<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิชญุตม์ คชารักษ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/photographer05/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 Sep 2023 09:42:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ชวน Oscar Jerome ศิลปินหนุ่มจากลอนดอน เล่าเรื่องเบื้องหลัง 5 เอ็มวีสุด weird</title>
		<link>https://adaymagazine.com/oscar-jerome/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Aug 2023 10:17:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Oscar Jerome]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169645</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ่ายวันหนึ่ง ณ ออฟฟิศ a day ขณะที่เรากำลังไล่เปิดเอ็มวีหลายๆ เพลงในอัลบั้ม The Spoon ของ ออสการ์ เจอโรม (Oscar Jerome) หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่า ผู้จัดอย่าง HAVE YOU HEARD? จะนำเขามาเล่นที่กรุงเทพฯ นั้น ทีมงานคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า “เอ็มวี weird แบบนี้ อยากรู้จังว่าบรีฟกันยังไงนะ”&#160; นาทีนั้น เราก็เลยตกลงใจว่าจะไปคุยกับ ออสการ์ เจอโรม เกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังเอ็มวีแหวกๆ แปลกๆ ทั้งหลายของเขานี่แหละ&#160; ออสการ์ เจอโรม เป็นใคร?&#160; เล่าแบบย่นย่อ เรามีโอกาสได้เห็น ออสการ์ เจอโรม ตั้งแต่ยังเล่นอยู่กับวงเก่าของเขาที่ชื่อ Kokoroko ซึ่งเล่นแนว Jazz-Afrobeat ก่อนที่เขาจะออกมาทำอัลบั้มเดี่ยว โดยทั้ง Kokoroko และ ออสการ์ เจอโรม เป็นศิลปินอังกฤษที่อยู่ใน UK Jazz Scene อันหมายถึงว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/oscar-jerome/">ชวน Oscar Jerome ศิลปินหนุ่มจากลอนดอน เล่าเรื่องเบื้องหลัง 5 เอ็มวีสุด weird</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บ่ายวันหนึ่ง ณ ออฟฟิศ a day ขณะที่เรากำลังไล่เปิดเอ็มวีหลายๆ เพลงในอัลบั้ม The Spoon ของ ออสการ์ เจอโรม (Oscar Jerome) หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่า ผู้จัดอย่าง HAVE YOU HEARD? จะนำเขามาเล่นที่กรุงเทพฯ นั้น ทีมงานคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า “เอ็มวี weird แบบนี้ อยากรู้จังว่าบรีฟกันยังไงนะ”&nbsp;</p>



<p>นาทีนั้น เราก็เลยตกลงใจว่าจะไปคุยกับ ออสการ์ เจอโรม เกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังเอ็มวีแหวกๆ แปลกๆ ทั้งหลายของเขานี่แหละ&nbsp;</p>



<p>ออสการ์ เจอโรม เป็นใคร?&nbsp;</p>



<p>เล่าแบบย่นย่อ เรามีโอกาสได้เห็น ออสการ์ เจอโรม ตั้งแต่ยังเล่นอยู่กับวงเก่าของเขาที่ชื่อ Kokoroko ซึ่งเล่นแนว Jazz-Afrobeat ก่อนที่เขาจะออกมาทำอัลบั้มเดี่ยว โดยทั้ง Kokoroko และ ออสการ์ เจอโรม เป็นศิลปินอังกฤษที่อยู่ใน UK Jazz Scene อันหมายถึงว่า ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ซีนดนตรีแจซในอังกฤษนั้นเฟื่องฟูมากๆ จากความสุกงอมขององค์ประกอบหลายๆ อย่าง ทั้งการเรียนการสอนแจซ การเติบโตของคนรุ่นใหม่ๆ ที่แตกฉานและมีสไตล์ แจซแบบ UK นั้น ไม่ได้เดินตามแทรดิชันแนลแจซแบบอเมริกัน แต่มีอิทธิพลของดนตรีมากมายหลากหลายผสมผสานอยู่ในนั้น</p>



<p>เช่นเดียวกับ ออสการ์ เจอโรม ที่ตัวเขาเองก็บอกไม่ได้ว่าดนตรีของเขาเป็นแนวอะไร เพราะมีส่วนผสมทุกอย่างที่เขาชอบ เช่น Prince, The Clash, ดนตรีละตินอเมริกา แม้กระทั่ง Trap กับไลน์กีตาร์ของเขาที่เป็นแจซ ยังไม่นับอิทธิพลทางดนตรีอื่นๆ ที่เขาเติบโตมากับเพลงร็อกอย่างของ Jimi Hendrix, Rage Against the Machine กระทั่งมี George Benson เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาเล่นกีตาร์แจซ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169706" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตัดภาพมาที่ร้าน DECOMMUNE ย่านราชดำเนิน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงของ ออสการ์ เจอโรม ในคืนนั้น หลังจากซาวนด์เช็กเสร็จเขาก็มานั่งให้สัมภาษณ์​กับเราชาว a day ซึ่งเป็นสื่อเจ้าเดียวที่ติดต่อขอสัมภาษณ์เขา ออสการ์ เจอโรม เป็นคนเฟรนด์ลี่และหัวเราะเก่ง แต่การตอบคำถามของเขาเต็มไปด้วยรายละเอียดที่มาจากการคิดเยอะและบางครั้งก็ลุ่มลึก ขัดกับการแสดงออกตลกๆ เพี้ยนๆ ในเอ็มวี บุคลิกซับซ้อนดีแท้ไม่ต่างจากดนตรีของเขา</p>



<p>โชว์ในคืนนั้นสุดยอดมาก ซาวนด์ดีเหลือเชื่อ Vibe ของผู้ชมสนุกได้ที่ ก่อนเริ่มงานเราถามเขาว่า ปกติแล้วเขาดื่มก่อนขึ้นเวทีไหม ออสการ์ เจอโรม ตอบว่า ส่วนใหญ่แล้วไม่ เพราะบนเวทีเขาต้องมีโฟกัสกับหลายอย่างเหลือเกิน แต่หลังจบงาน เราดีใจได้ทักทายกับเขาอีกครั้งพร้อมขวดเบียร์ยี่ห้ออเมริกันในมือ เขาบอกเราว่า หวังว่าจะได้กลับมาเล่นที่นี่อีกครั้ง เราเองก็หวังแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>เอาล่ะ และต่อไปนี้คือบทสนทนาเกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลัง 5 เอ็มวีสุด weird ของ ออสการ์ เจอโรม ที่จะพาคุณไปรู้จักเพลงของเขาและตัวตนของเขา ขอเชิญฟังไป ดูไป อ่านไป ได้เลย&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Sweet Isolation (Official Video)" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/NeuYGdhlcbA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Sweet Isolation&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>แลนด์สเคปโออ่าของไอซ์แลนด์</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องไปถ่ายที่ไอซ์แลนด์</strong></h4>



<p>ผมเคยไปเที่ยวไอซ์แลนด์ตอนวัยรุ่น และชอบแลนด์สเคปที่นั่นมาก ความเป็นที่โล่งกว้าง สามารถมองออกไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนดาวดวงอื่น ซึ่งตอนแต่งเพลงนี้ผมก็มีภาพในหัวว่า กำลังเดินในที่เวิ้งว้างว่างเปล่า เหมือนอยู่บนดวงจันทร์ คิดว่าภาพแบบนี้มันเข้ากับอารมรณ์เพลงดี ก็เลยเป็นเหตุผลที่ผมเลือกไปถ่ายเอ็มวีที่ไอซ์แลนด์ ไปกับน้องชาย และมีเพื่อนที่นั่นคอยช่วยเหลือ เราอยู่ที่ไอซ์แลนด์ประมาณ 10 วัน ใช้เวลาถ่ายประมาณ 1 สัปดาห์ และเที่ยวด้วย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คำว่า Sweet Isolation ในที่นี้มีความหมายกับคุณยังไง</strong> &nbsp;</h4>



<p>จริงๆ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงอกหักครับ (หัวเราะ) แต่ในขณะเดียวกันก็พูดถึงความงามในความเศร้า บ่อยครั้งศิลปะที่งดงามก็งอกเงยออกมาจากช่วงเวลาอย่างตอนเช้า หรืออารมณ์แห่งความเศร้านี่แหละ ผมคิดเรื่องนี้เยอะตอนแต่งเพลงนี้ ขณะเดียวกันมันก็เกี่ยวกับการใช้เวลาในขณะที่คุณรู้สึกเศร้าหมอง ที่จะนั่งจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกนั้น และทำความเข้าใจมัน อย่างคุณเองอยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ก็อาจจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน เหมือนกับที่ลอนดอน คือมันง่ายมากที่คุณจะทำสิ่งต่างๆ มากมาย แต่คุณไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในจุดไหน เพราะไม่มีเวลาใคร่ครวญถึงสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นั่นคือสิ่งที่ผมได้ทำในช่วงโควิดระบาด เพราะทำอย่างอื่นไม่ได้นั่นเอง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัวละครในเอ็มวีเหมือนคนที่พยายามจะทำชีวิตให้ปกติ แต่ขณะเดียวก็ดูมีบางอย่างในมุมหนึ่งของจิตใจ</strong>&nbsp;</h4>



<p>มันเหมือนกับมี Demon คอยพูดกับเขาอยู่ตลอด แต่ว่าจริงๆ มันเป็นอารมณ์ขันเหมือนกันนะ มันไม่ได้พูดอะไรที่ซีเรียสขนาดนั้นไปเสียทั้งหมด ผู้ชายคนนี้คือตัวละครที่พยายามบอกตัวเองว่าเขาไม่เป็นอะไร โดยพยายามใช้ชีวิตปกติ และเหมือนกำลังคุยกับใครตลอดเวลา แต่ไอเดียคือ เขาไม่ได้พูดกับใครเลย จริงๆ แล้วเขาอยู่คนเดียว และจะเห็นตัวละครอีกตัว คือคนที่ใบหน้าแบ่งครึ่ง อันนั้นเป็นเหมือนตอนที่ถูกกลืนกินโดยความเศร้า ผมตั้งชื่อว่า Ice Guycicle เป็นคาแรกเตอร์ในจินตนาการ ซึ่งก็คืออีกเวอร์ชันหนึ่งของตัวผมเอง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Berlin 1" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/3pB0E0U19bY?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Berlin 1</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ถอยมองชีวิตจากมุมมองบนบอลลูน</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตอนต้นของเอ็มวีที่คุณพูดว่า &#8220;ลองจินตนาการถึงการมองโลกจากบนบอลลูน ทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนที่คุณรู้จักตัวเล็กเท่ามด ความคิดนี้ทำให้ชีวิตดูช่างไร้ความหมาย แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสงบอย่างยิ่ง</strong>&#8221; <strong>มันคืออะไร</strong></h4>



<p>อันนี้ก็ควรเป็นเรื่องตลกเหมือนกัน (หัวเราะ) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังสับสนกับหลายๆ อย่าง และกำลังคิดว่า แทนที่จะจมอยู่กับปัญหาต่างๆ ในชีวิต คนเราควรจะถอยออกมามองตัวเองเหมือนเรากำลังดูหนังอยู่ได้ด้วย เพื่อที่จะเห็นว่า จริงๆ มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ทุกคนก็มีปัญหาของตัวเองเหมือนกัน คุณก็เป็นแค่ฟันเฟืองหนึ่งของโลกใบนี้ ซึ่งบางครั้งผมคิดว่ามุมมองแบบนี้มันช่วยได้</p>



<p>เพลงนี้ก็เป็นเพลงอกหักเหมือนกัน มันเป็นธีมในตอนนั้นครับ (หัวเราะ) มันเกี่ยวกับการเห็นภาพของตัวเองในมุมมองของคนอื่น เหมือนท่อนที่ร้องว่า <em>&#8220;Cause I see him in the reflection of a woman’s eyes&#8221;</em> เพราะว่าโลกทุกวันนี้ เราทุกคนหมกมุ่นกับสิ่งต่างๆ อย่างมือถือ เราโพสต์รูปตัวเอง เราคิดว่าเราจะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของเราได้ยังไง เราคิดว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเราตลอดเวลา กลายเป็นว่าความเป็นตัวเราขึ้นอยู่กับมุมมองของคนอื่น แทนที่เราจะเป็นตัวเองจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจจะเปรียบกับความสัมพันธ์ได้เหมือนกัน ที่คุณควรจะมั่นใจในความเป็นตัวเองด้วย ไม่ใช่คิดแต่ว่าคนที่คุณมีความสัมพันธ์จะมองคุณยังไง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฉากที่ลงไปในแม่น้ำงมดาบขึ้นมาคืออะไร&nbsp;</strong></h4>



<p>มันมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับไวกิ้ง ประมาณว่า เมื่อนักรบตาย ดาบจะถูกโยนลงไปยังก้นบึ้งของแม่น้ำหรือทะเลสาบ ฉากนั้นก็เหมือนกับการฟื้นคืนชีพอะไรสักอย่าง แต่เราอยากให้มันออกมาตลกนะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169707" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณดูเป็นคนที่มีความคิดที่ซีเรียส แต่ก็ผสมกับความสนุกตลอดเวลา&nbsp;</strong></h4>



<p>ใช่ๆ ผมเป็นคนชอบใช้ความคิด ผมเป็น Thinker เป็นคนคิดเยอะกับทุกๆ เรื่อง ผมชอบสิ่งที่ผมครีเอต และคิดว่ามันสำคัญที่ต้องมีความลุ่มลึก ไม่ได้แค่อยากทำออกมาอย่างงั้นๆ เพราะสำหรับผม ศิลปะคือสิ่งที่มีความหมายลึกซึ้งซึ่งใช้สื่อสาร เป็นรูปแบบของภาษาที่มีประวัติศาสตร์ และคิดว่ามันสำคัญที่ต้องใช้ความคิดและความใส่ใจในการสร้างสรรค์&nbsp;</p>



<p>แต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ได้อยากเป็นคนที่ซีเรียสจริงจังเหลือเกิน ถ้ารู้จักกันส่วนตัว จะรู้ว่าผมชอบที่จะทำตัวบ้าๆ ตลกๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่คนเราต้องพรีเซนต์ตัวเองตลอดเวลา คือผมรู้สึกว่าอย่าไปซีเรียสอะไรขนาดนั้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เอ็มวีของคุณเองก็ดูบ้าๆ ทุกตัว</strong>&nbsp;</h4>



<p>ผมชอบความเซอร์เรียล เหมือน Frank Zappa นักร้องดังในยุค 60-70 ดนตรีของเขามี Element ที่เซอร์เรียล ผมคิดว่ามันเจ๋งดี ผมชอบปั่นประสาทคน ทำให้คนสับสน และในงานศิลปะ บางครั้งมันเจ๋งดีที่ทำงานศิลปะเพื่อศิลปะ ไม่จำเป็นต้องทำศิลปะเพื่อโน่นนั่นนี่ตลอด แต่เป็นการสื่อสารความรู้สึกบางอย่าง คือมันมีความหมายแหละ แต่ในความหมายนั้นไม่จำเป็นต้องอธิบายออกมาด้วยคำพูดตลอด&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Feet Down South - Visualiser" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/YE9tChS3_9M?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Feet Down South&nbsp;</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ลอนดอนชีวิตดีๆ ที่ลงตัว</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมเอ็มวีเพลงนี้เป็นแค่ลูปของผู้ชายขี่มอเตอร์ไซค์ เป็นแค่ Visualizer</strong>&nbsp;</h4>



<p>อย่างแรกเลยคือ ผมไม่ได้อยากทำฟูลวิดีโอสำหรับทุกอย่าง โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่คนเราให้ความสนใจอะไรในระยะเวลาสั้นๆ ถ้าคุณทำฟูลวิดีโอ คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ดูจนจบก็ได้ อาจจะดูแค่บางส่วน บางครั้งผมเลยรู้สึกว่า เราสามารถทำอะไรที่สั้นๆ โดนๆ ผมทำอันนี้ให้เป็นภาพที่เสริมเรื่องราวของชายที่ชื่อ Jerry ซึ่งผมสร้างเขาขึ้นมาเพื่ออัลบั้มนี้ ชายคนที่หวีผมแปล้ใส่สูทที่คุณเห็นในวิดีโอ เขาก็คือผมนั่นแหละ แต่นั่นคือ Jerry (หัวเราะ) เป็นอีกตัวตนหนึ่งของผม</p>



<p>Jerry มีที่มาจากการที่ผมชอบเลียนสำเนียงอเมริกันเหมือนเพื่อนที่มาจากนิวเจอร์ซีย์ และพอตอนเราถ่ายภาพสำหรับอัลบั้ม The Spoon ผมก็ถูกจับแต่งสูท เหมือนเป็นนักธุรกิจในหนังเรื่อง American Psycho เราเลียนแบบคาแรกเตอร์ของ คริสเตียน เบล กับเลื่อยไฟฟ้าเหมือนในหนัง ซึ่งตอนถ่ายผมก็พูดสำเสียงแบบนั้นเหมือนกัน เลยรู้สึกว่าคาแรกเตอร์นี้น่าสนใจ เราน่าจะทำอะไรกับมันได้อีก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169708" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพลงนี้ผมมีไอเดียว่าอยากให้ Jerry เดินทางผ่านอุโมง เหมือนซีนในหนังเก่าๆ ตอนถ่ายก็ตลกมาก ก็คือมีผมขี่สกูตเตอร์ และเพื่อนของผมก็อยู่บนมอเตอร์ไซค์อีกคัน ขี่ประกบกันไป ใช้ทุนต่ำมาก</p>



<p>เพลงนี้เกี่ยวกับความยากลำบากของการใช้ชีวิตในเมือง การใช้ชีวิตในที่ที่คุณต้องไปข้างหน้าตลอดเวลา ทำงานหนักตลอดเวลา ส่วนหนึ่งมันพูดถึงลอนดอนตอนใต้ด้วย ที่ที่ผมอยู่มานาน ความสวยงามของที่นั่น ผู้คนที่ดี แต่ขณะเดียวกัน ระบบของมันก็บังคับให้คนต้องตั้งคำถามว่าเราควรมีชีวิตอยู่อย่างไร ค่าครองชีพที่สูง ผมพูดถึงอนาคต โลกแบบไหนที่เรากำลังสร้างให้คนรุ่นต่อไป ซึ่งในเพลงนี้มีเสียงหลานสาวของผมด้วย ท่อนที่ร้องว่า <em>&#8220;Don’t end up falling through the crack in the pavement&#8221;</em> ผมอยากให้มันมีฟิลลิ่งของ ความสดใสร่าเริงที่คุณจะรู้สึกได้จากเด็กๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีฉากหลังเป็นความดาร์กและความยากของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ สิ่งเหล่านี้จะสร้างสิ่งดีๆ ได้สำหรับคนรุ่นต่อไปได้อย่างไร ไม่รู้สิ ผมมองไม่เห็นว่าจะเป็นไปได้ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Channel Your Anger Visualiser" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/B2hpMexNsaI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Channel Your Anger</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เอ็มวีเพลงนี้ก็เป็นลูปเหมือนกัน</strong>&nbsp;</h4>



<p>เพลงนี้ไม่มีเนื้อ มันเกี่ยวกับการถ่ายทอดความรู้สึกรุนแรงของคุณออกมาเป็นอะไรที่ดีและมีความหมายมากกว่าแค่การโมโห ลูปของเพลงนี้ก็แค่ผมตะโกนใส่กระจก การแสดงก็คือแค่พยายามจะถ่ายทอดอารมณ์ของความไม่พอใจออกมา ความโกรธเกรี้ยว และวิธีที่คุณจะใช้พลังไปในทางที่ผิดกับสิ่งที่มันมากระทบคุณ เหมือนเวลาขับรถ ผมได้ยินมาว่าที่กรุงเทพฯ นี่ก็ใช่ย่อย คนขับรถกันแย่ๆ เหมือนเวลาใครบางคนตัดหน้าคุณ คุณก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนด่า แต่ว่าต่อจากนั้นคนๆ นั้นก็ไปตามทางของเขา แต่คุณยังแบกความรู้สึกโกรธนั้นไว้อยู่กับตัว มันไม่มีอะไรดีเลย ไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย อยากให้ถ่ายทอดความรู้สึกรุนแรงของคุณออกมาเป็นอะไรที่…ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะ แต่เป็นอะไรที่ดีกว่านั้น หรือไม่ก็เรียนรู้ที่จะควบคุมมัน (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ่ายทำยังไง&nbsp;</strong></h4>



<p>ผมต้องตะโกนสุดเสียงใส่กระจกเลยตอนถ่าย แต่ว่าคนดูแล้วบอกว่าไม่ค่อยชอบนะ มันกวนใจ (หัวเราะ) ซึ่งงานนี้ทำให้ผมเจ็บคอมาก ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง โชคดีไม่ต้องร้องเพลงในวันรุ่งขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Oscar Jerome - Feed The Pigs" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/dcXVlypAvKs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Feed the Pigs</strong></h3>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความน่าสะอิดสะเอียนของเจ้าหมูที่ตะกละตะกลาม</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้ไอเดียคืออะไร&nbsp;</strong></h4>



<p>เพลงนี้เราถ่ายกันในลิฟต์ ต้องบอกว่าทุกเพลงผมได้ มัลคอล์ม แย็ง (Malcolm Yaeng) มาทำอาร์ตไดเรกชันให้ เขาเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์และสไตลิสต์ที่เก่ง เพื่อนผมเอง</p>



<p>เพลงนี้ค่อนข้างจะเกี่ยวกับการเมืองหน่อย เหมือนกับคำว่า Nepotism ที่หมายถึงการช่วยเหลือพวกพ้องมากกว่าช่วยเหลือผู้คน โดยเฉพาะรัฐบาล</p>



<p>ผมอยากสร้างภาพที่น่าสะอิดสะเอียนของหมูที่ตะกละตะกลามในปลักโคลน ภาพของพวกนักการเมืองที่อยากจะสวาปามทุกสิ่งอย่างด้วยความละโมบ นั่นคือไอเดีย จริงๆ มันพูดถึงอังกฤษแหละ แต่ก็นั่นแหละนะ ของแบบนี้มีทุกประเทศ&nbsp;</p>



<p>วิดีโอนี้ถ่ายกับมัลคอล์มและเพื่อนๆ ใช้คาแรกเตอร์ Jerry อีกครั้ง Jerry เข้ามาในลิฟต์และติดอยู่ในนั้น และภาพฉายไปเหมือน Time Lapse บน CCTV Jerry เดินไปเดินมาด้วยความงุ่นง่าน ดูนาฬิกา ทำไงดี ผมอยากได้ภาพน่ากลัวๆ เหมือนหนังสยองขวัญแต่ก็ตลกด้วยเช่นกัน เช่น หน้ากากหมู ที่อยู่ดีๆ ก็หายตัวได้ แล้วก็ชุดคอสตูมที่เป็นช้อนที่สื่อถึงชื่ออัลบั้ม The Spoon</p>



<p>เรื่องการเมืองหรืออะไรพวกนี้ มานั่งนึกดูจริงๆ มันบ้านะที่เรายอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เวลาผมทำเรื่องเซอร์เรียลหรือเรื่องบ้าๆ พวกนี้ ก็เล่นกับไอเดียนี้เหมือนกัน ว่าเราอยู่ในโลกแบบไหนกันนะ ที่เรายอมให้คนพวกนี้ทำแบบนี้กับเรา บ้าจริงๆ เวลาดูเอ็มวีคุณจะรู้สึกว่า ทำไมมันบ้านัก นี่ฉันกำลังดูอะไรอยู่ (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C07-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-169713" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C07-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C07-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C07-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/C07.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/oscar-jerome/">ชวน Oscar Jerome ศิลปินหนุ่มจากลอนดอน เล่าเรื่องเบื้องหลัง 5 เอ็มวีสุด weird</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FLASH BOMBER กองกำลังเอเจนซีน้องใหม่ที่พร้อมจุดระเบิดวงการโฆษณาด้วยยุทธวิธีเจาะกลุ่ม Subculture</title>
		<link>https://adaymagazine.com/flash-bomber-agency/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[FLASH BOMBER Agency]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169210</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเอเจนซีโฆษณาน้องใหม่ล่าสุดในประเทศไทย แต่ FLASH BOMBER มีผู้นำกองกำลังที่ชื่อว่า ระเบิด-ธนสรณ์ เจนการกิจ ซึ่งนอกจะไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการแล้ว เขายังเป็นที่รู้จักดีในฐานะครีเอทีฟมือรางวัล ผู้มีผลงานเป็นที่จดจำอย่าง The Unusual Football Fields ซึ่งคว้ารางวัลใหญ่มาจาก Cannes Lions และยังเป็น 1 ใน TIME&#8217;s 25 Innovations ของปี 2016 หรือ ‘ไม่ไปไหนไป Netflix’ บิลบอร์ดที่ชวนให้คุณวนรถกลับบ้านไปดู Netflix แทนที่จะไปทนกับรถติดในช่วงปีใหม่ หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน กระทั่งตำแหน่งหลังสุดเป็น CCO ที่ CJ WORX ก็มาถึงโมเมนต์ที่เขาพบว่า คำตอบที่ใช่ของความต้องการหลายๆ อย่างในตอนนั้น คือการออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง จึงกลายมาเป็น FLASH BOMBER เอเจนซีขนาดจิ๋วซึ่ง ณ ปัจจุบันมีทีมงานทั้งหมด 9 ชีวิต และชูจุดเด่นเรื่อง Sub-Culture Marketing จากคนที่เคยคิดว่าอยากเป็นพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ สู่การเป็น Founder [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flash-bomber-agency/">FLASH BOMBER กองกำลังเอเจนซีน้องใหม่ที่พร้อมจุดระเบิดวงการโฆษณาด้วยยุทธวิธีเจาะกลุ่ม Subculture</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเอเจนซีโฆษณาน้องใหม่ล่าสุดในประเทศไทย แต่ FLASH BOMBER มีผู้นำกองกำลังที่ชื่อว่า ระเบิด-ธนสรณ์ เจนการกิจ ซึ่งนอกจะไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการแล้ว เขายังเป็นที่รู้จักดีในฐานะครีเอทีฟมือรางวัล ผู้มีผลงานเป็นที่จดจำอย่าง The Unusual Football Fields ซึ่งคว้ารางวัลใหญ่มาจาก Cannes Lions และยังเป็น 1 ใน TIME&#8217;s 25 Innovations ของปี 2016 หรือ ‘ไม่ไปไหนไป Netflix’ บิลบอร์ดที่ชวนให้คุณวนรถกลับบ้านไปดู Netflix แทนที่จะไปทนกับรถติดในช่วงปีใหม่</p>



<p>หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในวงการมานาน กระทั่งตำแหน่งหลังสุดเป็น CCO ที่ CJ WORX ก็มาถึงโมเมนต์ที่เขาพบว่า คำตอบที่ใช่ของความต้องการหลายๆ อย่างในตอนนั้น คือการออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง จึงกลายมาเป็น FLASH BOMBER เอเจนซีขนาดจิ๋วซึ่ง ณ ปัจจุบันมีทีมงานทั้งหมด 9 ชีวิต และชูจุดเด่นเรื่อง Sub-Culture Marketing</p>



<p>จากคนที่เคยคิดว่าอยากเป็นพนักงานออฟฟิศไปเรื่อยๆ สู่การเป็น Founder ที่กำลังสนุกกับการเรียนรู้วิถีการทำงานในอีกรูปแบบหนึ่ง a day ชวนระเบิด ธนสรณ์ คุยถึงความคิดหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเหล่านี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โปรเจกต์ FLASH BOMBER เกิดขึ้นมาได้ยังไง</strong></h3>



<p>คือพอผมเป็น CCO ที่ CJ WORX มาได้สักระยะหนึ่ง ช่วงหลังๆ ก็มีเรื่องที่ได้พูดคุยปรึกษากับทางเจ้านายเยอะ คือ พี่ชาย-สหรัฐ สวัสดิ์อธิคม หนึ่งใน Founder ของ CJ WORX พอคุยกันไปคุยกันมา ก็มีการพูดคุยกันนอกจากเรื่องงานเยอะขึ้น แล้วมันมีการจุดประกายอะไรบางอย่างว่าถ้าเกิดเราทำเอง เราจะทำอะไรบ้าง&nbsp;</p>



<p>แล้วอยู่ดีๆ จากที่ไม่เคยคิด คือจริงๆ ในอดีตผมไม่เคยคิดว่าจะเปิดบริษัทของตัวเองเลยนะ รู้สึกว่าอยากเป็นพนักงานออฟฟิศที่เงินเดือนสูงๆ ไปเรื่อยๆ แล้วพอวันนั้นก็รู้สึกว่า ถ้าเกิดเราทำเองเราจะรู้สึกยังไง เราจะทำอะไรบ้าง เราอยากจะบริหารมันยังไง อยากจะรับงานแบบไหน อยากมีทีมแบบไหน อยู่ดีๆ มันพรั่งพรูขึ้นมาในหัว แล้วก็รู้สึกว่าอยากทำ จากเดิมที่ไม่เคยคิดอยากจะทำเพราะรู้สึกว่า มันมีเรื่องที่เราจะต้องรับผิดชอบเยอะ มีเรื่องที่เราจะต้องไปเรียนรู้อะไรก็ไม่รู้ที่เราน่าจะไม่เชี่ยวชาญเลย</p>



<p>กลายเป็นว่ามันเหมือนอยู่ดีๆ เรื่องที่เรารู้สึกกังวล เราก็มีทางออกให้กับมัน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดนะ แล้วก็เลยรู้สึกว่ามันกลับตัวไม่ได้แล้วว่ะ (หัวเราะ) มันเหมือนรู้สึกว่าเราต้องไปต่อตรงนี้ ตรงนี้เป็นอีกมูฟหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีแพสชันกับมันอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มันเป็นเรื่องของการอยากเติบโตขึ้นหรือแพสชันล้วนๆ</strong></h3>



<p>ผมรู้สึกว่าพออายุมากขึ้นเราอยากจะทำงานให้โฟกัสขึ้น คือผมไม่ได้บอกว่าผมจะทำงานให้น้อยลง หรือว่าทำงานให้เบาขึ้น แต่ผมอยากโฟกัสกับมันมากขึ้น ในแต่ละชิ้นๆ มันอาจจะดูขัดแย้ง ดูไม่เป็นอุตสาหกรรม แต่ว่ามันกลายเป็นการที่เรารู้สึกว่าอยากให้งานแต่ละชิ้นมัน represent ทีมมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดประกายแล้วยังไงต่อ เกิดกระบวนการพูดคุยกันยังไง</strong></h3>



<p>คือพอเรารู้สึกอย่างนั้น ก็เลยรู้สึกว่าเราน่าจะทำอะไรบางอย่างขึ้นมา ทีนี้ตอนนั้นก็คุยกับพี่ชายว่าโซลูชันมันเป็นยังไงได้บ้าง เราอาจจะเป็นพาร์ตหนึ่งของ CJ WORX ไหมในฐานะบริษัทที่อยู่ในเครือ หรือว่าเราจะลองแยกออกมา แต่การแยกออกมาก็มีพี่ชายกับพี่จิณณ์ (จิณณ์ เผ่าประไพ) ซึ่งทั้งสองคนเป็น Founder ของ CJ WORX หุ้นอยู่ด้วย ก็เลือกโซลูชันอยู่สองอย่าง ระหว่างนั้นก็มีช่วงทดลอง ซึ่งใช้ชื่อว่า Bomber (หัวเราะ) กันอยู่ประมาณสัก 6 เดือน คือทดลองทำนี่ พี่ชายรู้นะครับ หมายถึงว่าไม่ได้แอบทำเป็นฝิ่นนะ (หัวเราะ) แต่เรารู้สึกว่าเราอยากทำเยอะกว่านี้ ยิ่งทำไปเรื่อยๆ ยิ่งรู้สึกว่า เราอยากให้เวลากับมันมากกว่านี้ แล้วพออยากให้เวลากับมันมากกว่านี้ มันแปลว่าเราอยากออกมาทำมันเต็มๆ ตัว ฟีลลิ่งเป็นแบบนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169216" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนทดลองนี่คือทดลองยังไง รับงานที่ต่างออกไปจาก </strong>CJ WORX</h3>



<p>ใช่ ผมเริ่มที่จะเลือกงานที่เรียกได้ว่าอันนี้คืองานของ FLASH BOMBER ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่า งานแบบไหนเรียกว่างานของ FLASH BOMBER มันเป็นแค่ฟีลลิ่งของเราเฉยๆ ว่าเราอยากรับงานแบบไหนมากกว่า ตอนนั้นก็เริ่มคุยว่าเราจะทำยังไงได้บ้าง มันจะมีอะไรยังไง แล้วพอเริ่มทำ รูปแบบการทำงานของผมกับน้องๆ มันเป็นแบบ ทุกคนเป็นศูนย์กลาง ทุกคนอยากได้อะไร มันเป็นการคุยกัน ไม่ใช่สั่งลงไป เพราะฉะนั้นตอนที่เราทำงานกัน พอเราเริ่มคุยว่าเราอยากจะทำ Bomber สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกคนดูแอ็กทีฟมาก มันเหมือนอยู่ดีๆ ทุกคนก็รู้สึกเป็นเจ้าของโปรเจกต์ด้วยกันมากกว่าเดิม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ออกมาเปิดบริษัทเองแล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะไหม</strong></h3>



<p>จริงๆ ก็เหนื่อยกว่าเดิมเยอะมาก เพราะว่ามันมีฟีลลิ่งของการที่เรา represent ออฟฟิศนี้ทั้งตัวเลย หมายความว่าตั้งแต่เรื่องเล็กยันเรื่องใหญ่ เขารีเควสต์เรา ฉะนั้นผมก็จะลงไปดูเยอะขึ้น แม้แต่ต่อราคา แต่ว่ามันก็สนุก คือมันมันมาก แล้วก็รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เยอะขึ้นมากเลย</p>



<p>ตอนที่บอกว่า รู้สึกว่าไม่อยากออกมาเปิดบริษัทเองเมื่อก่อน อยากเป็นพนักงานไปเรื่อยๆ เพราะเรารู้สึกกังวลว่าจะต้องไปแบกอะไรบ้าง แต่พอออกมาทำเอง ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่ง อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่ามีอิสระมาก อิสระที่เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันมีสิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งเรียนรู้จากการออกมาเปิดเป็นเอเจนซีขนาดจิ๋วก็คือว่า เมื่อก่อนเวลาเราอยากจะทำงานให้ลูกค้าแล้วเราต้องใช้ Strategic Planner เราต้องใช้คนของออฟฟิศ เพราะมันเป็นแผนกหนึ่งในออฟฟิศ เวลาเราอยากใช้ Media Planner เราก็ต้องใช้คนของออฟฟิศ แต่เวลาเราใช้ผู้กำกับ ทำไมเอเจนซีถึงไม่มีผู้กำกับอยู่ข้างใน เพราะว่าผู้กำกับแต่ละคนไม่ได้เหมาะกับทุกงาน แล้วผมค้นพบว่า ตอนนี้ผมสามารถใช้แพลนเนอร์คนไหนก็ได้ ที่เหมาะกับงานนั้นๆ เพื่อวางแพลนให้เรา มันเหมือนกับว่าเราโฟกัสกับงานมากขึ้น และหาเพื่อนร่วมชะตากรรมได้เยอะขึ้น (หัวเราะ) มันก็สนุกขึ้นนะ แต่ก็เหนื่อยขึ้นด้วย เพราะว่าเราจะต้องเลือกทุกช็อตเลย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>FLASH BOMBER ทำงานแบบไหน รับงานแบบไหนบอกที่ว่าเป็น Subculture มาร์เก็ตติ้ง</strong></h3>



<p>มันเริ่มมาจากพออยู่มานาน เราก็เห็นว่าคงไม่มี ‘พี่เบิร์ด’ อีกต่อไป คือไม่มีอะไรอย่างเดียวที่จะเข้ากับทุกอย่าง เลยรู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องอายุ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะแบ่งทาร์เก็ตตามอายุ เราจะแบ่งทาร์เก็ตตามเงินที่เขามี แต่จริงๆ แล้ว ณ วันนี้ มันเป็นเรื่องของความสนใจ ที่ยกตัวอย่างพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย์) เพราะว่าพี่เบิร์ดคือคนรักทั้งประเทศหรือว่ารู้จักทั้งประเทศ แต่วันนี้มันมีคนที่ไม่รู้จักคนๆ หนึ่งเลย กับอีกคนหนึ่งที่รู้จักคนๆ นี้มาก หรือมันมีสินค้าที่เหมาะกับคนกลุ่มหนึ่งมากๆ แต่ในขณะเดียวกันคนอีกกลุ่มไม่รู้จักเลย</p>



<p>หรือว่าสินค้าตัวเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น มือถือสักรุ่น มันมีโหมดที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้มากๆ ด้วยเหตุผลนี้ กับอีกโหมดที่เหมาะกับคนอีกกลุ่มมากๆ ด้วยอีกเหตุผล สมมติผมยกตัวอย่างเร็วๆ โหมด Macro ถ้าเราเอาไปคุยกับช่างภาพ ก็อาจจะเป็นช่างภาพดอกไม้ก็ได้ แต่โหมด Macro ถ้าเราวิ่งไป Subculture พระเครื่อง ก็คงน่าสนใจดีนะ ทำไมไม่มีใครขายมือถือโหมด Macro กับชมรมพระเครื่องบ้าง ผมว่าตรงนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ลูกค้ายังไม่ได้ทำ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดขายคือคุณพยายามชี้ให้ลูกค้าเห็นว่ามันมีช่องแบบนี้</strong></h3>



<p>ใช่ๆ และทุกๆ ครั้งที่รับบรีฟ เราจะได้ยินคำว่าทาร์เก็ต ทุกครั้งที่เราได้ทาร์เก็ตมา มันเป็นความสนุกอย่างหนึ่งในอาชีพนี้ของผมเลยนะ ว่าเหมือนเราได้เจอคนใหม่ๆ ในขณะเดียวกัน ลูกค้าให้คนใหม่ๆ มากับเรา เราก็มีรูมในการแนะนำคนใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้เหมือนกัน อันนี้คือความสนุกที่ผมว่ากึ่งหนึ่งเราคือพาร์ตเนอร์ที่พาลูกค้าไปสู่ตลาดใหม่ๆ หรือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ลูกค้าต้องการเราเพื่อเข้าไปรู้จักคนใหม่ๆ เช่น สมมติลูกค้าบางเจ้าสนใจทาร์เก็ตกลุ่มนี้เพราะมี Potential แต่ไม่รู้จะคุยกับเขายังไง อันนั้นคือหน้าที่เรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169217" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเอาความเชี่ยวชาญนี้มาจากไหน องค์ประกอบอะไรที่ทำให้เกิดมุมมองนี้ขึ้นมาได้&nbsp;</strong></h3>



<p>ผมว่าอันดับแรกสังคมแล้วก็ความหลากหลายของคนของเรา คืออย่างที่ผมบอกว่าน้องๆ ที่ทำงานด้วยกัน คาแรกเตอร์ไม่เหมือนกันเลย แล้วทุกคนมีสิ่งที่ชอบไม่เหมือนกัน ตั้งแต่ทำงานกันมา ผมมักจะบอกว่าให้ทุกคนไม่ต้องเป็นคนอื่น แต่เอาสิ่งที่ตัวเองเป็นให้มันเด่นขึ้นมาอีกสัก…จริงๆ แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเด่นกว่าทุกคนแล้ว อันนี้ก็จำมาจาก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน น่ะนะ (หัวเราะ) แต่ว่าผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ คือมันเป็นวิธีคิดแบบศิลปิน ไม่ใช่ว่าผมเป็นศิลปินนะ แต่หมายถึงว่าเมื่อคุณเป็นศิลปิน เราอยากรู้จักผลงานของคุณ ไม่ใช่เพราะคุณเหมือนคนอื่น เราเรียนรู้ผลงานของคุณจากการที่คุณไม่เหมือนคนอื่น เพราะฉะนั้นในเมื่อคุณไม่เหมือนคนอื่น ยิ่งคุณโชว์ความเป็นตัวเองมากเท่าไหร่มันจะยิ่งแตกต่างจากคนอื่น แล้วมันจะแหลมออกมาจาก Average</p>



<p>เพราะฉะนั้น การที่ผมมีน้องๆ ที่ไม่เหมือนกันเลย แล้วทุกคนก็เปล่งประกายสิ่งที่ตัวเองมี มันทำให้เบสิกเลยคือ เราเข้าใจ Subculture ของน้องๆ ทุกคน แล้วความคิดนี้ มันยังทำให้เราเรียนรู้ที่จะเข้าใจ Subculture อื่นๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนี้ลูกค้าที่เข้ามาก็คือลูกค้าที่อยากได้การเข้าถึง การนำแบรนด์ไปให้ถูก Subculture ลูกค้าเห็นแล้วก็เข้ามาว่า อยากจะให้แบรนด์เข้าไปสู่คนกลุ่มนี้ <strong>&nbsp;</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่นี่อยู่กันแบบไหน คุณบริหารทีม บริหารคนยังไง</strong></h3>



<p>เป็นน้องคนละพ่อแม่ (หัวเราะ) เหมือนเป็นญาติ เราก็คงเป็นคนกลุ่มหนึ่งมั้งที่ยังสนุกกับการทำงาน กับคนที่เรารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเราได้ หมายถึงในแง่ความรู้สึก (หัวเราะ) แล้วก็บริหารด้วยวิธีแบบนี้ คือก็มีคำพูดนะเรื่องบริษัทที่บอกว่าอยู่กันแบบครอบครัว มีมีมมีอะไร ทีนี้สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มนี้คือ มันไม่ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่าความสนิทหรือความไว้ใจมาเอาเปรียบกัน มันกลับเกรงใจกันมากกว่าเดิม</p>



<p>ผมโชคดีที่มีคนกลุ่มนี้ เพราะว่าเรามีเข็มทิศอยู่อันหนึ่ง เข็มทิศที่ผมไม่ได้เป็นคนชี้ แต่ว่าทุกคนชี้ มีหลายครั้งที่ผมหลุดนอกทางแล้วน้องๆ มันตบกลับมา แล้วมันเกิดขึ้นกับทุกคน มีหลายครั้งที่ผมพลาดเรื่องเงิน แล้วน้องบอกว่า &#8220;พี่ ไม่ได้นะ&#8221; มีหลายครั้งที่ผมพลาดเรื่องไอเดีย แล้วน้องบอกว่า &#8220;พี่ต้องกลับมาตรงนี้&#8221; มีหลายครั้งที่เราลง execute มากไป แล้วก็มีคนคอยตบเข้ามา เพราะฉะนั้นมันเป็นการตั้งเข็มทิศโดยทุกคนช่วยกันวิ่งไป</p>



<p>การที่ผมรับฟังน้องได้ เพราะเรามีสิ่งที่เรียกว่าความเมกเซนส์ร่วมกันมั้งครับ เพราะถ้าถึงจุดที่ผมรู้สึกว่าคอมเมนต์นี้ไม่เมกเซนส์ ผมก็อาจจะไม่ได้ทำตาม คนอื่นอาจจะบอกว่าเป็นผู้นำ แต่ผมมองตัวเองเป็นคนช่วยประสานมากกว่า คือประคับประคอง ซัพพอร์ต ให้ไปในทางเดียวกัน เพราะเราเชื่อในตัวแต่ละคน หลายๆ อย่าง ผมว่าน้องๆ หลายๆ คน มันจะมีจุดที่เก่งกว่าผมแน่ๆ และก็มีจุดที่ผมเก่งกว่ามันแน่ๆ อันนี้เป็นปกติของมนุษย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169218" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ครีเอทีฟโฆษณายุคนี้ยังทำงานหนักแบบที่เราได้ยินกันเมื่อก่อนอยู่ไหม</strong></h3>



<p>ผมว่าใช่และไม่ใช่ ผมเชื่อใน Work-Life Balance มากๆ ผมเชื่อว่างานครีเอทีฟต้องพัก เราถึงจะสร้างสรรค์อะไรออกมาได้ ถามว่าครีเอทีฟยังต้องทำงานหนักขนาดนั้นอยู่ไหม ตอบแบบนี้ดีกว่า ผมว่าทุกคนไม่ใช่แค่ครีเอทีฟ ก็ต้องใส่ให้มันสุดตามแพสชันที่เขามี จริงๆ หลายอาชีพก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน อยู่ที่แพสชัน และก็ผมเชื่อว่าลูกค้า พาร์ตเนอร์ มีส่วนในการผลักดันแพสชันนั้น</p>



<p>ผมว่าทุกคนอาจจะเคยเจอลูกค้าที่รู้สึกว่า เชี่ยเอ๊ย มา! กูจะทำให้ยับเลย หมายถึงเจอลูกค้าที่รู้สึกว่า กูพร้อมจะทุ่มทุกอย่างให้เขา หรือว่าเจอพาร์ตเนอร์ที่ช่วยกันไปแบบสุดๆ พี่อยากได้อะไร ไป! มีแต่เสริมกัน ผมว่าอันนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่างานไม่หนัก</p>



<p>และจริงๆ Work-Life Balance อีกอันสำหรับผม มันไม่ใช่แค่เรานะที่เราจะบริหารเวลาของตัวเอง มันคือทีมด้วย ที่ทำให้เกิด Work-Life Balance เพราะว่าวันที่บางคนหย่อนลง อีกคนหนึ่งวิ่งขึ้นมารันแทน มันถึงจะเป็นจุดที่ไม่มีใคร burnout บางทีเราก็ใส่สุดจริงๆ แต่แม่งไม่เหนื่อย บางทีเราใส่น้อยมากๆ แต่เราเหนื่อย มันอยู่ที่บริบทรายล้อม การที่เรารู้สึกไม่โอเค มันคือจุดที่เรารู้สึกว่าเราเลือกไม่ได้มากกว่า เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่าเรายังทำงานกันหนักอยู่ แต่แค่ว่ามัน burnout กันจุดไหนมากกว่า</p>



<p>มีอีกเรื่องน่าสนใจ คืออินไซด์ของคนรุ่นเรา เราจะมีความฝัน เราอยากได้ตามความฝัน แล้วเราก็วิ่งไปถึงความฝัน และพอถึงความฝันแล้ว ก็จะเหมือนแบบ เฮ! ถึงแล้ว แต่ว่าน้องๆ เขาบียอนด์กว่านั้น เขาไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันคือโกล แล้วโกลนั้นไกลมาก เช่น เปลี่ยนโลกหรือว่าทำให้โลกดีขึ้น เรายังวิ่งตามความฝันอยู่เลย แต่เขาสร้างโกลแล้ว เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่แน่ใจว่า จริงๆ แล้วสำหรับน้องๆ เขาอาจจะทำงานหนักกว่าเราด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกวันนี้คนโฆษณายังถือว่าเป็นคนคูลๆ อยู่ไหม</strong></h3>



<p>(หัวเราะ) ผมใช้คำนี้ดีกว่า ตอนเด็กๆ ที่ผมสนใจโฆษณา ผมไม่แน่ใจว่าผมมองพี่ๆ เขาคูลหรือเท่หรือเปล่านะ แต่ผมมองว่าวงการนี้มันสนุกจังเลย ถ้าถามผมใช้คำว่าเซ็กซี่ดีกว่า วงการนี้มันเซ็กซี่จัง กลับมาตอบคำถามว่าวันนี้ยังเป็นแบบนั้นหรือเปล่า ผมว่าน่าสนใจว่าผมจะตอบแทนใคร หมายถึงว่าผมตอบแทนน้องๆ หรือผมตอบแทนตัวเอง ถ้าตอบแทนตัวเองผมรู้สึกว่า มันยังมีที่ที่เท่ ที่ที่คูล แล้วก็ที่ที่เซ็กซี่อยู่ ในวงการโฆษณานะครับ แต่มันก็มีบางส่วนที่รู้สึกว่าไม่เท่ ไม่คูล ไม่ได้หมายถึงเอเจนซีไหนนะ (หัวเราะ) แต่หมายถึงว่ามันอาจจะเป็นคำตอบแบบคนมีอายุก็ได้มั้งว่ามันไม่ได้มีคำตอบเดียว&nbsp;</p>



<p>เออ อันนี้น่าสนใจตรงที่ว่า เวลาน้องๆ ทุกคนมาฝึกงานกับผม ผมจะบอกเสมอว่า ถ้าฝึกงานกับเราแล้วชอบ ไม่ได้แปลว่าเอ็งชอบงานโฆษณานะ หรือว่าถ้าฝึกงานกับเราแล้วไม่ชอบ ก็ไม่ได้แปลว่าเอ็งไม่ได้ชอบงานโฆษณานะ เพราะว่าที่ที่หนึ่งมันเป็นเหมือนโรงเรียนๆ หนึ่ง มันมีบทเรียนแบบหนึ่ง มันมีคัลเจอร์แต่ละที่ที่แตกต่างกันไป ต้องลองไปอยู่ในแต่ละที่ ยิ่งวันนี้มันยิ่งโชว์ว่า เราไม่สามารถตอบได้ว่าวงการโฆษณายังเท่อยู่หรือเปล่าหรือไม่เท่แล้วหรือเปล่า เพราะมันมีคนกลุ่มที่คิดว่าเท่ และคนกลุ่มที่คิดว่าไม่เท่อยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้แชร์หรือถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานกับน้องๆ อะไรคือสิ่งที่คุณอยากบอกเล่าและเน้นย้ำ</strong></h3>



<p>ถ้าแชร์จากตัวเรา ผมรู้สึกว่าคุณต้องมีสุขภาพจิตที่ดี (หัวเราะ) อันนี้สำคัญ ไม่ได้หมายความว่ามึงอย่าบ้านะครับ แต่หมายถึง ผมเชื่อว่าวงการนี้ ซึ่งอันนี้เราเรียนรู้มาจากพี่ๆ คือวงการโฆษณามันรีดพลังจากเราเยอะ แต่ว่าสุขภาพจิตที่ดีไม่ได้หมายถึงว่า อย่าเครียดเกินไปหรืออะไรนะ ถ้าพูดว่าแพสชันมันก็อาจจะดูเชย แต่ฟีลลิ่งคือแค่อยากให้รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราว่าปัญหาหลายๆ อย่างคือบางทีเราไม่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วก็เลยทำให้ทุกคนงงไปหมด เพราะว่าน้องๆ วันนี้อาจจะต้องการความชัดเจนมากกว่าเมื่อก่อน คืออยากรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ไปเพื่ออะไร แล้วมันมีประโยชน์อะไรต่อใครยังไง&nbsp;</p>



<p>บางครั้งถ้าเกิดบางคนตอบคำถามต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้ ก็จะรู้สึกว่ากูทำอะไรอยู่วะ พยายามตอบคำถามพวกนั้นให้ได้ ว่าทำไมเราอยู่ดึกคืนนี้ เพื่ออะไร แล้วเห็นประโยชน์กับมันไหม หรือว่าเราแม่งแก้งานตรงนี้ไปเพื่ออะไรวะ ผมว่าหาคำตอบได้ก็จะสบายใจ ดูเบามากเลยนะใช้คำว่าสบายใจ แต่จริงๆ ถ้าหาคำตอบได้มันจะเคลียร์ชีวิตได้เยอะเลย&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169219" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเป็น Founder เปิดบริษัทของตัวเอง โดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้ตัวเองมาถึงสเตจไหนของชีวิต ประสบความสำเร็จแล้วหรือเปล่า</strong></h3>



<p>ความรู้สึกผมตอนนี้นะ ตอนผมเริ่มทำงานโฆษณาใหม่ๆ ผมจะมีไอพอดอันใหญ่ๆ 20 กิ๊กอยู่อันหนึ่ง แล้วก็จะมีโฟลเดอร์เพลงที่ชื่อว่า build build (หัวเราะ) ตอนนั้นคือฟีลลิ่งว่า ‘เข้ามาอีกดิๆ ช่วยจัดชุดใหญ่ๆ มากกว่านี้ให้หน่อยสิ’ เป็นเพลงของก้านคอคลับมั้ง แค่จะบอกว่าฟีลลิ่งตอนนี้ การที่มีบริษัทสำหรับผมมันเหมือนเพิ่งเริ่มต้นเอง หมายถึงว่าเหมือนผมกลับไปเป็นครีเอทีฟใหม่อีกครั้งหนึ่งเลย มันเหมือนผมรีเซ็ตใหม่จริงๆ ทุกอย่างเลยนะ คือเราเป็นน้องใหม่มากในวงการนี้ ทั้งตัวออฟฟิศ ตำแหน่งที่ผมอยู่ คือผมเป็นแค่ Founder น้องใหม่ เอเจนซีผมก็เป็นเอเจนซีน้องใหม่ Latest Agency in Thailand มันเหมือนคนที่เพิ่งเข้ามาเป็นครีเอทีฟ ณ วันแรกเลย ความรู้สึกเป็นแบบนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<p>แล้วก็ถ้าพูดในมุมธุรกิจ มันก็เหมือนเราเพิ่งเริ่มเก็บเงิน คือความรู้สึกตอนนี้แม่ง First Jobber เลย เดี๋ยวกูจะเริ่มเก็บเงินแล้วนะ เริ่มสร้างพอร์ต ทุกอย่างใหม่หมดเลย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลัวความล้มเหลวไหม</strong></h3>



<p>คำว่าความล้มเหลว มันมีเลเวลของมัน หมายถึงว่าความล้มเหลวของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนถึงตรงนี้คือล้มเหลวแล้ว แต่ของผมมันอาจจะอยู่ต่ำมากก็ได้ คนอื่นอาจจะมองว่าผมล้มเหลวแล้วนะ แต่ผมอาจจะรู้สึกว่ายังไม่ใช่จุดล้มเหลวหรอก ถ้าตอบคำถามว่ากลัวไหม ก็คงตอบว่าไม่กลัว ผมเชื่อว่าเราจะดีได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้บริหารเวลาชีวิตยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>เวลาเรารู้สึกว่าเราบริหารเวลาไม่ได้ เพราะว่าเรารู้สึกมีของบางอย่างที่เราอยากทำ แล้วเราต้องไปทำอีกอย่าง ตอบแบบนี้ก่อนนะ&nbsp;</p>



<p>ถามว่าบริหารเวลายังไง ถ้าบอกว่าเวลาช่วงนี้ของผม มันอยู่กับออฟฟิศ ไม่ได้แปลว่าผมทุกข์นะ เพราะว่าผมใช้เวลาไปกับสิ่งที่ผมอยากทำ หมายถึงว่าเรามีปัญหาก็ต่อเมื่อ เราอยากไปทำอันนี้แต่เราไม่ได้ไปทำ แต่ตอนนี้ ผมอยากทำอันนี้ แล้วผมมีเวลา 24 ชั่วโมงเลยเพื่อทำมัน ก็ถือว่าสนุกอยู่ แล้วก็รู้สึกว่าโชคดีที่ออฟฟิศอยู่ใกล้บ้านมาก เสาร์-อาทิตย์ผมก็มาอยู่ออฟฟิศ แต่ออฟฟิศเราคุยกันว่า จันทร์กับศุกร์เราจะ Work From Home อังคาร พุธ พฤหัส เราถึงจะมาเจอกัน แต่จริงๆ ก็ไม่ฟิกซ์หรอก เพราะบางทีถ้าไม่มีอะไรมากก็ Work From Home ได้ หรือว่าถ้ามันมีงานวันจันทร์ทุกคนก็มากัน ก็แล้วแต่ แต่ผมก็จะแสตนด์บายที่ออฟฟิศ เพราะว่าผมชิล หมายถึงว่ามันมีเรื่องที่เราอยากมาเคลียร์ให้มันเสร็จ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การถ่ายภาพสตรีทเป็นโมเมนต์ที่มีความหมายกับคุณยังไง</strong></h3>



<p>สตรีททำให้ผมค้นพบว่า ผมคือตัวเองตอนเด็กที่แม่งแค่มีเงินเดือน (หัวเราะ) คือผมชอบถ่ายรูปตั้งแต่เด็ก เพราะว่าพี่ชายผมถ่าย พี่ชายชื่อปืน พี่ปืน น้องระเบิด อันนี้ชื่อพ่อแม่ตั้งเลย คือพี่ชายชอบถ่ายรูป แล้วเราก็เห็นพี่เป็นไอดอล เขาถ่ายรูปเราก็ถ่ายตาม ตอนแรกมีแค่นี้เลย แล้วพอเริ่มถ่ายรูป แล้วเราก็ด้วยความที่ไม่ได้ออกเงินเอง ขอเงินพ่อแม่ ก็ถ่ายเละเทะ ถ่ายมั่วซั่ว แบบถ่ายรูปชู 2 นิ้วแล้วก็บอกว่า รูป 2 นิ้ว เป็นมุขรูป 2 นิ้วติดบัตร เอากล้องไปถ่ายเทียน เข้าไปใกล้ๆ แล้วสักพักก็ได้กลิ่นไหม้ผมตัวเอง แล้วมันเป็นรูปที่ติงต๊องมาก หรือถ่ายอะไรบังหน้าคน โดยที่ไม่คิดว่ามันมีความหมายอะไรเลยตั้งแต่เด็ก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169220" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/FLASH-BOMBER-C04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จนวันหนึ่งมาเจอสิ่งที่เรียกว่า รูป Street Photo พอดูแล้วก็ เฮ้ย เราเก็ตสิ่งนี้ ผมก็เลยเริ่มไปถ่ายแบบนี้ แล้วก็ค้นพบว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบงานแบบนี้ หมายถึงว่าเขายอมรับงานของผม ที่ภาพแบบนี้ บังหัวบ้างอะไรบ้าง เลยทำให้รู้สึกว่า มันเป็นงานที่เราไม่ได้พยายามจะไปเป็น แต่ว่ามันเป็นงานที่เราใช้วิธีตั้งแต่เราเด็กๆ แล้วมันทำให้เราเข้าใจว่า อ๋อ เราก็เป็นแค่ไอ้เด็กคนนั้นที่โตขึ้น&nbsp;มันกลับมาจุดที่เรารู้สึกว่า ทุกคนกลับไปดูว่าตัวเองเป็นอะไร แล้วแค่เบ่งบานตรงนั้น มากกว่าที่จะไปกลบจุดด้อย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากไปถ่ายภาพสตรีทแล้ว มีวิธีไหนที่ทำให้คุณพรั่งพรูไอเดียออกมาได้อีกบ้าง นอกจากการดู Referrence เยอะๆ</strong></h3>



<p>มี 2 วิธีใหญ่ๆ ที่เรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก เอาอย่างนี้ เล่าให้ฟังดีกว่า เคยทำงานกับคนที่เป็นดีเจ เขาบอกว่าเขาต้องอ่านหนังสือ หรืออ่านหรือดูอะไรก็ได้ เพราะเขาต้องพูดเยอะมาก หน้าที่เขาคือพูด เพราะฉะนั้นหน้าที่เขาคือ เหมือนเติมอะไรก็ได้ การ์ตูนหรืออะไรก็ได้เพื่อเอาไปพูดเยอะๆ อันนี้คือสิ่งที่หนึ่ง ถ้าเรียกว่าเป็นสเตจก็คือก่อนอื่นต้องหาทุกอย่างเข้าตัวก่อน&nbsp;</p>



<p>และผมเชื่อว่าการพักในจังหวะที่ถูกมันทำให้ของบางอย่างออกมา เหมือนที่เขาบอกว่าความคิดสร้างสรรค์มักจะออกมาตอน 3B อาบน้ำ (Bath) นั่งรถบัส (Bus) และกำลังนอนอยู่บนเตียง (Bed) เพราะมันเป็นโมเมนต์ที่เราพักผ่อน แต่ก่อนที่จะพักผ่อน เราต้องอัดทุกอย่างลงไปให้ได้ก่อนนะ เพื่อนผู้กำกับคนหนึ่งเคยบอกว่า เรื่องนี้มันเป็นวิทยาศาสตร์&nbsp;</p>



<p>ผมอาจจะผิดก็ได้ แต่ผมไม่ได้เชื่อในการประชุม 4 ชั่วโมง เพื่องานหนึ่งชิ้น ผมเชื่อในการทำงานแบบ Lean มากๆ หมายถึงว่าตัดทุกอย่าง จริงๆ แล้วเวลาประชุมนานๆ ไม่มีประโยชน์เลยนะ แต่ว่าถ้าทุกคนมาคมๆ แล้วมาโยนกันปุ๊ป ดูว่าอะไรได้ และถ้ามันไม่ได้ แยกย้าย ไปทำอย่างอื่น พอเราทำอย่างนี้มันทำให้ทุกคนมีเวลาที่จะไปหาอะไรใส่หัว แล้วก็มาอ้วกด้วยกัน (หัวเราะ) มาบ้วนลงในที่เดียวกัน การทำงานแบบ Lean คือการทำงานที่เราใช้กันที่นี่ แล้วมีประโยชน์มาก&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/flash-bomber-agency/">FLASH BOMBER กองกำลังเอเจนซีน้องใหม่ที่พร้อมจุดระเบิดวงการโฆษณาด้วยยุทธวิธีเจาะกลุ่ม Subculture</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส อิงคนันท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[DELETE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168283</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดถึงหนังสยองขวัญ หนึ่งเรื่องที่น่าจะแวบเข้ามาในความคิดของใครหลายคน คงมีภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (กำกับและเขียนบทร่วมกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล) อยู่ในนั้นด้วย ครั้งนี้ โอ๋ ภาคภูมิ กลับมาในบทบาทโปรดิวเซอร์ควบตำแหน่งผู้กำกับซีรีส์เรื่องแรกของเขา DELETE ซีรีส์ที่จะตีแผ่เรื่องราวด้านมืดในจิตใจของคนผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โปรเจกต์ร่วมระหว่าง Netflix และ GDH มาพร้อมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถอย่าง ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, ณัฏฐ์ กิจจริต รวมด้วย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม และอีกมากมาย&#160; “โทรศัพท์ในมือของทุกคน ถ้าวันหนึ่งมันสามารถลบใครสักคนให้หายไปได้ คุณจะเลือกลบมันไหม? การที่จะลบใครสักคนหรือการที่จะลืมใครสักคน มันลบไปได้จริงๆ ใช่ไหม แล้วยิ่งเราอยากจะลบ มันจะทำให้เรายิ่งจำหรือเปล่า” นี่คือสิ่งที่ โอ๋ ภาคภูมิ ได้ตั้งคำถามเอาไว้ในบทสนทนา ที่มาที่ไปของโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องนี้&#160; เริ่มต้นเลยทาง GDH โดยโปรดิวเซอร์ คุณวรรณฤดี (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/">สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าพูดถึงหนังสยองขวัญ หนึ่งเรื่องที่น่าจะแวบเข้ามาในความคิดของใครหลายคน คงมีภาพยนตร์เรื่อง <em>ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ</em> (2547) หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (กำกับและเขียนบทร่วมกับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล) อยู่ในนั้นด้วย</p>



<p>ครั้งนี้ โอ๋ ภาคภูมิ กลับมาในบทบาทโปรดิวเซอร์ควบตำแหน่งผู้กำกับซีรีส์เรื่องแรกของเขา DELETE ซีรีส์ที่จะตีแผ่เรื่องราวด้านมืดในจิตใจของคนผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอย โปรเจกต์ร่วมระหว่าง Netflix และ GDH มาพร้อมกับเหล่านักแสดงมากความสามารถอย่าง ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา, ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, ณัฏฐ์ กิจจริต รวมด้วย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม และอีกมากมาย&nbsp;</p>



<p>“โทรศัพท์ในมือของทุกคน ถ้าวันหนึ่งมันสามารถลบใครสักคนให้หายไปได้ คุณจะเลือกลบมันไหม? การที่จะลบใครสักคนหรือการที่จะลืมใครสักคน มันลบไปได้จริงๆ ใช่ไหม แล้วยิ่งเราอยากจะลบ มันจะทำให้เรายิ่งจำหรือเปล่า”</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ โอ๋ ภาคภูมิ ได้ตั้งคำถามเอาไว้ในบทสนทนา</p>



<h4 class="wp-block-heading">ที่มา<strong>ที่ไปของโปรเจกต์ซีรีส์เรื่องนี้&nbsp;</strong></h4>



<p>เริ่มต้นเลยทาง GDH โดยโปรดิวเซอร์ คุณวรรณฤดี (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) เขามาชวนผมว่า บริษัท iSM คิดคอนเซ็ปต์ขึ้นมาอยากทำเป็นซีรีส์ ผมสนใจจะกำกับไหม เป็นเรื่องเกี่ยวกับมือถือที่ลบคนให้หายไปได้ ผมฟังครั้งแรกก็รู้สึก เฮ้ย น่าสนใจ รู้สึกว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่สามารถเอามาตีขยายเป็นเรื่องได้ค่อนข้างหลากหลาย ถ้ามือถือมันไปอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งที่มีความแตกต่างกัน มันจะถูกเอาไปใช้ในทางที่ไม่เหมือนกันเลย เหมือนกลายเป็นยูนิเวิร์สอะไรขึ้นมาได้ และผมชอบตอนจบของซีซันนี้มาก มันทำให้ผมอยากกำกับซีรีส์เรื่องนี้ รู้สึกว่าถ้าเราจะทำซีรีส์เรื่องแรกก็ต้องเป็นอันนี้แหละ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168531" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายของโปรเจกต์นี้มีอะไรบ้างที่ทำให้คุณอยากออกไปลุยกับมัน</strong></h4>



<p>ผมอยากทำ Thriller มาตลอดแหละครับ บางทีไปทำ Horror ก็ได้ทำ Thriller นิดๆ หน่อยๆ แต่เรื่องนี้มันเปิดโอกาสให้ผมได้ทำ Thriller แบบเต็มๆ ความยาว 8 ตอน ผมรู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่เราอยากจะทดลองทำ และมันตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำ แล้วความท้าทายก็อยู่ตรงที่ว่า เราอยากจะทำให้คอนเซ็ปต์ที่เป็นปรากฏการณ์เหนือจริง เบลนด์เข้ามาอยู่ในโลกของความเป็นจริง ดูน่าเชื่อถือและน่าสนใจ ผมไม่ได้อยากเล่าคอนเซ็ปต์มือถือให้มันเป็นของวิเศษ แต่ผมสนใจมากกว่าว่า คนที่เอาไปใช้ต้องการอะไร แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้นถ้าเขาเลือกใช้มัน อันนี้เป็นมุมมองแรกเลยที่ผมเห็นในซีรีส์เรื่องนี้</p>



<p>พอผมค่อยๆ ทำบทไปเรื่อยๆ ผมพบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ทำให้คนหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่มีหลักฐาน ไม่มีเลือด อยู่ๆ คนๆ นั้นก็หายไปเลย เราไม่ต้องรับผิดชอบในความผิดอะไรที่ทำให้คนนั้นหายไป มันคืออำนาจอย่างหนึ่ง ถ้าเรามีอำนาจนี้เราจะใช้มันไหม แล้วเราจะใช้ลบใคร ผมรู้สึกว่ามันตั้งคำถามไปที่คนดู แล้วรู้สึกว่ามันเป็นความท้าทายที่จะทำยังไงให้ดูสนุก ทำยังไงให้เราเชื่อไปกับตัวละครที่มีลมหายใจว่า ถ้าเป็นเราก็จะทำแบบนี้ หรือเป็นเราไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน อยากจะลุ้นต่อไปว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วคุณเคยอยากลบใครให้หายไปจากชีวิตไหม</strong></h4>



<p>เยอะแยะเลย (หัวเราะ) คือผมรู้สึกว่าถ้าผมมีอยู่กับตัวนี่ไม่เหลือครับ ต้องใช้มันแน่ๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเป็นซีรีส์เรื่องแรกแล้ว คุณได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เป็นครั้งแรกในเรื่องนี้อีกบ้าง</strong></h4>



<p>อย่างแรก ตั้งแต่วิธีการเขียนบทเลย เหมือนได้ทำอะไรแปลกใหม่ ผมไม่เคยเขียนบทซีรีส์มาก่อน ปกติก็จะเขียนบทเป็นหนังสั้นหรือหนังยาว บทซีรีส์มันก็มีรูปแบบของมัน อย่างผมชอบซีรีส์ที่ทำให้ผมสนุก ตื่นเต้น ทำให้ผมอยากดูตอนต่อไปเรื่อยๆ จนจบ ถ้าวันหนึ่งเราลองทำซีรีส์ เราอยากทำให้คนดูสนุก ดูจบรวดเดียวได้แบบนั้น เราก็เลยพยายามหาวิธีที่จะเขียนยังไงให้ตอนจบตอนของทุกตอนมันทำให้คนดูอยากจะเริ่มตอนใหม่ทันที อันนี้เป็นความรู้สึกท้าทายแล้วก็ได้ทดลองในการเขียน มันเหมือนเราเคยวิ่งในระยะสั้น แต่อันนี้เหมือนการวิ่งมาราธอน จำนวนฟุตเทจมหาศาล ความยาวของตัวละครที่เล่าตั้งแต่ Ep.1 ถึง Ep.8 รายละเอียดของตัวละครที่เราเขียนลึกลงไป มีจำนวนซีนมหาศาลในการที่เราจะเล่าคาแรกเตอร์นี้ให้มีชีวิตขึ้นมา มันจะค่อนข้างต่างจากหนังที่เราจะเลือกส่วนนั้นส่วนนี้ แต่อันนี้เหมือน โอ้โห มันเล่าตัวละครให้สามารถมีชีวิตได้ถึงซีซันต่อไปอะไรแบบนี้ อันนี้คือสิ่งที่ผมรู้สึกว่าท้าทาย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานภายใต้ชื่อ Netflix มีผลต่อความรู้สึกและมีผลต่อกระบวนการทำงานของคุณอย่างไรบ้าง</strong></h4>



<p>ผมไม่ค่อยรู้สึก คือผมเห็น Netflix เหมือนโอกาสที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ เหมือนโอกาสที่ได้เปิดหน้าต่างออกไปฉายทีเดียวให้คนดู 190 ประเทศ มันจะมีที่ไหนที่ทำสิ่งนี้ได้ ปกติเราทำหนังหรือทำคอนเทนต์ขึ้นมาเราก็จะดูกันแต่ประเทศเราใช่ไหม การที่เราจะกระจายคอนเทนต์เราไปสู่สายตาคนอื่นนี่มันค่อนข้างยากและมีขั้นตอนในการที่เราจะค่อยๆ กระจายไป แต่ว่าการที่เราทำแล้วฉายใน Netflix มันเหมือนการดูพร้อมกันหมด ทำให้เราได้เห็นรีแอ็กชันทันทีจากคนทั้งโลกพร้อมกัน ได้สำรวจว่าความคิด ความเชื่อ ขนบที่เราทำ เขารู้สึกยังไง คอมเมนต์เหล่านั้นมันจะกลับมาช่วยให้คนทำหนังอย่างเราพัฒนาต่อไปได้ยังไง มันทำให้สังคมขนาดย่อมลงมา ได้เห็นทุกความคิดจากทุกๆ คน ได้เห็นว่าคนทั้งโลกมีจุดร่วมและจุดแตกต่างอะไรกัน บางทีทำหนังมันต้องรอในการฉายไปเรื่อยๆ อันนี้เหมือนได้เห็นผลทันที ซึ่งเป็นข้อดี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณหลงใหลอะไรในการทำหนัง</strong><strong>แนว Horror, Thriller&nbsp;</strong></h4>



<p>ผมว่าผมหลงคนที่อยู่ในบรรยากาศของเรื่องราวเหล่านี้ มันเหมือนได้เห็นคาแรกเตอร์ของคนในมุมมองที่หลากหลาย ได้เห็นทั้งด้านสว่าง ด้านมืด คอนเซ็ปต์ของหนัง Thriller มักกระตุ้นให้คนทำอะไรที่เกินกว่าชีวิตจริง ได้เห็นสีสันที่ชัดเจน น่าตื่นเต้น และมันตั้งคำถามกับคนดู เลยรู้สึกว่าหลงและชอบการทำสิ่งเหล่านี้ สำหรับเราคือเห็นมุมน่าทำเยอะแยะไปหมด</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในขณะเดียวกันคุณก็สนใจประเด็นด้านมืดในจิตใจคนด้วย</strong>&nbsp;</h4>



<p>ใช่ครับ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าดาร์กแล้วมันเท่หรือขายได้ ตั้งแต่ทำหนังสั้น ผมถูกสอนว่าอะไรคือสิ่งที่ดี อันนี้คือดีแน่ๆ ดีแท้ๆ พอเวลาผมโตขึ้นมาเรื่อยๆ เหมือนกล้องมันขยับไปอีกด้านหนึ่ง แล้วมันเห็นด้านที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ด้านที่มันไม่สวยงามเหมือนตอนแรกที่เราเห็น ผมประทับใจที่ได้ขยับมุมกล้องไปเรื่อยๆ ผมเคยทำหนังสั้นสมัยเรียนหนังสือเรื่องแรกๆ ผมเคยรู้ว่าพระคือคนดี แต่พอทำหนังสั้นแล้ว จริงๆ แล้วเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มันก็ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของตัวละคร ก็เลยติดใจแล้วทำต่อมาเรื่อยๆ ส่วนการทำหนังผี ก็ไม่ได้ชื่นชอบความสยองขวัญ แต่เป็นผีที่มันแสดงอะไรบางอย่างของตัวเองออกมา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หนังแนวลึกลับสยองขวัญเรื่องไหนบ้างที่มีอิทธิพลกับคุณ</strong></h4>



<p>จริงๆ มีเยอะมาก แต่ผมชอบหนังของ Woody Allen เรื่อง <em>Match Point</em> (2005) มากเลย ก่อนดูผมคิดว่ามันเป็นหนังดราม่า แต่พอดูไปแล้วผมใจสั่น มันเล่าเรื่องอีกด้านหนึ่งของคน ที่เรารู้สึกว่า โอ้โห มันพาเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เรารู้สึกว่าเราอยู่ฝ่ายเดียวกับฆาตกร เราเชียร์ทุกซีนให้เขาทำสำเร็จ ผมรู้สึกว่ามัน Magic มาก มันทำให้เรารู้สึกว่า การดูหนังมันรู้สึกแบบนี้ มันมีความสุข แนวอื่นก็ดูนะครับ แต่หนังสยองขวัญก็เป็นแนวที่ชื่นชอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168532" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/DELETE-NF-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณมีวิธีพัฒนาวิธีคิด มุมมอง ในด้านการทำงานกำกับภาพยนตร์อย่างไร&nbsp;</strong></h4>



<p>เกิดจากการทำทุกวันแหละครับ รู้สึกว่าการที่ผมเป็นผู้กำกับมา 20 ปี ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำไปเรื่อยๆ แล้วเราเป็นมาสเตอร์ แต่รู้สึกเป็นนักเรียนตลอด เราเก็บเกี่ยวมัน อันนี้เราชอบ อันนี้เราไม่ชอบ อันนี้เหมาะกับเรา อันนี้ไม่เหมาะกับเรา เราทำอันนี้ได้ เราทำอันนี้ไม่ได้ มันเหมือนเป็นการเรียนรู้ การเข้าใจตัวเองว่า เราทำไปได้อีกประมาณไหน เราชอบแบบไหน เราจะไปในด้านไหนในการเป็น Film Maker ผมไม่เคยรู้สึกมั่นใจแบบว่า โอ้โห แบบนี้มันช่างถนัดเหลือเกิน ผมรู้สึกว่าทุกครั้งมันเป็นการนับหนึ่งใหม่ มันไม่เหมือนอาชีพอื่น ถ้าสมมติผมทำข้าวมันไก่อร่อยมาก ผมก็ตื่นมาทำข้าวมันไก่ทุกวัน แต่การออกกองถ่ายวันที่ 1 มันเหมือนชีวิตเราเริ่มต้นกับเรื่องใหม่ ตัวละครใหม่ มันผสมไปด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่เราจะต้องเรียนรู้แล้วทำมันไป สุดท้ายไม่รู้ผลลัพธ์จะเป็นยังไง แล้วไอ้การทำหนัง ทำซีรีส์มันก็มีชีวิตของมัน สุดท้ายประสบการณ์ของเรา คนที่เราร่วมงานด้วยตอนนั้น มันก็ออกมาเป็นผลลัพธ์ในช่วงอายุเท่านั้น มันเหมือนเก็บตัวเราตอนนั้นเอาไว้ด้วย ตอนเราเด็กกว่านั้น หรือพอเราขยับอายุขึ้นไป ความเชื่อ ความคิด ทัศนคติ รสนิยม ก็จะไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หัวใจสำคัญในการทำหนังตามแนวทางของคุณคืออะไร</strong></h4>



<p>ผมว่าความเชื่อ ถ้าเรามีความเชื่อในอะไรสักอย่างที่น่าสนใจสำหรับเรา แล้วเราอยากเล่าความคิดนี้ออกไปจากความจริงใจลึกๆ ของเรา ว่าเราเชื่อแบบนี้ เราพบสิ่งนี้มา เจอสิ่งนี้มา เราอยากเล่าให้คุณฟัง อยากแชร์ให้คุณรู้ ไม่ว่าคุณจะคิดยังไงกับมันก็ตาม อันนี้คือธรรมชาติของการทำหนังที่ผมรู้สึกว่า ผมเป็นคนที่ไม่ใช่คนเก่งหรือพูดมากเล่าอะไรเก่ง แต่ผมรู้สึกว่าเวลาทำหนังเล่าเรื่องให้คนฟัง ผมมีความสุขเวลาได้เห็นรีแอ็กชันของผู้ชม&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/delete-series-netflix/">สำรวจด้านมืดในจิตใจคน กับ DELETE ซีรีส์เรื่องแรกของ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/benzilla/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[ฺBenzilla]]></category>
		<category><![CDATA[River City Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[LOST IN PARADISE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168123</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ติดตามวงการสตรีทอาร์ตคงรู้จัก Benzilla หรือ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข กันดีอยู่แล้วในฐานะศิลปินที่มีสไตล์การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ด้วยคู่สีที่ฉูดฉาด และการใช้คาแรกเตอร์ LOOOK มนุษย์ต่างดาวสามตาที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง เบนซ์ชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เบนซ์ทำงานศิลปะควบคู่กับงานดีไซน์มาตั้งแต่สมัยเรียน และด้วยผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้เบนซ์ได้ร่วมทำงานกับหลากหลายแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีโอกาสได้จัดแสดงงานมานับไม่ถ้วน ในปีนี้เบนซ์กลับมาอีกครั้งกับนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ ‘LOST IN PARADISE’ นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในมายาคติ และวัตถุนิยมในสังคมรอบตัวที่เขาพบเจอ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เราจึงชวนเขามาพูดคุยทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และหากจะมีสักอย่างที่เราได้จากเรื่องราวของเขา มันคงเป็นความคิดที่พยายามบอกเราว่าการรู้เท่าทันตัวเองจะนำมาสู่ชีวิตที่มีความสุข คุณชอบวาดรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเด็กผมชอบพวกเกมการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนนั้นเราก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกม ในเกมมันก็จะมีการออกแบบคาแรกเตอร์ พอเล่นไปเล่นมาก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบเล่นเกม แต่เราชอบดูดีไซน์ ชอบดูแบบโลโก้เกม ชอบดูธีม Art Direction อะไรแบบนี้ พอช่วงประถมเราก็ออกแบบตัวละครเกมให้เพื่อนเล่น ในหนังสือเรียนก็มีแต่การ์ตูนที่เราวาดเต็มไปหมด เราก็ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย&#160; พอช่วงมหาลัยก็สอบเข้าไม่ติดสักอย่าง เราเลือกมหาลัยมั่วๆ ฟลุกได้มาเรียนออกแบบ แล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าว นี่มันสอนที่เรื่องเราชอบนี่หว่า (หัวเราะ) ช่วงนั้นเราชอบสเก็ตบอร์ด เพราะสเก็ตบอร์ดมันก็จะมีกราฟิกต่างๆ แล้วเราก็ชอบ Typography กับ Character ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คืองานเรามันจะมีความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/benzilla/">หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำหรับคนที่ติดตามวงการสตรีทอาร์ตคงรู้จัก <strong>Benzilla</strong> หรือ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข กันดีอยู่แล้วในฐานะศิลปินที่มีสไตล์การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ด้วยคู่สีที่ฉูดฉาด และการใช้คาแรกเตอร์ <strong>LOOOK</strong> มนุษย์ต่างดาวสามตาที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง</p>



<p>เบนซ์ชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เบนซ์ทำงานศิลปะควบคู่กับงานดีไซน์มาตั้งแต่สมัยเรียน และด้วยผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้เบนซ์ได้ร่วมทำงานกับหลากหลายแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีโอกาสได้จัดแสดงงานมานับไม่ถ้วน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168132" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในปีนี้เบนซ์กลับมาอีกครั้งกับนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ <em>‘LOST IN PARADISE’</em> นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในมายาคติ และวัตถุนิยมในสังคมรอบตัวที่เขาพบเจอ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เราจึงชวนเขามาพูดคุยทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และหากจะมีสักอย่างที่เราได้จากเรื่องราวของเขา มันคงเป็นความคิดที่พยายามบอกเราว่าการรู้เท่าทันตัวเองจะนำมาสู่ชีวิตที่มีความสุข</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณชอบวาดรูปตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></h3>



<p>ตอนเด็กผมชอบพวกเกมการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนนั้นเราก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกม ในเกมมันก็จะมีการออกแบบคาแรกเตอร์ พอเล่นไปเล่นมาก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบเล่นเกม แต่เราชอบดูดีไซน์ ชอบดูแบบโลโก้เกม ชอบดูธีม Art Direction อะไรแบบนี้ พอช่วงประถมเราก็ออกแบบตัวละครเกมให้เพื่อนเล่น ในหนังสือเรียนก็มีแต่การ์ตูนที่เราวาดเต็มไปหมด เราก็ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย&nbsp;</p>



<p>พอช่วงมหาลัยก็สอบเข้าไม่ติดสักอย่าง เราเลือกมหาลัยมั่วๆ ฟลุกได้มาเรียนออกแบบ แล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าว นี่มันสอนที่เรื่องเราชอบนี่หว่า (หัวเราะ) ช่วงนั้นเราชอบสเก็ตบอร์ด เพราะสเก็ตบอร์ดมันก็จะมีกราฟิกต่างๆ แล้วเราก็ชอบ Typography กับ Character ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คืองานเรามันจะมีความ Hybrid มากๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตัวละคร ‘</strong><strong>LOOOK’ </strong><strong>มนุษย์เอเลี่ยนสามตามีที่มาจากอะไร</strong></h3>



<p>เอาจริงๆ เราก็มั่วมาเหมือนกัน (หัวเราะ) คือตั้งแต่เด็กเราเป็นคนที่ชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องดวงดาวอะไรแบบนี้ เราก็เลยชอบรูปทรงกลมๆ รีๆ พวกจรวด อวกาศ ประกอบกับว่ามันวาดง่ายแล้วมันก็ดูไม่เป็นคน ไม่เป็นสัตว์ ดูไม่เข้าหมวดหมู่ ไม่เกี่ยวข้องกับอะไรเลย ซึ่งมันตรงกับนิสัยเรา เราเป็นคนที่ไม่เข้าพวก ก็เลยรู้สึกว่าตัวละครนี้มันเหมือนเป็นตัวแทนของคนที่ไม่ fit in กับที่ใดที่หนึ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคยวิเคราะห์ตัวเองในวัยเด็กไหมว่าทำไมเป็นคนไม่เข้าพวก</strong></h3>



<p>นั่นสิ เราก็ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเหมือนคนอื่น&nbsp;</p>



<p>สมมติว่าเราชอบฟังเพลงวงนี้ ทั้งโรงเรียนไม่มีใครฟังเหมือนเราเลย เราเลยมีความรู้สึกโดดเดี่ยวนิดหน่อย แต่ก็เป็นความโดดเดี่ยวที่น่ายินดี หรือถ้ามีสิ่งหนึ่งที่กำลังฮิตมากเลยในโรงเรียน เราก็จะไม่เอาเลย อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวที่อาจจะอยากทำอะไรสนุกๆ ถ้ามีคนทำไปแล้วมันไม่สนุกสำหรับเราแล้วไง เราก็จะหาอย่างอื่นที่มันตื่นเต้นไปเรื่อยๆ ทำให้เราเป็นคนมี Community ที่ชอบหลายๆ อย่าง เราไม่เคยฝังตัวเองว่าเป็นคนแห่งวงการศิลปะเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักออกแบบที่วาดรูปด้วยซ้ำ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168136" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ซึ่งเรารู้สึกว่าตัวคาแรกเตอร์ LOOOK มันไปตอบโจทย์เรื่องนั้น มันเป็นตัวละครที่คอยเฝ้ามองว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร มีดวงตาสามตาใหญ่ๆ เอาไว้มอง ซึ่งดวงตาที่สามมันมาจาก Eye of Wisdom เหมือนการรู้แจ้งบางอย่าง เราอาจจะยังไม่รู้ตอนนี้แต่มันมีอยู่ มันเป็นเรื่องของปรัชญาหน่อยๆ แล้วตัวละคร LOOOK เราดีไซน์ให้มันไม่มีปาก เพราะเราอยากให้ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของทุกคนที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้อยากจะตัดสิน เขาไม่มีปาก เขาไม่พูด ไม่ตัดสินใคร มีแต่การมองเท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนใหญ่งานของคุณจะดูสนุก แล้วตัวตนจริงๆ เป็นแบบนั้นไหม</strong></h3>



<p>ไม่เลย คนรอบๆ ข้างมักจะบอกว่าเราเป็นคนจริงจัง แต่ไม่ค่อยคิดมาก ค่อนข้างชิลๆ ไม่ค่อยคิดอะไรซับซ้อน งานที่ออกมามันก็เลยค่อนข้างดู Innocent</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความเป็นเอกลักษณ์ของการจับคู่เฉดสีที่ชัดเจนมากๆ ในงาน คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่คุณตาบอดสีด้วยหรือเปล่า</strong></h3>



<p>มันก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้เราใส่ใจเรื่องสีมากเป็นพิเศษ อย่างสีที่ใช้ก็เลือกจากการกำหนดพาเลตสีที่ชัดเจน มีหมายเลขรหัสสีของตัวเองเพื่อให้รู้ว่าเรากำลังระบายสีอะไรอยู่ กลายเป็นว่าทำให้วิธีการทำงานเราเป็นระบบระเบียบมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้ตัวตอนไหนว่าตัวเองตาบอดสี</strong></h3>



<p>เราเพิ่งมารู้ตอนเรียนปี 3 ตอนนั้นอาจารย์สั่งให้วาดรูปโมโนโทนเป็นสีขาวเทาดำ เราก็วาดเป็นพอร์เทรต พอเอาไปส่งอาจารย์บอกนี่มันสีชมพูนะใช้ได้ไง เราก็ อ้าว นึกว่าสีเทามาตลอด แล้วก็กลายเป็น อ้าว นี่กูตาบอดสี ฉิบหายละ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>แต่ตอนนั้นก็มีอาจารย์คนหนึ่งเขาดีมากเลย เขาบอกว่า &#8220;เห้ย ไม่เป็นไร บีโธเฟนนี่หูหนวกนะรู้หรือเปล่า แต่เขาก็มีเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อหาวิธีในการทำงาน ในขณะเดียวกันเราก็มีคอมพิวเตอร์ มันก็สามารถกดดูค่าสีได้&#8221; เราก็ใช้วิธีฝึกโดยให้แฟนชี้เหมือนเล่นเกมโชว์ วันหนึ่งก็ชี้สัก 50 อัน พยายามจำเป็นภาพว่าอันนี้สีอะไร พอฝึกไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มดีขึ้น ทำให้วิธีการเลือกสีในงานของเรามันไม่ได้เลือกจากสี แต่เลือกจากน้ำหนักของสีที่มันมีความหนักเบา ซึ่งเอาจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากจะหายนะ เราอยากเป็นแบบนี้แหละ มันมั่วๆ ดี (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สมมติว่ามีเด็กคนหนึ่งอยากเรียนวาดรูป แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความพร้อมหรือไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า คุณอยากบอกอะไรกับพวกเขา</strong></h3>



<p>ผมเคยได้ยินคำหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามันดีมากเลย คือเราใช้สิ่งที่เรามีก็พอ สมัยก่อนเราเป็นเด็กบ้านไม่มีตังค์แล้วมันมีข้อจำกัดเต็มไปหมดเลย ตอนเรียนมีคนจ้างให้ไปวาดกำแพง 10 เมตร ตอนนั้นมีปากกาตราม้าอยู่ด้ามหนึ่ง เราใช้ปากกาด้ามเดียววาด 10 เมตรเลย คือเรามีเท่านี้ก็ใช้เท่านี้ สุดท้ายเราก็เอาตัวรอดมาด้วยของที่เรามี ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน ทั้งกายภาพ สภาพแวดล้อม หรือพ่อแม่อาจจะไม่ชอบ เราก็ทำเท่าที่ทำได้ แอบวาดก็ได้ อย่างเราตาบอดสีก็ทำเท่าที่เราเห็น เราว่ามันเป็นข้อดีนะเพราะว่ามันทำให้เราแตกต่าง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้ทำไมถึงชื่อว่า &#8216;LOST IN PARADISE&#8217;&nbsp;</strong></h3>



<p>ชื่อนิทรรศการ <em>LOST IN PARADISE</em> เกิดจากการที่เมืองไทยชอบถูกเรียกว่า Paradise แล้วเรารู้สึกว่าโคตรปลอมเลยว่ะ ทำไมมันดูปลอมจังวะ เหมือนเวลาไปพัทยาแล้วมี Welcome to Amazing Thailand มันไม่เห็นจะไทยเลย เหมือนเอาไว้แค่หลอกนักท่องเที่ยวซึ่งเราชอบนะ มันดูตลกดี เราก็เลยเอาคำนี้มาใช้ </p>



<p>อีกอย่างหนึ่งคือเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเห็นตามไอจี ตามทีวี โห มัน Bullshit มากๆ เลย<strong> </strong>เช่น เราเห็นคนหนึ่งรวยมาก เพราะเขาอยากให้เราเห็นแค่แบบผิวเผิน อยากให้เห็นแค่ในมุมที่รวยหรือชีวิตดี แต่ความจริงแล้วเขาอาจจะเป็นคนที่มีความลำบากเหมือนเราก็ได้ รวมถึงเรื่องความเชื่อกลุ่มลัทธิ หรือเรื่องสงครามสื่อที่อยากจะครอบงำความคิดให้คนคิดไปในทางที่เขาต้องการ&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันก็คือมายาคติ สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะงั้นเราก็เลยเปรียบมายาคติเหมือนลมที่เราไม่เห็นแต่รู้ว่ามันมีอยู่จริง ซึ่งลมมันก็อาจจะเป็นเรื่องความอยากได้อยากมี ความอิจฉา ความอวย หรือสิ่งที่เป็นความคิดความรู้สึกอัดเข้าไปในลูกโป่ง ลูกโป่งก็เป็นเหมือนตัวแทนของเรา ซึ่งเราเก็บอะไรไว้ข้างในนั้นมากมายจนวันหนึ่งมันไม่ไหวมันอาจจะแตกได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168138" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อะไรเป็นแรงบันดาลใจทำให้คุณสนใจเรื่องมายาคติ</strong></h3>



<p>เราคุยเรื่องแบบนี้กับแฟนบ่อย รู้สึกว่าชีวิตเราคิดไปเองเยอะมากเลย คนเราอยู่กับความเป็นจริงน้อยมากๆ อย่างเช่น โฆษณาที่จูงใจให้เราคล้อยตามอะไรแบบนี้ ซึ่งเราชอบพวกโฆษณา ชอบดูสื่อที่สวยงามที่เป็น Story Telling เพราะมันคือศิลปะการลวง เล่นกับความคิดความรู้สึกเรา เรารู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องน่าสนใจ แล้วก็คิดว่าถ้าเราหลุดจากมายาคติได้หรือรู้ว่ามันมีอยู่ ชีวิตเราคงจะมีความสุขมากขึ้น รู้เท่าทันมากขึ้นเยอะเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วมายาคติของคุณตอนนี้คืออะไร</strong></h3>



<p>ตอนนี้อยากประสบความสำเร็จ อยากรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จจนรู้สึกพอใจ แต่เรารู้นะว่าเราใกล้แล้ว ใกล้พอใจแล้ว ก็เลยเบาลงไม่ค่อยบ้าเหมือนเมื่อก่อน จริงๆ ตอนนี้ก็พอใจแล้วแต่แค่ Transition ยังไม่เสร็จ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณรู้ได้ยังไงว่าจุดไหนที่ตัวเองรู้สึกพอใจแล้ว</strong></h3>



<p>เราไม่ได้คิดเป็นรูปธรรมนะ คือจิตใจเราถูกฝึกฝนจนมีความสงบมากพอที่จะรู้ว่าเราพอใจแล้วหรือยัง เรารู้ว่าใกล้แล้วเพราะเตือนสติตัวเองอยู่ตลอดว่าต้องอย่าไปหลงกับสิ่งรอบตัวมากนะ ต้องอยู่กับความสงบสุขให้เป็น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในฐานะที่คุณเป็นศิลปินที่มีโอกาสได้ทำงานกับแบรนด์มากมายทั้งไทยและต่างประเทศ คิดว่างาน Commercial มีผลต่อศิลปินหรือนักออกแบบไหม</strong></h3>



<p>ไม่มีผลเลย เราชอบมากๆ เพราะว่าทำอาชีพนั้นมาก่อน เราชอบที่จะเอางานเราเข้าไปอยู่กับสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ชอบโคตรเลย สมมุติว่าเราทำกับกาแฟแบรนด์หนึ่ง เขามีเอกลักษณ์แบบนี้ เราก็เข้าไปอยู่ในโลกของเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยว คือบางแบรนด์อาจจะลึก บางแบรนด์อาจจะตื้น แต่เรารู้สึกว่ามันน่าค้นหาดี ทั้งสี ทั้ง Mood และ Tone ทั้ง Communication ที่เขาทำมา มีมุมไหนที่จะเข้ากับงานเราได้บ้าง มุมไหนที่เราจะไปทำกับเขาแล้วมันสมเหตุสมผล แล้วมันทำให้ตัวละครเราถูกบิดไปตามโอกาส มันเลยสนุก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เวลาคิดงานไม่ออกคุณทำยังไง</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168140" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใช้วิธีหยุดเลยครับ ถ้าเมื่อก่อนยังมีเวลาก็จะไปดูหนังเพราะมันจะดึงเราออกไปเลย เราอินกับการดูหนังมาก บ้ามาก แต่หลังๆ ไม่ค่อยมีเวลาก็จะใช้วิธีหยุดแล้วก็ใจดีกับตัวเราเองบ้าง อาจจะเป็นอีโก้ด้วยมั้ง รู้ตัวอีกทีก็มีความเครียดเยอะมากเลย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหัวใจเต้นแรง อย่างแบบนี้เริ่มไม่ดีแล้ว รู้สึกว่าอันตราย เพราะมันคิดไม่ออกก็ไม่อยากจะตะบี้ตะบันคิด ก็ดูหนัง ดูการ์ตูน สั่งของอ้วนๆ มากิน อาบน้ำร้อนๆ พออารมณ์ดีมันก็คิดออกเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนหน้าที่จะมีลูกสาว คุณเป็นคนที่วางแผนชีวิตตัวเองชัดเจนขนาดไหน</strong></h3>



<p>โอ้ย ชีวิตเราวางไว้ต่ำมากเลย (หัวเราะ) อยากจะไปเที่ยวเมืองนอก อยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น มีความฝันแค่นี้เลยแต่พอมีลูกสาวแล้วเปลี่ยนสุดๆ เราอยากจะมีชีวิตสงบสุข เรารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรไม่ต้องการอะไร ตอนนี้เราไม่ได้อยากจะมีเพื่อนเยอะๆ หรือมีปัญหามากมาย เราอยากอยู่กันแค่วงเล็กๆ รักกัน หวังดีกัน ใช้ชีวิตเรียบง่าย เช้าไปส่งลูกเสร็จกลับมาทำงาน บ่ายง่วงๆ ก็สั่งขนมมากิน เย็นก็วาดรูป เงินทองมีพอที่จะซัพพอร์ตไม่เดือดร้อนใคร จบ แค่นี้แหละ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ลูกสาวมีผลต่อการทำงานของคุณยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>มีสุดๆ คือตัวละคร LOOOK เราเจตนาให้เป็นเด็ก เราเลยยิ่งรู้ว่ามันไม่เหมือนที่เราเคยคิด พฤติกรรมบางมุมของเด็กที่เราคิดว่าเขาไม่คิด จริงๆ เขาคิดนะเว้ย เด็กไม่ใช่ผ้าขาว อันนี้เราคอนเฟิร์มเลย เพราะทุกคนมันมี Software OS ติดตั้งมาตั้งแต่ตอนเกิด สิ่งที่เขาดู สิ่งที่เขาชอบ บทสนทนาของเขามันทำให้เราเปลี่ยนไป พอลูกเราโตขึ้นความสัมพันธ์เปลี่ยน มุมมองเปลี่ยน งานเราก็จะเปลี่ยนไปอีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มวาดรูปจริงจังจนถึงตอนนี้ คิดว่าลายเส้นของตัวเองเปลี่ยนไปไหม</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168143" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลายเส้นซอฟต์ลงเยอะเลย เพราะเมื่อก่อนงานเราจะตัดเส้นหนักๆ สีแรงๆ เข้มๆ พอช่วงโควิดงานก็อยู่ในบ้านเต็มไปหมด แล้วเราก็คงไม่อยากอยู่ในบ้านที่บรรยากาศอึดอัด พอเราใช้สีที่มันหนักๆ เราก็รู้สึกแบบ เหนื่อยว่ะ อยากจะอยู่ในบรรยากาศชิลๆ สบายๆ เห็นแล้วรื่นตาบ้าง พอมีลูกอีกก็หนักเลย สีจะพาสเทลอยู่แล้ว เพราะลูกก็มีอิทธิพลกับเรา เวลาเขาทำอะไรเราก็ชอบดู สงสัยว่าเขาวาดตัวอะไรวะ เราก็รู้สึกสนุก เพราะมัน Pure มาก ซึ่งอันนี้มันคือสิ่งที่ขาดหายไปจากตัวเรานะ แล้วเราก็รู้สึกว่าหลังจากนี้มันก็จะค่อยๆ จางลง คิดว่ามันจะจืดกว่านี้อีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วในแง่ของตัวตนล่ะ</strong></h3>



<p>โคตรเปลี่ยน แต่ก่อนเราจะเป็นคนที่ชอบทำอะไรที่มันอิมแพกต์แรงๆ น่าจะเป็นรสนิยมแบบวัยรุ่นแหละ ชอบแบบฟังเพลงแรงๆ ชอบทำอะไรชัดๆ พอช่วงโควิดมันก็มาเปลี่ยนพฤติกรรมเรา ไม่ค่อยอยากออกไปข้างนอกแล้วรู้สึกอยากสงบ พอมันมีเวลาคิดเยอะขึ้นก็เลยมีเวลาตกตะกอนมากขึ้น เมื่อก่อนตอนเราเด็กกว่านี้อาจจะรู้สึกว่าเราอยากจะเป็นอันดับต้นๆ ของวงการศิลปะ หรืออยากจะสำเร็จในอาชีพแบบมากๆ แต่พอเวลาผ่านไปเราก็พอใจกับความพยายามของตัวเอง กลายเป็นคนพอใจง่าย แค่มีคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อก็รู้สึกโอเค สเต็ปต่อไปเราก็ตั้งใจว่าจะทำงานด้วยความสงบสุข มีใจที่นิ่งสงบ ทำงานด้วยความอิ่มเอม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครมาชอบ ดูแก่ไหม (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168141" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตอนนี้เราไม่ได้คาดหวังว่าต้องไปไกลแค่ไหน เมื่อก่อนเราจะไม่ใช่แบบนี้เลย เราจะมีความอยากมาก ต้องได้ที่นี่ ต้องไปที่นั่น ซึ่งความคิดแบบนี้ก็เป็นวิธีอยู่แบบสงบสุขของเราในตอนนี้นะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้เปรียบเทียบชีวิตตอนนี้เป็นเพลงหรือหนังที่ตัวเองชอบ</strong></h3>



<p>ก็คล้ายๆ เพลงของ Post Malone มีความเรื่อยๆ แต่ก็เพลินๆ ไม่ค่อยฟูมฟายมาก ถ้าเป็นหนังก็เป็นหนังของ Wes Anderson หรือ Woody Allen ที่มีความเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ต้องเป็นแบบ Marvel หรือ Fast &amp; Furious อะไรแบบนี้เลย แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว เหนื่อย แต่เราก็ไม่รู้อนาคต อาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในแง่ของการทำงาน มีอะไรที่คุณอยากลองแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำอีกไหม</strong></h3>



<p>เกม เพราะเราชอบเล่นเกมไง (หัวเราะ) อยากทำเกมแบบ Final Fantasy ที่มีเนื้อเรื่อง ต้องค้นหาเก็บเลเวล มีพรรคพวก เราจะได้ดีไซน์โลกของมัน เกมมือถือก็ได้นะ ถ้ามีใครอ่านแล้วอยากทำเกมโทรมาเลย เราโคตรอยากทำ ลูกค้าเข้าได้ครับ (หัวเราะ)</p>



<p>นิทรรศการ <em>LOST IN PARADISE</em> จัดแสดงระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม &#8211; 25 มิถุนายน 2566 ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 River City Bangkok</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/benzilla/">หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ-ไทย-เวลา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลป พีระศรี]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป พีระศรี]]></category>
		<category><![CDATA[BACC]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167972</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&#160;ปี&#160;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&#160;พีระศรี&#160;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&#160; อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531 นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&nbsp;พีระศรี&nbsp;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย</p>



<p>หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531</p>



<p>นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ ดนตรี และการแสดงอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะรูปแบบขนบไปจนถึงรูปแบบใหม่ล้ำสมัยของศิลปินระดับโลกและศิลปินไทย ทั้งที่เป็นศิลปินอาวุโสไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ในขณะนั้น จนทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหมายเป็นอย่างยิ่งในฐานะหอศิลป์ของสาธารณชนแห่งแรก งานต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ หอศิลป พีระศรี สะท้อนสภาวะของสังคมไทยในขณะนั้น และสร้างแนวทางความต่อเนื่องของศิลปะที่สืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของ หอศิลป พีระศรี และสร้างความสนใจศึกษาถึงการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ของหอศิลป พีระศรี ผ่านนิทรรศการจดหมายเหตุและผลงานศิลปะ เพื่อเป็นฐานความรู้และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ ต่อยอด และเผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167985" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167980" width="840" height="560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /><figcaption>การเดินทางเข้ามาสู่สยามของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายราชสำนักสยามที่แสวงหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ ในสรรพวิชาการจากโลกตะวันตกเข้ามาทำการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อป้องกันต้านทานการล่าอาณานิคมที่เริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 อีกทั้งชนชั้นนำสยามต้องทำการปรับตัวในด้านต่างๆ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167982" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>&#8216;ศิลปะนามธรรม&#8217; เริ่มปรากฏให้สังคมไทยได้รู้จักพบเห็นหลังการเสียชีวิตของศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี (14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) จนเกิดเป็นข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มศิลปินหัวใหม่และหัวเก่าในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พ.ศ. 2507 โดยมีกลุ่มศิลปิน 14 คนขอถอนตัวออกจากการแสดงครั้งนี้ เนื่องจากไม่พอใจผลการตัดสินที่ให้รางวัลเหรียญทองกับผลงานแนวจิตรกรรมประเพณี แต่ผลงานสมัยใหม่หลายชิ้นถูกปฏิเสธการได้รับรางวัล </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption>เมื่อศิลปะแบบตะวันตกเริ่มไหลบ่าสู่การรับรู้ของสังคมไทย ศิลปะแบบประเพณีโบราณดั้งเดิมจึงถูกละเลยมองข้าม คนเรียนศิลปะวัยหนุ่มสาวไม่นิยมสนใจ แม้ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี จะบรรจุแทรกวิชาศิลปะประเพณีไทยเข้าไว้ในหลักสูตร ก็ไม่สามารถกระตุ้นเร้าให้เกิดความสนใจเป็นวงกว้างได้ มีเพียงคนทำงานศิลปะดังเช่น อังคาร กัลยาณพงศ์, พิชัย นิรันต์, ช่วง มูลพินิจ, ถวัลย์ ดัชนี และ จักรพันธ์ุ โปษยกฤต ที่นำคุณลักษณะเด่นของงานศิลปะประเพณีไทยมาผสมผสานเข้ากับศิลปะตะวันตก เพื่อพัฒนา ประยุกต์ คลี่คลาย สร้างสรรค์ผลงานให้แตกต่างไปจากยุคอดีต</figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168007" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168008" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>หอศิลป พีระศรี ในช่วง พ.ศ. 2528 เป็นช่วงปีที่มีความเคลื่อนไหวคึกคักอย่างมาก เต็มไปด้วยศิลปะเชิงทดลองในนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแนวล้ำยุคของกลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้า สะท้อนความคิดในการต่อต้านความงามตามขนบ &#8216;เวทีสมั่ย&#8217; เป็นกิจกรรมนัดพบทางศิลปะที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ โดยเล็งเห็นถึงแนวทางสร้างงานใหม่ในช่วงนั้นที่จะไม่แขวนบนผนังอีกต่อไป สมควรมีเวทีให้กับศิลปินสร้างงานที่แตกต่างแหวกแนว เปิดโอกาสให้ศิลปินแขนงต่างๆ ก้าวขึ้นมาแสดงความสามารถร่วมกัน ทดลองทำงาน และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างอิสระ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168009" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168010" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ในเวลากลางวันหอศิลป พีระศรี เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะ แต่ในเวลากลางคืนก็ได้กลายเป็นที่จัดงานคอนเสิร์ตและละครอีกด้วย การจัดรายการเหล่านี้มีผลกับการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมที่มาเยือนหอศิลป พีระศรี และเป็นการสร้างรายได้ไปในตัวอีกด้วย ความคึกคักของละครเวที หอศิลป พีระศรี ได้นำเสนอผลงานของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยว กลุ่มสองแปด กลุ่มซูโม่ และการจัดละครไนท์สปอตเรื่อง &#8216;ลอดิลกราช&#8217; ของภัทราวดี มีชูธน เป็นต้น </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168012" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>นิทรรศการ &#8216;ศิลปะ-ไทย-เวลา&#8217; เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี &#8211; โครงการ 100 ปี คอร์ราโด เฟโรชี (ศิลป พีระศรี) ถึงสยาม จัดแสดงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ มูลนิธิหอศิลป พีระศรี และ มหาวิทยาลัยศิลปากร </p>



<p>หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์: ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ทีมภัณฑารักษ์: นำทอง แซ่ตั้ง, ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร, สิทธิธรรม โรหิตะสุข และ ณรงค์ศักดิ์ นิลเขต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BRIDGE ART AGENCY เอเจนซีที่พาศิลปะมาพบปะผู้คนและดนตรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bridge-art-agency/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[BRIDGE ART AGENCY]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167953</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bridge Art Agency คือเอเจนซีที่อยากทำให้ศิลปะอยู่ใกล้ตัวผู้คนมากขึ้น จึงสร้างคอมมูนิตี้เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างศิลปะ ผู้คน และดนตรีเข้าด้วยกัน&#160; เอเจนซีศิลปะแห่งนี้ที่เกิดจากการวมกันของผู้ก่อตั้งสามคนที่มาจากวงการความคิดสร้างสรรค์หลากหลายแขนง คนแรกคือ ‘ยอร์ช–มงคล รัตนภักดี’ หรือที่รู้จักในชื่อ NEV3R หนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการสตรีทอาร์ตไทย คนต่อมาคือ ‘พลอย–ชัญญา มูรามัสสึ’ ผู้มีประสบการณ์ด้านการตลาด แบรนดิ้ง และแฟชั่น และคนสุดท้ายคือ ‘อาเธอร์–กมลกร รักษ์อาจ’ ผู้มีประสบการณ์ด้านการจัดการสื่อบันเทิงเข้ามาเสริมทัพ&#160; “เราอยากจะทำโปรเจกต์ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่กับแกลเลอรีหรือมิวเซียมเท่านั้น เราอยากจะสร้างสเปซใหม่ๆ ที่เหมาะกับงานแล้วก็สนุกได้พร้อมๆ กันได้ด้วย” อาเธอร์เอ่ยประโยคนี้ระหว่างเรานั่งคุยกัน ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้พวกเขาทั้งสามลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ศิลปะไม่ถูกตีกรอบแค่การแสดงงานเพียงอย่างเดียว เมื่อผู้คนพร้อม แบรนด์พร้อม และพวกเขาทั้งสามพร้อม จึงลุกขึ้นมาก่อตั้งเอเจนซีศิลปะที่รวบรวมตัวละครต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาร์ตคัลเจอร์มาอยู่ในงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ดนตรี อาหาร ศิลปินหน้าใหม่ ด้วยความหวังว่าจะช่วยยกระดับวงการศิลปะในบ้านเราให้ไปไกลถึงระดับโลก จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นได้ยังไง พลอย: เรากับพี่ยอร์ชรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่พี่ยอร์ชเป็นศิลปินอยู่แล้ว เราก็ไปช่วยเป็นเมเนเจอร์ให้ในตอนแรก พอมาเจออาเธอร์ก็มีไอเดียชวนมาทำ Art Agency กัน จุดเริ่มต้นก็เกิดขึ้นในวงปาร์ตี้นี่แหละ (หัวเราะ) ยอร์ช: เปิดเรื่องมากำลังดีๆ อยู่แล้ว ไปบอกความจริงเขาทำไมเนี่ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bridge-art-agency/">BRIDGE ART AGENCY เอเจนซีที่พาศิลปะมาพบปะผู้คนและดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Bridge Art Agency คือเอเจนซีที่อยากทำให้ศิลปะอยู่ใกล้ตัวผู้คนมากขึ้น จึงสร้างคอมมูนิตี้เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างศิลปะ ผู้คน และดนตรีเข้าด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>เอเจนซีศิลปะแห่งนี้ที่เกิดจากการวมกันของผู้ก่อตั้งสามคนที่มาจากวงการความคิดสร้างสรรค์หลากหลายแขนง คนแรกคือ ‘ยอร์ช–มงคล รัตนภักดี’ หรือที่รู้จักในชื่อ NEV3R หนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงในวงการสตรีทอาร์ตไทย คนต่อมาคือ ‘พลอย–ชัญญา มูรามัสสึ’ ผู้มีประสบการณ์ด้านการตลาด แบรนดิ้ง และแฟชั่น และคนสุดท้ายคือ ‘อาเธอร์–กมลกร รักษ์อาจ’ ผู้มีประสบการณ์ด้านการจัดการสื่อบันเทิงเข้ามาเสริมทัพ&nbsp;</p>



<p>“เราอยากจะทำโปรเจกต์ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่กับแกลเลอรีหรือมิวเซียมเท่านั้น เราอยากจะสร้างสเปซใหม่ๆ ที่เหมาะกับงานแล้วก็สนุกได้พร้อมๆ กันได้ด้วย” อาเธอร์เอ่ยประโยคนี้ระหว่างเรานั่งคุยกัน ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้พวกเขาทั้งสามลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่ทำให้ศิลปะไม่ถูกตีกรอบแค่การแสดงงานเพียงอย่างเดียว</p>



<p>เมื่อผู้คนพร้อม แบรนด์พร้อม และพวกเขาทั้งสามพร้อม จึงลุกขึ้นมาก่อตั้งเอเจนซีศิลปะที่รวบรวมตัวละครต่างๆ ในอุตสาหกรรมอาร์ตคัลเจอร์มาอยู่ในงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ดนตรี อาหาร ศิลปินหน้าใหม่ ด้วยความหวังว่าจะช่วยยกระดับวงการศิลปะในบ้านเราให้ไปไกลถึงระดับโลก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นได้ยังไง</strong></h3>



<p>พลอย: เรากับพี่ยอร์ชรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่พี่ยอร์ชเป็นศิลปินอยู่แล้ว เราก็ไปช่วยเป็นเมเนเจอร์ให้ในตอนแรก พอมาเจออาเธอร์ก็มีไอเดียชวนมาทำ Art Agency กัน จุดเริ่มต้นก็เกิดขึ้นในวงปาร์ตี้นี่แหละ (หัวเราะ)</p>



<p>ยอร์ช: เปิดเรื่องมากำลังดีๆ อยู่แล้ว ไปบอกความจริงเขาทำไมเนี่ย (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167959" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พลอย: เราแค่จะบอกว่าทุกอย่างในวงเหล้ามันเกิดขึ้นได้ หลังจากที่คุยกันพวกเราก็เริ่มทำโปรเจกต์นี้กัน บังเอิญว่าในตอนนั้นโชคดีมีผู้ใหญ่สนับสนุนก็ได้งานมา ช่วงปีแรกๆ ด้วยความที่ยังมีงานอื่นที่ทำกันอยู่แล้ว เลยไม่ได้โฟกัสกันแบบจริงจังมาก จนปีที่แล้วเราย้ายไปที่ญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าต้องจริงจังกว่านี้ก็เริ่มหางานรับงานหลากหลายมากขึ้น และมีลูกค้าติดต่อเข้ามามากขึ้น&nbsp;</p>



<p>อาเธอร์: ซึ่งจริงๆ แล้วที่ตั้งชื่อว่า Bridge Art Agency เพราะพวกเราอยากจะเป็นเหมือน Bridge ที่เชื่อมระหว่างศิลปะกับผู้คน เราไม่อยากให้ศิลปะมันเป็นเรื่องที่ไกลตัวเกินไป อยากให้ศิลปะเป็นสะพานที่สามารถข้ามไปสู่ดนตรี แฟชั่น อาหาร หรือเรื่องอื่นๆ ได้ทุกอย่าง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นแค่ Fine Art อย่างเดียว ซึ่งมันต้องเริ่มต้นจากตัวเรา เพื่อน คนที่เราชอบ ถ้าอนาคตเราแข็งแรงมากพอก็จะเชื่อมคนที่ไกลมากขึ้น เราเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่อยากมีคอมมูนิตี้เพื่อนพี่น้องมาพบปะกัน มาสนุกด้วยกัน ก็เลยเกิดชื่อ Bridge ขึ้นมาเป็นสะพานเชื่อมคนที่รักกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปกติเวลาพูดถึงนิทรรศการศิลปะคนก็จะนึกถึงแกลเลอรีกันมากกว่า แต่ทำไมคุณถึงเลือกที่จะทำเป็นเอเจนซี&nbsp;</strong></h3>



<p>อาเธอร์: ช่วงที่พี่พลอยไปเป็นเมเนเจอร์ให้พี่ยอร์ช เราก็เห็นโอกาสว่าควรทำเป็นอาร์ตเอเจนซี เพราะว่าเราไม่ได้อยากยึดติดกับคำว่าแกลเลอรี ปกติเวลาทำงานเราจะเห็นว่าศิลปินส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาร์ตแกลเลอรี แบบ Residency แต่เราอยากจะทำโปรเจกต์ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่กับแกลเลอรีหรือมิวเซียมเท่านั้น เราอยากจะสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ที่เหมาะกับงานแล้วก็สนุกได้พร้อมๆ กันได้ด้วย เรารู้สึกว่าพี่ยอร์ชเป็นคนทำงานที่มีคาแรกเตอร์ และนิทรรศการของพี่ยอร์ชเองก็ไม่ค่อยได้เข้าไปแสดงในแกลเลอรีอยู่แล้ว ก็เลยมองในมุมของเอเจนซี เพราะวิธีการทำงานมันจะกว้างกว่า ไม่จำเป็นจะต้องยึดติดแค่แสดงงานอย่างเดียว อีกอย่างคืออาร์ตเอเจนซีในไทยก็ยังไม่มี ถ้าอย่างนั้นเราก็ลองทำดูแล้วกัน</p>



<p>ยอร์ช: แต่ต้องบอกก่อนว่าเราก็ไม่ได้แอนตี้แกลเลอรีนะ แค่เราไม่อยากตีกรอบให้ตัวเองว่าเราจะต้องอยู่ที่ไหนมากกว่า เราต้องดูว่างานไหนเหมาะกับอะไรมันจะได้สนุก อีกอย่างคือวิธีการมองศิลปินของเรากับคนของแกลเลอรีนั้นก็มีมุมมองที่แตกต่างกันด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่ว่าแตกต่างกันนั้นคืออะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>ยอร์ช: เราจะมองศิลปินก่อนแล้วค่อยดูสถานที่ สมมติว่ามีแกลเลอรีแห่งหนึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยม เรารู้สึกว่าต่อให้เปลี่ยนศิลปินไปแล้วหลายๆ คนก็ยังเป็นห้องสี่เหลี่ยมเหมือนเดิม ต่อให้ทำหรือสร้างอะไรใหม่มันก็ยังยากที่จะปรับเปลี่ยน แต่ถ้าเป็นสถานที่ที่ศิลปินชอบ เราสามารถเล่นอะไรก็ได้ ต่อให้จะจัดแค่ไม่กี่วันมันก็ยัง happening ในมุมมองของเขา และมุมมองของคนจัดก็ทำให้เราสนุกไปด้วย </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167966" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167967" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อาเธอร์: เรารู้สึกว่าอาร์ตสเปซคือที่ไหนก็ได้ เราเคยไปจัดในสวนสัตว์ที่เขาใหญ่ แล้วก็มีงานที่เอาห้องร้างๆ ห้องหนึ่งมาจัดเป็นนิทรรศการจริงจัง เอางานอาร์ตมาตั้ง มีดีเจเปิดเพลง มันก็กลายเป็นนิทรรศการที่แตกต่างจากคนอื่น หรือนิทรรศการยานที่เพิ่งจัดไป ตอนแรกคุยกับแกลเลอรีไว้ แต่พอคุยเสร็จเขาก็หายไป ไม่คอนเฟิร์มเราสักที สุดท้ายก็เลยมาจบที่โครงการ 515Victory ก็รู้สึกว่าเราก็โชคดีกับเรื่องสเปซมากเหมือนกัน เรามักจะมาเจอที่ๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้ แล้วก็ดีมากเหมาะกับงานเรานาทีสุดท้ายตลอดเลย</p>



<p>ยอร์ช: ตั้งแต่ทำนิทรรศการมาทำให้เรารู้ว่าถึงจะเปิดนิทรรศการไป 2 อาทิตย์ยังไงมันก็ขายได้วันแรกกับวันสุดท้ายอยู่ดี ดังนั้นเรามีภาพเดียวกันกับศิลปินว่าวันแรกมันต้องทำให้ดีไปเลย แสดงแค่ 7-10 วันพอ เพราะวันที่เหลือมันก็เงียบ เราก็ไม่ได้อยากให้จัด 3 เดือนแล้วศิลปินมาได้บ้างไม่ได้บ้าง คนที่มาดูเขาก็ไม่ได้อะไร เรารู้สึกว่าการมาแล้วได้เจอศิลปิน ได้พูดคุยกันแบบนี้มันดีกว่า เพราะมันเป็นโมเมนต์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าอะไรทำให้คนที่เคยมางานแล้วอยากกลับมาอีก</strong></h3>



<p>อาเธอร์: สิ่งเดียวที่เราเห็นเวลาจัดนิทรรศการทุกครั้งคือคนเมาแล้วไม่ยอมกลับบ้านกันเพราะสนุก มันคือปาร์ตี้ที่เราจะมอบให้ตอนจบนี่แหละ คอมมูนิตี้สำหรับเราไม่ใช่แค่ตัวศิลปินนะแต่มันคือทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นแสงสี ดีเจ อาหาร ผู้คน ก็เป็นคอมมูนิตี้ด้วยกันหมด อย่างการเลือกเพลงคือเรื่องสำคัญมากสำหรับพี่ยอร์ช เราต้องเลือกเพลง เลือกดีเจที่เหมาะกับนิทรรศการนั้นด้วย รวมไปถึงเรื่องอาหารเราก็ใส่ใจมาก เพราะอาร์ตสามารถเปลี่ยนไปเป็นของกินได้ เราก็เลยทำเป็น Ceremony Chocolate ซึ่งแบรนด์นี้ก็เป็นสายอาร์ตอยู่แล้ว เราคิดว่าอาร์ตไม่จำเป็นต้องอยู่บนแคนวาสอย่างเดียว แต่มันสามารถอยู่ในสิ่งที่เรากิน ดนตรีที่เราฟังได้หมดเลย</p>



<p>ยอร์ช: เราถึงบอกว่าคุณต้องอยู่ให้จบงาน เพราะว่าคุณจะได้ไปครบทุกรสชาติเลย คนที่มางานพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของงานที่เราจัด เพราะฉะนั้นพอคนมาแล้วสนุก อันนั้นคือสิ่งที่มันถูกต้องแล้ว หลายๆ คนที่มาจอยกันก็เป็นคนที่เรารู้จักอยู่แล้ว ทั้งดีเจ ทีมเครื่องเสียงก็เป็นน้องที่เราทำงานมาด้วยกัน แล้วพอจบงานก็เหมือนเราได้เที่ยวตอนทำงานด้วย แม่งโคตรดี อยู่ดีๆ กูก็มีปาร์ตี้ตอนจบ คนมันจะจำงานนี้ได้ตอนจบนี่แหละ คุณลองอยู่ให้ถึงตอนจบแล้วคุณจะรู้ว่ามันสนุกจริง คุณต้องลองเปิดใจ</p>



<p>อาเธอร์: อย่าใช้คำว่าเชิญชวน เรียกท้าทายเลยแหละ (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งสามคนชอบศิลปะก็จริงแต่ความถนัดไม่เหมือนกันเลย แบบนี้เวลาทำงานแบ่งหน้าที่กันยังไงบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>อาเธอร์: พี่ยอร์ชเป็นศิลปินแล้วก็เป็นคิวเรเตอร์หลักของงาน พี่พลอยก็จะดูพาร์ตที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งหมด ส่วนเราก็จะดูฝั่งครีเอทีฟ แล้วก็จะมีช่วยพี่ยอร์ช curate ด้วย แต่จริงๆ เราก็ไม่ได้แบ่งขนาดนั้น เพราะพวกเราก็จะแชร์ความเห็นกันตลอด หน้าที่จึงแบ่งแยกชัดเจนแต่ความรับชอบร่วมกัน ถ้าเปรียบเป็นการทำหนังเรื่องหนึ่ง พวกเราก็คือ Executive Producers</p>



<p>ยอร์ช: เรามีชื่อเรื่องก็โยนให้อาเธอร์บอกว่าอยากทำเรื่องนี้ อาเธอร์คิดว่ามันน่าจะเป็นมู้ดแบบไหน หน้าที่พลอยก็ไปดูงบว่าเกินไหม ถ้าเกินก็ไม่ได้ทำ ถ้ามีสปอนเซอร์เยอะก็มีโปรดักชันใหญ่หน่อย แต่ทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การพูดคุยร่วมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การปรับจูนวิธีคิดเพื่อทำงานร่วมกันจำเป็นต้องอาศัยเรื่องอะไรบ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>ยอร์ช: อุปสรรคสำหรับเราคือสองคนนี้นี่แหละ เพราะแม่งขัดกูตลอด (หัวเราะ) คือพอเราคิดเสร็จแล้วอธิบายเป็นแบบนี้ๆ นะ แล้วเราก็ค่อยสโคปมา สองคนนี้ก็ขัดผมอีกแล้ว มึงก็อย่าเพิ่งดิ ให้กูพูดก่อน อย่าเพิ่งรีบตัดบทขนาดนั้น จินตนาการกำลังพลุ่งพล่านเลย แต่พอพลอยบอกเรามีเงินแค่เท่านี้นะพี่ยอร์ช โถ่ อดเลย (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>อาเธอร์: นี่ระบายความในใจเหรอ (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167965" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ยอร์ช: แต่การที่เราทำตามใจตัวเอง มันไม่มีอะไรยากอยู่แล้ว ข้อจำกัดน้อยมาก ตอนนี้ที่มันสนุกยังไม่เต็มที่เพราะว่าเงินไม่พอ ที่ทำมานี่คือจ่ายกันเองหมดนะ ไม่มีสปอนเซอร์เลย สปอนเซอร์เขาคงคิดในใจว่ามึงช่วยบอกเร็วหน่อยได้ไหม เพราะเราจะทำอะไรแบบ Last Minute ตลอด เราใช้เวลาคิดกันนาน พอจะทำก็ทำเลย ซึ่งทำแบบนี้มันไม่ได้เพราะต้องมีระยะเวลาให้ลูกค้าด้วย แต่ก็โชคดีที่เรายังมีเพื่อนพ้องคอยซัพพอร์ตกันตลอด</p>



<p>พลอย: สำหรับเราไม่ได้รู้สึกว่ามันยากเลย เพราะเราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะไปทางไหนตั้งแต่แรก เราแค่รู้สึกว่าจะตั้งใจทำให้มันสนุกที่สุด อะไรที่ชอบเราก็จะทำ พออยากทำมันก็ไม่รู้สึกว่ายาก เราไม่ได้ถึงขั้นแบบต้องวิ่งหาลูกค้าหรือตามใจลูกค้าทุกอย่าง แต่ในช่วงปีแรกๆ ด้วยความที่พวกเราก็ยังมีงานอื่นที่ทำกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้จริงจังมาก บังเอิญว่าในตอนแรกโชคดีมีผู้ใหญ่สนับสนุนก็ได้งานมา จนปีที่แล้วเราย้ายไปญี่ปุ่นก็รู้สึกว่าต้องจริงจังกว่านี้ ก็เริ่มหางานรับงานหลากหลายมากขึ้น มีลูกค้าติดต่อมากขึ้น พอฟีดแบ็กดีเรื่อยๆ เราก็อยากทำให้มันดี ไม่ได้อยากให้เป็นแค่งานเสริม ตอนนี้พวกเราก็โฟกัสงานนี้เป็นหลักเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนใหญ่งานที่คุณจัดจะมีแต่ศิลปินรุ่นใหม่ คุณมีวิธีเลือกผลงานมาแสดงอย่างไร</strong></h3>



<p>ยอร์ช: พาร์ตการเลือกศิลปินมาแสดงงานส่วนมากเราจะเจอเอง เช่น เรานั่งคุยกับคนหนึ่งแล้วรู้ว่าเขาวาดรูป เราก็ขอดูงาน ถ้าครั้งหน้ามีโปรเจกต์เราก็ชวนเขามาทำ ซึ่งเมื่อก่อนปกติเวลาเราไปเที่ยวมันไม่มีใครอยากคุยเรื่องการทำงานหรอก เราก็คงไม่ไปนั่งกินแล้วบอกว่ากูวาดรูปอยู่ คือเราก็คุยกันเรื่องไร้สาระทั่วไป แต่พอเราทำ Bridge Art Agency กลายเป็นว่าเรานั่งคุยเรื่องวาดรูปเยอะมาก ซึ่งเราก็คิดกับตัวเองนะว่ากูคุยเรื่องนี้เยอะเกินไปเปล่าวะ แต่บางคนเขาก็ไม่เคยคุยเรื่องแบบนี้ก็ทำให้มีโอกาสคุยกันมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>อีกส่วนคือเราได้เจอศิลปินตอนทำนิทรรศการด้วย เพราะพอได้อยู่ในพื้นที่ศิลปะ เขาจะกล้าพูดกับเราในเรื่องที่ไม่กล้าพูดกับใคร ก็เลยกลายเป็นพื้นที่ที่เรารู้สึกว่ามันสนุกดี พอเรามีพื้นที่แบบนี้ให้คนที่ชอบแบบเดียวกันได้คุยกัน มันก็กลายเป็นคอมมูนิตี้โดยไม่รู้ตัว</p>



<p>อาเธอร์: มันคือไลฟ์สไตล์ของพวกเราทั้งสามคน&nbsp;</p>



<p>พลอย: ซึ่งในพาร์ตของ Business Plan เราจะมีสองข้อง่ายๆ คือ Exhibition กับ Non-exhibition พาร์ต Exhibition คือเราจะจัดนิทรรศการให้กับศิลปิน พี่ยอร์ชก็จะเป็นคน curate เอง หรืออีกกรณีคือมีคนสนใจอยากให้เราไป curate ให้ศิลปินของเขา ส่วนพาร์ต Non-exhibition คือการที่มีองค์กรหนึ่งอยากให้เราหาศิลปินมาทำผลงานให้เขา พอเราตีโจทย์คอนเซ็ปต์เสร็จแล้วพี่ยอร์ชก็จะ curate ให้ศิลปินมาทำ หรือการที่มีแบรนด์หนึ่งอยากให้ศิลปินมาดีไซน์โปรดักต์ เราก็มีหน้าที่ไปหาศิลปินให้มันเหมาะกับแบรนดิ้งของเขา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อก่อนศิลปินมักจะนิยมจัดนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง แต่ตอนนี้มีนิทรรศการศิลปินรวมกลุ่มกันเยอะมาก ในฐานะที่ทำงานอยู่ในแวดวงอาร์ตคัลเจอร์ คุณคิดว่าเพราะอะไร</strong></h3>



<p>อาเธอร์: การที่เราทำอะไรคนเดียวมันก็สนุกประมาณหนึ่ง แต่ถ้ามีคนที่เราสนใจแล้วไปสร้างสรรค์งานด้วยกันมันสนุกกว่าเยอะ แล้วตอนนี้สิ่งที่เราทำมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่ามีคนที่อยากมาทำงานด้วยกับเรา ไม่ว่าจะเป็นตัวศิลปินหรือลูกค้าเองก็ตาม พอเราเชื่อมระหว่างศิลปะกับผู้คนแล้วเราก็อยากสร้างคอมมูนิตี้ในแบบที่มีอาร์ตเป็นพื้นฐาน เพราะอาร์ตคือคัลเจอร์ ถ้าอาร์ตบ้านเราแข็งแรงมันก็สามารถสร้างอะไรใหม่ๆ ได้&nbsp;</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่พี่ยอร์ชตั้งใจที่จะทำคือการสนับสนุนศิลปินใหม่ สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำนิทรรศการจริงจัง อย่างงานแรกของเราก็คือนิทรรศการ <em>My Way</em> ซึ่งจริงๆ เป็นนิทรรศการเดี่ยวของพี่ยอร์ช แต่พี่ยอร์ชก็เห็นว่ามันมีศิลปินคนหนึ่งที่น่าสนใจคือน้องแม็กซ์ ก็เลยไปชวนมาทำด้วยกัน มันคือการหาคนใหม่ๆ ที่น่าสนใจ เพราะจริงๆ แล้วตัวแม็กซ์เองก็ไม่ได้เป็นศิลปิน</p>



<p>ยอร์ช: เราไม่ได้ชวนมาเป็น Guest ให้เรานะ แต่เราชวนมาร่วมแสดงด้วยกันเลย หลังจากนั้นถ้าเขายังสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่เราก็ซัพพอร์ต เรารู้สึกแฮปปี้ที่เราได้เห็นสิ่งนี้ บางคนไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงหรือต้องวาดรูปเก่งมาก แค่เขาชอบในสิ่งที่เขาทำเราก็อยากจะทำงานด้วย เรารู้สึกว่าถ้าได้ร่วมงานกันมันน่าจะเกิดอะไรใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p>บางทีการอยู่คนเดียวก็อาจจะไม่มั่นใจ แต่ถ้ามีเพื่อนที่ไม่มั่นใจสามสี่คนมาอยู่ด้วยกัน มันก็จะมีความมั่นใจโดยไม่รู้ตัว การทำคนเดียว โซโล่เดี่ยวมันยากนะ มันต้องเวลา ต้องอยู่กับตัวเองสักพักหนึ่งเลย แต่พอเป็นงานกลุ่มมันเหมือนเขาคิดแล้วเขาได้ทำเลย พองานกลุ่มจำนวนหนึ่งมันก็จะแข็งแรงพอที่จะทำงานโซโล่ในอนาคตด้วย</p>



<p>พลอย: เรามองว่างานกลุ่มมันเป็นอีเวนต์เปิดตัว แนะนำให้คนเข้ามาทำความรู้จักศิลปินแต่ละคน</p>



<p>ยอร์ช: เหมือนวงดนตรีออกมาเป็นกลุ่ม สุดท้ายก็แยกออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว มันต้องสร้างให้เห็นภาพรวมก่อนว่ามีคนไหนทำอะไรบ้าง แนะนำตัวพร้อมกัน แล้วคุณเลือกที่จะทำงานกับใครก็ได้ หรือคนไหนจะออกมาโซโล่เดี่ยวก็ได้ ทำงานกลุ่มมันก็ไม่เขิน ไม่เหงาด้วย</p>



<p>อาเธอร์: อีกหนึ่งอย่างที่ Bridge Art Agency ทำ เราเหมือนเป็นหน้าต่างทำให้คนเห็นงานของพวกเขามากขึ้น กลับมาที่ศิลปินหน้าใหม่ พอเค้าเห็นเพื่อนในวัยเดียวกันสร้างงานขึ้นมา ก็จะรู้สึกว่ากูก็สามารถทำได้ ลองโชว์ดูซิ กล้าที่จะแสดงออกและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ยอร์ช: อย่างแก๊งเชียงใหม่เขาก็มีกลุ่มชัดเจน เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่งานโคตรมัน เรายังอยากไปทำงานกับเขา ตอนนี้ก็เป็นยุคของพวกเขาแล้วเหมือนกัน เราชอบที่ได้ทำงานกับคนใหม่ๆ เป็นการแลกเปลี่ยน คอมมูนิตี้มันก็ใหญ่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จริงๆ Bridge Art Agency ก็เพิ่งมีได้ไม่กี่ปี ช่วงแรกเริ่มมีอุปสรรคเยอะไหม</strong></h3>



<p>อาเธอร์: ถ้ามีความสนุกกับความสุขที่เราได้ทำงานก็ถือว่าประสบความสำเร็จ&nbsp;</p>



<p>ยอร์ช: แต่ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จจริงๆ ต้องมีสปอนเซอร์ที่ให้เงินเรามาทำ นั่นก็คือประสบความสำเร็จแน่</p>



<p>อาเธอร์: ความตั้งใจที่เราอยากจะมีโปรเจกต์ที่เราสามารถซัพพอร์ตน้องศิลปินได้มากขึ้น ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลา คือตอนนี้มันเป็นสเต็ปแรกๆ ถ้าพูดในเชิงของ Art Market<strong> </strong>เองเราก็ใหม่มาก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167964" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ยอร์ช: เราแค่มองว่าถ้าใช้คำนั้นมันจะมองในแง่การทำงานจะง่ายขึ้น แต่ถ้าถามส่วนตัวเราทั้งสามคนยังไม่ได้ถึงขนาดเอเจนซี เราเป็นเหมือนแค่การทำงานร่วมกันกับเพื่อน กับศิลปิน เราเริ่มจากการทำงานเล็กๆ ก่อน ทุกวันนี้มันก็ยังเป็นการทำงานแบบเล็กๆอยู่ เพียงแต่เรามีคนซัพพอร์ต มีลูกค้า มีคนเข้าใจการทำงานเรามากขึ้น มันก็เลยค่อยๆ ขยายออกไป</p>



<p>อาเธอร์: เราเพิ่งเริ่ม เพิ่งหัดเดิน เราอาจจะเดินได้ไม่แข็งแรงแต่เราเต้นเก่ง&nbsp;</p>



<p>ยอร์ช: วิ่งแล้วเดี๋ยวล้มไม่เอาดีกว่า เต้นดีกว่า เต้นสนุกกว่า (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าคนไทยไปดูงานอาร์ตเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก สำหรับคนจัดงานรู้สึกยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>พลอย: เรารู้สึกว่าคนไทยบางคนยังไม่เข้าใจอาร์ตขนาดนั้น เราขอพูดในการจัดงานว่าเวลาไปดูศิลปะอย่าจับ อย่าพิง คือเราแฮปปี้นะที่มีคนเดินนิทรรศการเยอะขึ้น เพียงแต่ว่าต้องเรียนรู้มากขึ้นในเรื่องของ Manner ในการดูอาร์ต เราอยากให้ Appreciate อาร์ตมากขึ้น ไม่ใช่แค่รู้สึกว่าสวยจัง คนถ่ายลงไอจีฉันจะต้องไปถ่ายบ้าง&nbsp;</p>



<p>อาเธอร์: เราก็หวังว่าอนาคตคนที่เข้ามาดูนิทรรศการ เขาจะมาโดยที่อยากรู้จักว่าศิลปินคนนี้คือใคร ทำงานอะไรมาก่อน ไม่อยากให้มันเป็นแค่เทรนด์ อยากให้มันอยู่กับเราไปนานๆ แล้วก็ดีขึ้นเรื่อยๆ พอมันมีอาร์ตที่ดีแล้วมันก็ค่อยๆ ปลูกฝังความเข้าใจวัฒนธรรมการดูงานศิลปะด้วย</p>



<p>เราอยากให้มีคนสนใจอาร์ตเยอะๆ เด็กรุ่นใหม่โตขึ้นก็อยากให้เขาเป็นคอลเลกเตอร์ในอนาคต สนับสนุนงานที่ตัวเองชอบ ไม่อยากให้ซื้อตามเทรนด์ อยากให้ซื้อเพราะว่าชอบงานของคนๆ นั้น ศิลปินเหล่านั้นจะได้โตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งคนที่จะทำให้วงการอาร์ตไปต่อได้โดยที่ไม่ใช่แค่เทรนด์ เราว่าก็คือคนที่เป็นอาร์ตเลิฟเวอร์ที่จะผันตัวมาเป็นคอลเลกเตอร์นี่แหละ เป็นตัวบอกที่ว่ามันจะไปต่อได้ดี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อก่อนคนที่ทำงานศิลปะมักจะถูกมองว่าไส้แห้ง คุณคิดว่าปัจจุบันแนวคิดนี้เปลี่ยนไปบ้างไหม</strong></h3>



<p>ยอร์ช: ต้องย้อนไปว่าเขาเคยทำอะไรมาก่อน เราว่าทุกอาชีพมันไม่ง่าย เพียงแต่ว่าทุกคนมันจะมีจังหวะของตัวเอง เมื่อก่อนมันไม่มีอินเตอร์เน็ตไม่มีสื่อเยอะขนาดนี้ ตอนนี้มันก็มีเยอะขึ้นมาก แต่มันก็มีทั้งข้อดีและไม่ดี พอมันเยอะเกินไปก็เห็นบ่อยแล้ว งานแบบนี้เบื่อแล้ว มันก็อยู่ที่คนมอง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167962" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167963" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/BRIDGE-AGENCY-C07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่เราอยากบอกคือเราอยากให้คุณชอบมันจริงๆ อย่างประเทศอื่นทำไมเขาถึงใส่เสื้อผ้าแบบนี้ได้กันทั้งปีทั้งชาติ ก็เพราะเขามีคนที่ซัพพอร์ตแบรนด์นี้อยู่ มีคนที่ใช้จริง ส่วนในไทยบางทีก็มองแบบฉาบฉวย พอมันฉาบฉวยเราก็จะไม่รู้ตัวเองแล้ว คราวนี้ก็ไม่มีอะไรที่เราอยากอยู่กับมันจริงๆ เพราะเราไม่ได้ไปโฟกัสอยู่กับมัน จริงๆ เราก็ไม่เคยรู้ว่าวันหนึ่งตัวเองจะมาทำ Bridge Art Agency ได้ เพราะเราก็วาดรูปของเราอย่างเดียว อย่างที่บอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ ถูกผิดให้คนอื่นเป็นคนบอก แต่ว่าถ้าเราทำแล้วเราสนุกก็ทำไปเถอะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bridge-art-agency/">BRIDGE ART AGENCY เอเจนซีที่พาศิลปะมาพบปะผู้คนและดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[CreateNext]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseCampusBeat]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseAllStars]]></category>
		<category><![CDATA[YEW]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<category><![CDATA[LANDOKMAI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167665</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี” หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้ YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&#160; สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&#160; ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี”</p>



<p>หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้</p>



<p>YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167670" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&nbsp;</p>



<p>ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The Converse Campus Beat จาก Converse All Stars ที่นำ 5 วงดนตรี และ 5 นักดนตรีไทย มาสร้างสรรค์ดนตรีแบบใหม่ๆ โดยร่วมมือกับศิลปินค่าย Whattheduck และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสาขาดนตรีไทยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำผลงานศิลปินที่มีอยู่ก่อนหน้ามาแต่งเติมซาวนด์ดนตรีไทยเข้าไป ตามความเชื่อของ Converse All Stars ที่ว่าการร่วมงานกันของคนต่างสายงานสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ ขณะเดียวกันทุกคนล้วนได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว</p>



<p>การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงเหมือนกับเป็นภาคต่อของเพลง &#8216;ลมแล้ง&#8217; เราชวนทั้งคู่มาพูดคุยถึงเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ในเวอร์ชัน LANDOKMAI และ เพลง &#8216;Tsuki&#8217; ในมุมของ YEW ไปจนถึงเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นเหมือนท้องฟ้าในวันแดดจ้า แต่เป็นเหมือนวันที่พายุพัดเข้ามาเป็นระลอก ก่อนจะจากไปและทิ้งให้เมล็ดพันธุ์ค่อยๆ เติบโตขึ้นอีกครั้ง</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>LANDOKMAI กับการตีความ ‘หมวกเมฆสีรุ้ง’ ในมุมที่แอบเศร้า</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] LANDOKMAI - หมวกเมฆสีรุ้ง | Original by YEW" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/xsmTYQtmy-A?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาที่ไปของการมาคอลแลบกันระหว่าง LANDOKMAI และ YEW ครั้งนี้&nbsp;</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> เริ่มต้นเลยเราได้เข้าร่วมโปรเจกต์ของ Converse แล้วเขาให้โจทย์มาว่าให้นำผลงานของวงที่คอลแลบกัน อย่าง LANDOKMAI คอลแลบกับ YEW แล้วให้เลือก 1 เพลงของ YEW มา cover ในเวอร์ชัน LANDOKMAI โดยที่มีเงื่อนไขคือต้องใส่เครื่องดนตรีไทย 1 เครื่อง พวกเราก็เลือกเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; มา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงเลือกเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่เราฟังแล้วพอมองภาพออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไงด้วย คือถ้าไปเลือก &#8216;กังฟูบอย&#8217; ชูปีดูปีดู คงนึกไม่ออก (หัวเราะ) แต่ว่าน่าลองนะ มันท้าทายดี</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> ความท้าทายคือเราจะทำยังไงให้เวอร์ชันของเราเป็นเวอร์ชันที่ไม่ได้ทำให้เพลงเขาแย่ลง รู้สึกว่าการเอาผลงานเพลงคนอื่นมา แล้วต่อยอดมันควรจะทำให้มันอยู่ในมาตรฐานที่อยู่ในความคาดหวังของคนฟัง แล้วก็ศิลปิน YEW ด้วย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ดีไซน์เพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ไว้ว่าน่าจะเหมาะกับดนตรีไทยแบบไหน</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ตอนแรกตั้งใจว่าจะเอาเป็นสะล้อ แต่ไปๆ มาๆ สรุปได้เป็นขิม เพราะขิมมันมีความฮาร์ป&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> คือตอนแรกยังไม่ชัวร์ว่าเป็นขิม แต่ในโปรแกรมทำเพลงเราก็หาดนตรีที่เป็นดนตรีไทยมาก่อน แล้วลองใส่ขิมดูก่อน ปรากฏว่ามันเวิร์กมากเลย เพราะเพลงของเรามันมีฮาร์ปซ่อนอยู่ พอเป็นขิมมันดูแบบไม่ต้องทำอะไร มันลงตัวไปเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งสองวงพอต้องมาทำงานร่วมกันรู้สึกยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> โห เหมือนเจอกันมาทั้งชีวิต (หัวเราะ) เราเพิ่งคุยกันว่า พักหลังนี้เราจะเจอกันบ่อยเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วพวกเรากับ YEW อยู่ในคณะเดียวกัน คือดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ซึ่งพี่ๆ เขาอายุมากกว่าเราแค่ปีเดียว ทำให้เวลาสมัยเรียนก็เจอกันตลอดอยู่แล้ว เป็นกลุ่มเดียวกัน แล้วก็มีเพลงลมแล้งซึ่งเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของ LANDOKMAI กับ YEW ต่อมาก็เป็นงานนี้ที่ได้ร่วมงานกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเรียนที่เดียวกันแล้ว มีอะไรอีกไหมที่ทั้งสองวงนี้มีเหมือนกัน</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่ฟัง รู้สึกว่าทั้ง 2 วง จะมีความชอบฟังอะไรวินเทจเหมือนกันทั้งพี่ทิ้ว พี่พี แล้วแอนท์กับปิมจะชอบฟังเพลงที่มีความวินเทจ มันไม่ได้เหมือนกันเลยซะทีเดียว กลิ่นมันต่างกัน แต่ว่าน่าจะชอบอะไรเก่าๆ เหมือนกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอทำเพลงของอีกฝ่ายทำให้เราได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> เข้าใจมุมมองของพี่ทิ้วเพลงนี้อยู่ เราเคยคุยเรื่องเนื้อเพลง ดนตรีตลอดอยู่แล้ว</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> เราเข้าใจมันมาตั้งแต่แรก แล้วนำมาต่อยอด ไม่รู้นะว่าเป็นแค่คณะเราไหม แต่เขาจะชอบนัดมาเจอกัน แล้วคุยกันว่าเขียนประมาณนี้ อัปเดตกันตลอด เลยทำให้รู้ว่าคนนี้เขียนเพลงมาจากอะไร รู้สึกแบบไหนอยู่ เพลงนี้เหมือนเขานำคำพูดของแฟนเขามาต่อยอดเป็นเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง พอมันเข้าใจทุกอย่างแล้ว แล้วเพลงมันเลยออกมาเหมือนเล่าเรื่องหนึ่ง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เขินไหมที่ต้องร้องเพลงด้วยเนื้อเรื่องคนอื่น</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเขินไหมเหรอ (ยิ้มกว้าง) มันไม่เขินค่ะ เพราะว่ามันน่ารัก แต่มันไม่เชิงว่า อุ้ย ร้องแล้วเขินจัง แต่มันจะเป็นฟีลแบบ มันอบอุ่นหัวใจจัง พี่ทิ้วเป็นคนอบอุ่นมาก โรแมนติกในแง่ความสัมพันธ์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เวลาร้องมีการตีความในแบบของเรายังไง</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ปิมรู้สึกว่ามันจะมีท่อนหนึ่ง ท่อน verse ที่พี่ทิ้วจะร้องว่า “หลังเมฆบนนภา เป็นหยดน้ำช่างงดงาม” รู้สึกว่าท่อนนี้อยากทำคัลเลอร์ใหม่ อย่างเพลงที่ YEW ทำ มันจะเป็นคอร์ดสว่าง อบอุ่น สดใสหน่อย ปิมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วท่อนนี้มันสามารถจะพิศวงได้นิดหน่อย ก็เลยไปเปลี่ยนคอร์ด แล้วก็เปลี่ยนวิธีการร้องใหม่ให้ดูขมขึ้นนิดหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167671" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณชอบเรื่องเศร้าในชีวิตมากเป็นพิเศษเหรอ</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> รู้ตัวอีกทีปิมกลายเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนั้น เมโลดีสดใส แต่พูดเรื่องที่เศร้ามากๆ อยู่ หรือพูดเรื่องที่แฮปปี้มาก แต่เมโลดีเศร้า มันกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ LANDOKMAI ก็เลยรู้สึกว่าเพลงนี้มันอบอุ่นหัวใจมากๆ อยากเพิ่มคัลเลอร์ แต้มสีอื่นเข้าไปนิดหนึ่ง แค่รู้สึกว่ารีเลตกับมันได้ดีกว่า ไม่ใช่ชีวิตเศร้ามากนะ แต่แค่การบอกเล่าเรื่องที่มันขมๆ มันรู้สึก touch มากกว่าการจะมาบอกใครสักคนว่า วันนี้มีความสุขมากเลย กับ วันนี้เจ็บหัวใจมากเลย เศร้ากับเรื่องบางอย่าง เลยรู้สึกว่าปิมพรีเซนต์ด้านนี้ออกมาได้ดีกว่า&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เนื้อเพลง LANDOKMAI ที่มักจะพูดถึงช่วงเวลาของวัยรุ่น ในวันที่พวกคุณเติบโตขึ้นเรื่องราวในเนื้อเพลงจะเปลี่ยนไปด้วยไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะหยุดอยู่ในวัยหนึ่ง เหมือนเจ้าชายน้อย สำหรับตัวเองสัมผัสได้ถึงการเขียนเพลงของตัวเอง ช่วงเวลาเขียนเพลงคือช่วงเวลาที่เราต้องทำความเข้าใจ ความรู้สึก ความคิดตอนนั้น เราก็ต้องกลั่นกรองออกมา ก็รู้ได้เลยว่าช่วงเวลาที่โตขึ้น เราไม่สามารถกลับไปเขียนเนื้อเพลงที่ช่างฝันเหมือนแต่ก่อนได้ คือปิมก็ยังชอบความช่างฝันอยู่ แต่เหมือนเป็นความช่างฝันที่ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเท่าเมื่อก่อน</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> ถ้าเป็นเมื่อก่อน เพลง &#8216;Please be true&#8217; มันจะมีความถ้าฉันมีเวทมนตร์ฉันจะเสกดาวพร่างพรายให้เธอ (อูปิมหัวเราะ) แล้วพอโตขึ้นมาถึงจุดหนึ่งแล้ว เวลาเขียนเพลงรักก็ไม่ได้พูดถึงอะไรที่เหมือนสมัยก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเหตุการณ์ไหนที่เปลี่ยนให้คุณกลายเป็นคุณในวันนี้</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> สมัยเด็ก ปิมเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดมาก ปล่อยตัวเองล่องลอยไปกับความฝันมากกว่าความจริง ฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยได้ทุกข์ใจอะไรมาก เราไม่ค่อยเจอเรื่องที่ต้องกระแทกใจ ต้องใช้ความคิด คราวนี้พอเราได้เจอจุดเล็กๆ ที่แบบ เฮ้ย นี่คือรสชาติของความทุกข์เหรอเนี่ย กลายเป็นว่าชอบ มันดูเหมือนเราเป็นมนุษย์ขึ้นนิดหนึ่ง (หัวเราะ) อาจจะเกี่ยวไหม ที่เพลง LANDOKMAI ตอนนี้ปิมชอบที่จะพูดถึงจุดเล็กๆ ในวัยเด็กนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> มันจะมีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่า เราเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิต แต่พอโตมาถึงจุดหนึ่งที่ผ่านอะไรมาหลายๆ อย่างแล้วได้มองกลับไปมองตัวเองตอนนั้น รู้สึกแหยงตัวเองตอนนั้นมาก ทำไมกูมั่นใจอะไรขนาดนั้นวะ แบบว่า กูเข้าใจคนทั้งโลกได้ไงอะ พอมันผ่านความรู้สึกที่มันดาวน์มากๆ มันทำให้เข้าใจคนที่เขาเศร้ามากๆ แล้วก็เข้าใจคนที่มีความสุขมากๆ เช่นกัน พอโตขึ้น range ความเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จากเหตุการณ์หลายๆ อย่าง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเรื่องอะไรที่ถ้าย้อนกลับไป เลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> อืม (คิดนาน) มันมีเยอะเต็มไปหมดเลย แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรที่รู้สึกอยากกลับไปแก้จริงๆ เพราะว่าชอบที่ได้มีความทรงจำกับมัน กลับไปนึกก็จะแบบ ขำดีว่ะ ถ้าเราไม่เคยมีเรื่องที่น่าอายเลย เราจะกลายเป็นคนยังไงก็ไม่รู้ (ยิ้ม)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมของ LANDOKMAI ที่ผ่านมามีบทเรียนอะไรที่ได้เรียนรู้ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์: </strong>มันจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านหลายๆ อย่างมากกว่า เริ่มช่วงแรกเลย คือตอนที่เราทำด้วยตัวเอง เราจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 1-100 สเต็ปต่อมา เริ่มมีค่าย ค่ายเริ่มมีบทบาท เราก็เริ่มใกล้จะลงตัวแล้ว โควิดเข้ามา ทลายอีกครั้ง จนเฟสล่าสุดน่าจะเป็นช่วงที่เราปรับตัวได้กับทุกอย่าง ทั้งโควิดที่ผ่านไปแล้ว ค่ายที่ทำงานด้วยกัน วิธีการทำงาน วิธีการทำเพลงของเราเอง ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ดูพริ้วที่สุดแล้ว</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> อ๋อ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราสามารถจบงานด้วยตัวเองได้ (เสียงภูมิใจ)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความตั้งใจแรกที่ทำ LANDOKMAI จนถึงตอนนี้ยังเป็นแบบเดิมอยู่ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> คำถามนี้ไม่เคยมีใครถามเลย แต่จริงๆ มันก็เป็นประมาณนี้ สิ่งที่เราคิดไว้</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันดีมากกว่าที่เราเคยคิดไว้อีก ในยุคนี้เรารู้สึกว่าเวลาเรามองศิลปินรุ่นพี่ เราจะเป็นได้ไหม เราจะทำได้ไหมถ้าเราไปอยู่ในจุดนั้น จนตอนนี้รู้สึกว่ามัน ว้าว เราเองก็ทำได้นะ แต่เราก็จะมีความฝันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันดีแล้ว แต่เราก็อยากจะตั้งใจทำไปเรื่อยๆ ให้มันดีขึ้น</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>YEW การเติบโต และความเข้าใจมุมของคนที่ถูกรัก ในเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] YEW - Tsuki | Original by Landokmai" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/aLfvd5FIMho?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ The Converse Campus Beat เกิดขึ้นได้ยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> โปรเจกต์นี้จะเน้นเอาเครื่องดนตรีไทยมาผสมเป็นหลัก โจทย์แรกเขาจะพยายามให้เครื่องดนตรีที่มีความเป็น traditional ไทยมาผสม แนวที่พวกเราทำอยู่ก็จะออกแนวสากลทั่วไป แต่อยากให้โชว์ความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวงเราเลือกพิณ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัดสินใจยังไงในการเลือกใช้เครื่องดนตรีไทยอย่างพิณเข้ามาใส่ในเพลง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เพราะรู้สึกว่ามันมีความเป็นเครื่องสาย แต่ตอนแรกคิดว่าอาจจะให้เป็นเสียงเพอร์คัสชัน เสียงกลอง ตะโพน กลองแขก แต่คิดว่าถ้าให้มันเป็นโน้ตด้วยก็คงต้องใช้พวกเครื่องสาย&nbsp;</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ได้น้องที่คณะดุริยางคศิลป์ เอกดนตรีไทย มาเล่นให้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมการคอลแลบครั้งนี้ถึงเลือกเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมเป็นคนคุยกับวงว่าจะเอาเพลง &#8216;Tsuki&#8217; เพลงนี้ผมเคยไปร่วมแต่ง สาเหตุหนึ่งที่เลือกเพราะอยากตีความในแบบฉบับของตัวเองด้วย หลักๆ จะตีความจากดนตรี ให้มันมีความเป็นแบบฉบับวง YEW มากขึ้น ถ้าว่ากันตามตรงดนตรีของวง LANDOKMAI จะมีความเป็นจังหวะวอลซ์ (Waltz) หน่อย แต่เราจะทำให้มันมีความเกากีตาร์มากขึ้น ใส่คอร์ดให้มีความหม่นขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้ทิ้วเองก็มีส่วนร่วมแต่ง แล้วการเอากลับมาเรียบเรียงใหม่ คุณทำยังไงให้มีตัวตนของตัวเองอยู่ด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ตอนที่ฟังเพลง &#8216;Tsuki&#8217; ผมรู้สึกว่าคนทั่วไปจะมองว่าฝ่ายที่แอบชอบเป็นฝ่ายเดียวที่รู้สึก เนื้อหาเพลงจะพูดว่า “เก็บเธอเอาไว้ข้างใน รู้สึกแค่ไหนต้องหยุดไว้” จะเป็นเหมือนคนๆ หนึ่งที่ภายนอกดูไม่รู้สึกอะไร แต่จริงๆ ข้างในรู้สึกมากๆ แล้วผมมองว่าพอได้อีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นตัวผู้ชาย ผมก็ได้เติมเต็มและได้บอกบางอย่างว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกัน พอมาลองทำผมก็รู้สึกว่าเป็นการได้เติมอีกคนเข้าไป</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้แตกต่างจากการทำเพลงอื่นๆ ของ YEW ไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> มันต่างตรงที่เราผสมค่อนข้างเยอะ มีทั้งรูปแบบที่เป็นอัลบั้มเก่าและอัลบั้มใหม่ YEW มันมีความเกากีตาร์บ้าง ความเป็นร็อกด้วย ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันผสมได้ และได้โอกาสทำสิ่งที่อยากจะประกบกันกับเพลง LANDOKMAI ได้เป็นการทดลอง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อนๆ พอได้วัตถุดิบจากทิ้วมาแล้ว แต่ละคนเข้ามาแจมกันยังไง</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> พอทิ้วส่งเนื้อร้องมาให้ ประมาณจบฮุคหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็มานั่งคุยกัน สิ่งแรกที่ได้ฟัง ผมก็จะนึกก่อนว่าที่ทิ้วถ่ายทอดมามันมีมุมไหน แล้วหลังจากนั้นผมจะนึกเป็นภาพ ว่าเพลงนี้คนฟังคนนี้อยู่ที่ไหน เขาอยู่ในที่สว่างที่มืด แล้วเขามองเห็นอะไร แล้วทำเมโลดีออกมาตามนั้น ถ้าคนอื่นฟังแล้วมองเห็นไม่เหมือนกันก็เปลี่ยน หาไปจนกว่าจะเจอว่าคนฟังเพลงนี้จะต้องรู้สึกแบบนี้ พอโตขึ้นมันก็เจอความรู้สึกมากขึ้น มันก็ช่วยเรื่องอะไรแบบนี้ หลังๆ ทำดนตรีให้มันได้เห็นมู้ดชัดๆ มาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกยังไงที่ได้เอาเพลงมาสลับกันร้องด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมรู้สึกว่ามันเป็นสตอรี่ที่ต่อจาก &#8216;ลมแล้ง&#8217; ในการถ่ายทอดของนักร้องสองคน ผมเองก็เป็นคนที่อยู่โรงเรียนเดียวกับอูปิม ร้องตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เหมือนได้กลับมาทำโปรเจกต์อะไรร่วมกัน ก็แฮปปี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเหมือนหรือความแตกต่างของ LANDOKMAI เป็นยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ถ้าพูดถึงความเหมือน ผมว่าภาษาเราคล้ายกัน ผมมองว่าวง LANDOKMAI เป็นวงสาวน้อยช่างฝัน จะมีคำของเขา บรรยากาศ ท้องฟ้า ธรรมชาติ ซึ่ง YEW ก็มีตรงนั้นเหมือนกัน ที่ตัวผมถนัดในการแต่งแบบนั้น สิ่งที่เหมือนคือเรื่องเนื้อเลย ถ้าเรื่องดนตรีผมมองว่ามีอะไรที่เหมือนกันอยู่</p>



<p><strong>พี:</strong> ในช่วงที่ผมไปโปรดิวซ์ให้ ถามว่าต่างไหมก็ต่าง ช่วงนั้นผมพยายามทำให้น้องไปในทางวินเทจไวบ์อย่างเดียว แต่ผมรู้สึกว่าต่างกันตรงที่น้องมันมีความช่างฝันกว่า ภาพมันจะมีความ psychedelic กว่า มีความลอยๆ กว่า</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เหมือนร้านบาร์ ถ้า YEW กินวิสกี้ ใต้ไฟสีส้ม แต่ของ LANDOKMAI อาจจะมีค็อกเทลหลายสีกว่า</p>



<p><strong>พี:</strong> อาจจะมี smoke ด้วย (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งความเหมือนและความต่างมีส่วนช่วยอะไรในการคอลแลบกันครั้งนี้บ้างไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ไม่ยากครับ เพราะมันมีความคล้ายกัน แต่สิ่งที่ผมเรียบเรียงครั้งแรกเลยคือเรื่องทางคอร์ด ของ YEW จะเป็นวงที่คอร์ดไม่ได้ถี่ ไม่ได้เปลี่ยนแต่ละท่อน แต่ LANDOKMAI จะเปลี่ยนไปตามเมโลดี มันอาจจะต้องเป็นสิ่งที่เราต้องเรียบเรียงให้มีความเป็น YEW ขึ้น ปรับแปลงคอร์ดให้ช่องว่างมันยืดขึ้นหน่อย ด้วยความที่ผมชอบให้คอร์ดมันไหลยาวๆ ไม่ได้ยากมาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าไม่นับเรื่องการทำงาน YEW กับ LANDOKMAI สนิทกันมากขนาดไหน</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> แน่นแฟ้น (ทุกคนหัวเราะ) ก็เป็นวงที่เวลาทำเพลงอะไรก็ปรึกษากันตลอด เหมือนแก๊งเดียวกัน เวลาทำเพลงมันมีความรสนิยม ไลฟ์สไตล์ ฟังเพลงก็คล้ายๆ กันก็แชร์กัน เป็นน้องที่สนิทมาก</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เป็นกลุ่มแก๊งเราที่ ม.มหิดล เป็นรุ่นเรารุ่นน้อง ก็ค่อนข้างจะใกล้กันเลย พวกวง YEW, Dept, Sherry, LANDOKMAI หรือ Television Off จะเป็นแบบอยู่ด้วยกันตลอด โตมาด้วยกัน คุยกัน ดูคอนเสิร์ต หรือการสอบ Small Ensemble ซึ่งมันคือชั่วโมงสอบรวมของทุกแขนง ก็จะอยู่ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> มันก็จะมีกลุ่มเด็กที่รวมตัวกัน อยากทำเพลงว่าจบออกไปแล้วมีผลงานของตัวเอง พวกเด็กที่ไม่รออาจารย์สอน ฉันทำของฉันเอง ก็จะเป็นกลุ่มพวกนี้ที่อยู่ด้วยกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่ผ่านมาตัวคุณตอนสมัยเรียนกับตอนนี้แตกต่างไปมากแค่ไหน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์: </strong>จริงๆ ของผมไม่ค่อยต่างอะไรเยอะ ช่วงมหาลัยเราก็ใช้ชีวิต เริ่มมีงานเล่น พอโตมาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเองมากขึ้น ถ้าในเรื่องการทำเพลง โตขึ้นเรายิ่งเห็นอะไรมากขึ้น เหมือนความที่เราใส่อะไรลงไปในเพลงน้อยลง เรารู้ว่าต้องใส่อะไร ไม่เหมือนเด็กๆ ที่กูมีสกิลนะ อยากเอาอันนู้นอันนี้มาโชว์</p>



<p><strong>เจด:</strong> รู้สึกว่าตอนเรียน เราไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันสะดวกกว่าตอนนี้ เพราะมันค่อนข้างมีการวางแบบแผนไว้อย่างชัดเจนว่าตื่นมาต้องทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ยิ่งตอนจบใหม่ๆ คือเคว้ง ชีวิตช่วงแรกๆ จะค่อนข้างไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่ ตอนเรียนมันคิดไม่ได้หรอก แต่พอเรียนจบแล้วมันต้องพยายามมีวินัย มีระเบียบกับตัวเองจริงๆ ต่อให้เราจะไม่ชอบคำนี้แค่ไหน แต่ว่ามันต้องใช้ชีวิตอะ สุดท้ายมันเป็นสิ่งที่ต้องมี เราก็ต้องพยายามสร้างโครงสร้างที่โอเคกับเรา&nbsp;</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมมันได้รับความเข้าใจ มุมมอง ความเข้าใจของเจนที่มันโตขึ้น ตอนที่เราเรียนเราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนวัยทำงานว่ารู้สึกยังไง พอผ่านเรื่องราวเยอะขึ้น ก็ทำให้เราเข้าใจว่าการสร้างมู้ดของเพลงมันตรงกับความรู้สึกของคนฟังมากน้อยแค่ไหน เราสามารถคิดได้หลากหลายมุมมากขึ้น</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมีเรื่องงานกับชีวิต เรื่องชีวิตก็เป็นเรื่องการแบ่งความรู้สึกที่อยู่อาศัย บางทีผมเป็นคนเชียงใหม่ แล้วพอยิ่งโตขึ้น เรายิ่งรู้สึกว่าบ้านมันสำคัญมากขึ้น ตอนเรียนหนังสือก็เข้าใจได้ว่าเราต้องเรียนแล้วกลับบ้าน แต่พอต้องเรียนจบ ต้องใช้ชีวิตจริงๆ เราต้องมองรอบตัวมากขึ้น มองเรื่องบ้าน เรื่องคนรัก เหมือนเป็นวัยนี้ที่ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากกว่าตอนมัธยมหรือมหาลัย&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องเพลงก็เหมือนกัน มันทำให้เรามองคนกว้างขึ้น ตอนแต่งเพลงแรกๆ เราฟังแล้วรู้สึกว่าเราชอบ แล้วก็ปล่อย มันก็ดีนะ แล้วมันก็ดัง มีคนรู้จักคนชอบเยอะ พอโตขึ้นเราเริ่มศึกษาว่าไอ้สิ่งที่ทำให้ชอบมากขึ้น ฟังเพลงลมแล้งที่เรากลับมานั่งคิดว่าทำไมคนชอบฟัง ผมรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ผมโตขึ้นในเรื่องการมองคนอื่นว่าเขารู้สึกยังไงกับการฟังเพลงเรา ไม่ใช่แค่เราแต่งแล้วชอบไม่ชอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ด้วยความที่วง YEW เป็นวงที่ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ผ่านมาหลายปีอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้วงยังอยู่ด้วยกัน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> เงิน…ล้อเล่นๆ (ทุกคนหัวเราะ) ผมว่ามันต้องมีความเข้าใจกันและกัน และความยืดหยุ่นซึ่งกันและกัน&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว: </strong>ผมว่าความเชื่อที่แต่ละคนเชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะพาไปทางไหน เชื่อว่าคนนี้ที่เขาอธิบายหรือวางไว้มันจะเป็นอย่างที่คุณคิดไว้นะ ซึ่งก็ต้องทำให้เข้าใจตรงกัน</p>



<p><strong>พี:</strong> ความเชื่อมันยากเหมือนกัน รู้สึกว่าถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้มันจะลำบากมาก เพราะถ้าคนหนึ่งทำมาแล้วคิดแบบนี้ แล้วอีกคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่ะ มันจะเริ่มมีความ ทำแบบกูสิ ผมว่าไอ้ด่านนั้นยาก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วความเชื่อของวงตอนนี้คืออะไร</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ผมเชื่อในตัวเพื่อนนะ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เซียนทางดนตรี ในแง่การทำหลายๆ องค์ประกอบ เพื่อนๆ ก็พาโตไปในสเต็ปต่อไป ทำไมจะไม่เชื่อละ เพราะมันก็พาผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมจริงๆ ไม่ได้เชื่ออะไรเลย ทำในแบบที่ตัวเองชอบ ทุกคนโอเค แฮปปี้ ไม่ได้ต้องรู้สึกว่าเราจะอยากอยู่ในจุดไหน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แค่ต้องทำให้ชอบที่สุด แล้วก็อยู่กับทีม อยู่กับวง ก็แฮปปี้แล้ว</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าตอบตอนนี้คงคล้ายๆ ทรัพย์ ก็คงต้องเชื่อเพื่อน แล้วก็คล้ายๆ ที่ทรัพย์พูดว่ามันก็คือเพื่อนที่พากันจับมือจนถึงทุกวันนี้ เราอยู่กับเขา เขาพาเรามาถึงตรงนี้ได้ เราก็ช่วยกันให้ไปกันต่อได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟังดูมีความยากและอุปสรรคอยู่เหมือนกัน แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ยังคงทำวงนี้ต่อ</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> ผมชอบ ผมทำแล้วสำเร็จตามที่ชอบ มันน่าจะเหมือนกับทุกอาชีพ ทำไปเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างมันก็พัฒนาขึ้น ตั้งแต่ทำเพลงมา ไม่เคยบอกว่าทำเพลงง่ายเลย มันยากขึ้นทุกๆ เพลง สุดท้ายมันมีอะไรที่ท้าทาย ผมชอบอะไรแบบนั้น ไอ้เรื่องเงินที่พูดมันคือปัจจัยรอง มันก็แค่พูดในชีวิตจริงว่าต้องกินต้องใช้ แต่ผมก็ยอมที่จะไม่ทำอะไรเลย อยู่เพื่อทำงานตรงนี้ ถามว่าเงินเยอะไหม มันก็ไม่ได้เยอะ ผมมาชั่งน้ำหนักกับความสุขกับปัจจุบันแบบนี้มากกว่า</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> คนดูเขามาดูเราต่อก็ทำให้เรามีกำลังใจ จริงๆ ผมเคยดูคนอื่นสัมภาษณ์ ผมก็คิดนะว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเปล่าวะ พอเจอกับตัวเองจริงๆ มันเติมเต็มตัวเองจริงๆ โอเคเราทำงาน แล้วเราชอบนั่งดูไอจีวงตัวเอง ตั้งแต่เวลาเล่นเสร็จจะถ่ายกับคนดู เราก็เห็นจากก้อนเล็กๆ ค่อยๆ ใหญ่ จนแบบ เชี่ย เราโตกันขึ้นมากจริงๆ&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าให้ตอบตรงๆ คือถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งชีวิตหมกมุ่นอยู่กับเกม หนัง ดนตรี เอาเป็นว่าช่วงมหาวิทยาลัย ผมก็หมกมุ่นอยู่กับดนตรี เอาเป็นว่าถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ทำดนตรีมันยังมีความมั่นใจอยู่ว่าฉันสามารถ contribute ได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมองว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาทำดนตรี พ่อชอบบอกว่าตอนที่ผมเขวไปสอบอยากเรียนคณะอื่น อย่าง Interior (ออกแบบภายใน) ตอนนั้นพ่อผมก็งงว่าทำไมอยากไปเรียน เพราะเห็นผมเล่นดนตรีตั้งแต่ประถมแล้ว เล่นประสานเสียง ดนตรีไทย ดนตรีสากล พ่อผมก็ถามว่าถ้าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเล่นดนตรีอยู่ดี จะเบี่ยงไปทำไม&nbsp;</p>



<p>ผมว่าบางเรื่องมันต้องเชื่อตัวเองว่าถ้าสุดท้ายต้องกลับมาทำสิ่งนี้คุณก็ลุยไปเลย ก็รู้ว่าเรียนอย่างอื่นไว้เป็นลู่ทางให้ชีวิตได้ แต่ผมมองว่าบางสิ่งบางอย่างมันโตกับเราตั้งแต่เด็ก มันต้องมีเหตุผลสิที่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องกลับมาร้องเพลง กลับมาแต่งเพลง มันก็แค่นั้น มันเหวี่ยงอะไรกลับมาไม่รู้ ก็ถือว่าโชคดีที่ทำแล้วมีคนรักและชอบในสิ่งที่ทำด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากโตเกียวสู่ย่านประตูผี Onibus Coffee แบรนด์กาแฟที่พูดเรื่องคุณภาพของรสชาติ ชุมชม และความยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/onibus-coffee-bkk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[onibus coffee]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167547</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นก็กินกาแฟร้าน Onibus ที่ย่านประตูผีในกรุงเทพฯ ได้แล้ว&#8217; นั่นน่าจะเป็นความคิดของใครหลายคน ทั้งที่เคยไปกิน Onibus ที่ญี่ปุ่นมาแล้ว และคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปลิ้มลอง Onibus สาขากรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในซอยสำราญราษฎร์ ย่านประตูผี ที่นี่คือ Onibus นอกประเทศญี่ปุ่นสาขาแรก ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา ก่อนที่ถัดจากนั้นไม่นาน Onibus จะไปเปิดอีกสาขาที่ไทเป ไต้หวัน ซึ่งทั้งสาขากรุงเทพฯ และไทเป ได้ผู้ก่อตั้งอย่าง ซากาโอะ อัตสึชิ (Sakao Atsushi) และทีมจากญี่ปุ่นมาเซ็ตอัประบบด้วยตัวเอง&#160; a day มีโอกาสได้ไปเยือนมาแล้ว พบว่านอกจากคุณภาพของรสชาติกาแฟแล้ว Onibus ยังมีจุดยืนทางธุรกิจที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชุมชนหรือความยั่งยืน ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสกัน&#160; จากโตเกียวถึงประตูผี&#160; Onibus Coffee เป็นร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งโดย ซากาโอะ อัตสึชิ เขาเป็นอดีตช่างไม้ที่ได้ไปเดินทางแบ็กแพ็กในประเทศออสเตรเลีย และลองใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นโดยทำงานในร้านกาแฟ อัตสึชิรู้สึกชอบสไตล์กาแฟที่ออสเตรเลีย เขารู้สึกว่าที่ญี่ปุ่น ซึ่งนั่นคือเมื่อประมาณ 15-16 ปีก่อน ยังไม่มีอะไรแบบนี้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาอยากกลับมาทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในญี่ปุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/onibus-coffee-bkk/">จากโตเกียวสู่ย่านประตูผี Onibus Coffee แบรนด์กาแฟที่พูดเรื่องคุณภาพของรสชาติ ชุมชม และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&#8216;ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่นก็กินกาแฟร้าน Onibus ที่ย่านประตูผีในกรุงเทพฯ ได้แล้ว&#8217;</p>



<p>นั่นน่าจะเป็นความคิดของใครหลายคน ทั้งที่เคยไปกิน Onibus ที่ญี่ปุ่นมาแล้ว และคนที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปลิ้มลอง</p>



<p>Onibus สาขากรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในซอยสำราญราษฎร์ ย่านประตูผี ที่นี่คือ Onibus นอกประเทศญี่ปุ่นสาขาแรก ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อกลางเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา ก่อนที่ถัดจากนั้นไม่นาน Onibus จะไปเปิดอีกสาขาที่ไทเป ไต้หวัน ซึ่งทั้งสาขากรุงเทพฯ และไทเป ได้ผู้ก่อตั้งอย่าง ซากาโอะ อัตสึชิ (Sakao Atsushi) และทีมจากญี่ปุ่นมาเซ็ตอัประบบด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>a day มีโอกาสได้ไปเยือนมาแล้ว พบว่านอกจากคุณภาพของรสชาติกาแฟแล้ว Onibus ยังมีจุดยืนทางธุรกิจที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชุมชนหรือความยั่งยืน ซึ่งอยากให้ทุกคนได้ไปลองสัมผัสกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c13_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากโตเกียวถึงประตูผี&nbsp;</strong></h3>



<p>Onibus Coffee เป็นร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่น ก่อตั้งโดย ซากาโอะ อัตสึชิ เขาเป็นอดีตช่างไม้ที่ได้ไปเดินทางแบ็กแพ็กในประเทศออสเตรเลีย และลองใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นโดยทำงานในร้านกาแฟ อัตสึชิรู้สึกชอบสไตล์กาแฟที่ออสเตรเลีย เขารู้สึกว่าที่ญี่ปุ่น ซึ่งนั่นคือเมื่อประมาณ 15-16 ปีก่อน ยังไม่มีอะไรแบบนี้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาอยากกลับมาทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในญี่ปุ่น จนสะท้อนออกมาเป็นคาแรกเตอร์ของ Onibus ทั้งในเรื่องคาแรกเตอร์ของกาแฟและบรรยากาศของร้าน โดยปัจจุบัน Onibus มีหลายสาขาในโตเกียว รวมทั้งมีแบรนด์แยกย่อยออกมาชื่อ About Life Coffee Brewers</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520.jpg" alt="" class="wp-image-167552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c20_20230520-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>ส่วนจุดเริ่มต้นของการเข้ามายังเมืองไทยของ Onibus นั้น ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน เมื่อหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ถิ-ถิรคุณ รติรัตนานนท์ อดีตวิศวกรโยธาที่ผันตัวมาทำด้านอสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสได้ไปลองกาแฟร้าน Onibus ที่โตเกียวตามคำแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปุ่น เขารู้สึกชอบในคาแรกเตอร์ของกาแฟที่รู้สึกว่ายังไม่มีร้านอื่นทำได้แบบนี้&nbsp;</p>



<p>“พอไปได้ลอง Onibus ที่ญี่ปุ่น นอกจากกาแฟที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ผมชอบบรรยากาศในร้าน รู้สึกว่าบรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง รีแลกซ์ เหมือนเราไปบ้านเพื่อน เป็นสองอันหลักๆ ที่ทำให้ประทับใจ” ถิเล่า</p>



<p>ต่อมาเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนเดิม ซึ่งรู้จักกับ ซากาโอะ อัตสึชิ เจ้าของ Onibus เป็นการส่วนตัวด้วย บอกกับถิว่า อัตสึชิกำลังจะมาเมืองไทย เขารู้ว่าถิชอบ Onibus อยากให้ชวนอัตสิชึมาแนะนำให้รู้จักกันไหม นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน&nbsp;</p>



<p>“แต่ตอนนั้นยังไม่ได้มีแพลนว่าจะทำร้านนะครับ” ถิบอก “กว่าที่จะเริ่มคุยลงรายละเอียดเรื่องนี้กัน ก็ประมาณปีสองปีหลังจากที่รู้จักกัน เราคุยกันหลายๆ อย่าง มาลงตัวที่ว่าโกลหรือวิชันของเรา เราอยากให้ร้านอยู่ตรงนี้ อยากให้มีกาแฟแบบนี้ มีสเปซแบบนี้ จนเกิดการคอนเนกต์ของคนในหลายๆ แง่มุมเข้าด้วยกัน ขมวดจนออกมาเป็น Onibus สาขากรุงเทพฯ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520.jpg" alt="" class="wp-image-167553" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c27_20230520-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>จากซ้าย: ถิ-ถิรคุณ รติรัตนานนท์, ฮิว-ธีรจิต ล้วนพิชญ์พงศ์ 2 ใน 4 พาร์ตเนอร์ Onibus BKK</figcaption></figure>



<p>นอกจากถิแล้ว ที่นี่ยังมีพาร์ตเนอร์คนไทยอีก 2 คนคือ ฮิว-ธีรจิต ล้วนพิชญ์พงศ์ และ หนูดี-จิตชนก ต๊ะวิชัย กับ Onibus Coffee ญี่ปุ่นอีก 1 พาร์ตเนอร์ รวมเป็นทั้งหมด 4 พาร์ตเนอร์ เปิดเป็น Onibus สาขากรุงเทพฯ จากที่เริ่มคุยกันก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แบรนด์กาแฟที่พูดเรื่องคุณภาพของรสชาติ ชุมชม และความยั่งยืน</strong></h3>



<p>ถิและฮิวเล่าเรื่อง core value หรือค่านิยมองค์กรของ Onibus ซึ่งมี 3 เรื่องหลักๆ ให้เราฟัง&nbsp;</p>



<p><strong>Quality&nbsp;</strong></p>



<p>Onibus จะเน้นกาแฟที่ Clean/Balance/Smooth เป็นคั่วอ่อนทั้งหมด และคงคาแรกเตอร์ของออริจินหรือแหล่งที่มาของกาแฟนั้นๆ ไว้&nbsp;</p>



<p>ฮิว ซึ่งดูแล operation ของร้าน บอกกับเราว่า “ที่นี่จะเน้นกาแฟที่กลมกล่อม กินง่าย ดื่มได้เรื่อยๆ เป็นกาแฟที่แสดงรสชาติที่เป็นอัตลักษณ์ของมัน เช่น เอธิโอเปีย เคนยา กินแล้วต้องรู้ว่าเป็นรสแบบนี้ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราเลือกกาแฟ washed process เป็นหลักด้วย เพราะว่าคงคาแรกเตอร์ของกาแฟตัวนั้นๆ ได้ดีกว่า คุมปัจจัยในการเดเวลอปหลายๆ อย่างขึ้นมาได้ง่ายกว่า”</p>



<p>เมล็ดซิงเกิลออริจินสำหรับดริป หลักๆ จะมี เคนยา เอธิโอเปีย รวันดา ฮอนดูรัส กัวเตมาลา เหล่านี้จะถูกส่งมาจากโรงคั่วที่ญี่ปุ่น แต่เมล็ดเบลนด์สำหรับเอสเพรสโซ ทาง Onibus ฝั่งไทยพัฒนาขึ้นตามมาตรฐานของทางญี่ปุ่น โดยให้มีเมล็ดไทยเข้าไปด้วย ส่วนหนึ่งเพราะอยากโปรโมตกาแฟไทย ซึ่งในเบลนด์ตัวนี้จะมีกาแฟไทยกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือเอธิโอเปียกับเคนยา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520.jpg" alt="" class="wp-image-167555" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c25_20230520-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>ถิเสริมว่า “การทำงานกับคนญี่ปุ่น ถ้าเรื่องไหนที่เขารู้สึกว่าเขาใส่ใจแล้ว เขาจะไม่ยอมประนีประนอมเลย ยังไงก็ต้องมีแสตนดาร์ด เช่นเรื่องของเมล็ดกาแฟ รสชาติของกาแฟ ยังไงก็ต้องเป็นแบบ Onibus ไม่ใช่เรามาที่ไทย แล้วคนไทยคุ้นเคยกับรสชาติสไตล์หนึ่งมากกว่า กาแฟที่บอดี้หนักหน่อย ตอนแรกเราก็อยากจะมีนะ แต่สุดท้ายแล้ว เรานำเสนอในสไตล์ Onibus ก่อนดีกว่า คั่วอ่อน คลีนๆ กินลื่นๆ”&nbsp;</p>



<p>สำหรับเมนูแนะนำ ใครมาที่นี่อยากให้ลองแฮนด์ดริปออริจินต่างๆ ข้างต้น ซึ่งเป็นเมนูที่ความคลีน ความบาลานซ์ และสมูทอย่างที่ Onibus นำเสนอ จะถูกขับออกมาได้ดีที่สุด ส่วนใครที่อยากได้กาแฟนมมากกว่า ลาเต้ของที่นี่ก็ผ่านการคัดสรรนมให้เหมาะกับกาแฟแบบ Onibus จนได้ลาเต้ที่มีเอกลักษณ์เช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520.jpg" alt="" class="wp-image-167557" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c24_20230520-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>และถ้าเป็นเมนู non-coffee อยากให้ได้ลอง Spicy Lemonade ซึ่งฮิวภูมิใจนำเสนอ&nbsp;</p>



<p>“เป็นเมนูเหมือนที่ขายที่ญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อน แต่ของเราร้อนตลอดปี เลยมีขายตลอด (หัวเราะ) โดยเราประยุกต์ใส่พริกของไทย คือพริกจินดา และสมุนไพรต่างๆ ของไทยให้ได้รสที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรา”</p>



<p>เลมอนเนดที่มีส่วนผสมของพริกจินดา อยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรต้องมาลองที่นี่เท่านั้น ขอบอกว่าดื่มแล้วสดชื่นมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167556" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c32_20230520.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption>Spicy Lemonade</figcaption></figure></div>



<p>&nbsp;<strong>Sustainability และ Traceability&nbsp;</strong></p>



<p>ด้าน Traceability ไร่กาแฟที่ Onibus เลือกส่วนใหญ่จะเป็นไร่ที่ดีลกับฟาร์มโดยตรง ทำให้ได้ผลผลิตที่ตรงความต้องการ และรายได้ไปสู่ผู้ผลิตมากขึ้น เพราะไม่มีคนกลาง และไม่มีเรื่องของแรงงานเด็ก&nbsp;</p>



<p>ถิเล่าต่อ “ส่วน Sustainability อยากให้ผลผลิตของเราส่งผลเสียต่อโลกน้อยที่สุด อย่างเช่นแก้ว เราก็เลือกวัตถุดิบอยู่นาน หลายคนอาจจะคิดว่า แก้วกระดาษมันก็น่าจะ compostable หรือย่อยสลายเองได้อยู่แล้ว แต่จริงๆ แล้วข้างในมันมีพลาสติกซีลอยู่อีกชั้นหนึ่ง เพื่อกันไม่ให้ของเหลวซึมออกมา ซึ่งส่วนมากพลาสติกตัวนั้นย่อยสลายเองไม่ได้ Onibus ที่ญี่ปุ่นเอง ใช้แก้วที่ตัวพลาสติกข้างใน compostable เราเลยถูกรีเควสต์ว่า อยากได้วัตถุดิบแบบนั้นด้วย ซึ่งในไทยหายากมาก กว่าจะหาเจอก็คือนานมาก แต่ในที่สุดก็ไปได้ซัพพลายเออร์ที่มีแมททีเรียลตัวนี้ เพราะฉะนั้นตัวแก้วกระดาษของเราก็คือเป็น compostable ฝังกลบก็ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ”&nbsp;</p>



<p>นอกจากแก้วกระดาษแล้ว ถุงกาแฟของ Onibus ก็สามารถย่อยสลายเองได้เช่นกัน รวมทั้งหลอด แต่ที่นี่จะไม่ใช้หลอดกระดาษ เพราะเปื่อยยุ่ยเร็วเกินไปทำให้ได้รับประสบการณ์ในการดื่มที่ไม่ดี จึงใช้หลอดกากน้ำตาลแทน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520.jpg" alt="" class="wp-image-167559" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c21_20230520-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายมุมในเรื่องของ Sustainability ที่ทางร้านพยายามจะทำให้ได้มากที่สุด เช่นแก้วดื่มที่ร้านเอาขวดไวน์มาตัด การหมักปุ๋ยโดยใช้กากกาแฟในบางสาขาที่ญี่ปุ่น หรือวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในบางสาขาก็ใช้ไม้ที่ไม่ไปรบกวนธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>เรื่องนี้น่าสนใจ ถิขยายความว่า “ป่าที่ญี่ปุ่นมีบางส่วนที่แน่นไป ทำให้ต้นไม้โตไม่ได้ เขาเลยต้องไปซอยต้นไม้บางส่วนให้ป่ามันมีพื้นที่ในการเจริญเติบโตต่อไป ซึ่งต้นไม้พวกนี้ที่ถูกตัดออกมาเพื่อให้ส่วนที่เหลือโต เราเอามาทำตกแต่ง Onibus ที่สาขานั้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>Community&nbsp;</strong></p>



<p>ถิเล่าให้ฟังต่อถึงเรื่องโลเคชันและความเป็นคอมมูนิตี้ของย่านประตูผี</p>



<p>“สาเหตุหลักที่อยากมาอยู่ตรงนี้เพราะว่า หนึ่ง, มันยังมีความเป็นย่าน residential หรือย่านที่อยู่อาศัยสูง ยังไม่คอมเมอร์เชียลมากเกินไป และเดินได้ถึงกันหมด เลยรู้สึกว่าชอบคาแรกเตอร์ของย่านแบบนี้ ซึ่งก็ไปตรงกับคาแรกเตอร์ของ Onibus ที่ญี่ปุ่นด้วย ก็คือเขาจะไปวางตัวเองอยู่ในย่านชุมชน และเหมือนเป็นฮับของชุมชน ร้านกาแฟของชุมชนที่คนมาเพื่อกินกาแฟ มาเจอเพื่อน มาใช้เวลาระหว่างวัน ก็ค่อนข้างเหมาะเจาะที่จะมาลงตรงนี้เหมือนกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c11_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167564" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c12_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากวางตัวอยู่ในชุมชนแล้ว อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการช่วยซัพพอร์ตชุมชน</p>



<p>“คือพอเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว เราอยากให้คนมาแล้วไม่ได้กินกาแฟอย่างเดียว กินกาแฟแล้ว กินข้าวต่อดีกว่า ร้านข้าวแถวนี้ก็เยอะมาก หรือรอคิวร้านข้าวอยู่ มานวดตรงนี้ก่อนก็ได้ ในวัดก็มีพิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ หรือแถวนี้ก็มีที่เที่ยวเยอะแยะเต็มไปหมด รู้สึกว่าอยากให้มีแอคทิวิตีติดตามต่อ และทำให้ชุมชนทำให้ร้านโลคัลต่างๆ โตไปด้วยกันกับเราด้วย&nbsp;</p>



<p>“อีกเรื่องที่เราอยากออกมาอยู่ค่อนข้างสแตนด์อะโลน ไม่ได้อยู่ในห้างหรือในคอมมูนิตี้มอลล์ เพราะว่าเราอยากให้คนที่มา ตั้งใจมาเพื่อกินกาแฟจริงๆ ในทางกลับกันถ้าเราไปอยู่ในห้าง ผมรู้สึกว่าเหมือนเราไม่ได้เป็นจุดประสงค์หลักในการมาหรือเปล่า แต่ก็แลกกับความลำบากในการเดินทางมานิดหนึ่ง (หัวเราะ) แต่ก็ยังถือว่าไม่ได้ไกลจากรถไฟฟ้ามาก ส่วนเรื่องที่จอดรถเราก็ยังต้องหาทางแก้ไขกันต่อ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167561" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c16_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c4_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รถบัสที่ขับเคลื่อนไปด้วยพลังงานกาแฟ</strong></h3>



<p>ความหมายของชื่อ Onibus ลูกค้าบางคนเข้าใจว่า เป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะว่า oni แปลว่ายักษ์ เกี่ยวอะไรกับยักษ์หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้ว Onibus มาจากภาษาโปรตุเกส แปลว่ารถประจำทาง&nbsp;</p>



<p>“ความหมายแฝงก็คือ อยากให้ลูกค้าที่ขึ้นมาบนรถบัสคันนี้ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องกาแฟกันไปยังจุดหมายปลายทาง Onibus ก็เป็นเหมือนรถบัสคันหนึ่งที่ขนคนมา ซึ่งเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนไปก็คือ กาแฟ” ถิอธิบาย&nbsp;</p>



<p>และรถบัสคนนี้ก็พร้อมแล้วสำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่อยากจะออกเดินทางไปด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167563" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ-Onibus-Coffee_Content_c15_20230520.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ติดตาม Onibus ได้ทาง </p>



<p>IG: <a href="https://www.instagram.com/onibuscoffee_bkk/">onibuscoffee_bkk</a></p>



<p>FB: <a href="https://www.facebook.com/onibuscoffeebkk">Onibus Coffee Bangkok</a> </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/onibus-coffee-bkk/">จากโตเกียวสู่ย่านประตูผี Onibus Coffee แบรนด์กาแฟที่พูดเรื่องคุณภาพของรสชาติ ชุมชม และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Rock Paper Scissors Store ร้านป็อปๆ ที่จะเป็นโอเอซิสสำหรับคนรักแมกกาซีน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rock-paper-scissors-store/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 May 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Rock Paper Scissors Store]]></category>
		<category><![CDATA[Magazine]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167387</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยามบ่ายวันศุกร์ของเดือนพฤษภาคม เดือนที่ความร้อนและความชื้นพุ่งทำลายสถิติ แสงแดดที่เจิดจ้าก็อาจแพ้ให้กับความสดใสของร้าน Rock Paper Scissors Store ที่บอกกับเราว่าตัวเองเป็นร้านสำหรับ Magazine, Things, และ Coffee เจ้าของร้าน ย้วย-นภษร ศรีวิลาศ ออกมาต้อนรับเราเข้าไปในพื้นที่เล็กๆ ที่เธอคัดสรรและจับวางสิ่งละอันพันละน้อยอย่างตั้งใจให้ออกมาน่ารัก น่าหยิบ ไปทุกมุม โดยมี เฟิร์ม-เฟื่องฟู จิรัฐติวาณิชย์ คอยกระตุ้นเราด้วยกลิ่นกาแฟคั่วอ่อนให้คึกคักรับกับความมีชีวิตชีวาไปกับร้านของพวกเขา ในยุคที่คนกล่าวว่าสื่อสิ่งพิมพ์นั้นตายแล้ว แต่ย้วยตอบกับเราว่า ยังมีผู้ผลิตแมกกาซีนหน้าใหม่เกิดขึ้นทั่วโลก พอเราพลิกหน้าแมกกาซีนในร้านอ่านประกอบการเล่าเรื่องของยอดนักขายแบบเธอก็ทำให้เคลิบเคลิ้มจนเงินในกระเป๋าเกือบปลิวออกไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเป็นนักสัมภาษณ์ที่มีประสบการณ์คนหนึ่งของวงการคอนเทนต์ มีเพจของตัวเองที่ชื่อ ‘น้องนอนในห้องลองเสื้อ’ รวมทั้งพ็อกเกตบุ๊กของตัวเอง ‘ห้องลองเสื้อ’ และ ‘LOVEZINE เรื่องจริงหวังแต่ง’ (เขียนร่วมกันกับคุณเฟิร์มสามี) ทำให้ไม่ว่าเธอแนะนำเล่มไหน เราก็ยากจะอดใจที่จะไม่สนุกไปกับเธอ จากจุดเริ่มต้นนำหนังสือมือสองของตัวเองไปเปิดร้าน Pop-up ในอีเวนต์ที่ theCOMMONS เมื่อปี 2022 แล้วพบว่ามีคนที่สนใจแมกกาซีนต่างประเทศที่ ย้วย-นภษร ศรีวิลาศ ชื่นชอบและเก็บสะสมอยู่ในไทยจำนวนไม่น้อย จึงเริ่มนำเข้ามาขายในรูปแบบออนไลน์และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ขยับขยายฐานนักอ่านจากคนที่ติดตามผลงานให้กว้างขึ้นและเป็นที่พูดถึงปากต่อปาก แม้แต่ชาวต่างชาติก็ดั้นด้นตามหาร้านนี้ด้วยเช่นกัน&#160; แน่ละว่าความฝันที่จะเปิดร้านแมกกาซีนในยุคที่แทบทุกอย่างถูกโยกย้ายขึ้นไปอยู่บนโลกดิจิทัล คนทั่วไปเองก็มองว่าสื่อสิ่งพิมพ์มันไม่เซ็กซี่และเป็นที่นิยมอีกต่อไป แต่ทำไมยังมีคนทำสิ่งพิมพ์หน้าใหม่ที่อยากเปิดร้านแมกกาซีนและลงทุนลงแรงทำเรื่องราวสนุกให้ได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ&#160; ก่อนที่จะสนุกไปกับการท่องโลกแมกกาซีนต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rock-paper-scissors-store/">Rock Paper Scissors Store ร้านป็อปๆ ที่จะเป็นโอเอซิสสำหรับคนรักแมกกาซีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ยามบ่ายวันศุกร์ของเดือนพฤษภาคม เดือนที่ความร้อนและความชื้นพุ่งทำลายสถิติ แสงแดดที่เจิดจ้าก็อาจแพ้ให้กับความสดใสของร้าน <a href="https://www.instagram.com/rockpaperscissorsstore/">Rock Paper Scissors Store</a> ที่บอกกับเราว่าตัวเองเป็นร้านสำหรับ Magazine, Things, และ Coffee เจ้าของร้าน ย้วย-นภษร ศรีวิลาศ ออกมาต้อนรับเราเข้าไปในพื้นที่เล็กๆ ที่เธอคัดสรรและจับวางสิ่งละอันพันละน้อยอย่างตั้งใจให้ออกมาน่ารัก น่าหยิบ ไปทุกมุม โดยมี เฟิร์ม-เฟื่องฟู จิรัฐติวาณิชย์ คอยกระตุ้นเราด้วยกลิ่นกาแฟคั่วอ่อนให้คึกคักรับกับความมีชีวิตชีวาไปกับร้านของพวกเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167388" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในยุคที่คนกล่าวว่าสื่อสิ่งพิมพ์นั้นตายแล้ว แต่ย้วยตอบกับเราว่า ยังมีผู้ผลิตแมกกาซีนหน้าใหม่เกิดขึ้นทั่วโลก พอเราพลิกหน้าแมกกาซีนในร้านอ่านประกอบการเล่าเรื่องของยอดนักขายแบบเธอก็ทำให้เคลิบเคลิ้มจนเงินในกระเป๋าเกือบปลิวออกไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเป็นนักสัมภาษณ์ที่มีประสบการณ์คนหนึ่งของวงการคอนเทนต์ มีเพจของตัวเองที่ชื่อ <a href="https://www.facebook.com/sleepinginthefittingroom">‘น้องนอนในห้องลองเสื้อ’</a> รวมทั้งพ็อกเกตบุ๊กของตัวเอง ‘ห้องลองเสื้อ’ และ ‘LOVEZINE เรื่องจริงหวังแต่ง’ (เขียนร่วมกันกับคุณเฟิร์มสามี) ทำให้ไม่ว่าเธอแนะนำเล่มไหน เราก็ยากจะอดใจที่จะไม่สนุกไปกับเธอ</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นนำหนังสือมือสองของตัวเองไปเปิดร้าน Pop-up ในอีเวนต์ที่ theCOMMONS เมื่อปี 2022 แล้วพบว่ามีคนที่สนใจแมกกาซีนต่างประเทศที่ ย้วย-นภษร ศรีวิลาศ ชื่นชอบและเก็บสะสมอยู่ในไทยจำนวนไม่น้อย จึงเริ่มนำเข้ามาขายในรูปแบบออนไลน์และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ขยับขยายฐานนักอ่านจากคนที่ติดตามผลงานให้กว้างขึ้นและเป็นที่พูดถึงปากต่อปาก แม้แต่ชาวต่างชาติก็ดั้นด้นตามหาร้านนี้ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>แน่ละว่าความฝันที่จะเปิดร้านแมกกาซีนในยุคที่แทบทุกอย่างถูกโยกย้ายขึ้นไปอยู่บนโลกดิจิทัล คนทั่วไปเองก็มองว่าสื่อสิ่งพิมพ์มันไม่เซ็กซี่และเป็นที่นิยมอีกต่อไป แต่ทำไมยังมีคนทำสิ่งพิมพ์หน้าใหม่ที่อยากเปิดร้านแมกกาซีนและลงทุนลงแรงทำเรื่องราวสนุกให้ได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ&nbsp;</p>



<p>ก่อนที่จะสนุกไปกับการท่องโลกแมกกาซีนต่างๆ ทั่วโลก เราสะดุดตากับความป็อป สีสันฉูดฉาด ที่เธอบอกว่าไม่ต้องการให้ร้านแห่งนี้มินิมัลหรือเคร่งขรึมเหมือนภาพจำเดิมๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="742" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1-742x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167389" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1-742x1024.jpg 742w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1-218x300.jpg 218w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1-768x1059.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1-600x828.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-1.jpg 870w" sizes="(max-width: 742px) 100vw, 742px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167390" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-9.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“คอนเซ็ปต์ก็มาจากความชอบเรื่องสีสัน สิ่งแรกก่อนที่จะมีร้านคือเก้าอี้โซฟาสีเขียวที่กดสั่งมาก่อนที่จะเกิดร้านนี้ขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อมาเจอโลเคชันที่ถูกใจก็ตั้งโจทย์ในใจว่าอยากให้ร้านมีพื้นสีสดจึงบอกกับผู้รับเหมาให้ไปคิดต่อแล้วได้ออกมาเป็นพื้นสีแดงสดประกบอยู่กับโซฟาสีเขียวอย่างที่เห็น”&nbsp;</p>



<p>ส่วนเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ก็ค่อยๆ งอกตามมา ไม่ว่าจะเป็น ตู้ใส่หนังสือสีฟ้าสว่างตั้งเด่นพิงไปกับผนังสีเหลือง เธออยากให้ร้านนี้ได้ฟีลแบบร้านขายของชำจึงสั่งทำตู้ไม้วินเทจที่โค้งเข้ามุมพอดีกับห้อง จับคู่มากับเคาน์เตอร์ไม้มุมชงกาแฟ เงยขึ้นมองโคมไฟ Sowden จากอิตาลี แบรนด์นำเข้าที่ชอบเป็นการส่วนตัว เตะตาคนที่แวะอยากซื้อไปใช้บ้างก็เลยผันตัวเป็นผู้นำเข้ามาขาย แถมขายดีอีกด้วย</p>



<p>ด้วยนิยามของร้านมีสามอย่างคือ Magazine Things และ Coffee ที่ดูแลโดยคุณเฟิร์มสามีที่เปิดโรงคั่ว Hands and Heart Coffee Roasters แต่ Rock Paper Scissors Store ยังเรียกตัวเองว่าเป็นร้านที่เน้นขายแมกกาซีนเป็นหลักแต่เติมความชอบเรื่องอื่นๆ ของทั้งคู่สอดแทรกไว้ในมุมต่างๆ ของร้าน โดยยึดหลักการที่ว่าของที่คัดสรรมานี้ก็เพื่อทำให้การอ่านรื่นรมย์และสนุกขึ้นนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167391" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“หลักที่เราเลือกหนังสือที่จะเอาเข้ามาคือ เล่าเรื่องอะไร เนิร์ดแค่ไหน และวิธีการเล่าเป็นอย่างไร”&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่ทำงานด้านการขีดๆ เขียนๆ สัมภาษณ์คนมากมาย เธอเก็บสะสมแมกกาซีนที่ชอบเอาไว้เก็บเป็นแหล่งอ้างอิง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือหาซื้อยากที่ไม่ได้มีขายทั่วไป ความหลงใหลในการเล่าเรื่องที่มีคอนเซ็ปต์สนุกๆ ออกนอกกรอบแบบเด็กเนิร์ดที่เล่าเรื่องเดียวเจาะลึกทั้งเล่ม ตัวอย่างเช่น Science of the Secondary จากสิงคโปร์ เล่มที่เล่าเรื่องแก้วก็เจาะรายละเอียดทุกมุม ทุกมิติของแก้วจนแอบคิดในใจว่า นี่จะเล่าทำไมนะ แต่วิธีการเล่าแบบนี้ก็น่าสนใจจนทำให้เราวางไม่ลงเช่นกัน</p>



<p>ถึงแม้ว่าการใช้ติ๊กตอกจะช่วยทำให้หลายๆ แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนได้มากขึ้น ซึ่งคนทำคอนเทนต์แบบเธอรู้ดีว่ายอดขายโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่จะเพิ่มขึ้นแน่ๆ ไม่มากก็น้อย แต่ก็ยังยืนยันที่จะไม่กระโดดลงไปในสนามนี้ เพราะไม่ต้องการให้คนอ่านซื้อแมกกาซีนนี้ไปเพียงเพราะมันได้รับความนิยม แต่อยากให้หนังสือและคนอ่านที่ต้องการได้มาพบกัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167392" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“Tagline ของร้านเราเขียนไว้ว่า Every book has its own influence หนังสือแต่ละเล่มมีอิทธิพลกับแต่ละคนไม่เหมือนกัน”</p>



<p>“เราจะเล่าให้คนที่มาที่ร้านฟังก็จะรู้สึกสนุกและซื้อกลับไป บางทีคนที่แวะมาเพราะร้านกาแฟแต่ฟังคอนเซ็ปต์ของแมกกาซีนแล้วก็อินจนโดนเราป้ายยาซื้อกลับบ้านไปเกือบทุกราย ไม่มีคนที่เข้าแล้วกลับไปมือเปล่าแน่นอน ไม่มีใครรอดเลย (หัวเราะ)”</p>



<p>เมื่อเราถามถึงวลีที่คนทั่วไปแปะป้ายอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะนิตยสารที่ถูกนิยามว่าเป็นสื่อที่ตายแล้ว เธอตอบโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดกับเราว่า&nbsp;</p>



<p>“สิ่งพิมพ์มันไม่ได้ตาย สิ่งที่จะตายก็คือพวกเรานี่แหละคนซื้ออย่างเราเพราะมีแต่ของน่าซื้อเต็มไปหมดเลย ซื้อไม่ไหวแล้วมันเยอะมาก (เน้นเสียง)”&nbsp;</p>



<p>สิ่งพิมพ์ที่จะตายก็คงเป็นสิ่งพิมพ์บางประเภท ส่วนพ็อกเกตบุ๊กยังรอดและขายดีอยู่ สิ่งพิมพ์ที่จะตายไปคือแมกกาซีนกระแสหลักเพราะอาศัยเทรนด์และช่วงเวลา แต่หนังสือที่ร้านนำมาขายถึงแม้จะเป็นแมกกาซีนแต่เนื้อหาที่มีความ Timeless และไม่สามารถหาอ่านได้ในกูเกิล</p>



<p>“ถ้าให้ตอบคำถามนี้จากสิ่งที่เราเห็นมันสวนทางกับสิ่งที่เราได้ยินมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา เห็นการเปลี่ยนผ่านจากสิ่งพิมพ์เป็นสื่อออนไลน์เพราะไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนอ่าน ในต่างประเทศมีแมกกาซีนอินดี้เกิดขึ้นมากมายที่ขายดี เล่าเรื่องได้สนุก ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งพิมพ์ไม่ได้ตาย แต่เปลี่ยนวิธีคิดเพราะจะเห็นว่าพ็อกเกตบุ๊กยังอยู่รอด แต่คนที่ตายคือเจ้าใหญ่ในทุกวงการที่ไม่ปรับตัว”</p>



<p>สำหรับร้านแมกกาซีนเล็กๆ อินดี้แห่งนี้ การจะยืนอยู่ได้ท่ามกลางธุรกิจเครือข่ายร้านจำหน่ายหนังสือเจ้าดังๆ คงเป็นความใกล้ชิดและไว้ใจกันระหว่างคนอ่าน คนขาย และคนทำ ที่เป็นความสัมพันธ์ยึดโยงกันไว้&nbsp;</p>



<p>“ความประทับใจที่ได้รับมาจากลูกค้าเก่า จากเริ่มแรกที่ซื้อเพราะความเชื่อใจ กลับมาซื้อซ้ำเล่มที่เขาสนใจจริงๆ และการได้รับคำขอบคุณจากลูกค้าที่นำหนังสือแบบนี้เข้ามา”</p>



<p>“สำหรับความประทับใจอีกส่วนคือการที่ได้ติดต่อตรงกับคนทำมากมายจากคนที่เป็นแฟนคลับได้กลายมาเป็นเพื่อนกับคนทำ แค่สั่งซื้อหนังสือแต่กลับได้รู้เรื่องราวของคนทำเยอะขึ้น ตัวอย่างล่าสุด คนทำหนังสือในลอนดอนที่เราสั่งหนังสือเขามาขายแล้ววันหนึ่งแวะมาหาที่ร้าน ทำให้ได้เจอหน้ากัน คุยกันถึงเบื้องหลังการทำหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เราเองก็ได้เป็นกำลังใจให้คนทำและฟีดแบ็กกลับไปหาเสมอว่าหนังสือดีมาก ขายดี ขอให้ทำต่อไปนะ ในฐานะที่เป็นคนทำมาก่อน คำเหล่านี้ที่ดูเหมือนเล็กน้อยแต่เป็นกำลังใจมากไม่ให้เรา Burnout กันไปก่อน ถ้าชอบเล่มไหนเราก็อยากบอกให้เขารู้บ่อยๆ สิ่งที่ประทับใจเกิดขึ้นกับทั้งคนมาซื้อและคนที่ทำทุกคนที่เจอ ได้คุย ได้ขาย ได้กลายเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ”</p>



<p>“คนทำสิ่งพิมพ์เหมือนมี ‘ภาษาสากล’ ที่คนทำจะเข้าใจกันและกันไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก คนทำสิ่งพิมพ์ก็ยังกรี๊ดสิ่งพิมพ์กันอยู่”&nbsp;</p>



<p>ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษากลางที่ช่วยทำให้สิ่งพิมพ์จากซีกโลกหนึ่งสามารถข้ามเขตแดนระหว่างกันและกัน อีกทั้งยังทำให้ยอดขายไม่จำกัดอยู่แค่ภายในประเทศ&nbsp;</p>



<p>แม้ในช่วงนี้ยอดขายและการตอบรับจะยังเป็นที่น่าพอใจ แต่ทั้งคู่ ย้วย และ เฟิร์ม ก็ยังคงต้องสังเกตและจับตาความเปลี่ยนแปลง</p>



<p>“ช่วงเฝ้าระวังของร้านเปิดใหม่ เราอยากให้เขาจดจำได้ว่าถ้าอยากได้หนังสือที่เล่าเรื่องสนุกๆ แล้วนึกถึงชื่อร้านของเรา ไม่ต้องอ่านจบทุกหน้าก็ได้เพราะเป็นหนังสือที่เหมาะกับการใช้อ้างอิงทำงาน ถ้าเบื่อเรื่องเล่าที่มีอยู่ในท้องตลาดว่าทำไมถึงเล่าให้สนุกว่านี้ไม่ได้ หนังสือเหล่านี้ช่วยเติมออกซิเจนได้ ลูกค้าเหล่านี้จะมีทั้งที่เป็นนักอ่านและเป็นคนทำงานสื่อ โดยเฉพาะคนทำงานสื่อที่เข้ามาก็จะตื่นเต้นมาก ทำไมกระดาษถึงเล่าได้ขนาดนี้ทำให้มีไฟอยากกลับมาทำงานพิมพ์ด้วยกระดาษอีกครั้ง เราก็อยากเป็นโอเอซิสให้กับคนอ่านและคนทำ”</p>



<p>ตลอดการสนทนาเราเองสัมผัสได้ถึงออร่าความสนุก สดใส มีชีวิตชีวาที่ส่งผ่านมาทางสีหน้าและความแอ็กทีฟของเธอ จึงอยากรู้ว่าการเปิดร้านนี้มอบความสุขให้เธออย่างไร ก็ได้รับคำตอบที่ทั้งเติมไฟและน่าอิจฉากลับมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167393" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="742" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7-742x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167394" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7-742x1024.jpg 742w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7-218x300.jpg 218w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7-768x1059.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7-600x828.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-7.jpg 870w" sizes="(max-width: 742px) 100vw, 742px" /></figure>



<p>“ความสุขอยู่ทุกที่เลยอะ ก่อนหน้านี้เราก็เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนคนอื่นๆ เรามีความฝันมาตลอดว่าอยากเปิดร้านแบบนี้ เล่าให้ใครฟังเขาก็หัวเราะกลับมาว่าจะขายได้เหรอ เปิดร้านกาแฟดีกว่าไหม ไม่มีใครเชื่อเลย แต่เรามีแฟนที่เชื่อแล้วก็ช่วยกันทำมันขึ้นมา พอทำออกมาแล้วก็มีความกลัวว่าจะขายไม่ได้ พอเริ่มขายได้ บอกต่อ มันก็เหมือนเป็นรางวัลเล็กๆ ให้เรารู้ว่าจริงๆ ก็ยังมีคนที่ชอบเหมือนกันกับเรา มันสนุกหมดเลยนะ ทุกเช้าที่ตื่นมาอยากมาเปิดร้านหรือมันอาจจะยังอยู่ช่วงโปรโมชันก็ได้ที่เรายังสนุกอยู่นะ แต่ว่าต่อให้ขายหมดไปแล้วก็ยังมีล็อตอื่นๆ ที่รอให้เราอ่านอยู่อีกเยอะเต็มไปหมด นี่แหละเป็นความสนุก”&nbsp;</p>



<p>“ถ้าให้กลับไปทำสื่อก็ไม่ทำแล้ว เพราะได้เงินจากการขายของดีกว่า ตอนจ่ายก็จ่ายเยอะเหมือนกันนะ (ยิ้มหวาน) แต่ว่ามันดีอะ เรารู้ตัวแล้วว่าชอบขายของเพราะเป็นของที่อิน แนะนำให้เป็นผู้ประกอบการ หาเรื่องที่อินแม้จะมีทั้งขายดีและขายไม่ดี เราเป็นพวกสุขนิยมที่ทำงานในออฟฟิศอยู่ดีๆ แล้วอยากทำแมกกาซีนก็ออกมาสมัครงานกับบริษัททำนิตยสาร อยากเล่าเรื่องก็มาเป็นคนเล่าเรื่อง อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่มารู้ตัวว่าการทำงานสื่อทำให้ Self-esteem เราต่ำลง รู้สึกไม่มีความฝันแล้วว่าอยากทำอะไร แต่ร้านหนังสือก็เป็นความฝันลึกๆ ในใจที่ไม่กล้าบอกใคร พอมามีแฟนชีวิตก็เปลี่ยน ทุกอย่างก็ดีขึ้น (หัวเราะเขินๆ)&nbsp;</p>



<p>“ที่จะบอกคือแนะนำให้มีแฟนใช่ไหมล่ะ” เราถามสวนกลับไป&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ใช่ ที่จะบอกคือแนะนำให้มีแฟนเป็นผู้ประกอบการค่ะ แล้วชีวิตจะดีขึ้นทุกด้าน” (ยิ้มหวานจนคนโสดแบบเราอิจฉา)</p>



<p>ก่อนกลับเราได้ลองกาแฟของที่ร้านที่เธอย้ำนักย้ำหนาว่ากาแฟคั่วอ่อนที่ร้านนี้หวาน ดื่มง่าย แล้วก็ต้องประหลาดใจเพราะคนที่ไม่ดื่มกาแฟแบบเราสามารถจิบกาแฟแบบนี้ได้ ไม่ขม แถมสดชื่นอีกด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167395" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/ที่ชอบ_rock_paper_scissors_Web-inside-6.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรื่อง: จันจิรา ยีมัสซา  ภาพ: พิชญุตม์ คชารักษ์ และ เจน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ร้าน </strong><a href="https://www.instagram.com/rockpaperscissorsstore/">Rock Paper Scissors Store</a></p>



<p>&#8211; ตั้งอยู่ในซอย สุขุมวิท 39 (อาคาร ดี.เอช.แกรนด์ ทาวเวอร์)&nbsp;</p>



<p>&#8211; สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้าลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วต่อมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีกไม่ไกล&nbsp;</p>



<p>&#8211; เปิดเวลา 13:00-18:00 น.</p>



<p>&#8211; ปิดทุกวันอังคาร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rock-paper-scissors-store/">Rock Paper Scissors Store ร้านป็อปๆ ที่จะเป็นโอเอซิสสำหรับคนรักแมกกาซีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ&#8221; เกมเอาตัวรอดที่สะท้อนความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงระหว่างทางกลับบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/get-home-safe-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 May 2023 07:43:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ]]></category>
		<category><![CDATA[gethomesafeproject]]></category>
		<category><![CDATA[เกมทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพิศา เกือบรัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[sexual harassment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167327</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอร์ตโฟลิโอของ พิมพิศา เกือบรัมย์ ชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะมัณฑนศิลป์ สาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชื่อผลงาน “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ขอเตือนภัย! เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคุณ “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ประโยคติดปากที่เรามักจะพูดทิ้งท้ายก่อนแยกย้ายจากเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกันที่ต้องกลับบ้านเพียงลำพัง แต่เคยคิดไหมว่าทำไมเราต้องคอยถามคนอื่นว่าถึงบ้านหรือยังทุกครั้งที่แยกจากกัน หรือเป็นเพราะเรากลัวว่าเขาจะกลับไม่ถึงบ้าน “ในซอยนี้เปลี่ยว เดินคนเดียวระวังตัวด้วยนะ” “ป้ายรถเมล์แถวนี้มีข่าวโดนปล้นจี้บ่อยๆ”&#160; “ขึ้นแท็กซี่แล้วถ่ายทะเบียนมาด้วย” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประโยคเหล่านี้สะท้อนว่าบ้านเมืองเราอันตรายขนาดไหน เพราะไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็ล้วนมีความเสี่ยง จนเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ‘เกิดเป็นผู้หญิงในสังคมนี้จะต้องระวังตัวถึงขนาดไหนกันนะ’ ปัญหาความไม่ปลอดภัยในการเดินทางคือสิ่งที่คนไทยต้องเจอตั้งแต่เกิดจนโต จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคนและเกิดความคุ้นชินโดยไม่รู้ตัว หนึ่งในนั้นคือ ‘ต้า-พิมพิศา เกือบรัมย์’ นักศึกษาสาขานิเทศศิลป์ชั้นปีที่ 4 จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ทีสิสที่มีชื่อว่า “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ในรูปแบบเกมทางเลือก หรือ Interactive Game Website เล่าเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเดินทางกลับบ้านคนเดียว โดยคนเล่นจะต้องตัดสินใจเลือกวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์อันตรายที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกตัวเลือกมีผลต่อตอนจบของเกมที่ต่างกัน&#160; สารภาพว่าแค่เห็นรูปก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ถ้าอยากรู้ว่าเกมเอาตัวรอดที่ว่านี้เป็นยังไง เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ซ่อนเหตุการณ์อันตรายของใครไว้บ้าง เชิญกดเริ่มเกมไปพร้อมๆ กัน&#160; 1 อินไซท์จากชีวิตจริง ต้าเล่าว่าเรื่องราวของเกมทางเลือกเกิดจากเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในการเดินทางคนเดียวที่ตัวเองพบเจอในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเห็นข่าวเตือนภัยของคนที่ถูกคุกคามในโซเชียลอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอรู้ว่ามีคนในสังคมอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร “ส่วนใหญ่เหตุการณ์ที่อยู่ในเกมคือเหตุการณ์ที่เราเคยเจอมาก่อน อย่างเช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/get-home-safe-project/">&#8220;ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ&#8221; เกมเอาตัวรอดที่สะท้อนความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงระหว่างทางกลับบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h4 class="wp-block-heading">พอร์ตโฟลิโอของ พิมพิศา เกือบรัมย์</h4>



<h4 class="wp-block-heading">ชั้นปีที่ 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะมัณฑนศิลป์ สาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร</h4>



<h4 class="wp-block-heading">ชื่อผลงาน “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ”</h4>



<p>ขอเตือนภัย! เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคุณ</p>



<p>“ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ประโยคติดปากที่เรามักจะพูดทิ้งท้ายก่อนแยกย้ายจากเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกันที่ต้องกลับบ้านเพียงลำพัง</p>



<p>แต่เคยคิดไหมว่าทำไมเราต้องคอยถามคนอื่นว่าถึงบ้านหรือยังทุกครั้งที่แยกจากกัน หรือเป็นเพราะเรากลัวว่าเขาจะกลับไม่ถึงบ้าน</p>



<p>“ในซอยนี้เปลี่ยว เดินคนเดียวระวังตัวด้วยนะ”</p>



<p>“ป้ายรถเมล์แถวนี้มีข่าวโดนปล้นจี้บ่อยๆ”&nbsp;</p>



<p>“ขึ้นแท็กซี่แล้วถ่ายทะเบียนมาด้วย”</p>



<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประโยคเหล่านี้สะท้อนว่าบ้านเมืองเราอันตรายขนาดไหน เพราะไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนก็ล้วนมีความเสี่ยง จนเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า ‘เกิดเป็นผู้หญิงในสังคมนี้จะต้องระวังตัวถึงขนาดไหนกันนะ’</p>



<p>ปัญหาความไม่ปลอดภัยในการเดินทางคือสิ่งที่คนไทยต้องเจอตั้งแต่เกิดจนโต จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคนและเกิดความคุ้นชินโดยไม่รู้ตัว</p>



<p>หนึ่งในนั้นคือ ‘ต้า-พิมพิศา เกือบรัมย์’ นักศึกษาสาขานิเทศศิลป์ชั้นปีที่ 4 จึงเกิดเป็นโปรเจกต์ทีสิสที่มีชื่อว่า “ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ในรูปแบบเกมทางเลือก หรือ Interactive Game Website เล่าเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเดินทางกลับบ้านคนเดียว โดยคนเล่นจะต้องตัดสินใจเลือกวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์อันตรายที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกตัวเลือกมีผลต่อตอนจบของเกมที่ต่างกัน&nbsp;</p>



<p>สารภาพว่าแค่เห็นรูปก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ถ้าอยากรู้ว่าเกมเอาตัวรอดที่ว่านี้เป็นยังไง เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ซ่อนเหตุการณ์อันตรายของใครไว้บ้าง เชิญกดเริ่มเกมไปพร้อมๆ กัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167337" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C01-3-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>อินไซท์จากชีวิตจริง</strong></h4>



<p>ต้าเล่าว่าเรื่องราวของเกมทางเลือกเกิดจากเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยในการเดินทางคนเดียวที่ตัวเองพบเจอในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเห็นข่าวเตือนภัยของคนที่ถูกคุกคามในโซเชียลอยู่บ่อยๆ ทำให้เธอรู้ว่ามีคนในสังคมอีกมากมายที่ยังไม่เข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร</p>



<p>“ส่วนใหญ่เหตุการณ์ที่อยู่ในเกมคือเหตุการณ์ที่เราเคยเจอมาก่อน อย่างเช่น เส้นทางเข้าบ้านที่ดูเปลี่ยวรู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม เวลาเดินเข้าบ้านแล้วเจอแก๊งคนเมานั่งกินเหล้าหน้าบ้านตะโกนแซว หรือการโดนคนขับแท็กซี่พูดจาคุกคาม เราก็ยกมาจากประโยคที่เคยเจอจริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167331" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“นอกจากนี้ทุกครั้งที่เราเล่นโซเชียลก็จะเห็นข่าวหรือโพสต์เตือนภัยของคนที่ถูกคุกคามบ่อยมาก พอเลื่อนอ่านคอมเมนต์อย่างน้อยต้องมี 4-5 คนที่พูดประมาณว่า ‘แต่งตัวโป๊เปล่าเนี่ย’ ‘คุณไม่ระมัดระวังตัวเองหรือเปล่า’ หรือแย่ที่สุดเลยคือด่าเหยื่อด้วยซ้ำว่า ‘คุณโง่หรือเปล่า แบบนี้ก็สมควรแล้วละ’&nbsp;</p>



<p>“เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ แบบนี้มันเป็นการเบลมเหยื่อมากเกินไปหรือเปล่า การที่เหยื่อแต่งตัวโป๊มันไม่ได้หมายความว่าเขาสมยอมที่จะโดนคุกคาม ไม่ว่ายังไงคุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปคุกคามคนอื่น เหยื่อไม่ได้มีอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ มันก็เป็นสิ่งที่ติดในใจเรามาเรื่อยๆ เราอยากทำให้คนในสังคมเข้าใจมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>และนั่นจึงเป็นเหตุผลเมื่อถึงช่วงที่ต้องคิดหัวข้อทีสิส เธอจึงไม่ลังเลที่จะเล่าประเด็นนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167336" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เธอก็เคยโดนเหมือนกันใช่ไหม</strong></h4>



<p>เมื่อได้ไอเดียตั้งต้นจากอินไซต์แล้ว ขั้นตอนต่อไปต้าจึงเริ่มทำการรีเสิร์ชข้อมูลจากกระทู้เว็บบอร์ด และข่าวการโดนคุกคามที่เกิดขึ้นจริงในสังคมว่ามีวิธีไหนบ้างที่ใช้ในการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ต่างๆ รวมไปถึงสร้าง Google Forms ให้คนในโซเชียลเพื่อเก็บข้อมูล</p>



<p>ทันทีที่ต้าโพสต์ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง กลายเป็นว่าได้รับความสนใจมากกว่าที่คิด มีคนเข้ามาคอมเมนต์พร้อมกับเล่าประสบการณ์ของตัวเองกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การโดนดักรอในที่เปลี่ยว การถูกเดินตามในที่สาธารณะ หรือการถูกคุกคามบนรถแท็กซี่ที่คนส่วนใหญ่เจอบ่อยที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167339" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C02-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลองจินตนาการว่าคุณต้องกลับบ้านคนเดียวในช่วงเวลากลางคืนแล้วมีเหตุร้ายเกิดขึ้น คุณจะมีวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ได้ยังไง?</p>



<p>ถ้าต้องคิดในหัวเร็วๆ ไม่วิ่งหนีสุดชีวิต ก็ต้องต่อสู้ให้ตายกันไปข้าง&nbsp;</p>



<p>แต่จากการทำรีเสิร์ชต้าพบว่าจริงๆ แล้วยังมีวิธีการเอาตัวรอดที่น่าสนใจและคาดไม่ถึงอีกมากมายที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายได้เช่นกัน</p>



<p>“มีเพื่อนเราคนหนึ่งเข้ามาทำแบบสอบถามเล่าว่าเคยเดินเข้าบ้านตอนกลางคืนเหมือนกัน ระหว่างเดินเข้าบ้านก็มีคนเดินตาม สุดท้ายไม่รู้จะทำยังไงก็เลยทิ้งกระเป๋าแล้วก็ยืนรำอยู่ตรงนั้น รำจนคนที่เดินตามกลัวแล้วก็เดินหนีวิ่งหนีไปเลย&nbsp;</p>



<p>“อีกอันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจคือแท็กซี่พูดจาคุกคามไปในเชิงชู้สาว เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแกล้งทำเหมือนคุยกับแฟนแล้วพูดว่า ‘เธอรู้ไหมว่าเธอลืมปืนไว้ในกระเป๋าเค้านะ’ แล้วจากนั้นแท็กซี่ก็เงียบแล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเลยจนถึงบ้าน</p>



<p>“เรารู้สึกว่าชอยส์แบบนี้เป็นชอยส์ที่เราคาดไม่ถึง เพราะถ้าเป็นเราอยู่ในสถานการณ์ตรงนั้น เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะกล้าทำไหม&nbsp; ช่วงที่ทำรีเสิร์ชเรารู้สึกเครียด หดหู่มาก เพราะต้องเอาตัวเองมาอยู่กับข่าวตรงนี้เพื่อที่จะเก็บข้อมูล ทำให้เราย้อนกลับมาคิดกับตัวเองว่าวันหนึ่งจะโดนแบบนั้นบ้างหรือเปล่า”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167345" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ต้าสารภาพว่าก่อนที่จะได้มาทำโปรเจกต์นี้ เคยคิดว่าจะมีแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อ แต่หลังจากการทำรีเสิร์ชพบว่ามีผู้ชายและกลุ่ม LGBTQ+ จำนวนมากที่เข้ามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งก็มีตั้งแต่การถูกพูดจาคุกคาม การถูกลวนลาม การถูกรีดไถ่เงิน รวมไปถึงการถูกยัดยาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ</p>



<p>“มีเพื่อนเราที่เขาเป็น LGBTQ+ เล่าว่าสมัยก่อนที่แต่งตัวเป็นผู้ชายก็ใช้ชีวิตปกติไม่เคยโดนอะไรเลย แต่พอเริ่มแต่งตัวไว้ผมยาวเป็นผู้หญิงก็ถูกคุกคาม เขาก็รู้สึกว่านี่แค่แต่งตัวไว้ผมยาวเอง เสียงก็ยังเป็นเสียงผู้ชายเหมือนเดิมยังโดนขนาดนี้เลย รู้สึกว่าสำหรับผู้หญิงมันคงไม่ปลอดภัยจริงๆ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167340" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C06-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เกมที่ยังไม่ทันเล่น ก็รู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว</strong></h4>



<p class="has-text-align-center"><em>เมื่อหญิงสาวจำเป็นต้องกลับบ้านกลางดึกเพียงลำพัง</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>เส้นทางที่ไม่อาจคาดเดาได้นี้ขึ้นอยู่กับทุกการตัดสินใจของคุณ</em></p>



<p>คล้ายกับมีแรงดึงดูดที่ทำให้เราสนใจทันทีเมื่อได้อ่านประโยคข้างต้น ต้าเล่าว่าเหตุผลที่เลือกนำเสนอในรูปแบบเกมทางเลือก หรือ Interactive Game Website ประกอบไปด้วยสามเหตุผลด้วยกัน</p>



<p>อย่างแรก ต้าเป็นคนที่สนใจ Interactive Game Website อยู่แล้ว</p>



<p>อย่างที่สอง&nbsp;มองว่าเกมเป็นรูปแบบที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายและทำให้เนื้อหาดูน่าสนใจมากขึ้น</p>



<p>และอย่างสุดท้าย อยากให้คนที่เข้ามาเล่นเกมมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครในเรื่องได้มากที่สุด จึงสร้างสถานการณ์ว่าถ้าตัวผู้เล่นตกอยู่ในภัยอันตรายเหล่านั้นจะตัดสินใจอย่างไร เพราะสามารถสร้าง Awareness ให้สังคมได้</p>



<p>“เพื่อนบางคนที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้จริงๆ ตอนเล่นก็กลัวไม่กล้าเล่นต่อ เพราะว่าเขารู้สึกรีเลตมากๆ ต้องมายืนรวมกันสองสามคนเพื่อที่จะเล่น เหตุผลที่ทำไมตอนจบเราเลือกทำเป็นรูปแบบของข่าวเตือนภัย เพราะเราอยากให้คนเล่นรู้สึกว่าเรื่องราวของผู้หญิงในเกมมันก็เหมือนกับเรื่องราวของคนอื่นๆ ที่คุณอาจจะเคยเลื่อนเจอบนโลกโซเชียล อยากให้รู้สึกว่ามันใกล้ตัวเรามากๆ แล้วมันก็สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167333" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C11-storyboard.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167348" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C13-artboard-3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลังจากที่ต้าได้นำข้อมูลทั้งหมดมาจำลองเหตุการณ์คร่าวๆ แล้วก็ลองนำเสนออาจารย์ผู้หญิงกับผู้ชาย แต่ก็ได้รับฟีดแบ็กที่แตกต่างกัน</p>



<p>“ตอนตรวจเรารู้สึกว่าอาจารย์ผู้หญิงจะให้ความสนใจมากกว่า มารุมดูกัน มีความตื่นเต้นแล้วก็อินไปกับเนื้อเรื่อง อาจจะเป็นเพราะว่าสำหรับอาจารย์ผู้หญิงมันเป็นเรื่องใกล้ตัว รู้สึกว่างานรีเลตกับตัวเองมากกว่าอาจารย์ผู้ชาย</p>



<p>“ส่วนคำแนะนำก็มีอาจารย์ผู้ชายเสนอให้ลองเพิ่มชอยส์ในกรณีที่ผู้ก่อเหตุหน้าตาดี เผื่อว่าตัวละครในเกมจะใจอ่อนเห็นว่าหล่อก็เลยไว้ใจ ตอนแรกที่ได้ยินแบบนั้นเราก็รู้สึกไม่โอเคมากๆ เพราะเหมือนเบลมว่าเป็นความผิดของเหยื่อ แต่จุดประสงค์ของอาจารย์อาจจะแค่อยากช่วยสร้างสีสันของงานมากขึ้น เพราะมันเป็นเกมที่คุณสามารถลองใส่อะไรก็ได้</p>



<p>“แต่กับในโลกความเป็นจริงเราคิดว่าคงไม่มีใครกล้าที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงตรงนั้นเพียงเพราะผู้ก่อเหตุเขาหล่อหรอก ก็อาจจะมีบางกรณีที่ถูกล่อลวงไปทำอะไรสักอย่างโดยคนก่อเหตุใช้คำพูดหรือหน้าตาแล้วได้ผล แต่ก็ไม่ได้แปลว่าตัวเหยื่อเขาจะสมยอมที่จะถูกคุกคามอยู่ดี”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167347" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>โปรดระวัง! เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นคุณ</strong></h4>



<p>ถึงแม้สังคมไทยในปัจจุบันจะมีความเจริญมากขึ้น มีเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวก คอยเป็นหูเป็นตาให้เรา แต่ความรู้สึกถึงอันตรายก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดน้อยลงเลย เพราะก็ยังมีข่าวเตือนภัยให้เราเห็นอยู่ทุกวัน ดังนั้นการหลีกเลี่ยงเอาตัวเองไปอยู่ในที่อันตรายและพกอุปกรณ์ป้องกันตัวเองติดตัวไว้คงเป็นวิธีการเอาตัวรอดที่อาจจะลดความเสี่ยงลงไปได้บ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-167452" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/6D9EE6DC-0D12-45D6-B98D-51F6D1ECF06B.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ต้องยอมรับว่าประเทศไทยจะไปไหนทำอะไรก็ดูอันตรายไปหมดเลย ดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ถ้ารู้ว่าจะกลับบ้านดึก การมีคนไปรับไปส่งได้ก็น่าจะดีกว่าการกลับบ้านตัวคนเดียว หรือถ้าเป็นไปได้ควรพกพวกอุปกรณ์ป้องกันตัว อย่างเช่น สเปรย์แอลกอฮอล์ กุญแจต่างๆ หรือฝึกท่าป้องกันตัวเบื้องต้นไว้ก็จะดีมาก</p>



<p>“จริงๆ แล้วพวกอุปกรณ์ป้องกันตัวมันมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด อย่างเช่น สเปรย์พริกไทย ถ้าประเทศไทยสามารถแก้ให้ถูกกฎหมายและจำกัดปริมาณการใช้ได้ แล้วสามารถพกติดตัวได้จริงๆ มันก็คงจะดีกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ลงโทษคนที่ก่อเหตุหนักขึ้น เพราะรู้สึกว่าโทษมันก็เบาไปหน่อย คนร้ายถึงยังกล้าทำแบบทุกวันนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167344" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>5</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เพราะชีวิตจริงไม่สามารถเริ่มเกมใหม่ได้</strong></h4>



<p>โปรเจกต์ทำงานครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 4 เดือนตามระยะเวลาที่อาจารย์ให้เท่านั้น ระหว่างทางต้ายอมรับว่ารู้สึกท้อกับการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการที่เข้าถึงยาก แต่ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกสนุกและภูมิใจในตัวเองกับการทำงานครั้งนี้ไม่น้อย และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะพัฒนาต่อยอดโปรเจกต์ไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>“เรารู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ทำให้เรามองเห็นมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น ตั้งแต่เริ่มทำเรามองงานนี้ด้วยเลนส์ของตัวเอง แต่พอเริ่มโพสต์ทวิตเตอร์ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น มาแนะนำไอเดียต่างๆ มากมาย ทำให้เรารู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิดเสมอไป</p>



<p>“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะนำเสนอใหม่ๆ เช่น มุมมองผ่านผู้ชาย หรือ LGBTQ+ ที่อาจจะเจอเหตุการณ์อันตรายแบบนี้บ้าง หรืออาจจะนำเสนอเป็นประเด็นอื่นไปเลย อย่างเช่น ความปลอดภัยเวลาเราอยู่บ้านคนเดียว มีวิธียังไงที่จะป้องกันตัวเองบ้าง เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าภัยอันตรายมันยังมีอีกหลายอย่างเลยที่คนในสังคมไม่ได้ตระหนักถึงขนาดนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167363" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว ในฐานะของผู้หญิงที่คิดเกมทางเลือกนี้ขึ้นมา เราถามต้าว่าอะไรคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปในสังคมที่เต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัย</p>



<p>“แน่นอนว่าในเกมเราสามารถกลับมาเล่นซ้ำเพื่อหาตอนจบแบบใหม่ได้เรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็จะรู้ว่าทางเลือกไหนจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในชีวิตจริงเราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าเราตัดสินใจอีกแบบหนึ่งชีวิตเราจะเป็นยังไง&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้นการที่คนในสังคมเรียนรู้ที่จะเคารพสิทธิซึ่งกันและกันน่าจะเป็นทางเลือกและทางออกที่ดีที่สุด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167335" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/C10-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อ่านมาถึงตรงนี้ หากใครสนใจอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับต้า สามารถตามไปดูผลงานโปรเจกต์ &#8220;ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ&#8221; ในนิทรรศการ “Leaper” งานแสดงศิลปนิพนธ์ของภาควิชามัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม เป็นต้นไป&nbsp;</p>



<p>สามารถเล่นเกม &#8220;ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ&#8221; ได้ที่&nbsp;<a href="https://gethomesafe.newfile.studio">https://gethomesafe.newfile.studio</a></p>



<p>ติดตามโปรเจกต์ของต้าได้ทาง Twitter: <a href="https://twitter.com/newfilestudio?s=20">newfilestudio</a> และ Instagram: <a href="https://www.instagram.com/newfilestudi.o/">newfilestudi.o</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/get-home-safe-project/">&#8220;ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ&#8221; เกมเอาตัวรอดที่สะท้อนความไม่ปลอดภัยของผู้หญิงระหว่างทางกลับบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
