<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สรรพัชญ์ วัฒนสิงห์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/sanpat-wattanasing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Oct 2021 10:51:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cheraim/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Oct 2021 09:30:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[เฌอเอม]]></category>
		<category><![CDATA[เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์]]></category>
		<category><![CDATA[แอ็กทิวิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[นางงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148394</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปในช่วงนี้ของปีที่แล้ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์ เพราะชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างของสังคมไทย เป็นที่รู้จักในนามของนางแบบสาวไทยโกอินเตอร์&#160; เป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020&#160; เป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้กล้าหาญที่แหกขนบการตอบคำถามของเวทีการประกวดนางงามไทย&#160; และเป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนทั้งเรื่องความสัมพันธ์และการประกวด แน่นอน จากการแสดงออกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่มั่นใจ ไหวพริบในการตอบคำถาม จุดยืนทางการเมือง ทั้งหมดล้วนแล้วชัดเจนพอที่จะทำให้คนชอบเธอจนอยากยกให้เป็นไอดอลหรือชังจนไม่อยากได้ยินชื่อ หลังจากช่วงเวลานั้นจนถึงตอนนี้ เป็นเวลาครบ 1 ปีพอดีที่คนไทยรู้จักชื่อของเฌอเอม ตอนนี้บางคนอาจลืมเลือนเธอไปแล้ว บางคนอาจยังจดจำเธอได้ บางคนอาจจะจดจำเธอในบทบาทใหม่ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ในวงการนางงามครั้งใด ชื่อของเฌอเอมก็พร้อมหวนกลับมาอยู่ในวงสนทนาแทบทุกครั้ง เพราะหลังจากเหตุการณ์การประกวดครั้งนั้น เธอได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้รับออกมาสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การไปร่วมงานเสวนาต่างๆ การไปร่วมชุมนุมทางการเมือง การเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสำคัญทางการเมือง หรือจนกระทั่งขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมแสดงอารยะขัดขืนด้วยการนั่งและนอนบนพื้นเมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น จนกลายเป็นประเด็นร้อนในอินเทอร์เน็ต ปีนี้เป็นปีที่เธออายุครบ 27 ปี เหลือสัญญางานนางแบบเป็นปีสุดท้าย และทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์เรื่องนักโทษการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ค่อนข้างเต็มตัว ใช่ เธอเป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท&#160; แต่ตัวเฌอเอมเองล่ะ เธอรู้จักตัวเองยังไงบ้าง&#160; เราขอใช้โอกาสนี้ไปทำความรู้จักกับเฌอเอมในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน &#8220;วัยเด็กคือการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่อย่างโดดเดี่ยว&#8221; เฌอเอมเป็นลูกหลงที่อายุห่างจากพี่สาวและพี่ชายมากกว่าสิบปี เติบโตมาในบ้านครอบครัวไทยๆ ที่มีปู่เป็นทหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheraim/">27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากหมุนนาฬิกาย้อนกลับไปในช่วงนี้ของปีที่แล้ว นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของ <strong>เฌอเอม–ชญาธนุส ศรทัตต์</strong> เพราะชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างของสังคมไทย</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของนางแบบสาวไทยโกอินเตอร์&nbsp;</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020&nbsp;</p>



<p>เป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้กล้าหาญที่แหกขนบการตอบคำถามของเวทีการประกวดนางงามไทย&nbsp;</p>



<p>และเป็นที่รู้จักในนามของหญิงสาวผู้ตกเป็นประเด็นร้อนทั้งเรื่องความสัมพันธ์และการประกวด</p>



<p>แน่นอน จากการแสดงออกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนที่มั่นใจ ไหวพริบในการตอบคำถาม จุดยืนทางการเมือง ทั้งหมดล้วนแล้วชัดเจนพอที่จะทำให้คนชอบเธอจนอยากยกให้เป็นไอดอลหรือชังจนไม่อยากได้ยินชื่อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148399" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หลังจากช่วงเวลานั้นจนถึงตอนนี้ เป็นเวลาครบ 1 ปีพอดีที่คนไทยรู้จักชื่อของเฌอเอม ตอนนี้บางคนอาจลืมเลือนเธอไปแล้ว บางคนอาจยังจดจำเธอได้ บางคนอาจจะจดจำเธอในบทบาทใหม่ แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อพูดถึงปรากฏการณ์ในวงการนางงามครั้งใด ชื่อของเฌอเอมก็พร้อมหวนกลับมาอยู่ในวงสนทนาแทบทุกครั้ง</p>



<p>เพราะหลังจากเหตุการณ์การประกวดครั้งนั้น เธอได้ใช้ชื่อเสียงที่ได้รับออกมาสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล การไปร่วมงานเสวนาต่างๆ การไปร่วมชุมนุมทางการเมือง การเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญสำคัญทางการเมือง หรือจนกระทั่งขึ้นเวทีปราศรัย พร้อมแสดงอารยะขัดขืนด้วยการนั่งและนอนบนพื้นเมื่อเพลงชาติไทยดังขึ้น จนกลายเป็นประเด็นร้อนในอินเทอร์เน็ต</p>



<p>ปีนี้เป็นปีที่เธออายุครบ 27 ปี เหลือสัญญางานนางแบบเป็นปีสุดท้าย และทำงานเป็นแอ็กทิวิสต์เรื่องนักโทษการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ค่อนข้างเต็มตัว</p>



<p>ใช่ เธอเป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท&nbsp;</p>



<p>แต่ตัวเฌอเอมเองล่ะ เธอรู้จักตัวเองยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>เราขอใช้โอกาสนี้ไปทำความรู้จักกับเฌอเอมในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148401" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม48-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;วัยเด็กคือการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่อย่างโดดเดี่ยว&#8221;</strong></h3>



<p>เฌอเอมเป็นลูกหลงที่อายุห่างจากพี่สาวและพี่ชายมากกว่าสิบปี เติบโตมาในบ้านครอบครัวไทยๆ ที่มีปู่เป็นทหาร ดังนั้นครอบครัวเธอเป็นสายอนุรักษนิยมและมีความเข้มงวดมาก ไม่ว่าจะคำถามเรื่องใดก็มักถูกต่อว่าและทำโทษด้วยการตีมาตลอด</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนเด็กๆ คุณเป็นเด็กแบบไหน</h4>



<p>ไม่แน่ใจว่าจะนิยามตัวเองยังไงดี แค่รู้สึกว่าคนอื่นน่าจะมองเราเป็นเด็กที่แปลกแยกจากสังคม&nbsp;แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแปลกอะไร เพราะไม่เข้าใจว่าโลกมันเป็นไปยังไงหรือสังคมคิดอะไรอยู่ มันเลยทำให้เรารู้สึกไม่อยากคอนเนกต์กับคนอื่น เพราะหลายๆ ทีที่เข้าไปแล้วมักโดนหัวเราะเยาะ เราเลยเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว อยู่กับตัวละครกับสังคมสมมติในหนังสือการ์ตูนมากกว่า</p>



<p>มันคือความรู้สึกว่าวัยเด็กของเราผิดที่จุดไหนไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีก็ผิดไปแล้ว</p>



<p>วัยเด็กของเราจึงเป็นการเร่ร่อนในโลกใบใหญ่และอยู่อย่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน เคยมีความรู้สึกว่าบางทีเราควรจะใจเย็นกว่านี้ นอบน้อมกว่านี้ ควรเอาใจคนเก่งกว่านี้ แต่อีกใจก็คิดว่าทำไมต้องอยู่ใต้ระบบล่ะ ในเมื่อเราเข้าใจระบบนั้นไม่ได้และไม่มีใครพยายามทำให้เราเข้าใจได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นภาษาคนไทยคืออยู่ไม่เป็นนั่นแหละ เราเป็นอย่างนี้ซะทุกเรื่อง สุดท้ายมันเลยกลายเป็นเหมือนปมในใจ เราไม่สามารถรอมชอมกับสถานการณ์ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วอะไรคือที่ยึดเหนี่ยวที่ทำให้คุณเติบโตมาได้</h4>



<p>เราโตมากับหนังสือ ด้วยความที่พี่สาวอ่านการ์ตูนผู้หญิง พี่ชายอ่านนิยายกำลังภายใน และผู้ใหญ่ในบ้านมีหนังสืออมตะอย่าง <em>เปลวเทียน</em> <em>ทวิภพ สี่แผ่นดิน</em> แต่พอเลือกหนังสือได้เองก็อ่านการ์ตูนมาตลอด เพราะมันสนุกกว่า</p>



<p>หนังสือส่งผลกับเรามาก ที่สำคัญเลยคือการมีตัวอย่างให้เรียนรู้ เพราะเราไม่มีตรงนั้น เราเลยเรียนรู้จากสื่อบันเทิง แต่พอเอาสิ่งที่ไม่มีจริงไปทำกับคนจริงๆ แล้วไม่ได้รีแอ็กชั่นที่เป็นไปตามหนังสือ นั่นทำให้เราเลือกถอยออกมาอยู่ดี ไม่คิดกระโดดเข้าไปเรียนรู้อีก กลายเป็นว่าสุดท้ายเราอยู่กับการ์ตูนมากกว่าความเป็นจริง และรับเอาแนวคิดจากการ์ตูนมาตลอด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148412" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เช่นแนวคิดอะไรบ้าง</h4>



<p>คงเป็นความขบถในการ์ตูนผู้ชายหรือโชเน็น พวกเรื่องการต่อสู้ มิตรภาพลูกผู้ชาย การบุกบ่าฝ่าฟันเพื่อให้ได้เป็นที่หนึ่งหรือเหนือกว่าอะไรสักอย่าง ซึ่งทำให้เราต้องแหวกแนว อยากเด่น จนเป็นที่มาของคำว่าจูนิเบียว เพราะเราอยากเท่เหมือนในการ์ตูน ไม่ใช่คำว่าเบียวที่ถูกสังคม appropriate ไปใช้จนผิดเพี้ยนเหมือนในปัจจุบัน </p>



<p>ส่งผลให้โลกของเราที่มีพื้นที่อิสระทางความคิดและจิตใจมันอยู่ในหนังสือไปแล้ว เราเลยใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของสังคมในการ์ตูนมากกว่าสังคมจริงๆ เสียอีก</p>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าให้ทบทวน การเติบโตมาในโลกของการ์ตูนส่งผลดีหรือผลเสียต่อคุณมากกว่ากัน</h4>



<p>เอาเป็นว่าถ้าไม่มีการ์ตูน เราอาจจะกลายเป็นคนที่ไม่ใช่เราตอนนี้แล้วก็ได้ เพราะในตอนนั้นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตทั้งหมดของเราอยู่ในการ์ตูนหมดเลย เพราะเราไม่เข้าใจบรรทัดฐานการใช้ชีวิตของสังคมภายนอกว่าอะไรดี-ไม่ดี ทำไมเราถึงผิดอยู่เสมอ ทำไมไม่มีใครเห็นความสำคัญในสิ่งที่เราพูด </p>



<p>แต่ในโลกของการ์ตูน เรากลับรู้สึกว่ามีตัวละครที่คิดหรือใช้ชีวิตคล้ายเรา ซึ่งมันทำให้เราฟังเขามากกว่า เพราะฉะนั้นเราจะอยากเห็นเขาตลอดเวลา ถึงขนาดพรินต์ภาพตัวละครใส่กระดาษ A4 แล้วแปะไว้บนเพดาน ตื่นมาปุ๊บจะได้เห็น แล้วที่ลายมือเราสวยแบบทุกวันนี้ เพราะตอนนั้นมีความรู้สึกว่าตัวละครที่เราชอบน่าจะชอบคนลายมือสวย ก็เลยไปนั่งคัดลายมือ&nbsp;</p>



<p>นี่คือสิ่งที่เชปเรา ความโดดเดี่ยวของสังคมผลักไสเราไปสู่สิ่งนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148414" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีการ์ตูนเรื่องไหนที่คุณชอบเป็นพิเศษไหม</h4>



<p>หลายเรื่องเลย แต่จะประทับใจเรื่องที่ตัวละครพูดประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนปลอบใจเรา ยกตัวอย่างเรื่อง <em>Magi: The Labyrinth of Magic</em> มีตัวละครหนึ่งที่มีปมหนักมาก ชีวิตบัดซบ ตามขนบโชเน็นคือตัวร้ายแน่ๆ ซึ่งพอมาเจอกับพระเอกที่มุ่งทำแต่ความถูกต้อง พระเอกก็เสนอความช่วยเหลือ ทำนองว่าจะช่วยทุกอย่าง เพราะในโลกนี้ ถ้าจิตใจนายตกลงสู่ความดำมืด นายจะถูกพลังชั่วร้ายกัดกิน จนสุดท้ายพอทำลายความชั่วร้ายหมดจากโลกแล้ว ตัวละครที่เราชอบก็ถามพระเอกกลับว่า ถ้าในโลกนี้ไม่มีการร่วงหล่นไปสู่การเป็นปิศาจ ถ้าเราเป็นแค่มนุษย์เศร้าๆ คนหนึ่งจะได้ไหม การที่นายคิดว่าอะไรสักอย่างมันดี แล้วเข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นโดยที่เขาไม่ได้ขอ เข้ามาแตะเรื่องที่บอบบางที่สุดของคนอื่น เพราะนายคิดว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง มันทำให้ฉันเกลียดนายมากกว่านายไม่พูดอะไรซะอีก ประมาณนี้น่ะ</p>



<p>ตอนได้ยินครั้งแรก เราคิดเลยว่านี่จะเป็นประโยคที่เราไม่มีทางได้ยินในชีวิตจริง มันปลอบประโลมมาก เพราะเราไม่เคยต้องการให้ใครมาบอกว่าเราจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง ไม่ได้ต้องการให้ใครมาขยี้ส่วนที่เปราะบางและสำคัญที่สุดของเราเพียงเพราะเขาคิดว่ามันดีสำหรับเรา&nbsp;โดยที่เขาไม่มองที่ความเจ็บปวดของเรา เราแค่ต้องการคนที่ซัพพอร์ตให้หาความหมายของชีวิต เราต้องการสร้างทัศนะของสิ่งนี้ขึ้นมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม45-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;เราไม่สามารถสมบูรณ์ได้สักที&#8221;</strong></h3>



<p>เพราะความหลงใหลในการ์ตูน เฌอเอมจึงฝึกวาดรูปและเข้าเรียนมัธยมปลายในสายแอนิเมชั่น เพื่อที่จะสอบเข้าคณะด้านศิลปะ และทำอาชีพนักวาดการ์ตูนตามความฝันที่อยากเห็นโลกในจินตนาการของตัวเอง</p>



<p>ในตอนนั้นเธอเป็นคนเก่งของรุ่นก็ว่าได้ เพื่อนๆ ชื่นชม อาจารย์ก็ยอมรับในฝีมือ ดังนั้นเมื่อสอบติดสาขาวิชาจิตรกรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เธอจึงไม่แปลกใจมากนัก</p>



<p>แต่จากภาพฝันที่วาดหวังไว้ว่าตัวเองจะได้รับการยอมรับในสังคมเสียที เพราะผ่านการการันตีมาแล้ว ก็กลับพังทลายลงเมื่อได้เข้าไปเรียนที่นี่</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณสอบเข้าคณะที่หวังไว้ได้ แต่เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น</h4>



<p>อยากบอกก่อนว่าสำหรับเรา สังคมไทยเป็นสังคมที่ยอมแพ้ไม่ได้ ถ้าคุณยอมแพ้จะเสียทุกอย่าง เพราะไม่มีพื้นที่ให้คนที่อยากทดลองและยอมรับความล้มเหลว ถ้าล้มเหลวคือตราบาป เราเลยรู้สึกว่าตัวเองพลาดไม่ได้ ถึงก่อนหน้านั้นจะมีหลายครั้งรู้สึกว่าตัวเองพลาด แต่เราก็ไม่เคยออกมาจากสิ่งนั้น อย่างตอนประถมชีวิตเราไม่ดีก็ไม่ยอมย้ายโรงเรียน เพราะไม่เห็นทางใหม่ๆ</p>



<p>แต่มหาวิทยาลัยเป็นที่แรกที่ทำให้รู้สึกว่า ถ้าเป็นหน้าผาเราก็จะกระโดดลงไป เราจะออกจากที่นี่ไม่ว่ายังไงก็ตาม&nbsp;</p>



<p>มันแย่มากจริงๆ อย่างตอนรับน้องช่วงปี 1 ก็ทำให้เราเริ่มเจอทางตันของการใช้ตรรกะคิดแล้ว เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมเราอยู่ตรงนี้ ซึ่งตอนนั้นเราก็หลอกตัวเองว่ามันคืออุปสรรคที่ต้องผ่านไป อย่าใช้ความคิดและเหตุผล แล้วเราผ่านไปได้ด้วยนะ เวิร์กมาก แต่นี่แหละเป็นสิ่งที่โซตัสต้องการ&nbsp;</p>



<p>เพราะกลายเป็นว่าพอขึ้นปี 2 เราเป็นแบบรุ่นพี่ที่เคยไม่ชอบเลย เพราะรู้สึกว่านี่คือครรลองที่ควรเป็น เรากลายเป็นรุ่นพี่ที่ดุๆ กร่างๆ สำหรับรุ่นน้อง ขณะเดียวกันก็ยังเป็นคนที่ถูกมหาวิทยาลัยทำร้ายด้วย เป็นนักศึกษาที่อาจารย์ไม่ชอบเพราะเป็นนางแบบ อยู่ในบทบาทที่ขัดแย้งกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ความขัดแย้งตรงนั้นส่งผลต่อคุณยังไง</h4>



<p>เราเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวตนเราที่นี่มันคืออะไรกันแน่ เหมือนถึงจุดหนึ่ง เราก็เสียความคิดไปแล้ว จะกลับมาคิดต่อยอดใช้ตรรกะก็ไม่ได้ เพราะพอตรรกะถูกทำลายไปช่วงหนึ่งมันทำให้เราเสียจุดยืน แล้วความสูญเสียตอนนั้นคือการที่เราไม่มีที่ทาง มีแต่ความเจ็บปวด และการเข้ามาเป็นนางแบบในตอนนั้นก็หดหู่มาก ทำให้สุดท้ายเราไม่อยากอยู่ที่นี่ เราอยากชัตดาวน์ เราเลยลาออก</p>



<p>หลังจากนั้นมันติดในสัญชาตญาณของเราเลยนะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดภาวะถูกจู่โจม เราจะออกทันที ไม่มีปัญหากับการถอย กลายเป็นพวกเอะอะก็ลาออก ใช้ชีวิตไม่เคยเต็มร้อย ใช้ชีวิตในความล้มเหลวมาตลอด จนถึงจุดที่คนมองว่าเราประสบความสำเร็จ เราก็ยังมองว่าตัวเองไม่เคยประสบความสำเร็จ</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไม</h4>



<p>เพราะเรานึกออกแต่ความว่างเปล่า เราไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่ได้มีชีวิตที่มั่นคงเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องมองหาแบบอย่างเพื่อทำตามตลอด&nbsp;</p>



<p>ตอนเด็กๆ เราพยายามเป็นเด็กประถมมัธยมที่ดีและเพื่อนที่น่ารัก หรือพยายามจะเป็นตัวการ์ตูนที่ชอบ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ตอนมัธยมปลายพยายามเป็นเด็กสยาม เปลี่ยนลุคชั่วข้ามคืนแบบที่เปิดเทอมมาเพื่อนช็อกกันหมด พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ทำตัวชิคๆ คูลๆ แบบเด็กศิลปากร พอเป็นนางแบบก็กลับมาแต่งตัวดีๆ เพราะอยากเป็นนางแบบที่ดี แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่เข้าใจนางแบบคนอื่นๆ เลยไม่สามารถเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบได้สักที</p>



<p>เพราะข้างในเราไม่มีอะไรเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148406" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม41.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;ถ้าได้อยู่ในที่ที่ดีแล้ว หรือเป็นเราเองที่เพ้อฝัน&#8221;</strong></h3>



<p>ด้วยรูปร่างที่สูงเข้าเกณฑ์มาตรฐานนางแบบ เฌอเอมจึงถูกชวนเข้าวงการนางแบบตั้งแต่เด็ก แต่ติดตรงที่ครอบครัวไม่ยอม จนถึงช่วงมัธยมปลายที่ได้ลองเข้าวงการบันเทิงครั้งแรกและไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจหรือคาดหวังกับมันมากนัก เพียงแค่ไหลไปตามความตื่นเต้นของเพื่อนๆ ที่ถือว่ามีอิทธิพลกับชีวิตวัยรุ่นในตอนนั้นมาก ก่อนจะได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในฐานะนางแบบตอนเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งช่วงนั้นเองที่ทำให้ชื่อ ‘เฌอเอม’ ถือกำเนิดขึ้น</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">พอฟังมาแบบนี้ แปลกใจนะที่คุณเลือกเข้าวงการนางแบบ</h4>



<p>เราคงอยากได้รับการยอมรับมั้ง แต่กลายเป็นว่าช่วงฝึกเราก็ซัฟเฟอร์ทุกวันจนไม่สามารถให้คุณค่าหรือทำให้เต็มที่ได้อยู่ดี เหมือนโลกเป็นศัตรูกับเราไปแล้ว ยิ่งเราถูกสวมทับด้วยสังคมนางแบบ สังคมมหาวิทยาลัย และสังคมที่บ้านที่ขัดแย้งกันทั้งหมด เราเลยถูกครอบงำด้วยระบบอำนาจนิยมที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองผิด แต่หลายครั้งก็รู้สึกว่าแล้วทำไมความผิดของคนอื่นถึงไม่ผิดล่ะ นั่นยิ่งทำให้เราขบถ ความจริงแล้วการคิดเรื่องผิดหรือถูกนั่นแหละที่มันกัดกร่อนเรา หลายๆ อย่างมันก็ปะทะกันด้วยธรรมชาติของตัวเอง แต่ตอนนั้นเราไม่รู้จักการรับแรงกระแทก</p>



<p>รู้สึกเหมือนเป็นหนูแฮมสเตอร์ที่วิ่งบนกงจักรในทุกๆ สังคมเลยนะ ไม่ว่าจะเดินแบบเพิ่มขึ้นกี่งาน ได้รับเชิญไปที่ไหน แต่ในด้านตัวตนและชีวิต เราไม่เคยไปไกลกว่าจุดเดิม ต่อให้มีเงินมากขึ้น ได้ซื้อของแพงๆ พยายามเป็นนางแบบไฮโซ ใช้ชีวิตโดยการทำงาน ดื่ม กิน อยู่กับป๊อปคัลเจอร์ แต่ก็ยังไม่เจอสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญอยู่ดี จนบางทีก็รู้สึกว่าถ้าได้อยู่ในที่ที่ดีแล้ว มันเป็นเราเองหรือเปล่าที่เพ้อฝัน เป็นเราเองที่ไม่เห็นคุณค่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148417" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม36.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงถึงทำงานด้านนี้ต่อได้</h4>



<p>ครั้งหนึ่งเราไปเกี่ยวพันกับเรื่องความขัดแย้งในวงการ มีหลายฝั่งเลย มีนางแบบด้วยกันด้วย ซึ่งปกติเวลาเกิดดราม่า คนในวงการจะเงียบ ไม่ว่าจะแฟร์หรือไม่ก็ตาม เพราะเขาเชื่อว่ามันทำให้บรรยากาศการทำงานเสีย ผลปรากฏว่าตอนนั้นเราก็คิดแบบนั้น ก็เรามีชีวิตที่ดีแล้วนี่ จะคิดถึงเรื่องแย่ๆ คิดเรื่องความไม่เท่าเทียมเหมือนที่เคยคิดไปทำไม คนที่ป้ายสีเราคงไม่ตั้งใจหรอก แต่พอเวลาผ่านไป เหตุการณ์นั้นทำให้เราตื่นรู้เลยว่า ตราบใดที่คนอื่นปิดตา ทำเป็นไม่เห็น ใครจะทำอะไรก็ได้เลยใช่ไหม นี่คือสังคม คือวิถีที่เราต้องอยู่จริงเหรอ&nbsp;</p>



<p>มันส่งผลกระทบต่อเรามาก เหมือนเรายอมแพ้แล้ว และใช้ชีวิตเหมือนนางแบบคนอื่นๆ ไปเลย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">สรุปคุณอยู่ในวงการนางงามมากี่ปีแล้ว</h4>



<p>เกือบสิบปีมั้ง แต่มีช่วงที่จะอำลาวงการหลายรอบ ทั้งจากการโดนแบนโดยการเมืองและตอนประกวด เหมือนภาพลักษณ์เราดูเป็นคนหัวรุนแรงไปแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนมันก็คงใช่แหละ จนมีคนชวนประกวดนางงามนั่นแหละ ทั้งที่รู้ว่าไม่ค่อยตรงกับเรา แต่เราก็ตอบตกลง เพราะเชื่อมั่นในตัวคนที่ชวนมากๆ คิดว่าถ้าเขาอยู่กับเรา ทุกอย่างต้องโอเค แต่สุดท้ายก็มีเรื่องที่ทำให้ต้องแยกจากกัน อารมณ์เหมือนแฟนเก่าที่รักมาก แต่ก็เจ็บมากด้วย มันรู้สึกแย่ที่เราถูกปฏิบัติแบบนั้น แต่กระแสการประกวดมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็โดนคำวิจารณ์ไปเยอะแล้ว จะถอยก็มีทิฐิ จะเดินหน้าก็ทรมานใจ แต่ก็ตัดสินใจที่จะเดินหน้าดีกว่า นั่นเลยทำให้เราสิ้นหวังและซัฟเฟอร์ตั้งแต่ตอนนั้น เพียงแค่ไม่มีใครรู้เท่านั้นเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148407" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/44.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>“จะมีชื่อเสียงไปเพื่ออะไร</strong>”</h3>



<p>จากการตอบคำถามที่ฉะฉาน ตรงไปตรงมา ชนิดที่เรียกว่าแหกขนบนางงามไทย ทำให้เฌอเอมกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายของเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2020 และเป็นที่รู้จักในกลุ่มแฟนคลับนางงามและคนในสังคมอย่างรวดเร็ว</p>



<p>เกือบทุกคลิปการตอบคำถามของเธอกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย แม้แต่คนที่ไม่ติดตามวงการนางงามก็ยังหันมาสนใจเธอจากคำตอบที่แสดงถึงทัศนคติทางสังคมและการเมืองอย่างคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าเฌอเอมคือคนหนึ่งที่สร้างภาพจำใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์เวทีนางงามไทยก็คงไม่เกินจริงไปนัก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าคนที่ผลักดันให้คุณประกวดนางงามไม่อยู่แล้ว อะไรที่ทำให้คุณยังสู้ต่อ</h4>



<p>ฟางเส้นสุดท้ายสำหรับเราไม่ใช่เรื่องที่คนดูถูกเรา บอกว่าเราไม่มีความสามารถ เป็นนางแบบไม่มีงานแล้วไปสมัครนางงาม เราไม่ได้ใส่ใจเสียงพวกนั้น แต่มันเป็นเพราะเราก็สงสัยในตัวเองมาทั้งชีวิตว่าเราเก่งไหม เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีใครฟังเราเลย แต่วันที่มีคนฟังเราก็ได้รู้แล้วว่าตัวเองเก่ง มีค่า เราต้องการเวลา 1 เดือนในการเข้าไปในการประกวดเพื่อที่จะได้เป็นตัวเองแล้วจบ ไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจังว่าหลังประกวดแล้วจะเป็นยังไง เราอาจจะมีแผน แต่เราไม่ได้คิดถึงมันจริงๆ ประกวดจบ ตื่นมาวันรุ่งขึ้นก็แค่กลับไปทำงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม28-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีเหตุการณ์ไหนอีกไหมที่ทำให้คุณรู้สึกว่า นี่คือผลลัพธ์ของการตัดสินใจมาประกวดในครั้งนี้</h4>



<p>ตอนที่เพื่อนเราติดคุก มันเลยเกิดความรู้สึกที่ว่าเรามีพลังในการทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง ถ้าตอนนั้นไม่ใช่เฌอเอม จะมีคนรู้ไหมว่าเพื่อนเราติดคุกอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเพื่อนเราคนนี้อยากให้เราเป็นดารา เพราะเขาเสียดายโอกาสที่เราควรได้มาหรือไขว่คว้าเอาไว้</p>



<h4 class="wp-block-heading">พูดง่ายๆ ว่าเพื่อนคนนี้ทำให้คุณกลับมาทบทวนชีวิตอีกครั้ง</h4>



<p>(พยักหน้า) เพื่อนเราชื่อ ฟ้า พรหมศร ได้รับหมายคดี ม.112 และถูกคุมขัง (ปัจจุบันได้รับการประกันตัวแล้ว) เขาไม่ได้เป็นเพื่อนเรามาก่อน แต่เป็นแฟนนางงามของเรา เราถึงได้คิดตลอดว่าผู้คนที่เจอในชีวิต วันหนึ่งเขาอาจให้อะไรกับเราก็ได้ และแม้ต่อให้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด ก็จะมีบางสิ่งที่เราได้กลับมาเสมอ</p>



<p>จากเหตุการณ์ที่เพื่อนต้องเข้าคุกนี่แหละทำให้เราตระหนักได้ว่า เรามีชื่อเสียงไปเพื่ออะไร มันไม่ใช่แค่การคอลเอาต์หรือแสดงความคิดเห็นแบบที่เราทำเป็นประจำในฐานะประชาชน แต่ตอนที่เพื่อนเราเข้าคุก เราหวังอยากให้คนเห็น ให้คนมาสนใจ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าการตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้วมีชื่อเสียง ยอมแลกชีวิตส่วนตัว ความไม่สบายใจ หรือความทรมาน มันมีประเด็นอยู่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148428" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การเจอความสำคัญในสิ่งที่ตัวเองทำเปลี่ยนความคิดคุณขนาดไหน</h4>



<p>ตอนที่ประกวดเรามองว่า การประกวดทำให้ได้ทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้นและยอมรับความสามารถของตัวเอง แต่ตอนนี้ถ้ามองย้อนกลับไป เราคิดว่ามันคือ the right time ที่ลิขิตมาแล้ว เพื่อทำให้เราได้มาอยู่ตรงนี้และรู้จักพี่ฟ้า การที่เขาถูกจำคุกคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราเลือกกำหนดชีวิตหลังจากที่อยู่ในวงการบันเทิงเพราะอิทธิพลจากคนนอกมาตลอด</p>



<p>มันเป็นความรู้สึกที่ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะเลือกใช้สิ่งที่ยังมีอยู่ยังไง สู้ให้เต็มที่กับโอกาสที่เหลือ ดาราบางคนอาจคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่เราต้องผ่านหลายๆ เรื่องจนมาถึงจุดนี้เป็นเวลากว่า 7-8 ปี ถึงได้เห็นค่าของโอกาสในปีสุดท้ายที่ยังทำงานเป็นนางแบบได้ นี่คือเส้นสายสุดท้ายแล้วที่เราจะเห็นค่า เอนจอย โฟกัส และทำทุกอย่างด้วยความรู้สึกที่เป็นอิสระ ไร้ซึ่งเงื่อนไข เป็นครั้งแรกเลยที่เรารู้สึกว่านางแบบคือการงานของชีวิต</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148422" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม33-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ครบรอบการประกวดหนึ่งปีพอดี อยากรู้ว่าทัศนคติต่อการประกวดนางงามของคุณตอนนี้เป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>เราเข้าใจว่าในยุคนี้สังคมมองว่าการประกวดนางงามคือการส่งเสริมแนวคิด beauty standard (มาตรฐานความงาม) ซึ่งเรายอมรับว่าเรายังคิดไม่ตกกับเรื่องนี้ แต่ก็รู้สึกว่ายอมรับได้ เพราะอย่างน้อยตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่สามารถทำให้ทุกคนตะเกียกตะกายหาโอกาสในชีวิตได้อย่างอิสระ เท่าเทียม รวมถึงยังไม่สามารถซัพพอร์ตคนให้มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝัน มันต้องเปิดโอกาสและพื้นที่ให้คนขึ้นไปไล่คว้าความฝัน มันคือโอกาสเดียวที่คนจะได้ขึ้นไปพูดในสิ่งที่คิดท่ามกลางสปอตไลต์ </p>



<p>อย่าได้ถามว่าบางคนมาประกวดทำไมถ้าไม่เห็นด้วยกับแนวทางทั้งหมดของวงการหรือเวที ถ้าสปอตไลต์ยังอยู่ในกำมือของคนกลุ่มเล็กๆ หรือแนวคิดที่ไม่เปิดรับคนนอกให้เข้ามาขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงค่านิยม การถามแบบนั้นกับคนที่ไม่มีทางเลือกก็เหมือนถ่มน้ำลายลงมาจากหอคอยงาช้าง มันคือการพยายามยึดอำนาจการเป็นเครื่องชี้นำสังคมไว้กับกลุ่มอิทธิพลและบีบให้คนที่มีอภิสิทธิ์น้อยกว่าต้องเข้ามาพึ่งพา โอนอ่อนเอาเอง มันไม่ใช่การพัฒนาไปด้วยกัน หนำซ้ำยังวิจารณ์โครงสร้างและแนวคิดพวกนี้ตรงๆ ไม่ได้</p>



<p>และที่มันมีเรื่องบุคลิกหน้าตาเข้ามาเกี่ยวข้องก็เพราะการประกวดนางงามคือการหาไอคอน มันต้องหาคนที่มีแรงดึงดูดมานำสังคม อย่างน้อยตอนพูดตอนเดินในคนเป็นร้อยเป็นพันคนนั้นต้องโดดเด่นขึ้นมา ซึ่งยากมากที่รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งนี้</p>



<p>แต่เราเชื่อว่าถ้าสังคมไทยพัฒนาแล้ว บริบทของเวทีนางงามจะเปลี่ยนไป ถามว่าต้องยุบเลยไหม เราคิดว่าไม่ต้อง เพราะเรารู้สึกว่า ถ้าพื้นที่ตรงนี้เปิดกว้างมากพอให้ใครมาพูดอะไรก็ได้ มันจะเป็น open space ที่ดี เหมือนกับการเลือกตั้งนักการเมืองที่คุณเลือกจะเชียร์ใครสักคนเพราะไอเดียและการนำเสนอ แล้วเขาจะเป็นกระบอกเสียงให้คนอีกมากมายที่มีปัญหาแบบคุณ รวมถึงเป็นแนวร่วมในการพัฒนาสังคมที่คุณอยากเห็น</p>



<p>เราเลยไม่ต่อต้านเรื่องนางงาม ขอแค่มันไม่มีขนบที่ปิดกั้น คร่ำครึ หรืออคติมากเกินไป ควรเป็นที่ที่ผู้หญิงได้ไปยืนพูดความคิดของคุณเอง เพราะมันคือเสรีภาพที่คุณใช้ได้ในสังคมที่จะไม่มีใครหัวเราะเยาะ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม42-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;ใครจะมองว่าเราดีหรือฉลาดไม่พอก็ไม่เป็นไร&#8221;</strong></h3>



<p>หลังจากจบการประกวดนางงาม เฌอเอมที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว ก็เริ่มใช้ชื่อเสียงของตัวเองในการออกมาแสดงจุดยืนและเรียกร้องทางการเมืองอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังลงมาทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องชาติพันธุ์ โดยเธอได้กลายเป็นหนึ่งในคณะทำงานทางด้านนี้ รวมถึงร่วมงานกับหน่วยงานฝั่งประชาธิปไตยอยู่เสมอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณพอจำได้ไหมว่ามีความเข้าใจทางการเมืองตั้งแต่เมื่อไหร่</h4>



<p>มันเป็นการสั่งสมความสงสัยหลายๆ ด้านมากกว่า เพราะการเมืองไทยมันเชื่อมต่อกัน อย่างเรื่องความอาวุโส ระบบอุปถัมภ์ การเมือง ศาสนา หรือสิทธิเสรีภาพ ก็อยู่ในโครงเดียวกัน เมื่อก่อนเรามองไม่เห็นหรอก แต่พอโดนทุบไปเรื่อยๆ พื้นความเชื่อเราปริแตกไปเอง ทุกอย่างเชื่อมกันโดยอัตโนมัติแบบที่เราไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ</p>



<p>ยกตัวอย่างช่วงที่เราใช้ชีวิตเองมากขึ้นเพราะโตแล้วกับทำงานเป็นนางแบบ ไปๆ มาๆ ระหว่างต่างประเทศกับไทย เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและความคิดคนค่อนข้างเยอะ ตอนอยู่ฮ่องกงเราไปไหนก็สบายมาก มีอิสระและเวลาในแบบที่ไม่เคยมีในไทยมาก่อน มันทำให้เราเกิดความคิดแบบพลเมืองโลก แต่พอกลับมาอยู่ไทยเราต้องเผชิญกับรถติด ความเหลื่อมล้ำแบบที่แค่ขับรถเข้าเมืองก็สัมผัสได้ นอกจากนั้นยังเจอฝุ่น PM2.5 ที่ไม่ว่าใครก็ประสบปัญหาเดียวกันหมด ขณะเดียวกันเราก็เจอปัญหาส่วนตัวอีก จนเริ่มมีอาการแพนิก นอนไม่หลับ ซึ่งแจ้งตำรวจไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น</p>



<p>เราเลยรู้สึกว่าการเกิดมาในประเทศนี้ช่างขาดเสรีภาพมากมายเหลือเกิน จากที่เคยเชื่อว่าสังคมควรมีชนชั้น เราเกิดเป็นไพร่ต้องลำบากถูกแล้ว เราเริ่มรู้แล้วว่าทุกคนเกิดมาโชคดีไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นมันเลยต้องมีระบบที่รองรับและกลับไปทำงานให้คนที่ไม่มีโอกาสสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เหมือนคนอื่นๆ ซึ่งนี่น่าจะเป็นจุดที่เราเริ่มมองเห็นสังคมในมิติทางการเมือง แล้วเกิดความเข้าใจต่อโครงสร้างมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-148424" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมคุณถึงออกมาเรียกร้องประเด็นชาติพันธุ์ทั้งที่เกิดและโตในเมือง</h4>



<p>มันไกลตัว แต่ว่าตอนที่ฟังพวกเขาเล่า เรากลับเห็นภาพ</p>



<p>พวกเขาคือคนที่ถูกผลักออกเพราะรัฐบาลหรือสังคมเราดำรงด้วยระบบรวมศูนย์ ตอนเด็กๆ เราก็รู้สึกคล้ายแบบนั้น ถึงเราเป็นชนชั้นกลางที่มีชีวิตดีระดับหนึ่ง แต่ในสังคมเราก็โดนผลักและทารุณจิตใจจนหลังชนขอบมาตลอด เราเลยค่อนข้างคอนเนกต์กับชาวกะเหรี่ยงมาก</p>



<p>เพราะฉะนั้นเมื่อมีโอกาส เราก็เลยไม่ลังเลที่จะขึ้นไปพูดเป็นปากเป็นเสียงให้เขา โดยเราก็ศึกษาข้อมูลมาแล้วและเชื่อมโยงได้ว่า เรากับชาวกะเหรี่ยงโดนขนบ ระบบอนุรักษนิยม ความเป็นชาติไทย ประเพณีเดี่ยว และอำนาจนิยม กดทับมาตลอด มันเลยไม่ใช่ปัญหาแค่ของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เป็นปัญหาที่เราไม่พอใจด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148425" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม7-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอได้รับความสนใจเยอะๆ คุณมีความรู้สึกกลัวบ้างไหมกับบทบาทที่เลือก</h4>



<p>มีนะ แต่ที่ทำต่อได้ก็เพราะทนไม่ไหวและไม่เห็นว่าอนาคตจะดีกว่านี้ เราเลยขอสู้มากกว่าที่จะถอย ดีกว่ามารอให้ภัยเหล่านี้หายไป เป็นแนวคิดที่สู้เพื่อวันนี้ ปกป้องตัวเองดีกว่าจนตรอกแล้วค่อยมาทำ เพียงแต่การต่อสู้ของเราจะไม่ไปตามดูว่าคนอื่นเขาคิดอะไรยังไงบ้าง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงไม่ตาม</h4>



<p>เพราะทุกวันนี้เราละอายใจที่ทำไม่เท่าคนอื่นแต่มีคนมาเรียกเราว่า นางฟ้าประชาธิปไตย มันเป็นการตีคุณค่าที่เราไม่ชอบ เราทำน้อยกว่าคนอื่นมาก และเราก็ไม่ได้มาตรงนี้เพื่อให้ใครชอบ ถ้าเราเป็นกระบอกเสียงหรือซัพพอร์ตใครได้ก็ยินดี แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้ทำอะไรมากเป็นพิเศษ แต่น่าจะเป็นเพราะคนให้ความสำคัญกับเราต่างหากเลยทำให้คิดว่าเราทำเยอะ แสงส่องลงมามากมายเต็มไปหมด ปัจจุบันเราเลยไม่อยากใส่ใจกับตรงนี้มาก คิดว่าทำเท่าที่สบายใจและจะอยู่ในเฉดประชาธิปไตยของเราต่อไป ไม่ต้องใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของคนอื่น ใครจะมองว่าเราดีหรือฉลาดไม่พอก็ไม่เป็นไร</p>



<h4 class="wp-block-heading">แต่ยังยืนยันว่าจะทำงานตรงนี้ต่อไป</h4>



<p>ใช่ ไม่เลิกเด็ดขาด ต่อให้วันหนึ่งเหตุการณ์มันจะรุนแรงกว่านี้ก็ตาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-683x1024.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148409" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม43-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>&#8220;เกิดมาเป็นคนแล้วต้องไปให้ไกลที่สุด&#8221;</strong></h3>



<p>ปัจจุบันเฌอเอมได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานเป็นนางแบบที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เรียกว่าเป็นการมาทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันอีกครั้ง หลังจากชีวิตหยุดชะงักไปในช่วงโควิด-19 ที่เมืองไทยแทบทำอะไรไม่ได้เลย&nbsp;</p>



<p>ที่นั่นทำให้เธอได้กลับมาสัมผัสการใช้ชีวิตจริงๆ อีกครั้งและกลายเป็นเฌอเอมที่ไม่ยอมอยู่ในพันธนาการของใคร หรือค่านิยมใด หรือกระทั่งความเป็นคนไทยก็ตาม</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">จากที่รู้สึกหลงทาง ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงกับตัวเองบ้าง</h4>



<p>รู้สึกเหมือนทุกอย่างมันสงบ เราเป็นคนที่ถ้าไม่ได้สัมผัสโลกภายนอกก็จะไม่รู้สึกถึงคลื่นลมในชีวิต พออยู่คนเดียวแล้วนาฬิกาก็ไม่เดิน ไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เลยไม่ได้มีความรู้สึกชอบ-ไม่ชอบกับตัวเอง เหมือนปล่อยเวลาผ่านไป แต่ในอีกมุมก็รู้สึกว่า พอเป็นแบบนี้ตัวเองก็ไม่ได้เติบโตหรือทำอะไรเท่าที่ควร new normal เลยยังไม่ค่อยลงตัวกับเราสักเท่าไหร่</p>



<p>เหมือนพอห่างจากไทยมากๆ เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยประกวดนางงามมาก่อน เหมือนเราไม่เคยมีปีที่แล้ว เพราะตื่นมาก็เปิดหน้าต่าง ชงกาแฟ อ่านหนังสือ รอทำงาน อากาศดี ฟ้าสวย ไม่มีอะไรให้นึกถึงนอกจากทำหน้าที่ในหนึ่งวันให้ดีที่สุด มองแค่เป้าหมายระยะสั้นว่าจะเป็นนางแบบที่ดี ไม่ต้องดังแต่มีงาน มีเงิน ไม่ต้องให้ครอบครัวลำบากก็พอ เรากลับมาจัดการภายในมากขึ้น ไม่ใช่แค่กิจกรรมในชีวิต แต่เป็นการจัดเรียงความคิดและความเห็นที่เรามีกับสิ่งต่างๆ และเราก็เลือกที่จะหยุดคิดบางเรื่อง เรียกว่ามาครั้งนี้ไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากมาพักสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ทำมานานมากแล้ว&nbsp;</p>



<p>เราพอเข้าใจได้ว่า ทำไมคนไทยที่มาใช้ชีวิตในต่างประเทศถึงไม่หวนกลับไปมองรายละเอียดในไทยมากนัก เราเคยเดินอยู่ริมถนน ดูตึกสวยๆ แล้วหัวเราะออกมาว่า อ๋อ การหลุดพ้นมันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่คงมีแค่การหลับตา แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้นแหละที่จะช่วยให้คิดว่าปัญหาที่ไม่อยู่ตรงหน้าคือปัญหาที่ไม่คงอยู่จริง เพราะมันมีอยู่ไง ในประเทศที่เวลาเดินเร็วกว่าเรา 5 ชั่วโมง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148426" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีความคิดอยากย้ายประเทศถาวรไหม</h4>



<p>เคยมีความรู้สึกนั้นนะ โดยเฉพาะช่วงที่เหนื่อยมากหรือท้อใจ แต่สิ่งที่ทำให้ยังอยากอยู่ที่ไทยมันก็มี เพราะนี่คือที่ที่เราเกิด ครอบครัวเรา ความทรงจำดี-ไม่ดีก็อยู่ที่นี่ และที่สำคัญเลยคือเราว่ามันดีกว่านี้ได้ ดังนั้นทำไมเราต้องเป็นฝ่ายย้ายออกล่ะ ความอยากในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้มันก็เป็นสิทธิของเรา เป็นคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ เราเลยตัดสินใจว่าถ้าอยู่ก็ขออยู่ให้เต็มที่&nbsp;</p>



<p>แต่กลับกันถ้ามีโอกาสในการทำงาน เราพร้อมไปนะ เรารักประเทศเกิดแต่ก็เป็นพลเมืองโลกด้วย ถ้าโลกให้โอกาสในการเรียนรู้ ให้ประสบการณ์ที่กว้างขึ้น เราก็ไปทำ เพราะแค่คุณเกิดมาก็มีความหมายแล้ว ดังนั้นถ้าคุณจะไปสร้างผลผลิตให้โลก ไม่ว่าจะบนผืนดินแห่งไหน มันก็เป็นการที่คุณได้ใช้ศักยภาพที่มีในการสร้างสรรค์&nbsp;</p>



<p>เกิดมาเป็นคนแล้วต้องไปให้ไกลที่สุด อย่าให้แผ่นดินเกิดมาเป็นโซ่ตรวน</p>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้ายนี้ คุณยังมีหวังกับประเทศไทยแค่ไหน</h4>



<p>ตอบยาก แต่เราแอบทำใจไว้ว่ามันจะไม่จบในรุ่นเราแบบที่หลายคนบอกไว้หรอก ดังนั้นเราขอเป็นแค่ก้อนอิฐก้อนหนึ่งที่ปูทางไปแล้วกัน เพราะเราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงต้องสะสมตามกาลเวลา&nbsp;</p>



<p>ที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้เพราะโดนตัดตอนรัฐประหาร เส้นทางของเราเลยไม่ค่อยสม่ำเสมอ หน้าที่ของคนรุ่นเราจึงอาจไม่ใช่หน้าที่ที่จะชนะ แต่เป็นหน้าที่ที่จะปกป้องอิฐในรุ่น ปูทางให้เรียบ อย่างเรื่องของ #saveบางกลอย เราก็ต้องรีบทำ เพราะมันเป็นการกลืนหายทางวัฒนธรรม เราอยากให้วันหนึ่ง ไม่ว่าไทยจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ คนสามารถสู้เรื่องชาติพันธุ์ได้สบายและง่ายกว่านี้</p>



<p>(นิ่งคิด) ดังนั้นถามว่ามีหวังกับประเทศไทยไหม มีนะ แต่เป็นหวังกับอนาคต&nbsp;</p>



<p>ซึ่งอาจเป็นอนาคตอันไกลโพ้นก็ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-1024x683.jpg" alt="เฌอเอม" class="wp-image-148427" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/เฌอเอม21-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheraim/">27 ปีของเฌอเอม ชญาธนุส จากเด็กจูนิเบียวสู่นางงาม และตอนต่อไปในฐานะแอ็กทิวิสต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; &#124; Nerd Eye View EP.1</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2021 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ รมยาสัย]]></category>
		<category><![CDATA[มด]]></category>
		<category><![CDATA[เนิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงมด]]></category>
		<category><![CDATA[Nerd Eye View]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145856</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มา คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand สร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย” ‘กานต์ รมยาสัย’ คือเจ้าของเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; ที่ฝักใฝ่ในเรื่องมดมาตั้งแต่อายุเพียงเลขหลักหน่วย จากที่นั่งหยิบจับใบไม้กิ่งไม้มาสร้างเป็นอาณาจักรให้มดตามข้างทาง ความฝันที่จะมีมดเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้เมื่อเขาบินไปเรียนต่อไกลถึงอเมริกา หลายปีที่ผ่านมาเพจแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงมดของเขาเล่าทุกเรื่องเกี่ยวกับมดแบบลงลึก จนสามารถสร้างธุรกิจเกี่ยวกับมดได้จริงๆ ประสบการณ์การออกตามล่าหามดสุดแรร์จะพีคแค่ไหน และทำไมคนหนึ่งคนถึงได้เนิร์ดเรื่องมดขนาดนี้? ชวนขุดลึกเรื่องมดกับกานต์ ในรายการ Nerd Eye View รายการที่จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาลความชอบของคนหลากวงการ 1ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย 11ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/">ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; | Nerd Eye View EP.1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#039;คนเลี้ยงมด&#039; | Nerd Eye View EP.1" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/k3RC12EcofM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มา<span style="display: none;"> คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand </span>สร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย”</p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/ant-keeping-thailand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">‘กานต์ รมยาสัย’</a> คือเจ้าของเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; ที่ฝักใฝ่ในเรื่องมดมาตั้งแต่อายุเพียงเลขหลักหน่วย จากที่นั่งหยิบจับใบไม้กิ่งไม้มาสร้างเป็นอาณาจักรให้มดตามข้างทาง ความฝันที่จะมีมดเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้เมื่อเขาบินไปเรียนต่อไกลถึงอเมริกา</p>



<p>หลายปีที่ผ่านมาเพจแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงมดของเขาเล่าทุกเรื่องเกี่ยวกับมดแบบลงลึก จนสามารถสร้างธุรกิจเกี่ยวกับมดได้จริงๆ</p>



<p><p>ประสบการณ์การออกตามล่าหามดสุดแรร์จะพีคแค่ไหน และทำไมคนหนึ่งคนถึงได้เนิร์ดเรื่องมดขนาดนี้? ชวนขุดลึกเรื่องมดกับกานต์ ในรายการ <a href="https://youtube.com/playlist?list=PLdWUnTNFHNm1LHn1dHHzFk6RfMnNC32j_" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Nerd Eye View</a> รายการที่จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาลความชอบของคนหลากวงการ</p>

<div style="display: none;">
1ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
11ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
111ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
2ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
22ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
222ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
3ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
33ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
333ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
4ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
<h2> คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand </h2>
44ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
444ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
5ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
55ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
555ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
6ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
66ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
666ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
7ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
77ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
777ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
8ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
88ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
888ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
<h2> คนเลี้ยงมด </h2>
9ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
99ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
999ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
0ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
00ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
000ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/">ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; | Nerd Eye View EP.1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘กลุ่มคนดูแลกันเอง’ กลุ่มอาสาสมัครช่วงโควิด-19 ที่อยากปิดโครงการให้เร็วที่สุด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/noonecaresbangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กรกมล ศรีวัฒน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 09:18:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มคนดูแลกันเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[กักตัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=143782</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;เมื่อการบริหารงานของรัฐบาลมันห่วยแตก เราจะช่วยกันเอง&#8221; นี่คือข้อความอธิบายบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของ &#8216;กลุ่มคนดูแลกันเอง&#8217; กลุ่มอาสาสมัครที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างโดยที่ไม่มีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม พวกเขาเข้าไปให้ความช่วยเหลือทั้งอาหารและสิ่งของ ผ่านการเป็นตัวกลางประสานความต้องการคู่ระหว่างผู้บริจาคและกลุ่มคนงานแคมป์ก่อสร้าง โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยระบุตำแหน่งของแคมป์คนงานก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้อาสาสมัครและผู้บริจาคในแต่ละพื้นที่ได้ลงสำรวจสภาพและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของแต่ละแคมป์ แม้จะเป็นอาสาสมัครที่ทำงานช่วยดูแลประชาชนด้วยกันเอง แต่ในแถลงการณ์ฉบับแรกของกลุ่มคนดูแลกันเองย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องทำงานให้กับประชาชนด้วยความจริงใจ แต่หลังจากผ่านการจัดตั้งมาหนึ่งเดือน กลุ่มคนดูแลกันเองกลับต้องจริงจังกับการประสานงานให้ความช่วยเหลือเรื่องการแยกกักตัวผู้ป่วยในแคมป์คนงาน (worker camp isolation) และการแยกกักตัวที่บ้าน (home isolation)&#160;ที่ขยายหน้างานจากขอบเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปในต่างจังหวัด เกิดอะไรขึ้นกับวันที่ประชาชนต้องดูแลกันเอง นี่คือคำถามสำคัญที่พาเราไปคุยกับ อิง–ไชยวัฒน์ วรรณโคตร และ ไนล์–เกศนคร พจนวรพงษ์ สองอาสาสมัครจากกลุ่มคนดูแลกันเองถึงสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา และความหวังข้างหน้าที่รัฐต้องกลับมาทำงานของตัวเอง &#8216;กลุ่มคนดูแลกันเอง&#8217; เกิดขึ้นได้ยังไง อิง : เราเกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นปัญหาการปิดแคมป์คนงานโดยที่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินตามนโยบายที่ตัวเองพูดไว้ พวกเราจึงเริ่มเอาข้าวของไปบริจาคให้กับแคมป์คนงาน แต่พอไปลงหน้างานจริง เราก็เห็นปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเลยชวนเพื่อนๆ ตั้งกลุ่มคนดูแลกันเองขึ้นมา สาเหตุหลักๆ คือพอเราเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ เช่น ข้อมูลแผนที่ของแคมป์คนงานก่อสร้างจากกรมแผนที่ทหาร แต่พอปักหมุดไปได้สักพัก เราพบว่ายังมีหลายแคมป์ที่ยังไม่รู้และไม่เจอ เลยไปหาข้อมูลเพิ่มจากทางสำนักงานเขตต่างๆ ที่เหลือก็คือมีผู้แจ้งมาทาง open chat แจ้งมาเราก็เอามาปักหมุดใหม่ พอทำแบบนี้ได้ เราเลยเริ่มจับคู่คนบริจาคกับคนรับบริจาคตั้งแต่ตอนนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/noonecaresbangkok/">คุยกับ ‘กลุ่มคนดูแลกันเอง’ กลุ่มอาสาสมัครช่วงโควิด-19 ที่อยากปิดโครงการให้เร็วที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&#8220;เมื่อการบริหารงานของรัฐบาลมันห่วยแตก เราจะช่วยกันเอง&#8221; นี่คือข้อความอธิบายบนหน้าเพจเฟซบุ๊กของ &#8216;กลุ่มคนดูแลกันเอง&#8217; กลุ่มอาสาสมัครที่<a href="https://adaymagazine.com/category/series/call-out-by-your-name/">ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม</a>กับคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างโดยที่ไม่มีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>พวกเขาเข้าไปให้ความช่วยเหลือทั้งอาหารและสิ่งของ ผ่านการเป็นตัวกลางประสานความต้องการคู่ระหว่างผู้บริจาคและกลุ่มคนงานแคมป์ก่อสร้าง โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยระบุตำแหน่งของแคมป์คนงานก่อสร้างทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้อาสาสมัครและผู้บริจาคในแต่ละพื้นที่ได้ลงสำรวจสภาพและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของแต่ละแคมป์</p>



<p>แม้จะเป็นอาสาสมัครที่ทำงานช่วยดูแลประชาชนด้วยกันเอง แต่ในแถลงการณ์ฉบับแรกของกลุ่มคนดูแลกันเองย้ำจุดยืนชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องทำงานให้กับประชาชนด้วยความจริงใจ แต่หลังจากผ่านการจัดตั้งมาหนึ่งเดือน กลุ่มคนดูแลกันเองกลับต้องจริงจังกับการประสานงานให้ความช่วยเหลือเรื่องการแยกกักตัวผู้ป่วยในแคมป์คนงาน (worker camp isolation) และการแยกกักตัวที่บ้าน (home isolation)&nbsp;ที่ขยายหน้างานจากขอบเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปในต่างจังหวัด</p>



<p>เกิดอะไรขึ้นกับวันที่ประชาชนต้องดูแลกันเอง นี่คือคำถามสำคัญที่พาเราไปคุยกับ<strong> อิง–ไชยวัฒน์ วรรณโคตร </strong>และ<strong> ไนล์–เกศนคร พจนวรพงษ์</strong> สองอาสาสมัครจากกลุ่มคนดูแลกันเองถึงสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา และความหวังข้างหน้าที่รัฐต้องกลับมาทำงานของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-1024x683.jpg" alt="กลุ่มคนดูแลกันเอง" class="wp-image-143835" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง1-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">&#8216;กลุ่มคนดูแลกันเอง&#8217; เกิดขึ้นได้ยังไง</h4>



<p><strong>อิง :</strong> เราเกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นปัญหาการปิดแคมป์คนงานโดยที่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินตามนโยบายที่ตัวเองพูดไว้ พวกเราจึงเริ่มเอาข้าวของไปบริจาคให้กับแคมป์คนงาน แต่พอไปลงหน้างานจริง เราก็เห็นปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเลยชวนเพื่อนๆ ตั้ง<a href="https://www.facebook.com/noonecaresbangkok">กลุ่มคนดูแลกันเอง</a>ขึ้นมา</p>



<p>สาเหตุหลักๆ คือพอเราเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ เช่น ข้อมูลแผนที่ของแคมป์คนงานก่อสร้างจากกรมแผนที่ทหาร แต่พอปักหมุดไปได้สักพัก เราพบว่ายังมีหลายแคมป์ที่ยังไม่รู้และไม่เจอ เลยไปหาข้อมูลเพิ่มจากทางสำนักงานเขตต่างๆ ที่เหลือก็คือมีผู้แจ้งมาทาง open chat แจ้งมาเราก็เอามาปักหมุดใหม่ พอทำแบบนี้ได้ เราเลยเริ่มจับคู่คนบริจาคกับคนรับบริจาคตั้งแต่ตอนนั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงต้องทำหน้าที่จับคู่ของและคนบริจาค</h4>



<p><strong>ไนล์ :</strong> เพราะว่าถ้าแปะข้อมูลแคมป์ลงไปในเพจเดี่ยวๆ คนที่เห็นแคมป์นั้นเขาก็จะเฮไปบริจาคให้แคมป์เดียว แล้วการที่แคมป์ได้ของบริจาคเกิน โดยเฉพาะที่เป็นอาหารกล่องที่เก็บไว้ไม่ได้นานก็จะเน่าเสีย ในขณะที่มันยังมีแคมป์อีกหลายที่ที่เขายังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เราเลยใช้เป็นระบบให้อาสาของเราเป็นคนจับคู่ โดยคนมาเฝ้ามอนิเตอร์ว่าแคมป์ไหนต้องการอะไร และมีผู้บริจาคแบบไหนคอยจับให้แมตช์กัน&nbsp;</p>



<p>แต่หลังจากนั้นก็พบว่ามันต้องใช้แรงงานคน แล้วเราไม่ได้มีคนเยอะมากขนาดนั้น เราเลยเปลี่ยนระบบมาเป็นเว็บแอพพลิเคชั่นที่ลงข้อมูลของแต่ละแคมป์ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ คนที่ต้องการบริจาคของก็จะมาดูข้อมูลได้ว่าแต่ละแคมป์ต้องการอะไรและเลือกบริจาคได้เอง กระบวนการนี้ทำให้ทุ่นแรงคนได้เยอะมาก และทำให้ระบบเสถียรขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีลดความผิดพลาดของมนุษย์ (human error)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-683x1024.jpg" alt="กลุ่มคนดูแลกันเอง" class="wp-image-143838" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง22-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การลงพื้นที่ของกลุ่มคนดูแลกันเองทำให้เห็นถึงปัญหาของแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างยังไงบ้าง</h4>



<p><strong>อิง :</strong> ชัดเจนว่ารูปแบบการรับค่าแรงแบบวันต่อวันเป็นรูปแบบที่ทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีและไม่พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตเลย พอคนงานก่อสร้างรับค่าแรงวันต่อวัน ปุ๊บปั๊บรัฐบาลมาสั่งปิดหนึ่งเดือน นั่นหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับค่าแรงเดือนหนึ่งเต็มๆ แล้วที่ผ่านมาเขาหาเช้ากินค่ำ พอเขาหาเช้าไม่ได้ ค่ำเขาก็ไม่มีอะไรกิน ไม่ว่าจะสร้างคอนโดห้องละ 20-30 ล้าน หรือจะสร้างห้องแถว ค่าแรงคนงานก่อสร้างก็เท่ากัน ชีวิตก็ไม่ได้ดีกว่ากัน</p>



<p>การเกิดวิกฤตแบบนี้มันยิ่งเปิดแผลว่า ที่ผ่านมานโยบายค่าแรงที่มันต่ำจนเกินกว่ามาตรฐานการใช้ชีวิต กฎหมายแรงงานที่ไม่ได้กำหนดรูปแบบการรับค่าจ้างให้เป็นรายเดือนทั้งหมดแบบที่อารยประเทศเขาทำกัน มันทำให้ชีวิตเขาไปต่อไม่ได้ อย่าว่าแต่โรคระบาดเลย อยู่เฉยๆ เขายังทำไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่มีรายได้ แถมบางคนมีหนี้มีสินหรือภาระครอบครัว&nbsp;ส่วนใหญ่คนงานในแคมป์ก็จะอยู่กันเป็นครอบครัว หนึ่งคนต้องเลี้ยงพ่อ แม่ และลูกในแคมป์</p>



<p>ส่วนแรงงานข้ามชาติ เราก็เห็นว่ามีการยกเลิกการตรวจแรงงานข้ามชาติ ตรวจเฉพาะแรงงานไทย เป็นคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หลังสั่งปิดแคมป์แค่ 7 วันเอง ทั้งๆ ที่ก่อนปิดเขามีนโยบายว่าต้องตรวจแบบปูพรม ต้องปิดและทำ Bubble and Seal นี่ก็สะท้อนหลายอย่างนะ</p>



<h4 class="wp-block-heading">ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นการเหยียดเชื้อชาติและความชาตินิยม อย่างการใช้ชื่อ &#8216;ไทยชนะ&#8217;</h4>



<p><strong>ไนล์ :</strong> ชัดเจนมาก มันคือการเลือกปฏิบัติระหว่างคนไทยกับแรงงานข้ามชาติ สาธารณสุขไทยไม่เข้าใจการรับมือโรคระบาด มันไม่ใช่ว่าโควิด-19 จะติดแค่คนไทย ประเทศไทยไม่ได้มีแค่คนไทย เรามีแรงงานต่างชาติอีกมากมายที่เข้ามาทำงานในประเทศและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้า เขาไม่เข้าใจว่าจะไม่มีใครปลอดภัยนอกจากทุกคนจะปลอดภัย&nbsp;</p>



<p>คิดดูสิ ในขณะที่เราอยู่ ค.ศ. 2021 แล้ว ยังมีคนบางกลุ่มที่มีมายด์เซตแบบพม่าเผากรุงศรีฯ เหยียดแรงงานต่างชาติอยู่เลย เราไม่ได้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนและการตรวจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="750" height="750" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n.jpg" alt="" class="wp-image-143839" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n.jpg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/226304458_121907826836010_5255697002134091680_n-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วนโยบายภาครัฐในมาตรการปิดแคมป์ ส่งผลกระทบต่อนายจ้างในอุตสาหกรรมก่อสร้างบ้างไหม</h4>



<p><strong>อิง : </strong>ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกมาให้ข่าวว่า คนไม่หนีกลับบ้านหรอก เพราะเราเลี้ยงข้าว 3 มื้อ เรามีชดเชย แต่นี่คือการโยนหน้าที่ไปให้นายจ้าง โดยที่ในความเป็นจริงระบบอุตสาหกรรมก่อสร้างมีทั้งเจ้าใหญ่และเจ้าเล็ก ซึ่งเจ้าใหญ่ผมพูดตรงๆ ว่าการให้เขาเลี้ยงข้าว 3 มื้อให้กับพนักงานในหนึ่งเดือนมันง่ายมาก เพราะเขากินส่วนต่างค่าแรงของแรงงานมานาน ดังนั้นการที่รัฐบาลให้เขาทำแบบนี้มันก็ช่วยได้ แต่สำหรับบริษัทเล็กๆ ที่สายป่านไม่ยาวเท่า ปัญหาจะเกิดขึ้นกับเขาแน่นอน</p>



<p>และเจ้าเล็กๆ มีเยอะมากนะครับ เป็นพันๆ แคมป์รอบกรุงเทพฯ บางเจ้าก็รวย แต่บางเจ้าก็แค่มารับเหมาเฉยๆ ทำให้ช่วยข้าว 3 มื้อให้กับพนักงานได้แค่อาทิตย์เดียว หรือที่เจอแย่กว่านั้นคือให้ได้แค่ 2 วันก็มี หลังจากนั้นก็วันละมื้อ มื้อที่เหลือก็หากินเอาเอง</p>



<p>อย่างแย่ที่สุดที่เจอคือคนงานต้องนอนอยู่ในแคมป์เพื่อเอาแรง ยอมกินข้าวแค่มื้อเดียว สองมื้อที่เหลือก็ให้เด็กและผู้หญิง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ซึ่งกลุ่มคนดูแลกันเองช่วยเหลือครอบครัวของคนงานในแคมป์ด้วย</h4>



<p><strong>อิง :</strong> ใช่ครับ โดยสิ่งที่แพงมากที่สุดคือนมผง เราต้องหาทั้งนมผง ผ้าอนามัย ไปจนถึงยาคุมกำเนิดและถุงยาง หรือหลายแคมป์ที่มีผู้หญิงท้อง บางคนจะคลอดลูกเราก็ต้องติดต่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลให้</p>



<p>แต่พอเป็นแรงงานข้ามชาติก็ไม่ค่อยมีโรงพยาบาลไหนรับคลอด พอไปที่โรงพยาบาลก็โดนไล่ ดังนั้นมันก็พูดยาก</p>



<p><strong>ไนล์ :</strong> ช่วงหลังเราเลยทำระบบให้คุณหมอมาให้คำปรึกษาในกรณีที่มีแรงงานข้ามชาติด้วย เพราะเคสที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเคสผู้หญิงท้องที่มีจำนวนมากและส่วนใหญ่ก็ติดโควิด-19 ซึ่งมันอันตรายกว่าทั่วไป ยาที่ใช้ก็ต้องเป็นอีกตัว ความลำบากจึงเกิดขึ้นในการดูแลส่วนนี้มากเข้าไปอีก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-143840" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057470.jpg 1478w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วเรื่องการแยกกักตัวผู้ป่วยในแคมป์คนงานล่ะ กลุ่มคนดูแลกันเองช่วยจัดการตรงนี้ไหม</h4>



<p><strong>อิง :</strong> เราพยายาม แต่ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของแคมป์คนงาน มันแทบเป็นไปไม่ได้ ทีมแพทย์ที่มาก็ช่วยกันวางแผนและแนะนำว่า ถ้ายังงั้นคุณตีให้ติดโควิด-19 ทั้งหมด และดูแลเขาให้เหมือนทุกคนติดโควิด-19 ดีกว่า</p>



<p>อย่างกรณีแคมป์ที่มีการตรวจ สำหรับคนที่ตรวจเจอเราก็จะแยกออกมาพอเป็นพิธี แต่คนที่ยังไม่ได้ตรวจเราจะคาดการณ์ไปเลยว่าเขาติดแน่ๆ และใช้วิธีการเฝ้าระวัง แต่สำหรับบางแคมป์ที่ไม่ได้ตรวจสักคนแต่คนในแคมป์เป็นไข้อ่อนๆ เราก็จะใช้วิธีสันนิษฐานตามอาการและสุ่มส่งชุดตรวจเข้าไปให้ ถ้าเจอเราก็จะตีความไปเลยว่าทั้งแคมป์นั้นติดโควิด-19 และให้ความช่วยเหลือต่อไป</p>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มคนดูแลกันเองมีระบบให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ยังไง</h4>



<p><strong>อิง :</strong> เราทำงานผ่านแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างเป็นระบบ มีห้อง Discord ของคนดูแลกันเองที่เริ่มต้นโดยทีมแอดมิน ไนล์จะคอยดูแลตรงส่วนนี้และทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงพยาบาลออนไลน์ ในนั้นจะมีห้องย่อยของเคสต่างๆ ที่จะจับหมอไปคู่กับคนไข้ในแต่ละเคส หน้าที่ของหมอคือโทรไปฟอลโลว์คนไข้ทุกๆ วันว่าอาการเป็นยังไงและสั่งยา&nbsp;หลังจากนั้นจะมีทีมเก็บข้อมูลยาและออกใบสั่งยา หรือในกรณีเคสหนักๆ เช่น ต้องการถังออกซิเจนที่หมอต้องสั่งพิเศษ เราก็จะมีทีมเข้าพื้นที่หน้างานที่ใส่ชุด PPE ลงไปติดตั้งเครื่องออกซิเจนให้กับคนไข้เลย แต่สำหรับกรณีที่เกิดเหตุด่วน เราก็จะมีห้องที่คุยกันเรียลไทม์เหมือนห้องฉุกเฉินขึ้น ตรงนั้นจะมีพยาบาลที่ทำเรื่องส่งตัวเก่งๆ ประจำการอยู่</p>



<p>แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราก็ต้องถามคนไข้ก่อนการรักษาเสมอว่าเขายินดีที่จะให้เรารักษาแบบนี้ไหม ยินดีที่จะเอาตัวรอดไปกับเราหรือเปล่า เพราะว่าเราไม่ใช่โรงพยาบาลและไม่ใช่รัฐ เราทำได้แค่ในขีดความสามารถของอาสาสมัคร แต่เราจะทำให้ดีที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="540" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057471.jpg" alt="" class="wp-image-143841" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057471.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057471-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057471-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/S__57057471-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีกรณีไหนไหมที่คุณรู้สึกสะท้อนใจและเห็นถึงปัญหาสาธารณสุขในไทยได้แจ่มชัด</h4>



<p><strong>ไนล์ : </strong>มีเคสแยกกักตัวที่บ้านคนไทยเคสหนึ่ง เขาเป็นครอบครัวกงสีใหญ่ที่อยู่ด้วยกันหลายคน และทั้งบ้านติดโควิด-19 หมด แต่ทีนี้คุณปู่อาการหนักมาก เราเลยเอาเครื่องออกซิเจนไปติดตั้งให้เพื่อพยุงอาการ อยู่มาวันหนึ่งเราก็พบว่าคุณปู่คนนี้เสียชีวิตแล้ว เพราะคนในบ้านแย่งเครื่องออกซิเจนเขาไปใช้ โดยคนที่แย่งก็ไม่ใช่คนที่อาการหนักสุดด้วย</p>



<p>เราว่าบ้านหลังนี้คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่เกิดขึ้นในประเทศได้แจ่มชัด ทุกคนต่างอยากเอาชีวิตรอด ซึ่งเรามองว่าไม่ใช่ความผิดของเขาเลยที่แย่งแบบนั้น เพราะว่ารัฐต่างหากที่ทำให้เราตกอยู่ในสภาพนี้ สภาพที่เหมือนล่มสลายแล้ว ไม่มีใครช่วยเหลือเราได้นอกจากตัวเราที่ต้องหาทางเอาชีวิตรอดเอง</p>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้ายบ้านหลังนั้นเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p><strong>อิง :</strong> เขาถอนการรักษาจากเรา เหมือนเขามองว่าขีดความสามารถเราไม่พอ</p>



<h4 class="wp-block-heading">แสดงว่าการช่วยเหลือก็อาจจะไม่ได้สำเร็จไปในทุกกรณี</h4>



<p><strong>อิง :</strong> มีหลายเคสที่ขอถอนการรักษาครับ เช่น ติดต่อไม่ได้ ซึ่งเราจะสันนิษฐานว่าเขาไม่อยากรักษาต่อหรือได้โรงพยาบาลแล้วลืมแจ้งเรา หรือเคสที่ขอถอนเองเพราะคิดว่าขีดความสามารถในการซัพพอร์ตของเราไม่พอก็มี แม้กระทั่งเคสที่ขอถอนเพราะกระทบกระเทือนทางจิตใจ อยู่ในบ้านร่วมกันแล้วมีคนตาย จนรู้สึกว่าอยากตายให้มันจบๆ ไป ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากรักษา มันก็มีเกิดขึ้นเหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-1024x683.jpg" alt="กลุ่มคนดูแลกันเอง" class="wp-image-143842" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง3-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การทำงานอาสาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายเช่นนี้ พวกคุณเองมีวิธีการรักษาสภาพจิตใจยังไง</h4>



<p><strong>ไนล์ :</strong> เราป็นคนที่ทำอยู่หลังบ้าน ไม่ได้เจอหน้างานจริง แต่เราก็ต้องนั่งอ่านรายงานของคุณหมอในแต่ละวัน พร้อมกับทำเรื่องตัวเลขว่าบ้านไหนมีคนติดเชื้อเท่าไหร่ และเมื่อบ้านหลังนั้นมีคนเสียชีวิตก็ต้องปรับตัวเลขให้ลดลง เราเลยจะเห็นตัวเลขตลอดว่าวันนี้มีคนตายหรือมีคนป่วยมากขึ้น วันนี้เคสของคนนี้เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง ซึ่งก็สลับกันไปกับที่คนนี้หายแล้ว คนนั้นตายต่อ หรือคนนี้เคสเข้ามาใหม่ มันวนอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นก็พอพูดได้ว่าเราอยู่ในจุดที่เห็นคนตายเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่ไม่ควรเป็นเรื่องปกติ ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อเราทั้งทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณหมอที่เป็นเจ้าของเคสแล้วต้องโทรไปอัพเดตอาการคนไข้ทุกวัน เขาจะเป็นคนที่ใกล้ชิดคนไข้มากที่สุด</p>



<p>ล่าสุดเราเลยเตรียมรับจิตแพทย์เข้ามาในทีมแล้ว เพื่อให้ทั้งเรา คนไข้ และคนที่มีคนในครอบครัวเสียชีวิตได้โทรคุยกับจิตแพทย์เพื่อเยียวยาจิตใจ เพราะว่าใจกับกายมันต้องไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในมุมกลับกัน อะไรคือแรงที่ทำให้ทำต่อ</h4>



<p><strong>ไนล์ :</strong> สิ่งที่ช่วยซัพพอร์ตใจพวกเรามากที่สุดคือทุกครั้งที่เห็นว่าเคสปิดได้ คนไข้ถูกส่งไปรักษาต่อหรือว่าได้รับการช่วยเหลือ หรือเราดูแลเขาจนผลโควิด-19 กลายเป็นลบ ทั้งหมดนี้ทำให้เรารู้ว่าการที่เราเอาสภาพจิตใจของตัวเองมาทำลายด้วยการเป็นอาสาสมัคร มันเป็นการย้ำจุดยืนนั่นแหละว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่</p>



<p>เราไม่ได้ทำความดีเพื่อให้รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเป็นคนดี รู้สึกสวย หรือรู้สึกว่าเป็นจิตอาสา แต่เราทำเพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐที่ต้องให้คนแบบเรามาทำหน้าที่ตรงนี้ มันทนไม่ไหวแล้วที่จะต้องเห็นคนที่เขามีหน้าที่แต่กลับไม่ทำอะไร ดังนั้นทุกครั้งที่เราช่วยเหลือคนได้มากเท่าไหร่ ยิ่งจำนวนของจิตอาสาในประเทศเรามีมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศนี้มันผิดปกติ</p>



<p>สรุปคือจิตใจของอาสาสมัครที่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็มาจากความโกรธล้วนๆ มันเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราทำอยู่ทุกวันนี้ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-1024x683.jpg" alt="กลุ่มคนดูแลกันเอง" class="wp-image-143843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/กลุ่มคนดูแลกันเอง2-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ตั้งแต่การเปิดกลุ่มคนดูแลกันเองมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่า สิ่งที่กลุ่มคนดูแลกันเองย้ำคือการปิดโครงการให้เร็วที่สุด แต่ทำไมล่าสุดถึงมีการขยายขอบเขตไปในต่างจังหวัด</h4>



<p><strong>อิง :</strong> เพราะในตอนแรกเราทำเพราะอยากกลับไปใช้ชีวิตปกติ ทุกคนไม่อยากทำงานตรงนี้ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะเราต้องปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเพื่อนมนุษย์ แต่ในสภาวะที่รัฐล้มเหลวและไม่ยอมมาทำงานของตัวเองสักที เราเลยต้องขยายงานตามหน้างานไป</p>



<p>อย่างตอนนี้เราก็มีเครือข่ายในการรักษาที่ใช้หมอเดียวกันกับกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือที่อยุธยา รวมถึงขอนแก่น ศรีสะเกษ และปราจีนบุรีที่กำลังติดต่อกันอยู่เหมือนกัน เพราะพวกเขาก็เจอปัญหาคล้ายๆ กรุงเทพฯ คือการแยกกักตัวที่บ้านปลอม คือลงทะเบียนไปแต่สิ่งที่ได้กลับมาเป็นการที่ อสม.เดินเอาฟ้าทะลายโจรและเครื่องวัดออกซิเจนมาให้ ไม่ได้มีการติดตามอาการอะไร หลายๆ ที่เป็นแบบนี้นะ เราเลยพยายามขยายหน้างานเพื่อดูแลคนที่ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐให้มากขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าให้สรุป ตอนนี้เป้าหมายของกลุ่มคนดูแลกันเองคืออะไร</h4>



<p><strong>อิง :</strong> ยังคงเหมือนเดิม คือเราต้องการปิดโครงการให้เร็วที่สุด และเงื่อนไขที่เราจะปิดโครงการคือรัฐต้องมาทำหน้าที่ปิดช่องว่างของการรักษาหลังลงทะเบียนให้ได้</p>



<p>ถ้าผู้ป่วยโควิด-19 นับหนึ่ง คุณควรให้หมอโทรหาและให้ยาเขาได้แล้วตั้งแต่วันนั้น ตรวจปุ๊บจ่ายยาปั๊บ ทำงานให้รวดเร็ว นี่คือสิ่งที่จะจัดการปัญหาโควิด-19 ณ ปัจจุบันได้เบื้องต้น และอันที่ 2 คือเรื่องวัคซีน mRNA เอาเข้ามาสักทีเถอะครับ</p>



<p><strong>ไนล์ :</strong> เราเหมือนกับอิงที่อยากให้พรุ่งนี้ทุกคนสามารถนอนและนั่งดูเน็ตฟลิกซ์ทั้งวัน อยากเลิกทำงานอาสาตรงนี้แล้ว แต่ทุกอย่างมันไม่เอื้อให้เราหยุดเลย ดังนั้นย้ำอีกทีว่ายิ่งมีอาสาสมัครมากขึ้นเท่าไหร่ รัฐก็ยิ่งล้มเหลวมากขึ้นเท่านั้น</p>



<p>รัฐต้องทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว ไม่ใช่ให้ประชาชนทำแทนแบบนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/noonecaresbangkok/">คุยกับ ‘กลุ่มคนดูแลกันเอง’ กลุ่มอาสาสมัครช่วงโควิด-19 ที่อยากปิดโครงการให้เร็วที่สุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Aug 2021 07:01:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[camping]]></category>
		<category><![CDATA[แคมป์]]></category>
		<category><![CDATA[แคมป์ปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บึงไมตรีจิต]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Backyard]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=138997</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bangkok Backyardมันเป็นบ่ายวันหนึ่งของต้นเดือนมิถุนายนที่ท้องฟ้าฟ้าจัดอย่างแทบไร้ความขาวของมวลหมู่เมฆเจือปน ความสดใสของฟากฟ้ามาพร้อมกับความแรงของแสงอาทิตย์Bangkok Backyard การไปแคมป์ปิ้งช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ มันเป็นหน้าฝนที่ฝนตกไม่ขาด แถมแดดยังเจ็บจัดจ้าน อีกทั้งคนไม่ค่อยไปไหนมาไหนกัน เมืองเงียบ คนเหงา บรรยากาศอุดอู้อย่างต่อเนื่อง คนอยู่ไม่ติดที่อย่างเราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมติดต่อกันเป็นเวลานานจนเริ่มทะลุจุดอิ่มตัว แต่เอาเถอะ มันต้องมีแหละ บรรยากาศธรรมชาติสักที่ที่จะตอบโจทย์และเป็นที่พักใจให้ได้บ้าง ด้วยความที่อะไรๆ ไม่ค่อยเอื้ออำนวย การเดินทางข้ามจังหวัดมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ เราจึงมองหาที่หย่อนใจภายในกรุงเทพฯ แบบไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไปจนมาลงเอยที่ Bangkok Backyard&#160;จุดกลางเต็นท์ที่มีบึงไมตรีจิตโอบล้อม ต่อให้ที่นี่จะยังอยู่ในเขตแดนของเมืองหลวง คลองสามวาก็นับว่าห่างไกลจากรัศมีความคุ้นเคยของเราพอสมควร แต่พอได้ New CT125 สีใหม่ Safari Green รถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดมาสำหรับคนรักกิจกรรมเอาต์ดอร์ ที่พร้อมลุยทั้งฟังก์ชั่นและหน้าตาพาเราไปยังปลายทางเราก็อุ่นใจ แถมยังมีแร็กท้ายขนาดใหญ่จุใจใส่ของที่เตรียมไว้ได้อย่างสบาย&#160; เรามุ่งหน้าไปทางลำลูกกาผ่านบรรยากาศหลากหลาย เจอรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน ลัดเลาะไปบนสะพานยกสูงข้ามลำคลอง ขนาบข้างมีท้องนา ขี่ผ่านถนนขรุขระเป็นหลุมบ่อที่คาดว่าเกิดจากรถใหญ่วิ่งผ่านมาก อีกทั้งบางจุดก็มีการก่อสร้าง แต่ตลอดเส้นทางเพราะท่อที่ยกสูงและมี Crash Bar โครงเหล็กกันกระแทก รถคันนี้เลยพาเราไปได้อย่างไร้กังวล ใกล้ครบชั่วโมงป้ายเข้าเขตคลองสามวาก็ปรากฏตัว บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนมุสลิม จีพีเอสบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายแม้จะยังไม่เห็นวี่แวว หากไม่ใช่เพราะเห็นรูปมาก่อนบ้างเราคงจินตนาการไม่ออกว่า Bangkok Backyard จะมีหน้าตายังไง และถ้าไม่ใช่ว่าตั้งใจมาคงเดาไม่ได้มีลานกางเต็นท์ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ เราจองจุดกางเต็นท์ไว้ล่วงหน้า พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ออกมาต้อนรับ ทักทายกันเสร็จได้ใจความว่าในค่ำคืนนี้มีเพียงเราและแคมเปอร์อีกกลุ่มเท่านั้นจึงเลียบเคียงดูว่าเป็นไปได้ไหมหากอยากเลือกจุดกางเต็นท์ใหม่อีกครั้งเมื่อเห็นของจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/">ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">Bangkok Backyard</span>มันเป็นบ่ายวันหนึ่งของต้นเดือนมิถุนายนที่ท้องฟ้าฟ้าจัดอย่างแทบไร้ความขาวของมวลหมู่เมฆเจือปน ความสดใสของฟากฟ้ามาพร้อมกับความแรงของแสงอาทิตย์<span style="display:none;">Bangkok Backyard</span></p>



<p>การไปแคมป์ปิ้งช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ มันเป็นหน้าฝนที่ฝนตกไม่ขาด แถมแดดยังเจ็บจัดจ้าน อีกทั้งคนไม่ค่อยไปไหนมาไหนกัน เมืองเงียบ คนเหงา บรรยากาศอุดอู้อย่างต่อเนื่อง คนอยู่ไม่ติดที่อย่างเราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมติดต่อกันเป็นเวลานานจนเริ่มทะลุจุดอิ่มตัว แต่เอาเถอะ มันต้องมีแหละ บรรยากาศธรรมชาติสักที่ที่จะตอบโจทย์และเป็นที่พักใจให้ได้บ้าง</p>



<p>ด้วยความที่อะไรๆ ไม่ค่อยเอื้ออำนวย การเดินทางข้ามจังหวัดมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ เราจึงมองหาที่หย่อนใจภายในกรุงเทพฯ แบบไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไปจนมาลงเอยที่ <strong>Bangkok Backyard</strong>&nbsp;จุดกลางเต็นท์ที่มีบึงไมตรีจิตโอบล้อม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-142764" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139015" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ต่อให้ที่นี่จะยังอยู่ในเขตแดนของเมืองหลวง คลองสามวาก็นับว่าห่างไกลจากรัศมีความคุ้นเคยของเราพอสมควร แต่พอได้ New CT125 สีใหม่ Safari Green รถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดมาสำหรับคนรักกิจกรรมเอาต์ดอร์ ที่พร้อมลุยทั้งฟังก์ชั่นและหน้าตาพาเราไปยังปลายทางเราก็อุ่นใจ แถมยังมีแร็กท้ายขนาดใหญ่จุใจใส่ของที่เตรียมไว้ได้อย่างสบาย&nbsp;</p>



<p>เรามุ่งหน้าไปทางลำลูกกาผ่านบรรยากาศหลากหลาย เจอรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน ลัดเลาะไปบนสะพานยกสูงข้ามลำคลอง ขนาบข้างมีท้องนา ขี่ผ่านถนนขรุขระเป็นหลุมบ่อที่คาดว่าเกิดจากรถใหญ่วิ่งผ่านมาก อีกทั้งบางจุดก็มีการก่อสร้าง แต่ตลอดเส้นทางเพราะท่อที่ยกสูงและมี Crash Bar โครงเหล็กกันกระแทก รถคันนี้เลยพาเราไปได้อย่างไร้กังวล</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139042" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139050" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใกล้ครบชั่วโมงป้ายเข้าเขตคลองสามวาก็ปรากฏตัว บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนมุสลิม จีพีเอสบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายแม้จะยังไม่เห็นวี่แวว หากไม่ใช่เพราะเห็นรูปมาก่อนบ้างเราคงจินตนาการไม่ออกว่า Bangkok Backyard จะมีหน้าตายังไง และถ้าไม่ใช่ว่าตั้งใจมาคงเดาไม่ได้มีลานกางเต็นท์ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้</p>



<p>เราจองจุดกางเต็นท์ไว้ล่วงหน้า พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ออกมาต้อนรับ ทักทายกันเสร็จได้ใจความว่าในค่ำคืนนี้มีเพียงเราและแคมเปอร์อีกกลุ่มเท่านั้นจึงเลียบเคียงดูว่าเป็นไปได้ไหมหากอยากเลือกจุดกางเต็นท์ใหม่อีกครั้งเมื่อเห็นของจริง เจ้าหน้าที่ก็ไฟเขียวให้ไร้ปัญหา ลานกางเต็นท์ที่นี่เป็นลานหญ้าเรียบ แซมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ระหว่างการเติบโต เข้าใจว่าที่แห่งนี้ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะจึงค่อนข้างวางใจได้ว่าสภาพพื้นดินจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งเต็นท์และการนอน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139030" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จุดกางเต็นท์ที่นี่แทบทุกจุดสามารถดื่มด่ำพระอาทิตย์ตกได้ทั้งนั้นแต่จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างตรงที่ฝั่งหนึ่งจะเห็นคุ้งน้ำกว้างกว่า ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งบางจุดมีระเบียงให้นั่งชิลและใกล้ห้องน้ำมากกว่า แต่ก็ไกลพอที่จะไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว จุดกางเต็นท์ของเราอยู่ในโซนหลัง เมื่อเลือกจุดได้แล้วเราเร่งขนของออกจากแร็กและลงมือกางเต็นท์ทันที ตั้งใจว่าจะใช้เวลาดื่มด่ำช่วงเย็นและพลบค่ำให้เต็มที่ ท้องฟ้า พระอาทิตย์ตก และลมดีๆ คือไฮไลต์ที่จินตนาการไว้ว่าจะมารอสัมผัส จะว่าไปพอมี New CT125 สีใหม่ Safari Green มาจอดใกล้ๆ นอกจากจะพาเราลุยมาถึงนี่ได้อย่างสนุกและปลอดภัยแล้วก็ยังเป็นอีกหนึ่งพร็อพที่เข้ากับบรรยากาศได้อย่างสุดกลมกลืน</p>



<p>และแล้วก็ไม่มีอะไรผิดความคาดหวังแถมยังเหนือความคาดหมาย ถึงตอนกางเต็นท์จะต้องสู้รบปรบมือกับลมพัดตึงอยู่บ้างแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เมื่อที่นอนพร้อม เราก็จัดมุมวางโต๊ะเก้าอี้ หยิบหนังสือที่ดองไว้มาอ่านต่อได้ราวบทกว่าๆ สลับกับการเหม่อมองดูผู้คนเล่นกีฬาทางน้ำอยู่ไกลๆ ที่บึงมิตรไมตรีมีจุดให้บริการทั้งเรือคายัก ซัปบอร์ด และมารู้ภายหลังว่ามี Lift eFoil หรือเซิร์ฟบอร์ดไฟฟ้าด้วย เสียดายถ้ารู้ก่อนคงอยากลองเล่นดูสักครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี จากที่ฟ้าเป็นฟ้าก็เริ่มมีเหลืองมีชมพูเข้ามาแต้มแต่ง ความสวยของท้องฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องฟ้าแต่ยังแผ่กระจายสีชวนฝันสะท้อนสู่ผิวน้ำด้วย ส่วนท้องเราก็เริ่มร้องทักจึงลุกไปเตรียมอาหารเย็น เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่เราวางแผนเรื่องนี้มาจริงจังจึงพกเตาแก๊สพกพากับชุดกระทะสนาม และมีเตาย่างติดมาด้วย ด้านวัตถุดิบเรามาพร้อมกับเนื้อหมัก ผัก เนื้อน่องลายสไลด์บาง ส่วนข้าวเราเตรียมแบบที่หุงสำเร็จมาจากบ้าน ไม่แน่ใจว่าอาหารในแคมป์ของคนอื่นเป็นแบบไหน มีสูตรสำเร็จกันไหม แต่มื้อค่ำของเรามาในธีมเคลียร์ตู้เย็นจึงออกมาเป็นกับข้าวสองจาน ได้แก่เนื้อย่างเสิร์ฟคู่กับกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ส่วนอีกจานเป็นลาบเนื้อน่องลายที่นึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบพริกมา จึงแวะอุดหนุนร้านค้าในชุมชนระหว่างทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139057" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยเรากลับมานั่งผ่อนคลายอีกครั้ง กินอาหารเย็น เปิดเพลย์ลิสต์โปรดคลอโดยมีแสงสุดท้ายอยู่เป็นเพื่อนจนจบมื้อ จริงๆ แล้วการทำอาหารทุลักทุเลอยู่หน่อยตรงที่เราพกเตาแก๊สมา แต่ลมดันพัดแรงอย่างต่อเนื่องจนต้องหาอะไรมาบัง ทั้งที่จริงไฟฟ้าที่นี่มีพร้อม เพียงแค่เตาไฟฟ้าเครื่องเดียวอะไรๆ คงง่ายกว่านี้</p>



<p>ความสะดวกสบายแต่ก็ยังรักษาบรรยากาศการพักผ่อนในธรรมชาตินี่แหละที่เป็นจุดเด่นของการตั้งแคมป์ที่นี่ นอกจากจะมีจุดจ่ายไฟฟ้ารองรับทุกจุดกางเต็นท์แล้ว น้ำแข็งก็มีเตรียมไว้ให้ อ่างล้างจานจัดสรรเป็นสัดเป็นส่วน หากหิวหรือมองหากับแกล้มกลางดึกก็จัดการได้เพราะมีตู้ขนมหยอดเหรียญตั้งอยู่ เรื่องห้องน้ำก็อยู่ในสภาพที่ปลดทุกข์ได้จริงแบบไม่เป็นอุปสรรคต่อการพักผ่อนแต่อย่างใด ส่วนเครื่องอาบน้ำก็มีให้ครบทั้งสบู่ แชมพู และเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่ต้องพกอะไรมาให้มากมาย</p>



<p>หลังจากล้างจานและอาบน้ำเสร็จ กลุ่มดาวก็ออกมาทักทายจนแทบลืมไปเลยว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้แหงนมองฟ้าตอนกลางคืน แสงดาวที่นี่เฉิดฉายคงเพราะไม่มีแสงไฟให้แข่งมากเหมือนกับในเมือง ไม่ผิดหวังเลยสักนิดที่มาในวันฟ้าโปร่ง&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อเข้าเต็นท์เท่านั้นแหละถึงนึกขึ้นได้ว่าความสดใสสวยงามของท้องฟ้ามีราคาที่ต้องแลก คืนนั้นอากาศค่อนข้างร้อนและนิ่ง ไม่แน่ใจว่าลมเมื่อหัวค่ำสงบลงแล้วหรือเพียงแค่ไม่อยากแวะเวียนผ่านเข้ามาทักทายกันในเต็นท์ โชคดีที่ได้ลมจากพัดลมที่ทาง Bangkok Backyard จัดเตรียมไว้ให้ เรากล่อมตัวเองจนผล็อยหลับพร้อมกับการจินตนาการถึงการนอนเต็นท์ในวันฝนโปรย มันน่าจะเย็นสบายไปอีกแบบ ว่าแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่ตอนวางแผนมาดูพยากรณ์อากาศเป็นที่เรียบร้อย ตั้งใจเลือกวันปลอดฝน แต่เอาเข้าจริงๆ กลับคิดถึงฝนซะอย่างงั้น&nbsp;</p>



<p>ยังไม่ทันเจ็ดโมงดีรู้ตัวอีกทีก็ลืมตาตื่นแล้ว ใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการต่อสู้กับที่นอนก่อนจะพาตัวเองไปรับอากาศบริสุทธิ์ได้สำเร็จ เย็นวานมัวแต่ง่วนกับการกางเต็นท์และจัดเตรียมข้าวของ เราจึงถือฤกษ์งามยามดีที่ตื่นเช้าเดินสำรวจพื้นที่จริงจังสักยกก่อนจะกลับมาพักที่จุดกางเต็นท์ของตัวเองอีกครั้ง นั่งมองริ้วน้ำที่สรรค์สร้างโดยสายลม จ้องนกสีดำหางเหมือนปลาที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้กลางน้ำหรือ ‘นกแซงแซวหางปลา’ ตามที่กูเกิลบอก อ๋อใช่ ลืมบอกไปว่าที่นี่คือแคมป์ที่มี WiFi ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ ถ้างานกับทริปพักผ่อนแยกออกจากกันไม่ได้จริงๆ การมาเวิร์กฟรอมแคมป์ก็ไม่ใช่ไอเดียที่แย่เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139019" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แสงแดดเริ่มทักทาย ร่างกายเริ่มเรียกหาคาเฟอีน เราตั้งเตาอีกครั้ง (และต่อสู้กับลมอีกครั้ง) เพื่อต้มกาแฟ Moka Pot นานๆ ทีจะหยิบเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้ขึ้นมาใช้สักครั้ง มันสะดวกสำหรับวันแบบนี้ตรงที่พกมาเครื่องเดียวจบไม่ต้องหยิบอุปกรณ์มามากชิ้นเหมือนการดริป สำหรับเรา Moka Pot คือเครื่องทำกาแฟสโลว์บาร์ที่ต้องอาศัยความอดทนพอสมควรเพราะกว่าแรงดันไอน้ำจะได้ที่จนสกัดออกมาเป็นกาแฟนั้นใช้เวลา เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน ได้แต่แง้มดูเป็นพักๆ และรอคอยฟังเสียงฟู่ที่เป็นสัญญาณว่ากาแฟพร้อมแล้ว ยิ่งไฟไม่เสถียรยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก คนใจร้อนอย่างเราจะลุ้นทุกที แต่พออยู่ในบรรยากาศที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร นั่งมองนกตัวเดิมที่อยู่นิ่งกับที่ ดูใบไม้พริ้วไหว ผ่านไปแป๊บๆ ก็ได้ที่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139013" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139026" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราใช้เวลาช่วงสุดท้ายของทริปนี้ไปกับการนั่งจิบกาแฟหอมๆ ริมน้ำจนตื่นเต็มตา พอดีกับที่แสงแดดเร่งความเข้มข้นจึงได้เวลาถอนสมอ หากใครอยากใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่านี้ หรืออยากอยู่ที่นี่ทั้งวันแนะนำให้เลือกจุดกางเต็นท์พื้นที่ 02 จุดนี้มีต้นฉำฉาใหญ่ทำหน้าที่ให้ร่มเงาตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์บังแดดใดๆ เพิ่มเติม จะมีก็แต่หากฝนตกอาจต้องระวังกิ่งไม้อยู่บ้าง หากเราได้ออกเที่ยวกับ New CT125 ครั้งหน้าและกลับมาที่นี่อีก จุดกางเต็นท์ใต้ร่มฉำฉานี้จะเป็นจุดที่เราไม่ยอมพลาด</p>



<p>เคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น เราเก็บของแพ็กกลับท้ายรถ ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้า การได้ออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมแม้เพียงสั้นๆ แต่พอได้พักผ่อน ได้ลุย ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติต่างส่งแรงพลังให้เราไปต่อได้อีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139014" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขากลับเราตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปเรื่อยๆ แบบไม่เปิดจีพีเอส พอจำทางจับทิศได้อยู่บ้างและไม่ได้รีบร้อนอะไร ถือโอกาสสำรวจเมืองไปในตัว เจออะไรน่าสนใจก็แวะ และใช่ เราจำทางได้ไม่เป๊ะหรอก แต่ต่อให้ออกนอกเส้นทางบ้างจะเป็นไรไป ถือเป็นกำไรของนักเดินทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139033" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139043" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><div style="display:none;">
<a style="display:none;" href="https://adaymagazine.com/"></a>
<a style="display:none;" href="https://facebook.com/adaymagazine/"></a>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/">ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำพริกแคบหมูยายน้อย แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดที่บูลลี่ตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่าแสนคน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/waterchillinarrowpig/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กนกพรรณ อรรัตนสกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 12:40:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกแคบหมูยายน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[Buffalo Gags]]></category>
		<category><![CDATA[ขายขำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142691</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้น ‘อาหาร’ น้ำพริกแคบหมูยายน้อย น้ำพริกแคบหมูยายน้อยอร่อย = เฟคนิวส์ น้ำพริกแคบหมูยายน้อย ดีต่อใจ บรรลัยต่อฟัน นี่เป็นเพียงตัวอย่างสโลแกนแสบๆ คันๆ เข็ดฟันยิ่งกว่ามันหมูของ น้ำพริกแคบหมูยายน้อย แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดที่คิดค้นและปรุงโดยอดีตแม่ค้าอาหารตามสั่ง ยายน้อย–กนกรักษ์ เพียรทำดี และลูกชาย เบียร์–ศรัญญู เพียรทำดี หนึ่งในคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากเพจ Buffalo Gags&#160; และด้วยลีลาการขายที่ไม่ธรรมดา พร้อมอารมณ์ขันรสจัดจ้านของเบียร์นี่เองที่ทำให้ยอดขายน้ำพริกแคบหมูยายน้อยพุ่งจากหลักร้อยสู่หลักแสนในเวลาเพียง 3 ปี! ในแง่หนึ่ง ยอดซื้อน้ำพริกแคบหมูยายน้อยนั้นมาจากคุณภาพที่สมกับผลตอบรับ แต่ในอีกแง่ ต้องยอมรับว่าการตลาดแบบบูลลี่ตัวเองนี่เองที่ทำให้ใครหลายคนติดอกติดใจจนยอดขายปังขนาดนี้ และในประเด็นหลังนี้เองที่เราติดต่อเบียร์ไปเพื่อสอบถามถึงแนวคิดทางการตลาดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอารมณ์ขันและการนำเสนอที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร และหลังจากลับฝีปากเตรียมฟาดฟันคารมกับพ่อค้าอยู่นาน ในที่สุดเราก็พร้อมแล้วที่จะชวนเบียร์มาคุยถึง ‘น้ำพริกแคบหมูยายน้อย’&#160;&#160; น้ำพริกที่เป็นมาทุกอย่างแล้ว ยกเว้น ‘อาหาร’ จุดกำเนิดที่โลก (โซเชียลฯ) ต้องจารึก เพราะการนำเสนอที่เน้น ‘ขายขำ’ จนแทบจะไม่ได้ ‘ขายของ’ ทำให้เราสงสัยเหลือเกินว่าจุดกำเนิดของน้ำพริกแคบหมูยายน้อยเริ่มต้นจากไหน? ยายน้อยเป็นใคร? และเมนูขวัญใจคนไทยนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่&#160; เรื่องนี้เบียร์ให้คำตอบกับเราไว้ด้วยน้ำเสียงชวนขำดังนี้ “น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเริ่มต้นในช่วงปี 2561 เป็นช่วงที่ ‘ยายน้อย’ หรือคุณแม่ของผมวางมือจากการขายอาหารตามสั่งและกลับมาพักอยู่ที่บ้าน ด้วยความว่างเขาเลยตัดสินใจหาอะไรเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/waterchillinarrowpig/">น้ำพริกแคบหมูยายน้อย แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดที่บูลลี่ตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่าแสนคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้น ‘อาหาร’<span style="display:none;"> น้ำพริกแคบหมูยายน้อย </span></p>



<p>น้ำพริกแคบหมูยายน้อยอร่อย = เฟคนิวส์</p>



<p>น้ำพริกแคบหมูยายน้อย ดีต่อใจ บรรลัยต่อฟัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="927" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-927x1024.jpg" alt="" class="wp-image-142776" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-927x1024.jpg 927w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-272x300.jpg 272w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-768x848.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-1391x1536.jpg 1391w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1-600x663.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08047-1.jpg 1854w" sizes="(max-width: 927px) 100vw, 927px" /></figure></div>



<p>นี่เป็นเพียงตัวอย่างสโลแกนแสบๆ คันๆ เข็ดฟันยิ่งกว่ามันหมูของ <strong>น้ำพริกแคบหมูยายน้อย</strong> แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดที่คิดค้นและปรุงโดยอดีตแม่ค้าอาหารตามสั่ง <strong>ยายน้อย–กนกรักษ์ เพียรทำดี</strong> และลูกชาย <strong>เบียร์–ศรัญญู เพียรทำดี</strong> หนึ่งใน<a href="https://adaymagazine.com/a-day-248-content-creator/">คอนเทนต์ครีเอเตอร์</a>จากเพจ Buffalo Gags&nbsp;</p>



<p>และด้วยลีลาการขายที่ไม่ธรรมดา พร้อมอารมณ์ขันรสจัดจ้านของเบียร์นี่เองที่ทำให้ยอดขายน้ำพริกแคบหมูยายน้อยพุ่งจากหลักร้อยสู่หลักแสนในเวลาเพียง 3 ปี!</p>



<p>ในแง่หนึ่ง ยอดซื้อน้ำพริกแคบหมูยายน้อยนั้นมาจากคุณภาพที่สมกับผลตอบรับ แต่ในอีกแง่ ต้องยอมรับว่าการตลาดแบบบูลลี่ตัวเองนี่เองที่ทำให้ใครหลายคนติดอกติดใจจนยอดขายปังขนาดนี้ และในประเด็นหลังนี้เองที่เราติดต่อเบียร์ไปเพื่อสอบถามถึงแนวคิดทางการตลาดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอารมณ์ขันและการนำเสนอที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร</p>



<p>และหลังจากลับฝีปากเตรียมฟาดฟันคารมกับพ่อค้าอยู่นาน ในที่สุดเราก็พร้อมแล้วที่จะชวนเบียร์มาคุยถึง ‘น้ำพริกแคบหมูยายน้อย’&nbsp;&nbsp;</p>



<p>น้ำพริกที่เป็นมาทุกอย่างแล้ว ยกเว้น ‘อาหาร’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142777" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดกำเนิดที่โลก (โซเชียลฯ) ต้องจารึก</strong></h3>



<p>เพราะการนำเสนอที่เน้น ‘ขายขำ’ จนแทบจะไม่ได้ ‘ขายของ’ ทำให้เราสงสัยเหลือเกินว่าจุดกำเนิดของน้ำพริกแคบหมูยายน้อยเริ่มต้นจากไหน? ยายน้อยเป็นใคร? และเมนูขวัญใจคนไทยนี้ถูกคิดค้นมาเพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่&nbsp;</p>



<p>เรื่องนี้เบียร์ให้คำตอบกับเราไว้ด้วยน้ำเสียงชวนขำดังนี้</p>



<p>“น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเริ่มต้นในช่วงปี 2561 เป็นช่วงที่ ‘ยายน้อย’ หรือคุณแม่ของผมวางมือจากการขายอาหารตามสั่งและกลับมาพักอยู่ที่บ้าน ด้วยความว่างเขาเลยตัดสินใจหาอะไรเล็กๆ มาขายในหมู่บ้านเพื่อแก้เหงา</p>



<p>“พอดีช่วงนั้นคุณแม่อินกับการดูสูตรอาหารในยูทูบ เขาเลยได้พบสูตรทำน้ำพริกแคบหมูและลองทำ หลังจากลองผิดลองถูกและพัฒนาสูตรอยู่นาน ในที่สุดก็ได้ ‘น้ำพริกแคบหมูยายน้อย’ ออกมาขายสมใจ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ทำอย่างจริงจังนะ คุณแม่เบื่อทีก็ทำออกมาขายที สัปดาห์ละครั้งบ้าง เดือนละครั้งบ้าง เราเองก็ช่วยโพสต์ขายด้วยอีกแรง</p>



<p>“แต่พอเราเอาน้ำพริกของแม่มาโพสต์ขายจริงจังในเฟซบุ๊กส่วนตัว กลายเป็นว่าโพสต์แรกก็มีเพื่อนๆ เข้ามาแซวกันว่ากินแล้วฟันจะแตกไหม? หรือเอาไปปาได้ไหมเพราะมันแข็ง จุดเริ่มต้นเลยมาจากตรงนี้เอง”&nbsp;</p>



<p>แต่จากคอมเมนต์แซวขำๆ ในกลุ่มเพื่อนวันนั้น ดันกลายเป็นว่าโพสต์ดังกล่าวกลับไปไวรัลในเพจ Buffalo Gags จนใครๆ ก็อยากเข้ามาร่วมวงตบมุกด้วย ช่วยกันคิดคอนเซปต์ล้อแคบหมูยายน้อยกันยกใหญ่&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายเบียร์จึงตัดสินใจเปิดเพจ <a href="https://www.facebook.com/waterchillinarrowpig">น้ำพริกแคบหมูยายน้อย</a> ขึ้นจนได้ โดยได้แรงบันดาลใจจากครั้งนั้นและตั้งใจเน้น ‘ขายขำ’ โดยเฉพาะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เน้น ‘ขายขำ’ แต่ก็ไม่มองข้าม ‘ความอร่อย’&nbsp;</strong></h3>



<p><strong></strong>“ในขณะที่น้ำพริกเจ้าอื่นแข่งขันกันที่รสชาติและความน่ากิน แต่เพจเรานำเสนอความตลก ความสนุกสนาน และการจิกกัดสินค้าตัวเองอย่างออกรส นี่คือสิ่งที่ทำให้น้ำพริกแคบหมูเราแตกต่างจากคนอื่น&nbsp;</p>



<p>“80-90 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่ทักมามักเริ่มต้นด้วยการถามว่า “กินแล้วฟันแตกจริงไหม?” คือความไม่รู้มันกระตุ้นให้เขาสนใจและอยากลอง ถ้าเราบอกว่ามันไม่อร่อย พอเขาได้ลองแล้วรู้สึกไม่ถูกปากมันก็เท่าทุน ถ้าลองแล้วชอบก็จะรู้สึกว่าเป็นกำไร แต่เอาจริงๆ ก็อยากให้คนกินบอกว่าอร่อยนะ”&nbsp;</p>



<p>เบียร์พูดพลางหัวเราะ เพราะถึงจะตั้งใจล้อเลียนสินค้าตัวเองขนาดนี้ แต่สุดท้ายด้วยความเป็นอาหาร เขาก็ใส่ใจเรื่องคุณภาพมากเช่นกัน</p>



<p>“จากประสบการณ์การทำร้านอาหารตามสั่งที่ผ่านมาของแม่ ทำให้เข้าใจว่าลิ้นคนมันชอบไม่เหมือนกัน น้ำพริกยายน้อยเลยตั้งใจทำรสชาติให้ไม่จัดมาก คนไม่กินเผ็ดก็กินได้ แต่ก็จะมีบ้างที่ลูกค้าฟีดแบ็กกลับมาว่าไม่อร่อย จืดไป ถ้าเป็นความคิดเห็นส่วนน้อยก็จะรับฟังไว้แล้วอธิบายให้เขาเข้าใจ เพราะการต้องปรับรสให้ถูกปากทุกคนคงทำไม่ไหว แต่ก็มีเยอะเหมือนกันที่บอกว่าโม้หรือเปล่า สั่งมาลองแล้วก็อร่อย</p>



<p>“เราดีใจนะ แต่ก็จะตอบไปตามสไตล์ว่า “ถ้าอร่อยเป็นของปลอม ทิ้งไป!”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-142779" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_16.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การตลาดแบบตบมุกช่วยให้ขายของได้จริงหรือ?</strong></h3>



<p>ถ้าลองมองดูอาหารที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการขาย แอดมินเพจร้านค้าอื่นอาจต้องถ่ายรูปนำเสนอสินค้าให้ดูอร่อย น่าสนใจ แต่เบียร์กลับคิดต่าง ปัจจุบันเขายังคงทำตามแผนเดิมคือผลิตคอนเทนต์ส่งเสริมการขายล้อเลียนสินค้าตัวเองทุกวัน และตอบข้อความหยอกล้อลูกเพจไปด้วย</p>



<p>แต่ถ้าถามถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้น้ำพริกแคบหมูยายน้อยดังขึ้นไปอีก เบียร์ก็อธิบายเรื่องนี้ให้เราฟังเหมือนกัน</p>



<p>“ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2563 เราตัดสินใจว่าจะเอาน้ำพริกแคบหมูยายน้อยไปออกบูท ซึ่งมันจำเป็นต้องทำป้ายไวนิล เราเลยอยากได้สโลแกนปังๆ มาใส่เพื่อให้คนจำน้ำพริกของเราได้</p>



<p>“ตอนนั้นคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ก่อนนอนเลยตัดสินใจลงภาพแล้วเว้นที่สำหรับใส่สโลแกนไว้ จากนั้นโพสต์ลงไปในเพจพร้อมข้อความว่า “มาช่วยคิดสโลแกนให้หน่อยจะออกบูท” ซึ่งตอนนั้นคือถามจริงจังนะ ไม่ได้ตั้งใจขายขำเลย”&nbsp;</p>



<p>แต่แล้วผลลัพธ์ที่ได้กลับดีเกินคาด เพราะนอกจากจะมีคนมาช่วยคิดสโลแกนกันเป็นหมื่นคอมเมนต์แล้ว ทุกสโลแกนยังแกงสินค้าได้ทั้งแสบ ทั้งมัน จัดจ้านออกรสไม่แพ้น้ำพริกจนมียอดแชร์สูงถึงหลักหมื่น และกลายเป็นไวรัลในเวลาแค่ชั่วข้ามคืน</p>



<p>สุดท้ายเบียร์ก็เอาสโลแกนที่ชาวเน็ตช่วยกันคิดมาใช้จริง ไม่ได้ใช้แค่อันเดียวนะ แต่เลือกมากว่า 40 สโลแกน พิมพ์ลงในไวนิล 2 แผ่นใหญ่ แผ่นละ 20 สโลแกน!&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142781" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC07968-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เมื่อน้ำพริกแคบหมูยายน้อยกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากเหตุการณ์นั้น หลายคนเลยสนใจวิธีขายที่ไม่เหมือนใครของเรา ก็มีมาถามว่าการตลาดแบบนี้คืออะไร เราเลยพยายามหาคำจำกัดความที่ช่วยอธิบายการตลาดแบบตัวเองได้ชัดเจนที่สุด ตอนนั้นเองที่เริ่มใช้คำว่า bully marketing ในทุกการสัมภาษณ์</p>



<p>“การขายของเราเกิดจากการที่เราออกตัวบูลลี่สินค้าของตัวเองเพื่อให้ลูกเพจเข้ามามีส่วนร่วม พูดคุย และตบมุกกันเต็มที่แบบไม่ต้องกลัวร้านโกรธ วิธีนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างเพจกับลูกค้า ทำให้เขากล้าพูด กล้าตำหนิ และกล้าคุยเล่นกับเราเหมือนเป็นเพื่อนกันจริงๆ บางทีไม่ใช่แค่เขาคุยกับเราแต่เขาคุยเล่นกันเองด้วย กลายเป็นคอมมิวนิตี้ที่ทุกคนเข้ามาเล่นสนุกกัน”</p>



<p>แต่เป็นธรรมดาที่ความสนุกจะพาคำพูดคนให้เลยเถิด ไม่ใช่ทุกครั้งที่ทุกมุกจะประสบความสำเร็จ มีบ้างที่การตบมุกชงมุกของลูกเพจทำให้เบียร์ถึงกับเกิดอาการขำไม่ออกอยู่เหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142782" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มุกไม่ฮาพาเพื่อนเครียด</strong></h3>



<p>“บางครั้งการหยอกล้อของเขาไปไกลเกินกว่าที่เราคาดไว้ เช่น ใช้คำหยาบคาย หรือพาดพิงถึงคุณแม่ ซึ่งเราไม่โอเค เราใช้วิธีแคปข้อความแบบเบลอชื่อและหน้าผู้ส่ง แล้วโพสต์บอกบนเพจไปเลยว่าแบบนี้ไม่น่ารัก เราเลยมองว่าทุกอย่างเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องระวังก็คือการล้ำเส้น ไม่ใช่แค่ลูกเพจนะ บางครั้งตัวเราเองก็เคยเผลอล้ำเส้นไปเหมือนกัน” เบียร์เล่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง</p>



<p>“อย่างมีช่วงหนึ่งที่เราชอบเล่นมุกแคบหมูเป็นแคบหมา แล้วช่วงนั้นมีรูปภาพรถบรรทุกหมาเป็นประเด็นในโซเชียลฯ เราเลยหยิบเอามาเล่นในเพจ ซึ่งจังหวะที่จะโพสต์ก็รู้สึกลังเลเหมือนกัน เพราะไม่มั่นใจว่าเล่นเรื่องนี้แล้วคนจะขำไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจโพสต์ลงไปเหมือนเป็นการลองเชิง แต่เรานั่งรอดูฟีดแบ็กอยู่ตลอด พอเริ่มมีคนคอมเมนต์ในทำนองว่ารู้สึกไม่โอเค เราก็ตัดสินใจลบโพสต์ทิ้งทันที”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“หลังจากเหตุการณ์นั้นทุกครั้งก่อนที่จะเล่นประเด็นอะไรในโซเชียลฯ เราจะหาอ่านข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง เช็กให้ชัวร์ก่อนว่าลงไปแล้วจะไม่หน้าแตก เรื่องไหนที่สุ่มเสี่ยงหรือคนมีความคิดเห็นแตกต่างกันมากๆ ก็จะเลี่ยง แต่เรื่องที่คนส่วนใหญ่คิดเหมือนกันก็จะหยิบมาแซว เช่น ประเด็นเฟคนิวส์ หลังจากโพสต์เราเลยจะรอดูฟีดแบ็กทุกครั้ง เพราะการสร้างจุดยืนและขอบเขตที่ชัดเจนของเราจะทำให้ลูกเพจเล่นอยู่ในขอบเขตเดียวกันด้วย เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจนานพอสมควรเหมือนกัน”</p>



<p>และเพราะด้วยความขายขำ นอกจากขอบเขตของความขำ เบียร์ยังได้เรียนรู้อีกหลายเรื่อง เพื่อให้เสียงหัวเราะที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่พอดี เช่น เรื่องของความสม่ำเสมอ เบียร์ก็เล่าให้เราฟังว่ามันมีผลเช่นกัน</p>



<p>“สำหรับการทำเพจขายของ หลักคือเราห้ามหายไปจากฟีดของลูกค้าเด็ดขาด เพราะความสม่ำเสมอนี้จะช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าของเราอยู่ตลอด ยิ่งเป็นคอนเทนต์ที่เปิดโอกาสให้คนเข้ามาเล่นมาพูดคุยกันยิ่งทำให้ยอดเอนเกจสูงและมีโอกาสเป็นไวรัลมากขึ้น มีหลายครั้งเหมือนกันที่ลูกค้าทักเข้ามาสั่งน้ำพริกเพราะเห็นโพสต์ของเราบ่อยจนเขารู้สึกว่า เออ ลองสั่งสักหน่อยซิ</p>



<p>“แต่การดูแลเพจคนเดียวบางครั้งก็รู้สึกเหนื่อย บ้างทีข้อความเข้าเยอะมากจนตอบไม่ไหว เลยตอบไปแบบธรรมดาจริงจัง คือไม่มีแรงเล่นมุกแล้ว แต่กลายเป็นลูกค้าผิดหวังว่าทำไมไม่เล่นด้วยเลย ตอนนี้เลยพยายามตอบสลับๆ เล่นบ้างจริงจังบ้าง แต่จะไม่เมินข้อความของคนที่ทักมาเด็ดขาด ไม่มีการสั่งของแล้วเงียบหาย บางทีทักมาคุยเล่นไม่สั่งของเราก็ตอบเหมือนกัน”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142784" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/แคปหมูยายน้อย_18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘น้ำพริกแคบหมูยายน้อย’ เป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้นอาหาร</strong></h3>



<p>สโลแกนนี้เป็นหนึ่งในหลายหมื่นสโลแกนที่ไม่ได้ถูกใช้เพื่อขายขำเท่านั้น แต่ปัจจุบันน้ำพริกแคบหมูยายน้อยเป็นมากกว่าแค่อาหารธรรมดาแล้วจริงๆ เพราะมันกลายเป็นของเล่นที่ลูกค้าอยากสั่งไปอวดเพื่อน เป็นสังคมที่ผู้คนผ่านเข้ามาเพื่อคลายเครียด และเป็นเพจรับงานโปรโมตสินค้า&nbsp;</p>



<p>ใครจะคิดล่ะว่าเพจที่เป็นร้านค้าจะขายของให้คนอื่นได้ด้วย!</p>



<p>“เรามองว่าสินค้าเรามันเลยจุดของการเป็นอาหารไปแล้ว บางคนซื้อไปแล้วต้องคิดต่อว่าจะเล่นกับสินค้าเรายังไง มันกลายเป็นของที่เขาซื้อแล้วไปถ่ายรูปอวดกัน ซึ่งมันกลายเป็นการโฆษณาที่เราไม่ต้องเสียเงินยิงแอดเลย ช่วงหลังนอกจากจะลงคอนเทนต์บูลลี่สินค้าตัวเองแล้ว เราเลยรับลงโฆษณาบูลลี่สินค้าคนอื่นด้วย อาศัยว่าตัวเราเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์อยู่แล้วเลยขายงานได้ ทำให้เพจเรามีรายได้ 2 ทาง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="903" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-903x1024.jpg" alt="" class="wp-image-142786" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-903x1024.jpg 903w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-265x300.jpg 265w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-768x871.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-1355x1536.jpg 1355w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1-600x680.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/DSC08059-1.jpg 1806w" sizes="(max-width: 903px) 100vw, 903px" /></figure></div>



<p>และจากความสัมพันธ์ทั้งหมดที่เบียร์สร้างนี่เอง ทำให้เจ้าของแบรนด์และลูกเพจเกิดการเชื่อมโยงกันทางใจไม่ใช่แค่ตัวเลข อย่างที่บอกว่าน้ำพริกแคบหมูยายน้อยเป็นได้ทุกอย่าง ปัจจุบันมันเลยเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้พวกเขาอยากรู้จัก พบปะ และพูดคุยกันในโลกความเป็นจริงด้วย</p>



<p>“เคยมีลูกค้าทักมาบอกว่าคอนเทนต์ของเราช่วยให้เขาผ่านเรื่องเครียดๆ มาได้ มันทำให้เราดีใจ อย่างช่วงปีที่แล้วเราไปออกบูทประมาณ 4-5 ครั้ง ในแต่ละครั้งจะมีลูกเพจมาหา มาพูดคุยกันแบบตัวเป็นๆ มาขอถ่ายรูปกับคุณพ่อคุณแม่ด้วย”&nbsp;</p>



<p>“เหมือนแฟนมีต” เราถาม&nbsp;</p>



<p>เบียร์หัวเราะออกมาแล้วตอบแบบสบายๆ “ประมาณนั้น เพราะโมเมนต์นั้นแหละที่ทำให้เราตัดสินใจว่าจะไปออกบูทให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง</p>



<p>&#8220;ไม่ใช่เพราะอยากไปตั้งร้านขายเอากำไรนะ แต่เราอยากเจอลูกเพจแบบตัวเป็นๆ มากกว่า”&nbsp;</p>



<p>ใช่ น้ำพริกแคบหมูยายน้อยเป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้น ‘อาหาร’</p>



<p>เพราะหลังจากฟังเบียร์เล่าเสร็จ เราคิดว่านี่ยังเป็นความสุขของเขาในเวลานี้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/waterchillinarrowpig/">น้ำพริกแคบหมูยายน้อย แบรนด์น้ำพริกโฮมเมดที่บูลลี่ตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่าแสนคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2021 08:06:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[โน๊ต ขนิษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขนิษฐา นวลตรณี]]></category>
		<category><![CDATA[PDM]]></category>
		<category><![CDATA[ดิว ดุลยพล]]></category>
		<category><![CDATA[ดุลยพล ศรีจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[นักออกแบบสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[โชว์เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[Nann]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[NANN NIK-NIK]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Kaniit.Textile]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142563</guid>

					<description><![CDATA[<p>NANN NIK-NIK หากจะพูดถึงแบรนด์ที่เปลี่ยนสินค้าท้องถิ่นไทยให้ร่วมสมัย เราคิดว่า PDM BRAND คือหนึ่งในแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ PDM คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านสัญชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการหยิบเอาของพื้นบ้านอย่างเสื่อมารีดีไซน์ใหม่ให้มีฟังก์ชั่นคล้ายพรม จนเกิดเป็นเสื่อกราฟิกลายสวยที่มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ไม่อมฝุ่น ดูแลรักษาง่าย ขวัญใจของเหล่าแม่บ้าน พ่อบ้าน และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบทั้งวงการ โจทย์ล่าสุดของ PDM คือการถ่ายทอดกลิ่นอายของจังหวัดน่านผ่านโปรดักต์สุดเก๋อย่างเสื่อพับรุ่น ‘NIK-NIK’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามไอเทมจากโปรเจกต์ ‘โชว์เหนือ’ ที่ a day ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดิว–ดุลยพล ศรีจันทร์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง PDM ก็ได้ชวน โน๊ต–ขนิษฐา นวลตรณี นักออกแบบสิ่งทอประจำมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเจ้าของสตูดิโออย่าง Kaniit.Textile มารับหน้าที่ในการออกแบบ&#160; ผลลัพธ์ของโจทย์ดังกล่าวออกมาเป็น NANN เสื่อพับลายสวยที่โน๊ตตั้งใจยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อ แถมเธอยังใช้รอยพับของเสื่อ NIK-NIK ให้เป็นประโยชน์ จากที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเมื่อเทียบกับเสื่อผืนใหญ่ที่โชว์ลวดลายได้แบบเต็มๆ เมื่อโน๊ตตั้งใจออกแบบลายให้ล้อไปกับรอยพับจึงเกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เบื้องหลังวิธีคิดและการทำงานเหล่านี้เองที่ถักทอรวมกันจนกลายเป็นเสื่อ NANN NIK-NIK พวกเขาทำได้ยังไง ปูเสื่อนั่งฟังโน๊ตและดิวเล่าได้เลย PDM x [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/">เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> NANN NIK-NIK </span>หากจะพูดถึงแบรนด์ที่เปลี่ยนสินค้าท้องถิ่นไทยให้ร่วมสมัย เราคิดว่า <a href="https://adaymagazine.com/pdm-brand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">PDM BRAND</a> คือหนึ่งในแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย</p>



<p>สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นชื่อ PDM คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของแต่งบ้านสัญชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการหยิบเอาของพื้นบ้านอย่างเสื่อมารีดีไซน์ใหม่ให้มีฟังก์ชั่นคล้ายพรม จนเกิดเป็นเสื่อกราฟิกลายสวยที่มีคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ไม่อมฝุ่น ดูแลรักษาง่าย ขวัญใจของเหล่าแม่บ้าน พ่อบ้าน และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์แทบทั้งวงการ</p>



<p>โจทย์ล่าสุดของ PDM คือการถ่ายทอดกลิ่นอายของจังหวัดน่านผ่านโปรดักต์สุดเก๋อย่างเสื่อพับรุ่น ‘NIK-NIK’ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามไอเทมจากโปรเจกต์ ‘โชว์เหนือ’ ที่ a day ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่ง <strong>ดิว–ดุลยพล ศรีจันทร์</strong> ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง PDM ก็ได้ชวน <strong>โน๊ต–ขนิษฐา นวลตรณี</strong> นักออกแบบสิ่งทอประจำมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และเจ้าของสตูดิโออย่าง <a href="https://adaymagazine.com/kaniit-textile/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Kaniit.Textile</a> มารับหน้าที่ในการออกแบบ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8144.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผลลัพธ์ของโจทย์ดังกล่าวออกมาเป็น NANN เสื่อพับลายสวยที่โน๊ตตั้งใจยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อ แถมเธอยังใช้รอยพับของเสื่อ NIK-NIK ให้เป็นประโยชน์ จากที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียเมื่อเทียบกับเสื่อผืนใหญ่ที่โชว์ลวดลายได้แบบเต็มๆ เมื่อโน๊ตตั้งใจออกแบบลายให้ล้อไปกับรอยพับจึงเกิดเป็นลวดลายที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร</p>



<p>เบื้องหลังวิธีคิดและการทำงานเหล่านี้เองที่ถักทอรวมกันจนกลายเป็นเสื่อ NANN NIK-NIK พวกเขาทำได้ยังไง ปูเสื่อนั่งฟังโน๊ตและดิวเล่าได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142572" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3899.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>PDM x Kaniit.Textile</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong></strong>โดยปกติแล้ว ลายเสื่อส่วนใหญ่ของ PDM จะมีหัวเรือด้านการออกแบบและวางทิศทางหลักๆ คือ Sini Henttonen ดีไซเนอร์ชาวฟินแลนด์ เพื่อนของดิว ผู้จุดประกายให้ดิวสนใจนำเสื่อมาออกแบบให้เป็นของตกแต่งในบ้านและเริ่มต้นทำแบรนด์ PDM&nbsp;</p>



<p>แต่ด้วยเป้าหมายของดิวเองที่อยากให้สินค้าของ PDM ผ่านการคิดจากดีไซเนอร์หลากหลายสาขา เขาจึงชวนนักออกแบบที่น่าสนใจมาทำงานด้วยกัน ซึ่งโน๊ตเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ที่เคยร่วมโปรเจกต์กับ PDM มาแล้วในการออกแบบเสื่อรุ่น AAMU&nbsp;</p>



<p>“ในมุมผมการทำงานดีไซน์ของโน๊ตแตกต่างจากดีไซเนอร์คนอื่นๆ เพราะเขาไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบลายก่อน แต่เริ่มจากศึกษาเทคนิคที่จะทำงานนั้นขึ้นมาแล้วค่อยออกแบบลายตามเทคนิคนั้นๆ อย่างการดีไซน์ AAMU ที่เคยทำก็เกิดจากการไปดูว่าวิธีการทำงานของเครื่องจักรเป็นยังไง แล้วโน๊ตก็เกิดไอเดียว่าอยากออกแบบลายที่ค่อยๆ วางเส้นที่จะสานเป็นเสื่อทีละเส้น ซึ่งมันเป็นวิธีการแบบนักออกแบบสิ่งทอเลย” ดิวเล่าถึงความประทับใจที่เขามีต่อดีไซเนอร์ผ้าทอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142586" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8194.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ทีนี้พอคอนเซปต์ของเราคือการท่องเที่ยวและภาคเหนือ เมื่อได้รับโจทย์มาปุ๊บ โน๊ตเป็นคนเดียวที่เรานึกถึง” ดิวเกริ่น ก่อนจะอธิบายต่อ</p>



<p>“ถ้าไปดูเส้นทางการทำงานของโน๊ต เขาผูกพันกับภาคเหนือมาตลอดแม้ว่าจะไม่ใช่คนเหนือ ก่อนหน้านี้เขาเคยฝึกงานที่ดอยตุง ตอนนี้ทำงานอยู่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ แล้วก็มีความเข้าใจเรื่องพื้นถิ่นแถวนี้ รวมถึงการทอผ้าที่เขาเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี พอรวมส่วนผสมในตัวของโน๊ตแล้วผมคิดว่าเขาตรงโจทย์ที่สุด เรานึกคนอื่นไม่ออกเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8038.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยกภูเขาออกจากน่าน (มาไว้บนเสื่อ)</strong></h3>



<p>แม้จะคุ้นเคยกับภาคเหนือมากแค่ไหน แต่โจทย์นี้ก็ไม่ใช่งานง่ายสำหรับโน๊ตอยู่ดี เธอจึงใช้เวลาไปไม่น้อยเพื่อตามหาคอนเซปต์ที่ใช่และลายที่เหมาะสม โดยเริ่มต้นจากการถามตัวเองง่ายๆ ก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เราจะนึกถึงเมื่อต้องเดินทางไปจังหวัดน่าน<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“ส่วนตัวเรานึกถึงภูเขา โดยเฉพาะเวลาที่ขึ้นไปอยู่ตรงยอดเขาจะเห็นลักษณะภูเขาเรียงซ้อนกันไปมา ซึ่งไม่ใช่แค่สำหรับน่านเท่านั้น เพราะความจริงแล้วเวลาพูดถึงภาคเหนือ เกือบทุกคนก็จะนึกถึงวิวภูเขาซ้อนต่อกันแบบนี้” หลังจากได้คอนเซปต์หลักแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรีเสิร์ชข้อมูลและทำแบบร่าง</p>



<p>“เราหาข้อมูลด้วยการไปถามเพื่อนที่ชอบเดินป่า เดินเขา ซึ่งก็ได้ข้อมูลว่า หนึ่ง–ภูมิศาสตร์ของน่านกว่า 85 เปอร์เซ็นต์เป็นป่าและภูเขา สอง–มีสภาพอากาศแบบชื้น บรรยากาศเย็นๆ ครึ้มๆ หมอกเยอะ แต่ก็มีทั้งป่าทึบผสมกับพื้นที่เกษตรกรรม และสาม–ถ้าเดินลึกเข้าไปอีกจะได้บรรยากาศเหมือนป่าในเทพนิยายซึ่งมีเสน่ห์มากๆ ทั้ง 3 ข้อที่ว่าคือการตีความภูเขาของจังหวัดน่านในแบบของเรา”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142570" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3648.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โน๊ตออกตัวว่าเธอเป็นคนที่มักจะสลับโหมดการทำงานไปมาระหว่างการออกแบบลายในคอมพิวเตอร์และการสเกตช์ด้วยมือ แต่หนึ่งในภาพร่างที่เตะตาเป็นพิเศษก็คือรูปทรงภูเขาสีดำมากมายบนกระดาษ</p>



<p>“เราพยายามจะหา motif หรือแม่ลายภูเขาที่ไม่แข็งจนเกินไป คือถ้าให้เราวาดมันก็อาจจะดูไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ เราเลยใช้การฉีกกระดาษเพื่อให้ได้เส้นที่ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ ฉีกไปเรื่อยๆ เหมือนกับที่ครูฝรั่งชอบบอกเราว่า ‘ลองเลย ไม่ต้องไปคิดหรือกะเกณฑ์อะไรมาก’ ซึ่งก็มีหลายอันที่น่าสนใจ เราจึงนำไปสแกนเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่อ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8093.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนข้อจำกัดของเสื่อพับเป็นเอกลักษณ์ของ NANN</strong></h3>



<p>ในบรรดาเสื่อหลากรุ่นหลายไซส์ของ PDM สิ่งที่ดิวเลือกมาให้โน๊ตออกแบบคือ NIK-NIK เสื่อพับได้พกพาสะดวกที่เปิดพรีออร์เดอร์กี่รอบก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า</p>



<p>“เรารู้สึกว่ามันเหมาะกับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบเอาเสื่อติดรถหรือหิ้วไปไหนก็ได้ ยิ่งโปรเจกต์นี้ตั้งใจพูดถึงการท่องเที่ยวมันก็ยิ่งตอบโจทย์สำหรับใครที่ชอบเอาเสื่อไว้หลังรถ” ดิวบอกกับเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142566" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3451.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มาถึงตรงนี้ ใช่ว่าโน๊ตจะนำคอนเซปต์เรื่องป่าเขาที่ได้จากการรีเสิร์ชไปออกแบบลายในทันที เพราะเธอเลือกที่จะย้อนกลับไปศึกษาโครงสร้างและการใช้งานเสื่อรุ่น NIK-NIK อย่างลงลึก เพื่อให้การออกแบบลายเป็นไปอย่างราบรื่นและลงตัวที่สุด</p>



<p>“เราพยายามศึกษาว่าแพตเทิร์นของ NIK-NIK เป็นยังไง อธิบายง่ายๆ คือมันเป็นเสื่อที่จะมีรอยพับ 3 ทบตามแนวยาว ซึ่งจะมีผลต่อการออกแบบของเรา เพราะเราคิดว่าถ้าดีไซน์เป็นลายใหญ่เลยแล้วตอนใช้จะต้องมาพับอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่” โน๊ตอธิบายถึงข้อจำกัดก่อนที่ดิวจะเสริมต่อ<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“NIK-NIK ถือว่าเป็นเสื่อที่มีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง ต้องยอมรับว่าช่วงแรกที่เราพัฒนาดีไซน์เสื่อให้ใช้งานแทนพรมมันสวยจริง แต่พอจะต้องพับไปใช้ที่อื่นแล้วมันไม่ได้เลย ต้องดีไซน์ใหม่ตลอด”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8099.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โชคดีที่โน๊ตจัดการกับอุปสรรคข้อนี้ได้อย่างชาญฉลาด<span style="display: none;"> Longer text and then longer and longer and longer text. In conclusion we need longer text</span></p>



<p>“เราคิดว่าอยากใช้รอยพับให้เป็นข้อดี โดยใช้การออกแบบลายที่คล้ายกับ patchwork หรือศิลปะการเย็บปะติดปะต่อผ้า” โน๊ตเล่า และดิวเองก็เห็นด้วยที่เธอตัดสินใจใช้รอยพับเป็นหนึ่งในการดีไซน์ ไม่ใช่แค่วิธีการเก็บเสื่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142575" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8082.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่การจะทำให้คอนเซปต์ที่คิดไว้กลายมาเป็นลายบนเสื่อก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการต้องแยกออกมาเป็นภาพปะติดปะต่อเพื่อเล่นกับรอยพับแล้วดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายอยู่ไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>“ความยากของมันคือเราคิดไม่ออกเลย” โน๊ตยอมรับพลางหัวเราะ “พอเราอยากทำให้มันเป็น patchwork เราต้องแบ่งลายกราฟิกที่ออกแบบเป็นช่อง แล้วแบ่งช่องแบบไหนถึงจะดูสวย นอกจากนี้มันยังมีเรื่องเชิงเทคนิคด้วย อันไหนทำไม่ได้เราก็ต้องค่อยๆ ลดทอนลงมา”</p>



<p>จากตอนแรกโน๊ตตั้งใจจะออกแบบลายให้เห็นภูเขาทั้ง 3 ระดับ แต่การออกแบบเสื่อทำให้เธอต้องคำนึงถึงโครงสร้างการทอระหว่างออกแบบด้วย ซึ่งเทคนิคการทอแบบ jacquard ของ PDM ก็ทำให้บางอย่างที่โน๊ตออกแบบไว้ต้องลดทอนไปตามสเกลของเครื่องจักร&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8086.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สีเขียวของป่าเขาที่ไม่ได้มีแค่เฉดเดียว</strong></h3>



<p>นอกจากลวดลายแล้ว เครื่องจักรและเทคนิคการทอแบบ jacquard ยังสร้างข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งให้กับนักออกแบบนั่นคือ ‘สี’ ซึ่งโน๊ตสามารถเลือกใช้ได้เพียง 4 สี แล้วจึงค่อยวางแผนให้ลายออกมาได้ตามภาพที่วางไว้</p>



<p>เรียกได้ว่าเป็นงานออกแบบที่ยากราวกับแก้สมการเลยทีเดียว</p>



<p>“โครงสร้างพื้นฐานของการทอเสื่อคือเราจะดูว่าอยากให้ลายมันมาจากการเรียงตัวกันเป็นเส้นเดียวหรือจะให้มีสองสีสลับกัน” โน๊ตอธิบายวิธีการทำงานพร้อมโชว์ภาพประกอบจากแฟ้มของเธอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142579" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/FE0A8106.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ในเมื่อเรากำลังจะพูดถึงป่าและภูเขา สีแรกที่เราเลือกจึงเป็นสีเขียว แต่เราอยากได้เฉดสีที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องเลือกว่าสีไหนที่ผสมออกมาแล้วได้เฉดเพิ่ม เช่น สีเขียวผสมกับสีดำจะได้เขียวเข้มหรือเขียวหัวเป็ด แต่ถ้าผสมกับสีขาวจะได้เขียวอ่อน&nbsp;</p>



<p>“ส่วนสีสุดท้ายที่เราเลือกคือสีที่จะเป็นตัวโดดเด่นขึ้นมา นั่นคือสีน้ำเงิน” ความจริงแล้วสีน้ำเงินไม่ใช่สีที่เธอนึกถึงเป็นลำดับแรกๆ แต่หลังจากลองผิดลองถูกอยู่สักพักจึงได้พบว่า สีน้ำเงินซึ่งดูจะไม่เกี่ยวข้องกับป่าเขานั้นกลับให้ความรู้สึกมืดครึ้มและเชื่อมภูเขาเข้ากับท้องฟ้าได้อย่างน่าสนใจ แถมยังให้ความรู้สึกที่ร่วมสมัยและป๊อปกว่าที่คาดไว้มากทีเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142571" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3797.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผลงานที่ออกมาจึงเป็นภาพภูเขาและป่าไม้ของจังหวัดน่านที่โน๊ตยกมาไว้บนเสื่อด้วยเทคนิค patchwork ซึ่งนอกจากจะน่าใช้แล้ว เมื่อมองนานๆ ก็ยังชวนให้เราอยากพับเสื่อใส่ท้ายรถ เพื่อออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติเหมือนกับบรรยากาศที่เห็นบนเสื่ออีกต่างหาก&nbsp;</p>



<p>“ผมว่าทิศทางงานของโน๊ตมันทำให้เรื่องธรรมดาๆ กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจด้วยเทคนิค คือใครๆ ก็เอาภูเขา ต้นหญ้า หรือใบไม้มาทำเป็นดีไซน์ได้ทั้งนั้น แต่การที่โน๊ตเข้าใจในการผลิตและเทคนิคมันช่วยทำให้งานนี้พิเศษ ผมคิดว่างานของโน๊ตแต่ละชิ้นเป็นงานศิลปะเลย</p>



<p>“เรื่องพวกนี้มันมาจากประสบการณ์ที่เขาเคยเจอในชีวิตด้วย เคยไปอยู่กับชาวบ้าน ดูวิธีการผลิตผ้า อยู่ต่างประเทศ เดินทาง และสังเกตเห็นธรรมชาติในหลากหลายมิติ ทั้งหมดนี้ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดมาเป็นข้อดีได้ตลอดเวลา” ดิวกล่าวทิ้งท้าย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142564" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/B3A3427.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>สั่งซื้อเสื่อรุ่น NANN NIK-NIK ได้แล้ววันนี้ที่ <a href="http://godaypoets.com/product/shownuea-pdm" target="_blank" rel="noreferrer noopener">godaypoets.com/product/shownuea-pdm</a> และสำหรับใครมีแผนจะเดินทางไปแอ่วเหนือหลังหมดโควิด-19 สามารถแลกรับส่วนลดทันที 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อจองที่พักกับ Agoda ผ่านทาง <a href="http://bit.ly/3zybPmb" target="_blank" rel="noreferrer noopener">bit.ly/3zybPmb</a> ภายใน 30 กันยายน 2564 และมีกำหนดการเดินทางภายใน 31 มีนาคม 2565 (เฉพาะโรงแรมที่มีป้าย ‘promo eligible’ หรือ ‘ร่วมโปรโมชั่น’)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nann-nik-nik/">เบื้องหลัง &#8216;NANN NIK-NIK&#8217; กับการยกภูเขาออกจากน่านมาไว้บนเสื่อพับรุ่นฮิตของ PDM</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนเลี้ยงมด เพจสุดเนิร์ดที่เล่าเรื่องมดตัวเล็กให้ใหญ่จนกลายเป็นธุรกิจจริงจัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ant-keeping-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Aug 2021 12:42:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพจศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงมด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142469</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่แอดมินเพจ คนเลี้ยงมด อย่าง กานต์ รมยาสัย ใฝ่ฝันมาตั้งแต่สมัยเด็กคือการได้ลองเลี้ยงมดดูสักครั้ง แต่ด้วยข้อมูลที่มีน้อยนิดผสมกับมายด์เซตของคนรอบตัวที่ว่าจะเลี้ยงไปทำไม มดก็มีอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว การเลี้ยงมดจึงเป็นเหมือนภาพฝันที่ยากจะสำเร็จ ด้วยใจรั้นอยากจะเลี้ยง ความคิดที่จะเลี้ยงมดจึงยังไม่เคยล้มเลิกไป จนกระทั่งเขาย้ายไปใช้ชีวิตที่อเมริกา และได้เจอกับกลุ่มคนที่เลี้ยงมดมาก่อนหน้า ความฝันที่จะเลี้ยงมดจึงเป็นจริงขึ้นมา นอกจากจะอินขั้นสุดแบบใช้หน้าเฟซบุ๊กตัวเองถ่ายทอดเรื่องราวความเนิร์ด เขายังสร้างเพจเฟซบุ๊กในชื่อ ‘คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand’ มาจดบันทึกเรื่องราวของมดที่ตัวเองเลี้ยง ถ่ายทอดประสบการณ์ ไปจนถึงแบ่งปันข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมดหลากหลายชนิดที่น้อยคนนักจะเคยได้ยิน ก่อนที่ความชอบของเขาจะต่อยอดกลายเป็นคอมมิวนิตี้ที่ค่อยๆ ขยับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นธุรกิจที่เขาใช้เลี้ยงชีพในปัจจุบัน ในฐานะที่เขาเป็นเสมือนตัวอย่างของครีเอเตอร์ที่สามารถหยิบจับเอาเรื่องที่ตัวเองรักมาต่อยอดเป็นการงาน เราจึงขอย่อตัวให้เล็กเป็นมดงาน เดินลาดตระเวนหาว่าเขามีวิธีการเล่าเรื่องมดยังไงให้น่าสนใจและดูมีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากกว่าขนาดตัว วิธีทำเพจเล่าเรื่องสุด niche แบบคนเลี้ยงมด “ขอแค่อินกับสิ่งที่ทำ เดี๋ยวมันจะมีทางไป” ในวันที่กานต์เริ่มต้นเลี้ยงมด ประเทศไทยยังไม่คุ้นชินกับกิจกรรมนี้เท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนั้นเขาจึงสร้างเพจขึ้นมาเพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวของมดที่เลี้ยงไว้เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวรำคาญ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นไดอารีที่เขาจะสามารถโม้ โอ้อวดเกี่ยวกับมดที่ตัวเองเลี้ยงไว้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้สนใจว่าจะต้องมีใครมาติดตามหรืออ่านในสิ่งที่เขาเขียน แต่เมื่อเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ และพฤติกรรมของมดที่เลี้ยงไว้ไปเรื่อยๆ เขากลับค้นพบว่าเรื่องของมดก็มีคนให้ความสนใจมากกว่าที่คิด เป็นเหตุให้เขาต้องเพิ่มวิธีการสื่อสารความชอบแสน niche ลงไปในกระบวนการ และนี่คือกระบวนการทั้งหมดที่เขาใช้ในการตั้งต้นทำเพจคนเลี้ยงมด 1. มีความรู้ในด้านที่สนใจอย่างแท้จริง คนเลี้ยงมด กานต์บอกว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความรู้เกี่ยวกับมดในประเด็นไหนบ้าง แต่เพราะสิ่งที่เขาเขียนล้วนมาจากประสบการณ์จริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ant-keeping-thailand/">คนเลี้ยงมด เพจสุดเนิร์ดที่เล่าเรื่องมดตัวเล็กให้ใหญ่จนกลายเป็นธุรกิจจริงจัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สิ่งที่แอดมิน<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/online-media/online-education/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพจ</a> <strong>คนเลี้ยงมด</strong> อย่าง <strong>กานต์ รมยาสัย</strong> ใฝ่ฝันมาตั้งแต่สมัยเด็กคือการได้ลองเลี้ยงมดดูสักครั้ง แต่ด้วยข้อมูลที่มีน้อยนิดผสมกับมายด์เซตของคนรอบตัวที่ว่าจะเลี้ยงไปทำไม มดก็มีอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว การเลี้ยงมดจึงเป็นเหมือนภาพฝันที่ยากจะสำเร็จ</p>



<p>ด้วยใจรั้นอยากจะเลี้ยง ความคิดที่จะเลี้ยงมดจึงยังไม่เคยล้มเลิกไป จนกระทั่งเขาย้ายไปใช้ชีวิตที่อเมริกา และได้เจอกับกลุ่มคนที่เลี้ยงมดมาก่อนหน้า ความฝันที่จะเลี้ยงมดจึงเป็นจริงขึ้นมา</p>



<p>นอกจากจะอินขั้นสุดแบบใช้หน้าเฟซบุ๊กตัวเองถ่ายทอดเรื่องราวความเนิร์ด เขายังสร้างเพจเฟซบุ๊กในชื่อ ‘คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand’ มาจดบันทึกเรื่องราวของมดที่ตัวเองเลี้ยง ถ่ายทอดประสบการณ์ ไปจนถึงแบ่งปันข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมดหลากหลายชนิดที่น้อยคนนักจะเคยได้ยิน</p>



<p>ก่อนที่ความชอบของเขาจะต่อยอดกลายเป็นคอมมิวนิตี้ที่ค่อยๆ ขยับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นธุรกิจที่เขาใช้เลี้ยงชีพในปัจจุบัน</p>



<p>ในฐานะที่เขาเป็นเสมือนตัวอย่างของครีเอเตอร์ที่สามารถหยิบจับเอาเรื่องที่ตัวเองรักมาต่อยอดเป็นการงาน เราจึงขอย่อตัวให้เล็กเป็นมดงาน เดินลาดตระเวนหาว่าเขามีวิธีการเล่าเรื่องมดยังไงให้น่าสนใจและดูมีเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่มากกว่าขนาดตัว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-1024x683.jpg" alt="คนเลี้ยงมด" class="wp-image-142484" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/16-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>วิธีทำเพจเล่าเรื่องสุด niche แบบคนเลี้ยงมด</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>“ขอแค่อินกับสิ่งที่ทำ เดี๋ยวมันจะมีทางไป”</strong></h3>



<p>ในวันที่กานต์เริ่มต้นเลี้ยงมด ประเทศไทยยังไม่คุ้นชินกับกิจกรรมนี้เท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนั้นเขาจึงสร้างเพจขึ้นมาเพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวของมดที่เลี้ยงไว้เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กส่วนตัวรำคาญ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นไดอารีที่เขาจะสามารถโม้ โอ้อวดเกี่ยวกับมดที่ตัวเองเลี้ยงไว้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้สนใจว่าจะต้องมีใครมาติดตามหรืออ่านในสิ่งที่เขาเขียน</p>



<p>แต่เมื่อเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ และพฤติกรรมของมดที่เลี้ยงไว้ไปเรื่อยๆ เขากลับค้นพบว่าเรื่องของมดก็มีคนให้ความสนใจมากกว่าที่คิด เป็นเหตุให้เขาต้องเพิ่มวิธีการสื่อสารความชอบแสน niche ลงไปในกระบวนการ</p>



<p>และนี่คือกระบวนการทั้งหมดที่เขาใช้ในการตั้งต้นทำเพจคนเลี้ยงมด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142483" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/15-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">1. มีความรู้ในด้านที่สนใจอย่างแท้จริง<span style="display:none;"> คนเลี้ยงมด </span></h4>



<p>กานต์บอกว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความรู้เกี่ยวกับมดในประเด็นไหนบ้าง แต่เพราะสิ่งที่เขาเขียนล้วนมาจากประสบการณ์จริง เป็นสิ่งที่เห็นและรู้มาอยู่แล้ว เขาเลยสามารถเขียนออกมาได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติม บางโพสต์ที่เห็นยาวๆ จริงๆ เขาใช้เวลาแค่ 5-10 นาทีก็เขียนออกมาให้คนอ่านกันได้แล้ว</p>



<p>“สิ่งสำคัญที่ทำให้คนติดตามเพจของผมอาจเป็นเพราะผมเลี้ยงและศึกษาพฤติกรรมของมดด้วยตัวเองอย่างจริงจัง จนมีความรู้มากพอที่จะบอกเล่าให้คนรับรู้ได้ เวลาที่คนสงสัยในประเด็นไหนผมเลยสามารถเขียนอธิบายให้ข้อมูลเขาได้&nbsp;</p>



<p>“ไม่เพียงข้อมูลของการนำมดมาเป็นสัตว์เลี้ยง แต่ผมพยายามสื่อสารถึงมดที่มีพิษด้วย ทำให้คนรู้จักรูปร่างหน้าตาของมัน จะได้หลีกเลี่ยงได้ เพราะหากแพ้อาจส่งผลถึงชีวิต”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142472" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-1024x683.jpg" alt="คนเลี้ยงมด" class="wp-image-142479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/11-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">2. เลือกประเด็นที่คนมักสงสัย</h4>



<p>อาจเพราะเรื่องการเลี้ยงมดเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ไม่ว่าเขาจะเขียนเรื่องอะไรก็สันนิษฐานได้เลยว่านี่เป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะรู้ ฉะนั้นทุกเรื่องที่เขาเขียนจึงรับประกันได้ว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจของคนที่สนใจเรื่องมดได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<p>“โพสต์บางโพสต์ที่ผมไม่คิดว่าจะเป็นโพสต์ที่น่าสนใจก็มีคนแชร์เยอะ เช่น โพสต์เรื่องมดขาหงิกงอที่ผมปักหมุดเอาไว้ในเพจ โพสต์นี้ผมแค่เขียนเล่าเฉยๆ ว่าขามันหงิกงอ ขยับขาไปไหนไม่ได้ แต่มันน่าตกใจมากที่เราเห็นมดตัวนี้อยู่รอดมาได้เป็นเดือน เพราะมันมีมดตัวอื่นคอยเลี้ยงดูแม้เขาจะพิการ</p>



<p>“ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะคลุกคลีอยู่กับมดตลอดเวลา แต่คนทั่วๆ ไปเขากลับมองว่า ‘ถึงมดจะพิการแต่มันก็ไม่ทิ้งกันเนอะ’ มันยังมาเลี้ยงดู คอยให้อาหาร คอยพาไปไหนมาไหน ดูแลกันตลอดเวลา คนส่วนใหญ่มักตื่นเต้นตกใจว่ามันเกิดสิ่งนี้ขึ้นในโลกของมดได้ด้วยเหรอ ซึ่งเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าใต้ดินของมดเป็นยังไง เขาเลยไม่คิดว่ามดจะมีความคิดที่ซับซ้อน หรือสามารถทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142487" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/19-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากเรื่องมดขาหงิกงอที่มาจากการสังเกตของเขาแล้ว ยังมีพฤติกรรมน่าสนใจของมดอีกหลายข้อที่กานต์หยิบยกมาเล่า อย่างมดคันไฟที่ทุกคนมองว่าเป็นมดทั่วไป แต่พอเลี้ยงไปเรื่อยๆ ก็ทำให้พบว่ามันเป็นมดที่มีความซับซ้อน เช่น เมื่อสร้างรังใหม่ ในหนึ่งรังจะมีนางพญาหลายตัวช่วยกันดูแลเลี้ยงดูตัวอ่อน จนเมื่อเริ่มมีมดงานประมาณ 40-50 ตัว นางพญาเหล่านั้นก็จะเริ่มฆ่ากันเพื่อชิงอำนาจ</p>



<p>“บางทีประเด็นที่หยิบมาเล่าในเพจก็เกิดจากข้อสงสัยของลูกเพจเองด้วย เช่น ทำไมมดถึงกัด มดผสมพันธุ์ยังไง หามดได้จากที่ไหน ผมก็จะรวบรวมคำถามเหล่านี้ออกมาเขียนตอบเป็นคอนเทนต์ให้คนได้อ่านกัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-1024x683.jpg" alt="คนเลี้ยงมด" class="wp-image-142470" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">3. ถ่ายทอดให้คนสนใจ โดยเล่าเป็นสตอรี</h4>



<p>กานต์บอกว่าเรื่องที่หยิบเอามาเล่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ฟังดูว้าวตั้งแต่แรกก็ได้ เพราะเขาเชื่อว่ามดแต่ละตัวล้วนมีเรื่องราวเป็นของตัวเองไม่ต่างจากคน เขาจึงไม่ได้มีหลักการตายตัวว่าต้องเขียนเรื่องแบบไหนถึงจะสำเร็จ เขียนแบบไหนคนถึงจะเข้ามาอ่านเยอะ&nbsp;</p>



<p>“แน่นอนว่าการมีหัวข้อที่ดีก็จะทำให้คนสนใจเรื่องที่เราเล่ามากขึ้น เวลาจะโพสต์อะไรผมจึงพยายามเขียนให้ฮุกคนให้ได้ตั้งแต่ 3 บรรทัดแรก เพราะทุกครั้งที่เราเลื่อนหน้าฟีดมันมีเวลาไม่กี่วินาทีเองที่คนจะเลือกอ่านต่อ และบางทีถึงเนื้อหาจะน่าสนใจแค่ไหน แต่ถ้ารูปที่โพสต์ไม่น่าสนใจคนก็อาจจะเลื่อนผ่านไปเลย หัวข้อจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งมาเรียนรู้เรื่องนี้ในช่วงหลังๆ เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>“วิธีการที่ผมใช้บ่อยๆ คือการเล่าเรื่องให้เป็นสตอรี ทำให้คนติดตามอ่านตอนต่อไป สังเกตคือเรื่องที่เล่าในเพจส่วนใหญ่จะเป็นเหตุการณ์จริงหมดเลย เวลาที่ผมเจอว่ามดมีพฤติกรรมที่น่าสนใจก็ถ่ายรูปมาเล่าต่อ เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองและไม่มีรูปภาพประกอบ มันก็ทำให้ผมคิดเรื่องราวที่จะนำมาเล่าในเพจได้ยากเหมือนกัน” นี่จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คอนเทนต์ของเพจคนเลี้ยงมดมีความถี่น้อยกว่าเพจส่วนใหญ่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“นอกจากจะต้องรอเรื่องและภาพแล้ว บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผมด้วย ถ้าไม่มีอารมณ์เขียนก็ไม่เขียน เพราะผมมองว่าเราไม่ได้ทำเป็นเชิงธุรกิจ เราทำเพราะเราอยากทำเฉยๆ แต่บังเอิญว่าสิ่งที่เราทำมันต่อยอดเป็นธุรกิจได้เท่านั้นเอง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-1024x683.jpg" alt="คนเลี้ยงมด" class="wp-image-142474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">4. สร้างก๊วน ตั้งกลุ่ม เพื่อสื่อสารให้แนบแน่นขึ้นกว่าเก่า</h4>



<p>เคล็ดลับของการสื่อสารที่สำคัญอีกอย่างคือการสร้างกลุ่ม เพจคนเลี้ยงมดจึงมีคอมมิวนิตี้สำหรับคนเลี้ยงมดโดยเฉพาะด้วย</p>



<p>กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>



<p>“เมื่อมีกลุ่มแล้วนอกจากจะแชร์ความรู้ได้ในครั้งเดียว ยังทำให้เกิดการตอบคำถามแทน รวมถึงเพิ่มโอกาสให้เราได้สื่อสารกับกลุ่มคนที่สนใจอยากเลี้ยงมดจริงๆ ทำให้สังคมของการเลี้ยงมดนั้นแข็งแรงและกว้างขวางมากขึ้นด้วย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-683x1024.jpg" alt="คนเลี้ยงมด" class="wp-image-142492" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>นอกเหนือไปจากแก่นการทำคอนเทนต์ด้านบนที่ว่ามาทั้งหมด แพสชั่นและความทุ่มเทก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน</p>



<p>“การทำคอนเทนต์ต้องมีความรู้แล้วก็มีความรัก อย่างการเลี้ยงมดก็เป็นสิ่งที่ผมรัก ถึงจะไม่มีใครมาตามอ่านผมก็คงทำของผมอยู่ดี เพราะผมรักมัน”</p>



<p>ฉะนั้นหากใครมีความชอบที่ตัวเองสนใจเป็นพิเศษ แม้จะเป็นเรื่องที่คนในสังคมมองว่าจะทำไปเพื่ออะไร กานต์ก็มองว่าไม่จำเป็นต้องแคร์เสียงคนรอบข้างที่พร้อมจะมองลบขนาดนั้น เพราะยังไงความชอบของคนเราก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว</p>



<p><div style="display:none;">
<h3> 1 </h3>
<p>11กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>12กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 2 </h3>
<p>21กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>22กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 3 </h3>
<p>31กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>32กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 4 </h3>
<p>41กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>42กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 5 </h3>
<p>51กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>52กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 6 </h3>
<p>61กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>62กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 7 </h3>
<p>71กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>72กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 8 </h3>
<p>81กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>82กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 9 </h3>
<p>91กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>92กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 10 </h3>
<p>101กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>102กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 11 </h3>
<p>111กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>112กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 12 </h3>
<p>121กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>122กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 13 </h3>
<p>131กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>132กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 14 คนเลี้ยงมด </h3>
<p>141กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>142กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<h3> 15 คนเลี้ยงมด </h3>
<p>151กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
<p>152กานต์เล่าว่าสาเหตุของการสร้างกลุ่มมาจากที่พอเริ่มมีคนสนใจการเลี้ยงมดมากขึ้น ทำให้เขาต้องตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และบางคำถามก็อาจไม่ได้กระจายไปให้คนรู้ในวงกว้าง เขาจึงสร้างกลุ่มขึ้นมาเพื่อให้เหล่าคนเลี้ยงมดได้มาพูดคุยกัน</p>
</div></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><em>ติดตามคอนเทนต์ของคนเลี้ยงมดต่อได้ที่ <a href="http://facebook.com/AntKeepingThailand" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพจคนเลี้ยงมด</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ant-keeping-thailand/">คนเลี้ยงมด เพจสุดเนิร์ดที่เล่าเรื่องมดตัวเล็กให้ใหญ่จนกลายเป็นธุรกิจจริงจัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สูตรปรุงคอนเทนต์ของ ‘ลุงอ้วน กินกะเที่ยว’ นักกินวัยเก๋าที่อยู่มาทุกยุค ทุกแพลตฟอร์ม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/fattyuncle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2021 08:32:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพจศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ลุงอ้วน กินกะเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[pantip.com]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142246</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่ติดตามอ่านกระทู้รีวิวร้านอาหารในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง Pantip คงรู้จักชื่อของ ‘ลุงอ้วน กินกะเที่ยว’ นามแฝงของ ‘อนุสร ตันเจริญ’ เจ้าของกระทู้รีวิวอาหารหลักพันกระทู้ที่ขยันเสาะแสวงหาร้านเด็ดมาเขียนบอกเล่า จนเมนูอร่อยในกระทู้ของเขามีตั้งแต่ร้านข้างทางยันระดับภัตตาคารหรู แม้ในวันนี้ที่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน เว็บบอร์ดห้อง ‘ก้นครัว’ ใน Pantip อาจไม่คึกคักอย่างเก่า แต่ด้วยใจรักในการกิน ลุงอ้วนจึงยังขยันคัดสรรร้านอร่อยมารีวิวบนแพลตฟอร์มใหม่อย่างเพจเฟซบุ๊กและแชนแนลยูทูบไม่มีหยุด เช่นกันกับเหล่าผู้ติดตามที่ยังคงติดตามกันอย่างเหนียวแน่นแม้ต้องโยกย้ายแพลตฟอร์ม ในยุคแห่งโซเชียลมีเดียที่มีเพจรีวิวอาหารเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก อะไรคือสูตรลับที่นักรีวิวระดับตำนานอย่างลุงอ้วนแอบเหยาะลงในคอนเทนต์จนคนติดใจ และตามติดดูรีวิวของลุงอ้วน กินกะเที่ยว มาทุกยุค ยูทูบเบอร์รุ่นใหญ่อย่างเขาพร้อมแล้วที่จะเปิดสูตรลับที่ว่านั้นให้เรารู้กัน ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว ลุงอ้วนเริ่มต้นเข้าสู่โลก Pantip ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตมากนัก เขามักเข้าไปสอดส่องและโต้ตอบกับพลพรรคนักกิน ชี้เป้าว่าอาหารร้านนั้นอร่อย ร้านไหนน่ากิน แบ่งปันรสชาติและประสบการณ์กันไป นานเข้าหนุ่มวัยใกล้เกษียณอย่างเขาก็เริ่มคิดอยากสร้างกระทู้แบ่งปันร้านอาหารที่ตัวเองกินบ้าง “สมัยนั้นผมใช้กล้องคอมแพกต์เล็กๆ ถ่ายรูป ภาพก็ออกมาหยาบๆ เสียบสายต่อจากกล้องเมื่อไหร่ไวรัสก็เข้าคอมฯ จนวุ่นไปหมด แต่ก็ศึกษาการใช้ไปเรื่อยๆ” บล็อกเกอร์วัยเกษียณเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ “ช่วงนั้นมีไฟ ผมลงรีวิว 3 มื้อเลย เช้ากินอะไรก็ลง เที่ยงกินอะไรก็ลง เย็นกินอะไรก็ลง ลงเยอะจนตอนนั้นไม่ว่าใครอยู่ใน Pantip ก็ต้องรู้จักเรา” ด้วยความเป็นคนช่างกิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fattyuncle/">สูตรปรุงคอนเทนต์ของ ‘ลุงอ้วน กินกะเที่ยว’ นักกินวัยเก๋าที่อยู่มาทุกยุค ทุกแพลตฟอร์ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครที่ติดตามอ่านกระทู้รีวิวร้านอาหารในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่าง Pantip คงรู้จักชื่อของ ‘ลุงอ้วน กินกะเที่ยว’ นามแฝงของ ‘อนุสร ตันเจริญ’ เจ้าของกระทู้รีวิวอาหารหลักพันกระทู้ที่ขยันเสาะแสวงหาร้านเด็ดมาเขียนบอกเล่า จนเมนูอร่อยในกระทู้ของเขามีตั้งแต่ร้านข้างทางยันระดับภัตตาคารหรู</p>



<p>แม้ในวันนี้ที่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน เว็บบอร์ดห้อง ‘ก้นครัว’ ใน Pantip อาจไม่คึกคักอย่างเก่า แต่ด้วยใจรักในการกิน ลุงอ้วนจึงยังขยันคัดสรรร้านอร่อยมารีวิวบนแพลตฟอร์มใหม่อย่างเพจเฟซบุ๊กและแชนแนลยูทูบไม่มีหยุด เช่นกันกับเหล่าผู้ติดตามที่ยังคงติดตามกันอย่างเหนียวแน่นแม้ต้องโยกย้ายแพลตฟอร์ม</p>



<p>ในยุคแห่งโซเชียลมีเดียที่มีเพจรีวิวอาหารเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก อะไรคือสูตรลับที่นักรีวิวระดับตำนานอย่างลุงอ้วนแอบเหยาะลงในคอนเทนต์จนคนติดใจ และตามติดดูรีวิวของลุงอ้วน กินกะเที่ยว มาทุกยุค</p>



<p>ยูทูบเบอร์รุ่นใหญ่อย่างเขาพร้อมแล้วที่จะเปิดสูตรลับที่ว่านั้นให้เรารู้กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-683x1024.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142259" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_5.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว ลุงอ้วนเริ่มต้นเข้าสู่โลก Pantip ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ด้านออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตมากนัก เขามักเข้าไปสอดส่องและโต้ตอบกับพลพรรคนักกิน ชี้เป้าว่าอาหารร้านนั้นอร่อย ร้านไหนน่ากิน แบ่งปันรสชาติและประสบการณ์กันไป นานเข้าหนุ่มวัยใกล้เกษียณอย่างเขาก็เริ่มคิดอยากสร้างกระทู้แบ่งปันร้านอาหารที่ตัวเองกินบ้าง</p>



<p>“สมัยนั้นผมใช้กล้องคอมแพกต์เล็กๆ ถ่ายรูป ภาพก็ออกมาหยาบๆ เสียบสายต่อจากกล้องเมื่อไหร่ไวรัสก็เข้าคอมฯ จนวุ่นไปหมด แต่ก็ศึกษาการใช้ไปเรื่อยๆ” บล็อกเกอร์วัยเกษียณเล่าเคล้าเสียงหัวเราะ</p>



<p>“ช่วงนั้นมีไฟ ผมลงรีวิว 3 มื้อเลย เช้ากินอะไรก็ลง เที่ยงกินอะไรก็ลง เย็นกินอะไรก็ลง ลงเยอะจนตอนนั้นไม่ว่าใครอยู่ใน Pantip ก็ต้องรู้จักเรา”</p>



<p>ด้วยความเป็นคนช่างกิน แต่ละร้านที่เขาคัดสรรมาลงจึงเชื่อถือได้ไม่ยากว่าอร่อยแน่แถมราคายังเอื้อมถึง ชื่อของลุงอ้วน กินกะเที่ยว จึงกระฉ่อนไปทั่วเว็บบอร์ด </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142280" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไม่แปลกที่เมื่อมีแพลตฟอร์มใหม่อย่างเฟซบุ๊กเข้ามา เพียงลุงอ้วนเปิดเพจแค่วันเดียวคนก็มากดไลก์เกือบหมื่นแทบทันที และถ้าเหล่าครีเอเตอร์สายอาหารรุ่นใหม่สงสัยว่าลุงอ้วนมี<a href="https://adaymagazine.com/botcash/">เคล็ดลับ</a>ในการสร้างสรรค์ผลงานยังไง ต่อไปนี้คือสิ่งที่ลุงอ้วนบอกเราไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-1024x683.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142275" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สูตรสำคัญของลุงอ้วน กินกะเที่ยว : ค้นหาความแตกต่างในกิจวัตรประจำวัน แล้วนำมาทำเป็นจุดแข็ง</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading">1. ร้านดังของคนวัยเก๋า คือร้านลับของคนรุ่นใหม่</h4>



<p>“ด้วยความเป็นคนชอบกิน ชอบเที่ยว สมัยก่อนตอนที่ไม่มีสื่อออนไลน์อย่างทุกวันนี้ ผมจะอ่านคอลัมน์แนะนำร้านอาหารในหนังสือพิมพ์รายวันแล้วไปตะลุยกินตาม อย่างถ้าร้านอาหารที่แม่ช้อย นางรำ (นามปากกาของสันติ เศวตวิมล คอลัมน์นิสต์ผู้มีชื่อเสียงในวงการอาหาร) เขียนถึงอยู่ใกล้บ้านก็จะขับรถไปกินเลยในวันเดียวกัน หรือหากไปเที่ยวตามต่างจังหวัด ผมก็จะมีทริกว่าให้สอบถามหาร้านอาหารอร่อยกับพวกเถ้าแก่ร้านขายอะไหล่ เพราะโดยมากคนเหล่านั้นจะเป็นคนช่างกินเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>“ผมมีวัตถุดิบเยอะมาก ร้านที่เอามาแนะนำในเพจหรือในยูทูบส่วนมากจะเป็นร้านเก่าแก่ที่ผมกินมาหลายสิบปี เด็กรุ่นใหม่จึงอาจจะไม่ค่อยรู้จัก เพราะร้านเขากระจายอยู่ตามตรอกซอกซอย กลายเป็นว่าเนื้อหาเราเลยไม่ค่อยซ้ำใคร เด็กรุ่นใหม่ที่ติดตามจึงพากันตื่นเต้นว่ามีด้วยเหรอร้านแบบนี้ ส่วนกลุ่มผู้ติดตามรุ่นใหญ่ที่มีสไตล์การกินคล้ายกันก็ยังติดตามเราอยู่ตั้งแต่ Pantip มาจนทุกวันนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-1024x683.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142264" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">2. ไม่ยึดติดกับกระแส เอาความอยากกินเป็นที่ตั้ง</h4>



<p>“เวลาจะรีวิวร้านอาหารสักร้าน ผมไม่ได้วางแผนว่าจะปล่อยร้านอาหารประเภทนี้ตอนนี้เพราะกระแสกำลังมา แต่ผมจะยึดตามตัวเราเป็นหลัก เช่น วันนี้อยากกินหมูสะเต๊ะผมก็ไปกิน เราคิดตามคนดูไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้ว่าผู้ติดตามเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร แต่เรารู้แน่นอนว่าตัวเราชอบอะไร ก็ทำไปแบบนั้น&nbsp;</p>



<p>“เวลาเลือกร้านมารีวิว นอกจากหาร้านที่อร่อย ราคาเหมาะสมแล้ว โดยมากผมจะยึดจากหลักคิดของตัวเองซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่ง–คือร้านอาหารประจำถิ่น บอกให้คนรู้ว่าร้านนี้อร่อยนะ ใครอยู่แถวนั้นก็มากินได้ และสอง–คือร้านดัง ใครกินก็ว้าว แม้จะอยู่ไกลถึงเชียงใหม่ก็ต้องมากินให้ได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-683x1024.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142284" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_30.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">3. ไม่ค่อยไปร้านดัง แต่ถ้าจะทำก็ต้องหามุมที่ต่างให้เจอ</h4>



<p>“ปกติถ้าร้านไหนดังมากๆ ผมมักจะไม่ค่อยไปรีวิว หรือหากรีวิวผมก็จะหาจุดเด่นของร้านนั้นที่ต่างไปจากคนอื่นเขา เช่น ก๋วยเตี๋ยวเป็ด<a href="https://youtu.be/9-qrcA0tqPM" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ร้านลิ้มซ้งฮวด</a> ใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้วว่าเนื้อเป็ดเขาดี ผมเลยเลือกนำเสนอเกี่ยวกับน้ำจิ้มร้านเขา ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมชอบ พร้อมกับบอกวิธีการกินในสไตล์ของผมด้วย</p>



<p>“หรือหากร้านไหนเรารู้ว่าเขามีกรรมวิธีการทำที่ยุ่งยาก กว่าจะได้กินต้องจองกันนาน ผมก็จะชูในจุดนั้นแทน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เพราะประสบการณ์จริงๆ ด้วยความที่ผมกินจริงและกินมานานจนสนิทกับเถ้าแก่เจ้าของร้าน ร้านส่วนมากจึงอนุญาตให้เราถ่ายทำในส่วนที่คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-1024x683.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142277" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">4. รีวิวเนื้อๆ เน้นๆ ให้คนรู้ข้อดีและตามมากินได้ง่าย</h4>



<p>“ผมถือว่าผมเป็นแค่นักกินคนหนึ่ง เวลารีวิวจึงจะไม่มีการให้คะแนนหรือตัดสินว่าร้านอาหารนี้อร่อยหรือไม่ เพราะอาหารนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของคน ผมจะบอกเพียงว่าร้านนี้ตรงกับความชอบของผม แล้วเน้นไปที่การให้ข้อมูลมากกว่า เพื่อให้ผู้ติดตามสามารถตามมากินได้ทันที ส่วนสำคัญคือต้องบอกเขาว่าร้านอยู่ย่านไหน เดินออกมาจะเจอกับอะไรบ้าง และเบอร์โทรศัพท์อะไร&nbsp;</p>



<p>“ส่วนภาพรวมของคอนเทนต์ผมจะเน้นความกระชับ ถ้าเป็นวิดีโอก็ต้องไม่ยาว แค่ประมาณ 7-8 นาทีก็พอ หรือหากเป็นรูปภาพก็จะบอกแต่เรื่องที่จำเป็น ไม่บรรยายเยอะเกินไป ใช้คำพูดที่ทุกคนเข้าใจได้ และหลีกเลี่ยงพวกคำศัพท์ยากๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-1024x683.jpg" alt="ลุงอ้วน กินกะเที่ยว" class="wp-image-142271" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">5. ทำอะไรทำด้วยความรัก นั่นแหละดี</h4>



<p>“สิ่งสำคัญที่ทำให้คนยังติดตามมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากข้อมูลร้านอาหารที่เชื่อถือได้ อาจเป็นเพราะความเป็นตัวเองด้วย ส่วนมากคนจะบอกว่าท่าทีผมดูใจดี เหมือนดูพ่อพาไปกินอาหารตามร้านต่างๆ อาจจะเพราะสิ่งที่ผมทำมันคือกิจวัตรปกติของผมอยู่แล้วด้วย คือผมชอบหาของอร่อยกิน เวลารีวิวก็ไม่ได้ทำไปด้วยความอยากดัง ไม่ได้แอ็กติ้งขึ้นมา อันไหนกินแล้วอร่อยสีหน้าของผมมันก็เป็นไปอย่างนั้นเอง คอนเทนต์ที่ทำแทบจะไม่ได้วางแผนอะไรก็จริง แต่เราก็ต้องคงคุณภาพของมันให้ดี เช็ดจานให้ดูสวย หามุมถ่ายให้มันออกมาดูน่ากินมากที่สุด มันคือการทำผลงานออกมาด้วยใจรัก”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142270" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/ลุงอ้วนกินกะเที่ยว_16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกเหนือไปจากเคล็ดลับด้านบน สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเป็นครีเอเตอร์สายอาหารไม่ว่าจะในแพลตฟอร์มไหนๆ ลุงอ้วนสรุปซ้ำไว้ว่า “ต้องจริงใจ อย่าโกหก ไม่หลอกคนดู” เขามองว่าการเป็นธรรมชาติ อร่อยบอกอร่อยนี่แหละสำคัญ</p>



<p>“คนจะเข้าใจว่าการเป็นนักกิน รีวิวของกินจะต้องมีความรู้ด้านอาหารแบบลึกซึ้ง แต่ผมมองว่าแค่มีหัวใจที่ชอบกินจริงๆ ก็สามารถทำคอนเทนต์ออกมาได้ เพียงแต่ต้องมีจรรยาบรรณด้วย ไม่พูดอะไรที่มันเกินไปจากความจริง”</p>



<p>ไม่ว่าจะตอนเป็นลุงอ้วน กินกะเที่ยวใน Pantip หรือตอนนี้ที่เป็น ลุงอ้วน กินกะเที่ยว ในยูทูบ ความตั้งใจของเขาจึงมีเพียงอย่างเดียวคือการแนะนำร้านอาหารที่เมื่อคนไปกินตามแล้วจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fattyuncle/">สูตรปรุงคอนเทนต์ของ ‘ลุงอ้วน กินกะเที่ยว’ นักกินวัยเก๋าที่อยู่มาทุกยุค ทุกแพลตฟอร์ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลัง The Art of Thai Comics หนังสือประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยดีไซน์สนุกที่เขียนโดยคนเบลเยียม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-art-of-thai-comics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอม มฤคทัต]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 18:36:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[The Art of Thai Comics]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Comics]]></category>
		<category><![CDATA[Nicolas Verstappen]]></category>
		<category><![CDATA[Book Design]]></category>
		<category><![CDATA[Comic History]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูนไทย ศิลปะ และประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือการ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลาส เวร์สแตปเปิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์การ์ตูนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูนไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142021</guid>

					<description><![CDATA[<p>The Art of Thai Comics หลายคนอาจมีหนังสือการ์ตูนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่สำหรับ Nicolas Verstappen หนังสือการ์ตูนเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชายชาวเบลเยียมผู้นี้ตัดสินใจเดินทางมาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลือกใช้ความรักในหนังสือการ์ตูนมาต่อยอดเป็นงานวิจัยของตนเอง 4 ปีให้หลัง งานวิจัยชิ้นนั้นกลายเป็นหนังสือเล่มโตตรงหน้าเรา บนหน้าปกระบุชื่อไว้ว่า การ์ตูนไทย ศิลปะ และประวัติศาสตร์ หรือ The Art of Thai Comics ซึ่งรวบรวมเรื่องราวในวงการการ์ตูนไทยไว้อัดแน่นกว่า 100 ปี ชนิดที่คนอ่านการ์ตูนส่วนใหญ่ก็คงไม่เคยเห็นข้อมูลเหล่านี้มาก่อน! บางคนอาจถอดใจเมื่อได้ยินว่านี่คืองานวิจัยระดับอาจารย์ แต่เชื่อเถอะว่าหนังสือเล่มนี้อ่านง่ายและเป็นมิตรมากกว่าที่คุณคิด เพราะเนื้อหาทั้งหมดถูกพัฒนาอย่างดีจากนิโคลาสและทีมงานคุณภาพที่ช่วยกันบรรณาธิกรจนอ่านได้อย่างลื่นไหล แถมยังได้ พี–พีรพัฒน์ กิตติสุวัฒน์ นักวาดการ์ตูนและดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยมมาช่วยออกแบบรูปเล่มให้หนังสือน่าอ่านเข้าไปอีก ก่อนที่จะไปย้อนประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยในหนังสือ ชวนไปย้อนฟังเส้นทางการปลุกปั้นหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีทั้งอุปสรรคและเรื่องสนุกตลอดเวลา 5 ปี แอบสปอยล์ให้ฟังก่อนเลยก็ได้ว่าเบื้องหลังงานนี้เข้มข้นและสนุกไม่แพ้หนังสือการ์ตูนบางเล่มเลยทีเดียว! CHAPTER 1 : พื้นที่ที่เราจะสื่อสารอะไรก็ได้ นิโคลาสในวัยเด็กเริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ยังไม่คล่องแกรมมาร์ภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ เขาอาศัยเพียงรูปภาพและช่องที่เรียงต่อกันในการปะติดปะต่อเรื่องราว กระทั่งเติบโตขึ้นถึงวัยที่ใครหลายคนเริ่มแพ็กหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเก็บใส่กล่องหรือห้องเก็บของ นิโคลาสผู้เรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ ตัดสินใจทำงานต่อในร้านหนังสือที่บรัสเซลส์ ที่ทำให้เขาได้เข้าถึงหนังสือที่รักตลอดเวลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-art-of-thai-comics/">เบื้องหลัง The Art of Thai Comics หนังสือประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยดีไซน์สนุกที่เขียนโดยคนเบลเยียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> The Art of Thai Comics </span>หลายคนอาจมีหนังสือการ์ตูนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่สำหรับ <a href="https://adaymagazine.com/international-school-ep05/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>Nicolas Verstappen</strong></a> หนังสือการ์ตูนเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต</p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชายชาวเบลเยียมผู้นี้ตัดสินใจเดินทางมาเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลือกใช้ความรักในหนังสือการ์ตูนมาต่อยอดเป็นงานวิจัยของตนเอง</p>



<p>4 ปีให้หลัง งานวิจัยชิ้นนั้นกลายเป็นหนังสือเล่มโตตรงหน้าเรา บนหน้าปกระบุชื่อไว้ว่า <em>การ์ตูนไทย ศิลปะ และประวัติศาสตร์ </em>หรือ <em>The Art of Thai Comics</em><strong> </strong>ซึ่งรวบรวมเรื่องราวในวงการการ์ตูนไทยไว้อัดแน่นกว่า 100 ปี ชนิดที่คนอ่านการ์ตูนส่วนใหญ่ก็คงไม่เคยเห็นข้อมูลเหล่านี้มาก่อน!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142179" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บางคนอาจถอดใจเมื่อได้ยินว่านี่คืองานวิจัยระดับอาจารย์ แต่เชื่อเถอะว่าหนังสือเล่มนี้อ่านง่ายและเป็นมิตรมากกว่าที่คุณคิด เพราะเนื้อหาทั้งหมดถูกพัฒนาอย่างดีจากนิโคลาสและทีมงานคุณภาพที่ช่วยกันบรรณาธิกรจนอ่านได้อย่างลื่นไหล แถมยังได้ <strong>พี–พีรพัฒน์ กิตติสุวัฒน์</strong> นักวาดการ์ตูนและดีไซเนอร์ฝีมือเยี่ยมมาช่วยออกแบบรูปเล่มให้หนังสือน่าอ่านเข้าไปอีก</p>



<p>ก่อนที่จะไปย้อนประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยในหนังสือ ชวนไปย้อนฟังเส้นทางการปลุกปั้นหนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีทั้งอุปสรรคและเรื่องสนุกตลอดเวลา 5 ปี แอบสปอยล์ให้ฟังก่อนเลยก็ได้ว่าเบื้องหลังงานนี้เข้มข้นและสนุกไม่แพ้หนังสือการ์ตูนบางเล่มเลยทีเดียว!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142191" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 1 : พื้นที่ที่เราจะสื่อสารอะไรก็ได้</strong></h3>



<p>นิโคลาสในวัยเด็กเริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ยังไม่คล่องแกรมมาร์ภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ เขาอาศัยเพียงรูปภาพและช่องที่เรียงต่อกันในการปะติดปะต่อเรื่องราว กระทั่งเติบโตขึ้นถึงวัยที่ใครหลายคนเริ่มแพ็กหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดเก็บใส่กล่องหรือห้องเก็บของ นิโคลาสผู้เรียนจบปริญญาโทมาหมาดๆ ตัดสินใจทำงานต่อในร้านหนังสือที่บรัสเซลส์ ที่ทำให้เขาได้เข้าถึงหนังสือที่รักตลอดเวลา</p>



<p>และช่วงวัยที่การ์ตูนอาจกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำ นิโคลาสตัดสินใจออกจากงานที่ร้านหนังสือเพื่อย้ายรกรากมาอยู่เมืองไทยและทำงานเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ การมาอยู่เมืองไทยทำให้เข้าได้ขยายความสนใจออกไปรู้จักการ์ตูนและนักวาดชาวไทยอีกมากมาย จนเขาตัดสินใจเลือกทำงานวิจัยหัวข้อ <em>Thai Comics in the Twenty-First Century: Identity and Diversity of a New Generation of Thai Cartoonists</em> เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการ์ตูนไทยอย่างจริงจัง</p>



<p>“หลายคนมองว่าการ์ตูนเป็นสื่อที่ไร้สาระ แต่ความจริงในการ์ตูนมีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย ผมเคยเห็นหนังสือกราฟิกเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงอิหร่านในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การ์ตูนเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง การ์ตูนที่ผู้เขียนพยายามถ่ายทอดความเป็นตัวเอง เล่าเรื่องการ come out ของเพศที่หลากหลาย ดังนั้นการ์ตูนจึงเป็นพื้นที่ที่เราจะสื่อสารอะไรก็ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142194" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142199" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อาจเพราะช่วงปี 1950 ในยุคที่งานศิลปะฝั่งตะวันตกยังมีการแบ่งชนชั้น งานศิลปะที่แท้จริงถูกจำกัดไว้ว่าต้องเป็นงานที่มีแต่ภาพเท่านั้น ส่งผลให้งานที่ผสมระหว่างคำพูดและภาพไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นงานศิลปะแท้จริง จนเกิดภาพจำว่าการ์ตูนคือสื่อที่ไม่มีประโยชน์และไร้แก่นสาร</p>



<p>แต่ในอีกฟากของโลกพบว่าการผสมกันของภาพและคำพูดกลับทำให้เกิดวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่อย่าง ‘มังงะ’ หรือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งทำให้ภาพของวงการการ์ตูนค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p>“การ์ตูนเกิดขึ้นบนโลกได้เกือบ 2 ศตวรรษแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะยังไม่ค่อยมีใครสนใจศึกษาอย่างจริงจัง แต่ผมมองว่าทุกวันนี้แนวคิดของผู้คนต่อการ์ตูนกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น</p>



<p>“ลูกศิษย์ของผมหลายคนบอกว่าพวกเขาดีใจที่ได้เห็นคอมิกอย่าง <em>Batman</em> และ <em>Superman</em> จากช่วงปลายยุค 40s ซึ่งถือเป็นยุคทองของวงการการ์ตูน แต่ผมว่ายุคทองคือตอนนี้ต่างหาก ทุกวันนี้เรามีนักเขียนการ์ตูนหญิงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่แต่ก่อนพื้นที่นี้มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น และเรายังมีการ์ตูนหลายรูปแบบ มีงาน experimental ให้เข้าถึงได้ง่ายๆ แม้แต่มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็เริ่มเปิดสอนเกี่ยวกับการ์ตูนมากขึ้น เพราะสุดท้ายพวกเขาก็พบว่าการ์ตูนคือรูปแบบการสื่อสารอย่างหนึ่งนั่นแหละ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 2 : เรื่องของการ์ตูนไทย ที่คนไทยอาจไม่รู้</strong></h3>



<p>“สิ่งที่ผมพบจากการทำวิจัยมีเยอะมาก ผมเล่าได้เป็นชั่วโมงเลย” นิโคลาสออกปาก แต่มากไปกว่านั้นคือเรื่องราวเกี่ยวกับการ์ตูนไทยที่เขาเล่าแต่ละข้อกลับเป็นสิ่งที่คนไทยอย่างเราไม่เคยรู้แทบทั้งสิ้น! ทั้งหมดคือผลจากการฝังตัวในแหล่งข้อมูลเพื่อทำวิจัยถึง 1 ปีเต็ม&nbsp;</p>



<p><strong>“</strong>สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผมคือการเห็นการ์ตูนไทยหยิบยืมเอกลักษณ์จากการ์ตูนของหลายๆ ประเทศมาใช้ เช่น สไตล์การวาดแบบอเมริกัน การเล่าเรื่องแบบมังงะ เรามีกระทั่งตัวการ์ตูนอย่าง ‘ลิงกี้’ ของวิตตมิน ที่เป็นการผสมกันของ Popeye และ Mickey Mouse&nbsp;</p>



<p>“ในช่วงปี 1930 การ์ตูนเป็นสื่อที่แพร่กระจายได้เร็วที่สุด เพราะการ์ตูนไม่เหมือนภาพยนตร์หรือหนังสือที่คุณต้องรอให้มีการแปลก่อนถึงจะเข้าใจ เด็กไทยจึงสามารถอ่านการ์ตูนไทยที่มีการเอาความเป็นลิเกเข้ามาผสมของ ‘ประยูร จรรยาวงษ์’ นักเขียนชื่อดังในยุคนั้น และอ่านป๊อปอายกับมิกกี้เมาส์ในหนังสือพิมพ์อเมริกันไปด้วย</p>



<p>“อีกสิ่งหนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจมากคืองานของ ‘เตรียม ชาชุมพร’ ผมเคยเห็นงานในปี 1980 ของเขา ผมทึ่งมากที่เขาเลือกเล่าประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับผู้คนในภาคอีสาน ซึ่งผมว่ามันสร้างสรรค์มาก เขาทำในสิ่งที่แม้แต่นักวาดการ์ตูนของอเมริกาและญี่ปุ่นก็ยังไม่เคยทำด้วยซ้ำ<strong>”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142218" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 3 : ตามหาประวัติศาสตร์ที่หายไป</strong></h3>



<p>การตามหาข้อมูลเกี่ยวกับการ์ตูนเก่าๆ เมื่อหลายสิบปีก่อนเพื่อทำวิจัยนั้นฟังดูไม่ใช่เรื่องง่าย ชนิดที่ต่อให้เป็นคนไทยที่คุ้นเคยกับภาษาและแหล่งข้อมูลในไทยเองก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี เราจินตนาการภาพไม่ออกเลยว่านิโคลาสทำทั้งหมดนี้ได้ยังไง ทั้งที่เขามีทักษะภาษาไทยในระดับที่ ‘พออ่านออก’ เท่านั้น</p>



<p>คำตอบก็คือทีมงานคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังสือเล่มนี้อย่าง เบิร์ด–ธันย์ชนก รื่นถวิล ผู้ช่วยทำวิจัยที่คอยเช็กและแนะนำข้อมูลที่น่าสนใจให้เขา และ นุช–ชนิดา อรวัฒนานนท์ นักแปลผู้คอยเปลี่ยนข้อมูลภาษาไทยยากๆ ให้กลายเป็นภาษาอังกฤษเข้าใจง่าย (และเธอยังเป็นคนแปลหนังสือฉบับภาษาไทยด้วย)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142213" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/43.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้จะมีผู้ช่วยคอยรับหน้าที่แปลและค้นคว้า แต่นิโคลาสเองก็ยังให้ความสำคัญกับการเข้าหาแหล่งข้อมูลที่มากไปกว่าอินเทอร์เน็ตและห้องสมุด</p>



<p>“ผมออกตามหาข้อมูลทั้งจากร้านหนังสือเก่า เข้าไปสอบถามจากกลุ่มคนสะสมหนังสือการ์ตูน ตลาดออนไลน์ และได้ทำความรู้จักกับผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้มากมาย แต่ก็น่าเสียดายที่ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่ไม่สามารถหาได้ อย่างช่วงปี 1950-1960 เป็นช่วงที่ผมหาผลงานต่างๆ ได้ยากมาก” เมื่อลองคำนวณปี พ.ศ.แล้วนึกเทียบเคียงกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยดู ก็พอจะคาดเดาสิ่งที่นิโคลาสจะเล่าต่อไปได้ไม่ยากนัก</p>



<p>“อย่างงานของประยูร ผมคิดว่าช่วงนั้นรัฐบาลอาจขอให้เขาเลิกเขียนงานเกี่ยวกับการเมือง เพราะรัฐบาลเผด็จการไม่ชอบการ์ตูน พวกเขาเชื่อว่าการ์ตูนสามารถเปลี่ยนความคิดคนได้ง่าย ก็เหมือนกับที่รัฐบาลเผด็จการหลายประเทศชอบใช้การ์ตูนเป็นเครื่องมือชวนเชื่อนั่นแหละ ดังนั้นการ์ตูนเลยเป็นเครื่องมือที่อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุดก็ได้”</p>



<p>โชคดีที่ลูกหลานของอาจารย์ประยูรเก็บรวบรวมงานเก่าๆ ของเขาไว้อย่างดีเยี่ยม และมีมูลนิธิประยูร จรรยาวงษ์ ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการทำวิจัย ทำให้การตามหาข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ยากนักเมื่อเทียบกับการหาข้อมูลของนักเขียนบางคนในบางยุค เช่น การ์ตูนของนักศึกษาในยุค 14 ตุลาฯ ซึ่งเขาหาเจอเพียงแค่หน้าเดียวเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142176" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/6-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“อีกปัจจัยที่อาจทำให้การ์ตูนไทยในช่วงหนึ่งหายสาบสูญไปคือปัญหาเรื่อง ‘ความเป็นไทย’ โดยเฉพาะในมุมมองของหน่วยงานราชการที่ดูแล ซึ่งมักจะใช้การตัดสินถูก-ผิดกับงานศิลปะ และคอยกีดกันว่าอันนี้เป็นญี่ปุ่น อันนี้เป็นอเมริกัน ส่วนการ์ตูนเกี่ยวกับผีหรือความเชื่อเหนือธรรมชาติในช่วง 1960 เขาก็มองว่าไม่ดีกับคนไทยและควรให้เลิกเขียน”</p>



<p>หากสรุปง่ายๆ งานวิจัยของนิโคลาสจึงเป็นพื้นที่รวบรวมประวัติศาสตร์วงการการ์ตูนไทยแบบละเอียดยิบชนิดที่ไม่น่าจะมีใครเคยทำมาก่อน ทั้งเรื่องราวของนักเขียนในแวดวงอิสระและกระแสหลักตลอดหลายสิบปี รวมถึงผลงานที่มีความสำคัญและสร้างการเปลี่ยนแปลงในยุคต่างๆ ซึ่งข้อมูลในหลายยุคสมัยได้กลายเป็นเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์และสะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ใช่แค่ที่ไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอิทธิพลของต่างชาติที่มีต่อไทยด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142171" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 4 : หนังสือจากงานวิจัยที่ไม่น่าเบื่อ</strong></h3>



<p>หลังจากที่งานวิจัยของนิโคลาสจบลง หนึ่งปีต่อจากนั้นเขาได้จัดงานเสวนา The Sleep of Reason: V for Vendetta &amp; David Lloyd ที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นั่นเขาได้พบกับ Sarah Rooney บรรณาธิการของสำนักพิมพ์ <a href="http://riverbooksbk.com/index.php" target="_blank" rel="noreferrer noopener">River Books</a> ที่ชักชวนให้เขานำงานวิจัยมาแปลงเป็นหนังสือ</p>



<p>“ผมตอบตกลงไปเพราะคิดว่าคงง่าย แต่ปรากฏว่าเราใช้เวลากันนานมาก จากตอนแรกที่คิดว่าน่าจะใช้เวลาสักปีในการหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่มันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นิโคลาสหัวเราะแล้วอธิบายถึงข้อมูลส่วนที่หายไป เพราะงานวิจัยชิ้นเดิมของเขาจะเน้นแค่ 3 ทศวรรษสำคัญในวงการการ์ตูนไทยเท่านั้น แต่ภายในหนังสือปกสีแดงเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลไว้มากถึง 100 ปี!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="843" height="842" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673.jpg" alt="" class="wp-image-142236" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673.jpg 843w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/messageImage_1628164756673-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 843px) 100vw, 843px" /><figcaption>พีรพัฒน์, นิโคลาส และซาราห์ <br>เครดิตภาพ หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์</figcaption></figure>



<p>“เมื่อได้ข้อมูลมา ผมจะเขียนเป็นบทๆ แล้วส่งให้ซาร่าห์และกองบรรณาธิการดู เขาจะฟีดแบ็กกลับมาว่าอันนี้น่าเบื่อนะ หรืออันนี้วิชาการเกินไป ให้ปรับหน่อย</p>



<p>&#8220;มันยากเหมือนกันสำหรับคนที่พูดภาษาฝรั่งเศสอย่างผม เพราะภาษาเขียนของฝรั่งเศสโดยมากมักจะใช้ประโยคยาวๆ และซับซ้อน พอเขียนเป็นภาษาอังกฤษมันจึงกลายเป็นฝันร้ายของกอง บ.ก.เลยล่ะ” นิโคลาสพูดติดตลก พร้อมบอกว่าสุดท้ายแล้วเขาก็เรียนรู้ที่จะทำงานเขียนให้ซีเรียสน้อยลงและสนุกไปกับแต่ละบทมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้จะขอบคุณใครไปไม่ได้นอกจากทีมงานทุกๆ คนที่ช่วยกันแนะนำและผลักดันงานชิ้นนี้ให้เกิดขึ้นจริง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 5 : การเจอกันที่ดีที่สุด</strong></h3>



<p>“ผมเคยคิดว่าแค่หนังสือเล่มนี้สำเร็จออกมาได้ก็เป็นรางวัลของผมแล้ว แต่การที่ผมได้ร่วมงานกับพีรพัฒน์ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในกระบวนการทั้งหมด” นิโคลาสยิ้มกว้างเมื่อเอ่ยชื่อพีรพัฒน์ นักวาดการ์ตูนและดีไซเนอร์มากฝีมือ</p>



<p>ซึ่งผลงานหนังสือที่เราเห็นตรงหน้าก็ยืนยันได้ว่านิโคลาสไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด</p>



<p>“จริงๆ จะให้ผมไปจ้างดีไซเนอร์ที่ไหนมาทำก็ได้ แต่ผมคิดว่าการทำหนังสือเกี่ยวกับการ์ตูนมันสำคัญที่จะต้องมีคนที่มีความรู้เรื่องนี้ด้วย เพราะนักเขียนการ์ตูนจะมีทักษะในการผสมตัวหนังสือและภาพในสัดส่วนที่ลงตัว ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อหนังสือเล่มนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142203" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขณะที่กองบรรณาธิการกำลังวุ่นวายกับการทำข้อมูลเพิ่มเติมจนหนังสืองอกจาก 200 เป็นเกือบ 300 หน้า หากพีรพัฒน์ผู้รับหน้าที่อาร์ตไดเรกเตอร์และดีไซเนอร์กลับยิ้มยินดี</p>



<p>“เราชอบจัดการข้อมูลเยอะๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องที่เรากังวลเลย ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยก็ยิ่งเข้าทาง เพราะเราก็โตมากับการอ่านการ์ตูนอยู่แล้ว การติดตามข่าวสารในวงการการ์ตูนไทยมาเรื่อยๆ มันก็ยิ่งทำให้เราอยากทำงานนี้มากขึ้นไปอีก” พีรพัฒน์ยิ้ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142219" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/49.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 6 : งานออกแบบที่สะท้อนประวัติศาสตร์ไทย</strong></h3>



<p>จากระยะเวลา 5 ปีของการพัฒนาหนังสือเล่มนี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง 2 ปีในนั้นเป็นช่วงเวลาที่พีรพัฒน์ใช้สำหรับการออกแบบรูปเล่ม&nbsp;</p>



<p>และส่ิงที่สะดุดตาเราที่สุดคงหนีไม่พ้นเจ้าเสือตัวโตที่กระโดดออกมาจากปกสีแดงสด</p>



<p>“เพราะเสือคือสัตว์ที่ปรากฏอยู่ในการ์ตูนไทยเยอะมาก อีกอย่างคือในมุมมองฝรั่งอย่างนิโคลาสที่มองเข้ามา เมื่อพูดถึงประเทศแถบนี้ก็จะมีสัตว์สองอย่าง ไม่เสือก็ช้าง” พีรพัฒน์เล่า ก่อนที่นิโคลาสจะเสริม</p>



<p>“นอกจากเสือเป็นตัวๆ แล้วเราก็ยังเห็นเสืออยู่บนชุดของฤาษีซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในวัฒนธรรมไทยด้วย อีกเหตุผลคือเสือเป็นสัตว์ที่สามารถพรางตัวตามต้นไม้ได้ แล้วอยู่ๆ มันก็จะกระโดดออกมาหาคุณ ก็เหมือนการ์ตูนไทยที่กำลังเฝ้ารอให้คุณไปค้นพบ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/44.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โจทย์สำคัญที่พีรพัฒน์ตั้งให้ตัวเองในการออกแบบหน้าปกหนังสือเล่มนี้ก็คือ ต้องเป็นปกที่ชวนให้คนเปิดอ่าน ไม่ใช่หยุดดูเฉยๆ และเป็นปกที่ใครๆ ก็อยากลองอ่าน ไม่ใช่แค่คนที่สนใจประวัติศาสตร์เท่านั้น</p>



<p>“จริงๆ ก่อนหน้านี้เราเคยมีปกที่ค่อนข้างเรียบกว่านี้ หลายคนก็ชอบเวอร์ชั่นนั้นแล้ว แต่เราว่ามัน traditional ไปหน่อย เราจึงตั้งใจว่าจะทำปกใหม่ แต่ด้วยความที่ตัวเล่มด้านในก็ยังไม่เสร็จสักทีจนจะต้องปิดเล่มแล้ว เราก็ไปบอกกับทางสำนักพิมพ์ว่าเราจะทำปกใหม่นะ เขาก็ตกใจกันว่าเราจะทำทันเหรอ แต่จากโจทย์ที่เราตั้งไว้ให้ตัวเองก็ต้องถือว่าการเปลี่ยนปกคือการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก” พีรพัฒน์เล่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142182" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/12-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อพลิกหน้าปกสีแดงเปิดเข้าสู่เนื้อหาภายใน เราจะเห็นความตั้งใจของพีรพัฒน์ที่ดีไซน์ภายในเล่มให้เป็นเครื่องมือบันทึกและส่งต่อประวัติศาสตร์การ์ตูนแบบง่ายๆ ด้วย</p>



<p>“หากลองสังเกตหน้าเปิดของแต่ละบทจะเห็นว่าเราใช้การเล่าเรื่องแบบต่อเนื่อง​ ที่คล้ายกับหนังสือ <em>in-between</em> ของเราซึ่งนิโคลาสชอบมาก มันคือการรีแคปเนื้อหาของแต่ละบทในตัวเอง แต่ถ้าอ่านจนจบคุณจะรู้ว่าหน้าเปิดทุกบทนั้นร้อยเรียงกันเป็นเรื่องเดียว</p>



<p>“และถ้าสังเกตดูตรงหน้านักวาด เราก็แปลงให้รูปของพวกเขากลายเป็นการ์ตูน เพราะมันไม่ง่ายเลยที่เราจะหารูปนักวาดเก่าๆ มาใส่ในเล่ม” นอกจากจะเป็นการคงคอนเซปต์และจัดการกับข้อจำกัดแล้ว ภาพเล็กๆ เหล่านี้ยังช่วยให้คนอ่านอย่างเราได้เห็นหน้าของนักวาดแต่ละคนอย่างชัดเจนและใกล้เคียงที่สุด</p>



<p>“นักวาดหลายคนที่เห็นในเล่มนั้นแทบจะถูกลืมไปแล้วในปัจจุบัน แต่เราก็อยากให้คนอ่านรู้ว่าเขาควรได้รับการยกย่องเช่นเดียวกับผลงานของเขา สำหรับเราการที่ได้วาดพวกเขาจึงเหมือนเป็นการไหว้ครูไปในตัว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142216" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/46.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142178" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>CHAPTER 7 : บทสรุปและจุดเริ่มต้น (อีกครั้ง)</strong></h3>



<p>ใครที่ได้อ่านหนังสือแล้ว คุณอาจเคยอ่านถ้อยคำของนิโคลาสที่อธิบายว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของการ์ตูนไทย เพราะนี่เป็นเพียงบทแรกของหนังสือการ์ตูนเรื่องยาวที่เขียนโดยเหล่านักวาดการ์ตูนชาวไทย และเขายังคงรอให้นักเขียนรุ่นต่อไปมาช่วยกันต่อเติมเรื่องราวของวงการนี้ให้สนุกขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p>“ผมเป็นฝรั่งที่เป็นเพียงแค่แขกของประเทศนี้ แต่ผมก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ผมอยากให้พวกคุณภูมิใจที่ประเทศนี้มีงานของยอดฝีมือเต็มไปหมด ทั้งๆ ที่นักเขียนการ์ตูนไทยต้องเจอปัญหามากมายทั้งการปิดกั้นสื่อ รายได้ที่ไม่เป็นธรรม หรือกระทรวงวัฒนธรรมเองก็ไม่ได้ใส่ใจคนกลุ่มนี้เท่าไหร่นัก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ผมหวังว่าผู้อ่านจะเห็นอะไรที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเมือง ความเชื่อ หรือแม้แต่ปัญหาบางอย่างในสังคมที่นักวาดรุ่นใหม่หลายคนพยายามจะลุกขึ้นมาหยุดสิ่งเหล่านั้นด้วยผลงานของเขา</p>



<p>“และหากคุณเป็นนักวาดรุ่นใหม่ ผมอยากให้หนังสือเล่มนี้ทำให้พวกคุณได้รู้ว่าพวกคุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ก่อนหน้านี้เคยมีกลุ่มคนที่ต้องผ่านเรื่องราวการต่อสู้คล้ายกับคุณมาเหมือนกัน ร้อยปีที่ผ่านมามีคนทำงานศิลปะที่ทรงคุณค่าไว้เยอะมาก ผมอยากให้คุณภูมิใจและได้รู้ว่าคุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้เช่นกัน ท้ายเล่มผมเลยทำโชว์เคสของนักเขียนการ์ตูนไทยรุ่นใหม่ไว้เพื่อให้พื้นที่กับพวกเขาด้วย” นิโคลาสปิดท้ายพร้อมรอยยิ้ม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-art-of-thai-comics/">เบื้องหลัง The Art of Thai Comics หนังสือประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยดีไซน์สนุกที่เขียนโดยคนเบลเยียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจที่ลูกชายขอบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับแม่ผ่านการทำอาหารเมนูโปรด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mommenustory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2021 15:58:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพจศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ เมนูนี้ทำไง]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารรสมือแม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทำอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไกลบ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140053</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทันทีที่ได้ดูคลิปวิดีโอที่ลูกชายอย่าง เค–คณิน พรรคติวงษ์ เจ้าของเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ ต่อสายตรงหาแม่เพื่อถามถึงวิธีการทำเมนูในความทรงจำอย่างหมูสับผัดปลาอินทรีเค็ม ต้มผักกาดดองซี่โครงหมู ปลาทูต้มเค็ม เรื่อยไปจนถึงข้าวเหนียวทุเรียน นอกจากจะทำงานกับใจจนอยากจะต่อสายหาแม่เดี๋ยวนั้น คลิปของเขายังพานให้เราย้อนเห็นความทรงจำและความรักของแม่ที่พันผูกไว้กับจานอาหาร (ที่แม้รสมือแม่เราและแม่เขาจะหวาน เค็ม เผ็ด ขม ไม่เท่ากัน แต่ก็น่าจะมีกลิ่นหอมกรุ่น ชวนอบอุ่นใจไม่แพ้ใคร) “สูตรที่แม่ทำไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่นหรอก แค่กินแล้วมันนึกถึงวัยเด็ก เราเลยอยากเก็บมู้ดพวกนี้เอาไว้” เคว่า เพราะแม่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนเจ็บหนัก ชนิดที่เขาพูดขำๆ ซ่อนความเศร้าว่า ‘เกือบตาย’ เขาจึงคิดเปลี่ยนคอนเซปต์เพจที่ตั้งใจจะทำเสียใหม่ จากตอนแรกที่อดีตครีเอทีฟโฆษณาอย่างเขาอยากสร้างพื้นที่สะสมพอร์ตโฟลิโองานกำกับในช่วงที่ตัดสินใจลาออกไปรับงานฟรีแลนซ์เต็มตัว ก็เปลี่ยนเป็นเพจอาหารที่เขาสามารถโทรไปชวนแม่คุยเวลาคิดถึง พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวช่วงเวลาและบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับแม่ไว้ให้มากที่สุด “ปกติเราชอบผัดวัน ชอบคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวมาทำก็ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำจริงสักที พอเจอว่าช่วงเวลาระหว่างความเป็นและความตายมันแค่นิดเดียว ถ้าแม่หักหลบรถไม่ทันอาจจะตายก็ได้ เราเลยอยากใช้เวลากับเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม&#160; “ไหนๆ ก็อยากทำเพจรวมผลงานอยู่แล้ว เราเลยคิดว่างั้นก็เอาไอเดียสองเรื่องมาผสมกัน เล่าเรื่องแม่ไปด้วยเลยดีกว่าผ่านการทำวิดีโอทำกับข้าว” นั่นแหละ เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ แต่ถ้าสงสัยว่า “เค เพจนี้ทำไง” วันนี้แหละ เขาจะเปิดห้องครัวและพาเราไปดูวิธีทำ คิดจะชวนแม่คุยทั้งที ทำไมถึงชวนคุยเรื่องกับข้าว นอกจากเป็นเรื่องที่เราน่าจะคุยกันได้ จริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mommenustory/">‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจที่ลูกชายขอบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับแม่ผ่านการทำอาหารเมนูโปรด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทันทีที่ได้ดูคลิปวิดีโอที่ลูกชายอย่าง <strong><a href="https://www.facebook.com/mommenu.story" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เค–คณิน พรรคติวงษ์</a></strong> เจ้าของเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ ต่อสายตรงหาแม่เพื่อถามถึงวิธีการทำเมนูในความทรงจำอย่างหมูสับผัดปลาอินทรีเค็ม ต้มผักกาดดองซี่โครงหมู ปลาทูต้มเค็ม เรื่อยไปจนถึงข้าวเหนียวทุเรียน นอกจากจะทำงานกับใจจนอยากจะต่อสายหาแม่เดี๋ยวนั้น คลิปของเขายังพานให้เราย้อนเห็นความทรงจำและความรักของแม่ที่พันผูกไว้กับจานอาหาร (ที่แม้รสมือแม่เราและแม่เขาจะหวาน เค็ม เผ็ด ขม ไม่เท่ากัน แต่ก็น่าจะมีกลิ่นหอมกรุ่น ชวนอบอุ่นใจไม่แพ้ใคร)</p>



<p>“สูตรที่แม่ทำไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่นหรอก แค่กินแล้วมันนึกถึงวัยเด็ก เราเลยอยากเก็บมู้ดพวกนี้เอาไว้” เคว่า</p>



<p>เพราะแม่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนเจ็บหนัก ชนิดที่เขาพูดขำๆ ซ่อนความเศร้าว่า ‘เกือบตาย’ เขาจึงคิดเปลี่ยนคอนเซปต์เพจที่ตั้งใจจะทำเสียใหม่ จากตอนแรกที่อดีตครีเอทีฟโฆษณาอย่างเขาอยากสร้างพื้นที่สะสมพอร์ตโฟลิโองานกำกับในช่วงที่ตัดสินใจลาออกไปรับงานฟรีแลนซ์เต็มตัว ก็เปลี่ยนเป็นเพจอาหารที่เขาสามารถโทรไปชวนแม่คุยเวลาคิดถึง พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวช่วงเวลาและบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับแม่ไว้ให้มากที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140074" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ปกติเราชอบผัดวัน ชอบคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวมาทำก็ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำจริงสักที พอเจอว่าช่วงเวลาระหว่างความเป็นและความตายมันแค่นิดเดียว ถ้าแม่หักหลบรถไม่ทันอาจจะตายก็ได้ เราเลยอยากใช้เวลากับเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>“ไหนๆ ก็อยากทำเพจรวมผลงานอยู่แล้ว เราเลยคิดว่างั้นก็เอาไอเดียสองเรื่องมาผสมกัน เล่าเรื่องแม่ไปด้วยเลยดีกว่าผ่านการทำวิดีโอทำกับข้าว”</p>



<p>นั่นแหละ เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’</p>



<p>แต่ถ้าสงสัยว่า “เค เพจนี้ทำไง” วันนี้แหละ เขาจะเปิดห้องครัวและพาเราไปดูวิธีทำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-1024x683.jpg" alt="แม่ เมนูนี้ทำไง" class="wp-image-140071" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คิดจะชวนแม่คุยทั้งที ทำไมถึงชวนคุยเรื่องกับข้าว</h4>



<p>นอกจากเป็นเรื่องที่เราน่าจะคุยกันได้ จริงๆ เราก็อยากทำกับข้าวเป็นนั่นแหละ อยากจดบันทึกสูตรไว้เป็นพงศาวดารของครอบครัวไม่ให้มันตายไป เรามองว่าเพจนี้ไม่ได้พูดแค่เรื่องการทำอาหารอย่างเดียว แต่มันคือการที่เราได้คุย แลกเปลี่ยนกัน แม่กับยายให้สูตรอาหาร เราก็อาจจะให้มุมมองว่าเดี๋ยวนี้เขามีเทคโนโลยีนี้แล้วนะ หรือเดี๋ยวนี้วัยรุ่นเขาคิดกันอย่างนี้แล้วนะ</p>



<p>ที่ผ่านมาเราทำกับข้าวไม่เป็น แล้วก็ไม่ได้สนใจ<a href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-aon/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การทำอาหาร</a>ขนาดนั้นด้วย มาสเตอร์เชฟก็ไม่ได้ดู ออกแนวกินเพื่ออยู่ด้วยซ้ำ ไม่ได้เป็นเซียนอาหารที่ต้องไปหากินตามรีวิว ยิ่งเวลากินมื้อแพงๆ นี่ยิ่งไม่ใช่ตัวเราเลย สู้เอาตังค์ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่ที่ทำเพราะแค่อยากเก็บมู้ดพวกนี้ไว้ เราว่าบางครั้งการเก็บความทรงจำด้วยภาพหรือจดข้อความมันก็ไม่เท่ากับการกินอาหาร อาหารมีครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง มันเป็นเครื่องบรรจุบรรยากาศ บรรจุความทรงจำ เวลาทำไปเรื่อยๆ คนๆ ไปแล้วมีกลิ่นลอยมามันก็จำได้จริงๆ นะ ความทรงจำตอนเด็กๆ กลับมาหมดเลย</p>



<p>ความจริงสูตรที่แม่ทำก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่นหรอก แต่กินแล้วมันนึกถึงวัยเด็กแค่นั้นเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-140084" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_28.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ต้องเป็นอาหารจานพิเศษขนาดไหน ถึงจะได้อยู่ใน ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’</h4>



<p>แค่อาหารที่ชอบและอยากกินก็อยู่ได้แล้ว กับข้าวแต่ละเมนูเป็นจานที่เรากินมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นอาหารที่เราชอบกินจริงๆ ถ้าจำได้ว่าเมนูนี้อร่อย อยากกินอีก ก็จะให้แม่สอนทำ ทุกเมนูในคลิปก็เป็นการทำครั้งแรกจริงๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">สำคัญด้วยเหรอว่าต้องเป็นการทำครั้งแรก</h4>



<p>มันสดกว่า เรียลกว่า ที่สำคัญคือขี้เกียจด้วยแหละ (หัวเราะ) สู้ทำไปเลยดีกว่า เดี๋ยวค่อยไปปรับปรุงในมื้อต่อไปก็ได้ ถ้ามัวแต่รอให้เพอร์เฟกต์เราคงไม่ได้ทำสักที<strong> </strong>และเราว่ามันไม่มีคลิปไหนที่สมบูรณ์หรอก บางคลิปก็เฟรมตกบ้าง แสงเยอะไปบ้าง สุดท้ายก็ต้องมานั่งดูองค์ประกอบรวมๆ ตอนตัดต่ออยู่ดี&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-1024x683.jpg" alt="แม่ เมนูนี้ทำไง" class="wp-image-140062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">เบื้องหลังกว่าจะได้วิดีโอที่พอใจ คุณมีกระบวนการทำยังไงบ้าง</h4>



<p>เริ่มจากคิดว่าอยากกินอะไร แล้วก็จะคุยกับแม่ อัดเสียงวิธีการทำของแม่ไว้ก่อน พอรู้ว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง ตอนเช้าๆ ก็จะไปตลาด ซื้อของ สายหน่อยก็กลับมาตั้งกล้องถ่าย แล้วก็ตัดต่อ คลิปหนึ่งใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์&nbsp;</p>



<p>แต่หลังๆ ก็เริ่มจะคุยกับแม่เพลินจนลืมอัดเสียงอยู่เหมือนกันนะ</p>



<h4 class="wp-block-heading">เราเองก็พยายามจะตั้งกล้องถ่ายตอนทำอาหารอยู่หลายครั้ง แต่ทำยังไงภาพก็ไม่สวย คุณมีวิธียังไงให้ภาพออกมาดี</h4>



<p>มีแฟน (หัวเราะ) เราจะวางมุมไว้ว่าอยากได้เฟรมประมาณนี้ แล้วแฟนก็มาช่วยถ่ายให้ โชคดีด้วยที่ห้องรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ไม่ต้องจัดไฟเลย ยิ่งแสงตอนเช้าๆ ยิ่งสวย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-1024x683.jpg" alt="แม่ เมนูนี้ทำไง" class="wp-image-140073" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">มีครีเอเตอร์หลายคนเหมือนกันที่นำเสนอชีวิตตัวเองและคนรอบข้างให้คนดูติดตาม ในฐานะที่คุณถนัดเรื่องกำกับ ทำไมถึงเชื่อว่าคาแร็กเตอร์แบบแม่และยายจะทำให้คนสนใจ</h4>



<p>จริงๆ กับแม่นี่เราไม่มั่นใจ แม่เป็นคนแอบจืดเหมือนกัน แต่ด้วยความนิ่งของเขา เขามีความ tough บางอย่าง เป็นซิงเกิลมัม ผ่านประสบการณ์อะไรมาเยอะ และเขาเป็นคนพูดแล้วน่าฟัง อย่างยายนี่อาจจะบ่นเยอะหน่อย (หัวเราะ) แต่เราจับจุดเอาเองว่าคนคงชอบเด็กและคนแก่</p>



<p>ส่วนสำหรับเรามันคือความสบายใจด้วยแหละ เราคุยกับแม่กับยายแล้วสบายใจ ก็เลยอยากเล่าเรื่องเขา คิดจากความสบายใจของเราว่าถ้าเราอัดเสียงไปแล้วขำ คนอื่นก็น่าจะขำด้วย หรืออัดไปแล้วร้องไห้ คนก็น่าจะร้องไห้ด้วย เชื่อในความรู้สึกตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="หมูผัดปลาอินทรีย์เค็ม | แม่เมนูนี้ทำไง EP1" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/0rSqaf8WUaU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คลิปแรกแม่คุณยังไม่รู้ตัวก็จริง แต่กับคลิปถัดไปล่ะ คุณมีวิธีดีลเขามาทำงานยังไง</h4>



<p>พอเขารู้เขาก็จอยอยู่นะ (หัวเราะ) คลิปไหนมีลูกค้าเราก็บอกแม่เลยว่าคลิปนี้เขาจ้างนะ เขาให้ตังค์ แม่ก็บอกว่าเอาสิ ไม่คัดค้านอยู่แล้ว แต่เราว่าเขาก็คงภูมิใจในตัวเองแหละ พอเริ่มมีคนติดตาม แม่ก็จะชอบเข้าไปอ่านคอมเมนต์ ตามดู พอมีคอมเมนต์ว่าแม่น่ารักก็คงยิ่งอยากทำ ไม่ได้ฝืน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140063" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">เคยมีคนบอกไหมว่าคุณกับแม่ดูสนิทสนมกันดีนะ</h4>



<p>(หัวเราะ) จริงๆ เราไม่สนิทกับแม่เลยนะ ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้คุยกันเลย เหมือนแทบไม่รู้จักแม่ ตอนเด็กๆ ชอบน้อยใจเขาด้วยซ้ำ รู้สึกว่าแม่รักน้องมากกว่า เพราะแม่เขาเป็นคนนิ่งๆ พูดน้อย เราเข้าถึงเขาไม่ค่อยได้ ตอนเด็กๆ เลยไม่คุยกันเลย เพิ่งจะโทรคุยกันบ้างตอนเรียนมหา’ลัย แต่ช่วงที่โทรคุยมากขึ้นก็คือตอนแม่รถชนนี่แหละ เหมือนพอยิ่งโตถึงค่อยมาคุยกัน ที่เขาบอกเวลาคนอยู่ใกล้กันจะชอบตีกัน ทะเลาะกัน รู้สึกเหม็นขี้หน้า แต่เวลาอยู่ห่างกันเราจะคิดถึง ห่างกันแล้วเหมือนรักกันมากขึ้นมันจริงนะ พอมีเวลาได้อยู่ด้วยกัน เวลากลับบ้านไปเจอเขา เราเลยอยากให้เป็นควอลิตี้ไทม์จริงๆ เอาแต่สิ่งดีๆ ไปเจอกัน</p>



<p>เราว่านี่แหละคือนิยามคำว่าครอบครัวสำหรับเรา เขาคือคนที่เราสบายใจ คุยได้ พูดได้ ระบายได้ นอกเหนือจากว่าเราทำเพจเพราะอยากบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ เราก็อยากให้คนดูดูสิ่งนี้ด้วยความสบายใจ ถึงบางคลิปจะมีเรื่องหนักๆ มาแทรกบ้างก็ตาม</p>



<p>ที่จริงเรามีช่องว่างระหว่างวัยกันเยอะพอสมควร แต่ด้วยความเป็นแม่เนอะ ในชีวิตเรามันก็มีตัวละครนี้ได้แค่คนเดียว ยิ่งพอเขาเจออุบัติเหตุเลยยิ่งทำให้เราคิดว่า เออ น่าจะสนิทกันหน่อย รู้จักกันให้ดีขึ้นหน่อย เรารู้สึกว่าถ้าเราไม่สนิทกับแม่ ตัดแม่ ตัดอดีตของเราไปเลย ต่อไปชีวิตคงไม่เหลืออะไร อย่างเวลาคนทักว่า เฮ้ย มึงลูกใครวะ อ๋อ ลูกยายแมว หลานยายแมว มันก็เป็นสิ่งสะท้อนอะไรบางอย่างว่าตัวเราเป็นใคร มาจากไหน เป็นมายังไง ยิ่งเรารู้จักแม่มากขึ้น เราก็ยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะนิสัยบางอย่างที่เคยคิดว่าทำไมแม่ทำอย่างนี้ ตอนนี้กลายเป็นว่ากูเป็นอย่างนั้นเลยว่ะ (หัวเราะ) เราเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โดดออกไปจากบ้านมากๆ แล้ว แต่ในบางมุมเราก็ยังมีนิสัยที่หยิบมาจากแม่ หยิบมาจากยาย เพราะเขาเลี้ยงเรามา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140079" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะที่เป็นคนต่างจังหวัด อาหารจากสูตรของแม่มีส่วนช่วยเยียวยาคุณยังไง</h4>



<p>คิดถึงบ้านน้อยลง แต่ที่จริงการทำอาหารกินเองมันเปลืองอยู่เหมือนกันนะ ต้องซื้อทุกอย่าง ละเอียดเกินไป ผักชี ใบมะกรูด ใช้ไม่กี่ใบก็ต้องซื้อ ทำเองแล้วอร่อยและได้เยอะกว่าก็จริง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่คุ้มหรอก ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากกลับไปอยู่ต่างจังหวัดนะ ชอบอยู่ต่างจังหวัดมากกว่า แต่เพราะงานที่เราชอบทำคืองานกำกับ มันเลยบังคับให้เราต้องทำงานในเมือง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140082" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คิดยังไงกับการที่บ้านเมืองเรารวมศูนย์แบบนี้ จนทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนบางกลุ่มจะได้ทำงานในสายอาชีพที่รักหากอยู่บ้าน</h4>



<p>บ้านเราอยู่สมุทรสาคร จริงๆ ก็อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง แต่เราก็รู้สึกว่าบ้านเมืองเรามันน่าจะมีการกระจายความเจริญ กระจายงานไปมากกว่านี้ คนเขาจะได้ไม่ต้องเข้ามาทำงาน เข้ามารวมศูนย์กันในเมืองอย่างเดียว ยิ่งตอนนี้ที่คนทำงานออนไลน์ได้ เรายิ่งรู้สึกว่าการกระจุกในเมืองอย่างนี้ไม่สำคัญเลย โควิด-19 ทำให้เห็นว่าพอเมืองนี้ตายก็ตายเลย แต่ถ้าความเจริญมันไปถึงทุกที่ คนเราคงได้อยู่ใกล้บ้าน อยู่ในที่ที่อยากอยู่ อย่างชีวิตเราในเมืองมีอยู่แค่นี้เอง ห้องสี่เหลี่ยม เตียง ครัว ไม่มีพื้นที่ให้ทำอะไรเลย&nbsp;</p>



<p>เมื่อก่อนการรวมศูนย์อาจจะดีนะ บริหารง่าย แต่กับตอนนี้ที่เหมือนไม่มีการบริหารเลย ปล่อยเละเทะ พอมีผู้บริหารแย่ก็ยิ่งเละกันหมด เราว่ามันเจ๋งมากนะถ้าท้องถิ่นเจริญ อย่างเวลาดูบอลไทยลีกแล้วเห็นทีมบอลต่างจังหวัดเขาแข็งแรง เราก็รู้สึกได้ว่าสปิริตของคนต่างจังหวัดมันมีอยู่ อย่างคนที่อยู่ในเพจนี่ก็คนต่างจังหวัดทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้เขาก็คงอยากกลับไปอยู่ ไปกินข้าวที่บ้าน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-1024x683.jpg" alt="แม่ เมนูนี้ทำไง" class="wp-image-140072" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีความฝันอยากจะเป็นครีเอเตอร์ ในฐานะผู้มีประสบการณ์ คุณมีคำแนะนำอะไรอยากส่งต่อไหม</h4>



<p>ก่อนหน้าที่จะทำเพจนี้ เราทำมาหลายเพจแล้วนะ แต่ก็แป้กหมด ไม่เคยมีเพจไหนคนไลก์เกินพัน (หัวเราะ) ถ้าจะให้แนะนำคือคงต้องเริ่มจุดแรกก่อน แล้วเดี๋ยวมันจะมีจุดที่สองเอง ตอนที่เริ่มจุดที่หนึ่ง จุดที่สอง จุดที่สาม จุดที่สี่ มันจะเหมือนว่าห้องยังมืด มองไม่เห็นว่าจะไปทิศทางไหน แต่ถ้าเราทำไปเรื่อยๆ แล้วมองย้อนกลับมา เราจะขอบคุณตัวเองที่วันนั้นเราต่อจุดพวกนี้เอาไว้&nbsp;</p>



<p>เราว่ามันคือการกล้าลอง 2-3 ปีก่อนที่เราทำเพจอื่นก็กากๆ ตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำไปทำไม ท้อ เสียเซลฟ์ แต่ตอนนี้พอมองย้อนกลับไป ความกากพวกนั้นมันก็มีองค์ความรู้บางอย่างมาช่วยเสริมเรา</p>



<p>บางทีสิ่งที่คลิเช่ๆ ที่ผู้ใหญ่สอนกันมามันก็ใช้ได้จริงเหมือนกัน มันคือการค่อยๆ ต่อยอดไปเรื่อยๆ แค่อย่าหยุดต่อ พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองน่าจะชอบ และคิดว่าเห็นแล้วเราน่าจะแชร์ ไม่ทำตามคนอื่น อย่างสมมติถ้าคุณทำคลิปทำอาหารที่ได้สูตรจากการโทรไปถามแม่ มันก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากเรา</p>



<p>อีกคำแนะนำคือ การหยิบเรเฟอเรนซ์จากแขนงอื่นก็ช่วยได้ อย่างเพจ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ ก็คล้ายกันกับ <em>Little Forest</em> นั่นแหละ มันคือการเอาหนังมาทำเป็นเพจ ถ้าคิดไม่ออกว่าจะเล่ายังไงให้แตกต่าง ลองดูจากอะไรแบบนี้ก่อนก็ได้ การย้ายแพลตฟอร์มคือวิธีที่ง่ายที่สุดเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-1024x683.jpg" alt="แม่ เมนูนี้ทำไง" class="wp-image-140069" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/แม่-เมนูนี้ทำไง_13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากการย้ายแพลตฟอร์มหนังมาเป็นเพจ คุณคิดว่าอะไรคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ ‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ ปังขึ้นมา</h4>



<p>ถ้าเป็นเรื่องอัลกอริทึมเราเองก็ยังจับทางไม่ถูกเหมือนกันนะ แต่คิดว่าคงเป็นที่เนื้อหาแหละ เพราะทุกคนมีแม่เลยทำให้อินกันง่าย พอเป็นอินไซต์ที่ทุกคนคิดและรู้สึกเหมือนกันเขาเลยอยากแชร์ต่อว่าบ้านเราก็เป็นอย่างนี้ พอเป็นเรื่องจริงคนเลยยิ่งชอบ</p>



<p>อีกอย่างเราให้ความสำคัญกับเนื้อหาก่อนแต่ก็ไม่ทิ้งเรื่องภาพ คอนเทนต์ออนไลน์ไม่จำเป็นต้องคุณภาพไม่ดี ไม่จำเป็นต้องคุณภาพแย่ มันสามารถถ่ายออกมาให้สวยได้&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญคือเราว่าเราโชคดีที่ห้องมีแสงที่โอเค โชคดีที่แม่กับยายเป็นคนอย่างนี้ โชคดีที่ออกจากงานพอดี ทุกอย่างมันเป็นจังหวะที่พอดี หรือพอทำไปแล้วมันเป็นจังหวะเองก็ไม่รู้นะ พอได้ลงมือทำก็เหมือนมันต่อจุดไปเรื่อยๆ พอมองย้อนกลับไปมันเลยเหมือนโชคดีที่ทุกอย่างลงล็อกไปหมดเลย&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำเพจนี้มาคือการที่ได้คุยกับแม่เยอะขึ้น เหมือนเมื่อก่อนช่องว่างของเราสองคนห่างกันมาก ตอนนี้ก็คล้ายๆ ว่าจะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหน่อยแล้ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mommenustory/">‘แม่ เมนูนี้ทำไง’ เพจที่ลูกชายขอบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับแม่ผ่านการทำอาหารเมนูโปรด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
