<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตินกานต์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/tinkarn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/tinkarn/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Oct 2021 09:52:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Gimbocha ร้านชาของคุณยาย ที่มีสองหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เบื้องหลัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gimbocha/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Oct 2021 07:36:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Gimbocha]]></category>
		<category><![CDATA[ชากิมบ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[หนองแขม]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านชา]]></category>
		<category><![CDATA[ชา]]></category>
		<category><![CDATA[tea]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148056</guid>

					<description><![CDATA[<p>Gimbocha ชากิมบ้อ ในการกินดื่ม รสชาติคือเรื่องหลักที่ฉันแสวงหา แต่บ่อยครั้งที่พบว่าการมีบางอย่างประกอบร่วมเข้าไปนั้นช่วยให้การกินดื่มนั้นๆ พิเศษยิ่งขึ้น เช่นบรรยากาศ สถานที่ ไม่ก็สตอรี แพ็กเกจจิ้ง หรือสิ่งเล็กน้อยที่แสดงถึงความใส่ใจของคนทำ กลายเป็นยิ่งอิน ยิ่งเอนจอย ยิ่งทัชใจ Gimbocha หรือ ชากิมบ้อ ที่มาพร้อมโลโก้ ‘คุณยายชงชา’ เข้าข่ายที่ว่ามาทั้งหมด&#160; แบรนด์ชาน้องใหม่ย่านหนองแขมแห่งนี้ถูกใจฉันตั้งแต่รสชาติ ไปจนฉลากน่ารักที่แปะบนแก้วบนขวด และสิ่งละอันพันละน้อยที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกว่า ชาเจ้านี้เขาช่างใส่ใจลูกค้าดีจัง แต่ขอเฉลยก่อนเลยว่า ภายใต้ภาพคุณยายชงชาหน้าตาใจดี และชื่อแบรนด์ ‘กิมบ้อ’ ซึ่งตั้งตามนามราชินีแห่งสวรรค์ของชาวจีน คือหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลัง บอส–นภัสรพี พุทธรัตน์ ชายหนุ่มที่พูดได้เต็มปากว่าช่างเนิร์ดเรื่องชา และ ต้นน้ำ–วารีช กิจบูรณะ หญิงสาวผู้สร้างคาแร็กเตอร์คุณยายให้กลายเป็นภาพจำของแบรนด์ กระทั่งลูกค้าหลายคนหลงเข้าใจว่ามีคุณยายมีตัวตน ยืนชงชาอยู่ในร้านจริงๆ ย้อนความกลับไป การทำแบรนด์ชาไม่เคยอยู่ในหัวของบอสและต้นน้ำ ทั้งคู่คือบัณฑิตหมาดๆ ที่เพิ่งเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์มาในเวลาไล่เลี่ยกัน และเป็นช่วงเดียวกับที่โควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ตลาดงานภาพยนตร์ที่ทั้งคู่ร่ำเรียนมาหยุดชะงัก บอสซึ่งเรียนจบมาก่อนจึงหันมองสิ่งที่ตนมีอยู่ เขาเล่าย่นย่อว่าคุณพ่อชื่นชอบการดื่มชาและสนใจในธุรกิจค้าส่งใบชา หากเขาต้องเข้าไปคลุกวงในกับธุรกิจนี้ ก็ขอทำแบรนด์ชาให้ออกมาตรงตามที่ใจชอบ&#160; บอสชวนต้นน้ำเข้าสู่วงการชาด้วยกัน ค่อยๆ ทำความรู้จักใบชาแต่ละชนิด รีเสิร์ชข้อมูล ทัวร์ชิมชาทั่วเยาวราช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gimbocha/">Gimbocha ร้านชาของคุณยาย ที่มีสองหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เบื้องหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">Gimbocha ชากิมบ้อ </span>ใน<a href="https://adaymagazine.com/category/style/food/%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การกินดื่ม</a> รสชาติคือเรื่องหลักที่ฉันแสวงหา แต่บ่อยครั้งที่พบว่าการมีบางอย่างประกอบร่วมเข้าไปนั้นช่วยให้การกินดื่มนั้นๆ พิเศษยิ่งขึ้น เช่นบรรยากาศ สถานที่ ไม่ก็สตอรี แพ็กเกจจิ้ง หรือสิ่งเล็กน้อยที่แสดงถึงความใส่ใจของคนทำ กลายเป็นยิ่งอิน ยิ่งเอนจอย ยิ่งทัชใจ</p>



<p><strong>Gimbocha </strong>หรือ <strong>ชากิมบ้อ</strong> ที่มาพร้อมโลโก้ ‘คุณยายชงชา’ เข้าข่ายที่ว่ามาทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>แบรนด์ชาน้องใหม่ย่านหนองแขมแห่งนี้ถูกใจฉันตั้งแต่รสชาติ ไปจนฉลากน่ารักที่แปะบนแก้วบนขวด และสิ่งละอันพันละน้อยที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกว่า ชาเจ้านี้เขาช่างใส่ใจลูกค้าดีจัง</p>



<p>แต่ขอเฉลยก่อนเลยว่า ภายใต้ภาพคุณยายชงชาหน้าตาใจดี และชื่อแบรนด์ ‘กิมบ้อ’ ซึ่งตั้งตามนามราชินีแห่งสวรรค์ของชาวจีน คือหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลัง <strong>บอส–นภัสรพี พุทธรัตน์ </strong>ชายหนุ่มที่พูดได้เต็มปากว่าช่างเนิร์ดเรื่องชา และ <strong>ต้นน้ำ–วารีช กิจบูรณะ </strong>หญิงสาวผู้สร้างคาแร็กเตอร์คุณยายให้กลายเป็นภาพจำของแบรนด์ กระทั่งลูกค้าหลายคนหลงเข้าใจว่ามีคุณยายมีตัวตน ยืนชงชาอยู่ในร้านจริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148076" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148067" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา4-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ย้อนความกลับไป การทำแบรนด์ชาไม่เคยอยู่ในหัวของบอสและต้นน้ำ ทั้งคู่คือบัณฑิตหมาดๆ ที่เพิ่งเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์มาในเวลาไล่เลี่ยกัน และเป็นช่วงเดียวกับที่โควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ตลาดงานภาพยนตร์ที่ทั้งคู่ร่ำเรียนมาหยุดชะงัก บอสซึ่งเรียนจบมาก่อนจึงหันมองสิ่งที่ตนมีอยู่ เขาเล่าย่นย่อว่าคุณพ่อชื่นชอบการดื่มชาและสนใจในธุรกิจค้าส่งใบชา หากเขาต้องเข้าไปคลุกวงในกับธุรกิจนี้ ก็ขอทำแบรนด์ชาให้ออกมาตรงตามที่ใจชอบ&nbsp;</p>



<p>บอสชวนต้นน้ำเข้าสู่วงการชาด้วยกัน ค่อยๆ ทำความรู้จักใบชาแต่ละชนิด รีเสิร์ชข้อมูล ทัวร์ชิมชาทั่วเยาวราช ลองผิดลองถูก แตกธุรกิจออกมาเป็นคาเฟ่ชา และทำแบรนด์ให้ทันสมัยขึ้น&nbsp;</p>



<p>นี่คือประตูบานแรกของวัยรุ่นสองคนที่แทบไม่มีความรู้เรื่องชามาก่อนเลยแม้แต่น้อย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148103" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา40.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชาทุกตัวมีที่มา มีนิทาน มีตำนาน มีเรื่องเล่า</strong></h3>



<p>“โลกของชามีรายละเอียดที่ผู้ขายต้องรู้เยอะมากครับ”</p>



<p>ฉันเห็นด้วยกับที่บอสกล่าว คำว่า ‘ชา’ นั้นเปรียบได้กับจักรวาลขนาดย่อม มีหลายชนิด หลากสายพันธุ์ แตกสายไปหลายกลิ่น แยกย่อยไปมากรส ราวไม่มีที่สิ้นสุด</p>



<p>&#8220;ชาคล้ายกับกาแฟ มันมีหลักแหล่ง แต่ข้อมูลกลับมีไม่มากโดยเฉพาะในภาษาไทย จุดนี้เลยทำให้เราคิดว่าถ้าสามารถประกอบความรู้เหล่านี้ขึ้นมาแล้วถ่ายทอดให้ง่ายขึ้น การดื่มชาก็จะกลายเป็นเรื่องสนุก ที่ไม่ใช่แค่ว่าเราได้ดื่มชา แต่มันเท่ากับว่าเราได้เสพเรื่องราวไปด้วย ซึ่งลูกค้าแต่ละกลุ่มก็สนใจเรื่องชาต่างกันไป” มีหลายครั้งที่ลูกค้าไม่เข้าใจเมื่อเขาพยายามอธิบายถึงกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการหมักชา บอสจึงค่อยๆ เรียนรู้กระบวนท่าใหม่ๆ ในการเล่าเรื่อง</p>



<p>“เป้าหมายของผมคือทำยังไงให้คนเข้าถึงชาได้ง่าย ผมมักจะเริ่มจากสตอรี เช่น ชาเขียวหลงจิ่งคือชาที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี มีเทสต์โน้ตนัตตี้-ฟรุตตี้ ขณะที่ชาแดงเจิ้งซานเสียวจ่งคือชาแดงตัวแรกของโลก ถ้าอยากจะลองชาแดง ต้องตัวนี้ที่เป็นต้นกำเนิด”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148083" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แต่พอเรายิ่งหาอ่านก็ยิ่งรู้ว่าชาไม่ได้จบแค่ตรงนั้นตรงนี้ ชาตัวหนึ่งมีนิทานของมันด้วยซ้ำ และแต่ละมณฑลก็มีเรื่องเล่าของชาไม่เหมือนกัน แม้ไม่ใช่เรื่องที่พิสูจน์ได้ แต่เวลาเราได้ดื่มชาตัวนั้น เราจะรู้สึกสนุกขึ้นเมื่อเรารู้เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง” บอสว่า</p>



<p>ยกตัวอย่างนิทานชาเขียวหลงจิ่ง ที่ต้นน้ำวาดเป็นการ์ตูนสี่ช่องเล่าง่ายๆ แปะไว้บนผนังร้าน ตำนานเล่าว่าเทวดากำลังชื่นชมความงามของจอกมังกรเงินอยู่บนสวรรค์ แต่ดันทำจอกชาตกลงมายังโลก จอกชากลายเป็นต้นกำเนิดบ่อน้ำหลงจิ่ง ซึ่งแปลว่าบ่อมังกร ให้คนในหมู่บ้านได้ใช้น้ำจากบ่อนี้ปลูกชา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148104" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา41.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>นี่ไง ฟังแล้วน่าจะเข้าใจง่ายกว่าคำว่าออกซิเดชั่นเห็นๆ</p>



<p>“หรืออย่าง<strong>ชาไต้หวันนางงาม</strong>” ต้นน้ำยกตัวอย่างบ้าง “มีสตอรีว่าเป็นชาที่เคยถูกเสิร์ฟให้ควีนวิกตอเรียดื่ม แล้วพระองค์ประทับใจในความนุ่มและอาฟเตอร์เทสต์ที่ยาวนาน เลยตั้งชื่อให้ชาตัวนี้ว่า Oriental Beauty Oolong Tea” ด้วยสตอรีเช่นนี้ ทำให้มีลูกค้าหลายคนที่ตัดสินใจลองสั่งมาชิมเพื่อลิ้มรสชาติเดียวกับที่ควีนวิกตอเรียเคยดื่ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148089" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จะดื่มอะไรดี ชาร้อน ชาเย็น ชาเบลนด์ ชานม ชาใส</strong></h3>



<p>เมนูชาส่วนใหญ่ของร้านถูกตั้งชื่ออย่างตรงไปตรงมาด้วยการใช้ชื่อของชนิดชานั้นๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบร้อน แบบเย็น และมีทั้งชานม ชาใส มีทั้งชงจากชาชนิดเดียว และที่เบลนด์ขึ้นใหม่เพื่อให้เกิดกลิ่นและรสที่ซับซ้อน&nbsp;</p>



<p>แต่ก่อนจะมีเมนูชามากมายเช่นนี้ พวกเขาเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟแต่ชาร้อนด้วยวิธีชงแบบกงฟูฉา (วิถีการชงชาร้อนของชาวจีน) แบบเพียวๆ</p>



<p>“ช่วงแรกผมโดนครอบงำด้วยเสน่ห์ของชาร้อน เพราะมันทำให้เราได้เสพทุกอย่างตั้งแต่เริ่มเปิดฝา ดมกลิ่น รินน้ำร้อนลวกหนึ่งครั้งเพื่อสัมผัสว่าอโรม่าเป็นแบบไหน นี่คือสิ่งที่อยากให้ลูกค้าได้สัมผัส ชากิมบ้อจึงเริ่มต้นด้วยการขายชาร้อนอย่างเดียว&nbsp;</p>



<p>“แต่ด้วยความที่เราเริ่มเปิดร้านในช่วงเดือนเมษาฯ ลูกค้ามาจากอากาศร้อนๆ เข้าร้านมา มีเมนูเย็นไหม โอเค ขายแต่ชาร้อนไม่ตอบโจทย์แน่” แต่ถึงอย่างนั้นบอสกับต้นน้ำก็ตั้งใจแต่ต้นว่าพวกเขาจะไม่ขายชาเย็นเหมือนกับร้านชาอื่นๆ ที่มีในตลาด เน้นชูความหลากหลายของชาที่ร้านนี้มีมากว่า 50 ชนิด แถมแต่ละชนิดยังมีคาแร็กเตอร์และเรื่องราวที่แตกต่างกันไป</p>



<p>“พอมาคิดดีๆ เราคิดว่าถ้าจะขายแค่ชาร้อนอย่างเดียว คงทำให้ลูกค้าหลายคนเสียโอกาสที่จะได้เข้าถึงความหลากหลายในโลกของชา ซึ่งมีมากกว่าที่เราเห็นในตลาดปัจจุบัน” ต้นน้ำช่วยขยายไอเดีย&nbsp;</p>



<p>“เราเลยหยิบชาแต่ละตัวมาทดลองทำเป็นเมนูเย็นแล้วตั้งชื่อเมนูตามชื่อชา เพื่อให้คนได้รู้จักตัวชาที่ได้ดื่มด้วย เช่น<strong>ชาต้าหงเผาบราวน์ชูการ์</strong> อยากให้ดื่มแล้วสัมผัสได้ถึงกลิ่นสโมคที่เกิดจากการคั่วไฟอุณหภูมิสูง แต่เป็นชาเย็นนะ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าดื่มง่ายแน่นอน” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148066" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148061" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/28-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มากไปกว่าชาเย็น พวกเขายังเล็งเห็นพื้นที่ในตลาดชานม ที่ชากิมบ้อสามารถหยิบคาแร็กเตอร์ของชาชนิดต่างๆ ในร้านมาเบลนด์เข้าหากันเพื่อให้เกิดมิติใหม่ๆ โดยไม่ละทิ้งรสชาติดั้งเดิมของชา</p>



<p>“เราลองชิมชาทุกตัวแล้วคัดออกมา โดยแยกว่าตัวนี้บอดี้ดี ตัวนี้กลิ่นดี จากนั้นจึงเริ่มเบลนด์ทีละสูตร อย่าง<strong>ชานม Kandy</strong> ลงตัวที่ส่วนผสม 4 อย่าง โดยสูตรนี้เราตั้งใจชูความเข้มข้น ดื่มแล้วได้รสชาเต็มๆ จึงต้องใช้ชาที่บอดี้แน่นๆ อย่างชาซีลอนเป็นเบส ข้อดีคือซีลอนมีกลิ่นหอมหวานอยู่แล้ว แต่ทำยังไงให้หอมหวานกว่านี้โดยไม่ต้องแต่งกลิ่น ดังนั้นเราจึงเอาพุทราจีนเข้ามาช่วย”</p>



<p>ไอเดียการเบลนด์ชาเช่นนี้เกิดจากหลักคิดที่ว่าจะทำยังไงให้ลูกค้าที่ไม่เคยดื่มชา หรือรู้จักชาเพียงผิวเผิน เข้าหาชาของพวกเขาได้ง่ายขึ้น</p>



<p>“เราพยายามเบลนด์โดยกำหนดให้มีส่วนประกอบอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ลูกค้ารู้จักแน่นอน เช่น <strong>ชาอู่หลงน้ำผึ้ง</strong> เขาต้องนึกออกแน่ๆ ว่าน้ำผึ้งรสชาติประมาณไหน หรืออย่าง<strong>ชาต้าหงเผา</strong> ถ้าเราพูดว่าชากลิ่นสโมคเขาอาจจะไม่คุ้น แต่พอบอกว่ามีบราวน์ชูการ์ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจ&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148092" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การจับคู่ชากับวัตถุดิบต่างๆ ในแบบของบอสนั้นมีทั้งแบบที่ใช้หลักการ แบบที่ใช้ความชอบ และแบบที่อาศัยความนึกสนุก เช่น <strong>ชาเก๊กฮวยคาโมมายล์</strong> เป็นการจับคู่ของฤทธิ์ชาที่ให้ความเย็นและผ่อนคลาย หรือ <strong>ชาผูเอ่อร์เก๊กฮวย</strong> มีกลิ่นหอมในทิศทางเดียวกัน สำหรับใครที่นึกไม่ออก ผูเอ่อร์คือชาที่มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร เราจึงมักเห็นชาตัวนี้ในร้านอาหารจีนแนวติ่มซำ ที่สำคัญคือมีกลิ่นและรส earthy จึงเข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมหวานของเก๊กฮวย </p>



<p>ขณะที่ <strong>ชาสามก๊ก </strong>นั้นเบลนด์ขึ้นจากคุณสมบัติที่แตกต่าง คือใช้ชาเอิร์ลเกรย์เป็นเบส เติมความคอนทราสต์ด้วยลำไย เลม่อนแห้ง และกลิ่นตะไคร้ บอสนิยามว่าเป็นชาที่สวนทางกันแต่ก็น่าตื่นเต้น&nbsp;</p>



<p>“ผมพยายามสร้างชาที่คนชิมแล้วต้องถอยแก้วออกมาดูว่านี่ชาอะไรเนี่ย ซึ่งเราเองก็สนุกด้วย ลูกค้าก็สนุกด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148097" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา34-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บอสและต้นน้ำไม่หยุดอยู่แค่การดื่ม แต่ขยายไปสู่ของกินแกล้มระหว่างจิบชา<strong> หมั่นโถวย่างเนย</strong>เกิดจากการพลิกหมั่นโถวขาวนุ่มทั่วไปให้มีเทกซ์เจอร์กรอบนอกนุ่มในเหมือนขนมปังปิ้ง จิ้มกับนมข้นหวานและสังขยาใบเตย รวมถึงไอเดียออกสินค้าตัวใหม่ในช่วงวันสำคัญ โดยมีขนมไหว้พระจันทร์เวอร์ชั่นแป้งโมจิเป็นความพยายามครั้งแรก&nbsp;</p>



<p>ที่ต้องใช้คำว่า ‘ความพยายาม’ เพราะขนมไหว้พระจันทร์ (หรือหมั่นโถวเองก็เถอะ) เป็นเรื่องใหม่ของคนทั้งคู่ไม่ต่างจากชา พวกเขาออกตามหาสูตรเอง ทดลองเอง ล้มเหลวและสำเร็จด้วยตัวเอง กระทั่งขนมไหว้พระจันทร์แป้งโมจิไส้แปลกใหม่ลายน่ารักกลายเป็นสินค้าออร์เดอร์ล้นของร้าน </p>



<p>“ไอเดียนี้มาจากความที่เราไม่ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์แบบอบ ซึ่งมีไส้คลาสสิกคือพวกทุเรียนไข่เค็ม ขณะเดียวกันเราก็ชอบกินโมจิ ดังนั้นจึงอยากลองนำแป้งโมจิมารวมกับไส้อย่างอื่นที่เราชอบ ของแบบนี้บางทีต้องอาศัยจังหวะและเกาะไปกับกระแสในตลาด แต่พอขายได้เราก็หายเหนื่อย อย่างน้อยก็ภูมิใจว่าเราทำขนมไหว้พระจันทร์ในแบบที่เราชอบได้แล้ว”</p>



<p>“คือทำยังไงก็ได้ ให้เราชอบสิ่งที่เราขายด้วย” ต้นน้ำสรุปกระชับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148101" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา38-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คาแร็กเตอร์คุณยายที่ปรากฏในทุกส่วนของแบรนด์</strong></h3>



<p>หากว่าด้วยเรื่องชา กลิ่นและรสเป็นสิ่งที่ต้องมาลำดับแรก ทว่าอีกอย่างที่ฉันแพ้ให้แก่ Gimbocha คือความน่ารักของแพ็กเกจจิ้ง อันที่จริงชาเจ้านี้เขาก็ใส่ในแก้วในขวดธรรมดา แต่ดูสติ๊กเกอร์ที่แปะลงไปเสียก่อน ภาพวาดคุณยายรินชาฝีมือของต้นน้ำ พร้อมบทสนทนาระหว่างยาย-หลาน แถมระบุคำเรียกหลานเป็นชื่อของเรานั้นก็ยิ่งชวนให้รู้สึกว่าชาแก้วนี้หรือขวดนี้ คุณยายชงให้เราโดยเฉพาะจริงๆ </p>



<p>“แบรนด์นี้เริ่มต้นจากคนสองเจนฯ นั่นคือผมกับคุณพ่อ ส่วนชื่อแบรนด์นั้นคุณพ่อชิงตั้งไปก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อเราต้องใช้ชื่อนี้เราจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้ชาของเราเฟรนด์ลี่และเข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป เลยคุยกับต้นน้ำและเกิดเป็นไอเดียคาแร็กเตอร์คุณยายที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นห่วงเป็นใยหลานๆ” บอสเล่าย้อนกลับไป ก่อนที่ต้นน้ำจะเสริมต่อ</p>



<p>“เวลาพูดถึงเรื่องชา คนส่วนใหญ่มักนึกถึงคนแก่ที่ดื่มชาร้อน เราเลยคิดว่าถ้าให้คุณยายที่เป็นเหมือนคนในครอบครัวมาพูดเรื่องชาให้หลานฟัง ก็คงจะรู้สึกน่าฟังกว่าการพูดโดยสเปเชียลลิสต์ด้านชาที่เราไม่สนิทด้วย</p>



<p>“ในแง่การออกแบบ เราจึงตั้งใจให้หน้าตาและบุคลิกคุณยายมินิมอลที่สุด ในส่วนของโลโก้จึงจำเป็นต้องตัดทอนให้น้อย จำง่าย เพราะต่อให้ลูกค้ายังจำชื่อร้านไม่ได้ แต่เขาต้องจำหน้าคุณยายได้” โดยงานนี้ต้นน้ำเลือกใช้ลายเส้นให้มีความเป็นพู่กันจีน ทั้งบนโลโก้และสติ๊กเกอร์บนแพ็กเกจจิ้งที่เธอวาดเป็นคอมิก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148100" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา37-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148072" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา8-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เพราะเราไม่กล้าลงทุนสกรีนแก้ว เลยคิดปรินต์สติ๊กเกอร์กันเอง แล้วพอตั้งโจทย์ว่าจะทำยังไงให้เข้าถึงคนง่าย ก็เลยตั้งใจทำเป็นการ์ตูนช่องสั้นๆ มีบทสนทนาให้อ่านเป็นคุณยายคุยกับหลาน ซึ่งแทนด้วยชื่อลูกค้าแต่ละคน” บอสอธิบายก่อนที่ต้นน้ำจะช่วยขยาย</p>



<p>“ซึ่งมันเวิร์กมากเลยนะคะ มีลูกค้าหลายคนบอกว่าร้านใส่ใจมาก เขียนชื่อให้ทุกแก้ว ทำให้ลูกค้ารู้สึกดี อ่านแล้วรู้สึกเหมือนแก้วนี้คุยกับเราจริงๆ มาจากคุณยายจริงๆ อบอุ่น และเห็นถึงความตั้งใจทำ และคิดด้วยว่าอยากให้ลูกค้าได้รับไปแล้วอยากถ่ายรูปแชร์ลงโซเชียล เลยใช้สติ๊กเกอร์ให้คุ้มที่สุด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148095" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>คุณยายไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่โลโก้หรือรินชาอยู่บนสติ๊กเกอร์ แต่บุคลิกผู้สูงวัยที่เป็นมิตรใกล้ชิดลูกหลานยังถูกคีปไว้ในทุกการสื่อสารของแบรนด์ ปรากฏตัวใน<a href="https://www.facebook.com/gimbocha" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพจ</a> ใน<a href="http://instagram.com/gimbocha" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อินสตาแกรม</a>ร้าน หรือในการตอบข้อความ </p>



<p>“เราพิมพ์ตอบลูกค้าด้วยคาแร็กตอร์คุณยายเลยนะ (หัวเราะ) แต่เป็นคุณยายที่พูดด้วยนำ้เสียงวัยรุ่นนิดหนึ่ง คือเป็นคนแก่ที่เท่ ถึงจะดื่มชาและเรียกลูกค้าว่าหลาน แต่ก็ยังพูดภาษาเดียวกับวัยรุ่น บางครั้งเราก็มีลูกค้าทักมาในเพจแล้วบอก คุณยายคะ หลานอยากสั่งชา” ต้นน้ำเล่าติดตลก&nbsp;</p>



<p>“กลายเป็นลูกค้าก็มา role play กับเราด้วย” บอสต่อประโยค “ผมคิดว่าถ้าเราพาคุณยายไปมีตัวตนอยู่ในโซเชียลของเราได้ ลูกค้าจะรู้สึกสนิทกับเรา อย่างน้อยเขาคุยกับเรา เขาไม่ได้คุยกับแบรนด์ที่ชื่อ Gimbocha แต่เขารู้สึกว่าได้คุยกับคุณยาย คือความเป็นคุณยายมันเชื่อมโยงกับหลายคนได้ เป็นคาแร็กเตอร์ที่มีทั้ง fact และความขี้เล่นได้ มีสตอรีที่ไว้ให้หลานสนุก เลยคิดว่านี่ล่ะที่น่าจะลิงก์กับคนวัยเราได้ แต่ก็ไม่ทิ้งคนเจนฯ คุณพ่อผมด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148093" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148084" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ในช่วงปีที่ยากลำบาก</strong></h3>



<p>ช่วงสองปีที่ผ่านเป็นปีที่ยากสำหรับใครหลายคน แล้วยิ่งเป็นการลงทุนลงเงินทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่กล้า</p>



<p>“เป็นความโชคดีที่คุณพ่อเตรียมเงินทุนหมุนเวียนเอาไว้ ก่อนหน้าเปิดร้าน ผมถามพ่อว่าเราจะเปิดกันตอนไหน ทีแรกเขาก็คิดว่าสิ้นปีล่ะมั้ง แต่พอเจอโควิด ทุกคนกลับมาอยู่บ้าน เลยตัดสินใจว่าถ้างั้นเปิดเลยดีกว่า” บอสเล่าย้อนไปก่อนอธิบายต่อ</p>



<p>“ลูกค้าของเราเป็นคนโลคอล เราจะอยู่ได้ก็เพราะคนในพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์ เพราะไม่เหมือนกับเราไปเปิดในเมืองที่คนพลุกพล่าน ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องโฟกัสคือจะทำยังไงให้คนรู้จัก เป็นช่วงสร้าง awareness ในความเงียบ นี่คือเรื่องยาก” </p>



<p>ขณะที่ต้นน้ำนั้นมีความฝันอยากมีคาเฟ่เล็กๆ ของตัวเองเป็นทุนเดิม และการลงสนามจริงในครั้งนี้ได้มอบสายตาใหม่แก่เธอหลายด้าน “การเริ่มธุรกิจในยุคสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ได้นะ พอเราคำนวณว่าถ้าทำเดลิเวอรีอย่างเดียวโดยไม่มีหน้าร้าน กำไรของเราจะดีกว่านี้ก็ได้”</p>



<p>“คือเรามีซอฟต์สกิลอะไรเราโชว์ออฟก่อนได้เลย” บอสช่วยเสริม “เพราะเรามีพื้นที่ มีฟรีมีเดีย สิ่งที่ทำให้เราขายได้จริงๆ คือครีเอทีฟ ยิ่งเจนฯ หลังจากเรายิ่งจำเป็น เพราะแบรนด์ทุกแบรนด์ต้องมี storytelling”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148079" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา15-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-1024x683.jpg" alt="gimbocha" class="wp-image-148078" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/กิมบ้อชา14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตลอดบทสนทนา ฉันสังเกตว่ามีคีย์เวิร์ดหนึ่งที่ทั้งคู่ย้ำมาตลอดคือ คนทำต้องมีความชอบและความสนุกในเรื่องที่ทำด้วย</p>



<p>“ผมเลยพยายามทำแบรนด์นี้ให้อยู่ในแนวทางที่เราชอบให้ได้” บอสย้ำชัด “นั่นเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผมเลยนะ เพราะถ้าจำเป็นต้องทำสิ่งนี้โดยที่เราไม่ชอบ เราจะไม่มีทางมีความสุขและคงอยู่ไม่ได้เลย อย่างที่บอกว่าตอนแรกชีวิตผมห่างจากชามาก ดังนั้นก็เลยทำแบรนด์มาเพื่อย่นระยะห่างระหว่างเรากับชา”&nbsp;</p>



<p>“พอเข้ามาสัมผัสกับชา เรารู้สึกว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่ประกอบการพูดคุยที่ดี เวลาเพื่อนมาร้านหรือเวลาที่ไม่มีลูกค้าแล้วนั่งคุยกับพี่บอสเราก็รินชาดื่มไปด้วยตลอด ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกว่าคุยสนุกขึ้นมาก อย่างการชงชาแบบกงฟูฉา เราก็ไม่อยากให้มองว่าต้องเป็นพิธีการ เพราะมันเรียบง่ายกว่านั้น และใครๆ ก็ทำได้”</p>



<p>“เราไม่อยากทำให้ชาเป็นของขึ้นหิ้งครับ” บอสปิดท้าย เป็นประโยคที่ทัชใจฉันอย่างจังอีกครั้ง</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>Gimbocha</strong></p>



<p><strong>address :</strong> 28/1 โครงการสิริ อเวนิว ถนนมาเจริญ หนองแขม กรุงเทพฯ </p>



<p><strong>hours :</strong> เปิดทุกวัน 09:00-21:00 น. (หรือตามมาตรการของรัฐในช่วงสถานการณ์โควิด19)</p>



<p><strong>Facebook &amp; Instagram : </strong>Gimbocha</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gimbocha/">Gimbocha ร้านชาของคุณยาย ที่มีสองหนุ่มสาวรุ่นใหม่อยู่เบื้องหลัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hyotan Kappo โอเด้งตำรับญี่ปุ่นแท้ในหม้อน้ำเต้าทองแดงที่มีให้อิ่มและอุ่นในทุกฤดูกาล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hyotan-kappo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2021 13:15:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Hyotan Kappo]]></category>
		<category><![CDATA[โอเด้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=127444</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอเด้ง (Oden) เป็นอาหารประเภทต้มของคนญี่ปุ่น จัดอยู่ในกลุ่มเฮลตี้ฟาสต์ฟู้ดที่พบเห็นได้ตามร้านอาหารทั่วไป แม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ วัตถุดิบที่นิยมนำมาทำต้องซึมซับน้ำได้มากและกักเก็บความร้อนได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้&#160;แป้ง ปลา หรือผักที่กินหัว ต้มแช่ไว้ในน้ำซุปที่อุ่นร้อนตลอดเวลา มีทั้งแบบเสียบไม้และขายเป็นชิ้น แยกชนิดวัตถุดิบไว้เป็นช่องๆ ในหม้อ Hyotan Kappo ในประเทศญี่ปุ่น โอเด้งขายดีที่สุดในฤดูหนาว ลูกค้าหลบหนีอากาศหนาวเย็นจากภายนอก เดินเข้าร้านมากินโอเด้งร้อนๆ ข้างใน หัวไชเท้าเอย เนื้อเอย ลูกชิ้นเอย อุ้มเก็บความร้อนจากซุปไว้จนเนื้อฉ่ำ ช่วยลำเลียงความอบอุ่นเข้าไปถึงในท้อง แต่เมืองไทยไม่ได้มีฤดูหนาวที่ยาวนานและชัดเจนนัก หากเรานึกอยากกินโอเด้งขึ้นมาคงไม่ใช่เพราะต้องการคลายหนาวเป็นหลัก แต่เป็นความอร่อยต่างหากที่ปรารถนา ในซอยธารารมณ์ 2 ซึ่งเชื่อมระหว่างทองหล่อและเอกมัย มีร้านโอเด้งตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ ตั้งอยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งคนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะโอเด้งแนะนำกันปากต่อปาก ร้านมีลักษณะเป็นบ้าน ล้อมด้วยกำแพงขาวเรียบตา สิ่งที่บอกว่าใช่ที่นี่แน่แท้คือป้ายลายเส้นรูปทรงน้ำเต้าที่ติดอยู่ด้านหน้า พร้อมภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษอ่านว่า Hyotan Kappo (เฮียวตัน คัปโปะ) บ่งบอกชื่อของร้าน ในภาษาญี่ปุ่น hyotan แปลว่า น้ำเต้า และ kappo หมายถึง ภัตตาคาร และภัตตาคารน้ำเต้าแห่งนี้นี่เองที่มีโอเด้งแสนอร่อยรอให้เรากินเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูกาลไหน เชฟยาสึกับหม้อน้ำเต้าทองแดง หากพาย้อนไปยังจุดตั้งต้นของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hyotan-kappo/">Hyotan Kappo โอเด้งตำรับญี่ปุ่นแท้ในหม้อน้ำเต้าทองแดงที่มีให้อิ่มและอุ่นในทุกฤดูกาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>โอเด้ง (Oden) เป็นอาหารประเภทต้มของคนญี่ปุ่น จัดอยู่ในกลุ่มเฮลตี้ฟาสต์ฟู้ดที่พบเห็นได้ตามร้านอาหารทั่วไป แม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อ วัตถุดิบที่นิยมนำมาทำต้องซึมซับน้ำได้มากและกักเก็บความร้อนได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้&nbsp;แป้ง ปลา หรือผักที่กินหัว ต้มแช่ไว้ในน้ำซุปที่อุ่นร้อนตลอดเวลา มีทั้งแบบเสียบไม้และขายเป็นชิ้น แยกชนิดวัตถุดิบไว้เป็นช่องๆ ในหม้อ <span style="display: none;">Hyotan Kappo</span> </p>



<p>ในประเทศญี่ปุ่น โอเด้งขายดีที่สุดในฤดูหนาว ลูกค้าหลบหนีอากาศหนาวเย็นจากภายนอก เดินเข้าร้านมากินโอเด้งร้อนๆ ข้างใน หัวไชเท้าเอย เนื้อเอย ลูกชิ้นเอย อุ้มเก็บความร้อนจากซุปไว้จนเนื้อฉ่ำ ช่วยลำเลียงความอบอุ่นเข้าไปถึงในท้อง</p>



<p>แต่เมืองไทยไม่ได้มีฤดูหนาวที่ยาวนานและชัดเจนนัก หากเรานึกอยากกินโอเด้งขึ้นมาคงไม่ใช่เพราะต้องการคลายหนาวเป็นหลัก แต่เป็นความอร่อยต่างหากที่ปรารถนา</p>



<p>ในซอยธารารมณ์ 2 ซึ่งเชื่อมระหว่างทองหล่อและเอกมัย มีร้านโอเด้งตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ ตั้งอยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งคนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะโอเด้งแนะนำกันปากต่อปาก ร้านมีลักษณะเป็นบ้าน ล้อมด้วยกำแพงขาวเรียบตา สิ่งที่บอกว่าใช่ที่นี่แน่แท้คือป้ายลายเส้นรูปทรงน้ำเต้าที่ติดอยู่ด้านหน้า พร้อมภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษอ่านว่า <strong>Hyotan Kappo (เฮียวตัน คัปโปะ)</strong> บ่งบอกชื่อของร้าน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127495" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9166.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในภาษาญี่ปุ่น hyotan แปลว่า น้ำเต้า และ kappo หมายถึง ภัตตาคาร</p>



<p>และภัตตาคารน้ำเต้าแห่งนี้นี่เองที่มีโอเด้งแสนอร่อยรอให้เรากินเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูกาลไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127497" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9171.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เชฟยาสึกับหม้อน้ำเต้าทองแดง</strong></h2>



<p>หากพาย้อนไปยังจุดตั้งต้นของ Hyotan Kappo ย่อมต้องเริ่มเรื่องที่ ‘เชฟยาสึทากะ โกเซกิ (Yasutaka Goseki)’ ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั้นร้านนี้ขึ้นมา</p>



<p>หลังร้านเปิดเพียงไม่กี่นาที เชฟยาสึวางมีด วางกระบวย สละเวลาจากในครัวเดินมานั่งบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามด้วยท่วงท่าภูมิฐานและสุขุม เชฟยาสึเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยเผยเรื่องราวส่วนตัวมากนัก แต่หากเป็นสิ่งที่สนใจ เขาจะใส่ใจและใส่แรงเต็มที่เสมอ และโอเด้งคือหนึ่งในนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9304.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เชฟยาสึเล่ากระชับว่าเขาเกิดที่คานางาวะ จังหวัดติดกับโตเกียว เริ่มมีความสนใจในอาหารตั้งแต่วัยหนุ่ม ราวอายุ 20 ปีได้เริ่มศึกษาและทดลองทำโซบะเป็นอย่างแรก ด้วยเป็นอาหารที่ตนชอบ แต่ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้และกรุยทางถึง 15 ปี กว่าจะมีร้านขายโซบะเป็นของตัวเองได้</p>



<p>ร้านโซบะของเชฟยาสึตั้งอยู่ในย่านรปปงงิของโตเกียว ในฤดูหนาวหนึ่ง เชฟผุดความคิดทำโอเด้งขายร่วมด้วย เพื่อให้ลูกค้าได้กินคลายหนาว และโอเด้งก็ได้เข้าสู่ชีวิตเชฟยาสึอย่างเป็นทางการนับแต่นั้น</p>



<p>8 ปีก่อน เชฟยาสึเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมาปักหลักใช้ชีวิตที่เมืองไทย พร้อมนำทักษะด้านอาหารมาเปิดเป็นร้านโซบะชื่อ Sobakiri Gonoji ในย่านทองหล่อ-เอกมัย ขณะที่ความคิดอยากทำร้านขายโอเด้งโดยเฉพาะก็ไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่มีข้อแม้อยู่หนึ่งอย่าง&#8230;</p>



<p>“ปัญหาเดียวในตอนนั้นคือหม้อทองแดง ถ้าไม่มีคนทำหม้อทองแดงให้ได้ ผมก็จะไม่ทำร้านโอเด้ง”&nbsp;</p>



<p>เชฟยาสึให้เหตุผลว่าที่ต้องจำเพาะเจาะจงเป็นหม้อที่ทำจากทองแดงเท่านั้นก็เพื่อการรักษาอุณหภูมิของน้ำซุปให้คงที่ และความร้อนกระจายได้ทั่วถึงแม้ส่วนขอบหม้อ ต่อมาเชฟยาสึหาคนทำหม้อทองแดงตามที่ต้องการได้สมใจ ร้านโอเด้งจึงเป็นรูปเป็นร่าง ทำเลคือฝั่งตรงข้ามร้านโซบะที่เปิดอยู่ก่อนหน้า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9261.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ส่วนทำไมต้องเป็นหม้อรูปทรงน้ำเต้า” เชฟยาสึเอ่ยต่ออย่างไม่ต้องรอให้ถาม อาจเพราะเป็นคำถามยอดฮิตที่ถูกถามมาตั้งแต่เปิดร้าน “ในประเทศญี่ปุ่นมีร้านที่ทำหม้อโอเด้งในรูปแบบนี้อยู่ แต่ไม่ใช่รูปทรงน้ำเต้า ผมมองว่าถ้าทำเป็นหม้อน้ำเต้าแล้วตั้งไว้กลางร้าน น่าจะเป็นเอกลักษณ์ของร้านได้ และดูน่าสนุกสำหรับลูกค้าที่มากิน ให้ลูกค้าได้ถ่ายรูปเก็บไว้”</p>



<p>อีกทั้งน้ำเต้าเป็นตัวแทนความเป็นมงคล ด้วยรูปทรงที่มีส่วนวงแคบและวงกว้าง เปรียบได้กับพื้นที่สำหรับเก็บความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ หม้อน้ำเต้าทองแดงจึงกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของร้าน และเป็นคำตอบที่ว่าทำไมเชฟยาสึจึงตั้งชื่อร้านว่า Hyotan หรือ น้ำเต้า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9513-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หัวใจสำคัญของโอเด้งและวัตถุดิบถึง 25 ชนิด</strong></h2>



<p>โอเด้งเป็นอาหารที่ดูทำง่ายกินง่ายก็จริง แต่ในกระบวนการกลับแฝงไว้ด้วยรายละเอียดยิบย่อย วัตถุดิบต้องเลือกสรร สัดส่วนต้องพอดี ระยะเวลาต้องพอเหมาะ รสชาติต้องดีงาม และเคล็ดลับคือความชำนาญ แต่หากให้มุ่งไปที่แกนหลักของโอเด้ง เชฟยาสึเฉลยทันควันว่า &nbsp;</p>



<p>“หัวใจสำคัญของโอเด้งคือน้ำซุป”</p>



<p>เชฟยาสึทำน้ำซุปในกรรมวิธีเดียวกับที่เคยขายในร้านที่รปปงงิ เพราะต้องการยึดรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ ความเสถียรของน้ำซุปจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิถีพิถัน ได้จากการเคี่ยวปลา 3 ชนิด คือ ปลาคัตสึโอะ ปลานิโบชิ ปลาอิวาชิทั้งแบบสดและแห้ง และสาหร่ายคอมบุที่ช่วยเพิ่มความอูมามิถูกเตรียมไว้ถึง 5-6 หม้อใหญ่ๆ ต่อวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127528" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9531.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>น้ำซุปของ Hyotan ค่อนไปทางหวานบางๆ ละมุน นุ่มนวล ต่างจากซุปโอเด้งในร้านสะดวกซื้อทั่วไปที่มีรสจัด แต่ข้อดีของซุปรสอ่อนคือรสชาติจะไม่ไปกลบวัตถุดิบที่นำมาต้ม และเราสามารถซดน้ำได้เรื่อยๆ หัวใจสำคัญของโอเด้งว่าปังแล้ว แต่วัตถุดิบที่นำมาต้มยิ่งสุโก้ยเพราะมีให้เลือกถึง 25 ชนิด และมาแบบชิ้นใหญ่เต็มปากเต็มคำ&nbsp;</p>



<p>“การกินโอเด้งของคนญี่ปุ่น หากอยากรู้ว่าร้านนั้นโอเด้งอร่อยหรือไม่ มีวัตถุดิบอยู่ 3 อย่างที่ต้องชิมรสชาติก่อนอย่างอื่น คือ หัวไชเท้า ไข่ และบุก อาจดูเป็นวัตถุดิบเรียบง่ายและทำง่าย แต่การที่จะทำให้น้ำซุปซึมเข้าไปในเนื้อของสามอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าชิมแล้วไม่อร่อย อย่างอื่นก็ไม่ต้องถามหาความอร่อยเลย จึงเป็น 3 อย่างที่ค่อนข้างหินมากๆ สำหรับร้านโอเด้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127521" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9468.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9471.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แต่ลูกค้าคนไทยก็สั่งหัวไชเท้ากันเยอะมาก บางคนบอกว่าเขาไม่กินหัวไชเท้า แต่มาที่นี่เขากิน ส่วนบุกรสชาติก่อนต้มกับหลังต้มเป็นคนละเรื่อง บุกที่กินในลักษณะอื่นหรือกินกับอย่างอื่นที่ไม่ใช่น้ำซุปโอเด้งก็จะไม่ใช่แบบนี้ บุกของเราแช่ในน้ำซุปเหมือนการตุ๋น ให้น้ำซุปซึมเข้าเนื้อ แต่ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ไม่สูงมาก เพื่อเลี้ยงให้ความร้อนคงที่ น้ำซุปจะค่อยๆ ซึมเข้าเนื้อเรื่อยๆ” </p>



<p>ไส้กรอกเป็นอีกอย่างที่ดูธรรมดา แต่ไส้กรอกในโอเด้งต้องไม่ธรรมดา เพราะเมื่อกัดแล้วต้องยังกรอบแต่ต้องมีน้ำซุปที่ชุ่มฉ่ำอยู่ข้างในแตกออกมาด้วย </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9350.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในประเภทของทอดทั้งหมดเชฟยาสึลงมือทำเองทุกอย่าง เช่น ซัตสึมะอาเกะหรือเนื้อปลาบดทอด มีทั้งแบบเนื้อปลาเพียวๆ และผสมโคโบะ ซึ่งเป็นรากไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานอย่างมากเพราะมีคุณค่าสารอาหารสูง และมีสรรพคุณทางยา</p>



<p>“แต่หม้อโอเด้งที่ดีซุปต้องใส ไร้น้ำมันลอย” เชฟยาสึเสริม “ก่อนจะนำของทอดต่างๆ ลงต้มในหม้อจึงไม่ใช่แค่การซับน้ำมันออกแล้วจะใส่หม้อโอเด้งได้เลย แต่ต้องล้างในน้ำซุปเพื่อชะน้ำมันออกให้หมด ซุปที่ใช้ล้างเป็นคนละตัวกับในหม้อโอเด้ง จะมีรสชาติที่บางกว่า ของทอดทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการนี้ ไม่อย่างนั้นน้ำมันจะลอยเต็มหม้อ หรือกะหล่ำปลีไส้หมูสับก็ต้องพยายามห่อเก็บหมูให้หมด ไม่อย่างนั้นน้ำมันจากหมูจะเล็ดลอดออกมาได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9480.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะจับใส่ลงหม้อน้ำเต้า วัตถุดิบบางอย่างมีรสชาติเฉพาะตัวจึงต้องแยกต้ม จะนำมาใส่รวมก็ต่อเมื่อลูกค้าสั่ง อย่างกิวชุจิหรือเนื้อตุ๋น ที่แยกตุ๋นจนเนื้อเปื่อยยุ่ย แทบละลายในปาก เป็นตัวเพิ่มความหวานชั้นดีให้น้ำซุป ขณะที่มะเขือเทศมีรสอมเปรี้ยวตามธรรมชาติ จึงต้องแยกต้มต่างหาก แต่เมื่อตักใส่หม้อดินหรือชามแยกให้ลูกค้า ความเปรี้ยวนิดๆ ของมะเขือเทศและน้ำซุปที่ชุ่มอยู่ในเนื้อจะไหลออกมารวมกับซุปในชาม ช่วยชูรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น</p>



<p>“ในหนึ่งหม้อหรือหนึ่งชาม โอเด้งกินได้หลากหลายแบบ การเลือกวัตถุดิบที่ต่างกันไป รสชาติก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ วันนี้เรากินไข่กับหัวไชเท้า พรุ่งนี้เรากินเนื้อกับไข่ รสชาติก็จะต่างกัน ทั้งที่น้ำซุปตัวเดียวกัน”</p>



<p>ของต้มในหม้อน้ำเต้าใบใหญ่มีมากมายหลายอย่างจนให้เลือกเองก็เกินจะเลือกถูก เราจึงถามเชฟยาสึไปว่ามีวัตถุดิบตัวไหนที่เชฟอยากนำเสนอเป็นพิเศษหรือไม่</p>



<p>“โอเด้งทุกชิ้นของร้านเราไม่มีอะไรที่พิเศษไปกว่ากัน เพราะทุกอย่างทำขึ้นอย่างพิเศษทั้งหมด” เชฟยาสึตอบ</p>



<p>และนี่คือเหตุผลที่โอเด้งหม้อเบ้อเริ่มกับวัตถุดิบครบ 25 อย่างถูกยกมาวางตรงหน้าเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127514" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9362.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127510" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9348.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อื่นๆ อีกมากในร้านโอเด้ง</strong></h2>



<p>ไม่เพียงโอเด้ง หากพลิกเมนูหน้าต่อๆ ไปจะเห็นอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นเรียงรายอีกหลายหน้า ซึ่งเป็นอาหารที่เชฟยาสึเลือกมาแล้วว่าเข้ากับโอเด้งได้&nbsp;</p>



<p>“ลูกค้าของเรามาที่นี่ก็เพราะชอบโอเด้ง เขากินโอเด้งทุกครั้งที่มา แต่โอเด้งอย่างเดียวลูกค้าประจำอาจเบื่อ เราเลยมีตัวเลือกอื่นให้เขาด้วย เขาเข้ามาร้านเดิมก็จริงแต่ก็ได้กินอาหารที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ”&nbsp;</p>



<p>เมนูที่เสริมเข้ามาก็ใช่ว่าจะธรรมดาดาษดื่น เชฟยาสึแอบใส่ความตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในอาหาร Kitsune Udon หรืออุด้งเส้นสดที่ถูกห่อมิดชิดอยู่ในเต้าหู้หวานเป็นหนึ่งตัวอย่าง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127509" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9330.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ถ้ามองเฉพาะเต้าหู้จะไม่รู้เลยว่ามีอะไรซ่อนอยู่ จนกว่าคุณจะใช้ตะเกียบเจาะถุงเต้าหู้และผ่าแยกจนออกจากกันจึงจะเห็นเส้นอุด้งที่ซ่อนอยู่ข้างใน” เชฟยาสึอธิบายไอเดียของเมนูนี้</p>



<p>อีกหนึ่งกิมมิกของ Kitsune Udon คือเชือกผูกปากถุงที่ทำจากน้ำเต้าตากแห้ง น้ำซุปมีรสชาติเข้มข้นกว่าซุปโอเด้ง ให้ความสดชื่นจากเปลือกส้มยูสุและขิงขูด แต่รสไม่เค็มโดดเพราะใช้โชยุขาวที่ดีต่อสุขภาพ คนไทยอาจไม่คุ้นกับโชยุสีขาวใสมากนัก เพราะหากินได้ยากและราคาค่อนข้างสูง แต่เชฟยาสึมองข้ามช็อตไปถึงคุณภาพและความอร่อยที่ลูกค้าควรได้รับ ต้นทุนวัตถุดิบจึงกลายเป็นเรื่องรอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127517" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9406.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ต่อมาคือ Salmon Rare Katsu ทางออกสำหรับคนที่ไม่ได้มาสายซาซิมิ แต่เชฟยาสึไม่อยากให้ลูกค้ากลุ่มนี้หันหลังให้กับปลาดิบไปเสียทีเดียว จึงนำแซลมอนสดไปชุบเกล็ดขนมปัง ทอดด้วยไฟอ่อนจนด้านนอกกรอบเป็นสีเหลืองทอง ส่วนเนื้อแซลมอนสุกในระดับแรร์ ราดด้วยทารุทารุซอสหรือซอสทาร์ทาร์ที่เชฟยาสึทำขึ้นเอง (เช่นเดียวกับซอสทุกตัวของร้านที่ปรุงขึ้นในสูตรเฉพาะ) ปิดท้ายที่ไข่ปลาแซลมอน ซึ่งเมนูนี้ก็ได้ผล กลายเป็นจานที่ออกจากครัวถี่พอๆ กับโอเด้งและอุด้ง   </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127519" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9445.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อีกเมนูที่เชฟเล่นกับปลาดิบได้อย่างมีศิลปะคือ Aji Namero คำว่า นาเมโระ เป็นกรรมวิธีทำอาหารแบบบ้านๆ ของชาวญี่ปุ่น คือนำปลาดิบมาสับและปรุงรสคล้ายการยำ เชฟยาสึใช้ปลาอาจิซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับวิธีนี้ นำมาสับหยาบ ยำกับขิงและมิโซะให้รสของวัตถุดิบกลมกลืนเข้ากัน และหากความอร่อยหมายรวมถึงอาหารตา เมนูนี้ก็ครบทั้งรสชาติและความงามทางศิลปะ มีการนำก้างปลาอาจิที่เลาะเนื้อแล้วนำมาตกแต่งจาน เติมสีสันด้วยผักสีแดง เขียว เหลือง กระตุ้นความน่ารับประทานเข้าไปอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127502" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9220.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ภัตตาคารที่อบอุ่นและเป็นกันเอง</strong></h2>



<p>แม้นิยามรูปแบบร้านว่า kappo หรือภัตตาคาร แต่บรรยากาศภายในร้านไม่ถึงกับเป็นพิธีรีตองจนไม่กล้าซดน้ำซุปมีเสียง ตรงกันข้าม สวนหินญี่ปุ่นที่เผยตัวผ่านกระจกร้านช่วยสร้างบรรยากาศที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง เคาน์เตอร์กลางร้านซึ่งเป็นตำแหน่งตั้งหม้อน้ำเต้าทองแดง ประดับประดาด้วยแจกันดอกไม้สไตล์อิเคบานะ ซึ่งเป็นศิลปะการจัดดอกไม้ที่เชฟยาสึชอบ เคาน์เตอร์ส่วนนี้ลูกค้าสามารถนั่งล้อมรอบเพื่อดูเชฟทำโอเด้งได้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127500" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9180.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127498" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9173.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Hyotan Kappo เปิดมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว เชฟเล่าว่าในช่วงแรกเริ่ม ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวญี่ปุ่น จะเห็นชื่อร้านในสื่อก็เพียงสื่อภาษาญี่ปุ่น กระทั่งระยะหลังมานี้เริ่มสังเกตเห็นว่ามีลูกค้าคนไทยมากขึ้น บ้างมากินแล้วก็กลับมากินอีก บ้างชวนเพื่อนมา บ้างพาพ่อแม่มากินด้วย จนได้ทราบว่า Hyotan Kappo เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนไทยและขยายวงกว้างมากขึ้นก็เพราะลูกค้าบอกกันปากต่อปาก</p>



<p>“ดีใจและขอบคุณมาก” เชฟยาสึบอกความรู้สึกสั้นๆ แต่หมายความเช่นนั้นจริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-127508" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_9318.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>Hyotan Kappo</strong></p>



<p><strong>address : </strong>ซอยธารารมณ์ 2 เชื่อมระหว่างซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยเอกมัย</p>



<p><strong>hour :</strong> จันทร์-ศุกร์ เวลา 17:00-23:00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11:00-14:00 น. และ 17:00-22:30 น.</p>



<p><strong>tel : </strong>02 391 9169</p>



<p><strong>facebook :</strong> <a href="https://www.facebook.com/HyotanKappoBKK/">Hyotan Kappo</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hyotan-kappo/">Hyotan Kappo โอเด้งตำรับญี่ปุ่นแท้ในหม้อน้ำเต้าทองแดงที่มีให้อิ่มและอุ่นในทุกฤดูกาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MaChillHome บ้านดินสีขาวลุคมินิมอลที่บอกว่าชีวิตที่สร้างขยะแบบมินิมอลไม่ใช่เรื่องยาก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/machillhome/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Mar 2021 04:21:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมาชิว]]></category>
		<category><![CDATA[นครปฐม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านดิน]]></category>
		<category><![CDATA[MaChillHome]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=126379</guid>

					<description><![CDATA[<p>คำว่า ‘zero waste’ ไม่ใช่เรื่องใหม่ นับตั้งแต่มีการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม ผู้คนเริ่มมองหารูปแบบการใช้ชีวิตที่ลดการสร้างขยะและเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น หากแต่มีบางเสียงที่ปฏิเสธว่า eco-friendly เป็นเรื่องยาก ยังไม่ต้องพูดถึง zero waste ที่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ย่อมไม่ใช่คำกล่าวของชายหญิงผู้สร้างบ้านดินสีขาวแห่งนี้ขึ้นอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า zero waste เป็นไปได้ และไม่ใช่เรื่องยาก MaChillHome หรือ บ้านมาชิว เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของ เกล้า–กิรณา มาลีเลิศ และ กุ้ง–ทศพร ชิวปรีชา โดยนำเอาคำแรกของนามสกุลของสองเจ้าของบ้านมาร่วมตั้งชื่อ บ้านมาชิวปักหลักอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม แต่บรรยากาศรายรอบกลับทำให้รู้สึกว่าเราหันหลังออกจากเมืองมาไกล ที่นี่มองเห็นฟ้าเต็มตา มองเห็นน้ำเบื้องหน้า มองเห็นตะวันค่อยๆ หล่นลับอย่างไร้ตึกรามบดบัง ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้สูง ภายในอาณาบริเวณที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งหมดถูกแบ่งที่ทางเป็น ‘บ้าน’ ที่เจ้าของใช้อยู่อาศัย และ ‘บ้านพัก’ อีก 3 หลัง ที่เปิดต้อนรับแขกภายนอก พื้นที่ส่วนหนึ่งจัดแบ่งเป็นแปลงผักในขนาดที่พอดีกับการบริโภค เล้าไก่สร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ตั้งอยู่หน้าคาเฟ่ที่บานหน้าต่างเปิดสู่สายน้ำ ใกล้กันคือลานอเนกประสงค์ ลมโชยดีเหลือเกินในยามเย็น บ้านหลังน่ารักและบรรยากาศชวนเข้าพักเป็นเหตุผลหนึ่งที่พาเรามาถึงที่นี่ แต่อีกประเด็นสำคัญที่เราต้องนั่งสนทนากับสองเจ้าบ้าน คือแนวคิดการทำที่พักที่สามารถทำขยะให้มีจำนวนเท่ากับศูนย์ เหตุนี้เองเราจึงเห็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/machillhome/">MaChillHome บ้านดินสีขาวลุคมินิมอลที่บอกว่าชีวิตที่สร้างขยะแบบมินิมอลไม่ใช่เรื่องยาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คำว่า ‘zero waste’ ไม่ใช่เรื่องใหม่ นับตั้งแต่มีการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม ผู้คนเริ่มมองหารูปแบบการใช้ชีวิตที่ลดการสร้างขยะและเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น หากแต่มีบางเสียงที่ปฏิเสธว่า eco-friendly เป็นเรื่องยาก ยังไม่ต้องพูดถึง zero waste ที่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ย่อมไม่ใช่คำกล่าวของชายหญิงผู้สร้างบ้านดินสีขาวแห่งนี้ขึ้นอย่างแน่นอน เพราะพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า zero waste เป็นไปได้ และไม่ใช่เรื่องยาก</p>



<p><strong>MaChillHome</strong> หรือ<strong> บ้านมาชิว </strong>เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของ <strong>เกล้า–กิรณา มาลีเลิศ </strong>และ <strong>กุ้ง–ทศพร ชิวปรีชา</strong> โดยนำเอาคำแรกของนามสกุลของสองเจ้าของบ้านมาร่วมตั้งชื่อ บ้านมาชิวปักหลักอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม แต่บรรยากาศรายรอบกลับทำให้รู้สึกว่าเราหันหลังออกจากเมืองมาไกล ที่นี่มองเห็นฟ้าเต็มตา มองเห็นน้ำเบื้องหน้า มองเห็นตะวันค่อยๆ หล่นลับอย่างไร้ตึกรามบดบัง ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้สูง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126801" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภายในอาณาบริเวณที่เชื่อมโยงถึงกันทั้งหมดถูกแบ่งที่ทางเป็น ‘บ้าน’ ที่เจ้าของใช้อยู่อาศัย และ ‘บ้านพัก’ อีก 3 หลัง ที่เปิดต้อนรับแขกภายนอก พื้นที่ส่วนหนึ่งจัดแบ่งเป็นแปลงผักในขนาดที่พอดีกับการบริโภค เล้าไก่สร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ตั้งอยู่หน้าคาเฟ่ที่บานหน้าต่างเปิดสู่สายน้ำ ใกล้กันคือลานอเนกประสงค์ ลมโชยดีเหลือเกินในยามเย็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126773" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บ้านหลังน่ารักและบรรยากาศชวนเข้าพักเป็นเหตุผลหนึ่งที่พาเรามาถึงที่นี่ แต่อีกประเด็นสำคัญที่เราต้องนั่งสนทนากับสองเจ้าบ้าน คือแนวคิดการทำที่พักที่สามารถทำขยะให้มีจำนวนเท่ากับศูนย์ เหตุนี้เองเราจึงเห็น ‘green station’ หรือ ‘จุดแยกขยะ’ ในพื้นที่นี้ด้วย มาพร้อมแนวทางการจัดการขยะที่แขกสามารถทำเองได้ทุกคน และใช่ว่าจะเป็นกฎระเบียบที่ใช้แต่ผู้เข้าพักเท่านั้น ชีวิตส่วนตัวของพ่อบ้านและแม่บ้านคู่นี้ได้นำร่อง zero waste มาก่อนแล้วเช่นกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126836" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_65.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มั่นคงที่แท้คือพึ่งพาตัวเองได้</strong></h2>



<p>เกล้าและกุ้งย้อนความว่าตนคืออดีตมนุษย์เงินเดือน ทั้งสองเรียนเกี่ยวกับวิศวกรรมปิโตรเคมีมาด้วยกัน ต่อด้วยการทำงานในจังหวัดภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมแห่งใหญ่ของประเทศ แต่เงินเดือนที่เข้าบัญชีตรงเวลา แม้มากแค่ไหนกลับไม่ได้สร้างความมั่นคงทางใจให้ทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย และนั่นคือจุดเริ่มต้น&nbsp;</p>



<p>“เราทำงานในโรงงานประกอบรถยนต์” กุ้งเล่า “ทำไปสักพักก็เริ่มเห็นวัฏจักรของมนุษย์เงินเดือนที่อยู่ในโรงงาน เมเนเจอร์อายุ 50-60 วันดีคืนดีบริษัทมีปัญหาเขาก็ถูกให้ออก เพราะเงินเดือนสูงแล้ว แต่เขาก็ไม่มีหลักประกันอื่นในชีวิต เงินเยอะก็จริง มีกองทุนก็จริง แต่แล้วยังไงต่อ เขาอายุมากแล้ว ไม่มีใครรับเขาเข้าทำงานต่อแล้ว เราเลยรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่มั่นคงแล้วล่ะ เราอาจโดนปลดออกเมื่อไหร่ก็ได้ เลยมองหาชีวิตที่ทำให้เรารู้สึกมั่นคง”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126810" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘มั่นคง’ ในที่นี้ของสองคน หมายถึงการพึ่งพาตัวเองได้และเป็นเจ้าของสิ่งนั้นอย่างแท้จริง</p>



<p>“เกล้าไปเห็นสวนพันพรรณของพี่โจน จันใด เปิดอบรมหลักสูตรพึ่งพาตัวเอง” ชายหนุ่มเล่าต่อ “ช่วงของการหาตัวตนน่ะ ลองไปเถอะ เราก็ไปลองใช้ชีวิตแบบสวนพันพรรณดู เลยได้ไอเดียภาพรวมคอมมิวนิตี้ของพันพรรณ เขาอยู่กันหลายครอบครัว ช่วยเหลือกัน ทำงานร่วมกัน แล้วหารายได้จากตรงนั้น เออ นี่แหละ สิ่งที่เราน่าจะเป็นได้ คือสร้างบ้านดิน สร้างอาหารด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง อะไรที่สร้างเองไม่ได้​ก็พึ่งพาเครือข่ายหรือเกษตรกรที่เรารู้จัก ไอเดียมาแล้ว เหลือแค่ว่าจะหาพื้นที่ตรงไหนทำให้ไอเดียนี้เกิดขึ้น ผมเป็นคนนครปฐมเลยคิดว่าจะกลับมาทำที่บ้าน”</p>



<p>ที่ดินผืนนี้ พวกเขาซื้อไว้หลังจากมองหาที่ทางตั้งต้นใหม่เมื่อ 10 ปีก่อน สภาพแรกเห็นคือป่าอ้อยหนาทึบและรกชัฏ แต่เกล้าบอกว่ามีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ต้องเป็นที่นี่</p>



<p>“ตรงคาเฟ่ที่เรานั่งอยู่นี้เป็นเนินสูงประมาณหลังคา พอขึ้นมาบนเนินเท่านั้นแหละ ภาพที่ปรากฏคือภาพตรงหน้าต่างนี้” เธอหมายถึงบ่อทรายที่สวยสมบูรณ์ด้วยสายน้ำทอดยาวโอบล้อมพื้นที่ “เราหันมามองหน้ากันเลย เอาตรงนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126826" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_55.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126844" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_73.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ศักยภาพของจุดนี้ทำบ้านและทำสถานที่พักผ่อนได้แน่นอน” กุ้งกล่าวมั่นใจ “บวกกับตอนนั้นเรารู้ข่าวแล้วว่ามีมอเตอร์เวย์ตัดผ่าน จากบางใหญ่ไปกาญจนบุรี ตรงนี้เป็นรอบต่อสามจังหวัด ห่างออกไป 5 กิโลเมตรเป็นราชบุรี เลยไปอีกนิดออกกาญจนบุรี แต่ก็ไม่ไกลจากตัวเมือง ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และมีความเป็นส่วนตัวสูง”</p>



<p>มีที่ทางแล้วก็ใช่ว่าจะสร้างบ้านอยู่ได้ทันใจ ด้วยทั้งคู่วางแผนเพาะปลูกในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ จึงต้องทิ้งดินไว้อย่างน้อย 3 ปี ต่อด้วยการปลูกปอเทืองเพื่อปรับสภาพดินให้มีความสมบูรณ์ ถึงจะเริ่มถางดิน ถมที่ และปูทางได้</p>



<p>เกล้าเล่าให้เห็นภาพว่า “ระหว่างนั้น กุ้งเขาก็มาตั้งแคมป์ที่นี่ เราทำห้องน้ำ มีครัว ซึ่งเป็นแค่เสาและหลังคา แล้วค่อยๆ โยกย้ายกันมาช่วงเมษายนปี 2018 แล้วมีพายุเข้า ฝนตกหนัก พื้นเต็มไปด้วยโคลน เอาแค่เดินจากบ้านมาที่ครัวที่ยังมีแต่เสาคือเลอะเทอะมาก เอาเป็นว่ารถโฟร์วีลยังเข้าไม่ได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“พอตุลาคมก็เป็นช่วงที่อากาศเริ่มแห้งๆ เราเจอศัตรูสำคัญคือหมามุ่ย แล้วพอพฤษภาคมมันก็เริ่มขึ้นใหม่ เราสองคนต้องโรยตัวลงไปตามขอบตลิ่ง ถอนหมามุ่ยกันเช้า-เย็น เพราะเราต้องอยู่เองด้วย ฉะนั้นอะไรที่เป็นศัตรูเราต้องเอาออกให้หมด แต่จะพ่นยาก็ไม่ได้เพราะเราต้องการทำเกษตรอินทรีย์ และพ่นทียาก็จะกระจายไปไกล วิธีที่ดีที่สุดคือถอน”</p>



<p>การเริ่มต้นยากเสมอ แต่เมื่อมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว สองคนก็ช่วยกันสร้าง ‘บ้าน’ หลังมั่นคงขึ้นมาจนได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126809" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_38.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กุ้งเล่าว่า “เราให้<a href="https://adaymagazine.com/chiang-mai-vegetable-garden/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ใจบ้านสตูดิโอ</a>ทำแผนแม่แบบ บ้านควรอยู่ตรงไหน พื้นที่อเนกประสงค์ควรอยู่ตรงไหน แล้วพอเราใช้ชีวิตกันจริงๆ เราจะเห็นเองว่าบางพื้นที่มีศักยภาพมากกว่าที่วางในแผนแม่แบบ เราก็ปรับไปตามนั้น แต่ต้องขอบคุณใจบ้านนะ เพราะเราได้แผนใหญ่มา ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีไดเรกชั่นว่าควรไปทางไหน”</p>



<p>“นี่คือการตัดสินใจครั้งใหญ่” เกล้าเสริม “เราไม่อยากทำแบบไม่มีแผนในหัว เพราะเราต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้ได้ด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126812" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_41.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บ้านดิน บ้านนก และบ้านที่ทำจากของเหลือใช้&nbsp;&nbsp;</strong></h2>



<p>บ้านดินคือตัวเลือกแรกในการสร้างที่อยู่อาศัย เพราะสร้างเองได้ ซ่อมแซมง่าย อยู่สบาย กุ้งให้เหตุผล ขณะที่ฝันของเกล้าจำเพาะลงไปอีกนิด นั่นคือต้องเป็นบ้านดินสีขาว สบายตา รูปลักษณ์ร่วมสมัย ในดีไซน์ที่เห็นแล้วต้องอุทานว่าน่ารัก</p>



<p>“เราได้รู้จักกับบ้านดินประมาณหนึ่งแล้วล่ะ” กุ้งบอก “แต่บ้านดินที่เราเห็นจากสวนพันพรรณเป็นสไตล์คลาสสิก เราก็มองว่าน่าจะทำอะไรที่ดึงดูดได้มากกว่านั้น จึงไปหาจิ๊กซอว์อื่นมา นั่นคือบ้านดินคำปู้จู้ของครูจุ้ย ครูโชะ ที่พะเยา บ้านของเขาเป็นสไตล์โมเดิร์น เราจึงได้หลักการสร้างและการฉาบให้เป็นสีอื่นจนกลายเป็นบ้านดินหลังแรกที่เราอยู่ได้จริงๆ”</p>



<p>“แต่เราก็ไม่สามารถทำเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์” เกล้าเอ่ยถึงข้อจำกัด “เราเอาความรู้มาคุมช่างอีกที การทำบ้านดินต้องทำหลายคน เพราะต้องแข่งกับเวลา แต่รายละเอียดต่างๆ อย่างติดบัวในบ้าน ต่อเฟอร์นิเจอร์ เราทำเองหมด”</p>



<p>ถัดจากบ้านที่ใช้อยู่เอง วิชาบ้านดินที่ร่ำเรียนมาก็ได้ต่อยอดเป็นที่พัก ตั้งชื่อว่า ‘บ้านดิน (mud house)’ ตรงตัว บ้านสองชั้น กำแพงสูงถึงราว 4 เมตร ซึ่งก็น่ารักสมปรารถนา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126782" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126781" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราอยากให้คนที่เขามาพักเห็นบ้านดินในอีกภาพหนึ่ง ไม่ใช่บ้านดินที่เป็นบ้านถ้ำหรือบ้านชั้นเดียว” แล้วกุ้งก็อธิบายการสร้างบ้านดินสีขาวอย่างกระชับ “เราใช้ส่วนผสมเพิ่มเติมคือปูนขาว จากนั้นฉาบและทาสีขาวทับอีกที เพราะถ้าผสมสีขาวกับดินไปเลยมันจะไม่ได้ขาวสะอาดแบบนี้ แต่จะเป็นสีขาวเทา และบ้านดินปกติเขาจะทำชายคายื่นออกมายาวๆ เพื่อบังฝน แต่ของเราทำแบบโมเดิร์นเลย ถามว่าทำแบบเราถ้าโดนฝนแล้วเป็นอะไรไหม ก็นิดหน่อย แต่ซ่อมได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนปูน ปูนแตกแล้วแตกเลย แต่บ้านดินเราก็แค่ฉาบซ่อม และต่อให้ทำบ้านให้โมเดิร์นขึ้น คุณสมบัติของบ้านดินก็ยังเหมือนเดิม</p>



<p>“เราทำให้รู้ว่าบ้านดินทำได้เหมือนบ้านปูนทุกอย่าง ติดแอร์ได้ ทำเฟอร์นิเจอร์แขวนได้ มันมีวิธีการ ต่างแค่วัสดุที่ใช้สร้างเท่านั้นเอง และบ้านดินประหยัดแอร์มาก อุณหภูมิในบ้านต่างจากข้างนอกประมาณ 8 องศาฯ แอร์ฯ เลยไม่ต้องทำงานหนัก แต่บ้านปูนถ้าข้างนอก 47 องศาฯ ข้างในก็ 47 ถ้าเราอยากได้ 25 องศาฯ กว่าอุณหภูมิจะลดลงก็นาน”</p>



<p>หลังต่อมาชื่อ ‘บ้านนก (bird house)’ เนื่องจากออกแบบให้มีช่องหน้าต่างวงกลมเหมือนบ้านนกที่แขวนบนต้นไม้ ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว และเป็นหลังเดียวของที่นี่ที่สร้างด้วยคอนกรีต เกล้าให้เหตุผลว่าในช่วงที่เริ่มสร้างบ้านหลังนี้ตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี ซึ่งไม่สามารถตากอิฐดินได้ แต่ถ้ารอให้หน้าร้อนเวียนมาก็จะไม่ทันกำหนดเปิดบ้านที่ตั้งใจไว้ แม้เป็นบ้านปูนแต่สร้างออกมาได้กลมกลืนกับบ้านดินหลังเคียงใกล้มาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126808" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126806" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_35.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขยับมาหลังที่ 3 ชื่อ ‘บ้านพักใจ (the rest house)’ กุ้งนิยามบ้านหลังนี้ว่าเป็นบ้านที่สร้างจากของเหลือ “คำว่า rest ในความหมายหนึ่งคือของเหลือ บ้านหลังนี้ก็ทำขึ้นจากของเหลือ จริงๆ ช่วงที่ครอบครัวของเกล้าย้ายมาอยู่ด้วยกัน เราทำบ้านดินขึ้นมาอีกหลัง แล้วตอนนั้นมีอาสาสมัครจากสโลวาเกียมาช่วยงาน เราจึงได้อิฐดินที่เยอะมาก เหลือพอที่จะสร้างบ้านพักอีกหลังได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126798" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และเชื่อหรือไม่ว่า ในผนังของบ้านพักใจมีขวดน้ำพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อถูกยัดพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยอื่นๆ ไว้จนแข็งแน่น วางก่อขึ้นเป็นผนังสลับกับอิฐดิน ด้วยพลาสติกประเภทนี้มีคุณสมบัติที่ทนทาน มีอายุยาวนาน เจ้าของบ้านพยักหน้าว่าใช้เป็นวัสดุเสริมในการสร้างบ้านดินได้ดี</p>



<p>“บ้านทั้งสามหลังข้างนอกอาจดูธรรมดา แต่ข้างในมีความพิเศษของแต่ละบ้าน” กุ้งจบประโยค เกล้าก็เอ่ยต่อทันที</p>



<p>“เราออกแบบตกแต่งให้สะท้อนถึงความเป็นตัวเราที่สุด เป็นการใช้ของที่เราอยากได้กับบ้านตัวเองแต่ไม่เคยได้ เราอยากได้หน้าต่างวงกลมแต่ชีวิตจริงไม่มี อะ เราทำบ้านนก อยากได้บันไดวน อะ เอามาใส่ในบ้านดิน อยากได้หน้าต่างใหญ่ๆ เอาไปใส่ที่บ้านพักใจ”</p>



<p>“บ้านพักใจนี่ตอนแรกจะเอาออนเซนไปใส่ด้วย” ฝ่ายชายแทรกเสียงเข้ามา</p>



<p>“กุ้ง มันร้อน!” ฝ่ายหญิงพูดดัก พากันหัวเราะร่วน</p>



<p>“เลยจบที่ว่าทำเป็นชานนั่งเล่นด้านข้าง ติดผ้าโปร่งเป็นม่าน กลางคืนปลดลงมาเป็นมุ้งได้ คอนเซปต์ของบ้านทุกหลังคือมีให้น้อย ใช้สอยให้มาก เป็นอีกจุดที่สะท้อนสิ่งที่เราเป็นอยู่ เราไม่อยากมีอะไรเยอะแยะ แต่อยากให้มีประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุด” กุ้งสรุป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126799" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_28.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Green station แปรขยะให้เกิดประโยชน์ใหม่</strong></h2>



<p>ทั้งคู่บอกตรงกันว่าการใช้ชีวิตที่นี่ได้ลดทอนความอยากซื้อของลงไปมาก ไม่ว่าจะเพราะมีเพียงพอแล้ว หรือเพราะเมื่อนำสิ่งใหม่เข้ามาสิ่งเก่าก็ย่อมกลายเป็นขยะไปโดยปริยาย</p>



<p>เกล้าบอกว่า “เราแทบไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าแล้ว เรามีเสื้อที่ใส่รับแขกได้ มีเสื้อที่ใส่ทำงาน พอเสื้อที่ใส่รับแขกเก่าหรือขาดก็จะเอามาใส่ทำงาน พอใส่ทำงานไม่ได้แล้วก็จะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วหรือใช้งานอย่างอื่นแทน แล้วค่อยหาเสื้อทำงานใหม่ หรืออะไรที่เราต้องเอาออกไปจริงๆ ก็ไม่ใช่การทิ้ง แต่เป็นการนำไปสู่ประโยชน์อย่างอื่นแทน</p>



<p>“ในชีวิตส่วนตัว เราเด็ดขาดเลยว่าพลาสติกทั้งหลาย ห้าม พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว พวกหลอด แก้วกาแฟพลาสติก อะไรที่ใช้ครั้งเดียวที่นี่ไม่มี เว้นแต่พลาสติกที่ใช้ถนอมอาหาร เช่น วัตถุดิบบางอย่างที่ต้องฟรีซมาก็ยังมีอยู่ แต่เราจัดการอย่างถูกต้องแทน”</p>



<p>หรือสิ่งใดใช้ซ้ำได้ก็ใช้ซ้ำ วัสดุใดที่ย่อยสลายง่ายก็เลือกใช้วัสดุนั้น เช่น ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู ใช้สำลีและคอตตอนบัดทำจากฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ง่ายต่อการย่อยสลาย ซึ่งเตรียมไว้ให้ในทุกห้องพัก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126788" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กับแขกที่เข้าพัก เจ้าบ้านก็ไม่ได้ตั้งกฎที่เข้มงวดเกินไปนัก หากแต่เมื่อไหร่ที่นำขยะเข้ามาหรือสร้างขยะขึ้น แขกต้องรับผิดชอบตัวเองด้วยการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี แยกให้ถูกที่ เกล้ายกตัวอย่างถุงฟอยล์บรรจุขนมกรุบกรอบ เมื่อกินหมดแล้วก็แค่ล้างถุงให้สะอาดเพื่อป้องกันกลิ่นและมด จากนั้นตากให้แห้ง แล้วแยกลงถังตามประเภทขยะ จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านในการส่งต่อขยะแต่ละประเภทไปสู่การใช้สอยใหม่ที่เกิดประโยชน์อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126818" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_47.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘green station’ หรือ ‘จุดแยกขยะ’ ของบ้านมาชิวจึงมีขึ้นด้วยเหตุนี้ สร้างขึ้นคล้ายโรงเรือนเล็กๆ เป็นจุดพักขยะที่กำลังเดินทางไปสู่ประโยชน์ใหม่ ทำให้ที่พักแห่งนี้สามารถจัดการขยะได้อย่างเป็นระบบและเป็นศูนย์&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126823" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_52.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เกล้าอธิบายว่า “ทุกวันนี้มีหน่วยงานที่รับขยะมากขึ้น เราก็แพ็กส่งไปหรือมีรถมารับบ้าง เราเลยทำ green station เพื่อจุดประสงค์นี้ ในเมื่อเรายังสร้างขยะอยู่หรือลูกค้าถือแก้วกาแฟเข้ามา เอาเข้ามาเลยแต่มาจัดการให้ถูก ยังมีอยู่บ้างที่ลูกค้าคิดว่าเดี๋ยวฉันใส่ถุงรวมๆ ออกไปทิ้งข้างนอก แต่ขยะถุงนั้นก็คงไปจบที่บ่อฝังกลบอยู่ดี เราจึงพยายามทำให้เขาเห็นว่าอะไรที่แยกได้ก็แยกเถอะ”</p>



<p>สองคนช่วยกันแจกแจง green station ของบ้านมาชิวว่าแยกขยะออกเป็นประเภทใดบ้าง เริ่มจากพลาสติกที่ยืดได้ เช่น ถุงหูหิ้วจะส่งเข้า<a href="https://www.facebook.com/wontogether/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โครงการวน (Won)</a> เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นถุงพลาสติกใหม่, บรรจุภัณฑ์อย่างถุงขนมที่รีไซเคิลไม่ได้จะส่งไปยังบริษัท <a href="https://www.n15technology.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">N15</a> เพื่อนำไปเผาในระบบปิด เป็นพลังงานทดแทน, แก้วและขวดน้ำที่ทำจากพลาสติก PET ส่งเข้า<a href="https://www.facebook.com/sendplastichome/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โครงการพลาสติกกลับบ้าน</a> สามารถผลิตเป็นเส้นใยจีวรพระ, เศษกระดาษหรือใบเสร็จส่งไปรีไซเคิลทำสมุด, หลอดกาแฟสามารถทำหมอนให้ผู้ป่วยติดเตียงได้, กล่องนม กล่องน้ำผลไม้ ส่งตรงไปที่ธรรมธุรกิจเพื่อใช้เป็นวัสดุทำ green roof, หลอดบีบต่างๆ สามารถหลอมเป็นอิฐบล็อกทำถนนใน<a href="https://www.facebook.com/greenroad.international/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โครงการ green road</a> ส่วนขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม จะรอซาเล้งมารับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126775" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126774" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ส่วนขยะเปียกหรือขยะอินทรีย์ยิ่งไม่ใช่ปัญหาของบ้านมาชิว พวกเขามีถังหมักปุ๋ยอินทรีย์ที่ใช้ภายในครอบครัวถึง 4 บ่อใหญ่ ใน green station มีตั้งไว้อีกถังขนาดย่อมเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้เข้าพัก</p>



<p>“แขกเปิดดูแล้วเขามักถามว่าทำไมไม่มีกลิ่นเลย” เกล้าเล่า “ถ้าเราจัดการดีก็ไม่มีกลิ่นนะ แต่ที่เหม็นเพราะเศษอาหารอยู่ในถุงพลาสติกแล้วปิดถุงไว้ คือมันไม่ได้อากาศ แต่ถ้าแห้งจะไม่มีกลิ่น ไม่ว่าจะเป็นอาหารอะไรก็แล้วแต่ให้กรองของเหลวออก เอาของแห้งใส่ในถัง ใส่ใบไม้ ใส่แกลบ ใส่ขี้วัวยังได้ ถังที่อยู่ใน green station เราทำให้แขกเห็นว่าทำอย่างนี้ได้นะ ไซส์สำหรับครัวเรือนมีนะ ไซส์คอนโดฯ ก็มี ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบ้านเหมาะกับแบบไหน แต่ถ้าเขาปฏิเสธตั้งแต่แรกเขาจะไม่มีทางเจอวิธีเลย”</p>



<p>กุ้งกล่าวต่อไปว่า “ในแต่ละวัน ที่นี่มีเศษอาหารเหลือทิ้งไม่มากเพราะอยู่กันไม่กี่คน ส่วนอาหารสำหรับแขกเรามีสัดส่วนที่กำหนดไว้อยู่แล้วว่าหนึ่งอิ่มควรเท่านี้ แขกที่ต้องการกินดินเนอร์ที่นี่ต้องแจ้งล่วงหน้าว่าคุณต้องการกินอะไร แพ้อะไร หรือไม่เอาอะไร พออาหารไม่เหลือก็ไม่เกิดขยะส่วนนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126819" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วัตถุดิบจากแปลงผัก เนื้อสัตว์จากเครือข่ายเกษตรกร</strong></h2>



<p>อาหารที่เสิร์ฟในบ้านมาชิวแม้มีไม่กี่อย่าง แต่ทุกอย่างล้วนรู้ที่มา ซึ่งทั้งคู่มองว่าสำคัญกว่าการใช้วัตถุดิบแบรนด์ดังหรือนำเข้า แต่ไม่รู้เลยว่าอาหารที่กำลังกินอยู่ผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง พวกเขาจึงเลือกเสิร์ฟอาหารที่ทำจากผักปลอดสารที่ปลูกขึ้นเอง และใช้เนื้อสัตว์จากเครือข่ายเกษตรกรที่วางใจได้ทั้งการผลิตและคุณภาพ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126821" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_50.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126825" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_54.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเราอยู่ตรงนี้จะมีอาหารการกินมากมายขนาดนี้” เกล้าเล่า “เราอยากได้หมูออร์แกนิกที่เลี้ยงแบบปล่อยในเครือข่ายของเราก็มี อยู่แถวสามพราน เราอยากได้ไส้กรอกที่ดี ไม่อยากใช้ไส้กรอกสำเร็จรูปที่ใส่สารนู่นนี่ เราก็โชคดีที่เจอเจ้าที่ผลิตไส้กรอกคุณภาพและอยู่ไม่ไกล เราก็เอากล่องของเราไปรับมา ลดการใช้พลาสติกลงไปอีก”</p>



<p>“อาหารจะอร่อย วัตถุดิบต้องดีก่อน” กุ้งเอ่ยถึงแนวคิด “คำว่า ‘ดี’ ในที่นี้คือเราต้องการรู้ที่มาของวัตถุดิบ เราอยากมั่นใจว่าเขาไม่ได้ใส่สารเคมีอะไรมา We are what we eat. เรากินสิ่งไหนเราก็ได้สิ่งนั้นใช่ไหม แต่ถ้าเราไม่รู้ที่มาของวัตถุดิบนั้นเลยนั่นคือความเสี่ยง ต่อให้จะเป็นแบรนด์ขึ้นชื่ออะไรก็ตาม”</p>



<p>ยิ่งเป็นเมนูสลัดของบ้านมาชิวยิ่งรู้ที่มาของผักชนิดที่ชี้ได้เลยว่าเก็บมาจากแปลงไหน ผักสลัดหมุนเปลี่ยนเวียนตามฤดูกาล เมนูผักย่างจะมีในช่วงหน่อไม้ฝรั่งออกงาม มะเขือเทศพันธุ์บีฟสเต็กลูกใหญ่ปลูกไว้ทำซอสพิซซ่า เลม่อนก็พอมีให้ทำขนมได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126824" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_53.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126840" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_69.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พิซซ่าโฮมเมดเป็นกิจกรรมที่เตรียมไว้ให้แขกได้สัมผัสกระบวนการของอาหาร แป้งและซอสถูกเตรียมไว้ให้แล้ว แขกจะได้ลงมือเองในขั้นตอนรีดแป้ง ทาซอส และแต่งหน้าพิซซ่า สีเขียวบนหน้าพิซซ่าคือผลผลิตจากแปลงผักของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นใบอ่อมแซ่บที่เมื่อสุกแล้วจะให้รสหวานเหมือนตำลึง ใบหูเสือให้กลิ่นคล้ายออริกาโน ส่วนเบค่อนก็เป็นเบค่อนที่ทำขึ้นเอง กลายเป็นพิซซ่าหน้าพิเศษสูตรเฉพาะของบ้านมาชิวเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126832" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_61.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126834" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_63.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_72.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนลด ลดโลกร้อน</strong>&nbsp;&nbsp;</h2>



<p>การจองที่พักของบ้านมาชิวไม่มีอะไรสลับซับซ้อน หากจะมีก็เพียงกติกามารยาทและเงื่อนไขการจัดการขยะที่อาจอ่านยาวอยู่สักหน่อย แต่ทั้งหมดนั้นคือคอมมอนเซนส์ของการอยู่ร่วมกัน และเป็นการเคารพแนวคิดของผู้เป็นเจ้าบ้าน</p>



<p>เกล้าพูดขึ้น “บางคนอาจมองว่าเราจู้จี้จุกจิก ทำไมออกจากห้องแล้วให้ปิดแอร์ ปิดไฟ ทำไมต้องมาจำกัดขยะ ทุกวันนี้พูดแค่ทิ้งขยะลงถังไม่ได้แล้วนะ เพราะถ้าแยกขยะมันยังมีส่วนที่เราเอาไปทำประโยชน์ได้ แล้วถ้าเราทำกันอยู่สองคน คนที่มาที่นี่ไม่ทำ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”</p>



<p>“ทำคนละเล็กคนละน้อยจะมีเอฟเฟกต์ที่มากกว่า” กุ้งขยายให้เห็นภาพ “เราสองคนทำ zero waste ปีหนึ่งอาจจะลดพลาสติกได้ 1 กิโลฯ แต่ถ้าคนรอบข้างเรา แขกที่มา ลดการใช้พลาสติกกันคนละ 1-2 ชิ้นต่อวัน ปีหนึ่งก็เป็นตัน เราเลยอยากแชร์แนวคิดนี้ ไม่จำเป็นต้อง zero waste จ๋า แต่ช่วยกันทีละน้อยก็ได้ มันจะกลายเป็นเยอะเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126805" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126804" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากคุณเป็นลูกค้าที่มักถามหาส่วนลดที่พัก ที่นี่ก็มี ‘ส่วนลด ลดโลกร้อน’ ให้ ซึ่งไม่ได้มีขึ้นเพื่อชาเลนจ์เอาสนุก ทว่าเป็นความตั้งใจให้แขกเห็นว่าในชีวิตประจำวันเราสามารถช่วยโลกในทางใดได้บ้าง</p>



<p>เกล้าอธิบายถึงส่วนลดดังกล่าว “หากเลือกเปิดแอร์ฯ แค่ 2 ทุ่มถึง 8 โมงเช้า เขาจะได้ส่วนลดตรงนี้ไป เราจะเอารีโมตแอร์ฯ ไปให้เวลานั้น ถ้าใครรู้สึกว่าบ้านดินเย็นแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ จะใช้แค่พัดลมก็ได้ ก็เป็นราคาที่ลดลงอีก แต่ทุกห้องมีแอร์ฯ มีพัดลมให้ ขึ้นอยู่กับที่คุณเลือก และถ้านำแก้วน้ำส่วนตัวมาเองก็ลดลงไปอีกคนละ 50 บาท</p>



<p>“เคยมีครอบครัวมาพักกัน 4 คน ตอนเขาจะกลับ เขาเข้ามาบอกว่า &#8216;คุณเกล้า ขอบคุณมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าลูกจะอยู่ได้โดยที่ไม่มีแอร์ฯ&#8217; เราบอกว่าลองดูนะ เปิดแอร์ฯ สัก 27 องศาฯ แล้วเปิดพัดลมส่ายก็เย็นเหมือนกัน แต่เราไม่ได้บังคับนะ เราให้ลองดู พอเขากลับกรุงเทพฯ เขาก็ลองไปใช้ที่บ้านแล้วส่งข้อความมาอีกว่า &#8216;ที่บ้านก็อยู่ได้ค่ะ พอแอร์ไม่ได้ทำงานหนัก ความร้อนที่ออกมาก็น้อยลง&#8217; เราจึงต้องการหลายๆ คนช่วยกันทำ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126790" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>MaChillHome เปิดบ้านอย่างเป็นทางการครบ 2 ปีแล้ว และเป็น 2 ปีที่สองคนยืนยันว่าวิถี eco-friendly และชีวิตแบบ zero waste นั้นสามารถจับต้องและปฏิบัติได้จริง&nbsp;</p>



<p>“ที่นี่เป็นทุกอย่างของเรา เป็นตัวตนของเรา เป็นสิ่งที่เราเชื่อ” กุ้งทบทวนถึงเส้นทางที่ผ่านมา “หนึ่ง–เราเชื่อตั้งแต่แรกว่าที่นี่มีศักยภาพ สอง–แม้ตรงนี้จะร้อน แต่เราเชื่อว่าเราจะหาวิธีปลูกผักปลูกต้นไม้ได้ และนั่นแหละ ก็ได้ผลผลิตอย่างที่เห็น”</p>



<p>“ที่นี่เป็นน้ำพักน้ำแรงของเรา” เกล้าให้ความหมายที่พ้องกัน “พูดได้เลยว่าทำมากับมือจริงๆ คนข้างนอกเข้ามาเขาอาจมองเห็นบ้าน แต่สำหรับเรา เราเห็นเรื่องราว เห็นตั้งแต่ทางเข้าที่เป็นโคลน เห็นพ่อแม่ที่มาเยี่ยมแล้วต้องเดินเท้าเปล่าลุยโคลนหิ้วของเข้าบ้าน ที่นี่ปรับมายด์เซตให้เรามาก เราเคยทำงานเพื่อรอเงินเดือนทุกสิ้นเดือน แต่มาอยู่ที่นี่เงินไม่ได้มาแบบนั้น ดังนั้นถ้าเราอยู่เฉยๆ ยังไงเงินก็ไม่มา ไม่ได้หมายความว่าเราทำทุกอย่างเพื่อหวังเงินนะ แต่เราต้องทำบ้านของเราให้น่าอยู่ก่อน เพราะเราทำที่นี่เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างที่เราชอบ และใช้ชีวิตตามแนวคิดของเราได้จริงๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-1024x683.jpg" alt="MaChillHome บ้านมาชิว" class="wp-image-126813" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/MaChill-Home_42.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>MaChillHome (บ้านมาชิว)</strong></p>



<p><strong>address : ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง นครปฐม</strong></p>



<p><strong>facebook : facebook.com/machillhome&nbsp;</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/machillhome/">MaChillHome บ้านดินสีขาวลุคมินิมอลที่บอกว่าชีวิตที่สร้างขยะแบบมินิมอลไม่ใช่เรื่องยาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟังเพลงแจ๊สเร่าร้อน อ่อนหวาน จิบค็อกเทลเข้มข้นยามค่ำที่ Buddha &#038; Pals Night</title>
		<link>https://adaymagazine.com/buddha-and-pals-night/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 10:57:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Buddha & Pals Night]]></category>
		<category><![CDATA[Boxing Cool Bar]]></category>
		<category><![CDATA[jazz bar]]></category>
		<category><![CDATA[แมค-ภีระสิทธิ์ ​สีมูลเสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[นางเลิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[cocktail bar]]></category>
		<category><![CDATA[Kanvela House]]></category>
		<category><![CDATA[Buddha & Pals]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=107704</guid>

					<description><![CDATA[<p>คล้ายเวทมนตร์ หลังความสว่างลาฟ้าและสีดำโรยหล่น ที่ทางที่วางตัวเป็นคาเฟ่สงบงามยามกลางวันได้เผยโฉมในเรือนร่างใหม่ โต๊ะเก้าอี้เคลื่อนขยับ ดวงไฟแชนเดอเลียร์สาดแสงสีส้มสลัว บาร์กาแฟเปลี่ยนฉากสู่บาร์ค็อกเทลฉ่ำย้อมริมฝีปาก เสียงขอบแก้วใสกระทบกันดังกริ๊งแว่วแซมบทสนทนาเปี่ยมชีวิตชีวา นักร้องขึ้นจับไมค์ นักดนตรีกระชับเครื่องบรรเลงเพลงของตน แล้วบทเพลงแจ๊สก็ล่องลอยขับกล่อม อันที่จริง a day เคยเล่ากล่าวถึงที่นี่อยู่ครั้ง ว่าด้วยเรื่องของการรีโนเวตอาคารเก่าแก่ ณ ย่านประวัติศาสตร์อย่างนางเลิ้งให้เป็นโฮลเทลนาม Kanvela House รวมถึงคาเฟ่ภายใต้ชายคาเดียวกันที่ชื่อ Buddha &#38; Pals แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องราวในยามฟ้าสว่าง ทว่าที่แห่งนี้ กลางวันและกลางคืนได้เชื่อมโยงถึงกันอยู่ เมื่อเวลาล่วงสู่ยามค่ำ คาเฟ่จะถูกผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า กลายเป็นแจ๊สบาร์เปี่ยมชีวิตชีวา และนี่คือ Buddha &#38; Pals เวอร์ชั่นกลางคืน&#8230; Buddha &#38; Pals Night  “ถ้าเป็น Buddha &#38; Pals Day ก็จะเป็นคาเฟ่” แมค–ภีระสิทธิ์ ​สีมูลเสถียร อยู่ในชุดลำลอง คาดเอี๊ยมชายสไตล์วินเทจซึ่งเข้ากับบรรยากาศ เขาอธิบายกระชับว่าในพื้นที่เดียวกัน เขาแยกคาเฟ่และบาร์ด้วยคำว่า Day และ Night  บางคนที่เคยผ่านตาแจ๊สบาร์ที่ชื่อ Boxing [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/buddha-and-pals-night/">ฟังเพลงแจ๊สเร่าร้อน อ่อนหวาน จิบค็อกเทลเข้มข้นยามค่ำที่ Buddha &#038; Pals Night</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">คล้ายเวทมนตร์ หลังความสว่างลาฟ้าและสีดำโรยหล่น ที่ทางที่วางตัวเป็นคาเฟ่สงบงามยามกลางวันได้เผยโฉมในเรือนร่างใหม่ โต๊ะเก้าอี้เคลื่อนขยับ ดวงไฟแชนเดอเลียร์สาดแสงสีส้มสลัว บาร์กาแฟเปลี่ยนฉากสู่บาร์ค็อกเทลฉ่ำย้อมริมฝีปาก เสียงขอบแก้วใสกระทบกันดังกริ๊งแว่วแซมบทสนทนาเปี่ยมชีวิตชีวา นักร้องขึ้นจับไมค์ นักดนตรีกระชับเครื่องบรรเลงเพลงของตน แล้วบทเพลงแจ๊สก็ล่องลอยขับกล่อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริง a day เคยเล่ากล่าวถึงที่นี่อยู่ครั้ง ว่าด้วยเรื่องของการรีโนเวตอาคารเก่าแก่ ณ ย่านประวัติศาสตร์อย่างนางเลิ้งให้เป็นโฮลเทลนาม Kanvela House รวมถึงคาเฟ่ภายใต้ชายคาเดียวกันที่ชื่อ Buddha &amp; Pals แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องราวในยามฟ้าสว่าง ทว่าที่แห่งนี้ กลางวันและกลางคืนได้เชื่อมโยงถึงกันอยู่ เมื่อเวลาล่วงสู่ยามค่ำ คาเฟ่จะถูกผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า กลายเป็นแจ๊สบาร์เปี่ยมชีวิตชีวา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ Buddha &amp; Pals เวอร์ชั่นกลางคืน&#8230; <strong>Buddha &amp; Pals Night </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเป็น Buddha &amp; Pals Day ก็จะเป็นคาเฟ่” </span><b>แมค–ภีระสิทธิ์ ​สีมูลเสถียร</b><span style="font-weight: 400;"> อยู่ในชุดลำลอง คาดเอี๊ยมชายสไตล์วินเทจซึ่งเข้ากับบรรยากาศ เขาอธิบายกระชับว่าในพื้นที่เดียวกัน เขาแยกคาเฟ่และบาร์ด้วยคำว่า Day และ Night </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนที่เคยผ่านตาแจ๊สบาร์ที่ชื่อ Boxing Cool ซึ่งปักหมุดอยู่ในพิกัดเดียวกัน อาจสงสัยว่าคือแห่งเดียวกันหรือไม่ ใช่ คือที่เดียวกัน แล้วทำไมต้องมีสองชื่อ ท้ายบทสนทนานี้จะช่วยคลี่คลายความสงสัย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107900" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0419.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>พื้นที่เดิม ต่างเวลา เปลี่ยนหน้าที่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้แจ๊สบาร์เป็นส่วนที่เปิดตามมาในภายหลัง แต่แมคบอกว่าภาพ Buddha &amp; Pals ในยามฟ้าค่ำเป็นความคิดที่ผุดพรายขึ้นพร้อมๆ กับภาพโฮสเทลและคาเฟ่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ได้มีความคิดที่จะทำที่พัก คาเฟ่ หรือบาร์มาก่อน จนมาเจอตึกนี้ จึงเริ่มโปรเจกต์ด้วย Kanvela House ซึ่งเป็นที่พัก เมื่อมีที่พักแล้วก็ต้องมีคาเฟ่ด้านล่างด้วย พอดูๆ ไป ช่วงกลางคืนของที่นี่เหมาะกับการทำเป็นบาร์มากๆ ผมเลยเกิดไอเดียบาร์แจ๊สขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นทั้งสามส่วนจึงเป็นไอเดียคร่าวๆ กลมๆ ที่มีมาพร้อมกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าการทำหนึ่งพื้นที่ให้รองรับสองการใช้งานในต่างช่วงเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย แมคยอมรับ ด้วยทั้งกลางวันและกลางคืนยังเป็นเก้าอี้ตัวเก่า โต๊ะตัวเดิม เครื่องดื่มทำจากบาร์เดียวกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สุดท้ายจึงต้องออกแบบพื้นที่ให้ได้ทั้งสองอย่าง คือคาเฟ่กลางวันที่ฟีลคาเฟ่ต้องสุด และบาร์กลางคืนที่ต้องสร้างบรรยากาศให้รู้สึกว่านี่คือบาร์จริงๆ ผมเลยดีไซน์เคาน์เตอร์ให้รองรับสองฟังก์ชั่น แต่ด้วยความที่ผมไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านออกแบบ จึงพยายามคิดในเรื่องความเหมาะว่าเราจะเทิร์นคาเฟ่เป็นบาร์ในส่วนไหนได้บ้าง คาเฟ่เป็นเรื่องใหม่สำหรับผม โอเคว่าเราพยายามมองผ่านสายตาลูกค้า แต่พอเป็นบาร์ จินตนาการต้องเยอะมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107870 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0268.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือโซนด้านหลังบาร์ ตอนกลางวันจัดเป็นแบบคาเฟ่ พอตกเย็นจะมีการขยับ มีขวดเครื่องดื่มไปวาง บาร์จะดูเต็มขึ้น แต่ก็ไม่ถึงกับเอาเข้า-ออกหมดทุกอย่าง เพราะต้องให้คนทำงานสะดวกด้วย ส่วนโต๊ะเก้าอี้ต้องจัดใหม่บางส่วน เพื่อให้เข้ากับพื้นที่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเข้าร้านมาในช่วงกลางวัน เราอาจนึกไม่ออกเลยว่าจะสามารถตั้งวงดนตรีได้ตรงมุมไหนของร้าน ด้วยไม่มีเวทีตั้งตายตัว ไม่มีเครื่องดนตรีแม้สักชิ้นวางเป็นสัญลักษณ์ แต่นั่นกลับเป็นข้อได้เปรียบ เพราะทำให้ขยับย้ายจุดตั้งวงดนตรีไปได้เรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเป็นทั้งคาเฟ่ เป็นทั้งบาร์​ บางโต๊ะอาจเป็นมุมอับ มองไม่เห็นนักร้อง การเปลี่ยนมุมเป็นการพยายามหาจุดเหมาะสม จนเราลองปรับให้วงอยู่หน้าบาร์เลย ก็รู้สึกว่ามีความน่าสนใจมากขึ้น ผมเองมองว่าการที่เราทดลองมุมใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ เป็นการสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้าด้วยนะ อีกเหตุผลคือ หากเป็นนักร้องคนเดิม วงเดิม ลูกค้ามาซ้ำ เขาก็ได้เห็นมูฟเมนต์ที่ไม่จำเจ ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แจ๊สบาร์ในฝันของแมคไม่ได้หวือหวาเกินเป็นจริง เขาอยากเห็นบาร์ที่ไม่เป็นทางการเกินไปนัก ไม่จำเป็นต้องมีเวทียกสูงต่างระดับกับผู้นั่งฟัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่อยากให้เป็นบาร์ที่เป็นทางการเกินไป อยากให้มีความอบอุ่น แบนด์เล่นใกล้ชิดกับคนดู อยากให้ได้ฟีลเหมือนเมืองนอก คนดูใกล้ชิดนักร้อง นั่งล้อมๆ กัน นักร้องก็เดินไปตรงนั้นตรงนี้ได้ ผมว่าที่กรุงเทพฯ ยังมีบาร์แบบนี้น้อยนะ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107886 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9852.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>แจ๊ส ท่วงทำนองและจังหวะแห่งค่ำคืน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ทำไมต้องเป็นเพลงแจ๊ส’ ในคำถามเรียบง่าย ชายหนุ่มตอบกลับทันใด “เข้ามาที่นี่ ยังไงก็ต้องแจ๊สครับ” บางอย่างเป็นเรื่องของความรู้สึก  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ถึงขั้นเครซี่หรือมีความรู้เรื่องแจ๊สมากนัก แต่พอดูบริบทโดยรวม ตัวอาคาร พื้นที่ บรรยากาศ ทั้งหมดที่ผมเริ่มทำมาตั้งแต่ต้น ผมว่า identity ของที่นี่คือแจ๊ส แจ๊สมากๆ มีความคลาสสิก มีความวินเทจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ผมคุยกับนักดนตรีคือผมอยากให้ที่นี่เป็น destination ด้านดนตรี คนอยากฟังเพลงต้องนึกถึง Buddha &amp; Pals วันหนึ่งอาจมีการแจม session ข้อจำกัดเดียวของเราคือการที่เราเป็นคาเฟ่แล้วปรับเป็นบาร์ ทำให้เราไม่มีเครื่องดนตรีชิ้นใหญ่ๆ ที่วางประจำได้ เช่นกลอง เปียโน นักดนตรีเขาจึงต้องเอาเครื่องดนตรีมาเอง จะยากตรงนี้ แต่เราก็แพลนไว้นะ อาจเป็นเปียโนมาตั้ง คืนไหนไม่มีแบนด์ แต่มีเปียโนอยู่ นักดนตรีก็มาเล่นได้ นักดนตรีอีกคนอาจถือแซ็กโซโฟนมา อีกคนเป็นนักร้อง เป็น jam night ผมอยากได้ฟีลแบบนั้นมากๆ อีกสักพักคงได้เห็นบรรยากาศแบบนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แมคแนะนำศิลปินที่มาร่วมแจมใน Buddha &amp; Pals Night ในทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ว่ามีทั้งนักเป่าแซ็กโซโฟนระดับอาจารย์ นักร้องที่ผ่านเวทีดังของประเทศ แจ๊สแบนด์มืออาชีพที่สร้างสีสันแก่ค่ำคืน อีกทั้งศิลปินต่างชาติผู้คร่ำหวอดในวงการแจ๊ส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ บาร์ของเราเริ่มตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว มีไลฟ์แจ๊สทุกคืนพฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ หากคืนไหนมีการโปรโมตออกไป ลูกค้าก็ราว 60-70 คน แต่แล้วก็มาเจอสถานการณ์โควิด-19 เสียก่อน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บาร์จำเป็นต้องปิด (แน่นอนว่ารวมถึงโฮสเทลและคาเฟ่ด้วย) แมคใช้โอกาสเว้นวรรคในการทำการบ้านเพื่อความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เราทำผมก็ว่ายังไม่สุด ระหว่างที่ต้องพักไปในช่วงนั้นก็มานั่งคิดว่าจะเติมตรงไหนลงไปให้มันเต็มตามที่เราตั้งใจไว้ เรื่องแบนด์เอย เรื่องการทำพื้นที่และบรรยากาศเอย พอบาร์กลับมาเปิดอีกทีช่วงต้นกรกฎาคม เราก็บอกออกไปว่ากลับมาเปิดแล้วนะ ตั้งแต่นั้นมาคนแน่นตลอด ผมคิดว่าคนคงคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ และเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างหายากในกรุงเทพฯ ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107882 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9824.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต่อไปที่นี่อาจมีเพลงบลูส์เข้ามา” เขาแย้ม “บลูส์ก็มีความใกล้เคียงกับแจ๊ส ค่อนไปทางคันทรีหน่อยๆ แต่ผมอยากจะลองบลูส์ดูสักวัน เพราะกลุ่มคนที่ฟังเพลงก็มีที่ชอบแนวนี้ และอาจเป็นการเพิ่มกลุ่มลูกค้าที่มากขึ้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในคืนที่ไม่มีแบนด์เล่นสด การเคลื่อนไหวของร้านก็ยังอยู่ในกลิ่นอายของท่วงทำนองแจ๊ส เพลย์ลิสต์เพลงต่อเพลงไล่เรียงเปิดอย่างคำนึงถึงบรรยากาศภายใน รวมไปถึงอากาศนอกร้านด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมทำเพลย์ลิสต์เพลงไว้เยอะมาก ขึ้นอยู่กับบรรยากาศร้านเป็นหลัก ถ้าคนเริ่มดูเหงาๆ และเราอยากให้มีมูฟเมนต์มากขึ้น ก็จะเลือกเพลย์ลิสต์ที่เพิ่มจังหวะให้มีกรูฟนิดหนึ่ง หรือคืนที่ฝนตก ก็มีเพลย์ลิสต์ rainy day เป็นเพลงช้าๆ เข้าบรรยากาศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ก่อนผมไม่ใช่คนฟังแจ๊สแบบติดตามเลยนะ แต่พอมาทำที่นี่ก็เริ่มมีความสนใจ ฟังมากขึ้น อ๋อ เพลงนี้เราเคยฟังนี่ เพลงไหนชอบก็แอดใส่ลิสต์ไว้ ผมชอบนีน่า ซีโมน ชอบเชต เบเกอร์ เป็นสไตล์แจ๊สเรียบๆ ลูกค้ามาถามเยอะมากเลยว่าเอาเพลย์ลิสต์มาจากไหน ผมก็บอกค่อยๆ เปิดฟังนี่ล่ะ แล้วก็เก็บไว้ ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107883" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9828.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107884" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9834.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>คืนพิเศษ โชว์พิเศษ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การกลับมาอีกครั้งของ Buddha &amp; Pals Night ไม่เพียงแต่พาค่ำคืนที่หลายคนคิดถึงให้หวนกลับมา แต่ยังมาพร้อมค่ำคืนพิเศษที่จัดเต็มประหนึ่งปาร์ตี้กลายๆ ไม่ก็อีเวนต์ย่อมๆ ที่แขกเรื่อผลักประตูเข้าร้านมาในธีมแต่งกายเดียวกัน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากเห็นภาพแบบนี้ อยากเห็นคนแต่งตัวตามธีมมาฟังเพลง อยากให้มีอีเวนต์กึ่งๆ โชว์เพื่อสร้างอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ อนาคตอาจเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ หรืออะไรก็ตามที่ลิงก์กับแจ๊ส   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โชว์แรกของเราคือธีม Broadway’s Golden Age เป็นเพลงแนวบรอดเวย์ที่เป็นมิวสิคัลหน่อยๆ ซึ่งบัตรเต็มไวมาก เราก็ชักชวนให้คนที่มาดูแต่งตัวสไตล์วินเทจ คลาสซี่ๆ มีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ นักร้องแต่งตัวเต็มที่ ทีมงานเองก็แต่งนะ แต่พยายามไม่ประดิษฐ์เยอะไป เราพยายามสร้างบรรยากาศเล็กๆ เหล่านี้ ลูกค้าเข้ามาเขาต้องสัมผัสได้ถึงฟีลอะไรบางอย่างล่ะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘คืนนั้นคุณได้เห็นอย่างที่อยากเห็นไหม’ ฟังคำถาม เขาเว้นเวลาคิด คล้ายกำลังทบทวน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คืนนั้นเซอร์วิสของเราอาจจะช้านิดหน่อย เพราะคนเยอะจริงๆ แต่ผมได้คุยกับลูกค้า เขาเอนจอยนะ นักร้องร้องและเอนเตอร์เทนได้ดี บรรยากาศมีชีวิตชีวามาก ทุกคนดูสนุกสนานกันจริงๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอขยายภาพคืน Broadway’s Golden Age ผ่านสายตาของผู้ไปเยือนบ้าง คืนนั้นเป็นค่ำคืนที่ราวกับมีเมจิก ผู้คนเฉียดร้อยนั่งแน่นขนัดเต็มพื้นที่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา หนำซ้ำกลับสร้างบรรยากาศรื่นเริง เพื่อนกลุ่มใหญ่ชวนชนแก้ว คู่รักเอนไหล่พิงกันฟังเพลง คนแปลกหน้าหันยิ้มให้โต๊ะเคียงใกล้ นักร้องเปล่งเสียงทรงพลัง ส่งความสุขผ่านบทเพลงแจ๊สสไตล์บรอดเวย์อย่างทั่วถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำบาร์เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมมาก แต่อย่างหนึ่งที่พยายามคืออยากทำบาร์ที่มีสไตล์ สไตล์ที่ไม่ได้แปลว่าหรู แต่อยากสร้าง vibe ให้คนเข้ามาแล้วรู้สึกว่าที่นี่ดีจังเลย อยากมานั่งกับเพื่อน อยากมาเดตกับแฟน อยากมาฟังแจ๊สเพราะๆ อยากมาดื่มค็อกเทลดีๆ นี่คือสิ่งที่เราพยายามครีเอตขึ้นมา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107892" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9879.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107896" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9895.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>ให้ค็อกเทลบอกเล่าเรื่องราว</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“แจ๊ส ยังไงก็ต้องเป็นค็อกเทล” แมคให้เหตุผลว่าทำไมจึงต้องดีไซน์ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของร้านขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับผม ค็อกเทลเป็นงานอาร์ตอย่างหนึ่ง เป็นมิกโซโลจีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าของเรา เป็นศาสตร์ที่ต้องพิถีพิถัน กว่าจะทำออกมาแก้วหนึ่งต้องผ่านการคิด อะไรผสมกับอะไร เครื่องดื่มสแตนดาร์ดเราก็มีนะครับ แต่เราอยากเติมสไตล์ให้ที่นี่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซิกเนเจอร์ค็อกเทลของ Buddha &amp; Pals Night เน้นความเป็นโฮมเมด ใช้วัตถุดิบที่สื่อถึงถิ่นที่ตั้ง ซึ่งก็คือกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นการนำสมุนไพรไทยมาใช้ เช่น ขิง มะนาว หรือผลไม้เขตร้อนขึ้นชื่อ เช่น สับปะรด มะพร้าว อีกทั้งตั้งชื่อให้สื่อความรุ่งเรืองของเมืองหลวงในอดีต เช่น </span>Golden Era<span style="font-weight: 400;"> หรือไม่ก็นำบางถ้อยคำที่ปรากฏในเพลงแจ๊สมาตั้งเป็นชื่อเครื่องดื่ม </span>Sentimental Reasons<span style="font-weight: 400;"> คือตัวอย่าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-107859 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Summertime.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมนู <strong>Summertime</strong> จากเพลง <em>Summertime</em> ของ George Gershwin ก็เช่นกัน ถูกนำมาใช้เป็นชื่อค็อกเทลที่รวมวัตถุดิบของเมืองร้อนเอาไว้ “ผมมองว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีฟีลซัมเมอร์ไทม์ตลอดนะ เลยอยากให้เป็นเครื่องดื่มที่มีความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนหน่อยๆ ลิงก์กับชื่อเพลงแจ๊ส ส่วนผสมหลักคือเหล้ารัม เอามาอินฟิวส์กับสับปะรด เบลนด์กับน้ำสับปะรด น้ำเสาวรส น้ำมะม่วง น้ำมะนาว ใช้ไซรัปที่เราทำเอง ทั้งหมดเป็นส่วนผสมที่ไทยมากๆ เป็นเครื่องดื่มของหน้าร้อน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107858 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Hopping-Barron.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>Hopping Barron</strong><span style="font-weight: 400;"> คือค็อกเทลแก้วโปรดของแมค “แก้วนี้มีความเท่ๆ แมนๆ” เจ้าตัวนิยาม “เราเอาจินมาอินฟิวส์กับกาแฟ ด้วยเราเป็นคาเฟ่ในตอนกลางวันด้วย และที่ตั้งชื่อว่า Hopping Barron เพราะรู้สึกว่าสไตล์ของคนที่มาที่นี่มีความเป็นบารอน (บรรดาศักดิ์หนึ่งของขุนนางยุโรปสมัยโบราณ) หน่อยๆ มาฮอปปิ้งตามบาร์ รสชาติของแก้วนี้จึงหนักแน่น มีความเจนเทิลแมน เราเลยเสิร์ฟกับไวต์ช็อกโกแลตที่เนื้อออกเจลลี่ เพื่อลดความเข้ม เสิร์ฟในแก้วร็อก มีกลิ่นอายกาแฟ แต่เลดี้ก็ดื่มได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะเลือกค็อกเทลสักแก้วที่ให้รสชาติและเซนส์ที่ตรงข้ามกับ Hopping Barron อันขมเข้มและหนักแน่น แก้วที่ชื่อ </span><b>Fizzy Cloud</b><span style="font-weight: 400;"> คือคำตอบนั้น “แก้วนี้มีจินที่อินฟิวส์กับราสป์เบอร์รี มีโทนิกและเวอร์มุท ได้ความเปรี้ยวซ่าของเลม่อนและมะนาว หวานจากราสป์เบอร์รีไซรัป ท็อปด้วยฟองขาวนุ่มเหมือนเมฆ จึงใช้คำว่า Cloud แต่งด้วยใบชิโสะที่มีกลิ่นหอม เป็นตัวเบาๆ ที่เหมาะกับผู้หญิง แต่เช่นเดียวกันคือผู้ชายก็ดื่มได้ ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107857 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Fizzy-Cloud.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเดือนที่ร้านมีวาระพิเศษ จะมี Special Cocktail of the Month ที่ดีไซน์ให้เกี่ยวเนื่องกับอีเวนต์ของเดือนนั้นๆ เช่นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กับค่ำคืน Broadway’s Golden Age ค็อกเทลที่ชื่อ Kanvala Sour, Broadway with Love คือสองตัวยอดนิยม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-107856 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/Bangkok-1920.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>Bangkok 1920</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นอีกหนึ่งแก้วที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยทั้งวัตถุดิบที่ใช้และการตั้งชื่อที่หมายพาผู้ดื่มย้อนไปสู่บางกอกในร้อยปีก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยเป็นโชว์ที่เป็นบรอดเวย์ เราจึงอยากเล่าถึงกรุงเทพฯ เมื่อร้อยปีที่แล้ว สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ก็จินตนาการว่าช่วงนั้นการดื่มของผู้คนเป็นอย่างไร ผมนึกถึงรัมและกลิ่นสไปซ์ เราจึงนำรัมไทยและเครื่องเทศไทยมาใช้ นำกล้วยมาทำไซรัป ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำสับปะรด ดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น” แม้จะเป็นแก้วที่ดีไซน์ออกมาเฉพาะกิจ แต่แมคแอบกระซิบว่าหากอยากลองก็สามารถสั่งมาดื่มได้อย่างไม่ต้องสนเรื่องเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ค็อกเทลบางตัวก็ผ่านการปรับมาเรื่อยๆ นะครับ” เขาเอ่ยถึงภาพรวม “ในเริ่มต้นอาจยังเป็นแก้วที่ไม่ลงตัวเท่าไหร่ แต่ด้วยคำว่ากาลเวลา เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน เครื่องดื่มบางตัวก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ และการได้บาร์เทนเดอร์ที่มีความรู้และประสบการณ์ก็ช่วยเราได้เยอะมาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107902" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9826.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h3><b>Boxing Cool Bar เจ้าเดียวกับ Buddha &amp; Pals Night</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเสิร์ชหาแจ๊สบาร์ที่ชื่อ Boxing Cool คุณจะพบ Buddha &amp; Pals Night หรือหากปักหมุดให้จีพีเอสนำทางไปยัง Boxing Cool Bar คุณก็จะถูกพามาหยุดอยู่หน้าประตูที่แปะป้าย Buddha &amp; Pals เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แมคไขความกระจ่าง “คำว่า Buddha &amp; Pals ผมต้องการสื่อถึงความสุข ความสงบกับเพื่อน ไม่ใช่แค่มาดื่มกาแฟ แต่มาสัมผัส vibe ของที่นี่ แต่พอเป็นบาร์ที่มีแอลกอฮอล์ เลยเกิดความกังวลกับเรื่องนี้นิดหน่อย จึงตั้งชื่อว่า Boxing Cool ไว้ด้วย” ซึ่งชื่อนี้ก็มีเรื่องราวอยู่เบื้องหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่นี่เคยเป็นโรงงานน้ำมันมวย มีคนถามว่าน้ำมันมวยยี่ห้ออะไร ก็เป็นยี่ห้อน้ำมันมวยนี่ล่ะ หลวงสิทธิ์โยธารักษ์ ซึ่งเป็นหมอยาเป็นผู้ริเริ่มทำ กิจการน้ำมันมวยใหญ่โตมาก จนขยับขยายไปอยู่แถวกิ่งเพชร และเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดนักมวยชื่อ โผน กิ่งเพชร เป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรก น้ำมันมวยจึงดังมาก ฝรั่งรู้จัก และถามกันเรื่อยๆ ว่าน้ำมันมวยยี่ห้ออะไร จึงมีการตั้งชื่อภาษาอังกฤษว่า Boxing Cool นี่คือที่มาของชื่อบาร์ของเรา เพราะที่นี่คือจุดเริ่มต้นน้ำมันมวย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแรกเริ่ม แจ๊สบาร์ใต้ชายคา Kanvala House จึงแนะนำตนเองในนามของ Boxing Cool Bar แต่หนึ่งสถานที่ มีหลายชื่อเรียก ย่อมสร้างความสับสนแก่ลูกค้าไม่มากก็น้อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107873" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0382.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ย้อนกลับไป ทั้งโปรเจกต์นี้คือ Kanvala House ซึ่งเราบอกเล่าเรื่องราวผ่านกาลเวลา แต่พอทำคาเฟ่ ใช้ชื่อ Kanvela House ฟังแล้วค่อนข้างเชย ตอนนั้นคิดแบบนี้ แล้วถ้าใช้ชื่อนี้ ลูกค้าข้างนอกอาจไม่มั่นใจว่าเป็นคาเฟ่สำหรับลูกค้าที่มาพักหรือเปล่า การตั้งอีกชื่อจึงเป็นเรื่องของการทำแบรนด์ดิ้งด้วย จึงเป็น Buddha &amp; Pals แต่พอมี Boxing Cool เข้ามาอีก ลูกค้าถามเข้ามาเยอะมาก คืออะไร ที่ไหน อยู่ข้างบนเหรอ ก็เลยคุยกับทีมว่าไม่เอาดีกว่า เราจะไม่โปรโมตในชื่อ Boxing Cool แล้ว ให้เป็น Buddha &amp; Pals Night ไปเลย เป็นเวอร์ชั่นไนต์ของ Buddha &amp; Pals ที่เป็นแจ๊สบาร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมได้รับได้รับเมสเซจมาบ้างว่าทำไมใช้ชื่อนี้ ก็อธิบายไป เขาก็เข้าใจนะ แต่บางคนเห็นแล้วคงเอ๊ะนิดหน่อย แต่สำหรับผม ถ้าในทุกขณะเรามีสติอยู่ตลอด นี่คือพุทธนะ ความเป็นพุทธสามารถอยู่กับเราในทุกอิริยาบถ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการพูด คำว่า Buddha ในที่นี้ ผมพูดถึงความสงบ ความสุข ผมอยากให้คนที่เข้ามานั่งที่นี่เกิดความรู้สึกนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยามที่ Buddha &amp; Pals หมุนสู่พาร์ต Night ความสงบอาจไม่เท่าพาร์ต Day ในยามเป็นคาเฟ่ แต่หากพูดถึงความสุขแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนด้อยน้อยไปกว่ากัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107875" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_0425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-107891" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/IMG_9876.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr />
<h4><b>Buddha &amp; Pals Night (Boxing Cool Bar)</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">address : ถนนกรุงเกษม ย่านนางเลิ้ง ใกล้วัดโสมนัสราชวรวิหาร<br />
</span><span style="font-weight: 400;">hours : บาร์เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 17:00-24:00 น.<br />
</span><span style="font-weight: 400;">tel : 061-585-9283<br />
</span><span style="font-weight: 400;">facebook : <a href="https://www.facebook.com/buddhaandpals/">Buddha &amp; Pals</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/buddha-and-pals-night/">ฟังเพลงแจ๊สเร่าร้อน อ่อนหวาน จิบค็อกเทลเข้มข้นยามค่ำที่ Buddha &#038; Pals Night</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Midnight Madness’ ช็อกโกแลตดริงก์ของคู่รักที่จับความคลั่งไคล้อันข้นคลั่กมาไว้ในขวดสีดำเข้ม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/midnight-madness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2020 18:54:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อกโกแลต]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[Midnight Madness]]></category>
		<category><![CDATA[Chocolate Drink]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=98854</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทสนทนาต่อไปนี้เกิดจากพลังของการบอกต่อของเพื่อนในโซเชียลมีเดีย เขาแนะนำช็อกโกแลต ready-to-drink เจ้าหนึ่ง ขวดสีดำทึบ มองไม่เห็นเนื้อเห็นน้ำ เห็นแต่ฉลากเรียบตาที่ดูเท่ ดูแพง ‘เข้มข้นมาก’ ‘โคตรลงตัว’ ตามเขาว่า และฉันคือหนึ่งในคนที่ถูกป้ายยา  ฉันตัดสินใจไปเยือน Midnight Madness ถึงที่ แต่ขอให้ทุกคนลืมภาพโรงงานขนาดใหญ่โต เลิกคิดถึงกำลังผลิตที่อาศัยคนหลักสิบหลักร้อย ขวดบรรจุไหลมาตามสายพานไปได้เลย ที่นี่ไม่มีแม้กระทั่งเครื่องจักรติดสติกเกอร์ แม้ฉลากของทุกขวดจะแปะมาเนี้ยบและเป๊ะราวตั้งค่าไว้       Midnight Madness ไม่ได้ตั้งต้นจากแผนธุรกิจที่สลับซับซ้อนไปกว่าความรักในการดื่มช็อกโกแลตของคู่รัก โน้ต–นัฏกร บุญมาเลิศ และ ฟาริส–อัศวิน ซาบารา ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำแบรนด์ช็อกโกแลตพร้อมดื่ม เปิดหน้าร้านขนาดย่อมปักหลักในซอยรามคำแหง 112 ขายแบบ grab &#38; go และ delivery ทั้งร้านรันด้วยคนสองคน และก็แค่สองคนที่สร้างสรรค์ช็อกโกแลตดริงก์ในทุกรสชาติขึ้นมา แล้วใครว่าธุรกิจไซส์มินิที่ทำกันเอง ขายกันเอง จะผลิตสินค้าที่พรีเมียมทั้งคุณภาพและหน้าตาไม่ได้     โน้ตเกริ่นว่า “เราคุยกันมานานว่าน่าจะทำอะไรด้วยกันสักอย่างที่เกี่ยวกับช็อกโกแลต ฟาริสก็พูดชื่อหนึ่งขึ้นมาว่า Midnight Madness มั้ย เฮ้ย! ชอบ แต่ก็เป็นความฝันที่เก็บอยู่ในลิ้นชัก โดยไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะได้ดึงมันออกมาใช้” กระทั่งวันเปิดลิ้นชัก ‘Midnight [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midnight-madness/">‘Midnight Madness’ ช็อกโกแลตดริงก์ของคู่รักที่จับความคลั่งไคล้อันข้นคลั่กมาไว้ในขวดสีดำเข้ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-style: italic;">บทสนทนาต่อไปนี้เกิดจากพลังของการบอกต่อของเพื่อนในโซเชียลมีเดีย เขาแนะนำช็อกโกแลต ready-to-drink เจ้าหนึ่ง ขวดสีดำทึบ มองไม่เห็นเนื้อเห็นน้ำ เห็นแต่ฉลากเรียบตาที่ดูเท่ ดูแพง ‘เข้มข้นมาก’ ‘โคตรลงตัว’ ตามเขาว่า และฉันคือหนึ่งในคนที่ถูกป้ายยา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันตัดสินใจไปเยือน </span><b>Midnight Madness</b><span style="font-weight: 400;"> ถึงที่ แต่ขอให้ทุกคนลืมภาพโรงงานขนาดใหญ่โต เลิกคิดถึงกำลังผลิตที่อาศัยคนหลักสิบหลักร้อย ขวดบรรจุไหลมาตามสายพานไปได้เลย ที่นี่ไม่มีแม้กระทั่งเครื่องจักรติดสติกเกอร์ แม้ฉลากของทุกขวดจะแปะมาเนี้ยบและเป๊ะราวตั้งค่าไว้      </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98957 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6835-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Midnight Madness ไม่ได้ตั้งต้นจากแผนธุรกิจที่สลับซับซ้อนไปกว่าความรักในการดื่มช็อกโกแลตของคู่รัก </span><b>โน้ต–นัฏกร บุญมาเลิศ</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b> ฟาริส–อัศวิน ซาบารา </b><span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำแบรนด์ช็อกโกแลตพร้อมดื่ม เปิดหน้าร้านขนาดย่อมปักหลักในซอยรามคำแหง 112 ขายแบบ grab &amp; go และ delivery ทั้งร้านรันด้วยคนสองคน และก็แค่สองคนที่สร้างสรรค์ช็อกโกแลตดริงก์ในทุกรสชาติขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วใครว่าธุรกิจไซส์มินิที่ทำกันเอง ขายกันเอง จะผลิตสินค้าที่พรีเมียมทั้งคุณภาพและหน้าตาไม่ได้    </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โน้ตเกริ่นว่า “เราคุยกันมานานว่าน่าจะทำอะไรด้วยกันสักอย่างที่เกี่ยวกับช็อกโกแลต ฟาริสก็พูดชื่อหนึ่งขึ้นมาว่า Midnight Madness มั้ย เฮ้ย! ชอบ แต่ก็เป็นความฝันที่เก็บอยู่ในลิ้นชัก โดยไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะได้ดึงมันออกมาใช้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่งวันเปิดลิ้นชัก ‘Midnight Madness’ ก็ได้กลายเป็นแบรนด์ช็อกโกแลตดริงก์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ ณ ขณะนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98944 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6915-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ความคลั่งไคล้ช็อกโกแลตในระดับข้นคลั่ก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บอกว่า ‘ชอบ’ ยังเบาไป ความรู้สึกที่โน้ตและฟาริสมีต่อช็อกโกแลตดริงก์นั้นข้นคลั่กในระดับ ‘คลั่งไคล้’   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โน้ตชอบช็อกโกแลตมาตั้งแต่เด็กแล้ว” เธอเริ่มเล่า “โดนพ่อปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กโดยไม่รู้ตัว ทุกวันเกิด พ่อจะซื้อช็อกโกแลตบอกซ์เซตให้เป็นของขวัญ เราก็รู้สึกตื่นเต้น รอให้ถึงวันเกิดเพื่อที่จะได้ช็อกโกแลตกล่องใหญ่ๆ และเป็นอย่างนี้มาตลอด จนโตก็ติดนิสัย ไปเที่ยวที่ไหนแล้วเจอช็อกโกแลตแปลกๆ หรือคราฟต์ช็อกโกแลตกล่องสวยๆ ก็จะซื้อ แต่ในแง่ของช็อกโกแลตที่เป็นเครื่องดื่ม โน้ตได้มาจากคนนี้” โน้ตผายมือไปยังชายหนุ่มที่นั่งใกล้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมทำงานสายครีเอทีฟและแบรนด์ดิ้งให้กับสินค้าและองค์กรต่างๆ มาก่อน การทำงานครีเอทีฟมีความเครียดสูง แล้วผมไม่ดื่มกาแฟเลย แต่พอทำงาน เครียด นอนดึก เราก็ต้องหาอะไรที่เราดื่มแล้วรู้สึกแฮปปี้ ผ่อนคลาย ซึ่งก็คือช็อกโกแลตเย็นนี่ล่ะ ไปคาเฟ่ ผมก็สั่งแต่ช็อกโกแลตอย่างเดียวเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาและโน้ตเป็นสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ แต่เป็นคาเฟ่ฮอปเปอร์ประเภทชอบชิม ชอบวิเคราะห์ สองคนดื่มช็อกโกแลตเย็นมาโชกโชน จึงอย่าหวังว่าจะหลอกกันได้   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราชอบกินช็อกโกแลตกันทั้งคู่ สั่งสมการกินช็อกโกแลตมาสมควร ถ้าในเมนูมีเครื่องดื่มช็อกโกแลตเย็น แต่เขาเอาผงโกโก้มาชงให้เรากิน ก็ไม่ใช่แล้ว ซึ่งร้านส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น คนไปคาเฟ่ สั่งช็อกโกแลตเย็น สั่งโกโก้เย็น ร้านนี้อร่อย ร้านนี้ไม่อร่อย ก็จบแค่นั้น แต่โกโก้ก็เหมือนกาแฟ มีหลายแหล่งปลูก มีเทสต์โน้ตที่ต่างกัน แต่ช็อกโกแลตดริงก์ในบ้านเรามีความวาไรตี้น้อย แต่ที่ต่างประเทศ เขาจะบอกแหล่งที่มาของช็อกโกแลตเลย ทำให้เราสนุกกับการดื่ม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือบางที่เขาก็ใช้ช็อกโกแลตดีนะ แต่รู้สึกว่าเขาใช้วัตถุดิบไม่คุ้มค่า” โน้ตกล่าวในมุมของตนบ้าง “คือช็อกโกแลตดีจริง แต่จางมากเลย อาจด้วยเรื่องต้นทุน ก็เลยคิดว่างั้นเราเอาช็อกโกแลตมาทำเป็นเครื่องดื่ม ทำแบบจริงจัง ทำช็อกโกแลตดริงก์ที่คุณภาพดีๆ ไปเลยดีไหม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98917 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7047-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ดื่มช็อกโกแลตจากหลายแหล่งปลูกในขวดเดียว </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ช็อกโกแลตดริงก์ของ Midnight Madness มีเบสเป็นดาร์กช็อกโกแลตแท้ที่นำเข้าจากหลายประเทศ บรรจุอยู่ในขวดขนาดพกพา ในยุคสมัยที่คาเฟ่ผุดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง ฟาริสบอกว่าช็อกโกแลตพร้อมดื่มคือสนามที่พวกเขาพอจะมีกำลังลงเล่นได้ ขณะที่โน้ตเองก็มีพื้นฐานด้านเบเกอรีอยู่เดิมที และแม้พวกเขาจะไม่ใช่ช็อกโกแลตเมกเกอร์ในสาย bean to bar แต่ก็รู้ว่าช็อกโกแลตแบบไหนคือดี อย่างไหนคือใช่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างช็อกโกแลตบงบงมีรสชาตินั่นนี่ มีไส้ แต่เป็นการแยกองค์ประกอบ คือเป็นดาร์กช็อกฯ ข้างในมีไส้ แล้วถ้าเป็นน้ำล่ะ เราจะเอาการผสมผสานตรงนี้มาใช้ในรูปเครื่องดื่มบ้างได้ไหม” โน้ตพาเราย้อนไปยังจุดตั้งต้นในการครีเอตรสชาติที่ลงเอยด้วยการเบลนด์ช็อกโกแลตในหลายสายพันธุ์และจากหลากแหล่งที่มา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดีไซน์รสชาติกับการคัดเลือกแหล่งปลูกมาคู่กัน” ฟาริสขยายความ “เราตั้งต้นจากรสซิกเนเจอร์ก่อน ถ้าเปรียบเป็นคน พระเอกของงานนี้คือใคร หน้าตา บุคลิกเป็นยังไง ซึ่งถ้าเป็นช็อกโกแลต รสชาตินี้ต้องเป็นตัวแทนของร้านเรา จึงได้รส Midnight Madness ที่มีชื่อเดียวกับแบรนด์ เพื่อนำเสนอให้รู้ว่านี่คือรสชาติช็อกโกแลตเย็นในแบบที่เราชอบ แล้วเราก็เลือกว่าจะใช้ช็อกโกแลตที่มีเทสต์โน้ตแบบดีเราดีไซน์จากที่ไหน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในที่สุดเราต้องใช้ช็อกโกแลตถึง 4 ตัว ถึงออกมาเป็นรสชาติแบบที่เราต้องการ” โน้ตลงรายละเอียด “คือใช้ช็อกโกแลตแบรนด์ฝรั่งเศสเป็นตัวยืนพื้น แต่แหล่งปลูกอยู่ในแอฟริกาใต้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช็อกโกแลตอีก 3 แหล่งที่มาในรสซิกเนเจอร์ เธอขอเก็บเป็นซีเครตไว้ แล้วขยับมาเล่าถึงอีกรสชาติที่ได้จากการเบลนด์ช็อกโกแลตต่างถิ่นที่ คือ Femme Fatale</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98929 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6580-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตัวนี้ใช้ช็อกโกแลตจากเวสต์แอฟริกาและเวเนซุเอลล่า ช็อกโกแลตเวเนฯ เป็น single origin มีเทสต์โน้ตของดินและมะกอกดำ แต่ก็มีความฟรุตตี้ในตัวเอง ส่วนช็อกโกแลตจากเวสต์แอฟริกาผ่านกระบวนการหมักให้รสโกโก้เข้มชัดขึ้น และผ่านการเบลนด์มาแล้ว พอมิกซ์กับราสป์เบอร์รีแล้วมันเข้ากันมาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ราสป์เบอร์รีนำมาทำให้เป็นพูเร (puree) แล้วมิกซ์เข้ากับช็อกโกแลตอีกที เช่นเดียวกับรส Before Sunrise ที่นำเทสต์ของผลไม้มาผสมผสาน ฟาริสอธิบายถึงช็อกโกแลตดริงก์ที่เขานำชื่อภาพยนตร์ในดวงใจมาตั้งเป็นชื่อรสชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ย้อนกลับไปตรงที่พอเราได้รสชาติแรกที่เป็นซิกเนเจอร์แล้ว เราก็ดีไซน์ต่อไปว่าแล้วผองเพื่อนต้องเป็นยังไง ถ้า Midnight Madness คือพระเอกที่ดื่มแล้วพริ้มเลย ก็ต้องมีรสที่เป็นตัวแทนของความสดชื่นไหม เลยคิดไปถึงรสซีตรัส งั้นใส่ยูซุมั้ย กาแฟยูซุค่อนข้างเป็นเทรนด์ แต่ยังไม่เห็นที่เอามาเบลนด์กับช็อกโกแลตดริงก์ ตัวนี้เราใช้ช็อกโกแลต single origin จากประเทศแทนซาเนีย มีรสเปรี้ยวปลาย มี acid สูง ซึ่งเข้ากับยูซุได้ดี”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้เป็นรสที่ใช้ช็อกโกแลต single origin และจากแหล่งปลูกเดียว ก็ไม่วายแอบเบลนด์ลูกเล่นอื่นลงไปด้วย Before Sunrise เป็นรสชาติที่ฉันดื่มแล้วรู้สึกเซอร์ไพรส์ ขณะที่จมูกหอมและลิ้นรับรสของยูซุแจ่มชัด แต่กลับไม่ขโมยซีนความดาร์กของช็อกโกแลตแม้แต่น้อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98919 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6605-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ช็อกโกแลตแบบนี้ โกโก้แบบไหน เอาให้เคลียร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โลกของช็อกโกแลตซับซ้อนไม่น้อยหน้ากาแฟ ใต้ร่มของคำว่าช็อกโกแลตแยกย่อยไปเป็นดาร์กช็อกโกแลต มิลก์ช็อกโกแลต และไวต์ช็อกโกแลต ใต้ดาร์กฯ ยังมีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ความขมเข้ม (ใครที่กำลังคิ้วขมวดกับเรื่องนี้ คลี่คลายได้ด้วยการหา a day ฉบับคราฟต์ช็อกโกแลตมาอ่าน) และหากเป็นหน้าใหม่ในวงการช็อกโกแลตดริงก์ก็อาจสับสนงงงวยระหว่าง ‘ช็อกโกแลต’ และ ‘โกโก้’ เข้าไปอีก นี่คือเหตุผลที่ Midnight Madness พ่วงโกโก้ดริงก์เข้ามาด้วย เอาให้เคลียร์ชัดถึงความแตกต่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราใช้ทั้งดาร์กช็อกโกแลตและโกโก้พาวเดอร์” โน้ตอธิบาย “แต่ตอนนี้สูตรทุกตัวของที่ร้านเบสมาจากดาร์กช็อกโกแลต เวลาคุยกับลูกค้า เราจะใช้คำว่าช็อกโกแลตดริงก์ แต่ถ้าอธิบายลงไปอีก เราเป็นเครื่องดื่มที่มีทั้งช็อกโกแลตและโกโก้ เพราะคิดเผื่อไปถึงคนที่เขาชอบฟีลของการดื่มโกโก้มากกว่าดื่มช็อกโกแลตด้วย ซึ่งช็อกโกแลตและโกโก้พาวเดอร์ เมื่อเอามาทำเป็นเครื่องดื่ม ก็มีความต่างชัดเจน ช็อกโกแลตมีความนุ่มและมันในเนื้อสัมผัสมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราแยกกลุ่มลูกค้าได้ง่ายมาก เรามีตัว Dark Sky ที่เป็นเพียวร์โกโก้พาวเดอร์ ถ้าลูกค้าชอบตัวนี้ นั่นคือเขาชอบดื่มโกโก้ ไม่ได้ชอบช็อกโกแลตที่เป็นน้ำ แต่ถ้าลูกค้าชอบ Midnight Madness คือกลุ่มที่ชอบดื่มช็อกโกแลตเย็น ชอบความนวลความนุ่ม แต่โกโก้พาวเดอร์ที่ดี เทสต์ของความเป็นช็อกโกแลตก็ค่อนข้างสูงเหมือนกัน เราก็เลยเลือกใช้นม non-fat ใน Dark Sky เพื่อให้ชัดเลยว่าถ้าเป็นโกโก้พาวเดอร์ เนื้อสัมผัสจะเบา แต่รสโกโก้จะชัด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98939 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6579-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มีช็อกโกแลตดริงก์อยู่หนึ่งตัวที่เลือกใช้นม non-fat มาเบลนด์ คือรสชาติที่ชื่อ The Beast เป็นการเบลนด์กันของดาร์กช็อกโกแลตจากมาดากัสการ์และจากอีกหลายแหล่งปลูกในทวีปแอฟริกา ด้วยใช้ดาร์กช็อกโกแลตถึง 85% ทำให้ได้สัมผัสที่ข้นและรสที่เข้มลึกที่สุดในบรรดาช็อกโกแลตดริงก์ของ Midnight Madness ทั้งหมด ซึ่งก็ทำออกมาได้ดาร์กสะใจ ขณะที่นม non-fat จะช่วยให้ไม่เลี่ยนเกินดื่ม และหากดื่มเทียบ Dark Sky กับ The Beast แล้ว จะรู้สึกได้ถึงบอดี้ที่แตกต่างระหว่างโกโก้พาวเดอร์และช็อกโกแลตชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่โกโก้ก็ไม่ได้มีแค่แบบที่เราคุ้นเคย ยังมีแบล็กโกโก้อีก แบล็กโกโก้ก็คือโกโก้พาวเดอร์นี่ล่ะ แต่ผ่านโพรเซสที่ทำให้ความเป็นด่างสูงกว่า จึงเป็นสีดำสนิท มีรสเฝื่อน ขมปลาย ออกคั่วๆ อารมณ์คล้ายโฮจิฉะ เราเอาแบล็กโกโก้มาเบลนด์กับน้ำผึ้งป่าออร์แกนิก เป็นรสที่ชื่อ Apollo ซึ่งเป็นตัวดั้งเดิมของเรา น้ำผึ้งให้ความหอมและช่วยให้แบล็กโกโก้ดื่มง่ายขึ้น แล้วเราก็ทำตัว Apollo Duet แตกออกมา อยากให้ลูกค้ารู้ว่าแบล็กโกโก้ที่ไม่มีน้ำผึ้งเป็นยังไง แต่ด้วยตัวแบล็คโกโก้เพียวร์ๆ ก็เฝื่อนไป เลยเอามาเบลนด์กับบราวน์โกโก้ แต่ก็ไม่ทิ้งเทสต์แบล็กโกโก้ไปซะทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทั้งหมดทั้งมวล เราพยายามทำให้ง่ายเพื่อที่จะนำเสนอรสชาติของวัตถุดิบแท้ๆ เราไม่ได้ใช้นมข้นหรือนมข้นจืด เรามีแค่ช็อกโกแลต นม น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายออร์แกนิกไม่ขัดสี ผลไม้พูเร องค์ประกอบมีแค่นี้ เพราะอยากพรีเซนต์รสชาติของช็อกโกแลตหรือโกโก้พาวเดอร์ให้มากที่สุด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98956 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7036.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7036.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7036-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_7036-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ช็อกโกแลตในขวดสีดำ ลึกลับ ยั่วยวน และชวนลุ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ทำไมต้องขวดสีดำ’ ฉันถาม ด้วยคุ้นตากับเครื่องดื่มส่วนใหญ่ในตลาดที่ดีไซน์ขวดบรรจุแบบเน้นโชว์น้ำให้เห็นกันจะจะ แต่ Midnight Madness กลับทำตรงข้าม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะมันเท่” ฟาริสตอบตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ใช่ความเท่ที่ยกขึ้นมาลอยๆ “ตอนที่บอกเพื่อนว่าเราจะทำช็อกโกแลตเย็นขาย ไม่มีใครเก็ตกับเราเลยนะ เพื่อนถามว่าจะทำน้ำขวดขายเหรอ จะเป็นธุรกิจที่เลี้ยงเราได้เหรอ จนเปิดร้านช่วงแรกๆ ก็มีคนมาพูดภาษามาร์เก็ตติ้งกับเรา เรื่องหลัก 4P เราก็ 4P อะไร แต่สำหรับผม เรามีแค่ 2P คือ P-Purpose กับ P-Product” เล่าถึงตรงนี้ โน้ตเอ่ยเพิ่มเข้ามาอีก P คือ P-Passion</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟาริสเล่าต่อไปว่า “แล้วทำไมเราต้องทำช็อกโกแลตพร้อมดื่มเป็นขวดขาย ทำไมเราไม่ชงหน้าร้านเป็นแก้วๆ เพราะรู้สึกว่าการจะได้ดื่มช็อกโกแลตดีๆ สักแก้วต้องใช้เวลานาน เพราะช็อกโกแลตเป็นเรื่องของอุณหภูมิ เป็นเรื่องของโพรเซส กว่าที่เขาจะวอร์มช็อกโกแลต กว่าเอามา melt กว่าจะเบลนด์กับนม ถ้าเขาไม่ได้ใช้แค่ผงชงมาให้เรานะ เลยรู้สึกว่าช็อกโกแลตควรต้องมีเหมือนกาแฟสิ ต้องมีช็อกโกแลตที่ถือเดินไปดื่มที่ไหนก็ได้ เปิดตู้เย็น หยิบดื่มเลยก็ได้ เราเลยตั้งคอนเซปต์ขึ้นมาว่า Drink your favorite chocolate taste anywhere anytime. ช็อกโกแลตของเราจึงเป็นขวด  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกเหตุผลคือผมย้อนคิดถึงสมัยก่อนที่ยังไม่มีโซเชียล ทำไมร้านรุ่นพ่อแม่ถึงอยู่ได้ เพราะปากต่อปากไง ร้านนี้อร่อย ไปลองสิ เราไม่ได้อยากแค่ อ๋อ เห็นจากหน้าฟีด อะ ไปสักทีหนึ่งซิ แล้วก็จบกันไป แต่เราอยากให้คนพูดถึงโปรดักต์ของเรา คนที่ทำของกินก็ต้องมั่นใจว่าของเราอร่อยใช่ไหม แต่ถ้าเขายังไม่ได้กิน ก็ไม่มีใครมารู้กับเราหรอก เราเลยต้องทำแพ็กเกจจิ้งที่วางลงไปแล้วคนหันมามอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98928 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6537-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาทำสำเร็จ อย่างน้อยขวดสีดำ เข้ม ทึบ มืดสนิท ก็ทำงานกับฉันอย่างมาก ความไม่รู้ชวนให้จินตนาการถึงเครื่องดื่มที่ซ่อนอยู่ภายใน การไม่เห็นทำให้อยากเปิดฝาขวดแล้วรีบเทช็อกโกแลตออกมาดื่มไวๆ สีดำสร้างความรู้สึกถึงความลึกลับ ยั่วยวน และชวนลุ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกประโยชน์คือขวดลักษณะนี้มีความหนาซึ่งช่วยเก็บความเย็นได้ในระดับนึง” โน้ตเสริม “และเครื่องดื่มที่อยู่ในขวดทึบจะรักษาคุณภาพได้ดี เราดีไซน์สูตรที่เบลนด์กับชาเขียวไว้ การเก็บชาเขียวที่ดีก็คือใส่ในภาชนะทึบแสง เป็นอีกข้อหนึ่งที่เราเห็นประโยชน์ของขวดดำ ไม่ใช่แค่เท่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน label ก็สามารถอธิบายได้ในทุกเส้นสาย จากการออกแบบของ KAPI (กะปิ–ปิยนาฎ ต้นมาลี) นักวาดภาพประกอบ ฟาริสเล่าว่า “เราเป็นเพื่อนกับกะปิ ผมก็บอกคอนเซปต์ไปว่าโปรดักต์ของเราเป็นเครื่องดื่มพร้อมดื่มนะ ขวดเป็นสี่เหลี่ยม เขาก็แยกองค์ประกอบว่าพร้อมดื่มต้องมีอะไรบ้าง กรอบสี่เหลี่ยมก็ตีให้เป็นขวด คำว่า Midnight Madness เป็นตัวแทนของน้ำ เส้นที่ตรงลงมาสื่อถึงหลอด พอมาประกอบร่างกันก็กลายเป็นโลโก้นี้ เออ มันใช่ ไม่เยอะไม่น้อยเกินไป”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-98955" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6992-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-98954" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6970-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>พิธีกรรมภาคไม่บังคับแต่ไม่อาจปฏิเสธ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ไปถึงร้าน ประสบการณ์แรกที่คุณจะได้รับคือการเชื้อเชิญเข้าสู่พิธีกรรมภาคไม่บังคับ แต่น้อยคนนักจะปฏิเสธได้ นั่นคือการเทสต์ช็อกโกแลตเย็นไล่เรียงไปทุกรสชาติก่อนเลือกซื้อ ซึ่งบางรสที่คุณชิมอาจเป็นประสบการณ์ใหม่เอี่ยมของลิ้นก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟาริสบอกว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนความบังเอิญที่โชคดี “ตั้งต้นเลย เราไม่ได้ตั้งใจให้มีพิธีกรรมขนาดนี้ เราแค่ตั้งใจให้ลูกค้าได้ชิมก่อน พอเราทำออกมาหลายรส ลูกค้าอาจนึกรสชาติไม่ออก เลยอยากให้เขาได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และได้รสชาติที่ชอบที่สุดกลับไปจริงๆ ก็มีเพจไปรีวิวบอกว่าร้านเราเป็นบาร์เทสต์ติ้งคล้ายโอมากาเสะเลย พิธีกรรมนี้จึงกลายเป็นภาพจำและเป็นกิมมิกของร้านโดยปริยาย”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โน้ตขยายกระบวนการให้ฟังว่า “ลูกค้าที่เพิ่งมาครั้งแรก ถ้าเขาไม่รีบ สะดวกที่จะเทสต์ เราอยากทำเทสติ้งให้ทุกคน แต่ถ้าให้เลือกชิมเลย เขาอาจเลือกกลับไปกลับมา ซึ่งจะไม่ได้รสชาติอย่างที่ควรเป็น งั้นเราดีไซน์การทำเทสติ้งขึ้นมาเลยแล้วกัน จะได้เรียงรสชาติให้ไม่กวนกัน ถ้าเห็นลูกค้าถือแก้วกาแฟเข้ามา ก็จะขอให้เขาเคี้ยวแครกเกอร์จืดหรือดื่มน้ำเปล่าก่อน และระหว่างที่เราชิมช็อกโกแลต ชิมเยอะๆ ลิ้นเราจะเกิดความปร่า การดื่มน้ำเปล่าหรือเคี้ยวแครกเกอร์จืดๆ จะช่วยเคลียร์ลิ้นให้กลับมารับรสชาติได้เหมือนเดิม มีเหมือนกันนะ ลูกค้าที่มาแล้วไม่ขอชิมตัวยูซุกับราสป์เบอร์รี เราก็บอก ชิมก่อนนิดหนึ่ง ชิมแล้วไม่ซื้อไม่เป็นไร อยากให้ลองอะไรใหม่ๆ ดู”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่พอชิมแล้ว เขาเอานะ” ฟาริสเล่าบทสรุป “คือเขามีเพอร์เซปชั่นไปก่อนหน้าแล้วว่าต้องเปรี้ยว แต่จริงๆ มันโอเค ส่วนคนที่เป็นช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ที่กินมาเยอะแล้ว ส่วนใหญ่จะชอบตัวที่เราผสมผลไม้พูเร เพราะเขารู้สึกว่าแปลกดีและสนุกกับอะไรใหม่ๆ”   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ที่เราต้องเว้นระยะห่างต่อกัน โน้ตและฟาริสฝากบอกถึงลูกค้าว่าจำเป็นต้องมีการจำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบเทสต์ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการ social distancing อีกทั้งข้อจำกัดของพื้นที่ร้านที่ไม่ได้กว้างขวางนัก แต่อย่างไรก็ตาม ฟาริสบอกว่านี่คือขนาดธุรกิจที่พอเหมาะพอมือของเขาสองคน ณ เวลานี้แล้ว </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98920 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6583-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมชอบฟีลที่ไปญี่ปุ่นแล้วไปเจอร้านที่เขาขายอะไรสักอย่างแค่อย่างเดียว เช่นขายคานาเล่ ขายชา เปิดร้านในหมู่บ้าน ในชุมชน เป็นสแตนด์อะโลน การขายเพียงอย่างเดียวทำให้คนนึกถึงเขาว่าสิ่งนี้ต้องเจ้านี้ เราเลยอยากได้ฟีลว่าถ้าคนอยากดื่มช็อกโกแลต ต้องนึกถึงเรา เลยไม่ได้คิดว่าต้องมีร้านในเมือง ซึ่งต้องขอบคุณลูกค้าของเรานะ มีคนที่ขับรถมาจากราชบุรีเพื่อมาซื้อช็อกโกแลตของเรา มีลูกค้าที่บอกว่าช็อกโกแลตของเราไม่ต่างจากช็อกโกแลตดีๆ ที่เขาดื่มที่ฝรั่งเศสเลย ภูมิใจแล้ว ร้านของเราเล็กแค่นี้ แต่เราสามารถสื่อสารสิ่งที่เราตั้งใจได้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โน้ตเห็นว่าการทำร้านในสเกลนี้ ข้อดีหนึ่งคือผู้ผลิตไม่ต้องแบกต้นทุนที่หนักเกินไป ข้อดีที่ตามมาคือลูกค้าก็ไม่ต้องจ่ายในราคาที่สูงเกินควร แถมทั้งคู่ยังลงแรงลงมือทำทุกอย่างกันเองได้ “พูดได้เต็มปากเลยว่าช็อกโกแลตทุกขวด โน้ตทำเองกับมือ”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟาริสกล่าวต่อจากคนรัก “เรียกว่าเป็นงานแฮนด์เมดจริงๆ เราชอบความโฮมมี่แบบนี้ แต่ผมก็อยากทำให้เราเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ เราไม่ได้อยากให้เพอร์เซปชั่นของคนมองว่าเป็นเครื่องดื่มขวดชงขาย แต่เราจะสร้างแบรนด์ Midnight Madness ขึ้นมา ลูกค้าบอกว่าวิดีโอที่ฉายในร้าน เราต้องจ้างโปรดักชั่นแพงแน่เลย ความจริงคือเราทำกันเอง มีเพื่อนฝูงมาช่วย ถ่ายกันหลังร้านง่ายๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เคยมีคนถามว่าเรามีเครื่องติดสติกเกอร์เหรอ นี่ค่ะ&#8230;” โน้ตหันมองคนข้างๆ “ทุกขวดคือฝีมือของคนนี้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘คือเป็นทั้งนายจ้างและลูกจ้างของตัวเองใช่ไหม’ ฉันแซว ซึ่งฟาริสก็บอกว่านี่คืออีกหนึ่งความโชคดี “โชคดีที่เราดีไซน์การทำงานมาแบบนี้ ไม่อย่างนั้นเราคงผ่านสถานการณ์โควิดไม่ได้แน่”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98959 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6930-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาที่สินค้าของพวกเขาอีกครั้ง ฉันโยนคำถามเบาๆ ให้ ‘หากจะดื่ม Midnight Madness ตอนมิดไนต์ จะแนะนำรสไหน’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โน้ตชิงตอบก่อน “แนะนำรส Midnight Madness นี่ล่ะ เพราะเป็นรสชาติแบบที่เราอยากนำเสนอที่สุด ถ้าดื่มก่อนเข้านอน แนะนำให้วอร์มดื่มเป็นช็อกโกแลตอุ่นๆ วิธีคือเทใส่แก้ว เอาเข้าไมโครเวฟ ใช้ไฟต่ำ อุ่น 30 วินาที เอาออกมาคน แล้วดูว่าได้ความอุ่นอย่างที่ต้องการหรือยัง ไม่แนะนำให้อุ่นยาวทีเดียว ช็อกโกแลตจะเสียเทกซ์เจอร์ กับอีกอย่างที่ยุ่งยากนิดหนึ่งแต่ก็ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดี คือการเอาไปตุ๋นบนหม้อน้ำ การดื่มช็อกโกแลตอุ่นๆ ก่อนนอนเป็นความฟินอย่างหนึ่งเลย แต่ถ้ากำลังนั่งทำงานดึกๆ เพลีย เหนื่อย แนะนำให้ดื่มแบบเย็น เพื่อรีเฟรชขึ้นมา”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนผมแนะนำ Femme Fatale” ถึงคราวฟาริสตอบ “คำว่า Femme Fatale คือคาแร็กเตอร์ของผู้หญิงสวยที่ซ่อนความแสบความร้ายไว้ นี่คือรสที่เราดีไซน์มาแล้วว่าต้องเป็นความเซ็กซี่ เย้ายวน คือถ้าจะดื่มตอนเที่ยงคืนน่ะ ต้องเป็นความเซ็กซี่เย้ายวนอย่างที่เราตั้งใจ และคุณสมบัติของช็อกโกแลตก็ช่วยให้เรามีเอเนอร์จี้ด้านบวกด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังพิธีกรรมเทสติ้ง ฉันกวาดมาครบรสที่ชอบ และช่วยไม่ได้จริงๆ หากคุณรู้สึกว่าถูกป้ายยาเข้าให้บ้างแล้ว เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-98936 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/IMG_6584-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>Midnight Madness</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>address</strong> :  215/26 ซ.รามคำแหง 112 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ<br />
</span><span style="font-weight: 400;"><strong>tel.</strong> : 088 882 0014<br />
</span><span style="font-weight: 400;"><strong>hours</strong> : เปิดทุกวัน เว้นวันศุกร์ 9:30-18:00 น.<br />
</span><span style="font-weight: 400;"><strong>facebook</strong> : <a href="https://www.facebook.com/midnightmadness.bkk/">Midnight Madness</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midnight-madness/">‘Midnight Madness’ ช็อกโกแลตดริงก์ของคู่รักที่จับความคลั่งไคล้อันข้นคลั่กมาไว้ในขวดสีดำเข้ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DROP BY DOUGH โดนัทและส่วนผสมการเดินทางของสองหนุ่ม OATS X Somewhere</title>
		<link>https://adaymagazine.com/drop-by-dough/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2020 16:23:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัท]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านโดนัท]]></category>
		<category><![CDATA[DROP BY DOUGH]]></category>
		<category><![CDATA[ที่กิน]]></category>
		<category><![CDATA[OATS X Somewhere]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=95379</guid>

					<description><![CDATA[<p>จำได้ว่าฉันไปถึงร้านพอดิบพอดีกับเวลาเปิด วันนั้นฉันจึงเป็นผู้มาเยือนคนแรกของวัน ผลักประตูเข้าสู่ความเรียบของผนังขาวสะอาด สู่ความนิ่งของผนังไม้ในอีกฟาก สู่ความเท่ของโซฟาสีน้ำเงิน สู่เฟอร์นิเจอร์ฟอร์มมินิมอลที่วางเด่นกลางร้านและตั้งหลบหลังม่านกั้น คุมโทนอยู่ในบุคลิกสแกนดิเนเวียนสไตล์ เหลือบมองด้านหลังบาร์กาแฟ โดนัทเรียงรายแล้วบนชั้น ให้หลังกันไม่นาน ลูกค้าอื่นเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว ทั้งมาเป็นคู่ ทั้งมาเป็นกลุ่ม ร้านคึกคักทันทีภายในหนึ่งชั่วโมงแรก คึกคักพอๆ กับในโลกโซเชียลที่มีรีวิวร้านสะพัดตั้งแต่คาเฟ่แห่งนี้เปิดตัวใหม่ๆ โอ๊ต–ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานนท์ และ โอ๊ตซึ–เฉลิมพล อัครภิญโญสกุล บอกว่านับจาก DROP BY DOUGH เปิดต้อนรับลูกค้าอย่างเป็นทางการ พวกเขายังไม่ได้ถ่ายภาพร้านลงเพจ OATS X Somewhere ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ หากบอกว่าการนัดหมายกับโอ๊ตและโอ๊ตซึในวันนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะฉันจะคุยเรื่องร้าน อยากถามแค่เรื่องโดนัท ก็ออกจะเป็นบทสนทนาที่ช้าไปเสียหน่อย แต่ถึงยังไงนี่ก็เป็นเรื่องที่ฉันอยากชวนพวกเขาคุยอยู่ดี เพราะการเปิดคาเฟ่โดนัทคือแชปเตอร์ใหม่ของพวกเขาที่น่าสนใจและดูสนุก  ก่อนหน้านี้ สองหนุ่มทำเพจ travel &#38; lifestyle ด้วยกันในนาม OATS X Somewhere มาราว 3 ปี ปัจจุบันมียอดไลก์ ยอดฟอลโลว์ถึงกว่า 60,000 ซึ่งก็คืออีกเรื่องหนึ่งที่อยากฟังพวกเขาเล่าถึง เพื่อที่จะพบว่าในที่สุดแล้ว ทั้งเพจและร้านคือการต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างแนบเนียน เพราะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/drop-by-dough/">DROP BY DOUGH โดนัทและส่วนผสมการเดินทางของสองหนุ่ม OATS X Somewhere</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จำได้ว่าฉันไปถึงร้านพอดิบพอดีกับเวลาเปิด วันนั้นฉันจึงเป็นผู้มาเยือนคนแรกของวัน ผลักประตูเข้าสู่ความเรียบของผนังขาวสะอาด สู่ความนิ่งของผนังไม้ในอีกฟาก สู่ความเท่ของโซฟาสีน้ำเงิน สู่เฟอร์นิเจอร์ฟอร์มมินิมอลที่วางเด่นกลางร้านและตั้งหลบหลังม่านกั้น คุมโทนอยู่ในบุคลิกสแกนดิเนเวียนสไตล์ เหลือบมองด้านหลังบาร์กาแฟ โดนัทเรียงรายแล้วบนชั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้หลังกันไม่นาน ลูกค้าอื่นเริ่มทยอยเข้าร้านแล้ว ทั้งมาเป็นคู่ ทั้งมาเป็นกลุ่ม ร้านคึกคักทันทีภายในหนึ่งชั่วโมงแรก คึกคักพอๆ กับในโลกโซเชียลที่มีรีวิวร้านสะพัดตั้งแต่คาเฟ่แห่งนี้เปิดตัวใหม่ๆ </span><b>โอ๊ต–ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานนท์ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>โอ๊ตซึ–เฉลิมพล อัครภิญโญสกุล</b><span style="font-weight: 400;"> บอกว่านับจาก </span>DROP BY DOUGH<span style="font-weight: 400;"> เปิดต้อนรับลูกค้าอย่างเป็นทางการ พวกเขายังไม่ได้ถ่ายภาพร้านลงเพจ </span>OATS X Somewhere <span style="font-weight: 400;">ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95572 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากบอกว่าการนัดหมายกับโอ๊ตและโอ๊ตซึในวันนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะฉันจะคุยเรื่องร้าน อยากถามแค่เรื่องโดนัท ก็ออกจะเป็นบทสนทนาที่ช้าไปเสียหน่อย แต่ถึงยังไงนี่ก็เป็นเรื่องที่ฉันอยากชวนพวกเขาคุยอยู่ดี เพราะการเปิดคาเฟ่โดนัทคือแชปเตอร์ใหม่ของพวกเขาที่น่าสนใจและดูสนุก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ สองหนุ่มทำเพจ travel &amp; lifestyle ด้วยกันในนาม OATS X Somewhere มาราว 3 ปี ปัจจุบันมียอดไลก์ ยอดฟอลโลว์ถึงกว่า 60,000 ซึ่งก็คืออีกเรื่องหนึ่งที่อยากฟังพวกเขาเล่าถึง เพื่อที่จะพบว่าในที่สุดแล้ว ทั้งเพจและร้านคือการต่อเนื่องเชื่อมโยงกันอย่างแนบเนียน เพราะ DROP BY DOUGH เป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้ก็จากการเก็บเล็กน้อยผสมน้อยระหว่างการเดินทาง และเป็นการคอลแลปหรือ X กันของทุกอย่างที่พวกเขากำลังจะเล่าให้ฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอเท้าความเกี่ยวกับเพจของสองหนุ่มก่อนสักหน่อย หากถอดโครงสร้างชื่อเพจ OATS X Somewhere ไม่มีอะไรที่เข้าใจยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีสองโอ๊ต OAT จึงเติม S เป็นพหูพจน์ สองคนไปเที่ยวที่ไหน ไปกินร้านอะไร ก็เสมือนไปคอลแลปหรือ X กับสถานที่นั้นๆ และ somewhere แห่งแรกของพวกเขาก็คือไต้หวัน กับแฮชแท็ก OATSXTaiwan ที่นำมาสู่เพจยอดนิยมของหนุ่มสาวทราเวลเลอร์และคาเฟ่ฮอปเปอร์ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95553 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-25-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 style="text-align: left;"><b>OATS X 1st Somewhere</b></h3>
<p><b>พวกคุณเล่าถึงไต้หวันยังไง ทำไมถึงมีคนสนใจเพจเปิดใหม่มากขนาดนั้น</b><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<p><b>โอ๊ตซึ : </b><span style="font-weight: 400;">เราเล่าละเอียดมาก ไต้หวันเป็นทริปที่เราหาข้อมูลด้วยตัวเองหมด ที่ที่เราไปค่อนข้างไปยากนิดหนึ่ง ซึ่งสำหรับคนอื่นอาจจะง่ายก็ได้ แต่สำหรับเรามันใหม่มาก เราไปที่ Alishan เป็นป่าสน กับ Sun Moon Lake แล้วเป็นการไปแบบสามเหลี่ยม ต้องนั่งรถไฟ ไปต่อรถเมล์ ไปต่อนู่นนี่นั่น เสิร์ชหาข้อมูลแล้วไม่ตรงกับของคนอื่นเลย ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่สถานีเอง แล้วเขียนๆ จดๆ ไว้ละเอียดมาก เราเลยเอาทุกอย่างที่จดใส่ลงไปในเพจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่าง Sun Moon Lake ตอนนั้นยังไม่มีคนพูดถึงการปั่นจักรยานที่จะไป visitor center เท่าไหร่ แล้วเราปั่นจักรยานไปตรงนั้นกันจริงๆ ระหว่างทางมีวิวที่สวยและสงบมาก เลยตื่นเต้นและอยากเล่า และกลายเป็นว่าทริปไต้หวันเป็นคอนเทนต์ที่คนแชร์กันเยอะมาก ทุกวันนี้ยังมีคนแชร์อยู่เรื่อยๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95577 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-17-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95568 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-13-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เท่าที่ติดตามเพจ พวกคุณมักเล่าถึงสถานที่และร้านรวงต่างๆ ด้วยการใช้ถ้อยคำที่อ่านง่าย บวกกับภาพถ่ายที่สวยตลอด </b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่ได้เก่งเรื่อง information เราเลยเล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อสถานที่นั้นจริงๆ แต่ตรงไหนที่ต้องอ้างอิงเราก็ไปค้นคว้าต่อเพื่อมาเล่าเรื่อง เช่นทำไมโครงสร้างถึงเป็นแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่จะเล่าเบสจากความรู้สึก ไปที่นั่นแล้วรู้สึกยังไง รสชาติอาหารเป็นอย่างไร และคอมเมนต์ที่บอกว่าภาพสวย เราไม่ได้ถ่ายภาพที่เน้นตัวเรามาก แต่เน้นที่สถานที่มากกว่า คนอ่านก็อาจจินตนาการว่าตัวเองไปที่นั่นบ้าง</span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> ภาพของเราอาจเป็นมุมมองที่คนอื่นอาจไม่ได้มองมุมนี้ เราพยายามพรีเซนต์มุมที่คนไม่ค่อยเห็น หรือเราไปร้านอาหาร ร้านเป็นยังไง เราก็ถ่ายอย่างนั้น ไม่มีการเซตอัพเพิ่มไปกว่าที่คนอื่นมาแล้วเขาจะเจอ เราทำคอนเทนต์ร้านอาหาร เราก็จะไม่ทำอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่าที่เขาเสิร์ฟ เพราะรู้สึกว่าคนที่เขาตามเพจมา เขาก็ควรได้รับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ</span></p>
<p><b>โอ๊ต : </b><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้มีความเป็นธรรมชาติในที่ที่เราไปจริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95573 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95585 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-18-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 style="text-align: left;"><b>OATS X Scandinavia</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><b>คุณสองคนชอบไปเที่ยวในที่แบบไหน มีที่ไหนที่ชอบที่สุดไหม</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> โอ๊ตชอบธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ธรรมชาติแบบการแบ็กแพ็กหรือเดินป่าหลายวันแบบเทร็กกิ้ง เวลาไปต่างประเทศโอ๊ตชอบออกไปนอกเมืองเพื่อเจอธรรมชาติ กลับเข้ามาก็เดินเล่นในเมืองได้  โอ๊ตชอบโคเปนเฮเกน ทุกที่มีดีไซน์ที่สวยในแบบที่ชอบหมด ทั้งมิวเซียม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือโรงแรมที่เราเลือก</span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> โอ๊ตก็ชอบคล้ายกัน แต่ชอบความเป็นเมืองมากกว่า ชอบเดินดูคัลเจอร์ของผู้คนในแต่ละท้องที่ที่มีความแตกต่างกัน อารมณ์ความรู้สึกที่ไปแต่ละเมืองก็แตกต่างกัน ในทริปนั้นชอบสตอกโฮล์ม รู้สึกว่าสตอกโฮล์มมีเสน่ห์บางอย่างที่สร้างความรู้สึกในใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อาจเป็นคำถามที่คลิเช่ แต่การเดินทางและการท่องเที่ยวมอบอะไรให้คุณบ้าง</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่เล่าไปว่าโอ๊ตชอบงานดีไซน์ เวลาไปไหนก็เลือกที่จะไปเพื่อเห็นอะไรอยู่แล้ว การเดินทางเป็นการเปิดโลกให้เรา แค่ออกไปข้างนอกบ้าน ไม่ว่าที่ไหนเราเก็บมาเป็นเรฟเฟอเรนซ์ได้หมด แต่ที่รู้สึกว่าการได้ไปเห็นอะไรหลายอย่างมีประโยชน์สุดๆ ก็ตอนที่ทำร้านของตัวเอง </span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> โอ๊ตเริ่มรู้สึกว่าการท่องเที่ยวสำคัญกับชีวิตแล้ว เราเริ่มทำ DROP BY DOUGH ตอนเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เราทำธุรกิจของเราเองทุกวัน อินสไปเรชั่นของเราค่อยๆ หมดไป เพราะเราโฟกัสทุกอย่างที่ตรงนี้ เลยอยากเบรกสักช่วงหนึ่งเพื่อไปดูสิ่งใหม่ๆ เลยรู้สึกว่าการเดินทาง จะแค่วันสองวันมันก็มีความหมายกับการทำงาน</span></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> การเดินทางทำให้การมองโลกของเราสบายกว่าเดิม การได้ไปเห็นอะไรเยอะๆ มากๆ ทำให้การมองอะไรสักเรื่องของเรามันกว้างมากขึ้น แก้ปัญหาได้ดีมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95554 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-23-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 style="text-align: left;"><b>OATS X Doughnut</b></h3>
<p><b>คุณรีวิวร้านอาหารและคาเฟ่มาก็เยอะ ส่วนตัวแล้วชอบอาหารแบบไหนหรือสัญชาติไหน</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> อาหารแถบสแกนดิเนเวียจะเป็นจานเย็นส่วนใหญ่ เป็นผัก ปรุงน้อยๆ เน้นความสดของวัตถุดิบ อย่างอิตาลีจะเน้นพาสต้า ชีส มันๆ ส่วนเอเชียก็หลากหลายมาก ถ้าถามว่าอาหารการกินแถบไหนที่กินแล้วมีความสุขที่สุดก็ต้องประเทศแถบเอเชีย เพราะกินแล้วอิ่ม เราเต็มที่กับการกินได้ เรื่องรสชาติก็ถึงสำหรับเราด้วย </span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> แต่โอ๊ตไม่ชอบอาหารฝั่งยุโรปเลย ส่วนตัวไม่ชอบอาหารที่เสิร์ฟเย็นอย่างพวกสลัด แต่ชอบอาหารเกาหลีกับญี่ปุ่นเป็นพิเศษ คงเพราะเป็นอาหารที่เข้าใจง่าย อาหารเกาหลีคือถ้าเผ็ดก็เผ็ดเลย มีเปรี้ยวหวานมันเค็ม ส่วนญี่ปุ่นก็มีความเป็นธรรมชาติของรสชาติ กินแล้วก็จะรู้สึกสบายหน่อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วความสนใจโดนัทมาจากไหน</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> เราเคยคุยกันว่าอยากทำร้านขนมที่เฟรนด์ลี่ ให้เป็นร้านที่เหมือนเพื่อนแวะมากิน เราก็คิดกันหลายอย่างมากว่าควรเป็นร้านอะไร แต่มีหนึ่งไอเดียที่เราไปเห็นมาในหลายๆ เมือง ไม่ว่าจะเป็นเมลเบิร์น เกาหลี ญี่ปุ่น โคเปนเฮเกน เรามักเสิร์ชหาร้านโดนัทเล็กๆ น่ารักๆ ในเมืองนั้น แล้วพอเจอเราจะแวะตลอดเลย รู้สึกว่าความเป็นโดนัทมันมีความง่ายๆ ที่น่ารัก อบอุ่น และเฟรนด์ลี่อยู่ในตัว</span></p>
<p><b>โอ๊ต : </b><span style="font-weight: 400;">รูปร่างของมันก็น่ารัก โดนัทของแต่ละเมืองถูกทำออกมาแตกต่างกัน เนื้อแป้ง ก</span>ารแต่งหน้า รสชาติ โอ๊ตเลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องสนุกที่เราได้เห็นสิ่งนี้จากแต่ละที่ เราก็เริ่มมองว่าเราชอบแป้งแบบไหน ชอบรสแบบไหน เอาสิ่งที่เราชอบของแต่ละที่มารวมกัน ร้านของเราเกิดมาจากตรงนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95565 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-16-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 style="text-align: left;"><b>OATS X DROP BY DOUGH</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><b>โดนัทของ DROP BY DOUGH มีรูแล้วยังมีไส้รอบวง แถมมีท็อปปิ้งอีกต่างหาก คุณมีต้นแบบโดนัทมาจากที่ไหนหรือเปล่า  </b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> เราเอาสิ่งที่เราชอบของแต่ละที่มารวมกัน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ปรับในแบบที่เราชอบ อย่างแป้ง โอ๊ตชอบแป้งที่ไม่ได้แน่นมากเหมือนขนมปัง แต่เป็นความแน่นที่ยังมีใยฟูๆ ส่วนไส้รอบวง ไอเดียนี้มาจากเราอยากให้ตอนกัดเข้าไปแล้วเหมือนได้กินเค้กชิ้นหนึ่ง กัดเข้าไปแล้วมีเลเยอร์ มีหน้าด้านบนที่แตกต่างจากไส้ด้านใน และมีเทกซ์เจอร์ของท็อปปิ้งที่โรยด้านบนอีกที ในหนึ่งคำจึงมีหลายมิติ มิติของสัมผัสด้วย มิติของรสชาติด้วย</span></p>
<p><b>โอ๊ต : </b><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง </span><b>Berry Rose</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ DROP BY DOUGH ด้านในประกอบด้วยแยมราสป์เบอร์รีสดที่เราทำเอง คู่กับคัสตาร์ดครีมโรส ด้านบนเป็นสตรอว์เบอร์รีอบแห้งกรอบๆ หนึ่งคำที่กิน มีสตรอว์เบอร์รี ราสป์เบอร์รี และครีมโรส เป็นความซับซ้อนและความสนุกที่เราอยากให้ลูกค้า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><b> Young Coconut</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นฟีลผู้ใหญ่นิดหนึ่ง เราทำแยมมะพร้าวที่ทำจากน้ำมะพร้าวสด ใส่เนื้อมะพร้าวเข้าไปข้างใน มีโคโคนัทเฟลกซ์โรยหน้า เกรซด้านบนที่ปกติเป็นน้ำตาลไอซิ่ง แต่รสนี้ใช้กะทิแทน ส่วน </span><b>Bacon &amp; Cheddar Cheese</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นรสชาติคาวที่เราไปกินมาจากต่างประเทศ ฝรั่งเขาชอบกันมาก เลยคิดว่าเราควรมีรสชาติเค็มสักหนึ่งหน้า ข้างในเป็นคัสตาร์ดเชดด้าชีส ด้านบนโรยเบคอน ส่วน </span><b>Classic Vanilla</b><span style="font-weight: 400;"> อาจไม่ซับซ้อนมาก แต่เราใช้ vanilla bean paste จากมาดากัสการ์ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95576 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-10-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95564 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-39-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>Sugar Cinnamon</b><span style="font-weight: 400;"> คือโดนัทรสเดียวที่ไม่มีไส้ รสชาตินี้เราตั้งใจทำสำหรับคนที่ไม่อยากกินอะไรที่มีความครีมมี่ เลยเอาโดนัทมาคลุกน้ำตาลนิดหน่อยกับผงซินนามอน รสชาตินี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ คือเวลาที่เราทำแป้งโดว์ เรารีดแป้งแล้วคัตเป็นกลมๆ จะมีส่วนขอบแป้งที่เหลืออยู่ เหลือทิ้งเราก็เสียดาย</span></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> แต่แป้งที่บอกว่าเหลือ ไม่ใช่ว่าเป็นแป้งที่ไม่ดีนะ คือแป้งที่เหลือจากการคัตแล้ว เราก็เอามาทำพร้อมกับรสอื่นเลย เป็นแป้งในคุณภาพเดียวกัน แต่เราไม่สามารถเอามาทบๆ แล้วเอามาปั๊มเป็นวงกลมใหม่ได้ เพราะการโตของแป้ง เมื่อมันถูกอัดแน่นแล้วจะไม่เหมือนกับที่ปั๊มครั้งแรก ฟอร์มเลยอาจไม่ได้กลมเหมือนรสอื่น </span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> เรามีรสชาติที่เป็นซีซันนอลด้วย เกิดจากที่เราอยากสร้างความรู้สึกใหม่ๆ ให้ลูกค้า ประเด็นที่สองคือเราอยากให้พนักงานของเราเกิดความสนุกในการทำงาน ให้มีการเสนอไอเดีย เขาจะได้แสดงความสามารถในการครีเอตรสชาติใหม่ๆ อย่างเดือนมกราคมเป็นตรุษจีน เราทำรสแมนดารินออเรนจ์และชาอู่หลง ฝั่งหนึ่งเป็นแยมส้ม อีกฝั่งเป็นคัสตาร์ดชาอู่หลง กินสลับกัน เดือนต่อมาเป็นวาเลนไทน์ เราก็ได้อินสไปร์มาจากสตรอว์เบอร์รีชีสเค้ก แต่เอามาทำในรูปแบบโดนัท ด้านในเป็นแยมสตรอว์เบอร์รีสดที่เราทำเอง ด้านบนเป็นครีมชีส มีสตรอว์เบอร์รี และแครกเกอร์ พอเดือนมีนาฯ เราก็ทำรสชาเอิร์ลเกรย์ และมีคอฟฟี่เจลลี่สอดไส้ด้านใน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95550 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-30-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พวกคุณทำโดนัทเป็นหรือเปล่า ให้เข้าไปทำตอนนี้ทำได้ไหม</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ : </b><span style="font-weight: 400;">ทำได้ เราไปเรียนกับเชฟ เรียนพร้อมกับน้องๆ ในครัวเลย </span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> เราแค่อาจทำไม่คล่องเท่าน้องๆ เพราะเขาทำทุกวัน แต่เรารู้ทุกโพรเซสเช่นเดียวกับเขา เราอยู่กับพวกเขามาตั้งแต่ day 1 บางวันที่โดนัทมีปัญหาหรือผิดปกติ เรารู้เลยว่าเกิดจากอะไร แล้วทุกขั้นตอนเป็นงานแฮนด์เมดหมดจริงๆ เราเปิดร้านสิบโมง แต่หลังร้านเริ่มงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า เพราะโดนัทหนึ่งชิ้นมันคราฟต์มาก เริ่มจากผสมแป้ง นวด คัต เข้าเตา 30 นาที เพื่อเลี้ยงยีสต์ให้พองขึ้นในไซส์ที่ถูกต้อง เสร็จแล้วต้องเอามาทอด จากนั้นบีบไส้เข้าไปให้ทั่วทั้งชิ้น แล้วก็ต้องแต่งหน้าอีก ดังนั้นการเสิร์ฟโดนัท 10 รสชาติได้ตอนสิบโมง เราต้องเริ่มทุกอย่างตอนเช้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ร้านมีกลิ่นอายสแกนดิเนเวียนชัดเจนมาก พอจะเดาได้ว่ามาจากความชอบส่วนตัวของพวกคุณ  </b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> อย่างที่บอกว่าเราชอบทริปสแกนดิเนเวียมาก ไม่ว่าไปตรงไหนรู้สึกว่ามันสบาย เลยตั้งใจให้ร้านมีความนิ่ง แต่เป็นความนิ่งที่เฟรนด์ลี่และโคซี่ ทำให้มีความรู้สึกของความเป็นบ้าน เอาม่านมาอยู่กับโครงไม้เพื่อลดความแข็งของโครงไม้ลง ทำม่านให้เป็นพาร์ทิชั่นบังสายตา เราอยากให้ลูกค้ามีไพรเวตสเปซของตัวเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกมาก็เป็นแบรนด์แถบสแกนดิเนเวียหมดเลย โคมไฟของ Poulsen เก้าอี้จาก Hay ที่มีต้นกำเนิดจากโคเปนเฮเกน อย่างเก้าอี้ตรงโต๊ะกลมด้านหน้า หน้าตาเหมือนเก้าอี้นักเรียน โอ๊ตไปอ่านเจอมาว่าเป็น iconic chair ของแถบสแกนดิเนเวีย ไอเดียของเขาคือทำให้นักเรียนนั่งนั่นล่ะ เราถึงมองแล้วรู้สึกว่าเป็นเก้าอี้นักเรียน และเป็นดีไซน์ที่มีมานานแล้ว ยังเป็นที่นิยมถึงปัจจุบัน โอ๊ตเลยรู้สึกว่ามันเป็นดีไซน์ที่มีค่า รู้สึกชอบ</span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> พอยต์ของการใช้เฟอร์นิเจอร์และการดีไซน์มาจากการที่เวลาเราเดินทาง สิ่งที่เราเอามาแชร์ได้คือภาพถ่ายและเรื่องราว แต่พอเรามีโอกาสทำสเปซของเราเอง เราเลยอยากให้คนที่มาร้านได้ฟีลแบบที่เราเคยไปอยู่ตรงนั้น ดังนั้นโอ๊ตว่าเรื่องการใช้เฟอร์นิเจอร์ก็สำคัญ โคมไฟ แสง เสียงเพลง เราอยากทำให้ทุกอย่างประกอบกันเป็นแบบที่เราเคยรู้สึก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95563 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-27-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95562 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-26-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 style="text-align: left;"><b>OATS X Happiness</b></h3>
<p><b>ทุกวันนี้ความสุขของคุณสองคนคืออะไร</b></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> ความสุขของโอ๊ตคือการได้สร้างสิ่งที่เราชอบขึ้นมาให้จับต้องได้ จุดแรกที่รู้สึกดีแล้วคือร้านนี้ ได้ทำขึ้นมาเราก็รู้สึกดีแล้ว พอลูกค้าเข้ามาเขารู้สึกดีแล้วไปบอกต่อๆ กัน แล้วเราได้รับรู้ความรู้สึกนั้น ก็ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปอีก การท่องเที่ยวก็ยังเป็นความสุขอยู่ ทำให้เราได้ไปเห็นโลกมากขึ้น ได้เอามาประยุกต์ใช้กับร้านของเราด้วย ทำให้แรงบันดาลใจของเราก็ยังไปได้เรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่ง ยิ่งเราเห็นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลต่ออย่างอื่นได้มากเท่านั้น</span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> ของโอ๊ตก็คล้ายกัน แต่มีเพิ่มในบางมุม คือทุกวันนี้โฟกัสของเราอยู่ที่ร้านเป็นหลัก ดังนั้นความสุขของโอ๊ตจึงเกิดขึ้นจากความสบายใจที่ทุกคนเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้แล้วเขาแฮปปี้ ลูกค้าเป็นคนแรกที่เราต้องทำให้เขารู้สึกโอเค พนักงานก็ด้วยเหมือนกัน เรามีพนักงานเกือบสิบคนที่ต้องดูแลความรู้สึก ถ้าโอ๊ตทำให้หลังบ้านของเราแฮปปี้เขาก็จะส่งต่อให้ลูกค้าผ่านโดนัท ผ่านการบริการ ความสุขของโอ๊ตจึงเป็นการที่เราได้เห็นคนที่ทำงานด้วยกันแฮปปี้ และทำให้ลูกค้าแฮปปี้ เห็นอย่างนั้นได้เราก็จะสบายใจ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถามเล่นๆ ถ้าให้คุณเปรียบตัวเองเป็นโดนัทสักหนึ่งรสชาติของ DROP BY DOUGH คุณมองตัวเองเป็นรสชาติไหน</b></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> โอ๊ตว่าเหมือน Berry Rose เป็นคาแร็กเตอร์ที่บางทีการเป็นราสป์เบอร์รีก็คืออารมณ์ที่เราอยากสนุก อยากสดใส ซึ่งเราก็มีมุมนั้นแหละ แต่บางมุมก็มีที่เรานิ่งๆ ก็เป็นคัสตาร์ดโรส ที่เลือกรสนี้ เพราะบุคลิกของเราก็มีสองมุม เจอลูกค้าคาแร็กเตอร์หนึ่ง อยู่กับทีมก็เป็นอีกคาแร็กเตอร์ </span></p>
<p><b>โอ๊ตซึ :</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนโอ๊ตน่าจะเป็น Classic Vanilla ที่มีรสชาติเรียบง่าย กินง่าย กินได้ตลอด เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย</span></p>
<p><b>โอ๊ต :</b><span style="font-weight: 400;"> คืออยู่ด้วยแล้วสบายใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตซึพยักหน้าเห็นด้วย บทสนทนาระหว่างเราจบลงตรงนี้ ฉันมองโดนัทสองชิ้นที่พวกเขาเลือกมาให้ตั้งแต่ก่อนเริ่มคำถามแรก แต่ฉันยังไม่ได้แตะต้องโดนัทสองชิ้นนั้นหรอก อดใจรอไว้หลังการพูดคุยเสร็จสิ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดนัทสองชิ้นนั้นคือรส Berry Rose และ Classic Vanilla ทั้งที่พวกเขาไม่รู้คำถามของฉันล่วงหน้า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95569 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/drop-by-dough-5-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><b>DROP BY DOUGH</b></p>
<p><b>address: </b><span style="font-weight: 400;">ต้นซอยสุขุมวิท 101/2 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข<br />
</span><b>tel: </b>081 961 9135<b><br />
</b><b>hour: </b>ทุกวัน เวลา 10:00-18:00 น.<b><br />
</b><b>facebook: </b><strong><a class="" href="https://www.facebook.com/dropbydough/?ref=br_rs">DROP BY DOUGH</a></strong></p>
<p><em>ป.ล. ในช่วงที่เราทุกคนต่างต้องเว้นระยะห่างเพื่อลดความเสี่ยง สามารถตามไปอุดหนุนโดนัทของพวกเขาผ่านบริการเดลิเวอรี LINE MAN หรือแอดไลน์ @dropbydough ได้เลย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/drop-by-dough/">DROP BY DOUGH โดนัทและส่วนผสมการเดินทางของสองหนุ่ม OATS X Somewhere</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปั้นกระดาษให้เป็น ‘103paper’ แบรนด์ที่ชุบชีวิตกระดาษเหลือทิ้งให้เกิดใหม่เป็นแจกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/103paper/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2020 14:29:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[103paper]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยา ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[แจกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ก่อตั้งธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91976</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชวนคิดเล่นๆ ถ้าคุณมีกระดาษขนาด A4 สักหนึ่งรีมที่ผ่านการใช้งานแล้วทั้งสองด้าน และต้องหาวิธีใช้ประโยชน์จากกระดาษปึกนี้ไม่ว่าจะรียูส จะรีไซเคิล หรือวิธีใดก็ตาม คุณจะทำอะไรกับมัน ‘เอากระดาษมาทำเป็นงานปั้นพร้อมฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้’ คือสิ่งที่ วิทยา ชัยมงคล เจ้าของแบรนด์ 103paper คิด และไม่ใช่แค่คิดเล่นๆ แต่เขายังลงมือทำอย่างเอาจริงเอาจัง วิทยาเปิดประตูต้อนรับเราสู่เวิร์กช็อปหรือสถานที่สร้างงานย่านรามอินทราซึ่งเรียบง่ายและผ่อนคลายกว่าที่นึกภาพไว้  เพียงโรงทำงานที่ตีขึ้นอย่างง่ายๆ คล้ายโรงรถ นอกชายคาตั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ยังห่างไกลจากคำว่าอุตสาหกรรม ลานด้านหน้ามีโต๊ะม้านั่งตั้งใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่และกอไผ่สูงชะลูด เราสนทนากันตรงนั้น เบื้องหน้าคือผลงานของ 103paper ตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบัน งานปั้นเอย แจกันคละขนาดเอย หินก้อนเล็กก้อนน้อยเอย หากมองปราด ไม่มีทางดูออกว่างานปั้นเหล่านี้ทำจากกระดาษ เพราะโครงสร้างที่ดูแข็งแรงคงทน ชิ้นสีขาวสว่างนั้นเหมือนงานปูนปั้น ชิ้นสีเทาค่อนดำนั่นคล้ายก่อรูปขึ้นจากดิน แต่ชิ้นงานเหล่านี้ทำขึ้นจากกระดาษจริงๆ แถมเป็นกระดาษที่เกือบถูกทิ้งเป็นขยะแล้วด้วยซ้ำ &#160; กระดาษเหลือทิ้งกลายร่างเป็นดิน วิทยาร่ำเรียนด้านศิลปะมาโดยตรงจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะเดียวกันก็มีความสนใจในงานปั้นหรือประติมากรรมอยู่เดิมที แต่ความสนใจเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก็หลังจากจบการศึกษา แล้วเริ่มต้นอาชีพอาร์ตไดเรกเตอร์ของโฆษณาและภาพยนตร์ งานที่เจ้าตัวบอกว่าเครียดเอาเรื่อง และเรื่องก็เริ่มจากตรงนี้ “งานกองถ่ายมีลักษณะงานที่ต้องแก้ปัญหาอยู่เสมอ เช่น ต้องเอาของบางอย่างไปทำอีกอย่าง เราจึงเป็นคนที่มองเห็นความเป็นไปได้ของข้าวของทุกชิ้น ธรรมชาติอีกอย่างของงานกองถ่ายคือต้องทำงานตามใจลูกค้า ผมเลยพยายามมองหาพื้นที่ที่แสดงตัวตนได้โดยไม่ต้องสนใจคอมเมนต์ ไม่ต้องสนใจว่าต้องปรับแก้ยังไง ผมสนใจงานปั้นเลยตั้งโจทย์ว่าจะทำงานปั้น โดยต้องทำได้ด้วยตัวเองทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/103paper/">ปั้นกระดาษให้เป็น ‘103paper’ แบรนด์ที่ชุบชีวิตกระดาษเหลือทิ้งให้เกิดใหม่เป็นแจกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ชวนคิดเล่นๆ ถ้าคุณมีกระดาษขนาด A4 สักหนึ่งรีมที่ผ่านการใช้งานแล้วทั้งสองด้าน และต้องหาวิธีใช้ประโยชน์จากกระดาษปึกนี้ไม่ว่าจะรียูส จะรีไซเคิล หรือวิธีใดก็ตาม คุณจะทำอะไรกับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เอากระดาษมาทำเป็นงานปั้นพร้อมฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้’ คือสิ่งที่ </span><b>วิทยา ชัยมงคล </b><span style="font-weight: 400;">เจ้าของแบรนด์ </span><b>103paper </b><span style="font-weight: 400;">คิด และไม่ใช่แค่คิดเล่นๆ แต่เขายังลงมือทำอย่างเอาจริงเอาจัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92333" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-37.jpg" alt="103paper" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยาเปิดประตูต้อนรับเราสู่เวิร์กช็อปหรือสถานที่สร้างงานย่านรามอินทราซึ่งเรียบง่ายและผ่อนคลายกว่าที่นึกภาพไว้  เพียงโรงทำงานที่ตีขึ้นอย่างง่ายๆ คล้ายโรงรถ นอกชายคาตั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ยังห่างไกลจากคำว่าอุตสาหกรรม ลานด้านหน้ามีโต๊ะม้านั่งตั้งใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่และกอไผ่สูงชะลูด เราสนทนากันตรงนั้น เบื้องหน้าคือผลงานของ 103paper ตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบัน งานปั้นเอย แจกันคละขนาดเอย หินก้อนเล็กก้อนน้อยเอย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองปราด ไม่มีทางดูออกว่างานปั้นเหล่านี้ทำจากกระดาษ เพราะโครงสร้างที่ดูแข็งแรงคงทน ชิ้นสีขาวสว่างนั้นเหมือนงานปูนปั้น ชิ้นสีเทาค่อนดำนั่นคล้ายก่อรูปขึ้นจากดิน แต่ชิ้นงานเหล่านี้ทำขึ้นจากกระดาษจริงๆ แถมเป็นกระดาษที่เกือบถูกทิ้งเป็นขยะแล้วด้วยซ้ำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92332" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>กระดาษเหลือทิ้งกลายร่างเป็นดิน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยาร่ำเรียนด้านศิลปะมาโดยตรงจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขณะเดียวกันก็มีความสนใจในงานปั้นหรือประติมากรรมอยู่เดิมที แต่ความสนใจเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก็หลังจากจบการศึกษา แล้วเริ่มต้นอาชีพอาร์ตไดเรกเตอร์ของโฆษณาและภาพยนตร์ งานที่เจ้าตัวบอกว่าเครียดเอาเรื่อง และเรื่องก็เริ่มจากตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานกองถ่ายมีลักษณะงานที่ต้องแก้ปัญหาอยู่เสมอ เช่น ต้องเอาของบางอย่างไปทำอีกอย่าง เราจึงเป็นคนที่มองเห็นความเป็นไปได้ของข้าวของทุกชิ้น ธรรมชาติอีกอย่างของงานกองถ่ายคือต้องทำงานตามใจลูกค้า ผมเลยพยายามมองหาพื้นที่ที่แสดงตัวตนได้โดยไม่ต้องสนใจคอมเมนต์ ไม่ต้องสนใจว่าต้องปรับแก้ยังไง ผมสนใจงานปั้นเลยตั้งโจทย์ว่าจะทำงานปั้น โดยต้องทำได้ด้วยตัวเองทั้งหมด และไม่กดดันตัวเอง เพราะอาชีพหลักก็เครียดพอแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเข้าใจหลักการพื้นฐานของงานปั้นคือการขึ้นรูปทรง ไม่ว่าจะด้วยดิน ขี้ผึ้ง หรือวัสดุอื่นๆ จากนั้นก็ถอดพิมพ์ ทำเป็นบล็อก แล้วเอาไปหล่อด้วยวัสดุต่างๆ แต่พอลงลึกในแต่ละกระบวนการ ผมกลับไม่มีทักษะพอที่จะทำได้ด้วยตัวเอง กลายเป็นว่ามันไม่ตรงโจทย์ที่ว่าต้องทำงานด้วยตัวเองได้ ถ้าฝืนทำไปก็เกิดความกดดัน หรือถ้าทำงานเซรามิก ปั้นเสร็จแล้วยังมีขั้นตอนการเคลือบและเรื่องอุณหภูมิซึ่งผมก็ไม่เข้าใจ ผมเลยคิดถึงวัสดุที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการเหล่านั้น ปั้นเสร็จแล้วแห้งเองและใช้งานได้เลย ผมเลยเพิ่มโจทย์อีกข้อคือต้องใช้วัสดุที่เราทำขึ้นมาเองได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92334" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-36.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-36.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-36-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัสดุที่วิทยาเอ่ยถึงคือ ‘กระดาษ’ แต่ลำพังกระดาษแผ่นบางจะเอาไปปั้นอะไรได้ เว้นเสียว่าจะทำกระดาษให้มีคุณสมบัติเดียวกับดิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมพยายามสร้างดินของตัวเองขึ้นมาโดยเบสจากดินญี่ปุ่น และพยายามหนีห่างจากเปเปอร์มาเช่ที่เคยมีคนทำมาก่อน มันเลยกลายเป็นเนื้อดินที่มีความเป็นกระดาษอยู่</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่สุด วิทยาก็ทำ ‘ดินกระดาษ’ ของตัวเองขึ้นมาจากกระดาษออฟฟิศ กระดาษลัง กระดาษจากงานในกองถ่าย ที่ล้วนเป็นกระดาษเหลือทิ้งที่หาได้ใกล้มือ  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92336" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-15.jpg" alt="103paper" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92335" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-13.jpg" alt="103paper" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงแรกที่ทดลองทำ ผมใช้กระดาษ A4 ในออฟฟิศที่ใช้งานทั้งสองหน้าแล้วกับกระดาษลังสีน้ำตาลที่หาได้ง่ายทั่วไป หลังๆ เราก็ได้พันธมิตรเพิ่มจากการไปออกร้าน เช่น กระดาษลังได้มาจากโรงงานที่เอาลังมาทำบ้านหมาบ้านแมว เวลาเขาเจาะหรือฉลุกระดาษก็จะเหลือกระดาษที่เป็นเศษๆ ซึ่งต้องกำจัดทิ้ง เขาก็เลยเอามาให้เราทดลอง เราก็พบว่ามันเวิร์กเพราะมันละเอียดมาแล้ว หลังจากนั้นเราก็ไปรับจากโรงงานเขาเลย เขาก็แฮปปี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กระดาษโปสเตอร์ก็ได้จากงานกองถ่าย กระดาษพวกนี้ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเพราะมีรอยยับไม่ได้ ครั้งต่อไปจะใช้งานยาก ถ่ายเสร็จเราก็เก็บกระดาษพวกนั้นกลับมา ในยุคแรกๆ กระดาษโปสเตอร์ถูกเอามาใช้เยอะมาก เพราะมันใช้ต่อในงานไม่ได้แล้ว” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากกระดาษที่ว่ามา วิทยายังแปรรูปกระดาษที่เกือบกลายเป็นขยะอีกหลายชนิดให้กลายเป็นดิน ไหนจะกระดาษนิตยสารโละทิ้ง​ อีกทั้งกระดาษฝอยกันกระแทกที่สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นขยะในระบบจัดส่งสินค้า </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เบสหลักของเราคือกระดาษ 70-80% แต่เนื่องจากเราเอากระดาษมาแปรเป็นวัสดุเพื่อทำของใช้ จึงมีเรื่องอายุการใช้งานเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเลยต้องใส่ส่วนผสมบางอย่างลงไป ตอนแรกผมก็ทดลองหาส่วนผสมดู เอากระดาษมาขยำ มาปั่น มาบวกกับวัสดุอื่น หาสูตรอยู่นานกว่าจะเจอสัดส่วนที่เหมาะกับการใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากกระดาษแบบบางผ่านขั้นตอนการสร้างให้เกิดมวลเช่นเดียวกับดิน ลักษณะของมันจึงจับตัวเป็นก้อน มีน้ำหนักพอตัว หมาดชื้นแต่ไม่ชุ่ม เนื้อนุ่มสัมผัสนิ่มให้บิแบ่งและจับปั้นเป็นทรงได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเรียกสิ่งที่ผมทำว่า paper sculpture ไม่ใช่เปเปอร์มาเช่ แต่คนทั่วไปมักเอามาอยู่ในกลุ่มเดียวกันซึ่งเราก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะหลักการคล้ายๆ กัน แต่เราพัฒนากระบวนการบางอย่างที่แตกต่าง มีลักษณะเฉพาะตัวที่ค่อนข้างชัดเจน ทั้งกระบวนการทำ ทั้งพื้นผิวภายนอก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>กระดาษต่างมีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ดินกระดาษทำจากกระดาษที่ผ่านการใช้งานแล้วเหมือนกันก็จริง ผ่านการสร้างเป็นดินด้วยกรรมวิธีเดียวกันก็จริง แต่กระดาษต่างประเภทก็ต่างคาแร็กเตอร์ ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอทำมาเรื่อยๆ เราก็ค้นพบว่ากระดาษแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัว กระดาษที่เราใช้บ่อยและมากที่สุดคือกระดาษ A4 ที่ให้เนื้อละเอียด กระดาษโปสเตอร์มีความหยาบขึ้นมานิดหนึ่ง ส่วนกระดาษลังมีความแน่น ดูดน้ำ อิ่มน้ำ แต่ละชนิดเมื่อนำมาทำเป็นดินให้สัมผัสที่แตกต่างและยังให้สีที่ต่างกันด้วย” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ วิทยาทดลองนำกระดาษฉลากเครื่องดื่มมาทำเป็นดิน ได้ผลลัพธ์เป็นสีเขียวไข่กาหรือเขียวปนครามอ่อน ซึ่งเป็นสีที่สวยคลาสสิกเช่นเดียวกับสีเครื่องเคลือบโบราณ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92338" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-52.jpg" alt="103paper" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-52.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-52-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-52-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราพยายามคงสีเดิมของกระดาษเพื่อสร้างความแตกต่าง ยิ่งมีการเปรียบเทียบว่างานของ 103Paper คืองานเปเปอร์มาเช่ ซึ่งมีขั้นตอนสุดท้ายคือการเพนต์หรือการเคลือบ เราเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราไม่เพนต์หรือเคลือบดีกว่า แต่โชว์คาแร็กเตอร์ของกระดาษเลย นี่เป็นการค้นพบโดยบังเอิญด้วยว่า พอกระดาษแห้งแล้วสีของมันก็เข้าท่าดีเหมือนกัน อาจเพราะกลุ่มกระดาษที่เราใช้เป็นสีเอิร์ทโทนด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้สีธรรมชาติของกระดาษโยงไปสู่เทคนิคการเล่นสีบนชิ้นงาน หากต้องการให้เกิดสีที่คละกันต้องใช้กระดาษต่างประเภท เขายกตัวอย่างงานประติมากรรมในยุคแรกๆ ที่เป็นต้นแบบของงานดีไซน์ชิ้นต่อๆ มา คือประติมากรรมรูปทรงผู้หญิงอุ้มท้องที่ใช้กระดาษถึงสามประเภท คือกระดาษ A4 กระดาษลัง และกระดาษโปสเตอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะฉะนั้น การเลือกว่าจะใช้กระดาษแบบไหนจึงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของความต้องการใช้สี” วิทยาสรุปให้เข้าใจง่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92339" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-48.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-48.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-48-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>แจกันปั้นมือที่ดีไซน์ให้คล้ายคลึงธรรมชาติ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยาเล่าว่าในช่วงแรกเริ่มของการสร้างสรรค์งาน เขามุ่งไปที่การค้นหาสัดส่วนของเนื้อวัสดุ จึงยังไม่ลงลึกในการออกแบบเท่าไหร่นัก กระทั่งได้ดินกระดาษที่ลงตัวจึงมองไปถึงเรื่องดีไซน์ จากไอเดียตั้งต้นคือทำประติมากรรมที่มาพร้อมฟังก์ชั่นได้แตกยอดต่อขยายออกมาเป็นซีรีส์แจกันสร้างชื่อและมีพัฒนาการของรูปแบบอย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แจกันมีความย้อนแย้งกับกระดาษเพราะกระดาษกับน้ำไม่ใช่ของคู่กัน แต่มันก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ ซึ่งพอทำจริงผมพบว่าถ้าต้องการให้กระดาษป้องกันน้ำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ คาแร็กเตอร์ของความเป็นกระดาษจะหายไป เลยเลือกรักษาความเป็นเนื้อกระดาษไว้ และสามารถโดนน้ำได้ประมาณหนึ่ง แจกันของเราเลยเหมาะสำหรับดอกไม้แห้งมากกว่า แต่มีบางชิ้นที่เราทำแล้วสามารถใส่ดอกไม้สดได้คือมีหลอดแก้วอยู่ข้างในแล้วใช้ดินกระดาษปั้นทับเพราะหลอดแก้วมีลักษณะของความเป็นแจกันในตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกอย่างคือสิ่งที่เราทำเป็นงานคราฟต์ งานแฮนด์เมด การจะทำให้ป้องกันน้ำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ต้องใช้เคมี เรารู้สึกว่ามันเป็นอุตสาหกรรมเกินไป ของเราเอาแค่ประมาณนี้น่าจะดีกว่า คือกันน้ำได้ ทำความสะอาดได้ แต่ไม่ถึงกับเอาไปแช่ในน้ำ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92340" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-51.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-51.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-51-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92341" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-45.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-45.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-45-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจาะจงเฉพาะหมวดแจกันของ 103paper วิทยาแบ่งกลุ่มง่ายๆ ด้วยขนาด ขนาดใหญ่ชัดเจนในความเป็นประติมากรรม ส่วนขนาดเล็ก มีเล็กไปจนถึงขั้นเรียกว่าแจกันจิ๋ว เป็นเรื่องของจำนวนผลิตและความคล่องในการขาย ทั้งสองกลุ่มมีจุดร่วมเดียวกันคือดีไซน์ที่อิงกับลักษณะที่มีอยู่ในธรรมชาติ ความกลมเกลี้ยง ความโค้งมน ความลื่นไหล ความบิดเบี้ยว ความแหว่งเว้า หรือลวดลายที่เป็นริ้วระลอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแจกันดีไซน์หนึ่ง เขานำดินกระดาษมาปั้นเลียนก้อนหินที่เห็นได้ตามสายน้ำลำธาร เจาะรูตรงกลาง แล้วเอามาครอบหลอดแก้วซ้อนเรียงขึ้นเป็นแจกัน หินทุกชิ้นมีรูปร่างและลวดลายที่เหมือนจริงเอามาก หากเพียงสายตามอง เชื่อได้เลยว่าต้องหลงคิดว่าเป็นหินจริง และผลงานนี้ก็พาให้แบรนด์คว้ารางวัล Design Excellence Award ในเวที DEmark2019 มาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานก้อนหินเป็นงานที่เราไม่ได้ตั้งใจทำตั้งแต่แรก เรียกว่าเป็นของเหลือจากการทำงานชิ้นใหญ่อีกที จะทิ้งก็เสียดายเลยปั้นๆ ไว้ เอาไปตกแต่งตอนออกบูท ทีนี้มีคนสนใจผมเลยพัฒนามาเป็นแจกันพวกนี้ มีคนบอกว่าเราทำก้อนหินแต่เราไม่ได้ทำก้อนหิน เราเอาคาแร็กเตอร์ของก้อนหินมาอยู่ในงาน ก็คือลวดลาย มีความเป็นเม็ด มีความพรุน” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92342" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-46.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-46.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-46-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แจกันทุกใบของ 103paper เป็นงานที่ปั้นมือขึ้นมาทีละชิ้น เพราะฉะนั้น แม้ตั้งใจทำรูปทรงเดียวกัน หน้าตาพิมพ์เดียวกัน ก็ไม่มีทางเหมือนได้ในทุกกระเบียด โดยเฉพาะริ้วลายกระดาษที่ไม่มีทางทำให้เหมือนซ้ำ และนี่คืออีกคุณสมบัติของความเป็นธรรมชาติ ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ลงตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิทยายังพัฒนารูปทรงแจกันมาสู่การเล่นเป็นชั้นและปั๊มลวดลาย การทำแจกันในลักษณะเลเยอร์ต้องอาศัยการปั้นทีละชั้น เมื่อรอให้ชั้นแรกแห้งดีแล้ว จึงค่อยเริ่มปั้นชั้นต่อๆ มาทับซ้อนเข้าไป นอกจากเป็นการออกแบบที่ก้าวหน้าขึ้น ยังช่วยเสริมในแง่ความทนทาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400; color: #ff0000;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92330" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่การทำลวดลายนูนต่ำเป็นการต่อยอดมาจากความชอบส่วนตัวของเขาที่มีต่องานกระเบื้องโบราณ เขาหยิบแพตเทิร์นลายกระเบื้องตามวัดวามาลดทอนให้ร่วมสมัย เพิ่มความเป็นกราฟิกเข้าไป และใช้วิธีปั๊มลงบนดินกระดาษที่ขึ้นรูปแล้วทีละดอกทีละดวงเพื่อสร้างมิติและแสงเงาบนชิ้นงาน ตัวอย่างก็เช่นแจกันสีเขียวไข่กาที่ทำลวดลายต่างระดับเป็นกราฟิกกระเบื้องโบราณ ซึ่งเผยโฉมในงาน Bangkok Design Week 2020 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งพัฒนาการหนึ่งของ 103paper คือการนำวัสดุเหลือทิ้งอื่นๆ มาร่วมใช้ ทั้งกากกาแฟ กากใบชา และฝุ่นหนังจากโรงงาน ซึ่งมีบุคลิกและโทนสีที่กลมกลืนกับวัสดุหลักคือกระดาษ วัสดุเสริมเหล่านี้ล้วนเป็นของที่หมดประโยชน์ แต่กลับมีประโยชน์อีกครั้งเมื่อผ่านการใช้งานในรูปแบบใหม่ ชิ้นงานจึงมีความน่าสนใจขึ้นและมีผิวสัมผัสใหม่ๆ ให้เล่นมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>มอบชีวิตใหม่ให้กระดาษ สู่ความอยู่รอดคนทำ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะนิยามในงานทั้งหมดทั้งมวลที่เขาทำ วิทยาเอ่ยถึงคำว่า ‘a Next Life’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“next life เป็นคำที่ผมคิดขึ้นมาเพื่อให้แบรนด์ชัดเจนขึ้น โดยหลักการแล้ว เรานำต้นไม้มาผลิตเป็นกระดาษ แล้วนำกระดาษมาใช้งาน พอเราใช้งานกระดาษจนมันหมดหน้าที่แล้ว เราก็เหมือนทำให้เขาได้เกิดใหม่โดยการใช้งานเขาในอีกรูปแบบซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เหมือนเดิม แต่เราเปลี่ยนให้เขามีชีวิตใหม่ในอีกรูปแบบที่ต่างออกไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกที่ทำแบรนด์ เราไม่ได้มีความรู้สึกว่า เฮ้ย เรามาทำสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมกันดีกว่า แต่หลังจากนั้น เราก็ถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเราก็รู้สึกดีใจ เพราะแม้เล็กน้อยแต่เราก็มีส่วนในแง่ของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ยกระดับวัสดุให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92343" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92344" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ปี 2011 ที่แบรนด์ 103paper ถือกำเนิด วิทยาและหญิงสาวข้างกาย </span><b>อัจฉรา ตันนี </b><span style="font-weight: 400;">ผู้เป็นกำลังเสริมคนสำคัญ ช่วยกันพาผลงานออกสู่สาธารณะจนกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งร่วมจัดแสดงในงานนวัตกรรมและดีไซน์ในไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเคยพาผลงานไปคว้ารางวัลบนเวทีประกวด เช่น รางวัลชนะเลิศ Thailand Green Design Award ปี 2018 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (resource efficiency)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่นับเป็นรางวัลแก่ผู้สร้างงานคือสิ่งตอบรับจากลูกค้าที่เข้าใจว่า 103paper คือใคร และกำลังทำอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในช่วงแรกมีคนตั้งคำถามว่าจะผลิตในจำนวนมากได้ยังไง เพราะของแบบนี้ ถ้าจะรอด ต้องรอดด้วยจำนวน แต่งานของเราเป็นงานแฮนด์เมด เราจะรอดด้วยวิธีนั้นไม่ได้แน่นอน ผมจึงต้องหาวิธีอยู่ให้ได้ด้วยการทำให้คนรู้จักเรา โดยยังคงจุดยืนชัดเจน นั่นคือเราต้องใช้เวลาในการผลิต และเราจะไม่ผลิตออกมาทีละมากๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผลคือมีกลุ่มลูกค้าที่เข้าใจ ชอบ และเห็นคุณค่าในงาน ลูกค้าบางคนถามว่า คุณใช้เวลาทำชิ้นงานแต่ละชิ้นนานเท่าไหร่ หนึ่งเดือนใช้ไหม ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะรอหนึ่งเดือน และจะไม่แตะต้องเรื่องดีไซน์ของเราด้วย เราโชคดีที่เจอลูกค้ากลุ่มนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92345" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-44.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-44.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-44-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างนี้ผมเลยชอบงานทุกชิ้นที่ทำ เพราะมันผ่านมือผมทุกชิ้น ผมไปขายงานชิ้นแรกได้ที่ตลาดนัด แพ็กไปน้ำตาไหลไป ดีใจก็ดีใจที่ขายได้ แต่ก็ใจหาย เราอยู่ด้วยกันมานาน นี่จะไปอยู่บ้านคนอื่นแล้ว และเราเชื่ออีกอย่างว่าเวลาเราหยิบจับอะไรจะมีพลังงานบางอย่างจากตัวเราถ่ายทอดลงไป จะเป็นความผูกพันหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่มันจะซึมซับเข้าไป ผมเชื่ออย่างนั้น” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหมายของ 103paper ถูกหยิบมาวางเป็นคำถามสุดท้าย วิทยาออกตัวว่าอาจเป็นเหตุผลที่ซื่อๆ ตรงๆ อยู่สักหน่อย “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของผมคือการได้เรียนที่ศิลปากร ผมรหัส 103 เลยมีความตั้งใจไว้ว่าถ้ามีกิจการของตัวเอง มีแบรนด์ หรือมีออฟฟิศก็จะเอาเลขนี้มาตั้ง เหมือนบันทึกความประทับใจของเราให้เป็นรูปธรรม จริงๆ ก็ไม่ได้ซ้ำซ้อนอะไร paper ก็คืองานที่เราทำนี่ล่ะ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-92346" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/103paper-35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>103paper</b></h3>
<p>facebook : <a href="https://www.facebook.com/103paper/" target="_blank" rel="noopener">103paper</a><br />
instagram : <a href="https://www.instagram.com/103paper/" target="_blank" rel="noopener">103paper</a><br />
website : <a href="http://www.103paper.com/" target="_blank" rel="noopener">103paper.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/103paper/">ปั้นกระดาษให้เป็น ‘103paper’ แบรนด์ที่ชุบชีวิตกระดาษเหลือทิ้งให้เกิดใหม่เป็นแจกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบกาแฟ ฟังแผ่นเสียง ละเลียดขนม เยี่ยมบ้าน ‘นักเลงบาร์’ เยือนรังหมาป่าเมืองนนท์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nuglengbar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2020 14:47:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Sentimental]]></category>
		<category><![CDATA[เอ๊ะ–ชนุดม พึ่งน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[Nugleng Bar]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมคาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมอบ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[นักเลงบาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=89707</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันหนึ่งในเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ฉันเดินไปแถวซอยกลันตัน ย่านตลาดน้อย จำได้ว่าสักสองครั้งที่แวะนั่งร้านกาแฟในซอยเล็กๆ แห่งนี้ ร้านคูหาลึกยาว สีขาวสะอาด มีกาแฟดีให้ดื่ม มีขนมอบให้กิน เปิดแผ่นเสียงให้ฟัง วันที่ฉันผลักประตูเข้าไปครั้งแรกนั้นเขากำลังเปิด King of Convenience ทุกสิ่งอย่างประกอบขึ้นเป็นบรรยากาศที่ดี แต่ครั้งนี้เดินตั้งแต่ต้นจนสุดซอยกลับหาร้านไม่พบ กระทั่งมารู้ทีหลังว่า Sentimental ร้านกาแฟที่ฉันตามหา ปิดตัวไปเสียแล้ว วันนี้ในทาวน์เฮาส์หลังย่อมละแวกปากเกร็ด เมืองนนท์ ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะขนาด 4 คนนั่งรอบกำลังสบาย ในยามที่แผ่นเสียงหมุนติ้วบนเครื่องเล่น ดนตรีแจ๊สลอยละล่อง ตรงหน้ามีวานิลลาบันด์เค้กและออเรนจ์พาวนด์เค้กบนผ้าปูลายลูกไม้ และอีกประเดี๋ยวฉันจะได้จิบกาแฟฝีมือชายเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ แต่ต้องหลังจากที่ได้ถามไถ่กันเสียก่อน เป็นมายังไงจาก Sentimental จึงมาสู่ ‘นักเลงบาร์’ คาเฟ่ที่อยู่ในบ้านไปได้    เอ๊ะ–ชนุดม พึ่งน้อย ตอบแน่วแน่และชัดคำ “ผมอยากกลับมาอยู่บ้าน” โฮมคาเฟ่ บาร์กาแฟในบ้าน ในวัยหนึ่งของชีวิตเราอาจกระหายในโลกกว้าง และเมื่อถึงอีกวัยหนึ่งเราอาจแค่อยากโบยบินกลับบ้าน ชายคนนี้ก็เช่นนั้น การเปิดร้านกาแฟในเมืองใหญ่เสมือนพาเขาไปพบประสบการณ์และผู้คนหลากหลาย แต่ขณะเดียวกันก็แลกกับการห่างบ้านออกมาเรื่อยๆ แม้ย่านที่ตั้งของ Sentimental ในกรุงเทพฯ และบ้านของเขาในนนทบุรีไม่ถึงกับไกลนัก แต่ใช่ว่าจะเดินทางไปมาทุกวันได้สะดวก และเมื่อทุ่มเทให้อะไรสักอย่างบางทีเราก็เผลอลืมอีกอย่างที่สำคัญไม่น้อยกว่าไปด้วย  “ผมเป็นคนติดบ้าน ติดแม่ ติดครอบครัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nuglengbar/">จิบกาแฟ ฟังแผ่นเสียง ละเลียดขนม เยี่ยมบ้าน ‘นักเลงบาร์’ เยือนรังหมาป่าเมืองนนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">วันหนึ่งในเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ฉันเดินไปแถวซอยกลันตัน ย่านตลาดน้อย จำได้ว่าสักสองครั้งที่แวะนั่งร้านกาแฟในซอยเล็กๆ แห่งนี้ ร้านคูหาลึกยาว สีขาวสะอาด มีกาแฟดีให้ดื่ม มีขนมอบให้กิน เปิดแผ่นเสียงให้ฟัง วันที่ฉันผลักประตูเข้าไปครั้งแรกนั้นเขากำลังเปิด King of Convenience ทุกสิ่งอย่างประกอบขึ้นเป็นบรรยากาศที่ดี แต่ครั้งนี้เดินตั้งแต่ต้นจนสุดซอยกลับหาร้านไม่พบ กระทั่งมารู้ทีหลังว่า Sentimental ร้านกาแฟที่ฉันตามหา ปิดตัวไปเสียแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ในทาวน์เฮาส์หลังย่อมละแวกปากเกร็ด เมืองนนท์ ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะขนาด 4 คนนั่งรอบกำลังสบาย ในยามที่แผ่นเสียงหมุนติ้วบนเครื่องเล่น ดนตรีแจ๊สลอยละล่อง ตรงหน้ามีวานิลลาบันด์เค้กและออเรนจ์พาวนด์เค้กบนผ้าปูลายลูกไม้ และอีกประเดี๋ยวฉันจะได้จิบกาแฟฝีมือชายเจ้าของบ้านที่ยืนอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ แต่ต้องหลังจากที่ได้ถามไถ่กันเสียก่อน เป็นมายังไงจาก Sentimental จึงมาสู่ </span>‘นักเลงบาร์’ <span style="font-weight: 400;">คาเฟ่ที่อยู่ในบ้านไปได้ </span><b> </b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เอ๊ะ–ชนุดม พึ่งน้อย </b><span style="font-weight: 400;">ตอบแน่วแน่และชัดคำ </span><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากกลับมาอยู่บ้าน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90196" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90193" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>โฮมคาเฟ่ บาร์กาแฟในบ้าน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวัยหนึ่งของชีวิตเราอาจกระหายในโลกกว้าง และเมื่อถึงอีกวัยหนึ่งเราอาจแค่อยากโบยบินกลับบ้าน ชายคนนี้ก็เช่นนั้น การเปิดร้านกาแฟในเมืองใหญ่เสมือนพาเขาไปพบประสบการณ์และผู้คนหลากหลาย แต่ขณะเดียวกันก็แลกกับการห่างบ้านออกมาเรื่อยๆ แม้ย่านที่ตั้งของ Sentimental ในกรุงเทพฯ และบ้านของเขาในนนทบุรีไม่ถึงกับไกลนัก แต่ใช่ว่าจะเดินทางไปมาทุกวันได้สะดวก และเมื่อทุ่มเทให้อะไรสักอย่างบางทีเราก็เผลอลืมอีกอย่างที่สำคัญไม่น้อยกว่าไปด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นคนติดบ้าน ติดแม่ ติดครอบครัว ตอนเปิดร้านที่กรุงเทพฯ ผมมีเวลากลับบ้านน้อยมาก เวลาเปิดร้านคือเช้าถึงเที่ยงคืน ไป-กลับทุกวันไม่ไหว ต้องนอนที่ตึกของร้าน ทำร้านไปได้สักปีหนึ่งผมก็รู้สึกอยากมีเวลาให้ครอบครัวบ้าง รู้สึกคิดถึงบ้าน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90182" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอ๊ะเล่าย้อนว่าหลังจาก Sentimental ปิดตัวลงเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 เขากลับสู่บ้านย่านปากเกร็ดในเมืองนนท์ทันที  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมกลับมาจัดบ้าน เป็นคนชอบจัดนู่นจัดนี่อยู่แล้ว พอจัดแล้วบ้านก็มีฟังก์ชั่นของมัน การตกแต่งหลักๆ จัดไว้อย่างนี้อยู่แล้ว เพราะผมอยู่บ้านนี้มา 6 ปี เราแต่งบ้านตามที่เราชอบ และทำกาแฟมานานแล้ว ที่บ้านมีอุปกรณ์ต่างๆ นานาอยู่ พอจัดบ้านเรียบร้อย ผ่านไปได้สักอาทิตย์หนึ่งผมก็นึกถึงความสนุกที่ได้ชงกาแฟให้ลูกค้า เลยบอกกล่าวออกไปว่าจะทำกาแฟเสิร์ฟที่บ้านนะ แต่ยังไม่เป็นทางการในช่วงแรก ปรากฏว่ามีลูกค้ามาจริง แล้วลูกค้าที่มากรุ๊ปแรกๆ กลายเป็นลูกค้าใหม่ที่เขาไม่เคยไปร้านเก่ามาก่อน เขาบอกรู้จักเราจากทางโซเชียล พอเห็นว่ากลับมาเปิดที่บ้านเลยลองตามมาเพราะเขาอยู่นนท์เหมือนกัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟไม่ใช่การนับหนึ่งใหม่ของเขา เพราะทุกองค์ประกอบที่กลายเป็นโฮมคาเฟ่แห่งนี้ค่อยๆ สะสมบ่มเพาะอยู่ในชีวิตของเขามาตั้งแต่ต้น กลับมาอยู่บ้านเขาก็ยังทำกาแฟอย่างที่เคยทำ ยังอบขนมอย่างที่เคยอบ และยังคงไว้ด้วยบทเพลงที่โอบล้อมชีวิต ผิดแผกไปก็เพียงเปลี่ยนที่ทาง แปรจากความเป็นร้านสู่ความเป็นบ้าน บ้านที่ไม่ได้จัดวางไว้เนี้ยบเรียบกริบ บ้านที่มีเพียงเครื่องเอสเพรสโซไซส์เล็ก แต่นั่นเองที่บ่งบอกถึงภาพความจริงของการใช้ชีวิตในบ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90184" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90183" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>นาม ‘นักเลงบาร์’ ฉายา ‘หมาป่าเมืองนนท์’</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกันกับคำว่า นักเลงบาร์ ชื่อของที่ทางปัจจุบัน ที่มิได้ถูกตั้งใหม่เอี่ยม แม้เป็นคำที่ออกจะตรงข้ามกับบรรยากาศที่อวลด้วยกลิ่นนุ่มนวล อบอุ่นในแสงบ่ายที่ส่องผ่านหน้าต่างโปร่งแสงมายังภายใน และเขาเองก็ไม่มีมาดขรึมดุของความเป็นนักเลงเลยสักนิด ซ้ำกลับเป็นมิตรยิ้มแย้ม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมชอบสำนวนของ &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ เขามักเรียกนักเลงบาร์ย่านนั้นย่านนี้ คำว่านักเลงบาร์ในที่นี้ก็คือนักดื่ม นักเที่ยว คนที่ชอบไปนั่งบาร์ ไปไนต์คลับ ทีนี้เคยมีคนถามชื่อผม ผมก็ตอบว่าชื่อเอ๊ะครับ เอ๊ะเองนักเลงบาร์ เป็นคำที่มาโดยอัตโนมัติ เหมือนเป็นการหยอกตัวเอง สร้างอารมณ์ขัน ส่วนคำว่า หมาป่าเมืองนนท์ เพราะผมชอบหนังของยุทธเลิศ สิปปภาค หนังของเขามีพาร์ตที่เกี่ยวกับมือปืน แล้วมือปืนแต่ละคนจะมีฉายาเป็นสัตว์ต่อท้าย เช่น เป้ อูซี่ อินทรีแห่งเมืองจันท์ ของผมก็เลยเป็น &#8216;เอ๊ะเอง นักเลงบาร์ หมาป่าเมืองนนท์&#8217; เออว่ะ ดูเป็นย่านที่เราใช้ชีวิตดี”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90170" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ทำไมต้องหมาป่า เป็นสัตว์อื่นไม่ได้เหรอ&#8221; บนโต๊ะสนทนาคำถาม-คำตอบส่งกันไปมาต่อเนื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หมาป่าเป็นสัตว์ที่เก็บตัวประมาณหนึ่ง สัญลักษณ์ของหมาป่าคือความกล้าหาญและความพุ่งชน ผมเป็นคนเรียบๆ นะ แต่เวลาทำงานหรือเกิดไอเดียผมจะพลุ่งพล่านมาก คิดแล้วต้องทำเลย และชอบทำอะไรเอง บางคนบอกว่านี่เป็นโรคเพอร์เฟกชั่นนิสต์ เรายอมรับ ก็ฟีลนั้นแหละ จะรู้สึกสำเร็จเวลาทำอะไรด้วยตัวเอง มันโอเคกว่าที่จะเอาแต่พึ่งพาคนอื่น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90199" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-36.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-36-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโฮมคาเฟ่นามนักเลงบาร์จึงมีหมาป่าเพียงหนึ่งที่โซโลตั้งแต่ต้นจนจบกระบวน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมองว่าการทำคาเฟ่ที่เราเป็นผู้ผลิตเองทุกกระบวนการ หมายถึงว่าทำกาแฟเอง อบขนมเอง เตรียมทุกอย่างเอง มันต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นการที่เราอยู่ในสถานที่แบบนี้ทำให้เรามีเวลาทำทุกอย่างมากขึ้น ลดการพึ่งพาผู้อื่น แต่การทำร้านที่มี traffic ดีๆ ย่อมทำให้ขายคล่อง แต่สุดท้ายแล้วผมว่าวัดกันที่เราเหลืออะไรมากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเราได้รับเท่าไหร่ แต่ดูกันที่ว่าเราเหลืออยู่เท่าไหร่ และเหลืออะไรต่างหาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90185" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>กาแฟของนักเลงบาร์</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่เกริ่นข้างต้น โฮมคาเฟ่แห่งนี้ประกอบขึ้นด้วย 3 สิ่งชัดเจน คือกาแฟ ขนมอบ และแผ่นเสียง ฉันเปิดประเด็นไปทีละอย่าง เรื่องของกาแฟเป็นลำดับแรก จึงได้ทราบว่ากาแฟผูกพันอยู่กับชีวิตของเขามาตั้งแต่เล็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บรรพบุรุษของผมขายกาแฟโบราณตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง แต่ก่อนที่นั่นมีตลาดเก่า มีโรงหนัง แต่ผมเกิดไม่ทันยุคโรงหนังที่ตลาดนะ ผมเกิดที่กรุงเทพฯ แต่กลับไปแบเบาะที่อ่างทอง คุณป้าเลี้ยง เป็นทีมนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาชี้ไปยังภาพถ่ายสีซีดที่กรุอยู่ในกรอบติดผนัง หลายชีวิตต่างวัยนั่งและยืนเรียงมองกล้อง บ่งบอกถึงความเป็นครอบครัวใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในภาพคือคุณแม่ที่เล็กสุดอยู่บนตักอากง ตอนผมเกิดร้านกาแฟโบราณของอากงไม่มีแล้ว แต่แม่เล่าให้ฟังว่าตอนที่แม่ยังเด็กก็ช่วยอากงขายกาแฟโบราณหน้าโรงหนัง พอไม่มีโรงหนังแล้ว ตลาดเปลี่ยนรูปแบบ ร้านกาแฟก็หยุดไป แต่ผมโตมาในบ้านของคุณป้าอีกคน เป็นอาอี๊ พี่สาวแม่ แกขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด แต่ตอนเช้าช่วงที่ก๋วยเตี๋ยวยังไม่เริ่มขายก็จะมีกาแฟโบราณขายก่อน ขายในร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นล่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90176" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วัยนั้นผมไม่ได้อินว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่ม แต่อินในแง่ที่เป็น society มากกว่า ผมชอบเวลาที่มีคนเดินเข้ามาในบ้านแล้วเราต้อนรับ ทำอะไรให้เขากิน แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก ไม่ได้เป็นคนทำ ตื่นมาแล้วเห็น เออ บ้านเราก็ดีเนอะ มีคนเข้า-ออก เพื่อนบ้านมานั่งคุย เลยทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับการค้าขาย บวกกับภาพชินตาของตลาดเก่าร้อยปี เรายังเห็นรุ่นคุณตาคุณยายค้าขายในบ้าน เป็นภาพที่ผมเติบโตมาและจำความได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าความสนใจในกาแฟจะส่งต่อกันทางสายเลือดหรือไม่ แต่วันหนึ่งในวัยเติบใหญ่เขาก็ก้าวสู่โลกของกาแฟเข้าจริงๆ เคยผ่านทั้งในรูปของร้านเล็กๆ ละแวกบ้านที่เปิดร่วมกับคุณแม่ ในสมัยที่คนไทยยังนิยมดื่มกาแฟหวานมัน ทั้งเคยยืนเป็นบาริสต้าในร้านที่มีระบบกาแฟจริงจังในวันที่โลกหมุนสู่ยุค third wave coffee และ specialty coffee จวบจนปัจจุบัน ในนามของนักเลงบาร์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90181" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90168" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันไล่ดูเมนูกาแฟ หยุดสายตาที่หมวดกาแฟซิกเนเจอร์ที่พอจะอนุมานได้ว่า เอ๊ะเป็นนักอ่านและชอบ &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ ตามที่เจ้าตัวเล่า กาแฟที่ตั้งชื่อว่า ‘เสเพลบอยชาวไร่’ หนึ่งในงานเขียนของพญาอินทรีแห่งสวนอักษรคือหลักฐาน และเขาเป็นนักฟังเพลง ฟังย้อนไปยันเพลงลูกทุ่ง จึงได้เห็นกาแฟที่ชื่อ ‘สาละวันรำวง’ บทเพลงของไวพจน์ เพชรสุพรรณ และอีกแก้วที่ใช้นาม ‘ขวัญใจ ศรีประจันต์’ นักร้องลูกทุ่งผู้ล่วงลับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แก้วที่ชื่อเสเพลบอยชาวไร่ ผมเอาน้ำตาลมะพร้าวหรือไม่ก็น้ำตาลอ้อยมาเคี่ยวให้เป็นคาราเมล ใส่โรสแมรีลงไปเคี่ยวด้วย จึงมีกลิ่นของความเป็นท้องทุ่งที่ผมเคยได้กลิ่นตอนเป็นเด็ก กับกลิ่นที่ได้จากหนังสือ <em>เสเพลบอยชาวไร่</em> ตัวนี้เป็นกาแฟนม ฟีลเหมือนเรากินกาแฟคาราเมล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนสาละวันรำวงใช้วิธีชงที่ต่างจากตัวอื่น คือใช้เมล็ดเอสเพรสโซเบลนด์มาแช่น้ำร้อนให้ได้ระยะเวลาที่กำหนด แล้วกรองด้วยดริปเปอร์ ใส่เนยละลาย ใส่น้ำเชื่อมนิดหนึ่ง แล้วเทใส่แก้ว เชกครีมออนท็อปได้แรงบันดาลใจจากไอริชคอฟฟี่ ผมใช้ชื่อสาละวันรำวงเพราะวิธีการยุ่งยาก คือสาละวันมาก เหมือนการรำวงที่เดินหน้า-ถอยหลัง เป็นตัวที่ใช้เวลาทำนานสุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90186" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“และตัวที่ใช้ชื่อขวัญใจ ศรีประจันต์ แก้วนี้เป็นช็อตกาแฟผสมน้ำเสาวรส สกัดกลิ่นผักชีฝรั่งสดลงไปด้วย ให้มีกลิ่นเหมือนอาหารไทยนิดๆ ปกติเราจะคุ้นชื่อขวัญจิต ศรีประจันต์ มากกว่าใช่ไหม ขวัญใจเป็นน้องสาว เลยอยากนำสิ่งที่คนอื่นไม่ค่อยเห็นและชื่อที่ไม่ค่อยได้ยินมาใช้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90175 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกแก้วซิกเนเจอร์เป็นตัวแทนของเขาเอง ตั้งชื่อตามฉายา ‘นักเลงบาร์ หมาป่าเมืองนนท์’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป็นตัวที่อยากให้คนดื่มรู้สึกว่าความเป็นผมไม่ได้เข้าถึงยาก จะมีความห้าวในลักษณะของหน้าตาเครื่องดื่ม แต่เมื่อดื่มเข้าไปจะมีความเป็นมิตรมากกว่าเมนูอื่น เป็นกาแฟผสมนม เวลาเสิร์ฟจะเทเฮฟวี่ครีมข้างบนให้มีความครีมมี่ ขมๆ มันๆ แต่ไม่ขมมาก เพราะกาแฟเราไม่คั่วเข้ม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้แต่เมล็ดกาแฟเฮาส์เบลนด์ที่ใช้เขาก็สนุกกับการตั้งชื่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในช่วงทำแบรนด์เก่า ผมอินสไปร์การเบลนด์เมล็ดกาแฟจากเพลงแจ๊ส ตั้งชื่อเบลนด์ว่า Bebop เป็นสไตล์แจ๊สที่มีความเร่าร้อน หนักแน่น อีกเบลนด์เป็น seasonal blend ชื่อ Birth of the Cool เป็นสไตล์คูลแจ๊สที่ได้อีกอารมณ์ มีความฟุ้งเย็น สว่างไสว พอผมย้ายกลับมาที่บ้าน ตกผลึกทางความคิด จึงนำโมดัลแจ๊สซึ่งเป็นสไตล์ที่มีความมินิมอล ผ่อนคลายลง มาประยุกต์ใช้กับกาแฟเบลนด์ ทำให้ทุกอย่างมีความน้อยลงแต่อิสรเสรีมากขึ้น ใช้ชื่อเบลนด์ว่า Milestones เพลงแรกที่ Miles Davis ทำในสไตล์โมดัลแจ๊ส คำว่า milestones มีความหมายดี คือเป็นจุดสำคัญของชีวิตการเดินทาง จึงใช้เบลนด์นี้เป็นตัวแทนของผม เป็น chapter ใหม่ของนักเลงบาร์”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอให้ทดชื่อของไมล์ส เดวิส และคำว่าโมดัลแจ๊สไว้ในใจ คู่สนทนาของฉันจะพาเรากลับมาที่ชื่อและคำนี้อีกครั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90164" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90191" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>แผ่นเสียงสำเนียงแจ๊ส</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเข้าสู่โลกของแผ่นเสียงก่อนโลกของกาแฟเสียอีก” หมายความว่าความหลงใหลในแผ่นเสียงของเขามีมานานกว่า 10 ปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมชอบอะไรที่เป็นวินเทจดีไซน์และชอบฟังเพลงเก่าเป็นทุนเดิม อาจเพราะแม่ชอบร้องและผมเคยอยู่ตลาดเก่าที่อ่างทอง เลยทำให้ผูกพันกับสิ่งเหล่านี้ ผมเป็นแฟนเพลง The Beatles และ Elvis Presley แล้วคนสมัยก่อนเขาฟังฟอร์แมตเดิมคือแผ่นไวนิล ตอนเรียนปี 4 ผมลองไปหาแผ่นที่พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน แล้วก็เปิดโลกเลย land of vinyl records ทั้งชั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนซื้อเครื่องเล่นผมได้แผ่นเสียงมาก่อน ได้อัลบั้ม <em>Imagine</em> ของ John Lennon และ <em>Let It Be</em> ของ The Beatles มาเป็นสองแผ่นแรก หลายคนที่เล่นแผ่นก็เริ่มจากการซื้อแผ่นก่อนแล้วค่อยซื้อเครื่องเล่น เพราะแผ่นเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเราได้มากที่สุด เราฟังเพลงก็เพราะว่าแผ่นนั้น เพราะศิลปินคนนั้น พอเจออัลบั้มที่อยากฟังก็ซื้อไว้ก่อน เดี๋ยววันหนึ่งเราจะหาอุปกรณ์มาเล่นมันเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แผ่นที่มีอยู่ในบ้านตอนนี้ไม่เยอะมาก อยู่ที่หลักร้อย แต่ไม่ถึงกับหลายร้อย ผมเป็นคนให้คุณค่ากับสิ่งของค่อนข้างมาก ของที่เราจะเก็บต้องเป็นของที่ได้ใช้งานจริงๆ ถ้ารู้ว่าซื้อมาแล้วไม่ได้ฟังแน่ผมก็ไม่ซื้อ จะไม่ซื้อเพื่อสะสมอย่างเดียว แต่จะซื้อเพราะฟัง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90188" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงแจ๊สเดินทางมาสู่ชีวิตเขาเพราะมีหนังสือนำพา เอ๊ะเอ่ยถึงหนังสือเรื่อง <em>Rocktopia</em> ของวิรัตน์ โตอารีย์มิตร ที่แนะนำให้เขารู้จักกับอีกหลายศิลปินซึ่งขยายขอบเขตการฟังเพลงของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เล่มนี้พูดถึงศิลปินทุกสไตล์ ร็อก ป๊อป แจ๊ส ผมเลยไปรื้อหูตัวเองในการฟัง ฟังเพลงเก่าขึ้น ฟังบลูส์ที่ลึกลงไปถึงรากฐาน ฟัง Robert Johnson แล้วขยับมาฟังยุคที่พัฒนาขึ้น Louis Armstrong, Billie Holiday พอมาสายโมเดิร์นแจ๊สก็ฟังไมล์ส เดวิส ทีนี้ก็ยาวไปเลย ยุคนั้นผมฟังโดยอ่านเครดิตมากขึ้น แล้วเราก็เห็นว่าเดวิสเล่นกับแบ็กอัพที่เป็นดาวรุ่งในยุคนั้นหลายคน John Coltrane, Paul Chambers ทำให้ผมพัฒนาไปฟังงานของศิลปินในทีมเขาอีก ซึ่งทำให้การฟังแจ๊สของเรากว้างขึ้น เพราะเวลานักดนตรีแต่ละคนไปเล่นให้ลีดเดอร์คนไหนเขาก็จะพยายามเล่นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ถ้าเขาเป็นลีดเดอร์เองในบางอัลบั้ม อัลบั้มนั้นก็จะแสดงสิ่งที่เขาคิดและตัวตนที่แท้จริงออกมา ความเจ๋งของแจ๊สคือบางคนเล่นให้เข้าคอนเซปต์ของลีดเดอร์ก็จริง แต่มีกิมมิกบางอย่างที่ฟังแล้วรู้ว่าต้องเป็นคนนี้” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90192" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันถามว่า &#8220;นักเลงบาร์มีเพลงที่เป็นเสมือนซาวนด์แทร็กชีวิตบ้างไหม&#8221; เขาตอบด้วยการเดินไปหยิบไวนิลแผ่นหนึ่งขึ้นวางบนเครื่องเล่น ให้เสียงเพลงเป็นคำเฉลย ถึงตรงนี้ขอให้คุณกลับไปยังสิ่งที่ฉันฝากทดไว้ในใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อัลบั้ม <em>Kind of Blue</em> ของไมล์ส เดวิส เป็นอัลบั้มที่ผมฟังแล้วอิน ผมเคยมองว่าแจ๊สเป็นแนวดนตรีที่เข้าถึงยาก ตอนมัธยมมีมายด์เซตว่าแจ๊สอยู่คนละโลกกับเรา มันไม่ได้เปิดประตูต้อนรับเรา แต่พอเราโต เริ่มเปิดใจ ใจเย็นขึ้น ฟัง <em>Kind of Blue</em> ของเดวิสแล้วค่อนข้างฟังง่ายมาก คือในยุคก่อนเดวิดเขาก็หนักแน่นในการเล่นสไตล์ที่รวดเร็ว เป็น bebop, hard bop มีการอิมโพรไวส์จัดๆ แต่ในยุค <em>Kind of Blue</em> เหมือนเขาพยายามหาสไตล์การเล่นใหม่ๆ ที่ไม่รุงรังเท่ายุคก่อนหน้านี้ เลยมีผลให้เพลงในยุคนี้ของเขาเล่นแบบใช้คอร์ดน้อยลง เรียกกันว่าโมดัลแจ๊ส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่ผมย้ายกลับมาบ้านก็เหมือนผมทำโมดัลแจ๊สของตัวเองน่ะครับ คือหาจังหวะให้เรารู้สึกผ่อนคลายกับชีวิตมากขึ้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90180" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>old-fashioned cake เชยแต่ชอบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วานิลลาบันด์เค้กและออเรนจ์พาวนด์เค้กถูกหั่นออกมาอย่างละชิ้นโต ใกล้มือคือกาแฟซิกเนเจอร์ที่เขาชงให้จิบก่อนหน้า ไม่มีอะไรจะเหมาะเจาะเท่านี้แล้ว ในยามบ่ายที่ร่างกายต้องการความตื่นตัวและของหวาน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90203 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมทำเค้กมานานแล้ว แม่ชอบเรียกให้ช่วย สอนพื้นฐานให้นิดหน่อย และเรียนจากตำราที่เราศรัทธา อ่านเล่มไหนแล้วรู้สึกว่าเล่มนี้มีอะไรน่าค้นหาเราก็จะถอดความรู้จากเล่มนั้นมาใช้ อาจารย์คนแรกของผมคือพี่เมย์ After You (กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ) ในวันที่พี่เมย์ไปร้านกาแฟที่เก่า ผมดีใจที่ได้บอกเขาเองว่าเขาเป็นครูคนแรก เราเรียนรู้จากตำราขนมของเขาเป็นเล่มแรก แม้ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้ตำราเล่มนั้นแล้ว หรือหลังจากนั้นก็มีสูตรที่เราพัฒนาเองแล้ว แต่เราก็ไม่เคยลืมว่าเราทำขนมถึงวันนี้ได้เพราะตำราเล่มนั้นนะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอ๊ะบอกว่าเขาชอบทำเค้กที่มีหน้าตาเรียบง่าย ค่อนไปทางโบราณ หรือที่ตัวเขาเองเรียกว่า เค้กเชยๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90167 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สุดท้ายผมก็หนีไม่พ้นความโบราณแบบที่เราชอบ อะไรที่ดูวินเทจ โอลด์แฟชั่น ผมกลับรู้สึกว่าพวกนี้ไม่น่าเบื่อ เหมือนกับที่เราชอบฟังเพลงเก่า แต่งบ้านให้วินเทจหน่อย ส่วนหนึ่งชอบเรื่องรูปทรง ดีไซน์ แต่ส่วนหนึ่งคือตอบสนองเรื่องจิตใจด้วย เค้กแบบนี้อาจดูเชย แต่เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่น comfortable กับเรา ดูแล้วสบายตาสบายใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90178" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เค้กที่ผมทำบ่อยก็มีวานิลลาบันด์ตัวนี้ เป็นเค้กเนยในแบบหนึ่งนี่ล่ะ แต่มีลักษณะเป็นปล่อง ส่วนเค้กที่อบในพิมพ์โลฟหรือพาวนด์เค้ก ผมจะทำหมุนเวียนหลายแบบ บานาน่าโลฟบ้าง แอปเปิลโลฟบ้าง หลักๆ เป็นเค้กที่ใส่ผลไม้ ผลไม้ที่ใช้ผมเลือก taste note ที่มีอยู่ในกาแฟด้วย ส้ม มะนาว แอปเปิล เวลากินกับกาแฟจะเกิดการเชื่อมโยงทางรสชาติที่สนุก และมีบันด์เค้กตัวหนึ่งที่ผมเรียกว่านักเลงบาร์ เพราะใส่กาแฟของเราเองด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90201 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-38.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-38.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-38-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำขนมต่างจากการทำกาแฟตรงที่ระยะเวลาทั้งหมดทั้งมวล กว่าจะเสร็จอย่างหนึ่งเป็นชั่วโมง ขนมนี่ถ้าเราเซตรูทีนไว้แบบนี้ก็ต้องแบบนี้ไปเลย แต่กาแฟบางทียังอิมโพรไวส์ได้บ้างในบางวิธีชง แต่ขนมถ้าเราอยากได้ผลลัพธ์แบบเดิมก็ต้องทำแบบเดิม ขนมจึงตอบโจทย์เรื่องความอดทน ถ้าเราทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ แล้วไม่เบื่อแสดงว่าสิ่งนั้นตอบสนองความรักที่เรามี เวลาผมทำเค้ก เหมือนเราได้เฝ้าดูลูกเราเติบโต เราตีแป้ง เอาเข้าเตาอบ เหมือนค่อยๆ คลอดออกมา เสร็จแล้วก็ต้องจับแต่งตัวอีก เหมือนเลี้ยงดูเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90169 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่กาแฟมันนำพาสิ่งที่เราคิดให้ออกมาเป็นแก้วแก้วหนึ่ง ขนมไม่ใช่ตัวเรา เหมือนลูกเรา แต่กาแฟคือตัวเรา เป็นสิ่งที่เราแสดงออกมา ส่วนแผ่นเสียงผมมองว่าเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งไอดอล เพราะรู้สึกว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของเราคือเพลง นอกจากจะทำให้เราไม่เหงา เขายังเข้าใจเราในบางช่วง เพราะเราเป็นคนเลือกเปิดอัลบั้มนั้นเอง เหมือนเราเลือกเพื่อน แต่ที่สำคัญคือเวลาที่เราอยากได้ไอเดียใหม่ๆ หรืออยากมีความคิดที่ตกผลึกก็จะมีบางแผ่นที่ผมเลือกเปิดฟัง ผมจึงค่อนข้างเคารพในศิลปินแต่ละคน ให้คุณค่า ให้ความสำคัญ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-90195" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/นักเลงบาร์-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เป็นคนชอบอยู่บ้าน กลับมาทำงานที่บ้านคงไม่มีความรู้สึกเบื่อบ้านใช่ไหม&#8221; ทันทีที่จบคำถาม เอ๊ะตอบทันใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เบื่อครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะเวิร์กหรือไม่เวิร์กนะ แค่คิดว่าเราทำอะไรได้เราก็ทำ ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่เราปรารถนาที่จะทำเป็นอาชีพสุดท้าย ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เดินผิดทางนะ ก็ถูกทางนั่นล่ะ แค่ว่ายังไม่ใช่เอ๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ที่นี่คือเอ๊ะครับ คุณมาที่นี่คือคุณมาร้านของเอ๊ะ”</span></p>
<hr />
<h4><b>นักเลงบาร์ (Nugleng Bar)</b></h4>
<p><b>address: </b><span style="font-weight: 400;">37/105 หมู่บ้านเปี่ยมสุข ทัสคานี ซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 22 อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี<br />
</span><b>tel: </b><span style="font-weight: 400;">083-266-4714<br />
</span><b>hour: </b><span style="font-weight: 400;">เปิดทุกวัน 8:00-20:00 น.<br />
</span><b>facebook: </b><a href="https://www.facebook.com/nuglengbar/"><span style="font-weight: 400;">Nugleng Bar</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nuglengbar/">จิบกาแฟ ฟังแผ่นเสียง ละเลียดขนม เยี่ยมบ้าน ‘นักเลงบาร์’ เยือนรังหมาป่าเมืองนนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TANA (ธนา) ร้านอาหารรสมือแม่ที่ใช้ของดีย่านท่าเตียนมาปรุงเป็นรสชาติที่ครอบครัวรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tana/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2019 09:09:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[TANA]]></category>
		<category><![CDATA[ธนา]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านท่าเตียน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารรสมือแม่]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านเก่าในกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจีน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=76061</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความทรงจำของมนุษย์กักเก็บรสชาติอาหารไว้มากมาย และมหัศจรรย์ตรงที่บางรสชาติไม่เคยหายไปจากชีวิต แม้เคยสัมผัสลิ้นในวัยเยาว์ เติบใหญ่แล้วก็ยังจำรสนั้นได้ โดยเฉพาะรสมือของแม่นี่ล่ะที่มักฝังลึก กับข้าวหน้าตาธรรมดาแต่อร่อยเหาะ เมนูเดิมๆ แต่กินเกลี้ยงทุกที อาหารที่เห็นชินตาแต่พอไม่ได้กินนานเข้าก็คิดถึง รสมือแม่แต่ละคนอร่อยต่างกัน อาหารของแต่ละครอบครัวก็ต่างกัน แต่ละบ้านจึงมีความทรงจำเป็นของตัวเอง ความทรงจำของลูกๆ บ้านธนาโรจน์ปิยทัช คือภาพครอบครัวนั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า บนโต๊ะคืออาหารจานอร่อยของหม่าม้าที่ทุกคนรัก ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารย่านท่าเตียน ที่ชื่อว่า ‘TANA (ธนา)’ และอาหารในความทรงจำของบ้านนี้ก็วางอยู่ตรงหน้า จากอาหารบ้านๆ ที่เคยทำกินกันแค่ในบ้าน กลายเป็นอาหาร home-cooked สไตล์จีน-ไทยที่เชิญชวนให้คนนอกบ้านมาร่วมชิมและอิ่มไปด้วยกัน เปลี่ยนร้านขายส่งเป็นร้านที่มีอาหารเสิร์ฟ ย้อนไปเกือบ 40 ปีก่อน ชั้นบนของ shop house แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย ขณะที่ชั้นล่าง ปาป๊า–ภูมิพัฒน์ และ หม่าม๊า–ภัทร์ศรัณย์ ธนาโรจน์ปิยทัช เปิดเป็นร้านขายส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลูกๆ ทั้งสามของบ้าน หนึ่ง–เอกอนงค์, วิน–อภิสฤษฎิ์ และ ที–วิริทธิพล ธนาโรจน์ปิยทัช เกิดและเติบโตในย่านท่าเตียนที่ค่อยๆ เปลี่ยนบริบทไปทีละน้อย  ปาป๊าเล่าถึงท่าเตียนในอดีตให้ฟัง ยามนั้น ละแวกนี้คืออาณาจักรทำมาค้าขายของยี่ปั๊ว “สมัยนั้น ต่างจังหวัดต้องเอาเรือล่องมาบรรทุกสินค้าจากท่าเตียนไปขาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tana/">TANA (ธนา) ร้านอาหารรสมือแม่ที่ใช้ของดีย่านท่าเตียนมาปรุงเป็นรสชาติที่ครอบครัวรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ความทรงจำของมนุษย์กักเก็บรสชาติอาหารไว้มากมาย และมหัศจรรย์ตรงที่บางรสชาติไม่เคยหายไปจากชีวิต แม้เคยสัมผัสลิ้นในวัยเยาว์ เติบใหญ่แล้วก็ยังจำรสนั้นได้ โดยเฉพาะรสมือของแม่นี่ล่ะที่มักฝังลึก กับข้าวหน้าตาธรรมดาแต่อร่อยเหาะ เมนูเดิมๆ แต่กินเกลี้ยงทุกที อาหารที่เห็นชินตาแต่พอไม่ได้กินนานเข้าก็คิดถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รสมือแม่แต่ละคนอร่อยต่างกัน อาหารของแต่ละครอบครัวก็ต่างกัน แต่ละบ้านจึงมีความทรงจำเป็นของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78121 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความทรงจำของลูกๆ บ้าน</span><b>ธนาโรจน์ปิยทัช</b><span style="font-weight: 400;"> คือภาพครอบครัวนั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า บนโต๊ะคืออาหารจานอร่อยของหม่าม้าที่ทุกคนรัก ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ฉันกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารย่านท่าเตียน ที่ชื่อว่า ‘</span><b>TANA (ธนา)’ </b><span style="font-weight: 400;">และอาหารในความทรงจำของบ้านนี้ก็วางอยู่ตรงหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากอาหารบ้านๆ ที่เคยทำกินกันแค่ในบ้าน กลายเป็นอาหาร home-cooked สไตล์จีน-ไทยที่เชิญชวนให้คนนอกบ้านมาร่วมชิมและอิ่มไปด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78136 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3><b>เปลี่ยนร้านขายส่งเป็นร้านที่มีอาหารเสิร์ฟ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนไปเกือบ 40 ปีก่อน ชั้นบนของ shop house แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย ขณะที่ชั้นล่าง </span><b>ปาป๊า–ภูมิพัฒน์ </b><span style="font-weight: 400;">และ </span><b>หม่าม๊า–ภัทร์ศรัณย์</b> <b>ธนาโรจน์ปิยทัช </b><span style="font-weight: 400;">เปิดเป็นร้านขายส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ลูกๆ ทั้งสามของบ้าน </span><b>หนึ่ง–เอกอนงค์, วิน–อภิสฤษฎิ์ </b><span style="font-weight: 400;">และ</span><b> ที–วิริทธิพล ธนาโรจน์ปิยทัช </b><span style="font-weight: 400;">เกิดและเติบโตในย่านท่าเตียนที่ค่อยๆ เปลี่ยนบริบทไปทีละน้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาป๊าเล่าถึงท่าเตียนในอดีตให้ฟัง ยามนั้น ละแวกนี้คืออาณาจักรทำมาค้าขายของยี่ปั๊ว “สมัยนั้น ต่างจังหวัดต้องเอาเรือล่องมาบรรทุกสินค้าจากท่าเตียนไปขาย สมัยก่อนตามต่างจังหวัดยังไม่มีถนนเข้าถึง ไม่ว่าจะอยุธยา เมืองนนท์ การเดินทางเป็นเรือทั้งหมด แต่ละซอยแถวนี้เป็นท่าเรือทั้งหมดเลย พอเริ่มมีการตัดถนนก็เริ่มมีรถบรรทุกเข้ามาแทนที่ ทำเลค้าขายเปลี่ยน แต่ก่อนธุรกิจการค้าอยู่ทางท่าน้ำ พอถนนหนทางดี ร้านทางปากซอยถนนก็ได้เปรียบทางการค้าขึ้น ตอนนั้นการท่องเที่ยวแถวท่าเตียนนี่ไม่มีเลย”  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78135 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงข้ามกับปัจจุบัน ท่าเตียนพ่วงสถานะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองหลวงเข้ามาด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประมาณ 4-5 ปี เรารู้สึกว่าป๊าและม้าเริ่มแก่ลงแล้ว และพื้นที่ตรงนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวมากขึ้น เราก็เลยคิดว่าอะไรที่จะตอบรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป” ทีลูกชายคนเล็ก เล่าถึงไอเดียการปรับเปลี่ยนร้านให้สอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงที่มาถึง “ทำเป็นร้านอาหารน่าจะเหมาะที่สุด เพราะม้าก็ถนัดทำอาหารอยู่แล้ว” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่จำความได้ ที่บ้านไม่ค่อยรู้จักคำว่าหิวเลยนะคะ” หนึ่ง ลูกสาวคนโต หยิบความทรงจำที่มีต่ออาหารการกินของบ้านมาเอ่ยถึง “ทุกเช้า ม้าจะเตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หากนึกว่าความรู้สึกอะไรที่เด่นขึ้นมา ก็คือเราตื่นเต้นกับอาหารของม้าตลอด กลับบ้านมาก็จะตื่นเต้นว่าวันนี้ม้าจะทำอะไร เป็นความรู้สึกตั้งแต่เด็กจนโตเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อลูกทั้งสามมั่นใจในฝีมือการทำครัวของหม่าม้า จึงลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนร้านขายส่งให้เป็นร้านอาหาร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78133 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนบอกว่าจะเอาสูตรของม้ามาไว้ที่ร้าน ม้าก็ถามว่าจะมีคนกินไหม” ทีหัวเราะหลังประโยค “เราเลยต้องคุยกันถึง 5 ปี ป๊าขโมยสูตรอาหารที่ม้าทำประจำมาเรียบร้อย จดไว้เป็นคัมภีร์ประมาณ 30 เมนูได้ ปกติม้าทำอาหารแบบไม่ได้มีการชั่งตวงเป๊ะๆ เน้นรสมืออย่างเดียว ไม่มีสูตรใดๆ ทั้งสิ้น ใครทำก็ไม่มีทางเหมือน ป๊าก็จับม้ามานั่ง เกลี้ยกล่อมนานมาก จนม้าบอก ได้ๆ เดี๋ยวฉันชั่งตวงให้ แต่ก็ปีหนึ่งกว่าจะเริ่มชั่งเมนูแรก” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงตรงนี้ หม่าม้าที่นั่งฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับหลุดยิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ป๊าบอกว่าถ้าเราจะเปิดร้าน รสชาติควรเสถียร มีลูกค้าคนหนึ่งมาบ่อยมาก เขาบอกว่ารสชาติอาหารที่ร้านเรานิ่งมาก เหมือนเดิมในทุกครั้งที่มากิน ทำให้เรารู้ว่าตรงนี้ล่ะสำคัญ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78118 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปาป๊าเสริมลูกชาย “ร้านนี้ก็เหมือนการเปลี่ยนถ่ายธุรกิจน่ะ จากร้านขายของที่เราเคยทำมาเป็นร้านอาหาร แต่ก็ยังเป็นความถนัดของภรรยา อาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน เราก็รู้สึกว่ามันอร่อยนะ แต่เรายังไม่แน่ใจว่าคนข้างนอกที่มากินเขาจะมองว่าอร่อยไหม เพราะแต่ละคนชอบรสชาติไม่เหมือนกัน แต่จากที่เปิดมาไม่นาน ลูกค้าก็บอกว่าอร่อย บางคนมาแล้วก็พาเพื่อนกลับมาอีก เป็นอาหารบ้านๆ และรสชาติดั้งเดิมแบบที่บ้านเรากินนี่ล่ะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงรสมือของหม่าม้าที่ยังคงเดิม แหล่งจับจ่ายวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นอาหาร หม่าม้าก็ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78134 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>วัตถุดิบล้ำค่าของท่าเตียน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาหารอร่อยต้องเริ่มจากวัตถุดิบที่ดีนะ” และวัตถุดิบที่ดีที่หม่าม้าเอ่ยถึงก็ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนไกลตัว ในเมื่อท่าเตียนมีตลาดที่รวมของดีเอาไว้ให้แล้ว ทั้งของสด ของแห้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เฮียวิน พี่ชายผม เคยบอกว่าไม่ใช่ว่าเราจะต้องใช้แต่ของในพื้นที่ แต่นี่คือสิ่งที่เราไม่ต้องพยายามเลย มันเป็นธรรมชาติของบ้านเรา ที่ตั้งร้านเอื้ออำนวยให้เราใช้ของใกล้บ้านได้อยู่แล้ว” ทีกล่าวแทนพี่ชายที่ไม่ได้มาร่วมวงสนทนาด้วย “ท่าเตียนเป็นพื้นที่เก่าแก่ที่มีของดีเยอะมาก มิวเซียมสยามเคยทำนิทรรศการท่าเตียน ผมก็ไปดู เฮ้ย! มีอย่างนี้ด้วยเหรอ เป็นสิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน แต่ไม่เคยลงลึกกับมัน ความคิดนี้ก็ย้อนกลับมาเวลาที่เราทำร้าน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างปลาเค็ม เราก็มีเจ้าประจำในตลาด” หม่าม้ายกตัวอย่างร้านที่ผูกปิ่นโตมานมนาน “ชื่อเจ๊จุก ปลาเค็มเขาทำจากปลาอินทรี จับดูเนื้อจะไม่แข็งมาก เนื้อข้างในแดงชมพูและหอม ดมดูแล้วรู้เลย ไม่ขึ้นขี้เกลือ ถ้าปลาเค็มขึ้นขี้เกลือและเนื้อแข็งคือปลาเค็มเก่า แต่ปลาเค็มเจ๊จุกเขาทำเค็มกลมกล่อม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78126 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปลาเค็มของเจ๊จุก หม่าม้าเอามาทำ ‘หมูสับปลาเค็ม’ หนึ่งเมนูโปรดของลูกชายคนเล็ก เวลาทำเสิร์ฟลูกค้า หม่าม้าจะโปะไข่ดาวที่ไข่แดงกึ่งสุกกึ่งดิบกำลังดีมาให้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมชอบกินปลาเค็ม ม้าจะเอาปลาเค็มไปจี่กับกระทะ จะได้ความเกรียม ฟีลคล้ายเบอร์เกอร์ มีความฉ่ำในนั้น เนื้อไม่แน่นมากเพราะมีความฟูของหมูด้วย ม้าใช้หมูสับที่ไม่บดละเอียดเกินไป ไม่เอามันเยอะ เพราะกินแล้วเลี่ยน เป็นเมนูที่ดูไม่สลับซับซ้อน แต่มีรายละเอียดอยู่มาก ปลาเค็มก็มีผลต่อรสชาติด้วย แต่ตอนเราเป็นเด็ก ไม่รู้หรอกว่าม้าไปซื้อปลาเค็มที่ไหน เราไม่ได้สนใจที่มาของวัตถุดิบ แต่พอม้าไปซื้อปลาเค็มจากที่อื่นมาทำ เอ๊ะ! ทำไมรสชาติไม่เหมือนเดิมเลย อ๋อ ม้าไปซื้อจากที่อื่น กินแล้วรู้เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนึ่งเองเป็นคนที่ไม่ชอบกินของที่มีกลิ่นแรงนะคะ แต่ถ้าเป็นหมูสับปลาเค็มของม้าก็จะกินได้” แล้วพี่สาวคนโตก็ขอแนะนำวัตถุดิบในใจของตนบ้าง “แต่ถ้าไข่เค็มนี่ชอบมาก” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78129 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไข่เค็มก็จากร้านในตลาดท่าเตียนเหมือนกัน ชื่อร้านอี่ฮงไถ่” หม่าม้ากล่าวต่อ “เขาทำมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า พอกด้วยดินทะเลออร์แกนิก ไม่ใช่ดินประสิวเพราะรสชาติจะเค็มไป เขาทำมาแบบไม่เค็มมาก เต๊าะเอาแต่ไข่แดงให้เรา ไข่ขาวก็แยกขาย เจ้านี้ม้าซื้อตั้งแต่ลูกๆ ยังไม่เกิดน่ะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไข่แดงเค็มของอี่ฮงไถ่ใช้เป็นวัตถุดิบหลักในเมนู ‘เกี๊ยวไข่แดงเค็ม’ หนึ่งอธิบายว่าเป็นสูตรที่ต่อยอดออกจากเกี๊ยวหมูที่หม่าม้าทำให้กินมาแต่ไหนแต่ไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีเกี๊ยวหมูอยู่ในเมนูด้วยและผลตอบรับค่อนข้างดี เราเลยลองเอาไข่เค็มเพิ่มเข้าไป เป็นไอเดียของป๊า พัฒนาให้เป็นเกี๊ยวหมูไส้ไข่แดงเค็ม กัดเข้าไปเจอไข่แดงทุกคำ ราดซอสเผ็ดเพื่อตัดเลี่ยน ไม่ค่อยมีเกี๊ยวที่ไหนที่ใช้ซอสเผ็ดขนาดนี้แต่อร่อย” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>อาหารสบายตา รสชาติสบายใจ อิ่มสบายกาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หม่าม้าหายเข้าไปในครัวอีกครั้ง แล้วกลับมาพร้อมอาหารอีกสองอย่าง ในชามนั้นดูน่ากิน ในหม้อร้อน เปิดฝาแล้วโชยกลิ่นหอม   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชิมแตงโมดองก่อนนะ ให้รู้รส แล้วค่อยคลุกรวมกัน ม้าเขาดองเอง” ปาป๊าแนะวิธีกิน ‘ข้าวหน้าหมูธนา’ ในชามขนาดหนึ่งอิ่ม นอกจากแตงโมดองที่ใช้แตงโมเนื้ออ่อนส่วนขาวติดแดงหน่อยๆ ยังมีหมูผัด กุนเชียง ไข่ขยี้ และหอมเจียวโปะมาบนข้าวสวยร้อนๆ    </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78132 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในชามนี้เป็นทุกอย่างที่เราชอบ” ทีเล่าถึงเมนูนี้ “ม้าทำให้กินตั้งแต่เด็ก แล้วเราก็ติดใจไข่ขยี้ เหมือน scrambled egg แต่บ้านเราเรียกว่าไข่ขยี้ สมัยก่อนไม่ได้กินหน้าตาแบบนี้ กินแยกๆ กัน แล้วก็ตักใส่ชามของตัวเอง แล้วพอทุกอย่างมันอร่อยก็เลยเอามารวมไว้ในชามเดียว กุนเชียงก็จากท่าเตียน ร้านเจ๊จุกนี่ล่ะครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันชิมแตงโมดองเรียกน้ำย่อย แล้วจับช้อนคลุกๆๆ ตักทุกองค์ประกอบเข้าปากในคำเดียว หมูผัดหวานเค็ม กุนเชียงหวานมัน แตงโมดองเปรี้ยวหวาน ไข่ขยี้เบานวล หอมเจียวเคี้ยวกรอบ มาครบทุกรส ทุกเทกซ์เจอร์ เคล้ากันอยู่ในปาก ใกล้มือคือซุปสาหร่ายถ้วยย่อมเสิร์ฟเคียงมาให้ด้วย ต้มจากกระดูกหมูและผักอีกหลายชนิดจนได้ซุปรสหวาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78130 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในหม้อหูหิ้วมีควันโชยคือ ‘หมูตุ๋นสมุนไพรจีน 18 ชนิด’ เป็นการผสานกันระหว่างหมูตุ๋นสูตรของหม่าม้าและสมุนไพรจีนของปาป๊า กระด้งตากสมุนไพรบนผนังร้านคือของที่ผ่านการใช้งานจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนมีช่วงที่ป๊านอนไม่หลับ ป๊าเลยศึกษาเรื่องสมุนไพร จนไปเจอตัวหนึ่งคือเง็กเต็ก” ลูกชายเท้าความ “เง็กเต็กเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น มีหลายสรรพคุณ หนึ่งในนั้นคือช่วยให้นอนหลับ ป๊าเลยลองเอามาต้มดื่ม แล้วรู้สึกว่านอนหลับได้ดีขึ้น จึงศึกษาสมุนไพรตัวอื่นๆ แล้วเอามาใช้กับหมูตุ๋นของม้า พอทำกินกันเองแล้วเวิร์ก รู้สึกสดชื่นดี สำคัญคืออร่อย เราก็เลยไปปรึกษาสถาบันแพทย์แผนจีนว่าถ้าเราทำลักษณะนี้จะมีผลอะไรไหม เขาบอกว่าสมุนไพรที่คุณใส่ลงไป 18 อย่าง มีแต่ของดีทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะไม่ดีเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78124 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เง็กเต็กเป็นสมุนไพรพลังหยิน มีฤทธิ์เย็น ใช้เป็นเครื่องตุ๋นก็ได้ ทำเป็นเครื่องดื่มก็ดี บ้านนี้ทำน้ำเง็กเต็กดื่มเอง และมากพอที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้าด้วย น้ำรากบัวก็อุดมประโยชน์เช่นกัน หม่าม้าต้มเองให้หวานน้อยหน่อย รากบัวสดนำมาฝานเป็นชิ้นโต ไม่เพียงแต่ต้มให้กินเนื้อได้ แต่ยังเชื่อมด้วยน้ำตาลทรายแดงให้รสหวานอ่อนๆ ซาบเข้าเนื้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมนูของร้านธนาไม่ได้หวือหวาอะไรนัก ถอดวัตถุดิบออกเป็นอย่างๆ เราก็คุ้นตากันทั้งนั้น แต่อาหาร home-cooked กลับชวนให้คนกินรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างประหลาด หน้าตาธรรมดาแต่สบายตา สบายใจที่จะชิมรสชาติ แถมอาหารบ้านนี้ยังทำขึ้นอย่างใส่ใจสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำกินกันในบ้านแบบไหน ก็ทำให้ลูกค้าแบบนั้นนั่นล่ะ” ปรัชญาการทำอาหารของหม่าม้าเรียบง่ายเช่นนั้น    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ของอร่อยของเพื่อนบ้าน ของดีในท้องถิ่น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ครอบครัวนี้ชอบกินบัวลอยน้ำขิงเป็นของหวาน พอจะเสิร์ฟให้ลูกค้า ไอเดียหยิบจับของหวานจากเพื่อนบ้านมารวมร่างก็ผุดขึ้น ทั้งไอศครีมโฮมเมดจากร้านที่ปากคลองตลาด และถั่วตัดจากร้านแถววงเวียน 22 กรกฎา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">  <img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78125 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีอธิบายถึงที่มาของ ‘ขนมบัวลอยแห้ง’ ที่จัดมาเป็นชุดน่ากิน “ทีแรกเราจะเสิร์ฟบัวลอยน้ำขิงอย่างเดียว น้ำขิงของม้ามีรสเผ็ดเข้มข้นแบบที่พวกเราชอบ บัวลอยก็เป็นเจ้าที่ม้าซื้อประจำอยู่แล้ว แต่ด้วยกรุงเทพฯ อากาศร้อน บัวลอยน้ำขิงก็ร้อน ป๊าเลยมองว่าน่าจะมีอย่างอื่นที่เย็นๆ ด้วย เราจึงเอาไอศครีมของ Farm to Table เข้ามา มีรสงาดำและรสไข่เค็ม ทีแรกผมจะเอาขนมเปี๊ยะมากินกับไอศครีม แต่มันไม่ลื่นคอ ป๊าม้าก็บอกงั้นเอาบัวลอยมาสิ แล้วจะทำยังไงให้บัวลอยไม่ติด ก็เอางามาคลุกสิ แต่ก็ยังรู้สึกว่าขาดเทกซ์เจอร์อะไรสักอย่าง ผมเลยเอาถั่วตัดจากร้านที่วงเวียน 22 ที่ป๊าซื้อประจำมาทุบหยาบๆ ไว้โรยบนไอศครีม จะได้ทั้งนุ่มและกรอบ มีร้อนและเย็น ได้ความหอมของงา บัวลอยก็เป็นบัวลอยงาดำ พอกินทุกอย่างเข้าไปก็ครบรส”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อใกล้ตัวเต็มไปด้วยของดี หากต้องเลือกวัตถุดิบสักอย่างมาใช้หรือใส่ในเมนู บ้านนี้จึงยืนยันที่จะมองหาของในท้องถิ่นเป็นลำดับแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเราไปต่างประเทศ เราก็ไม่ค่อยอยากกินอาหารที่ทำไว้เพื่อรองรับทัวริสต์ใช่ไหมครับ เราอยากกินอาหารที่คนโลคอลกิน มีลูกค้าคนหนึ่งที่ผมประทับใจมาก เขามาจากออสเตรเลีย เขาบอกว่าอาหารของคุณน่ะ beautiful food รสชาติดี ซุปดี เขาซดจนหมด เขามาพักแถวท่าเตียน มากิน 3 รอบ ไปภูเก็ตกลับมาแล้ว ก็ยังมาทิ้งทวนที่ร้านเราก่อนกลับประเทศเขา เราจึงมองว่าเราไม่จำเป็นต้องทำอาหารในรสชาติที่ต่างชาติกิน เราทำอาหารที่เป็นตัวเรานี่ล่ะ เพราะเราไปประเทศไหนก็อยากรับรู้ประสบการณ์อาหารโลคอลของประเทศนั้นๆ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78117 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>ส่งต่อความสุขผ่านรสชาติอาหาร</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาเปิดร้าน ขณะที่หม่าม้ายืนประจำครัว ปาป๊าจะอยู่ที่หน้าร้าน คอยต้อนรับลูกค้าและเปิดเพลงโอลดี้เมโลดี้ไพเราะ ในวันหยุดที่ลูกๆ ว่างเว้นจากงานประจำ สามพี่น้องก็จะมาช่วยกันดูแล ‘ร้านธนา’ ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมากับมือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันพอจะเดาได้ว่าชื่อร้านมาจากคำขึ้นต้นนามสกุลของครอบครัว ในอดีต ยามที่ห้องแถวนี้ยังเป็นร้ายขายส่งก็มีชื่อว่า ธนาภัณฑ์ ทีรับหน้าที่ออกแบบร้าน เขาเลือกที่จะเก็บป้ายเก่าแก่ไว้และติดในร้านที่ผ่านการรีโนเวต โลโก้ร้านใหม่มีอักษรจีนสีแดงเล็กๆ ห้อยไว้ นั่นคือคำว่า 家庭</span><span style="font-weight: 400;"> (Jiātíng) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งแปลว่าครอบครัว </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78115 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งขยายความว่า “</span><span style="font-weight: 400;">คำว่า ธนา แปลว่าทรัพย์สิน ซึ่งทรัพย์สินของบ้านในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือวัตถุ แต่เป็นสิ่งที่หล่อหลอมกันมาเป็นครอบครัว ที่เรารับรู้ได้ถึงความรัก ความผูกพัน ความอบอุ่น จุดศูนย์รวมของบ้านเราก็คืออาหาร เป็นความใส่ใจที่ม้าและป๊ามีให้คนในครอบครัว และเราก็ใช้สิ่งที่เรามีถ่ายทอดไปยังคนภายนอกครอบครัวด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่งต่อความสุขผ่านรสชาติของอาหาร คือสโลแกนของร้านเรา” ทีเสริมพี่สาว “ความสุขของเราเกิดจากการได้กินอาหารรสชาติอร่อย เราก็เลยอยากส่งต่อความสุขนี้ผ่านอาหารที่หม่าม้าทำ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉันแอบถามลูกๆ ว่าตั้งแต่เปิดร้านมา ปาป๊าและหม่าม้าเป็นยังไงบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเห็นป๊ากับม้าเขายิ้มทั้งวัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาหารของบ้านนี้ก็ทำให้แขกของบ้านอย่างฉันยิ้มได้   </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-78128 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/TANA-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h4><b>TANA (ธนา)</b></h4>
<p><b>address : </b><span style="font-weight: 400;">ซอยท่าเรือแดง (ท่าเตียน) ถ.มหาราช กรุงเทพฯ<br />
</span><b>tel. : </b><span style="font-weight: 400;">02 222 3480<br />
</span><b>hours : </b><span style="font-weight: 400;">อังคาร-อาทิตย์ เวลา 11:00-20:00 น.<br />
</span><b>facebook : </b><a href="https://www.facebook.com/tanabangkok/"><span style="font-weight: 400;">TANA Bangkok</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tana/">TANA (ธนา) ร้านอาหารรสมือแม่ที่ใช้ของดีย่านท่าเตียนมาปรุงเป็นรสชาติที่ครอบครัวรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หายใจเข้าหอม หายใจออกมาเป็นความสุข ‘Herbpiness’ อะโรมาติกแบรนด์ที่เริ่มจากสมุนไพรในรั้วบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/herbpiness-herb-and-happiness/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ตินกานต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Oct 2019 14:27:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหอม]]></category>
		<category><![CDATA[Herbpiness]]></category>
		<category><![CDATA[อะโรมาติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74699</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพในวัยเยาว์ของ หลี–ประภาวี ศิวเวทกุล ยังแจ่มชัด เธอเติบโตมาในบ้านที่แวดล้อมไปด้วยสมุนไพรไทยนานาชนิด กะเพราเอย โหระพาเอย ไหนจะขิง ข่า ตะไคร้ อัญชัน ตำลึง ฯลฯ ล้วนชูช่องามผ่านการปลูกของคุณแม่วีรวรรณ ศิวเวทกุล ผู้เป็นนักชีววิทยาและนักพฤกษศาสตร์ หลีเล่าว่าเมื่อเธอในวัยเด็กโดนยุงกัดแล้วขึ้นตุ่มแดง แม่จะเด็ดใบตำลึงหรือไม่ก็ใบพญายอมาบดจนแหลกแล้วพอกเพื่อแก้คันให้ หรือเมื่อลูกเริ่มออกอาการคัดจมูก แม่ก็จะออกไปเด็ดสะระแหน่ที่กลิ่นมีฤทธิ์ช่วยให้หายใจโล่งมาใช้บรรเทาอาการ คุณแม่ปลูกสมุนไพรในรั้วบ้านมาตั้งแต่หลียังเด็กกระทั่งเติบใหญ่ ความรู้และกลิ่นจรุงของพืชพรรณจึงค่อยๆ หลอมเข้าสู่ชีวิต กระทั่งราว 4-5 ปีที่ผ่าน หลีมีความคิดอยากทำผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นมาสักอย่าง เธอนึกถึงสวนของแม่และกลิ่นหอมของสมุนไพรที่คุ้นเคยเป็นอย่างแรก  และนี่คือที่มาอย่างย่นย่อของ Herbpiness แบรนด์ที่หยิบจับสมุนไพรใกล้ตัวมาแปรรูปกลายร่างเป็นหลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยชูสรรพคุณและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรชนิดนั้นๆ ผ่านแพ็กเกจจิ้งร่วมสมัย ก่อนบทสนทนาเริ่มต้น หลีจัดวางหลากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Herbpiness บนโต๊ะตรงหน้า กวาดสายตามองไวๆ มีทั้งยาดมกระปุกย่อม, ยาหม่องน้ำขนาดพกพา, บาล์มสมุนไพรจากไขผึ้งและน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติ, น้ำมันหอมระเหย, aroma roller และนั่น&#8230;สเปรย์สมุนไพรดับร้อนที่เพิ่งเปิดตัวใหม่หมาดๆ  “คอนเซปต์ของแบรนด์เราตรงกับคำ 2 คำคือ herb และ happiness เพราะอยากให้คนที่ได้ใช้ของของเราและได้กลิ่นหอมจากสมุนไพรรู้สึกมีความสุขขึ้น ได้รับความสุขทั้งภายนอกและภายใน หมายถึงใช้แล้วดีขึ้นทางกายและให้ความรู้สึกดีทางใจด้วย” หลีกล่าวถึงจุดประสงค์ในการทำแบรนด์นี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/herbpiness-herb-and-happiness/">หายใจเข้าหอม หายใจออกมาเป็นความสุข ‘Herbpiness’ อะโรมาติกแบรนด์ที่เริ่มจากสมุนไพรในรั้วบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ภาพในวัยเยาว์ของ </span><b>หลี–ประภาวี ศิวเวทกุล </b><span style="font-weight: 400;">ยังแจ่มชัด</span> <span style="font-weight: 400;">เธอเติบโตมาในบ้านที่แวดล้อมไปด้วยสมุนไพรไทยนานาชนิด กะเพราเอย โหระพาเอย ไหนจะขิง ข่า ตะไคร้ อัญชัน ตำลึง ฯลฯ ล้วนชูช่องามผ่านการปลูกของคุณแม่วีรวรรณ ศิวเวทกุล ผู้เป็นนักชีววิทยาและนักพฤกษศาสตร์ หลีเล่าว่าเมื่อเธอในวัยเด็กโดนยุงกัดแล้วขึ้นตุ่มแดง แม่จะเด็ดใบตำลึงหรือไม่ก็ใบพญายอมาบดจนแหลกแล้วพอกเพื่อแก้คันให้ หรือเมื่อลูกเริ่มออกอาการคัดจมูก แม่ก็จะออกไปเด็ดสะระแหน่ที่กลิ่นมีฤทธิ์ช่วยให้หายใจโล่งมาใช้บรรเทาอาการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณแม่ปลูกสมุนไพรในรั้วบ้านมาตั้งแต่หลียังเด็กกระทั่งเติบใหญ่ ความรู้และกลิ่นจรุงของพืชพรรณจึงค่อยๆ หลอมเข้าสู่ชีวิต กระทั่งราว 4-5 ปีที่ผ่าน หลีมีความคิดอยากทำผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นมาสักอย่าง เธอนึกถึงสวนของแม่และกลิ่นหอมของสมุนไพรที่คุ้นเคยเป็นอย่างแรก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือที่มาอย่างย่นย่อของ </span><b>Herbpiness </b><span style="font-weight: 400;">แบรนด์ที่หยิบจับสมุนไพรใกล้ตัวมาแปรรูปกลายร่างเป็นหลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยชูสรรพคุณและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรชนิดนั้นๆ ผ่านแพ็กเกจจิ้งร่วมสมัย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-74765 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/8.jpg" alt="Herbiness" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนบทสนทนาเริ่มต้น หลีจัดวางหลากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Herbpiness บนโต๊ะตรงหน้า กวาดสายตามองไวๆ มีทั้งยาดมกระปุกย่อม, ยาหม่องน้ำขนาดพกพา, บาล์มสมุนไพรจากไขผึ้งและน้ำมันมะพร้าวธรรมชาติ, น้ำมันหอมระเหย, aroma roller และนั่น&#8230;สเปรย์สมุนไพรดับร้อนที่เพิ่งเปิดตัวใหม่หมาดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คอนเซปต์ของแบรนด์เราตรงกับคำ 2 คำคือ herb และ happiness เพราะอยากให้คนที่ได้ใช้ของของเราและได้กลิ่นหอมจากสมุนไพรรู้สึกมีความสุขขึ้น ได้รับความสุขทั้งภายนอกและภายใน หมายถึงใช้แล้วดีขึ้นทางกายและให้ความรู้สึกดีทางใจด้วย” หลีกล่าวถึงจุดประสงค์ในการทำแบรนด์นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉัน ผู้เป็นหนึ่งในคนที่เคยใช้สินค้าของเธอมาก่อน นึกออกทันทีว่ากลิ่นหอมจากผลิตภัณฑ์ของ Herbpiness สามารถสร้างความสุขแก่ผู้ใช้ได้ยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74764" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<h3>เริ่มต้นจากเฮิร์บหอมๆ รอบบ้าน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้าจะก่อร่างสร้างแบรนด์ หลีเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ ทำงานด้านกราฟิก ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง ทำแบรนดิ้งต่างๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลีเคยทำงานประจำ พอทำไปได้ระยะหนึ่ง ความรู้สึกอยากทำงานมันหมดไป ไม่อยากตื่นไปทำงาน ไปเจอมลภาวะ เจอรถติด เป็นออฟฟิศซินโดรม กราฟความสุขในชีวิตเริ่มลดลง เลยรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่น่าจะใช่ และเราก็ทำแบรนด์ให้คนอื่นมาเยอะเหมือนกัน ก็เลยนึกอยากทำของตัวเองขึ้นมาบ้าง ทีนี้เราก็มองว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่ผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเวลาเราทำแบรนด์หรือโปรดักต์อะไรสักอย่างควรเป็นสิ่งที่เราชอบ เป็นสิ่งที่เรามีแพสชั่นกับมันมากๆ เป็นสิ่งที่อยากทำให้เราตื่นเช้ามาทำงานได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิ่งนั้นก็คือสมุนไพรในสวนของคุณแม่อย่างที่เกริ่นเล่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากเป็นนักชีววิทยาแล้ว คุณแม่ยังเป็นนักปลูกต้นไม้ด้วย คุณแม่ชอบปลูกพวกพืชผักสวนครัวและสมุนไพรไว้ในบ้าน ตอนเด็กๆ เวลาเราเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ แม่ก็จะใช้สมุนไพรที่ปลูกในรั้วบ้านนี่ล่ะมาบรรเทาอาการให้ โดยที่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สวนของคุณแม่ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก หลีโตมากับสวนนั้น เห็นคุณแม่ปลูกนั่นปลูกนี่มาตลอด กลายเป็นว่าเรารู้สึกชอบสมุนไพร ชอบดอกไม้ไปเลย แล้วก็ซึมซับความรู้ด้านสมุนไพรต่างๆ ว่ามันช่วยบรรเทาอาการอะไรได้บ้าง ถ้าเจ็บป่วยหนักๆ ยังไงก็ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ถ้าเป็นเพียงอาการเล็กๆ น้อยๆ เช่น รู้สึกไม่สบาย หรือคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยที่สามารถบรรเทาในเบื้องต้นได้ เรามีสมุนไพรในบ้านนี่นา เราก็เด็ดจากสวนมาใช้ได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74761" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลียกยาหม่องขึ้นมาเป็นตัวอย่าง “อย่างยาหม่อง เราทำออกมา 3 กลิ่น 3 สี สีเขียวทำจากตำลึงและพญายอที่แม่เคยเอามาให้ใช้ตอนเด็กๆ ช่วยลดผดผื่น แก้อาการคันจากยุงหรือแมลงกัด ส่วนสีเหลืองทำจากขมิ้นชันและไพล เอามานวดๆ ถูๆ ที่คอบ่าไหล่ บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ หรือแก้คัน แก้ผดผื่น ก็ยังได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้สมุนไพรในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยอาจหายช้า ไม่ได้ดีขึ้นแบบเร็วทันใจ แต่สำหรับหลีผู้โตมาพร้อมสมุนไพรรอบตัว เธอเห็นผลกับตนเองว่าการใช้ธรรมชาติเยียวยาคือการอนุญาตให้ร่างกายต่อสู้ไปพร้อมกับการใช้ธรรมชาติรักษา และในขณะเดียวกันนั้นร่างกายจะค่อยๆ สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจากภายใน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมุนไพรหรือดอกไม้ที่เอามาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เราปลูกเองทั้งหมด ตอนนี้แม่เกษียณแล้วนะคะ แต่ก็ยังทำสวนที่นครปฐมให้อยู่เลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณแม่ของหลีนับเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของ Herbpiness ทั้งเป็นมือปลูก ทั้งเป็นผู้ให้คำปรึกษา สมุนไพรตัวไหนออกฤทธิ์ในเรื่องใด พืชตัวใดอยู่ด้วยกันแล้วยิ่งช่วยกันชูสรรพคุณ ดอกไม้ชนิดใดเด่นเรื่องกลิ่นบำบัด เธอได้ความรู้จากคุณแม่ควบคู่ไปกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ในออฟฟิศ Herbpiness ที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่นี้ มองไปบนโต๊ะ จะเห็นเครื่องไม้เครื่องมือปรุงสมุนไพรและทดลองกลิ่นราวกับโต๊ะของนักวิทยาศาสตร์ และหนังสือพฤกษศาสตร์ทั้งเล่มเล็กเล่มใหญ่ที่หลีเอาไว้หาความรู้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการทำแบรนด์คือสามีของเธอ </span><b>เก่ง–ชนาธิป พานิช</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องการผลิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราใช้สมุนไพรจากสวนของคุณแม่คุณเก่งที่สมุทรปราการด้วย เพราะแต่ละที่มีความเหมาะสมต่อการปลูกสุมนไพรแตกต่างกัน หรือมีจังหวะการออกดอกออกผลให้เก็บเกี่ยวไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เราได้กุหลาบมอญ กระดังงา ดอกประยงค์ ตะไคร้หอม และอัญชัน ที่ปลูกในสวนที่สมุทรปราการ ส่วนที่นครปฐมจะปลูกพวงชมพู พญายอ ตำลึง แล้วค่อยเอาสมุนไพรที่ปลูกได้ดีจากสวนของแต่ละบ้านมาใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนสมุนไพรหรือดอกไม้ชนิดใดที่ปลูกในไทยไม่งามหรือไม่ดีเท่าที่ต้องการอย่างดอกลาเวนเดอร์เราจะนำเข้าจากต่างประเทศ คุณเก่งมีญาติอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาปลูกเองที่นั่นและหิ้วกลับมาให้ทุกปี เพราะอากาศที่ฝรั่งเศสทำให้ปลูกง่ายและได้คุณภาพดีกว่า แต่อะไรที่ปลูกเองได้ เราจะปลูกเอง และปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่เร่งโต ไม่พ่นสารเคมี เพราะทุกอย่างที่ทำเราใช้เองด้วย จึงอยากให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ค่อยๆ เก็บเป็นล็อตๆ เท่าที่ต้องการใช้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงปลูกเองกับมือ ไม่เพียงปล่อยให้โตและงามตามวิถีธรรมชาติ สมุนไพรและดอกไม้ที่หลีนำมาใช้ล้วนมีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนหลงรัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>การออกแบบกลิ่นที่ต้อง happy together</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เปิดดมได้เลยนะคะ” หลีส่งยาดมกระปุกกลมในขนาดพกพาให้ ฉันเปิดฝา สูดกลิ่น ชื่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยาดมเป็นโปรดักต์ตัวแรกของเรา คุณแม่ชอบยาดมมาก ซื้อของคนอื่นมาดม กลิ่นก็ไม่ค่อยถูกใจ อยากให้กลิ่นแรงกว่านี้บ้าง อยากให้หอมกว่านี้บ้าง คุณแม่ก็เลยลองทำยาดมเองดู พอให้คนอื่นใช้ ทุกคนก็ตอบรับมาดี เราก็เลยทำยาดมแบบกระปุกเล็กๆ ขึ้นมาเป็นอย่างแรก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขึ้นชื่อว่ายาดม อย่างไรก็ต้องมีกลิ่นนำ ยาดมสูตรของคุณแม่เธอเป็นกลิ่นต้นตำรับ เกิดจากการผสานกันของสมุนไพรจากภูมิปัญญาตะวันออกที่มีกลิ่นหอมเย็นกว่า 10 ชนิด เช่น กระวาน กานพลู ดอกจันทร์ สะระแหน่ การบูร ฯลฯ พ่วงมาด้วยสรรพคุณที่ช่วยแก้วิงเวียน คัดจมูก จากนั้นจึงต่อยอดสูตรต้นตำรับโดยการเพิ่มกลิ่นส้มเข้าไป หลีอธิบายว่ากลิ่นหอมของส้มเป็นกลิ่นบำบัด สูตรดมแล้วจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัว สบายใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74766" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กลิ่นซิตรัสช่วยให้สดชื่น จึงทำยาดมกลิ่นส้มขึ้นมาด้วย และพอเราทำพิมเสนน้ำคล้ายๆ ยาหม่องน้ำ นอกจากจะมี 2 กลิ่นเหมือนยาดม ก็เพิ่มกลิ่นซิตรัสของทั้งเขตหนาวและเขตร้อนเข้ามาด้วย คือกลิ่นเลมอนและกลิ่นตะไคร้ ตัวนี้ลูกค้าชอบกันมาก เป็นสมุนไพรน้ำสำหรับใช้ดมและทา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวที่ชูเรื่องกลิ่นอย่างชัดเจนคือ air freshener หรือสเปรย์หอมที่ออกแบบมา 3 กลิ่นด้วยกัน Have a Good Time หอมสดชื่นจากเปลือกส้ม Have a Good Day สกัดกลิ่นจากยูคาลิปตัส และ Have a Good Dream กล่อมด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์ ซึ่งการใช้กลิ่นลาเวนเดอร์เพื่อนำไปวางใต้หมอนให้นอนหลับสนิทมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาออกแบบกลิ่น เราต้องคิดถึงหลายด้าน ทั้งความชอบของลูกค้า ความเข้าถึงง่าย กลิ่นอะไรเป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกดี ได้กลิ่นแล้วมีความสุข แต่ทุกกลิ่นที่ทำออกมาต้องเป็นกลิ่นที่เราเองชอบก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเราทำกลิ่นที่ดมแล้วไม่รู้สึกชอบก็ไม่รู้จะทำออกมาให้ดีได้ยังไง เอาแต่ใจหรือเปล่าไม่รู้ แต่ในฐานะคนทำ ดมเองแล้วเราสบายใจก่อนเป็นคนแรก พอเราลองใช้เอง รู้สึกแฮปปี้แล้ว ลูกค้าใช้ มีฟีดแบ็กกลับมาว่าเขาแฮปปี้ เราก็ยิ่งแฮปปี้มากขึ้นไปอีก สุดท้ายแล้วมันไปตรงกับวัตถุประสงค์ที่เราอยากทำตั้งแต่แรกคืออยากให้คนที่ใช้สินค้าของเรารู้สึกดี มีความสุขขึ้น”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>พลิกสมุนไพรจากเชยเป็นน่าใช้</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลายคนอาจมองว่าภาพลักษณ์ของสมุนไพรดูคร่ำครึ เวลาพูดถึงการใช้สมุนไพร บางคนจะรู้สึกว่า โห! แก่จัง” หลีชวนคุยถึงประเด็นนี้ “อีกหนึ่งความตั้งใจของเราก็คืออยากพลิกภาพของสมุนไพรให้ร่วมสมัยขึ้น ให้คนทำงานใช้ได้ วัยรุ่นก็ใช้ได้ ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงอายุเสมอไป และเราคิดว่าภูมิปัญญาของไทยมีมากมาย เราสามารถนำสิ่งที่สนใจมาประยุกต์ได้เยอะมาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Herbpiness จึงพลิกสมุนไพรเชยๆ ให้น่าใช้ด้วยกลิ่น ด้วยการนำเสนอ และด้วยแพ็กเกจจิ้ง  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74770" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าให้นึกภาพสมุนไพรแบบโบราณจริงๆ ก็อาจนึกถึงสมุนไพรที่ถูกบดๆ สีดำๆ เราก็คลี่คลายมันซะ ใช้สมุนไพรที่เป็นชิ้นเป็นอัน อย่างตัว aroma botanic roller เป็นน้ำหมักสมุนไพรและดอกไม้ ผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ตัวนี้เราใส่ดอกไม้เข้าไปข้างใน ด้วยอาชีพเดิมของหลีที่ผ่านการทำกราฟิกมาเยอะ ก็มองว่าการทำแพ็กเกจจิ้งแบบแปะกราฟิกลงไปเฉยๆ เราก็จะเห็นแค่กราฟิกแบนๆ แต่พอเราใส่เป็นดอกไม้จริง ให้ฟอร์มของธรรมชาติเป็นกราฟิกในตัวมันเอง จึงมองได้รอบด้าน มีมิติ ตั้งใจให้เหมือนเราจัดแจงแพ็กเกจจิ้งกันอยู่” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะได้รื่นรมย์กลิ่นดอกไม้ ยังเพิ่มสุนทรียะทางการมองเห็น หลีบอกว่าแม้ใช้หมดแล้ว ดอกไม้ในหลอดก็ยังคงสภาพอยู่ได้ด้วยกรรมวิธีผลิตเช่นเดียวกับที่คนสมัยโบราณนำจำปามาดองเพื่อถนอมดอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">aroma botanic roller ที่หลีเอ่ยถึง เธอตั้งใจให้เป็นกลิ่นดอกไม้บำบัดเพื่อบรรเทาความเครียดโดยตรง 3 กลิ่น ใช้ดอกไม้ต่างชนิด แต่จับคู่ด้วยสีและสรรพคุณ กลิ่นแรกคือ pink prink กุหลาบมอญและพวงชมพู ให้เซนส์หวานธรรมชาติ ดมแล้วรู้สึกเบิกบาน ส่วนสีม่วงครามคือดอกลาเวนเดอร์และอัญชัน ช่วยให้จิตใจสงบ คลายจากความเครียด จึงใช้ชื่อว่า kram calm สุดท้ายคือสีเหลืองจากดอกกระดังงาและดาวเรือง ในชื่อ gold glow กลิ่นจรุงช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74772" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลีเป็นคนคิดคอนเซปต์นี้ คุณแม่ก็แนะนำว่ามีดอกไม้ชนิดไหนที่ไปด้วยกันได้ เช่นกุหลาบมอญกลิ่นหอมมากนะ ลองสกัดดูไหม กระดังงาหอมชื่นใจนะ ดอกประดู่ก็ทั้งสวยและหอม ดอกประยงค์นี่ขึ้นชื่อเลยนะว่าหอมไกล ปลูกไว้หน้าบ้าน เดินไปถึงหลังบ้านยังได้กลิ่นเลย แม่เป็นคนแนะนำว่าดอกไม้แต่ละตัวเป็นยังไง เพราะแม่สัมผัสกับดอกไม้มาค่อนข้างมาก” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือหนึ่งคอลเลกชั่นที่ลูกค้าให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากสรรพคุณและกลิ่นหอม ยังเล่นด้วยการจับคู่สีดอกไม้ เล่นกับชื่อกลิ่น หลอดกะทัดรัดน่าพกไว้ใช้ โชว์ฟอร์มดอกไม้ วางไว้ก็ดูสวย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ร้อนปุ๊บ ฉีดปั๊บ ให้สมุนไพรเป่าไล่ความร้อน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ดึงสรรพคุณของสมุนไพรและดอกไม้มาใช้ ชูกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติ นำเสนอแพ็กเกจจิ้งให้น่าหยิบจับ ทุกองค์ประกอบของ Herbpiness ปรากฏชัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุด herbal cooling spray สเปรย์สมุนไพรเย็นที่ขอเป็นตัวช่วยให้คนไทยหายร้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อน เชียงใหม่ยังร้อนเลย หลีคิดไปถึงว่าเวลาเราไปข้างนอก เราต้องผจญมลภาวะอะไรบ้าง หนึ่งเลยคือความร้อน เราจึงใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น แบ่งเป็น 2 กลิ่น คือ ตะไคร้หอมและเปปเปอร์มินต์ กับลาเวนเดอร์และยูคาลิปตัส ความเย็นที่ได้คือเย็นจากตัวสมุนไพร อย่างยูคาลิปตัสมีความเย็นในตัวเองอยู่แล้ว หรือเปเปอร์มินต์ก็ช่วยเรื่องความเย็นสดชื่นได้ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โปรดักต์ตัวนี้จึงตั้งใจทำให้เป็นเอาต์ดอร์สเปรย์ เป็น survival kit ออกไปข้างนอกแล้วพกขวดนี้ขวดเดียวก็รอดได้ อ่ะ ร้อนเหรอ ฉีดตามร่างกายหรือข้อพับให้เย็นขึ้น ตกกลางคืนหรือไปอยู่ในที่ที่มียุง ก็ฉีดกันยุงได้ถึง 2-3 ชั่วโมง เพราะเราใช้สมุนไพรอย่างตะไคร้หอมและลาเวนเดอร์ที่ป้องกันยุงและแมลงได้ด้วย แถมยังช่วยให้ผ่อนคลาย หรือออกไปข้างนอก ไปเจอมลพิษ อยู่ในที่ที่เสี่ยงต่อแบคทีเรีย ก็ฉีดๆ ลูบๆ ตามแขนขา สามารถป้องกันแบคทีเรียได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74760" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขวดสเปรย์ใส สวย สะอาด กลิ่น lemongrass + peppermint มีตะไคร้หอมสีส้มอมชมพูเต็มเรียวใบลอยอยู่ข้างใน ขณะที่กลิ่น lavender + eucalyptus ปักดอกลาเวนเดอร์เข้าไปในขวด ตรงกับความต้องการของเจ้าของแบรนด์ที่อยากให้สมุนไพรและดอกไม้เป็นกราฟิกให้แพ็กเกจจิ้งด้วยตัวมันเอง และแน่นอนว่าต้องมาพร้อมกลิ่นหอมไม่ด้อยน้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของหลี กลิ่นช่างมีอานุภาพ “กลิ่นมีทั้งกลิ่นที่ดีและกลิ่นที่ไม่ดี ถ้าเราเข้าไปในพื้นที่ที่กลิ่นไม่ดี อาจเป็นบริเวณที่มีขยะหมักหมม เราจะรู้สึกแย่ทันที กลับกัน ถ้าตรงไหนมีกลิ่นที่ดี ก็จะทำให้อารมณ์เราเปลี่ยนเป็นดีขึ้น เหมือนกันกับที่คนชอบไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เพราะกลิ่นสามารถ change your mood จากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลย สมมติเราเครียดเรื่องงานมาแล้วได้จิบชากุหลาบที่มีกลิ่นหอม เปิดเพลงสบายๆ ฟัง ก็ทำให้อารมณ์และความรู้สึกเปลี่ยน โปรดักต์ที่เราทำมาจากความตั้งใจที่จะ change your mood อยู่ข้างนอกร้อนๆ รู้สึกอารมณ์เสีย ก็ใช้คูลลิ่งสเปรย์ให้รู้สึกเย็นขึ้น และปรับอารมณ์ด้วยกลิ่นหอมๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลีบอกว่าเสียงตอบรับจากลูกค้าทำให้เธอได้รู้ว่าตนเองบรรลุจุดประสงค์ในการสร้างแบรนด์นี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเราไปออกงานแฟร์ ได้เจอลูกค้า ก็ได้ฟีดแบ็กที่ดีเป็นส่วนใหญ่ เคยมีลูกค้ามาบอกหลีว่าห้ามเลิกทำนะ เขาบอกเราว่าใช้แล้วรู้สึกดีขึ้นจริงๆ นั่นเพราะเราเองก็เคยผ่านความรู้สึกเครียดและดีเพรสจากการทำงานประจำมาก่อน เราจึงทำ Herbpiness ด้วยความเข้าใจในลูกค้า การที่ทำให้เขามีความสุขขึ้นก็ส่งผลให้เรามีความสุขขึ้นเหมือนกัน และนี่เป็นธุรกิจที่ทำให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วย จึงรู้สึกว่าตรงตามคอนเซปต์ของเราแล้วล่ะ คือ breathe in, happiness out เป็นโควตของแบรนด์เราเลย เขาสูดกลิ่นหอมๆ เข้าไปแล้วรู้สึกดี ความสุขก็จะออกมา ตอนที่สูดกลิ่น ข้างในอาจรู้สึกมืดๆ อยู่ แต่พอหายใจออกมา เราจะรู้สึกสว่างขึ้นแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่าได้กลิ่นแล้วรู้สึกสว่างขึ้น อาจเป็นนามธรรมอยู่สักหน่อย แต่หากได้ลองสูดกลิ่นสักครั้งจะเข้าใจคำว่าสว่างของเธอได้ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะหนึ่งคนที่เคยใช้ เฮิร์บของ Herbpiness เราขอยืนยันว่าช่วยให้แฮปปี้ได้จริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-74769" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><b>Herbpiness </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">facebook : </span><a href="https://www.facebook.com/herbpiness/"><span style="font-weight: 400;">herbpiness</span></a><br />
<span style="font-weight: 400;">instagram : <a href="https://www.instagram.com/herbpiness/" target="_blank" rel="noopener">HERBPINESS</a><br />
</span><span style="font-weight: 400;">website : <a href="http://www.herbpiness.com" target="_blank" rel="noopener">herbpiness.com</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/herbpiness-herb-and-happiness/">หายใจเข้าหอม หายใจออกมาเป็นความสุข ‘Herbpiness’ อะโรมาติกแบรนด์ที่เริ่มจากสมุนไพรในรั้วบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
