<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Film &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/film/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/film/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jun 2023 05:55:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>The Little Mermaid (2023) เรื่องราวความรักของคนนอกและการเติบโตของเงือกน้อยวัยขบถ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-little-mermaid-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 May 2023 11:00:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[See Saw Scene]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[The Little Mermaid]]></category>
		<category><![CDATA[Halle Bailey]]></category>
		<category><![CDATA[Live Action]]></category>
		<category><![CDATA[disney]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167485</guid>

					<description><![CDATA[<p>The Little Mermaid (2023) ถือเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่แฟนๆ หลายคนรอคอยในปีนี้ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้ประกาศทำ Live Action ไปจนถึงการประกาศตัวนักแสดงอย่าง ฮัลลี เบลีย์ (Halle Bailey) นักร้องและนักแสดงผิวสี จนได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ชมซึ่งมองว่าเธอไม่เหมาะสมกับตัวละครเงือกน้อย ผิวขาว ผมสีแดง ในภาพจำของแฟนดิสนีย์&#160; อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ไปไม่ถึงฝันกลับไม่ใช่เพราะนักแสดงเงือกน้อยแอเรียลเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องราวความรักระหว่างคนกับเงือก หรืออีกนัยหนึ่งคือการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างซึ่งเป็นประเด็นร่วมสมัยกลับไม่สามารถหยิบขึ้นมาขับเน้นให้ชัดมากพอ จนเหลือเพียงเรื่องราวของการดิ้นรนเพื่ออยู่ด้วยกันของหนุ่มสาวไร้เดียงสาคู่หนึ่งเท่านั้น สิ่งที่แฟนๆ รอคอยกับ The Little Mermaid ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเก็บภาพความประทับใจกับตัวละครที่ผูกพันในอีกเวอร์ชันเท่านั้น หากแต่เป็นการรอชมฝีมือการแสดงของเบลีย์ ว่าจะสามารถสวมบทบาทเป็นแอเรียลได้ดีอย่างที่คาดหวังหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างที่หากเป็นนักแสดงผิวขาวคงแบกรับความคาดหวังไว้ไม่มากเท่านี้ น่าเสียดายที่ The Little Mermaid ในปี 1989 เคยเป็นหมุดหมายใหม่ที่นำพาให้ทีมแอนิเมชันดิสนีย์พ้นวิกฤติ ด้วยการดำเนินเรื่องแบบใหม่ในยุคนั้นซึ่งแหกขนบเจ้าหญิงในยุคก่อนที่เน้นเรื่องความรักโรแมนติก ไปสู่การพูดถึงประเด็นสังคมอเมริกันยุค 80s อย่างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและการตามหาตัวตนของวัยรุ่น ซึ่งยังคงเป็นประเด็นร่วมสมัยแม้ในปี 2023 แต่สำหรับ Live Action เวอร์ชันล่าสุดในแง่เนื้อเรื่องแล้ว กลับไม่ได้นำเสนอประเด็นใหม่ไปมากกว่าต้นฉบับของตัวเอง นี่จึงไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ไม่เคารพต้นฉบับ แต่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เคารพต้นฉบับของดิสนีย์อย่างมาก ถ้าหากใครชื่นชอบต้นฉบับน่าจะไม่ผิดหวังกับ The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-little-mermaid-2023/">The Little Mermaid (2023) เรื่องราวความรักของคนนอกและการเติบโตของเงือกน้อยวัยขบถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>The Little Mermaid (2023) ถือเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่แฟนๆ หลายคนรอคอยในปีนี้ นับตั้งแต่วันแรกที่ได้ประกาศทำ Live Action ไปจนถึงการประกาศตัวนักแสดงอย่าง ฮัลลี เบลีย์ (Halle Bailey) นักร้องและนักแสดงผิวสี จนได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ชมซึ่งมองว่าเธอไม่เหมาะสมกับตัวละครเงือกน้อย ผิวขาว ผมสีแดง ในภาพจำของแฟนดิสนีย์&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ไปไม่ถึงฝันกลับไม่ใช่เพราะนักแสดงเงือกน้อยแอเรียลเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องราวความรักระหว่างคนกับเงือก หรืออีกนัยหนึ่งคือการอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างซึ่งเป็นประเด็นร่วมสมัยกลับไม่สามารถหยิบขึ้นมาขับเน้นให้ชัดมากพอ จนเหลือเพียงเรื่องราวของการดิ้นรนเพื่ออยู่ด้วยกันของหนุ่มสาวไร้เดียงสาคู่หนึ่งเท่านั้น</p>



<p>สิ่งที่แฟนๆ รอคอยกับ The Little Mermaid ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเก็บภาพความประทับใจกับตัวละครที่ผูกพันในอีกเวอร์ชันเท่านั้น หากแต่เป็นการรอชมฝีมือการแสดงของเบลีย์ ว่าจะสามารถสวมบทบาทเป็นแอเรียลได้ดีอย่างที่คาดหวังหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการพิสูจน์ตัวเองอย่างที่หากเป็นนักแสดงผิวขาวคงแบกรับความคาดหวังไว้ไม่มากเท่านี้</p>



<p>น่าเสียดายที่ The Little Mermaid ในปี 1989 เคยเป็นหมุดหมายใหม่ที่นำพาให้ทีมแอนิเมชันดิสนีย์พ้นวิกฤติ ด้วยการดำเนินเรื่องแบบใหม่ในยุคนั้นซึ่งแหกขนบเจ้าหญิงในยุคก่อนที่เน้นเรื่องความรักโรแมนติก ไปสู่การพูดถึงประเด็นสังคมอเมริกันยุค 80s อย่างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและการตามหาตัวตนของวัยรุ่น ซึ่งยังคงเป็นประเด็นร่วมสมัยแม้ในปี 2023 แต่สำหรับ Live Action เวอร์ชันล่าสุดในแง่เนื้อเรื่องแล้ว กลับไม่ได้นำเสนอประเด็นใหม่ไปมากกว่าต้นฉบับของตัวเอง</p>



<p>นี่จึงไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ไม่เคารพต้นฉบับ แต่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เคารพต้นฉบับของดิสนีย์อย่างมาก ถ้าหากใครชื่นชอบต้นฉบับน่าจะไม่ผิดหวังกับ The Little Mermaid เวอร์ชันล่าสุดนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167517" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>The Little Mermaid ในฉบับของดิสนีย์ดัดแปลงมาจากต้นฉบับของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) นักเขียนชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นเรื่องราวแสนเศร้าในตอนจบ นั่นคือสุดท้ายเงือกน้อยต้องเจ็บปวดกับการเสียสละครีบและตัวตนของตัวเอง และเป็นไปดังคำสาปของแม่มดทะเล ที่บอกว่าหากเธอไม่ได้รับความรักจากเจ้าชายกลับคืนมา ต้องกลายเป็นเพียงฟองคลื่นทะเล</p>



<p>อีกนัยหนึ่ง นางเงือกและมนุษย์หมายถึงความรักต้องห้ามที่มาจากเรื่องจริงของนักเขียนซึ่งมีความรักเพศเดียวกัน หรือคนกลุ่ม LGBTQ+ ในยุคที่เป็นเรื่องผิดบาปในสังคม ไม่แปลกที่ The Little Mermaid ของแอนเดอร์เซนจะเต็มไปด้วยการเสียสละ การสูญเสียตัวเอง และความอึดอัดที่ไม่สามารถบอกกับใครได้เหมือนเงือกน้อยที่ต้องแลกเสียงร้องของตัวเองกับขาเพื่อให้ได้เคียงคู่กับชายคนที่เธอรัก</p>



<p>กลับมาที่เงือกน้อยแอเรียลในฉบับดิสนีย์ ฝีมือการกำกับของ ร็อบ มาร์แชล (Rob Marshall) ยังคงแก่นสำคัญคือความรักต้องห้ามระหว่างคนกับเงือก ในฉบับคนแสดงแอเรียลยังคงเป็นเงือกน้อยไร้เดียงสาอายุ 16 เหมือนในฉบับแอนิเมชัน เธอคือลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาลูกสาวทั้ง 7 คนของไตรตัน (Javier Ángel Encinas Bardem) ราชาผู้ปกครองท้องทะเล&nbsp;</p>



<p>ลูกๆ ของเจ้าทะเลเมื่อเติบโตพอ พวกเธอจะมีน่านน้ำที่ต้องดูแลของตัวเอง ในขณะที่แอเรียลยังเป็นแค่เงือกน้อยที่ต้องอยู่ในโอวาทของพ่อ เพราะเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีประสบการณ์เห็นโลกกว้างเท่ากับคนอื่น เธอจึงรู้จักโลกเท่าที่พี่ๆ และพ่อจะเล่าให้ฟัง นั่นคือมนุษย์เป็นพวกผู้ร้ายและป่าเถื่อน ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่เข้าใจว่าลึกๆ ผู้คนจะเป็นคนที่เลวร้ายได้ เธอจึงทำได้เพียงตามเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่เธอไม่รู้จักจากเหล่าเรืออัปปางที่จมสู่ก้นทะเลไปสะสมในถ้ำของตัวเอง และเก็บความอยากรู้อยากเห็นนั้นไว้ในใจ</p>



<p>จนวันหนึ่งที่เธอแอบขึ้นมาเหนือผิวน้ำและได้ช่วยชีวิตเจ้าชายอีริค (Jonah Andre Hauer-King) จากเหตุการณ์เรือล่ม โดยที่เจ้าชายไม่รู้ว่าใครเป็นคนช่วยชีวิต นอกจากเสียงร้องอันไพเราะที่เขาจดจำได้ขณะกำลังสะลึมสะลือบนชายฝั่ง จนเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองปรารถนาที่จะได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167515" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เจ้าชายอีริคเพียรออกตามหาหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาทุกๆ วัน ขณะที่แอเรียลแหกกฎของพ่อ ด้วยการแลกเสียงของเธอกับขาเพื่อที่จะได้เป็นมนุษย์กับแม่มด เออร์ซูลา (Melissa McCarthy) โดยมีข้อแม้ว่าเธอต้องทำให้เจ้าชายอีริคจูบเธอด้วยความรักให้ได้ในเวลา 3 วัน หากทำได้เธอจะได้กลายเป็นมนุษย์ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จเธอต้องตกเป็นทาสของแม่มดปลาหมึกยักษ์เออร์ซูลาไปตลอดกาล ก่อนเป็นเรื่องราวให้เราคอยตามลุ้น ตามเชียร์ว่าแอเรียลจะสามารถพ้นคำสาปของแม่มดไปได้หรือไม่</p>



<p>นอกเหนือจากเรื่องราวความรักของแอเรียลและเจ้าชายอีริคแล้ว สิ่งที่ทำให้ The Little Mermaid ในฉบับคนแสดงมีสีสันมากขึ้น คือ บรรดาเพื่อนตัวน้อยที่คอยอยู่เคียงข้างแอเรียล ไม่ว่าจะเป็น ปลาน้อย &#8216;ฟลาวเดอร์&#8217; เจ้าปูสีแดงสำเนียงจาไมก้า &#8216;เซบาสเตียน&#8217; ซึ่งได้นักแสดงมากความสามารถมาพากย์เสียง Daveed Diggs และ Jacob Tremblay พร้อมด้วยนกนางนวล &#8216;สกัตเติล&#8217; ที่คราวนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นเสียงผู้หญิง โดย Awkwafina เจ้าแม่คอเมเดียน จึงทำให้แก๊งนี้เมื่อโผล่ออกมาทีไรต้องเรียกเสียงหัวเราะได้ทุกที แม้ว่า CG ที่ออกมาจะทำให้สัตว์ที่อยู่ในเรื่องดูสมจริงมากจนไม่เห็นความสดใสก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167513" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตลอดทั้งเรื่องมีฉากและเพลงที่อยู่ในความทรงจำในเวอร์ชั่นปี 1989 เก็บไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำเก็บสมบัติของแอเรียล ความรื่นเริงของโลกใต้ท้องทะเล ถ้ำของแม่มดเออร์ซูลา โขดหินที่แอเรียลแอบมองเจ้าชาย หรือฉากพายเรือใต้หมู่ดาว บรรดาฉากทั้งหมดนี้ช่วยทำให้โลกของคนและเงือกดูมีชีวิตจริงด้วยเวทมนตร์ของดิสนีย์&nbsp;</p>



<p>นอกจากฉากแล้ว เมื่อรวมกับเพลง อยู่ในโลกเธอ (Part of Your World) เพลงหลักของเรื่องที่ได้เสียงเบลีย์มาร้องด้วยการตีความใหม่ให้มีความอึดอัดและอยากออกไปจากโลกใต้ทะเล ยิ่งทำให้แอเรียลดูมีมิติมากขึ้นในฉบับของตัวเธอเอง&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับเพลงหลักอื่นๆ เช่น เพลง ใต้ท้องทะเล (Under the Sea) ก็ยังคงชวนให้เห็นมุมมองของเซบาสเตียนที่มีต่อโลกท้องทะเลที่งดงาม ต่างจากโลกมนุษย์ที่ทุกคนต่างทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย และหากเป็นปลาที่ต้องขึ้นไปบนบกก็มีแต่จะต้องเป็นอาหารเท่านั้น หรือเพลง ใจอันไร้ที่พึ่งพา (Poor Unfortunate Souls) จากแม่มดเออร์ซูลาที่พยายามหลอกล่อให้แอเรียลยอมแลกเสียงของเธอกับขา แม้จะต้องจากพ่อและพี่ๆ แต่เธอจะได้ออกไปสำรวจโลกด้านบนและอยู่กับคนรักอย่างที่ปรารถนา หรือเพลง จุ๊บเธอเลย (Kiss the Girl) ที่มีการเพิ่มท่อนเกี่ยวกับการยินยอม (Consent) มาด้วย&nbsp;</p>



<p>ฉบับ Live Action เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มมิติและความรู้สึกนึกคิดอย่างที่มนุษย์ควรจะมี ด้วยความพยายามเพิ่มเหตุผลรองรับการกระทำของตัวละครให้มีน้ำหนักมากขึ้นซึ่งเคยขาดหายไปในฉบับแอนิเมชัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชายอีริคที่หลงใหลการเดินเรือเพื่อออกไปพบเจอกับวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่เขาไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับแอเรียลที่อยากออกไปพ้นน้ำเพื่อเข้าใจโลกมนุษย์มากขึ้น หรือแม้แต่ความร้ายของแม่มดเออร์ซูลาที่มาจากความชิงชังในพี่ชายไตรตัน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167518" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/little-mermaid-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อย่างไรก็ตามในขณะที่ The Little Mermaid ปี 1989 คือความพยายามแหกขนบมาพูดถึงประเด็นสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะการตามหาตัวตนของวัยรุ่น หรือการพยายามเข้าใจทางที่เด็กๆ เลือกเดินในมุมของผู้ใหญ่ แต่ในฉบับคนแสดงกลับไม่ได้มีประเด็นอื่นเพิ่มเติมหรือพาให้เราไปสำรวจแง่มุมอื่นๆ ของตัวละครมากนัก แม้จะขยายเวลาฉายจากฉบับแอนิเมชันกว่า 1 ชั่วโมงก็ตาม แน่นอนว่ามีการเพิ่มเติมและลดบางฉากไปจากเดิม แต่ภาพรวมทั้งหมดยังทำให้เราหวนนึกถึงต้นฉบับของดิสนีย์ได้แบบฉากต่อฉาก&nbsp;</p>



<p>ประเด็นที่ The Little Mermaid นำเสนอไปแล้วเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นร่วมสมัยแม้ผ่านไปกว่า 30 ปี ทั้งความรักบนความแตกต่าง รวมถึงประเด็นวัยรุ่นที่ยังคงเป็นวัยต้องการค้นหาแนวทางของตัวเอง เช่นเดียวกับเราในวัย 16 ต่างก็เคยเป็นเด็กไร้เดียงสา ดื้อรั้นทำตามหัวใจ (เมื่อเปรียบกับเจ้าชายอีริคเป็นไอดอลที่ชื่นชอบ ก็คงนึกออกได้ไม่ยากว่าเราคงยอมทำสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เช่นกัน) ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันเราจะเห็นว่าประเด็นต่างๆ ที่เคยมองว่าเป็นเรื่องปกติ ถูกท้าทายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงของเด็กรุ่นใหม่ ขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่ต่างจากราชาไตรตัน ที่ตอบโต้เด็กๆ เหล่านั้นด้วยการสั่งห้ามและถือคำพูดตัวเองเป็นคำขาด แม้ลึกๆ จะอ้างถึงความเป็นห่วงก็ตาม แต่สุดท้ายก็รังแต่จะยิ่งผลักให้คนทั้ง 2 วัยแยกจากกันเรื่อยๆ หนทางที่จะเข้าใจกันอีกครั้งคงมีแต่การเปิดใจและยอมรับในทางที่เด็กๆ เลือกเดิน เพราะเขาคืออนาคตของโลกในวันข้างหน้า</p>



<p>แม้จะมีการปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยอยู่บ้าง แต่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกขับเน้นออกมาให้อยู่ในความคิดหรือการกระทำของตัวละคร เราจึงยังไม่เห็นความจริงใจในการเล่าเรื่องนี้มากนักนอกจากพอเล่าผ่านเป็นพิธี ทำให้เราไม่ได้ผูกพันกับตัวละครเท่าที่ควร พร้อมประเด็นที่ไม่ได้มีอะไรใหม่เหมือนกับการฉายในปี 1989 จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ขาดเสน่ห์ไปอย่างน่าเสียดาย&nbsp;</p>



<p>The Little Mermaid ปี 2023 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ประทับใจในเวอร์ชันต้นฉบับของดิสนีย์ เพราะแม้จะเปลี่ยนนักแสดงแต่เบลีย์ยังคงตีความความใสซื่อบริสุทธิ์ของแอเรียลไว้ได้อย่างมีชีวิตจิตใจ รวมถึงเพลงและฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจใต้ท้องทะเลยังชวนให้เราเพลิดเพลินได้เหมือนวันวาน</p>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/the-little-mermaid/?fbclid=IwAR2yzfiez3xk00B6Zru_aAXRBdWMlkbEjyKN6rPHCYH6-Ftxag18ilQ9x64">https://adaymagazine.com/the-little-mermaid/?fbclid=IwAR2yzfiez3xk00B6Zru_aAXRBdWMlkbEjyKN6rPHCYH6-Ftxag18ilQ9x64</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-little-mermaid-2023/">The Little Mermaid (2023) เรื่องราวความรักของคนนอกและการเติบโตของเงือกน้อยวัยขบถ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Return to Seoul คนสองแผ่นดินที่เปลี่ยวเหงาและการตามหาครอบครัวที่สร้างบาดแผลกลายเป็นปมลึกยากสะสาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/return-to-seoul/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 May 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[See Saw Scene]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Return to Seoul]]></category>
		<category><![CDATA[คืนรังโซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166926</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากข้อมูลในกรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ “เสียงร้องจาก&#8230; บุตร ‘บุญ’ ธรรมเกาหลีใต้” รายงานว่า มีบุตรบุญธรรมชาวเกาหลีใต้กว่าสองแสนคนส่งออกไปสู่ครอบครัวอุปถัมภ์ในซีกโลกตะวันตกเป็นจำนวนมากติดอันดับโลก ส่วนหนึ่งอันเนื่องมาจากภาวะหลังสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลี เด็กเหล่านั้นที่โตขึ้นมาต้องเผชิญกับความรู้สึกย้อนแย้งและไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลยกลายเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างสองประเทศ (in between) ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนของผู้กำกับภาพยนตร์ ดาวี ชู (Davy Chou) ที่ชื่อ Laure Badufle ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์และอยู่เบื้องหลังที่มาของเรื่อง Return to Seoul คืนรังโซล เรื่องนี้ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาหลังจากฝากผลงานไว้ในเรื่อง Diamond Island (2016) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกและได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ Laure Badufle เดินทางกลับสู่ดินแดนบ้านเกิดเกาหลีใต้ของตัวเองเมื่อวัย 23 ปี เพื่อตามหาพ่อแม่ตามสายเลือด กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหว ความรู้สึกผิด และกำแพงภาษาที่ส่งผลกับการสื่อสาร ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นฉากต่างๆ ของภาพยนตร์ โดยในเรื่องมีคุณป้าชาวเกาหลี ที่รับบทโดย คิม ซอนยอง (Kim Sun-young) นักแสดงสมทบหญิงเจ้าบทบาทอาจุมม่าหน้าตาคุ้นเคย ที่ฝากผลงานไว้ในซีรีส์เรื่องดังที่สร้างความประทับใจคนไทยอย่างเรื่อง Reply 1988 (2015), Vagabond (2019) และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/return-to-seoul/">Return to Seoul คนสองแผ่นดินที่เปลี่ยวเหงาและการตามหาครอบครัวที่สร้างบาดแผลกลายเป็นปมลึกยากสะสาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากข้อมูลในกรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ “เสียงร้องจาก&#8230; บุตร ‘บุญ’ ธรรมเกาหลีใต้” รายงานว่า มีบุตรบุญธรรมชาวเกาหลีใต้กว่าสองแสนคนส่งออกไปสู่ครอบครัวอุปถัมภ์ในซีกโลกตะวันตกเป็นจำนวนมากติดอันดับโลก ส่วนหนึ่งอันเนื่องมาจากภาวะหลังสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลี</p>



<p>เด็กเหล่านั้นที่โตขึ้นมาต้องเผชิญกับความรู้สึกย้อนแย้งและไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลยกลายเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ระหว่างสองประเทศ (in between) ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนของผู้กำกับภาพยนตร์ ดาวี ชู (Davy Chou) ที่ชื่อ Laure Badufle ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์และอยู่เบื้องหลังที่มาของเรื่อง <em>Return to Seoul คืนรังโซล</em> เรื่องนี้ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาหลังจากฝากผลงานไว้ในเรื่อง <em>Diamond Island</em> (2016) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกและได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ Laure Badufle เดินทางกลับสู่ดินแดนบ้านเกิดเกาหลีใต้ของตัวเองเมื่อวัย 23 ปี เพื่อตามหาพ่อแม่ตามสายเลือด กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอารมณ์อ่อนไหว ความรู้สึกผิด และกำแพงภาษาที่ส่งผลกับการสื่อสาร ซึ่งถ่ายทอดออกมาเป็นฉากต่างๆ ของภาพยนตร์ โดยในเรื่องมีคุณป้าชาวเกาหลี ที่รับบทโดย คิม ซอนยอง (Kim Sun-young) นักแสดงสมทบหญิงเจ้าบทบาทอาจุมม่าหน้าตาคุ้นเคย ที่ฝากผลงานไว้ในซีรีส์เรื่องดังที่สร้างความประทับใจคนไทยอย่างเรื่อง <em>Reply 1988</em> (2015), <em>Vagabond</em> (2019) และ <em>Crash Landing On You</em> (2019) เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166931" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><em>Return to Seoul</em> <em>คืนรังโซล</em> เปิดตัวรอบพรีเมียร์ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2022 ซึ่งได้เข้าฉายในสายการประกวดรอง Un Certain Regard ทั้งนี้ยังเป็นตัวแทนภาพยนตร์จากประเทศกัมพูชาที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอยู่ใน short lists (15 เรื่องที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 93 ประเทศ) รางวัลออสการ์ครั้งที่ 95 ในสาขา (Best International Feature Film) แม้ไม่ผ่านเข้าไปถึงรอบ 5 เรื่องสุดท้าย แต่ก็ได้รับเสียงวิจารณ์และคะแนนรีวิวในทางบวกจาก <a href="https://www.rottentomatoes.com/m/return_to_seoul">เว็บมะเขือเน่า</a> อย่างท่วมท้น</p>



<p><em>Return to Seoul คืนรังโซล</em> ภาพยนตร์ 3 ภาษาสลับกันไปมาระหว่าง ฝรั่งเศส เกาหลี และอังกฤษ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ พัค จีมิน (Park Ji-min) รับบทเป็น เฟรดดี หรือ ยอนฮี (ชื่อแต่กำเนิด) คาแรกเตอร์หลักที่ดำเนินเรื่องนี้ เธอรับบทเป็นหญิงสาวเชื้อชาติเกาหลีใต้ที่ครอบครัวชาวฝรั่งเศสรับไปเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่ยังเล็ก ก่อนที่จะเรียนรู้ภาษาหรือวัฒนธรรมติดตัวไปด้วย เฟรดดี กลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดด้วยความไม่ตั้งใจอันเนื่องมาจากแผนท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นถูกพายุถล่มจนต้องมาแลนดิ้งที่ประเทศเกาหลีใต้แทน&nbsp;</p>



<p>แต่กลายเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเธอจนไม่สามารถกลับไปเหมือนเดิมได้อีก จากที่ตั้งต้นการไม่มีแผนใดๆ ในมือกลายเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาครอบครัวที่ยอมทิ้งเธอไปสู่อ้อมอกของคนแดนไกลมารับไปอุปถัมภ์ ด้วยหลักฐานที่มีเพียงรูปถ่ายติดตัวใบเดียวโดยมี เทน่า ที่รับบทโดย ฮันกุก (Guka Han) เพื่อนคนแรกที่สื่อสารภาษาฝรั่งเศสและช่วยออกตามหาครอบครัวชาวเกาหลีก็ยังไม่สามารถรับมือกับอารมณ์ที่ไม่มั่นคงที่มาจากจิตใจที่อ่อนไหวของ เฟรดดี ได้ตลอดรอดฝั่ง</p>



<p>ตลอดทั้งเรื่อง เฟรดดี ต้องเผชิญความรู้สึกความย้อนแย้งกับตัวตนของเธอที่แตกต่างจากผู้คนแปลกหน้าที่มีหน้าตาสีผมเหมือนกัน แม้ใบหน้าที่คนมองว่าถอดมาจากคนเกาหลีโบราณมีความบริสุทธิ์ดั้งเดิม กลับไม่เชื่อมต่อถึงรากเหง้าและครอบครัวทางสายเลือดของตัวเองแม้แต่น้อย ทั้งภาษา ความคิดและวิถีชีวิต ที่แตกต่างกันสุดขั้ว ยิ่งทำให้ เฟรดดี ตีตัวออกห่างจากทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะทั้งในฝรั่งเศสและเกาหลีใต้ที่เป็นแผ่นดินเกิด ความเหงา เศร้า และเปล่าเปลี่ยว ยิ่งสร้างความสับสนให้กับคนๆ หนึ่งเป็นอย่างมาก ทำให้การเดินทางครั้งนี้ที่ขยายจากสองสัปดาห์ลากยาวกินเวลากว่า 8 ปี</p>



<p>คำถามคาใจที่ไม่สามารถสลัดทิ้งได้ เวียนกลับมาหลอกหลอนในวันครบรอบวันเกิดทุกๆ ปีของ เฟรดดี&nbsp;</p>



<p>“แม่จะคิดถึงเธอบ้างหรือไม่ แล้วตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166933" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166935" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เหมือนเป็นประโยคแหลมคมอันตรายที่ทิ่มแทงใจและกัดกินไปจนถึงตอนท้ายเรื่อง การโดนปฏิเสธจากคนในครอบครัว สร้างบาดแผลที่เผลอไปเปิดรับความเจ็บปวดให้ค่อยๆ เข้ามาทำร้าย ยิ่งรู้มากขึ้น ยิ่งทำให้หัวใจและแววตาของ เฟรดดี ล่องลอยออกไปไกลจนเรามองตามไม่ทัน&nbsp;</p>



<p>ความสะเทือนใจที่ผู้ชมได้รับคือการเห็นช่องว่างที่มองไม่เห็นทำให้เธอผลักทุกคนรอบกายออกไปจะโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม นั่นก็อาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกที่เกิดมาจากการไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลย แม้แต่บ้านเกิดหรือเป็นประเทศที่เธอเติบโตขึ้นมา โชคชะตาก็ดูเหมือนจะเล่นตลกเมื่อมอบหน้าที่ให้เด็กคนหนึ่งที่ถูกส่งไปอยู่ต่างแดนโดยไม่ได้เลือก กลับต้องมาอยู่เบื้องหลังการป้องกันดินแดนที่ไม่ต้อนรับเมื่อเธอเกิดมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166932" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้จะให้เหตุผลว่าทำเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของเธอ พ่อและย่าที่ตัดสินใจยื่นเธอให้เอเจนซีรับเลี้ยงเด็กเพื่อให้ครอบครัวชาวตะวันตกที่พร้อมกว่ามาอุปถัมภ์ในวันนั้นต่างก็ต้องแบกรับกับความรู้สึกผิดต่อ เฟรดดี หรือ ยอนฮี สะสมเรื่อยมากว่า 20 ปี จนเมื่อได้พบหน้าลูกสาวแบบไม่ทันตั้งตัว ทุกคนก็ดูจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไถ่ถอนบาปกับพระเจ้าและชดเชยผ่านการกระทำเท่าที่สติปัญญาจะนึกถึงได้เพื่อทำให้ลูกและหลานที่ทิ้งไปรู้สึกเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>แต่ระยะทางสร้างระยะห่างทั้งร่ายกายและจิตใจจนเป็นทางคู่ขนานที่ไม่สามารถมองหน้าหรือสัมผัสกันได้อย่างสนิทใจ กำแพงทางภาษาและวัฒนธรรมดูจะเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ยิ่งทำให้ไม่สามารถข้ามสะพานมาเจอกันได้&nbsp;</p>



<p>ตัวละครแม่ ที่เป็นชนวนเหตุสำคัญของเรื่องราวทั้งหมดดูจะคลุมเครือและน่าโกรธแค้นแทน เฟรดดี ที่เจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก จนผู้ชมอยากเข้าไปกอดเธอแน่นๆ สักครั้ง บีบมือส่งพลังใจให้เธอเชิดหน้ากลับมาเป็นหญิงสาวคนเดิมที่สดใส กล้าหาญ มีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>ภาพบรรยากาศประเทศเกาหลีผ่านมุมมองนักทำหนังชาวฝรั่งเศสทั้งมีเสน่ห์และโดดเดี่ยว จนหลายครั้งที่เราอินและเห็นอกเห็นใจตัวละคร เฟรดดี อย่างจับใจ ประกอบกับดนตรีประกอบที่คัดมาจัดวางได้อย่างถูกที่ถูกเวลาทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ชวนติดตามและสร้างความประทับใจให้ผู้ชม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166934" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/return-to-seoul-C08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><em>Return to Seoul คืนรังโซล</em> เดินหน้าคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์รอบโลกถึง 9 รางวัล อาทิ&nbsp;</p>



<p>&#8211; Los Angeles Film Critics Association Awards (New Generation Award)&nbsp;</p>



<p>&#8211; Boston Society of Film Critics Awards (Best Film)&nbsp;</p>



<p>&#8211; Asia Pacific Screen Awards (Best Director, Best New Performance)&nbsp;</p>



<p>&#8211; Tokyo FILMeX (Special Jury Prize)</p>



<p><strong>รับชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่ลิงก์</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Return to Seoul | คืนรังโซล - Official Trailer [ซับไทย]" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/oT5JKNJHvlg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: จันจิรา ยีมัสซา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/return-to-seoul/">Return to Seoul คนสองแผ่นดินที่เปลี่ยวเหงาและการตามหาครอบครัวที่สร้างบาดแผลกลายเป็นปมลึกยากสะสาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Beef (2023) ซีรีส์การแก้แค้นที่ว่าด้วยเรื่องราวของคนแตกสสลายที่ต้องมาทำร้ายกันเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/beef-2023-series/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 May 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[See Saw Scene]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Lee Sung Jin]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[Steven Yeun]]></category>
		<category><![CDATA[BEEF]]></category>
		<category><![CDATA[Ali Wong]]></category>
		<category><![CDATA[Young Mazino]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166344</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ไม่เป็นไร” หลายคนอาจใช้คำนี้เพื่อบอกว่าเราไม่ถือโทษกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้มันจะทำร้ายจิตใจเรามากน้อยขนาดไหน และคำนี้ก็เหมือนใบอนุญาตที่คอยบอกให้เราแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เคยรู้สึกไหมว่าเรามักไม่แสดงให้คนอื่นเห็นว่าเรารู้สึกหงุดหงิดหรือโมโห คำว่าไม่เป็นไรก็อาจถูกหยิบมาใช้ในสถานการณ์แบบนี้ แง่หนึ่งมันอาจหมายถึงการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ แต่เราเคยตั้งคำถามไหมว่าแล้วจุดจบของอารมณ์ขุ่นมัวนั้นไปอยู่ที่ไหน เราได้ปล่อยมันไปจริงๆ หรือมันเพียงแค่ถูกเก็บในส่วนลึกที่สุดที่รอวันปะทุออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ Beef (2023) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่พาเราไปดูว่าภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของชาวเอเชีย-อเมริกันในเรื่องต้องเก็บความรู้สึกไว้มากขนาดไหน และเมื่อมันมีโอกาสได้เผยอารมณ์ที่แท้จริงสักครั้งมันสร้างความวุ่นวายได้ใหญ่โตอย่างที่หลายคนนึกไม่ถึง เรื่องราวเริ่มต้นบนลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่ แดนนี โช (รับบทโดย Steven Yeun) กำลังถอยหลังก็มีรถ SUV สุดหรูสีขาว เบื้องหลังพวงมาลัยคือ เอมี เหลา (รับบทโดย Ali Wong) ขับมาตัดหลังจนเขาเกือบชน เสียงแตรที่บอกให้ระวังดังยาวหลายวินาที พร้อมกับนิ้วกลางจากรถหรู ทำให้แดนนีหมดความอดทน แล้วการไล่ล่าระหว่างรถกระบะสีแดงกับรถ SUV สุดหรู และการมหากาพย์การแก้แค้นระหว่างคนแปลกหน้าก็เริ่มต้นขึ้น มินิซีรีส์จากสตูดิโอหนังสุดอินดี้ A24 ที่จับมือกับ Netflix มีทั้งหมด 10 ตอน แต่ละอีพีพาเราไปพบกับเรื่องราววายป่วงที่ค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น เพียงเพราะจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างการหัวร้อนบนถนน ก่อนจบลงด้วยการเผชิญหน้าและยอมรับกับตัวตนที่ดำมืดในจิตใจตัวเอง 1 Beef ผลงานการเขียนบทและ show runner [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/beef-2023-series/">Beef (2023) ซีรีส์การแก้แค้นที่ว่าด้วยเรื่องราวของคนแตกสสลายที่ต้องมาทำร้ายกันเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ไม่เป็นไร” หลายคนอาจใช้คำนี้เพื่อบอกว่าเราไม่ถือโทษกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้มันจะทำร้ายจิตใจเรามากน้อยขนาดไหน และคำนี้ก็เหมือนใบอนุญาตที่คอยบอกให้เราแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น</p>



<p>เคยรู้สึกไหมว่าเรามักไม่แสดงให้คนอื่นเห็นว่าเรารู้สึกหงุดหงิดหรือโมโห คำว่าไม่เป็นไรก็อาจถูกหยิบมาใช้ในสถานการณ์แบบนี้ แง่หนึ่งมันอาจหมายถึงการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ แต่เราเคยตั้งคำถามไหมว่าแล้วจุดจบของอารมณ์ขุ่นมัวนั้นไปอยู่ที่ไหน เราได้ปล่อยมันไปจริงๆ หรือมันเพียงแค่ถูกเก็บในส่วนลึกที่สุดที่รอวันปะทุออกมาเมื่อไหร่ก็ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166536" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Beef (2023) เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่พาเราไปดูว่าภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของชาวเอเชีย-อเมริกันในเรื่องต้องเก็บความรู้สึกไว้มากขนาดไหน และเมื่อมันมีโอกาสได้เผยอารมณ์ที่แท้จริงสักครั้งมันสร้างความวุ่นวายได้ใหญ่โตอย่างที่หลายคนนึกไม่ถึง</p>



<p>เรื่องราวเริ่มต้นบนลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่ แดนนี โช (รับบทโดย Steven Yeun) กำลังถอยหลังก็มีรถ SUV สุดหรูสีขาว เบื้องหลังพวงมาลัยคือ เอมี เหลา (รับบทโดย Ali Wong) ขับมาตัดหลังจนเขาเกือบชน เสียงแตรที่บอกให้ระวังดังยาวหลายวินาที พร้อมกับนิ้วกลางจากรถหรู ทำให้แดนนีหมดความอดทน แล้วการไล่ล่าระหว่างรถกระบะสีแดงกับรถ SUV สุดหรู และการมหากาพย์การแก้แค้นระหว่างคนแปลกหน้าก็เริ่มต้นขึ้น</p>



<p>มินิซีรีส์จากสตูดิโอหนังสุดอินดี้ A24 ที่จับมือกับ Netflix มีทั้งหมด 10 ตอน แต่ละอีพีพาเราไปพบกับเรื่องราววายป่วงที่ค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น เพียงเพราะจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างการหัวร้อนบนถนน ก่อนจบลงด้วยการเผชิญหน้าและยอมรับกับตัวตนที่ดำมืดในจิตใจตัวเอง</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">1</h4>



<p>Beef ผลงานการเขียนบทและ show runner ของ อี ซองจิน (Lee Sung Jin) เคยฝากฝีมือการเขียนซีรีส์ที่ว่าด้วยความโดดเดี่ยวของตัวละครไว้หลายเรื่อง เช่น <em>Dave</em> (2021) <em>Undone</em> (2019 &#8211; 2022) ในฐานะโปรดิวเซอร์ จนถึง <em>Tuca &amp; Bertie</em> (2019) ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้เจอกับ สตีเวน ยอน และ อาลี หว่อง ที่มาพากย์เสียงให้กับแอนิเมชันเรื่องนี้&nbsp;</p>



<p>จากแอนิเมชัน <em>Tuca &amp; Bertie</em> เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเห็นว่านักแสดงนำทั้งคู่สามารถเป็นตัวละครหลักในเรื่องได้อย่างดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวละคร &#8216;เอมี เหลา&#8217; ถูกวางตัวให้เป็นชายผิวขาวแต่งตัวเนี้ยบ แต่เพราะเขาคิดว่าการเขียนบทให้เป็นคนเอเชียน่าจะเป็นสิ่งที่เขาถนัดมากกว่า แผนการนั้นเลยถูกพับเก็บไป</p>



<p>ที่ผ่านมาในช่วงปี 1980-1990 ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นนักแสดงชาวเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเป็นเพียงแค่ตัวละครรองท่ามกลางกลุ่มคนขาวเพื่อสร้างสีสันเท่านั้น จนในช่วงหลังนี้ที่เริ่มมีนักแสดงชาวเอเชีย-อเมริกัน หรือ เอเชีย-แคนาเดียนมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>อี ซองจิน ได้นำเรื่องราวภายในจิตใจของคนอพยพรุ่นสองที่เริ่มรับทั้ง 2 วัฒนธรรมระหว่างเอเชียนและอเมริกัน เราจะเห็นว่าตัวละครเล่นบาสเก็ตบอลหรือฟังเพลงฮิปฮอป แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีวัฒนธรรมของชาวเอเชียผสมอยู่ ตัวละครเอเชียนเหล่านี้จึงติดอยู่ระหว่างวัฒนธรรม ไม่ใช่ทั้งคนอเมริกันแบบเต็มตัว จะเรียกว่าเป็นคนเอเชียก็ไม่เต็มปาก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166528" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในอีพีแรกๆ ซีรีส์ไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรามากนัก แต่เหตุการณ์การปะทะกันบนถนนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จักกับตัวละครต่างๆ มากขึ้น อย่าง แดนนี โช ชายหนุ่มผู้รับเหมาตกอับ เขาแบกรับความคาดหวังและความกดดันในการเป็นลูกชายคนโตไว้ เขาใช้ชีวิตแต่ละวันกับการหาเงินเพื่อมาซื้อที่ดินสำหรับสร้างบ้าน เพื่อรับพ่อแม่ที่ทำงานใช้หนี้อยู่เกาหลีกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแต่ยังมี พอล (รับบทโดย Young Mazino) น้องชายของแดนนี แม้จะเหนือกว่าพี่ชายทั้งความคิดและร่างกายที่สมส่วน แต่เขาก็ยังถูกพี่ชายข่มอยู่เสมอ กลายเป็นน้องเล็กในสังคมเอเชียทำให้เขาต้องยอมพี่ๆ (อย่างไม่เต็มใจ) โดยเฉพาะกับ ไอแซค (David Choe) ลูกพี่ลูกน้องของแดนนีและพอลที่เพิ่งออกจากคุกเพราะความอยากร่ำรวยแม้ว่าจะต้องทำผิดกฎหมายก็ตาม&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166532" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขณะที่ เอมี เหลา เจ้าของธุรกิจร้านขายต้นไม้ แม้ภายนอกจะดูเพียบพร้อม เธอมีทั้งฐานะ มีบ้านหลังโต สามีที่อบอุ่น และลูกสาวที่น่ารัก แต่ลึกๆ แล้วความสัมพันธ์ของเธอกับ จอร์จ (Joseph Lee) สามีชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน ดูเหมือนไม่เข้าใจกันเท่าไหร่ เพราะจอร์จคือลูกชายของศิลปินชื่อดังที่มองโลกในแง่ดี เขาจึงมักบอกให้เธอลืมเรื่องเล็กๆ ไป แม้จะเจอเรื่องน่าหงุดหงิดแค่ไหนก็ตาม จนเป็นปัญหาที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องปกปิดอารมณ์ที่แท้จริงเอาไว้&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ เอมีผู้เป็นแม่และผู้หญิงเชื้อสายเอเชีย ยังต้องคอยรองรับอารมณ์ของคนรอบตัวและเสแสร้งเหมือนว่าทุกอย่างโอเคทำให้เธอรู้สึกว่างเปล่าและโดดเดี่ยว ทั้งการต้องคอยเอาใจ จอร์แดน (Maria Bello) คนรวยผิวขาวที่บางครั้งก็เหยียดเธอเหมือนไม่ตั้งใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องยิ้มรับเพราะต้องการให้จอร์แดนยอมตกลงเซ็นสัญญาซื้อธุรกิจ จนถึงแม่สามีที่มักบอกว่าเธอต้องทำอย่างไร หรือแม้แต่ครอบครัวที่เธอเติบโตมาก็สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ให้เธอ กลายเป็นเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิต (ที่ผิดพลาด) ของเธอหลายครั้ง&nbsp;&nbsp;</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">2</h4>



<p>หลังจากที่ดูเราพบว่าเรื่องนี้ห่างไกลจากการขำจนเสียงดังลั่น แต่เป็นการขำหึหึบนความตลกร้าย และหลายครั้งก็ทำเอาเราเศร้าไปกับสิ่งที่ตัวละครต้องเจอ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเว้าแหว่งในจิตใจที่ตัวละครต้องเผชิญก็ไม่ต่างไปจากเราเช่นกัน บางครั้งเราอาจเผลอทำร้ายคนรอบข้างเพราะอารมณ์โกรธที่เราเก็บกดไว้</p>



<p>แต่ละตอนของซีรีส์พาเราไปเจอกับเรื่องราววายป่วงที่ค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น เพียงเพราะจุดเริ่มต้นเล็กๆ ก่อนพาเราเข้าไปทำความรู้จักกับสิ่งที่อยู่ภายใต้จิตใจของแดนนีและเอมี ที่ฉายพร้อมไปกับการแก้แค้นที่ดุเดือดไม่ต่างจากการทำสงคราม ก่อนที่สุดท้ายก็ทิ้งไว้เพียงเศษซากความเสียหายที่ทิ้งไว้กับคนรอบตัว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166530" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่เราชอบที่สุดคงจะเป็นตัวละครมีมิติและมีพัฒนาการตลอดทั้งเรื่อง ความน่าสนใจคือการฉายภาพของคนเอเชียในสังคมอเมริกัน ที่เป็นจุดทำให้เรื่องราวสามารถลุกลามใหญ่โตได้ อย่างการพยายามไม่แสดงอารมณ์โกรธออกมาอย่างตรงไปตรงมา กลับกันตัวละครในเรื่องมักแสดงความรู้สึกที่แท้จริงเมื่ออยู่คนเดียว เหมือนอย่างเอมีที่มีความลับเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ที่ไม่ได้บอกใคร หรือแดนนีที่แบกรับความกดดันไว้จนเคยมีความคิดอยากจบชีวิตตัวเองด้วยการรมควัน</p>



<p>ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเลี้ยงดูและวัฒนธรรมของเอเชียที่ยึดถึงเกียรติยศและการรวมกลุ่ม (collectivism) ค่อนข้างสูง ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้แสดงความเครียดและความกังวล เพราะความกลัวที่จะถูกตัดสิน ไม่ใช่แค่กับตัวเองแต่ครอบครัวของพวกเขาด้วย กลายเป็นบาดแผลและส่งผลต่อสุขภาพจิต อย่างที่เอมีเคยบอกกับนักจิตบำบัดของเธอว่า “ฉันคิดว่าการโตมากับพ่อแม่สอนให้ฉันเก็บกดความรู้สึกไว้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166531" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/05/BEEF-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขณะที่ Beef เลือกฉายภาพของคนเอเชียอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างออกไป ด้วยการเปิดเปลือยอารมณ์หงุดหงิด หัวร้อน และบ้าคลั่งไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป แทนที่จะเป็นการเหมารวมว่าคนเอเชียส่วนใหญ่ต้องคอยก้มหน้ายอมรับชะตากรรม การต้องนิ่งสงบ หรือถูกคาดหวังให้แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน ตรงตามความหมายของชื่อเรื่องซึ่งเป็นแสลงมีความหมายว่าการไปมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่น</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading">3</h4>



<p>Beef จึงเป็นเหมือนซีรีส์ที่ว่าด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงที่ต้องคอยกดมันไว้&nbsp;</p>



<p>ผ่านการแก้แค้นของแดนนีและเอมี ที่ทั้งคู่ต่างมีเรื่องราวที่ต้องแบกรับไว้หนักอึ้งพอๆ กัน ทั้งคู่เหมือนจะมีความสุขขึ้นทุกครั้งที่ได้แก้แค้นแต่ละฝ่ายหรือได้ระเบิดอารมณ์ใส่กัน&nbsp;</p>



<p>อีกทางหนึ่งก็เหมือนว่าทั้งคู่ได้เข้าใจกันมากขึ้นด้วย กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แม้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบรักโรแมนติก แต่การเห็นตัวตนของกันและกันก็อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เรารู้จักใครสักคนในด้านที่เป็นมนุษย์มากที่สุด</p>



<p>อี ซองจิน พูดถึงความคิดที่อยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ไว้ว่า “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับที่ใด เพราะมีสิ่งที่เราไม่สามารถบอกใครได้ หรือสิ่งที่เราอายเกินไปที่จะยอมรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน สามารถนำไปสู่การแยกตัวและความโดดเดี่ยวได้ มีบางอย่างที่ปลดปล่อยความรู้สึกนั้นของ 2 ตัวละครหลักได้ คนที่ได้เห็นด้านที่เลวร้ายที่สุดของแต่ละคน ทั้งเรื่องแย่ๆ ที่พวกเขาทำ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังอยู่ตรงนั้นด้วยกัน เหมือนอย่างที่ Ram Dass เคยพูดไว้ว่า “We’re all just walking each other home.” (หมายถึงการที่แต่ละคนล้วนกำลังเดินทาง (อีกแง่หนึ่งอาจหมายถึงความตายก็ได้) แต่ระหว่างทางนั้นเราได้สร้างความสัมพันธ์กับคนรอบตัว)”&nbsp;</p>



<p>บางทีการแสดงอารมณ์ออกไปอย่างตรงไปตรงมาแม้เป็นด้านลบอาจช่วยทำให้คนอื่นรับรู้ความต้องการก็จริง แต่อารมณ์โมโหและโกรธเกรี้ยวไม่อาจสื่อสารความเปราะบางที่อยู่ในใจเราได้ทั้งหมด หลังจากที่คุณได้ปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหมดแล้ว ขั้นต่อไปที่ช่วยเยียวยาบาดแผลทางจิตใจอาจเป็นเพียงแค่การพูดมันออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้ และรับฟังเรื่องราวนั้นด้วยความยินดี รวมถึงการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางความอัดอั้นเหล่านั้น ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อให้ตัวเองได้มีอิสระเท่านั้นเอง</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.popsugar.com/entertainment/beef-netflix-asian-american-masculinity-49144155">https://www.popsugar.com/entertainment/beef-netflix-asian-american-masculinity-49144155</a></p>



<p><a href="https://www.glamour.com/story/ali-wong-beef-character-was-originally-envisioned-as-a-white-man">https://www.glamour.com/story/ali-wong-beef-character-was-originally-envisioned-as-a-white-man</a>&nbsp;</p>



<p><a href="https://asianyouthact.org/2021/01/20/academic-pressures-on-asian-students/">https://asianyouthact.org/2021/01/20/academic-pressures-on-asian-students/</a></p>



<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=KZ8J4f63rkg&amp;t=319s">https://www.youtube.com/watch?v=KZ8J4f63rkg&amp;t=319s</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/beef-2023-series/">Beef (2023) ซีรีส์การแก้แค้นที่ว่าด้วยเรื่องราวของคนแตกสสลายที่ต้องมาทำร้ายกันเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Servant: บทสรุปปิดท้าย 4 ปี 40 ตอนของสุดยอดซีรีส์ประสาทแ_ก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/servant-m-night-shyamalan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Apr 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[หนังภาคต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[Apple TV+]]></category>
		<category><![CDATA[Servant]]></category>
		<category><![CDATA[M. Night Shyamalan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166159</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขอสอบถามกับคุณผู้อ่านแบบสนุกๆ ครับว่า “หากพูดถึงผู้กำกับชื่อ เอ็ม ไนต์ ชยามาลาน คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?” ก. ผู้กำกับที่ชอบทำหนังหักมุม ข. ผู้กำกับที่ทำหนังคุณภาพขึ้นๆ ลงๆ (และออกไปทางลงเหวเสียเยอะ) &#160; &#160; &#160; ค. ผู้กำกับที่ชอบโผล่มา cameo ในหนังตัวเอง ง. ถูกทุกข้อ ซึ่งไม่ว่าจะตอบแบบไหน ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงหรือภาพจำของชยามาลานดูดีสักเท่าไร จริงอยู่ที่เขาเคยเป็นผู้กำกับที่ทั่วโลกชื่นชมจากเรื่อง The Sixth Sense (1999) แต่ก็เป็นความรุ่งโรจน์ที่ผ่านเลยไปเกือบสองทศวรรษแล้ว ผลงานหลังจากนั้นของชยามาลานมักได้ก้อนหินมากกว่าดอกไม้เสมอ โดยเฉพาะ The Last Airbender (2010) ที่ติดโผหนังห่วยที่สุดตลอดกาลของแทบทุกสำนัก สำหรับผู้เขียนแล้ว ปัญหาในหนังของชยามาลานคือมันเป็นหนังที่ตั้งต้นอย่างชวนคาดหวังด้วยพล็อต high-concept สารพัด แต่การคลี่คลายหรือเฉลยเรื่องมักทำแบบไม่เข้าท่า อย่าง The Happening (2008) ที่ว่าด้วยธรรมชาติอาเพศ ต้นไม้ลุกขึ้นมาฆ่าคน แต่หนังก็จบแบบทื่อๆ ชนิดคนดูเกาหัวแกรกๆ หรือเรื่อง Old (2021) ที่เล่าถึงคนกลุ่มหนึ่งที่ไปพักผ่อนที่ชายหาด แล้วอยู่ดีๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/servant-m-night-shyamalan/">Servant: บทสรุปปิดท้าย 4 ปี 40 ตอนของสุดยอดซีรีส์ประสาทแ_ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขอสอบถามกับคุณผู้อ่านแบบสนุกๆ ครับว่า “หากพูดถึงผู้กำกับชื่อ เอ็ม ไนต์ ชยามาลาน คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?”</p>



<p>ก. ผู้กำกับที่ชอบทำหนังหักมุม</p>



<p>ข. ผู้กำกับที่ทำหนังคุณภาพขึ้นๆ ลงๆ (และออกไปทางลงเหวเสียเยอะ) &nbsp; &nbsp; &nbsp;</p>



<p>ค. ผู้กำกับที่ชอบโผล่มา cameo ในหนังตัวเอง</p>



<p>ง. ถูกทุกข้อ</p>



<p>ซึ่งไม่ว่าจะตอบแบบไหน ก็ไม่ทำให้ชื่อเสียงหรือภาพจำของชยามาลานดูดีสักเท่าไร จริงอยู่ที่เขาเคยเป็นผู้กำกับที่ทั่วโลกชื่นชมจากเรื่อง<em> The Sixth Sense</em> (1999) แต่ก็เป็นความรุ่งโรจน์ที่ผ่านเลยไปเกือบสองทศวรรษแล้ว ผลงานหลังจากนั้นของชยามาลานมักได้ก้อนหินมากกว่าดอกไม้เสมอ โดยเฉพาะ <em>The Last Airbender</em> (2010) ที่ติดโผหนังห่วยที่สุดตลอดกาลของแทบทุกสำนัก</p>



<p>สำหรับผู้เขียนแล้ว ปัญหาในหนังของชยามาลานคือมันเป็นหนังที่ตั้งต้นอย่างชวนคาดหวังด้วยพล็อต high-concept สารพัด แต่การคลี่คลายหรือเฉลยเรื่องมักทำแบบไม่เข้าท่า อย่าง <em>The Happening</em> (2008) ที่ว่าด้วยธรรมชาติอาเพศ ต้นไม้ลุกขึ้นมาฆ่าคน แต่หนังก็จบแบบทื่อๆ ชนิดคนดูเกาหัวแกรกๆ หรือเรื่อง <em>Old</em> (2021) ที่เล่าถึงคนกลุ่มหนึ่งที่ไปพักผ่อนที่ชายหาด แล้วอยู่ดีๆ พวกเขาก็เริ่มแก่ตัวอย่างรวดเร็ว ทว่าการเฉลยความลับของหนังก็ทำเอาผู้เขียนหัวเราะลั่นบ้าน ถึงขั้นบอกเพื่อนฝูงว่าไม่ต้องไปเสียเวลาดูหรอก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>เอาเข้าจริงแล้ว ชยามาลานเองน่าเห็นใจไม่น้อย เพราะเขาดันสร้างชื่อจากการทำหนังแบบหักมุม (twist ending) กลายเป็นว่าผู้ชมเลยคาดหวังจะได้ความเซอร์ไพรส์สุดๆ จากหนังของเขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเขาทำได้ ‘ไม่ถึง’ อย่างไรก็ดี คลิปวิดีโอของ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=BaNYbwrVnJw">Little White Lies</a> วิเคราะห์ได้น่าสนใจว่าทุกวันนี้ชยามาลานอาจทำหนังหักมุมในลักษณะล้อเลียน (parody) ทำนองว่าอยากเห็นอะไรหักมุมนักก็จัดให้ แต่เป็นการมุมแบบเฉิ่มๆ ไปเลย เป็นทั้งการหยอกล้อกับคนดูและล้อเลียนลายเซ็นการกำกับของตัวเอง ซึ่งแนวคิดนี้นับว่าน่าสนใจ แต่ถามว่ามันช่วยให้หนังของชยามาลานดีขึ้นไหม ก็ตอบเลยว่า&#8230;ไม่</p>



<p>ร่ายมายาวขนาดนี้ ชัดเจนว่าผู้เขียนไม่ใช่แฟนคลับของชยามาลานเป็นแน่ (ออกจะเป็นแนวแอนตี้แฟนด้วยซ้ำ) ถึงกระนั้นผู้เขียนก็รู้สึกผูกพันและเอาใจช่วยเขาอยู่ไม่น้อย เพราะตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ชยามาลานได้ทำซีรีส์เรื่อง Servant ทางช่อง Apple TV+ ซึ่งมันกลายเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาได้รอบหลายปี แม้ว่าซีรีส์จะไม่ได้รับความนิยมแบบตูมตาม แต่มันได้ออกอากาศถึง 4 ปี 4 ซีซัน 40 ตอน โดยเพิ่งปิดฉาก finale ไปเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2023</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Servant — Season 4 Official Trailer | Apple TV+" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/OwFbDHPQNcE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เรื่องราวของ Servant ว่าด้วยคู่สามีภรรยาชนชั้นกลาง โดโรธีคือนักข่าวผู้มีชื่อเสียง ส่วนฌอนก็เป็นเชฟชื่อดังที่ออกโทรทัศน์บ่อยๆ ทว่าลูกชายของพวกเขากลับเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์น่าเศร้า โดโรธีไม่อาจทำใจได้ เธอจึงเยียวยาตัวเองด้วยการใช้ ‘ตุ๊กตาเด็ก’ เป็นตัวแทนลูกชาย ต่อมามีหญิงสาวลึกลับนามว่าลีแอนน์มาสมัครเป็นแม่บ้าน แล้ววันดีวันดีเจ้าตุ๊กตาที่ว่าก็กลายเป็นเด็กทารกจริงๆ! ทว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนี้จะมีเรื่องเฮี้ยนๆ ตามมาชนิดไม่หยุดหย่อน</p>



<p>จุดเด่นของ Servant คือการเป็นซีรีส์ที่เล่นกับเทคนิคภาพยนตร์อย่างชาญฉลาด ในเรื่องของ ‘พื้นที่’ เหตุการณ์ราว 80% เกิดขึ้นเพียงในบ้านของตัวเอกเท่านั้น บ้านของพวกเขาดูร่ำรวย แต่ก็มีความมืดทะมึนชวนอึดอัด (มาจากการจัดแสงอย่างประณีต) ทุกอย่างในบ้านค่อยๆ ผุพังเสื่อมสลาย สอดคล้องไปกับสภาพจิตของตัวละครที่ถูกความเสียสติเข้าครอบงำ ถึงกระนั้นฟังก์ชันของตัวบ้านออกจะน่ากังขาอยู่ไม่น้อย เช่นว่าคนแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาบ่อยๆ ราวกับตัวละครล็อกบ้านกันไม่เป็น หรือซีซันหลังๆ มีห้องลับทางเชื่อมลับอะไรงอกมาเต็มไปหมด จนกลายเป็นเรื่องขำขันมากกว่าน่าสะพรึง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166174" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้ฉากหน้าของ Servant จะดูเป็นแนว Horror หรือซีรีส์ผีๆ แต่หากใครไม่ชอบความตกใจก็สบายใจได้ ซีรีส์นี้แทบจะไม่ได้ใช้เทคนิคตุ้งแช่หรือ Jump scare เลย ผู้สร้างเน้นไปที่ความหลอกหลอนหรืออึดอัดด้วยการถ่ายภาพโคลสอัพใบหน้าของนักแสดง โดยเฉพาะ<a href="https://voicetv.co.th/read/45SiEDE28">สามตอนแรกของซีซันหนึ่ง</a> ที่ใช้เทคนิคนี้อย่างไม่ประนีประนอม อีกเทคนิคที่ซีรีส์ใช้อยู่เรื่อยๆ คือการถ่ายลองเทค (long take &#8211; ถ่ายยาวโดยไม่ตัดต่อ) ที่ขับเน้นความขมึงเครียดของเรื่องได้อย่างดี ส่วนเพลงประกอบฝีมือของ Trevor Gureckis ก็น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะมันคือการผสมผสานระหว่างความเบาบางแบบทำนองเพลงกล่อมเด็ก (หัวใจหลักของเรื่องคือเด็กทารก) กับความดังอึกทึกครึกโครมราวกับโลกกำลังจะแตก</p>



<p>เมื่อ Servant ดำเนินเรื่องไปความสัมพันธ์ของลีแอนน์กับโดโรธีก็แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากคนใช้กับเจ้านาย ทั้งคู่เริ่มสนิทใกล้ชิดกันมากขึ้น ลีแอนน์กลายเป็นนางฟ้าที่มาช่วยให้โดโรธีหลุดพ้นจากความเศร้าเรื่องลูกตาย แต่ช่วงท้ายเรื่องความหมกมุ่นและมุ่งมั่นของลีแอนน์ทวีหนักขึ้นจนใกล้ความบ้าคลั่ง ทั้งโดโรธีและผู้ชมล้วนเกิดคำถามเดียวกันว่าเธอคือเทวดาตกสวรรค์หรือซาตานจากนรกกันแน่ (ณอนถึงขั้นถามว่า “เธอเป็นตัวอะไรกันแน่”) สิ่งที่ดีคือซีรีส์เลือกจะไม่เฉลยปมปัญหาตรงนี้อย่างชัดแจ้งและปล่อยให้ผู้ชมตีความได้เอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166176" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166167" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/servant-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถึงจะบิลด์เส้นอารมณ์ให้พีคขึ้นเรื่อยๆ มาอย่างดี แต่ผู้เขียนก็แอบผิดหวังกับตอนสุดท้ายของ Servant เล็กน้อย การคลี่คลายของมันดูง่ายดายเกินไป อยู่ดีๆ เหล่าตัวละครก็มีสติกันขึ้นมา เปรียบได้ว่าชยามาลานหลอกเราว่าจะพาไปดูวันสิ้นโลก แต่สุดท้ายเขากลับพาเราเข้าโบสถ์ ซึ่งแนวคิดเรื่อง ‘ศาสนา’ และ ‘ครอบครัว’ ในเชิงบวกของ Servant ชวนนึกถึงตอนจบ (ที่ไม่ค่อยได้เรื่องนัก) ของเรื่อง <em>Sign</em> (2002) อยู่เหมือนกัน แต่เอาเข้าจริงแล้วสำหรับชยามาลาน Servant คงถือเป็นซีรีส์ครอบครัว นอกจากจะเน้นเรื่องการที่สามีภรรยาอย่างฌอนกับโดโรธีช่วยกันแบกความเว้าแหว่งไปด้วยกัน ก็ยังมีเรื่องน่ารักๆ นอกจอว่าชยามาลานยังชวนลูกสาวของตัวเองมาช่วยกำกับ หรือบางครั้งเขาก็เป็นคนกำกับตอนที่ลูกสาวเป็นคนเขียนบท</p>



<p>โดยรวมแล้วแม้จะมีอะไรติดขัดบ้าง แต่ Servant เป็นงานที่พิสูจน์ว่าชยามาลานไม่ใช่ ‘ผู้กำกับห่วย’ แน่นอน นี่คือซีรีส์ที่เขาได้โชว์ทักษะอย่างรอบด้าน ถือว่าเป็นผลงานที่น่าจดจำ และต้องยกเครดิตให้ทาง Apple TV+ ที่ให้ซีรีส์ออนแอร์ได้ตลอดรอดฝั่งโดยไม่แคนเซิลไปเสียก่อน แต่เมื่อนี่เป็นผลงานของชยามาลาน Servant ก็ต้องทิ้งทายด้วยการหักมุมเช่นเคย ซึ่งให้พูดตามตรงมันก็ไม่ใช่อะไรที่คมคาย แต่ไม่อาจแน่ใจอีกต่อไปว่าการหักมุมอย่างเด๋อด๋าของชยามาลานคราวนี้นี่เป็นรสนิยมส่วนตัวของเขา เป็นความจงใจที่จะดูเด๋อ หรือเป็นการจิกกัดล้อเลียนตัวเองกันแน่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/servant-m-night-shyamalan/">Servant: บทสรุปปิดท้าย 4 ปี 40 ตอนของสุดยอดซีรีส์ประสาทแ_ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านเช่า…บูชายัญ บ่วงการยึดติดและการกลับมาของผู้กำกับฉายา ‘เจ้าพ่อหนังผีอสังหาริมทรัพย์’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/homeforrent-film-gdh/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Apr 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Now Showing]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเช่า…บูชายัญ]]></category>
		<category><![CDATA[Home for Rent]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=166048</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์’ เป็นหนึ่งผู้กำกับและคนเขียนบทภาพยนตร์สยองขวัญที่มีผลงานออกมาให้ผู้ชมได้ติดตามอย่างเป็นประจำ เปิดตัวด้วยการเป็นหนึ่งในทีมเขียนภาพยนตร์ดราม่าเขย่าขวัญสร้างชื่อไกลถึงระดับโลกในภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004), แฝด (2007) และ สี่แพร่ง (2008) จนได้มาเดบิวต์ผลงานกำกับภาพยนตร์ของตัวเองเรื่องแรก โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2008) และโด่งดังจากภาพยนตร์ร้อยล้านที่เป็นมาสเตอร์พีซของเขาเรื่อง ลัดดาแลนด์ (2011) ที่แปะแบรนด์ ‘เจ้าพ่อหนังผีอสังหาริมทรัพย์’ ให้ชัดเจนขึ้น ภาพยนตร์เรื่อง บ้านเช่า…บูชายัญ จากค่าย GDH เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข่าวคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ ‘ลัทธิบูชาพระอินทร์’ ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านสามมุมมอง เปิดด้วยการสร้างความสงสัยแล้วนำไปสู่การไล่ล่าตามหาความจริงจนค่อยๆ มาคลี่คลายสู่เบื้องหลังที่มาของพิธีกรรมสุดเพี้ยนที่ทำให้เพื่อนบ้านนอนไม่หลับ เมื่อคู่สามีภรรยา หนิง และ กวิน ที่นำแสดงโดย มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ และ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ต้องการหาผู้เช่าบ้านเพื่อย้ายกันไปอาศัยอยู่ในคอนโด จนเมื่อ ราตรี อดีตคุณหมอวัยเกษียณ ที่รับบทโดย ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และลูกสาว นุช เข้ามาติดต่อขอเช่า ทำให้เรื่องราวลี้ลับและพิธีกรรมสุดประหลาดคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว หลังจากที่เข้ามาอยู่ในบ้านเช่าได้ไม่นานกลับเผยพฤติกรรมที่น่ากังวลใจ โดยมีป้าข้างบ้านคอยรายงานความเคลื่อนไหวที่ทวีความแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/homeforrent-film-gdh/">บ้านเช่า…บูชายัญ บ่วงการยึดติดและการกลับมาของผู้กำกับฉายา ‘เจ้าพ่อหนังผีอสังหาริมทรัพย์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>&#8216;จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์’ เป็นหนึ่งผู้กำกับและคนเขียนบทภาพยนตร์สยองขวัญที่มีผลงานออกมาให้ผู้ชมได้ติดตามอย่างเป็นประจำ เปิดตัวด้วยการเป็นหนึ่งในทีมเขียนภาพยนตร์ดราม่าเขย่าขวัญสร้างชื่อไกลถึงระดับโลกในภาพยนตร์เรื่อง <em>ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ</em> (2004), <em>แฝด</em> (2007) และ <em>สี่แพร่ง</em> (2008) จนได้มาเดบิวต์ผลงานกำกับภาพยนตร์ของตัวเองเรื่องแรก โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต (2008) และโด่งดังจากภาพยนตร์ร้อยล้านที่เป็นมาสเตอร์พีซของเขาเรื่อง <em>ลัดดาแลนด์</em> (2011) ที่แปะแบรนด์ ‘เจ้าพ่อหนังผีอสังหาริมทรัพย์’ ให้ชัดเจนขึ้น</p>



<p>ภาพยนตร์เรื่อง บ้านเช่า…บูชายัญ จากค่าย GDH เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข่าวคดีสะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ ‘ลัทธิบูชาพระอินทร์’ ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านสามมุมมอง เปิดด้วยการสร้างความสงสัยแล้วนำไปสู่การไล่ล่าตามหาความจริงจนค่อยๆ มาคลี่คลายสู่เบื้องหลังที่มาของพิธีกรรมสุดเพี้ยนที่ทำให้เพื่อนบ้านนอนไม่หลับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166052" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อคู่สามีภรรยา หนิง และ กวิน ที่นำแสดงโดย มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ และ เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ต้องการหาผู้เช่าบ้านเพื่อย้ายกันไปอาศัยอยู่ในคอนโด จนเมื่อ ราตรี อดีตคุณหมอวัยเกษียณ ที่รับบทโดย ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และลูกสาว นุช เข้ามาติดต่อขอเช่า ทำให้เรื่องราวลี้ลับและพิธีกรรมสุดประหลาดคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว</p>



<p>หลังจากที่เข้ามาอยู่ในบ้านเช่าได้ไม่นานกลับเผยพฤติกรรมที่น่ากังวลใจ โดยมีป้าข้างบ้านคอยรายงานความเคลื่อนไหวที่ทวีความแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ หนิง อยู่นิ่งไม่ได้ ประกอบกับ รอยสักน่าสงสัยที่อยู่ๆ ก็โผล่มาให้พบในทุกสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจ เหล่านี้จึงทำให้ หนิง ต้องออกโรงสืบหาความจริงเพื่อปกป้องครอบครัวด้วยตัวเอง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าจะต้องพบเจอกับอันตรายแค่ไหนก็ตาม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166056" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พาร์ตแรกของภาพยนตร์ดำเนินเรื่องโดย หนิง ผู้เป็นแม่ที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกสาวคนเดียวของตัวเองเป็นช่วงเวลา 20 นาทีที่ทำให้อยากลุกออกจากโรงหนัง ไม่ใช่เพราะน่าเบื่อหรือไม่สนุก แต่ผู้กำกับทำให้ผู้ชมต้องลุ้นและหวาดเสียว มวนท้องจนถ้าไม่มีเพื่อนนั่งดูข้างๆ ก็อาจขอยอมแพ้กับการปูเส้นทางเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น อีกทั้งยังขยันเติมความหลอนสอดแทรกมาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ลืมเว้นจังหวะผ่อนให้ได้หายใจหายคอเพื่อโดนพายุความสยองรอบใหม่กระหน่ำกันไปจนจบ&nbsp;</p>



<p>เมื่อถามถึงความบันเทิงขอยกให้ บ้านเช่า…บูชายัญ ยืนแถวหน้าของภาพยนตร์ในปีนี้ได้เลย ถ้าเป็นอาหารก็ต้องบอกว่ามีครบรส ทั้งดราม่า ขำขัน ลึกลับ และระทึกชวนติดตาม เนื้อเรื่องกลมกล่อมที่ใครกินก็อร่อย แต่ด้วยความหลายหลายนี่เองก็เลยทำให้บางรสชาติที่เราโหยหาแบบในเรื่อง ลัดดาแลนด์ ที่ชูความเป็นภาพยนตร์ดราม่าครอบครัวมาเหนือเรื่องราวชวนขนหัวลุกเบาลงไปบ้าง แต่เรื่องก็ดำเนินมาขมวดจบได้อย่างกินใจซึ่งต้องเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์เท่านั้นถึงจะสัมผัสความลุ่มลึกที่ จิม โสภณ ผู้กำกับภาพยนตร์ต้องการให้ผู้ชมเดินทางหาคำตอบไปพร้อมกับตัวละครในเรื่อง</p>



<p>ซึ่งภาพยนตร์ บ้านเช่า…บูชายัญ ตั้งใจเล่าถึงสามมุมมองของตัวละครหลักของเรื่องแบ่งเป็นพาร์ตของ หนิง กวิน และราตรี ผู้เกี่ยวโยงกันแล้วจึงคลี่คลายปมปัญหาที่ดูผิวเผินเหมือนจะเป็นพิธีกรรมลึกลับของกลุ่มคนประหลาดที่งมงาย แต่ก็เป็นความงมงายที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นปมใหญ่ซ่อนอยู่ โดยการหั่นออกเป็นสามส่วนแบบนี้เลยทำให้การจะปูเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวมันก็ทำได้ไม่เต็มที่นัก แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวชดเชยด้วยจุดพลิกผันของเรื่องที่พลิกแล้วพลิกอีกที่ผู้ชมเดาทางกันไม่ถูก จนเผลอแผล็บเดียวก็ล่วงเลยมาถึงพาร์ตสุดท้ายที่เฉลยจุดกำเนิดความเขย่าขวัญทั้งหมดของเรื่อง ส่วนตัวเองถึงกับร้อง อ่อ… ออกมา นั่นก็ด้วยความสมเหตุสมผลของบทที่ทำให้คล้อยตามจึงไม่รู้สึกขัดใจกับจุดสงสัยเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถมองข้ามไปได้&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166053" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ประกอบกับการแสดงของนักแสดงในเรื่องทุกคนไม่ว่าจะเป็นบทเด่น บทรอง ช่วยทำให้เรื่องนี้ตื่นเต้นและทรงพลัง ไม่ว่าจะในบทของหนิงที่ มิว นิษฐา สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างสะใจ ส่งอารมณ์ดราม่าจนผู้ชมเองก็เอาใจช่วยให้เธอสามารถสืบหาความจริงและรักษาครอบครัวไว้ให้ได้สำเร็จ รวมถึงในบทราตรีที่ ต่าย เพ็ญพักตร์ ได้รับก็ยิ่งยืนยันความเป็นนักแสดงมืออาชีพที่ยืนระยะมาอย่างยาวนานของเธอ แววตาเรียบเฉยที่เห็นแล้วต้องหลบ รอยยิ้มอ่อนๆ ที่ชวนขนลุก ฉากที่ผู้เขียนชอบส่วนตัวเป็นฉากในคอนโดที่ปรากฏอยู่ในตัวอย่าง ราตรีหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เมื่อชมอยู่ในโรงภาพยนตร์เสริมด้วยเพลงประกอบและเรื่องราวที่ปูมา ถึงกับต้องอุทานออกมากับเพื่อนข้างๆ เลยว่า แม่งโคตรเท่เลยว่ะ มีไม่กี่คนในวงการที่สามารถเอาอยู่ได้แทบจะทุกบทบาทแบบนี้ผู้หญิงคนนี้&nbsp;</p>



<p>สำหรับบทของอิงที่ น้องกัสจัง นักแสดงเด็กของเรื่องได้รับ ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ดำเนินเรื่องให้แน่นหนาขึ้น ซึ่งผู้กำกับตั้งใจให้เป็นไม้เด็ดของเรื่อง ส่วนน้องกัสจังเองก็แสดงความสามารถในด้านการแสดงของเธอออกมาให้ผู้ชมได้ประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นในการแสดงอารมณ์เศร้าหรืออาฆาตแค้น เธอก็เล่นออกมาได้อย่างน่าชื่นชมและต้องปรบมือให้ ฉายแววนักแสดงดาวรุ่งของวงการที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166054" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-166055" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/04/บ้านเช่าฯ-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องบนชั้นดาดฟ้าที่เป็นหนึ่งในฉากพิธีกรรม รวมสัญลักษณ์ความแปลกประหลาดต่างๆ ทั้งที่เป็นสมุดปกแดง สามเหลี่ยมวาดด้วยเลือด อีกาดำ เสียงนาฬิกาปลุกทุกตี 3.45 น. และบทสวดที่หลังจากออกโรงภาพยนตร์แล้วติดตาและหลอกหลอนกลับบ้านมาด้วย ถือได้ว่าเป็นฉากสำคัญที่เล่าด้วยสามมุมมองที่แตกต่างกันมาบรรจบกันได้อย่างเสียงฮือฮาและน่าตื่นตาตื่นใจ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในฐานะภาพยนตร์สยองขวัญที่คงความดราม่าครอบครัวให้ได้ซาบซึ้งกินใจอีกเรื่องหนึ่งที่แนะนำแบบตะโกนให้รับชม&nbsp;</p>



<p>ภาพยนตร์ บ้านเช่า…บูชายัญ ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์</p>



<p><strong>ตัวอย่างภาพยนตร์</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ตัวอย่างเต็ม ภาพยนตร์ &#039;บ้านเช่า..บูชายัญ&#039; | Official Trailer" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/WNLVu7CE6Ok?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: จันจิรา ยีมัสซา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/homeforrent-film-gdh/">บ้านเช่า…บูชายัญ บ่วงการยึดติดและการกลับมาของผู้กำกับฉายา ‘เจ้าพ่อหนังผีอสังหาริมทรัพย์’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฉิ่ม: รักเชยๆ ของผู้ชายเฉิ่มๆ ที่จะทำให้หัวใจคุณอินเลิฟกับเพลงรักคลาสสิกของสุนทราภรณ์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/midnight-my-love-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Mar 2023 01:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Home Theater]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[เฉิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[Midnight My Love]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165765</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำดีแล้วจะได้ดี” เป็นคติสอนใจที่ ‘สมบัติ ดีพร้อม’ พระเอกของภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ กล่อมให้ตัวเองเชื่อมาตลอด จนเมื่อเผชิญหน้ากับโลกความจริงที่พร้อมจะทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายให้บอกช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เมื่อบัติได้เรียนรู้แล้วว่าการทำดีกับทุกคนนั้นไม่ได้รับผลดีเสมอไป หนำซ้ำยังนำพาความซวยจนเกือบถึงชีวิตมาให้ เขาจึงตัดสินใจสวนทางกับคติที่เขาเชื่อเพื่อเป็นทางรอดของตัวเองแทน ซึ่งก็ต้องยอมรับผลของการกระทำนั้นของตัวเอง ภาพยนตร์ผลงานการกำกับของ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ เรื่องนี้ได้ ‘สยมภู มุกดีพร้อม’ ผู้กำกับภาพคู่บุญของ ‘เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ที่ได้รับการยอมรับในวงการภาพยนตร์ระดับโลกมามีส่วนร่วมในการผลิต รวมทั้ง ‘ลี ชาตะเมธีกุล’ นักลำดับภาพคิวทองที่รับหน้าที่ร้อยเรียงเรื่องในขั้นตอน post production จึงทำให้ ‘เฉิ่ม’ คว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเวที ‘คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 3’ “ถ้าหากว่าเราค้นพบสิ่งที่เรารักแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะหยุดเวลาและหัวใจไว้ที่นั่น” คำถามตั้งต้นที่เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ เกิดขึ้นมาจากเมื่อ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ เปิดไปฟังเพลง ‘ปองใจรัก’ ของ ‘สุนทราภรณ์’ ทางคลื่น AM ในระหว่างทางกลับบ้านจากต่างจังหวัดจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง เฉิ่ม ขึ้นมา ชื่อของ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midnight-my-love-netflix/">เฉิ่ม: รักเชยๆ ของผู้ชายเฉิ่มๆ ที่จะทำให้หัวใจคุณอินเลิฟกับเพลงรักคลาสสิกของสุนทราภรณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“ทำดีแล้วจะได้ดี<em>”</em> เป็นคติสอนใจที่ ‘สมบัติ ดีพร้อม’ พระเอกของภาพยนตร์ ‘เฉิ่ม’ กล่อมให้ตัวเองเชื่อมาตลอด จนเมื่อเผชิญหน้ากับโลกความจริงที่พร้อมจะทำร้ายทั้งจิตใจและร่างกายให้บอกช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เมื่อบัติได้เรียนรู้แล้วว่าการทำดีกับทุกคนนั้นไม่ได้รับผลดีเสมอไป หนำซ้ำยังนำพาความซวยจนเกือบถึงชีวิตมาให้ เขาจึงตัดสินใจสวนทางกับคติที่เขาเชื่อเพื่อเป็นทางรอดของตัวเองแทน ซึ่งก็ต้องยอมรับผลของการกระทำนั้นของตัวเอง</p>



<p>ภาพยนตร์ผลงานการกำกับของ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ เรื่องนี้ได้ ‘สยมภู มุกดีพร้อม’ ผู้กำกับภาพคู่บุญของ ‘เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล’ ที่ได้รับการยอมรับในวงการภาพยนตร์ระดับโลกมามีส่วนร่วมในการผลิต รวมทั้ง ‘ลี ชาตะเมธีกุล’ นักลำดับภาพคิวทองที่รับหน้าที่ร้อยเรียงเรื่องในขั้นตอน post production จึงทำให้ ‘เฉิ่ม’ คว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากเวที ‘คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 3’</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165772" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ถ้าหากว่าเราค้นพบสิ่งที่เรารักแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะหยุดเวลาและหัวใจไว้ที่นั่น” คำถามตั้งต้นที่เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ เกิดขึ้นมาจากเมื่อ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ เปิดไปฟังเพลง ‘<a href="https://youtu.be/Jb88fdSktc4">ปองใจรัก</a>’ ของ ‘สุนทราภรณ์’ ทางคลื่น AM ในระหว่างทางกลับบ้านจากต่างจังหวัดจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง เฉิ่ม ขึ้นมา</p>



<p>ชื่อของ ‘คงเดช จาตุรันต์รัศมี’ ผู้กำกับภาพยนตร์ที่ฝากผลงานด้านการกำกับภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง ประเดิมเรื่องแรก <em>สยิว</em> (2546), <em>กอด</em> (2551), <em>ตั้งวง</em> (2556), <em>Snap</em> (2558), <em>Where We Belong</em> (2562) โดยภาพยนตร์เรื่องล่าสุด <em>Faces of Anne</em> (2565) รวมทั้งรับหน้าที่ในตำแหน่งเขียนบทของภาพยนตร์เรื่องดังอีกหลายเรื่อง เช่น <em>The Letter</em> จดหมายรัก (2547), <em>ปืนใหญ่จอมสลัด</em> (2551) และ <em>Hunger</em> (2566) ที่เป็นทั้งผู้สร้างเองด้วยโดยกำลังจะลงฉายทาง Netflix ในวันที่ 8 เมษายนนี้ เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165776" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ภาพยนตร์เรื่อง เฉิ่ม (2548) เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองของ คงเดช ที่ดึงซุปเปอร์สตาร์จากสองฝั่งอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ‘หม่ำ จ๊กมก’ ดาวตลกชื่อดังมารับบทพระเอก และ ‘นุ่น วรนุช’ นักแสดงที่ผ่านงานแสดงทางโทรทัศน์มามากมายอยู่แถวหน้าของละครไทย มาเป็นนางเอกภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ&nbsp;</p>



<p>‘สมบัติ ดีพร้อม’ ที่รับบทโดย ‘หม่ำ’ คนขับรถแท็กซี่กะกลางคืนคนซื่อ ชายขี้เหงาในเมืองหลวง ที่ใช้ชีวิตสวนทางกับกระแสโลก เขาชื่นชอบการฟังเพลงสุนทราภรณ์ กินอาหารเมนูเดิมจากร้านประจำทุกคืน เมื่อใดที่ใจว้าวุ่น บัติจะหยิบปากกาเขียนจดหมายหาคุณอาธรรมรงค์ ดีเจที่เป็นเสียงช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขายามดึก ในขณะที่ยุคนั้นคนส่วนใหญ่ใช้โทรศัพท์ติดต่อหากัน ฟังเพลงแดนซ์ แต่งตัวตามแฟชั่น (Y2K) เดินห้างสรรพสินค้าชิคๆ กินแมคโดนัลด์ จนเมื่อได้เจอกับ ‘นวล’ รับบทโดย ‘นุ่น วรนุช’ หมอนวดสาวหน้าใหม่ในวงการ ที่เข้ามาทำให้โลกของเขามีชีวิตชีวาสดใสขึ้น เสน่ห์ที่เกินห้ามใจของ ‘นวล’ ทำให้ใครที่พบก็ตกหลุมรัก แต่เธอก็เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องโยกย้ายเข้ามาในเมืองเพื่อดิ้นรถทำให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งผู้หญิงตัวคนเดียวในเมืองใหญ่ทำได้แค่ฝันถึงสิ่งที่ตัวเองอยากมี อยากเป็น โดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะมีโอกาสสำเร็จเมื่อไหร่&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165771" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลายฉากที่เห็นเธอเหม่อลอยออกหน้าต่างรถ ด้วยสายว่างเปล่าและชวนให้เราเศร้าไปกับชะตากรรมที่เธอต้องก้มหน้ายอมรับ เมื่อทั้ง ‘บัติ’ และ ‘นวล’ พบกันบ่อยครั้งเนื่องด้วยคำสัญญาที่จะเป็นคนขับรถไปส่งเธอถึงที่บ้านเมื่อเธอเลิกงานจากร้านอาบอบนวด ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เติบโตได้ทำให้โลกเหงาๆ สองใบไม่โดดเดี่ยว ‘นวล’ แม้จะผ่านมือชายมากหน้าหลายตาในแต่ละคืน แต่เมื่ออยู่กับ ‘บัติ’ เธอกลับไปเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึง เธอมีเขาเป็น comfort zone ให้พักใจได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกล่วงเกินหาผลประโยชน์จากร่างกายของเธอเหมือนเช่นชายอื่น ส่วน ‘บัติ’ เองจากชายที่เคยมีครอบครัวแต่ชีวิตพลิกผันกลายเป็นคนโลกส่วนตัวสูง เก็บตัว ไม่มีเพื่อนสนิท ไม่มีคนข้างหลังให้เป็นห่วง เขาเลือกอยู่กับโลกที่จินตนาการจากละครในวิทยุ เพื่อหนีความจริงอันโหดร้ายที่เขาโดนคนใกล้ตัวทำร้ายให้ทั้งเจ็บและแค้นใจ จนหันหลังให้โลกและหาความสงบเพื่อกลบอดีตที่หลอกหลอน&nbsp;</p>



<p>ห้องนอนมืดมนที่มีเพียงฟูกที่นอนและชั้นวางเล็กๆ ที่เป็นมุมแต่งตัว ยูนิฟอร์มชุดเดิมที่เราเห็นเขาสวมเกือบตลอดทั้งเรื่อง อุปกรณ์สำหรับเซตผมที่เป็นกิจวัตรก่อนออกจากบ้าน ห้องลีลาศเสมือนเป็น safe zone ที่ช่วยปลอบประโลมใจให้เขาสงบ โลกที่หมุนช้าลง เสียงเพลงหวานๆ ที่มีคู่เต้นจับมือ โอบรัดเอวใกล้ชิดอิงแอบกันและกัน ภาพอุดมคติที่ห่างไกลจากชีวิตของเขา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165775" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/เฉิ่ม-01-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บทเพลงจากวงสุนทราภรณ์กลายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่หยอดใส่มาได้ถูกจังหวะช่วยทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติก หวานซึ้ง แม้ในสายตาของตัวละครอื่นที่เป็นคนทั่วไปอาจฟังดูเชย แต่คุณค่าความดีงามไม่ได้วัดกันที่กาลเวลา ซึ่งถ้าตั้งใจฟังเนื้อร้องจะชวนให้เคลิบเคลิ้มและตกหลุมรักเหมือนคนทั้งคู่ได้ไม่ยาก</p>



<p>แม้ในภาพยนตร์จะไม่ได้มีฉากที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิงของนวลและบัติอย่างชัดเจน แต่ผู้ชมสัมผัสได้ถึงความรักที่มาในรูปแบบความปรารถนาดีให้แก่กันและกันได้อย่างอบอุ่นใจ เหมือนสติกเกอร์ติดรถแท็กซี่ของเขาที่ว่า ‘รักแท้ทนทานเหนือกาลเวลา’ เพราะหากแม้ชะตาเราผูกพันกันสักวันโลกอาจหมุนให้เรามาพบกันอีกครั้งในเวลาที่เหมาะสม&nbsp;</p>



<p>เกร็ดจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ้าใครสังเกตรถแท็กซี่ที่สมบัติขับจะเห็นป้ายทะเบียน ทน 2514 ซึ่งเป็นปีเกิด 2514 ของผู้กำกับนั่นเอง</p>



<p>รับชมได้แล้วทาง Netflix&nbsp;</p>



<p><strong>ตัวอย่างภาพยนตร์</strong></p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="พลิกบทบาทสุด! เมื่อ &#039;หม่ำ จ๊กมก&#039; ต้องมาขับแท็กซี่ พร้อมอินเลิฟผู้โดยสารคนสวย  - เฉิ่ม | Netflix" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/x_XYl5WXNEk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midnight-my-love-netflix/">เฉิ่ม: รักเชยๆ ของผู้ชายเฉิ่มๆ ที่จะทำให้หัวใจคุณอินเลิฟกับเพลงรักคลาสสิกของสุนทราภรณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>John Wick: Chapter 4 ภาพสะท้อนของเกมการเมืองและการสร้างมาตรฐานใหม่กับหนังแอ็กชันโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/john-wick-chapter-4-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทรรศน หาญเรืองเกียรติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Mar 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Now Showing]]></category>
		<category><![CDATA[John Wick 4]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165695</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนเข้าสู่ยุคสหัสวรรษหนังเรื่อง The Matrix (1999) ของสองพี่น้อง Wachowski ได้สร้างภาพของหนังแอ็กชันใหม่ขึ้นมา โดยใช้การสโลว์ของภาพและมุมกล้องที่หมุนรอบตัวละครจนเกิดเป็นชื่อที่เรียกฉากสไตล์นี้ว่า Bullet time แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นผู้ที่คิดค้นซีนแบบนี้เป็นคนแรกก็จริง แต่ The Matrix ก็ทำให้ฉากหลบกระสุนที่ว่านี้กลายเป็นความป็อปที่คนในแวดวงครีเอทีฟและศิลปะต่างๆ ทั่วโลกได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงานของตัวเองกันมากมาย ซึ่งผ่านมามากกว่า 23 ปี แล้วก็ตาม ฉากที่ว่านี้ก็ยังถูกนำมาใช้อยู่เรื่อยๆ ในงานวิชวลต่างๆ และมันก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้กับคนดูได้เสมอ&#160; ต่อมาวงการหนังแอ็กชันฮอลลีวูดก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งจากการมาของหนังสายลับอย่าง The Bourne Identity (2002) ที่นำเสนอภาพของการต่อสู้ที่เน้นความสมจริง กระชับ ฉับไว และทำให้หนังสายลับรุ่นพี่ที่มีก่อนหน้านั้นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ รวมทั้งการวางรากฐานและออกแบบฉากต่อสู้ที่ไม่สามารถน้อยกว่าสิ่งที่ เจสัน บอร์น ได้สร้างเอาไว้อีกแล้ว&#160; เมื่อทิศทางของหนังบู๊แอ็กชันเริ่มนิ่ง การเกิดขึ้นของแฟรนไซส์หนังซูเปอร์ฮีโร่ก็เริ่มเบ่งบาน จนกลายเป็นลูกรักของฮอลลีวูดและตารางทำเงินบล็อกบัสเตอร์ยาวนานนับสิบปี แม้ว่านานๆ ทีจะมีหนังที่สร้างปรากฏการณ์ขึ้นมาได้บ้างก็ตาม แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนนั้นก็น้อยมากจนนึกภาพไม่ออกว่านอกจากเรื่องของการพัฒนาด้านวิชวลเอฟเฟ็กต์แล้ว ฮอลลีวูดจะมีอะไรมาให้เราได้ตื่นเต้นกันได้อีกบ้าง&#160; จนกระทั่งการเกิดขึ้นมาของหนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง John Wick ในปี 2014 ที่ภาคแรกนั้นเป็นหนังเกรดบีทั่วไป และทำรายได้แค่พอประมาณแต่เมื่อเวลาผ่านไปตัวหนังกลับถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะหนังแอ็กชันที่น่าสนใจ จนมีโอกาสได้สร้างภาคต่อและกลายเป็นหนังที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการหนังแอ็กชันของโลกทันที ในขณะที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/john-wick-chapter-4-2023/">John Wick: Chapter 4 ภาพสะท้อนของเกมการเมืองและการสร้างมาตรฐานใหม่กับหนังแอ็กชันโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ก่อนเข้าสู่ยุคสหัสวรรษหนังเรื่อง <em>The Matrix</em> (1999) ของสองพี่น้อง Wachowski ได้สร้างภาพของหนังแอ็กชันใหม่ขึ้นมา โดยใช้การสโลว์ของภาพและมุมกล้องที่หมุนรอบตัวละครจนเกิดเป็นชื่อที่เรียกฉากสไตล์นี้ว่า Bullet time แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นผู้ที่คิดค้นซีนแบบนี้เป็นคนแรกก็จริง แต่ The Matrix ก็ทำให้ฉากหลบกระสุนที่ว่านี้กลายเป็นความป็อปที่คนในแวดวงครีเอทีฟและศิลปะต่างๆ ทั่วโลกได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงานของตัวเองกันมากมาย ซึ่งผ่านมามากกว่า 23 ปี แล้วก็ตาม ฉากที่ว่านี้ก็ยังถูกนำมาใช้อยู่เรื่อยๆ ในงานวิชวลต่างๆ และมันก็สร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้กับคนดูได้เสมอ&nbsp;</p>



<p>ต่อมาวงการหนังแอ็กชันฮอลลีวูดก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งจากการมาของหนังสายลับอย่าง <em>The Bourne Identity</em> (2002) ที่นำเสนอภาพของการต่อสู้ที่เน้นความสมจริง กระชับ ฉับไว และทำให้หนังสายลับรุ่นพี่ที่มีก่อนหน้านั้นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ รวมทั้งการวางรากฐานและออกแบบฉากต่อสู้ที่ไม่สามารถน้อยกว่าสิ่งที่ เจสัน บอร์น ได้สร้างเอาไว้อีกแล้ว&nbsp;</p>



<p>เมื่อทิศทางของหนังบู๊แอ็กชันเริ่มนิ่ง การเกิดขึ้นของแฟรนไซส์หนังซูเปอร์ฮีโร่ก็เริ่มเบ่งบาน จนกลายเป็นลูกรักของฮอลลีวูดและตารางทำเงินบล็อกบัสเตอร์ยาวนานนับสิบปี แม้ว่านานๆ ทีจะมีหนังที่สร้างปรากฏการณ์ขึ้นมาได้บ้างก็ตาม แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนนั้นก็น้อยมากจนนึกภาพไม่ออกว่านอกจากเรื่องของการพัฒนาด้านวิชวลเอฟเฟ็กต์แล้ว ฮอลลีวูดจะมีอะไรมาให้เราได้ตื่นเต้นกันได้อีกบ้าง&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งการเกิดขึ้นมาของหนังฟอร์มเล็กๆ อย่าง John Wick ในปี 2014 ที่ภาคแรกนั้นเป็นหนังเกรดบีทั่วไป และทำรายได้แค่พอประมาณแต่เมื่อเวลาผ่านไปตัวหนังกลับถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะหนังแอ็กชันที่น่าสนใจ จนมีโอกาสได้สร้างภาคต่อและกลายเป็นหนังที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการหนังแอ็กชันของโลกทันที</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-165699" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-13.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ในขณะที่หนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel กำลังโรยแรงในเฟสที่สี่ ทางด้าน DC ก็เข้าสู่การรีเซตจักรวาลหนังใหม่ จะมีแต่ John Wick: Chapter 4 ที่กลับได้การต้อนรับที่อบอุ่นจากคนดูในรอบเปิดตัวอย่างล้นหลาม (เมื่อเทียบกับ The Matrix Resurrections (2021) ที่คว่ำสนิท) ยืนยันด้วยเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องในรอบสื่อจากหลายๆ ประเทศ รวมทั้งที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ทางทีมงานเองก็ต้องฝ่าฟันและเค้นไอเดียของตัวเองออกมาจนเรียกว่าหมดเกลี้ยง โดยที่ตัวผู้กำกับออกมาบอกเองว่าหลังจบหนังภาคสี่เขาขอพักเรื่องของ John Wick ไปยาวๆ ก่อนเพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาเล่นอีกแล้ว</p>



<p>แต่กว่าที่หนังจะประสบความสำเร็จจนเกิดเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของหนังแอ็กชันฮอลลีวูดได้แล้ว เส้นทางของหนังเรื่องนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยดงกระสุนมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะเดิมทีสองผู้กำกับหนัง แชด สตาเฮลสกี (Chad Stahelski) และ เดวิด ลีตช์ (David Leitch) นั้น อาชีพหลักของพวกเขาคือ สตันต์แมน และเป็นผู้ช่วยผู้กำกับบ้าง แต่งานกำกับภาพยนตร์แบบเต็มตัวของพวกเขาทั้งสองนั้นยังไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งไอเดียการสร้างหนัง John Wick ภาคแรกนั้นมาจากการที่พวกเขาพูดคุยกับ คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ที่เคยร่วมงานในหนังไตรภาค The Matrix กันมาก่อน ว่าอยากทำหนังแอ็กชันมันๆ สักเรื่อง เพื่อให้คนอยากตีตั๋วเข้ามาดูหนังในโรงภาพยนตร์กันอีกครั้ง หลังจากที่ช่วงนั้นคนอเมริกันเริ่มนิยมดูหนังทางสตรีมมิงมากกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165703" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้วยความที่พล็อตหนังของ John Wick ภาคแรกนั้นในสายตาของค่ายหนังคงดูทรงแล้วไม่น่าจะไปรอด ซึ่งว่าด้วยเรื่องของนักฆ่ามืออาชีพที่เกษียณตัวเองออกจากวงการไปแล้ว และกลับมาจับปืนอีกครั้งเพื่อล้างแค้นให้กับหมาของตัวเองที่ถูกลูกชายมาเฟียยิงและชิงรถคันโปรดของเขาไป เกิดเป็นการแหกกฎของโลกนักฆ่าจนเกิดเป็นการไล่ล่าระดับถูกตั้งค่าหัวเป็นเงินหลายล้านดอลลาร์ ถ้าว่ากันตามตรง ณ วันนั้น มันคือพล็อตที่มีความเป็นหนังเกรดบีสูง (หรืออาจจะเป็นหนังเพื่อทำลงสู่ตลาดโฮมวิดีโอเลยก็ยังได้) และชื่อชั้นของสองผู้กำกับก็ไม่ได้ใหญ่โตแบบ เควนติน แทแรนติโน แต่โชคดีที่หนังได้ชื่อของ Keanu Reeves มาช่วยแบกเอาไว้ ทำให้พวกเขาได้ทุนสร้างมาในระดับหนึ่ง (ประมาณ 20 ล้านเหรียญฯ) ทำให้หัวหอกทั้งสามจึงต้องรัดเข็มขัดและคุมงบประมาณให้ดีที่สุดเพื่อแลกกับหนังในอย่างที่พวกเขาอยากให้เป็น จนในที่สุดหนังภาคแรกก็ทำเงินพอหอมปากหอมคอ เก็บรายได้ไปประมาณ 80 ล้านเหรียญฯ ส่งผลให้ทีมงานได้ไฟเขียวให้สร้างภาคต่อได้ (โดยทางสตูดิโอเพิ่มทุนสร้างให้เป็น 40 ล้านเหรียญฯ สำหรับหนังภาคสอง)</p>



<p>John Wick: Chapter 2 (2017) จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของหนังชุดนี้ ซึ่งทีมงานได้ออกแบบและสร้างโลกของเหล่านักฆ่าขึ้นมาเพื่อเติมองค์ประกอบของหนังให้มีน้ำหนักมากขึ้น โดยขยายเรื่องราวไปยังโรงแรม The Continental ให้เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง รวมถึงการให้ความสำคัญของการออกแบบงานภาพที่สำคัญพอๆ กับฉากต่อสู้ จนกลายเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นและสามารถนำมาสร้างเป็นส่วนต่อขยายของตัวเองต่อไปได้หลังจากจบหนังชุดนี้</p>



<p>ถ้าใครเริ่มรู้สึกคุ้นๆ กับพล็อตเรื่องประมาณนี้ ใช่แล้ว! มันคือพล็อตที่อยู่ในหนังและนิยายกำลังภายในจีนหลายๆ เรื่องนั้นเอง ทั้งจอมยุทธ์ที่ล้างมือออกไปจากยุทธภพและต้องกลับเข้ามาอีกครั้งด้วยเหตุผลบางอย่าง เรื่องของบุญคุณและความแค้นที่ต้องชำระ โรงเตี๊ยมของเหล่าจอมยุทธ์ที่มีกฎเหล็กว่าห้ามต่อสู้กันภายในพื้นที่ของโรงแรมแต่สุดท้ายก็เกิดการต่อสู้ขึ้นจนได้ (อย่างในหนังเรื่อง Dragon Inn (1992) หรือเดชคัมภีร์แดนพยัคฆ์ ก็เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องคล้ายๆ กัน)&nbsp; การดูแลควบคุมความเป็นไปของยุทธภพจากพรรคใหญ่ เช่น พรรคเหรียญทองของเซี่ยงกัวกิมฮ้งในฤทธิ์มีดสั้น (ซึ่งเหรียญทองนั้นก็ยังเป็นไอเท็มที่นักฆ่าใช้ในการซื้อสิทธิพิเศษในหนังด้วย) และการหาทางโค่นอำนาจของสำนักในปกครองเพื่อขึ้นสู่อำนาจแทน เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165717" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-11-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ดังนั้นการที่ทีมงานใส่เรื่องของโรงแรม The Continental และสภาสูงเข้ามา ทำให้เนื้อหาของ John Wick มีความหนักแน่นมากขึ้น จากหนังที่มีเนื้อเรื่องไม่เกินสองบรรทัดในภาคแรก สู่การแตกประเด็นไปพูดถึงเรื่องของการท้าทายอำนาจ คนคุมเกม และการเมืองในโลกของนักฆ่า โดยแฝงปรัชญาของชาวตะวันออกเอาไว้อย่างกลมกลืน ด้วยการนำพล็อตของยุทธจักรหนังจีนมาปรับใช้ในหนังตะวันตกที่ปรุงออกมาแล้วกลายเป็นความสดใหม่ และหยิบยืมไอเดียจากหนังฮ่องกงและหนังญี่ปุ่นยุค 80-90 มาใช้อย่างเต็มที่</p>



<p>จากเนื้อเรื่องของชายวัยชราคนหนึ่งที่อดีตเป็นนักฆ่าฝีมือดีออกตามล้างแค้นให้กับสุนัขของตัวเองในหนังภาคแรก ก็ขยายตัวออกเป็นเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกันตัว John Wick ก็ค่อยๆ ถูกบีบโดยอำนาจของสภาสูงและเหล่าผู้มีอำนาจในเรื่องให้ค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมากตัวหนึ่งเพื่อให้แต่ละฝ่ายใช้ตัวเขาเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165709" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165713" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ฝ่ายสภาสูงต้องการใช้ John Wick มาเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้คนที่อยู่ใต้การปกครองเห็นว่าจุดจบของคนที่พยายาม &#8216;ละเมิดกฎ&#8217; นั้น ต้องพบเจอกับความน่ากลัวอะไรบ้าง เพราะสภาสูงมองว่า John Wick คือ ปัญหาที่จะสร้างความสั่นคลอนอำนาจของพวกเขาได้ ดังนั้นจึงต้องกำจัด &#8216;ปัญหา&#8217; นั้นทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะต้องเสียทรัพยากรขององค์กรไปเท่าไหร่ก็ตาม</p>



<p>ด้านสมาชิกพรรคก็ฉวยจังหวะนี้ใช้สัญญาที่ผูกมัดกับ John Wick เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจเพิ่มขึ้น โดยหวังที่ตัวเองจะสามารถคานอำนาจกับสภาสูงได้มากขึ้น และอาจถึงขั้นหาทางยึดอำนาจมาไว้ในมือตัวเอง ซึ่งการยืมมือ John Wick มาใช้นั้น เรียกว่ามีแต่ได้กับได้ เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดทั้งหมดก็คือตัว John Wick นั่นเอง เพราะเขาใช้ &#8216;กฎ&#8217; ที่ทางสภาบัญญัติไว้มาเป็นข้อบังคับให้ John Wick ต้องทำตาม และในเกมนี้ใครที่สามารถคุม John Wick ได้ ก็เท่ากับชนะไปแล้วครึ่งหนึ่งนั่นเอง</p>



<p>จากการล้างแค้นส่วนตัวจนทำให้ต้องเข้าไปพัวพันเข้าไปสู่เกมการเมืองในโลกอาชญากรรม ภาพของ John Wick ค่อยๆ ถูกเปลี่ยนไปในหนังแต่ละภาค (โดยที่เนื้อหาเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน) ในหนังภาคแรกเขาคือ ชายผู้เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง ผู้ที่สั่งเป็นสั่งตายตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง และกลายเป็นฝ่ายที่ถูกตามล่าเสียเองในหนังภาคสอง จนต้องพาตัวเองไปยอมจำนนกับ The Elder เพื่อขอให้ยกเลิกการตั้งค่าหัวของตัวเขาในหนังภาคสาม และพบกับการถูกหักหลังจากคนที่เป็นพันธมิตรของเขา โดยที่ตอนท้ายในหนังภาคสามคือการซ้อนทับของเรื่องราวจอมยุทธ์ที่ดำเนินมาถึงช่วงที่ตัวเองพลัดตกไปในหุบเขา แน่นอนเขานั้นยังไม่ตายและพร้อมกลับขึ้นมาสะสางความแค้นครั้งนี้ให้จบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165716" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/Body-JohnWick4-07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>John Wick: Chapter 4 จึงเป็นการดำเนินเรื่องเพื่อปิดฉากสงครามนี้ โดยที่ตัวเขาเปลี่ยนสถานะจากหมากที่ถูกควบคุมมาเป็นผู้ดำเนินเกมนี้ด้วยตัวเอง โดยครั้งนี้สภาสูงและคนดูมีหน้าที่เพียงเฝ้าดูการหาทางออกของตัวละครเท่านั้น โดยมีฉากที่นำเสนอผ่านมุมมองที่เรียกว่า God Eye View หรือการเฝ้าดูของผู้มีอำนาจที่นั่งมอง John Wick เอาชีวิตรอดอย่างทุลักทุเล</p>



<p>ด้วยการปูเรื่องราวและวางรากฐานของหนังสามภาคก่อนหน้า และการปล่อยของจนหมดเปลือกของทีมงาน รวมทั้งได้ทัพนักแสดงแอ็กชันฝีมือดีมาร่วมงานมากมาย การสร้างคาแร็กเตอร์ของนักฆ่าที่ทำให้คนดูหลงรักอย่าง ตอนนี เยน (Donnie Yen), ฮิโรยูกิ ซานาดะ (Hiroyuki Sanada), รินะ ซาวายามะ (Rina Sawayama) และการแสดงของ บิล สการ์สการ์ด (Bill Skarsgård) รวมทั้งนักแสดงชุดก่อนอย่าง เอียน แม็คเชน (Ian McShane) กับ ลอเรนซ์ ฟิชเบิร์น (Laurence Fishburne) จึงทำให้หนังภาคนี้มีความสมบูรณ์ในแบบที่ควรจะเป็นอย่างพอดิบพอดี แม้ว่าฉากต่อสู้ในหนังจะมีจำนวนมากและยืดเยื้อไปสักหน่อย แต่มันก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการหนังแอ็กชันของโลกได้สำเร็จ ที่ต่อไปนี้หากใครจะทำหนังบู๊เดือดๆ ขึ้นมา คงไม่สามารถน้อยกว่า John Wick ได้อีกแล้ว</p>



<p>รวมถึงทีมงานของ John Wick เองที่ต้องรักษามาตรฐานที่ตัวเองทำไว้ในซีรีส์ The Continental และ Ballerina หนังภาคแยกของจักรวาลนักฆ่านี้ที่กำลังจะตามออกมาไว้ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/john-wick-chapter-4-2023/">John Wick: Chapter 4 ภาพสะท้อนของเกมการเมืองและการสร้างมาตรฐานใหม่กับหนังแอ็กชันโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Call me Chihiro ผู้มีหัวใจอันเปลี่ยวเหงาที่มอบความอ่อนโยนและเปลี่ยนแปลงชีวิตคนรอบข้าง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/call-me-chihiro-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Now Showing]]></category>
		<category><![CDATA[Call me chihiro]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165568</guid>

					<description><![CDATA[<p>Call me Chihiro เป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากมังงะในชื่อ Chihiro-san ผลงานการวาดโดยอาจารย์ Hiroyuki Yasuda (Shomuni) ซึ่งออกฉายทางโรงภาพยนตร์ในประเทศญี่ปุ่นและลงสตรีมมิงทั่วโลกทาง Netfilx เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมา&#160; กำกับภาพยนตร์โดยผู้กำกับดาวรุ่ง ริกิยะ อิมาอิซูมิ (Rikiya Imaizumi) ที่ได้รับรางวัลบนเวที Tokyo International Film Festival จากภาพยนตร์เรื่อง By the Window (2022) เมื่อปีที่ผ่านมา โดยดึงนางเอกสาวหน้าหวานผู้มีรอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่างไสว คาซูมิ อาริมูระ (Kasumi Arimura) มารับบท จิฮิโระ สาวปริศนาต่างเมืองที่พลัดถิ่นมาอาศัยในเมืองชายทะเลอันห่างไกล อดีตหญิงขายบริการทางเพศในร้านนวดผู้มีบาดแผลทางใจและร่างกายติดมาด้วย แต่ด้วยเนื้อแท้ที่มีจิตใจอันดีงามกลับยิ่งทำให้เธออยากเผื่อแผ่ความสุขและกอดทุกหัวใจที่กำลังสับสนหลงทางให้กับมามีชีวิตชีวาและเต้นได้ถูกจังหวะอีกครั้ง ภาพยนตร์เปิดมาด้วยฉาก จิฮิโระ กับน้องแมวจรขนฟูในบริบทที่ชวนสงสัยแต่ก็อยากติดตามต่อไปว่าผู้หญิงคนนี้จะพาเราไปพบเจอกับอะไรบ้าง สาวร้านเบนโตะผู้โด่งดังมีแฟนคลับมารอคิวและหาโอกาสจะได้พูดคุยกับเธอที่ร้านขายข้าวกล่องแห่งหนึ่งในเมืองริมทะเล บทสนทนาที่ไม่ธรรมดาจึงเป็นการเฉลยตั้งแต่ต้นเลยว่าเธอเคยมีอาชีพผู้หญิงขายบริการมาก่อน แต่เนื้อเรื่องโดยรวมไม่ได้ชี้ไปทางฉากหวือหวา 18+ (ยกเว้นแค่ฉากเดียวที่เข้าข่ายต้องชมกันเองว่าจะมาเมื่อไหร่และรูปแบบไหน) จิฮิโระ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นชื่อในวงการที่ตัวละครเลือกใช้เสมือนเป็นการระลึกถึงมนุษย์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตในวัยเด็กของเธอ โอบอุ้มเธอขึ้นมาในวันอันโดดเดี่ยว ซึ่งเมื่อเธอเติบโตขึ้นมาจนถึงวันที่สามารถหยิบยื่นความอบอุ่นนี้ให้คนอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/call-me-chihiro-netflix/">Call me Chihiro ผู้มีหัวใจอันเปลี่ยวเหงาที่มอบความอ่อนโยนและเปลี่ยนแปลงชีวิตคนรอบข้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>        <em>Call me Chihiro</em> เป็นภาพยนตร์ดัดแปลงจากมังงะในชื่อ Chihiro-san ผลงานการวาดโดยอาจารย์ Hiroyuki Yasuda (Shomuni) ซึ่งออกฉายทางโรงภาพยนตร์ในประเทศญี่ปุ่นและลงสตรีมมิงทั่วโลกทาง Netfilx เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>        กำกับภาพยนตร์โดยผู้กำกับดาวรุ่ง ริกิยะ อิมาอิซูมิ (Rikiya Imaizumi) ที่ได้รับรางวัลบนเวที Tokyo International Film Festival จากภาพยนตร์เรื่อง <em>By the Window</em> (2022) เมื่อปีที่ผ่านมา โดยดึงนางเอกสาวหน้าหวานผู้มีรอยยิ้มที่ทำให้โลกสว่างไสว คาซูมิ อาริมูระ (Kasumi Arimura) มารับบท จิฮิโระ สาวปริศนาต่างเมืองที่พลัดถิ่นมาอาศัยในเมืองชายทะเลอันห่างไกล อดีตหญิงขายบริการทางเพศในร้านนวดผู้มีบาดแผลทางใจและร่างกายติดมาด้วย แต่ด้วยเนื้อแท้ที่มีจิตใจอันดีงามกลับยิ่งทำให้เธออยากเผื่อแผ่ความสุขและกอดทุกหัวใจที่กำลังสับสนหลงทางให้กับมามีชีวิตชีวาและเต้นได้ถูกจังหวะอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165575" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ภาพยนตร์เปิดมาด้วยฉาก จิฮิโระ กับน้องแมวจรขนฟูในบริบทที่ชวนสงสัยแต่ก็อยากติดตามต่อไปว่าผู้หญิงคนนี้จะพาเราไปพบเจอกับอะไรบ้าง สาวร้านเบนโตะผู้โด่งดังมีแฟนคลับมารอคิวและหาโอกาสจะได้พูดคุยกับเธอที่ร้านขายข้าวกล่องแห่งหนึ่งในเมืองริมทะเล บทสนทนาที่ไม่ธรรมดาจึงเป็นการเฉลยตั้งแต่ต้นเลยว่าเธอเคยมีอาชีพผู้หญิงขายบริการมาก่อน แต่เนื้อเรื่องโดยรวมไม่ได้ชี้ไปทางฉากหวือหวา 18+ (ยกเว้นแค่ฉากเดียวที่เข้าข่ายต้องชมกันเองว่าจะมาเมื่อไหร่และรูปแบบไหน)</p>



<p>        จิฮิโระ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นชื่อในวงการที่ตัวละครเลือกใช้เสมือนเป็นการระลึกถึงมนุษย์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตในวัยเด็กของเธอ โอบอุ้มเธอขึ้นมาในวันอันโดดเดี่ยว ซึ่งเมื่อเธอเติบโตขึ้นมาจนถึงวันที่สามารถหยิบยื่นความอบอุ่นนี้ให้คนอื่น ก็พบว่าเมื่อใดที่พบกับคนแปลกหน้าที่กำลังหลงทางต้องการความช่วยเหลือเธอก็ไม่ลังเลที่จะแบ่งปันความสุขและส่งรอยยิ้มจริงใจนี้ให้กลับไป</p>



<p>        เบื้องหลังอันเป็นปริศนาของ จิฮิโระ ได้ค่อยๆ เผยขึ้นมาในฉากต่างๆ เพื่อคลี่คลายความสงสัยที่มาที่ไปของเธอได้บ้าง แต่ผู้กำกับก็เลือกที่จะเก็บซ่อนบาดแผลในอดีตไว้ไม่เล่าอย่างตรงไปตรงมา ยิ่งชวนให้ผู้ชมจินตนาการต่อกันเองว่ามวลความเศร้าในตัวเธอนี้ได้มาอย่างไร ยิ่งอยากค้นหาชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไปจนจบ เพราะถึงแม้ว่าเธอจะมอบรอยยิ้มและช่วยเหลือคนรอบข้างให้ชีวิตประจำวันของพวกเขาเปลี่ยนแปลงและมีความสุขขึ้น แต่ก็สัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าและเปลี่ยวเหงาในจิตใจของเธอที่สายตาไม่อาจเก็บซ่อนไว้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ฉากเรียบง่ายในเมืองริมทะเลกับการใช้ภาพนิ่งแช่ค้างไว้ ให้ผู้ชมซึมซับบรรยากาศผู้คนและการเรียนรู้ตัวละครในเรื่องผ่านบทสนทนา ทำให้เรื่องนี้กินเวลาไปกว่าสองชั่วโมงซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกับการเล่าเรื่องเนิบๆ แบบนี้ของญี่ปุ่นก็อาจถอดใจพับจอล้มตัวนอนไปซะก่อน แต่ถ้าเปิดใจปล่อยอารมณ์ไปกับการเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่สอดแทรกเข้ามาจะทำให้เห็นภาพชีวิตผู้คนรอบตัวที่เราเองอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน&nbsp;</p>



<p>        คาซูมิ อาริมูระ ตัวละครหลักของเรื่องเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดเราด้วยคาแรกเตอร์สาวสวยรวยเสน่ห์แต่ก็ซ่อนเรื่องราวความผิดหวังเศร้าใจที่ไม่อาจเล่าเป็นคำพูดแต่สัมผัสได้ในทุกฉากที่เธอปรากฏตัว ด้วยลักษณะนิสัยที่แปลกแตกต่าง ทำให้ความคิดความอ่านของเธอไม่เหมือนหญิงสาวทั่วไป ความขบถ แข็งกร้าวในตัวถูกนำมาใช้ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม นิยามความเป็นผู้หญิงที่เธอปฏิเสธไม่อยากถูกตีกรอบยิ่งทำให้เธอเป็นคนลึกลับและยากที่จะเข้าใจ บทบาท จิฮิโระ ในเรื่องจึงแหวกความเชื่อที่มีต่อผู้หญิงทั้งการเป็นแม่บ้านในอุดมคติ การใช้ชีวิตตัวคนเดียวตัดขาดครอบครัว การเลือกอาชีพที่สังคมยังไม่ยอมรับ หรือความคิดเรื่องความสัมพันธ์และเซ็กซ์ที่ไม่ยึดติดรูปแบบหรือขั้นตอน ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่คนในสังคมส่วนใหญ่เดินตามกัน นั่นจึงทำให้เธอเข้าอกเข้าใจความเป็นคนนอกของคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ตัดสินว่าคนนี้เป็นใคร มาจากไหน เพียงแค่มองตาและเชื่อในสัญชาตญาณมนุษย์ของกันและกัน&nbsp;</p>



<p>        พลังบวกของ จิฮิโระ แผ่ออร่าออกมาทำให้คนรอบตัวที่เห็นเธอรู้สึกสบายใจ สงบนิ่งลงเพียงแค่นั่งอยู่ข้างกัน ทุกตัวละครจึงสามารถเปิดใจกับเธอในแบบที่ไม่เคยทำแม้กับคนในครอบครัว เช่น คาแรกเตอร์สาวมัธยม โอคาริ ที่มาจากครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในอุดมคติของใครหลายคน พ่อแม่ที่พรั่งพร้อมในด้านฐานะการเงิน เวลา แต่ความสมบูรณ์แบบนี้ก็นำมาซึ่งความกดดันและน่าอึดอัดใจที่เล่าผ่านฉากการกินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยจานอาหารหน้าตาสวยงามเหมือนนั่งรับประทานในร้านหรูเป็นเพราะแม่ของ โอคาริ เข้าอบรมเป็นเชฟมานั่นเอง ถึงอย่างนั้นผู้ชมกลับไม่รู้สึกถึงความเอร็ดอร่อยแม้อาหารจะอุดมด้วยโภชนาการครบครับและละลานตาแค่ไหนก็ตาม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ต่างกับมื้ออาหารง่ายๆ บ้านๆ ของครอบครัวเด็กดื้อ มาโคโตะ เด็กชายปากแจ๋วตัวป่วนของเรื่องที่รักเมนูผัดหมี่เมนูเด็ดเมนูเดียวของแม่เขาอย่างสุดหัวใจ เมนูที่แม่ของเขาทำไปบ่นไปกับบ้านรกๆ ข้าวของกระจัดกระจาย แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่ที่แม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งพยายามดูแลลูกชายคนเดียวด้วยตัวเองอย่างเต็มความสามารถ นั่นเลยทำให้ อาโคริ ที่ได้มาร่วมโต๊ะอาหารโดยไม่ตั้งใจบ่อน้ำตาแตกโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย&nbsp;</p>



<p>        จุดสังเกตได้หนึ่งอย่างดูเหมือนว่าผู้กำกับตั้งใจวางฉากกินอาหารอยู่ในทุกช่วงของภาพยนตร์ อย่างเช่น&nbsp;</p>



<p>        ฉากกินซูชิในมุมมืดที่ทำให้ตัวเอกของเรื่องพบกับ จิฮิโระ ที่เป็นที่มาของชื่อและเส้นทางอาชีพในอนาคตตั้งแต่ยังเด็ก ข้าวปั้นหน้าตาไม่สะสวยแต่ก็เป็นมื้ออร่อยที่ตั้งใจทำด้วยฝีมือตัวเองทั้งยังมีคนมาร่วมแชร์ทำให้อาหารมื้อธรรมดากลายเป็นมื้อพิเศษที่อยู่ในความทรงจำ</p>



<p>        “ว่ากันว่าอาหารอร่อยขึ้นเมื่อเรากินกับคนอื่น แต่มันจะไม่อร่อยเมื่อกินกับคนบางคน และอาหารอร่อย ถึงจะกินคนเดียวก็ยังอร่อย&#8221; ใจความสำคัญของเรื่องที่ผู้กำกับเล่าผ่านฉากต่างๆ ให้เราเห็นว่ามื้ออาหารนั้นนอกจากกินเพื่อให้ท้องอิ่มยังเปิดเผยธาตุแท้ ตัวตน ของแต่ละคนออกมาผ่านแววตาและบทสนทนาโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/chihiro-03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ตึกร้างที่เป็นหนึ่งในโลเคชันหลักของเรื่องเสมือนเป็นขุมทรัพย์ที่คนทั่วไปมองข้ามแต่มันรวมคนที่พูดภาษาเดียวกัน ชอบการ์ตูนเรื่องเดียวกัน และเป็นคนที่อยากหาความสงบจากโลกภายนอกซึ่งถูกกีดกันจากคนส่วนใหญ่ให้มาสร้างพื้นที่ที่เป็นดาวที่มีความอุ่นใจแห่งนี้ร่วมกัน</p>



<p>        ตัวละครแวดล้อมเป็นตัวแทนความหลากหลายของคนในสังคม ทั้งเด็กประถม วัยรุ่น คนทำงาน และคนชรา ที่มีเรื่องราวเหตุการณ์ที่ต้องเผชิญแตกต่างกันตามแต่ละช่วงวัย แต่ จิฮิโระ ก็ได้ร้อยคนเหล่านี้ให้โคจรมาเจอกันได้อย่างน่าประทับใจ ถึงแม้หัวใจของเธอยังไม่ถูกเติมเต็มแต่ชีวิตคนรอบข้างได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เธอเดินเข้ามา <em>Call me Chihiro</em> ทำให้เห็นว่าคนธรรมดาอย่างเราๆ ก็สามารถแบ่งปัน แบ่งเบาความทุกข์หนักอึ้งที่มนุษย์รอบตัวแบกอยู่ได้เพียงแค่ใส่ใจรายละเอียด สังเกตชีวิตประจำวันของเราและผู้อื่นมากขึ้นอีกนิดเพื่อทำให้โลกนี้ไม่โหดร้ายโดดเดี่ยวอย่างที่เป็นอยู่</p>



<p><strong>รับชมตัวอย่างภาพยนตร์</strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ฉันชื่อจิฮิโระ (Call Me Chihiro) | ตัวอย่างภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ | Netflix" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/t4JDBxVeRYY?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>สำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าอาหารมื้ออร่อยที่ตัวละครในเรื่องตามหานี้จะมีหน้าตาอย่างไร รับชมได้ทาง Netflix <br><a href="https://www.netflix.com/watch/81486812?source=35">https://www.netflix.com/watch/81486812?source=35</a></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา</strong></p>



<p><a href="https://www.crunchyroll.com/anime-news/2022/08/09-1/hiroyuki-yasudas-chihiro-san-manga-gets-live-action-film-by-netflix-in-february-2023">https://www.crunchyroll.com/anime-news/2022/08/09-1/hiroyuki-yasudas-chihiro-san-manga-gets-live-action-film-by-netflix-in-february-2023</a></p>



<p><a href="https://comicvine.gamespot.com/chihirosan/4050-96855/">https://comicvine.gamespot.com/chihirosan/4050-96855/</a></p>



<p><a href="https://www.rottentomatoes.com/m/call_me_chihiro">https://www.rottentomatoes.com/m/call_me_chihiro</a></p>



<p><a href="https://entertainment.trueid.net/detail/j2q6M6we9XjK">https://entertainment.trueid.net/detail/j2q6M6we9XjK</a></p>



<p><a href="https://www.beartai.com/lifestyle/movie-series-review/1218227">https://www.beartai.com/lifestyle/movie-series-review/1218227</a></p>



<p><a href="https://entertainment.trueid.net/detail/EMXv58ZaqV8g">https://entertainment.trueid.net/detail/EMXv58ZaqV8g</a></p>



<p><a href="https://www.imdb.com/title/tt21825858/?ref_=tt_mv_close">https://www.imdb.com/title/tt21825858/?ref_=tt_mv_close</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/call-me-chihiro-netflix/">Call me Chihiro ผู้มีหัวใจอันเปลี่ยวเหงาที่มอบความอ่อนโยนและเปลี่ยนแปลงชีวิตคนรอบข้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6/45 Lucky Lotto I ภารกิจทวงคืนหวยรางวัลที่ 1 กับมิตรภาพที่ไม่มีข้อจำกัด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/645-lucky-lotto/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Mar 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Now Showing]]></category>
		<category><![CDATA[6/45: Lucky Lotto]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165459</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘39 36 3 30 1 33’ ยินดีด้วยคุณถูกรางวัลที่ 1!! จะเป็นอย่างไรเมื่อทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต้องมาร่วมมือกัน พบกับการผูกมิตรแบบจำเป็นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยจะถูกกันใน ‘6/45 Lucky lotto’ เรื่องราวของทหารฝั่งเกาหลีใต้ที่บังเอิญได้รับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แต่โชคดันไม่เข้าข้างเมื่อลอตเตอรี่ดันปลิวไปฝั่งเกาหลีเหนือ ความซวยจึงบังเกิด เริ่มต้นฉากด้วยการเล่าให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันของสองประเทศผ่านสถานที่ที่เป็นรั้วชายแดน และดำเนินเรื่องต่อด้วยทหารเฝ้าประตูยืนยามที่เผลอได้รับลอตเตอรี่ที่เขาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งคิดเป็นเงินรางวัล 5.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20 ล้านบาท แต่ไม่วายดวงซวยดับฝันเมื่อลอตเตอรี่ใบนั้นดันปลิวไปตกอยู่ฝั่งเกาหลีเหนือ จึงเกิดภารกิจแอบเข้าอีกประเทศ โชคเข้าข้างที่บังเอิญไปเจอกับทหารเกาหลีเหนือที่เก็บลอตเตอรี่ใบนั้นได้พอดิบพอดี&#160; แต่ชีวิตก็ไม่ง่าย ผลประโยชน์ที่อยู่ในมือตัวเอง ใครกันจะยอมทิ้งไปฟรีๆ จึงเกิดการเจรจาต่อรอง แน่นอนว่าทำไม่สำเร็จ ทำให้ต่างคนต่างขอความช่วยเหลือจากผู้กองทหารฝั่งตัวเอง ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นเมื่อความต่างของสองวัฒนธรรมมาเจอกัน สิ่งที่เรียกว่า ‘การขิง’ กันแบบเสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ก็เริ่มขึ้น&#160; เมื่อลอตเตอรี่อยู่กับฝั่งเกาหลีเหนือแต่กลับไปขึ้นเงินไม่ได้ กับฝั่งเกาหลีใต้ที่เอาไปขึ้นเงินได้แต่กลับไม่มีลอตเตอรี่อยู่ในมือ ทำให้ต้องมีการเจรจาตัดสินใจเชิงธุรกิจ ผลสรุปจบด้วยการแลกเปลี่ยนทหารกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อเป็นตัวประกัน เพราะเหตุนี้เองทำให้เหล่าทหารต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของฝั่งประเทศคู่ขัดแย้งกันมายาวนาน แต่ก็มีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางภารกิจนี้ตลอดทั้งเรื่อง การพยายามเอาตัวรอดของทหารทั้งสองคนเพื่อไม่ให้โป๊ะจนทำให้ผู้ชมตื่นเต้นตามไปด้วย เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นที่มาของคำว่า สู้ชีวิตก็ได้ ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องด้วยการเล่าถึงชีวิตในรั้วค่ายทหาร ที่ไม่ได้มีแค่การฝึกหนักเพียงอย่างเดียว เราจะเห็นมิติความเป็นมนุษย์ได้จากหลายสถานการณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตั้งแต่เริ่มเปิดเรื่องไม่กี่นาทีแรก ภาพยนตร์ถ่ายทอดให้เห็นถึงความแตกต่างของ 2 ประเทศเกาหลีที่ส่วนหนึ่งเป็นผลหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/645-lucky-lotto/">6/45 Lucky Lotto I ภารกิจทวงคืนหวยรางวัลที่ 1 กับมิตรภาพที่ไม่มีข้อจำกัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center"><em>‘39 36 3 30 1 33’</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>ยินดีด้วยคุณถูกรางวัลที่ 1!!</em></p>



<p>        จะเป็นอย่างไรเมื่อทหารเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ต้องมาร่วมมือกัน พบกับการผูกมิตรแบบจำเป็นระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยจะถูกกันใน ‘6/45 Lucky lotto’ เรื่องราวของทหารฝั่งเกาหลีใต้ที่บังเอิญได้รับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 แต่โชคดันไม่เข้าข้างเมื่อลอตเตอรี่ดันปลิวไปฝั่งเกาหลีเหนือ ความซวยจึงบังเกิด</p>



<p>        เริ่มต้นฉากด้วยการเล่าให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันของสองประเทศผ่านสถานที่ที่เป็นรั้วชายแดน และดำเนินเรื่องต่อด้วยทหารเฝ้าประตูยืนยามที่เผลอได้รับลอตเตอรี่ที่เขาก็ไม่คิดไม่ฝันว่าจะถูกรางวัลที่ 1 ซึ่งคิดเป็นเงินรางวัล 5.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20 ล้านบาท แต่ไม่วายดวงซวยดับฝันเมื่อลอตเตอรี่ใบนั้นดันปลิวไปตกอยู่ฝั่งเกาหลีเหนือ จึงเกิดภารกิจแอบเข้าอีกประเทศ โชคเข้าข้างที่บังเอิญไปเจอกับทหารเกาหลีเหนือที่เก็บลอตเตอรี่ใบนั้นได้พอดิบพอดี&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        แต่ชีวิตก็ไม่ง่าย ผลประโยชน์ที่อยู่ในมือตัวเอง ใครกันจะยอมทิ้งไปฟรีๆ จึงเกิดการเจรจาต่อรอง แน่นอนว่าทำไม่สำเร็จ ทำให้ต่างคนต่างขอความช่วยเหลือจากผู้กองทหารฝั่งตัวเอง ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นเมื่อความต่างของสองวัฒนธรรมมาเจอกัน สิ่งที่เรียกว่า ‘การขิง’ กันแบบเสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ก็เริ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>        เมื่อลอตเตอรี่อยู่กับฝั่งเกาหลีเหนือแต่กลับไปขึ้นเงินไม่ได้ กับฝั่งเกาหลีใต้ที่เอาไปขึ้นเงินได้แต่กลับไม่มีลอตเตอรี่อยู่ในมือ ทำให้ต้องมีการเจรจาตัดสินใจเชิงธุรกิจ ผลสรุปจบด้วยการแลกเปลี่ยนทหารกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อเป็นตัวประกัน เพราะเหตุนี้เองทำให้เหล่าทหารต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของฝั่งประเทศคู่ขัดแย้งกันมายาวนาน แต่ก็มีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางภารกิจนี้ตลอดทั้งเรื่อง การพยายามเอาตัวรอดของทหารทั้งสองคนเพื่อไม่ให้โป๊ะจนทำให้ผู้ชมตื่นเต้นตามไปด้วย เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นที่มาของคำว่า สู้ชีวิตก็ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165466" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165467" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องด้วยการเล่าถึงชีวิตในรั้วค่ายทหาร ที่ไม่ได้มีแค่การฝึกหนักเพียงอย่างเดียว เราจะเห็นมิติความเป็นมนุษย์ได้จากหลายสถานการณ์ที่สร้างเสียงหัวเราะได้ตั้งแต่เริ่มเปิดเรื่องไม่กี่นาทีแรก ภาพยนตร์ถ่ายทอดให้เห็นถึงความแตกต่างของ 2 ประเทศเกาหลีที่ส่วนหนึ่งเป็นผลหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกชาติมหาอำนาจใช้เส้นขนานที่ 38 แบ่งแยกประเทศ จึงทำให้วิถีชีวิตของประชาชนในประเทศมีความแตกต่างกันทั้งเรื่องอาหารการกิน เครื่องใช้ไฟฟ้าเกาหลีใต้ที่ทันสมัยกว่า วิธีการฝึกทหารที่เข้มของเกาหลีเหนือ มุมมองความคิด รวมถึงการใช้คำพูด ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากฉากต่างๆ ตลอดเรื่อง มิตรภาพของพวกเขาเริ่มต้นเมื่อต้องแลกตัวกัน ทำให้พวกเขาได้พูดคุยและเข้าใจกันมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165469" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        เกร็ดความรู้จากภาพยนตร์ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องเป็น 6/45 เลขตรงนี้มาจากการอ้างอิงลอตเตอรี่ของเกาหลี โดยประเทศเกาหลีจำหน่ายลอตเตอรี่ค่อนข้างต่างไปจากของประเทศไทย ซึ่งลอตเตอรี่ประเทศไทยจะต้องเดินวนหาเลขที่ตัวเองชอบ แต่ลอตเตอรี่เกาหลีผู้ซื้อสามารถเลือกเลขที่เราต้องการได้เองตั้งแต่ 0-45 แต่ไม่ว่าจะของประเทศไหนโอกาสที่จะถูกครบ 6 ตัวก็น้อยมากเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>        โดยการถูกรางวัลจะแบ่งเป็นลำดับและตามจำนวนหลัก ซึ่งเงินรางวัลเริ่มต้นมีตั้งแต่ถูกจำนวน 3 หลักขึ้นไป โดยจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนหลักที่ตรงกับเลขที่ประกาศรางวัล หากถูกครบทุกหลักจะได้เงินรางวัลสูงสุดถึง 1,500 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยเกือบ 40 ล้านบาท ซึ่งจะมีการประกาศรางวัลทุกวันเสาร์ โดยลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลสูงสุดจะต้องนำไปขึ้นเงินที่สาขาหลักของสหกรณ์การเกษตรโซลเท่านั้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165470" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ‘เขาหล่อ แต่เขาแปลก’ วลีเด็ดที่เหมาะสำหรับนักแสดงเกาหลี ‘โก คยองโพ’ รับบทบาทเป็น ‘พัค ชอนอู’ ทหารเกาหลีใต้ที่บังเอิญได้รับลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 นับได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเขาเมื่อเทียบกับเรื่องที่ผ่านมาอย่าง <em>‘Private Lives’</em> ในบท ‘อี จองฮวาน’ ชายหนุ่มมาดนิ่ง หรือเรื่อง <em>&#8216;Reply 1988&#8217;</em> ในบท ‘ซอนอู’ เด็กหนุ่มผู้อ่อนโยนที่ทำให้ใครหลายคนหลงรักเขา จากผลงานที่ผ่านมาจึงทำให้คอซีรีส์ประหลาดใจกับการแสดงที่ไม่หวงตัวและห่วงภาพลักษณ์กับบทบาทในภาพยนตร์คอเมดีเรื่องนี้ ซึ่งเขาก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับนักแสดงคนอื่นๆ ก็เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดี ประกอบด้วย พัค เซวาน, อึม มุนซอก, ควัก ดงยอน, อี อีคยอง, คิม มินโฮ และ อี ซุนวอน&nbsp;</p>



<p>        ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจไม่มีประเด็นให้วิเคราะห์ขบคิดชวนปวดหัว แต่ก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่จะมีแต่เรื่องราวตลกขบขันอย่างเดียว เพราะในระหว่างเส้นทางทวงคืนลอตเตอรี่ก็มีซีนบู๊ที่ชวนให้ผู้ชมร่วมลุ้น รวมถึงซีนมิตรภาพก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ ขาดไม่ได้กับซีนรักโรแมนติกที่เติมสีสันให้เรื่องราว นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ลงตัวครบรส แต่สิ่งที่เรื่องนี้พยายามชูให้เราเห็นคือ มิตรภาพที่ไม่จำกัดพรมแดน เพราะความเป็นมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่สัญชาติ เชื้อชาติ หรือศาสนา อีกทั้งยังต้องการสื่อให้เราเห็นมุมมองความคิดที่หลากหลาย อย่างตัวอย่างฉากที่ทหารเกาหลีเหนือพูดถึงลอตเตอรี่ว่าเป็นวิธีสกปรกที่ทุนนิยมใช้ในการรีดเงินกับคนเกาหลีใต้ ซึ่งก็เป็นแง่มุมที่ใครหลายคนไม่ได้ฉุกคิด อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่ามิตรภาพ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีความแน่นอน วันหนึ่งเราอาจจะมีปัจจัยบางอย่างที่นอกเหนือการควบคุมมาบังคับให้เราต้องสิ้นสุดมิตรภาพนี้ก็ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/03/645-lotto-05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        6/45 Lucky Lotto ภาพยนตร์คอเมดีเกาหลีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวให้ชวนหัวเราะพร้อมแฝงไปด้วยมิตรภาพที่เริ่มต้นด้วยความซวยจากจุดเล็กๆ นำไปสู่เรื่องราวยาวเกือบ 2 ชั่วโมงที่ไม่มีช่วงเว้นว่างให้คนดูรู้สึกง่วง ยืนยันได้จากการเปิดตัวฉายในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2022 สามารถกวาดรายได้มากถึง 22 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 768 ล้านบาท สนุกสนานไปกับมิตรภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของคนสองดินแดนโดยไม่มีสัญชาติมาเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์คอเมดีเรื่องนี้ นั่นทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ว่าจริงๆ แล้วภาพยนตร์สามารถสร้างมุกตลกได้โดยที่ไม่ต้องใช้มุกเหยียดหยันหรือล้อเลียนคนอื่นอย่างที่หลายคนน่าจะเคยเห็นในรายการทีวีของไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับวันเคร่งเครียดที่ต้องการหาอะไรผ่อนคลายสมอง สามารถเข้าชมในช่องทาง VIU และ IQIYI</p>



<p>        เกร็ดจากกระแสทางโลกออนไลน์ อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคนที่ทำหน้าที่แปลภาษาของภาพยนตร์เรื่องนี้ หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพไวรัลในโซเชียลมีเดียที่ว่า “เก็ตละ แปลว่า เข้าใจแล้ว” หรือ “นกอยู่ข้างพี่ตานะคะ แปลว่า เป็นกำลังใจให้” คำพูดที่ปรับให้เหมาะกับยุคสมัยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความตลกจากเนื้อหาในภาพยนตร์ และบริบทที่ส่งเสริมให้คนรู้สึกอิน และทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น&nbsp;</p>



<p>&nbsp;       ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากตัวอย่างภาพยนตร์ได้มีการตั้งชื่อล้อไปกับซีรีส์เรื่องดัง Crash Landing on You ซึ่งเป็นซีรีส์รักโรแมนติกที่เกี่ยวกับทหารเกาหลีเหนือ และหญิงสาวผู้ร่ำรวยจากเกาหลีใต้ โดยใช้ชื่อเล่นของเรื่องด้วยประโยคที่ว่า ‘Crash Landing on Lottery’ เนื่องจากมีฉากหลังของเรื่องราวเป็นประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นประเด็นความขัดแย้งของเรื่อง แต่ภาพยนตร์ 6/45 Lucky Lotto เล่าโดยการใช้ลอตเตอรี่เป็นที่มาของเบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้น&nbsp;</p>



<p>        สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้สามารถตามดูกันต่อได้ตามลิสต์ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li><em>Crash Landing on You</em> ปักหมุดรักฉุกเฉิน เรื่องราวของหญิงสาวร่ำรวยจากฝั่งเกาหลีใต้ขึ้นบิน paragliding ข้ามไปตกฝั่งเกาหลีเหนือและได้พบรักกับสหายผู้กองเกาหลี&nbsp;</li><li><em>Spy Myung-wol</em> ซีรีส์เก่าปี 2011 ที่พูดถึงสายลับเกาหลีเหนือที่ต้องตามติดลูกสาวหัวหน้าที่ต้องการไปหาไอดอลฝั่งเกาหลีใต้ จนจับผลัดจับผลูเข้ากับภารกิจสำคัญบางอย่าง</li></ul>



<p style="font-size:14px">เรื่อง: ชุติมณฑน์ แก้วมี</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.boxofficemojo.com/release/rl282493697/weekend/">https://www.boxofficemojo.com/release/rl282493697/weekend/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/645-lucky-lotto/">6/45 Lucky Lotto I ภารกิจทวงคืนหวยรางวัลที่ 1 กับมิตรภาพที่ไม่มีข้อจำกัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Close I รักแรก วันนั้น เมื่อมิตรภาพที่แตกสลายกระเทือนถึงตัวตนและการยอมรับ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/close-movie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จันจิรา ยีมัสซา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Feb 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Now Showing]]></category>
		<category><![CDATA[Close รักแรก วันนั้น]]></category>
		<category><![CDATA[A24]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=165367</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตูดิโออิสระค่าย A24 ปักหมุดหมายบนเวทีออสการ์ได้อย่างน่าชื่มชม ภาพยนตร์ 6 เรื่องมีชื่อเข้าชิงมากที่สุดรวม 18 รางวัล ไล่ตั้งแต่รางวัลใหญ่สุดของเวทีในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Everything Everywhere All at Once ที่เป็นภาพยนตร์มีชื่อเข้าชิงมากที่สุดของปีถึง 11 รางวัล รวมทั้งภาพยนตร์เรื่อง ‘Close รักแรก วันนั้น’ มีชื่อเข้าชิงในสาขา International film ทำให้กลายเป็นสตูดิโอเดียวที่รวมแล้วมีชื่อเข้าชิงสาขาต่างๆ มากที่สุดในงานประกาศรางวัล Oscar ครั้งที่ 95 ประจำปี 2023&#160; ‘Close รักแรก วันนั้น’ นำแสดงโดยสองนักแสดงเด็กหน้าใหม่ เอเดน ดองบรีน (Eden Dambrine) ในบท เลโอ และ กุสตาฟ เดอ เวล (Gustav De Waele) ในบท เรมี แต่ฝีมือการแสดงของทั้งคู่ไม่ธรรมดา ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวและการกำกับการแสดงที่น่าประทับใจจนตรึงสายตาและขโมยหัวใจผู้ชมไปได้ตั้งแต่เปิดฉากแนะนำตัวละคร เป็นการเล่าเรื่องราวมิตรภาพของเด็กชายในวัย 13 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/close-movie/">Close I รักแรก วันนั้น เมื่อมิตรภาพที่แตกสลายกระเทือนถึงตัวตนและการยอมรับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>        สตูดิโออิสระค่าย A24 ปักหมุดหมายบนเวทีออสการ์ได้อย่างน่าชื่มชม ภาพยนตร์ 6 เรื่องมีชื่อเข้าชิงมากที่สุดรวม 18 รางวัล ไล่ตั้งแต่รางวัลใหญ่สุดของเวทีในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง <em>Everything Everywhere All at Once</em> ที่เป็นภาพยนตร์มีชื่อเข้าชิงมากที่สุดของปีถึง 11 รางวัล รวมทั้งภาพยนตร์เรื่อง <em>‘Close รักแรก วันนั้น’</em> มีชื่อเข้าชิงในสาขา International film ทำให้กลายเป็นสตูดิโอเดียวที่รวมแล้วมีชื่อเข้าชิงสาขาต่างๆ มากที่สุดในงานประกาศรางวัล Oscar ครั้งที่ 95 ประจำปี 2023&nbsp;</p>



<p>        <em>‘Close รักแรก วันนั้น’</em> นำแสดงโดยสองนักแสดงเด็กหน้าใหม่ เอเดน ดองบรีน (Eden Dambrine) ในบท เลโอ และ กุสตาฟ เดอ เวล (Gustav De Waele) ในบท เรมี แต่ฝีมือการแสดงของทั้งคู่ไม่ธรรมดา ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวและการกำกับการแสดงที่น่าประทับใจจนตรึงสายตาและขโมยหัวใจผู้ชมไปได้ตั้งแต่เปิดฉากแนะนำตัวละคร เป็นการเล่าเรื่องราวมิตรภาพของเด็กชายในวัย 13 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลและการค้นหาตัวตนที่ทั้งงดงามและสะเทือนอารมณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165371" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165372" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับดาวรุ่งชาวเบลเยียม ลูกัส ดงต์ (Lukas Dhont) ที่เคยส่งภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ‘Girl’ เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 71 ในปี 2018 และยังกวาดรางวัลมากมายจนทำให้ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดนี้เป็นที่จับตามอง โดยในปี 2022 ภาพยนตร์เรื่อง <em>‘Close’</em> ชนะรางวัล ‘Grand Prix’ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 75 และถือเป็นภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศตัวเต็งมาแรงสุดในงานประกาศรางวัลออสการ์ของปีนี้&nbsp;</p>



<p>        เลโอ และ เรมี เด็กชายสองคนที่ปลูกมิตรภาพระหว่างช่วงปิดภาคเรียน ความแน่นแฟ้นที่ทั้งคู่มีให้กันเล่าผ่านฉากเรียบง่ายที่เราสามารถเชื่อมโยงกลับไปในวัยเด็กของตัวเอง จนอาจทำให้นึกถึงเพื่อนรักที่หายหน้ากันไปด้วยฉาก เช่น&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>การสวมบทบาทเป็นนักรบในป่าที่มีธรรมชาติอยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับจินตนาการและความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ที่เราอาจหลงลืม</li><li>การที่ เลโอ ขอคุณแม่ของเขามาค้างกับครอบครัว เรมี หมกตัวอยู่ที่บ้านด้วยกันจนแม่สนิทกับเพื่อนของลูกเสมือนเป็นลูกชายอีกคนของบ้าน แสดงให้เห็นถึงความรัก ความผูกพันมีให้กันอย่างลึกซึ้งและมากกว่าแค่ลูกเพื่อนข้างบ้าน</li><li>ในส่วน เรมี เองที่ดูเหมือนเป็นเด็กสดใส ไร้เดียงสา และร่าเริงอยู่เสมอ กลับมีปัญหาการนอนที่ต้องมี เลโอ คอยเป็นเซฟโซนกล่อมให้หลับก่อนนอน</li></ul>



<p>        ลูกัส ดงต์ ผู้กำกับของเรื่องให้สัมภาษณ์ไว้ว่า กว่าที่จะได้ตัวนักแสดงมารับบทนำในเรื่อง ต้องแคสติ้งเด็กชายรวมแล้วกว่า 580 คน จนวันหนึ่งขณะที่เขากำลังเดินทางด้วยรถไฟไปประเทศเบลเยียม เหลือบมองไปเจอกับ เอเดน กำลังนั่งคุยกับเพื่อนอยู่เก้าอี้ใกล้ๆ กับเขาพอดี สายตาทรงพลังและส่งอารมณ์ความรู้สึกของ เอเดน เป็นจุดดึงดูดที่เขาบอกว่าถ้าไม่เข้าไปคุยในวันนั้นจะต้องเสียใจไปตลอด เขาถึงกับกล่าวว่า ‘เหมือนกับโลกทั้งใบอยู่หลังดวงตาคู่นี้’ จึงเดินไปออกปากชวนมาแคสติ้งในบท เลโอ ซึ่งเมื่อเข้ากลุ่มเทรนนิ่งเดียวกันกับ กุสตาฟ ใน บท เรมี ก็รับส่งกันได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้จะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แต่ด้วยการใช้เทคนิกการกำกับที่ดึงธรรมชาติของเด็กทั้งสองคนออกมาจนสร้างความประทับใจและเสียงชื่นชม ผู้กำกับกล่าวว่า ก่อนเปิดกล้องนักแสดงเด็กและทีมงานจะทำกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดง เช่น เดินริมทะเล ฝึกทำแพนเค้ก เป็นการใช้เวลาร่วมกันหลายเดือน ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำจริงเพื่อให้นักแสดงหน้าใหม่รู้สึกสบายใจกับนักแสดงมืออาชีพและทีมงาน รวมไปถึงการเปิดกว้างให้นักแสดงเด็กทั้งคู่ได้แสดงความคิดเห็นกับบทบาทที่พวกเขากำลังถ่ายทอดออกมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165375" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        การแสดงของ เอเดน ในบท เลโอ ส่งอารมณ์ผ่านสีหน้าและแววตาได้อย่างมหัศจรรย์ เมื่อยามรักเขาก็ทำให้เราเชื่อได้สนิทใจว่า นี่คือสายตาของคนที่ตกหลุมรักคนๆ นึงที่ไม่ได้มีเรื่องเพศสภาพเขามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อยามสับสนและโกรธเคืองกับคนหรือสถานการณ์รอบตัวที่เด็กช่วงวัยนี้ต้องเผชิญเป็นครั้งแรก เขาก็ถ่ายทอดออกได้เจ็บปวดสมจริงและทำให้เรารับรู้ถึงความอัดอั้น ขุ่นเคืองในใจของเด็กคนนี้&nbsp;</p>



<p>        ในช่วงที่ เลโอ พยายามค้นหาตัวตนของตัวเองในหมู่เพื่อนรอบตัว เขาแสดงให้เห็นถึงความกลัว ความกังวลต่างๆ นานา ที่ต้องเจอกับเด็กร้อยพ่อพันแม่ที่ผ่านการเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน แต่ก็เลือกที่จะปะทะกับความเปลี่ยนแปลงและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มจนได้รับการยอมรับ แต่นั่นเป็นการผลักไสเพื่อนที่เขารักให้ห่างออกไป ทั้งยังข่มใจไม่ให้เข้าไปใกล้ชิด จนเมื่อประสบกับเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องซึ่ง เลโอ พยายามสะกดความคิดและปฏิเสธความรู้สึก กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่สุดท้ายการหนีไม่นำมาซึ่งคำตอบ ยิ่งเป็นการทำให้เกิดความว้าวุ่นใจและหาทางออกไม่เจอ&nbsp;</p>



<p>        ผู้กำกับเลือกที่จะไม่ทำให้คนดูต้องฟูมฟายกับการสูญเสีย แต่เล่นกับคำถามที่ค้างคาในใจของ เลโอ ที่ค่อยๆ เผยออกมาในแต่ละฉากครึ่งหลังของเรื่อง ก้าวเข้าสู่ช่วงกระหน่ำดำดิ่ง สับสน ซึ่งผู้ชมเองก็เอาใจช่วยอยากให้เขาคลี่คลายปมนี้ให้ได้เพื่อจะได้ปลดปล่อยทั้งตัวแสดงและความเจ็บปวดที่ผู้ชมได้รับจากเรื่องราวของพวกเขา ซึ่งการเล่าด้วยภาพที่อ่อนโยนแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกจุกในอกและเศร้าจนหัวใจแทบแตกสลาย</p>



<p>        ฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเป็นฉากหลังที่เล่าคู่ไปกับการเรียนรู้และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของเด็กชายทั้งสองคน มีช่วงเวลาเบ่งบานของดอกไม้หลากสีสัน ผ่านสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ไปจนถึงช่วงที่ต้องถมดินเตรียมพื้นที่เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง เช่นเดียวกับชีวิตที่ต้องผ่านเรื่องราวที่มีความสุขจนล้นและมีวันที่ทุกข์ใจจนเหมือนโลกทั้งใบพังลงต่อหน้า โดยเฉพาะในวัยที่อารมณ์ ตัวตน ยังไม่มั่งคงชัดเจน ความเปราะบางนี้จึงทำให้การเจอกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นครั้งแรกนั้นกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรงภายในใจ จึงไม่แปลกที่รักครั้งแรกจะเป็นรักที่หลายคนจดจำฝังใจเรื่อยมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-165370" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/02/close-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>        สิ่งหนึ่งที่ภาพยนตร์แสดงให้เห็นคือระบบซัพพอร์ตทั้งจากครอบครัว โรงเรียน และผู้ใหญ่รอบตัว ที่ถนอมหัวใจเด็กในวัยนี้ไม่ให้พังทลายจากคำพูดหรือการกระทำที่ไม่ไตร่ตรอง เว้นระยะห่างให้พวกเขาได้ค้นหาคำตอบ ไม่เร่งรัดหรือบีบบังคับกับการตัดสินใจใดๆ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผ่านการเสียใจ ผิดพลาด ล้มลุกด้วยตัวเองมาแล้ว ก็จะตกตะกอนและเห็นความจริงผ่านสายตาของเขาเอง ไม่ใช่คำพูดของใครมาบ่งการชี้นำ&nbsp;</p>



<p>        คำกล่าวที่ว่า “เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย” แต่มันก็เป็นวัยที่สนุกและมีเรื่องราวตื่นเต้นให้ค้นหา พอเป็นผู้ใหญ่ที่เจอความผิดหวังซ้ำๆ เข้ามาก็เริ่มด้านชาและหลงลืมไปว่าความรู้สึกรักอย่างบริสุทธิ์นั้นสวยงามแค่ไหนและการเจ็บปวดจนสุดใจมันเป็นอย่างไร คนที่คุณคิดถึงเมื่อถามถึงรักครั้งแรกตอนนี้เขาเป็นอย่างไรกันแล้วบ้าง? ภาพยนตร์เรื่องนี้จะช่วยพาคุณทบทวนและตั้งคำถามไปด้วยกัน <em>‘Close รักแรก วันนั้น’</em> ฉายจริง 23 กุมภาพันธ์นี้ ในโรงภาพยนตร์</p>



<p><strong>ตัวอย่างภาพยนตร์</strong></p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="CLOSE รักแรก วันนั้น - Official Trailer [ ตัวอย่างซับไทย ]" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/WplRDosXDzA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/close-movie/">Close I รักแรก วันนั้น เมื่อมิตรภาพที่แตกสลายกระเทือนถึงตัวตนและการยอมรับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
