<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภัทรมน สุขประเสริฐ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/pattramon-sukprasert/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/pattramon-sukprasert/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Aug 2021 09:01:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Aug 2021 07:01:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[camping]]></category>
		<category><![CDATA[แคมป์]]></category>
		<category><![CDATA[แคมป์ปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บึงไมตรีจิต]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Backyard]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=138997</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bangkok Backyardมันเป็นบ่ายวันหนึ่งของต้นเดือนมิถุนายนที่ท้องฟ้าฟ้าจัดอย่างแทบไร้ความขาวของมวลหมู่เมฆเจือปน ความสดใสของฟากฟ้ามาพร้อมกับความแรงของแสงอาทิตย์Bangkok Backyard การไปแคมป์ปิ้งช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ มันเป็นหน้าฝนที่ฝนตกไม่ขาด แถมแดดยังเจ็บจัดจ้าน อีกทั้งคนไม่ค่อยไปไหนมาไหนกัน เมืองเงียบ คนเหงา บรรยากาศอุดอู้อย่างต่อเนื่อง คนอยู่ไม่ติดที่อย่างเราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมติดต่อกันเป็นเวลานานจนเริ่มทะลุจุดอิ่มตัว แต่เอาเถอะ มันต้องมีแหละ บรรยากาศธรรมชาติสักที่ที่จะตอบโจทย์และเป็นที่พักใจให้ได้บ้าง ด้วยความที่อะไรๆ ไม่ค่อยเอื้ออำนวย การเดินทางข้ามจังหวัดมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ เราจึงมองหาที่หย่อนใจภายในกรุงเทพฯ แบบไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไปจนมาลงเอยที่ Bangkok Backyard&#160;จุดกลางเต็นท์ที่มีบึงไมตรีจิตโอบล้อม ต่อให้ที่นี่จะยังอยู่ในเขตแดนของเมืองหลวง คลองสามวาก็นับว่าห่างไกลจากรัศมีความคุ้นเคยของเราพอสมควร แต่พอได้ New CT125 สีใหม่ Safari Green รถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดมาสำหรับคนรักกิจกรรมเอาต์ดอร์ ที่พร้อมลุยทั้งฟังก์ชั่นและหน้าตาพาเราไปยังปลายทางเราก็อุ่นใจ แถมยังมีแร็กท้ายขนาดใหญ่จุใจใส่ของที่เตรียมไว้ได้อย่างสบาย&#160; เรามุ่งหน้าไปทางลำลูกกาผ่านบรรยากาศหลากหลาย เจอรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน ลัดเลาะไปบนสะพานยกสูงข้ามลำคลอง ขนาบข้างมีท้องนา ขี่ผ่านถนนขรุขระเป็นหลุมบ่อที่คาดว่าเกิดจากรถใหญ่วิ่งผ่านมาก อีกทั้งบางจุดก็มีการก่อสร้าง แต่ตลอดเส้นทางเพราะท่อที่ยกสูงและมี Crash Bar โครงเหล็กกันกระแทก รถคันนี้เลยพาเราไปได้อย่างไร้กังวล ใกล้ครบชั่วโมงป้ายเข้าเขตคลองสามวาก็ปรากฏตัว บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนมุสลิม จีพีเอสบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายแม้จะยังไม่เห็นวี่แวว หากไม่ใช่เพราะเห็นรูปมาก่อนบ้างเราคงจินตนาการไม่ออกว่า Bangkok Backyard จะมีหน้าตายังไง และถ้าไม่ใช่ว่าตั้งใจมาคงเดาไม่ได้มีลานกางเต็นท์ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้ เราจองจุดกางเต็นท์ไว้ล่วงหน้า พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ออกมาต้อนรับ ทักทายกันเสร็จได้ใจความว่าในค่ำคืนนี้มีเพียงเราและแคมเปอร์อีกกลุ่มเท่านั้นจึงเลียบเคียงดูว่าเป็นไปได้ไหมหากอยากเลือกจุดกางเต็นท์ใหม่อีกครั้งเมื่อเห็นของจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/">ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">Bangkok Backyard</span>มันเป็นบ่ายวันหนึ่งของต้นเดือนมิถุนายนที่ท้องฟ้าฟ้าจัดอย่างแทบไร้ความขาวของมวลหมู่เมฆเจือปน ความสดใสของฟากฟ้ามาพร้อมกับความแรงของแสงอาทิตย์<span style="display:none;">Bangkok Backyard</span></p>



<p>การไปแคมป์ปิ้งช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะ มันเป็นหน้าฝนที่ฝนตกไม่ขาด แถมแดดยังเจ็บจัดจ้าน อีกทั้งคนไม่ค่อยไปไหนมาไหนกัน เมืองเงียบ คนเหงา บรรยากาศอุดอู้อย่างต่อเนื่อง คนอยู่ไม่ติดที่อย่างเราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมติดต่อกันเป็นเวลานานจนเริ่มทะลุจุดอิ่มตัว แต่เอาเถอะ มันต้องมีแหละ บรรยากาศธรรมชาติสักที่ที่จะตอบโจทย์และเป็นที่พักใจให้ได้บ้าง</p>



<p>ด้วยความที่อะไรๆ ไม่ค่อยเอื้ออำนวย การเดินทางข้ามจังหวัดมีข้อจำกัดในหลายพื้นที่ เราจึงมองหาที่หย่อนใจภายในกรุงเทพฯ แบบไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไปจนมาลงเอยที่ <strong>Bangkok Backyard</strong>&nbsp;จุดกลางเต็นท์ที่มีบึงไมตรีจิตโอบล้อม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-142764" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive1_journey_CT_125_01-copy.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139015" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ต่อให้ที่นี่จะยังอยู่ในเขตแดนของเมืองหลวง คลองสามวาก็นับว่าห่างไกลจากรัศมีความคุ้นเคยของเราพอสมควร แต่พอได้ New CT125 สีใหม่ Safari Green รถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดมาสำหรับคนรักกิจกรรมเอาต์ดอร์ ที่พร้อมลุยทั้งฟังก์ชั่นและหน้าตาพาเราไปยังปลายทางเราก็อุ่นใจ แถมยังมีแร็กท้ายขนาดใหญ่จุใจใส่ของที่เตรียมไว้ได้อย่างสบาย&nbsp;</p>



<p>เรามุ่งหน้าไปทางลำลูกกาผ่านบรรยากาศหลากหลาย เจอรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เพิ่งเปิดใช้ได้ไม่นาน ลัดเลาะไปบนสะพานยกสูงข้ามลำคลอง ขนาบข้างมีท้องนา ขี่ผ่านถนนขรุขระเป็นหลุมบ่อที่คาดว่าเกิดจากรถใหญ่วิ่งผ่านมาก อีกทั้งบางจุดก็มีการก่อสร้าง แต่ตลอดเส้นทางเพราะท่อที่ยกสูงและมี Crash Bar โครงเหล็กกันกระแทก รถคันนี้เลยพาเราไปได้อย่างไร้กังวล</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139042" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_63.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139050" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_76.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใกล้ครบชั่วโมงป้ายเข้าเขตคลองสามวาก็ปรากฏตัว บริเวณโดยรอบเป็นชุมชนมุสลิม จีพีเอสบอกว่าเราเข้าใกล้จุดหมายแม้จะยังไม่เห็นวี่แวว หากไม่ใช่เพราะเห็นรูปมาก่อนบ้างเราคงจินตนาการไม่ออกว่า Bangkok Backyard จะมีหน้าตายังไง และถ้าไม่ใช่ว่าตั้งใจมาคงเดาไม่ได้มีลานกางเต็นท์ซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนี้</p>



<p>เราจองจุดกางเต็นท์ไว้ล่วงหน้า พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ออกมาต้อนรับ ทักทายกันเสร็จได้ใจความว่าในค่ำคืนนี้มีเพียงเราและแคมเปอร์อีกกลุ่มเท่านั้นจึงเลียบเคียงดูว่าเป็นไปได้ไหมหากอยากเลือกจุดกางเต็นท์ใหม่อีกครั้งเมื่อเห็นของจริง เจ้าหน้าที่ก็ไฟเขียวให้ไร้ปัญหา ลานกางเต็นท์ที่นี่เป็นลานหญ้าเรียบ แซมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ระหว่างการเติบโต เข้าใจว่าที่แห่งนี้ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะจึงค่อนข้างวางใจได้ว่าสภาพพื้นดินจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งเต็นท์และการนอน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139030" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_45.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จุดกางเต็นท์ที่นี่แทบทุกจุดสามารถดื่มด่ำพระอาทิตย์ตกได้ทั้งนั้นแต่จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างตรงที่ฝั่งหนึ่งจะเห็นคุ้งน้ำกว้างกว่า ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งบางจุดมีระเบียงให้นั่งชิลและใกล้ห้องน้ำมากกว่า แต่ก็ไกลพอที่จะไม่รบกวนความเป็นส่วนตัว จุดกางเต็นท์ของเราอยู่ในโซนหลัง เมื่อเลือกจุดได้แล้วเราเร่งขนของออกจากแร็กและลงมือกางเต็นท์ทันที ตั้งใจว่าจะใช้เวลาดื่มด่ำช่วงเย็นและพลบค่ำให้เต็มที่ ท้องฟ้า พระอาทิตย์ตก และลมดีๆ คือไฮไลต์ที่จินตนาการไว้ว่าจะมารอสัมผัส จะว่าไปพอมี New CT125 สีใหม่ Safari Green มาจอดใกล้ๆ นอกจากจะพาเราลุยมาถึงนี่ได้อย่างสนุกและปลอดภัยแล้วก็ยังเป็นอีกหนึ่งพร็อพที่เข้ากับบรรยากาศได้อย่างสุดกลมกลืน</p>



<p>และแล้วก็ไม่มีอะไรผิดความคาดหวังแถมยังเหนือความคาดหมาย ถึงตอนกางเต็นท์จะต้องสู้รบปรบมือกับลมพัดตึงอยู่บ้างแต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เมื่อที่นอนพร้อม เราก็จัดมุมวางโต๊ะเก้าอี้ หยิบหนังสือที่ดองไว้มาอ่านต่อได้ราวบทกว่าๆ สลับกับการเหม่อมองดูผู้คนเล่นกีฬาทางน้ำอยู่ไกลๆ ที่บึงมิตรไมตรีมีจุดให้บริการทั้งเรือคายัก ซัปบอร์ด และมารู้ภายหลังว่ามี Lift eFoil หรือเซิร์ฟบอร์ดไฟฟ้าด้วย เสียดายถ้ารู้ก่อนคงอยากลองเล่นดูสักครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_53.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_87.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี จากที่ฟ้าเป็นฟ้าก็เริ่มมีเหลืองมีชมพูเข้ามาแต้มแต่ง ความสวยของท้องฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนท้องฟ้าแต่ยังแผ่กระจายสีชวนฝันสะท้อนสู่ผิวน้ำด้วย ส่วนท้องเราก็เริ่มร้องทักจึงลุกไปเตรียมอาหารเย็น เพราะเรื่องกินเรื่องใหญ่เราวางแผนเรื่องนี้มาจริงจังจึงพกเตาแก๊สพกพากับชุดกระทะสนาม และมีเตาย่างติดมาด้วย ด้านวัตถุดิบเรามาพร้อมกับเนื้อหมัก ผัก เนื้อน่องลายสไลด์บาง ส่วนข้าวเราเตรียมแบบที่หุงสำเร็จมาจากบ้าน ไม่แน่ใจว่าอาหารในแคมป์ของคนอื่นเป็นแบบไหน มีสูตรสำเร็จกันไหม แต่มื้อค่ำของเรามาในธีมเคลียร์ตู้เย็นจึงออกมาเป็นกับข้าวสองจาน ได้แก่เนื้อย่างเสิร์ฟคู่กับกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ส่วนอีกจานเป็นลาบเนื้อน่องลายที่นึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบพริกมา จึงแวะอุดหนุนร้านค้าในชุมชนระหว่างทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139057" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_84.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยเรากลับมานั่งผ่อนคลายอีกครั้ง กินอาหารเย็น เปิดเพลย์ลิสต์โปรดคลอโดยมีแสงสุดท้ายอยู่เป็นเพื่อนจนจบมื้อ จริงๆ แล้วการทำอาหารทุลักทุเลอยู่หน่อยตรงที่เราพกเตาแก๊สมา แต่ลมดันพัดแรงอย่างต่อเนื่องจนต้องหาอะไรมาบัง ทั้งที่จริงไฟฟ้าที่นี่มีพร้อม เพียงแค่เตาไฟฟ้าเครื่องเดียวอะไรๆ คงง่ายกว่านี้</p>



<p>ความสะดวกสบายแต่ก็ยังรักษาบรรยากาศการพักผ่อนในธรรมชาตินี่แหละที่เป็นจุดเด่นของการตั้งแคมป์ที่นี่ นอกจากจะมีจุดจ่ายไฟฟ้ารองรับทุกจุดกางเต็นท์แล้ว น้ำแข็งก็มีเตรียมไว้ให้ อ่างล้างจานจัดสรรเป็นสัดเป็นส่วน หากหิวหรือมองหากับแกล้มกลางดึกก็จัดการได้เพราะมีตู้ขนมหยอดเหรียญตั้งอยู่ เรื่องห้องน้ำก็อยู่ในสภาพที่ปลดทุกข์ได้จริงแบบไม่เป็นอุปสรรคต่อการพักผ่อนแต่อย่างใด ส่วนเครื่องอาบน้ำก็มีให้ครบทั้งสบู่ แชมพู และเครื่องทำน้ำอุ่น ไม่ต้องพกอะไรมาให้มากมาย</p>



<p>หลังจากล้างจานและอาบน้ำเสร็จ กลุ่มดาวก็ออกมาทักทายจนแทบลืมไปเลยว่านานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้แหงนมองฟ้าตอนกลางคืน แสงดาวที่นี่เฉิดฉายคงเพราะไม่มีแสงไฟให้แข่งมากเหมือนกับในเมือง ไม่ผิดหวังเลยสักนิดที่มาในวันฟ้าโปร่ง&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อเข้าเต็นท์เท่านั้นแหละถึงนึกขึ้นได้ว่าความสดใสสวยงามของท้องฟ้ามีราคาที่ต้องแลก คืนนั้นอากาศค่อนข้างร้อนและนิ่ง ไม่แน่ใจว่าลมเมื่อหัวค่ำสงบลงแล้วหรือเพียงแค่ไม่อยากแวะเวียนผ่านเข้ามาทักทายกันในเต็นท์ โชคดีที่ได้ลมจากพัดลมที่ทาง Bangkok Backyard จัดเตรียมไว้ให้ เรากล่อมตัวเองจนผล็อยหลับพร้อมกับการจินตนาการถึงการนอนเต็นท์ในวันฝนโปรย มันน่าจะเย็นสบายไปอีกแบบ ว่าแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ที่ตอนวางแผนมาดูพยากรณ์อากาศเป็นที่เรียบร้อย ตั้งใจเลือกวันปลอดฝน แต่เอาเข้าจริงๆ กลับคิดถึงฝนซะอย่างงั้น&nbsp;</p>



<p>ยังไม่ทันเจ็ดโมงดีรู้ตัวอีกทีก็ลืมตาตื่นแล้ว ใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการต่อสู้กับที่นอนก่อนจะพาตัวเองไปรับอากาศบริสุทธิ์ได้สำเร็จ เย็นวานมัวแต่ง่วนกับการกางเต็นท์และจัดเตรียมข้าวของ เราจึงถือฤกษ์งามยามดีที่ตื่นเช้าเดินสำรวจพื้นที่จริงจังสักยกก่อนจะกลับมาพักที่จุดกางเต็นท์ของตัวเองอีกครั้ง นั่งมองริ้วน้ำที่สรรค์สร้างโดยสายลม จ้องนกสีดำหางเหมือนปลาที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้กลางน้ำหรือ ‘นกแซงแซวหางปลา’ ตามที่กูเกิลบอก อ๋อใช่ ลืมบอกไปว่าที่นี่คือแคมป์ที่มี WiFi ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ ถ้างานกับทริปพักผ่อนแยกออกจากกันไม่ได้จริงๆ การมาเวิร์กฟรอมแคมป์ก็ไม่ใช่ไอเดียที่แย่เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139019" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แสงแดดเริ่มทักทาย ร่างกายเริ่มเรียกหาคาเฟอีน เราตั้งเตาอีกครั้ง (และต่อสู้กับลมอีกครั้ง) เพื่อต้มกาแฟ Moka Pot นานๆ ทีจะหยิบเครื่องต้มกาแฟเครื่องนี้ขึ้นมาใช้สักครั้ง มันสะดวกสำหรับวันแบบนี้ตรงที่พกมาเครื่องเดียวจบไม่ต้องหยิบอุปกรณ์มามากชิ้นเหมือนการดริป สำหรับเรา Moka Pot คือเครื่องทำกาแฟสโลว์บาร์ที่ต้องอาศัยความอดทนพอสมควรเพราะกว่าแรงดันไอน้ำจะได้ที่จนสกัดออกมาเป็นกาแฟนั้นใช้เวลา เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน ได้แต่แง้มดูเป็นพักๆ และรอคอยฟังเสียงฟู่ที่เป็นสัญญาณว่ากาแฟพร้อมแล้ว ยิ่งไฟไม่เสถียรยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก คนใจร้อนอย่างเราจะลุ้นทุกที แต่พออยู่ในบรรยากาศที่ไม่ได้รีบร้อนอะไร นั่งมองนกตัวเดิมที่อยู่นิ่งกับที่ ดูใบไม้พริ้วไหว ผ่านไปแป๊บๆ ก็ได้ที่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139013" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_08.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139026" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราใช้เวลาช่วงสุดท้ายของทริปนี้ไปกับการนั่งจิบกาแฟหอมๆ ริมน้ำจนตื่นเต็มตา พอดีกับที่แสงแดดเร่งความเข้มข้นจึงได้เวลาถอนสมอ หากใครอยากใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่านี้ หรืออยากอยู่ที่นี่ทั้งวันแนะนำให้เลือกจุดกางเต็นท์พื้นที่ 02 จุดนี้มีต้นฉำฉาใหญ่ทำหน้าที่ให้ร่มเงาตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์บังแดดใดๆ เพิ่มเติม จะมีก็แต่หากฝนตกอาจต้องระวังกิ่งไม้อยู่บ้าง หากเราได้ออกเที่ยวกับ New CT125 ครั้งหน้าและกลับมาที่นี่อีก จุดกางเต็นท์ใต้ร่มฉำฉานี้จะเป็นจุดที่เราไม่ยอมพลาด</p>



<p>เคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น เราเก็บของแพ็กกลับท้ายรถ ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้า การได้ออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมแม้เพียงสั้นๆ แต่พอได้พักผ่อน ได้ลุย ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติต่างส่งแรงพลังให้เราไปต่อได้อีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-1024x683.jpg" alt="Bangkok Backyard" class="wp-image-139014" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขากลับเราตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปเรื่อยๆ แบบไม่เปิดจีพีเอส พอจำทางจับทิศได้อยู่บ้างและไม่ได้รีบร้อนอะไร ถือโอกาสสำรวจเมืองไปในตัว เจออะไรน่าสนใจก็แวะ และใช่ เราจำทางได้ไม่เป๊ะหรอก แต่ต่อให้ออกนอกเส้นทางบ้างจะเป็นไรไป ถือเป็นกำไรของนักเดินทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139033" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_48.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-139043" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/archive_journey_CT_125_64.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><div style="display:none;">
<a style="display:none;" href="https://adaymagazine.com/"></a>
<a style="display:none;" href="https://facebook.com/adaymagazine/"></a>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-backyard/">ดื่มด่ำธรรมชาติที่ Bangkok Backyard จุดกางเต็นท์ริมขอบกรุงเทพฯ ที่สะดวกไม่แพ้สวนหลังบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/consentopia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2021 22:09:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=128553</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอาตัวเองเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม” Consentopia “ก็แต่งกายล่อแหลมเองหนิ ช่วยไม่ได้” ต่อให้ปีนี้จะเป็นปี 2021 ที่โลกและมนุษย์เราเหมือนจะเข้าใจคอนเซปต์ของการเคารพกันและเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังเห็นคอมเมนต์แบบประโยคด้านบนอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศออกไปตามสื่อต่างๆ หมูแดง–พิมพ์พจี เย็นอุรา ตั้งคำถามต่อความคิดทำนองนี้ เพราะนั่นแหละ แท้จริงแล้วไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศ สถานการณ์ หรือการแต่งกายแบบไหน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เคยเป็นใบอนุญาตให้ใครทำอะไรกับอีกฝ่ายทั้งนั้น ความยินยอมพร้อมใจ (consent) เท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญว่าเราจะไปกันต่อหรือพอแค่นี้ก่อน เพราะรู้สึกสะเทือนใจกับประเด็นการละเมิดทางเพศที่ได้ยินได้เห็นผ่านสื่อเป็นทุนเดิม เมื่อหมูแดงผู้เป็นนิสิตปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิทยานิพนธ์เป็นงานสื่อสารเชิงประเด็น โจทย์ของเธอจึงโฟกัสไปที่ว่าจะลดปัญหาเรื่องความรุนแรงและการละเมิดทางเพศได้ยังไง นอกจากงานวิจัยเล่มหนาที่ว่าด้วยการทำต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศแล้ว เธอได้ผลิตบอร์ดเกมออกมาจริงๆ เพื่อสื่อสารเรื่องนี้และพยายามขยายวงเล่นให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หมูแดงจะเรียนจบไปกว่าปีแล้ว บอร์ดเกมของเธอชื่อว่า Consentopia บอร์ดเกมที่สร้างบรรยากาศให้เรากล้าเอ่ยปากหรือถามว่า “ชอบประมาณไหน” หรือ “แบบนี้เธอจะโอเครึเปล่า” กันเป็นปกติในเกม (แม้จะมีหน้าแดงเคอะเขินกันบ้างในตอนแรกๆ)&#160; บอร์ดเกมนี้ไม่มีลูกเต๋า ไม่มีกฎตายตัว มีแต่คาแร็กเตอร์และสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างบทสนทนาหาเซ็กซ์ที่ชอบ ที่เข้าใจความต้องการของกันและกัน&#160; และที่สำคัญคือมีความยินยอมพร้อมใจ&#160; ความยินยอมพร้อมใจคือสิ่งสำคัญ จากโจทย์ใหญ่เรื่องความรุนแรงทางเพศ หมูแดงนึกถึงเรื่องคอนเซนต์ในฐานะส่วนสำคัญที่จะลดความรุนแรงเหล่านั้น “คอนเซนต์หมายถึงการที่ทุกฝ่ายในองค์ประกอบความสัมพันธ์เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเราเคารพและให้เกียรติกันเป็นพื้นฐาน การตัดสินใจใดๆ ก็ตามจะมีความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่ายอยู่ในนั้น มันจะไม่มีใครถูกกดทับหรือถูกละเมิด และไม่มีใครรู้สึกไม่โอเค เพราะมันมาจากการเคารพและให้เกียรติซึ่งความต้องการของกันและกัน” หมูแดงอธิบาย “คอนเซนต์คือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/consentopia/">Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เอาตัวเองเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงทำไม” <span style="display: none;">Consentopia</span> <br>“ก็แต่งกายล่อแหลมเองหนิ ช่วยไม่ได้”</p>



<p>ต่อให้ปีนี้จะเป็นปี 2021 ที่โลกและมนุษย์เราเหมือนจะเข้าใจคอนเซปต์ของการเคารพกันและเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังเห็นคอมเมนต์แบบประโยคด้านบนอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศออกไปตามสื่อต่างๆ</p>



<p><strong>หมูแดง–พิมพ์พจี เย็นอุรา</strong> ตั้งคำถามต่อความคิดทำนองนี้ เพราะนั่นแหละ แท้จริงแล้วไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศ สถานการณ์ หรือการแต่งกายแบบไหน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เคยเป็นใบอนุญาตให้ใครทำอะไรกับอีกฝ่ายทั้งนั้น <a href="https://adaymagazine.com/sex-is-more-ep-08-consent/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความยินยอมพร้อมใจ (consent)</a> เท่านั้นที่เป็นหัวใจสำคัญว่าเราจะไปกันต่อหรือพอแค่นี้ก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845.jpg" alt="" class="wp-image-128635" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5845-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>เพราะรู้สึกสะเทือนใจกับประเด็นการละเมิดทางเพศที่ได้ยินได้เห็นผ่านสื่อเป็นทุนเดิม เมื่อหมูแดงผู้เป็นนิสิตปริญญาโท คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำวิทยานิพนธ์เป็นงานสื่อสารเชิงประเด็น โจทย์ของเธอจึงโฟกัสไปที่ว่าจะลดปัญหาเรื่องความรุนแรงและการละเมิดทางเพศได้ยังไง</p>



<p>นอกจากงานวิจัยเล่มหนาที่ว่าด้วยการทำต้นแบบบอร์ดเกมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความยินยอมพร้อมใจทางเพศแล้ว เธอได้ผลิตบอร์ดเกมออกมาจริงๆ เพื่อสื่อสารเรื่องนี้และพยายามขยายวงเล่นให้กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หมูแดงจะเรียนจบไปกว่าปีแล้ว</p>



<p>บอร์ดเกมของเธอชื่อว่า <strong>Consentopia</strong> บอร์ดเกมที่สร้างบรรยากาศให้เรากล้าเอ่ยปากหรือถามว่า “ชอบประมาณไหน” หรือ “แบบนี้เธอจะโอเครึเปล่า” กันเป็นปกติในเกม (แม้จะมีหน้าแดงเคอะเขินกันบ้างในตอนแรกๆ)&nbsp;</p>



<p>บอร์ดเกมนี้ไม่มีลูกเต๋า ไม่มีกฎตายตัว มีแต่คาแร็กเตอร์และสถานการณ์จำลองเพื่อสร้างบทสนทนาหาเซ็กซ์ที่ชอบ ที่เข้าใจความต้องการของกันและกัน&nbsp;</p>



<p>และที่สำคัญคือมีความยินยอมพร้อมใจ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128653" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5994-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความยินยอมพร้อมใจคือสิ่งสำคัญ</strong></h2>



<p>จากโจทย์ใหญ่เรื่องความรุนแรงทางเพศ หมูแดงนึกถึงเรื่องคอนเซนต์ในฐานะส่วนสำคัญที่จะลดความรุนแรงเหล่านั้น</p>



<p>“คอนเซนต์หมายถึงการที่ทุกฝ่ายในองค์ประกอบความสัมพันธ์เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเราเคารพและให้เกียรติกันเป็นพื้นฐาน การตัดสินใจใดๆ ก็ตามจะมีความยินยอมพร้อมใจของทุกฝ่ายอยู่ในนั้น มันจะไม่มีใครถูกกดทับหรือถูกละเมิด และไม่มีใครรู้สึกไม่โอเค เพราะมันมาจากการเคารพและให้เกียรติซึ่งความต้องการของกันและกัน” หมูแดงอธิบาย “คอนเซนต์คือ ณ ปัจจุบันขณะ มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เรามองว่ามันเป็นกระบวนการที่ควรเกิดขึ้นในทุกๆ จุดของการตัดสินใจ ซึ่งเราไม่ได้มองมันแค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น แต่อยากให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันของเราเลย</p>



<p>“เมื่อ 2-3 ปีก่อนคนยังพูดเรื่องคอนเซนต์กันน้อยมาก แทบไม่มีเปเปอร์วิชาการภาษาไทยเลย เราเลยคิดว่าเราต้องพูดถึงมันจริงๆ จังๆ แล้ว” เธอจึงเลือกทำวิทยานิพนธ์ที่ทำให้เรื่องคอนเซนต์เป็นที่รู้จักและเข้าใจมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128645" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5916-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มต้นจากงานวิจัย</strong></h2>



<p>หมูแดงเริ่มต้นกระบวนการทุกอย่างด้วยการทำงานวิจัย</p>



<p>“เราเริ่มเก็บข้อมูลทำงานวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์หาอินไซต์คนวัย 18-25 ปีหรือกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย โดยเลือกกลุ่มรักต่างเพศแบบชาย-หญิงก่อน เนื่องจากข้อจำกัดด้านจำนวนกลุ่มตัวอย่าง” หมูแดงมีสมมติฐานตั้งต้นว่า แนวคิดชายเป็นใหญ่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความรุนแรงทางเพศ ซึ่งในความสัมพันธ์ของกลุ่มรักต่างเพศจะทำให้สังเกตเห็นแนวคิดชายเป็นใหญ่ได้ง่ายผ่านบทบาทชาย-หญิงที่ชัดเจน เธอจึงอยากทำความเข้าใจกลุ่มนี้เป็นหลักก่อน<br><br>“เราอยากรู้ว่าเขาเข้าใจเรื่องคอนเซนต์กันแค่ไหน มีวิธีการสื่อสารเรื่องคอนเซนต์กันยังไง ทำไมถึงเลือกใช้วิธีนั้นๆ ในการสื่อสาร แล้วถ้าจะปฏิเสธทำได้ไหม” หมูแดงเล่าถึงกรอบคำถามที่ใช้สัมภาษณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944.jpg" alt="" class="wp-image-128648" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5944-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>อินไซต์หลักที่หมูแดงได้จากการเก็บข้อมูลไม่ต่างไปจากสมมติฐานที่เธอมีเท่าไหร่ ความคิดเรื่องชายเป็นใหญ่ยังค่อนข้างชัดเจน เช่น ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายรุก มีความต้องการทางเพศสูงกว่า ส่วนผู้หญิงคือฝ่ายตาม ต้องทำหน้าที่แฟน แต่ทั้งนี้เธอก็เจออินไซต์ที่น่าสนใจอยู่บ้าง</p>



<p>“ผู้ชายบางคนไม่มีความคิดแบบชายเป็นใหญ่เพราะเขาผ่านอะไรบางอย่างมา เช่น เขาเรียนรู้ว่าความสัมพันธ์ที่เคยแย่ ที่เขาเคยถูกบอกเลิกหรือถูกปฏิเสธเพราะเขามี toxic relationship มันเลยทำให้เขารู้สึกว่าต้องปรับกับคู่ตัวเอง ซึ่งวิธีการปรับคือการสื่อสารความต้องการของแต่ละฝ่ายให้จูนเข้าหากันได้ ส่วนผู้หญิงแม้หลายๆ คนจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน แต่ก็รู้สึกว่ามีสิทธิปฏิเสธ ทั้งนี้บางทีก็เกรงใจเพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์” เธอเล่า</p>



<p>จากอินไซต์ที่ได้มาจึงนำมาสู่เมสเซจหลักที่เธอใช้พัฒนางานต่อว่า คนไม่ชินกับการสื่อสารเรื่องความยินยอมพร้อมใจ&nbsp;</p>



<p>“หลายคนก็เข้าใจนะว่าต้องยินยอมพร้อมใจ หรือเขาก็รู้ว่าถ้าอีกฝ่ายไม่โอเคจะเรียกว่าการข่มขืน หรือมันจะทำให้ความสัมพันธ์แย่ แต่หลายคนก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขากลัวว่าถ้าพูดไปแล้วมันจะดูไม่ดีหรือเปล่า มันติดกรอบของการไม่กล้าสื่อสารเรื่องเพศ เราเลยตั้งใจหาวิธีที่เขาจะสื่อสารกันได้มากกว่าที่ผ่านมา คือคนมีมายด์เซตแล้ว แต่จะทำยังไงให้เขากล้าปฏิบัติ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851.jpg" alt="" class="wp-image-128636" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5851-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องการหรือไม่ต้องการต้องสื่อสารได้</strong></h2>



<p>Consentopia เป็นบอร์ดเกมบทบาทสมมติที่มีเป้าหมายให้ผู้เล่นหาคู่เซ็กซ์ที่จะมีความสุขในชีวิตเซ็กซ์มากที่สุด ผู้เล่นจะได้สร้างบทสนทนากับคนที่ตัวเองสนใจเพื่อทำความเข้าใจเรื่องความต้องการทางเพศของกันและกัน เมื่อจบเกมผู้เล่นมีสิทธิเลือกคู่ของตัวเองหรือจะตัดสินใจไม่เลือกใครเลยก็ได้เหมือนกัน เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่น 4-5 คน ช่วงอายุ 18-30 ปี หรือใครก็ตามที่เปิดใจ</p>



<p>ที่หมูแดงเลือกใช้บอร์ดเกมในการสื่อสารเรื่องนี้เป็นเพราะคุณสมบัติในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ซึ่งสื่อไหนๆ ก็ให้ไม่ค่อยได้</p>



<p>“เราเห็นว่าบอร์ดเกมทำให้คนแปลกหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อนหรือคนในครอบครัวมาแลกเปลี่ยนกันได้ เราว่ามันมีเสน่ห์บางอย่าง” ด้วยความที่ไม่ได้เป็นคนเล่นบอร์ดเกมเยอะมาก่อน หมูแดงเริ่มต้นกระบวนการออกแบบด้วยการตะลุยเล่นบอร์ดเกมหลายแนว ทั้งปาร์ตี้เกม เกมทายปริศนา เกมสวมบทบาท เกมฝึกไหวพริบ&nbsp;ไปจนถึงเกมจัดสรรทรัพยากร ก่อนจะพัฒนาและต่อยอดเป็นบอร์ดเกมของเธอเอง นอกจากความเป็นเกมสวมบทบาทที่เธอตั้งใจใช้ตั้งแต่ต้น เธอยังแทรกกลไกอื่นๆ มาเสริมให้เกมสนุกและเล่นง่ายขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2.jpg" alt="" class="wp-image-128644" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5909-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ในเกมนี้แต่ละคนจะสวมบทบาทตามการ์ดคาแร็กเตอร์ที่หยิบได้ โดยมีตั้งแต่คนขี้อาย ไม่กล้าพูดเรื่องเพศ คนตรงไปตรงมา มั่นใจ เปิดกว้าง คนพูดสองแง่สองง่าม ไปจนถึงคนเคร่งเรื่องศีลธรรม ซึ่งแต่ละตัวละครจะได้เลือกรูปแบบความต้องการทางเพศที่ชอบเก็บไว้ในใจหลายระดับ ตั้งแต่ขั้นเริ่มต้น การเล้าโลม ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ บทสนทนาแต่ละรอบเกิดขึ้นเพื่อทำความเข้าใจความต้องการทางเพศของกันและกันเป็นหลัก</p>



<p>“บางคนที่ได้บทบาทตรงกับตัวเองก็จะเห็นว่า อ๋อ นี่คือตัวฉัน ส่วนถ้าเป็นคนที่ต่างจากตัวเองมากๆ ก็จะ อ๋อ มันมีคนที่คิดแบบนี้” ผู้พัฒนาเกมเล่า “กระบวนการสวมบทบาทน่าสนใจตรงที่มันช่วยสร้างความเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น เข้าใจคนที่ต่างจากเราได้โดยผ่านการพัฒนาแต่ละตัวละครจากประสบการณ์ของตัวเองอีกที”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128625" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5711-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>นอกจากการ์ดตัวละคร ในแต่ละรอบจะมีการ์ดสถานที่และการ์ดความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ กำกับเพื่อเพิ่มความสนุก ทำให้จินตนาการได้ง่ายขึ้น และเพื่อสร้างความเข้าใจในความสัมพันธ์ที่หลากหลาย</p>



<p>“เราจำลองลักษณะความสัมพันธ์บางอย่างในเกมด้วย เช่น เจ้าหนี้-ลูกหนี้ที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกันก็อาจยิ่งสื่อสารกันได้ยากขึ้นไปอีก คนเล่นก็จะเริ่มเข้าใจว่าเพราะอีกฝ่ายมีอำนาจบางอย่างอยู่เลยพูดเรื่องนี้ได้ยาก ซึ่งในแต่ละเกมตัวละครหนึ่งๆ จะได้ลองสวมบทบาทในความสัมพันธ์หลายแบบ ทำให้เห็นว่าพอความสัมพันธ์เปลี่ยนไปวิธีการสื่อสารก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน” หมูแดงอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700.jpg" alt="" class="wp-image-128624" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5700-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>เมื่อทุกตัวละครได้แลกเปลี่ยนบทสนทนาเรื่องเพศกันจนครบก็ถึงคราวเลือกคู่และเฉลยความต้องการทางเพศที่เลือกไว้ในใจตั้งแต่ต้น&nbsp;</p>



<p>“ตอนจบจะมีการเฉลยว่าคู่ที่เราเลือกมีความต้องการแบบไหนที่ตรงกันบ้าง บางคู่อาจไม่ตรงเลย หรือเดาผิดหมดเลย ยิ่งถ้าเจอกับคาแร็กเตอร์ที่เป็นคนไม่พูดตรงๆ คนที่สนทนาด้วยก็อาจเข้าใจผิดแล้วตีความไปอีกแบบหนึ่งเลย หัวใจของเกมนี้คือเราเข้าใจตัวเองและเข้าใจอีกคนหนึ่งแค่ไหน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128622" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5662-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากเกมสู่ชีวิตจริง</strong></h2>



<p>จากชื่อ Consentopia ก็คงพอเดาได้ว่าเกมมีความเป็นอุดมคติอยู่ในนั้น เป็นโลกที่แทบไร้ซึ่งบทสนทนาอื่น และยังไม่มีอะไรกันจนกว่าจะถกถามเรื่องเซ็กซ์กันอย่างละเอียดจนเข้าใจความต้องการของกันและกัน</p>



<p>“ใช่ เราตั้งใจให้เกมมันดูอุดมคติ เราแค่อยากสร้างพื้นที่ให้ได้เรียนรู้ความสมบูรณ์แบบว่าถ้าจะมีคอนเซนต์ในความสัมพันธ์แบบดีสุดๆ มันจะเป็นประมาณนี้” หมูแดงบอก “แต่ในชีวิตจริงแค่คุณรู้หัวใจตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อีกฝ่ายต้องการอะไร มันก็แค่นั้น ส่วนจะใช้วิธีการสื่อสารแบบไหนมันแล้วแต่เลย ถ้าสื่อสารกันด้วยภาษากายแล้วรู้เรื่องมันก็จบ แต่รู้เรื่องกันจริงๆ ใช่ไหม เราไปตัดสินอีกฝ่ายเองหรือเปล่า คีย์เวิร์ดของเรื่องนี้จึงเป็นการเข้าใจตัวเอง เข้าใจอีกฝ่าย และการเคารพซึ่งกันและกัน” หมูแดงเสริมว่าเธอได้ใส่กลไกการเคารพกันและกันลงในเกมผ่านการให้หัวใจหรือแต้มลบด้วย เพื่อให้ตัวละครได้เรียนรู้ขอบเขตที่แต่ละฝ่ายจะรับกันได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758.jpg" alt="" class="wp-image-128630" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5758-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>และเพราะเป็นบอร์ดเกมเพื่อการศึกษา ก่อนจะแยกย้ายกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เพื่อให้การเล่นเกมครั้งนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ ‘กระดานเปิดใจ’ (หรือ moderator ผู้นำเกม) จะเป็นคนไกด์ให้ผู้เล่นแลกเปลี่ยนบทบาทและแอ็กชั่นในเกมที่ผ่านมา รวมถึงชวนทบทวนลักษณะความสัมพันธ์ของตัวเองในชีวิตจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128632" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF5779-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ทุกวันนี้หมูแดงเป็นคนพา Consentopia ไปยังที่ต่างๆ ด้วยตัวเอง เพราะบทบาทของผู้นำเกมในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและถอดบทเรียนยังค่อนข้างจำเป็น บางครั้งเธอไปปรากฏตัวตามวงบอร์ดเกม และหลายๆ ครั้งเธอเป็นส่วนหนึ่งของเวิร์กช็อปที่ช่วยสร้างความเข้าใจในประเด็นเรื่องเพศ</p>



<p>“แผนตอนนี้คือจะพัฒนากลไกการเล่นให้ใช้เวลาสั้นลง เฟรนด์ลี่ขึ้น มีคู่มือการเล่นที่เข้าใจง่าย จะได้เข้าถึงคนในวงกว้างและหลายพื้นที่มากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>หมูแดงยังมีแผนว่าจะผลิต Consentopia วางขายภายในปีนี้ หรืออาจมีโมเดลอื่นๆ เพื่อผลิตแจกหากได้รับการสนับสนุน</p>



<p>ติดตามความเคลื่อนไหวได้<a href="http://www.facebook.com/Consentopia" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a> </p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002.jpg" alt="Consentopia" class="wp-image-128655" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/DSCF6002-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/consentopia/">Consentopia บอร์ดเกมจำลองการ &#8216;ยิ้ม&#8217; ในอุดมคติที่ต้องคุยเรื่องคอนเซนต์และรสนิยมกันก่อนลุย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Monsoon Tea ชาไทยที่รักษาป่า สนับสนุนเกษตรกร แถมได้ไปเสิร์ฟในคาเฟ่ Prada</title>
		<link>https://adaymagazine.com/monsoon-tea/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Mar 2021 12:21:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[business]]></category>
		<category><![CDATA[ใบเมี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[Monsoon Tea]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=127100</guid>

					<description><![CDATA[<p>รู้หรือไม่ว่าบ้านเรามีชาท้องถิ่นพันธุ์หนึ่งที่อยู่คู่ป่าไม้ทางเหนือมาเป็นพันๆ ปี พันธุ์ชาที่ว่าคือชาอัสสัม อันที่จริงพืชพันธุ์นี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักในนามของชามากนัก แต่มันคือต้นเดียวกับต้นเมี่ยง ซึ่งชาวเหนือสมัยก่อนนำใบมาเคี้ยวกินเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่า รวมทั้งดับรสเผ็ดหรือกลิ่นคาวของอาหาร แต่การบริโภคเมี่ยงในลักษณะนี้ลดลงเรื่อยๆ จึงไม่แปลกหากคุณจะไม่คุ้น ไม่ว่าในฐานะเมี่ยงหรือชาก็ตาม แม้แต่ Kenneth Rimdahl ชาวสวีเดนผู้มีประสบการณ์กับธุรกิจชามากว่าสิบปี รู้จักแหล่งชาดีทั่วโลกก็ยังเพิ่งได้สัมผัสชาพันธุ์นี้เมื่อเขามาเยือนเชียงใหม่เมื่อราวยี่สิบปีที่แล้ว เคนเนธสนใจชาจากใบเมี่ยงตั้งแต่แรกพบ ไม่ใช่เพราะคนยังไม่รู้จักมันมากนัก แต่เพราะชาชนิดนี้เติบโตมากับป่าและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆ เขาจึงเกิดไอเดียทำชาจากประเทศไทยที่เป็นมิตรกับป่าขึ้น แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง จนทุกวันนี้ Monsoon Tea มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ล้วนมีใบเมี่ยงเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นชาเบลนด์ต่างๆ ชาหมักคอมบูชา ไปจนถึงชาสูตรเข้มข้น (concentrated tea) มีหน้าร้าน 3 สาขาในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ อีกทั้งยังถูกเลือกไปใช้ในร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคาเฟ่ในร้านของแบรนด์หรูอย่าง Prada กว่า Monsoon Tea จะประสบความสำเร็จในระดับนี้ เคนเนธผ่านอะไรมาบ้าง และใช้เทคนิควิธีไหนในการพัฒนาชาสายพันธุ์ไม่ป๊อปในประเทศที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมดื่มชาชัดเจน เขาเชื้อเชิญให้เรานั่งลงในร้านชาบรรยากาศอบอุ่นย่านอโศก จิบชาค็อกเทลที่หอมเย็นสดชื่น แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟังตั้งแต่ต้น ชาที่ผู้เชี่ยวชาญชาไม่เคยชิม ย้อนกลับไปกว่ายี่สิบปีก่อน เคนเนธร่วมทำธุรกิจร้านชาในสเปนกับเพื่อน โดยพวกเขาเริ่มจากจุดที่คนสเปนไม่นิยมดื่มชาเพราะมีภาพจำว่าเป็นเครื่องดื่มที่คุณย่าชงให้จิบเมื่อยามป่วย แต่ก็พลิกแพลงชาให้คนสเปนชอบจนได้และสามารถขยายสาขาได้จำนวนมาก “ความใส่ใจด้วยการใช้ชาคุณภาพดี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชา ให้ลูกค้าได้มีโอกาสชิมผ่านชาที่แต่งกลิ่นเติมรส เช่น ชามะม่วง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/monsoon-tea/">Monsoon Tea ชาไทยที่รักษาป่า สนับสนุนเกษตรกร แถมได้ไปเสิร์ฟในคาเฟ่ Prada</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>รู้หรือไม่ว่าบ้านเรามีชาท้องถิ่นพันธุ์หนึ่งที่อยู่คู่ป่าไม้ทางเหนือมาเป็นพันๆ ปี</p>



<p>พันธุ์ชาที่ว่าคือชาอัสสัม</p>



<p>อันที่จริงพืชพันธุ์นี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักในนามของชามากนัก แต่มันคือต้นเดียวกับต้นเมี่ยง ซึ่งชาวเหนือสมัยก่อนนำใบมาเคี้ยวกินเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่า รวมทั้งดับรสเผ็ดหรือกลิ่นคาวของอาหาร แต่การบริโภคเมี่ยงในลักษณะนี้ลดลงเรื่อยๆ จึงไม่แปลกหากคุณจะไม่คุ้น ไม่ว่าในฐานะเมี่ยงหรือชาก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-127310" width="767" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024.jpeg 1023w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-768x513.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-600x401.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify2_1024x1024-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 767px) 100vw, 767px" /><figcaption>ภาพใบเมี่ยงจาก monsoontea.co.th</figcaption></figure>



<p>แม้แต่ <strong>Kenneth Rimdahl </strong>ชาวสวีเดนผู้มีประสบการณ์กับธุรกิจชามากว่าสิบปี รู้จักแหล่งชาดีทั่วโลกก็ยังเพิ่งได้สัมผัสชาพันธุ์นี้เมื่อเขามาเยือนเชียงใหม่เมื่อราวยี่สิบปีที่แล้ว</p>



<p>เคนเนธสนใจชาจากใบเมี่ยงตั้งแต่แรกพบ ไม่ใช่เพราะคนยังไม่รู้จักมันมากนัก แต่เพราะชาชนิดนี้เติบโตมากับป่าและกลมกลืนกับธรรมชาติรอบๆ เขาจึงเกิดไอเดียทำชาจากประเทศไทยที่เป็นมิตรกับป่าขึ้น แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง จนทุกวันนี้ <strong>Monsoon Tea</strong> มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ล้วนมีใบเมี่ยงเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นชาเบลนด์ต่างๆ ชาหมักคอมบูชา ไปจนถึงชาสูตรเข้มข้น (concentrated tea) มีหน้าร้าน 3 สาขาในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ อีกทั้งยังถูกเลือกไปใช้ในร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคาเฟ่ในร้านของแบรนด์หรูอย่าง Prada</p>



<p>กว่า Monsoon Tea จะประสบความสำเร็จในระดับนี้ เคนเนธผ่านอะไรมาบ้าง และใช้เทคนิควิธีไหนในการพัฒนาชาสายพันธุ์ไม่ป๊อปในประเทศที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมดื่มชาชัดเจน เขาเชื้อเชิญให้เรานั่งลงในร้านชาบรรยากาศอบอุ่นย่านอโศก จิบชาค็อกเทลที่หอมเย็นสดชื่น แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟังตั้งแต่ต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74.jpg" alt="Monsoon Tea" class="wp-image-127276" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_74-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชาที่ผู้เชี่ยวชาญชาไม่เคยชิม</strong></h2>



<p>ย้อนกลับไปกว่ายี่สิบปีก่อน เคนเนธร่วมทำธุรกิจร้านชาในสเปนกับเพื่อน โดยพวกเขาเริ่มจากจุดที่คนสเปนไม่นิยมดื่มชาเพราะมีภาพจำว่าเป็นเครื่องดื่มที่คุณย่าชงให้จิบเมื่อยามป่วย แต่ก็พลิกแพลงชาให้คนสเปนชอบจนได้และสามารถขยายสาขาได้จำนวนมาก</p>



<p>“ความใส่ใจด้วยการใช้ชาคุณภาพดี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชา ให้ลูกค้าได้มีโอกาสชิมผ่านชาที่แต่งกลิ่นเติมรส เช่น ชามะม่วง เราจะไม่พยายามทำให้ใครที่ไม่ได้ชื่นชอบชาเป็นทุนเดิมทดลองชาเพียวๆ แบบชาอู่หลง นี่คือเทคนิคที่เราใช้” เคนเนธแบ่งปันวิธีเอาชนะใจคนสเปนให้หันมาสนใจชา</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69.jpg" alt="Monsoon Tea" class="wp-image-127271" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_69-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ในทริปตามล่าหากาน้ำชาคุณภาพดีสำหรับใช้ในร้าน เคนเนธมาเลือกดูกาเซรามิกอันเลื่องชื่อของลำปาง และถือโอกาสแวะเที่ยว<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เชียงใหม่</a>ด้วย เพื่อนคนไทยของเขาพาไปตลาดวโรรส (กาดหลวง) เพื่อโชว์เมี่ยงที่วางขายในตลาดให้ดู เพื่อนบอกเคนเนธว่านี่คือชาท้องถิ่นของประเทศไทย</p>



<p>เคนเนธประหลาดใจ ทั้งที่เขามีประสบการณ์ไม่น้อยในวงการชา แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าไทยมีชาสายพันธุ์ท้องถิ่น เพื่อนของเขาจึงพาไปดูต้นเมี่ยงถึงบนดอย</p>



<p>“ชาที่นี่เติบโตในสภาพแวดล้อมแตกต่างออกไป มันไม่เหมือนที่ไหนที่ผมเคยเจอเลย มันโตในป่า มันโตกับความหลากหลายทางชีวภาพ ผมว่ามันเท่มาก” เคนเนธเล่าต่อว่าเวลานั้นป่าบางจุดถูกถางเพื่อปรับสภาพรองรับเกษตรกรรมพืชเชิงเดี่ยวแล้ว เขาจึงประทับใจเป็นพิเศษที่เห็นเมี่ยงเติบโตท่ามกลางธรรมชาติ</p>



<p>ยังไงก็ตาม เกษตรกรแทบไม่ทำเงินจากการปลูกและเก็บเมี่ยงอีกต่อไป วิถีเป็นไปตามกลไกตลาดที่คนบริโภคเมี่ยงน้อยลงทุกที เคนเนธทดไอเดียและเก็บความประทับใจไว้ก่อนกลับไปทำธุรกิจที่สเปนต่อ</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-127319" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/miangshopify1_1024x1024-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>ภาพต้นเมี่ยงและเกษตรกรจาก monsoontea.co.th</figcaption></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชาที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ</strong></h2>



<p>สิบกว่าปีต่อมาเคนเนธตัดสินใจลงหลักปักฐานที่ประเทศไทยเพื่อทำ Monsoon Tea แบรนด์ชาที่ไม่ใช้ชาจากไร่ชา แต่เลือกใช้เฉพาะชาจากต้นเมี่ยงที่เป็นมิตรต่อป่า</p>



<p>“ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีการบริโภคสูงเป็นอันดับสองของโลก ในอุตสาหกรรมชาจึงต้องผลิตชาเยอะมากๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด พอเป็นแบบนี้การปลูกชาหลายที่ก็ต้องถางป่า แล้วการปลูกแบบพืชเชิงเดี่ยวก็ต้องใช้ปุ๋ยและยาเพื่อให้มั่นใจว่าชาจะสมบูรณ์ตามที่ต้องการ” เคนเนธบอกด้วยว่าชาพันธุ์ที่ปลูกกันส่วนใหญ่คือชาจีน (Camellia sinensis var. sinensis) ซึ่งดัดแปลงสายพันธุ์มาจากชาอัสสัมอีกทีหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23.jpg" alt="" class="wp-image-127225" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ชายผู้ก่อตั้งแบรนด์ชาพาเราเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกไปดูภาพถ่ายชา ป่า แมลง และเกษตรกรที่ตกแต่งผนังร้าน “ในภาพนี้คือต้นเมี่ยงที่อยู่มานาน มันอยู่มานานกว่าคน แถมยังเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของป่า มันรู้ว่าจะมีชีวิตรอดในป่าผืนนี้ได้ยังไง มันมีกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติ มีแมลงทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองคอยกินแมลงอื่นๆ ที่จะมารบกวนใบชาอีกที เพราะฉะนั้นต้นเมี่ยงจึงไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;</p>



<p>“และการที่มันเติบโตอยู่กับป่าก็ทำให้เกษตรกรไม่ต้องซื้อปุ๋ยมาใช้ เพราะรากของต้นไม้อื่นและเศษใบไม้ที่ทับถมกันก็เป็นสารอาหารให้กันและกัน ระบบน้ำก็ไม่ต้องทำเพราะต้นมันกักเก็บความชื้นได้และดูแลตัวเองได้หากฝนแล้ง ผมอยากเก็บดอกไม้ เก็บทุกๆ อย่างไว้ มันทำให้ดินดี มันทำให้สิ่งรอบๆ อยู่ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53.jpg" alt="" class="wp-image-127255" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_53-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชารสธรรมชาติที่สะท้อนความยั่งยืน</strong></h2>



<p>ปกติแล้วคนเหนือจะบริโภคส่วนใบของต้นเมี่ยง แต่การทำชาต้องใช้ยอดอ่อน วิธีการดูแลและเก็บคือต้องเล็มต้นเป็นทรงพุ่มอยู่เสมอเพื่อให้แตกยอดอ่อนใหม่เรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>แม้วิธีการอาจเปลี่ยนไปจากที่เกษตรกรทำแต่เดิมอยู่บ้าง แต่เคนเนธบอกว่าการสื่อสารและทำความเข้าใจกับผู้ปลูกเป็นไปได้ด้วยดี ทุกวันนี้เคนเนธทำงานกับชาวไร่ทั้งหมด 7 คนใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย</p>



<p>“ผมไม่เคยบอกเกษตรกรว่าเราต้องรักษ์โลก แน่นอนว่าผมพูดเกี่ยวกับป่า แต่ผมเพียงบอกว่าถ้าไม่ตัดต้นไม้ เราก็จะซื้อผลผลิตจากเขา วิธีนี้จะทำให้เขาช่วยอนุรักษ์ป่าโดยอัตโนมัติเพราะมันคือวิธีที่เขาจะได้เงิน</p>



<p>“เกษตรกรแต่ละคนมีเรื่องราวต่างกันไป บางคนทำชาดำได้ดี บางคนทำชาเขียวได้ดี และความปรารถนาตั้งแต่แรกของผมคือผมอยากนำเสนอชาจากประเทศไทยในหลากหลายตัวเลือกจากผู้ปลูกหลายราย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมทำงานกับเกษตรกรจากหลายแห่ง”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36.jpg" alt="" class="wp-image-127238" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_36-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>เคนเนธเล่าต่อว่า ชาแต่ละที่มีรสชาติไม่เหมือนกัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อรสชาติมีตั้งแต่สภาพอากาศในแต่ละปี วิธีเก็บใบชา ดิน ไปจนถึงขั้นตอนแปรรูป</p>



<p>ส่วนชาจากต้นเมี่ยงมีรสชาติต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ ตรงที่เมี่ยงจะติดขมมากกว่า ซึ่งกรรมวิธีการผลิตสามารถช่วยควบคุมความขมได้ นอกจากนี้ความโดดเด่นในชาของเคนเนธยังอยู่ที่รสชาติที่เป็นธรรมชาติ กว้าง และหลากหลายกว่า</p>



<p>“ชาที่ปลูกในไร่ชาผมจะพยายามทำให้มันเพอร์เฟกต์ ทำให้รสชาติมันลึก ส่วนหลายคนที่ได้ดื่มชาของผมบอกว่ารสมันออกธรรมชาติๆ ซึ่งนั่นก็ถูกแล้ว เราเน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่เน้นความเป๊ะหรือความหรูหรา”</p>



<p>พอรสชาติต้องพึ่งพิงธรรมชาติ เราจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าจะส่งผลต่อตัวผลิตภัณฑ์ไหม</p>



<p>“ในแต่ละปีรสชาติอาจแตกต่างกันไปบ้าง” เคนเนธยอมรับ แต่ยืนยันว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ “ผมอยากให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของรสชาติชา ผมไม่ได้คิดตั้งแต่แรกว่าจะทำชาที่ดีที่สุดในโลก แต่ผมอยากทำชาที่ยั่งยืนที่สุด อยากทำให้ชาเติบโตในไร่ที่เป็นมิตรต่อป่า และเมื่อมีชาที่โตในวิธีนั้นได้เราก็พยายามทำรสชาติออกมาให้ดีที่สุดด้วย</p>



<p>“เกษตรกรที่ผมทำงานด้วยไม่ได้ทำชามาหลายชั่วอายุคน เขาเพิ่งเริ่มด้วยซ้ำ หรือบางคนเพิ่งจะเจนฯ ที่สองเอง ถ้าทำพลาดบ้าง ไม่ตรงตำราบ้าง แต่รสชาติมันออกมาดีเราก็จะทำแบบนั้น และเราก็ภูมิใจกับความผิดพลาดนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97.jpg" alt="" class="wp-image-127299" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_97-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชาที่ช่วยคงความหลากหลายของธรรรมชาติ</strong></h2>



<p>ปัจจุบันเคนเนธทำงานกับเกษตรกรเพียง 7 คน แม้เคนเนธอยากขยายการทำงานร่วมกับเกษตรกรในวงกว้างกว่านี้ แต่เขาเลือกที่จะรอจังหวะ</p>



<p>“ความตั้งใจของผมคืออยากซื้อผลผลิตให้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตที่เกษตรกรที่ทำงานด้วยก่อน ถ้ายอดเราถึงจุดนั้นแล้วค่อยขยายไปสู่คนใหม่ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราพยายามจ่ายตามราคาที่เกษตรกรพอใจและคิดว่าคุ้มค่า โดยที่ไม่เคยคิดจะต่อราคา หากต้นทุนสูงขึ้นเราก็จะใช้วิธีลดกำไรส่วนต่างของเราแทน” เคนเนธอธิบาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45.jpg" alt="" class="wp-image-127247" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_45-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>ชายผู้เชี่ยวชาญชาพยายามทำให้ความยั่งยืนเป็นรูปธรรม โดยหาพาร์ตเนอร์มาร่วมศึกษาเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการติดกับดักแมลงเพื่อศึกษาความหลากหลายของแมลง รวมถึงวัดเชื้อราในดิน</p>



<p>ทั้งนี้เคนเนธรู้ดีว่าลำพังตัวเขาเองอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อป่าทั้งหมดได้ เขาจึงวางแผนที่จะขยายโมเดลอื่นๆ เพิ่มเติม เคนเนธกำลังออกแบบวิธีการรับซื้อชาในอนาคตเพิ่มเติม เขาอาจรับซื้อชาจากผู้ปลูกในไร่ชาแบบทั่วไปโดยจะให้ราคาดีหากมีการปลูกป่าไม้ทดแทน</p>



<p>เคนเนธไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขากำลังสรรค์สร้างวิธีใหม่ๆ ในการแปรรูปใบเมี่ยง เช่น นำใบเมี่ยงหมักแบบที่คนเหนือกินมาผสมกับชา เพราะเขาเชื่อว่าวิธีที่จะอนุรักษ์ป่าเมี่ยงและความหลากหลายของธรรมชาติรอบๆ ได้ดีที่สุดคือการทำให้คนกลับมากินเมี่ยงอีกครั้งหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7.jpg" alt="" class="wp-image-127209" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชาไทยไปสู่ชา(ว)โลก</strong></h2>



<p>Monsoon Tea มีหน้าร้านอยู่สามแห่ง ที่วันนิมมานและวัดเกตุ เชียงใหม่ และอีกหนึ่งสาขาที่สุขุมวิท 23 ในกรุงเทพฯ การขายชาในเมืองที่ชาไม่ป๊อปอย่างไทย เคนเนธเอาชนะใจคนด้วยสูตรเดียวกับที่ทำสำเร็จในสเปนไหม–เราถาม</p>



<p>“ถ้ามีคนผ่านมามันก็ขายได้ มันคือการให้โอกาสเขาได้ลอง แล้วพอลองหลายคนก็จะชอบ ไม่ว่าเขาจะเป็นคนจากประเทศไหนก็ตาม” เคนเนธเล่าข้อสังเกตให้ฟังว่าชาของเขาขายได้ในที่ที่มีคนผ่านเยอะๆ ในเชียงใหม่ ก่อนวิกฤตโควิด-19 Monsoon Tea เป็นที่รู้จักมากในหมู่ลูกค้าคนจีน ส่วนสาขาอโศกก็เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ลูกค้าญี่ปุ่น นี่เป็นอีกจุดที่เคนเนธภูมิใจที่ได้รับการยอมรับจากคนในประเทศที่มีวัฒนธรรมดื่มชาอยู่แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40.jpg" alt="" class="wp-image-127242" width="768" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_40-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34.jpg" alt="" class="wp-image-127236" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_34-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>“ส่วนเรื่องขายให้กับคนไทย ด้วยความที่ที่นี่ไม่มีวัฒนธรรมชา ผมเลยพยายามหาวิธีปรับให้เป็นแบบไทยๆ ซึ่งก็คือการเสิร์ฟเป็นชาเย็น เครื่องดื่มทุกชนิดที่ไทยใส่น้ำแข็งหมด แล้วผมก็เสิร์ฟในแก้วไวน์ มันให้ความรู้สึกที่ดีนะ เราค่อยๆ ทำให้คนรู้จักชาทีละนิดทีละหน่อย” มาถึงวันนี้ เคนเนธบอกว่าวัฒนธรรมชาในไทยค่อยๆ เติบโตมากขึ้น หลายที่เริ่มขายเซต afternoon tea ส่วนชาไข่มุกก็เป็นที่นิยมในวงกว้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14.jpg" alt="" class="wp-image-127216" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p>นอกจากหน้าร้าน Monsoon Tea ยังวางจำหน่ายหรือถูกเลือกไปใช้ในร้านอาหารและโรงแรมหลายแห่ง รวมถึงคาเฟ่ในแบรนด์แฟชั่นอย่าง Prada</p>



<p>“เมื่อก่อนถ้าผมขายชาได้เยอะผมจะดีใจมาก แต่ตอนนี้ถ้าผมได้ออร์เดอร์สักตันหนึ่ง มันไม่ใช่แค่ผมที่แฮปปี้ มันเกี่ยวกับแมลง เกี่ยวกับสิ่งอื่นๆ รอบๆ จะมีคนมากขึ้นที่ได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ มันแปลว่าถ้าผมได้ประโยชน์ คนอื่นๆ ก็จะได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92.jpg" alt="Monsoon Tea" class="wp-image-127294" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_92-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ชวนชิมชา</strong></h2>



<p>เพราะเคนเนธไม่ได้มองชาเป็นแค่เครื่องดื่มตั้งแต่ต้น</p>



<p>เขามองชาเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ป่า สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร</p>



<p>ไม่ใช่แค่นั้น เคนเนธยังใช้ชาสื่อถึงประเด็นที่เขาเชื่อ ชื่นชอบ และสนใจ ผ่านการเป็นทั้งกระบอกเสียงและการหาทุนสนับสนุนประเด็นสังคมต่างๆ</p>



<p>เมื่อเราขอให้เคนเนธแนะนำชา เขาจึงเลือกชาที่ทำหน้าที่มากกว่าเครื่องดื่มที่มีดีทั้งรสชาติและคอนเซปต์</p>



<figure class="wp-block-image size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68.jpg" alt="" class="wp-image-127270" width="900" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Monsoon-Tea_68-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><br></strong><strong>Biodiversitea</strong></h4>



<p>ชาเขียวที่แต่งกลิ่นใบเตย พีช และคาโมมายล์เข้าไว้ด้วยกัน</p>



<p>โปรเจกต์นี้ทำร่วมกับ <a href="https://www.facebook.com/theteafauna/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Tea Fauna</a> เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่เพาะปลูกชาทางภาคเหนือ เพื่อทำความเข้าใจว่าชาส่งผลต่อระบบนิเวศยังไง และนำไปสู่การสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมชา</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Monsoon Rainbow Blend</strong></h4>



<p>ชาที่เป็นตัวแทนของความหลากหลาย เป็นการผสมผสานชาหลากประเภทหลายรส ตั้งแต่ชาดำ ชาเขียว ชาอู่หลง ชาเหลือง ชาขาว โดยเติมรสมะม่วง เสาวรส และมะละกอลงไป</p>



<p>โปรเจกต์นี้ทำร่วมกับ <a href="https://www.facebook.com/genderstationbkk/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Gender Station</a> เพื่อแสดงจุดยืนเคียงข้างและสนับสนุนสิทธิของ LGBTQ+</p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Communitea</strong></h4>



<p>ฟังจากชื่อ ไม่บอกก็คงเดาได้ว่าเป็นชาที่สนับสนุนชุมชน ชาตัวนี้เป็นชาอู่หลงเติมรสลำไย มะม่วง และดอกกุหลาบ&nbsp;</p>



<p>รายได้ 20 เปอร์เซ็นต์ของชานี้จะนำไปสนับสนุนมูลนิธิ <a href="https://philanthropyconnections.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Philanthropy Connections</a> มูลนิธิส่งเสริมศักยภาพคนที่มีโอกาสน้อยหรืออยู่ในความยากจนให้พึ่งตัวเองได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/monsoon-tea/">Monsoon Tea ชาไทยที่รักษาป่า สนับสนุนเกษตรกร แถมได้ไปเสิร์ฟในคาเฟ่ Prada</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลิ้มรสพหุวัฒนธรรมและสัมผัสธรรมชาติใน &#8216;ระนอง&#8217; เมืองเล็กๆ ที่ครบเครื่อง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ranong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Mar 2021 12:32:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[ranong]]></category>
		<category><![CDATA[เรืองราษฎร์]]></category>
		<category><![CDATA[พหุวัฒนธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=124994</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เครื่องกำลังปรับระดับลงสู่ท่าอากาศยาน กรุณาปรับพนักเก้าอี้ให้อยู่ในระดับตรง เก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง เปิดหน้าต่าง และงดใช้…” เสียงอัตโนมัติลอดจากลำโพงเข้าสู่โสตประสาทปลุกผู้โดยสารขึ้นจากภวังค์ ระนอง &#160; สุดลูกหูลูกตาเบื้องล่างเห็นเพียงทิวเขากับป่าโกงกางตลอดแนวลำน้ำคดโค้งที่ไหลออกสู่ท้องทะเล ป่า ลำน้ำ ทะเล ลำน้ำ ป่า สลับไปมาอยู่แบบนั้น สุดลูกหูลูกตา สงบ ผ่อนคลาย ปกติเรามักใช้เวลาบนเครื่องบินในการเก็บชั่วโมงชาร์จพลังงานให้คุ้มค่าที่สุด แต่มาระนองทีไรเราจะใช้เสียงประกาศนี้เป็นนาฬิกาปลุกให้พยายามตื่น ชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าองศาเครื่องบินและมุมที่นั่งจะเลือกสรรวิวช็อตไหนให้ผ่านตา จะว่าโรแมนติกก็ว่าเถอะ ก็มันสดชื่นจริงๆ ภาพมุมสูงนี้ไม่ผิดเพี้ยนไปจากภาพระนาบสายตามนุษย์ ในสายตาเราระนองโดดเด่นเรื่องธรรมชาติมาก มีน้ำตกใหญ่ที่มองเห็นได้จากถนนสายหลัก มีป่าชายเลนกระจายอยู่แทบทุกในอำเภอ มีทะเลหมอกระยะใกล้เมืองให้เดินขึ้นไปดู แถมยังมีน้ำแร่ที่น้อยเมืองนักจะมี คุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้&#160;แต่ขอสารภาพว่าทั้งที่มาเยือนภาคใต้ทุกปี เราเพิ่งเคยมาถึงระนองครั้งแรกก็ปีที่แล้วนี่เอง ก็เพราะระนองไม่ใช่ประตูสู่ภาคใต้ ไม่ใช่ทางผ่าน และไม่เคยเป็นจุดหมายปลายทางในฝัน ระนองเหมือนเป็นจังหวัดเงียบๆ อีกแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของทะเลและหุบเขา แทบไม่มีบทในบันทึกท่องเที่ยวกระแสหลัก ไม่มีอะไรดังเด่น ยิ่งเทียบกับจังหวัดใกล้เคียง ระนองก็ยิ่งเล็กกระจิ๋วหลิว ระนองเพิ่งกำลังมาช่วงไม่กี่ปีนี้ ถึงจะไม่ได้แรงแบบเป็นกระแสจนคนแน่นจังหวัด แต่ก็มีคนแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน &#8216;เดอะบลูสกาย รีสอร์ท&#8217; รีสอร์ตจำลองบรรยากาศแบบมัลดีฟที่ตั้งอยูบนเกาะพยามคือจุดเริ่มต้นชวนคนรักการพักผ่อนทุนหนาเข้ามาเยือนเมืองแห่งนี้ ตามมาด้วยการเปิดหมู่เกาะมะริดในฝั่งเมียนมา ตัวอย่างชื่อเกาะที่คุ้นหูกันน่าจะเป็นเกาะหัวใจมรกตหรือเกาะนาวโอพี น้ำทะเลสีฟ้าใสที่ตัดกับหาดทรายขาวสะอาดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนได้เป็นอย่างดี เกาะเหล่านี้นอกจากจะเปิดมุมให้มองเมียนมาในแบบที่คนไทยไม่ค่อยนึกถึงมาก่อนแล้ว ยังมีคุณูปการให้ระนองเติบโตตามไปด้วยไม่น้อยก็มาก เพราะการเดินทางไปเกาะพม่านั้นนักท่องเที่ยวไทยขึ้นเรือจากระนองสะดวกที่สุด แถมแทบทุกทริปที่ไปเยือนเกาะพม่ายังเป็นเดย์ทริป นักท่องเที่ยวจึงนิยมแวะพักในเมืองระนองก่อนหรือหลังลงเกาะ หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีแวะมากินข้าวจิบกาแฟบ้างก่อนจะเดินทางต่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ranong/">ลิ้มรสพหุวัฒนธรรมและสัมผัสธรรมชาติใน &#8216;ระนอง&#8217; เมืองเล็กๆ ที่ครบเครื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เครื่องกำลังปรับระดับลงสู่ท่าอากาศยาน กรุณาปรับพนักเก้าอี้ให้อยู่ในระดับตรง เก็บโต๊ะหน้าที่นั่ง เปิดหน้าต่าง และงดใช้…” เสียงอัตโนมัติลอดจากลำโพงเข้าสู่โสตประสาทปลุกผู้โดยสารขึ้นจากภวังค์ <span style="display: none;">ระนอง</span> &nbsp;</p>



<p>สุดลูกหูลูกตาเบื้องล่างเห็นเพียงทิวเขากับป่าโกงกางตลอดแนวลำน้ำคดโค้งที่ไหลออกสู่ท้องทะเล ป่า ลำน้ำ ทะเล ลำน้ำ ป่า สลับไปมาอยู่แบบนั้น</p>



<p>สุดลูกหูลูกตา สงบ ผ่อนคลาย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126116" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ทะเลหมอก.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ปกติเรามักใช้เวลาบนเครื่องบินในการเก็บชั่วโมงชาร์จพลังงานให้คุ้มค่าที่สุด แต่มา<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ระนอง</a>ทีไรเราจะใช้เสียงประกาศนี้เป็นนาฬิกาปลุกให้พยายามตื่น ชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าองศาเครื่องบินและมุมที่นั่งจะเลือกสรรวิวช็อตไหนให้ผ่านตา จะว่าโรแมนติกก็ว่าเถอะ ก็มันสดชื่นจริงๆ</p>



<p>ภาพมุมสูงนี้ไม่ผิดเพี้ยนไปจากภาพระนาบสายตามนุษย์ ในสายตาเราระนองโดดเด่นเรื่องธรรมชาติมาก มีน้ำตกใหญ่ที่มองเห็นได้จากถนนสายหลัก มีป่าชายเลนกระจายอยู่แทบทุกในอำเภอ มีทะเลหมอกระยะใกล้เมืองให้เดินขึ้นไปดู แถมยังมีน้ำแร่ที่น้อยเมืองนักจะมี</p>



<p>คุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้&nbsp;แต่ขอสารภาพว่าทั้งที่มาเยือนภาคใต้ทุกปี เราเพิ่งเคยมาถึงระนองครั้งแรกก็ปีที่แล้วนี่เอง ก็เพราะระนองไม่ใช่ประตูสู่ภาคใต้ ไม่ใช่ทางผ่าน และไม่เคยเป็นจุดหมายปลายทางในฝัน ระนองเหมือนเป็นจังหวัดเงียบๆ อีกแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของทะเลและหุบเขา แทบไม่มีบทในบันทึกท่องเที่ยวกระแสหลัก ไม่มีอะไรดังเด่น ยิ่งเทียบกับจังหวัดใกล้เคียง ระนองก็ยิ่งเล็กกระจิ๋วหลิว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03.1-ภูเขาหญ้า.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/03-ภูเขาหญ้า.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ระนองเพิ่งกำลังมาช่วงไม่กี่ปีนี้ ถึงจะไม่ได้แรงแบบเป็นกระแสจนคนแน่นจังหวัด แต่ก็มีคนแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน</p>



<p>&#8216;เดอะบลูสกาย รีสอร์ท&#8217; รีสอร์ตจำลองบรรยากาศแบบมัลดีฟที่ตั้งอยูบนเกาะพยามคือจุดเริ่มต้นชวนคนรักการพักผ่อนทุนหนาเข้ามาเยือนเมืองแห่งนี้</p>



<p>ตามมาด้วยการเปิดหมู่เกาะมะริดในฝั่งเมียนมา ตัวอย่างชื่อเกาะที่คุ้นหูกันน่าจะเป็นเกาะหัวใจมรกตหรือเกาะนาวโอพี น้ำทะเลสีฟ้าใสที่ตัดกับหาดทรายขาวสะอาดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนได้เป็นอย่างดี เกาะเหล่านี้นอกจากจะเปิดมุมให้มองเมียนมาในแบบที่คนไทยไม่ค่อยนึกถึงมาก่อนแล้ว ยังมีคุณูปการให้ระนองเติบโตตามไปด้วยไม่น้อยก็มาก เพราะการเดินทางไปเกาะพม่านั้นนักท่องเที่ยวไทยขึ้นเรือจากระนองสะดวกที่สุด แถมแทบทุกทริปที่ไปเยือนเกาะพม่ายังเป็นเดย์ทริป นักท่องเที่ยวจึงนิยมแวะพักในเมืองระนองก่อนหรือหลังลงเกาะ หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีแวะมากินข้าวจิบกาแฟบ้างก่อนจะเดินทางต่อ อาจเรียกได้ว่านับแต่นั้นมาระนองก็เป็นอีกหนึ่งในจังหวัดที่เข้าสู่วงการท่องเที่ยวร่วมสมัยในที่สุด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126061" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/04-พระอาทิตย์ตำที่จันทร์สม.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ย้อนกลับไปตอนที่มาเยือนระนองครั้งแรก เราสองคนมีวัตถุประสงค์การเยือนต่างกัน คนหนึ่งมาประชุม ส่วนอีกคนติดสอยมาพักผ่อนและเปลี่ยนที่นั่งทำงาน จึงไม่ได้เสิร์ชหาจุดสนใจหรือทำการบ้านใดๆ ไว้ล่วงหน้า เผอิญว่าตรงกับช่วงวันหยุดยาวจึงแทบหาที่พักทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เราเลยถือโอกาสสำรวจเมืองไปพร้อมๆ กับหาที่พัก และขอยอมรับแบบเลี่ยนๆ ว่าตกหลุมรักเมืองนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเยือนจนต้องมีครั้งอื่นๆ ตามมา</p>



<p>ถนนเรืองราษฎร์คือจุดหมายเพราะเป็นถนนหลักของเมือง ตึกแถวที่ผสานโครงสร้างแบบตะวันตกเข้ากับลวดลาย สัญลักษณ์ และรูปแบบอาคารบางส่วนตามคติแบบจีน (บ้างก็เรียกชิโน-โปรตุกีส บ้างก็เรียกชิโน-ยูโรเปียน) ยังคงมีให้เห็น ตึกส่วนใหญ่ยังไม่ผ่านการบูรณะหรืออนุรักษ์เป็นการเฉพาะ ยังคงมีชีวิตในแบบที่มันเป็น ไม่ได้เติมแต่งสีสันเหมือนที่โด่งดังในจังหวัดภูเก็ต</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126100" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4681.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126065" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/07-ตึก-ชีวิต.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้นถนนเรืองราษฎร์</strong></h2>



<p>เมื่อเข้าสู่ต้นถนนเรืองราษฎร์ช่วงสี่แยกตลาดเก่าจะมีศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย ศาลเจ้าฮกเกี้ยนเป็นจุดสังเกต ตรงกันข้ามมีร้านใบเตย ร้านสารพัดขนมโบราณ บางวันก็จะมีขนมโบราณของชาวฮกเกี้ยนที่หาชิมได้ยาก เดินขึ้นมาหน่อยจะเจอตลาดเทศบาล ตลาดที่ขายอาหารตอนเช้า พอตกเย็นมาก็เน้นเครื่องดื่มและน้ำชาเป็นหลัก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126162" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4874.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>หากตลาดเป็นภาพสะท้อนบ้านเมืองและผู้คน ระนองก็มีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง สินค้าที่วางขาย ผู้คนที่ขวักไขว่บอกเล่าความหลากหลายได้เป็นอย่างดี มีผู้คนหลายชาติพันธุ์จากทั้งเมียนมา จีน ไทย มลายู คนท้องถิ่นภาคใต้ และอื่นๆ ปะปนกันจนเกิดเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม หรือบางครั้งเราอาจเห็นความเมียนมาชัดเจนสุดเสียด้วยซ้ำ เพราะทั้งคนค้าคนขาย คนที่เป็นลูกจ้าง หรือคนที่มาจับจ่ายในตลาดส่วนใหญ่ก็ข้ามมาจากฝั่งเมียนมา ป้ายแปะบอกชื่อสินค้าก็ดี หรือไวนิลโฆษณาก็ว่า เป็นไบลิงกวลไทย-พม่าแทบทั้งนั้น เศรษฐกิจระนองจึงเติบโตและขับเคลื่อนโดยมีผู้คนจากเมียนมาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126067" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126068" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/08.1-ที่มีภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เดินทะลุตลาดเทศบาลเข้าไปด้านในเป็นตลาดล่าง นอกจากอาหารทะเล ของสด ผัก ผลไม้แล้ว เราชอบแวะซื้อของกินแบบที่คนจากฝั่งพม่ากินกัน เป็นขนมจำพวกแผ่นแป้งผสมข้าวโพดทอดที่ซื้อจากร้านอาหารเช้าของคนมุสลิม แวดตาโดวโทหรือหมูพะโล้เสียบไม้แบบพม่าเป็นอีกเมนูที่เมื่อคนไทยไปเยือนย่างกุ้งมักรีวิวถึง เด็ดสุดคือขนมจีนน้ำยา โมลัตโต๊ะหรือขนมจีนน้ำยาทวาย เป็นน้ำซุปปลาต้มสมุนไพรสีใสปนเหลือง กับโมฮิงยาหรือขนมจีนแบบเมียนมา การกินตามแบบฉบับคือขยำแผ่นแป้งข้าวโพดทอดลงไปในถ้วยขนมจีนด้วย แน่นอนว่าทั้งแม่ค้าและลูกค้าแทบทั้งหมดคือคนพื้นเพพม่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126161" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4837.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126071" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.2-รูปที่-1-อาหารพม่า.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพโดย ศรายุทธ กุลราช</figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126070" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/09.1-อาหารพม่า.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/06-ขนมร้านใบเตย.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ความเป็นเมืองท่าเมืองชายแดนนี่แหละที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของระนอง ระนองเป็นเมืองท่าที่คึกคักด้วยผู้คนที่ไหลเวียนเข้ามาค้าขายนับตั้งแต่ยังไม่มีการแบ่งพื้นที่เรียกเป็นจังหวัด หรือก่อนมีการปักปันเขตแดนรัฐชาติแบบที่เรารับรู้กันตอนนี้ เป็นเมืองท่าทางตอนบนสุดของแหลมมลายูที่มีการติดต่อค้าขายกับเมืองทางตอนใต้ของเมียนมา และชาวจีนโพ้นทะเลกับนายทุนโรงถลุงแร่ดีบุกที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ปีนังและสิงคโปร์เมื่อครั้งอยู่ใต้อาณานิคมของชาติตะวันตก หากไม่นับช่วงโควิดในทุกวันนี้ ระนองจะมีคนจากเมียนมาที่ข้ามฝั่งแม่น้ำและทะลเข้ามาซื้อ-ขายสินค้าอุปโภคบริโภคกันเป็นเรื่องปกติ หรืออาจมาทำธุระค้างสักคืนสองคืนก่อนจะข้ามกลับไป การนั่งเรือข้ามฟากด้วยเรือที่ท่าสะพานปลา-เกาะสอง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126114" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/ชายแดน.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คงคลาสสิก</strong></h2>



<p>กลับมาบนถนนเรืองราษฎร์ ถัดจากตลาดไปก็ยังคงเป็นโซนค้าขาย ผ้าปาเต๊ะ ขนมโบราณ ร้านเครื่องเขียน ร้านรองเท้า ร้านเสื้อผ้า ร้านน้ำชา ร้านขายของมือสอง ที่สะดุดตาที่สุดสำหรับเราเห็นจะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดประมาณ 4 คูหาชื่อว่า &#8216;เพชรนคร&#8217; ที่จำหน่ายสินค้าไม่ต่างอะไรจากห้างใหญ่ในเมือง มีทั้งเสื้อผ้าแบรนด์และเครื่องสำอาง ให้บรรยากาศคล้ายๆ ห้างไนติงเกลที่กรุงเทพฯ แต่สินค้ายังคงเป็นแบรนด์ที่หาได้ทั่วไป ใกล้ๆ กันมีป้ายห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่เดาได้ว่าคงเป็นห้างในลักษณะเดียวกันนี้ เพียงแต่เราไม่ทันมีโอกาสได้เข้าไปเดินเล่น เหลือเพียงแต่ตัวอักษรโลหะชื่อร้านทิ้งเป็นหลักฐานของคนไม่เคยมาระนองก่อนอย่างเรา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126073" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10-ห้างท้องถิ่น1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126074" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/10.1-ห้างท้องถิ่น.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หลังจากได้พูดคุยกับเจ้าของร้านแถวนั้นก็พบว่ากลุ่มลูกค้าคือคนจากเมียนมาเสียส่วนใหญ่ บ้างก็ซื้อใส่ในชีวิตประจำวัน บ้างก็ซื้อกลับเป็นของฝากให้คนทางบ้าน ทุกวันนี้ไม่มากก็น้อยห้างร้านเหล่านี้ได้รับผลกระทบทั้งจากการขยายตัวของการช้อปปิ้งออนไลน์ ความสะดวกที่มากขึ้นในการเดินทางจากฝั่งเมียนมาสู่ตัวเมืองกรุงเทพฯ และความคล่องตัวทางเศรษฐกิจที่ลดน้อยลงมาร่วม 10 ปี พร้อมๆ กับการซบเซาของภาคประมงซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของระนอง</p>



<p>ป้ายอักษรโลหะนี้เป็นอะไรที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับการเดินระนองได้ดี ตัวอักษรที่ติดเหนือทางเข้าร้านล้วนแต่มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่ฟอนต์มาตรฐานหรือโมเดิร์นแบบที่เห็นทั่วไปในปัจจุบัน จนสงสัยไปเองว่าเขาอาจสั่งออกแบบฟอนต์ให้เข้ากับคาแร็กเตอร์ร้าน และด้วยความที่ร้านบ้างก็ปิด บ้างก็เปิด บ้างก็เลิกกิจการ ป้ายเหล่านั้นจึงทำหน้าที่เหมือนคำบอกใบ้ให้จินตนาการไปว่าอะไรวางขายหรือมีอะไรซ่อนอยู่หลังประตูเหล็กเหล่านั้นบ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126076" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11-ป้ายร้าน.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126078" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.1-ป้ายร้าน.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126082" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.6-ป้ายร้าน.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126081" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.5-ป้ายร้าน.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126080" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/11.4-ป้ายร้าน.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ท่วงทำนองของเรืองราษฎร์</strong></h2>



<p>ถนนเรืองราษฎร์มีชีวิตในจังหวะของตัวเอง เป็นถนนเก่าที่มีลมหายใจ สลับไปกับร้านค้า ร้านอาหาร มีโรงแรมหลายรูปแบบซ่อนตัว มีโรงแรมอายุกว่า 30 ปีที่ถูกฟรีซไว้ในสภาพเดิม มีโรงแรมเดิมที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงมีโรงแรมใหม่ที่ปรับปรุงจากโครงสร้างตึกเดิม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126103" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4727.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-1024x683.jpg" alt="ระนอง" class="wp-image-126118" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/โรงแรมเก่า.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้จะไม่ได้แยกขาดออกจากกันชัดเจน เราก็พอจับเซนส์ของถนนเส้นนี้ได้ว่าช่วงต้นของถนนเหมือนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ใช้ชีวิตของคนระนองแบบดั้งเดิม ฟังก์ชั่น รูปแบบร้าน รวมไปถึงสินค้ายังคงเหมือนเมื่อวันวาน&nbsp;</p>



<p>ส่วนช่วงกลางถนนเริ่มให้บรรยากาศเป็นพื้นที่ของวัยรุ่นหรือวัยทำงาน ลักษณะตึกแบบชิโนฯ ยังคงมีให้เห็นตลอดเส้น แต่ฟังก์ชั่นของหลายร้านเริ่มผสมและเปลี่ยนไป บ้างก็เป็นร้านกาแฟ ร้านขนมสมัยใหม่ที่เพิ่งเปิดบริการมาได้ไม่กี่ปี อีกทั้งยังมีร้านขายเสื้อผ้า ของฝาก ชานม รวมไปถึงร้านอาหารขนาดเล็ก ตลอดสายยังเป็นถนนวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย มีศาลเจ้าจีนถึงสามแห่ง หากเลี้ยวขวาออกจากถนนหลักตรงสามแยกบางส้านตัดขึ้นไปทางพระราชวังรัตนรังสรรค์ก็มีมัสยิด แต่หากตรงเลยคลองสะพานยูงไปเกือบสุดถนนเรืองราษฎร์ก็มีวัดไทยที่ตัวเจดีย์เป็นแบบเมียนมา อันที่จริงแล้วอิทธิพลทางศิลปะและศรัทธาในศาสนาจากฝั่งเมียนมามีให้เห็นทั่วไปในระนอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126158" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4737.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126167" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5194.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เติมท้อง</strong></h2>



<p>ร้าน <a href="https://www.facebook.com/JandTranong/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">J&amp;T</a> ที่ขายอาหารพื้นเมืองคือร้านที่ไม่ควรพลาด จะบอกว่าเป็นอาหารท้องถิ่นระนองก็อาจถูกส่วนหนึ่ง หลักๆ คือเป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารถิ่นฝั่งทะเลอันดามันเข้ากับวัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยน แถมยังมีกลิ่นอายอาหารเมียนมาเข้ามาด้วย สำคัญที่สุดคือตบท้ายด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าของร้าน และแน่นอนว่ารสมือถึง อาหารที่เสิร์ฟมีหลากหลาย ตั้งแต่หมูฮ้อง หมูคั่วรา หมูคั่วเคยเค็ม ยำวุ้นเส้นที่ใส่ถั่วลิสงและถั่วฝักยาว ยาวเย (ยำฮกเกี้ยน ประกอบไปด้วยผักบุ้งลวก เต้าหู้ทอด เนื้อสัตว์ ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ) ผัดใบเหลียงที่เสิร์ฟกับไข่ข้น ส่วนเมนูสุดสร้างสรรค์คือน้ำปั่นใบเหลียง นมปั่นใส่กาหยู (เม็ดมะม่วง) เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126086" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.1-J-_T.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126087" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/13.2-J-_T-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ใกล้ๆ กันมีร้านขายอาโป้ง ขนมท้องถิ่นที่ถูกนำเข้ามาในระนองและหัวเมืองชายฝั่งอันดามันของไทยพร้อมกับคนเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากมาเลเซียตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ อาโป้งมีส่วนผสมเป็นแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย ไข่แดง ต้องทำในกระทะหลุมเหล็ก ขอบๆ จะกรอบกรุบ ส่วนตรงกลางหนานุ่ม แบบประยุกต์ก็จะมีการเติมไส้เป็นฝอยทองหรือมะพร้าว หากไม่อยากพลาดต้องไปให้ถึงร้านไม่เกินแปดโมงครึ่ง บริเวณใกล้กันยังมีร้านกล้วยทอดรสเลิศซึ่งทีเด็ดอยู่ที่จำปาดะทอดที่มีขายตามฤดูกาลเท่านั้น</p>



<p>ถนนเส้นเดียวกันนี้ยังมีไอติมไข่แข็งเก่าแก่ที่ส่งต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่นอยู่สองร้าน ร้านแรกคือไอศครีมประเสริฐสงค์ ตัดสินตามรสนิยมส่วนตัวเห็นว่าไอศครีมติดหวานไปนิด แต่ที่ประทับใจคือความพร้อมต้อนรับพูดคุยของเจ้าของร้าน แถมยังยินดีให้เราดูการทำไข่แข็งที่เลือกใช้เฉพาะส่วนไข่แดงซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ไม่คาว หากใครเป็นสายผลไม้เชื่อมก็น่าลองเพราะเจ้าของบอกว่าเชื่อมเองแทบทุกอย่าง ส่วนอีกหนึ่งร้านคือร้านพร ด้านรสชาติไม่มีใครยอมใคร แต่พรพ่วงดีกรีความเก๋าขึ้นป้ายว่าเป็นไอติมไข่แข็งเจ้าแรกของเมือง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-683x1024.jpg" alt="ระนอง" class="wp-image-126090" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16-ประเสดส.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126091" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/16.1-ประเสดส.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>หากไม่นับตลาดสะพานยูง ตลาดนัดของสดและของกินเล่นที่คึกคักไปด้วยคนท้องถิ่นในทุกๆ เช้าที่ตั้งอยู่ช่วงปลายของถนนเรืองราษฎร์ ร้านรวงส่วนใหญ่บนช่วงปลายของถนนเส้นนี้เริ่มต้นวันช่วงหกโมงเย็น ผับ บาร์ ร้านนั่งดื่มหลากหลายแนวรวมตัวกันอยู่ที่โซนนี้เป็นหลัก รองรับทั้งคนท้องถิ่นขาเที่ยว ขาชิลล์ และนักท่องเที่ยว</p>



<p>ที่จริงแล้วระนองเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟของทางใต้ แต่ด้วยความที่ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์โรบัสต้ารสชาติจึงให้รสเข้ม เหมาะกับการชงเพียงบางเมนูอย่างอเมริกาโนมากกว่า ร้านกาแฟของระนองที่มีชื่อเสียงจากการใช้เมล็ดท้องถิ่นร้านหนึ่งคือก้องวัลเลย์ที่อยู่ในอำเภอกระบุรี เส้นทางที่มุ่งสู่ชุมพร แต่ร้านหนึ่งที่น่าสนใจซุกตัวเงียบๆ อยู่ช่วงปลายของถนนเรืองราษฎร์ ตรงข้ามกับรั้วจวนเจ้าเมืองคือร้านจิ๊วกิ้ว ระดับความซ่อนตัวนี้คือต่อให้อยู่บนถนนเส้นหลักและออกสำรวจถนนเส้นนี้หลายต่อหลายครั้ง เราอาจไม่ได้เจอร้านนี้หากไม่ใช่เพราะมีคนแนะนำมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126096" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิ๊กกิ้ว.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>จิ๊กกิ้วใช้เมล็ดจากในระนอง คัดเมล็ด คั่ว บด ชงเองทุกอย่าง ที่ว่าอาจหาร้านจิ๊กกิ้วไม่เจอเพราะบรรยากาศเหมือนบ้าน บ้านของคนชอบเก็บของเก่าประเภทพวกเขาควาย ส่วนประกอบรถ ตู้ไม้ อย่างละชิ้นสองชิ้นแต่รวมกันแล้วมีของหลายสิบชิ้นนั่นแหละ บางหนแกก็จะนั่งคัดเมล็ดอยู่หน้าบ้าน แต่หลายทีก็มองไม่เห็นตัวเพราะทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับร้านกาแฟอยู่ ไม่มีป้ายบอกเปิดหรือปิด คาแร็กเตอร์แกเป็นแบบนั้น ขายเมื่ออยากขาย จะแนะนำให้ไปร้านแกก็ทำได้ไม่เต็มปาก เอาเป็นว่าหากมีเวลา รอได้ ไม่รีบ ไม่คาดหวัง อยากจิบกาแฟแกเคล้าบทสนทนาค่อยลองผ่านไปดู</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126093" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.1-จิกกิว.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>เมนูเด็ดของจิ๊กกิ้วคือกาแฟชงจากเครื่อง moka pot ที่ใช้น้ำมะพร้าวสดแทนน้ำต้มสุกในการชง รสหวานหอมอ่อนๆ ตัดกับความเข้มขมลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เทดื่มได้สักแก้วสองแก้วบาริสต้าเพียงคนเดียวของร้านก็จะขูดเนื้อมะพร้าวให้ พร้อมแนะนำให้ลองเทกาแฟใส่ กินแบบ affogato เพียงแต่เปลี่ยนไอศครีมเป็นเนื้อมะพร้าว เนื้อมะพร้าวของจิ๊กกิ้วจะอ่อนมาก เมื่อดื่มกาแฟใกล้หมดแกมักจะกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งไม่ปล่อยให้เราไปไหนต่อง่ายๆ จากนั้นจะออกมาพร้อมชาชงร้อนๆ (หรือไอเทมอื่นๆ ตามใจและตามฤดูกาล) ให้ตบท้ายก่อนร่ำลา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-126164" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_4972.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-1024x683.jpg" alt="ระนอง" class="wp-image-126095" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/17.3-จิกกิว.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากชงกาแฟที่เป็นกึ่งงานประจำกึ่งงานอดิเรก กิจกรรมโปรดของแกคือการเก็บตะวัน แกชอบถ่ายภาพพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตกในมุมต่างๆ ทั่วระนอง แกซอกแซกมาแล้วหลายซอกหลากมุมเขา อากาศแบบวันนี้จะได้เห็นทะเลหมอกไหม เวลานี้พระอาทิตย์ตรงไหนสวย แกทั้งไปซ้ำที่เดิม ทั้งเพิ่มเติมค้นหาที่ใหม่ๆ ราวกับเป็นวิกิพีเดียด้านทัศนียภาพธรรมชาติระนองไปแล้ว หลายๆ จุดที่เราได้ไปแต่ไม่มีอยู่ในคู่มือท่องเที่ยวของระนองก็ได้แกนี่แหละช่วยแนะนำให้</p>



<p>อย่างที่ว่า กาแฟระนองขมเข้ม ถ้าชอบกินลาเต้หรือกาแฟอื่นๆ ขอแนะนำให้ไปร้าน Alis ออกไปจากเรืองราษฎร์ไม่ไกล อยู่บนถนนดับคดี รสชาติจัดว่าดี มีเมล็ดให้เลือกหลากหลาย ชงแบบเอสเพรสโซ่หรือฟิลเตอร์ก็ได้ เป็นร้านของคนรุ่นค่อนข้างใหม่ที่กลับมาทำธุรกิจที่บ้านเกิด&nbsp;</p>



<p>แถวดับคดีนี้เรายังแวะเวียนมาบ่อยๆ ในช่วงเช้า ที่แยกหลังศาล (แยกตลาดใหม่) จะมีร้านอาหารอยู่ 3-4 ร้านติดๆ กัน อาหารที่ขายมีขนมจีนแกงใต้และน้ำยาสามัญอื่นๆ ข้าวราดแกงใต้ และปาท่องโก๋ คนแถวนั้นเล่าให้ฟังว่าราว 30 ปีที่แล้วแถวนี้เป็น บขส. เลยน่าจะเป็นเหตุให้มีร้านอาหารเช้ากระจุกอยู่ ตกมาช่วงบ่ายย่านนี้จะเริ่มเงียบ พ่อค้าแม่ขายเริ่มพักผ่อน ทยอยเก็บข้าวของ และจ่ายตลาดสำหรับเตรียมพร้อมในวันถัดไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126168" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/IMG_5348.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ความเงียบยิ่งปกคลุมเมืองระนองชัดขึ้นในช่วงหัวค่ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชากรน้อยเป็นทุนเดิม ช่วงเวลาที่จะมีผู้คนคึกคักเห็นจะเป็นตลาดเย็นเทศบาลบริเวณสนามกีฬาจังหวัดระนอง หน้าตลาดเทศบาลเมืองระนอง และกระจายอยู่ตามพื้นที่ขายอาหารมื้อค่ำที่หนาแน่นหน่อยในโซนถนนท่าเมืองและย่านตลาดซอยสอง</p>



<p>สถานที่รวมตัวของวัยรุ่นระนองยามค่ำคือร้านน้ำเต้าหู้ ร้านน้ำเต้าหู้ที่ไม่ใช่รถเข็นเพื่อซื้อกินกลับบ้าน แต่มีที่นั่งจริงจังเป็นล่ำเป็นสัน ร้านใหญ่ที่นิยมมีอยู่ 3 ร้าน คือน้ำเต้าหู้ดอกไม้ น้ำเต้าหู้ซอยสอง และน้ำเต้าหู้อาแปะ บางครั้งคนเยอะถึงขั้นต้องรอคิว ร้านเหล่านี้เป็นร้านน้ำเต้าหู้ประเภทที่อยากใส่เครื่องอะไร แบบไหน จะเอาอะไรมารวมกับอะไรก็ทำให้ได้ทั้งนั้น วัยรุ่นส่วนหนึ่งก็มาพบกันที่ร้านเหล่านี้บ้างเพื่อแลกเปลี่ยนบทสนทนา บ้างก็มาวอร์มเครื่องก่อนจะหาที่ไปต่อยามดึก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-126156" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/001.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-683x1024.jpg" alt="ระนอง" class="wp-image-126097" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/18-น้ำเต้าหู้.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>เพียงแค่ในตัวเมืองบนถนนไม่กี่เส้น จริงๆ ใช้เวลาครึ่งวันก็วนครบ แต่ความเป็นระนองที่ว่าด้วยความเงียบ ความเก่าที่ยังมีชีวิต ความหลากหลายที่สัมผัสได้ชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ทำให้การทำความรู้จักกับเมืองแห่งนี้จัดอยู่ในหมวดน่าสนใจมาก ยิ่งมีเวลาเดินดู เดินคิด เดินกิน ได้ฟัง ได้พูดคุย เดินซึมซับไปเรื่อยๆ จึงทำให้เรามาระนองอีกในรอบต่อๆ ไป รู้ตัวอีกทีระนองกลายมาเป็นจังหวัดที่ไปบ่อยที่สุดในรอบปีไปเสียแล้ว นึกถึงคำพูดของคุณเปิ้ล เจ้าของที่พัก A Day Inn Ranong Hostel ที่ว่า “ถ้าคนที่ชอบก็จะชอบเลย แต่ไม่ชอบก็จะมองว่าไม่มีอะไร เดินห้านาทีจบ” เราสองคนคงจัดอยู่ในกลุ่มแรก</p>



<p>ส่วนความเป็นธรรมชาติของระนองที่เราหลงใหลเป็นยังไง คนท้องถิ่นหรือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในระนองทุกวันนี้มีมุมมอง เห็นโอกาส ความท้าทาย ความเป็นมาของเมืองแห่งนี้แบบไหน จะหาโอกาสเล่าให้ฟังในครั้งต่อๆ ไป <span style="display: none;">ระนอง</span> </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ranong/">ลิ้มรสพหุวัฒนธรรมและสัมผัสธรรมชาติใน &#8216;ระนอง&#8217; เมืองเล็กๆ ที่ครบเครื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘พื้นที่ให้เล่า’ เพจที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ต้องไม่อยู่สูงจนแตะต้องไม่ได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/our-open-space/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Dec 2020 08:50:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพจศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Online Media]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กนกพรรณ อรรัตนสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ให้เล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ตะวันตก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=115796</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่ให้เล่า คือเพจเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ที่คนติดตามคึกคักถึงหลักแสน และเป็นพื้นที่ที่คนมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และตั้งคำถามอย่างออกรส ผู้อยู่เบื้องหลังการเปิดพื้นที่ถกเถียงออนไลน์นี้คือ ยุ้ย–กนกพรรณ อรรัตนสกุล และ เตย–มนสิชา รุ่งชวาลนนท์ สองเพื่อนนักสื่อสารผู้รักการทำงานอย่างยิ่ง จนตัดสินใจผูกเพื่อนเข้ากับงานอดิเรกอย่างการเปิดเพจเล่าเรื่อง เพราะจะได้ทั้งทำงานและอัพเดตชีวิตเพื่อนไปพร้อมๆ กัน อันที่จริงเป้าหมายแรกเริ่มของเพจคือการเปิดพื้นที่ให้ตัวเองและเพื่อนๆ ในวงการขีดเขียนได้มีพื้นที่ในการเล่าเรื่อง แต่ไปๆ มาๆ หลังจากยุ้ย (ผู้นิยามตัวเองว่า ‘มีความรู้ประวัติศาสตร์ติดลบ’) ได้อ่านคอนเทนต์ประวัติศาสตร์ที่เตย (ผู้มีดีกรีเป็นนักประวัติศาสตร์จากรั้วโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และ Archaeology, Leiden University) เป็นผู้เขียนบ่อยๆ เข้า ยุ้ยจึงเริ่มมองเห็นว่า จริงๆ แล้วประวัติศาสตร์ก็สนุก แถมรู้แล้วยังเข้าใจหลายๆ อย่างมากขึ้น ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าเตยจะนำทีมปักธงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เป็นหลัก ในขณะที่ยุ้ยผู้สนใจประเด็นทางสังคมและภาพยนตร์ก็ยังคงแจมเล่าเรื่องบ้างตามวาระ ในวันนี้ที่เพจพื้นที่ให้เล่าก้าวเข้าสู่ขวบปีที่สาม ยุ้ยและเตยทดลองพาตัวเองไปสู่แพลตฟอร์มการเล่าเรื่องในรูปแบบอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือพ็อดแคสต์รายการ&#160;อดีต &#124; ของ &#124; ปัจจุบัน&#160;ซึ่งหยิบยก ‘สิ่งของ’ ในอดีตมาเล่าเบื้องลึกเบื้องหลัง และคลี่รายละเอียดให้เห็นว่ามันเชื่อมโยงมาสู่ปัจจุบันได้ยังไง เราใช้โอกาสนี้ชวนยุ้ยและเตยเล่าเรื่องทบทวนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเพจพื้นที่ให้เล่า ประวัติศาสตร์แบบไหนที่ทั้งคู่สนใจ การรู้ประวัติศาสตร์สำคัญยังไง แล้วพื้นที่แบบไหนที่เราจะเล่าเรื่องได้อย่างเปิดเผยและปลอดภัย&#160; จะเปิดเหล้าไปด้วยหรือไม่ก็ตามแต่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/our-open-space/">‘พื้นที่ให้เล่า’ เพจที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ต้องไม่อยู่สูงจนแตะต้องไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><a href="https://www.facebook.com/ouropenspace/">พื้นที่ให้เล่า</a></strong><span style="font-weight: 400;"> คือเพจเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ที่คนติดตามคึกคักถึงหลักแสน และเป็นพื้นที่ที่คนมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และตั้งคำถามอย่างออกรส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อยู่เบื้องหลังการเปิดพื้นที่ถกเถียงออนไลน์นี้คือ </span><b>ยุ้ย–กนกพรรณ อรรัตนสกุล</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>เตย–มนสิชา รุ่งชวาลนนท์</b><span style="font-weight: 400;"> สองเพื่อนนักสื่อสารผู้รักการทำงานอย่างยิ่ง จนตัดสินใจผูกเพื่อนเข้ากับงานอดิเรกอย่างการเปิดเพจเล่าเรื่อง เพราะจะได้ทั้งทำงานและอัพเดตชีวิตเพื่อนไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-115836" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28-1024x539.png" alt="" width="1024" height="539" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28-1024x539.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28-300x158.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28-768x404.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28-600x316.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/Screen-Shot-2563-12-03-at-19.02.28.png 1254w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงเป้าหมายแรกเริ่มของเพจคือการเปิดพื้นที่ให้ตัวเองและเพื่อนๆ ในวงการขีดเขียนได้มีพื้นที่ในการเล่าเรื่อง แต่ไปๆ มาๆ หลังจากยุ้ย (ผู้นิยามตัวเองว่า ‘มีความรู้ประวัติศาสตร์ติดลบ’) ได้อ่านคอนเทนต์ประวัติศาสตร์ที่เตย (ผู้มีดีกรีเป็นนักประวัติศาสตร์จากรั้วโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และ Archaeology, Leiden University) เป็นผู้เขียนบ่อยๆ เข้า ยุ้ยจึงเริ่มมองเห็นว่า จริงๆ แล้วประวัติศาสตร์ก็สนุก แถมรู้แล้วยังเข้าใจหลายๆ อย่างมากขึ้น ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าเตยจะนำทีมปักธงเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เป็นหลัก ในขณะที่ยุ้ยผู้สนใจประเด็นทางสังคมและภาพยนตร์ก็ยังคงแจมเล่าเรื่องบ้างตามวาระ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันนี้ที่เพจพื้นที่ให้เล่าก้าวเข้าสู่ขวบปีที่สาม ยุ้ยและเตยทดลองพาตัวเองไปสู่แพลตฟอร์มการเล่าเรื่องในรูปแบบอื่นๆ หนึ่งในนั้นคือพ็อดแคสต์รายการ&nbsp;<a href="https://adaymagazine.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99/" target="_blank" rel="noopener"><strong>อดีต | ของ | ปัจจุบัน</strong></a></span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;ซึ่งหยิบยก ‘สิ่งของ’ ในอดีตมาเล่าเบื้องลึกเบื้องหลัง และคลี่รายละเอียดให้เห็นว่ามันเชื่อมโยงมาสู่ปัจจุบันได้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราใช้โอกาสนี้ชวนยุ้ยและเตยเล่าเรื่องทบทวนอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเพจพื้นที่ให้เล่า ประวัติศาสตร์แบบไหนที่ทั้งคู่สนใจ การรู้ประวัติศาสตร์สำคัญยังไง แล้วพื้นที่แบบไหนที่เราจะเล่าเรื่องได้อย่างเปิดเผยและปลอดภัย&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเปิดเหล้าไปด้วยหรือไม่ก็ตามแต่ สองนักเล่าพร้อมเล่าแล้ว</span></p>
<h4><b><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116830 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></b></h4>
<h4><b>ตอนสร้างเพจใหม่ๆ คุณตั้งใจเล่าเรื่องหลากหลายตามความสนใจของคนเขียน อะไรทำให้ตัดสินใจว่าจะเล่าแต่ประวัติศาสตร์เป็นหลัก</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> ใต้โพสต์คอนเทนต์ประวัติศาสตร์ที่เตยเล่าจะมีคนอ่านจบแล้วถามคำถามต่อ เหมือนเขามีเรื่องที่อยากรู้อีก พูดคุยถกเถียงกันได้ไม่สิ้นสุด กลายเป็นว่าสิ่งที่เราเล่ามันเปิดบทสนทนาให้คน ซึ่งเรามองว่าถ้าคนเรายังคุยกันได้อยู่ มันก็มีตลาดให้โต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ประวัติศาสตร์ใน ‘พื้นที่ให้เล่า’ เป็นแบบไหน</b></h4>
<p><b>เตย : </b><span style="font-weight: 400;">เราชอบเล่าประวัติศาสตร์ให้คนเชื่อมโยงได้ อย่างเรื่องสงครามโลก ถึงมันจะเกิดไม่ถึงสิบปีแต่ผลกระทบมันใหญ่มาก สิ่งที่เราเล่าจึงไม่ใช่แค่ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พูดถึงว่ามันให้ค่าหรือสร้างผลกระทบอะไรกับโลกนี้ หรือมันสร้างพลวัตอะไรบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาเล่าถึงตัวละครทางประวัติศาสตร์เราก็อยากเล่านอกเหนือจากช่วงที่เขาอยู่ในสปอตไลต์ด้วย อย่างฮิตเลอร์ ใครๆ ก็รู้จักเขา เราเลยหยิบตัวละครที่คนรู้จักมาเล่าในมุมที่คนทั่วไปรู้สึกเชื่อมโยง เราใส่ความเป็นมนุษย์ของเขาลงไปได้ไหม เล่าเรื่องความรักของเขาที่เจ็บปวดและลึกซึ้งได้ไหม เล่าเรื่องว่าเขารักแม่มากได้ไหม หรือเล่าว่าสิ่งที่เขาทำส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการเลี้ยงดูในครอบครัว เราสามารถตีความเรื่องพวกนี้ออกมาได้หรือเปล่า&nbsp;</span></p>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> ที่เล่าในมุมอื่นคือไม่ได้จะบอกว่าคนเหล่านี้เป็นคนดี ต้องชื่นชม เพราะมันไม่สามารถลบล้างสิ่งที่เขาทำได้ แต่เราเล่าเรื่องอื่นเพื่อเติมมิติความเป็นมนุษย์ของเขาให้มันเต็มขึ้น เพราะถ้าพูดแต่ด้านเดียวมันก็เห็นแค่ด้านเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116831" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-25.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>ทำไมต้องอยากเติมมิติด้านอื่นให้คนในประวัติศาสตร์ด้วย</b></h4>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราไม่ชอบการเกลียดใครจากการเห็นเขาแค่ด้านเดียว อยากให้รู้จักรอบด้านที่สุดก่อน แล้วถ้ายังเกลียดเขาอยู่ก็เป็นสิทธิที่จะเกลียด เรารู้สึกกับคนคนหนึ่งได้ว่าเราชอบหรือไม่ชอบเขา แต่เราศึกษาเหตุผลของเขาหรือยัง มันไม่มีใครหรอกที่อยู่ๆ จะอยากฆ่าคน เขาอาจมีปม ผ่านความเจ็บช้ำทางใจมา ซึ่งแน่นอนว่าการมีปมไม่ได้หมายความว่าเราจะมีสิทธิฆ่าใครก็ได้ แต่อย่างน้อยๆ พอรู้ว่าอะไรทำให้คนคนหนึ่งเป็นคนแบบนั้น ทำแบบนั้น เราจะได้รู้ว่าสังคมเป็นแบบนี้ ส่งผลแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นฟันเฟืองหนึ่งในสังคม เราก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยหรือเปล่า อยากให้มองรอบด้านแล้วค่อยตัดสินใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำแบบนี้ทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น เราเชื่ออย่างหนึ่งว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจริง คน keep repeating the same mistake. ถ้าเราได้ทำความเข้าใจตัวละครในประวัติศาสตร์ ทำความเข้าใจว่าทำไมเขาตัดสินใจแบบนั้น ไม่ใช่แค่ตัดสินว่าอะไรถูก-ผิด มองเป็นขาว-ดำ แต่สำรวจลึกไปถึงความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ลองเทียบดูว่าถ้าเราเป็นเขาในสถานการณ์แบบนั้น เราจะทำยังไง จะทำแบบนี้ไหม ถ้าไม่ทำเพราะอะไร มีข้อถกเถียงอะไรบ้าง บางทีในเพจเราก็เล่าเหตุการณ์เดียวกันแต่แบ่งเป็นสองโพสต์จากสองมุมมอง เพื่อให้คนคิดเองว่าจะเลือกเชื่อแบบไหน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ฟังแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสนุกขึ้นมาเลย</b></h4>
<p><b>ยุ้ย : </b><span style="font-weight: 400;">ใช่ เดิมความรู้ประวัติศาสตร์เราก็เป็นศูนย์ พื้นฐานเรารู้แค่ในหนังสือเรียน ส่วนประวัติศาสตร์โลกที่เรารู้อยู่บ้างก็เป็นประวัติศาสตร์จากในหนัง ถึงจะแต่งเติมบ้างแต่รากของมันยังมีอยู่ แล้วเราชอบประวัติศาสตร์จากหนังตรงที่มันไม่ได้เล่าเรื่องควีนแบบแตะต้องไม่ได้ หรือเล่าเรื่องแย่งชิงมรดกอย่างเดียว มันมีเรื่องความเป็นมนุษย์ ความรัก อกหัก มันเลยมีประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าเราเสพได้นะ แล้วพอได้อ่านงานเตยมันก็เป็นแบบนั้น เราสนุกมาก เหมือนเตยเป็นครู เราเป็นนักเรียน เลยรู้ว่าที่ผ่านมาเราไม่ค่อยสนใจเพราะไม่ได้เห็นงานที่มันเข้าใจง่าย แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านมาก อ่านอะไรก็ได้ พออ่านงานที่เตยเขียนแล้วรู้สึกฉลาดขึ้น แล้วเราชอบที่จะเป็นคนฉลาดขึ้นด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116835 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-73.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116836 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-75.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>ว่ากันตรงๆ ประวัติศาสตร์ในตำราเรียนไทยไม่ได้สนุกหรือน่าสนใจแบบนั้น คิดว่าเป็นเพราะอะไร</b></h4>
<p><b>เตย : </b><span style="font-weight: 400;">คนไทยไม่สนใจประวัติศาสตร์เพราะมันเชื่อมโยงกับตัวเองลำบาก เริ่มจากเรื่องการใช้ พ.ศ.ในการเรียนการสอนก่อน พอใช้ พ.ศ.ทั้งที่แทบทั้งโลกใช้ ค.ศ. คนเลยเชื่อมกับบริบทโลกได้ยาก มองไม่เห็นว่าที่อื่นในโลกกำลังเกิดอะไรขึ้น แล้วประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมันไม่ตั้งคำถามกับความเป็นมา มันเป็นประวัติศาสตร์ด้านเดียว ประวัติศาสตร์ไทยก็จะเป็นแนวราชาชาตินิยมที่เน้นท่องจำแต่ความดีว่ามีอะไรบ้าง แต่ถ้าประวัติศาสตร์มันน่าถกเถียง มันยังไม่ตายหรือคิดกับมันได้ มันจะสนุก</span></p>
<p><b>ยุ้ย&nbsp;:</b><span style="font-weight: 400;">&nbsp;to be fair คนเขียนประวัติศาสตร์ก็ใส่องค์ประกอบที่สำคัญมาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ขยายว่าอะไรทำให้เกิดอะไร ทำไมต้องมีสิ่งนั้น เขาแค่บอกให้เราจำชื่อ จำปี จำข้อมูลก้อนนี้นะ โดยไม่อธิบายว่าจำทำไม มันมีอะไรที่น่ารู้บ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วการมองประวัติศาสตร์ควรจะเป็นแบบไหน</b></h4>
<p><b>เตย&nbsp;:</b><span style="font-weight: 400;">&nbsp;เราไม่ควรทำให้ประวัติศาสตร์เป็นของที่แตะต้องไม่ได้ ประวัติศาสตร์ควรถูกดึงลงมาเพื่อถกเถียง ถ้าเรามองว่าแตะต้องไม่ได้เพราะคนที่พูดเป็นปราชญ์ในยุคนั้น มันก็จะมีแต่ชุดความคิดเดิมๆ บางทีไม่ใช่ว่าปราชญ์คนนั้นๆ ไม่ถูกเสมอไปนะ แต่ประวัติศาสตร์มีช่วงเวลา เช่น ในตอนนั้นเขาอาจอ่านภาษาหนึ่งๆ ไม่ได้ หรือช่วงหนึ่งการเมืองอาจปิดประวัติศาสตร์นั้นอยู่ ซึ่งถ้าเรารื้อชุดความคิดพวกนี้ออกมา เราจะเจอข้อถกเถียงใหม่ และเราเชื่อว่านักประวัติศาสตร์ไม่มีใครกลัวว่าถูกหรือผิด คือเขาก็สันนิษฐานตามสิ่งที่เห็น การที่ถูกท้าทายหรือการที่มีวัฒนธรรมถกเถียงนั่นแหละที่ทำให้วงการนี้ไม่ตาย สุดท้ายพอรู้แล้วมันเป็นจิ๊กซอว์ได้ว่า อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ตอนแรกมันขาดอันนี้ไป มันถึงไม่สมเหตุสมผล พอศึกษาประวัติศาสตร์บางครั้งมันคาดการณ์อนาคตได้ด้วยว่าจะเป็นยังไงต่อ มันพอเดาได้ มันสนุก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แล้วประวัติศาสตร์ในห้องเรียนไทยจะมีมิติมากขึ้นได้ยังไง</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ใหญ่ต้องกล้าหาญพอที่จะยอมรับความเห็นที่แตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เราหรือผู้ใหญ่เรียนรู้มาจากแหล่งข้อมูลที่จำกัด แต่เด็กทุกวันนี้เรียนจากอินเทอร์เน็ต เรียนจากโลกทั้งใบ คลังความรู้มันต่างกันเยอะ มายด์เซตต่อประวัติศาสตร์มันต่างกัน ถ้าวันหนึ่งมีคนถกเถียงขึ้นมา ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ขอให้นำไปสู่การถกเถียงต่อ อย่าปิดประตูแล้วไปเลย ถ้าทำแบบนั้นสุดท้ายจะไม่มีใครฉลาดขึ้นแม้แต่คนเดียว ขณะเดียวกันเราก็ต้องให้พื้นที่ครูประวัติศาสตร์ด้วย เขาเติบโต เขาศึกษามาแบบนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปทำลายความเชื่อเขา มันต้องมี gap and time ให้เขาเหมือนกัน</span></p>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> สำหรับเรา ผู้ใหญ่ต้องยอมรับว่าเราไม่รู้ แม้แต่เราเองก็มีหัวโขน เวลาที่ลูกเพจมาคอมเมนต์บางทีก็รู้สึกว่า เฮ้ย รู้เท่าเราเหรอ แต่จริงๆ ต้องเลิกความคิดว่าเราเก่งกว่าคนอื่น ทั้งที่เราแค่อ่านอีก source มาเท่านั้น สำหรับคนเป็นครู โดยเฉพาะครูประวัติศาสตร์ ต้องเข้าใจว่านักเรียนมีสิทธิถาม ต้องคิดเสมอว่าทุกคนผิดได้ คนสอนเองก็ผิดได้ มันถกเถียงตลอดเวลา มันไม่ตาย มันดิ้นได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116838 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-42.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>ปัจจุบันและอดีตเชื่อมโยงถึงกันหมด อย่างตอนนี้ประเทศไทยมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ คุณพยายามใช้พื้นที่ของเพจในการสะท้อนอดีตหรือชวนคิดชวนตั้งคำถามกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบ้างไหม</b></h4>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> โห เยอะ เราเล่าตลอด เราเล่าประวัติศาสตร์ราชสำนักที่มีเส้นทางคล้ายๆ กัน เราเล่าถึงจอร์จ วอชิงตัน&nbsp;แล้วตบท้ายด้วยหนังสือ </span><i><span style="font-weight: 400;">Common Sense</span></i><span style="font-weight: 400;"> หรือบางครั้งเราก็เอาทฤษฎีมาจับ บางทีก็เล่าอ้อมๆ เรามี agenda ตลอด แต่เราหาวิธีเคลือบให้มันอ่านง่ายหรือน่าอ่าน เวลาเล่าเรื่องเราไม่ค่อยชอบเล่าแค่ว่าเราคิดยังไง แต่ชอบเล่าว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น</span></p>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> เอาแบบซื่อสัตย์เลย เรามี agenda ในการเล่าเรื่อง แต่ต้องแยกให้ชัดเจนว่าส่วนไหนคือส่วนที่อยากให้เขาตั้งคำถาม ส่วนไหนที่เป็นแฟกต์ก็ต้องปล่อยให้เป็นแบบนั้นไป หลักการคือเราต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อมาเสริม agenda เรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>แต่ไม่ค่อยเห็นเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ไทยตรงๆ ในเพจเท่าไหร่</b></h4>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> ก่อนหน้านี้เคยเล่าอยู่บ้าง แล้วพบว่าเหนื่อยมาก เหมือนคนเปิดใจที่จะวิพากษ์วิจารณ์ฮิตเลอร์ได้ เราพูดถึงไกเซอร์ วิลเฮล์มที่ 2 ในมุมอื่นๆ ได้ แต่พอพูดถึงบุคคลที่เป็นคนไทยปุ๊บ ฟีดแบ็กมันต่างออกไป เหมือนคนจะบอกว่าฉันรู้แล้วว่าเขาเป็นแบบนั้น ฉันไม่อยากถกเถียงเรื่องเขาอีก คือเหมือนคนไทยยังไม่ค่อยชินกับการพูดถึงประวัติศาสตร์ของตัวเองในแบบฉบับที่นอกเหนือจากตำราเรียน</span></p>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราเลยมาถึงจุดที่ว่าเราจะค่อยๆ ใส่ความเป็นมนุษย์ของคนในประวัติศาสตร์ผ่านประเทศอื่นก่อน เพราะทันทีที่แตะเรื่องราวและตัวละครในประเทศ มันมีหลายเลเยอร์มาซ้อนทับจนสุดท้ายสิ่งที่เราพยายามชวนตั้งคำถามถูกปัดตกไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-116840" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-54.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>ผ่านมาสามปี ‘พื้นที่ให้เล่า’ เติบโตขึ้นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าเทียบกับ 2-3 ปีที่แล้ว เรากล้าแตะประเด็นทางสังคมเพิ่มขึ้นเพราะเราทนไม่ไหว เราถูกสอนด้วยมายด์เซตว่า คุณเป็นคนทำธุรกิจ ถ้าไม่พร้อมที่จะเสี่ยงก็อย่าแตะการเมือง แต่เราคุยกับเตยว่าในเมื่อเราถือว่าพื้นที่ให้เล่าเป็นสื่อ เรามีคนติดตามเป็นแสน เรามีหน้าที่ที่ต้องพูด ที่ผ่านมาเราก็พูดเรื่องความรุนแรง เรื่องเซฟสื่อเสรี เรื่องข่มขืน พอพูดไปแล้วก็มีคนมาคอมเมนต์เยอะ บางทีเราก็คอมเมนต์คุยกับคนที่เห็นต่างมากๆ เพราะอยากเข้าใจว่าเขาคิดอะไร เราจะได้ทำหน้าที่ของเราให้ดีขึ้นทุกวัน เราถือว่าเป็น agenda ของเพจ เรารู้สึกว่าปัจจุบันเกิดจากอดีตเสมอ ถ้าคนรู้ว่าอดีตคืออะไร คนจะตัดสินใจกับอนาคตและปัจจุบันได้ดีขึ้น พอเป็นแบบนี้เราเลยไม่ได้หยิบแค่ประวัติศาสตร์มาเล่า ถ้ามีวาระทางสังคมที่จะสอดแทรกเราก็จะหยิบมาเล่าด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>เป้าหมายสูงสุดที่อยากเห็นคืออะไร</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> อยากให้คนกล้าถกเถียงหรือวิจารณ์ประวัติศาสตร์ไทยมากขึ้น กล้าตั้งคำถาม กล้าพูดในที่สาธารณะ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองแต่รวมถึงประเด็นสังคมอื่นๆ ด้วย เช่น เรื่อง sex worker เราจะอยู่แบบพัฒนาไปข้างหน้าโดยไม่มองข้างหลังได้ยังไง เราต้องเล่าเรื่องใดๆ ออกมาอย่างกล้าหาญ ถ้ามันมีอะไรเคลือบแคลงก็ตั้งคำถามและไปหาคำตอบ ถือว่าเป็นการบ้านชั่วชีวิตของเรา</span></p>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราว่าเราเทรนลูกเพจอยู่ ทุกอย่างที่เราทำ เราเทรนผ่านสิ่งที่ไกลตัวเขา ถ้าเราใช้ตรรกะเดียวกันในการพิจารณาเรื่องที่เล่าได้ เราใช้ตรรกะเดียวกันในการพิจารณาเรื่องที่เจอในชีวิตประจำวันได้ เราอยากปลดความเป็นลำดับชั้นของประวัติศาสตร์ไทยลงมา คือตอนนี้มันสูงมาก ประวัติศาสตร์คนชั้นสูงและคนทั่วไปแยกกันชัดเจนจนเกินไป จริงๆ การที่คนคนหนึ่งทำอะไรสำเร็จมันอาจไม่ใช่เพราะเขามีความสามารถมากมาย แต่เพราะเขามีคนสนับสนุนช่วยเหลือเสมอ เราอยากให้ประวัติศาสตร์เป็นคนมากขึ้น ทุกวันนี้เราเลยเทรนให้คนช่วยกันวิพากษ์ผ่านตัวละครต่างๆ ก่อน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ถ้าเราไม่พูดตรงๆ สุดท้ายความพยายามของเราที่ใช้พื้นที่นี้ในการสื่อสารและเทรนคนให้เกิดการถกเถียงจะไปถึงเป้าหมายไหม</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราว่าเราจะไปถึง เพราะตอนนี้มันไม่ใช่แค่เราที่ไปทางนี้ แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนกำลังเปลี่ยน คือไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่คือเรื่องการศึกษาและระบบการคิดการอ่านของเด็กด้วย ตอนนี้ทุกคนพร้อมเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่รอป้อน เขากระเหี้ยนกระหือรือหาข้อมูลเอง เราเชื่อว่าวันหนึ่งต่อให้เพจนี้มีหรือไม่มีอยู่ หรือจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปเป็นแบบอื่นแล้วก็ตาม วันหนึ่งคนไทยจะกลับมาศึกษาประวัติศาสตร์ไทยมากขึ้น คนพร้อมที่จะหาความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เสมอ เพราะตัวพื้นฐานมันเปลี่ยนไปแล้ว น้ำในเรามันเปลี่ยนไปแล้ว เด็กที่เกิดมาใหม่เขาไม่พร้อมที่จะอยู่ในกรอบแบบเดิม เขาอึดอัด เขาอยากรู้ประวัติศาสตร์ เขาอยากรู้ว่ากว่าจะมาเป็นแบบนี้ได้มันผ่านอะไรมา มันมีจุดผิดพลาดตรงไหน จุดไหนที่ดีมาก จุดไหนที่หวนคิดถึง เดี๋ยวเขาจะกลับไปหารากของตัวเอง</span><b>&nbsp;</b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116832 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>แล้วคิดว่าเมื่อไหร่จะพูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์ไทยได้อย่างตรงไปตรงมา&nbsp;</b></h4>
<p><b>ยุ้ย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราก็รอจังหวะสังคมอยู่ คอนเทนต์ที่เตยเขียนมันก็ตรงไปตรงมามากขึ้น เราก็ปรับไปกับสังคมทุกวันแหละ ทุกวันนี้สังคมไทยก็ก้าวหน้ามากขึ้น เราอยู่เรากินเราใช้ยังไงสุดท้ายมันก็สัมพันธ์กับต้นน้ำหรือการวางระบบโครงสร้างทางสังคมมาตั้งแต่ในอดีตนั่นแหละ ถ้าอยากคุยกันให้ได้เราก็ควรจะตั้งคำถามหรือพูดถึงต้นน้ำได้</span></p>
<p><b>เตย :</b><span style="font-weight: 400;"> เราว่ามูฟเมนต์ทางสังคมตอนนี้มาจากการตื่นรู้ทางประวัติศาสตร์ การที่คนเริ่มตั้งคำถาม การที่คนเริ่มรู้ว่าทุกอย่างไม่ได้มาจากฟ้า แต่มีที่มาที่ไปยังไง อะไรคือสัญญาประชาคม ข้อตกลงของสังคมคืออะไร มองมันในฐานะเหตุและผล เข้าใจการปกครองเชิงโครงสร้างสังคมซึ่งเป็นกลไกที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไข ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรที่แตะต้องไม่ได้ ทุกวันนี้เพจพื้นที่ให้เล่าก็กำลังเติบโตและแก้ไขเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของการเป็นนักเล่าเรื่องที่ใช้ประวัติศาสตร์เพื่อเสนอสร้างการถกเถียงอย่างตรงไปตรงมา&nbsp;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>สุดท้ายนี้ ‘พื้นที่ให้เล่า’ มีอะไรให้เรารอติดตามอีกบ้าง</b></h4>
<p><b>เตย : </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรากำลังทำพ็อดแคสต์กับ a day ชื่อ อดีต | ของ | ปัจจุบัน เป็นการเล่าประวัติศาสตร์ผ่านสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่ไดอารี จดหมาย รูปปั้น ยันอนุสรณ์สถาน สิ่งของเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทิ้งร่องรอยไว้ สิ่งของเหล่านั้นบอกว่ามนุษย์เคยเป็นยังไง คนกลุ่มหนึ่งเคยคิดแบบไหน ทำไมในอดีตจึงสร้างมันขึ้นมา ซึ่งประวัติศาสตร์มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เมื่อมองของชิ้นเดียวกันด้วยสายตาคนปัจจุบันก็อาจเห็นมันต่างจากในอดีตเลยก็ได้ แนวคิดที่สร้างของนั้นๆ ขึ้นมาอาจไม่ถูกต้องแล้วก็ได้ พ็อดแคสต์นี้เป็นการชวนเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ชวนคิด ชวนสะท้อนผ่านของใกล้ตัวเหล่านี้</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>ยุ้ย&nbsp;:</b><span style="font-weight: 400;">&nbsp;ปัจจุบันอันใกล้นี้เรากำลังจะทำมีเดียของตัวเองทั้งวิดีโอและพ็อดแคสต์แบบเต็มสตรีม เพื่อรองรับเว็บไซต์ที่กำลังทำโดยใช้เป็นคลังข้อมูลประวัติศาสตร์ที่จะพูดทั้งเรื่องกิน เล่น ดื่ม ไม่ใช่ว่าประวัติศาสตร์ต้องยาก ต้องมีแต่เรื่องราชวงศ์หรือเรื่องอะไรใหญ่โต อาหารก็มีประวัติศาสตร์ ของเล่นก็มีประวัติศาสตร์ เราจะเล่าสิ่งที่ต้องการเล่าให้สนุกจี๊ดจ๊าดขึ้น เรียกว่าต่อให้ไม่อยากฟังก็อาจมีเผลอฟังกันบ้าง ไม่อยากรู้ประวัติศาสตร์มาก่อนก็จะต้องรู้ เพราะเพจพื้นที่ให้เล่ากำลังเอาเนื้อหาประวัติศาสตร์ไปเคาะประตูบ้านของทุกคน ก๊อกก๊อกก๊อก ประวัติศาสตร์ร้อนๆ มาเสิร์ฟแล้วจ้า&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นคือเราโตขึ้นในทุกๆ วัน มันมีเรื่องเซอร์ไพรส์ในทุกวันเลย เพจเองก็คงเหมือนกันแหละ เพจก็โตตามเรา เราไม่รู้เหมือนกันว่าข้างหน้าจะมีอะไร เพราะฉะนั้นมันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตาดู และฝากทุกคนเอาใจช่วยต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116833 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/พื้นที่ให้เล่า-38.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/our-open-space/">‘พื้นที่ให้เล่า’ เพจที่เชื่อว่าประวัติศาสตร์ต้องไม่อยู่สูงจนแตะต้องไม่ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการคิดงานสถาปัตยกรรมที่ไร้กาลเวลาของ วสุ วิรัชศิลป์ ผู้ก่อตั้ง VaSLab</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vaslab/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2020 11:43:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=102544</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อให้เราไม่ได้เปิดกูเกิลแมปส์ เราก็คงระบุพิกัดที่อยู่ของ วสุ วิรัชศิลป์ ได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก เพราะทันทีที่รู้ตัวว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง อาคารคอนกรีตเหลี่ยม บล็อก เส้นชัดฟอร์มจัด ดูลงตัวทั้งๆ ที่ไม่สมมาตร ก็แสดงตัวอย่างโดดเด่นทว่ากลมกลืนอยู่ในซอยปุณณวิถี ราวกับว่าเราเห็นลายเซ็นของ VaSLab ประดับอยู่บนอาคารหลังนี้ VaSLab (Vertere Architecture Studio Laboratory) คือสตูดิโอสถาปนิกที่วสุเป็นผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2003 สตูดิโอแห่งนี้ทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายทั้งที่อยู่อาศัยและโรงแรมอย่าง Casa de La Flora เขาหลัก และอาคารประเภทอื่นๆ อย่าง Honda BigWing ผลงานของเขาคว้ารางวัลมาแล้วนักต่อนัก งานของ VaSLab เรียบแต่เก๋ เล่นกับสัดส่วน พื้นที่ และวัสดุได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญ มันไม่ง่ายที่จะเดาอายุของผลงาน VaSLab เพราะหัวใจการออกแบบที่วสุยึดถือคือ timeless หรือการอยู่เหนือกาลเวลา เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราชวนวสุเล่าถึงแรงบันดาลใจ พื้นฐานงานสถาปัตยกรรม และวิธีคิดงานในแบบฉบับของเขา &#160; คุณมักบอกว่าแพสชั่นคือสิ่งที่ขับเคลื่อนงานของคุณ พอทำ VaSLab มา 17 ปีแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vaslab/">วิธีการคิดงานสถาปัตยกรรมที่ไร้กาลเวลาของ วสุ วิรัชศิลป์ ผู้ก่อตั้ง VaSLab</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้เราไม่ได้เปิดกูเกิลแมปส์ เราก็คงระบุพิกัดที่อยู่ของ </span><b>วสุ วิรัชศิลป์ </b><span style="font-weight: 400;">ได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะทันทีที่รู้ตัวว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง อาคารคอนกรีตเหลี่ยม บล็อก เส้นชัดฟอร์มจัด ดูลงตัวทั้งๆ ที่ไม่สมมาตร ก็แสดงตัวอย่างโดดเด่นทว่ากลมกลืนอยู่ในซอยปุณณวิถี ราวกับว่าเราเห็นลายเซ็นของ VaSLab ประดับอยู่บนอาคารหลังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">VaSLab (Vertere Architecture Studio Laboratory) คือสตูดิโอสถาปนิกที่วสุเป็นผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2003 สตูดิโอแห่งนี้ทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมหลากหลายทั้งที่อยู่อาศัยและโรงแรมอย่าง Casa de La Flora เขาหลัก และอาคารประเภทอื่นๆ อย่าง Honda BigWing ผลงานของเขา</span><span style="font-weight: 400;">คว้ารางวัลมาแล้วนักต่อนัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของ VaSLab เรียบแต่เก๋ เล่นกับสัดส่วน พื้นที่ และวัสดุได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญ มันไม่ง่ายที่จะเดาอายุของผลงาน VaSLab เพราะหัวใจการออกแบบที่วสุยึดถือคือ timeless หรือการอยู่เหนือกาลเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราชวนวสุเล่าถึงแรงบันดาลใจ พื้นฐานงานสถาปัตยกรรม และวิธีคิดงานในแบบฉบับของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102564 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14834-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมักบอกว่าแพสชั่นคือสิ่งที่ขับเคลื่อนงานของคุณ พอทำ VaSLab มา 17 ปีแล้ว แพสชั่นยังจำเป็นกับการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมของคุณอยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำเป็นแน่นอน เพราะถ้าเราไม่มีแพสชั่นมันจะขับเคลื่อนตัวเองยาก คือถ้าเราทำโดยไม่มี มันจะทำแค่ให้จบไปวันๆ ทุกอาชีพถ้ามีแพสชั่น มันจะไดรฟ์ชีวิตได้ดี เพราะการทำงานเป็นค่อนของชีวิตเลย เราทำงาน 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง ที่เหลือคือนอนพักผ่อน ถ้าเรามีความสุขกับการทำงาน ชีวิต มายด์เซตต่างๆ ก็จะมีความสุขด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานสถาปัตย์กว่าจะสร้างเสร็จหนึ่งชิ้น ถ้าเป็นบ้านก็อาจจะนานถึงสามปี ถ้าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ๆ ก็มีถึงห้าปีเจ็ดปี หลังจากนั้นอยู่อีก 20-30 ปีเป็นอย่างน้อย ถ้าออกแบบสถาปัตยกรรมที่ timeless ได้ก็จะดี ผมเชื่อว่าสถาปัตย์ที่ timeless ต้องขับเคลื่อนด้วยแพสชั่นแน่นอน มันไม่มีทางออกแบบมั่วๆ ซั่วๆ แล้วจะอยู่ไปตลอดได้ มันต้องใช้การอุทิศตน การอุทิศตนมันมาจากความรัก ถ้ารักอะไรต้องอุทิศตนและเวลาให้กับตรงนั้น ทุกคนอาจไม่ได้มีทางเลือกแบบนั้น แต่ถ้าได้เลือกน่าจะเป็นคนที่มีความสุขคนหนึ่ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>งานจะ timeless หรือไม่ดูจากอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมศึกษางานที่ timeless จากประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะยุคโมเดิร์นและยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม สถาปนิกที่ผมชอบคือ Le Corbusier ทุกคนที่ไปปารีสหรือเมืองที่มีงานเขาก็ต้องไปดู คิดดูงานมันตั้งแต่ 1920-1930 แล้ว แต่คนยังไปดูเลย ผมก็เลยวิเคราะห์ว่าทำไม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานที่ timeless มันมักจะมีพื้นที่ว่าง (space) และสัดส่วน (proportion) ที่ดี มีประวัติศาสตร์ ทำไมมันถึงสร้างขึ้นและมีความสำคัญในประวัติศาสตร์จนถึงทุกวันนี้ และ aesthetic คือความงาม ซึ่งความงามมันขึ้นอยู่กับคน ผมชอบอันนี้ คุณชอบอันนั้น ความชอบของแต่ละคนอาจแตกต่างมาก แต่ผมคิดว่ามันมีค่าเฉลี่ยความสวยงามบางอย่างที่บอกได้ว่าองค์ประกอบนี้มันสวย ซึ่งพอพูดถึงเรื่องสัดส่วนของงาน มันก็จะเชื่อมโยงกับเรื่องกริด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วคุณหยิบองค์ประกอบอะไรมาใช้ในการสร้างงานที่ timeless</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักๆ เป็นเรื่องสีและวัสดุ วัสดุที่ใช้จะเป็น timeless material หรือ สัจจะวัสดุอย่างกระจก ไม้ เหล็ก คอนกรีต แบบไม่ต้องแต่งเติมสี ส่วนตัวผมคิดว่างานสีสันมันอยู่ได้ไม่นาน แต่บางงานก็เข้าใจว่าจำเป็นต้องมีบ้าง อย่างเช่นองค์กรบางแห่งมันอาจต้องมีสีประจำของเขาอยู่ร่วมในงานออกแบบอาคารด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามีการใช้สีในกระบวนการออกแบบ สีที่ผมใช้ส่วนใหญ่จะเป็นโมโนโทน อย่างสีดำและสีขาว โดยผมใช้สีดำแทน space (พื้นที่ว่าง) ส่วนสีขาวแทน solid (ส่วนที่ทึบ / ตัน) ส่วนตัวเวลาออกแบบมักมีเรื่อง mass and void (พื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่ทึบ) มาเกี่ยวข้องตลอด บางทีก็ไม่ได้คิดล่วงหน้า แต่พอสเกตช์ออกมาแล้วมันมีเรื่องนี้ออกมาด้วยเสมอ มันเป็นสูตรสำเร็จบางอย่างในตัวเรา สำหรับผมมันเป็นสัดส่วนว่าด้วยความงามบางอย่าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102559 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/B3A8849-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ระบบกริดจำเป็นแค่ไหนในงานสถาปัตยกรรม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าจำเป็นมาก กริดเป็นอันดับแรกของการเขียนแบบสถาปัตย์ คือเวลาสเกตช์มันไม่ต้องมีกริด ผมเขียนอะไรก็ได้ เช่นเอาสี่เหลี่ยมมาชนกัน แต่ถ้าจะบอกว่ามันกี่เมตร มันต้องมีสเกล ถ้าไม่มีไม้บรรทัดเราต้องมองกริด จะยืดจะหดงานกริดมันก็ขยายตาม เรารู้ว่าสัดส่วนของสี่เหลี่ยมตรงนี้ เราให้ค่ามันได้เป็น 1 เซนติเมตร 10 เมตร 100 เมตร คนที่ทำงานบ่อยๆ จะมีกริดอยู่ในหัวด้วย มันจะเห็น invisible grid ไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญคือ เวลาเราเขียนแบบ โดยเฉพาะเวลาต้องสื่อสารแบบกับวิศวกรและผู้รับเหมาในการสร้างงาน ถ้าไม่มีกริดมันสร้างไม่ได้ มันต้องวางพิกัด แม้งานผมไม่ได้เหลี่ยมตรงทุกงาน แต่มันก็มาจากกริด แล้วฟอร์มมันก็บิดไปจากกริดอยู่ดี ทุกอย่างเป็น grid work อยู่ดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ช่วยยกตัวอย่างงานของคุณที่ใช้ระบบกริดในการออกแบบหน่อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน Mason Pattaya เป็นดีไซน์โฮเทลที่ไซต์อยู่ที่พัทยา งานนี้วางกริดตั้งแต่แรกเพื่อใช้จัดวางตำแหน่งวิลล่าแต่ละหลังและคลับเฮาส์ ไซต์นี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 30 ไร่ ตัวพื้นที่เป็นสโลป 15 เมตร ด้านล่างเป็นชายหาดส่วนตัวที่มีโขดหินเยอะ เล่นน้ำได้แต่หินเยอะและวิวสวย มีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้านซ้าย และด้านขวาไกลๆ เป็นเมืองพัทยา มันค่อนข้างสงบ ตัวไซต์เป็นภูเขาหิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละพูลวิลล่าจะมีส่วนที่เป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกกัน โดย Beachfront Grand Pool Villa จะมีบันไดเชื่อมทั้งสองอาคารเข้าหากัน ระบบกริดในส่วนนี้ก็ต้องเป๊ะมาก เพราะห้องนอนต้องการวางเตียงคิงไซส์ได้ โดยที่มีที่เหลือสำหรับทางเดินที่กว้างด้วย แต่ด้วยความที่ไซต์เป็นเขาหิน กริดจึงวางตรงมากไม่ได้เลยบิดนิดหน่อย และเพื่อให้ดูเป็นงานคราฟต์ เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานนี้เรายังเอาบริบทท้องถิ่นมาใช้ในการออกแบบด้วย เราค้นพบว่าในชลบุรีมีเรื่องชุมชนหินอ่างศิลา เราเลยไปคุยกับชุมชนว่าสนใจทำงานกับเราไหม คอนเซปต์ของเราคือ Stone Mason (ช่างหิน) เราเลยคราฟต์งานสถาปัตยกรรมให้เหมือนหินที่ถูกแกะสลัก และใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>งานของคุณแต่ละชิ้นมีลักษณะร่วมค่อนข้างชัด เห็นเส้น เห็นฟอร์มเด่น แต่ไม่สมมาตร คุณได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไรอีกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมชอบงานศิลปะ สิ่งที่ขับเคลื่อนงานผมคือศิลปะทุกแขนง ทั้งภาพวาด ประติมากรรม หนังสือ เพลง การหล่อหลอมที่เราเรียนมา และการท่องเที่ยว ทุกอย่างเราสะสมและสร้างมันขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก modernism แล้ว ยังมี deconstructionism ที่ผมได้รับอิทธิพลสมัยเรียนมหาวิทยาลัย มันอยู่ในยุค postmodernism ที่มองว่าทุกอย่างไม่ต้องมีศูนย์กลาง (centralized) คนคิดเรื่องนี้คือ </span><span style="font-weight: 400;">Jacques Derrida</span><span style="font-weight: 400;"> ที่เชื่อว่าทุกอย่าง decentralise ได้ ระบบของสิ่งต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีแบบเดียว คำนำ เนื้อความ สรุป มันอาจกระเด้งไปกระเด้งมาได้ หนังก็เล่าย้อนกลับได้ สถาปัตยกรรมยุคหนึ่งก็เป็นแบบนั้น มีอาคารที่ดูเหมือนจะไม่สมมาตร มีเส้นเฉียง ไม่น่าสร้างได้ คือหลายคนมองว่าเป็นแฟชั่นแต่ผมมองว่ามันตื่นเต้น ผมสนใจเรื่องนี้จนทำให้ผมเบนเข็มไปอยู่ที่นิวยอร์กแทน ผมเปิดหนังสือเรื่อง deconstruction เยอะมาก มันคิดนอกกรอบเยอะ ผมชอบงานที่ไม่ได้สมมาตร อาจมีเส้นสายที่มาจากสัดส่วนที่คิดว่ามันสวย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102557 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14782-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102558 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14785-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102563 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14790-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ศิลปะกับสถาปัตยกรรมมีพื้นฐานร่วมกันไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการคิดน่าจะคล้ายๆ กัน แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเหมือนกันคือสัญชาตญาณในการออกแบบ ผมเคยถามศิลปินดังคนหนึ่งว่า คิดอะไรตอนเพนต์ เขาบอกว่าไม่คิดไรเลย ไม่ต้องพูดถึงยุค Dada คือนอกกรอบมาก </span><span style="font-weight: 400;">Marcel Duchamp</span><span style="font-weight: 400;"> เอาโถปัสสาวะผู้ชายมาตะแคง แล้วเซ็นด้านข้าง บอกว่า นี่คือ fountain เขาคือเจ้าของวลีที่ว่าของทุกอย่างในชีวิตประจำวันเป็นศิลปะได้ แนวคิดพวกนี้ผมว่าทำให้สถาปัตยกรรมไม่มีที่สิ้นสุด สถาปัตยกรรมก็มาจากงานศิลปะ คนเราคิดอะไรมันก็เชื่อมโยงกับแนวคิดจากนักปรัชญา จากการเมือง จากสังคม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>งานสถาปัตยกรรมในยุคปัจจุบันและอนาคตจะยังคงความ timeless อยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงงานสถาปัตยกรรมที่พูดถึงกันเยอะในช่วงนี้ เช่น สถาปัตยกรรมช่วงหลังโควิด-19 มันจะว่าด้วยการออกแบบพื้นที่ การจัดสรรพื้นที่มากกว่า มันมีเรื่องให้คิดเยอะมาก ทั้งบ้าน คอนโด จะมีหน้าตาแบบไหน ปกติ developer จะต้องการห้องเยอะที่สุด แต่ปัจจุบันทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว คนเริ่มไม่อยากอยู่ด้วยกันเยอะแล้ว สถาปนิกเลยต้องหาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ขึ้น ฟังก์ชั่นของพื้นที่มันเปลี่ยนไปตามการใช้งานของยุคสมัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอพูดถึงเรื่อง timeless มันเป็นเรื่องของหน้าตาและภาพลักษณ์มากกว่า ซึ่งงานสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการในยุคปัจจุบัน ก็ทำให้ timeless ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102566 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14905-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ความสวยงามเปลี่ยนไปบ้างไหมในสายตาของคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าเปลี่ยน สมัยเรียนก่อนที่ผมจะมาชอบงาน deconstruction ผมเคยชอบงานของ Robert A. M. Stern ซึ่งแต่ก่อนถือว่ารุ่นเก่า แต่ผมชอบสัดส่วนงานเขา มาถึงตอนนี้ผมชอบดูภาษาใหม่ๆ ในการออกแบบ ชอบมองไปที่วัสดุและเทกซ์เจอร์ ผมชอบอะไรที่เรียบง่ายมากขึ้นและหันมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนความงามที่เราเคยเห็นก็เปลี่ยนตาม แต่หัวใจหลักของการมองยังไม่เปลี่ยน ตัวผมเองก็ยังชอบสีโมโนโทน ชอบใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมองก้าวต่อไปกับ VaSLab อย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำงานแบบทำทุกวันให้ดีที่สุด เราขออยู่แบบมั่นคงไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนเคยคิดว่าบริษัทจะใหญ่แค่ไหนดี แต่ใหญ่ไปคุณภาพชีวิตอาจไม่ค่อยดี ถ้าใหญ่ต้องมีหุ้นส่วนซึ่งก็พูดยาก ผมไม่ได้หวงงานแต่ก็กลัวว่าสิ่งที่เราเชื่อมั่นมาตลอดจะถูกดึงไปทางอื่นหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าจะมีพนักงานมากที่สุด 30 คน ตอนนี้มี 20 กว่าคนก็เริ่มคิดว่าเยอะแล้ว พอเป็นหัวหน้าออฟฟิศและมีครอบครัวเราแบกอะไรบางอย่าง แต่เราต้องขับเคลื่อนทุกคนด้วยความเชื่อมั่น และเป็นคนนำทาง แต่ในภาพรวมคือบริษัทยิ่งใหญ่ภาระยิ่งเยอะ ถ้าเรายังบริหารคนเดียวเราก็เริ่มไม่อยากดีลกับเรื่องพวกนี้ บางคนอาจเลือกไม่ได้ก็เข้าใจ แต่สำหรับเรา เราก็เลือกที่จะเริ่มจากสิ่งเล็กๆ และรักษามันไว้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h4><b>Timeless Black</b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102560 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02.07.2020-Aday-G-Shock14874-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเลือกใส่แต่เสื้อผ้าสีดำมาตลอด สีดำให้ความรู้สึกสงบ ตอนที่เร่ิมใส่สีดำใหม่ๆ ผมมองว่ามันเท่ดี แต่ปัจจุบันกลายเป็นความชินไปแล้ว ตู้เสื้อผ้าผมมีแต่สีดำ สีดำคือความเรียบง่าย ใส่สีดำแล้วออกจากบ้านได้เลย เร็ว ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอแต่งสีดำ จะใส่แอ็กเซสซอรีอะไรก็เข้ากันได้ง่ายหมด นาฬิกาของผมส่วนมากก็สีขาว-ดำหมดเลย”</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นนาฬิกาที่ใส่ในวันนี้อย่าง G-Shock GMW-B5000CS Full Metal &#8220;GRID&#8221; นาฬิกา lim</span><span style="font-weight: 400;">ited edition ของ Casio มาพร้อมกับโครงสร้างสเตนเลสสตีล แนว luxury เต็มรูปแบบผสมผสานกับรูปลักษณ์หน้าปัดทรงเหลี่ยมต้นฉบับของนาฬิกา G-SHOCK ที่สืบทอดตำนานมาจากนาฬิการุ่นแรกในปี 1983 คงไว้ซึ่ง Timeless Design</span></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">นอกจากความเป็นลิมิเต็ดแล้ว รุ่นนี้ยังได้รับชื่อเล่นว่า “GRID” ที่มาของชื่อนี้คือการออกแบบพร้อมสลักหน้าปัด ตัวเรือนและสายด้วยการยิงเลเซอร์เป็นเส้น Grid Lines </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">ลายเส้น GRID ใช้เทคนิคการยิงเลเซอร์ที่ประณีตเพื่อให้ทุกเส้นมีความตรงและต่อเนื่องกันในทุกสัดส่วนของเรือนเวลาแบบ Seamless </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">แรงบันดาลใจของ Full Metal “GRID” ได้มาจาก Grid Lines ที่เป็นพื้นฐานของงานออกแบบในทุกแขนง </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">Full Metal “GRID” ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัยไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ การเชื่อมต่อกับเสารับสัญญาณวิทยุที่ทำให้เปลี่ยนเวลาได้อัตโนมัติ การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านบลูทูธ และกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">GRID กำลังเปิดตัวครั้งแรกในงาน Siam Paragon Watch Expo 2020 ที่จัดถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 และมีเพียง 60 เรือนในประเทศไทยเท่านั้น</span></li>
<li style="font-weight: 400;">ด้วยผลงานอันโดดเด่นและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ วสุได้รับเกียรติให้สวมใส่นาฬิกา G-Shock Limited Edition รุ่น Full Metal GRID ซึ่งมีเพียง 50 เรือนในประเทศไทย และเปิดตัวครั้งแรกในงาน Siam Paragon Watch Expo 2020</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vaslab/">วิธีการคิดงานสถาปัตยกรรมที่ไร้กาลเวลาของ วสุ วิรัชศิลป์ ผู้ก่อตั้ง VaSLab</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบิ่งความเปลี่ยนแปลงของลูกอีสาน ณ​ บัดนาว ใน LOOK ISAN NOW นิทรรศการเปิดตัว TCDC ขอนแก่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/look-isan-now-tcdc/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2020 10:59:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[Look Isan Now]]></category>
		<category><![CDATA[TCDC ขอนแก่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=94221</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ (TCDC) เปิดสาขาใหม่เอี่ยมที่ขอนแก่น ด้วยหวังจะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ให้กับชาวอีสานทั้งที แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือนิทรรศการ นิทรรศการแบบไหนจะปังพอสำหรับการเปิดตัว  นิทรรศการแบบไหนที่คนอีสานจะสนใจ นิทรรศการแบบไหนที่จะกระตุ้นหรือจุดประกายให้คนแวะเวียนมาที่ TCDC อีก LOOK ISAN NOW คือนิทรรศการเปิดตัวที่ TCDC เลือก เพื่อเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของอีสานในวันนี้ โครงการต่างๆ จากภายนอกที่กำลังเดินทางเข้ามาในวันหน้า รวมถึงพลังของลูกอีสานเองที่กำลังพัฒนาบ้านเกิดให้มีศักยภาพยิ่งๆ ขึ้นไป โดยกว่าจะมาเป็นนิทรรศการก็ไม่ง่ายเพราะทีม TCDC ต้องลงพื้นที่อีสานกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยังแปลงงานวิจัยเล่มหนาที่พวกเขาเคยทำมาเป็นนิทรรศการที่ดูสนุก เข้าใจง่าย แต่สาระและประโยชน์ยังอยู่เต็มๆ   พวกเขาทำนิทรรศการครั้งนี้กันยังไง เราไปคุยกับ บอล–เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และ กระแต–วิชุดา เครือหิรัญ นักจัดการความรู้อาวุโส เพื่อหาคำตอบ &#160; 1. เล่าแล้วเล่าอีก อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TCDC เล่าเรื่องอีสาน ก่อนพูดถึงนิทรรศการครั้งล่าสุด บอลและกระแตชวนเราย้อนกลับไปเมื่อคราว TCDC แจ้งเกิดที่ห้างเอ็มโพเรียม อีสานก็อยู่ในสายตาแต่แรก พวกเขามีนิทรรศการเปิดตัวชื่อ ‘กันดารคือสินทรัพย์’ ที่เล่าเรื่องชีวิตของคนอีสานในเมืองกรุง มุมมองคนกรุงที่มีต่อคนอีสาน ไปจนถึงแง่มุมว่าคนอีสานเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกรุงเทพฯ ยังไง  หรืออย่างเมื่อปีที่แล้วนิตยสาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/look-isan-now-tcdc/">เบิ่งความเปลี่ยนแปลงของลูกอีสาน ณ​ บัดนาว ใน LOOK ISAN NOW นิทรรศการเปิดตัว TCDC ขอนแก่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ (TCDC) เปิดสาขาใหม่เอี่ยมที่ขอนแก่น ด้วยหวังจะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ให้กับชาวอีสานทั้งที แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือนิทรรศการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการแบบไหนจะปังพอสำหรับการเปิดตัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการแบบไหนที่คนอีสานจะสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิทรรศการแบบไหนที่จะกระตุ้นหรือจุดประกายให้คนแวะเวียนมาที่ TCDC อีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95845" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/pic2-1-e1587465665221.jpg" alt="" width="675" height="380" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LOOK ISAN NOW คือนิทรรศการเปิดตัวที่ TCDC เลือก เพื่อเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของอีสานในวันนี้ โครงการต่างๆ จากภายนอกที่กำลังเดินทางเข้ามาในวันหน้า รวมถึงพลังของลูกอีสานเองที่กำลังพัฒนาบ้านเกิดให้มีศักยภาพยิ่งๆ ขึ้นไป โดยกว่าจะมาเป็นนิทรรศการก็ไม่ง่ายเพราะทีม TCDC ต้องลงพื้นที่อีสานกันครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยัง</span><span style="font-weight: 400;">แปลงงานวิจัยเล่มหนาที่พวกเขาเคยทำมาเป็นนิทรรศการที่ดูสนุก เข้าใจง่าย แต่สาระและประโยชน์ยังอยู่เต็มๆ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาทำนิทรรศการครั้งนี้กันยังไง เราไปคุยกับ </span><b>บอล–เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร</b><span style="font-weight: 400;"> รักษาการผู้อำนวยการสำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และ </span><b>กระแต–วิชุดา เครือหิรัญ</b><span style="font-weight: 400;"> นักจัดการความรู้อาวุโส เพื่อหาคำตอบ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95866" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8.1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>1. เล่าแล้วเล่าอีก</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TCDC เล่าเรื่องอีสาน ก่อนพูดถึงนิทรรศการครั้งล่าสุด บอลและกระแตชวนเราย้อนกลับไปเมื่อคราว TCDC แจ้งเกิดที่ห้างเอ็มโพเรียม อีสานก็อยู่ในสายตาแต่แรก พวกเขามีนิทรรศการเปิดตัวชื่อ ‘กันดารคือสินทรัพย์’ ที่เล่าเรื่องชีวิตของคนอีสานในเมืองกรุง มุมมองคนกรุงที่มีต่อคนอีสาน ไปจนถึงแง่มุมว่าคนอีสานเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกรุงเทพฯ ยังไง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออย่างเมื่อปีที่แล้วนิตยสาร </span><i><span style="font-weight: 400;">คิด</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของ TCDC ก็เล่าเรื่อง ‘เจ้าสิเมือเฮือนมื้อได๋’ พูดถึงคนอีสานที่จากบ้านเกิดไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งยังนำทักษะที่มีไปผนวกกับความต้องการของโลก และมาวันนี้ลูกอีสานหลายคนก็กลับบ้าน เอาความคิดความรู้ต่างๆ มาพัฒนาบ้านของตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงคราวที่ TCDC ขยายสาขาไปเปิดที่โซนอีสาน ทีมจึงทบทวนว่าจะเอาคอนเซปต์ &#8216;เจ้าสิเมือเฮือนมื้อได๋&#8217; มาต่อยอด หรือจะมุ่งไปที่เรื่องใหม่เลยดี จนได้ข้อสรุปว่า</span></p>
<p><div id="attachment_95867" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-95867" class="wp-image-95867 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/9-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-95867" class="wp-caption-text">กระแต–วิชุดา เครือหิรัญ</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเล่าเรื่องอดีตมาจนถึงตอนนี้เราก็เล่าได้ถึงแค่อีสานในปัจจุบัน เหมือนรวบรวมสิ่งต่างๆ ให้คนอีสานได้ภูมิใจ แต่เราเกิดคำถามว่าแล้วยังไงต่อ เราเลยเปลี่ยนวิธีเล่าใหม่ เป็นการเล่าให้เรื่องความเปลี่ยนแปลงของอีสานมากมายที่ถือว่าเป็นโอกาส” คำถามคือความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นจะผนวกรวมกับความเป็นอีสานและสร้างภูมิภาคให้แข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง นั่นเองเป็นที่มาของนิทรรศการที่รวบรวมไอเดียการพัฒนาต่างๆ จากคนอีสานเองมานำเสนอ พร้อมๆ กับนำเสนอไอเดียจากงานวิจัยที่ผ่านๆ มาของ TCDC ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเหตุผลที่เลือกเมืองใหญ่อย่างขอนแก่นเป็นเซนเตอร์แห่งแดนอีสาน นั่นก็เพราะ TCDC มองว่าที่นี่แอ็กทีฟ มีความพร้อม มีทรัพยากรบุคคลให้ความร่วมมือสนับสนุนและช่วยเหลือตั้งแต่เมื่อไปเซอร์เวย์พื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอนแก่นเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายสูง เป็นเมืองมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีความพร้อมจากภาคธุรกิจที่ตื่นตัวมาก เป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาเมืองก็กำลังเติบโตโดยภาคเอกชนมีส่วนรวม ทั้งหมดนี้ต่างเป็นสัญญาณที่ดีถ้าจะตั้งรกรากหรือทำอะไรเกี่ยวกับอีสาน” กระแตบอก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95868" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/12-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. รถไฟสู่โอกาส</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในปี 2050 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า UN รายงานว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนชีวิตคน เพราะความเป็นเมืองจะเพิ่มขึ้นถึง  70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่พื้นที่ชนบทจะลดลงเหลือ 30 เปอร์เซนต์ และแน่นอนว่าอีสานก็เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเข้าสู่เขตแดนอีสาน นิทรรศการ LOOK ISAN NOW พาเราไปด้วยรถไฟความเร็วสูงเพื่อฉายภาพอีสานในอนาคตที่จะเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงเทรนด์โลกที่กำลังเปลี่ยนไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปี 2050 อีสานต้องไม่เหมือนเดิมแน่ๆ อีสานจะไม่ใช่สังคมชนบทแต่จะเป็นเมือง ความต้องการของคนในพื้นที่ก็จะเปลี่ยนไปหมด” บอลเล่าต่อว่าเมื่อมองเทรนด์โลกคู่กับนโยบายและโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูงที่จะทำให้การเชื่อมต่อจากไทยไปยังจีนและยุโรปผ่านทางรถไฟเกิดขึ้นได้จริง ยิ่งเห็นชัดว่าอีสานกำลังมุ่งสู่ความเป็นเมืองอย่างแท้จริง และเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ต้องรอให้ถึงปี 2050 ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนอีสานจะเปลี่ยนแปลงทั้งวิถีชีวิต การเชื่อมต่อ ไปจนถึงโอกาสในการขายสินค้า” บอลอธิบาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95847" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/14-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95848" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/15.1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงแรกของนิทรรศการจึงอัดแน่นด้วยข้อมูล เล่าให้เข้าใจและจินตนาการตามได้ว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดจากอะไรบ้าง และ TCDC ก็ไม่ลืมที่จะใส่เรื่องราวของโอกาสที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในขบวนรถ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขบวนรถไฟความเร็วสูงที่ขอนแก่น นอกจากจะจำลองหน้าตารถไฟแห่งอนาคตให้เห็น พร้อมแฝงคุณค่าและเทคโนโลยีต่างๆ ที่โลกในวันข้างหน้าจะให้ความสำคัญ ทีม TCDC ไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดอย่างวัสดุที่อาจใช้ทำเบาะรถไฟและอาหารท้องถิ่นที่อาจนำไปขายบนรถไฟขบวนใหม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเอางานวิจัยที่ทาง TCDC เคยทำแล้วเกี่ยวเนื่องกับประเด็นนี้มาประกอบร่างกันเป็นนิทรรศการ เช่น โซนรถไฟเอามาจากรีเสิร์ชเรื่องการใช้วัสดุท้องถิ่นในรถไฟความเร็วสูง โดยเปรียบเทียบกับมาตรฐานวัสดุที่ใช้ในชินคันเซน เราลองดูว่าวัสดุไทยแบบไหนมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่มาตรฐานนั้นบ้าง และมีสินค้า OTOP หรือสินค้าการเกษตรประเภทไหนที่เข้าสู่รถโดยสารได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95860" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/24-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. จุดขายคือประสบการณ์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">รถไฟความเร็วสูงไม่เพียงช่วยพาคนอีสานเดินทางไปไหนมาไหนเท่านั้น แต่คนจากที่อื่นๆ ยังเดินทางเข้ามาหา ‘ประสบการณ์’ แบบอีสานได้อย่างง่ายดาย ยิ่งทุกวันนี้ประสบการณ์คือสิ่งที่ใครต่อใครต่างมองหา บอลและกระแตยิ่งเชื่อว่าการนำประสบการณ์ในอีสาน ดินแดงแห่งเรื่องเล่า มาเป็นจุดขายยิ่งทำให้การมาเที่ยวอีสานสนุกเข้าไปใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่าเรื่องราวท้องถิ่นเป็นจุดขายได้ ยิ่งการคมนาคมง่ายขึ้นคนยิ่งอยากเดินทางไปหาประสบการณ์ที่แตกต่างไป”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95870" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/8-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซนที่สองของนิทรรศการชื่อว่า ‘ทุกที่มีโอกาส’ จึงหยิบยก 3 ตัวอย่างความเป็นไปได้ในการนำประสบการณ์มาร้อยเรียงให้ดึงดูด ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องนาเกลือ ผีตาโขน และที่พักในชุมชน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะหยิบเรื่องอะไรมาเล่าเราโยนไอเดียกันเยอะมาก มีทั้งเรื่องพญานาค พุทธปฏิบัติ วัดป่า โยคะ เรามองหาความเป็นไปได้ หาเรื่องเล่าที่หลากหลาย การทำนิทรรศการก็เหมือนการลงแขกแบบอีสาน เพราะเราไม่ได้คิดกันเองแต่ต้องคุยกับคนเยอะมาก” กระแตเล่าย้อนไปถึงตอนคิดงาน โดยเน้นว่าท่ามกลางเรื่องราวสารพัน ความคิดสร้างสรรค์ในวัฒนธรรมอีสานคือสิ่งที่พวกเขาใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกเรื่องมาเล่าในครั้งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95872" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95873" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/1-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3.1 เกร็ดจากนาเกลือ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เดินดูนิทรรศการอยู่ดีๆ เราก็เจอนาเกลือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัฒนธรรมการทำเกลือสินเธาว์ของอีสานคือประสบการณ์หนึ่งที่ TCDC หยิบมาเล่า ​ตั้งแต่วิธีการทำเกลือแบบดั้งเดิมของอีสานที่ไม่เหมือนที่อื่น ไปจนถึงการโชว์แผนที่เกลือที่บอกว่าแทบทั่วทั้งอีสานทำนาเกลือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีสานมีวัฒนธรรมการทำนาเกลืออยู่ทุกที่ เราเห็นว่าความรู้ร่วมกันของคนอีสานคือการทำปลาร้าที่ดี ซึ่งต้องทำจากเกลือสินเธาว์ รวมถึงเกลือยังเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ปลาร้าแต่ละหมู่บ้านรสชาติไม่เหมือนกัน” บอลบรรยายความสำคัญของเกลือ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95852" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/27.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/27.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/27-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/27-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เหตุที่ TCDC เลือกหยิบเรื่องเกลือมาเล่าในครั้งนี้มีมากกว่าการเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำปลาร้า เพราะหลังจากได้คุยกับคนมากมายเพื่อหาสิ่งที่น่าสนใจมาบอกต่อ กระแตก็ได้ข้อมูลจากกลุ่มอัศจรรย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่เริ่มทดลองทำทัวร์เส้นทางสายเกลือพาคนไปเรียนรู้กระบวนการทำเกลือและวัฒนธรรมที่อยู่รอบๆ เส้นทางนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หากการท่องเที่ยวไปได้จริงจะทำให้คนที่ทำนาเกลืออยู่ได้ต่อไปด้วย” กระแตบอก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95861" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95856" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/13-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3.2 ผีท้องถิ่นที่ใครๆ ก็อินได้</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากขลุกอยู่กับเรื่องราวมหัศจรรย์มากมาย ความสร้างสรรค์ในการพัฒนาคือเกณฑ์สำคัญที่ทีมใช้เลือกประเด็นมาเล่า เห็นได้ชัดจากเรื่องผีตาโขน ประเพณีสำคัญของวัฒนธรรมอีสาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับการเลือกประเพณีอีสานมาเล่า โจทย์ที่เราวางไว้คือการมองหาประเพณีที่วิวัฒน์มาโดยตลอดผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์และคนมีส่วนร่วมได้” เช่น ผีตาโขนที่บอลอธิบายว่าเกิดจากการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาและความสนุกแบบคนอีสานเข้าด้วยกัน แถมยังเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95850" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95851" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95849" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/2.0-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนอีสานเอาของรอบตัวมาทำผีตาโขนแบบง่ายๆ เริ่มจากใช้หวดนึ่งข้าวเหนียว ใช้สีจากหม้อดินสีดำ ปูนแดง ปูนขาว ใช้ 3 สีเท่านั้น ปัจจุบันความวิจิตรก็พัฒนาไปมาก ทั้งหน้ากาก ชุด ท่าเต้น เพลงที่ใช้ ทุกอย่างมีพัฒนาการตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับเราเทศกาลที่ดีคือเทศกาลที่คนเข้ามาสนุกกับมันได้ ผีตาโขนเป็นหนึ่งในตัวอย่างนั้นเพราะคนสามารถมาเต้นได้ วาดหน้ากากได้ สวมชุดได้ เต้นเป็นทีมก็ยังได้ มันเปิดโอกาสให้คนใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมได้เต็มพิกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่าเทศกาลท้องถิ่นที่กลายเป็นเทศกาลระดับโลกมีเยอะมาก เช่น เทศกาล Day of the Death ของเม็กซิโก ที่พูดถึงการกลับมาของวิญญาณบรรพบุรุษ ซึ่งพิกซาร์นำมาเล่าผ่านแอนิเมชั่นเรื่อง <em>Coco</em> จนกลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม เราเองก็อยากให้หยิบจับผีตาโขนไปเล่าในระดับโลกได้เหมือนกัน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3.3 เช็กอินเข้าพักในชุมชน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์อีกประเภทที่บรรจุอยู่ใน LOOK ISAN NOW คือที่พักสุดครีเอทีฟในบุรีรัมย์ ตัวอย่างหนึ่งของการจัดการที่พักในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการที่ว่าคือ B-STAY โฮมสเตย์บุรีรัมย์ เป็นกลุ่มโฮมสเตย์ที่เกิดขึ้นเพื่อรับแขกจากทั่วโลกที่มาชมงานใหญ่อย่าง MotoGP นอกจากจะเป็นที่พักพิงให้แขกที่มาพักแล้ว ยังมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นร่วมกับคนท้องถิ่นอีกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95857" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนที่จะเล่าถึง B-STAY เรามีทีมลงไปพักที่นั่นมาจริงๆ แล้วเจ้าของบ้านก็พาไปนวดสปา แช่เท้า ดูสวนผักที่ปลูกกันในหมู่บ้าน” กระแตอธิบายวิธีการทำงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเล่าเรื่องที่นี่ควบคู่ไปกับอีกตัวอย่างคือโรงแรมฮานาเระ ที่เมืองยานากะ ประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของฮานาเระคือเมื่อรับกุญแจจากรีเซปชั่นบนถนนใหญ่ คุณจะได้แผนที่ แล้วต้องเดินเข้าซอยหาโรงแรมเอง ที่พักมีแค่ห้องนอน ถ้าจะกินข้าว อาบน้ำ ก็หาข้อมูลได้จากแผนที่ว่าต้องไปที่ไหนในชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาทำให้คนมีประสบการณ์ร่วมกับชุมชน ธุรกิจกับชุมชนก็เอื้อเฟื้อกัน มันเป็นโมเดลที่ดีในการหาจุดตรงกลางว่าธุรกิจกับชุมชนจะอยู่ร่วมกันยังไง ให้ประโยชน์อะไรต่อกันได้บ้าง แล้วมันก็จะยั่งยืน” บอลเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเทศไทยเน้นเรื่องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ถ้าเน้นด้านการมอบประสบการณ์ด้วยชุมชนก็จะได้ประโยชน์ด้วย สิ่งที่เราเน้นย้ำคือเอาจุดแข็งของคุณนั่นแหละมาขาย มันคือ creative city ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาพื้นที่ พัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กัน เราเชื่อว่า creative city คือแนวทางหนึ่งที่จะเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมีเอกลักษณ์ของชุมชนเป็นจุดขาย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95859" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95858" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/25.1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. ไอเดียพร้อมปรุง</h3>
<p>ในโซนที่ผ่านๆ มาพวกเขาเน้นเล่าเรื่องราวความเป็นไปได้ต่างๆ ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจริงในเวลาอันใกล้ แต่ในโซนสุดท้ายนี้บอลบอกว่าพวกเขาอยากพาทุกคนย้อนกลับมาสู่อีสานในปัจจุบัน เพื่อมองความท้าทายรอบๆ ตัวและหนทางในการเอาชนะความท้าทายนั้น <span style="font-weight: 400;">แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ประชากร สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม และอาหาร ซึ่งทีม TCDC ใช้งานวิจัยเก่าๆ ที่พวกเขาค้นคว้าเอามานำเสนอแบบสนุกสนานในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำให้ห้องนี้เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของไอเดีย แต่ละแผนกพูดถึงความท้าทายในแต่ละด้าน คนสามารถเดินเข้าไปหยิบจับดูได้และคิดว่าเราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต่อไปประชากรจะเพิ่มขึ้นในขณะที่อาหารจะขาดแคลน อีสานจะทำยังไงหรือจะเป็นทางเลือกทางอาหารให้กับโลกนี้ได้ยังไง มีโอกาสไหนที่จะต่อยอดได้บ้าง เราก็เอาข้อมูลจากที่นักโภชนาการวิจัยว่าสาหร่ายน้ำจืดเป็นซูเปอร์ฟู้ดมาประกอบ” กระแต่เล่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95875" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-7.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-7.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/3-7-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอลเล่าต่อว่าความท้าทายด้านที่สองคือด้านประชากร ซึ่งหนีไม่พ้นประเด็นผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้น ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ยังมีทักษะและภูมิปัญญาที่แบ่งปันได้ นิทรรศการจึงเล่าตัวอย่างในการเตรียมอนาคตให้ผู้สูงอายุเหล่านี้ ทั้งที่พัก อุปกรณ์ กิจกรรม และการทำงานที่เหมาะสม รวมถึงเรื่องที่ว่าหากผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนขึ้นจนแรงงานขาดแคลน เครื่องมือเครื่องจักรจะเข้ามาช่วยเติมเต็มยังไงได้บ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของสิ่งแวดล้อมนั้น นิทรรศการหยิบเรื่องความแล้ง ซึ่งเป็นความท้าทายตลอดกาลของอีสานมาเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรานึกถึงว่าสังคมเกษตรจะอยู่ยังไง ถ้าปลูกผักต้องปลูกแบบไหนถึงจะเหมาะกับภูมิประเทศ หรือเทคโนโลยีแบบไหนที่จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงด้านเกษตรกรรมได้” บอลอธิบาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และท้ายที่สุด ประเด็นวัฒนธรรม บอลเห็นว่าความท้าทายหลักคือจะรักษาวัฒนธรรมให้คงอยู่ได้อย่างไรในโลกโลกาภิวัตน์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95863" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-95862" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/10.1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดที่พวกเขาเล่ามาเป็นเพียงไอเดียส่วนหนึ่งเท่านั้น รวมถึงอนาคตที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนคือการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุดซึ่งเกิดจากคนอีสาน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เอง ดังเช่นชาวบ้านที่พาผีตาโขนวิวัฒน์มาถึงปัจจุบัน ชาวบุรีรัมย์เจ้าของ B-STAY และลูกอีสานคนอื่นๆ ที่กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บ้านตัวเองอย่างแข็งขัน ทั้งหมดรวมกันคล้ายจะบอกว่า LOOK ISAN NOW จงมองมาที่ลูกอีสานในวันนี้ พวกเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</span></p>
<hr />
<p>นิทรรศการ LOOK ISAN N<span class="text_exposed_show">OW จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม &#8211; 26 กรกฎาคม 2563 ณ TCDC ขอนแก่น (ปิดทำการตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม &#8211; 30 เมษายน 2563 ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19) ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://web.tcdc.or.th/th">tcdc.or.th</a> หรือเพจ <a href="https://www.facebook.com/TCDCKhonKaen/" target="_blank" rel="noopener">TCDC Khon Kaen</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/look-isan-now-tcdc/">เบิ่งความเปลี่ยนแปลงของลูกอีสาน ณ​ บัดนาว ใน LOOK ISAN NOW นิทรรศการเปิดตัว TCDC ขอนแก่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TIGER CITY นิทรรศการ data visualisation ที่บอกว่าแม้แต่คนเมืองก็อนุรักษ์ห้วยขาแข้งได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tiger-city-exhibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2020 18:33:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[พัด พัชร ลัดดาพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ ปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช]]></category>
		<category><![CDATA[data visualisation]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าห้วยขาแข้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[เสือ]]></category>
		<category><![CDATA[TIGER CITY]]></category>
		<category><![CDATA[STUDIO 150]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=93007</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณรู้จักเสือแค่ไหน? นอกจากเสือเป็นนักล่าและเป็นสัตว์ป่าที่มีความสำคัญอยู่มาก เราสมควรยิ่งที่จะอนุรักษ์ไว้ พัด–พัชร ลัดดาพันธ์ และ เป้–ปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งกราฟิกสตูดิโอ STUDIO 150 ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเดิมทีพวกเขาไม่รู้อะไรลึกซึ้งไปกว่าข้อมูลข้างต้น แถมยังจับต้นชนปลายได้ไม่ชัดว่าที่ว่าเสือเป็นสัตว์ ‘สำคัญ’ นั้นสำคัญยังไง แต่เมื่อสองนักออกแบบข้อมูล (information designer) ผู้ถนัดนักในการแปลงข้อมูลเป็นกราฟิกตัดสินใจทำงานออกแบบเพื่อสื่อสารเรื่องราวจากป่าให้กับคนเมืองในโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตกหรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘โครงการเสือ’ ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ความเข้าใจอย่างแท้จริงจึงจำเป็น คนเมืองเกี่ยวกับป่าและเสือยังไง? คำถามนี้ถูกทดไว้ในใจก่อนที่พวกเขาค่อยๆ เก็บจิ๊กซอว์แต่ละชิ้น ทั้งเรื่องเสือ ป่า ชุมชน และคนทำงานมาประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งจากทางตรงที่ได้ไปเยือนป่าและทางอ้อมจากการศึกษาผ่านงานวิจัยและพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องแล้วใช้ความถนัดตัวเองถ่ายทอดออกมาเป็น TIGER CITY นิทรรศการ data visualisation เล่าความสำคัญของเสือและป่าห้วยขาแข้งที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2020 ถึงดีไซน์วีคจะจบลงไปแต่นิทรรศการยังไม่จบ สองดีไซเนอร์ตั้งใจแต่ต้นที่จะออกแบบงานนี้ให้เป็น touring exhibition เพื่อให้หมุนเวียนนำไปจัดแสดงได้อีกหลายที่ เข้าถึงคนได้อีกหลายคน วันนี้ TIGER CITY กลับมาเผยโฉมอีกครั้งใน Creative Economy Agency [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tiger-city-exhibition/">TIGER CITY นิทรรศการ data visualisation ที่บอกว่าแม้แต่คนเมืองก็อนุรักษ์ห้วยขาแข้งได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">คุณรู้จักเสือแค่ไหน?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเสือเป็นนักล่าและเป็นสัตว์ป่าที่มีความสำคัญอยู่มาก เราสมควรยิ่งที่จะอนุรักษ์ไว้</span></p>
<p><b>พัด–พัชร ลัดดาพันธ์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>เป้–ปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช</b><span style="font-weight: 400;"> ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งกราฟิกสตูดิโอ STUDIO 150 ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเดิมทีพวกเขาไม่รู้อะไรลึกซึ้งไปกว่าข้อมูลข้างต้น แถมยังจับต้นชนปลายได้ไม่ชัดว่าที่ว่าเสือเป็นสัตว์ ‘สำคัญ’ นั้นสำคัญยังไง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-93062 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อสองนักออกแบบข้อมูล (information designer) ผู้ถนัดนักในการแปลงข้อมูลเป็นกราฟิกตัดสินใจทำงานออกแบบเพื่อสื่อสารเรื่องราวจากป่าให้กับคนเมืองใน</span><span style="font-weight: 400;">โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตกหรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘โครงการเสือ’</span><span style="font-weight: 400;"> ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ความเข้าใจอย่างแท้จริงจึงจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเมืองเกี่ยวกับป่าและเสือยังไง? คำถามนี้ถูกทดไว้ในใจก่อนที่พวกเขาค่อยๆ เก็บจิ๊กซอว์แต่ละชิ้น ทั้งเรื่องเสือ ป่า ชุมชน และคนทำงานมาประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งจากทางตรงที่ได้ไปเยือนป่าและทางอ้อมจากการศึกษาผ่านงานวิจัยและพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องแล้วใช้ความถนัดตัวเองถ่ายทอดออกมาเป็น </span><b>TIGER CITY</b><span style="font-weight: 400;"> นิทรรศการ data visualisation เล่าความสำคัญของเสือและป่าห้วยขาแข้งที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2020</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93063" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4474_low-res-e1584467075257.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-93064 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4436_low-res-e1584467110958.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงดีไซน์วีคจะจบลงไปแต่นิทรรศการยังไม่จบ สองดีไซเนอร์ตั้งใจแต่ต้นที่จะออกแบบงานนี้ให้เป็น touring exhibition เพื่อให้หมุนเวียนนำไปจัดแสดงได้อีกหลายที่ เข้าถึงคนได้อีกหลายคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ TIGER CITY กลับมาเผยโฉมอีกครั้งใน Creative Economy Agency (CEA) ย่านบางรัก และจะจัดแสดงยาวจนถึงวันที่ 24 พฤษภาคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรกเริ่มเราตั้งใจจะคุยกับเป้และพัดถึงวิธีคิดงานนิทรรศการ แต่ทั้งสองอาสาพาเราเข้าป่าก่อนเข้าเรื่องการออกแบบงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อไปนี้คือเรื่องราวจากผืนป่าสู่นิทรรศการกลางเมือง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93065" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A5529_low-res-e1584467175886.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เข้าป่าเพื่อเข้าใจ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นขอบฟ้าที่ตัดกับป่าโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ อยู่ในเฟรมเป็นภาพประทับใจที่พัดและเป้ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิวที่เห็นบนจุดชมวิวบนเขานางรำเป็นต้นไม้ เป็นป่าเขา แล้วก็ท้องฟ้าเลย มันไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ นี่มันป่าจริงๆ” พัดเล่าราวกับยังจำภาพนั้นได้ชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่อุทยานแห่งชาติเปิดให้คนเข้าไปท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติได้ ห้วยขาแข้งมีสถานะต่างออกไป เพราะที่นี่มีสถานะเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่มีเพียงนักวิจัยและเจ้าหน้าที่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไป การทำงานชิ้นนี้จึงเป็นโอกาสหายากที่ทำให้เป้ พัด และทีมได้ตาม ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ นักวิจัยที่คลุกคลีกับเรื่องเสือมากว่า 30 ปี เข้าไปที่ศูนย์วิจัยสัตว์ป่าเขานางรำเพื่อดูว่าแต่ละวันคนที่ทำงานในป่าทำอะไรกันบ้าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93066" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากไปหาอินไซต์ของคนทำงานเพราะมันน่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเอามาพูด ส่วนเรื่องเสือสำคัญ ป่าสำคัญ เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว แต่แง่มุมอื่นๆ คนในพื้นที่เป็นคนที่สามารถมอบให้เราได้” นี่คือความคาดหวังที่เป้แบกเข้าไปในป่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อลงพื้นที่ ชาว STUDIO 150 ถึงได้รู้ว่าภารกิจของทีมวิจัยสัตว์ป่ามีอยู่ 2 อย่าง คือศึกษาเสือกับวงจรชีวิตสัตว์ป่า ในแต่ละวันเจ้าหน้าที่แต่ละคนจะได้รับมอบหมายงานทั้งเก็บรอยเท้า เก็บขี้สัตว์ ไปจนถึงเก็บภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลวดลายของเสือเหมือนรอยนิ้วมือของมนุษย์ที่จะแตกต่างกันไปในแต่ละตัว ทีมงานต้องถ่ายและบันทึกลวดลายเหล่านี้ในฐานข้อมูล นอกจากนี้ยังมีวิธีติดปลอกคอที่เชื่อมต่อกับดาวเทียมเพื่อศึกษาการใช้ชีวิตของเสืออีกด้วย หากเสือวนอยู่ในพื้นที่เดิมเป็นเวลาหลายวัน ทีมสำรวจก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามเพื่อดูขี้ ร่องรอย และกิจกรรม เช่น เสืออาจรอล่าเหยื่อหรือกำลังคลอดลูกอยู่ก็เป็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเสือเพียง 16 ตัวที่ติดอุปกรณ์เรียบร้อย เนื่องจากการติดตั้งใช้กระบวนการมาก เริ่มจากกว่าจะเจอเสือก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การติดปลอกคอเสือยากยิ่งกว่า แถมอุปกรณ์ที่ใช้ยังมีราคาสูงเพราะยังไม่มีอุปกรณ์ที่ผลิตจากในประเทศ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93070" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-10.37.36-PM-e1584468267502.png" alt="" width="675" height="377" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93071" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-9.05.36-PM-e1584468274784.png" alt="" width="675" height="378" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93072" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-9.09.33-PM-e1584468282377.png" alt="" width="675" height="379" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้และพัดเล่าต่อว่าการมีข้อมูลเสือแต่ละตัวนั้นสำคัญมาก ยิ่งมีข้อมูลมากก็ยิ่งดี เพราะเสือคือสัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนสุดในห่วงโซ่อาหาร ที่ใดมีเสือ แปลว่าที่นั่นมีสัตว์กีบที่เป็นอาหารมากพอ และเช่นกันสัตว์ทั้งหมดในห่วงโซ่อาหารก็ต้องสมบูรณ์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งกว่านั้น เสือเป็นสัตว์ที่ใช้อาณาบริเวณมาก ป่าใดมีเสืออยู่เท่ากับว่าป่าแห่งนั้นสมบูรณ์ นักอนุรักษ์จึงยกให้เสือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่า เช่น หากเสือที่มีลายตามบันทึกไปปรากฏที่บริเวณใดก็อาจเป็นไปได้ว่าป่าสมบูรณ์ขึ้นจนเสือแต่ละตัวมีอาณาบริเวณเป็นของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าซูมเจาะไปที่ป่าห้วยขาแข้ง เราจะพบว่าป่าแห่งนี้คือป่าที่มีเสือโคร่งอินโดจีนอยู่กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่มีในธรรมชาติและเสือพันธ์ุนี้เหลือเพียงแต่ที่ไทยเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเสือเป็นตัวชี้วัดธรรมชาติมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้เหมือนกัน สิ่งที่เราทำที่นี่มันกระทบถึงป่าและการที่ป่าเปลี่ยนแปลงมันกระทบถึงเราแน่นอนอยู่แล้ว มันคือเรื่องเดียวกัน แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง” เป้เล่า </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93074" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-10.21.05-PM-e1584468622638.png" alt="" width="675" height="373" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ลาดตระเวน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีมลาดตระเวนออกทำงานกันทุกค่ำคืนเพื่อดูว่ามีใครบุกรุกป่าหรือไม่ มีอะไรผิดปกติท่ามกลางความมืดมิดหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเป็นเมื่อก่อนการเดินลาดตระเวนอาจไม่ได้มีแบบแผนที่ชัดเจนมาก บางครั้งเจ้าหน้าที่แต่ละคนก็เดินซ้ำจุดกัน แต่ปัจจุบันการเดินลาดตระเวนมีระบบแบบแผนตั้งแต่การจัดแถว การเดิน การยืน และหน้าที่ที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละบุคคล เช่น ใครเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย ใครต้องวัดร่องรอยต่างๆ ใครต้องจดข้อมูล </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93075" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-10.37.06-PM-e1584468741328.png" alt="" width="675" height="378" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93077" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/Screen-Shot-2019-12-09-at-9.25.33-PM-e1584468848470.png" alt="" width="675" height="376" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อทุกอย่างเป็นระบบประกอบกับการใช้กล้องจับความเคลื่อนไหวต่างๆ ทำให้ควบคุมการคุกคามป่าได้ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ดีขึ้น” เป้เล่า “ถ้าเราไม่ได้มาเห็นที่นี่เราก็จะไม่รู้ว่าป่ายิ่งใหญ่แค่ไหน เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันแบบไหนเพื่ออนุรักษ์สิ่งเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอมาที่ป่า เราเห็นความเชื่อมโยงของระบบนิเวศทั้งหมด เราเห็นแล้วว่าที่นี่ผลิตออกซิเจนให้เราหายใจ น้ำส่วนหนึ่งที่เราใช้ในกรุงเทพฯ ก็มาจากป่าผืนนี้ ถ้าป่าผืนนี้หายไปกรุงเทพฯ ประสบปัญหาแน่นอน” พัดย้ำ</span></p>
<p><a href="TIGER CITY"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93078" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-8.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-8.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-8-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เขียนเสือให้เป็นนิทรรศการ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้สัมผัสป่าและเห็นความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ พัดและเป้ตัดสินใจถ่ายทอดงานออกมาในรูปแบบนิทรรศการ เพราะนิทรรศการใช้สื่อที่หลากหลายมาประกอบได้ แถมยังเหมาะกับการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนพูดคุย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ​ พวกเขาออกแบบมู้ดแอนด์โทนไปจนถึงคีย์วิชวลจากการลงพื้นที่ป่าทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเข้าไปในป่าแล้วเราเห็นความธรรมชาติ ความไม่ปรุงแต่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมนิทรรศการเสือถึงเป็นสีขาว-ดำ ไม่ต้องสีส้ม หรืออย่างคีย์วิชวลที่เป็นพิกเซล ดูเป็นดิจิทัลไม่น่าเกี่ยวกับเสือก็เหมือนกัน” พัดเล่าถึงที่มาที่ไปว่าพิกเซลนั้นถอดแบบมาจากการเดินลาดตระเวนที่ทีมจะแบ่งป่าเป็นตารางกริดเพื่อให้การทำงานถูกจุดและทั่วถึง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93079" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4315_low-res-edit-1-e1584469153530.jpg" alt="" width="450" height="675" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การทำงานของเขาเหมือนเปิดพิกเซลทีละแผ่น มันคือความรู้และวิธีการที่สอดคล้องกับภาษาของนักออกแบบเลยเอามาทำเป็นคีย์วิชวลที่นักอนุรักษ์เห็นแล้วรู้ทันทีว่ามันคืออะไร” เป้อธิบายเพิ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพป่าเขียวตัดกับเส้นขอบฟ้าที่ต้องเข้าไปในป่าลึกกว่า 30 กิโลเมตรจึงจะได้พบคือภาพประทับใจของทั้งสองที่ถูกเลือกเป็นฉากเปิดนิทรรศการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มเล่าว่าห้วยขาแข้งเป็นธนาคารพันธุกรรมของโลก พื้นที่ตรงนี้คิดเป็น 1 ใน 1,000 ของพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด แต่เป็น 1 ใน 1,000 ที่บรรจุความหลากหลายทางพันธุกรรมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ประเด็นเหล่านี้ทำให้คนเห็นว่าทำไมเราต้องรู้เรื่องนี้” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93080" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4310_low-res-e1584469321609.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93082" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4518_low-res-e1584469416889.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้ขยายความว่าพื้นที่ส่วนนี้สร้างความหลากหลายของสปีชีส์ได้เพราะเป็นจุดตัดของหลายภูมิประเทศ ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำ ข้อเท็จจริง (fact) เหล่านี้ถูกนำมาเล่าแบบใช้ข้อมูลเป็นหลัก (information-based) ก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ นิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก 2 ส่วนเป็นเรื่องการอนุรักษ์จากฝั่งวิจัยสัตว์และจากหน่วยพิทักษ์ และอีกส่วนหนึ่งคือฝั่งชุมชนรอบๆ ป่า ที่ทาง UNDP ได้ชวนทำโมเดลพื้นที่กันชน ปรับพื้นที่รอบป่าให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้นิเวศสัตว์ป่าโดยมีคนในชุมชนมาช่วยแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าแก่ผู้มาเยือน และได้ร่วมทดลองแนวคิดชุมชนที่เป็นมิตรกับสัตว์ป่าโดยมีหลักการใหญ่ๆ คือขยับพื้นที่เพาะปลูกให้ห่างป่าเพื่อลดความเสี่ยงที่สัตว์ป่าจะมาทำลายผลผลิตของชาวบ้าน และเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสานไร้สารเคมีที่ทำให้ได้ผลผลิตหลากหลาย ผู้ปลูกได้รายได้บ่อยขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ภาพรวมทั้งหมดคือการอยู่ร่วมกัน เราทำให้เห็นว่าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองในการทำให้เกิด coexistence ที่สมบูรณ์ นักอนุรักษ์ นักวิจัยอยู่ในป่า และมีคนทำงานกับชุมชนรอบๆ ป่า หรืออย่างเราที่เป็นดีไซเนอร์เข้ามามีบทบาทช่วยสื่อสารให้ตรงนี้สมบูรณ์” พัดบอก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93083" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/data-visual-ห้วยขาแข้ง-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของฝั่งอนุรักษ์ทั้งบทบาทและชีวิตในทุกยูนิตถูกบอกเล่าผ่านสารคดีความยาว 30 นาทีที่กำกับโดย เบล–</span><span style="font-weight: 400;">นวลขนิษฐ์ พรหมจรรยา ผู้กำกับที่ STUDIO 150 ชักชวนมาร่วมเข้าป่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่นี้ ยังมีเครื่องมือต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายใช้ในการทำงานที่นักออกแบบทั้งสองคิดมาแล้วว่าไม่ได้แค่อยากแสดงให้เห็นว่ามีอะไรบ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ของเหล่านั้นมันมีแก่นบางอย่างทำให้เห็นชีวิตที่ไม่ปรุงแต่ง อยู่ในป่า ทุกอย่างต้องใช้งานได้จริง ของที่เลือกใส่ในเป้ต้องคิดมาแล้วว่าจะได้ใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่พวกเรานำข้อมูลตรงนี้มาเล่า เราหวังว่าอาจจะมีนักออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือใครก็ตามที่มาเห็นอุปกรณ์ต่างๆ แล้วอาจจะจุดประกายเป็นพื้นที่ปลายเปิดว่าความเชี่ยวชาญของคุณจะมีส่วนร่วมกับงานอนุรักษ์ตรงนี้ได้อย่างไร” เป้ยกตัวอย่างปลอกคอเสือที่หากมีผู้ที่มีความถนัดทางด้านออกแบบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีมาช่วยผลิตได้ก็จะเป็นประโยชน์มาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93084" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res.jpg" alt="" width="1500" height="1000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res.jpg 1500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4352_low-res-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93087" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4365_low-res-e1584469647236.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93088" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A4392_low-res-e1584469634780.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เข้าใจเสือ เข้าใจป่า เข้าใจงานแล้ว พัดกับเป้เลือกทิ้งคำถามไว้ผ่าน data visualisation ที่ชวนคนถอยกลับมามองภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนโลกในรอบทศวรรษที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรารู้ว่าความสมดุลของสิ่งแวดล้อมกำลังพัง ภัยธรรมชาติที่เคยเกิดมันรุนแรงขึ้น ถี่ขึ้น ก่อนนี้เราเคยมีพายุความแรงสุดที่ระดับ 5 แต่ปีที่แล้วมีพายุระดับ 5.5 ส่วนระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปัจจุบันอยู่ที่สี่ร้อยกว่า ppm ก็เหมือนเป็น the last u-turn แล้ว ถ้ามันเกิน 500 ppm เราจะทำอะไรไม่ได้แล้ว มันจะพังโดยสมบูรณ์ มันเป็นคำถามว่าคุณจะอยู่กับมันแบบพังๆ เหรอ หรือจริงๆ ยังมีโอกาสฟื้นฟูให้มันดีขึ้นมา” เป้ฝากคำถามไว้ในความเงียบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากสร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเรื่องความสำคัญและความสัมพันธ์ของป่าและคน ทั้งสองยังมีอีกความตั้งใจในการทำนิทรรศการนี้ นั่นคือการทำให้คนที่มาดูอยากมีส่วนร่วมกับการอนุรักษ์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-93089" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/03/3W2A5372_low-res-e1584469812618.jpg" alt="TIGER CITY" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำให้ดูแล้วว่าการอนุรักษ์เป็นเรื่องของทุกคน เห็นมั้ยว่าดีไซเนอร์ก็มีส่วนร่วมได้ อีกอย่างคือเราเอาข้อมูลมากางให้ดูว่าการอนุรักษ์มีอะไรบ้างและคุณจะทำอะไรได้บ้าง ถ้าถนัดเรื่องไหนก็ทำเลย” พัดว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในสายตาของนักวิจัยและคนทำงานในป่า งานนี้อาจไม่มีข้อมูลอะไรแปลกใหม่ แต่ในวันเปิดนิทรรศการ เสียงตอบรับจากหลายคนอาจช่วยพิสูจน์แล้วว่าเรื่อง ‘ธรรมดาๆ’ แบบนี้อาจมีคนเมืองไม่น้อยที่ไม่เคยรู้เรื่องเหล่านี้มาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากอยากเข้าใจความสัมพันธ์ของคน-ป่า-เสือให้ชัดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออยากเห็นว่ามีอะไรส่วนไหนที่คุณจะเข้าไปเติมเพื่ออนุรักษ์ป่า อนุรักษ์เสือ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่คุณใช้มันอยู่ได้บ้าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมืองเสือรอคุณอยู่</span></p>
<hr />
<p>นิทรรศการ TIGER CITY จัดแสดงครั้งแรกในเทศกาล Bangkok Design Week วันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ 2563 ต่อมาจัดแสดงที่ TCDC อาคารไปรษณีย์กลาง บางรักตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม &#8211; 24 พฤษภาคม 2563 และมีแผนจะนำไปจัดแสดงทั่วประเทศต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tiger-city-exhibition/">TIGER CITY นิทรรศการ data visualisation ที่บอกว่าแม้แต่คนเมืองก็อนุรักษ์ห้วยขาแข้งได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่าเรือแบบไหนถึงจะเข้าท่า? หาคำตอบกับ MAYDAY! ใน Bangkok Design Week 2020</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mayday-boat-pier/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Feb 2020 18:58:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โก้–สรชัช พนมชัยสว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าเรือข้ามฟาก]]></category>
		<category><![CDATA[เรือด่วนเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[เรือข้ามฟาก]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[สถานี (เรือ) ดำเนินสำดวก]]></category>
		<category><![CDATA[เมล์เดย์]]></category>
		<category><![CDATA[สี่พระยา]]></category>
		<category><![CDATA[mayday]]></category>
		<category><![CDATA[คลองสาน]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Design Week 2020]]></category>
		<category><![CDATA[วิช–กรวิชญ์ ขวัญอารีย์]]></category>
		<category><![CDATA[เนติ์–ณัฐชัย หนูเกื้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=88980</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหมเวลาจะไปขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาแต่ดันไปผิดโป๊ะจนเรือที่ตั้งใจจะขึ้นผ่านไปต่อหน้าต่อตา? เคยไหมที่ไม่รู้ว่าต้องขึ้นเรือลำไหนถึงจะพาคุณไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการ? หรือเคยไหมพอจะเดินไปท่าเรือกลับไม่เข้าท่าเพราะซอยก็ลึก ทางก็เล็ก จนไปไม่ถูก? หากคุณเป็นนักนั่งเรือขาจรคงคุ้นเคยกับประสบการณ์เหล่านี้บ้าง ส่วนนักนั่งเรือขาประจำอาจปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เป็นมือโปร หากคุณออกนอกเส้นทางที่คุ้นเคยเมื่อไหร่ละก็ ความหลงและความงงก็อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเช่นกัน หลายคนอาจรู้จัก MAYDAY! ในฐานะกลุ่มคนที่อยากทำให้ระบบขนส่งสาธารณะใช้งานง่ายขึ้น โดยได้ร่วมกับ กทม.พัฒนาป้ายรถเมล์บอกข้อมูลสายรถอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายมาแล้ว คราวนี้พวกเขาเห็นว่าเรือเป็นขนส่งมวลชนที่มีศักยภาพสูง เพราะขนส่งคนได้คราวละจำนวนมาก ทำเวลาได้ดี ไม่มีไฟแดง ทั้งยังมีราคาที่จับต้องได้ ส่วนเรือข้ามฟากก็ทำหน้าที่เชื่อมการเดินทางระหว่างสองฝั่งกรุงเทพฯ​ ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็นแผ่นดินเดียวกัน ดังนั้นหากพัฒนาเรือให้ใช้งานง่ายขึ้นและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ได้สะดวกมากขึ้น คนก็อาจจะหันมาใช้เรือในการเดินทางมากขึ้น ไอเดียนี้ทำให้ทีม MAYDAY! หันมาหยิบจับงานพัฒนาท่าเรือเป็นครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2020 ระหว่างวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์นี้ โดยทดลองพัฒนาท่าเรือข้ามฟากสี่พระยา-คลองสานเป็นที่แรก ท่าเรือฉบับทดลองนี้จะเปลี่ยนโฉมไปจากท่าเรือออริจินอลแค่ไหน เบื้องหลังกระบวนการออกแบบเป็นยังไง และพวกเขาตั้งใจจะช่วยผู้ใช้เรือยังไงบ้าง เราไม่รอท่า มุ่งหน้าไปคุยกับ วิช–กรวิชญ์ ขวัญอารีย์, เนติ์–ณัฐชัย หนูเกื้อ และ โก้–สรชัช พนมชัยสว่าง สามตัวแทนจาก MAYDAY!​ เพื่อหาคำตอบ &#160; สอบถามท่า ในขั้นแรกชาว MAYDAY! [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mayday-boat-pier/">ท่าเรือแบบไหนถึงจะเข้าท่า? หาคำตอบกับ MAYDAY! ใน Bangkok Design Week 2020</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมเวลาจะไปขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาแต่ดันไปผิดโป๊ะจนเรือที่ตั้งใจจะขึ้นผ่านไปต่อหน้าต่อตา?</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยไหมที่ไม่รู้ว่าต้องขึ้นเรือลำไหนถึงจะพาคุณไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการ?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือเคยไหมพอจะเดินไปท่าเรือกลับไม่เข้าท่าเพราะซอยก็ลึก ทางก็เล็ก จนไปไม่ถูก?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเป็นนักนั่งเรือขาจรคงคุ้นเคยกับประสบการณ์เหล่านี้บ้าง ส่วนนักนั่งเรือขาประจำอาจปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้เป็นมือโปร หากคุณออกนอกเส้นทางที่คุ้นเคยเมื่อไหร่ละก็ ความหลงและความงงก็อาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89001 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-15.jpg" alt="mayday" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจรู้จัก MAYDAY! ในฐานะกลุ่มคนที่อยากทำให้ระบบขนส่งสาธารณะใช้งานง่ายขึ้น โดยได้ร่วมกับ กทม.พัฒนา<a href="https://adaymagazine.com/how-to-change-transortation-signs/" target="_blank" rel="noopener">ป้ายรถเมล์</a>บอกข้อมูลสายรถอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายมาแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คราวนี้พวกเขาเห็นว่าเรือเป็นขนส่งมวลชนที่มีศักยภาพสูง เพราะขนส่งคนได้คราวละจำนวนมาก ทำเวลาได้ดี ไม่มีไฟแดง ทั้งยังมีราคาที่จับต้องได้ ส่วนเรือข้ามฟากก็ทำหน้าที่เชื่อมการเดินทางระหว่างสองฝั่งกรุงเทพฯ​ ให้ถึงกันได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็นแผ่นดินเดียวกัน ดังนั้นหากพัฒนาเรือให้ใช้งานง่ายขึ้นและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ได้สะดวกมากขึ้น คนก็อาจจะหันมาใช้เรือในการเดินทางมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไอเดียนี้ทำให้ทีม MAYDAY! หันมาหยิบจับงานพัฒนาท่าเรือเป็นครั้งแรกในงาน Bangkok Design Week 2020 ระหว่างวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์นี้ โดยทดลองพัฒนาท่าเรือข้ามฟากสี่พระยา-คลองสานเป็นที่แรก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89002 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่าเรือฉบับทดลองนี้จะเปลี่ยนโฉมไปจากท่าเรือออริจินอลแค่ไหน เบื้องหลังกระบวนการออกแบบเป็นยังไง และพวกเขาตั้งใจจะช่วยผู้ใช้เรือยังไงบ้าง เราไม่รอท่า มุ่งหน้าไปคุยกับ </span><b>วิช–กรวิชญ์ ขวัญอารีย์</b><span style="font-weight: 400;">, </span><b>เนติ์–ณัฐชัย หนูเกื้อ</b><span style="font-weight: 400;"> และ</span><b> โก้–สรชัช พนมชัยสว่าง</b><span style="font-weight: 400;"> สามตัวแทนจาก MAYDAY!​ เพื่อหาคำตอบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>สอบถามท่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขั้นแรกชาว MAYDAY! เล่าว่าพวกเขาคุยกันถึงอุปสรรคในการใช้เรือด่วนที่ต่างคนเคยพบเจอและใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นในการทำแบบฟอร์มสอบถามผู้ใช้เรือ โดยในแบบสอบถามจะมีทั้งคำถามที่เช็กความเข้าใจในการใช้เรือของแต่ละคน รวมถึงเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้สะท้อนปัญหาที่เคยเจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างของธงเรือเจ้าพระยาแต่ละสี ทั้งเรื่องเส้นทาง ราคา และเวลาวิ่ง, ประสบการณ์ในการเดินจากท่าเรือไปสู่ถนน และตำแหน่งของท่าเรือแต่ละประเภท คือตัวอย่างประเด็นที่พวกเขาบรรจุไว้ในแบบสอบถามออนไลน์ และข้อมูลที่ได้นั้นทีมจะนำไปหาแนวทางในการพัฒนาท่าเรือต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89000 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-51.jpg" alt="mayday" width="675" height="428" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-51-300x190.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-51-600x380.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-88999 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-39.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-39-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยกตัวอย่างประเด็นในแบบสอบถามคือ เราแอบสงสัยว่าคนเข้า-ออกท่าเรือยังไง ซึ่งคนส่วนมากตอบว่าเดินตามๆ กันไป ซึ่งเราเห็นว่านี่เป็นปัญหา เช่น ถ้าเกิดเป็นวันที่ท่าเรือไม่มีคนแล้วเราจะเดินตามใคร” วิช ผู้ดูแลภาพรวมของงานชิ้นนี้ เล่าให้ฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อีกปัญหาที่เจอคือหลายๆ ท่าเรืออยู่ห่างจากถนนใหญ่มาก ถ้าลงเรือมาแล้วเจอซอยยาวๆ คนก็อาจจะไม่รู้ว่าต้องเดินต่อทางไหน หรือในแบบสอบถามเรามีคำถามว่าคุณทราบได้ยังไงว่าต้องขึ้นเรือฝั่งไหน คนส่วนมากจะตอบว่าใช้ความทรงจำ ซึ่งความทรงจำก็อาจจะใช้ไม่ได้กับคนที่ไม่ได้ใช้เรือเป็นประจำรึเปล่า”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89014 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-7.jpg" alt="mayday" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลจากการทำแบบสอบถามทำให้พวกเขาตั้งสมมติฐานในใจว่า ‘ข้อมูล’ คือส่วนสำคัญที่ขาดหายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราตั้งสมมติฐานว่าถ้าคนเข้าถึงท่าเรือไม่ได้ก็จะเริ่มต้นใช้เรือไม่ได้ กลับกันถ้าเขาไปถึงท่าเรือได้ถูกท่าก็จะเดินทางได้ ดังนั้นถ้าเราผลักดันให้คนได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เราคิดว่าคนก็น่าจะหันมาใช้เรือมากขึ้น จากนั้นค่อยพัฒนาระบบเรือให้สะดวกสบายรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย” วิชเล่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ออกแบบท่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ผลจากแบบสอบถามออนไลน์ ขั้นต่อไปพวกเขาจัดเวิร์กช็อป ‘สถานี (เรือ) ดำเนินสำดวก’ เพื่อชักชวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรือและท่าเรือ หน่วยงานที่มีท่าเรือตั้งอยู่ เช่น กระทรวงพาณิชย์ และประชาชนทั้งที่เป็นนักขึ้นเรือขาประจำและขาจร มาสุมหัวเพื่อหาหนทางพัฒนาเรือให้เป็นขนส่งมวลชนที่ดีขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนจัดงานโก้รับบทวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามให้เข้าใจง่ายและนำมาเสนอต่อผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป จากนั้นจึงแบ่งเป็นกลุ่มย่อย และให้แต่ละกลุ่มลองหาไอเดียพัฒนาเรือต่อยอดจากข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89015" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/DSC09322-e1580668994192.jpg" alt="" width="675" height="380" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89016 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/DSC09328-e1580669009389.jpg" alt="" width="675" height="380" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กลุ่มที่วิชดูแลมีทั้งเจ้าหน้าที่จากบริษัทที่เกี่ยวข้องและผู้ใช้งาน ผู้ใช้จะเป็นฝ่ายบอกว่าอยากได้อะไรบ้าง ส่วนเจ้าหน้าที่เป็นฝ่ายอธิบายว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ มันจึงเป็นการหาทางออกบนข้อจำกัดระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เราพยายามทำให้ไม่มีข้อจำกัดคือการพัฒนาพื้นที่หรือรูปแบบของท่า เพราะดั้งเดิมแต่ละท่าก็มีรูปแบบที่ต่างกันอยู่แล้ว เราจึงอยากได้ไอเดียสร้างสรรค์ที่หลากหลายที่สุด” วิชเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวิร์กช็อป พวกเขาพบว่าสมมติฐานของพวกเขาที่คิดว่าปัญหาของท่าเรือคือ ‘การให้ข้อมูล’ ตรงกับปัญหาที่หลายกลุ่มระบุ รวมถึงยังได้ประเด็นเพิ่มเติมอย่างเรื่องความปลอดภัยที่คนเห็นว่าเป็นหัวใจหลักของการสัญจรทางเรือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแต่ละกลุ่มได้ประเด็นที่ตนสนใจแก้ แต่ละกลุ่มจะได้รับโมเดลท่าเรือจำลองที่มี 2 โป๊ะ 1 อาคาร ให้แต่ละกลุ่มลองนำไปออกแบบดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89017 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/IMG_20200111_112023-e1580669133819.jpg" alt="mayday" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89018 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/IMG_20200111_154423-e1580669147876.jpg" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากเห็นว่าทุกคนคิดว่าท่าเรือควรมีอะไรบ้าง เช่น บางกลุ่มเลือกทำสติกเกอร์นำทาง บางกลุ่มบอกว่าควรมีการแยกทางเข้า-ออก บางกลุ่มคิดระบบจ่ายเงินแค่ขาเข้า ส่วนขาออกเน้นออกให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ขวางทางสัญจร บางกลุ่มบอกว่าไม่ควรมีข้อมูลอยู่ในท่า แต่ควรอยู่ด้านหน้าที่เป็นพื้นที่โล่ง ไอเดียเหล่านี้เกิดจากการเวิร์กช็อปทั้งสิ้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากไอเดียเรื่องข้อมูล วิชเล่าต่อว่าหลายกลุ่มเลือกจะเน้นประเด็นเรื่องความปลอดภัย เช่น มีไอเดียทางลาดเชื่อมต่อระหว่างตัวเรือและตัวท่า ไปจนถึงไอเดียเรื่องการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล เครื่องมือจัดการเหตุฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงการไม่มีสิ่งกีดขวางทางสัญจรของผู้ใช้เรืออีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>สร้างท่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังได้ไอเดียหลากหลายจากผู้คนหลายหลากแล้วก็เป็นหน้าที่ของ MAYDAY! ในการนำไอเดียเหล่านั้นมาสรุปองค์ประกอบที่ท่าเรือควรมี แล้วออกแบบท่าเรือ ติดตั้ง และทดลองใช้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยข้อจำกัดด้านระยะเวลา ทีมจึงเลือกทำโปรเจกต์นี้ที่ท่าเรือเพียงแห่งเดียวก่อนนั่นคือ ท่าเรือข้ามฟากคลองสาน-สี่พระยา ที่มีคนใช้หนาแน่นและเหมาะพอดิบพอดีกับการเป็นท่าเรือที่คนมาเที่ยวงาน Bangkok Design Week ใช้เดินทางด้วย</span></p>
<p><div id="attachment_89003" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-89003" class="size-full wp-image-89003" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-18.jpg" alt="mayday" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-89003" class="wp-caption-text">ท่าเรือสี่พระยาก่อนติดตั้งผลงานของ MAYDAY!</p></div></p>
<p><div id="attachment_89024" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-89024" class="size-full wp-image-89024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-89024" class="wp-caption-text">ท่าเรือสี่พระยาพร้อมป้ายแบบใหม่</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเลือกติดตั้งงานที่เดียว แต่เพราะงานที่พวกเขาเคยทำล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับรถเมล์ที่คนในทีมรู้ข้อมูลเป็นอย่างดี เมื่อต้องมาพัฒนาเรือทีมก็ถึงกับออกปากว่าเป็นการทำงานที่ซับซ้อนและแปลกใหม่ ทำให้ต้องทำการบ้านมากเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็เป็นไปได้ด้วยดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งหนึ่งที่ทางทีมพัฒนาคือแผนที่ ซึ่งจำเป็นว่าจะต้องมีส่วนประกอบของเรือข้ามฟากและเรือด่วนอยู่ด้วยกัน </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อการนี้โก้รับหน้าที่หาข้อมูลในการทำแผนที่เส้นทางเรือทั้งหมด ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ แต่การหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบันกลับไม่ง่าย เมื่อข้อมูลเรือข้ามฟากหาไม่ง่ายเหมือนเรือด่วน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อมูลท่าเรือข้ามฟากบางส่วนต้องดึงมาจาก open data จากหลายๆ ที่ เช่น เราต้องดูว่าท่าเรือนั้นๆ ยังให้บริการไหมจากสถิติของคนใช้เรือข้ามฟากแต่ละปี” โก้ยกตัวอย่าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89031 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-56.jpg" alt="mayday" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-56-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-56-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89032 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-63.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-63.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-63-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-63-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเนติ์ลงพื้นที่เพื่อสำรวจเส้นทางเรือจริง ดูจำนวนทางเข้า-ออกของท่าเรือ และมองหาจุดติดตั้งป้ายบอกทางเข้าท่าที่เป็นไปได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราลงไปเดินดูว่าจุดไหนคือจุดที่ผู้ใช้เรือต้องเจอบ้าง ถ้ามีจุดไหนที่คนเดินไปถึงแล้วจะงงมันก็ควรมีป้าย หรือทางไหนที่สามารถเดินไปยังท่าเรือได้แต่น่ากลัวเราก็ตัดออกหรือไม่แนะนำ” เนติ์เล่าให้ฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89036 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-71.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-71.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-71-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-71-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89034 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-76.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-76.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-76-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-76-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ใช่ว่าจะเน้นการติดป้ายรัวๆ ให้คนเห็นชัดเข้าใจง่ายเท่านั้น คิดละเอียดถึงขั้นว่าป้ายใหม่จะติดตั้งอยู่ตรงไหน โดยมีไอเดียว่าพวกเขาอยากปักป้ายใหม่ให้น้อยที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราพยายามมองดูว่าเสาแต่ละต้นสามารถติดสิ่งบอกทางได้ไหม ตู้ไหนสามารถแปะสติกเกอร์ได้บ้าง หรือป้ายไหนที่เราใช้ด้านหลังได้บ้าง เพราะการปักป้ายเพิ่มในกรุงเทพฯ ที่ทางเท้าแคบอยู่แล้วอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดี เราเลยดูจากสิ่งที่มีอยู่แล้วก่อน ยกเว้นว่าถ้าไม่มีจุดที่เหมาะสมจริงๆ ก็จำเป็นจะต้องหาทางปักหรือแขวนป้ายเพิ่ม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89029 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89027 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-89028" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิชอธิบายต่อว่าเมื่อเลือกจุดติดตั้งป้ายและสัญลักษณ์ต่างๆ ได้แล้ว พวกเขาจึงหาทางติดต่อกับเจ้าของพื้นที่หรือเจ้าของสิ่งของเหล่านั้นเพื่อขออนุญาตใช้งาน ซึ่งก็มีทั้งหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนโดยมีทาง Creative Economy Agency (CEA) หัวเรืองาน Bangkok Design Week ช่วยประสานบางส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนอกจากจะออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับท่าเรือข้ามฟากคลองสาน-สี่พระยาแล้ว พวกเขายังนำเอาข้อมูลจากเวิร์กช็อป ‘สถานี (เรือ) ดำเนินสะดวก’ มาถอดองค์ประกอบหลักที่ท่าเรือควรมีเก็บไว้ใช้ในอนาคตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราถอดระบบมาว่าในหนึ่งท่าเรือควรมีอะไรบ้าง เช่น ต้องมีป้ายตรงปากซอยเพราะผู้ใช้ต้องเดินเข้าไปในซอยลึก ต้องมีระบบป้ายตรงทางแยก ถ้าซอยลึกมากเมื่อเดินไปสักระยะหนึ่งต้องมีป้ายย้ำเพราะคนอาจเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามาถูกทางไหม และต้องมีป้ายแผนที่ให้ข้อมูล เรากำหนดแพตเทิร์นเหล่านี้ออกมาเพื่อให้สามารถนำไปพัฒนากับท่าเรืออื่นๆ ต่อได้เลย แต่บริบทพื้นที่ รูปแบบ และการออกแบบ อาจแตกต่างกันไป” วิชขยายความ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89035 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-78.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-78.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-78-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ทดสอบให้เข้าท่า</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะนี้ท่าเรือข้ามฟากโฉมใหม่ติดตั้งเสร็จแล้ว ณ ท่าเรือคลองสานและท่าเรือสี่พระยา แต่ท่าเรือนี้ไม่มีทางเสร็จเรียบร้อยหาก MAYDAY! ไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาออกแบบจะได้ผลจริงแท้แค่ไหน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้ทุกคนลองไปใช้ท่าเรือและฟีดแบ็กว่ารู้สึกยังไง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในระบบการบอกทางคือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ถ้าผู้ใช้ไม่บอกเราจะไม่รู้เลยว่ามันดีหรือไม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89037 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-59.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-59.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-59-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw2020-59-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราไม่ได้มั่นใจว่าสิ่งที่ติดตั้งมันดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราคิดออก ซึ่งฟีดแบ็กจากผู้ทดลองใช้จะทำให้มันดีขึ้นได้อีก” วิชบอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันอาจเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนต่อไปด้วยว่า เห็นตัวอย่างท่าเรือแบบนี้เกิดขึ้นแล้วทำไมไม่เกิดขึ้นที่อื่นๆ อีกบ้าง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรานำไปเสนอต่อได้ว่า จากการทดลองทำที่พื้นที่นี้กระแสตอบรับเป็นแบบนี้ แล้วมันอาจนำไปขยายผลต่อได้” เนติ์ทิ้งท้าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89038 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-9.jpg" alt="mayday" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Mayday-bkkdw20-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mayday-boat-pier/">ท่าเรือแบบไหนถึงจะเข้าท่า? หาคำตอบกับ MAYDAY! ใน Bangkok Design Week 2020</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวันที่ชวนรัฐและทุกคนมาแก้ปัญหาสังคมด้วยเทคโนโลยี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/audrey-tang/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรมน สุขประเสริฐ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2019 10:38:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมทางสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Sunflower Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Audrey Tang]]></category>
		<category><![CDATA[ออเดรย์ ถัง]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโลโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80336</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีที่เข้าถึงได้ คือความประทับใจแรกที่เรามีต่อ Audrey Tang รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลคนแรกและคนปัจจุบันของไต้หวัน&#160; การเข้าถึงได้ที่ว่านี้คือเธอแบ่งหนึ่งวันในสัปดาห์ให้ใครก็ตามเข้ามาพูดคุยปรึกษาหรือต่อยอดไอเดียของตัวเองกับรัฐมนตรีผู้เปี่ยมประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แฮกเกอร์ตัวเป็นๆ ในประเด็นที่เกี่ยวกับนวัตกรรมทางสังคม (social innovation) ซึ่งคือการสร้างสรรค์หรือหยิบนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อหาทางออกให้กับประเด็นทางสังคมต่างๆ นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะออเดรย์มีส่วนสำคัญในการขยับ ขับเคลื่อน และจุดประกายนวัตกรรมทางสังคมมากมายที่ใช้อยู่ในไต้หวัน เช่น แพลตฟอร์ม vTaiwan ที่เธอเป็นที่ปรึกษานั้นเปิดให้ประชาชนร่วมเสนอกฎหมายและเป็นพื้นที่ถกเถียงต่อยอดระหว่างประชาชน ภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้ง ในเรื่องเกี่ยวกับกฎหรือข้อบังคับที่หาข้อสรุปได้ยาก เป้าหมายของ vTaiwan คือเพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายออกกฎหมายได้ตรงตามสถานการณ์และความต้องการของสังคมจริงๆ โดยที่ผ่านมามันช่วยคลี่คลายปัญหาคลาสสิกแห่งยุคสมัยอย่างเรื่องกฎข้อบังคับของรถรับจ้างอย่างอูเบอร์และทำแท็กซี่ให้ยอมรับข้อตกลงร่วมกันจนสำเร็จมาแล้ว&#160; ในตอนที่ออเดรย์ขึ้นรับตำแหน่งรัฐมนตรี เธอประกาศชัดเจนว่าหน้าที่ของเธอไม่ใช่การเป็นรัฐมนตรีให้คนเพียงบางกลุ่ม เธอไม่ได้มาช่วยกระจายโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ แต่เธอจะเป็นช่องทางในการผนวกสติปัญญากับความแข็งแกร่งเข้าด้วยกัน เดือนก่อน เรามีโอกาสได้พบออเดรย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนเวทีการประชุมเรื่อง Social Innovation and Civic Participation ที่พูดถึงนวัตกรรมทางสังคมและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ออเดรย์ทำอยู่ ก่อนเริ่มเข้าสู่เนื้อหาบนเวที เธอรีบออกตัวว่าเธอไม่ได้มาเลกเชอร์พร้อมฉายคิวอาร์โค้ดที่พาให้ผู้เข้าร่วมสแกนเข้าไปใน Slido แพลตฟอร์มที่ให้โพสต์คำถามหรือโหวตสนับสนุนคำถามที่คนอื่นสงสัย เธออธิบายว่าสิ่งที่เธอจะนำเสนอบนเวทีส่วนใหญ่มาจากคำถามที่คนอยากรู้มากที่สุด และเมื่อถึงเวลาที่เธอให้สัมภาษณ์กับเรา เธอไม่ได้ปล่อยให้เราอัดเสียงเพียงลำพัง ปุ่ม record ของเธอทำงานไปพร้อมๆ กับเครื่องอัดของเรา สองสิ่งนี้สะท้อนเรื่องการมีส่วนร่วม และความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอให้ความสำคัญเป็นอย่างดี และต่อไปนี้คือแนวคิดในการทำงานของออเดรย์และการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคมของไต้หวันที่เราอยากชวนคุณมาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/audrey-tang/">Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวันที่ชวนรัฐและทุกคนมาแก้ปัญหาสังคมด้วยเทคโนโลยี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">รัฐมนตรีที่เข้าถึงได้ คือความประทับใจแรกที่เรามีต่อ Audrey Tang รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลคนแรกและคนปัจจุบันของไต้หวัน&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเข้าถึงได้ที่ว่านี้คือเธอแบ่งหนึ่งวันในสัปดาห์ให้ใครก็ตามเข้ามาพูดคุยปรึกษาหรือต่อยอดไอเดียของตัวเองกับรัฐมนตรีผู้เปี่ยมประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แฮกเกอร์ตัวเป็นๆ ในประเด็นที่เกี่ยวกับนวัตกรรมทางสังคม (social innovation) ซึ่งคือการสร้างสรรค์หรือหยิบนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อหาทางออกให้กับประเด็นทางสังคมต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80346 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-9.jpg" alt="Audrey Tang" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะออเดรย์มีส่วนสำคัญในการขยับ ขับเคลื่อน และจุดประกายนวัตกรรมทางสังคมมากมายที่ใช้อยู่ในไต้หวัน เช่น แพลตฟอร์ม <a href="https://info.vtaiwan.tw/" target="_blank" rel="noopener">vTaiwan</a> ที่เธอเป็นที่ปรึกษานั้นเปิดให้ประชาชนร่วมเสนอกฎหมายและเป็นพื้นที่ถกเถียงต่อยอดระหว่างประชาชน ภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้ง ในเรื่องเกี่ยวกับกฎหรือข้อบังคับที่หาข้อสรุปได้ยาก เป้าหมายของ vTaiwan คือเพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายออกกฎหมายได้ตรงตามสถานการณ์และความต้องการของสังคมจริงๆ โดยที่ผ่านมามันช่วยคลี่คลายปัญหาคลาสสิกแห่งยุคสมัยอย่างเรื่องกฎข้อบังคับของรถรับจ้างอย่างอูเบอร์และทำแท็กซี่ให้ยอมรับข้อตกลงร่วมกันจนสำเร็จมาแล้ว&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในตอนที่ออเดรย์ขึ้นรับตำแหน่งรัฐมนตรี เธอประกาศชัดเจนว่าหน้าที่ของเธอไม่ใช่การเป็นรัฐมนตรีให้คนเพียงบางกลุ่ม เธอไม่ได้มาช่วยกระจายโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ แต่เธอจะเป็นช่องทางในการผนวกสติปัญญากับความแข็งแกร่งเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80348 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-19.jpg" alt="Audrey Tang" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนก่อน เรามีโอกาสได้พบออเดรย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนเวทีการประชุมเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">Social Innovation and Civic Participation ที่พูดถึงนวัตกรรมทางสังคมและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งที่ออเดรย์ทำอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนเริ่มเข้าสู่เนื้อหาบนเวที เธอรีบออกตัวว่าเธอไม่ได้มาเลกเชอร์พร้อมฉายคิวอาร์โค้ดที่พาให้ผู้เข้าร่วมสแกนเข้าไปใน Slido แพลตฟอร์มที่ให้โพสต์คำถามหรือโหวตสนับสนุนคำถามที่คนอื่นสงสัย เธออธิบายว่าสิ่งที่เธอจะนำเสนอบนเวทีส่วนใหญ่มาจากคำถามที่คนอยากรู้มากที่สุด และเมื่อถึงเวลาที่เธอให้สัมภาษณ์กับเรา เธอไม่ได้ปล่อยให้เราอัดเสียงเพียงลำพัง ปุ่ม record ของเธอทำงานไปพร้อมๆ กับเครื่องอัดของเรา สองสิ่งนี้สะท้อนเรื่องการมีส่วนร่วม และความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอให้ความสำคัญเป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และต่อไปนี้คือแนวคิดในการทำงานของออเดรย์และการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางสังคมของไต้หวันที่เราอยากชวนคุณมาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80355 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-14.jpg" alt="Audrey Tang" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>จุดประกาย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปีที่แล้ว ไต้หวันเริ่มจัด Presidential Hackathon หรืองานของภาครัฐที่ดึงดูดให้นักสร้างสรรค์ โปรแกรมเมอร์ และผู้ที่สนใจ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงคนทั่วไปทั้งที่สนใจและมีความถนัดเฉพาะทางมาเข้าร่วมสร้างนวัตกรรมที่แก้ปัญหาที่มีอยู่จริงในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่แฮ็กกาตอนส่วนใหญ่ใช้เวลา 2-3 วันในการแข่งขัน แต่แฮ็กกาตอนโดยภาครัฐครั้งนั้นกินระยะเวลายาวนานถึง 3 เดือน เพราะเป้าหมายของการจัดงานนี้คือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสาธารณะและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนผ่านนวัตกรรมทางสังคมที่มีส่วนร่วมทั้งจากภาครัฐ ข้าราชการ และภาคประชาชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่ผู้ชนะจะได้รับไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็นคำสัญญาจากประธานาธิบดีที่จะสนับสนุนให้ 5 ทีมผู้ชนะเปลี่ยนไอเดียที่พัฒนามาให้กลายเป็นจริงภายใน 12 เดือนให้ได้ ไม่ว่าด้วยเงินทุนสนับสนุนหรือการแก้ไขปรับเปลี่ยนข้อบังคับ” และการได้เห็นสิ่งที่คิดพัฒนาเป็นจริงได้นี่เองคือจุดแข็งของงานนี้ที่ดึงดูดให้คนมาเข้าร่วม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าช่วงต้นปี 2014 คุณเป็นคนทั่วไปแล้วได้ยินว่ารัฐบาลจะจัดแฮ็กกาตอน ทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ มันไม่มีทางเกิดขึ้นในไต้หวัน” ออเดรย์เล่าย้อนถึงบรรยากาศในไต้หวันเมื่อห้าปีที่แล้วให้เราฟังซึ่งต่างกับความเป็นจริงในทุกวันนี้ที่รัฐและภาคประชาชนร่วมมือกันสร้างนวัตกรรมทางสังคมแก้ไขปัญหาหลายอย่าง เธอบอกว่าตัวกระตุ้นสำคัญให้คนหันมาสนใจเรื่องนี้คือ Sunflower Movement ในปี 2014</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80358 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80357 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Sunflower Movement คือการเคลื่อนไหวของประชาชนไต้หวันที่ลุกฮือออกมาปิดล้อมรัฐสภาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนในการรับข้อตกลงการค้าระหว่างไต้หวันกับจีน​ (Cross-Strait Services Trade Agreement หรือ CSSTA) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดการค้าเสรีระหว่างไต้หวันและจีน โดยฝั่งผู้สนับสนุนข้อตกลงมองว่ามันจะช่วยให้จีนและไต้หวันลงทุนในตลาดของแต่ละฝ่ายได้อย่างเสรีมากขึ้น ส่วนผู้คัดค้านที่ออกมาประท้วงมองว่าความตกลงนี้จะกระทบเศรษฐกิจไต้หวัน เพราะจะเปิดช่องให้จีนบีบเศรษฐกิจไต้หวันจนเกิดความเสียหายร้ายแรงได้</span></p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ออเดรย์เองก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของประชาชน เธอใช้สกิลด้านไอทีที่มีในการติดตั้งระบบถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ ซึ่งเธอเคยอธิบายไว้ว่าการกระทำนั้นไม่ใช่การกระทำที่กระด้างกระเดื่องต่อรัฐ แต่เป็นการกระตุ้นให้ผู้คนพูดคุยแลกเปลี่ยนในเรื่องนี้มากขึ้นเท่านั้น</span></h4>
<h4><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในเหตุการณ์นี้คือการทำเว็บไซต์เชิงข้อมูลให้บริษัทต่างๆ พิมพ์รหัสบริษัทของตัวเองเพื่อดูว่าหากข้อตกลง CSSTA ผ่าน บริษัทนั้นๆ จะได้รับผลกระทบทางไหนบ้าง</span></h4>
<h4><span style="font-weight: 400;">“เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนเห็นว่ามันเป็นไปได้ที่คนจำนวนมากบนถนนกับคนอีกมากมายบนโลกออนไลน์ และเอ็นจีโออีกกว่า 20 แห่งจะทำงานร่วมกัน มันแสดงให้เห็นว่าดิจิทัลทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ยังไง” </span></h4>
<h4><span style="font-weight: 400;">เธอเน้นย้ำด้วยสายตามุ่งมั่น พร้อมเล่าต่อว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นในช่วงปลายปีเดียวกันนั้น ผลปรากฏว่าผู้สมัครทุกคนที่สนับสนุนไอเดีย ‘รัฐเปิด’ (open government) หรือรัฐที่เปิดให้คนเข้าถึงข้อมูลได้นั้นได้รับความนิยมอย่างมากจนนำมาสู่ชัยชนะ ส่วนผู้สมัครที่ไม่เห็นด้วยกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกลับได้รับความพ่ายแพ้ การให้ความสำคัญเรื่องการมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และการเข้าถึงได้เริ่มเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในไต้หวัน</span></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80363 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ห้องทดลองนวัตกรรมทางสังคม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจฟังดูแปลกประหลาด หากจะบอกว่าห้องทำงานของออเดรย์ตั้งอยู่ในตลาดดอกไม้ JianGuo แต่หากได้รู้ว่าห้องทำงานแห่งนี้มีอีกบทบาทเป็นห้องทดลองนวัตกรรมทางสังคมหรือ Social Innovation Lab ที่เปิดรับไอเดียใหม่ๆ จากคนทั่วไป และให้พื้นที่สำหรับการทดลองทำไอเดียเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริง การตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างตลาดดอกไม้ก็เป็นแนวคิดที่เข้าท่าไม่น้อย</span><b><br />
</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเล่าย้อนแนวคิดห้องทดลองนวัตกรรมทางสังคมว่าสัมพันธ์กับสิ่งที่ประธานาธิบดี Tsai Ing-wen เคยกล่าวตอนรับตำแหน่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วว่า “ก่อนนี้ ประชาธิปไตยคือการปะทะกันระหว่างค่านิยมสองแบบ แต่ปัจจุบันประชาธิปไตยต้องกลายเป็นบทสนทนาระหว่างค่านิยมที่หลากหลาย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหมายของประชาธิปไตยในรูปแบบปัจจุบันที่ประธานาธิบดีหมายถึงคือไอเดียของนวัตกรรมทางสังคมและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนนี่เอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ออเดรย์ยกตัวอย่างว่าเดิมที ผู้ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอาจยึดถือต่างคุณค่า โดยรัฐบาลก็ต้องยอมเลือกหรือแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง แต่แนวคิดนวัตกรรมทางสังคมคือการนำเอาคุณค่าที่สองฝั่งมีร่วมกันมาหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม (co-creation)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80359 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-12.jpg" alt="Audrey Tang" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกๆ วันพุธ เธอจะประจำอยู่ที่ห้องทดลองฯ ตั้งแต่สิบโมงเช้ายันสี่ทุ่ม เพื่อสแตนด์บายรอพูดคุยกับใครก็ตามที่มีเรื่องราวหรือข้อเสนอมาปรึกษา โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเดียวคือพวกเขาต้องยินยอมให้โพสต์บทสนทนานั้นใน<a href="https://pdis.nat.gov.tw/en/track/" target="_blank" rel="noopener">ช่องทางออนไลน์</a>ของเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกครั้งฉันจะถอดเทปบทสนทนาและโพสต์ลงในช่องทางออนไลน์ของตัวเอง พอทำแบบนี้ แทนที่บทสนทนาของเราจะจบลงแค่ส่วนตัว ใครๆ ก็สามารถเข้ามาอ่านและอ้างถึงคำตอบหรือบทสนทนาของฉันได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และนำไปพูดคุย ต่อยอดได้เลย เช่นกันกับงานประชุมใดๆ ที่ฉันนั่งเป็นประธานฉันก็จะถอดเทปบทสนทนาและโพสต์ไว้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ฉันทำแบบนี้เพราะไอเดียของฉันคือความโปร่งใสอย่างที่สุด (radical transparency) นั่นหมายความว่ามันจะต้องโปร่งใสตั้งแต่รากฐาน ฉันจึงทำให้ความโปร่งใสเป็นค่าเริ่มต้น (default) แต่เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องรู้สึกไม่สบายใจ เราก็ต้องอนุญาตให้เขาปรับประโยคใหม่หรือยอมให้เขาตัดข้อความบางส่วนที่อาจพาดพิงบุคคลอื่นออกไป โดยให้เขาร่วมแก้ไขและตรวจการถอดเทปนั้นก่อนที่จะโพสต์” เธออธิบาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80365 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-17.jpg" alt="Audrey Tang" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เข้าถีงได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความโปร่งใสอย่างที่สุดแล้ว อีกสิ่งที่ออเดรย์ให้ความสำคัญอย่างที่สุดคือการไม่กีดกันใครออกไปจากข้อมูลใดๆ ก็ตามที่เปิดกว้างสู่สาธารณชน เธอมองถึงขั้นที่ว่าหุ่นยนต์ก็ต้องเข้าถึงและอ่านข้อมูลเหล่านั้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าคุณโพสต์แค่ข้อมูล (information) แต่ไม่ได้โพสต์ข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน (structured data หรือข้อมูลที่เก็บในรูปแบบที่จัดการเรียบร้อยพร้อมนำไปใช้งานต่อ) ลงไปด้วย เท่ากับว่าคุณกำลังกีดกันคนที่รับข้อมูลในวิธีที่ต่างกันออกไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่นี้ออเดรย์หมายถึงบางคนที่ต้องรับข้อมูลผ่านเครื่องแปล เครื่องอ่าน หรือคนที่รับข้อมูลผ่านภาพซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีช่วยแปลงสาร โดยไต้หวันยึดถือแนวทางการออกแบบเว็บไซต์ตามมาตรฐานสากลที่เรียกว่า&nbsp; Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ทำให้แน่ใจว่าคนทุกกลุ่มจะเข้าถึงเนื้อหาบนโลกออนไลน์ได้</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-80360 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-18.jpg" alt="Audrey Tang" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-18.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-18-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ออเดรย์เข้าใจดีว่าไทเปไม่ใช่ทั้งหมดของไต้หวัน เธอจึงหาเวลาเดินทางไปยังเมืองที่ห่างไกลอยู่เสมอโดยเรียกมันว่า “เป็นการนำเทคโนโลยีไปหาผู้คน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยแนวคิดนี้ เธอจึงเดินทางไปพบเจอ ทำความรู้จัก และใช้เวลากับกลุ่มคนท้องถิ่น ทั้งกลุ่มสหกรณ์ ผู้ประกอบการ และคนทั่วไป โดยการไปเยือนแต่ละครั้งจะมีนัดประชุมทางไกลกับตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ ที่ทำงานอยู่ที่ห้องทดลองนวัตกรรมทางสังคมในไทเป โดยมีคนในพื้นที่เป็นผู้ถาม ส่วนกระทรวงต่างๆ เป็นผู้ตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ แม้จะทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่เธอกลับไม่ได้ถือว่าตัวเองยืนอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง แต่มองตัวเองว่าเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาลและกลุ่มคนเคลื่อนไหวมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลักการของฉันคือคนในออฟฟิศฉันมารวมตัวกันด้วยความสมัครใจ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่สั่งและจะไม่รับคำสั่งใคร คนที่ทำงานร่วมกับฉันแม้จะมาจากกระทรวงต่างๆ ก็มาแบบสมัครใจ เป็นคนที่อยากขับเคลื่อนเรื่องรัฐเปิด ส่วนฉันก็เห็นตัวเองเป็นตัวกลางระหว่างขบวนการเคลื่อนไหวและรัฐบาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งสำคัญก็คือในออฟฟิศของฉันต้องมีความสมดุลระหว่างสองฝั่ง ทั้งฝั่งตัวแทนรัฐบาลและภาคประชาชน อย่างในฝั่งรัฐบาลเองก็ต้องเป็นตัวแทนมาจากหลายกระทรวง ส่วนอำนาจที่ฉันมีก็คืออำนาจในการเชื่อมต่อกลุ่มคนต่างๆ เข้าด้วยกันนั่นเอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80364 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-13.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ประชาชน-รัฐบาล</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เทคโนโลยีจะสร้างการมีส่วนร่วมได้ดีและเป็นเครื่องมือในการสร้างรัฐประชาธิปไตยด้วย แต่ใครก็ตามก็อาจนำไปใช้ในทางตรงกันข้ามได้ เราจะหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบได้ยังไง นี่คืออีกคำถามที่หลายคนอยากรู้จากออเดรย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอตอบว่า “เทคโนโลยีเปรียบเสมือนตัวขยาย ถ้าเรานำไปใช้กับนวัตกรรมทางสังคมมันก็จะขยายนวัตกรรมนั้น แต่ถ้าเราใช้มันในการตรวจตราควบคุมมันก็จะทำให้การควบคุมเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือสังคมต้องเข้าใจข้อดีข้อเสียของมัน และยอมรับร่วมกันว่าจะใช้มันทำให้อะไรๆ ดีขึ้นได้ยังไง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80361 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ออเดรย์ยกตัวอย่างนวัตกรรมวิทยาศาสตร์จากภาคประชาชนชื่อ AIR BOX ว่านวัตกรรมนี้เกิดจากกลุ่มคนที่ใส่ใจคุณภาพอากาศจึงซื้อเครื่องวัดคุณภาพอากาศมาติดตั้งในพื้นที่ของตัวเองและอัพโหลดข้อมูลเหล่านั้นลงบนบล็อกเชน (เครือข่ายการเก็บข้อมูลที่ทุกคนเข้าถึงและได้รับข้อมูลเดียวกัน เมื่อข้อมูลถูกบันทึกจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลได้รับการกำกับดูแลอย่างเป็นประชาธิปไตย ไม่มีใครทำอะไรกับเซนเซอร์หรือแก้ไขข้อมูลได้ ส่วนใครที่สนใจนำข้อมูลนี้ไปพัฒนาต่อก็สามารถนำไปใช้ได้ฟรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเล่าต่อว่ารัฐเข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้เมื่อแอร์บ็อกซ์จำนวนหนึ่งติดตั้งไปแล้วพบว่ามีพื้นที่บริเวณหนึ่งที่ขาดหายไปรัฐจึงช่วยติดตั้งกล่องให้ ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่ไม่มีกล่องแอร์บ็อกซ์ติดตั้งอยู่เลยคือในเมืองไถจง เนื่องจากเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมของเอกชน แต่เนื่องจากโคมไฟในพื้นที่นั้นเป็นของรัฐ รัฐจึงติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศบนโคมไฟแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอขยายความว่าแม้กล่องที่ติดในบริเวณนั้นจะเป็นกล่องที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ แต่รัฐก็ไม่ได้ครอบครองการกำกับดูแล ทุกอย่างยังทำงานโดยภาคสังคมและสนับสนุนโดยภาควิชาการ โดยเธอเน้นย้ำก่อนจากกันว่านวัตกรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นได้และทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีภาคประชาชนที่เข้มแข็ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การให้สังคมเป็นผู้กำหนดก่อนว่าเรื่องไหนคือเรื่องสำคัญ จากนั้นรัฐค่อยมาเข้าร่วม คือปรัชญาของรัฐบาลไต้หวัน” เธอทิ้งท้าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80362 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Audrey-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/audrey-tang/">Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวันที่ชวนรัฐและทุกคนมาแก้ปัญหาสังคมด้วยเทคโนโลยี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
