<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020 &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/series/year-2020/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/series/year-2020/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Mar 2021 01:55:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีใครก้าวผ่านความเจ็บปวดที่เจอมาได้หรอก” ไมค์ พิรัชต์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-m1keangelo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Dec 2020 13:17:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล]]></category>
		<category><![CDATA[m1keangelo]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ-ไมค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=117767</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากมองว่าเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตเป็นดั่งขั้นบันได ชีวิตของ ไมค์ – พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล คงผ่านจุดที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดมาแล้วหลายต่อหลายหนในเส้นทางอาชีพที่เขาเลือกเดิน จากนักร้องคู่หูดูโอ้ในประเทศ สู่การสร้างผลงานและชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันกำลังเติบโตไปได้ดีและได้ไกลในเส้นทางการแสดงระดับอินเตอร์ หากมองเพียงแค่นั้น ชีวิตของชายตรงหน้าเราคงเป็นดั่งชีวิตที่ใครต่อใครพากันใฝ่ฝันและอิจฉา แต่เพราะนี่คือชีวิต จึงไม่มีเรื่องราวใดหรือมนุษย์คนใดสมบูรณ์แบบขนาดนั้น–หลายต่อหลายครั้งมรสุมชีวิตก็ซัดให้เขาดิ่งลงก้นเหว  ‘ไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ไม่มีที่ให้ไปอีกแล้ว เหมือนท้องฟ้าที่มืดสนิท ไม่มีดาว’ คือสิ่งที่เขารู้สึกในวันและเวลาเหล่านั้น ไม่นานมานี้ เป็นอีกครั้งที่ชื่อของ ไมค์ พิรัชต์ โผล่ขึ้นมาในกระแส  หากจะนับว่านี่คือครั้งแรกๆ ที่มีคนหันกลับมาให้ความสนใจและจับจ้องไปที่เขาอีกครั้ง หลังข่าวใหญ่ที่ทำให้เขาได้เริ่มบทบาทความเป็นพ่อเมื่อปี 2557 ก็คงไม่ผิดนัก แม้ไม่ใช่ข่าวคราวที่ดีนัก แต่ก็นับเป็นจังหวะเวลาที่น่าสนทนา เพราะว่ากันว่าในวันคืนที่มรสุมซัดถาโถมเข้ามา เราจะรับรู้บทเรียนชีวิตได้ดีขึ้น   เพราะโควิด-19 ระบาดหนัก ปีนี้เลยได้อยู่ไทยยาว เป็นยังไงบ้าง ใช่ กลับมาทำธุระตั้งแต่ต้นปี แล้วก็ติดอยู่ที่นี่ยาวเลย (ยิ้ม) จริงๆ มีแพลนจะกลับจีนหลายรอบแล้วแหละ แต่ก็ยกเลิกไปหลายรอบแล้วเหมือนกัน อย่างที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้มีปัญหาหลายอย่างเข้ามาให้ผมต้องแก้ไข จัดการ ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นอยู่แก้ปัญหาในชีวิตให้จบก่อน   นับว่าปี 2020 เป็นปีที่ปัญหาซัดคุณอย่างหนักหน่วง ที่จริงก็หนักมาเรื่อยๆ ทุกปี แต่ก็ใช่ ปีนี้คงหนักสุด  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-m1keangelo/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีใครก้าวผ่านความเจ็บปวดที่เจอมาได้หรอก” ไมค์ พิรัชต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากมองว่าเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตเป็นดั่งขั้นบันได ชีวิตของ <a href="https://www.facebook.com/M1KEANGELO"><strong>ไมค์ – พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล</strong></a> คงผ่านจุดที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดมาแล้วหลายต่อหลายหนในเส้นทางอาชีพที่เขาเลือกเดิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนักร้องคู่หูดูโอ้ในประเทศ สู่การสร้างผลงานและชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น และปัจจุบันกำลังเติบโตไปได้ดีและได้ไกลในเส้นทางการแสดงระดับอินเตอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองเพียงแค่นั้น ชีวิตของชายตรงหน้าเราคงเป็นดั่งชีวิตที่ใครต่อใครพากันใฝ่ฝันและอิจฉา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เพราะนี่คือชีวิต จึงไม่มีเรื่องราวใดหรือมนุษย์คนใดสมบูรณ์แบบขนาดนั้น–หลายต่อหลายครั้งมรสุมชีวิตก็ซัดให้เขาดิ่งลงก้นเหว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ไม่มีที่ให้ไปอีกแล้ว เหมือนท้องฟ้าที่มืดสนิท ไม่มีดาว’ คือสิ่งที่เขารู้สึกในวันและเวลาเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117848 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54.jpg" alt="ไมค์ พิรัชต์ " width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5843_Facetune_25-12-2020-17-53-54-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานมานี้ เป็นอีกครั้งที่ชื่อของ ไมค์ พิรัชต์ โผล่ขึ้นมาในกระแส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากจะนับว่านี่คือครั้งแรกๆ ที่มีคนหันกลับมาให้ความสนใจและจับจ้องไปที่เขาอีกครั้ง หลังข่าวใหญ่ที่ทำให้เขาได้เริ่มบทบาทความเป็นพ่อเมื่อปี 2557 ก็คงไม่ผิดนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่ใช่ข่าวคราวที่ดีนัก แต่ก็นับเป็นจังหวะเวลาที่น่าสนทนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะว่ากันว่าในวันคืนที่มรสุมซัดถาโถมเข้ามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะรับรู้<a href="https://adaymagazine.com/year-2020-mike/">บทเรียน</a>ชีวิตได้ดีขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-117856" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40.jpg" alt="ไมค์ พิรัชต์ " width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5853_Facetune_25-12-2020-19-01-40-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p> </p>
<h3><b>เพราะโควิด-19 ระบาดหนัก ปีนี้เลยได้อยู่ไทยยาว เป็นยังไงบ้าง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ กลับมาทำธุระตั้งแต่ต้นปี แล้วก็ติดอยู่ที่นี่ยาวเลย (ยิ้ม)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ มีแพลนจะกลับจีนหลายรอบแล้วแหละ แต่ก็ยกเลิกไปหลายรอบแล้วเหมือนกัน อย่างที่รู้กันอยู่ว่าปีนี้มีปัญหาหลายอย่างเข้ามาให้ผมต้องแก้ไข จัดการ </span><span style="font-weight: 400;">ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นอยู่แก้ปัญหาในชีวิตให้จบก่อน</span></p>
<p> </p>
<h3><b>นับว่าปี 2020 เป็นปีที่ปัญหาซัดคุณอย่างหนักหน่วง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงก็หนักมาเรื่อยๆ ทุกปี แต่ก็ใช่ ปีนี้คงหนักสุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ผมมองว่าทุกสิ่งที่เกิด ทุกปัญหาที่เจอ มันเป็นแค่อีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตอยู่ดี ไม่ได้มองว่าเกิดเรื่องราวนี้ขึ้นแล้วโลกจะแตกสลาย ถึงล้มเราก็พร้อมลุกขึ้นใหม่</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-117846 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26.jpg" alt="ไมค์ พิรัชต์ " width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่กลัวนะ อาจเพราะชีวิตผมตั้งแต่เข้าวงการมาก็เหมือนต้องเจอกับการเริ่มต้นใหม่อย่างนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว วงการบันเทิงมันเป็นอย่างนี้ มีขึ้น มีลง ไม่จีรัง อย่างการไปทำงานที่จีนก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ปีนี้ผ่านไปผมก็ต้องเริ่มต้นกับปีหน้าใหม่อีกอยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงไมค์ พิรัชต์ ตายไปหลายเวอร์ชั่นแล้วนะ ผมแทบจำตัวเองสมัยก่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ เปลี่ยนไปทุกปี และปีหน้าก็คงเปลี่ยนไปอีก แต่สำหรับผมปีนี้ ถ้าเรียกว่าเป็นปีแห่งการตื่นรู้ก็น่าจะได้ ผมได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือคนรอบข้าง และที่ชัดเจนที่สุดคือผมได้เห็นตัวเองหลังจากที่ละเลยมาตลอด </span></p>
<p> </p>
<h3><b>เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะโควิด-19 ปีนี้ผมเลยทำงานน้อยลง มีเวลาโฟกัสที่ตัวเองมากขึ้น มันเลยทำให้ผมเห็นว่าชีวิตของเรามีข้อผิดพลาดหรือสิ่งที่ผมคิดว่าผิดปกติเยอะมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นเขาใช้กัน คนอื่นอาจมีวัยเด็กที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน มีเพื่อน มีสังคม เขามีประสบการณ์ให้คุยให้แชร์กัน แต่ผมไม่มี ผมโตมาแบบเดี่ยวๆ มีโลกส่วนตัว มีเพื่อนบ้างเล็กน้อย แทบไม่ได้ออกไปเจอสังคม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามที่ผมถามคนรอบข้างบ่อยมากคือ วันว่างๆ คนปกติธรรมดาเขาทำอะไรกัน เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยว่าง ปีนี้ผมเลยรู้สึกดีกับการได้เป็นคนธรรมดามากขึ้น ได้ทำกับข้าว ล้างจาน เก็บขยะ ทำหลายๆ อย่างที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ทำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117858 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27.jpg" alt="ไมค์ พิรัชต์" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5860_Facetune_25-12-2020-19-11-27-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ทำไมถึงโหยหาความธรรมดานัก เป็นคนดังไม่ดีตรงไหน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตอบแบบไม่สวยหรู คือเอาจริงๆ ผมไม่เคยอยากเข้าวงการบันเทิงเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่อยู่ๆ จับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นศิลปินในโครงการ G-Junior ด้วยความเป็นเด็ก ได้เจอได้เล่นกับเพื่อนมันก็สนุก แต่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเป็นดารา เป็นคนของประชาชนคืออะไร ผมใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งนี้มาเรื่อยๆ จนมันเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ในชีวิตของเรามาตลอด ไม่รู้จะไปทำอะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนเด็กผมเลยคิดว่าสิ่งสำคัญสิ่งเดียวของเราคงเป็นชื่อเสียง ผมคงต้องรักษามันไว้ ต้องต่อสู้เพื่อให้ตัวเองดังขึ้น แต่ตอนนี้ความคิดผมเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมไม่ใช่เรื่องของชื่อเสียง แต่มันคือการได้ใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเลยมีคำว่าคนในอยากออกคนนอกอยากเข้าไง เพราะคนนอกไม่เข้าใจว่าข้างในวงการเป็นยังไง ส่วนคนในที่เข้าใจแล้วก็อยากออกไปอยู่ที่อื่น  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117854" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26.jpg" alt="ไมค์ พิรัชต์" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5851_Facetune_25-12-2020-18-52-26-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3><b>เคยคิดอยากออกจากวงการบ้างหรือเปล่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยนะ (ยิ้ม) ช่วงหลังจากถ่ายละครเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">รากบุญ </span></i><span style="font-weight: 400;">กับ</span><i><span style="font-weight: 400;"> Full House วุ่นนักรักเต็มบ้าน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ผมเคยมีความคิดอยากออกไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่พอละครดัง คนรอบข้างก็บอกว่าไปทำไมล่ะ ตอนนี้กำลังดี ผมเลยโอเค งั้นคว้าโอกาสไว้ก่อน ทำงานต่อ  </span></p>
<p> </p>
<h3><b>ล้มเลิกความคิดได้ง่ายๆ แบบนั้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นจะเรียกว่าผมเป็นคนยังไงดีล่ะ ผมเป็นคนที่ไม่ได้ชัดเจนกับการตัดสินใจของตัวเองเท่าไหร่ เป็นคนเหลาะแหละกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตัดสินใจอะไรก็กลัว ผมเลยทำตามคนอื่นไปเรื่อยๆ ใครคิดยังไง ใครอยากให้ไปทางไหนก็ไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ตอนนั้นจริงจังถึงขั้นดูโรงเรียนไว้แล้วนะ แต่สุดท้ายพอไม่ได้ไป ผมเลยคิดว่าคงออกไปจากตรงนี้ไม่ได้แล้วแหละ งั้นผมไม่ฝืนชะตาตัวเองแล้วกัน ถ้าปัจจุบันผมยังอยู่ได้ งั้นผมทำมันให้ดีที่สุด ทั้งที่จริงๆ ผมเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเองสักนิด </span><span style="font-weight: 400;">ไม่เคยมั่นใจในความสามารถของตัวเองเท่าไหร่</span><span style="font-weight: 400;"> จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีความมั่นใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117851 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5848_Facetune_25-12-2020-18-22-35-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>แล้วทำไมตอนนั้นคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจอย่างคุณถึงกล้าตัดสินใจรับโอกาสจากจีน แล้วออกเดินไปยังเส้นทางนั้น ทั้งๆ ที่ดูเหมือนต้องเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ทั้งหมด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">(เงียบนาน) เอาตรงๆ เพราะตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองไม่มีที่ยืนในสังคมไทยอีกแล้ว ไม่มีที่ให้ยืน ไม่มีที่ให้ไป เหมือนท้องฟ้าที่มืดสนิท ไม่มีดาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเป็นคนคิดเยอะ คิดมาก คิดตลอดเวลา คิดจนทนอยู่กับความรู้สึกนั้นไม่ได้ รู้สึกแค่ว่าต้องไปที่ไหนสักแห่ง ไปจากสิ่งตรงหน้าที่ต้องรับรู้</span><span style="font-weight: 400;"> เพราะย้อนไปตอนนั้นมีหลายคนบอกผมนะ ว่าชีวิตในวงการของเรามันจบ มันหมดสิ้นไปแล้ว ทุกอย่างพังแล้ว แต่สุดท้ายผมก็ยังฝืน ถ้าที่นี่ไม่ต้อนรับก็ไปหาที่อื่นที่เขาพร้อมต้อนรับ เริ่มใหม่จากศูนย์ บอกตัวเองว่าไม่ต้องยึดติดกับอะไรแล้ว อดีตก็คืออดีต แค่ไปเริ่มต้นใหม่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117859 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5861_Facetune_25-12-2020-19-09-58-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>สิ่งที่คิดในใจตอนนั้นคืออะไร </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไปเรื่อยๆ </span><span style="font-weight: 400;">และสุดท้ายเวลามันก็พาเราผ่านอุปสรรคไปเรื่อยๆ ผ่านสิ่งต่างๆ มาเรื่อยๆ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ก็เป็นปกติของชีวิตคน </span></p>
<p> </p>
<h3><b>คุณเคยบอกเองว่าเส้นทางที่จีนของคุณไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีกระทั่งก้านกุหลาบ ทำไมถึงบอกแบบนั้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ ถ้าคิดภาพว่านี่เป็นขั้นบันไดที่ต้องเดินขึ้นไป ทุกวันนี้คนเขาก็มองเห็นแค่ตอนที่ผมยืนอยู่ข้างบนแล้วเพราะมองจากอีกฝั่ง เขาเลยไม่รู้ว่าขั้นบันไดที่ผมเดินผ่านมีทั้งเศษแก้ว เศษหนาม เขาไม่เห็นว่าที่ผ่านมาเราเจออะไรมาบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมใช้เวลาหลายปีมากกว่าจะเข้าใจวัฒนธรรม การวางตัวในฐานะศิลปิน การใช้ชีวิตที่นี่ สิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้ที่ไทย ผมทำไม่ได้เลย พออยู่ต่างประเทศเราถูกบีบอยู่ในข้อจำกัด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเคยคิดเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ ว่าการเข้าวงการนี้เหมือนเซ็นสัญญากับซาตาน ยิ่งอยากได้มากเท่าไหร่ สิ่งที่ต้องแลกมาก็มากขึ้นเท่านั้น และผมดันต้องการสิ่งที่สูงมาก สิ่งที่ผมต้องแลกมามันเลยเยอะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117845" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5840_Facetune_25-12-2020-17-36-50-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3><b>กับหลายๆ เรื่องที่เจอมา ฟังดูคุณเป็นคนเข้มแข็งนะ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่เข้มแข็ง (ตอบทันที) อ่อนแอที่สุดในหมู่คนรอบข้างที่รู้จักด้วยซ้ำ เป็นคนเซนซิทีฟ คิดมาก ขี้นอยด์ ปล่อยวางไม่ค่อยได้ พวกนี้มันเป็นสันดานของผม เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมต้องทำ ผมก็แค่ต้องทำ สิ่งที่ผมต้องแก้ ผมก็แค่ต้องแก้ ก็แค่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเคยอ่านเจอคำหนึ่ง เขาบอกประมาณว่า ‘ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณต้องถามตัวเองว่าแก้ได้ไหม ถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะมันทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ถ้าแก้ได้ก็ไม่เป็นอะไรอีกนั่นแหละ เพราะสุดท้ายปัญหานั้นจบไปแล้ว’ สุดท้ายมันก็จบที่คำว่าไม่เป็นไร อันนี้แก้ไม่ได้ โอเค ปล่อย อันนี้แก้ได้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีเราต้องคิดอย่างนี้ แต่ก็ใช่ว่าเราปล่อยหรือบอกว่าไม่เป็นไรกับทุกๆ อย่าง มันได้แค่บางเรื่องเท่านั้น บางเรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">บางปัญหาในชีวิตที่มันเกิดขึ้นวันนี้ เราก็ควรต้องแก้วันนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้มันกองๆ จนเป็นเนื้อร้ายแล้วมากัดกินในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมาผมปล่อย ปล่อยกับทุกๆ อย่าง ทุกวันนี้ผมเลยต้องมานั่งแก้ปัญหาที่ผมเป็นคนกองมันขึ้นมาเอง เพราะผมปล่อยมันมาเรื่อยๆ ผมเหลาะแหละ จะมาแก้วันนี้มันก็ยาก เหมือนคนเป็นมะเร็ง ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะแรกโอกาสหายก็สูง แต่ถ้าไปรักษาระยะที่สี่โอกาสหายก็น้อยลง</span></p>
<p> </p>
<h3><b>แล้ววันนี้คุณก้าวผ่านความเจ็บปวดนั้นมาได้หรือยัง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครก้าวผ่านความเจ็บหรือความรู้สึกต่างๆ ที่เจอมาได้หรอก มันอยู่ในความทรงจำของเรา ทุกครั้งที่คิดถึงหรือมีใครพูดถึงอะไรที่เกี่ยวข้อง ผมก็ยังย้อนความรู้สึกนั้นได้อยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างใช้เวลา การเยียวยาบาดแผลทุกอย่าง แผลทุกที่ในร่างกายของคนเรามันก็ใช้เวลา ถึงสุดท้ายมันตกเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกไป อาจกลายเป็นแผลเป็น แต่ทุกครั้งที่มองเราก็จะคิดได้ว่า อ๋อ แผลนี้ได้มายังไง มันเป็นแค่แผลเป็นที่ไม่เจ็บแล้ว แต่ในอนาคตผมอาจเป็นแผลอีกก็ได้ มันเป็นเรื่องธรรมดามากที่คนเราจะทุกข์ เพียงแค่ว่าปีนี้มันเป็นปีที่ผมต้องเช็กบิล ก็ไม่แปลกที่ทุกอย่างถาโถมจนเราทุกข์ เป็นสิ่งที่สมควรแล้ว เพราะผมทำตัวเอง ผมไม่แก้ ผมเหลาะแหละ มาเปลี่ยนเอาตอนนี้เหมือนรักษามะเร็งระยะที่สี่แล้ว ก็ต้องทำคีโมเยอะหน่อย ทรมานเยอะหน่อย เป็นเรื่องธรรมดา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117850 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5847_Facetune_25-12-2020-18-19-49-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>มองว่าเป็นปีที่มีสุขหรือมีทุกข์มากกว่ากัน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งเงียบนาน) พยายามนึกถึงความสุขอยู่ แต่คิดไม่ออกจริงๆ เอาตรงๆ นะ ปีนี้เป็นปีที่ผมไม่มีความสุขสักวัน นึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าวันไหนคือวันที่มีความสุข เพราะในหัวผมมีเรื่องกังวล เรื่องนั่นเรื่องนี่อยู่ตลอดเวลา ต่อให้ผมหัวเราะแต่ผมก็ไม่ได้มีความสุขหรอก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117855 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5852_Facetune_25-12-2020-18-55-36-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>แล้วกับปีแย่ๆ แบบนี้ มีอะไรที่คุณอยากขอบคุณไหม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เยอะมากนะ (คิด) แต่ผมอยากขอบคุณตัวเอง ขอบคุณตัวเองที่วันนั้นไม่ยอมแพ้ ขอบคุณตัวเองที่ไม่ได้ท้อกับมัน ขอบคุณที่ในชีวิตนี้ไม่ว่าเจอเรื่องราวอะไรมา ผมล้มแล้วลุก แล้วก็เดินต่อทุกครั้ง ทั้งๆ ที่ตัวมีแผลเต็มไปหมด แต่ผมก็เดินแล้วยิ้มกับมันได้ ขอบคุณตัวเองทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เปลี่ยนมาได้ขนาดนี้ และขอบคุณตัวเองในอนาคตด้วยที่จะเปลี่ยนไปให้ดีกว่านี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117846 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5841_Facetune_25-12-2020-17-43-26-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ปีที่ผ่านมาคุณขอบคุณตัวเองบ่อยไหม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ค่อยนะ ผมไม่ค่อยนึกถึงตัวเองเท่าไหร่ ปกติเวลาใครให้ขอบคุณอะไรก็ขอบคุณคนนั้นคนนี้ แต่ก็เพิ่งมานึกได้ว่าต้องขอบคุณตัวเองบ้างแล้วแหละเนอะ (ยิ้ม)</span></p>
<p> </p>
<h3><b>อะไรคือสิ่งที่เพิ่งมาค้นพบว่าเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตตัวเองในปีนี้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตมั้ง สำคัญสุดก็คงชีวิตนี่แหละ</span></p>
<p> </p>
<h3><b>ทำไม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมแค่คิดว่าชีวิต ณ ปัจจุบันนี้ แค่ตอนนี้ยังหายใจ ยังตื่นมาอยู่ ยังกินข้าว ยังนอน ยังมีชีวิต นี่แหละคือสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไม่มีตรงนี้อย่างอื่นมันก็ไม่สำคัญหมด เพื่อน ทุกคนรอบข้าง ชื่อเสียง เงินทอง บ้าน ที่อยู่ ของใช้ ของรัก ทุกอย่างไม่มีความหมายแล้ว สิ่งที่เพิ่งมาค้นพบเลยคือเรื่องนี้ ว่าสิ่งสำคัญของเราคือชีวิตและลมหายใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-117844 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_5819_Facetune_25-12-2020-17-26-16-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>สุดท้ายแล้ว ปีนี้ให้บทเรียนอะไรกับคุณบ้าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงปีนี้เป็นปีที่ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมายนะ เยอะกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ ผมได้มิตรภาพที่ดี ได้เพื่อนใหม่ๆ ได้รู้ว่ามีคนที่คอยเคียงข้างเรา สู้กับเราในวันที่ต้องเจอเรื่องร้ายๆ เรื่องแย่ๆ แต่ปีนี้ให้บทเรียนอะไรกับผมเหรอ (นิ่งคิด) </span><span style="font-weight: 400;">คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ย้ำในสัมภาษณ์นี้บ่อยๆ มั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาของเราที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ต้องแก้วันนี้ อย่าปล่อยให้มันเป็นเนื้อร้ายมาทำร้ายเราในอนาคต</span></p>
<p> </p>
<p>สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563</p>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-m1keangelo/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ไม่มีใครก้าวผ่านความเจ็บปวดที่เจอมาได้หรอก” ไมค์ พิรัชต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เอาเข้าจริงตัวเราแม่งเล็กจ้อยเหมือนกันนะ” บาส นัฐวุฒิ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/baz-nattawut/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2020 12:21:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[หนังไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับ]]></category>
		<category><![CDATA[Sundance Film Festival]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[หว่อง กาไว]]></category>
		<category><![CDATA[One For The Road]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=117406</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาส นัฐวุฒิตรงหน้าเราตอนนี้คือ บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับภาพยนตร์และโฆษณามากฝีมือบาส นัฐวุฒิ ส่วนด้านหลังเขาคือรางวัลสุพรรณหงส์ 3 รางวัลจากผลงานภาพยนตร์ 2 เรื่องแรกของเขาอย่าง เคาท์ดาวน์ (2012) และ ฉลาดเกมส์โกง (2017) ใครก็ตามที่ได้มาเห็นภาพบาสในขณะนี้ ต่อให้ไม่ได้คลุกคลีในแวดวงภาพยนตร์ไทยสักเท่าไหร่ก็คงพอจะคาดคะเนทั้งฝีมือและคุณภาพผลงานของเขาได้ไม่ยาก ยังไม่นับกระแสชื่นชมถล่มทลาย รายได้ และรางวัลอีกมากมายที่ ฉลาดเกมส์โกง ไปกวาดมาจากเทศกาลภาพยนตร์นานาประเทศทั่วโลก ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะจับตามองผลงานเรื่องต่อไปของบาสด้วยความคาดหวังสูงลิบ ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2019 คอหนังทั่วโลกได้รับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ของบาสเป็นครั้งแรก และนั่นก็ทำให้ทุกคนต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า เมื่อได้รู้ว่าผู้กำกับระดับตำนานอย่างหว่อง การ์-ไว อาสารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับ One for the Road (2021) ภาพยนตร์ลำดับที่สามของบาส และที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันก็คือรายชื่อทีมเขียนบทคุณภาพอย่าง ไก่–ณฐพล บุญประกอบ, โรส–พวงสร้อย อักษรสว่าง, อู๊ด–นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์ และณัฏฐ์ษา จิตรชัยธีร์กุล รวมถึงเหล่านักแสดงแนวหน้าทั้ง ต่อ–ธนภพ ลีรัตนขจร, ไอซ์ซึ–ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, วี–วิโอเลต วอเทียร์, พลอย หอวัง, นุ่น–ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ ออกแบบ–ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baz-nattawut/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เอาเข้าจริงตัวเราแม่งเล็กจ้อยเหมือนกันนะ” บาส นัฐวุฒิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">บาส นัฐวุฒิ</span><span style="font-weight: 400;">ตรงหน้าเราตอนนี้คือ </span><b>บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้กำกับภาพยนตร์และโฆษณามากฝีมือ</span><span style="display: none;">บาส นัฐวุฒิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนด้านหลังเขาคือรางวัลสุพรรณหงส์ 3 รางวัลจากผลงานภาพยนตร์ 2 เรื่องแรกของเขาอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">เคาท์ดาวน์ </span></i><span style="font-weight: 400;">(2012)</span><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://adaymagazine.com/movie-37/"><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง </span></i><span style="font-weight: 400;">(2017)</span></a> <span style="font-weight: 400;">ใครก็ตามที่ได้มาเห็นภาพบาสในขณะนี้ ต่อให้ไม่ได้คลุกคลีในแวดวงภาพยนตร์ไทยสักเท่าไหร่ก็คงพอจะคาดคะเนทั้งฝีมือและคุณภาพผลงานของเขาได้ไม่ยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่นับกระแสชื่นชมถล่มทลาย รายได้ และรางวัลอีกมากมายที่ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง </span></i><span style="font-weight: 400;">ไปกวาดมาจากเทศกาลภาพยนตร์นานาประเทศทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะจับตามองผลงานเรื่องต่อไปของบาสด้วยความคาดหวังสูงลิบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117456 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410.jpg" alt="บาส นัฐวุฒิ" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04410-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2019 คอหนังทั่วโลกได้รับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ของบาสเป็นครั้งแรก และนั่นก็ทำให้ทุกคนต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า เมื่อได้รู้ว่าผู้กำกับระดับตำนานอย่างหว่อง การ์-ไว</span> <span style="font-weight: 400;">อาสารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับ </span><i><span style="font-weight: 400;">One for the Road </span></i><span style="font-weight: 400;">(2021)</span><span style="font-weight: 400;"> ภาพยนตร์ลำดับที่สามของบาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันก็คือรายชื่อทีมเขียนบทคุณภาพอย่าง</span><b> </b><a href="https://adaymagazine.com/the-readers-secret-ep-02/" target="_blank" rel="noopener">ไก่–ณฐพล บุญประกอบ</a><span style="font-weight: 400;">, </span><a href="https://adaymagazine.com/nakorn-sawan-puangsoi-aksornsawang/" target="_blank" rel="noopener">โรส–พวงสร้อย อักษรสว่าง</a><span style="font-weight: 400;">, </span>อู๊ด–นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์<span style="font-weight: 400;"> และ</span>ณัฏฐ์ษา จิตรชัยธีร์กุล<span style="font-weight: 400;"> รวมถึงเหล่านักแสดงแนวหน้าทั้ง </span>ต่อ–ธนภพ ลีรัตนขจร, ไอซ์ซึ–ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์, <a href="https://adaymagazine.com/cest-ma-vie/" target="_blank" rel="noopener">วี–วิโอเลต วอเทียร์</a>, พลอย หอวัง, นุ่น–ศิรพันธ์ วัฒนจินดา <span style="font-weight: 400;">และ </span><a href="https://adaymagazine.com/oakbab-interview/" target="_blank" rel="noopener">ออกแบบ–ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง</a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกชื่อที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้ใครๆ ต่างก็นับถอยหลังรอวันที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อโควิด-19 มาเยือน โรงหนังทั่วโลกจึงต้องหยุดให้บริการ เช่นกันกับกองถ่าย </span><i><span style="font-weight: 400;">One for the Road</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ต้องหยุดพักกะทันหันแม้ว่าขณะนั้นจะถ่ายทำไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117469 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605.jpg" alt="บาส นัฐวุฒิ" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04605-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัดภาพกลับมาที่ปลายปี 2020 ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เราได้รับทราบข่าวคราวของโปรเจกต์นี้อีกครั้ง นั่นคือการถูกรับเลือกให้ฉายที่เทศกาล <a href="https://www.sundance.org/festivals/sundance-film-festival/about" target="_blank" rel="noopener">Sundance Film Festival 2021</a> ในวันที่ 28 มกราคม 2021 ซึ่งนอกจากจะเป็นการเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งแรกแล้ว <em>One for the Road</em> ยังได้เข้าชิงรางวัลถึง 3 สาขาคือ Grand Jury Prize, Director Award และ Special Jury Award </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนี้เหมือนพระเจ้าเป็นคนเขียนบทเลย เพราะมันมีการปูคอนฟลิกต์มาตั้งแต่ต้น แล้วไล่ซีเควนซ์มาจนถึงตอนนี้ที่กำลังเป็นไคลแมกซ์ หลังจากนี้พอเข้าปีหน้าก็คือองก์ที่สามของหนังแล้ว ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะจบลงด้วยโน้ตแบบไหน แต่เราคิดว่ามันคือหนังที่ทำให้คนดูได้คิดกับตัวเอง” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบาสแล้ว ปี 2020 ทำให้เขาได้คิดอะไรกับตัวเอง ไปฟังคำตอบของเขาได้ในบทสนทนาต่อไปนี้</span><span style="display: none;">บาส นัฐวุฒิ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117479" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit.jpg" alt="บาส นัฐวุฒิ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06983-Edit-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ในปีที่การงานไม่เป็นไปตามแผน คุณรับมือกับสถานการณ์รอบตัวยังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็แค่ต้องปรับตัว แล้วก็ใช้เวลาในช่วงนี้ทำอย่างอื่นที่พอทำได้แหละ สำหรับงานของเรา ถ้าไม่มีโควิด-19 <em>One for the Road</em> คงออกมาเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง เพราะด้วยเวลาการถ่ายทำและการตัดต่อเท่าที่มีมันก็จะดำเนินไปเหมือนกับหนังเรื่องก่อนๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเรามีเวลาเยอะขึ้นและได้อยู่กับมันมากขึ้น ทั้งช่วงที่อยู่แล้วทำไปด้วย แล้วก็อยู่ไปแบบไม่ทำด้วย เวลาตรงนั้นทำให้เรารู้ว่าการปล่อยมือจากบางอย่างและมองมันจากที่ไกลๆ ก็ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><b>ที่คุณบอกว่ามันคงออกมาเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง หมายความว่ายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือเรื่องการถอยออกมามอง ซึ่งในฐานะผู้กำกับเราก็ตอบไม่ได้นะว่ามันดีหรือไม่ดี มันไม่มีใครบอกได้เลย เราไม่รู้เลยว่าในจักรวาลคู่ขนาน หนังเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นที่ทำเสร็จในเดือนมิถุนายนมันจะเป็นยังไง มันอาจจะดีกว่าเวอร์ชั่นปัจจุบันนี้ก็ได้ แต่สำหรับเราในตอนนี้ ขอใช้คำว่าน่าสนใจก็แล้วกัน</span></p>
<p><b>ย้อนกลับไปตอนแรกสุด หนังเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากจบ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไปไม่นาน วันหนึ่งเราก็ได้รับการติดต่อมาว่า “พี่หว่องได้ดู </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง </span></i><span style="font-weight: 400;">แล้วชอบ อยากชวนไปร่วมงานกัน” ซึ่งใครจะปฏิเสธวะ เราก็ต้องไปสิ </span></p>
<p><b>ยังจำความรู้สึกตอนที่ได้รับการติดต่อมาได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขนลุก ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเราน่าจะนั่งกินข้าวอยู่มั้ง มันเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง แล้วอยู่ๆ ก็มีไลน์เข้ามา ทำให้เราได้ไปเจอกับพี่หว่อง แต่วันที่ขนลุกยิ่งกว่าคือวันที่ได้เจอเขาตัวเป็นๆ ครั้งแรกที่ฮ่องกง ตอนนั้นทำให้รู้สึกว่า “เชี่ย มันเกิดขึ้นจริงว่ะ เขาไม่ได้หลอกกูว่ะ” มันเป็นความรู้สึกที่เซอร์เรียลมากๆ ว่ากูมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ยังไงวะ และในขณะเดียวกันก็ overwhelm มากด้วย แต่หลังจากนั้นความรู้สึก overwhelm มันก็ค่อยๆ แปรสภาพกลายเป็นความกดดันในเวลาต่อมา</span></p>
<p><b>กดดันยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าที่หนักที่สุดคือความรู้สึกกดดันตัวเองว่ามึงอย่า fuck up กับสิ่งนี้ กับโอกาสนี้ที่ได้รับมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117463 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit.jpg" alt="บาส นัฐวุฒิ" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04544-Edit-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>เทียบกับความรู้สึกตอนที่ทำหนังสองเรื่องก่อนหน้า ระดับความกดดันนั้นต่างกันไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่างกันเยอะมากเลย (นิ่งคิด) ตอนทำหนังเรื่องแรกมันรู้สึกเหมือนหมาที่ถูกปล่อยออกจากกรงเป็นครั้งแรก แล้วเจ้าของบอกมันว่าเอาเลย! วิ่งเลย! จะทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องแคร์ใคร แต่พอเรื่องที่สองเราได้รู้ว่าอิสระแบบนั้นมันล้นไปว่ะ มันยังไม่ค่อยพอดี เราจึงพยายามมีสติขึ้นและไม่คาดหวังมากเกิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความคาดหวังอย่างเดียวของเราตอนทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง </span></i><span style="font-weight: 400;">คือทำยังไงก็ได้ให้หนังไม่เจ๊งเหมือน </span><i><span style="font-weight: 400;">เคาท์ดาวน์  </span></i><span style="font-weight: 400;">ซึ่งตรงนี้มันต้องแยกเป็นสองส่วน อย่างแรกคือทำไงก็ได้ให้บทหนังในมือเรามันออกมาดีที่สุด อย่างที่สองคืออย่าไปตั้งเป้าว่าหนังเรื่องนี้จะทำเงินได้ทะลุร้อยล้านเพราะเรารู้ดีว่ามันคาดหวังไม่ได้ ดังนั้นคุณแค่ต้องรับผิดชอบเรื่องบทก่อน ที่เหลือก็แค่ปล่อยวางมันไป ความรู้สึกของเรามันเลยเบาลง เริ่มเป็นหมาแก่ที่แก่ขึ้นกว่าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับเรื่องที่สามนี่กดดันมาก เราคิดว่าความโชคดีและความสำเร็จจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">ฉลาดเกมส์โกง </span></i><span style="font-weight: 400;">มันเป็นดาบสองคม หนังเปิดประตูและมอบโอกาสให้เราเยอะมาก ขณะเดียวกันก็ทำให้คนมีความคาดหวังกับงานชิ้นต่อไป สำหรับ <em>One for the Road</em> เราก็เลยไม่ซีเรียสกับเรื่องความสำเร็จในเชิงรายได้ แต่สิ่งที่แคร์มากกว่าก็คือเราจะทำยังไงให้หนังเรื่องนี้มันอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับที่คนอื่นคาดหวัง ตรงนี้คือส่วนที่ยากมาก</span></p>
<p><b>คุณรับมือกับความกดดันทั้งหมดที่ผ่านมายังไงโดยไม่สติแตกไปเสียก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไม่ได้ เราสติแตกบ่อยมาก อยากให้สัมภาษณ์แฟนเรามากเลย เขาน่าจะเป็นคนเดียวที่ได้เห็นความพ่ายแพ้และอ่อนแอของเราอย่างรุนแรงในระหว่างการทำงาน ซึ่งมันต่างจากเวลาที่เราอยู่ต่อหน้าทีมงาน ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้านมา มันมีหลายโมเมนต์ที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วว่ะ อยากถอนตัวว่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่การรับมือเราคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ เรารับโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ต้นปี 2018 แล้วก็พัฒนาบทมาเรื่อยๆ ซึ่งหนทางแม่งไม่ราบรื่นเลย จุดที่ร้ายแรงที่สุดคือเราก็ทำงานกับพล็อตเรื่องหนึ่งมาเป็นเวลาเกือบปี แต่อยู่มาวันหนึ่งพี่หว่องก็คว่ำกระดานทั้งหมด ทำให้เราต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ เวลา 8-9 เดือนของเรามันหายไปกับการทำโปรเจกต์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117471 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04623-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ตอนนั้นโกรธไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าบอกว่าไม่โกรธเลยก็อาจจะโรแมนติไซส์ไปหน่อย มันอาจจะมีความ upset อยู่ แต่พอมองย้อนกลับไปเราก็รู้สึกซึ้งใจนะ เพราะพี่หว่องเหมือนอาจารย์ฝ่ายปกครองที่มีทั้งความดุ ความเขี้ยว และที่สำคัญคือเขาฉลาดมาก นี่คือสิ่งที่เราไม่สามารถต่อสู้กับเขาได้เลย คือเขาสามารถมองลึกเข้ามาในตาเราที่เป็นผู้สร้างงาน และบอกเราว่า “มึงไม่ได้เชื่อในสิ่งนี้ มึงห้ามทำ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งที่ผ่านมาเราหลอกคนอื่นได้ตลอด ต่อให้เราไม่ได้เชื่อในไอเดีย แต่เราสามารถหลอกตัวเองได้ หรือหาวิธีคอนเนกต์กับเรื่องราวนั้น และทำให้มันออกมาเป็นคอนเทนต์ชิ้นหนึ่งที่อาจจะอาศัยความหวือหวาในการเล่าเรื่องหรือใดๆ ก็ตามแต่ ทำให้มันรอดต่อไปจนจบได้ แต่กับพี่หว่องเราทำแบบนั้นไม่ได้ว่ะ มันก็เลยนำไปสู่การลงแส้ของเขาว่า “ไม่ต้องทำ ถ้ายูไม่เชื่อ ไอก็ไม่เชื่อ” จบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พล็อตที่สองที่เราทำอยู่ตอนนี้จึงกลายเป็นโจทย์ที่ส่วนตัวมากขึ้น เพราะพี่หว่องพยายามผลักดันให้เราเอาองค์ประกอบที่เป็นตัวเองออกมา ดังนั้นถ้าพูดถึงความกดดันในการทำโปรเจกต์สักชิ้น จากปกติที่แม่งก็มากอยู่แล้ว มันเทียบไม่ได้เลยกับการทำโปรเจกต์ที่เป็นเรื่องของตัวเอง ความกดดันมันทวีคูณไปมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราได้เอาชนะตัวเองเพื่อที่จะกล้าโป๊และหยิบเอาชีวิตจริงของตัวเองออกมาเล่า จากที่ก่อนหน้านี้เราไม่เคยกล้าใช้ประสบการณ์จริงมาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำหนังมาก่อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117461 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536.jpg" alt="บาส นัฐวุฒิ" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04536-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117462 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04542-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><span style="display: none;">บาส นัฐวุฒิ</span></p>
<p><b>ทำไมคุณถึงไม่เคยทำภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องตัวเองมาก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้เรารู้สึกมาตลอดว่าชีวิตเรามันไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น ในโลกนี้มีคนที่ชีวิตน่าสนใจกว่าเรา ลำบากกว่าเราอีกตั้งเยอะแยะ แต่พอเราโดนบังคับให้ต้องทำ มันกลายเป็นเหมือนการบำบัดตัวเราเองในวัย 40 ปีในแง่หนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่รู้หรอกนะว่าการทำหนังแบบนี้มันจะออกมาเวิร์กหรือเปล่า</span></p>
<p><b>จนถึงตอนนี้ที่หนังชีวิตของคุณใกล้ฉายเต็มที คิดว่าชีวิตตัวเองน่าสนใจมากขึ้นหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์นี้ทำให้เราเข้าใจประโยคของฝรั่งที่บอกว่า “เราต่างเป็นพระเอกนางเอกในหนังชีวิตของตัวเอง” ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่พอมาทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">One for the Road</span></i><span style="font-weight: 400;"> กลายเป็นว่ามันมอบโอกาสให้เราทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการวิเคราะห์และสำรวจตัวเองอย่างจริงจังในฐานะมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเปิดกล่องแพนดอร่าเหมือนกัน บางพล็อตในหนังที่เขียนบทเสร็จไปแล้ว แต่พอมันเกิดเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตจริงที่ทำให้เรามองความสัมพันธ์เปลี่ยนไป หรือมองตัวละครบางตัวเปลี่ยนไป เราก็ตัดสินใจเปลี่ยนบทเลย และมันก็เปลี่ยนมู้ดของหนังไปด้วยในเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งพี่หว่องก็ถามนะว่าจะเอาอย่างนี้จริงๆ เหรอ เพราะตอนแรกเขาก็ยังไม่เชื่อเรา แต่เราก็ต้องง้างเขาไปด้วยเหตุผลที่ว่า “ก็ยูบอกให้ไอเป็นตัวเองไง นี่ไง นี่คือตัวตนของไอ” เขาจึงตอบกลับมาว่า “Okay, fine.”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117474" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-200x300.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC06881.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>การทำหนังที่ตั้งอยู่บนอารมณ์ความรู้สึกมากขนาดนี้สร้างความเสี่ยงให้กับงานไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันอาจจะเสี่ยงในแง่ที่ว่า สิ่งนี้มันอาจจะเวิร์กสำหรับเราคนเดียวก็ได้ สมมติเราถ่ายซีนหนึ่งออกมาแล้วร้องไห้ รู้สึกว่ามันดีจังเลยวะ แต่เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนอื่นเขาจะรู้สึกเหมือนเราหรือเปล่า เพราะพอเรื่องนี้มันเป็นอะไรที่ส่วนตัวมากๆ เราก็เลยไม่ค่อยแน่ใจ</span></p>
<p><b>ช่วงกักตัวน่าจะทำให้คุณได้มีเวลาครุ่นคิดเกี่ยวกับงานมากขึ้น มันทำให้คุณมองหนังเรื่องนี้เปลี่ยนไปไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้มันเหมือนเราถือก้อนอะไรบางอย่างไว้ในมือแล้วมองมันแค่ใกล้ๆ มันจึงรู้สึกว่าลูกของเรามันช่างสวยงามไปซะทุกมุมเลย แต่พอได้ถอยออกมาดูถึงเห็นว่า เฮ้ย ก้อนกลมๆ ก้อนนี้มันมีเหลี่ยมอยู่จุดหนึ่งนี่หว่า เราตัดมันออกไปก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหล่านี้มันคือสิ่งที่ทำให้ดราฟต์แรกของหนังยาว 3 ชั่วโมงครึ่ง นั่นคือการตัดทุกอย่างตามบทหนังเลยนะ พอตัดออกมายาวขนาดนั้นเราก็รู้ว่าฉิบหายแล้ว มันจะฉายยังไง ขณะเดียวกันทางฮ่องกงเขาก็ยื่นคำขาดมาว่าหนังต้องยาวสองชั่วโมงเท่านั้น แต่เราก็คิดมาตลอดว่าไม่มีทาง ไม่อย่างนั้นก็ต้องแยกเป็นสองภาคเหมือน </span><i><span style="font-weight: 400;">Kill Bill </span></i><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) จนช่วงล็อกดาวน์ที่เราได้อยู่กับมันบ่อยๆ ในกระบวนการตัดต่อ ทำให้รู้ว่าบางจุดเราตัดออกไปก็ได้ หนังจึงค่อยๆ ได้รูปทรงมากขึ้น</span></p>
<p><b>ดราฟต์ล่าสุดยาวแค่ไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นหนังมากขึ้นแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็ยังเกินสองชั่วโมงที่เขากำหนดมาอยู่ เพราะมันก็มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ตัดไม่ได้จริงๆ </span></p>
<p><b>เมื่อมีหลายฉากที่ถูกตัดออก ทำให้คุณทำงานยากกว่าเดิมไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่เพิ่มมาจริงๆ คือการดีลกับคน ดีลกับความรู้สึกของนักแสดง ว่าความทุ่มเท ความเหนื่อยยากของเขาที่ผ่านมามันอาจไม่ปรากฏใน final product นะ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกผิดมากที่สุด เพราะเราเอาความเหนื่อย ความตั้งใจของคนอื่นมาใช้อย่างไม่คุ้มค่า และจนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ </span></p>
<p><b>เคยมีคนบอกว่าอาชีพผู้กำกับเป็นตำแหน่งที่ต้องเอาแต่ใจมากๆ คุณเห็นด้วยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองจากมุมเราและความเป็นเรา เราเห็นด้วย แต่ในเวลาเดียวกันเราก็เชื่อว่านี่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด เราเคยเห็นผู้กำกับหลายคนที่เขาสามารถบาลานซ์ความเอาแต่ใจของตนเองกับ input ของทีมงานหรือเคมีทุกอย่างในกอง และทำให้ทุกอย่างมันแฮปปี้ได้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117465 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04578-Edit-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117466 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04582-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>คุณนิยามตัวเองว่าเป็น workaholic ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เราคิดว่าเวลา 90 เปอร์เซ็นต์ของชีวิตเราคืองาน</span></p>
<p><b>ไม่เสียดายเวลาเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เสียดาย ด้วยความที่เรายังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูกด้วยมั้ง เราเลือกที่จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้เวลากับสิ่งที่เราอยากทำได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าถามเราตอนนี้สิ่งที่อยากทำก็คืองานนั่นแหละ ดังนั้นมันก็ตรงตามโจทย์ในการใช้ชีวิตของเรานะ ก็เลยไม่เสียดาย</span></p>
<p><b>การทำหนังคือส่วนสำคัญในชีวิตคุณทุกวันนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปสิบปีก่อนหน้านี้คำตอบของเราคือ ใช่ มันคือการทำหนัง แต่ถ้าถาม ณ ตอนนี้ เราว่ามันคือการทำงานว่ะ เพราะตอนนี้มันไม่ใช่แค่การทำหนัง แต่เรายังต้องบาลานซ์สิ่งอื่นในชีวิตกับคนรอบข้างที่เขาสำคัญกับเรา เราคิดว่าสิ่งพวกนี้สำคัญกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้ ย้อนกลับไป 2-3 ปีที่แล้วเราคิดว่าตัวเองค่อนข้างมองโลกแบบ naive พอสมควรเลย ตอนนั้นเราอยากชวนผู้คนรอบตัวมาทำอะไรบางอย่างร่วมกัน เดินไปด้วยกัน บนจุดประสงค์เดียวกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ได้รู้ว่าคนบางคนเป็นได้แค่เพื่อน เป็นเพื่อนที่อาจจะคุยกันเรื่องความฝัน ไปเที่ยวด้วยกัน เฮฮาด้วยกัน แต่เขาไม่ใช่พาร์ตเนอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่าเพื่อนกับพาร์ตเนอร์มันต่างกันนะ ส่วนสำคัญที่จะพิสูจน์ความสัมพันธ์นั้นมันคือเรื่องอุปสรรค ซึ่งเอาจริงแล้วเราคิดว่าบางทีอุปสรรคเหล่านั้นอาจมาจากตัวเราเอง เพราะพอเป็นเรื่องงาน ถ้าเราเชื่ออะไร อยากได้สิ่งไหน หรือมีวิชวลที่ชัดเจนแล้ว เราคิดว่ามันก็ควรจะเป็นแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งเราเป็น workaholic มากๆ เราก็ยิ่งคาดหวังว่าทุกคนจะให้เวลากับสิ่งนี้ จะทำสิ่งนี้ไปแบบ no questions asked เหมือนกัน แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามันก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าบางคนเขาอาจจะไม่สามารถให้เวลากับสิ่งนี้ได้เหมือนกับเรา สุดท้ายจึงเหลือแค่ไม่กี่คนที่เราเรียกได้ว่าเขาคือพาร์ตเนอร์</span></p>
<p><b>นี่คือสาเหตุที่คุณบอกว่าคุณคือผู้กำกับที่เอาแต่ใจถูกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ (นิ่งคิด) เราคิดว่าคนทำงานกับเราเหนื่อย ดังนั้นเวลาที่มีคนมาชมหนังให้ฟังเราจะทำตัวไม่ค่อยถูก เพราะลึกๆ แล้วเรารู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่ง เราแค่ใช้เวลาในการทำสิ่งต่างๆ เยอะกว่าชาวบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งนี้จะไม่เป็นปัญหาถ้าคุณเป็นศิลปิน คุณก็แค่นั่งวาดภาพของคุณต่อไปจนกว่าจะพอใจ แต่นี่คือการทำหนัง ซึ่งแปลว่าความไม่เก่งของเรามันต้องเดือดร้อนทีมงานอีกห้าสิบชีวิต ร้อยชีวิต ที่เขาจะต้องโดนลากไปบนเส้นทางแห่งความไม่แน่ใจของเรา ดังนั้นเราจึงต้องคิดเสมอว่า ถ้าจะต้องทรมานคนทำงานด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ เราจะทำไปให้ทุกคนมั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับมามันจะต้องดีที่สุดเท่าที่เราจะเค้นออกมาได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117459 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04497-Edit-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ปี 2020 ของคุณอาจดูน่าสนุกในสายตาคนนอก เอาเข้าจริงแล้วมันเป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าตัวเองเหมือนนักฟุตบอลธรรมดาที่อยู่ๆ ก็โดนส่งไปแข่งบอลโลก คนที่มองมาจากอัฒจันทร์อาจคิดว่านี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ แต่ในมุมของคนที่วิ่งอยู่กลางสนาม พื้นที่ตรงนั้นมันเป็นเหมือนสเปซว่างๆ โล่งๆ ไม่ได้รู้สึกยิ่งใหญ่อะไร เราก็แค่ต้องเลี้ยงบอลไปถึงโกลให้ได้ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาเท่านั้นเอง</span></p>
<p><b>ตอนนี้ใกล้ถึงโกลหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใกล้แล้ว ถ้าเทียบว่าการไปถึงโกลคือทำหนังเสร็จนะ ก็คือเรากำลังจะยิงประตูแล้ว แต่ยิงออกไปแล้วจะเข้าหรือไม่เข้าประตูอันนี้ก็ตอบไม่ได้จริงๆ เราทำได้แค่เล็งให้แม่นที่สุดเท่านั้นเอง สุดท้ายถ้าไม่เข้าก็ไม่เป็นไร เพราะกระแสตอบรับมันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะทำหนังดีแค่ไหนก็ตาม </span></p>
<p><b>ท้ายที่สุดแล้ว 2020 สอนให้คุณรู้ว่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาเข้าจริงตัวเราแม่งเล็กจ้อยเหมือนกันนะ สิ่งที่เราเคยเชื่อว่ายิ่งใหญ่ สุดท้ายมันก็เล็กนิดเดียว ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่าทุกอย่างที่ทำมันยิ่งใหญ่มาก เป็นความรับผิดชอบชนิดคอขาดบาดตาย แต่ปีนี้พอเราเจออุปสรรค เจอหลุมบ่อต่างๆ นานามากมาย แล้วเราได้มองไปรอบๆ จึงได้เห็นว่า หลุมบ่อของบางคนแม่งลึกกว่า หนักกว่ากูอีกว่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะให้ค่ากับสิ่งรอบตัวน้อยลงนะ เพียงแต่มันสอนให้เรารู้ว่าทุกคนต่างมีจักรวาลของตัวเอง เราแค่ต้องพยายามรับผิดชอบจักรวาลนั้นให้ดีที่สุด ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้เราผ่อนคลายกับสิ่งที่ทำมากขึ้นด้วย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baz-nattawut/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เอาเข้าจริงตัวเราแม่งเล็กจ้อยเหมือนกันนะ” บาส นัฐวุฒิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2020 13:46:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Locall]]></category>
		<category><![CDATA[Luk Hostel]]></category>
		<category><![CDATA[Once Again Hostel]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[hostel]]></category>
		<category><![CDATA[Satarana]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=117256</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่เราเรียนรู้หรือเจอกับตัวไม่นานมานี้ คือการพูดเรื่องทุกข์โดยมีใครสักคนฟังอย่างเปิดใจ ถือเป็นวิธีบรรเทาความเหนื่อยอีกรูปแบบ อย่างน้อยก็ทำให้เรื่องหนักที่แบกมาเกือบทั้งปีเบาลงได้บ้าง หากโชคดีมากหน่อย ใครคนนั้นอาจแบ่งปันพลังบวกชวนฮึดสู้เป็นของแถมกลับบ้าน ในฐานะคนทำงานสื่อ ศานนท์ หวังสร้างบุญ ผู้ก่อตั้ง Once Again Hostel และ Luk Hostel คนนี้คือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยแนวคิด inclusive business ที่หมายถึงการพาคนรอบตัวในชุมชน อาทิ ลุงป้าน้าอาที่มีบ้าน มีร้านรวงอยู่รอบๆ จับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน นอกจากธุรกิจที่พัก เจ้าตัวยังเป็นพี่ใหญ่อีกคนของ ‘กลุ่มสาธารณะ’ กลุ่มที่รวบรวมคนเมืองหลากความถนัดมาช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาสาธารณะบางอย่าง และสื่อสารกับคนเมืองกรุงเทพฯ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือทำให้คนมองเห็นว่าเรื่องสาธารณะโดยเฉพาะการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนจริงๆ และในฐานะคนรุ่นน้อง หนึ่งปีก่อนชายที่นั่งตรงหน้าเราคนนี้เปลี่ยนสถานะจากแค่คนรู้จักเฉยๆ เป็นพี่เขย เขาแต่งงานกับภรรยาสาวชาวภูเรือ จังหวัดเลย เป็นความบังเอิญที่น่ารัก เธอคนนั้นคือนักขับเคลื่อนเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่เรารักเฉกเช่นคนในครอบครัว ระยะที่ใกล้ชิดมากขึ้นเปิดโอกาสให้เราได้เห็นมิติอื่นในตัวเขา มากกว่าแค่คนทำธุรกิจที่ไฟแรงและแคร์คนรอบตัวมากๆ ศานนท์คือสามีที่ยังชอบทำงานตลอดเวลาที่อยู่บ้านภรรยา ในมิตินั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่พยายามเอาเรื่องการกินการอยู่ที่สัมผัสจากชีวิตที่ได้ใช้ในต่างจังหวัดมาเชื่อมโยงกับชีวิตคนในกรุงเทพฯ บ้านเกิดของตัวเองมากขึ้นด้วย ในปี 2020 ลำพังการพึ่งพาและพยุงตัวเองยังทำเราและอีกหลายคนเหนื่อยหอบ หมดพลัง และอดไม่ได้ที่จะบ่นอิดออด โรคระบาดซ้ำเติมคนทำธุรกิจที่หากินกับการท่องเที่ยวไม่เว้นหน้าใครทั้งนั้น ทว่าพื้นที่ของโฮสเทลทั้งสองแห่งที่ศานนท์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้คนอยู่เสมอ จากมุมของคนทำงานหนักที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากมาย ศานนท์ได้ยิน มองเห็น และเรียนรู้อะไรจากปีที่ไม่ยอมปล่อยให้เราได้หยุดพักอย่างปีนี้บ้าง มาฟังเจ้าตัวเล่าดีกว่า ทุกคนรู้ว่าโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราเรียนรู้หรือเจอกับตัวไม่นานมานี้ คือการพูดเรื่องทุกข์โดยมีใครสักคนฟังอย่างเปิดใจ ถือเป็นวิธีบรรเทาความเหนื่อยอีกรูปแบบ อย่างน้อยก็ทำให้เรื่องหนักที่แบกมาเกือบทั้งปีเบาลงได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากโชคดีมากหน่อย ใครคนนั้นอาจแบ่งปันพลังบวกชวนฮึดสู้เป็นของแถมกลับบ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117320 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07076.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะคนทำงานสื่อ </span><b>ศานนท์ หวังสร้างบุญ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้ง </span><a href="https://adaymagazine.com/once-again-hostel-%e0%b9%82%e0%b8%ae%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3/"><span style="font-weight: 400;">Once Again Hostel</span></a><span style="font-weight: 400;"> และ </span><a href="https://adaymagazine.com/loft-hostel-2/"><span style="font-weight: 400;">Luk Hostel</span></a><span style="font-weight: 400;"> คนนี้คือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้วยแนวคิด inclusive business ที่หมายถึงการพาคนรอบตัวในชุมชน อาทิ ลุงป้าน้าอาที่มีบ้าน มีร้านรวงอยู่รอบๆ จับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกัน นอกจากธุรกิจที่พัก เจ้าตัวยังเป็นพี่ใหญ่อีกคนของ ‘กลุ่มสาธารณะ’ กลุ่มที่รวบรวมคนเมืองหลากความถนัดมาช่วยกันคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาสาธารณะบางอย่าง และสื่อสารกับคนเมืองกรุงเทพฯ โดยมีหมุดหมายสำคัญคือทำให้คนมองเห็นว่าเรื่องสาธารณะโดยเฉพาะการพัฒนาเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และในฐานะคนรุ่นน้อง หนึ่งปีก่อนชายที่นั่งตรงหน้าเราคนนี้เปลี่ยนสถานะจากแค่คนรู้จักเฉยๆ เป็นพี่เขย เขาแต่งงานกับภรรยาสาวชาวภูเรือ จังหวัดเลย เป็นความบังเอิญที่น่ารัก เธอคนนั้นคือนักขับเคลื่อนเรื่องเกษตรอินทรีย์ที่เรารักเฉกเช่นคนในครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะที่ใกล้ชิดมากขึ้นเปิดโอกาสให้เราได้เห็นมิติอื่นในตัวเขา มากกว่าแค่คนทำธุรกิจที่ไฟแรงและแคร์คนรอบตัวมากๆ ศานนท์คือสามีที่ยังชอบทำงานตลอดเวลาที่อยู่บ้านภรรยา ในมิตินั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่พยายามเอาเรื่องการกินการอยู่ที่สัมผัสจากชีวิตที่ได้ใช้ในต่างจังหวัดมาเชื่อมโยงกับชีวิตคนในกรุงเทพฯ บ้านเกิดของตัวเองมากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2020 ลำพังการพึ่งพาและพยุงตัวเองยังทำเราและอีกหลายคนเหนื่อยหอบ หมดพลัง และอดไม่ได้ที่จะบ่นอิดออด โรคระบาดซ้ำเติมคนทำธุรกิจที่หากินกับการท่องเที่ยวไม่เว้นหน้าใครทั้งนั้น ทว่าพื้นที่ของโฮสเทลทั้งสองแห่งที่ศานนท์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้คนอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากมุมของคนทำงานหนักที่ใกล้ชิดกับผู้คนมากมาย ศานนท์ได้ยิน มองเห็น และเรียนรู้อะไรจากปีที่ไม่ยอมปล่อยให้เราได้หยุดพักอย่างปีนี้บ้าง มาฟังเจ้าตัวเล่าดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-117288 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04716.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทุกคนรู้ว่าโควิด-19 เอฟเฟกต์มากๆ กับคนที่หากินกับนักท่องเที่ยว ผลกระทบกับธุรกิจที่พักเริ่มเห็นภาพชัดเจนจริงๆ ตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าแค่ในวงการโฮสเทล มันเริ่มหนักตั้งแต่ปลายปี 2018 แล้ว ตอนนั้นค่าเงินบาทสูง นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะแบ็กแพ็กเกอร์เลยเลือกไปประเทศอื่นมากกว่า ไม่ก็ระยะเวลาการพักในประเทศไทยสั้นลง ประกอบกับ supply ที่เยอะขึ้น ถ้าสังเกตปีก่อนๆ จะมีช่วงที่ธุรกิจโฮสเทลบูมมาก เราเริ่มเจอผลกระทบมาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ด้วยซ้ำ พอมันมาปุ๊บทุกอย่างก็ชัดเจน และไม่ใช่แค่ supply ด้วย ฝั่ง demand ก็กระทบอย่างรุนแรง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โฮสเทลบางที่ต้องหยุดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง บางที่เปิดมาแล้วแต่ยังต้องแบกค่าเช่าก็หนักหน่อย ฝั่งที่ปิดกิจการไปเลยก็มีไม่น้อย คนที่ยังสู้ต่อก็มาคุยกันว่าจะปรับตัวยังไงบ้าง ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมามีการประชุมกันเยอะ แล้วพอหลังโควิด-19 ก็ไม่ค่อยได้ catch up กันต่อ เพราะทุกครั้งที่คุยกันมันก็จะวนซ้ำเรื่องเดิมๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เรื่องเดิมๆ ที่ว่าคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกว่า segment ของธุรกิจโฮสเทลค่อนข้างใหม่ในแวดวง hospitality แต่ก่อนเราแบ่งโรงแรมกันตามระดับดาว บางโฮสเทลแต่งเหมือนโรงแรม 3-4 ดาว ไม่แพ้เลยนะ แต่โฮสเทลกลับเป็นธุรกิจที่ไม่ได้ถูกบันทึกในระบบของราชการหรือกฎหมาย ไม่ได้ถูก identify ว่าเป็นประเภทหนึ่งของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเจอกันมันจะมีไม่กี่ประเด็นที่คุยกัน เช่น เรื่องกฎหมาย เราจะสามารถทำให้โฮสเทลเป็นหนึ่งในประเภทของที่พักอาศัยเหมือนโรงแรมได้ไหม เพราะช่วงโควิด-19 ชัดเจนเลยว่านโยบายภาครัฐลงมาไม่ถึงเรา ทีนี้เราเลยตั้งทีมขึ้นมาทีมหนึ่งเพื่อผลักดันเรื่องนี้ (หาทางออกในเชิงกฎหมาย) ส่วนอีกเรื่องที่เราคุยกันคือการเยียวยากันเอง คือเราคุยกันว่าใครช่วยหรือแชร์อะไรได้บ้าง เราทำอาหารเหมือนกันถ้าอย่างนั้นก็แลก know-how กัน หรือจ้างแม่บ้านแบบแชร์กัน ก็คิดว่ามันจะเป็นทางออกที่คนในเครือข่ายช่วยกันลดต้นทุน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนกับว่าวิกฤตมันทำให้เราได้ช่วยกันและกันมากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เอาตรงๆ เรามีทาร์เก็ตเป็นฝรั่งที่เป็นคนรุ่นใหม่หน่อย เพราะเขาเน้นเที่ยวแบบ experience travel (ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์) ไม่ได้มองว่าเราเป็นที่พักราคาถูก แต่มองคุณค่าหรือประสบการณ์ที่ได้ที่ต้องไม่เหมือนที่อื่น อย่างที่ Luk ทาร์เก็ตเป็นฝรั่ง 99.5 เปอร์เซ็นต์ คนไทยแค่ 0.5 เปอร์เซ็นต์ พอ 99.5 มันหายเราเลยต้องกลับมาทบทวนใหม่ ซึ่งจริงๆ คนไทยเองก็ต้องการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เหมือนกัน แล้วถ้าลึกลงไปอีก คำว่าประสบการณ์อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นรูปแบบการท่องเที่ยว อาจเป็นรูปแบบการอยู่อาศัยที่เน้นประสบการณ์ก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าอย่างนั้นเราจัดเป็นที่พักระยะยาวขึ้นเพื่อรองรับทาร์เก็ตที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 แบบ แบบแรกเรามองว่าแต่ก่อนนักศึกษาหลายคนต้องนอนหอพักอยู่แล้ว แต่หอพักที่เขาอยู่ไม่ได้มีคอมมิวนิตี้ระหว่างคนในหอพัก แต่โฮสเทลสร้างคอมมิวนิตี้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว คน 20-50 คนสามารถรู้จักกันได้ผ่าน facility ที่เรียกว่าโฮสเทล ก็เลยเกิดไอเดียใหม่ที่อยากเอาศักยภาพของโฮสเทลทั่วกรุงเทพฯ มาผนึกกันแล้วเปลี่ยนโฮสเทลเป็นหอพักแบบใหม่ที่สามารถสร้างคอมมิวนิตี้ให้กับคนที่อยากไปพักได้ สร้างแพลตฟอร์มชื่อ </span><a href="https://en.mutualplus.co/"><span style="font-weight: 400;">mutual+</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมา mutual คือความต้องการที่คล้ายๆ กัน ส่วนพลัส (+) ก็คือเรื่องของที่นอนที่ดีขึ้น ส่วนกลางที่ใหญ่และหลากหลายขึ้น รวมทั้งได้เจอเพื่อนๆ ที่อาจจะเป็นคนที่คิดเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117284 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04705.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>แต่นิสัยคนไทยหวงความเป็นส่วนตัวสูงเหมือนกันนะ แพลตฟอร์มนี้จะเวิร์กจริงๆ เหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นอุปสรรค์นี้แหละ แต่ว่าเราก็เห็นเทรนด์บางอย่าง การที่คนจะสามารถมานอนที่เดียวกันได้ในยุคหลังโควิด-19 เราน่าจะต้องเป็นเพื่อนกันก่อน mutual+ เลยพยายามที่จะสร้างกิจกรรมที่ทำให้คนมารู้จักกันก่อน แล้วถ้าคนเหล่านี้รู้จักกัน พอใจที่จะนอนหอพักแบบนี้ เราค่อยนำเสนอให้ ตอนแรกๆ ที่เปิดตัว mutual+ เราเน้นขั้นตอนที่ทำให้คนมาเจอกันก่อน แต่ละโฮสเทลสามารถออกแบบกิจกรรมและคอมมิวนิตี้ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองได้ บางที่เน้นเรื่องชุมชน บางที่เน้นเรื่องอาหารหรือเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม อย่างที่ Luk เคยจัด wine testing, กิจกรรม bartender 101 หรือทำ walking tour ล่าสุดก็มี chef table เพราะอยู่ใกล้เยาวราชเราเลยเน้นเรื่องอาหารการกินเป็นหลัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในมุมคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอง พอจะสรุปได้ไหมว่าผลกระทบเรื่องไหนหนักสุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหนักเลยก็เป็นเรื่องธุรกิจ อย่างที่บอกรายได้ 99.5 เปอร์เซ็นต์มาจากฝรั่ง วันที่เราล็อกดาวน์มันก็เหมือนกับปิดก๊อกน่ะ แล้วหลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องของการดูแลองค์กรที่เป็นการพูดถึงคน ก๊อกปิดแต่น้ำยังต้องไหลอยู่ ทุกคนยังต้องมีชีวิตที่ดีอยู่ เลยเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องคิดโมเดลธุรกิจใหม่ หาก๊อกใหม่ที่เรายังเปิดมันได้อยู่ พอเราสลับมาทำอาหารเดลิเวอรี กลายเป็นว่าเราต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีคิดอีกแบบ แต่คนทำงานก็ยังเป็นน้องๆ กลุ่มเดิม คือพวกเขาสมัครเข้ามาเพื่อทำโฮสเทล อยากเจอแขก อยากจะให้บริการที่ดี พอต้องเปลี่ยนมาอยู่หลังครัว ไม่เจอใครเลย เราว่าอันนี้เป็นผลกระทบที่ชัดเจนอีกเรื่องที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายของเจ้าของธุรกิจคือ ในช่วงที่ล็อกดาวน์ภารกิจขององค์กรเปลี่ยน แต่วิสัยทัศน์หรือเป้าหมายขององค์กรยังต้องมีความชัดเจนเหมือนเดิม ที่สำคัญต้องทำให้คนในทีมเข้าใจได้ด้วย จุดประสงค์ของการเกิดของ Once Again คือการทำให้ย่านหรือพื้นที่ตรงนั้นดี วันนี้เราไม่สามารถทำให้ฝรั่งมาใช้บริการป้าๆ ลุงๆ ได้ แต่เราสามารถทำให้เขาได้ประโยชน์จากอย่างอื่นได้ เราเลยเลือกปิดโฮสเทลเพื่อเซฟต้นทุน แต่เปิดบริการใหม่ที่เอาอัตลักษณ์อย่างอาหารของย่านประตูผีมาหาช่องทางในการขายใหม่ ถ้าเขาขายคนเดียวมันยากนะ เขาต้องมีมอเตอร์ไซค์ มีแบรนด์ โปรโมตนู่นนี่ บางร้านทำกันแค่ 2 คน คนหนึ่งทอดหมูอีกคนล้างจานก็เหนื่อยแล้ว ในฐานะตัวกลางเรามองว่าเราทำได้ 2 อย่าง คือหนึ่ง–เราสามารถสร้างระบบที่ทุกคนสามารถส่งแบบเดลิเวอรีได้ และสอง–เราสามารถโปรโมตร้านร้านหนึ่งให้กลายเป็นตัวแทนของย่าน เช่น บ๊ะจ่างร้านนี้กลายเป็นบ๊ะจ่างของย่าน ถ้าทุกอย่างเป็นของย่านได้เราก็สามารถนำเสนอมันได้ง่ายขึ้น เราทำแพลตฟอร์มชื่อ </span><a href="https://adaymagazine.com/locall/"><span style="font-weight: 400;">Locall</span></a><span style="font-weight: 400;"> ขึ้นมาได้ก็เริ่มที่ย่านประตูผีก่อน เหมือนกับว่าบริบทรอบๆ มันเปลี่ยนแต่จุดประสงค์ขององค์กรหรือเสาที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้วยังตั้งอยู่ที่เดิม วันนี้อาจจะยังไม่มีนักท่องเที่ยว ถ้าอย่างนั้นเราทำอันนี้ก่อนแล้วกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117318 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07059.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ลำพังพยุงตัวเองน่าจะเหนื่อยมากเหมือนกัน ทำไมถึงยังยึดมั่นกับการช่วยคนอื่นมากขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าการช่วยคนอื่นมันคือการช่วยตัวเอง แต่ว่ามันคือการช่วยตัวเองที่เรามีเพื่อนไปด้วย ถามว่ามันต้องช่วยตัวเองไหม โห ปีที่ผ่านมาเนี่ยเรียกได้ว่ารากเลือด ก่อนที่จะหยุดเงินเดือนใครได้เราต้องหยุดเงินเดือนเราก่อนเพื่อที่จะรักษาทีมให้เดินไปได้ พอนานๆ เข้าก็ต้องหาช่องทางที่มันยั่งยืนกว่านี้โดยที่เราต้องพาทุกคนไปด้วยกัน ที่ใช้วิธีคิดแบบนี้อาจเป็นเพราะเราคิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งหรือทำงานทุกอย่างด้วยตัวเองได้ เราเลยต้องอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือ เวลาทำอะไรเราก็จะมองเห็นโอกาสของคนอื่นอยู่เสมอ เหมือนจุดเริ่มต้นของโฮสเทลเกิดขึ้นเพราะเรามองว่าแถวนี้มันดี แล้วถ้าทุกคนในย่านนี้ไม่อยู่หรือมีแค่เราคนเดียวที่รอด เราก็จะรอดแบบแห้งๆ เราเลยมองว่าการรักษาคนอื่นไว้มันคือการรักษาตัวเราเองนี่แหละ เรายังอยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมอยู่ หลังโควิด-19 เราก็อยากเดินไปแล้วป้ายังนั่งอยู่ที่ตรงนี้เหมือนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณดูเป็นคนทำธุรกิจที่มองเห็นความหลากหลายของความเป็นมนุษย์มาก ระหว่างการแคร์เรื่องจิตใจคนกับแคร์เรื่องผลกำไรในสถานการณ์แบบนี้ อันไหนรับมือยากกว่ากัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราถ้าองค์กรเล็ก เราคิดว่าสองเรื่องนี้ไม่ยาก เพราะมันเป็นเรื่องของการสื่อสาร เราต้องสื่อสารว่าทำไมเราถึงทำเรื่องนี้ ถ้าทุกคนเข้าใจทุกคนก็จะช่วยกัน แต่พอองค์กรใหญ่ขึ้น แน่นอนว่ามันก็ต้องมีช่องที่ไม่ได้เกิดการสื่อสารอย่างทั่วถึง ยิ่งปีนี้เราต้องตัดสินใจว่าจะทำโปรเจกต์เพื่อหารายได้เข้ามา บางทีเราก็ต้องทำสิ่งที่ทีมไม่เคยทำ เช่น อาหาร แต่พอต้องทำเพื่อเงิน บางทีเราก็ไม่ได้คิดเรื่องจิตใจกันเยอะ พอมันมีช่องว่างมากขึ้น การสื่อสารก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เราเลยต้องพยายามคุยกันบ่อยๆ อย่างตอนโควิด-19 ทุกสัปดาห์เราจะโชว์รายได้ให้ทุกคนเห็นเลย ทีมนี้ทำรายได้ถึงเท่านี้แล้ว อีกทีมกำลังทำอะไรอยู่ เราทำให้ทุกคนเห็นว่าแต่ละคนคือฟันเฟืองเล็กๆ ที่ทำให้องค์กรเรายังเดินได้อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงการสื่อสารจะทำให้คนเข้าใจ สุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญคือการดูแลใจกัน เราเชื่อว่าใจเนี่ยถ้ามันแตกไปแล้วมันแตกไปเลยนะ ไม่สามารถซ่อมกันได้อย่างง่ายดาย เพราะอย่างนั้นถ้าให้เลือกบางอย่างในองค์กร เราจะเลือกวิธีการดูแลใจ พยายามทำยังไงก็ได้ให้ทีมเข้าใจสิ่งที่เรากำลังจะลงมือทำไปด้วยกัน หรือถ้าไม่เข้าใจก็ต้องใช้เวลานั้นในการพูดคุยกันแล้วว่าเขามีปัญหาตรงไหน เราในฐานะที่อยู่ในองค์กรเดียวกันจะช่วยยังไงได้บ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เราเชื่อว่าโควิด-19 อาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตคุณเรื่องหนึ่งเลย คิดกับมันยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวเลยนะ เราบอกเลยว่าปีที่แล้วเราวางแผนชีวิตตัวเองไว้แบบหนึ่ง คือเราเพิ่งแต่งงานและวางแผนว่าทุกอย่างที่เราทำที่กรุงเทพฯ มันควรจะมีความมั่นคงประมาณหนึ่ง Once Again อยู่ในจุดที่เดินได้ด้วยตัวเอง ส่วน Luk ที่เพิ่งเปิด เราก็ reach out ได้ถึงจุดที่เราพอใจ ทีมหลังบ้านกำลังเป็นทีมที่สนุกและขยายใหญ่ขึ้นแล้ว เราวางแผนตัวเองไว้ว่าอยากจะลดบทบาทตัวเองลงเพื่อให้น้องๆ ได้เดินต่อ แล้วเราก็อาจจะไปอยู่กับภรรยาที่จังหวัดเลย พอโควิด-19 มาแผนเราก็ถูกรื้อไปหมด ต้องกลับมาช่วยทีมเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่เคยรู้สึกว่าเรามุ่งเป้าไปที่การทำยังไงก็ได้ให้ธุรกิจเติบโต แต่วันนี้เราต้องทำให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆ กับการสร้างทีมที่เชื่อมั่นในผู้บริหาร และต้องดูแลไม่ให้ burn out กัน มันคือการสร้างธุรกิจกับองค์กรไปพร้อมๆ กัน แล้วก็อีกขาหนึ่งคือเราต้องสร้างครอบครัวตัวเองไปด้วย เพราะตอนนี้เรามีคู่ชีวิตแล้ว เราลุยทุกอย่างเองไม่ได้แล้ว มันเลยกลายเป็นปีที่ได้รีเซตอะไรหลายอย่างในชีวิตพอสมควร บางเรื่องมันก็ไปได้ดี บางเรื่องก็ยังมีปัญหาอยู่ เช่น ธุรกิจ เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เราคิดว่ามันสำคัญในปีนี้คือการรักษาระดับของสามก้อนนี้ ธุรกิจต้องไม่ขาดทุน รักษากระแสเงินสดในบริษัทให้อยู่รอด ขณะเดียวกันทีมก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าทีมยังอยู่เราเชื่อว่าทีมยังมีศักยภาพทำอะไรใหม่ๆ ได้แม้ว่ากระแสเงินสดมันจะหายไป ปัจจุบันเราพยายามเกาะตรงนี้ให้มาก ทำยังไงให้ทุกคนเข้าใจว่าวิกฤตนี้มันเหมือนกับการที่เราว่ายน้ำแล้วเจอคลื่น คือมันยังมีคลื่นอีกหลายลูกแหละ แต่อย่าลืมว่าปลายทางมันยังอยู่ ดังนั้นมือเรายังต้องจับกันอยู่ ส่วนครอบครัวตอนนี้ก็ยังโอเคมาก ภรรยาเข้าใจ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117331 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07184.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-117330 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07170.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>จากคนที่เกิดและเติบโตในกรุงเทพฯ พอได้ใช้ชีวิตในต่างจังหวัดมากขึ้น มีอะไรที่เปลี่ยนไปไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าคนกรุงเทพฯ น่าสงสาร ทรัพยากรหลายอย่างมันมีเยอะมากเลยที่ต่างจังหวัด กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ทุกคนอยากทำอะไรรวดเร็ว แต่เมื่อไหร่ที่มันเร็วเราจะเห็นทุกคนเป็นเครื่องจักร ในความรวดเร็วมีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีความตั้งใจหลายอย่างอยู่ ซึ่งเราเห็นตรงนั้นจากต่างจังหวัด กว่าจะมาเป็นข้าวหนึ่งเมล็ด กาแฟหนึ่งแก้ว หรืออาหารหนึ่งมื้อ แต่พอมันมาอยู่ในเมือง ความตั้งใจเหล่านั้นมันหายไป พอเกิดโควิด-19 เรารู้สึกว่าอยากทำให้กรุงเทพฯ ช้าลงด้วยสิ่งที่เราเจอมาจากต่างจังหวัดนี่แหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนบอกว่าเราต้องวิ่งเพราะถ้าไม่วิ่งเราจะมีข้าวกินน้อยลง แต่มุมหนึ่งเราสามารถวิ่งให้ช้าลงได้และเพิ่มมูลค่าจากความช้านั้นได้เหมือนกัน เราคิดว่าความช้า ความละเมียดที่ได้เรียนรู้จากต่างจังหวัด มันสามารถเอามานำเสนอในกรุงเทพฯ ได้ ขณะเดียวกันเราสามารถทำให้กรุงเทพฯ ยั่งยืนขึ้นได้ เราเคยทำเรื่องชุมชนหรือย่าน เราเห็นว่ามันสามารถยั่งยืนผ่านการช่วยเหลือกันได้ หรืออาหารเองก็เป็นทรัพยากรหลักของประเทศ เราสามารถลิงก์ความยั่งยืนนี้จากต่างจังหวัดมาสู่เมืองได้ เราเห็นชาวนาเป็นคนที่สร้างสิ่งที่อร่อยมากๆ ในจานนี้ให้เรากิน เราก็อยากให้คนอื่นๆ เห็นความตั้งใจผ่านกระบวนการความช้านี้ด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมการเข้าใจความตั้งใจของคนต้นน้ำถึงจำเป็นสำหรับคนเมือง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตั้งใจมันไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาดแต่มันคือการพูดถึงความเท่าเทียม พูดเรื่องการมองความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ตั้งแต่เราทำงานกับชุมชน ทุกคนจะชอบบอกว่าคนจนเพราะขี้เกียจ กูทำงานมาทั้งปีกูมีสิทธิที่จะได้เงินเว้ย อะไรแบบนี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ถูกนะ แต่คำถามคือเราเคยรู้ไหมว่าเพราะเขาจนโอกาส ความเหลื่อมล้ำที่เขาเจอมันไม่สามารถทำให้เขาคิดได้แบบคุณ เกิดมาก็จนแล้วอ่ะ เกิดมาก็แย่แล้ว พอเราเข้าใจเรื่องนี้ เราเข้าใจต้นน้ำของมันจริงๆ มุมมองหรือความคิดเราเปลี่ยนเลย สำหรับเรา เราไม่เคยโทษว่าเขาขี้เกียจ หรือถ้าเขาขี้เกียจจริงเราก็เชื่อว่าถ้าคนคนนี้ไปเกิดที่ฟินแลนด์ สวีเดน หรือเดนมาร์ก เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ สังคมเมืองจะไม่ทำให้เขาเป็นคนแบบนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าคนเมืองหลายๆ คนอยากจะเข้าใจคนต้นทางบ้าง คิดว่าเขาควรเริ่มต้นจากตรงไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าตั้งคำถามกับทุกเรื่องทุกอย่างเลยนะ อย่างเสื้อผ้า มือถือ หรือแม่บ้านที่บ้าน พอตั้งคำถามแบบนี้จะทำให้เรามองเห็นคนที่เขาอยู่อีกมุมหนึ่งของสังคม เรารู้ไหมว่าแม่บ้านเราเดินทางมาทำงานยังไง เขามาจากไหน เขาพักที่ไหน หรือเลิกงานแล้วเขาไปที่ไหนกัน ไม่ต้องพูดถึงคนต้นน้ำที่ปลูกข้าวหรอก สำหรับเราต้นน้ำคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราทั้งหมด แล้วถ้าเรามองเห็นต้นน้ำเหล่านี้เราจะตั้งคำถามกับเมืองต่อว่านี่คือเมืองที่ดีแล้วจริงเหรอ ซึ่งแน่นอนว่าการตั้งคำถามอาจจะทำให้เราใช้ชีวิตยากขึ้น แต่บางทีมันเป็นการตั้งคำถามเพื่อมองโลกให้มันดีขึ้น พอเรามีชิปนี้อยู่ในหัว เวลาทำอะไรเราจะคิดถึงคนอื่นมากขึ้นเอง เวลาไปร้านอาหารเราจะไม่เรียกพนักงานแบบที่เขาเป็นคนใช้ เราจะรู้สึกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มาทำงาน การตั้งคำถามคือสิ่งที่สามารถทำได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องไปมองเรื่องต้นน้ำที่อยู่บนภูเขาหรือในทะเล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำให้กรุงเทพฯ ช้าลงอาจเป็นเพียงความคิดไร้เดียงสาเพ้อฝันก็ได้ ทุกวันนี้เรายังไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะทำได้ไหม แต่เราอยากจะเริ่มจากตัวเองก่อนแล้วค่อยชวนคนใกล้ตัว ทำให้เขาเห็นว่ามันมีวิธีการแบบนี้ด้วย หรืออาจจะชวนคนที่คิดเหมือนกันมาสร้างคอมมิวนิตี้แล้วก็ค่อยๆ ขยายผลไป เราอาจจะกระตุ้นสิ่งนี้ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือโครงการที่ทีมสาธารณะได้ทำงานกับภาครัฐ และสักวันเราอาจจะชวน policy makers ทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-117336 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07218.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตั้งแต่ทำงานเพื่อคนอื่นมา เคยมีคนบอกไหมว่าคุณโลกสวยมากไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังๆ ก็ไม่ค่อยมีแล้วนะ เราคิดว่าเราต้องเชื่อก่อนว่าโลกมันดีขึ้นได้ อันนี้เป็นพื้นฐานที่เราคิด เราค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเราไม่ควรมองโลกด้านเดียว คือการที่จะทำให้โลกดีขึ้นได้ เราต้องยอมรับก่อนว่าโลกมันไม่ดี แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องหมดหวังกับความไม่ดีเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การรู้ว่ามันไม่ดีคือการรู้ว่าคนที่อยู่ล่างสุดวันนี้เขาต้องเผชิญอะไรบ้าง การมองเห็นความเหลื่อมล้ำที่ไม่ใช่แค่ในกระดาษแต่คือการเห็นมันในพื้นที่จริงๆ พอรู้ว่ามันไม่ดีแต่เรายังมีความหวังว่ามันจะสวยขึ้นได้ เราเอาความหวังนั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นกิจกรรมบางอย่าง หรืออาจจะสะท้อนอยู่ในวิธีคิดที่อยู่ในธุรกิจเรา นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอด ทำยังไงให้ความโลกสวยนี้มันไม่ได้สวยเฉพาะกลุ่มคนที่เสพความสวยงาม ให้คนที่อยู่ล่างสุด คนที่ต้องอยู่กับความเหลื่อมล้ำนั้นมาเสพความสวยงามนี้ไปกับเราได้ด้วย คือโลกสวยที่เข้าใจว่าความไม่สวยมันเป็นอะไร แล้วพยายามทำงานกับความไม่สวยเหล่านั้นอย่างมีความสุขและไม่ฝืน อันนี้คือความหมายที่แท้จริงของคำว่าโลกสวยสำหรับเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ปีแห่งการรีเซตทุกอย่างนี้มันสอนอะไรคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะเป็นเรื่องของการอยู่กับความไม่แน่นอน ไม่มีคนที่ไม่ยอมแพ้คนไหนชอบความไม่แน่นอนและความผิดหวังหรอก คนที่ต่อสู้ลึกๆ ในใจเขาต้องการความสำเร็จอยู่เสมอ ปีนี้เรารู้สึกว่าเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับความล้มเหลวและความไม่เพอร์เฟกต์บางอย่างได้มากขึ้น แต่ก่อนก็เรียนรู้ แต่ปีนี้มันมากขึ้นและเข้ามาหลายทางมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลที่เราตั้งชื่อที่นี่ว่า Luk มันคือการจุดไฟให้ตัวเองอีกครั้ง 3 ปีที่ผ่านมาเราทำงานเหนื่อยมาก และการจะลุกขึ้นมาทำอะไรได้ เราจำเป็นมากที่จะต้องอาศัยปัจจัยข้างนอก หนึ่งในนั้นก็คือธุรกิจนี้ที่มันย้ำเตือนตัวเราว่ามึงอย่าล้มนะเว้ย แล้วปีนี้ก็น่าจะเป็นปีที่เราต้องเตือนตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าไอ้ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง เราอย่าผิดหวังกับมัน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคยังไง ล้มแต่ก็ต้องลุกขึ้นสู้ให้ได้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-sanon/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกี่ครั้งก็อย่าผิดหวัง” ศานนท์ หวังสร้างบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เพลง Tilly Birds แม่งดังได้เหมือนกันว่ะ” Tilly Birds</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tilly-birds/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สาริศา เลิศวัฒนากิจกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2020 12:39:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[บิลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[ทิลลี่ เบิร์ดส]]></category>
		<category><![CDATA[คิด(แต่ไม่)ถึง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[Gene Lab]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโล]]></category>
		<category><![CDATA[Tilly Birds]]></category>
		<category><![CDATA[เติร์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116994</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าประเทศไทยมีการประกาศรางวัล Song of the Year รางวัลปีนี้คงตกเป็นของเพลง คิด(แต่ไม่)ถึง ของ Tilly Birds อย่างไม่ต้องสงสัย  ยืนยันด้วยสถิติเพลงไทยที่มียอดสตรีมสูงสุดบน Spotify เกาะอันดับในเพลย์ลิสต์ Thailand Top 50 อย่างเหนียวแน่นมานานหลายเดือน ส่วนมิวสิกวิดีโอในยูทูบล่าสุดก็มียอดวิวแตะ 90 ล้านครั้งไปแล้วเรียบร้อย ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปห้าง ผับ หรือเข้าร้านปิ้งย่างไหนก็เป็นต้องได้ยินเพลงนี้ทุกครั้ง  ด้วยความสำเร็จนี้ ไม่แปลกที่หลายคนจะยกให้ 2020 เป็นปีทองของ Tilly Birds บางคนบอกว่าพวกเขาโชคดี แต่ใครที่ติดตามพวกเขามานานสักหน่อยคงพอรู้ว่า เส้นทางที่ผ่านมาของพวกเขานั้นไม่ได้ง่ายดาย ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน เติร์ด–อนุโรจน์ เกตุเลขา และ บิลลี่–ณัฐดนัย ชูชาติ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักเรียน ม.ปลาย เริ่มฟอร์มวงกันเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ Skinny Jeans Hero ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น Tilly Birds ซึ่งผวนมาจาก &#8216;บิลลี่เติร์ด&#8217; ใน 2 ปีให้หลัง และเมื่อสมาชิกในวงเติบโตขึ้น ชีวิตในรั้วมหา&#8217;ลัยพวกเขาได้พบกับ ไมโล–ธุวานนท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tilly-birds/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เพลง Tilly Birds แม่งดังได้เหมือนกันว่ะ” Tilly Birds</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าประเทศไทยมีการประกาศรางวัล Song of the Year รางวัลปีนี้คงตกเป็นของเพลง </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=dJ9uVVNWClk" target="_blank" rel="noopener"><i><span style="font-weight: 400;">คิด(แต่ไม่)ถึง </span></i></a><span style="font-weight: 400;">ของ <strong>Tilly Birds</strong> อย่างไม่ต้องสงสัย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยืนยันด้วยสถิติเพลงไทยที่มียอดสตรีมสูงสุดบน Spotify เกาะอันดับในเพลย์ลิสต์ Thailand Top 50 อย่างเหนียวแน่นมานานหลายเดือน ส่วนมิวสิกวิดีโอในยูทูบล่าสุดก็มียอดวิวแตะ 90 ล้านครั้งไปแล้วเรียบร้อย ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปห้าง ผับ หรือเข้าร้านปิ้งย่างไหนก็เป็นต้องได้ยินเพลงนี้ทุกครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความสำเร็จนี้ ไม่แปลกที่หลายคนจะยกให้ 2020 เป็นปีทองของ Tilly Birds</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนบอกว่าพวกเขาโชคดี แต่ใครที่ติดตามพวกเขามานานสักหน่อยคงพอรู้ว่า เส้นทางที่ผ่านมาของพวกเขานั้นไม่ได้ง่ายดาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117205 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6911-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน </span><b>เติร์ด–อนุโรจน์ เกตุเลขา</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>บิลลี่–ณัฐดนัย ชูชาติ</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งขณะนั้นยังเป็นนักเรียน ม.ปลาย เริ่มฟอร์มวงกันเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ Skinny Jeans Hero</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น Tilly Birds ซึ่งผวนมาจาก &#8216;บิลลี่เติร์ด&#8217; ใน 2 ปีให้หลัง และเมื่อสมาชิกในวงเติบโตขึ้น ชีวิตในรั้วมหา&#8217;ลัยพวกเขาได้พบกับ</span><b> ไมโล–ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล</b><span style="font-weight: 400;"> มือกลองประจำวงที่เข้ามาเสริมทัพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Tilly Birds ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาแล้วหลายครั้ง สมาชิกบางคนตัดสินใจออกจากวงเพื่อไปเรียนต่อหรือทำงานในสายงานอื่น ขณะเดียวกันสมาชิกที่เหลือก็รู้ดีว่ารายได้ของวงในตอนนั้นยังไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพในแต่ละเดือน พวกเขาจึงผันตัวไปทำอาชีพต่างๆ ทั้งนักเขียนบทภาพยนตร์ เล่นดนตรีตามร้านเหล้า หรือเล่นแบ็กอัพให้วงดนตรีอื่นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับจากวันที่พวกเขายังไม่มีลายเซ็นเป็นของตัวเอง เพียงแค่แต่งเพลงในสไตล์เดียวกับที่ชอบฟัง มาถึงวันนี้ที่พวกเขามีทั้งอัลบั้มเต็ม และเพลงฮิตเพลงแรกในยุคโควิด-19 ก่อนที่ปีนี้จะผ่านพ้นไป เราจึงไม่อยากพลาดโอกาสชวนพวกเขามาพูดคุยถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากปีแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117201 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890.jpg" alt=" Tilly Birds" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6890-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117199 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6846-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ปีที่ผ่านมาพวกคุณตั้ง New Year&#8217;s Resolution ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : มีใครตั้งว่ามีเพลงจะดังหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : อันที่ถูกตั้งไว้ชัดๆ น่าจะเป็นอัลบั้มมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : เรื่องเพลงดังน่าจะเป็นเป้าหมายที่ Tilly Birds วางไว้ แต่ไม่ใช่เป้าหมายส่วนตัวของเรา อย่างผมคาดหวังให้ไม่มีพุง ซึ่งไม่สำเร็จ แต่เป้าหมายของ Tilly Birds ก็คงถือว่าสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : เรารู้สึกว่าปีนี้วงเรา break through แล้วก็ทำให้เรามีงานเล่นเยอะมาก ทำให้ได้ใช้ชีวิตนักดนตรี ทัวร์กับวง ทำเพลง รู้สึกว่าเป็นปีแรกของการเป็นศิลปินจริงๆ</span></p>
<p><b>เอาเข้าจริงการมีเพลงที่แมสสักเพลงน่าจะเป็นเป้าหมายของวงมาหลายปีแล้วหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : ใช่ แต่มันก็จะเป็นอารมณ์ที่ว่า ปีที่แล้วไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สู้ต่อไปทาเคชิ เดี๋ยวปีหน้าต้องมีแหละ แต่เราก็ไม่คิดว่าสุดท้ายมันจะมาแบบนี้เหมือนกัน</span></p>
<p><b>แบบนี้คือแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : แบบโควิด-19 (หัวเราะ) เพราะเราก็ไม่คาดคิดว่าเพลงจะมาดังช่วงที่ทุกคนต้องกักตัว อย่างตอนแรกๆ ที่มันเริ่มดังเราก็อยากออกไปเล่น แต่มันยังเล่นไม่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117171 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188.jpg" alt="Tilly Birds" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/B3A8188-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>การที่เพลงเพลงหนึ่งของเรามันไปได้ถึงจุดนั้นสะท้อนอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : มันสะท้อนให้เห็นว่าปีนี้พวกเราขยันมากๆ แต่ปีหน้าจะขยันได้เท่าเดิมหรือได้ดีกว่าเดิมไหม เพราะด้วยเวลาที่น้อยลงมันก็ไม่อำนวยสักเท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : แต่ในทางกลับกันคือมันพิสูจน์แล้วว่าเราทำได้ และเราจะทำได้อีกแหละ แต่ต้องถามว่าจะทำได้เมื่อไหร่มากกว่า เพราะเอาเข้าจริงเราก็ไม่รู้หรอก บางเพลงที่เราไม่ได้ตั้งเป้าให้มันแมส เป็นเพลงที่ทำตามใจพวกเราสุดๆ มันอาจจะดังขึ้นมาก็ได้</span></p>
<p><em><b>คิด(แต่ไม่)</b></em><b><em>ถึง</em> คือเพลงที่ตามใจพวกคุณไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : เพลงนี้เกิดจากที่ค่ายบรีฟมาว่าขอลดความหนักลงก็จริง แต่เราไม่ฝืนนะ คือมันก็อาจจะมีนิดหนึ่งเพราะเพลงนี้เราไม่ได้แอดลิปเลย แต่สุดท้ายเราก็มาใส่ตอน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=X5uJHXn4aOM">ร้องสด</a>อยู่ดี (หัวเราะ) แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งตัวตนความเป็นเรา ทุกคนฟังก็ยังรู้ว่านี่คือ Tilly Birds</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : มันมีความเป็น Tilly Birds ชัดมากด้วยซ้ำ แต่เป็น Tilly Birds ที่ย่อยง่ายเพราะโดนตัดนู่นนี่ เช่น ตัดแอดลิปนั่นแหละ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ก่อนหน้านี้ Tilly Birds จะมีความฉลาด เป็นเพลงที่ยากและซับซ้อน คราวนี้เขาเลยขออะไรที่ฟังง่าย ย่อยง่าย แต่ในแง่ดนตรีเราก็ยังครอบด้วยความเป็น Tilly Birds อยู่ และทุกวันนี้เราก็ไม่ได้รู้สึกเขิน เราก็ยังดีใจและภูมิใจที่ได้เล่น </span><i><span style="font-weight: 400;">คิด(แต่ไม่)ถึง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ยังไม่เบื่อด้วย</span></p>
<p><b>ที่คุณบอกว่าปีนี้คือปีแรกของการเป็นศิลปินตัวจริง อะไรทำให้คิดแบบนั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ทุกวันนี้เรามีงานเล่นสม่ำเสมอ ในแต่ละเดือนเราทำเงินมากพอที่จะเลี้ยงชีพตัวเองได้ คือสิ่งที่ achieve ในปีนี้ และทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นศิลปินมากขึ้น ต่างจากปีก่อนๆ ที่ยังทำไม่ได้ มันเป็นจุดที่เราได้เล่นดนตรีในฐานะอาชีพของตัวเองจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : มันก็ทำให้เราเริ่มมีความหวังในการบริหารจัดการเงิน เรามีเงินเก็บ มีตังค์ใช้ ชีวิตดีขึ้นหน่อยหนึ่ง ขยับไปซื้อกาแฟที่แพงขึ้นได้อีกหน่อยหนึ่ง แล้วก็มีความหวังในการเก็บเงินไปใช้หนี้พ่อแม่ที่เราเคยยืมมา เรื่องพวกนี้สำคัญมากสำหรับผม เพราะมันคือความรับผิดชอบด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็เป็นสิ่งที่ภูมิใจด้วยว่าเรามีลู่ทางของตัวเองแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : ณ ตอนนี้ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า Tilly Birds กำลังเริ่มคืนทุน หลังจากที่เข้าเนื้อมานาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117213 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7002-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>การทำวงดนตรีมีค่าใช้จ่ายอะไรที่เข้าเนื้อบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ก็คงไม่ต่างจากวงอินดี้ที่ไม่มีค่ายอื่นๆ เราทำกันเองหมดตั้งแต่เพลง เอ็มวี ยันเพจ การทำพีอาร์และมาร์เก็ตติ้งต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : แม้ว่าวงดนตรีหลายวงจะทำเพลงกันเองได้ แต่งเองได้ แต่การจะจบกระบวนการมาสเตอร์เพลงมันต้องผ่านการเข้าห้องอัดและมิกซ์มาสเตอร์ ซึ่งคนที่เราถูกชะตาก็ดันเป็นฝรั่งที่เขาอยู่พัทยา</span></p>
<p><b>สิ่งที่ทำเป็นงานที่เหนื่อยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : มันเหนื่อยเพราะมันต้องทำทุกอย่างเอง แล้วก็ต้องเรียนด้วย มีทีสิสของเราด้วย มันเลยต้องแบกหลายอย่าง หลังจากเรียนจบก็เริ่มโอเคขึ้น แต่ก็มีอุปสรรคอื่นเข้ามาแทนคือเรื่องเงิน เพราะถึงแม้ว่าเราอยากจะทำตรงนี้เป็นอาชีพจริงๆ แต่เรายังไปไม่ถึงจุดที่ทำได้ </span></p>
<p><b>เมื่อยังไม่อยู่ในจุดที่ทำวงดนตรีเป็นอาชีพหลักได้ คุณทำยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ตอนเรียนจบเราไปทำงานเขียนบทภาพยนตร์ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งมันทำให้เหนื่อยมาก ไม่ใช่ว่างานไม่ดีนะ แต่การคิดไอเดียบทหนังไปด้วยและเขียนเพลงไปด้วย แยกสมองเป็นสองซีกเพื่อทำสองไอเดียนี่มันเหนื่อยมาก ก็เลยตัดสินใจลาออก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรากฏว่าพอออกมาแล้ววงยังไม่ได้มีงานให้ไปเล่นมากนัก มันจึงกลายเป็นช่วงชีวิตที่แทบจะไม่มีเงินเลย ต้องประทังชีวิตด้วยการไปเล่นดนตรีตามร้านเหล้า จากตอนนั้นเราก็เลยตั้งเป้าหมายว่า เราอยากมีชีวิตที่หาเลี้ยงชีพได้ด้วยวงของตัวเองและเพลงของตัวเองจริงๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117207 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6920-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117208 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926.jpg" alt=" Tilly Birds" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6926-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>มาถึงวันนี้ที่พวกคุณเป็นศิลปินเต็มตัวแล้ว<span style="font-weight: 400;"> <strong>Tilly Birds </strong></span>อยาก contribute อะไรให้วงการเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : </span><i><span style="font-weight: 400;">ผู้เดียว The Album</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นอย่างหนึ่ง คือเราอยากให้มันมีอัลบั้มจริงๆ ในวงการเพลงไทยบ้าง คำว่าอัลบั้มคือเป็นอัลบั้มที่ฟังเป็นอัลบั้มได้ ไม่ใช่อัลบั้มที่เอาเพลงฮิตมาต่อกัน แล้วเอาเพลงแถมๆ ไปต่อไว้ข้างล่าง แต่อันนี้มันคือเพลงที่เราร้อยเรียงมาให้แล้วว่าเราจะเล่าเรื่องแบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : เราตั้งใจให้อัลบั้มของเราฟังแล้วได้ความรู้สึกเหมือนดูหนังเรื่องหนึ่ง มันจะมีองก์หนึ่ง องก์สอง องก์สาม มีไคลแมกซ์ ดูจบปุ๊บมี end credit ขึ้น ส่วนตอนท้ายก็แอบทิ้งไว้ให้รู้ว่าจะทำภาคสองต่อนะ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : และถึงแม้จะฟังจบไปแล้วก็ยังกลับมาฟังซ้ำได้อีก เอาเข้าจริงมันก็คลาสสิกนะ</span></p>
<p><b>การปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรกนี้สอนอะไรกับพวกคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : มันเหมือนการอันล็อกตัวพวกเรา ว่าจริงๆ เราก็ทำเพลงได้กว้างและหลากหลาย หลังจากนี้เราจะไปต่อแนวไหนก็ได้ ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าเราอยากจะทำแนวไหน ภาพและซาวนด์ในหัวเป็นแบบไหน เราก็แค่ลองเขียนดู ตราบที่ว่ามันไม่ไกลจากตัวตนของเรามากเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : และจากที่เราปล่อยออกมา จริงๆ เราก็ได้ยินคนพูดถึงทุกเพลงในอัลบั้มเลยนะ ซึ่งแปลว่าสิ่งนี้มันสามารถสื่อสารไปถึงคนหลายกลุ่ม แม้เขาจะไม่ได้ชอบทุกเพลง แต่มันก็ทำให้เราได้คอนเนกต์กับคนฟังเพิ่มขึ้นอีก สมมติเราทำเพลงแบบ <em>คิด(แต่ไม่)ถึง</em> 13 เพลง เราก็จะได้คนฟังกลุ่มเดียว แต่ตอนนี้พอเรามีเพลงที่ไม่เหมือนกันเลย 13 เพลงเราก็เลยได้กลุ่มคนฟัง 13 กลุ่มที่มารวมกัน โดยที่เราก็แค่หวังให้เขาชอบในตัวตนของวงเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : เรามีมุมมองต่ออัลบั้มและวงการเพลงในยุคนี้ว่า การที่วงวงหนึ่งจะยึด genre เดียวมันยากแล้ว เราคิดว่าการทำเพลงหลากหลายแนวให้อยู่รวมกันแล้วฟังออกว่านี่คือเรา ตรงนี้คือจุดที่ประสบความสำเร็จมากด้วยซ้ำ</span></p>
<p><b>คอนเซปต์ที่เป็นจุดร่วมของแต่ละเพลงในอัลบั้มนี้คือกระจกถูกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : ใช่ มาจากเพลง <em>ผู้เดียว</em> ในท่อนที่บอกว่า “เพียงแค่เธอมองดูกระจกบานนั้น…”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : “&#8230;เธออาจจะเห็นใบหน้าใครอยู่ในนั้น ที่เฝ้าให้เธอรักเขาสักครั้ง” ก็คือตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : พอแต่งเพลงนี้เสร็จเราก็รู้สึกว่าธีมนี้มันแข็งแรงมากจนเอามาเป็นคอนเซปต์อัลบั้มได้ และเราก็มีเพลงอยู่อีก 3-4 เพลงที่สามารถลิงก์มาเรื่องนี้ได้ด้วย ก็เลยปักไว้ว่าอัลบั้มนี้จะชื่อ <em>ผู้เดียว </em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : อัลบั้มนี้ของเราเริ่มมาตั้งแต่เมื่อ 1-2 ปีก่อน แต่คำว่ารักตัวเองที่เราพูดถึงในเพลง มาปีนี้ผมเพิ่งได้เข้าใจจริงๆ ว่าคำว่ารักตัวเองอาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด มันคือคำว่าเข้าใจตัวเองมากกว่า การเข้าใจตัวเองต้องใช้ทั้งสมองและสปิริต สมองคิดเป็นหลักการ แต่สปิริตสั่งให้เรามีชีวิตต่อ สองอย่างนี้ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีเป้าหมาย และมีประโยชน์ต่อผู้อื่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117218" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-200x300.jpg" alt="Tilly Birds" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_7032.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ในมุมมองส่วนตัว พวกคุณได้เรียนรู้อะไรจากปีที่ผ่านมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : เป็นปีที่ไม่ควรโทษตัวเอง ต้องยอมรับว่าเราทำอะไรไม่ได้ ในบางเรื่องที่บางครั้งก็ไม่มีใครผิด แต่บางครั้งเราโทษตัวเองอยู่นั่นแหละ และผมว่าการที่เราโทษตัวเองมันไม่เกิดประโยชน์อะไร กลายเป็นว่าออกมาพูด ออกมาแชร์ มันน่าจะดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : ปีนี้สอนให้ผมรู้ว่า จงอย่าหยุดที่จะเรียนรู้และเข้าใจตัวเอง เพราะบางทีเราก็รู้สึกสับสน หลงทาง เศร้า เรารู้สึกว่าเราทำสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นเต็มร้อย แล้วเราอาจจะได้กลับมาไม่เต็มร้อย ท้ายที่สุดแล้วเราเป็นได้แค่ไหน รับได้แค่ไหน ก็อย่าไปเทียบกับคนอื่น เรารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขที่สุดแล้วในปีนี้</span></p>
<p><b>สำหรับปี 2020 ที่ยากลำบาก<span style="font-weight: 400;"> <strong>Tilly Birds </strong></span>ผ่านปีนี้มาโดยมีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ปีนี้สำหรับเราต้องบอกว่า เบญจเพส is real shit อย่าดูถูกเบญจเพส ปีนี้เราสูญเสียหลายอย่าง สูญเสียแม่ สูญเสียสัตว์เลี้ยง สิ่งที่ยึดเหนี่ยวคือทีมเลย เราว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของปีนี้เราใช้เวลาอยู่กับวงเยอะมาก ดังนั้นจึงต้องพยายามดึงกันและกันขึ้นมา การมีวงดนตรีมันเหมือนมีแฟน เราต้องถนอมจิตใจเขามากๆ เพราะเราต้องทำงานด้วยกัน ต้องสื่อสาร ต้องคุยกันตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : อย่างเหตุการณ์ของเติร์ดถือว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในปีนี้ มันกระทบมาถึงผมกับไมโลแน่นอน ช่วงนั้นเติร์ดก็เศร้ามาก สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือเศร้าไปกับเติร์ด นายไม่ได้เศร้าคนเดียวนะ ซึ่งผมว่าเรื่องนี้มันต้องใช้เวลาแหละ เวลาเป็นสิ่งเดียวที่ดึงเรากลับมาได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : อีกส่วนคืองานนะ แทนที่เราจะต้องเศร้า เราก็เอาไปทำงาน มีอะไรให้โฟกัสให้ยึดเหนี่ยว ยิ่งเป็นงานที่เราทำกับเพื่อนที่สนิทกันอยู่แล้วมันก็ทำให้เราไม่ต้องมานั่งฟูมฟาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117212 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6976-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>พูดถึงเรื่องงาน ในวันที่วงยุ่งขนาดนี้ อะไรที่ทำให้คุณยังมีแรงตื่นไปทำงานในทุกวัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : damn ชอบคำถามนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ตอนเริ่มทัวร์ทีแรกเราก็ห่วงนะว่าเราจะรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยไหม สุดท้ายคือมันก็เหนื่อยจริงๆ แต่ไม่เคยเบื่อเลย เพราะเวลาทัวร์แต่ละที่ คนดู สถานที่ สภาพแวดล้อมมันไม่เคยเหมือนกันเลย เราได้เจอกับอะไรใหม่ๆ ทุกครั้งที่ได้ขึ้นไปบนเวทีเราจะรู้สึกตื่นเต้นเท่ากันหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : เอาจริงเราเซอร์ไพรส์ด้วยนะ ก่อนทัวร์ไมโลเคยบอกว่าทุกคืนเราจะได้เจอคนที่เขามาดูวง </span><i><span style="font-weight: 400;">คิด(แต่ไม่)ถึง</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือวง </span><i><span style="font-weight: 400;">จำเก่ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> แต่ปรากฏว่าที่ทัวร์มาสองเดือนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียหมด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไมโล : บางครั้งเราก็เจอคนที่เขาร้องตามได้ทุกเพลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : หรืออย่างเมื่อคืนที่ผ่านมา เราได้ไปเล่นในร้านที่คนร้องเพลงเราดังกว่าเพลงคัฟเวอร์ ทุกคนเฝ้ารอเพลงพวกเรามากกว่าเพลงอื่นที่เขาร้องได้อยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี : สิ่งเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ทำให้มันไม่น่าเบื่อและทำให้มีกำลังใจ</span></p>
<p><b>ถ้าจะสรุปบทเรียนสำหรับ<span style="font-weight: 400;"> <strong>Tilly Birds </strong></span> <a href="https://adaymagazine.com/year-2020-tillybird/" target="_blank" rel="noopener">ปีนี้สอนให้พวกคุณรู้ว่า</a></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : ปีนี้สอนให้พวกเรารู้ว่าเพลง Tilly Birds แม่งดังได้เหมือนกันว่ะ ที่ผ่านมาเราพูดกันมาตลอดว่าเพลง Tilly Birds มันอาจจะไม่ดังขนาดนั้นหรอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เติร์ด : ที่ผ่านมาเราคิดว่ามันคงต้องใช้เวลานานในการซึมซับ ให้คนค่อยๆ ย่อย อาจใช้เวลาเป็นสิบปี แต่อ้าว ปีเดียวก็ย่อยได้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>หลังจากพ้นปีนี้ไปแล้ว พวกคุณมองเห็นตัวเองในอนาคตยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บิลลี่ : เราก็คงต้องเซอร์ไพรส์คนต่อไป ต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ทำให้คนเห็นว่า เฮ้ย มันยังทำได้อีก มันยังทำได้อยู่ เราอยากให้คนดูรู้ว่า Tilly Birds ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้นะ ตอนนี้เราเพิ่งเริ่มด้วยซ้ำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117200 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854.jpg" alt="Tilly Birds" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/IMG_6854-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tilly-birds/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “เพลง Tilly Birds แม่งดังได้เหมือนกันว่ะ” Tilly Birds</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Dec 2020 13:08:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[10 สิงหาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116981</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครหลายคนบอกว่า 2020 เป็นปีชงของคนทั้งโลก แต่สำหรับชีวิตของ รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล คงไม่ได้เจอเรื่องหนักๆ แค่ปีนี้เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดจะเปลี่ยนชีวิตรุ้งและคนในสังคมไปตลอดกาล นับตั้งแต่ต้นปี เธอเคลื่อนไหวทางการเมืองในฐานะโฆษกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย, เรียกร้องการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จนถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อหา พ.ร.บ.ความสะอาดและฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศข้อเสนอ 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์, ปราศรัยด้วยข้อความที่ส่งถึงกษัตริย์โดยตรง, ยื่นหนังสือข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองผ่านองคมนตรี, ถูกคุมขังในเรือนจำคดียุยงปลุกปั่น มาจนถึงถูกฟ้องคดีอาญามาตรา 112&#160; แม้เธอจะยอมรับว่าตัวเองเตรียมใจที่ต้องเจอความเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ แต่ถ้าทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนอายุ 22 ปี มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้ในแต่ละวัน ยิ่งตั้งแต่รุ้งก้าวออกจากเรือนจำวันแรก หลังจากได้รับการประกันตัว หลายคนสังเกตเห็นสายตาของเธอเปลี่ยนไป จากมุ่งมั่น ไม่อ่อนข้อต่อใครง่ายๆ กลายมาเป็นอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยกว่าที่ทุกคนคิด ถ้าเปรียบชีวิตรุ้งเป็นหนังสักเรื่อง ปีนี้คงเป็นหนัง coming of age ที่เรียกร้องให้นักกิจกรรมอย่างเธอต้องเติบโตและเข้มแข็งกับชีวิตไม่น้อย แต่เธอมองความหมายในชีวิตและการเติบโตจากเหตุการณ์ตลอดปีนี้ยังไง ต้องไปฟังจากรุ้งเท่านั้น&#160; หลังออกมาจากเรือนจำแล้ว ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง จริงๆ ต้องเล่าก่อนว่า ช่วงแรกที่เพิ่งออกมาเราพังไปเลย ไม่โอเคจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ การอยู่ในนั้นมันทำให้เราค่อนข้างเสียตัวตน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครหลายคนบอกว่า 2020 เป็นปีชงของคนทั้งโลก แต่สำหรับชีวิตของ</span><b> รุ้ง–ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> คงไม่ได้เจอเรื่องหนักๆ แค่ปีนี้เท่านั้น เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดจะเปลี่ยนชีวิตรุ้งและคนในสังคมไปตลอดกาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่ต้นปี เธอเคลื่อนไหวทางการเมืองในฐานะโฆษกของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย, เรียกร้องการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จนถูกเรียกตัวไปรับทราบข้อหา พ.ร.บ.ความสะอาดและฝ่าฝืน, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ประกาศข้อเสนอ 10 ข้อเพื่อปฏิรูปสถาบันกษัตริย์, ปราศรัยด้วยข้อความที่ส่งถึงกษัตริย์โดยตรง, ยื่นหนังสือข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองผ่านองคมนตรี, ถูกคุมขังในเรือนจำคดียุยงปลุกปั่น มาจนถึงถูกฟ้องคดีอาญามาตรา 112&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117096" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07492.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เธอจะยอมรับว่าตัวเองเตรียมใจที่ต้องเจอความเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ แต่ถ้าทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคนอายุ 22 ปี มันย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านไปได้ในแต่ละวัน ยิ่งตั้งแต่รุ้งก้าวออกจากเรือนจำวันแรก หลังจากได้รับการประกันตัว หลายคนสังเกตเห็นสายตาของเธอเปลี่ยนไป จากมุ่งมั่น ไม่อ่อนข้อต่อใครง่ายๆ กลายมาเป็นอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยกว่าที่ทุกคนคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเปรียบชีวิตรุ้งเป็นหนังสักเรื่อง ปีนี้คงเป็นหนัง coming of age ที่เรียกร้องให้นักกิจกรรมอย่างเธอต้องเติบโตและเข้มแข็งกับชีวิตไม่น้อย แต่เธอมองความหมายในชีวิตและการเติบโตจากเหตุการณ์ตลอดปีนี้ยังไง ต้องไปฟังจากรุ้งเท่านั้น&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117107" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07602.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>หลังออกมาจากเรือนจำแล้ว ชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ต้องเล่าก่อนว่า ช่วงแรกที่เพิ่งออกมาเราพังไปเลย ไม่โอเคจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ การอยู่ในนั้นมันทำให้เราค่อนข้างเสียตัวตน อาจจะเพราะว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่ง แต่ตอนออกมามันค่อนข้างทำให้เราฝังใจว่าจะได้กลับไปอีกไหม ถ้าเราได้เข้าไปอีกจะทำยังไง แล้วถ้าเข้าไปนานเราต้องเตรียมอะไรไว้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเลยค่อนข้างฟุ้งซ่าน แล้วกลายเป็นย้ำคิดย้ำทำ คิดแต่เรื่องนอกคุก ในคุก อยู่ในคุกเราฝันว่าออกมาแล้ว กำลังไปซื้อของกับเพื่อนสนุกสนาน แต่ตื่นมาเรายังอยู่ในห้องขัง พอได้ออกไปข้างนอกเรากลับฝันว่าได้กลับเข้าไปในคุกอีก วันแรกที่ฝันเราร้องไห้เลย มันเป็นอย่างนี้สักพักใหญ่ๆ ก็เลยจะเห็นว่าช่วงแรกเรายังไม่ค่อยออกมาพูด ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่โอเคจริงๆ มีหลายคนดูออก ถามเราว่ารุ้งโอเคไหม เราเลยพยายามพักฟื้นใจ จนวันที่ไป SCB เรารู้สึกว่าวันนั้นตัวเองเริ่มกลับมาแล้ว&nbsp;</span></p>
<h4><b>ที่บอกว่าระหว่างอยู่ในเรือนจำเสียตัวตนไปเลย ตอนอยู่ข้างในนั้นมันเป็นยังไง&nbsp;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ วันแรกที่เข้าไปก็ยังไม่ได้สำนึกว่าเจออะไรอยู่ เขาให้ไปทำอะไรก็ทำตามขั้นตอน เขียนเอกสาร ปั๊มลายนิ้วมือ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า พอไปถึงห้องเริ่มรู้สึกว่าแย่แล้วว่ะ ฉันต้องมาเจอใคร แล้วคนเหล่านี้คือใคร แล้วจะอยู่กันได้ไหม แล้วต้องทำตัวยังไงบ้าง อันนี้คือสำคัญเลย มันทำให้เรากลัวว่าถ้าเผลอพลาดทำอะไรไปนิดหนึ่งแล้วมันจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะสำหรับเราภาพจำของคุกมันน่ากลัว เราไม่รู้ว่าข้างในนั้นเป็นยังไง ก็เลยกลัวไปหมด ร้องไห้ตอนนั้นแหละ แล้วพี่ข้างๆ ต้องมานั่งปลอบเราว่า “วันแรกก็อย่างนี้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ชิน”&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันชินก็จริง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะข้างนอกเรามีอิสรภาพที่จะพูด คิด หรือทำอะไรได้เต็มที่ แต่การอยู่ในนั้นมันเหมือนเราอยู่ในกล่อง ถ้าให้นิยามคุกไทย เรามองว่ามันเหมือนสัตว์ที่อยู่ในกรงล้อแล้วให้คนมาป้อนอาหาร ทำอะไรก็ตามที่เขาจัดไว้ให้ทำ แล้วฉันทำอะไรได้บ้าง ฉันทำอะไรไม่ได้เลย คิดอะไรไปมันก็ไม่เป็นจริง เพราะทำอะไรไม่ได้ ข่าวสารข้างนอกก็ไม่ได้รับรู้ เพื่อนเป็นยังไงบ้าง ครอบครัวเป็นยังไงบ้าง แล้วเรื่องการเรียนทำยังไง การเมืองข้างนอกเป็นยังไง ทำอะไรไม่ได้เลย พอว่างทั้งวันแล้วมันปล่อยให้เราฟุ้งซ่านได้มาก มีอะไรแวบมาในหัวก็คิดไปเรื่อย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงมันบั่นทอนเราไปมากเลยนะ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ มันเลยทำให้รู้สึกว่าเฮ้ย ฉันมาจบแค่นี้เองเหรอ ฉันยังทำอะไรไม่สำเร็จเลย สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำเลย มันยังไปไม่สุด เราโดนแช่แข็งไว้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-117089" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07376.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>มีความรู้สึกท้อ ไม่เอาแล้ว จะยอมแพ้แล้วบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันมีมาแวบๆ แล้วหายไปเลย เพราะเราเหนื่อย ใจล้ามาก ทนายเรายื่นประกันทุกวันแต่คำตอบที่ได้รับคือไม่ได้ประกัน เรามีความหวังแล้วถูกทำลายลงอย่างนี้จนมันทำให้เราเหนื่อย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เอาจริงๆ เรารู้สึกผิดมากนะ มันแวบมาในหัวได้ยังไง รู้สึกผิดทั้งต่อเพื่อนสนิทและเพื่อนในขบวน เราก็เลยต้องย้ำตัวเองเสมอว่าเราคิดอย่างนี้ไม่ได้เลย เพราะมีคนที่ตั้งความหวังกับเราอยู่ มีหลายคนที่เขาทำเองไม่ได้ เขาต้องให้คนอื่นมาพูดให้ ซึ่งเราก็ทำหน้าที่ในการเป็นกระบอกเสียงให้ เราก็เลยบอกตัวเองว่านึกถึงเป้าหมายไว้รุ้ง มองไว้ว่ามันอยู่ตรงนั้นนะ เราต้องไปถึงตรงนั้นให้ได้ แล้วอย่าให้สิ่งนั้นแวบเข้ามาในหัว ยังไงฝั่งที่เราต้องไปต่อก็ต้องชนะ&nbsp;</span></p>
<h4><b>ช่วงที่คุณโดนจับมีแฮชแท็กหนึ่งขึ้นมาว่า #ฟ้าหลังฝนมีรุ้งเสมอ แล้วฟ้าหลังฝนของคุณตอนนี้เป็นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราว่ามันดีนะ เพราะรู้สึกว่าเรามาไกลมาก ประเด็นหลักอันแรกที่เราพูดวันที่ 10 สิงหาฯ เรามีแค่จุดประสงค์เดียว คือเปิดพื้นที่ให้คนพูดเยอะขึ้น เพราะตอนแรกเรามีเพดานเท่านี้ คนก็จะพูดเท่านี้ แต่ตอนนี้เราเปิดเพดานไว้สูงขนาดนี้ เพดานการพูดของคนก็ค่อยๆ เคลื่อนไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนตอนนี้มันกลายเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้อง 3 ข้อ แล้วคนก็เห็นด้วย หลายคนพยายามหาความรู้ให้ตัวเองด้วยว่าถ้าฉันอยากแก้รัฐธรรมนูญ ฉันต้องทำยังไง คนก็จะออกมาพูดกันว่าฉันอยากได้แบบนี้ ฉันอยากได้แบบนั้น มันเลยมากกว่าแค่การเปิดเพดาน แต่ตอนนี้ทุกคนอยากจะออกมาพูดว่าตัวเองคิดอะไร เราชอบแบบนี้นะ&nbsp;</span></p>
<h4><b>แต่ถ้ามองภาพรวมเหตุการณ์ทั้งหมดในปีนี้ คุณมองชีวิตตัวเองในวัย 22 ปีที่เจอเรื่องหนักขนาดนี้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างฉิบหายกับชีวิตพอสมควร อายุ 22 แค่เรียนก็แย่แล้ว ก่อนหน้านี้เราเคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเรียนปริญญาโท และจะไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ซึ่งต้องเรียนให้ได้เกรดดีๆ พอเข้าวงการเมือง พวกนี้ก็หายไปเลย เพราะถ้าเราอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เราจะจดจ่อกับตรงนั้นมากๆ จนไม่สนใจเรื่องอื่น&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลายเป็นว่าอะไรที่มันควรต้องทำตอนนี้ก็ไม่ได้ทำ แต่เราจะมองแบบนั้นไม่ได้ซะทีเดียว เพราะมันก็มีคำถามว่าเราต้องทำตามนอร์มเหรอ ก็คงไม่ใช่ เพราะตอนนี้เรามีหน้าที่อีกอย่างคือการเป็นนักกิจกรรม ซึ่งเรามองว่ายิ่งทำตอนอายุน้อยยิ่งดี เพราะถ้ามันประสบความสำเร็จ เราก็มีเวลาใช้ชีวิตหลังจากความสำเร็จของเราอีกเยอะ ทำตอนนี้ได้เราว่ามันก็ดีแล้ว&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117067" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC04946.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>ทำไมคุณเคยบอกว่าการเป็นนักกิจกรรมที่ออกมาพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ทำให้ต้องนึกถึงความตาย แล้วคนอายุ 22 นึกถึงความตายของตัวเองยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเราต่างรู้กันดีเนอะว่าการพูดถึงกษัตริย์ในประเทศเรามันนำไปสู่อะไรได้บ้าง แต่เรามองถึงความคุ้มค่า ไม่ได้นึกถึงความคุ้มค่าของตัวเองนะ แต่นึกถึงความคุ้มค่ากับสังคมและคนโดยรวม&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มองหรอกว่าเราจะตายวันไหน เราแค่มองว่าวันหนึ่งยังไงเราก็ต้องตาย ไม่ตายเร็ว ตายช้า ตายตอนแก่ ยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว เราทำอะไรก่อนตาย อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญ เราใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง สิ่งที่เราต้องการที่จะทำเราได้ทำหรือยัง เป้าหมายของเรามันสำเร็จหรือยัง&nbsp;</span></p>
<h4><b>แล้วไม่ห่วงตัวเองหรือคิดว่าตัวเองจะอายุสั้นไปเหรอ&nbsp;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มันก็มีหลายอย่างที่เราอยากทำ แต่ว่าถ้าตายช่วงวัยรุ่นแล้วสิ่งที่ทำมาก่อนหน้ามันคุ้ม มันก็แค่นั้น อีกอย่างเราไม่เคยนึกถึงเรื่องของตัวเองเลย เพราะเป็นคนที่นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ แล้วบางทีเราลืมตัวเองไว้ข้างหลัง อย่าง 10 ข้อเราเสนอตัวว่าเราพูดเอง เพราะว่าเราไม่อยากให้คนอื่นมาโดนความเสี่ยง มันไม่มีใครพร้อมไง ถ้าโดนคดีขึ้นมา จะรับมือได้ไหม ไม่ได้ ทุกคนใหม่ เพราะว่ามันเป็นทีมที่เราเพิ่งฟอร์มขึ้นมาทำงานวันที่ 10 โดยเฉพาะ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นเราคาดหวังให้เขามาพร้อมกับเราไม่ได้ เราก็เลยบอกว่ารุ้งพูดให้ ดังนั้นแต่ละอย่างที่ตัดสินใจทำ มันไม่ใช่ว่าฉันจะทำแล้วได้อะไร แต่ฉันทำแล้วคนอื่นได้อะไรต่างหาก มันจะเป็นแบบนั้นเสมอ แล้วเราชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้นะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117079" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05093-Edit.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>การนึกถึงคนอื่นก่อนมันมีความหมายกับชีวิตคุณยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"> เราชอบการเป็นผู้ให้ เรารู้สึกดีกับตัวเองด้วย แล้วเราก็ชอบที่จะเห็นคนอื่นรู้สึกดี เราชอบเห็นเวลาคนอื่นยิ้ม มีความสุข เวลามีสิ่งที่เขาต้องการแต่เขาไม่ได้ แล้วเราสามารถทำให้ได้ เราสามารถแก้ปัญหาให้ได้ แล้วเขาโอเค เราชอบ เรารู้สึกว่านี่คือความหมายของชีวิตเรา&nbsp;</span></p>
<h4><b>หลายคนบอกว่าปีนี้เป็นปีชงของคนทั้งโลก สำหรับคุณเอง ปีนี้เป็นปีอะไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีแห่งความเหนือความคาดหมาย เพราะเรารู้สึกว่ามันมีอะไรหลายอย่างมากที่มันเกินกว่าที่เราคิดไว้แล้วมันเกิดขึ้น เช่น ม็อบออร์แกนิก เป็ดยางกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในม็อบ หรือการออกสื่อของสถาบันกษัตริย์&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าเป็นชีวิตตัวเอง ปีนี้เป็นปีแห่งการทรหดแล้วกัน (หัวเราะ) มันมีหลายสิ่งเข้ามาในชีวิต แล้วมันมีแต่เรื่องหนักๆ เราเก่งมากเลยที่ผ่านมันมาได้ เรารู้สึกกับตัวเองว่า มึงกล้าจังวะ วันที่ 10 เราเอาความกล้ามาจากไหนไม่รู้ แล้วเราขึ้นไปพูดเรื่องปฏิรูปสถาบัน พอมามองแล้ว เออ ไปเอาพลังมาจากไหนเยอะแยะ&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117078" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC05041.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>คุณคิดว่าเหตุการณ์พวกนี้มันเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อชีวิตตัวเองไปมากน้อยแค่ไหน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เยอะ มันทำให้เรานิ่งขึ้นด้วย เรารู้สึกว่าความใจเย็นนี่แหละมันจะทำให้เราตัดสินใจได้ดีที่สุด ถ้าเราใจร้อนโผงผางบางอย่างมันพลาด แล้วมันส่งผลกระทบเยอะ ดังนั้นนิ่งไว้ก่อน แล้วค่อยๆ คิด มองว่าตัวเองเป็นคนที่ใจเย็นก่อน แล้วเอาใหม่ ค่อยๆ คิดกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มุมมองของเราก็เปลี่ยนไป เรามองโลกด้วยสายตาที่กว้างขึ้น เพื่อที่จะสามารถประเมินได้อย่างสมเหตุสมผลที่สุด&nbsp;</span></p>
<h4><b>พูดถึงความยากลำบากมาเยอะ แล้วความสุขล่ะ ปีนี้มีอะไรให้สุขใจบ้างไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) มีอะไรบ้างวะ แย่แล้ว (หัวเราะ) ปีนี้เรามีแมวใหม่ เราอยากเลี้ยงแมวมานานมาก ซึ่งเลี้ยงได้แค่ 4 วันเราก็โดนจับ เลยต้องเอาไปให้ที่บ้านดูแล&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ได้เจอคนที่เราชอบ คนเก่งๆ เรารู้สึกแฮปปี้ หลายๆ คนที่เข้ามาหาถ้าเราไม่เข้ามาทำงานการเมืองเราคงไม่ได้เจอ แล้วก็เพิ่งได้ไปเที่ยว อะไรอีกดี เราคิดไม่ค่อยออก แย่แล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<h4><b>สุดท้ายในปีนี้ที่เหมือนความสุขจะหายากและมีความทุกข์มากกว่า มันสอนอะไรบ้าง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้สอนให้รู้ว่าทำอะไรทำให้สุด เพื่อที่จะไม่ต้องมีวินาทีไหนเลยที่เรามาเสียดายทีหลังว่าทำไมตอนนั้นไม่ทำแบบนั้น เรารู้สึกว่าในทุกๆ การตัดสินใจของเรา มันดีแล้วแหละ แต่ว่าในวิธีการหลังการตัดสินใจนั้น คุณก็ต้องทำให้มันเต็มที่ที่สุดเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-117105" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC07550.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-rung-panassaya/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ทำอะไรทำให้สุด จะได้ไม่มีวินาทีไหนที่มาเสียใจทีหลัง” รุ้ง ปนัสยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อย่าชินกับปัญหา อย่าทำก่อนคิด อย่าเป็นคนที่เราไม่ชอบ ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2020-from-readers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2020 11:09:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ม.116]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งที่ได้เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[journal]]></category>
		<category><![CDATA[บทเรียนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[2020]]></category>
		<category><![CDATA[ม.112]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=118910</guid>

					<description><![CDATA[<p>Thichakorn Hongrat ปีนี้สอนให้เรารู้ว่า หนึ่ง–นอกจากเงินและเวลาแล้ว ‘ความอดทน’ ก็เป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งที่ต้องบริหารให้ดีเช่นกันโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ ในปีที่มีเรื่องให้เราเซอร์ไพรส์ทุกวัน เรื่องหนักๆ เกิดขึ้นนานๆ ครั้งก็คงไม่เป็นไร แต่พอความถี่เกิดขึ้นชนิดวันต่อวัน (เผลอๆ เป็นชั่วโมงต่อชั่วโมง) แล้วเราไม่บาลานซ์ความอดทนให้ดี ทุกสิ่งอย่างมันก็จะถาโถม trauma เราจนใช้ชีวิตต่อไม่ได้ จนกลายเป็นว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องให้เราเครียดมากๆ เราจะบอกกับตัวเองว่า “เผื่อใจไว้หน่อย เดี๋ยวมีเรื่องให้เครียดอีก” อาจจะฟังดูหดหู่ แต่ช่วยได้เยอะเลย&#160; พอเราบาลานซ์ได้แล้ว จิตใจมันก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูสมรรถภาพความอดทนให้เป็นภูมิต้านทานไว้สู้กับความไม่แน่นอนในวันต่อๆ ไปเอง &#160; สอง–Live your life at your own pace. รู้สึกช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงที่คำว่า ‘productivity’ ถูกนำมาพูดจนมีนัยสำคัญ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่พยายามว่ายตามให้ทันกระแสของโลกที่เชี่ยวกรากนี้อยู่จึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะเอาตัวเองไปเทียบกับคนรอบตัวเราที่เก่งๆ พอเราเทียบบ่อยๆ เข้ามันก็ท้อ พอเราพยายามจะวิ่งตามให้ทัน รู้ตัวอีกทีเขาก็วิ่งไปไกลแล้ว แถมเราก็ยังล้าอีก&#160; จนจุดหนึ่งเราเริ่มกลับมามองที่ตัวเองก็เห็นว่า จริงๆ แล้ว เราก็พัฒนาตัวเองมาไกลมากๆ แล้วเหมือนกัน เพียงแต่เราไปยึดโยงกับคนอื่นจนเราไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ปัจจุบันเลยพยายามใช้ชีวิตในแบบสปีดของตัวเอง สปีดในแบบที่เรามีความสุขที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-from-readers/">อย่าชินกับปัญหา อย่าทำก่อนคิด อย่าเป็นคนที่เราไม่ชอบ ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>Thichakorn Hongrat</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีนี้สอนให้เรารู้ว่า หนึ่ง–</span><span style="font-weight: 400;">นอกจากเงินและเวลาแล้ว ‘ความอดทน’ ก็เป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งที่ต้องบริหารให้ดีเช่นกันโดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้ ในปีที่มีเรื่องให้เราเซอร์ไพรส์ทุกวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องหนักๆ เกิดขึ้นนานๆ ครั้งก็คงไม่เป็นไร แต่พอความถี่เกิดขึ้นชนิดวันต่อวัน (เผลอๆ เป็นชั่วโมงต่อชั่วโมง) แล้วเราไม่บาลานซ์ความอดทนให้ดี ทุกสิ่งอย่างมันก็จะถาโถม trauma เราจนใช้ชีวิตต่อไม่ได้ จนกลายเป็นว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องให้เราเครียดมากๆ เราจะบอกกับตัวเองว่า “เผื่อใจไว้หน่อย เดี๋ยวมีเรื่องให้เครียดอีก” อาจจะฟังดูหดหู่ แต่ช่วยได้เยอะเลย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเราบาลานซ์ได้แล้ว จิตใจมันก็จะค่อยๆ ฟื้นฟูสมรรถภาพความอดทนให้เป็นภูมิต้านทานไว้สู้กับความไม่แน่นอนในวันต่อๆ ไปเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สอง–Live your life at your own pace.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้สึกช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงที่คำว่า ‘productivity’ ถูกนำมาพูดจนมีนัยสำคัญ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่พยายามว่ายตามให้ทันกระแสของโลกที่เชี่ยวกรากนี้อยู่จึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะเอาตัวเองไปเทียบกับคนรอบตัวเราที่เก่งๆ พอเราเทียบบ่อยๆ เข้ามันก็ท้อ พอเราพยายามจะวิ่งตามให้ทัน รู้ตัวอีกทีเขาก็วิ่งไปไกลแล้ว แถมเราก็ยังล้าอีก&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนจุดหนึ่งเราเริ่มกลับมามองที่ตัวเองก็เห็นว่า จริงๆ แล้ว เราก็พัฒนาตัวเองมาไกลมากๆ แล้วเหมือนกัน เพียงแต่เราไปยึดโยงกับคนอื่นจนเราไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ปัจจุบันเลยพยายามใช้ชีวิตในแบบสปีดของตัวเอง สปีดในแบบที่เรามีความสุขที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราค้นพบว่า การทำตัวไม่มีประโยชน์บางครั้งมันก็มีประโยชน์ เราเริ่มเข้าใจว่าเขามี pace ชีวิตของเขา เราเองก็มี pace ชีวิตของเรา พอโลกมันมีสิ่งที่เรียกว่าโควิดเข้ามา ทุกคนล้วนต้องอยู่บ้าน โลกแห่งการแข่งพุ่งไปข้างหน้าก็ต้องถูกชะลอลง หลายคนไม่อยากทิ้งเวลาให้สูญเปล่า จึงเลือกที่จะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ฝึกอัพสกิลต่างๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งหนึ่งที่เราพยายามลองทำเพิ่มคือการทำให้เวลาว่างมันว่างจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมักบอกว่าเราต้องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่พอเราลองอยู่เฉยๆ แล้วมันช่วยเราหลายอย่าง โดยเฉพาะการจัดระเบียบความคิดในสมอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมันเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว เราได้มีเวลาคิดใคร่ครวญอะไรบางอย่างที่เราอาจจะหลงลืมไปแล้ว คล้ายกับว่าได้ลองนั่งไทม์แมชชีนในหัวตัวเอง ซึ่งนั่นดีมากๆ จนเราอยากเชียร์ทุกคนว่า ถ้าจะมีสักครั้งในชีวิต ลองใช้เวลาว่างให้ไม่เป็นประโยชน์กันดูนะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาม–ความชินไม่ใช่เรื่องปกติและกับความผิดปกติ เราไม่ควรชินกับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองว่านี่คือปีแห่งการตั้งคำถาม ปีแห่งการหยิบยกเรื่องหลายเรื่องที่ถูกมองข้ามกลับมาให้เห็นอีกครั้ง เป็นปีแห่งการทบทวนกับตัวเองว่า ‘เราโอเคกับสิ่งนี้จริงๆ ใช่ไหม’ หรือ ‘เรื่องแบบนี้มันถูกต้องแล้วจริงๆ ใช่ไหม’&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นปีที่คำว่า ‘เพศ’ ‘การศึกษา’ ‘การเมือง’ และอีกหลายเรื่อง คือเรื่องที่สามารถตั้งคำถามได้ ทบทวน และพูดคุยได้อย่างตรงไปตรงมา คงเป็นเพราะปีนี้สอนให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าการแก้ปัญหาคือ การฝืนทนอยู่กับปัญหาหรือการถูกทำให้ชินกับปัญหามากกว่า</span></p>
<hr>
<h3>นางสาวเอ (นามสมมติ)</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครจะรู้ว่าจากสภาวะโรคระบาดที่ทั้งโลกเผชิญกันอยู่จะมีผลกระทบกับชีวิตมากมายขนาดนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การงานที่เคยมั่นคง อยู่ในบริษัทที่เคยรวยที่สุดในโลก มันจะสั่นคลอนได้ขนาดนี้ บริษัทเริ่มกดดันให้พนักงานทำงานมากขึ้นแต่ไม่มีเงินเดือนขึ้น ขณะที่เพื่อนร่วมงานที่เคยทำงานด้วยกันในต่างประเทศก็โดนให้ลาออกเยอะมาก งานจากคนกลุ่มนี้ก็ถูกแบ่งมาให้พวกเราที่กรุงเทพฯ เพราะค่าแรงถูกกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีที่ผ่านมามีม็อบเกิดขึ้นมากมาย เราเองเข้าร่วมหลายครั้งมาก เพราะทนกับรัฐบาลและความพังที่เพื่อนร่วมชาติต้องประสบพบเจอไม่ได้ </span><span style="font-weight: 400;">จนมาวันหนึ่งม็อบมาที่หน้าสถานทูตเยอรมันและแกนนำม็อบต้องการคนช่วยอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมัน เราซึ่งทำงานอยู่แถวนั้นอยู่แล้วเลยวิ่งลงไปอาสาช่วยอ่านให้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นก็มีข่าวว่าเขาจะเริ่มตามจับคนที่อ่านแถลงการณ์ในวันนั้น สุดท้ายตำรวจก็หาเราเจอทั้งๆ ที่วันนั้นเราปิดหน้า อำพรางตัวเต็มที่ สิ่งนี้ทำให้เรารู้ว่าตำรวจไทยเก่งกว่าที่เราคิด แต่เขาจะจับเฉพาะคนที่เขาอยากจับ นี่คือความเลวร้ายของกระบวนการยุติธรรมไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใครจะคิดว่าแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นเพียงไม่กี่นาทีจะทำให้หญิงไทยวัย 38 ปี ต้องมีชีวิตที่พลิกผันขนาดนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การโดนคดี 112 ผนวกกับ 116 ทำให้เราต้องแบกรับความเครียดที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนมากมาย ทั้งกลัวว่าจะโดนเข้าคุกและตกงาน กังวลว่าครอบครัวจะโดนคุกคาม เรายอมรับว่าวันนั้นเรานึกถึงผลกระทบที่จะตามมาน้อยมาก คิดแค่ว่าอยากช่วยน้องๆ แกนนำ แต่เมื่อเราไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้ ก็ได้แต่คิดทบทวนและย้ำกับตัวเองว่า เราจะต้องคิดให้ดีก่อนทำอะไรเสมอ ต้องคิดว่าเราสามารถจ่ายกับราคาเดิมพันที่สูงขนาดนี้ได้หรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่เสียใจเลยที่เราทำไป มันกลับยิ่งทำให้เรากระจ่างมากกว่าเดิม และทำให้จุดยืนเราหนักแน่นกว่าเดิม อยากจะร่วมสู้ไปกับทุกคนเหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเหตุการณ์หน้าสถานทูต เราได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ และคนรอบข้างมากมาย ทำให้ตระหนักได้ว่าใครคือคนสำคัญในชีวิตของเราและควรเก็บเขาไว้ในชีวิตให้ดี เพื่อนคนที่ชวนเราไปอ่านแถลงการณ์ในวันนั้นหายไปจากชีวิตเราเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้เราคุยกันอยู่เป็นประจำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ต้องการคำขอโทษจากเขาหรอก เพราะการไปอ่านแถลงการณ์หน้าสถานทูตเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจจะทำเอง แต่สิ่งที่เราอยากได้มากที่สุดคือกำลังใจ เพราะเราก็รู้อยู่ว่าเราสู้อยู่กับอะไรและเราคงจะทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านี้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้เราอยู่ได้เพราะกำลังใจจากคนรอบข้างล้วนๆ ถึงแม้ที่ผ่านมาพ่อแม่จะไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นทางการเมืองของเรา แต่สุดท้ายเราก็คือลูก เขาพร้อมที่จะอยู่ข้างเราเสมอ เพื่อนสนิทลางานมาเป็นกำลังใจให้หน้าสถานีตำรวจทุกครั้งที่โดนตำรวจเรียกพบ หรือแม้กระทั่งมวลชนที่อยู่เป็นกำลังใจหน้าสถานีตำรวจ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่าเราควรจะเก็บใครไว้ในชีวิตของเราบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดในชีวิตเมื่อปีที่แล้ว เราได้ตระหนักว่าการใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนในประเทศนี้มีราคาสูงมาก เราควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังกว่านี้ (ถ้าเรายังไม่พร้อมจะรับความเสี่ยง) อีกอย่างคือเราควรตั้งใจเก็บเงินให้มากกว่าเดิม เพราะเรากำลังอยู่ในประเทศที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ ที่เราควรได้รับเลย หรือแม้กระทั่งการจะหนีออกไปจากที่นี่ก็ต้องใช้เงินมากมาย ดังนั้นการเก็บเงินและการวางแผนทางการเงินก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกเรื่องหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี 2020 ที่ผ่านมาสอนอะไรเราเยอะมากจริงๆ และสุดท้ายนี้เราขอให้ปี 2021 ไม่ทำร้ายพวกเราไปมากกว่านี้</span></p>
<hr>
<h3>Wasuntara Sananwai</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118921 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1.jpg" alt="" width="1443" height="910" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1.jpg 1443w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1-300x189.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1-768x484.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1-1024x646.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_1-600x378.jpg 600w" sizes="(max-width: 1443px) 100vw, 1443px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Everything happens for the best (reason)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อเสมอว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมักจะดีเสมอและแม้ว่าจะล้มเหลว ชีวิตโคตรแย่แค่ไหน มันจะมอบบทเรียนให้เราเพื่อเติบโตไปอย่างมีภูมิคุ้มกันมากขึ้น&nbsp;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Childhood vs Adulthood&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กมีความกล้า อยากลอง ยิ้มง่ายจัง แต่เราในวัยที่กำลังเป็นผู้ใหญ่ก็มีประสบการณ์ที่เด็กไม่มี (โลกกว้างเหมือนการเปิดหนังสืออ่านไปเรื่อยๆ) หาเคล็ดลับการมีความสุขง่ายๆ กับเรื่องง่ายๆ รอบตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Mindset&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอบคุณที่ตัวเรามีทัศนคติที่ดีเสมอ พลังบวกจะช่วยให้เราใช้ชีวิตด้วยความหวัง เป็นสีสันมาผสมในช่วงที่มืดมน และส่งต่อพลังงานดีๆ ให้กับคนรอบข้าง พลังงานลบ + shit damn things สอนให้เราแข็งแกร่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Health</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ อย่าทำงานมากเกินไปจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง (ร่างกายเริ่มเสื่อมไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118922" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2-191x300.jpg" alt="" width="430" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2-191x300.jpg 191w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2-768x1206.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2-652x1024.jpg 652w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2-600x942.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_2.jpg 916w" sizes="(max-width: 430px) 100vw, 430px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Work</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นปีก่อนโควิดเราเปลี่ยนงานใหม่ การมาทำงานที่นี่เราอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าเดิมและคนมักถามเสมอว่าทำไมถึงทำแบบนั้น เรารู้ว่าเราอยากมาลองทำงานในบริษัท global และเชื่อว่าอาวุธหรือประสบการณ์ที่เราจะได้รับมันจะพาเราไปทำงานตำแหน่งที่อยากทำได้ ผลลัพธ์คือเราได้ transferrable skills และความมั่นใจนั้นจริงๆ ขณะเดียวกันคอนเนกชั่นเป็นบันไดไปสู่เป้าหมายที่อยากทำได้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่ยังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง แม้จะยังบอกไม่ได้ว่าตัวเองชอบอะไรจริงๆ ก็ไม่เคยกดดันตัวเองเลย ค่อยๆ ขีดฆ่าในตัวเลือกที่ไม่ใช่ทิ้งแค่นั้นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีงานไหนที่เราจะชอบได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตราบใดที่ไม่ใช่ธุรกิจตัวเอง เราต้องเลือกที่จะมองข้อดี-ข้อเสีย หรือมองจุดมุ่งหมาย เช่น งานนี้มีช่วงหนึ่งหัวหน้าว่า กดดัน มีปัญหาที่ทำงานเพราะเราทำพลาด ทำให้เราได้เรียนรู้คนมากขึ้น และได้รู้ว่า จงอย่าเป็นคนแบบที่เราไม่ชอบ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโดนว่า จงนำไปพัฒนาและปรับปรุง โยนความรู้สึกผิดทิ้งไป และแสดงความรับผิดชอบซึ่งคือการขอโทษที่ดีที่สุดในการทำงานออกไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>First Jobber</p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเด็กจบใหม่ ความอดทน, passion, attitude สามารถเอาชนะ experience ในการสมัครงานได้ และอย่าล้มเลิกความตั้งใจในสิ่งที่อยากทำเร็วไป ถ้าไม่ได้มันอาจแค่ยังไม่ถึงเวลาของเราก็ได้ มันคุ้มค่าที่จะไปต่อและรอนะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไหร่ที่สิ่งที่เราทำมันมีคุณค่าและความหมาย มันเป็นอะไรที่ตีเป็นมูลค่าหรือตัวเงินไม่ได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118923 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3.jpg" alt="" width="1415" height="918" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3.jpg 1415w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3-768x498.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3-1024x664.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_3-600x389.jpg 600w" sizes="(max-width: 1415px) 100vw, 1415px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Friends</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทำงานครบ 1 ปี พบว่ากับเพื่อนมหา’ลัย เจอกันน้อยลงแต่พยายามนัดเจอกันทุกปี แค่ไม่อยากให้พวกเขาหลุดออกจากวงกลมพิเศษนี้ เราก็แค่ยิ่งต้องรักษาความสัมพันธ์ให้ดี บทสนทนาก็คือเรื่องงานและความรัก เห็นเพื่อนๆ เริ่มเติบโต สร้างหนทางที่ตัวเองอยากเดินแล้วภูมิใจ&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค้นพบว่าจะมีเพื่อนปริมาณน้อยลงแต่มีคุณภาพจริงๆ ซึ่งไม่มีคำจำกัดความที่จำกัดหรือไม่กล้ากำจัดออกไป แม้จะเจอกันไม่บ่อยแต่ต่อกันติดเสมอ ช่วงนี้ &#8216;ไม่มีกลุ่ม&#8217; เพราะเราเป็นเพื่อนกันหมด และชอบทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ เสมอ สอนให้รู้ว่ามีคนที่เจ๋งอีกมากมายบนโลกใบนี้ เขาจะมาพร้อมกับความประหลาดที่พิเศษ แพสชั่น ความหวังดี และประสบการณ์เต็มเปี่ยม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Love</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรักในปีนี้ เริ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว และจบลงไปแบบงงๆ แต่มันก็สอนให้เรารู้จักกล้าเปิดรับคนใหม่ๆ กล้า take risk และผจญภัยกับความสุข, ความเสียใจ กล้าให้อภัย และมีการพัฒนา ปรับปรุงกับครั้งต่อไป&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่สองที่ค้นพบคือ การอยู่คนเดียวมาสักพักใหญ่ทำให้ชินกับการไม่มีใคร มีความสุขและมอบเวลาให้กับตัวเอง อิสระ&#8230; จนตอนนี้รู้สึกว่าชอบความเรียบง่ายสบายใจที่ไม่ต้องวิ่งตามใคร ชอบการเป็นตัวของตัวเองมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118924 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4.jpg" alt="" width="1403" height="901" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4.jpg 1403w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4-768x493.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4-1024x658.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/a-day-2020-ปีนี้สอนให้รู้ว่า_Wasuntara-_9Jan2021_Page_4-600x385.jpg 600w" sizes="(max-width: 1403px) 100vw, 1403px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2020-from-readers/">อย่าชินกับปัญหา อย่าทำก่อนคิด อย่าเป็นคนที่เราไม่ชอบ ปีนี้สอนให้รู้ว่าจากทางบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
