<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019 &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/sub-series/year-2019/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/sub-series/year-2019/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 06:54:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีอะไรไปหยุดอาชีพเราได้ ถ้าเราไม่หยุด” – กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-golf-fhero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Dec 2019 15:10:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ F.Hero]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก]]></category>
		<category><![CDATA[BABYMATAL]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[INTO THE NEW ERA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=85833</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว นับจากวันแรกที่ กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก ประกาศออกจากบ้านหลังเก่าอย่างก้านคอคลับเพื่อมาเติบโตด้วยตัวเอง เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เรากำลังทำ a day 217 ฉบับ The Rise of Thai Rap เราจึงมีโอกาสไปคุยกับเขาในช่วงที่กอล์ฟอุทิศเวลาทั้งหมดที่มีให้กับการทำงานในสตูดิโอ       ผ่านมา 1 ปีในที่สุด INTO THE NEW ERA อัลบั้มชุดแรกในรอบ 17 ปีของการทำงานของชายคนนี้ก็ปล่อยออกมา ในฐานะคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินคนนี้มาเสมอ เรากล้าเรียกได้ว่านี่คือผลงานที่ผ่านการทำงานอย่างหนักตลอดปีของกอล์ฟ  และคงไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่เห็นด้วยว่าเขาตั้งใจจริง เพราะทุกผลงานและรางวัลที่แรปเปอร์คนนี้ได้รับเป็นเครื่องยืนยันว่า นี่คือความสำเร็จของการเติบโตด้วยตัวเองของชายวัย 37 ปี ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับวงไอดอลเมทัลจากญี่ปุ่นอย่าง BABYMETAL ในเพลง PA PA YA!! ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา หรือการได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ศิลปินสุดฮิตในปี 2019 จากการจัดอันดับของ JOOX ด้วยยอดผู้ฟังจำนวน 1.5 ล้านคน และตลอดปีนี้เขายังมียอดสตรีมมิงบน Spotify กว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-golf-fhero/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีอะไรไปหยุดอาชีพเราได้ ถ้าเราไม่หยุด” – กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว นับจากวันแรกที่ <strong>กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก</strong> ประกาศออกจากบ้านหลังเก่าอย่างก้านคอคลับเพื่อมาเติบโตด้วยตัวเอง เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เรากำลังทำ a day 217 ฉบับ The Rise of Thai Rap เราจึงมีโอกาสไปคุยกับเขาในช่วงที่กอล์ฟอุทิศเวลาทั้งหมดที่มีให้กับการทำงานในสตูดิโอ      </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ่านมา 1 ปีในที่สุด <em>INTO THE NEW ERA</em> อัลบั้มชุดแรกในรอบ 17 ปีของการทำงานของชายคนนี้ก็ปล่อยออกมา ในฐานะคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินคนนี้มาเสมอ เรากล้าเรียกได้ว่านี่คือผลงานที่ผ่านการทำงานอย่างหนักตลอดปีของกอล์ฟ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคงไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่เห็นด้วยว่าเขาตั้งใจจริง เพราะทุกผลงานและรางวัลที่แรปเปอร์คนนี้ได้รับเป็นเครื่องยืนยันว่า นี่คือความสำเร็จของการเติบโตด้วยตัวเองของชายวัย 37 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับวงไอดอลเมทัลจากญี่ปุ่นอย่าง BABYMETAL ในเพลง <em>PA PA YA!!</em> ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา </span><span style="font-weight: 400;">หรือการได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ศิลปินสุดฮิตในปี 2019 จากการจัดอันดับของ JOOX ด้วยยอดผู้ฟังจำนวน 1.5 ล้านคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และตลอดปีนี้เขายังมียอดสตรีมมิงบน Spotify กว่า 13.5 ล้านครั้ง พร้อมผู้ฟังกว่า 78 ประเทศทั่วโลก </span><span style="font-weight: 400;">ยอดวิวรวมจาก 8 เอ็มวีทั้งหมด 360 กว่าล้านวิว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคืออัลบั้ม <em>INTO THE NEW ERA</em> จำนวน  2,050 ชุดที่อัดแน่นไปด้วย 32 บทเพลง พร้อมการร่วมงานกับศิลปินหลากหลายรูปแบบกว่า 51 ชีวิต ตอนนี้ขายหมดเรียบร้อยแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้นี่จะเป็นตัวเลขที่เป็นมาตรวัดว่าเขาเป็นศิลปินคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยในปีนี้ แต่สำหรับแรปเปอร์ที่อยู่ในวงการมา 17 ปีอย่างกอล์ฟกลับคิดว่านี่เป็นขั้นแรกของการเริ่มต้น และยังยกให้อัลบั้มแรกในชีวิตเป็นครูและบทเรียนครั้งสำคัญในการเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ในชีวิตของเขา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเรียนรู้อะไรจาก <em>INTO THE NEW ERA</em> ลองไปฟังคำตอบจากเขากัน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-85956" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/6-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ปีที่แล้วเราเพิ่งมีโอกาสคุยกับคุณในช่วงที่กำลังทำอัลบั้มอยู่ มาถึงปีนี้ที่ผลงานของคุณออกมาแล้ว เราคิดว่าคุณประสบความสำเร็จไม่น้อย สำหรับคุณเองตอนนี้คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นหนึ่งนะครับ เป็นขั้นแรกของการเริ่มต้น เพราะจริงๆ แล้วเราวางแพลนไว้ว่าจะทำทั้งหมด 3 อัลบั้ม ตอนนี้เราเพิ่งเสร็จแค่ขั้นเดียว แต่ว่าเงินหมดเสียก่อน เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาอีกหลายปีเหมือนกันกว่าจะไปในอัลบั้มที่ 2 จริงๆ มีแพลนในหัวแล้วว่าอยากทำอะไรต่ออีกสองอัลบั้ม แต่รู้ว่ามันต้องใช้เงิน ใช้เวลาเยอะ ก็เลยพักก่อน พักมาทำร้าน พักไปทัวร์คอนเสิร์ต พักไปขายเสื้อ พักแล้วเดี๋ยวเก็บเงินไปทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ก่อนหน้าที่ <em>INTO THE NEW ERA</em> จะออกมา คุณเคยบอกว่าอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่จะผิดพลาด เล่าได้ไหมว่าคุณผิดพลาดอะไรมาบ้าง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เต็มไปหมดเลยเรื่องข้อผิดพลาด (ตอบทันที) โห กว่าจะเสร็จ เรารู้เลยว่ารอบนี้มันเหมือนครูเลย เหมือนห้องเรียนห้องใหญ่ โดยเฉพาะตอน post-production การตามเครดิต การเขียนเนื้อเพลง มันหนักมาก การมิกซ์มาสเตอร์อีก เรื่องพวกนี้ต้องเผื่อเวลาไว้ก่อนเลย มันเป็นศิลปะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้เรียนรู้การทำงานกับค่ายว่าต้องเผื่อเวลาตัดขอบให้เขาเพราะเขามีแผนโปรโมต เพราะฉะนั้นเราจะเอาแต่ตัวเราเสร็จแล้วเสร็จเลยไม่ได้ น้องๆ ในค่ายโดนไล่บี้กันมา ผู้จัดการเราช่วงนั้นเหนื่อยเลย จนพี่บอล (ต่อพงศ์ จันทบุบผา) ด่าว่ากอล์ฟทำงานอย่างนี้ไม่ได้ เราก็บอกว่าเราไม่รู้ เราไม่เคยทำงานกับค่าย แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าถึงเราจะเป็นอัลบั้มชายเดี่ยว แต่เราไม่ได้ทำงานคนเดียวเหมือนชื่ออัลบั้ม เพราะฉะนั้นอย่าคิดถึงแต่ตัวเองว่าเขียนเพลงแล้วจบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างในช่วงทำเพลงก็ผิดพลาดเยอะเหมือนกัน อัลบั้มที่เราได้เห็นมี 32 เพลงใช่ไหมครับ แต่จริงๆ เราทำมาเกือบ 50-60 เพลงเลยครับ อันนี้คือผิดพลาดจนไม่รู้จะผิดยังไงแล้ว อันนู้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ดี ตอนจะวางเพลงในอัลบั้มให้คนฟังแล้วสมูทเราก็เลือกเพลงไปเรียงเหมือนต่อจิ๊กซอว์ มันเลยมีความรู้สึกที่เพลงนั้นก็เสียดาย เพลงนี้ก็เสียดาย จับยัดยังไงดี อย่างบางเพลงเป็นเรื่องการเมืองก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาใส่ลงไป สุดท้ายก็ทิ้งกันไปตั้งเยอะ พอได้อัลบั้มที่สมบูรณ์แล้ว หันกลับมาดูเหลือจิ๊กซอว์อีกเพียบเลยที่ไม่ได้ใช้ ไอ้พวกนี้คือทำมาไม่พอดี เปลืองเงินเปลืองทอง ถ้าเกิดจัดการวางแผนสักหน่อยอาจจะไม่ต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ นี่แสดงว่าเรื่องการวางแผนสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วคุณเสียดายไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ครับ เรารู้สึกว่าเป็นขั้นที่ต้องผ่านเพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับบทเรียนนี้เลย อันนี้ถือว่าเป็นค่าครู เราจ่ายไปแล้วรู้สึกว่าทุกอย่างคุ้มหมดเลยไอ้ที่ผิดพลาดไป แล้วเก่งภายใน 2 ปีนี้ให้ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างงานชิ้นนี้เราไม่ได้ทำเพื่อเงินอยู่แล้ว แต่เราทำเพื่อตัวเอง เพื่ออีโก้ตัวเอง เป็นงานเอาแต่ใจตัวเอง คือลงทุนไป 4 ล้านกว่าบาททำยังไงมันก็ไม่ได้กำไร แต่มันก็ต้องทำ เหมือนที่เขียนไว้ในเพลง <em>F.HERO</em> ที่คนบอกว่า ไอ้เหี้ย มึงไม่เก่ง </span><span style="font-weight: 400;">แล้วเราก็บอกว่า อ๋อเหรอ เดี๋ยวทำให้ดู ปลายยอดของอัลบั้มนี้มันคือ <em>F.HERO </em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงิน มันเกี่ยวกับเรื่องต้องเสร็จเว้ย </span>เพราะอัลบั้มนี้เราตั้งใจทำให้มันเจ็บ ทำให้เครียด แล้วมันก็ทำให้เราเครียดได้ดีเลยล่ะ</p>
<div id="erdyt-69fb7fafdadf4" data-id="ArYW19f52_Y" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ArYW19f52_Y-69fb7fafdadf4" data-vid="ArYW19f52_Y" data-src="https://www.youtube.com/embed/ArYW19f52_Y?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ArYW19f52_Y/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><strong>คุณทำให้ตัวเองเครียดอย่างนี้ ระหว่างที่ทำอัลบั้มไม่มีช่วงที่เหนื่อยหรือท้อบ้างเหรอ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนื่อยตอน post-production แต่ว่าระหว่างทำมันก็สนุก แล้วเรารู้สึกว่าที่ที่เหมาะสมกับเราที่สุดคือในสตูดิโอเลย เราอยากอยู่ในนี้ อยากทำเพลงตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถามว่าช่วงท้อมีไหม มันก็มีช่วงก่อนทำเพลง <em>Marathon</em> โห เหนื่อย ไม่ไหว พอแล้ว กูเอาแค่นี้แล้วล่ะ จนไอ้เอ้ (สัณหภาส บุนนาค) มันก็ส่งเพลง <em>Marathon </em>ให้ฟัง แล้วแน็ป (ชนัทธา สายศิลา) มันก็อัดมา ‘กูจะไปต่อ กูจะไปต่อ’ เฮ้ย มาเลย ไหวๆ ไปๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น จริงๆ จะเสร็จตั้งนานแล้ว (หัวเราะ) จะพอแล้วเพราะเหนื่อย จนแน็ปมาอัดให้ช่วงสุดท้ายที่จะวิ่งเข้าเส้นชัยพอดี เลยต้องไปต่อ ฮึดสุดท้ายแล้ว</span></p>
<div id="erdyt-69fb7fafdae4c" data-id="95X6Jxb80Fs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-95X6Jxb80Fs-69fb7fafdae4c" data-vid="95X6Jxb80Fs" data-src="https://www.youtube.com/embed/95X6Jxb80Fs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/95X6Jxb80Fs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><strong>พูดถึงเพลงในอัลบั้มคุณมีศิลปินมาร่วมงานหลากหลายมาก แต่ละเพลงที่ออกมาก็ดูเข้าใกล้สไตล์ของศิลปินคนนั้น แล้วอัลบั้มนี้ถือว่าเป็นตัวคุณไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันนี้แหละคือตัวตนเรา (ตอบทันที) เพราะมันไม่มีใครทำอย่างนี้ได้ ตัวตนของเราเรารู้ว่าเราเป็นจอมยุทธที่อยู่ในหอคัมภีร์ เราคือไต้ซือกวาดลานที่รู้ว่ามีกระบวนท่าที่เก่งแน่ๆ แต่เราอยากศึกษากระบวนท่าอื่นๆ เพราะชอบเพลงแรปไทยมาก เราชอบฮิปฮอปไทยมากๆ เลยรู้สึกว่า โห อันนั้นก็ดีว่ะ อันนี้ก็ดีว่ะ ก็อยากลองใหม่หมดเลย ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะจบอยู่แค่นี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราก็เปรียบว่าเราคือน้ำ ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เปลี่ยนใส่ภาชนะไหนก็เป็นรูปทรงภาชนะนั้น เราไม่อยากจะไปจำกัดรูปทรงว่า เฮ้ย เราเก่งโอลด์สกูลมาก จะทำแค่นี้ ไม่ เรารู้สึกว่าอยากศึกษาไปเรื่อยๆ แล้วนี่คือตัวตนของเรา </span>เราเป็นคนฟังเพลงเยอะมาก เราฟัง BNK, YENTED หรือ Safeplanet เราก็ฟัง ตอนนี้กำลังชอบ Plastic Plastic มาก ในขณะเดียวกันเราก็ฟัง 1MILL, P9D ร็อกเราก็ฟัง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เลยรู้สึกว่า เฮ้ย ถ้ายิ่งไปจำกัดว่าเราคืออะไรสักอย่างยิ่งไม่ใช่ ยิ่งจะรู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเราจริงๆ คือมันก็จะเป็นตัวเราส่วนเดียว แล้วที่เหลือล่ะก็ไม่ใช่เราเลย เป็นอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นยิ่งไปกลัวว่าคนมาบอกว่าเราเป็นอะไรยิ่งไม่ใช่ ถ้าเกิดมีคนมาบอกว่า เฮ้ย นี่ไม่ใช่ตัวคุณ เราจะบอกว่า ไม่ นี่แหละตัวเรา นี่ต่างหากตัวเรา นี่ทั้งหมดคือตัวเรา ไม่เกี่ยงเลย เราทำเพลงอาร์ตหรือเพลงขายก็ได้ สนุกจะตาย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-85953" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-10.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-10.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/3-10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แต่หลายคนก็มีภาพจำว่าคุณเป็นแรปเปอร์เพื่อชีวิตมาโดยตลอด อย่างนี้มันยากไหมกับการทำลายภาพจำของคนอื่น</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องไปทำลายเขา ทำลายข้างในเราสิ อันนี้เป็นเรื่องยาก ทำลายเราที่ต้องกลัวเขามาว่า กำแพงที่เรามานั่งตั้ง กลัวว่าเขาจะคิดยังไงกับเรา ยอมรับเลยว่าตอนแรกจะทำอัลบั้มนี้ก็กลัว กลัวว่าถ้าทำเพลงขายที่เราไม่เคยทำแล้วมันจะยังไงวะ สุดท้ายแล้วชอบว่ะ ทุกวันนี้ก็เล่นแต่เพลงขาย (หัวเราะ)</span></p>
<p>แล้วมันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้ในปีนี้ว่า การทำเพลงแมสกับเพลงอาร์ตมันไปด้วยกันได้ <span style="font-weight: 400;">สองอย่างมันต้องพยุงกัน เราทำแมสเพื่อจะได้ไปทำอาร์ตได้ บอกเลยว่าถ้าไม่มี <em>เสือสิ้นลาย</em> ไปเล่นสด มันทำไม่สำเร็จหรอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>นึกถึงเพลง <em>INTRO NO FEAR</em> ที่คุณบอกว่า ‘กลัวความผิดพลาด กลัวที่จะออกมาจากกรอบเดิมๆ แต่ความกลัวไม่มีอยู่จริง ที่แห่งเดียวที่ความกลัวจะมีอยู่จริงได้คือในความคิดของกูเอง’</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เราเลยเอาไปคั่นตรงกลางระหว่างพาร์ต INTO กับ THE NEW ERA เราตกตะกอนเรื่องความกลัวนี้ได้เพราะตอนแรกเจอเรื่องน้ำก่อนแล้วเราก็รู้สึกว่า เออว่ะ มันอยู่ที่จะขังมันยังไง มันอยู่ที่จะขังมันในรูปทรงอะไร เราสร้างความกลัวขึ้นมาเอง กลัวมากเลย กลัวเฮียจะด่า ไปบอกเฮีย เฮียไม่ด่าว่ะ กลัวมากเลยที่ออกมาแล้วคนจะไม่ยอมรับ เฮ้ย อยู่ๆ ไปคนก็ยอมรับ ตอนทำเพลงกับแบมแบมก็กลัวคนนั้นจะด่า คนนี้จะด่า สุดท้ายก็ไม่ คือคิดไปเองหมดเลย </span></p>
<div id="erdyt-69fb7fafdae7a" data-id="Ra6NiSd3OgU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Ra6NiSd3OgU-69fb7fafdae7a" data-vid="Ra6NiSd3OgU" data-src="https://www.youtube.com/embed/Ra6NiSd3OgU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Ra6NiSd3OgU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้ที่ได้เล่นคอนเสิร์ตของ BABYMETAL ก็กลัวมาก นอนไม่หลับเลย คือมันเป็นแดนที่เราไม่เคยก้าวเข้าไป เราไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้วเราจะทำยังไง พรุ่งนี้แฟนอินเตอร์เขาจะมาเยอะ เราต้องเล่นอะไร ครั้งล่าสุดตอนเป็นตัวแทนประเทศไทยเล่นคอนเสิร์ต Spotify แล้วเราต้องไปเล่นกับวงเกาหลี อันนั้นก็ยังกลัวมากๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายแล้วมาคิดว่ามันก็ผ่านไปด้วยการเล่นอย่างที่เป็นเรามากที่สุด ไม่ต้องไปคิดมาก ถ้าจะโดนด่าก็โดน มันอาจมีเรื่องที่เราคิดว่าไม่ดีแล้วก็เกิดเรื่องนั้นตามมาจริงๆ นั่นแหละ แต่สุดท้ายมันก็ผ่านไป  ถ้าเราเผชิญหน้ากับมันเดี๋ยวก็ผ่านไปเอง มันก็แค่งานคืนเดียว ตอนนั้นก็บอกตัวเองว่าพรุ่งนี้จบงาน Spotify ก็ต้องไปเล่นงานมิตซูฯ ต่อ ก็ไม่มีอะไรไปหยุดอาชีพเราได้อยู่ดีถ้าเราไม่หยุด</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-85966" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/9-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แสดงว่าหลายเพลงในอัลบั้มนี้คุณทำลายความกลัวออกมาจากคอมฟอร์ตโซนเยอะมาก</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ เช่น การใช้ออโต้จูนนี่สนุกมาก ไปทำออโต้จูนที่บ้านเต๋า URBOYTJ (จิรายุทธ ผโลประการ) เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย มันก็บอกว่า ‘ออโต้จูนต้องร้องให้เหน่อนิดหนึ่งครับพี่’ ยากมาก เราเลยรู้สึกว่าไม่ควรดูถูกคนที่เราทำอย่างเขาไม่ได้ คือมันเป็นอีกศาสตร์ของเด็กเขา พอเราทำไม่ได้เราจะบอกว่าศาสตร์ของเราดีกว่าของเขาก็ไม่ใช่ ศาสตร์ของเขาก็คือศาสตร์ของเขา สนุกดี กลายเป็นว่าเราได้เรียนจาก YOUNGOHM, FIIXD เรียนเรื่องจังหวะ ได้เรียนรู้เยอะขึ้น เจ๋งดี พวกรุ่นน้องก็เป็นครูของเราไปเลย</span></p>
<div id="erdyt-69fb7fafdae9e" data-id="iERPq5W3cDo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-iERPq5W3cDo-69fb7fafdae9e" data-vid="iERPq5W3cDo" data-src="https://www.youtube.com/embed/iERPq5W3cDo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/iERPq5W3cDo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><strong>ทุ่มเททำงานขนาดนี้ ถือว่าอัลบั้มนี้เป็นความสำเร็จไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นบทเรียนบทใหญ่ เป็นบทเรียนที่ให้อะไรเราเยอะ อย่างแรกเลยมันเป็นบทเรียนเรื่องการเผชิญหน้า คือเราได้เผชิญกับการออกจากงาน ได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่าต้องทำ ได้เผชิญหน้ากับเรื่องพ่อที่ซุกไว้ในพรมแดง แล้วตอนเกิดเรื่องพ่อเราบอกตัวเองว่าจะล้มไม่ได้ ถ้าเกิดเราล้มไปคนหนึ่ง แม่กับเมียกับลูกเราจะไม่มีคนพาเขาไปต่อ จำได้ว่าตอนเผาพ่อเสร็จเราวางทุกอย่างไว้ แอบไปร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว ไม่ให้ใครรู้ว่าเราร้องไห้ แล้วเราก็ออกมา ‘เฮ้ ทุกคน ไปเที่ยวทะเลกัน’ ก็ไปเที่ยวทะเล ทำให้ทุกคนหายดี แล้วก็เก็บซ่อนเรื่องนี้ไว้ใต้พรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนวันที่เราตัดสินใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ แล้วเราก็เปิดพรมออกมา (เงียบ) โห เรานั่งร้องไห้อยู่ 6 ชั่วโมง เขียนไปด้วยนั่งร้องไห้ไปด้วย เขียนหนึ่งคำก็ร้อง เพลง <em>บนพระจันทร์</em> เราเลยต้องอัดทีเดียวให้ผ่าน เพราะว่าไม่ไหว กลั้นใจอัด จบแล้วเดินออกมาร้องไห้ทั้งคืน </span></p>
<div id="erdyt-69fb7fafdaebe" data-id="ulTqZU0A0Mg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ulTqZU0A0Mg-69fb7fafdaebe" data-vid="ulTqZU0A0Mg" data-src="https://www.youtube.com/embed/ulTqZU0A0Mg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ulTqZU0A0Mg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเราก็ได้เผชิญหน้ากับเรื่องนี้ รู้สึกได้บำบัดตัวเองเหมือนกัน เพราะเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ก็ต้องอยู่กับเรื่องนี้ให้ได้อยู่ดี ซึ่งการเอามันมาเขียนเพลงแปลว่าต้องยอมรับว่าเราต้องอยู่กับมันได้แล้วแหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอตอนที่อัลบั้มนี้ออกมาใหม่ๆ แล้วคนก็ชมเพลงนี้มากๆ ยิ่งคนชมทำให้จิตเรายิ่งตก มันเหมือนคนเอามาเปิดให้เราฟังอยู่เรื่อยๆ มันก็เหมือนกับย้ำๆ เรา แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ ดีขึ้นๆ เราก็ได้รู้ว่าสิ่งที่จะต้องทำให้ดีที่สุดในบทเรียนนี้คือ การยอมรับและการเผชิญหน้ากับสิ่งที่ซ่อนไว้ใต้พรม ต่อให้สุดท้ายซ่อนไว้ข้างในยังไงมันก็ยังอยู่ ไม่มีอะไรหายไปจากโลก สสารไม่มีวันหายไปจากโลก มันต้องแปรสภาพเป็นอะไรสักอย่าง แล้วก็นับว่าดีแล้วที่เรายอมเผชิญหน้า ไม่งั้นจนถึงจุดหนึ่งเราอาจตัดสินใจลาแบบเงียบๆ ก็ได้ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า เออ มันอาจจะเจ็บหน่อยเว้ย แต่เราต้องเผชิญหน้ากับมันให้ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ดูคุณเป็นคนโบยตีตัวเองแล้วก็พาตัวเองไปเจอสถานการณ์ยากๆ เรื่องนี้มันสำคัญยังไงกับตัวคุณ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อัลบั้มนี้ไม่เหลือทางให้เราไปแล้วครับ คือถ้ามันไม่ success เราออกจากงานมาขนาดนี้มีทางเดียวที่จะต้องไปคือ ต้องชนะ ต้องสำเร็จเท่านั้น แล้วก็ต้องไม่กั๊ก ต้องไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นี่คือจุดตัดสินจุดสุดท้ายแล้ว ถ้าเกิดผ่านไม่ได้ ถ้ายังอยู่ในคอมฟอร์ตโซน คือจบแล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วตอนอัลบั้มออกมาคุณรู้สึกยังไงบ้าง ตอนนั้นทำอะไรอยู่</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่เห็นมาสเตอร์ดีใจมาก แต่วันที่อัลบั้มออกจำได้เลยว่าชูใจเข้าโรงพยาบาล แพ้ตาบวม เรายังนั่งอยู่กับเบลล์แล้วบอกว่า อัลบั้มออกแล้วเนอะ ต้องมานั่งฟังเพลงที่ปล่อยทางยูทูบกันในโรงพยาบาล นั่งดูฟีดแบ็กกันในโรงพยาบาลเลย ลูกก็ป่วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันก็ดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วไอ้ที่ทำมาไม่สำคัญเท่าตรงนี้ ไอ้เกียรติยศที่ทำมาเหมือนฟ้ามาบอกเลยว่า ที่มึงพราวด์มากว่าซีดีจะออก พอลูกป่วยจริงก็ไม่มีความสุข ณ วินาทีนั้นมันไม่มีอะไรสำคัญกว่าคนในบ้าน เงินก็ซื้อความสบายใจไม่ได้ เกียรติยศก็ซื้อความสบายใจไม่ได้ ชีวิตมันอาจจะแค่คนในบ้านเราสบายดี เรามีสุขภาพแข็งแรงดี เราอยู่ด้วยกัน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-85951" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-10.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-10.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/1-10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แต่ปีนี้ก็ออกทัวร์เยอะมาก แล้วคุณบาลานซ์การทำงานกับครอบครัวยังไง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เป็นปัญหา เราพยายามอยู่ แต่ต้องออกไปทุกคืน ก็เลือกไม่ได้จริงๆ ต้องให้ลูกเข้าใจ พอมีเวลาแล้วจะพาลูกโดดเรียน คือลดเวลาเรียนของลูกมาอยู่กับเรามากขึ้น พาลูกโดดซะจนลูกต้องขอไปเรียนเอง ขอไปโรงเรียนเถอะ เราก็จะบอกว่าเดี๋ยวนะ ไปเที่ยวกันก่อน (หัวเราะ) ใช้วิธีนี้เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เด็กจะอยู่กับเราได้นานที่สุดแล้ว หลังจากประถมเขาจะไปตามทางของเขาแล้ว ช่วงอนุบาลยังเป็นช่วงที่ยังเรียนได้นิดๆ หน่อยๆ ก็พอให้รู้ สำหรับเรานะ คนอื่นอาจไม่ได้คิดอย่างนี้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วเราเป็นฟรีแลนซ์ด้วย ไม่ได้เงินเดือน ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าเงินมันก็สำคัญกับเขา โลกนี้ถึงต้องมีภรรยาไว้อีกคน แบ่งหน้าที่กันชัดเจนว่าหน้าที่เราคือนอกบ้าน เพราะฉะนั้นพอเป็นฟรีแลนซ์เราไม่รู้อนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แล้วงานจะหายไปไหม ทุกอาชีพมันก็เสี่ยงเหมือนกัน แต่อาชีพอย่างเรามันจะมีความบอบบางของมันอยู่ เพราะฉะนั้นถามว่าคิดถึงลูกไหม คิดถึง แต่ความเสียสละของพ่อก็ต้องไป นี่คือบาลานซ์ที่สุดแล้ว คือภรรยาเขาเองก็เสียสละอยู่กับลูกตลอดเวลา ต้องไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน รับลูกมาสอนการบ้าน อ่านนิทานให้ฟัง ต้องตัวติดกับลูกตลอดเวลา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อย่างนี้ถือว่าปีนี้คุณมีความสุขไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีความสุขมากครับ สุดท้ายก็แค่อยากให้แม่แข็งแรง ลูกน่ารัก เมียน่ารัก อยากกินอะไรได้กิน อยากนอนเมื่อไหร่ได้นอน มีเตียงสบายๆ เพิ่งซื้อบ้านใหม่ด้วย ปีหน้าก็ลุยต่อ วางเป้าหมายไว้ว่าอยากไปทำงานต่างประเทศ อยากไปแอตแลนตา ไปทำเพลงกับโปรดิวเซอร์ที่นู่น อยากทำสักอีพีที่ใช้โปรดักชั่นอินเตอร์ แล้วใช้แรปไทยดู อยากรู้ว่าโจทย์นี้จะเป็นยังไง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สุดท้ายแล้วถ้าเปรียบการทำงานของคุณในวงการเพลงเป็นน้ำ แล้วชีวิตคุณปีนี้ล่ะ จะมองเป็นอะไร</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) เหมือนคลื่นลูกแรกเลย นี่คือลูกแรกที่แรงที่สุด เก็บไว้นาน เหมือนปล่อยออกจากคลื่น แต่เดี๋ยวก็จะค่อยๆ สุขุมขึ้น ตอนนี้คือมันสาดไปหมด มันออกมาเร็ว อาจจะทำนู่นทำนี่อะไรไม่ทัน เดี๋ยวมันจะค่อยๆ นิ่มขึ้น รอบสุดท้ายอยากให้มันนิ่ง แล้วข้างในไหลแรงๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-85967" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/10-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/10-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/10-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/10-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-golf-fhero/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีอะไรไปหยุดอาชีพเราได้ ถ้าเราไม่หยุด” – กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้าไม่ทุกข์ คงไม่รู้ว่าสุขนั้นหอมหวาน” – ครูทอม กรุงเทพคริสเตียนฯ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-krutom-bcc/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2019 08:51:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพคริสเตียน]]></category>
		<category><![CDATA[BCC]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.กรุงเทพคริสเตียนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอม]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=85313</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปี 2559 ที่ ครูทอม ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับสถานศึกษาแห่งนี้ภายใต้การดูแลของเขา นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆ  โครงการ BCC SPACE PROGRAM ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ร่วมมือกับหลายฝ่ายพัฒนาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศให้กับเด็กมัธยม รวมถึงเป้าหมายใหญ่อย่างการส่งดาวเทียมที่เป็นผลงานของนักเรียนขึ้นวงโคจรอวกาศให้ได้ วิชาเลือกเพิ่มเติมจากวิชาสามัญในชื่อ ‘Free Elective’ ที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเรียนวิชาที่ตัวเองสนใจจริงๆ ผ่านวิชาสุดสร้างสรรค์ เช่น ภาษาอังกฤษจาก Netflix, การวางแผนการเงินและการลงทุน หรือการแสดงขั้นพื้นฐาน  หลักสูตรการเรียน BCC Next ที่เปลี่ยนจากการแบ่งเด็กสายวิทย์-สายศิลป์ให้เป็นไปตาม &#8216;Track&#8217; วิชาชีพที่ตัวเองฝันที่จะเป็น เช่น แพทยศาสตร์, วิศวกรรมการบิน, นิติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์การกีฬา  ในส่วนอื่นนอกจากการศึกษา ครูทอมยังสร้างความประทับใจให้กับเด็กนักเรียนหลายครั้งหลายคราว ตั้งแต่การออกข้อกำหนดให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์จนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ, การแต่งชุดนักเรียนมาต้อนรับเด็กๆ ในวันเปิดภาคเรียนจนทำให้ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องอมยิ้ม และการร้องเพลงแรปหน้าเสาธงในวันเปิดเทอมเพื่อให้เด็กทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้มีความสุขได้ ‘นี่แหละ ผอ.ที่เราตามหามานาน’ –เด็กๆ หลายคนในโรงเรียน (และนอกโรงเรียน) ล้วนคิดแบบนั้น ดังนั้นเมื่อช่วงต้นปีนี้ แทบทุกคนต่างคิดว่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ กำลังเดินมาถูกทางแล้ว พวกเขากำลังก้าวสูงขึ้นไปสู่การเป็น School of Happiness [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-krutom-bcc/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้าไม่ทุกข์ คงไม่รู้ว่าสุขนั้นหอมหวาน” – ครูทอม กรุงเทพคริสเตียนฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปี 2559 ที่ <strong>ครูทอม ศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์</strong> ก้าวขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นกับสถานศึกษาแห่งนี้ภายใต้การดูแลของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการ BCC SPACE PROGRAM ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ร่วมมือกับหลายฝ่ายพัฒนาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศให้กับเด็กมัธยม รวมถึงเป้าหมายใหญ่อย่างการส่งดาวเทียมที่เป็นผลงานของนักเรียนขึ้นวงโคจรอวกาศให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิชาเลือกเพิ่มเติมจากวิชาสามัญในชื่อ ‘Free Elective’ ที่เปิดโอกาสให้เด็กเลือกเรียนวิชาที่ตัวเองสนใจจริงๆ ผ่านวิชาสุดสร้างสรรค์ เช่น ภาษาอังกฤษจาก Netflix, การวางแผนการเงินและการลงทุน หรือการแสดงขั้นพื้นฐาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตรการเรียน BCC Next ที่เปลี่ยนจากการแบ่งเด็กสายวิทย์-สายศิลป์ให้เป็นไปตาม &#8216;Track&#8217; วิชาชีพที่ตัวเองฝันที่จะเป็น เช่น แพทยศาสตร์, วิศวกรรมการบิน, นิติศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์การกีฬา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนอื่นนอกจากการศึกษา ครูทอมยังสร้างความประทับใจให้กับเด็กนักเรียนหลายครั้งหลายคราว ตั้งแต่การออกข้อกำหนดให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียนหนึ่งวันต่อสัปดาห์จนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ, การแต่งชุดนักเรียนมาต้อนรับเด็กๆ ในวันเปิดภาคเรียนจนทำให้ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องอมยิ้ม และการร้องเพลงแรปหน้าเสาธงในวันเปิดเทอมเพื่อให้เด็กทุกคนรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้มีความสุขได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘นี่แหละ ผอ.ที่เราตามหามานาน’ –เด็กๆ หลายคนในโรงเรียน (และนอกโรงเรียน) ล้วนคิดแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเมื่อช่วงต้นปีนี้ แทบทุกคนต่างคิดว่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ กำลังเดินมาถูกทางแล้ว พวกเขากำลังก้าวสูงขึ้นไปสู่การเป็น School of Happiness อย่างที่ครูทอมหวัง ขวบปีที่สดใสไร้เรื่องราวให้กังวลกำลังรอพวกเขาอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งช่วงกลางปี ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85556 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC7-1.jpg" alt="ครูทอม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC7-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC7-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">30 กรกฎาคม สภาคริสตจักรในประเทศไทยมีคำสั่งปลดครูทอมออกจากตำแหน่ง ผอ.กะทันหัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2 สิงหาคม เนื่องจากสภาคริสตจักรฯ ไม่เปิดเผยเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ โรงเรียนจึงเรียกร้องขอคำอธิบายและความเป็นธรรมให้มีการสอบสวนกรณีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">6 สิงหาคม สภาคริสตจักรฯ ยืนยันว่า ผอ.ศุภกิจ ทำความผิดเรื่อง ‘การจัดซื้อที่ดินและกิจการของโรงเรียนบึงกาฬคริสเตียน’ พร้อมตั้งกรรมการสอบสำหรับเหตุการณ์นี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">11 สิงหาคม โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ยื่นหนังสือไปถึงสภาคริสตจักรฯ ตั้งคำถามถึงความผิดแปลกในการปลด ผอ.ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการสอบสวนใดๆ และตั้งคำถามต่อไปว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น 3 ใน 5 คนเป็นเครือญาติของบุคลากรในสภาคริสตจักรฯ เอง ซึ่งสภาคริสตจักรฯ ไม่มีคำตอบกับคำถามนี้ พร้อมแต่งตั้งรักษาการ ผอ. และออกคำสั่งให้ครูทอมไปช่วยงานที่จังหวัดเชียงใหม่ทันที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">24 สิงหาคม จากความไม่เป็นธรรมที่เห็นอยู่ตรงหน้า นักเรียน ศิษย์เก่า และผู้ปกครอง ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ จำนวนมากรวมตัวกันก่อตั้งเพจ <a href="https://www.facebook.com/savebcc.org/">องค์กร SaveBCC</a> ขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูล กระจายข่าวสาร และเรียกร้องความเป็นธรรม ในกรณีที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">27 สิงหาคม เกิดการรวมตัวกันของกลุ่ม SaveBcc โดยนัดแต่งชุดดำและชุมนุมกันช่วงเช้าที่โรงเรียน ก่อนสลายกลุ่มก่อนเวลาเรียน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม รวมถึงส่งเสียงว่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ไม่ควรถูกแทรกแซงโดยสภาคริสตจักรฯ อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">28 พฤศจิกายน หน่วยงานของรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตัดสินใจลงมาสอบสวนคดีนี้ด้วยตัวเองพร้อมประกาศว่า ต่อแต่นี้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ จะอยู่ในการควบคุมของ สช.แทน ระหว่างนี้คำสั่งย้ายของครูทอมจะถูกระงับ แม้จะไม่ได้กลับมาทำงานในตำแหน่ง ผอ. แต่ครูทอมสามารถกลับมาปฏิบัติงานครูที่โรงเรียนต่อได้ และทันทีที่สิ้นเสียงประกาศนี้ เสียงเฮกู่ร้องตะโกนดีใจของคนทั้งโรงเรียนก็ดังขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูทอมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในวันนั้นว่าจะกลับไปอยู่ที่โรงเรียนเหมือนเดิม แม้จะไม่ได้ทำงานบริหาร แต่จะกลับไปให้ทุกคนรู้ว่าเขายังอยู่และไม่ไปไหน ในงานแถลงข่าววันนั้นครูทอมหลั่งน้ำตา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับขวบปีที่มีอะไรเกิดขึ้นกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ขึ้น-ลงเป็นรถไฟเหาะตีลังกาขนาดนี้ นั่นเองคือเหตุผลที่วันนี้เราตัดสินใจเดินทางมาที่นี่ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนวันคริสต์มาส แม้เรื่องราวทั้งหมดยังไม่มีข้อสรุปเพราะอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวน แต่เราก็อยากชวนคนที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องอย่างครูทอมมาสรุปสิ่งที่เขาพบเจอมาตลอดปีนี้เสียหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูทอมทำยังไงให้เป็น ผอ.ที่เด็กรัก เขารู้สึกนึกคิดกับเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ยังไงบ้าง มีอะไรเกิดขึ้นภายใต้พาดหัวข่าวเหล่านี้กันแน่ และคำถามสำคัญ–<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">ปีนี้สอนให้</a>เขารู้ว่าอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อไม่ให้เกริ่นยาวไปมากกว่านี้และไม่ให้เป็นการเสียเวลา </span><span style="font-weight: 400;">‘สวัสดีครับคุณครู’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85558 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>คุณชอบให้เด็กเรียกว่าอะไรมากกว่ากัน ผอ. อาจารย์ หรือครู</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) จริงๆ ก็ได้หมดเลย แต่หลังๆ เด็กเรียกว่า ผอ.นะ แต่เราก็ไม่อยากให้เรียกหรอก รู้สึกว่ามันห่างเหิน เรียกว่าครูทอมดีกว่า เป็นแค่ครูธรรมดาๆ ไม่จำเป็นต้องเป็น ผอ.อะไรหรอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าการเป็น ผอ.เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง ถ้าวันหนึ่งหมดวาระเราไม่อยากให้เกิดภาวะกระอักกระอ่วนในการเรียกกัน ดังนั้นกับนักเรียนก็เรียกเราว่าครูทอมแหละ กับบุคลากรในโรงเรียนเราก็เป็นพี่ทอมเหมือนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>งั้นขออนุญาตเรียกว่าครูทอมนะครับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้ๆ ยินดีๆ (ยิ้ม)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85557 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC8-1.jpg" alt="ครูทอม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC8-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC8-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จากการเป็น ผอ.มาเกือบ 3 ปี ในมุมมองของครูทอมคำจำกัดความของงาน ผอ.คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดและถอนหายใจ) ถ้าถามเรา ณ ชั่วโมงนี้ เราว่าหลักๆ คือเรื่องการตัดสินใจเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราการตัดสินใจอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าได้มาอยู่ในจุดที่แบกรับมันคุณจะรู้ว่าการตัดสินใจต้องอาศัยความกล้า ความรอบคอบ ความอดทนอดกลั้น และอะไรอีกหลายอย่าง มันไม่ง่าย และงานหลักของ ผอ.ก็คือตรงนี้ นี่เป็นสิ่งที่คนต้องการจากเรามากที่สุดเพราะเราคือตัวแทนของพวกเขา เขาคาดหวังให้เราตัดสินใจทำอะไรที่เขาสามารถภาคภูมิใจผ่านทางเราได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถือเป็นงานที่ยากไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่ได้ทำด้วยความรักและความสนุก (ส่ายหัว) ยากแน่นอน แต่บังเอิญเราอยู่ตรงนี้ด้วยความรักและความสนุกไง ความยากเลยหายไปเยอะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูเหมือนสิ่งที่ครูทอมทำและเป็นนั้นแตกต่างจากภาพจำของคำว่า ผอ.เยอะเหมือนกัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) ก็คงใช่ แต่เราไม่คิดว่าที่เราเป็นมันถูกต้องอะไรหรอก เราคิดว่าการเป็น ผอ.แบบไหนขึ้นอยู่กับบริบทขององค์กรมากกว่า บางองค์กร ผอ.อาจต้องทำหน้าที่เหมือนผู้คุม ต้องคิด ต้องทำให้ แต่บางองค์กร ผอ.ต้องทำหน้าที่เป็นลูกหมาน่ารัก เพราะคนอื่นเป็นเสือกันหมด ดังนั้นเราก็ดูที่บริบทกันไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วบริบทของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เป็นแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โห เราต้องเล่นทุกบทนะ (หัวเราะ) เผอิญว่าโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เป็นโรงเรียนที่ใหญ่มาก คนในองค์กรมีหลายรูปแบบ ดังนั้นหน้าที่ของผู้บริหารคือการดูว่าเราจะดีลกับแต่ละคนด้วยลักษณะไหน จะเป็นลูกหมาตลอดไม่ได้ จะมั่นใจสูงทุกครั้งก็ไม่ได้อีก อย่างบางครั้งเราต้องเป็นผู้นำให้เห็นว่าเราไม่กลัว แต่บางครั้งเราก็ต้องเป็นหัวหน้าที่ให้ความอบอุ่น เราต้องเล่นบทบาทให้เหมาะสมกับแต่ละสภาวการณ์ไปน่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85561 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ครูทอมเป็นครูที่นี่มาก่อนตั้งหลายปี แล้วพอมาเป็น ผอ.มันมีการเปลี่ยนแปลงเยอะไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าในแง่ตัวเองเราว่าเปลี่ยน อาจจะด้วยหน้าที่หรืออะไรก็ตามมันทำให้ต้องคิดและเปลี่ยนตลอดเวลาเพื่อความเหมาะสม แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเจอนักเรียนเรายังอยากให้เด็กรู้สึกว่าเราคือ ‘ครูคนหนึ่ง’ เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดตั้งแต่ได้โอกาสเป็น ผอ.แล้วว่าต้องจับต้องได้ เราต้องเป็น ผอ.ที่พอเดินหาเด็กแล้วเขาไม่แหวกออกและแอบไปด่า เราอยากให้เขากล้าคุยกับเราแม้เรื่องสัพเพเหระ กล้ามาขอเซลฟี่ ซึ่งเดี๋ยวถ้าคุยกันเสร็จคุณลองไปดูปฏิกิริยาของเด็กที่มีต่อเราสิ มันเป็นแบบนั้น เราดีใจมาก อันนี้ไม่ได้อวดตัว เราดีใจกับสิ่งที่เราทำได้จริงๆ แต่ก็ไม่ได้จะบอกว่า ผอ.ที่ดีต้องเป็นแบบเราเท่านั้นนะ มันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำและความเป็นตัวตนของแต่ละคนมากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บางคนอาจจะแย้งว่าการเป็น ผอ.ที่เด็กเข้าถึงได้ง่ายอาจจะมีข้อเสีย และการเป็น ผอ.ที่ดุอาจจะมีข้อดีหรือเปล่า เช่น การควบคุมเด็กในกรณีจำเป็นต่างๆ เด็กไม่ลามปาม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ (ตอบทันที) คำถามนี้เรากล้าตอบว่าไม่เห็นด้วยแน่นอน และไม่ใช่ตอบเพื่อให้ตัวเองดูดีด้วย แต่ตามหลักการจริงๆ แล้ว เราเห็นชัดเจนว่าไม่เป็นผลนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ก็ได้ เด็กที่นี่แสบนะครับ (ยิ้ม) แต่พอเป็นแบบนี้มันเลยเกิดภาวะที่ครูคิดว่าเด็กแสบ ครูต้องดุเพื่อเอาให้อยู่ เด็กก็เลยคิดว่าครูดุเกินไป เขาต้องก้าวร้าว วนไปอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น แต่พอเราเป็น ผอ.ด้วยความที่เราเป็นเด็กคนนั้นมาก่อนและได้ไปเห็นโรงเรียนในบางประเทศทำให้เรารู้ว่ามันมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ เราเลยลองเปิดใจกับวิธีการใหม่คือการ respect เด็กก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะกำราบเด็ก เราเปลี่ยนการเอาชนะใจเขาด้วยการเคารพเขา นี่แหละที่เราบอกว่าการดุไม่เป็นผลดี เพราะพอเราเปลี่ยนมาทำแบบนี้ผลที่ตามมานั้นดีมาก อะไรที่เราอยากได้จากเด็ก อย่างการเชื่อฟัง การตั้งใจเรียน การให้เกียรติ หรือความสุภาพ วิ่งเข้ามาหาเราหมด ถ้ามีอะไรที่เกินไปเราก็ค่อยสอนเขาตอนนั้นแล้วแต่กรณีไป คล้ายๆ กับการเอาจุดแข็งของฝรั่งมาแก้ไขจุดอ่อนของความเป็นเอเชีย ซึ่งในปัจจุบันเราเห็นชัดเจนว่ามันเวิร์ก สิ่งที่ได้กลับมาจากเด็กในโรงเรียนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85551 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี ในฐานะ ผอ.ตอนนั้นครูทอมวางแผนให้โรงเรียนเดินไปทางไหน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ้โห ตอนนั้นโรงเรียนกำลังไปได้ดีมากเลย เราตั้งมิสชั่นว่ากรุงเทพคริสเตียนฯ จะเป็นโรงเรียนแห่งความสุข นั่นคือการเป็นสถานศึกษาที่สามารถบอกเด็กได้ว่าความสุขของเขาคืออะไร ทุกคนมีความสุขได้ และความสุขอยู่รอบตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราโรงเรียนอย่านิยามความสุข คุณจะมาทำเหมือนเดิมโดยบอกว่า ‘ความสุขคือ…’ เท่านั้นไม่ได้ นี่ไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่ 1+1=2 คุณต้องถามเด็กว่า 1+1 เป็นเท่าไหร่ดี พอเขาตอบมาคุณต้องถามเขาต่อว่าทำไมถึงตอบแบบนี้ ถ้าเขาบอกว่า 3 ก็ต้องเชื่อเขาก่อน อย่าเพิ่งไปปฏิเสธว่ามันต้องเป็น 2 สิ นี่แหละคือสิ่งที่เราพยายามทำให้ครูและเด็กเป็น เขาต้องหานิยามความสุขของตัวเองให้เจอ และเมื่อเจอแล้วก็ต้องรู้วิธีไขว่คว้าความสุขเหล่านั้นมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>วางแผนเอาแนวคิดตรงนี้ออกมาเป็นรูปธรรมยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเราเชื่อว่าความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ จึงไม่เอากรอบความคิดมาจำกัดใครด้วยกรอบเดียว นั่นเลยเป็นที่มาของการที่เราทำความเข้าใจกับบริบทปัจจุบันและทำหลักสูตรให้หลากหลายเพื่อให้เด็กลองหาความสุขของตัวเอง ซึ่งผลตอบรับที่ได้กลับมาก็ดีมากนะ ผู้ปกครองและเด็กหลายคนอยากเข้ามาเรียนที่นี่เพราะเหตุนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC6-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC6-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC6-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทุกอย่างฟังดูดีมาก แต่เช้าวันที่ 30 กรกฎาคม หลังจากได้ทราบข่าวตอนนั้นครูทอมรู้สึกยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โห แย่ (นิ่งคิด) เครียดมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจตัวเองมากๆ คือเราคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด พอเรามั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดเราก็มีความรู้สึกว่าโอเคแหละ ถ้าสมมติเขาไม่ต้องการเราจริงๆ ไอ้สิ่งที่เราทำมามันก็น่าจะทำให้เรามีที่ไปอื่นๆ แต่โดยรวมมันก็เป็นความรู้สึกที่แย่มากอยู่ดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ท้อไหม น้อยใจหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีมาหมดแหละ แต่เราอยู่ได้เพราะกำลังใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่เคยรู้ว่ามาก่อนเลยว่าระหว่างทำหน้าที่ ผอ.มาเกือบ 3 ปี เรามีเด็ก ครู และผู้ปกครอง ที่รักในสิ่งที่เราทำมากขนาดนี้ เราได้กำลังใจจากหลายๆ คน จากนอกโรงเรียนก็มี ทั่วประเทศไทยเลยนะ มีทุกแบบทั้งโทรมาและเมสเซจ เราดีใจเพราะรู้สึกว่าเขาคงเห็นว่าเราไม่ได้โกหก ไม่ได้หลอกลวง สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเดินหน้าไปในแต่ละวันได้ พลังเหล่านี้พยุงเราให้ผ่านวิกฤตความท้อหรืออะไรก็ตาม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>โดยส่วนตัวครูทอมเองมีโมเมนต์ที่คิดจะยอมแพ้และออกไปบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาตรงๆ นะ มี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เกิดเหตุเราคุยกับภรรยาว่า เฮ้ย ไม่ไหวว่ะ เราไม่รู้จะต่อสู้กับเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร เพราะที่ผ่านมาในฐานะ ผอ.เราคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ถ้าคุณไม่ต้องการเราขนาดนี้เราไปดีกว่า แต่เราน่ะติดอยู่นิดเดียวเลยคือคิดว่าเราไม่ผิด และด้วยแรงกาย แรงใจ ความผูกพันที่มีให้ที่นี่ มันทำให้เราอยากต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องก่อน เราถึงเลือกจะกลับมาและยังอยู่จนถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85563 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มีกำลังใจไหนไหมที่พิเศษต่อครูทอมมากๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนาน) ถ้าแตะใจเรามากที่สุดก็ต้องเป็นครูกับนักเรียนแหละ เพราะเขาใกล้ชิดเรามากที่สุด อย่าง</span><span style="font-weight: 400;">มีอยู่วันหนึ่งน่าจะเป็นเดือนที่ 2-3 หลังจากเหตุการณ์ มีคนส่งคลิปวิดีโอมาให้เราเราก็เปิดดู มันเป็นคลิปที่ครูในโรงเรียนพูดให้กำลังใจเรา ทำเป็นเหมือนมิวสิกวิดีโอ เราดูไปได้แค่ 2-3 ประโยคเองก็เดินเข้าห้องน้ำและร้องไห้เสียงดัง ร้องๆๆๆๆ ฟูมฟายเป็นเด็กเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติเราเป็นคนร้องไห้ยากมากเลยนะ แต่ในเวลานั้นเราไม่ไหวจริงๆ ใจเราบางและแหลกสลาย แต่พอเห็นคลิปนี้มันเป็นความรู้สึกตื้นตัน คือมันจะมี ผอ.สักกี่คนที่คนในโรงเรียนจะทำแบบนี้ให้น่ะ มันเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าความผูกพันที่พวกเขามีต่อเรามันยิ่งใหญ่ หรืออย่างตอนเห็นครู นักเรียน ผู้ปกครอง ที่มาชุมนุม นั่นก็จุกในใจเรามากๆ (คิด) เราแม่งคนธรรมดามากนะ เราไม่ได้พิเศษอะไร เป็นแค่ ผอ.คนหนึ่ง แต่สิ่งที่เราทำมันได้ใจเขาขนาดนั้น มันเลยยิ่งตอกย้ำว่าถ้าเราเลือกจะไปเราคงเป็นคนที่แย่มาก คงเป็นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ เป็นครูที่แย่ เป็นผู้บริหารที่ใช้ไม่ได้ เราคงเป็นคนจอมปลอมที่ไม่ได้รักพวกเขาจริง เราจะทิ้งความรักทั้งหมดนี้ไปได้ยังไง เราคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ๆ และไม่กล้าไปสอนใครอีกแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อัพเดตสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องทั้งหมดยังไม่ถึงข้อสรุป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างกำลังเดินหน้า และเราก็เชื่อว่าสุดท้ายแล้วมันจะมีสิ่งดีเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85552 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC3-1.jpg" alt="ครูทอม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC3-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของโรงเรียน วิกฤตทำให้เรารู้ว่าโรงเรียนมีจุดอ่อน ดังนั้นถ้าทุกคนหันมาจับมือแก้ไขปัญหาเราว่ามันน่าจะเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนที่มีสังกัดได้ว่าพวกเขาต้องมีจุดยืนและวางตัวแบบไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของนักเรียน เราว่านี่คงเป็นไม่กี่ครั้งที่เด็กจะได้มีส่วนร่วมในการชุมนุมที่ไม่ใช้ความรุนแรง เขาจะได้เรียนรู้ว่าตัวเองเรียกร้องสิทธิที่ควรมีได้ เขาจะได้รับประสบการณ์จริงในการใช้วิจารณญาณเลือกข้างและไม่ฟังความข้างเดียว จะมีสักกี่ที่กันเชียวที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดังนั้นสำหรับเราเหตุการณ์นี้มีค่าต่อเด็กมากๆ ด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสุดท้ายในส่วนของเราเอง เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สอนตัวเราเหมือนกันว่าก่อนจะไปสอนให้เด็กมีความสุข ครูเองก็ต้องมีความสุขก่อน ในเดือนแรกที่แทบแย่ มีเช้าวันหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่า เฮ้ย ไอ้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตนี่ถ้าเรามีความสุขไม่ได้ แล้วเราจะเป็นครูที่สอนเรื่องความสุขได้ไงวะ ไม่ใช่แล้ว ดังนั้นแม้เรื่องทั้งหมดจะแย่ขนาดไหนก็ตามเราก็ต้องหาหนทางที่จะยิ้มให้เจอ ไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดอยู่กับมันทั้งวัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วครูทอมเจอความสุขไหม มันคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้อยากมองความสุขเป็นแค่เนื้อหนังแล้วน่ะ เราอยากให้ตัวเองมีความสุขที่แท้จริง ซึ่งสำหรับเรามันชัดเจนมากว่าคือการให้ </span><span style="font-weight: 400;">การให้เป็นต้นเหตุให้เกิดความสุขมากกว่าการรับ การให้จะทำให้คนรอบตัวมีความสุข และพลังตรงนี้ก็ทำให้เราโคตรมีความสุข ต่อให้ไม่มีเงิน ความสำเร็จ ตำแหน่งใหญ่โต แต่ถ้าเราให้ได้เราก็มีความสุขได้แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85562 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ถ้าให้มองย้อนกลับไป ครูทอมจะนิยามปีนี้ของตัวเองว่ายังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดและยิ้ม) ปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้จริงๆ โดยเฉพาะคำว่าความสุข เราเอาแต่สอนเด็กว่าให้หาความสุข แต่ถ้าในเวลาวิกฤตเรากลับหาไม่เจอ เราไปสอนเขาไม่ได้หรอก ดังนั้นมันเป็นปีที่ให้อะไรกับเราเยอะมากนะ เราได้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของโรงเรียน ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่ถึงปลายทาง แต่เราก็ได้ร่วมต่อสู้กันมา ดังนั้นเราว่ามันเป็นปีที่ดี เพราะถ้าไม่มีความทุกข์เราคงไม่เข้าใจเลยว่าความสุขหอมหวานขนาดนี้ ถ้าไม่รู้จักความทุกข์เราคงยิ่งไม่รักษาและปกป้องความสุขของพวกเราให้ดีขนาดนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เมื่อสูญเสียจึงเห็นคุณค่าของสิ่งที่มี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ ตอนนี้เราเข้าใจคำว่าคุณค่ามากๆ เพราะวิกฤตที่เจอมันหนัก ตอนนั้นหลายคนส่ายหัวแล้วว่าโรงเรียนจะหาทางออกได้ยังไง ทุกคนเจ็บปวด จากกราฟที่พุ่งสูงก็ดิ่งลงเหว แต่ตอนนี้พวกเราเหมือนกราฟที่กำลังพุ่งขึ้นแล้ว และเป็นการพุ่งขึ้นที่ทุกคนเรียนรู้คุณค่าของความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมาในเวลาที่เหมาะสมมากเลยครับ ด้วยความที่เราเป็นโรงเรียนคริสต์ ทุกคนจะใจจดใจจ่อกับวันคริสต์มาสมาก ดังนั้นทุกคนอยากให้เรื่องทั้งหมดจบก่อนคริสต์มาส ซึ่งปรากฏว่าจบได้ก่อนจริงๆ โอ้โห โคตรมีความสุขเลยนะ ทุกคนพูดเหมือนกันว่านี่คือของขวัญคริสต์มาสที่พระเจ้าให้กับพวกเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุดท้ายครับ ครูทอมเคยให้สัมภาษณ์ว่า ผอ.เป็นอาชีพที่โคตรเจ๋ง แต่จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นครูทอมยังคิดว่า ผอ.เป็นอาชีพที่โคตรเจ๋งอยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ๋งดิ (ตอบทันที) ถามว่าสิ่งที่เจอเจ็บปวดไหม เจ็บปวดมาก เจ็บปวดแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่ก็เพราะงานนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้ได้รู้ว่าคนรักเรามากขนาดไหน ณ ชั่วโมงนี้ถึงจะพ่ายแพ้แต่เราว่าเราชนะแล้ว เราไม่ใช่คนเด่นคนดังอะไร แต่สิ่งที่เราได้มามันสุดยอด เรารู้สึกถึงขนาดว่าถ้าพรุ่งนี้เราตายไป โดยรวมของชีวิตเรายังถือว่าเป็นความสุขเลย เพราะทุกคนเห็นความตั้งใจที่เราทำให้มาทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือความรักน่ะครับ ดังนั้นเราโอเคแล้ว ไม่เสียดายอะไรเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85559 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC10.jpg" alt="ครูทอม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/BCC10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-krutom-bcc/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้าไม่ทุกข์ คงไม่รู้ว่าสุขนั้นหอมหวาน” – ครูทอม กรุงเทพคริสเตียนฯ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “จะเป็นแชมป์โลกหรือไม่ ก็ต้องซ้อมให้หนัก” &#8211; ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-srisaket-boxing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2019 08:47:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีมวย]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[นครหลวงโปรโมชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[มวย]]></category>
		<category><![CDATA[นักมวย]]></category>
		<category><![CDATA[แหลม ศรีสะเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=85111</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมเดินทางมาค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น เมื่อช่วงต้นปี ในนิตยสาร a day ฉบับ Working Culture ผมมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์บุคลากรหลายคนของที่นี่เพื่อลงลึกในวิธีการทำงานและดีเอ็นเอความเป็นแชมป์ ในวันนั้นค่ายยังมีเข็มขัดแชมป์โลกถือครองไว้ นั่นคือแชมป์ WBC ของ แหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น การสัมภาษณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นไม่ถึงเดือนก่อนที่แหลมจะป้องกันแชมป์กับฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า เราจึงพลาดการสนทนากับเขาด้วยเหตุผลเรื่องการเก็บตัวและการรักษาสมาธิในไฟต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น เพียงแต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดังหวัง วันที่ 27 เมษายน แหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เดินลงเวทีด้วยสถานะผู้แพ้ เขาเสียแชมป์โลกสมัยที่สองของตัวเองในวันนั้นนั่นเอง ย้อนกลับมาปัจจุบัน เมื่อปราศจากเหตุผลด้านการแข่งขัน ในที่สุดการพูดคุยระหว่างเราก็เกิดขึ้น โดยมีเสี่ยฮุย–สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่นร่วมวงด้วย เป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้วที่รอบเอวของแหลมและตู้โชว์ของค่ายไร้เข็มขัดแชมป์โลก ถ้ามองด้วยสายตาคนนอก นี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบขวัญกำลังใจของทุกคนในค่าย แต่กับคนที่เกี่ยวพันโดยตรงอย่างแหลมและเสี่ยฮุย พวกเขาคิดเห็นกับเหตุการณ์ทั้งหมดในปีนี้ยังไง–คือสิ่งที่ผมสงสัยและเป็นหัวข้อที่เราสนทนา อาจเป็นความบังเอิญก็ว่าได้ ที่กติกามวยสากลกำหนดให้ในหนึ่งแมตช์การแข่งขันจบลงภายใน 12 ยก เหมือนกับวันเวลาในหนึ่งปี ที่จบลงหลังจากผ่านไป 12 เดือน ใช่ บนสังเวียนผ้าใบครั้งที่ผ่านมาแหลมจบด้วยความพ่ายแพ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-srisaket-boxing/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “จะเป็นแชมป์โลกหรือไม่ ก็ต้องซ้อมให้หนัก” &#8211; ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น</span> <span style="font-weight: 400;">นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมเดินทางมา<a href="https://www.facebook.com/NakornloungPromotion/">ค่ายมวย</a>นครหลวงโปรโมชั่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อช่วงต้นปี ในนิตยสาร a day ฉบับ Working Culture ผมมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์บุคลากรหลายคนของที่นี่เพื่อลงลึกในวิธีการทำงานและดีเอ็นเอความเป็นแชมป์ ในวันนั้นค่ายยังมีเข็มขัดแชมป์โลกถือครองไว้ นั่นคือแชมป์ WBC ของ <strong>แหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสัมภาษณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นไม่ถึงเดือนก่อนที่แหลมจะป้องกันแชมป์กับฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า เราจึงพลาดการสนทนากับเขาด้วยเหตุผลเรื่องการเก็บตัวและการรักษาสมาธิในไฟต์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดังหวัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 27 เมษายน แหลม ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เดินลงเวทีด้วยสถานะผู้แพ้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเสียแชมป์โลกสมัยที่สองของตัวเองในวันนั้นนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85548 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม15.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับมาปัจจุบัน เมื่อปราศจากเหตุผลด้านการแข่งขัน ในที่สุดการพูดคุยระหว่างเราก็เกิดขึ้น โดยมีเสี่ยฮุย–สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่นร่วมวงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้วที่รอบเอวของแหลมและตู้โชว์ของค่ายไร้เข็มขัดแชมป์โลก ถ้ามองด้วยสายตาคนนอก นี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบขวัญกำลังใจของทุกคนในค่าย แต่กับคนที่เกี่ยวพันโดยตรงอย่างแหลมและเสี่ยฮุย พวกเขาคิดเห็นกับเหตุการณ์ทั้งหมดในปีนี้ยังไง–คือสิ่งที่ผมสงสัยและเป็นหัวข้อที่เราสนทนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นความบังเอิญก็ว่าได้ ที่กติกามวยสากลกำหนดให้ในหนึ่งแมตช์การแข่งขันจบลงภายใน 12 ยก เหมือนกับวันเวลาในหนึ่งปี ที่จบลงหลังจากผ่านไป 12 เดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ บนสังเวียนผ้าใบครั้งที่ผ่านมาแหลมจบด้วยความพ่ายแพ้ แต่บนสังเวียนชีวิตของเขา<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">ในปีนี้</a>ล่ะ เแหลมและเสี่ยฮุยคิดเห็นยังไงบ้าง พวกเขาคิดว่าตัวเองพ่ายแพ้หรือเปล่า ผมถือโอกาสนี้ชวนพวกเขาลองทบทวนเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่เดินขึ้นเวที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพร้อมแล้ว ยกที่หนึ่ง เริ่ม!</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85547 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>ยกที่ 1–มกราคม, สถานะ : แชมป์โลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจวัตรประจำวันของนักมวยในค่ายนครหลวงโปรโมชั่นนั้นคล้ายกัน ต่างแค่เพียงความหนัก-เบาในการซ้อมสำหรับคนที่กำลังจะมีแมตช์แข่งขัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในหนึ่งสัปดาห์ พวกเขาจะซ้อม 6 วัน เว้นว่างแค่วันอาทิตย์ ทุกคนต้องตื่นตอนตี 5 ครึ่ง วิ่งจากค่ายแถวรัตนาธิเบศร์ไปศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี วิ่งวน 8 รอบและกลับมาที่ค่าย หลังจากนั้นช่วง 7 โมงครึ่ง พวกเขาต้องซ้อมต่อยกระสอบทรายและต่อยเป้าซึ่งจะเสร็จสิ้นประมาณ 9 โมง หลังจากนั้นนักมวยส่วนใหญ่จะนอนพักเพื่อให้พร้อมสำหรับการซ้อมช่วงเย็นที่จะเริ่มขึ้นประมาณ 4-6 โมงเย็น ถ้าเป็นนักมวยที่กำลังมีไฟต์สำคัญ การซ้อมช่วงนี้จะเข้มข้นเป็นพิเศษโดยมีเสี่ยฮุยมาคุมด้วยตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสำหรับในปีนี้ ช่วงต้นปีก่อนป้องกันแชมป์ ค่ายนครหลวงโปรโมชั่นเน้นความสำคัญไปที่แหลมโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นไม่รู้ตัวครับว่าเราซ้อมหนัก คือปกติเสี่ยจะจดไว้ตลอดว่าวันนี้ผมซ้อมอะไรบ้าง ซึ่งพอกลับมาดู มันทำให้ผมคิดเลยว่า โห เราซ้อมหนักขนาดนี้เลยเหรอ ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ขนาดนี้ 4 เดือนนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก เวลาผ่านไปไวมาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นแชมป์โลก ต้องซ้อมหนักขนาดไหนกันเชียว–ก่อนที่จะเอ่ยคำถามนี้ เสี่ยฮุยชิงเล่าให้ผมฟังด้วยข้อมูลที่ตัวเองจดไว้ตลอด 4 เดือน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิ่งลู่ช่วงเย็นระยะทางรวม 1,905 กิโลเมตร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซิตอัพ 127,000 ครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลงนวม 317 ยก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวทเทรนนิ่ง 3,810 นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อยเป้า 5,324 นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชกกระสอบ 2,032 นาที</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอีกมากมาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85541 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม8-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม8-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม8-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การต่อยเพื่อแชมป์โลกเป็นเรื่องที่ต้องเข้มและซีเรียส”  เสี่ยฮุยเริ่มอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในวันที่เขาเหนื่อยและล้า เรามีหน้าที่ผ่อนและเข้าใจ แต่ในเวลาที่สมควรเราก็มีหน้าที่ดึงเขาขึ้นมา ผมมักบอกแหลมเสมอว่าเข็มขัดเส้นนี้ไม่ใช่ของแหลมหรือค่ายหรอก มันเป็นของคนไทย จำวันที่กลับมาถึงสนามบินแล้วมีคนมารับได้ไหม คนเขาต้อนรับเราเยอะขนาดไหน ผมจะพูดให้เขานึกถึงภาพตรงนั้นและพยายามฮึด หรือเวลาซ้อมถ้าหมัดไหนที่เขาต่อยหนัก ผมก็ต้องคอยบอกว่า ‘ดี!’ สิ่งนี้จะได้เป็นกำลังใจ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลายคนเวลาได้แชมป์อาจจะมีอาการเหลิงและย่อหย่อน คุณมีอย่างนั้นบ้างไหม” ผมหันไปถามแหลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่ผมเป็นแชมป์ ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นแชมป์ขนาดนั้นหรอกครับ” แหลมแย้งผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบจริงใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เข็มขัดเป็นแค่วัตถุ พอเราขึ้นไปบนเวที เข็มขัดก็อยู่ที่กรรมการข้างล่างแล้ว ดังนั้นพอเริ่มต่อยผมก็ไม่ใช่แชมป์อีกแล้ว ผู้ท้าชิงก็ไม่ใช่แชมป์ แต่เรามาชิงกันเพื่อให้คนที่ชนะเป็นแชมป์ต่างหาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85535 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม2-1.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอคิดแบบนี้มันทำให้ผมไม่ยึดติดกับความสำเร็จมาก เพราะสุดท้าย ผมต้องซ้อมหนักตามที่เทรนเนอร์โปรแกรมมาเท่าเดิม ซึ่งถ้าถามว่าเบื่อไหม มันมีเบื่ออยู่แล้ว บางทีเบื่อ บางทีสนุก แล้วแต่อารมณ์ แต่ไม่ว่าอารมณ์ไหน ผมจะไม่มีวันให้ตัวเองหย่อนยาน วิธีที่ผมใช้คือวันไหนเบื่อก็วางโจทย์ต่อยเป้าให้ตัวเองไปเรื่อยๆ ยิ่งต่อยแรง ผมยิ่งเริ่มสนุก ยิ่งเวลาได้ยินเสี่ยบอกว่า ‘ดี! ดี! ดี!’ เรายิ่งมีกำลังใจฮึด”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าให้มองย้อนกลับไป ถือว่าตัวเองเตรียมตัวเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่าเกินร้อย ใช้คำว่า ‘พร้อมมาก’ ได้เลย เพราะถ้าไปต่อยต่างประเทศผมต้องซ้อมหนัก ต้องซ้อมแบบเกินร้อยเท่านั้น ถ้าไม่หนักจริงเสี่ยไม่ให้ไป” แหลมตอบผมก่อนที่เสี่ยฮุยจะเสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เจ็บข้างล่างเวที ดีกว่าไปเจ็บบนเวที ค่ายเราเชื่อแบบนั้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85534 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม1-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม1-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>ยกที่ 4–เมษายน, สถานะ : เสียแชมป์โลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเดินเข้าไปในสนามแข่ง คุณรู้สึกยังไงบ้าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ตื่นเต้น ไม่อะไรเลย เหมือนทุกทีแหละครับ เขาจะด่า จะโห่ยังไง ผมก็โบกมือให้ ให้เขารู้ว่าผมไม่ได้กลัว เข้ามาเลย ผมพร้อม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่เพียงคำตอบของเขา แต่ถ้าลองย้อนไปดูแมตช์การแข่งขันวันนั้น แหลมเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ เขาเดินเข้ามาในสนามแข่งด้วยความมั่นใจ ไร้ร่องรอยความกังวล ขวามือคือเสี่ยฮุยที่ถือเข็มขัดแชมป์ ซ้ายมือคืออาจารย์ป๊อบ (โชคชัย พิสิฐวุฒินันท์–ลูกชายของเสี่ยฮุย) เทรนเนอร์ประจำตัวของแหลม สิ่งที่ฝึกซ้อมและแผนการชกที่เตรียมตัวร่วมกันมาอยู่ในหัวของเขาหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กีฬาก็คือกีฬา การเตรียมตัวเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง สุดท้ายหน้างานและการแข่งขันจริงคือผลลัพธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเสียงระฆังดังบ่งบอกการเริ่มต้นแข่งขัน ในยกแรกๆ เกมเป็นของเอสตราด้าที่เหนือกว่าอยู่เล็กน้อย หมัดหนักของแหลมในสูตรที่เตรียมไว้ เมื่อเจอกับความเร็วอีกฝ่าย ผลออกมากลับไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผล หมัดไม่ค่อยเข้าเป้า ดูด้วยตาก็พอรู้ว่าคะแนนของแหลมกำลังเป็นรอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85542 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม9.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราซ้อมแบบการ์ดขวา ต่อยซ้ายไปตลอดเพราะเรารู้ว่าเขาไม่ถนัดป้องกันซ้าย เราคิดว่าเขาจะหลง แต่ปรากฏว่าเขาไม่หลง เราต่อยไม่ค่อยโดน แต่เขายิ่งต่อยโดน เหมือนแผนที่เตรียมมามันเข้าทางเขา พอเห็นแบบนี้ เทรนเนอร์ก็ให้เปลี่ยนเป็นการ์ดซ้ายทันที แต่กว่าจะจับจังหวะได้มันก็ใช้เวลา” เสี่ยฮุยอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะคนที่อยู่ประจันหน้าบนเวที ในใจตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง” ผมถามแหลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยังมีสมาธินะครับ ไม่ได้กดดันอะไรเพิ่ม เราต้องมีสติตามเกมไป พอหมดยกปุ๊บ ก็มาฟังเทรนเนอร์สอน แล้วก็ออกไปทำตามให้ได้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้างเวทีล่ะ เป็นยังไงบ้าง” คำถามนี้ผมหันไปถามเสี่ยฮุย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตรงนั้นมีอะไรหลายอย่างให้เราตัดสินใจ คือก่อนหน้าที่เราไปต่อย เราทุกคนศึกษาเทป เรารู้ว่าเอสตราด้ากันซ้ายไม่ได้ เราเลยเตรียมแบบ ‘การ์ดขวา-ต่อยซ้าย’ ถ้าผิดแผนก็ค่อยเปลี่ยนเป็นอีกแบบ แต่หน้างานมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นน่ะครับ เขาเตรียมตัวเองมาเหมือนรู้ว่าเราจะต่อยแบบไหน พอเราจะเปลี่ยนมันก็ต้องใช้เวลา เหมือนลูกธนูที่ถูกยิงออกไปแล้ว มันแก้ยาก ใครไม่ไปอยู่ตรงนั้นคงนึกออกลำบาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแหลมเข้ามาข้างเวทีระหว่างที่เป็นรอง คุณบอกอะไรเขาบ้าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมบอกว่าต้องฮึดนะ คนไทยดูเราอยู่”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85546 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากเจอกับสถานการณ์ตรงนี้ การแข่งขันดำเนินไปเกือบครึ่งทาง แหลมเริ่มจับจังวะได้ หมัดหนักๆ ของเขาเริ่มเข้าเป้า มีช็อตแลกหมัดกันนัวกลางเวทีให้คนได้ลุ้นและเชียร์ หมัดชุด หมัดตัดลำตัวถูกประเคนออกไปภายในเวลาที่เหลือ แต่เอสตราด้าเองก็ยังรวดเร็วและแน่นอนจนหมดยกสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทันที่ที่สิ้นเสียงระฆัง ยังไม่มีใครู้แน่ชัดว่าใครจะชนะ เพราะถ้าดูรูปเกม ต้องบอกว่ามวยคู่นี้สูสี แต่เมื่อพิธีกรบนเวทีประกาศว่าในแมตช์นี้ WBC มีแชมป์โลกคนใหม่ นั่นก็แปลว่าเข็มขัดได้ถูกเปลี่ยนมือแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในช่วงกลางๆ เราเห็นแล้วว่าคะแนนแหลมน่าจะตามอยู่ แต่ผมเองคิดว่าน่าจะยังทัน แหลมเองก็ฮึดขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน ผลออกมากรรมการส่วนใหญ่ในวันนั้นเห็นตรงกันว่า 6-7 ยกแรก คะแนนเป็นของเอสตราด้า แต่ช่วงครึ่งหลัง คะแนนเป็นของแหลม มันน่าเสียดาย ถ้าเราชิงเปลี่ยนจังหวะได้เร็วกว่านี้สักยกหนึ่ง เราคงไม่แพ้ เราคงไม่เสียแชมป์” เสี่ยฮุยเล่าถึงความรู้สึกของตัวเองให้ผมฟัง ในขณะที่แหลมไม่ได้แสดงท่าทีอะไรที่แสดงออกถึงความเศร้า น้ำเสียงของเขากลับเปี่ยมไปด้วยพลังเสียมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอรู้ว่าเสียแชมป์ สิ่งที่คิดอย่างแรกเลยคือเราไม่น่าแพ้ครับ เราสู้กันสูสี มันน่าจะเสมอ ดังนั้นทั้งหมดนี้เลยกลายเป็นความรู้สึกคาใจ แต่เสี่ยก็กระซิบบอกผมตอนรู้ผลบนเวทีว่า ‘ไม่เป็นไร เอาใหม่’ ดังนั้นผมก็เลยคิดแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวมาพยายามกันใหม่”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85537 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม4-1.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม4-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม4-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><strong>ยกที่ 5–พฤษภาคม, สถานะ : อดีตแชมป์โลก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชนะก็แบบหนึ่ง แพ้ก็อีกแบบหนึ่ง แต่ผมไม่เป็นไรหรอกครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อผมถามถึงสิ่งที่แหลมเจอหลังจากแพ้ไฟต์สำคัญ เขาตอบผมแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟังดูอาจจะเจ็บปวด แต่จะบอกว่าสิ่งเหล่านี้คือเรื่องปกติของโลกกีฬาก็ว่าได้ เมื่อทีมงานนครหลวงโปรโมชั่นถึงประเทศไทย เสียงชื่นชมและคนที่มาต้อนรับระหว่างตอนแพ้กับตอนชนะย่อมแตกต่างกันเป็นธรรมดา ยังไม่นับคอมเมนต์ต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งแบบสร้างสรรค์และบั่นทอน นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคนที่อยู่ในวงการมวยมาหลายสิบปีอย่างเสี่ยฮุยก็ไม่ได้เจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยู่ในวงการมานาน ผมเข้าใจสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้วครับ ถึงแหลมจะบอกว่าไม่เสียใจ ไม่เป็นไร แต่ผมอยู่กับนักมวยมาเยอะ เวลาชนะ-แพ้ ผมรู้ว่าบรรยากาศที่เกิดขึ้น ในบางทีมันทำให้นักมวยไม่โอเคหรอก อย่างแหลมเอง ผมก็เห็นว่าเขาหม่นไปอยู่บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนชนะคนล้นหลาม ตอนแพ้คนหาย มันยากที่จะทำใจให้โอเค ตรงนี้แหละที่ค่ายต้องทำหน้าที่ดูแลจิตใจเขาด้วย ให้ขวัญ ให้กำลังใจ หรืออย่างคอมเมนต์ต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต ถามว่าเห็นไหม เห็นนะครับ เราคุมคอมเมนต์เหล่านั้นไม่ได้หรอก เราเข้าใจ แต่ผมก็พยายามไม่ให้แหลมอ่าน”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85545 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม12.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เช้าวันรุ่งขึ้นที่ตัวเองไม่ใช่แชมป์โลกแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง” ผมหันไปถามอดีตแชมป์โลก 2 สมัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“(นิ่งคิด) ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรนะครับ ผมคิดแค่ว่าเราเสียแชมป์ไปแล้วก็เสียไป แต่เราจะเอากลับคืนมาเหมือนเดิม ยังไงเราก็จะกลับไปให้ได้ ต่อแต่นี้มันขึ้นอยู่กับตัวผมแล้วว่าจะขยันขนาดไหน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ได้มีความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก หรือท้อแท้ ไม่อยากซ้อมเลยเหรอ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เลยครับ” เขาตอบทันที “เวลาผมเข้าค่าย ผมก็อยู่แต่ค่าย ไม่ไปไหน จะมีรายการแข่งหรือไม่มี ผมก็ซ้อม ผมเป็นแบบนี้มานานแล้ว จริงๆ ตอนนี้ผมยิ่งอยากทำมากขึ้นอีก ความรู้สึกหลังจากแมตช์นั้นเป็นต้นมาคือผมอยากแก้มือมากๆ มันรู้เต็มอกในใจว่า เฮ้ย เราสู้ได้นะ เรายังสู้ได้ เรารู้ว่าเราไหวแน่ เราเลยอยากลองอีกทีให้มันสุดครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่เราคุยกัน ที่ประชุมสภามวยโลกลงมติเป็นเอกฉันท์แล้วว่าในแมตช์การแข่งขันหน้า แหลมจะได้กลับมาชิงแชมป์โลก WBC อีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้ระบุวันแน่นอน แต่ในช่วงนี้แหลมก็เข้าสู่โปรแกรมการซ้อมแบบเดิมเหมือนที่เคยทำ  เขายังคงเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อรอวันที่โอกาสกลับเข้ามา เช่นเดียวกับเสี่ยฮุยที่ยังคงนำซ้อมและให้กำลังใจนักมวยทุกคนด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกคนต้องมีความหวังครับ สำหรับผม สิ่งนี้สำคัญมาก พอมีความหวัง ค่ายจะคึกคัก ไม่ซ้อมแบบซังกะตายไปวันๆ ดังนั้นหน้าที่ผมคือต้องให้กำลังใจและให้ความหวังกับทุกคนเหมือนเดิมว่าทุกคนทำได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกคนเป็นแชมป์โลกได้ ผมเชื่อแบบนั้น”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-85539 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม6-1.jpg" alt="ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม6-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม6-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>ยกที่ 12 &#8211; ธันวาคม, สถานะ : นักมวยที่อยากจะเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้ตัวอีกทีก็ใกล้ถึงเวลาซ้อมช่วงเย็นของนักมวยในค่ายนครหลวงโปรโมชั่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมและช่างภาพพาเสี่ยฮุยกับแหลมมาถ่ายรูปบริเวณสังเวียนและสนามซ้อม เขาจัดแจงพันผ้าที่มือและซ้อมเบาๆ ให้เราเก็บรูป แม้จะเป็นแค่การซ้อมไม่จริงจัง แต่พอแหลมใส่นวม บรรยากาศรอบตัวของเขาเปลี่ยนเป็นเหมือนคนละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘พูดน้อย ต่อยหนัก’ ดูจะเป็นคำนิยามทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เหมาะสมกับเขาที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าให้คิดดูจริงๆ การพยายามเป็นแชมป์โลก กับ การป้องกันแชมป์ อะไรยากกว่า” ผมถือโอกาสชวนเขาคุยระหว่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การป้องกันแชมป์แน่นอน มันยากกว่าทุกสิ่งเลย คนที่ไม่ได้มาลองถือแชมป์โลกจะนึกไม่ออกเลยว่ามันยากขนาดไหน มันจะมีความรู้สึก ‘ไม่อยากเสียแชมป์’ เข้ามาปนด้วย มันจะเกิดเป็นความกดดัน แต่พอเราเสียแชมป์ไปแบบนี้ ไอ้ความรู้สึกที่เราอยากกลับไปต่อย อยากกลับไปชิงจะทำให้เราฮึดสู้และเป็นกำลังใจมากกว่า มันยิ่งกลับทำให้เราไม่ยอมแพ้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85538 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม5-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม5-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม5-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับสังเวียนมวย ในแง่หนึ่งของการเอาชนะคือการบุกให้หนัก ต่อยให้แรง เล็งให้แม่น แต่ในอีกแง่หนึ่ง มวยก็เป็นเรื่องของความอดทนที่จะทนรับหมัดให้ได้ แม้จะหนักและแรงแค่ไหนก็ห้ามล้ม ถึงล้ม ก็ไม่ยอมให้นานเกินจนกรรมการนับสิบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คล้ายๆ กับสังเวียนชีวิต ที่แหลมและเสี่ยฮุยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าให้ลองมองย้อนกลับไป ปีนี้สอนอะไรคุณบ้าง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเสียแชมป์โลกคือบทเรียน ความพ่ายแพ้คือสิ่งสำคัญที่สอนผมในปีนี้ ความพ่ายแพ้ทำให้พลังผมเยอะขึ้น คือไม่ว่าจะเป็นแชมป์โลกหรือไม่ ผมก็ต้องซ้อมหนักเพราะนั่นคือวินัย แต่การที่เป็นแบบนี้ทำให้ผมตั้งใจซ้อมเพื่อเป้าหมายกลับไปเป็นแชมป์อีกทีให้ได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำงานกันเป็นทีมครับ” เสี่ยฮุยเสริมขึ้นมาช่วยแหลมสรุปความ “เรารู้กันว่าเราจะร่วมมือกัน เราจะรวมพลังกัน เราเห็นภาพเดียวกันว่าแหลมจะกลับไปเป็นแชมป์โลกได้  ทุกวันนี้ผมคิดในหัวอย่างเดียวเลยว่า งานหนักรอเราอยู่ เราต้องทำการบ้านมากขึ้นเพราะเราได้โอกาสที่จะไปชิงแชมป์คืนแล้ว ทุกวันเวลาแหลมลงนวมเสร็จแต่ละยก ผมจะให้กำลังใจเขาเสมอ เราจะเอากำปั้นมาชนกัน และผมจะให้พรเขาประจำเพื่อเป็นกำลังใจ มันคือการทำให้เขารู้ว่าเราดูแลกันอยู่ แหลมไม่ต้องห่วง ยังไงเราก็ต้องไปให้ถึง เราต้องทำให้ได้ เราจะย้ำคำนี้กับเขาตลอด”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอสิ้นเสียงเสี่ยฮุย แหลมก็ยื่นกำปั้นมาข้างหน้าประกอบคำบอกเล่า เสี่ยฮุยก็ยื่นกำปั้นของตัวเองไปสัมผัสแหลม ทั้งสองพูดพร้อมกันอย่างไม่ต้องนัดแนะ และผมหวังเหลือเกินว่าสิ่งที่เขาพูดในวันนี้จะเป็นจริงในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แชมป์โลกสามสมัย!”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แชมป์โลกสามสมัย!”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-85536 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม3-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม3-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/แหลม3-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-srisaket-boxing/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “จะเป็นแชมป์โลกหรือไม่ ก็ต้องซ้อมให้หนัก” &#8211; ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำทุกอย่างให้ดี เมื่อมองกลับมาจะได้ไม่เสียใจ” – แว่นใหญ่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-wanyai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Dec 2019 07:00:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[แว่นใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[WANYAI]]></category>
		<category><![CDATA[โอฬาร ชูใจ]]></category>
		<category><![CDATA[HolyFox]]></category>
		<category><![CDATA[LOVEiS Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Room39]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=84695</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวลาเพียงหนึ่งปีจะเปลี่ยนชีวิตคนเราได้เท่าไหร่กัน น้อยที่สุดของใครบางคนอาจจะแค่พบว่าตัวเองอายุมากขึ้นหนึ่งปี ผอมลง มีความสุขกับงานแบบทรงๆ แถมเงินเก็บที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย กลับกัน มากที่สุดของใครบางคนอาจเป็นชีวิตทั้งชีวิตที่พลิกจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้าน นึกย้อนกลับไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวการแยกตัวของวงดนตรีที่เป็นที่รักอย่าง Room39 คงเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่คนฟังเพลงรู้สึกเสียดายและอยากเอาใจช่วยทั้งคนที่จากไปและคนที่ยังอยู่อย่างมากถึงมากที่สุด หากมองด้วยสายตาคนนอก เราเรียกปีนี้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของ โอ–โอฬาร ชูใจ หรือ แว่นใหญ่ พี่ใหญ่ของวงที่ตอนนี้ผันตัวสู่การเป็นศิลปินเดี่ยว หรือ &#8216;ศิลปินหน้าใหม่&#8217; อย่างที่เจ้าตัวนิยามเอาไว้พร้อมเสียงหัวเราะและรอยยิ้มใจดีอันเป็นเอกลักษณ์ แม้จะถือว่าเป็นการนับหนึ่งใหม่ แต่ทุกบทเพลงที่เขาปล่อยให้แฟนเพลงได้ฟังในปีนี้ ไล่เรียงตั้งแต่ เจ็บจนพอ, ลืมไป, ไปได้ดี, หัวหิน และอีกหลายเพลงที่ร่วมเขียนและร้องกับคนอื่น แทบทั้งหมดขึ้นแท่นเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จด้วยความดีงามของตัวเขาเอง แต่ขณะที่เอ่ยถามถึงฟ้าหลังฝนกับชายตรงหน้า เราค้นพบว่าเบื้องหลังกลับมีมากกว่าเรื่องสอนใจจากเหตุการณ์แยกวง กรอบเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาป่วยหนัก พาลทบทวนเรื่องในชีวิตที่เคยผ่าน&#160;รวมถึงวันเวลาข้างหน้าและความสำคัญของคนรอบข้างที่เหลืออยู่ เวลาเพียงหนึ่งปีจะเปลี่ยนชีวิตคนเราได้เท่าไหร่กัน และนี่คือคำตอบของชายคนนี้ ลึกๆ แล้วเสียดายไหมที่วันนี้เราไม่มี Room39 อีกต่อไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่สมัยเริ่มมีวงดนตรี มีไม่รู้เท่าไหร่แล้วที่เขาแยกทางกัน วงเราไม่ใช่วงแรก แล้วโลกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาบังคับว่าวงเราจะเป็นแบบนั้นไม่ได้ เราอยู่ในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเหมือนกัน อย่างคู่รักที่แยกทางหรือคนที่แต่งงานแล้วหย่าร้างกันมันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตมนุษย์ ไม่ผิดแปลกอะไรเลย เหมือนฝนตก ฟ้าร้อง เราห้ามอะไรไม่ได้หรอก ถ้าถามตอนนี้ผมตอบเลยว่าไม่เสียดาย เพราะผมมั่นใจว่าระหว่างทางที่เดินมาเราพยายามกันมากๆ ถ้าอยู่ด้วยกันจะรู้ว่าเราพยายามกันมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหรือทุกเรื่องที่ผมทำผมตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-wanyai/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำทุกอย่างให้ดี เมื่อมองกลับมาจะได้ไม่เสียใจ” – แว่นใหญ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">เวลาเพียงหนึ่งปีจะเปลี่ยนชีวิตคนเราได้เท่าไหร่กัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้อยที่สุดของใครบางคนอาจจะแค่พบว่าตัวเองอายุมากขึ้นหนึ่งปี ผอมลง มีความสุขกับงานแบบทรงๆ แถมเงินเก็บที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับกัน มากที่สุดของใครบางคนอาจเป็นชีวิตทั้งชีวิตที่พลิกจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นึกย้อนกลับไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวการแยกตัวของวงดนตรีที่เป็นที่รักอย่าง Room39 คงเป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่คนฟังเพลงรู้สึกเสียดายและอยากเอาใจช่วยทั้งคนที่จากไปและคนที่ยังอยู่อย่างมากถึงมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองด้วยสายตาคนนอก เราเรียกปีนี้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของ </span><b>โอ–โอฬาร ชูใจ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>แว่นใหญ่</b><span style="font-weight: 400;"> พี่ใหญ่ของวงที่ตอนนี้ผันตัวสู่การเป็นศิลปินเดี่ยว หรือ &#8216;ศิลปินหน้าใหม่&#8217; อย่างที่เจ้าตัวนิยามเอาไว้พร้อมเสียงหัวเราะและรอยยิ้มใจดีอันเป็นเอกลักษณ์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84747" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะถือว่าเป็นการนับหนึ่งใหม่ แต่ทุกบทเพลงที่เขาปล่อยให้แฟนเพลงได้ฟังในปีนี้ ไล่เรียงตั้งแต่ </span><i><span style="font-weight: 400;">เจ็บจนพอ</span></i><span style="font-weight: 400;">,</span> <i><span style="font-weight: 400;">ลืมไป,</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">ไปได้ดี,</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">หัวหิน</span></i><span style="font-weight: 400;"> และอีกหลายเพลงที่ร่วมเขียนและร้องกับคนอื่น แทบทั้งหมดขึ้นแท่นเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จด้วยความดีงามของตัวเขาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ขณะที่เอ่ยถามถึงฟ้าหลังฝนกับชายตรงหน้า เราค้นพบว่าเบื้องหลังกลับมีมากกว่าเรื่องสอนใจจากเหตุการณ์แยกวง กรอบเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเขาป่วยหนัก พาลทบทวนเรื่องในชีวิตที่เคยผ่าน&nbsp;รวมถึงวันเวลาข้างหน้าและความสำคัญของคนรอบข้างที่เหลืออยู่</span></p>
<p>เวลาเพียงหนึ่งปีจะเปลี่ยนชีวิตคนเราได้เท่าไหร่กัน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือคำตอบของชายคนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-52.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-52.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-52-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-52-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ลึกๆ แล้วเสียดายไหมที่วันนี้เราไม่มี Room39 อีกต่อไปแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ตั้งแต่สมัยเริ่มมีวงดนตรี มีไม่รู้เท่าไหร่แล้วที่เขาแยกทางกัน วงเราไม่ใช่วงแรก แล้วโลกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาบังคับว่าวงเราจะเป็นแบบนั้นไม่ได้ เราอยู่ในกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเหมือนกัน อย่างคู่รักที่แยกทางหรือคนที่แต่งงานแล้วหย่าร้างกันมันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตมนุษย์ ไม่ผิดแปลกอะไรเลย เหมือนฝนตก ฟ้าร้อง เราห้ามอะไรไม่ได้หรอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามตอนนี้ผมตอบเลยว่าไม่เสียดาย เพราะผมมั่นใจว่าระหว่างทางที่เดินมาเราพยายามกันมากๆ ถ้าอยู่ด้วยกันจะรู้ว่าเราพยายามกันมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหรือทุกเรื่องที่ผมทำผมตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ เวลาที่มองกลับไปเลยไม่รู้สึกว่าเสียดายหรือเสียใจอะไร ไม่ใช่แค่เรื่องวง แต่เป็นทั้งเรื่องงาน เรื่องคนรอบตัวด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เรียกว่าเป็นคนที่เต็มที่กับทุกเรื่องมาแต่ไหนแต่ไรได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าผมไม่ได้เต็มที่สมัยวัยรุ่นมาก มันเหมือนเราเริ่มคิดได้มากขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่า อย่างชีวิตมหาวิทยาลัย 4 ปีที่เราจะได้ตีลังกา เรียน และทดลองใช้ชีวิตไปด้วย มันมีได้แค่ครั้งเดียวจริงๆ ผมในวัยนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้ทำหรือเป็นอย่างที่เราคิดว่าควรจะเป็น ตั้งแต่นั้นเลยรู้สึกว่าอยากทำอะไรถ้าทำได้ทำเลย ยิ่งพออายุเยอะขึ้นแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาเหลือน้อย ถ้ามีโอกาสได้ลองอะไรลองเลย อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่ามันไม่ใช่&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84744" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-26.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-26.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-26-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เคยมีสักแวบที่กลัวว่าตัวเองจะทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิมบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ตอนทำวงผมทำเป็นหลักอยู่แล้ว ตอนนี้ผมก็ยังทำเหมือนเดิมแหละ เหมือนผัดกะเพราที่เราทำรสชาติก็เหมือนเดิม แต่เราอาจจะตามใจตัวเองได้มากขึ้นนิดหนึ่ง แต่ถามว่าอร่อยกว่าเดิมไหมหรือคนกินเยอะเหมือนเดิมหรือเปล่า อันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่รู้ สิ่งที่ผมรู้คือเราทำได้ แต่ไม่เคยมั่นใจว่ามันจะสำเร็จเลยนะ ไม่มีความมั่นใจตรงนั้นเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยเขียนเพลงครั้งแรกๆ ไม่มีความมั่นใจในผลงานตัวเองเลย ส่วนหนึ่งคือเราอยู่กับเพลงมานาน เราไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือไม่ดี และเราชอบทุกเพลงที่ตัวเองทำ พอจะปล่อยเพลงสักเพลงก็ต้องอาศัยคนรอบข้างอย่างทีมงานหรือน้องๆ ฝึกงานมาช่วยฟัง สมมติทำมา 5 เพลง ผมถามความเห็นทุกคนเลยว่าเขาชอบเพลงไหนกัน </span><i><span style="font-weight: 400;">เจ็บจนพอ</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงแรกที่น้องๆ ช่วยกันโหวตเลย</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7fafdf9d3" data-id="lELqMu5HCY0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-lELqMu5HCY0-69fb7fafdf9d3" data-vid="lELqMu5HCY0" data-src="https://www.youtube.com/embed/lELqMu5HCY0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/lELqMu5HCY0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมยังเหมือนเดิม คงคอนเซปต์เดิม คือไม่เคยมั่นใจอะไร (หัวเราะ) แล้วผมก็รู้สึกดีที่ตัวเองยังรู้สึกแบบนี้อยู่ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกว่า เฮ้ย มั่นใจมาก ผมว่าอันนั้นเป็นประตูไปสู่อะไรบางอย่างที่มันไม่ใช่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เคยทบทวนหาคำตอบไหมว่าทำไมเราถึงเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมันเป็นเราแหละ ผมเป็นเด็กที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เวลาเรียนก็นั่งหลังห้องเงียบๆ แล้วก็เป็นคนที่กลัวการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน กับเพื่อนผู้หญิงนี่ผมแทบไม่คุยเลย พอโตมาก็ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าพอเข้าใจแล้วเราจะหายไปจากสิ่งเหล่านั้นนะ แค่รู้จักตัวเองมากขึ้น ค่อยๆ เอาชนะบางอย่างได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีครั้งหนึ่งเคยสงสัยว่าทำไมเราไม่กล้าคุยกับผู้หญิงเลยนะ (หัวเราะ) ด้วยความที่เราเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยาเลยพยายามหาสาเหตุ ย้อนกลับไปตอนเด็กผมมีพี่สาว 3 คนที่โตกว่า ในขณะที่เขาเล่นกับเพื่อนเขาอีกหลายคน แล้วทุกครั้งที่เราเข้าไปเล่นด้วยไม่แปลกที่เด็กผู้ชายอย่างเราจะถูก reject ออกมา&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเราไม่เข้าใจที่ตัวเองถูกกีดกัน เหมือนกับเรียนรู้เงื่อนไขอย่างอัตโนมัติว่าไม่ควรไปยุ่งกับเพศตรงข้าม หลังจากเข้าใจว่า อ๋อ เราเป็นอย่างนี้ เราอยากแก้มันว่ะ แล้วก็ใช้เวลาในการเอาชนะความกลัวตรงนั้นนานมากตอนมหา’ลัย จนวันหนึ่งก็ตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับผู้หญิงที่เราชอบ เดินไปบอกเขาตรงๆ แล้วผู้หญิงเขาก็งงๆ (หัวเราะ) แต่ท้ายที่สุดเราก็มองว่ามันคือการเปิดโอกาสให้ตัวเองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ซึ่งดีนะ แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจอยู่ดี&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84729" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มองเห็นอะไรบ้างจากการทำงานที่เหลือเราแค่คนเดียว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ ข้อดีคือเมื่อก่อนเราทำไร่สวนผสม เราปลูกข้าวปลูกนั่นปลูกนี่เพราะเราแชร์พื้นที่กัน แต่วันนี้มันเหมือนมีพื้นที่ให้เราทดลองหรือเจอความผิดพลาดของตัวเองมากขึ้น ส่วนข้อเสีย แน่นอนมันโดดเดี่ยว ว้าเหว่บ้างบางเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราบอกตัวเองว่าเราเป็นศิลปินหน้าใหม่ เราพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น เพราะในเวย์หนึ่งเราจะไม่กดดันตัวเองไปกับการทำงานมาก แต่ลึกๆ แล้วมันก็ยังมีอีกหนึ่งความกดดันอยู่ ใช่ เราไม่ใช่ศิลปินหน้าใหม่จริง เรามีนักดนตรี มีทีมงาน ที่เขาอยู่กับเรามาตั้ง 6-7 ปี พูดตรงๆ คือเราต้องซัพพอร์ตพวกเขา ถ้าเราไม่สามารถทำให้วงกลับมามีงานได้ นั่นแปลว่าทุกคนก็จะลำบากไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าในเรื่องของการทำเพลงมันมีหลายอารมณ์มากเลย ผมทำใจไว้เลยว่ามันจะไม่ได้เท่าเดิมแน่นอน มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม คนอาจจะยังไม่รู้จัก ‘แว่นใหญ่’ ด้วยซ้ำ ผมพยายามลดความคาดหวังลงมาให้น้อยที่สุด ถ้าฟีดแบ็กดีกว่าที่คิดเราก็ยินดี แต่ไม่ได้ฟูฟ่องอะไรกับมัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-2.jpg" alt="" width="455" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-2.jpg 455w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-2-202x300.jpg 202w" sizes="(max-width: 455px) 100vw, 455px" /></p>
<p><b>ความรู้สึก ‘ฟูฟ่อง’ ที่ว่ามันเป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือความรู้สึกที่เราเคยผ่านมา ช่วงที่เราเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกแล้วคนให้ความสนใจมาก เพราะมันเป็นโลกที่เราไม่เคยเจอ เราทำตัวไม่ถูกแล้วก็เผลอไปฟูฟ่องกับมัน รู้สึกว่าตัวเองสำคัญ แต่วันนี้เรารู้แล้วว่าความสำคัญมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเราก็ไม่สำคัญอีกต่อไป อย่างที่เขาบอกว่าเวลาขึ้นเราก็ขึ้น แต่ถ้าเราขึ้นแล้วลงไม่เป็นเราก็จะทุกข์ งั้นเรากลับมาเป็นตัวเราแบบเดิมดีกว่า ไม่ว่าใครจะมองว่าเราสำคัญหรือไม่สำคัญเราเป็นแค่นี้แหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมีคนให้รางวัลผมขอบคุณแหละ แต่ผมจะไม่ดีใจกับตรงนั้นมาก เพราะผมถือว่ามันเป็นเรื่องของความเห็นคนอื่นที่เขาคิดว่าเราควรจะได้ มันไม่ใช่ความเห็นของตัวเราเอง วันหนึ่งที่บอกตัวเองว่าเราควรได้รางวัลแล้วเราไม่ได้ เราจะรู้เองว่าท้ายที่สุดเรื่องแบบนี้มันไม่ได้อยู่ที่เราเลย ถ้าเราไม่ไปอะไรกับมัน มันสบายใจมากกว่า แฮปปี้กว่า เหมือนการทำเพลงทุกวันนี้ที่ไม่รู้เลยว่าใครชอบหรือไม่ชอบ เรามีหน้าที่แค่ทำก็ทำไป แต่ทุกเพลงที่ปล่อยออกมาเราก็ต้องทำให้มันออกมาดีที่สุด ถ้ามันไปได้ดีก็ดีใจ แต่ถ้ามันไม่ดีเราก็ดีใจที่ได้ทำมันออกมาอยู่ดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84730" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-5.jpg" alt="" width="675" height="444" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-5-300x197.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-5-600x395.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>นอกจากเพลง&nbsp;<em>ไปได้ดี</em> มีเรื่องไหนที่ทำให้ความดีใจมันเพิ่มขึ้นบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีงาน สำหรับผมความหมายของมันคือทีมงานหลายสิบชีวิตของเราเขาอยู่ได้ มีงานทำ เพราะทุกคนมีครอบครัว มีภาระที่ต้องแบกรับ ถ้าในเรื่องการทำงานผมดีใจตรงนี้มากที่สุดแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าเป็นเรื่องผลงาน ผมมีความสุขเสมอเวลามีคนเดินมาบอกว่าเพลงของเราทำให้เขาคิดอะไรขึ้นมาได้สักนิดหนึ่งหรือมีผลให้เขาเปลี่ยนอะไรสักอย่างในชีวิต อย่างเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ลืมไป</span></i><span style="font-weight: 400;"> เอาจริงๆ เราไม่คิดว่ามันจะมีประโยชน์กับคนอื่นเลยนะ แต่ช่วงที่ปล่อยเพลงมีหลายคนส่งข้อความเข้ามา บางคนย้ายกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดกับครอบครัวเพราะรู้สึกว่าตอนนี้พ่อแม่อาจจะเหลือเวลาอยู่กับเราไม่มากแล้ว ผมเลยหวังตลอดว่าผลงานที่ผมทำออกไปมันจะช่วยอะไรใครได้บ้างสักนิดหนึ่ง แค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69fb7fafdfa10" data-id="hAJYgE04yzs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-hAJYgE04yzs-69fb7fafdfa10" data-vid="hAJYgE04yzs" data-src="https://www.youtube.com/embed/hAJYgE04yzs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/hAJYgE04yzs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>เชื่อหรือเปล่าว่าตัวเองเป็นคนที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงเอามากๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมพยายามเป็นอย่างนั้น ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเราคิดว่าเราแข็งแรงแล้วนะ ความจริงเรื่องบางเรื่องก็รับมันไม่ไหวเท่าไหร่ มันมีหมดแหละครับ แต่ด้วยความพยายามในการเข้าใจชีวิต ผมจะไม่ไปทุกข์ตามมันจนทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ไปมากกว่าเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อย่างวันที่รู้สึกแย่ อะไรคือสิ่งที่ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมีแมว 2 ตัว (หัวเราะ) เวลากลับบ้านแล้วเจอแมวผมจะรู้สึกว่าชีวิตมันก็ไม่แย่ขนาดนั้น มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดีในชีวิตเรานะ แบ่งเบาความรู้สึกผมไปได้ 30 เปอร์เซ็นต์เลย ผมรู้สึกอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกว่าเวลาที่ผมย้อนกลับไปมองอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในอดีต ผมจะไม่ค่อยรู้สึกเสียดายที่ตัวเองไม่ทำอีกแบบหนึ่ง ผมรู้สึกว่ามันก็ถูกแล้วที่เราทำไปอย่างนั้น แล้ววันนี้เราก็เป็นอย่างนี้กับหลายๆ เรื่องเลยไม่ใช่แค่เรื่องวงอย่างเดียว ถ้าให้นึกว่าตอนนี้ผมเป็นทุกข์เรื่องอะไรอยู่ผมนึกไม่ออกเลยนะ (ยิ้ม) ถ้าคิดว่ามันถูกแล้ว เราก็แค่ทำสิ่งที่ต้องทำในเวลานี้ต่อไป แค่นั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84741" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>หมวกอีกใบที่คุณสวมคือผู้บริหารค่ายเพลงน้องใหม่อย่าง HolyFox เล่าที่มาที่ไปให้ฟังหน่อยได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ HolyFox เป็นโปรเจกต์ที่เราเคยคุยกันไว้ตั้งแต่เป็น Room39 เพราะผู้บริหารเห็นเราทำงานตัวเองมากสักพักใหญ่แล้วเลยอยากให้โอกาสได้ลองดูแลน้องๆ บ้าง พอเราแยกย้ายกัน ผมไม่อยากให้สิ่งที่เราช่วยกันคิดไว้มันสูญเปล่า ก็เลยตัดสินใจเดินหน้าทำต่อ ซึ่งบางทีก็คิดขึ้นมาในใจนะว่า นี่เราคิดผิดหรือเปล่าวะ (หัวเราะ) เพราะการดูแลคนหลายๆ คนให้ดีมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอพูดตรงๆ เลยว่า ผมยังอยู่ในช่วงล้มลุกคลุกคลานอยู่เลย คือที่ผ่านมา LOVEiS ยังเป็นหลังบ้านที่คอยซัพพอร์ตผมอยู่ แต่หวังว่าเฟสต่อไปเราก็อยากจะยืนบนขาตัวเองมากขึ้น บางคนเรียกผมว่าผู้บริหาร ซึ่งผมมองว่าผมไม่ใช่ผู้บริหารเลยนะ ถ้าเป็นผู้บริหารจริงคงใส่สูทเดินเข้ามาแล้ว (หัวเราะ) แต่นี่เราทำทุกอย่างเหมือนช่วยน้องๆ ทำงานตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยคิด ช่วยทำเพลง ถ่ายเอ็มวีก็ไป ก็เป็นสิ่งที่กำลังเรียนรู้กับมันอยู่ สนุกด้วย เหนื่อยด้วย ท้อด้วย ปนเปสัพเพเหระมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84763" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-20.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-20.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-20-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ในบรรดาเรื่องใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้ คุณคิดว่าเรื่องไหนทำคุณใจเต้นมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเรียกว่าใจเต้นได้ไหมไม่รู้ แต่การดูแลเรื่องเงินด้วยผมว่ามันเพิ่มภาวะความตึงเครียดให้ผมเสียมากกว่า แน่นอนการลงทุนมันต้องมีผลกำไรกลับเข้ามา แล้วคำที่เขาบอกกันมาว่า &#8216;ธุรกิจทำลายศิลปะ&#8217; จริงๆ ผมเห็นด้วยนะ (หัวเราะ) ยิ่งผมมีหมวกหลายใบ ตอนที่เป็นศิลปินเราอยากจะใช้งบเท่านี้ จะทำอย่างนี้ อยากได้นั่นได้นี่ใช่ไหม แต่พอเปลี่ยนมาเป็นผู้บริหาร (เปลี่ยนน้ำเสียงพูด) เฮ้ย เดี๋ยวก่อน คุณดูนี่ก่อนสิ จะบ้าเหรอ อย่างนี้ไม่ได้นะ อะไรแบบนี้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือบางวันผมต้องเป็นโปรดิวเซอร์ประคับประคองศิลปินด้วย คือพอมีหมวกหลายๆ ใบมันโอเคถ้าเราถอดมันทัน แต่บางทีเราถอดไม่ทัน กลายเป็นว่าในหัวเราเหมือนคนบ้าคุยกันเอง (หัวเราะ) เอาเป็นว่ามันยังเป็นเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอยู่ รอดูกันต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84723" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-55.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-55.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-55-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-55-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จำได้ว่าตอนแยกวงใหม่ๆ คุณนิยามว่าเป็นการออกจากเซฟโซน แล้วตอนนี้เจอเซฟโซนใหม่ของตัวเองแล้วหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างเมื่อก่อนผมมองว่า Room39 ปล่อยเพลงปุ๊บ ไม่ว่ามันจะดีไม่ดียังไงก็จะได้การตอบรับที่ดีประมาณหนึ่งแน่ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ยอดวิวหลักสิบล้านต้องได้แน่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ ต้องได้แน่นอน นี่แหละคือเซฟโซน แต่วันนี้มันเหมือนกับว่าเราต้องวัดด้วยผลงาน มันเป็นสิ่งเดียวที่ตอบได้ว่าเราจะเป็นยังไงต่อไป ผมไม่รู้หรอกว่าแว่นใหญ่จะเป็นยังไงต่อ แต่เมื่อยังมีงาน มีคนที่เราต้องดูแลอยู่ เราก็ต้องทำ มันเป็นความลุ้น ความตื่นเต้น ระหว่างทางที่ให้ความสุขเราประมาณหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะว่าไปแล้วมันพูดยากเหมือนกันนะ ผมแค่รู้สึกดีที่ได้ทำแบบนี้ หากวันหนึ่งผมเข้าใจมันมากกว่านี้ ผมอาจจะหาคำนิยามของเซฟโซนได้ชัดเจนขึ้น ตอนนี้ยังบอกไม่ได้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เป็นการออกจากเซฟโซนที่รู้สึกดี เป็นความกลัวที่คุ้มค่าที่ได้กลัว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84757" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แทบทุกเพลงของแว่นใหญ่ขึ้นหลักสิบล้าน ร้อยล้านก็ได้มาแล้ว มันพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่รู้เหมือนกัน ผมว่ามันคาดเดาอะไรไม่ได้ เอาจริงๆ เพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ลืมไป</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่ไม่เกี่ยวกับความรัก ไม่ใช่เพลงวัยรุ่น&nbsp; ไม่ใช่อะไรเลย ตอนทำเพลงนี้ผมแค่ตั้งโจทย์ว่าถ้าจะตายแล้วจะบอกอะไรคนอื่นก่อนดี แล้วช่วงนั้นรู้สึกว่าบอกแบบนี้แล้วกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ผมชอบฟังเพลงที่ให้ข้อคิดอะไรแบบนี้ แล้วเพลงแนวนี้ก็เลือนหายไปจากสังคมไปตอนไหนก็ไม่รู้ สำหรับผมเพลงนี้ไม่ฮิตไม่เป็นไร ช่างมันเลยอะ มีคนสิบคนฟังแล้วมันสะกิดอะไรในใจเขาได้ แค่นี้ผมพอแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมจู่ๆ ถึงคิดเรื่องความตายขึ้นมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนที่แข็งแรงมาตลอด วิ่งสิบกิโลฯ ทุกวัน แต่ปีที่แล้วผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองป่วยมาเรื่อยๆ ไปตรวจตั้งหลายโรงพยาบาลหาสาเหตุไม่ได้ เราป่วยแต่การใช้ชีวิตยังเหมือนเดิม วันหนึ่งแข้งขาก็ไม่มีแรง ทำอะไรได้ไม่เหมือนเดิม แย่จนต้องแอดมิตเพราะหัวใจผมเต้นช้าลง ตอนนั้นมันฉุกให้ผมคิดว่าเรายังมีหลายอย่างในชีวิตที่ยังไม่ได้ทำ ผมเริ่มรู้สึกถึงมันจากตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงก่อนที่เราจะแยกวงมันมีโชว์หนึ่งที่ผมคิดว่ามันอาจเป็นโชว์สุดท้ายในชีวิตแล้ว บางทีไปยืนเล่นๆ อยู่น้ำตาจะไหล ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากเลย ดีใจมากที่พวกเขามาดู ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ซึ่งความรู้สึกเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้ผมกลัวความตาย แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า เออว่ะ มันมีอะไรในชีวิตที่เรายังไม่เต็มที่กับมันหรือเปล่า แล้วสิ่งที่ยังไม่ได้ทำตอนนั้นก็คือบวช หลังจากป่วยแล้วกลับมาทำเพลงสักพัก ผมลาไปบวชหนึ่งเดือนเต็ม ก่อนที่จะกลับมาทำงานต่อ เอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาผมเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองควรได้เรียนรู้มากแค่ไหน ผมรู้แค่ว่าผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วทุกครั้งที่อยู่กับแม่ อยู่กับครอบครัว อยู่กับแมว ผมเลือกที่จะใช้เวลาเหล่านั้นให้เต็มที่ กอดมันอย่างเต็มที่ เราอาจจะไปตอนอายุเท่าไหร่ไม่รู้ หรืออาจจะเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ไม่มีใครรู้เหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็เต็มที่แล้ว นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84754" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-46.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-46.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-46-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>สุดท้ายแล้วชีวิตในปีที่หนักหน่วงอย่างปีนี้มันสอนอะไรคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) เราคิดว่าตอน 25 มาจน 30 เราเจอนู่นเจอนี่ ผ่านประสบการณ์มาเยอะแยะมากมายแล้ว เราคิดว่าเราเข้าใจทุกอย่างแล้วไม่ว่าจะทั้งผู้คนหรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้น ปีนี้ผม 39 แล้ว หลายสิ่งที่ผมเจอในวัยนี้มันสอนว่า สิ่งที่เราเคยคิดว่าเจอมาแล้วมันจะวนกลับมาให้เจออีกเสมอ แต่ผมรู้สึกว่าต่อให้เหตุการณ์แบบเดิมวนกลับมามันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก เพราะเราในวัยนี้ก็คงจะรับมืออีกแบบหนึ่ง ตัวเราเองยังไม่เหมือนเดิมเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วก็เรียนรู้ว่าเวลามีน้อย เพราะเราไม่รู้หรอกว่าโอกาสที่อยู่ตรงหน้าเราตอนนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายหรือเปล่า และก็แน่นอนเราควรทำมันให้ดีที่สุด ต่อให้มีโอกาสได้ทำมันอีกหรือไม่มีแล้วก็ตาม สุดท้ายแล้วเราจะไม่เสียใจ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าการมีชีวิตที่ไม่ค้างคาใจกับอะไรนี่คือที่สุดแล้วนะ (ยิ้ม)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84751" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-41.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-41.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-41-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/wanyai2-41-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-wanyai/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำทุกอย่างให้ดี เมื่อมองกลับมาจะได้ไม่เสียใจ” – แว่นใหญ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “การงอกงามต้องใช้เวลา” – กชกร วรอาคม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-kotchakorn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Dec 2019 09:18:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[กชกร วรอาคม]]></category>
		<category><![CDATA[TIME 100 Next 2019]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยสาร TIME]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=84311</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชื่อของ กชกร วรอาคม ถูกพูดถึงในสื่อต่างๆ ทันทีที่เธอคือคนไทย 1 ใน 3 ที่ติดอยู่ในลิสต์ ‘TIME 100 Next 2019’ หรือบุคคลที่น่าจับตามองซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสาร TIME ในสาขา Innovators ยังไม่นับเมื่อเดือนกันยายนที่นิตยสารหัวเดียวกันยกให้เธอเป็น 1 ใน 15 Women Leading the Fight with Climate Change ท่ามกลางผู้หญิงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเมื่อเดือนมิถุนายน กชกรยังเป็นสปีกเกอร์คนไทยหนึ่งเดียวบนเวที Movin’On Summit 2019 เวทีพูดคุยเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืนในอนาคตที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ไม่บ่อยที่คนไทยจะมีชื่อในอันดับโลกให้เราภูมิใจ และน้อยไปกว่านั้นคือการที่ประเทศไทยจะถูกสนใจจากทั่วโลกในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จริง&#160;ผลงานการออกแบบพื้นที่สาธารณะของเธอในฐานะหัวเรือใหญ่ของบริษัท Landprocess เป็นที่รู้จักและถูกใช้งานมาหลายปีแล้ว ตัวอย่างที่โด่งดังและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากสื่อต่างๆ คือ ‘อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ’ สวนใจกลางกรุงเทพฯ ที่แอบซ่อนนวัตกรรมกักเก็บน้ำในเมืองไว้อย่างชาญฉลาด และที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ ‘อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี’ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-kotchakorn/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “การงอกงามต้องใช้เวลา” – กชกร วรอาคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span class="s1">ชื่อของ</span> <strong><span class="s1">กชกร</span> <span class="s1">วรอาคม</span></strong> <span class="s1">ถูกพูดถึงในสื่อต่างๆ</span> <span class="s1">ทันทีที่เธอคือคนไทย</span><span class="s2"> 1 </span><span class="s1">ใน</span><span class="s2"> 3 </span><span class="s1">ที่ติดอยู่ในลิสต์</span><span class="s2"> ‘TIME 100 Next 2019’ </span><span class="s1">หรือบุคคลที่น่าจับตามองซึ่งจัดอันดับโดยนิตยสาร</span><em><span class="s2"> TIME </span></em><span class="s1">ในสาขา</span><span class="s2"> Innovators </span><span class="s1">ยังไม่นับเมื่อเดือนกันยายนที่นิตยสารหัวเดียวกันยกให้เธอเป็น</span><span class="s2"> 1 </span><span class="s1">ใน</span><span class="s2"> 15 Women Leading the Fight with Climate Change </span><span class="s1">ท่ามกลางผู้หญิงจากประเทศต่างๆ</span> <span class="s1">ทั่วโลก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84654" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1">และเมื่อเดือนมิถุนายน</span> <span class="s1">กชกรยังเป็นสปีกเกอร์คนไทยหนึ่งเดียวบนเวที</span><span class="s2"> Movin’On Summit 2019 </span><span class="s1">เวทีพูดคุยเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืนในอนาคตที่เมืองมอนทรีออล</span> <span class="s1">ประเทศแคนาดา</span></p>
<p><span class="s1">ไม่บ่อยที่คนไทยจะมีชื่อในอันดับโลกให้เราภูมิใจ</span> <span class="s1">และน้อยไปกว่านั้นคือการที่ประเทศไทยจะถูกสนใจจากทั่วโลกในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</span></p>
<p><span class="s1">ที่จริง&nbsp;</span><span class="s1">ผลงานการออกแบบพื้นที่สาธารณะของเธอในฐานะหัวเรือใหญ่ของบริษัท</span><span class="s2"> Landprocess </span><span class="s1">เป็นที่รู้จักและถูกใช้งานมาหลายปีแล้ว</span> <span class="s1">ตัวอย่างที่โด่งดังและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากสื่อต่างๆ</span> <span class="s1">คือ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">อุทยาน</span><span class="s2"> 100 </span><span class="s1">ปี</span> <span class="s1">จุฬาฯ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">สวนใจกลางกรุงเทพฯ</span> <span class="s1">ที่แอบซ่อนนวัตกรรมกักเก็บน้ำในเมืองไว้อย่างชาญฉลาด</span> <span class="s1">และที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">อุทยานเรียนรู้ป๋วย</span><span class="s2"> 100 </span><span class="s1">ปี</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</span> <span class="s1">ศูนย์รังสิต</span> <span class="s1">ในฐานะสวนผักบนหลังคาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย</span><span class="s2"> (The Biggest Urban Farming Green Roof in Asia)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84662" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1">บนเวที</span><span class="s2"> TEDWomen 2018 </span><span class="s1">กชกรนำคำว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ตั้งใจ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ไปบอกคนทั่วโลกฟังว่าเธอยึดมั่นคำนี้ในการทำงานแค่ไหน</span> <span class="s1">และการสร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ๆ</span> <span class="s1">ที่ตอบเทรนด์เรื่องสิ่งแวดล้อมของโลก</span> <span class="s1">คือเป้าหมายที่เธอและทีมงานตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ต่อคน</span> <span class="s1">เมือง</span> <span class="s1">และโลกเรา</span> <span class="s1">ไม่ใช่เพื่อการได้รับการจัดอันดับโดยสื่อเจ้าไหนเลย</span></p>
<p><span class="s1">บทสนทนาในเช้าวันที่อากาศเย็นใกล้บอกลากรุงเทพฯ</span> <span class="s1">และสภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวเราขึ้นทุกวัน</span> <span class="s1">เราชวนกชกรย้อนมองปีนี้ ปีที่เธอสรุปกับเราว่าเป็นเหมือนจุดพักรับกำลังใจก้อนใหญ่</span> <span class="s1">ก่อนที่เธอจะทำงานตามเป้าหมายต่อไปอย่างเดิม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84657" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>ปีนี้ถือเป็นปีที่ผลงานของคุณถูกพูดถึงอย่างมากในระดับโลก</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ทั้งอุทยานเรียนรู้ป๋วย</b></span><span class="s2"><b> 100 </b></span><span class="s1"><b>ปี</b></span><b> </b><span class="s1"><b>หรืออุทยาน</b></span><span class="s2"><b> 100 </b></span><span class="s1"><b>ปี</b></span><b> </b><span class="s1"><b>จุฬาฯ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ทำไมมันถึงได้รับความสนใจในแง่สิ่งแวดล้อมพอๆ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>กับแง่การออกแบบ</b></span></p>
<p><span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">แล้วทั้งสองโปรเจกต์นี้ทำควบคู่กันมานานแล้ว</span>&nbsp;<span class="s1">อุทยาน</span><span class="s2"> 100 </span><span class="s1">ปี</span> <span class="s1">จุฬาฯ</span> <span class="s1">นี่น่าจะประมาณ</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">ปีแล้ว</span> <span class="s1">แต่เพิ่งรู้สึกว่ามันงอกเงยและเริ่มงอกงามปีที่ผ่านมา</span> <span class="s1">มันใช้เวลาประมาณหนึ่ง</span>&nbsp;<span class="s1">เราเป็นสถาปนิกทำงานด้านพื้นที่สาธารณะ</span> <span class="s1">ก็ลุ้นว่าที่เรากำลังทำให้มันเกิด</span>&nbsp;ถ้ามัน<span class="s1">เกิดขึ้นจริงแล้วจะเวิร์กไหม</span> <span class="s1">และพอไปถึงสเกลระดับนานาชาติแล้วเขาจะมองเรายังไง</span> <span class="s1">มองย้อนกลับไป</span> <span class="s1">เราพบว่ามันเป็นการเดินทางที่สนุกตลอด</span> <span class="s1">แต่มันก็ไม่ได้ง่าย</span> <span class="s1">และไม่รู้ว่าจุดไหนจะเป็นจุดที่สำเร็จ</span></p>
<p><span class="s1">ปีที่ผ่านมา</span> <span class="s1">พองานเริ่มได้ฟีดแบ็กจากคนอื่น</span> <span class="s1">เราเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันทำให้เรามีความสุข</span> <span class="s1">เรื่องรางวัลอะไรก็ดีใจนะ</span> <span class="s1">แต่เรามีความสุขว่า</span> <span class="s1">สิ่งที่เราทำอยู่มันถูกนะ</span> <span class="s1">อย่างน้อยมันก็ได้ฟีดแบ็กที่ดี</span> <span class="s1">และมีคนเข้าใจว่าเราพยายามทำอะไร</span> <span class="s1">ทำให้เรารู้สึกว่างานงานหนึ่งมันมีความสำเร็จหลายจุด</span> <span class="s1">ปีที่ผ่านมาทำให้เราเห็นจุดที่ไม่ใช่แค่ลูกค้าพอใจ</span> <span class="s1">แต่คนในเมืองไทยก็พูดถึงบ้าง</span> <span class="s1">และมันไปในสเกลที่ไอเดียได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ</span> <span class="s1">ก็เป็นจุดที่บอกเราว่าเรามาถูกทางแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84673" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>ในหลายๆ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>โอกาส</b></span><b> </b><span class="s1"><b>คุณพยายามพูดถึงอุทยาน</b></span><span class="s2"><b> 100 </b></span><span class="s1"><b>ปี</b></span><b> </b><span class="s1"><b>จุฬาฯ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ในแง่ของการแก้ปัญหา</b></span><span class="s2"><b> climate change </b></span><span class="s1"><b>ทำไมถึงต้องเอาไอเดียเรื่องนี้ไปพูดกับคนภายนอก</b></span></p>
<p><span class="s1">งานเราไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ</span> <span class="s1">แล้วคนจะรู้จัก</span> <span class="s1">เราเองก็ไม่ใช่คนที่มีคนรู้จัก</span> <span class="s1">มันก็ทำให้เห็นว่าบทบาทของภูมิสถาปนิกคือถ้าเรามีไอเดีย</span>&nbsp;พอ<span class="s1">ไอเดียเราเสร็จแล้ว</span> <span class="s1">เราจะพูดไอเดียนี้กับคนทั่วไปยังไงด้วย</span></p>
<p><span class="s1">มันไม่ใช่อยู่ดีๆ</span> <span class="s1">ก็ไปขึ้นเวที</span><span class="s2"> TED </span><span class="s1">ได้นะ</span> <span class="s1">ก็ใช้เวลาอยู่หลายปีเหมือนกัน</span> <span class="s1">คือเราก็มั่นใจว่าไอเดียมันดีเพราะมันผ่านกระบวนการกับทีมอาจารย์ที่จุฬาฯ</span> <span class="s1">มา</span> <span class="s1">เราสมัคร</span><span class="s2"> TED Fellows&nbsp;</span><span class="s1">ซึ่งมันยากมาก</span>&nbsp;<span class="s1">แต่เราแค่เสียดายถ้าจะไม่พูดถึงสวนของเราในมุมมองที่เราคิด</span><span class="s3">และตั้งใจมากกว่าการเฉลิมฉลอง</span><span class="s4"> 100 </span><span class="s3">ปี</span> <span class="s3">แล้วจบไป</span> <span class="s1">เราอยากให้มหาวิทยาลัยของเรามีบทบาทพูดเรื่อง</span><span class="s2">&nbsp;climate change </span><span class="s1">ในระดับโลกด้วย</span> <span class="s1">คนทั่วโลกก็กำลังหาโซลูชั่นเรื่องนี้กัน</span> <span class="s1">งั้นเราก็แชร์สิ</span> <span class="s1">ไม่ได้ตั้งใจว่าสวนนี้จะต้องดังอะไร</span> <span class="s1">แต่ความตั้งใจคือเรามีไอเดีย</span> <span class="s1">เราต้องแบ่งปัน</span> <span class="s1">ถ้าไม่เวิร์กหรือไม่ได้ฟีดแบ็กกลับมา</span><span class="s3">ก็ต้องเรียนรู้</span> <span class="s3">เป็นมหาวิทยาลัยต้องสร้างสิ่งที่จะส่งต่อความคิดไปยังคนรุ่นใหม่ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>ฟีดแบ็กที่ดีและรางวัลต่างๆ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ในระดับโลกส่งผลต่องานออกแบบอื่นๆ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ของคุณยังไงบ้าง</b></span></p>
<p><span class="s1">มันทำให้เราตั้งใจขึ้นและทำให้เราอยากทำอีก</span> <span class="s1">อยากจะทำให้ดีขึ้นอีกเรื่อยๆ</span> <span class="s1">และจะเขินนิดหนึ่งถ้าจะทำอะไรซ้ำๆ</span> <span class="s1">ซึ่งก็จะไม่ทำอยู่แล้วนะ</span> <span class="s1">เราอยากมีไอเดียที่</span><span class="s2"> inspire </span><span class="s1">ไปเรื่อยๆ</span> <span class="s1">แล้วพอเป็นไอเดียจากประเทศไทย</span> <span class="s1">คนก็ยิ่งสนใจว่าประเทศไทยลุกขึ้นมาทำเรื่อง</span><span class="s2">&nbsp;climate change </span><span class="s1">แบบที่ไม่ได้อยู่</span><span class="s3">เพียงแค่ในกระดาษ</span><span class="s4"><span class="Apple-converted-space">&nbsp; </span></span><span class="s3">แต่เป็นการปฏิบัติจริง</span> <span class="s1">ก็เป็นเสียงเล็กๆ</span> <span class="s1">ที่อยากให้รัฐบาลหรือผู้ใหญ่เห็น</span></p>
<p><span class="s1">พูดจริงๆ</span> <span class="s1">ว่าถ้าเราไม่ให้คนข้างนอกมาพูดถึงเรา</span> <span class="s1">เราไปพูดกับเขา</span> <span class="s1">เขาคงจะไม่เข้าใจ</span> <span class="s1">คงรู้สึกว่าเด็กคนนี้ใคร</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">)&nbsp;</span><span class="s1">มันน่าเสียดายที่อาจมีคนที่มีไอเดียดีๆ</span> <span class="s1">อีกเยอะเหมือนกันในสังคมไทย</span> <span class="s3">แต่ขาดการสนับสนุน</span> <span class="s1">เราเลยต้องหาทางไปให้คนข้างนอกมาพูดเพื่อให้คนของเราได้ยิน</span>&nbsp;ซึ่ง<span class="s1">มันอาจจะอิมแพกต์กว่าไหม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84668" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>มีฟีดแบ็กที่ไม่เข้าใจไอเดียของเราไหม</b></span><b> </b><span class="s1"><b>หรือยังไม่เห็นว่างานของเราจะแก้ปัญหาได้จริงหรือเปล่า</b></span></p>
<p><span class="s1">เราเข้าใจเลย</span> <span class="s1">คนจะคิดว่าอะไรเนี่ย</span> <span class="s1">ทำแค่นี้</span><span class="s1">ไประดับโลก</span> <span class="s1">แต่เราว่ามันมีหลายประเด็นประกอบกัน</span> <span class="s1">ไม่ใช่แค่ตัวสวนอย่างเดียวแต่มันเป็นเทรนด์ของโลกในตอนนี้ด้วย</span> <span class="s1">และไอเดียนี้ไม่ได้หมายความว่ามีอุทยาน</span><span class="s2"> 100 </span><span class="s1">ปีจุฬาที่เดียวแล้วน้ำจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ</span> <span class="s1">นะ</span> <span class="s1">เพราะปริมาณน้ำเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันมหาศาล</span> <span class="s1">แต่คล้ายๆ</span> <span class="s1">ว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของการแก้ปัญหา&nbsp;</span><span class="s1">ถ้าเมืองคิดเรื่องการรับน้ำฝนในพื้นที่ตัวเองให้เยอะที่สุด</span> <span class="s1">หรือตึกทุกตึก</span> <span class="s1">โครงสร้างมีอยู่แล้วก็ใส่ถังเก็บน้ำไว้ใช้ในตึก</span> <span class="s1">หรือใช้ธรรมชาติมาช่วยบำบัดน้ำ</span> <span class="s1">มีหลายไอเดียในสวนที่เรานำไปใช้ต่อได้</span></p>
<p><span class="s1">เราว่าเราเคลียร์เรื่องนี้ในทุกคอนเทนต์ที่เราพูด</span> <span class="s1">แต่บางทีจั่วหัวข่าวแล้วคนอาจรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">) </span><span class="s1">แต่เรามองเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้อธิบาย</span> <span class="s1">และทำให้เราชัดกับตัวเองมากขึ้นด้วย</span> <span class="s1">ที่เขาตั้งคำถามแบบนี้ต้องขอบคุณเขานะ</span> <span class="s1">ถ้าคุณเจอโจทย์ไม่ยาก</span><span class="s1">คุณก็ไม่เก่ง</span> <span class="s1">นี่เป็นคำถามที่ยาก</span> <span class="s1">ก็เป็นโอกาสให้เราตอบ</span> <span class="s1">เพราะมันเป็น</span><span class="s3">พื้นที่สาธารณะเพื่อคนที่หลากหลายและคน</span><span class="s3">ทุกชนชั้น</span> <span class="s3">ไม่ได้เลือกกลุ่มคนที่จะมาใช้</span> <span class="s1">มันจะไม่มีคำถามได้ยังไง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>ปีที่ผ่านมาคุณมองความตื่นตัวเรื่องพื้นที่สาธารณะของคนไทยยังไงบ้าง</b></span></p>
<p><span class="s1">ประเด็นหนึ่งที่เราชอบในปีที่ผ่านมาคือสื่อที่พูดถึงเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สื่อดีไซน์อย่างเดียวแล้ว</span> <span class="s1">แต่เป็นสำนักข่าวใหญ่ๆ</span> <span class="s1">อย่าง</span><span class="s2"> CNN, NHK World, TIME </span><span class="s1">หรือ</span><span class="s2"> The Guardian </span><span class="s1">คือไม่ใช่สื่อแบบเราคุยกันเองน่ะ</span> <span class="s1">เรารู้สึกว่าคนไทยจะพูดเรื่องนี้กันในวงเดิมๆ</span> <span class="s1">วงคนที่อ่าน</span><span class="s2"> a day, The Cloud, The MATTER </span><span class="s1">แต่เราต้องไปคุยกับคนอื่นเพื่อให้เขาเข้าใจปัญหานี้มากขึ้น</span> <span class="s1">บางคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ฉัน</span> <span class="s1">เดี๋ยวให้</span><span class="s2"> Policy Maker </span><span class="s1">ทำ</span> <span class="s1">หรือบางคนก็ยังห่วงเรื่องปากท้องตัวเองอยู่</span> <span class="s1">ไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องพื้นที่สาธารณะ</span></p>
<p><span class="s1">คือคนไทยไม่ได้โตมากับพื้นที่สาธารณะที่ดี</span> <span class="s1">แต่เรามีบุญเก่าเยอะ</span> <span class="s1">เรามีทรัพยากรเยอะ</span> <span class="s1">แต่มันไม่จริงอีกต่อไปแล้วนะ</span> <span class="s1">ทรัพยากรเราไม่ได้เหลือเยอะเหมือนตอนเราเด็กๆ</span> <span class="s1">หรือรุ่นพ่อแม่ที่</span><span class="s3">เราจะสามารถใช้เท่าไหนก็ไม่หมด</span> <span class="s7">เราไม่ได้โตมากับ</span><span class="s3">ข้อจำกัดในปัจจุบัน</span> <span class="s1">และหลายคนคิดว่าเรื่องโลกร้อนเป็นเรื่องไกลตัว&nbsp;</span><span class="s1">เราเลยควรต้องออกไปคุยกับคนเหล่านี้มากกว่าที่จะคุยกันเองหรือมัวแต่ชื่นชมกันเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>แล้วควรทำยังไงให้คนตื่นตัวเรื่องพื้นที่สาธารณะมากขึ้น</b></span><b> </b><span class="s1"><b>มันจำเป็นต่อเรายังไง</b></span></p>
<p><span class="s1">จำเป็นสิ</span> <span class="s1">ไม่จำเป็นเหรอ</span>&nbsp;เรา<span class="s1">ไม่ต้องใช้ทางเท้าเหรอ</span> <span class="s1">ไม่ต้องหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เหรอ</span> <span class="s1">ไม่ต้องออกกำลังกายเหรอ</span> <span class="s1">หรือไม่อยากคลายเครียดหลังเลิกงานเหรอ</span> <span class="s1">แต่เราประนีประนอมกับชีวิตเราและคนที่เรารักทุกวัน</span> <span class="s1">เราอ้างแค่มีสามมื้อก็พอแล้ว</span> <span class="s1">แต่มันไม่พอ&nbsp;</span><span class="s1">มันได้อีก</span> <span class="s1">ฝุ่นอย่างนี้โอเคกันเหรอ</span> <span class="s1">เราไม่โอเคนะ</span> <span class="s1">เราต้องอยู่กับอากาศที่ไม่อันตราย</span> <span class="s1">ธรรมชาติที่ดี</span> <span class="s1">เราต้องมีต้นไม้มาช่วย</span> <span class="s1">เราต้องการพื้นที่สาธารณะที่เราเดินได้โดยไม่ต้องขับรถตลอดเวลา</span> <span class="s1">เราต้องมีขนส่งสาธารณะที่ดี</span> <span class="s1">เราต้องการพื้นที่ที่ไม่ให้คนเป็นโรคซึมเศร้าน่ะ</span> <span class="s1">เราต้องการพื้นที่ที่คนมาเจอกันได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>งานของ</b></span><span class="s2"><b> Landprocess </b></span><span class="s1"><b>ในตอนนี้โฟกัสไปที่การสร้างพื้นที่สาธารณะอย่างเดียวเลยหรือเปล่า</b></span></p>
<p><span class="s1">ภูมิสถาปนิกมันทำได้หลายอย่าง</span> <span class="s1">หลายประเภท</span> <span class="s1">แต่ในทุกประเภทที่เราทำ</span><span class="s1">เราจะใส่คำตอบเรื่องนี้</span> <span class="s1">คงไม่ใช่ว่าถ้าไม่ได้สวนใหญ่ๆ</span> <span class="s1">เราไม่ทำ</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">) </span><span class="s1">คงไม่ต้องมีบริษัทพอดี</span> <span class="s1">อย่างโรงพยาบาล</span> <span class="s1">คุณหมอที่รักสิ่งแวดล้อมเขาต้องการสเปซยังไง</span> <span class="s1">ก็ถือเป็นพื้นที่สาธารณะเหมือนกัน</span> <span class="s1">สยามสแควร์วันมี</span><span class="s2"> Siam Green Sky </span><span class="s1">ที่เป็น</span><span class="s2"> urban farming </span><span class="s1">เราก็ไม่ได้คิดว่าแลนด์สเคปต้องเป็นพื้นที่สาธารณะเท่านั้น</span> <span class="s1">แต่เราเอาประเด็นนี้ไปตอบโจทย์ให้ลูกค้าและเปลี่ยนมุมมองให้เขามองเห็นตรงนี้ยังไง</span> <span class="s1">หรือแม้แต่ทำงานให้ชุมชนแออัดก็ไม่จำเป็นว่างานราคาน้อย</span><span class="s3">จะสร้างนวัตกรรมให้โลกดีขึ้นไม่ได้</span> <span class="s1">มันทำให้ดีได้เหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84652" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>คุณมีโอกาสทำงานกับ</b></span><span class="s2"><b> UddC (</b></span><span class="s1"><b>ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง</b></span><span class="s2"><b>) </b></span><span class="s1"><b>ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะต่อกรุงเทพมหานครเหมือนกัน</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ได้เรียนรู้อะไรจากงานเหล่านั้นบ้าง</b></span></p>
<p><span class="s1">ก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ</span> <span class="s1">คนฝั่งรัฐบาลเขาก็อยากทำอะไรดีๆ</span> <span class="s1">แต่อาจยังไม่รู้ว่ามันมีวิธีอะไรบ้าง</span> <span class="s1">เขาต้องการคนไปบอกเขาว่าในเงินเท่ากัน</span> <span class="s1">การออกแบบสามารถตอบโจทย์ที่มากกว่า</span> <span class="s1">มันทำอะไรได้อีกบ้าง</span> <span class="s1">เราก็ต้องแทรกซึมตัวเองเข้าไปกับหน่วยงานเหล่านี้</span> <span class="s1">เพื่อเปลี่ยนการตัดสินใจเหล่านั้นให้ดีขึ้น</span></p>
<p><span class="s1">ต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของคนต่างกัน</span> <span class="s1">เราก็ต้องเข้าไปไม่เหมือนกัน</span> <span class="s1">ได้เรียนรู้จากทีมว่าเราต้องมี</span><span class="s2">&nbsp;positive thinking </span><span class="s1">กับเขานะ</span> <span class="s1">พอเข้าไปทำงานกับ กทม</span><span class="s2">.</span><span class="s1">ก็เข้าใจเขามากขึ้น</span> <span class="s1">เป็นโอกาสที่ดีมากเลยนะที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้</span> <span class="s1">เราจะช่วยอะไรเขาได้</span> <span class="s1">ชวนให้เขามาเป็นพวกเดียวกันเพื่อทำให้เมืองดีขึ้น</span> <span class="s1">เพราะมันต้องช่วยกันทุกภาคส่วนแล้วตอนนี้</span> <span class="s1">ทุกคนต้องร่วมมือกัน</span></p>
<p><span class="s8">มีโควตของนักปรัชญาชาวคิวบาเขาบอกว่า</span><span class="s9"> “</span><span class="s8">ในช่วงเวลาวิกฤต</span> <span class="s8">เวลานี้เท่านั้น</span><span class="s8">ที่ประชากรโลกต้องเร่งรีบเพื่อจะรู้จักกัน</span><span class="s9">”* </span><span class="s10">ตอนแรกอ่านแล้วก็งง</span> <span class="s10">แต่จริงๆ</span> <span class="s10">แล้ว</span> <span class="s10">ถ้าจะสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาใหม่</span> <span class="s10">ต้องรับฟัง</span> <span class="s10">เห็นอกเห็นใจกัน</span> <span class="s8">อ่านแล้วชอบมากเลย</span> <span class="s1">ไม่</span><span class="s10">ต่างจากที่เราพยายามให้คนรู้จักปัญหาประเทศเรา</span> <span class="s10">รู้จักประเทศไทยว่าเราแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง</span> <span class="s8">ประเทศนั้นแก้ยังไงแล้วมาคุยกัน</span> <span class="s1">ไ</span><span class="s10">ม่ใช่การตัดสินใจโดยลอกเลียนใครที่ไม่ได้อยู่ในปัญหา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>บนเวที</b></span><span class="s2"><b> TEDWomen </b></span><span class="s1"><b>คุณพูดถึงคำว่า</b></span><span class="s2"><b> ‘</b></span><span class="s1"><b>ตั้งใจ</b></span><span class="s2"><b>’ </b></span><span class="s1"><b>กับการทำงาน</b></span><b> </b><span class="s1"><b>คำนี้มีอิทธิพลกับคุณมากแค่ไหน</b></span></p>
<p><span class="s1">เราชอบภาษาไทยคำนี้</span> <span class="s1">มันไม่มีในเมืองนอกเนอะ</span> <span class="s1">เอาใจมาตั้งไว้</span> <span class="s1">เวลาเราเจออุปสรรคมันไม่ได้หมายความว่าเราใช้กายเข้าไปสู้</span> <span class="s1">มันใช้ใจน่ะในหลายๆ</span> <span class="s1">อุปสรรค</span> <span class="s1">เราต้องใช้ใจไปมั่นเอาไว้ก่อน</span> <span class="s1">รู้สึกว่าเป็นคำไทยที่ตรงกับความรู้สึกเวลาที่เราทำงาน</span></p>
<p><span class="s1">ถ้าเราตั้งใจทำงานอะไร</span> <span class="s1">หนึ่ง</span> <span class="s1">ถ้าตรรกะเราไม่ผิดเพี้ยน</span> <span class="s1">เราต้องมั่นใจก่อนว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดีนะ</span> <span class="s1">และสอง</span> <span class="s1">เรารักในสิ่งที่เราชอบและเราก็ตั้งใจอยากทำให้เกิดประโยชน์กับคนอื่น ให้คนอื่นได้มาใช้</span> <span class="s1">ให้คนอื่นได้มาเอนจอยชีวิตในอีกมุมหนึ่ง</span> <span class="s1">ถ้าเราล้มเลิกไป</span> <span class="s1">มันไม่ใช่แค่ตัวเรา</span> <span class="s1">แต่คนอื่นก็จะไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้</span> <span class="s1">เวลาคุณตั้งใจในรูปแบบที่ผลกระทบมันไปกว้างกว่าตัวเอง</span>&nbsp;ไปไกล<span class="s1">กว่าใจตัวเอง&nbsp;</span><span class="s1">แต่มีคุณค่าของสิ่งที่คุณทำในนั้นด้วย</span> <span class="s1">เราจะมีพลังแล้วมันจะทำให้คุณไม่ล้มเลิกง่ายๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84658" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>แสดงว่าภูมิสถาปนิกคืองานที่ไม่ได้ตอบโจทย์แค่ตัวเองอย่างเดียว</b></span></p>
<p><span class="s1">ใช่</span> <span class="s1">แต่บางครั้งในการ</span><span class="s2"> discuss </span><span class="s1">ดูเหมือนว่าเราพยายามตอบโจทย์ตัวเองเยอะนะ</span>&nbsp;<span class="s1">แต่มันต้องเกิดจากการรับฟังและเข้าใจ</span> <span class="s1">ไม่ใช่เราในฐานะดีไซเนอร์จะเอาอย่างนี้อย่างเดียว</span> <span class="s1">บางทีก็ถูกดุว่าทำไมอาจารย์ดื้อจัง</span> <span class="s1">แต่เรารู้สึกว่าไม่ได้ดื้อ</span> <span class="s1">เราแค่อยากสื่อสารมุมมองแบบภูมิสถาปนิก</span> <span class="s1">ที่คน</span>&nbsp;<span class="s1">และสถาปนิกเองมองข้าม</span> <span class="s1">ถ้าสุดท้ายมันไม่ได้เราก็ต้องปรับ</span> <span class="s1">หาทางอื่น</span> <span class="s1">ไม่ได้มองว่าไอเดียเราต้องชนะ</span> <span class="s1">แต่มองว่าถ้าสิ่งนี้จะถูกสร้าง</span> <span class="s1">เราจะทำยังไงให้ประโยชน์ของงานนี้เกิดขึ้นมา</span> <span class="s3">สามารถนำไปสอนคนรุ่นต่อไป</span> <span class="s1">เราจะเลิกล้มมันง่ายๆ ไม่ได้</span><span class="s3">แม้มีคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้</span> <span class="s3">ไม่ต้องทำแล้ว</span> <span class="s1">แต่เราต้องทำสิ</span> <span class="s1">ทำเพื่อมหาวิทยาลัย</span></p>
<p><span class="s1">ทำไมเราจะไม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้เด็กได้เห็น</span> <span class="s1">เราชอบงานที่ได้ให้มหาวิทยาลัยมากเลย</span> <span class="s1">เพราะงานของเราจะไปมีผลให้เด็กอีกหลายๆ</span> <span class="s1">รุ่น</span> <span class="s1">ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตั้งใจสิ</span> <span class="s1">เมื่อมีโอกาสได้ทำแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>รู้สึกยังไงที่ตอนนี้คุณเป็นแรงบันดาลให้กับสถาปนิกคนอื่นๆ</b></span><b> </b><span class="s1"><b>ด้วยเหมือนกัน</b></span></p>
<p><span class="s10">คงเป็นทางเลือกอีกทางดีกว่า</span> <span class="s10">แรงบันดาลใจฟังดูยิ่งใหญ่</span> <span class="s10">เรารู้สึกดีที่งานเราสร้างมุมมองให้คนมองถึงปัญหา</span> <span class="s8">ในความเป็นภูมิสถาปนิกนั้น</span> <span class="s8">เราอยากสอน</span> <span class="s8">เราก็อยากจะแชร์&nbsp;</span><span class="s8">ทำให้คนรุ่นใหม่เห็นความน่าจะเป็น</span> <span class="s8">เหมือนที่เราได้</span><span class="s9"> inspire </span><span class="s8">จากคนรุ่นก่อนว่าภูมิสถาปนิกคืออะไร</span></p>
<p><span class="s8">เมื่อก่อนคนอาจไม่เข้าใจวิชาชีพนี้เลย</span> <span class="s8">เราก็กรุยทางให้คนรุ่นต่อไปว่าไม่ได้หมายความว่าจบ</span> <span class="s6">landscape </span><span class="s10">ต้องไปทำงานออกแบบเพื่อสิ่งสวยงามหรืองานคอนโดมิเนียมหรือ</span><span class="s6"> residential </span><span class="s10">เพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ</span> <span class="s8">แต่เรามีความสามารถแก้ได้อีกหลากหลายปัญหา</span> <span class="s8">ทำให้คนอีกหลายคน</span><span class="s1">ตื่น</span><span class="s10">ตัวเรื่องคุณค่าของสิ่งแวดล้อม</span> <span class="s10">อย่างเรื่องพื้นที่สาธารณะก็จะดีถ้ามีภูมิสถาปนิกช่วยคิดร่วมกันกับวิชาชีพต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84669" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1"><b>คุณภูมิใจกับรางวัลหรือการได้ถูกพูดถึงในสื่อระดับโลกในปีนี้มากแค่ไหน</b></span></p>
<p><span class="s1">ภูมิใจที่งานสร้างเสร็จเป็นทุน</span> <span class="s1">และรู้สึกขอบคุณทุกๆ</span> <span class="s1">โอกาสที่ทำให้เราได้ทำงานดีๆ</span> <span class="s1">ขอบคุณครูบาอาจารย์ที่ทำให้เราเป็นภูมิสถาปนิกที่ดี</span> <span class="s1">ขอบคุณสื่อด้วยที่เห็นความพยายามของผู้หญิงในประเทศที่ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้สักเท่าไหร่</span> <span class="s1">แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันแฮปปี้กับตรงนี้แล้ว</span> <span class="s1">จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้างงานแบบนี้</span><span class="s7">ให้</span><span class="s3">มากขึ้น</span> <span class="s1">ในโซลูชั่นต่างๆ</span> <span class="s1">และต้องทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ</span> <span class="s1">เพื่อให้มีคนมาทำต่อไป</span> <span class="s1">เพราะอาชีพนี้มันทำอีก</span><span class="s2"> 10-20 </span><span class="s1">ปีก็คงต้อง</span><span class="s3">พึ่งให้คนรุ่นใหม่มาทำต่อ</span> <span class="s1">ซึ่งเป้าหมายนี้ก็ยังไม่บรรลุนะ</span></p>
<p><span class="s1">ในอนาคต</span><span class="s3">ที่คนเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย</span> <span class="s3">การออกแบบพื้นที่สาธารณะก็ต้องปรับเปลี่ยน</span><span class="s1">เรียนรู้ไป</span> <span class="s1">แต่โชคดีที่ปีนี้มันได้ฟีดแบ็กที่ดี</span> <span class="s1">ก็ทำไปเรื่อยๆ</span> <span class="s1">เป้าหมายไม่ใช่ว่าต้องได้อยู่ในลิสต์ของ</span><span class="s2"> TIME </span><span class="s1">อีกในปีหน้า</span> <span class="s1">หรือปีหน้าต้องได้อยู่ใน</span><span class="s2"> Forbes (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">) </span><span class="s3">เป้าหมายคือทำต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="s1"><b>มองกลับมาที่ปีนี้อีกที</b></span><b> </b><span class="s1"><b>สรุปว่ามันเป็นปีที่คุณได้เรียนรู้อะไร</b></span></p>
<p><span class="s1">มันคงไม่ใช่จุดสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จนะ</span> <span class="s1">แล้วก็ไม่ใช่จุดเริ่มด้วย</span> <span class="s1">เพราะโครงการเหล่านี้เริ่มมานานแล้ว</span> <span class="s1">หนึ่ง</span> <span class="s1">เรารู้สึกเหมือนคนวิ่งมาราธอนน่ะ</span> <span class="s1">และปีนี้คือจุดพักที่คนยื่นน้ำให้</span> <span class="s1">แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจบแล้ว</span> <span class="s1">นั่งแช่ขา</span> <span class="s1">มันยังต้องวิ่งต่อ</span> <span class="s1">เป็นปีที่รู้สึกว่าไม่ได้หยุดด้วยนะ</span> <span class="s1">แค่กินน้ำซะ</span> <span class="s1">แล้วจะได้วิ่งต่อได้</span> <span class="s1">เป็นปีอย่างนั้นมากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84679" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span class="s1">แล้วก็รู้สึกว่าสิ่งที่มันจะงอกเงยหรือประสบความสำเร็จต้องใช้เวลา</span> <span class="s1">ไม่ใช่ว่าทำปีนี้ได้ปีหน้า</span> <span class="s1">หรือทำวันนี้ได้พรุ่งนี้</span> <span class="s1">คุณต้องฝึกฝนมัน</span> <span class="s1">ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วมั้ง</span> <span class="s1">ทุกความสำเร็จต้องเกิดจากการลงทุนที่ดี</span> <span class="s1">ที่ต่อเนื่อง</span> <span class="s1">ปีนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้เรา</span> <span class="s1">ต้องขอบคุณคนที่ยื่นน้ำมาให้</span> <span class="s1">และต้องขอบคุณคนที่วิ่งด้วยกันมา</span> <span class="s1">มันทำคนเดียวไม่ได้จริงๆ</span> <span class="s1">ขอจบปีด้วยการขอบคุณทุกคน 3 รอบ</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-84677" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/กชกร-landprocess-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr>
<p><span class="s1"><i>*</i></span><span class="s12">คำพูดนั้นคือ</span><i> </i><span class="s13"><i>“In a time of crisis, the peoples of the world must rush to get to know each other.” </i></span><span class="s14">ของ</span><span class="s13"><i> José Martí </i></span><span class="s14">กวีและนักปรัชญาชาวคิวบา</span><span class="s13"><i> (</i></span><span class="s14">อ้างอิงจาก</span><span class="s13"><i> </i><a href="https://www.nytimes.com/2018/03/12/travel/havana-cuba.html"><span class="s15"><i>nytimes.com</i></span></a></span><span class="s16"><i>)</i></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-kotchakorn/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “การงอกงามต้องใช้เวลา” – กชกร วรอาคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ&#8221; – วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-wutthichai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Dec 2019 12:03:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[เกษียณ]]></category>
		<category><![CDATA[อ๋อง วุฒิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรณาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=83641</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะที่อยู่ร่วมชายคาออฟฟิศเดียวกัน ทำให้ในรอบปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสสนทนากับ วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ หรือ &#8216;พี่อ๋อง&#8217; ของน้องๆ ในวงการบ่อยครั้ง ปี 2562 คือปีที่ชีวิตเขาพบจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งเมื่อตัดสินใจจะเกษียณตัวเองหลังจากทำงานในวงการสื่อมา 25 ปี เขาเริ่มต้นเส้นทางในวงการด้วยการเป็นนักข่าวสายการเงินที่หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ&#160;เมื่อปี 2537 หลังจากนั้นจึงย้ายไปทำงานนิตยสารที่ GM กว่าสิบปี ก่อนจะลาออกมาใช้ชีวิตฟรีแลนซ์อยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งมารับตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร a day BULLETIN ในช่วงต้นปี 2560 นอกเหนือจากบทบาทบรรณาธิการ เขายังเป็นนักเขียนเจ้าของหนังสืออย่าง เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบานเอง และนักแปลหนังสือขายดีอย่าง อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่ และ คินสึงิ ความงามของบาดแผลแห่งชีวิต ตอนที่รู้ว่าเขาตัดสินใจเกษียณตัวเอง ผมทั้งไม่แปลกใจและประหลาดใจคละเคล้ากันไปสองความรู้สึก ไม่แปลกใจ เพราะครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับจากงานเสวนา บนรถยนต์ที่เราโดยสารร่วมกันมา เขาเคยเปรยเรื่องการลาออกจากงานประจำ แต่ตอนนั้นเขาบอกไว้ว่าคงอีกสักปีสองปี ผมจึงประหลาดใจ ที่วันนั้นที่เขาว่ามาถึงเร็วกว่าที่คาด สิ่งที่ผมสงสัยคือในปีที่ชีวิตเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญเขาเรียนรู้สิ่งใด และอะไรทำให้ชายผู้ที่เคยย้ำกับผมว่า เราก็แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานไป–ไม่ว่าใครจะมองเห็นหรือไม่ แสงไฟจะสาดส่องหรือเปล่า–ก็ยืนหยัดทำไป จึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วหันไปใช้ชีวิตเกษียณในวัยเพียง 47 ปี และบทสนทนากับเขาในเย็นวันนั้น ผมหวังว่ามันจะมีคำตอบ ย้อนกลับไปช่วงต้นปี คุณได้เขียนปณิธานปีใหม่อะไรไหม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-wutthichai/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ&#8221; – วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะที่อยู่ร่วมชายคาออฟฟิศเดียวกัน ทำให้ในรอบปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสสนทนากับ <strong>วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ</strong> หรือ &#8216;พี่อ๋อง&#8217; ของน้องๆ ในวงการบ่อยครั้ง</p>
<p>ปี 2562 คือปีที่ชีวิตเขาพบจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งเมื่อตัดสินใจจะเกษียณตัวเองหลังจากทำงานในวงการสื่อมา 25 ปี</p>
<p>เขาเริ่มต้นเส้นทางในวงการด้วยการเป็นนักข่าวสายการเงินที่หนังสือพิมพ์ <i>ผู้จัดการ</i>&nbsp;เมื่อปี 2537 หลังจากนั้นจึงย้ายไปทำงานนิตยสารที่ <em>GM</em> กว่าสิบปี ก่อนจะลาออกมาใช้ชีวิตฟรีแลนซ์อยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งมารับตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร <em>a day BULLETIN</em> ในช่วงต้นปี 2560</p>
<p>นอกเหนือจากบทบาทบรรณาธิการ เขายังเป็นนักเขียนเจ้าของหนังสืออย่าง <a href="https://godaypoets.com/product/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2-festive/"><i>เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบานเอง</i></a> และนักแปลหนังสือขายดีอย่าง <em>อิคิไก ความหมายของการมีชีวิตอยู่</em> และ <em>คินสึงิ ความงามของบาดแผลแห่งชีวิต</em></p>
<p>ตอนที่รู้ว่าเขาตัดสินใจเกษียณตัวเอง ผมทั้งไม่แปลกใจและประหลาดใจคละเคล้ากันไปสองความรู้สึก</p>
<p>ไม่แปลกใจ เพราะครั้งหนึ่งระหว่างเดินทางกลับจากงานเสวนา บนรถยนต์ที่เราโดยสารร่วมกันมา เขาเคยเปรยเรื่องการลาออกจากงานประจำ แต่ตอนนั้นเขาบอกไว้ว่าคงอีกสักปีสองปี</p>
<p>ผมจึงประหลาดใจ ที่วันนั้นที่เขาว่ามาถึงเร็วกว่าที่คาด</p>
<p>สิ่งที่ผมสงสัยคือในปีที่ชีวิตเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญเขาเรียนรู้สิ่งใด และอะไรทำให้ชายผู้ที่เคยย้ำกับผมว่า เราก็แค่ก้มหน้าก้มตาทำงานไป–ไม่ว่าใครจะมองเห็นหรือไม่ แสงไฟจะสาดส่องหรือเปล่า–ก็ยืนหยัดทำไป จึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วหันไปใช้ชีวิตเกษียณในวัยเพียง 47 ปี</p>
<p>และบทสนทนากับเขาในเย็นวันนั้น ผมหวังว่ามันจะมีคำตอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83798" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-10-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-10-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-10-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ย้อนกลับไปช่วงต้นปี คุณได้เขียนปณิธานปีใหม่อะไรไหม ทำอะไรสำเร็จไปบ้างหรือเปล่า</strong></p>
<p>ไม่เลย ไม่ได้เขียนปณิธานปีใหม่ แล้วสิ้นปีก็ไม่ได้อยากจะเขียนสรุปอะไร</p>
<p>ผมรู้สึกว่า วิธีคิดแบบการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพสูง&nbsp;มันเป็นสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานนี้ตอนที่โลกถูกปฏิวัติด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ วิธีคิดว่าเราจะต้องสรุปความสำเร็จประจำปีนี้ว่าเราทำอะไรมาบ้าง จะต้องวางแผนว่าปีหน้าต้องทำอะไร มันคือการวางแผนเหมือนเวลาเราเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ ที่มันจะต้องมีลำดับ ถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ ทำแบบนี้ก็จะมาทางนี้ ซึ่งจริงๆ ผมค้นพบว่าชีวิตมันไม่ได้เป็นแบบนั้น อะไรจะเกิดขึ้นมันก็เกิด โดยที่เราไม่สามารถจะไปควบคุมบังคับอะไรมันได้</p>
<p>ชีวิตเรามันไม่ได้เป็นเหตุเป็นผล มันไม่ใช่ว่าถ้าเราวางแผนไว้แบบนี้ แล้วเราทำมัน แล้วพอถึงสิ้นปีคุณจะได้บทสรุปแบบนี้ ชีวิตมันไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลแบบนั้น มันไม่มีระบบเหตุผลนี้อยู่ มันแค่ดำเนินของมันไปตามปกติ แล้วส่วนใหญ่สิ่งที่เกิดขึ้นก็มักจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง เราทำได้ดีที่สุดก็คือการเผชิญหน้ากับสิ่งที่เราไม่ได้คาดหวังไปเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เหมือนคุณเชื่อในการอยู่กับชีวิตที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังให้ได้ มากกว่าการอยู่กับความคาดหวัง</strong></p>
<p>ใช่ แต่เราไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายถึงขนาดขอให้เราผิดหวังเอาไว้ก่อนเพื่อที่เวลาสมหวังจะได้ดีใจนะ มันไม่ได้มืดหม่นขนาดนั้น เพียงแต่เราแค่รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้เรามีกำลังที่จะยืนหยัดทำอะไรบางอย่างต่อไปมากกว่า</p>
<p>โลกมันมักจะบอกเราเสมอว่า ถ้าเราทำสิ่งนี้แล้วเราจะได้สิ่งนี้เป็นการตอบแทน อย่างเช่นว่าคุณเปิดทีวีดู คุณจะเห็นเขาบอกว่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อนี้สิแล้วชีวิตคุณจะดี หรือถ้าคุณกินโยเกิร์ตยี่ห้อนี้คุณจะสมัครงานได้ เขาจะพยายามสร้างชุดความคาดหวังขึ้นมา</p>
<p>ทุกเช้าแม่ผมจะดูรายการข่าวช่อง 3 แล้วมันจะต้องตามมาด้วยรายการ <i>แจ๋ว</i> แล้วมันจะมีบางวันที่มีร้านอาหารร้านนั้นร้านนี้มาโฆษณา นึกภาพคนแก่อายุ 80 แข้งขาไม่ดีแล้ว แล้วเขาได้รับคำมั่นสัญญาว่า ชีวิตเขาจะมีความสุขมากเลย ถ้าเขาได้ไปกินข้าวร้านนี้ แล้วสิ่งที่ผมค้นพบก็คือวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ที่เราพาเขาไปกินข้าวร้านไหนก็ตามที่รายการแนะนำ เขากลับไม่มีความสุขกับชีวิตเขาเลย เขาพบว่าทำไมอาหารมันเค็มมากเลย เขากินแล้วไม่มีความสุขเลย นั่นเพราะว่าเขาได้รับคำมั่นสัญญาจากรายการที่เขาดูในแต่ละวันว่า ถ้าคุณไปกินข้าวนอกบ้านที่ร้านนี้แล้วมันจะอร่อยมากเลยนะ แล้วคุณจะมีความสุขมาก แต่ชีวิตมันเป็นแบบนี้ ถ้าเราคาดหวังว่ามันจะเดลิเวอร์ความสุขความสำเร็จให้คุณ คุณจะไม่มีวันได้รับสิ่งนั้นเลย จนกระทั่งคุณยอมรับว่า ไอ้ชุดความคิดนี้มันไม่มีอยู่จริง จะไปกินอาหารร้านไหนมันก็เท่านี้แหละวะ แล้วคุณก็จะหัวเราะกับมันไง</p>
<p>ดังนั้นถ้าคุณคาดหวังว่าปีใหม่คุณจะต้องได้อะไร หรือคุณวางแผนว่าปีใหม่นี้คุณจะเป็นอะไร มันจะไม่ได้ มันจะมีแค่ว่า ชีวิตมันก็แค่นั้นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83799" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-5-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-5-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-5-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แล้วมันมีเป้าหมายอะไรที่คาดหวังผลลัพธ์ได้แน่นอนไหม อย่างเช่นตั้งเป้าว่าจะตื่นเช้ามาออกกำลังกายแล้วสุขภาพจะแข็งแรง ตั้งใจฝึกฝนแล้วจะทำงานได้ดีขึ้น</strong></p>
<p>พอถามมาแบบนี้แล้วผมก็คิดว่า เฮ้ย หรือเรามองโลกในแง่ร้ายเกินไปเปล่าวะ จริงๆ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่มันดีอยู่หรือเปล่านะ ใช่ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่มันดีอยู่ เพียงแต่ว่า ถ้าเรามองมันแบบกลางๆ เราจะสามารถดำรงรักษาการมองโลกแบบรื่นรมย์หรือว่าเรื่อยๆ ต่อไปได้</p>
<p>มันไม่ใช่ว่าเราไม่มองโลกในแง่ดี และไม่ใช่ว่าเรามองโลกในแง่ร้ายนะ เพียงแต่ว่าถ้าเรามองแบบนี้ มันจะทำให้เราสามารถมองโลกในแง่ดีได้ไง คือถ้าคุณคาดหวังจะพบยูนิคอร์นและทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์ คุณจะพบว่าคุณจะไม่ได้พบยูนิคอร์นและทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์ แล้วคุณจะไม่สามารถทนมองโลกในแง่ดีแบบนั้นได้</p>
<p>ใช่ คุณออกกำลังกายมันจะต้องทำให้คุณอะไรบางอย่างบ้างแหละ แต่มันก็มีแบรนด์รองเท้าที่ให้คำมั่นสัญญาว่ารองเท้าคู่นี้วิ่งแล้วจะต้องเด้งดึ๋ง แต่เวลาใส่ไปสักพักเราจะรู้ว่ามันก็แค่เท่านั้น แล้วเราจะได้คำมั่นสัญญาครั้งต่อไปจากอีกแบรนด์ว่าเด้งกว่า เสร็จแล้วพอซื้อมาใส่คุณก็จะพบว่ามันก็เท่านั้น คือมันไม่ใช่แบบนั้น ชีวิตมันไม่ได้เป็นไปตามความโอเวอร์ที่เราคิดว่าเราจะสำเร็จ คิดว่าเราจะสุข คิดว่าเราจะสนุก คิดว่าเราจะอร่อย คิดว่าเราจะเก่ง อะไรขนาดนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การไม่มี</strong><strong>ปณิธานปีใหม่มันคนละความหมายกับการไม่มีเป้าหมายในชีวิตใช่ไหม</strong></p>
<p>(นิ่งคิดนาน) มันเป็นคำถามที่เราชอบไปถามคนอื่นเหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีแผนแล้วคุณจะมีความทะเยอทะยานหรือเส้นทางที่เดินไปข้างหน้าได้ยังไง</p>
<p>คือไม่ใช่ว่าเราไม่คาดหวังหรือเราไม่มีเป้าหมายนะ พูดว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดมันก็เกินไป มันแค่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะล้มเหลว ไม่ว่ามันจะผิดพลาด ไม่ว่ามันจะผิดทาง ไม่ว่ามันจะอับอาย ไม่ว่ามันจะเหนื่อย ไม่ว่ามันจะเสียแรงเปล่า เราก็ไม่ต้องมานั่งตีโพยตีพายหรือว่าเสียใจ เหมือนกับว่าวันนี้ไปกินข้าวร้านนี้แล้วพบว่าอาหารเค็ม ปลาไม่สด มันก็แค่วันหนึ่งน่ะ อร่อยก็ดี ไม่อร่อยก็แค่อีกวันหนึ่ง</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83801" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-6-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-6-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-6-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><strong>ถ้าเรามองว่าปณิธานหรือเป้าหมายคือเข็มทิศ การมีสิ่งนี้มันทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงจะหลงทางหรือเปล่า</strong></p>
<p>เราว่าเข็มทิศก็ทำหน้าที่แบบหนึ่ง สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือแรงส่ง</p>
<p>วันแต่ละวันที่เรามีชีวิตอยู่เราทำอะไรเอาไว้ มันจะเป็นผลกรรมที่พอกพูนขึ้น แล้วสิ่งเหล่านี้มันจะดันเราไป มันจะส่งแรงให้เราไปต่อ โดยที่องค์ประกอบของแรงคือมันจะมีแรงที่ดัน และอีกหนึ่งองค์ประกอบคือทิศของมัน แรงมันมีทิศด้วย หมายถึงว่าเราทำอะไรสั่งสมไว้ ทิศและแรงส่งของมัน มันจะส่งเราให้ไปทางนั้นต่อ</p>
<p>เราเลยเชื่อว่า เราแค่ปล่อยวางจากความคาดหวัง ก้มหน้าก้มตาทำงานที่เราเชื่อ ที่เราถนัด ที่เราชอบ แล้วทุกอย่างที่เราทำมันเป็นแรงที่ดันเราไปโดยที่มันมีทิศเดิมซ้ำๆ กำกับเอาไว้อยู่แล้ว ถ้าบางครั้งเราเฉไฉมันก็จะพาเราเฉไฉออก แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าแรงที่เราใส่เข้าไปมันยังเป็นแบบเดิม แบบที่เป็นตัวเรา มันก็จะพาเราไปในทิศเดิม คนอื่นอาจจะคาดหวังเรื่องเป้าหมาย เรื่องทิศ เรื่องการวางแผน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องสนใจสิ่งที่มันอยู่ตรงหน้าด้วย แล้วถ้าคุณทำมันไปมากพอ มันก็จะส่งคุณไปเรื่อยๆ ไม่ว่าอะไรจะเข้ามา มึงทำไปอย่างที่มึงทำ ดันมันไปเรื่อยๆ ยืนหยัด แต่ถ้าคุณคิดแต่เรื่องเป้าหมาย บางทีปณิธานและเป้าหมายของคุณมันคือชุดเหตุผลที่คนอื่นเขาเซตให้คุณโดยไม่รู้ตัว ปณิธานของคุณ คุณรู้ได้ยังไงว่ามันคือปณิธานของคุณจริงๆ</p>
<p>บางทีเรารู้สึกว่าเราสามารถกำหนดชีวิตเราได้ รู้สึกว่าเราเป็นตัวของตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้กุมชีวิตเรา และเราไม่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนั้นจริงๆ เราทุกคนเป็นผลผลิตของ zeitgeist ซึ่งเป็นคำเยอรมันที่มีความหมายเป็นภาษาอังกฤษว่า spirit of the times หมายถึงยุคนี้ ช่วงเวลานี้ มันมีวิธีคิดแบบไหน เราก็เป็นผลผลิตที่อยู่ในมวลรวมของสปิริตเดียวกัน เรามักจะรู้สึกว่าเราต้องเป็นตัวของตัวเอง แล้วเรากำหนดชะตาชีวิตของเราได้ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่</p>
<p>ถ้ามันเป็นปณิธานของคุณจริงๆ มันจะดีมากเลยไง แต่สุดท้ายปณิธานของคุณมันก็จะตกอยู่ใน spirit of the times อยู่ดี แล้วเป้าหมายที่คุณตั้งเป้ามันก็อาจจะเป็นเป้าที่คุณเห็นคนอื่นตั้งเอาไว้ อยากเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชั้นนำของเมืองไทย อยากเป็นนั่นเป็นนี่ ซึ่งมันเป็นเป้าหมายแบบที่คุณไม่มีทางรู้เลยว่ามันเป็นคุณจริงๆ หรือเปล่า ฉะนั้นการตั้งเป้าหมายก็ดี แต่ว่าอีกสิ่งที่สำคัญคือคุณต้องพึงพอใจกับวันนี้แล้วก็แสดงฝีมือหรืออะไรก็ตามให้เต็มที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83803" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-7-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-7-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-7-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แล้วอะไรทำให้ปีนี้คุณตัดสินใจลาออกจากหน้าที่การงานอันมั่นคงเพื่อเกษียณ</strong></p>
<p>โหย ผมรู้ตัวมานานมากแล้วนะว่าเราเป็นนักเขียนมากกว่าบรรณาธิการ</p>
<p>ผมเคยไปงานอบรมเกี่ยวกับจิตวิทยาเมื่อหลายปีก่อน แล้วเขาให้ทุกคนจับคู่กันทำแบบฝึกหัดอย่างหนึ่ง เขาบอกว่าให้คุณลองทำท่าทางอะไรบางอย่างที่คุณชอบทำมากเลย ที่คุณทำตอนที่คุณเผลอตอนที่คุณไม่ทันยั้งคิด แล้วมันเป็นท่าที่ติดตัวคุณ คุณทำแล้วสบายใจ เพลิดเพลินโดยไม่รู้ตัว ให้ลองทำท่านั้นออกมา แล้วพอทำท่านั้นไปสักพักช่วยบอกหน่อยว่าเวลาทำท่านั้นคุณคิดยังไง มันเกิดความรู้สึกอะไรกับคุณ</p>
<p>เราก็นั่งคิดว่าเราชอบทำท่าอะไรวะ&nbsp;แล้วเราก็คิดได้ เออ เราชอบทำท่านี้ (ยกมือขึ้นมากำโดยไล่ทีละนิ้วเริ่มจากนิ้วก้อย) แล้วเวลาคุยกับคนอื่น เวลาประชุม ผมชอบทำท่านี้ (วางสันมือบนโต๊ะ เอาปลายนิ้วมือสองข้างมาชนกันเป็นสามเหลี่ยม) เฮ้ย แล้วมันคืออะไรวะ</p>
<p>อ๋อ มันคือท่าสรุปรวมอะไรบางอย่าง มันคือการหาภาพรวมอะไรบางอย่าง มันคือการสรุปรูปแบบของอะไรหลายๆ อย่างให้อยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน เราเป็นคนที่สามารถมองเห็นจุดร่วมของอะไรหลายๆ อย่างที่มันไม่เห็นเกี่ยวกันเลย มันมีงานเขียนบางชิ้นของเราที่มีเรื่องเยอะมากเลย แต่ทุกอย่างมันกลายเป็นเรื่องเดียวกันได้ เหมือนกับที่เรากำลังคุยกัน มันคือเรื่องแม่ผมนอนดูรายการ <i>แจ๋ว</i> ที่เขามีความคาดหวัง แล้วมันคือเรื่องเดียวกับ spirit of the times และเรื่องที่ว่าทำไมเราจะต้องมีปณิธาน คุณสังเกตไหมว่าพูดแล้วมันเป็นเรื่องเดียวกัน ผมเป็นคนแบบนี้ แล้วผมมีทักษะนี้ทักษะเดียวในชีวิต ทุกครั้งที่ผมได้ทำสิ่งนี้ ผมจะรู้สึกทรงพลัง ผมจะรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นตัวเองแล้วมีพลัง แล้วทำได้ดี พึงพอใจในตัวเองโดยปราศจากความคลางแคลงใจว่าคนอื่นจะชอบไหม แล้วเรามั่นใจว่าถ้าได้ทำสิ่งนี้เราจะมีความสุข โดยอยู่กับสิ่งตรงหน้าโดยที่ไม่ต้องตั้งเป้าหมาย แต่ทักษะความสามารถนี้มันไม่ค่อยได้ถูกใช้ในการทำงานของผมในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่คอนเทนต์มัน flow และ flood อย่างทุกวันนี้</p>
<p>เราไม่ได้มุ่งมาดปรารถนาที่จะทำอะไรที่ถือว่ามันเป็นงานประจำแบบนี้อีกแล้ว เราอยากจะทำอะไรที่มันเป็นเรา ถ้าบังเอิญว่ามันขายแล้วมีคนซื้อก็ขายและซื้อ เราพยายามกลั้นใจ หยุด แล้วหลังจากนี้ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น</p>
<p><strong>&nbsp;</strong></p>
<p><strong>การเกษียณในความหมายของคุณก็คือลาออกมาทำงานที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่หยุดทำงาน</strong></p>
<p>ใช่ ไม่ใช่งอมืองอเท้า มันก็คือหาอะไรทำ แต่เราไม่กล้าพูดเต็มปากว่ามันคือการทำงาน ไม่กล้าพูดเต็มปากว่าเราจะเขียนนิยาย เดี๋ยวเราจะแปลหนังสือไปเรื่อยๆ เพราะว่าหนังสือเราจะแปลไปได้เรื่อยๆ ก็ต่อเมื่อหนังสือเล่มเก่าๆ เคยขายดีมาก่อน แล้วก็ยังมีสำนักพิมพ์ส่งงานมาให้เรา แต่ว่าถ้าหนังสือเริ่มเฟดออกจากตลาดไป แล้วเราไม่ได้ไปขอเขาแปล เราก็ไม่ได้ทำงานแล้วหรือเปล่า ฉะนั้นคือเราก็กุมเงินที่เรามีอยู่ แล้วเราก็ไม่ซื้อของอะไรเพิ่มหลังจากนี้ ใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็อยู่ไป ทำอะไรได้ก็ทำ มันก็ก้ำกึ่งน่ะครับ คาดหวังนิดๆ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83804" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-4-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-4-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-4-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>คุณเคยลาออกจากงานประจำมาแล้วครั้งหนึ่ง การลาออกครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนยังไง</strong></p>
<p>เราว่าคล้ายๆ กันเลย ผมทำงานตั้งแต่ปี 2537 อยู่ในวงการนี้มา 25 ปี มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมลาออกจากนิตยสาร <em>GM</em> มาเป็นฟรีแลนซ์ ตอนนั้นไม่ได้เกษียณ แต่มันก็เป็นชีวิตแบบแค่ไหนแค่นั้น ใกล้เคียงกับตอนนี้</p>
<p>เราก็ใช้ชีวิตอยู่บ้าน อ่านหนังสือ ดูซีรีส์ เขียนหนังสือ รับงานมาก็รับผิดชอบให้มันเสร็จ แล้วตอนเย็นเวลาเดินไปในหมู่บ้านจัดสรรมันจะมีสวนหย่อมเล็กๆ เวลาก้มดูดอกหญ้าที่ขึ้นแล้วเราสงสัยว่า ทำไมเมื่อก่อนเราไม่เคยมีเวลาที่จะมามองเห็นความงามอะไรแบบนี้เลยวะ เราไม่เคยกลับบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ตอนเห็นดอกหญ้ามันขึ้นแล้วเรารู้สึกท่วมท้นมากเลยนะ เรามีความสุขมากเลยกับชีวิตฟรีแลนซ์ แต่ตอนนี้เราไม่ได้อยากเป็นฟรีแลนซ์แล้ว ลาออกก็คือลาออก เราอยากเกษียณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คนรอบข้างว่ายังไงตอนคุณบอกว่าจะเกษียณ</strong></p>
<p>ถ้าคนแก่เขาจะไม่เข้าใจ เพราะเขาจะมีชุดความคิดว่าชีวิตต้องทำงานสิวะ มึงไม่ทำงานมึงจะกินอะไร ชีวิตจะมีคุณค่าอะไร ซึ่งเราค้นพบคุณค่าใหม่แล้วไง นี่ไง เราค้นพบความงามของชีวิต เราค้นพบความงามของสิ่งเล็กๆ เรามีความสุขอะไรง่ายๆ เราไม่ต้องการอะไรแบบนั้นแล้วไง ส่วนเมียก็ก้ำกึ่ง ก็คงเข้าใจแล้ว แต่จริงๆ เมียเราเป็นคนอ่านหนังสือไง แล้วก็รู้จักเราจากงานหนังสือที่เราเขียน ดังนั้นเราเชื่อว่าเขาก็เชื่อใจ เขาคงคาดหวังว่าเราลาออกมาเพื่อจะเขียนหนังสืออะไรบางอย่าง ซึ่งจริงๆ เราก็อยากเขียนอะไรบางอย่าง แต่เรายังไม่ commit ว่าเราจะทำสำเร็จหรือไม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83670 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83669 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>การเดินไปบนเส้นทางที่เลือกมันน่ากลัวไหม มีอะไรน่ากังวลหรือเปล่า</strong></p>
<p>อันนี้ผมเคยคุยกับเพื่อนว่าถึงจุดหนึ่งถ้าคุณสามารถไปนั่งรอหมอที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลรัฐได้ คุณหยุดทำงาน ณ วันนี้ได้เลย แต่ว่าแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลรัฐมันน่ากลัวมากนะ ถ้าคุณทนอะไรแบบนั้นได้ อายุ 50 คุณเกษียณได้เลย แต่คนส่วนใหญ่ทนไม่ได้ เขายังต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพ ค่าประกันชีวิต ยังผ่อนบ้าน ยังผ่อนรถ เขายังคาดหวังว่าถ้าสักวันฉันเป็นมะเร็งฉันจะได้เงินจากประกันชีวิต 3 ล้านบาท มาจ่ายค่าคีโมกับค่าฉายแสง แล้วเขาจะต้องทำยังไง ก็ต้องทำงานให้มัน productive ต้องสมัครงานที่ใหม่ ที่มันได้เงินเดือนสูงขึ้นไป แต่ว่าถ้าเราไม่ได้ไปจ่ายอะไรแบบนั้น เราจ่ายประกันสังคมเดือนละไม่กี่ร้อยบาท แล้วเราก็ยอมไปรอที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลรัฐ แล้วเท่าไหร่ก็เท่านั้น ซึ่งอันนี้แหละสยอง ผมอาจจะตายแบบน่าอเนจอนาถมาก แต่เราพึงพอใจแค่นี้ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งพะเน้าพะนอกับความหวังของตัวเองมาก เราคาดว่ามันก็คงจะอยู่ไปได้สักพักก่อนที่เราอาจจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากขึ้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เกิดวันหนึ่งป่วยอย่างที่คุณว่าแล้วต้องมาต่อคิวรอรักษาในโรงพยาบาลรัฐ มันจะเป็นชีวิตที่ดีไหม</strong></p>
<p>ไม่ดี มันจะเป็นชีวิตที่ไม่ดี แต่มันเป็นชีวิตที่ไม่ดีในแบบที่คนอื่นเขาบอกคุณหรือเปล่า</p>
<p>โลกทุนนิยมหรือโลกบริโภคนิยม หรือว่าจิตวิญญาณแห่งยุคสมัย มันบอกเราอีกแบบ มันเซตคุณค่าไว้แบบหนึ่งว่าเราจะต้องอยู่รอดปลอดภัยแบบนั้น แต่คุณจะมีชีวิตอยู่ยังไง จะมีชีวิตอยู่อย่างนี้ ปกติธรรมดา แล้วเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามกูก็ยืนหยัดที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป หรือว่า ไม่ได้ กูต้องหาเงินมาจ่ายประกันสุขภาพ แล้วกูก็มานั่งบ่นนั่งด่าบริษัท แล้วก็ตั้งเป้าหมายปีนี้ แล้วก็มานั่งพะเน้าพะนอกับคนในโซเชียลมีเดียของตัวเอง</p>
<p>แต่ก็ไม่รู้นะ อีกสิบปีถ้าเรานอนพะงาบๆ อยู่บนเตียงรอหมอก็อาจจะไม่ได้ปากเก่งแบบนี้ แต่ตายก็ตายน่ะ ปวดก็ปวด ตายก็ตาย เท่าไหร่ก็เท่านั้น เรารู้สึกแบบนี้ เท่าไหร่ก็เท่านั้น คือเราโชคดีตรงที่ไม่มีลูกไง ถ้าเรามีลูกเราจะพูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะลูกก็ต้องหวังพึ่งเรา เราจะไปบอกว่าเท่าไหร่ก็เท่านั้นไม่ได้ เพราะเราก็คงอยากให้ลูกเราเป็นอัจฉริยะอะไรบางอย่าง แต่พอเราไม่มีลูกเรารับได้กับเงื่อนไขมากมาย</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83666 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><strong>แล้วคุณคิดว่าจะได้อะไรจากการใช้ชีวิตแบบเท่าไหร่เท่านั้น</strong></p>
<p>เราจะได้มีโอกาสใช้เวลาที่เหลืออยู่มาทำอะไรที่เราชอบ มันจะมีงานอะไรบางอย่างที่เราเพลิดเพลินกับการทำ งานที่มันเปิดให้เราได้คิดได้มองสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วก็รวบมันไว้ด้วยกัน เวลาอีกส่วนหนึ่งก็คงไปดูแลแม่ ดูแลเมีย ดูแลสุขภาพตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ถ้าใครสักคนอยากจะเกษียณแบบคุณ เขาต้องมีอะไรบ้าง</strong></p>
<p>ผมว่าคนเราจะเกษียณได้มันต้องมีโมเมนตั้ม คือแรงส่ง ผมไม่ได้พูดถึงว่าเราต้องมีเป้าหมายนะ แต่เราต้องมีแรงส่งอะไรบางอย่าง โอเค เราเก็บเงินได้มากพอที่เราจะอยู่ได้ อาจจะต้มไข่กินกับข้าวซ้อมมือเหยาะน้ำปลา แล้วก็จ่ายค่าประกันสังคมได้เดือนละสี่ร้อยห้าร้อยบาท เพื่อที่เราจะได้ไปนั่งรอรับยาในแผนกผู้ป่วยนอก อันนี้คือเรื่องเงิน</p>
<p>อีกเรื่องก็คือกรอบ นิสัย วิธีคิด ความชำนาญ ความสุข อะไรบางอย่างที่มันจะทำให้เราสามารถใช้เวลาในแต่ละวันไปข้างหน้า เป็นแรงส่งให้เราไปต่อได้ อาจจะเป็นเพื่อน อาจจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเงินนะ แต่เป็นการที่เรารู้แล้วว่าเราจะอยู่อย่างเพลิดเพลินกับอะไรในอนาคต สำหรับเรา การเขียนเราได้ทำแน่นอน ซึ่งมันก็ไม่ใช่การเขียนแบบคาดหวังว่าเราจะได้ไลก์ ได้แชร์ หรือว่าได้รวมเล่มขาย</p>
<p>พอคุณตัดความคาดหวังที่คุณควบคุมไม่ได้ออกไป คุณคาดหวังแค่ว่าคุณจะได้มาเพลิดเพลินกับกิจกรรมอันนี้ มันจะเป็นเรื่องที่คุณควบคุมตัวเองได้แล้ว แต่ว่าคุณอาจจะไม่ได้เที่ยวนะ เพราะว่ามันจะไม่มีเงินพอที่คุณจะไปเที่ยว คุณจะไม่มีวันได้ไปญี่ปุ่นและคุณจะไม่มีทางได้เห็นแสงเหนือแน่นอนในชีวิตนี้</p>
<p>พอคุณมีเงินพอ คุณมีแรงส่งพอ คุณจะต้องมีอะไรบางอย่างที่คุณจะต้องหยุด ความพึงพอใจหลายอย่างที่คุณต้องหยุด ถ้าคุณยังอยากซื้อรองเท้ารุ่นใหม่ อันนี้คุณจะหยุดทำงานไม่ได้ ถ้าคุณยังอยากได้ไลก์ได้แชร์ ถ้าคุณยังอยากได้ชื่อเสียงตัวตน อันนี้คุณก็ยังหยุดทำงานไม่ได้ ถ้าคุณยังถูกพ่อแม่คาดหวังอยู่ คุณก็หยุดไม่ได้ อย่างที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าพ่อแม่คาดหวังให้เราทำงาน วันไหนที่เราไม่ได้ออกไปทำงาน พอเห็นพ่อผมซึ่งนอนติดเตียงอยู่แล้วผมจะรู้สึกผิดข้างใน ซึ่งปีนี้พ่อผมเพิ่งเสียไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83805" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-9-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-9-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-9-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-83806" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-8-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-8-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-8-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>คุณเคยบอกว่า หนึ่งในวิธีค้นหาความหมายของชีวิตคือการทำงาน แต่วันนี้คุณเลือกที่จะเกษียณ</strong></p>
<p>ใช่ ผมเชื่อว่าเราจะค้นพบความหมายของชีวิตได้โดย 3 ทาง ข้อแรกคือความรัก การเอาใจใส่ดูแลคนอื่น ข้อที่สองคือการทำงาน การทำสิ่งที่มีความหมาย ทำสิ่งที่ให้ความหมายกับชีวิตคุณ ข้อสามคือการยืนหยัดเผชิญหน้ากับความยากลำบากไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม</p>
<p>ผมคิดว่าไอ้คำว่าแค่ไหนก็แค่นั้นก็คือข้อสาม ส่วนข้อสองที่บอกว่าทำงาน ผมคิดว่าผมอยากทำอะไรบางอย่างที่มันมีความหมายกับชีวิต ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่งานออฟฟิศไงครับ แล้วมันอาจจะไม่ใช่งานเขียนหนังสือด้วย มันอาจจะเป็นงานปลูกต้นไม้ ปลูกกะเพราเพราะว่าเราอยากกินกะเพรา เราอยากนิยามงานแบบนั้น</p>
<p>จริงๆ ก็คือเรายังทำงานนั่นแหละ เราหยุดทำงานไม่ได้หรอก เพราะงานมันจะนิยามความหมาย งานจะเป็นสิ่งที่ทำลายความเลวร้าย&nbsp;เคยอ่านหนังสือ <em>ก็องดิด</em> ไหม ใน <em>ก็องดิด</em> เป็นยุคสมัยที่โลกข้างนอกมันชั่วช้าเลวทราม มีการฆ่าฟัน เสร็จแล้วตัวละครก็เข้าไปมีส่วนร่วมกับตรงนั้นตรงนี้ จนสุดท้ายเขาออกมาแล้วก็มาทำสวน ทำไร่ เขาทำสวนของเขาต่อไป&nbsp;คือคนเราต้องทำงาน</p>
<p>มันจะมีความเลวร้ายอยู่ในโลกหลายประการ ใน <em>ก็องดิด</em> บอกว่างานจะทำลายความชั่วร้ายเหล่านั้น ทำลายความเบื่อหน่าย ทำลายความชั่ว และทำลายความขัดสน แล้วผมค้นพบว่าความเลวร้ายที่ชั่วร้ายที่สุดคือความเบื่อหน่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำไมจึงคิดแบบนั้น</strong></p>
<p>ความเบื่อหน่ายมันกัดกร่อนจนตัวตนคุณไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้ ความเบื่อหน่ายมันกัดกร่อนคุณหนักที่สุด เป็นความชั่วร้ายที่โหดร้ายที่สุด ซึ่งในที่สุดแล้วคุณก็ต้องทำอะไรอยู่ดี แต่มันไม่ใช่งานออฟฟิศ มันอาจจะเป็นงานเขียนหนังสือก็ได้ หรือมันจะเป็นงานอย่างอื่นก็ได้ มันอาจจะแค่วันนี้แม่ปวดฟันแล้วก็ขับรถพาแม่ไปทำฟัน หรือวันนี้ญาติคนนี้เสียชีวิต เราก็ขับรถไปร่วมงานเขา นั่นก็เป็นงานใช่ไหม</p>
<p>แต่ละวันเราก็แค่แสดงความรัก ดูแลเอาใจใส่ แล้วก็ทำงานที่ให้ความหมาย แล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สุดท้ายสิ่งที่เรียนรู้จากการเลือกครั้งนี้คืออะไร</strong></p>
<p>แต่ละวันที่ผ่านไปตลอดหนึ่งเดือนเราพบทั้งสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและสิ่งที่มันไม่เป็นดังหวัง มันทำให้เรารู้ว่า ใช่ มันเท่าไหร่ก็เท่านั้น และไม่ว่าอะไรจะเข้ามา เราก็จะยืนหยัดมีชีวิตอยู่ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83656 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/พี่อ๋อง-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-wutthichai/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ&#8221; – วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Dec 2019 12:00:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาวทูทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=83394</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ต้องจับผิดกันมาก แต่หลังจากคุยกันไม่กี่นาทีเราก็รับรู้ได้ว่า ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มีคำพูดติดปากที่เขามักใช้ “แค่นั้นเองครับ” “มันก็แค่นั้นแหละครับ” “มันง่ายๆ อย่างนั้นแหละครับ” ประโยคเหล่านี้มักตบท้ายคำตอบของเขาอยู่เสมอ หากมองจากสายตาคนนอก ปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปีที่ซันนี่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเรื่องการเป็นนักแสดง บทบาท ‘หมอเป้ง’ ในซีรีส์ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ส่งให้เขามาอยู่ในสปอตไลต์และถูกพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าภายใต้วัยใกล้สี่สิบ ปีนี้ยังเป็นขวบปีที่ซันนี่มีผลงานต่อเนื่องและยืนระยะในวงการ ไม่ได้หายไปไหน แต่ถ้ามองด้วยสายตาของเขาเอง กับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ซันนี่รู้สึกยังไงบ้าง–นี่คือสิ่งที่พาเรามาเจอเขาเพื่อสนทนากันในวันโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่ เป็นที่รู้กันว่าการสัมภาษณ์ซันนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยคำคมหรือคำเปรียบเปรยพรรณนายืดยาวใดๆ ไม่ว่าจะกับตอนนี้หรือก่อนหน้า คำตอบของเขามักเป็นการสรุปความคิดรวบสั้นกระชับความ ผสมกับความกวนชวนขัน  ว่ากันว่าเรื่องที่เราเข้าใจอย่างถ่องแท้เราจะอธิบายมันออกมาได้เรียบง่ายที่สุด และใช่ บทสัมภาษณ์นี้ก็เป็นแบบนั้น นั่นคือบทสัมภาษณ์ที่มีเพียงคำพูดเรียบง่ายของซันนี่ แค่นั้น แต่พอฟังคำตอบ เราก็ค้นพบว่าเพราะความ ‘แค่นั้น’ ของเขานี่เองที่ทำให้ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ดีและดูแล้วน่าจะดีต่อไปได้อีกนานแน่ๆ แต่ดียังไงน่ะเหรอ ถ้าอยากรู้ก็ไปฟังเขาพร้อมกัน แค่นั้นเอง หนังที่กำลังเข้าฉายของคุณว่าด้วยเรื่องการทิ้ง การจัดบ้าน ช่วงนี้คุณได้ทำอะไรแบบนั้นบ้างไหม บังเอิญมากเลย ตอนนี้ผมกำลังจะย้ายบ้านพอดี บ้านผมกำลังรกมาก มีของกองอยู่เต็มที่รอให้ผมไปดูว่าจะทิ้งหรือเก็บไว้ดี &#160; มองการทิ้งของว่ายังไงบ้าง สิ่งของทำให้รู้สึกถึงความทรงจำครับ เพราะของแต่ละอย่างมันมีเจ้าของ สิ่งของเชื่อมโยงถึงคน และคนจะเชื่อมกับความเป็นมนุษย์และความสัมพันธ์ ซึ่งบางทีถ้าของชิ้นหนึ่งหายไป ความทรงจำบางอย่างของเราอาจหายไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องจับผิดกันมาก แต่หลังจากคุยกันไม่กี่นาทีเราก็รับรู้ได้ว่า <strong>ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</strong> มีคำพูดติดปากที่เขามักใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แค่นั้นเองครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันก็แค่นั้นแหละครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันง่ายๆ อย่างนั้นแหละครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคเหล่านี้มักตบท้ายคำตอบของเขาอยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองจากสายตาคนนอก ปีที่ผ่านมาเป็น<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">อีกหนึ่งปี</a>ที่ซันนี่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเรื่องการเป็นนักแสดง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาท ‘หมอเป้ง’ ในซีรีส์ </span><i><span style="font-weight: 400;">รักฉุดใจนายฉุกเฉิน </span></i><span style="font-weight: 400;">ส่งให้เขามาอยู่ในสปอตไลต์และถูกพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=V0PrIr9GK54&amp;ab_channel=GDH"><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ</span></i></a><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าภายใต้วัยใกล้สี่สิบ ปีนี้ยังเป็นขวบปีที่ซันนี่มีผลงานต่อเนื่องและยืนระยะในวงการ ไม่ได้หายไปไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้ามองด้วยสายตาของเขาเอง กับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ซันนี่รู้สึกยังไงบ้าง–นี่คือสิ่งที่พาเรามาเจอเขาเพื่อสนทนากันในวันโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่าการสัมภาษณ์ซันนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยคำคมหรือคำเปรียบเปรยพรรณนายืดยาวใดๆ ไม่ว่าจะกับตอนนี้หรือก่อนหน้า คำตอบของเขามักเป็นการสรุปความคิดรวบสั้นกระชับความ ผสมกับความกวนชวนขัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันว่าเรื่องที่เราเข้าใจอย่างถ่องแท้เราจะอธิบายมันออกมาได้เรียบง่ายที่สุด และใช่ บทสัมภาษณ์นี้ก็เป็นแบบนั้น นั่นคือบทสัมภาษณ์ที่มีเพียงคำพูดเรียบง่ายของซันนี่ แค่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอฟังคำตอบ เราก็ค้นพบว่าเพราะความ ‘แค่นั้น’ ของเขานี่เองที่ทำให้ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ดีและดูแล้วน่าจะดีต่อไปได้อีกนานแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ดียังไงน่ะเหรอ ถ้าอยากรู้ก็ไปฟังเขาพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่นั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83546 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หนังที่กำลังเข้าฉายของคุณว่าด้วยเรื่องการทิ้ง การจัดบ้าน ช่วงนี้คุณได้ทำอะไรแบบนั้นบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บังเอิญมากเลย ตอนนี้ผมกำลังจะย้ายบ้านพอดี บ้านผมกำลังรกมาก มีของกองอยู่เต็มที่รอให้ผมไปดูว่าจะทิ้งหรือเก็บไว้ดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มองการทิ้งของว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งของทำให้รู้สึกถึงความทรงจำครับ เพราะของแต่ละอย่างมันมีเจ้าของ สิ่งของเชื่อมโยงถึงคน และคนจะเชื่อมกับความเป็นมนุษย์และความสัมพันธ์ ซึ่งบางทีถ้าของชิ้นหนึ่งหายไป ความทรงจำบางอย่างของเราอาจหายไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณทิ้งของง่ายไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมดันเป็นคนที่ทำอะไรตามความรู้สึก ดังนั้นส่วนมากผมจะเก็บมากกว่า เวลาซื้อของแต่ละอย่างผมไม่เคยซื้อเพราะประโยชน์ของมันเลย ผมซื้อเพราะชอบ ดังนั้นพอมาเจออีกที ความชอบก็มักจะยังอยู่ ผมเลยไม่กล้าทิ้ง เอาไปบริจาคยังไม่กล้าเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สรุปรกเท่าเดิม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นสิ ผมก็คิดอยู่ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83544 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17.jpg" alt="" width="531" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17.jpg 531w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17-236x300.jpg 236w" sizes="(max-width: 531px) 100vw, 531px" /></p>
<h4><strong>ปีนี้เป็นยังไงบ้าง &#8216;Happy Old Year&#8217; เหมือนชื่อหนังภาษาอังกฤษของ <em>ฮาวทูทิ้งฯ</em> ไหม</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ คนเราไม่น่าพูดว่า ‘Happy New Year ทิ้งเรื่องราวเก่าไว้กับปีเก่า’ เท่าไหร่ผมว่า เรื่องราวเก่าๆ ที่เราทิ้งอาจจะดีก็ได้ไง ทำไมต้องคิดว่าปีใหม่คือเรื่องใหม่เท่านั้น อะ แต่กลับมาตอบคำถาม ปีนี้ของผมก็ปกติ (คิด) ผมโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่รักอยู่แล้ว นั่นคือการแสดง แต่ปีนี้ก็อาจจะแอบหนีเที่ยวได้น้อยลงหน่อย เพราะได้เล่นทั้งซีรีส์และภาพยนตร์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>รับงานมากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยว่านี่คือการรับงานเยอะหรือน้อย มันแล้วแต่ว่าตอนนั้นมีเรื่องไหนเข้ามาแล้วอยากทำ คือแล้วแต่โชคชะตา ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องมีแบบแผน ผมเป็นแบบนี้มาตลอด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แบบนี้เคยเจอปัญหาเรื่อง work-life balance หรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในชีวิตผมเรื่องงานกับเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยไม่รู้ว่าตัวเองมีการบาลานซ์ตรงนี้หรือเปล่า อย่างที่บอกว่าทุกอย่างผมทำตามความรู้สึกไม่ว่าจะเที่ยวหรืองาน ดังนั้นสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะผมอยากทำเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าทำงานเหนื่อยแล้วต้องหนีไปพักผ่อน ไม่ใช่ ผมทำเพราะอยากทำ ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี แต่ละโมเมนต์ ผมก็แค่เลือกว่าอยากทำอะไรบ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนการทำงานก็คือการพักผ่อนอย่างหนึ่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ และพอเราอยากทำเราจะไม่รู้สึกว่ามันเหนื่อย เอาจริง สำหรับผมการมาโปรโมตหนังแบบนี้ยังเหนื่อยกว่าการแสดงอีก (หัวเราะ) การแสดงคือความสุขของผมน่ะครับ แต่สุขอื่นๆ ในชีวิตก็ยังมีนะ เจอเพื่อน ดูหนัง เที่ยวต่างประเทศคนเดียว หรือไปเดินจตุจักร จะว่าไปช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปเลย นี่ว่าอาทิตย์หน้าจะไป อย่าบอกใครนะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83551 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณใช้ชีวิตโดยใช้ความรู้สึกนำเป็นหลัก</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมใช้ความรู้สึกในทุกเรื่องของชีวิตเพราะมันจะไม่ผิดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผมเองเวลาคิดถึงข้อดี-ข้อเสียของสิ่งที่เลือกแล้ว ถ้าตอนจบพลาดผมจะโมโห ผมเลยใช้ความรู้สึกนำดีกว่า เพราะสุดท้ายถ้าเราอยากทำหรืออยากได้อะไรจริงๆ ผมเชื่อว่าต่อให้ผลออกมาไม่ดี ผมจะไม่เสียใจทีหลัง เพราะอย่างน้อยในช่วงเวลาที่เราเลือกเราฉลาดได้เท่านั้น เรารู้สึกแบบนั้น ดังนั้นต่อให้มีอีกสิบครั้ง ผมคงเลือกแบบเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เช่นเดียวกับการเลือกเล่นภาพยนตร์ของคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ แต่อย่างเรื่องนี้เขาเลือกผมนะ ผมต้องไปแคสติ้ง ซึ่งสุดท้ายก็โชคดีที่เขาเลือก ผมได้ทำงานกับผู้กำกับอันเป็นที่รัก (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) สำหรับผมการทำงานกับเขาทำให้ผมพัฒนาตัวเองโดยไม่รู้ตัว ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ มันตอบโจทย์การเป็นนักแสดงของผม นั่นคือการอยากอยู่ในภาพยนตร์ที่ดี ผมอยากเป็นส่วนประกอบของความรักและความตั้งใจที่จะทำหนัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำหนังถ้าไม่ทุ่มเทหรือรักมันอยู่ไม่ได้นะครับ อย่างการเขียนบทก็เสียไป 2 ปี เท่ากับชีวิตคนเขียนหายไป 2 ขวบแล้วกว่าจะได้บทหนังมา ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่าตัวเองต้องตั้งใจเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีความกังวลอยู่ไหมเวลารับงานแต่ละที</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เลยครับ อาชีพนักแสดงของผมไม่ใช่นักกีฬา ผมไม่ต้องแข่งกับใคร ผมไม่ได้อยากประกวด และผมก็ไม่ได้แข่งขันเพื่อให้ใครมองว่าเก่ง ผมคิดแค่ว่ากำลังเล่นเป็นตัวละคร ผมต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวละครเชื่อ รีแอกต์กับเหตุการณ์อย่างที่ตัวละครทำ และทั้งหมดนั่นต้องตรงกับสิ่งที่ผู้กำกับอยากจะสื่อ ก็แค่นั้นแหละครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83556 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หลายคนชอบบอกว่าในวัยใกล้สี่สิบมักมีการ coming of age คุณเป็นอย่างนั้นบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่มีอะไรแบบนั้นเลยครับ ครั้งเดียวคือตอนอายุ 17-18 หลังจากนั้นผมถือว่าตัวเองกำลังเรียนรู้และสร้างวุฒิภาวะไปเรื่อยๆ เหมือนเข้าใจหลักการของชีวิตตัวเองและมันก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือความเรียบง่าย หลังจากนั้นก็แค่พัฒนาตัวเองด้วยพื้นฐานของความดีและความถูกต้อง แค่นั้นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ความดีและความถูกต้องของคุณเป็นแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคน สำหรับผมคือจริยธรรมนั่นแหละ สิ่งไหนที่ผมอยากได้แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อนผมก็ไม่ทำ อะไรไม่ดีไม่ควรผมก็ไม่ทำ หรือถ้าทำอะไรแล้วมีคนเสียใจผมก็ไม่ทำ ยกตัวอย่างเช่นวิธีหาเงิน โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าอาชีพของผมมันวิน-วิน ไม่มีใครเสีย คือคนจ้างงานได้งานที่ดี คนดูมีความสุข ผมได้เงินและมีความสุข ถ้าให้ไปทำอาชีพที่ผมได้แล้วมันจะมีคนเสียใจผมก็ไม่ทำ สำหรับผมมันง่ายๆ แค่นี้เองกับทั้งเรื่องงานและอย่างอื่นในชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเรา make a choice ได้ครับ หรือไม่ผมก็อาจจะโชคดีมั้งที่ make a choice หรือถึงต่อให้ใครแย้งว่าไม่มีทางเลือก ผมก็คงไม่ไปแนะนำอะไรเขา นั่นคือชีวิตเขา เขาก็ต้องสู้ของเขา ผมเองก็ make a choice ในชีวิตของผม ต่อให้ชอยซ์นั้นผมจะถูกเอาเปรียบ ผมก็ไม่เป็นไรนะถ้ายังเห็นว่าทางที่ผมเลือกไม่ได้เดือดร้อนใคร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83557 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30.jpg" alt="" width="477" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30.jpg 477w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 477px) 100vw, 477px" /></p>
<h4><b>ดูเหมือนชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปไม่มาก แล้วปีนี้สอนอะไรที่ต่างไปไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(คิด) ผมไม่ได้มองว่าปีนี้สอนอะไร ส่วนมากสิ่งที่สอนผมคือประสบการณ์มากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์หลายอย่างในชีวิตเข้ามาเพื่อให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น รู้อะไรมากขึ้น และประสบการณ์กับวัยวุฒิก็มักจะไปด้วยกัน ดังนั้นสำหรับผม ในแต่ละปีคืออะไรที่อยากทำจริงๆ ก็ทำไปเถอะ ไม่มีผิดหรอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่มีผิดเลยเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตเป็นยังไงก็ได้น่ะครับ ไม่ว่าสิ่งที่เราเจอหรือทำ ต่อให้มีสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดเกิดขึ้นจนอาจจะต้องเสียใจ แต่พอเวลาผ่านไป สำหรับผมสิ่งใหม่ๆ ที่มาจะดีกว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสิบๆ เท่าเสมอเลย แค่เรายังไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่การปลอบใจตัวเองด้วยนะ แต่เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ในชีวิต มันเป็นแบบนี้เสมอ สิ่งที่เราจะได้ในอนาคตมักดีกว่าแค่ยังมาไม่ถึง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตัวอย่างชัดเจนไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เต็มไปหมดเลย ยกตัวอย่างเรื่องงานก็ได้ สมมติผมไม่ได้ทำงานที่อยากทำ หลังจากนั้นอยู่ดีๆ ก็จะมีงานใหม่ที่รู้สึกว่า โห ถ้ารับงานก่อนหน้าไปนะเราจะไม่ได้ทำงานดีๆ แบบงานใหม่นี่แน่เลย ชีวิตผมเป็นแบบนั้นครับ แต่ว่าแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ผมคงไม่บอกหรอกว่าอะไรถูกต้องในเวลาไหนและสำหรับใคร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83541 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14.jpg" alt="" width="675" height="365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14-600x324.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>เหมือนคุณเชื่อในเรื่องจังหวะชีวิต&#8230;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่เท่ากัน (ตอบเสริมขึ้นมาทันที) ชีวิตไม่เหมือนการเรียนหนังสือที่ต้องทำตามแบบแผนเหมือนกันหมด ดังนั้นสูตรสำเร็จของผมก็อาจนำไปใช้กับคนอื่นไม่ได้ บางคนอาจเจอสิ่งที่อยากทำเร็วมาก บางคนไม่เจอเลยจนกระทั่งตาย มันมาวิเคราะห์กันไม่ได้ ดังนั้นชีวิตใครชีวิตมันครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะซวยไม่ซวย จะดีไม่ดี จะเจอเรื่องอะไรมา เราก็ต้องผ่านมันไป จนถึงวันหนึ่งที่ประสบการณ์จะทำให้เราบอกตัวเองว่า เออ วันนี้ดีเหมือนกันเนอะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูขัดกับเทรนด์ทุกวันนี้เหมือนกันนะที่ค่อนข้างตีกรอบว่าเราควรทำอะไรและอะไรคือสิ่งที่ดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผมคุณจะไปทางไหนก็แล้วแต่คุณ มันคือชีวิตคุณและชอยซ์ที่คุณเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างมีค่าหมดครับ จะทำอะไร อาชีพไหน ก็มีคุณค่า ถ้ามีคนไม่ชอบที่คุณทำก็แล้วไงล่ะ ไม่เกี่ยวหรอก เพราะถ้าคุณชอบในสิ่งที่คุณทำก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันอยู่ที่คุณเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร บางสิ่งที่ไม่ต้องการจะเอามาทำไมล่ะ ไอ้อะไรแบบนั้นเกิดจากคนอื่นอยากให้คุณเป็นเหมือนเขาหรือเปล่า ก็ลอง make a choice ดู</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วโดยรวมปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของคุณหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(คิด) สำหรับผมมันดีทุกปีครับ ต่อให้รู้สึกไม่ดี แต่พอเวลาผ่านไปผมจะรู้สึกว่ามันดีอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีปีนี้หรือปีก่อนหน้าผมก็จะมาเป็นแบบทุกวันนี้ไม่ได้ ผม appreciate มันแล้วน่ะ ต่อให้ย้อนกลับไปได้ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ดีแล้ว ตอนนี้ผมไม่ได้เสียดายอะไรแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83528 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-69fb7fafe5ebe" data-id="wAHluLXp46U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wAHluLXp46U-69fb7fafe5ebe" data-vid="wAHluLXp46U" data-src="https://www.youtube.com/embed/wAHluLXp46U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wAHluLXp46U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “งานที่ดีเกิดจากการทำมาเยอะมาก”– มานิตา ส่งเสริม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-manita-songserm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Dec 2019 06:18:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[นักออกแบบปกหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[typography]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[มานิตา ส่งเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[กราฟิกดีไซเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Individual Characters]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอักษร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82719</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ่ายที่อากาศดีที่สุดวันหนึ่งท้ายปี 2019 เรามีนัดกับกราฟิกดีไซเนอร์ ใหม่–มานิตา ส่งเสริม ที่ The Jam Factory คลองสาน สถานที่จัด Individual Characters นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเธอ มานิตา ส่งเสริม เพื่อทำความรู้จักใหม่ เราขอชวนคุณเปิดประตูเยี่ยมหน้ามาดูนิทรรศการครั้งนี้สักนิด เพราะนี่คือการรวมงานดีไซน์ของเธอตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะงาน typography หรือการจัดวางตัวอักษรเรียบ เท่ เป็นเอกลักษณ์ หลายครั้งเธอก็ออกแบบฟอนต์เอง และหลายครั้ง งานที่มีเพียงตัวอักษรเป็นใหญ่ก็สะกดคนดูได้อยู่หมัด เช่น โปสเตอร์นิทรรศการของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปกหนังสือสำนักพิมพ์อิสระหลายเจ้า โปสเตอร์แสนล้ำลึกของภาพยนตร์ 10 Years Thailand ตลอดจนชิ้นงานศิลปะส่วนตัว มานิตา ส่งเสริม เพียงการแสดงงานกราฟิกในประเทศที่มีนิทรรศการงานดีไซน์เพียงหยิบมือก็มีความหมาย แต่สิ่งที่นิทรรศการไม่ได้บอกคือในปีเดียวกันนี้ใหม่ยังได้รับรางวัล Emerging Designer Awards สาขากราฟิกดีไซน์จากเวที Designer of the Year 2019 ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Monocle และ Design360° และล่าสุดยังได้เป็นสมาชิก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-manita-songserm/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “งานที่ดีเกิดจากการทำมาเยอะมาก”– มานิตา ส่งเสริม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">บ่ายที่อากาศดีที่สุดวันหนึ่งท้ายปี 2019 เรามีนัดกับกราฟิกดีไซเนอร์ </span><b>ใหม่–มานิตา ส่งเสริม</b><span style="font-weight: 400;"> ที่ The Jam Factory คลองสาน สถานที่จัด Individual Characters นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเธอ</span> <span style="display: none;">มานิตา ส่งเสริม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อทำความรู้จักใหม่ เราขอชวนคุณเปิดประตูเยี่ยมหน้ามาดูนิทรรศการครั้งนี้สักนิด เพราะนี่คือการรวมงานดีไซน์ของเธอตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะงาน typography หรือการจัดวางตัวอักษรเรียบ เท่ เป็นเอกลักษณ์ หลายครั้งเธอก็ออกแบบฟอนต์เอง และหลายครั้ง งานที่มีเพียงตัวอักษรเป็นใหญ่ก็สะกดคนดูได้อยู่หมัด เช่น โปสเตอร์นิทรรศการของ<a href="https://godaypoets.com/product/a-day-228-bacc/" target="_blank" rel="noopener">หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร</a> ปกหนังสือสำนักพิมพ์อิสระหลายเจ้า โปสเตอร์แสนล้ำลึกของภาพยนตร์ </span><i><span style="font-weight: 400;">10 Years Thailand </span></i><span style="font-weight: 400;">ตลอดจนชิ้นงานศิลปะส่วนตัว</span> <span style="display: none;">มานิตา ส่งเสริม</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-30.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82728" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">เพียงการแสดงงานกราฟิกในประเทศที่มีนิทรรศการงานดีไซน์เพียงหยิบมือก็มีความหมาย แต่สิ่งที่นิทรรศการไม่ได้บอกคือในปีเดียวกันนี้ใหม่ยังได้รับรางวัล Emerging Designer Awards สาขากราฟิกดีไซน์จากเวที </span><a href="https://dyawards.com/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Designer of the Year 2019</span></a><span style="font-weight: 400;"> ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร<em> Monocle</em> และ<em> Design360°</em> และล่าสุดยังได้เป็นสมาชิก </span><a href="https://a-g-i.org/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">Alliance Graphique Internationale</span></a><span style="font-weight: 400;"> หรือ AGI กลุ่มรวมนักออกแบบกราฟิกระดับโลกที่ปัจจุบันมีคนไทยเป็นสมาชิกไม่ถึง 10 คน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันจากผลงานและรางวัล 2019 คงเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งความสำเร็จ ก่อนจะขึ้นปีใหม่เราจึงชวนเธอมาทบทวนการงาน ชีวิต และสิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีที่ผ่านมาเสียก่อน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่เท่าที่เรารู้ 2019 คือปีของใหม่ไม่ผิดแน่</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-32.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สวัสดีปีใหม่</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนึกย้อนไปจนถึงต้นปี ใหม่ก็สรุปว่าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาอัดแน่นไปด้วยโปรเจกต์ประเภทที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์หนังที่ใช้เทคนิคภาพวาดผสมคอลลาจ หรือนิทรรศการเดี่ยวก็ตาม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ มันต้องไล่มาตั้งแต่ปลายปี 2018 Chiang Wei-Liang ผู้กำกับหนัง VR เรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">Only the Mountain Remains </span></i><span style="font-weight: 400;">เขาเห็นโปสเตอร์ </span><i><span style="font-weight: 400;">10 Years Thailand </span></i><span style="font-weight: 400;">ของเราแล้วติดต่อมาบอกว่าอยากให้ทำโปสเตอร์ให้หนังของเขา เราก็ใช้วิธีวาดลายเส้นกับคอลลาจภาพ เป็นเทคนิคที่เราไม่เคยทำมาก่อน เราแค่รู้สึกว่างานนี้เขาน่าจะต้องการวิชวลเป็นภาพแต่ไม่ใช่ภาพถ่าย ไอเดียเราตรงกันว่าทำไมโปสเตอร์หนังจะต้องใช้ภาพถ่ายเท่านั้น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="477" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pp4j4teB6Z1sh5ikno1_1280.jpg" alt="" class="wp-image-82734" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pp4j4teB6Z1sh5ikno1_1280.jpg 477w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pp4j4teB6Z1sh5ikno1_1280-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 477px) 100vw, 477px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“งานใหม่ที่เราได้ทำอีกอย่างคือ Artist’s Book เรารู้จักพี่นอย (อรวรรณ อรุณรักษ์) มานาน ตอนที่เขาจัดนิทรรศการ Counting ที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY เขาก็เลยมาชวนเราทำ Artist’s Book ซึ่งเราอยากลองอยู่แล้วเพราะมันมีวิธีคิดต่างจากสูจิบัตรนิทรรศการ มันไม่ใช่การถ่ายรูปผลงานจากนิทรรศการมาพิมพ์ประกอบแคปชั่นลงเล่ม แต่คืองานคอนเซปต์อีกชิ้น เป็นส่วนที่ต่อโยงหรือเชื่อมกับนิทรรศการของศิลปิน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเราทำกราฟิกให้นิทรรศการของหอศิลป์ก็มีกระบวนการคิดแบบคอนเซปชวลเหมือนกันนะ แต่ด้วยความที่นิทรรศการส่วนใหญ่เป็นแบบกลุ่ม เราเลยทำงานกับธีมและคอนเซปต์ของงานมากกว่าจะทำความเข้าใจงานของศิลปินเป็นคนๆ&nbsp; พอเรามาทำงานกับศิลปินคนเดียว ต้องสื่อสารเมสเสจจากคนๆ เดียวมันทำให้เราได้ทำความเข้าใจศิลปินมากกว่าเดิม รู้จักงานเขาอย่างละเอียดมากขึ้นว่าเขาชอบอะไร สนใจอะไร”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="506" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010566-re.jpg" alt="" class="wp-image-82782" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010566-re.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010566-re-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010566-re-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="500" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010574-re.jpg" alt="" class="wp-image-82783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010574-re.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010574-re-300x222.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/P1010574-re-600x444.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากที่เล่ามา ใหม่ยังไล่เรียงให้เราฟังถึงการออกแบบปกหนังสือที่ใช้เทคนิคใหม่ที่ไม่ถนัด เช่น การนำเส้นด้ายมาขดเป็นหน้าปก </span><i><span style="font-weight: 400;">ในโลกอันแปรปรวน: บันทึกของนักเขียนไบโพลาร์ </span></i><span style="font-weight: 400;">ทุบจานให้แตกเพื่อทำปกหนังสือเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">คินสึงิ </span></i><span style="font-weight: 400;">หรือจุดปากกาเป็นแพตเทิร์นปก </span><i><span style="font-weight: 400;">ความตายของหญิงสาว</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นต้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดตลอดเลยว่าถ้าไม่ใช่โปรเจกต์ของเราเองเราก็ไม่สามารถใช้สไตล์ได้แบบเดียว แต่ต้องทำงานที่เชื่อมไปกับคอนเซปต์เป็นหลัก คิดว่างานของเขาต้องการพูดอะไรและต้องใช้เทคนิคไหนในการทำ แล้วพองานชิ้นนี้ทำด้วยเทคนิคนี้ สไตล์นี้ เราก็ไม่อยากให้งานชิ้นใหม่ใช้สไตล์ที่ซ้ำกัน แต่เราจะมีวิธีคิดที่บอกว่าคนออกแบบคือคนเดียวกันนะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางหรือการใช้ฟอนต์ที่คนไม่ค่อยใช้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เคยคุยกับพี่แบงก์และกิ่ง (ธนาคาร จันทิมา และณัฐกานต์ อมาตยกุล ผู้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ไจไจบุ๊คส์) เขาก็บอกว่าไม่มีใครเขาเอาหนังสือแต่ละเล่มที่เราทำมาเรียงกันหรอกนะ แต่เราก็แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้มันซ้ำ” เธอเล่าขำๆ แล้วชวนให้เราลองเดินดูหนังสือแต่ละเล่มที่วางให้หยิบมาอ่านได้ตามสบายในนิทรรศการ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="513" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/75388075_10219619261488594_8889270400664469504_o.jpg" alt="" class="wp-image-82739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/75388075_10219619261488594_8889270400664469504_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/75388075_10219619261488594_8889270400664469504_o-300x228.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/75388075_10219619261488594_8889270400664469504_o-600x456.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-35.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82738" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“นิทรรศการนี่ก็เพิ่งได้ทำครั้งแรก ทาง The Jam Factory มาชวนเพราะเขาเห็นงานเรา ตอนนั้นก็คุยกันว่ายากนะทำนิทรรศการโชว์งานกราฟิก แต่เราก็สนใจเลยตกลง”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และเพราะโจทย์คือการรวบรวมผลงานออกแบบของใหม่ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน เธอจึงนั่งไทม์แมชชีน (หรือค้นฮาร์ดดิสก์) ไปจนถึงปี 2013 อันเป็นปีแรกของการทำงานเพื่อคัดเลือกงาน รวมถึงดราฟต์ของงานแต่ละชิ้นมาจัดแสดง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และเป็นขั้นตอนการเตรียมนิทรรศการนี่แหละที่ใหม่ค้นพบบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-26.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82730" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Do-ดู</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">“รู้สึกว่า เออ เราก็ทำงานมาเยอะเหมือนกันนะ” ใหม่ตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเราถามความรู้สึกตอนเห็นงานของตัวเองทั้งหมดวางเรียงกัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“พอดูงานรวมๆ มันเหมือนเราได้สังเกตคนที่ทำงานนั้นขึ้นมา ได้เห็นสิ่งที่เขาเป็น อย่างงานของเราจะเห็นความเป็นระเบียบอยู่ในนั้น แต่เป็นระเบียบที่วุ่นวาย งงไหม เรารู้สึกว่างานของเรามีการจัดวางที่เป็นระเบียบแต่ในความเป็นระเบียบก็มีความพยายามจะแหกกฎ </span><span style="font-weight: 400;">ต่อให้เราออกแบบโปสเตอร์ด้วยเส้นสไตล์พังก์ ใช้พู่กันเขียนตัวอักษรแบบหยาบๆ แต่ทุกองค์ประกอบมันวางขนานกันอยู่บนเส้น grid หมดเลย คุณแค่ถูกภาพที่ดูทำมือหลอกว่ามันไร้กฎ” เธอใช้มือวาดเส้นบนอากาศให้เราดู</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="469" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_nh8semYlT41sh5ikno1_1280.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82740" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_nh8semYlT41sh5ikno1_1280.jpg 469w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_nh8semYlT41sh5ikno1_1280-208x300.jpg 208w" sizes="(max-width: 469px) 100vw, 469px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="478" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_plf7ruimxM1sh5ikno1_1280.jpg" alt="" class="wp-image-82754" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_plf7ruimxM1sh5ikno1_1280.jpg 478w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_plf7ruimxM1sh5ikno1_1280-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณตั้งใจหรือเปล่า” เราสงสัย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ได้ตั้งใจ เราไม่เคยเอา grid ไปวางเลยแต่ตอนทำมันเป็นไปเอง ถ้าทำงานมาเยอะมากๆ เราจะสังเกตโครงสร้างได้อัตโนมัติว่าจะวางองค์ประกอบในตำแหน่งไหน ก็เหมือนกับตอนเรียนที่เรารู้สึกว่าวางไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะลงตัวสักทีนั่นแหละ เราเพิ่งเข้าใจว่ามันต้องทำๆๆๆ ทำจนกว่าจะทำได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราว่าสกิลงานไหนๆ ก็คล้ายกันนะ ถ้าเราทำสิ่งเดิมทุกวี่ทุกวัน เราเขียนทุกวัน เราวาดรูปทุกวัน เราเพนต์ทุกวันมันก็จะดีเอง ถามว่าทำไมนักวาดการ์ตูนเขาถึงต้องวาดไม่หยุดเลยล่ะ เพราะมันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เขาจะวาดได้เป๊ะแบบนั้นแต่งานที่ดีเกิดจากการทำมาเยอะมาก&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="566" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_prjilbWKNl1sh5ikno2_1280.jpg" alt="" class="wp-image-82747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_prjilbWKNl1sh5ikno2_1280.jpg 566w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_prjilbWKNl1sh5ikno2_1280-252x300.jpg 252w" sizes="(max-width: 566px) 100vw, 566px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“เราก็เหมือนกัน เราอยู่กับการขึ้นโครงเลย์เอาต์ วางโครงสร้างกราฟิก จัดวางองค์ประกอบ เรารู้แล้วว่าตำแหน่งไหนคือตำแหน่งที่ดีหรือเราสังเกตมาแล้วว่าจุดนี้เป็นจุดที่คนจะมองเป็นอย่างแรกบนปกหนังสือ การสังเกตเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุด เช่น ทำไมดูโปสเตอร์ชิ้นนี้แล้วเราถึงชอบ อ๋อ เพราะจุดนี้ เพราะเขาเรียงแบบนี้ สังเกตแล้วเก็บไว้ทั้งวิชวลและไอเดีย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้การสร้างงานออกแบบที่ใช้ตัวอักษรอย่างเดียวก็น่าจะถูกยอมรับในระดับหนึ่ง เหมือนสิ่งที่เราทำมามันเห็นผล คือทำซ้ำๆ ในสิ่งที่เราชอบ ทำในสิ่งที่เราเป็น ถึงจุดหนึ่งงานของคุณก็ต้องถูกจำได้”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-28.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82726" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่ส่วนตัว</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">ในบทสัมภาษณ์ครั้งก่อนๆ ใหม่เคยเปรยว่าถ้าเป็นไปได้อยากมีเวลาทำโปรเจกต์ของตัวเองมากกว่านี้ และเหมือนพระเจ้าจะรู้ใจ จึงจัดสรรค์งานส่วนตัวให้เธอเพิ่ม ทั้งนิทรรศการ, zine ที่กำลังรอการพิมพ์ และ The Typewriter Project โปรเจกต์ภาพพิมพ์ที่ทำกับสตูดิโอ </span><a href="https://adaymagazine.com/one-month-journey-the-archivist/"><span style="font-weight: 400;">The Archivist</span></a><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งได้ไปโชว์ในนิทรรศการ The Printers’ Prints #2 ไกลถึงเบอร์ลิน เยอรมนี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ปีนี้เราทำโปรเจกต์ส่วนตัวเยอะมาก เยอะ มาก” เธอเน้นเสียง</span><span style="font-weight: 400;"><br></span><span style="font-weight: 400;"><br></span><span style="font-weight: 400;">“แต่ดีนะ เพราะงาน personal artwork ก็คือการสังเกตตัวเองอย่างหนึ่งว่าจากงานทั้งหมดที่เราทำเราสนใจอะไรมากที่สุด เช่น ถ้าเห็นงานของเราก็จะเห็นว่าเราทำฟอนต์ วาดรูป ทำกราฟิกด้วยมือ แต่จุดร่วมคือเราอยู่กับจัดการเทกซ์มาตลอด เช่น การจัดหน้าหนังสือ จัดช่องว่างระหว่างตัวอักษร ตัดคำ จัดบรรทัด&nbsp; พอ The Archivist มาชวนให้ทำภาพพิมพ์เราเลยทำชิ้นงานที่ทดลองเรื่องเชิงเทคนิค เล่นกับฟังก์ชั่นต่างๆ ในโปรแกรมซึ่งคงทำไม่ได้ในงานทั่วไป ตอนที่ทำเราไม่รู้ด้วยว่าภาพสุดท้ายคืออะไร</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="488" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pzf611FWdv1sh5ikno2_1280.jpg" alt="" class="wp-image-82746" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pzf611FWdv1sh5ikno2_1280.jpg 488w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pzf611FWdv1sh5ikno2_1280-217x300.jpg 217w" sizes="(max-width: 488px) 100vw, 488px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“ลองดูภาพนี้ก็ได้ บรรทัดแรก เราทดลองใช้เครื่องหมายบวกเรียงกันยี่สิบตัว บรรทัดที่สองเราลองลดตัวอักษรเป็น 19 ตัว 18 ตัว 17 ตัวไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับที่แต่ละบรรทัดเราก็ค่อยๆ เพิ่มไซส์ฟอนต์ เหมือนตั้งโจทย์ขึ้นมาให้ตัวเอง พอเรียงเสร็จจบเป็นรูปหนึ่ง เราก็ลองเปลี่ยนตระกูลฟอนต์ทั้งหมดมันดันกลายเป็นรูปใหม่ขึ้นมา เราก็ เฮ้ย! อยู่คนเดียว ลองเปลี่ยนฟอนต์อีกตระกูลก็ได้รูปใหม่อีก จากนั้นเราก็คิดว่าเราลองแทนตัวบวกเป็นเส้นขีดมั้ย กลายเป็นภาพลวงตาเฉยเลยทั้งๆ ที่ทั้งหมดใช้เลย์เอาต์เดียวกัน”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="470" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Untitled-1.jpg" alt="" class="wp-image-82748" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Untitled-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Untitled-1-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Untitled-1-600x418.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเรียกว่าโปรเจกต์ส่วนตัว แต่ใหม่กลับออกตัวว่าไม่มีครั้งไหนที่เธอเป็นคนเริ่มต้นด้วยตัวเองเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“ตั้งแต่ทำงานมาเราไม่เคยคาดหวังว่าจะทำแบบนั้นจะทำแบบนี้ มีแต่คนที่มีโปรเจกต์มาชวนทำด้วยกัน เราก็คิดว่าทำสิ อย่างนิทรรศการเดี่ยวเราก็เคยคิดนะว่าน่าทำแต่ไม่ได้คิดว่านิทรรศการกราฟิกจะเกิดขึ้นได้ แต่ปรากฏว่ามีคนมาชวนเราก็ทำ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“โชคดีที่งานของเรามีซิกเนเจอร์พอสมควร คนรู้ว่าเราทำงานแบบไหนก็เลยเข้ามาหาเราถูก และโชคดีที่เราสตาร์ทการทำงานที่หอศิลป์ซึ่งให้เราทำงานแบบที่เราอยากทำ ได้ย้ำภาพงานแบบของเราเรื่อยๆ ถ้าไม่เริ่มที่นี่เราก็ไม่รู้จะหลงทางไปไหน เพียงแค่ตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะทำสิ่งนี้มาได้นานขนาดนี้</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pqx902xrbS1sh5ikno1_1280.jpg" alt="" class="wp-image-82755" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pqx902xrbS1sh5ikno1_1280.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/tumblr_pqx902xrbS1sh5ikno1_1280-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="514" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/68751454_2921975934542796_3303952701104062464_o.jpg" alt="" class="wp-image-82756" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/68751454_2921975934542796_3303952701104062464_o.jpg 514w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/68751454_2921975934542796_3303952701104062464_o-228x300.jpg 228w" sizes="(max-width: 514px) 100vw, 514px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">“เอาจริงๆ ตอนเลือกรับงานแต่ละโปรเจกต์เราก็มองไม่ออกขนาดนั้นหรอกว่าสุดท้ายจะจบยังไง แต่พองานผ่านไปแล้วทุกครั้งก็มีบทเรียน เช่น เวลาเจองานแบบนี้ต้องตกลงกันยังไง เวลาทำงานมีเท่านี้ต้องแบ่งส่วนทำอะไรก่อน เหล่านี้คือสิ่งที่เราเรียนรู้และเอาไปใช้ได้ทั้งนั้น เราเลยไม่ค่อยกลัวการรับงานจากคนที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเรารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นโปรฯ ในด้านของตัวเองจะยิ่งอยากทำงานด้วยมากๆ เพราะเราก็อยากรู้ว่าสิ่งที่เราได้จากคนเหล่านี้คืออะไร</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“แพสชั่นตอนนี้ก็คือการแก้โจทย์ที่ได้รับนี่แหละ เหมือนสถานการณ์ในการทำงานตอนนี้มันไม่มีช่วงให้เราพักหรือกลับมาทบทวนว่าสิ่งที่ตัวเองอยากคิดเริ่มทำคืออะไร พอเรากำลังจะคิดก็มีโจทย์ใหม่ที่ท้าทายมาตลอด เราก็เอาวะ ลองทำ หรือว่านี่ก็คือแพสชั่นนะ เพราะช่วงเวลาที่เราได้แก้โจทย์มันก็ท้าทายเราไปเรื่อยๆ เหมือนปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเอง ดูว่าเราจะไปเจออะไร ส่วนแพสชั่นก็คือการเอาตัวเองไปใส่ใจกับช่วงเวลานั้นๆ”</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-33.jpg" alt="มานิตา ส่งเสริม" class="wp-image-82752" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Manita-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-manita-songserm/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “งานที่ดีเกิดจากการทำมาเยอะมาก”– มานิตา ส่งเสริม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2019 08:00:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดิว ไปด้วยกันนะ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82015</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ถ้านับกันที่วันเวลา  ผมนั่งสนทนากับ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ไม่กี่อาทิตย์หลังจากหนังเรื่องล่าสุดที่เขากำกับอย่าง ดิว ไปด้วยกันนะ ออกฉาย และไม่กี่เดือนหลังจากที่แฟนหนุ่มของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ถ้านับกันที่วันเวลา หนึ่งปีอาจจะเป็นช่วงเวลาแสนสั้นถ้าเขียนออกมาเป็นตัวเลข แต่ในแง่รายละเอียด มันก็ยาวนานพอจะทำให้ใครบางคนเปลี่ยนความคิดจากเหตุการณ์ในชีวิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอด 365 วัน และในปีนี้ มะเดี่ยวคือหนึ่งในนั้น ถ้านับกันที่วันเวลา เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงอาจไม่ได้นานมากมายอะไรในการสนทนาของเราสองคน แต่ถ้อยคำที่เกิดขึ้นนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้ว่า มะเดี่ยวได้บทเรียนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้างตลอดหนึ่งปีนี้ และบรรทัดต่อจากนี้คือถ้อยคำเหล่านั้นที่เขาตอบคำถาม ว่าปีนี้สอนให้เขารู้ว่าอะไร ความรู้สึกหลังจากหนังเรื่องล่าสุดออกฉายมันต่างไปจากเรื่องก่อนหน้าบ้างไหม เราว่าต่างจากเดิม เมื่อก่อนเราจะตื่นเต้นมากเวลาเห็นคนดูมีแง่มุมหลากหลายกับหนัง ซึ่งเดี๋ยวนี้ความตื่นเต้นตรงนั้นน้อยลงแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่แคร์นะ แต่ที่เห็นชัดเจนมากๆ คือหลังจากทำหนังหรือคอนเทนต์มาหลายปี เราค้นพบว่าความแคร์ในตัวเราน้อยลง  ส่วนหนึ่งเราคิดว่าอาจเป็นเพราะเราโตขึ้น เราผ่านมาหมดแล้วทั้งจุดที่คนชอบหนังเรามากๆ และจุดที่คนด่ามากๆ ดังนั้นกับงานที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มันจึงเป็นแค่งานงานหนึ่งที่ต้องเจอคนคอมเมนต์ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะชมหรือด่า เอาเข้าจริงเราค้นพบว่ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือแย่ลงไปมากกว่าเดิมเท่าไหร่ โอเค มันอาจมีผลต่อมุมมองของคนที่มองเข้ามาหรือนายจ้างบ้าง แต่เราทำงานมาขนาดนี้แล้ว เราต้องรู้ว่างานที่เราทำมันดี-ไม่ดียังไงตั้งแต่ต้นแล้ว เวลาทำหนังเราควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเห็นจุดบกพร่องหรือตำหนิในงานของเราอยู่แล้ว  &#160; ถ้าอย่างนั้นทุกวันนี้คำวิจารณ์มีผลยังไงกับคุณบ้าง เรายังอ่านคอมเมนต์หรือบทวิจารณ์อยู่นะ แต่เราเลือกขอบคุณคนที่เขาชอบ เลือกเก็บด้านดีๆ เข้าหาตัวดีกว่า ส่วนคำวิจารณ์ที่ไม่ดีเราก็เห็น แต่ไม่ได้เก็บมาคิดมากและเลือกปล่อยไป เราทำหนังมาจนรู้แล้วว่าวงการนี้ใช้คำว่าติเพื่อก่อไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</span> <span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมนั่งสนทนากับ <strong>มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</strong> ไม่กี่อาทิตย์หลังจากหนังเรื่องล่าสุดที่เขากำกับอย่าง <a href="https://www.netflix.com/title/81237943"><em>ดิว ไปด้วยกันนะ</em></a> ออกฉาย </span><span style="font-weight: 400;">และไม่กี่เดือนหลังจากที่แฟนหนุ่มของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งปีอาจจะเป็นช่วงเวลาแสนสั้นถ้าเขียนออกมาเป็นตัวเลข แต่ในแง่รายละเอียด มันก็ยาวนานพอจะทำให้ใครบางคนเปลี่ยนความคิดจากเหตุการณ์ในชีวิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอด 365 วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในปีนี้ มะเดี่ยวคือหนึ่งในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านับกันที่วันเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงอาจไม่ได้นานมากมายอะไรในการสนทนาของเราสองคน แต่ถ้อยคำที่เกิดขึ้นนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้ว่า มะเดี่ยวได้บทเรียนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองยังไงบ้างตลอดหนึ่งปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบรรทัดต่อจากนี้คือถ้อยคำเหล่านั้นที่เขาตอบคำถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่า<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">ปีนี้สอนให้เขารู้ว่า</a>อะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82419 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-4-600x386.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ความรู้สึกหลังจากหนังเรื่องล่าสุดออกฉายมันต่างไปจากเรื่องก่อนหน้าบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าต่างจากเดิม เมื่อก่อนเราจะตื่นเต้นมากเวลาเห็นคนดูมีแง่มุมหลากหลายกับหนัง ซึ่งเดี๋ยวนี้ความตื่นเต้นตรงนั้นน้อยลงแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่แคร์นะ แต่ที่เห็นชัดเจนมากๆ คือหลังจากทำหนังหรือคอนเทนต์มาหลายปี เราค้นพบว่าความแคร์ในตัวเราน้อยลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งเราคิดว่าอาจเป็นเพราะเราโตขึ้น เราผ่านมาหมดแล้วทั้งจุดที่คนชอบหนังเรามากๆ และจุดที่คนด่ามากๆ ดังนั้นกับงานที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มันจึงเป็นแค่งานงานหนึ่งที่ต้องเจอคนคอมเมนต์ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะชมหรือด่า เอาเข้าจริงเราค้นพบว่ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือแย่ลงไปมากกว่าเดิมเท่าไหร่ โอเค มันอาจมีผลต่อมุมมองของคนที่มองเข้ามาหรือนายจ้างบ้าง แต่เราทำงานมาขนาดนี้แล้ว เราต้องรู้ว่างานที่เราทำมันดี-ไม่ดียังไงตั้งแต่ต้นแล้ว เวลาทำหนังเราควบคุมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเห็นจุดบกพร่องหรือตำหนิในงานของเราอยู่แล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าอย่างนั้นทุกวันนี้คำวิจารณ์มีผลยังไงกับคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังอ่านคอมเมนต์หรือบทวิจารณ์อยู่นะ แต่เราเลือกขอบคุณคนที่เขาชอบ เลือกเก็บด้านดีๆ เข้าหาตัวดีกว่า ส่วนคำวิจารณ์ที่ไม่ดีเราก็เห็น แต่ไม่ได้เก็บมาคิดมากและเลือกปล่อยไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำหนังมาจนรู้แล้วว่าวงการนี้ใช้คำว่าติเพื่อก่อไม่ได้ มันไม่เหมือนสร้างบ้านแล้วจะกลับมาแก้ได้ หนังคือการติเพื่อติเท่านั้น เพราะหนังเสร็จไปแล้ว พอหนังออกฉายผลงานนี้ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป มันเป็นของคนดูไปแล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่บอกว่าความคิดต่างไปจากเดิม แสดงว่าก่อนหน้านี้คุณไม่ได้คิดแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อก่อนอ่านหมดเลย ตามประสาแหละ อ่านแล้วก็เก็บมาคิดทุกสิ่ง ตอนนั้นเราอยากรู้ไงว่าคนคิดกับงานของเรายังไง แต่พอเวลาผ่านไป เราเข้าใจความเป็นไปพวกนี้มากขึ้น เอาจริงนะ ผู้กำกับที่ทำหนังมาสิบปีแล้วยังมีผลงานอยู่ได้เรื่อยๆ ในประเทศนี้มีอยู่ไม่กี่คน เราเองโชคดีที่อยู่ในกลุ่มนั้น ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็ไม่มีอะไรมากกว่าทำหนังของเราต่อไปจนกว่าจะไม่มีใครให้ทำ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82420 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="363" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5-300x161.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-5-600x323.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถอยออกมามองภาพใหญ่กว่านั้น เราจะเรียกปีนี้ของคุณว่ายังไงดี ‘ปีแห่งการสูญเสีย’ ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนาน) ใช้คำว่าเป็นปีที่พลิกผันมากๆ ก็แล้วกัน แฟนเราตาย มันเป็นสิ่งที่แย่มากๆ แย่แบบที่คงไม่มีอะไรแย่กว่านี้อีกแล้ว อาจเป็นจุดนี้ด้วยมั้งที่ทำให้เราแคร์อะไรภายนอกน้อยลง เพราะสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือสิ่งสำคัญในชีวิตคนเรา มันคือคนที่อยู่กับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามาคิดกันจริงๆ เรื่องภายนอกอื่นๆ ทำอะไรเราไม่ได้หรอกถ้าเทียบกับคนที่อยู่กับเรา ไม่ว่าจะแม่ แฟน พี่น้อง หรือเพื่อนแท้ สิ่งที่มีค่าในชีวิตคือการที่คนเหล่านี้อยู่กับเรา ผิด-ถูกไปร่วมกัน อยู่เคียงข้างกันไม่ว่าจะดีหรือร้าย เพราะในความเป็นจริง ยิ่งโตขึ้นคนเหล่านี้จะยิ่งมีน้อยลงนะ ดังนั้นการสูญเสียแฟนซึ่งเป็นคนที่เรารักมากๆ จึงเป็นเรื่องแย่มาก ปีที่ผ่านมายอมรับเลยว่าเราเทไปหลายอย่างเพื่อได้อยู่ดูแลเขา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่านี่คือการเทงานครั้งแรกในชีวิต ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแบกมันไม่ไหว ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ใช่แค่งานนะ ลูกน้องเอย บริษัทเอย เราเทหมด เราบอกพวกเขาให้ไปทำอย่างอื่นกันได้เลย เราแบกไม่ไหวแล้ว ขอให้เข้าใจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่เราทำคืองานที่ใช้อารมณ์ ดังนั้นเมื่อความเศร้าหรือความกังวลเกิดขึ้นในตัวเรามากเกินไป เราเลยเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้ ห้วงสุดท้ายเราถึงเลือกที่จะไม่เอาอะไรแล้ว ขออยู่กับเขาอย่างเดียว ขอแค่เขาไม่ตาย เราคิดถึงขนาดว่าไม่ต้องทำอย่างอื่นเลยก็ได้ ขออยู่ข้างเขาก็พอ แต่กลายเป็นว่าเหมือนเขาเองแหละที่ตัดสินใจว่าจะไปตอนไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของโรคที่เขาเป็นมันทรมานอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ทรมานจนโอดโอย ประเด็นคือระหว่างที่เขาป่วย เราไป-กลับเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ตลอด เขาเห็นสภาพเรา เห็นว่าทุกวันเราเอาข้าวไปให้กิน เห็นเรานั่งทำงานตัดหนังอยู่ข้างๆ เราคิดว่าเขาคงรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระมั้ง ดังนั้นเขาก็เลยเลือกที่จะไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเราเป็นบ้าเป็นหลังอยู่ช่วงหนึ่งเลยนะ แต่ยอมรับว่าฟื้นตัวได้ไวมากเพราะงาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82417 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นความบังเอิญก็ได้ แต่มันก็เป็นความบังเอิญที่มาเยียวยาเราพอดี อยู่ดีๆ งานก็เข้ามาเยอะมากหลังเหตุการณ์นี้ ทั้งๆ ที่เราทำใจไประดับหนึ่งแล้วว่าเราคงฉิบหายแน่ เพราะช่วงที่เราอยู่กับเขา เราคิดว่าตัวเองหลุดจากลูปการพิจารณาของนายทุนไปแล้ว อีกอย่างเราก็ไม่รู้จะดูแลใจตัวเองยังไง จะหยุดจากความรู้สึกสูญเสียด้วยวิธีไหน เราคิดว่ามันยากมากในการทำให้ตัวเองดีขึ้นจากความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่งานที่เข้ามาก็ช่วยเราได้มาก พูดง่ายๆ ว่าชีวิตพลิกผันอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตรงกับที่สเตตัสเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณบอกว่าจะเดินทางไปต่อแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เราว่าชีวิตต้องไปต่อนะ แต่เราก็ยอมรับว่าคิดถึงเขาอยู่ทุกวัน ตื่นเช้ามาเรายังคงคิดถึงเขาอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีบางอารมณ์นะที่คิดว่าถ้าเขาอยู่ เขาคงได้มานั่งดูหนังข้างๆ ถ้าเขายังอยู่ ชีวิตการงานเขาคงรุ่งโรจน์แน่ๆ (นิ่งคิด) แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ดังนั้นเราเองมีหน้าที่ต้องใช้ชีวิตต่อไป แต่ก็เป็นการใช้ชีวิตของคนที่ล้ม สะดุด และมีบาดแผล เรารู้แล้วล่ะว่าอะไรที่สำคัญกับเรา เงินทอง การงาน ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่คนที่จะสานสัมพันธ์กับเราและอยู่ในชีวิตร่วมกันได้แบบนี้ มันยากมากเลยที่จะสร้างขึ้นมาใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82421 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="363" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6-300x161.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-6-600x323.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้ทบทวน ตัวคุณเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้างจากเหตุการณ์นี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอดีแฟนเราคือคนที่ทำงานและสร้างสรรค์ผลงานออกมาด้วยกัน (แฟนของมะเดี่ยวเป็นตากล้องถ่ายทำหนัง) ดังนั้นพอเขาจากไป เรามีเรื่องให้คิดเยอะว่าต่อจากนี้จะเป็นยังไง ยิ่งเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นในสภาวะที่เรายังไม่ได้ตั้งตัว เรายังไม่ได้แก่ไปด้วยกันอย่างที่ตั้งใจเลย แผนการในชีวิตที่วางร่วมกันมันพังไปหมด ดังนั้นสิ่งที่เราได้เรียนรู้น่ะเหรอ (นิ่งคิด) โอ้โห เยอะเลยล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะ เราอารมณ์เย็นลงเยอะ เข้าใจคนอื่นเยอะขึ้น และสำหรับงาน ก่อนหน้านี้งานคือสุดยอดในชีวิต มันเป็น priority ของเรามาตลอด แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เรารู้สึกอยากลดตัวเองลงบ้างและอยากส่งเสริมให้คนอื่นขึ้นไปแทน ตอนนี้เราอยากอยู่นิ่งๆ อยากใช้เวลาครุ่นคิดกับสิ่งที่ผ่านมาและทำอะไรที่ตอบโจทย์ทางจิตวิญญาณเรามากขึ้น เราอยากเรียนรู้จิตใจตัวเองใหม่และสร้างผลงานอะไรออกมาสักอย่างเพื่อส่งสารกับผู้คน เราอยากทำงานที่ค้นลึกเข้าไปในใจว่าตัวตนเราเป็นยังไง มาถึงตรงนี้เราผ่านอะไรมา เรารู้จักตัวเองแค่ไหน รู้จักโลกแค่ไหน พูดง่ายๆ ว่าตอนนี้เราอยากหาสมดุลชีวิตใหม่ จากที่เคยทำงานหนักหนามาก เราอยากหาจุดที่โอเคกับตัวเองมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนพอเห็นชีวิตที่สูญเสีย คุณจึงหันกลับมามองชีวิตตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องงาน ชีวิต และความตาย มันบีบเรามากๆ ทุกอย่างบีบให้เราวิ่งๆๆๆ จนตอนนี้เราไม่ต้องวิ่งแล้ว เราหายใจได้เต็มปอด สติเรากลับมา เราได้เดิน หยุดพัก เห็นข้างทาง มองข้างหลังว่ารอบตัวเราเป็นยังไงบ้าง (นิ่งคิด) นี่อาจเป็นจุดที่ทุกคนต้องการในชีวิตเหมือนกันนะ เราเรียกมันว่าอาหารทางจิตวิญญาณ คล้ายการได้เข้าถึงและเข้าใจความจริงบางอย่างอย่างถ่องแท้ เพียงแต่ตอนนี้เราแค่ต้องการเวลาที่ได้ขบคิดเรื่องที่ผ่านมาสักหน่อย เพราะนี่คือสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ชีวิต ที่เราจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเองล้วนๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82424 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="477" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9.jpg 477w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-9-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 477px) 100vw, 477px" /></p>
<p><b>ในวัยใกล้สี่สิบ เรียกปีนี้ว่าเป็น coming of age ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นปีที่มีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีแหละ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เรารู้ว่าชีวิตมีขึ้น-ลงเสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่อยู่ในจุดต่ำสุดนานหรอก และเราก็ไม่ได้ขึ้นไปบนจุดสูงสุดนานนัก วันที่ตกต่ำที่สุดเราก็อย่าท้อแท้ อย่าหมดกำลังใจ หาทางขึ้นไป และในวันที่อยู่สูงเราก็อย่าทะนงตนว่าจะอยู่แบบนี้ไปตลอดกาล วันหนึ่งเราก็ต้องลงมาอยู่ดี ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ดีกว่า ซึ่งการเตรียมตัวให้พร้อมนั่นก็คือการรู้จักตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใจเราทุกข์ตรงไหน สุขตรงไหน ถ้าเรารู้เท่าทันความรู้สึกได้ เราคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีสติในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประมาณนั้น คือความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้อยู่แล้วน่ะ แต่เราต้องมีสติรู้ตัวว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญและมีผลต่อความรู้สึกเรา เหมือนการใช้ชีวิตให้ชาญฉลาดน่ะ อย่างตอนนี้งานยังเป็นสิ่งที่ทำให้สนุกและรู้สึกมีไฟในการทำงานอยู่นะ แต่แค่เราหาสมดุลกับอะไรที่ทำให้มีความสุขแท้จริงอย่างครอบครัว พี่น้อง เพื่อน คนรัก เพราะถ้าเรายังมีมือ มีสมอง เงินทองเราหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ แค่ไม่ใจร้ายกับตัวเองเกินไปนัก แต่คนที่อยู่ข้างๆ ถ้าจากไปแล้วพวกเขาจะไม่กลับมาไง ดังนั้นจงลำดับความสำคัญและใช้ชีวิตให้เป็นดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-82425 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10.jpg" alt="ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/มะเดี่ยว-10-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าจะมองชีวิตคุณในปีนี้เป็นหนังสักเรื่อง คุณว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังแนวไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนานมาก) มันคงเป็นหนังที่จบสวยงามนะ ในแง่งาน ชีวิตเราก็ดีขึ้น ส่วนเขาก็คงไปในภพภูมิที่ดีขึ้น ซึ่งจริงๆ เราว่าปีนี้สำหรับเราไม่คล้ายหนังหรอก มันเหมือนซีรีส์ที่จบซีซั่นมากกว่า มันอาจจะสะเทือนใจกว่าซีซั่นที่ผ่านมาสักหน่อยตรงที่มีตัวละครที่คนดูรักและผูกพันจากไป แต่โดยรวมทั้งซีซั่นนี้ถือเป็นเรื่องดีแหละ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยบอกว่าหนังของตัวเองมักทำขึ้นจากความทรงจำและความรู้สึก สุดท้ายนี้คุณว่าตัวเองจะทำหนังถึงเขาไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่ามี แต่มันจะเป็นหนังที่เป็นส่วนตัวมากแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงมีคนอยากให้เราทำนะ เอาตังค์มาให้ทำด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกว่าเราเองขอตกผลึกเหตุการณ์นี้สักหน่อย เราอยากได้เวลาคิดถึงเรื่องนี้ และถ้าทำ เราคงจะทำมันอย่างทะนุถนอม อย่างดีที่สุด สุดท้ายถ้าถึงวันนั้นเราอาจจะออกตังค์ทำเองก็ได้นะ เพราะมันจะเป็นงานที่เป็นส่วนตัวกับเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแน่นอนว่าเราคงไม่อยากให้ใครมาแตะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วยไม่ได้ ก็เรื่องนี้เป็นความทรงจำที่เราหวงแหนนี่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-82630 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/IMG_4398-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-madaew/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “สิ่งสำคัญข้อแรกไม่ใช่งาน แต่คือคนข้างๆ” – ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อย่าทำงานจนตัวตาย บางเรื่องช่างแม่งก็ได้ ป่วยรีบไปหาหมอ&#8221; ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-from-readers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Dec 2019 10:42:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[2019]]></category>
		<category><![CDATA[ความเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=86223</guid>

					<description><![CDATA[<p>confidence kikie ปีนี้สอนให้รู้ว่า&#8230;สัญญาณเตือนจากร่างกายไม่ใช่สิ่งที่รอได้ อาชีพของเราคือค้าขาย แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องยืนนานกว่าคนอื่นสักหน่อย แต่ละวันจะยืนนานๆ โดยไม่นั่งเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 ชั่วโมง&#160; เราเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันปกติ เรายืนทำงาน ยกของหนักๆ มาตั้งแต่อายุ 18 มันคือชีวิตประจำวันของเรามาตลอด จนกระทั่งวันที่เราเริ่มปวดหลัง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเดี๋ยวก็คงหาย ซึ่งมันก็หายจริงๆ แต่หลังจากนั้นก็กลับไปเป็นอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเริ่มเรื้อรังมากขึ้นในปี 2019 และถึงขั้นไม่สามารถยืนต่อไปได้อีกในช่วงกลางปี ตอนนั้นคิดว่าแค่หายากินหายาทาแล้วนอนให้มากขึ้น มันก็คงดีขึ้นเหมือนเดิมเอง แต่ในใจเริ่มรู้สึกว่าไม่ปกติเพราะอาการเจ็บมันดันรู้สึกมากกว่าปกติ มากจนใจหาย ที่ทำได้แค่นอนนิ่งๆ เป็นวันๆ เราได้คำแนะนำจากเพื่อนสนิทที่ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในวัย 23 ปีว่า &#8220;มึงต้องไปหาหมอได้แล้วนะ&#8221; เรายังคิดว่าการไปหาหมอทำให้เสียเวลาเป็นครึ่งวันแน่นอน เราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นหรอก เพื่อนเลยเสนอว่าให้ลองไปคลินิกกายภาพบำบัดดู เราตัดสินใจฟังคำแนะนำของเพื่อนที่เคยเป็นมาก่อน และเรารับรู้ได้ดีว่าตอนนั้นร่างกายของตัวเองเจ็บปวดแค่ไหน ก่อนที่ความรู้สึกและความเจ็บจะลามไปมากกว่านี้เราก็เดินเข้าไปในคลินิกกายภาพบำบัดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเสียแล้ว นักกายภาพบำบัดได้สอบถามชีวิตประจำวันและการใช้งานร่างกายตัวเอง พร้อมทั้งตรวจสภาพร่างกายของเรา ตอนแรกที่ฟังผลการตรวจเรานึกโล่งใจที่ไม่ได้เป็นถึงขั้นกระดูกทับเส้นประสาท เราถามเขากลับไปว่า &#8220;แค่นี้คงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ นึกว่าจะเป็นหนักเสียอีก&#8221; แต่เธอตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า &#8220;ใช่ค่ะ แต่ถ้าทิ้งไว้อีกสักพักก็ไม่แน่&#8221; เรานึกสงสัยในคำตอบของเธอ ก่อนจะรู้สึกสะดุดกับประโยคถัดมาที่ว่า &#8220;ถ้ารอต่อไป แค่กายภาพบำบัดอาจจะช่วยได้ไม่มากแล้วล่ะค่ะ โชคดีที่มาก่อน ถึงจะแค่นิดเดียวก็ตาม&#8221;&#160; หลังทำกายภาพบำบัดเสร็จเป็นอีกครั้งที่หัวสมองมึนเบลอไปหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-from-readers/">&#8220;อย่าทำงานจนตัวตาย บางเรื่องช่างแม่งก็ได้ ป่วยรีบไปหาหมอ&#8221; ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><strong>confidence kikie </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้สอนให้รู้ว่า&#8230;สัญญาณเตือนจากร่างกายไม่ใช่สิ่งที่รอได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาชีพของเราคือค้าขาย แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องยืนนานกว่าคนอื่นสักหน่อย แต่ละวันจะยืนนานๆ โดยไม่นั่งเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 ชั่วโมง&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันปกติ เรายืนทำงาน ยกของหนักๆ มาตั้งแต่อายุ 18 มันคือชีวิตประจำวันของเรามาตลอด จนกระทั่งวันที่เราเริ่มปวดหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเดี๋ยวก็คงหาย ซึ่งมันก็หายจริงๆ แต่หลังจากนั้นก็กลับไปเป็นอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเริ่มเรื้อรังมากขึ้นในปี 2019 และถึงขั้นไม่สามารถยืนต่อไปได้อีกในช่วงกลางปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นคิดว่าแค่หายากินหายาทาแล้วนอนให้มากขึ้น มันก็คงดีขึ้นเหมือนเดิมเอง แต่ในใจเริ่มรู้สึกว่าไม่ปกติเพราะอาการเจ็บมันดันรู้สึกมากกว่าปกติ มากจนใจหาย ที่ทำได้แค่นอนนิ่งๆ เป็นวันๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้คำแนะนำจากเพื่อนสนิทที่ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในวัย 23 ปีว่า &#8220;มึงต้องไปหาหมอได้แล้วนะ&#8221; เรายังคิดว่าการไปหาหมอทำให้เสียเวลาเป็นครึ่งวันแน่นอน เราไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นหรอก เพื่อนเลยเสนอว่าให้ลองไปคลินิกกายภาพบำบัดดู</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราตัดสินใจฟังคำแนะนำของเพื่อนที่เคยเป็นมาก่อน และเรารับรู้ได้ดีว่าตอนนั้นร่างกายของตัวเองเจ็บปวดแค่ไหน ก่อนที่ความรู้สึกและความเจ็บจะลามไปมากกว่านี้เราก็เดินเข้าไปในคลินิกกายภาพบำบัดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเสียแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักกายภาพบำบัดได้สอบถามชีวิตประจำวันและการใช้งานร่างกายตัวเอง พร้อมทั้งตรวจสภาพร่างกายของเรา ตอนแรกที่ฟังผลการตรวจเรานึกโล่งใจที่ไม่ได้เป็นถึงขั้นกระดูกทับเส้นประสาท เราถามเขากลับไปว่า &#8220;แค่นี้คงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ นึกว่าจะเป็นหนักเสียอีก&#8221; แต่เธอตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มว่า &#8220;ใช่ค่ะ แต่ถ้าทิ้งไว้อีกสักพักก็ไม่แน่&#8221; เรานึกสงสัยในคำตอบของเธอ ก่อนจะรู้สึกสะดุดกับประโยคถัดมาที่ว่า &#8220;ถ้ารอต่อไป แค่กายภาพบำบัดอาจจะช่วยได้ไม่มากแล้วล่ะค่ะ โชคดีที่มาก่อน ถึงจะแค่นิดเดียวก็ตาม&#8221;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังทำกายภาพบำบัดเสร็จเป็นอีกครั้งที่หัวสมองมึนเบลอไปหมด ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บจากการทำอัลตราซาวนด์หรือผลกระทบที่ทำให้ขามีอาการปวดและชาไปหมดหลังจากอัลตราซาวนด์เสร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรกๆ เราจำเป็นต้องปรับตัวเยอะมากเพราะไม่สามารถยืนได้นานๆ แค่เกินครึ่งชั่วโมงก็แทบจะไม่ไหวแล้ว จำเป็นต้องหาเก้าอี้มานั่งรอง และในเวลานั้นเองคนในครอบครัวเราจึงเริ่มปรึกษากันว่า ควรให้เราพักอยู่ที่บ้านแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปตอนนั้นจำได้เลยว่ารู้สึกแย่แค่ไหนกับการทำได้แค่นอนมองเพดานอยู่เฉยๆ เราเคยคิดว่าถ้ามีโอกาสได้พัก เราจะนอนเยอะๆ ตุนร่างกาย นั่งดูหนังที่อยากดู นั่งดูรายการวาไรตี้ที่เราชอบ แต่ในตอนนั้นมันทำได้แค่นอนอย่างเดียว เราไม่รู้สึกอยากทำอะไรเลย แม้กระทั่งการแตะโทรศัพท์ก็ยังไม่ทำ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกไม่ชอบการได้นอนโง่ๆ เอาเสียเลย และเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงเป็นคนไร้ค่าได้ขนาดนี้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรา</span><span style="font-weight: 400;">เพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองหดหู่ลงได้ขนาดนั้นก็ตอนที่เราไม่สามารถยิ้มให้กับศิลปินที่เรามองเขาเป็นรอยยิ้มมาโดยตลอด แม้กระทั่งวันนั้นพวกเขาก็ยังช่วยเราไว้ไม่ได้เลย แน่นอนว่าเราไม่ได้โทษว่าเป็นความผิดของพวกเขา เพราะสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากใจเราเองเพียงคนเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบเดือน อาการของเราก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ เรารู้สึกดีขึ้นจากการให้กำลังใจของครอบครัวและเพื่อนๆ ที่อยู่รอบข้าง เราเริ่มมีกำลังใจในการทำกายภาพบำบัดมากขึ้น เราเริ่มออกกำลังกายตามที่นักกายภาพบำบัดบอก เราเริ่มมีความหวังว่าจะกลับมาเป็นคนเดิมที่มีชีวิตชีวามากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนนี้ถ้าลองนับๆ ดูก็จะเข้าสู่เดือนที่ 4 ที่เรากำลังทำกายภาพบำบัดอยู่ ครั้งล่าสุดนักกายภาพบำบัดบอกกับเราว่า เท่าที่มองดูผลของร่างกาย อีกแค่เดือนเดียวหลังของเราจะกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นขอให้อดทนอีกนิดเดียว ก่อนเดือนกุมภาพันธ์ก็จะหายเป็นปกติ หลังจากนี้ขออย่ากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก แต่จงหมั่นออกกำลังกายและดูแลตัวเองให้มากขึ้น และหวังว่าจะไม่กลับมาเจอกันอีกในเร็วๆ นี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่านี่คือข่าวดีที่สุดต้อนรับปีใหม่นี้สำหรับใจเราเลย นึกอยากขอบคุณครอบครัวและเพื่อนๆ ที่คอยให้กำลังใจในวันที่เรานึกเกลียดตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะคนสำคัญเหล่านี้ทำให้เราผ่านมันมาได้โดยไม่รู้สึกแย่กับตัวเองไปมากกว่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหนือสิ่งอื่นใดเราอยากขอบคุณ GOT7 เหมือนกันที่ทำให้เราอยากแข็งแรงก่อนที่จะไปเจอเขาในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์นี้ที่ราชมังคลากีฬาสถาน&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นึกตลกดีตรงที่ช่วงที่มีคอนเสิร์ต GOT7 FAN FEST เป็นช่วงที่เรารักษาตัวแรกๆ เราไม่นึกอยากไปด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเราก็ถามนักกายภาพบำบัดว่า สภาพร่างกายของเราตอนนี้สามารถไปคอนเสิร์ตได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ตลกกว่าคือรอบสุดท้ายที่เป็นโซโลของ JB หัวหน้าวง เราหาบัตรนั่งไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมไปบัตรยืน โดยกะจังหวะให้คอนเสิร์ตเริ่มพอดีแล้วค่อยเข้าไป มันต้องเป็นคอนเสิร์ตที่สนุกมากและทำให้เรากลับมาคิดถึง GOT7 แบบมากๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนสุดท้าย JB หัวหน้าวง พูดขึ้นมาว่า “บางครั้งทุกคนอาจจะเหนื่อยหรือล้า หวังว่าพวกเราจะปลอบใจทุกคนได้ เหมือนที่อากาเซ่ปลอบใจและเป็นกำลังใจให้พวกเรา พวกเราก็อยากปลอบใจและเป็นกำลังใจให้ทุกคน” แน่นอนว่าหลังจากพูดจบเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลย ทำได้แค่ปล่อยน้ำตาให้ไหลไปแบบนั้นท่ามกลางเสียงกรี๊ดจากคนอื่นๆ ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเรายังรักพวกเขาไม่เคยเปลี่ยน และพวกเขานี่แหละที่ทำให้เรากลับมายิ้มอย่างเต็มรูปแบบได้อีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดมาเสมอว่าเราเป็นคนที่เก่งและภูมิใจในตัวเองมากๆ เพราะเริ่มทำงานก่อนคนอื่น เราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 18 มีจุดยืนได้ไว มั่นคงกว่าใครๆ และแน่นอนว่าแข็งแรงกว่าใครๆ ด้วย แต่ในปี 2019 เราในวัย 24 ก็ได้เรียนรู้กับตัวเองว่า จริงๆ แล้วคนที่เก่งอาจไม่ใช่คนที่ทำงานได้มากกว่าใคร แต่เป็นคนที่ดูแลตัวเองให้ไม่เจ็บปวด ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเราเชื่อว่าในปี 2020 เราจะเป็นคนที่มองเห็นค่าของตัวเองมากขึ้น นอกเหนือจากจำนวนเงินที่ได้รับกลับมาเช่นกันค่ะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></p>
<hr>
<h4><strong>wasuntara sananwai</strong></h4>
<p>ปีนี้เราได้เรียนรู้ว่า</p>
<p>Waiting period is valuable. (การรอ) ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเป้าหมายการรอก็เป็นการเพิ่มมูลค่าของสิ่งนั้นในใจ แม้จะยังไม่ได้ทำในตอนนี้ แต่โกลจะผลักดันให้เราพยายามไปสู่สิ่งที่วางแผนไว้ แต่ต้องใส่ความอดทนบรรจุเข้าไปมากๆ ด้วย</p>
<p>Life never ends. ชีวิตปีนี้ (2019) เหมือนถ้วยดินเผาที่อาจแตกหักได้เป็นพันชิ้น แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ชีวิตต้องจบสิ้นลง จงใช้ชีวิตต่อไปด้วยความหวัง ความฝัน แทนที่จะหนีเราต้องรู้จักซ่อมแซมหลังพบเจอเรื่องเลวร้าย (ปีนี้อาม่าเป็น stroke แม่เป็น MI เราเป็น cellulitis รับการรักษา 3 เดือนที่โรงพยาบาล) แต่ทุกอย่างอยู่ด้วยกำลังใจจากตัวเองและคนรัก</p>
<p>my lottery attitude &amp; inner ลึกๆ เราเกิดมาพร้อมทักษะ &#8216;ช่างแม่ง&#8217; ในอะไรร้ายๆ คือทัศนคติที่ดีอยู่ที่ตัวเรา (เกิดมาพร้อมสิ่งนี้) มองโลกในแง่ที่ควรเป็น</p>
<p>Happiness does not depend on the distance. ปกติเป็นคนเยอะ ชอบไปต่างประเทศ ในประเทศ แต่ค้นพบว่าแค่ออกจากที่ที่คุ้นเคยก็คือการไปเที่ยวแล้ว <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> ไม่ต้องไปไกลสุดฟ้า ขอแค่ไปกับใครสักคนก็สุขมากแล้ว</p>
<p>eco warning ปีนี้ได้ไปค่ายอนุรักษ์บ่อยขึ้น ตัวเองตระหนักแล้วว่าสามารถเป็นส่วนหนึ่งให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเริ่มจากตัวเองก่อน พยายามรักและรัก (ษา) โลกให้มากขึ้น เช่น ลดพลาสติก ใช้ถุงผ้า ใช้ ecowrap</p>
<p>slow step มีจังหวะการก้าวเดินที่ช้าลง (ช้ากว่าชาวบ้านแต่โอเค) เรียนรู้ที่จะยอมรับ ลดการเปรียบเทียบกับคนอื่น และมองหาข้อดีของตัวเองมากขึ้น</p>
<p>movies time เป็นปีที่ดูหนังเยอะมาก ค้นพบว่าการดูหนังเหมือนการอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ มีข้อคิดในการดำเนินชีวิตอยู่</p>
<p>All is well. ทุกสิ่งที่เกิดทั้งดีและไม่ดีมีความงามของชีวิตซ่อนอยู่ สิ่งเหล่านั้นทำให้เรามีชีวิตแบบตอนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-86268" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า-724x1024.jpg" alt="" width="724" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า-768x1086.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/ปีนี้สอนให้รู้ว่า.jpg 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<hr>
<h4>pkphakk97</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">What I&#8217;ve learned from the whole year&#8230;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้เป็นอีกปีที่มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในชีวิตทั้งเรื่องดีและร้าย รวมไปถึงเรื่องการเรียน ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด และชีวิตที่ต้องเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในชีวิตคือ ทั้งหมดล้วนเป็นประสบการณ์และเป็นครูที่ดีที่สุดที่สอนให้รู้จักโลกในมุมที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้ชีวิตของพวกเขาไม่มีความสุข หรืออาจคิดว่าทำไมชีวิตถึงเจอแต่ปัญหา แต่สำหรับเราคิดว่าทุกปัญหาและอุปสรรค ล้วนแต่เป็นครูหรือบทเรียนที่ล้ำค่ามากที่สุดในชีวิต ไม่มีสอนในหลักสูตรการเรียนระดับมหาวิทยาลัย แต่เป็นสิ่งที่ต้องพบเจอเอง เราเชื่อว่าหากสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ได้เมื่อใด เมื่อนั้นเราก็จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคตข้างหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในด้านการเรียนและการทำงาน ปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้จากความผิดพลาดในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการย้ายมหาวิทยาลัย การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สภาพสังคม และเพื่อนใหม่ ปีนี้ถือว่าเรื่องเรียนและการทำงานมีทั้งสมหวังและผิดหวังปนกันตลอด 365 วันเลย แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ความผิดหวัง และความล้มเหลว คือมันทำให้เราได้มองเห็นข้อเสียที่เกิดขึ้นในตัวเรา มันก็เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้วที่ล้วนแต่มีข้อดี-ข้อเสียผสมกันไป เพียงแค่เราต้องปรับปรุงข้อเสียเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการที่ชีวิตเราทำเรื่องผิดพลาด ไม่ว่าจะการเรียน การทำงาน ความรัก หรือความสัมพันธ์ มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่มนุษย์จะผิดพลาด เพราะชีวิตเราจะประสบผลสำเร็จได้ เบื้องหลังความสำเร็จทุกอย่างคือเราได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนั้น เพราะทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีโอกาสให้เราได้เรียนรู้และแก้ตัวใหม่อยู่เสมอ อยู่ที่ว่าตัวเราจะมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในบทเรียนนั้นหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด ปีนี้เป็นอีกปีที่มีผู้คน เพื่อน และคนรู้จักที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต บางคนก็เดินออกไปโดยทิ้งรอยบาดแผลเอาไว้เป็นบทเรียน แต่ไม่ว่าใครจะเข้ามาหรือออกไปมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</span>เราเชื่อเสมอว่าไม่สามารถที่จะรักษาทุกคนที่เข้ามาในชีวิตให้อยู่กับเราไปได้ตลอด มันเป็นธรรมชาติที่ทุกๆ ความสัมพันธ์มีเกิดก็ต้องมีหมดอายุ สิ่งที่สำคัญกว่าคือทุกๆ ครั้งที่มีคนเข้ามาในชีวิต ตัวเราจะนำบทเรียนจากคนเหล่านั้นมาเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวเราใช้ชีวิตบนโลกที่มีคนหลากหลาย ในช่วงชีวิตแรกๆ เราก็ไม่ค่อยเข้าใจคนบางคนที่ได้เจอ ทำไมเขาถึงคิดกับเราแบบนั้นแบบนี้ แต่พอเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผ่านสังคมมามากมายหลายรูปแบบ มันก็ทำให้เรามีมุมมองต่อคนที่กว้างขึ้น เพราะพื้นฐานทางความคิด พื้นฐานด้านการเลี้ยงดูของแต่ละคนผ่านมาไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงไม่อาจจะตัดสินคนคนนี้ด้วยการมองจากเพียงแค่ภายนอก แต่เราควรจะศึกษานิสัยภายในของแต่ละคนว่าเขามีทัศนคติการใช้ชีวิตยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทุกๆ ปีก็จะมีเรื่องราวและเหตุการณ์เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 365 วัน เพื่อเป็นบทเรียนในชีวิต นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน การเดินทางในแต่ละวันก็จะมีทั้งเส้นทางเรียบและขรุขระเพื่อให้เราได้เรียนรู้ เป็นสีสันให้ชีวิตในแต่ละวัน เพราะนี่คือสิ่งที่เรียกว่า ชีวิต&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายขอมอบคำพูดของคนคนหนึ่ง&#8230; </span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">LIFE ALWAYS OFFERS YOU A SECOND CHANCE. IT IS CALLED TOMORROW.</span></em></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">ชีวิตจะมอบโอกาสครั้งที่สองให้คุณได้แก้ตัวเสมอ สิ่งนั้นเรียกว่าวันพรุ่งนี้</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Goodbye and thank you for everything in 2019. See u again in 2020.</span></p>
<hr>
<h4>Thesun Goodday</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2019</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นปีที่สอนให้ได้รู้จักความสัมพันธ์และความผิดหวัง&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">เป็นปีที่สอนให้เราเข้าใจคำว่าอกหัก&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">เป็นปีที่รู้สึกว่าในชีวิตเราแบกรับปัญหาต่างๆ ไว้แทบจะไม่ไหว อยากทิ้งตัวเองให้หายไปกับอากาศ ไม่อยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยตัวของเราเอง&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">ปีนี้มันเลยทำให้เราได้คำตอบอะไรหลายๆ อย่าง และสอนให้ได้รู้ว่า</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เวลามันช่วยเยียวยาหัวใจของเราได้จริงๆ แต่จะช้าหรือเร็วก็ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเรานะ มีแต่เราเท่านั้นที่จะตอบมันได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่ายึดติดกับคนในอดีต มองไปรอบตัว คนที่รักเรามีเยอะแยะเลย อย่างน้อยก็ตัวเราเองแล้วหนึ่งคน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หนังสือธรรมะก็ไม่ช่วยเยียวยาอะไรถ้าใจเราไม่รู้จักปล่อยวาง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อยู่กับปัจจุบันให้เป็น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่าพูดว่าไม่มีใครรักเรา เพราะขนาดเรายังไม่รักตัวเองเลยจะให้คนอื่นมารักได้ยังไง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หัวใจของเราหัดดูแลใส่ใจมันบ้าง อย่าคอยแต่พึ่งให้คนอื่นมาดูแล</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สุขภาพหัดดูแลมันเพราะมันพยายามดูแลเราอยู่นะ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องผิดธรรมชาติ มันเพียงเป็นสิ่งที่เราปลดปล่อยออกมาเมื่อรู้สึกว่าแบกรับบางเรื่องไว้ไม่ไหว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เราทุกคนแตกต่างกัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ยอมรับความจริงจริงๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเรา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใช้เวลาให้คุ้มค่ากับคนที่เห็นคุณค่าของเรา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ความสัมพันธ์ถ้ามันใช่เราจะไม่พยายามอยู่ฝ่ายเดียว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รักตัวเองไปเถอะ มาถึงจุดนี้ก็เข้าใจแล้วนะว่าถ้าเรารักตัวเองมากพอ เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาใครเข้ามาเติมเต็มชีวิตให้มากมายนัก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">คนเรามีความสุขได้ด้วยทัศนคติ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อยู่ใกล้ใครแล้วรู้สึกว่ามีแต่พลังลบแค่เงียบแล้วเดินออกมา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีแล้วลำบากตัวเอง ทำให้มันพอดี ถ้ารู้สึกว่ามันเกินไปแล้วก็หัดปฏิเสธให้เป็นบ้าง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องฝืนทำเรื่องที่ไม่อยากทำ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ความฝันกับการลงมือทำมันควบคู่กัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพื่อนไม่จำเป็นต้องมีเยอะ มีน้อยแต่มีคุณภาพก็ถือว่าโชคดีแล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ความหงุดหงิดมักทำให้เราใจแคบ เวลาทำอะไรก็ใจเย็นๆ อย่าใช้อารมณ์นำมากนักมันจะเสียเรื่องเอา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า แม้ว่าวันนั้นมันจะแย่แค่ไหน อาจจะต้องหยุดพักบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นกำไร</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอบคุณตัวเองในวัย 23 ปีที่ยังคงเติบโตไปอย่างช้าๆ ในพื้นที่ของตัวเอง</span></p>
<hr>
<h4><strong>Thidarat Chaowarat&nbsp;</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2019 สอนให้รู้ว่า…</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่จบมหา&#8217;ลัย ทำงานบริษัท เราก็ไม่ได้รีวิวสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละปีสักเท่าไหร่ เพราะชีวิตประจำวันก็มีแต่เรื่องราวซ้ำๆ การกระทำเดิมๆ จะมีเพิ่มเติมก็แค่การได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศไกลๆ ที่ทำให้เกิดกำลังใจได้ชั่วคราว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปี 2019 นี้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายอย่าง ตั้งแต่การลาออกจากงานประจำ แถมยังกดวีซ่าไปต่างประเทศตามที่หวังไว้ไม่ได้อีก ทำให้มีเวลาว่างสั้นๆ ลองทำในสิ่งที่อยากทำมานาน และหาโอกาสในชีวิตครั้งใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือบทเรียนที่เราได้ตกผลึกในปี 2019 ปีที่ดูเหมือนจะธรรมดา ทว่าเรารู้สึกได้ถึงการเติบโตทางความคิดของตัวเอง เพราะมีหลายครั้งที่เราสามารถ &#8216;เอาชนะ&#8217; ความคิดแย่ๆ และความท้อแท้ใจมาได้อย่างน่าอัศจรรย์</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ฝึกรับมือกับการเปลี่ยนแปลง – ปีนี้มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องงาน ที่อยู่อาศัย ไปจนถึงความสัมพันธ์ ทั้งที่เป็นเรื่องดีและเรื่องแย่ แม้แต่ความคิดเราก็ยังเปลี่ยนไปได้ทุกวัน สิ่งที่ทำได้คือรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอยู่กับปัจจุบัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยอมรับกับสิ่งที่ทำผิดพลาด – หลายครั้งเรามักจะถูกสอนให้เป็น perfectionist จนเกลียดและกลัวความผิดพลาดไปเลย พอมาคิดดูดีๆ เราว่าจริงๆ แล้วการลองผิดลองถูกนี่แหละคือกระบวนการสำคัญของการเรียนรู้ เติบโต และก้าวไปข้างหน้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> รับฟังคนอื่นอย่างจริงใจ – จะว่าไปคงไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจสถานการณ์ของคนอื่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นกับตัว แต่การรับฟังอย่างจริงใจ ไม่ด่วนตัดสิน ไม่มีอคติ และคิดให้ดีๆ ก่อนจะพูดหรือออกความเห็นอะไร ก็คงจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมากๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ลองทำในสิ่งที่อยากทำ – เรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำมากๆ แต่ก็ติดโน่นติดนี่จนสุดท้ายก็ไม่เคยได้ทำ ลองไม่คิดมากและเลิกหาข้ออ้างดูบ้าง เพราะบางทีเราอาจจะได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตก็เป็นได้ (แล้วอย่าลืมวางแผนดีๆ และจัดการความคาดหวังของตัวเอง)</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หยุดหนีปัญหาและกล้าตัดสินใจ – มันง่ายมากที่จะหนีปัญหา ทั้งที่จริงๆ เราไม่เคยหนีพ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะถูกอะไรก็ตามบังคับให้เลือกเสมอ เลือกตามที่เรารู้สึกถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด จงเข้าใจ ยอมรับ และอยู่กับมัน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 5 ข้อสั้นๆ ที่อยากจะเขียนเตือนตัวเองไว้และแบ่งปันให้ใครๆ ได้อ่าน ขอบคุณทุกคน ทุกเหตุการณ์ หนังสือทุกเล่ม หนังทุกเรื่อง หรืออะไรก็ตามที่ให้บทเรียนระหว่างการใช้ชีวิตของเราในปี 2019 ขอให้ปี 2020 เป็นปีที่ดี&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-86225" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-2.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-86224" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/a-day-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-from-readers/">&#8220;อย่าทำงานจนตัวตาย บางเรื่องช่างแม่งก็ได้ ป่วยรีบไปหาหมอ&#8221; ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
