<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Call Out By Your Name &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/series/call-out-by-your-name/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/series/call-out-by-your-name/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2021 04:14:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“อย่ารับใช้เบื้องบน โปรดจงรับใช้ประชาชน” คุยกับแอดมินเพจข้าราชการปลดแอก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/free-thai-civil-servant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2021 03:44:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Call Out By Your Name]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าราชการปลดแอก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าราชการ]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เพจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=141122</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่างเข้าใจง่ายที่สุด ถ้าระบบข้าราชการดี อย่างน้อยบทสัมภาษณ์นี้ผมน่าจะเปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริงของสองแอดมินเพจ ข้าราชการปลดแอก ได้ แต่อย่างที่รู้กัน ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากยอมรับ ผมจำใจต้องปิดบังตัวตนของพวกเขาและเรียกด้วยนามสมมติอย่าง แอดมินเอ และ แอดมินบี แทน เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาเองก็เป็นหนึ่งในข้าราชการในระบบ แต่เพราะการเป็นคนในที่เห็นปัญหาได้อย่างแจ่มชัด พวกเขาถึงเลือกเปิดเพจนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเผยและพูดถึงปัญหา จนในปัจจุบันแม้จะยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีดี ยอดไลก์เพจ ข้าราชการปลดแอก กำลังจะแตะ 60,000 ไลก์แล้ว และพวกเขายังได้รับเรื่องราวหลังไมค์เกี่ยวกับปัญหาในระบบราชการทุกวัน ราวกับสิ่งที่หมักหมมไว้นั้นไม่มีวันจบสิ้น&#160; และเมื่อรวมกับเหตุผลที่ช่วงนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้ระบบราชการถูกหยิบขึ้นมาวิจารณ์มากขึ้น ผมจึงติดต่อไปหาพวกเขาทั้งคู่เพื่อนัดหมายพูดคุยกันถึงปัญหาที่ว่า ทำไมระบบราชการมักล่าช้า คำว่า ‘นายสั่งมา’ มีอยู่มากน้อยแค่ไหน และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ข้าราชการจำนวนหนึ่งไม่กล้าออกมาส่งเสียงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ผมหอบความสงสัยทั้งหมดนี้ไว้เพื่อสนทนากับพวกเขาผ่านช่องทางออนไลน์ในค่ำวันหนึ่งหลังเวลาราชการ น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งคู่ต้องปิดกล้อง น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งคู่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ และน่าเสียดายที่บทสัมภาษณ์นี้ไม่น่าจะไปถึงคนเบื้องบน แม้เราจะคุยกันถึงปัญหาด้วยเจตนาที่อยากให้หลายๆ อย่างในประเทศนี้ดีขึ้นก็ตาม อัพเดตสถานการณ์กันหน่อย โควิด-19 กระทบงานพวกคุณบ้างไหม แอดมินเอ : ผมว่างานราชการส่วนใหญ่เป็นงานที่ได้รับผลกระทบโคตรน้อย เงินเดือนก็เท่าเดิม ประเมินเลื่อนขั้นตามปกติ ปริมาณงานบางหน่วยก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าว่ากันถึงเนื้องานก็อาจมีการปรับมาทำในออนไลน์บ้างจากที่ต้องทำเป็นเอกสาร แต่ผมก็นับว่านั่นเป็นก้าวแรก โควิดทำให้หลายๆ งานเปลี่ยนมาทำออนไลน์ได้ ซึ่งตลกมากนะ ทั้งที่มีมติมาตั้งนานแล้วให้ปรับเปลี่ยน แต่ก็ไม่ทำกันสักทีจนมีนายสั่ง ผมว่าแค่นี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งแล้วที่สามารถโยงเข้าหาปัญหาในระบบราชการในคำถามต่อๆ ไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/free-thai-civil-servant/">“อย่ารับใช้เบื้องบน โปรดจงรับใช้ประชาชน” คุยกับแอดมินเพจข้าราชการปลดแอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อย่างเข้าใจง่ายที่สุด ถ้าระบบข้าราชการดี อย่างน้อยบทสัมภาษณ์นี้ผมน่าจะเปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริงของสองแอดมินเพจ <a href="https://www.facebook.com/FreeThaiCivilServant">ข้าราชการปลดแอก</a> ได้</p>



<p>แต่อย่างที่รู้กัน ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากยอมรับ ผมจำใจต้องปิดบังตัวตนของพวกเขาและเรียกด้วยนามสมมติอย่าง แอดมินเอ และ แอดมินบี แทน</p>



<p>เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาเองก็เป็นหนึ่งในข้าราชการในระบบ แต่เพราะการเป็นคนในที่เห็นปัญหาได้อย่างแจ่มชัด พวกเขาถึงเลือกเปิดเพจนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเผยและพูดถึงปัญหา จนในปัจจุบันแม้จะยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีดี ยอดไลก์เพจ ข้าราชการปลดแอก กำลังจะแตะ 60,000 ไลก์แล้ว และพวกเขายังได้รับเรื่องราวหลังไมค์เกี่ยวกับปัญหาในระบบราชการทุกวัน ราวกับสิ่งที่หมักหมมไว้นั้นไม่มีวันจบสิ้น&nbsp;</p>



<p>และเมื่อรวมกับเหตุผลที่ช่วงนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้ระบบราชการถูกหยิบขึ้นมาวิจารณ์มากขึ้น ผมจึงติดต่อไปหาพวกเขาทั้งคู่เพื่อนัดหมายพูดคุยกันถึงปัญหาที่ว่า</p>



<p>ทำไมระบบราชการมักล่าช้า คำว่า ‘นายสั่งมา’ มีอยู่มากน้อยแค่ไหน และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ข้าราชการจำนวนหนึ่งไม่กล้าออกมาส่งเสียงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น</p>



<p>ผมหอบความสงสัยทั้งหมดนี้ไว้เพื่อสนทนากับพวกเขาผ่านช่องทางออนไลน์ในค่ำวันหนึ่งหลังเวลาราชการ</p>



<p>น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งคู่ต้องปิดกล้อง</p>



<p>น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งคู่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้</p>



<p>และน่าเสียดายที่บทสัมภาษณ์นี้ไม่น่าจะไปถึงคนเบื้องบน</p>



<p>แม้เราจะคุยกันถึงปัญหาด้วยเจตนาที่อยากให้หลายๆ อย่างในประเทศนี้ดีขึ้นก็ตาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-141128" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/191864399_256253986274471_6094534729377968183_n.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">อัพเดตสถานการณ์กันหน่อย โควิด-19 กระทบงานพวกคุณบ้างไหม</h4>



<p>แอดมินเอ : ผมว่างานราชการส่วนใหญ่เป็นงานที่ได้รับผลกระทบโคตรน้อย เงินเดือนก็เท่าเดิม ประเมินเลื่อนขั้นตามปกติ ปริมาณงานบางหน่วยก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าว่ากันถึงเนื้องานก็อาจมีการปรับมาทำในออนไลน์บ้างจากที่ต้องทำเป็นเอกสาร แต่ผมก็นับว่านั่นเป็นก้าวแรก โควิดทำให้หลายๆ งานเปลี่ยนมาทำออนไลน์ได้ ซึ่งตลกมากนะ ทั้งที่มีมติมาตั้งนานแล้วให้ปรับเปลี่ยน แต่ก็ไม่ทำกันสักทีจนมีนายสั่ง ผมว่าแค่นี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งแล้วที่สามารถโยงเข้าหาปัญหาในระบบราชการในคำถามต่อๆ ไป</p>



<h4 class="wp-block-heading">การจัดการของรัฐต่อวิกฤตครั้งนี้ที่หลายครั้งดูช้ามาก ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่ง มันทำให้พวกคุณเข้าใจหรือเห็นปัญหามากกว่าคนอื่นหรือเปล่า</h4>



<p>แอดมินบี : ผมไม่เคยเข้าใจเลยกับความช้าของระบบ อาจเพราะผมเพิ่งเข้ามาทำงานราชการด้วย แต่ผมก็เคยคุยกับรุ่นพี่ว่าที่จริงแล้วระบบสามารถเร็วได้ขอแค่นายสั่ง ทุกอย่างเสร็จได้แค่ในวันเดียว ดังนั้นผมว่ากับปัจจุบันก็สามารถพูดได้ว่าเป็นปัญหา หลายเรื่องติดกฎระเบียบมากมายไปหมด ทั้งที่สามารถทำได้เร็วกว่านี้&nbsp;</p>



<p>แอดมินเอ : ส่วนผมเองเข้าใจนะว่าทำไม แต่ก็เป็นความเข้าใจที่ผมไม่เคยยอมรับสภาพ ผมเหมือนกับทุกคนนั่นแหละที่คิดว่า ‘วิกฤตแบบนี้คุณทำได้แค่นี้เองเหรอ’ คุณยังเน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์อยู่อีก ซึ่งต้องบอกก่อนว่าในเวลาปกติ การเน้นกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ของราชการไม่ได้มีแต่ข้อเสีย ระเบียบที่ออกมามีไว้เพื่อบังคับให้แต่ละขั้นตอนโปร่งใสที่สุด แต่ผลเสียคือในวิกฤตแบบนี้คุณลัดขั้นตอนไม่ได้ถ้าไม่มีนายสั่ง แต่กับเรื่องวัคซีนคงไม่ต้องพูดแล้วมั้ง กระบวนการก็โกง ผลลัพธ์ก็แย่ สุดยอดของความห่วยแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-1024x1024.jpeg" alt="ข้าราชการปลดแอก" class="wp-image-141129" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/209965366_283880293511840_497850614464351439_n.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในแวดวงข้าราชการที่คุณอยู่ มีการออกมา call out มากน้อยขนาดไหน</h4>



<p>แอดมินบี : ผมว่ามีมาตลอดนะ แต่ก็ยอมรับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ยังไม่มีการกระตุ้นขนานใหญ่ให้ข้าราชการออกมาแสดงออกได้ หลายๆ คนยังติดอยู่กับความกลัว และพูดตามตรงขนาดพวกเราเองก็ยังไม่กล้าเปิดหน้าเลย</p>



<p>แอดมินเอ : แต่กับผมเองในแพลตฟอร์มส่วนตัวผมก็ด่าแบบเปิดหน้านะ ด่ามาตั้งแต่รัฐประหารแล้ว ด่าตั้งแต่คนในที่ทำงานไม่มีใครกล้าด่า (หัวเราะ) แต่ถ้ามองถึงภาพรวม ผมคิดว่าโควิดคือตัวกระตุ้นเรื่องนี้เลย ตอนนี้ผมเห็นข้าราชการหลายคนมากที่ก่อนหน้านี้ไม่สนใจการเมืองแต่ก็เริ่มออกมาบ่น หรือแม้กระทั่งบางคนที่เคยเป่านกหวีดก็เริ่มออกมายอมรับแบบเจื่อนๆ ว่ารัฐบาลบริหารไม่ดีจริงๆ หรือแม้กระทั่งบางคนเริ่มไปม็อบด้วยซ้ำ เหมือนบาร์ตรงนี้ค่อยๆ สูงขึ้น ซึ่งมันก็มาจากความไม่พอใจที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการบริหารจัดการที่แย่ การแสดงออกจึงมากขึ้น แต่ผมคิดว่าควรทำได้มากกว่านี้ มันควรเป็นเรื่องปกติ แต่ผมก็ไม่อยากเอาตัวเองไปพูดแทนหรอก เพราะในอีกมุมผมก็เข้าใจว่าในหลายๆ หน่วยงาน การออกมาพูดมีราคาที่ต้องจ่ายอยู่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณว่าการเป็นข้าราชการทำให้มีอิสระในการออกมา call out หรือพูดถึงปัญหาน้อยกว่าอาชีพอื่นไหม</h4>



<p>แอดมินเอ : ผมคิดแบบนั้น ทั้งที่การปล่อยปัญหาไปโดยไม่ค้านคือความผิดของข้าราชการ แต่บ้านเรากลับทำให้การผิดต่อหน้าที่ตรงนี้ไม่ถูกให้ค่า เราดันไปให้ค่ากับระบบที่ต้องทำตามผู้ใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น การไม่ค้านว่าทำไมสั่ง Sinovac เข้ามา เป็นต้น</p>



<p>แอดมินบี : ซึ่งถ้าถอยออกมามอง ผมว่าระบบราชการเป็นกระจกที่สะท้อนการเมืองของประเทศในเวลานั้นๆ นั่นแหละ เพราะถ้าย้อนไปดูประวัติศาสตร์ไทย ระบบราชการในช่วงที่การปกครองเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ใช่แบบนี้ มันมีพื้นที่ให้คนในองค์กรเสนอหรือพูดไอเดียได้มากกว่า แต่พอเป็นรัฐเผด็จการ ระบบราชการก็เป็นเครื่องมือของคนข้างบน ถ้าเขามีความคิดแบบไหนก็ส่งผ่านมาให้คนข้างล่าง ทำให้คนข้างล่างไม่กล้าคิดต่างไปกับคนข้างบนในที่สุด</p>



<p>แอดมินเอ : เหมือนต้นตอของปัญหาคือการที่คุณมองบน คุณเน้นรับใช้ผู้มีอำนาจ แต่คุณไม่มองล่าง คุณไม่รับใช้ประชาชนเลย คุณคิดแค่ให้คนข้างบนได้กิน ได้กำไร แต่ประชาชนตายหมด นี่แหละคือยอดของปัญหาระบบราชการ ตัวชี้วัดของงานคุณแทบไม่ยึดโยงกับประชาชนเลย หลายงานคุณแทบตอบไม่ได้ว่าประเทศชาติได้ประโยชน์ยังไง มีแค่ ‘อ๋อ งานนี้ผู้ใหญ่สั่งมา’ จบ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">พอเป็นแบบนี้ ถ้าข้างบนดีก็จะดี ถ้าข้างบนห่วยก็จะห่วย</h4>



<p>แอดมินบี : ใช่ เพราะพอระบบราชการเป็นแบบนี้ ทั้งนโยบายและการประเมินให้คุณให้โทษเลยถูกส่งผ่านจากบนลงล่าง ทำให้ข้าราชการระดับล่างถึงกลางเขามองขึ้นบนอย่างเดียว เพราะไม่มีอะไรจูงใจเขาให้บริการประชาชนมากขึ้น เขาแค่ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาใจนายให้ได้มากที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเลขที่นายต้องการ เลยเป็นอย่างที่เห็นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-1024x1024.jpeg" alt="ข้าราชการปลดแอก" class="wp-image-141131" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/162537068_206796407886896_7543691585245780876_n-1.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทั้งที่ใจความหลักของอาชีพข้าราชการคือการบริการพี่น้องประชาชน แต่เท่าที่ฟัง เหมือนคนที่ทำงานข้าราชการบางส่วนไม่คิดถึงแง่นี้เลย บางคนคิดแค่ความมั่นคงของตัวเองด้วยซ้ำ ในฐานะคนใน คุณเห็นอะไรในประเด็นนี้บ้างไหม</h4>



<p>แอดมินบี : ถ้าในฐานะที่ทำงานมาและเป็นแอดมินเพจ ผมว่าคนที่เข้ามาทำงานข้าราชการมีหลายเหตุผลต่างกันไป แบบที่มีความตั้งใจดีและอยากพัฒนาระบบเพื่อประชาชนก็มีอยู่มากพอสมควรเลย ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ต้องยอมรับว่าในอีกมุมก็มีคนที่ไม่ได้มีแพสชั่นแบบนี้เหมือนกัน แต่ผมว่าสิ่งที่สำคัญคือพอคนทั้งสองแบบนี้เริ่มทำงาน พวกเขาจะเข้าไปเจอชุดความคิดและประเพณีองค์กรแบบเดียวกันที่ทำให้หลายความตั้งใจดีไม่สามารถเกิดขึ้นได้</p>



<p>แอดมินเอ : ในมุมของคนที่ทำงานข้าราชการมานานกว่า ผมยืนยันอีกเสียงว่าคนที่เข้ามาทำงานเพราะอยากบริการพี่น้องประชาชนมีจริงๆ นะ แต่ผมก็เห็นด้วยว่ามีหลายกรณีมากที่ระบบราชการอันแสนเชื่องช้าบั่นทอนกำลังใจคนทำงานไปโคตรเยอะ ทำให้บางคนที่ยังเหลือความตั้งใจก็เลือกลาออกทั้งที่ไม่ได้อยากออก แต่พอความพยายามในการเปลี่ยนแปลงและผลักดันไม่เกิดขึ้น เขาก็เลือกออกไปอยู่เอกชนดีกว่าเพราะสามารถสร้างเนื้องานได้มากกว่านี้เยอะ หรือบางคนที่เลือกอยู่ต่อก็ถูกบั่นทอนจนกลายเป็นคนที่กลัวพลาด ไม่กล้าเสนออะไรดีๆ แล้วก็มี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="734" height="633" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/126217861_130629185503619_5455607113895685215_n.jpeg" alt="ข้าราชการปลดแอก" class="wp-image-141132" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/126217861_130629185503619_5455607113895685215_n.jpeg 734w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/126217861_130629185503619_5455607113895685215_n-300x259.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/126217861_130629185503619_5455607113895685215_n-600x517.jpeg 600w" sizes="(max-width: 734px) 100vw, 734px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ฟังดูแล้วการแก้ไขระบบนี้ต้องอาศัยคนข้างบนเป็นหลักอยู่เหมือนกันนะ </h4>



<p>แอดมินเอ : (ถอนหายใจ) ส่วนหนึ่งก็คงใช่ เพราะเอาง่ายๆ อย่างเรื่องการทำงานเอกสารที่เปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลในช่วงโควิดนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 1 วันขอแค่นายสั่ง ทั้งที่มีมติมาตั้งนานแล้ว&nbsp;</p>



<p>แอดมินบี : แต่อีกส่วนหนึ่งผมว่าข้าราชการตัวเล็กๆ ก็ยังมีหวังอยู่นะ อาจยึดจากประสบการณ์ตัวเองที่เคยดำเนินเรื่องระเบียบการแต่งกายจนในองค์กรเปลี่ยนข้อบังคับให้เป็นอย่างที่เราเสนอได้ และจากประสบการณ์การทำเพจ ผมว่าก็ยังมีอีกหลายไอเดียจากข้าราชการระดับล่างถึงกลางที่ดีมากๆ แค่พวกเขาไม่มีเวทีให้ออกมาพูดแบบผม ดังนั้นถ้าสมมติในแต่ละองค์กรมีเวทีหรือโอกาสให้ทุกคนมาเสนอความคิดได้ ผมกล้าพนันนะว่าต้องมีอะไรบางอย่างที่สามารถช่วยองค์กรได้เกิดขึ้นจากเวทีนั้นแน่ๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในมุมมองคุณ แนวโน้มของระบบราชการกำลังเป็นไปในทิศทางไหน ดีขึ้นหรือแย่ลง</h4>



<p>แอดมินบี : ผมว่าดีขึ้น อย่างทุกครั้งที่เพจนำเสนอเรื่องความสิ้นหวังของระบบราชการ ผมไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังเลย ผมเปี่ยมด้วยความหวังเสมอ เพราะมีหลายคนมากที่เมสเซจมาหลังไมค์เพจว่าขอบคุณมากที่มีเราอยู่ เขาจะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว การพูดคุยกันแบบนี้ทำให้จากที่หลายคนรู้สึกว่าตัวเองเป็นข้าราชการตัวเล็กๆ เราและพวกเขาจะได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ยังคงยึดมั่นอยู่คือเรื่องสำคัญ ดังนั้นต่อให้ภาพที่เห็นตอนนี้อาจดูสิ้นหวัง แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าหลายคนยังมีความหวังอยู่ และความหวังนี้แหละจะทำให้คนมีพลังในการส่งเสียงออกไปในองค์กรได้มากขึ้นในอนาคต</p>



<p>แอดมินเอ : และพอคุณมีหวัง มีความเชื่อมั่นจนกล้าออกมาส่งเสียง ผมว่านี่แหละคือความเปลี่ยนแปลงในก้าวแรกที่โคตรสำคัญ เพราะพอคุณกล้าออกมา แน่นอนว่าจะมีคนเห็นและได้ยิน อย่างผมเองที่ด่ารัฐบาลมาตลอด หัวหน้าก็เตือนผมมา 3-4 ครั้งแล้วแบบอ้อมๆ จนวันหนึ่งที่หัวหน้าเรียกผมเข้าไปคุยส่วนตัว กลายเป็นว่าวันนั้นผมกับเขาได้แลกเปลี่ยนกันเรื่องเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ และพฤษภาทมิฬ ได้พูดคุยกันถึงมุมมองทางการเมืองซึ่งออกมาดีมาก นั่นทำให้ผมเห็นเลยว่าการที่ตัวเองออกมาพูดทุกวันสามารถสร้างผลกระทบได้ เพราะหลังจากนั้นถึงแม้หัวหน้าผมจะไม่กล้าออกหน้า แต่ถ้ามีอะไรหัวหน้าจะส่งข้อมูลให้ผมช่วยสื่อสารแทน ดังนั้นผมมองว่าตอนนี้มันขาดแค่พื้นที่และคนที่กล้านะ เพราะถ้าสุดท้ายข้าราชการออกมาพูดมากพอ เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องปกติ วัฒนธรรมแบบเดิมก็จะหายไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-1024x1024.jpeg" alt="ข้าราชการปลดแอก" class="wp-image-141133" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202898940_274569207776282_4111913116018098339_n.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วถ้าเป็นกรณีของข้าราชการที่อยู่ในองค์กรที่การออกมาพูดมีราคาที่ต้องจ่าย คุณมีคำแนะนำไหมว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง</h4>



<p>แอดมินบี : ผมเข้าใจมากๆ ที่หลายคนกลัว เพราะมีกรณีที่คนออกมาพูดถูกขู่จากเบื้องบนอยู่จริงๆ แต่ผมว่าในท้ายที่สุดเราก็สามารถออกมาพูดได้ อาจใช้วิธีในรูปแบบของการรวมตัวกันหรือส่งมาที่เพจเราก็ได้</p>



<p>แอดมินเอ : เพราะแค่คุณส่งเรื่องมา ผมว่านั่นก็เป็นความกล้ามากแล้ว ถ้าลองไปอ่านหลายๆ โพสต์ของเพจ ถึงแต่ละครั้งจะไม่เปิดเผยชื่อแหล่งข่าว แต่อ่านแป๊บเดียวก็รู้ว่าคือหน่วยงานไหน นี่คือดีมากแล้ว เพราะการออกมาเปิดเผยความเหลวแหลกของหน่วยงานตัวเองควรเป็นเรื่องปกติ</p>



<p>นี่คือการทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน มันจะทำลายกรอบความคิดในตอนนี้ที่คิดว่าราชการเป็นพวกเดียวกับรัฐเผด็จการได้ แล้วถ้าสุดท้ายราชการมีประชาชนให้พิงหลังเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าระบบก็ไม่สามารถดึงราคาที่ต้องจ่ายจากคุณได้หรอก&nbsp;</p>



<p>ยกตัวอย่างกรณีการเปิดเผยรายงานการประชุมเรื่องวัคซีน Sinovac เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ได้ ที่ข้อ 10 มีการพูดถึงการยอมรับว่า Sinovac ไม่มีผลในการป้องกันแล้วจะทำให้แก้ตัวยากมากขึ้น ผมว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการออกมาแย้งว่าสิ่งที่เบื้องบนทำแม่งผิด นี่เป็นวิธีสู้กลับอย่างหนึ่งของข้าราชการตัวเล็กๆ และเป็นการบอกกับประชาชนว่าในระบบยังคงมีคนที่สู้เพื่อพวกเขาอยู่ ดังนั้นถึงนาทีนี้คงต้องใช้คำว่าปลุกเร้าแล้วกัน ผมก็อยากให้ข้าราชการออกมาทำหน้าที่ตรงนี้กันเยอะๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="718" height="617" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/218035692_291297599436776_6414446977804465210_n.jpeg" alt="ข้าราชการปลดแอก" class="wp-image-141134" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/218035692_291297599436776_6414446977804465210_n.jpeg 718w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/218035692_291297599436776_6414446977804465210_n-300x258.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/218035692_291297599436776_6414446977804465210_n-600x516.jpeg 600w" sizes="(max-width: 718px) 100vw, 718px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้ายถ้าทุกคนออกมาแล้วสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ คุณว่าระบบข้าราชการจะมีหน้าตาแบบไหน</h4>



<p>แอดมินเอ : (นิ่งคิดนาน) ผมว่าอย่างน้อยข้าราชการก็สามารถถกเถียงกับนักการเมืองได้ นโยบายหลายๆ อย่างจะได้ออกมาผ่านกระบวนการคิดในหลักวิชาการ ไม่ใช่มาจากอารมณ์หรือดำริของใครแบบนี้ ซึ่งถ้าภาพแบบนั้นเกิดได้และทำให้ประชาชนเห็นได้จริงว่าข้าราชการและการเมืองสามารถพัฒนาประเทศได้ ผมว่าคนรุ่นใหม่ในอนาคตคงมองการทำงานกับภาครัฐเป็นเรื่องที่เฟี้ยว และจะยิ่งดึงให้คนเก่งๆ อยากมาทำงานกับภาครัฐมากขึ้นไปอีก</p>



<p>แอดมินบี : เพราะแค่นึกภาพว่าข้าราชการแและนักการเมืองทำงานร่วมกันเพื่อให้งานออกมาตรงตามนโยบายที่ประชาชนเลือกมาและบริการประชาชนด้วยใจจริง ผมว่านั่นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมแล้ว</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><a href="https://adaymagazine.com/category/series/call-out-by-your-name/">Call Out By Your Name</a> คือซีรีส์ที่รวมการต่อสู้เรียกร้องในนามประชาชนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมและได้รับผลกระทบจากรัฐในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 อ่านทุกตอนได้ที่เว็บไซต์ a day</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/free-thai-civil-servant/">“อย่ารับใช้เบื้องบน โปรดจงรับใช้ประชาชน” คุยกับแอดมินเพจข้าราชการปลดแอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับผู้อยู่เบื้องหลัง ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ อีเวนต์เยียวยาการหยุดงานนับ 270 วันของคนดนตรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mcatthailand-calloutbyyourname/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2021 04:14:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Call Out By Your Name]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[call out]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการเยียวยา]]></category>
		<category><![CDATA[คนดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140739</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สังคมไทยชอบตีค่าธุรกิจกลางคืนว่าเป็นอบายมุข เพ่งเล็งว่าธุรกิจกลางคืนไม่ดี ทั้งๆ ที่สถานบันเทิงก็เป็นเหมือนออฟฟิศของนักดนตรี เขาเข้าร้านมาเพื่อทำงานหาเงิน แต่เพียงเพราะออฟฟิศของเขาเปิดช่วงกลางคืน เมื่อโควิดระบาด เขาจึงต้องจำยอมขาดแคลนรายได้อย่างนี้เหรอ” นี่คือเสียงสะท้อนจาก โม้–ธัญญ์นิธิ ปภัสสุรีย์โชติ รักษาการณ์หัวหน้าชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสั่งปิดสถานบันเทิงตามมาตรการช่วยระงับการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐ หากนับจากคำสั่งการ โม้บอกว่านี่เป็นเวลากว่า 270 วันแล้วที่คนดนตรีต้องอยู่อย่างไร้เงิน ไร้งาน และไร้กระทั่งการเยียวยา เพื่อนๆ คนดนตรีหลายคนตัดสินใจขายเครื่องมือทำมาหากินทิ้งเพื่อนำเงินมาประทังชีวิตและใช้เป็นทุนในการปรับตัว และบ้างก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะไม่เห็นทางออกว่าจะสามารถกลับไปทำงานเหมือนเก่าได้เมื่อไหร่ แม้ที่ผ่านมาจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าที่มาของการแพร่ระบาดแต่ละครั้งไม่อาจเหมารวมได้ว่าเป็นเพราะสถานบันเทิงก็ตาม เขาและเพื่อนๆ คนดนตรีจึงลุกขึ้นมาหารือถึงแนวทางแก้ปัญหา จัดตั้งสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐบาล เรียกร้องถึงมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ พร้อมกับหาทางช่วยเหลือคนดนตรีด้วยกันเอง (แบบที่เรียกได้ว่า ประชาชนช่วยประชาชน)&#160; พวกเขากลุ่มนี้เองที่อยู่เบื้องหลังกิจกรรม ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ งานดนตรีออนไลน์ระยะเวลา 2 อาทิตย์ (19 กรกฎาคม &#8211; 1 สิงหาคม 2564) ที่รวมตัวศิลปินมีค่ายและศิลปินอิสระมากกว่า 600 วง โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะปลุกดนตรีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังเงียบหายไปนาน เพื่อให้นักร้อง นักดนตรี หรือแม้แต่คนเบื้องหลังที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับเสียงเพลง ได้กลับมาใช้เสียงดนตรีหาเงินกันอีกครั้ง และเพื่อบอกให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า เบื้องหลังธุรกิจดนตรีล้วนแล้วแต่มีชีวิตของประชาชน ย้อนกลับไปในวันที่มีมาตรการสั่งปิดธุรกิจกลางคืนออกมาครั้งแรก ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไง ตอนนั้นโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mcatthailand-calloutbyyourname/">คุยกับผู้อยู่เบื้องหลัง ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ อีเวนต์เยียวยาการหยุดงานนับ 270 วันของคนดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“สังคมไทยชอบตีค่าธุรกิจกลางคืนว่าเป็นอบายมุข เพ่งเล็งว่าธุรกิจกลางคืนไม่ดี ทั้งๆ ที่สถานบันเทิงก็เป็นเหมือนออฟฟิศของนักดนตรี เขาเข้าร้านมาเพื่อทำงานหาเงิน แต่เพียงเพราะออฟฟิศของเขาเปิดช่วงกลางคืน เมื่อโควิดระบาด เขาจึงต้องจำยอมขาดแคลนรายได้อย่างนี้เหรอ”</p>



<p>นี่คือเสียงสะท้อนจาก <strong>โม้–ธัญญ์นิธิ ปภัสสุรีย์โชติ</strong> รักษาการณ์หัวหน้าชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสั่งปิดสถานบันเทิงตามมาตรการช่วยระงับการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐ</p>



<p>หากนับจากคำสั่งการ โม้บอกว่านี่เป็นเวลากว่า 270 วันแล้วที่คนดนตรีต้องอยู่อย่างไร้เงิน ไร้งาน และไร้กระทั่งการเยียวยา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350-1024x761.jpg" alt="" class="wp-image-140786" width="768" height="571" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350-1024x761.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350-300x223.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350-768x571.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350-600x446.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/AC77122E-029C-4BEB-B71E-2C384D8C6350.jpg 1166w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>เพื่อนๆ คนดนตรีหลายคนตัดสินใจขายเครื่องมือทำมาหากินทิ้งเพื่อนำเงินมาประทังชีวิตและใช้เป็นทุนในการปรับตัว และบ้างก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพราะไม่เห็นทางออกว่าจะสามารถกลับไปทำงานเหมือนเก่าได้เมื่อไหร่ แม้ที่ผ่านมาจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าที่มาของการแพร่ระบาดแต่ละครั้งไม่อาจเหมารวมได้ว่าเป็นเพราะสถานบันเทิงก็ตาม</p>



<p>เขาและเพื่อนๆ คนดนตรีจึงลุกขึ้นมาหารือถึงแนวทางแก้ปัญหา จัดตั้งสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐบาล เรียกร้องถึงมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ พร้อมกับหาทางช่วยเหลือคนดนตรีด้วยกันเอง (แบบที่เรียกได้ว่า ประชาชนช่วยประชาชน)&nbsp;</p>



<p>พวกเขากลุ่มนี้เองที่อยู่เบื้องหลังกิจกรรม ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ งานดนตรีออนไลน์ระยะเวลา 2 อาทิตย์ (19 กรกฎาคม &#8211; 1 สิงหาคม 2564) ที่รวมตัวศิลปินมีค่ายและศิลปินอิสระมากกว่า 600 วง โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะปลุกดนตรีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังเงียบหายไปนาน เพื่อให้นักร้อง นักดนตรี หรือแม้แต่คนเบื้องหลังที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับเสียงเพลง ได้กลับมาใช้เสียงดนตรีหาเงินกันอีกครั้ง</p>



<p>และเพื่อบอกให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า เบื้องหลังธุรกิจดนตรีล้วนแล้วแต่มีชีวิตของประชาชน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813.jpg" alt="" class="wp-image-140790" width="641" height="641" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813.jpg 855w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1813-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 641px) 100vw, 641px" /></figure></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ย้อนกลับไปในวันที่มีมาตรการสั่งปิดธุรกิจกลางคืนออกมาครั้งแรก ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไง</h4>



<p>ตอนนั้นโควิด-19 ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ เราเข้าใจได้หากภาครัฐจะมีมาตรการสั่งปิดกิจการแล้วให้ทุกคนอยู่บ้าน เพราะมันก็เป็นเหมือนการจำกัดจำนวนคนและควบคุมเชื้อ</p>



<p>เราทำตามมาตรการนั้นมาตลอด แต่กับปัจจุบันที่ปิดมาเป็นครั้งที่ 3 และรัฐก็ยังไม่มีกรอบเวลาให้อย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าจะต้องปิดแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน เรารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเราแล้ว แต่มันคือการทำงานที่หละหลวมของภาครัฐเอง&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่าจะคลัสเตอร์บ่อน แขกวีไอพีที่เข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัว หรือแม้แต่คลัสเตอร์ทองหล่อ เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลย ทั้งๆ ที่ต้นเหตุในการแพร่เชื้อยอดทะลุหมื่นอยู่ในทุกวันนี้มาจากคนกลุ่มเดียว แต่รัฐบาลก็ยังบอกว่าประชาชนเป็นต้นเหตุในการแพร่เชื้ออยู่ และที่รู้สึกไม่แฟร์หนักขึ้นไปอีกคือในขณะที่ผับบาร์หนึ่งร้านเป็นต้นเหตุ สถานบันเทิงทั้งประเทศกลับถูกสั่งปิด โดยใช้กฎว่าจะกลับมาเปิดได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อประเทศมียอดผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ในขณะที่หากเทียบกันกับกรณีของร้านอาหาร เขายังสามารถกลับมาเปิดต่อได้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">เหมือนสถานบันเทิงถูกคำว่า ‘ศีลธรรมอันดี’ ครอบไว้อีกชั้น</h4>



<p>(พยักหน้า) สถานบันเทิงเหมือนอยู่นอกสายตา ไม่เคยถูกพูดถึงเลย ถ้านับจากวันที่สั่งปิดกิจการคือพวกเราไม่ได้ทำงานมา 270 กว่าวันแล้ว แต่ยอดผู้ติดเชื้อก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเลยเกิดความสงสัยว่าสถานบันเทิงต้องเป็นจำเลยเสมอไปจริงๆ เหรอ</p>



<p>สังคมไทยชอบตีค่างานกลางคืนว่าเป็นอบายมุข เป็นธุรกิจสีเทา เป็นที่อโคจร แต่อย่าลืมว่าบ่อนก็เปิดตอนกลางวัน การชิงทรัพย์หรือฆาตกรรมก็เกิดตอนกลางวันได้ แล้วทำไมเขาถึงต้องเพ่งเล็งธุรกิจกลางคืนว่าเป็นธุรกิจที่ไม่ดี ทั้งๆ ที่สถานบันเทิงก็เป็นเหมือนออฟฟิศของนักดนตรี เขาเข้าร้านมาเพื่อทำงานหาเงิน เพียงเพราะออฟฟิศของเขาเปิดช่วงกลางคืน เขาจึงต้องจำยอมอยู่ในภาวะขาดแคลนรายได้อย่างนี้เหรอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140797" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202040402_113191171016943_8350274993809713561_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">เท่าที่ทราบคือในช่วง 270 กว่าวันที่คุณว่า ไม่มีการเยียวยาอะไรจากภาครัฐเลยด้วย</h4>



<p>เรียกว่าเยียวยาทิพย์ดีกว่า (หัวเราะ) ย้อนกลับไปก็มีโครงการคนละครึ่งที่ก็ไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้ในการดำรงชีวิตซะทีเดียว อาจช่วยในแง่ของค่ากิน แต่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าห้องเขาก็ยังต้องแบกรับภาระนั้น</p>



<p>หรือถ้าเป็นในระดับของผู้ประกอบการก็มีความช่วยเหลืออย่างการออก soft loan มา แต่เราไปคุยกับเจ้าของร้านเล็กๆ แทบทุกร้านพูดเหมือนกันหมดว่า ‘ไปมาแล้วครับพี่ แต่ธนาคารไม่อนุมัติ’ เพราะเขาถูกปิดร้านขาดรายได้มา 3 เดือนแล้ว พอดู statement ย้อนหลังธนาคารจึงไม่ให้กู้ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารัฐจะออกมาตรการแก้ปัญหาอย่างนี้มาเพื่ออะไร</p>



<p>ตอนนี้ผลกระทบที่ได้รับมันไม่ใช่แค่การที่คนดนตรีหลายๆ คนเอาเครื่องมือทำมาหากินไปขายเพื่อที่จะเอาเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเอามาเป็นต้นทุนในการปรับตัวแล้ว แต่มันร้ายแรงไปถึงขั้นที่คนดนตรีตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง&nbsp;</p>



<p>มันสมควรแล้วเหรอที่คนคนหนึ่งซึ่งเลือกจะเป็นศิลปิน ทำอาชีพนี้ด้วยใจรัก จะต้องมาจบชีวิตเพราะการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ</p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณลุกขึ้นมาจัดตั้ง ชมรมคนดนตรี เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล</h4>



<p>ที่จริงเราเป็นเหมือนโดมิโน่ตัวสุดท้ายในวงการนี้ที่ได้รับผลกระทบ เพราะงานของเราคือการทำแพลตฟอร์มรวบรวมสถานบันเทิง รวมงานคอนเสิร์ต พอภาครัฐประกาศปิดโดยที่ไม่มีกรอบเวลามาให้ว่าร้านต้องปิดไปอีกนานแค่ไหน นอกจากวงดนตรีจะเล่นไม่ได้ เราเองก็ทำงานต่อไม่ได้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ตอนนั้นเลยไปคุยกับลูกเต๋า (นนทเดช บูรณะสิทธิพร) เจ้าของร้าน The Rock Pub ที่ออกมา call out เรื่องการเยียวยาและความชัดเจนในการสื่อสารของทางภาครัฐ และเริ่มทำงานร่วมกัน&nbsp;</p>



<p>ระหว่างทางที่ทำงานไป เราจึงเห็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากประกาศของรัฐไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืน แต่ยังรวมไปถึงศิลปิน นักร้อง และคนที่ทำงานกลางคืนทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ แม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้งหน้าร้าน คนขายพวงมาลัย คนขายลูกอม ทุกๆ อย่างที่อยู่ในกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือการจ้างงานในธุรกิจกลางคืนได้รับผลกระทบกันหมด เราเลยพูดคุยกันว่าถ้าเราจะเคลื่อนไหวในนามผู้ประกอบการผับบาร์รายย่อย เสียงคงไม่ดังพอ&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายเลยติดต่อหาภาคีพันธมิตรและดำเนินงานในนามสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิง ซึ่งประกอบไปด้วย 7 ชมรม คือ ชมรมผู้ประกอบการผับบาร์รายย่อย, ชมรมคนดนตรี, ชมรมดีเจและโปรโมเตอร์กรุงเทพฯ, ชมรมคนจัดคอนเสิร์ตและงานอีเวนต์, ชมรมคราฟต์เบียร์, ชมรมบาร์เทนเดอร์และค็อกเทลบาร์กรุงเทพฯ และชมรมดีไซเนอร์แฟชั่นผู้สนับสนุนงานดนตรี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140799" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/205599866_113191224350271_7801544920842264491_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">แต่ละชมรมแบ่งหน้าที่การทำงานกันยังไง</h4>



<p>เราแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ระดับ คือหัวหน้าชมรมและกรรมการจากแต่ละชมรม ทั้งหมดชมรมละ 3 คน เพื่อทำหน้าที่ช่วยตัดสินใจ เพราะต้องบอกว่าทั้ง 7 ชมรมมีข้อเรียกร้องที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ชมรมคนดนตรี เราต้องการจะขับเคลื่อนในเรื่องของรัฐสวัสดิการของศิลปินอิสระเป็นหลัก ในขณะที่ชมรมคราฟต์เบียร์เขาก็ผลักดันในเรื่องของกฎหมาย พ.ร.บ.เกี่ยวกับการโฆษณาแอลกอฮอล์และการจำหน่ายออนไลน์ที่มีปัญหาอยู่ หัวหน้าและกรรมการจากแต่ละชมรมก็จะมีหน้าที่มาคุยกันว่าประเด็นไหนบ้างที่เราควรจะต้องเคลื่อนไหวในนามสมาพันธ์&nbsp;</p>



<p>อย่างกิจกรรมเปิดหมวกเฟสติวัลก็เกิดมาจากการลงมติกันว่านี่เป็นวาระเร่งด่วน เพราะคนดนตรีไม่มีรายได้มานานมากแล้ว ทุกๆ ชมรมจึงให้ความร่วมมือในแคมเปญนี้ ช่วยกันกระจายข่าว ซึ่งพอจบงานเปิดหมวกเฟสติวัลแล้วเราก็จะมานั่งคุยกันต่อว่าชมรมไหนมีเรื่องอะไรอยากพัฒนาต่อ</p>



<h4 class="wp-block-heading">ก่อนหน้านี้เหมือนจะมีกระแสที่นักดนตรีวงเล็กๆ ออกมาเรียกร้องต่อรัฐ แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวจากนักดนตรีวงใหญ่ๆ สิ่งนี้เป็นหนึ่งในที่มาให้เกิดชมรมคนดนตรีด้วยหรือเปล่า</h4>



<p>มันเป็นเรื่องที่มาควบคู่กัน คือในขณะที่ทางสมาพันธ์กำลังร่างหนังสือเพื่อเดินเรื่องไปยังรัฐสภา ก็มีอีกหนึ่งมูฟเมนต์เกิดขึ้นจากวง Cocktail ซึ่งต้องบอกว่าจริงๆ แล้วจุดประสงค์ของเราทั้งคู่คล้ายกัน คือรัฐต้องลงมาดูแลคนดนตรีได้แล้ว เพียงแต่ตอนนั้นทั้งสองกลุ่มยังไม่ได้เข้ามาคุยกัน</p>



<p>ในวันที่เราเข้าไปยื่นหนังสือครั้งแรก วันนั้นมีตัวแทนศิลปินคือ Safeplanet และ H 3 F มาร่วมด้วยในนามศิลปินอิสระ ภาครัฐจึงตั้งคำถามกลับมาว่าพวกเราคนดนตรีรวมตัวกันได้มากพอแล้วเหรอ นั่นคือคำที่จุดประกายทำให้เราเริ่มคุยกับ<a href="https://adaymagazine.com/hbd-ohm-cocktail/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โอม</a> (ปัณฑพล ประสารราชกิจ) ว่าตอนนี้คนข้างบนเขามองว่ากลุ่มเรายังไม่เข้มแข็งพอ จะทำยังไงดีให้เราสามารถทลายกำแพงนี้ออกไป เลยเป็นที่มาที่ทำให้ศิลปินมีค่ายหลายๆ คนเริ่มลงมาคุย มาทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และทำงานร่วมกันแบบประชาชนคนธรรมดาที่เป็นนักดนตรี จนกลายเป็นมูฟเมนต์ใหญ่อย่างทุกวันนี้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140796" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/203004671_113191161016944_3257407801367382386_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">วันที่ไปยื่นหนังสือต่อรัฐสภาเลยมีศิลปินไปร่วมด้วยจำนวนมาก และดูเหมือนสื่อก็จับตากับการเคลื่อนไหวของนักดนตรีมากขึ้น คุณมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลต่อการเรียกร้องยังไงบ้าง</h4>



<p>เราว่านั่นเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกเลยที่ศิลปินมีค่ายและศิลปินอิสระมารวมตัวกันเยอะขนาดนั้น มันคือการทลายมายาคติที่ว่านักดนตรีกลางคืนกับนักดนตรีมีค่ายไม่มีทางได้มาเจอะเจอหรือร่วมงานกัน เห็นเลยว่าพวกเขาไปด้วยใจที่ต้องการจะเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือเพื่อนร่วมอาชีพที่กำลังลำบาก และอยากหารือทางออกร่วมกันจริงๆ</p>



<p>ในแง่ physical การรวมตัวกันเยอะๆ แล้วไปยื่นเรื่องมันอาจจะสร้างแรงกดดันให้การทำงานรวดเร็วขึ้น อย่างการเรียกร้องของเราเองก็เห็นได้ค่อนข้างชัดเลยว่าเมื่อศิลปินชื่อดังหรือคนมีชื่อเสียงออกมาแสดงจุดยืน ก็ทำให้คนหันมาสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนดนตรีเยอะขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">สิ่งนี้ทำให้คุณมองว่าการออกมา call out ของศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นสิ่งจำเป็น</h4>



<p>เรามองว่า ณ ตอนนี้ การ call out มันไม่ใช่เรื่องของการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว แต่มันคือการรักษาสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานให้กับตัวเองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ไม่มีใครควรมีคุณภาพชีวิตแบบนี้&nbsp;</p>



<p>ศิลปินที่ไปรัฐสภาวันนั้นทุกคนไปในฐานะผู้เดือดร้อน เขาไปเพื่อแสดงจุดยืนว่าหากรัฐบาลทำงานได้ไม่ดีก็ต้องแก้ไข และนั่นคือสิ่งที่ประชาชนรอคอยอยู่ ถ้าคุณเงียบ ไม่แสดงออกอะไรเลย เขาก็จะคิดไปเองว่าคุณคิดแบบเดียวกับรัฐ เพราะรัฐชอบทำตัวเงียบ ไม่สื่อสารกับคน เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่สื่อสารกับคน เขาก็จะมองคุณเหมือนกับรัฐบาลที่ทำอะไรก็ไม่ยอมบอก&nbsp;</p>



<p>ฉะนั้นก็ส่งเสียงไปเถอะ การออกมาเรียกร้องให้แฟนคลับ ให้ประชาชน ให้คนไทยด้วยกันได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราควรต้องทำ ออกมาช่วยประชาชนกันดีกว่า มาในฐานะผู้เดือดร้อนคนหนึ่งก็ได้</p>



<p>อย่างที่รู้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงมีเรื่องหลังม่านค่อนข้างเยอะ ถ้ามองไปถึงปัญหาจะเห็นว่ามันมีหลายกลไกที่ทำให้ศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ ไม่กล้าออกมา แต่เราว่าดาราเองต้องออกมาสื่อสารบางอย่างเพื่อให้คนรู้ว่าคุณอยากจะเรียกร้อง อย่างเคสของหมิวนี่ชัดเจนมากว่าเขาตัดสินใจแบบนี้ แล้วผลที่เขาได้รับเป็นยังไง และประชาชนช่วยเหลือเขายังไงบ้าง มันมีตัวอย่างให้เห็น อยู่ที่ว่านักแสดงหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเขากล้าพอที่จะยอมเสียอะไรบางอย่างหรือเปล่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140798" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202140698_113191211016939_1407520521177772237_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรคือปัญหาเร่งด่วนที่ชมรมคนดนตรีเรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ไข&nbsp;</h4>



<p>ข้อเรียกร้องของเรามี 8 ข้อ โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักคือ</p>



<p>หนึ่ง–ห้ามปิดสถานบันเทิงแบบเหมารวม ต้องทรีตเราเหมือนที่ทรีตที่อื่น เจอเชื้อที่ไหน ถ้าควบคุมไม่ได้ก็ปิดพื้นที่ตรงนั้นซะ แต่ถ้าร้านสามารถควบคุมหรือทำตามกฎได้อยู่ก็ไม่ควรไปลิดรอนสิทธิของเขา&nbsp;</p>



<p>สอง–เกี่ยวกับวัคซีน เราชี้แจงสังคมและภาครัฐเสมอว่าอาชีพของเราไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนก่อน อาชีพเราเป็นอาชีพที่แสดงให้คนเป็นร้อยเป็นพันดู เป็นอาชีพที่ต้องอยู่ในเคหะสถานที่คนเข้าไปใช้บริการ ดังนั้นการสร้างวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่า ถ้าประชาชนทุกคนไม่ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ เราก็กลับมาทำงานแบบเต็มร้อยไม่ได้อยู่ดี</p>



<p>สาม–การรับฟังปัญหาและการให้คุณค่าทางวิชาชีพ เราไม่ได้มองแค่การจัดการปัญหาระยะสั้น แต่มองในลักษณะของความเป็นเอกภาพระยะยาวด้วย ตอนนี้ศิลปินที่มีบริษัทหรือมีค่าย เขามีสวัสดิการเหมือนเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป ส่งประกันสังคม มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่หลังจากวิกฤตนี้รัฐต้องมองไปถึงคุณภาพชีวิตของคนดนตรีที่เขาหาค่ำกินเช้าด้วย เพราะเขาก็ควรได้รับสวัสดิการพื้นฐานเช่นกัน เพราะคนกลุ่มนี้มีเยอะและเป็นกลุ่มคนที่จะสามารถผลักดันในแง่ของการสร้างเศรษฐกิจที่ดีในอนาคตได้</p>



<h4 class="wp-block-heading">มีความคืบหน้าอะไรเกิดขึ้นบ้างหลังการยื่นหนังสือครั้งนั้น</h4>



<p>สิ่งที่เป็นรูปธรรมสิ่งแรกคือโควตาจัดสรรวัคซีน ตอนนี้ภาครัฐมีโควตาวัคซีนมาให้เพื่อนๆ ในสมาพันธ์ลงชื่อ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนคนนอกที่พลาดโอกาสหรือไม่ทราบข่าวมาลงกับเราได้ โดยเขาให้เหตุผลว่านี่คือโควตาตกหล่นจากการลงทะเบียนในช่วงแรก&nbsp;</p>



<p>สองคือมาตรการเยียวยาที่ให้ผู้ประกันตนที่เป็นอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ไปลงทะเบียนมาตรา 40 เพื่อขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยที่ต้องจ่ายประกันสังคมขั้นต่ำเริ่มที่ 70 บาทก่อน จึงจะสามารถเอาตัวเองไปยืนอยู่ในระบบประกันสังคมได้ ซึ่งเมื่อมีสิ่งนี้เกิดขึ้น เราก็พยายามที่จะให้ความรู้กับสมาชิกว่าคุณควรจะต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในระบบ เผื่อภายภาคหน้าสมาพันธ์มีมูฟเมนต์ที่ต้องการจะทำให้เกิดสวัสดิการต่างๆ ที่ทั่วถึงทุกคนจริงๆ รัฐจะได้ตรวจสอบได้ว่าพวกคุณมีตัวตนอยู่จริง ไม่งั้นพอเกิดสถานการณ์อย่างนี้ขึ้นมา อาชีพคนดนตรีก็จะกลายเป็นคนตกหล่นอีก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140801" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213575488_119036497099077_2461025261988564746_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากการแก้ปัญหาในระยะยาว พวกคุณยังทำ ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ ขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของคนดนตรีแบบเร่งด่วนด้วย งานที่ว่านี้เกิดขึ้นได้ยังไง&nbsp;</h4>



<p>เกิดขึ้นตอนที่เราคุยกันกับโอมนี่แหละ ว่าจุดประสงค์ของพวกเราคืออยากช่วยเหลือเพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่มีงาน มันเลยเกิดการประชุม รับสมัครคนดนตรีเข้ามาคุยกัน และได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรกและด่วนที่สุดเลยคือหาเงิน เพราะทุกคนไม่มีเงินแล้ว&nbsp;</p>



<p>พอได้ไอเดียว่าจะทำเป็นมิวสิกเฟสติวัลเลยได้พี่เต็ดมาช่วย และให้ไอเดียว่าถ้างั้นเราทำเป็นธีมเปิดหมวกดีไหม คนจะได้บริจาคตรงไปหานักดนตรีเลย งานของเราจะถ่ายทอดสดวันละ 6 ชั่วโมง ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน ผ่าน<a href="https://www.youtube.com/channel/UCHqe-QwSUTeD8Uh3gzsG7jA" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ยูทูบ</a> 14 วันติด โดยที่มีศิลปิน นักร้อง นักแสดง สลับกันโชว์ไปเรื่อยๆ ไม่จำกัดรูปแบบการแสดง หรือหากใครไม่ถนัดร้องเราก็มีพื้นที่โฆษณาให้ จะขายอะไรก็ได้&nbsp;</p>



<p>สำหรับคนที่ไม่ได้ประสงค์อยากจะให้โอนเงินเข้าตัวเอง เราก็จะขึ้นบัญชีกลางให้ เพราะฉะนั้นคนดนตรีที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของเราก็จะได้รับรายได้สองทางเลย คือ หนึ่ง–เมื่อโชว์ของคุณอยู่บนหน้าจอแล้วมีคนโอนเข้ามาให้คุณโดยตรง สอง–พอจบงานปุ๊บ ยอดทั้งหมดที่มีการโอนเข้าบัญชีกลาง เราจะนำมาหารเท่าให้กับวงดนตรีทุกวงที่เข้ากิจกรรม&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่เราหมายมั่นกันไว้คืออย่างน้อยๆ การมาร่วมกิจกรรมของพวกเขาครั้งนี้จะต้องได้เงินมากกว่า 5,000 บาท เพราะเราไม่อยากแพ้รัฐ</p>



<h4 class="wp-block-heading">มองอีกแง่หนึ่ง กิจกรรมนี้ก็เหมือนเป็นการเปิดรับบริจาคและให้ประชาชนช่วยกันเองอีกครั้ง&nbsp;</h4>



<p>ใช่ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืนเลย เรารู้ แต่สิ่งที่เราทำก็เหมือนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ถ้าให้เห็นภาพคือเหมือนตอนนี้เราเป็นแผล เลือดออก อันดับแรกคือต้องซับเลือดก่อน แต่เรายังสมานแผลไม่ได้เพราะรัฐยังไม่ให้ยามารักษา สิ่งที่เราทำตอนนี้คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจริงๆ&nbsp;</p>



<p>คำถามคือถ้ารัฐยังทำงานช้าต่อไปแบบนี้ เราจะต้องทำยังไงกันต่อ เปิดหมวกเฟสติวัลงานมันมีถึงแค่วันที่ 1 สิงหานี้เอง แล้วในเดือนกันยาฯ ตุลาฯ พฤศจิกาฯ หรืออีก 5 เดือนนับจากนี้จะทำยังไงกันต่อ ถ้าเกิดคุณยังควบคุมตรงนี้ไม่ได้ เราว่าก็มีแค่สองอย่างคือ ถ้าคนไม่ตายด้วยโรคก็ฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากอดตาย&nbsp;</p>



<p>หลังจากนี้เราจะรอให้ประชาชนช่วยเหลือกันเองไม่ได้แล้ว เพราะคนที่ยังพอมีเงินบริจาคเมื่อ 1-2 เดือนก่อน ตอนนี้เขาก็เริ่มที่จะไม่มีแล้วเหมือนกัน การช่วยเหลือมันค่อยๆ ลดสเต็ปลงมาเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ เราเชื่อว่าคนทั้งประเทศรู้ นั่นคือประชาชนต้องได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น คนถึงจะกล้ากลับมาใช้ชีวิต ทำงาน และเดินหน้าต่อไปได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202785553_113191264350267_1184530958375572971_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">อยากชวนคิดภาพเล่นๆ ว่าถ้าหากเรามีผู้นำหรือผู้บริหารที่เห็นค่าของดนตรีหรือศิลปะขึ้นอีกสักนิด ชีวิตคนดนตรีจะเป็นยังไง</h4>



<p>เรามองว่านักดนตรีประเทศไทยเก่งมาก เชื่อไหมว่านักดนตรีหลายๆ วงได้ไปโชว์ที่เวทีใหญ่ๆ ระดับโลกเยอะมาก แต่กลับไม่ได้รับการพูดถึงหรือสนับสนุนเลย</p>



<p>เราเลยมีคำถามกับทางภาครัฐบ่อยครั้งเหมือนกันว่าในเมื่อคุณให้ค่ากับนักกีฬาไทยเวลาไปแข่งเอเชียนเกมส์หรือโอลิมปิกได้ ทำไมกับศิลปินที่ได้ไปโชว์ที่เมืองนอกถึงไม่มีข่าวเลย ไม่มีคนรู้จักพวกเขาเลยทั้งๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>หลายๆ ครั้งพอเกิดเหตุการณ์แบบนั้น เรามองว่ารัฐต้องเลิกหากินกับความสำเร็จของประชาชนได้แล้ว แต่ควรหันมาพัฒนาตัวเอง พัฒนาศักยภาพคน ไม่ใช่การพัฒนาคลองโอ่งอ่าง&nbsp;</p>



<p>รัฐควรมองให้เห็นศักยภาพของคนไทยในสายอาชีพต่างๆ และผลักดันให้โลกเห็น เพราะไม่ว่าสายอาชีพไหนก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้เหมือนๆ กัน</p>



<p>เรามองว่าผู้บริหารประเทศหรือคนมีอำนาจอาจจะไม่ต้องชำนาญในทุกๆ เรื่องก็ได้ เพราะอำนาจในการบริหารประเทศมันถูกจัดวางด้วยกระทรวง ทบวง กรมอยู่แล้ว เราไม่ได้พุ่งเป้าไปว่านายกต้องเล็งเห็นทั้งหมดนี้คนเดียว แต่คำถามคือคนที่รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบส่วนนี้อยู่เขามีความเข้าใจจริงแล้วหรือยัง ถ้าเข้าใจเขาจะต้องทำงานได้ดีกว่านี้&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับระบบสาธารณสุข ถ้าเขามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของระบาดวิทยาจริงๆ ปัญหาวัคซีนก็จะไม่มีเรื่องแบบนี้ มันคือการตั้งคำถามกลับไปว่าคนที่รัฐบาลเอามาทำงานหรือดูแลในภาคส่วนความรับผิดชอบนี้ทำได้ดีแล้วจริงหรือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-140802" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/201628407_113191377683589_1592653163087257804_n.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ปัญหาคือรัฐมักสั่งหรือจัดการปัญหาทุกอย่างโดยอยู่บนหอคอยงาช้าง</h4>



<p>ใช่ คนที่ทำงานในส่วนภาครัฐทั้งหมด ถ้าเขาเป็นคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎรจริงๆ เขาต้องรู้สิว่าราษฎรที่เขาเป็นตัวแทน ณ ขณะนี้ใช้ชีวิตและประสบปัญหายังไงบ้าง แต่เพราะคนที่เข้าไปทำงานดันไม่ได้มาจากราษฎรจริงๆ ไง ประชาชนไม่ได้เลือกเขาเข้าไป เขาเลยทำงานโดยไม่เคยลงไปดูเองกับตาว่าสิ่งที่ประชาชนต้องเผชิญจริงๆ เป็นยังไง</p>



<p>เรามองว่าการทำงานและการบริหารมันประจักษ์ด้วยผลงาน สิ่งที่เขาทำในช่วงวิกฤตแบบนี้มันเลยทำให้หลายๆ คนตาสว่างขึ้นโดยไม่ต้องมีใครไปแทรกแซงหรือเป็นแกนนำล้มล้างรัฐบาลชุดนี้เลย เพราะมันเห็นกันอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในขณะที่เราพูดคุยกัน ดูเหมือนว่ารัฐจะมีคำสั่งให้ล็อกดาวน์อีกครั้ง คุณคิดเห็นยังไง</h4>



<p>(หัวเราะแห้ง) เรียกว่าคงต้องอยู่ในภาวะจำยอม เราได้แต่หวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่หากถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริงก็ยอมรับว่าริบหรี่ ขอเลขกับไอ้ไข่ยังมีโอกาสถูกหวยมากกว่าต้องรอบริหารงานจากรัฐบาลแบบนี้</p>



<p>แต่เราก็จะยังคงติดตามการทำงานจากภาครัฐเรื่องวัคซีน อย่างที่บอกถ้าคนยังได้รับวัคซีนไม่ทั่วถึง กิจการต่างๆ หรือแม้แต่เราเองก็กลับมาทำงานไม่ได้&nbsp;</p>



<p>ถึงแม้วันนี้ศิลปินจะผลิตผลงานเพลงออกมามันก็ไม่ดังหรอก เพราะคนไม่ได้อยู่ในภาวะที่อยากรื่นเริงแล้ว ทุกคนเศร้า เครียด ไม่มีอารมณ์มาร้องเพลง เต้น หรือมาทำอะไร เรามองว่าในเมื่อสถานการณ์ตอนนี้เรายังไม่สามารถสร้างความสุขให้กับประชาชนได้ เราก็ต้องออกมาเรียกร้องให้เขากลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้ได้</p>



<p>อีกเรื่องคือเรื่องการสื่อสารของภาครัฐ ทุกครั้งที่รัฐมีการสื่อสาร ไม่ว่าจะสั่งปิด-เปิด ให้ล็อกดาวน์ เราขอแค่อย่างเดียวเลยคือกรอบเวลาที่ชัดเจน ว่าแผนของคุณเป็นยังไง บอกมาเลยว่าจัดการไม่ไหว ต้องล็อกดาวน์ 5 เดือนชัวร์ๆ ก็ล็อกดาวน์ได้นะ แต่คุณต้องมาพร้อมมาตรการเยียวยาด้วย&nbsp;</p>



<p>การสื่อสารที่ดีมันควรมาพร้อมการอุดรอยรั่วของสิ่งที่ประชาชนจะถาม จะออกคำสั่งหรือจะพูดอะไรมาสักอย่าง คุณต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนแล้วค่อยสื่อสารออกมา ไม่งั้นมันก็เป็นปัญหาแบบนี้ </p>



<p></p>



<p><em>ขอบคุณรูปจาก ชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย </em></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>Call Out By Your Name คือซีรีส์ที่รวมการต่อสู้เรียกร้องในนามประชาชนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมและได้รับผลกระทบจากรัฐในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ติดตามตอนต่อไปที่หน้าเว็บไซต์และทุกช่องทางของ a day</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mcatthailand-calloutbyyourname/">คุยกับผู้อยู่เบื้องหลัง ‘เปิดหมวกเฟสติวัล’ อีเวนต์เยียวยาการหยุดงานนับ 270 วันของคนดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ถ้ารัฐบาลมาจากเสียงของประชาชน” คุยกับภาคีบุคลากรสาธารณสุข</title>
		<link>https://adaymagazine.com/phassociation-calloutbyyourname/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก ชัยวงค์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jul 2021 12:12:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Call Out By Your Name]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[mRNA]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคีบุคลากรสาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140657</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อนึกถึงคำว่า ‘นักรบ’ ภาพของเหล่าทหารที่สวมเกราะป้องกันมั่นคง หยิบจับดาบ ปืน ธนู และสารพัดอุปกรณ์ออกรบฉายขึ้นมาในหัวเรา แต่หากพูดถึง ‘นักรบชุดขาว’ ที่คนในสังคมใช้เรียกแทนเหล่าบุคลากรสาธารณสุขในยามที่ต้องรักษาและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาพที่ฉายขึ้นกลับไม่ใช่เหล่าแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ และอีกสารพัดสาขาวิชาที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพ ภาคีบุคลากรสาธารณสุข เกราะป้องกันอย่างชุด PPE ถังออกซิเจนสำหรับช่วยผู้ป่วยอาการหนัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น กระทั่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกันนักรบเหล่านี้ให้ปลอดภัย คงไม่ใช่แค่เราที่ตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านี้หายไปไหนในยามที่เรายัดเยียดให้เขาเป็น ‘นักรบ’ภาคีบุคลากรสาธารณสุข ในโมงยามปกติ ยอมรับตามตรงว่าเราไม่ค่อยเห็นนักรบเหล่านี้ออกมาส่งเสียงเรียกร้องเพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานและทางสังคมเท่าไหร่ แต่ไม่นานมานี้ อาจารย์อาวุโสหลายท่านเริ่มออกมาพูดถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกินควบคุม บุคลากรรุ่นใหม่เริ่มออกมาส่งเสียงเรียกร้องว่าพวกเขาเริ่มทำงานกันไม่ไหว รวมถึงมีการตั้งแคมเปญล่ารายชื่อให้รัฐบาลนำเข้าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักโดยกลุ่ม ‘หมอไม่ทน’ และ ‘ภาคีบุคลากรสาธารณสุข’ และที่สำคัญยังมีการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างจริงจัง&#160; หลายคนอาจสงสัยว่าระบบสาธารณสุขไทยกำลังเดินไปในทิศทางไหน การเรียกร้องครั้งนี้คือการเรียกร้องในฐานะคนทำงาน หรือในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลที่ได้ชื่อว่าทำงานรับใช้ประชาชน ความรู้สึกของคนที่ถูกเรียกว่า ‘นักรบชุดขาว’ แต่ไม่ได้รับอุปกรณ์การรบจากรัฐบาลเลยเป็นแบบไหน และสิ่งที่พวกเขาอยากเห็นที่สุดคืออะไร คำตอบจากตัวแทนภาคีบุคลากรสาธารณสุขอย่าง นายแพทย์สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์ ด้านล่างนี้พร้อมตอบคำถามเหล่านั้น ย้อนกลับไปช่วงที่โควิด-19 เข้ามาในไทย สถานการณ์ในวงการสาธารณสุขตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง&#160; ตอนนั้นยังไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะแย่ขนาดไหน แต่เรามองภาพว่ามันจะระบาดและวุ่นวายแบบตอนนี้ด้วยซ้ำเพราะมันใหม่มาก เราไม่มีความรู้ ไม่มีวัคซีน ไม่มีวิธีการป้องกัน ไม่มีกระทั่งยารักษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phassociation-calloutbyyourname/">“ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ถ้ารัฐบาลมาจากเสียงของประชาชน” คุยกับภาคีบุคลากรสาธารณสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อนึกถึงคำว่า ‘นักรบ’ ภาพของเหล่าทหารที่สวมเกราะป้องกันมั่นคง หยิบจับดาบ ปืน ธนู และสารพัดอุปกรณ์ออกรบฉายขึ้นมาในหัวเรา แต่หากพูดถึง ‘นักรบชุดขาว’ ที่คนในสังคมใช้เรียกแทนเหล่าบุคลากรสาธารณสุขในยามที่ต้องรักษาและควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาพที่ฉายขึ้นกลับไม่ใช่เหล่าแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักเทคนิคการแพทย์ และอีกสารพัดสาขาวิชาที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพ <span style="display: none;">ภาคีบุคลากรสาธารณสุข</span></p>



<p>เกราะป้องกันอย่างชุด PPE ถังออกซิเจนสำหรับช่วยผู้ป่วยอาการหนัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น กระทั่งวัคซีนที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกันนักรบเหล่านี้ให้ปลอดภัย คงไม่ใช่แค่เราที่ตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านี้หายไปไหนในยามที่เรายัดเยียดให้เขาเป็น ‘นักรบ’<span style="display: none;">ภาคีบุคลากรสาธารณสุข</span></p>



<p>ในโมงยามปกติ ยอมรับตามตรงว่าเราไม่ค่อยเห็นนักรบเหล่านี้ออกมาส่งเสียงเรียกร้องเพื่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานและทางสังคมเท่าไหร่ แต่ไม่นานมานี้ อาจารย์อาวุโสหลายท่านเริ่มออกมาพูดถึงข้อเท็จจริงของสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกินควบคุม บุคลากรรุ่นใหม่เริ่มออกมาส่งเสียงเรียกร้องว่าพวกเขาเริ่มทำงานกันไม่ไหว รวมถึงมีการตั้งแคมเปญล่ารายชื่อให้รัฐบาลนำเข้าวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักโดยกลุ่ม ‘หมอไม่ทน’ และ ‘<a href="https://www.facebook.com/PHassociationTH" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ภาคีบุคลากรสาธารณสุข</a>’ และที่สำคัญยังมีการเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างจริงจัง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-140670" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-768x511.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-1536x1023.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-600x399.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213722004_112169064461870_8029194640216252203_n.jpeg 1568w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>หลายคนอาจสงสัยว่าระบบสาธารณสุขไทยกำลังเดินไปในทิศทางไหน การเรียกร้องครั้งนี้คือการเรียกร้องในฐานะคนทำงาน หรือในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานจากรัฐบาลที่ได้ชื่อว่าทำงานรับใช้ประชาชน ความรู้สึกของคนที่ถูกเรียกว่า ‘นักรบชุดขาว’ แต่ไม่ได้รับอุปกรณ์การรบจากรัฐบาลเลยเป็นแบบไหน และสิ่งที่พวกเขาอยากเห็นที่สุดคืออะไร</p>



<p>คำตอบจากตัวแทนภาคีบุคลากรสาธารณสุขอย่าง <strong>นายแพทย์</strong><strong>สันติ กิจวัฒนาไพบูลย์</strong> ด้านล่างนี้พร้อมตอบคำถามเหล่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-140668" width="768" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/217219065_4685366714906796_555439990574457836_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ย้อนกลับไปช่วงที่โควิด-19 เข้ามาในไทย สถานการณ์ในวงการสาธารณสุขตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง&nbsp;</h4>



<p>ตอนนั้นยังไม่มีใครคาดคิดว่าสถานการณ์จะแย่ขนาดไหน แต่เรามองภาพว่ามันจะระบาดและวุ่นวายแบบตอนนี้ด้วยซ้ำเพราะมันใหม่มาก เราไม่มีความรู้ ไม่มีวัคซีน ไม่มีวิธีการป้องกัน ไม่มีกระทั่งยารักษา จึงเกิดโปรเจกต์ในวงการแพทย์และวิศวกรที่ชื่อ Covid-19 Roundtable ที่ร่วมกันวางแผนเรื่องการจัดสรรอุปกรณ์ขาดแคลน แต่ด้วยโควิด-19 ที่ระบาดช่วงนั้นคือสายพันธุ์อู่ฮั่นที่ไม่ได้รุนแรงมาก และประชาชนทุกคนก็ร่วมมือหยุดเชื้อเพื่อชาติเพราะเชื่อว่าถ้าเจ็บแต่จบครั้งเดียวก็โอเค สถานการณ์จึงเริ่มดีขึ้นจนหลายประเทศชมว่ารัฐบาลไทยควบคุมสถานการณ์ได้ดี</p>



<p>ทั้งที่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นคือการร่วมมือกันของประชาชนและบุคลากร ตอนนั้นบุคลากรทางการแพทย์หลายส่วนต้องทนอยู่ในสภาพที่ไม่มีชุดจนต้องแอบขอบริจาค แต่ก็ถูกสั่งห้ามเพราะมีการพยายามปิดข่าวที่รัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เหมือนกับที่ข่าวนำเสนอเลยไหม</h4>



<p>ตอนพบว่ามีโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟ่าจากอังกฤษที่ทองหล่อ เรายังพอเอาอยู่นะ กระทั่งสายพันธุ์เดลต้าจากอินเดียเข้ามา การระบาดก็สูงมากจนยอดคนติดแตะหลักหลายพัน ซึ่งเราเดาออกแล้วแหละว่าระบบกำลังจะล่มแน่ๆ จนตอนนี้สถานการณ์มันก็เหมือนในข่าวเลย&nbsp;</p>



<p>บุคลากรต้องเลือกเป็นเลือกตายว่าคนไข้คนไหนจะอยู่ คนไหนจะไป หรือถ้าไม่ไหวก็อาจขอให้ไปตายที่บ้าน มันกลายเป็นอย่างนั้นไปแล้ว</p>



<p>ส่วนตัวเราเป็นหมอเวชปฏิบัติทั่วไปที่ทำงานในห้องฉุกเฉิน ซึ่งงานก็หนักเป็นปกติอยู่แล้ว พอมีโควิด-19 เข้ามาก็ยิ่งกระทบกับงานห้องฉุกเฉิน เพราะการมีคนไข้โควิด-19 มากขึ้นทำให้ทรัพยากรการทำงานเราลดลงไป อย่างตอนนี้คนไข้เต็มหมดทุกวอร์ด เขาก็ต้องฝากคนไข้โควิด-19 มาที่ห้องฉุกเฉิน พื้นที่การทำงานเราจึงลดลงและเราก็เสี่ยงมากขึ้น ส่วนคนไข้ที่ควรจะได้รักษาที่ห้องนั้นก็โดนเลื่อนออกไปเรื่อยๆ บางทียอดคนเสียชีวิตในช่วงนี้อาจไม่ได้มาจากโควิด-19 ด้วยซ้ำ แต่มาจากโรคทั่วไปที่ถ้าได้รับการรักษาตามปกติเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกหลายสิบปี&nbsp;</p>



<p>คนที่หนักกว่าเรามากๆ คือหมอด่านหน้า หมอหนึ่งคนต้องดูแลคนไข้โควิด 50-60 เตียงต่อวัน บางคนก็หลักร้อย หรือพยาบาลบางคนก็ควบกะไปเกือบ 24 ชั่วโมง จนล่าสุดมีข่าวพยาบาลกระโดดตึกเพราะเครียด ซึ่งเราไม่โทษเขาเลยเพราะเขาคงสิ้นหวังจริงๆ</p>



<p>พูดตรงๆ เราก็สิ้นหวัง เพราะถ้ารัฐบาลบริหารจัดการสถานการณ์ได้ดีกว่านี้จะไม่มีคนตายหลักหมื่นเลย นี่ยังไม่รวมคนที่ฆ่าตัวตายเพราะเศรษฐกิจอีกนะ</p>


<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPHassociationTH%2Fposts%2F108789418133168&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="608" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>


<h4 class="wp-block-heading">นี่คือเหตุผลที่บุคลากรทางการแพทย์ออกมาส่งเสียงกันมากขึ้นหรือเปล่า</h4>



<p>ใช่ เพราะเขาต้องทำงานกันมากขึ้นจนไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง เขาต้องเจอสถานการณ์หดหู่จนรู้สึกถึงจุดเดือด ประชาชนทั่วไปอาจจะบอกว่าออกมาช้าไปไหม แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าวงการนี้ตื่นตัวมากขึ้นแล้ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วที่ผ่านมา อะไรทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่กล้าออกมาเรียกร้องถึงปัญหาที่เผชิญ</h4>



<p>บุคลากรอาวุโสมักมีมายาคติว่าบุคลากรสาธารณสุขไม่ควรแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพราะเขากลัวว่าจะเกิดอคติในการรักษา ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นจริงในยุคเสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. แต่พอเราถามว่าแล้วทำไมตอนนั้นถึงออกไปเป่านกหวีดได้ เขาก็จะมีข้ออ้างสารพัดมาบอกเรา&nbsp;</p>



<p>ถามว่าเราเถียงหรือทำอะไรต่อไม่ได้เพราะอะไร หนึ่ง–เรามองว่าบุคลากรสาธารณสุขอิงกับระบบข้าราชการ พอมันเป็นข้าราชการไม่ว่าหน่วยไหนก็เหมือนถูกบล็อกไม่ให้แสดงความคิดเห็นและต่อรองกับผู้ใหญ่ ชนิดที่แค่ออกมาขอรับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งเกิดจากความเดือดร้อนของคนทำงานจริงๆ ยังโดนเตือนเลย ดังนั้นการเรียกร้องประเด็นอื่นๆ ในสังคมแม่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ในวงการนี้</p>



<p>สอง–ทุกหน่วยงานมีระบบอาวุโสอยู่แล้ว แต่วัฒนธรรมการทำงานในวงการนี้มันต้องทำเป็นทีม ต้องขอความช่วยเหลือ ต้องปรึกษาเคสกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่า มันเลยมีความคิดที่ว่าฉันเป็นพี่ที่ให้คำปรึกษา เธอเป็นน้องที่มาขอความช่วยเหลือ เธอต้องเคารพฉันสิ หรือถ้าใครเพิ่งจบใหม่แล้วออกไปใช้ทุนก็จะโดนเจ้าหน้าที่ใช้งานหนักมากโดยเฉพาะช่วงนี้ที่งานหนักสุดๆ ถ้าใครเริ่มตั้งคำถามหรือเรียกร้องบางอย่างก็จะโดนหมายหัวว่าน้องคนนี้แม่งแรง พูดจาไม่ไว้หน้ารุ่นพี่ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่น้องพูดคือการสะท้อนปัญหา การต้องเคารพและเชื่อฟังผู้ใหญ่มันจึงสำคัญต่อความก้าวหน้าในอาชีพ ทั้งเรื่องการเรียนต่อและการเลื่อนตำแหน่ง</p>



<p>ถามว่าปัญหาเหล่านี้เพิ่งเกิดขึ้นช่วงโควิดเหรอ เปล่าเลย มันมีมานานแล้ว แพทยสภารู้ถึงปัญหาการทำงานเกินเวลา ปัญหาพักผ่อนไม่เพียงพอ ปัญหาเรื่องค่าตอบแทนที่ออกช้า และปัญหาการบรรจุตำแหน่งข้าราชการของพยาบาลมาตลอด แต่เขาไม่เคยแก้ไข โควิด-19 จึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้คนในวงการเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคนในวงการเคยยื่นแก้ไขปัญหาภายในองค์กรไหม</h4>



<p>มันก็มีแหละ แต่คนที่อยู่บนหอคอยงาช้างเขาไม่ได้มาสนใจไยดีกับคนทำงานเท่าไหร่&nbsp;</p>


<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPHassociationTH%2Fposts%2F115252280820215&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="698" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>


<h4 class="wp-block-heading">เพราะแบบนี้ ภาคีบุคลากรสาธารณสุขจึงก่อตั้งเพื่อทำให้ปัญหาที่ผ่านมาและช่วงโควิด-19 ชัดเจนขึ้นใช่ไหม</h4>



<p>จริงๆ ภาคีบุคลากรสาธารณสุขเกิดขึ้นจากการพูดคุยกันใน Clubhouse ในห้องที่เป็นเหมือนศาลาคนเศร้าที่บุคลากรทางการแพทย์มารวมตัวกันเพื่อปรับทุกข์เรื่องปัญหาการแพร่ระบาดและปัญหาอื่นที่มันสะสมมานาน พอดีช่วงนั้นคุณฟลุค เดอะสตาร์ (พชร ธรรมมล) ก็รวมดาราที่เคยโดนกระทำมาก่อตั้งภาคีดาราเพื่อขับเคลื่อนสังคม เรากับเพื่อนเลยมีไอเดียว่าเรามาเปลี่ยนการพูดกันเองใน Clubhouse เป็นการทำภาคีอาชีพเราไหม จะได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้บุคลากรสาธารณสุขกล้าออกมาพูดกันมากขึ้น</p>



<p>พอคิดแบบนั้นก็รวบรวมสมาชิกในวงการสาธารณสุขได้ 200 คน ก่อตั้งภาคีฯ ขึ้นมาช่วงเมษายน แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นรูปเป็นร่าง กระทั่งช่วงโควิด-19 เริ่มระบาดอีกครั้ง สถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ รัฐบาลก็ยังไม่เอาวัคซีน mRNA เข้ามาเสียที ซึ่งมันสำคัญมากกับการควบคุมการระบาด สมาชิกภาคีฯ คนหนึ่งเลยมีไอเดียว่าอยากเรียกร้องให้วัคซีน mRNA เป็นวัคซีนหลักให้ประชาชนและบุคลากรด่านหน้า จากแคมเปญนั้นทำให้ภาคีฯ เป็นที่รู้จักมากขึ้นและมีบุคลากรเข้าร่วมกว่า 600 คนในปัจจุบัน</p>


<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPHassociationTH%2Fposts%2F108185001526943&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="698" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>


<h4 class="wp-block-heading">รู้สึกยังไงบ้างที่แคมเปญครั้งนั้นได้รับเสียงตอบรับที่ดี&nbsp;</h4>



<p>มันเกินความคาดหมาย มีคนร่วมลงชื่อจำนวนมากและมีสื่อมาสัมภาษณ์เยอะมาก แต่เรากลับรู้สึกว่าสังคมไทยบาร์ต่ำจังเลย เพราะถ้าประเทศเรามันปกติ การออกไปเรียกร้องเรื่องวัคซีนไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวดังทุกช่อง เพราะนี่คือการยื่นเรื่องเพื่อขอสิทธิทั่วไปในฐานะคนทำงานและพลเมืองที่มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการออกมาครั้งนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการที่แม่ค้าหรือศิลปินกลางคืนไปยื่นเรื่องด้วยซ้ำ และในต่างประเทศก็เรียกร้องกันเป็นปกติ</p>



<p>แต่ถามว่าประชาชนและสื่อให้การตอบรับที่ดีแล้วเรื่องมันคืบหน้าไหม เราเข้าไปยื่นเอกสารวันที่ 7 กรกฎาคม คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขก็ตอบรับ แล้วบอกว่าจะนัดประชุมวันที่ 15 แต่พอวันที่ 13 เขาขอเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ประชุมเลย</p>



<p>แต่เรือดำน้ำได้ประชุมไปเรียบร้อยแล้วนะ ส่วนการขอ mRNA จะคืบหน้าแค่ไหนก็ต้องรอดู</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-140672" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-768x511.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-1536x1023.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-600x399.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-1.jpeg 1568w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วจากแคมเปญแรก ภาคีฯ เคลื่อนไหวเรื่องอะไรอีกบ้าง&nbsp;</h4>



<p>เราออกมาเรียกร้องให้ประชาชนเข้าถึงชุดตรวจโควิด-19 แบบตรวจด้วยตัวเอง (Covid-19 self-test kits) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่รัฐบาลก็อนุมัติให้นำเข้าในช่วงเดียวกันพอดี แต่ก็ยังเป็นปัญหาว่ามันราคาสูงอยู่ นอกจากนั้นเราก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์จริงและการดำเนินการจัดหาวัคซีนอย่างโปร่งใส รวมถึงอธิบายเรื่องทางการแพทย์ต่างๆ เช่น วิธีการใช้และทิ้ง Antigen Test Kit ซึ่งทั้งหมดนี้เราพูดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยไม่บิดเบือนและเติมแต่ง ถ้าใครมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ดีกว่าก็นำเสนอกลับมาได้</p>



<p>ส่วนการเรียกร้องใหญ่ๆ อีกครั้งคือการสนับสนุนข้อเรียกร้องของม็อบวันที่ 18 กรกฎาคม 3 ข้อ คือ หนึ่ง–ประยุทธ์ต้องลาออก สอง–ปรับลดงบสถาบันฯ และงบกองทัพ และสาม–เอาวัคซีน mRNA เข้ามา เพราะเราเห็นว่าสิ่งที่เขาเรียกร้องมันตรงกับสิ่งที่เราเรียกร้องอยู่ นั่นก็คือประชาธิปไตย</p>



<h4 class="wp-block-heading">เพจของภาคีฯ จึงระบุว่านี่คือการรวมตัวกันของบุคลากรสาธารณสุขในระบอบประชาธิปไตย</h4>



<p>ใช่ มันคือจุดประสงค์หลักของกลุ่มด้วยซ้ำ</p>


<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPHassociationTH%2Fposts%2F116574800687963&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="672" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>


<h4 class="wp-block-heading">แล้วปัญหาระบบสาธารณสุขยึดโยงกับระบอบประชาธิปไตยยังไง</h4>



<p>ปัญหาสังคมมันเชื่อมโยงกันเหมือนใยแมงมุม ดังนั้นปัญหาระบบสาธารณสุขจึงไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเดี่ยวๆ แล้วแก้ไขได้ด้วยตัวมันเอง เช่น ทั้งที่มีการรณรงค์เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กันมากมาย ไหนจะห้ามขายเหล้าอีก แต่ทำไมกี่ยุคกี่สมัยเราก็ไม่เคยแก้ปัญหาการเมาแล้วขับได้ เพราะหนึ่ง–เราไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี พอไปกินเหล้าก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์กลับเองจนอาจเกิดอุบัติเหตุ และสอง–เราไม่มีระบบการใช้กฎหมายที่เด็ดขาด เมาเสร็จเจอตำรวจ ยัดเงินร้อยหนึ่ง ผ่าน นี่ไง แค่ปัญหาสาธารณสุขเรื่องเดียวมันขยายภาคสังคมให้กว้างขึ้นจนเชื่อมไปถึงระบบคมนาคม ระบบการทำงานของตำรวจ และระบบการใช้กฎหมาย</p>



<p>เราจึงเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ถ้ามีรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยเสียงของประชาชนจะเข้าถึงรัฐบาลได้ และเราจะตรวจสอบการทำงานของเขาได้ ไม่ใช่มีรัฐบาลที่มีหน้าที่แค่จับคนเห็นต่าง ปราบปรามคนชุมนุม แล้วปล่อยให้ประชาชนช่วยเหลือกันเอง ซึ่งการช่วยกันมันดีแหละในวิกฤตแบบนี้ แต่ไม่ว่าสถานการณ์เป็นแบบไหน รัฐบาลควรต้องมีรัฐสวัสดิการที่ดีให้ประชาชนเพื่อให้คุ้มค่ากับภาษีที่เสียไป ไม่ใช่ว่าเสียภาษีไปแล้วก็ต้องมาเสียเงินช่วยคนอื่นอีก</p>



<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต้องมีการขับเคลื่อนจากทุกวงการ แล้วยิ่งวงการแพทย์ที่ไม่มีประชาธิปไตยเลยสักนิดก็ยิ่งต้องขับเคลื่อน ไม่ใช่มัวแต่คิดว่าบ่นไปก็เท่านั้น ตื่นเช้ามาก็ต้องตรวจคนไข้เหมือนเดิม</p>



<h4 class="wp-block-heading">นอกจากวงการสาธารณสุข วงการอื่นๆ ก็ต้องออกมาเรียกร้องด้วย</h4>



<p>ใช่ มันสำคัญที่<a href="https://adaymagazine.com/freearts-calloutbyyourname/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทุกภาคส่วน</a>ต้องออกมาเรียกร้อง ให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงกับสังคมในสายงานที่ทำอยู่ เพราะทุกคนเหมือนจิ๊กซอว์ที่จะช่วยกันเติมปัญหาของแต่ละวงการให้เห็นปัญหาในภาพที่ใหญ่ขึ้น ถ้าภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งไม่ออกมาเรียกร้องมันก็ไปด้วยกันไม่ได้ อย่างถ้าวงการข้าราชการไม่ออกมาเอาด้วย มันก็ทำอะไรต่อไม่ได้ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่เผชิญปัญหาก็อยู่ในวงการข้าราชการทั้งนั้น</p>



<p>ประเทศไทยเป็นประเทศวัวหายล้อมคอกที่ต้องเกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยแก้ และเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยการด่า ถ้าเราไม่ด่าป่านนี้ก็คงไม่มีวัคซีนอื่นๆ เข้ามาเลย ถ้าเราไม่ด่าเราก็คงไม่รู้หรอกว่าสัญญานำเข้า AstraZeneca คือ 3 ล้านโดสต่อเดือน ทั้งๆ ที่รัฐบาลพูดตั้งแต่ปีที่แล้วว่าเขาจะให้ 5-10 ล้านโดส หรือปลายปีจะฉีดได้ 60 กว่าล้านโดส&nbsp;</p>



<p>เราเลยอยากให้กำลังใจคนที่ออกมาด่าว่าการด่าของคุณมันไม่ใช่การด่าลมๆ แล้งๆ แต่มันส่งเสียงถึงรัฐบาลได้ มันทำให้เขาเสียหน้าได้จนต้องออกมาทำสิ่งต่างๆ</p>


<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPHassociationTH%2Fposts%2F119379747074135&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="736" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>


<h4 class="wp-block-heading">การออกมาเรียกร้องครั้งนี้ทำให้คุณได้รับผลกระทบบ้างไหม</h4>



<p>ด้วยความที่เราไม่เคยออกตัวในนามโรงพยาบาลและเราก็ทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เขาเลยไม่มายุ่งอะไรกับเรา ซึ่งเราว่ามันแฟร์นะ เพราะถึงเราจะออกมาเรียกร้องเราก็ยังรักษาคนไข้เต็มที่เหมือนเดิม แต่ในเชิงสังคมเราก็โดนจับจ้องจากฝั่งตรงข้าม แค่ออกมาเรียกร้องเรื่องวัคซีนก็โดนขุดประวัติ โดนนู่นโดนนี่ ซึ่งจริงๆ ถ้าไม่เห็นด้วยกับการเอา mRNA เข้ามา ทำไมเขาไม่ทำจดหมายไปยื่นล่ะ จะมาล่าแม่มดทำไม&nbsp;</p>



<p>ถามว่าเรากลัวไหม มันเลยจุดนั้นไปแล้วมากกว่า เพราะถ้ากลัวแล้วไม่ออกมาพูดก็ไม่รู้จะพูดตอนไหนได้อีก แล้วทุกวันนี้ก็เหมือนตกนรกและเหมือนจะตายอยู่แล้ว ถ้าเราต้องตายจากการออกมาพูดความจริงก็ขอให้รู้ว่าคนไทยอยู่ในสังคมอะไรกันแน่ ที่แค่ออกมาพูดถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างการมีข้าวกิน เรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี มีเบี้ยเลี้ยงตอนแก่ ก็ต้องตายเหรอ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วรู้สึกยังไงกับการที่รัฐเรียกบุคลากรว่าเป็น &#8216;นักรบชุดขาว&#8217;&nbsp;</h4>



<p>ถ้าจะเรียกเราว่า ‘นักรบชุดขาว’ ก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าให้เราเป็นนักรบแล้วหน้าที่ของทหารคืออะไร แล้วเอาตรงๆ ก็ไม่ได้จบทหารมาเลยไม่อยากจะไปรบกับใคร เราก็แค่ทำหน้าที่รักษาคนไข้ ถ้าจะให้รบก็คงจะรบกับรัฐบาลนี่แหละ คงจะเป็นได้อย่างเดียว</p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณรบกับรัฐบาลด้วยความรู้สึกแบบไหน</h4>



<p>(นิ่งคิด) ยอมรับตรงๆ ว่าโกรธ เพราะความโกรธนี่แหละทำให้เราออกมาเรียกร้องและผลักดันในสิ่งที่ทำได้อย่างการยื่นจดหมายในฐานะบุคลากร และเรียกร้องผ่านภาคีฯ ให้ประชาชนโหมความโกรธมากขึ้นเพื่อให้เสียงมันดังขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-140674" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-1536x1536.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1.jpeg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2-1-96x96.jpeg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วสิ่งที่คุณอยากเรียกร้องมากที่สุดในตอนนี้คืออะไร</h4>



<p><strong></strong>หนึ่ง–รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีควรลาออกแล้วให้คนที่ทำงานเป็นมาบริหารประเทศได้แล้ว ออกไปเถอะ</p>



<p>สอง–การออกมาเรียกร้องของภาคีฯ ไม่ใช่ว่าพอได้ mRNA แล้วเราจะหยุด เราอยากให้การออกมาครั้งนี้ส่งเสียงและเรียกร้องให้ทุกคนที่ยังไม่กล้าออกมาได้กล้าพูดสะท้อนปัญหา กล้าที่จะเลิกเพิกเฉยกับปัญหา เพราะการเมืองมันใกล้ตัวทุกคนมาก ถ้าคุณยังไม่เห็นปัญหาหรือเลือกเพิกเฉยมันมีอยู่ 2 อย่าง ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ได้ผลประโยชน์จากระบบแย่ๆ นี้ คุณก็ต้องเป็นคนเห็นแก่ตัว ทุกคนมันต้องเอาตัวเองรอดอยู่แล้ว แต่ทำไมคุณไม่เอาให้มันรอดไปด้วยกัน ถ้ากิจการคุณรอดแต่ประชาชนตาย ถามว่ากิจการคุณจะรอดไปตลอดไหม ก็ไม่รอดอยู่ดี</p>



<p>จริงๆ ตอนนี้เราเริ่มเห็นคนในวงการสาธารณสุขออกมาเรียกร้องมากขึ้นแล้ว ชนิดที่คนรุ่นอาจารย์ก็ออกมา มันสะท้อนว่าคนที่มีมโนสำนึกและมีความเป็นมนุษย์เริ่มเห็นว่าสังคมมันบิดเบี้ยวขนาดไหน ซึ่งก็ถือเป็นสัญญาณที่ดี</p>



<hr class="wp-block-separator" id="block-6376dea8-8ec1-4654-81b4-f45cd1be66f9"/>



<p id="block-88890104-7046-4a68-8ecd-8ea02563bd09">Call Out By Your Name คือซีรีส์ที่รวมการต่อสู้เรียกร้องในนามประชาชนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมและได้รับผลกระทบจากรัฐในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ติดตามตอนต่อไปที่หน้าเว็บไซต์และทุกช่องทางของ a day</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phassociation-calloutbyyourname/">“ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ถ้ารัฐบาลมาจากเสียงของประชาชน” คุยกับภาคีบุคลากรสาธารณสุข</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ถ้าสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงมันก็คุ้ม“ ว่าด้วยศิลปะและการเมืองกับทีมศิลปะปลดแอก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/freearts-calloutbyyourname/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jul 2021 10:56:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Call Out By Your Name]]></category>
		<category><![CDATA[Sina Wittayawiroj®]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะปลดแอก]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[งานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะการแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ม็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป้ายม็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[สินา วิทยวิโรจน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140130</guid>

					<description><![CDATA[<p>แท้จริงแล้ว &#8216;ศิลปะปลดแอก&#8217; มีความหมายยังไง ถ้ายึดในแง่คำศัพท์ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า ‘ศิลปะ’ หมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ ส่วนคำว่า ‘ปลดแอก’ หมายถึง การทำให้พ้นจากอำนาจการกดขี่หรือเป็นอิสระ ดังนั้นศิลปะปลดแอกก็น่าจะหมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการพ้นจากอำนาจที่กดขี่และเป็นอิสระ ฟังดูเข้าที แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากความหมายของคำบนหน้าพจนานุกรมมามองความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้ล่ะ แท้จริงแล้ว ศิลปะปลดแอกมีความหมายยังไง? ในการเรียกร้องช่วงปีที่ผ่านมา ศิลปะปลดแอก คือชื่อของกลุ่มคนทำงานด้านศิลปะที่มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยผ่านเครื่องมือที่พวกเขาถนัด หลายคนอาจคุ้นชื่อพวกเขาจากกิจกรรมที่ชวนประชาชนมาแสดงออกทางการเมืองโดยใช้สีชอล์กและสเปรย์ในการประท้วงที่ราชประสงค์และห้าแยกลาดพร้าว การจัดทำแคมเปญสร้างการรับรู้ของการใช้มาตรา 112 อย่างไม่เป็นธรรม รวมไปถึงการระลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงผ่านภาพประกอบและวิดีโอในโลกออนไลน์ จากจุดเริ่มต้นของความพยายามขับเคลื่อนประเด็นทางการเมืองโดยศิลปินไม่กี่คน พวกเขาค่อยๆ ดึงคนที่สนใจมาเข้าร่วม จนเกิดเป็นคณะทำงานขนาดย่อมที่มักไปปรากฏตัวตามที่ชุมนุมและโลกออนไลน์ เพื่อใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐเผด็จการอยู่เสมอ บางแคมเปญเป็นที่พูดถึงในวงแคบ บางแคมเปญสร้างการรับรู้ในวงกว้างระดับประเทศ แต่ทุกงานที่ออกมาในนามศิลปะปลดแอกล้วนมีเมสเซจและเจตจำนงที่ชัดเจนต่อบ้านเมืองนี้ทั้งนั้น จากผลงานและความตั้งใจนี้เองที่ทำให้เราติดต่อทีมศิลปะปลดแอกเพื่อมาสนทนากัน ก่อนที่ในวันจริง เอ๋–ภาวิณี สมรรคบุตร, เต้–อดิศักดิ์ จันทร์ชัยภูมิ, บิว–รุ้งทอง กสิกุล, สินา วิทยวิโรจน์, เฟิร์ส–ธนพนธ์ อัคควทัญญู และ กระเดื่อง–พิสิฎฐ์กุล ควรแถลง (ไม่ปรากฏในรูป) จะปรากฏตัวเพื่อตอบคำถามที่เราสงสัย ความเป็นมาของทีมและงานแต่ละชิ้นคืออะไร พวกเขามีอุดมการณ์แบบไหน&#160; และแท้จริงแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/freearts-calloutbyyourname/">“ถ้าสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงมันก็คุ้ม“ ว่าด้วยศิลปะและการเมืองกับทีมศิลปะปลดแอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แท้จริงแล้ว &#8216;ศิลปะปลดแอก&#8217; มีความหมายยังไง</p>



<p>ถ้ายึดในแง่คำศัพท์ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า ‘ศิลปะ’ หมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ ส่วนคำว่า ‘ปลดแอก’ หมายถึง การทำให้พ้นจากอำนาจการกดขี่หรือเป็นอิสระ ดังนั้นศิลปะปลดแอกก็น่าจะหมายถึง การแสดงออกซึ่งอารมณ์ให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ เพื่อเป้าหมายในการพ้นจากอำนาจที่กดขี่และเป็นอิสระ</p>



<p>ฟังดูเข้าที แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากความหมายของคำบนหน้าพจนานุกรมมามองความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้ล่ะ</p>



<p>แท้จริงแล้ว ศิลปะปลดแอกมีความหมายยังไง?</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-1024x683.jpg" alt="ศิลปะปลดแอก" class="wp-image-140139" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ในการเรียกร้องช่วงปีที่ผ่านมา <strong>ศิลปะปลดแอก</strong> คือชื่อของกลุ่มคนทำงานด้านศิลปะที่มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยผ่านเครื่องมือที่พวกเขาถนัด หลายคนอาจคุ้นชื่อพวกเขาจากกิจกรรมที่ชวนประชาชนมาแสดงออกทางการเมืองโดยใช้สีชอล์กและสเปรย์ในการประท้วงที่ราชประสงค์และห้าแยกลาดพร้าว การจัดทำแคมเปญสร้างการรับรู้ของการใช้มาตรา 112 อย่างไม่เป็นธรรม รวมไปถึงการระลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงผ่านภาพประกอบและวิดีโอใน<a href="https://www.facebook.com/FreeArtsTH">โลกออนไลน์</a></p>



<p>จากจุดเริ่มต้นของความพยายามขับเคลื่อนประเด็นทางการเมืองโดยศิลปินไม่กี่คน พวกเขาค่อยๆ ดึงคนที่สนใจมาเข้าร่วม จนเกิดเป็นคณะทำงานขนาดย่อมที่มักไปปรากฏตัวตามที่ชุมนุมและโลกออนไลน์ เพื่อใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐเผด็จการอยู่เสมอ</p>



<p>บางแคมเปญเป็นที่พูดถึงในวงแคบ บางแคมเปญสร้างการรับรู้ในวงกว้างระดับประเทศ แต่ทุกงานที่ออกมาในนามศิลปะปลดแอกล้วนมีเมสเซจและเจตจำนงที่ชัดเจนต่อบ้านเมืองนี้ทั้งนั้น</p>



<p>จากผลงานและความตั้งใจนี้เองที่ทำให้เราติดต่อทีมศิลปะปลดแอกเพื่อมาสนทนากัน ก่อนที่ในวันจริง <strong>เอ๋–ภาวิณี สมรรคบุตร</strong>, <strong>เต้–อดิศักดิ์ จันทร์ชัยภูมิ</strong>, <strong>บิว–รุ้งทอง กสิกุล</strong>, <a href="https://adaymagazine.com/sina-wittayawiroj/"><strong>สินา วิทยวิโรจน์</strong></a>, <a href="https://adaymagazine.com/dialogue-68/"><strong>เฟิร์ส–ธนพนธ์ อัคควทัญญู</strong></a> และ <a href="https://adaymagazine.com/iconoclastor/"><strong>กระเดื่อง–พิสิฎฐ์กุล ควรแถลง</strong></a> (ไม่ปรากฏในรูป) จะปรากฏตัวเพื่อตอบคำถามที่เราสงสัย</p>



<p>ความเป็นมาของทีมและงานแต่ละชิ้นคืออะไร พวกเขามีอุดมการณ์แบบไหน&nbsp;</p>



<p>และแท้จริงแล้ว &#8216;ศิลปะปลดแอก&#8217; มีความหมายยังไง</p>



<p>คำตอบของพวกเขารออยู่ในบรรทัดต่อจากนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-1024x683.jpg" alt="ศิลปะปลดแอก" class="wp-image-140140" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/1-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นกันหน่อย พวกคุณมารวมกลุ่มกันได้ยังไง</strong></h4>



<p><strong>เอ๋ :</strong> ถ้าในนามศิลปะปลดแอก เรามารวมกันครั้งแรกเพราะจะจัดงาน &#8216;Act สิ Art เทศกาลศิลปะ ที่จะไม่ทน!&#8217; เพื่อแสดงจุดยืนว่าด้วยสถานการณ์ตอนนั้นมีศิลปินที่ถูกคุกคามเนื่องจากการแสดงออกทางประชาธิปไตย จากตรงนั้นมันเลยเกิดการรวมกันของคนทำงานสร้างสรรค์ในหลายวงการ กลายเป็นเครือข่ายคณะทำงานที่พอจบงานก็ยังขับเคลื่อนกันต่อ พร้อมกับการดึงคนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้</p>



<p><strong>กระเดื่อง : </strong>แต่ถ้านับจากก่อนหน้านั้นมันก็เกิดจากว่าเราอยากให้กลุ่มศิลปินออกมา call out บวกกับพอเราเริ่มไปม็อบเราก็เริ่มรู้สึกว่าม็อบขาดกิจกรรมอื่นๆ นอกจากการปราศรัย เลยคุยกับเพื่อนๆ ว่าศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์น่าจะเข้ามาร่วมในส่วนนี้ เราเลยเริ่มประกาศหาคนและเชิญคนที่สนใจมาประชุมกัน จนเกิดเป็นงาน ‘Act สิ Art เทศกาลศิลปะ ที่จะไม่ทน!&#8217; อย่างที่เอ๋เล่า</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงคิดอยากให้กลุ่มศิลปินออกมา call out แล้วตอนนั้นศิลปะปลดแอกเข้ามาช่วยตรงนี้ยังไง</strong></h4>



<p><strong>สินา :</strong> ตอนนั้นผมยังไม่เข้าไปในกลุ่มศิลปะปลดแอก แต่ในมุมมองผม ช่วงนั้นก็เริ่มมีคนที่ทำงานสร้างสรรค์เกี่ยวกับการเมืองแล้วนะ ในแวดวงภาพประกอบที่ผมทำก็เริ่มมีเยอะแล้ว แต่ละคนเริ่มหยิบจับสิ่งที่ตัวเองถนัดมาถ่ายทอด เพียงแต่ปัญหาสำคัญคือเราไม่มีพื้นที่มากกว่า เรามีแค่ความรู้สึกร่วมกันของสังคมที่อยากมีปากเสียงทางการเมืองแต่ไม่รู้จะรวมกันยังไง</p>



<p><strong>เฟิร์ส : </strong>วงการละครที่ผมอยู่ก็คล้ายพี่สินา ผมเริ่มเห็นคนพูดถึงและไปม็อบ แต่มันก็เจอปัญหาคล้ายๆ กันคือเราไม่รู้ว่าช่วยอะไรได้บ้าง การเกิดขึ้นของศิลปะปลดแอกเลยเป็นเหมือนช่องทางที่มาช่วยตรงนี้</p>



<p><strong>บิว :</strong> อย่างเราก็คล้ายๆ กับทุกคน ตอนแรกเราเป็นแค่ผู้ร่วมชุมนุมด้วยซ้ำเพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง เราเป็นแค่อดีตนักศึกษาศิลปะที่จบมาทำงานเอเจนซี แต่ทีนี้พอมีการชักชวน เราอยากร่วมด้วยเลยเข้ามาช่วย ซึ่งก็ได้ทำงานในแง่การเขียนและเรียบเรียงคอนเทนต์ ศิลปะปลดแอกเลยเป็นเหมือนช่องทางที่ทำให้เราและคนอื่นๆ แสดงออกได้หลายรูปแบบมาก ได้ทุกแขนงเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เหมือนการรวมตัวกันช่วยเพิ่มพื้นที่การแสดงออก</strong></h4>



<p><strong>กระเดื่อง :</strong> มันช่วยให้ทุกคนมีอะไรทำ (ทุกคนหัวเราะ) ซึ่งเราว่าเพราะมันให้พลังที่ต่างกัน เวลาทำงานส่วนตัวเราก็จะมีพลังแบบหนึ่ง แต่พอเป็นงานกลุ่มที่ต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันพัฒนา แต่ละคนจะใช้พลังทำงานแค่ในส่วนตัวเองไม่ได้แล้ว มันต้องอุดรูรั่วของกันและกัน ช่วยกันจนงานเสร็จโดยที่ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมในงานนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="444" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-1024x444.jpeg" alt="" class="wp-image-140143" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-1024x444.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-300x130.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-768x333.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-1536x666.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1-600x260.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/204959938_251067193485174_3656967294448423991_n-1.jpeg 1660w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้วิเคราะห์ จุดร่วมที่ทำให้พวกคุณทำงานร่วมกันได้คืออะไร</strong></h4>



<p><strong>กระเดื่อง :</strong> น่าจะเป็นความโกรธ (หัวเราะ) เราไม่ได้มีแพสชั่นว่างานของเราต้องเปลี่ยนแปลงสังคมอะไรขนาดนั้น เพราะเราเชื่อกันว่าสังคมมันเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว สิ่งที่ขับเคลื่อนเราเลยเป็นความโกรธและความโมโหที่ถูกกระทำมากกว่า มันทำให้เรายอมทำทุกอย่างแม้บางงานจะโหดมากก็ตาม เช่น การประชุมกันถึง 6 โมงเช้าแล้วตื่น 8 โมงไปลุยงานต่อ ความโกรธทำให้เราทำได้ขนาดนั้นเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="538" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/125775401_113179420607286_3482019794849331702_n.jpg" alt="" class="wp-image-140144" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/125775401_113179420607286_3482019794849331702_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/125775401_113179420607286_3482019794849331702_n-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/125775401_113179420607286_3482019794849331702_n-768x430.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/125775401_113179420607286_3482019794849331702_n-600x336.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะปลดแอกเลือกประเด็นในการออกมาสื่อสารแต่ละครั้งยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong>เอ๋ :</strong> มันมีทั้งแบบที่เลือกไม่ได้เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น ซึ่งกำลังต้องการแนวร่วมเรื่องนี้ กับอีกแบบที่เลือกได้ ซึ่งเราจะเลือกประเด็นทางการเมืองที่สนใจร่วมกันและต้องเป็นประเด็นที่มีที่มาที่ไป มีคำถาม&nbsp;มีเหตุที่เกิด และมีผลที่ยังคงอยู่<strong>&nbsp;</strong></p>



<p><strong>เฟิร์ส :</strong> ยกตัวอย่างโปรเจกต์รำลึกถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 ก็ได้ครับ ประเด็นนี้เราเลือกกันเองเพราะอยากทำงานที่บันทึกเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะรายงานหรือสถิติของเรื่องนี้มันไม่เคยถูกนำเสนอในด้านที่เข้าถึงง่ายเลย พวกเราเลยเอาตรงนี้เป็นแรงผลักดันที่มีร่วมกันเพื่อบันทึกเหตุการณ์ให้คนไม่ลืม สุดท้ายก็ได้ไอเดียแรกว่าจะทำ live performance ณ สถานที่จริง เวลาจริง เพื่อบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงเลือกนำเสนอด้วย live performance&nbsp;</strong></h4>



<p><strong>เอ๋ :</strong> เรามองว่ามันสามารถทำให้เหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่า 10 ปีน่าสนใจขึ้นได้ ถ้าเราอยากพาคนดูย้อนกลับไปไกลขนาดนั้นเพื่อนึกถึงคนที่เสียชีวิต การพาพวกเขาไปอยู่ในเวลาและสถานที่จริงน่าจะช่วยได้ แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็พบว่าทำอย่างเดียวไม่ได้ ข้อมูลบางอย่างไม่ชัด ตีกันไปมาว่าอะไรคือความจริงกันแน่ เพราะยิ่งรีเสิร์ชไปเรื่อยๆ เราจะพบว่า fact บางอย่างที่เราเคยเชื่อว่าจริงเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่พอมาฟังตอนนี้คืออะไรก็ไม่รู้ เช่น ประกาศของ ศอฉ. (ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) ที่ฟังแล้วจะอ้วก</p>



<p><strong>สินา : </strong>ตรงนี้ถามเต้ต่อได้ เขาเป็นคนตัดคลิปทีเซอร์และคลิปออนไลน์ในกิจกรรมนี้</p>



<p><strong>เต้ :</strong> ต้องออกตัวก่อนว่าพ่อกับแม่ผมเป็นเสื้อแดงอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นผมไม่ได้รู้ลึกอะไรขนาดนั้น รู้แค่ว่ามีคนเสียชีวิต และด้วยความที่พ่อแม่เป็นเสื้อแดงผมเลยคิดแค่ว่าพวกเขาไม่ใช่ฝ่ายผิด ทำให้ผมเห็นต่างกับเด็กคนอื่นมาตลอดเลย เวลาเถียงกับเพื่อนก็เอาอะไรไปสู้ไม่ได้เพราะหลักฐานไม่มี แต่พอได้ทำงานนี้ผมได้เห็นฟุตเทจจากหลายๆ แหล่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ต้องไล่ดูฟุตเทจทุกอัน เห็นภาพศพ ภาพคนโดนยิง มีทุกอย่างเลย ซึ่งระหว่างที่นั่งไล่ดูฟุตเทจก็รู้สึกว่ามันไม่ควรมีวิดีโอแค่ตัวเดียว สุดท้ายนอกจากคลิปทีเซอร์สำหรับ live performance ผมเลยทำคลิปออนไลน์ออกมาด้วย</p>



<p>คลิปแรกเริ่มคือช่วงเมษาฯ เลือดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผมก็เอาเสียงคนที่ร้องทุรนทุรายทั้งหมดมาใส่ ประกอบภาพปัจจุบันที่เป็นถนนร้างเพราะโควิด-19 ให้คนจำได้ว่าพื้นที่ตรงนี้มันเคยมีเสียงกรีดร้อง เคยมีวิญญาณ และเคยมีคนตาย</p>



<p>ส่วนคลิปที่สองคือการบันทึกโมเมนต์ว่าทุกคนต้องเคยผิดพลาด ผมก็ไปใช้วิธีเข้าไปสแนปคอมเมนต์หรือโพสต์ในตอนนั้นที่หลายคนกระหน่ำด่าคนเสื้อแดง มันเต็มไปด้วยการเหยียดและมองคนไม่เท่ากันสูงมาก ประกอบกับที่ฝ่ายรัฐก็ออกข่าวโจมตีว่านี่คือพวกป่วนเมือง ผมเลยอยากบันทึกไว้ว่าที่รัฐมีคำสั่งฆ่า พวกคุณก็เป็นส่วนหนึ่งในคำสั่งนั้น อันนี้คือจัดเต็มเลย</p>



<p>ส่วนที่อยู่นอกเหนือจากนี้จะเป็นคลิปที่ผมทำเพิ่มเติมโดยการไปรวบรวมคำพูดของโฆษก ศอฉ.ในตอนนั้น ตัดคลิปสลับกับความเป็นจริงเพื่อให้เกิดการย้อนแย้ง ผมคิดกับตัวเองว่าถ้าปัจจุบันคนยังด่าเสื้อแดงอยู่ อะ ไปดูคลิปนี้ซะ จะได้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงแม่งคืออะไร คุณแค่ดูและใช้วิจารณญาณพอ ผมย่อยมาให้หมดแล้ว</p>



<p>เรียกได้ว่าขับเคลื่อนการทำงานด้วยความแค้นเลยครับ</p>



<p><strong>บิว :</strong> นี่แหละค่ะคือจุดร่วมของเรา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-1024x575.jpeg" alt="" class="wp-image-140146" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-1024x575.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-300x168.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-768x431.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-1536x862.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n-600x337.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/188576289_229230819002145_1047018572691657044_n.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-1024x575.jpeg" alt="" class="wp-image-140148" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-1024x575.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-300x168.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-768x431.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-1536x862.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1-600x337.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/187677895_229229285668965_1888010629387860519_n-1.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พวกคุณมีเพดานในการนำเสนอเนื้อหาไหม</strong></h4>



<p><strong>กระเดื่อง : </strong>ถ้าเรื่องนั้นเป็น fact ก็ไม่น่ามีเพดานเท่าไหร่นะ&nbsp;</p>



<p><strong>สินา : </strong>ผมว่าเพดานเราไปพร้อมกับการชุมนุมด้วย เพราะเราเชื่อว่าสิ่งที่ม็อบทำไว้ไม่ผิด เราก็ไม่อยากนำเสนออะไรที่เป็นเหมือนการลดเพดานหรือเพิ่มเพดานเพื่อสร้างความเกลียดชัง</p>



<p>&nbsp;<strong>เอ๋ :</strong> เราว่าเพดานไม่ใช่สิ่งที่เราคิดถึงเป็นอย่างแรกหรอก เราไม่ได้คิดถึงข้อจำกัด แต่พวกเราแค่มองว่าบางเรื่องก็จำเป็นต้องรื้อหรือตั้งคำถามจริงๆ เพื่อไปต่อ เพราะถ้าประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกเรื่องจริงเราก็ต้องเอามาชำระกัน ซึ่งถ้าตรงนั้นคือสิ่งที่เรียกว่าเพดาน เราว่ามันก็ต้องแตะเพดานให้ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-140150" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-1536x1041.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1-600x406.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/175389953_208605364398024_3258743179018044902_n-1.jpg 1662w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วอย่างการนำเสนอที่เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วนล่ะ พวกคุณมีวิธีเลือกประเด็นและนำเสนอแตกต่างจากแบบที่วางแผนล่วงหน้าไหม เช่น กรณีของเพนกวิน (พริษฐ์ ชิวารักษ์) ที่อดอาหารประท้วงในเรือนจำ</strong></h4>



<p><strong>เอ๋ :</strong> อย่างเรื่องเพนกวิน ประเด็นที่เร่งด่วนสำหรับพวกเราคือชีวิตของเขา ดังนั้นมันตั้งต้นจากโจทย์ว่าทำยังไงไม่ให้เขาตาย เราเริ่มจากตรงนี้ก่อน แล้วถามตัวเองต่อว่าในฐานะศิลปะปลดแอกเราทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายก็ตกลงกันว่าอยากชวนคนให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ของสิ่งที่เพนกวินทำ</p>



<p><strong>บิว : </strong>เราโฟกัสไปที่การอดอาหาร ตั้งคำถามว่าแล้วที่จริงเขาอดอาหารเพื่ออะไร เราเลยเขียนคอนเทนต์และวาดรูปทุกวันตั้งแต่วันที่เพนกวินอดอาหารวันแรก เพื่อสื่อว่ากำลังมีคนคนหนึ่งอดอาหารเพื่อประท้วงและถามหาความยุติธรรม เขากำลังทำในวิถีทางของเขา เราก็ทำในวิถีทางของเราคือเป็นกระบอกเสียงให้คนรับรู้ว่ามีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น โดยในแต่ละโพสต์ก็จะมีคำบอกเล่าของแม่ น้อง และทนายของเพนกวินที่เราได้พบเจอ ทำขึ้นเพื่อให้เขารู้สึกร่วมว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้คนเดียว</p>



<p><strong>เต้ :</strong> ซึ่งนอกจากรายละเอียดคอนเทนต์ที่ทำเอง เราก็พยายามจะแมสนะ อย่างกรณีนี้เราก็อยากให้คนสนใจเพราะเพนกวินมีสิทธิตายได้ทุกวัน ดังนั้นนอกจากคอนเทนต์ เราก็มีการต่อยอดอื่นๆ บ้าง เช่นการส่งเรื่องไปที่สำนักข่าวหรือชูป้าย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-140152" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/177522909_211857654072795_58909868281117847_n.jpeg 1440w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่บอกว่าพยายามจะแมส แสดงว่าคุณคิดถึงทุกกลุ่มเป้าหมายเลยไหม แม้กระทั่งคนที่เห็นต่างกับคุณ</strong></h4>



<p><strong>เต้ :</strong> เราคิดถึงพวกเขาอยู่ตลอดแหละครับ (ทุกคนหัวเราะ)</p>



<p><strong>เอ๋ :</strong> เราไม่เคยคิดจะปิดกั้นการสื่อสารเลยนะ ไม่เคยมองว่ากูจะไม่คุยกับมึง ชาตินี้อย่ามาเจอหน้ากันอีก แม้กระทั่งคนที่เข้ามาด่า เราก็อยากสื่อสารกับเขา</p>



<p><strong>เต้ :</strong> เราพยายามทำเยอะมากนะ ไอ้การแฮ็กอัลกอริทึมเนี่ย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แฮ็กอัลกอริทึม?</strong></h4>



<p><strong>เต้ :</strong> (พยักหน้า) เพราะส่วนใหญ่พวกเขาจะเชื่อตามหมู่เพื่อนหรือข้อมูลจากฝั่งตัวเอง ต่อให้มีข้อมูลจากสื่อหัวอื่นก็ไม่สามารถหักล้างได้ ดังนั้นการจะสื่อสารกับคนกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องยากมาก เราเลยคิดว่าสิ่งที่ทำได้และน่าจะเกิดผลที่สุดคือสื่อสารกับคนที่อยู่ตรงกลางมากกว่า กลุ่มนี้ผมว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่เราอยากพูดคุยด้วยมากที่สุด</p>



<p><strong>สินา </strong>: ซึ่งนั่นทำให้เราใช้วิธีสื่อสารแบบที่ธรรมดาที่สุดนั่นเอง อย่างเรื่องของเพนกวิน เราก็แค่บอกว่าเขาอดมากี่วันแล้ว เพื่อให้คนที่เข้ามาอ่านเริ่มรู้สึกอะไรบ้าง แต่ถ้าไม่อ่านเราก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ เพราะพอเราทำงานโดยวางตัวแบบนี้ หลายครั้งเราก็ต้องพูดด้วยน้ำเสียงกลางๆ เข้าไว้</p>



<p><strong>เฟิร์ส :</strong> แต่บางครั้งก็ไม่ ก็แล้วแต่สถานการณ์ด้วย</p>



<p><strong>บิว : </strong>เหมือนศิลปะปลดแอกเป็นคนหนึ่งที่มีหลายน้ำเสียงได้ เพราะในบางทีสิ่งที่เราพูดมันจะรุนแรงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้เสพ บางโพสต์เป็น fact ธรรมดาแต่คนกลับเข้ามาด่ากันยับ ดังนั้นมันอยู่ที่คนเสพเองด้วยว่าเชื่อข้อมูลแบบไหนก็ให้เขาตัดสินเองได้เลย แต่พวกเราเลือกแสดงออกแบบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/127551275_117816313476930_786728855246810445_n.jpg" alt="" class="wp-image-140153" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/127551275_117816313476930_786728855246810445_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/127551275_117816313476930_786728855246810445_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/127551275_117816313476930_786728855246810445_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/127551275_117816313476930_786728855246810445_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วพวกคุณคิดเห็นยังไงกับการเลือกแสดงออกทางศิลปะอย่างที่ตัวเองตั้งใจ แต่กลับโดนคุกคามทางกฎหมายแบบทุกวันนี้</strong></h4>



<p><strong>กระเดื่อง : </strong>ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปะหรอก ตอนนี้ทำอะไรก็โดนได้ทั้งนั้น เพราะมันผิดปกติตั้งแต่กฎหมายแล้ว ดังนั้นผมว่าเราควรจะมองที่ตัวกฎหมายมากกว่า ส่วนที่ว่าเป็นหรือไม่เป็นศิลปะมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เพราะอย่างที่พวกเราทำอยู่ก็ไม่ใช่การรวมตัวกันเพื่อทำงานศิลปะนะ แต่มันคือการรวมกลุ่มของคนที่สนใจการเมืองเพื่อทำงานผ่านความคิดสร้างสรรค์เฉยๆ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้างั้นศิลปะปลดแอกในความหมายของคุณคืออะไร</strong></h4>



<p><strong>สินา :</strong> ไม่รู้คนอื่นคิดยังไงนะ แต่ความเข้าใจของผม ศิลปะปลดแอกคือการเอาศิลปะมาใช้เพื่อการปลดแอก ดังนั้นโจทย์ไม่ใช่การสร้างศิลปะ โจทย์คือการปลดแอก ส่วนศิลปะเป็นเครื่องมือของการปลดแอกเท่านั้น</p>



<p><strong>บิว :</strong> อีกอย่างคือศิลปะไม่ได้จำกัดให้ศิลปินใช้อย่างเดียว ไม่ใช่แค่ศิลปินที่ทำงานศิลปะได้ ดังนั้นถ้าเรามีเรื่องที่อยากเล่า พวกเราก็มีสิทธิใช้คำว่าศิลปะในการเคลื่อนไหว</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เน้นความหมายของสิ่งที่ทำ ไม่ใช่วิธีการ</strong></h4>



<p><strong>เฟิร์ส :</strong> (พยักหน้า) เน้นการทำให้เห็น เพียงแค่เราทำแบบนี้อยู่ แล้วคุณล่ะ ทำอะไรอยู่</p>



<p><strong>สินา :</strong> ผมว่าทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ตรงกันนะ เพราะจากประสบการณ์ที่เจอกับผู้ชุมนุม ผมไม่เคยได้ยินบทสนทนาที่ถกกันเรื่องศิลปะด้วยซ้ำ ทุกคนเข้าใจโดยทันทีว่าเรื่องนั้นมันไม่ได้มีความหมายเท่ากับจุดประสงค์ของสิ่งที่เราทำ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-1024x683.jpg" alt="ศิลปะปลดแอก" class="wp-image-140154" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/15-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าอย่างนั้น พวกคุณมองศิลปะปลดแอกอยู่ตรงไหนของขบวนสังคมในปัจจุบัน</strong></h4>



<p><strong>เต้ :</strong> ผมมองว่าพวกเราเป็นเหมือนฝ่ายซัพพอร์ตมากกว่า เช่น ถ้าที่ไหนมีม็อบก็ทักเรามาได้ เผื่อจะช่วยเหลือทำอะไรร่วมกัน&nbsp;และถ้าเกิดมีประเด็นด่วนอย่างเรื่องของเพนกวิน เราก็จะหยิบขึ้นมาเล่าเพื่อเพิ่มมิติความสนใจของสื่อผ่านเครื่องมือศิลปะ</p>



<p><strong>สินา : </strong>แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่การวางแผนหรืออะไรนะครับ ส่วนใหญ่ที่ทำกันมาเป็นกรณีของการที่เรารู้ตัวว่ามีเครื่องมือที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เราก็ทำเลยโดยที่ยังใช้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ</p>



<p><strong>บิว :</strong> อีกอย่างคือเรารู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในปัจจุบันมันแทบไม่รู้แล้วนะว่ารูปขบวนอยู่ตรงไหน ดังนั้นเราไม่ได้วางตัวเองอยู่ในจุดไหนของการเคลื่อนไหวขนาดนั้น แต่ถ้าใครอยากขอความช่วยเหลือจากเรา ยกมือแล้วตะโกนเรียกศิลปะปลดแอก เราก็จะไป หรือถ้ามีโปรเจกต์ที่อยากพูดถึง เราก็แค่ยกมือ ดังนั้นเรารู้สึกว่ามันไม่มีรูปขบวนที่ชัดเจนนะ</p>



<p><strong>เฟิร์ส :</strong> สรุปคือศิลปะปลดแอกกำลังเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับขบวนเคลื่อนไหวของประชาชนนั่นแหละครับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-1024x683.jpg" alt="ศิลปะปลดแอก" class="wp-image-140155" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/4-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทราบมาว่ามีทีมงานของศิลปะปลดแอกกำลังถูกดำเนินคดีเพราะการแสดงออกอยู่ด้วย เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อพวกคุณไหม ต้องลดเพดานหรือเปล่า</strong></h4>



<p><strong>เอ๋ : </strong>คงไม่มีการลดเพดาน แต่ก็มีการประเมินความเสี่ยงมากขึ้นว่าเรื่องที่เราอยากสื่อสารมันคุ้มหรือไม่คุ้ม ซึ่งคุ้มในที่นี้หมายถึงว่าถ้าโดนจับเข้าคุกไปสัก 10 ปี แต่ถ้ามันเปลี่ยนแปลงอะไรได้นี่ก็อาจจะคุ้ม แต่ถ้าเกิดว่าเข้าคุกไปแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น บางทีอยู่ข้างนอกอาจทำประโยชน์มากกว่า เราเลยระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่เรื่องที่ควรต่อสู้อย่างกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม พวกเราก็ยังเลือกออกมาสื่อสารเหมือนเดิมแม้จะเสี่ยงก็ตาม</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อะไรผลักดันให้พวกคุณยอมเสี่ยงขนาดนั้น</strong></h4>



<p><strong>บิว : </strong>สำหรับเรา ในเมื่อกฎหมายสามารถถูกใช้แบบผิดๆ ได้ ดังนั้นมันมีโอกาสที่จะลามไปเรื่องอื่นๆ ได้เช่นกัน ถึงเลือกที่จะไม่เสี่ยงมันก็ไม่มีอะไรการันตีว่าวันหนึ่งกฎหมายจะมาถึงเราไหมอยู่ดี ดังนั้นเราเลือกทำดีกว่า ถึงทำไปแบบระมัดระวังแต่ไม่ใช่เพราะกลัว เพราะว่ากันตามจริงเราไม่กลัวโดนจับนะ แต่เราแค่ระมัดระวังเพื่อปิดช่องไม่ให้เขาใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมกับเราเท่านั้นเอง</p>



<p><strong>สินา :</strong> แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องง่ายมากเลยนะ คือถ้าเชื่อว่าสิ่งที่ทำมันถูกต้อง ผมก็ทำ จบ</p>



<p>ถ้าต้องการหยุดการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหรือสถาบันต่างๆ ในสังคมที่มีปัญหา ถึงคนอื่นจะมองด้วยแว่นตาว่าไม่พูดดีกว่า ปลอดภัยกว่า แต่ผมไม่อยากใส่แว่นตานั้น เพราะถ้าทุกคนคิดแบบนั้น ศิลปะปลดแอกคงไม่เกิดขึ้นมาแบบทุกวันนี้</p>



<p>ก่อนหน้านี้ผมเคยอยู่ในกลุ่มที่พยายามดึงศิลปินที่พูดเรื่องการเมืองมารวมกันหลายกลุ่มเลยนะ แต่ทุกครั้งมันล้มหมดเพราะไปติดเพดานหรือการแปะป้ายของบางคนต่องานศิลปะ แต่พอมาเจอศิลปะปลดแอก สิ่งเหล่านั้นมันหายไปแล้ว ทุกคนคือคนเท่ากัน ถึงมีบางทีที่เราถกเถียงกันแต่ทุกคนก็เชื่อในการลงมือทำมากกว่า</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คำถามสุดท้าย ถ้าให้สรุปในนามของการเป็นส่วนหนึ่งในศิลปะปลดแอก สิ่งเหล่านี้เติมเต็มพวกคุณได้ยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong>เต้ :</strong> โดยส่วนตัวผม ผมคิดว่าถ้าไม่ใช่ช่วงเวลานี้ที่จะแสดงออก มันก็ไม่มีช่วงเวลาไหนแล้ว สิ่งที่ทำตรงนี้เป็นอิสระของผมจริงๆ ที่จะได้พูดเรื่องที่ไม่สามารถคุยกับใครได้มานาน มันทำให้ชีวิตผมไม่ซึมเศร้านัก</p>



<p><strong>สินา :</strong> ผมว่ามันทำให้ผมรู้สึกไม่เหงา อย่างตอนที่เราเกรี้ยวกราดทางการเมืองมากๆ ศิลปะปลดแอกทำให้ผมรู้สึกว่ามีคนที่คิดเหมือนกันอยู่รอบๆ มันทำให้รู้สึกไม่เดียวดาย และยิ่งเราได้ช่วยทำอะไรบางอย่างในฐานะประชาชนคนหนึ่ง มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์</p>



<p><strong>บิว :</strong> เรารู้สึกเติมเต็มนะ เพราะถ้าจินตนาการว่าเราทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียว เราว่ามันเหนื่อยและท้อเกินไป แต่พอรวมกลุ่มกันทำ พลังที่จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จก็เกิดขึ้น เราชอบในจุดนี้</p>



<p><strong>เฟิร์ส : </strong>เมื่อก่อนเวลาทำงานเรามีปัญหาเรื่อง self-sensitive คือไม่กล้าพอที่จะพูดถึงเรื่องการเมืองอย่างตรงไปตรงมาในตัวงาน แต่พอมาอยู่ศิลปะปลดแอก ทุกอย่างในนี้ทำให้เรากล้ามากขึ้น เราสามารถพูดสิ่งที่อยากพูดได้ คล้ายกับที่นี่เสริมพลังให้เรา</p>



<p><strong>เอ๋ : </strong>ที่นี่สร้างช่วงเวลาให้เรารู้สึกว่าตัวเองได้เจอคนเก่งมากมายไปหมด แล้วยังเป็นคนกลุ่มที่มีเป้าหมายต่อสังคมและมีชีวิตที่ใกล้เคียงกันอีก ทุกอย่างผลักดันเราให้ไปไกลกว่าที่ตัวเองเคยคิดว่าจะไปได้ ยิ่งเราเป็นศิลปินคนหนึ่งที่ใช้ศิลปะการละคร เรารู้สึกว่าไม่มีช่วงเวลาไหนอีกแล้วที่จะได้ทำงานในพื้นที่จริง คนดูจริง และมีคนที่ได้รับพลังจากผลจากงานของเราอยู่จริงๆ แบบตอนนี้</p>



<p>ดังนั้นไม่มีเวทีไหนสำคัญกับชีวิตเรามากเท่าเวทีนี้อีกแล้ว ทั้งในฐานะศิลปินและประชาชนคนหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-1024x683.jpg" alt="ศิลปะปลดแอก" class="wp-image-140157" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/8-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>Call Out By Your Name คือซีรีส์ที่รวมการต่อสู้เรียกร้องในนามประชาชนผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมและได้รับผลกระทบจากรัฐในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ติดตามตอนต่อไปที่หน้าเว็บไซต์และทุกช่องทางของ a day</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/freearts-calloutbyyourname/">“ถ้าสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ยังไงมันก็คุ้ม“ ว่าด้วยศิลปะและการเมืองกับทีมศิลปะปลดแอก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อย่ารอให้ปัญหาเกิดกับตัวเองแล้วค่อยพูด“ คุยกับบะหมี่ จากแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bamee-calloutbyyourname/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jul 2021 10:36:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Call Out By Your Name]]></category>
		<category><![CDATA[กูจะเปิดมึงจะทำไม]]></category>
		<category><![CDATA[call out]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คราฟต์เบียร์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[การเยียวยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=139835</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแง่ข้อเท็จจริง บะหมี่–ประภาวี เหมทัศน์ ไม่ได้ทำร้านอาหาร เธอมีอาชีพเป็นตัวแทนจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทยในชื่อบริษัท Group B Beer แม้เป็นอาชีพที่เกี่ยวพันกันอยู่บ้าง แต่ว่ากันตามตรงก็ไม่จำเป็นเลยที่บะหมี่ต้องออกมาผลักดันแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อธิบายให้เข้าใจอย่างง่าย เพราะเธอเห็นว่ามาตรการปิดร้านอาหารนั้นเป็นการกระทำที่เกินจำเป็น หนำซ้ำยังเป็นการผลักภาระให้ผู้ประกอบการโดยไร้การเยียวยา เมื่อมาตรการล็อกดาวน์ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้ง บะหมี่จึงเลือกออกมาผลักดันแคมเปญนี้เพื่อให้รัฐเห็นว่าการจัดการจากเบื้องบนนั้นห่างไกลจากคำว่ามีประสิทธิภาพ หลังจากที่เธอโพสต์ออกไป ผลปรากฏว่าร้านอาหารจากทั่วประเทศรวมถึงประชาชนทั่วไปเห็นด้วยกับไอเดียนี้เยอะมาก จนเกิดเป็นเครือข่ายย่อมๆ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญ แม้สุดท้ายแคมเปญนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะความรุนแรงของโรคระบาดที่รัฐไร้ประสิทธิภาพในการควบคุม แต่หนึ่งเสียงในวันนั้นของบะหมี่ก็ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม คอนเนกชั่นที่เธอสร้างกำลังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร้านที่เข้าร่วม รวมถึงยังทำให้ความไม่เป็นธรรมเป็นที่พูดถึงมากขึ้นในโมงยามที่ประเทศขับเคลื่อนด้วยการส่งเสียงเช่นนี้ จากสิ่งที่ทำบะหมี่ทำทั้งหมดนี้เอง เราจึงติดต่อไปพูดคุยกับเธอเพื่ออัพเดตถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ร้านอาหารและแวดวงคราฟต์เบียร์ไทยต้องเจอ รวมถึงคำถามสำคัญที่ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้เธอออกมาสู้และพูดในประเทศที่คนเห็นต่างจากรัฐมักถูกเพ่งเล็งอยู่เสมอ น่าเสียดายที่การสนทนาของเราต้องเกิดขึ้นผ่านระบบออนไลน์เพราะการระบาดของโรคภัย แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องที่เราคุยกันล้วนเกี่ยวข้องกับโลกออฟไลน์ทั้งสิ้น โลกที่กำลังมีคนลำบากจริง เจ็บจริง และตายจริง ยอดผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเล็กๆ ในกรอบสีพื้นๆ อย่างที่เบื้องบนพยายามสื่อสาร โลกที่แม้เรื่องของพวกเขาอาจไม่เกี่ยวกับคุณ แต่มันจำเป็นเหลือเกินที่คุณต้องรู้ว่าข้างนอกนั่นกำลังมีเพื่อนมนุษย์ที่ลำบากและอยู่รอดได้ยากเพราะการบริหารงานอันล้มเหลวของรัฐ เริ่มต้นโดยย้อนความกันสักนิดหนึ่ง งานของคุณเกี่ยวข้องกับร้านอาหารขนาดไหน เราทำธุรกิจโดยเป็นตัวแทนจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทย ดังนั้นลูกค้าหลักของเราเลยเป็นร้านอาหาร ร้านคราฟต์เบียร์ หรือร้านกาแฟ นับรวมๆ แล้วก็ 200-300 ร้านทั่วประเทศ โดยเราเพิ่งลาออกจากงานประจำมาทำบริษัทเต็มตัวเมื่อช่วงกลางปี 2562 นี้เอง เพราะเป็นช่วงที่วงการคราฟต์เบียร์ไทยกำลังโตพอดี บริษัทเริ่มมีที่ทาง เริ่มจับจุดได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bamee-calloutbyyourname/">“อย่ารอให้ปัญหาเกิดกับตัวเองแล้วค่อยพูด“ คุยกับบะหมี่ จากแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในแง่ข้อเท็จจริง <strong>บะหมี่–ประภาวี เหมทัศน์</strong> ไม่ได้ทำร้านอาหาร เธอมีอาชีพเป็นตัวแทนจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทยในชื่อบริษัท Group B Beer แม้เป็นอาชีพที่เกี่ยวพันกันอยู่บ้าง แต่ว่ากันตามตรงก็ไม่จำเป็นเลยที่บะหมี่ต้องออกมาผลักดันแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา</p>



<p>อธิบายให้เข้าใจอย่างง่าย เพราะเธอเห็นว่ามาตรการปิดร้านอาหารนั้นเป็นการกระทำที่เกินจำเป็น หนำซ้ำยังเป็นการผลักภาระให้ผู้ประกอบการโดยไร้การเยียวยา เมื่อมาตรการล็อกดาวน์ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้ง บะหมี่จึงเลือกออกมาผลักดันแคมเปญนี้เพื่อให้รัฐเห็นว่าการจัดการจากเบื้องบนนั้นห่างไกลจากคำว่ามีประสิทธิภาพ</p>



<p>หลังจากที่เธอโพสต์ออกไป ผลปรากฏว่าร้านอาหารจากทั่วประเทศรวมถึงประชาชนทั่วไปเห็นด้วยกับไอเดียนี้เยอะมาก จนเกิดเป็นเครือข่ายย่อมๆ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202816359_799888987379281_199057698745385187_n.jpg" alt="กูจะเปิดมึงจะทำไม" class="wp-image-139863" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202816359_799888987379281_199057698745385187_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202816359_799888987379281_199057698745385187_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202816359_799888987379281_199057698745385187_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/202816359_799888987379281_199057698745385187_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<p>แม้สุดท้ายแคมเปญนี้จะไม่เกิดขึ้นเพราะความรุนแรงของโรคระบาดที่รัฐไร้ประสิทธิภาพในการควบคุม แต่หนึ่งเสียงในวันนั้นของบะหมี่ก็ทำให้เกิดแรงกระเพื่อม คอนเนกชั่นที่เธอสร้างกำลังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร้านที่เข้าร่วม รวมถึงยังทำให้ความไม่เป็นธรรมเป็นที่พูดถึงมากขึ้นในโมงยามที่ประเทศขับเคลื่อนด้วยการส่งเสียงเช่นนี้</p>



<p>จากสิ่งที่ทำบะหมี่ทำทั้งหมดนี้เอง เราจึงติดต่อไปพูดคุยกับเธอเพื่ออัพเดตถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ร้านอาหารและแวดวงคราฟต์เบียร์ไทยต้องเจอ รวมถึงคำถามสำคัญที่ว่าอะไรคือแรงผลักดันให้เธอออกมาสู้และพูดในประเทศที่คนเห็นต่างจากรัฐมักถูกเพ่งเล็งอยู่เสมอ</p>



<p>น่าเสียดายที่การสนทนาของเราต้องเกิดขึ้นผ่านระบบออนไลน์เพราะการระบาดของโรคภัย แต่ถึงอย่างนั้น เรื่องที่เราคุยกันล้วนเกี่ยวข้องกับโลกออฟไลน์ทั้งสิ้น</p>



<p>โลกที่กำลังมีคนลำบากจริง เจ็บจริง และตายจริง ยอดผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเล็กๆ ในกรอบสีพื้นๆ อย่างที่เบื้องบนพยายามสื่อสาร</p>



<p>โลกที่แม้เรื่องของพวกเขาอาจไม่เกี่ยวกับคุณ แต่มันจำเป็นเหลือเกินที่คุณต้องรู้ว่าข้างนอกนั่นกำลังมีเพื่อนมนุษย์ที่ลำบากและอยู่รอดได้ยากเพราะการบริหารงานอันล้มเหลวของรัฐ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="945" height="709" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215210298_302533394890360_2092296999065144440_n.jpg" alt="กูจะเปิดมึงจะทำไม" class="wp-image-139864" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215210298_302533394890360_2092296999065144440_n.jpg 945w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215210298_302533394890360_2092296999065144440_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215210298_302533394890360_2092296999065144440_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215210298_302533394890360_2092296999065144440_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 945px) 100vw, 945px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เริ่มต้นโดยย้อนความกันสักนิดหนึ่ง งานของคุณเกี่ยวข้องกับร้านอาหารขนาดไหน</h4>



<p>เราทำธุรกิจโดยเป็นตัวแทนจำหน่ายคราฟต์เบียร์ไทย ดังนั้นลูกค้าหลักของเราเลยเป็นร้านอาหาร ร้านคราฟต์เบียร์ หรือร้านกาแฟ นับรวมๆ แล้วก็ 200-300 ร้านทั่วประเทศ โดยเราเพิ่งลาออกจากงานประจำมาทำบริษัทเต็มตัวเมื่อช่วงกลางปี 2562 นี้เอง เพราะเป็นช่วงที่วงการคราฟต์เบียร์ไทยกำลังโตพอดี บริษัทเริ่มมีที่ทาง เริ่มจับจุดได้ จนทำยอดขายแตะ new high เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ก่อนที่เดือนมีนาคมจะเกิดการสั่งปิดร้านอาหาร ยอดขายเราตกลงมา 70 เปอร์เซ็นต์ทันที และลากยาวมาจนถึงตอนนี้&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะของคนที่ต้องร่วมงานกับร้านอาหารและบาร์เกือบทั่วประเทศ คุณเห็นอะไรบ้างในภาวะที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมานี้</h4>



<p><strong></strong>เราเห็นผู้ประกอบการหลายคนมากที่ประสบปัญหาจนเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในสเกลเล็กแต่กำลังโตหรือร้านที่กำลังขยายสาขา พวกเขาพยายามปรับตัวแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดด้านทุนและอาหารที่เขาทำมันก็ทำให้หลายร้านต้องเจอปัญหาอยู่ดี&nbsp;</p>



<p>ซึ่งถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกร้านเชื่อฟังมาตรการของรัฐบาลมาตลอดนะ หลายร้านยังคงรักษาคนของตัวเองอย่างมีคุณภาพ น้อยคนมากที่ยอมปิดหนี เพราะการสร้างร้านอาหารขึ้นมาได้มันเป็นเครื่องพิสูจน์อยู่แล้วว่าเจ้าของร้านเป็นคนที่มีความรับผิดชอบขนาดไหน นี่ไม่ใช่อาชีพที่ทำเล่นๆ ได้ ดังนั้นจึงแทบไม่มีเจ้าของคนไหนเลยที่ปล่อยให้ร้านอาหารและคนของตัวเองที่สร้างมากับมือต้องจบลงไปง่ายๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ร้านที่เราพูดถึงนี้หลายๆ ร้านต้องปิดตัวลงแล้ว พวกเขาไม่ไหวแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของค่าเช่า ค่าจ้าง หรือรายรับ-รายจ่าย แต่เราว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดเรื่องนี้มันคือความรู้สึกในใจมากกว่า พวกเขาถึงขีดสุดแล้วจริงๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-139865" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-1536x1152.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n-600x450.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213368857_352871143163924_907475643557633125_n.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">เหมือนยอมแพ้</h4>



<p>ไม่ใช่แบบนั้น ใช้คำว่าหยุดพักดีกว่า เพราะจากที่เราคุยมากับหลายๆ ร้าน แทบทุกร้านอยากทำอาชีพนี้ต่อ แต่เขาไม่ไหวกับมาตรการรอบล่าสุดเลยขอหยุดพักก่อน เพราะค่าใช้จ่ายในช่วงนี้มันไม่มีทางคุ้มแน่ๆ แต่เราเชื่อว่าพวกเขาไม่ยอมแพ้หรอก สู้มาขนาดนี้ ยอมกัดเนื้อตัวเองมาขนาดนี้ แทบทุกคนยืนยันว่าจะสู้ต่อ เพราะถ้าไม่สู้ สิ่งที่อดทนกันมามันก็จะไม่เหลืออะไรเลย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณรู้สึกยังไงเวลาเห็นคนมาคอมเมนต์ร้านอาหารที่ต้องปิดว่า ‘ก็แล้วทำไมไม่ปรับตัว ทำไมไม่ทำเดลิเวอรี’</h4>



<p><strong></strong>โดยส่วนตัวเราว่าคนที่พูดแบบนี้คือคนที่ไม่เคยลองเอาตัวเองมามองในมุมคนอื่น เพราะในความเป็นจริงคือหลายร้านมากๆ ที่ปรับตัวแล้ว ลองมองไปในตลาดเดลิเวอรีตอนนี้สิ คุณมีตัวเลือกมากขึ้นกว่าพันร้านเลยนะ ดังนั้นเชื่อเถอะว่าร้านอาหารปรับตัวแล้ว แต่คุณอยากให้เขาปรับไปแค่ไหนอีกล่ะ นี่ยังไม่ได้พูดถึงคนที่ร่ำเรียนมาเพื่อขายอาหารจานละ 200 แต่ต้องปรับมาขายข้าวผัดจานละ 50 นะ หรือร้านที่ประเภทอาหารมันทำเดลิเวอรีไม่ได้จริงๆ คุณเคยคิดถึงความเจ็บปวดของพวกเขาบ้างไหม&nbsp;</p>



<p>(นิ่งคิด) แต่เราว่าตอนนี้คนไม่น่าจะพูดถึงประเด็นนี้แล้วแหละ เพราะหลายคนที่เคยคอมเมนต์แบบนั้นก็กำลังเจอปัญหาแบบเดียวกันกับอาชีพตัวเองแล้ว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-1024x768.jpeg" alt="กูจะเปิดมึงจะทำไม" class="wp-image-139866" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-1536x1152.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n-600x450.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/213825346_988180135309064_8699595036173895481_n.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในมุมคุณเอง คุณมีความเห็นต่อมาตรการสั่งปิดร้านอาหารของรัฐว่ายังไงบ้าง</h4>



<p><strong></strong>ถ้ามองที่มาตรการล็อกดาวน์ครั้งแรกช่วงต้นปีที่แล้ว เราว่ารัฐใช้มาตรการที่รุนแรงเกินไป เพราะจากตัวอย่างในต่างประเทศ ถ้าผู้ติดเชื้อยังไม่ถึงหลักพัน มันมีอีกหลายวิธีการที่รัฐสามารถควบคุมได้โดยไม่ต้องสั่งปิดร้านอาหารหรือห้ามขายเหล้า-เบียร์ เหมือนรัฐใช้ยาแรงในช่วงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ผู้ประกอบการก็ยอมให้ความร่วมมือจนหมดความอดทนหรือเรี่ยวแรงที่ควรจะใช้ในช่วงที่หนักจริงๆ อย่างตอนนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">ระหว่างที่ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้น รัฐมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารบ้างไหม</h4>



<p>ถ้าแบบโดยตรงก็ไม่เคยมี แต่ที่ชัดเจนคือ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ ที่เยียวยา 3 เดือน เดือนละ 5,000 บาทที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ มันเป็นการเยียวยาที่มีเงื่อนไขที่โคตรงง คล้ายๆ กับการชิงโชค ทั้งที่ในความเห็นเราคือทุกคนควรได้และต้องได้อย่างเหมาะสมด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-1024x768.jpg" alt="กูจะเปิดมึงจะทำไม" class="wp-image-139867" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/214185676_842624396685025_8229615632646166624_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทั้งหมดนี้เลยเป็นที่มาของแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’</h4>



<p><strong></strong>(พยักหน้า) ทั้งหมดนี้ทำให้เราโกรธมาก เพราะเรารู้สึกว่าไอ้ความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นมันไม่แฟร์เลย ทุกคนคือคนที่ทำมาหากินและเสียภาษีให้คุณ หนำซ้ำมันก็พิสูจน์มาหลายรอบแล้วว่าการปิดร้านอาหารไม่ได้ช่วยให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง วันหนึ่งด้วยความโกรธเราเลยลองพยายามร่างแคมเปญนี้ขึ้นมา ลองคุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่ทำร้านอาหารว่าสามารถทำอารยะขัดขืนต่อมาตรการได้ไหม จนเราได้แผนงานคร่าวๆ ที่เป็นเหมือนกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เราจึงโพสต์ออกไป ก็กลายเป็นว่าคนแชร์ต่อกัน มีหลายคนมาร่วมลงชื่อสนับสนุน&nbsp;</p>



<p>แม้สุดท้ายแผนทั้งหมดต้องหยุดไปก่อน เพราะด้วยสถานการณ์ตอนนี้ปัญหาของโรคมันลุกลามไปไกลและร้ายแรงกว่าเดิมในหลายมิติแล้ว แต่เราก็ไม่ได้ปล่อยให้มันจบไปเสียทีเดียวนะ เรายังเอารายชื่อที่เป็นเหมือนเครือข่ายร้านอาหารตรงนี้ไปใช้ต่อ เช่น เอาไปเข้าแคมเปญช่วยเหลือของแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เป็นต้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">แม้จะไม่เกิดขึ้นจริงแต่ก็สร้างประโยชน์ได้</h4>



<p>ใช่ และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือมันทำให้คนหันมาสนใจปัญหานี้เยอะขึ้น เราเองก็ได้ด่ารัฐบาลออกสื่อทุกวัน อันนี้เป็นความดีใจส่วนตัว (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/216920874_244599127479820_6555379640382773102_n.jpg" alt="" class="wp-image-139868" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/216920874_244599127479820_6555379640382773102_n.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/216920874_244599127479820_6555379640382773102_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/216920874_244599127479820_6555379640382773102_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในส่วนของวงการคราฟต์เบียร์ไทยที่คุณทำอยู่ล่ะ มีผลกระทบอะไรที่คนภายนอกนึกไม่ถึงบ้างไหม</h4>



<p><strong></strong>เราว่าต้องเปรียบเทียบกับเจ้าใหญ่ที่ทำเบียร์ในไทย หลายคนน่าจะนึกออกว่าเจ้าใหญ่นั้นเขามีแหล่งกระจายสินค้าที่มากกว่าอยู่แล้ว นอกจากร้านอาหารพวกเขายังมีร้านชำ ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้า ต่างจากธุรกิจคราฟต์เบียร์ที่ช่องทางหลักคือร้านอาหารหรือบาร์ที่คิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ดังนั้นพอภาครัฐสั่งให้ปิด รายได้เราหายไปทันที และยิ่งด้วยธรรมชาติของสินค้าเราที่คนมักเลือกเพื่อเสพบรรยากาศร้าน การซื้อแบบ take away จึงเป็นไปได้ยากกว่าด้วย</p>



<p>รวมถึงในแง่การนำเข้า ที่ปกติกรมศุลกากรจะเก็บภาษีนำเข้าก่อนสินค้ามาถึง เราเลยต้องจ่ายไปก่อน เพื่อจะพบว่าพอคราฟต์เบียร์มาถึงเราแทบจะไม่มีช่องทางการขาย ยิ่งคราฟต์เบียร์เป็นสินค้าที่มีอายุสั้น ผลกระทบเลยเกิดกับเราในเรื่องนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบอะไร แม้เราจะจ่ายภาษีไปแล้วก็ตาม</p>



<p>นี่เลยเป็นที่มาที่ทำให้กลุ่มคราฟต์เบียร์ไทยรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อรัฐตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เรียกได้ว่ายื่นก่อนชาวบ้านเลย เพราะในขณะที่คนอื่นยังพออดทนได้ แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเรามันหนักตั้งแต่แรก คนทำคราฟต์เบียร์ไม่สามารถโพสต์ขายออนไลน์ได้ด้วยซ้ำเพราะผิดกฎหมาย เราจึงพยายามพูดเรื่องนี้มาตลอด และพยายามยื่นเรื่องเข้าสภาเพื่อแก้กฎหมาย เพราะมันไม่มีความเป็นธรรมเลยในการทำอาชีพนี้ในบ้านเมืองนี้</p>



<p>ยิ่งย้อนคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่มากนะ ด่าจนไม่รู้จะด่าว่าอะไรแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/212115307_184440173570093_5592449907372306205_n.jpg" alt="" class="wp-image-139869" width="462" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/212115307_184440173570093_5592449907372306205_n.jpg 616w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/212115307_184440173570093_5592449907372306205_n-241x300.jpg 241w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/212115307_184440173570093_5592449907372306205_n-600x748.jpg 600w" sizes="(max-width: 462px) 100vw, 462px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเห็นทางออกของเรื่องเหล่านี้บ้างไหม</h4>



<p><strong></strong>ถ้านับถึงตอนนี้สารภาพว่าเราไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเท่าไหร่ เพราะที่พยายามสื่อสารอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะมันเป็นช่องทางการแสดงออกไม่กี่อย่างแล้วที่ประชาชนอย่างเราสามารถทำได้ อย่างแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’ ก็ถือว่าใช่ นี่เป็นการใช้สิทธิในการอารยะขัดขืนที่ปกติมากในสังคมโลก&nbsp;</p>



<p>เพราะในเมื่อไม่มีทางไหนแล้ว ยื่นหนังสือกันมาเป็นร้อยรอบแล้ว ต่อสู้ด้วยกฎหมายมาก็แล้ว ร้านอาหารออกมาพูดก็แล้ว หรือมีคนฆ่าตัวตายแล้ว แต่ถ้าถึงขนาดนี้ภาครัฐยังไม่ทำอะไร เราคิดว่าการจับมือกันของภาคประชาชนเป็นทางเดียวแล้วที่เราจะอยู่รอดได้ ดังนั้นเมื่อคิดได้แบบนี้เราก็ทำ เราจะสู้แบบหมาจนตรอก เราจะกล้าพูดในสิ่งที่ทุกคนก็คิด</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วถ้าการเมืองดี สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นกับร้านอาหารและวงการคราฟต์เบียร์ไทยตอนนี้จะเป็นยังไง</h4>



<p>รัฐควรออกมาตรการที่คำนึงถึงมิติเศรษฐกิจและความอยู่รอดของคนอย่างเท่าเทียมมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่การเลือกปฏิบัติต่อบางสถานที่หรือบางกลุ่มคนเหมือนเช่นปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ยืนยันอีกครั้งว่าเราไม่ได้ต่อต้านการปิดนะ ถ้าการระบาดของโรคมันควบคุมไม่ได้แล้วต้องปิด เราเชื่อว่าร้านอาหารทุกร้านยินดีให้ความร่วมมือ ยิ่งถ้าสั่งปิดแล้วมีการเยียวยาทันที เราว่าปัญหามันจะจบเลย ไม่มีคนออกมาเรียกร้องอะไรหรอก แต่ความเป็นจริงตอนนี้คือการเยียวยามันจิ๊บจ๊อยหอยมดมาก ดังนั้นถ้าไม่มีปัญญาเยียวยา เราว่าคุณก็ปล่อยให้ร้านอาหารดูแลตัวเองไหม เราปรับตัวกันได้อยู่แล้ว และคนเขาก็รู้กันแล้วว่าทุกวันนี้ที่ติดกันเยอะๆ เพราะอะไร ไม่ใช่ปล่อยให้ผิดที่คนรวยแต่มาซวยที่คนจนแบบนี้</p>



<p>มันแย่ไปหมดเลย ซึ่งนี่ยังไม่นับถึงวัคซีนอีก แต่เรื่องนี้เดี๋ยวให้ฝ่ายหมอเขาด่าแล้วกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="701" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-1024x701.jpeg" alt="" class="wp-image-139870" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-1024x701.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-300x205.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-768x525.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-1536x1051.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1-600x410.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/206743137_2756886701231408_2424062806658859818_n-1.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">การมีแพสชั่นในบ้านเมืองที่รัฐโคตรจะไม่เอื้อต่อความฝันแบบนี้ทำให้คุณรู้สึกยังไง</h4>



<p><strong></strong>(ถอนหายใจยาว) ก่อนหน้านี้เราไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะ เราเป็นคนที่รู้สึกกับเรื่องต่างๆ ช้าด้วยซ้ำ เราไม่เคยเข้าใจความโกรธและความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์รอบตัวเลย จะโกรธและเจ็บปวดก็ต่อเมื่อมีคนมาทำต่อเราโดยตรงเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าทุกวันนี้มันไม่ใช่แล้ว เพราะด้วยสถานการณ์ในประเทศที่หนักมาก เราได้เรียนรู้ถึงความเจ็บปวดและความอัดอั้นแล้วจากการที่ต้องเห็นปัญหาแต่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งมันมากกว่าความเจ็บปวดที่มีต่อตัวเองหลายเท่า ซึ่งพอคิดและรู้สึกแบบนี้ เราเลยไม่เข้าใจว่าทำไมเบื้องบนเขาถึงมองไม่เห็นวะ</p>



<p>เพราะคิดดูสิว่าถ้าเขาเห็น ชีวิตเขา ชีวิตลูกหลานเขา หรือชีวิตของคนในประเทศที่มีความฝันจะดีมากกว่านี้ได้ขนาดไหน แต่นี่ทำไมถึงไม่เห็น คุณไม่เห็นได้ยังไง จิตสำนึกคุณไปไหน เราไม่เข้าใจเลย มันทำให้เราเจ็บปวด โกรธ และตั้งคำถามมากกว่าเดิมว่าทำไมเราต้องทนกับอะไรแบบนี้ด้วย ทำไมต้องมาสู้ในเรื่องที่โคตรจะไม่เมกเซนส์ นี่ถ้าเราอยากทำอาชีพนี้ต่อเราต้องย้ายประเทศเหรอ ช่วงนี้เราเลยตั้งคำถามด้วยความโกรธและความเจ็บปวดเยอะแยะไปหมดเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วคุณตอบตัวเองได้หรือยังว่าที่สู้อยู่ทุกวันนี้เพราะอะไร</h4>



<p>(นิ่งคิดนาน) เราเพิ่งตกผลึกเรื่องนี้จากการฟัง<a href="http://adaymagazine.com/lg-talk">ครูลูกกอล์ฟ</a>พูดคุยกับกับอาจารย์ประจักษ์และอาจารย์เข็มทอง<a href="https://fb.watch/v/1RACY4Roq/">ในเฟซบุ๊กเรื่องประชาธิปไตย</a>เมื่อไม่นานมานี้เอง ว่าไอ้ความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นเหมือนด่านทดสอบว่าเราจะยึดถือหลักการประชาธิปไตยได้นานแค่ไหน&nbsp;</p>



<p>ถึงทุกวันนี้เราจะคิดว่ามันมีทางที่จะทำให้รัฐเผด็จการออกไปโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง แต่นั่นก็เท่ากับเราทิ้งหลักการประชาธิปไตยของตัวเอง ดังนั้นเราเลยจำเป็นต้องสู้ต่อ เราอยากใช้ชีวิตต่อในสังคมนี้โดยยังคงเดินตามเกม เดินตามกฎ เพื่อเฝ้ารอดูคนที่มันไม่เดินตามกฎเกณฑ์สะดุดขาตัวเองล้มตาย&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่ามันจะเป็นการรอคอยที่เจ็บปวดตลอดทางแน่ๆ แต่เราก็ไม่อยากทำอะไรที่เกินกติกา เพราะเราไม่อยากกลายเป็นแบบเดียวกับเขา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-139872" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/215373798_3750462481721620_1404677282430006630_n-1.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าให้สรุปในฐานะของคนที่เคยออกมาผลักดันแคมเปญจนมีประชาชนทั่วไปเข้าร่วมด้วย คุณว่าในโมงยามนี้การที่คนออกมาพูดถึงปัญหาแม้ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง มันสำคัญยังไง</h4>



<p>เราคิดว่าด้วยวัฒนธรรมไทย ก่อนหน้านี้มันทำให้เวลาเราจะพูดถึงปัญหาเราต้องพูดอ้อมๆ พูดแบบน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่ปัญหามีมากมายขนาดนี้ เราว่าการที่ออกมาพูดถึงปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ใช้ข้อมูลและเหตุผล มันกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นทุกทีแล้ว</p>



<p>มันหมดยุคของการเตะโต๊ะแล้วไปด่าโต๊ะว่าทำให้เราเจ็บ คุณจะด่าคนอื่นได้ก็ต่อเมื่อมีคนมาเตะคุณ ดังนั้นเราว่าคุณออกมาพูดเถอะแม้มันจะไม่เกี่ยวกับคุณ เพราะแม้ยังไม่มีใครเตะคุณแต่ในขณะเดียวกันมันก็มีคนนิสัยไม่ดีที่ไล่เตะคนอื่น ลองดูจากสิ่งที่เราทำอยู่ก็ได้ที่ตอนแรกมีแค่กลุ่มคราฟต์เบียร์ที่ไปเรียกร้อง แต่พอกลุ่มอื่นๆ เดือดร้อนถึงค่อยๆ เริ่มมีคนออกมาพูด ซึ่งบางทีมันอาจช้าเกินจนเกิดผลแบบที่เห็นทุกวันนี้ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้คุณออกมาพูดเถอะ เพราะแม้จะไม่ใช่เรื่องของคุณแต่ถ้าวันหนึ่งปัญหามาถึงตัวคุณ ตอนนั้นก็ไม่รู้แล้วว่าคุณจะยังแก้มันได้ไหม </p>



<p>และคนเราอยู่กันเป็นระบบนิเวศ ดังนั้นเชื่อเถอะว่าถ้าปล่อยปัญหาไว้ ยังไงมันก็มาถึงคุณในสักวัน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>Call Out By Your Name คือซีรีส์ที่รวมการต่อสู้เรียกร้องในนามประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากรัฐในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ติดตามตอนต่อไปที่หน้าเว็บไซต์และทุกช่องทางของ a day</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bamee-calloutbyyourname/">“อย่ารอให้ปัญหาเกิดกับตัวเองแล้วค่อยพูด“ คุยกับบะหมี่ จากแคมเปญ ‘กูจะเปิดมึงจะทำไม’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
