<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ศิลป์ ชินศิรประภา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author457/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author457/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 08:03:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>HOUSE OF PASSA : สเปซอารมณ์ดีที่ชวนคนมาสร้างประสบการณ์ผ่านทุกมิติการสัมผัส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/house-of-passa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2020 12:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[งานออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[HOUSE OF PASSA]]></category>
		<category><![CDATA[PASSA STUDIO]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[สเปซ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สตูดิโอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104151</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราคงเคยเห็นคำว่า เอนกประสงค์ ถูกหยิบมาใช้อธิบายสิ่งรอบตัวมากมายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  ในมุมหนึ่ง คำนี้อาจแสดงถึงความครบครันหรือสะดวกสบาย แต่ในอีกด้านก็อาจสะท้อนไปถึงความเปิดกว้าง ลื่นไหล แฝงไปด้วยความสนุกอย่างไม่ตัดสิน  และในย่อหน้าต่อจากนี้ เราขออาสาพามาสัมผัส กับพื้นที่เอนกประสงค์น่ารักๆ ที่เลือกชูโรงความหมายภายใต้ชื่อ HOUSE OF PASSA กัน &#160; PASSA เรื่องราวของที่แห่งนี้เริ่มต้นจากบริษัทดีไซน์ PASSA STUDIO (ผัสสะ สตูดิโอ) ที่รับงานออกแบบ แบบ multidisciplinary พูดง่ายๆ คือตั้งแต่งานกราฟฟิกไปจนถึงจัดอีเวนต์ โดยพวกเขาตั้งใจอยากให้งานของตัวเองกระตุ้นให้เกิดการ ‘รับรู้’ ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง ไปจนถึงจิตใจ  ตรงกับ ผัสสะ คำบาลีที่แปลว่าการสัมผัส (ที่ลึกซึ้ง)  เรามองไปที่พื้นปูนคอนกรีตที่เต็มไปด้วยรอยครูดขีดจากการเลื่อนย้ายชิ้นส่วนของและเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด จากการสอบถาม เราได้ทราบว่าตอนแรกที่แห่งนี้คือที่พักผ่อน กินข้าว และนั่งเล่นของทีมในบริษัท เแต่อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของน้องๆ ที่มาฝึกงาน จนถึงช่วง Bangkok Design Week ในช่วงต้นปีที่ทางสตูดิโอนึกสนุกพาน้องตุ๊กตาลมหน้าปั๊มที่เต้นเหงาๆ อยู่คนเดียวเข้ามาเต้น  จากความตั้งใจที่อยากสร้างการรับรู้ในหลายมิติของบริษัท พวกเขาต่อยอดน้องตุ๊กตาลมนี้โดยการสร้างอีเวนต์เชิญชวนคนมาเต้นร่วมกับน้องและมีอินเทอร์แอ็กทีฟด้วยกัน ใครที่เข้ามาร่วมสนุกก็หยิบเบียร์ไปดื่มฟรีได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/house-of-passa/">HOUSE OF PASSA : สเปซอารมณ์ดีที่ชวนคนมาสร้างประสบการณ์ผ่านทุกมิติการสัมผัส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราคงเคยเห็นคำว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">เอนกประสงค์ </span></i><span style="font-weight: 400;">ถูกหยิบมาใช้อธิบายสิ่งรอบตัวมากมายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมหนึ่ง คำนี้อาจแสดงถึงความครบครันหรือสะดวกสบาย แต่ในอีกด้านก็อาจสะท้อนไปถึงความเปิดกว้าง ลื่นไหล แฝงไปด้วยความสนุกอย่างไม่ตัดสิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในย่อหน้าต่อจากนี้ เราขออาสาพามา</span><i><span style="font-weight: 400;">สัมผัส </span></i><span style="font-weight: 400;">กับพื้นที่เอนกประสงค์น่ารักๆ ที่เลือกชูโรงความหมายภายใต้ชื่อ <strong>HOUSE OF PASSA</strong> กัน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-104194 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-40-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>PASSA</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องราวของที่แห่งนี้เริ่มต้นจากบริษัทดีไซน์ </span><b>PASSA STUDIO (ผัสสะ สตูดิโอ)</b><span style="font-weight: 400;"> ที่รับงานออกแบบ แบบ multidisciplinary พูดง่ายๆ คือตั้งแต่งานกราฟฟิกไปจนถึงจัดอีเวนต์ โดยพวกเขาตั้งใจอยากให้งานของตัวเองกระตุ้นให้เกิดการ ‘</span><span style="font-weight: 400;">รับรู้’ </span><span style="font-weight: 400;">ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง ไปจนถึงจิตใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงกับ </span><span style="font-weight: 400;">ผัสสะ </span><span style="font-weight: 400;">คำบาลีที่แปลว่าการสัมผัส (ที่ลึกซึ้ง) </span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-104171 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองไปที่พื้นปูนคอนกรีตที่เต็มไปด้วยรอยครูดขีดจากการเลื่อนย้ายชิ้นส่วนของและเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด จากการสอบถาม เราได้ทราบว่าตอนแรกที่แห่งนี้คือที่พักผ่อน กินข้าว และนั่งเล่นของทีมในบริษัท เแต่อยู่มาวันหนึ่งพวกเขาตัดสินใจปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของน้องๆ ที่มาฝึกงาน จนถึงช่วง Bangkok Design Week ในช่วงต้นปีที่ทางสตูดิโอนึกสนุกพาน้องตุ๊กตาลมหน้าปั๊มที่เต้นเหงาๆ อยู่คนเดียวเข้ามาเต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความตั้งใจที่อยากสร้างการรับรู้ในหลายมิติของบริษัท พวกเขาต่อยอดน้องตุ๊กตาลมนี้โดยการสร้างอีเวนต์เชิญชวนคนมาเต้นร่วมกับน้องและมีอินเทอร์แอ็กทีฟด้วยกัน ใครที่เข้ามาร่วมสนุกก็หยิบเบียร์ไปดื่มฟรีได้ งานครั้งนั้นเลยเป็นตัวจุดประกายความคิดของพวกเขาที่ว่า ‘พื้นที่ที่มีอยู่’ ถ้าผนวกเข้ากับความชอบที่ได้ไปนั่งในคาเฟ่ ความชอบที่ได้ดูงานแสดงที่น่าสนใจ และความชอบในชั่วขณะที่เกิดบทสนทนาของคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็คงจะดีไม่น้อย </span></p>
<p>HOUSE OF PASSA<span style="font-weight: 400;">จึงเป็นผลลัพธ์ที่เกิดออกมาให้ทุกคนได้สัมผัสกันอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-104181 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>BAR &amp; INSTALLATION</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะนิยามว่า HOUSE OF PASSA คือร้านกาแฟก็คงไม่ถูกนัก สตูดิโอก็ยังไม่ใช่ บาร์ก็ยังไม่เชิง เพราะพวกเขามีทั้งหมดที่กล่าวมาแต่ถูกจัดสรรให้เหมาะสมโดยไร้กรอบควบคุม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของบาร์ กาแฟของที่นี่ถูกกดกลั่นออกมาด้วยเครื่องที่เรียกว่า </span><span style="font-weight: 400;">Flair espresso</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งมีกรรมวิธีคล้ายกับเครื่องทำเอสเปรสโซปกติ เพียงแต่เปลี่ยนแรงจากความดันไอน้ำเป็นแรงดันจากมือ และแรงกดนี้มาจาก </span><b>มิ้น–ธัญชนิต ลิ้มสุวรรณ</b><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในทีมของ PASSA ที่มักรับหน้าที่ทำเครื่องดื่มและพูดคุยกับคนที่แวะเวียนเข้ามานั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“รู้สึกดีนะที่ได้ทำตรงนี้ เพราะได้เห็นขั้นตอนการทำ แรงก็เป็นแรงที่มาจากตัวเราเอง แต่อาจต้องใช้เวลาในการทำแต่ละแก้วมากหน่อย คนที่มาก็ต้องค่อยๆ ใจเย็นนิดหนึ่ง” มิ้นหัวเราะก่อนเสริมว่าที่เธอมายืนตรงนี้เพราะอยากให้ตัวกาแฟเป็นเซนส์อย่างหนึ่งในพื้นที่แห่งนี้ นอกจากเมล็ดกาแฟที่ sourcing เอง และเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามใจคนในสตูดิโอที่ชอบซื้อมาลองกัน ตัวภาชนะ (ไม่นับแก้วกลับบ้าน ที่ทางสตูดิโอก็ออกแบบเอง) ก็จะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน เพิ่มความพิเศษให้ประสบการณ์ในแต่ละครั้งด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-104179 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-21-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-104174 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลยลึกผ่านช่องประตูรูปห้าเหลี่ยมแปลกตา เราเจอกับหลอดไฟนีออนที่ถูกแขวนสูง-ต่ำสลับไปมา บนพื้นมีฟอนต์สีขาวเขียนไว้ว่า SOMETHING LEFT UNSAID </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันนั้นเห็นหลอดไฟที่เสียกะพริบ ดูไปดูมาเหมือนมันกำลังสื่อสาร เลยคิดเล่นๆ กับทีมว่าเหมาะที่จะให้เป็นอินสตอลเลชั่นแรกของเรา เพราะอยากให้เป็นงานที่มีปฏิสัมพันธ์ สื่อสารกับคน ไม่อยู่นิ่ง” </span><b>นัด–ณัฐพล กีรติพันธวงศ์</b><span style="font-weight: 400;"> เล่าถึงที่มาของการหยิบพระเอกหลักของอินสตอลเลชั่นอย่างรหัสมอร์สตรงหน้าให้เราฟัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจรู้จักรหัสมอร์สในแง่ของความจริงจัง อย่างการใช้ในสงครามหรือการขอความช่วยเหลือ แต่พอเอามาตีความให้หลากหลาย เปิดกว้างมากขึ้นตามแบรนด์ของ PASSA สิ่งที่เราสัมผัสคือรหัสมอร์สก็สามารถน่ารักได้ เป็นเหมือนตัวแทนของข้อความที่เอาไปบอกกับใครที่ไม่กล้าบอกหรือไม่มีโอกาสได้บอก คล้ายโค้ดลับที่คนสองคนใช้แอบคุยกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การกะพริบของไฟเป็นรหัสมอร์สจึงสร้างความอินเทอร์แอ็กทีฟเอื้อให้ผู้ชมได้ &#8216;สัมผัส&#8217; งานได้ในหลายมิติ หรือได้ลองนั่งถอดรหัสเล่นก็ได้เช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-104182 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-25-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>SO ON AND SO FORTH</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความหลากหลาย ไม่แปลกที่บางคนอาจมอง HOUSE OF PASSA ว่าเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ และทางสตูดิโอเองก็เข้าใจ ในเมืองไทยอาจยังไม่ค่อยมีคนนำเสนอพื้นที่ออกมาในรูปแบบนี้มาก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความตั้งใจของทีมแล้ว พวกเขาอยากให้ที่ตรงนี้เป็นสเปซที่ผ่านมานั่งพักผ่อนหรือมาดูอินสตอลเลชั่นโดยไม่ต้องสั่งกาแฟก็ได้ นั่นเองคือที่มาของชื่อที่ทีมตั้งไว้ว่า HOUSE OF PASSA : sense and experience space เพราะยากแก่การนิยาม พวกเขาอยากให้ตีความพื้นที่ตรงนี้ว่าเป็นอะไรก็ได้ แล้วแต่สายตาของผู้ที่มาเจอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-104188 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-31-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-104186 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/PASSA-29-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ประทับใจและรู้สึกว่ามันเติมพลัง คุ้มค่ากับการทำคือเวลาได้เจอเหตุการณ์เช่น น้องเด็กนักเรียนที่แวะมาถึงสามครั้งในสัปดาห์เดียว หรือผู้หญิงคนหนึ่งที่มาดูงานแล้วรู้สึกชอบมาก เย็นวันนั้นถึงกับกลับไปเอาชื่องานไปสักบนแขน ด้วยฟอนต์เดียวกันเป๊ะๆ” ตัวแทนทั้งสองเล่าด้วยเรื่องราวให้พวกเราฟังด้วยรอยยิ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีม PASSA STUDIO เล่าให้เราฟังในช่วงท้ายว่าถ้ามีเวลาว่าง พวกเขาพยายามเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้สอยของที่นี่ไปเรื่อยๆ  เช่น ชวนคนมาร่วมทำกิจกรรม หรือจากคาเฟ่ พวกเขาก็อาจเปลี่ยนไปเป็นสถานที่เวิร์กช็อป หรืออเปลี่ยนเวลาเปิดเป็นตอนกลางคืนก็ได้เหมือนกัน เพราะสุดท้าย ทีมอยากให้คนที่มาได้ประสบการณ์อย่างไม่ซ้ำซากจำเจ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจากกัน มิ้นกับนัดแอบกระซิบบอกเราว่า อยากให้ทุกคนมาสนุกกัน หรือถ้าใครมีไอเดียเด็ดๆ สำหรับพื้นที่ของประสาทสัมผัสและประสบการณ์น่ารักๆ แห่งนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องเกรงใจ มาช่วยคิดช่วยเสนอได้เลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><b>HOUSE OF PASSA</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>address :</strong> 36/3 Lit Bangkok Resident </span><span style="font-weight: 400;">ซอยเกษมสันต์ 1 </span><span style="font-weight: 400;">กรุงเทพฯ (ใกล้กับ YELO House)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Instagram :</strong> @houseofpassa</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>facebook</strong> : PASSA</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/house-of-passa/">HOUSE OF PASSA : สเปซอารมณ์ดีที่ชวนคนมาสร้างประสบการณ์ผ่านทุกมิติการสัมผัส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>DEPTH Architect: สตูดิโอผู้สร้างบ้านริมนาและเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือรายละเอียด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/depth-architect-studio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Mar 2020 15:13:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[studio]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[นา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านริมนา]]></category>
		<category><![CDATA[โปลก้า–ธนกร ฉัตรทิพากร]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[DEPTH Architect Studio]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สตูดิโอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=91437</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากธรรมชาติ เมื่อกล่าวถึงอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เรามักนึกถึงอัลบั้มรูปถ่ายที่ทำให้ต้องหยุดนิ้วโป้งบนหน้าจอโทรศัพท์และเซฟเก็บไว้เมื่อตอนต้นปีที่แล้ว ภาพถ่ายของบ้านพักอาศัยสีขาวตัดกับท้องฟ้าและนาเขียวคือรูปที่ว่า ถ้าว่ากันตามจริง บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โต แต่เรากลับรู้สึกสนใจ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายแต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดและเอกลักษณ์ แทรกแซมไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เหล่านั้น   และชื่อของบ้านหลังนี้ที่ถูกตั้งอย่างซื่อสัตย์ว่า ‘บ้านริมนา’  โปลก้า–ธนกร ฉัตรทิพากร คือสถาปนิกผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ เขาคือผู้ก่อตั้ง DEPTH Architect Studio สตูดิโอออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ และเขานั่นเองคือผู้ที่จะมาถอดรหัสวิธีการออกแบบบ้านหลังนี้ให้เราฟัง คงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหมว่าเรานัดพบกับเขาที่ไหน &#160; จุดเริ่มสร้าง ในความเป็นจริงบ้านริมนาทำหน้าที่เป็น ‘บ้าน’ จริงๆ สำหรับผู้ว่าจ้างคนหนึ่ง  หลังจากบรีฟกันอย่างชัดเจน สิ่งที่เจ้าของบ้านบอกกับโปลก้าสามารถถอดเป็นคีย์เวิร์ดที่ชัดเจนได้ 4 คำต่อไปนี้ ความมินิมอล เรขาคณิต สีขาว และไม้ธรรมชาติ นี่อาจดูเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับบางคนด้วยซ้ำ เพราะความต้องการเหล่านี้เป็นเพียงคอนเซปต์ที่ลอยอยู่ในอากาศ โปลก้าและ DEPTH Architect Studio คือผู้ที่ต้องสร้างความต้องการนี้ออกมาเป็นจริงให้ได้ สุดท้ายพวกเขานำ 4 คำนี้ไปประสานเข้ากับปัจจัยสำคัญของการออกแบบ คือสถานที่ตั้ง ทิศ และอุปนิสัยของผู้อาศัย และออกแบบเป็นบ้านแสนสวยงามดังภาพที่เห็น บ้านสีขาวริมนาที่เขาจะค่อยๆ เล่าให้เราฟังทีละส่วนต่อจากนี้ &#160; ทิศตะวันตกและทิศใต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/depth-architect-studio/">DEPTH Architect: สตูดิโอผู้สร้างบ้านริมนาและเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือรายละเอียด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นอกจากธรรมชาติ เมื่อกล่าวถึงอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เรามักนึกถึงอัลบั้มรูปถ่ายที่ทำให้ต้องหยุดนิ้วโป้งบนหน้าจอโทรศัพท์และเซฟเก็บไว้เมื่อตอนต้นปีที่แล้ว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพถ่ายของบ้านพักอาศัยสีขาวตัดกับท้องฟ้าและนาเขียวคือรูปที่ว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าว่ากันตามจริง บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โต แต่เรากลับรู้สึกสนใจ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายแต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดและเอกลักษณ์ แทรกแซมไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เหล่านั้น  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และชื่อของบ้านหลังนี้ที่ถูกตั้งอย่างซื่อสัตย์ว่า ‘บ้านริมนา’ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91726 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-8.jpg" alt="" width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-8.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-8-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โปลก้า–ธนกร ฉัตรทิพากร</strong> คือสถาปนิกผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ เขาคือผู้ก่อตั้ง <a href="https://www.facebook.com/DEPTHARCHITECT/">DEPTH Architect Studio</a> สตูดิโอออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ และเขานั่นเองคือผู้ที่จะมาถอดรหัสวิธีการออกแบบบ้านหลังนี้ให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหมว่าเรานัดพบกับเขาที่ไหน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91755 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-100.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-100.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-100-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-100-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>จุดเริ่มสร้าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในความเป็นจริงบ้านริมนาทำหน้าที่เป็น ‘บ้าน’ จริงๆ สำหรับผู้ว่าจ้างคนหนึ่ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากบรีฟกันอย่างชัดเจน สิ่งที่เจ้าของบ้านบอกกับโปลก้าสามารถถอดเป็นคีย์เวิร์ดที่ชัดเจนได้ 4 คำต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความมินิมอล เรขาคณิต สีขาว และไม้ธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่อาจดูเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับบางคนด้วยซ้ำ เพราะความต้องการเหล่านี้เป็นเพียงคอนเซปต์ที่ลอยอยู่ในอากาศ โปลก้าและ DEPTH Architect Studio คือผู้ที่ต้องสร้างความต้องการนี้ออกมาเป็นจริงให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายพวกเขานำ 4 คำนี้ไปประสานเข้ากับปัจจัยสำคัญของการออกแบบ คือสถานที่ตั้ง ทิศ และอุปนิสัยของผู้อาศัย และออกแบบเป็นบ้านแสนสวยงามดังภาพที่เห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ้านสีขาวริมนาที่เขาจะค่อยๆ เล่าให้เราฟังทีละส่วนต่อจากนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91729 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91745 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-56.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-56-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-56-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91750 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-69.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-69.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-69-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-69-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ทิศตะวันตกและทิศใต้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองจากบ้าน ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านริมนาบริเวณทิศตะวันตกนั้นอยู่ติดกับทุ่งนาอยู่แล้ว วิวที่ผู้อยู่อาศัยเห็นคือวิวธรรมชาติทั้งภูเขาและต้นไม้ ส่วนทางทิศใต้ แดดจะสาดส่องเข้ามาบริเวณนี้เต็มๆ ในช่วงบ่าย ดังนั้นเมื่อนำมาประกอบกับวงจรชีวิตเจ้าของที่ออกไปทำงานแต่เช้า กลับถึงบ้าน 1-2 ทุ่ม ห้องนั่งเล่นของบ้านริมนาจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือทิศนี้ที่วิวดี เอาไว้นั่งตอนช่วงเช้า พักผ่อนก่อนออกไปทำงาน แต่จะร้อนในช่วงบ่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91743 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-54.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-54.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-54-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ทิศเหนือ</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">บริเวณนี้เองคือที่ตั้งของห้องนั่งเล่นส่วนที่ 2 ที่แดดจะไม่เข้า ดังนั้นผู้พักอาศัยสามารถนั่งอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ร้อน ในแง่การออกแบบ พวกเขายังทำการดร็อปพื้นเพื่อกำหนดขอบเขต แต่คงไว้ซึ่งความต่อเนื่องไม่อึดอัด พร้อมกันนั้นพวกเขายังติดกระจกบานใหญ่เพื่อความเปิดโล่งและเชื่อมวิวให้เจ้าของรู้สึกผ่อนคลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งลูกเล่นในส่วนนี้คือการวิ่งชายคาออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยมจนเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของที่อยากได้รูปทรงเรขาคณิตที่สวยงามไปพร้อมๆ กับการก่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91749 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-64.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-64.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-64-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-64-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ทิศตะวันออก </b><i><span style="font-weight: 400;"> </span></i></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบส่วนนี้คือการทำห้องนอน พวกเขาใช้ประโยชน์จากนิสัยส่วนตัวของเจ้าบ้านที่ชอบนอนในห้องที่ &#8216;ไม่มืดสนิท&#8217; หน้าต่างรูปคล้ายคลึงกับเมฆของ </span><span style="font-weight: 400;">Tawipob window design </span><span style="font-weight: 400;">จึงทำหน้าที่เป็นประตูเชิญแสงให้ทอดเข้าสู่ห้องนอนในยามเช้า ถือเป็นห้องที่มีลักษณะเฉพาะพิเศษกับผู้ใช้ที่เหมาะสมเป็นอย่างดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91746 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-59.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-59.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-59-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-59-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เชื่อมต่อภายนอกเข้าสู่ภายใน </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการออกแบบรอบทิศที่พยายามตอบโจทย์สถานที่และผู้พักอาศัยมากที่สุด อีกหนึ่งสิ่งที่โปลก้าต้องการคือการเบลอเส้นแบ่งบริเวณในและนอกบ้าน พวกเขาใช้เทคนิคด้านการออกแบบมากมายเพื่อทำให้ ‘วิว’ ของพื้นที่นี้โดดเด่นมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่นการสร้างช่องกระจกใต้บันได พวกเขาวางตำแหน่งให้อยู่ในระดับสายตาเมื่อนั่งบริเวณโซฟา รวมถึงการใช้ต้นไม้เลี้ยงในบ้าน เช่น ต้นลิ้นมังกรที่ฟอกอากาศได้ และต้นลีลาวดีที่ทอดภาพเงาสวยเป็นเอกลักษณ์เข้ามาในบ้านได้ หรือแม้แต่ wood paneling หรือบัวผนัง ล้อกับฟอร์มหน้าจั่วของตัวบ้าน ทั้งหมดล้วนออกแบบโดยมีแนวคิดว่าให้ภายนอกกับภายในเป็นไปในแนวทางเดียวกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91735 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-31.jpg" alt="" width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-31.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-31-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปลก้าบอกกับเราเพิ่มว่าสำหรับบ้านริมนาเขาได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบของสตูดิโอ BOON DESIGN</span><span style="font-weight: 400;"> (ผู้ออกแบบ <a href="https://adaymagazine.com/raya-heritage-chiangmai/">Raya Heritage</a>) นั่นคือการเน้นย้ำการใช้แสงเงาและการเลือกใช้วัสดุออกมาได้อย่างพอดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปลก้าตอบคำถามเราเกี่ยวกับความหมายของบ้านที่ดีว่า “บ้านที่ดีคือบ้านที่เข้ากับเจ้าของบ้าน เป็นบ้านที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับวิถีของคนส่วนใหญ่เสมอไป ถ้าสามารถสร้างบ้านให้ตอบสนองกับฟังก์ชั่นได้นั่นคือความสำเร็จ” เขานิยามความหมายของบ้านที่ดีให้เราฟังด้วยคำพูดและผลงานที่อยู่ตรงหน้า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91753 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-93.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-93.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-93-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บ้านริมนาเป็นตัวอย่างที่ดี ที่นี่เป็นสไตล์มินิมอลซึ่งสมกันมากกับธรรมชาติของเจ้าของ จากสิ่งที่บอกเราข้างต้นว่าของใช้ของเขาน้อยมาก ไม่ต้องการที่เก็บของใดๆ ตู้เสื้อผ้าก็ขอลิ้นชักกับราวแขวนเท่านั้น สิ่งที่เราสร้างจึงเป็นไปตามนั้น และเวลาผ่านไปเท่าไหร่บ้านยังคงเป็นแบบเดิมเพราะเราสร้างตอบโจทย์เขาจริงๆ เราติดต่อกลับไปกี่ทีบ้านก็คงไว้ตั้งแต่วันที่ออกแบบเสร็จตลอด นี่เป็นการยืนยันว่าบ้านหลังนี้เหมาะกับคนนี้อย่างแท้จริง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจากกันเราทิ้งท้ายด้วยคำถามคลาสสิกว่าด้วยเหตุผลของการทำงานที่ตอบโจทย์ลูกค้าเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราชอบที่แต่ละวันไม่เหมือนกันสักวัน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามงานที่ได้รับมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โมเมนต์ที่เราชอบคือการที่งานออกมาเป็นจริง ได้ผลตามที่วางแผนไว้ อีกอย่างที่รู้สึกดีมากๆ คือรายละเอียด จุดเล็กจุดน้อยเหล่านี้ถ้าใส่ใจมันแสดงให้เขาเห็นว่าเราคิดเผื่อทุกด้าน และส่งมอบงานส่วนที่ลูกค้าต้องการ เราว่านี่คือความท้าทาย และมันเป็นเรื่องดีสำหรับเรา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-91756 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-103.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-103.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/บ้านริมนา-103-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<hr />
<p><b>DEPTH Architect Studio</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รับออกแบบบ้านและอาคารพาณิชย์ ทั้งภายนอก (เขียนแบบ) และภายใน (อินทีเรียร์และบิลด์อิน)<br />
</span><span style="font-weight: 400;">ติดต่อสอบถามที่ 090-320-9282 หรือเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/DEPTHARCHITECT/">DEPTH Architect Studio</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/depth-architect-studio/">DEPTH Architect: สตูดิโอผู้สร้างบ้านริมนาและเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือรายละเอียด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Oyamazaki Villa Museum of Art : พิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานงานของ Tadao Ando และ Claude Monet เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/claude-monet-tadao-ando/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Dec 2018 12:34:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Claude Monet]]></category>
		<category><![CDATA[Tadao Ando]]></category>
		<category><![CDATA[Oyamazaki Villa Museum of Art]]></category>
		<category><![CDATA[Asahi Beer]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=49115</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมาญี่ปุ่นของผมครั้งนี้ก็เพื่อเยี่ยมเพื่อนสมัยมัธยมที่มาทำงานที่เกียวโต ถึงจะเป็นทริปที่สั้น แต่ก็มีเวลาเหลือเฟือในการเที่ยวเตร่รอเพื่อนเลิกงานอยู่ไม่น้อย จึงตั้งใจว่าระหว่างเดินทางจากโอซาก้าไปยังเกียวโต จะแวะชมสถานที่หนึ่งซึ่งปักหมุดไว้ในใจทุกครั้งที่บินมาประเทศนี้ แต่ไม่มีโอกาสได้มาสักที รถไฟเทียบชานชาลาสถานียามาซากิในช่วงบ่าย เดินเท้าตามทางชันขึ้นเขาไปสักพักก็จะเจอกับทัศนียภาพที่สวยงามรอบทิศ และอาคารหลังเล็กที่ผสมผสานทั้งความดั้งเดิมและร่วมสมัยตั้งอยู่ Oyamazaki Villa Museum of Art ถูกปรับปรุงและต่อเติมจากบ้านพักตากอากาศเก่าของนักธุกิจใหญ่คนหนึ่งในต้นสมัยโชวะ (ประมาณ พ.ศ. 2470) เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงศิลปะชุดสะสมของคุณทาเมซาบูโระ ยามาโมโตะ (Tamesaburo Yamamoto) ประธานคนแรกของบริษัทอาซาฮี  ซึ่งพิเศษตรงที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์โดยรอบถูกออกแบบไว้อย่างประณีตและสวยงามไม่แพ้ผลงานด้านใน ที่จริงภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานจากหลากหลายศิลปินทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ แต่ที่ผมสนใจและตื่นเต้นเป็นพิเศษคือผลงานชุด Water Lilies ของ Claude Monet และคอนเซปต์ของตัวอาคาร Underground Jewelry Box ซึ่งออกแบบโดย Tadao Ando เพราะพวกเขาคือสองมนุษย์ที่ผม (และเชื่อว่าใครอีกหลายคน) โคตรจะชื่นชอบ แต่ก่อนจะเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ดูไปก็คล้ายงาน collaboration ระหว่างโมเนต์และทาดาโอะให้ฟัง ผมขอเกริ่นนำด้วยเรื่องราวของคนทั้งคู่เสียหน่อย West &#8211; Claude Monet ด้วยหลงใหลในศิลปะและมีความติสต์ในจิตใจมากกว่าการค้าขายเป็นไหนๆ คลอด โมเนต์​ หนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศสจากเมืองท่านามว่า Le Havre จึงออกเดินทางไปเรียนศิลปะที่กรุงปารีสอย่างจริงจังด้วยเงินของพ่อ แต่หลังจากเขาวาดอวัยวะของนางแบบอย่างไม่สมบูรณ์และสมจริงจนถูกครูตำหนิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/claude-monet-tadao-ando/">Oyamazaki Villa Museum of Art : พิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานงานของ Tadao Ando และ Claude Monet เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">การมาญี่ปุ่นของผมครั้งนี้ก็เพื่อเยี่ยมเพื่อนสมัยมัธยมที่มาทำงานที่เกียวโต ถึงจะเป็นทริปที่สั้น แต่ก็มีเวลาเหลือเฟือในการเที่ยวเตร่รอเพื่อนเลิกงานอยู่ไม่น้อย จึงตั้งใจว่าระหว่างเดินทางจากโอซาก้าไปยังเกียวโต จะแวะชมสถานที่หนึ่งซึ่งปักหมุดไว้ในใจทุกครั้งที่บินมาประเทศนี้ แต่ไม่มีโอกาสได้มาสักที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รถไฟเทียบชานชาลาสถานียามาซากิในช่วงบ่าย เดินเท้าตามทางชันขึ้นเขาไปสักพักก็จะเจอกับทัศนียภาพที่สวยงามรอบทิศ และอาคารหลังเล็กที่ผสมผสานทั้งความดั้งเดิมและร่วมสมัยตั้งอยู่ </span><a href="https://www.asahibeer-oyamazaki.com/english/" target="_blank" rel="noopener"><b><span style="color: #d63a76;">Oyamazaki Villa Museum of Art</span></b></a> <span style="font-weight: 400;">ถูกปรับปรุงและต่อเติมจากบ้านพักตากอากาศเก่าของนักธุกิจใหญ่คนหนึ่งในต้นสมัยโชวะ (ประมาณ พ.ศ. 2470) เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงศิลปะชุดสะสมของคุณทาเมซาบูโระ</span> <span style="font-weight: 400;">ยามาโมโตะ (</span><span style="font-weight: 400;">Tamesaburo Yamamoto</span><span style="font-weight: 400;">) ประธานคนแรกของบริษัทอาซาฮี  ซึ่งพิเศษตรงที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์โดยรอบถูกออกแบบไว้อย่างประณีตและสวยงามไม่แพ้ผลงานด้านใน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49168" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-8.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-8-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-8-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49163" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-3.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-3-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49175 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-15.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-15-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-15-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานจากหลากหลายศิลปินทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ แต่ที่ผมสนใจและตื่นเต้นเป็นพิเศษคือผลงานชุด </span><i><span style="font-weight: 400;">Water Lilies</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ </span><span style="font-weight: 400;">Claude Monet และคอนเซปต์ของตัวอาคาร </span><span style="font-weight: 400;">Underground Jewelry Box</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งออกแบบโดย </span><span style="font-weight: 400;">Tadao Ando เพราะพวกเขาคือสองมนุษย์ที่ผม</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">และเชื่อว่าใครอีกหลายคน</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">โคตรจะชื่นชอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนจะเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ดูไปก็คล้ายงาน collaboration ระหว่างโมเนต์และทาดาโอะให้ฟัง ผมขอเกริ่นนำด้วยเรื่องราวของคนทั้งคู่เสียหน่อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49178" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-18.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="456" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-18-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-18-600x405.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>West &#8211; Claude Monet</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยหลงใหลในศิลปะและมีความติสต์ในจิตใจมากกว่าการค้าขายเป็นไหนๆ คลอด โมเนต์​ หนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศสจากเมืองท่านามว่า Le Havre</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">จึงออกเดินทางไปเรียนศิลปะที่กรุงปารีสอย่างจริงจังด้วยเงินของพ่อ แต่หลังจากเขาวาดอวัยวะของนางแบบอย่างไม่สมบูรณ์และสมจริงจนถูกครูตำหนิ เขาและศิลปินฝึกหัดบางส่วนจึงลาออกจากสถาบันแล้วมาฝึกฝีแปรงกันเอง เกิดเป็นการแบ่งแยกชนชั้นในวงการศิลปะยุคนั้น เฉพาะชิ้นงานที่ได้รับการยอมรับจากกรรมการเท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาตให้จัดแสดงใน ‘ซาลอง’ หรือแกลเลอรีแสดงงานอย่างเป็นทางการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โมเนต์และเพื่อนๆ ต้องอดทนมีชีวิตที่ไม่ง่ายและต้องต่อสู้เพื่อความเชื่อและสไตล์ในการสร้างสรรค์งาน ความขัดแย้งเติบโตขึ้นกลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ต้องลงมาจัดการแก้ปัญหา โดยสั่งให้มีการจัดแสดง Salon</span><span style="font-weight: 400;"> des </span><span style="font-weight: 400;">Refusés หรือนิทรรศการศิลปะตกรอบ ส่งผลให้ผลงานของโมเนต์เป็นที่รู้จักของนักสะสมและเจ้าของแกลเลอรี ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีทัศนคติเปิดกว้างมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อเสียงของโมเนต์ก่อเกิดเป็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มลัทธิ impressionism ความเก๋อยู่ตรงที่ชื่อนี้ถูกริเริ่มมาจากนักวิจารณ์ศิลปะที่ประชดเสียดสีรูป </span><span style="font-weight: 400;">Impression, Sunrise </span><span style="font-weight: 400;">(1872) ของโมเนต์ว่า ‘แหม มั่นมากนะหล่อนที่กล้าบังคับให้ผู้ชมรู้สึกประทับใจ ทั้งที่ลายของวอลเปเปอร์ติดผนังยังดูสมบูรณ์กว่าภาพวิวของเธอซะอีก!’</span></p>
<div id="attachment_49128" style="width: 1555px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49128" class="wp-image-49128 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="1545" height="1199" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise.jpg 1545w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise-300x233.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise-768x596.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise-1024x795.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Impression-Sunrise-600x466.jpg 600w" sizes="(max-width: 1545px) 100vw, 1545px" /><p id="caption-attachment-49128" class="wp-caption-text">Impression, Sunrise (1872) ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ Musée Marmottan Monet ในกรุงปารีส | wikipedia.org</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ยากที่จะปฏิเสธว่าผลงานของโมเนต์บางชิ้นมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นซ่อนอยู่ เพราะเจ้าตัวเองก็คุ้นเคยกับวัฒนธรรมอาทิตย์อุทัยอยู่ไม่มากก็น้อย อันจะสังเกตได้จากภาพพิมพ์ไม้ยูกิโยะที่โมเนต์ชื่นชอบ และการวาดรูปของภรรยาของตนในชุดกิโมโน</span></p>
<div id="attachment_49132" style="width: 649px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49132" class="wp-image-49132 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/SC297848.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="639" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/SC297848.jpg 639w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/SC297848-187x300.jpg 187w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/SC297848-600x962.jpg 600w" sizes="(max-width: 639px) 100vw, 639px" /><p id="caption-attachment-49132" class="wp-caption-text">La Japonaise (Camille Monet in Japanese Costume), 1876 ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ Museum of Fine Arts, Boston | mfa.org</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ในชีวิตอีกนับไม่ถ้วน โมเนต์ใช้ชีวิตบั้นปลายของตัวเองในบ้านที่สงบและร่มรื่น มีต้นไม้ ดอกไม้ บ่อน้ำ และสะพาน เขาวาดภาพดอกบัวในสระออกมาร่วม 250 ภาพ และมีอยู่ 3 ภาพด้วยกันที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์โอยามาซากิแห่งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49172" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-12.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-12-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-12-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>East &#8211; Tadao Ando</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กชายแฝดพี่ชาวโอซาก้า ถูกยกให้คุณอาม่าผู้อาศัยอยู่ในย่านช่างฝีมือเป็นคนเลี้ยงดู ตั้งแต่เด็ก อันโดะคลุกคลีและเรียนรู้ทักษะจากช่างไม้ใกล้บ้านและมักประดิษฐ์สิ่งต่างๆ อยู่เสมอ อันโดะในวัยหนุ่มตัดสินใจยึดอาชีพนักมวย ซึ่งพาเขาไปเปิดโลกกว้างตามหัวเมือง ทำให้ได้เห็นสิ่งก่อสร้างน่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่โรงแรมในโตเกียวไปจนถึงวัดวาอาารมในกรุงเทพฯ อันโดะจึงเริ่มเก็บเงินซื้อหนังสือสถาปัตยกรรมมาศึกษาด้วยตัวเอง พร้อมกับเรียนวาดรูปและตกแต่งภายในภาคค่ำ ก่อนจะตัดสินใจเปิดบริษัทร่วมกับภรรยาที่โอซาก้าบ้านเกิด แทนที่จะเป็นเมืองหลวงแห่งธุรกิจและศิลปะอย่างโตเกียวแบบโนแคร์โนสน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่กี่ปีต่อมาผลงานของนายอันโดะก็เริ่มเป็นที่รู้จัก ด้วยสไตล์การใช้คอนกรีต (ดิน) น้ำ ลม แสง (ไฟ) และที่สำคัญคือที่ว่าง ธาตุที่ห้าของปรัชญาญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากหมายถึงความไม่มี ยังรวมถึงความหมายเชิงรูปธรรม เช่น ท้องฟ้า หรือความหมายเชิงนามธรรมอย่างความคิดความอ่าน จิตวิญญาณ หรือพลังงาน ผลงานของเขาจึงมีความเรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันโดะออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งในและต่างประเทศมาจนถึงปัจจุบันและได้รับรางวัลด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรมเรื่อยมา รวมถึง<span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="https://www.pritzkerprize.com/laureates/1995" target="_blank" rel="noopener">รางวัลพริตซ์เกอร์</a> </span>(</span><span style="font-weight: 400;">Pritzker Prize-</span><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในรางวัลสูงสุดในสายอาชีพสถาปัตยกรรม) ใน พ.ศ. 2538 ปีเดียวกับที่อันโดะออกแบบพิพิธภัณฑ์โอยามาซากิแห่งนี้</span></p>
<div id="attachment_49158" style="width: 775px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49158" class="wp-image-49158 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Screen-Shot-2561-12-26-at-16.47.48.png" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="765" height="1138" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Screen-Shot-2561-12-26-at-16.47.48.png 765w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Screen-Shot-2561-12-26-at-16.47.48-202x300.png 202w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Screen-Shot-2561-12-26-at-16.47.48-688x1024.png 688w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Screen-Shot-2561-12-26-at-16.47.48-600x893.png 600w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /><p id="caption-attachment-49158" class="wp-caption-text">Church of the Light, 1987-1989 หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของอันโดะ | tadao-ando.com</p></div>
<h3><b>East Meets West</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนต่อเดิมปีกใต้อย่าง Underground Jewelry Box อันเป็นที่จัดแสดงผลงานของโมเนต์ ถูกออกแบบโดยอันโดะให้</span><span style="font-weight: 400;">ให้มีลักษณะกึ่งฝังอยู่ใต้ดิน ซ่อนบางส่วนของอาคารไว้ในเนินเขา แอบอิงใต้แมกไม้ เพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติและภูมิทัศน์แวดล้อม สอดรับกับแนว</span><span style="font-weight: 400;">คิดทางสถาปัตยกรรมแบบภูมิภาคนิยมเชิงวิพากษ์ (Critical Regionalism)</span><span style="font-weight: 400;"> ที่คำนึงถึงการใช้ภูมิศาสตร์หรือวัฒนธรรมที่มีอยู่เฉพาะที่มาผสมผสาน แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความทันสมัย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49174 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-14.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-14-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-14-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49166 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-6.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-6-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-6-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดินต่อจากบ้านเก่าออกมาตามระเบียงทางเดิน เราจะค่อยๆ ก้าวลงบันไดที่ขนาบข้างด้วยกำแพงกระจก ทำให้รู้สึกเชื่อมต่อไปกับวิวด้านนอก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำแพงคอนกรีต แสงแดดถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟ บันไดขั้นสุดท้ายผายมือส่งต่อเราไปยังแกลเลอรีใต้ดินที่มีผังห้องเป็นทรงรีคล้ายใบบัว รับกับภาพวาด </span><i><span style="font-weight: 400;">Water Lilies</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้สีสร้างการสะท้อนภาพท้องฟ้าลงในน้ำ และการเปลี่ยนแปลงของแสงในแต่ละช่วงเวลา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49164 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-4.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="507" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-4-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-49176" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-16.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="456" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-16-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-16-600x405.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<div id="attachment_49133" style="width: 629px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49133" class="wp-image-49133 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="619" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907.jpg 619w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907-300x291.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907-600x582.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Water-Lilies_1907-48x48.jpg 48w" sizes="(max-width: 619px) 100vw, 619px" /><p id="caption-attachment-49133" class="wp-caption-text">Water Lilies, 1907 | asahibeer-oyamazaki.com</p></div>
<div id="attachment_49127" style="width: 609px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49127" class="wp-image-49127 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="599" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917.jpg 599w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 599px) 100vw, 599px" /><p id="caption-attachment-49127" class="wp-caption-text">Water Lilies, 1914-1917 | asahibeer-oyamazaki.com</p></div>
<div id="attachment_49126" style="width: 812px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-49126" class="wp-image-49126 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917_2.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="802" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917_2.jpg 802w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917_2-300x224.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917_2-768x575.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1914-1917_2-600x449.jpg 600w" sizes="(max-width: 802px) 100vw, 802px" /><p id="caption-attachment-49126" class="wp-caption-text">Water Lilies, 1914-1917 | asahibeer-oyamazaki.com</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะห่างไกลกันคนละซีกโลก คนละยุคสมัย แต่เมื่อผลงานของโมเนต์และอันโดะถูกจัดวางอยู่เคียงกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นประสบการณ์การชื่นชมศิลปะแสนวิจิตรภายใต้กลิ่นอายร่วมของยุคเก่าและยุคใหม่ การเคารพซึ่งกันและกันของธรรมชาติและสิ่งก่อสร้าง</span></p>
<blockquote><p><b>“เมื่อมองสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น คุณต้องมองไปถึงประเพณีและความสัมพันธ์กับธรรมชาติด้วย แล้วจะพบว่า คุณสามารถอาศัยอยู่อย่างกลมกลืนและใกล้ชิดกับธรรมชาติได้จริงๆ” </b></p></blockquote>
<p style="text-align: center;">อันโดะเคยกล่าว</p>
<blockquote><p><b>“ความปรารถนาของผมคือการอยู่อย่างนี้เรื่อยไป ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบในมุมหนึ่งของธรรมชาติ” </b></p></blockquote>
<p style="text-align: center;">โมเนต์ว่าไว้แบบนั้น</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะชื่นชมผลงานสร้างสรรค์ระดับมาสเตอร์พีซของอันโดะและโมเนต์แล้ว ผมยังนับถือชายทั้งสองในแง่การต่อสู้เพื่อสิ่งที่ตนเองรัก ความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอน และความพยายามจนประสบความสำเร็จ (อย่างยิ่งใหญ่เสียด้วย) มันสะท้อนให้ผมเข้าใจมากขึ้น ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิตคนเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นสุด ภาพที่จัดแสดงก็อาจไม่ใช่สุดยอดของสุดยอดจากคลังผลงานของโมเนต์ แต่ผมว่าที่นี่น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวที่สุด มันสวย สงบ และน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณได้มาเที่ยวเส้นทางแถบคันไซ (โอซาก้า-เกียวโต) แล้วพอจะมีเวลาอยู่สักหน่อย คงจะรู้นะว่า ผมจะชวนคุณไปเจอใคร  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-49171 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-11.jpg" alt="Claude Monet Tadao Ando Oyamazaki Villa Museum of Art" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-11-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/OYAMAZAKI-11-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="https://www.asahibeer-oyamazaki.com/english/" target="_blank" rel="noopener"><b>Asahi Beer Oyamazaki Villa Museum of Art</b></a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่อยู่ 5-3 Zenihara, Oyamazaki-cho, Otokuni-gun, Kyoto 618-0071 Japan</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาทำการ 10:00-17:00 น. ปิดวันจันทร์และช่วงวันหยุดปีใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี  Yamazaki Station (JR Kyoto Line) </span><span style="font-weight: 400;">หรือ Oyamazaki Station (Hankyu Kyoto Line)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มี shuttle bus รับส่งจากสถานี ตรวจสอบรอบได้จากเว็บไซต์</span></p>
<hr />
<p><i><span style="font-weight: 400;">อ้างอิง</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งธิดา เมตตาพร. 2558. </span><i><span style="font-weight: 400;">คลอด โมเนต์</span></i><span style="font-weight: 400;">. กรุงเทพฯ: เป็นสาระ.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jodidio, Phillip. 2012. </span><i><span style="font-weight: 400;">Ando complete work (1975-2012)</span></i><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">Köln: </span><span style="font-weight: 400;">Taschen</span></p>
<p><span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="http://www.asahibeer-oyamazaki.com/english"><span style="font-weight: 400;">asahibeer-oyamazaki.com</span></a></span></p>
<p><span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="http://www.galinsky.com/buildings/oyamazaki/index.htm"><span style="font-weight: 400;">galinsky.com</span></a></span></p>
<p><span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="http://www.notablebiographies.com/newsmakers2/2005-A-Fi/Ando-Tadao.html"><span style="font-weight: 400;">notablebiographies.com</span></a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/claude-monet-tadao-ando/">Oyamazaki Villa Museum of Art : พิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานงานของ Tadao Ando และ Claude Monet เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Note a Book : ร้านสมุดทำมือที่เย็บความฝันเข้ากับความจริงได้อย่างสวยงาม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/note-a-book/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/note-a-book/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Nov 2018 13:09:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Craft]]></category>
		<category><![CDATA[notebook]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=44370</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาสาย ณ เมืองเชียงใหม่ ถึงช่วงนี้อากาศตอนเช้าจะดีจนน่าตกใจ แต่เชียงใหม่ตอนสายถึงบ่ายก็แดดเปรี้ยงชนิดที่ไม่เสียชื่อความเป็นประเทศไทย เราเดินทางฝ่าแดดจัดไปที่บ้านข้างวัด โครงการที่รวบรวมร้านค้าให้มาตั้งอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ร่ำรวยไปด้วยต้นไม้ทำให้รู้สึกเย็นกายสบายตา เราหันไปพบกับบ้านหลังเล็กน่ารักที่มีต้นไม้แทงทะลุขึ้นมาจากหลังคา บ้านหลังนี้ทำหน้าที่เป็นสตูดิโอผลิตและหน้าร้านขายสมุดทำมือชื่อว่า Note a Book โน๊ต–ศุภชัย กองประชุม เจ้าของร้านออกมาทักทายต้อนรับเรา พร้อมกับชวนไปซื้อกาแฟที่อยู่ลึกเข้าไปในโครงการ (โดยทิ้งร้านเปิดไว้แบบนี้!) โน๊ตพูดติดตลกว่า ถ้าโจรจะเข้ามาขโมยของในร้านต้องมีความเป็นศิลปินพอประมาณ บางครั้งกลับมาไม่มีของหายแต่กลับพบเงินวางไว้ที่เคาน์เตอร์ เพราะลูกค้าเข้ามาเลือกชมและซื้อของด้วยตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว Note a Book เนืองแน่นไปด้วยสมุดสวยๆ หลายขนาด หลากปก ตั้งแต่ปกหนัง ปกจากกระดาษรีไซเคิล ปกแข็งเรียบๆ หรือปกคอลลาจ แต่ละแบบก็มีวิธีการเข้าเล่มและเย็บที่แตกต่างกัน ทุกเล่มถูกผลิตขึ้นที่โต๊ะทำงาน/โต๊ะแคชเชียร์ตัวใหญ่ที่โน๊ตตั้งใจใช้เป็นตัวดึงดูดผู้คนไปในตัว ทำไมทำมือ ย้อนกลับไปในจุดตั้งต้นของร้านนี้ เราคงต้องเดินทางกลับเข้าไปในอดีตของโน๊ตช่วงระยะเวลา 7 ปีกับอาชีพนายธนาคาร จุดเปลี่ยนในชีวิตเขาเกิดจากเหตุการณ์วันหนึ่งที่เริ่มคิดว่าคงจะไม่สามารถเกษียณในหน้าที่การงานนี้ได้แน่ๆ หลังจากนั้นโน๊ตจึงใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หยิบเอางานอดิเรกคือการเย็บสมุดทำมือที่เริ่มทำด้วยเหตุผลการแก้อาการติดเกมของตัวเองมาพัฒนาและลองออกขายตามตลาด งานแฟร์ และอีเวนต์ เมื่อรายได้คงที่ ในขณะเดียวกัน ความสุขจากการพูดคุยและความชอบอกชอบใจจากลูกค้ากลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาเปิดร้านสมุดทำมือแห่งนี้ตอนโครงการบ้านข้างวัดประกาศหาผู้ขายรายใหม่พอดิบพอดี Craft and Friendship Book “เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่ง มันทำให้ผมมองความหมายของคำพูดทำนองว่า ช่วยพี่เขาซื้อหน่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/note-a-book/">Note a Book : ร้านสมุดทำมือที่เย็บความฝันเข้ากับความจริงได้อย่างสวยงาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="padding-left: 30px;"><span style="font-weight: 400;">เวลาสาย ณ เมืองเชียงใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงช่วงนี้อากาศตอนเช้าจะดีจนน่าตกใจ แต่เชียงใหม่ตอนสายถึงบ่ายก็แดดเปรี้ยงชนิดที่ไม่เสียชื่อความเป็นประเทศไทย เราเดินทางฝ่าแดดจัดไปที่บ้านข้างวัด โครงการที่รวบรวมร้านค้าให้มาตั้งอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ร่ำรวยไปด้วยต้นไม้ทำให้รู้สึกเย็นกายสบายตา เราหันไปพบกับบ้านหลังเล็กน่ารักที่มีต้นไม้แทงทะลุขึ้นมาจากหลังคา บ้านหลังนี้ทำหน้าที่เป็นสตูดิโอผลิตและหน้าร้านขายสมุดทำมือชื่อว่า Note a Book</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44711 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4296.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4296.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4296-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4296-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><span style="font-weight: 400;"><strong>โน๊ต–ศุภชัย กองประชุม</strong> เจ้าของร้านออกมาทักทายต้อนรับเรา พร้อมกับชวนไปซื้อกาแฟที่อยู่ลึกเข้าไปในโครงการ (โดยทิ้งร้านเปิดไว้แบบนี้!) โน๊ตพูดติดตลกว่า ถ้าโจรจะเข้ามาขโมยของในร้านต้องมีความเป็นศิลปินพอประมาณ บางครั้งกลับมาไม่มีของหายแต่กลับพบเงินวางไว้ที่เคาน์เตอร์ เพราะลูกค้าเข้ามาเลือกชมและซื้อของด้วยตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44716 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4330.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4330.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4330-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4330-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44696 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4647.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4647.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4647-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4647-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Note a Book เนืองแน่นไปด้วยสมุดสวยๆ หลายขนาด หลากปก ตั้งแต่ปกหนัง ปกจากกระดาษรีไซเคิล ปกแข็งเรียบๆ หรือปกคอลลาจ แต่ละแบบก็มีวิธีการเข้าเล่มและเย็บที่แตกต่างกัน ทุกเล่มถูกผลิตขึ้นที่โต๊ะทำงาน/โต๊ะแคชเชียร์ตัวใหญ่ที่โน๊ตตั้งใจใช้เป็นตัวดึงดูดผู้คนไปในตัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44687 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4550.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4550.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4550-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4550-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44686 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4531.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4531.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4531-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4531-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทำไมทำมือ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปในจุดตั้งต้นของร้านนี้ เราคงต้องเดินทางกลับเข้าไปในอดีตของโน๊ตช่วงระยะเวลา 7 ปีกับอาชีพนายธนาคาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเปลี่ยนในชีวิตเขาเกิดจากเหตุการณ์วันหนึ่งที่เริ่มคิดว่าคงจะไม่สามารถเกษียณในหน้าที่การงานนี้ได้แน่ๆ หลังจากนั้นโน๊ตจึงใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หยิบเอางานอดิเรกคือการเย็บสมุดทำมือที่เริ่มทำด้วยเหตุผลการแก้อาการติดเกมของตัวเองมาพัฒนาและลองออกขายตามตลาด งานแฟร์ และอีเวนต์ เมื่อรายได้คงที่ ในขณะเดียวกัน ความสุขจากการพูดคุยและความชอบอกชอบใจจากลูกค้ากลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาเปิดร้านสมุดทำมือแห่งนี้ตอนโครงการบ้านข้างวัดประกาศหาผู้ขายรายใหม่พอดิบพอดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44694 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4624.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4624.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4624-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4624-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44691 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4593.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4593.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4593-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4593-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44690 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4590.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4590.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4590-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4590-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>Craft and Friendship Book</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่ง มันทำให้ผมมองความหมายของคำพูดทำนองว่า ช่วยพี่เขาซื้อหน่อย เปลี่ยนไป” โน๊ตบอกว่าเมื่อก่อนถ้าได้ยินประโยคนี้คงจะไม่ชอบใจ แต่ถ้ามองให้ทะลุ ถ้าจะขายสมุดเพื่อวัตถุประสงค์ของความเป็นสมุดเท่านั้นก็คงจะเจ๊งไปนานแล้ว การที่ลูกค้าตระหนักถึงที่มา ความพิถีพิถัน เห็นถึงความพิเศษและคุณค่าของมันเหนือไปกว่าสมุดจดทั่วไป คือสิ่งที่ทำให้ร้านเดินมาได้จนถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44695 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4630.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4630.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4630-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4630-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างง่ายๆ ถึงความพิถีพิถันในเรื่องสมุดของเขา ปัญหาที่พบได้ทั่วไปเมื่อเลือกซื้อสมุดจดคือขนาดที่ยากจะถูกใจ ไซส์ใหญ่เทอะทะ พกพาไม่สะดวก พอลดขนาดลงมาให้กะทัดรัดขึ้นก็จะมีปัญหาที่หน้ากระดาษแคบเกินไป โน๊ตศึกษาจนได้ขนาดสมุดที่ลงตัวที่สุดนั่นคือขนาด 16 เซนติเมตร x 12.8 เซนติเมตร ตัวเลขนี้ถึงจะดูก้ำกึ่ง หารไม่ลงตัว แต่ถ้าได้ลองแล้วจะพบว่าจับถนัดมือ เขียนสะดวก และสามารถใส่ในกระเป๋าเล็กได้ จึงเป็นเหตุผลที่สมุดเอกลักษณ์ชิ้นนี้ถึงขายดีที่สุดในร้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44710 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4284.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4284.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4284-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44715 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4328.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4328.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4328-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4328-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมุด 3 เล่มที่ภายในร้อยเรียงไปด้วยถ้อยคำที่ลูกค้าเขียน มีมากมายหลายภาษา บางคนวาดรูปให้ บางคนแนบเหรียญหรือชิ้นส่วนของบ้านเกิด “ผมเป็นคนชอบบริการและมีปฏิสัมพันธ์กับคน สมุดทำหน้าที่เป็นเหมือนสื่อกลางให้ได้รู้จักกัน เพราะฉะนั้นเวลามีลูกค้าอาชีพแอร์โฮสเตสแวะเอาขนมมาให้ระหว่างที่รอบิน หรือชาวญี่ปุ่นที่กลับมาซื้อกระดาษไส้ในของที่ร้านเพียงอย่างเดียว แม้แต่ลูกค้าที่ใช้เวลาหลายสิบนาทีวาดรูปลงในสมุดเฟรนด์ชิป ไม่ว่าใครก็รู้ว่าเมื่อมาเที่ยวต่างประเทศ เวลาสำคัญแค่ไหน และการที่เขาเลือกจะให้เวลานั้นกับผม เป็นอะไรที่น่าดีใจจริงๆ” โน๊ตเล่าเสร็จก็เริ่มเล่นกีตาร์โชว์ เขาบอกว่าเป็นเครื่องมือเรียกลูกค้าชั้นเยี่ยม ซึ่งบอกได้เลยว่าเห็นผลชะงัดทันตา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44699 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4662.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4662.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4662-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4662-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ข้อคิดท้ายเล่ม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการสัมภาษณ์ เราสัมผัสได้ถึงวิญญาณนักเศษฐศาสตร์ (สายที่โน๊ตเรียนจบมา) สะท้อนออกมาผ่านกระบวนการคิด เช่น การเลือกที่จะไม่ขายส่ง เพราะส่วนต่างจากราคาส่งที่ต้องลดลงไม่คุ้มค่ากับทรัพยากรแรงกายและค่าจ้างพิเศษในการผลิต หรือการเลือกวิธีการเย็บแบบเรียบง่ายชดเชยให้กับปกคอลลาจที่ต้องใช้เวลาในการทำนาน เพื่อให้ราคาสุทธิออกมาในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องของโน๊ตบอกเราว่า ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เสียเปล่า ทักษะหรือประสบการณ์ที่ติดตัวมา ที่ถึงแม้จะไม่ใช่ตัวเรา ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาชีพในฝันได้ ส่วนการจะทำความฝันให้เป็นความจริงนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงความอยากและความกล้า ควรจะมีการวางแผน ทดลอง และหมั่นถามตัวเองให้แน่ใจว่านี่เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบหรือไม่ หรือถ้าพบกับความเบื่อ (ซึ่งการันตีว่าต้องเจอแน่ๆ) จะทำอย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44700 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4668.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4668.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4668-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4668-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อคุณอ่าน คุณกำลังอ่านหัวใจของนักเขียน แต่เมื่อคุณเขียน คุณกำลังอ่านหัวใจของตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โน๊ตเจาะจงฝากถ้อยคำโปรดที่ติดอยู่บนผนังร้านนี้ลงมาในเรื่องด้วย เวลาเดินดูสมุด ทั้งที่รู้ว่าไม่มีตัวหนังสืออยู่ข้างใน คนเราก็ยังชอบเปิดดูอยู่ แม้จะไม่ได้มีรอยขีดเขียน แต่ก็มีความทรงจำ การเขียนเปรียบเสมือนกับการเปิดส่วนหนึ่งของชีวิตให้ผู้อ่านได้รับรู้ ถ้าคุณแวะมาเที่ยวเชียงใหม่และพบกับอากาศไร้ความปรานียามบ่าย ลองแวะมาหลบร้อนที่โครงการบ้านข้างวัด สมุดในร้าน ‘Note a Book’ กำลังรอให้คุณเปิดดู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่แน่ คุณอาจจะอยากลองเล่าเรื่องอะไรลงไปก็ได้นะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44697 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4648.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4648.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4648-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4648-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><em><b>Note a Book Studio</b></em></h3>
<p><em><span style="font-weight: 400;">โครงการบ้านข้างวัด 123/1 หมู่ 5 ถนน บ้านร่ำเปิง<br />
</span></em><em><span style="font-weight: 400;">ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200<br />
</span></em><em><span style="font-weight: 400;">โทร. 087 &#8211; 579 – 9816</span></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">Facebook: <a href="https://www.facebook.com/noteabookshop/" target="_blank" rel="noopener">Note a Book สมุดทำมือ</a><br />
</span></em><em><span style="font-weight: 400;">IG: note_a_book</span></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">noteabook.com</span></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44703 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4681.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4681.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4681-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/DSC4681-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><em><b>Note a Book Workshop</b></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">เวิร์กช็อปเย็บสมุดทำมือ ราคา 850 บาท </span></em><em><span style="font-weight: 400;">สามารถเลือกลายเย็บได้ตามต้องการ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และได้สมุดกลับบ้าน 1 เล่ม</span></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bannkangwat.com/note-a-book-workshop</span></em></p>
<p><em><strong>ช่างภาพ </strong>อนิรุทร์ เอื้อวิทยา</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/note-a-book/">Note a Book : ร้านสมุดทำมือที่เย็บความฝันเข้ากับความจริงได้อย่างสวยงาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/note-a-book/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A DAY IN CHIANGMAI COFFEE BREW : ร้านกาแฟถ่อมตนที่อยากให้คนชิมมีวันใหม่ที่ดีในทุกๆ วัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-day-in-chiangmai-coffee-brew/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/a-day-in-chiangmai-coffee-brew/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Sep 2018 08:05:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Chiangmai]]></category>
		<category><![CDATA[adayinchiangmai]]></category>
		<category><![CDATA[cafehunter]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=41560</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เริ่มต้นคือ… เรา&#8230;” ทุกอย่างในร้านนิ่ง มีเสียงเพลง Yellow Submarine ที่เปิดคลออยู่อึดใจใหญ่ ก่อนทุกคนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ผมกำลังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในวันที่มืดครึ้ม ขัดกับบรรยากาศภายในที่ดูจะอุ่น สงบ ชวนอมยิ้ม แจ๊ค–ถิรวัฒน์ สถิรวัฒนา  มานั่งคุยกับเราในจังหวะช้าๆ ใช้เวลาคิดก่อนจะตอบอย่างพิถีพิถัน สอดคล้องกับคาแร็กเตอร์ของร้าน A DAY IN CHIANG MAI COFFEE BREW ได้เป็นอย่างดี เริ่มจากความชอบในการกินกาแฟตามสถานที่ต่างๆ จนวันหนึ่ง คุณแจ๊คได้มีโอกาสชิมกาแฟของฝากจากเพื่อนชาวเกาหลีแล้วเกิดประทับใจ เขาจึงเริ่มศึกษาลงลึกและอยากจะแชร์กาแฟที่ตัวเองถูกใจให้กับผู้อื่น เริ่มจากเพื่อน คนรู้จัก มานั่งชิมกาแฟกัน จนพัฒนามาเป็นร้านในทุกวันนี้ สำหรับชื่อร้าน A DAY IN CHIANG MAI COFFEE BREW แจ็คอยากให้ร้านสะท้อนถึงความเย็น ความเรียบง่าย เหมือน ‘วันหนึ่งในเชียงใหม่’ เริ่มต้นจากกาแฟหนึ่งแก้ว ตัวเราหนึ่งคน ได้มาผ่อนคลาย อยู่กับตัวเอง และคิดว่า “เอ้อ วันนี้จะไปทำอะไรต่อดี” ตามที่มาของคนจุดประกาย สไตล์ และโทนของเมนูที่นี่ก็จะออกมาในแนวเกาหลี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-day-in-chiangmai-coffee-brew/">A DAY IN CHIANGMAI COFFEE BREW : ร้านกาแฟถ่อมตนที่อยากให้คนชิมมีวันใหม่ที่ดีในทุกๆ วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“เริ่มต้นคือ… เรา&#8230;” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างในร้านนิ่ง มีเสียงเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">Yellow Submarine </span></i><span style="font-weight: 400;">ที่เปิดคลออยู่อึดใจใหญ่ ก่อนทุกคนจะปล่อยเสียง</span><span style="font-weight: 400;">หัวเราะออกมา ผมกำลังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในวันที่มืดครึ้ม ขัดกับบรรยากาศภายในที่ดูจะอุ่น สงบ ชวนอมยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41582 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><i><span style="font-weight: 400;">แจ๊ค–ถิรวัฒน์ สถิรวัฒนา</span></i><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">มานั่งคุยกับเราในจังหวะช้าๆ ใช้เวลาคิดก่อนจะตอบอย่างพิถีพิถัน สอดคล้องกับคาแร็กเตอร์ของร้าน</span><span style="font-weight: 400;"> A</span><span style="font-weight: 400;"> DAY IN CHIANG MAI COFFEE BREW ได้เป็นอย่างดี</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41572 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/12-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากความชอบในการกินกาแฟตามสถานที่ต่างๆ จนวันหนึ่ง คุณแจ๊คได้มีโอกาสชิมกาแฟของฝากจากเพื่อนชาวเกาหลีแล้วเกิดประทับใจ เขาจึงเริ่มศึกษาลงลึกและอยากจะแชร์กาแฟที่ตัวเองถูกใจให้กับผู้อื่น เริ่มจากเพื่อน คนรู้จัก มานั่งชิมกาแฟกัน จนพัฒนามาเป็นร้านในทุกวันนี้</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">สำหรับชื่อร้าน</span><span style="font-weight: 400;"> A</span><span style="font-weight: 400;"> DAY IN CHIANG MAI COFFEE BREW แจ็คอยากให้ร้านสะท้อนถึงความเย็น ความเรียบง่าย เหมือน ‘วันหนึ่งในเชียงใหม่’ เริ่มต้นจากกาแฟหนึ่งแก้ว ตัวเราหนึ่งคน ได้มาผ่อนคลาย อยู่กับตัวเอง และคิดว่า “เอ้อ วันนี้จะไปทำอะไรต่อดี”</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41562 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><span style="font-weight: 400;">ตามที่มาของคนจุดประกาย สไตล์ และโทนของเมนูที่นี่ก็จะออกมาในแนวเกาหลี กาแฟจะไม่เปรี้ยวโดด ไม่เข้มขม แต่ถูกปาก เข้าถึงได้ง่าย “กาแฟเราจะมีบุคลิกความเป็นเอเชียอยู่ คือดูกลมๆ ไม่โดดเด่น แต่ที่จริงแล้วมีความซับซ้อนละเอียดของรสชาติ เหมือนร้านที่ดูไม่มีอะไร เข้ามาทำไมวะ แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวย (ยิ้ม) ”</span></h5>
<h5><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41571 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/11-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">กาแฟที่ร้านใช้เป็นเมล็ดของเชียงใหม่ล้วน ส่วน house blend ที่จะเปลี่ยนทุกสามเดือนเป็นส่วนผสมของเมล็ดเชียงใหม่ คอสตาริกา และอีกหนึ่งตัวแปร ที่ซัพพลายเออร์จะผสมมาให้ โดยส่วนมากคุณแจ๊คจะขอให้มีรสแฝงของ citrus (ผลไม้รสเปรี้ยว) และ nutty (ถั่ว) รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูหลากหลาย สั่งแบบไหนเราก็ทำให้ (เอสฯ เย็นก็ด้วย!)</span></h5>
<h5><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41561 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h5>
<h5><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41573 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h5>
<h5><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41576 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">“กาแฟดีก็คือดี แต่ถ้าทำในแบบที่ลูกค้าชอบ มานั่งชิมด้วยกัน มันก็น่าจะดีกว่า ด้วยความที่เราเปิดร้านในย่านพักอาศัย คือได้ความเป็นโลคอลแท้จริง อีกอย่างคือเขาตั้งใจ เปิดใจ มากินกับเรา เราจะได้แนะนำอะไรให้เขา เป็นการแลกเปลี่ยนตอบแทน”</span></h5>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41581 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><span style="font-weight: 400;">คุณแจ๊คทิ้งท้ายเรียบๆ ก่อนจะขอตัวกลับเข้าหลังบาร์ไปทำกาแฟให้กับลูกค้าที่ทยอยเข้าร้านมาอย่างไม่เกรงใจฝนที่ตกหนัก เราสังเกตได้ว่าสีหน้าของทุกคนในร้านดูผ่อนคลายและมีความสุข คล้ายกับการแวะมาบ้านเพื่อนเพื่อชิมกาแฟที่เจ้าบ้านชื่นชอบและอยากแนะนำบอกต่อ แบบเดียวกับกาแฟเกาหลีห่อนั้นเมื่อสามปีก่อน ที่เป็นจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟในถนนระแกงแห่งนี้</span></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">เมนูที่สั่งไปในวันนั้น</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41564 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/4-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><b>ICED AMERICANO</b></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">อเมริกาโนเย็นจากมเล็ดกาแฟ blend ของร้าน กาแฟมีกลิ่นหอมสไตล์กาแฟภาคเหนือ ผสมผสานเข้ากับความเปรี้ยวนิดๆ ของเมล็ดคอสตาริกาบราซิล ดื่มแล้วเรียกความสดชื่นให้กับตัวเราได้ดีมาก</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41565 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/5-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><b>HONEYMOON DAY</b></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">เอสเปรสโซในโซดา เพิ่มความเปรี้ยวหวานด้วยน้ำผึ้ง ส้ม และผงส้มยูจาจากเกาหลี เพียงแค่สัมผัสรสชาติทำเอาเราเห็นภาพคู่รักที่นั่งชิมสิ่งนี้ด้วยกัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบให้กาแฟมีรสชาติหอมหวานทานง่าย</span></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41577 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17-.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/17--200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></h5>
<h5><b>DRIP COFFEE</b></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">กาแฟดริปจากเมล็ดคั่วบดสูตรพิเศษของร้าน กาแฟร้อนที่มีอุณหภูมิอุ่นกรุ่น รสชาติกลมๆ ไม่เข้มขม เรียกว่าทำเอาเราจิบได้อย่างไม่เบื่อเลย</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41580 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/20-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/20-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/20-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/20-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h5><b>AUTUMN DAY</b></h5>
<h5><span style="font-weight: 400;">น้ำส้มยูจาและน้ำมะนาวในโซดาดัดแปลงมาจากเครื่องดื่มที่คนเกาหลีนิยมในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เมนูซิกเนเจอร์ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี รับรองว่าเหมาะกับการทานตั้งแต่ฤดูร้อนยันฤดูหนาวแน่นอน</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41568 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/8-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-41570 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/10-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>A DAY IN CHIANGMAI COFFEE BREW</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Address :</strong> 107 ถนนระแกง ตำบล ช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เข้าซอยมาร้านจะอยู่ตรงข้ามโรงงานยาคูลท์พอดิบพอดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>hours :</strong> 10:00-17:00 (last order 16:30) หยุดวันอาทิตย์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสายของหวานมีร้านเค้กของพี่สาวคุณแจ๊ค ชื่อว่า</span><b> Live.aday </b><span style="font-weight: 400;">อยู่ข้างๆ ด้วย (เปิด-ปิดเวลาเดียวกัน)</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-day-in-chiangmai-coffee-brew/">A DAY IN CHIANGMAI COFFEE BREW : ร้านกาแฟถ่อมตนที่อยากให้คนชิมมีวันใหม่ที่ดีในทุกๆ วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/a-day-in-chiangmai-coffee-brew/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHY IKEA’s IDEAS ARE SO GREAT</title>
		<link>https://adaymagazine.com/report-why-ikea-is-great/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/report-why-ikea-is-great/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Feb 2018 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[อิเกีย]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สวีเดน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[furniture]]></category>
		<category><![CDATA[ikea]]></category>
		<category><![CDATA[อิงวาร์ แคมปรัด]]></category>
		<category><![CDATA[Ingvar Kamprad]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/report-why-ikea-is-great/</guid>

					<description><![CDATA[<p>28 มกราคม 2018 มีข่าวการจากไปในวัย 91 ปี ของ อิงวาร์ แคมปรัด (Ingvar Kamprad) ผู้ก่อตั้ง อิเกีย (IKEA) ทำให้ใครหลายคนหันมาพูดถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสัญชาติสวีเดนนี้ด้วยความสรรเสริญและชื่นชม การที่สาขาในไทยที่เมกาบางนาเพิ่งจะฉลองครบรอบ 5 ปี และเตรียมเปิดสาขาที่ 2 กลางเดือนมีนาคมนี้ น่าจะการันตีถึงความสำเร็จได้ไม่น้อย นอกจากสินค้าหน้าตาดี ราคาน่ารัก อิเกียยังขายแนวคิด ทัศนคติการทำการตลาด และการบริการลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์จนครองใจคนทั่วโลก สำหรับใครที่ยังไม่อินหรือยังไม่รู้จักอิเกีย เราจะพาไปดูความคิดและแคมเปญสนุกๆ ที่ทำให้แบรนด์นี้ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก และหวังว่าคุณจะรักอิเกียขึ้นกว่าเดิม &#160; จากเด็กชายขายไม้ขีดไฟสู่นักธุรกิจพันล้าน ในฟาร์มเล็กๆ ทางตอนใต้ของสวีเดน พ่อค้าตัวน้อยวัย 6 ขวบ นามว่าอิงวาร์ แคมปรัด กำลังปั่นจักรยานขายไม้ขีดไฟตามละแวกบ้านอย่างขะมักเขม้นจนวิญญาณเด็กสาวจากนิทานสาวน้อย (ขาย) ไม้ขีดไฟจะต้องอิจฉาตาร้อน เพราะเขาขายได้ แถมยังสร้างกำไรงามอีกต่างหาก ที่เป็นอย่างนี้เพราะอิงวาร์พบช่องทางการตลาดที่ว่า ถ้าเขาซื้อไม้ขีดไฟจำนวนมากจากเมืองหลวงอย่างสตอล์กโฮล์มมาในราคาถูกแสนถูก เขาจะสามารถนำมาขายปลีกให้แต่ละครัวเรือนในราคาที่ได้กำไร แต่ลูกค้าเต็มใจเพราะถึงยังไงก็ถูกกว่าตัวเองไปซื้อตามตลาดใกล้ๆ อยู่ดี เขาเรียนรู้เทคนิคนี้ก่อนที่จะพัฒนาไปขายปลา เครื่องเขียน เลยเถิดไปถึงของตกแต่งวันคริสมาสต์ ในวันเกิดครบ 17 ปี อิงวาร์ใช้เงินก้อนหนึ่งจากพ่อที่ได้เป็นของขวัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-why-ikea-is-great/">WHY IKEA’s IDEAS ARE SO GREAT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>28 มกราคม 2018 มีข่าวการจากไปในวัย 91 ปี ของ <strong>อิงวาร์ แคมปรัด (Ingvar Kamprad)</strong> ผู้ก่อตั้ง <strong>อิเกีย (IKEA) </strong>ทำให้ใครหลายคนหันมาพูดถึงแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสัญชาติสวีเดนนี้ด้วยความสรรเสริญและชื่นชม การที่สาขาในไทยที่เมกาบางนาเพิ่งจะฉลองครบรอบ 5 ปี และเตรียมเปิดสาขาที่ 2 กลางเดือนมีนาคมนี้ น่าจะการันตีถึงความสำเร็จได้ไม่น้อย</p>
<p>นอกจากสินค้าหน้าตาดี ราคาน่ารัก อิเกียยังขายแนวคิด ทัศนคติการทำการตลาด และการบริการลูกค้าที่เป็นเอกลักษณ์จนครองใจคนทั่วโลก สำหรับใครที่ยังไม่อินหรือยังไม่รู้จักอิเกีย เราจะพาไปดูความคิดและแคมเปญสนุกๆ ที่ทำให้แบรนด์นี้ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก และหวังว่าคุณจะรักอิเกียขึ้นกว่าเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6f.jpg" /></p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>จากเด็กชายขายไม้ขีดไฟสู่นักธุรกิจพันล้าน</strong></h3>
<p>ในฟาร์มเล็กๆ ทางตอนใต้ของสวีเดน พ่อค้าตัวน้อยวัย 6 ขวบ นามว่าอิงวาร์ แคมปรัด กำลังปั่นจักรยานขายไม้ขีดไฟตามละแวกบ้านอย่างขะมักเขม้นจนวิญญาณเด็กสาวจากนิทานสาวน้อย (ขาย) ไม้ขีดไฟจะต้องอิจฉาตาร้อน เพราะเขาขายได้ แถมยังสร้างกำไรงามอีกต่างหาก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/11f.jpg" /></p>
<p>ที่เป็นอย่างนี้เพราะอิงวาร์พบช่องทางการตลาดที่ว่า ถ้าเขาซื้อไม้ขีดไฟจำนวนมากจากเมืองหลวงอย่างสตอล์กโฮล์มมาในราคาถูกแสนถูก เขาจะสามารถนำมาขายปลีกให้แต่ละครัวเรือนในราคาที่ได้กำไร แต่ลูกค้าเต็มใจเพราะถึงยังไงก็ถูกกว่าตัวเองไปซื้อตามตลาดใกล้ๆ อยู่ดี เขาเรียนรู้เทคนิคนี้ก่อนที่จะพัฒนาไปขายปลา เครื่องเขียน เลยเถิดไปถึงของตกแต่งวันคริสมาสต์</p>
<p>ในวันเกิดครบ 17 ปี อิงวาร์ใช้เงินก้อนหนึ่งจากพ่อที่ได้เป็นของขวัญ เป็นทุนสร้างบริษัทขายของทางจดหมายสไตล์ส่งถึงบ้าน ก่อนจะเริ่มขยับมาขายเฟอร์นิเจอร์อย่างจริงจังใน 5 ปีถัดมา ถึงวันนี้ หนุ่มน้อยหัวการค้าคนนั้นก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านเจ้าของบริษัทอิเกียที่กระจายอยู่กว่า 412 สาขา ใน 49 ประเทศทั่วโลก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/5f.jpg" /></p>
<hr />
<h3><strong>ความสนุกในรายละเอียดของอิเกียที่เห็นได้ทั่วโลก</strong></h3>
<p><u>คู่มือการประกอบสินค้าที่เป็นภาพล้วน</u><u></u></p>
<p>พออิเกียเริ่มขยายสาขาไปต่างประเทศที่ใช้ภาษาหลากหลาย การแปลคู่มือประกอบสินค้าเป็นภาษาต่างๆ เริ่มยุ่งยากและแพงมากขึ้น อิเกียเลยตัดปัญหาด้วยการทำคู่มือที่ใช้ภาพทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องแปล ที่นี้ทุกคนก็แฮปปี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/7f1.jpg" /></p>
<p><u>ดินสอ</u><u></u></p>
<p>ทุกคนคงจะคุ้นเคยดีกับดินสอจิ๋วหุ้มด้วยไม้สีอ่อนพร้อมประทับโลโก้อิเกียทางร้านมีไว้ให้ใช้จดรหัสสินค้า ถึงจะมีจุดบอกให้คืนดินสออย่างชัดเจน การแอบเม้มเอาดินสอออกจากร้านไปก็ไม่ถูกจัดเป็นข้อห้ามที่เคร่งครัด เพราะอิเกียเลือกที่จะมองว่ามันก็เป็นประโยชน์ทางการโฆษณาแบรนด์ได้</p>
<p>มีศิลปินเคยสร้างงานศิลปะจากดินสออิเกีย (ซึ่งก็น่าจะขโมยมา) ลามไปกันใหญ่ถึงขนาดถูกเอาไปใช้ในการมาร์กกระดูกของศัลยแพทย์ เพราะขนาดเหมาะมือและส่งไปอบฆ่าเชื้อได้!</p>
<p>แม้จำนวนดินสอที่พลัดพรากออกจากร้านจะมีมากกว่าล้านแท่งต่อปี ทางร้านก็ยังยินดีจะมีดินสอไว้บริการตามเดิมเพราะจุดประสงค์ในการช่วยลูกค้าจดและจำออเดอร์ ใจดีกว่านี้จะมีอีกมั้ยเนี่ย</p>
<p><u>แคตตาล็อกอิเกีย</u><u></u></p>
<p>ผลิตครั้งแรกในปี 1951 หนังสือรวบรวมสินค้าเล่มหนาสี่สีสวยงามเช่นนี้ถูกจัดให้เป็นเครื่องมือการตลาดหลักของแบรนด์ (ทุ่มให้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของงบการตลาดทั้งหมด) ซึ่งมันถูกพิมพ์ออกมาต่อปีมากว่าคัมภีร์ไบเบิ้ล หนังสือที่เขาว่ากันว่าเป็น non-fiction ที่ขายดีที่สุดในโลกถึง 3 เท่า!</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/9f.jpg" /></p>
<p>อย่างแคมเปญ “Bookbook” แนะนำแคตตาล็อกปี 2015 อิเกียก็ทำออกมาล้อเลียนไอแพดของ Apple ได้น่ารักน่าหยิก เช่นการบอกว่าแคตตาล็อกของเขาเนี่ย ไม่มีวันแบตหมดและไม่ต้องรอดาวน์โหลด แถมยังคมชัดทุกหน้าด้วย (ซึ่งบอกด้วยจังหวะเดียวกับ Apple ที่ชอบเอา Developer หรือ CEO มาพูดกับกล้อง เปิด backing track ล้ำๆ มีคำทำนอง future, extraordinary, for everyone) ถือเป็นแคมเปญโฆษณาที่กวนได้โดยไม่มีใครโกรธ</p>
<hr />
<h3><strong>ทำไมอิเกียถึงเจ๋งและประสบความสำเร็จไปทั่วโลก</strong></h3>
<p><u>1.สินค้าถูกและดี</u><u></u></p>
<p>เป็นเรื่องพื้นฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของการทำธุรกิจ คือการทำให้รายรับมากกว่ารายจ่าย ของถูกและดีไม่มีในโลก แต่อิเกียมองเห็นทางเลือกที่มากกว่านั้น ตั้งแต่เลือกทำเลที่ตั้งในพื้นที่นอกเมืองเพื่อลดต้นทุนจากส่วนต่างค่าที่ดิน เลือกผลิตสินค้าให้บรรจุในแพ็กเกจกะทัดรัดประหยัดพื้นที่เพื่อลดต้นทุนของขนาดโกดังและต้นทุนค่าขนส่ง และเชิญชวนให้ลูกค้าประกอบสินค้าส่วนใหญ่ด้วยฝีมือของตัวเองเพื่อลดต้นทุนค่าจ้างประกอบไปอีกต่อ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4f1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/3f1.jpg" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้อิเกียจึงสามารถคงคุณภาพสินค้าให้มีราคาถูกโดยไม่จำเป็นต้องตัดทอนคุณภาพของมัน ยิ้มออกกันทั้งลูกค้าและบริษัท</p>
<p><u>2.รู้จักปรับตัวให้สอดรับกับวัฒนธรรมและเลือกส่งสารที่ซื้อใจ ตรงยุคสมัย</u><u></u></p>
<p>โรงอาหารที่อยู่คู่กับร้านแต่ละสาขาถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นและดึงดูดไม่แพ้กัน แต่ละสาขาจะมีเมนูง่ายๆ พบได้ที่บ้านเกิดของแบรนด์ อย่างมีตบอลสุดคลาสสิกทำจากเนื้อหมูและวัวบดคลุกเคล้ากับไข่ หัวหอม นม ครีม ปั้นเป็นก้อนแล้วอบเนยเสิร์ฟพร้อมกับมันบดราดซอสเกรวี่ และแยมลินกอนเบอร์รี่ เป็นเมนูยืนพื้นแสดงเอกลักษณ์ของอิเกียและประเทศสวีเดนไปในตัว</p>
<p>เมนูอื่นๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามปัจจัยต่างๆ ทั้งประเทศที่ตั้งเองก็ด้วย อย่างเช่น ฮอตดอกในสหรัฐฯ ไก่ชาวาร์ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และแน่นอน กะเพราหมูไข่ดาวในไทยเราเอง หรือสาขาในประเทศอิสราเอลก็ตั้งโรงอาหารเฉพาะสำหรับขายอาหารโคเชอร์ (Kosher) สำหรับชาวยิวที่เคร่งครัด</p>
<p>อีกหนึ่งแคมเปญที่ถูกพูดถึงกันมาก คือที่สาขาไต้หวันมีการทำโซนหม้อไฟมาบริการลูกค้า โดยวิธีการเร่งไฟของหม้อสุกี้จะแปรผันตรงกับจำนวนมือถือที่ผู้ร่วมโต๊ะยอมสละมาวางไว้ใต้หม้อ บังคับให้ทุกคนต้องผละจากหน้าจอมือถือที่คนสมัยนี้ติดงอมแงม มาพูดคุยกันจริงๆ และได้ตระหนักถึงเสน่ห์ของการกินข้าวร่วมโต๊ะกันอีกครั้ง</p>
<p>ทั้ง 2 ตัวอย่างแสดงความใส่ใจและความพร้อมของอิเกียที่จะปรับเปลี่ยนไปตามเวลาและบริบทเพื้อซื้อใจลูกค้า โดยที่ยังไม่ทิ้งตัวตนของแบรนด์ด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1f1.jpg" /></p>
<p><u>3.เน้นการทำธุรกิจแบบวิน-วิน เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าและสังคมไปพร้อมๆ กัน<br />
</u><u></u></p>
<p>เพื่อความสบายใจในการช้อปปิ้ง อิเกียหลายสาขามีบริการสนามเด็กเล่นที่มีชื่อว่า สมอลแลนด์ (Småland) ตั้งจากชื่อเมืองเกิด (และตาย) ของอิงวาร์ผู้ก่อตั้ง แถมพ้องกับความหมายภาษาอังกฤษที่แปลว่าพื้นที่เล็กๆ อย่างเหมาะเจาะ โดยมีพนักงานคอยดูแลและเพจเจอร์ตาม (ฮิปสเตอร์ป่ะล่ะ) หากเกิดเหตุฉุกเฉินกับบุตรหลานของท่าน</p>
<p>อีกหนึ่งโครงการที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคือการเชิญชวญเด็กอายุ 4 &#8211; 9 ขวบทั่วโลกมาแข่งกันออกแบบ ‘ตุ๊กตาในฝัน’ ซึ่งทุกๆ ปี จะคัดผู้ชนะ 10 รางวัลและทำตุ๊กตาเหล่านั้นขึ้นมาเป็นสินค้าจริงๆ (ภายใต้ชื่อ SAGOSKATT ซึ่งแปลว่าสมบัติในจินตนาการ) โดยอิเกียจะบริจาคเงิน 1 ยูโรต่อตุ๊กตาทุกตัวที่ขายได้ให้กับยูนิเซฟและองค์กรคุ้มครองสิทธิเด็ก ส่งเสริมเรื่องการศึกษา ซึ่งปัจจุบันได้ช่วยเด็กไปแล้ว 46 ประเทศ อย่างในรูปด้านล่างก็เป็นตุ๊กตาที่เด็กไทยเป็นคนออกแบบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/10f1.jpg" /></p>
<p>ส่วนสาขาที่แคนาดาเองก็ไม่แพ้กัน มีแคมเปญ IKEA Moving Day แจกกล่องลังเพื่อใช้ใส่ของย้ายบ้านตามจุดต่างๆ ของเมือง นอกจากโลโก้แล้วนั้น ข้างกล่องยังสกรีนด้วยเคล็ดลับการย้ายบ้าน เชกลิสต์ โฆษณาเชิญชวนมากินอาหารที่อิเกีย (เผื่อจะยังแต่งห้องครัวไม่เสร็จ) และข้อความที่ว่า “กลับมาเอาไปอีกนะ” ความใจดีของอิเกียถูกตอบแทนจากลูกค้าด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24.5 เปอร์เซ็นต์ เห็นมั้ยว่าวิน-วิน ขนาดไหน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2f3.jpg" /></p>
<p>“<strong>บ้าน คือสถานที่ที่สำคัญที่สุดในโลก”</strong> เคยเป็นก๊อบปี้โฆษณาเด็ดของอิเกียที่โด่งดังคว้ารางวัลมากมาย การให้ความสำคัญกับ &#8220;บ้าน&#8221; คือความภูมิใจในความดั้งเดิม แต่การให้ความสำคัญกับลูกค้าก็สำคัญไม่แพ้กัน</p>
<p><strong>&#8220;What is good for our customers is also, in the long run, good for us.&#8221;<br />
</strong></p>
<p>ผมหวังว่าคำพูดประโยคนี้ของอิงวาร์จะเป็นพลังเล็กๆ ที่รักษาและผลักดันให้เกิดค่านิยมในสังคมที่ไม่จำเป็นต้องเอาเปรียบเพื่อก้าวไปข้างหน้า ความสัมพันธ์แบบภาวะพึ่งพาระหว่าง 2 ขั้วของการค้านั้นก็ทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจและชีวิตได้อย่างไม่ยากเกินจริง</p>
<p>ขอบคุณสำหรับคำสอนและแรงบันดาลใจ หลับให้สบายนะครับ คุณอิงวาร์ แคมปรัด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8f2.jpg" /></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><strong><em>FUN FACTS<br />
ของ IKEA ที่หลายคนอาจยังไม่รู้<br />
</em></strong></p>
<p><u>ชื่อ<br />
</u>ชื่ออิเกีย (IKEA) คือคำย่อจากอักษรตัวแรกของชื่อ Ingvar Kamprad ส่วน E กับ A มาจากเอลทราด (Elmtaryd) ชื่อฟาร์มของครอบครัวอิงวาสมัยเด็กที่ติดกับหมู่บ้านข้างๆ ที่ชื่อว่า Agunnaryd</p>
<p><u>เสียง<br />
</u>เคยสงสัยมั้ยว่าสรุปแล้วคำว่า IKEA มันออกเสียงว่า ‘อิเกีย’ หรือ ‘ไอเกีย’ กันแน่ เพราะเวลาฟังฝรั่งออกเสียงในสื่อต่างๆ ก็ออกเป็น ‘ไอเกีย’ กัน ซึ่งจริงๆ แล้วต้องตั้งคำถามใหม่ว่า เราจะยึดการออกเสียงของใครเป็นหลัก ถ้าอยากจะดั้งเดิมก็ต้อง อิเกีย นี่แหละ ถูกแล้ว (เอาเป๊ะๆ คือ อิ-เคีย-ยะ ควบสองพยางค์หลังเร็วๆ) ส่วนถ้าจะออกตามคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักก็จะออกว่า ไอ-เคีย อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้ออกมาแจ้งแล้วว่าสามารถออกเสียงได้ทั้ง 2 แบบ ไอเกียก็ได้ อิเกียก็ดี เอาที่สบายใจนะ</p>
<p><u>เรียง<br />
</u>ทุกสาขาของอิเกียถูกออกแบบมาให้เป็นทางเดินวันเวย์ ไล่ตั้งแต่โชวร์รูมแสดงตัวอย่างการจัดห้องต่างๆ ที่มีให้เลือกชมอย่างหลากหลาย แบ่งตามสไตล์และขนาดของพื้นที่ จะซื้อชิ้นไหนก็โน้ตเอาไว้ ต่อมา ลูกค้าจะเข้ามาในส่วนที่เรียกว่า มาร์เก็ตฮอลล์ เป็นโกดังของสินค้าขนาดเล็กให้เลือกสรรสินค้าโยนลงรถเข็น ก่อนที่จะมาถึงบริเวณสุดท้ายคือโกดังเฟอร์นิเจอร์แบบบริการตนเอง เพื่อเลือกเลือกเอาสินค้าขนาดใหญ่ตามที่โน้ตไว้ในเลนและลำดับที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบก่อนจะนำไปจ่ายเงิน นอกจากจะไม่ต้องจ้างพนักงานเยอะแล้ว ลูกค้าก็ได้ความพึงพอใจจากการลงมือทำเองอีกด้วย อิเกียบอกว่าจุดประสงค์ที่ให้ลูกค้าโฟลว์ไปตาม ‘the long natural way’ เพราะต้องการสนับสนุนให้ลูกค้ามองผลิตภัณฑ์ของเขาในภาพรวม</p>
<p><u>นาม<br />
</u>ด้วยที่นายอิงวาร์เป็นโรค Dyslexia (ภาวะผิดปกติของสมองที่สัมพันธ์กับการอ่าน เขียน และการสะกดคำ) ทำให้เขามีปัญหากับการจำประเภทสินค้าในรูปแบบโค้ดต่างๆ ที่คนทั่วไปจำกันไม่ค่อยได้อยู่แล้วมากขึ้นไปอีก การแก้ปัญหาที่กลายเป็นความน่ารักและเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอิเกียก็คือ การตั้งชื่อสินค้าเป็นคำคำเดียว (มีน้อยมากที่จะเป็น 2 คำ) และยังแบ่งประเภทของชื่อตามหมวดหมู่ช่วยให้จำง่ายขึ้น เช่น ชื่ออาชีพเป็นสินค้าประเภทชั้นวางหนังสือ ชื่อของแม่น้ำ อ่าว และทะเลสาบในสแกนดิเนเวีย สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ และชื่อผู้หญิงสำหรับผ้าม่าน</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทยังสรรหาชื่อมาให้ความหมายสอดคล้องกับสินค้าด้วย อย่างเช่น ชุดมีดที่ใช้ชื่อว่า SKARP แปลว่า หลักแหลม และชุดของเล่นเด็กที่ใช้ชื่องว่า DUKTIG แปลว่าประพฤติดี <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-why-ikea-is-great/">WHY IKEA’s IDEAS ARE SO GREAT</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/report-why-ikea-is-great/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CHIANG KHAN</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-chiangkhan/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-chiangkhan/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jan 2018 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[เลย]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงคาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-chiangkhan/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวเอกลักษณ์ของเมืองไทย เชียงคานคงจะเป็นเมืองที่หลายคนคุ้นเคย เป็นเพราะมันเคยบูมมากในหลายปีก่อน (ในความเห็นของผม) ทำให้คนทั่วไปรู้จักและจินตนาการตามได้ไม่ยาก ย้อนกลับไปสมัยมัธยม ผมอ่านนิตยสารของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คอลัมน์แบ่งประเภทสาว &#8216;ถาปัตย์ จะมีประเภทหนึ่งที่เป็นสาวเซอร์สุดมินิมอล ผู้สวมชุดดำจรดเท้า ซาบซึ้งในงานของคุณทะดะโอะ อันโด หลงใหลเอสเพรสโซชั้นดี และเที่ยวเชียงคานทุกสุดสัปดาห์ ผมอ่านแล้วก็รู้สึกตลกดี นึกภาพเมืองเชียงคานเป็นสีไม้ๆ ประดับไปด้วยไฟส้มสลัว อากาศเย็นและเงียบสงบ ผมได้กลับไปเยี่ยมเชียงคานอีกครั้งเมื่อมาทำงานที่จังหวัดเลย หลังจากที่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อ 4 &#8211; 5 ปีก่อน ว่าแล้วก็นึกคำพูดของเพื่อน ญาติ และคนในเว็บบอร์ดที่บอกว่าเชียงคานไม่สวยเหมือนแต่เก่าด้วยเหตุผลร้อยแปด เช่น คนเยอะไป หรือความสงบและอารมณ์ดั้งเดิมที่ลดลง ผมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าเชียงคานเปลี่ยนไป แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้ก็ด้วย ถึงบางองค์ประกอบจะแตกต่างออกไป แต่ถนนชายโขงก็เป็นถนนเส้นเดิม บ้านไม้อายุร้อยกว่าปีและประตูบานเฟี้ยมก็ยังอยู่ ผมว่าคงเป็นการเอาแต่ใจไปหน่อยที่จะยึดติดกับความชั่วคราวของสิ่งเหล่านี้ ถ้าอยากจะอนุรักษ์จริง คงจะต้องคืนเชียงคานไปให้ลาวและเปลี่ยนกลับเป็นชื่อเมืองปากเหืองไปให้รู้แล้วรู้รอด (ฮา) “ทุกสิ่งทุกอย่างมีความสวยงามของมันอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นมัน” สาว &#8216;ถาปัตย์ในจินตนาการคนนั้นดูมีทรงจะชื่นชมปรัชญาท่อนนี้ของขงจื๊อ ว่ามั้ยครับ ถึงเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ถ้าดูให้ดีแล้ว เชียงคานก็ยังสวยงาม 🙂 ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-chiangkhan/">CHIANG KHAN</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_14.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_15.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_16.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_17.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_18.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/chiang_kan_19.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวเอกลักษณ์ของเมืองไทย เชียงคานคงจะเป็นเมืองที่หลายคนคุ้นเคย เป็นเพราะมันเคยบูมมากในหลายปีก่อน (ในความเห็นของผม) ทำให้คนทั่วไปรู้จักและจินตนาการตามได้ไม่ยาก</p>
<p style="text-align: center">ย้อนกลับไปสมัยมัธยม ผมอ่านนิตยสารของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ คอลัมน์แบ่งประเภทสาว &#8216;ถาปัตย์ จะมีประเภทหนึ่งที่เป็นสาวเซอร์สุดมินิมอล ผู้สวมชุดดำจรดเท้า ซาบซึ้งในงานของคุณทะดะโอะ อันโด หลงใหลเอสเพรสโซชั้นดี และเที่ยวเชียงคานทุกสุดสัปดาห์  ผมอ่านแล้วก็รู้สึกตลกดี นึกภาพเมืองเชียงคานเป็นสีไม้ๆ ประดับไปด้วยไฟส้มสลัว อากาศเย็นและเงียบสงบ</p>
<p style="text-align: center">
	ผมได้กลับไปเยี่ยมเชียงคานอีกครั้งเมื่อมาทำงานที่จังหวัดเลย หลังจากที่เคยไปเที่ยวกับเพื่อนเมื่อ 4 &#8211; 5 ปีก่อน ว่าแล้วก็นึกคำพูดของเพื่อน ญาติ และคนในเว็บบอร์ดที่บอกว่าเชียงคานไม่สวยเหมือนแต่เก่าด้วยเหตุผลร้อยแปด เช่น คนเยอะไป หรือความสงบและอารมณ์ดั้งเดิมที่ลดลง</p>
<p style="text-align: center">
	ผมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าเชียงคานเปลี่ยนไป แต่ทุกสิ่งบนโลกนี้ก็ด้วย ถึงบางองค์ประกอบจะแตกต่างออกไป แต่ถนนชายโขงก็เป็นถนนเส้นเดิม บ้านไม้อายุร้อยกว่าปีและประตูบานเฟี้ยมก็ยังอยู่ ผมว่าคงเป็นการเอาแต่ใจไปหน่อยที่จะยึดติดกับความชั่วคราวของสิ่งเหล่านี้ ถ้าอยากจะอนุรักษ์จริง คงจะต้องคืนเชียงคานไปให้ลาวและเปลี่ยนกลับเป็นชื่อเมืองปากเหืองไปให้รู้แล้วรู้รอด (ฮา)</p>
<p style="text-align: center">
	“ทุกสิ่งทุกอย่างมีความสวยงามของมันอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นมัน” สาว &#8216;ถาปัตย์ในจินตนาการคนนั้นดูมีทรงจะชื่นชมปรัชญาท่อนนี้ของขงจื๊อ ว่ามั้ยครับ</p>
<p style="text-align: center">
	ถึงเวลาจะเปลี่ยนไป แต่ถ้าดูให้ดีแล้ว เชียงคานก็ยังสวยงาม <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-chiangkhan/">CHIANG KHAN</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-chiangkhan/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Grassroom Bangkok : โอเอซิสกลางสยามที่ย้ำให้เห็นว่าอาหารไทยกินคู่กับอะไรก็อร่อย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-grassroom-bangkok/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-grassroom-bangkok/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Dec 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[สยามสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[Grassroom Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร สยามสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษพล ผลาผล]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัช เกียรติพงษ์สาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-grassroom-bangkok/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าจะให้พูดถึงวัฒนธรรมการกินอาหารนอกบ้าน สมัยก่อนเรากินเพื่ออยู่ กินเพื่ออิ่ม แต่ตอนนี้คนเราออกไปกินมากกว่าอาหาร เราไปกินบรรยากาศร้าน ไปกินมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์ชีวิตที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารตั้งใจมอบให้จนเข้าใกล้การชื่นชมงานศิลปะเข้าไปทุกที ในวันอากาศร้อนและผู้คนพลุกพล่านที่สยามสแควร์ เราขึ้นบันไดเล็กๆ ของตึกแถวหนึ่งในซอย 2 เจอกับป้ายไฟนีออนสีสดของร้าน Grassroom Bangkok ที่ บอย-กฤษพล ผลาผล และ ต๊ะ-ปรัช เกียรติพงษ์สาร เจ้าของร้านกำลังรอต้อนรับเราด้วยบรรยากาศของร้านอาหารสุดน่านั่งและเมนูอาหารน่าสนใจ ทั้งบอยและต๊ะเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว พอๆ กับชอบตามกินตามชิมอาหารเป็นทุนเดิม ด้วยความที่เคยทำร้านอาหารมาก่อน ประกอบกับความผูกพันกับบริเวณสยามสแควร์ตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อโอกาสเหมาะ ทั้งสองจึงคิดอยากจะสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจากความวุ่นวาย ให้ผู้คนได้หลบมาใช้เวลาในบรรยากาศร่มรื่นใจที่ปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้เขียวชอุ่ม และได้ลองชิมอาหารที่ทางร้านตั้งใจ “เอาประสบการณ์การเดินทางมาใส่ไว้ในจาน แล้วนำเสนอออกมาใหม่” ไอเดียเจ๋งๆ ที่เราชอบของเมนูร้าน Grassroom Bangkok จะเน้นเป็นเอเชียนฟิวชั่น แต่ไม่ใช่การจับแพะชนแกะสุ่มสี่สุ่มห้า ทางร้านจับ ‘จุดร่วม’ ของวัฒนธรรมการกินอาหารของตะวันออกและตะวันตกมาสร้างสรรค์เป็นผลงานใหม่ที่ลึกซึ้ง น่าสนใจ มีประโยชน์ และอร่อยไม่แพ้เมนูอันเป็นที่มา ยกตัวอย่างเช่น แพตตี้เนื้อในเบอร์เกอร์คลาสสิกของอาหารตะวันตก มีลักษณะคลับคล้ายกับหมูสับปลาเค็ม อาหารคอมฟอร์ตฟู้ดในครอบครัวไทย จึงทำให้เกิดเป็น Grassroom Double Burger and Hand-Cut [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-grassroom-bangkok/">Grassroom Bangkok : โอเอซิสกลางสยามที่ย้ำให้เห็นว่าอาหารไทยกินคู่กับอะไรก็อร่อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ถ้าจะให้พูดถึงวัฒนธรรมการกินอาหารนอกบ้าน สมัยก่อนเรากินเพื่ออยู่ กินเพื่ออิ่ม แต่ตอนนี้คนเราออกไปกินมากกว่าอาหาร เราไปกินบรรยากาศร้าน ไปกินมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์ชีวิตที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารตั้งใจมอบให้จนเข้าใกล้การชื่นชมงานศิลปะเข้าไปทุกที</p>
<p>
	ในวันอากาศร้อนและผู้คนพลุกพล่านที่สยามสแควร์ เราขึ้นบันไดเล็กๆ ของตึกแถวหนึ่งในซอย 2 เจอกับป้ายไฟนีออนสีสดของร้าน <strong>Grassroom Bangkok</strong> ที่ <strong>บอย-กฤษพล ผลาผล</strong> และ <strong>ต๊ะ-ปรัช เกียรติพงษ์สาร</strong> เจ้าของร้านกำลังรอต้อนรับเราด้วยบรรยากาศของร้านอาหารสุดน่านั่งและเมนูอาหารน่าสนใจ</p>
<p>
	ทั้งบอยและต๊ะเป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยว พอๆ กับชอบตามกินตามชิมอาหารเป็นทุนเดิม ด้วยความที่เคยทำร้านอาหารมาก่อน ประกอบกับความผูกพันกับบริเวณสยามสแควร์ตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อโอกาสเหมาะ ทั้งสองจึงคิดอยากจะสร้างสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจากความวุ่นวาย ให้ผู้คนได้หลบมาใช้เวลาในบรรยากาศร่มรื่นใจที่ปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้เขียวชอุ่ม และได้ลองชิมอาหารที่ทางร้านตั้งใจ “เอาประสบการณ์การเดินทางมาใส่ไว้ในจาน แล้วนำเสนอออกมาใหม่”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom9.jpg"></p>
<p>
	ไอเดียเจ๋งๆ ที่เราชอบของเมนูร้าน Grassroom Bangkok จะเน้นเป็นเอเชียนฟิวชั่น แต่ไม่ใช่การจับแพะชนแกะสุ่มสี่สุ่มห้า ทางร้านจับ ‘จุดร่วม’ ของวัฒนธรรมการกินอาหารของตะวันออกและตะวันตกมาสร้างสรรค์เป็นผลงานใหม่ที่ลึกซึ้ง น่าสนใจ มีประโยชน์ และอร่อยไม่แพ้เมนูอันเป็นที่มา ยกตัวอย่างเช่น แพตตี้เนื้อในเบอร์เกอร์คลาสสิกของอาหารตะวันตก มีลักษณะคลับคล้ายกับหมูสับปลาเค็ม อาหารคอมฟอร์ตฟู้ดในครอบครัวไทย จึงทำให้เกิดเป็น Grassroom Double Burger and Hand-Cut Fries เบอร์เกอร์หมูปลาเค็มเสิร์ฟเคียงกับซอสสูตรพิเศษ พริกดองและมันฝรั่งทอดทั้งเปลือก</p>
<p>
	ส่วนการตกแต่งของร้านก็จัดเป็นตัวชูโรงไม่แพ้กัน ทางร้านตั้งใจตกแต่งเป็นสไตล์ Urban Rustic ที่ถือกำเนิดขึ้นในเมืองแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก มีจุดเด่นที่การประยุกต์เอาความเก่ามาสอดแทรกด้วยสิ่งใหม่ เน้นโชว์พื้นผิวของวัสดุจากธรรมชาติที่หลากหลายเพื่อให้บรรยากาศน่านั่งเหมือนอยู่บ้าน เข้าถึงง่าย แต่ก็ไม่ทิ้งความเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ เห็นได้จากเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้เข้าเซ็ตกันเป๊ะ แต่มีความกลมกลืน ผนังของมุมต่างๆ ในร้าน ที่มีทั้งกระเบื้องเคลือบ กระจกเงา ไปจนถึงอิฐมอญเปลือย และการประดับประดาด้วยต้นไม้หลายชนิดให้ผ่อนคลายตาแถมยังสบายปอด เพราะต้นไม้หลายพันธุ์ในร้าน อย่างต้นลิ้นมังกร ต้นยาง ต้นจั๋ง มีคุณสมบัติฟอกอากาศได้ดี นี่ยังเป็นที่มาของชื่อร้านที่คำว่า grass จะแปลว่า สีเขียว แปลว่าผัก หรือแปลว่าต้นไม้ใบหญ้าก็ไม่ผิด เป็นการสรุปถึงห้องอาหารสีเขียวที่ประดับไปด้วยต้นไม้มากมายและมีผักผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักอยู่ในอาหารทุกจาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom14.jpg"></p>
<p>
	บอยเล่าว่าหนึ่งในแรงขับหลักของร้านนี้คือข้อคิดที่ได้จากการไปกินอาหารต่างสไตล์ในต่างแดน พบว่าอาหารไทยที่คนไทยปรุงใช้ผงสำเร็จรูป ในขณะที่อาหารไทยที่ชาวต่างชาติปรุงกลับทำออกมาได้ประณีต ตั้งใจ และรู้จักประยุกต์วัตถุดิบเพื่อยกระดับของอาหาร บอยจึงตั้งใจอยากบอกให้คนทั่วโลกได้รู้ว่า อาหารไทยนั้นมีชีวิตและไม่ตายตัวจบลงแค่สูตรเดิมๆ แต่ยังนำไปประยุกต์ ไปผสมกับอะไรก็อร่อยได้ ทุกเมนูของร้านทั้งต๊ะและบอยช่วยกันคิดค้นอย่างตั้งใจ ผ่านกระบวนการทดลอง ปรับสูตรหลายต่อหลายครั้ง ใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงสูตรของซอส น้ำพริกก็ทำกันเอง ทำสิ่งที่ชอบให้สุดยอดและปรับสิ่งที่ไม่ชอบให้น่าคบหามากขึ้น</p>
<p>
	“สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำร้านอาหารหลังจากออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง เราจะได้รู้ว่าการทำอะไรเพื่อตัวเองแล้วประสบความสำเร็จ มันจะรู้สึกภูมิใจมากกว่าเยอะเลย เราเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน อยู่ที่จะกล้าหรือไม่กล้าทำ อย่าปล่อยให้เวลาดูดความตั้งใจของเราจนแห้งกรอบไปเสียก่อน” บอยตอบ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom13.jpg"></p>
<hr>
<h3>
	5 เมนูเด็ดของ Grassroom Bangkok ที่เด่นทั้งไอเดียและรสชาติอร่อย</h3>
<h3>
	01 ‘Pla Hang’ Watermelon Salad with Feta cheese and Mint</h3>
<p>
	แตงโมที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารโบราณอย่างปลาแห้งแตงโมนั้นเหมาะกันมากกับการกินคู่กับสะระแหน่และชีสของชาวตะวันตก ทำให้เกิดเป็นจานเรียกน้ำย่อยสีสันแปลกตา ซับซ้อนไปด้วยรสชาติจานนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom2.jpg"></p>
<hr>
<h3>
	02 ‘Moo Warn’ Caramelized Pork Belly Sandwich</h3>
<p>
	หมูหวานที่ทุกคนชื่นชอบและคุ้นเคย ถูกจับมาแต่งตัวใหม่ด้วยขนมปังอย่างดี ชีสเชดด้า และไข่หวานกินเคียงกับสลัด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grassroom1.jpg"></p>
<hr>
<h3>
	03 Bacon Turnip Cake with Crispy Bacon Chilli Jam</h3>
<p>
	ขนมผักกาดโฮมเมดที่เรากินกันบ่อยๆ ตอนเด็กๆ เปลี่ยนจากผสมกุ้งแห้งเป็นเบคอนกรอบ ทาแยมพริกเผา เสิร์ฟบนไชเท้าดองฝอย รสชาติเข้ากันดีจนเป็นเมนูท็อปประจำใจ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom31.jpg"></p>
<hr>
<h3>
	04 Watermelon Earl Grey</h3>
<p>
	น้ำแตงโมคั้นสดผสมกับชาเอิร์ลเกรย์ที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น ให้รสชาติสดชื่นแบบฤดูร้อนของอังกฤษ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom5.jpg"></p>
<hr>
<h3>
	05 ‘MakrutManaoMaphroaSom-O’ Kaffir Lime, Lime, Coconut milk, Pomelo Pulps</h3>
<p>
	เครื่องดื่มสูตรเด็ดที่ได้ไอเดียสนุกๆ มาจากจ้ำจี้ผลไม้ไทย น้ำมะนาวและมะกรูดเย็นๆ ใส่เนื้อส้มโอและเกล็ดมะพร้าวคั่วที่ขอบแก้ว กินแล้วอยากจะร้องไชโยโห่ฮิ้วตาม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom7.jpg"></p>
<h3>Grassroom Bangkok</h3>
<p>
	<strong>Address:</strong> ชั้น 2 สยามสแควร์ซอย 2 ติดกับร้าน Mango Mojito<br />
	<strong></strong><strong>Hour:</strong> จันทร์ &#8211; พฤหัสบดี 11.30 &#8211; 21.030 น., ศุกร์ &#8211; อาทิตย์ 11.00 &#8211; 22.00 น.<br />
	<strong></strong><strong>Tel:</strong> 06-2178-7899<br />
	<strong></strong><strong>Facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/grassroombangkok/" target="_blank">Grassroom Bangkok</a><br />
	<strong></strong><strong>Instagram |</strong> <a href="@grassroombangkok" target="_blank">@grassroombangkok</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/grasssroom15.jpg"></p>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end16.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-grassroom-bangkok/">Grassroom Bangkok : โอเอซิสกลางสยามที่ย้ำให้เห็นว่าอาหารไทยกินคู่กับอะไรก็อร่อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-grassroom-bangkok/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วันที่ผมเกิดคำถามกับความภูมิใจในอาชีพทันตแพทย์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/change-dentist/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/change-dentist/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2017 02:05:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[a day that changed my life]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[#adaythatchangedmylife]]></category>
		<category><![CDATA[หมอฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[นิค วูจิซิค]]></category>
		<category><![CDATA[Epidermolysis bullosa]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/change-dentist/</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้จัก ‘What if game’ กันไหมครับ มันคือเกมที่กระตุ้นให้เราคิดถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าความจริงบางอย่างถูกเปลี่ยน ส่วนใหญ่ระหว่างเดินเล่น ผมมักจะชอบใช้เป็นหัวข้อสนทนาไว้คุยเล่นกับเพื่อน ซึ่งบางครั้งก็จะได้ประเด็นน่าสนใจกลับมาคิดต่อ หนึ่งในนั้นคือคำถามที่ว่า ‘ถ้าหากสังคมเราตกอยู่ในสภาวะวิกฤต เช่น มีภัยพิบัติหรือสงครามเกิดขึ้น อาชีพของเราจะมีส่วนสำคัญในการทำอะไรได้บ้าง’ ปรากฏว่านอกจากการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แล้ว หมอฟันเป็นศาสตร์ที่คาบเกี่ยวระหว่างการรักษาที่จำเป็นกับความสวยงามที่ฟุ่มเฟือย เราเลยคิดกันไม่ค่อยจะออก พานทำให้ความภูมิใจในวิชาชีพนี้ลดลงไปด้วย ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ผมทำงานเป็นทันตแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่ต่างจังหวัด และมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพที่มหาวิทยาลัยมหิดล การบรรยายของอาจารย์ท่านหนึ่งสะดุดใจผม ในสไลด์แรกฉายรูปของ นิค วูจิซิค (Nick Vujicic) ชายที่มีโรคทางพันธุกรรมทำให้พิการทางแขนและขาทั้งสี่ข้าง ซึ่งปัจจุบันเขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก “คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน บางทีเขาเลือกไม่ได้ ผมอยากจะให้ทุกคนลองคำนึงว่า ในฐานะของหมอฟันทั่วไป เราสามารถที่จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง” อาจารย์เกริ่นด้วยใจความนี้ ก่อนจะเสนอเคสคนไข้ที่เป็นโรคทางพันธุกรรมร่วมกับปัญหาทางช่องปากให้พวกเราได้เรียนรู้ มีเคสหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด เธอเป็นหญิงไทยอายุราว 30 ปีที่ทรมานจากโรคที่พบได้ยากชื่อว่า Epidermolysis bullosa (อีพิเดอโมไลสิส บูโลซ่า) คือมีความผิดปกติที่โปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในการยึดชั้นของผนังเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะผิวหนังอ่อนแอ มักเกิดตุ่มน้ำอักเสบ ฉีกขาดเป็นแผลง่าย มีการรัดตึงของช่องปาก ข้อ หลอดอาหาร ที่ร้ายแรงที่สุดคือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง แต่เนื่องจากไม่ใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-dentist/">วันที่ผมเกิดคำถามกับความภูมิใจในอาชีพทันตแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รู้จัก ‘What if game’ กันไหมครับ มันคือเกมที่กระตุ้นให้เราคิดถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าความจริงบางอย่างถูกเปลี่ยน ส่วนใหญ่ระหว่างเดินเล่น ผมมักจะชอบใช้เป็นหัวข้อสนทนาไว้คุยเล่นกับเพื่อน ซึ่งบางครั้งก็จะได้ประเด็นน่าสนใจกลับมาคิดต่อ หนึ่งในนั้นคือคำถามที่ว่า ‘ถ้าหากสังคมเราตกอยู่ในสภาวะวิกฤต เช่น มีภัยพิบัติหรือสงครามเกิดขึ้น อาชีพของเราจะมีส่วนสำคัญในการทำอะไรได้บ้าง’ ปรากฏว่านอกจากการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แล้ว หมอฟันเป็นศาสตร์ที่คาบเกี่ยวระหว่างการรักษาที่จำเป็นกับความสวยงามที่ฟุ่มเฟือย เราเลยคิดกันไม่ค่อยจะออก พานทำให้ความภูมิใจในวิชาชีพนี้ลดลงไปด้วย</p>
<p>ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ผมทำงานเป็นทันตแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่ต่างจังหวัด และมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาศักยภาพที่มหาวิทยาลัยมหิดล การบรรยายของอาจารย์ท่านหนึ่งสะดุดใจผม ในสไลด์แรกฉายรูปของ นิค วูจิซิค (Nick Vujicic) ชายที่มีโรคทางพันธุกรรมทำให้พิการทางแขนและขาทั้งสี่ข้าง ซึ่งปัจจุบันเขาได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก</p>
<p>“คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน บางทีเขาเลือกไม่ได้ ผมอยากจะให้ทุกคนลองคำนึงว่า ในฐานะของหมอฟันทั่วไป เราสามารถที่จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง” อาจารย์เกริ่นด้วยใจความนี้ ก่อนจะเสนอเคสคนไข้ที่เป็นโรคทางพันธุกรรมร่วมกับปัญหาทางช่องปากให้พวกเราได้เรียนรู้</p>
<p>มีเคสหนึ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด เธอเป็นหญิงไทยอายุราว 30 ปีที่ทรมานจากโรคที่พบได้ยากชื่อว่า Epidermolysis bullosa (อีพิเดอโมไลสิส บูโลซ่า) คือมีความผิดปกติที่โปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในการยึดชั้นของผนังเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะผิวหนังอ่อนแอ มักเกิดตุ่มน้ำอักเสบ ฉีกขาดเป็นแผลง่าย มีการรัดตึงของช่องปาก ข้อ หลอดอาหาร ที่ร้ายแรงที่สุดคือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง แต่เนื่องจากไม่ใช่โรคที่เกิดจากการติดเชื้อ (ถึงจะดูคล้าย) จึงไม่มีทางแพร่ไปให้ผู้อื่นทางการสัมผัสได้</p>
<p>อาจเพราะอินเนอร์จากการเป็นหมอเฉพาะทางเด็กของอาจารย์ บวกกับความแกร่งของคนไข้ ไม่นานคนไข้คนนั้นก็เปิดใจและเล่าเรื่องราวของเธอให้อาจารย์ได้รับรู้ว่าเธอได้ผ่านชีวิตที่ยากลำบาก ตอนเด็กก็โดนแบน ไม่มีเพื่อน พอโตมาหน่อยก็โดนล้อว่าเป็นเอดส์ ถูกรังแกหนักเข้าจนสุดท้ายต้องออกจากโรงเรียน ทุกวันนี้ไปซื้อของที่ตลาด หยิบจับเสื้อผ้าแม่ค้าก็ไล่</p>
<p>“แล้วมาทำฟันเนี่ย ถามจริง อยากมีแฟนรึเปล่า” อาจารย์ถามเธอแบบทีเล่นทีจริง</p>
<p>“โหย คุณหมอขา หน้าตาอย่างหนู ใครเขาจะเอา&#8221;</p>
<p>สำหรับปัญหาในช่องปากของเธอก็ถือว่ารุนแรงไม่แพ้กัน ฟันเกือบทุกซี่สึกกร่อนไปจนแทบเป็นเหงือกชนกับเหงือก บางซี่ติดเชื้อที่ปลายราก ทำให้เจ็บเวลาทานอาหาร แต่อาจารย์ก็ยืนยันที่จะเดินหน้าทำการรักษาต่อ ด้วยศักยภาพที่หมอเด็กคนหนึ่งพึงมี ทยอยถอนฟันที่เก็บไม่ได้ ทำครอบฟันโลหะไร้สนิม อุดฟันหน้า และทำฟันปลอมให้กับเธอ ทุกครั้งที่ทำการรักษา เธอต้องเดินทางขึ้นลงมาจากจังหวัดเพชรบูรณ์กับคุณพ่อซึ่งเป็นผู้ดูแล อาจารย์เองก็จะพยายามทำให้การรักษาแต่ละครั้งก้าวหน้าและได้ประโยชน์สูงสุด</p>
<p>นับเป็นเรื่องน่ายินดีและโชคดีมากที่การรักษาออกมาเป็นที่น่าพอใจ และค่ารักษาก็ได้มูลนิธิอาสาอนามัยชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์ตามมาจ่ายให้ทั้งหมด ปัญหารายทาง เช่น ความเจ็บปวดและแผลที่เกิดขึ้นระหว่างทำฟัน การหลุดของวัสดุอุด และการถอดใส่ฟันปลอม (เพราะคนไข้ไม่มีเล็บ! จึงแก้เกมด้วยการดัดแปลงไม้จิ้มฟันสองอันมาเป็นเครื่องมือ ไอเดียนี้มาจากนักศึกษาทันตแพทย์ที่อาจารย์รู้สึกขอบคุณและชื่นชมมาก) ก็ถูกทยอยแก้ไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p>“A just fair treatment sometimes yields better results than expected”</p>
<p>อาจารย์ทิ้งท้ายไว้ว่า </p>
<blockquote>
<p>“อยากฝากให้ทันตแพทย์รุ่นใหม่ อย่าเพิ่งตกใจกับเคสที่ดูเหมือนจะยากเกินความสามารถของเรา ให้เราค่อยๆ คิดว่าทำอะไรให้เขาได้บ้าง เพราะที่จริงแล้ว การรักษาที่ดีพอใช้ก็สร้างผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดจนเปลี่ยนชีวิตคนทั้งคนได้</p>
<p>“เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่ดีกว่านั้นคือการทำอย่างต่อเนื่องและยาวนาน และเป็นประโยชน์กับสิ่งใกล้ตัว”</p>
</blockquote>
<p>หลังการบรรยายจบลง ผมนึกถึง ‘What if game’ และถามมันกับตัวเองอีกครั้ง ถ้าทุกคนทำงานไปพร้อมกับความตั้งใจ มุ่งมั่นจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้ว่าสังคมจะตกอยู่ในภาวะวิกฤต การรักษาฟันของเราอาจจะเป็นเรื่องดีเล็กๆ ที่ทำให้ชีวิตของคนทั้งคนมีความสุขมากขึ้นก็ได้</p>
<p>เหตุการณ์ในวันนั้นล่ะครับ ที่ทำให้ผมภูมิใจในวิชาชีพนี้มากขึ้นอีกครั้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/a-day-that-change-2.jpg"></p>
<p><em><strong>ขอขอบคุณ</strong> ผศ.ดร.ทพ. พรพจน์ เฟื่องธารทิพย์ ภาควิชาทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดล</em></p>
<p><em>ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรค Epidermolysis bullosa และบริจาคสนับสนุนงานวิจัยเพื่อการรักษาได้ที่ <a href="http://www.debra-international.org/">debra-international.org</a></em></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1" target="_blank">ใครอยากเล่าเรื่องวันเปลี่ยนชีวิตของตัวเองบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/change-dentist/">วันที่ผมเกิดคำถามกับความภูมิใจในอาชีพทันตแพทย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/change-dentist/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>An Atomic Experience : ธรรมชาติและความช่างคิดของชาวเมืองฮิโรชิมะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-hiroshima/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-hiroshima/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิลป์ ชินศิรประภา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Oct 2017 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิโรชิมะ]]></category>
		<category><![CDATA[Hiroshima]]></category>
		<category><![CDATA[Hiroshima City Museum of Contemporary Art]]></category>
		<category><![CDATA[Naka Incineration Plant]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-hiroshima/</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 “คนญี่ปุ่นตอนนี้มีฟันผุเฉลี่ยอยู่ที่คนละซี่เดียวเท่านั้น” ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “จะเว้นก็แต่โอกินาวะเท่านั้น…สงสัยเพราะอยู่ติดกับไต้หวัน จึงยังมีปัญหาฟันผุอยู่” อุบ๊ะ ผมอมยิ้มและจดประโยคที่ฟังดูอุกอาจไม่ใช่เล่นนั้นลงสมุดบันทึกเล่มเล็ก ขณะนั่งฟังการปฐมนิเทศร่วมกับนักศึกษาอีก 4 ชาติ (ใช่ครับ มีไต้หวันด้วย) ทั้งหมด 17 ชีวิต ช่วงนั้นผมเป็นนิสิตทันตแพทย์คนหนึ่งที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้นกับมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะ เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความเจ๋งอยู่ที่ผู้สมัครจะได้เงินสนับสนุนจากองค์กรส่งเสริมการศึกษาที่มีชื่อว่า Japan Students Services Organization เรียกสั้นๆ ว่า JASSO ได้เปิดโลกในแง่ความรู้ตามสายงานโดยเฉพาะ และที่สำคัญ มีลุ้นได้เที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีไกด์พื้นเมืองอยู่ข้างกายด้วย 10 วันคือระยะเวลาของโครงการ สำหรับผมแล้วมันเป็นการขยายสมองและความความคิดชนิดเกินคาด 2 ผมได้สัมผัสกับความช่างคิดและเอาใจใส่จากการทัศนศึกษาชมโรงพยาบาลและการเรียนการสอน ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังครับ กายวิภาคศาสตร์ไม่ใช่เรื่องหมูๆ ยกตัวอย่างเช่น บริเวณใบหน้าที่มีระบบกล้ามเนื้อที่เล็กและซับซ้อน ศาสตราจารย์ทากะฮิโระ ซาโทดะ อาจารย์ประจำวิชากายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) ของภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก (Oral Health Science) ของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะ จึงคิดประดิษฐ์โมเดลขยับได้ขนาดใหญ่กว่าของจริงจากโครงลวดหุ้มด้วยผ้าสีแยกตามชื่อกล้ามเนื้อ เพื่อให้เข้าใจและจดจำกล้ามเนื้อง่ายขึ้น ทุกคนต้องรักษาฟัน เด็กที่มีความต้องการพิเศษก็ด้วย หลายโรคของเด็กที่พิการทางสมอง การควบคุมอารมณ์ไม่ให้เด็กตื่นตกใจเป็นเรื่องสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-hiroshima/">An Atomic Experience : ธรรมชาติและความช่างคิดของชาวเมืองฮิโรชิมะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong>1</strong></p>
<p>
	“คนญี่ปุ่นตอนนี้มีฟันผุเฉลี่ยอยู่ที่คนละซี่เดียวเท่านั้น” ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ</p>
<p>
	“จะเว้นก็แต่โอกินาวะเท่านั้น…สงสัยเพราะอยู่ติดกับไต้หวัน จึงยังมีปัญหาฟันผุอยู่” อุบ๊ะ ผมอมยิ้มและจดประโยคที่ฟังดูอุกอาจไม่ใช่เล่นนั้นลงสมุดบันทึกเล่มเล็ก ขณะนั่งฟังการปฐมนิเทศร่วมกับนักศึกษาอีก 4 ชาติ (ใช่ครับ มีไต้หวันด้วย) ทั้งหมด 17 ชีวิต</p>
<p>
	ช่วงนั้นผมเป็นนิสิตทันตแพทย์คนหนึ่งที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้นกับมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะ เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความเจ๋งอยู่ที่ผู้สมัครจะได้เงินสนับสนุนจากองค์กรส่งเสริมการศึกษาที่มีชื่อว่า Japan Students Services Organization เรียกสั้นๆ ว่า JASSO ได้เปิดโลกในแง่ความรู้ตามสายงานโดยเฉพาะ และที่สำคัญ มีลุ้นได้เที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ มีไกด์พื้นเมืองอยู่ข้างกายด้วย</p>
<p>
	10 วันคือระยะเวลาของโครงการ สำหรับผมแล้วมันเป็นการขยายสมองและความความคิดชนิดเกินคาด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/284.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2410.jpg"></p>
<p>
	<strong>2</strong></p>
<p>
	ผมได้สัมผัสกับความช่างคิดและเอาใจใส่จากการทัศนศึกษาชมโรงพยาบาลและการเรียนการสอน ผมมีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังครับ</p>
<p>
	กายวิภาคศาสตร์ไม่ใช่เรื่องหมูๆ  ยกตัวอย่างเช่น บริเวณใบหน้าที่มีระบบกล้ามเนื้อที่เล็กและซับซ้อน ศาสตราจารย์ทากะฮิโระ ซาโทดะ อาจารย์ประจำวิชากายวิภาคศาสตร์ (Gross Anatomy) ของภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก (Oral Health Science) ของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมะ จึงคิดประดิษฐ์โมเดลขยับได้ขนาดใหญ่กว่าของจริงจากโครงลวดหุ้มด้วยผ้าสีแยกตามชื่อกล้ามเนื้อ เพื่อให้เข้าใจและจดจำกล้ามเนื้อง่ายขึ้น</p>
<p>
	ทุกคนต้องรักษาฟัน เด็กที่มีความต้องการพิเศษก็ด้วย หลายโรคของเด็กที่พิการทางสมอง การควบคุมอารมณ์ไม่ให้เด็กตื่นตกใจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเกิดเด็กตื่นตระหนกขึ้นมาแล้ว การตอบสนองจะสุดโต่งกว่าเด็กทั่วไป โรงพยาบาลจึงแก้ปัญหาด้วยการแปะรูปหมอทั้งก่อนและหลังใส่หน้ากากกันเชื้อโรค ให้เด็กดูจนจำได้ว่าเขาคือคนคนเดียวกัน ถ้าจนแล้วจนรอดหากเกิดผิดพลาด เด็กอาละวาดลุกจากเตียงทำฟันวิ่งหนีออกไปขึ้นมา ทางนี้ก็มีมาตรการเด็ดคือ สร้างกับดักทางจิตใจ โดยทำปุ่ม ‘open’ หลอกๆ ไว้ให้เด็กกด (ที่จริงแล้วมันคือประตูเลื่อนเซนเซอร์ที่ต้องเอามืออังให้เปิดออก) เด็กที่กำลังแพนิกก็จะกดปุ่มเปิดประตูย้ำๆ ไม่เข้าใจ ทำไมไม่เปิดสักที จนโดนพี่พยาบาลจับไว้ได้ทัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/11.jpg"></p>
<p>
	สองเรื่องราวนี้นำเสนอตัวอย่างของการ ‘คิดเยอะ ทำน้อย แต่ได้ผลมหาศาล’ ได้อย่างน่าประทับใจ</p>
<p>
	<strong>3</strong></p>
<p>
	ผมได้ประสบกับซากโศกนาฏกรรมที่โหดร้าย และมิติใหม่ของการลุกขึ้นก้าวต่อ</p>
<p>
	เมื่อไรก็ตามที่มีข่าวโครงการทดลองระเบิดปรมาณูขึ้น นายกเทศมนตรีเมืองฮิโรชิมะจะร่างและส่งจดหมายไปคัดค้าน ในฐานะที่เมืองนี้เป็นศิษย์เก่ารุ่นแรกของโลกที่เป็นสมาชิกผู้ประสบภัยจากอาวุธที่คำว่าโหดเหี้ยมยังน้อยไป ลูกไฟขนาดยักษ์ที่เผาไหม้ทุกโครงสร้าง แรงอัดอากาศที่แรงพอที่จะเผลาะลูกตาและกัมมันตรังสีที่กัดกร่อนกลืนกินชีวิตนับไม่ถ้วน ไม่ว่าใครก็ไม่อยากที่จะเป็นสมาชิกรายต่อไป ฮิโรชิมะเองก็คงไม่ต้องการรุ่นน้อง</p>
<p>
	ด้วยสถานะทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ทำให้จังหวัดนี้กลายเป็นศูนย์กลางสันติภาพโลก นอกจากการเคลื่อนไหวที่มีอย่างสม่ำเสมอ ทุกวันที่ 6 สิงหาคมจะมีการรำลึกเหตุการณ์ ผ่านการจัดแสดงโอริซุรุ (Orizuru) หรือนกกระเรียนกระดาษ และการลอยโคมในแม่น้ำโอตะ ที่ไหลตัดผ่านจุดศูนย์กลางการเกิดเหตุเพื่ออุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1920.jpg"></p>
<p>
	<strong>4</strong></p>
<p>
	ผมได้ชื่นชมความสวยงามที่เกิดจากทีมเวิร์กของมนุษย์และธรรมชาติ</p>
<p>
	เสาโทะริอิของศาลเจ้าอิสึกุชิมะที่เกาะมิยาจิมะ สีแดงส้มสดตัดกับพื้นเมฆสีขาวอมเทาและผืนเขาสีเขียวแก่ เป็นเวลาเกิน 300 ปีที่ทิวทัศน์ถูกแต่งแต้มอย่างสร้างสรรค์ผ่านแรงดึงดูดของดวงจันทร์ ระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่การจมอยู่ใต้ผิวน้ำของโคนเสาในช่วงเช้าบ่าย จนถึงช่วงเย็นค่ำที่น้ำลดจนสามารถเดินเข้าไปดูในระยะใกล้ได้ ทั้งหมดล้วนแสดงถึงความยิ่งใหญ่และสวยงามมีไดนามิก คู่ควรกับที่ฮายาชิ กาโฮ ปราชญ์ลัทธิขงจื๊อของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะยกให้เป็นหนึ่งในสามของทิวทัศน์สุดลือชาแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1255.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/744.jpg"></p>
<p>
	สถาปัตยกรรมร่วมสมัย หน้าตาน่ามองก็มีให้ชมได้ที่เมืองแห่งน้ำนี้อย่างไม่น้อยหน้า ดังเช่น Hiroshima City Museum of Contemporary Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะซึ่งมีโครงสร้างเป็นหิน  กระเบื้องและอะลูมิเนียมสุดล้ำสมัย แต่กลับตั้งอยู่บนยอดเขากลางป่า หรือโรงเผาขยะ Naka Incineration Plant ที่ออกแบบโดยโยชิโอะ ทานิกุชิ สถาปนิกที่โด่งดังจากการออกแบบพิพิธภัณฑ์ MoMA ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นโรงเผาขยะสุดอันซีนและสะอาดตาที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมภายใต้แนวคิด &#8216;ให้มาเห็นว่าเราทำกันอย่างไร จะได้มีใจกลับไปช่วยเหลือ&#8217;</p>
<p>
	<strong>5</strong></p>
<p>
	“All the memories created here are not just ten days, but further more than that. It’s widen you inside. To learn and to be learned.” เพื่อนชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งได้เขียนลงในแบบสอบถามความพอใจ ประโยคเหล่านี้สรุปความรู้สึกที่ผมมีได้ครบครัน ตรงประเด็น จนอยากจะฮัมเพลง &#8216;<em>นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ&#8217; </em>(เอื้อนเสียงหลบ) อีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับและให้ก็คือมิตรภาพเล็กๆ ระหว่างเพื่อนต่างชาติ เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ลองเข้าใจธรรมชาติของอีกฝ่าย แบ่งปันไฟฝันและความมุ่งมั่นในชีวิต ไม่เว้นแม้แต่กับชาวไทย (เพื่อน น้องต่างมหาวิทยาลัย และรุ่นพี่ที่มาเรียนต่อที่นี่พอดี) ด้วยกัน แต่ละห้วงประเด็นของประสบการณ์ที่เกิดขึ้นถูกหยิบยกออกมาใช้ได้ในหลายโอกาส หลากรูปแบบ รอบแล้วรอบเล่า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1_hiroshima.jpg"></p>
<p>
	<strong>6</strong></p>
<p>
	นอกจากจะเป็นเมืองแห่งสันติภาพแล้ว ฮิโรชิมะยังควบตำแหน่งตัวแทนแห่ง ‘ความหวัง’ ไว้ด้วย</p>
<p>
	นักวิชาการในสมัยสงครามโลกเชื่อกันว่า เป็นเวลาอย่างน้อย 75 ปี พื้นที่ที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูจะไม่มีต้นกล้างอกออกมาให้เห็นแม้แต่ต้นเดียว ณ ขณะนี้ เวลาผ่านไปยังไม่ครบ 72 ปีด้วยซ้ำ ผมหลับตาลงและเห็นภาพใบเมเปิลสีแดง ร่วงลงสู่พื้นหญ้าที่โปรยไปด้วยใบแปะก๊วยสีเหลืองสด เงี่ยหูฟังเสียงนกร้องในช่วงเวลาโพล้เพล้ น้ำลายสอเพราะกลิ่นหอมของโอโคะโนมิยากิที่ทอดกำลังได้ที่ ขนลุกจนอยากหาเสื้ออุ่นๆ มาใส่กันลมเย็นที่พัดมาไล้ผิวในขณะที่เดินซื้อของสลับกับยืนชมนักดนตรีเปิดหมวกในถนนฮนโดะริ</p>
<p>
	เมื่อไรที่อ่อนล้า หมดหวัง ร่างกายและจิตใจแตกสลายไม่มีแรงแม้แต่หวังจะผลิต้นกล้าขึ้นเริ่มต้นใหม่ ให้นึกถึงฮิโรชิมะ</p>
<p>
	ไม่ว่าจะอย่างไร ไฟในสวนอนุสรณ์ฯ ที่นี่จะยังคงอยู่เสมอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/649.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1433.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2218.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1717.jpg"></p>
<p><em><strong>ขอขอบคุณ</strong><strong>ข้อมูลจาก</strong> Hiroshima University, ผศ.ดร.ทพ.อชิรวุธ สุพรรณเภสัช, <a href="http://gethiroshima.com/">gethiroshima.com</a>, en.unesco.org</em></p>
<p>
	<em style="background-color: initial"><strong>ภาพ</strong> ศิลป์ ชินศิรประภา, ธนทร อัศวพลังพรหม และ </em><em>Chin Hung-Liang</em></p>
<p><em style="background-color: initial"></em><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องสถานที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-hiroshima/">An Atomic Experience : ธรรมชาติและความช่างคิดของชาวเมืองฮิโรชิมะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-hiroshima/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
