<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บุญญานันท์ กาญจนกิจ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author55/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author55/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 05:52:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Thaan แบรนด์ถ่านไม้เงาะจากเมืองไทยที่เดินทางไปย่างอาหารไกลถึงอเมริกา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thaan-charcoal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Jun 2020 02:41:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Thaan Charcoal]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านบินโจ]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้เงาะ]]></category>
		<category><![CDATA[Pok Pok Portland]]></category>
		<category><![CDATA[Andy Ricker]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อครัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=100134</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครชอบกินปิ้งย่างยกมือขึ้น หลายคนที่ยกมือน่าจะเคยสังเกตว่าสิ่งที่ทำให้อาหารปิ้งย่างอร่อยนอกจากคุณภาพของอาหารแล้ว ชนิดของเตาก็มีส่วนอย่างยิ่ง และร้านไหนที่เป็นเตาถ่านจะให้ความรู้สึกอร่อยนัวและหอมยิ่งกว่าเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า แม้แต่หมูปิ้งรถเข็นที่หลายคนแวะเวียนไปซื้อก็ปิ้งบนเตาถ่านเช่นกัน เรื่องนี้มีคำตอบ “เวลาปิ้งย่างบนเตาแก๊ส ถ้าลองก้มดูเปลวไฟก็จะเห็นว่าเชื้อเพลิงไม่ได้จุดติดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื้อเพลิงส่วนที่จุดไม่ติดจะเข้าไปในอาหาร ทำให้รสชาติอาหารแย่ลงนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นเตาถ่าน ใช้ถ่านที่มีคุณภาพ พอจุดติดจะมีควันถ่านลอยเข้าไปในอาหาร รสชาติสโมกกี้ที่เกิดจากควันถ่านนี่แหละที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น ส่วนเตาไฟฟ้าไม่ส่งผลอะไรกับรสชาติอาหารเลย” Andy Ricker พ่อครัวสัญชาติอเมริกันผู้คลุกคลีกับอาหารไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี อธิบายให้เราฟังถึงความพิเศษจากการทำอาหารด้วยเตาถ่าน เพราะรู้ถึงความพิเศษของถ่าน หลังจากที่ทำธุรกิจร้านอาหารเครือ Pok Pok Restaurants ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ประเทศสหรัฐอเมริกามาได้พักใหญ่ๆ แอนดี้เลยตัดสินใจเปิดไลน์ธุรกิจใหม่พร้อมกับหุ้นส่วน Toby Roberts ด้วยการนำเข้าถ่านขาวที่ทำจากไม้เงาะเมืองไทย ภายใต้ชื่อแบรนด์ Thaan Charcoal ในปี 2014 ถ่านไม้เงาะจากบ้านเราไปถึงที่นั่นได้ยังไง เราขอให้แอนดี้เล่าเรื่องราวหลังเตาถ่านให้ฟังดูสักที &#160; วัฒนธรรมการใช้ถ่าน ไม่ใช่แค่ครัวไทยเท่านั้นที่หลงใหลในกลิ่นควันหอมๆ ของอาหารจากเตาถ่าน แต่เหล่าชาวอเมริกันเองก็ติดใจรสชาติสโมกกี้ไม่แพ้กัน “การใช้ถ่านทำอาหารเป็นที่นิยมในอเมริกามาก ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลย”  เขาขยายความต่อว่าคนอเมริกันนิยมใช้เตาถ่านในการปิ้งย่างและบาร์บีคิวมาแต่ไหนแต่ไร แต่การทำอาหารด้วยถ่านสไตล์อเมริกันนั้นแตกต่างจากไทยเพราะจะนิยมใช้ไฟแรงในการย่าง วางตะแกรงใกล้ไฟ และใช้เวลาสั้นๆ อาหารที่ออกมานั้นจะดูเหมือนไหม้เกรียม ส่วนการใช้เตาถ่านแบบไทยจะใช้ไฟไม่แรง โรยขี้เถ้ากลบบนถ่าน วางตะแกรงห่างจากตัวไฟ และใช้เวลาย่างนานกว่า  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thaan-charcoal/">Thaan แบรนด์ถ่านไม้เงาะจากเมืองไทยที่เดินทางไปย่างอาหารไกลถึงอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครชอบกินปิ้งย่างยกมือขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนที่ยกมือน่าจะเคยสังเกตว่าสิ่งที่ทำให้อาหารปิ้งย่างอร่อยนอกจากคุณภาพของอาหารแล้ว ชนิดของเตาก็มีส่วนอย่างยิ่ง และร้านไหนที่เป็นเตาถ่านจะให้ความรู้สึกอร่อยนัวและหอมยิ่งกว่าเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า แม้แต่หมูปิ้งรถเข็นที่หลายคนแวะเวียนไปซื้อก็ปิ้งบนเตาถ่านเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้มีคำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาปิ้งย่างบนเตาแก๊ส ถ้าลองก้มดูเปลวไฟก็จะเห็นว่าเชื้อเพลิงไม่ได้จุดติดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เชื้อเพลิงส่วนที่จุดไม่ติดจะเข้าไปในอาหาร ทำให้รสชาติอาหารแย่ลงนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นเตาถ่าน ใช้ถ่านที่มีคุณภาพ พอจุดติดจะมีควันถ่านลอยเข้าไปในอาหาร รสชาติสโมกกี้ที่เกิดจากควันถ่านนี่แหละที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น ส่วนเตาไฟฟ้าไม่ส่งผลอะไรกับรสชาติอาหารเลย” <strong>Andy Ricker</strong> พ่อครัวสัญชาติอเมริกันผู้คลุกคลีกับอาหารไทยมาเป็นเวลากว่า 20 ปี อธิบายให้เราฟังถึงความพิเศษจากการทำอาหารด้วยเตาถ่าน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100693" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/CED349AB-CD25-4A57-851F-8AD5B1372C91.jpeg" alt="Thaan Charcoal" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/CED349AB-CD25-4A57-851F-8AD5B1372C91.jpeg 1108w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/CED349AB-CD25-4A57-851F-8AD5B1372C91-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/CED349AB-CD25-4A57-851F-8AD5B1372C91-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/CED349AB-CD25-4A57-851F-8AD5B1372C91-600x800.jpeg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะรู้ถึงความพิเศษของถ่าน หลังจากที่ทำธุรกิจร้านอาหารเครือ <a href="https://pokpokrestaurants.com/" target="_blank" rel="noopener">Pok Pok Restaurants</a> ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ประเทศสหรัฐอเมริกามาได้พักใหญ่ๆ แอนดี้เลยตัดสินใจเปิดไลน์ธุรกิจใหม่พร้อมกับหุ้นส่วน Toby Roberts ด้วยการนำเข้าถ่านขาวที่ทำจากไม้เงาะเมืองไทย ภายใต้ชื่อแบรนด์ <strong>Thaan Charcoal</strong> ในปี 2014</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ่านไม้เงาะจากบ้านเราไปถึงที่นั่นได้ยังไง เราขอให้แอนดี้เล่าเรื่องราวหลังเตาถ่านให้ฟังดูสักที</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>วัฒนธรรมการใช้ถ่าน</b></h3>
<p>ไม่ใช่แค่ครัวไทยเท่านั้นที่หลงใหลในกลิ่นควันหอมๆ ของอาหารจากเตาถ่าน แต่เหล่าชาวอเมริกันเองก็ติดใจรสชาติสโมกกี้ไม่แพ้กัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การใช้ถ่านทำอาหารเป็นที่นิยมในอเมริกามาก ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลย” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาขยายความต่อว่าคนอเมริกันนิยมใช้เตาถ่านในการปิ้งย่างและบาร์บีคิวมาแต่ไหนแต่ไร แต่การทำอาหารด้วยถ่านสไตล์อเมริกันนั้นแตกต่างจากไทยเพราะจะนิยมใช้ไฟแรงในการย่าง วางตะแกรงใกล้ไฟ และใช้เวลาสั้นๆ อาหารที่ออกมานั้นจะดูเหมือนไหม้เกรียม ส่วนการใช้เตาถ่านแบบไทยจะใช้ไฟไม่แรง โรยขี้เถ้ากลบบนถ่าน วางตะแกรงห่างจากตัวไฟ และใช้เวลาย่างนานกว่า </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-100695 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_1022.jpg" alt="Thaan Charcoal" width="566" height="424" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_1022.jpg 566w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_1022-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 566px) 100vw, 566px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-100697 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan3-e1592561281562.jpg" alt="Thaan Charcoal" width="675" height="448" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคนทำธุรกิจอาหาร เขารู้ว่าถ่านส่วนใหญ่ในอเมริกานั้นนำเข้าจากเม็กซิโก และรู้อีกว่ากระบวนการผลิตถ่านในเม็กซิโกนั้นไม่ยั่งยืนเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่เม็กซิโก ไม้ที่นำมาทำถ่านเป็นไม้เนื้อแข็งประเภทที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการเติบโต บางต้นอาจมีอายุเป็นร้อยปี เมื่อตัดมาทำถ่านแล้วก็ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ และถ่านเหล่านี้เผาได้ความร้อนสูงก็จริง แต่เผาไหม้เร็วและไม่สะอาด สร้างมลพิษ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100694 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_0812-e1592561534431.jpeg" alt="Thaan Charcoal" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเดินทางตระเวนค้นหาถ่านคุณภาพสูงอยู่นาน แอนดี้ก็พบถ่านที่เขาติดใจซึ่งพิเศษกว่าถ่านไม้หรือถ่านอัดแท่งทั่วไป และเป็นที่นิยมของ</span><span style="font-weight: 400;">บรรดาเชฟที่ทำงานในร้านอาหารโดยเฉพาะร้านอาหารไฟน์ไดนิงและร้านอาหารญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ่านที่ว่ามีชื่อเรียกว่า &#8216;ถ่านบินโจ&#8217; หรือถ่านขาว เป็นถ่านไม้ภูมิปัญญาญี่ปุ่น ผลิตจากเตาเผาชนิดพิเศษที่จำกัดออกซิเจนในเตา และเผาด้วยอุณหภูมิสูงกว่าถ่านทั่วไปที่ 1,000 องศาเซลเซียส ผิวถ่านด้านนอกเป็นสีขาว เมื่อนำมากระทบกันจะส่งเสียงดัง ใส กังวานเหมือนแก้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมรู้จักถ่านบินโจเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนตอนไปเยี่ยมชมร้านอาหารญี่ปุ่น และคิดว่าเราควรหันมาใช้ถ่านชนิดนี้เพราะมันเผาไหม้ได้เป็นเวลานาน ควันไม่เยอะ เผาไหม้สะอาด ไม่แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่สิ้นเปลือง แถมยังให้ความร้อนสูงกว่าด้วย” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100696" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Thaan2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ก่อนจะมาเป็น Thaan</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกที่ทำอาหารแอนดี้จึงใช้ถ่านบินโจนำเข้าจากญี่ปุ่น แต่แม้ว่าถ่านบินโจจะคงทนและเผาได้เป็นเวลานาน แต่ถ่านที่มาจากญี่ปุ่นก็ยังมีปัญหาเดียวกับถ่านจากเม็กซิโก คือผลิตจากไม้ยืนต้นที่ใช้เวลาปลูกนาน เช่น ไม้ไวต์โอ๊ก ซึ่งปัจจุบันร่อยหรอลงทุกที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อลองมองหาทางเลือกอื่น แอนดี้ก็เจอกับถ่านบินโจนำเข้าจากมาเลเซีย แต่พอสืบดูต้นทางกลับพบว่าเป็นไม้ที่ตัดมาจากพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ช่วยชะลอน้ำท่วมและเป็นที่อยู่อาศัยของนกชายเลนจำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปีนั้นผมอาศัยอยู่ที่เมืองไทยเลยเริ่มมองหาทางเลือกอื่นว่าจะใช้อะไรทดแทนได้บ้าง อย่างแรกที่ผมทดลองคือถ่านไม้ไผ่และถ่านกะลามะพร้าว แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถเผาไหม้ให้ความร้อนสูงได้อย่างถ่านบินโจ แถมยังมีขี้เถ้าเยอะ” แอนดี้ทบทวนการทดลองถ่านประเภทต่างๆ และการมุ่งมั่นตามหาอย่างไม่ย่อท้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่สุดเขาก็พบว่าถ่านบินโจที่ผลิตจากไม้เงาะคือคำตอบที่ตามหา</span></p>
<div id="attachment_100698" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-100698" class="wp-image-100698" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n.jpg 1080w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/82489782_1058590867811891_7216862706045620167_n-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-100698" class="wp-caption-text">instagram.com/thaancharcoal/</p></div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100706" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/IMG_4084-e1592561483477.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กรรมวิธีการผลิตจะเป็นความลับทางธุรกิจ แต่แอนดี้ก็เล่าความพิเศษของ Thaan ให้เราฟังว่า ถ่านของพวกเขาผลิตจากเศษกิ่งไม้เงาะที่เหลือจากการตัดแต่งเล็มกิ่งในสวน จึงไม่จำเป็นต้องตัดไม้ทั้งต้น ถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถ่านชนิดอื่นๆ แถมไม้เงาะยังมีคุณสมบัติเผาไหม้ได้ความร้อนสูง ความหนาแน่นสูง เช่นเดียวกับถ่านบินโจจากไม้ชายเลน เมื่อแอนดี้ค้นพบว่าเขาสามารถนำเข้าถ่านชนิดนี้ไปยังอเมริกาได้ในราคาถูกกว่าถ่านบินโจจากญี่ปุ่น เขาจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และสั่งผลิตถ่านไม้เงาะจากผู้ผลิตในไทย ก่อนนำเข้าไปขายที่อเมริกา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนที่จะเริ่มนำเข้าถ่านเราต้องซื้อถ่านจากบริษัทญี่ปุ่นรายใหญ่ที่นำเข้าถ่านบินโจในอเมริกาเพียงรายเดียว ด้วยความที่เขาไม่มีคู่แข่งราคาจึงแพงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเราค้นพบถ่านบินโจในราคาที่ถูกกว่ากันถึงครึ่งและเราก็มีแบรนด์ร้าน Pok Pok ที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว เลยคิดว่าน่าจะลองทำเป็นธุรกิจขนาดเล็กดู” พ่อครัวรุ่นใหญ่เล่าถึงที่มาของแบรนด์ Thaan และบอกว่า แม้นี่จะไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำแต่ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี ทำให้เชฟชาวอเมริกันและผู้คนที่สนใจในการทำอาหารเข้าถึงถ่านบินโจได้ในราคาที่เอื้อมถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันชาวอเมริกันทั่วประเทศสามารถหาซื้อ Thaan Charcoal ได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตที่คัดสรรสินค้าคุณภาพดี ร้านกิฟต์ช็อปและสินค้าไลฟ์สไตล์ และง่ายที่สุดคือสั่งซื้อได้ผ่าน amazon.com โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดเห็นจะเป็นร้านอาหารอื่นๆ ที่ใช้ถ่านเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอนดี้อธิบายว่า ในวันหนึ่งร้านอาหารจำเป็นต้องใช้ถ่าน 4-6 ลังต่อวัน หรือเทียบเท่าประมาณ 42-60 กิโลกรัม ซึ่งร้านเปิดทำการตั้งแต่สิบโมงเช้าไปจนถึงสี่ทุ่ม ส่วนครัวเรือนอาจจะใช้เพียง 500 กรัมต่อครั้งเท่านั้น ข้อดีคือเมื่อปิดฝาเตาไม่ให้ออกซิเจนเข้าไปไฟก็จะดับ และถ่านที่ใช้แล้วก็สามารถเก็บไว้ใช้ในคราวต่อไปได้ ทำให้ประหยัดถ่านยิ่งขึ้นไปอีก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100700" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/retouch.jpg" alt="" width="675" height="353" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/retouch.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/retouch-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/retouch-600x314.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100701" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50.png" alt="" width="675" height="399" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50.png 1500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50-300x177.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50-768x454.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50-1024x606.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Screen-Shot-2020-06-14-at-17.02.50-600x355.png 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เตาถ่านและอาหารไทย </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ฝึกทำอาหารไทยอยู่ที่ไทยเป็นเวลากว่า 13 ปี และเปิดร้านอาหารไทยอีกเป็นเวลา 15 ปี แอนดี้ไม่เชื่อว่าการทำอาหารนั้นมีสูตรตายตัวที่เรียกว่ารสชาติดั้งเดิม และเขาเลือกที่จะไม่ใช้คำว่ารสชาติแบบไทยแท้ แม้จะเรียนรู้คลุกคลีกับการทำอาหารไทยภาคเหนือยิ่งกว่าพ่อครัวไทยหลายๆ คน รวมถึงไม่มีการปรับสูตรให้เข้ากับความนิยมของชาวตะวันตกอย่างที่ร้านอาหารไทยในต่างประเทศนิยม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเรียกอาหารไทยที่ร้านว่าอาหารไทยพื้นเมืองเฉพาะถิ่น หมายความว่าผมเรียนรู้ที่จะทำมันด้วยวิธีเฉพาะถิ่น พยายามเรียนรู้ให้ได้มากที่สุดว่าวิธีการทำอาหารนั้นเป็นยังไง และทำความเข้าใจว่ามีวิธีทำที่แตกต่างกันออกไปได้ยังไงบ้าง เช่น เวลาผมทำลาบเมืองก็จะไม่บีบมะนาวลงไป ซึ่งก็เป็นสูตรที่ผมเรียนรู้มา แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะต้องทำออกมาแบบเดียว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-100702 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/POKPDX_MuuPaaKhamWan_LRG-e1592561255144.jpg" alt="" width="675" height="466" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเมื่อเราถามเขาว่าจำเป็นไหมที่ต้องใช้เตาถ่านซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมในการทำอาหารไทย คำตอบที่ได้จึงไม่น่าแปลกใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่จำเป็นเลย” แอนดี้ตอบโดยแทบไม่ต้องคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ถ้าอยากให้อาหารออกมาอร่อยที่สุดก็ต้องใช้เตาถ่านนะ”</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thaan-charcoal/">Thaan แบรนด์ถ่านไม้เงาะจากเมืองไทยที่เดินทางไปย่างอาหารไกลถึงอเมริกา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ภาวิณี ไชยภาค&#8217; กับธนาคารเมล็ดพันธุ์ ความหลากหลายแห่งชีวิตที่ผลิตได้เอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/seed-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2020 10:32:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเมล็ดพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกผัก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเมล็ดพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผักปลอดสารพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวิณี ไชยภาค]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดพันธุ์พืช]]></category>
		<category><![CDATA[CPTTP]]></category>
		<category><![CDATA[NoCPTTP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=100069</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวิณี ไชยภาค ผู้ริเริ่ม ‘ธนาคารเมล็ดพันธุ์’ “เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราตรวจพบก้อนเนื้อตรงเต้านมซึ่งไม่ใช่ถุงน้ำ ซีสต์ หรือก้อนเนื้ออื่นๆ ที่จัดการง่าย ทางเดียวที่จะรู้คือต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่เราไม่อยากไปกระทบกระเทือนเขา เราเชื่อว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสารพิษที่เข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายเราขับออกได้ไม่หมด เราก็ให้เขาอยู่ตรงนั้น แค่ไม่เพิ่มสารพิษเข้าไปก็พอ “พอมีปัญหาสุขภาพ อย่างแรกที่ต้องเปลี่ยนคือวิถีการกิน เราเริ่มปลูกผักเองและต้องเก็บเมล็ดเองด้วย ถึงจะแน่ใจว่าเมล็ดนั้นไม่ปนเปื้อนสารเคมี เลยเริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์โดยเริ่มจากมะเขือแก้วที่พี่ข้างบ้านปลูกแล้วเอามาแบ่งให้ มะเขือแก้วลูกหนึ่งมีเมล็ดพันธุ์เยอะมาก ตั้งแต่ 700-1,600 เมล็ด เราปลูกกินทีนึงเต็มที่ก็แค่ 3 ต้น ก็เลยแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ไปให้คนอื่น ซึ่งเขาก็ให้เมล็ดพันธุ์อื่นกลับมา เราเลยมีเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นและหลากหลายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งถั่วฝักยาว พริกชนิดต่างๆ ยิ่งให้ไปเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งได้กลับมาเยอะเท่านั้น “พอมีเมล็ดพันธุ์เยอะขึ้นก็ต้องมีการจัดการเราเปิดเพจเพื่อบอกว่าเราทำหน้าที่เก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ ใครสนใจก็มาคุยกันเลยได้เจอคนทำเรื่องนี้มากขึ้น เริ่มมีข้อตกลงร่วมกันในการแลกว่า หนึ่ง ถ้าเขามีเมล็ดพันธุ์ก็เอามาแลกกัน สอง ถ้าเขายังไม่มี ให้รับเมล็ดไปปลูกก่อน แล้วคืนเมล็ดกลับมาแบบ 1 ต่อ 2 และสาม ถ้าเขาไม่มีเมล็ดและไม่ถนัดปลูกคืนก็สามารถสมทบมาเป็นเงินได้ แล้วเราก็จะส่งเมล็ดให้ แนวคิดนี้ทำให้ธนาคารเมล็ดพันธุ์และคนทำงานสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ตอนนี้เริ่มมีเพื่อนๆ ทางเชียงใหม่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สตูล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seed-bank/">&#8216;ภาวิณี ไชยภาค&#8217; กับธนาคารเมล็ดพันธุ์ ความหลากหลายแห่งชีวิตที่ผลิตได้เอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาวิณี ไชยภาค</strong> ผู้ริเริ่ม ‘ธนาคารเมล็ดพันธุ์’</p>
<p>“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราตรวจพบก้อนเนื้อตรงเต้านมซึ่งไม่ใช่ถุงน้ำ ซีสต์ หรือก้อนเนื้ออื่นๆ ที่จัดการง่าย ทางเดียวที่จะรู้คือต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ แต่เราไม่อยากไปกระทบกระเทือนเขา เราเชื่อว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสารพิษที่เข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายเราขับออกได้ไม่หมด เราก็ให้เขาอยู่ตรงนั้น แค่ไม่เพิ่มสารพิษเข้าไปก็พอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100084" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน1-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“พอมีปัญหาสุขภาพ อย่างแรกที่ต้องเปลี่ยนคือวิถีการกิน เราเริ่มปลูกผักเองและต้องเก็บเมล็ดเองด้วย ถึงจะแน่ใจว่าเมล็ดนั้นไม่ปนเปื้อนสารเคมี เลยเริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์โดยเริ่มจากมะเขือแก้วที่พี่ข้างบ้านปลูกแล้วเอามาแบ่งให้ มะเขือแก้วลูกหนึ่งมีเมล็ดพันธุ์เยอะมาก ตั้งแต่ 700-1,600 เมล็ด เราปลูกกินทีนึงเต็มที่ก็แค่ 3 ต้น ก็เลยแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ไปให้คนอื่น ซึ่งเขาก็ให้เมล็ดพันธุ์อื่นกลับมา เราเลยมีเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นและหลากหลายขึ้นเรื่อยๆ ทั้งถั่วฝักยาว พริกชนิดต่างๆ ยิ่งให้ไปเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งได้กลับมาเยอะเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100090" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100085" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน2-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“พอมีเมล็ดพันธุ์เยอะขึ้นก็ต้องมีการจัดการเราเปิดเพจเพื่อบอกว่าเราทำหน้าที่เก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ ใครสนใจก็มาคุยกันเลยได้เจอคนทำเรื่องนี้มากขึ้น เริ่มมีข้อตกลงร่วมกันในการแลกว่า หนึ่ง ถ้าเขามีเมล็ดพันธุ์ก็เอามาแลกกัน สอง ถ้าเขายังไม่มี ให้รับเมล็ดไปปลูกก่อน แล้วคืนเมล็ดกลับมาแบบ 1 ต่อ 2 และสาม ถ้าเขาไม่มีเมล็ดและไม่ถนัดปลูกคืนก็สามารถสมทบมาเป็นเงินได้ แล้วเราก็จะส่งเมล็ดให้ แนวคิดนี้ทำให้ธนาคารเมล็ดพันธุ์และคนทำงานสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง ตอนนี้เริ่มมีเพื่อนๆ ทางเชียงใหม่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สตูล ประจวบคีรีขันธ์ เอาแนวคิดนี้ไปทำ เราก็ส่งเมล็ดพันธุ์ให้กัน ทางนั้นก็จะมีเมล็ดพันธุ์ที่หลากหลาย ถ้าหากเมล็ดพันธุ์ของเราหายเขาจะยังมีอยู่</p>
<p>“การเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ประทับใจที่สุดคือเมล็ดพันธุ์ของผักกาดนกเขา มันเป็นผักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ตามทุ่งหญ้าหรือป่ายาง รสชาติมันๆ กินแล้วหอมสดชื่น ดอกเป็นตุ่มสีชมพูเล็กๆ พอรุ่งเช้าจะบานเป็นปุยขาวๆ รอบๆ เหมือนพระอาทิตย์ ใจกลางดอกคือเมล็ดสีดำ พอลมพัดมาปุ๊บดอกก็จะปลิว กว่าจะเก็บเมล็ดได้ต้องทดลองอยู่หลายแบบ เพราะถ้าเราไม่นิ่มนวลจริงๆ ดอกก็จะปลิวไป เก็บไม่ได้ ตอนหลังใช้วิธีเอาถุงครอบดอกทุกดอกแล้วเคาะลงในถุงเลยแต่สิ่งที่ต้องระวังคือถ้าพื้นที่ตรงนั้นมีการฉีดยาฆ่าหญ้า ผักกาดนกเขาจะไม่ตาย แต่จะปรับตัวโดยดูดสารพิษเข้ามาอยู่ในตัวเอง ถ้าใครเก็บเมล็ดนั้นก็จะได้รับสารพิษเข้าไปเต็มๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100087" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน4-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100086" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน3-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“จริงๆ ผักชนิดนี้มีอยู่ทั่ว ภาคเหนือ ภาคอีสานก็มี แต่ไม่มีใครกินเพราะไม่รู้ว่ากินได้ แต่พอ เราเอามากิน ศึกษาสรรพคุณว่ามันมีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นผักที่นอกจากจะเป็นอาหารแล้วยังเป็นยาด้วย ความนิยมเลยเพิ่มขึ้น แต่ก่อนไม่มีใครขาย อยากกินต้องหาเก็บเอา ตอนนี้กิโลกรัมละเป็นร้อยแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-100089" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/แนวนอน6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ความท้าทายของการทำเรื่องผักปลอดสารพิษคือ ตอนนี้หมู่บ้านเรายังใช้ยาฆ่าหญ้า ใช้ปุ๋ยเคมีจนเคยชิน เพราะเขาเชื่อว่าถ้าไม่ใช้สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้ผลผลิตไปกินหรือขาย ทรัพยากรตรงนั้น ทั้งน้ำ ดิน อากาศก็เป็นทรัพยากรเดียวกัน เขาฉีดในที่ของเขา เราก็ได้รับผลกระทบ นับเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราเก็บเมล็ดพันธุ์ปลอดสารได้ยากเพราะยังอาจมีการปนเปื้อนได้อยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-100080" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Type-C_Default-Thumbnail_6x4-7.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>“ต้นไม้ก็คือชีวิตคนนั่นแหละ ต้นไม้ให้ทั้งอาหาร อากาศ น้ำ ช่วยดูแล ปรับสมดุลธรรมชาติ ให้ความสวยงามเบิกบานกับเราได้ในทุกๆ วันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเรานี่ชัดกว่าคนอื่นเพราะมีก้อนเนื้อที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ถ้าเราไม่ได้อากาศที่ดี อาหารที่ดีจากเขา เราก็ไม่มีชีวิตอยู่”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seed-bank/">&#8216;ภาวิณี ไชยภาค&#8217; กับธนาคารเมล็ดพันธุ์ ความหลากหลายแห่งชีวิตที่ผลิตได้เอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Mirazzo Collection ม้านั่งหินลูกครึ่งไทย-อิตาลี โดยดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mirazzo-collection-robert-sukrachand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jun 2019 14:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[งานออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[งานดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรเบิร์ต ศุกระจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Sukrachand]]></category>
		<category><![CDATA[Mirazzo Collection]]></category>
		<category><![CDATA[ม้านั่งหิน]]></category>
		<category><![CDATA[terrazzo]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=65040</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเชื่อว่าสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าใครก็ต้องเคยหย่อนก้นลงบนม้าหินเพื่อคลายความเหนื่อยกันทั้งนั้น ม้านั่งหินสุดแสนธรรมดาเหล่านี้มีเทกซ์เจอร์กรวดเม็ดเล็กๆ แทรกอยู่ทั่ว ด้านบนเป็นลวดลายแผ่นหินอ่อนขนาดเล็กใหญ่รูปทรงไม่เป็นเรขาคณิตเท่าไหร่ บ้างก็มาพร้อมโต๊ะหินเข้าชุดที่เด็กไทยต้องเคยดวลหมากฮอสกันตรงนั้น ไม่ก็เป็นพื้นที่ที่กลุ่มอากงอาม่าที่แวะมานั่งจับกลุ่มจิบน้ำชาและพูดคุยกันยามบ่าย ด้วยความธรรมดาของมัน เราจึงสนใจเมื่อเห็น โรเบิร์ต ศุกระจันทร์ นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันที่มีสตูดิโออยู่ในย่านบรูกลิน นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างผลงานเฟอร์นิเจอร์ม้าหินที่ดูทันสมัย แต่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่านี่คือม้าหินในแบบที่คนไทยคุ้นเคย สัญชาตญาณของเราไม่ผิดเพี้ยน เพราะเมื่อได้คุยกัน โรเบิร์ตก็เฉลยว่าแรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชั่นนี้คือม้าหินที่วัดไตรมิตร และมัสยิดฮารูณย่านเจริญกรุงนี้เอง Mirazzo Collection คือชื่อคอลเลกชั่นเก้าอี้ของโรเบิร์ต มาจากคำว่า mirror หรือวัสดุกระจก บวกกับ terrazo ซึ่งเป็นชื่อเทคนิคใช้หินอ่อนในแบบอิตาลีที่คนไทยเรารับมาโดยไม่รู้ตัว คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของเขาเปิดตัวในงาน NYCxDESIGN 2019 เทศกาลที่รวมงานออกแบบประจำปี จัดขึ้นที่นิวยอร์กในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อสบโอกาส เราจึงชวนโรเบิร์ตมาเล่าให้ฟังว่า ในสายตาของคนที่เติบโตในต่างแดน ม้าหินของไทยมีความพิเศษตรงไหน และเขาเริ่มต้นจนพัฒนาคอลเลกชั่นนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ยังไง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า โปรเจกต์ของคุณก่อนหน้านี้เป็นงานสไตล์ไหน ก่อนจะมาทำเฟอร์นิเจอร์ ผมเคยเป็นช่างภาพมาก่อน กระทั่งผมได้ลองทำงานไม้เป็นงานอดิเรก แล้วก็ตกหลุมรักกระบวนการสร้างสิ่งต่างๆ เข้า ในช่วงแรกงานของผมเลยเป็นงานไม้แบบดั้งเดิม เน้นการเข้าไม้ด้วยมือ ในช่วงเวลา 7 ปีมานี้ความสนใจของผมก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ ปัจจุบันผมสนใจการทดลองทำงานกับวัสดุต่างๆ ในรูปแบบใหม่ เฟอร์นิเจอร์ที่ทำออกมาจะเป็นเชิงประติมากรรม (sculptural furniture) และผสมผสานอิทธิพลหลายๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mirazzo-collection-robert-sukrachand/">Mirazzo Collection ม้านั่งหินลูกครึ่งไทย-อิตาลี โดยดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าสำหรับ</span>คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าใครก็ต้องเคยหย่อนก้นลงบนม้าหินเพื่อคลายความเหนื่อยกันทั้งนั้น</p>
<p>ม้านั่งหินสุดแสนธรรมดาเหล่านี้มีเทกซ์เจอร์กรวดเม็ดเล็กๆ แทรกอยู่ทั่ว ด้านบนเป็นลวดลายแผ่นหินอ่อนขนาดเล็กใหญ่รูปทรงไม่เป็นเรขาคณิตเท่าไหร่ บ้างก็มาพร้อมโต๊ะหินเข้าชุดที่เด็กไทยต้องเคยดวลหมากฮอสกันตรงนั้น ไม่ก็เป็นพื้นที่ที่กลุ่มอากงอาม่าที่แวะมานั่งจับกลุ่มจิบน้ำชาและพูดคุยกันยามบ่าย</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความธรรมดาของมัน เราจึงสนใจเมื่อเห็น <a href="http://www.sukrachand.com/" target="_blank" rel="noopener"><b>โรเบิร์ต ศุกระจันทร์</b></a> นักออกแบบ<a href="https://adaymagazine.com/going-bangkok-objects/" target="_blank" rel="noopener">เฟอร์นิเจอร์</a>หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันที่มีสตูดิโออยู่ในย่านบรูกลิน นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา </span><span style="font-weight: 400;">สร้างผลงานเฟอร์นิเจอร์ม้าหินที่ดูทันสมัย แต่มองปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่านี่คือม้าหินในแบบที่คนไทยคุ้นเคย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สัญชาตญาณของเราไม่ผิดเพี้ยน เพราะเมื่อได้คุยกัน โรเบิร์ตก็เฉลยว่าแรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชั่นนี้คือม้าหินที่วัดไตรมิตร และมัสยิดฮารูณย่านเจริญกรุงนี้เอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-65046 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_Outside_1.jpg" alt="mirazzo collection" width="482" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_Outside_1.jpg 482w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_Outside_1-214x300.jpg 214w" sizes="(max-width: 482px) 100vw, 482px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mirazzo Collection คือชื่อคอลเลกชั่นเก้าอี้ของโรเบิร์ต มาจากคำว่า mirror หรือวัสดุกระจก บวกกับ terrazo ซึ่งเป็นชื่อเทคนิคใช้หินอ่อนในแบบอิตาลีที่คนไทยเรารับมาโดยไม่รู้ตัว คอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของเขาเปิดตัวในงาน NYCxDESIGN 2019 เทศกาลที่รวมงานออกแบบประจำปี จัดขึ้นที่นิวยอร์กในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อสบโอกาส เราจึงชวนโรเบิร์ตมาเล่าให้ฟังว่า ในสายตาของคนที่เติบโตในต่างแดน ม้าหินของไทยมีความพิเศษตรงไหน และเขาเริ่มต้นจนพัฒนาคอลเลกชั่นนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ได้ยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65048" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Portrait.jpg" alt="" width="516" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Portrait.jpg 516w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Portrait-229x300.jpg 229w" sizes="(max-width: 516px) 100vw, 516px" /></p>
<p><b>ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่า โปรเจกต์ของคุณก่อนหน้านี้เป็นงานสไตล์ไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะมาทำเฟอร์นิเจอร์ ผมเคยเป็นช่างภาพมาก่อน กระทั่งผมได้ลองทำงานไม้เป็นงานอดิเรก แล้วก็ตกหลุมรักกระบวนการสร้างสิ่งต่างๆ เข้า ในช่วงแรกงานของผมเลยเป็นงานไม้แบบดั้งเดิม เน้นการเข้าไม้ด้วยมือ ในช่วงเวลา 7 ปีมานี้ความสนใจของผมก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ ปัจจุบันผมสนใจการทดลองทำงานกับวัสดุต่างๆ ในรูปแบบใหม่ เฟอร์นิเจอร์ที่ทำออกมาจะเป็นเชิงประติมากรรม (sculptural furniture) และผสมผสานอิทธิพลหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><b>คุณคุ้นเคยกับประเทศไทยขนาดไหน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่พ่อผมย้ายกลับมาอยู่ที่เชียงใหม่ตอนผมอายุ 10 ปี ผมก็กลับไทยเป็นประจำทุกปี สำหรับผมเมืองไทยเลยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง แต่ถึงยังไงมันก็จะมีแง่มุมบางอย่างเวลาอยู่ไทยที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ ตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เติบโตที่นี่ ประสบการณ์ที่ได้รับเลยต่างออกไปจากคนไทยปกติ เช่น เวลาที่ไปเที่ยวหลายที่ในไทย คนก็ยังพูดภาษาอังกฤษกับผม เพราะเขาคิดว่าผมเป็นฝรั่ง</span></p>
<p><b>เล่าถึงช่วงเวลาที่คุณอยู่ที่ไทยให้ฟังหน่อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่พ่อจะเกษียณ เขาเป็นผู้จัดการโรงแรมอยู่ที่เชียงใหม่ เพราะฉะนั้นตอนผมเด็กๆ ผมเลยใช้เวลาส่วนใหญ่ที่นั่นโดยมีพี่ชายที่อายุมากกว่า 5 ปีคอยดูแล พวกเราค่อนข้างมีอิสระเวลาอยู่ไทย พอโตขึ้นมาหน่อย ช่วงเข้ามหาวิทยาลัย ผมสนใจการถ่ายภาพ ก็เลยเดินทางไปทั่วประเทศด้วยตัวเองเพื่อเจอผู้คนและถ่ายรูป นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมาก และมันก็ทำให้ภาษาไทยของผมพัฒนาขึ้นมากจากตอนเด็กๆ เพราะต้องสื่อสารทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่คนส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ ภาษาไทยของผมอาจจะไม่เพอร์เฟกต์แต่ผมว่าผมก็พูดได้โอเคนะ โดยเฉพาะบทสนทนาในชีวิตประจำวันทั่วไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65049" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/IMG_8020.jpg" alt="" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/IMG_8020.jpg 506w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/IMG_8020-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/IMG_8020-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p><b>อย่างนี้คุณก็เคยเห็นม้าหินแบบไทยๆ มาตั้งแต่เด็กเลยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนครับ ทุกคนที่เคยใช้ชีวิตที่ไทยน่าจะต้องเคยเห็นและนั่งม้าหินนี้นะ แต่ว่าเมื่อก่อนผมก็ไม่ได้ใส่ใจ ตอนเห็นครั้งแรกก็ไม่ได้คิดอะไรเลย </span></p>
<p><b>แล้วอะไรทำให้คุณสนใจหรือเห็นคุณค่าของม้าหินแบบนี้ขึ้นมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นวิธีการนำเศษวัสดุอย่างหินและซีเมนต์ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมชอบความหลากหลายของมันมาก ทั้งรูปร่าง รูปทรง สีสัน ประเภทของหินหรือซีเมนต์ ยิ่งถ้าม้าหินตัวไหนที่คนทำใส่ใจรายละเอียดมากๆ อย่างการจัดเรียงหินสีเดียวกันไว้ในบริเวณเดียวกัน ผมก็จะยิ่งชอบมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผม ม้าหินพวกนี้แสดงให้เห็นว่า คนไทยต้องการเก็บโมเมนต์เล็กๆ แห่งความงามและความสุขไว้ในเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวัน</span></p>
<p><b>เทคนิคการทำม้าหินแบบไทยๆ ต่างจากเทคนิค terrazzo แบบดั้งเดิมที่อิตาลีอย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่อิตาลี เราจะเห็นหินอ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะด้านข้างอาคาร โถงทางเข้า เฟอร์นิเจอร์ terrazzo ของที่นั่น หินจะถูกขัดเกลาจนละเอียด และถูกวางเรียงอย่างมีแบบแผนขั้นตอน แต่กับม้าหินของไทยเรา การเรียงหินจะให้ความรู้สึกสบายๆ ไม่ต้องมีแบบแผน ไม่ตายตัว การเรียงของไทยเป็นอะไรที่ไหลลื่นและฟรีมาก นี่เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-65047 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_7.jpg" alt="mirazzo collection" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-65050 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_6.jpg" alt="mirazzo collection" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Traimit_6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ช่วยอธิบายวิธีคิดในการทำงานคอลเลกชั่นนี้ให้ฟังหน่อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนการทำงานของผมง่ายมาก คือผมเห็นความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วระหว่างวิถี terrazzo แบบดั้งเดิมของอิตาลีกับม้านั่งข้างถนนของไทย และผมก็อยากจะมีส่วนร่วมในบทสนทนานั้น สำหรับผมมันเลยเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะเก็บรูปทรงของม้านั่งเอาไว้ให้เป็นที่จดจำของคนที่เคยเห็นหรือเคยใช้งานมาก่อน แล้วก็ค่อยใส่ส่วนประกอบความเป็นตัวเราลงไปในเรื่องราวนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเลยเลือกใช้เศษกระจกจากผลงาน Gem and Volumn Mirror คอลเลกชั่นที่ผ่านมาของตัวเอง กระจกนั้นทำให้เกิดความแปลกใหม่ สดใส ต่างจากม้านั่งแบบเดิมๆ ส่วนหิน ผมซื้อมาจากผู้ผลิตท้องถิ่น (ที่อเมริกา) ที่เชี่ยวชาญด้าน terrazzo เราหล่อวัสดุทั้งหมดในสตูดิโอด้วยตัวเอง แล้วนำม้าหินไปให้ช่างทำหินช่วยฝนหินและขัดเก็บรายละเอียดอีกทีหนึ่ง</span></p>
<p><b>วัสดุที่ต่างกันให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระจกทำให้เกิดคุณสมบัติ 3 มิติขึ้นมา หลังจากกระจกที่ถูกขัดให้อยู่ระดับเดียวกับหิน ก็จะมีความสว่าง และมีการสะท้อนแบบที่หินอ่อนหรือซีเมนต์ทำไม่ได้</span></p>
<p><b>อยากทดลองกับวัสดุอื่นอีกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ผมคิดว่าจะผลักดันการใช้กระจกในเทคนิค terrazzo ไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ก่อนครับ โดยจะลองใช้สีสันใหม่ๆ แพตเทิร์นการวาง และรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างไปจากเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65052" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-65053" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Haroon_5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>Mirazzo Collection เป็นโปรเจกต์แรกของคุณเลยไหมที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ เป็นโปรเจกต์แรกที่เกี่ยวข้องกับเมืองไทยโดยตรง ที่ผ่านมาผมก็อยากจะดึงแบ็กกราวนด์ความเป็นไทยมาใส่ในงานออกแบบเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี อย่างแต่ก่อนผมจะพยายามดูงานศิลปะ งานสถาปัตยกรรมไทยแบบดั้งเดิม แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ผมสักเท่าไหร่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นว่าสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมคือแง่มุมชีวิตประจำวันของคนไทยมากกว่า วิธีการที่คนไทยประยุกต์ใช้สิ่งของต่างๆ ตามข้างทางเป็นอะไรที่ฉลาดล้ำมากๆ ผมเลยลองโฟกัสที่ประสบการณ์ในแต่ละวันของผมในประเทศไทย ผมเดินสำรวจ กินอาหารริมถนน สังเกตผู้คน เพราะอยากเก็บเอาแง่มุมเล็กๆ ที่ผมชอบในประเทศไทยกลับไปใช้ในงานออกแบบ</span></p>
<p><b>ในอนาคตคุณมีแผนจะทำงานกับองค์ประกอบอื่นของไทยอีกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีครับ ผมสนใจงานคราฟต์ดั้งเดิมของไทยอย่างเซรามิก, งานหวาย, พื้นผิวรูปแบบต่างๆ, การปักผ้า, การเขียนลายรดน้ำ และอีกมากมาย ผมตั้งใจจะออกแบบสิ่งที่สามารถสร้างบทสนทนา เชื่อมโยงระหว่างงานฝีมือและงานออกแบบไทย กับงานฝีมือและงานออกแบบอเมริกา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายในการทำงานของผมตอนนี้คือการมองหาจุดร่วมหรือไอเดียร่วมจากต่างที่ และสร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามออกมาจากส่วนผสมนั้นครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>ภาพ</em> โรเบิร์ต ศุกระจันทร์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mirazzo-collection-robert-sukrachand/">Mirazzo Collection ม้านั่งหินลูกครึ่งไทย-อิตาลี โดยดีไซเนอร์ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jun 2019 17:26:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[คนข้ามเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[transman]]></category>
		<category><![CDATA[อัตลักษณ์ทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[เพศกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[transgender person]]></category>
		<category><![CDATA[transwoman]]></category>
		<category><![CDATA[เจี๊ยบ - กฤติมา สมิทธิ์พล]]></category>
		<category><![CDATA[Tangerine Clinic]]></category>
		<category><![CDATA[Life of Pride]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกแทนเจอรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA+]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=63189</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ตรงกับเพศกำเนิด (sex) การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสภาพร่างกายและรักษาอาการเจ็บป่วย เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เราไม่ติดใจ แต่กับคนข้ามเพศ (transgender) ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชายข้ามเพศหรือหญิงข้ามเพศ การไปรับบริการทางสุขภาพที่โรงพยาบาลนั้นอาจชวนให้เครียดหรืออึดอัดใจกันได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่การถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลซักถามด้วยน้ำเสียง คำพูดคำจา หรือกริยาท่าทางที่แฝงไปด้วยการเหมารวม ตั้งแง่ ตีตรา หรือการประกาศเรียกชื่อด้วยคำนำหน้าตามเพศกำเนิดออกลำโพง ทำให้คนรอบข้างหันมามอง บ้างก็ชี้ชวนให้เพื่อนดู ถามคำถามส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เป็นต้น จนคนข้ามเพศหลายคนไม่สบายใจในการไปโรงพยาบาล และไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างที่ควรเป็น ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน จึงถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อความสบายใจในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของคนข้ามเพศโดยเฉพาะ เพราะมองเห็นอุปสรรคในการเข้าถึงด้านสุขภาพของคนข้ามเพศ บวกกับงานวิจัยจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติที่ชี้ให้เห็นว่าหญิงข้ามเพศมีโอกาสมีเชื้อ HIV สูงโดยไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างที่ควร ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จึงเริ่มความคิดที่จะเปิดคลินิกที่ให้บริการคนข้ามเพศขึ้นมา และเพื่อให้แน่ใจว่าคลินิกนี้จะตอบสนองความต้องการทางด้านสุขภาพของคนข้ามเพศได้ดีที่สุดและเป็นตัวอย่างในการให้บริการทางสุขภาพที่มีความละเอียดอ่อนต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงมีการจัดประชุมครั้งใหญ่เพื่อให้ชุมชนคนข้ามเพศได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคลินิกขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่ต้น เริ่มจากการรับฟังปัญหาที่ทุกคนพบเจอ ฟังความต้องการของชุมชนว่าอยากให้มีการให้บริการอะไรบ้าง ไปจนถึงอยากให้คลินิกทำงานวิจัยเรื่องไหน จนได้ออกมาเป็นโมเดลคลินิกคนข้ามเพศที่ให้บริการแบบองค์รวมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน หรือเรียกสั้นๆ ว่าคลินิกแทนเจอรีน ตั้งอยู่ภายในคลีนิคนิรนามบนถนนราชดำริ มีหัวหน้าคลินิกและเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศ 5 คน และให้บริการโดยแพทย์-พยาบาลที่แม้จะไม่ใช่คนข้ามเพศ แต่ก็มีความเข้าใจความหลากหลายเป็นอย่างดี เจี๊ยบ–กฤติมา สมิทธิ์พล หัวหน้าคลินิกแทนเจอรีนเล่าให้ฟังว่า ก่อนคลินิกแทนเจอรีนเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2015 มีการประชุมรวมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงแม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/">คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ตรงกับเพศกำเนิด (sex) การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสภาพร่างกายและรักษาอาการเจ็บป่วย เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เราไม่ติดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กับคนข้ามเพศ (transgender) ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชายข้ามเพศหรือหญิงข้ามเพศ การไปรับบริการทางสุขภาพที่โรงพยาบาลนั้นอาจชวนให้เครียดหรืออึดอัดใจกันได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่การถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลซักถามด้วยน้ำเสียง คำพูดคำจา หรือกริยาท่าทางที่แฝงไปด้วยการเหมารวม ตั้งแง่ ตีตรา หรือการประกาศเรียกชื่อด้วยคำนำหน้าตามเพศกำเนิดออกลำโพง ทำให้คนรอบข้างหันมามอง บ้างก็ชี้ชวนให้เพื่อนดู ถามคำถามส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เป็นต้น จนคนข้ามเพศหลายคนไม่สบายใจในการไปโรงพยาบาล และไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างที่ควรเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/">ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน</a> </span><span style="font-weight: 400;">จึงถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อความสบายใจในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของคนข้ามเพศโดยเฉพาะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63224 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมองเห็นอุปสรรคในการเข้าถึงด้านสุขภาพของคนข้ามเพศ บวกกับงานวิจัยจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติที่ชี้ให้เห็นว่าหญิงข้ามเพศมีโอกาสมีเชื้อ HIV สูงโดยไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างที่ควร ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จึงเริ่มความคิดที่จะเปิดคลินิกที่ให้บริการคนข้ามเพศขึ้นมา และเพื่อให้แน่ใจว่าคลินิกนี้จะตอบสนองความต้องการทางด้านสุขภาพของคนข้ามเพศได้ดีที่สุดและเป็นตัวอย่างในการให้บริการทางสุขภาพที่มีความละเอียดอ่อนต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงมีการจัดประชุมครั้งใหญ่เพื่อให้ชุมชนคนข้ามเพศได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคลินิกขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63227 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากการรับฟังปัญหาที่ทุกคนพบเจอ ฟังความต้องการของชุมชนว่าอยากให้มีการให้บริการอะไรบ้าง ไปจนถึงอยากให้คลินิกทำงานวิจัยเรื่องไหน จนได้ออกมาเป็นโมเดลคลินิกคนข้ามเพศที่ให้บริการแบบองค์รวมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน หรือเรียกสั้นๆ ว่าคลินิกแทนเจอรีน ตั้งอยู่ภายในคลีนิคนิรนามบนถนนราชดำริ มีหัวหน้าคลินิกและเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศ 5 คน และให้บริการโดยแพทย์-พยาบาลที่แม้จะไม่ใช่คนข้ามเพศ แต่ก็มีความเข้าใจความหลากหลายเป็นอย่างดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63218 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจี๊ยบ–กฤติมา สมิทธิ์พล</strong> หัวหน้าคลินิกแทนเจอรีนเล่าให้ฟังว่า ก่อนคลินิกแทนเจอรีนเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2015 มีการประชุมรวมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงแม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศ สิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ และจัดประชุมซ้ำทุกปีเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนมีความละเอียดอ่อนมากพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนชื่อ ‘แทนเจอรีน’ นั้น ก็มาจากการเสนอและโหวตกันของคนในชุมชนคนข้ามเพศเองเช่นเดียวกับสโลแกน ‘Where transition fulfills identity’ ซึ่งคำว่า Tangerine เป็นการเล่นคำมาจาก transgender สามารถเขียนย่อออกมาเป็น TG ได้เหมือนกัน และความหมายโดยตรงอย่าง ‘ส้ม’ ก็ถูกหยิบมาใช้เป็นธีมสีของคลินิกที่ให้ความรู้สึกในเชิงบวก สดใส สดชื่น เป็นมิตรกับผู้มาเยือนนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63217 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ดูแลสุขภาพร่างกาย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยามเช้าวันทำงาน ผู้คนยังเข้ามาเยี่ยมเยียนคลินิกแทนเจอรีนเพียงประปราย เราจึงถือโอกาสเข้าไปนั่งคุยกับเจี๊ยบเรื่องการให้บริการของคลินิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่คนให้ความสำคัญเยอะมากจากการประชุมครั้งแรก คือความรู้ในการข้ามเพศและการใช้ฮอร์โมน” เจี๊ยบว่า ก่อนจะอธิบายให้เราฟังว่า ไม่ใช่คนข้ามเพศทุกคนที่ต้องการฮอร์โมนหรือทำศัลยกรรม แต่คนส่วนใหญ่มีความสนใจในการใช้ฮอร์โมน สำหรับคนที่ซื้อฮอร์โมนใช้เองอยู่แล้ว ก็จะแนะนำว่าควรใช้ฮอร์โมนอะไร ขนาดไหน ควรดูแลตัวเองอย่างไร เพราะผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ฮอร์โมนมีหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ส่วนคนที่ยังไม่เริ่มใช้ฮอร์โมน คลินิกจะทำหน้าที่ซัพพอร์ต ตรวจร่างกายว่าสามารถรับฮอร์โมนได้ไหม มีโรคประจำตัวอะไรที่ควรรักษาหรือดูแลก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราให้คำแนะนำ คุยกับเขาว่าถ้าเริ่มใช้ฮอร์โมนจะรับผลกระทบที่ตามมาได้หรือเปล่า เช่น ที่บ้านว่ายังไง ที่โรงเรียน ที่ทำงาน ถ้ามีแฟน แฟนว่ายังไง เขาจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขนาดไหน แต่เราไม่ได้อนุมัตินะว่าเขาจะเริ่มได้หรือไม่ได้ เขาต้องตัดสินใจเอง” เธอบอกกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้คลินิกยังมีบริการตรวจและรักษาสุขภาวะทางเพศ สามารถตรวจ HIV ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และรักษาได้เลย หรือหญิงข้ามเพศที่แปลงเพศแล้ว หากมีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิงที่ไม่ใช่ปัญหาด้านการศัลยกรรม เช่น ติดเชื้อ ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่หากไปโรงพยาบาลก็อาจรู้สึกไม่สบายใจ ก็สามารถมาที่นี่ได้เพราะแพทย์มีความเชี่ยวชาญโดยตรง และค่าบริการทุกรายการก็อยู่ในเกณฑ์สบายกระเป๋าเพราะเป็นส่วนหนึ่งของสภากาชาดไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากรณรงค์ให้มาที่นี่ มาเจอเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศด้วยกัน บริการกันเอง ไม่ต้องขัดเขินหรือมีขั้นตอนเยอะ คุยกับเจ้าหน้าที่แล้วเราก็พาไปเจอแพทย์เลย หรือใครที่อยากผ่าตัดศัลยกรรม เราก็มีข้อมูลให้โดยเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เขาเลือกเอง” เจี๊ยบยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63220 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ไม่ลืมสุขภาพใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะไม่ต้องกลัวอคติทางเพศแล้ว การมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศยังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาคนมีปัญหาเยอะๆ เข้ามาหาแล้วเจอเจ้าหน้าที่เป็นคนข้ามเพศด้วยกัน มันช่วยได้มาก เพราะเขามีคนรับฟังและเข้าใจ เราอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างของเขาไม่ได้ แต่เขามาเจอเราแล้วรู้สึกดีขึ้น ออกไปรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้ต่อไป ประเด็นเรื่องสุขภาพจิตและสังคมสำคัญมาก เพราะเรายังเจอว่าพี่น้องคนข้ามเพศยังถูกกดทับ ตีตรา เลือกปฏิบัติเยอะมาก เราก็เก็บข้อมูลว่าใครถูกกระทำอะไร เช่น บางคนแปลงเพศแล้วจากชายเป็นหญิง แต่ทำงานในโรงเรียนและต้องใส่วิกเป็นผู้ชายไปสอนหนังสือ เขาต้องเจอกับอคติและการถูกเลือกปฏิบัติจากตัวระบบเยอะมาก การมีพื้นที่ชุมชนตรงนี้มันทำให้เขาเจอที่ที่สบายใจ” เธออธิบายว่า หลายคนเข้ามาที่คลินิกเพียงเพราะอยากพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อความสบายใจ ซึ่งคลินิกก็เต็มใจจะเปิดรับแบบไม่เกี่ยงงอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีคนที่กำลังสับสน ไม่แน่ใจในตัวตน ครุ่นคิดว่าจะข้ามเพศดีหรือไม่ ก็สามารถเข้ามานั่งคุยที่คลินิกได้เช่นกัน เจี๊ยบเล่าว่าที่ผ่านมา คนที่เข้ามาพูดคุยและค้นพบว่าตนเองไม่ใช่คนข้ามเพศก็มีให้เห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงอายุของคนที่เข้ามาปรึกษาที่คลินิกนั้น มีตั้งแต่ไม่ถึง 10 ปี ไปจนถึงกว่า 70 ปี โดยในกรณีของเด็กนั้นมีผู้ปกครองพามาเพราะน้องบอกว่าเป็นคนข้ามเพศ พ่อแม่จึงปรึกษาว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ทำความเข้าใจอะไรบ้าง หรือครูคนข้ามเพศที่พาลูกศิษย์ที่เป็นวัยรุ่นข้ามเพศมาก็มีเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราถามเจี๊ยบว่า หากเข้ามาปรึกษาอย่างเดียวที่นี่คิดค่าบริการเท่าไหร่ คำตอบที่ได้เราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่มีค่าบริการเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63222 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เผยแพร่ความเข้าใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในช่วงเวลา 3 ปีครึ่ง คลินิกแทนเจอรีนให้บริการคนข้ามเพศเป็นจำนวนเกือบสามพันคนด้วยกัน และหากนับจำนวนครั้งของการใช้บริการ ก็จะพบว่ามีการแวะเวียนมากว่า แปดพันครั้งเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวกมาคลินิกในกรุงเทพฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนข้ามเพศคนไหนรู้ตัวว่าอยู่ไกล สามารถแวะไปเยี่ยมคลินิกแทนเจอรีนได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ในเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/">Tangerine Community Health Center</a> ซึ่งมีการโพสต์คอนเทนต์สุขภาพเกี่ยวกับคนข้ามเพศที่หาอ่านยากในเว็บไซต์อื่นๆ เช่น การขยายช่องคลอดสำหรับคนแปลงเพศแล้ว หรือเร็วๆ นี้ก็จะมีคอนเทนต์ที่ว่าด้วยการดูแลหน้าอกของหญิงข้ามเพศที่ใช้ยาฮอร์โมนหรือทำศัลยกรรมมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเชิญคนข้ามเพศที่มีชื่อเสียงหรือคุณหมอมา live อยู่เป็นประจำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63228 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันไหนที่คอนเทนต์มีประเด็นน่าสนใจ จะมีคนถามคำถามกันมาในอินบอกซ์เยอะมาก ตอบกันอุตลุด โทรศัพท์ก็ดังแทบไม่หยุด” เจี๊ยบหัวเราะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากช่องทางออนไลน์ เครือข่ายพันธมิตรของแทนเจอรีนก็เปิดให้บริการด้านสุขภาพแก่คนข้ามเพศแล้วเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องขยายไปให้ได้มาก เพราะคนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึง พี่ๆ น้องๆ หลายคนก็มาจากต่างจังหวัด เราต้องขยายไปให้เขาได้สิ่งที่ต้องการ ในระดับประเทศเราร่วมมือกับองค์กร LGBTQIA อื่นๆ เช่น สมาคมฟ้าสีรุ้งฯ, มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) ในเชียงใหม่มีมูลนิธิเอ็มพลัส และศูนย์สุขภาพแคร์แมท และในระดับภูมิภาคก็ทำงานกับเวียดนามจนเขาสามารถเปิดคลินิกสำหรับคนข้ามเพศได้แล้ว 2 แห่ง” เจี๊ยบบอกอย่างมุ่งมั่นก่อนจะอธิบายต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โมเดลเราเป็นโมเดลชุมชน เจ้าหน้าที่ของเราก็เป็นคนในชุมชนคนข้ามเพศด้วยกัน ก่อนทำงานก็จะมีการเทรนเรื่องการให้คำปรึกษา องค์ความรู้ที่ต้องใช้ เช่น ฮอร์โมน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรักษา เทรนจนครบทุกอย่างและเทรนอยู่ตลอด เราอยากสนับสนุนให้ชุมชนคนข้ามเพศเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63216 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/"><span style="font-weight: 400;">facebook.com/TangerineCenter</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/">คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนเวลาไปยุคกลางที่ Châteaudouble หมู่บ้านแสนสงบในฝรั่งเศสตอนใต้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chateaudouble/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Apr 2019 04:51:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศสตอนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[journey]]></category>
		<category><![CDATA[Châteaudouble]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59941</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ในปารีสจะหนาวยะเยือกขนาดไหน แต่แสงแดดที่ฝรั่งเศสตอนใต้ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่มีบกพร่อง จากที่พักใน Saint-Raphaël เมืองท่าขนาดไม่ใหญ่บนชายฝั่งทะเลเฟรนช์ริเวียราทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เราขับรถคันจิ๋วไปตามไฮเวย์กันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่า นานพอที่จะฟังเพลงได้หมดอัลบั้มและเริ่มกลับมาวนลูปเพลงแรกๆ อีกครั้ง จุดมุ่งหมายของเราในวันนี้คือหมู่บ้านขนาดกะทัดรัดบนภูเขาที่มีชื่อว่า Châteaudouble หากไม่ได้เป็นเพราะครั้งหนึ่งคุณพ่อของเพื่อนร่วมทางเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เราคงมองข้ามมันไปแน่ๆ เพราะหมู่บ้านบ้าอะไร เสิร์ชรูปในอินเทอร์เน็ตก็แทบไม่มีข้อมูล หน้าวิกิพีเดียก็ไม่บอกข้อมูลอะไรนอกจากข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ในเขตแคว้นไหน กับข้อมูลเชิงสถิติว่าเมืองนี้มีขนาด 40.91 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอยู่ 185 คนด้วยกัน แต่ด้วยคำโฆษณาปากเปล่าว่าเป็นหมู่บ้านหินจากยุคกลางที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา และน่ารักในแบบที่เราจะต้องหวีดร้อง ก็เลยอยากจะไปให้เห็นกับตาดูสักที เมื่อเข้ามาถึงบริเวณหมู่บ้านในเวลาเกือบเที่ยง หลังจากที่จอดรถไว้ใต้ต้นโอ๊คต้นใหญ่บนยอดเขา เราก็แวะกินแซนด์วิชที่ห่อกันมาเป็นมื้อกลางวัน แม้อากาศจะเย็นๆ อยู่สักหน่อย แต่แดดที่ส่องมาก็ช่วยให้ความอบอุ่นได้ดี แถมวิวหุบเขาเขียวขจีชวนให้รู้สึกสดชื่นและเจริญอาหารจนเผลอแป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยง เราเลยเริ่มการสำรวจหมู่บ้านจากการขึ้นไปดูหอคอยกุดๆ ที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเป็นที่แรก ชื่อของเมือง Châteaudouble นั้นแปลออกมาได้ว่า 2 ปราสาท และเพื่อนร่วมทางก็เฉลยให้ฟังว่า ในยุคกลาง เมืองนี้เคยมีปราสาทอยู่ 2 หลังจริงๆ ซึ่งปราสาทที่ว่าก็ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเนินนี้แหละ แต่ด้วยเวลาที่ร่วงเลยจึงมีแค่ร่องรอยของกำแพงและมีแค่หอคอยแท่งสี่เหลี่ยมหัวกุดที่ยังรอดมาถึงปัจจุบัน ด้วยความซนเราก็หมายมั่นว่าจะเข้าไปสำรวจข้างในดูสักหน่อย แต่หอคอยถูกล้อมรั้วและแปะป้ายห้ามเข้าไว้อย่างชัดเจน ก็เลยต้องยอมถอดใจ พอละสายตาจากหอคอย ภาพที่เห็นก็ทำให้เราแทบลืมหายใจ สวยมาก สวยจนเหมือนภาพวาดเลย หลังจากที่ยืนชมวิวจนหนำใจ ก็ได้เวลาออกสำรวจต่อพื้นที่ปราสาทเก่าบนเนินบางส่วนกลายมาเป็นสุสานของครอบครัวคนในหมู่บ้าน และเป็นทางตัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chateaudouble/">ย้อนเวลาไปยุคกลางที่ Châteaudouble หมู่บ้านแสนสงบในฝรั่งเศสตอนใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเวลาเดียวกัน แม้ในปารีสจะหนาวยะเยือกขนาดไหน แต่แสงแดดที่ฝรั่งเศสตอนใต้ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่มีบกพร่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่พักใน Saint-Raphaël เมืองท่าขนาดไม่ใหญ่บนชายฝั่งทะเลเฟรนช์ริเวียราทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เราขับรถคันจิ๋วไปตามไฮเวย์กันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่า นานพอที่จะฟังเพลงได้หมดอัลบั้มและเริ่มกลับมาวนลูปเพลงแรกๆ อีกครั้ง จุดมุ่งหมายของเราในวันนี้คือหมู่บ้านขนาดกะทัดรัดบนภูเขาที่มีชื่อว่า Châteaudouble</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59958 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0016.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0016.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0016-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่ได้เป็นเพราะครั้งหนึ่งคุณพ่อของเพื่อนร่วมทางเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ เราคงมองข้ามมันไปแน่ๆ เพราะหมู่บ้านบ้าอะไร เสิร์ชรูปในอินเทอร์เน็ตก็แทบไม่มีข้อมูล หน้าวิกิพีเดียก็ไม่บอกข้อมูลอะไรนอกจากข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ในเขตแคว้นไหน กับข้อมูลเชิงสถิติว่าเมืองนี้มีขนาด 40.91 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอยู่ 185 คนด้วยกัน แต่ด้วยคำโฆษณาปากเปล่าว่าเป็นหมู่บ้านหินจากยุคกลางที่ซ่อนอยู่ในหุบเขา และน่ารักในแบบที่เราจะต้องหวีดร้อง ก็เลยอยากจะไปให้เห็นกับตาดูสักที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59945 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0003.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0003.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0003-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59943 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0001.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0001.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0001-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0001-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเข้ามาถึงบริเวณหมู่บ้านในเวลาเกือบเที่ยง หลังจากที่จอดรถไว้ใต้ต้นโอ๊คต้นใหญ่บนยอดเขา เราก็แวะกินแซนด์วิชที่ห่อกันมาเป็นมื้อกลางวัน แม้อากาศจะเย็นๆ อยู่สักหน่อย แต่แดดที่ส่องมาก็ช่วยให้ความอบอุ่นได้ดี แถมวิวหุบเขาเขียวขจีชวนให้รู้สึกสดชื่นและเจริญอาหารจนเผลอแป๊บเดียวก็หมดเกลี้ยง เราเลยเริ่มการสำรวจหมู่บ้านจากการขึ้นไปดูหอคอยกุดๆ ที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเป็นที่แรก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59946 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0004.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0004.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0004-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0004-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59956 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0014.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0014.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0014-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0014-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อของเมือง Châteaudouble นั้นแปลออกมาได้ว่า 2 ปราสาท และเพื่อนร่วมทางก็เฉลยให้ฟังว่า ในยุคกลาง เมืองนี้เคยมีปราสาทอยู่ 2 หลังจริงๆ ซึ่งปราสาทที่ว่าก็ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเนินนี้แหละ แต่ด้วยเวลาที่ร่วงเลยจึงมีแค่ร่องรอยของกำแพงและมีแค่หอคอยแท่งสี่เหลี่ยมหัวกุดที่ยังรอดมาถึงปัจจุบัน ด้วยความซนเราก็หมายมั่นว่าจะเข้าไปสำรวจข้างในดูสักหน่อย แต่หอคอยถูกล้อมรั้วและแปะป้ายห้ามเข้าไว้อย่างชัดเจน ก็เลยต้องยอมถอดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอละสายตาจากหอคอย ภาพที่เห็นก็ทำให้เราแทบลืมหายใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59948 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0006.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0006.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0006-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0006-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59955 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0013.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0013.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0013-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0013-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สวยมาก สวยจนเหมือนภาพวาดเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ยืนชมวิวจนหนำใจ ก็ได้เวลาออกสำรวจต่อพื้นที่ปราสาทเก่าบนเนินบางส่วนกลายมาเป็นสุสานของครอบครัวคนในหมู่บ้าน และเป็นทางตัน เราจึงค่อยๆ เดินลงเนินลัดเลาะไปในหมู่บ้านกันแทน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59949 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0007.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0007.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0007-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากพวกเรา ก็มีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสให้เห็นประปราย แต่ก็น่าแปลกใจที่เราแทบไม่ได้เห็นผู้พักอาศัยในหมู่บ้านสักเท่าไหร่จนให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีใครอยู่ ทั้งที่เมื่อมองจากบนเนินเราก็เห็นควันไฟจากการจุดเตาผิงลอยออกมาจากปล่องไฟของหลายๆ บ้าน อาจเป็นเพราะลักษณะตัวสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยที่มีลักษณะเป็นหินทึบ มีช่องประตูและหน้าต่างบานไม่ใหญ่ แถมยังนิยมเปิดแง้มไว้แค่นิดๆ เราเลยได้แต่สงสัยว่ามีใครอยู่ไหม ด้านในบ้านจะเป็นอย่างไร โดยไม่ได้คำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ตัวอีกทีหนึ่ง เราก็มาอยู่ในสวนเล็กๆ บนหน้าผา ที่ก่อนหน้านี้เรามองลงมาจากบนเนิน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59957 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0015.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0015.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0015-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่ ร่มรื่น เลยไม่แปลกใจที่เราเจอกับคู่คุณตาคุณยายออกมาเดินเล่นรับลมและนั่งมองวิวด้วยกันบนม้านั่ง แถมในบริเวณใกล้เคียงก็มีแก๊งน้องแมวนอนผึ่ง เดินทอดน่องไปมาเหมือนจะมาทักทาย บรรยากาศทุกอย่างชื่นมื่นจนเราคิดไปเองว่าเจ้าของบ้านหลังที่อยู่รายรอบสวนนี้น่าจะมีความสุขน่าดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59972 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0030.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0030.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0030-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0030-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59961 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0019.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0019.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0019-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0019-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบริเวณใกล้กันมีร้านคาเฟ่และบาร์ริมหน้าผาที่ดูเหงาๆ อยู่สักหน่อยเพราะโต๊ะเก้าอี้ส่วนใหญ่ไม่มีใครจับจอง เพื่อนร่วมทางบอกว่ามีบ้างเหมือนกันที่จะเห็นคนนั่งกันจนแน่น เพราะทั้งหมู่บ้านมีร้านนี้แค่ร้านเดียวนั่นเอง (ฮา)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59963 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0021.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0021.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0021-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0021-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59966 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0024.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0024.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0024-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0024-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่แล้ว อาคารบ้านเรือนที่ยังมีคนอาศัยอยู่เหล่านี้สร้างขึ้นมาช่วงศตวรรษที่ 15 มีการสร้างโบสถ์หินขนาดใหญ่อยู่ตรงใจกลาง หลังจากประชากรบนเนินเริ่มหนาแน่นขึ้นจนไม่พออาศัย ว่ากันว่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ประชากรในหมู่บ้านแห่งนี้เคยมีจำนวนเกือบพันคนด้วยกัน นึกภาพแล้วก็คงจะครึกครื้นพอสมควร ต่างจากในตอนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59962 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0020.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0020.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0020-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างเดินเล่นในหมู่บ้านที่เงียบสงบ เราก็เจอเข้ากับเหตุการณ์ชวนระทึก นั่นคือแมวเจ้าถิ่นสองตัวกำลังขู่ฟ่อๆ ใส่กัน จากที่อยู่ห่างกันเกือบเมตร เจ้าแมวสีส้มดำกับเจ้าแมวลายสลิดก็ค่อยๆ เดินเข้าประจันหน้ากันแล้วจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา โชคดีที่ในจังหวะนั้นมีหมาตัวโตวิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ ทำให้แมวทั้งสองตัวตกใจกระโจนไปคนละทิศ แต่ดูเหมือนเจ้าแมวสีส้มดำจะสังเกตเห็นพวกเราที่ยืนมองอยู่ได้สักพักและตัดสินใจเข้ามาคลอเคลีย ทิ้งมาดแมวซ่าเมื่อสักครู่ไปเสียสนิท</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59967 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0025.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0025.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0025-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0025-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มิตรภาพของเรากับเจ้าแมวไม่จบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่เราเริ่มออกเดินต่อ เจ้าแมวส้มดำก็ตัดสินใจเดินตามมาจอยด้วยดื้อๆ ไม่ว่าเราจะหยุดถ่ายรูปตรงไหน เจ้าแมวก็จะคอยวนเวียนใกล้ๆ แล้วพอเรานั่งพักชมวิวบนม้านั่ง ก็ยังจะมาเนียนนั่งด้วยอีกต่างหาก เดี๋ยวก็อุ้มกลับประเทศไทยซะเลยนี่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59969 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0027.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0027.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0027-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเดินสำรวจหมู่บ้านจนทั่ว เราก็ค่อยๆ ไต่เนินเพื่อกลับไปยังที่จุดที่เราจอดรถเอาไว้โดยใช้เส้นทางต่างจากตอนเดินลง เราจึงพบกับซากปราสาทอีกหลัง แต่หลังนี้แทบไม่มีอะไรหลงเหลือนอกจากแนวกำแพงที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นจุดชมวิว มุมที่เห็นเป็นมุมมองจากคนละฝั่งจากในทีแรก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59973 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0031.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0031.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0031-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0031-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กจิ๋วที่ไม่ได้มีชื่อเสียง ไม่อยู่ในไกด์บุ๊กเล่มไหน ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่มันก็มีมนตร์เสน่ห์ที่ทำให้เราตกหลุมรักเข้าเต็มเปาเลยล่ะ</span></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59971 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0029.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0029.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0029-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0029-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59968 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0026.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0026.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0026-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Chateaudouble-IMG_0026-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chateaudouble/">ย้อนเวลาไปยุคกลางที่ Châteaudouble หมู่บ้านแสนสงบในฝรั่งเศสตอนใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cheww.co ยาสีฟันแบบเม็ดที่อยากลดขยะหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปในปีแรก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cheww-co-toothpaste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2019 07:18:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Cheww]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสีฟันแบบเม็ด]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[หลิว เกวลิน ศักดิ์สยามกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Cheww.co]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59437</guid>

					<description><![CDATA[<p>1.5 ล้านล้าน คือจำนวนของขยะหลอดยาสีฟันที่เราทิ้งกันทั่วโลก และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรีไซเคิลหลอดยาสีฟันเหล่านี้ เพราะมันถูกผลิตโดยใช้ส่วนผสมจากวัสดุหลายชนิด ทำให้ยากในการแยกส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ หลอดยาสีฟันจำนวนมหาศาลเลยกลายเป็นหนึ่งในพลาสติกจำนวนกว่า 8 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงทะเลในแต่ละปี แถมนี่ยังไม่รวมถึงกล่องกระดาษที่เราซื้อมาปุ๊บก็แกะทิ้งปั๊บ แม้จะพอนำไปรีไซเคิลได้ แต่ก็ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองรวมถึงมลพิษในกระบวนการผลิตและการจัดการขยะอีกต่างหาก ครั้นจะแก้ปัญหาด้วยการไม่ยอมแปรงฟัน ก็ดูไม่ค่อยถูกหลักสุขอนามัยสักเท่าไหร่นัก เพราะเหตุนี้ เมื่อเห็นทางเลือกใหม่ในการแปรงฟันอย่าง &#8216;ยาสีฟันชนิดเม็ด&#8217; ของแบรนด์ Cheww.co (อ่านว่าชิวว์ดอทโค) ที่ไม่ต้องง้อหลอดยาสีฟันพลาสติก สามารถเก็บใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ เมื่อไหร่ที่ต้องการแปรงฟันก็หยิบขึ้นมาเคี้ยวให้ละเอียดแล้วแปรงตามปกติก็เป็นอันเรียบร้อย และนอกจากนี้ยังมีระบบซัพพอร์ตต่างๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อลดขยะโดยเฉพาะ เราจึงสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง และอยากทำความรู้จักกับมันให้ดีขึ้น จึงถือโอกาสชวนหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งอย่าง หลิว–เกวลิน ศักดิ์สยามกุล ที่รับผิดชอบเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์และมาร์เก็ตติ้ง มาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดเบื้องหลังยาสีฟันเม็ดดูสักที รวมทีมคนอยากแปรงฟัน (แบบไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม) ไอเดียการลงมือทำแบรนด์ยาสีฟันชนิดเม็ด เกิดจากสองเภสัชกรวัยใกล้เลขหกที่เป็นญาติของหลิว มาสะกิดชักชวนหญิงสาวในช่วงเวลาที่เธอเพิ่งออกจากงานดิจิทัลเอเจนซีเพื่อเตรียมตัวไปศึกษาต่อด้าน sustainable management ตามความสนใจของเธอ หลิวบอกกับเราว่า อันที่จริงยาสีฟันชนิดเม็ดไม่ใช่ไอเดียที่ Cheww.co คิดค้นขึ้นเองเสียทีเดียว ในต่างประเทศก็มีแบรนด์ยาสีฟันชนิดเม็ดออกมาให้เห็นหลายเจ้า เพราะคนจำนวนมากเริ่มตระหนักและตื่นตัวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน แต่สาเหตุที่เธอตัดสินใจร่วมมือกับญาติ เพราะเธอเห็นว่าเรายังไม่มีทางเลือกเดียวกันนี้ในประเทศไทย และการต้องสั่งผลิตภัณฑ์อีโคมาใช้จากต่างประเทศ ก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก จึงไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงสักเท่าไหร่ พอตั้งใจจะผลักดันโปรเจกต์จริงจัง หลิวจึงติดต่อญาติอีกคนที่เป็นผู้จัดการด้านการขนส่งสินค้า และอาจารย์ของเธอที่เป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนมาร่วมทีมกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง “ในทีมมีคนจากทุกเจเนอเรชั่นเลย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheww-co-toothpaste/">Cheww.co ยาสีฟันแบบเม็ดที่อยากลดขยะหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปในปีแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">1.5 ล้านล้าน คือจำนวนของขยะหลอดยาสีฟันที่เราทิ้งกันทั่วโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรีไซเคิลหลอดยาสีฟันเหล่านี้ เพราะมันถูกผลิตโดยใช้ส่วนผสมจากวัสดุหลายชนิด ทำให้ยากในการแยกส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ หลอดยาสีฟันจำนวนมหาศาลเลยกลายเป็นหนึ่งในพลาสติกจำนวนกว่า 8 ล้านตันที่ถูกทิ้งลงทะเลในแต่ละปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แถมนี่ยังไม่รวมถึงกล่องกระดาษที่เราซื้อมาปุ๊บก็แกะทิ้งปั๊บ แม้จะพอนำไปรีไซเคิลได้ แต่ก็ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองรวมถึงมลพิษในกระบวนการผลิตและการจัดการขยะอีกต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้นจะแก้ปัญหาด้วยการไม่ยอมแปรงฟัน ก็ดูไม่ค่อยถูกหลักสุขอนามัยสักเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเหตุนี้ เมื่อเห็นทางเลือกใหม่ในการแปรงฟันอย่าง &#8216;ยาสีฟันชนิดเม็ด&#8217; ของแบรนด์ <a href="http://Cheww.co" target="_blank" rel="noopener">Cheww.co</a> (อ่านว่าชิวว์ดอทโค) ที่ไม่ต้องง้อหลอดยาสีฟันพลาสติก สามารถเก็บใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ เมื่อไหร่ที่ต้องการแปรงฟันก็หยิบขึ้นมาเคี้ยวให้ละเอียดแล้วแปรงตามปกติก็เป็นอันเรียบร้อย และนอกจากนี้ยังมีระบบซัพพอร์ตต่างๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อลดขยะโดยเฉพาะ เราจึงสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง และอยากทำความรู้จักกับมันให้ดีขึ้น จึงถือโอกาสชวนหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งอย่าง <strong>หลิว–เกวลิน ศักดิ์สยามกุล</strong> ที่รับผิดชอบเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์และมาร์เก็ตติ้ง มาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดเบื้องหลังยาสีฟันเม็ดดูสักที</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59454 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>รวมทีมคนอยากแปรงฟัน (แบบไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไอเดียการลงมือทำแบรนด์ยาสีฟันชนิดเม็ด เกิดจากสองเภสัชกรวัยใกล้เลขหกที่เป็นญาติของหลิว มาสะกิดชักชวนหญิงสาวในช่วงเวลาที่เธอเพิ่งออกจากงานดิจิทัลเอเจนซีเพื่อเตรียมตัวไปศึกษาต่อด้าน sustainable management ตามความสนใจของเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลิวบอกกับเราว่า อันที่จริงยาสีฟันชนิดเม็ดไม่ใช่ไอเดียที่ Cheww.co คิดค้นขึ้นเองเสียทีเดียว ในต่างประเทศก็มีแบรนด์ยาสีฟันชนิดเม็ดออกมาให้เห็นหลายเจ้า เพราะคนจำนวนมากเริ่มตระหนักและตื่นตัวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สาเหตุที่เธอตัดสินใจร่วมมือกับญาติ เพราะเธอเห็นว่าเรายังไม่มีทางเลือกเดียวกันนี้ในประเทศไทย และการต้องสั่งผลิตภัณฑ์อีโคมาใช้จากต่างประเทศ ก็จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก จึงไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงสักเท่าไหร่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอตั้งใจจะผลักดันโปรเจกต์จริงจัง หลิวจึงติดต่อญาติอีกคนที่เป็นผู้จัดการด้านการขนส่งสินค้า และอาจารย์ของเธอที่เป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนมาร่วมทีมกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59460 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในทีมมีคนจากทุกเจเนอเรชั่นเลย ตั้งแต่เบบี้บูมฯ ถึงเจนฯ วายตอนปลาย พูดกันเล่นๆ ว่า ประสบการณ์ทำงานทุกคนรวมกันได้ 150 ปี มันเลยเกิดขึ้นได้เร็วมาก เป็นส่วนผสมของคนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เราเรียนดีไซน์ เขาเรียนเภสัชฯ อีกคนก็การจัดการจ๋าๆ มีจุดร่วมคือความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม คิดว่าทำสิ่งนี้ขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเรา อยากใช้แต่ไม่มี” หลิวเล่าถึงจุดเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนที่เราจะทำ เราใช้ Life Cycle Assessment (LCA) เป็นตัวตั้งต้นว่าสิ่งที่เราทำกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน ตั้งแต่ขั้นตอนที่จะได้มาซึ่งวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง ลูกค้าใช้แล้วต้องใช้ทรัพยากรน้ำ ไฟ เพิ่มขึ้นหรือเปล่า การเอาไปทิ้งมันลำบากเขาหรือเปล่า ถ้า 5 ขั้นตอนนี้ไม่มีอะไรกระทบ เราถึงลงมือทำ” หญิงสาวเล่าถึงหลักการตั้งต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59453 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>อัดแน่นเท่าที่จำเป็น</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หน้าที่ของยาสีฟัน คือการรักษา ทำความสะอาดเหงือกและฟัน กำจัดเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น การพัฒนาสูตรยาสีฟันเม็ดของ Cheww.co จึงคำนึงถึงความต้องการดังกล่าวโดยตัดส่วนผสมที่ไม่จำเป็นออก และที่สำคัญคือ ส่วนผสมทั้งหมดคัดสรรมาจากภายในประเทศเพื่อให้กระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เมื่อผลิตขึ้นมาได้สมใจก็ทดลองใช้กันภายในก่อนออกสู่ตลาดเพื่อทดสอบอาการแพ้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนผสมหลักๆ ที่จำเป็นคือเกลือ ช่วยรักษาเหงือก มินต์และเมนทอล ช่วยทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น และมีสารกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นเคมีแต่เราดูแลไม่ให้ปริมาณมากเกินไป” หลิวอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตัวที่วางขายเป็นเวอร์ชั่นที่ 7 และล่าสุดเพิ่งมีเวอร์ชั่นที่ 8 เป็นสูตรที่มีฟอง ออกมาได้ประมาณ 1 อาทิตย์ เพราะแบบเดิมไม่มีฟองแล้วคนไม่ชิน รู้สึกเหมือนไม่สะอาด เราก็อยากให้คนได้ใช้อะไรที่เขาชิน ไม่รู้สึกกลัว” เธอว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนรูปทรงของเม็ดยาสีฟันนั้น หลิวบอกว่าเป็นรูปทรงจากการรียูสโมลด์ขึ้นรูปยาเม็ดที่ทางโรงงานยามีอยู่ โดยเธอเลือกใช้โมลด์จากขนาดที่ต้องการ ในทีแรกเธอทำออกมาในขนาด 1,000 มิลลิกรัม แต่พบว่าเป็นปริมาณที่มากเกินไป ทดลองใช้แล้วต้องหักครึ่ง จึงเปลี่ยนมาใช้โมลด์ขนาด 700 มิลลิกรัมแทน โดยแบบไม่มีฟองจะเป็นรูปทรงคล้ายเมล็ดข้าว ส่วนแบบมีฟองจะเป็นทรง 6 เหลี่ยมที่มีตราประทับรูปตัว P แถมมาจากโมลด์เดิมแทนนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59449 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เติมยาสีฟันใหม่ในบรรจุภัณฑ์เดิม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงอยู่ที่พอไม่ได้มีลักษณะเป็นครีม ก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดพลาสติก แต่หันมาใช้ขวดแก้วในการใส่ยาสีฟันแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันจะต่างไปจากเดิมอย่างไรหากผู้ใช้ต้องซื้อแพ็กเกจจิ้งที่เป็นขวดแก้วซ้ำๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยโจทย์นี้ Cheww.co จึงคิดค้นระบบการสมัครสมาชิกรายปีขึ้น โดยในครั้งแรกจะจัดส่งในขวดแก้วที่บรรจุยาสีฟันจำนวน 180 เม็ด สำหรับใช้เป็นเวลา 90 วัน แล้วส่งยาสีฟันสำหรับรีฟิลไปในซองกระดาษครั้งละ 180 เม็ด ทุกๆ 3 เดือน ให้ไปเติมในขวดเดิม โดยในส่วนนี้ก็ได้ความเชี่ยวชาญของผู้จัดการด้านการขนส่งสินค้ามาช่วยเฟ้นหาวัสดุสำหรับแพ็กและจัดส่งที่ปราศจากพลาสติก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ระบบนี้เราได้มาจากการศึกษา case study ที่เมืองนอก แต่นำมาปรับ เพราะเมืองนอกเขาจะส่งช้ากว่านี้ ครึ่งปีส่งที แต่บ้านเราเป็นประเทศร้อนชื้น แม้เราจะมีกันชื้นให้ก็อาจจะอยู่ไม่ได้นาน เราจึงผลิตครั้งละน้อยๆ แล้วส่งทุก 3 เดือนเพื่อให้ลูกค้าได้ของที่มีคุณภาพ โดยช่วงเวลา 3 เดือนมีที่มาคือเป็นครึ่งหนึ่งของอายุกันชื้น น่าจะกำลังพอดี กันชื้นยังมีคุณภาพพอจะรักษาของข้างในเอาไว้ได้” หลิวอธิบาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59462 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59461 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่อยากทดลองเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็มีขวดเล็กขนาด 60 เม็ด ใช้ได้เป็นเวลา 1 เดือน และขวดจิ๋วขนาด 30 เม็ด ใช้ได้เป็นเวลา 15 วัน ที่หลิวตั้งใจให้เป็นไซส์ที่เหมาะกับการพกติดตัวเมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยวแทนการซื้อยาสีฟันหลอดเล็กได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ หากใครมีร้านค้าขายสินค้าอีโคอยู่ใกล้บ้าน ก็สามารถหอบหิ้วขวดโหลหรือภาชนะของตัวเองไปตามร้านแล้วซื้อยาสีฟันชนิดเม็ดในปริมาณที่พึงพอใจได้เช่นกัน โดยในเวลานี้หลิวได้ติดต่อร้านค้าอีโคทั้งหมด 7 แห่ง กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราโชคดีที่ธุรกิจสายสิ่งแวดล้อมจะต่างจากธุรกิจอื่นๆ ที่มีเซนส์ของการแข่งขันสูง เพราะไม่ว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่คนอ้าแขนรับ ทุกคนน่ารักมาก เป็นพื้นที่ที่อบอุ่น ผิดกับที่เคยเจอ” หลิวยิ้ม </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-59457" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เป้าหมายคือการลดหลอดยาสีฟัน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายในปีแรกของเรา คือการลดหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปจากวงจรขยะ” หญิงสาวพูดอย่างมุ่งมั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เป็นเรื่องยากที่จะหาคำตอบว่า ยาสีฟันในหลอดบีบหลอดหนึ่งนั้น ใช้ได้ยาวนานเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแต่ละคนมีพฤติกรรมการใช้ยาสีฟันที่แตกต่างกัน บ้างก็บีบยาวเต็มแปรงเหมือนในโฆษณา บ้างก็เชื่อฟังทันตแพทย์ บีบขนาดเท่าเมล็ดถั่ว แถมบางคนยังแชร์ยาสีฟันกับรูมเมต หรือคู่รักอีกต่างหาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแบบนี้ เธอจึงวัดผลตามน้ำหนักของยาสีฟันที่เขียนข้างหลอด เทียบกับน้ำหนัก 0.7 กรัมของยาสีฟันชนิดเม็ดนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าจะทำตามเป้าที่ตั้งเอาไว้ เดือนแรกเราต้องมีคนใช้ร้อยกว่าคน ซึ่งเราทำได้แล้ว เดือนต่อไปต้องเพิ่มจำนวนคนใช้ให้ได้มากขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ทุกเดือน ถ้าเราทำได้ มีนาคมปีหน้าก็จะครบ 10,000 คนพอดี” ดวงตาของหลิวเปล่งประกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วเราก็อยากให้มันดับเบิลขึ้นไปทุกปี โคตรฝันสูงเลยเนอะ ถ้าเป็นไปได้ตามนี้อีก 5 ปีข้างหน้าก็จะลดไปได้ประมาณ 300,000 หลอดเลย จะดีมาก” เธอตั้งความหวัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59467 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59455 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลิวมองว่า ความท้าทายด้านการผลิตหรือราคาที่สูงเมื่อเทียบกับราคายาสีฟันทั่วไปนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเธอไม่ได้แข่งกับแบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด แต่แข่งกับความคิด ความเชื่อในการรักษาสิ่งแวดล้อมของคน รวมถึงเชื่อว่าอนาคตราคาการผลิตจะถูกลง ไม่ว่าจะทั้งจากการผลิตจำนวนมากขึ้นและการมีคู่แข่งมาตัดราคา ซึ่งหากเกิดขึ้นก็นับเป็นผลดีกับผู้ใช้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเธอแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงคือการรักษาคลื่นของการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่อยากให้สิ่งนี้เป็นเทรนดี้โปรดักต์ ที่คนมาซื้อขนาดเล็กๆ แล้วก็ลืมมันไป แต่อยากให้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมจริงๆ ความท้าทายของเราคือทำอย่างไรให้เขารู้สึกชินกับมัน รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ทุกคนก็ใช้กัน ทำอย่างไรให้เรารักษาคนใหม่ๆ ที่เข้ามาลองใช้หันมาใช้เป็นประจำได้” เธอว่าอย่างนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-59451" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>Cheww.co</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจะจากกัน เรานึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามถึงที่มาของชื่อแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> หญิงสาวหัวเราะเขินก่อนจะตอบว่า เธอใช้คำว่า chew ที่แปลว่าเคี้ยว เพราะขั้นตอนในการใช้ยาสีฟันชนิดเม็ดคือการเคี้ยวให้ละเอียดก่อนแปรง และสื่อถึงความต้องการให้ผู้ใช้ได้เปลี่ยนพฤติกรรมกันแบบชิลล์ๆ ไม่รู้สึกว่ายากจนอยากยอมแพ้ และที่เติมจนเป็น Cheww.co นั้น เพราะเป็นเว็บไซต์ของแบรนด์ที่อยากให้คนเข้ามาเยี่ยมเยียนกันนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59452 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/chew.co-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">website: <a href="https://cheww.co">cheww.co </a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Instagram: <a href="https://www.instagram.com/cheww.co/">cheww.co</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">facebook: <a href="https://www.facebook.com/pg/chewwco/about/?ref=page_internal">Cheww.co</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cheww-co-toothpaste/">Cheww.co ยาสีฟันแบบเม็ดที่อยากลดขยะหลอดยาสีฟัน 10,000 หลอดให้หายไปในปีแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อบาส ภาณุภัทร์ และฟ้า ษริกา เปลี่ยนแพสชั่นและจังหวะชีวิตให้กลายมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thematt-passion/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Apr 2019 10:00:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดำน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คอนโดมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[บาส ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้า ษริกา สารทศิลป์ศุภา]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58924</guid>

					<description><![CDATA[<p>แพสชั่นของเขา คือการท่องโลกกว้าง ตั้งแต่ตอนที่ บาส–ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ มือกีตาร์วง Better Weather และเจ้าของเพจท่องเที่ยว Go Went Go : เที่ยวเว้นเที่ยว ยังเด็ก ความฝันในการเที่ยวรอบโลกก่อตัวขึ้นจากการดูภาพสถานที่ต่างๆ บนโลกในหนังสือที่พ่อกับแม่ซื้อให้ เมื่อโตขึ้นมาสักหน่อยเขาจึงโหมทำงานเก็บเงินอย่างจริงจัง ทั้งงานในวงการบันเทิงในฐานะนักดนตรี นักแสดงซิตคอม บ้านนี้มีรัก ดีเจ พิธีกร และงานนอกวงการฯ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดธุรกิจส่วนตัวกับเพื่อน เปิดตลาด เปิดร้านอาหาร ชายหนุ่มมุ่งมั่นกับการงาน จนเกือบลืมเป้าหมายในตอนแรก “ตอนเด็กเราเข้าใจว่าถ้าอยากเที่ยวรอบโลกก็ต้องมีเงิน เลยทำงานหนักมาตั้งแต่อายุ 20 ปีกว่าๆ ทำงานหาเงินอย่างเดียว จนเมื่อประมาณสองสามปีที่ผ่านมา ผมอายุได้ 30 ปีบริบูรณ์ ก็ถามตัวเองว่า อายุ 30 แล้ว ชีวิตเราเป็นอย่างที่ต้องการหรือยัง ชีวิตเป็นไปอย่างที่เราออกแบบไว้หรือเปล่า&#8230; คำตอบตอนนั้นสำหรับผมคือยัง” เขาเท้าความ ก่อนจะเสริมว่าแค่ในปัจจุบันเวลาเขาบิดตัวก็ได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะๆ แล้ว หากมัวรีรอนานกว่านี้ก็คงไม่ได้การ เมื่อรู้ตัวอย่างนั้น บาสจึงพยายามหาคนมาช่วยดูแลธุรกิจ และให้เวลากับความฝันของตัวเองมากขึ้น และเปิดบล็อกท่องเที่ยวพร้อมกับการเริ่มทำรายการในยูทูบ โดยมีการวางแผนผลักดันตัวเอง ตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละเดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thematt-passion/">เมื่อบาส ภาณุภัทร์ และฟ้า ษริกา เปลี่ยนแพสชั่นและจังหวะชีวิตให้กลายมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แพสชั่นของเขา คือการท่องโลกกว้าง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ตอนที่ บาส–ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ มือกีตาร์วง Better Weather และเจ้าของเพจท่องเที่ยว </span><b>Go Went Go : เที่ยวเว้นเที่ยว</b><span style="font-weight: 400;"> ยังเด็ก ความฝันในการเที่ยวรอบโลกก่อตัวขึ้นจากการดูภาพสถานที่ต่างๆ บนโลกในหนังสือที่พ่อกับแม่ซื้อให้ เมื่อโตขึ้นมาสักหน่อยเขาจึงโหมทำงานเก็บเงินอย่างจริงจัง ทั้งงานในวงการบันเทิงในฐานะนักดนตรี นักแสดงซิตคอม <em>บ้านนี้มีรัก</em> ดีเจ พิธีกร และงานนอกวงการฯ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดธุรกิจส่วนตัวกับเพื่อน เปิดตลาด เปิดร้านอาหาร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58934 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2259.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2259.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2259-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2259-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชายหนุ่มมุ่งมั่นกับการงาน จนเกือบลืมเป้าหมายในตอนแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเด็กเราเข้าใจว่าถ้าอยากเที่ยวรอบโลกก็ต้องมีเงิน เลยทำงานหนักมาตั้งแต่อายุ 20 ปีกว่าๆ ทำงานหาเงินอย่างเดียว จนเมื่อประมาณสองสามปีที่ผ่านมา ผมอายุได้ 30 ปีบริบูรณ์ ก็ถามตัวเองว่า อายุ 30 แล้ว ชีวิตเราเป็นอย่างที่ต้องการหรือยัง ชีวิตเป็นไปอย่างที่เราออกแบบไว้หรือเปล่า&#8230; คำตอบตอนนั้นสำหรับผมคือยัง” เขาเท้าความ ก่อนจะเสริมว่าแค่ในปัจจุบันเวลาเขาบิดตัวก็ได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะๆ แล้ว หากมัวรีรอนานกว่านี้ก็คงไม่ได้การ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ตัวอย่างนั้น บาสจึงพยายามหาคนมาช่วยดูแลธุรกิจ และให้เวลากับความฝันของตัวเองมากขึ้น และเปิดบล็อกท่องเที่ยวพร้อมกับการเริ่มทำรายการในยูทูบ โดยมีการวางแผนผลักดันตัวเอง ตั้งเป้าหมายว่าในแต่ละเดือน แต่ละปี หรือแต่ละช่วงเวลาจะทำอะไรให้สำเร็จ เช่น เป้าหมายในการการท่องเที่ยวไป 50 ประเทศทั่วโลก พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ล่าสุดเขาเพิ่งไปเรียนดำน้ำและตั้งใจจะออกเดินทางไปดำน้ำรอบโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาผมตื่นนอนขึ้นมา ผมอยากลุกจากเตียงไปทำนู่นทำนี่เพราะผมมีจุดหมายในชีวิต บางคนเข้าใจว่าเราต้องการพลังจากสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ให้สิ่งแวดล้อมบอกเราว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้” นักเดินทางหนุ่มเล่าถึงมุมมองการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ผมว่าเราต้องมีพลังในตัวเองก่อน แล้วเราจะพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เรามีความสุข และส่งเสริมเราให้ไปถึงเป้าหมาย” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แพสชั่นของเธอ คือการพัฒนาตัวเอง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเดิมที ฟ้า–ษริกา สารทศิลป์ศุภา จะเป็นที่รู้จักในฐานะของนักร้อง Demo Project แห่งค่าย Kamikaze นักแสดง นางแบบ แต่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หญิงสาวตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางเดินใหม่ด้วยการผันตัวมาเป็นยูทูบเบอร์ภายใต้ชื่อ </span><b>Fah Sarika </b><span style="font-weight: 400;">ทำคอนเทนต์ด้านแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ โดยยึดเอาความสนุกในการทำงานและการเติบโตของตัวเองเป็นที่ตั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-58935 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2060.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2060.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2060-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2060-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;งานเป็นสิ่งที่เราต้องทำไปตลอด ใช้เวลามาก ถ้าเราได้ทำงานที่เรารู้สึกมีความสุขตั้งแต่ตอนเราทำงาน นั่นคือเราได้กำไรตั้งแต่ตอนที่ได้ทำมันเลย ไม่ต้องรอให้ได้เงินแล้วเอาเงินไปซื้อความสุขอีกที เงินเป็นเพียงแค่โบนัสอย่างหนึ่ง พอคิดแบบนี้ทำให้การใช้ชีวิตของเราเรียบง่ายขึ้น มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ได้มากขึ้น&#8221; เธอบอกอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละวัน ฟ้าจะใช้ชีวิตในห้องเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อตื่นมาตอนเช้า ดื่มน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และรับประทานอาหารเช้า เธอจะก็เริ่มต้นทำงานในฐานะยูทูบเบอร์ เตรียมการถ่ายทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดพร็อพ ถ่ายวิดีโอ ทำ vlog แต่งหน้าทำผม แนะนำให้ความรู้คนดูถึงสกินแคร์ประเภทต่างๆ โดยแรงบันดาลใจหลักในการทำงานของเธอก็มาจากอินเทอร์เน็ตนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยลักษณะงานที่อยู่กับการถ่ายทำในห้องและการตัดต่อ แน่นอนว่าบางครั้งก็มีช่วงเวลาที่เธออยู่หน้าคอมพิวเตอร์มากเกินไปจนรู้สึกสมองตัน หัวตื้อ ซึ่งทางแก้ของฟ้าก็ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางครั้งก็ต้องเลิกอยู่หน้าจอ ออกไปข้างนอกห้องตัวเอง เช่น ไปใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซ นั่งอ่านหนังสือ เล่นฟิตเนส ว่ายน้ำ หรือดูพระอาทิตย์ตก ถ่ายรูปบนดาดฟ้า ไม่ใช่การตั้งใจออกไปหาแรงบันดาลใจนะ แต่แค่ออกไปทำให้ร่างกายตัวเองได้ผ่อนคลาย สูดอากาศ อยู่ในพื้นที่โล่งๆ ก็โอเคแล้ว” บิวตี้บล็อกเกอร์สาวอธิบาย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เพราะไลฟ์สไตล์และความชอบของบาสและฟ้านั้นแตกต่างกัน </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อทั้งคู่ได้ลองออกแบบห้องที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ห้องของพวกเขาจึงออกมาในสไตล์ที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และกลายเป็นห้องที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58937 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2349.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2349.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2349-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2349-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบาสที่รักในการเดินทาง มีชีวิตหลายมุม และไม่มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นแพตเทิร์นตายตัว ความหลากหลาย ยืดหยุ่น จึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากวันไหนที่เขาอยากจะทำงานที่ห้องก็สามารถทำได้ วันไหนที่อยากพักผ่อนก็ผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมจะชอบห้องที่มีความเป็นธรรมชาติผสมอยู่กับความทันสมัย มีศิลปะ เพลง ภาพถ่าย กีตาร์เข้าไป และเราชอบดูหนัง ชอบอ่านหนังสือ ก็มีพื้นที่นั่งอ่านหนังสือสบายๆ เพราะเราชอบหาอะไรใหม่ๆ ใส่หัวอยู่ตลอด” ชายหนุ่มเล่าให้ฟังถึงพื้นที่ที่เขาออกแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในสิ่งที่เขาถูกใจเป็นที่สุดในคอนโด The Matt สุขุมวิท 101/1 คือ ทำเลที่ตั้งย่านปุณณวิถี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาผมไปเที่ยวและต้องเลือกที่พัก ผมจะเลือกที่โลเคชั่นก่อน ไม่ได้ต้องเป็นห้องที่สวยที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตของเรา เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า เวลาทำงานผมก็ชอบเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งโคเวิร์กกิ้งสเปซ ร้านกาแฟ ซึ่งปุณณวิถีเป็นย่านที่เจริญ มีศูนย์การค้า มีคาเฟ่สวยๆ เยอะ แต่ให้ความรู้สึกไม่เมืองจนเกินไป มีเสน่ห์บางอย่าง” บาสอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหญิงสาวที่ใช้เวลาในห้องเป็นส่วนใหญ่อย่างฟ้า เธอรักในพื้นที่ขนาดพอดีตัวของคอนโด The Matt และเลือกตกแต่งห้องให้เชื่อมโยงกับชีวิตด้วยการใช้โทนสีที่มาจากความชอบ เห็นเมื่อไหร่ก็แฮปปี้ ถ่ายรูปออกมาได้สวย แสงสวย โดยมีหลักการที่สำคัญคือจะไม่ทำให้ห้องรก เพราะเธอต้องใช้พื้นที่ในการถ่ายวิดีโอทำงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58938 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2101.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2101.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2101-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/5D4_2101-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราจะดูจากเฟรมกล้องที่เราต้องถ่ายงานก่อน ว่าข้าวของขยับของได้ไหม เราจะนั่งตรงไหน พยายามทำให้ทุกมุมสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้ เพราะเวลาที่เราถ่าย vlog ก็จะเดินไปเรื่อยๆ ทั่วห้องเลย ก็เลยพยายามจะทำให้ห้องสะอาดอยู่เสมอ” เธอหัวเราะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟ้าบอกว่า การได้อยู่ในที่ที่ชอบทุกวันจะมอบพลังให้กับเธอ เพราะเพียงแค่ตื่นขึ้นมาเห็นรูปที่ชอบ เห็นข้าวของในมุมที่ตั้งใจจัดเอาไว้ก็ทำให้รู้สึกดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนชอบออกไปหาความพิเศษภายนอกซะเยอะ ไปอยู่กับธรรมชาติ ไปทะเล เอาตัวเองไปอยู่ที่อื่น แต่อย่าลืมว่าบ้านของเรานี่แหละที่สำคัญที่สุด ถ้าเราเปลี่ยนสิ่งที่อยู่รายรอบตัวให้มันส่งเสริมพลังบวกเราได้เลย มีต้นไม้ มีน้ำหอมอะโรม่า มีภาพวาดสวยๆ เปิดเพลงเพราะๆ บรรยากาศดีๆ มีผลดีต่อตัวเรามาก” ฟ้าพูดพร้อมรอยยิ้ม</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วคุณล่ะ มีแพสชั่นอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าแต่ละคนมีคำตอบอยู่ในใจที่แตกต่างกันออกไปมากมาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ว่าแพสชั่นของคุณคืออะไร มีจังหวะชีวิตแบบไหน ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร คอนโด The Matt สุขุมวิท 101/1 ก็เชื่อในพลังของคนรุ่นใหม่ และอยากชวนทุกคนมาสร้างสรรค์พื้นที่ในแบบของตัวเองกันดูสักที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8216;Up Your Beat, Exceed Your Passion&#8217;</span></p>
<div id="erdyt-6a2cd1bd783e7" data-id="nntyyVJt8ek" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-nntyyVJt8ek-6a2cd1bd783e7" data-vid="nntyyVJt8ek" data-src="https://www.youtube.com/embed/nntyyVJt8ek?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/nntyyVJt8ek/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<div id="erdyt-6a2cd1bd78419" data-id="u4QHusP-X78" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-u4QHusP-X78-6a2cd1bd78419" data-vid="u4QHusP-X78" data-src="https://www.youtube.com/embed/u4QHusP-X78?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/u4QHusP-X78/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thematt-passion/">เมื่อบาส ภาณุภัทร์ และฟ้า ษริกา เปลี่ยนแพสชั่นและจังหวะชีวิตให้กลายมาเป็นพื้นที่ส่วนตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านอาหารแร้ง : โครงการอนุรักษ์ไฟแรงที่ช่วยให้แร้งมีแรงบินต่อ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/condor-restuarant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Apr 2019 07:00:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลี]]></category>
		<category><![CDATA[Condor]]></category>
		<category><![CDATA[condor restuarant]]></category>
		<category><![CDATA[eco-tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหารแร้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แร้งอพยพ]]></category>
		<category><![CDATA[นกอพยพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58753</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้ไหมว่า ประเทศไทยเรามีนกแร้ง แม้ว่าในตำราจะบอกว่าเรามีแร้งประจำถิ่นทั้งหมด 3 ชนิด คือพญาแร้ง แร้งสีน้ำตาล และแร้งเทาหลังขาว แต่ไม่มีใครพบเห็นแร้งทั้ง 3 ชนิดในประเทศไทยมาเป็นเวลาเกือบจะ 30 ปีแล้ว แร้งประจำถิ่นชนิดสุดท้ายที่มีการรายงาน คือฝูงพญาแร้งจำนวน 30 กว่าตัวที่ลงไปกินซากเก้งที่ห้วยขาแข้ง โดยไม่รู้ว่าซากเก้งนั้นมียาเบื่อที่นายพรานตั้งใจจะวางยาเสือเพื่อถลกหนังไปขายแบบไร้รอยกระสุน นับจากนั้นแม้จะมีการสำรวจป่าสักเพียงไหนก็ไม่มีวี่แววของแร้งทั้ง 3 ชนิดมาให้เราเห็นอีกต่อไป แต่นอกเหนือไปจากแร้งไทยประจำถิ่นที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ยังมีแร้งต่างประเทศ 2 ชนิดเลือกประเทศไทยเป็นโลเคชั่นพักตากอากาศในฤดูหนาว และถูกนับเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในบ้านเรา กลางเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีคนพบเห็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยอพยพมาในไทยปีละ 15-30 ตัว ส่วนแร้งดำหิมาลัยที่หายากกว่านั้น 2-3 ปีก็จะพบสักตัว ซึ่งตามธรรมชาติแล้วแร้งทั้งสองชนิดนี้จะทำรังและวางไข่อยู่ในทุ่งหญ้าสเตปป์ที่แถวเอเชียกลาง ไปจนถึงมณฑลชิงไห่และซินเจียงในประเทศจีน แต่เมื่อถึงหน้าหนาวที่อากาศเย็นจัดและน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง หาอาหารยาก ก็จะอพยพลงมาอยู่แถวเทือกเขาหิมาลัยและอินเดีย อันเป็นที่มาของคำว่าหิมาลัยในชื่อ แต่ก็มีบางฝูงที่อาจจะรักการผจญภัย ชอบความท้าทาย ไม่อยากแมส จึงอพยพยาวมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ไปจนถึงเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย หลังเดินทางไกล แร้งก็หาทำเลเหมาะเจาะเพื่อเกาะนอนพัก โดยมากมักจะเป็นต้นไม้ใหญ่สูง 10 เมตรขึ้นไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/condor-restuarant/">ร้านอาหารแร้ง : โครงการอนุรักษ์ไฟแรงที่ช่วยให้แร้งมีแรงบินต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รู้ไหมว่า ประเทศไทยเรามีนกแร้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าในตำราจะบอกว่าเรามีแร้งประจำถิ่นทั้งหมด 3 ชนิด คือพญาแร้ง แร้งสีน้ำตาล และแร้งเทาหลังขาว แต่ไม่มีใครพบเห็นแร้งทั้ง 3 ชนิดในประเทศไทยมาเป็นเวลาเกือบจะ 30 ปีแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แร้งประจำถิ่นชนิดสุดท้ายที่มีการรายงาน คือฝูงพญาแร้งจำนวน 30 กว่าตัวที่ลงไปกินซากเก้งที่ห้วยขาแข้ง โดยไม่รู้ว่าซากเก้งนั้นมียาเบื่อที่นายพรานตั้งใจจะวางยาเสือเพื่อถลกหนังไปขายแบบไร้รอยกระสุน นับจากนั้นแม้จะมีการสำรวจป่าสักเพียงไหนก็ไม่มีวี่แววของแร้งทั้ง 3 ชนิดมาให้เราเห็นอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นอกเหนือไปจากแร้งไทยประจำถิ่นที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ยังมีแร้งต่างประเทศ 2 ชนิดเลือกประเทศไทยเป็นโลเคชั่นพักตากอากาศในฤดูหนาว และถูกนับเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในบ้านเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58781 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52537845_259234411658735_4470666866116788224_o.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52537845_259234411658735_4470666866116788224_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52537845_259234411658735_4470666866116788224_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52537845_259234411658735_4470666866116788224_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลางเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีคนพบเห็นแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยอพยพมาในไทยปีละ 15-30 ตัว ส่วนแร้งดำหิมาลัยที่หายากกว่านั้น 2-3 ปีก็จะพบสักตัว ซึ่งตามธรรมชาติแล้วแร้งทั้งสองชนิดนี้จะทำรังและวางไข่อยู่ในทุ่งหญ้าสเตปป์ที่แถวเอเชียกลาง ไปจนถึงมณฑลชิงไห่และซินเจียงในประเทศจีน แต่เมื่อถึงหน้าหนาวที่อากาศเย็นจัดและน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง หาอาหารยาก ก็จะอพยพลงมาอยู่แถวเทือกเขาหิมาลัยและอินเดีย อันเป็นที่มาของคำว่าหิมาลัยในชื่อ แต่ก็มีบางฝูงที่อาจจะรักการผจญภัย ชอบความท้าทาย ไม่อยากแมส จึงอพยพยาวมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไทย กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ไปจนถึงเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังเดินทางไกล แร้งก็หาทำเลเหมาะเจาะเพื่อเกาะนอนพัก โดยมากมักจะเป็นต้นไม้ใหญ่สูง 10 เมตรขึ้นไป เพราะแร้งดำหิมาลัยและแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยเป็นนกที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและสองของเอเชีย น้ำหนักอยู่ที่ 6-12 กิโลกรัม และนอกจากนั้นก็เติมพลังด้วยการหาอาหาร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเป็นญาติห่างๆ กับนกเหยี่ยวหรืออินทรี แต่บรรพบุรุษของแร้งออกจะขี้เกียจไล่ล่าใครให้เหนื่อย เลยพัฒนาตัวเองมาเป็นสัตว์กินซาก ไม่ออกล่าเองแต่กินสัตว์ที่ตายในธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันทั้งที่ประเทศไทยและต่างประเทศเองต่างก็มีระบบการจัดการซากที่ดีขึ้นกว่าสมัยก่อน ชาวบ้านเองก็ไม่ทิ้งซากวัว ซากควาย หรือสุนัขให้เน่าสลายเองตามธรรมชาติ ทำให้แร้งหาอาหารได้ยาก ทุกปีนอกจากจะเห็นแร้งบินบนฟ้า ก็จะเจอ &#8216;แร้งร่วง&#8217; หรือหมดแรง บินไม่ไหวเพราะขาดสารอาหาร ถ้าโชคดีชาวบ้านช่วยเอาไว้ได้ก็จะถูกนำส่งหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทำการรักษาฟื้นฟูก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ แต่ก็อาจมีหลายตัวที่จากไปโดยไม่มีใครเห็น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเห็นว่าการฟื้นฟูแล้วปล่อยคืนเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุที่อาจจะไม่เพียงพอ <strong>อาจารย์ต้น–ผศ. น.สพ. ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว</strong> หัวหน้าหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อเพื่อปล่อยคืนธรรมชาติ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่คอยดูแล ศึกษา และเก็บข้อมูลแร้งทั้งสองชนิดมาตั้งแต่ปี 2007 จึงสนใจการอนุรักษ์เชิงรุกอย่างการทำ <strong>&#8216;ร้านอาหารแร้ง&#8217;</strong> ขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58779 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_1N7A3933.jpgvulture-him-20190103-เขาไม้เท้าสิบสอง-with-captions.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_1N7A3933.jpgvulture-him-20190103-เขาไม้เท้าสิบสอง-with-captions.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_1N7A3933.jpgvulture-him-20190103-เขาไม้เท้าสิบสอง-with-captions-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_1N7A3933.jpgvulture-him-20190103-เขาไม้เท้าสิบสอง-with-captions-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำร้านอาหารแร้งเป็นวิธีการสากลในการอนุรักษ์และพยุงประชากรแร้ง โดยจะเติมแหล่งอาหารที่ปลอดภัยให้ ทำกันมากที่ทวีปยุโรป เช่น สเปนและยุโรปตะวันออก ในภูมิภาคเราก็มีที่กัมพูชา ริเริ่มโดย Wildlife Conservation Society ตั้งแต่ปี 2004 เพื่ออนุรักษ์แร้งประจำถิ่น ตอนนี้มีร้านอาหาร 7 แห่งทั่วประเทศ ใช้ระบบ eco-tourism เปิดบังไพรให้นักดูนกและคนทั่วไปมาดู แล้วเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อซื้อซากวัว ซากควายให้แร้ง ผมไปศึกษาดูงานมาตั้งแต่ปี 2009 เพื่อเรียนรู้ระบบ” อาจารย์ต้นบอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นทางแรกในการอพยพของแร้งคือเข้ามาประเทศไทยจากทางภาคเหนือ บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ แล้วไล่มาตามผืนป่าตะวันตก ยาวลงมาภาคใต้ และมาหมดแรงร่วงที่ภาคใต้อยู่บ่อยๆ เพราะอาจารย์ต้นจึงพูดคุยประสานกับนักดูนกท้องถิ่นในจังหวัดภูเก็ตที่เคยช่วยเหลือแร้งร่วงมาก่อนเพื่อเตรียมการหาพื้นที่ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนวิจัยนกนักล่าเพื่อการอนุรักษ์ และเริ่มเปิดร้านอาหารแร้งเป็นครั้งแรกที่ภูเก็ต ในวันที่ 1 ธันวาคม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กว่าจะมีแร้งลงมากินเป็นครั้งแรก ก็ผ่านไปเกือบเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยฝูงแรกลงมากินซากที่ร้านอาหารครั้งแรกวันที่ 3 มกราคม มากันเป็นฝูง 5 ตัว พอเห็นซากแล้วเขาก็จะบินวนเหนือซาก ถ้าตัวอื่นในพื้นที่เห็นแร้งร่อนตรงไหนนานๆ ก็จะรู้ว่าบริเวณนี้มีอาหารและบินมาด้วย หัวหน้าฝูงเป็นแร้งวัยรุ่นจะลงมากินก่อน แล้วตัวอื่นก็ค่อยตามมากินด้วยกัน แวะมากินกันทุกวันจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ก็หายไปจากพื้นที่พร้อมกันทั้งหมด แสดงว่าน่าจะอพยพกลับ ถือเป็นร้านอาหารแร้งครั้งแรกในประเทศไทยที่สำเร็จ เราช่วยแร้งได้ 5 ตัว” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนเข้าใจผิดว่าแร้งชอบกินของเน่า แต่นั่นเป็นเพราะในธรรมชาติแร้งไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าเลือกได้แร้งก็ชอบอาหารสดมากกว่า อาจาย์ต้นบอกอย่างนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58787 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_vulture-restaurant-PHuket-201901-1548861345680-logo.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_vulture-restaurant-PHuket-201901-1548861345680-logo.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_vulture-restaurant-PHuket-201901-1548861345680-logo-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_vulture-restaurant-PHuket-201901-1548861345680-logo-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58782 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52594284_258235108425332_5620661170122784768_o.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52594284_258235108425332_5620661170122784768_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52594284_258235108425332_5620661170122784768_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52594284_258235108425332_5620661170122784768_o-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาหารหลักๆ ที่แร้งจะได้กินจากร้านอาหาร คือขาหมู ปอดหมู ซี่โครงหมู และซี่โครงวัว ซึ่งเป็นส่วนกล้ามเนื้อที่เหมาะกับพฤติกรรมแร้งที่จะเหยียบซากเอาไว้ แล้วใช้จะงอยปากฉีกเนื้อเป็นชิ้นๆ โดยสิ่งที่สำคัญมากคือจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเนื้อว่าไม่มีการใช้ยา Diclofenac หรือต้านอักเสบในการรักษาอาการเจ็บป่วย เพราะเมื่อแร้งได้รับยาประเภทนี้เข้าไปจะเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ซึ่งเคยเป็นสาเหตุทำให้แร้งประจำถิ่นในอินเดียลดจำนวนฮวบลงจนเกือบสูญพันธ์ุมาแล้ว นอกจากนี้ก็จะหลีกเลี่ยงการให้ตับและไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่เป็นแหล่งสะสมสารพิษในร่างกายเพื่อความปลอดภัยของแร้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนทำเลที่ตั้งของร้านอาหารก็จะต้องเป็นพื้นที่กว้างที่แร้งสามารถมองเห็นซากได้ง่ายขณะร่อน และต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่จะไม่มีใครทำร้ายแร้ง เพราะแร้งตัวใหญ่เทอะทะ อุ้ยอ้าย ก่อนที่จะบินขึ้นก็ต้องกางปีกวิ่งไปตามพื้นเป็นการเทคออฟ และใช้เวลานานกว่าจะไต่ระดับความสูงขึ้นไปอยู่ในระยะปลอดภัยได้ โดยร้านอาหารที่ภูเก็ตเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล จึงไม่ต้องเป็นห่วงในประเด็นนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีแรกอาจารย์ต้นตั้งใจจะทำร้านอาหารแร้งที่ภูเก็ตแห่งเดียว แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58785 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3003.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3003.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3003-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันที่ 20 มกราคม นักดูนกและผมเจอแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยที่อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นเส้นทางที่สองในการอพยพ เรียกว่าสายอีสาน-ตะวันออก หรือสายอินโดจีน เข้ามาทางจังหวัดชัยภูมิ ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และไปตกที่ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง เลยคิดว่าทางสายอินโดจีนยังไม่มีอาหารเลย” เขาเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดิมทีปากพลีนั้นเป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งพักพิงที่สำคัญของนกอพยพอื่นอย่างเหยี่ยวดำกับนกอินทรีหลายชนิด เมื่อคิดจะทำร้านอาหาร อาจารย์ต้นก็ได้ความร่วมมือจากชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลี กับกลุ่มถ่ายภาพนกและธรรมชาติ Bird Home จึงเปิดร้านอาหารแร้งแห่งที่สองขึ้นในวันที่ 22 มกราคม โดยที่นี่จะแตกต่างจากที่ภูเก็ต คืออยู่ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์และใช้ระบบเดียวกับที่กัมพูชาคือเปิดบังไพรสาธารณะให้คนทั่วไปเข้ามาดูได้ แต่ในปีนี้เป็นระยะทดลองที่ยังไม่เก็บค่าธรรมเนียม เมื่อผ่านไปสิบกว่าวัน ในที่สุดก็มีแร้งลงมาประเดิมร้านอาหารให้ชื่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ปากพลีแร้งจะลงกินซากทีละตัว แต่เมื่อดูรูปจากช่างภาพที่ใช้เลนส์เทเลถ่ายภาพจากระยะไกลก็พบว่ามีแร้งถึง 8 ตัวด้วยกัน สลับกันมากิน คาดว่าเพราะมาจากต่างฝูงกัน ไม่เหมือนที่ภูเก็ต และอีกอย่างที่แตกต่างคือแร้งที่ปากพลีชอบกินปอดหมู ลงมาแล้วก็จะงับเป็นอย่างแรก ส่วนที่ภูเก็ตชอบกินขาหมู ชอบไม่เหมือนกัน” อาจารย์ต้นหัวเราะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58786 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3144.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3144.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3144-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_DSC_3144-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โก๋–สิทธิชัย อิ่มจิตร</strong> ประธานชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลี หนึ่งในผู้พบเห็นแร้งที่ปากพลีตั้งแต่วันแรกและคอยดูแลร้านอาหารแร้งอย่างใกล้ชิดเล่าให้ฟังว่า แร้งมีนิสัยระวังภัยสูง ในแต่ละวันแร้งจะบินมาตั้งแต่เช้า แล้ววนอยู่ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อนจะลงมากินอาหาร การใช้บังไพรจึงมีกฎกติกาต่างๆ ที่ทุกคนต้องทำตามอย่างเคร่งครัด เช่น เข้าบังไพรพร้อมกันตั้งแต่เช้าก่อนแร้งมา และกลับออกไปพร้อมกันหลังแร้งกลับ เมื่อไหร่ที่แร้งเริ่มมาบนวนเหนือซาก ทุกคนจะต้องไม่ออกจากบังไพรและใช้เสียงให้น้อยที่สุด เพราะเพียงใครสักคนแวะออกไปเข้าห้องน้ำ แร้งซึ่งสามารถมองเห็นได้ระยะ 1-2 กิโลเมตรก็อาจจะรู้สึกไม่ปลอดภัยและตัดสินใจไม่ลงกินอาหารในวันนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม้แต่ตอนที่ลงมาแล้ว เขาก็จะไม่กินอาหารทันที แต่จะนั่งอยู่บนตอไม้แล้วมองซ้าย มองขวา นั่งอยู่พักใหญ่จนแน่ใจถึงลงไปกินซาก เพราะเวลาเขาอยู่บนตอไม้จะรู้สึกปลอดภัยกว่าบนพื้น ตอนหลังเราเลยไปหาก้อนหินสูง 1.5 เมตร กับขอนไม้สูงๆ มาวาง เขาก็ชอบมาก ขึ้นไปยืน บางวันกระโดดขึ้นกระโดดลงก้อนหินอยู่สามเที่ยว พอกินเสร็จ อิ่ม ก็มายืนย่อยอาหารเป็นชั่วโมง แต่ถ้าคนในบังไพรไม่นิ่งพอ กินเสร็จเขาก็จะไปเลย” โก๋เล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะมีร้านอาหารให้มากินได้จุใจ แต่เจ้าแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยที่ปากพลีก็ยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างเจ้าถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58780 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52378360_258703541711822_5191207974311297024_o.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52378360_258703541711822_5191207974311297024_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52378360_258703541711822_5191207974311297024_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52378360_258703541711822_5191207974311297024_o-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดงยูคาลิปตัสแถวนี้เป็นที่นอนของเหยี่ยวตอนกลางคืน เหยี่ยวดำกับนกอินทรีจะค่อนข้างคุ้นกันแล้ว นอนแยกดงกัน ไม่ยุ่งกัน แต่แร้งเป็นหน้าใหม่ ทุกวันเวลาแร้งบินมา เหยี่ยวดำจะบินเข้าไปตี บินเข้าใกล้แล้วกางขา แร้งตัวใหญ่ก็จริงแต่เทอะทะ ตีกลับไม่ทันเลยใช้วิธีหนี ร่อนออกจากพื้นที่ให้เหยี่ยวตามไป พอไกลหน่อยเหยี่ยวเบื่อก็บินไปหากินที่อื่น แร้งก็ค่อยร่อนกลับมากิน คราวนี้ก็ไม่โดนตีแล้ว” อาจารย์ต้นเล่าถึงวิธีแก้ปัญหาในแบบของแร้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แวะกินอาหารอยู่ได้เดือนกว่า ในที่สุดแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยก็จากปากพลีไปในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ผิดจากการคาดคะเนของอาจารย์ต้นที่คิดว่าแร้งจะกลับกลางเดือนมีนาคม อาจเพราะได้รับแรงกระตุ้นจากพายุฝนที่เข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าวพอดี ส่วนร้านอาหารยังคงมีการวางอาหารอยู่อีกพักใหญ่จนกว่าจะแน่ใจว่าแร้งจากไปแล้วจริงๆ จึงค่อยปิดร้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรวมยอดร้านอาหารแร้งทั้งสองแห่ง ในปีนี้เราช่วยให้แร้งสีน้ำตาลหิมาลัยได้ทั้งหมด 13 ตัวด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงอย่างนั้นการทำร้านอาหารแร้งก็มีเสียงเปรยด้วยความเป็นกังวลว่า จะเป็นการยื่นมือเข้าไปยุ่งมากเกินไป จนทำให้แร้งนิสัยเสีย ธรรมชาติเสียสมดุลหรือไม่ ซึ่งในช่วงแรกอาจารย์ต้นก็มีความหวั่นใจอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เมื่อจบฤดูกาล สัตวแพทย์ก็มั่นใจว่าร้านอาหารแร้งไม่ได้ส่งผลเสีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากเป็นวิธีที่สากลทำกัน เมื่อดูจากหน้างานของเราจะเห็นว่าการให้อาหารไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของแร้งเลย ยังคงมีความระแวง ไม่เชื่องคน และเขาก็ไม่ติดใจจะอยู่ต่อ เพราะนกอพยพจะมีสัญชาตญาณนาฬิกาชีวิตที่พอถึงเวลาเขาก็จะออกเดินทาง บวกกับเขาเติบโตในอากาศที่หนาวเย็น ผิวหนังบนหัวและคอมีขนปุยสีขาวปกคลุม ไม่เหมือนแร้งประจำถิ่นที่หัวล้านเลี่ยน เมื่ออากาศร้อนขึ้นก็จะไม่เหมาะ เขาจะไม่เห็นแก่กินแล้วอยู่ต่อ ความกังวลนี้จึงไม่มีน้ำหนักเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58783 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52595983_260991078149735_4319619261522771968_o.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52595983_260991078149735_4319619261522771968_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52595983_260991078149735_4319619261522771968_o-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_52595983_260991078149735_4319619261522771968_o-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปีหน้าร้านอาหารแร้งทั้งสองแห่งก็จะเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง โดยจะนำประสบการณ์ในปีนี้มาปรับใช้ตามความเหมาะสม เปลี่ยนช่วงเวลาเปิดร้านเป็นกลางเดือนธันวาคมแทนต้นเดือน ในร้านอาหารที่ปากพลีก็จะมีการหาต้นยางนาต้นใหญ่มาปลูกเพื่อให้แร้งมีที่เกาะ และอาจได้พักนอนที่ปากพลีโดยตรง เพราะในปีที่ผ่านมาแร้งไม่ได้อาศัยในปากพลี แต่บินมาจากทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีลอบยิงกลางทางจนทำให้บาดเจ็บ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในปีนี้มีแร้งตก 3 ตัว แต่ตกก่อนที่เราจะทำร้านอาหารแร้ง และไม่ตกในภาคตะวันออกเลย แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ ต้องทำต่อไปอย่างน้อย 3 ปีก็จะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นโครงการระยะยาวที่จะช่วยเหลือสัตว์ป่าคุ้มครอง” อาจารย์ต้นว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราที่เป็นบุคคลทั่วไป หากอยากจะช่วยเหลือแร้งอพยพก็เริ่มต้นได้จากการทำความรู้จักและทำความเข้าใจแร้ง ช่วยกันบอกต่อว่าเรามีร้านอาหารแร้งที่ปากพลี ถ้าใครอยากช่วยบริจาคก็สามารถทำได้ตามกำลังศรัทธา หรือจะแวะไปดูแร้งกับตาในบังไพรแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมก็จะกลายเป็นค่าอาหารให้แร้งได้เช่นกัน ส่วนใครที่อยากดูแร้งเพลินๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลีจะเตรียมพื้นที่ริมถนนที่สามารถเฝ้าดูแร้งได้ เพียงแค่จะห่างจากแร้งมากกว่าภายในบังไพรสักหน่อยเท่านั้นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในอดีตแร้งเป็นตัวกำจัดซากที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรค ซากวัวทั้งตัว แร้งรุม 20-30 ตัว ภายในครึ่งชั่วโมงคุณจะไม่เห็นซากเลย เหลือแต่ซี่โครง เป็นเทศบาลที่มีประสิทธิภาพดีมาก แต่ในยุคปัจจุบันหน้าที่ในระบบนิเวศของแร้งหายไปเพราะเรามีระบบการจัดการที่ดีกว่า แต่มันกลายเป็นตัวแทนของความหลากหลายทางชีวภาพที่ย้ำเตือนเราว่า กิจกรรมของมนุษย์ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่วิวัฒนาการตัวเองจนอยู่มาได้เป็นล้านปี” สัตวแพทย์กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเรายังคงควบคุมจัดการ ทำอะไรก็ตามต่อสิ่งแวดล้อมแบบนี้ต่อไป เราก็จะเห็นสัตว์ป่าต่างๆ ถูกผลักให้ใกล้สูญพันธุ์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพียงแต่แร้งเท่านั้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_53190152_265191821062994_2752959657461940224_o.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_53190152_265191821062994_2752959657461940224_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_53190152_265191821062994_2752959657461940224_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/แร้ง_53190152_265191821062994_2752959657461940224_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
หากใครสนใจเรื่องราวของแร้งและนกอื่นๆ ในไทย สามารถติดตามได้ที่</span></p>
<p>กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย <a href="http://www.facebook.com/ThaiRaptorGroup.TRG"><span style="font-weight: 400;">ThaiRaptorGroup.TRG</span></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลี </span><a href="http://www.facebook.com/PakpliRaptorClub"><span style="font-weight: 400;">PakpliRaptorClub</span></a></p>
<p>ภาพโดย : กองทุนวิจัยนกนักล่าเพื่อการอนุ<wbr />รักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์  และ ชมรมอนุรักษ์นกเหยี่ยวปากพลี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/condor-restuarant/">ร้านอาหารแร้ง : โครงการอนุรักษ์ไฟแรงที่ช่วยให้แร้งมีแรงบินต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระปกเกล้าสกายปาร์ค : เปลี่ยนสะพานด้วนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสวนลอยฟ้าคนเดิน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/phra-pokklao-skypark-uddc/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Mar 2019 12:17:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Urban]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทางหลวงชนบท]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทางพิเศษแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานด้วน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแผนแม่บทอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสาน]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน]]></category>
		<category><![CDATA[UddC]]></category>
		<category><![CDATA[พระปกเกล้าสกายปาร์ค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกรุงเทพฯ 250]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[เมือง]]></category>
		<category><![CDATA[คนเดินเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[bridge]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักผังเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สะพาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58403</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ผ่านมา สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทุกแห่งถูกสร้างมาเพื่อรถยนต์ ไม่ใช่เพื่อคนเดินถนน แม้บางสะพาน เช่น สะพานพุทธ สะพานพระรามแปด หรือสะพานกรุงธน จะใจดีแบ่งพื้นที่ให้คนเดินข้ามได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทางที่น่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่ เพราะต้องคอยเดินหลบโครงสร้างสะพานเอย ระวังรถเฉี่ยวเอย สูดดมควันพิษจากรถยนต์เอย แต่ในอนาคตที่ไม่นานเกินรอ เรากำลังจะมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว 280 เมตรที่ไม่เพียงแค่ออกแบบมาให้คนเดินเท่านั้น เพราะสะพานแห่งนี้จะเป็นสวนลอยฟ้าที่คนผ่านไปมาสามารถแวะชมวิว ถ่ายรูป หรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย ‘พระปกเกล้าสกายปาร์ค’ คือสะพานที่ว่า ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร, กรมทางหลวงชนบท และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) โดยใช้โครงสร้างเดิมของสะพานที่ชาวชุมชนแถวนั้นเรียกติดปากว่า ‘สะพานด้วน’ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสะพานพระปกเกล้าขาเข้าและขาออกเมือง สะพานด้วนเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับสะพานพระปกเกล้าใน พ.ศ. 2527 เพื่อรองรับโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน แต่ต่อมาเมื่อโครงการถูกระงับ สะพานจึงไม่ถูกสร้างต่อ ไม่มีทางขึ้นและทางลง และถูกปล่อยร้างไม่ได้ใช้งานมากว่า 30 ปี จนกระทั่ง UddC ได้ทำโครงการกรุงเทพฯ 250 และโครงการแผนแม่บทอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสาน จนได้พื้นที่นำร่องผ่านกระบวนการวางแผนแบบร่วมหารือทั้งกับภาคชุมชน หน่วยงานประชาสังคม และเอกชน ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ UddC และหัวหน้าโครงการกรุงเทพฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phra-pokklao-skypark-uddc/">พระปกเกล้าสกายปาร์ค : เปลี่ยนสะพานด้วนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสวนลอยฟ้าคนเดิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผ่านมา สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาทุกแห่งถูกสร้างมาเพื่อรถยนต์ ไม่ใช่เพื่อคนเดินถนน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้บางสะพาน เช่น สะพานพุทธ สะพานพระรามแปด หรือสะพานกรุงธน จะใจดีแบ่งพื้นที่ให้คนเดินข้ามได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทางที่น่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่ เพราะต้องคอยเดินหลบโครงสร้างสะพานเอย ระวังรถเฉี่ยวเอย สูดดมควันพิษจากรถยนต์เอย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58427 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/01-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/01-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/01-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในอนาคตที่ไม่นานเกินรอ เรากำลังจะมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาความยาว 280 เมตรที่ไม่เพียงแค่ออกแบบมาให้คนเดินเท่านั้น เพราะสะพานแห่งนี้จะเป็นสวนลอยฟ้าที่คนผ่านไปมาสามารถแวะชมวิว ถ่ายรูป หรือนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘พระปกเกล้าสกายปาร์ค’ คือสะพานที่ว่า ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร, กรมทางหลวงชนบท และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) โดยใช้โครงสร้างเดิมของสะพานที่ชาวชุมชนแถวนั้นเรียกติดปากว่า ‘สะพานด้วน’ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสะพานพระปกเกล้าขาเข้าและขาออกเมือง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สะพานด้วนเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับสะพานพระปกเกล้าใน พ.ศ. 2527 เพื่อรองรับโครงการรถไฟฟ้าลาวาลิน แต่ต่อมาเมื่อโครงการถูกระงับ สะพานจึงไม่ถูกสร้างต่อ ไม่มีทางขึ้นและทางลง และถูกปล่อยร้างไม่ได้ใช้งานมากว่า 30 ปี จนกระทั่ง UddC ได้ทำโครงการกรุงเทพฯ 250 และโครงการแผนแม่บทอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านกะดีจีน-คลองสาน จนได้พื้นที่นำร่องผ่านกระบวนการวางแผนแบบร่วมหารือทั้งกับภาคชุมชน หน่วยงานประชาสังคม และเอกชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ. ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการ UddC และหัวหน้าโครงการกรุงเทพฯ 250 เล่าให้เราฟังว่า ในระดับเมือง ที่ตั้งของสะพานด้วนมีศักยภาพในการเชื่อมต่อพื้นที่ริมน้ำที่คึกคักทั้งจากปากคลองตลาดฝั่งพระนคร มายังกะดีจีน-คลองสานฝั่งธนฯ ที่มีการพัฒนาริมน้ำและเป็นย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นอกจากนี้ทั้งสองฝั่งเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาจำนวนกว่า 20 แห่ง ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย จึงเหมาะจะปรับโครงสร้างเก่าไม่ได้ใช้งานให้มาเป็นเส้นทางคนเดินและจักรยาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สะพานด้วนเป็น Leftover Asset หรือทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ โครงสร้างมีความแข็งแรง ถูกคำนวณรับน้ำหนักได้มหาศาล การทำเป็นพื้นที่สาธารณะจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะใครก็สามารถมาใช้พื้นที่นี้ได้” ปิยา ลิ้มปิติ สถาปนิกโครงการกรุงเทพฯ 250 อธิบายว่า การนำโครงสร้างเก่าในเมืองมาใช้เป็นสิ่งที่หลายเมืองทั่วโลกทำ ไม่ว่าจะเป็น Viaduc des Arts ที่ปารีส เปลี่ยนทางรถไฟเก่าให้เป็นย่านคราฟต์ขึ้นชื่อและแหล่งท่องเที่ยว, The High Line ที่นิวยอร์ก เปลี่ยนรางรถไฟลอยฟ้าให้กลายเป็นสวนสาธารณะ, Seoullo 7017 ที่โซล ที่เปลี่ยนทางด่วนเก่าให้กลายเป็นสวนสาธารณะเช่นกัน ส่วนของเราแม้จะมีระยะทางสั้นๆ แต่ก็จะเป็นก้าวแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางโครงการนำร่องกว่า 24 โครงการของกรุงเทพฯ 250 พระปกเกล้าสกายปาร์คให้เกิดขึ้นจริงเป็นโครงการแรกๆ เพราะมีคุณสมบัติที่น่าสนใจสามข้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนึ่ง เกิดอิมแพกต์ มีคนได้ประโยชน์เยอะ เพราะคนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากันมหาศาล ฝั่งธนฯ มีที่อยู่อาศัยเยอะ ส่วนฝั่งพระนครก็มีงานเยอะ แถมยังเข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยวได้ สอง ทำออกมาแล้วเป็นที่ประจักษ์ เป็นแลนด์มาร์กที่ใครก็มองเห็น และ สาม ทำออกมาได้เร็ว ไม่ซับซ้อนเพราะเจ้าของทรัพย์สินเป็นหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ในขณะที่บางโครงการอาจต้องประสานกับเอกชน เจ้าของที่ดิน เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่รู้กี่ราย” ผศ. ดร.นิรมลเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบโปรเจกต์นี้เริ่มจากทีมสถาปนิกผังเมืองหรือตัว UddC เองที่เป็นผู้ศึกษา วิเคราะห์พื้นที่ เพื่อสร้างโจทย์และกำหนดหลักเกณฑ์ในการออกแบบต่างๆ ผ่านการร่วมหารือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดและความต้องการของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสำนักผังเมือง กทม.ผู้ผลักดันโครงการ กรมทางพิเศษแห่งประเทศไทยที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน กรมทางหลวงชนบทในฐานะผู้บำรุงรักษาสะพานพระปกเกล้า กรมเจ้าท่าที่ดูแลท่าเรือด้านล่าง และยังจัดประชาพิจารณ์อีกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งการพูดคุยกันในระดับนี้ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในบ้านเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เป็น break through ของการทำงานบูรณาการกันหลายๆ ฝ่าย และเป็นเชิงสัญลักษณ์ด้วย เพราะจากสะพานที่เคยด้วนก็งอกเงยขึ้นมา เชื่อมพันธมิตรการพัฒนาจากสองฝั่ง ต้องขอบคุณทา</span><span style="font-weight: 400;">ง กทม.ที่เล็งเห็นศักยภาพของโครงการ แล้วก็ขอบคุณกรมทางหลวงชนบทที่มีวิสัยทัศน์ ยอมให้เราใช้พื้นที่ของเขา” ผศ. ดร.นิรมลกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้โจทย์จากทางสถาปนิกผังเมือง พาร์ตเนอร์อย่างทีมสถาปนิกจาก N7A และทีมภูมิสถาปนิกจาก Landprocess ก็จะนำมาออกแบบต่อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58429 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/02-1-2.jpg" alt="" width="675" height="382" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/02-1-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/02-1-2-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/02-1-2-600x340.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดในการออกแบบหลักคือ ใช้การยกระดับทางเดิน ทำให้เห็นถึงมุมมองต่างๆ ของเมือง แยกระดับชัดเจนจากถนน โดยอิงเส้นสายมาจากรูปร่างของสะพานพุทธ และไม่ได้เป็นทางตรงยาว แต่มีการเยื้องเฉียงไปด้านข้างและปลูกต้นไม้ใหญ่ตามแนวกลางโครงสร้างเพื่อให้ร่มเงา โดยมีจุดชมวิวทั้งหมด 3 จุด คือวัดประยุรวงศาวาส สะพานพุทธ สาทร แต่ละจุดจัดสวนเป็น 3 บรรยากาศที่แตกต่างกัน และใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติดูดเสียงเพื่อลดเสียงรบกวนจากรถยนต์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้เดินอ้อยอิ่งกันนิดหนึ่ง มีหลายบรรยากาศ ไม่ได้เดินจากจุดตั้งต้นเพื่อไปให้ถึงจุดหมายอย่างเดียว แต่อยากให้ใช้เวลากับมัน แวะนั่งพัก มีจุดชมวิว” ปิยาเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครกำลังรีบหรือไม่อยากเดินขึ้นสเตปก็ไม่ต้องห่วง เพราะพระปกเกล้าสกายปาร์คแห่งนี้ไม่ได้บังคับให้ทุกคนเดินขึ้นสเตปเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทางเดินชั้นล่างที่เป็นทางราบให้เดินได้เช่นกัน แถมยังได้ร่มเงาจากทางเดินชั้นบนมาทำให้ไม่ร้อนจนเกินไปอีกด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนนักปั่นจักรยาน ระยะทาง 280 เมตรอาจไม่ใช่ระยะทางที่ปั่นสนุกเท่าไหร่ จึงเน้นให้คนเดินเข็นจักรยานขณะใช้สะพาน แล้วค่อยไปปั่นต่อตามเส้นทางที่เหมาะสมอีกทีจะดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้งานออกแบบมาแล้ว ก็เป็นบทบาทของวิศวกรในการคำนวณโครงสร้างและทำแบบก่อสร้าง ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็มีการปรับแก้หลายหนเพื่อให้เป็นที่พึงพอใจและสบายใจกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและโครงสร้างทางวิศวกรรมต่างๆ ที่มีการตรวจสอบแก้ไขกันอย่างละเอียดยิบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่นานมานี้ พระปกเกล้าสกายปาร์คก็ทำการประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นที่เรียบร้อย โดยมีกำหนดก่อสร้างเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า เราจะได้เดินทอดน่องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สะพานในปัจจุบันไม่มีที่ให้หยุดทำอะไรทั้งสิ้น พื้นที่สาธารณะก็สภาพอย่างที่เห็น” ผศ. ดร.นิรมลว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อสร้างเสร็จ สะพานนี้จะอยู่เหนือแม่น้ำ ลมเย็น เดินแล้วได้หยุดชื่นชมความงามของเมืองตอนกลางคืน โรแมนติกนะ”</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phra-pokklao-skypark-uddc/">พระปกเกล้าสกายปาร์ค : เปลี่ยนสะพานด้วนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสวนลอยฟ้าคนเดิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้วิธีคิด การทำงานอย่างพิถีพิถัน และการจิบกาแฟอย่างละเมียดละไมไปกับ ก้อง สหรัถ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/craft-coffee-nescafe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2019 11:00:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[คราฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ชงกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=57660</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักร้องเสียงนุ่มที่สาวๆ คนไหนได้ฟังก็ต้องเคลิ้ม นักกีตาร์มือฉมังแห่งวงนูโวที่มีเพลงฮิตร้องกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง นักแสดงเจ้าบทบาทที่ฝากผลงานไว้ในจอแก้วจนนับไม่หวาดไม่ไหว และในจอเงินอีกเกือบสิบเรื่อง โค้ชให้คำแนะนำด้านการร้องประจำรายการ The Voice ทุกซีซั่น ระยะเวลาที่ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในวงการดนตรีและบันเทิงมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ทำให้ ก้อง–สหรัถ สังคปรีชา เป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท และมีแฟนๆ ผู้ติดตามผลงานทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยทำงาน ไปจนถึงคุณย่าคุณยาย แต่การที่ก้องอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ได้มาจากใบหน้าอันหล่อเหลาชวนกรี๊ดหรือจากโชคช่วย เพราะตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ก้องไม่เคยลืมที่จะเอาใจใส่ในงานที่ทำ และความพิถีพิถันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยขาด “ยิ่งในงานดนตรี เราต้องพิถีพิถันมากถึงมากที่สุด” นักร้องรุ่นใหญ่ย้ำ “สมัยก่อนตอนยังไม่มีคอมพิวเตอร์มาช่วย เราต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง กว่าจะร้องเพลงสักเพลงหนึ่งให้ออกมาได้ยาว 3 นาทีที่ทุกคนได้ฟังกัน คิดดูว่าต้องพิถีพิถันขนาดไหน การใส่กีตาร์แต่ละไลน์ โดยเฉพาะไลน์โซโล่ที่มีความยาวไม่กี่วินาที เล่นกันเป็นวัน หรือวันนี้เล่นไปแล้ว แต่พอกลับมาฟังไม่ชอบก็เอาใหม่ บางทีอัดเสียงกัน 3-4 วัน เพราะว่าเพี้ยนนิดเดียวก็ไม่ได้ ต้องเอาให้เป๊ะ” ก้องนิ่งคิด ก่อนจะเสริมขึ้นมา “ตอนเป็นโค้ชรายการ The Voice ก็ต้องใช้ศิลปะ การโค้ชเด็กหรือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนว่า รอบต่อไปเขาจะร้องเพลงอะไรดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/craft-coffee-nescafe/">เรียนรู้วิธีคิด การทำงานอย่างพิถีพิถัน และการจิบกาแฟอย่างละเมียดละไมไปกับ ก้อง สหรัถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นักร้องเสียงนุ่มที่สาวๆ คนไหนได้ฟังก็ต้องเคลิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักกีตาร์มือฉมังแห่งวงนูโวที่มีเพลงฮิตร้องกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักแสดงเจ้าบทบาทที่ฝากผลงานไว้ในจอแก้วจนนับไม่หวาดไม่ไหว และในจอเงินอีกเกือบสิบเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โค้ชให้คำแนะนำด้านการร้องประจำรายการ <em>The Voice</em> ทุกซีซั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาที่ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในวงการดนตรีและบันเทิงมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ทำให้ ก้อง–สหรัถ สังคปรีชา เป็นที่รู้จักในหลากหลายบทบาท และมีแฟนๆ ผู้ติดตามผลงานทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยทำงาน ไปจนถึงคุณย่าคุณยาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การที่ก้องอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ได้มาจากใบหน้าอันหล่อเหลาชวนกรี๊ดหรือจากโชคช่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ก้องไม่เคยลืมที่จะเอาใจใส่ในงานที่ทำ และความพิถีพิถันก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยขาด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57671 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9437.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9437.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9437-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งในงานดนตรี เราต้องพิถีพิถันมากถึงมากที่สุด” นักร้องรุ่นใหญ่ย้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมัยก่อนตอนยังไม่มีคอมพิวเตอร์มาช่วย เราต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง กว่าจะร้องเพลงสักเพลงหนึ่งให้ออกมาได้ยาว 3 นาทีที่ทุกคนได้ฟังกัน คิดดูว่าต้องพิถีพิถันขนาดไหน การใส่กีตาร์แต่ละไลน์ โดยเฉพาะไลน์โซโล่ที่มีความยาวไม่กี่วินาที เล่นกันเป็นวัน หรือวันนี้เล่นไปแล้ว แต่พอกลับมาฟังไม่ชอบก็เอาใหม่ บางทีอัดเสียงกัน 3-4 วัน เพราะว่าเพี้ยนนิดเดียวก็ไม่ได้ ต้องเอาให้เป๊ะ” ก้องนิ่งคิด ก่อนจะเสริมขึ้นมา</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-57700" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9361.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9361.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9361-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9361-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเป็นโค้ชรายการ <em>The Voice</em> ก็ต้องใช้ศิลปะ การโค้ชเด็กหรือผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนว่า รอบต่อไปเขาจะร้องเพลงอะไรดี เพลงนี้เอามาทำแบบไหนจึงจะเหมาะกับเขา เราจะดึงศักยภาพเขาออกมาให้คนเห็นได้มากที่สุดได้ยังไง พวกนี้เราก็ใช้ความพิถีพิถัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือแม้แต่ในไลฟ์สไตล์ที่นอกเหนือไปจากการทำงาน เขาก็ใส่ใจพิถีพิถันในการใช้ชีวิตเช่นกัน ซึ่งหนึ่งในช่วงเวลาที่ก้องละเมียดมะไมเป็นพิเศษคือ ช่วงเวลาดื่มกาแฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่าช่วงเวลาดื่มกาแฟ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความสุข เพราะได้ดื่มด่ำไปกับมัน เรามีเวลาดื่มกาแฟแก้วหนึ่งสิบกว่านาที ฉะนั้นเราต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด ถ้ามันไม่อร่อย ไม่ใช่ ไม่โดน สิบนาทีนี้ก็น่าเสียดาย เหมือนเวลาจะไปทานอาหารสักมื้อ วันนี้วันหยุด เย็นวันอาทิตย์ทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ ก็อยากทานอาหารที่เอร็ดอร่อย เพราะมันเป็นช่วงเวลาพิเศษ พอเป็นกาแฟเลยต้องเป็นกาแฟคราฟท์” นักร้องรุ่นใหญ่เล่าพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อรู้ถึงความละเอียดอ่อน ละเมียดละไม และความหลงใหลในกาแฟคราฟท์ของเขาอย่างนี้ เราจึงตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่า ก้องกำลังจะรับบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การลิ้มรสกาแฟคราฟท์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57666 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8798_3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8798_3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8798_3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นคนชอบทานกาแฟคราฟท์ และเนสกาแฟก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟอันดับหนึ่ง เราเลยลองมาคุยกันว่าอยากจะทำอะไรร่วมกัน เลยเกิดเป็นคราฟท์ คาเฟ่ แห่งนี้ขึ้นมา” ก้องเล่าให้ฟัง ก่อนที่จะชวนเราสำรวจคราฟท์ คาเฟ่แห่งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57670 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9201.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9201.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9201-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9201-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บรรยากาศอบอุ่นของเคาน์เตอร์บาร์ลายไม้บริเวณใจกลางคาเฟ่ที่มีขวดกาแฟตั้งเรียงรายอยู่เป็นพื้นหลัง และโต๊ะเก้าอี้เข้าชุด รวมทั้งเพลงที่เปิดคลอ ทำให้เราเกือบจะลืมไปว่ากำลังอยู่บนพื้นที่ลานเอเทรียม 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนที่เชลฟ์สูงทางฝั่งซ้ายของคาเฟ่ เป็นที่ตั้งของแผ่นเสียงไวนิล รวมถึงกีตาร์ เครื่องดนตรี ซึ่งทั้งหมดเป็นของสะสมที่ก้องนำมาจากบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สาเหตุที่มีมุมดนตรี แผ่นเสียง กีตาร์ เพราะดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของความสุข เวลาดื่มกาแฟ ถ้ามีองค์ประกอบอื่นๆ ส่งให้มีความสุขก็จะยิ่งดี เช่น อยู่ในบรรยากาศที่ดี บนยอดเขา อากาศเย็นๆ กาแฟร้อนๆ คาปูชิโนร้อนๆ เป็นช่วงเวลาของความสุข ซึ่งเพลงก็มีผลทำให้อารมณ์ดีเช่นกัน” เขาเล่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57668 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8869.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8869.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8869-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8869-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงข้ามกับมุมดนตรี ก้องบอกว่าเป็นมุมที่เล่าถึงเรื่องราวของกาแฟคราฟท์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี คั่วในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม จนเกิดเป็นกาแฟชนิดพิเศษอย่างเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ที่มีผงกาแฟสีทอง ส่วนเมนูในคาเฟ่ก็แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Long Black ที่สามารถสั่งออกมาได้ทั้งอเมริกาโนร้อนและเย็น, กลุ่ม Latte หรือกาแฟใส่นม ที่สั่งได้เป็นคาเฟ่โอเลท์ร้อน, คาเฟ่โอเลท์ร้อนไม่ใส่น้ำตาล, ลาเต้เย็น และคาราเมล ลาเต้เย็น และสุดท้ายกลุ่ม Hot Foam กาแฟร้อนมีฟองนมนุ่มละมุน ได้แก่ ไวท์เอสเพรสโซร้อน, คาปูชิโนร้อน และลาเต้ มัคคิอาโตร้อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57669 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9029.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9029.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9029-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_9029-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57667 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8855.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8855.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8855-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_8855-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราถามเขาว่าแก้วโปรดของตัวก้องเองคืออะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แก้วโปรดของผมคือเนสกาแฟ โกลด์ เครมมา กาแฟคราฟท์บดละเอียดจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้า ชงเป็นอเมริกาโนร้อนโดยการเปิดขวด ตักกาแฟบดเนื้อเนียนละเอียดเพียง 2 ช้อน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-57740" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/4C942138-90A9-4697-A247-D96BC1F6528D.jpeg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/4C942138-90A9-4697-A247-D96BC1F6528D.jpeg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/4C942138-90A9-4697-A247-D96BC1F6528D-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/4C942138-90A9-4697-A247-D96BC1F6528D-600x400.jpeg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าแล้วนักร้องหนุ่มใหญ่ก็ยกกาแฟคราฟท์ที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นจิบทีละนิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นก็</span><span style="font-weight: 400;">ดื่มด่ำกับแก้วโปรดในช่วงเวลาพิเศษตามที่เขาเล่า</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">ติดตามข้อมูลของคราฟท์ คาเฟ่ โดยเนสกาแฟ โกลด์ ได้ที่เฟซบุ๊กเพจ <a href="https://facebook.com/Nescafe.TH">NESCAFÉ</a> </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/craft-coffee-nescafe/">เรียนรู้วิธีคิด การทำงานอย่างพิถีพิถัน และการจิบกาแฟอย่างละเมียดละไมไปกับ ก้อง สหรัถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
