่อนหน้านี้–ร่วมมือกับปาเลา ประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ เปิด travel bubble เป็นเส้นทางแรกของเอเชียได้สำเร็จ โดยปาเลาเป็นประเทศที่ไม่เคยมีรายงานเคสผู้ป่วยโควิด-19 เลย และยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ</p>



<p>ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย</p>



<p>เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง 2 คน ทำให้ศูนย์บัญชาการกลางป้องกันโรคระบาดหรือ CECC ของไต้หวันต้องออกมาให้สัญญาว่าจะดำเนินการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบให้สะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนเส้นทางนี้</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวด้วยว่าไต้หวันกำลังพิจารณาเปิด travel bubble เพิ่มเติมกับ เกาะกวมและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป ซึ่งถ้าทำได้ความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศคงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย</p>



<p>ส่วนเส้นทางไต้หวัน-ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มการบินเส้นทางไต้หวัน-ปาเลาครั้งแรก มีรายงานข่าวหลายชิ้นที่พูดถึงความเป็นไปได้ของเส้นทางนี้เหมือนกัน รายงานข่าวชิ้นหนึ่งโดยสำนักข่าว udn ของไต้หวันเมื่อวันที่ 23 มีนาคมบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม Lin Chia-lung ได้กล่าวไว้ว่าเส้นทาง travel bubble ถัดไปจะพยายามให้เป็นเส้นทางใกล้ๆ ที่เดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง และ “ประเทศไทยมีโอกาสสูงมาก” สอดคล้องกับข่าวที่รายงานว่าผู้แทนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำกรุงไทเปได้เอ่ยถึงการเจรจากันระหว่างไต้หวันและไทยถึงความเป็นไปได้ที่อาจเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังจากคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดในประเทศของพวกเราอีกครั้งเมื่อต้นเดือนเมษายน อย่างหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม ทำให้กระแสข่าวค่อยๆ เฟดหายไป</p>



<p>รายงานข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน การท่องเที่ยวไต้หวันประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่ากำลังเจรจาการเปิด travel bubble กับสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เกาะกวม และฮาวายเท่านั้น แต่ตอนนี้ด้วยสถานการณ์ภายในเอง โปรเจกต์นี้อาจจะต้องถูกพับเก็บไปชั่วคราว จนกว่าไต้หวันกลับมาปกติได้ดังเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เกิดอะไรขึ้นกับไต้หวัน</strong></h3>



<p>เป็นที่รู้กันว่าไต้หวันควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้ดีมากมาโดยตลอดและไม่เคยต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เลย จนช่วงเดือนที่แล้วคนไต้หวันก็ยังสามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ ทำให้หลายคนก็เลือกที่จะยังไม่ฉีดวัคซีนที่ถูกนำเข้ามาเมื่อเดือนมีนาคม เพราะไต้หวันได้มาเพียงวัคซีนของ AstraZeneca เท่านั้นหลายคนจึงมองว่าอยากรอตัวเลือกที่หลากหลายกว่านี้ก่อน</p>



<p>หลายเสียงพูดถึงอัตราการฉีดวัคซีนของไต้หวันที่ค่อนข้างช้าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่าวัคซีนที่ได้มาอาจหมดอายุก่อน เป็นการเสียของเปล่าๆ หรือที่แย่กว่านั้นคือถ้าเกิดการระบาดขึ้นในไต้หวันในช่วงที่ประเทศอื่นกำลังฟื้นฟูไต้หวันจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันที</p>



<p>แล้วเรื่องที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมมีรายการการติดเชื้อในประเทศ เริ่มจากครอบครัวของนักบินที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศและคนขับรถชัตเติลบัสของโรงแรมที่ใช้กักตัวผู้ที่เพิ่งเดินทางเข้าไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 3 คน วันต่อมาพบเคสในประเทศเพิ่ม 7 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะหลักร้อย ล่าสุดวันที่เรากำลังเขียนบทความนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม มีรายงานเคสในประเทศ 312 คน</p>



<p>ทั่วทั้งเกาะจึงประกาศใช้มาตรการควบคุมระดับ 3 คือหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านถ้าเป็นไปได้ ถ้าต้องออกไปข้างนอกต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ปิดสถานประกอบการเพื่อความบันเทิง ศูนย์กีฬา ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ชั่วคราว งดการรวมตัวกันเกิน 5 คนภายในสถานที่ปิด หรือ 10 คนในที่กลางแจ้ง สถานศึกษาให้สอนทางออนไลน์ ส่วนบริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่ประกาศเวิร์กฟรอมโฮม บางส่วนแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มที่ยังต้องไปบริษัท และกลุ่มที่เวิร์กฟรอมโฮม</p>



<p>แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในไต้หวันน่าจะได้กลับมาเป็นปกติในอีกไม่นานคือภาครัฐมีการจัดการที่รวดเร็วและวางแผนโดยคิดถึงการใช้ชีวิตหลายด้าน ส่วนภาคเอกชนและประชาชนโดยมากก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รัฐบาลไม่ได้สั่งล็อกดาวน์จนถึงขั้นห้ามออกไปไหนมาไหน ร้านอาหาร ตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ตยังเปิดได้ตามปกติ โดยให้มีมาตรการลงชื่อผู้ที่เข้าใช้บริการและต้องเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ทำให้ประชาชนยังคงสามารถออกไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะอยู่บ้านนอกจากจะจำเป็นต้องทำธุระข้างนอกจริงๆ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h4>



<p><a href="https://focustaiwan.tw/business/202104130010" target="_blank" rel="noreferrer noopener">focustaiwan.tw</a></p>



<p><a href="https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4184157">taiwannews.com.tw</a></p>



<p><a href="https://tw.news.yahoo.com/%E5%8F%B0%E6%B3%B0%E6%97%85%E9%81%8A%E6%B3%A1%E6%B3%A1%E6%9C%89%E8%AD%9C-%E6%B3%B0%E5%9C%8B%E5%A4%A7%E4%BD%BF-%E7%A7%81%E4%B8%8B%E6%B4%BD%E8%AB%87%E4%B8%AD-133900059.html">tw.news.yahoo.com</a></p>



<p><div style="display: none;">
<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
<div style="display: none;">เป็นที่รู้กันว่าไต้หวันควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้ดีมากมาโดยตลอดและไม่เคยต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เลย จนช่วงเดือนที่แล้วคนไต้หวันก็ยังสามารถใช้ชีวิตกันได้อย่างปกติ ทำให้หลายคนก็เลือกที่จะยังไม่ฉีดวัคซีนที่ถูกนำเข้ามาเมื่อเดือนมีนาคม เพราะไต้หวันได้มาเพียงวัคซีนของ AstraZeneca เท่านั้นหลายคนจึงมองว่าอยากรอตัวเลือกที่หลากหลายกว่านี้ก่อน</div>

<div style="display: none;">หลายเสียงพูดถึงอัตราการฉีดวัคซีนของไต้หวันที่ค่อนข้างช้าถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ว่าวัคซีนที่ได้มาอาจหมดอายุก่อน เป็นการเสียของเปล่าๆ หรือที่แย่กว่านั้นคือถ้าเกิดการระบาดขึ้นในไต้หวันในช่วงที่ประเทศอื่นกำลังฟื้นฟูไต้หวันจะตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันที</div>

<div style="display: none;">แล้วเรื่องที่หลายคนกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมมีรายการการติดเชื้อในประเทศ เริ่มจากครอบครัวของนักบินที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศและคนขับรถชัตเติลบัสของโรงแรมที่ใช้กักตัวผู้ที่เพิ่งเดินทางเข้าไต้หวัน รวมทั้งสิ้น 3 คน วันต่อมาพบเคสในประเทศเพิ่ม 7 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนแตะหลักร้อย ล่าสุดวันที่เรากำลังเขียนบทความนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม มีรายงานเคสในประเทศ 312 คน</div>

<div style="display: none;">ทั่วทั้งเกาะจึงประกาศใช้มาตรการควบคุมระดับ 3 คือหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านถ้าเป็นไปได้ ถ้าต้องออกไปข้างนอกต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ปิดสถานประกอบการเพื่อความบันเทิง ศูนย์กีฬา ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ชั่วคราว งดการรวมตัวกันเกิน 5 คนภายในสถานที่ปิด หรือ 10 คนในที่กลางแจ้ง สถานศึกษาให้สอนทางออนไลน์ ส่วนบริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่ประกาศเวิร์กฟรอมโฮม บางส่วนแบ่งพนักงานออกเป็นกลุ่มที่ยังต้องไปบริษัท และกลุ่มที่เวิร์กฟรอมโฮม</div>

<div style="display: none;">แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในไต้หวันน่าจะได้กลับมาเป็นปกติในอีกไม่นานคือภาครัฐมีการจัดการที่รวดเร็วและวางแผนโดยคิดถึงการใช้ชีวิตหลายด้าน ส่วนภาคเอกชนและประชาชนโดยมากก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รัฐบาลไม่ได้สั่งล็อกดาวน์จนถึงขั้นห้ามออกไปไหนมาไหน ร้านอาหาร ตลาด และซูเปอร์มาร์เก็ตยังเปิดได้ตามปกติ โดยให้มีมาตรการลงชื่อผู้ที่เข้าใช้บริการและต้องเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด ทำให้ประชาชนยังคงสามารถออกไปไหนมาไหนได้บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะอยู่บ้านนอกจากจะจำเป็นต้องทำธุระข้างนอกจริงๆ</div>

<div style="display: none;">ระหว่างที่เราเขียนต้นฉบับของเดือนนี้อยู่ สถานการณ์โควิด-19 ก็กำลังระอุขึ้นมาอีกครั้งในประเทศไทย ซึ่งดูเหมือนจะน่ากลัวกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา ส่วนไต้หวัน หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งประสบความสำเร็จในการเปิดเส้นทางกับสาธารณรัฐปาเลาและมีข่าวว่ากำลังเตรียมตัวเปิดเส้นทางอื่นๆ เช่น ไต้หวัน-เกาะกวม และไต้หวัน-สิงคโปร์ต่อไป มาตอนนี้สถานการณ์ก็กลับกลายเป็นยอดผู้ติดเชื้อในประเทศสูงถึงหลักร้อยติดกันมาหลายวัน จนต้องประกาศห้ามชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรผู้พำนักอาศัยเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง</div>

<div style="display: none;">คอลัมน์ Made in Taiwan ครั้งนี้เลยจะพามาดูกันว่าไต้หวันเขาทำอะไรไปแล้วบ้างในช่วงที่การควบคุมโรคระบาดเริ่มอยู่ตัว และสถานการณ์ภายในประเทศกลับเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนหน้านี้ และเกิดอะไรขึ้น ที่ทำให้สถานการณ์ในไต้หวันพลิกผันจนต้องประกาศให้ใช้มาตรการควบคุมการระบาดระดับ 3 ทั่วทั้งเกาะ</div>

<div style="display: none;">ไฟลต์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยที่ผู้เข้าร่วมจะต้องตรวจโควิด-19 ทั้งก่อนและหลังไป ไม่ออกเที่ยวนอกเส้นทางเอง พักในโรงแรมและทานอาหารในร้านที่ทางทัวร์จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น อีกทั้งหลังกลับมายังต้องสังเกตอาการ หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ ซึ่งรวมไปถึงการไปทำงานหรือโรงเรียนภายใน 14 วันหลังกลับจากการท่องเที่ยวด้วย</div>

<div style="display: none;">เพราะกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนี้เองที่ทำให้ความต้องการไปเที่ยวในเส้นทางนี้ไม่เยอะเท่าที่ควร จนไฟลต์เดินทางเที่ยววันที่ 17 เมษายนต้องถูกยกเลิกไปเพราะมีคนจองไปเที่ยวเพียง 2 คน ทำให้ศูนย์บัญชาการกลางป้องกันโรคระบาดหรือ CECC ของไต้หวันต้องออกมาให้สัญญาว่าจะดำเนินการพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบให้สะดวกกับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนเส้นทางนี้</div>

<div style="display: none;">นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวด้วยว่าไต้หวันกำลังพิจารณาเปิดเส้นทางเพิ่มเติมกับ เกาะกวมและสิงคโปร์เป็นลำดับถัดไป ซึ่งถ้าทำได้ความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศคงจะเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย</div>

<div style="display: none;">ส่วนเส้นทางไต้หวัน-ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มการบินเส้นทางไต้หวัน-ปาเลาครั้งแรก มีรายงานข่าวหลายชิ้นที่พูดถึงความเป็นไปได้ของเส้นทางนี้เหมือนกัน รายงานข่าวชิ้นหนึ่งโดยสำนักข่าว udn ของไต้หวันเมื่อวันที่ 23 มีนาคมบอกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม Lin Chia-lung ได้กล่าวไว้ว่าเส้นทางถัดไปจะพยายามให้เป็นเส้นทางใกล้ๆ ที่เดินทางไม่เกิน 5 ชั่วโมง และ “ประเทศไทยมีโอกาสสูงมาก” สอดคล้องกับข่าวที่รายงานว่าผู้แทนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ประจำกรุงไทเปได้เอ่ยถึงการเจรจากันระหว่างไต้หวันและไทยถึงความเป็นไปได้ที่อาจเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังจากคนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนกันเรียบร้อยแล้ว</div>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/travel-bubble-taiwan/">เมื่อไหร่จะได้ไปไต้หวัน? โปรเจกต์ travel bubble ของไต้หวันไปถึงไหนแล้ว?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Apr 2021 13:30:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[เจียงไคเช็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=130068</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจียง ไคเช็ก ก่อนที่จะมีโควิด-19 เพื่อนของเราคนหนึ่งมาเที่ยวไต้หวันและตั้งข้อสังเกตกับอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทเปไว้ว่า น่าแปลกที่ประเทศประชาธิปไตยอย่างไต้หวันมีการสร้างรูปจำลองของอดีตผู้นำคนหนึ่งเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ต้องมีการแสดงทหารเปลี่ยนกะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดนี้ เมื่อปีที่แล้วเราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่าที่เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยของไต้หวันในปัจจุบัน และได้พูดแตะถึงเรื่องผลกระทบจากการเคลื่อนไหวครั้งนั้น หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนข้อความบนซุ้มประตูหลักหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นความเคลื่อนไหวในการชำระประวัติศาสตร์ไต้หวันที่เคยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมายาวนาน และลบล้างยุคสมัยของลัทธิบูชาตัวบุคคล ยุคที่แทบทุกสถานที่สำคัญเต็มไปด้วยรูปปั้นสลักคำสรรเสริญเยินยอ สร้างชาติยิ่งใหญ่ด้วยผู้นำเกรียงไกร อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นโครงการของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งในปี 1976 (สร้างแล้วเสร็จในปี 1980) หลังการอสัญกรรมของอดีตผู้นำรัฐบาลชาตินิยมเพื่อสรรเสริญความยิ่งใหญ่ดีงามของเขา โดยก่อนหน้านี้นอกจากจะมีการจัดแสดงประวัติชีวิตและการทำงานของเจียง ไคเช็ก ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ไต้หวันแล้ว ยังมีการขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับเจียง ไคเช็ก ด้วย แต่คำถามคือสำหรับประชาชนไต้หวันแล้ว เจียง ไคเช็ก คือรัฐบุรุษ คือผู้นำที่ควรค่าสรรเสริญ หรือเป็นจอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลังการทรมานและสังหารหมู่ผู้เห็นต่างอย่างไร้ปรานี? หากจะพูดถึงความย้อนแย้งนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ 228 (228 Incident) ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นให้กับชาวไต้หวันหลายครอบครัวไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1947 เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งรวมตัวกันครั้งใหญ่และถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั่วเกาะไต้หวันหลายพันคน และมีการประเมินว่าอาจสูงถึง 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีห้วงแห่งความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) ระหว่างปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/">ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="display: none;">เจียง ไคเช็ก</p>



<p>ก่อนที่จะมีโควิด-19 เพื่อนของเราคนหนึ่งมาเที่ยวไต้หวันและตั้งข้อสังเกตกับอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในไทเปไว้ว่า น่าแปลกที่ประเทศประชาธิปไตยอย่างไต้หวันมีการสร้างรูปจำลองของอดีตผู้นำคนหนึ่งเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ถึงขนาดที่ต้องมีการแสดงทหารเปลี่ยนกะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดนี้</p>



<p>เมื่อปีที่แล้วเราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับ<a href="https://adaymagazine.com/wild-lily-student-movement/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การเคลื่อนไหวดอกลิลลี่ป่า</a>ที่เป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยของไต้หวันในปัจจุบัน และได้พูดแตะถึงเรื่องผลกระทบจากการเคลื่อนไหวครั้งนั้น หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนข้อความบนซุ้มประตูหลักหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นความเคลื่อนไหวในการชำระประวัติศาสตร์ไต้หวันที่เคยอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมายาวนาน และลบล้างยุคสมัยของลัทธิบูชาตัวบุคคล ยุคที่แทบทุกสถานที่สำคัญเต็มไปด้วยรูปปั้นสลักคำสรรเสริญเยินยอ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="614" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-1024x614.jpg" alt="เจียง ไคเช็ก" class="wp-image-130088" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-1024x614.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-300x180.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-768x461.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1-600x360.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก-1.jpg 1170w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">สุสานเจียง ไคเช็ก / Image : smiletaiwan.cw.com.tw</span></em></figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างชาติยิ่งใหญ่ด้วยผู้นำเกรียงไกร</h2>



<p>อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก เป็นโครงการของรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งในปี 1976 (สร้างแล้วเสร็จในปี 1980) หลังการอสัญกรรมของอดีตผู้นำรัฐบาลชาตินิยมเพื่อสรรเสริญความยิ่งใหญ่ดีงามของเขา โดยก่อนหน้านี้นอกจากจะมีการจัดแสดงประวัติชีวิตและการทำงานของเจียง ไคเช็ก ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ไต้หวันแล้ว ยังมีการขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับเจียง ไคเช็ก ด้วย</p>



<p>แต่คำถามคือสำหรับประชาชนไต้หวันแล้ว เจียง ไคเช็ก คือรัฐบุรุษ คือผู้นำที่ควรค่าสรรเสริญ หรือเป็นจอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลังการทรมานและสังหารหมู่ผู้เห็นต่างอย่างไร้ปรานี?</p>



<p>หากจะพูดถึงความย้อนแย้งนี้ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเหตุการณ์ 228 (228 Incident) ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นให้กับชาวไต้หวันหลายครอบครัวไม่ได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปี 1947 เมื่อกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งรวมตัวกันครั้งใหญ่และถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั่วเกาะไต้หวันหลายพันคน และมีการประเมินว่าอาจสูงถึง 20,000 คน </p>



<p>นอกจากนี้ยังมีห้วงแห่งความน่าสะพรึงกลัวสีขาว (White Terror) ระหว่างปี 1949-1987 ซึ่งเป็นช่วงครองอำนาจของพ่อลูกตระกูลเจียง–เจียง ไคเช็ก และเจียง จิงกว๋อ มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกนานกว่า 38 ปี&nbsp;เนื่องจากพรรคก๊กมินตั๋งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจในสาธารณรัฐจีนมายาวนาน ห้วงเวลานั้นใครที่มีทีท่าว่าอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลสามารถถูกตัดสินว่าก่อการกบฏหรือฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ได้ง่ายๆ หรืออาจถูกลงโทษด้วยการสั่ง<a href="https://adaymagazine.com/jing-mei-taiwan/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จำคุกนักโทษการเมือง</a> การกระทำเพียงเล็กน้อยที่ทำให้รัฐบาลจับตามองอาจส่งผลถึงชีวิต นั่นทำให้ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ในช่วงนั้นไม่กล้าแม้แต่จะแสดงออกถึงความคิดเห็นของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คำสรรเสริญที่ถูกปลด</strong></h2>



<p>ปี 2000 พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชนะเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ประธานาธิบดีเฉิน สุ่ยเปียน ในขณะนั้นมุ่งมั่นจะชำระล้างประวัติศาสตร์เพื่อแสดงว่าไต้หวันไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการหรือกฎอัยการศึกอันยาวนานอีกต่อไป เขาสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดรัฐบาลทั่วประเทศสำรวจรูปปั้นจำลองสองผู้นำตระกูลเจียงที่ตั้งในสถานที่สำคัญ รวมถึงชื่อสถานที่ทางการที่ตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูสองผู้นำเพื่อหาทางจัดการกับมรดกตกทอดของระบอบเผด็จการในอดีต</p>



<p>20 ปีผ่านไป สำนักข่าว Liberty Times Net รายงานว่ามีรูปปั้นจำลองมากกว่า 300 ชิ้นที่ถูกถอดและขนย้ายออกจากสถานที่สำคัญทางราชการเพื่อนำไปทำลาย บางส่วนก็รักษาไว้ที่สุสานฉือหู (Cihu Mausoleum) สุสานของอดีตผู้นำที่ตั้งอยู่ในเมืองเถาหยวนจนกลายเป็นภาพแปลกตาเมื่อในสวนแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นเจียง ไคเช็ก และทายาท บ้างนั่ง บ้างขี่ม้า บ้างยืนมองหน้ากัน บ้างยืนล้อมกันเป็นวงกลม กินเนื้อที่ส่วนใหญ่ในสุสานนี้ รายงานบางชิ้นบอกว่าในสวนอาจมีรูปปั้นอดีตผู้นำรวมกันมากถึง 500 ชิ้น ถึงอย่างนั้นกระบวนการขนย้ายรูปปั้นเหล่านี้เฉพาะส่วนของภาครัฐก็เพิ่งจะดำเนินการได้เพียง 23 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-1024x575.jpg" alt="" class="wp-image-130092" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-1024x575.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-768x431.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2-600x337.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก3-2.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image</span></em> <em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">: orange.udn.com</span></em></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="680" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2.jpg" alt="" class="wp-image-130127" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-600x398.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/สุสานเจียงไคเช็ก2-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image : chinatimes.com</span></em></figcaption></figure></div>



<p>ส่วนหนึ่งของความล่าช้าเป็นเพราะผลงานแต่ละชิ้นต้องถูกตีความอย่างระมัดระวังว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือศิลปะหรือไม่ เราจึงยังสามารถเห็นรูปปั้นเหล่านี้ได้ในหลายสถานที่ของไต้หวัน โดยเฉพาะรูปปั้นเจียง ไคเช็ก ขนาดใหญ่ที่อนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก นั่นเอง</p>



<p>ส่วนของการเปลี่ยนชื่อสถานที่ ตัวอย่างหนึ่งคือซุ้มประตูด้านหน้าอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก จุดเช็กอินที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกัน ปัจจุบันบนซุ้มมีข้อความเขียนเป็นตัวอักษรจีนว่า 自由廣場 ตรงกับชื่อลานที่เรียกกันว่า Liberty Square หรือ Freedom Square ซึ่งเป็นสถานสำคัญที่ชาวไต้หวันมักจะนัดมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าย้อนกลับไปในอดีต ข้อความเดิมบนซุ้มประตูนี้คือ 大中至正 หรือข้อความสรรเสริญความเที่ยงธรรมของอดีตผู้นำเจียง ไคเช็ก แน่นอนว่าการดำเนินการเปลี่ยนข้อความบริเวณนี้มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่นั้นเห็นความสำคัญในการรักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ส่วนฝั่งผู้ที่เห็นด้วยส่วนใหญ่คือครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช่วงความน่าสะพรึงกลัวสีขาว ถึงขั้นมีรายงานว่าวันที่มีการนำข้อความสรรเสริญลงเพื่อเปลี่ยนเป็นข้อความใหม่ มีคนไปดื่มไวน์เฉลิมฉลองกันบริเวณนั้นเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="714" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-1024x714.jpg" alt="เจียง ไคเช็ก" class="wp-image-130089" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-1024x714.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-768x535.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง-600x418.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/เปลี่ยนชื่อซุ้มประตูหน้าอนุสรณ์เจียงไคเช็ก-เอาคำสรรเสริญลง.jpg 1069w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ข้อความบนซุ้มประตูที่ถูกเปลี่ยน / Image : REUTERS/Bobby Yip  (CHINA) &#8211; RTX4H99</span></em></figcaption></figure></div>



<p>เช่นกันกับตัวอนุสรณ์สถานเอง ที่รัฐบาลเฉิน สุ่ยเปียน เปลี่ยนชื่อเป็น National Taiwan Democracy Memorial Hall แต่ผลสุดท้ายเมื่อพรรคก๊กมินตั๋งชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ก็ได้เปลี่ยนชื่อสถานที่กลับไปเป็นอนุสรณ์สถานเจียง ไคเช็ก ตามเดิม</p>



<p>อีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสนามบินนานาชาติเถาหยวนซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมในแผนการของสนามบิน ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นสนามบินนานาชาติเจียง ไคเช็ก เพื่อรำลึกถึงอดีตผู้นำ กระทั่งในปี 2006 อดีตประธานาธิบดีเฉิน สุ่ยเปียน ก็เสนอแผนการเปลี่ยนชื่อสนามบินแห่งนี้กลับเป็นชื่อเมืองเถาหยวนเพื่อให้ชื่อของสนามบินสะท้อนถึงที่ตั้งที่ถูกต้อง แน่นอนว่าเกิดกระแสไม่เห็นด้วยมากมาย เช่น การเปลี่ยนชื่อไม่ได้ช่วยให้การจัดการการบินในสนามบินดีขึ้น หรือบ้างก็เสนอให้คงชื่อของอดีตผู้นำเอาไว้ควบคู่ไปกับชื่อเมือง แต่ผลสุดท้ายสนามบินก็ถูกเปลี่ยนชื่อกลับไปเป็นสนามบินนานาชาติเถาหยวนอย่างที่พวกเราคุ้นชื่อกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="301" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน.jpg" alt="" class="wp-image-130093" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/ชื่อเดิมสนามบินเถาหยวน-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image : tw.appledaily.com</span></em></figcaption></figure></div>



<p>ตั้งแต่ที่เรามาเรียนต่อในไต้หวันจนทำงานแล้ว ทุกปีจะได้ยินข่าวคนไปปาสีใส่รูปปั้นเจียง ไคเช็ก บ้าง ทำลายรูปปั้นบ้าง ถ้าจำไม่ผิด ประมาณปี 2019 ในเขตมหาวิทยาลัยของเรามีคนแอบเข้าไปตัดขาม้าที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปปั้นเจียง ไคเช็ก ในเขตมหาวิทยาลัย เป็นเหตุให้ในปัจจุบันหลายๆ สถานที่สร้างรั้วขึ้นมากั้นไม่ให้มีคนเข้าไปทำลายสิ่งของสาธารณะได้อีก</p>



<p>เมื่อเวลาเปลี่ยน การตีความสถานะของอดีตผู้นำที่เกรียงไกรก็เปลี่ยน รูปปั้นหลายร้อยชิ้นในที่สุสานฉือหูถูกทิ้งไว้โดยไร้การบูรณะ เหมือนจะให้เป็นประจักษ์พยานถึงการเปลี่ยนผ่านของเวลา ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนไต้หวันบางคนตั้งคำถามว่าควรหรือไม่ที่เมืองเถาหยวนจะประชาสัมพันธ์สถานที่แห่งนี้ในฐานะแหล่งท่องเที่ยว เพราะการนำชื่อหรือตัวแทนของอดีตผู้นำเผด็จการมาประชาสัมพันธ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวก็ดูจะลักลั่นย้อนแย้งอยู่ไม่น้อย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h4>



<p><a href="https://www.fpri.org/article/2017/02/taiwans-white-terror-remembering-228-incident/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">fpri.org</a></p>



<p><a href="https://news.ltn.com.tw/news/politics/paper/1226130" target="_blank" rel="noreferrer noopener">news.ltn.com.tw</a></p>



<p><a href="https://www.reuters.com/article/us-taiwan-chiang-idUSTP7121520071207" target="_blank" rel="noreferrer noopener">reuters.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2007/11/23/2003389141" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2006/09/02/2003325813" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chiang-kai-shek/">ผู้นำสร้างชาติหรือเผด็จการเหี้ยมโหด? ‘เจียง ไคเช็ก’ ผู้นำที่ชาวไต้หวันอยากลบคำเยินยอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2021 10:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกบ๊วย]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกสาลี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[พีช]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ซากุระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=125595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดอกไม้ไต้หวัน เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเพลง Mei Hua (เหมยฮวา) ของเติ้ง ลี่จวิน ผ่านหูกันมาบ้าง แม้จะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไง แต่ได้ยินเพลงขึ้นเมื่อไหร่ก็ฮัม “เหมยฮวา เหมยฮวา หมานเทียนเซี่ย” คลอไปกับเสียงเพลงกันได้ตลอด พอเข้าช่วงตรุษจีน ไต้หวันก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทั่วเกาะมีดอกไม้แข่งกันผลิดอกเต็มไปหมด อย่างซากุระ (ภาษาจีนเรียกว่าอิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) หรือดอกอาซาเลีย (ตู้เจวียนฮวา) รวมถึงดอกบ๊วยหรือ &#8216;เหมยฮวา&#8217; ด้วยเช่นกัน เหมยฮวานี่เองที่ดูจะเป็นดอกไม้ที่มีเครดิตสูงที่สุดในฐานะดอกไม้ประจำชาติของไต้หวัน (ดอกที่อยู่บนธงชาติไต้หวันนั่นก็ใช่) แม้คนไต้หวันหลายคนอาจจะยี้เพราะตราดอกเหมยนั้นมีที่มาจากตราสัญลักษณ์ของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ตราดอกเหมยในฐานะดอกไม้ประจำชาติก็ยังคงอยู่เรื่อยมา ดอกเหมยนั้นเวลาบานพร้อมกันก็สวยไม่แพ้ดอกซากุระ แถมบางพันธุ์ยังส่งกลิ่นหอมอีก จนมีหลายครั้งที่เราสับสนระหว่างดอกไม้สองพันธุ์นี้ เพิ่งจะมาปีนี้เองที่ลองหาข้อมูลจริงจังแล้วพบว่าคนไต้หวันเองก็สับสนกับดอกไม้หน้าตาแบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่สองพันธุ์ที่ชวนสับสน แต่ดอกบ๊วย (เหมยฮวา) ดอกซากุระ (อิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) ดอกพลัม (หลี่ฮวา) และดอกพีช (เถาฮวา) 5 ดอกนี้หน้าตาคล้ายกันและชวนให้สับสนไปหมด เมื่อเดือนที่ผ่านมา เราพร้อมกับพี่ๆ น้องๆ คนไทยที่มาเรียนต่อที่ไต้หวันหลายคนเช่ารถขับเพื่อออกไปตามหาดอกซากุระสีขาวกัน แต่หลังจากใช้เวลาขับรถอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง พอขึ้นเขาไปถึงจุดหมายกลับพบว่าคนเยอะเกินไปจนจอดรถไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/">ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="display:none;">ดอกไม้ไต้หวัน</p>



<p>เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินเพลง <em>Mei Hua</em> (เหมยฮวา) ของเติ้ง ลี่จวิน ผ่านหูกันมาบ้าง แม้จะไม่รู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไง แต่ได้ยินเพลงขึ้นเมื่อไหร่ก็ฮัม <em>“เหมยฮวา เหมยฮวา หมานเทียนเซี่ย”</em> คลอไปกับเสียงเพลงกันได้ตลอด</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="梅花 Mei Hua - Teresa Teng 邓丽君/鄧麗君 (Live Concert 1984)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/DxD-NJFousg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>พอเข้าช่วงตรุษจีน ไต้หวันก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทั่วเกาะมีดอกไม้แข่งกันผลิดอกเต็มไปหมด อย่างซากุระ (ภาษาจีนเรียกว่าอิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) หรือดอกอาซาเลีย (ตู้เจวียนฮวา) รวมถึงดอกบ๊วยหรือ &#8216;เหมยฮวา&#8217; ด้วยเช่นกัน </p>



<p>เหมยฮวานี่เองที่ดูจะเป็นดอกไม้ที่มีเครดิตสูงที่สุดในฐานะดอกไม้ประจำชาติของไต้หวัน (ดอกที่อยู่บนธงชาติไต้หวันนั่นก็ใช่) แม้คนไต้หวันหลายคนอาจจะยี้เพราะตราดอกเหมยนั้นมีที่มาจากตราสัญลักษณ์ของพรรคก๊กมินตั๋ง แต่ตราดอกเหมยในฐานะดอกไม้ประจำชาติก็ยังคงอยู่เรื่อยมา</p>



<p>ดอกเหมยนั้นเวลาบานพร้อมกันก็สวยไม่แพ้ดอกซากุระ แถมบางพันธุ์ยังส่งกลิ่นหอมอีก จนมีหลายครั้งที่เราสับสนระหว่างดอกไม้สองพันธุ์นี้ เพิ่งจะมาปีนี้เองที่ลองหาข้อมูลจริงจังแล้วพบว่าคนไต้หวันเองก็สับสนกับดอกไม้หน้าตาแบบนี้เหมือนกัน ที่สำคัญคือไม่ได้มีแค่สองพันธุ์ที่ชวนสับสน แต่ดอกบ๊วย (เหมยฮวา) ดอกซากุระ (อิงฮวา) ดอกสาลี่ (หลีฮวา) ดอกพลัม (หลี่ฮวา) และดอกพีช (เถาฮวา) 5 ดอกนี้หน้าตาคล้ายกันและชวนให้สับสนไปหมด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125902" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกซากุระหรืออิงฮวา</span></figcaption></figure></div>



<p>เมื่อเดือนที่ผ่านมา เราพร้อมกับพี่ๆ น้องๆ คนไทยที่มาเรียนต่อที่ไต้หวันหลายคนเช่ารถขับเพื่อออกไปตามหาดอกซากุระสีขาวกัน แต่หลังจากใช้เวลาขับรถอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง พอขึ้นเขาไปถึงจุดหมายกลับพบว่าคนเยอะเกินไปจนจอดรถไม่ได้ แต่ระหว่างทางพวกเราเจอคาเฟ่เอาต์ดอร์ร้านหนึ่งที่มีซากุระสีขาวเยอะไปหมดเหมือนกัน เลยตัดสินใจวนรถกลับไปคาเฟ่ร้านนั้นแทน อย่างน้อยก็ได้ชมซากุระสีขาวเหมือนกัน</p>



<p>ปรากฏว่าพอไปถึงที่ร้าน เจ้าของร้านก็บอกกับเราว่านี่ไม่ใช่ซากุระ แต่เป็นดอกสาลี่ต่างหาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครในทริปที่ผิดหวังเลย เพราะดูเผินๆ มันก็สวยเหมือนกันอยู่ดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125910" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/White-Sakura.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกซากุระสีขาว</span></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125901" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">ดอกสาลี่หรือหลีฮวา</span></figcaption></figure></div>



<p>จบจากทริปนั้นเรายังมีโอกาสได้ไปสถานที่หนึ่งในภาคกลางของไต้หวันซึ่งพิเศษมากเพราะขณะที่จุดชมดอกไม้ส่วนใหญ่ของไต้หวันอาจมีดอกไม้หน้าตาคล้ายๆ กันแค่ 1-2 ชนิดหรืออย่างมากก็ 3 ชนิด ที่ ‘เฉ่าผิงโถว (草坪頭)’ หรืออดีตพื้นที่ปลูกชาในเมืองหนานโถว เราสามารถชมดอกไม้ 4 ชนิดได้ในที่เดียว คือ ดอกซากุระ ดอกเหมย ดอกสาลี่ และดอกพีช&nbsp;</p>



<p>พอดอกไม้ทั้ง 4 มาอยู่ด้วยกัน อย่าว่าแต่เราที่เป็นคนไทย แม้แต่คนไต้หวันเองก็สับสนเหมือนกันว่าทางไหนเป็นดอกอะไร แต่จริงๆ แล้วก็พอจะมีวิธีแยกแยะอยู่บ้าง และเราก็ได้เรียนรู้มาจากทริปนี้เหมือนกัน ดังนั้นนอกจากจะเอาภาพดอกไม้มาฝากแล้ว เราเลยขอแถมวิธีแยกแยะดอกไม้สวยๆ เหล่านี้ด้วย</p>



<p>ถ้าใครได้มาไต้หวันรอบหน้า นอกจากจะได้ถ่ายรูปดอกไม้เพลินๆ แล้ว การได้สังเกตและแยกว่าต้นนี้เป็นต้นอะไรหรือเป็นดอกอะไรก็ทำให้เที่ยวได้สนุกขึ้นเยอะเลย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125903" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Pink-Sakura-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125904" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Red-Sakura-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกซากุระ</h3>



<p>ดอกไม้ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง ในไทเปมีจุดชมดอกซากุระอยู่หลายจุด เช่น เขาหยางหมิงซานหรือวัดอู๋จี๋เทียนเหยียน (無極天元宮) ใกล้ๆ เขตตั้นสุ่ย ดอกซากุระเป็นดอกไม้ที่สามารถแยกออกจากดอกไม้ประเภทอื่นๆ ที่เรากำลังพูดถึงในบทความนี้ได้ง่ายที่สุด เพราะปลายกลีบดอกจะมีหยักและมีก้านดอกยาว โดยหนึ่งช่อจะมีหลายดอก</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125905" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Mei-Hua.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกเหมย</h3>



<p>ส่วนตัวเราเวลาจะแยกดอกเหมย ถ้าไม่คิดถึงรูปทรงดอกไม้บนธงชาติไต้หวันก็จะนึกถึงโลโก้ดอกไม้บนซองลูกอมรสบ๊วยที่ชอบกินสมัยเด็กๆ ดอกเหมยจะมีความกลมๆ สมมาตรเหมือนกับโลโก้แบบนั้นเลย อีกอย่างที่ช่วยให้เราสามารถแยกดอกเหมยได้คือดูที่ก้านดอก ดอกเหมยจะไม่มีก้านชูขึ้นมาทำให้รู้สึกเหมือนดอกไม้ติดอยู่กับกิ่งไปเลย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125907" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125906" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Peach-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกพีช</h3>



<p>ลักษณะคล้ายดอกเหมย แต่กลีบจะยาวรีกว่า มีก้านสั้นๆ ที่ต้องสังเกตให้ดี และถ้าโชคดีหน่อยก็จะเจอผลพีชที่เริ่มปูดขึ้นมาเป็นผลเล็กๆ ปนอยู่กับดอกพีชที่ยังร่วงไม่หมด บอกให้เรารู้ว่านี่แหละคือต้นพีช</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-1024x683.jpg" alt="ดอกไม้ไต้หวัน" class="wp-image-125908" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125909" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Salee-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ดอกสาลี่</h3>



<p>แม้ตอนแรกเราจะสับสนระหว่างดอกสาลี่กับดอกซากุระสีขาว แต่พอได้เห็นดอกสาลี่เป็นครั้งที่สองก็เจอจุดที่แตกต่างจากดอกซากุระอย่างเห็นได้ชัด คือถ้ามองไกลๆ ดอกของต้นสาลี่จะขึ้นเรียงตัวไปตามกิ่ง ไม่ฟูฟ่องและแผ่ออกเหมือนซากุระ ดอกมีกลีบเรียวและเกสรยาวเป็นพิเศษ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แนะนำสถานที่ชมดอกไม้ไปง่ายรอบไทเป</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://goo.gl/maps/C9N7qk1Xmmt9iR547" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Yangmingshan Flower Clock (陽明山花鐘)</a></h3>



<p>Yangmingshan National Park, Hushan Road, Section 2, Beitou District, Taipei City</p>



<p>นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงลงที่สถานี Beitou ต่อรถเมล์สาย 129 หรือ S9 ลงที่ป้าย Hushan Rd. Sec. 2</p>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://goo.gl/maps/veafkoxafAdhzS1h6" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wuji Tianyuan Temple (淡水無極天元宮)</a></h3>



<p>No. 36, Section 3, Beixin Road, Tamsui District, New Taipei City</p>



<p>นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงลงที่สถานีปลายทาง Tamsui ต่อรถเมล์สาย 875 จากท่ารถด้านนอกสถานีรถไฟฟ้า ลงที่ป้าย Tianyuan Temple</p>



<p style="display:none;">ดอกไม้ไต้หวัน</p>

<p style="display:none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flowers-in-taiwan/">ออกไปดูดอกไม้ในไต้หวัน และคู่มือแยกแยะดอกไม้ยอดฮิตฉบับบีกินเนอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขึ้นเขาไปสูดอากาศหนาว ดู &#8216;หิมะไต้หวัน&#8217; ของดีที่แม้แต่คนไต้หวันบางคนก็ยังไม่เคยดู</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taiwan-snow/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2021 11:32:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[road trip]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[หยวนหมิงซาน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[หิมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=122796</guid>

					<description><![CDATA[<p>หิมะไต้หวัน a day ปีแรกที่เรามาไต้หวันตรงกับปี 2017 ฤดูหนาวปีนั้นหนาวเป็นพิเศษ เกริ่นมาเหมือนจะเป็นบทนำนิยาย จริงๆ ไม่ใช่หรอก ไม่รู้ว่าที่เรารู้สึกหนาวกว่าปกติในปีแรกส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ชินกับอากาศหนาวของไต้หวันที่ทั้งหนาวทั้งชื้นหรือเปล่า อีกส่วนคือหอพักของเราตอนนั้นอยู่บนภูเขา จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่อุณหภูมิประมาณ 6-8 องศาเซลเซียสติดกันหลายวัน แต่ความรู้สึกจริงจะอยู่ที่ 3-5 องศาฯ เพราะความชื้นจากฝนที่ตกแทบจะตลอดเวลา ชื้นจนเราเคยวางเสื้อผ้าแห้งที่เพิ่งออกจากเครื่องอบใหม่ๆ เตรียมไว้ใส่วันถัดไป พอตื่นเช้ามามันก็ชื้นนิดหน่อยแล้ว หิมะไต้หวัน พอถึงวันสิ้นปีที่ผ่านมา พยากรณ์อากาศประกาศล่วงหน้าว่าอยู่ๆ อากาศจะหนาวลงกะทันหันจากวันก่อนหน้าที่อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าองศาฯ ก็จะลดฮวบเหลือเป็นตัวเลขหลักเดียว เราเลยตัดสินใจว่าปีนี้จะไม่ออกไปดูพลุที่ไทเป 101 แต่ขอห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟาที่บ้านก็พอแล้ว ตามปกติแม้ในเขตเมืองของไต้หวันจะไม่มีหิมะตก แต่ทุกฤดูหนาวก็จะมีรายงานข่าวหิมะตกตามเขตภูเขาสูง เช่น หยางหมิงซาน เหอหวนซาน อวี้ซาน ฯลฯ (จะมีก็ปี 2016 ที่ไทเปหนาวที่สุดในรอบ 44 ปี และมีคนเห็นหิมะตกผสมกับฝนปรอย เสียดายที่เรามาสายไปหนึ่งปีเลยไม่ทันเห็น) เราได้ยินและได้เห็นภาพหิมะบนเขาในข่าวมาทุกปีจนกระทั่งปีนี้ที่ตัดสินใจไปดูหิมะไต้หวันให้เห็นด้วยตาตัวเองสักที ช่วงที่มีข่าวหิมะตกตรงกับสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม มีข่าวคนไต้หวันพากันขึ้นเขาไปชมหิมะตั้งแต่ประมาณวันศุกร์ เราเองก็เห็นเพื่อนรอบข้างไปดูหิมะที่อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานในไทเปบ้าง ป่าไท่ผิงซานในอี๋หลานบ้าง ทีแรกก็คิดว่าจะไปหยางหมิงซานเพราะอยู่ใกล้ๆ แต่สุดท้ายก็เลือกไปภูเขาเหอหวนซานที่ดูมีหิมะเยอะกว่า เพราะไหนๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-snow/">ขึ้นเขาไปสูดอากาศหนาว ดู &#8216;หิมะไต้หวัน&#8217; ของดีที่แม้แต่คนไต้หวันบางคนก็ยังไม่เคยดู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">หิมะไต้หวัน <span style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com/" target="_blank" rel="noopener"><em>a day</em></a></span></p>


<p>ปีแรกที่เรามาไต้หวันตรงกับปี 2017 ฤดูหนาวปีนั้นหนาวเป็นพิเศษ</p>



<p>เกริ่นมาเหมือนจะเป็นบทนำนิยาย จริงๆ ไม่ใช่หรอก ไม่รู้ว่าที่เรารู้สึกหนาวกว่าปกติในปีแรกส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ชินกับอากาศหนาวของไต้หวันที่ทั้งหนาวทั้งชื้นหรือเปล่า อีกส่วนคือหอพักของเราตอนนั้นอยู่บนภูเขา จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่อุณหภูมิประมาณ 6-8 องศาเซลเซียสติดกันหลายวัน แต่ความรู้สึกจริงจะอยู่ที่ 3-5 องศาฯ เพราะความชื้นจากฝนที่ตกแทบจะตลอดเวลา ชื้นจนเราเคยวางเสื้อผ้าแห้งที่เพิ่งออกจากเครื่องอบใหม่ๆ เตรียมไว้ใส่วันถัดไป พอตื่นเช้ามามันก็ชื้นนิดหน่อยแล้ว</p>

<span style="display: none;">หิมะไต้หวัน</span>



<p>พอถึงวันสิ้นปีที่ผ่านมา พยากรณ์อากาศประกาศล่วงหน้าว่าอยู่ๆ อากาศจะหนาวลงกะทันหันจากวันก่อนหน้าที่อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าองศาฯ ก็จะลดฮวบเหลือเป็นตัวเลขหลักเดียว เราเลยตัดสินใจว่าปีนี้จะไม่ออกไปดูพลุที่ไทเป 101 แต่ขอห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟาที่บ้านก็พอแล้ว</p>



<p>ตามปกติแม้ในเขตเมืองของไต้หวันจะไม่มีหิมะตก แต่ทุกฤดูหนาวก็จะมีรายงานข่าวหิมะตกตามเขตภูเขาสูง เช่น หยางหมิงซาน เหอหวนซาน อวี้ซาน ฯลฯ (จะมีก็ปี 2016 ที่ไทเปหนาวที่สุดในรอบ 44 ปี และมีคนเห็นหิมะตกผสมกับฝนปรอย เสียดายที่เรามาสายไปหนึ่งปีเลยไม่ทันเห็น) เราได้ยินและได้เห็นภาพหิมะบนเขาในข่าวมาทุกปีจนกระทั่งปีนี้ที่ตัดสินใจไปดูหิมะไต้หวันให้เห็นด้วยตาตัวเองสักที</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-122805" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110100656_6554463_0-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ช่วงที่มีข่าวหิมะตกตรงกับสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม มีข่าวคนไต้หวันพากันขึ้นเขาไปชมหิมะตั้งแต่ประมาณวันศุกร์ เราเองก็เห็นเพื่อนรอบข้างไปดูหิมะที่อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซานในไทเปบ้าง ป่าไท่ผิงซานในอี๋หลานบ้าง ทีแรกก็คิดว่าจะไปหยางหมิงซานเพราะอยู่ใกล้ๆ แต่สุดท้ายก็เลือกไปภูเขาเหอหวนซานที่ดูมีหิมะเยอะกว่า เพราะไหนๆ จะไปแล้วก็ขอดูให้หนำใจ</p>



<p>เราเดินทางออกจากไทเปช่วงเย็นของวันเสาร์ ถึงเมืองหนานโถวช่วงหัวค่ำ คืนนั้นต้องรีบนอนเพราะตามแผนคือต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อออกเดินทางประมาณ 6 โมงเช้า เพราะถ้าออกสายสิ่งที่จะต้องเจอแน่ๆ คือรถติด และบนเขตยอดเขาก็จำกัดจำนวนคน ต้องรอให้คนข้างบนลงมาก่อนถึงจะปล่อยให้คนที่มาใหม่ขับขึ้นไปได้ อีกอย่างคือรถทุกคันที่จะขึ้นไปบนนั้นได้ต้องมีโซ่พันล้อรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซึ่งในไต้หวันที่ไม่ได้มีหิมะตกในเมือง คนส่วนใหญ่ถ้าจะใช้ทีหนึ่งก็จะเช่าเอา ฉะนั้นก่อนจะขึ้นเขาไปได้เราก็ต้องไปต่อคิวเช่าโซ่นี้ก่อนด้วย</p>



<p>กว่าจะถึงร้านเช่าโซ่ก็เป็นเวลา 7 โมงเช้าพอดี โชคดีที่ตรงนั้นเป็นเหมือนจุดพักรถกลายๆ มีปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อสาขาใหญ่ ระหว่างรอเราเลยสามารถหลบความหนาวเข้าไปนั่งดื่มอะไรร้อนๆ ในนั้นก่อน พอ 8 โมงกว่าๆ ก็ถึงคิวรับโซ่เลยได้เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-122803" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122622_6554478_0-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ก่อนจะถึงเขตหิมะของเหอหวนซาน เราขับผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังคือฟาร์มแกะชิงจิ้งที่ยังไม่เคยพาตัวเองไปสักทีจนกระทั่งวันนั้นเพราะคิดมาตลอดว่าตัวเองเคยไปฟาร์มแกะสวนผึ้งมาแล้ว เลยชิงจิ้งขึ้นไปหน่อยจะมีจุดแวะพักรถอีกที่ ถึงตรงนี้มีรถหลายคันที่จอดใส่โซ่กันแม้จะยังไม่เข้าเขตหิมะ เรากับเพื่อนร่วมเดินทางก็เลยเอาบ้างแลกกับการนั่งรถโยกเยกเพราะใส่โซ่แต่ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะพอพ้นตรงนี้ไปสักหน่อยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจว่าคันไหนยังไม่ใส่โซ่ก็ต้องจอดใส่ตรงนั้นเลย</p>



<p>ขับขึ้นไปอีกไม่นานทิวทัศน์รอบข้างก็เริ่มแปลกตา เราเริ่มเห็นน้ำแข็งเกาะตามจุดต่างๆ ก่อนจะเริ่มเห็นหิมะบนยอดไม้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดที่มีหิมะแล้วจริงๆ ก็ได้เป็นภาพแปลกตา ด้านหนึ่งของเราเต็มไปด้วยหิมะ แต่พอหันหน้ามองไปอีกด้านก็ยังเป็นไต้หวันที่เขียวขจีอยู่เหมือนอย่างทุกวัน</p>



<p>โชคดีที่เราออกเดินทางแต่เช้าทำให้แทบไม่เจอรถติดเลยจนกระทั่งใกล้จะถึงจุดสูงสุดที่สามารถขับรถขึ้นไปได้ ตรงนี้มีเจ้าหน้าที่คอยปล่อยรถอยู่อีกจุดเพื่อควบคุมไม่ให้มีจำนวนรถและคนขึ้นไปพร้อมกันมากเกินไป รออยู่ไม่ถึงชั่วโมงเราก็ได้ขึ้นไปสมใจ ส่วนขากลับลงมาตอนเที่ยงกว่าๆ ปรากฏว่ามีรถคันอื่นๆ มาเพิ่ม หางแถวยาวกว่าขาขึ้นของเราหลายเท่า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องรอกันนานแค่ไหน</p>



<p>จุดที่เราและนักท่องเที่ยวอีกหลายคนขึ้นไปชมหิมะเรียกว่าอู๋หลิ่ง (武嶺) สูง 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามปกติก็เป็นจุดชมวิวสำคัญของเหอหวนซานอยู่แล้ว พอมีหิมะนักท่องเที่ยวก็ยิ่งเยอะขึ้นไปอีก เราโชคดีที่วันที่ขึ้นไปมีแดดและฟ้าเปิดทำให้เห็นวิวได้ถนัด เพราะถ้าเป็นหนึ่งวันก่อนหน้าหรือวันถัดมา ข่าวบอกว่าแม้จะมีหิมะแต่ก็มีหมอกลงจัดจนแทบมองไม่เห็นวิวได้ไกลๆ อย่างที่เราเห็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-1024x576.jpg" alt="หิมะไต้หวัน" class="wp-image-122804" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/photo_20210110122544_6554474_0-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทีแรกเราก็นึกอยู่ว่าแปลกไหมนะ อยู่ไต้หวันมาตั้งหลายปีเพิ่งจะได้เห็นหิมะ แต่หลังจากลงรูปถ่ายบนโซเชียลฯ ของตัวเองแล้วก็มีเพื่อนชาวไต้หวันมาคอมเมนต์ว่า “เธอโชคดีจัง ขนาดคนไต้หวันหลายคนยังไม่เคยเห็นหิมะในไต้หวันเลยนะ” แสดงว่ามันก็ไม่แปลกหรอก หิมะไต้หวันคงไม่ใช่อะไรที่จะเห็นกันได้ง่ายๆ นั่นแหละ เพราะฉะนั้นเราเลยเก็บภาพมาฝากกันด้วย&nbsp;</p>



<p>ขึ้นปีที่ 4 ที่เราอยู่ไต้หวันตรงกับปี 2021 ฤดูหนาวปีนี้เป็นฤดูหนาวในไต้หวันที่สนุกเป็นพิเศษ&nbsp;</p>



<div style="display: none;">กว่าจะถึงร้านเช่าโซ่ก็เป็นเวลา 7 โมงเช้าพอดี โชคดีที่ตรงนั้นเป็นเหมือนจุดพักรถกลายๆ มีปั๊มน้ำมันและร้านสะดวกซื้อสาขาใหญ่ ระหว่างรอเราเลยสามารถหลบความหนาวเข้าไปนั่งดื่มอะไรร้อนๆ ในนั้นก่อน พอ 8 โมงกว่าๆ ก็ถึงคิวรับโซ่เลยได้เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง</span>

<div style="display: none;">ก่อนจะถึงเขตหิมะของเหอหวนซาน เราขับผ่านสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังคือฟาร์มแกะชิงจิ้งที่เราก็ยังไม่เคยพาตัวเองไปสักทีจนกระทั่งวันนั้นเพราะคิดมาตลอดว่าตัวเองเคยไปฟาร์มแกะสวนผึ้งมาแล้ว เลยชิงจิ้งขึ้นไปหน่อยจะมีจุดแวะพักรถอีกที่ ถึงตรงนี้มีรถหลายคันที่จอดใส่โซ่กันแม้จะยังไม่เข้าเขตหิมะ เรากับเพื่อนร่วมเดินทางก็เลยเอาบ้างแลกกับการนั่งรถโยกเยกเพราะใส่โซ่แต่ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะพอพ้นตรงนี้ไปสักหน่อยจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจว่าคันไหนยังไม่ใส่โซ่ก็ต้องจอดใส่ตรงนั้นเลย</span>

<div style="display: none;">ขับขึ้นไปอีกไม่นานทิวทัศน์รอบข้างก็เริ่มแปลกตา เราเริ่มเห็นน้ำแข็งเกาะตามจุดต่างๆ ก่อนจะเริ่มเห็นหิมะบนยอดไม้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดที่มีหิมะแล้วจริงๆ ก็ได้เป็นภาพแปลกตา ด้านหนึ่งของเราเต็มไปด้วยหิมะ แต่พอหันหน้ามองไปอีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นไต้หวันที่เขียวขจีอยู่เหมือนอย่างทุกวัน</div>

<div style="display: none;">โชคดีที่เราออกเดินทางแต่เช้าทำให้แทบไม่เจอรถติดเลยจนกระทั่งใกล้จะถึงจุดสูงสุดที่จะสามารถขับรถขึ้นไปได้ ตรงนี้มีเจ้าหน้าที่คอยปล่อยรถอยู่อีกจุดเพื่อควบคุมไม่ให้มีจำนวนรถและคนขึ้นไปพร้อมกันมากเกินไป รออยู่ไม่ถึงชั่วโมงเราก็ได้ขึ้นไปสมใจ ส่วนขากลับลงมาตอนเที่ยงกว่าๆ ปรากฏว่ามีรถคันอื่นๆ มาเพิ่ม หางแถวยาวกว่าขาขึ้นของเราหลายเท่า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องรอกันนานแค่ไหน</div>

<div style="display: none;">จุดที่เราและนักท่องเที่ยวอีกหลายคนขึ้นไปชมหิมะเรียกว่าอู๋หลิ่ง (武嶺) สูง 3275 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามปกติก็เป็นจุดชมวิวสำคัญของเหอหวนซานอยู่แล้ว พอมีหิมะนักท่องเที่ยวก็ยิ่งเยอะขึ้นไปด้วย เราโชคดีที่วันที่ขึ้นไปมีแดด ฟ้าเปิดทำให้เห็นวิวได้ถนัด เพราะถ้าเป็นหนึ่งวันก่อนหน้าหรือวันถัดมา ข่าวบอกว่าแม้จะมีหิมะ แต่ก็มีหมอกลงจัดจนแทบมองไม่เห็นวิวได้ไกลๆ อย่างที่เราเห็น</div>

<div style="display: none;">ทีแรกเราก็นึกอยู่ว่าแปลกไหมนะ อยู่ไต้หวันมาตั้งหลายปีเพิ่งจะได้เห็นหิมะแต่หลังจากลงรูปถ่ายบนโซเชียลของตัวเองแล้วก็มีเพื่อนชาวไต้หวันมาคอมเมนต์ว่า “เธอโชคดีจัง ขนาดคนไต้หวันหลายคนยังไม่เคยเห็นหิมะในไต้หวันเลยนะ” แสดงว่ามันก็ไม่แปลกหรอก หิมะไต้หวันคงไม่ใช่อะไรที่จะเห็นกันได้ง่ายๆ นั่นแหละเพราะฉะนั้นเราเลยเก็บภาพมาฝากกันด้วย&nbsp;</div>

<div style="display: none;">ขึ้นปีที่ 4 ที่เราอยู่ไต้หวันตรงกับปี 2021 ฤดูหนาวปีนี้เป็นฤดูหนาวในไต้หวันที่สนุกเป็นพิเศษ</div>

<div style="display: none;">เกริ่นมาเหมือนจะเป็นบทนำนิยาย จริงๆ ไม่ใช่หรอก ไม่รู้ว่าที่เรารู้สึกหนาวกว่าปกติในปีแรกส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ชินกับอากาศหนาวของไต้หวันที่ทั้งหนาวทั้งชื้นหรือเปล่า อีกส่วนคือหอพักของเราตอนนั้นอยู่บนภูเขา จำได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่อุณหภูมิประมาณ 6-8 องศาเซลเซียสติดกันหลายวัน แต่ความรู้สึกจริงจะอยู่ที่ 3-5 องศาฯ เพราะความชื้นจากฝนที่ตกแทบจะตลอดเวลา ชื้นจนเราเคยวางเสื้อผ้าแห้งที่เพิ่งออกจากเครื่องอบใหม่ๆ เตรียมไว้ใส่วันถัดไป พอตื่นเช้ามามันก็ชื้นนิดหน่อยแล้ว</div>

<div style="display: none;">พอถึงวันสิ้นปีที่ผ่านมา พยากรณ์อากาศประกาศล่วงหน้าว่าอยู่ๆ อากาศจะหนาวลงกะทันหันจากวันก่อนหน้าที่อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 10 กว่าองศาฯ ก็จะลดฮวบเหลือเป็นตัวเลขหลักเดียว เราเลยตัดสินใจว่าปีนี้จะไม่ออกไปดูพลุที่ไทเป 101 แต่ขอห่อตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนโซฟาที่บ้านก็พอแล้ว</div>

<div style="display: none;">ขับขึ้นไปอีกไม่นานทิวทัศน์รอบข้างก็เริ่มแปลกตา เราเริ่มเห็นน้ำแข็งเกาะตามจุดต่างๆ ก่อนจะเริ่มเห็นหิมะบนยอดไม้มากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งถึงจุดที่มีหิมะแล้วจริงๆ ก็ได้เป็นภาพแปลกตา ด้านหนึ่งของเราเต็มไปด้วยหิมะ แต่พอหันหน้ามองไปอีกด้านก็ยังเป็นไต้หวันที่เขียวขจีอยู่เหมือนอย่างทุกวัน</div>

<div style="display: none;">โชคดีที่เราออกเดินทางแต่เช้าทำให้แทบไม่เจอรถติดเลยจนกระทั่งใกล้จะถึงจุดสูงสุดที่สามารถขับรถขึ้นไปได้ ตรงนี้มีเจ้าหน้าที่คอยปล่อยรถอยู่อีกจุดเพื่อควบคุมไม่ให้มีจำนวนรถและคนขึ้นไปพร้อมกันมากเกินไป รออยู่ไม่ถึงชั่วโมงเราก็ได้ขึ้นไปสมใจ ส่วนขากลับลงมาตอนเที่ยงกว่าๆ ปรากฏว่ามีรถคันอื่นๆ มาเพิ่ม หางแถวยาวกว่าขาขึ้นของเราหลายเท่า ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องรอกันนานแค่ไหน</div>

<div style="display: none;">จุดที่เราและนักท่องเที่ยวอีกหลายคนขึ้นไปชมหิมะเรียกว่าอู๋หลิ่ง (武嶺) สูง 3,275 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตามปกติก็เป็นจุดชมวิวสำคัญของเหอหวนซานอยู่แล้ว พอมีหิมะนักท่องเที่ยวก็ยิ่งเยอะขึ้นไปอีก เราโชคดีที่วันที่ขึ้นไปมีแดดและฟ้าเปิดทำให้เห็นวิวได้ถนัด เพราะถ้าเป็นหนึ่งวันก่อนหน้าหรือวันถัดมา ข่าวบอกว่าแม้จะมีหิมะแต่ก็มีหมอกลงจัดจนแทบมองไม่เห็นวิวได้ไกลๆ อย่างที่เราเห็น</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taiwan-snow/">ขึ้นเขาไปสูดอากาศหนาว ดู &#8216;หิมะไต้หวัน&#8217; ของดีที่แม้แต่คนไต้หวันบางคนก็ยังไม่เคยดู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วรรษมน โฆษะวิวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2021 18:41:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[made in taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้นกบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแข็งไส]]></category>
		<category><![CDATA[ขนม]]></category>
		<category><![CDATA[ไถหนาน]]></category>
		<category><![CDATA[ของหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[แปลรักฉันด้วยใจเธอ]]></category>
		<category><![CDATA[โอ้เอ๋ว]]></category>
		<category><![CDATA[อ้ายอวี้]]></category>
		<category><![CDATA[วุ้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119141</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘โอ้เอ๋ว’ ศัพท์เสียงแปลก แปลกทั้งเสียงวรรณยุกต์ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเป็นคำอุทาน (ส่วนตัวเราตอนเห็นครั้งแรกนึกถึงคำว่า ‘โอ้เอ้’ ผสมกับ ‘โธ่เอ๋ย’) แปลกทั้งความหมายของคำที่ถ้าไปเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ ก็คงหาไม่เจอ คำนี้กระจายอยู่ทั่วไทม์ไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง คือช่วงที่ซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ ออกฉาย ตัวเอกในเรื่องชื่อโอ้เอ๋ว อาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมี ‘ขนมโอ้เอ๋ว’ เป็นของหวานขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเหมือนกัน จนถึงตอนนี้เราก็ยังเห็นคนพูดถึงโอ้เอ๋วผ่านหน้าไทม์ไลน์เป็นระยะ เรายังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้เพราะหาดูในไต้หวันไม่ได้สักที (แต่คิดว่าตัวเองพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์จากการเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์) ส่วนโอ้เอ๋วของจริงที่ภูเก็ตก็ยังไม่เคยได้ไปชิมแต่เห็นผ่านไทม์ไลน์ของคนที่ไปตามรอยซีรีส์ที่ภูเก็ตเหมือนกัน ครั้งแรกที่เห็นภาพขนมโอ้เอ๋วของจริงเราอดเอ๊ะในใจไม่ได้ เพราะทั้งหน้าตาทั้งชื่อเรียกมันช่างคล้ายกับอะไรบางอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในไต้หวัน โอ้เอ๋วของภูเก็ตหน้าตาเป็นวุ้นใสสีอ่อนโปะหน้าด้วยน้ำแข็งไส น้ำแดง และผลไม้ต่างๆ พูดแล้วก็อยากกินเอง ส่วนขนมของไต้หวันที่เราว่าคล้ายๆ กันคือ ‘อ้ายอวี้’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าน้ำวุ้นกบนั่นเอง พอเริ่มมีคำถาม เราก็เริ่มค้นที่มาของทั้งโอ้เอ๋วและอ้ายอวี้ว่าสรุปแล้วมันเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง&#160; แล้วก็ได้คำตอบว่า อ้าว! มันคือสิ่งเดียวกันนี่นา โอ้เอ๋ว มีชื่อภาษาจีนว่า 薁蕘 อ่านแบบจีนกลางได้ว่า อวี้หราว Yù ráo แต่ถ้าออกเสียงแบบภาษาฮกเกี้ยนอ้างอิงตามเว็บไซต์ itaigi—พจนานุกรมภาษาฮกเกี้ยนออนไลน์ของไต้หวัน จะออกเสียงว่า เอ้อเกย๋อ ò-giô (เสียงควบ กย) ซึ่งใกล้เคียงกับโอ้เอ๋วที่เราเรียกกัน ส่วนอ้ายอวี้แบบไต้หวันเขียนด้วยตัวอักษร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/">ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘โอ้เอ๋ว’ ศัพท์เสียงแปลก แปลกทั้งเสียงวรรณยุกต์ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนเป็นคำอุทาน (ส่วนตัวเราตอนเห็นครั้งแรกนึกถึงคำว่า ‘โอ้เอ้’ ผสมกับ ‘โธ่เอ๋ย’) แปลกทั้งความหมายของคำที่ถ้าไปเปิดพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ ก็คงหาไม่เจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำนี้กระจายอยู่ทั่วไทม์ไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง คือช่วงที่ซีรีส์ <a href="https://adaymagazine.com/bkpp/" target="_blank" rel="noopener"><em>แปลรักฉันด้วยใจเธอ</em></a> ออกฉาย ตัวเอกในเรื่องชื่อโอ้เอ๋ว อาศัยอยู่ในจังหวัด<a href="https://adaymagazine.com/journey-i-told-sunset-about-you/" target="_blank" rel="noopener">ภูเก็ต</a>ซึ่งมี ‘ขนมโอ้เอ๋ว’ เป็นของหวานขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเหมือนกัน จนถึงตอนนี้เราก็ยังเห็นคนพูดถึงโอ้เอ๋วผ่านหน้าไทม์ไลน์เป็นระยะ เรายังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้เพราะหาดูในไต้หวันไม่ได้สักที (แต่คิดว่าตัวเองพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์จากการเห็นผ่านหน้าไทม์ไลน์) ส่วนโอ้เอ๋วของจริงที่ภูเก็ตก็ยังไม่เคยได้ไปชิมแต่เห็นผ่านไทม์ไลน์ของคนที่ไปตามรอยซีรีส์ที่ภูเก็ตเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งแรกที่เห็นภาพขนมโอ้เอ๋วของจริงเราอดเอ๊ะในใจไม่ได้ เพราะทั้งหน้าตาทั้งชื่อเรียกมันช่างคล้ายกับอะไรบางอย่างที่เห็นได้ทั่วไปในไต้หวัน โอ้เอ๋วของภูเก็ตหน้าตาเป็นวุ้นใสสีอ่อนโปะหน้าด้วยน้ำแข็งไส น้ำแดง และผลไม้ต่างๆ พูดแล้วก็อยากกินเอง ส่วนขนมของไต้หวันที่เราว่าคล้ายๆ กันคือ ‘อ้ายอวี้’ หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่าน้ำวุ้นกบนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเริ่มมีคำถาม เราก็เริ่มค้นที่มาของทั้งโอ้เอ๋วและอ้ายอวี้ว่าสรุปแล้วมันเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วก็ได้คำตอบว่า อ้าว! มันคือสิ่งเดียวกันนี่นา</span></p>
<p><div id="attachment_119180" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119180" class="wp-image-119180 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j.jpg" alt="โอ้เอ๋ว" width="540" height="359" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGSC9CD39B8667C6E42j-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119180" class="wp-caption-text">โอ้เอ๋วของภูเก็ต | ภาพจาก phuketcity.go.th</p></div></p>
<p><div id="attachment_119181" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119181" class="wp-image-119181 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj.jpg" alt="โอ้เอ๋ว" width="540" height="405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGVE641920979F6571Bj-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119181" class="wp-caption-text">อ้ายอวี้ของไต้หวัน | ภาพจาก test.pure-taiwan.info</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ้เอ๋ว มีชื่อภาษาจีนว่า 薁蕘 อ่านแบบจีนกลางได้ว่า อวี้หราว Yù ráo แต่ถ้าออกเสียงแบบภาษาฮกเกี้ยนอ้างอิงตามเว็บไซต์ itaigi—พจนานุกรมภาษาฮกเกี้ยนออนไลน์ของไต้หวัน จะออกเสียงว่า เอ้อเกย๋อ ò-giô (เสียงควบ กย) ซึ่งใกล้เคียงกับโอ้เอ๋วที่เราเรียกกัน ส่วนอ้ายอวี้แบบไต้หวันเขียนด้วยตัวอักษร 愛玉 ออกเสียงแบบจีนกลางว่า Ài yù แบบฮกเกี้ยนหรือภาษาไต้หวันว่า อ้ายหยก ài-gio̍k-</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวละครโอ้เอ๋วใน <em>แปลรักฉันด้วยใจเธอ</em> ดูเหมือนจะเขียนชื่อ 欧儿 (จีนตัวย่อ) หรือ 歐兒 (จีนตัวเต็ม) ออกเสียง โอวเอ่อ Ōu er ฉีกออกไป ถ้าเป็นคนดูที่อ่านซับไตเติลภาษาจีนก็อาจจะไม่ได้รับรู้ถึงความเชื่อมโยงของชื่อของตัวละครกับของหวานขึ้นชื่อชนิดนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วุ้นอ้ายอวี้หรือโอ้เอ๋วเป็นวุ้นที่ได้จากเมล็ดของผลมะเดื่อชนิดหนึ่ง สำหรับเมนูโอ้เอ๋วในภูเก็ต ว่ากันว่าเริ่มจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่ได้รับอิทธิพลมาจากเกาะปีนัง ส่วนทางไต้หวันมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่ย้อนไปได้ไกลที่สุดคือหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">ประวัติศาสตร์ทั่วไปของไต้หวัน (台灣通史)</span></i><span style="font-weight: 400;"> โดยเหลียนเหิง (連橫) ตีพิมพ์ปี 1921 บันทึกไว้ว่าวันหนึ่งในรัชสมัยฮ่องเต้เต้ากวังแห่งราชวงศ์ชิง (ปี 1820-1850) อากาศร้อนอบอ้าว พ่อค้าชาวเมืองไถหนานที่เดินทางมายังเขตภูเขาของเมืองเจียอี้เกิดกระหายน้ำขึ้นมาเลยแวะวักน้ำในลำธารดื่มระหว่างทาง เขาพบว่าน้ำในลำธารให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นกว่าที่ไหนๆ พอลองสังเกตดู จริงๆ แล้วความลับอยู่ที่เมล็ดของพืชที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นซึ่งตกลงมายังลำธารทำให้เกิดเป็นเนื้อวุ้นที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พ่อค้าผู้นั้นลองเก็บเมล็ดที่ว่านั้นกลับบ้านไปทดลองทำวุ้น แช่เย็น และลองเติมน้ำเชื่อมดูก็มีรสชาติดี สุดท้ายเขาก็เลยทำวุ้นชนิดนี้ให้ลูกสาวอายุ 15 ออกไปขาย ตัวลูกสาวเองชื่อ ‘อ้ายอวี้’ ด้วยความที่เป็นของใหม่ในสมัยนั้น คนยังไม่รู้จักว่าพืชชนิดนี้คืออะไรก็เลยเรียกชื่อวุ้นนี้ว่า ‘วุ้นอ้ายอวี้’ ตามชื่อสาวคนขายวุ้นไปด้วย&nbsp;</span></p>
<p><div id="attachment_119182" style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-119182" class="size-full wp-image-119182" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j.jpg" alt="" width="540" height="362" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j.jpg 540w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/000MGO4FE5597C3B754DA9j-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /><p id="caption-attachment-119182" class="wp-caption-text">ภาพจาก yangui.com.tw</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันชาวไต้หวันก็ยังนิยมกินวุ้นอ้ายอวี้อยู่ โดยส่วนมากจะอยู่ในฐานะเครื่องดื่มมากกว่าของหวาน โดยเสิร์ฟวุ้นใสมาในแก้วกับน้ำเลม่อนเย็นๆ หาซื้อได้ตามไนต์มาร์เก็ตหรือร้านเครื่องดื่มท้องถิ่น หรือเสิร์ฟกับน้ำเชื่อม น้ำแข็ง และผลไม้ แม้จะหายากกว่าแต่ก็พอมีบ้างเช่นกัน (เท่าที่เรารู้คือที่ร้านชิงสุ่ยถัง (清水堂) เมืองไถหนาน) ส่วนที่ไทยก็หาทานได้ที่ภูเก็ต ดูเหมือนส่วนมากจะใช้น้ำเชื่อมสีแดง ทำให้หน้าตาต่างจากที่ไต้หวันอยู่บ้าง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดเราก็ได้ยินมาว่ามีร้านน้ำวุ้นกบแบบไต้หวันไปเปิดในกรุงเทพฯ แล้ว และเพราะโอ้เอ๋ว อ้ายอวี้ และวุ้นกบคือสิ่งเดียวกัน คนกรุงเทพฯ คนไหนอยากลองกินโอ้เอ๋ว ลองเริ่มจากการสั่งน้ำวุ้นกบมาดื่มก็ได้เหมือนกัน</span></p>
<hr>
<h4><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></h4>
<p><a href="https://itaigi.tw/k/%E6%84%9B%E7%8E%89"><span style="font-weight: 400;">itaigi.tw</span></a></p>
<p><a href="https://kmweb.coa.gov.tw/subject/subject.php?id=24496"><span style="font-weight: 400;">kmweb.coa.gov.tw</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aiyu-jelly/">ภูเก็ตมีโอ้เอ๋ว ไต้หวันมีอ้ายอวี้ ของหวานแฝดคนละฝาที่กินที่ไหนก็ชื่นใจเหมือนกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
