<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>job anatomy &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/business/job-anatomy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/business/job-anatomy/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Mar 2021 06:36:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ช่างทันตกรรม : ศิลปินผู้ทำงานศิลปะระดับไมโครเมตรในช่องปากเพื่อช่วยเหลือคน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dental-technician-job-anatomy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Oct 2019 09:40:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[งานฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างทันตกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74996</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีคำกล่าวหนึ่งในวงการทันตกรรมที่บอกไว้ว่า งานในช่องปากต้องใช้ทั้ง ‘ศาสตร์และศิลป์’ และนั่นจะชัดเจนมากกับอาชีพ ช่างทันตกรรม ศาสตร์–แน่ล่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่รักษาสุขภาพคน ศาสตร์ความรู้คือสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะในเชิงการแพทย์หรือจิตวิทยา ทั้งหมดล้วนจำเป็นทั้งนั้นในการรักษาใครสักคนหนึ่งที่มีปัญหาในช่องปาก ศิลป์–พอเป็นงานที่จำกัดอยู่ในพื้นที่เล็กมากๆ การบูรณะรักษาหรือการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาจึงต้องใช้ทั้งฝีมือ ความแม่นยำ และการฝึกฝน หลายคนถึงกับบอกว่างานทันตกรรมคืองานศิลปะดีๆ นี่เอง ทั้งศาสตร์และศิลป์ผสมกลมกลืนกันอยู่ในเรื่องนี้จนกลมเกลียวเป็นเรื่องเดียวกัน ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ เมื่อไปรักษาฟันเราจะเห็นตัวละครที่อยู่หน้าฉากเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ในคลินิก ทุกคนล้วนมีความสำคัญในหน้าที่ตัวเอง แต่ถ้าเปรียบงานทันตกรรมเป็นเวที ในวันนี้เราอยากพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังการรักษาเหล่านั้น นั่นคือ ‘ช่างทันตกรรม’ ทำความเข้าใจเบื้องต้นกันสักหน่อย จากการพูดคุยกับคนทั่วไปเราพบว่า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าฟันปลอมหรือวัสดุใส่ฟันส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดขึ้นจากการผลิตของทันตแพทย์ หมอฟันมีหน้าที่ตรวจและวินิจฉัยรักษา แต่ชิ้นงานเหล่านั้นที่จะออกมาอยู่ในปากคนไข้ เกือบทั้งหมดผ่านมือของช่างทันตกรรมที่รับออร์เดอร์มาจากทันตแพทย์อีกทีว่าอยากให้ชิ้นงานเป็นแบบไหน แต่เพื่อให้เข้าใจลึกกว่านั้น เราตัดสินใจเดินทางมาที่ PC Dental Lab แล็บทันตกรรมชื่อดังที่เปิดมาแล้วกว่า 40 ปี เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้ให้มากขึ้น และคนที่มารอต้อนรับเราคือช่างทันตกรรมตัวจริงเสียงจริง เค–ธวัชชัย ฝีปากเพราะ และ เอ็ม–อนันต์ สิงหาเพชร บทสนทนาทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างที่เคและเอ็มพาเราเดินชมแล็บแต่ละส่วนพร้อมอธิบายแต่ละขั้นตอน ส่วนการผลิตที่เราเข้าชมคืองานฟันปลอมประเภทติดแน่น ซึ่งจริงๆ แล้ว PC Dental Lab มีงานประเภทอื่นครอบคลุมทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dental-technician-job-anatomy/">ช่างทันตกรรม : ศิลปินผู้ทำงานศิลปะระดับไมโครเมตรในช่องปากเพื่อช่วยเหลือคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">มีคำกล่าวหนึ่งในวงการทันตกรรมที่บอกไว้ว่า งานในช่องปากต้องใช้ทั้ง ‘ศาสตร์และศิลป์’ และนั่นจะชัดเจนมากกับ<a href="https://www.adaymagazine.com/search/job%20anatomy">อาชีพ</a> ช่างทันตกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตร์–แน่ล่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็นงานที่รักษาสุขภาพคน ศาสตร์ความรู้คือสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะในเชิงการแพทย์หรือจิตวิทยา ทั้งหมดล้วนจำเป็นทั้งนั้นในการรักษาใครสักคนหนึ่งที่มีปัญหาในช่องปาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิลป์–พอเป็นงานที่จำกัดอยู่ในพื้นที่เล็กมากๆ การบูรณะรักษาหรือการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาจึงต้องใช้ทั้งฝีมือ ความแม่นยำ และการฝึกฝน หลายคนถึงกับบอกว่างานทันตกรรมคืองานศิลปะดีๆ นี่เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งศาสตร์และศิลป์ผสมกลมกลืนกันอยู่ในเรื่องนี้จนกลมเกลียวเป็นเรื่องเดียวกัน</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75164 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ เมื่อไปรักษาฟันเราจะเห็นตัวละครที่อยู่หน้าฉากเพียงไม่กี่ตำแหน่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ในคลินิก ทุกคนล้วนมีความสำคัญในหน้าที่ตัวเอง แต่ถ้าเปรียบงานทันตกรรมเป็นเวที ในวันนี้เราอยากพาทุกคนไปรู้จักกับอีกหนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังการรักษาเหล่านั้น นั่นคือ </span><span style="font-weight: 400;">‘ช่างทันตกรรม’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำความเข้าใจเบื้องต้นกันสักหน่อย จากการพูดคุยกับคนทั่วไปเราพบว่า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าฟันปลอมหรือวัสดุใส่ฟันส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดขึ้นจากการผลิตของทันตแพทย์ หมอฟันมีหน้าที่ตรวจและวินิจฉัยรักษา แต่ชิ้นงานเหล่านั้นที่จะออกมาอยู่ในปากคนไข้ เกือบทั้งหมดผ่านมือของช่างทันตกรรมที่รับออร์เดอร์มาจากทันตแพทย์อีกทีว่าอยากให้ชิ้นงานเป็นแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เพื่อให้เข้าใจลึกกว่านั้น เราตัดสินใจเดินทางมาที่ <a href="https://www.pclab.co.th/">PC Dental Lab</a> แล็บทันตกรรมชื่อดังที่เปิดมาแล้วกว่า 40 ปี เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพนี้ให้มากขึ้น และคนที่มารอต้อนรับเราคือช่างทันตกรรมตัวจริงเสียงจริง <strong>เค–ธวัชชัย ฝีปากเพราะ</strong> และ <strong>เอ็ม–อนันต์ สิงหาเพชร</strong></span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-75173 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-76.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-76.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-76-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-76-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-75174 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-78.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-78.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-78-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-78-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสนทนาทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างที่เคและเอ็มพาเราเดินชมแล็บแต่ละส่วนพร้อมอธิบายแต่ละขั้นตอน ส่วนการผลิตที่เราเข้าชมคืองานฟันปลอมประเภทติดแน่น ซึ่งจริงๆ แล้ว PC Dental Lab มีงานประเภทอื่นครอบคลุมทั้งหมด แต่พวกเขาพาเราชมส่วนนี้เพื่อให้เห็นภาพรวมของงานให้ชัดที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75164 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>จากช่องปากสู่งานศิลปะและการรักษา</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เค :</strong> งานทันตกรรมบูรณะที่ช่างทันตกรรมทำแบ่งเป็น 3 แบบคือ แบบถอดชิ้นงานออกมาได้ แบบติดแน่นอยู่กับฟัน และแบบที่ทำเพื่อความสวยงาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการทำงานของที่นี่คือ คลินิกหรือโรงพยาบาลต่างๆ จะส่งใบสั่งงานผ่านเมสเซนเจอร์พร้อมรายละเอียดช่องปากของคนไข้แต่ละคน ซึ่งมีทั้งแอนะล็อก (พิมพ์โดยใช้วัสดุพิมพ์ปาก) และแบบดิจิทัล (สแกนในช่องปากออกมาเป็นไฟล์สามมิติโดยที่ไม่ต้องพิมพ์ปาก)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอมาถึงแล็บ ขั้นตอนแรกที่เราทำคือเช็กว่าใบคำสั่งงานนั้นสมบูรณ์ไหม ชนิดงานที่คุณหมอสั่งคืออะไร มีให้ข้อมูลสีฟันที่เขาอยากให้เป็นไหม ถ้าครบแล้วเราจะส่งต่อไปสู่ทีมปูน ในกรณีที่ส่งมาเป็นรอยพิมพ์ปาก ทีมปูนจะนำไปเทแบบออกมาเป็นทั้งแบบโมเดลเพื่อเอาเข้าไปใส่เครื่องจำลองการสบฟัน พร้อมกับทำแบบจำลองฟันเป็นซี่ๆ แยกออกมาด้วย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75144 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75147 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-10.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75145 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากตกแต่งความเรียบร้อยของโมเดล เราจะส่งต่อไปยังทีมดีไซน์เพื่อออกแบบฟันเทียมให้ตรงกับความต้องการของคุณหมอ ในขั้นตอนนี้เราสามารถออกแบบได้ทั้งแบบแอนะล็อกและแบบดิจิทัล สำหรับแบบแอนะล็อก เราจะเอาแบบฟันมาขึ้นโครงด้วยการแกะสลักแวกซ์บนโมเดลปูนที่ทำขึ้นมา เมื่อได้รูปร่างแวกซ์ตามที่ต้องการ หลังจากนั้นเราจะนำไปเข้ากระบวนการแทนที่แวกซ์เหล่านี้ด้วยโลหะ ซึ่งต่างกับแบบดิจิทัลที่เรานำไฟล์คอมพิวเตอร์ที่ดีไซน์ออกมาแล้วกลึงเป็นฟันเทียมผ่านเครื่อง CNC (</span><span style="font-weight: 400;">Computer Numerical Control) หรือเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) ได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75181 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-18-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-18-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-18-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75183 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-59-1.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-59-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-59-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-59-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75182 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-36-1.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-36-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-36-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-36-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75157 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้ฟันเทียมออกมาคร่าวๆ เราจะเอาชิ้นงานนั้นมาลงรายละเอียดในส่วนสีฟันตามวัสดุที่คุณหมออยากใช้ พร้อมกับการขัดเรียบมัน เมื่อได้ซี่ฟันตรงตามต้องการแล้ว ชิ้นงานทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งต่องานไปให้คลินิกหรือโรงพยาบาลตามใบสั่งต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75168 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-62.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-62.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-62-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-62-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เอ็ม :</strong> ถ้าถามว่าขั้นตอนไหนอยากสุด งานทันตกรรมยากทุกขั้นตอนครับ ถ้าเราแบ่งย่อยขั้นตอนที่เราเล่าออกมาเป็น 10 ขั้นตอน ทุกขั้นตอนมีเกณฑ์ขั้นต่ำคือ ‘ต้องห้ามพลาด’ ทั้งหมด เพราะถ้ามีตรงไหนพลาด งานฟันเทียมจะออกมาสมบูรณ์ไม่ได้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับที่ PC Dental Lab สโลแกนของที่นี่คือ FIT, FORM, FUNCTION และ ESTHETIC คือฟันเทียมที่เราทำออกมาต้องใส่ได้พอดี รูปร่างถูกต้อง ใช้งานได้ และมีความสวยงาม เราต้องระลึกถึงสิ่งเหล่านี้เสมอ เพราะสิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่งานงานหนึ่ง แต่คือการช่วยเหลือคนไข้ให้กลับไปมีฟันสมบูรณ์พร้อมใช้งานอีกครั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75170 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-67.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-67.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-67-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-67-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>บันไดสู่การเป็นช่างทันตกรรม</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เค :</strong> การจะเป็นช่างทันตกรรมสามารถเข้ามาได้ผ่าน 2 ช่องทางคือ ช่างที่ถูกฝึกมาโดยทันตแพทย์ และช่างที่เรียนกับช่างทันตกรรมโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีหลักสูตรการเป็นช่างทันตกรรมอยู่แค่ที่เดียวคือมหาวิทยาลัยมหิดล (หลักสูตร CDT &#8211; Certified Dental Technician) อย่างตัวผมเองจบจากมหิดล ซึ่งรุ่นหนึ่งจบมาน้อยมากครับ รุ่นผมจบแค่ 15 คนเท่านั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75151 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เอ็ม :</strong> ส่วนตัวผมมาจากอีกทางหนึ่งคือถูกฝึกมาจากช่างทันตกรรมที่ PC Dental Lab โดยตรง ที่นี่เราไม่ได้จำกัดวุฒิการศึกษาในการรับคนเลย แต่คนที่เรามองหาเพื่อมาเป็นช่างทันตกรรมคือคนที่มีหัวมาทางศิลปะหน่อย อย่างในใบสมัครเราจะให้เขาลองคัดลอกลายกนก ถ้าเขาวาดได้หรือมีแนวโน้มไปในทางที่ดี เราจะรับเข้ามาฝึก แต่สิ่งที่คัดคนออกไปจริงๆ คือตอนที่เริ่มฝึกมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนของที่นี่ทำสองทางควบคู่กันคือ การเรียนรู้ศัพท์เทคนิคเพื่อเอาไปสื่อสารกับคุณหมอ และการฝึกเชิงปฏิบัติ ช่างทันตกรรมต้องเรียนรู้รูปร่างฟันทั้ง 32 ซี่และจำให้ได้อย่างละเอียด รูปร่างที่ถูกต้องเป็นยังไง แต่ละด้านของฟันเป็นแบบไหน ตรงไหนนูน-ต่ำ การสบฟันที่ถูกต้องคืออะไร พร้อมกันนั้น เราต้องฝึกแกะสลักแวกซ์ให้เหมือนกับฟันทุกซี่รวมถึงงานฟันเทียมอื่นๆ ทั้งหมดนี้เรียนรู้ภายใน 3 เดือน ระหว่างนั้นจะมีพี่เลี้ยงคอยประกบคล้ายๆ กับที่พี่สอนน้องโดยเราเน้นการปฏิบัติเป็นหลักมากกว่า หลังจาก 3 เดือน เราเริ่มเห็นแววแล้วว่าใครเหมาะไปอยู่จุดไหน หลังจากนั้นเราถึงวางตัวน้องๆ ไปเริ่มงานในแผนกที่เหมาะสม แต่กว่าจะคล่องส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาเกิน 1 ปีครับ ถ้าเอาแบบที่สามารถเรียกได้ว่าเก่งจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75160 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-40.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-40-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ก่อนจะเป็น ช่างทันตกรรม ต้องเป็นช่างอดทน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เอ็ม :</strong> สำหรับผม งานนี้เป็นงานที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่นะครับ และเป็นงานที่ไม่หนักเลย เราแค่ใช้ทักษะที่ฝึกฝนมา งานก็เป็นงานขนาดเล็ก นั่งทำบนโต๊ะในห้องแอร์ ใช้แค่ความสามารถของเราสร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมา ดังนั้นถ้าผ่านช่วงแรกไปได้ก็สบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความยากเกิดขึ้นในช่วงที่เราไม่รู้มากกว่า เพราะในตอนแรกที่เริ่มฝึก ทุกคนเหมือนเข้ามาเจอโลกใหม่ เราต้องเรียนศัพท์ยากๆ เรียนรูปร่างฟันและอะไรอีกมากมาย ส่วนใหญ่ความยากของการเรียนรู้จะใช้เวลาประมาณหนึ่งปี คนส่วนใหญ่ถอดใจตรงนี้นี่แหละ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75156 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เค :</strong> ไม่ว่าจะจบอะไรมา แต่ถ้าต้องมาเริ่มเรียนการทำฟันพร้อมกัน เราต้องนับหนึ่งใหม่เหมือนกันหมด ขอแค่มีหัวด้านศิลป์หน่อย และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือความอดทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เอ็ม :</strong> หลายคนอาจมองว่างานที่เราทำดูเป็นเรื่องเล็ก หยุมหยิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เพราะเวลาเราเอาชิ้นฟันเทียมไปใส่ในปากคนไข้ เราต้องเป๊ะขนาดนั้นจริงๆ ถ้ามีความผิดพลาด เรายอมรับได้แค่ระดับ 0.01 มิลลิเมตรเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือหน้าที่ของเรา เราต้องทำงานออกมาให้ได้คุณภาพดีเพื่อให้คุณหมอเอาไปใส่ในปากคนไข้ เรากับหมอทำงานเป็นทีมเดียวกันและใกล้ชิดกันมาก ถึงแม้ภาพเราจะอยู่ข้างหลัง แต่เราก็ต้องทำเต็มที่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75164 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-47-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>งานศิลปะสร้างฟันและฝันที่แข็งแรง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เค :</strong> ปัจจุบันอาชีพช่างทันตกรรมมีการเปลี่ยนแปลงเยอะอยู่เหมือนกัน เทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเราเยอะ แต่ถึงจะเข้ามาขนาดไหน งานฟันเทียมที่ออกมายังคงต้องการคนที่มีทักษะฝีมืออยู่ดี เพราะถึงจะเป็นฟันซี่เดียวกัน คนพันคนก็มีรูปร่างฟันพันแบบ เทคโนโลยีแค่เข้ามาช่วยเท่านั้น ความตั้งใจและทักษะช่างยังคงจำเป็นอยู่เสมอ และไม่มีวันอดตายเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75163 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-46.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-46.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-46-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เอ็ม :</strong> เท่าที่คุยกับช่างทันตกรรมมา เราเห็นตรงกันในกลุ่มว่าพวกเราไม่เคยน้อยใจเลยที่ใครหลายคนไม่ทราบว่ามีอาชีพนี้อยู่ กลับกันเสียอีก เราอยากให้อาชีพนี้เป็นที่รู้จักเยอะๆ เพราะถ้าหากว่ากันตามตรง ปัจจุบันอาชีพนี้เปิดกว้างมาก เราต้องการบุคลากรค่อนข้างเยอะ ขอแค่มีใจอยากทำและอดทนก็สามารถเข้ามาได้เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่เป็นเหมือนสิ่งที่ยืนยันเราด้วยว่าอาชีพนี้เลี้ยงเราได้ตลอดชีวิต พนักงานคนแรกของ PC Dental Lab ยังคงทำงานอยู่แม้อายุ 70 ปีแล้ว เขาเป็นชาวไร่ชาวนามาก่อนที่จะมาฝึกเป็นช่างทันตกรรม ทักษะที่สั่งสมไปตามวัยของเขากลายเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ดังนั้นอย่างที่บอกครับว่าขอแค่ผ่านจุดที่ต้องอดทนมาได้ อาชีพนี้สบายมาก แถมยังได้อยู่กับความภูมิใจเล็กๆ ตลอดเวลาว่า เราได้ทำให้ใครคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้าได้กลับมามีชีวิตปกติอีกครั้งด้วยงานศิลปะในช่องปากของเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-75165 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-49.jpg" alt="ช่างทันตกรรม" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-49.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-49-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/Dent-49-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เค :</strong> เหมือนเรากำลังทำงานศิลปะที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกให้กับคุณคนเดียวเท่านั้นครับ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dental-technician-job-anatomy/">ช่างทันตกรรม : ศิลปินผู้ทำงานศิลปะระดับไมโครเมตรในช่องปากเพื่อช่วยเหลือคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องสกิล &#8216;กระเป๋าเรือเมล์แห่งคลองแสนแสบ&#8217; ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/saen-saep-boat-service/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/saen-saep-boat-service/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Trawell]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Oct 2018 11:51:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[คลองแสนแสบ]]></category>
		<category><![CDATA[เรือเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[TRAWELL]]></category>
		<category><![CDATA[Trawell Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=41309</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนทำงานในเมืองที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ก็คงเลือกจะหลีกหนีความเป็นอัมพาตของการจราจรบนท้องถนน ด้วยการหันไปพึ่งพิงการเดินทางบนรางลอยฟ้า หรือเดินทางลงรางใต้ดิน แต่ยังมีอีกระบบขนส่งสาธารณะที่รวดเร็วไม่แพ้กัน แถมผ่านตั้งแต่ชานเมืองย่านบางกะปิ ทะลุใจกลางกรุงไปจนถึงย่านเมืองเก่าที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง ‘เรือโดยสารคลองแสนแสบ’ ซึ่งเป็นทางออกของใครหลายคนผู้อยากหนีจากท้องถนนอันแออัดราวปลากระป๋อง ใครหลายคนที่ว่ารวมถึงเราด้วยเช่นกัน ไม่นานมานี้ เราได้ทดลองเป็นผู้โดยสารประจำของเรือแสนแสบเป็นเวลาเกือบสองเดือน เมื่อเบื่อจะจับจ้องวิวข้างทางที่ถูกกั้นด้วยผ้าใบขุ่นๆ ตลอดการนั่งเรือเกือบสุดสายเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทั้งเช้าเย็น เราจึงละสายตาไปมองวิถีชีวิต วิธีการทำงานของเหล่า ‘กระเป๋าเรือ’ แทน วันแล้ววันเล่าที่เห็นพวกเขาเดินบนกราบเรือแคบๆ และเก็บเงินไปพร้อมกัน ไหนจะการก้าวเท้าอย่างรู้จังหวะและพันเชือกเส้นหนายึดเรือไว้เมื่อเทียบท่า แม้หลายคนจะมองว่าการเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบนั้นสุดแสนลำบากที่ต้องรับมือกลิ่นอันตลบอบอวล คอยระวังทั้งน้ำกระเด็นใส่ หรือระวังตกน้ำเสียเอง แต่สำหรับพวกเขาผู้เป็นกระเป๋าเรือแล้วต้องพบกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ในการต้องทำงานพร้อมรับมือน้ำ แดด และกลิ่นเหล่านี้ทุกวัน พวกเขาต้องมีสกิลที่ซ่อนเร้นเป็นพิเศษมากกว่าการเป็นเพียงคนคอยเก็บเงินบนเรือแน่นอน เป็นนักว่ายน้ำ หนึ่งความสุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับการใช้บริการณเรือคลองแสนแสบก็คือ การพลัดตกน้ำ ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้โดยสารเพียงฝ่ายเดียว แม้ผู้ที่ทำงานจนชำนาญอย่างกระเป๋าเรือก็เสี่ยงไม่แพ้กันเลย ‘ว่ายน้ำเป็น’ จึงเป็นคุณสมบัติแรกเริ่มที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน หากจะประกอบอาชีพนี้ ก็ต้องว่ายน้ำได้จริงๆ ไม่ใช่การบอกเพียงปากเปล่าเท่านั้น เพราะมีการสอบว่ายน้ำที่ท่าเรือวัดศรีบุญเรืองข้างออฟฟิศครอบครัวขนส่งกันเดี๋ยวนั้นเลย เพราะการทำงานของกระเป๋าเรือนั้นก็มีส่วนที่เสี่ยงเกิดอันตรายเหมือนกัน อย่างการเดินบนกราบเรือแสนแคบ พร้อมเก็บเงินไปด้วยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งเรือแล่นไปด้วยความเร็วสูงยิ่งต้องทรงตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นก็อาจพลัดตกน้ำได้ รวมถึงการก้าวขึ้นท่าเรือตามจังหวะเรือ จังหวะคลื่นที่โคลงเคลงไปมาก็ทำให้สุ่มเสี่ยงพลัดตกน้ำเช่นกัน นอกจากจะดูแลผู้โดยสารแล้ว พวกเขาก็ต้องดูแลตัวเองไปพร้อมๆ กัน การว่ายน้ำเป็นจึงเป็นพื้นฐานความปลอดภัยที่ดีในระดับหนึ่งเลย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/saen-saep-boat-service/">ส่องสกิล &#8216;กระเป๋าเรือเมล์แห่งคลองแสนแสบ&#8217; ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนทำงานในเมืองที่ต้องเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ก็คงเลือกจะหลีกหนีความเป็นอัมพาตของการจราจรบนท้องถนน ด้วยการหันไปพึ่งพิงการเดินทางบนรางลอยฟ้า หรือเดินทางลงรางใต้ดิน แต่ยังมีอีกระบบขนส่งสาธารณะที่รวดเร็วไม่แพ้กัน แถมผ่านตั้งแต่ชานเมืองย่านบางกะปิ ทะลุใจกลางกรุงไปจนถึงย่านเมืองเก่าที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ</p>
<p>แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึง ‘เรือโดยสารคลองแสนแสบ’ ซึ่งเป็นทางออกของใครหลายคนผู้อยากหนีจากท้องถนนอันแออัดราวปลากระป๋อง ใครหลายคนที่ว่ารวมถึงเราด้วยเช่นกัน ไม่นานมานี้ เราได้ทดลองเป็นผู้โดยสารประจำของเรือแสนแสบเป็นเวลาเกือบสองเดือน เมื่อเบื่อจะจับจ้องวิวข้างทางที่ถูกกั้นด้วยผ้าใบขุ่นๆ ตลอดการนั่งเรือเกือบสุดสายเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทั้งเช้าเย็น เราจึงละสายตาไปมองวิถีชีวิต วิธีการทำงานของเหล่า ‘กระเป๋าเรือ’ แทน</p>
<p>วันแล้ววันเล่าที่เห็นพวกเขาเดินบนกราบเรือแคบๆ และเก็บเงินไปพร้อมกัน ไหนจะการก้าวเท้าอย่างรู้จังหวะและพันเชือกเส้นหนายึดเรือไว้เมื่อเทียบท่า แม้หลายคนจะมองว่าการเดินทางด้วยเรือโดยสารคลองแสนแสบนั้นสุดแสนลำบากที่ต้องรับมือกลิ่นอันตลบอบอวล คอยระวังทั้งน้ำกระเด็นใส่ หรือระวังตกน้ำเสียเอง แต่สำหรับพวกเขาผู้เป็นกระเป๋าเรือแล้วต้องพบกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน ในการต้องทำงานพร้อมรับมือน้ำ แดด และกลิ่นเหล่านี้ทุกวัน พวกเขาต้องมีสกิลที่ซ่อนเร้นเป็นพิเศษมากกว่าการเป็นเพียงคนคอยเก็บเงินบนเรือแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41789 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41786 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เป็นนักว่ายน้ำ</strong><br />
หนึ่งความสุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับการใช้บริการณเรือคลองแสนแสบก็คือ การพลัดตกน้ำ ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้โดยสารเพียงฝ่ายเดียว แม้ผู้ที่ทำงานจนชำนาญอย่างกระเป๋าเรือก็เสี่ยงไม่แพ้กันเลย</p>
<p>‘ว่ายน้ำเป็น’ จึงเป็นคุณสมบัติแรกเริ่มที่ไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน หากจะประกอบอาชีพนี้ ก็ต้องว่ายน้ำได้จริงๆ ไม่ใช่การบอกเพียงปากเปล่าเท่านั้น เพราะมีการสอบว่ายน้ำที่ท่าเรือวัดศรีบุญเรืองข้างออฟฟิศครอบครัวขนส่งกันเดี๋ยวนั้นเลย</p>
<p>เพราะการทำงานของกระเป๋าเรือนั้นก็มีส่วนที่เสี่ยงเกิดอันตรายเหมือนกัน อย่างการเดินบนกราบเรือแสนแคบ พร้อมเก็บเงินไปด้วยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ยิ่งเรือแล่นไปด้วยความเร็วสูงยิ่งต้องทรงตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นก็อาจพลัดตกน้ำได้ รวมถึงการก้าวขึ้นท่าเรือตามจังหวะเรือ จังหวะคลื่นที่โคลงเคลงไปมาก็ทำให้สุ่มเสี่ยงพลัดตกน้ำเช่นกัน</p>
<p>นอกจากจะดูแลผู้โดยสารแล้ว พวกเขาก็ต้องดูแลตัวเองไปพร้อมๆ กัน การว่ายน้ำเป็นจึงเป็นพื้นฐานความปลอดภัยที่ดีในระดับหนึ่งเลย อย่างน้อยถ้าพลาดตกเรือก็ไม่จมน้ำก็แล้วกันเนอะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41795 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เป็นนักเพาะกล้าม</strong><br />
หากผ่านการทดสอบว่ายน้ำมาแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงทดลองงานเป็นเวลา 3 วัน แม้แต่กระเป๋าเรือก็มีช่วงทดลองงานไม่ต่างจากบริษัทเลยนะเนี่ย</p>
<p>โดยวันแรกจะได้เป็นนักสังเกตการณ์คอยจับตาดูการทำงานของรุ่นพี่ ไม่ว่าจะคอยเก็บเงิน ดูแลความปลอดภัยผู้โดยสาร ซึ่งจะเน้นไปที่การสังเกตท่วงท่าการเกี่ยวเชือกผูกเรือเมื่อเทียบท่าเป็นหลักมากหน่อย เพราะเป็นส่วนที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ก่อนจะนำเรือเทียบท่าได้ต้องคอยดูจังหวะเรือ จังหวะคลื่น จังหวะตัวเอง เพื่อพร้อมก้าวไปพันเชือกยึดกับเสาที่ท่าเรือไว้ให้มั่น</p>
<p>ตวัด เกี่ยว พันสัก 4-5 รอบ ใช้ความไวและความแข็งแรงของกำลังแขนกำลังขาพอสมควรที่จะยึดเรือที่บรรจุคนจำนวนมากให้อยู่ชิดท่าเรือ และให้ผู้โดยสารก้าวขึ้นลงได้อย่างปลอดภัยที่สุด ทำซ้ำๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเช่นนั้นเรื่อยไป</p>
<p>อีกทั้งเมื่อเรือเริ่มแล่นออก กระเป๋าเรือก็ต้องเปลี่ยนหน้าที่ยึดเรือมาเก็บเงินด้วยวิถีการเดินบนกราบเรือ มือหนึ่งเก็บเงิน มือหนึ่งคล้องเชือกบนลำเรือไว้ไปพร้อมกัน เพื่อช่วยในการทรงตัวไม่ให้ตกเรือ เรียกว่ากำลังแขนที่แข็งแกร่งและร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งที่ต้องอยู่คู่กระเป๋าเรือเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41790 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41794 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เป็นสาย (รหัส) ลับ</strong><br />
หลังจากวันแรกเป็นนักสังเกตการณ์ วันต่อมาจะได้เป็นนักปฏิบัติ ได้ลองตวัด พันเชือกกับเสาท่าเรือจริงๆ จนพอรู้จังหวะ รู้ท่วงท่า วันที่สามจะได้ฝึกการเก็บค่าโดยสาร ซึ่งนอกจากจะต้องเรียนรู้จากรุ่นพี่กระเป๋าเรือและจดจำราคาให้ได้ทั้งหมดแล้ว จะมีการสอบเล็กๆ เรื่องราคาค่าโดยสารอีกด้วย หากผ่านก็สามารถเป็นกระเป๋าเรือได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p>หากคุณเป็นผู้โดยสารขาจรก็คงต้องการบอกชื่อท่าที่ขึ้นและลงแก่กระเป๋าเรือเพื่อให้คิดราคาได้ถูกตามระยะ แต่บางครั้งถ้าคุณได้ลองใช้บริการเรือก็อาจจะสังเกตว่าบางคนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยกันสักคำ เพียงชูนิ้วพร้อมยื่นเงินก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว!</p>
<p>รหัสไม่ลับซึ่งเป็นอันรู้กันระหว่างขาประจำกับกระเป๋าเรือนั้นมีดังนี้ ชู 1 นิ้ว หมายถึง 11 บาท ชู 3 นิ้ว หมายถึง 13 บาท ถ้าชูนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทำเป็นเลขเจ็ดนั่นแปลว่า 17 บาท และสุดท้ายหากชู 4 นิ้วก็เท่ากับ 19 บาทนั่นเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องตะโกนแข่งกับเครื่องยนต์สุดดัง ก็ใช้ความเงียบนี่แหละสื่อสารกันแทนซะเลย</p>
<p>หากจำเป็นจะต้องสื่อสารกับผู้โดยสารตอนเก็บเงิน เราก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าพวกเขาจะได้ยินกันได้อย่างไร พี่อนุสรณ์ กระเป๋าเรือคนหนึ่งบอกว่า “นอกจากสัญลักษณ์แล้ว บางทีก็อ่านปากไปด้วย” คราวหน้าคราวหลังหากไม่อยากตะโกนสู้เครื่องยนต์สุดดังก็ลองชูนิ้วตามราคากันดูได้ ไม่ต้องพูดมากให้เจ็บคอ หรือถ้าคุณเป็นนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้ก็ออกเสียงให้ดังฟังชัดกันไปเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41785 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เป็นคนในเครื่องแบบ</strong><br />
ทดลองงานผ่านแล้ว สอบผ่านแล้ว ขั้นต่อไปก็เริ่มงานได้ พวกเขาต้องมีเสื้อสีน้ำเงินสกรีนโลโก้ครอบครัวขนส่งไว้เป็นชุดประจำการทำงาน และต้องมีกระเป๋าประจำตัวด้วย</p>
<p>ซึ่งถ้าลองสังเกตให้ดี กระเป๋าสะพายข้างของแต่ละคนที่ใช้เก็บตั๋ว เก็บเงิน จะมีจำนวนช่องเล็กช่องน้อยเต็มไปหมด ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครอยากจะใส่เหรียญ ใส่แบงก์ ใส่ตั๋ว ช่องไหนก็ได้ตามถนัด โดยทั่วไปจะนิยมซื้อแบบที่เย็บจากผ้าใบกันน้ำ เพราะตลอดการทำงานก็เสี่ยงต่อการเปียกน้ำเสมอ หากตั๋วเปียกจนหยิบติดกันไปสองใบสามใบพวกเขาก็ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินส่วนเกินนั้นเองด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41796 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เสื้อชูชีพสีส้มสดใส เป็นสิ่งที่ต้องสวมตลอดเวลาการทำงานตามกฎเหล็กของครอบครัวขนส่งเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน แม้จะผ่านการทดสอบว่ายน้ำมา แต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้จริงไหม</p>
<p>หมวกกันกระแทกสุดทน หมวกพลาสติกสุดแกร่งนี้ไม่ได้ใส่เอาเท่ เอาคูล แต่ใส่เพื่อป้องกันศีรษะกระแทกกับท้องสะพาน จะปล่อยให้หัวชนปูนแข็งๆ ไม่น่าจะสนุกใช่ไหมล่ะ</p>
<p>รองเท้าตามใจฉัน เราจะสังเกตเห็นว่าบ้างก็ใส่รองเท้าแตะตราช้างดาวสุดอึด รองเท้ารัดส้นกันน้ำ ไปจนถึงรองเท้าผ้าใบที่อาจไม่ค่อยนิยมนักเพราะอยู่กับน้ำตลอดทั้งวัน เรียกว่ารองเท้าแบบไหนก็ได้ที่ถนัดและคล่องตัว มีดอกยางมากพอที่จะไม่ทำให้ลื่นเป็นพอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41792 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉันเลย</strong><br />
เรือโดยสารคลองแสนแสบเริ่มออกให้บริการตั้งแต่เวลา 5.30 น. หากวันไหนเรือใครถูกจัดคิวเป็นลำแรกของวัน กระเป๋าเรือก็ต้องตื่นเช้ากันหน่อย จากนั้นก็ต้องเซ็นชื่อ เบิกตั๋วและเหรียญไว้สำหรับทอนเงิน นั่งรอตามคิวที่นายท่าจดไว้ ซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วนตั้งแต่ 5.30-10.00 น. เรือจะวิ่งจากท่าเรือวัดศรีบุญเรืองอย่างน้อยลำละ 2-3 เที่ยว กระเป๋าเรือจึงจะได้พักกินข้าวเช้า โดยรวมแล้วเรือแต่ละลำจะวิ่งประมาณ 5-6 เที่ยวต่อวัน พวกเขาทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงมืดค่ำเช่นนี้ทุกวัน</p>
<p>ตามคำร่ำลือจากใครหลายคนถึงความแสบซ่าของเรือคลองแสนแสบ ทั้งกลิ่นเอย น้ำคลองกระเด็นใส่เอย ความปลอดภัยเอย อาจทำให้หลายคนไม่กล้าและไม่ค่อยชอบการนั่งเรือคลองแสนแสบนัก แต่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างพวกเขาก็เชื่อว่าตนเองได้ทำหน้าที่บริการอย่างเต็มความสามารถที่สุดแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41793 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หากกลัวที่จะเปียกขอให้รู้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ข้อแนะนำที่พอช่วยได้คือดึงผ้าใบกันน้ำสุดแรง หากกลัวที่จะตกน้ำก็ตั้งมั่นเหยียบกราบเรือ ดูจังหวะเรือ จับเชือก ก้าวขาไปพร้อมกัน หากไม่รู้ว่าถึงสถานีที่จะลงเมื่อไหร่ก็บอกพวกเขาให้บอกเมื่อใกล้ถึงได้เสมอ</p>
<p>“เป็นกระเป๋าเรือแสนแสบต้องนึกถึงทุกอย่างเลย ทั้งความปลอดภัยของผู้ใช้และตัวเราเอง ทุกอย่างต้องปลอดภัย ทั้งเราและเขา เราทำงานก็ต้องระวังด้วยเหมือนกัน” พี่นุ่นทิ้งท้ายกับเราถึงสิ่งที่ต้องนึกถึงเสมอก่อนจะโบกมือลาและวิ่งขึ้นเรือไปทำหน้าที่ของเธอต่อไป</p>
<p>ตลอดสองเดือนที่พบกันแทบทุกวัน เรามองเห็นพวกเขาเป็นมากกว่าแค่พนักงานเก็บเงินค่าโดยสาร สกิลอันเหลือล้นของพวกเขาทำให้เห็นได้ชัดว่าอาชีพนี้ไม่ใช่ใครก็จะเป็นได้ง่ายๆ แต่ต้องเป็นนักว่ายน้ำที่แข็งแกร่ง ตกคลองแล้วจะไม่จมหายไป เป็นคนร่างกายแข็งแรงเพราะได้ออกกำลังแขนกำลังขาสม่ำเสมอ เป็นนักสื่อสารที่ใช้ประสาทสัมผัสร่างกายหลายส่วนในการเก็บเงิน เป็นคนในชุดยูนิฟอร์มสุดคูลในแบบของตัวเอง พวกเขาเป็นในหลายสิ่งอย่าง ก็เพื่อพร้อมที่จะเป็นคนเก็บเงิน และดูแลผู้โดยสารในทุกๆ วัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41788 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/10/boat4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><em>ขอบคุณข้อมูลจากพี่กระเป๋าเรือโดยสารคลองแสนแสบ พี่นุ่น พี่สุพรรณ พี่อนุสรณ์ และคนอื่นๆ</em> <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/saen-saep-boat-service/">ส่องสกิล &#8216;กระเป๋าเรือเมล์แห่งคลองแสนแสบ&#8217; ผู้เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/saen-saep-boat-service/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมตรที่ล้านกับโลกที่กว้างกว่าเดิมของ HappyNancy</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-travelblogger-happynancy/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-travelblogger-happynancy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Jun 2018 17:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri Prime]]></category>
		<category><![CDATA[#FIRSTMILLION]]></category>
		<category><![CDATA[#KRUNGSRIPRIME]]></category>
		<category><![CDATA[HappyNancy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-travelblogger-happynancy/</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวดูเป็นอาชีพในฝันของหนุ่มสาวสมัยนี้ที่ใครหลายคนอิจฉา แต่เมื่อการเดินทางที่เคยเป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจกลายเป็นการทำงานขึ้นมา มุมมองที่เหล่าบล็อกเกอร์มีต่อการแพ็คกระเป๋าในทุกครั้งจะเปลี่ยนไปไหม รวมถึงการจัดการชีวิตที่ต้องออกเดินทางตลอดเวลาจะเป็นยังไง ครั้งนี้เราชวน แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิศักดิ์ หรือ HappyNancy บล็อกเกอร์สาวสายท่องเที่ยวผู้รักการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจมาพูดคุยกัน เมื่อเราเริ่มต้นถามถึงการเดินทางทริปต่อไปของแนนซี่ บรรยากาศของการพูดคุยก็ดูสนุกสนานขึ้นทันที สาบานได้เลยล่ะว่าเราแอบเห็นประกายไฟที่ลุกโชนสะท้อนผ่านนัยน์ตาของบล็อกเกอร์สาวคนนี้ “แนนมีทริปในใจเยอะมาก พอมาทำบล็อกท่องเที่ยวจริงจังแนนก็ยิ่งหาข้อมูลเยอะขึ้น เลยกลายเป็นว่าแนนมีจุดหมายที่อยากไปเยอะไปหมด แนนถือคติ ‘โลกใบนี้มันกว้างมาก และมีอะไรรอให้เราได้ไปค้นหาอีกเยอะ’ จริงๆ แล้วความสนุกของทุกทริปการเดินทางมันเริ่มตั้งแต่เราวางแผนแล้วล่ะ เราอยากจะไปทำอะไร ที่ไหน นี่แค่คิดก็สนุกแล้ว” ดูเหมือนว่า การเดินทางของแนนซี่ได้เริ่มต้นขึ้นในหัวของเธอเสียก่อนที่จะได้ออกเดินทางจริงๆ เสียอีก แนนซี่หัวเราะแล้วพยักหน้ากลับมา เราเลยถามกลับไปว่า แล้วอะไรคือจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางในฐานะบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวของเธอ? “จุดเริ่มต้นของแนนคล้ายกับใครหลายคนนั่นแหละ แนนชอบท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็คิดมาตลอดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปทั่วโลก แนนชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ จะว่าเป็นความฝันวัยเด็กก็ได้ อย่างการอยากไปเที่ยวทั่วโลก หรืออยากเที่ยวเป็นอาชีพ แต่ตอนนั้นก็ไม่เคยบอกใครหรอกนะ มันดูเป็นความฝันที่สนุกเกินไป ยิ่งพอคุยเรื่องความฝันกับเพื่อนๆ ทุกคนก็จะอยากเป็นหมอ เป็นตำรวจ เป็นคุณครูกันหมด ก็เลยได้แต่เก็บไว้ในใจ” แล้วสุดท้ายแนนซี่ก็กลายเป็นนักเดินทางจริง ๆ “ต้องขอบคุณที่มีอาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวจริงๆ นะ แนนเลยได้รู้จักกับอาชีพที่ทำแล้วเหมือนไม่ได้ทำงาน เราสนุกไปกับทุกๆ วัน ทุกๆ งานที่เราทำ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเรามีคนติดตามเพจ ติดตามอินสตาแกรมเพื่อรอทริปใหม่ของเราอยู่นะ” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-travelblogger-happynancy/">เมตรที่ล้านกับโลกที่กว้างกว่าเดิมของ HappyNancy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวดูเป็นอาชีพในฝันของหนุ่มสาวสมัยนี้ที่ใครหลายคนอิจฉา แต่เมื่อการเดินทางที่เคยเป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจกลายเป็นการทำงานขึ้นมา มุมมองที่เหล่าบล็อกเกอร์มีต่อการแพ็คกระเป๋าในทุกครั้งจะเปลี่ยนไปไหม รวมถึงการจัดการชีวิตที่ต้องออกเดินทางตลอดเวลาจะเป็นยังไง</p>
<p>ครั้งนี้เราชวน <strong>แนนซี่-นัยน์ภัค ภูมิศักดิ์</strong> หรือ <strong>HappyNancy</strong> บล็อกเกอร์สาวสายท่องเที่ยวผู้รักการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจมาพูดคุยกัน เมื่อเราเริ่มต้นถามถึงการเดินทางทริปต่อไปของแนนซี่ บรรยากาศของการพูดคุยก็ดูสนุกสนานขึ้นทันที สาบานได้เลยล่ะว่าเราแอบเห็นประกายไฟที่ลุกโชนสะท้อนผ่านนัยน์ตาของบล็อกเกอร์สาวคนนี้</p>
<p>“แนนมีทริปในใจเยอะมาก พอมาทำบล็อกท่องเที่ยวจริงจังแนนก็ยิ่งหาข้อมูลเยอะขึ้น เลยกลายเป็นว่าแนนมีจุดหมายที่อยากไปเยอะไปหมด แนนถือคติ ‘โลกใบนี้มันกว้างมาก และมีอะไรรอให้เราได้ไปค้นหาอีกเยอะ’ จริงๆ แล้วความสนุกของทุกทริปการเดินทางมันเริ่มตั้งแต่เราวางแผนแล้วล่ะ เราอยากจะไปทำอะไร ที่ไหน นี่แค่คิดก็สนุกแล้ว” </p>
<p>ดูเหมือนว่า การเดินทางของแนนซี่ได้เริ่มต้นขึ้นในหัวของเธอเสียก่อนที่จะได้ออกเดินทางจริงๆ เสียอีก แนนซี่หัวเราะแล้วพยักหน้ากลับมา เราเลยถามกลับไปว่า แล้วอะไรคือจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางในฐานะบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวของเธอ?</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/33712145_2053179294923971_4039235515742945280_o.jpg"></p>
<p>“จุดเริ่มต้นของแนนคล้ายกับใครหลายคนนั่นแหละ แนนชอบท่องเที่ยวมาตั้งแต่เด็ก แล้วก็คิดมาตลอดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปทั่วโลก แนนชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ จะว่าเป็นความฝันวัยเด็กก็ได้ อย่างการอยากไปเที่ยวทั่วโลก หรืออยากเที่ยวเป็นอาชีพ แต่ตอนนั้นก็ไม่เคยบอกใครหรอกนะ มันดูเป็นความฝันที่สนุกเกินไป ยิ่งพอคุยเรื่องความฝันกับเพื่อนๆ ทุกคนก็จะอยากเป็นหมอ เป็นตำรวจ เป็นคุณครูกันหมด ก็เลยได้แต่เก็บไว้ในใจ”</p>
<p>แล้วสุดท้ายแนนซี่ก็กลายเป็นนักเดินทางจริง ๆ</p>
<p>“ต้องขอบคุณที่มีอาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวจริงๆ นะ แนนเลยได้รู้จักกับอาชีพที่ทำแล้วเหมือนไม่ได้ทำงาน เราสนุกไปกับทุกๆ วัน ทุกๆ งานที่เราทำ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเรามีคนติดตามเพจ ติดตามอินสตาแกรมเพื่อรอทริปใหม่ของเราอยู่นะ” แนนซี่แจกรอยยิ้มสดใสให้เราอีกครั้งเมื่อพูดถึงแฟนเพจของเธอ</p>
<p>ผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมในโซเชียลมีเดีย จำนวนแฟนเพจที่กดติดตามเธอเกือบสองแสนคน ทำให้เราถามถึงมุมมองความสำเร็จในฐานะบล็อกเกอร์ของแนนว่าตอนนี้ถึงจุดที่เธอเรียกว่าประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง</p>
<p>“โอ้โห นี่ยังเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้นค่ะ” แนนส่ายหน้า “แนนว่าการเป็นบล็อกเกอร์มีอะไรให้ทำเยอะเลย คือมันมีแพลตฟอร์มใหม่ ลูกเล่นใหม่ๆ ให้เราเล่าเรื่องอีกเยอะ ที่สำคัญยังมีอีกหลายที่ที่่แนนอยากจะไปแล้วเอากลับมาแชร์ แนนเลยคิดว่านี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นล่ะ เรายังมีอะไรสนุกๆ ให้ทำกับอาชีพนี้อีกเยอะ” </p>
<p>“บล็อกเกอร์ก็เหมือนทุกอาชีพนั่นแหละ เราต้องปรับตัวและเรียนรู้ตลอดเวลา สำหรับคนขี้เบื่อแบบแนน การไล่ตามความฝันเป็นแพสชั่นที่ค่อนข้างดี เราจะไม่มองว่าการเตรียมตัวเป็นเรื่องยากหรือเป็นเรื่องใหญ่ แต่เราสนุกกับมันได้”</p>
<p>แล้วอาชีพบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวมีเรื่องให้หนักใจบ้างไหม เราลองถาม</p>
<p>“เมื่อก่อนคงจะเป็นสายตาของคนอื่นที่มีต่อเรา แนนเป็นแบบนู้นบ้างล่ะ แบบนี้บ้างล่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวแนนเองล้วนๆ ช่วงแรกๆ แนนจะเครียดและหงุดหงิดมากเลยนะ ไม่สมกับเป็นแฮปปี้แนนซี่เลยใช่มั้ยล่ะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว เราไปเครียดเรื่องการจัดการแต่ละทริปดีกว่า” แนนอมยิ้มตอนพูดเรื่องทริปกับเราอีกครั้ง พร้อมกับเล่าให้เราฟังว่าในแต่ละทริปที่ต้องออกเดินทาง บล็อกเกอร์สาวอย่างแนนซี่ต้องเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลการเดินทางต่างๆ มากมายขนาดไหน</p>
<p>“พอเที่ยวบ่อยๆ ก็กลายเป็นว่ามีเรื่องให้บริหารจัดการและวางแผนเยอะ ส่วนที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการเงิน ถึงการเป็นบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวจะทำเงินให้เรา แต่การท่องเที่ยวก็ต้องใช้เงินเยอะอยู่ดี ยิ่งถ้าเป็นตอนเด็กๆ แนนจะคิดว่ามีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น แต่ตอนนี้เราโตแล้ว ประสบการณ์การเดินทาง และความผิดพลาดต่างๆ เป็นบทเรียนที่สอนให้เราต้องวางแผนและบริหารจัดการให้ดีขึ้น อะไรที่ไม่รู้ก็ต้องหาที่ปรึกษา อะไรที่พอจะช่วยอำนวยความสะดวกเราได้ก็ใช้ให้คุ้มเลย เป็นเคล็ดลับความสำเร็จเลยล่ะ”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/32082571_2043433255898575_7921124573884448768_o.jpg"></p>
<p>“อย่างเรื่องเงิน คุณแม่จะบอกบ่อยๆ ว่าพอได้เงินมาก็ให้เก็บไว้ ส่วนใหญ่ก็จะเอาไปฝากธนาคาร ให้มีเงินก้อนเก็บไว้ พอช่วงที่เราทำงานเยอะๆ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่า เราเก็บเงินฝากธนาคารได้ก้อนหนึ่งพอดี พอเริ่มเก็บเงินได้มากๆ จนได้เงินล้านก้อนแรกจากการเก็บเล็กผสมน้อย พอมีเงินล้านก็เริ่มมองหาว่าจะทำยังไงให้เงินล้านแรกของเราทำให้เราได้มากกว่า ก็อยากจะบริหารจัดการเงินให้งอกเงยขึ้น หาอยู่นานว่าที่ไหนตอบโจทย์เรา”</p>
<p>“อย่างธนาคารต่างๆ แนนไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ถ้ามีเงินเก็บหนึ่งล้าน คุณก็ได้เป็น KRUNGSRI PRIME แล้ว ซึ่งแนนว่าเจ๋งดี คือเงินหนึ่งล้านบาท แนนว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ทำธุรกิจมันมีโอกาสที่จะเก็บเงินได้ถึงหนึ่งล้านจริงๆ นะ แล้วเราสามารถใช้เอกสิทธิ์ต่างๆ ของธนาคารได้ ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ช่วยให้เงินของเรางอกเงย แล้วก็ใช้สิทธิพิเศษต่างๆ ได้เยอะเลย ชีวิตก็สะดวกขึ้นมาก ปวดหัวน้อยลง สนุกกับชีวิตง่ายขึ้น”</p>
<p>นอกจากนี้ แนนซี่ยังเสริมอีกว่าในมุมมองของเธอ การบริหารจัดการเงินที่ดียังเป็นพื้นฐานสำคัญของก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอีกด้วย </p>
<p>ก่อนจากกัน เราเห็นแนนซี่ปิดสมุดที่วางแผนการเดินทางบนโต๊ะ ดูเหมือนว่าเธอจะพร้อมสำหรับก้าวต่อไปแล้ว </p>
<p>“แน่นอนค่ะ จบสัมภาษณ์นี้แนนก็จะไปเก็บกระเป๋าเตรียมสำหรับทริปต่อไปแล้วนะ” แนนซี่ทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มมั่นใจและสดใสสมชื่อของเธออย่าง HappyNancy</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/31769777_2041101289465105_4355973758796693504_o.jpg"></p>
<hr id="horizontalrule">
<p style="text-align: center">#FIRSTMILLION </p>
<p style="text-align: center">คุณเองก็สามารถก้าวสู่ความสำเร็จไปอีกขั้นได้อย่างมั่นใจ และพร้อมรับความพิเศษที่มากกว่าได้ที่ <a href="http://bit.ly/2kPxzWv">http://bit.ly/2kPxzWv</a> </p>
<p style="text-align: center">หรือสามารถดูข้อมูลของ KRUNGSRI PRIME ได้ที่ : <a href="http://bit.ly/2JxTlMw">http://bit.ly/2JxTlMw</a></p>
<p style="text-align: center">#FIRSTMILLION #KRUNGSRIPRIME</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-travelblogger-happynancy/">เมตรที่ล้านกับโลกที่กว้างกว่าเดิมของ HappyNancy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-travelblogger-happynancy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชมรมคนรักงาน ช่วงวันหยุดเราไม่หยุด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-work-lover/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-work-lover/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 May 2018 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-work-lover/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนส่วนใหญ่ วันหยุดอาจหมายถึงวันพักผ่อน นอนอืด ดูเน็ตฟลิกซ์อยู่กับบ้านเฉยๆ หรือเป็นโอกาสให้แว้บไปเที่ยวต่างประเทศ แต่สำหรับคนอีกกลุ่มแล้ว (เป็นกลุ่มที่มีประชากรเยอะซะด้วย) วันหยุดไหนๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากวันธรรมดา เพราะว่า&#8230; พวกเขาต้องทำงาน เนื่องในวาระวันหยุดไม่ได้หยุดนี้ a day จึงอยากชวนคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเหล่าคนรักงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สมาชิกชมรมคนรักงานคนอื่นๆ ที่ยังต้องปั่นงานในวันที่คนอื่นหยุดเช่นกัน สาธุ จิตรลดา ข้องหลิม อายุ 29 ปี อาชีพ แพทย์ “เราเคยคิดนะว่าอยากพัก แต่ก็นานๆ ที จะคิดอย่างนั้นเฉพาะตอนที่รู้สึกว่าเหนื่อยไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พักเพราะว่ารู้สึกว่าเวลาหยุดยาวๆ จะเริ่มเบื่อที่ว่างงานเกินไป (หัวเราะ) ที่ผ่านมาช่วงสงกรานต์เราก็เคยได้หยุดบ้างเป็นบางวัน ไม่ได้ว่างยาวเหมือนคนอื่นๆ แค่นั้นก็หายเหนื่อยแล้ว “ข้อเสียของการต้องทำงานช่วงนี้คือเหงา เราเห็นคนอื่นกลับบ้าน ได้กินข้าวกับครอบครัวแล้วก็เหงาแบบสะเทือนใจ แต่ข้อดีของการทำงานช่วงสงกรานต์คือเพราะมันเป็นวันหยุด เวลาทำงานวันหยุดเราจะได้ใส่ชุดลำลองนิดๆ สวมรองเท้าสุภาพแต่ไม่ต้องหุ้มส้นมาทำงาน ก็จะรู้สึกฟินเล็กน้อย ถ้าภาระงานไม่ยุ่งเราก็สามารถแว้บไปที่อื่นได้ และงานส่วนนี้ก็มีคุณค่าเพราะช่วงหยุดยาวถ้าคนไข้อาการไม่แย่จริงๆ เขาจะไม่มาโรงพยาบาลรัฐหรอก เวลาที่เขามาก็แปลว่าเขาต้องการความช่วยเหลือมากๆ เราก็เต็มใจทำ เหนื่อยแต่ก็ยอม” ต้องตา โพธิสุทธิ์ อายุ 40 ปี อาชีพ พยาบาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-work-lover/">ชมรมคนรักงาน ช่วงวันหยุดเราไม่หยุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับคนส่วนใหญ่ วันหยุดอาจหมายถึงวันพักผ่อน นอนอืด ดูเน็ตฟลิกซ์อยู่กับบ้านเฉยๆ หรือเป็นโอกาสให้แว้บไปเที่ยวต่างประเทศ แต่สำหรับคนอีกกลุ่มแล้ว (เป็นกลุ่มที่มีประชากรเยอะซะด้วย) วันหยุดไหนๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากวันธรรมดา เพราะว่า&#8230;</p>
<p>พวกเขาต้องทำงาน</p>
<p>เนื่องในวาระวันหยุดไม่ได้หยุดนี้ a day จึงอยากชวนคุณผู้อ่านไปรู้จักกับเหล่าคนรักงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สมาชิกชมรมคนรักงานคนอื่นๆ ที่ยังต้องปั่นงานในวันที่คนอื่นหยุดเช่นกัน สาธุ</p>
<hr />
<p><strong>จิตรลดา ข้องหลิม</strong><br />
อายุ 29 ปี<br />
อาชีพ แพทย์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/doctor_copy.jpg" /></p>
<p>“เราเคยคิดนะว่าอยากพัก แต่ก็นานๆ ที จะคิดอย่างนั้นเฉพาะตอนที่รู้สึกว่าเหนื่อยไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พักเพราะว่ารู้สึกว่าเวลาหยุดยาวๆ จะเริ่มเบื่อที่ว่างงานเกินไป (หัวเราะ) ที่ผ่านมาช่วงสงกรานต์เราก็เคยได้หยุดบ้างเป็นบางวัน ไม่ได้ว่างยาวเหมือนคนอื่นๆ แค่นั้นก็หายเหนื่อยแล้ว</p>
<p>“ข้อเสียของการต้องทำงานช่วงนี้คือเหงา เราเห็นคนอื่นกลับบ้าน ได้กินข้าวกับครอบครัวแล้วก็เหงาแบบสะเทือนใจ แต่ข้อดีของการทำงานช่วงสงกรานต์คือเพราะมันเป็นวันหยุด เวลาทำงานวันหยุดเราจะได้ใส่ชุดลำลองนิดๆ สวมรองเท้าสุภาพแต่ไม่ต้องหุ้มส้นมาทำงาน ก็จะรู้สึกฟินเล็กน้อย ถ้าภาระงานไม่ยุ่งเราก็สามารถแว้บไปที่อื่นได้ และงานส่วนนี้ก็มีคุณค่าเพราะช่วงหยุดยาวถ้าคนไข้อาการไม่แย่จริงๆ เขาจะไม่มาโรงพยาบาลรัฐหรอก เวลาที่เขามาก็แปลว่าเขาต้องการความช่วยเหลือมากๆ เราก็เต็มใจทำ เหนื่อยแต่ก็ยอม”</p>
<hr />
<p><strong>ต้องตา โพธิสุทธิ์<br />
</strong>อายุ 40 ปี<br />
อาชีพ พยาบาล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nurse_copy.jpg" /></p>
<p>“เราทำงานเป็นพยายาลวิชาชีพประจำอยู่ที่รพ.ศรีประจันต์ ตึกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ที่วันสงกรานต์ไม่ได้หยุดเพราะอาชีพของเราเป็นอาชีพที่ต้องเสียสละเพื่อคนอื่นและไม่มีใครจะมาทำแทนเราได้ ตลอดเวลาที่ทำงานมา 18 ปีก็ไม่เคยได้หยุดช่วงเทศกาลเลย</p>
<p>“ถามว่าอยากหยุดยาวๆ มั้ยทำไมเราจะไม่อยากล่ะ เราอยากไปทานข้าว ไปเที่ยวกับครอบครัวแต่ก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีใครมาแทนที่เราตรงนี้ได้ แต่มาคิดอีกทีเราก็ได้ช่วยเหลือคนป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ เราก็รู้สึกดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ทำงานในวิชาชีพนี้”</p>
<hr />
<p><strong>จารุศรี ศุกระจันทร์</strong><br />
อายุ 23 ปี<br />
อาชีพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/flight_attendant_copy.jpg" /></p>
<p>“เราทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ที่ไม่ได้หยุดงานเพราะว่าสายการบินไม่มีวันหยุด ยิ่งช่วงเทศกาลการเดินทางยิ่งจำเป็นมากๆ แต่ส่วนตัวเฉยๆ กับการได้หยุดยาวช่วงเทศกาลเพราะไม่ชอบไปแย่งคนอื่นกิน แย่งคนอื่นเที่ยวอยู่แล้ว อีกอย่างอาชีพเรามีวันหยุดพักผ่อนต่อเดือนค่อนข้างเยอะ แต่เอาจริงๆ ถ้าได้หยุดยาวก็เอาค่า (หัวเราะ)</p>
<p>“ข้อดีของการทำงานช่วงวันหยุดยาวก็คือเรารู้สึกได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ (หัวเราะ) เพราะเราได้เติมเต็มการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงเทศกาลแห่งความสุข อีกอย่างคือจะได้รายได้ (ต่อไฟลท์) เพิ่มเป็นสองเท่า อันนี้ชอบมากไม่หยุดก็ได้”</p>
<hr />
<p><strong>วศิน เทียมเงิน<br />
</strong>อายุ 24 ปี<br />
อาชีพ นักดนตรีอิสระ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/freelance_musician_copy.jpg" /></p>
<p>“ผมเล่นดนตรีมานานแล้ว ปกติเล่นจะเล่นแบ็กอัพให้ศิลปินครับ ช่วงเทศกาลส่วนใหญ่นักดนตรีจะไม่ค่อยได้หยุดหรอกเพราะงานจะมาเยอะในช่วงเวลาแบบนี้ แต่ผมรู้สึกว่านักดนตรีส่วนใหญ่ก็มีวันหยุดมากพอแล้ว อย่าหยุดเลยครับ มีงานให้ทำจะดีมากเลย</p>
<p>“วันสงกรานต์หรือเทศกาลไหนๆ มักจะต้องมีเสียงดนตรีเกิดขึ้น หนัาที่ของผมก็คือออกไปให้ความสุข ความสนุก ความบันเทิง เพื่อคนอื่น แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ”</p>
<hr />
<p><strong>กิตติยา สังเกตุ<br />
</strong>อายุ 26 ปี<br />
อาชีพ แอดมินเพจ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/admin_copy.jpg" /></p>
<p>“เราทำงานเป็นแอดมินเพจ Brandthink ถามว่าช่วงวันหยุดเราได้หยุดมั้ยมันก็ได้หยุดแหละ เพราะจริงๆ ช่วงวันสงกรานต์เราก็มีการเตรียมคอนเทนต์กันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เราก็ยังต้องมอนิเตอร์เพจอยู่ ต่อให้เราไม่ได้พกคอมพ์ตลอด อย่างน้อยๆ มือถือเราก็ต้องมีเน็ตตลอดเวลาเพื่อที่เราจะได้คอยตอบคำถามหรือคุยกับคนที่เขามาคอมเมนต์ในเพจของเรา</p>
<p>“เวลาเราลาไปเที่ยวทะเล ไปต่างประเทศเราก็จะพกคอมพ์ไปด้วยตลอด ตอนนี้ก็ชินแล้ว เราแค่ต้องพยายามคิดว่าการที่เราเป็นแอดมินเพจมันก็เหมือนกับการเล่นเฟซบุ๊คของตัวเอง แต่เอาจริงๆ ที่ทำงานเราเขาก็ไม่ได้เข้มงวดขนาดต้องตอบทันทีนะ มันเหมือนพอมีเวลาว่างเราก็เช็คเพจหน่อย เหมือนที่เราเช็คเฟซบุ๊คตัวเองแบบนี้แหละ”</p>
<hr />
<p><strong>กริษฐา ดีมี</strong><br />
อายุ 27 ปี<br />
อาชีพ ผู้ประกาศข่าว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/news_reporter_copy.jpg" /></p>
<p>“วันที่ 13 เมษาฯ เราต้องไปรายงานสดวันสงกรานต์ของช่อง ThaiPBS ปีนี้เราได้ไปวัดไชยวัฒนารามที่อยุธยา กำลังฮอตเลย ทั้งกระแสและอากาศ (หัวเราะ) ตั้งแต่ทำงานนี้มาก็ไม่เคยได้หยุดตรงเทศกาลเลยสักปีค่ะ เพราะงานข่าวมันต้องการบรรยากาศสดๆ การรายงานข่าวสงกรานต์ก็เลยต้องรายงานวันที่ 13 หรือ 14 ที่เป็นช่วงพีค หรือถ้าจะรายงานเรื่องการเตรียมตัวเล่นน้ำด้วยก็ต้องรายงานตั้งแต่วันที่ 12 เทศกาลอื่นอย่างปีใหม่ ลอยกระทงเราก็ต้องรายงานหมด</p>
<p>“รายการที่เป็นเทปจะสามารถอัดไว้ล่วงหน้าแล้วก็หยุดได้ แต่ผู้ประกาศที่ต้องทำรายการสดจะไม่ได้หยุดช่วงเทศกาล แต่เราก็แอบเก็บโควตาวันหยุดไปใช้หลังจากนี้แทน เดี๋ยวก็ว่าจะใช้วันลาพักร้อนให้เกลี้ยงเลย”</p>
<hr />
<p><strong>ปิยะพร จรัสระวีกูล<br />
</strong>อายุ 23 ปี<br />
อาชีพ เจ้าหน้าที่ประจำสถานี BTS</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bts_staff_copy.jpg" /></p>
<p>“เราทำงานเป็นพนักงานประจำสถานีบีทีเอส ช่วงสงกรานต์ก็เลยไม่ได้หยุดค่ะ เพราะช่วงนี้มีผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เราเองก็อยากหยุดยาวๆ เหมือนกัน แต่การที่เรามาทำงานก็ทำให้การเดินทางของคนอื่นๆ ช่วงสงกรานต์เป็นไปอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนหยุดงานกันไปหมด การคมนาคมก็จะไม่สะดวกค่ะ”</p>
<hr />
<p><strong>ลำเทียน พาสันเทียะ<br />
</strong>อายุ 43<br />
อาชีพ เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cook_copy.jpg" /></p>
<p>“ที่ไม่ได้หยุดช่วงสงกรานต์เพราะเรามีลูกค้าประจำ แล้วตัวเราเองก็ไม่ได้มีธุระต้องไปไหนหรือต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด พนักงานที่ร้านก็มีแต่ญาติๆ กันเลยอยู่กันครบ จริงๆ ลูกค้าช่วงสงกรานต์จะเยอะมากส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติที่เขามาเที่ยวแล้วก็แวะมากินร้านเรา เพราะร้านอื่นๆ เขาปิดกันหมด เราก็ได้โอกาสนี้แหละ</p>
<p>“ปกติร้านเราก็ไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว ขายเรื่อยๆ ต่อให้เป็นช่วงหลังสงกรานต์เราก็คงไม่หยุด (หัวเราะ) เราไม่ได้อยากหยุดยาวๆ ไปเที่ยวที่ไหน สงสารลูกค้าเดี๋ยวเขาไม่มีอะไรกิน นี่ไง มีคนมาอีกแล้ว (หัวเราะ)”</p>
<hr />
<p><strong>ณฐพล บุญประกอบ<br />
</strong>อายุ31 ปี<br />
อาชีพ ผู้กำกับสารคดี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/movie_editor_copy.jpg" /></p>
<p>“ช่วงนี้เราตัดสารคดีเรื่องก้าวของพี่ตูนอยู่ ส่วนที่ไม่ได้หยุดสงกรานต์ก็เพราะทำงานไม่ทันน่ะสิ จบ (หัวเราะ)”</p>
<p><em><strong>ภาพประกอบ</strong> วัชรพงศ์ แหล่งหล้า</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-work-lover/">ชมรมคนรักงาน ช่วงวันหยุดเราไม่หยุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-work-lover/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-flower-wagon/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-flower-wagon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Trawell]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Apr 2018 18:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปากคลองตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผัก]]></category>
		<category><![CDATA[วินเข็นดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-flower-wagon/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง ‘ปากคลองตลาด’ ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ทุกคนย่อมนึกถึงความคึกคักของการเจรจาค้าขาย ดอกไม้สวยๆ นานาชนิดที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ผักผลไม้สดๆ ส่งตรงจากสวน และเสียงเรียกจากพ่อค้าแม่ค้าที่ทักทายคนซื้ออย่างกระตือรือร้น วันนี้เราอยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งฟันเฟืองเล็กๆ ที่อาจจะดูธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่กลับเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในปากคลองตลาดแห่งนี้ เขาเหล่านั้นคือพี่ๆ ‘วินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาด’ นักเข็นผักและดอกไม้มือโปรที่คอยรับส่งผัก ผลไม้ ดอกไม้สดๆ ตามแผงร้านต่างๆ ไปทั่วตลาด เสื้อวินฟักทองและดอกกล้วยไม้ ‘วินเข็นดอกไม้’ เป็นชื่อที่พี่ น้า ป้า ลุง ที่เราพบเจอในตลาดเรียกขานตัวเอง โดยมีที่มาจากเสื้อวินสีสวยที่พวกเขาต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่ทำงานรับจ้างขนส่งผักหรือดอกไม้ในปากคลองตลาด ‘นักเข็นผัก’ ทุกคนจะต้องลงทะเบียนซื้อเสื้อวินและจ่ายค่าเช่าเบอร์รายวันเพื่อเข้าระบบอย่างเป็นทางการจึงจะเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ เสื้อวินของพี่ๆ จะแบ่งออกเป็นสองสีคือ สีเขียวและสีชมพู โดยพี่วินที่สวมเสื้อสีเขียวจะรับส่งเฉพาะพืชผัก ส่วนเสื้อสีชมพูจะรับส่งเฉพาะดอกไม้เท่านั้น นอกจากนี้เมื่อสังเกตดูที่ด้านหลังของเสื้อทั้งสองสีดีๆ แล้ว เราก็จะพบกับกิมมิกเล็กๆ น่ารักเป็นรูปภาพของ ‘ฟักทอง’ และ ‘ดอกกล้วยไม้’ สื่อถึงสิ่งที่พวกเขารับจ้างเข็นไปส่งตามจุดต่างๆ อีกด้วย เลือกเป็นฟรีแลนซ์หรือพนักงานประจำก็ได้ เมื่อมองการทำงานของเหล่าวินเข็นดอกไม้แห่งตลาดปากคลองดีๆ แล้ว เรารู้สึกว่าช่างคล้ายกับการทำงานฟรีแลนซ์อยู่มากทีเดียว เพราะทุกคนสามารถรับงานเข็นผักจากร้านผักร้านไหนก็ได้ไม่มีข้อผูกมัด ในขณะเดียวกันก็ยังมี ‘พนักงานประจำ’ หรือลูกจ้างประจำร้านที่คอยขนส่งของให้ลูกค้าแต่ละร้านโดยเฉพาะอีกด้วย จุดสังเกตของเหล่าพนักงานประจำที่ว่าก็คือ พวกเขาจะไม่มีเสื้อวินและจะช่วยขนส่งผักจากแค่ร้านใดร้านหนึ่งที่ตัวเองทำงานอยู่เท่านั้น วินผู้มาเยือนจากต่างถิ่น ถึงปากคลองตลาดจะดูเหมือนเป็นโลกใบเล็กของวินเข็นดอกไม้ที่มีระเบียบเป็นของตัวเองและตัดขาดจากโลกภายนอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-flower-wagon/">วินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง ‘ปากคลองตลาด’ ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ทุกคนย่อมนึกถึงความคึกคักของการเจรจาค้าขาย ดอกไม้สวยๆ นานาชนิดที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ผักผลไม้สดๆ ส่งตรงจากสวน และเสียงเรียกจากพ่อค้าแม่ค้าที่ทักทายคนซื้ออย่างกระตือรือร้น</p>
<p>วันนี้เราอยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอีกหนึ่งฟันเฟืองเล็กๆ ที่อาจจะดูธรรมดาในสายตาใครหลายคน แต่กลับเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในปากคลองตลาดแห่งนี้ เขาเหล่านั้นคือพี่ๆ ‘วินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาด’ นักเข็นผักและดอกไม้มือโปรที่คอยรับส่งผัก ผลไม้ ดอกไม้สดๆ ตามแผงร้านต่างๆ ไปทั่วตลาด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw17.jpg"></p>
<p><strong>เสื้อวินฟักทองและดอกกล้วยไม้</strong></p>
<p>‘วินเข็นดอกไม้’ เป็นชื่อที่พี่ น้า ป้า ลุง ที่เราพบเจอในตลาดเรียกขานตัวเอง โดยมีที่มาจากเสื้อวินสีสวยที่พวกเขาต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่ทำงานรับจ้างขนส่งผักหรือดอกไม้ในปากคลองตลาด ‘นักเข็นผัก’ ทุกคนจะต้องลงทะเบียนซื้อเสื้อวินและจ่ายค่าเช่าเบอร์รายวันเพื่อเข้าระบบอย่างเป็นทางการจึงจะเข้ามาทำหน้าที่นี้ได้</p>
<p>เสื้อวินของพี่ๆ จะแบ่งออกเป็นสองสีคือ สีเขียวและสีชมพู โดยพี่วินที่สวมเสื้อสีเขียวจะรับส่งเฉพาะพืชผัก ส่วนเสื้อสีชมพูจะรับส่งเฉพาะดอกไม้เท่านั้น นอกจากนี้เมื่อสังเกตดูที่ด้านหลังของเสื้อทั้งสองสีดีๆ แล้ว เราก็จะพบกับกิมมิกเล็กๆ น่ารักเป็นรูปภาพของ ‘ฟักทอง’ และ ‘ดอกกล้วยไม้’ สื่อถึงสิ่งที่พวกเขารับจ้างเข็นไปส่งตามจุดต่างๆ อีกด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw11.jpg"></p>
<p><strong>เลือกเป็นฟรีแลนซ์หรือพนักงานประจำก็ได้</strong></p>
<p>เมื่อมองการทำงานของเหล่าวินเข็นดอกไม้แห่งตลาดปากคลองดีๆ แล้ว เรารู้สึกว่าช่างคล้ายกับการทำงานฟรีแลนซ์อยู่มากทีเดียว เพราะทุกคนสามารถรับงานเข็นผักจากร้านผักร้านไหนก็ได้ไม่มีข้อผูกมัด ในขณะเดียวกันก็ยังมี ‘พนักงานประจำ’ หรือลูกจ้างประจำร้านที่คอยขนส่งของให้ลูกค้าแต่ละร้านโดยเฉพาะอีกด้วย จุดสังเกตของเหล่าพนักงานประจำที่ว่าก็คือ พวกเขาจะไม่มีเสื้อวินและจะช่วยขนส่งผักจากแค่ร้านใดร้านหนึ่งที่ตัวเองทำงานอยู่เท่านั้น</p>
<p><strong>วินผู้มาเยือนจากต่างถิ่น</strong></p>
<p>ถึงปากคลองตลาดจะดูเหมือนเป็นโลกใบเล็กของวินเข็นดอกไม้ที่มีระเบียบเป็นของตัวเองและตัดขาดจากโลกภายนอก แต่นานๆ ครั้งก็จะมี ‘ผู้มาเยือนจากต่างถิ่น’ ในเสื้อวินหลากสีแวะเวียนเข้ามาเช่นกัน เช่น เหลือง ม่วง แดง น้ำตาล ฯลฯ ตามสีที่ตลาดของแต่ละคนกำหนด โดยผู้มาเยือนจะสามารถเข็นผักหรือดอกไม้ ‘เข้ามา’ ในปากคลองตลาดได้เท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ์เข็นผักออกไปจากที่นี่โดยเด็ดขาด เพราะเป็นข้อตกลงที่ตลาดแต่ละแห่งได้ทำร่วมกันไว้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw3.jpg" style="text-align: center"></p>
<p><strong>การแบกรับความเสี่ยง</strong></p>
<p>การจะมาเป็นวินเข็นดอกไม้ นอกจากจะต้องจ่ายค่าเบอร์ราวๆ 3,000 บาทแล้ว ยังต้องจ่ายค่าเช่าเสื้อรายวันอีกวันละ 35 บาทด้วย พี่วินทุกคนจึงต้องบริหารจัดการเวลาทำงานและรายได้อย่างเคร่งครัดเสมอเพื่อไม่ให้ขาดทุน พี่ๆ บอกเราว่ารายได้จากการขนผักหรือดอกไม้จะได้รับเป็นครั้งๆ ไม่มีการเหมาวัน ไม่ต่างจากการเป็นวินมอเตอร์ไซค์เลย โดยค่าจ้างส่วนใหญ่จะเริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาทไปจนถึงประมาณ 60 บาท ต่อครั้ง แล้วแต่ระยะทางและปริมาณที่ต้องส่ง</p>
<p><strong>บริหารจัดการเวลาชีวิตได้ด้วยตนเอง</strong></p>
<p>ถึงแม้รายได้ต่อวันจะน้อยนิดและการทำงานก็เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่พี่วินทุกคนก็ยังเลือกที่จะทำงานนี้ต่อไป เพราะวินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาดเป็นอาชีพที่บริหารจัดการเวลาชีวิตได้ด้วยตนเอง ไม่มีใครมากำหนดว่าพวกเขาต้องเข้างานกี่โมงหรือต้องไปนั่งรอที่ไหน ใครอยากทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงเช้าของอีกวันก็ไม่มีใครว่า ใครอยากเข้ากะเช้า กะสาย กะบ่าย กะเย็น หรือกะดึก ก็สามารถเลือกและเปลี่ยนแปลงเองได้เสมอ อาชีพนี้จึงเหมาะที่จะเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมยามว่างจากทำงานอื่นๆ เพราะยืดหยุ่นและมีลูกค้าแน่นอนตลอดทั้งวัน</p>
<p>ฟันเฟืองเล็กๆ ที่แสนสำคัญแบบนี้ไม่ได้มีอยู่แค่ในปากคลองตลาดเท่านั้น แต่ยังซ่อนตัวอยู่ในทุกๆ ที่ ไม่แน่รอบตัวคุณตอนนี้ก็อาจจะมีนะ ลองสังเกตแล้วมาทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นกันเถอะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fw19.jpg"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-flower-wagon/">วินเข็นดอกไม้แห่งปากคลองตลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-flower-wagon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-chevron/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-chevron/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณรัตน์ ใจกล้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Dec 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[Chevron]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟรอน]]></category>
		<category><![CDATA[เขมวัฒน์ สิริธีรศาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเลียม]]></category>
		<category><![CDATA[แองโกลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-chevron/</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ทะเลกว้างไกลและใครเล่าจะรู้ว่า สุดเส้นขอบฟ้า ตรงที่แผ่นน้ำเป็นประกาย ลึกลงจะเจออะไร จะมีสิ่งใด ภายใต้แผ่นน้ำสุดไกลที่ซ่อนอยู่&#8230;’ ตลกดีที่ระหว่างเดินทาง โทรศัพท์คู่ใจก็แรนด้อมเพลงนี้มาให้ฟัง เราคิดคนเดียวเล่นๆ ว่าหากร้องเพลง คราม ของวงบอดี้สแลมให้ เขมวัฒน์ สิริธีรศาสน์ ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เขาจะมีคำตอบว่าอย่างไร มีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้แผ่นน้ำสีครามของท้องทะเลอ่าวไทยบ้าง ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน หรือความท้าทายใหม่ๆ? เราได้พูดคุย และอยากเล่าให้คุณฟัง ก้าวแรกสู่ประตูวิศวกรรมปิโตรเลียม หลังจากเรียนจบปริญญาโทคณะวิทยาศาสตร์ ด้านธรณีวิทยาใน พ.ศ. 2543 เขมวัฒน์ก้าวเข้าสู่แวดวงปิโตรเลียมครั้งแรกในฐานะพนักงานที่ดูแลเรื่องชั้นหิน และดูแลการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหลุมเจาะบนแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งอ่าวไทย ที่นั่นเขาพบรุ่นพี่ผู้จัดการแท่นขุดเจาะคนไทยใจดีที่คอยเล่าในสิ่งที่เขาถาม เขมวัฒน์อาศัยการใฝ่รู้และครูพักลักจำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเชฟรอนคอร์เปอเรชั่น เปิดรับสมัครพนักงานคนไทย เขมวัฒน์ (ที่แม้ไม่ได้จบวิศวกรรมปิโตรเลียมโดยตรง) จึงหอบเอาแพสชั่นก้อนโตพร้อมประสบการณ์การทำงานจริงเข้าไปหา และเริ่มต้นการทำงานกับเชฟรอนในตำแหน่งผู้จัดการแท่นขุดเจาะฝึกหัด จุดเริ่มต้นในหน้าที่ผู้จัดการแท่นขุดเจาะ ขึ้นชื่อว่าผู้จัดการ หน้าที่ย่อมหนีไม่พ้นการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เขมวัฒน์เล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของผู้จัดการแท่นขุดเจาะนั้นดูแลครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการขุดเจาะ อุปกรณ์ต่างๆ บนแท่น หน้าที่ของพนักงานแต่ละคน ไปจนถึงการวางตารางเข้าออกของพนักงานอีกด้วย สำหรับการขุดเจาะปิโตรเลียมที่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้านั้น หน่วยงานของเขมวัฒน์จะได้รับแผนงานจากฝ่ายวิศวกรรมการขุดเจาะที่ออกแบบหลุมเจาะมาให้ โดยในแผนงานจะบอกว่าบริเวณนั้นๆ ต้องเจาะทั้งหมดกี่หลุม แต่ละหลุมมีลักษณะอย่างไร ลึกเท่าไหร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-chevron/">ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><em>‘ทะเลกว้างไกลและใครเล่าจะรู้ว่า</em></p>
<p style="text-align: center"><em>สุดเส้นขอบฟ้า ตรงที่แผ่นน้ำเป็นประกาย</em></p>
<p style="text-align: center"><em>ลึกลงจะเจออะไร จะมีสิ่งใด ภายใต้แผ่นน้ำสุดไกลที่ซ่อนอยู่&#8230;’</em></p>
<p>ตลกดีที่ระหว่างเดินทาง โทรศัพท์คู่ใจก็แรนด้อมเพลงนี้มาให้ฟัง เราคิดคนเดียวเล่นๆ ว่าหากร้องเพลง <em>คราม</em> ของวงบอดี้สแลมให้ <strong>เขมวัฒน์ สิริธีรศาสน์</strong> ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เขาจะมีคำตอบว่าอย่างไร มีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้แผ่นน้ำสีครามของท้องทะเลอ่าวไทยบ้าง</p>
<p>ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน หรือความท้าทายใหม่ๆ?</p>
<p>เราได้พูดคุย และอยากเล่าให้คุณฟัง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1542.jpg"></p>
<h3>ก้าวแรกสู่ประตูวิศวกรรมปิโตรเลียม</h3>
<p>หลังจากเรียนจบปริญญาโทคณะวิทยาศาสตร์ ด้านธรณีวิทยาใน พ.ศ. 2543 เขมวัฒน์ก้าวเข้าสู่แวดวงปิโตรเลียมครั้งแรกในฐานะพนักงานที่ดูแลเรื่องชั้นหิน และดูแลการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหลุมเจาะบนแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งอ่าวไทย ที่นั่นเขาพบรุ่นพี่ผู้จัดการแท่นขุดเจาะคนไทยใจดีที่คอยเล่าในสิ่งที่เขาถาม เขมวัฒน์อาศัยการใฝ่รู้และครูพักลักจำมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเชฟรอนคอร์เปอเรชั่น เปิดรับสมัครพนักงานคนไทย เขมวัฒน์ (ที่แม้ไม่ได้จบวิศวกรรมปิโตรเลียมโดยตรง) จึงหอบเอาแพสชั่นก้อนโตพร้อมประสบการณ์การทำงานจริงเข้าไปหา และเริ่มต้นการทำงานกับเชฟรอนในตำแหน่งผู้จัดการแท่นขุดเจาะฝึกหัด</p>
<h3>จุดเริ่มต้นในหน้าที่ผู้จัดการแท่นขุดเจาะ</h3>
<p>ขึ้นชื่อว่าผู้จัดการ หน้าที่ย่อมหนีไม่พ้นการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เขมวัฒน์เล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของผู้จัดการแท่นขุดเจาะนั้นดูแลครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องการขุดเจาะ อุปกรณ์ต่างๆ บนแท่น หน้าที่ของพนักงานแต่ละคน ไปจนถึงการวางตารางเข้าออกของพนักงานอีกด้วย</p>
<p>สำหรับการขุดเจาะปิโตรเลียมที่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าเป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้านั้น หน่วยงานของเขมวัฒน์จะได้รับแผนงานจากฝ่ายวิศวกรรมการขุดเจาะที่ออกแบบหลุมเจาะมาให้ โดยในแผนงานจะบอกว่าบริเวณนั้นๆ ต้องเจาะทั้งหมดกี่หลุม แต่ละหลุมมีลักษณะอย่างไร ลึกเท่าไหร่ ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ซึ่งผู้จัดการแท่นขุดเจาะก็จะเป็นคนกระจายหน้าที่ให้แก่คนในทีมต่อไป</p>
<p>“งานในแต่ละวันเป็นเรื่องของการวางแผน การจัดการ ส่วนทางด้านเทคนิค เราก็ต้องแก้ปัญหาหน้างาน เช่น ต้องควบคุมแรงดันหลุมเจาะให้คงที่ แต่ทั้งนี้เราก็มีทีมงานที่กรุงเทพฯ และมีเครือข่ายของพนักงานด้านวิศวกรรมการขุดเจาะจากทั่วทุกมุมโลกที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยแก้ไขปัญหา”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/L1033781.jpg"></p>
<h3>หลากชีวิตบนแท่นขุดเจาะ</h3>
<p>แท่นขุดเจาะก็ไม่ต่างอะไรไปจากเมืองหนึ่งกลางทะเล ที่นี่คนงานนับร้อยกำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งตลอด 24 ชั่วโมง โดยทำงานหนึ่งเดือนหยุดหนึ่งเดือนสลับกันไป ซึ่งทีมงานบนแท่นขุดเจาะมีอยู่ 2 พวกหลักๆ คือ</p>
<p>หนึ่ง คนของเชฟรอน มีหน้าที่วางแผนการทำงาน ควบคุมความเรียบร้อย </p>
<p>และสอง คนงานซึ่งเป็นคนของบริษัทผู้รับเหมา โดยแบ่งการทำงานเป็นกะกลางวันและกะกลางคืน </p>
<p>บนแท่นมีอาหารคอยบริการตลอดทั้งวัน มีมุมให้ผ่อนคลายความเครียด มีคลินิกและคุณหมอประจำการอยู่ตลอดเวลา เพราะถือว่าความปลอดภัยจากการทำงานต้องมาเป็นที่หนึ่ง ซึ่งความปลอดภัยใช่จะมีแต่ทีมแพทย์คอยรักษาพยาบาล แต่เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องบุคลากรที่จะต้องผ่านการอบรมและทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์ที่ใช้ต้องได้มาตรฐานและซ่อมบำรุงรักษาตามกำหนด  มีการออกแบบและวางแผนการขุดเจาะอย่างเหมาะสม และติดตามตรวจสอบจากคนกลางว่าในระหว่างการดำเนินการขุดเจาะนั้นได้ปฏิบัติตามแผนที่วางเอาไว้จริง</p>
<h3>โจทย์ใหม่ ความท้าทายใหม่</h3>
<p>&#8220;ทำงานอยู่ในเมืองไทยได้ 7 ปีก็ขออนุญาตไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากเชฟรอนเป็นบริษัทใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในหลากหลายประเทศทั่วโลก และส่งเสริมให้พนักงานมีโอกาสไปทำงานต่างประเทศ หากมีตำแหน่งที่เหมาะสม” และเขมวัฒน์ก็เลือกที่จะขอย้ายไปทำงานที่ประเทศแองโกลา ทวีปแอฟริกา ประเทศที่แค่ฟังชื่อก็สัมผัสได้ว่าต้องสนุก</p>
<p>อย่างที่เราทราบกันดี ความยากของการขุดเจาะปิโตรเลียมคือไม่มีสูตรตายตัว เพราะสภาพทางธรณีวิทยาแต่ละพื้นที่นั้นก็ต่างกันไป นี่จึงเป็นความท้าทายที่เหล่าผู้พิชิตปิโตรเลียมจะต้องฝ่าไปให้ได้</p>
<p>สำหรับประเทศแองโกลา ลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ หลุมเจาะจึงมีขนาดใหญ่  ความยุ่งยากจะอยู่ที่อุปกรณ์ที่ใช้เพราะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ในขณะที่เมืองไทยแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ เป็นกระเปาะเล็กๆ กระจัดกระจายกันอยู่ การขุดเจาะจะมีความซับซ้อนมากกว่า ความยากจึงอยู่ที่จะทำงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากที่สุด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC02639-2.jpg"></p>
<h3>ความแตกต่างมันอยู่ในสายเลือด</h3>
<p>นอกจากความยากในเชิงเทคนิคแล้ว การไปทำงานต่างประเทศยังหมายถึงการต้องไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ดังนั้นจึงต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน และคนท้องถิ่นที่มีพื้นฐานภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างจากตนเองให้ได้ “โชคดีที่เรามีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง มีวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพความหลากหลาย” เขมวัฒน์อธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้พนักงานยอมรับในความแตกต่างของแต่ละบุคคล</p>
<p>“จริงๆ แล้วเราสามารถใช้ความแตกต่างให้เกิดประโยชน์ในการทำงานร่วมกันได้นะ เพราะว่าความแตกต่างทำให้เกิดความคิดที่หลากหลายขึ้น เราก็จะเห็นภาพต่างกัน ทำให้เกิดไอเดียใหม่ตลอดเวลา ส่งผลต่อการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้น” เขมวัฒน์เล่าว่าตอนอยู่ที่แองโกลาก็ได้นำประสบการณ์ทำงานในอ่าวไทยไปช่วยพัฒนางานที่นั่น จนได้รางวัล Recognition Award จากการเพิ่มกิจกรรมการทำงานอย่างอื่นคู่ขนานไปพร้อมๆ กับกระบวนการขุดเจาะ ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>“เราไม่ได้ไปเรียนรู้แล้วกลับมาพัฒนาเมืองไทยอย่างเดียว เราก็เอาความรู้ที่มีอยู่ไปแชร์ให้เขาลองทำด้วย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/COG0444U03_082_MohoNord.jpg"></p>
<h3>มีเพียงโจทย์ยาก ไม่มีโจทย์ที่แก้ไม่ได้</h3>
<p>ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของเชฟรอนคือบริษัทนี้มีสาขาอยู่ทั่วโลก และเครือข่ายของพนักงานเองก็เข้มแข็งมาก ดังนั้นเมื่อเราถามว่ามีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้บ้างไหม เขมวัฒน์จึงไม่ลังเลที่จะบอกว่าไม่มี  เพราะเขามีเพื่อนร่วมงานเก่งๆ จากทั่วทุกมุมโลกคอยมาตอบปัญหาให้ รวมไปถึงแชร์ความรู้และประสบการณ์ที่เคยทำงานมาให้ฟังเป็นเคสตัวอย่าง</p>
<p>นอกจากนั้น เชฟรอนยังมีความโดดเด่นด้านการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมี Energy Technology Company (ETC) ซึ่งตั้งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีโดยเฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคนิคทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการขุดเจาะ ซึ่งหลายเทคโนโลยีสำคัญก็ได้พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับภารกิจการจัดหาพลังงานในอ่าวไทย จนกลายเป็นมาตรฐานให้กับผู้ผลิตรายอื่น </p>
<p>“เขาจะช่วยซัพพอร์ตเทคโนโลยีต่างๆ ที่เราใช้ในการทำงาน อันนี้ถือเป็นจุดแข็งของบริษัทอย่างหนึ่งเหมือนกัน” จนอาจกล่าวได้ว่าแม้การทำงานในฐานะผู้จัดการแท่นขุดเจาะของเชฟรอนจะเจอโจทย์ยาก แต่ไม่มีโจทย์ที่แก้ไม่ได้ เพราะมีทั้งเทคโนโลยีและบุคลากรที่พรั่งพร้อมให้ความช่วยเหลือและแชร์ความรู้กันอยู่เสมอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2096.jpg"></p>
<h3>แท่นขุดเจาะฝีมือคนไทย</h3>
<p>“สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาคนอย่างจริงจัง จึงส่งผมและน้องคนไทยอีก 3 คนไปร่วมออกแบบและสร้างแท่นขุดเจาะใหม่ที่ดูไบเป็นเวลา 2 ปี โดยทำงานร่วมกับบริษัทผู้รับเหมาตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งนำมาปฏิบัติงานในเมืองไทย เพื่อให้การออกแบบสอดคล้องกับความต้องการใช้งาน และเหมาะกับสภาพธรณีวิทยาในอ่าวไทยที่มีแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมขนาดเล็กกระจัดกระจายกันอยู่ ทำให้เมืองไทยมีลักษณะพิเศษที่ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งแท่นขุดเจาะใหม่นี้ช่วยให้เราทำงานได้เร็วขึ้นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” </p>
<h3>ก้าวสู่บทบาทที่ปรึกษา</h3>
<p>นับจากปีแรกจนกระทั่งตอนนี้ เขมวัฒน์ทำงานในเชฟรอนมานานกว่า 17 ปี เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เจนสนามไม่น้อยไปกว่าใคร ปัจจุบันเขาจึงพลิกบทบาทของตัวเองอีกครั้ง จากทีมบู๊อยู่ทัพหน้ามาเป็นทีมบุ๋น ซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้จัดการแท่นขุดเจาะและทีมงานเป็นสำคัญ โดยเวียนไปประจำตามแท่นขุดเจาะต่างๆ จนครบทุกแท่น เพื่อให้คำปรึกษาด้านเทคนิคต่างๆ รวมทั้งแนวทางการทำงาน การแก้ไขปัญหา และถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ต่างๆ ให้กับรุ่นน้องในบริษัท ซึ่งก็มีทั้งแบบเป็นทางการที่ต้องเทคคอร์สเรียนกันอย่างจริงจัง (และเรียนเพิ่มเติมทุกปีแม้จะจบมาแล้วหลายปีก็ตาม) และแบบไม่เป็นทางการโดยผ่านการบอกเล่าตามประสาพี่น้อง</p>
<p>“บางปัญหาต้องอาศัยประสบการณ์การทำงาน ซึ่งน้องๆ รุ่นใหม่อาจจะยังไม่เห็นปัญหาในมิติต่างๆ เราก็จะมีส่วนช่วยตรงนั้นด้วย”</p>
<p>เขมวัฒน์พูดอยู่เสมอว่า เด็กรุ่นใหม่ล้วนมีความสามารถ พร้อมสรรพความรู้เชิงทฤษฎี แต่สิ่งที่ผู้มาใหม่ยังขาดอยู่คือประสบการณ์ เขาในฐานะที่ผ่านการลองผิดลองถูกมาก่อนหน้าจึงก้าวมาอยู่ตรงนี้ เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กรุ่นใหม่ให้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม นี่คือการใช้คนมาช่วยพัฒนาคน จากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งเพื่อให้น้องใหม่มีความรู้อย่างรวดเร็วในประสบการณ์ที่ไม่ต้องไปเวียนหาจากที่อื่น</p>
<p>“ผมทำงานมา 6 ตำแหน่ง ใน 3 ภูมิภาค แต่ละตำแหน่งไม่เหมือนกันเลย มีเรื่องให้เรียนรู้ใหม่อยู่เสมอ แต่บริษัทก็มีกระบวนการและเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีแผนการพัฒนาคนอย่างเป็นระบบตลอดช่วงอายุการทำงาน ผมว่านี่คือดีเอ็นเอขององค์กร”</p>
<p>ไม่ใช่เพียงแค่เขมวัฒน์ แต่พนักงานคนอื่นๆ ก็เช่นกัน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่สามารถทำงานได้ดีแล้ว ทางบริษัทจะมอบหมายหน้าที่อื่นให้ลองทำเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตลอดเวลา จนอาจเรียกได้ว่านี่เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งขององค์กร</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1222.jpg"></p>
<h3>จดหมายถึงรุ่นน้อง</h3>
<p>“น้องรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถสูง ผมมั่นใจว่าเขาเก่งกว่าผมมาก แต่สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ การใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา และพัฒนาทักษะในการทำงานเป็นทีม ผมว่าสิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ และพึงตระหนักอยู่เสมอว่าทุกคนมีความสำคัญในด้านที่ต่างกันไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม”</p>
<p>เขมวัฒน์ว่า ก่อนจะกล่าวย้ำ</p>
<p>“ทุกคนมีหน้าที่เป็นฟันเฟืองเล็กๆ เราขาดใครไปไม่ได้”</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-chevron/">ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมการขุดเจาะปิโตรเลียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-chevron/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวางแผนนโยบายสุขภาพแห่งชาติ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-national-health/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-national-health/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Sep 2017 01:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[นักวางแผนนโยบายสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.พลเดช ปิ่นประทีป]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-national-health/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป นายแพทย์นักบริหารที่เป็นดั่งเรี่ยวแรงหลักของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ที่ทำงานด้านนโยบายสุขภาพของสังคมไทยมานานครบ 10 ปีเต็ม ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งคือเราอยากรู้จัก สช. มากขึ้น ในฐานะที่เป็นองค์กรภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนมากที่สุด ข้อต่อมาคือเราอยากรู้ว่าทำไมภาคสาธารณสุขของไทยถึงเข้มแข็งและประสบความสำเร็จในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา วันนี้เราเลยอยากเล่ามหากาพย์แห่งวงการสาธารณสุขไทยและการปฏิรูปสุขภาพ ตั้งแต่การดูแลสุขภาวะพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างเครื่องมือเพื่อการมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพของประชาชน ผ่านมุมมองและแนวคิดของ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่มีต่อเส้นทางความเปลี่ยนแปลงตลอด 40 ปีที่ผ่านมา และหลักไมล์สำคัญที่นำมาสู่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ที่เป็นดั่งปรากฏการณ์ที่ปลุกคนไทยให้ลุกขึ้นมาร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะ เริ่มต้นจากค่อยๆ สร้างคนที่มีชุดความคิดและอุดมคติคล้ายกัน ย้อนกลับตั้งแต่ยุค 14 ตุลา บุคลากรวงการสาธารณสุขเกิดกระแสตื่นตัวทางสังคมเป็นอย่างมาก เห็นอกเห็นใจคนยากคนจน ตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีกระบวนการพานักศึกษาแพทย์ในยุคนั้นไปเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าสาธารณสุขชุมชน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน เมล็ดพันธุ์นักศึกษาแพทย์ของแผ่นดินจะต้องเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อออกค่ายสร้างโรงเรียนและสอนหนังสือเด็กๆ พ่วงด้วยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสำคัญที่เรียกว่าการตรวจสุขภาพให้กับชาวบ้าน ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่หอบหิ้วกันมาจากกรุงเทพฯ ถือเป็นการเรียนรู้วิชาผ่านการปฏิบัติจริงและเก็บข้อมูลสุขภาพของคนในชุมชนในช่วงเวลาของการออกค่ายอาสา เวลาผ่านไป เมล็ดพันธุ์นักศึกษาแพทย์เหล่านั้นก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างงดงามด้วยความคิดและอุดมการณ์จากคำสอนของสมเด็จพระราชบิดา (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ที่ทรงปลูกฝังแนวคิดเรื่องการรับใช้ประชาชนและความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน บุคลากรที่มีคุณค่าเหล่านี้ได้ทำหน้าที่แพทย์ตามชุมชนในต่างจังหวัด เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน และเริ่มมีประสบการณ์ด้านการบริหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-national-health/">นักวางแผนนโยบายสุขภาพแห่งชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่นานมานี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ <strong>นพ.พลเดช ปิ่นประทีป</strong><br />
นายแพทย์นักบริหารที่เป็นดั่งเรี่ยวแรงหลักของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)<br />
ที่ทำงานด้านนโยบายสุขภาพของสังคมไทยมานานครบ<br />
10<br />
ปีเต็ม</p>
<p>ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งคือเราอยากรู้จัก สช. มากขึ้น<br />
ในฐานะที่เป็นองค์กรภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนมากที่สุด</p>
<p>ข้อต่อมาคือเราอยากรู้ว่าทำไมภาคสาธารณสุขของไทยถึงเข้มแข็งและประสบความสำเร็จในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา</p>
<p>  วันนี้เราเลยอยากเล่ามหากาพย์แห่งวงการสาธารณสุขไทยและการปฏิรูปสุขภาพ<br />
ตั้งแต่การดูแลสุขภาวะพื้นฐาน<br />
ไปจนถึงการสร้างเครื่องมือเพื่อการมีส่วนร่วมในนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพของประชาชน ผ่านมุมมองและแนวคิดของ<br />
นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ที่มีต่อเส้นทางความเปลี่ยนแปลงตลอด<br />
40 ปีที่ผ่านมา และหลักไมล์สำคัญที่นำมาสู่ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ<br />
พ.ศ. 2550 ที่เป็นดั่งปรากฏการณ์ที่ปลุกคนไทยให้ลุกขึ้นมาร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะ<strong></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_4897.jpg"></p>
<h3><strong>เริ่มต้นจากค่อยๆ<br />
สร้างคนที่มีชุดความคิดและอุดมคติคล้ายกัน </strong><strong></strong></h3>
<p><strong></strong></p>
<p>ย้อนกลับตั้งแต่ยุค 14 ตุลา<br />
บุคลากรวงการสาธารณสุขเกิดกระแสตื่นตัวทางสังคมเป็นอย่างมาก เห็นอกเห็นใจคนยากคนจน ตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข </p>
<p>คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล<br />
จึงมีกระบวนการพานักศึกษาแพทย์ในยุคนั้นไปเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าสาธารณสุขชุมชน ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน<br />
เมล็ดพันธุ์นักศึกษาแพทย์ของแผ่นดินจะต้องเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ<br />
เพื่อออกค่ายสร้างโรงเรียนและสอนหนังสือเด็กๆ<br />
พ่วงด้วยการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมสำคัญที่เรียกว่าการตรวจสุขภาพให้กับชาวบ้าน<br />
ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่หอบหิ้วกันมาจากกรุงเทพฯ ถือเป็นการเรียนรู้วิชาผ่านการปฏิบัติจริงและเก็บข้อมูลสุขภาพของคนในชุมชนในช่วงเวลาของการออกค่ายอาสา</p>
<p>เวลาผ่านไป เมล็ดพันธุ์นักศึกษาแพทย์เหล่านั้นก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างงดงามด้วยความคิดและอุดมการณ์จากคำสอนของสมเด็จพระราชบิดา (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร<br />
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ที่ทรงปลูกฝังแนวคิดเรื่องการรับใช้ประชาชนและความรักที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน<br />
บุคลากรที่มีคุณค่าเหล่านี้ได้ทำหน้าที่แพทย์ตามชุมชนในต่างจังหวัด<br />
เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน และเริ่มมีประสบการณ์ด้านการบริหาร กลายเป็นกลุ่มที่มีพลังทางความคิดใหม่ๆ ผนึกกำลังกับเหล่าอาจารย์แพทย์ของพวกเขาจนส่งผลต่อนโยบายสาธารณสุขของไทยมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<h3><strong>การปฏิรูปครั้งแรกที่เกิดจากนโยบายสร้างโรงพยาบาลอำเภอทั่วประเทศ</strong><strong></strong></h3>
<p>ปี 2520 &#8211; 2530 ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อรัฐมนตรีสาธารณสุข เหล่าแพทย์ชนบท และอาจารย์แพทย์ในมหาวิทยาลัย<br />
รวมตัวกันขอให้กระทรวงสาธารณสุขหยุดโครงการสร้างโรงพยาบาลด้วยงบประมาณ 700 ล้านบาท แล้วนำเงินจำนวนนั้นไปสร้างโรงพยาบาลชุมชน 700<br />
แห่ง<br />
ยกระดับสถานีอนามัยมาเป็นโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลอำเภอกระจายทั่วประเทศไทย<br />
ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น</p>
<p>ต่อจากนั้น<br />
จึงเกิดการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)<br />
ด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่ไทยเราล้ำหน้าหลายๆ ประเทศได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศโลกที่สาม มีแพทย์ที่ลงไปทำงานใกล้ชิดชาวบ้าน<br />
มีการผลิตแพทย์จำนวนมากขึ้นเพื่อรองรับการทำหน้าที่ในโรงพยาบาลตามพื้นที่ต่างๆ<br />
เหล่านั้น  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_4881.jpg"></p>
<h3><strong>จากยุคก่อเกิดโครงสร้างพื้นฐาน<br />
สู่ยุคแห่งการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน</strong><strong></strong></h3>
<p>ยุคสร้างเสริมสุขภาพประชาชนหรือ Health Promotion เกิดในช่วงปี<br />
2530 &#8211; 2540 โดยประเทศไทยอยู่แถวหน้าในการส่งเสริมสุขภาพและควบคุมโรค<br />
แก้ปัญหาโรคระบาดต่างๆ เช่น โรคเรื้อน และวัณโรค</p>
<p>โดยเฉพาะการสร้างหลักสูตร FETP (Field Epidemiology Training Program) ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างและส่งนักระบาดวิทยาเข้ามาดูแลปัญหาโรคระบาด<br />
ทำการวิจัย และสืบค้นโรคติดต่อทั้งหลาย รวมถึงการหาสาเหตุปัจจัยต่างๆ<br />
เพื่อทำสงครามกับโรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้นักระบาดวิทยามีความสามารถในการวางแผน กำหนดกลยุทธ์<br />
และกลายเป็นนักยุทธศาสตร์ของแผ่นดินในที่สุด</p>
<p>ข้อมูลด้านสุขภาพของคนไทยจากหน่วยที่เล็กที่สุด คือโรงพยาบาลชุมชน อนามัย และสาธารณสุขชุมชน<br />
ไปสู่มือของผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์สถานการณ์<br />
โดยกลยุทธ์ทั้งหลายมาจากข้อมูลปฐมภูมิที่เก็บตามโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ใช้การวิเคราะห์จากเครื่องมือสถิติขั้นสูง ซึ่งใช้ข้อมูลในระดับ population เพื่อประมวลผลทั้งประเทศได้ว่า<br />
ในช่วงนี้มีโรคระบาดอะไรที่กำลังเกิดอย่างรุนแรงอยู่บ้างและควรป้องกันอย่างไรให้ทันท่วงที นี่คือโมเดลสร้างฐานข้อมูลทางการแพทย์<br />
ก่อนจะมาถึงยุคที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และดิจิทัลในปัจจุบัน</p>
<h3><strong>เรื่องสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของปัจเจกบุคคล<br />
แต่ยังโยงไปถึงนโยบายระดับชาติ</strong><strong></strong></h3>
<p>หลังจากยุค Health Promotion แล้ว<br />
Episode ถัดมาของวงการสาธารณสุขไทยก็มาถึงยุค Social Determinants of Health คือสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายและจิตใจเท่านั้น<br />
แต่ยังครอบคลุมไปถึงสุขภาพสังคมและสุขภาพทางปัญญา<br />
ยุคนี้จึงเกิดหน่วยงานสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)<br />
ทำงานวิจัยด้านสุขภาพประชาชนมาอย่างยาวนานในปี 2545 อีกทั้งยังเกิดองค์กรที่เราคุ้นชื่ออย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)<br />
และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในปีต่อมา</p>
<p>5 ปีต่อจากนั้น<br />
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)<br />
ก็เกิดขึ้นภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี<br />
ทำหน้าที่เป็นองค์กรทางนโยบายเปรียบดั่ง Soft<br />
Power ที่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพและเชื่อมโยงนโยบายข้ามกระทรวง</p>
<p>คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ<br />
คือการรวมตัวกันของเหล่าบุคคลจาก 3<br />
ฝ่าย 3<br />
มุมมองที่ทำงานด้านนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพ<br />
<strong>หนึ่ง</strong>คือ นักวิชาการ นักวิชาชีพ <strong></strong><strong>สอง</strong>คือ ภาคประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ และธุรกิจเอกชน<br />
และ<strong>สาม</strong>คือ ภาครัฐ นักการเมือง ข้าราชการ ปลัดกระทรวง<br />
ที่รวมตัวกันเป็นสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เป็นองค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ<br />
ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_4884.jpg"></p>
<h3><strong>หัวใจและเครื่องมือสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ<br />
</strong><strong>(</strong><strong>สช</strong><strong>.) </strong><strong>ต่อสังคมไทย</strong><strong></strong></h3>
<p>หัวใจของ สช. คือสร้างการมีส่วนร่วม นำไปสู่พลังเครือข่ายที่ใช้ความรู้เพื่อไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างความสัมพันธ์<br />
ปรับกฎหมายใหม่ แก้กฎหมายเก่า เพื่อสร้างกลไกใหม่ทั้งหมด<br />
เนื้อแท้ของมันจึงเป็นการปฏิรูปที่ขยายวงกว้างจากการปฏิรูปสาธารณสุขและสุขภาพไปสู่การปฏิรูปสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจฐานราก โดย สช. ได้ทำหน้าที่สำคัญในการสร้างเครื่องมือมา<br />
3 รูปแบบ เพื่อการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย</p>
<p>เครื่องมือชิ้นแรก เรียกว่า <strong>สมัชชาสุขภาพ<br />
</strong>เป็นกระบวนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม<br />
โดยการมีส่วนร่วมแบบ Active และทำงานแบบ Proactive<br />
คือการสร้างพลเมืองตื่นรู้ (Active Citizen) ที่มีอำนาจการตัดสินใจ<br />
มาเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและลงมติประเด็นที่เข้าสู่สมัชชาสุขภาพได้เลยจากตัวพวกเขาเอง</p>
<p>เครื่องมือชิ้นที่สอง คือ <strong>ธรรมนูญสุขภาพ </strong>เป็นกรอบกติกาที่สังคมยึดถือร่วมกัน ใช้กระบวนการเรียนรู้และตกลงร่วมกันในสังคม<br />
ชุมชน ได้รับความนิยมมากในระดับตำบลต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 600 ตำบลนำเครื่องมือนี้ไปปรับประยุกต์เป็นธรรมนูญสุขภาพตำบล<br />
เกิดวงจรเรียนรู้กันอย่างเข้มแข็งและเฉลียวฉลาด สร้าง Active Citizen ขึ้นมาในอีกสไตล์หนึ่ง</p>
<p>เครื่องมือชิ้นที่สาม คือ <strong>การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ </strong>(Health Impact Assessment &#8211; HIA) เครื่องมือนี้จะถูกใช้ในกรณีที่จะมีโครงการเกิดขึ้นในสังคมหรือในชุมชนท้องถิ่นที่ใดที่หนึ่ง ชุมชนรอบๆ นั้นจะได้รับผลกระทบจากโครงการนั้นโดยตรง<br />
โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อสิ่งแวดล้อม ต่อสังคม<br />
พวกเขาก็สามารถเอาเครื่องมือนี้ไปประยุกต์ใช้ได้</p>
<h3><strong>ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับชาติไปจนถึงชุมชนเล็กๆ </strong><strong></strong></h3>
<p>ตลอด 10<br />
ปีที่ผ่านมา สช. มีบทบาทหลักในฐานะเป็นหน่วยงานเล็กๆ<br />
สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มุ่งการสานพลัง ภายใต้ พ.ร.บ.<br />
สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 กฎหมายที่ต้องการให้เกิดการทำงานข้ามหน่วยงาน<br />
ไม่มีพรมแดน สช.จึงประสานได้ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์<br />
กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์<br />
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย </p>
<p>ที่ผ่านมา ถือว่า สช. บรรลุวัตถุประสงค์การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ<br />
โดยใช้หลักสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ตั้งแต่ระดับชาติ ภูมิภาค จังหวัด ท้องถิ่น<br />
ชุมชน เกิดนโยบายที่ไม่เป็นขั้วใดขั้วเดียว เพราะแต่ละขั้วล้วนมีบทบาท<br />
มีศักยภาพแตกต่างกันไป ถ้าขาดไปมุมใดมุมหนึ่งก็จะไม่ประสบความสำเร็จ  </p>
<p>ขณะนี้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550  ผ่านการพิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่า<br />
มีประโยชน์และปรับใช้ได้จริง ทำให้ <strong>“</strong><strong>ขบวนปฏิรูปสุขภาพ</strong><strong>” </strong>ของประเทศเติบโตเร็วมาก เหมือนรถไฟสายสุขภาพที่ทั่วถึง กว้างขวางไปทุกจังหวัด อำเภอ ตำบล<br />
เป็นการออกแบบเครื่องมือที่ตรงความต้องการของคนไทย และขบวนปฏิรูปนี้ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า สานพลังอย่างบูรณาการ ลดช่องว่างของภาคประชาชน ประชาสังคม<br />
กับภาครัฐและภาคธุรกิจ เกิดการเห็นคุณค่าและยอมรับซึ่งกันและกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_4874_1.jpg"></p>
<h3><strong>ยกระดับบทบาทของ สช</strong><strong>. </strong><strong>เพื่อก้าวสู่อนาคตในทศวรรษหน้า</strong><strong></strong></h3>
<p>ปัจจุบัน สช. ได้เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการด้วยการเชื้อเชิญองค์กรภาคีจากทุกกระทรวงมาร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างสรรค์นโยบายสาธารณะที่ดี ทั้งหน่วยงานตระกูล ส. หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง<br />
เปลี่ยนมายด์เซ็ตของเครือข่ายในการระดมความคิดเห็น<br />
ก้าวข้ามการมองผู้อื่นว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม<br />
ทำให้เกิดความพอใจและอยากเข้ามามีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</p>
<p>สิ่งที่ สช.<br />
จะมุ่งไปในอีก 10 ปีข้างหน้า<br />
คือการยกระดับคุณค่าให้กระบวนการที่ประสบผลดังกล่าวกลายเป็น “เครื่องมือระดับชาติ” สามารถรับมือประเด็นปัญหาใหญ่ๆ<br />
ของประเทศได้ ไม่เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่รวมถึงความขัดแย้งในสังคม สช. ภาคีเครือข่าย<br />
และ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ จะเป็นฐานทุนที่สำคัญในการแก้ปัญหาเรื้อรัง<br />
มุ่งไปสู่สภาวะใหม่ที่สามัคคีปรองดอง อาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเครื่องมือทางนโยบาย เพื่อให้คนรุ่นใหม่สร้างสรรค์ระบบประชาธิปไตยจากฐานข้างล่างขึ้นมาให้เกิดความเข้มแข็งในที่สุด</p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>มณีนุช บุญเรือง<br /></em><i style="background-color: initial"><strong>ภาพประกอบ</strong> พนิดา มีเดช</i></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-national-health/">นักวางแผนนโยบายสุขภาพแห่งชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-national-health/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​ช่างทำบาตร (Alms Bowl Makers)</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-almsbowlmakers/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-almsbowlmakers/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Trawell]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Sep 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบาตรพระ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีทำบาตรพระ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านบาตร]]></category>
		<category><![CDATA[Trawell Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านเก่าในกรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างทำบาตร]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านบาตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-almsbowlmakers/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคโลกาภิวัตน์ที่อาชีพแปลกใหม่กำเนิดขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่สืบทอดและรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยหวังให้ศิลปะเหล่านั้นไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา หนึ่งในนั้นคืออาชีพที่เอื้อเฟื้อแก่พระพุทธศาสนาอย่าง &#8216;ช่างทำบาตร&#8217; ผู้ซ่อนตัวอยู่ในย่านเก่าอย่างชุมชนบ้านบาตรในกรุงเทพฯ นี่เอง ดูเผินๆ แล้วอาชีพนี้อาจดูธรรมดา แต่ช่างทำบาตรคือศิลปินผู้อยู่เหนือกาลเวลาที่เรารับรองว่าถ้าหากใครได้รู้ว่าการทำบาตรมีที่มายังไงแล้ว ทุกคนจะต้องอ้าปากค้างแน่นอน เรามีโอกาสได้คุยกับช่างทำบาตรตัวเป็นๆ อย่าง แอน-มณีรัตน์ นาครัตน์ ช่างประกอบบาตรแห่งชุมชนบ้านบาตร จึงไม่รอช้าที่จะซักไซ้ชวนให้เธอเล่าถึงเรื่องราวน่าสนใจมาให้ทุกคนได้รู้จักอาชีพนี้มากขึ้นกว่าเดิม 1. ก่อนจะเป็นบาตร บาตรที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยต้องเป็นบาตรบุหรือบาตรที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอนเท่านั้น วิธีการทำประกอบไปด้วย 21 ขั้นตอนย่อย และ 8 ขั้นตอนใหญ่ๆ! เริ่มจากการ ‘ตีขอบ’ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดขนาดและรูปทรงของบาตรที่จะทำออกมา ต่อไปเป็นการนำเหล็กเส้นยาวมาค่อยๆ ตีเข้าหากันจนเป็นวงกลม ซึ่งเราประทับใจมากเพราะถึงแม้ว่าจะตีด้วยมือ แต่ขอบบาตรทุกใบก็ออกมากลมดิ๊กอย่างกับเคาะมาจากพิมพ์ เมื่อได้ขอบบาตรที่ดีแล้วจึงนำไปประกอบขึ้นรูป เชื่อมให้ติดกัน ตีให้รอยเชื่อมเรียบเนียนและได้รูปทรงที่ต้องการ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการตะไบเก็บรายละเอียดและทำให้บาตรขึ้นเงาทั่วทั้งใบ อ่านแค่นี้อาจจะดูเหมือนจบในไม่กี่วินาที แต่การทำบาตรขึ้นมาจริงๆ ต้องใช้เวลาขั้นต่ำ 2 วันเลยทีเดียวจึงจะได้ออกมาเป็นบาตรหนึ่งใบ (โดยที่ยังไม่รวมขั้นตอนสุดท้ายที่แท้จริงด้วยนะ) ขั้นตอนสุดท้ายที่ว่าก็คือ ‘การรมดำหรือการบ่ม’ นั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้ขั้นตอนนี้พิเศษกว่าขั้นตอนอื่นๆ คือมันไม่ใช่งานของช่างทำบาตรอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ที่ซื้อบาตรไปจะเป็นผู้นำไปทำต่อเอง! ซึ่งระยะเวลาในการบ่มหรืออบนั้นก็ยาวนาน 6 ชั่วโมงขึ้นไปเลยทีเดียว กว่าจะได้ออกมาเป็นบาตรทำมือแต่ละใบนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ 2. ช่างทุกคนคือฟันเฟือง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-almsbowlmakers/">​ช่างทำบาตร (Alms Bowl Makers)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคโลกาภิวัตน์ที่อาชีพแปลกใหม่กำเนิดขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง<br />
ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่สืบทอดและรักษาศิลปะแบบดั้งเดิมเอาไว้ โดยหวังให้ศิลปะเหล่านั้นไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา<br />
หนึ่งในนั้นคืออาชีพที่เอื้อเฟื้อแก่พระพุทธศาสนาอย่าง &#8216;ช่างทำบาตร&#8217; ผู้ซ่อนตัวอยู่ในย่านเก่าอย่างชุมชนบ้านบาตรในกรุงเทพฯ นี่เอง</p>
<p>ดูเผินๆ แล้วอาชีพนี้อาจดูธรรมดา แต่ช่างทำบาตรคือศิลปินผู้อยู่เหนือกาลเวลาที่เรารับรองว่าถ้าหากใครได้รู้ว่าการทำบาตรมีที่มายังไงแล้ว<br />
ทุกคนจะต้องอ้าปากค้างแน่นอน เรามีโอกาสได้คุยกับช่างทำบาตรตัวเป็นๆ อย่าง <strong style="background-color: initial">แอน-มณีรัตน์ นาครัตน์</strong> ช่างประกอบบาตรแห่งชุมชนบ้านบาตร จึงไม่รอช้าที่จะซักไซ้ชวนให้เธอเล่าถึงเรื่องราวน่าสนใจมาให้ทุกคนได้รู้จักอาชีพนี้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<h3><strong>1. ก่อนจะเป็นบาตร</strong><strong></strong></h3>
<p>บาตรที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยต้องเป็นบาตรบุหรือบาตรที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอนเท่านั้น วิธีการทำประกอบไปด้วย 21 ขั้นตอนย่อย และ 8 ขั้นตอนใหญ่ๆ!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banbat-1.jpg"></p>
<p>เริ่มจากการ ‘ตีขอบ’ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดขนาดและรูปทรงของบาตรที่จะทำออกมา ต่อไปเป็นการนำเหล็กเส้นยาวมาค่อยๆ ตีเข้าหากันจนเป็นวงกลม<br />
ซึ่งเราประทับใจมากเพราะถึงแม้ว่าจะตีด้วยมือ แต่ขอบบาตรทุกใบก็ออกมากลมดิ๊กอย่างกับเคาะมาจากพิมพ์<br />
เมื่อได้ขอบบาตรที่ดีแล้วจึงนำไปประกอบขึ้นรูป เชื่อมให้ติดกัน ตีให้รอยเชื่อมเรียบเนียนและได้รูปทรงที่ต้องการ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือการตะไบเก็บรายละเอียดและทำให้บาตรขึ้นเงาทั่วทั้งใบ อ่านแค่นี้อาจจะดูเหมือนจบในไม่กี่วินาที แต่การทำบาตรขึ้นมาจริงๆ ต้องใช้เวลาขั้นต่ำ 2 วันเลยทีเดียวจึงจะได้ออกมาเป็นบาตรหนึ่งใบ (โดยที่ยังไม่รวมขั้นตอนสุดท้ายที่แท้จริงด้วยนะ)</p>
<p>ขั้นตอนสุดท้ายที่ว่าก็คือ ‘การรมดำหรือการบ่ม’ นั่นเอง แต่สิ่งที่ทำให้ขั้นตอนนี้พิเศษกว่าขั้นตอนอื่นๆ คือมันไม่ใช่งานของช่างทำบาตรอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่พระสงฆ์ที่ซื้อบาตรไปจะเป็นผู้นำไปทำต่อเอง! ซึ่งระยะเวลาในการบ่มหรืออบนั้นก็ยาวนาน 6 ชั่วโมงขึ้นไปเลยทีเดียว กว่าจะได้ออกมาเป็นบาตรทำมือแต่ละใบนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ</p>
<h3><strong>2. </strong><strong>ช่างทุกคนคือฟันเฟือง</strong><strong></strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banbat-2.jpg"></p>
<p>การทำบาตรเป็นงานที่ทำคนเดียวไม่ได้เพราะเต็มไปด้วยขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความถนัดที่แตกต่างกันไป<br />
ช่างทุกคนจึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่คอยหมุนต่อกันเพื่อให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์<br />
การทำงานของช่างทำบาตรจึงไม่ได้มีแค่ตัวเองและงานที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น<br />
แต่ต้องคิดถึงพวกพ้องที่ต้องรับช่วงต่อในขั้นตอนถัดไปด้วย หากงานของคนหนึ่งมีปัญหา ช่างคนอื่นก็ต้องเสียเวลาแก้ไขส่วนนั้นไปด้วย<br />
การทำงานทุกขั้นตอนจึงต้องเอาใส่ใจและรับผิดชอบส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด<br />
เพื่อให้โรงงานผลิตบาตรทำมือเล็กๆ แห่งนี้สามารถสร้างงานดีๆ ต่อไปได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง</p>
<h3><strong>3. บาตร</strong><strong>เดิม เพิ่มเติมคือปรับแต่ง</strong><strong></strong></h3>
<p>ใครจะเชื่อว่าบาตรที่ใช้งานทางศาสนายังเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างแนบแน่น แน่นอนว่าบาตรที่ทำมาจากเหล็กต้องเกิดสนิม แต่ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างการเผาหรือการบ่มนั้นช่วยทำให้ผิวของบาตรคายธาตุคาร์บอนซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดสนิมและคงความสะอาดของบาตรเอาไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ<br />
นอกจากนี้วัสดุอย่างสแตนเลสก็เริ่มเข้ามามีบทบาทแทนเหล็กแบบเดิมๆ เพราะแข็งแรง ทนทาน ใช้งานง่าย เรียกได้ว่าปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยแบบไม่ผิดพระวินัยก็โอเค</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banbat-5.jpg"></p>
<h3><strong>4. </strong><strong>บาตรทำมือมีดีไฉน</strong><strong></strong></h3>
<p>สิ่งที่ทำให้บาตรทำมือที่มีราคาสูงกว่าบาตรจากโรงงานหลายเท่า ยังคงขายได้อยู่เรื่อยๆ ตลอดทั้งปีนั้น เป็นเพราะพระป่าในแถบภาคอีสานมักจะเลือกซื้อบาตรทำมือที่คุ้มค่ากว่า เพราะใช้งานได้ตลอดชั่วชีวิตหากดูแลถูกวิธี นอกจากนี้ถ้าเราต้องการสั่งทำบาตรแปลกๆ อย่างใช้วัสดุทองเหลือง ทองแดง มาใช้ทำแทนเหล็ก หรือจะออกแบบตามความชอบของตัวเองเพื่อไปใช้ประดับตกแต่ง การ customize<br />
บาตรให้ออกมาเท่โดนใจแบบนี้หาไม่ได้จากบาตรโรงงานแน่นอน</p>
<h3><strong>5. The alms bowl<br />
is now online!</strong><strong></strong></h3>
<p>ถึงแม้ลูกค้าของบาตรทำมือจะเป็นพระป่าที่อยู่ห่างไกล แต่ช่องทางการขายบาตรไม่ได้ห่างไกลตามไปด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นไปรษณีย์ไทย หรือ Kerry Express ก็ขนส่งบาตรได้หมดทุกช่องทาง เป็นเหตุให้เพื่อนในเฟซบุ๊กของแอนเต็มไปด้วยพระสงฆ์ที่ต้องการหาซื้อบาตร!!! การที่พระมาหาซื้อบาตรในเฟซบุ๊กอาจฟังดูแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่องทางออนไลน์เหล่านี้นี่เองที่ทำให้ช่างทำบาตรกลางกรุงเก่าและพระป่าที่อาศัยอยู่ในภาคอีสานติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นจริงๆ</p>
<h3><strong>6. </strong><strong>งานที่เสี่ยงและต้องอาศัยความชำนาญ</strong><strong></strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banbat-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/banbat-3.jpg"></p>
<p>แม้การทำบาตรจะมีหลายขั้นตอน แต่งานตี ต่อ เชื่อม เผา ฯลฯ ที่เราได้เห็นกันนั้นล้วนเต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตราย ไม่ว่าจะเป็นจากอุปกรณ์ทำงานอย่างของมีคม ไฟร้อนๆ หรือจากสภาพร่างกายที่ทรุดโทรมลงไปตามการทำงาน อย่างการใช้สายตาหรือการนั่งในท่าเดิมนานๆ<br />
แต่ช่างทำบาตรทุกคนกลับมีท่าทีสบายๆ และทำงานทุกอย่างได้ถูกต้องรวดเร็วจนน่าตกใจ เรียกได้ว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานับ 10 ปี ไม่ใช่ได้มากันง่ายๆ</p>
<h3><strong>7. </strong><strong>สิ่งที่ทำให้ยังอยู่ตรงนี้</strong><strong></strong></h3>
<p>แม้การทำบาตรจะเป็นงานหนักที่มีรายละเอียดมากมายให้ใส่ใจและเสี่ยงอันตรายมากมาย<br />
แต่ช่างทำบาตรรุ่นหลังก็ยังคงตัดสินใจเลือกที่จะสานต่ออาชีพที่พวกเขาเติบโตมากับมันต่อไป<br />
ไม่ใช่เพราะค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพวกเขารู้เสมอว่างานทำบาตรนั้นขาดใครสักคนไปไม่ได้</p>
<p>เหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือวันที่ช่างตอกคนเดียวที่เหลืออยู่ในชุมชนเสียชีวิต<br />
ทำให้ขั้นตอน ‘ตอกชื่อลงบนบาตร’ ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เราจึงเชื่อเหลือเกินว่าบาตรทำมือที่ต้องอาศัยทั้งความอดทน<br />
ความชำนาญ และความร่วมมือเหล่านี้ จะยังคงอยู่กับเราต่อไปอีกนานเท่านาน<br />
ด้วยความสัมพันธ์ที่มีในชุมชนและความรักที่มีให้แก่ศิลปะการทำบาตรของคนตัวเล็กๆ<br />
เหล่านี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-almsbowlmakers/">​ช่างทำบาตร (Alms Bowl Makers)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-almsbowlmakers/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักโบราณคดีใต้น้ำ (Underwater Archaeologist)</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-8/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อาคิรา เดชารัตน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Aug 2017 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[กองโบราณคดีใต้น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมศิลปากร]]></category>
		<category><![CDATA[โบราณวัตถุ]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นักโบราณคดีใต้น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Underwater Archaeologist]]></category>
		<category><![CDATA[สิร พลอยมุกดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-8/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลึกลงไปใต้ผืนน้ำ แหล่งขุมทรัพย์มากมายคอยให้ถูกค้นพบ โบราณวัตถุ ซากเรือจม ร่องรอยทั้งหลายในประวัติศาสตร์ที่อาจนำไปสู่การไขปริศนาเพื่อทำความเข้าใจอดีต ทั้งหมดถูกฝังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันของกระแสธาร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับอาชีพสายผจญภัยอย่างนักโบราณคดีใต้น้ำ อาชีพที่พาเราย้อนไปสำรวจประวัติศาสตร์ผ่านโบราณวัตถุที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำนับพันปี แม้ด้านหนึ่งจะเป็นนักผจญภัย แต่อีกด้านหนึ่งพวกเขาคือนักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีใต้น้ำทำงานให้กับกองโบราณคดีใต้น้ำ สังกัดกรมศิลปากร ซึ่งในประเทศไทยมีนักโบราณคดีใต้น้ำอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่วันนี้เราขอมาพูดคุยกับ สิร พลอยมุกดา นักโบราณคดีใต้น้ำที่มีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 7 ปี ท่ามกลางกล้องจุลทรรศน์และโบราณวัตถุมากมาย เขาพร้อมอธิบายให้เราฟังเรื่องราวใต้น้ำทั้งหมดแล้ว 1. จุดเริ่มต้นคือความหลงใหลในเรือ หัวใจของงานโบราณคดีใต้น้ำคือการสำรวจเรือจม ต้องรอบรู้เรื่องเรือและวาดแผนผังของเรือที่พบใต้น้ำเพื่อศึกษาโครงสร้าง นักโบราณคดีใต้น้ำต้องเชี่ยวชาญระดับแค่เห็นซากเรือบางส่วนก็สามารถบอกได้ว่าส่วนนี้คืออะไร กง (ไม้รูปโค้งที่ตั้งเป็นโครงเรือ) กระดาน หรือกระดูกงูที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเรือ การวาดผังโครงสร้างเรือจมจึงเปรียบเสมือนการวาดแผนที่เพื่อกรุยทางหาคำตอบที่ต้องการ 2. ลูกครึ่งนักผจญภัยและนักวิจัยในห้องแล็บ หน้าที่ของนักโบราณคดีใต้น้ำมีทั้งลุยภาคสนาม กระโจนลงน้ำสำรวจแหล่งเรือจม และยังต้องนำโบราณวัตถุที่เจอมาส่องกล้องในห้องแล็บเพื่อดูองค์ประกอบทางเคมีของชิ้นส่วนต่างๆ พวกเขาจึงต้องจดจำไทม์ไลน์ทางประวัติศาสตร์ให้ได้อย่างแม่นยำเพื่อขัดเกลาสายตาอันแหลมคมในการแยะแยะวัตถุทางศิลปะว่าถ้วยแบบนี้ ชามแบบนี้ เป็นของยุคสมัยไหน อาชีพนักโบราณคดีใต้น้ำจึงเป็นอาชีพที่ผสมผสานทักษะหลากหลายไว้อย่างลงตัว 3. น้ำน้อยน้ำมากให้เป็นงานของเรา น่านน้ำทั้งประเทศไทยถือเป็นส่วนรับผิดชอบของกรมโบราณคดีใต้น้ำ นอกจากโครงการสำรวจที่กำหนดว่าต้องทำปีต่อปีแล้ว ยังมีงานที่อาจถูกเรียกด่วนจากทางนู้นทางนี้ โดยเฉพาะจากชาวประมงที่มักลากอวนไปพบโบราณวัตถุเวลาจับปลา บางทีน้ำแค่เข่าแค่แข้ง ขอแค่มีน้ำ ก็ต้องยกให้เป็นงานของนักโบราณคดีใต้น้ำแล้ว ทั้งนี้ฤดูการลงภาคสนามส่วนใหญ่คือช่วงที่อากาศไม่แปรปรวน ส่วนฤดูมรสุม นักโบราณคดีใต้น้ำจะพักการออกเรือและขลุกตัวอยู่ในห้องแล็บเพื่อวิเคราะห์โบราณวัตถุทั้งหลายที่เก็บมา 4. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-8/">นักโบราณคดีใต้น้ำ (Underwater Archaeologist)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลึกลงไปใต้ผืนน้ำ แหล่งขุมทรัพย์มากมายคอยให้ถูกค้นพบ โบราณวัตถุ ซากเรือจม ร่องรอยทั้งหลายในประวัติศาสตร์ที่อาจนำไปสู่การไขปริศนาเพื่อทำความเข้าใจอดีต ทั้งหมดถูกฝังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันของกระแสธาร แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับอาชีพสายผจญภัยอย่างนักโบราณคดีใต้น้ำ อาชีพที่พาเราย้อนไปสำรวจประวัติศาสตร์ผ่านโบราณวัตถุที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำนับพันปี</p>
<p>แม้ด้านหนึ่งจะเป็นนักผจญภัย แต่อีกด้านหนึ่งพวกเขาคือนักวิทยาศาสตร์ นักโบราณคดีใต้น้ำทำงานให้กับกองโบราณคดีใต้น้ำ สังกัดกรมศิลปากร ซึ่งในประเทศไทยมีนักโบราณคดีใต้น้ำอยู่เพียง 3 คนเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่วันนี้เราขอมาพูดคุยกับ <strong>สิร พลอยมุกดา</strong> นักโบราณคดีใต้น้ำที่มีประสบการณ์ทำงานมานานกว่า 7 ปี ท่ามกลางกล้องจุลทรรศน์และโบราณวัตถุมากมาย เขาพร้อมอธิบายให้เราฟังเรื่องราวใต้น้ำทั้งหมดแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sira2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sira38.jpg" /></p>
<p><strong>1. จุดเริ่มต้นคือความหลงใหลในเรือ</strong></p>
<p>หัวใจของงานโบราณคดีใต้น้ำคือการสำรวจเรือจม ต้องรอบรู้เรื่องเรือและวาดแผนผังของเรือที่พบใต้น้ำเพื่อศึกษาโครงสร้าง นักโบราณคดีใต้น้ำต้องเชี่ยวชาญระดับแค่เห็นซากเรือบางส่วนก็สามารถบอกได้ว่าส่วนนี้คืออะไร กง (ไม้รูปโค้งที่ตั้งเป็นโครงเรือ) กระดาน หรือกระดูกงูที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเรือ การวาดผังโครงสร้างเรือจมจึงเปรียบเสมือนการวาดแผนที่เพื่อกรุยทางหาคำตอบที่ต้องการ</p>
<p><strong>2. ลูกครึ่งนักผจญภัยและนักวิจัยในห้องแล็บ</strong></p>
<p>หน้าที่ของนักโบราณคดีใต้น้ำมีทั้งลุยภาคสนาม กระโจนลงน้ำสำรวจแหล่งเรือจม และยังต้องนำโบราณวัตถุที่เจอมาส่องกล้องในห้องแล็บเพื่อดูองค์ประกอบทางเคมีของชิ้นส่วนต่างๆ พวกเขาจึงต้องจดจำไทม์ไลน์ทางประวัติศาสตร์ให้ได้อย่างแม่นยำเพื่อขัดเกลาสายตาอันแหลมคมในการแยะแยะวัตถุทางศิลปะว่าถ้วยแบบนี้ ชามแบบนี้ เป็นของยุคสมัยไหน อาชีพนักโบราณคดีใต้น้ำจึงเป็นอาชีพที่ผสมผสานทักษะหลากหลายไว้อย่างลงตัว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/PC080096.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC00924f.jpg" /></p>
<p><strong>3. น้ำน้อยน้ำมากให้เป็นงานของเรา</strong></p>
<p>น่านน้ำทั้งประเทศไทยถือเป็นส่วนรับผิดชอบของกรมโบราณคดีใต้น้ำ นอกจากโครงการสำรวจที่กำหนดว่าต้องทำปีต่อปีแล้ว ยังมีงานที่อาจถูกเรียกด่วนจากทางนู้นทางนี้ โดยเฉพาะจากชาวประมงที่มักลากอวนไปพบโบราณวัตถุเวลาจับปลา บางทีน้ำแค่เข่าแค่แข้ง ขอแค่มีน้ำ ก็ต้องยกให้เป็นงานของนักโบราณคดีใต้น้ำแล้ว ทั้งนี้ฤดูการลงภาคสนามส่วนใหญ่คือช่วงที่อากาศไม่แปรปรวน ส่วนฤดูมรสุม นักโบราณคดีใต้น้ำจะพักการออกเรือและขลุกตัวอยู่ในห้องแล็บเพื่อวิเคราะห์โบราณวัตถุทั้งหลายที่เก็บมา</p>
<p><strong>4. นักแกะรอยปฏิสัมพันธ์ทางทะเล</strong></p>
<p>หากงานของนักโบราณคดีคือการศึกษาโบราณวัตถุที่อยู่บนบก ความพิเศษของนักโบราณคดีใต้น้ำคือการศึกษาสิ่งของวัตถุบนบกที่ไปอยู่ในเรือ พวกชิปยูส เตา หม้อไห ของใช้ต่างๆ ทำให้เราอ่านชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนเรือนั้นได้ เช่น ถ้าเจอเครื่องมือช่างทองก็หมายความว่ามีการซ่อมเครื่องประดับในเรือ รวมไปถึงการศึกษาผังเรือจมที่เผยให้เห็นโครงสร้างและวิธีการต่อเรือที่แต่ละชาติมีหลักการไม่เหมือนกัน ต่อแบบนี้เป็นเรืออังกฤษ ต่ออีกแบบเป็นเรือดัตช์ การดูท้องเรือ ดูการต่อไม้แบบต่างๆ ทำให้นักโบราณคดีใต้น้ำสามารถระบุสัญชาติของเรือได้ หรือถ้าเรือเป็นของประเทศหนึ่งแต่ข้าวของเครื่องใช้ในเรือเป็นของอีกประเทศหนึ่งก็สามารถลากเส้นต่อจุดไปได้อีกว่าเราเกี่ยวข้องกับชนชาติใดบ้างในอดีต</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5264.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_5307.jpg" /></p>
<p><strong>5. ประวัติศาสตร์อันเปราะบาง</strong></p>
<p>โบราณวัตถุจากใต้น้ำมีวิธีการสงวนรักษาที่แตกต่างจากบนบก โดยเฉพาะโบราณวัตถุที่นำขึ้นมาจากทะเลซึ่งมีเจ้าเกลือตัวร้ายแทรกตัวเข้าไปอยู่ในเนื้ออณูวัตถุจนอิ่มตัว ถ้าเอาขึ้นมาแล้วทำให้แห้งเลย เกลือก็จะฟู นึกภาพเป็นน้ำทะเลที่ตากแดดจนแห้งไปเหลือแต่ผลึกเกลือ วัตถุโบราณจะแตกเสียหายทั้งหมด วิธีที่ถูกต้องคือนำมาเข้ากระบวนการสงวนรักษาด้วยการแช่น้ำไว้ วัดค่าความดันไฟฟ้า วัดก๊าซ คอยถ่ายน้ำเรื่อยๆ เพื่อรักษาโบราณวัตถุให้มีสภาพเหมือนตอนอยู่ใต้น้ำที่สุด การขุดโบราณวัตถุขึ้นมาจึงเป็นการทำลายวัตถุนั้น เลยมีกฎเหล็กอยู่ว่าให้เลือกขุดแต่วัตถุโบราณชิ้นสำคัญขึ้นมาเท่านั้น</p>
<p><strong>6. การทำงานภายใต้ความกดดัน (ของน้ำทะเล) </strong></p>
<p>นักโบราณคดีจะมีคู่หูเป็นช่างสำรวจที่ลงดำน้ำพร้อมกัน ดังนั้นจึงต้องพูดคุยกันให้รู้เรื่องตั้งแต่อยู่บนบกเพราะเมื่อลงไปใต้น้ำแล้วจะไม่สามารถพูดกันได้ และสื่อสารกันได้เพียงแค่ภาษามือที่ไม่ครอบคลุมทั้งหมด ปากก็ต้องคาบที่ช่วยหายใจ มือก็ต้องเร่งทำงานให้ทันเวลา รวมถึงเมื่อดำน้ำลึก ร่างกายจะไม่สามารถทนแรงดันน้ำได้นานนัก 3 ชั่วโมงคือเวลาทั้งหมดที่นักโบราณคดีอยู่ใต้น้ำ แต่เวลาทำงานจริงมีแค่ 30 นาทีเท่านั้น ที่เหลือจะเป็นเวลาที่ค่อยๆ ลงและขึ้นจากน้ำเพื่อให้ร่างกายได้คลายแรงกดดันและก๊าซต่างๆ ที่สะสมในร่างกาย หากรีบลงหรือขึ้นจากน้ำทันที ร่างกายอาจช็อกไปดื้อๆ ในหนึ่งวันจึงดำน้ำได้แค่ 1 ไดรฟ์ (3 ชั่วโมง) เท่านั้น เพื่อป้องกันการสะสมของออกซิเจนหรือไนโตรเจนในเลือดที่มากเกินไป</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sira66.jpg" /></p>
<p><strong>7. หมั่นคอยดูแลร่างกายและหัวใจ</strong></p>
<p>นักโบราณคดีใต้น้ำจะต้องฝึกดำน้ำทบทวนและตรวจร่างกายปีละ 2 ครั้ง โดยที่ศูนย์ฝึกของกองโบราณคดีใต้น้ำจะมีสระจำลองสภาพใต้ทะเลที่มีความลึกถึง 13 เมตร เพื่อฝึกหัดนักประดาน้ำสำหรับงานโบราณคดี ไฮไลต์สำคัญคือการตรวจ Oxygen Totalling เพื่อเช็กความอึดของร่างกาย โดยนักโบราณคดีใต้น้ำที่เข้ารับการทดสอบจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องที่อัดออกซิเจนเข้าไปจำลองสภาพการดำน้ำจนร่างกายน็อคไป เพื่อดูว่าจะทนต่อระดับออกซิเจนที่สะสมอยู่ในเลือดเวลาดำน้ำได้เท่าไหร่ ถ้าร่างกายแข็งแรงก็จะทนได้มาก ที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อให้แน่ใจว่าเวลาลงทำงานภาคสนาม ร่างกายจะพร้อมสำหรับการดำน้ำเป็นเวลานาน ฟังดูเสี่ยงอันตรายแต่นักโบราณคดีใต้น้ำก็พร้อมแลก การได้ผจญภัยลงภาคสนามจนถึงเก็บตัวอย่างมาวิจัยเองจึงเป็นเสน่ห์ของวิชาชีพนี้ซึ่งยังคงมีอยู่ต่อไปเพื่อไขปริศนาทางประวัติศาสตร์ให้แก่คนรุ่นหลัง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/VIZ_52475.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> กฤต วิเศษเขตการณ์ และ</em><em>กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-8/">นักโบราณคดีใต้น้ำ (Underwater Archaeologist)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ช่างสัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/job-7/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/job-7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฏฐา ภู่อนุสรณ์ชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Aug 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[job anatomy]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างมิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[อานนทร์ พีรนันทปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[MIMPTATTOO]]></category>
		<category><![CDATA[รอยสัก]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/job-7/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวว่า Art is everywhere หรือศิลปะอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่ตึกรามบ้านช่องที่เราเห็นจนชินตาก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะทั้งสิ้น แต่จะมีศิลปะรูปแบบไหนที่จะติดตัวเราไปได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือน &#8216;รอยสัก&#8217; บ้าง? ถึงรอยสักจะเคยเป็นสิ่งที่ใช้ลงโทษและแบ่งชนชั้นในสังคม แต่เมื่อได้ผ่านการขัดเกลาและพัฒนามานานหลายปี การสักก็กลายเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่วิจิตรและสะท้อนให้เห็นตัวตนของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับงานสักอย่างใกล้ชิดผ่านการทำงานของ ช่างมิ้ม-อานนทร์ พีรนันทปัญญา ช่างสักไทยชื่อดังจากร้าน MIMPTATTOO ที่เคยมีโอกาสได้จัดแสดงผลงานรอยสักใน Musée du quai Branly ที่ประเทศฝรั่งเศส 1. เข็มแรกของช่างสัก เพราะรอยสักเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากและติดตัวเราตลอดไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ช่างสักมือใหม่หลายคนจึงมักเริ่มลองสักกับวัสดุอื่นที่มีสัมผัสใกล้เคียงกับผิวหนังคนก่อน เช่น รองเท้าฟองน้ำ หนังหมู หรือหนังเทียม เมื่อฝึกปรือจนมั่นใจว่าสักลงบนผิวหนังจริงได้แล้ว ก็ควรเริ่มสักจากลายที่ไม่ซับซ้อนและง่ายต่อการแก้ไขก่อน เช่น รอยสักแบบ Tribal (ชนเผ่า)ที่มีรูปแบบชัดเจน หรือรอยสักแบบ Minimal และรอยสักแบบจุดที่มีรายละเอียดไม่มาก หากชำนาญแล้วจะลองสักรูปแบบอื่นๆ ตามความสนใจ เช่น Realistic (รอยสักรูปเสมือนจริง) Japanese (รอยสักแบบญี่ปุ่น) หรือรอยสักลายโอลด์สคูลก็ยังไม่สาย 2. เข็มแห่งตัวตน เมื่อได้ลองสักหลายๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-7/">ช่างสัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวว่า Art is everywhere หรือศิลปะอยู่ในทุกที่<br />
ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่ตึกรามบ้านช่องที่เราเห็นจนชินตาก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะทั้งสิ้น<br />
แต่จะมีศิลปะรูปแบบไหนที่จะติดตัวเราไปได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือน &#8216;รอยสัก&#8217; บ้าง?</p>
<p>  ถึงรอยสักจะเคยเป็นสิ่งที่ใช้ลงโทษและแบ่งชนชั้นในสังคม<br />
แต่เมื่อได้ผ่านการขัดเกลาและพัฒนามานานหลายปี<br />
การสักก็กลายเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่วิจิตรและสะท้อนให้เห็นตัวตนของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี<br />
เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับงานสักอย่างใกล้ชิดผ่านการทำงานของ <strong>ช่างมิ้ม-อานนทร์ พีรนันทปัญญา</strong> ช่างสักไทยชื่อดังจากร้าน<br />
MIMPTATTOO ที่เคยมีโอกาสได้จัดแสดงผลงานรอยสักใน Musée du quai Branly ที่ประเทศฝรั่งเศส</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_90491.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>1. เข็มแรกของช่างสัก</strong></p>
<p><strong></strong>เพราะรอยสักเป็นสิ่งที่แก้ได้ยากและติดตัวเราตลอดไป<br />
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ช่างสักมือใหม่หลายคนจึงมักเริ่มลองสักกับวัสดุอื่นที่มีสัมผัสใกล้เคียงกับผิวหนังคนก่อน<br />
เช่น รองเท้าฟองน้ำ หนังหมู หรือหนังเทียม เมื่อฝึกปรือจนมั่นใจว่าสักลงบนผิวหนังจริงได้แล้ว<br />
ก็ควรเริ่มสักจากลายที่ไม่ซับซ้อนและง่ายต่อการแก้ไขก่อน เช่น รอยสักแบบ Tribal (ชนเผ่า)ที่มีรูปแบบชัดเจน หรือรอยสักแบบ Minimal และรอยสักแบบจุดที่มีรายละเอียดไม่มาก<br />
หากชำนาญแล้วจะลองสักรูปแบบอื่นๆ ตามความสนใจ เช่น Realistic (รอยสักรูปเสมือนจริง) Japanese (รอยสักแบบญี่ปุ่น)<br />
หรือรอยสักลายโอลด์สคูลก็ยังไม่สาย</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>2. เข็มแห่งตัวตน</strong></p>
<p><strong></strong>เมื่อได้ลองสักหลายๆ รูปแบบแล้ว ช่างสักจะเริ่มค้นพบรอยสักที่เป็นลายเซ็นของตัวเอง<br />
อาจจะผสมรอยสักหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน หรือสร้างสรรค์รอยสักจากจินตนาการก็ได้<br />
อย่างช่างมิ้มจะถนัดรอยสักแบบญี่ปุ่นที่สอดแทรกความเป็นไทยลงไปด้วย</p>
<p style="text-align: center">ลายสักที่เป็นเอกลักษณ์ของช่างสักก็เหมือนลายมือที่ใช่จะเลียนแบบกันได้ง่ายๆ<br />
ถึงจะลงเข็มตามได้ทุกเส้นทุกรอย แต่ความหนักเบา ความรุนแรง<br />
ความอ่อนของงาน ย่อมต่างกันอยู่ดี<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9560.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_90993.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9045.jpg"></p>
<p><strong>3. เข็มที่ขยับตามหัวใจ</strong></p>
<p><strong></strong>ลวดลายสวยๆ จากปลายเข็มที่เราเห็น เกิดจากฝีมือและความรู้สึกของช่างสักซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้รอยสักโลดโผนและสื่อถึงอารมณ์ได้<br />
เมื่อสักลายอะไรก็ตาม ช่างสักมักจะต้องอินและหมกมุ่นไปกับรอยสักนั้นๆ ด้วย บางครั้งความรู้สึกเหล่านี้ก็ยากที่จะสลัดทิ้ง<br />
เหมือนนักแสดงที่เข้าถึงบทบาทจนถอนตัวไม่ขึ้นแม้การถ่ายทำจะจบลง</p>
<p>ครั้งหนึ่ง ช่างมิ้มเคยปฏิเสธรับงานสักรูปพระที่เผาตัวตายเพื่อเรียกร้องสิทธิในเวียดนาม<br />
เขาเข้าใจดีว่าภาพนี้เป็นการเรียกร้องไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่เขาอาจรู้สึกหดหู่ได้หากต้องเข้าถึงรอยสักนี้<br />
การปฏิเสธงานของช่างสักไม่ได้หมายถึงความหยิ่งผยอง แต่ช่างสักก็เป็นศิลปินคนหนึ่งที่ทำตามหัวใจเท่านั้น</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>4. เข็มสะอาดเพื่อเพื่อนมนุษย์</strong></p>
<p><strong></strong>แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นช่างสักคือการรักษาสุขลักษณะ<br />
เมื่อเจอเลือด เข็ม แผลสดต่างๆ ที่ทำให้ติดเชื้อได้ก็ต้องระมัดระวังให้ดี<br />
ขณะใส่ถุงมือเปื้อนเลือดก็ไม่ควรไปจับสิ่งของอื่นและต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้สักให้ดีทุกครั้ง<br />
ต่อให้ช่างสักจะฝีมือฉมังขนาดไหน แต่ถ้าทำให้เพื่อนมนุษย์ต้องติดโรค<br />
ก็ไม่มีทางเป็นช่างสักที่ดีได้เลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9057.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9198.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>5. เข็มที่เชื่อมความผูกพัน</strong></p>
<p><strong></strong>ความสัมพันธ์ของช่างสักกับลูกค้าก็เหมือนช่างทำผมกับสาวๆ<br />
ที่มาทำผม คือค่อนข้างใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์กันเกือบตลอดเวลา ทำให้ช่างสักต้องเริ่มฝึกสร้างบทสนทนาเพื่อบรรยากาศที่ผ่อนคลาย<br />
ทั้งช่างสักและลูกค้าเลยได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความชอบในรอยสัก<br />
รสนิยม หรือประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เมื่อมีลูกค้าใหม่เข้ามา<br />
ช่างสักก็จะถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ที่ได้ยินมาให้ฟังอีกที<br />
เหมือนเป็นการสร้างสังคมเล็กๆ ขึ้นในร้านสักก็ว่าได้</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>6. เข็มที่ผูกมัดหน้าที่ของช่างสัก</strong></p>
<p><strong></strong>หลายคนเข้าใจว่าช่างสักเป็นอาชีพที่มีอิสระในการเลือกรับงานและจะเข้างานกี่โมงก็ได้<br />
แต่ความจริงแล้ว ช่างสักก็มีหน้าที่ต้องไปทำงานทุกวันตามเวลาเหมือนอาชีพอื่นๆ แถมยังเป็นงานที่ต้องนั่งอยู่ในท่าเดิมๆ<br />
ถ้านั่งไม่ถูกวิธีย่อมมีปัญหากับร่างกายแน่นอน หรือบางทียังต้องกลับไปคิดรอยสักของลูกค้าต่อที่บ้านหรือเอางานสักไปฝึกไปวาดต่อ<br />
เรียกได้ว่าถ้าไม่รักงานสักจริง คงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยแน่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9114.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>7. เข็มหลากหลายที่สร้างสรรค์ลวดลายอย่างแตกต่าง</strong></p>
<p><strong></strong>งานสักถือเป็นศิลปะเฉพาะกลุ่ม<br />
แต่ละกลุ่มก็มีความชื่นชอบแตกต่างกันไป การจะวางกรอบจำกัดหรือกำหนดทิศทางให้วงการช่างสักจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก<br />
ช่างสักแต่ละคนมีสิทธิที่จะแสดงตัวตน ความคิด ฝีไม้ลายสักลงบนผิวหนังในแบบตัวเอง ถึงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจะต่างกัน<br />
แต่สิ่งที่ช่างสักมีร่วมกันก็คือการสร้างสรรค์ศิลปะที่ติดตัวผู้คนไปทุกที่ให้มีความหมายที่สุด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9028.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ปวริศา สันติวิริยกาญจน์</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/job-7/">ช่างสัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/job-7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
