<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Movement &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/movement-life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/movement-life/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 13 Jul 2023 08:02:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>อากาศสะอาดเป็นสิทธิของทุกคน คุยกับ Thailand CAN ดันเรื่องสิทธิให้รู้ทันนโยบายหาเสียง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thailand-clean-air-network/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ThailandCAN]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างพรบอากาศสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166592</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพวาดของเด็กน้อยชั้นอนุบาลสามกำลังเล่าความฝันในจินตนาการผ่านกระดาษเล็กๆ หนึ่งแผ่น ในนั้นมีรูปยานอวกาศลำใหญ่ที่เขากำลังขับยานพุ่งออกจากโลก เมื่อถามเด็กน้อยคนนั้นว่า ความหมายของภาพคืออะไร เขาตอบว่า อยากหนีออกไปจากโลกนี้ ไม่ใช่เพราะมีสัตว์ประหลาดบุกโลกหรืออยากท่องอวกาศ แต่เป็นเพราะอากาศในไทยเป็นพิษจนทำให้เขามีผื่นแดงขึ้นทั้งตัว และหนักถึงขั้นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง เด็กน้อยคนนั้นคือ หลานของ รศ. ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย (Thailand Clean Air Network: Thailand CAN) ผู้ร่วมริเริ่มการทำร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ฉบับประชาชน คนึงนิจเล่าให้ฟังว่า หลานชายวาดรูปดังกล่าวในช่วงที่ตัวเลขค่าฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมาอย่างหนัก รวมถึงเขาเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ร่างกายเปราะบางง่ายกว่าคนอื่น เมื่อเจอฝุ่นมลพิษที่รุนแรงก็ทำให้เกิดอาการกำเริบ มิหนำซ้ำเด็กยังเก็บมาวาดรูปสื่อถึง อยากหนีออกจากโลกนี้อีกต่างหาก เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนใจถึงมลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่เราได้ยินตามข่าวสารตลอดหลายปี เช่น กรุงเทพฯ ติดหนึ่งในสามอันดับแรกมีค่าฝุ่นพิษมากที่สุดในโลก เมืองเชียงใหม่เคยติดอันดับหนึ่งอยู่เป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องคุ้นชิน หรือจะเป็นเรื่องราวน่าหดหู่ ที่มีผู้คนมากมายถูกคร่าชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดจากการสูดดมฝุ่นพิษสะสมเป็นเวลายาวนาน ปัจจุบันฝุ่นพิษเหล่านี้แทรกซึมถึงทุกคนหรือแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านได้อย่างอิสระ อย่างไร้การจัดการและควบคุม ทั้งหมดนี้จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้คนึงนิจยังคงเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thailand-clean-air-network/">อากาศสะอาดเป็นสิทธิของทุกคน คุยกับ Thailand CAN ดันเรื่องสิทธิให้รู้ทันนโยบายหาเสียง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ภาพวาดของเด็กน้อยชั้นอนุบาลสามกำลังเล่าความฝันในจินตนาการผ่านกระดาษเล็กๆ หนึ่งแผ่น ในนั้นมีรูปยานอวกาศลำใหญ่ที่เขากำลังขับยานพุ่งออกจากโลก เมื่อถามเด็กน้อยคนนั้นว่า ความหมายของภาพคืออะไร เขาตอบว่า อยากหนีออกไปจากโลกนี้ ไม่ใช่เพราะมีสัตว์ประหลาดบุกโลกหรืออยากท่องอวกาศ แต่เป็นเพราะอากาศในไทยเป็นพิษจนทำให้เขามีผื่นแดงขึ้นทั้งตัว และหนักถึงขั้นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>เด็กน้อยคนนั้นคือ หลานของ รศ. ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย (Thailand Clean Air Network: Thailand CAN) ผู้ร่วมริเริ่มการทำร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ฉบับประชาชน คนึงนิจเล่าให้ฟังว่า หลานชายวาดรูปดังกล่าวในช่วงที่ตัวเลขค่าฝุ่น PM 2.5 ขึ้นมาอย่างหนัก รวมถึงเขาเป็นโรคภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก จึงทำให้ร่างกายเปราะบางง่ายกว่าคนอื่น เมื่อเจอฝุ่นมลพิษที่รุนแรงก็ทำให้เกิดอาการกำเริบ มิหนำซ้ำเด็กยังเก็บมาวาดรูปสื่อถึง อยากหนีออกจากโลกนี้อีกต่างหาก</p>



<p>เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนใจถึงมลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่เราได้ยินตามข่าวสารตลอดหลายปี เช่น กรุงเทพฯ ติดหนึ่งในสามอันดับแรกมีค่าฝุ่นพิษมากที่สุดในโลก เมืองเชียงใหม่เคยติดอันดับหนึ่งอยู่เป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องคุ้นชิน หรือจะเป็นเรื่องราวน่าหดหู่ ที่มีผู้คนมากมายถูกคร่าชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดจากการสูดดมฝุ่นพิษสะสมเป็นเวลายาวนาน</p>



<p>ปัจจุบันฝุ่นพิษเหล่านี้แทรกซึมถึงทุกคนหรือแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านได้อย่างอิสระ อย่างไร้การจัดการและควบคุม ทั้งหมดนี้จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้คนึงนิจยังคงเดินหน้าผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อให้ทุกคนรู้จักและมีสิทธิในการปกป้องชีวิตจากอากาศพิษ ทั้งการเข้าถึงข้อมูล ร่วมแก้ไข ร้องเรียน และเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงอากาศให้ดีมากกว่าเคย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166594" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบโครงสร้างไทย ‘ล้าหลัง’ ไม่ตอบโจทย์ ‘สมัยใหม่’</strong></h2>



<p>จุดเริ่มต้นการทำร่าง พ.ร.บ อากาศ แน่นอนว่า ก็คงหนีไม่พ้นช่วงมลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในบ้านเราอย่างหนักหนามานานหลายปี ส่งผลกระทบกับคนทุกกลุ่มเป็นวงกว้าง รวมถึงตัวอาจารย์และคนรอบข้างเอง ซึ่งเป็นเหล่านักวิชาการและนักเคลื่อนไหวต่างๆ ต่างก็ถกเถียงถึงประเด็นเหล่านี้จนค้นพบว่า การเกิดฝุ่น PM 2.5 มันมีต้นตอที่หยั่งรากลึกมาจาก ‘ปัญหาระบบเชิงโครงสร้างไทย’ ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวคนเดียว</p>



<p>คนึงนิจอธิบายว่า “ในปัจจุบันมันเป็นระบบดั้งเดิม ที่ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรใดๆ เพราะระบบของเรามันแยกส่วนกัน กระทรวงใครกระทรวงมัน กฎหมายใครกฎหมายมัน ซึ่งกฎหมายแต่ละฉบับ ต่างก็มีวัตถุประสงค์เฉพาะ สมมติถ้าเราจะจับเรื่องรถควันดำ มันก็จะมีกฎหมายที่มารุมมาตุ้มอยู่ 4-5 หน่วยงาน ซึ่งก็จะมี 4-5 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง”</p>



<p>“ผลที่ตามมาก็คือ พอมันแยกส่วนกัน มันก็จะโบ้ยกันไปโบ้ยกันมา ตอนนั้นคนก็ตายจากมลพิษควันดำไปก่อนละ เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายไทยมันห่วยแตก มันไม่ได้เอื้อให้เกิดการบูรณาการ ในขณะที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทุกเรื่องเลยนะ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่ใช่แค่เฉพาะ PM 2.5 เท่านั้น การบูรณาการกฎหมายคือหัวใจสำคัญ เพราะว่าสิ่งแวดล้อมมันแทรกซึมอยู่ทุกอณูของทุกเรื่อง”</p>



<p>“ดังนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมมันใหญ่เกินตัวมาก ที่ใครคนหนึ่งในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งจะรับผิดชอบด้วยตัวคนเดียว นั้นจึงเป็นเหตุให้เกิดร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ฉบับประชาชน ที่แตะปัญหาเชิงโครงสร้างและแก้แบบคว้านลึกไปถึงต้นตอ เพื่อที่จะนำไปใช้กฎหมายควบคุมเรื่องอากาศโดยเฉพาะ ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงรอกระบวนการของรัฐสภาพิจารณา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166595" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิทธิอากาศสะอาด ‘รัฐ’ จัดการไม่ได้ แต่ <strong>‘</strong>ทุกคน’ เอาเรื่องได้</strong></h2>



<p>กว่าจะมาเป็นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เกิดมาจากการรวมกลุ่มคนจากภาคประชาชนและนักวิชาการจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ เช่น แพทย์ นักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเข้ามารวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจปัญหา วางแนวทางร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาและดูแลการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน หากให้อธิบายเข้าใจง่ายๆ ว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด มีความสำคัญกับชีวิตคนในชีวิตประจำวันอย่างไร&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>“มันสถาปนาสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะหายใจในอากาศสะอาด เรื่องเดียวแค่นี้” คนึงนิจตอบอย่างหนักแน่น</strong></p>



<p>เธอขยายเสริมเรื่องสิทธิเรื่องอากาศเป็นสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ อ้างอิงจากองค์กรสหประชาชาติ (United Nations: UN) ประกาศว่า ทุกคนมีสิทธิมนุษยชนทางด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Human Rights) ประกอบด้วยสองสิทธิพื้นฐาน ได้แก่&nbsp;</p>



<p>‘สิทธิเชิงเนื้อหา (Substantive Rights) เช่น การเข้าถึงข้อมูลประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับอากาศ และ<br>‘สิทธิเชิงกระบวนการ’ (Procedural Rights) เช่น ประชาชนมีส่วนร่วมกับกระบวนการตัดสินใจในการแก้ปัญหามลพิษได้ รวมถึงทุกคนมีสิทธิร้องเรียนในกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับอากาศไม่สะอาด มิหนำซ้ำหากรัฐบาลจัดการไม่ได้ ทุกคนก็สามารถฟ้องเอาผิดรัฐบาลได้ด้วยเช่นกัน</p>



<p>“เรามักจะเห็นข่าวใครหลายคนที่เป็นโรคร้ายที่มีสาเหตุจากอากาศไม่สะอาด ไม่ใช่ว่าเราเป็นโรคร้ายแล้วเราถึงเรียกร้องสิทธิได้ มันไม่ใช่นะ จริงๆ แล้วสิทธิมีหลายประเภท มีหลายขั้นตอน สิทธิแรกที่เราสามารถทำได้เลยคือสิทธิที่เราจะรับรู้และเข้าถึงข้อมูล”</p>



<p>“เช่น เดิมทีเราสามารถเช็กได้ว่า วันนี้อุณหภูมิเท่าไหร่ฝนจะตกฟ้าคะนองไหม พายุกระหน่ำไหม ฉันใดเนี่ยมันก็ต้องสามารถมีข้อมูลเรื่อง PM 2.5 ได้ วันนี้ระดับสีอะไรแปลว่าอะไร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร และป้องกันอย่างไรด้วย ข้อมูลเหล่านี้ควรต้องรายงานแบบเรียลไทม์ได้เลย มีจุดเช็กวัดสถานีกระจายทุกพื้นที่และแม่นยำ ทุกคนรับรู้หมด แต่เรายังไม่มีข้อมูลของคนไทยทำเอง เพราะส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลจากต่างประเทศ และบ้านเรามีการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ถึงเขียนกฎหมายดีมาก แต่ใช้งานกระจัดกระจาย เนื่องจากกระทรวงแยกกันทำงาน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166596" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้ทันเล่ห์นโยบายหาเสียง ‘ตรงใจ’ อาจไม่ ‘ตรงปก’</strong></h2>



<p>ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาเรื้อรังในไทยมาเนิ่นนาน และเป็นกระแสสังคมที่พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่หลายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามปรับปรุงและแก้ไขมาตลอด (แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะเบาบางลง) เมื่อถึงช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งปี 2566 ส่วนใหญ่พรรคการเมืองต่างผลักดันการแก้ไขมลพิษทางอากาศ เป็นหนึ่งในนโยบายขับเคลื่อนในการหาเสียง</p>



<p>ระหว่างบทสนทนาเราเปิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองให้คนึงนิจดู บางพรรคมีการกล่าวถึงการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แสดงว่าเขาสนับสนุนเรื่องอากาศสะอาดจริงๆ ใช่ไหม ยังไม่ทันพูดจบประโยค คนึงนิจรีบเบรกว่า</p>



<p>“เรามักจะเห็นนักการเมืองพูดว่า พรรคเราจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ชาวบ้านก็จะเฮ แต่ไม่ได้พูดว่าเอาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ฉบับไหน เนื้อข้างในเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันมีร่าง พ.ร.บ. อากาศ ทั้งหมด 5 ฉบับจากแหล่งต่างๆ ”&nbsp;</p>



<p>“ได้แก่ ฉบับประชาชนเสนอโดยสภาหอการค้า (โดนปัดตก) ฉบับพรรคภูมิใจไทย (โดนปัดตก) ฉบับพรรคประชารัฐ ฉบับพรรคเพื่อไทย และฉบับของเรา เป็นฉบับประชาชนจากเครือข่ายอากาศสะอาด สามอันหลังอยู่ในช่วงรอกระบวนการของรัฐสภาอยู่ ซึ่งเนื้อหาข้างในของร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แต่ละอันไม่เหมือนกัน”</p>



<p>“ตอนนี้มันใกล้เลือกตั้งแล้ว ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เราต้องวิเคราะห์ให้ละเอียด อย่าพึ่งตัดสินใจจากสิ่งที่โฆษณาแล้วเชื่อเลย ถ้าพรรคไหนเขาบอกจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องบอกได้ด้วยสิ ว่าเขาเอาเวอร์ชันไหน เพราะมันจะมีบางคนพูดแต่คำๆ นี้แค่หน้าปก แต่เนื้อหาข้างในอะ เป็นฉบับที่เอาไว้หาเสียง เอาใจข้าราชการและนายทุน ซึ่งแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยนะ ไม่มีซะยังดีเสียกว่า เพราะสุดท้ายมันจะกลายเป็น ‘กฎหมายฟอกเขียว’ (Greenwashing) การทำให้คนเข้าใจผิดว่า การโฆษณาสินค้าหรือองค์กรมีภาพลักษณ์ว่ารับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งที่จริงๆ ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166597" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นโยบายแก้ปัญหา ‘ปลายน้ำ’ แต่ไม่มีใครแตะ ‘ต้นตอ’</strong></h2>



<p>เมื่อแต่ละพรรคต่างนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหามลพิษปี 2566 แตกต่างกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า พรรคไหนชูนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาประเด็นดังกล่าวได้มากที่สุด คนึงนิจแชร์หลักการวิเคราะห์ผ่านนโยบายพรรคต่างๆให้เราฟังว่า</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคก้าวไกล:</strong> ส่งเสริมขนส่งสาธารณะ ลดการเผาพื้นที่การเกษตร งบอุดหนุนปลูกข้าว สร้างอุตสาหกรรมแปรรูปฟางข้าว-ซังข้าวโพดแทนการเผา เพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคุมปริมาณรถบรรทุกในเขตเมือง ตรวจวัดสภาพอากาศและเตือนภัยให้เร็ว และทำงานเชิงรุกในเวทีโลก</li></ul>



<p>คนึงนิจ: นโยบายเน้นพูดเรื่องยิบย่อย มีพูดถึงการแก้ปัญหาหลายเรื่อง แต่ขาดการอธิบายภาพรวมเรื่องโครงสร้างและกระบวนการจะทำอย่างไร อยากจะบอกว่า ถ้าจะทำได้ก็ต้องมีระบบโครงสร้างใหม่รองรับสิ่งใหม่เข้ามา ซึ่งโครงสร้างปัจจุบันมันไม่ได้เปิดช่องให้ทำได้ ควรเขียนอธิบายให้ชัดเจน</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคเพื่อไทย:</strong> เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านและเอกชนไทยเรื่องห้ามเผาป่าจริงจัง เปลี่ยนรถเมล์ กทม. เป็นรถไฟฟ้า ตรวจเข้มรถปล่อยควัน โรงงานปล่อยมลพิษ และพื้นที่ก่อสร้าง ตั้งศูนย์ผลิตรถไฟฟ้า ดันราคาลงให้คนใช้รถไฟฟ้า และผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด</li></ul>



<p>คนึงนิจ: มีพูดถึงผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด แต่ก็ไม่รู้ฉบับไหน ซึ่งก็ต้องระวัง ส่วนนโยบายการเจรจาเพื่อนบ้าน&nbsp; เขาแค่บอกว่าเป็นแค่การเจรจาเฉยๆ ซึ่งมันควรมีมาตรการลงโทษ ทั้งไม้นิ่มและไม้แข็ง เพราะการเจรจาอย่างเดียวคงไม่พอ ซึ่งเรามีเขียนในร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ของเราเป็นกฎหมายลงโทษผู้เผานอกแดนไว้ด้วย</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคภูมิใจไทย</strong>: รถเมล์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้าครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ติดหลังคาโซลาร์เซลล์ทุกครัวเรือน และวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันละ 6,000 บาท</li></ul>



<p>คนึงนิจ: นโยบายสั้นและแคบมาก แล้วประเด็นอื่นๆ ไม่มีปัญหาหรอ ส่วนหลังคาโซลาเซลล์ มันดูเน้นเฉพาะกลุ่ม และการเจาะจงเฉพาะส่วนก็ชวนน่าสงสัย ว่ามีธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวข้องหรือไม่ ชวนคิดต่อ</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคประชาธิปัตย์</strong>: ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมคนกรุงเทพฯ ทั้งน้ำและอากาศ คุมเข้มรถที่เข้ามาในเมืองและพื้นที่ก่อสร้าง ผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด</li></ul>



<p>คนึงนิจ: สังเกตใช้คำว่า ‘ฟื้นฟู’ มันเป็นศัพท์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูมันต้องมีวิธีจัดการในดีเทลของสิ่งแวดล้อมแต่ละประเภท เช่น การฟื้นฟูป่าไม้ พื้นที่สีเขียว น้ำเน่า อากาศเสียทำอย่างไร แต่พอพูดว่า สิ่งแวดล้อมมันกว้างมากเลย มาเจอคำว่าฟื้นฟูก็เป็นคำที่กว้างอีก คำว่ากว้างกับกว้างเจอกันก็คือกว๊างกว้าง ใครๆ ก็พูดได้ รวมทั้งนโยบายไม่แตะรายละเอียดเลย ปัจจัยการเกิดมลพิษก็ไม่ได้แก้แค่สองเรื่องนี้เท่านั้นด้วย</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคชาติไทยพัฒนา:</strong> ส่งเสริมใช้รถสาธารณะ สร้างเศรษฐกิจสีเขียว พัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด พัฒนาทุกจังหวัดให้น่าอยู่ มีสวนสาธารณะทั่วประเทศ พัฒนาให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่ดี มีป่าไม้และแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์</li></ul>



<p>คนึงนิจ: สังเกตเศรษฐกิจสีเขียว ดูแล้วมันเหมือนเขียนนโยบายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมากกว่า ซึ่งเรื่องพวกนี้เขาก็ทำกันอยู่นะ มันดูซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่ในรายงานสภาพแวดล้อม นโยบายของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คำถามคือ บทบาทของนักการเมืองที่ไม่ใช่จากคนเหล่านั้น ที่เขาทำแทนกันไม่ได้คืออะไร ตอนนี้มันผิวๆ มาก</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>พรรคชาติพัฒนากล้า: </strong>พันธบัตรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่ป่า 40% เพิ่มพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกจากการเผาป่า ทำเป็นไร่ข้าวโพด</li></ul>



<p>คนึงนิจ: อันนี้ให้ความสำคัญเรื่องป่าไม้ เขาจะเล่นเป็นมุมๆ เล่นแต่เรื่องนี้ แล้วอย่างอื่นล่ะ?</p>



<p>หลังจากวิเคราะห์นโยบายของพรรคการเมืองทั้งหมด คนึงนิจมองว่า ทุกพรรคยังไม่มีใครกล้าแตะเรื่องระบบโครงสร้างขององค์กรที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการแก้ปัญหาทั้งหมด บางพรรคมีทั้งออกนโยบายที่ยิบย่อยมากมาย สวนทางกับบางพรรคที่ลงรายละเอียดกว้างมากจนจับต้องไม่ได้ หรือมุ่งเน้นเพียงแค่ในกรุงเทพฯ ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีการอธิบายกระบวนการต่างๆ ของนโยบายที่หาเสียงจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมืองจะทำได้สำเร็จ ก็ต่อเมื่อปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างของไทยให้เท่าทันกับสมัยใหม่ เปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่จะแก้ไขและปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้เป็นไปตามที่นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองวางเป้าหมายที่ตั้งไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166598" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดอ่อนของสิทธิ ‘พลังประชาชนอ่อนแอ’ จุดแข็งของรัฐ ‘ควบคุมง่าย’</strong></h2>



<p>อำนาจของสิทธิมีความสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เพียงใช้ในการเลือกตั้ง แต่ยังรวมถึงการออกมาเรียกร้องและสามารถเข้าร่วมกระบวนการเปลี่ยนแปลง เพื่อรักษาสิทธิพื้นฐานในชีวิตที่ควรจะได้รับ ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องของสิทธิ คนมักจะมีภาพจำว่า เป็นเรื่องของกฎหมายและเข้าถึงยากจนกลายเป็นเรื่องไกลตัว เหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการแก้ไขระบบโครงสร้างไทย นั่นคือ พลังจากภาคประชาชนอ่อนแอ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรในมือที่ควรได้รับ&nbsp;</p>



<p>“เวลาภาคประชาชนอ่อนแอ รัฐจะชอบมาก แล้วเราเป็นแค่กลุ่มเล็กๆ เพียงหยิบมือ พลังก็น้อย ไปต่อกรกับพวกเขา แถมเขายังยุให้ตีกันและเข้ามาป่วนด้วย มากไปกว่านั้นเขาอาจจะแอบไปจับมือกับคนอื่นลับหลัง ก็ยิ่งสร้างความเข้มแข็งหนักเข้าไปอีก ภาคประชาชนก็อ่อนแอ แถมไม่รู้ด้วยว่า ตัวเองเป็นเหยื่อแล้ว”</p>



<p>หากให้อธิบายสิทธิของทุกคนสำคัญมากแค่ไหน เธออธิบายต่อว่า “รู้ไหมว่าโลกแห่งสิทธิเนี่ย มันยิ่งกว่าสายรุ้งที่ประกอบไปด้วยแถบสีนั้นๆ มันถี่ละเอียดมาก เพียงแต่คนไม่รู้ถึงความถี่ของช่องต่างๆ พวกเราอยู่หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 มานานแล้ว คนตายกันเป็นเบือ เป็นเครื่องสังเวยให้มนุษย์ยุคนี้ได้เงยหน้าอ้าปาก เพื่อเราจะได้สถาปนาสิทธิมนุษยชนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2”</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>&nbsp; “ถ้าทุกคนไม่สู้เพื่อสิทธิของตัวเอง คนรุ่นก่อนที่ตายมากมาย เขาสู้เพื่อสิทธิมาให้พวกเราจะเป็นสุขไหม เขาตายฟรีนะ อุตส่าห์สู้มาเพื่อลูกหลาน แต่พวกเรามองไม่เห็นว่าสิทธิสำคัญขนาดไหน นั่งเฉยๆ จนรอวันตาย”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166599" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/อากาศ-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิทธิจะศักดิ์สิทธิ์ ถ้ารวมพลังเพื่อ ‘ส่วนรวม’ มากกว่า ‘ส่วนตัว’&nbsp;</strong></h2>



<p>สำหรับคนึงนิจ ตัวแทนของผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาด ประเทศไทย ที่มีความตั้งใจผลักดันเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด มานานหลายปี แม้ในระหว่างทางเธอเจออุปสรรคมากมาย และยังคงเดินหน้าสู้ต่อไป เพราะอยากให้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ไม่ใช่แค่ทำให้ประสบความสำเร็จ แต่อยากปลูกฝังให้ทุกคนรู้เรื่องสิทธิของตนเองว่ามีค่ามากขนาดไหน</p>



<p>“สิ่งที่อาจารย์ทำคือ ทุกคนต้องรู้สิทธิเบื้องต้นที่ตัวเองต้องมี แล้วคนรู้เรื่องนี้น้อยมาก เราอยากให้ทุกคนรู้แล้วตระหนัก อย่าอยู่นิ่ง แต่ช่วยกันลงมือลงแรงหน่อยสิ เท่าที่ทุกคนจะทำได้ในความถนัดของตนเองที่สามารถช่วยได้คนละไม้คนละมือ”&nbsp;</p>



<p>“อีกประเด็นคือ อยากให้ความรู้สังคมในภาพรวมเกี่ยวกับกฎหมาย การปกป้องและรักษาสิทธิของตัวเอง อาจารย์ได้เขียนคำอธิบายทุกอย่างทีละมาตรา ใครสงสัยมาตราไหนไปเปิดดูได้เลยในเว็บไซต์ <a href="https://thailandcan.org/">Thailand Clean Air Network</a> อาจารย์ทำให้ถึงเพียงนี้ อยากให้ทุกคนอย่านิ่งเฉย อย่าทิ้งให้อาจารย์สู้อย่างโดดเดี่ยวเลย เราช่วยกันและสู้กันไปดีกว่า”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หากให้ทิ้งท้ายถึงพรรคการเมือง ที่กำลังชูนโบายผลักดันการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ อยากจะบอกว่าอะไร?</p>



<p>“ความเป็นจริงปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มาก ที่ทุกภาคส่วนต้องจับมือทำงานร่วมกัน เพราะมันมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของทุกคน ประเด็นนี้มันอยู่สูงกว่าการแบ่งขั้วทางการเมือง หมายความว่า การเมืองไม่ควรหยิบเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมไปใช้ประโยชน์ในการหาเสียง มันควรจะเป็นการเมือง ที่ทุกพรรคทุกฝ่ายทั้งหมดช่วยกันทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง”</p>



<p>“ในการเลือกตั้ง เรื่องสิ่งแวดล้อม พรรคไหนก็ได้ถ้าคุณจริงใจ คุณต้องทำให้เรื่องนี้เข้าสู่สภาให้ได้ และอย่ามัดมือชกทำกฎหมายเขียนหน้าปกอีกอย่าง เเต่เนื้อหาข้างในเป็นอีกอย่าง หรือที่เรียกว่า กฎหมายไม่ตรงปก คุณอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด เพราะเท่ากับคุณทรยศต่อทุกคนในโลกนี้ โดยเฉพาะตัวคุณเองก็จะตายเร็วขึ้น อย่าลืมว่า คุณและครอบครัวของคุณก็อาศัยอยู่ในประเทศที่มีมลพิษอากาศย่ำแย่เช่นเดียวกัน”</p>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: จารุจรรย์ ลาภพานิช&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา</strong> </p>



<p><a href="https://workpointtoday.com/vote-pm2-5/">https://workpointtoday.com/vote-pm2-5/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thailand-clean-air-network/">อากาศสะอาดเป็นสิทธิของทุกคน คุยกับ Thailand CAN ดันเรื่องสิทธิให้รู้ทันนโยบายหาเสียง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/whang-od/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 May 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Lining]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Maria Oggay]]></category>
		<category><![CDATA[Apo Whang-od]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166349</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนอายุยืนถึงร้อยปี ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นหญิงชราอายุ 105 ปีมาขึ้นปกนิตยสารผู้หญิงสายแฟชั่นยิ่งหายาก ปกติๆ เป็นปกนิตยสารแฟชั่นคือเนื้อที่สำหรับดารา นางแบบ หรือคนดังระดับโลก แต่นิตยสารโว้กเดือนเมษายน ปี 2013 ฉบับฟิลิปปินส์มอบพื้นที่ปกให้แก่หญิงชราตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านหลังเขา เธอผ่านการกรูมมาอย่างดี ทาปากแดง ยิ้มนิ่งๆ รอยสักเต็มตัว เครื่องประดับและภาษาท่าทางบอกเราว่าเธอน่าจะเป็นชนเผ่า ตาเธอมีม่านของความฝ้าฟาง แววตานั้นเด็ดเดี่ยวอารมณ์ดี ชื่อ: อาโป วังออด หรือ มาเรีย อกเกย์เกิด: ค.ศ. 1918อายุ: 105 ปีอาชีพ: ช่างสักตามแบบแผนโบราณของชนเผ่าคาลิงกา ในฟิลิปปินส์Silver Lining ที่เราอยากพูดถึง: นอกเหนือจากการเป็นผู้หญิงอายุมากที่สุดในโลกที่ขึ้นปกนิตยสารโว้ก (กรณีนี้คือฉบับฟิลิปปินส์) เธอเป็นแรงบันดาลให้นิตยสารแฟชั่นฉบับนี้ตีความใหม่ในเรื่องของความงามและความเป็นคน จะว่าไปเธอไม่ใช่คุณยายคนแรกที่ขึ้นปกโว้ก เมื่อเร็วๆ นี้ ปี 2020 เดม จูดี เดนช์ นักแสดงตัวแม่วัย 85 ขึ้นปกโว้กฉบับสหราชอาณาจักร และเดือนเมษายนปีนี้ทางยุโรป คาร์เมน เดลลอเรฟิเช วัย 91 ก็ขึ้นปกฉบับเช็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/whang-od/">อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คนอายุยืนถึงร้อยปี ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ</p>



<p>ยิ่งเป็นหญิงชราอายุ 105 ปีมาขึ้นปกนิตยสารผู้หญิงสายแฟชั่นยิ่งหายาก ปกติๆ เป็นปกนิตยสารแฟชั่นคือเนื้อที่สำหรับดารา นางแบบ หรือคนดังระดับโลก แต่นิตยสารโว้กเดือนเมษายน ปี 2013 ฉบับฟิลิปปินส์มอบพื้นที่ปกให้แก่หญิงชราตัวเล็กๆ ในหมู่บ้านหลังเขา เธอผ่านการกรูมมาอย่างดี ทาปากแดง ยิ้มนิ่งๆ รอยสักเต็มตัว เครื่องประดับและภาษาท่าทางบอกเราว่าเธอน่าจะเป็นชนเผ่า ตาเธอมีม่านของความฝ้าฟาง แววตานั้นเด็ดเดี่ยวอารมณ์ดี</p>



<p class="has-text-align-right has-small-font-size">ชื่อ: อาโป วังออด หรือ มาเรีย อกเกย์<br>เกิด: ค.ศ. 1918<br>อายุ: 105 ปี<br>อาชีพ: ช่างสักตามแบบแผนโบราณของชนเผ่าคาลิงกา ในฟิลิปปินส์<br>Silver Lining ที่เราอยากพูดถึง: นอกเหนือจากการเป็นผู้หญิงอายุมากที่สุดในโลกที่ขึ้นปกนิตยสารโว้ก (กรณีนี้คือฉบับฟิลิปปินส์) เธอเป็นแรงบันดาลให้นิตยสารแฟชั่นฉบับนี้ตีความใหม่ในเรื่องของความงามและความเป็นคน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166350" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/whang-od-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จะว่าไปเธอไม่ใช่คุณยายคนแรกที่ขึ้นปกโว้ก เมื่อเร็วๆ นี้ ปี 2020 เดม จูดี เดนช์ นักแสดงตัวแม่วัย 85 ขึ้นปกโว้กฉบับสหราชอาณาจักร และเดือนเมษายนปีนี้ทางยุโรป คาร์เมน เดลลอเรฟิเช วัย 91 ก็ขึ้นปกฉบับเช็ก คุณคาร์เมนคือนางแบบอายุมากที่สุดในโลกซึ่งยังทำงานอยู่&nbsp;</p>



<p>ที่บอกว่าแม่เฒ่าวังออดบ้านอยู่หลังเขา ไม่ได้พูดเกินความจริงแต่อย่างใด จะไปถึงหมู่บ้านบัสคาลาน บ้านของเธอนั้น จะต้องนั่งรถจากกรุงมะนิลาไปสิบสองชั่วโมง (ทั้งที่ระยะทางไม่ได้ไกล เข้าใจว่าถนนหนทางคงกันดาร) พอไปถึง “ที่นี่ไม่มีนะคะ สัญญาณมือถือ” คุณ บี วาลเดส บรรณาธิการโว้กฟิลิปปินส์กล่าวไว้ในฟีเจอร์เรื่องจากปกฉบับเมษายน</p>



<p>ด้วยความที่เป็นชุมชนหลังเขาห่างไกล ชาวบ้านบัสคาลานจึงดำเนินชีวิตแบบโบราณตามหนทางของบรรพบุรุษได้นานเป็นพันๆ ปี แต่พอคณะมิชชันนารีเดินทางไปถึง สร้างโรงเรียน และนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ชาวบ้าน หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ว่าคือ ให้ยกเลิกการสักซึ่งเป็นขนบโบราณ ผู้หญิงที่มีรอยสักก็จัดแจงให้ใส่เสื้อปิด รอยสักกลายเป็นเรื่องน่าอับอาย ตามสายตาของชาวตะวันตกหัวโบราณ</p>



<p>ถึงตอนนั้น แม่เฒ่าวังออด ซึ่งเป็นช่างสักหญิงคนสุดท้ายของหมู่บ้านก็จำต้องวางมือ</p>



<p>รอยสักมีความหมายอย่างไรต่อชีวิตชาวคาลิงกา</p>



<p>สำหรับผู้ชาย รอยสักคือสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ และความสามารถในการสู้รบ (ซึ่งเป็นสกิลสำคัญสำหรับชนเผ่าซึ่งต้องสู้รบกับเผ่าอื่นเกือบตลอดเวลา แถมยังมีธรรมเนียมของการล่าหัวมนุษย์อีกด้วย) ในหนังสารคดีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับแม่เฒ่า ชายหนุ่มมาจากในเมือง เขาหลงใหลความงามของรอยสักแบบคาลิงกา ไปขอให้แม่เฒ่าสักให้ในช่วงแรกๆ ที่เปิดหมู่บ้าน และข้อห้ามเรื่องการสักยกเลิกไปแล้ว แม่เฒ่าตอบขำๆ ว่า “ถ้าเป็นสมัยก่อน เธอต้องไปฆ่าใครก่อนนะ แล้วฉันจึงจะยอมสักให้ สำหรับนักรบเมื่อก่อนนี้ รอยสักคือเครื่องหมายของเกียรติยศ ต้องสังหารศัตรูก่อนจึงได้รอยสัก แล้วเธอล่ะ ทำอะไรมาบ้าง”&nbsp;</p>



<p>แม่เฒ่าพูดจบ ตามด้วยเสียงหัวเราะ แล้วสักให้ชายหนุ่ม (ซึ่งคงไม่เคยเอาชีวิตใครมาก่อน) โดยดี</p>



<p>ไม่ได้มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่มีรอยสัก ผู้หญิงคาลิงกาก็มีรอยสักด้วย</p>



<p>สำหรับผู้หญิงนั้นการมีรอยสักคือมาตรฐานความงาม สมัยก่อนผู้หญิงคาลิงกาคนไหนไร้รอยสัก ประมาณว่าจะผัวลำบากหน่อย&nbsp;</p>



<p>พ่อของแม่เฒ่าวังออดก็เป็นช่างสัก หรือที่ชนเผ่านี้เรียกว่า มัมบาบาต๊อก ช่างสักไม่ใช่งานของผู้หญิง แต่แม่เฒ่าดูจะสนใจงานช่างนี้ตั้งแต่เด็ก เฝ้าดูพ่อตอนสัก จนในที่สุดพ่อก็สอนวิชาให้ ใช้เวลานับสิบปีกว่าวังออดจะมาเป็นช่างสักเต็มตัว</p>



<p>ช่างมัมบาบาต๊อกใช้หนามส้มมะปี๊ดเป็นเข็มสัก (ไม่ใช่เข็มโลหะ หรือปืนสักอย่างที่เรารู้จักกัน) หมึกขูดจากเขม่าข้างหม้อในครัวเตาฟืน ผสมเขม่ากับสีและน้ำ วิธีสักคือใช้ไม้อีกท่อนเคาะไม้ซึ่งมีหนามส้มมะปี๊ดตรึงอยู่ แรงเคาะจะส่งหนามลงเนื้อ โป๊ก โป๊ก จึก จึก เป็นจังหวะเหมือนนกจิก ลวดลายสักเป็นลายเรขาคณิตตามดีไซน์ชนเผ่า ลงมือสักเลยโดยไม่มีแบบร่าง ความที่เป็นงานช่างซึ่งต้องอาศัยความชำนาญสูง กว่าช่างสักมันบาบาต๊อกแต่ละคนจะฉายเดี่ยวได้ต้องฝึกฝนกันนานเป็นสิบๆ ปี (อย่าลืมว่าคนในหมู่บ้านยังต้องทำไร่ไถนา แม้แต่ช่างสักเองก็ต้องปลูกข้าวทำสวน ในหมู่บ้านที่ยังนิยมกินข้าวที่ตนปลูกเอง ดังนั้นการที่บอกว่าฝึกฝนกันนับสิบปีนั้นมันอาจจะไม่เข้มข้นเหมือนการเรียนในโรงเรียน หรือในเมือง เพราะช่างสักสมัยก่อนจะสักให้ก็ต่อเมื่อมีเวลาว่างเท่านั้น)</p>



<p>และช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม่เฒ่าฝึกฝนเหลนสาวไว้สองคน ตามประเพณีแล้วฝีมือช่างจะสอนกันได้แต่เฉพาะลูกเท่านั้น แต่แม่เฒ่าวังออดไม่มีลูก มีแต่ญาติซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนทั้งสองมาเป็นตัวตายตัวแทน ฝึกกันตั้งแต่อายุสิบหก เป็นอายุไล่เลี่ยกับตัวแม่เฒ่าเองเมื่อเรียนวิชา</p>



<p>ทุกวันนี้ การสักไม่ใช่ของต้องห้ามอีกต่อไป หน้ากระท่อมแม่เฒ่ามีป้ายไวนิลโฆษณาอย่างโก้ว่า บ้านของช่างสักมัมบาบาต๊อกอายุมากที่สุดในโลกอยู่นี่ มีนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลรอยสักจากทุกมุมโลกเดินทางมาหมู่บ้านทุกวัน ทุกวันนี้แม่เฒ่าวัยเกินร้อยเป็นช่างสักกิตติมศักดิ์ คือรอยสักหลักซึ่งต้องสักให้ลูกค้ากันอย่างน้อยครึ่งวันจึงจะเสร็จเป็นฝีมือเหลนทั้งสอง พอสักเสร็จแม่เฒ่าจะมาลง “ลายเซ็น” เป็นจุดสามจุด ซึ่งหมายถึงช่างสักหญิงมัมบาบาต๊อกร่วมสายเลือดสามคน</p>



<p>“ลูกค้าชอบเม้าว่า เราสองคนมือเบาสักไม่เจ็บเท่าไหร่ เสียงเคาะก็แทบไม่ได้ยิน แต่พอถึงมือแม่เฒ่านะ แกเคาะโป๊ก โป๊ก โป๊ก เจ็บมาก” หนึ่งในเหลนสาวกล่าวยิ้มๆ เมื่อพูดถึงแม่เฒ่ามือหนัก ผู้เป็นทวด</p>



<p>ส่วนแม่เฒ่าเองบอกว่า “ฉันจะสักไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ที่ตาฝ้าฟาง มองอะไรไม่เห็น วันนั้นก็คงเลิก”&nbsp;</p>



<p>นอกจากจะเป็นเครื่องหมายของความกล้าหาญในการสู้รบและความงาม รอยสักยังมีความหมายอะไรอื่นอีกสำหรับชาวคาลิงกา “พอเราตายไป เราเอาลูกปัดติดตัวไปไม่ได้ เอาทองคำติดตัวไปไม่ได้ แต่เรายังมีรอยสักบนตัวเรา ตายไปเจอบรรพบุรุษ ท่านก็จำรอยสักเราได้” แม่เฒ่าบอก ดังนั้นรอยสักก็คือตัวตนของชาวคาลิงกานั้นเอง</p>



<p>“เราเชื่อว่าแม่เฒ่าวังออดคือตัวแทนของอุดมคติของเรา คือความงามในวัฒนธรรมฟิลิปปินส์ เราเชื่อว่าแนวคิดเกี่ยวกับความงามนั้นมันต้องวิวัฒน์ และจะต้องน้อมรับรูปร่างใบหน้าที่แตกต่างหลากหลายเข้ามาเป็นความงามได้แล้ว คือเรากำลังพูดถึงความงามของมนุษยชาตินั่นเอง” บรรณาธิการ บี วัลเดส สรุป</p>



<p>คงไม่มีใครเหมาะจะใช้ขึ้นปกเพื่อเอาความสวยไร้กาลเวลา มาทลายข้อจำกัดในความหมายของความงามเท่าแม่เฒ่าวังออด ช่างสักในตำนานแห่งหมู่บ้านบัสคาลานอีกแล้ว</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/whang-od/">อาโป วังออด ช่างสักโบราณอายุ 105 ปี ที่อาจเป็นคนสุดท้ายของชนเผ่าคาลิงกาในฟิลิปปินส์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ หมู-พีท คู่หูนักธุรกิจที่อินเรื่องสิ่งแวดล้อม จับมือกันแปรรูปเหล็กให้กลายเป็นงานศิลปะสุดพีค</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wonderfruit-millcon-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Apr 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Wonderfruit]]></category>
		<category><![CDATA[environmental sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Millcon Steel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165865</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพื่อนคนหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็ก เพื่อนอีกคนแม้จะมีพื้นฐานครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหนักๆ อย่างยานยนต์ แต่หัวใจอีกส่วน ก็แบ่งให้กับเรื่องของการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสื่อสารผ่านงานเทศกาลดนตรีที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อของเทศกาล Wonderfruit เรากำลังพูดถึงคุณหมู-สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) และคุณพีท-ประณิธาน พรประภา Founder of Wonderfruit นั่นเอง มิตรภาพของทั้งคู่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี กระทั่งวันหนึ่งความสนใจของทั้งคู่ก็มีจุดตัดที่ชัดเจนตรงกัน นั่นก็คือเรื่องของการหลอมรวมศิลปะและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นโดยใช้ ‘เหล็กรีไซเคิล’ เป็นวัสดุหลัก ‘From waste to value’ คือประเด็นสำคัญที่พวกเขาทั้งคู่เน้นย้ำ และมันก็ได้กลายเป็นผลงานศิลปะที่สวยงามได้อย่างน่าทึ่ง เป็นความแข็งแกร่งที่งดงามในแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน a day ชวนทั้งคู่มานั่งคุยกันสบายๆ ในประเด็นเรื่องของ มิตรภาพ ความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม เพื่อค้นหาไปด้วยกันว่า ความแข็งแกร่งที่งดงามมีหน้าตาเป็นแบบไหน คุณรู้จักกันมายาวนานมาก อยากทราบว่ามีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เมื่อไหร่&#160; หมู: จริงๆ พวกเรารู้จักกันมานานเป็น 10 ปี แล้วจริงๆ ก็ชอบอะไรคล้ายๆ กันมาตลอด ส่วนตัวผมทำอุตสาหกรรมเหล็ก ก็ชอบเรื่องรีไซเคิล ชอบเรื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wonderfruit-millcon-project/">คุยกับ หมู-พีท คู่หูนักธุรกิจที่อินเรื่องสิ่งแวดล้อม จับมือกันแปรรูปเหล็กให้กลายเป็นงานศิลปะสุดพีค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เพื่อนคนหนึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็ก เพื่อนอีกคนแม้จะมีพื้นฐานครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมหนักๆ อย่างยานยนต์ แต่หัวใจอีกส่วน ก็แบ่งให้กับเรื่องของการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสื่อสารผ่านงานเทศกาลดนตรีที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อของเทศกาล Wonderfruit</p>



<p>เรากำลังพูดถึงคุณหมู-สิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) และคุณพีท-ประณิธาน พรประภา Founder of Wonderfruit นั่นเอง</p>



<p>มิตรภาพของทั้งคู่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี กระทั่งวันหนึ่งความสนใจของทั้งคู่ก็มีจุดตัดที่ชัดเจนตรงกัน นั่นก็คือเรื่องของการหลอมรวมศิลปะและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นโดยใช้ ‘เหล็กรีไซเคิล’ เป็นวัสดุหลัก</p>



<p>‘From waste to value’ คือประเด็นสำคัญที่พวกเขาทั้งคู่เน้นย้ำ และมันก็ได้กลายเป็นผลงานศิลปะที่สวยงามได้อย่างน่าทึ่ง</p>



<p>เป็นความแข็งแกร่งที่งดงามในแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน</p>



<p>a day ชวนทั้งคู่มานั่งคุยกันสบายๆ ในประเด็นเรื่องของ มิตรภาพ ความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม เพื่อค้นหาไปด้วยกันว่า ความแข็งแกร่งที่งดงามมีหน้าตาเป็นแบบไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165896" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณรู้จักกันมายาวนานมาก อยากทราบว่ามีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เมื่อไหร่&nbsp;</strong></h2>



<p>หมู: จริงๆ พวกเรารู้จักกันมานานเป็น 10 ปี แล้วจริงๆ ก็ชอบอะไรคล้ายๆ กันมาตลอด ส่วนตัวผมทำอุตสาหกรรมเหล็ก ก็ชอบเรื่องรีไซเคิล ชอบเรื่อง waste to value concept และระยะหลังๆ เห็นพีทเขาสนใจเรื่องการทำฟาร์ม ผมเองก็สนใจเหมือนกัน ล่าสุดก็หยิบโคก หนอง นา โมเดลไปทำกับฟาร์มของผมที่ระยอง ก็ถือว่าเป็น common interest ที่ทำให้พวกเราปรึกษาหารือกันบ่อย พีทก็แนะนำคนให้มาช่วยให้คำปรึกษาทั้งเรื่องปรุงดิน เรื่องการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ฟาร์มของผมนี่ เหล็กหรือหิน ต้องมาจาก recycle process ด้วย เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะไปทางนี้อย่างจริงจัง&nbsp;</p>



<p>พีท: จริงๆ เรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ผมคลุกคลีมาตลอด เพราะเมื่อ 30 ปีที่แล้วคุณพ่อผมเป็นคนที่ริเริ่มโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโครงการหนึ่งที่ชื่อ Think Earth สมัยนั้นเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดีเลย แล้วตั้งแต่เด็กๆ ผมก็เลยได้ไปทำโครงการเกี่ยวกับป่า ได้เข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม พอโตขึ้น มีโอกาสสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ก็คิดว่าอยากจะหาวิธีที่จะทำให้คนมาสนใจหรือสนุกกับประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วย เลยคิดเรื่องของการนำศิลปะและวัฒนธรรมมาเป็นตัวกลางในการนำเสนอเรื่องนี้ เลยเป็นจุดเริ่มของเทศกาล Wonderfruit และเริ่มมีเพื่อนๆ ที่มีความสนใจเรื่องเดียวกันเข้ามาร่วมมือกันมากขึ้น หมูก็เป็นหนึ่งในนั้น เลยคุยกันว่า เราจะร่วมมือทำงานอะไรกันได้บ้าง ก็เลยเกิดโปรเจกต์ที่นำเหล็กรีไซเคิลของหมูมาต่อยอดทำงานศิลปะ แล้วมันก็ไปต่อได้เรื่อยๆ เลย คือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เกิดกับหลายๆ คนคือ เขาจะคิดว่ามันตัน ไม่รู้จะทำอะไรต่อ หรือทำไปมันก็แพง เดี๋ยวค่อยทำไหม หรือทำไปเพราะว่ามันเป็นเทรนด์ ซึ่งผมว่าแบบนั้นผิดนะ อย่าไปทำเลย ถ้าทำก็ขอให้ทำเพราะชอบจริงๆ แล้วมันจะสนุกที่ได้ทำ เหมือนที่ผมทำ Wonderfruit เพราะสนุก แล้วเมื่อเราชอบทำ มันจะเป็นความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง แล้วมันจะทำได้ดีกว่าเยอะ มันไม่ได้ทำเพื่อสร้างภาพ เพราะเราทำในสิ่งที่เราชอบ เราก็อยากลงมือทำเองให้มากที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะว่าไป พวกคุณมองเรื่องสิ่งแวดล้อมในอดีตมาจนถึงวันนี้ว่าเปลี่ยนไปแค่ไหน</strong></h2>



<p>พีท: สมัยที่คุณพ่อผมริเริ่มโครงการ Think Earth ไม่ว่าจะเรื่องปลูกป่าหรืออนุรักษ์ท้องทะเล ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ต้องทำนะ เหมือนมันเป็นธรรมชาติของเราจริงๆ แต่เรื่องผลกระทบเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่คนยังไม่ได้พูดถึงแพร่หลาย แต่ผ่านมา 30 ปี ทุกคนพูดถึงเรื่องพวกนี้กันหมด ไม่ว่าจะมีแรงกระตุ้นจากทางใดก็แล้วแต่ แต่ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า เรื่องนี้มันเป็นภัยต่อโลก แล้วพอผมศึกษาไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่า การที่มนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งเพราะมนุษย์มีเรื่องของความโลภเป็น desease of the mind และนั่นแหละคือต้นตอของปัญหา ส่วนการทำลายมันเป็นปลายเหตุ เพราะเราไม่ conscious กับสิ่งที่เราทำ นี่เป็นเรื่องที่ผมกับหมูสนใจคล้ายๆ กัน นั่นก็คือเรื่องจิต เรื่อง consciousness แล้วพอเราศึกษาเรื่องนั้นไปเรื่อยๆ มันก็สะท้อนตัวเรากับเรื่องสิ่งแวดล้อมไปด้วย เรื่องนี้ผมกับหมูคิดคล้ายๆ กันมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165901" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หมู: อีกเรื่องที่คล้ายกัน คือเราอินกับการทำสมาธิ เรามีสติและตั้งใจกับสิ่งที่เราทำอยู่ ไม่ใช่ทำไปตามเทรนด์ใดๆ อย่างผมมีจุดเริ่มต้นทำธุรกิจจากการทำเหล็ก แล้วก็สนใจเรื่องการรีไซเคิลเหล็ก ผมก็พยายามเลือกสิ่งที่สร้างมลภาวะให้น้อยที่สุด โดยทั่วไปในกระบวนการผลิตเหล็ก จะมีคาร์บอนต่อตันเหล็ก 1.98 ตันคาร์บอน ต่อ 1 ตันเหล็ก แต่เมื่อผมลงทุนกับเทคโนโลยีที่ลดกระบวนการทำลายสิ่งแวดล้อม เราก็สามารถทำให้กระบวนการผลิตเหล็ก ใช้คาร์บอนแค่ 0.35 ตันคาร์บอน ต่อ 1 ตันเหล็ก ซึ่งมันห่างกันมากเมื่อเทียบกับสร้างมลภาวะทั่วโลก ดังนั้นมิติเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มันทำได้หลายภาคส่วน มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ไม่ได้มีแค่เรื่องการปลูกป่า แต่มันเกี่ยวกับเรื่องการทำธุรกิจ ที่มีแนวทางลดโลกร้อนหรือสร้างคาร์บอนเครดิต ที่ทำให้มันดีขึ้นกับธุรกิจโดยรวมด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ฝั่งหนึ่งทำเรื่อง art and culture อีกฝั่งทำเรื่องอุตสาหกรรมหนัก คิดว่าต่างคนมองกันและกันยังไง มันมาเชื่อมกันได้ยังไง เพราะในแง่หนึ่ง อุตสาหกรรมหนักอย่างเหล็กก็ไม่น่าจะดีกับสิ่งแวดล้อม แต่วันนี้มันกลับเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนตระหนักเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมได้</strong></h2>



<p>พีท: ต้องบอกว่า โดยทั่วไป ความคิดเรื่องธุรกิจทำสิ่งไม่ดีกับสิ่งแวดล้อม แทบจะเป็นความคิดของคนที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริงๆ ลองคิดดูนะ ถ้าเกิดไม่มีอุตสาหกรรมหนัก เราก็ไม่มีอะไรเลยในโลก มันเป็น evolution ของมนุษย์ที่เราต้องผ่านจุดนั้นก่อนจะมาถึงจุดนี้ มันไม่มีทางอื่นที่ต้องผ่าน เราต้องมีรถ มีเครื่องบิน ซึ่งก็เป็นเรื่องจำเป็นต่อการพัฒนา เพราะเราจะเป็นมนุษย์ในแบบที่เราเป็นตอนนี้ได้ยังไง ถ้าเราไม่ผ่านสิ่งเหล่านี้</p>



<p>เพียงแต่ประเด็นคือ สมัยก่อนหลายคนอาจจะมองว่า ต้องทำธุรกิจจนรวยแล้วค่อยมาให้คืนสังคม ส่วนมาก philanthropy จะคิดแบบนั้น แต่ผมว่าสมัยนี้โลกก็พัฒนาไปหลายอย่าง การผลิตในสมัยนี้ก็เอื้อต่อการผลิตแบบยั่งยืนได้มากขึ้นกว่าเดิม ผมว่าวันนี้โลกของเราก็เปลี่ยนไปแล้ว เราน่าจะมองวิธีทำธุรกิจใหม่ๆ ได้</p>



<p>หมู: ผมว่าสิ่งที่ทำให้เชื่อมอุตสาหกรรมหนักกับไลฟ์สไตล์ หรือ Millcon กับ Wonderfruit ได้ มันมีจุดเชื่อมจากศิลปะ พีทเขาอยากสร้าง art sculpter ที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งผมก็ทำเรื่องนี้ในอุตสาหกรรมเหล็กอยู่แล้ว เราก็เอามาเป็นจุดที่เชื่อมโยงกัน เชื่อมสิ่งที่ตรงข้ามกัน มันก็ดีนะ เพราะในเชิงอุตสาหกรรมอย่างเดียว มันมองไม่เห็นภาพหรอกว่ามันจะไปเชื่อมกับคนอื่นยังไง หรือทำให้มันเป็นศิลปะได้ยังไง เราเลยอยากสร้างความท้าทายว่า ในอุตสาหกรรมหนักก็สร้างสิ่งที่สวยงามได้ แม้มันจะมาจากเหล็กหรือขยะก็ตาม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ไอเดียในการนำเหล็กรีไซเคิลมาทำงานศิลปะ เกิดจากใคร</strong></h2>



<p>หมู: คุยกันทั้งคู่มากกว่า เพราะเราก็มีความสนใจในศิลปะระดับหนึ่ง ไม่ได้เป็นในเชิง collector แต่อยากสร้างศิลปะจากวัสดุรีไซเคิล เพราะมันเกี่ยวกับธุรกิจและความชอบส่วนตัวของเรา ผมว่านี่คือจุดที่พีทเขาชอบอยู่แล้ว เขามีพื้นที่โชว์ ผมมีเหล็กเหลือ ที่ใครๆ มองว่าเป็นขยะ แต่มันยังมี value ทำให้มันเป็นสิ่งที่สวยงามได้ แล้วมันก็ออกมาดีจริงๆ จนได้นำไปตั้งโชว์เป็น art sculpture ใน Wonderfruit เมื่อปลายปีที่แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165898" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้เล่ากระบวนการทำงานให้ฟังหน่อย ว่าออกมาเป็นงาน art sculpture ได้ยังไง</strong></h2>



<p>พีท: โจทย์ตอนแรกคือ หมูมีเหล็กรีไซเคิลและสนใจเรื่อง circular economy ผมเลยคิดว่า Wonderfruit น่าจะเป็น platform ที่สามารถโชว์เรื่องพวกนี้ได้ เพราะเราก็อยากจะเน้นย้ำเรื่อง ศิลปะกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ผมเลยไปคุยกับ art director / art curator ของผมในประเด็นนี้ แล้วเขาก็เลยคิดถึงศิลปินที่จะชวนกันมาสร้างงานศิลปะ แต่เล่าย้อนไปนิดนึงว่า ก่อนหน้านี้เราทำ project sonic element ซึ่งเราทำกับคนที่เก่งด้านเสียง หรือ researcher ของเสียง เป็น BBC Broadcaster ที่ชื่อ Nick Luscombe เป็น living encyclopedia ที่เชี่ยวชาญเรื่องเสียงมากที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จัก ตอนนั้นเราสร้าง sonic element ซึ่งว่าด้วยเรื่องธาตุ 4 แบบ water air metal earth เราเลยมองว่าอยากจะเอางาน Millcon มาเชื่อมกับ project นี้ ในพาร์ตของ Metal&nbsp;</p>



<p>เราชวนศิลปินและสถาปนิกมาทำงานด้วย เพื่อมาสร้าง structure แล้วข้างในทำ sound installation ที่เป็นการอัดเสียงในพื้นที่ต่างๆ ที่ปกติเราอาจจะไม่ได้ตั้งใจฟัง ทีนี้มีศิลปินคนหนึ่งเขาไปอัดเสียงที่เกิดจากเหล็ก เพราะคนหลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงว่าเสียงของเหล็กมันคือเสียงแบบไหน หรือเสียงของน้ำคือแบบไหน เสียงของอากาศคือแบบไหน ทีนี้มันก็ย้อนกลับมาที่เรื่องสมาธิ เพราะถ้าเราตั้งใจฟังชัดๆ เสียงมันจะมีอยู่เต็มไปหมดเลยนะที่ปกติเราไม่สนใจ หรือไม่มีสติพอที่จะสนใจฟังใกล้ๆ ดังนั้นงานนี้ก็เลยเป็นการทำ sound installation ผสมผสานกับการนำเหล็กมาทำโครงสร้าง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากเหล็กที่ตอนแรกมองว่าเป็น waste พอออกมาเป็นงานศิลปะแล้วทึ่งไหม</strong></h2>



<p>หมู: เราก็เคยเห็นงานจากวัสดุรีไซเคิลที่ออกมาสวยๆ หลายชิ้นนะ แต่เราก็ไม่เคยมีส่วนร่วมในการสร้างหรือทำเลย ผมว่าตรงนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เห็นแล้วชอบ เพราะมันมาจากเศษเหล็ก หรือขยะที่ถ้ามันกองอยู่กับที่ มันก็ไม่มี value เราก็ทำให้มันมี value ขึ้นมา มีคอนเซ็ปต์ที่เชื่อมโยงในเรื่องที่น่าสนใจ อย่าง sonic element เป็นต้น สุดท้ายที่พีทบอกว่าเกี่ยวกับการทำสมาธิเหมือนกัน เพราะถ้าเราโฟกัสดีๆ ตั้งใจฟังดีๆ มันก็มีเสียงที่เพราะในแบบของมันด้วย ถ้ามองดีๆ มันก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่เปลี่ยนขยะให้เป็นศิลปะ ซึ่งผมว่ามันเป็นสิ่งที่น่าจะต่อยอดกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในไทยได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165899" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มีแนวทางในการสนับสนุนศิลปินที่สร้างงานศิลปะที่ทำจากวัสดุ recycle บ้างไหม มองไว้ยังไง</strong></h2>



<p>พีท: Wonderfruit ตอนเริ่มแรก เรามองเรื่องวัสดุที่ทำจากธรรมชาติเยอะ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็มีข้อดีนะ แต่มันก็มีข้อจำกัดเหมือนกันในเรื่องของ lifespan ตอนหลังเราเลยเริ่มสร้างโครงสร้างที่มันถาวรมากขึ้น เพราะมันอยู่ได้นานกว่า แล้วก็สามารถใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่าจริงๆ ซึ่งวัสดุธรรมชาติมันมีไม่กี่ตัวที่ทำได้ แล้วเหล็กมันก็ไม่ได้ environmentally positive ขนาดนั้น แต่ตอนคุยกับหมู ก็เข้าใจเรื่องแนวทางที่จะนำเหล็กมารีไซเคิล หรือนำมาดัดแปลงแล้วใช้ประโยชน์ใหม่ ผมว่ามันก็ตอบโจทย์ของเราค่อนข้างมาก เราเลยได้ทำงานอื่นๆ ด้วยกันอีกมาก ต่อไปก็น่าจะเน้นเรื่องเหล็กรีไซเคิลกันอีก</p>



<p>หมู:&nbsp; มันไม่ใช่แค่งานศิลปะอย่างเดียว ผมว่าสิ่งปลูกสร้างถาวรหลายๆ อย่างในที่นี้ มันก็เป็นโครงสร้างที่ทำให้ออกมาเป็นศิลปะได้ แต่ผมอยากให้การใช้เหล็กมันเป็น environmental friendly เช่น ถ้าเราเอาซากรถเก่า มาทำลายทิ้ง แล้วเอาเหล็กมารีไซเคิลใหม่มาทำเป็น product ที่กลับไปสู่อุตสาหกรรมรถยนต์หรือสิ่งปลูกสร้างได้จริงๆ ถ้าคำนวณกันคร่าวๆ เฉพาะในไซต์งานของ Wonderfruit ที่มีทั้งงานศิลปะและสิ่งปลูกสร้าง ก็น่าจะตีเป็นรถยนต์ได้ประมาณ 2000 คัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ต้องใส่ใจในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนักๆ ที่พวกคุณทำอยู่ คิดว่ามีประเด็นไหนที่คนในอุตสาหกรรมควรจะร่วมมือกัน เพื่อให้ตระหนักในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม</strong></h2>



<p>หมู: ถ้าแนะนำ ผมคงไม่มีคำแนะนำ เพราะว่าการทำธุรกิจแต่ละธุรกิจมันมีข้อจำกัด มีความท้าทายของมันเองอยู่แล้ว แต่แน่นอนคือ ในอนาคตทุกคนจะถูกบีบบังคับโดยกฎเกณฑ์ กฎหมาย หรือมาตรฐานของโลกให้ผลิตสินค้าหรือบริการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp; ด้วยข้อจำกัดของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคืออย่าทำอะไรที่ฝืน เพราะถ้าทำอะไรด้วยใจ มีความสุขกับมัน มันก็จะทำได้ดีกว่าไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่วนตัวหรืออะไรก็ตาม มันดีกว่าฝืนทำอยู่แล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าพูดเรื่องการตอบแทนหรือคืนให้กับสังคม คิดว่าตอนนี้ต่างฝ่ายกำลังทำอะไรกันอยู่บ้างในมุมของตัวเอง</strong></h2>



<p>พีท: คำว่าคืนให้กับสังคมนี่ จริงๆ แล้วผมไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องประเภทที่ว่า สังคมให้อะไรเราแล้วเราต้องคืน แต่ทำเพราะมันเป็นสิ่งที่ผมชอบทำและเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง แล้วอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเราแล้ว มันจะง่ายขึ้นเยอะที่จะมีประโยชน์ต่อคนรอบข้าง จากนั้นโดยธรรมชาติมันก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165902" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/WxM-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หมู: สำหรับผม ไม่ได้คิดถึงการตอบแทนสังคมด้วยการบริจาคเงิน เพราะผมเชื่อเรื่องการเริ่มต้นทำในสิ่งที่เราคิดว่ามันดีและเราชอบ แล้วมันก็จะขยายวงออกไปเองในเชิง positive ต่อตัวเรา ต่อเพื่อนๆ ต่อสังคม ต่อคนที่อยู่ในชุมชน มันก็ไปของมันเอง จะตอบแทนสังคมยังไงมันก็ต้องเป็นไปในแนวทางที่เราโอเคและชอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าพูดเรื่องความยั่งยืน คิดว่าวันนี้นิยามของคำนี้ในความหมายของพวกคุณคืออะไร</strong></h2>



<p>หมู: ถ้าเป็นความยั่งยืนในเชิงการใช้ชีวิต ผมว่าชีวิตเรามันก็มีช่วงเวลาในอายุขัยของเราระดับหนึ่ง ความยั่งยืนมันไม่ได้หมายถึงการอยู่ไปจนนิรันดร์ แต่มันเป็นในเชิงความรู้สึกมากกว่า ว่าขอให้เรามีสุขภาพโอเค ทำในสิ่งที่เราอยากทำได้ ครอบครัว คนอยู่ข้างๆ อยู่ด้วยกันแล้ว happy มีความสุข เงินก็ต้องมีในระดับหนึ่งถึงจะมีอิสระภาพทางการเงินและใช้ชีวิตได้ดี ผมไม่ได้บอกว่าความยั่งยืนไม่ได้มีอยู่จริงนะ มันมี แต่เราจะทำยังไงให้มันอยู่ได้นาน มันต้องจัดการให้ได้ ส่วนความยั่งยืนในมุมธุรกิจ ผมก็คิดว่าเมื่อเราถูกบังคับจากกติกาที่ให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน มันก็เป็นโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจมันยั่งยืนโดยตัวมันเอง อย่างเราทำงานเราก็เห็นว่า ขยะที่มาจากภาคอุตสาหกรรมหรือภาคครัวเรือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา สิ่งที่เราอยากทำเพื่อให้มันยั่งยืนต่อธุรกิจก็คือ เปลี่ยนขยะเหล่านี้ให้มีมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะในมิติไหนๆ ก็แล้วแต่</p>



<p>พีท​: มันอยู่ที่วิธีมองว่า เราต้องการให้ธุรกิจเรามันต่อยอดยังไงให้ยั่งยืนด้วย ซึ่งองค์ประกอบที่ผมมองว่ามันช่วยให้ธุรกิจต่อยอดได้ก็คือ ยึดกับพื้นฐานของคุณค่าของเรา พอคุณค่าเรามั่นคง มันก็เอามาแปรเป็นหลายอย่างได้ ผมไม่ได้เชื่อว่า เราทำอะไรเราแล้วเราต้องส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป แต่ผมเชื่อในเรื่องคุณค่าที่เราสร้าง อย่างลูกผม ก็พูดกับเขาตลอดว่าผมไม่ได้หวังว่าเขาจะทำอย่างที่ผมสร้างมาหรือเปล่า แต่คุณค่าที่เราสร้างไว้นั่นแหละคือแก่นที่เราจะสามารถนำไปต่อยอดได้ ก็เลยมองว่ามันเป็นเรื่องของคุณค่าหลักมากว่าการส่งต่ออะไร การทำธุรกิจที่คิดว่าจะทำเป็นพันปี ประเด็นคือจะรู้ได้ยังไงว่าจะทำได้นานขนาดนั้น ความคิดแบบนั้นมันตอบสนองกับอีโก้ของเราที่ยึดติดด้วยเหมือนกัน บางทีเราก็ต้องลุกขึ้นมา reframe สิ่งที่เราคิดนะครับ ว่าถึงวันหนึ่ง มันส่งผลกระทบอะไรหรือมันดีอย่างที่เราคิดไหม</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wonderfruit-millcon-project/">คุยกับ หมู-พีท คู่หูนักธุรกิจที่อินเรื่องสิ่งแวดล้อม จับมือกันแปรรูปเหล็กให้กลายเป็นงานศิลปะสุดพีค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ SATARANA กับเบื้องหลังการตีความย่านเยาวราชให้เป็นมิตรกับทุกคนมากขึ้น ในงาน BKKDW 2023</title>
		<link>https://adaymagazine.com/satarana-bangkok-design-week-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Feb 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[BKKDW 2023]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวราช]]></category>
		<category><![CDATA[Satarana]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165221</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเอ่ยถึงเยาวราช แทบไม่ต้องเสียเวลานาน หลายคนคงมีภาพที่แวบขึ้นมาในหัวโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นย่านสตรีทฟู้ดเลื่องชื่อ แหล่งร้านทองต้นแบบ ตลาดสินค้าขายส่งปลีกขนาดใหญ่ หรือการเป็นไชน่าทาวน์ การหลอมรวมทั้งวัฒนธรรมและแหล่งค้าขาย จึงทำให้เยาวราชมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่หากมองให้ลึกลงไปเยาวราชก็คือชุมชนหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร การใช้พื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ยาวนานของชุมชนชาวจีนที่มักถูกบดบังด้วยเสียงจอแจในย่านค้าขาย กลายเป็นว่าหลายคนเกือบจะมองไม่เห็นเหล่าผู้คนน้อยใหญ่ที่ขับเคลื่อนย่านและอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ นอกเหนือไปจากการเป็นเพียงแค่พื้นที่เศรษฐกิจ&#160; จนวันที่ Bangkok Design Week 2023 มาถึง ปีนี้อยู่ภายใต้ธีม เมือง-มิตร-ดี ย่านเยาวราชถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง โดย SATARANA ซึ่งมองว่านอกเหนือจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหาของคนเยาวราชยังสามารถใส่ไอเดียเข้าไปแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายเยาวราชเนวิเกเตอร์ การบอกเล่าอาคารเก่าแก่ที่ยังไม่เคยถูกพูดถึง การรื้อฟื้นเพลงหรือโรงงิ้วให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ๆ หรือการออกแบบ street function ที่ทำให้คนใช้ทางเท้าและใช้ถนนอยู่ร่วมกันได้&#160; ที่ผ่านมา SATARANA ทำงานกับชุมชนหลากหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแนวทางธุรกิจเกื้อกูล (inclusive business) และได้พิสูจน์ฝีมือมาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ Once Again Hostel โฮสเทลในซอยสำราญราษฎร์, TRAWELL การหยิบเอาการท่องเที่ยวมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เมือง, MAYDAY ที่เคยออกแบบป้ายรถเมล์ใหม่ให้ดูง่ายขึ้น โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนเรื่องขนส่งสาธารณะ หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/satarana-bangkok-design-week-2023/">คุยกับ SATARANA กับเบื้องหลังการตีความย่านเยาวราชให้เป็นมิตรกับทุกคนมากขึ้น ในงาน BKKDW 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากเอ่ยถึงเยาวราช แทบไม่ต้องเสียเวลานาน หลายคนคงมีภาพที่แวบขึ้นมาในหัวโดยทันที ไม่ว่าจะเป็นย่านสตรีทฟู้ดเลื่องชื่อ แหล่งร้านทองต้นแบบ ตลาดสินค้าขายส่งปลีกขนาดใหญ่ หรือการเป็นไชน่าทาวน์ การหลอมรวมทั้งวัฒนธรรมและแหล่งค้าขาย จึงทำให้เยาวราชมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร</p>



<p>แต่หากมองให้ลึกลงไปเยาวราชก็คือชุมชนหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจราจร การใช้พื้นที่สาธารณะ ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ยาวนานของชุมชนชาวจีนที่มักถูกบดบังด้วยเสียงจอแจในย่านค้าขาย กลายเป็นว่าหลายคนเกือบจะมองไม่เห็นเหล่าผู้คนน้อยใหญ่ที่ขับเคลื่อนย่านและอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ นอกเหนือไปจากการเป็นเพียงแค่พื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;</p>



<p>จนวันที่ Bangkok Design Week 2023 มาถึง ปีนี้อยู่ภายใต้ธีม เมือง-มิตร-ดี ย่านเยาวราชถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้ง โดย SATARANA ซึ่งมองว่านอกเหนือจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหาของคนเยาวราชยังสามารถใส่ไอเดียเข้าไปแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายเยาวราชเนวิเกเตอร์ การบอกเล่าอาคารเก่าแก่ที่ยังไม่เคยถูกพูดถึง การรื้อฟื้นเพลงหรือโรงงิ้วให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ๆ หรือการออกแบบ street function ที่ทำให้คนใช้ทางเท้าและใช้ถนนอยู่ร่วมกันได้&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมา SATARANA ทำงานกับชุมชนหลากหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแนวทางธุรกิจเกื้อกูล (inclusive business) และได้พิสูจน์ฝีมือมาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ Once Again Hostel โฮสเทลในซอยสำราญราษฎร์, TRAWELL การหยิบเอาการท่องเที่ยวมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เมือง, MAYDAY ที่เคยออกแบบป้ายรถเมล์ใหม่ให้ดูง่ายขึ้น โดยทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อนเรื่องขนส่งสาธารณะ หรือ LOCALL แพลตฟอร์มขนส่งอาหารที่อาสาเป็นตัวกลางประสานงานให้พนักงานและคนในย่านไปซื้อและส่งให้ถึงมือลูกค้าในย่านเสาชิงช้าและประตูผี ผ่านไลน์หรือสายโทรศัพท์ในช่วงล็อกดาวน์</p>



<p>เราติดต่อ อุ้ม-วิภาวี กิตติเธียร CEO และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร SATARANA เพื่อฟังเรื่องราวเบื้องหลังของงานดีไซน์เมืองที่เป็นมิตรกับผู้คนในย่านเยาวราชจะเป็นอย่างไร พวกเขาวางบทบาทตัวเองในงานนี้เป็นแบบไหน ก่อนตั้งคำถามไปไกลถึงการพัฒนาเมืองโดยงานออกแบบให้อะไรกับชุมชนไว้บ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165226" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">1</h4>



<p>“จริงๆ แล้วกลุ่มสาธารณะ เราทำหน้าที่เหมือน facilitator หรือผู้คอยช่วยเหลือและผู้นำกระบวนการเรียนรู้”</p>



<p>อุ้มบอกกับเราถึงบทบาทการของ SATARANA จากการทำงานที่ผ่านมาเธอมักเห็นว่าความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาเมือง อาจเกิดขึ้นได้เพียงแค่ต้องการคนที่คอยอำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านได้มาเจอกัน&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ SATARANA ทำจึงไม่ใช่คนที่ลงไปลงมือจัดการปัญหาเมืองโดยตรง หากแต่เรียกว่าเป็นตัวกลางที่คอยประสานกลุ่มคนเล็กคนน้อยที่เข้าใจมาแก้ไขปัญหานี้ไปด้วยกัน ผ่านการรับฟังปัญหา การโยนโจทย์ไปให้ผู้เชี่ยวชาญลองคิด การเปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็น หรือการแก้ไขความขัดแย้ง</p>



<p>“เรารู้สึกว่าไม่ว่าประเด็นเมือง ประเด็นไหนๆ เราอยากให้คนที่เป็นเจ้าของโจทย์จริงๆ เข้ามามีส่วนร่วมกับเราให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันไม่ค่อยมีการตั้งประเด็นเองโดยเรา มันมีแต่ว่าเราเจอพื้นที่มา คุยกับคนข้างใน เขามีประเด็นอะไร แล้วเราเซตสิ่งนั้นเป็นชาเลนจ์ ให้เขาอยู่ในกระบวนการให้มากที่สุด</p>



<p>“เราทำงานกับกลุ่มเยอะมากเลย ส่วนใหญ่ค่อนข้างเน้นเป็น small people จริงๆ เราไม่อยากใช้คำว่ากลุ่มบอบบาง แต่เราใช้คำว่าเป็นผู้ใช้งาน เป็นประชากรหลักของเมือง ทั้งคนที่ฟอร์มตัวกันหรือไม่ก็ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่ทำให้อุ้มมองเห็นความสำคัญของการเป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่ facilitator คือเหตุการณ์ไล่รื้อที่ดินชุมชนป้อมมหากาฬ ปี 2018 ที่ทำให้เห็นโอกาสว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง SATARANA จึงจัดวางตัวเองเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่ทำให้กลไกทั้งหลายสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น</p>



<p>“เหตุการณ์ไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬทำให้เราเห็นโอกาสมากกว่าว่ามันไม่ใช่แค่เราที่อยากแอ็กชันเรื่องนี้ แต่มีผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ มีหน่วยงานที่คนอยากแอ็กชันเพื่อเปลี่ยนแปลงเมืองเต็มไปหมดเลย เราเห็นโอกาสในการทำเรื่องนั้นในการต่อยอดเพื่อเอาไปทำประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติม เรารู้สึกว่ากลไกข้อดีทั้งหมดมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มี machanics แบบที่เราวางไป เป็นคนอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างมันลงล็อก บางเรื่องมันไม่เกิด เพราะแค่จัดการเวลาตรงกันไม่ได้เลย” เธอพูดอย่างน่าเสียดาย</p>



<p>ตั้งแต่นั้น SATARANA ก็ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทที่ทำงานภาคประชาสังคมในการพัฒนาเมือง และตั้งใจที่จะทำให้โมเดลนี้สามารถจับต้องได้จริงผ่านเซอร์วิสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำรีเสิร์ช งานดีไซน์ หรือการทำงานโปรดักชันด้วย โดยงานเซอร์วิสเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การทำงานสร้างการมีส่วนร่วมของเจ้าของพื้นที่</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">2</h4>



<p>“เยาวราชยากมากเลยนะ เพราะเยาวราชไม่ต้องง้อใคร”&nbsp;</p>



<p>อุ้มอธิบายถึงจุดเริ่มต้นที่ SATARANA เลือกทำงานกับย่านนี้ในงาน Bangkok Design Week 2023 นอกเหนือจากการที่ออฟฟิศของกลุ่มตั้งอยู่ในย่านนี้ เยาวราชมีนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละหลายหมื่นคน ในขณะที่ชุมชนอื่นที่ SATARANA ไปทำงาน เรื่องเศรษฐกิจมักเป็นปัญหาอันดับต้นๆ&nbsp;</p>



<p>เราอดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้ หลายคนคงพอจะนึกภาพออกถึงความคึกคักในย่านเยาวราช จนเกิดเป็นคำถามต่อมาว่าเยาวราชยังมีอะไรให้น่าลงไปทำงานด้านใดอีกบ้าง</p>



<p>อุ้มเล่าต่อไปว่า “ทุกครั้งที่เราเดินทางมาที่นี่ หรือออฟฟิศเราที่อยู่ตรงนี้ เราเห็นช่องว่างของเมืองเต็มไปหมด มันไม่ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อคนที่มาท่องเที่ยวหรือคนที่อาศัยอยู่เยอะมาก พวก Public facility หรือช่องว่างเล็กๆ ที่เป็น small chain ที่บิดทีเดียว กรึ๊บ มันลื่นขึ้นได้เยอะกว่านี้มากเลย เราเลยคิดว่ามันเป็นโจทย์ที่ดี ที่น่าสนุก ชวนคนในพื้นที่ในย่านนี้แหละมาคุยกัน”</p>



<p>“เราใช้กระบวนการมีส่วนร่วมค่อนข้างเยอะ อย่างของสำเพ็ง เราพยายามชวนผู้ค้าสำเพ็งทุกเจ้า เหนื่อยนิดนึงเหมือนกัน คุยกับพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มศาสนสถาน พวกวัด ศาลเจ้า มัสยิด เราเข้าไปหาหมด เราเข้าหาแบบตรงไปตรงมามากเลย อยากชวนคุย ว่าแถวนี้มีปัญหาอะไรไหม อยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือเปล่า เราค้นพบว่าจริงๆ มีประเด็นอยู่เยอะ จนเรารู้สึกว่าต้องการคนจำนวนมากเลยนะถ้าต้องมาช่วยสิ่งนี้ แต่ความเยอะของประเด็นนั้น เขาไม่ได้ต้องการอะไรเยอะเลย โปรดักชันอาจเป็นแค่ป้ายอันเดียว หรือตอนจบออกมากลายเป็นแค่มีทริปมาเล่าเรื่องบ้านฉันหน่อย เพราะอาคารตรงนี้เก่ามากเลยนะ แต่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165227" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อุ้มเล่าว่าการทำงานกับชุมชนเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะเห็นด้วย แต่เธอก็ใช้วิธีการพูดคุยและทำเวลาทำความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่อยู่นาน เธอกล่าวสรุปสั้นๆ ว่า “คิดเห็นไม่เหมือนกันไม่เป็นไร แต่การคิดเห็นไม่เหมือนกันของแต่ละคนมันมี input อยู่มากน้อยแค่ไหน”</p>



<p>“อย่างที่เราบอกว่าเยาวราชมันยากตรงที่ผู้ค้าทุกคนตื่นเช้ามาเปิดร้านเก็บร้าน เวลาคุยกับเรามีน้อยมาก น้อยจนแบบ ขอเวลาอีกนิดนึงได้มั้ยคะ (เสียงอ่อน) คือแทบจะไม่มีเวลาให้เลย เพราะธุรกิจเขารุ่งเรือง จริงๆ มันต้องใช้ความอดทนประมาณหนึ่งเลย เพื่อที่จะค่อยๆ คุยกับเขา ได้กลมกลืนไปกับเขา กระบวนการรีเสิร์ชของเราเลยใช้เวลานานมาก มันจะไม่เหมือนการทำรีเสิร์ชแบบปกติ แต่เราต้องทำรีเสิร์ชแบบเธอต้องสนิทกับฉันให้ได้” เธอว่าพลางหัวเราะเมื่อนึกย้อนกลับไปช่วงเริ่มต้นของการทำงาน</p>



<p>“มันเป็นกลไกการเปลี่ยนเมือง มันต้องมี facilitator ที่เป็นฟันเฟืองที่หมุนคนทุกล็อกที่ไม่ตรงกัน ให้สามารถทำงานโจทย์เดียวกันได้” อุ้มย้ำ</p>



<p>ปกติแล้ว SATARANA มักทำงานโดยมีพื้นฐานจากข้อมูลเสมอ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกับคนในชุมชน อุ้มเสริมว่าอุปสรรคของการเก็บข้อมูลจากการพูดคุย มักเป็นข้อมูลที่นำไปจัดเก็บต่อยาก ทำให้ทีมรีเสิร์ชต้องทำงานหนักเป็นเท่าตัว</p>



<p>“ปกติคนเก็บข้อมูล เขาก็จะต้องมี factor ชัด คำชัด แต่พอเราทำงานชุมชน ป้ามาไทยคำจีนคำบ้าง การจับจุดเก็บข้อมูลเหล่านั้นเลยยากมาก ทำให้ทีมรีเสิร์ชของเราต้องทำงานแบบดับเบิลที่จะจัดเก็บสิ่งต่างๆ แล้วหาทาง matching เข้าด้วยกัน ซึ่งบางทีบางอย่างทีเราทำไม่ได้ เราก็พยายามจะชวนผู้เชี่ยวชาญมาคุยกับเราให้ได้เยอะที่สุด ขอคำแนะนำว่ามันต้องทำยังไง เราว่าเราอาจจะโชคดีที่ออฟฟิศเราคนส่วนใหญ่ยังไม่อายุเยอะ ยังเป็นเด็กๆ อยู่ การที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ และหาทางที่จะทำให้ได้”</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">3</h4>



<p>ยิ่งโจทย์เยอะ ก็ยิ่งต้องหาพลังคนรุ่นใหม่มาทำร่วมกัน อุ้มบอกกับเรา งานนี้จึงมีการดึงกลุ่มสถาบันการศึกษาทั้ง 25 สถาบันมาร่วมออกแบบงานควบคู่ไปกับการออกแบบหลักสูตรให้กับนักศึกษาใช้พื้นที่เยาวราชเป็นพื้นที่ลงมือทำงาน จุดเด่นของย่านนี้ในงาน Bangkok Design Week ที่ผ่านมา เราจึงเห็น Academic Program หลากหลายโปรแกรม&nbsp;</p>



<p>“เราชวนอาจารย์ก่อน โดยให้เอาโจทย์ของเยาวราชเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนของแต่ละมหาวิทยาลัย แต่ละหลักสูตรต้องเชื่อมโยงกับ design week ซึ่งงานนี้พวก academic program เขาก็จะจัดนิทรรศการ ซึ่งดีแล้ว เราไม่ติดอะไร แต่ในทางเดียวกัน เรายังรู้สึกว่ายังมีอีกหลายสาขาวิชามากที่เขาเชี่ยวชาญแต่ไม่มีเคสพื้นที่ให้ทำงานจริง เราเลยพยายามเอามาแมตช์กัน โจทย์ของ 25 สถาบันคือเยาวราช ก็ไปดูว่าเยาวราชในความถนัดของแต่ละคนช่วยอะไรได้บ้าง”</p>



<p>แม้ว่าเยาวราชจะมีแง่มุมอื่นๆ ที่น่าสนใจซุกซ่อนอยู่ แต่มักไม่ค่อยถูกหยิบออกมาพูดถึงเท่าไร ครั้งนี้ SATARANA จึงสกัดเยาวราชออกมาเป็นกิจกรรมต่างๆ ให้ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมสนุกได้ในย่านนี้ออกเป็น 4 ด้าน คือ เยาวเลิศ เยาวลิงก์ เยาวเล่น และเยาวลักษณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เดิม แทนการสร้างพาวิลเลียนแปลกใหม่ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่</p>



<p>กิจกรรมแต่ละด้านจะพูดถึงเรื่องเยาวราชที่แตกต่างกันออกไป คือ หนึ่ง &#8216;เยาวเลิศ&#8217; เป็นการบอกเล่าเรื่องราวเชิงประวัติศาสต์ของเยาวราชที่มีอายุกว่า 100 ปี ย่านนี้จึงเต็มไปด้วยอาคารโบราณ ห้องแถวตั้งแต่สมัย ร.4 และถนนเส้นเยาวพาณิชที่โดดเด่นเรื่องการขายรองเท้าที่ไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน นำมาเล่าใหม่เพื่อสะท้อนพื้นที่และวิถีชีวิตปัจจุบัน</p>



<p>สองคือ &#8216;เยาวลิงก์&#8217; คือการ Hack ให้ปัญหาคลาสสิกอย่างการเดินทางในเยาวราชง่ายขึ้น ด้วยการพยายามค่อยๆ เติมแก็ปทีละอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น ป้ายรถเมล์ใหม่ ป้ายเยาวราชเนวิเกเตอร์ โดยนักศึกษาจากมศว และ MAYDAY ซึ่งมาจาก pain point หลักคือต่อให้มีกูเกิลแมพการเดินในย่านนี้ก็ยังหลง งานดีไซน์เหล่านี้จึงเข้ามาช่วยเรื่องการเดินทางด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สามคือ &#8216;เยาวเล่น&#8217; จากการสืบสาวราวเรื่องทำให้เห็นหลักฐานการมีอยู่ของโรงหนังตั้ง 6 ที่ มีเพลงแบ็กกราวนด์เป็นซาวนด์แทร็กเป็นเติ้งลี่จวินตลอดเวลา รวมถึงซากโรงงิ้วที่ถูกทิ้งไว้ ทั้งที่งิ้วเป็นสิ่งที่สนุกและสวยงาม เพื่อให้สิ่งเหล่านี้กลับมาเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่อีกครั้งจากการเอาเรื่องแสงสีเสียงกลับมาเล่า หรือมีซับไตเติลภาษาไทยให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น</p>



<p>สี่คือ &#8216;เยาวลักษณ์&#8217; ว่าด้วยเรื่อง street function เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิต รวมถึงการหยิบจับสิ่งต่างๆ ในเยาวราชมาออกแบบใหม่ จนได้โปรดักส์สนุกๆ เช่น ธูปต้นแบบหรือธูปรักษ์โลก โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ศึกษาแล้วว่าธูปจะเผาไหม้ไม่เกิน 2 นิ้วครึ่งก่อนที่จะมีคนเก็บไปหมด จึงได้ธูปที่สั้นลง และทำให้มีควันน้อยลง</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">4</h4>



<p>ในวันที่งาน Bangkok Design Week จบลงไป สิ่งที่ SATARANA ทำไม่ได้สูญเปล่า อุ้มบอกว่าส่วนหนึ่งคือการติดตั้งถาวรให้เมืองได้ใช้ประโยชน์ ทั้งป้ายบอกทาง หรือสปอตไลต์ส่องสว่างในพื้นที่มืดๆ แต่อีกส่วนหนึ่งคือการท้าทาย (challenge) คนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ด้วยว่ายังมีความเป็นไปได้อีกหลายทางที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้</p>



<p>“แต่ในแง่ที่พัฒนาเมืองในระยะยาวของส่วนงานที่เป็นอีเวนต์ อย่างที่เล่าให้ฟังว่าเราชาเลนจ์เขา ที่นี่ไม่เคยจัดงานแบบนี้มาก่อน ลองดูว่าจัดแล้วเวิร์กไหม อย่างโชว์เติ้งลี่จวินที่เป็น walking theatre เราทำงานร่วมกับสตูดิโอ 11206 ซึ่งเขาเคยมีประสบการณ์เคยทำ immersive theatre มาก่อน ที่ไม่ใช่แค่การดูละครในโรงละคร แต่เป็นการดูละครแบบ immersive รอบนี้เราเลยทำเป็น walking theatre เป็นดูละคร แต่เดินในเส้นทางเยาวราช เดินตามตัวละครไปเรื่อยๆ มันก็จะเห็นเรื่องราวของเมือง เห็นพื้นที่ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>“ในอีกมุมนึงของการเล่าพื้นที่เมือง และอย่างโรงงิ้ว คณะงิ้ว เขาก็ได้รับกระแสตอบรับดี จากที่เขาไม่เคยเห็นวัยรุ่นมาดูงิ้ว ก็เริ่มมาแล้ว มีการลดช่องว่างระหว่างวัยด้วย ทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“มันก็ช่วยชาเลนจ์สกิลส่วนหนึ่ง ช่วยชาเลนจ์โอกาสของเจ้าของพื้นที่ ที่สำคัญเลยคือชาเลนจ์หน่วยงานภาครัฐ พี่ๆ เทศกิจ พี่ๆ ตำรวจ กทม. สถานที่งงมาก พวกเธอทำอะไรกัน พวกเธอต้องขออนุญาตฉันยังไง มันไม่มีกฎเกณฑ์นี้มาก่อนว่าทำได้ เราดีไซน์ที่กั้นกรวยที่เขาใช้ปิดเลนเพื่อขายอาหารให้เขาใหม่ ให้เป็นเฟอร์นิเจอร์ แล้วมีป้ายบอกทางได้ด้วย ตอนแรกเขาก็ด่าเต็มที่เลยนะ แต่พอเราทำเสร็จ ฟังก์ชันมันเป็นประโยชน์กับเขาจริงๆ มันก็ช่วยให้เขามีมายด์เซตใหม่ ในเรื่องของงานดีไซน์ มันอาจจะไม่ตรงกับกฎเกณฑ์ที่เขาดำเนินงานอยู่ แต่ว่ามันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยในการสร้างความเปลี่ยนแปลง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165234" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/sata-c02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อุ้มเล่าถึงมุมมองของการพัฒนาเมืองในเชิงโครงสร้างว่าแม้สิ่งที่ทำอยู่จะเป็นสเกลเล็กๆ เช่นการติดป้ายบอกทาง แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบโครงสร้างใหญ่ที่ควบคุมเมืองไว้อีกที</p>



<p>“ต่อให้เราอยากเปลี่ยนแค่สเกลเล็ก เช่น ติดป้ายตรงเสาไฟของหน่วยงานรัฐหน่วยงานหนึ่ง เงื่อนไขในการทำไม่ได้เยอะมาก แต่มันติดกฎเกณฑ์เงื่อนไขในระดับพระราชกำหนด มันเป็นเรื่องใหญ่ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนของหน่วยงานรัฐในการร่วมการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปกับเรา เราจะเจอทางตันง่ายมาก ซึ่งทางตันเหล่านั้นมันก็ครอบคลุมเรื่องทั้งหมด”</p>



<p>“สุดท้ายแล้วหน่วยงานรัฐอาจจะต้องมีช่องว่างที่มันพร้อมจะปรับเปลี่ยนตามวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไปมากกว่านี้นิดหนึ่ง เราอาจจะไม่ต้องคิดใหญ่ ตัดถนนเพิ่มเส้นใหม่ แต่มันไม่ได้เท่ากับว่าอะไรๆ ก็เป็นไปไม่ได้เลย เพราะกฎเกณฑ์มันตั้งมาแล้ว เพราะวิถีชีวิตเราเปลี่ยนทุกวัน”</p>



<p>ก่อนจากกันเพื่อไปเดินเล่นในย่านเยาวราช เราถามอุ้มในฐานะของคนทำงานออกแบบเมืองว่า เมืองที่เป็นมิตรกับทุกคนควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร เธอคิดไม่นานก่อนตอบว่าคือเมืองที่ทุกคนสามารถใช้พื้นที่สาธารณะอย่างเต็มที่ด้วยกัน</p>



<p>“ตอนที่จัด design week ที่เยาวราช สิ่งที่ชอบที่สุดจากผลลัพธ์ของเราน่าจะเป็นซีนโรงงิ้วที่มีวัยรุ่นแสนเก๋ ชาวเจน Z มานั่งดูงิ้วและเพ้นท์หน้ากาก แต่ในทางเดียวกัน ข้างหน้าก็มีอาม่ามาดูงิ้วด้วย เราว่าเมืองมิตรดี มันไม่ใช่เมืองที่สวยอย่างเดียว แต่ว่ามันเป็นเมืองที่ inclusive จริงๆ มันเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่สวนที่เก๋เกินไปจนอาม่าไม่กล้ามารำไทเก็ก ไม่ใช่ทางเท้าที่งามเหลือเกินแต่ไม่มีรถเข็นขายของสตรีทฟู้ดเลยสักคัน เรารู้สึกว่ามันไม่สนุก เราเข้าใจว่ามันเกะกะ แต่เราว่ามันไม่สนุกแล้วถ้ามันถูกจัดการเยอะเกินไป หรือก็ไม่ใช่เมืองที่เก๋จน fair market ที่วัยรุ่นมาเดินเฉยๆ แล้วอาม่าฝั่งตรงข้ามก็บอกว่าไอ้เด็กพวกนี้เสียงดังจัง เราว่าไม่ใช่อุดมคติเมืองมิตรดีของเรา&nbsp;</p>



<p>“เมืองมิตรดีของเรามันคือทุกคนสามารถใช้พื้นที่สาธารณะได้อย่างเต็มที่ ไม่รู้สึกกีดกัน หรือมีใครตกหล่นไปจากสิ่งเหล่านั้น เราก็เชื่อมากๆ ว่าวิธีคิดของเราในการทำงานมันช่วยดึงคนให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ แต่อย่างที่ว่าชาเลนจ์มันยังมีอยู่เยอะ เพื่อให้มันเกิดขึ้น เราว่าด่าน design week รอบนี้มันอาจจะอยู่ในการทดลองอยู่ แต่การทดลองหลายอย่างของเรามันก็ติดตั้งผลลัพธ์ให้อยู่ตลอดกาล สำนักงานเขตบอกว่าถ้าไม่มีใครมาร้องเรียนป้ายก็ติดต่อไปเลย” อุ้มกล่าวทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะ ด้วยความหวังว่าเมืองจะสามารถเปลี่ยนไปได้ด้วยการออกแบบร่วมกันของทุกคน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/satarana-bangkok-design-week-2023/">คุยกับ SATARANA กับเบื้องหลังการตีความย่านเยาวราชให้เป็นมิตรกับทุกคนมากขึ้น ในงาน BKKDW 2023</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘พวกเราอยู่ตรงนี้’ ว่าด้วยความฝันและความหวังของเทศกาลละครกรุงเทพ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-theatre-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2023 11:09:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[#BangkokTheatreFestiva]]></category>
		<category><![CDATA[#BTF2022]]></category>
		<category><![CDATA[#ColorfulBangkok]]></category>
		<category><![CDATA[#เทศกาลละครกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[#baccbangkok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=164540</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ความหลากหลายในการรับรู้ของคนไทยถูกจำกัด ศิลปะการแสดงไม่ได้มีแค่โขน หนุมาน หรือการแสดงพื้นบ้าน แต่มันยังมี Contemporary Theater-People อยู่ตรงนี้นะ”&#160;&#160; นี่คือสิ่งที่อยู่ภายในใจของชาวเทศกาลละครกรุงเทพตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เทศกาลละครกรุงเทพ (Bangkok Theatre Festival) คือเทศกาลที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีใจรักละครเวทีมารวมตัวกับสมาชิกประชาคมบางลำพู เพื่อจัดการแสดงร่วมสมัยครั้งแรกของไทยที่บริเวณสวนสันติชัยปราการและถนนพระอาทิตย์ พวกเขาตั้งใช้ชื่องานนั้นว่า ‘สีสันละครกรุงเทพ’ 2545 (Bangkok Theatre Season 2002) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี ด้วยความพร้อมและปัจจัยที่แปรเปลี่ยนไปของละครร่วมสมัย นับตั้งแต่ปี 2558 จึงย้ายศูนย์กลางมาที่ได้ขยายมาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงกระจายพื้นที่ของเทศกาลไปยังโรงละครใหญ่น้อยทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุดเทศกาลนี้ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลศิลปะ Colorful Bangkok ที่จัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานครอีกด้วย ย้อนกลับไปในช่วงแรกเริ่ม เครือข่ายละครกรุงเทพแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือกลุ่มละครสามัญและกลุ่มละครวิสามัญที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยจัดเทศกาล นับว่าเป็นวิถีปฏิบัติของชุมชนคนละครก็ว่าได้&#160; จนกระทั่งสองกลุ่มหลักก็ค่อยๆ สลายหายไปตามกาลเวลา จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนเป็นตัวบุคคลที่มีความสะดวกและความเหมาะสมมารับหน้าที่ตรงนี้แทน ‘หลังจากนั้นก็เข้าลูปว่าปีนี้หวยจะออกที่ใคร’ เขาว่าอย่างนั้น ใช่–หวยในปี 2564 จนถึงตอนนี้ตกมาอยู่ที่ ‘อิ๋ว-ปานรัตน กริชชาญชัย’ และ ‘ปั๊ม-เศรษฐ์สิริ นิรันดร’ ผู้รับหน้าที่เป็น Festival [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-theatre-festival/">‘พวกเราอยู่ตรงนี้’ ว่าด้วยความฝันและความหวังของเทศกาลละครกรุงเทพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ความหลากหลายในการรับรู้ของคนไทยถูกจำกัด ศิลปะการแสดงไม่ได้มีแค่โขน หนุมาน หรือการแสดงพื้นบ้าน แต่มันยังมี Contemporary Theater-People อยู่ตรงนี้นะ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นี่คือสิ่งที่อยู่ภายในใจของชาวเทศกาลละครกรุงเทพตลอด 20 ปีที่ผ่านมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119.jpg" alt="" class="wp-image-164541" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c11_20230119-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>เทศกาลละครกรุงเทพ (Bangkok Theatre Festival) คือเทศกาลที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่มีใจรักละครเวทีมารวมตัวกับสมาชิกประชาคมบางลำพู เพื่อจัดการแสดงร่วมสมัยครั้งแรกของไทยที่บริเวณสวนสันติชัยปราการและถนนพระอาทิตย์ พวกเขาตั้งใช้ชื่องานนั้นว่า ‘สีสันละครกรุงเทพ’ 2545 (Bangkok Theatre Season 2002) โดยจัดขึ้นต่อเนื่องในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี</p>



<p>ด้วยความพร้อมและปัจจัยที่แปรเปลี่ยนไปของละครร่วมสมัย นับตั้งแต่ปี 2558 จึงย้ายศูนย์กลางมาที่ได้ขยายมาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงกระจายพื้นที่ของเทศกาลไปยังโรงละครใหญ่น้อยทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุดเทศกาลนี้ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลศิลปะ Colorful Bangkok ที่จัดขึ้นโดยกรุงเทพมหานครอีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164542" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c7_20230119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ย้อนกลับไปในช่วงแรกเริ่ม เครือข่ายละครกรุงเทพแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ คือกลุ่มละครสามัญและกลุ่มละครวิสามัญที่จะผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยจัดเทศกาล นับว่าเป็นวิถีปฏิบัติของชุมชนคนละครก็ว่าได้&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งสองกลุ่มหลักก็ค่อยๆ สลายหายไปตามกาลเวลา จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนเป็นตัวบุคคลที่มีความสะดวกและความเหมาะสมมารับหน้าที่ตรงนี้แทน ‘หลังจากนั้นก็เข้าลูปว่าปีนี้หวยจะออกที่ใคร’ เขาว่าอย่างนั้น</p>



<p>ใช่–หวยในปี 2564 จนถึงตอนนี้ตกมาอยู่ที่ ‘อิ๋ว-ปานรัตน กริชชาญชัย’ และ ‘ปั๊ม-เศรษฐ์สิริ นิรันดร’ ผู้รับหน้าที่เป็น Festival Director ในเทศกาลละครกรุงเทพ (BTF) ด้วยความที่ทั้งสองมีประสบการณ์ร่วมในเทศกาลละครกรุงเทพมาอย่างยาวนาน และคิดว่าน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำหน้าที่เหล่านี้ผ่านมุมมองในฐานะคนเบื้องหลังที่เคยวิ่งเล่นอยู่ในแวดวงศิลปะการแสดงหลากหลายตำแหน่ง&nbsp;</p>



<p>เล่ามาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่าในฐานะของคนทำงานศิลปะการแสดงที่เริ่มต้นก้าวใหม่ในวันที่สังคมไทยไม่ได้ให้คุณค่ากับงานศิลปะมากเท่าที่ควร พื้นที่ถูกจำกัดอย่างหนักหน่วง และโลกที่หมุนด้วยทุนนิยมกลืนกินทุกสิ่งอย่าง อะไรทำให้ละครเวทีเลือกที่จะฮึบเดินทางต่อไป พวกเขาตั้งใจอยากให้เทศกาลละครกรุงเทพไปในทิศทางไหน&nbsp;</p>



<p>นั่นคือความสงสัยที่เราพกมาถามพวกเขาในวันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c12_20230119-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-164551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c12_20230119-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c12_20230119-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c12_20230119-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c12_20230119-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 01 </strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของเมล็ดพันธุ์</strong></h4>



<p>เมื่อหลายปีก่อนกลุ่มละครคือศิลปะกระแสรองที่ยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก สิ่งที่พวกเขาทำจึงค่อนข้างใหม่โดยเฉพาะในประเทศไทย จนกระทั่งในปี 2545 เริ่มมีความชัดเจนและมีผู้ชมเยอะมากขึ้น ทำให้แต่ละกลุ่มละครมีความคิดตรงกันว่าจะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของละครเครือข่ายกรุงเทพ หรือ Bangkok Theatre Network (BTN) ด้วยสมาชิกสิบกว่ากลุ่มละคร และได้ขยายเป็นสี่สิบกลุ่มในวันเปิดงาน พวกเขาตั้งชื่องานครั้งนั้นว่า งานสีสันละครกรุงเทพ หรือ Bangkok Theatre Season 2002&nbsp;</p>



<p>อิ๋ว : ผลผลิตในการรวมตัวครั้งแรกคือเทศกาลละครกรุงเทพ ตอนนั้นมีว่าชื่อ Bangkok Theatre Season หรือ งานสีสันละครกรุงเทพ ทำให้เรามีคอนเนคชั่นที่ประชาคมบางลำพู เทศกาลนี้มันเป็นทั้งสร้างเครือข่าย สร้างตัวตน เชื่อมโยงกับชุมชน เกิดเป็นผลผลิตที่ทำให้รู้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้&nbsp;</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มคนละครตัวเล็กๆ กลุ่มหนึ่งในวันนั้น พวกเขาได้สานต่อในสิ่งที่รักและพิสูจน์ตัวตนผ่านสายตาของผู้ชมด้วยผลงานคุณภาพ หลังจากนั้นเทศกาลละครกรุงเทพก็ถูกจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกๆ ปี จนถือเป็นเทศกาลที่รวบรวมศิลปะการแสดงได้ยาวนานที่สุดของกรุงเทพฯ และต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ‘เทศกาลละครกรุงเทพ’ (Bangkok Theatre Festival BTF) ที่เรารู้จักกันนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164545" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c8_20230119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c9_20230119-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 02 </strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>จากบางลำพูสู่หอศิลปฯ</strong></h4>



<p>ในช่วง 10 ปีแรกเป็นยุคที่ละครเฟื่องฟูอย่างมาก เรียกว่าเกิดขึ้นได้ทุกหย่อมหญ้า มีศูนย์กลางการจัดงานที่สวนสันติชัยปราการและร้านรวงในย่านบางลำพู ต่อมาได้ขยายมาสู่ร้านอาหาร หอศิลป์ รวมไปถึงโรงละครขนาดเล็กในย่านต่างๆ&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งปี 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ละครเวทีร่วมสมัยเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พวกเขาได้ขยายมาที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สิ่งที่เราสงสัยคืออะไรเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางครั้งนี้</p>



<p>ปั๊ม : อุปสรรคอย่างนึงของการทำงานในชุมชนคือต้องประสานหลายฝั่ง เราต้องเสียแรงไปกับการจัดการทุกอย่าง ทุกคนโหยหาความเป็นชุมชนตอนนั้น เพราะมันดีมากจริงๆ สนุกมาก แต่ว่ามันก็จะมาพร้อมกับพละกำลังที่ต้องใช้เยอะมากเช่นกัน พอเราย้ายมาที่นี่ก็เหมือน BACC หาบ้านให้เทศกาลละครกรุงเทพ มันไม่ต้อง outdoor หรือ indoor หลายที่อีกแล้ว การบริหารจัดการก็สบายขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p>แต่การที่หอศิลป์ให้สเปซตรงนี้ ทำให้จากที่เราเคยมีเงินเก็บกลายเป็นว่าไม่มีบัดเจทว่ะ มันก็เลยต้องแปรเปลี่ยนในรูปแบบปีต่อๆ มาว่าจะทำยังไงถึงจะอยู่รอดกันได้หมดวะ ทั้งเทศกาล คนจัดงาน ศิลปิน คนดู บวกกับอยู่ในช่วงโควิดด้วย จะว่ามันเป็นอุปสรรคก็ได้ แต่มันก็เป็นโจทย์ให้เราคิดต่อว่าเราจะเฮือกกันต่อไปยังไง</p>



<p>อิ๋ว : การเดินทางจากสวนสันติย้ายมา BACC ก็ไม่ได้เกิดจากการที่เราไม่มีที่ไป แต่เกิดจากการเป็นพันธมิตรกัน เขาเป็นผู้โอบอุ้มมากๆ ช่วงปีน้ำท่วมหรือช่วงปีที่สวนเริ่มมีปัญหา เราก็ไม่มีพละกำลังมากพอที่จะจัดขึ้นได้ เขาก็เชื้อเชิญไปสู่บ้านเขา</p>



<p>และด้วยความที่ผอ.หอศิลปฯ ในตอนนั้นก็เคยเป็นคนละครมาก่อน ทำให้เขามีวิสัยทัศน์ที่เข้าใจว่าศิลปะการแสดงมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้มีแค่โขน หนุมาน หรือการแสดงพื้นบ้าน แต่มันยังมี Contemporary Theater-People อยู่ตรงนี้นะ การก่อตั้งหอศิลป์ที่ใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี คนละครเองก็ช่วยทำให้มันเกิดขึ้นแล้วทำไมถึงจะไม่มีสิทธิ์มาใช้ หอศิลป์ก็ไม่ได้มีแค่ศิลปะแขนงเดียว พอเขารู้ว่าเรามีปัญหาจัดเทศกาลที่สวนไม่ได้ มันก็ไม่ยากเลยที่จะเปิดประตูให้เราเข้ามาอยู่ตรงนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164555" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c1_20230119-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 03</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>การเดินทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</h4>



<p>แน่นอนว่าการเดินทางตลอด 20 ปีของพวกเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรียกได้ว่าผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านเรื่องราวและอุปสรรคมามากมาย บวกกับสถานการณ์โควิดที่ทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และส่งผลทำให้โรงละครโรงเล็กเหลือน้อยลง พื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของศิลปินก็หายไป</p>



<p>ปั๊ม : ย้อนกลับไป 5-7 ปีที่แล้วเป็นช่วงที่ละครเฟื่องฟู ในเดือนนึงเราต้องเลือกเรื่องที่ดู เพราะมีคนทำละครชนกันเยอะมาก เป็นช่วงที่มันมีสเปซ มีคนทำ มีคอนเนคชั่นเกิดขึ้น อย่างสถาบันปรีดี พนมยงค์ ถ้าจะเล่นพร้อมกันสี่เรื่องก็สามารถเล่นได้ มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเยอะมาก จนกระทั่งมันทยอยปิดๆ กันหมด ก็ต้องไปหาซอกหาหลืบที่มันจะผุดขึ้นมา อุปสรรคใหญ่สุดในแวดวงละครเวทีคือพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด</p>



<p>ในช่วงแรกของกลุ่มละครเหมือนเป็นช่วงบ่มเพาะ สร้างศิลปินเยาวชน เป็นพื้นที่ที่ทำให้เห็นว่าละครแบบไหนก็สามารถมาเล่นได้ ไม่ต้องเก่งก็สามารถมาลงเวทีตรงนี้ พอเปลี่ยนมาช่วง BACC พื้นที่ตรงนี้มันก็เล็กลง การแสดงเริ่มจริงจังมากขึ้น มีโปรดัคชั่น มีบรรยากาศที่ต่างออกไป เรียกว่าเป็นช่วงฝึกฝนสั่งสมประสบการณ์ อยู่ในสเปซที่ปิดก็สามารถสื่อสารอะไรมากขึ้น</p>



<p>อิ๋ว : ทั้งพิษเศรษฐกิจต่างๆ ก็เป็นอุปสรรคทำให้การเดินทางสองช่วงเวลาเกิดการแปรรูป ในช่วงปัจจุบันนี้มันเหมือนเป็นยุคของการสร้างวัฒนธรรมในการชมมหรสพอย่างนึง มันไม่ใช่แค่มหรสพที่เทิดเทิงอยู่กลางแจ้ง จากพื้นที่ open air ไม่ต้องเสียเงินดูได้ในชุมชน จนกระทั่งเข้าตึกเข้าโรงจ่ายเงิน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164549" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c10_20230119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 04 </strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>การรับรู้ศิลปะของคนไทยถูกจำกัด</strong></h4>



<p>หากพูดถึงละครเวทีจะนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรก ?&nbsp; อาจจะนึกถึงโรงละครรัชดาลัยหรือการแสดงโขน แต่ความจริงแล้วละครเวทีมีความหลากหลายกว่านั้นมาก ซึ่งค่านิยมผิดๆ เหล่านี้ส่งผลให้ศิลปะการแสดงในประเทศไทยเป็นกระแสรอง และทำให้ผู้คนไม่นิยมเทียบเท่าต่างประเทศ</p>



<p>อิ๋ว : ถามว่าตอนเราเด็กๆ เวลาไปทัศนศึกษาจะได้ไปชมอะไรกันบ้าง ภาพยนตร์สุริโยไทหรือโขนอะไรอย่างนี้ใช่มั้ย เรารู้สึกว่าความหลากหลายในการรับรู้ศิลปะการแสดงของคนไทยถูกจำกัดมากเลย คนไทยเติบโตมาแบบรู้น้อยมากว่ามีศิลปะการแสดงแบบไหนบ้าง ดูแค่ประเทศใกล้ๆ อย่างสิงคโปร์ เราเห็นเด็กอนุบาลไปดูละครหุ่น ไปดูละคร modern theatre กันในชั่วโมงเรียน เด็กๆ พวกนี้เขาก็ได้รับการ educate ว่ามันมีการแสดงแบบนี้ มันไม่ได้มีแค่งิ้วนะ&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่ามันต้องมาจากกรอบพื้นฐานบวกกับวิสัยทัศน์ของผู้นำ ผู้สร้างหลักสูตรต่างๆ ที่ต้องเข้าใจว่า power ของ comtemporary art มันมีอะไรบ้าง โรงละครเมืองนอกมีเป็นดอกเห็ดเลย คนไปดูละครกันแบบเป็นวัฒนธรรม แล้วก็มีการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นด้วยนะ เป็นวิสัยทัศน์ที่ต่างคนต่างเข้าใจตรงกันว่าศิลปะการแสดงมันมีหลากหลาย</p>



<p>คำถามคือการที่เราเกิดมาในประเทศนี้แล้วเราได้รับรู้อะไรบ้าง ถ้าเราไม่ใช่เป็นเด็กนานาชาติ หรือไม่เคยได้ไปเยี่ยมเยียนเมืองนอก เราอาจจะอยู่ในโลกกะลารับรู้แค่นี้ แต่ถึงแม้ว่าเราจะขวนขวายออกไปเห็นโลกภายนอก แต่พอกลับมาบ้านเราแล้วถ้าอำนาจหลักมันไม่ได้เอื้อหรือไม่ได้สอดคล้อง ทุกอย่างมันก็อาจจะแช่แข็งเหมือนเดิม เราก็ยังชื่นชมภาพยนตร์โขน หนุมานกันต่อไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164553" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c3_20230119-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 05</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>วิถีทางเลือก</strong></h4>



<p>ถึงแม้ว่าละครเวทีล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะมีกระแสใหม่ๆ เข้ามาเสมอ โดยเฉพาะในเทศกาล Colourful Bangkok ที่จัดโดยทางกรุงเทพฯ ยิ่งเห็นได้ชัดว่าผู้คนอยากจะรับรู้สิ่งที่อยู่นอกเหนือกระแสหลักมากขึ้น เพราะนอกจากความจรรโลงใจแล้ว พื้นที่ตรงนี้ก็ยังเป็นที่ที่ผู้คนสามารถมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ด้วย</p>



<p>อิ๋ว : พอมันเปลี่ยนชุดผู้บริหาร กทม. ด้วยความที่เขามีวิสัยทัศน์ที่เข้าใจศิลปะ เวลาไปพูดคุยกับเขามันตัดตอนไปเลย ไม่ต้องไปนั่งอธิบายแล้วว่าศิลปะการแสดงคืออะไร แต่มันอยู่ในขั้นตอนที่ว่าจะเดินทางด้วยกันยังไง ล่าสุดที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือเขารับพวกเราเข้าไปอยู่ในร่มของ Colorful Bangkok เขามีพื้นที่สื่อแล้วก็พาพวกเราไปอยู่ในอีเวนต์นั้นด้วยกัน หอศิลป์ก็เช่นกัน เขาไม่ได้มีอะไรนอกจากพื้นที่ในการซัพพอร์ตเรา คือมันเหมือนเป็นเพื่อนกันเดินจูงมือกันไป ก็ยังดีกว่าทิ้งเราไว้ข้างหลังไม่สนใจเราเลย&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่า 7-8 ปีมานี้กระแสรองมาแรง กระแสหลักบางทีมันน่าถีบ มันน่าขยี้อะ (หัวเราะ) มองย้อนกลับไปเราเรียนหนังสือในโรงเรียน เราเจอกระแสหลักอะไรบ้าง ทำไมข้อมูลที่เราได้รับเป็นแบบนี้ พอเริ่มมีคำว่ากระแสรอง เรารู้สึกว่าละครเวทีมอบอะไรแบบนี้ได้ คนอาจจะอยากที่จะได้รับรู้นอกเหนือในสิ่งที่เราโดนหล่อหลอมมา แล้วมันไม่ได้ดูถูกคนดู ไม่ได้ทำเพื่อให้มันเสพง่าย ทุกอย่างมันยังดำเนินแปรเปลี่ยนไปตามสภาพ บริบทสังคมเป็นยังไงละครเวทีจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเบื่อความ one way communication แล้วก็เดินทางมาเจอมนุษย์ซึ่งกันและกัน</p>



<p>ปั๊ม : มีกลุ่มละครหลายกลุ่มที่มีอายุเกินสิบปียี่สิบปีที่ยังคงผลิตงานตอนนี้ เราก็คิดว่าเขาก็คงมาไกลของเขานะ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะมองคำว่าไกลไปทางไหน ถ้าในทางทุนนิยมคงไม่ใช่เพราะเป้าหมายเขาไม่ใช่สิ่งนั้น แต่ถ้าหมายถึงการที่เขายังคงสามารถพูดในสิ่งที่เขาอยากพูดได้ เราคิดว่ามันก็อาจจะไกลสำหรับเขาแล้ว หรือจริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่อยากไปไกล แต่แค่อยากไปได้เรื่อยๆ ก็ได้ ตราบใดที่มันยังมีกระแสหลักอยู่ พวกเราก็จะยังอยู่เพราะว่าเราเป็นทางเลือก</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>SCENE 06</strong></h4>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ความฝันและความหวัง</strong></h4>



<p>ในโลกที่หมุนด้วยทุนนิยมและกลืนกินทุกอย่าง แน่นอนว่าศิลปะก็เป็นหนึ่งในนั้น เราสงสัยว่าในประเทศไทยมีคนที่สามารถหล่อเลี้ยงตัวเองด้วยอาชีพนี้ได้จริงมั้ย</p>



<p>อิ๋ว : มีศิลปินบางส่วนที่สามารถอยู่ได้ แต่เขาต้องแข็งแรงมากๆ และไม่ใช่ศิลปินทุกคนที่สามารถทำแบบนั้นได้ นับคนได้เลย เราคิดว่ามันขึ้นอยู่กับโฟกัสของแต่ละคนว่าชัดเจนแค่ไหน อย่าง ‘พิเชษฐ กลั่นชื่น’ หรือ ‘เจ้ย อภิชาติพงศ์’ เขามีโฟกัสที่รุนแรง มีฝีมือ แต่แรงสนับสนุนเขาคือต่างประเทศ สำหรับเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีอาชีพหลัก หรือไม่มีพ่อแม่เลี้ยง ก็ไม่แน่ใจว่าเราจะมีแรงพลังหรือมีฝีมือเท่าพวกเขารึเปล่า&nbsp;</p>



<p>เราคิดว่าในโลกของทุนนิยม สุดท้ายยังไงมนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์ ต้องการเรื่องเล่า ต้องการพูดคุย ต้องการสิ่งจรรโลงใจที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าต่อไป จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ละครหรือการแสดงออกผ่านศิลปะเป็นสิ่งที่ยังจำเป็นอยู่ เพราะมันตีเป็นมูลค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ เรารู้สึกว่าจุดมุ่งหมายสูงสุดของศิลปะการแสดงไม่ใช่ commercial จุดมุ่งหมายในแง่คนทำงานศิลปะ เราแค่อยากมีพื้นที่ให้เราสามารถแสดงต่อไป</p>



<p>ปั๊ม : ถ้าถามว่าเทศกาลนี้มันเกิดขึ้นมาเพื่ออะไร เราว่ามันเป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงออก พวกเขาพูดในวิธีที่เขาถนัดคือผ่านละคร เพราะฉะนั้นมันเหมือนเปิดเวทีให้คนมาพูด แล้วมันเปิดเวทีให้คนมาฟัง เปิดเวทีให้คนมาพูดคุยกัน พื้นที่ตรงนี้มันเหมือนเราได้หายใจในที่เดียวกัน เราได้หัวเราะด้วยกัน ถกเถียงกันก็ได้ ทะเลาะกันก็ได้นะ มันมนุษย์มากเลย แล้วมันสำคัญมากในปัจจุบันที่โลกเทคโนโลยีมากๆ แต่พอเข้าละครเวทีดูมือถือไม่ได้มันก็ตัดขาด สุดท้ายคือต่อให้มันไม่คอมเมอเชียลแต่มันคอมมูนิตี้&nbsp;</p>



<p>ละครเวทีเป็นหนึ่งในระบบนิเวศ ซึ่งระบบนิเวศมันขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้ ในฐานะคนสร้างงานละครเวทีเองก็ได้กระบวนการคิด การซ้อม การถกเถียง มีคอมเมนต์ก็ปรับๆ จนออกมาเป็นโปรดักชั่น แล้วละครเวทีมันไม่ได้มีอยู่แค่ในโรงละคร คนทำละครเวทีมีความรู้ก็เอาไปพัฒนาเยาวชน มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์กับมนุษย์ได้มองกันแล้วใช้เครื่องมือนั้นในการพัฒนาอะไรบางอย่าง ส่วนในฝั่งของคนดูก็ได้ตั้งคำถามกับสังคม ได้ตั้งคำถามกับตัวเอง ได้คอนเนกชั่นกับมนุษย์ด้วยกันรู้จักกัน การเกิดมาเป็นคนคนนึงอะไรมันจะสำคัญมากไปกว่านี้อีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164548" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c5_20230119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘ทำไมต้องเป็นเทศกาลละครกรุงเทพ ทำไมไม่เป็นเทศกาลละครประเทศไทย’ เราถามคำถามสุดท้าย</p>



<p>ปั๊ม : ที่ตั้งชื่อว่าเทศกาลละครกรุงเทพเพราะมันเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ถ้าเราตั้งเทศกาลละครประเทศไทย แล้วเราเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้รู้จักอีก 75 จังหวัด อาจจะมีจังหวัดใดจังหวัดนึงบอกกูไม่เห็นจะได้มีส่วนร่วมเลย ไม่เห็นจะอยากอยู่กับมึงเลย กลายเป็นว่าเราไป centralized เขาอีก เราเป็นคนกรุงเทพฯ พื้นที่เราอยู่ตรงนี้ เราถนัดตรงนี้&nbsp;</p>



<p>เราเชื่อว่าถ้าคิดจะทำเทศกาลละครในจังหวัดตัวเอง มันจะมีคนที่เก่งและเป็นคนในพื้นที่ ที่พร้อมจะทำและควรจะให้เขาทำ ไม่ใช่ให้เราไปทำในพื้นที่ตรงนั้น มันเป็นเรื่อง respect ในพื้นที่นะ เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะไปครอบอะไร แม้ว่าจะเครือข่ายละครกรุงเทพ แต่จริงๆ ในทางปฏิบัติก็มาจากหลายที่เลยมีครบทุกภาค</p>



<p>อิ๋ว : อย่างเมืองนอกแต่ละจังหวัดเขาก็มีเฟสติวัลของตัวเอง ยึดโยงกับคนในชุมชนกระจายออกไป เพราะเขาก็รู้ดีกว่าจริงๆ ถ้าเสกมนตร์ได้เราอยากให้มันมีละครของแต่ละจังหวัด ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ เราใฝ่ฝันอะไรแบบนั้นมากกว่าที่จะมีแค่เทศกาลละครประเทศไทยในกรุงเทพฯ เราคิดว่ามันคงจะบานฉ่ำมาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-164550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/01/people-power-เทศกาลละครกรุงเทพ_Content_c4_20230119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>&gt;ภาพละครเวทีโดย เครือข่ายละครกรุงเทพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-theatre-festival/">‘พวกเราอยู่ตรงนี้’ ว่าด้วยความฝันและความหวังของเทศกาลละครกรุงเทพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ห้องให้นมคือการทำให้เห็นว่าแม่ก็มีตัวตน” คุยกับ แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายที่อยากเห็นห้องให้นมแม่เป็นสวัสดิการ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/jamsasinan-breastfeeding-room/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายแจม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องให้นมแม่]]></category>
		<category><![CDATA[แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้าหลังคลอด]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163564</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ห้องให้นมแม่คือเรื่องของการทำให้คุณแม่สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีที่ที่จะจัดการตัวเองไหม” เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ของมนุษย์แม่คนหนึ่งที่มีต่อห้องให้นมในที่สาธารณะ ก็สะท้อนถึงการจัดการของรัฐได้หลากหลายมิติ ใครๆ ก็บอกว่าเด็กคืออนาคตของชาติ และคาดหวังว่าคนเป็นแม่ต้องดูแลลูกน้อยให้เติบโตได้อย่างดี หนึ่งในนั้นคือการมีแม่เลี้ยงดูและให้ลูกได้กินนมแม่จนถึง 6 เดือน และการกินนมผงเป็นเรื่องผิดบาป ในขณะที่สวัสดิการลาคลอดมีเพียงแค่ 3 เดือน ยังไม่นับรวมกับการที่ไม่มีห้องให้นมในที่สาธารณะอย่างเพียงพอซึ่งทำให้การให้นมหลังจากนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความอิสระด้านสิทธิมนุษยชน และว่าที่ ส.ส. เขตสายไหม จากพรรคก้าวไกล จึงออกมาผลักดันประเด็นสวัสดิการห้องให้นมแม่อย่างจริงจัง ในฐานะแม่ลูกสองที่เข้าใจความยากลำบากของการเลี้ยงลูกอ่อนด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้จักเธอในนามของนักขับเคลื่อนประเด็น #ทนายความหญิงมีสิทธิสวมใส่กางเกงไปศาล นอกจากการรณรงค์แล้ว เธอยังใส่กางเกงไปว่าความในศาลทุกครั้งนานกว่า 1 ปี จนเราเริ่มได้ยินข่าวดีว่าคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศมีวินิจฉัยให้สภาทนายความและเนติฯ&#160;แก้ข้อบังคับการแต่งกายไม่ให้เลือกปฏิบัติทางเพศแล้ว เมื่อ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก็ยังคงต้องติดตามการแก้ข้อบังคับนี้ต่อไป เช่นเดียวกับการต่อสู้เพื่อห้องให้นมในครั้งนี้ เธอตั้งใจส่งเสียงเพื่อบอกว่าแม่ทุกคนมีสิทธิใช้ชีวิตของตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรานัดเจอกับทนายแจม เพื่อพูดคุยถึงห้องให้นมแม่ เราเริ่มต้นด้วยคำถามธรรมดาๆ อย่างจุดเริ่มต้นของการผลักดันห้องให้นมแม่ การเกิดขึ้นของสวัสดิการห้องให้นมแม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แล้ววิธีการใดที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง แต่หลังจากใช้เวลาไปไม่นาน บทสนทนาก็นำพาเราไปถึงเรื่องต่างๆ อย่างไม่ตั้งใจ ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำจากการฝากครรภ์ในโรงพยาบาลรัฐ สุขภาพและจิตใจที่เปลี่ยนไป ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะผูกโยงไปถึงคุณค่าของคนเป็นแม่ บ่ายวันหนึ่ง บนพื้นที่ของสวนสาธารณะเล็กๆ เพียงแห่งเดียวในเขตใหญ่ของกรุงเทพฯ อย่างสายไหม เธอรอเราอยู่ที่นั่นพร้อมจะเล่าให้เราฟัง 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jamsasinan-breastfeeding-room/">“ห้องให้นมคือการทำให้เห็นว่าแม่ก็มีตัวตน” คุยกับ แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายที่อยากเห็นห้องให้นมแม่เป็นสวัสดิการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ห้องให้นมแม่คือเรื่องของการทำให้คุณแม่สามารถออกมาใช้ชีวิตปกติได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีที่ที่จะจัดการตัวเองไหม”</p>



<p>เพียงแค่ประโยคสั้นๆ ของมนุษย์แม่คนหนึ่งที่มีต่อห้องให้นมในที่สาธารณะ ก็สะท้อนถึงการจัดการของรัฐได้หลากหลายมิติ</p>



<p>ใครๆ ก็บอกว่าเด็กคืออนาคตของชาติ และคาดหวังว่าคนเป็นแม่ต้องดูแลลูกน้อยให้เติบโตได้อย่างดี หนึ่งในนั้นคือการมีแม่เลี้ยงดูและให้ลูกได้กินนมแม่จนถึง 6 เดือน และการกินนมผงเป็นเรื่องผิดบาป ในขณะที่สวัสดิการลาคลอดมีเพียงแค่ 3 เดือน ยังไม่นับรวมกับการที่ไม่มีห้องให้นมในที่สาธารณะอย่างเพียงพอซึ่งทำให้การให้นมหลังจากนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163585" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความอิสระด้านสิทธิมนุษยชน และว่าที่ ส.ส. เขตสายไหม จากพรรคก้าวไกล จึงออกมาผลักดันประเด็นสวัสดิการห้องให้นมแม่อย่างจริงจัง ในฐานะแม่ลูกสองที่เข้าใจความยากลำบากของการเลี้ยงลูกอ่อนด้วยตัวเอง</p>



<p>ก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้จักเธอในนามของนักขับเคลื่อนประเด็น #ทนายความหญิงมีสิทธิสวมใส่กางเกงไปศาล นอกจากการรณรงค์แล้ว เธอยังใส่กางเกงไปว่าความในศาลทุกครั้งนานกว่า 1 ปี จนเราเริ่มได้ยินข่าวดีว่าคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศมีวินิจฉัยให้สภาทนายความและเนติฯ&nbsp;แก้ข้อบังคับการแต่งกายไม่ให้เลือกปฏิบัติทางเพศแล้ว เมื่อ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก็ยังคงต้องติดตามการแก้ข้อบังคับนี้ต่อไป</p>



<p>เช่นเดียวกับการต่อสู้เพื่อห้องให้นมในครั้งนี้ เธอตั้งใจส่งเสียงเพื่อบอกว่าแม่ทุกคนมีสิทธิใช้ชีวิตของตัวเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรานัดเจอกับทนายแจม เพื่อพูดคุยถึงห้องให้นมแม่ เราเริ่มต้นด้วยคำถามธรรมดาๆ อย่างจุดเริ่มต้นของการผลักดันห้องให้นมแม่ การเกิดขึ้นของสวัสดิการห้องให้นมแม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร แล้ววิธีการใดที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง</p>



<p>แต่หลังจากใช้เวลาไปไม่นาน บทสนทนาก็นำพาเราไปถึงเรื่องต่างๆ อย่างไม่ตั้งใจ ตั้งแต่ความเหลื่อมล้ำจากการฝากครรภ์ในโรงพยาบาลรัฐ สุขภาพและจิตใจที่เปลี่ยนไป ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะผูกโยงไปถึงคุณค่าของคนเป็นแม่</p>



<p>บ่ายวันหนึ่ง บนพื้นที่ของสวนสาธารณะเล็กๆ เพียงแห่งเดียวในเขตใหญ่ของกรุงเทพฯ อย่างสายไหม เธอรอเราอยู่ที่นั่นพร้อมจะเล่าให้เราฟัง</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1</strong></h4>



<p>ใครจะรู้ว่านอกจากการเป็นทนายแล้ว แจมยังสวมหมวกอีกหลายใบไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแม่ เจ้าของเพจ มี้มี้รีวิว และล่าสุดคือผู้สมัคร ส.ส. เขตสายไหม</p>



<p>ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้แจมเดินทางเข้าสู่สายการเมืองคือการเป็นทนายด้านสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ปี 2556 ในโครงการนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดยมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) และได้เข้าไปจับงานสิทธิผู้บริโภค หลังจากหันหลังให้กับอาชีพมั่นคงอย่างการเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้กับบริษัท Big 4</p>



<p>จนกระทั่งปี 57 หลังสอบได้ตั๋วทนาย การทำงานช่วยเหลือประชาชนทำให้เธอรู้สึกสนุกและจับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนในช่วงเหตุการณ์รัฐประหาร การดีลกับทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าเพื่อช่วยเหลือลูกความที่โดนคดีขณะนั้นทำให้เธอรู้สึกท้าทายและชอบการเมืองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างคดีการเมืองคดีแพ่งและคดีอาญา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163594" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“คดีการเมืองมันจะต่างจากคดีแพ่ง อาญาทั่วไป คือการไม่ได้สู้ด้วยกฎหมาย บางอย่างกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ บางอย่างกฎหมายและคำพิพากษาก็ตายตัว ก็เลยรู้สึกว่ามันท้าทายมาก พอทำทนายมาได้ 7-8 ปี ก็เริ่มรู้สึกว่าอยากทำอะไรที่มันชาเลนจ์ขึ้น ที่รู้สึกว่ามันแก้ปัญหาได้มากกว่านี้&nbsp;</p>



<p>“โอเค เป็นทนายมันแก้ได้ แต่มันมีกรอบของกฎหมายอยู่ อย่างเราจะยื่นเรียกพยานเข้ามาในศาลพยานก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกับคดี หรือบางทีเรามีหมายเรียกพยานเป็นประยุทธ์ ศาลก็ไม่เรียกให้ สุดท้ายมันก็ทำได้แค่กรอบกฎหมาย และอำนาจที่เขาจะให้เราทำได้”</p>



<p>จนกระทั่งเธอมีโอกาสได้ทำงานกรรมาธิการอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนเห็นทางว่าการเมืองสามารถแก้ปัญหาภาพใหญ่ได้ นอกจากเรื่องของกระบวนการยุติธรรมแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แจมลง ส.ส. คือเรื่องสวัสดิการแม่และเด็กที่นักการเมืองไม่ค่อยพูดถึง</p>



<p>“เราพยายามไปคุยกับนักการเมืองหลายคนที่เรารู้จัก เขาไม่อินเรื่องนี้กันเลย ผู้ชายบ้าง หรือแม้แต่ ส.ส.หญิงก็จะมีลูกน้อย หรือถ้ามี เขาก็จะมีพี่เลี้ยงหรือเข้าถึงอะไรพวกนี้ได้มากกว่าคนธรรมดา เขาจะมองว่าเรื่องแม่ลูกอ่อนเป็นคนกลุ่มเล็ก เป็นเรื่องชนชั้นกลางขายไม่ได้และไม่แมสพอจะพูดเป็นประเด็น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163591" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ก่อนหน้านี้เราก็อยากจะฝากไปกับ ส.ส.ในพรรคก้าวไกล เราคงไม่เข้าไปยุ่งหรอก เขาก็พูดมาคำหนึ่งว่าในเมื่อพี่อินขนาดนี้ พี่มาทำเองเลย มาช่วยกันทำ เราก็เออ ก็ดีเนอะ ก็ได้ ก็มาลง ส.ส.เขต ได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่แค่มาลงก็รู้สึกว่าก็ได้มาชิมลางการเป็นผู้แทนดูบ้าง”&nbsp;</p>



<p>แล้วจากนั้นแจมจึงเริ่มจุดประเด็นนี้ผ่าน change.org เพื่อเป็นตัวแทนให้กับคุณแม่ธรรมดาที่ยังต้องเลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง</p>



<p>ย้อนกลับไปเด็กหญิงแจมคือคนที่กล้าลุกขึ้นมาส่งเสียงต่อความไม่ปกติมากที่สุดคนหนึ่ง ตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย ทุกครั้งที่เธอสงสัยจะเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา หรือแม้แต่แก้ไขเรื่องนั้นด้วยตัวเองตามกติกา</p>



<p>“พ่อเราเป็นคนพเนจรมากเลย” เธอเล่าพลางหัวเราะถึงพ่อที่เป็นทนาย สมัยเด็กครอบครัวแจมเจอกับมรสุมใหญ่จากการเป็นหนี้ 10 กว่าล้าน ทำให้เธอต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“ช่วงเวลาย้ายโรงเรียนมา 6-7 ที่ เราเป็นคนที่ชอบตั้งคำถามกับทุกที่ที่เราไป เราไม่ได้เป็นเด็กที่เชื่องในระบบการศึกษาไทยเท่าไหร่ เราจะเป็นเด็กที่โดนคุณครูแอนตี้ตลอดว่าชอบตั้งคำถาม ทำไมต้องมีปัญหากับการสอน เพราะพ่อจะปลูกฝังให้เราชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก&nbsp;</p>



<p>“เราลงประธานนักเรียนตั้งแต่ประถม เพราะเคยถามครูว่าทำไมถังขยะมันน้อยจัง ครูก็บอกว่าต้องเบิกงบประมาณ คุณต้องไปเป็นประธานนักเรียนก่อน ถึงจะทำเรื่องเบิกถังขยะได้ เราก็ไปลงสมัครเลย นโยบายง่ายมาก จะมีถังขยะเพิ่มขึ้นกี่อัน ก็ได้รับเลือกขึ้นมา พอย้ายไปอีกที่หนึ่ง ทำไมห้องน้ำมันถึงไม่มีกระจก เขาก็บอกว่าต้องไปสมัครประธานนักเรียนสิถึงจะเบิกงบมาทำกระจก เราก็ไปลงสมัคร นโยบายก็มีกระจกห้องน้ำอยู่ทุกที่ เอาจริงๆ เรารู้สึกว่ามันง่ายๆ อย่างนั้นเลย เราเป็นเด็กแบบนี้ ไปที่ไหนก็จะเป็นหัวหน้าห้องบ้าง จะเป็นประธาน เพราะรู้สึกอยากจัดการปัญหา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163586" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">2</h4>



<p>ไม่ต่างจากเรื่องห้องให้นม เธอออกมาส่งเสียงเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องปกติเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไข เพราะเป็นปัญหาที่ไม่ว่าเธอหรือแม่ในประเทศนี้ต้องเจอ เหมือนเรื่องถังขยะไม่พอ หรือไม่มีกระจกห้องน้ำในโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>แจมเห็นความเหลื่อมล้ำของการตั้งท้องตั้งแต่การเลือกโรงพยาบาล นอกเหนือไปจากการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างโรงพยาบาลรัฐและเอกชนแล้ว แม้แต่ภายในโรงพยาบาลรัฐเองก็ยังมีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน นั่นจึงทำให้เธออยากออกมาเป็นตัวแทนของแม่ธรรมดา เพื่อบอกว่าทุกคนควรเข้าถึงสิทธิและได้รับการปฏิบัติที่ดีเหมือนกัน</p>



<p>“ตอนคลอดคนแรกก็คือน่ากลัวมาก” เธอเล่าย้อนกลับไปตอนการคลอดครั้งแรกในโรงพยาบาลรัฐ “เราโดนพยาบาลดุเหมือนการคลอดลูกนี่เราไปทำอะไรผิดมา ด่าสารพัด ตอนคลอดมันก็เจ็บอยู่แล้ว เราก็ร้องจนพยาบาลบอกว่าร้องทำไม เงียบ! อย่างนี้เลย เราก็เก็บความเจ็บด้วยการไม่ร้อง กลัวโดนด่า อยากจะเถียงกับพยาบาลแต่มันไม่มีแรงเถียง เป็นประสบการณ์คลอดที่แบบทำให้เรารู้สึกแย่ขนาดนั้น</p>



<p>“พอท้องที่ 2 เราก็ยังฝากโรงพยาบาลรัฐนะ ที่เดิมด้วย แต่ฝากพิเศษ เขาจะเรียกชื่อเราเปลี่ยนไปทันทีเลย มีหมอมาดูแลพิเศษ แล้วตอนที่คลอดพยาบาลที่มาดูแลเราคือคนเดิม เราจำได้ แต่ครั้งนี้เขาดูแลเราดีมากเลย คือเราเข้าใจคำว่าพริวิเลจเลยอะ นี่คือพริวิเลจในโรงพยาบาลรัฐด้วย ในขณะที่อีกห้องก็โดนตะโกนด่าเหมือนที่เราโดน นี่มันคือสิ่งที่เราเจอ</p>



<p>“นักการเมืองคนอื่นก็คงจะมีเงินที่จะเข้าโรงพยาบาลเอกชน ก็จะได้รับการดูแลอีกแบบหนึ่ง แต่มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ทุกคนควรจะได้รับสิทธิที่จะเข้าถึงเหมือนกัน” เธอย้ำ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163587" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การที่แจมท้องโดยยังออกมาทำงานและเดินทางด้วยตัวเองเหมือนปกติ จึงเห็นว่าทั้งสถานที่ราชการหรือการเดินทางยังไม่มีการซัพพอร์ตคนท้องที่ดีเท่าที่ควร ยังไม่นับคนชรา และคนพิการ ที่ไม่สามารถจัดการอะไรได้ด้วยตัวคนเดียว</p>



<p>“เราสืบคดีสุดท้ายก่อนจะคลอดเราท้องได้ 8 เดือน 2 สัปดาห์ ท้องใหญ่มาก แต่มันทำให้เราเจอปัญหาเยอะเหมือนกันนะ อย่างศาลไม่มีลิฟต์ในการขึ้นไปบนบัลลังก์ ตอนเราท้อง 8 เดือน เราตะคริวกินอยู่ตรงบันไดศาล ถ้าเคยเห็นบันไดมันจะสูงและชันทุกที่เลย ไม่รู้ทำเพื่ออะไรเหมือนกัน การเดินขึ้นบันไดศาลเป็นสิ่งที่เรากลัวทุกครั้ง เราต้องค่อยๆ ประคองตัวเอง มีกระเป๋าเอกสารส่วนตัว 1 ใบ แล้วก็ท้องที่มันใหญ่มาก”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เธอเล่าต่อไปว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากในการใช้ชีวิตไม่ได้เริ่มต้นแค่ตอนท้องเท่านั้น แต่สิ่งที่มากกว่านั้นคือหลังคลอดลูกแล้ว โดยเฉพาะห้องให้นมซึ่งเป็นปัญหาที่เธอทุกข์มากที่สุด</p>



<p>“หลังคลอดมาปุ๊บ เราก็ไม่เคยเห็นความสำคัญของการลาคลอดมาก่อน เราก็คิดว่า 3 เดือนมันก็น่าจะพอ เราเคยคิดแบบแย่มากๆ เลยนะ พวกลาคลอดแม่งดีว่ะ ได้นอนอยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ การได้อุ้มลูก เห็นลูกมีความสุข เราก็เลยทำงานจนชนวันลาคลอด เพราะอยากเก็บวันลาคลอดไว้ ซึ่งมันคือ 3 เดือนที่ทรมานมากในชีวิต ไม่เคยคิดว่าในชีวิตต้องมาทรมานอะไรขนาดนี้ เคยคิดว่ากูไม่น่าท้องตั้งแต่แรก มันคือการที่เราไม่ได้นอนตั้งแต่คืนแรกที่เราท้องเลย”</p>



<p>นับตั้งแต่วันแรกที่คลอดเด็ก แจมต้องให้นมเด็กทุก 2 ชั่วโมง ทั้งยังต้องอุ้มเด็กหลังให้นมเพื่อให้เรอออกมาอีกกว่าครึ่งชั่วโมง หากเด็กยังไม่หลับก็ต้องกล่อมอีกสักพัก ก่อนจะครบ 2 ชั่วโมงที่เธอต้องให้นมอีกครั้ง วนไปจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเป็นของตัวเอง</p>



<p>“มันเหนื่อยถึงขนาดเราไม่ใส่เสื้อเลย เราเปลือยหน้าอกไว้ 24 ชั่วโมง เพราะมันเหนื่อยที่ต้องมาถอดเสื้อใส่เสื้อ เราก็นอนเปลือยๆ ตอนนั้นเรารู้สึกอนาถตัวเองมากเลยว่า นี่กูเป็นอะไรวะเนี่ย เหมือนเครื่องผลิตนม ตอนนั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าเราเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พอไปอ่านก็เลยรู้ว่ามันเป็นภาวะที่อยากตัดลูปชีวิตอะ เหมือนเรานอนแล้วเด็กก็มากินนมเรา แล้วก็วนมาใหม่ มันเหมือนเป็นลูปอะไรสักอย่างที่เราอยากตัดฉึบ ให้มันจบลูปนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163584" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หน้าที่ของแม่ไม่ได้จบเพียงแค่หลังลาคลอด 3 เดือนเท่านั้น ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ยังคงไม่เพียงพอต่อการให้นมเด็กทารก ดังนั้นแม้ว่าเหล่าแม่ๆ จะต้องกลับไปทำงานหลังวันลาคลอดหมด แต่พวกเธอก็ยังต้องคอยปั๊มนมไว้เสมอ ในทางกลับกันหากไม่ปั๊มออกความเจ็บปวดก็ย้อนกลับมาที่ร่างกายของคนเป็นแม่&nbsp;</p>



<p>“ตอนเราว่าความที่ศาล แล้วเราก็อยู่แบบนี้ (งอตัว) จนศาลถามว่าเป็นอะไร คือ ถ้า 2 ชั่วโมงแล้วไม่ได้เอาออกมันจะเหมือนช็อต แล้วถ้าเรายังอดทนไปต่อสักประมาณ 3-4 ชั่วโมง เสื้อเราจะเปียกเลย เพราะว่านมมันจะพุ่งออกมา แล้วมันจะแข็งแบบถ้าใครมาแตะจะร้องไห้เลย เราเคยอดทน 8 ชั่วโมง เพื่อที่จะกลับบ้านไปให้ลูกดูด ลูกดูดไม่ได้เลย&nbsp;</p>



<p>“เราต้องจัดการกับมันด้วยการไปหาผ้าชุบน้ำร้อนประคบๆ จนกว่ามันจะอ่อนลง แล้วค่อยบีบ หรือถ้ามันหนักมากถึงขนาดเป็นไวท์ดอต หรือหัวนมมันตัน ต้องเอาเข็มถูกับแอลกอฮอลล์ แล้วต้องจิ้มออกทีละอัน จนครบ แล้วเลือดก็จะออกมานิดหน่อย นมก็จะเป็นสีชมพู แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ดีขึ้น แต่ถ้าไม่เกิดการไวท์ดอตจะเกิดอะไรขึ้น คือเป็นฝี ซึ่งถ้าเป็นฝีต้องผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น ฟังแล้วกลัวการมีลูกเลยใช่มั้ย” เธอหันมาถามเราพลางหัวเราะ&nbsp;</p>



<p>ขณะนั้นเราได้แต่นึกว่าคนเป็นแม่ต้องอดทนกันมากขนาดไหนกัน</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">3</h4>



<p>ในเมื่อไม่มีห้องให้นมทำให้แม่ๆ ต้องลำบากขนาดนี้ แล้วนมแม่ยังจำเป็นอยู่แค่ไหน ในปัจจุบันที่มีนมผงหลากหลายสูตรผลิตขึ้นมาทดแทน</p>



<p>แจมบอกว่าจริงๆ แล้วเธออาจไม่ใช่สายนมแม่ลัทธิ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเข้าใจข้อจำกัดของคนเป็นแม่ในประเทศนี้ที่ถูกคาดหวังว่าต้องให้นมแม่เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันกลับไม่มีอะไรมาช่วยซัพพอร์ต ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการลาคลอด หรือห้องให้นม</p>



<p>“เราเข้าใจนะ เพราะเราเห็นคนที่ให้ความสำคัญกับการให้นมลูก อย่างลูกคนโต เราให้นมเขาถึง 2 ขวบ กับคนเล็กให้นมได้ไม่ถึงขวบดี คนเล็กป่วยบ่อยมาก คนโตแทบไม่ป่วยเลย เพราะว่าความแข็งแรงมันต่างกัน แต่ก็ไม่อยากให้แม่ทุกคนเครียดว่ากูให้นมผงแล้วกูเลว มันไม่ใช่ รัฐบาลมันห่วยต่างหาก สวัสดิการมันไม่มีไง คุณก็ต้องเอาตัวเองไว้ก่อน เราจะบอกเพื่อนทุกคนว่าถ้าไม่ไหว ให้นมผงไปเลย เพราะสุดท้ายถ้าแม่เครียดลูกจะลำบาก ลูกจะได้รับความเครียดจากแม่ไปด้วย”</p>



<p>นอกจากนี้แจมยังบอกอีกว่าคนเป็นแม่ในประเทศนี้ไม่ต่างอะไรจากหนังเรื่อง <em>&#8216;คิมจียอง เกิดปี 82&#8217; </em>ที่เล่าถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตภายใต้ความกดทับทางเพศ ผู้หญิงถูกคาดหวังว่าต้องเลี้ยงลูกอย่างเดียว จนรู้สึกว่าชีวิตมันไม่มีคุณค่าอย่างอื่นแล้วนอกจากเป็นแม่ให้เด็กคนหนึ่ง ส่งผลให้ตัวตนของคุณแม่ฟูลไทม์ค่อยๆ หายไปช้าๆ แต่จริงๆ เขาก็คือคนหนึ่งที่ต้องการการยอมรับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163588" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เรื่องห้องให้นมลูกมันคือเรื่องนี้เลย ทำให้เห็นว่ากูมีตัวตนนะ รัฐให้ความสำคัญกับกูนะ กูไม่ใช่แค่ที่ผลิตน้ำนมให้กับเด็กคนหนึ่งนะ แต่รัฐก็เห็นความสำคัญ รัฐก็มีห้องให้นมให้ฉัน เรารู้สึกดี เวลาเราอยู่ในห้องให้นมของต่างประเทศเรารู้สึกว่าทำไมรัฐเขาถึงคิดถึงเราขนาดนี้ เรามีคุณค่าในการเลี้ยงเด็ก&nbsp;</p>



<p>“ในขณะที่อยู่ไทยเราเคยนั่งร้องไห้ตอนให้นมลูกในห้องน้ำ” เธอระบายออกมาถึงประสบการณ์ที่ฝังใจในอดีต “ตอนนั้นเรารู้สึกแบบทำไมกูต้องมานั่งให้นมลูกในห้องน้ำที่เหม็นมาก แล้วเราก็นั่งร้องไห้เพราะสงสารลูก แล้วก็สงสารตัวเองที่แบบทำไมกูต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไมลูกกูต้องมากินนมในที่ที่มันเหม็นมาก มันสกปรก มากินนมบนชักโครก เพราะว่าข้างนอกไม่มีที่ให้เรา&nbsp;</p>



<p>“แล้วเราก็นั่งร้องไห้เพราะพอเราจะล้างก้นให้ลูกตรงอ่างล้างมือ เราก็จะโดนคนมองด้วยสายตาแบบว่ากูไร้ความรับผิดชอบมากเลย เป็นแม่ที่แย่มาก ทำไมถึงไม่ล้างก้นในชักโครก เราก็เลยเอาลูกไปล้างก้นที่ชักโครก แล้วลูกเราก็หล่นไปที่ชักโครก แล้วเราก็นั่งร้องไห้ว่าทำไมวะ ทำไมลูกกูต้องมาอยู่ในประเทศเฮงซวยด้วย ทำไมลูกเราต้องตกลงไปในชักโครก”&nbsp;</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">4</h4>



<p>ถ้าห้องให้นมหมายถึงการยอมรับตัวตนการมีอยู่ของแม่ในสังคม แล้วห้องนี้ควรมีอยู่ที่ใดบ้าง? สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ที่ทำงาน สถานที่ราชการ หรือโบกี้รถไฟ</p>



<p>คำตอบคือทุกที่ที่กล่าวมา</p>



<p>แจมเล่าว่าการพาลูกน้อยออกไปนอกบ้านแต่ละครั้งเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยหน่าย เพราะเธอต้องเตรียมของสำหรับเปลี่ยนแพมเพิร์สหรืออุปกรณ์ให้นมหลากหลายชิ้น ในขณะที่ต่างประเทศที่มีทั้งห้องเปลี่ยนแพมเพิร์สและห้องให้นมทุกที่ ก็ทำให้แม่ๆ กล้าออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านไปพร้อมๆ กับการเลี้ยงลูกมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ห้องให้นมมันทำให้คนทุกคนสามารถใช้ชีวิตปกติได้ เพื่อให้คุณแม่ที่ทำงานก็สามารถใช้ชีวิตปกติได้ สิงคโปร์ลงเครื่องปุ๊บออกจาก gate นิดเดียวมีห้องให้นมแล้ว แค่ไม่กี่ก้าว เราเข้า ตม.ปุ๊บเราเดินหาห้องให้นมก่อนเลย แล้วป้ายใหญ่มาก ป้ายทางเดินทุกอัน นอกจากจะบอกทางไปห้องน้ำหรือลิฟต์แล้ว ยังมีห้องให้นม&nbsp;</p>



<p>“หรือเราไปต่างจังหวัดของไต้หวันด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง มีโบกี้ห้องให้นมเลย โบกี้นี้เปิดเข้าไปจะมีเฉพาะผู้หญิงให้นมลูกเท่านั้น เข้าไปจัดการตัวเองได้ แล้วทุกสถานีมีห้องให้นมเยอะมาก มีป้ายตลอดทาง ฉันสามารถให้นมได้ทุกที่ คือใช้ชีวิตปกติมาก ไม่ต้องกังวลว่าพอมีลูกมันจะลำบาก”</p>



<p>ตัดภาพกลับมาที่ไทยหลังจากที่เธอต้องกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ ด้วยพื้นที่จำกัดจึงทำให้เธอใช้พื้นที่ในครัวเป็นที่ปั๊มน้ำนมแทน&nbsp;</p>



<p>“เราทำงานศูนย์ทนายความ น้องๆ ทนายผู้ชายทุกคนเห็นนมเราหมดแล้วอะ น้องๆ ผู้ชายบอกเราว่านมเจ้ เหมือนนมแม่แล้วอะ เพราะเราปั๊มในห้องครัวที่ทุกคนเข้ามาได้ แรกๆ เราก็เขินแหละ คนเข้ามาก็หลบๆ แอบบีบหน่อย หลังๆ ไม่แอบบีบแล้ว มึงจะเดินเข้าห้อง มึงเอาเลย กูจะปั๊มนม อะไรแบบนี้”</p>



<p>หากพื้นที่จำกัดเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่มีห้องให้นม ตึกใหญ่ๆ อย่างรัฐสภาก็น่าจะเป็นที่ที่มีห้องให้นมมากที่สุด แต่แจมเผยว่ารัฐสภามีห้องให้นมเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น แถมยังต้องเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163595" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“พอเราไปถึงถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าห้องให้นมอยู่ที่ไหน ยามยังงงเลย ห้องให้นมคืออะไรครับ พนักงานประชาสัมพันธ์บอกไม่มีนะคะ เราก็เลยบอกว่าไม่มีได้ยังไง มันมีออกข่าวว่ารัฐสภาให้ความสำคัญกับคุณแม่มีห้องให้นม ออกข่าวใหญ่โต มีการตัดริบบิ้นกันเว่อร์วังมาก เราก็ไปตามหา ไม่มีป้ายบอกว่าที่นี่มีห้องให้นม แล้วไปเจออยู่ในห้องฉุกเฉินของรัฐสภา ก็ต้องเข้าไปอีกเพื่อจะไปห้องให้นม ห้องก็ใหญ่นะ มีโซฟา ก็คือมีครบนั่นแหละ แต่แค่อยู่ลึก ทำให้การเข้าถึงยาก ความจริงมันต้องง่ายกว่านั้น รัฐสภาควรจะมีทุกชั้นและควรมีป้ายบอกด้วยซ้ำ ที่ไหนมีห้องละหมาดหรือห้องศาสนาได้ ที่นั่นก็ต้องมีห้องให้นมได้เหมือนกัน”</p>



<p>แล้วห้องให้นมจริงๆ แล้วควรมีหน้าตาอย่างไร?&nbsp;</p>



<p>แจมบอกว่าคนอาจจะติดภาพห้องให้นมของห้างที่ใหญ่อลังการ จนทำให้การผลักดันเรื่องห้องให้นมถูกคนตั้งคำถามว่าต้องใช้งบมากมาย แต่ความจริงแล้วห้องให้นมไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าผ้ากั้น โซฟานุ่มๆ และโต๊ะอย่างละหนึ่งตัว เพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดเนื่องจากมีผลต่อการไหลของน้ำนมด้วย&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาเราจึงเห็นบางที่อาจใช้ห้องเปล่าๆ ในตึกดัดแปลงเป็นห้องให้นม หรือบางประเทศที่ต้องการความสะอาด ในห้องนั้นก็อาจจะเพิ่มไมโครเวฟ หรือเครื่องกดน้ำอุ่น สำหรับสเตอริไลซ์ป้องกันน้ำนมปนเปื้อน</p>



<p>“พอเราสนใจมากๆ เราก็มานั่งค้นว่าเมืองไทยมีที่ไหนบ้าง ทำไมเมืองไทยถึงไม่มี แล้วทำไมต่างประเทศมี เราก็เลยรู้ว่าเขาตราเป็นกฎหมาย บางประเทศตราอยู่ในกฎหมายแรงงาน บางประเทศตราอยู่ในกฎหมายสาธารณสุขและสวัสดิการ เขาก็บังคับไปเลยว่าห้องให้นมพับลิคต้องมีอยู่แล้ว สถานที่ราชการต้องมีเพราะว่าคนไปใช้เยอะ&nbsp;</p>



<p>“ส่วนกฎหมายของเอกชนก็มีบังคับ บางทีก็ base on พนักงานผู้หญิงที่มีอยู่ในนั้น ต้องมีห้องให้นมอย่างน้อย 1 ห้อง บางประเทศก็บอกว่า 20 คนขึ้นไปต้องมี 1 ห้อง หรือ 50 คนขึ้นไปมี 1 ห้อง บางประเทศจำกัดจากพื้นที่การทำงาน ไม่ได้ดูที่พนักงานผู้หญิง เช่น ถ้าพื้นที่มีเกินกี่ตารางเมตรขึ้นไป ควรมีห้องให้นม 1 ห้อง ซึ่งห้องให้นมที่บางที่จะมีกฎหมายบังคับเลยว่าต้องมีขนาดเท่าไหร่ จริงๆ 1&#215;1 ก็ทำได้แล้วนะ แค่ครึ่งนี้ก็ทำได้แล้วนะ”&nbsp;</p>



<p>เธอว่าพลางกะให้ดูจากศาลาทรงกลมในสวนสาธารณะที่เรานั่งคุยกัน ซึ่งจัดว่าเล็กมากทีเดียว</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">5</h4>



<p>สุดท้ายแล้วการผลักดันห้องให้นมให้เกิดขึ้นได้จริงๆ สำหรับแจมมองว่าต้องมากกว่าการขอความร่วมมือ หากแต่เป็นการขยับขึ้นไปสู่การตรากฎหมาย</p>



<p>“พอเป็นเรื่องห้องให้นม เขาบอกว่าคนที่จะมาอินด้วยมันน้อย พวกแม่ๆ เขาก็จะขลุกอยู่กับลูกนั่นแหละ เขาก็จะแบบฉันทรมานมาก ก็ไม่มีเวลามานั่งตามเท่าไหร่ แต่เราคิดว่าต่อให้ไม่มีคนสนใจเราก็ควรจะต้องทำ&nbsp;</p>



<p>“เราค้นกฎหมายต่างประเทศมา เรื่อง พรบ.การให้นมในพื้นที่สาธารณะ กฎหมายเกี่ยวกับการลาคลอด หรือการมีห้องให้นมในเอกชนต่างๆ เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องขับเคลื่อนตอนที่เราเป็นรัฐบาล ตอนที่เราเป็น ส.ส. หรือรัฐสภาจริงๆ สิ่งพวกนี้มันจะแบบขอความร่วมมือมันก็ไม่ยั่งยืน ขอความร่วมมือให้เขต เขาก็บอกทำยาก จะเอางบที่ไหน แล้วทำไมต้องมีด้วยล่ะ เพราะมันไม่มีอะไรที่เป็นกรอบบังคับ สิ่งพวกนี้มันต้องเกิดในการเมืองภาพใหญ่จริงๆ&nbsp;</p>



<p>“หรือในอนาคตมีการกระจายอำนาจท้องถิ่น ถ้าท้องถิ่นมีงบประมาณ ท้องถิ่นก็ทำได้ แต่มันก็ต้องมีกฎหมายที่เป็นตัวคุมก่อน ว่าทำไมต้องมี แล้วก็บังคับว่าทำไมต้องมี ถ้ามายด์เซ็ตผู้บริหารเขาเห็นว่ามันไม่สำคัญ ระดับล่างเขาก็ไม่เห็นว่ามันสำคัญ มันต้องเกิดจากข้างบนลงมาจริงๆ”</p>



<p>น่าสนใจว่ากระแสย้ายประเทศกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของหลายๆ คน ที่อยากออกไปใช้สวัสดิการที่มีพร้อมอยู่แล้วของต่างประเทศ อาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำหากเทียบกับการลุกขึ้นมาเรียกร้องสวัสดิการด้วยตัวเอง แล้วทำไมเธอจึงยังทำเรื่องนี้อยู่ เราก็ได้คำตอบที่น่าสนใจจากเธอ</p>



<p>“​การย้ายประเทศมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ก็ประเทศนี้มันแก้ไขไม่ได้แล้วต้องย้ายประเทศ แต่อีกมุมคือเราก็ไม่อยากมองประเทศที่เราอยู่ถอยไปกว่านี้ เราก็ยังรู้สึกว่าอะไรที่มันทำให้มันดีขึ้นได้&nbsp;</p>



<p>“เราก็จะเห็นความหวังมากกว่ายุคก่อนนะ เราจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น เข้าใจเรื่องสิทธิมากขึ้น เหมือนเรื่องสิทธิลาคลอด เราพูดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดนด่าร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครเห็นด้วย แต่พอมายุคนี้พอพูด เห็นด้วยประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ น้อยมากที่จะไม่เห็นด้วย&nbsp;</p>



<p>“กลายเป็นว่าเราเห็นความเปลี่ยนแปลง สังคมพร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้ว มันมีไทม์มิ่งของมัน ถ้าสังคมพร้อมจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พรรคก้าวไกลบอกคืออย่ารอการเปลี่ยนแปลง แต่จงเป็นส่วนหนึ่งของมัน เรารู้แหละว่ามันจะเปลี่ยนแปลง เรายืนมองให้มันพัฒนาก็ได้ แต่อีกมุมหนึ่ง ทำไมเราไม่เข้ามาพัฒนาเลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163593" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/ทนายแจม_Content-02-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“จริงๆ เราก็แพลนเรื่องลูกเหมือนกัน ลูกเราจะอยู่ต่างประเทศก็ได้ แต่อีกมุมถ้าเขาอยากอยู่ไทย เราก็ต้องพัฒนาประเทศไทยไปด้วย เพื่อให้วันหนึ่งต่อให้เขาไปเมืองนอกหรือไม่ไป เขาก็ยังมีชอยส์ในการตัดสินใจได้ ไม่ใช่ว่าต้องไปเมืองนอกอย่างเดียว เราว่ามันต้องขับเคลื่อนประเทศไปด้วยได้ เหมือนเป็นเฮือกสุดท้าย ทำให้ประเทศนี้มันน่าอยู่”</p>



<p>ทันทีที่สิ้นสุดบทสนทนา ฝนก็เริ่มโปรยปรายและบรรยากาศเริ่มมืดลง ระหว่างที่รอให้ฝนซาเธอเริ่มคุยกับคนที่มาสวนเล็กๆ แห่งนี้ ถึงปัญหาทั่วไปไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะไม่พอ การเดินทางยากลำบาก หรือแม้แต่หลอดไฟดวงเล็กๆ ซึ่งดับอยู่บนศาลาที่เรายืนอยู่นี้ ก่อนที่แจมจะขอตัวกลับและบอกลากันที่ป้ายรถเมล์ที่มีรถเมล์สายเดียวของสายไหมวิ่งอยู่ ท่ามกลางรถติดหนัก</p>



<p>นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกครั้งที่แจมออกมาพูดเรื่องอะไรสักเรื่องก็มักจะกลายเป็นเรื่องที่คนทั่วไปเข้าใจได้เป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้มาจากคนที่อยู่ในปัญหานั้นจริงๆ</p>



<p>ร่วมลงชื่อสนับสนุนให้แม่ทุกคนเข้าถึงห้องให้นมได้ที่: <a href="https://bit.ly/3Wjozsf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://bit.ly/3Wjozsf</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jamsasinan-breastfeeding-room/">“ห้องให้นมคือการทำให้เห็นว่าแม่ก็มีตัวตน” คุยกับ แจม-ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายที่อยากเห็นห้องให้นมแม่เป็นสวัสดิการ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Urban Ally แพลตฟอร์มรวมมิตรที่ชวนทุกคนร่วมทดลองออกแบบละแวกบ้าน จินตนาการถึงเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/urban-ally/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2022 11:41:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[urban design]]></category>
		<category><![CDATA[Urban Ally]]></category>
		<category><![CDATA[Local Action]]></category>
		<category><![CDATA[รวม-มิตร-เมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163111</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อลองพิมพ์คำว่า &#8216;กรุงเทพฯ&#8217; ใน Google แล้วกดเลื่อนดูภาพที่ปรากฏขึ้น ภาพที่ผ่านตาของเราเกือบทั้งหมดมักเป็นภาพมุมสูง เหนือวัดวัง อาคารสูงระฟ้า แสงไฟจากยานยนต์สว่างเรืองรองเต็มพื้นที่ถนน แต่หากเราซูมเข้าไปใกล้ๆ ในรายละเอียดก็จะเริ่มเห็นฝาท่อหน้าบ้านที่สูงกว่ารางระบายน้ำ พวงสายไฟที่ห้อยลงมาแตะไหล่ และน้ำจากชายคาที่หยดติ๋งใส่คนที่เดินผ่านไปมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เทียบกันแล้วดูเหมือนกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองฟ้าอมรที่สวยงามเมื่ออยู่ไกลออกไป แต่ไม่เป็นมิตรกับผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองเอาเสียเลย&#160; “ถ้าเรามองเมืองเป็นกระดาษสักแผ่นหนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นกระดาษที่ยับมากเลย ทุกคนขยำจนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร” ผศ. ดร.สิงหนาท แสงสีหนาท กล่าวกับเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อพูดถึงความซับซ้อนมากมิติของเมืองที่เรานั่งล้อมวงคุยกันอยู่ตอนนี้ “ความยับที่ว่ามันก็มีเสน่ห์ เป็นตัวตนของเรา เพียงแต่ทำยังไงให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”&#160; นอกจากนี้ในวงคุยยังมีผู้ร่วมพูดคุยอีก 2 คน คืออาจารย์ ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ รองผู้อํานวยการ และปิยา ลิ้มปิติ หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนเมืองจากศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร  พวกเขาเรียกตัวเองสั้นๆ ว่าเป็น &#8216;มิตรเมือง&#8217; ผู้ส่งคำขอ Add Friends มายังทุกคนที่กำลังอ่านข้อความนี้อยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/urban-ally/">Urban Ally แพลตฟอร์มรวมมิตรที่ชวนทุกคนร่วมทดลองออกแบบละแวกบ้าน จินตนาการถึงเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อลองพิมพ์คำว่า &#8216;กรุงเทพฯ&#8217; ใน Google แล้วกดเลื่อนดูภาพที่ปรากฏขึ้น ภาพที่ผ่านตาของเราเกือบทั้งหมดมักเป็นภาพมุมสูง เหนือวัดวัง อาคารสูงระฟ้า แสงไฟจากยานยนต์สว่างเรืองรองเต็มพื้นที่ถนน แต่หากเราซูมเข้าไปใกล้ๆ ในรายละเอียดก็จะเริ่มเห็นฝาท่อหน้าบ้านที่สูงกว่ารางระบายน้ำ พวงสายไฟที่ห้อยลงมาแตะไหล่ และน้ำจากชายคาที่หยดติ๋งใส่คนที่เดินผ่านไปมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เทียบกันแล้วดูเหมือนกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองฟ้าอมรที่สวยงามเมื่ออยู่ไกลออกไป แต่ไม่เป็นมิตรกับผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองเอาเสียเลย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163125" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ถ้าเรามองเมืองเป็นกระดาษสักแผ่นหนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นกระดาษที่ยับมากเลย ทุกคนขยำจนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร” ผศ. ดร.สิงหนาท แสงสีหนาท กล่าวกับเราด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อพูดถึงความซับซ้อนมากมิติของเมืองที่เรานั่งล้อมวงคุยกันอยู่ตอนนี้ “ความยับที่ว่ามันก็มีเสน่ห์ เป็นตัวตนของเรา เพียงแต่ทำยังไงให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163130" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-08-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ในวงคุยยังมีผู้ร่วมพูดคุยอีก 2 คน คืออาจารย์ ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ รองผู้อํานวยการ และปิยา ลิ้มปิติ หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนเมืองจากศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร </p>



<p>พวกเขาเรียกตัวเองสั้นๆ ว่าเป็น &#8216;มิตรเมือง&#8217; ผู้ส่งคำขอ Add Friends มายังทุกคนที่กำลังอ่านข้อความนี้อยู่ เพื่อชวนกันมาช่วยคิด ช่วยแสดงความเห็น ช่วยกันสร้างสรรค์เมืองยับๆ แห่งนี้ไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เริ่มต้นผูกมิตร</h3>



<p>“พลิกโฉมระบบการศึกษา” เป็นคำตั้งต้นที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เรากล่าวมาข้างต้น แต่เป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้เกิด Urban Ally ขึ้นในปี พ.ศ. 2564 อ.สิงหนาทเล่าว่า กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ผุดโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาประเทศไทย (Reinventing University System) ตามนโยบายที่ต้องการผลักดันให้สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยได้พัฒนาความเป็นเลิศและผลิตกำลังคนขั้นสูง เพื่อเพิ่มความสามารถให้ทัดเทียมนานาชาติ</p>



<p>“เราตีความการพลิกโฉมอีกมุมว่า เรามีต้นทุนดีๆ ของเราหลายอย่าง แต่ยังไม่ถูกนำมาใช้ แทนที่เราจะวิ่งตามไปข้างนอก เราจึงอยากพลิกโฉมตัวเองก่อน ที่ผ่านมาระบบโครงสร้างของสถาบันการศึกษาในประเทศไทย จะแบ่งเป็นคณะวิชา และแต่ละภาควิชาก็จะมีอาจารย์ของตัวเอง เรามองว่าโครงสร้างแบบนี้มันสร้างการพลิกโฉมไม่ได้ เป็นระบบนิเวศที่เราไปทำงานในพื้นที่จริงไม่ได้ เราเลยลืมภาควิชาไปก่อน แล้วมองหาว่าเรามีความเชี่ยวชาญด้านไหนบ้าง” อ.สิงหนาท ผู้อำนวยการศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง เริ่มเกริ่นถึงจุดเริ่มต้นของหน่วยงานแห่งนี้ที่มีชื่อไทยยาวๆ ชื่ออังกฤษสั้นๆ ว่า ‘Urban Ally’ ว่าทำให้ชาวสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้กลับมาพูดคุยกัน และทบทวนตัวเองอีกครั้งได้อย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163124" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ปิยา ในฐานะผู้ดูแลโครงการขับเคลื่อนเมือง (Local Action) ช่วยขยายความเพิ่มเติมถึงการเขย่าโครงสร้างการทำงานใหม่ ให้เกิดความร่วมมือที่ไม่เหมือนเดิม “สิ่งที่เป็นคำถามหลัก คือแล้วเราจะพลิกโฉมตัวเองก่อนได้ยังไง ตอนแรกสุด เราทำ SU Roundtable คุยกับอาจารย์ทุกภาควิชาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เราได้รู้ว่าที่ผ่านมาแต่ละคนทำอะไรกันมาบ้าง แล้วก็เชี่ยวชาญด้านไหน มีจุดแข็งจุดอ่อนด้านไหน ได้ผลออกมาว่า เมืองเก่าเกาะรัตนโกสินทร์นี่แหละที่น่าจะต้องเป็นพื้นที่ทดลองกระบวนการพลิกโฉมก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเรามีข้อมูลเยอะมาก ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรม มิติทางสังคม”</p>



<p>การพูดคุยแลกเปลี่ยนกันทำให้ทีมงานจัดรูปแบบกลุ่มความเชี่ยวชาญออกมาได้ถึง 5 รูปแบบ โดยไม่ได้ยึดกับโครงสร้างองค์กรแบบเดิมๆ ได้แก่ ด้านศิลปะและวัฒนธรรม (Art and Culture) ด้านการคิดเชิงข้อมูล (Data Thinking) ด้านพลิกโฉมเมือง (City Reinventing) ด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable Design) และด้านการแปลงเมือง (Make it Happen)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163128" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-05-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แต่เซอร์วิสที่เราทำไม่ได้แบ่งเป็น 5 ด้านตามความเชี่ยวชาญนะ สิ่งที่เราทำจะเป็นเรื่องของ Urban Curator, Urban Educator, Urban Data แล้วก็ Urban Design โดยที่ตอนนี้จะเน้นการ Curate เมื่อมีประเด็นอะไรบางอย่าง เราจะ Curate จากองค์ความรู้เชิงลึก หาวิธีการทำให้คนทั่วไปเข้ามาสัมผัสความรู้ สร้างประสบการณ์ในเมืองยังไงได้บ้าง เพราะเราเชื่อว่า ถ้าคนออกมาใช้ชีวิตในเมือง มาเรียนรู้ เขาจะเริ่มเข้าใจว่าเมืองที่ดีที่เขาอยากได้คืออะไร และควรจะเป็นยังไง มันอาจจะไม่ต้องเนี้ยบแบบญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ แต่ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ได้ดีขึ้น” อ.พีรียา รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เสริมถึงรูปแบบการทำงานซึ่งมีพื้นฐานมาจากความเป็นนักวิจัย และต้นทุนองค์ความรู้สุดเข้มข้นที่คณาจารย์ชาวสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สะสมไว้มายาวนาน ซึ่งสอดคล้องกับความตื่นตัวเรื่องการพัฒนาเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">รวมมิตร คิดเรื่องเมือง</h3>



<p>ทั้งสามคนมองเห็นตรงกันว่า ความเป็นเมืองเกิดจากความหลากหลายที่ประกอบเข้าด้วยกัน จุดเริ่มต้นของความเป็นเมือง คือการที่คนหลายคนมาอยู่ร่วมกัน แล้วช่วยเหลือเกื้อกูลพึ่งพากันในทางใดทางหนึ่ง ทั้งการผลิต การบริโภค การอยู่อาศัย การเดินทาง ฯลฯ&nbsp;</p>



<p>“กรุงเทพฯ เป็นเมืองออร์แกนิกมาก ไม่ว่าจะพยายามวางผังเมืองยังไง มันก็โตไม่ทันธรรมชาติของเมืองนี้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการปรับตัวในพื้นที่ตลอดเวลา มีการขยายตัวตลอด ปรับเปลี่ยนตลอด เพื่อให้ตอบรับกับสถานการณ์ขณะนั้น ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว การศึกษาเรื่องเมืองจึงไม่ใช่การศึกษาด้านกายภาพอย่างเดียว แต่ต้องสนใจคนในเมืองด้วย ถ้าเราเข้าใจเมืองก็จะเข้าใจคน ถ้าเราเข้าใจคนก็จะเข้าใจเมือง” อ.พีรียาออกความเห็น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163126" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ถ้าเราเปรียบว่า เมืองเป็นกระดาษสักแผ่นหนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นกระดาษที่ยับมากเลย (หัวเราะ) ทุกคนขยำจนไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน เราอยากจะจัดการให้กรุงเทพฯ เป็นกระดาษที่เรียบสนิทเหมือนต่างประเทศ แต่ตอนนี้มุมมองมันเปลี่ยนไป เรามองเมืองต่างไปจากเมื่อก่อน เราพยายามหาวิธี เข้าใจร่องรอยความยับของมัน ไอ้ความยับเนี่ยก็เป็นตัวตนของเรา แต่เราเข้าใจมันมากขึ้น เห็นมุมเห็นเหลี่ยมที่มันแตกต่างมากขึ้น สิ่งสำคัญคือ แล้วเราจะคลี่คลายให้แต่ละมุมในเมืองมันน่าอยู่ขึ้นได้ยังไง” อ.สิงหนาทอธิบายถึงมุมมองในทำงานของ Urban Ally ที่ ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นการทำงานมองจากจุดเล็กๆ ทีละร่อง ทีละรอยยับ&nbsp;</p>



<p>“เราจะไม่มุ่งไปที่การวางผังเมืองใหม่ แต่จะเริ่มจากการมองไปยังละแวกบ้านต่างๆ ว่าจะทำให้มันดีขึ้นยังไง จะสร้างความเท่าเทียมยังไง จะสร้างสรรค์ยังไง สิ่งที่เราพยายามทำ คือจะทำยังไงให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในแบบที่มีอัตลักษณ์ของเราเอง ความยับที่ว่ามันก็มีเสน่ห์ แต่ทำยังไงให้มันดีขึ้นอีกหน่อย”&nbsp;</p>



<p>“กรุงเทพฯ มีสิ่งที่หลายเมืองเขาอยากได้ความหลากหลาย ซับซ้อนและสร้างสรรค์อย่างนี้ แต่ก็ยังไม่มีการถอดดีเอ็นเอของเมืองออกมาได้ทั้งหมด นักวิจัยต่างชาติมาศึกษาทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ในเอเชียเยอะมาก ว่าทำไมถึงได้มีกลไกอยู่ด้วยกันได้ซับซ้อนขนาดนี้” ปิยาเสริมถึงความสำคัญของภารกิจที่ชาว Urban Ally ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานแบบเดิมๆ ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาผูกมิตรใหม่ และทำเข้าใจเมืองอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163134" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ทดลอง มองเมือง&nbsp;</h3>



<p>เทศกาล &#8216;รวม-มิตร-เมือง&#8217; เป็นเทศกาลแรกที่ Urban Ally ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นการปักหมุด 19 จุดทั่วย่านพระนคร ชวนมิตรเมืองเก่า มาช่วยฟื้นฟูเกาะรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเน้นรูปแบบการทดลองสร้างสรรค์พื้นที่แสดงนิทรรศการ ทำ Installation Art ออกแบบแสงและเสียงในอาคารทิ้งร้างหรือใช้งานน้อย เช่น โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ไปรษณียาคาร การจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน เดินชมเมืองเก่า เสวนาเรื่องเมือง สถาปัตยกรรม และชุมชน ฯลฯ </p>



<p>“พวกเราทำงานเรื่องเมืองกันมานาน ผมทำวิจัยมานานหลายสิบปี พบว่างานเมืองที่ออกแบบแล้วสร้างเลยเนี่ยแทบไม่เกิดขึ้นเลยในบ้านเรา สาเหตุเกิดขึ้นได้ยากเพราะมิติความซับซ้อนของแบบแผนการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รูปแบบสัณฐานเมือง และคนในเมืองที่แตกต่างหลากหลายมากๆ ทำแบบหนึ่งก็กระทบคนกลุ่มหนึ่ง เราจึงเลือกการทดลองออกแบบชั่วคราวก่อน จะได้เห็นว่าอะไรดีไม่ดี ก่อนจะนำไปสู่การออกแบบที่ถาวรต่อไป” อ.สิงหนาทกล่าวถึงความตั้งใจในการเดินหน้าทำงานทดลองในย่านต่างๆ ของเมืองอย่างต่อเนื่อง </p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/Tkqvep1HDi8tXoK9s7iSgOjFk3zZwhwKB7PVIk5KHoRMvGPIIW4LCC--7xQGDC6juIF_bphIFSeNzT3hE1kvv9gNWeqeoQeFMEeW-xEYqBMK5EYibTXSvuk13DKgjn1QBLc59oeTfMxbuetu35ZZIxfvAmlLZ73Wv3tSpbDFqGuMNXR1ngByQ4qV7cn7Oj5V4hFkJBu3NQ" alt="https://api.urbanally.org/file/271747794_275916027884318_8513752057069587040_n%20(1).jpg"/><figcaption><a href="https://urbanally.org/actions/61ebd8cdd2357a5d399e3b57">https://urbanally.org/actions/61ebd8cdd2357a5d399e3b57</a></figcaption></figure>



<p>“เรามักจะพูดกันติดปากว่ากรุงเทพฯ มีแต่ห้าง เมืองเรามีแต่ห้าง คนที่มาร่วมกิจกรรมกับเราคนหนึ่งบอกว่า ‘โอ้โห ถ้ามีแบบนี้บ่อยๆ นะ คนไม่ต้องไปห้างแล้วก็ได้’ ทำให้เราเห็นว่า มันมีความต้องการที่คนอยากผลักดัน Third Place แบบนี้อยู่ ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างสวนสวย ๆ ขึ้นมาใหม่ก่อน แต่เราเริ่มจากจุดเล็กๆ กิจกรรมเล็กๆ พื้นที่เล็กๆ ที่มีอยู่แต่ไม่มีคนเข้าไปใช้ กระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงได้ดีก่อน” อ.พีรียาเล่าถึงฟีดแบ็กจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพใหญ่ในการทำงานเมืองว่า ถ้ามีกิจกรรมที่ทำให้คนได้รู้จัก เข้าใจ ใกล้ชิดเมืองเยอะขึ้น หรือชัดเจนขึ้น คนก็มีทางเลือกที่จะใช้ชีวิตในเมืองในรูปแบบอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน</p>



<p>ทุกครั้งที่มีประเด็นการออกแบบเมืองที่น่าสนใจ จากภายในทีม Urban Ally เอง หรือมีโจทย์ความต้องการจากพันธมิตรต่างๆ ในการออกแบบ หรือสร้างสรรค์ย่านใดก็ตาม พวกเขาจะเริ่มจากการทำความเข้าใจพื้นที่ก่อนเสมอ ปิยาพูดติดตลกว่า ก่อนที่จะเริ่มเข้าไปทำรอยยับเพิ่ม หรือเข้าไปออกแบบอะไรสักอย่าง จะมีการศึกษาเชิงกายภาพ ลงพื้นที่จริงเพื่อสังเกต พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจรอยยับเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้วเสมอ โดยยึดหลักการออกแบบชุมชนเมือง (Urban Design) ที่ใช้กระบวนการศึกษาเมืองเพื่อทำความเข้าใจ วิเคราะห์สิ่งที่แต่ละพื้นที่ต้องการ แล้วจึงทำออกมาเป็น Design Program ว่าสิ่งที่ควรจะต้องใส่เข้าไปเพิ่มคืออะไร ก่อนจะออกมาเป็นกิจกรรมเชิงทดลองที่เปิดพื้นที่ให้คนเข้ามามีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนกันต่อไป ใช้กระบวนการทดลอง เก็บฟีดแบ็ก ทำซ้ำ พัฒนาต่ออย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ให้การออกแบบเมืองในประเทศไทย ไม่ต้องทำตามมาตรฐานของภาครัฐที่มีแบบเดียวแล้วบังคับใช้กับทุกที่ แถมเมื่อก่อสร้างไปแล้วก็ยากที่จะปรับเปลี่ยน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163132" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-02-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ความเชื่อของ Urban Ally คือการศึกษา สำรวจ ทำความเข้าใจเอกลักษณ์ของชุมชนละแวกบ้าน เราอยากพัฒนาเมืองที่ยังเก็บอัตลักษณ์ของพื้นที่เอาไว้ ไม่ได้มองว่าจะต้องรื้อล้างสร้างใหม่” ​ปิยาย้ำถึงความเชื่อที่ตัวเองและทีมงานมีร่วมกัน คือการชวนคนมาช่วยกันทดลองที่จะเปลี่ยนแปลงเมือง&nbsp;</p>



<p>“นอกจากความแตกต่างของละแวกบ้าน เราก็เชื่อในอัตลักษณ์ของคน ความเชี่ยวชาญของคนด้วย เราไม่คิดว่าจะต้องทำงานคนเดียว ไม่มีความคิดไหนความคิดเดียวที่เป็นความคิดสูตรสำเร็จ ต้องสร้างไปร่วมกัน เพราะฉะนั้นเวลาเราทำงาน เราจะดึงหลายคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นมาช่วยเรา เพราะเรารู้ตัวว่าเราทำไม่ได้หมดทุกเรื่องหรอก” อ.พีรียายกตัวอย่างการชวนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ข้อมูลสถาปัตยกรรมไทยของมหาวิทยาลัยศิลปากร วัด ชาวบ้าน และเยาวชนย่านตลาดพลูมาร่วมกันทำกิจกรรม Unfolding Bangkok : Hidden Temples เปิดประสบการณ์วัดลับย่านฝั่งธน ที่ทำให้คนทั่วไปมาทำความรู้จักวัดเล็กๆ ในชุมชนแห่งนี้มากขึ้น หรือการชวนกลุ่ม ‘คิดอย่าง’ ที่สนใจสถาปัตยกรรมคณะราษฎร มาร่วมกันออกแบบกิจกรรม Talk &amp; Tour ราษฎรดำเนิน: ค้นพบความทรงจำที่สูญหายไปจากถนนของมหาชน ซึ่งใช้แอปพลิเคชั่น AR ตามหาร่องรอยอาคารที่สาบสูญย่านถนนราชดำเนิน </p>



<p>ทุกกิจกรรมของ Urban Ally จึงมีเป้าหมายเป็นการจุดประกายให้คนสนใจเรื่องเมืองมากขึ้น สิ่งที่คนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมอาจเป็นรูปแบบกิจกรรมเดินเมือง ปั่นจักรยานในเมือง หรือชมงานศิลปะติดตั้งตามพื้นที่สาธารณะ เพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการพูดคุยกัน ทั้งจากคนในพื้นที่ นักสร้างสรรค์ และผู้มาเยือน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163133" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-02-03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เรื่องเมืองมันไม่ใช่เรื่องของภาครัฐอยู่ฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคน การทดลองของเราช่วยกระตุ้นให้คนจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างตอนที่นักศึกษาไปติดป้ายบอกทางในตลาดพลู อยู่ดีๆ มีอาม่าคนหนึ่งเปิดประตูออกมาบอกว่า ตรงนี้ไม่ดี ตอนแรกก็ตกใจ นึกว่าเขาไม่ให้แขวน เขาบอกว่าเขยิบอีกหน่อยนึงจะสวยกว่านี้ เห็นไหมว่า เขาเริ่มมีส่วนร่วม เขาอยากให้ซอยของเขาดีกว่านี้ พอเขาเห็นตัวอย่าง แล้วมีส่วนร่วมได้ด้วย เราก็หวังว่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อไปจริงๆ ในอนาคต” อ.สิงหนาทเล่าต่อถึงความสำคัญของการพานักออกแบบไปเจอกับชุมชน ทำให้ชาวบ้านเข้าใจการออกแบบเมืองที่ดี ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิต และขณะเดียวกันนักออกแบบก็ได้เรียนรู้ที่จะทำงานกับชุมชนอย่างเข้าอกเข้าใจกัน และทำให้คนในสังคมเข้าใจคุณค่าของนักออกแบบมากขึ้นด้วย</p>



<p>“ผมตื่นเต้นทุกครั้งว่าจะตีความเรื่องงานออกแบบไปได้ไกลแค่ไหน ขอบเขตการออกแบบเมืองที่ดีมันจะขยายไปได้ไกลแค่ไหน ไปได้ลึกมากแค่ไหน ที่ผ่านมาเราใช้เครื่องมือหลากหลายมาก จัดไฟในอาคารเก่า Projection Mapping ในวัด สร้างการนำทางในตลาด การทดลองแบบนี้มันน่าตื่นเต้น เพราะมันเหมาะกับความเป็นกรุงเทพฯ อย่างที่บอกไปว่าเมืองเราเป็นกระดาษที่ยับเยิน แต่ละพื้นที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย ใช้มาตรฐานเดียว ใช้วิธีการเดียวไม่ได้เลย ไม่ได้เลยจริงๆ สำหรับกรุงเทพฯ เราจึงต้องทดลองเยอะๆ แล้วก็ค่อยๆ สร้างความร่วมมือ ทีละเล็กทีละน้อย” อ.สิงหนาทย้ำถึงแนวทางการทำงานซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายที่จะต้องทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายกลุ่ม หลากหลายความต้องการ เพื่อที่จะมุ่งไปสู่การสร้างเมืองที่เป็นของทุกคนได้จริงๆ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-163127" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/12/people-power_Urban-Ally_Content-01-04-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภายในระยะเวลาราวหนึ่งปีที่ผ่านมา Urban Ally ได้เดินหน้าชวนผู้คนมาเปลี่ยนแปลงเมืองผ่านกระบวนการค้นคว้า ทดลองทำ และพูดคุยกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับเมืองด้วยเช่นกัน</p>



<p>ปิยาเล่าว่า การได้ลองขี่จักรยานข้ามคันกระโดดในซอกซอยตามชุมชนเป็นสิ่งที่ทำให้เข้าใจผลกระทบของการออกแบบเมืองมากขึ้น ว่าการแก้ปัญหาหนึ่ง อาจจะสร้างอีกปัญหาได้เช่นกัน “เราได้ประสบการณ์ทุกครั้ง จากการพบปะเจอคนใหม่ๆ ได้คุยกับคน ไปสำรวจกายภาพจริงๆ ด้วยตัวเอง ทำให้ได้เรียนรู้มากขึ้นว่าทุกเส้นที่เราเขียน ทุกระยะที่เราออกแบบ ส่งผลต่อคนที่มาใช้งาน เราจึงอยากผลักดันให้การออกแบบเมืองมันจับต้องได้ อยากทำ Feedback Loop ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ มีแบบแผน เพื่อให้ทำงานออกแบบที่รองรับความต้องการของคนในพื้นที่ได้จริงๆ” ปิยากล่าว</p>



<p>อ.พีรียามองว่าตัวเองกล้าที่จะร้องขอความร่วมมือจากคนอื่นมากขึ้น เพราะมองเห็นความเป็นไปได้มากขึ้นจากการลงมือทำ “แต่ก่อนเราเป็นคนไม่กล้าขออะไรใคร แต่เมื่อเรากล้าที่จะพูดตรงๆ กล้าบอกว่าเราจะทำสิ่งนี้เพื่ออะไร มันจะดียังไง เมื่อเราเข้าไปหาคนอื่นด้วยความชัดเจน เขาก็จะเปิดใจกับเรามากขึ้น คิดว่าอันนี้ เป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้เยอะมากใน 1 ปีที่ผ่านมา” </p>



<p>“ผมมีความหวังมากขึ้น มาทำตรงนี้แล้วมันมีหวังจากมุมเล็ก ๆ ที่ใกล้ตัว เป็นจริงได้ ไม่ได้นั่งรอว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงน้อ รู้สึกว่าเราเริ่มทำได้ เปลี่ยนไปด้วยกันได้ เราจะพูดกับทุกคนเสมอว่า อยากทำอะไรทำเลยนะ ใช้ความเป็น Urban Ally จุดประกายลองทำสิ่งนั้นไปด้วยกัน” อ. สิงหนาททิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร และมีความหวังกับเมือง</p>



<p>ต้นปี พ.ศ. 2566 นี้ เตรียมตัวพบกับเทศกาลใหญ่ใหม่ล่าสุดของ Urban Ally ในย่านบำรุงเมือง ซึ่งเต็มไปด้วยชุมชนเก่าแก่อย่างชุมชนบ้านบาตร ชุมชนเฟื่องทอง ซึ่งยังเป็นผู้ผลิตรายเล็กที่สร้างสรรค์สินทรัพย์เชิงวัฒนธรรมและเชิงเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ต่อยอดและเพิ่มคุณค่าได้ ชวนให้ทุกคนมาผูกมิตร และบำรุงเมืองให้ดีขึ้นไปด้วยกัน และติดตามกิจกรรมที่เป็นมิตรกับเมืองได้ตลอดทั้งปี ที่เว็บไซต์ <a href="https://www.urbanally.org">https://www.urbanally.org</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/urban-ally/">Urban Ally แพลตฟอร์มรวมมิตรที่ชวนทุกคนร่วมทดลองออกแบบละแวกบ้าน จินตนาการถึงเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การผจญภัย 15 ปีบนเส้นทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของท็อป-นุ่น ECOLIFE</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ecolife-anniversary/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Sep 2022 23:29:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ecolife]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=160128</guid>

					<description><![CDATA[<p>กะคร่าวๆ เขาและเธอทำงานด้านนี้มาครบ 15 ปีพอดี&#160; ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา น่าจะเป็นนักแสดงคู่แรกๆ ที่พูดและทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ข่าวบันเทิง ทำอย่างหนักแน่น ต่อเนื่อง ถึงขั้นพิมพ์คำว่า คู่รักรักษ์โลก ใน Google ภาพของพวกเขาสองคนจะโผล่ขึ้นมาโดยไม่ต้องใส่ชื่อสกุล พร้อมกับข่าวกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเรียงให้อ่านยาวหลายหน้า ทั้งสองคนเริ่มต้นจากกิจการเล็กๆ ชื่อ ECOSHOP ร้านขายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในสยามสแควร์ การทำธุรกิจในวันที่คนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซื้อสินค้าแพงๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ง่าย โชคดีที่พวกเขาไม่ยอมแพ้ งานหลักของท็อปและนุ่นปัจจุบันคือการทำ ECOLIFE แอปพลิเคชั่นบันทึกกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนจากผู้สนับสนุน นอกจากนี้ยังรับเป็นที่ปรึกษา ออกแบบ และผลิตสื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมในนามบริษัท คิด คิด จำกัด พวกเขามีส่วนในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของหลายองค์กร ทั้งออกหน้าทำเองและอยู่หลังฉากคอยแนะนำ ผลักดัน ให้สิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดสิบกว่าปีผลิดอกออกผลยิ่งขึ้น คนใกล้ตัวที่เคยเห็นพวกเขาในอดีต คงไม่เชื่อว่าจากกิจการเล็กๆ จะเติบโตกลายเป็นธุรกิจที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพและเพื่อสังคมแบบพอดีๆ วันนี้ท็อปและนุ่นเป็นเหมือนพี่ใหญ่ในแวดวงคนทำคอนเทนต์สายสิ่งแวดล้อม เราชวนพวกเขามาอัพเดตชีวิตเบื้องหลัง ECOLIFE ในวาระที่ทำงานนี้มายาวนาน และมุมมองที่พวกเขามีต่องานสายสิ่งแวดล้อมที่ดูจะเป็นคำยอดฮิตที่ต้องมีในทุกกิจกรรมของทุกองค์กร&#160; ในวันที่โลกกำลังวิกฤต พวกเขาเชื่อมั่นว่า หากทำให้คนหมู่มากอินเรื่องนี้ แม้เล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง ทุกอย่างก็ยังไม่สายเกินไป  ถ้าทำให้คนบนฐานพีระมิดเปลี่ยนพฤติกรรม อิมแพ็กต์ย่อมเยอะกว่าการสื่อสารกับคนตรงยอดพีระมิดที่รักษ์โลกอยู่แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ecolife-anniversary/">การผจญภัย 15 ปีบนเส้นทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของท็อป-นุ่น ECOLIFE</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กะคร่าวๆ เขาและเธอทำงานด้านนี้มาครบ 15 ปีพอดี&nbsp;</p>



<p>ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา น่าจะเป็นนักแสดงคู่แรกๆ ที่พูดและทำเรื่องสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ข่าวบันเทิง ทำอย่างหนักแน่น ต่อเนื่อง ถึงขั้นพิมพ์คำว่า คู่รักรักษ์โลก ใน Google ภาพของพวกเขาสองคนจะโผล่ขึ้นมาโดยไม่ต้องใส่ชื่อสกุล พร้อมกับข่าวกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมเรียงให้อ่านยาวหลายหน้า</p>



<p>ทั้งสองคนเริ่มต้นจากกิจการเล็กๆ ชื่อ ECOSHOP ร้านขายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในสยามสแควร์ การทำธุรกิจในวันที่คนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซื้อสินค้าแพงๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ง่าย โชคดีที่พวกเขาไม่ยอมแพ้ งานหลักของท็อปและนุ่นปัจจุบันคือการทำ ECOLIFE แอปพลิเคชั่นบันทึกกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนเป็นผลตอบแทนจากผู้สนับสนุน นอกจากนี้ยังรับเป็นที่ปรึกษา ออกแบบ และผลิตสื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมในนามบริษัท คิด คิด จำกัด พวกเขามีส่วนในกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของหลายองค์กร ทั้งออกหน้าทำเองและอยู่หลังฉากคอยแนะนำ ผลักดัน ให้สิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดสิบกว่าปีผลิดอกออกผลยิ่งขึ้น</p>



<p>คนใกล้ตัวที่เคยเห็นพวกเขาในอดีต คงไม่เชื่อว่าจากกิจการเล็กๆ จะเติบโตกลายเป็นธุรกิจที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพและเพื่อสังคมแบบพอดีๆ วันนี้ท็อปและนุ่นเป็นเหมือนพี่ใหญ่ในแวดวงคนทำคอนเทนต์สายสิ่งแวดล้อม เราชวนพวกเขามาอัพเดตชีวิตเบื้องหลัง ECOLIFE ในวาระที่ทำงานนี้มายาวนาน และมุมมองที่พวกเขามีต่องานสายสิ่งแวดล้อมที่ดูจะเป็นคำยอดฮิตที่ต้องมีในทุกกิจกรรมของทุกองค์กร&nbsp;</p>



<p>ในวันที่โลกกำลังวิกฤต พวกเขาเชื่อมั่นว่า หากทำให้คนหมู่มากอินเรื่องนี้ แม้เล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง ทุกอย่างก็ยังไม่สายเกินไป </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าทำให้คนบนฐานพีระมิดเปลี่ยนพฤติกรรม อิมแพ็กต์ย่อมเยอะกว่าการสื่อสารกับคนตรงยอดพีระมิดที่รักษ์โลกอยู่แล้ว</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160135" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c1_20220908.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ท็อป: ปีนี้เราทำ MOU กับมหาวิทยาลัยผ่านกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เอา ECOLIFE ให้เด็กๆ 157 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้ใช้&nbsp;</p>



<p>เด็กในมหาวิทยาลัยอินเรื่องสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน บางคนอินมาก บางคนอินน้อย ผมก็เลยทำแคมเปญนี้ขึ้นมาชื่อว่า ‘อินมาก อินน้อย’ เรามองว่าเด็กที่อินน้อยๆ ก็สามารถที่จะทำกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ จะอินมากหรือน้อยก็ได้ ก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่นิสิตนักศึกษา มันขยายไปสู่คนอื่นได้ และแผนเราไม่จบที่มหาวิทยาลัยอย่างเดียว&nbsp;</p>



<p>กลุ่มต่อไปที่อยากจะไปคุยเพิ่มคือเด็กที่เรียนระดับมัธยมศึกษา ผมจะไปคุยกับทางกระทรวงศึกษาธิการ หรือไม่ก็อาจจะคุยกับกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เด็กในโรงเรียนมัธยมช่วยกันทำเรื่องสิ่งแวดล้อม เราอยากให้เขาเข้าใจเรื่องนี้แล้วโตไปด้วยกัน สมมติว่าเด็กคนนี้ลงทะเบียนในแอปตอนอยู่ ม.2 พอเขาเรียนจบมหา&#8217;ลัย ไปทำงาน เราก็จะโตกับเขาไปเรื่อยๆ กระตุ้นให้เขาได้ทำกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>นุ่น: ตอนนี้พี่ท็อปจะดูภาพรวมของแอปพลิเคชั่นกับทิศทาง เราไม่ได้ดูแค่แอป แต่ดู customer journey ร่มใหญ่ นุ่นจะมาเติมเต็มในส่วนของโซเชียลมีเดียที่เพิ่งเริ่มทำกันมา ถ้าให้พูดตามตรง เมื่อก่อนพอพูดเรื่องสิ่งแวดล้อม คนก็จะเห็นเราสองคนเป็นเหมือนคู่รักรักษ์โลก แล้ววันหนึ่ง เราก็รู้สึกว่ามันจะหยุดอยู่แค่นุ่นกับท็อป คนสนใจแค่คำว่าคู่รัก แต่ไปไม่ถึงคำว่ารักษ์โลก&nbsp;</p>



<p>พอเราเจอเป้าหมายที่อยากจะสื่อสาร คือเด็กรุ่นใหม่ วิธีการสื่อสารจากเราสองคน อาจจะได้ในเชิงพี่ใหญ่แนะนำน้อง แต่เราคิดว่าการสื่อสารกับเด็กยุคนี้ควรให้เขาเป็นคนคุยเหมือนภาษาของเขามากกว่า เราเลยก็ฟอร์มทีมโซเชียลจะสื่อสารกับเขาแบบไหน อันนี้คืองานที่นุ่นดูแล&nbsp;</p>



<p>คนที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมจริงๆ ไม่ต้องไปบอกอะไรหรอก เขาทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จุดประกายเราคือ ถ้าคนที่เป็นฐานของพีระมิดไม่ได้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก ถ้าเราสามารถทำให้คนกลุ่มนี้เห็นประโยชน์ เปลี่ยนพฤติกรรมคนละนิด คนละหน่อย อิมแพ็กต์ที่เกิดขึ้นย่อมเยอะกว่าคนที่อยู่ตรงยอดพีระมิดที่รักษ์โลกอยู่แล้ว ประจวบกับที่พี่ท็อปบอกว่า เขาได้เด็กมหา&#8217;ลัยที่แบบเป็นกลุ่มสื่อสาร มันเลยต่อจิ๊กซอว์ว่างั้นเราพูดแค่อินมากอินน้อยแล้วกัน ไม่ได้อยากบังคับใคร ไม่ได้อยากตีหน้าว่า เธอเป็นคนไม่ดีนะ เธอแบบไม่ได้รักโลก คือจริงๆ ใครๆ ก็ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมได้&nbsp;</p>



<p>ท็อป: เราคิดว่าทุกคนมีสิทธิในการที่จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เราเลยทำ ECOLIFE หลังจากนั้น เราพัฒนา ECOMAP ขึ้นมา เป็น destination ที่ทำให้รู้ว่าเราจะไปทำกิจกรรมเรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ไหนบ้าง เช่น จะไปกินข้าว แยกขยะ ไปสวนสาธารณะ เติม EV ทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้ที่ไหนบ้าง&nbsp;</p>



<p>ถ้ามันเป็นไปได้ ในแง่ของกลยุทธ์การหารายได้ เรามองว่าอยากที่จะทำให้มันสอดคล้องกับแนวคิด people wealth planet health เราอาจทำเป็น blockchain ถ้าวันนี้เราทำงานเพื่อแลกกับเงิน ต่อไปเราทำเพื่อสิ่งแวดล้อมแลกกับ coin ซึ่งสามารถสะสมและแลกเปลี่ยนกันได้ นั่นคือภาพที่เราอยากทำให้ถึง&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้สิ่งที่เราทำคือ ให้คนได้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มของเรา แล้วก็ทำให้แพลตฟอร์มเติบโตขึ้น แน่นอนว่าเรื่อง user ก็สำคัญ เราเลยเจาะกลุ่มเป็นกลุ่มๆ ไป ตอนนี้เราได้กลุ่มนิสิตนักศึกษา เราก็จะไปกลุ่มอื่นๆ ต่อ ขยายความร่วมมือสำหรับ destination ใหม่ที่จะดึงคนเข้ามา เช่น ร้านขายสินค้าออร์แกนิก Plant based ร้านกาแฟที่ต้องการอยากจะลด Single-use plastics มูลนิธิที่รับของบริจาค ฯลฯ ผมจะเก็บข้อมูลเพื่อเอามาพัฒนาแอปให้ดีขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p>ตอนนี้คนใช้ ECOLIFE ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ เพราะว่าช่วง 3 ปีก่อนที่เราพัฒนาแอปนี้ เรามีกลุ่มผู้ใช้เป็นนิสิตนักศึกษา 3 ปีผ่านไปเขากลายมาเป็น first jobber กลุ่มที่สองที่เรากำลังเอาเข้ามาในระบบ end user คือนิสิตนักศึกษาที่เรากำลังทำงานอยู่ ณ ตอนนี้ รวมประมาณ 80,000 ดาวน์โหลด ทำกิจกรรมได้ประมาณ 2,000,000 แอ็กชั่น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เราไม่ได้เข้าไปด้วยภาพสวยว่าทำเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วดี เรามาเพื่อช่วยแก้ปัญหา&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c12_20220908.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นุ่น: คนเปิดรับและต้อนรับเรามากขึ้น ก่อนโควิดประเทศไทยเพิ่งประกาศว่าจะไม่ใช้พลาสติกในร้านสะดวกซื้อ มันกำลังจุดติด พอโควิดมา มันก็มาพร้อมกับการตระหนักเรื่องความสะอาด เราต้องกักตัว อยู่บ้าน ใช้บริการเดลิเวอรี่สั่งอาหาร Single-use plastics กลับมา แต่มันก็เปิดช่องทางใหม่ๆ สำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อมสำหรับเราเหมือนกัน เพราะว่ามันทำให้เรื่องของคนที่ พอผ่านเวลาไปสักพัก เขาเริ่มพบว่าพลาสติกเต็มห้องเลย คนก็จะเริ่มหันมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับขยะและการกำจัดขยะที่ถูกวิธีซึ่งเมื่อก่อนการจัดการขยะที่ถูกวิธีมันเป็นเรื่องที่แบบไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ ในแอปเราก็จะเริ่มมีจุด drop point สำหรับการเอาขยะที่เกือบครึ่งไปจัดการเขาได้ถูกวิธี มันก็เหมือนเปิดเส้นทางสำหรับเรื่องสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ของเราเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>เหตุผลที่เราสร้างความร่วมมือสำเร็จ หนึ่งคือเรามักจะได้เจอคนที่เห็นงานเราแล้วเก็ตว่ากำลังทำอะไร สอง การที่เราพูดสะท้อนความจริงว่าคนทั่วไปเวลาจะทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่เขาเจอคืออะไร เราไม่ได้เข้าไปด้วยภาพสวยว่าทำเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วดี เรามาเพื่อช่วยแก้ปัญหา นุ่นว่าสองปัจจัยนี้ทำให้เราได้ความร่วมมือจากหลายๆ ที่ คือต้องบอกว่าหลายๆ ที่เขาสนใจเรื่องนี้นะคะ เพียงแต่ภาพที่เขาเห็น กับภาพที่เราเป็น บางทีไม่สอดคล้องกัน เลยทำให้ไม่เกิดโปรเจกต์อะไร หรือไม่เขาอาจจะมีนโยบายสิ่งแวดล้อมในวิถีของเขา ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับเรา แต่นุ่นคิดว่าวันหนึ่งเดี๋ยวมันก็จะทำให้เราเจอกันไม่ว่าวิธีการใดวิธีการหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>ท็อป: ECOLIFE ในช่วงแรกใช้วิธีการทำธุรกิจ 2 รูปแบบ หนึ่งคือเราใช้วิธีการแบบ Social Enterprise อีกอันนึงเราใช้วิธีการแบบ Start up เอาสองอย่างนี้มาผสมกัน ลงรายละเอียดก็คือ การลงทุนเริ่มต้นจากการที่ผมเคยทำ ECOSHOP ขายสินค้า ผมไปทำโปรเจกต์ มีเงินในบริษัทก้อนนึง ในระบบ SE จะต้องแบ่ง 30 เปอร์เซ็นต์กลับคืนสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นผมเห็นว่ามันมีโอกาสในการเติบโต ก็ลงทุนเพิ่ม ณ เวลานี้ผมไม่จำเป็นต้องใส่เงินของผมหรือนุ่นลงไป แต่ใช้วิธีขายเป็น project base&nbsp;</p>



<p>ผมยกตัวอย่างลูกค้าบางท่านให้เห็นภาพมากขึ้น กฟผ. หรือ EGAT ต้องการปลูกป่าเพื่อช่วยลดคาร์บอนให้ครบ 1 ล้านไร่ เราเลยคิดแคมเปญใหญ่ชื่อ ‘ปลูกป่า ล้านไร่’ โดยทำตั้งแต่คิดชื่อ การออกแบบทั้งหมด จัดงานบันทึกความร่วมมือ แต่งเพลง ทำคลิปโปรโมต และที่สำคัญคือใช้ ECOLIFE เป็นเครื่องมือในการให้คนไทยร่วมถ่ายรูปต้นไม้จากแอปเรา คุณจะถ่ายมากเท่าไหร่ก็ได้ ต้นเดิมซำ้ๆก็ได้ เพราะทุกต้นที่คุณถ่าย เราจะแจ้งจำนวนไปที่ กฟผ. แล้วเราจะเอาไปปลูกในพื้นที่จริง อีกไม่นานก็จะพานิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นั่งรถไฟไปปลูกป่ากันที่ชุมพรด้วย เราจะไปปลูกป่ากันทั่วประเทศจนครบ 1 ล้านไร่ในที่สุด (สามารถเข้าดูได้ที่ www.ecolifeapp.com)</p>



<p>นุ่น: การเป็นท็อปและนุ่นคือประตูบานนึง เปิดโอกาสให้เราเข้าไปเจอกับลูกค้าระดับองค์กร แต่ถ้าตอบคำถามว่าทำไมลูกค้าถึงเลือกที่จะใช้เรา หนึ่งคือเราเป็น technology เรามาเจ้าแรกๆ สองคือการที่เรามีข้อมูล สามเราเป็นเหมือน third party ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าสังเกตจากสิ่งที่พี่ท็อปเล่าเมื่อกี้ ลูกค้านับเองก็ได้ ไม่ยาก แต่พอเราเป็น third party ข้อมูลหลายอย่างถูกติดตามได้ เป็นข้อมูลที่สะท้อนความเป็นจริง แล้วเราก็มี เราเป็นเหมือน community สำหรับคนที่สนใจเรื่องนี้แทนที่เขาจะไปพูดกับใครๆ ก็ได้ ส่วนหนึ่งเสียงของเขาจะถูกนำมาพูดกับคนที่สนใจเรื่องนี้&nbsp;</p>



<p>วันนี้เราตกผลึกบางอย่าง เราเคยอยากลองเพิ่มความเป็นธุรกิจ เคยคิดว่าเรื่องส่ิงแวดล้อมหาตังค์ยากเนอะ แต่วันหนึ่งในอายุเท่านี้ นุ่นรู้สึกว่ามันคือคำว่า Social Enterprise ที่เราตั้งใจเป็นตั้งแต่เริ่มต้น มันคือจุดแข็ง ตอบ passion และการอยู่ได้ของเรา วันนี้นุ่นไม่ได้อยากบอกพี่ท็อปว่าไปขอระดุมทุนซีรีส์นี้ๆ เถอะ เพราะนุ่นรู้สึกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เป็นสมดุลที่ดี การได้ตังค์เยอะกับสิ่งที่เราทำอยู่ไม่ใช่เส้นทางเดียวกัน คนละ speed แล้วนุ่นก็รัก speed นี้ รักพลังงานของทีม ประมาณนี้ นุ่นโอเคแล้ว&nbsp;</p>



<p>ท็อป: ในทุกๆ การสัมภาษณ์ เราจะปิดท้ายอยู่เสมอว่าเราก็ไม่ได้เป็นคนดี คือเราสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เราสนใจแบบที่ยังมีกิเลสอยู่ ไม่ได้สามารถปั่นจักรยานไปได้ทุกที่ ไม่ได้กินอาหารออร์แกนิกหรือแพลนต์เบสด์ ได้ตลอดเวลา เราเรียกตัวเองว่าเป็น flexitarian ผมยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อก่อนผมจะตึงกับการทำงานมาก เพราะอยากให้คนเห็นว่า เวลาเราพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วถ้าเขาจ้างเรา เราจะยิ่งทำอะไรลวกๆ ให้ลูกค้าเราไม่ได้ ผมจะตึงมากกับกระบวนการ แต่ตอนนี้ผมผ่อนมากขึ้น </p>



<p>นุ่น: ยกตัวอย่างการดูแลน้องๆ ในทีมโซเชียลมีเดีย พอเราเหมือนตั้ง BU ใหม่ขึ้นมา เรารู้ว่ากระแสดราม่าในโซเชียลมีเดียเดี๋ยวนี้ดราม่าง่ายมาก เมื่อก่อนเราจะซีเรียสมากว่า เฮ้ย ปล่อยไม่ได้นะ คำว่ายืดหยุ่นทำให้เราเปลี่ยนวิธีคิดทำงานกับทีม เพิ่มพื้นที่ให้เขาได้ลองผิดลองถูก เราชอบพูดว่า ลองเลย ผลเป็นไงไม่รู้เหมือนกัน ผิดเดี๋ยวกูขอโทษแทน มันเลยทำให้ทุกอย่างโตขึ้น แล้วเวลาที่เรายืดหยุ่น เราจะเห็นคนสนุก สุดท้ายงานออกมาดีเสมอในทุกมิติเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การทำเพื่อสิ่งแวดล้อมแค่วัน World environment day วันเดียว ไม่มีอิมแพ็กต์เท่ากับคนหนึ่งคนพกกระบอกน้ำไปเรื่อยๆ&nbsp;</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160138" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/ธุรกรีน_Ecolife_Content_c3_20220908.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ท็อป: ผมว่าชีวิตและงานประจวบเหมาะกันพอดี เรามีแพสชั่นเรื่องสิ่งแวดล้อม วันหนึ่งเราทำให้มันเป็นธุรกิจได้ แล้วภรรยาผมก็สนใจเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นก็สามารถทำควบคู่กันไปได้ โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าเวลามีปัญหาแล้วกูเลิกดีกว่า มันยังไม่ถึงจุดนั้น สิ่งที่เราทำตอบโจทย์ทั้งหมด เราก็เลยทำมันได้ต่อเนื่องยาวมาสิบกว่าปีแล้ว และคิดว่าคงทำเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>นุ่น: ECOLIFE นำเสนอเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยท่าทีเป็นมิตร นุ่นสนใจเรื่องอิมแพ็กต์ เรามีความเป็นศิลปินสูง เมื่อไหร่ที่ถูกบังคับ จะทำได้ไม่นาน แต่เมื่อไหร่ที่มันถูกจริตกับความชอบ เราจะทำได้เรื่อยๆ เหมือนกันค่ะ วิถีที่เราจะผสมผสานเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้ากับวิถีชีวิต เพราะเรารู้ว่าการทำอย่างละนิดละหน่อย คนหนึ่งทำแค่เรื่องเดียวก็ได้ แต่จำนวนมาก ทำได้นาน นั้นดีกว่า การทำเพื่อสิ่งแวดล้อมแค่วัน World environment day วันเดียว ไม่มีอิมแพ็กต์เท่ากับคนหนึ่งคนพกกระบอกน้ำไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ท็อป: ผมทำคอนเทนต์สิ่งแวดล้อมก่อนก็จริง แต่มาก่อนไม่ได้แปลว่าเก่งกว่า หรือจริงๆ ผมอาจจะไม่ได้มาก่อนด้วยซ้ำ เป็นแค่คนที่อยู่ใน spotlight คนแรกๆ สิบกว่าปีที่แล้วเราเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องนี้ มีรุ่นพี่ที่อินมากสอนเรา ได้ความรู้มามากมาย วันหนึ่ง สิบกว่าปีผ่านไป เราโตขึ้น มีน้องที่อายุน้อยกว่าเข้ามา เด็กตอนนี้เก่งมาก ผมเพิ่งเริ่มทำโซเชียลมีเดียขณะที่คนอื่นทำไปนานแล้ว ผมชื่นชมและเอาน้องมาเป็น reference ต้องขอความรู้จากเขาด้วยซ้ำว่าทำยังไงนะ&nbsp;</p>



<p>นุ่น: สิบกว่าปีก่อนพี่ท็อปเปิด ECOSHOP ร้านเล็กๆ ตรงสยามฯ กว่านุ่นจะขายสมุดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเล่มนึง 240 บาท พูดชั่วโมงนึงยังขายไม่ได้เลย เพราะคนไม่เก็ตคำว่าอีโค่แปลว่าอะไร ทำไมต้องจ่ายแพงขนาดนั้น โคตรเหนื่อย มีอยู่ร้านเดียว แต่ตอนนี้เรามีเพื่อนที่ช่วยกันพูดเรื่องนี้ อีกอันที่อยากบอกจากใจคือ เราพยายามถอยตัวตนของเราออกมา ให้น้องๆ ในทีมก้าวเข้ามามีบทบาทเรื่องสิ่งแวดล้อม กับกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากพูดด้วย เพราะสุดท้ายเราต้องพูดภาษาเดียวกับผู้ฟัง เด็กรุ่นใหม่ passion แรงมากๆ พลังแบบนี้จะไปขับเคลื่อนเป็นกลุ่มเป็นก้อน ซึ่งมันย่อมดีกว่าการพูดคนเดียว&nbsp;</p>



<p>ท็อป: เราอยากทำให้สิ่งที่เราทำเด่นกว่าท็อป-นุ่น เอาฟังก์ชั่นที่มีมาสื่อสาร ต้องผลักดันทั้งงาน และผลักดันคนรุ่นใหม่ แนวความคิดใหม่ที่มาจากเด็กเจนใหม่ ผมเชื่อว่าพวกเขามีพลัง เขามีความรู้ ผลักทำให้เขามาอยู่แถวหน้า แล้วเราจะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง&nbsp;</p>



<p>นุ่น: เรามองเรื่องความยั่งยืนของ ECOLIFE มากกว่า ไม่ได้มองเรื่อง branding ความเป็นท็อปนุ่นหรือคู่รักรักษ์โลก ถ้าอีโค่ไลฟ์จะยั่งยืน ต้องมีเราสองคนให้น้อยที่สุด แล้วให้ตัวมันเป็นตัวกระบอกเสียงที่ดีที่สุด&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ecolife-anniversary/">การผจญภัย 15 ปีบนเส้นทางการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของท็อป-นุ่น ECOLIFE</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบื้องหลังการฝึกสอนคนหูหนวกในตำแหน่งคอลเซ็นเตอร์ของ dtac ภารกิจที่มอบโอกาสอันล้ำค่าให้ผู้พิการอีกครั้ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dtac-deaf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2022 10:22:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[คนหูหนวก]]></category>
		<category><![CDATA[call center]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=156893</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความจริงอันโหดร้ายข้อหนึ่งของผู้พิการคือ พวกเขาไม่ได้เสียแค่อวัยวะ แต่ยังสูญเสียโอกาสในการดำรงชีวิตเหมือนคนปกติอีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บริการใหม่ของ dtac Call Center ภาษามือ สมควรได้รับการยกย่อง นี่เป็นหนึ่งในโครงการเกี่ยวกับผู้พิการทางการได้ยินที่ดีแทคทำร่วมกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อีกสองโครงการที่ทำควบคู่กันคือ แพ็กเกจค่าโทรและอินเทอร์เน็ตแบบพิเศษที่คิดมาเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ และโครงการเน็ตทำกินติดอาวุธดิจิทัลส่งเสริมอาชีพให้คนพิการ คอลเซ็นเตอร์เป็นงานที่ทั้งหนักและสำคัญ พวกเขาเป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์คนแรกที่ลูกค้าจะได้สนทนา ยิ่งในสถานการณ์ปกติ ลูกค้าที่โทรหาคอลเซ็นเตอร์มักจะมาพร้อมกับปัญหา ทีมงานต้องรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี การฝึกพนักงานตำแหน่งนี้จึงไม่ง่ายนัก&#160; โครงการนี้จึงไม่ใช่งาน CSR ที่ธรรมดาและผิวเผิน แต่เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่อยากมอบโอกาสให้ผู้พิการได้ทำงานที่ท้าทาย มอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าทุกคน พวกเขาฝึกคนหูหนวกให้สามารถทำงานคอลเซ็นเตอร์ได้ยังไง นุช-กัลยากร บุญทวี Assistant Manager ผู้ดูแลโครงการร่วมกับ อู-ฉมาพล บำรุงชีพ Senior Manager จากดีแทคจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ก้าวแรกคือรับรู้และเปิดใจ&#160; หน้าที่หลักของคอลเซ็นเตอร์คือให้ข้อมูล ขั้นตอนแรกในการฝึกคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพนักงาน คนหูหนวกที่เข้ามาทำงานนี้ได้รับการคัดเลือกร่วมกันจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาคมเองจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกคนที่ตรงกับโจทย์มาให้ คนหูหนวกที่ได้รับการคัดเลือกมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ นิว บุ้ง และไกด์ ช่วงแรกพวกเขาจะได้รับการสอนข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับดีแทค บริการและโปรโมชั่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน&#160; การให้ข้อมูลจำนวนมากกับคนหูหนวกไม่ใช่เรื่องง่าย คนทั่วไปอาจเข้าใจว่า พวกเขามองเห็น เราก็น่าจะส่งข้อมูลเป็นข้อความให้อ่านได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริง การเป็นคนหูหนวกมีผลกับทักษะการใช้ภาษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dtac-deaf/">เบื้องหลังการฝึกสอนคนหูหนวกในตำแหน่งคอลเซ็นเตอร์ของ dtac ภารกิจที่มอบโอกาสอันล้ำค่าให้ผู้พิการอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความจริงอันโหดร้ายข้อหนึ่งของผู้พิการคือ พวกเขาไม่ได้เสียแค่อวัยวะ แต่ยังสูญเสียโอกาสในการดำรงชีวิตเหมือนคนปกติอีกด้วย</p>



<p>นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บริการใหม่ของ dtac Call Center ภาษามือ สมควรได้รับการยกย่อง นี่เป็นหนึ่งในโครงการเกี่ยวกับผู้พิการทางการได้ยินที่ดีแทคทำร่วมกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อีกสองโครงการที่ทำควบคู่กันคือ แพ็กเกจค่าโทรและอินเทอร์เน็ตแบบพิเศษที่คิดมาเพื่อคนพิการโดยเฉพาะ และโครงการเน็ตทำกินติดอาวุธดิจิทัลส่งเสริมอาชีพให้คนพิการ</p>



<p>คอลเซ็นเตอร์เป็นงานที่ทั้งหนักและสำคัญ พวกเขาเป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์คนแรกที่ลูกค้าจะได้สนทนา ยิ่งในสถานการณ์ปกติ ลูกค้าที่โทรหาคอลเซ็นเตอร์มักจะมาพร้อมกับปัญหา ทีมงานต้องรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี การฝึกพนักงานตำแหน่งนี้จึงไม่ง่ายนัก&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้จึงไม่ใช่งาน CSR ที่ธรรมดาและผิวเผิน แต่เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่อยากมอบโอกาสให้ผู้พิการได้ทำงานที่ท้าทาย มอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าทุกคน</p>



<p>พวกเขาฝึกคนหูหนวกให้สามารถทำงานคอลเซ็นเตอร์ได้ยังไง นุช-กัลยากร บุญทวี Assistant Manager ผู้ดูแลโครงการร่วมกับ อู-ฉมาพล บำรุงชีพ Senior Manager จากดีแทคจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156894" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c1_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวแรกคือรับรู้และเปิดใจ</strong><strong>&nbsp;</strong></h3>



<p>หน้าที่หลักของคอลเซ็นเตอร์คือให้ข้อมูล ขั้นตอนแรกในการฝึกคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพนักงาน</p>



<p>คนหูหนวกที่เข้ามาทำงานนี้ได้รับการคัดเลือกร่วมกันจากสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ซึ่งสมาคมเองจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกคนที่ตรงกับโจทย์มาให้ คนหูหนวกที่ได้รับการคัดเลือกมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ นิว บุ้ง และไกด์ ช่วงแรกพวกเขาจะได้รับการสอนข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับดีแทค บริการและโปรโมชั่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156899" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c3_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>วิทยุต บุนนาค นายกสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156895" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c6_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การให้ข้อมูลจำนวนมากกับคนหูหนวกไม่ใช่เรื่องง่าย คนทั่วไปอาจเข้าใจว่า พวกเขามองเห็น เราก็น่าจะส่งข้อมูลเป็นข้อความให้อ่านได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริง การเป็นคนหูหนวกมีผลกับทักษะการใช้ภาษา พวกเขาอ่านได้ แต่ไม่คล่องและเร็วเท่าคนปกติ การแปลข้อมูลให้เขารับรู้ผ่านภาษามือจะเร็วและสะดวกกว่า&nbsp;</p>



<p>“ดีแทคไม่มีบุคลากรที่รู้ภาษามือ เราร่วมกับสมาคมหาล่ามมาแปลภาษามือให้น้องเข้าใจ เราจะสอนข้อมูลของดีแทค แปลด้วยล่าม พักทุก 15 นาที ในระหว่างที่สอนเราจะไม่ได้ปล่อยผ่าน พยายามให้น้องเข้าใจมากที่สุด” กัลยากรเล่า</p>



<p>แม้จะเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการสอน แต่กัลยากรบอกว่าเธอเห็นน้องๆ ตั้งใจมาก</p>



<p>“เรามีทีมที่จะอบรมข้อมูลทั่วๆ ไปของดีแทคซึ่งน้องๆ ต้องให้ข้อมูลกับลูกค้าโดยตรง ยังไม่ได้ลงลึกถึงการปฏิบัติงานจริง ใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ วันแรกที่นุชไปดูก็เห็นน้องมีความใส่ใจและตั้งใจสูงมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนรู้วัฒนธรรมการสื่อสารที่แตกต่าง</strong></h3>



<p>ขั้นตอนต่อไปทีมงานจะเริ่มลงรายละเอียดข้อมูลในส่วนที่ลูกค้าจะถามประจำ เช่น โปรโมชั่นเพื่อคนพิการ ซึ่งเป็นโปรโมชั่นหลักที่คอลเซ็นเตอร์ต้องเข้าใจและสามารถตอบลูกค้าได้ นอกจากนี้ยังสอนวิธีการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปที่คอลเซ็นเตอร์ใช้ทำงานจริง มีการทดลองเสมือนจริงโดยให้ล่ามทดลองมาเป็นลูกค้าเพื่อฝึกน้องให้รับมือได้ทุกสถานการณ์</p>



<p>การสอนให้คนหูหนวกเป็นคอลเซ็นเตอร์พิเศษกว่าคนปกติหลายด้าน มีหลายเรื่องที่ต้องปรับให้เหมาะสม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156896" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c5_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ต้องบอกก่อนว่าวัฒนธรรมของคนหูหนวกจะไม่ได้เขียนสื่อสารด้วยคำยาวๆ ไม่ได้สละสลวย น้องจะใช้คำที่สั้น ได้ใจความ เข้าใจง่าย เช่น ถ้าจะขอโทษลูกค้าเราจะบอกว่า ขออภัยด้วยนะคะ แต่ถ้าเป็นน้องกลุ่มนี้เขาจะเข้าใจคำว่า ขอโทษ มากกว่า</p>



<p>“การเขียนและวิธีการเรียงคำของน้องจะไม่เหมือนคนปกติเช่นกัน เช่น ถ้าจะบอกว่า ‘หลังเลิกงานไปเดินเล่นที่ตลาด’ น้องจะใช้คำว่า ‘ตลาดเดินเล่น’ ดังนั้นเราต้องใช้ความเคยชินวิเคราะห์ภาษาที่น้องจะสื่อสารกับเรา&nbsp;</p>



<p>“เวลาดูหน้าจอ ทำงานกับโปรแกรม น้องจะใช้สัญลักษณ์หรือจำจุดเด่นบนหน้าจอ เช่น เวลาเรียกกลุ่มลูกค้าที่ได้ dtac Reward เป็นกลุ่ม Member, Silver, Gold คนทั่วไปจะอ่านภาษาอังกฤษ แต่น้องกลุ่มนี้จะไม่เข้าใจคำทับศัพท์กลุ่มลูกค้าดีแทค เขาจะจำเป็นสี ปกติโปรแกรมจะแสดงผลกลุ่มลูกค้าโดยแบ่งสีให้แตกต่างกันอยู่แล้ว อันนี้คือความต่าง</p>



<p>“ถ้าขออนุญาตเทียบให้เห็นภาพ จะเหมือนการสอนเด็ก เราต้องใช้ความเข้าใจ ทำซ้ำๆ เรื่องไหนเป็นจุดสำคัญเราต้องย้ำทุกวัน น้องก็จะปรับตัวตาม ผลตอบรับในการเรียนการสอนก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ สุดท้ายน้องก็จะสามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ถูกต้อง” ทีมงานของดีแทคผู้อยู่เบื้องหลังการสอนเล่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสอันมีค่า สู่สังคมที่ดีกว่าเดิม</strong></h3>



<p>โครงการคอลเซ็นเตอร์นี้จะให้บริการผ่านไลน์ชื่อว่า @dtac4deaf ลูกค้าจะสามารถเลือกเปิดกล้องคุยกับคอลเซ็นเตอร์ด้วยภาษามือได้ ซึ่งนำมาสู่ความท้าทายเรื่องต่อมา เนื่องจากงานคอลเซ็นเตอร์ทั่วไปเป็นการคุยกันผ่านเสียง แต่เมื่อเป็นภาษามือที่ต้องเปิดกล้อง ทีมงานจึงต้องระวังเรื่องท่าทางและความสุภาพเพิ่มด้วย&nbsp;</p>



<p>“ในภาษามือ ถ้าจะบอกว่า สวัสดี ภาษามือจะแบ่งเป็นสองวิธี ถ้าเป็นคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า เราจะยกมือไหว้ ถ้าดูแล้วเป็นเด็กหรืออายุน้อยกว่า เราก็จะเอามือไปแตะหน้าผาก แบบนี้เราจะให้น้องไหว้ทุกคน เราบอกล่ามด้วยว่า คำไหนที่ใช้ภาษามือแล้วแยกได้ว่าอันไหนสุภาพ ให้บอกเราด้วย เราจะได้ดูว่าน้องทำถูกหรือเปล่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156897" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c8_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“อีกข้อคือ เวลาใช้ภาษามือ เราจะสามารถแสดงออกทางสีหน้าด้วย ดังนั้นน้องต้องรู้จักการควบคุมอารมณ์ เช่น มีลูกค้าบางท่านถามค่อนข้างมาก บางคนไม่ค่อยมีเพื่อน เหงา ติดต่อเข้ามาเพื่อชวนคุย ถ้าน้องอยากจะจบสาย เราต้องหาวิธีการให้เขาแสดงสื่อสารออกมาว่าเราต้องไปทำอย่างอื่นนะ ขออนุญาต โดยที่ต้องไม่ให้น้องแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา”&nbsp;</p>



<p>หลังจากฝึกฝนจนชำนาญ ปัจจุบันดีแทคให้บริการคอลเซ็นเตอร์ภาษามือมาแล้วร่วม 2 เดือน มีลูกค้ามาขอใช้บริการเฉลี่ยวันละ 10 กว่าสาย (ช่วงพีคๆ อยู่ที่วันละ 40-50 สาย!) ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เคสที่ทีมงานทุกคนประทับใจ คือมีลูกค้าติดต่อมาเพื่อซื้อซิมเปิดเบอร์ใหม่ ทีมคอลเซ็นเตอร์สามารถแนะนำตั้งแต่ต้นจนจบ มีบริการส่งซิมถึงบ้าน (แถมน้องๆ ยังแนะนำเบอร์มงคลให้ด้วย) เรื่องนี้สำคัญเพราะคนพิการมักจะเจออุปสรรคในการใช้ชีวิตนอกบ้านสูง ไม่ว่าจะพิการในรูปแบบไหน เมื่อดีแทคสามารถมอบสิ่งที่ลูกค้าผู้พิการต้องการโดยไม่ต้องออกจากบ้านจึงตอบโจทย์พวกเขามาก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156898" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/06/People-Power_Dtac_Content_c2_20220601.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราถามฟีดแบ็กของโครงการนี้ ทั้งกับการคุยกับทีมดีแทค และแอบถามน้องๆ ทีมคอลเซ็นเตอร์ทั้ง 3 คน ทั้งสองฝ่ายตอบคล้ายๆ กันว่าดีใจที่โครงการนี้เกิดขึ้น เพราะเป็นงานที่ให้โอกาสคน ทั้งกับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ได้บุกเบิกทำงานใหม่ๆ แสดงศักยภาพของผู้พิการให้ผู้คนเห็น กับลูกค้าผู้ใช้บริการพวกเขาก็ได้รับโอกาสในการใช้งานเครือข่ายที่สะดวกขึ้นไม่ต่างจากคนปกติ</p>



<p>หัวใจของความสำเร็จในการทำโครงการนี้ คือการเปิดใจสื่อสาร ทั้งระหว่างทีมงานดีแทคและน้องๆ พนักงานคอลเซ็นเตอร์หูหนวก และการสื่อสารกับลูกค้าผู้พิการ&nbsp;</p>



<p>เมื่อสื่อสารอย่างเปิดใจ มอบโอกาสอันมีค่าให้ สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนได้กลับมาคือความหวังที่จะเห็นสังคมดีขึ้น เป็นมิตรกับทุกชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นคนปกติหรือพิการก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="dtac Call Center ภาษามือ โอกาสที่มีค่าสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/Bm33tevkjUM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><em>ดีแทค คอลเซ็นเตอร์ภาษามือ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ทาง LINE : @dtac4deaf</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dtac-deaf/">เบื้องหลังการฝึกสอนคนหูหนวกในตำแหน่งคอลเซ็นเตอร์ของ dtac ภารกิจที่มอบโอกาสอันล้ำค่าให้ผู้พิการอีกครั้ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เมธิรา เกษมสันต์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Apr 2022 00:02:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=155940</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้การได้เห็นสถานที่ที่เคยสวยงามกลายเป็นดินแดนขยะจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและเจ็บปวด แต่แทนที่จะโกรธและก่นด่าสังคม ศิลปินหนุ่ม Ari Bayuaji อดีตวิศวกรโยธาชาวอินโดนีเซียที่ผันตัวมาเรียนต่อด้านศิลปะที่ประเทศแคนาดา จนกลายมาเป็นศิลปินที่ใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน กลับเลือกที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสื่อสารประเด็นนั้น ผืนผ้าหลากลวดลายที่แขวนโชว์อยู่รอบๆ ห้องแสดงงานศิลปะขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงเทพฯ​ ดูสวยงามราวกับผ้าทอชั้นดี แต่ถ้าหากได้ลองอ่านข้อความที่บรรยายไว้ที่ด้านหน้าของนิทรรศการแล้ว ก็จะพบว่าเบื้องหลังของเส้นใยทุกเส้นที่ประกอบร่างขึ้นมา ล้วนมีที่มาจากขยะชายฝั่ง “เศษเชือกที่นำมาทอทั้งหมดนี้ ผมเก็บมาจากป่าชายเลนที่บาหลี ผมเคยไปบาหลีตั้งแต่สมัยเด็กๆ และประทับใจในความสวยงามของที่นั่น แต่พอกลับไปอีกครั้งก็พบว่า สถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยขยะพลาสติก” Ari Bayuaji กล่าว พอดีกับว่าเป็นช่วงโควิดที่ทำให้ชุมชนแถบนั้นขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เขาจึงผุดไอเดียนี้ขึ้นมาและชวนชุมชนมาร่วมกัน “ตอนเริ่มต้น เราไม่มีความรู้เรื่องการทอเลย จนไปเจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ทำเรื่องทอผ้า แต่ขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เลยเข้าไปคุยและถามว่าเส้นใยเชือกที่เก่าๆ พวกนี้เอามาทอได้ไหม เขาบอกเป็นไปไม่ได้ ผมก็ถามว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นไปได้ เขาก็บอกต้องทำให้สะอาดและทำให้เป็นเส้นใยก่อน” ศิลปินเจ้าของงานจึงบรรจงเก็บรวบรวมขยะเศษเชือกมาล้างทำความสะอาด แปลงร่างเป็นเส้นใย ทีละชิ้นๆ และส่งต่อให้ชุมชนช่วยกันถักทอขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่นี้ ซึ่งนอกจากจะได้เก็บขยะออกจากชายฝั่งและแปลงร่างเป็นสิ่งสวยงามแล้ว โครงการนี้ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมๆ กันด้วย จากจุดเริ่มต้นที่อินโดนีเซีย วันนี้ผลงานเขาเดินทางมาถึงประเทศไทย จัดแสดงในแกลเลอรีศิลปะย่านเจริญกรุงที่ชื่อ Warin Lab Contemporary ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่นำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดงแล้วหลายครั้ง รวมทั้งจัดงานเสวนาที่ชวนคนในวงการสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกับศิลปินในหัวข้อต่างๆ เป็นประจำ สำหรับครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในหัวข้อ &#8216;Clean coasts: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/">WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แม้การได้เห็นสถานที่ที่เคยสวยงามกลายเป็นดินแดนขยะจะเป็นเรื่องน่าเศร้าและเจ็บปวด แต่แทนที่จะโกรธและก่นด่าสังคม ศิลปินหนุ่ม Ari Bayuaji อดีตวิศวกรโยธาชาวอินโดนีเซียที่ผันตัวมาเรียนต่อด้านศิลปะที่ประเทศแคนาดา จนกลายมาเป็นศิลปินที่ใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน กลับเลือกที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อสื่อสารประเด็นนั้น</p>



<p>ผืนผ้าหลากลวดลายที่แขวนโชว์อยู่รอบๆ ห้องแสดงงานศิลปะขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงเทพฯ​ ดูสวยงามราวกับผ้าทอชั้นดี แต่ถ้าหากได้ลองอ่านข้อความที่บรรยายไว้ที่ด้านหน้าของนิทรรศการแล้ว ก็จะพบว่าเบื้องหลังของเส้นใยทุกเส้นที่ประกอบร่างขึ้นมา ล้วนมีที่มาจากขยะชายฝั่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155959" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c4_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c11_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>“เศษเชือกที่นำมาทอทั้งหมดนี้ ผมเก็บมาจากป่าชายเลนที่บาหลี ผมเคยไปบาหลีตั้งแต่สมัยเด็กๆ และประทับใจในความสวยงามของที่นั่น แต่พอกลับไปอีกครั้งก็พบว่า สถานที่ต่างๆ เต็มไปด้วยขยะพลาสติก” Ari Bayuaji กล่าว</p>



<p>พอดีกับว่าเป็นช่วงโควิดที่ทำให้ชุมชนแถบนั้นขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เขาจึงผุดไอเดียนี้ขึ้นมาและชวนชุมชนมาร่วมกัน</p>



<p>“ตอนเริ่มต้น เราไม่มีความรู้เรื่องการทอเลย จนไปเจอชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ทำเรื่องทอผ้า แต่ขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เลยเข้าไปคุยและถามว่าเส้นใยเชือกที่เก่าๆ พวกนี้เอามาทอได้ไหม เขาบอกเป็นไปไม่ได้ ผมก็ถามว่าต้องทำยังไงถึงจะเป็นไปได้ เขาก็บอกต้องทำให้สะอาดและทำให้เป็นเส้นใยก่อน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155962" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c10_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Ari Bayuaji</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155963" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c7_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Ari Bayuaji</figcaption></figure>



<p>ศิลปินเจ้าของงานจึงบรรจงเก็บรวบรวมขยะเศษเชือกมาล้างทำความสะอาด แปลงร่างเป็นเส้นใย ทีละชิ้นๆ และส่งต่อให้ชุมชนช่วยกันถักทอขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงอยู่นี้ ซึ่งนอกจากจะได้เก็บขยะออกจากชายฝั่งและแปลงร่างเป็นสิ่งสวยงามแล้ว โครงการนี้ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนไปพร้อมๆ กันด้วย</p>



<p>จากจุดเริ่มต้นที่อินโดนีเซีย วันนี้ผลงานเขาเดินทางมาถึงประเทศไทย จัดแสดงในแกลเลอรีศิลปะย่านเจริญกรุงที่ชื่อ Warin Lab Contemporary ซึ่งเป็นแกลเลอรีที่นำงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมาจัดแสดงแล้วหลายครั้ง รวมทั้งจัดงานเสวนาที่ชวนคนในวงการสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกับศิลปินในหัวข้อต่างๆ เป็นประจำ</p>



<p>สำหรับครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในหัวข้อ &#8216;Clean coasts: เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อลดขยะพลาสติกในทะเล&#8217; มีผู้ร่วมเสวนาคือ Ari Bayuaji &#8211; ศิลปินเจ้าของผลงาน, น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ – นักวิจัยและประธานมูลนิธิโลกสีเขียว, ดร.เพชร มโนปวิตร &#8211; นักอนุรักษ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ผู้ร่วมก่อตั้ง ReReef และ ใบตอง-จรีรัตน์ เพชรโสม Miss Earth Thailand 2021 โดยมี ศิริพร ศรีอร่าม – ผู้อำนวยการแผนงานพัฒนาความร่วมมือของมูลนิธิโลกสีเขียวเป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเราได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155966" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c5_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>THROW AWAY CULTURE &#8211; ต้นตอของปัญหา</strong></h3>



<p>ในวันนี้คงไม่มีใครอีกแล้วที่ไม่เคยเห็นขยะตามชายฝั่ง ไม่ว่าจะชายฝั่งแม่น้ำหรือชายฝั่งทะเล ดร.เพชร เล่าว่า ในวันที่เขาได้ไปเยือนเกาะร้างที่ห่างไกลผู้คน ก็ยังต้องพบกับกองขยะมากมายที่ลอยมาเกยตื้นชายหาด ส่วน ดร.บริพัตร ก็แชร์ประสบการณ์ว่า เคยจัดกิจกรรมเก็บขยะที่ชายหาดแห่งหนึ่งแล้วพบว่า แค่หาดแห่งเดียวมีขยะรองเท้าที่เก็บได้มากถึง 400-500 ชิ้น</p>



<p>“มันน่าเศร้ามากที่ได้เห็นภาพแบบนั้น” ใบตอง จรีรัตน์ กล่าว ในฐานะคนชุมพรที่เติบโตมากับทะเล เธอจำได้ว่าชายหาดที่เธอเคยเดินเล่นสมัยเด็กๆ นั้นสวยงามมาก แต่เมื่อได้กลับไปหาดแห่งเดิมอีกครั้งเมื่อไม่นานนี้ก็พบว่า สวรรค์วัยเด็กของเธอกลายเป็นเพียงที่ทิ้งขยะของคน</p>



<p>ดร.เพชรให้ข้อมูลตัวเลขที่น่าตกใจว่า ทะเลทุกวันนี้กลายเป็นแหล่งรองรับขยะจากมนุษย์ แม้ว่าพลาสติกเริ่มผลิตขึ้นแค่ 70 กว่าปีที่ผ่านมา แต่อัตราผลิตเพิ่มอย่างรวดเร็วมากจาก 2 ล้านตันต่อปี มาเป็น 300 ล้านตันต่อปี ซึ่งรวมแล้วทำให้เรามีพลาสติกกว่า 9,000 ล้านตันที่ถูกผลิตขึ้นมา ซึ่งราว 6,000 ล้านตันตกค้างในสิ่งแวดล้อม “น่าเศร้าที่ว่า ทุกวันนี้เราจับปลาและสิ่งมีชีวิตมากมายออกจากมหาสมุทร แล้วแทนที่มันด้วยขยะ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155967" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c6_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>แม้พลาสติกคือสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ในทุกวันนี้ แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือพฤติกรรมของมนุษย์ พฤติกรรมที่ว่านี้ก็คือ วัฒนธรรมการ ‘ใช้แล้วทิ้ง’</p>



<p>“ยุคนี้สังคมเราเป็น throw away culture เพราะพลาสติกราคาถูกมาก บางทีก็ฟรีด้วยซ้ำ ต่างจากสมัยก่อนที่ซื้อน้ำก็จะเป็นขวดแก้วที่มีค่ามัดจำขวด พอเอาขวดไปคืนก็ได้เงินคืน มันคือการมองว่าวัสดุมีมูลค่า แต่เมื่อพลาสติกเข้ามา มุมมองเหล่านี้เปลี่ยนไป เพราะมันผลิตได้เยอะและราคาถูก ทำให้คนไม่ต้องแคร์ ก็แค่ทิ้งมันไป ซึ่งนี่คือรากของปัญหาสิ่งแวดล้อม ยิ่งระบบการตลาดที่ส่งเสริมให้คนซื้อมากขึ้น เพื่อบริษัทจะได้กำไรมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ โลกเต็มไปด้วยขยะ” ดร.เพชร กล่าว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Transform our relationship with plastic &#8211; ทางออกของปัญหา</strong></h3>



<p>ดร.เพชร ชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญที่จะพาเราออกจากปัญหาขยะพลาสติกท่วมโลกว่า ด้วยตัวเลขการผลิตในระดับนี้ เราไม่มีทางรีไซเคิลหรือจัดการได้หมด สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องลดการผลิต และปรับรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพลาสติกใหม่</p>



<p>“อันดับแรกคือต้องลดการผลิตและลดการใช้ ทางออกหนึ่งที่ง่ายและควรทำคือการตั้งราคาพลาสติก เพราะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่จุฬาฯ ก็เริ่มต้นจากคิดเงินค่าถุง แค่ถุงละ 2 บาท แต่ลดการใช้ได้ถึง 80% ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมาก แต่ปัญหาคือจะทำยังไงให้แนวคิดแบบนี้ขยายสเกลในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้”</p>



<p>ถัดจากการลดการใช้ สิ่งสำคัญถัดมาก็คือ พลาสติกทุกชิ้นที่ถูกผลิตขึ้นแล้ว จำเป็นต้องวนเข้าสู่ระบบเพื่อกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซ้ำ อัพไซเคิล หรือรีไซเคิล ซึ่งก็คือแนวคิดที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ หรือ ‘circular economy’ ที่จำเป็นต้องทำให้เป็นกระแสหลักและมีกฎหมายบังคับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-155968" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c1_20220420.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155969" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c2_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>“เราต้องไม่มองว่าพลาสติกเป็นของฟรีที่ใช้แล้วโยนทิ้ง แต่ต้องมองว่ามันคือทรัพยากร ที่สามารถวนกลับมาใช้อีกได้ในทางใดทางหนึ่ง ผมชอบแนวคิดของงานคุณ Ari ที่มองว่าพลาสติกคือวัสดุที่มีมูลค่า เพราะถ้าขยะพวกนี้อยู่ในทะเล มันคือสิ่งที่ฆ่าชีวิตอื่นได้ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นสิ่งที่สวยงาม ซึ่งในอนาคตอาจมีศิลปะแขนงใหม่ในยุค Anthropocene ที่นำวัสดุเหล่านี้มาใช้ และผมก็เห็นว่าศิลปินหลายคนก็นำขยะพลาสติกเหล่านี้มาทำงานศิลปะ ซึ่งเหมาะสมมากสำหรับยุคนี้”</p>



<p>ดร.บริพัตร ยกตัวอย่างเสริมว่า “ผมไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้ซื้อเสื้อที่ทำมาจาก PPE หรือได้เห็นจีวรที่ทำจากขวดพลาสติก ทุกวันนี้ เรามีหนทางมากมายที่นำขยะมาชุบชีวิตให้เป็นสิ่งที่ใช้ได้นานขึ้น อย่างห้างใหญ่ๆ บางแห่งก็ใช้พรมที่ทำมาจากขยะทะเล ซึ่งผมก็ยังมีหวังว่าเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์จะพาเราไปได้อีก อย่างเช่นที่คุณ Ari ทำ แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ขยะแปลงร่างได้สวยขนาดนี้นะ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนความโกรธให้เป็นผลงาน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น”</p>



<h3 class="wp-block-heading">Future in Our Hands &#8211; อนาคตอยู่ในมือทุกคน</h3>



<p>“ปัญหาขยะทะเลไม่ได้มาจากแค่คนที่อยู่ชายฝั่ง แต่คือทุกคนที่อยู่ในเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้ด้วย”</p>



<p>ใบตอง จรีรัตน์ กล่าวถึงความจริงที่ทุกคนจำเป็นต้องตระหนัก</p>



<p>“ตอนนี้มันถึงเวลาที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบโลกนี้ร่วมกัน มันเป็นหน้าที่ของเราทุกคนเพื่อโลกที่ดีขึ้น ใบตองเชื่อว่า ทุกคนมีหนทางการสร้างความเปลี่ยนแปลงในแบบของตัวเอง แค่ลงมือทำ อะไรก็ได้ แบบไหนก็ได้ จะซ้ำกับคนอื่นก็ได้ ขอแค่ลงมือทำ เพราะโลกต้องการทุกคน และขอให้รู้ว่าคุณไม่ได้ทำอยู่เพียงลำพัง แค่ทำในจุดเล็กๆ ในสิ่งที่คุณทำได้ เหมือนที่คุณ Ari ทำ ซึ่งถึงจุดหนึ่งมันก็จะสร้างแรงกระเพื่อมหรือสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ หรือบางทีคุณอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบไม่รู้ตัวก็ได้ อย่างเช่นใบตองเองก็ได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นก่อนๆ ที่ทำมา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-155970" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/People-Power_Aribayuaji_Type-Content_c3_20220420.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพ > Preecha Pattara</figcaption></figure>



<p>ดร.บริพัตร ซึ่งเคยทำงานร่วมกับกลุ่ม EEC ที่จัดค่ายสิ่งแวดล้อมให้เด็กๆ ก็ยืนยันว่า เขาได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายที่เป็นความหวัง</p>



<p>“ผมได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายที่มีความตั้งใจที่จะปกป้องสิ่งแวดล้อม คนกลุ่มนี้คือความหวัง แค่หนึ่งคนในนี้เติบโตไปเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องสำคัญ เขาก็จะเลือกปกป้องธรรมชาติ ดังนั้น การที่เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติคือเรื่องสำคัญ เพื่อให้พวกเขาเติบโตมาอย่างไม่ถูกตัดขาดจากธรรมชาติ ซึ่งทุกวันนี้ก็มีหลายกลุ่มหลายองค์กร ที่จัดกิจกรรมพาเด็กๆ ไปเรียนรู้”</p>



<p>ดร.เพชร เสริมว่าคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้มีความเข้าใจเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นมาก เพราะนี่คือโลกที่พวกเขาต้องอยู่ในอนาคต และพวกเขาก็คือกลุ่มคนที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ปัญหาขยะพลาสติกทุกหนแห่ง รวมถึงในอาหาร ซึ่งพวกเขาย่อมเข้าใจดีว่า การเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นตอนนี้</p>



<p>“บางครั้งอาจดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่แคร์เรื่องสิ่งแวดล้อมจะเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในสังคม แต่ แม้จะเป็นส่วนน้อย ทุกคนก็กำลังสร้างพลังขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะทำให้คนที่เข้าใจและแคร์สิ่งแวดล้อมค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ผมเชื่อว่าเรากำลังเข้าใกล้ critical mass ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสังคมให้มีความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์และความยั่งยืน เราต้องทำต่อไป และไม่หมดหวังในมนุษยชาติที่สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าให้คนรุ่นต่อไปได้”</p>



<p>และประโยคที่ว่า A small group of determined people can change the world &#8211; กลุ่มคนเล็กๆ ที่มีความมุ่งมั่นก็สามารถเปลี่ยนโลกได้ ก็น่าจะเป็นหนึ่งในบทสรุปที่ดีที่สุดของการเสวนาในครั้งนี้</p>



<p>สนับสนุนบทความโดย Warin Lab Contemporary</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/weaving-the-ocean/">WEAVING THE OCEAN ศิลปะผืนผ้าที่ทอจากขยะชายหาดของ Ari Bayuaji ศิลปินชาวอินโดนีเซีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
