<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปวีณ์กานต์ อินสว่าง, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author522/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author522/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Dec 2021 12:43:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Wonders &#038; Weddings บริการวางแผนงานแต่งที่เชื่อว่าการแต่งงานเป็นไปได้สำหรับทุกเพศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wonders-weddings/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Dec 2021 15:17:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ+]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[Wonders & Weddings]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณิดา กสิวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่ วรรณิดา]]></category>
		<category><![CDATA[บริการรับจัดงานแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[คู่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[งานแต่งงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=151616</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยคิดจะแต่งงานไหม? งานแต่งงานในฝันของคุณมีหน้าตาประมาณไหน? สวมแหวนให้กันริมทะเลในบรรยากาศสบายๆ เพิ่มความสนุกให้งานด้วยการจัดลานเต้นบีบอยเพราะนั่นคือที่ที่คุณพบรัก หรือกระทั่งกำหนดธีมให้ผู้เข้าร่วมงานแต่งตัวคัฟเวอร์เป็นตัวละครโปรด แม้จินตนาการงานแต่งของใครหลายคนจะดูสวยงามราวกับความฝัน แต่เมื่อมองกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง การแต่งงาน (โดยเฉพาะแบบไทยๆ) มักต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นของพ่อแม่และเครือญาติ พิธีการที่เขาว่ากันว่าต้องทำ ไปจนถึงงบประมาณที่ต้องใช้ นอกจากจะไม่ได้จัดงานตามใจอยาก ความยุ่งยากทั้งหลายเหล่านี้ยังพลอยทำให้คนรุ่นใหม่หลายๆ คนแขยงงานแต่ง และบ้างก็ไม่อยากแต่งงานไปซะอย่างงั้น แล้วนี่ยังไม่นับรวมถึงคู่รัก LGBTQ+ ที่แม้แต่สิทธิในการสมรสอย่างเท่าเทียมกันกับคู่รักชาย-หญิงก็ยังถูกจำกัดอีกต่างหาก เมื่อมันเป็นเสียอย่างนี้ คำถามคือ ยังเป็นไปได้อยู่มั้ยที่จะมีงานแต่งอย่างที่ใจต้องการ คำตอบคือ ได้!&#160; แถมยังจะเป็นไปได้มากขึ้นอีกด้วย หากคุณได้รู้จัก Wonders &#38; Weddings บริการวางแผนจัดงานแต่งงานที่พร้อมเนรมิตงานในฝันของคู่รักทุกเพศให้เกิดขึ้นจริงภายใต้แนวคิด Humanist Wedding ซึ่งไม่ยึดถือพิธีการเป็นใหญ่ แต่ให้ความสำคัญกับคนที่แต่งงานและเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ระหว่างกัน ปีใหม่–วรรณิดา กสิวงศ์ คือผู้ก่อตั้งบริการจัดงานแต่งงานที่ว่า โดยมีแรงบันดาลใจ คือการทำให้คู่แต่งงานทุกคู่ได้มีงานแต่งงานที่มีความสุข น่าจดจำ เหมือนที่เธอรู้สึกกับงานแต่งงานของตัวเอง งานแต่งงานมีไว้เพื่อเฉลิมฉลองความรัก&#160; Wonders &#38; Weddings เริ่มขึ้นจากเพนพอยต์ที่ปีใหม่เจอตอนเตรียมงานแต่งงาน นั่นคือความไม่อินกับพิธีทางศาสนาหรือพิธีการที่ไม่เข้าใจว่ามีไปเพื่ออะไร ตั้งแต่การเชิญประธานที่ไม่ได้รู้จักคู่แต่งงานมาพูดบนเวทีไปจนถึงการเชิญคนมาเยอะๆ เหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่นของพ่อแม่มากกว่า “เรานับถือศาสนาพุทธแต่ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องนำศาสนามาเกี่ยวข้องกับงานแต่งงานของตัวเอง เราอยากให้มันเป็นงานที่คนมาเพื่อเฉลิมฉลองความรักของเราเฉยๆ ได้เจอเพื่อน เจอครอบครัว อยากให้คนที่รักและรู้จักเราจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wonders-weddings/">Wonders &#038; Weddings บริการวางแผนงานแต่งที่เชื่อว่าการแต่งงานเป็นไปได้สำหรับทุกเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คุณเคยคิดจะแต่งงานไหม? งานแต่งงานในฝันของคุณมีหน้าตาประมาณไหน?</p>



<p>สวมแหวนให้กันริมทะเลในบรรยากาศสบายๆ เพิ่มความสนุกให้งานด้วยการจัดลานเต้นบีบอยเพราะนั่นคือที่ที่คุณพบรัก หรือกระทั่งกำหนดธีมให้ผู้เข้าร่วมงานแต่งตัวคัฟเวอร์เป็นตัวละครโปรด</p>



<p>แม้จินตนาการงานแต่งของใครหลายคนจะดูสวยงามราวกับความฝัน แต่เมื่อมองกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง การแต่งงาน (โดยเฉพาะแบบไทยๆ) มักต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นของพ่อแม่และเครือญาติ พิธีการที่เขาว่ากันว่าต้องทำ ไปจนถึงงบประมาณที่ต้องใช้ นอกจากจะไม่ได้จัดงานตามใจอยาก ความยุ่งยากทั้งหลายเหล่านี้ยังพลอยทำให้คนรุ่นใหม่หลายๆ คนแขยงงานแต่ง และบ้างก็ไม่อยากแต่งงานไปซะอย่างงั้น</p>



<p>แล้วนี่ยังไม่นับรวมถึง<a href="https://adaymagazine.com/people-power-lgbtq" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่รัก LGBTQ+</a> ที่แม้แต่สิทธิในการสมรสอย่างเท่าเทียมกันกับคู่รักชาย-หญิงก็ยังถูกจำกัดอีกต่างหาก</p>



<p>เมื่อมันเป็นเสียอย่างนี้ คำถามคือ ยังเป็นไปได้อยู่มั้ยที่จะมีงานแต่งอย่างที่ใจต้องการ</p>



<p>คำตอบคือ ได้!&nbsp;</p>



<p>แถมยังจะเป็นไปได้มากขึ้นอีกด้วย หากคุณได้รู้จัก <a href="https://www.wondersweddings.com/th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Wonders &amp; Weddings</a> บริการวางแผนจัดงานแต่งงานที่พร้อมเนรมิตงานในฝันของคู่รักทุกเพศให้เกิดขึ้นจริงภายใต้แนวคิด Humanist Wedding ซึ่งไม่ยึดถือพิธีการเป็นใหญ่ แต่ให้ความสำคัญกับคนที่แต่งงานและเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ระหว่างกัน</p>



<p><strong>ปีใหม่–วรรณิดา กสิวงศ์</strong> คือผู้ก่อตั้ง<a href="https://web.facebook.com/wondersweds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">บริการจัดงานแต่งงาน</a>ที่ว่า โดยมีแรงบันดาลใจ คือการทำให้คู่แต่งงานทุกคู่ได้มีงานแต่งงานที่มีความสุข น่าจดจำ เหมือนที่เธอรู้สึกกับงานแต่งงานของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681-682x1024.jpg" alt="" class="wp-image-151686" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681-682x1024.jpg 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681-768x1154.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4681.jpg 1363w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">งานแต่งงานมีไว้เพื่อเฉลิมฉลองความรัก&nbsp;</h4>



<p>Wonders &amp; Weddings เริ่มขึ้นจากเพนพอยต์ที่ปีใหม่เจอตอนเตรียมงานแต่งงาน นั่นคือความไม่อินกับพิธีทางศาสนาหรือพิธีการที่ไม่เข้าใจว่ามีไปเพื่ออะไร ตั้งแต่การเชิญประธานที่ไม่ได้รู้จักคู่แต่งงานมาพูดบนเวทีไปจนถึงการเชิญคนมาเยอะๆ เหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่นของพ่อแม่มากกว่า</p>



<p>“เรานับถือศาสนาพุทธแต่ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องนำศาสนามาเกี่ยวข้องกับงานแต่งงานของตัวเอง เราอยากให้มันเป็นงานที่คนมาเพื่อเฉลิมฉลองความรักของเราเฉยๆ ได้เจอเพื่อน เจอครอบครัว อยากให้คนที่รักและรู้จักเราจริงๆ เคยอยู่ในช่วงสำคัญต่างๆ ของชีวิตมาร่วมยินดีมากกว่า” หญิงสาวอธิบาย&nbsp;</p>



<p>ระหว่างที่กำลังมองหาความเป็นไปได้ในการจัดงานแต่งตามใจตัวเอง เธอจึงเจอเข้ากับแนวคิด Humanist Wedding หรือการแต่งงานที่ออกแบบจากสิ่งที่คู่รักยึดถือ เรื่องราว หรือประสบการณ์ความรักที่ฝ่าฟันร่วมกันมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151687" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c9_20211202.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพราะประทับใจในงานแต่งงานที่แม้จะเล็กแต่อบอุ่น แถมยังเต็มไปด้วยรายละเอียดน่ารักที่เกิดจากเรื่องราวของเธอและสามี เธอที่อยากจะแบ่งปันความสุขแบบนั้นให้คนอื่นบ้าง จึงเริ่มต้นทำธุรกิจรับจัดงานแต่งงานตามแนวคิด Humanist Wedding ขึ้นมา</p>



<p>“เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเพนพอยต์ของคนรุ่นเรา มีคนเยอะมากที่บอกว่าไม่อยากแต่งงานซึ่งในจำนวนคนเหล่านั้นมีทั้งที่ไม่อยากแต่งจริงๆ ไม่ชอบงานแต่งงานในทุกกรณี และอีกส่วน ที่เป็นส่วนใหญ่คือไม่อยากจัดงานแต่งงานเพราะคิดว่ายุ่งยาก และไม่อยากแต่งงานในแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-15-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151689" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/SWD-Coffee-Photo-18-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพนพอยต์จากลูกค้าที่ปีใหม่ยกตัวอย่างล้วนคล้ายกัน คือไม่ชอบงานที่เป็นกรอบแบบไทย ไม่ชอบกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างการโดนเชียร์ให้หอมแก้มกันกลางเวที หรือการที่ผู้หญิงต้องกราบสามี</p>



<p>“มันเป็นซีนที่คนตลกกันแต่หลายคนรู้สึกอึดอัด” ปีใหม่บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอคิดว่าในความเป็นจริงหากคนสองคนเคารพกัน การกราบกันย่อมไม่ใช่เรื่องน่าขำ แต่ทุกวันนี้สังคมกลับมองสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนซีนเรียกเสียงฮา</p>



<p>“อย่างการแซวว่าพ่อบ้านใจกล้าอะไรนั่น มันก็ทำให้เห็นว่าลึกๆ ลงไปแล้วสังคมเรายังมีทัศนคติเรื่องนี้อยู่ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นเลยว่ายังไม่มีความเท่าเทียมทางเพศในสถาบันครอบครัว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-151690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-8.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/Founder_Wedding-Studio_Content_c1_20211202.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">บริการจัดงานแต่งงานที่สนับสนุนความรักของคู่รักทุกเพศ</h4>



<p>“การแต่งงานแบบ humanist wedding ยังเหมาะมากกับคู่รักที่เป็น LGBTQ+ ด้วยนะ” ปีใหม่เสริม พร้อมเล่าให้เราฟังถึงอีกหนึ่งความตั้งใจของ Wonders &amp; Weddings นั่นคือการสนับสนุนความรักของคู่รักทุกเพศ</p>



<p>“งานแต่งงานแบบไทยมีกรอบของชายหญิงอยู่เยอะ ระบุไว้ชัดว่าผู้ชายต้องทำสิ่งนั้น ผู้หญิงต้องทำสิ่งนี้ มันมีข้อมูลหรือภาพให้เห็นอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หรือใครต้องทำอะไรในงาน อย่างการเขียนการ์ดเชิญก็แทบจะเป็นไปแบบอัตโนมัติว่าชื่อผู้หญิงต้องขึ้นก่อน ต้องใช้คำว่าคู่บ่าวสาว ผู้หญิงต้องมีช่อดอกไม้ สมมติว่าเราเป็นคู่รัก LGBTQ+ และอยากแต่งงาน แต่พอมองไปในสังคมกลับเจอแต่ภาพว่างานแต่งงานต้องเป็นผู้ชายและผู้หญิงเท่านั้น ต้องเป็นคนที่มี role ทางเพศแบบนี้เท่านั้น มันเป็นเรื่องยากมากเหมือนกันที่จะจินตนาการถึงตัวเองต่อได้ หลายคนเลยมีความคิดว่า เฮ้ย แล้วเราจะแต่งงานได้เหรอ ถ้ามีประเพณีเหล่านี้แล้วเราจะไปอยู่ตรงไหน”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เราอาจเคยเห็นข่าวหรือภาพว่าในไทยมีคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศจัดงานแต่งงานกันให้เห็นไปบ้างแล้วก็จริง แต่ปีใหม่บอกว่าหากพูดกันถึงข้อมูลหรือวิธีการ จะพบว่ามีข้อมูลเรื่องนี้อยู่น้อยมาก ทุกวันนี้เธอจึงพยายามลงเรียนและศึกษาข้อมูลจากต่างประเทศมาปรับใช้ เพื่อให้คนที่มาใช้บริการได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม และเป็นไปด้วยความเข้าใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151692" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-1536x1022.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4665.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151693" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-1536x1022.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_8305.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“พอได้ศึกษาเรื่องนี้มากขึ้น เราถึงรู้ว่าการที่เราเป็นผู้หญิงตรงเพศ มีแฟนเป็นผู้ชายตรงเพศแบบนี้คือความมีพริวิลเลจ”</p>



<p>เธอบอกว่ามีหลายเรื่องมากที่ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าคู่รักหรือคนร่วมชีวิตที่เป็นเพศเดียวกัน นอนไบนารี่ หรือคนที่เป็นเพศหลากหลายต้องเจออะไรบ้าง งานนี้ทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าคำว่ายอมรับ หรือเปิดรับอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องมีองค์ความรู้ในการทำงานด้วย</p>



<p>“อย่างการพยายามยัดเยียด gender role หรือพยายาม misgender ที่หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องที่ก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง แต่นั่นเป็นเพราะเรามีอภิสิทธิ์”</p>



<p>การที่เราไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่เจอด้วย ยิ่งหลายคนอาจต้องเจอเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ แบบนี้มานานมากแล้ว เธอจึงพยายามเตือนตัวเองเสมอว่ายังมีปัญหาอีกมากมายที่เธอไม่ต้องกังวล ไม่ต้องรับรู้ แต่มันเกิดขึ้นจริง&nbsp;</p>



<p>“เราพยายามจะไม่ไปเป็นอีกคนที่ทำให้เขาเจ็บปวด สังคมหรือกฎหมายไม่ยอมรับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศมากพออยู่แล้ว เราจึงอยากให้ Wonders &amp; Weddings เป็นที่ปลอดภัยที่เขาจะสามารถแชร์ได้ว่าเขาต้องการอะไร เขาเป็นใคร และเขาเชื่อในอะไร เขามีไอเดียอะไร เขาเจออะไรมา มีความกังวลตรงไหน หรือมีปัญหาอะไร เขาสามารถคุยกับเราได้ทุกเรื่อง ในขณะเดียวกันเราก็ยินดีที่จะรับฟีดแบ็กด้วย หากไปทำให้ใครไม่สบายใจ หรือมีเรื่องไหนที่เราบ้ง เราไม่ได้เข้าใจเขาทั้งหมดแล้วมันทำให้เขารู้สึกไม่ดี เจ็บปวด เราก็อยากให้เขารู้ว่าเรายินดีที่จะรับฟังและระมัดระวังในเรื่องนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-151694" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-1536x1022.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/AOW_4557.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพื่อทำให้อนาคตลูกค้าเห็นว่าเธอใส่ใจกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ หากเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของบริษัท จะพบกับบทความมากมายที่เกี่ยวข้องกับชุมชน LGBTQ+ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างงานแต่ง บทสัมภาษณ์คู่รัก LGBTQ+ หรือกระทั่งบทความว่าด้วยความสำคัญของกฎหมายสมรสเท่าเทียม</p>



<p>“เราพยายามจะสร้างมายด์เซ็ตที่เรียกว่า Wedding is Wedding ขึ้นมาสำหรับคนที่มีความหลากหลายทางเพศ แม้ว่าหลายประเทศจะยังไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแต่นั่นไม่ได้หมายความว่างานแต่งงานของเขาจะเป็นไปไม่ได้หรือมีค่าไม่เท่ากับคนที่เขาจดทะเบียนได้</p>



<p>“สำหรับเรา ความสำคัญของงานแต่งงานคือการเฉลิมฉลองความรัก ความสัมพันธ์ คือการเฉลิมฉลองเรื่องราวของคุณ ถ้าตัดสินใจว่าพร้อมแล้ว อยากจัดงานแต่งงาน อยากมีความทรงจำนี้ด้วยกัน ก็ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้” เธอบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151695" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/RR-Blanche-Gallery-17.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ความรักไม่ใช่เรื่องของ ชาย-หญิง สามี-ภรรยา แต่คือคนสองคน</h4>



<p>จุดตั้งต้นที่ทำให้เธอหันมาสนใจสิทธิในการสมรสของคนทุกคนอย่างนี้ ปีใหม่ว่าเป็นเพราะคู่ชีวิตสองคนที่เดินถือป้ายในขบวนพาเหรด new york pride ตอนปี 2017&nbsp;</p>



<p>ป้ายที่คนทั้งคู่เขียนคือ 41 years married in 2003 หากบวกลบเวลาในตอนนั้น นั่นแปลว่าพวกเขารอมา 27 ปีกว่าจะได้แต่งงานกัน</p>



<p>“เขารอมา 27 ปี รอมาทั้งชีวิต กว่าจะได้แต่งงาน เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ถูก ไม่ควรมีใครต้องรอนานขนาดนี้ แค่เพราะอยากแต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก</p>



<p>“ตอนที่เราจดทะเบียนสมรสกับแฟน เจ้าหน้าที่พูดกับเราว่าสังคมของเราเริ่มต้นจากความรักของคนสองคน มันไม่ใช่ man-woman ไม่ใช่ husband and wife แต่คือ two people เรารู้สึกว่าประเด็นนี้ใช่มาก การแต่งงานมันคือคนสองคนที่รักกัน ซึ่งพอมองกลับมาในบริบทประเทศไทย เราเห็นคนใกล้ตัว คนที่เป็น LGBTQ+ คบกันมานานมากแล้วแต่ก็ยังไม่ได้แต่งงาน เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับ</p>



<p>“เราไม่มีทางเข้าใจได้ทั้งหมดว่าเพื่อนหรือใครก็ตามเขาต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง แต่เราแค่รู้สึกว่าในทุกความสัมพันธ์มันก็มีปัญหาที่ไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ทำไมจะต้องมาเจอเรื่องนี้อีก”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151696" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3908.jpg 1935w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-151697" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/12/IMG_3911-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เธอมองว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมคือการให้ตัวเลือกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใช่อยู่ที่คู่รักเพศตรงข้ามก็มีคนที่อยู่ด้วยกันแบบไม่จดทะเบียน แต่หากวันหนึ่งที่อยากจดหรือมีเหตุทางกฎหมาย สุขภาพ บริการทำให้ต้องจด คู่รักชาย-หญิงก็สามารถดำเนินการได้เลยทันที แต่คนในชุมชน LGBTQ+ กลับไม่มีตัวเลือกนั้น&nbsp;</p>



<p>“ทั้งๆ ที่เป็นคนเหมือนกัน จ่ายภาษี อยู่ในสังคมเดียวกัน มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้นเยอะมากเพียงเพราะเขาไม่มีกฎหมายคุ้มครอง</p>



<p>“แน่นอนว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่คำตอบของทั้งหมด หลายคนจะเข้าใจว่าพอมีสมรสเท่าเทียมปุ๊ป ปัญหาทุกอย่างของ LGBTQ+ จะหายไป มันไม่ใช่ มันยังมีปัญหาอีกหลายล้านอย่างที่ยังต้องแก้ไปเรื่อยๆ แต่หลายปัญหามันเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม”&nbsp;</p>



<p>เธอยกตัวอย่างว่าอย่างน้อยกฎหมายนี้ก็ทำให้คนที่รักกันไม่ต้องทุกข์ทรมานกับความไม่เท่าเทียมของการเลือกปฏิบัติ หรือการไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายอีกต่อไป เขาสามารถมีสวัสดิการ มีการเข้าถึงบริการ การรักษาทางการแพทย์ และการที่มีกฎหมายรองรับมันเป็นความปลอดภัยและมั่นคงที่ต่างมากๆ กับสังคมที่ไม่มีกฎหมายรองรับ&nbsp;</p>



<p>“อย่างน้อยคือคนที่เขาอยากจะเหยียด อยากแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย เขาต้องหยุดคิดแล้ว เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่มันผิดกฎหมาย” ปีใหม่ว่า ก่อนจะเปรียบเทียบกับสังคมของเยอรมนีให้ฟัง</p>



<p>“เยอรมนีเขามีกฎหมายมาตราหลัก 19 มาตรา หนึ่งในนั้นมาตราที่ 3 บอกไว้ว่า all men are equal before law กฎหมายมาตรานี้เป็นหนึ่งในป้ายสัญลักษณ์ เวลามีการชุมนุม หรืองานไพรด์ต่างๆ ในระดับสังคมเขาอาจจะยังไม่ได้เปิดกว้างเท่าไทยก็จริง คือคนที่เป็น LGBTQ+ ไม่ได้เปิดเผยตัวตนมากขนาดนั้น แต่นั่นก็เป็นเพราะเขามีกฎหมายรองรับ เป็นพื้นฐานอยู่แล้วว่าคนเท่ากัน มันเลยทำให้การใช้ชีวิตที่นี่ง่ายขึ้น ถึงจะยังมีปัญหาหลายอย่าง เราก็ได้เห็นครอบครัวที่มีพ่อสองคน มีแม่สองคนออกมาเดินเล่น พาลูกไปสวนสาธารณะ เราเลยอยากให้ภาพแบบนี้มันเกิดขึ้นในไทยบ้าง มันคือรูปแบบครอบครัวที่หลากหลาย</p>



<p>“สโลแกนของบริษัทเราคือ support gender equality, one wedding at a time เพราะเราเชื่อว่างานแต่งงานควรเป็นเรื่องที่คนแต่งงานมีความเท่าเทียมกัน เราอยากทำให้ทุกคนรู้สึกว่าการมีความรัก การอยู่ด้วยกัน มันเป็นเรื่องที่ดี เราจึงเริ่มทำงานนี้ขึ้นมา และแน่นอนคือเราเชื่อว่าการมีวันพิเศษที่จะเฉลิมฉลองความรักความสัมพันธ์ของกันและกันมันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับคนทุกเพศ” เธอทิ้งท้าย</p>



<p></p>



<p>ขอบคุณภาพจาก : Wonders &amp; Weddings</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wonders-weddings/">Wonders &#038; Weddings บริการวางแผนงานแต่งที่เชื่อว่าการแต่งงานเป็นไปได้สำหรับทุกเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Together To Net Zero&#8217; เป้าหมายใหม่จาก GC ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</title>
		<link>https://adaymagazine.com/together-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Nov 2021 08:21:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Think Positive]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=150350</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดือนพฤศจิกายนนี้คนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมคงรู้ดีว่ามีการประชุมหนึ่งที่น่าจับตามองชื่อว่า COP26 หรือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งในงานครั้งก่อนหน้า หลายๆ ประเทศทั่วโลกได้ประกาศถึงแนวทางที่จะมุ่งไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกใบนี้อย่างยั่งยืน GC จึงประกาศเป้าหมายใหม่ ตั้งเป้าว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ในปี 2050 ด้วย &#8220;เป้าหมายของเราในปี 2030 คือต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% โดยดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งลูกค้า พนักงาน ใช้สามวิธีการ หนึ่ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน นำเชื้อเพลิงสะอาดมาใช้ สอง ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุน ลงทุนในธุรกิจคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สาม เข้าช่วยลดในวิธีการอื่นๆ เช่น ปลูกป่า, ทำ Carbon Capture จับก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศลงไปใต้พื้นดิน, ลงทุนเรื่อง R&#38;D หานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยลดคาร์บอนได้มากขึ้น” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าว &#160;‘Together to Net Zero’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/together-to-net-zero/">&#8216;Together To Net Zero&#8217; เป้าหมายใหม่จาก GC ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เดือนพฤศจิกายนนี้คนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมคงรู้ดีว่ามีการประชุมหนึ่งที่น่าจับตามองชื่อว่า COP26 หรือการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งในงานครั้งก่อนหน้า หลายๆ ประเทศทั่วโลกได้ประกาศถึงแนวทางที่จะมุ่งไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยโลกใบนี้อย่างยั่งยืน GC จึงประกาศเป้าหมายใหม่ ตั้งเป้าว่าจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ในปี 2050 ด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="519" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-1024x519.jpg" alt="" class="wp-image-150355" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-1024x519.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-300x152.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-768x389.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-1536x779.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-2048x1039.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero-CEO-Message-TH-600x304.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&#8220;เป้าหมายของเราในปี 2030 คือต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% โดยดึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งลูกค้า พนักงาน ใช้สามวิธีการ หนึ่ง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน นำเชื้อเพลิงสะอาดมาใช้ สอง ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุน ลงทุนในธุรกิจคาร์บอนต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สาม เข้าช่วยลดในวิธีการอื่นๆ เช่น ปลูกป่า, ทำ Carbon Capture จับก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศลงไปใต้พื้นดิน, ลงทุนเรื่อง R&amp;D หานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยลดคาร์บอนได้มากขึ้น” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าว</p>



<p>&nbsp;‘Together to Net Zero’ คือแคมเปญที่จะเข้ามาสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจที่เติบโตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน “GC มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับสากล ด้วยความตั้งใจในการเป็น ‘เคมีที่เข้าถึงความสุข’ หรือ ‘Chemistry for Better Living’ ฉะนั้นหากจะทำให้สำเร็จได้ของที่ผลิตจะต้องดี และกระบวนการผลิตก็ต้องดีด้วย ทั้งสามเรื่องที่เราจะทำเพื่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ จะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งเรื่องกระบวนการผลิต การลงทุน และการสร้างนวัตกรรมให้ลูกค้า”</p>



<p>แนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2050 GC เป็นไม่กี่บริษัทที่มีแผนระยะยาวชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง &#8220;เราจะลดก๊าซเรือนกระจก แต่จะไม่ลดการเติบโตของธุรกิจ ในอดีตที่ผ่านมาจะเห็นว่าการขยายธุรกิจของ GC ไปในธุรกิจต่างๆ ที่หลากหลาย ในส่วนของธุรกิจที่เป็นกรีนโปรดักต์ เราทำเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก ลงทุนในธุรกิจที่เป็น Bio-based และ Eco business มีการนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ และสร้างมูลค่าเพิ่ม&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-150357" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Efficiency-Driven.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-1024x576.jpg" alt="Together To Net Zero" class="wp-image-150359" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Portfolio-Driven.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-1024x576.jpg" alt="Together To Net Zero" class="wp-image-150356" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Compensation-Driven.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เขายอมรับว่าการขยายธุรกิจที่ว่านี้ทำให้ GC มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น แต่ตามแผนงานของการขยายธุรกิจเขาชี้แจงว่า GC จะปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงที่สุดในปี 2025 จากนั้นจึงจะค่อยๆ ลดลง โดยมีเป้าที่ชัดเจนตาม 3 แนวทางที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยแนวทางที่หนึ่ง-เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นับเป็นการลดโดยตรงเพราะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาจากการใช้พลังงานในการผลิต สอง-ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุน จะช่วยให้ไปถึงเป้ามากขึ้น เมื่อปรับเปลี่ยนพลังงานที่ต้องซื้อมาใช้ในกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จะช่วยลดประมาณก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3 ล้านตัน สาม-เข้าช่วยลดในวิธีการอื่นๆ เช่น การนำเทคโนโลยีกักเก็บมาใช้ การปลูกป่าทดแทน เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-1024x576.jpg" alt="Together To Net Zero" class="wp-image-150358" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/11/GC-Together-To-Net-Zero_Head.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อ่านเพิ่มเติม Together To Net Zero <a href="https://bit.ly/3G9LVt1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://bit.ly/3G9LVt1</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/together-to-net-zero/">&#8216;Together To Net Zero&#8217; เป้าหมายใหม่จาก GC ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GROFE แบรนด์ของคนไฮเปอร์ที่หยิบเอาเน็กไทมาชุบชีวิตใหม่เป็นกระเป๋าสุดแฟฯ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/grofe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Oct 2021 01:53:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Super Market]]></category>
		<category><![CDATA[Multi Brand]]></category>
		<category><![CDATA[fashion brand]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[brand]]></category>
		<category><![CDATA[bag]]></category>
		<category><![CDATA[style]]></category>
		<category><![CDATA[grofe]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=149858</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาไปร้านเสื้อผ้ามือสองแล้วเห็นเน็กไทแขวนสุมกันอยู่บนราว คุณจะทำยังไง ก. เดินผ่าน ข. โอบรับน้องกลับบ้าน ค. ชุบชีวิตใหม่ให้น้องกลายร่างเป็นกระเป๋าสุดแฟฯ! GROFE คือผลิตผลหลัง กอล์ฟ–ศุภกร บัวเรือน ตัดสินใจเลือกข้อ ค. โอบรับเน็กไทที่คนไม่เคยคิดจะหันไปแยแส ชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นกระเป๋าแฟชั่น ที่ว่ากันว่าบางคนรอถึงสองปีก็ยังไม่ได้กระเป๋าเน็กไทจาก GROFE ไปครอบครอง อยากรู้กันแล้วละสิว่าทำไม&#160; ศุภกรย้อนให้ฟังว่า GROFE เริ่มต้นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่นัก ตั้งแต่สมัยที่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย&#160; เขาบอกว่าตัวเองเป็นคนไฮเปอร์ที่คิดอะไรได้ก็มักจะลงมือทำเลยโดยไม่ได้มีแบบแผนหรือการเตรียมการอะไรมากนัก GROFE เองจึงเกิดขึ้นเพียงเพราะเขาในตอนนั้นอยากทำอะไรสักอย่างที่ตัวเองชอบขึ้นมา ประกอบกับเริ่มเห็นเพื่อนๆ ที่เรียนแฟชั่นด้วยกันลงมือทำแบรนด์ของตัวเองกันแล้วหลายคน เขาเลยตัดสินใจเปิดแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง ก็แค่นั้น “ช่วงนั้นผมติดเที่ยวด้วย การทำเสื้อผ้าขายก็เท่ากับว่าเราจะมีเงินไปเที่ยว ไปซื้อของต่อ” เขาหัวเราะขำ เมื่อบอกเหตุผลที่ซ่อนไว้อีกข้อ&#160; เพราะเป็นแบรนด์ที่แทบทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นตามใจผู้เป็นเจ้าของ การทำ GROFE ต่อเนื่องมาถึง 4 ปี จึงนับเป็นเรื่องที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังคาดไม่ถึง “คอลเลกชั่นแรกของ GROFE คือ เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากปฏิทินโป๊ของแม่โขง ผมไปเจอปฏิทินพวกนี้แล้วคิดว่า ถ้ามีภาพแนวๆ นี้มาอยู่หลังเสื้อก็คงน่ารักดี ก็เลยทำเลย ออกแบบภาพกราฟิกให้ดูคล้ายปฏิทินโป๊ ทำเสร็จก็เซตถ่ายภาพไปโดยไม่ได้คิดหรือกลั่นกรองอะไรเยอะ ขนาดราคาขายเรายังไม่ได้คำนวณต้นทุน-กำไรเลย รู้แค่ว่าเราอยากลงแล้ว” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grofe/">GROFE แบรนด์ของคนไฮเปอร์ที่หยิบเอาเน็กไทมาชุบชีวิตใหม่เป็นกระเป๋าสุดแฟฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เวลาไปร้านเสื้อผ้ามือสองแล้วเห็นเน็กไทแขวนสุมกันอยู่บนราว คุณจะทำยังไง</p>



<p>ก. เดินผ่าน</p>



<p>ข. โอบรับน้องกลับบ้าน</p>



<p>ค. ชุบชีวิตใหม่ให้น้องกลายร่างเป็นกระเป๋าสุดแฟฯ!</p>



<p>GROFE คือผลิตผลหลัง <strong>กอล์ฟ–ศุภกร บัวเรือน</strong> ตัดสินใจเลือกข้อ ค. โอบรับเน็กไทที่คนไม่เคยคิดจะหันไปแยแส ชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นกระเป๋าแฟชั่น ที่ว่ากันว่าบางคนรอถึงสองปีก็ยังไม่ได้กระเป๋าเน็กไทจาก GROFE ไปครอบครอง</p>



<p>อยากรู้กันแล้วละสิว่าทำไม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149866" width="NaN" height="NaN" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__33276193.jpg 1170w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149863" width="614" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32612421.jpg 1638w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /></figure></div>



<p>ศุภกรย้อนให้ฟังว่า GROFE เริ่มต้นขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่นัก ตั้งแต่สมัยที่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย&nbsp;</p>



<p>เขาบอกว่าตัวเองเป็นคนไฮเปอร์ที่คิดอะไรได้ก็มักจะลงมือทำเลยโดยไม่ได้มีแบบแผนหรือการเตรียมการอะไรมากนัก GROFE เองจึงเกิดขึ้นเพียงเพราะเขาในตอนนั้นอยากทำอะไรสักอย่างที่ตัวเองชอบขึ้นมา ประกอบกับเริ่มเห็นเพื่อนๆ ที่เรียนแฟชั่นด้วยกันลงมือทำแบรนด์ของตัวเองกันแล้วหลายคน เขาเลยตัดสินใจเปิดแบรนด์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง ก็แค่นั้น</p>



<p>“ช่วงนั้นผมติดเที่ยวด้วย การทำเสื้อผ้าขายก็เท่ากับว่าเราจะมีเงินไปเที่ยว ไปซื้อของต่อ” เขาหัวเราะขำ เมื่อบอกเหตุผลที่ซ่อนไว้อีกข้อ&nbsp;</p>



<p>เพราะเป็นแบรนด์ที่แทบทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นตามใจผู้เป็นเจ้าของ การทำ GROFE ต่อเนื่องมาถึง 4 ปี จึงนับเป็นเรื่องที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังคาดไม่ถึง</p>



<p></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-819x1024.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149865" width="614" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__32064524.jpg 1638w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /></figure></div>



<p>“คอลเลกชั่นแรกของ GROFE คือ เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจมาจากปฏิทินโป๊ของแม่โขง ผมไปเจอปฏิทินพวกนี้แล้วคิดว่า ถ้ามีภาพแนวๆ นี้มาอยู่หลังเสื้อก็คงน่ารักดี ก็เลยทำเลย ออกแบบภาพกราฟิกให้ดูคล้ายปฏิทินโป๊ ทำเสร็จก็เซตถ่ายภาพไปโดยไม่ได้คิดหรือกลั่นกรองอะไรเยอะ ขนาดราคาขายเรายังไม่ได้คำนวณต้นทุน-กำไรเลย รู้แค่ว่าเราอยากลงแล้ว”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-925x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149867" width="694" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-925x1024.jpg 925w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-271x300.jpg 271w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-768x850.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-1388x1536.jpg 1388w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265-600x664.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957265.jpg 1850w" sizes="(max-width: 694px) 100vw, 694px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149868" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957261.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>คอลเลกชั่นที่ว่าก็ขายได้ ขายหมด แต่ศุภกรบอกว่า สิ่งที่ทำให้คนเริ่มมารู้จักแบรนด์ GROFE มากขึ้นจริงๆ ก็คือคอลเลกชั่นถัดมาอย่าง Tiety หรือกระเป๋าเน็กไทมากกว่า&nbsp;</p>



<p>“มันเกิดจากว่าผมไปร้านมือสองแล้วเจอเน็กไทแขวนอยู่ เราเลือกไม่ได้ว่าจะเอาอันไหนดีเพราะมันสวยหมดเลย ก็เลยซื้อมาทั้งหมด พอมาลองใส่เราก็อยากใส่ไปซะทุกเส้น เลยคิดว่าหรือเอามารวมกันเลยดี พอคิดได้เราเลยเอาเน็กไทมาเย็บต่อๆ กันเป็นกระเป๋าแล้วออกจากบ้าน เพื่อนก็ทักว่ากระเป๋าน่ารักมาก อยากได้ เราเลยเริ่มทำจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="695" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-695x1024.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149869" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-695x1024.jpg 695w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-203x300.jpg 203w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-768x1132.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-1042x1536.jpg 1042w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263-600x885.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957263.jpg 1389w" sizes="(max-width: 695px) 100vw, 695px" /></figure></div>



<p>ศุภกรแชร์ให้ฟังว่า ส่วนใหญ่แรงบันดาลใจในการออกแบบของเขาจะมาจาก raw story เห็นภาพอะไรปิ๊งขึ้นมาในหัวก็หยิบจับนำสิ่งนั้นมาทำ แล้วค่อยๆ เพิ่มฟังก์ชั่น สไตล์ลิ่งให้ของชิ้นนั้นดูสวยงามมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ตลอดเลย เช่น Tiety เราก็จะเริ่มจากกองเน็กไทก่อน เอาหลายๆ อันมาประกอบกันเป็นกระเป๋า หรือ TROUSY ก็มาจากว่าผมเห็นกางเกงพาดอยู่ แล้วตรงเป้ามันขาด ก็เลยคิดว่าเหมือนกระเป๋าเลย ลองเอามาสะพายดู พอลองก็รู้สึกว่าน่ารักนี่นา เราจะเป็นประเภทเอาสิ่งที่เห็นมาต่อยอด หาฟังก์ชั่นให้มัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="670" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-670x1024.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149870" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-670x1024.jpg 670w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-196x300.jpg 196w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-768x1175.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-1004x1536.jpg 1004w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264-600x918.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957264.jpg 1339w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" /></figure></div>



<p>แม้วัตถุดิบส่วนใหญ่จะเป็นของมือสอง แต่ศุภกรบอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจหรือจำกัดความเอาไว้ว่า วัตถุดิบที่สรรหามาแปลงโฉมกลายเป็นสินค้าของ GROFE จะต้องเป็นของมือสองร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เขาทำอย่างนี้ก็เพราะมองเห็นว่าสิ่งของเหล่านั้นเคยมีคุณค่ามากๆ มาก่อนต่างหาก&nbsp;</p>



<p>“เรารู้ว่าการทำเสื้อผ้ามันไม่ง่าย หลายๆ ตัวมีกระบวนการทำที่คราฟต์มาก และน้องก็เคยเป็นดาวบนเวที คุณภาพน้องยังปัง ยังสวย บางทีเราเจอเหรียญ เจอจดหมายอยู่ข้างใน ทำให้รู้เลยว่าของทุกอย่างผ่านเรื่องราวมาเยอะมาก แต่สุดท้ายน้องดันต้องมานั่งหง่อมๆ อยู่ในร้านมือสอง เราเลยคิดว่างั้นเอาน้องไปชุบชีวิตใหม่ ให้น้องเจอครอบครัวใหม่ดีกว่า”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-884x1024.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149872" width="663" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-884x1024.jpg 884w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-259x300.jpg 259w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-768x890.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-1326x1536.jpg 1326w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1-600x695.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_sss8387-1.jpg 1768w" sizes="(max-width: 663px) 100vw, 663px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-820x1024.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149875" width="615" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-820x1024.jpg 820w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/GRAW21-L04-100-2.jpg 1639w" sizes="(max-width: 615px) 100vw, 615px" /></figure></div>



<p>ฉะนั้นกว่าจะเป็นกระเป๋าสักใบ ศุภกรจึงใช้เวลาค่อนข้างนาน ด้วยวัตถุดิบที่ต้องใช้เวลาเสาะหากว่าจะเจอที่ถูกใจ ไหนจะกระบวนการทำที่ใช้มือทุกขั้นตอน</p>



<p>“พอเป็นงานที่ต้องลงแรง ลงใจ เราเลยรู้สึกว่า การบาลานซ์การทำงานให้มีความสุขจึงสำคัญมาก ด้วยความที่งานนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของเราล้วนๆ เราเลยพยายามจะไม่บังคับตัวเองให้ทำจนไม่มีความสุข มีช่วงเวลาวางมือจากงานก่อน แล้วค่อยกลับมาเช็กอีกที ดูว่าตรงไหนยังขาด ยังดูไม่ดี ก็ค่อยๆ เติมเข้ามา</p>



<p>&nbsp;ความสนุกของแบรนด์จึงอยู่ตรงที่ความไม่ซ้ำ ไอเทมแต่ละอันทำให้เขาตื่นเต้นได้เสมอ</p>



<p>“โปรดักต์มันโตตามเราไปด้วย ยิ่งทำ ยิ่งมีประสบการณ์ เราก็ยิ่งเหยาะความประณีตลงไปในวิธีการทำ วิธีไหนที่ตอนแรกไม่รู้ ตอนนี้ก็รู้มากขึ้น เราพยายามทำโปรดักต์ออกมาไม่ให้เป็นโปรดักต์แฟชั่น แต่เป็นงานศิลปะมากกว่า”</p>



<p>ส่วนข้อเสียของการทำอะไรตามใจก็คือความไม่สม่ำเสมอ เขายกตัวอย่างให้ฟังว่า ลูกค้าบางคนถึงกับทักมาบอกว่า รอมาสองปีแล้ว ยังซื้อกระเป๋าไม่ทันเลย จากนี้เขาจึงตั้งใจว่า จะหันมาดูแล GROFE ให้ดีขึ้น ดูแลลูกค้าและตั้งใจทำตลาดให้มากขึ้นกว่าเก่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-1024x963.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149877" width="768" height="722" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-1024x963.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-300x282.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-768x722.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-1536x1445.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-2048x1927.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-600x564.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/cdcdcsdc-1-24x24.jpg 24w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>ศุภกรมองว่า GROFE เป็นเหมือนกับแว่นขยายที่คอยขยายตัวตนของคนที่สวมใส่ เสื้อผ้าที่เขาทำไม่ได้กำหนดว่าเหมาะกับเสื้อผ้าเฉพาะแบบเท่านั้น แต่ลูกค้าสามารถเอาไปมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เหมาะกับตัวเองได้</p>



<p>“มีคนถามว่า สินค้าแบรนด์ GROFE เรียกว่าสไตล์อะไร ผมก็ยังยืนยันว่ามันเป็นสไตล์ ready to wear ไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องเป็นคนแต่งตัวสุด แฟชั่นจ๋า กระเป๋าบางรุ่นเราสามารถใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น แล้วสะพายออกมาได้เลย มันเป็นไอเทมที่ป๊อปอัพคนใส่ให้ดูแฟชั่นขึ้นได้ด้วยกระเป๋าเพียงใบเดียว”</p>



<p>ทั้งๆ ที่หลายคนมักตัดสินไปแล้วก่อนหน้าว่า สินค้าที่ GROFE มีดูจะเข้าถึงได้ยาก แต่สิ่งที่เซอร์ไพรซ์ศุภกรกลับมาคือ มีหลายคนเช่นกันที่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้จับต้องยากอย่างที่คิด&nbsp;</p>



<p>“สมัยก่อนตอนที่เราอยู่มัธยม เวลาเราแต่งตัวอะไร เราจะรู้สึกว่าคนไม่ค่อยเข้าใจเรา เราเป็นคนกลุ่มน้อยที่ทุกคนจะบอกว่าเราแต่งตัวประหลาด แต่พอเริ่มทำของขาย เราเลยได้รู้ว่า เฮ้ย จริงๆ เราไม่ได้ประหลาด ยังมีคนชอบงานเราอยู่</p>



<p>“ย้อนกลับไปตอนเราเรียนแฟชั่น อาจารย์มักจะบอกตลอดว่า เราต้องทำเสื้อผ้าให้สนองกับกลุ่มทาร์เก็ต มันทำให้เราเครียดมากเพราะเราไม่รู้ว่าทาร์เก็ตของเราคือใคร และทำแล้วจะขายได้ไหม แต่พอเรียนจบ เรามานั่งคิดดู เรากลับรู้สึกว่า แล้วทำไมเราต้องไปทำตามใจลูกค้าล่ะ ทำไมเราถึงไม่ทำในสิ่งที่เราอยากทำ GROFE เลยเป็นการเลือกทำในสิ่งที่เรามีความสุขก่อน”</p>



<p>เขาหัวเราะ บอกว่า “ตอนตัดสินใจทำแรกๆ มันก็กังวลแหละว่าจะขายได้ไหม แต่พอขายได้ มีคนเข้าใจในงาน มันมีผลโดยตรงต่อจิตใจเราที่สุดเลย ทั้งช่วยเพิ่มความมั่นใจและส่งผลให้อยากทำงานมากขึ้นไปอีก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-1024x576.jpg" alt="GROFE" class="wp-image-149878" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/S__31957259-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>คล้ายกันกับการแต่งตัวที่เขามองว่าแฟชั่นคือความพอใจของแต่ละบุคคล หากเราสนุกกับการแสดงตัวตนของตัวเองผ่านเสื้อผ้าก็ย่อมทำได้ โดยไม่ต้องกังวลถึงสายตาใคร</p>



<p>“บางทีสังคมก็ตีกรอบเรามากเกินไปจนทำให้เราไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต เราไปแคร์คนอื่นมากไป กลัวว่าเขาจะมองไม่ดี ทั้งๆ ที่การที่เราได้ใส่อะไรที่ทำให้เราสบายใจมันโอเคกว่า การแต่งตัวมันไม่มีถูก-ผิด แต่งอย่างที่เราชอบแค่นั้นก็พอแล้ว</p>



<p>“เสื้อผ้ามันคือบรรยากาศ เราจึงควรทำบรรยากาศนั้นให้เป็นคอมฟอร์ตโซนของเรา ทำให้เรามีความสุขในทุกวันดีกว่า” เขาว่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grofe/">GROFE แบรนด์ของคนไฮเปอร์ที่หยิบเอาเน็กไทมาชุบชีวิตใหม่เป็นกระเป๋าสุดแฟฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Kanomlyloir ร้านขนมไทยที่ขายความน่ารักนุบนิบใจและเชื่อว่าขนมไทยไม่จำเป็นต้องราคาถูก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kanomlyloir/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Oct 2021 12:27:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านขนม]]></category>
		<category><![CDATA[ขนม]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการรายย่อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148988</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไถๆ อินสตาแกรมไปแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ เพราะรูปอาหารมันยั่วไหม&#160; สำหรับเรา ‘Kanomlyloir’ คือร้านขนมไทยในอินสตาแกรมที่ทำให้เราเกิดอาการแบบนั้นมาตลอด เริ่มตั้งแต่รูปขนมชั้นดูนุ่มนิ่มที่แค่เห็นก็ชวนจินตนาการถึงรสชาตินุ่มนวล หอมมัน ไหนจะรูปข้าวโพดเรียงเม็ดสวยผสานความหนึบหนับของสาคูต้นที่เดินทางไกลมาจากใต้ ไส้สีน้ำตาลของขนมต้มที่ชวนให้คิดถึงรสหวานกำลังดีจากน้ำตาลมะพร้าวและกลิ่นมะพร้าวหอมคลุ้งหากได้ลิ้มลอง (/เสียงท้องร้องเป็นพยาน อยากชวนทุกคนไปพิสูจน์กันเองสักครั้งในอินสตาแกรมชื่อ kanomlyloir) นอกจากขนมจะหน้าตาดีดึงดูดใจ คำบรรยายที่เขียนอธิบายถึงกรรมวิธีการทำกว่าจะได้เป็นขนมไทยชิ้นจิ๋ว และสารพัดองค์ประกอบสุดน่ารักกว่าจะประกอบร่างสร้างเป็น ‘ขนมที่มีส่วนผสมของความน่ารัก’ ตามคำโปรยของร้านก็ทำเอาเราอยากรู้จัก Kanomlyloir และ ข้าวฟ่าง–วิรงรอง ทองประกอบ เจ้าของร้านผู้อยู่เบื้องหลังเพิ่มเติม ไม่ต้องรอให้ร้านขนมแห่งนี้เปิดรับออร์เดอร์ ไม่ต้องจองขนมแข่งกับใคร ตามเราไปทำความรู้จักร้านขนมไทยชวนหิวร้านนี้กัน อาชีพที่ตอบโจทย์ทุกความชอบของชีวิต ก่อนจะมาประจำการเป็นแม่ค้าขนมไทยแห่งร้าน Kanomlyloir ข้าวฟ่างทำงานอย่างอื่นมาแล้วสารพัด ทั้งนักเขียน, home stylist, เล่นโฆษณา, พิธีกร กระทั่งขายเสื้อผ้า แต่แม้จะผ่านอาชีพมานับไม่ถ้วน เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่มีอาชีพไหนโดนใจและเป็นตัวเองมากที่สุด&#160; จนเมื่ออายุล่วงเลยเข้าวัยที่ตั้งคำถามว่า ฉันอยากทำอะไรกันแน่ นี่เรามีสิ่งที่ถนัดอยู่จริงๆ หรือเปล่า เธอก็ได้เจอกับการทำขนมไทย สำหรับข้าวฟ่าง การทำขนมเป็นเหมือนจุดตัดที่พอดี ของทุกๆ สิ่งที่เธอชอบ ทั้งการเขียน สไตล์ลิ่งจัดสิ่งของ และการค้าขาย “มันเหมือนที่เขาบอกจริงๆ ว่าให้ลิสต์แต่ละจุดในชีวิตเอาไว้ แล้วสักวันมันจะเชื่อมกันเป็นเส้นเอง เราไม่รู้หรอกว่ามันจะมาเชื่อมกันตอนไหน เวลาทำงานอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kanomlyloir/">Kanomlyloir ร้านขนมไทยที่ขายความน่ารักนุบนิบใจและเชื่อว่าขนมไทยไม่จำเป็นต้องราคาถูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยไถๆ อินสตาแกรมไปแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ เพราะรูปอาหารมันยั่วไหม&nbsp;</p>



<p>สำหรับเรา ‘Kanomlyloir’ คือร้านขนมไทยในอินสตาแกรมที่ทำให้เราเกิดอาการแบบนั้นมาตลอด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148993" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_66-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148995" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_65-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148997" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_19-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>เริ่มตั้งแต่รูปขนมชั้นดูนุ่มนิ่มที่แค่เห็นก็ชวนจินตนาการถึงรสชาตินุ่มนวล หอมมัน ไหนจะรูปข้าวโพดเรียงเม็ดสวยผสานความหนึบหนับของสาคูต้นที่เดินทางไกลมาจากใต้ ไส้สีน้ำตาลของขนมต้มที่ชวนให้คิดถึงรสหวานกำลังดีจากน้ำตาลมะพร้าวและกลิ่นมะพร้าวหอมคลุ้งหากได้ลิ้มลอง</p>



<p>(/เสียงท้องร้องเป็นพยาน อยากชวนทุกคนไปพิสูจน์กันเองสักครั้งในอินสตาแกรมชื่อ kanomlyloir)</p>



<p>นอกจากขนมจะหน้าตาดีดึงดูดใจ คำบรรยายที่เขียนอธิบายถึงกรรมวิธีการทำกว่าจะได้เป็นขนมไทยชิ้นจิ๋ว และสารพัดองค์ประกอบสุดน่ารักกว่าจะประกอบร่างสร้างเป็น ‘ขนมที่มีส่วนผสมของความน่ารัก’ ตามคำโปรยของร้านก็ทำเอาเราอยากรู้จัก Kanomlyloir และ <strong>ข้าวฟ่าง–วิรงรอง ทองประกอบ</strong> เจ้าของร้านผู้อยู่เบื้องหลังเพิ่มเติม</p>



<p>ไม่ต้องรอให้ร้านขนมแห่งนี้เปิดรับออร์เดอร์ ไม่ต้องจองขนมแข่งกับใคร ตามเราไปทำความรู้จักร้านขนมไทยชวนหิวร้านนี้กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148998" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_64.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อาชีพที่ตอบโจทย์ทุกความชอบของชีวิต</strong></h3>



<p>ก่อนจะมาประจำการเป็นแม่ค้าขนมไทยแห่งร้าน Kanomlyloir ข้าวฟ่างทำงานอย่างอื่นมาแล้วสารพัด ทั้งนักเขียน, home stylist, เล่นโฆษณา, พิธีกร กระทั่งขายเสื้อผ้า แต่แม้จะผ่านอาชีพมานับไม่ถ้วน เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่มีอาชีพไหนโดนใจและเป็นตัวเองมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>จนเมื่ออายุล่วงเลยเข้าวัยที่ตั้งคำถามว่า ฉันอยากทำอะไรกันแน่ นี่เรามีสิ่งที่ถนัดอยู่จริงๆ หรือเปล่า เธอก็ได้เจอกับการทำขนมไทย</p>



<p>สำหรับข้าวฟ่าง การทำขนมเป็นเหมือนจุดตัดที่พอดี ของทุกๆ สิ่งที่เธอชอบ ทั้งการเขียน สไตล์ลิ่งจัดสิ่งของ และการค้าขาย</p>



<p>“มันเหมือนที่เขาบอกจริงๆ ว่าให้ลิสต์แต่ละจุดในชีวิตเอาไว้ แล้วสักวันมันจะเชื่อมกันเป็นเส้นเอง เราไม่รู้หรอกว่ามันจะมาเชื่อมกันตอนไหน เวลาทำงานอื่นๆ เราจะมาร์กไว้ในใจตลอดว่ามีจุดไหนที่เราชอบ หรือไม่ชอบ จนมาเจอการทำขนมนี่แหละที่เหมือนเข้าแล้วออกไม่ได้ เป็นงานที่ทำให้เราปลดอาชีพก่อนหน้าไปทีละอย่าง จนทุกวันนี้เหลือแค่อาชีพเดียวให้เรานิยามตัวเองได้แล้วว่าเป็นแม่ค้าขนม” หญิงสาวว่าด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะเล่าย้อนให้ฟังถึงจุดที่ทำให้ตัวเองค้นพบอาชีพที่ใช่นี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148999" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_63.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ที่จริงขนมไทยกับข้าวฟ่างไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าต่อกันซะทีเดียว หากจะให้นิยามคงต้องเรียกว่าเป็นเพื่อนที่เห็นหน้าค่าตากันมาตลอด แต่ไม่สนิท</p>



<p>ข้าวฟ่างเล่าให้ฟังว่าแม่ของเธอก็ทำขนมไทยขายมาแล้วกว่า 30 ปี เธอเองยังเคยเป็นลูกมือช่วยแม่เตรียมวัตถุดิบมาตลอด เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อินกับขนมไทยเท่าไหร่ เพิ่งมาเริ่มรู้สึกว่าการทำขนมไทยสนุกก็ตอนได้ลองทำขนมต้มเองเป็นครั้งแรก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-766x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149020" width="575" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-766x1024.jpg 766w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-224x300.jpg 224w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-768x1027.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-1149x1536.jpg 1149w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1-600x802.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_5-1.jpg 1513w" sizes="(max-width: 575px) 100vw, 575px" /></figure></div>



<p>“เราเป็นคนเรื่องมากกับการกินขนมไทย ขนมต้มที่เราชอบไส้ต้องไม่หวาน หอม แป้งต้องไม่หนามาก นุ่ม ไม่กระด้าง มะพร้าวข้างนอกก็ต้องไม่แข็ง เคยกินขนมต้มที่กรุงเทพฯ มาแล้วหลายเจ้าแต่ส่วนใหญ่มักจะหวาน พอไม่เจอที่ถูกใจสักทีเราเลยลองทำเอง คิดว่าคงไม่น่าจะเหนื่อยมาก สรุปทำตั้งแต่ 9 โมงเช้า 4 โมงเย็นเพิ่งจะได้กิน แถมหน้าปากซอยว่าไม่อร่อยแล้ว ทำเองกลับไม่อร่อยยิ่งกว่า”&nbsp;</p>



<p>ด้วยความเจ็บใจและยอมไม่ได้ที่ลูกแม่ค้าขนมไทยจะทำไม่อร่อย เธอจึงลงมือทำใหม่ในอีกหลายๆ ครั้งที่มีเวลาว่าง โดยเริ่มต้นตั้งแต่การเสาะแสวงหามะพร้าวอร่อย หาน้ำตาลมะพร้าวคุณภาพดี ทดลองผสมแป้งเอง ค่อยๆ เทสต์ไปเรื่อยๆ จนได้เป็นขนมต้มแป้งคล้ายโมจิ ที่องค์ประกอบของแป้งและไส้หนากำลังพอดี จากคนไม่อินกับการทำขนมไทยจึงเริ่มกลายเป็นสนุกที่ได้ทดลองทำ&nbsp;</p>



<p>คล้ายว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ เมื่อระหว่างทางมีคนทักเข้ามาในไอจีสตอรีว่าอยากลองกินมากขึ้นเรื่อยๆ Kanomlyloir จึงถือกำเนิด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149002" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_1-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“ขนมต้มออร์เดอร์แรกๆ ที่เราขายหน้าตาขี้เหร่มาก ไม่รู้เอาความมั่นใจมาจากไหนเหมือนกัน มันไม่ได้ดีหรอกตอนนั้น แต่เราเป็นคนตัดสินใจไว พอคิดว่าน่าจะขายได้แล้วก็ขายเลย เราถือคติว่าเรามีหน้าที่นำเสนอ ให้ลูกค้าเป็นคนปฏิเสธ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวไปก่อน อยากทำก็ทำเลย”&nbsp;</p>



<p>ก่อนจะทำให้เชื่อตัวเองเยอะๆ แต่พอทำไปแล้วให้เชื่อลูกค้าเยอะๆ เธอว่าแบบนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149003" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_2.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ร้านอยู่ได้ เกษตรกรต้นทางก็อยู่ได้ด้วย</strong></h3>



<p><strong></strong>ขนมไทยที่ข้าวฟ่างขายต่างจากภาพของขนมไทยที่เราเคยเห็นทั่วไป หนึ่งคือราคาสูงกว่าปกติ และสองคือน่ารักเป็นพิเศษ</p>



<p>สำหรับเรื่องราคาเธอให้เหตุผลว่าจริงๆ แล้วขนมไทยบ้านเราตั้งราคาถูกเกินกว่าที่มันควรจะเป็นต่างหาก</p>



<p>“เราใช้เวลาเป็นปีเลยกว่าจะทำให้แม่ยอมรับได้ว่าขนมไทยราคาร้อยกว่าบาทที่เราขายมันขายได้จริงๆ ตอนเราบอกแม่ว่าจะทำขนมไทยขาย แม่ไม่สนับสนุนเลย เพราะเขาไม่อยากให้เราลำบากเหมือนเขา แม่เคยขายขนมต้ม 6 ลูก 20 บาท ตะโก้ 4 ชิ้น 10 บาท เรายังแปลกใจเลยว่าแม่ตั้งราคานี้ได้ยังไง ทั้งๆ ที่วิธีการทำมันแฮนด์เมดทุกอย่างเลย สำหรับเราขนมไทยมันแทบจะไม่ใช่ขนมแล้วมันคืองานฝีมือมากกว่า ซึ่งเราว่างานฝีมือมันมีมูลค่าในตัวเอง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149005" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_27.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>เธอมองว่าบางครั้งราคาที่ตั้งไว้ก็ไม่อาจระบุว่าถูกหรือแพง ทุกอย่างเป็นความพอใจระหว่างคนซื้อและคนขายมากกว่า&nbsp;</p>



<p>“ระหว่างทางเราสื่อสารกับลูกค้าตลอดว่าเราทำอะไรอยู่ กำลังเริ่มทำขนมใหม่ กำลังเริ่มทดลองใช้สีธรรมชาติ กำลังเริ่มหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาใช้ กำลังปรับปรุงแพ็กเกจ เราเล่าให้ลูกค้าฟังตลอด จนพอเขาเห็นกระบวนการทั้งหมดที่เราทำออกมาเป็นของจริง เลยกลายเป็นว่าขนมนั้นๆ มีราคาของมันเอง โดยที่คนไม่ได้มองว่าถูกหรือแพง</p>



<p>“ตอนทำเราไม่ได้คิดเลยว่าเราใช้ต้นทุนไปเท่าไหร่ แต่เราเริ่มต้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบที่เราอยากจะใช้ก่อนแล้วค่อยมาตั้งราคาขาย โดยที่ก็ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องได้กำไร 5 เท่าจากการขายสิ่งนี้”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_13-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เธออธิบายว่าหัวใจของขนมไทยอยู่ที่วัตถุดิบ หากใช้วัตถุดิบที่ดีก็เหมือนกลัดกระดุมถูกเม็ด แค่รสหวาน มันธรรมชาติ จากตัววัตถุดิบก็สามารถชูรสอร่อยของขนมได้ เธอจึงพยายามสรรหาวัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรที่ใส่ใจดูแลวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางมาใช้ทำขนม ไม่ว่าจะเป็นมะพร้าวจากครอบครัวเกษตรกรที่บ้านแพ้ว ข้าวโพดหวานจาก Cornlily ฟาร์มข้าวโพดที่เริ่มต้นจากคนเป็นพ่อที่อยากปลูกข้าวโพดให้คนในครอบครัวกิน เจ้าของร้านกะทิคุณภาพดีที่ตั้งใจทำกะทิออกมาหวาน มัน กลมกล่อม หรือกระทั่งดอกไม้กินได้จาก young smart farmer เกษตรกรรุ่นใหม่จากชลบุรี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149007" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_59.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-776x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149008" width="582" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-776x1024.jpg 776w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-227x300.jpg 227w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-768x1014.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-1163x1536.jpg 1163w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4-600x792.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_4.jpg 1551w" sizes="(max-width: 582px) 100vw, 582px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149010" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_6-1.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>“การได้เจอคนต้นทางที่ตั้งใจผลิตวัตถุดิบดีๆ มันทำให้เรารู้ว่าเขาตั้งใจ เขามีแพสชั่นในการทำและมีความหวังดีอยากให้คนปลายทางได้กินอะไรดีๆ เราเลยรู้สึกว่าเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของวงจรนั้นด้วยการซื้อวัตถุดิบเหล่านั้นมาแปรรูปให้มีมูลค่า แล้วส่งต่อไปยังผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง”</p>



<p>และการที่เธอตั้งราคาขนมไว้เท่านี้ก็เพื่อที่เธอจะได้มีแรงไปสนับสนุน อุดหนุนคนอื่นๆ ต่อนั่นเอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149011" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_31.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เราเคยอ่านเจอเรื่องหนึ่งแล้วชอบมากจนเอามาปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักมานุษยวิทยาไปชนเผ่าหนึ่งในแอฟริกาแล้วเขาชวนเด็กๆ มาเล่นเกม ใครวิ่งไปถึงตะกร้าที่ใส่ผลไม้ไว้เร็วที่สุดคนนั้นจะได้กินผลไม้ทั้งหมดในตะกร้า แต่ปรากฏว่าสิ่งที่เด็กๆ ทำคือเขาคล้องแขนเรียงกันเป็นหน้ากระดานแล้ววิ่งไปพร้อมๆ กัน พอถึงตะกร้าก็แบ่งกันกิน เขาเลยถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เด็กๆ ก็พากันตะโกนคำหนึ่งที่แปลว่า ‘เราจะสุขได้ยังไง ถ้าคนอื่นเศร้า’</p>



<p>“คล้ายกันคือการที่เราขายขนมได้คนเดียวมันไม่เวิร์กเท่าการที่เราทำให้คนอื่นขายได้ด้วย แบบนั้นแฮปปี้กว่าเยอะเลย เวลาเกษตรกรมาบอกว่ามีคนรู้จักเขาเยอะขึ้น มีคนมาฟอลโลว์เพจเพิ่มขึ้น เราก็ดีใจ เราเป็นแค่คนทำขนมเอง แต่การที่เราเอาเรื่องราวของเขามาป้ายยาต่อ เอาวัตถุดิบของเขามาใช้กลับทำให้เขาสามารถขายของได้เยอะขึ้นได้ ในขณะที่เราเองก็ขายของได้ สำหรับเราการตั้งราคาแบบนี้มันมีเหตุผล”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149013" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_67-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความน่ารักคือเอกลักษณ์ที่ทำให้ต่างจากร้านอื่น</strong></h3>



<p>นอกจากคุณภาพที่อัดแน่นจนไม่กังขากับราคา อีกสิ่งที่ทำให้ลูกค้าของ Kanomlyloir ยินดีปรีดาที่สุดก็คือความน่ารักชวนนุบนิบใจ ที่ข้าวฟ่างบรรจงใส่ไว้ในทุกๆ ขั้นตอน&nbsp;</p>



<p>เธอบอกว่าหากเป็นเรื่องความประณีต ความดั้งเดิมของขนม เธอคงไม่อาจรับประกันได้ว่ากรรมวิธีการทำของเธอจะซับซ้อนและประณีตมากเท่าร้านอื่นหรือเปล่า แต่สิ่งที่รับประกันได้แน่ๆ คือร้านของเธอขายขนมที่มีส่วนผสมของความน่ารัก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-693x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149015" width="520" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-693x1024.jpg 693w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-203x300.jpg 203w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-768x1135.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-1040x1536.jpg 1040w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30-600x887.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_30.jpg 1386w" sizes="(max-width: 520px) 100vw, 520px" /></figure></div>



<p>“กลุ่มลูกค้าเราจะเป็นกลุ่มคนที่เรียกขนมไทยว่าน้อง เป็นคนกุ๊กกิ๊ก ปุ๊กปิ๊ก ถามว่าร้านเราต่างจากร้านขนมไทยอื่นๆ หรือมีเอกลักษณ์ตรงไหน เราว่าคืออันนี้แหละ มันเป็นขนมไทยที่น่ารัก”&nbsp;</p>



<p>เมื่อมีความน่ารักเป็นธงในใจทุกสิ่งที่เธอทำจึงเป็นไปเพื่อทำยังไงก็ได้ให้คนเห็นความน่ารักที่ว่า ไม่เพียงแค่ขนม แต่ยังรวมไปถึงแพ็กเกจจิ้งที่คนจะได้รับและภาพที่ใช้โปรโมตในอินสตาแกรม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149016" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_9.jpg 1242w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>“คนไม่ค่อยถ่ายรูปขนมไทยเว้นแต่จะอยู่ในคาเฟ่ต่างๆ เราเลยอยากทำสิ่งต่างๆ ให้มันออกมาน่ารัก โดยผสมความชอบของเราลงไป อาจจะตกแต่งหน้าขนมด้วยดอกไม้กินได้ เพราะเราชอบดอกไม้ แต่จะไม่ไปเปลี่ยนความเป็น traditional ของขนมไทย เรายังห่อใบตองเหมือนเดิม ยังทำขนมต้มรสชาติเดิม แค่เพิ่มโจทย์ว่าจะทำยังไงให้มันน่ารักขึ้น ความน่ารักมันเลยค่อยๆ เพิ่มเข้ามาเป็นส่วนผสมทีละนิด ซึ่งพอเป็นแบบนี้เราก็ไม่ต้องทำการตลาดเลย คนจะถ่ายรูป แชร์ และป้ายยากันต่อเอง ถ้าของเราตรงปกและดีจริง”</p>



<p>ข้าวฟ่างแชร์ให้ฟังว่าแม้ร้านจะเปิดมาเพียงแค่ 2 ปี แต่เธอก็เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งสำหรับใส่ขนมไปแล้วถึง 5 แบบ เพราะบางอันก็น่ารักจริง แต่พอจัดส่งไปให้ลูกค้าแล้วกลับเจอปัญหาว่าขนมเด้งไปติดอยู่ที่ฝากล่อง หรือแม้กระทั่งว่าแพ็กเกจน่ารักมาก แต่หากแกะแล้วลูกค้าจะไม่สามารถห่อกลับมาให้สวยเท่าเก่าได้&nbsp;</p>



<p>“หลักในการออกแบบแพ็กเกจจิ้งของเราตอนนี้คือต้องน่ารักและใช้งานได้ดี เวลาคิดเราเลยไม่ได้ตั้งโจทย์ไว้ว่ามันต้องเป็นรูปทรงแบบกล่องขนมเท่านั้นแต่จะเปิดรับทุกอย่างเลยว่าอะไรจะนำมาใช้ได้บ้าง อย่างกระปุกกลีบลำดวน เราก็เริ่มจากการหา candle packaging หรืออย่างขนมเทียนก็เป็นที่ใส่ข้าวสารของญี่ปุ่น มันเลยออกมาน่ารักและแปลกตา”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149018" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_14-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปณิธานของร้านคือการทำให้คนอื่นมีความสุข</strong></h3>



<p>อย่างที่ข้าวฟ่างบอกว่าชีวิตคือการต่อจุด องค์ประกอบหลายๆ อย่างของ Kanomlyloir ก็ประกอบสร้างมาจากความชอบของเธอที่คอยมาร์กไว้ตามแต่ละช่วงของชีวิต</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่นภาพสวยๆ ในอินสตาแกรมก็เป็นส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ในงานฟู้ดสไตล์ลิสต์ที่เธอเคยทำ สิ่งเหล่านั้นค่อยๆ สั่งสมเป็นองค์ความรู้ให้เธอหยิบจับและนำมาปรับใช้งาน ผสมกับความเป็นตัวของเธอเองในวัยเด็กที่เป็นคนชอบดูรูปภาพมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149022" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_8-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราไม่เปิดร้านในเฟซบุ๊ก เพราะชอบการเรียงกันของรูปภาพในอินสตาแกรม สิ่งหนึ่งที่เรามาร์กความชอบไว้คือเราเป็นคนชอบดูภาพ ตอนเด็กๆ จะชอบเข้าห้องสมุดประชาชนไปนั่งดูหนังสือภาพทั้งวัน พอมี pinterest เราก็เล่นมาตลอด รูปที่อยู่ในอินสตาแกรมเลยเหมือนกรองมาแล้วจากประสบการณ์ว่าถ่ายมุมนี้จะดี ถ่ายมุมนี้จะน่ารัก</p>



<p>หรืออย่างการตกแต่ง แพ็กของ ก็เป็นสิ่งที่เธอค้นพบว่าชอบตั้งแต่สมัยต้องเขียนเฟรนด์ชิปให้เพื่อนสมัยเรียน&nbsp;</p>



<p>“ทุกอย่างมันเป็นจุดที่มาเชื่อมกันได้ทั้งหมดเลย แค่ต้องเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทดลอง และรอเวลาที่เราจะได้ไปเส้นทางใหม่ๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-149024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_44-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“2 ปีที่เราทำร้านนี้มา มันสอนให้เรารู้ว่า อยากทำอะไรทำเลย อย่าเพิ่งไปกลัว เพราะกลัวแล้วจะไม่ได้ทำ และเมื่อเราลงมือทำแล้ว ลำดับต่อมาเราก็ต้องเอาใจใส่และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะบางครั้งความรักอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องมีความอดทนและใส่ใจประกอบกันด้วย</p>



<p>“ถ้าเราทำเพื่อตัวเองอย่างเดียวเราอาจจะเลิกทำไปนานแล้วก็ได้ เพราะคงมีงานอื่นที่สบายและได้เงินเยอะกว่านี้ แต่สิ่งที่เราเจอคืองานนี้มันทำให้คนอื่นมีความสุขได้ มันกลายเป็นว่าเราไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบเพื่อตัวเองแล้ว แต่เราอยากทำสิ่งนี้ให้คนอื่นมีความสุข อยากให้คนที่รับขนมไปรู้สึกดี&nbsp;</p>



<p>“เราได้ทำขนมให้เขาเอาไปส่งต่อเป็นของขวัญให้คุณแม่ คุณยาย ให้ลูกได้ลองกินขนมไทย ได้สนับสนุนเกษตรกรที่ตั้งใจจริง การเปิดร้านนี้ทำให้เราได้อะไรที่ใช้เงินซื้อไม่ได้กลับมา”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-149026" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/kanom-lyloir_12-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kanomlyloir/">Kanomlyloir ร้านขนมไทยที่ขายความน่ารักนุบนิบใจและเชื่อว่าขนมไทยไม่จำเป็นต้องราคาถูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>the daily objects แบรนด์กระเป๋าที่นำหนังวัวมีรอยมาชุบชีวิตใหม่ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-daily-objects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Oct 2021 01:59:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[the daily objects]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[brand]]></category>
		<category><![CDATA[Fashion Revolution]]></category>
		<category><![CDATA[slow fashion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอสารภาพว่า เรารู้จัก the daily objects ครั้งแรกจากคอมเมนต์ที่ พลอย–กุลชลี วงศ์แสงอนันต์ เจ้าของแบรนด์ พิมพ์ฝากร้านไว้ในอินสตาแกรมโพสต์ ‘Tag a small business’ ของ Fashion Revolution&#160; คำบรรยายยาวเหยียดที่เธอทิ้งไว้อย่าง ‘&#8230;เราเล็งเห็นปัญหาที่แบรนด์ใหญ่ๆ มองข้าม คือการนำหนังที่มีร่องรอยของการใช้ชีวิต มีแผลเป็น มีรอยหมัดกัดมาใช้ และเลือกที่จะไม่ให้โรงฟอกทำสีกลบ เพราะสำหรับเรา ความธรรมชาติดิบๆ นี้แหละคือความคลาสสิกของหนังแท้&#160; ‘กระเป๋าแต่ละใบทำจากหนังวัวพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของไทย โดยเราเลือกที่จะร่วมงานกับโรงฟอกที่ซื้อหนังเค็มจากผู้ค้าเนื้อรายย่อยในทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นการกระจายรายได้และเพิ่มมูลค่าให้หนังไปในตัว&#8230;’ น่าสนใจซะจนทำเอาเราที่กำลังไถหาแบรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่น่าสนใจเก็บเข้าลิสต์ช้อปปิ้งหยุดอ่าน และอดไม่ได้ที่จะขอแวะกดเข้าไปเยี่ยมชมหน้าร้าน ดูสักหน่อยว่าเครื่องหนังตามสรรพคุณที่ว่ามีหน้าตาเป็นยังไง&#160; ทันทีที่เห็น เราก็ขอนิยามว่าสินค้าเครื่องหนังของ the daily objects เป็นเครื่องหนังแบบชิลล์ๆ ไม่เป็นทางการ แต่ก็ยังแฟชั่น สะพายออกไปเที่ยวเก๋กรุบ ไม่โตเกินวัย แต่ก็ไม่เด็กจนทิ้งความเป็นทางการ เหมาะจะสะพายใช้ในหลากหลายสถานการณ์ และเพราะไม่อยากตื่นเต้นอยู่คนเดียว ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่า กระเป๋าหนังที่เหมาะจะใช้งานในทุกวันใบไหนควรถูกเลือกลงตะกร้าให้เราสะพายออกไปใช้ชีวิต&#160; เราขอชวนเจ้าของแบรนด์สาวมาพูดคุยกันถึงเรื่องราวของแบรนด์นี้ซะเลย แบรนด์กระเป๋าหนังใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากลูกสาวธุรกิจโรงฟอกหนังที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เราพอจะรู้มาบ้างว่า the daily [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-daily-objects/">the daily objects แบรนด์กระเป๋าที่นำหนังวัวมีรอยมาชุบชีวิตใหม่ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขอสารภาพว่า เรารู้จัก the daily objects ครั้งแรกจากคอมเมนต์ที่ <strong>พลอย–กุลชลี วงศ์แสงอนันต์ </strong>เจ้าของแบรนด์ พิมพ์ฝากร้านไว้ในอินสตาแกรมโพสต์ ‘Tag a small business’ ของ <a href="https://www.fashionrevolution.org">Fashion Revolution</a>&nbsp;</p>



<p>คำบรรยายยาวเหยียดที่เธอทิ้งไว้อย่าง ‘&#8230;เราเล็งเห็นปัญหาที่แบรนด์ใหญ่ๆ มองข้าม คือการนำหนังที่มีร่องรอยของการใช้ชีวิต มีแผลเป็น มีรอยหมัดกัดมาใช้ และเลือกที่จะไม่ให้โรงฟอกทำสีกลบ เพราะสำหรับเรา ความธรรมชาติดิบๆ นี้แหละคือความคลาสสิกของหนังแท้&nbsp;</p>



<p>‘กระเป๋าแต่ละใบทำจากหนังวัวพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของไทย โดยเราเลือกที่จะร่วมงานกับโรงฟอกที่ซื้อหนังเค็มจากผู้ค้าเนื้อรายย่อยในทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นการกระจายรายได้และเพิ่มมูลค่าให้หนังไปในตัว&#8230;’ น่าสนใจซะจนทำเอาเราที่กำลังไถหาแบรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่น่าสนใจเก็บเข้าลิสต์ช้อปปิ้งหยุดอ่าน และอดไม่ได้ที่จะขอแวะกดเข้าไปเยี่ยมชมหน้าร้าน ดูสักหน่อยว่าเครื่องหนังตามสรรพคุณที่ว่ามีหน้าตาเป็นยังไง&nbsp;</p>



<p>ทันทีที่เห็น เราก็ขอนิยามว่าสินค้าเครื่องหนังของ the daily objects เป็นเครื่องหนังแบบชิลล์ๆ ไม่เป็นทางการ แต่ก็ยังแฟชั่น สะพายออกไปเที่ยวเก๋กรุบ ไม่โตเกินวัย แต่ก็ไม่เด็กจนทิ้งความเป็นทางการ เหมาะจะสะพายใช้ในหลากหลายสถานการณ์</p>



<p>และเพราะไม่อยากตื่นเต้นอยู่คนเดียว ระหว่างที่กำลังตัดสินใจว่า กระเป๋าหนังที่เหมาะจะใช้งานในทุกวันใบไหนควรถูกเลือกลงตะกร้าให้เราสะพายออกไปใช้ชีวิต&nbsp;</p>



<p>เราขอชวนเจ้าของแบรนด์สาวมาพูดคุยกันถึงเรื่องราวของแบรนด์นี้ซะเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="746" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-1024x746.jpg" alt="the daily objects" class="wp-image-148805" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-1024x746.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-300x218.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-768x559.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-1536x1118.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-2048x1491.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Founder-original-600x437.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แบรนด์กระเป๋าหนังใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากลูกสาวธุรกิจโรงฟอกหนังที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน</strong></h3>



<p>ก่อนหน้านี้เราพอจะรู้มาบ้างว่า the daily objects คือแบรนด์ที่กุลชลีและน้องๆ เปิดเสริมขึ้นจากงานที่ทำอยู่ประจำ แต่เธอเพิ่งจะเฉลยให้เราฟังเดี๋ยวนั้นว่า งานประจำที่เธอทำอยู่ก็คือการดูแลธุรกิจโรงฟอกหนังอายุกว่า 70 ปี ของที่บ้าน</p>



<p>เธอบอกว่า หลังจากรับช่วงดูแลกิจการของที่บ้านมาพักใหญ่ก็เริ่มสังเกตเห็นว่า ลูกค้าจำนวนมากมักมีสเปกของเครื่องหนังในใจ นั่นคือต้องสวยปิ๊ง ไร้ตำหนิ แต่เพราะโรงฟอกหนังของกุลชลีเน้นรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรไทยเป็นส่วนใหญ่ เพราะอยากกระจายรายได้ให้ชุมชน หนังที่ได้มาจึงมีส่วนที่ไม่สวยติดมาด้วย&nbsp;</p>



<p>“เกษตรกรที่เราทำงานด้วยเขาไม่ได้เลี้ยงวัวในระบบปิด หนังจึงค่อนข้างมีร่องรอยการใช้ชีวิตของวัวอยู่บ้าง บวกกับเวลาแล่หนัง เขาก็จะใช้วิธีการแบบบ้านๆ หน่อย คือใช้มีดแล่โดยตรง บางทีจึงอาจแฉลบไปโดนผิว ทำให้หนังเป็นรอยได้ จะไม่ได้มีระบบถลกหนังดีๆ แบบต่างประเทศที่ล็อกสเปกได้เลยว่าจะเอาหนังส่วนไหนบ้าง เราต้องรับซื้อมาทั้งหมดแล้วค่อยมาคัดเลือกเองทีหลัง”&nbsp;</p>



<p>เมื่อเห็นว่าหนังที่มีรอยแผลถูกกองทิ้งไว้อย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้พร่องคุณสมบัติ สามารถนำไปใช้งานเป็นกระเป๋าหรือทำข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ได้เช่นกัน เพียงแต่คนไม่ค่อยนิยม นั่นเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากต่อยอดนำหนังที่ถูกมองผ่านมาพัฒนาเป็นโปรดักต์ภายใต้แบรนด์ the daily objects</p>



<p>“เรามองว่าการที่หนังมีรอยเป็นเรื่องปกติมาก เหมือนคนเรานี่แหละที่ผิวหนังแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราเลยอยากทำอะไรที่สามารถเปลี่ยนมายด์เซตของผู้บริโภคให้เข้าใจว่า หนังที่ไม่สวยก็ยังใช้งานได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-1024x683.jpg" alt="the daily objects" class="wp-image-148807" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-2.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>อีกหนึ่งเหตุผลคือ เธออยากสื่อสารออกไปให้คนภายนอกรับรู้ว่า จริงๆ แล้วอุตสาหกรรมเครื่องหนังไม่ได้เลวร้ายต่อโลกอย่างที่หลายๆ คนมีภาพจำ&nbsp;</p>



<p>“คนมักคิดว่าโรงฟอกต้องมีโรงฆ่าสัตว์เป็นของตัวเอง เป็นธุรกิจสกปรก สร้างน้ำเสีย แต่จริงๆ&nbsp; แล้วไม่ใช่ ธุรกิจโรงฟอกแบบที่เราทำคือการนำของเหลือมาใช้ มาแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นด้วยซ้ำ มันเป็นการ close the cycle ให้ครบลูป”&nbsp;</p>



<p>เธอขยายให้ฟังว่า ซัพพลายของโรงฟอกหลักๆ มาจากการกินเนื้อของผู้บริโภค หากเมืองไทยมีกลุ่มคนที่กินเนื้ออยู่ ยังไงปลายทางก็จะมีของเหลือใช้อย่างหนังอยู่&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีการนำไปใช้ต่อยอดทำอะไร หนังพวกนี้ก็จะถูกกำจัดโดยการนำไปฝังกลบ ซึ่งก็ไม่ดีต่อดินอีก การเอาหนังมาเพิ่มมูลค่าจึงเป็นทางเลือกที่วิน-วิน นอกจากเกษตรกรจะได้เงินจากการค้าเนื้อ ก็จะได้เงินจากการค้าหนังด้วย”&nbsp;</p>



<p>กุลชลียังบอกด้วยว่า นอกจากการซื้อหนังจากเกษตรกรในประเทศจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชาติ ข้อดีอีกอย่างก็คือ การลด carbon footprint จากการขนส่ง</p>



<p>ส่วนเรื่องน้ำเสีย เธอบอกว่า ที่จริงไม่ว่าจะทำอุตสาหกรรมใดก็ย่อมต้องมีของเสียอยู่แล้ว ไม่จำกัดเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องหนัง</p>



<p>“เรามองว่าถ้าอยากจะอยู่ในธุรกิจนี้อย่างยั่งยืน เราต้องกลับมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ว่าเราเอาอะไรจากเขามา และเราจะช่วยดูแลเขาได้ยังไง อย่างเราใช้น้ำในธุรกิจเยอะ โรงฟอกของเราจึงศึกษาระบบบำบัดน้ำเสียอย่างลงลึก ไปดูงานที่เมืองนอกว่าเขาใช้วิธีการใดบ้าง แล้วมาปรับเครื่องจักรให้ทันสมัยขึ้น จนตอนนี้สะอาดจนนำน้ำมาวนใช้ใหม่ในโรงงานได้แล้ว”</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-683x1024.jpg" alt="" data-id="148808" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=148808" class="wp-image-148808" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="682" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-682x1024.jpg" alt="" data-id="148809" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=148809" class="wp-image-148809" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-682x1024.jpg 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-768x1153.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-1023x1536.jpg 1023w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-600x901.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-4.jpg 1044w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></figure></li></ul></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งใจทำของใช้แนว everyday objects ให้คนใช้นาน ใช้บ่อย จะได้ยิ่งยั่งยืน</strong></h3>



<p>โปรดักต์ของ the daily objects มักเป็นสินค้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันตามชื่อแบรนด์ เพราะกุลชลีอยากให้คนเข้าใจว่า หนังก็เป็นไอเทมสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ได้เข้าถึงยาก และอยากให้คนนำสินค้าของแบรนด์ไปใช้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด การออกแบบจึงมีหลักสำคัญเพียงไม่กี่ข้อ นั่นคือต้องเบาและทน&nbsp;</p>



<p>“เราออกแบบสินค้าโดยยึดจากวัตถุดิบหนังที่มี และคิดจากว่าในช่วงนั้นๆ เราใช้อะไรหรือต้องการอะไรมากที่สุด พยายามจะทำของเบสิกๆ ที่ใช้ได้ทุกคน เพราะคำว่า sustainable สำหรับเราคือการที่ของชิ้นนั้นใช้ได้นาน หรือเราได้รับประโยชน์จากสิ่งของนั้นจนคุ้มค่า เราเลยอยากทำสินค้าในรูปแบบ everyday objects ที่ทุกคนสามารถใช้ได้”</p>



<p>tote bag ที่เป็นสินค้าเปิดตัวแบรนด์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน</p>



<p>นอกจากจะออกแบบมาให้ทรงเหมือนกับกระเป๋าผ้าเพื่อความสะดวกในการใช้งาน สามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิง มีน้ำหนักเบา เธอยังตั้งใจไม่ทำซับข้างในเพื่อที่จะนำไปใช้ได้ทั้งสองด้าน&nbsp;</p>



<p>“ก่อนทำแบรนด์ เราเก็บข้อมูลจากคนรอบข้างแล้วพบว่า จริงๆ แล้วเขาก็ชอบเครื่องหนัง แต่มันหนัก ไม่สะดวกจะใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้แล้วปวดหลัง เลยเลือกใช้กระเป๋าผ้าแทน เราเลยคิดว่า จะดีแค่ไหนถ้าทำกระเป๋าหนังให้มีน้ำหนักเบาเหมือนกระเป๋าผ้าได้”</p>



<p>กระบวนการทำหนังให้บางแต่ยังทนทานเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะถ้าบางไป หนังก็เสี่ยงขาด ยิ่งบางจะยิ่งไม่ทน นี่จึงเป็นโจทย์หลักที่แบรนด์ใช้เวลารีเสิร์ช trial and error อยู่กว่าปี คิดว่าจะทำยังไงให้ tote bag ออกมาบาง เบา แต่ยังคงรับน้ำหนักได้ดีอยู่ กว่าจะสำเร็จออกมาเป็นสินค้าจริงได้อย่างทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>และถึงแม้จะทำสินค้าออกมาได้สำเร็จแล้ว โจทย์ยากลำดับต่อไปที่แบรนด์ยังต้องหาทางแก้ปัญหามาจนทุกวันนี้ก็คือการสื่อสารให้คนเข้าใจถึงร่องรอยของหนังบนสินค้า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="600" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1.jpg" alt="the daily objects" class="wp-image-148812" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/17-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แม้ตลาดจะยังไม่เปิดรับ แต่ก็ขอลองทำอย่างตั้งใจ</strong></h3>



<p>“ตอนที่คิดจะทำแบรนด์ เราคิดไว้สวยหรูมากว่ายังไงคนก็ต้องรับไอเดียได้ คนจะเข้าใจว่าหนังมีรอยก็สวย ใช้งานได้ เพราะเทรนด์ด้าน sustainable กำลังมาด้วย แต่พอทำจริง ตลาดในไทยกลับยังไม่ค่อยเปิดใจขนาดนั้น” กุลชลีหัวเราะ เล่าย้อนว่า เคยมีลูกค้าฟีดแบ็กกลับมาด้วยซ้ำว่า ทำไมกระเป๋าของแบรนด์ถึงเป็นรอย&nbsp;</p>



<p>“ยอมรับเลยว่าพอได้รับฟีดแบ็กอย่างนี้ก็ทำให้เราเขวนิดหนึ่ง คิดว่าควรเปลี่ยนจุดยืนของแบรนด์ไหม ถ้าไอเดียนี้ไม่เวิร์ก แต่ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะเราเองก็ยังสื่อสารไปถึงกลุ่มลูกค้าไม่ชัดเจนด้วย</p>



<p>“ยังไงเราก็ยังอยากโชว์ให้คนเห็นว่า หนังที่มีร่องรอยยังใช้ได้ตามที่ตั้งใจ เราอยากเซตให้สิ่งนี้เป็นเทรนด์ขึ้นมาให้ได้ อยากทำให้คน appreciate ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่าง อาจจะไม่ใช่แค่กับเครื่องหนังอย่างเดียว แต่เราอยากให้คนรู้ว่า การที่ของบางสิ่งไม่ได้สวยเนี้ยบก็ไม่ได้แปลว่ามันด้อยค่าไปกว่าของที่สวย”&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจว่า จะนำพาแบรนด์ไปในแนวทางเดิม ไม่เปลี่ยนคอนเซปต์</p>



<p>“หนังที่มีรอยจริงๆ แล้วมัน sustainable มาก เพราะมันลดทอนกระบวนการผลิตได้หลายกระบวนการเลย ตั้งแต่การขัดผิวหนัง การพ่น การทำสี เมื่อไม่ได้ใช้กระบวนการเหล่านั้นก็ช่วยลดขยะในโรงงาน ลดการใช้สารเคมี โรงฟอกก็บำบัดน้ำเสียน้อยลง มันดีต่อทุกคนเลย ดีต่อสิ่งแวดล้อม ดีต่อโรงฟอก ดีต่อคนทำงาน ดีต่อคนใช้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“ถ้าในอนาคตคนยอมรับสิ่งนี้ได้มากขึ้นก็คงเป็นเรื่องดี” เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-148811" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-2-1.jpg 1568w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-daily-objects/">the daily objects แบรนด์กระเป๋าที่นำหนังวัวมีรอยมาชุบชีวิตใหม่ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/to-work-france/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Sep 2021 09:57:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147512</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ ถนนฌ็องเซลิเซ่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และอีกหลากหลายสถานที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างภาพจำทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นเมืองแสนโรแมนติก จนไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากจะทำให้ใครๆ ต่างใฝ่ฝันว่าอยากจะมาเยือนและใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสสักครั้งในชีวิต  แต่กับ กัน–กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา สถาปนิกชาวไทยที่อยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบ เขาบอกกับเราว่าตอนย้ายมาความรู้เกี่ยวกับฝรั่งเศสแทบจะเป็นศูนย์ สิ่งยอดฮิตที่ใครหลายคนฝันถึงล้วนไม่อยู่ในความสนใจ “ฝรั่งเศสมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยตรงที่บ้านเมืองเขาก็เละเทะเหมือนบ้านเรานี่แหละ เอาจริงๆ เมืองค่อนข้างสกปรกมากด้วยซ้ำ ดีกว่าหน่อยตรงที่เขามีระบบการบริหารและสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ มีกฎหมายคุ้มครองพลเมืองแข็งแรง” เขาเปรียบ แต่แม้เมืองแห่งนี้จะมีหลายข้อเสียจนทำให้เขาอยากจะกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุดหลังเรียนจบ ท่ามกลางข้อเสียเหล่านั้น ความอิสระและความก้าวหน้าทางการงาน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสกลับกลายมาเป็นประเทศที่เขาอยากจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ&#160; ชีวิตที่ไม่เหมือนภาพฝันในฝรั่งเศสของกันเป็นยังไง สถาปนิกหนุ่มพร้อมเล่าให้เราฟังแล้ว เปิดประตูสู่ฝรั่งเศสด้วยการศึกษา ก่อนจะย้ายมาฝรั่งเศส กันคือนิสิตจบใหม่ป้ายแดงจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมผังเมือง (Urban Architecture) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเป็นสาขาที่ในประเทศไทยยังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรือเห็นเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ณ ตอนนั้น เขาจึงคิดไว้อยู่แล้วว่าหากอยากจะเติบโตในสายงานนี้ ยังไงก็คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในต่างประเทศ จากคำแนะนำของอาจารย์ในภาควิชา ฝรั่งเศสจึงเข้ามาเป็นตัวเลือกสำคัญ เพราะมองว่าไหนๆ ก็มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศแล้ว หากได้ภาษาที่สามกลับไปด้วยก็คงดี&#160; ก่อนบินจริงเขาจึงเริ่มต้นเรียนภาษาที่ Alliance française Bangkok ก่อนประมาณ 3 เดือน แล้วไปตายเอาดาบหน้าที่ฝรั่งเศสด้วยแพลนที่วางไว้คร่าวๆ คือเรียนภาษา สอบวัดระดับให้ผ่าน และสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตย์ “ตอนนั้นเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสเลย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-work-france/">ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ ถนนฌ็องเซลิเซ่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และอีกหลากหลายสถานที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างภาพจำทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นเมืองแสนโรแมนติก จนไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากจะทำให้ใครๆ ต่างใฝ่ฝันว่าอยากจะมาเยือนและใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสสักครั้งในชีวิต </p>



<p>แต่กับ <strong>กัน–กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา</strong> สถาปนิกชาวไทยที่อยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบ เขาบอกกับเราว่าตอนย้ายมาความรู้เกี่ยวกับฝรั่งเศสแทบจะเป็นศูนย์ สิ่งยอดฮิตที่ใครหลายคนฝันถึงล้วนไม่อยู่ในความสนใจ</p>



<p>“ฝรั่งเศสมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยตรงที่บ้านเมืองเขาก็เละเทะเหมือนบ้านเรานี่แหละ เอาจริงๆ เมืองค่อนข้างสกปรกมากด้วยซ้ำ ดีกว่าหน่อยตรงที่เขามีระบบการบริหารและสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ มีกฎหมายคุ้มครองพลเมืองแข็งแรง” เขาเปรียบ</p>



<p>แต่แม้เมืองแห่งนี้จะมีหลายข้อเสียจนทำให้เขาอยากจะกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุดหลังเรียนจบ ท่ามกลางข้อเสียเหล่านั้น ความอิสระและความก้าวหน้าทางการงาน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสกลับกลายมาเป็นประเทศที่เขาอยากจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ชีวิตที่ไม่เหมือนภาพฝันในฝรั่งเศสของกันเป็นยังไง สถาปนิกหนุ่มพร้อมเล่าให้เราฟังแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-711x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147529" width="533" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-711x1024.jpg 711w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-208x300.jpg 208w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-768x1107.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-1066x1536.jpg 1066w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-600x865.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1.jpg 1421w" sizes="(max-width: 533px) 100vw, 533px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เปิดประตูสู่ฝรั่งเศสด้วยการศึกษา</h3>



<p>ก่อนจะย้ายมา<a href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-pong/">ฝรั่งเศส</a> กันคือนิสิตจบใหม่ป้ายแดงจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมผังเมือง (Urban Architecture) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเป็นสาขาที่ในประเทศไทยยังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรือเห็นเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ณ ตอนนั้น เขาจึงคิดไว้อยู่แล้วว่าหากอยากจะเติบโตในสายงานนี้ ยังไงก็คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในต่างประเทศ</p>



<p>จากคำแนะนำของอาจารย์ในภาควิชา ฝรั่งเศสจึงเข้ามาเป็นตัวเลือกสำคัญ เพราะมองว่าไหนๆ ก็มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศแล้ว หากได้ภาษาที่สามกลับไปด้วยก็คงดี&nbsp;</p>



<p>ก่อนบินจริงเขาจึงเริ่มต้นเรียนภาษาที่ Alliance française Bangkok ก่อนประมาณ 3 เดือน แล้วไปตายเอาดาบหน้าที่ฝรั่งเศสด้วยแพลนที่วางไว้คร่าวๆ คือเรียนภาษา สอบวัดระดับให้ผ่าน และสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตย์</p>



<p>“ตอนนั้นเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสเลย พูดได้แค่ bonjour (สวัสดี), ça va (สบายดีไหม) วันแรกที่เท้าแตะพื้นสนามบิน Charles de Gaulle จำได้เลยว่าเราวิตกจริตมาก มันเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งเลย ออกจากสนามบินคือสนามรบ กลัวมากว่าจะสื่อสารกับคนอื่นไม่ได้ กลัวว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรแล้วจะทำอะไรไม่ถูก” สถาปนิกหนุ่มย้อนความ</p>



<p>“ต้องขอบคุณแม่มากๆ เลย เพราะเขาช่วยเราจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่หาบ้าน หาเอเจนซีสถาบันภาษา ไปจนถึงทำแผนที่ให้เลยว่าออกจากสนามบินแล้วต้องเจออะไรบ้าง ขึ้นรถไฟที่ไหน ยังไง คุณแม่เตรียมข้อมูล หารายละเอียดให้ทุกอย่าง”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="769" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1024x769.jpg" alt="" class="wp-image-147520" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1024x769.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-768x577.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1536x1154.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-2048x1539.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เขาบอกว่ากว่าจะปรับตัวเข้ากับประเทศใหม่ได้ก็ทำเอาเหนื่อย แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าสิ่งสำคัญของการมาอยู่ต่างประเทศคือใจล้วนๆ ถ้ามาแล้วไม่สู้ ไม่อยู่ให้รอดด้วยตัวของตัวเอง ก็มีทางเดียวคือเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด</p>



<p>ถึงแม้จะเผชิญกับความเครียดอย่างการสอบวัดระดับทางภาษาไม่ผ่านอยู่หลายหน แต่สุดท้ายเขาก็สู้จนเข้าเรียนที่โรงเรียนสถาปัตย์ (École nationale supérieure d&#8217;architecture de Paris-La Villette) ได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147521" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">การเรียนการสอนที่สนับสนุนให้คนกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์</h3>



<p>ความแตกต่างของการเรียนสถาปัตย์ที่ฝรั่งเศสกับประเทศไทยอยู่ที่ระบบความคิด&nbsp;</p>



<p>กันอธิบายให้ฟังว่า ฝรั่งเศสสอนให้เขาเริ่มต้นคิดงานอย่างมีลำดับขั้นตอนจาก 1-5 เวลาที่คนในแวดวงสถาปัตย์ที่นั่นจะออกแบบบางสิ่ง พวกเขาจะมองเป็นสเตปที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่มีข้ามขั้น งานที่ออกมาจึงจะมีเหตุผลรองรับอยู่เสมอ</p>



<p>“งานออกแบบที่นี่แม้จะไม่ได้หวือหวาเหมือนประเทศอื่นๆ แต่มันมีรายละเอียดและความหมายซ่อนอยู่ งานแต่ละงานคิดมาแล้วว่าตอบโจทย์ถึงทำออกมาแบบนั้น อีกอย่างที่เห็นชัดเลยคือที่นี่เป็นประเทศประชาธิปไตย เขาจึงให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดมาก หากอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิก็สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ตลอด ถ้ามีเหตุผลว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ เขาก็รับฟัง หรือถ้าใครเห็นต่างก็เอาเหตุผลของอีกคนมาพูดคุยกัน งานสถาปัตย์ที่นี่เลยค่อนข้างแตกต่าง เพราะคนเขากล้าทำ กล้าออกแบบ กล้าแตกต่าง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147527" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ยิ่งไปกว่านั้นคือระบบสวัสดิการสำหรับการศึกษาที่นี่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ในทุกๆ แคว้นจะมีมหาวิทยาลัยให้เลือกเรียนใกล้บ้านได้ โดยที่คุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกัน ไม่มีการจัดอันดับว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหน</p>



<p>“เขาทำให้การศึกษามันเท่ากันได้จริงๆ ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง รวมถึงสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการเรียนอย่างเวิร์กช็อปต่างๆ โรงเรียนก็ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ส่วนหนึ่ง เราสามารถเข้ามิวเซียมได้ฟรีถ้าเป็นนักเรียน สายศิลปะ หรือสายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะก็มีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนั้นยังมีการช่วยเหลือสวัสดิการพื้นฐานอย่างการลดค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชน การช่วยจ่ายค่าที่อยู่อาศัย และประกันสุขภาพ ให้นักเรียนด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147523" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>แม้วันนี้กันจะอยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบแล้ว แต่หากย้อนกลับไปในวันที่เขาเรียนจบ ความคิดที่จะอยู่ที่นี่ยาวนานถึงขนาดนี้แทบจะไม่มีในหัวเลยด้วยซ้ำ</p>



<p>“ตอนนั้นเราไม่ชอบชีวิตที่นี่เลย คิดว่าเรียนจบปุ๊บคงกลับไทยปั๊บ เพราะมันเครียด อึดอัด และซัฟเฟอร์มาก ทุกอย่างคือการต่อสู้ คนที่มาจากประเทศที่ทุกอย่างชิลล์ไปหมดอย่างเราเลยต้องวางแผนตัวเองแทบจะทุกย่างก้าว”&nbsp;</p>



<p>มากไปกว่านั้นคือชีวิตจริงในฝรั่งเศสของกันก็แทบจะไร้ภาพเมืองในฝันที่ทุกคนเคยคิดถึง เขาบอกว่าฝรั่งเศสของจริงสกปรกมาก ก้นบุหรี่เต็มเมือง มีฉกกระเป๋า มีขโมย กระทั่งเขาเองยังเคยโดนดูถูก โดนถุยน้ำลายใส่ด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>แต่สุดท้ายประโยค ‘กลับไปประเทศไทยน่ะง่าย แต่กลับมาฝรั่งเศสอีกครั้งยาก’ ก็ฉุดรั้งให้กันตัดสินใจใช้ชีวิต หางานทำที่นี่ดูก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-764x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147518" width="573" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-764x1024.jpg 764w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-224x300.jpg 224w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-768x1029.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-1146x1536.jpg 1146w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-600x804.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1.jpg 1177w" sizes="(max-width: 573px) 100vw, 573px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">สู่ชีวิตการทำงานจริงในฐานะพลเมืองโลก</h3>



<p>หลังจากเรียนจบปริญญาโท เขาจึงเริ่มต้นทำงานที่ร้านอาหารไทยไปพลางๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากสายงานสถาปัตย์ที่ตนเองสนใจมาตลอด โดยที่ระหว่างนั้นก็ยื่นสมัคร<a href="https://youtu.be/4DZci4YC5Jw" target="_blank" rel="noreferrer noopener">งานสถาปนิก</a>ไปด้วย&nbsp;</p>



<p>จนที่สุดก็ได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ที่บริษัทสถาปนิกแห่งหนึ่ง และเพิ่งจะได้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำที่บริษัทแห่งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>“ก่อนหน้านี้เครียดมาก ต้องขอบคุณพี่คนไทยและเพื่อนหลายๆ คนที่คอยให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะพี่ติ๊กกับมาย่า เจ้าของร้านอาหาร Villa Papillon เขาเป็นที่ปรึกษาให้เรามาตลอด” กันว่า</p>



<p>“ข้อดีของการเป็นสถาปนิกที่นี่สำหรับเราคือการได้เข้าใจว่าความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบคือความงามที่แท้จริง หรือที่คนฝรั่งเศสเรียกว่า ‘งามแบบมีตำหนิ’ งานออกแบบของเขาไม่ยึดติดกับพิมพ์นิยม ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ให้คุณค่ากับความงดงามในแบบที่เป็นตัวเรา ถือความเป็น originality เป็นสิ่งสำคัญ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-147517" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1536x865.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-2048x1153.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอบคุณภาพจาก Brenac &amp; Gonzales &amp; Associés</figcaption></figure></div>



<p>งานที่กันทำมีตั้งแต่สเกลอย่างอาคารออฟฟิศ อาคารที่พักอาศัย ไปจนถึงงานสเกลใหญ่อย่างบ้านพักนักกีฬาสำหรับโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2024 ที่จะถึง แล้วแต่ว่าบริษัทจะชนะประกวดการออกแบบอะไรมา ซึ่งความสนุกของการทำงานเหล่านั้นก็อยู่ตรงที่เขาสามารถคิดนอกกรอบหรือหยิบเอาวัตถุดิบใหม่ๆ มาเติมให้อาคารน่าสนใจมากขึ้นได้ อีกทั้งในประเทศเองก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เลือกใช้ในการออกแบบเยอะ</p>



<p>นอกจากนั้นเขายังได้ร่วมทำงานแบบทีมเวิร์กกับเพื่อนที่มาจากทั่วทุกมุมโลก&nbsp;</p>



<p>“พอได้รู้จักคนหลายๆ เชื้อชาติ ได้ทำงานกับคนจากหลากหลายวัฒนธรรม มันทำให้เรารู้สึกว่าเราทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้&nbsp;</p>



<p>“ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น ไม่ได้ถือระบบอาวุโส ว่าฉันเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน เขาไม่ได้มานั่งคิดว่าเธอเด็กกว่าไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็น ที่นี่ถ้าคุณไม่รู้ก็คือไม่รู้ เรามาเรียนรู้พร้อมกันได้ ซึ่งเราชอบมาก มันเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานที่หาไม่ได้ที่ไทย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="714" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1024x714.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1024x714.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-768x536.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1536x1071.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-2048x1429.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-600x419.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอบคุณภาพจาก Brenac &amp; Gonzales &amp; Associés</figcaption></figure>



<p>ส่วนข้อเสียหรืออุปสรรคที่กันต้องเผชิญก็มีมาก หนึ่ง–คือกำแพงด้านภาษาที่ทำให้คนต่างชาติอย่างเขาเหนื่อยหน่อย โดยเฉพาะเมื่อต้องศึกษากฎข้อบังคับ หรือกฎหมายควบคุมต่างๆ สอง–คือโลกที่ต่างออกไปจากระบบการเรียน ซึ่งกันบอกว่าเขาต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดันเสมือนต้องทำทีสิสอยู่ทุกวี่วัน และสาม–คือนิสัยการทำงานที่ต่างไปจากคนไทย</p>



<p>“คนที่นี่เวลามีปัญหาอะไรเขาจะไม่ค่อยปล่อย จะพยายามหาทางแก้ไขจนกว่าจะได้ โดยที่บางครั้งก็ไม่ได้มองหาวิธีการแก้ไขทางอื่น ต่างจากคนไทยเราที่พลิกแพลงเก่ง และที่สำคัญคือเขาค่อนข้างจะขี้บ่นโต้เถียงกันมาก บรรยากาศการทำงานเลยค่อนข้างจะไม่สงบ” กันหัวเราะ ก่อนจะบอกว่าหลักการทำงานกับคนฝรั่งเศสที่สำคัญที่สุดและใช้ได้เสมอมานั่นคือ หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจตรงไหนต้องถามให้ชัดเจน&nbsp;</p>



<p>“ไม่รู้คือไม่รู้ ต้องบอก อย่าไปกลัว”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-592x1024.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147525" width="444" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-592x1024.jpg 592w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-173x300.jpg 173w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-768x1329.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-888x1536.jpg 888w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-600x1038.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490.jpg 1125w" sizes="(max-width: 444px) 100vw, 444px" /></figure></div>



<p>ในส่วนของสวัสดิการที่ได้รับกันก็เล่าให้ฟังว่าแม้ตอนที่เขาเป็นลูกจ้างชั่วคราว ฝรั่งเศสก็มีสวัสดิการคุ้มครองคนทำงานที่ใช้ได้&nbsp;</p>



<p>“บริษัทส่วนใหญ่จะเคารพเวลาส่วนตัว ไม่มีการทำงานเกินเวลาโดยไม่จำเป็น มีระบบประกันสุขภาพ มีเงินช่วยเหลือค่าเดินทางและมีบัตรคูปองอาหารเที่ยงให้ นี่เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้”</p>



<p>ก่อนหน้านี้ที่เขาถูกเลิกจ้าง ประเทศฝรั่งเศสก็มีการคุ้มครองให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม หนึ่ง–คือสามารถขอวีซ่าตกงานเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของระยะเวลาการอยู่ในประเทศได้ระหว่างที่หางานใหม่ และสอง–คือมีสวัสดิการให้ทั้งเงินช่วยเหลือ หรือการจ่ายในราคาที่ถูกลงสำหรับค่าบริการในกิจกรรมต่างๆ สำหรับคนว่างงาน เช่น ศูนย์กีฬา พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น</p>



<p>“กรมการจัดหางานที่นี่จะมีการให้คำปรึกษาเพิ่มเติมด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่เรายังขาดไปในการทำงาน เขาจะมีเวิร์กช็อปให้ลงเรียนพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมด้วย” กันว่า เขาบอกว่าทั้งหมดนี้ก็มีต้นเหตุจากระบบภาษีที่ทำให้เห็นว่าจ่ายไปแล้วจะย้อนกลับคืนมาสู่ตัวคนทำงานจริงๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-576x1024.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147524" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-576x1024.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-169x300.jpg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-768x1365.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-864x1536.jpg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-600x1067.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1.jpg 1125w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>“การอยู่ที่นี่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็น world citizen มากกว่าการเป็นคนไทยในฝรั่งเศส ประเทศนี้แต่ละคนมีบุคลิกเฉพาะตัว มีความเป็นตัวเองสูงมาก แต่เขาเคารพซึ่งกันและกัน ยอมรับในความแตกต่างและมองว่าคนทุกคนเท่ากัน เขาเชื่อถือใน ‘ภราดรภาพ เสรีภาพ เสมอภาค’ กันมาก ไม่ได้มองคำว่า nationality แต่มองคำว่า humanity กันแล้ว”</p>



<p>การอยู่ที่ฝรั่งเศสแม้จะมีทั้งส่วนที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่กันบอกว่ามันคล้ายความรู้สึกว่ายิ่งเกลียดยิ่งรัก เพราะแม้ชีวิตที่ไทยจะสะดวกสบายสำหรับเขามากกว่าในหลายๆ เรื่อง แต่หากวันนี้เขายังอยู่ไทย เขาก็คงจะไม่ได้สัมผัสโลกที่ทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-work-france/">ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Mirrr Ninja Collab’ เมื่อ What The Duck ชวนนักวาดมาตีความเพลงใหม่ของ Mirrr ลงใน NFT</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mirrr-ninja-collab/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 13:24:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[What The Duck]]></category>
		<category><![CDATA[Mirrr]]></category>
		<category><![CDATA[NFT]]></category>
		<category><![CDATA[Mirr Ninja Collab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146872</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากดูจากความคึกคักครึกครื้นของชุมชนนักวาดไทยในตลาด NFT และการที่ระบบเหรียญดิจิทัลชนิดนี้ค่อยๆ ขยับเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น ถึงขั้นคนที่สนใจมาก่อนหน้าเอ่ยปากว่าในที่สุดก็คุยกับเพื่อนรู้เรื่องสักที ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเมื่อมีใครพูดถึง NFT เราคงไม่ต้องมาอธิบายอย่างยืดยาวแล้วว่า NFT คือระบบเหรียญดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทำซ้ำ คัดลอก ทดแทนหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้  แม้กระทั่งการบอกว่านี่อาจเป็นทางรอดสำหรับศิลปินในบ้านเมืองที่น้อยคนนักจะเห็นค่าของศิลปะ ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกันดีแล้ว&#160; การเกิดขึ้นของ ‘Mirrr Ninja Collab’ โปรเจกต์ที่เริ่มต้นจากการร่วมมือร่วมใจของ 3 กลุ่มคนอย่าง มอย–สามขวัญ ตันสมพงษ์ ตัวแทนของค่ายเพลงดังอย่าง What The Duck, Studio Visual Assembly ทีมเบื้องหลังที่คอยซัพพอร์ตงานของ H.U.I. บริษัทของนักออกแบบคอนเสิร์ตอย่าง พล หุยประเสริฐ และสองสมาชิกวง Mirrr อย่าง โต–เลอทัศน์ เกตุสุข และ นาว–วิชชานนท์ ว่องวีรชัยเดชา จึงถือเป็นอีกหนึ่งขยับสำคัญที่เข้ามาตอกย้ำว่า NFT คือโอกาสใหม่ๆ ที่คนในวงการสร้างสรรค์น่าเข้าไปทดลอง ความพิเศษของโปรเจกต์นี้นอกจากจะนำเสนอออกมาในรูปแบบของการรวมตัวกันระหว่างศิลปะและเสียงเพลง ผ่านการนำเนื้อร้องในเพลง นินจา (เพลงใหม่ที่จะพลิกไปสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้นของ Mirrr หลังก้าวเท้าเข้าสู่บ้าน What The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mirrr-ninja-collab/">‘Mirrr Ninja Collab’ เมื่อ What The Duck ชวนนักวาดมาตีความเพลงใหม่ของ Mirrr ลงใน NFT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากดูจากความคึกคักครึกครื้นของชุมชนนักวาดไทยในตลาด NFT และการที่ระบบเหรียญดิจิทัลชนิดนี้ค่อยๆ ขยับเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้น ถึงขั้นคนที่สนใจมาก่อนหน้าเอ่ยปากว่าในที่สุดก็คุยกับเพื่อนรู้เรื่องสักที ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเมื่อมีใครพูดถึง NFT เราคงไม่ต้องมาอธิบายอย่างยืดยาวแล้วว่า <a href="https://adaymagazine.com/nft1/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">NFT</a> คือระบบเหรียญดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวที่ไม่สามารถทำซ้ำ คัดลอก ทดแทนหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ </p>



<p>แม้กระทั่งการบอกว่านี่อาจเป็นทางรอดสำหรับศิลปินในบ้านเมืองที่น้อยคนนักจะเห็นค่าของศิลปะ ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจตรงกันดีแล้ว&nbsp;</p>



<p>การเกิดขึ้นของ ‘Mirrr Ninja Collab’ โปรเจกต์ที่เริ่มต้นจากการร่วมมือร่วมใจของ 3 กลุ่มคนอย่าง <strong>มอย–สามขวัญ ตันสมพงษ์</strong> ตัวแทนของค่ายเพลงดังอย่าง What The Duck, Studio Visual Assembly ทีมเบื้องหลังที่คอยซัพพอร์ตงานของ H.U.I. บริษัทของนักออกแบบคอนเสิร์ตอย่าง <strong>พล หุยประเสริฐ</strong> และสองสมาชิกวง Mirrr อย่าง <strong>โต–เลอทัศน์ เกตุสุข</strong> และ <strong>นาว–วิชชานนท์ ว่องวีรชัยเดชา</strong> จึงถือเป็นอีกหนึ่งขยับสำคัญที่เข้ามาตอกย้ำว่า NFT คือโอกาสใหม่ๆ ที่คนในวงการสร้างสรรค์น่าเข้าไปทดลอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-820x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146893" width="615" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-820x1024.jpg 820w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/240956850_2086770674804274_8966743269917872153_n.jpg 1603w" sizes="(max-width: 615px) 100vw, 615px" /></figure></div>



<p>ความพิเศษของโปรเจกต์นี้นอกจากจะนำเสนอออกมาในรูปแบบของการรวมตัวกันระหว่างศิลปะและเสียงเพลง ผ่านการนำเนื้อร้องในเพลง <em><a href="https://youtu.be/wmWZI6baeMc" target="_blank" rel="noreferrer noopener">นินจา</a></em> (เพลงใหม่ที่จะพลิกไปสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้นของ Mirrr หลังก้าวเท้าเข้าสู่บ้าน What The Duck) มาตีความเป็นภาพ NFT Art เพื่อประกอบขึ้นเป็น lyrics video ซึ่งจะถูกลงขายจริงๆ ใน OpenSea&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังต่อยอดให้แฟนแพลงหรือกระทั่งผู้ที่สนใจทุกคนมาทำ NFT Art ตามธีม ‘The Lonely Girl and The Watcher’ เพื่อรวบรวมทำเป็น special video&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดนี้ก็เพื่อขยับขยายคนสองกลุ่มที่อาจจะยังเข้าไม่ถึงซึ่งกันและกันให้ได้รู้จักกันมากขึ้น </p>



<p>และเพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นมาเป็นไปของโปรเจกต์ Mirrr Ninja Collab อย่างลงลึกในรายละเอียด เราจึงชวนผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนมาพูดคุยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-1024x576.png" alt="" class="wp-image-146874" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM-600x338.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.06.43-PM.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">โปรเจกต์นี้เริ่มต้นได้ยังไง คุณเห็นโอกาสอะไรในตลาด NFT</h4>



<p><strong>มอย :</strong> ผมบอกตลอดว่า NFT น่าสนใจ ค่ายเราน่าจะลองทำอะไรกับสิ่งนี้ดู เราเคยเชิญอาจารย์ด้านนี้มาคุย ให้ความรู้กับน้องๆ ก็มีศิลปินในค่ายสนใจ แต่สุดท้ายก็ติดปัญหาว่าแล้วจะขายอะไรดี จะขายงานศิลปะก็คงไม่ใช่เพราะเราทำเพลง เหมือนเป็นช่วงที่กำลังหาว่าหากคนดนตรีอยากเข้าไปทำ NFT บ้างจะทำยังไงให้กลมกลืน</p>



<p>ทีนี้มันมาถูกเวลาตรงที่ว่าพอ Mirrr ย้ายมาอยู่กับเรา เขาก็กำลังพยายามเปลี่ยนจากการเป็น Mirrr ยุคแรก ที่มีเพลงแบบ <em>นิโคติน, เกม </em>หรือ<em> มาโซคิสม์</em> ให้ไปในแนวทางที่เป็นตัวเองมากขึ้น กำลังทำอัลบั้มของตัวเอง ซึ่งพอเราคุยกันเรื่องคอนเซปต์อัลบั้ม คุยเรื่องไดเรกชั่นของวง ก็มีคีย์เวิร์ดหลายๆ คำที่หลุดออกมา เช่น ไซเบอร์พังก์ โลกเสมือนจริง หรือโลกดิจิทัล เราเลยได้พี่พลมาทำมิวสิกวิดีโอเพลงเปิดตัวอัลบั้มนี้ให้ภาพมันชัดขึ้นไปอีก </p>



<p><strong>พล :</strong> ตอนที่มอยส่งเพลงของ Mirrr มาให้ฟัง ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยอะไรเกี่ยวกับ NFT เลยด้วยซ้ำ แต่เราฟังแล้วรู้สึกว่าซาวนด์อัลบั้มนี้มันเท่ มีความโมเดิร์น ความดิจิทัลผสมอยู่ เรารู้สึกได้ว่าเขากำลังพยายามขยับ กำลังแสดงตัวตนอีกมุมหนึ่งที่ชัดเจนมากขึ้น เราเลยคุยกันว่าอยากจะทำเอ็มวีแบบ virtual ขึ้นมา เพราะเพลงที่วงทำมาดูน่าจะต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่แบบที่เขาตั้งใจได้&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะโควิด-19 แพลนถ่ายเราเลยค่อนข้างล่าช้าออกไป ประจวบกับค่ายก็อยากให้มี lyrics video ด้วย เราเลยเสนอว่างั้นเราใช้สิ่งนี้เป็นตัวเปิดในการทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับ NFT ไปเลยดีไหม เราเลยมีทั้ง lyrics video จาก Studio Visual Assembly ที่ภาพในนั้นก็จะถูกนำไปขายเป็น NFT และยังมีแคมเปญพิเศษที่ให้คนทำ NFT ขึ้นมาแล้วเดี๋ยวเราจะรวบรวมทำเป็น special video ช่วยโปรโมตให้เขา ซึ่งมันจะเขียนเลยว่า Mirrr คอลแล็บกับใคร ถ้าเห็นแล้วอยากซื้อรูปนี้ก็ไปซื้อจากเขาได้เลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-1024x576.png" alt="" class="wp-image-146906" width="768" height="432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM-600x338.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.08-PM.png 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมถึงคิดว่ามันจะเป็นตัวเปิดที่เหมาะสม</h4>



<p><strong>พล :</strong> เพราะเราก็อยากทดลองว่าหากโลกของดนตรีกับศิลปะมาเจอกับ NFT จะสามารถครีเอตอะไรได้บ้าง ถ้าเอาเพลงในสไตล์ของ Mirrr มาประกอบกับรูปจะเป็นยังไง&nbsp;</p>



<p>เรามองว่า NFT มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม คนส่วนใหญ่เป็นศิลปินกันเอง อาจจะมีคนไปลงทุนบ้าง เพราะ Cryptocurrency มันโต แต่วงการเพลงและดนตรีมันเป็นวงการเปิด เราเลยคิดว่าถ้าเราสามารถเอาสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงได้อย่างเพลงเข้าไปจับ ก็น่าจะเป็นจุดเชื่อมที่ดีที่ช่วยให้วงการนี้มันขยับ ทำให้เกิดตลาดที่กว้างขึ้น คนที่ชอบ Mirrr อาจจะไม่เคยเล่น NFT เลยก็ได้ แต่พอฟังเพลงนี้ เห็นโปรเจกต์นี้ เขาอาจจะอยากไปลองทำ NFT ดู เราถือว่านี่คือสิ่งดี จะได้มากหรือได้น้อยไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย</p>



<p>ย้อนกลับไปตอนคอนเสิร์ตของ BOWKYLION ที่เราทำให้ What The Duck ก็เป็นอะไรคล้ายๆ กัน คือเราเอานิทรรศการ งานถ่ายรูป มาผสมกับงานเพลงให้มันเกิดเป็นโปรเจกต์ใหม่ ครั้งนี้ก็เป็นอีกขยับหนึ่ง ซึ่งเราก็มองว่าสิ่งนี้มันเหมาะกับคาแร็กเตอร์ที่ Mirrr กำลังจะก้าวไป เอาเพลงมาเจอกับภาพ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อ&nbsp;</p>



<p>การทำเป็น NFT ก็เหมือนเราได้ลองสำรวจดูว่าต่อไปมันจะพาเราไปเจอจุดไหนที่น่าสนใจไหม มันคือการลองทำอะไรใหม่ๆ แหละ ยังไง What The Duck ก็เป็นค่ายที่ชอบลองอยู่แล้ว ก็ลองเลย</p>



<p><strong>มอย :</strong> (พยักหน้าเห็นด้วย) เราไม่ได้มองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนหรือเป็นทางรอดของค่ายเพลงหรอก โปรเจกต์นี้ค่อนข้างจะกึ่งทดลองนิดหนึ่ง เพราะเราไปศึกษาที่ศิลปินหรือค่ายเพลงต่างประเทศทำกันมันก็ยังไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เขาทำ NFT ออกมาแบบมีความไฮบริดหน่อยๆ เช่น Kings Of Leon ก็ไม่ได้ขายแค่อัลบั้มที่เป็น NFT แต่เขามีแพ็กเกจเสริมที่เล่นกับพริวิเลจของแฟนคลับ มีการเพิ่มผลประโยชน์อย่างการให้ตั๋วแถวหน้าของวงไปตลอดชีวิตด้วย&nbsp;</p>



<p>เราก็มองว่าการที่เราลองทำสิ่งนี้มันอาจจะเป็นโอกาสใหม่ เป็นถนนเส้นใหม่ที่เราสามารถสร้างรายได้ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146900" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main-01-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในฐานะศิลปิน Mirrr คิดเห็นยังไงกับไอเดียนี้</h4>



<p><strong>โต :</strong> จริงๆ ผมมองว่าต้องขอบคุณพี่พลด้วยที่เสนอสิ่งนี้มา มันมาถูกจังหวะในช่วงที่ผมกำลังอยากออกไปจากโลกแห่งความเป็นจริง</p>



<p>ด้วยความที่ผมเป็นคนค่อนข้างขี้อาย ไม่ค่อยชอบแสดงออก เราเลยสนใจแนวคิดพวกการสร้างอวาตาร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ 3 มิติขึ้นมาหลายปีแล้ว เคยคุยกับพี่ๆ ด้วยซ้ำว่าเราอยากมี AI หรือคาแร็กเตอร์อะไรมาแทนตัวเองจัง จะได้ใช้คาแร็กเตอร์นั้นมาสื่อสารสิ่งต่างๆ แทน ซึ่งน่าจะช่วยได้มากสำหรับคนแบบเราที่มองว่าตัวเองไม่ค่อยเก่ง ไม่ค่อยเข้าใจตัวเอง</p>



<p>อย่างเวลาที่เราทำเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง ผมอาจจะถนัดในด้านการสร้างเสียงเพลง แต่ไม่ได้ถนัดสร้างแพ็กเกจจิ้งหรือบอกเล่าออกมา ในที่นี้คือไม่ใช่แค่ตัวตนของการเป็นศิลปินที่ถูกคาดหวังจากสังคมนะ แต่หมายถึงตัวตนของเพลงเลยด้วยซ้ำ เราไม่รู้ว่าจะอธิบายคนฟังยังไงว่าแนวเพลงของเรามันเป็นแบบไหน นั่นคือจุดแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่าความเป็นดิจิทัลมันตรงกับจิตวิญญาณของผม (หัวเราะ) </p>



<p>มันอาจจะดูเป็นเรื่องเหนือจริงในการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น AI แต่ในต่างประเทศมันเริ่มมีโมเดลแบบนี้ขึ้นมาแล้วจริงๆ และมันสามารถสร้างมูลค่าได้สูงมาก แม้จะฟังดูยากในการเริ่มต้น แต่ผมไม่อยากให้มองว่าสิ่งนี้มันเป็นเรื่องในจินตนาการ&nbsp;</p>



<p>เหมือนกันกับ NFT สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมกับนาวสนใจกันมาก่อนแล้ว เราเคยคุยกับหลายคนว่าศิลปะในเมืองไทยราคาถูกเพราะดีมานด์มันน้อย กำลังซื้อส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ แต่พอ NFT เข้ามาทำให้ตัวกลางหายไป ไม่มีการหักเปอร์เซ็นต์ใดๆ (ไม่นับค่าแก๊สในแพลตฟอร์มต่างๆ) ในอนาคตมันก็ทำให้ศิลปินสามารถสร้างแกลเลอรีขึ้นมาได้เองโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ ไม่ต้องมีคอนเนกชั่นกับใคร&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันสามารถสร้างดีมานด์ให้กับศิลปินไทยได้ ทำให้คนทั่วไปรับรู้ถึงคุณค่าของการทำงานศิลปะ คือในเบื้องต้นคนอาจจะมองว่า NFT เป็นการเก็งกำไรแหละ แต่แล้วมันผิดตรงไหน ถ้านั่นคือการที่จะมีเม็ดเงินเข้ามาในประเทศ เข้ามาสู่ศิลปินที่เคยถูกมองว่าไม่มีมูลค่า มันก็ไม่เห็นจะมีข้อเสีย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-1024x576.png" alt="" class="wp-image-146901" width="768" height="432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM-600x338.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.38-PM.png 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พวกคุณสื่อสารภาพความเป็นดิจิทัลออกมาผ่านเพลงได้ยังไงบ้าง</h4>



<p><strong>นาว :</strong> ในทางดนตรี ถ้าฟังเพลง <em>นินจา </em>จะเห็นเลยว่ามันมีความแปลกใหม่ขึ้น มันเริ่มจากการตีความสิ่งที่โตอยากจะสื่อสารออกมา เราคุยกันว่าเพลงนี้จะพูดถึงอะไร พอผมได้ยินคำว่านินจาผมก็ตีความให้มันมีกลิ่นความเป็นตะวันออกของญี่ปุ่น ใส่ดนตรีประเภทเครื่องสายลงไปประกอบกับซาวนด์เอฟเฟกต์ที่เป็นซาวนด์ดีไซน์ให้มันมีกลิ่นความเป็นญี่ปุ่น มี ambient เสียงดาบให้รู้สึกว่าเราอยู่ในบรรยากาศแบบนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่ได้อินสไปร์มาจากเกมต่างๆ ผมเลยจะโฟกัสไปที่การทำบรรยากาศเพลงให้มีความล่องลอย มันเป็นเพลงที่ถ้าฟังครั้งเดียวอาจจะจับรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ ต้องฟังหลายๆ ที ซึ่งตอนที่เราทำเพลงนี้เสร็จเราก็ชอบไดเรกชั่นนี้กันมาก มันเป็นเหมือนการเปิดจักรวาลของอัลบั้มนี้เลย</p>



<p><strong>พล :</strong> ขอเสริมว่าเราในฐานะคนที่เอาโปรเจกต์นี้มานั่งคิดต่อ พอฟังวิธีคิดเพลง ฟังสิ่งที่เขามองตัวเอง มันรู้สึกเลยว่าเพลงที่ทำออกมามันคือเขาจริงๆ คาแร็กเตอร์ของ Mirrr คือเด็กเนิร์ด เด็กนั่งเล่นเกมในห้อง ดังนั้นเนื้อเพลงมันก็สะท้อนคาแร็กเตอร์ความเป็นตัวเขา เป็นคนแอบชอบที่เหมือนนินจา อาศัยอยู่ในอีกโลกหนึ่ง และถ้าดูเนื้อเพลงนี้ก็จะเห็นเลยว่า โห นางเอกจะเหงาอะไรขนาดนี้ นินจานี่ก็เป็นผู้ยอมทุกอย่างเลย เป็นคนในที่มืด ไม่อยากให้เห็นตัวตน ส่วนตัวเราเลยรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้มันมีความกลมมากทั้งในเรื่องของซาวนด์ที่เขาทำออกมาและคาแร็กเตอร์ของเพลง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-1024x576.png" alt="" class="wp-image-146904" width="768" height="432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1-600x338.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.07.57-PM-1.png 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">มีเพลงแล้ว มีไอเดียแล้ว กระบวนการทำงานขั้นต่อไปคืออะไร กว่าจะออกมาเป็นภาพใน lyrics video อย่างที่เราเห็น</h4>



<p><strong>พล :</strong> กระบวนการทำงานมันก็คือการเอาเนื้อเพลงของเขามาตีความเพื่อจะเล่าตัวตนของเขาแหละ แต่เราต้องบอกก่อนว่าการทำงาน NFT กับการทำงานดีไซน์ในโปรเจกต์ที่ผ่านๆ มาของ H.U.I. มันต่างกันเยอะเหมือนกัน</p>



<p>สมมติเราทำคอนเสิร์ต เราจะพยายามเข้าใจศิลปิน ทำงานดีไซน์ให้มันออกมาตรงกับคาแร็กเตอร์เขา แต่กับ NFT มันคืองานที่เป็นตัวตนของนักวาดเจ้าของรูปนั้น อย่างที่ออฟฟิศนี่เราก็พยายามบอกให้น้องทำเลย นอกจากจะเป็นการหารายได้เสริมให้ตัวเอง มันยังเป็นการได้หาสไตล์ของตัวเอง หาว่าตัวตนของเขาเป็นใครด้วย</p>



<p>แต่เนื่องจากงานนี้มันเป็นงาน NFT เชิงโปรเจกต์ เราเลยต้องมีธีมกลางที่เอาไว้กำหนดภาพรวมต่างๆ มันเลยจะมีท่าบังคับคือต้องมีองค์ประกอบของผู้หญิงที่นั่งเศร้าอยู่กลางรูป ซึ่งเราใช้คำว่า ‘The Lonely Girl and The Watcher’ สื่อถึงว่าแม้ผู้หญิงคนนั้นจะเหงา เศร้า อกหัก หรืออะไรก็ตาม มันจะมีคนหนึ่งที่คอยเห็นคุณอยู่เสมอ เพื่อที่ว่าเวลาเราเอา NFT ที่คนทางบ้านส่งเข้ามาร่วมด้วยมันจะได้เชื่อมเป็นแคมเปญเดียวกันได้</p>



<p>มันคือการตั้งโจทย์ให้ชัดก่อน แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้เกิดความสนุกในงาน สุดท้ายงานของน้องๆ ในทีมที่ถูกทำมาเป็น lyrics video ก็ยังมีความเป็นตัวตนของเขาอยู่ ทุกคนจะได้ทำในสิ่งที่เขาคิด และเราจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับงานดีไซน์ของเขา เพราะมันคืองานของเขา คือตัวตนของศิลปิน แค่เป็นงานที่มีอินสไปร์มาจากเพลง <em>นินจา</em> และผูกเข้ากับแคมเปญนี้เฉยๆ</p>



<p>เราถึงบอกว่าเราอยากให้โปรเจกต์นี้มีคนข้างนอกมาร่วมด้วยเยอะๆ ยิ่งถ้าเขาไม่เคยวาด NFT แล้วมาวาดให้เรา เราจะโคตรดีใจเลย เพราะมันคือประตูที่พวกเราอยากจะเปิดไปให้ถึง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-146902" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/DSC06372-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การที่ศิลปินหรือคนทั่วไปสนใจทำ NFT เพื่อเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ ดีต่อเขายังไง</h4>



<p><strong>พล :</strong> ก็หวังว่าเขาจะขายได้นะ เดี๋ยวพี่มอยจะไปไล่ซื้อ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>มอย :</strong> ที่ส่งมาสวยหลายรูปนะ&nbsp;</p>



<p><strong>พล :</strong> เราก็จะได้ช่วยโปรโมตให้เขาแหละ ในทางหนึ่งมันก็อาจจะทำให้เกิดการ bounce ของธุรกิจด้วย เช่น ฟังเพลงนี้แล้วนึกถึง NFT ลองกดไปซื้อ หรือลองลงไปทำ NFT เราว่ามันดีสำหรับตลาดทั้งคู่ โปรเจกต์นี้อาจจะไม่ได้จบแค่เพลงของ Mirrr หรืออาจจะไม่ได้จบที่รูปของน้องๆ ที่ทำขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่มันอาจจะเป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้มีจำนวนศิลปินเข้าไปจอย NFT มากขึ้นอีก&nbsp;</p>



<p>ซึ่งเรามองว่าสิ่งที่ศิลปินที่เข้ามาร่วมด้วยจะได้คือการได้สำรวจหาสไตล์ของตัวเองนั่นแหละ ส่วนเรื่องจะขายได้-ไม่ได้ เราว่ายังไงหลังจากนั้นเดี๋ยวเงินก็จะมาเอง อาจจะไม่ได้มาด้วยรูปแบบ NFT ก็ได้ อย่างเราเองตอนนี้เวลาเลือกคนมาช่วยทำงานกราฟิก เราก็ไปเปิดจาก OpenSea ดูนะ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146903" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/main04-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">มองภาพอนาคตที่มี NFT มาเกี่ยวข้องกับศิลปะไว้ยังไงกันบ้าง</h4>



<p><strong>มอย :</strong> เราว่ามันไปต่อได้อยู่แล้ว ไม่ต่างจากสมัยก่อนหรอก มันคล้ายจากสมัยก่อนที่เราฟังเพลงจากซีดีแล้วเปลี่ยนเป็น MP3 แล้วอยู่ดีๆ Apple ก็ออก iTunes มา จนทุกวันนี้คนซื้อในแนวคิดสตรีมมิงกันหมดแล้ว ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป คนซื้อไม่ได้ต้องการจะเป็นเจ้าของขนาดนั้น แต่แค่ได้ชื่นชม ได้เสพอะไรที่เขาสามารถจ่ายเงินได้ก็พอใจ คุณสมัคร Spotify เดือนละไม่กี่ร้อย คุณก็ได้ฟังเพลงทั้งหมดอย่างถูกกฎหมาย และเงินนั้นก็ส่งถึงผู้ผลิตและผู้สร้างสรรค์งานด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>พล :</strong> มันเป็นทิศทางของโลกแหละ ตอนนี้โลกมัน decentralize เราพบแล้วว่าคนในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เป็นเจ้าของทุกอย่าง เราต้องการแค่ช่องทางในการฟังเพลง หรือครอบครอง NFT โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของชิ้นงานจริงๆ ต่อไป Mirrr อาจจะขายอัลบั้มแบบเป็น Cryptocurrency ก็ได้ ไม่มีใครรู้เลย แต่มันเดินไปต่อแน่ๆ และเราก็ต้องเดินตามไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-1024x576.png" alt="" class="wp-image-146909" width="768" height="432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM-600x338.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Screen-Shot-2564-08-31-at-3.08.22-PM.png 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้าย คาดหวังผลลัพธ์ของโปรเจกต์นี้ไว้ยังไง</h4>



<p><strong>พล :</strong> อยากให้คนส่งมากันเยอะๆ ได้ยินเพลงนี้เยอะๆ และอยากให้โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์นำร่องที่จุดประกายให้ค่ายอื่นหันมาสนใจโปรเจกต์แบบนี้</p>



<p><strong>มอย :</strong> ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการที่มีคนส่งเข้ามาร่วมเยอะๆ แน่นอน ณ จุดนี้ที่เราเห็นว่าโอกาสมันมา เวลามันเหมาะสม ศิลปินเองก็สนใจจะทำ เราเลยทำสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อทดลองอะไรใหม่ๆ ซึ่งถ้าสิ่งที่ได้กลับมาคือมีคนเริ่มสนใจสิ่งนี้เพิ่มขึ้น หรือทำให้วงการมันขยับตัวมากขึ้น ผมว่ามันจบแล้วนะ&nbsp;</p>



<p>เราไม่ได้บอกว่าเราทำสิ่งนี้เป็นกลุ่มแรก ศิลปินหลายๆ คนเขาก็ทำกันมาแล้ว เราเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่มาคอนเฟิร์มว่าตรงนี้มันมีโอกาสอยู่ ยิ่งกับช่วงนี้ที่ยังมีโควิด-19 ศิลปินยังออกไปทำอะไรแบบเดิมๆ ไม่ได้ ผมว่ามันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ</p>



<p><strong>โต :</strong> สำหรับผมสิ่งนี้มันเป็นความมันส่วนตัวนิดหนึ่ง พูดตรงๆ ว่ามันอาจจะไม่สำเร็จก็ได้ สุดท้ายโปรเจกต์นี้อาจจะไม่แมส แต่มันก็เป็นสิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว แค่นั้นสำหรับผมก็คือสำเร็จแล้ว ไม่ว่าในสายตาของคนอื่นมันจะถูกมองว่าสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เพราะเราคุยกับทีมเรื่องนี้มาตลอด และได้เห็นความตั้งใจที่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจากทุกฝ่ายจริงๆ&nbsp;</p>



<p>สังเกตคือตั้งแต่เริ่มคุยกันมาผมยังไม่ได้พูดถึงเพลงเลย แทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเราปล่อยเพลง (หัวเราะ) เพราะผมมองว่าไม่ว่าจะเพลง ภาพ หรือแคมเปญ มันเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันทั้งหมด ในเชิงการตลาดหรือยอดขายไม่มีใครบอกได้หรอกว่าสิ่งนี้มันจะเวิร์กไหม แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าสิ่งนี้มันเข้า NFT ไปแล้ว และมันเป็นสิ่งที่มีสตอรี เดี๋ยวมันจะมีมูลค่าเอง ซึ่งอาจจะมีมูลค่ามากกว่าในปัจจุบันก็ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mirrr-ninja-collab/">‘Mirrr Ninja Collab’ เมื่อ What The Duck ชวนนักวาดมาตีความเพลงใหม่ของ Mirrr ลงใน NFT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; &#124; Nerd Eye View EP.1</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2021 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงมด]]></category>
		<category><![CDATA[Nerd Eye View]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ รมยาสัย]]></category>
		<category><![CDATA[มด]]></category>
		<category><![CDATA[เนิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145856</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มา คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand สร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย” ‘กานต์ รมยาสัย’ คือเจ้าของเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; ที่ฝักใฝ่ในเรื่องมดมาตั้งแต่อายุเพียงเลขหลักหน่วย จากที่นั่งหยิบจับใบไม้กิ่งไม้มาสร้างเป็นอาณาจักรให้มดตามข้างทาง ความฝันที่จะมีมดเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้เมื่อเขาบินไปเรียนต่อไกลถึงอเมริกา หลายปีที่ผ่านมาเพจแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงมดของเขาเล่าทุกเรื่องเกี่ยวกับมดแบบลงลึก จนสามารถสร้างธุรกิจเกี่ยวกับมดได้จริงๆ ประสบการณ์การออกตามล่าหามดสุดแรร์จะพีคแค่ไหน และทำไมคนหนึ่งคนถึงได้เนิร์ดเรื่องมดขนาดนี้? ชวนขุดลึกเรื่องมดกับกานต์ ในรายการ Nerd Eye View รายการที่จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาลความชอบของคนหลากวงการ 1ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย 11ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/">ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; | Nerd Eye View EP.1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#039;คนเลี้ยงมด&#039; | Nerd Eye View EP.1" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/k3RC12EcofM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มา<span style="display: none;"> คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand </span>สร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย”</p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/ant-keeping-thailand/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">‘กานต์ รมยาสัย’</a> คือเจ้าของเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; ที่ฝักใฝ่ในเรื่องมดมาตั้งแต่อายุเพียงเลขหลักหน่วย จากที่นั่งหยิบจับใบไม้กิ่งไม้มาสร้างเป็นอาณาจักรให้มดตามข้างทาง ความฝันที่จะมีมดเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาเป็นจริงขึ้นมาได้เมื่อเขาบินไปเรียนต่อไกลถึงอเมริกา</p>



<p>หลายปีที่ผ่านมาเพจแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงมดของเขาเล่าทุกเรื่องเกี่ยวกับมดแบบลงลึก จนสามารถสร้างธุรกิจเกี่ยวกับมดได้จริงๆ</p>



<p><p>ประสบการณ์การออกตามล่าหามดสุดแรร์จะพีคแค่ไหน และทำไมคนหนึ่งคนถึงได้เนิร์ดเรื่องมดขนาดนี้? ชวนขุดลึกเรื่องมดกับกานต์ ในรายการ <a href="https://youtube.com/playlist?list=PLdWUnTNFHNm1LHn1dHHzFk6RfMnNC32j_" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Nerd Eye View</a> รายการที่จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาลความชอบของคนหลากวงการ</p>

<div style="display: none;">
1ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
11ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
111ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
2ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
22ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
222ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
3ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
33ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
333ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
4ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
<h2> คนเลี้ยงมด : Ant Keeping Thailand </h2>
44ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
444ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
5ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
55ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
555ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
6ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
66ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
666ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
7ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
77ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
777ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
8ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
88ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
888ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
<h2> คนเลี้ยงมด </h2>
9ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
99ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
999ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
0ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
00ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
000ตั้งแต่ตอน 7-8 ขวบ ผมชอบเด็ดใบไม้กิ่งไม้มาสร้างรังให้มด ทำเหมือนมันเป็นเมืองจำลองของเรา ไม่รู้หรอกว่าใต้ดินลงไปมันเป็นอาณาจักรที่มีนางพญามด มีมดงาน มีไข่มด มีตัวอ่อนมด เป็นเมืองจริงๆ เลย
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-nerdeyeview-antkeepingthail/">ขุดลึกเรื่องมดกับเพจ &#8216;คนเลี้ยงมด&#8217; | Nerd Eye View EP.1</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีทำเพจสาระให้สนุกแบบฉบับ ‘นวล’ เพจที่เชื่อว่าถ้าเป็นเรื่องสนุกใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nual-content-creator/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2021 11:19:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพจศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Content Creator]]></category>
		<category><![CDATA[นวล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145624</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวัสดีเราคือนักเขียนที่จะมาเล่าเรื่อง ‘นวล’ (เลียนเสียงนวลหนึ่งแมตช์) นวล คือเพจเล่าเรื่องที่มีตัวเอกเป็นคาแร็กเตอร์หมาบ้านสุดกวนที่ถอดแบบมาจาก ‘นวล’ หมาในชีวิตจริงของ กวิน ศิริพานิช คอยถ่ายทอดเรื่องราวที่บ้างก็เสียดสี บ้างก็ให้สาระ บ้างก็เน้นความสนุกขบขัน และบ้างก็แอบขายของทิ้งท้าย&#160; กวิน ชายผู้ให้กำเนิดคาแร็กเตอร์นวลมักบอกอยู่เสมอว่านวลไม่ได้เกิดจากความตั้งใจว่าจะเอามาทำมาหากิน ชายหนุ่มคนนี้ชอบวาดรูปมาแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยความที่เข้าเรียนในคณะสถาปัตยกรรม นอกจากการตัดโมเดล คิดไอเดีย โดนล้มไอเดีย กลับมาทำไอเดียใหม่วนไป เขาก็แทบจะไร้เวลามาจับดินสอร่างเส้น พอส่งทีสิสจบ สมองและร่างกายที่ผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงจึงร้องเรียกหางานอดิเรกเก่าเก็บที่คิดถึงมานาน การวาดรูปและแต่งเรื่องเกี่ยวกับนวลเพื่อบำบัดจิตใจจึงเริ่มขึ้นนับแต่นั้น “รูปชั่วมาก” กวินเปิดรูปประกอบให้เราดูพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาบอกว่านาทีที่สรรค์สร้างนวลขึ้นมาบนโลก แทบจะไม่ได้คิดอะไร วาดเสร็จก็โพสต์ลงในเฟซบุ๊กตัวเองแบบเรียลไทม์ แต่ด้วยความที่นวลอาจจะมีคาแร็กเตอร์เหมือนหมาในชีวิตจริงของคนทั่วไป คือเป็นหมาที่ถ่อยบ้างเอาแต่ใจบ้าง ต่างกับหมาที่ดูน่ารักตลอดเวลาในโลกอินเทอร์เน็ต อินไซต์นี้จึงกระแทกใจผู้คนที่พบเห็น ส่งผลให้กระแสความนิยมของนวลพุ่งสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น จากที่วาดลงเฟซบุ๊กส่วนตัวให้เพื่อนเห็น กวินจึงต้องนำมาลงในเพจรวมงานอาร์ตของตัวเองให้คนอื่นๆ ได้ติดตาม และกลายเป็นต้องเปิดเพจนวลขึ้นมาโดยเฉพาะ! จากวันนั้นจนวันนี้ นับเวลาคร่าวๆ ก็ผ่านไปกว่า 5 ปี นวลเติบโตมาหลากรูปแบบ จากการ์ตูนหน้าเดียว พัฒนาเป็นการ์ตูน 4 ช่อง อัลบั้มขนาดยาว จนทุกวันนี้นวลขยับแขนขาได้ ปรากฏตัวในรูปแบบแอนิเมชั่นที่ให้สาระ ผสานเรื่องเข้าใจยากอย่างเศรษฐศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nual-content-creator/">วิธีทำเพจสาระให้สนุกแบบฉบับ ‘นวล’ เพจที่เชื่อว่าถ้าเป็นเรื่องสนุกใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สวัสดีเราคือนักเขียนที่จะมาเล่าเรื่อง ‘นวล’ (เลียนเสียงนวลหนึ่งแมตช์)</p>



<p>นวล คือ<a href="https://adaymagazine.com/mommenustory/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพจ</a>เล่าเรื่องที่มีตัวเอกเป็นคาแร็กเตอร์หมาบ้านสุดกวนที่ถอดแบบมาจาก ‘นวล’ หมาในชีวิตจริงของ <strong>กวิน ศิริพานิช</strong> คอยถ่ายทอดเรื่องราวที่บ้างก็เสียดสี บ้างก็ให้สาระ บ้างก็เน้นความสนุกขบขัน และบ้างก็แอบขายของทิ้งท้าย&nbsp;</p>



<p>กวิน ชายผู้ให้กำเนิดคาแร็กเตอร์นวลมักบอกอยู่เสมอว่านวลไม่ได้เกิดจากความตั้งใจว่าจะเอามาทำมาหากิน ชายหนุ่มคนนี้ชอบวาดรูปมาแต่ไหนแต่ไร แต่ด้วยความที่เข้าเรียนในคณะสถาปัตยกรรม นอกจากการตัดโมเดล คิดไอเดีย โดนล้มไอเดีย กลับมาทำไอเดียใหม่วนไป เขาก็แทบจะไร้เวลามาจับดินสอร่างเส้น พอส่งทีสิสจบ สมองและร่างกายที่ผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงจึงร้องเรียกหางานอดิเรกเก่าเก็บที่คิดถึงมานาน</p>



<p>การวาดรูปและแต่งเรื่องเกี่ยวกับนวลเพื่อบำบัดจิตใจจึงเริ่มขึ้นนับแต่นั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-683x1024.jpg" alt="นวล" class="wp-image-145647" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล18-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“รูปชั่วมาก” กวินเปิดรูปประกอบให้เราดูพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาบอกว่านาทีที่สรรค์สร้างนวลขึ้นมาบนโลก แทบจะไม่ได้คิดอะไร วาดเสร็จก็โพสต์ลงในเฟซบุ๊กตัวเองแบบเรียลไทม์ แต่ด้วยความที่นวลอาจจะมีคาแร็กเตอร์เหมือนหมาในชีวิตจริงของคนทั่วไป คือเป็นหมาที่ถ่อยบ้างเอาแต่ใจบ้าง ต่างกับหมาที่ดูน่ารักตลอดเวลาในโลกอินเทอร์เน็ต อินไซต์นี้จึงกระแทกใจผู้คนที่พบเห็น ส่งผลให้กระแสความนิยมของนวลพุ่งสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น</p>



<p>จากที่วาดลงเฟซบุ๊กส่วนตัวให้เพื่อนเห็น กวินจึงต้องนำมาลงในเพจรวมงานอาร์ตของตัวเองให้คนอื่นๆ ได้ติดตาม และกลายเป็นต้องเปิดเพจนวลขึ้นมาโดยเฉพาะ!</p>



<p>จากวันนั้นจนวันนี้ นับเวลาคร่าวๆ ก็ผ่านไปกว่า 5 ปี นวลเติบโตมาหลากรูปแบบ จากการ์ตูนหน้าเดียว พัฒนาเป็นการ์ตูน 4 ช่อง อัลบั้มขนาดยาว จนทุกวันนี้นวลขยับแขนขาได้ ปรากฏตัวในรูปแบบแอนิเมชั่นที่ให้สาระ ผสานเรื่องเข้าใจยากอย่างเศรษฐศาสตร์ การเมือง การศึกษา ไปจนถึงจิตวิทยาด้วยความสนุกและความกวนที่เป็นลายเซ็น</p>



<p>นวลในฐานะเพจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกบ้าง และชีวิตที่ได้ชื่อว่าเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์แบบเต็มตัวของกวินผู้สร้างนวลขึ้นมาล่ะ มีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า&nbsp;</p>



<p>นี่คือเรื่องราวของกวินและเพจนวล (ฉบับอัพเดต!)&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-683x1024.jpg" alt="นวล" class="wp-image-145648" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล19-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ย้อนไปในช่วงแรกคุณบอกว่าวาด ‘นวล’ ขึ้นมาเพื่อบำบัดตัวเองจากความเครียดตอนทำทีสิส การที่อยู่ๆ นวลได้รับความนิยม มีคนเรียกร้องให้วาดการ์ตูนออกมาเรื่อยๆ ไม่กลายเป็นความเครียดใหม่เหรอ</h4>



<p>ไม่เลย (หัวเราะ) อาจจะเพราะเราตั้งใจไว้แต่แรกว่าเพจนวลไม่ได้มีหน้าที่ทำตามความต้องการใคร จุดนี้มาจากนิสัยของนวลจริงๆ หมาตัวนี้มันนิสัยอย่างนี้ เป็นหมาที่เอาแต่ใจ และผมก็คิดว่ามันไม่เมคเซนส์ถ้าเราต้องมาผลิตคอนเทนต์ทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องอะไรจะเล่า</p>



<p>แต่จากที่ทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร พอมีคนติดตามมากขึ้นเราก็เริ่มมองเพจนี้ในบทบาทใหม่ ที่จริงผมอยากวาดการ์ตูนอยู่แล้ว แต่ช่วงที่ผมเรียนจบสื่อสิ่งพิมพ์ก็ล่มสลายไปประมาณหนึ่ง ความฝันที่อยากจะวาดการ์ตูนรวมเล่มแบบนักเขียนญี่ปุ่นก็ดูจะเป็นไปได้ยากมาก ยุคนั้น eBook ก็ยังไม่แข็งแรง เว็บอ่านการ์ตูนออนไลน์ก็ยังไม่สามารถซัพพอร์ตนักเขียนได้ ผมเลยมองว่าไหนๆ เพจนวลก็เป็นที่ที่เราสามารถวาดการ์ตูน เขียนเรื่องแล้วมีคนอ่าน งั้นก็เขียนสิ เขียนลงเพจนี้เลย ก็เลยทำไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็น กลายเป็นการ์ตูนช่องเดียวจบบ้าง 4 ช่องจบบ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145639" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล10-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>วาดการ์ตูนช่องอยู่ดีๆ ทำไม ‘นวล’ ถึงพัฒนามาจับงานแอนิเมชั่นได้</strong></h4>



<p>ช่วงแรกที่ทำเพจมันเหมือนเราพายเรือไปโดยไม่มีแผนที่เลย สำหรับผมสิ่งที่ยากกว่าการทำเพจคือการวางแผนเพจ ผมว่าใครๆ ก็วาดการ์ตูนได้ แต่กับคำถามที่ว่าเราตั้งใจทำเพจไปเพื่ออะไร ช่วงแรกที่ทำมันไม่มีคำตอบและการหาคำตอบมันก็ยากด้วย คุณต้องผ่านประสบการณ์มาประมาณหนึ่งก่อนถึงจะเข้าใจว่าอ๋อ เพจเราเป็นแบบนี้ ทำแบบนี้แล้วมันจะเกิดผลแบบนี้&nbsp;</p>



<p>ช่วงแรกคอนเทนต์ของนวลมันเลยจับฉ่ายมาก เห็นเขาทำคอนเทนต์แซวดาราแล้วได้ยอดดี มีคนสนใจเยอะ ผมก็ทำ ทั้งๆ ที่จริงๆ เราก็ไม่ได้แคร์ข่าวพวกนั้นด้วยซ้ำ อย่างข่าวนางงามนี่ไม่ใช่ตัวผมเลย แต่ผมก็ทำ ทำไปเรื่อยๆ จนพอทำไปสัก 400-500 คอนเทนต์เราก็จะเริ่มสังเกตได้ว่าคอนเทนต์แบบไหนที่ทำแล้วเราไม่แฮปปี้เลย แบบไหนเราชอบและอยากทำ หรือแบบไหนที่เราชอบ อยากทำ และผลตอบรับดีด้วย แบบไหนเราชอบ อยากทำ แต่ผลตอบรับไม่ดี มันเป็นกระบวนการที่เราค่อยๆ ทำความเข้าใจตัวเอง ทำความเข้าใจคนดู ทำความเข้าใจลูกค้า ทำความเข้าใจแพลตฟอร์ม สั่งสมประสบการณ์มา</p>



<p>อย่างเราพอรู้ตัวว่าไม่ได้สนุกกับการต้องทำคอนเทนต์เกาะกระแสก็พยายามวาดการ์ตูนเล่าเรื่องที่เราสนใจลงเพจมากขึ้น แต่ก็พบว่าอัลกอริทึมมันไม่ส่งเสริมเราเลย พอมีช่วงหนึ่งที่เฟซบุ๊กเริ่มผลักดันคอนเทนต์ประเภทวิดีโอ ถ้าทำวิดีโออะไรก็จะมีคนเห็นเยอะมาก ได้ยอดวิวเยอะ ผมเลยตัดสินใจว่าโอเค&nbsp;งั้นทำวิดีโอก็ได้ เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงเลยลองเปลี่ยนวิธีสื่อสารดู จนทุกวันนี้ก็ลงตัวที่วิดีโอแอนิเมชั่น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145652" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล23-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">จากเป็นเพจการ์ตูนเล่าเรื่องกวนๆ ของหมาที่เลี้ยง กระทั่งปัจจุบันเป็นเพจเล่าเรื่องผ่านวิดิโอแอนิเมชั่นที่สอดแทรกสาระความรู้มากขึ้น ทุกวันนี้คุณให้นิยามเพจนี้ว่ายังไง</h4>



<p>นวลเป็นอะไรที่อยู่บนเส้นระหว่างการศึกษากับความบันเทิง นี่คือเรื่องที่ผมภูมิใจมากว่าเราได้รับความไว้วางใจจากผู้ชมว่าเขาอยากฟังเรื่องมีสาระที่เราพูด</p>



<p>ผมไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นนักปราชญ์ ไม่ได้คิดว่าตัวเองฉลาดล้ำเลิศ ดูนวลแล้วต้องบรรลุโสดาบัน เราแค่พยายามที่จะเติมเชื้อไฟให้กับผู้ชม ผมเชื่อในพลังของการเป็นเชื้อไฟ เพราะผมเองก็เป็นแบบทุกวันนี้ได้เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากกองไฟกองอื่นๆ สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ทำในลักษณะของการสอนคนดู เพราะเราไม่ได้อยากเป็นครู แต่เราอยากส่งต่อไอเดีย ส่งต่ออินสไปเรชั่นมากกว่า</p>



<p>นวลมันคือการเฉลิมฉลองความเนิร์ด ผมสนใจเรื่องอะไร ผมก็จะพูดเกี่ยวกับมัน สนใจเรื่องการเมืองก็ทำคอนเทนต์การเมือง สนใจจิตวิทยาก็ทำคอนเทนต์จิตวิทยา สนใจสถาปัตย์ฯ ก็ทำคอนเทนต์สถาปัตย์ฯ พอหัวข้อของงานมันเกิดจากว่าเราอยากรู้เรื่องอะไร เราสนุกกับเรื่องไหน การทำงานของเรามันเลยโคตรสนุกเลย เราค้นคว้าแล้วอยากมาเล่าต่อ ซึ่งต่อให้คนดูเขาจะไม่ได้อินกับเรื่องที่เราเล่าทุกเรื่อง แต่พอเขาสัมผัสได้ว่าเราหลงใหลมันขนาดไหน และเชื่อใจว่าเราจะไม่ทำให้เขาเสียเวลาเปล่า เขาก็อยู่กับเราจนจบวิดีโอ</p>



<h4 class="wp-block-heading">เพราะเหตุนี้เนื้อหาของนวลจึงมีหัวข้อหลากหลาย ทั้งเรื่องเศรษฐศาสตร์ การเมือง ไปจนถึงเรื่องความรัก</h4>



<p>(พยักหน้า) ถ้าเกิดจะมีคำที่มาอธิบายทั้งหมดได้ ผมว่าเนื้อหาของนวล คือสิ่งที่ชายวัยสามสิบที่กำลังมี midlife crisis สนใจ (หัวเราะ) เพราะมันมาจากตัวผม ที่เพจมีเนื้อหาหลากหลาย เพราะเราคิดว่ามันคือเพจของเราจะทำอะไรก็ได้   แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องชอบหัวข้อที่เลือกมาแม้ว่าจะเป็นงานที่มีสปอนเซอร์ก็ตาม</p>



<p>ต่อให้คนตามเพจส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 30 ปี และไม่ได้มี midlife crisis แบบผม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้ประโยชน์จากการฟังเราเล่าเรื่อง ผมมองว่าเรื่องสนุกก็คือเรื่องสนุก ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่ชอบฟังเรื่องสนุกหรอก มันสามารถเกี่ยวโยงกับชีวิตของทุกคนได้ สมมติผมพูดเรื่องการเลือกตั้ง ไม่ว่าคนฟังจะอายุถึงเกณฑ์ที่เลือกได้แล้วหรือยังไม่มีสิทธิเลือก ถ้าเกิดเราเล่าสนุก ยังไงมันก็เอาอยู่</p>



<p>ผมมองว่าในการทำคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ไม่ได้จำเป็นจะต้องยึดติดกับกลุ่มเป้าหมายตลอดเวลาขนาดนั้น ทำเรื่องที่ตัวเองสนใจบ้างก็ได้ แต่นี่ก็เป็นวิธีคิดของคนที่เอาแต่ใจนะ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145635" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ความสนุกเลยเป็นเทคนิคสำคัญที่คุณใช้ในการดึงความสนใจคนใช่ไหม</h4>



<p>ใช่ วิธีการที่เราใช้ หนึ่งคือเล่าให้เข้าใจง่าย สองคือทำให้สนุก</p>



<p>คนส่วนใหญ่เขาจะแยกคอนเทนต์เพื่อความรู้ และคอนเทนต์เพื่อความสนุกออกจากกัน คอนเทนต์ที่มีสาระมันจึงไม่เคยสนุกเพราะมันผลิตขึ้นโดยคนที่ไม่ต้องการความบันเทิง เขาตั้งโจทย์มาแค่ว่าจะทำยังไงให้เด็กสนใจบทเรียน ใส่ตัวการ์ตูน ใส่ดารา ใส่มุกตลกเข้าไปนิดหน่อย ที่เหลือคือบทเรียนล้วนๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยน มันก็ไม่แปลกที่คนจะสนใจน้อย</p>



<p>การทำนวลมันคือการพยายามดึงดูดความสนใจของผู้ชมด้วยความน่าสนใจของเนื้อหาจริงๆ ผมคิดว่าถ้าเราตั้งคำถามให้ถูกและตอบคำถามให้ดี มันก็ทำเนื้อหาให้เชื่อมโยงกับความสนใจของผู้ฟังได้ ทำให้มันราบรื่น ดูจบแล้วเข้าใจ ใครๆ ก็ชอบทั้งนั้นแหละ แต่ปัญหาของคอนเทนต์ที่มีสาระส่วนใหญ่ คือมันไม่ราบรื่น ทางมันชัน คนดูต้องใช้ความพยายาม ต้องออกแรงสมองไต่บันไดทำความเข้าใจเอง</p>



<p>เราได้เปรียบตรงที่งานเป็นแอนิเมชั่น คลิปนวลมันสามารถทำงานที่มีสาระหนักๆ หรือเรื่องเครียดๆ ให้เข้าถึงง่ายขึ้น และพอเป็นแอนิเมชั่นปุ๊บ ข้อจำกัดของเรามีแค่ว่าเราหาข้อมูลได้ลึกหรือน่าสนใจแค่ไหน ไม่ต้องกังวลว่าจะออกไปถ่ายทำได้ไหม จะถ่ายฟุตเทจมาได้เท่าไหร่&nbsp;</p>



<p>ซึ่งเวลาเราสามารถย่อยข้อมูลยากๆ ให้คนเข้าใจ หรือทำออกมาเป็นคลิปได้มันฟินนะ มันยิ่งทำให้เราอยากแตะหัวข้อพวกนั้นมากขึ้นอีก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-683x1024.jpg" alt="นวล" class="wp-image-145656" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล27-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ด้วยความที่นวลเป็นคอนเทนต์แบบ research-based คุณมั่นใจได้ยังไงว่าสิ่งที่นำเสนอไปมันจะแข็งแรงมากพอแล้ว ไม่บ้ง (พลาด)</h4>



<p>(หัวเราะ) ความบ้งมันน่ากลัวนะ&nbsp;</p>



<p>(นิ่งคิด) แยกเป็นเรื่องรีเสิร์ชก่อนแล้วกัน ผมบอกไปแล้วว่าผมไม่ได้คิดว่านวลรู้ดีที่สุด เราทำคลิปออกมาไม่ใช่เพื่ออวดความรู้ แต่เพื่อนำเสนอว่ามันมีเรื่องอย่างนี้อยู่ เช่น เราเคยทำคอนเทนต์เรื่อง social distancing ตอนที่โควิด-19 เพิ่งระบาดมาใหม่ๆ&nbsp; ตอนนั้นคนยังไม่รู้จักเรื่องนี้เท่าไหร่ ผมก็พูดไว้ในคลิปเลยว่าการ quarantine จะต้องส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจแน่นอน แต่ก็เป็นการเสียสละที่จำเป็นต้องแลก เพราะตอนนั้นที่ประเทศอิตาลียอดผู้ติดเชื้อโหดมาก แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยเป็นไง ล็อกดาวน์แล้วแต่เชื้อก็ยังไม่ลดลงเลย มันกลายเป็นว่าข้อมูลตอนนั้นถ้าเทียบกับปัจจุบันมันใช้ไม่ได้แล้ว และเราเองก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งนั้นแล้ว&nbsp;</p>



<p>ทีนี้เรื่องบ้ง ไม่บ้ง ผมยอมรับว่าตัวเองไม่มั่นใจในเรื่องนี้เลย และไม่คิดว่าจะมีวันที่มั่นใจด้วย เพราะอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวผม เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>นวลมีเรื่องที่เชื่อมั่นแน่ๆ คือเชื่อในประชาธิปไตย เสรีภาพ และการไม่ใช้ความรุนแรง แต่เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นผมมองว่าตราบใดที่เราไม่เคยคิดว่าเรารู้ดีที่สุด เราก็ไม่ต้องผูกมัดตัวเองกับความเชื่อหรือความเห็นก็ได้ มันเป็นเรื่องปกติที่เมื่อเติบโตขึ้นความคิดของคนมันก็เปลี่ยนกันได้ ถ้ามันมีกล่องไอเดียที่เป็นชื่อนวลแล้วเราพบว่าความรู้หรือข้อมูลในโฟลเดอร์นั้นหมดอายุแล้ว หรือเราเจอของใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์มากกว่า ถูกต้องกว่า เราเห็นด้วยมากกว่า เราก็สามารถเอาของเก่าออก เอาของใหม่ใส่ได้ การเปลี่ยนความคิดมันไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้าย นี่ไม่ใช่หรือที่เป็นนิยามของการเติบโต&nbsp;</p>



<p>ผมว่าองค์ประกอบที่สำคัญของความบ้งคือการออกตัวแรง ถ้าเราติดเบรกไว้บ้างก่อนทำอะไร หรือเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าข้อมูลนี้ถูกต้องแค่ไหนก็คงจะป้องกันความบ้งได้ในระดับหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145644" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล15-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ที่บอกว่าคอนเทนต์ของนวลเป็นการทำเพื่อนำเสนอว่ามีเรื่องอย่างนี้อยู่บนโลกด้วย แปลว่าหลักในการนำเสนอของคุณคือการให้ข้อมูลหรือมุมมองของทั้งสองฝั่งเท่าๆ กันหรือเปล่า</h4>



<p>แบบนั้นก็เป็นวิธีคิดที่ปลอดภัยดี แต่การทำวิดีโอเล่าเรื่องมันก็ไม่เหมือนกับรายการโต้วาที บางครั้งมันอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ เช่น ผมเคยทำคลิปชื่อ <a href="https://youtu.be/B4hxEifExdM" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความรัก VS การเมือง</a> พูดถึงครอบครัวหรือคู่รักที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน ในคลิปนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องนำเสนอที่มาที่ไปทางความคิดของคนที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง เพราะจุดประสงค์ของเราคือนำเสนอคำถามว่าเราจะอยู่กันยังไงถ้าความเห็นไม่ตรงกัน หรือจริงๆ แล้วเราไม่ต้องทนอยู่? สำหรับคลิปนั้นผมมองว่าไม่จำเป็น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล11-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมครีเอเตอร์จำเป็นต้องกำหนดแนวทางของเพจ&nbsp;</h4>



<p>มันคงมีแหละคนที่ไม่ได้คิดอะไรเยอะ แค่มองว่าทำคอนเทนต์แบบนี้ขึ้นมาแล้วมีคนชอบก็โอเค สามารถทำต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้สนใจว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบสิ่งที่ทำแค่ไหน</p>



<p>แต่ผมรู้สึกว่าถ้าสมมติวันหนึ่งเกิดมีคนที่ใหม่กว่า สดกว่า ปังกว่า เข้ามาในอาชีพนี้ แสงไม่ได้อยู่ที่เราอีกต่อไป และที่ผ่านมาเราไม่เคยตอบได้เลยว่าเราชอบงานที่ทำตรงไหน อะไรคือคุณค่าที่แท้จริงของงานของเรา มันจะเกิด crisis ขึ้นกับคุณแล้วว่าทั้งๆ ที่ทำเหมือนเดิม แต่ทำไมจากพันแชร์เหลือแค่ 15 แชร์ มันอาจจะทำให้เสียศูนย์ ไปต่อไม่เป็นเลยก็ได้ ซึ่งสิ่งพวกนี้มันเกิดขึ้นในวงการดิจิทัลคอนเทนต์แบบวันต่อวันเลยนะ มีคนที่เกิดขึ้นมาภายในวันเดียวแล้วก็หายไปเยอะมาก เพราะเขาไม่รู้จะรับมือยังไงต่อ</p>



<p>และเดี๋ยวนี้ก็มีคอนเทนต์ครีเอเตอร์เยอะมากที่เลือกทำคอนเทนต์เพื่อฟีดอัลกอริทึม แต่ไม่ได้คิดถึงเรื่อง value มันมีแนวโน้มที่จะเยอะขึ้นด้วย เพราะแพลตฟอร์มมักจะสนับสนุนให้คนทำเพื่อแพลตฟอร์มมากกว่าทำเพื่อตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดเลยหากใครจะทำแบบนั้น แต่ผมแค่คิดว่ามันน่าเสียดาย เพราะแทนที่แต่ละคนจะได้เปล่งประกายความเป็นตัวเองออกมา มันกลายเป็นว่าทุกคนมาแข่งกันทำของเหมือนๆ กันตามสูตรสำเร็จแทน ซึ่งคนดูขาดทุนนะเนี่ย (หัวเราะ)</p>



<p>ผมเชื่อว่าในระยะยาวสิ่งที่สำคัญกับการทำงานเป็นครีเอเตอร์มันไม่ได้มีแค่ยอดวิว แต่มันคือเรื่องว่าวันนี้คุณแฮปปี้กับการตั้งกล้องมากแค่ไหน คุณเบื่อแล้วหรือเปล่า ผมมีเพื่อนเบอร์ใหญ่หลายคนที่เขาเครียด ต้องกระดกยาก่อนทำงาน แต่ก็ยังต้องทำคอนเทนต์แบบที่ตัวเองไม่ชอบเพราะถ้าเลือกไปทำเนื้อหาแบบที่ตัวเองอยากทำจริงๆ คนดูก็จะลดลงไปเยอะมาก กลุ่มคนดูที่ติดตามไม่ได้สนใจที่ตัวเขา แต่สนใจคอนเทนต์ที่เทรนด์บังคับให้เขาทำ ซึ่งผมรู้สึกว่ามันเป็นวงจรชีวิตที่เศร้าไป ไม่อยากให้ใครต้องเจอเรื่องแบบนั้น</p>



<p>มันน่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีคนมาคอยบอกว่าอาชีพนี้ต้องเจอโจทย์อย่างนี้ด้วย มีแต่คนบอกว่าคุณต้องบูสต์โพสต์อย่างนี้นะ ต้องอัพคอนเทนต์กี่โมง ต้องใส่แฮชแท็กยังไงบ้าง ต้องทำวิดีโอกี่ตัวในหนึ่งสัปดาห์ หรือสนใจแค่ว่าจะมีวิธีการยังไงให้ได้ยอดผู้ติดตาม ยอดวิวที่ดี ถูกมองในฐานะโรงงานผลิตคอนเทนต์ แต่ไม่ค่อยมีคนที่แคร์ในด้านที่เป็นมนุษย์ของคุณ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-1024x683.jpg" alt="นวล" class="wp-image-145636" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าอย่างนั้นครีเอเตอร์ควรจะจัดการกับจิตใจตัวเองยังไง หากความเป็นตัวเองที่อยากเป็น ไม่ใช่สิ่งที่แพลตฟอร์มสนับสนุน จนอาจทำให้สารที่เขาต้องการจะสื่อส่งไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย</h4>



<p>ผมคิดว่าสิ่งที่จะช่วยครีเอเตอร์ได้มากคือการตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณค่าที่เราต้องการสร้างขึ้นมาจากการทำคอนเทนต์นี้คืออะไร คือการทำเพื่อตัวเอง เพื่อว่าจะได้เขียน ได้ทำอะไรตามจิตวิญญาณ หรือคือการทำเพื่อผู้ชม สนุกกับการได้แลกเปลี่ยนกับคนที่มีความสนใจแบบเดียวกัน หรือคือการทำเพื่อเลี้ยงชีพ จะได้หาเงินจากค่าโฆษณา หลังจากคุณกำหนดทิศทางได้แน่นอนแล้ว คอนเทนต์ของคุณมันจะได้มุ่งหน้าไปทางนั้นแบบไม่หวั่นไหว สมมติพรุ่งนี้แพลตฟอร์มเปลี่ยนอัลกอริทึมขึ้นมา สิ่งที่เคยทำโดนลดยอดการมองเห็น คุณจะได้ประเมิน min-max ได้ถูกว่าพร้อมจะเปลี่ยนแนวทางการผลิตคอนเทนต์ของตัวเองแค่ไหน ฉันทำเพื่อไล่ตามยอดวิวที่เปลี่ยนแปลงไป หรือจริงๆ แล้วแค่มีคนติดตามที่เข้าใจเราก็ตอบโจทย์แล้ว</p>



<p>คุณค่าที่ว่านี้แต่ละคนก็มีไม่เหมือนกัน ลอกโมเดลของคนอื่นมาทำก็ไม่ได้แปลว่าจะแฮปปี้ หรือทำได้ดีแบบเขา หรือที่ตลกคือทำได้ดีแบบเขาแหละแต่เราดันไม่แฮปปี้เอง (หัวเราะ) เวลาคุยกันเรื่องการทำคอนเทนต์คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงแง่มุมนี้ จะไปพูดกันแค่เรื่องเชิงเทคนิคต่างๆ ที่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องปลายน้ำ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ บางคนอุตส่าห์ไปเข้าคอร์สเรียนเรื่องเทคนิค กว่าจะทำเป็น แพลตฟอร์มมันก็ปรับใหม่อีกแล้ว</p>



<p>ผมเลยคิดว่าถ้าเราตอบตัวเองได้ว่าคุณค่าในการทำคอนเทนต์ของเราคืออะไร มันจะมีประโยชน์มากกว่า แข็งแรงกว่า ยั่งยืนกว่า ต่อให้มีแพลตฟอร์มใหม่เกิดมาอีกกี่อัน แต่ตัวคุณก็ยังเป็นคนเดิม ถ้าคนดูจะรักคอนเทนต์ของคุณ ก็น่าจะรักกันตรงที่คุณเป็นคุณมากกว่า</p>



<p>อย่างผมเคยพยายามทำ TikTok  แต่สุดท้ายก็ยกธงขาว เพราะตัวตนผมไม่เหมาะกับการจะทำคอนเทนต์ 58-59 วิฯ จริงๆ หรือกับทุกวันนี้เราก็ยังรู้สึกว่าเราสู้ในตลาดยูทูบไม่ได้เลย ยอดซับสไครบ์ขึ้นช้ามาก เพราะมันไม่ถูกฟีดให้คนเห็น แต่เราก็พยายามทำคอนเทนต์ที่จะทำให้คนเห็นว่าการเคารพสติปัญญาคนดูมันยั่งยืน ทำให้คนสัมผัสได้ว่า 7 นาทีที่คุณให้มาผมโคตรให้ค่ากับมันเลยนะ ผมอยากทำคอนเทนต์ที่เมื่อคนดูจบแล้วเขารู้สึกว่ามันสมศักดิ์ศรีกับการดูชื่อผู้สนับสนุนรายการ ผมรู้สึกว่านี่คือความสัมพันธ์ที่คนทำและคนดูเคารพสติปัญญาซึ่งกันและกัน นี่คือคุณค่าของผม ของนวล และคนดูนวลก็รับรู้ได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">อย่างนี้ยังเชื่ออยู่ไหมว่าใครๆ ก็เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้</h4>



<p>ได้ ได้จริงๆ แต่ก็กลับมาที่เรื่องเดิมแหละว่าถ้าได้เป็นแล้วยังอยากเป็นต่อไหม หรือเป็นแล้วมีความสุขไหม ถ้าทำคอนเทนต์แล้วไม่มีความสุข ผมก็นึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรต้องฝืนทำ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>เพราะถ้าคุณไม่ได้เป็นเบอร์ยักษ์ใหญ่ รายได้จากยอดวิวมันก็แค่กระจึ๋งเดียวเท่านั้นแหละ ผมกล้าพูดเลยเพราะผมไม่ได้เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เพื่อหาเงิน แอนิเมชั่นที่ทำทุกวันนี้นี่ไม่ได้ได้เงินเยอะอะไรมากมายเลย มันเหมือนเราดิ้นรนการทำงานเพื่อหาเอาเงินมาทำแอนิเมชั่นมากกว่า</p>



<p>ฉะนั้นถ้าจะกระโดดเข้ามาโดยที่มีเป้าหมายว่าจะฟาร์มเงินเป็นหลักเนี่ย ผมว่าคุณเป็นทุกข์แหงๆ เผลอๆ ทำอย่างอื่นจะรวยเร็วกว่า เราควรจะตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไร ถ้า value ตรงนี้ชัดเจนเมื่อไหร่ ทิศทางมันจะมาของมันเอง ผู้ติดตามจะเข้าใจในความเป็นคุณ ถึงจุดนั้นมันก็จะมีวิธีสร้างรายได้ตามมาอีกมากมาย จะเลือกทำแบบไหนก็แล้วแต่ใจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145655" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล26-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในเมื่อการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ก็ไม่ได้มีแต่ความสุข ความสนุกตลอดไป คุณมีวิธียังไงที่ทำให้นวลยืนระยะต่อไปได้</h4>



<p>ผมทำนวลด้วยความคิดที่ว่าเราจะเติบโตไปพร้อมกับมันแต่แรก ไม่เคยบังคับตัวเองว่าจะต้องพูดถึงแต่เรื่องวัยรุ่น ต้องพูดถึงแต่เรื่องการเมือง หรือเรื่องที่เป็นกระแสเพียงอย่างเดียว คือตราบใดที่เราสามารถเติบโตไปกับมันได้ ผมคิดว่ามันน่าจะทำให้ความอยากทำไม่หมดอายุเร็วขนาดนั้น และเพราะได้ทำในสิ่งที่อยากทำมาตลอด หากถึงจุดที่เราเลิกทำ เราก็น่าจะโอเคกับความคิดนั้น เพราะรู้ว่าทั้งหมดที่เราทำมามันไม่ได้สูญเปล่า&nbsp;</p>



<p>ผมคิดว่านวลจะโตไปพร้อมผม และที่สำคัญคือคนติดตามก็เติบโตไปพร้อมกับเรา การที่คนรักนวลมันมีความหมายต่อผมมากเลยนะ การที่เขาบอกว่างานที่เราทำ สิ่งที่เราคิด เราส่งต่อ มันเกิดประโยชน์อะไรสักอย่างกับเขา มันคือเรื่องที่ดีมากเลย ผมคงไม่ได้สิ่งนี้จากการประกอบอาชีพอื่น เพราะผมทำเป็นแค่นี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145637" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/นวล08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุ้มค่าแล้วที่ตัวเองเป็นครีเอเตอร์อย่างทุกวันนี้</h4>



<p>(ตอบทันที) แน่นอน ถ้าไม่คุ้มค่าผมคงเลิกทำไปนานแล้วเพราะค่าโปรดักชั่นแพงมาก (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>การเป็นครีเอเตอร์ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเลือกอาชีพได้มีแก่นสาร ทุกวันนี้ผมมีความสุขมากกับการได้สร้างทีมเล็กๆ ที่เชื่อในคุณค่าเดียวกัน</p>



<p>ส่วนถ้าลึกไปถึงระดับสังคม ผมก็คิดว่านวลมันก็มาตอบความต้องการของสังคมได้ด้วย เพราะจุดหนึ่งที่ทำให้เราก้าวเข้ามาทำก็เพราะเรารู้สึกว่าทำไมกูต้องทนดูรายการภาษาต่างประเทศอย่างเดียวด้วย ทำไมถึงไม่มีคนไทยทำอะไรแบบนั้นให้ดูบ้าง การที่เราพยายามจะสอดแทรกสาระมาควบคู่กับความบันเทิงมันไม่ใช่แค่เพื่อความฟินของเราเองคนเดียว แต่เรารู้ว่ามันจะเป็นประโยชน์ เรารู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่นวลสามารถทำคอนเทนต์แบบนี้ให้แมสขึ้นมาได้ มันจะไปอินสไปร์คนอื่นได้อีกมหาศาล และมันจะทำให้เกิดคอนเทนต์จากคนเนิร์ดๆ คนที่เป็นตัวจริงในสาขาต่างๆ อีกมากมาย ระบบนิเวศอินเทอร์เน็ตไทยจะดี ชาวเน็ตเจเนอเรชั่นถัดไปก็จะได้ประโยชน์เต็มๆ</p>



<p>ทุกวันนี้ยูทูบมันอยู่ในตำแหน่งพิเศษมาก มันเข้าไปอยู่ในตารางเวลาของเด็กๆ ได้ง่ายกว่าตารางเรียน เด็กอยากจะเปิดยูทูบด้วยตัวเอง สิ่งนี้มันเคยเกิดขึ้นกับผมในวัยเด็กมาแล้ว และเราเป็นเราแบบทุกวันนี้ได้ก็เพราะเชื้อไฟจากคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นก่อน การศึกษาเป็นกระบวนการที่สำคัญ มันเชปความคิดและตัวตนของคนไปทั้งชีวิต แต่เด็กไทยน่าสงสารที่ถูกผูกติดอยู่กับการเรียนที่ทั้งไม่สนุกและไม่สัมพันธ์กับตัวเขาเลย ถ้าเกิดว่างานที่เราทำมันสามารถส่งต่อแนวคิดว่าของสนุกๆ มันก็มีสาระได้ไปถึงผู้ชมจำนวนมากได้ หลังจากนี้เขาก็ไม่ต้องรอให้ใครมาสอนแล้ว อยากจะรู้อะไรเขาก็ค้นคว้าเองต่อได้เลย เพราะการรู้เรื่องใหม่ๆ มันสนุกไงล่ะ ถ้าผมทำได้นะ นี่มันคือโคตรของความสำเร็จเลย ชีวิตนี้ผมคงตายตาหลับ </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nual-content-creator/">วิธีทำเพจสาระให้สนุกแบบฉบับ ‘นวล’ เพจที่เชื่อว่าถ้าเป็นเรื่องสนุกใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Copenn. เมื่อนักออกแบบลุกขึ้นมาปรุงกลิ่นหอมแนวใหม่ จนขยายเป็น design concept store</title>
		<link>https://adaymagazine.com/copenn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2021 17:10:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ช้อป]]></category>
		<category><![CDATA[Diffuser]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[Copenn.]]></category>
		<category><![CDATA[Design Concept Store]]></category>
		<category><![CDATA[room spray]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญกรุง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=144261</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเดินเท้าสำรวจย่านสร้างสรรค์อย่างเจริญกรุง นอกจากจะเห็นตึกรามบ้านช่องที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เห็นวิถีชีวิตของคนในชุมชน เรายังจะพบกับแหล่งแฮงเอาต์ใหม่ๆ ที่เข้ามาเติมแต่งย่านนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้น ทั้งคาเฟ่ สถานที่จัดนิทรรศการ ไปจนถึงดีไซน์คอนเซปต์สโตร์ที่มีเครื่องหอมเป็นจุดเด่นอย่าง ‘Copenn.’ ร้านสีดำเรียบเก๋บนหัวมุมถนนเจริญกรุง 82 แห่งนี้คือหน้าร้านของแบรนด์ดีไซน์น้องใหม่ ที่ตั้งใจว่าจะใช้การออกแบบเข้ามาจับกับทุกสิ่งและมีกลิ่นเป็นตัวชูโรง เพียงผลักประตูเข้ามาในร้าน สิ่งแรกที่จะได้สัมผัสเป็นกลิ่นไหม้ที่มีชื่อว่า ‘Burning Cabinet’ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งเบลนด์มาให้เข้ากับบรรยากาศเท่ๆ จากการใช้วัสดุแบบ raw material ตกแต่งภายใน ร่วมด้วยกับงาน installation art ที่ตั้งใจทำมาให้ล้อไปกับธีมหลัก ที่จะแสดงให้คนเห็นถึงที่มาของกลิ่นตั้งแต่กระบวนการแรกอย่างการเพาะปลูก&#160;&#160; เพราะความตั้งใจของหุ้นส่วนทั้ง 4 คน คือการสร้างแบรนด์ให้คนจดจำที่คุณภาพของสินค้ามากกว่าจะจำตัวเจ้าของหรือภาพลักษณ์ใดๆ ของ Copenn. (ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต) ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งหุ้นส่วน คนเบลนด์กลิ่น และพนักงานแนะนำสินค้า จึงอาสาพาทัวร์ร้านแบบไม่เปิดเผยชื่อเสียงเรียงนาม&#160; เตรียมประสาทรับกลิ่นและจินตนาการของคุณให้พร้อม แล้วตามไปฟังเรื่องราวที่มาของแบรนด์ การปรุงกลิ่น และสิ่งที่แบรนด์มุ่งหวังจะเป็น จากคำบอกเล่าของเขากัน Copenn. = design concept store&#160; ย้อนกลับไปในช่วงที่โควิด-19 เริ่มระบาดใหม่ๆ และใครๆ ต่างก็เวิร์กฟรอมโฮม ตอนนั้นเองที่เจ้าของร้านหนุ่มได้ใช้เวลาอยู่บ้านกับเครื่องหอมที่ตัวเองชอบมากขึ้น ทั้งการสร้างบรรยากาศให้ห้องต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/copenn/">Copenn. เมื่อนักออกแบบลุกขึ้นมาปรุงกลิ่นหอมแนวใหม่ จนขยายเป็น design concept store</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากเดินเท้าสำรวจย่านสร้างสรรค์อย่างเจริญกรุง นอกจากจะเห็นตึกรามบ้านช่องที่มีความเป็นเอกลักษณ์ เห็นวิถีชีวิตของคนในชุมชน เรายังจะพบกับแหล่งแฮงเอาต์ใหม่ๆ ที่เข้ามาเติมแต่งย่านนี้ให้มีชีวิตชีวาขึ้น ทั้งคาเฟ่ สถานที่จัดนิทรรศการ ไปจนถึงดีไซน์คอนเซปต์สโตร์ที่มี<a href="https://adaymagazine.com/day-off-studio/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เครื่องหอม</a>เป็นจุดเด่นอย่าง ‘Copenn.’</p>



<p>ร้านสีดำเรียบเก๋บนหัวมุมถนนเจริญกรุง 82 แห่งนี้คือหน้าร้านของแบรนด์ดีไซน์น้องใหม่ ที่ตั้งใจว่าจะใช้การออกแบบเข้ามาจับกับทุกสิ่งและมีกลิ่นเป็นตัวชูโรง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-1024x683.jpg" alt="copenn." class="wp-image-144307" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพียงผลักประตูเข้ามาใน<a href="https://www.facebook.com/Copenn-108806960794326" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ร้าน</a> สิ่งแรกที่จะได้สัมผัสเป็นกลิ่นไหม้ที่มีชื่อว่า ‘Burning Cabinet’ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งเบลนด์มาให้เข้ากับบรรยากาศเท่ๆ จากการใช้วัสดุแบบ raw material ตกแต่งภายใน ร่วมด้วยกับงาน installation art ที่ตั้งใจทำมาให้ล้อไปกับธีมหลัก ที่จะแสดงให้คนเห็นถึงที่มาของกลิ่นตั้งแต่กระบวนการแรกอย่างการเพาะปลูก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เพราะความตั้งใจของหุ้นส่วนทั้ง 4 คน คือการสร้างแบรนด์ให้คนจดจำที่คุณภาพของสินค้ามากกว่าจะจำตัวเจ้าของหรือภาพลักษณ์ใดๆ ของ Copenn. (ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต) ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งหุ้นส่วน คนเบลนด์กลิ่น และพนักงานแนะนำสินค้า จึงอาสาพาทัวร์ร้านแบบไม่เปิดเผยชื่อเสียงเรียงนาม&nbsp;</p>



<p>เตรียมประสาทรับกลิ่นและจินตนาการของคุณให้พร้อม แล้วตามไปฟังเรื่องราวที่มาของแบรนด์ การปรุงกลิ่น และสิ่งที่แบรนด์มุ่งหวังจะเป็น จากคำบอกเล่าของเขากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-1024x683.jpg" alt="copenn" class="wp-image-144273" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-1024x683.jpg" alt="copenn" class="wp-image-144266" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">Copenn. = design concept store&nbsp;</h4>



<p>ย้อนกลับไปในช่วงที่โควิด-19 เริ่มระบาดใหม่ๆ และใครๆ ต่างก็เวิร์กฟรอมโฮม ตอนนั้นเองที่เจ้าของร้านหนุ่มได้ใช้เวลาอยู่บ้านกับเครื่องหอมที่ตัวเองชอบมากขึ้น ทั้งการสร้างบรรยากาศให้ห้องต่างๆ ตามอารมณ์ในแต่ละวัน หรือบางครั้งก็นำน้ำมันหอมระเหยที่สะสมไว้มาผสมเป็นกลิ่นที่ชอบ ตั้งชื่อ และสร้างสตอรี พร้อมเปิดขายให้กลุ่มเพื่อนในจำนวนน้อยๆ</p>



<p>จนเมื่อเห็นทางไป เขาจึงจับมือกับกลุ่มเพื่อนที่มีความชอบด้านเครื่องหอมและดีไซน์ เปิดเป็นดีไซน์คอนเซปต์สโตร์ในย่านเจริญกรุงอย่างทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>“เรา 4 คนทำงานเกี่ยวข้องกับดีไซน์อยู่แล้ว มีทั้งสมาชิกที่ชำนาญเรื่องการทำโปรดักต์ ออกแบบแฟชั่น เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ และผมเองที่เคยทำงานด้านออกแบบภายในมาก่อน เรียกว่าครบทุกด้านของการออกแบบ เลยชวนกันว่างั้นมาทำอะไรเกี่ยวกับดีไซน์กันดีกว่า</p>



<p>“ด้วยความที่เราอยู่แถวนี้อยู่แล้ว พอมีโควิด-19 เห็นว่าย่านนี้มันซบเซาไปมาก จากที่ปกติมีนักท่องเที่ยวเยอะทั้งจีนและเกาหลี กลายเป็นว่าตอนนี้ห้องแถวส่วนใหญ่ถูกปล่อยเช่าหรือไม่ก็ปล่อยร้างกันหมดเราจึงหวังว่าถ้าเราทำให้ย่านนี้มันกลายเป็นที่ฮอปปิ้งแห่งใหม่ได้ก็น่าจะดี”&nbsp;</p>



<p>พอมีรุ่นพี่ที่เปิดคาเฟ่ในละแวกนี้แนะนำว่ามีพื้นที่ตรงนี้เปิดให้เช่าอยู่ เขาจึงวางแผนทำร้านขึ้นมาจริงๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-1024x683.jpg" alt="copenn." class="wp-image-144286" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้ Copenn. จะเริ่มต้นจากเครื่องหอมและโดดเด่นที่กลิ่นอโรมา แต่ปณิธานที่แท้จริงของเขาคือการสร้างร้านขายสินค้าประเภทต่างๆ ที่มีดีไซน์เป็นหัวใจสำคัญ&nbsp;</p>



<p>“เรามองที่นี่เป็นดีไซน์คอนเซปต์สโตร์ที่ใช้ดีไซน์มาเป็นพื้นฐานในการตั้งต้นทุกสิ่ง ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าไปจนถึงการตกแต่งร้าน สินค้าในร้านไม่ได้มีแค่เครื่องหอม แต่มีอุปกรณ์เกี่ยวกับกลิ่น เช่น เตาละลายเทียน ที่กระจายกลิ่น หรือกระทั่งฐานรอง เราก็จะใส่วัสดุหรือคุณค่าบางอย่างลงไปเพิ่มเติม ให้คนรู้สึกว่าของชิ้นนั้นมีคุณค่าและมูลค่ามากขึ้น</p>



<p>“ร้านเครื่องหอมในต่างประเทศเขาจะดีไซน์จัดมาก ไปกี่ครั้งก็เปลี่ยนธีมใหม่ตลอด ทำให้เรารู้สึกสนุก เทียบกับร้านเครื่องหอมในไทยที่ส่วนใหญ่จะจัดหน้าร้านเหมือนกันแทบทุกร้าน ของในตลาดไทยก็มีความกลางๆ ไม่ได้มีตัวตนชัดเจนแบบที่เราชอบ เราเลยกันคิดว่างั้นลองสู้เลยดีกว่า อยากทำอะไรที่มีดีไซน์เยอะๆ ออกมาขายในตลาด” หุ้นส่วนหนุ่มบอกถึงความตั้งใจ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-1024x683.jpg" alt="copenn." class="wp-image-144267" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เครื่องหอมที่เป็นสินค้าชูโรงประจำร้านจึงไม่เพียงเข้มงวดในการออกแบบกลิ่น แต่ยังมีกระบวนการออกแบบทั้งตัวผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจจิ้งมาข้องเกี่ยว</p>



<p>หนึ่งในสินค้าที่น่าสนใจก็คือ ‘กำยาน’ ที่แบรนด์เครื่องหอมอื่นๆ ยังไม่ลงมาทำตลาด Copenn. จึงได้โอกาสจับมาเป็นหนึ่งในสินค้าหลัก&nbsp;</p>



<p>“เรามองว่าคนไทยยังไม่ค่อยชินกับการใช้กำยาน เพราะหลายๆ คนกลัวเรื่องควัน กลัวว่าจะใช้ในคอนโดไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วควันของกำยานไม่ได้มากขนาดนั้น เราเลยตัดสินใจทำ และเพิ่มมูลค่าให้มันด้วยส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติและดีไซน์ฐานรองเข้ามาเพิ่ม” เขาว่าพลางยกตัวอย่างต่อไปถึงแพ็กเกจจิ้ง ที่ก็ได้มาจากการนำของหลุด QC จากฝีมือช่างในย่านเจริญกรุงมาเพิ่มมูลค่าใหม่เช่นเดียวกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144277" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราเจอกล่องพวกนี้วางกองทิ้งไว้หน้าร้านในชุมชนละแวกนี้ พอจะติดต่อขอซื้อมาทำเป็นแพ็กเกจเขาก็บอกว่าใช้ไม่ได้หรอก กล่องมันเบี้ยว แต่เรามองว่าความเบี้ยวมันไม่ได้สำคัญเลย ในเมื่อฝาปิดก็ยังใช้งานได้”</p>



<p>โชคดีที่ลูกค้าที่ร้านเองก็ชอบสินค้าและดีไซน์ในทิศทางคล้ายๆ กัน&nbsp;</p>



<p>เขาบอกว่าสินค้าส่วนใหญ่ของแบรนด์จะมีความคราฟต์ ใช้แรงงานคนเข้าไปอยู่ในทุกจุดของกระบวนการผลิต บางครั้งความผิดพลาดเล็กน้อยจากการผลิตจึงนับเป็นเสน่ห์&nbsp;</p>



<p>“อย่างช่วงแรกๆ เราผลิตเตาออกมาแต่มันมีตำหนิที่เกิดจากโรงงาน มีรอยเยอะ เราก็กลัวว่าลูกค้าจะไม่เข้าใจ แต่กลายเป็นว่าลูกค้ากลับยิ่งชอบตัวที่มีรอยเยอะ บอกว่าเอาอันนี้แหละ ไม่เหมือนใครดี”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-1024x683.jpg" alt="Copenn" class="wp-image-144292" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_32.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144294" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">Copenn. = แบรนด์ดีไซน์ที่จริงจังเรื่องกลิ่น</h4>



<p>ในส่วนของโปรดักต์ เขาเริ่มต้นจากการเบลนด์กลิ่นที่คิดว่าจะเข้ากับความชอบหลายๆ แบบของลูกค้า ทั้งโทนเบสิกอย่าง woody, fruity, floral และ fresh โดยมี Burning Cabinet เป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ของที่นี่&nbsp;</p>



<p>“กลิ่น Burning Cabinet มาจากการจินตนาการว่าตอนเอาไม้มาเผา มันมีกลิ่นอะไรออกมาบ้าง อาจจะไม่ได้มีแค่กลิ่นไม้อย่างเดียว แต่จะได้กลิ่นความชื้นของน้ำที่อยู่ในไม้ก่อนมันจะไหม้ด้วย กลิ่นนี้จึงมีกลิ่นที่เฟรชผสมผสานกับกลิ่นไหม้ตอนท้าย”</p>



<p>เขาอธิบายว่ากลิ่นแต่ละกลิ่นนั้นมีที่มาจากจินตนาการของเขาและเพื่อนๆ โดยเริ่มจากการวาดภาพบรรยากาศก่อน แล้วจึงใส่เรื่องราวลงไปให้กลิ่นนั้น&nbsp;</p>



<p>“อย่างกลิ่น ‘Last Volcano’ เรานึกถึงการระเบิดของภูเขาไฟ แล้วมาสร้างสตอรีว่ามันเหมือนการที่เราเฝ้ารอให้ภูเขาไฟระเบิด เพื่อที่เราจะได้เห็นความสวยงามตอนที่ดินและไฟปะทุขึ้นมา กลิ่นนี้เลยจะมีทั้งมีความสดชื่น มีความหวานของกลิ่นมะกรูด มีกลิ่นชา และกลิ่นของพริกไทยดำมาผสมกันเป็นตัวแทนของการระเบิด”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144281" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขณะที่บางกลิ่นอาจเกิดจากการตามหากลิ่นที่หลงเหลือในความทรงจำ&nbsp;</p>



<p>“หรือกลิ่น ‘Gastric Acid’ แปลแบบตรงตัวคือกรดในกระเพาะ มันมาจากการที่เราคิดถึงช่วงเด็กๆ ที่เราบีบมดแล้วมันจะมีกลิ่นเปรี้ยวๆ ออกมา ก็คิดว่าจะทำยังไงให้ได้กลิ่นอย่างนี้ เราเลยไปดูว่ามดมันทำอะไรบ้างเพื่อผสมกลิ่นออกมา ดังนั้นกลิ่นนี้จึงเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่กับป่า จะมีการใช้กลิ่นเปรี้ยวๆ ผสมกับกลิ่นต้นสน ให้รู้สึกถึงความเขียวของก้านไม้”</p>



<p>กว่าจะได้แต่ละกลิ่นออกมาวางขายจึงใช้เวลายาวนาน ผลิตภัณฑ์บางตัวก็พัฒนากันมากว่าปีเพื่อให้ถูกใจสมาชิกทั้ง 4 คน จากนั้นจึงค่อยเบลนด์ให้กลิ่นออกมาดีและเหมาะกับโปรดักต์แต่ละประเภทมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144298" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_38.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับใครที่กำลังจินตนาการถึงแต่ละกลิ่นข้างต้น สิ่งหนึ่งที่อาจต้องทำความเข้าใจก็คือกลิ่นเหล่านี้อาจไม่ได้แหลมชัดมากอย่างที่หลายคนคิด นั่นเพราะทั้งหมดคือกลิ่นที่สกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่&nbsp;</p>



<p>ส่วนโทนเบสิกต่างๆ นั้นแม้จะมีครบ แต่ก็จะเป็นกลิ่นที่เบลนด์ขึ้นใหม่ในคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ ไม่ให้ซ้ำกับโทนเดียวกันที่เราเคยดมจากที่ไหน อย่างกลิ่นฟลอรัลของที่นี่ก็จะไม่ได้หวานจ๋า แต่จะมีความเขียวของธรรมชาติและทิ้งกลิ่นสดชื่นปิดท้ายที่ปลายกลิ่น ให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนและแปลกใหม่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144276" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หุ้นส่วนทั้งสี่จึงตั้งใจอยากให้ลูกค้ามารับประสบการณ์ที่หน้าร้านเองโดยตรง เพราะนอกจากจะได้ทดลองดมกลิ่นอันซับซ้อนและฟังคำแนะนำจากผู้สร้างกลิ่นตัวจริงแล้ว ที่นี่ยังมีของหลากหลายที่รอให้คนเข้ามาสำรวจอาณาจักรความหอม ทั้งเทียนที่ทำเลียนแบบทรงหิน แฮนด์ครีม ไปจนถึงไม้หอมไว้จุดสร้างกลิ่น สร้างบรรยากาศให้พื้นที่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144302" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_42.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144265" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">Copenn. = แบรนด์ดีไซน์ที่ไม่หยุดนิ่ง</h4>



<p>เพราะมองว่ากลิ่นคือความลื่นไหล กับร้านนี้เองเขาก็มองว่ามันคือนิทรรศการที่จะหมุนเปลี่ยนไปตามธีม เพื่อให้คนที่มาได้รับประสบการณ์ต่างกันออกไป</p>



<p>“ปรัชญาของเรา คือ art and imagination เรามองว่ากลิ่นเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว มันลื่นไหลไปตามสเปซและความรู้สึกของคนดมได้ มันคือการใช้ความรู้สึกเข้ามาผสมกับจินตนาการ”&nbsp;</p>



<p>ด้วยเหตุนี้เขาจึงวางเป้าหมายของแบรนด์ออกมาเป็น chapter โดย chapter แรกเปิดตัวมาในธีม cultivation หรือการเพาะปลูก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144269" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราไม่ได้มองว่าการเกิดกลิ่นที่ดีจะมาจากการสกัดอย่างเดียว แต่เรามองไปถึงระบบนิเวศก่อนปลูกเลยด้วยซ้ำ หิน ดิน ทราย อุณหภูมิ และภูมิอากาศที่ดี อาจทำให้กลิ่นมันดีด้วยก็ได้ เลยเอาเรื่องวัฏจักรการปลูกขึ้นมาเป็นภาพในการทำสิ่งต่างๆ ในร้าน ทั้งการออกแบบกลิ่นของสินค้า ไปจนถึงการตกแต่งภายในร้าน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144271" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หากสังเกตจะพบว่าทั่วทั้งร้านมีการจำลองภาพของทั้งก้อนหิน ดิน เหล็ก และไม้ จัดวางโดยใช้สีเอิร์ทโทนและ raw material เพื่อให้คนที่เข้ามาสัมผัสได้ถึงธีมที่ว่า</p>



<p>เจ้าของร้านหนุ่มชี้ไปตามชั้นวาง ก่อนจะอธิบายให้เห็นว่าสีดำหรือคราบเขม่าควันต่างๆ ที่ติดอยู่ตามตู้ก็เกิดจากการเผาไฟจริงๆ</p>



<p>“installation art จากผักตบชวาพวกนี้มันก็เหมือนว่าเป็นการเก็บเกี่ยวจากรอบที่แล้ว ก่อนจะเริ่มลงปลูกใหม่ มันเอื้อไปกับสตอรีที่เราตั้งใจให้เห็นเป็นวัฏจักร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144291" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ใน chapter ต่อไปมันอาจยังเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกอยู่ แต่เป็นในพาร์ตของการแตกดอก การเก็บเกี่ยว และการสกัด เราอยากให้หน้าร้านแห่งนี้เป็นซีนหนึ่งที่เราสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปได้เรื่อยๆ วันหนึ่งเราอาจจะตกแต่งด้วยโทนสีหรือเรื่องราวอื่นๆ ไม่อยากให้คนจดจำภาพเราเป็นภาพเดียว แต่อยากให้คนเฝ้ารอว่าพวกเราจะทำอะไรต่อไป”</p>



<p>เขามองว่านี่คือหนึ่งในความท้าทายที่แบรนด์จะต้องเผชิญต่อไปว่าจะทำยังไงให้คนยังจดจำตัวตนของพวกเขาได้แม้ในวันที่คาแร็กเตอร์ของร้านเปลี่ยนแปลงไปสู่ฉากใหม่ หรือพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่ใช่แค่การขายเครื่องหอมที่หน้าร้าน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-144288" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/COPENN_28.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ผมอยากให้ Copenn. เป็นแบรนด์ที่ไปจับ ไปคอลแล็บกับอะไรก็ได้ เป็นแบรนด์ดีไซน์ที่มีกลิ่นมาเกี่ยวข้อง เราอาจไปคอลแล็บกับศิลปิน คอลแล็บกับพิพิธภัณฑ์ เพื่อมอบประสบการณ์ด้านกลิ่นและดีไซน์ เรามองว่านี่คือตัวตนของเรา และเราเชื่อว่าดีไซน์สามารถผสมกับทุกอย่างได้จริงๆ” เขาทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/copenn/">Copenn. เมื่อนักออกแบบลุกขึ้นมาปรุงกลิ่นหอมแนวใหม่ จนขยายเป็น design concept store</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
