<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัณณทัต เอ้งฉ้วน, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/pannatataengchuan/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 May 2021 09:14:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bad-student/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2020 09:08:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนเลว]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงผมนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดไปรเวท]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[ลิดรอนสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจกดทับ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[movement]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110141</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ผลผลิตที่ผิดพลาดจากระบบการศึกษาที่แสนดี’ ข้อความข้างต้นคือคำอธิบายแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ @BadStudent_ หรือ ‘นักเรียนเลว’ กลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันเพื่อตีแผ่ปัญหาของระบบการศึกษาไทยโดยเฉพาะปัญหาสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาอย่างการลงโทษนักเรียนผ่านการกล้อนและตัดผม รวมถึงการคุกคามนักเรียนที่แสดงออกทางการเมือง ด้วยลีลาการสื่อสารอันแสบสันประกอบกับไอเดียการแสดงออกที่แปลกใหม่ สังคมจึงจับตามองว่ากลุ่มนักเรียนเลวจะหยิบยกประเด็นอะไรในระบบการศึกษามาเคลื่อนไหวให้เราได้ฉุกคิดทบทวนและตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ ‘เลิกบังคับหรือจับตัด’ ที่นักเรียนหญิงคนหนึ่งแขวนป้ายเชื้อเชิญให้คนที่เดินสัญจรบริเวณสยามสแควร์เข้ามาตัดผม เพื่อวิพากษ์ระเบียบวินัยในโรงเรียนที่ครูมักตัดผมของนักเรียนเกินกว่าเหตุ หรือม็อบ ‘เลิกเรียนไปกระทรวง’ ที่นักเรียนรวมตัวกันเป่านกหวีดไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึงหน้ากระทรวงฯ เพื่อเรียกร้องเสรีภาพเรื่องทรงผม การแสดงออกทางเพศ ฯลฯ ไปจนถึงม็อบ ‘หนูรู้หนูมันเลว’ กิจกรรมชุมนุมเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลงานของพวกเขาภายในระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 เราจึงชวน มิน–ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ, บอส–ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์, นิ้ง–ธญานี เจริญกูล และ พลอย–เบญจมาภรณ์ นิวาส สี่แกนนำนักเรียนเลวมาเปิดวงสนทนาพาผู้อ่านไปทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นผ่านแนวคิด ความเชื่อ บทเรียนที่ได้รับจากการลุกขึ้นต่อสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง และภาพฝันที่พวกเขามุ่งหวังให้เกิดขึ้นจากพลังของนักเรียนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ปกติในสังคม &#160; ทำไมเลือกพูดเรื่องทรงผมก่อนเรื่องอื่น ลภนพัฒน์ : เราอินเรื่องผมเพราะมีประสบการณ์ตรง เราเคยเอากฎกระทรวงฯ ไปคุยกับครูที่โรงเรียนว่าจริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ เคยทำแคมเปญด้วยตัวเองในโรงเรียนประมาณ 1 ปี แต่สุดท้ายสิ่งที่โรงเรียนบอกเราคือ ถ้าจะไว้ผมยาวก็ไปเรียนที่อื่น หรือไม่ต้องมาเรียนอีกเลย เราเลยเลิกไปโรงเรียนแล้วเรียนโฮมสคูลแทน ภาณุพงศ์ : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-student/">‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">‘</span>ผลผลิตที่ผิดพลาดจากระบบการศึกษาที่แสนดี<span class="s1">’</span></p>
<p class="p2">ข้อความข้างต้นคือคำอธิบายแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์<span class="s1"> @BadStudent_ </span>หรือ<strong><span class="s1"> ‘</span>นักเรียนเลว<span class="s1">’ </span></strong>กลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันเพื่อตีแผ่ปัญหาของระบบการศึกษาไทยโดยเฉพาะปัญหาสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาอย่างการลงโทษนักเรียนผ่านการกล้อนและตัดผม รวมถึงการคุกคามนักเรียนที่แสดงออกทางการเมือง</p>
<p class="p2">ด้วยลีลาการสื่อสารอันแสบสันประกอบกับไอเดียการแสดงออกที่แปลกใหม่ สังคมจึงจับตามองว่ากลุ่มนักเรียนเลวจะหยิบยกประเด็นอะไรในระบบการศึกษามาเคลื่อนไหวให้เราได้ฉุกคิดทบทวนและตั้งคำถาม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115663" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2">ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>เลิกบังคับหรือจับตัด<span class="s1">’ </span>ที่นักเรียนหญิงคนหนึ่งแขวนป้ายเชื้อเชิญให้คนที่เดินสัญจรบริเวณสยามสแควร์เข้ามาตัดผม เพื่อวิพากษ์ระเบียบวินัยในโรงเรียนที่ครูมักตัดผมของนักเรียนเกินกว่าเหตุ หรือม็อบ<span class="s1"> ‘</span>เลิกเรียนไปกระทรวง<span class="s1">’ </span>ที่นักเรียนรวมตัวกันเป่านกหวีดไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึงหน้ากระทรวงฯ เพื่อเรียกร้องเสรีภาพเรื่องทรงผม การแสดงออกทางเพศ ฯลฯ ไปจนถึงม็อบ<span class="s1"> ‘</span>หนูรู้หนูมันเลว<span class="s1">’ </span>กิจกรรมชุมนุมเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลงานของพวกเขาภายในระยะเวลา<span class="s1"> 4 </span>เดือนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม<span class="s1"> 2563</span></p>
<p class="p2">เราจึงชวน <strong>มิน<span class="s1">–</span>ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ</strong><span class="s1">, </span><strong>บอส<span class="s1">–</span>ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์</strong><span class="s1">, </span><strong>นิ้ง<span class="s1">–</span>ธญานี เจริญกูล </strong>และ<strong> พลอย<span class="s1">–</span>เบญจมาภรณ์ นิวาส</strong> สี่แกนนำนักเรียนเลวมาเปิดวงสนทนาพาผู้อ่านไปทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นผ่านแนวคิด ความเชื่อ บทเรียนที่ได้รับจากการลุกขึ้นต่อสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง และภาพฝันที่พวกเขามุ่งหวังให้เกิดขึ้นจากพลังของนักเรียนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ปกติในสังคม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-115657 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p class="p2"><b>ทำไมเลือกพูดเรื่องทรงผมก่อนเรื่องอื่น</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราอินเรื่องผมเพราะมีประสบการณ์ตรง เราเคยเอากฎกระทรวงฯ ไปคุยกับครูที่โรงเรียนว่าจริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ เคยทำแคมเปญด้วยตัวเองในโรงเรียนประมาณ<span class="s1"> 1 </span>ปี แต่สุดท้ายสิ่งที่โรงเรียนบอกเราคือ ถ้าจะไว้ผมยาวก็ไปเรียนที่อื่น หรือไม่ต้องมาเรียนอีกเลย เราเลยเลิกไปโรงเรียนแล้วเรียนโฮมสคูลแทน</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>สำหรับเรานี่คือการกดทับอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดเลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>ถ้าเราเป็นผู้กดขี่ที่ต้องการทำให้คนคนหนึ่งเชื่องเราคงทำให้คนเหล่านั้นสูญเสียสิทธิในสิ่งใกล้ตัวเขาที่สุดซึ่งก็คือผมที่เป็นอวัยวะหนึ่งเช่นเดียวกับแขนขาตาหรือนิ้วมือ และด้วยค่านิยมไทยที่มองว่าหัวคือสิ่งที่สูงส่งที่สุดในร่างกาย ในมุมมองนี้ขนาดสิ่งที่สูงส่งที่สุดและใกล้ตัวที่สุดในร่างกายตัวเองเขายังไม่มีสิทธิเลย เรื่องอื่นเขาก็คงไม่มีสิทธิหรอก เราเลยรู้สึกว่าคนที่คิดกลยุทธ์นี้ฉลาดมากเพราะทำให้คนเชื่องได้จริงๆ</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>การจะไว้ผมทรงอะไรเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่สังคมกลับละเมิดสิทธินี้ไปง่ายๆ ผ่านการบังคับไว้ทรงผมและลงโทษคนที่ไม่ปฏิบัติตามด้วยการตัดหรือกล้อนผม แต่เรื่องพื้นฐานแบบนี้กลับยากต่อการตั้งคำถาม และสุดท้ายสังคมก็ไม่สนใจว่าคนที่ถูกกระทำรู้สึกยังไง</p>
<p class="p2">เรายังไม่เห็นว่าการบังคับตัดผมจะฝึกระเบียบให้นักเรียนได้ ไม่มีนักเรียนคนไหนได้เรียนรู้อะไรจากการบังคับตัดผมเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>การตั้งคำถามกับเรื่องพื้นฐานแบบนี้สำคัญยังไง</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>การบังคับเรื่องทรงผมเป็นสิ่งหนึ่งที่กดทับนักเรียน ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขาแต่เป็นของคนอื่น พอรู้สึกว่าร่างกายไม่ใช่ของตัวเองเขาก็จะไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าเรียกร้อง และไม่กล้าแม้กระทั่งทำตามสิทธิของตัวเองจนกลายเป็นพลเมืองที่โอนอ่อนต่ออำนาจเผด็จการของประเทศไปโดยปริยาย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เรามองว่าเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องการจากระบบการศึกษาคือเด็กเชื่อง เชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกอย่าง ปฏิบัติตามที่บอกโดยไม่ตั้งคำถาม ดังนั้นการที่เด็กสักคนลุกขึ้นมาตั้งคำถามจึงถูกมองว่าเป็นเด็กเลว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-115661" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-200x300.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>เพราะแบบนี้พวกคุณเลยเป็น</b><span class="s1"><b> ‘</b></span><b>นักเรียนเลว</b><span class="s1"><b>’ </b></span></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>นักเรียนเลวเป็นชื่อที่มินได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ <em>นักเรียนเลวในระบบการศึกษาแสนดี</em> ของเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เลยเอามาตั้งเป็นชื่อกลุ่ม</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>จริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าทำเพื่อคนอื่น เราแค่อยากทำเพื่อตัวเองและโรงเรียนของเรา แค่นั้นเลย ถึงเราจะไม่เจอปัญหาเพราะลาออกจากโรงเรียนแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่เจอ มีคนอีกเยอะมากที่ต้องรู้สึกแย่แบบเราเมื่อถูกเรียกเข้าห้องปกครอง โดนครูจับตัดผม จนไม่อยากไปโรงเรียนเลย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เราถูกมองว่าเป็นนักเรียนเลวก็เพราะความอยากรู้นี่แหละ เพราะถ้าเป็นนักเรียนดีก็จะรู้แค่เท่าที่เขาอยากให้รู้ ยังมีคนอีกมากที่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเหมือนเราแต่มีข้อจำกัด แต่เรามีทั้งโอกาส อุดมการณ์ และความอยากเปลี่ยนแปลง จึงลงมือทำเลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เราเป็นคนบ้าอุดมการณ์มาก จะโดนจับหรืออะไรเราไม่กลัว นักเรียนเลวเลยตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำมาโดยตลอด นั่นคือการเปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมที่เราอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115659 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p class="p2"><b>แล้วนักเรียนเลวจะเปลี่ยนแปลงสังคมและแก้ไขปัญหาต่างๆ</b><b> </b><b>ยังไงบ้าง</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราว่าปัญหาที่แท้จริงของการบังคับตัดผมที่มีมานานขนาดนี้คือข้อผิดพลาดเชิงโครงสร้าง ทั้งที่โรงเรียนเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแต่ทำไมกระทรวงฯ ถึงไม่สามารถบังคับใช้คำสั่งได้ จนลามมาถึงการละเมิดสิทธิของนักเรียนในการไว้ทรงผม งานแรกของนักเรียนเลวจึงเป็นการรวบรวมรายชื่อโรงเรียนที่ยังไม่ปฏิบัติตามระเบียบทรงผมที่ออกมาใหม่ในปี<span class="s1"> 2563 </span>ไปยื่นที่กระทรวงฯ เพราะเราไม่อยากให้นักเรียนโดนตัดผมอีก</p>
<p class="p2">วันที่เราไปพบปลัดกระทรวงฯ เขาส่งคนที่ดูแลเรื่องกฎหมายมาคุยกับเราซึ่งเขาพูดว่า ถ้าอยากให้รวดเร็วจริงๆ ก็ต้องทำให้เป็นข่าว พอนักข่าวไปสัมภาษณ์ปลัดเราก็จะใช้คำตอบของเขาเป็นหลักประกันให้นักเรียนได้ พวกเราเลยกลับไปคิดกันเย็นวันนั้น แล้ววันถัดมาก็ทำแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>เลิกบังคับหรือจับตัด<span class="s1">’ </span>ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในสยามสแควร์เข้ามาตัดผมเรา</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ผลตอบรับเป็นไปในทางที่ดีเพราะทำให้เราได้พื้นที่สื่อและเสียงของเราก็ดังขึ้นมาก แคมเปญนั้นทำให้คนเห็นว่าการตัดผมเด็กแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำถามคือถ้าคิดว่าไม่ถูกต้องแล้วทำไมเวลาเกิดขึ้นในโรงเรียนถึงไม่มองว่ามันไม่ถูกต้องล่ะ</p>
<p class="p2">หลังจากนั้นเราได้ขึ้นปราศรัยเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมและปัญหาในระบบการศึกษาไทยบนเวทีของกลุ่มประชาชนปลดแอก จากนั้นก็มีม็อบ<span class="s1"> ‘</span>เลิกเรียนไปกระทรวง<span class="s1">’ </span>ที่ชวนเพื่อนนักเรียนพกนกหวีดและโบขาวไปรวมตัวกันขับไล่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>ส่วนแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>หนูรู้หนูมันเลว<span class="s1">’ </span>เกิดขึ้นเพราะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอยากคุยกับเรา เราเลยจัดเวทีให้คุยเพราะต้องการให้นักเรียนคนอื่นมีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่ไปคุยในห้องปิดแล้วนักเรียนคนอื่นไม่มีสิทธิตั้งคำถามหรือโต้แย้งอะไรได้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>เสียงของนักเรียนสำคัญแค่ไหน</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เรามองว่านักเรียนก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีความสำคัญเท่ากันในฐานะพลเมืองที่ออกมาเรียกร้องอะไรบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องมองว่าใครมีความสำคัญมากกว่าใครเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>แต่ที่ผ่านมาเสียงของเราไม่ได้ดังขนาดนั้น</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราไม่เคยรู้สึกแบบนั้นนะ ถ้ารู้สึกแบบนั้นคงไม่มีแรงทำกิจกรรมแบบทุกวันนี้ เรารู้มาตลอดว่าเสียงเราเบา แต่เราก็แค่ต้องรวบรวมเสียงเบาๆ ให้ได้จำนวนมากจะได้ดังเท่ากับเขา ถ้ามัวแต่คิดว่าเสียงเบาๆ ของเราทำอะไรไม่ได้ มันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก</p>
<p class="p2">จริงๆ การชุมนุมหรือการจัดม็อบมันก็ยังเป็นวิธีการที่สันตินะ ในฐานะนักเรียนและประชาชนคนหนึ่งนี่เป็นสันติวิธีที่เราทำได้เพื่อกดดันให้รัฐทำตามข้อเรียกร้องของเรา เราดำเนินการตามกระบวนการอย่างปกติที่สุด ยื่นหนังสือตามระเบียบราชการของเขาและเชิญเขามาคุย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ปัญหาจะได้รับการแก้ไขก็ต่อเมื่อสังคมได้ยินเสียงเราจริงๆ อย่างตอนแรกเรายื่นหนังสือไปไม่รู้กี่รอบแต่ก็ไม่เคยเห็นผลจนเราต้องเอาม็อบไปกดดันกระทรวงฯ เพื่อเป็นข่าวให้คนสนใจ วันรุ่งขึ้นกระทรวงฯ ก็ออกมาตอบรับเลย ดังนั้นการเป็นกระบอกเสียงของเราจึงสำคัญ</p>
<p class="p2">เรากลัวจะหมดไฟอยู่ตลอด ทุกวันเสาร์<span class="s1">&#8211;</span>อาทิตย์เราต้องประชุมงาน ต้องติดต่อคน เคยคิดว่าถ้ามันเหนื่อยขนาดนี้แค่เราตัดสินใจยอมแพ้แล้วกลับบ้านก็จบแล้ว ถ้าเราเป็นเด็กทั่วไปที่อยู่บ้านเฉยๆ หรือไปดูหนัง ไปกินข้าวกับแฟน แบบนั้นดูจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายกว่าเยอะ</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบชีวิตที่เรียบง่ายเพราะรู้สึกว่าชีวิตที่เรียบง่ายอย่างการดูหนังฟังเพลงมันจำกัดอยู่กับคนมีเงิน แต่ยังมีเด็กอีกมากที่ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตเรียบง่าย เด็กที่ถูกการเมืองทำให้คุณภาพชีวิตเขาแย่ เราเลยอยากออกมาต่อสู้เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น</p>
<p class="p2">ตอนนี้เรายังมีไฟ มีแรง มีโอกาสทำก็ทำไป เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะได้ทำต่อไหมหรือจะหมดไฟหรือเปล่า แต่ตอนนี้คงยาก มาถึงจุดนี้เราคงไม่หันหลังกลับแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115662" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>ตอนนี้เสียงของนักเรียนเลวเริ่มดังขึ้นแล้ว</b><b> </b><b>อยากพูดเรื่องอะไรอีก</b></p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เรื่องการลงโทษครูให้เด็ดขาด ยกตัวอย่างเรื่องครูที่ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เขายังมีที่ยืนในสังคมแต่นักเรียนที่ถูกกระทำจะช้ำใจขนาดไหนที่ต้องเดินสวนกับคนที่ล่วงละเมิดทางเพศตัวเองแล้วยังต้องไหว้เขาอีก เราว่ามันเป็นอะไรที่โคตรเจ็บปวดเลย</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>เรื่องระบบอุปถัมภ์ที่อนุญาตให้คนไร้ความสามารถแต่มีเส้นสายได้มีอำนาจในการตัดสินใจ ยังมีครูดีๆ อีกมากที่ไม่ได้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเพราะไม่มีเส้นสาย หรือบางคนก็ต้องกดความสามารถตัวเองไว้ไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่น นี่คือความผิดพลาดที่ทำให้เราไม่พัฒนาไปไหนสักที</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115660" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>แปลว่าจะไม่หยุดอยู่ที่เดิม</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>ตอนนี้นักเรียนเลวเป็นเหมือนองค์กรที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ อยู่แค่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เราอยากอยู่บนโลกออฟไลน์ด้วย อยากมีฐานที่ตั้งซึ่งมั่นคงเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าในอนาคตการศึกษาไทยยังไม่ดีขึ้น เราก็คงอยากตั้งกระทรวงนักเรียนเลวขึ้นมาดำเนินการแทนให้</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เราจะผลักดันเรื่องเสรีภาพในโรงเรียนและจะพยายามพัฒนาจนเป็นที่พึ่งให้นักเรียนได้จริงๆ ตอนนี้เราให้ได้แค่ความสบายใจ สิ่งที่พวกเราทำค่อนข้างเกินตัวไปมาก นักเรียนแค่<span class="s1"> 4 </span>คนจะพัฒนาองค์กรนี้ให้เป็นไปตามแบบที่เราต้องการภายใน<span class="s1"> 1-2 </span>ปีมันยากเกินไป ทำทันทีไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการยังทำไม่ได้เลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เรามีความฝันว่าอยากเป็นที่พึ่งพิงให้นักเรียน เป็นสถานที่ที่เขาสามารถทำอะไรก็ได้ในแบบของตัวเอง เป็นตัวของตัวเองได้<span class="s1"> </span></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถมาได้เวลามีปัญหาโดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าบางคนมีปัญหาที่บ้านเราจะเป็นที่พักให้เขาเอง มีนักจิตวิทยา นักกฎหมายคอยซัพพอร์ต นั่นคือแผนระยะยาวของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115656" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>แล้วภาพสุดท้ายที่พวกคุณอยากเห็นเป็นยังไง</b></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>อยากเห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทุกคนมีความสุข ไม่เสียใจที่เกิดมาในประเทศนี้ที่มีสิทธิเสรีภาพและมีประชาธิปไตยแบบเต็มใบ</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>อยากเห็นประเทศที่ไม่ว่าจะต้องเสียภาษีปีละเท่าไหร่ประชาชนก็รู้สึกคุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปเพราะประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวัสดิการจากรัฐ และมีการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ภาพสุดท้ายที่อยากเห็นคือการเรียกร้องต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนกลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตลอด แม้กระทั่งการเรียกร้องเรื่องถังขยะในห้องน้ำก็ควรทำได้และไม่ถูกมองว่าไร้สาระ แต่ภาพที่อยากให้หมดไปคือการคุกคามนักเรียน ประชาชน หรือใครก็ตามที่เห็นต่าง<span class="s1"> </span></p>
<p class="p4">เราเคยไปนั่งคุยกับคณะกรรมาธิการการศึกษา มี ส<span class="s1">.</span>ส<span class="s1">.</span>ฝั่งรัฐบาลท่านหนึ่งบอกว่าถ้าเด็กไว้ผมยาวเดี๋ยวก็รีบไปมีผัวแล้วก็ท้อง ไว้ผมยาวแล้วจะเป็นเด็กเหลือขอ ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งไม่ได้เงยหน้าดูโลกเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร เด็กมีผัวแล้วท้องเพราะไว้ผมยาวเหรอ แท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับทรงผมเหรอ</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราอยากเห็นการศึกษาไทยมีคุณภาพและเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน มีระบบการตรวจสอบและมีการถ่วงดุลอำนาจที่ดี มีนักเรียนเข้าไปเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบระบบการศึกษา และมีคนรุ่นใหม่เข้าไปบริหารระบบการศึกษาบ้าง เพราะตอนนี้เหมือนกระทรวงศึกษาธิการผูกขาดอยู่กับคนรุ่นเก่าเท่านั้น</p>
<p class="p2">เราอยากให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถรับประกันสิทธิของนักเรียนได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าตอนเปิดเทอมจะมีนักเรียนโดนตัดผมไปอีกกี่คน จะเสียความรู้สึกมากขนาดไหน แม้ว่าผมที่เสียไปจะยาวขึ้นใหม่ได้ แต่สุดท้ายกระทรวงศึกษาธิการก็ไม่สามารถรับประกันสิทธิของนักเรียนได้เลย เรายังโดนบังคับตัดผมอยู่ดี</p>
<p class="p2">เรื่องทรงผมถือเป็นสิทธิของเรา ถ้าคนในสังคมยังไม่เข้าใจเรื่องนี้การจะพูดเรื่องใหญ่กว่านี้ก็คงยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p class="p2"><span class="s1">อ่านบทสัมภาษณ์ของนักเรียนเลวและเรื่องราวเกี่ยวกับผม ขน และสิทธิเหนือเรือนร่างอื่นๆ ได้ใน a day 242 ฉบับ Hair สามารถสั่งซื้อได้ที่ <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-242/">godaypoets.com/product/a-day-242/</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-student/">‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง &#124; My hair, my choice</title>
		<link>https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุกานดา​ เกื้อนุ้ย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 13:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[aday 242]]></category>
		<category><![CDATA[My Hair My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Hair]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นผม]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[พัดชา กิจชัยเจริญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116987</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” พัดชา กิจชัยเจริญ ‘พัดชา กิจชัยเจริญ’ คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ _____ My hair,my choice คือวิดีโอซีรีส์โดย a team junior 16 ซีรีส์นี้จะพาคุณไปสำรวจจักรวาลเส้นผมผ่านตัวตนและสิทธิเหนือเส้นผมและขนของคนเรา “ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา พัดชา กิจชัยเจริญ ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ “ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง” คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/">พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง | My hair, my choice</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2ed0b8d91db" data-id="fju3FGXCFoE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-fju3FGXCFoE-6a2ed0b8d91db" data-vid="fju3FGXCFoE" data-src="https://www.youtube.com/embed/fju3FGXCFoE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/fju3FGXCFoE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<span style="display: none;"> พัดชา กิจชัยเจริญ </span></p>
<p>‘พัดชา กิจชัยเจริญ’ คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา</p>
<p>ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ</p>
<p>_____</p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=-HpNSPgBPZQ&amp;list=PLdWUnTNFHNm2eqeqIhykIlfOkMv-3WVgq" target="_blank" rel="noopener">My hair,my choice</a> คือวิดีโอซีรีส์โดย a team junior 16 ซีรีส์นี้จะพาคุณไปสำรวจจักรวาลเส้นผมผ่านตัวตนและสิทธิเหนือเส้นผมและขนของคนเรา</p>
<div style="display: none;">
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา พัดชา กิจชัยเจริญ<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ<br />
“ทำไมการที่เราโกนหัวคนต้องมองว่าเพราะผู้ชายหรือความรัก การที่ผู้หญิงโกนหัวมันบ้าเหรอ มันก็ไม่ได้บ้า มันแค่เป็นชอยส์หนึ่ง”<br />
คือช่างภาพอิสระ เธอบอกว่าการเปลี่ยนทรงผมก็เหมือนกับการเปลี่ยนชุด แต่ทำไมการโกนหัวของ และเส้นผมที่มีความยาวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรของผู้หญิง กลับมีถ้อยคำตัดสินต่างๆ ยาวลงไปถึงกลางหลังตามมา<br />
ทรงผมที่ถูกต้องของผู้หญิงมีจริงๆ หรือ ผู้หญิงโกนหัวเพราะอกหักจริงไหม ให้พัดชาตอบ</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-hair-my-choice-patcha-kitchaicharoen/">พัดชา กิจชัยเจริญ : ช่างภาพอิสระกับนิยามความเป็นหญิง | My hair, my choice</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จักรวาลการสนทนาว่าด้วยวงการบันเทิง นางงาม สังคม และการยืนหยัดเพื่อสิทธิเสรีภาพของ มารีญา พูลเลิศลาภ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/maria-poonlertlarp-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก ชัยวงค์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Oct 2020 12:54:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Miss Universe]]></category>
		<category><![CDATA[Miss Universe Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[บทสัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[SOS Earth]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเยาวชนปลดแอก]]></category>
		<category><![CDATA[วงการบันเทิง]]></category>
		<category><![CDATA[นางงาม]]></category>
		<category><![CDATA[มารีญา พูลเลิศลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[มาเรีย ลินน์ เอียเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[บุ๋ง บุ๋ง]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บโต๊ะก่อนนะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิเสรีภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=109591</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึง มารีญา พูลเลิศลาภ หรือ มาเรีย ลินน์ เอียเรียน คุณจะนึกถึงเธอในบทบาทไหน เด็กสาวที่เข้าวงการเดินแบบตั้งแต่อายุ 13 ปี นักร้องเจ้าของเพลงฮิตที่มีวลีเด็ดอย่าง ‘บุ๋ง บุ๋ง’ และ ‘เก็บโต๊ะก่อนนะ’ นางงามจักรวาลเจ้าของตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2017 ผู้ได้เข้ารอบชิง 5 คนสุดท้ายของเวที Miss Universe ในปีเดียวกัน ‘ประชาชน’ คนหนึ่งที่เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานจากประเทศที่อาศัยอยู่ หรือ ‘มนุษย์’ ทั่วไปที่ต่อสู้เพื่อ ‘เพื่อนมนุษย์’ ด้วยกัน อย่างที่เห็นว่าในช่วงปีที่ผ่านมาเธอเดินหน้าทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในนาม SOS Earth และในช่วงเวลาเดียวกันเธอเริ่มออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทั้งยังร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2563 เพื่อถามหาความเป็นธรรมให้ประชาชนในสถานการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม “ความไม่ยุติธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมัน มันก็จะเกิดขึ้นตลอด ทุกคนเลือกได้ว่าจะปล่อยผ่านหรือจะทำอะไรสักอย่าง สำหรับเราเราเชื่อว่าควรทำอะไรสักอย่าง” มารีญาบอกเราก่อนหน้าการชุมนุมดังกล่าวเพียง 5 วัน และการไปร่วมชุมนุมครั้งนั้นก็เป็นการยืนยันความเชื่อของเธอ น่าสนใจว่ามุมมองความคิดต่อสถานการณ์บ้านเมืองของมารีญาเป็นเช่นไร เธอจึงกล้าออกมาแสดงความคิดเห็นโดยไม่กลัวถูกยกเลิกงานหรือได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น มากกว่าสถานการณ์บ้านเมือง ภายใต้มงกุฎของนางงามจักรวาลเธอมีจักรวาลเล็กๆ น้อยๆ อะไรบ้างที่หลอมรวมเป็นจักรวาลมารีญาผู้กล้าแสดงออกในวันนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/maria-poonlertlarp-interview/">จักรวาลการสนทนาว่าด้วยวงการบันเทิง นางงาม สังคม และการยืนหยัดเพื่อสิทธิเสรีภาพของ มารีญา พูลเลิศลาภ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากพูดถึง <strong>มารีญา พูลเลิศลาภ</strong> หรือ มาเรีย ลินน์ เอียเรียน คุณจะนึกถึงเธอในบทบาทไหน</p>
<p>เด็กสาวที่เข้าวงการเดินแบบตั้งแต่อายุ 13 ปี นักร้องเจ้าของเพลงฮิตที่มีวลีเด็ดอย่าง ‘บุ๋ง บุ๋ง’ และ ‘เก็บโต๊ะก่อนนะ’ นางงามจักรวาลเจ้าของตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2017 ผู้ได้เข้ารอบชิง 5 คนสุดท้ายของเวที Miss Universe ในปีเดียวกัน ‘ประชาชน’ คนหนึ่งที่เรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานจากประเทศที่อาศัยอยู่ หรือ ‘มนุษย์’ ทั่วไปที่ต่อสู้เพื่อ ‘เพื่อนมนุษย์’ ด้วยกัน อย่างที่เห็นว่าในช่วงปีที่ผ่านมาเธอเดินหน้าทำงานด้านสิ่งแวดล้อมในนาม <a href="https://www.facebook.com/sosearth.co/" target="_blank" rel="noopener">SOS Earth</a> และในช่วงเวลาเดียวกันเธอเริ่มออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทางโซเชียลมีเดีย ทั้งยังร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2563 เพื่อถามหาความเป็นธรรมให้ประชาชนในสถานการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความอยุติธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110706" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“ความไม่ยุติธรรมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมัน มันก็จะเกิดขึ้นตลอด ทุกคนเลือกได้ว่าจะปล่อยผ่านหรือจะทำอะไรสักอย่าง สำหรับเราเราเชื่อว่าควรทำอะไรสักอย่าง” มารีญาบอกเราก่อนหน้าการชุมนุมดังกล่าวเพียง 5 วัน และการไปร่วมชุมนุมครั้งนั้นก็เป็นการยืนยันความเชื่อของเธอ</p>
<p>น่าสนใจว่ามุมมองความคิดต่อสถานการณ์บ้านเมืองของมารีญาเป็นเช่นไร เธอจึงกล้าออกมาแสดงความคิดเห็นโดยไม่กลัวถูกยกเลิกงานหรือได้รับผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น</p>
<p>มากกว่าสถานการณ์บ้านเมือง ภายใต้มงกุฎของนางงามจักรวาลเธอมีจักรวาลเล็กๆ น้อยๆ อะไรบ้างที่หลอมรวมเป็นจักรวาลมารีญาผู้กล้าแสดงออกในวันนี้ ต่อไปนี้คือจักรวาลทั้งหมดในชีวิตของมารีญา พูลเลิศลาภ ที่อยากชวนทุกคนไปค้นหา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110710" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/mareeya.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>จักรวาลยามเด็ก</h3>
<p><strong>หลายคนมองว่าคุณเป็นคนกล้าแสดงความคิดเห็นมาก ตอนเด็กๆ คุณเป็นคนยังไง<span class="Apple-converted-space"> </span></strong></p>
<p>ตอนยังอยู่เวียดนามเราเป็นคนกล้ามาก กล้าแสดง กล้าพูด จำได้ว่าทุกครั้งที่พ่อแม่พาเราไปทานอาหารกับผู้ใหญ่ เราจะเป็นคนเอนเตอร์เทน ชวนทุกคนคุยนู่นนี่นั่นได้ ไม่รู้สึกอาย จนอายุ 8 ขวบเรากลับมาอยู่ไทย อยู่ดีๆ ก็เริ่มคิดว่าคนอื่นจะคิดยังไง เริ่มกลัวและอายมากขึ้น เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับสิ่งที่เห็นในโทรทัศน์หรือนิตยสาร ทำให้เราเริ่มเก็บตัว ไม่อยากให้คนเห็นความเก้งก้างของเรา พลอยทำให้ความกล้าพูดของเราน้อยลงไปด้วย</p>
<p><strong>แสดงว่าคุณเริ่มไม่กล้าแสดงออกตอนย้ายกลับมาอยู่ไทย</strong></p>
<p>ใช่เลย (นิ่งคิด) ตอนอยู่เวียดนามเรารู้สึกมีอิสระมากกว่า แต่พอกลับมาอยู่ไทยมันเหมือนมีอะไรสักอย่างคุมเราจนเราไม่กล้าไปหมดเลย</p>
<p><strong>แล้วมารีญาที่กล้าแสดงออกเริ่มกลับมาตอนไหน</strong></p>
<p>เราเริ่มกลับมากล้าแสดงความคิดเห็นมากขึ้นช่วง ม.ต้น เพราะเราตั้งใจเรียนมากจึงรู้ข้อมูลต่างๆ และกล้าตอบครู กล้าเถียงคนอื่นว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ สิ่งที่ใช่ต้องเป็นแบบไหน แต่เรายังอายเรื่องรูปร่างที่เก้งก้างอยู่นะ เวลาโดนทักเรื่องหุ่นว่า “อากาศข้างบนเป็นยังไงบ้าง” ถึงภายนอกเราจะหัวเราะแต่ภายในเราไม่โอเคเลย</p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110676" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1585.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><span class="Apple-converted-space"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110677" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1592.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><strong>ตอนเริ่มเป็นนางแบบคุณยังอายเรื่องรูปร่างอยู่ไหม</strong></p>
<p>เรายังอายเรื่องหุ่นอยู่แต่ก็พยายามสร้างความมั่นใจให้ตัวเองตลอด จนตอนนี้ไม่แคร์และยอมรับได้แล้วว่าเราเป็นคนตัวสูงและผอม สิ่งที่เราต้องทำคือหาวิธีทำให้ตัวเองรู้สึกแข็งแรงขึ้น อาจใช้เวลาแต่ต้องหาวิธีนั้นให้ได้ หาข้อดีของมันแล้วโฟกัสที่จุดนั้น</p>
<p>แต่ถ้าไม่อยากปรับหรือปรับไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปปรับนะ เราคิดว่าบางวันเราก็ยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ง่าย บางวันก็ยาก ความมั่นใจของเรามันขึ้นๆ ลงๆ แล้วแต่ช่วงเวลาและความรู้</p>
<p><strong>นอกจากการเป็นนางแบบ เห็นว่าตอนเด็กๆ</strong> <strong>คุณยังทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วย</strong></p>
<p>ใช่ เราทำกิจกรรมเยอะมาก เคยเรียนทั้งเปียโน วาดรูป ว่ายน้ำ เทนนิส และเทควันโด กิจกรรมเหล่านี้มีทั้งที่เราอยากเรียนเองและแม่ให้เรียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110669" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1566.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110668" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1562.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>เราว่าเราโชคดีมากที่พ่อแม่บอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ มีคำพูดหนึ่งที่พ่อบอกเราตั้งแต่เด็กว่า “Have no regrets and you only regret the things you don’t do.” ตอนนั้นเราไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ยิ่งโตแล้วยิ่งรู้สึกว่าใช่เลย อยากทำอะไรก็ทำ อยากเข้าใจอะไรก็ต้องศึกษาให้เต็มที่แล้วไปลอง เราจะผิดหวังถ้าไม่ได้ทำหรือไม่ได้พูด ถ้าเราทำแล้วไม่เวิร์ก<br />
ก็ไม่เป็นไรเพราะเราได้ลองแล้ว</p>
<p><strong>การลองทำกิจกรรมเยอะๆ คือการค้นหาตัวเองหรือเปล่า</strong></p>
<p>แน่นอน บางทีเราไม่รู้ตัวเลยว่ากิจกรรมหรือสิ่งที่กำลังทำคือการค้นหาตัวตนของเรา บางทีเลยรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ที่บางคนบอกว่าเราต้องเลือก เพราะเราคิดว่าคนคนหนึ่งทำได้หลายอย่าง การโฟกัสแค่หนึ่งอย่างนั้นดีเพราะได้ทุ่มเทกับมันเต็มที่ แต่เราก็สามารถทำอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันได้ ถ้าต้องเลือกสิ่งที่อยากทำเพียงหนึ่งอย่าง เราเลือกไม่ได้จริงๆ<br />
<span class="Apple-converted-space"><br />
</span></p>
<p><strong>แล้วตอนนี้คุณตามหาตัวตนของคุณเจอแล้วหรือยัง</strong></p>
<p>คิดว่าเจอแล้วในระดับหนึ่ง แต่เรายังเดินต่อไปข้างหน้าเพราะเราสร้างตัวตนขึ้นใหม่ตลอดเวลา ตัวตนของเราเป็นอะไรที่ไม่สิ้นสุดจนกว่าเราจะตาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110709" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000010.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>จักรวาลวงการบันเทิง</h3>
<p><strong>คุณมาทำงานในวงการบันเทิงได้ยังไง</strong></p>
<p>ตอนนั้นเราอายุ 13 เป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่ไปเรียนเทควันโด แล้วมีคนขอถ่ายรูปเราส่งไปให้แฟนที่อยู่ในวงการดู เขาเลยชวนมาแคสต์งานเดินแบบของ Bangkok Fashion Week จากนั้นเราก็ได้เดินแบบมาเรื่อยๆ แต่ช่วงนั้นเราไม่ได้สนใจเรื่องแฟชั่นเลย แค่คิดว่าเป็นการลองอะไรใหม่ๆ เท่านั้น</p>
<p>ต่อมาเราได้มีโอกาสไปถ่ายมิวสิกวิดีโอให้วง Lemon Soup ของค่ายสมอลล์รูม พี่รุ่ง (รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์) เจ้าของค่ายเลยชวนไปเทสต์เสียงและทำเพลงด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110708" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000008.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110707" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000007.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>การเป็นนักร้องคือตัวตนของคุณแล้วหรือยัง</strong></p>
<p>ถ้าพูดถึงการเป็นนักร้อง เราชอบร้องเพลงแต่เราไม่ชอบเป็นนักร้อง เพราะการเป็นนักร้องทำให้เรารู้สึกเครียดและกดดันมาก เราต้องเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจเพื่อเอนเตอร์เทนคนดู ต้องบอกเขาว่าเรามีอะไรมาแสดงบ้าง แต่เราอยากอยู่หลังเวทีมากกว่า เลยได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ชอบอาจไม่ใช่สิ่งที่ทำเป็นอาชีพได้ หรือตอนนั้นเราอาจยังไม่พร้อมก็ไม่รู้นะ เพราะพออัลบั้มออกก็ไปเรียนต่อเลย เราไม่ได้อยู่โปรโมตและลองแบบจริงจัง คิดว่าถ้าอยู่ต่ออาจได้ฝึกจนเริ่มชินมากขึ้น ถ้ามีเวลาสร้างผลงานเพลงในแบบของตัวเองเราอาจกลับมาร้องเพลงอีกก็ได้</p>
<p><strong>แล้วงานในวงการบันเทิงทั่วไปใช่ตัวตนของคุณแล้วหรือยัง</strong></p>
<p>ณ ตอนนี้รู้สึกว่าใช่ ถ้าเราไปในทางที่ถูกต้อง เพราะวงการบันเทิงเป็นช่องทางที่ดีในการสื่อสารบางอย่าง คนในวงการบันเทิงมีผลต่อแฟนคลับและคนทั่วไปมากๆ เราจึงระวังตลอดเวลาว่าเราสวมใส่อะไร ต้องดูว่าทำจากอะไร ส่งเสริมการล่าสัตว์ไหม และเราไม่ค่อยรับงานขายสินค้าฟาสต์แฟชั่นแบบเมื่อก่อนแล้ว</p>
<p><strong>เหมือนคุณคิดว่า beauty privilege ของคนในวงการมีผลต่อสังคมไทย</strong></p>
<p>ใช่เลย เราว่าคนในวงการควรมีความรับผิดชอบต่อข้อมูลต่างๆ ที่สื่อสารออกไป เพราะคนในสังคมจะให้ความสนใจกับพวกเรามาก ถ้ายกตัวอย่างเราจะยกละครไทยที่ยังคงสื่อสารเรื่องผิดๆ ออกสู่สังคม เช่น ฉากผู้หญิงตบตีกันเพื่อแย่งผู้ชาย เราแค่สงสัยว่าทำไมไม่คุยกับแฟนเขาเอง ทำไมถึงไปทะเลาะกับคนอื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110705" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000006-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>เราอยากให้คนในวงการเลิกรับบทแบบนี้ แต่เข้าใจว่าหลายคนไม่ได้อยู่ในจุดที่เลือกรับงานได้เพราะเขาต้องทำเพื่อรายได้ แต่ถ้าทุกคนเลิกรับบทพร้อมกันคนที่มีอำนาจควบคุมบทจะยอมเปลี่ยน<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เราก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอม เราเคยปฏิเสธบทที่ต้องทำงานใต้ผู้ชาย ต้องเรียกเขาว่านาย แล้วยังต้องไปตบตีกับผู้หญิงคนอื่นอีก เราไม่รู้ว่าเรามีสิทธิบอกว่าอะไรถูกอะไรผิดไหม แต่เราว่าบทแบบนี้มันไม่ดีต่อสังคมและแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังต้องปรับอีกหลายอย่างมาก</p>
<p><strong>แสดงว่าคนมีชื่อเสียงควรมีส่วนร่วมกับประเด็นต่างๆ ในสังคม</strong></p>
<p>แน่นอน เราเชื่อว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นของตัวเอง และยังเชื่อว่าความคิดเห็นของคนในวงการสำคัญต่อสังคม จึงอยากให้ศิลปินไทยกล้ามากขึ้นและพยายามมองว่านี่คือทางเดินของเขา อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพราะทุกคนมีเวลาเป็นของตัวเองและต้องเจอกับตัวเองถึงจะเข้าใจ เราไม่สามารถบังคับใครได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่เราเข้าใจนะว่าทำไมศิลปินไทยถึงไม่กล้าออกมาพูด เพราะเราออกมาพูดประเด็นการเมืองก็โดนยกเลิกงาน ตอนนั้นได้แต่คิดว่าทำไมแบรนด์เลือกอยู่ฝั่งที่ผิด ฝั่งที่พูดไม่จริง ฝั่งที่กำลังสร้างอะไรลบๆ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>สุดท้ายแล้ว เราต้องถามตัวเองว่าเราอยู่บนโลกใบนี้เพื่ออะไร สำหรับเราเราไม่ได้อยู่เพื่อตัวเอง ไม่ได้อยู่เพื่อให้คนมาซื้อของตามเรา ให้คนมาใช้ของหรือทำเหมือนเรา แต่เราอยากสร้างคอมมิวนิตี้ที่เรา สังคม และสิ่งแวดล้อมจะอยู่ร่วมกันได้ แต่เราก็ไม่อยากบอกให้ใครทำอะไร ใครอยากทำตามเราก็ได้ ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1618-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>จักรวาลนางงาม</h3>
<p><strong>ตอนนั้นคุณคิดอะไรถึงตัดสินใจประกวด Miss Universe Thailand</strong></p>
<p>ช่วงนั้นเราเรียนปริญญาโทใกล้จบแล้วอยากเปลี่ยนอาชีพ อยากเก็บสิ่งที่เราเคยทำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เราไม่อยากกลับไปเป็นนางแบบทั่วไปที่ต้องเสนอขายสิ่งของให้คนมาซื้อ แต่เราอยากทำอะไรที่จะอิมแพกต์สังคมมากที่สุด การเป็นนางงามซึ่งทุกคนเข้าใจว่าต้องช่วยสังคมจึงน่าจะเป็นช่องทางที่ดีที่เราจะใช้ทักษะการเดินแบบที่มีมาผสมกับสิ่งที่เราอยากทำได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>อีกอย่างเราควรพูดในที่สาธารณะได้ถ้าเราอยากเปลี่ยนสังคม แต่เรากลับกลัวสิ่งนั้นมากจนมือสั่นและพูดไม่ออกอยู่หลายครั้ง การประกวดนางงามที่ต้องพูดกับคนจำนวนมากในที่สาธารณะจึงเป็นเรื่องท้าทายที่น่าจะช่วยฝึกเราได้ เลยคิดว่าน่าจะต้องลองงานนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110696" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1693.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>คุณคิดว่านางงามมีเสียงที่ดังกว่าคนอื่น</strong></p>
<p>แน่นอนอยู่แล้ว ความคิดแรกของเราคือเราทำเพื่อสังคมด้วยช่องทางของตัวเองได้แต่อาจไม่ได้เกิดอิมแพกต์ในวงกว้างเท่านางงาม ซึ่งจริงแบบที่คิดไว้เพราะการเป็นนางงามทำให้เราได้รู้จักคนมากขึ้น คนสนใจสิ่งที่เราพูดและสิ่งที่เราทำจนชวนเราไปทำงานด้านต่างๆ ครั้งหนึ่งเคยพูดเรื่องคุณแม่วัยใสแล้ว UNFPA (กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ) ก็ติดต่อให้เราไปร่วมงานเลย แต่เมื่อได้พื้นที่ตรงนั้นแล้วเราก็พยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองต่อ เเละเริ่มกลับมาทำสิ่งที่เราต้องการทำบ้าง</p>
<p><strong>คุณต้องแลกอะไรในชีวิตบ้างเพื่อให้ได้โอกาสในการเปลี่ยนแปลงสังคม</strong></p>
<p>แลกความเป็นส่วนตัว ทั้งๆ ที่เราเป็นคนต้องการความเป็นส่วนตัวมาก จนช่วงแรกเรารู้สึกเศร้าและหดหู่เพราะเหมือนถูกจับตามองตลอดเวลา เช่น สังคมมีภาพจำว่านางงามต้องแต่งตัว แต่เราเป็นคนไม่ชอบแต่งตัว บางคนเห็นเราเขาก็จะรู้สึกว่า เฮ้ย นี่ไม่ใช่นางงาม แต่เราเพิ่งคิดได้เมื่อต้นปีนี้เองว่าเราเป็นของเราแบบนี้ ถ้าคนอื่นไม่โอเคก็เรื่องของเขาแล้ว ตอนนี้เราเลยไม่แคร์ว่าคนจะมองยังไงถ้าเราใส่รองเท้าขาดๆ ไปไหนมาไหน (หัวเราะ) เพราะนี่คือตัวตนของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110672" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1572.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>เหมือนคุณต้องระมัดระวังตัวเองตลอดเวลา</strong></p>
<p>ใช่ โดยเฉพาะเรื่องคำพูด แต่เป็นการระมัดระวังในทางที่ดีนะ เราต้องคิดก่อนพูด ไม่พูดด้วยอารมณ์ เพราะบางเรื่องมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านั้น ถ้าพูดออกไปโดยไม่หาข้อมูลให้ดี คนที่ติดตามเราก็จะรู้แบบผิดๆ ไปด้วย</p>
<p>เราระวังเรื่องคำหยาบที่สุด เราจะไม่ใช้คำหยาบสื่อสารความคิดของเราเลยเพราะมันอาจลดความน่าเชื่อถือ แต่บางทีเราก็อยากใช้กับประเด็นแรงๆ นะ เช่น What the fuck! (หัวเราะ) มันเป็นอะไรที่อะไรวะจริงๆ แต่สุดท้ายเราก็หาวิธีอื่นที่สามารถสื่อความหมายนี้ได้เหมือนกัน</p>
<p><strong>คุณมักเรียกร้องสิทธิต่างๆ รวมถึงสิทธิเหนือเรือนร่างของผู้หญิง แล้วคุณไม่คิดว่าการประกวดนางงามเป็นการลดทอนคุณค่าของผู้หญิงเหรอ</strong></p>
<p>เราว่ามันเป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น เรามองว่าการประกวดนางงามจะลดทอนคุณค่าผู้หญิงหรือไม่นั้นขึ้นกับกองประกวดว่าต้องการผู้หญิงแบบไหน ถ้าต้องการแบบเดิมๆ เราก็คิดว่ามันสร้างกรอบให้ผู้หญิงนะ แต่ใน Miss Universe 2017 ที่ Miss South Africa ได้ตำแหน่ง ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมของนางงามและผู้หญิงทั่วโลกเลย เพราะเป็นนางงามจักรวาลผิวดำคนแรกๆ แสดงให้เห็นว่ากองประกวดเริ่มเปิดรับความหลากหลายมากขึ้น</p>
<p>อีกอย่างเราว่ามันขึ้นอยู่กับคนที่ได้ตำแหน่งด้วยว่าเขาต้องการจะสื่อสารอะไรออกไปและพยายามเปิดวงสนทนาให้ผู้หญิงในสังคมยังไงบ้าง จากสองประเด็นนี้เราจึงคิดว่าการประกวดสมัยนี้ส่งเสริมผู้หญิงให้พร้อมสู้กับสิ่งที่บีบพวกเธอได้ อย่างน้อยกลุ่มผู้เข้าประกวดก็ได้ทำตามเป้าหมายที่อยากทำ</p>
<p><strong>คุณพยายามเปิดวงสนทนาที่ว่ายังไงบ้าง</strong></p>
<p>เราไม่เคยบอกใครว่าต้องทำอะไร เราแค่เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้สึกดีกับตัวเองก่อนถึงจะเป็นตัวอย่างได้โดยเฉพาะช่วงนี้ สิ่งที่เราทำลงไปคือตัวเรา เราไม่ได้พูดไม่ดีกับคนอื่น แค่เวลาใครทำอะไรที่เรารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมและไม่ถูกต้องต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เราจะบอกเขา เช่น ถ้ามีคนจอดรถยนต์ทิ้งไว้แต่ยังติดเครื่องอยู่ เราจะเป็นคนที่เคาะกระจกแล้วบอกเขาว่า พี่คะ มีคนอยู่ตรงนี้เต็มไปหมดเลย ช่วยดับเครื่องหน่อยได้ไหม ไม่จำเป็นต้องไปสู้กับเขา แค่บอกดีๆ บางคนเขาไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าเขายังทำตามใจก็อีกเรื่องหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1551.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3>จักรวาลเพื่อสังคม</h3>
<p><strong>ที่บอกว่าประกวดนางงามเพราะอยากทำเพื่อสังคม คุณอยากทำงานเพื่อสังคมมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า</strong></p>
<p>ตั้งแต่จำความได้วันเกิดทุกปีแม่จะพาเราไปมูลนิธิดวงประทีปที่เป็นองค์กรช่วยเหลือเด็กและผู้ยากไร้ และโรงเรียนทุกโรงเรียนของเราก็ให้ความสำคัญกับ community service มาก สอนให้เราทำสิ่งต่างๆ ตอบแทนสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่อยู่รอบข้าง เพราะสิ่งเหล่านั้นมีผลต่อเราจึงต้องทำอะไรตอบแทนด้วย เราเลยคิดว่าการทำเพื่อสังคมเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องที่ควรจะทำ</p>
<p><strong>คุณคิดว่าทุกคนควรทำอะไรบางอย่างเพื่อสังคม</strong></p>
<p>เราอยู่ในสังคม การไม่คิดจะทำเลยมันก็ผิดธรรมชาติ แต่การทำเพื่อสังคมไม่ได้เจาะจงว่าต้องดีต่อสังคมเท่านั้น เราทำเพื่อตัวเองก็ได้ ทำเพื่อครอบครัวก็ได้ แต่ต้องระลึกเสมอว่าเรากำลังทำอะไรอยู่และควรรู้ว่าผลของสิ่งที่ทำคืออะไร ถ้าส่งผลเสียต่อสังคมก็ไม่โอเคแน่นอน</p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110673" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1573.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><strong>ถ้าคุณชอบทำเพื่อสังคม ทำไมถึงเรียนปริญญาตรีด้านธุรกิจและปริญญาโทด้านการตลาด</strong></p>
<p>เพราะครูเศรษฐศาสตร์กับธุรกิจตอนมัธยมสอนสนุกมาก มีเรื่องให้คุยและถกกันในทางที่ดีตลอด อีกอย่างคือครอบครัวเรามาทางธุรกิจ ตอนนั้นเราเลยรู้สึกว่ามันอาจอยู่ในสายเลือดเลยไปเรียนมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ที่เนเธอร์แลนด์ แต่พอไปเรียนจริงๆ กลับรู้สึกว่าเราเลือกผิด</p>
<p><strong>ทำไมถึงรู้สึกว่าเลือกผิด</strong></p>
<p>พอคิดดูดีๆ แล้ว เราชอบด้านฟิสิกส์และจิตวิทยามากกว่าเลยเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดเพราะคิดว่ามันเกี่ยวกับจิตวิทยามากขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มใหม่มาก แต่ก็คิดว่าเลือกผิดอีกแล้วเพราะเราไม่ได้อยากเข้าไปทำงานบริษัทแล้วพยายามทำให้คนซื้อของของเขามากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110662" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1540.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แต่สุดท้ายคุณก็ได้ทำงานด้านจิตวิทยาจากงานวิจัยเกี่ยวกับคนในคุก</strong></p>
<p>ใช่ เป็นช่วงก่อนไปเรียนต่อ ตอนนั้นเราอยากช่วยกลุ่มคนในคุก เราสนใจว่าทำไมเขาต้องเข้าไปอยู่ในนั้น และวัตถุประสงค์ของคุกคืออะไร เรากลับมามองคุกที่ไทยเพราะรู้มาว่าที่นี่โหดมากและจัดการไม่ดี ได้รู้ว่าคุกไทยให้คนที่มีคดีฆาตกรรมอยู่ร่วมกับคนที่มีคดีลักทรัพย์ อย่างนั้นจะแบ่งข้อมูลกันยังไง พอออกมาเขาจะไม่แย่กว่าเดิมเหรอ แล้วก็เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆ นั่นคือ 60-80 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ออกจากคุกต้องกลับเข้าไปใหม่ เราเลยพยายามดูว่ามีอะไรที่ช่วยสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เขาได้บ้าง เช่น การสอนมวยไทย ศิลปะ และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ทางเรือนจำก็จัดกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เรารู้สึกว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สังคมไม่แคร์และผลักไสให้พวกเขาอยู่อย่างทรมาน เพราะทุกคนไม่คิดว่าเขาเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตเช่นเดียวกัน หลายคนมองว่าให้คนเหล่านี้อยู่สบายกว่าได้ยังไงในเมื่อพวกเขาไม่ได้จ่ายภาษี แต่เราว่าคนคุกเขาไม่มีสิทธิหลายอย่างและไม่มีทางเลือกอะไรเลย ลองคิดดูว่าถ้าให้เขาอยู่ในกล่อง เขาจะออกมาเป็นคนยังไง จะดีกว่าไหมถ้ามีอะไรที่สร้างสรรค์ให้เขาฝึกทำ เราว่าสร้างคนดีดีกว่าสร้างคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานนะ</p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110689" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1654.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><strong>คุณเชื่อเรื่องความเท่าเทียม</strong><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>ความเท่าเทียมสำคัญแต่ความเสมอภาคก็สำคัญด้วย ทุกคนเก่งคนละด้าน เกิดมาคนละระดับ เราว่าคนบางกลุ่มอาจต้องได้รับการช่วยเหลือมากกว่ากลุ่มอื่น</p>
<p><strong>แล้วนอกจากงานพัฒนามนุษย์ เห็นว่าตอนนี้คุณกำลังสนใจงานพัฒนาสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>ใช่ เรากำลังทำ SOS Earth ร่วมกับ co-founder ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตอนแรกที่ทำเราเริ่มจากกิจกรรมที่พาน้องๆ ไปเรียนรู้ระบบนิเวศในป่าเพราะอยากให้คนใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แต่หลังจากนั้นเราก็หันมาทำคอนเทนต์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั้งที่ทำเองและทำร่วมกับน้องหลิง (นันทิชา โอเจริญชัย) จาก Climate Strike Thailand พวกเราพูดถึงภาวะโลกร้อนและภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนเข้าใจว่าทำไมต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะถ้าทุกคนรู้ว่าเขาทำอะไรให้โลกได้บ้าง ทำเพื่ออะไร หรือทำไปทำไม เขาก็จะทำ เราเลยอยากให้คนเข้าใจมากขึ้น</p>
<p><strong>ทำไมอยู่ๆ ถึงหันมาสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>เราใกล้ชิดธรรมชาติตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อพาเข้าป่า ดำน้ำ หรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตลอด แต่ตอนนั้นยังไม่รู้สึกรักธรรมชาติแค่รู้สึกสนุก หรือบางครั้งก็คิดว่าลำบากเวลาต้องออกไปที่ต่างๆ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่หลังจากไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศซึ่งทำให้เราได้ไปอยู่ในที่ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เราจึงรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติและเริ่มเข้าใจว่าทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันเสมอ เช่น มลพิษในเมืองย่อมมีผลต่อระบบนิเวศในป่า หรือแม้กระทั่งน้ำที่สะอาดจนดื่มจากก๊อกได้ก็สะท้อนให้เห็นว่าธรรมชาติกับคนเชื่อมโยงกัน ถ้ารอบข้างแย่ เราก็แย่ เลยคิดว่าเราต้องตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110704" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/000005.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>นอกจากเชื่อในพลังของธรรมชาติแล้ว คุณเชื่อในอะไรอีกบ้าง</strong></p>
<p>ไม่รู้ว่าใช้คำว่า ‘เชื่อ’ ได้ไหม แต่เรารู้สึกถึงพลังของมนุษย์ ตอนแรกเราคิดว่าการทำงานกับคนมันยากมาก เราเลยหันมาทำเรื่องสิ่งแวดล้อมจะได้ไม่ต้องยุ่งกับคนมากมาย (หัวเราะ) แต่ว่ายิ่งทำก็ยิ่งเข้าใจว่าจริงๆ แล้วคนเป็นพลังสำคัญของสังคมที่ทำอะไรได้หลายอย่าง เช่น คนทำให้สิ่งแวดล้อมเสียได้แต่ก็ทำให้ดีขึ้นได้ด้วย</p>
<p><strong>แล้วคุณทนได้ไหมถ้าไม่ได้ทำเพื่อสังคม</strong></p>
<p>เราว่าเป้าหมายสูงสุดของทุกคนคือการมีความสุข แต่ความสุขของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน สำหรับเราเราไม่สามารถมีความสุขได้ถ้ารู้ว่าคนรอบข้างไม่มีความสุข</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110687" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1640-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3>จักรวาลมนุษยธรรม</h3>
<p><strong>ตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้างที่คำตอบของคุณบนเวที Miss Universe 2017 ที่ว่า การเคลื่อนไหวทางสังคมที่สำคัญที่สุดคือการเคลื่อนไหวโดยเยาวชน กำลังเป็นเรื่องจริง<span class="Apple-converted-space"> </span></strong></p>
<p>เราเคยบอกแล้ว ทำไมไม่ฟัง (หัวเราะ) ที่ตอนนั้นตอบไปแบบนั้นเพราะเรากำลังศึกษาเรื่องประชากรในแต่ละประเทศ พบว่าเมื่อคนมีการศึกษามากขึ้นก็จะมีลูกช้าลง จะมีช่วงหนึ่งเสมอที่คนแก่มีจำนวนเยอะและเด็กมีจำนวนน้อย เลยคิดว่าน่าจะส่งผลอะไรสักอย่างต่ออนาคต แล้วเราคิดว่าเยาวชนคือความหวังและเป็นกลุ่มที่แคร์ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ตอนนั้นเลยตอบว่าเราต้องให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นใหม่</p>
<p>เด็กรุ่นใหม่ขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ จริงๆ คิดว่าไม่ใช่แค่เด็กรุ่นใหม่ด้วยซ้ำแต่เป็นคนสมัยนี้เกือบทุกคน เพราะเขาไม่ได้ออกมาพูดอย่างเดียวแต่เขามีเหตุผล มีวิธีสร้าง และมีวิธีแสดงความคิดให้ออกมาเหมือนศิลปะ</p>
<p>ไม่นานมานี้มีเด็กคนหนึ่งไปนั่งแถวสยาม ใส่ชุดนักเรียนไทยพร้อมแขวนป้ายที่เขียนว่า ฉันกำลังไว้ทรงผมผิด กรุณาช่วยตัดและสอนฉันหน่อย เรารู้สึกว่ามันคือวิธีที่ไม่ได้ลบหลู่หรือทำให้ใครเดือดร้อนแต่เขาแค่แสดงให้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คุณอยากจะร่วมตัดผมเขาไหมหรือจะปล่อยให้เขาเป็นตัวของตัวเอง เรารู้สึกว่านี่แหละคือการเคลื่อนไหวที่สร้างสรรค์ สิ่งที่พวกเขาทำเป็นแรงบันดาลใจให้เรากลับไปทบทวนและฝึกฝนตัวเองเหมือนกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110697" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1697.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ทำไมความคิดสร้างสรรค์ถึงสำคัญกับการแสดงออก</strong><b> </b></p>
<p>เพราะทำให้เราได้เปิดกรอบบางอย่าง เป็นการสื่อสารที่ให้คนคิดต่อเองโดยไม่ได้บอกตรงๆ<br />
<span class="Apple-converted-space"><br />
</span></p>
<p><strong>มองย้อนกลับไป คุณตอนวัยรุ่นเป็นยังไงบ้างเมื่อเทียบกับวัยรุ่นสมัยนี้</strong></p>
<p>ตอนนั้นเราไม่ได้แคร์เรื่องสังคมและการเมืองมาก ขนาดตอนเราอยู่ ม.6 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดง เราเพียงรับรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นแต่ไม่ได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้น ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพราะเราไม่ได้ศึกษาเรื่องนั้น พอเห็นเด็กสมัยนี้ใส่ใจเรื่องสังคมและการเมืองมากขึ้นเราก็ดีใจ เพราะการเมืองมีผลต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน การที่เขาออกมาเคลื่อนไหวหมายความว่าเขาแคร์สิทธิและอนาคตของเขา ถ้าเขาไม่แคร์เขาก็ไม่ออกมาพูด ไม่ออกมาขับเคลื่อนอะไร<br />
<span class="Apple-converted-space"><br />
</span></p>
<p><strong>คุณคิดว่าการเคลื่อนไหวและการเรียกร้องสิทธิต่างๆ ในช่วงนี้สะท้อนอะไร</strong></p>
<p>เราว่าที่พวกเขาออกมาแสดงความคิดเห็นเพราะพยายามจะเดินไปข้างหน้าแต่ระบบยังไม่คืบหน้าไปไหน พวกเขาเลยอึดอัดและต้องการการเปลี่ยนแปลง ในเมื่อการเปลี่ยนแปลงมันเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ถ้าพยายามเก็บเอาไว้เราน่าจะอยู่ไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110680" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1599.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ดี</strong></p>
<p>Change can be good. Change is a nice thing. Change is available.</p>
<p><strong>แล้วการเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้มากน้อยแค่ไหน<span class="Apple-converted-space"> </span></strong></p>
<p>เราว่ามันเปลี่ยนแปลงสังคมอยู่นะ การที่น้องๆ ออกมาแสดงความคิดเห็นทำให้คนเริ่มคิดและเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมถึงเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล ถ้าคนในสังคมไม่ถามคำถาม เขาอาจไม่แคร์ แต่เราเชื่อว่าคนที่แคร์เขาจะถาม เขาจะรู้ และเขาจะรู้สึกว่า เฮ้ย มีคนอื่นที่รู้สึกเหมือนเรา<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>การที่คนออกมาพูดสิ่งที่คิด แสดงสิ่งที่รู้สึก มันทำให้คนที่รู้สึกแบบเดียวกันกล้าออกมาทำอะไรบางอย่าง</p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-110657" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1515.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><strong>ในฐานะที่คุณเติบโตในหลายประเทศ คุณคิดว่าแต่ละประเทศให้ค่าสิทธิพื้นฐานของประชาชนแตกต่างกันมากไหม</strong></p>
<p>ต่างกันมาก เรื่องสิทธิเป็นเรื่องพื้นฐานที่คนสวีเดนให้ความสำคัญ ทุกคนต้องรู้จักสิทธิของตัวเองเพื่อทำตัวให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของสังคม ถ้าเราไม่รู้สิทธิเราอาจไม่รู้ว่าเราก็เป็นพลเมืองที่ดีได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าสิทธิที่มีอยู่ไม่รอบคอบพอ เราต้องพยายามคุยกับคนที่ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพราะมันเป็นเรื่องที่คุยกันได้ เหมือนได้เลือกอาหารที่จะกิน เรารู้ว่าเราไม่ชอบอะไรแต่ก็พยายามทำให้ตัวเองพอใจมากที่สุด ถ้าปรุงได้ก็ปรุง ปรุงไม่ได้ก็หาวิธีอื่น โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ทุกคนจะได้สิทธิเรียนฟรีจนถึงระดับมหาวิทยาลัย เรื่องนี้สำคัญมากเพราะเมื่อทุกคนมีการศึกษาพวกเขาก็จะมีความคิดเห็นเป็นของตัวเองและทำหน้าที่ตามที่ตนถนัด รัฐบาลไม่สามารถบอกหรือบังคับให้ใครทำอะไรได้ ขณะที่นักเรียนไทยโดนกดและไม่สามารถถามคำถามอะไรได้เลย เรียกว่าต้องอยู่ในกรอบมากๆ</p>
<p><strong>สิทธิทางการศึกษาคือสิทธิหนึ่งที่คุณให้ความสำคัญ</strong></p>
<p>ใช่ แต่ไม่ใช่แค่การศึกษาอย่างเดียวและไม่ใช่การศึกษาระบบเก่าที่ให้คนไปทำงานในระบบแรงงาน แต่เป็นการศึกษาแบบใหม่ที่ลื่นไหลซึ่งมีการสอน spiritual reality เพราะถ้าสอนเด็กๆ แค่การศึกษาแต่ไม่สอน spiritual reality เขาจะเป็น evil genius แต่ถ้าเราสอนเรื่องนั้นด้วยเขาจะเข้าใจธรรมชาติและตัวเองมากขึ้น</p>
<p><strong>แสดงว่าการเติบโตในครอบครัวไทย-สวีเดนส่งผลต่อมุมมองเรื่องสิทธิเสรีภาพของคุณพอสมควร</strong></p>
<p>แน่นอน ตอนเด็กเรารู้สึกว่าเราไม่เข้ากับที่ไหนเลย ตรงนี้ก็ไม่ใช่ ตรงนั้นก็ไม่ใช่ ตอนนั้นค่อนข้างเศร้า แต่ยิ่งโตยิ่งรู้สึกดีเพราะจริงๆ แล้วเราเข้าได้กับทุกที่ เราว่าตัวเองเป็นคนไทยแต่ความคิดออกแนวตะวันตกนิดหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1578.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>นอกจากสิทธิทางการศึกษาคุณคิดว่าสิทธิพื้นฐานที่คนไทยกำลังถูกลิดรอนมากที่สุดในตอนนี้คืออะไร</strong></p>
<p>ทุกคนแค่อยากมีสิทธิที่จะพูดความคิดของเขา แล้วยิ่งมีการศึกษามากขึ้นคนยิ่งเข้าใจมากขึ้น มีโซเชียลมีเดียที่ทำให้คนรับรู้เรื่องต่างๆ เร็วขึ้น คนก็ต้องมีคำถามอยู่แล้ว คำถามคือ ทำไมเราถึงถามไม่ได้ ทำไมเราไม่ได้คำตอบจากคนที่ควรจะตอบเรา ทั้งๆ ที่ประเทศอยู่ได้เพราะทุกคน ไม่ใช่แค่เพราะรัฐบาลไม่กี่คน<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เราปิดหูกันอยู่ได้ยังไงถ้าอยากเดินไปข้างหน้า เราต้องรับฟังทุกความเห็น แม้กระทั่งความเห็นที่อาจไม่เข้ากับความคิดของตัวเองก็ต้องฟังว่าทำไมเขาคิดแบบนั้น เมื่อเข้าใจเราจะเดินต่อไปได้ ถ้าเราไม่เข้าใจก็เหมือนเราเพิกเฉยต่อสิ่งต่างๆ</p>
<p><strong>หลายคนบอกว่าคุณกล้ามากที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในช่วงนี้</strong></p>
<p>ตอนนั้นมีกระแส Black Lives Matter พอดีกับที่ในไทยมีแฮชแท็ก #SaveWanchalerm เราเลยไปสืบดูว่าใครกำลังป่วนอะไรหรือเปล่า วันแรกผ่านไปไม่มีสื่อไทยไหนเขียนถึงเรื่องนี้ วันที่สองก็ยังไม่มี วันที่สามก็ยังคงเงียบอยู่ เราเลยเริ่มสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ แล้วทำไมเงียบขนาดนี้</p>
<p>จริงๆ ตอนแรกเรากลัวนะ แต่ก็คิดว่าถ้าสิ่งที่เราทำและพูดคือสิ่งที่ถูกต้องเราจะกลัวไปทำไม เราไม่อยากตกอยู่ภายใต้ความกลัวนั้น เพราะมันเป็นคำถามที่เราอยากรู้และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้เลยตัดสินใจเขียนออกไป ซึ่งเราดีใจมากที่ได้เขียนออกไปแบบนั้น แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมมาตอบเราคนเดียว ทำไมถึงไม่ไปตอบประชาชนที่กำลังถามและประท้วงอยู่<br />
<span class="Apple-converted-space"><br />
</span></p>
<p><strong>แล้วแม่เห็นด้วยกับการแสดงความเห็นของคุณไหม</strong></p>
<p>แม่ไม่ได้ว่า แม่ได้ยินจากเพื่อนๆ ของเขาเลยมาถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น พอเล่าให้ฟังเขาก็บอกว่าโอเค เป็นตรรกะที่ดี เพราะถ้ามันเกิดขึ้นกับเราเราก็อยากให้คนอื่นถามคำถามนี้เหมือนกัน</p>
<p><strong>มีคนมาเตือนคุณบ้างไหม</strong></p>
<p>มีหลายคนมาเตือนจนเรานอนไม่หลับเลย แต่เราก็กลับมาถามตัวเองเหมือนเดิมว่าทำไมถึงกลัว ทำไมเรายังอยู่ในยุคที่ต้องกลัวการตั้งคำถาม แปลว่ามันมีอะไรสักอย่างที่ผิดปกติหรือเปล่า</p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110670" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/0W2A1569.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><strong>เราไม่ควรใช้ชีวิตด้วยความกลัว</strong></p>
<p>ใช่ การใช้ชีวิตด้วยความกลัวมันน่ารำคาญมาก มันทำให้ชีวิตเรายาก และเป็นกำแพงกีดกั้นให้เราไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ เลยคิดว่าถ้าเรากลัวอะไรก็ควรพิสูจน์ตัวเองว่าเราทำได้ ปีนี้เป็นปีที่เรากำลังผจญกับความกลัวของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องการแสดงความคิดเห็น เช่น เรากลัวความสูงมากเลยตัดสินใจไปปีนเขา พอไปปีนแล้วเรารู้สึกถึงพลังของตัวเองเลย เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเราทำได้ เราเอาความกลัวนั้นออกไปได้</p>
<p><strong>แล้วคนที่กำลังกลัวควรก้าวข้ามความกลัวต่างๆ ยังไง</strong></p>
<p>ถ้ารู้สึกอะไรอยู่เราน่าจะไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น สมัยนี้มีโซเชียลมีเดียที่สามารถหาคนที่คิดแบบเราได้ เราสามารถไปเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดแล้วใช้เวลากับมันเพื่อให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น เพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นได้อย่างสร้างสรรค์และถูกต้อง</p>
<p>เราอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจความกลัวของตัวเอง แล้วจะเข้าใจว่าเราสามารถก้าวข้ามความกลัวด้วยวิธีไหนได้บ้าง เพราะถ้าเรากลัวแสดงว่าเราอยากทำอะไรสักอย่างแต่ไม่กล้า เราก็ต้องหาช่องทางเพื่อเลิกกลัวให้ได้</p>
<p><strong>คุณพูดในฐานะคนคนหนึ่งหรือในฐานะนางงาม</strong></p>
<p>เราพูดในฐานะคนคนหนึ่งซึ่งอยู่ในสังคมที่กำลังเผชิญปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราควรมีพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นของตัวเอง ทั้งตัวเราและทุกๆ คน</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2ed0b8da092" data-id="-6h5lAugVKw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp--6h5lAugVKw-6a2ed0b8da092" data-vid="-6h5lAugVKw" data-src="https://www.youtube.com/embed/-6h5lAugVKw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/-6h5lAugVKw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/maria-poonlertlarp-interview/">จักรวาลการสนทนาว่าด้วยวงการบันเทิง นางงาม สังคม และการยืนหยัดเพื่อสิทธิเสรีภาพของ มารีญา พูลเลิศลาภ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TATTOO COLOUR &#8211; ร้อนของ &#124; Live in a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-rongkhong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Smallroom]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[Tattoo Colour]]></category>
		<category><![CDATA[Live in a day]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อนของ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133079</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ร้อนของ” ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม TATTOO COLOUR วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ที่กลับมาพร้อมความแปลกใหม่ ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับเพลงร้อนของ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว 1ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้ 2ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-rongkhong/">TATTOO COLOUR &#8211; ร้อนของ | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="TATTOO COLOUR - ร้อนของ | Live in a day" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/SlAXOg1ML28?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ร้อนของ” ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม <a href="https://adaymagazine.com/lyrics-8/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">TATTOO COLOUR</a> วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ที่กลับมาพร้อมความแปลกใหม่ ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้</p>



<p>ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=-eKQcC9dvqM" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพลงร้อนของ</a> ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว</p>


<div style="display: none;">
1ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
2ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
3ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
4ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
5ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<p></p>
<h2> ร้อนของ </h2>
<p>6ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
7ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
8ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
9ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
0ไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
aไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
sไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
dไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
fไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้</p>
<h2> ร้อนของ </h2>
<p>gไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
hไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
jไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
kไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
lไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
qไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้</p>
<h2> หห </h2>
<p>wไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
eไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
rrไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
tไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้<br>
yไม่ว่าคุณจะหัวร้อนกับอะไรมา live in a day อยากชวนไปเผาหัวกับ ก่อนออกไปจิบอะไรเย็นๆ ในยามค่ำคืนก่อนวันหยุดยาว ซิงเกิลเผาหัวจากอัลบั้มเรือนแพ ชุดที่ 6 จาก 4 หนุ่ม วงดนตรีระดับโลกจากค่าย Smallroom ดุเดือด ร้อนแรง แผดเผาและคาดเดาไม่ได้
</p>
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-rongkhong/">TATTOO COLOUR &#8211; ร้อนของ | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 11:02:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[แร็ปเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[Rap]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[rapper]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิปฮอป]]></category>
		<category><![CDATA[แรป]]></category>
		<category><![CDATA[อัลบั้ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=106810</guid>

					<description><![CDATA[<p>“YB! YOUNG MOTHERF*CKING BONG! YOUNG BONG MOTHERF*CKER!” เพื่อให้บทสัมภาษณ์นี้คล้ายบทเพลงของ YONG BONG คงไม่มีสิ่งไหนเหมาะสมในการเปิดเท่าประโยคข้างต้น เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ NGAZ (เอ็นก๊าซ, ไบรอัน–มารุต เมนสารท) และ JXHMXN (จาห์มาร, เจม–สกล สงวนพัฒน์) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขาผ่านไรม์ในเพลงแรป จากแรปเปอร์หน้าใหม่ในวงการ ปัจจุบันพวกเขาคือศิลปินมืออาชีพที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกออกมา  18 บทเพลงในอัลบั้ม DEVIL BOYZ ANIME GIRLZ ของ YOUNG BONG ล้วนบ่งบอกความเป็นพวกเขา และแนวดนตรีที่หลากหลาย ไรม์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องชีวิตไปถึงความรัก ไปจนถึงความหมายที่พวกเขาซ่อนไว้ในแต่ละเพลงนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่พาให้เรามาสนทนากับ NGAZ และ JXHMXN ในวันนี้ แต่จากตรงนั้น ถ้อยคำของเราไปไกลกว่านั้น เราเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงเรื่องอัลบั้ม ก่อนจะนำไปสู่เรื่องราวในชีวิตของพวกเขาในอดีต ความเป็นตัวเอง ความหลากหลาย ความแตกต่าง การแปะป้ายที่พวกเขาเคยโดน และความ ‘real’ ในสิ่งที่พวกเขาทำ คำตอบที่เป็นดั่งไรม์ของทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/">ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“YB! YOUNG MOTHERF*CKING BONG! YOUNG BONG MOTHERF*CKER!”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106945 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้<a href="https://adaymagazine.com/maiyarap/">บทสัมภาษณ์</a>นี้คล้ายบทเพลงของ YONG BONG คงไม่มีสิ่งไหนเหมาะสมในการเปิดเท่าประโยคข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ NGAZ (เอ็นก๊าซ, ไบรอัน–มารุต เมนสารท) และ JXHMXN (จาห์มาร, เจม–สกล สงวนพัฒน์) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขาผ่านไรม์ในเพลงแรป จากแรปเปอร์หน้าใหม่ในวงการ ปัจจุบันพวกเขาคือศิลปินมืออาชีพที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกออกมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">18 บทเพลงในอัลบั้ม DEVIL BOYZ ANIME GIRLZ ของ YOUNG BONG ล้วนบ่งบอก<a href="https://www.facebook.com/YOUNGBONG420">ความเป็นพวกเขา</a> และแนวดนตรีที่หลากหลาย ไรม์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องชีวิตไปถึงความรัก ไปจนถึงความหมายที่พวกเขาซ่อนไว้ในแต่ละเพลงนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่พาให้เรามาสนทนากับ NGAZ และ JXHMXN ในวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จากตรงนั้น ถ้อยคำของเราไปไกลกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงเรื่องอัลบั้ม ก่อนจะนำไปสู่เรื่องราวในชีวิตของพวกเขาในอดีต ความเป็นตัวเอง ความหลากหลาย ความแตกต่าง การแปะป้ายที่พวกเขาเคยโดน และความ ‘real’ ในสิ่งที่พวกเขาทำ คำตอบที่เป็นดั่งไรม์ของทั้ง NGAZ และ JXHMXN เกิดขึ้นตลอดหนึ่งชั่วโมงที่เราคุยกัน และนี่เป็นเหมือนหลักฐานที่พิสูจน์กับเราว่าทำไม YOUNG BONG ถึงมาอยู่จุดนี้ในวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ Esketit!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Music On</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟรีสไตล์แรปในแบบฉบับ YB พร้อมเอื้อนเอ่ยคำตอบในบรรทัดถัดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106946 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><b>อัลบั้มแรกในชีวิตที่เพิ่งปล่อยออกมาเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่พวกคุณตั้งใจไว้แต่แรกไหม</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ถ้านับจากตอนแรก พวกเราไม่เคยคิดว่าต้องมีอัลบั้มเลยครับ เราแค่ทำและสะสมเพลงมาเรื่อยๆ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ทำไปแล้วหลายเพลงก็ไม่ได้ปล่อย เราเลยคุยกันว่าน่าจะเอาเพลงที่ดีที่สุดของที่ดองไว้มาคัดเลือกและรวมกันเป็นอัลบั้มดู</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : โดยส่วนตัวผมว่าแรปเปอร์หรือศิลปินทุกคนบนโลกอยากมีผลงานที่เป็นรูปแบบเป็นของตัวเองอยู่แล้ว พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น เราเลยมาคุยกันว่าจะทำไงกับของที่มีในสต็อกดี สุดท้ายก็รวมมันและปล่อยออกมา บางเพลงอาจทำไว้นานแล้ว แต่เราก็มองว่าเพลงเหล่านั้นเป็นเหมือนตัวแทนแต่ละช่วงเวลาของ YB มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106920 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185.jpg" alt="YOUNG BONG" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>ถ้าบางเพลงกลายเป็นอดีตไปแล้ว ไม่กลัวว่ามันจะไม่สดหรือไม่จริงสำหรับเราในตอนนี้เหรอ</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมกลับมองว่ามันจริงนะ เพราะมันจริงจริงๆ ในช่วงเวลาหนึ่งของผม</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : อย่างเพลง ‘ปังป่าว’ พวกเราแต่งกันตอนที่ไปทำเพลงบ้านเพื่อน ช่วงนั้นเราไม่ได้มีเงินเยอะ ดังนั้นเวลาไปเราต้องรวมเงินกันซื้อมาม่ากับขนมปังไว้กินเพื่อให้อยู่ได้นานที่สุด เหตุการณ์นั้นก็ออกมาเป็นเพลงนี้ ซึ่งตอนนี้พวกเราอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว แต่ครั้งหนึ่งพวกเราก็เป็นแบบนั้นจริงๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ฟังดูเหมือนอัลบั้มนี้ทำหน้าที่เป็นบทบันทึกชีวิต</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ๆ ซึ่งพอกลับมาฟัง ผมก็ได้ทบทวนว่าตอนนั้นตัวเองคิดอะไรบ้าง ซึ่งก็มีทั้งเรื่องดีและเรื่องระยำตำบอน (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : แต่ถึงจะหลายช่วงเวลา กลับมาฟังแล้วผมก็ยังมั่นใจในทุกคำที่เขียนไปนะ ผมไม่ได้เขินกับมัน แค่เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่ก็ปั่นๆ ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106913 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ทำไมถึงเลือกมาปล่อยมาตูมเดียวเป็นอัลบั้มมากกว่าปล่อยเป็นซิงเกิล</b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมว่าการปล่อยทีละเพลงเป็นเหมือนการสร้างไวรัลอะไรสักอย่างแค่ในช่วงเวลานั้น แต่เวลาผมอยากฟังเพลงจากศิลปิน ผมฟังเป็นอัลบั้มมากกว่า เพราะผมอยากรู้ว่าเขาคิดอะไร ทำไมเขาถึงทำเพลงเป็นอัลบั้ม เขาพูดเรื่องเดียวกันในทุกเพลงไหม เขาร้องอะไรบ้าง แนวเดิมทั้งหมดหรือเปล่า ทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเราได้รู้จักศิลปินมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ผิวเผิน พวกเราเลยอยากทำอัลบั้มเพราะเหตุนี้ และอีกเหตุผลคือเป็นเรื่องของแนวเพลงด้วย YB ไม่อยากจำกัดตัวเอง เราอยากทำเพลงหลายแนว เพราะเราคิดว่าถ้าทำแนวเดียวกับตลาดที่เคยดัง อัลบั้มคงมีเหลี่ยมเดียวเหมือนกันไปหมด พวกเราอยากทำให้ลึกซึ้งกว่านั้น </span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าถ้าอยากดัง มึงต้องทำเพลงที่ตลาดชอบ แต่ผมว่าจริงๆ แล้วคนที่ทำเพลงที่ตลาดชอบออกมาได้ เขาไม่ได้มานั่งคิดว่าต้องทำเพลงตลาดหรอก เขาแค่ทำตัวเองเป็นตลาดให้คนมาซื้อของเท่านั้นเอง นอกจากนั้นคือการตกแต่งร้าน</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : เปรียบเทียบง่ายๆ คือว่าในขณะที่ทุกคนบอกว่าเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วจะขายดี หลายคนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่เราอยากทำตัวเองให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง คุณเบื่อก๋วยเตี๋ยวเหรอ ผมมีต้มยำให้นะ และคุณจะกินมันตอนไหนก็ได้ ผมอยากให้เป็นแบบนั้น มากกว่าการที่คิดถึงฮิปฮอปแล้วเป็นเหลี่ยมเดียวเหมือนกันหมด</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : นั่นรวมถึงความหมายของเพลงด้วย</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106906 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ก่อนหน้านี้ในประเทศเรา เพลงจะอิงกับความรักเพราะชีวิตวัยรุ่นโหยหาความรัก เพลงรักเลยอยู่ในตลาดได้นานที่สุด แต่ตอนนี้ปี 2020 ผมว่าคนไทยเริ่มเปิดมากขึ้น ทุกคนเริ่มได้เห็นมากขึ้นว่าชีวิตมีอะไรมากกว่านั้น ยังมีความรู้ที่รอให้เราไปค้นหา มีประวัติศาสตร์รอให้เราไปเรียนรู้ ทีนี้พอคนเปิดมากขึ้น เพลงก็เปิดมากขึ้นเช่นกัน เราเลยสามารถใช้เพลงพูดถึงหลายเรื่องได้มากขึ้น  </span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : อย่างพวกเราก็ใช้เพลงเพื่อเล่าเรื่องชีวิต ความเมา ความเท่าเทียม ไปจนถึงการบอกกับคนฟังว่าเราจะอยู่ในสังคมเหี้ยๆ แบบนี้ยังไงให้มีความสุข เราสื่อสารมันออกมาโดยแทบไม่ต้องเค้นเพราะออกมาโดยจิตวิญญาณจากสิ่งที่เจอทุกวัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บางคนอาจแย้งว่าในช่วงแรกหรืออัลบั้มแรก ศิลปินควรทำเพลงและพูดแต่ละเรื่องให้ชัดหรือเปล่า ซึ่งตรงกันข้ามกับ YB ที่ทำเพลงหลายแนวและพูดหลายเรื่อง</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : แต่ผมเห็นต่างว่านั่นแหละคือจุดเด่นของพวกเรา YB อยากโชว์ความหลากหลายและผมก็อยากให้คนจำแบบนั้น เพราะถ้าเรามองเข้าไปในแก่น เพลงมีการเล่าเรื่องได้หลายแบบมาก ศิลปินก็สามารถเล่าเรื่องได้หลายแบบเช่นกัน การจะไปคาดหวังให้ศิลปินพูดเรื่องเดียวหรือแบบเดียวตลอดชีวิตคงไม่ถูกนัก ดังนั้นโดยส่วนตัวผมอยากเห็นศิลปินทำลายขีดจำกัดของตัวเองนะ ผมอยากเห็นเขาไปไกลกว่าที่เคยและทำอะไรที่ผมไม่เคยเห็นมากกว่า และความอยากเห็นอะไรใหม่ๆ นี่แหละ YB เลยอยากทำให้คนเห็นว่าเราทำได้ทุกอย่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างจากเมื่อก่อนที่หลายคนอาจมองว่า YB ดูดิบเถื่อน พวกเราก็ทำให้เห็นว่า YB ทำเพลงน่ารักได้ เพียงแต่ความน่ารักนั้นก็น่ารักแบบ YB และผมต้องชอบมัน นี่คือสิ่งที่พวกผมรู้สึกว่าเป็นกลางที่สุด เพราะผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง โอเค ผมรู้ว่ามันไม่ได้ดีเลิศ แต่อย่างน้อยผมถือว่าสิ่งที่ชัดที่สุดก็คือตัวเรา คาแร็กเตอร์เรา อุดมการณ์เรา เราอยากให้คนรู้ว่าพวกเราใช้ชีวิตกันแบบนี้ อยู่กันแบบนี้ ไม่ได้มีแต่คำว่ามั่วสุมอย่างที่ทุกคนมอง พวกเราไม่ได้เอาแต่เล่นยา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106950 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240.jpg" alt="YOUNG BONG" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>พวกคุณเห็นข้อความพวกนี้อยู่เหมือนกัน</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : (พยักหน้า) คือพวกเราก็เคยผ่านมา แต่คนที่เล่นยาจะมี 2 ประเภท คือเล่นยา กับ ยาเล่น อย่างพวกเราแค่เคยลองแต่ไม่ติด ยังไม่ถูกยาเล่น เพราะสุดท้ายเราก็รู้ว่ามันไม่ดี อย่างเพลง YETI GANG ก็มาจากช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเรากินยาน้ำกัน เมากันจัดๆ แต่พอผ่านมาแล้ว พวกเราก็ทำเพลงออกมาเพื่อบอกคนอื่นว่ามันไม่ดีนะ ซึ่งบางคนอาจบอกว่าพวกผมยุยง แต่ผมกลับคิดอีกมุมหนึ่งว่าเพลงนี้คือการบอกว่าในสังคมมันมีสิ่งนี้ แต่พวกผมสามารถหนีและจัดการมันได้</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : เหมือนเพลงที่เราทำคือการบอกตัวเองด้วยซ้ำว่าเราจะไม่กลับไป และอีกอย่างคือศิลปินไม่เคยเดินไปป้อนยาใคร ทุกอย่างมันอยู่ที่เราเลือก สำหรับผม คนเราไม่ควรโทษใครเลยกับเรื่องนี้ ควรโทษจิตใต้สำนึกของตัวเองมากกว่าที่เห็นทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังทำ อย่างผมเองก็ไม่เคยโทษ Wiz Khalifa นะ </span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมผ่านมาทุกอย่างเลยครับ แต่สุดท้ายอะไรที่ไม่ดีจริงๆ ผมก็ไม่เอา เพราะมันทำให้ผมทำงานไม่ได้ ตอนนี้ผมเลยอยู่ที่ตรงนี้ แค่ smoke weed เพราะมันช่วยให้ผมนิ่งขึ้น มีสมาธิและทำงานได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพลงมีหน้าที่บอก แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องปัจเจก</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ เพลงพวกเราเป็นเหมือนสารมากกว่าที่อยากให้คนที่เจออะไรเหมือนกันได้เข้าใจ เพราะการที่เราจะไปพูดกับคนไม่รู้จักว่า ‘เฮ้ย พี่ ช่วยฟังผมหน่อยว่าโลกใบนี้เป็นยังไง’ ก็คงไม่ได้ แต่ถ้าผมทำเพลง คนที่มีเรื่องราวตรงกับเรา เขาจะฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106939 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>สิ่งที่พวกคุณทำต้องใช้ความกล้าอยู่เหมือนกัน อะไรเหล่านี้มาจากไหน</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมว่าในทุกแขนงที่เราก้าวเข้าไป มันจะมีคำถามตลอดแหละ ว่าที่นี่ใช้ที่ของเราหรือเปล่า งานแบบนี้ใช่สำหรับเราไหม แต่อย่างพวกเรา ถึงยังตั้งคำถามแต่พวกเราจะเชื่อไปก่อนว่ามันใช่ เชื่อไหม สุดท้ายหลายครั้งมันก็จะใช่ แต่ถ้าเริ่มด้วยความไม่มั่นใจ โห่ แล้วใครจะมามั่นใจกับคุณ สมมติอย่างงาน MC ถ้าคุณมาแบบ ‘ขอเสียงหน่อยครับ’ (เสียงอ่อยๆ) คนดูคงเขินที่จะตะโกนกับคุณ แต่ถ้าคุณ ‘ขอเสียงหน่อยยยย!’ คนดูจะยกมือและตะโกนตามคุณแน่ๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ถ้าเทียบกับวันแรก พวกคุณว่าตัวเองยังมีแรงและพลังเท่าเดิมไหม</b></h4>
<p><b>พูดพร้อมกัน </b><span style="font-weight: 400;">: น่าจะมากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106903 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : เหมือนเราเห็นภาพมากขึ้น กว้างขึ้น แล้ววันหนึ่งเราก็รู้สึกว่าถอยไม่ได้แล้ว พวกเรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้วเพราะตอนนี้มีผลงานตั้งอยู่ข้างหน้าแล้ว เราไม่สามารถหนีได้ เพราะจะมีคนประนามเราแน่ๆ ว่าท้อเหรอ หนีเหรอ คำพวกนี้คอยจี้ตูดพวกเราอยู่</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : พวกเราลำบากกันมาตั้งเยอะ ถ้าจะมาแผ่ว มันไม่เมคเซนส์สำหรับผม ด้วยวัย เราไม่ใช่วัยรุ่นที่ทำเพลงไปวันๆ แล้ว ตอนนี้พวกเรามีแผนมากขึ้น เป็นมืออาชีพมากขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไร ผมก็อยากผ่านมันไปให้ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มุมมองแบบนี้ทำให้กดดันไหม</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ตั้งแต่ทำเพลงมา ผมกดดันแค่ครั้งเดียวคือช่วงก่อนปล่อยอัลบั้มนี่แหละ ตอนนั้นผมกลัวว่าปล่อยออกมาแล้วจะมีปัญหานู่นนี่ มันกังวลเพราะผมคาดหวังมากว่าต้องไม่มีอะไรผิดพลาด แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มคิดได้ว่าตอนนี้มากเกินไปแล้ว ผมเริ่มไม่เป็นตัวเอง ก่อนหน้านี้ไม่เคยต้องมานั่งคิดแบบนี้ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างอิสระ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พอนึกได้แบบนี้ก็เริ่มปล่อยวาง แม้ปล่อยอัลบั้มแล้วเจอโควิดก็ช่างมัน เพราะผมได้ทำทุกอย่างแล้ว ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องดัง เพราะถึงไม่ดัง พวกเราก็ทำเพลงต่ออยู่ดี </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าอย่างนั้นสำหรับอัลบั้มนี้ ดอกไม้สำหรับคุณคืออะไร</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : แค่ได้ร้องเพลงจากอัลบั้มนี้ในคอนเสิร์ตให้คนอื่นฟัง นั่นก็ดีมากแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106956 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ก้อนหินล่ะ อย่างคอมเมนต์ต่างๆ ในโซเชียล คุณให้ค่ามากแค่ไหน</b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ถ้าคอมเมนต์แย่ๆ แบบด่า ผมไม่ให้ราคาเลย เพราะหลายครั้งคนเหล่านี้ก็ไม่แสดงตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นจะไปให้ราคากับคนที่ไม่แสดงตัวตนทำไม เพราะมึงยังไม่ให้ราคาตัวเองเลย จะมาใช้วาจาสถุลถ่อย มึงพูดไปเถอะ</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : วิจารณ์พวกเราได้นะครับ แต่มันจะมีมากกว่านั้นคือคนที่สนุกกับการทำให้คนอื่นหัวร้อนจากสิ่งที่ตัวเองพูด ซึ่งสำหรับพวกเรา สิ่งที่น่าตลกกว่าคือการเห็นคนพวกนี้พยายามทำให้พวกเราหัวร้อนนี่แหละ กูขำมึงมากกว่าอีก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วคิดยังไงกับบางคอมเมนต์ท่ีนิยามแรปเปอร์ว่า ‘real’ หรือ ‘ไม่ real’ </b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : (นิ่งคิด) ถึงผมจะโตมากับแรปแบบโอลด์สคูล และตอนนี้ก็ทำเพลงหลายแบบ แต่ผมว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรสักอย่างจริงๆ เลยนะ ดังนั้นผมว่าเราควรปล่อยตัวไหลไปตามน้ำเพื่อได้รู้ว่าเราทำอะไรได้บ้างและมีขีดจำกัดอะไรบ้างมากกว่า โลกใบนี้หมุนไปตลอด ทุกอย่างไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ดังนั้นถ้ามีใครที่อยากสอนเรื่องนี้กับเด็กรุ่นใหม่ ผมว่าเขาไม่ควรใช้คำว่า ‘สไตล์พวกมึงไม่ได้เรื่อง พวกมึงไม่จริง ออกไปเถอะ’ ผมว่าคุณควรใช้วิธีอธิบายดีกว่าว่า ‘ในยุคสมัยผม แรปเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ ยุคสมัยน้องก็อย่าให้มันหายไป’ ผมว่าแบบนี้ดีกว่า ไม่ใช่มารังแกกัน ขัดขากัน</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ซึ่งสุดท้ายแล้วผมว่าไม่มีอะไรถูก-ผิดนะ เพราะถูก-ผิดมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ของคุณกับของผมอาจไม่เหมือนกันก็ได้ เพราะอย่างนั้นแหละเราถึงควรจะหมุนตามคนอื่นบ้างเพื่อได้เจอสิ่งใหม่ ไม่ใช่ให้ทุกคนหมุนตามเราอย่างเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106957 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ดูพวกคุณชัดเจนกับตัวเองมาก </b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : แฮปปี้กับชีวิตนะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นแบบนี้มาตลอด พวกเราเคยเป็นคนที่ไม่รับอะไรอยู่เหมือนกัน เราผ่านกันมาหมดแล้วในช่วงวัยรุ่น คิดว่ากูน่ะเฟี้ยวสุด และแนวเพลงที่กูชอบก็เฟี้ยวสุด แต่พอโตมา เราจะรู้เองแหละว่ายังมีอีกหลายอย่างนี่หว่าที่เฟี้ยวได้ และมันทำให้ชีวิตสนุกขึ้น พอเราไม่ได้แอนตี้กับทุกสิ่ง เราได้รู้ว่าความชอบไม่ได้จำเป็นต้องจำกัดตัวอยู่แค่อย่างเดียว เราเปลี่ยนหีบห่อข้างนอกโดยที่ข้างในยังเหมือนเดิม เพราะสุดท้ายผมเชื่อว่าเนื้อแท้จะเป็นเนื้อแท้อยู่วันยังค่ำ </span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ชีวิตไม่ได้มีแค่อย่างเดียว และเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นเราก็อยากใช้ชีวิตให้คุ้มก่อนตาย ทุกคนล้วนมีอิสระ และเราก็เลือกมีอิสระแบบนี้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้ามีใครสักคนกำลังพยายามทำงานของตัวเองอยู่ท่ามกลางคำครหา จากประสบการณ์ของคุณ คุณอยากฝากอะไรถึงคนเหล่านั้นไหม </b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ทุกวงการมีการวิจารณ์อยู่แล้ว ทุกวงการมีการบูลลี่ แต่ถ้าคุณทำงานของตัวเองได้ดีและนานพอ วันหนึ่งคนที่ด่าจะมายกย่องคุณเอง แต่ที่คุณโดนในช่วงแรกๆ นั่นเป็นเพราะสังคมกลัวคนที่แตกต่างเท่านั้นเอง</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : และถ้าคุณไม่ได้ไหลตามเขา เขาจะได้แค่มองคุณ ใครจะพูดอะไรคุณก็ทำไป ใครจะฉุดลงมายังไงคุณทำต่อไป แล้วมันจะมีแต่ขึ้นๆๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เชื่อเถอะ สิ่งที่คุณทำมันจะไปจบที่คำว่า ‘ไอดอล’ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106954 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/">ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“การเป็นตัวของตัวเองคือความสำเร็จของเราแล้ว” Three Man Down กับ 8 ปีในดนตรีที่รัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/three-man-down/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ลลนา ปลั่งสมบัติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2020 07:35:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104038</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับตั้งแต่เพลง ฝนตกไหม กลายมาเป็นความหมายแฝงของประโยค &#8220;คิดถึงนะ&#8221; ที่มีคนส่งไปถึงใครอีกคน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Three Man Down กลายมาเป็นวงดนตรีป๊อป-ร็อกที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงไม่ขาดสาย  จนมาถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พวกเขาก็ปล่อยเพลงเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าอย่าง ฝันถึงแฟนเก่า จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ก่อนจะหยิบเพลง นอนไม่หลับ ของ Zaza มารีเมคใหม่ด้วยการใส่ดนตรีป๊อปๆ และปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันไม่นานนี้   ระยะเวลา 8 ปี คือสิ่งที่ กิต–กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (นักร้องนำ), ตูน–พีรพล เอี่ยมจำรัส (กีตาร์), โอม–กิจฎิเมธ ชาญพานิช (เบส), เต–เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค (กลอง) และ เส็ง–วิศรุต ปฐมสิริไพศาล (คีย์บอร์ด) ได้พาความฝันที่ชื่อว่า Three Man Down มายืนอยู่ตรงหน้าผู้คน พวกเขาเริ่มจากวงดนตรีของเด็กมหาวิทยาลัยสู่เวทีประกวดมากมาย จนมาถึงรายการ Band Lab ที่ทั้ง 5 คนโชว์ความสามารถจนได้รางวัลรองชนะเลิศและป๊อปปูลาร์ โหวตไปครอง และในที่สุดก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวในค่าย Gene [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/three-man-down/">“การเป็นตัวของตัวเองคือความสำเร็จของเราแล้ว” Three Man Down กับ 8 ปีในดนตรีที่รัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่เพลง <em>ฝนตกไหม</em> กลายมาเป็นความหมายแฝงของประโยค &#8220;คิดถึงนะ&#8221; ที่มีคนส่งไปถึงใครอีกคน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า <strong>Three Man Down</strong> กลายมาเป็นวงดนตรีป๊อป-ร็อกที่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงไม่ขาดสาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนมาถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พวกเขาก็ปล่อยเพลงเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าอย่าง <em>ฝันถึงแฟนเก่า</em> จนได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ก่อนจะหยิบเพลง <em>นอนไม่หลับ</em> ของ Zaza มารีเมคใหม่ด้วยการใส่ดนตรีป๊อปๆ และปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันไม่นานนี้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลา 8 ปี คือสิ่งที่ <strong>กิต–กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์</strong> (นักร้องนำ), <strong>ตูน–พีรพล เอี่ยมจำรัส</strong> (กีตาร์), <strong>โอม–กิจฎิเมธ ชาญพานิช</strong> (เบส), <strong>เต–เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค</strong> (กลอง) และ <strong>เส็ง–วิศรุต ปฐมสิริไพศาล</strong> (คีย์บอร์ด) ได้พาความฝันที่ชื่อว่า Three Man Down มายืนอยู่ตรงหน้าผู้คน พวกเขาเริ่มจากวงดนตรีของเด็กมหาวิทยาลัยสู่เวทีประกวดมากมาย จนมาถึงรายการ Band Lab ที่ทั้ง 5 คนโชว์ความสามารถจนได้รางวัลรองชนะเลิศและป๊อปปูลาร์ โหวตไปครอง และในที่สุดก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นศิลปินเต็มตัวในค่าย Gene Lab ภายใต้การดูแลของ โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีโอกาสพูดคุยกับพวกเขาทั้ง 5 คนในช่วงที่เพลง <em>ฝันถึงแฟนเก่า</em> คว้ายอดผู้ชมกว่าล้านวิว หลังเพิ่งปล่อยเพลงออกมาได้ไม่นาน เรื่องราวในเส้นทางสายดนตรีของ Three Man Down ที่มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตา และความเชื่อมั่นบนเส้นทางตัวเอง บรรจุอยู่ในบทสนทนาต่อจากบรรทัดนี้แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106552" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10-1024x695.jpg" alt="" width="1024" height="695" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10-1024x695.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10-768x521.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ขอย้อนไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวง พวกคุณเคยให้สัมภาษณ์ว่ารวมตัวกันครั้งแรกช่วงมหาวิทยาลัย แต่สมาชิกบางคนเรียนกันคนละที่เลย แล้วพวกคุณมาเจอกันได้ยังไง  </b></p>
<p><b>เส็ง :</b><span style="font-weight: 400;"> พวกเรา 4 คน (เส็ง เต ตูน และโอม) คุ้นเคยกันอยู่แล้วเพราะอยู่โรงเรียนเดียวกันตอนมัธยม พอเข้ามหา’ลัยต้องแยกย้าย โชคดีที่ผมกับโอมอยู่คณะและมหา’ลัยเดียวกัน แล้วอยากทำวงเหมือนกันเพราะยังอยากเล่นดนตรีอยู่</span></p>
<p><b>โอม :</b><span style="font-weight: 400;"> แล้วเตก็โทรมาพอดี บอกว่ามีงานประกวดไปเล่นด้วยกันไหม ผมก็โอเคอยากเล่น เลยชวนเส็งไปที่ห้องซ้อมด้วย ไปเจอเต ตูน และกิต เราก็รวมตัวกัน แล้วก็ไปเริ่มประกวดดนตรีด้วยกันตั้งแต่ตอนนั้น</span></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> งานนั้นคือ 5 GUM Presents a day live house เป็นงานประกวดดนตรีที่นิตยสาร a day ทำร่วมกับ believe records ในปี 2556 ถือว่าเป็นเวทีแรกที่ทำให้ Three Man Down รวมตัวกัน ผมขอเล่าเหตุการณ์ตอนส่งคลิปไปออดิชั่นหน่อย จำได้ว่าวันนั้นเรา 5 คนนัดรวมตัวกันที่สยาม แล้วเอาโทรศัพท์อัดคลิปส่งไป วันต่อมาต้องไปอัดคลิปอีกในห้องซ้อมที่คลองเตย ผมเองต้องไปทำธุระก่อนแล้วฝนตกลงมาพอดีเลยต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ตากฝนจากธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ไปคลองเตย พอมาถึงห้องซ้อมเราก็ถ่ายคลิปส่งประกวด ผลปรากฏว่าได้เข้ารอบ หลังจากนั้นผมคิดเสมอว่าอะไรที่ทำให้เราลำบากเดี๋ยวได้ดีแน่นอน</span></p>
<p><b>เส็ง :</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106551" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9-1024x695.jpg" alt="" width="1024" height="695" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9-1024x695.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9-768x521.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ได้ยินมาว่าคุณมี 5 คนก็จริง แต่ตอนนั้นตั้งชื่อว่า Three Man down เพราะสมาชิกอีก 3 คนเคยมีวงดนตรีมาก่อน </b></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมขอสารภาพที่มาของชื่อตรงนี้เลยละกัน (หัวเราะ) เรื่องมันมีอยู่ว่าวันนั้นพวกเรานั่งอยู่บนรถ เตถามว่าวงเราชื่อว่าอะไรดี ผมเลยเสนอว่าชื่อ Crew แปลว่าทีม และมีอีกชื่อที่คิดไว้คือ White Line แต่มีวงต่างประเทศใช้ไปแล้ว สักพักตูนโปรยมาคำเดียวอยู่หมัดเลยว่า ‘Three Man Down ปะ’ ตอนนั้นเอามาจากไหนนะตูน (หันไปถามตูน)</span></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> เกม (หัวเราะ)​</span></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> เราเลยตกลงกันว่าจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อวง ทีนี้ตอนไปประกวดแข่งขันดนตรี พิธีกรจะถามว่า Three Man Down มีที่มาจากอะไร ด้วยความที่ผมเรียน Storytelling จากสาขาภาพยนตร์มา ถ้าจะตอบว่ามาจากเกมคงไม่ได้ เราจำเป็นต้องหาเบื้องหลังการตั้งชื่อมาใส่ ตอนนั้นผมเลยผุดเรื่องขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ จนกลายเป็นเรื่องผู้ชาย 3 คนที่เคยมีวงของตัวเอง แล้วมารวมตัวกันใหม่ในวงนี้ อย่างที่ทุกคนได้ยินมาจากสื่ออื่นๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็อยู่บนหลังเสือแล้ว ลงไม่ได้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ตอนรวมตัวกันครั้งแรก ทำไมถึงตัดสินใจไปประกวดดนตรีกันเลย </b></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นเรื่องของยุคสมัยด้วย ยุคนั้นวิธีเดียวที่จะทำให้เราได้เล่นดนตรีคือการประกวด ถ้าจะอัพโหลดคลิปลงยูทูบแบบยุคนี้ เรายังไม่รู้วิธีทำเลยด้วยซ้ำ คงทำได้ยาก เราเลยเดินสายประกวดกัน ล้มลุกคลุกคลาน ชนะบ้าง แพ้บ้าง เวทีแรกที่ชนะคือ 5 GUM นี่แหละ หลังจากนั้นเราก็แพ้มาตลอดเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนเดินทางมาถึงเวที Melody Of Life Music Festival ของ SpicyDisc ตอนนั้นวงที่มาประกวดด้วยคือวงที่เฉิดฉายในวงการเพลงทุกวันนี้ มีทั้ง Safeplanet, Zweed n&#8217; Roll และ Whal &amp; Dolph จำได้ว่าตอนนั้นเรายังมีความคิดอยู่เลยว่าจะเอาเพลงที่เล่นคัฟเวอร์เจ๋งๆ มาโชว์ แต่ตอนอยู่ข้างล่างมองดูวง Zweed n&#8217; Roll เขามีพลังมากเลย</span></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะวงอื่นๆ เขามีเพลงเป็นแนวทางของตัวเอง แต่พวกเราแม้จะประกวดมาหลายเวทีแต่ก็ยังไม่มีสไตล์เป็นของตัวเองเลย หลังจากงานแข่งดนตรีครั้งนั้น เราจึงตัดสินใจเลิกประกวดแล้วเริ่มหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ลงมือทำเพลงของตัวเองบ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แนวคิดในการทำงานเพลงของพวกคุณเป็นยังไง</b></p>
<p><b>เส็ง :</b><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความที่พวกเราส่วนใหญ่เรียนภาพยนตร์กัน ทำให้วิธีคิดแบบนักดนตรีน้อยมาก เวลาทำเพลงเราจะคิดจากภาพก่อนแล้วถึงเอาดนตรีและรายละเอียดมาใส่ทีหลัง มันเลยเป็นการเขียนเพลงจากคอนเซปต์ </span></p>
<p><b>เต :</b><span style="font-weight: 400;"> อีกอย่างวงเราใช้ระบบไดเรกเตอร์ในการคิดและผลิตผลงาน แบ่งกันว่าใครมีจุดเด่นหรือถนัดเรื่องไหนก็ดูแลเรื่องนั้น การทำงานของพวกเราจึงคล้ายๆ การทำหนัง อย่างตูนจะเป็นคนทำเพลงเขียนเพลง เราจะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตูนทำ ในเรื่องของภาพหรือ MV กิตก็จะเป็นคนนำ หรืออย่างการ management ผมจะดูแลเป็นหลัก</span></p>
<blockquote class="instagram-media" style="background: #FFF; border: 0; border-radius: 3px; box-shadow: 0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width: 540px; min-width: 326px; padding: 0; width: calc(100% - 2px);" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/B2HU1mPgK-w/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="12">
<div style="padding: 16px;">
<p>&nbsp;</p>
<div style="display: flex; flex-direction: row; align-items: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div>
</div>
</div>
<div style="padding: 19% 0;"></div>
<div style="display: block; height: 50px; margin: 0 auto 12px; width: 50px;"></div>
<div style="padding-top: 8px;">
<div style="color: #3897f0; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: 550; line-height: 18px;">ดูโพสต์นี้บน Instagram</div>
</div>
<div style="padding: 12.5% 0;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;">
<div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div>
</div>
<div style="margin-left: 8px;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg);"></div>
</div>
<div style="margin-left: auto;">
<div style="width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div>
</div>
</div>
<div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center; margin-bottom: 24px;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 224px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 144px;"></div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px; margin-bottom: 0; margin-top: 8px; overflow: hidden; padding: 8px 0 7px; text-align: center; text-overflow: ellipsis; white-space: nowrap;"><a style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px; text-decoration: none;" href="https://www.instagram.com/p/B2HU1mPgK-w/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener">โพสต์ที่แชร์โดย Three Man Down (@threemandown)</a> เมื่อ <time style="font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px;" datetime="2019-09-07T15:08:18+00:00">ก.ย. 7, 2019 เวลา 8:08am PDT</time></p>
</div>
</blockquote>
<p><script async src="//www.instagram.com/embed.js"></script></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หลังจากผ่านการประกวดมาหลายเวที จนมาถึงรายการ Band Lap และก้าวเข้าสู่ครอบครัวค่ายใหญ่อย่าง Gene Lab ตอนนี้วิธีการทำงานของคุณเปลี่ยนไปบ้างไหม</b></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> มันก็เปลี่ยนไปนะ ด้วยความที่ Gene Lab เป็นค่ายเพลงที่ค่อนข้างให้อิสระกับนักดนตรี มีระบบไทม์ไลน์ที่แน่นอน แต่เราต้องจัดการเวลาเหล่านี้ด้วยตัวเอง คือค่ายให้อิสระเราว่าจะทำวิธีไหนก็ได้ แต่พอถึงเวลาต้องมีงานส่งค่าย</span></p>
<p><b>เต : </b><span style="font-weight: 400;">ในยุคนี้ถ้าไม่ผลักดันตัวเองก่อน ผมคิดว่าเราก็ไม่เหมาะที่จะเป็นศิลปิน ดังนั้นอย่างแรกต้องเริ่มต้นด้วยตัวเองก่อน อย่างที่พี่โอมเคยพูดว่าเขามีน้ำมันให้เราแต่เราต้องจุดไฟเอง จะจุดได้นานแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างช่วงที่ปล่อยเพลงออกมาแล้วกระแสตอบรับไม่เป็นไปตามคาด ทั้งเพลง <em>ไปเถอะเธอ</em> และเพลง <em>ทีมรอเธอ</em> ซึ่งมันมีผลต่อการโชว์เล่นดนตรีสดที่ไม่ค่อยเข้ามาด้วย ช่วงนั้นเราเริ่มเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้วมาคุยกันว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว </span></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> ประชุมกันหนักมาก ข้อดี-ข้อเสียของวงคืออะไร แล้วพอเราไม่มีงานโชว์มันส่งผลยังไง นั่นก็คือคนไม่เห็นภาพว่า Three Man Down เล่นโชว์เป็นยังไง เชื่อมโยงไปอีกว่าทำให้ไม่มีงานโชว์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เต :</strong> ทีนี้ดูว่าร้านไหนว่างอยู่ เราลงเงินกัน เอาเครื่องเสียงไปในร้าน บอกเจ้าของร้านว่าถ้าพี่อยากขายบัตรพี่ขายเลย แต่ผมไม่ขอค่าตัว ขอแค่ค่าเครื่องเสียงจากทีมงานของผมพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เส็ง :</strong> ก็เรียกคนรู้จักมาช่วยถ่ายวิดีโอเป็น live session ให้เลย แล้วเอาลงเพจของเรา ทำให้เป็นคลิปแรกๆ ที่คนเห็นว่า Three Man Down เล่นดนตรีสดได้ ก็เริ่มมีลูกค้าติดต่อมามากขึ้น </span></p>
<blockquote class="instagram-media" style="background: #FFF; border: 0; border-radius: 3px; box-shadow: 0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width: 540px; min-width: 326px; padding: 0; width: calc(100% - 2px);" data-instgrm-captioned="" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/CDoUl7Ljjhr/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="12">
<div style="padding: 16px;">
<p>&nbsp;</p>
<div style="display: flex; flex-direction: row; align-items: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div>
</div>
</div>
<div style="padding: 19% 0;"></div>
<div style="display: block; height: 50px; margin: 0 auto 12px; width: 50px;"></div>
<div style="padding-top: 8px;">
<div style="color: #3897f0; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: 550; line-height: 18px;">ดูโพสต์นี้บน Instagram</div>
</div>
<div style="padding: 12.5% 0;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;">
<div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div>
</div>
<div style="margin-left: 8px;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg);"></div>
</div>
<div style="margin-left: auto;">
<div style="width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p style="margin: 8px 0 0 0; padding: 0 4px;"><a style="color: #000; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px; text-decoration: none; word-wrap: break-word;" href="https://www.instagram.com/p/CDoUl7Ljjhr/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener">ขอบคุณทุกคนที่ออกจากบ้านมาในวันที่ฝนตกครับ #tuktukfestival2020 #changmusicconnection #amazingthailand photoby : @oatjiww</a></p>
<p style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px; margin-bottom: 0; margin-top: 8px; overflow: hidden; padding: 8px 0 7px; text-align: center; text-overflow: ellipsis; white-space: nowrap;">โพสต์ที่แชร์โดย <a style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px;" href="https://www.instagram.com/threemandown/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener"> Three Man Down</a> (@threemandown) เมื่อ <time style="font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px;" datetime="2020-08-08T13:29:13+00:00">ส.ค. 8, 2020 เวลา 6:29am PDT</time></p>
</div>
</blockquote>
<p><script async src="//www.instagram.com/embed.js"></script><br />
<b>พอกระแสตอบรับเพลงของเราดีขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกกดดันขึ้นบ้างไหม </b></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> หลังจากที่เพลง <em>ฝนตกไหม</em> ดังก็กดดันนะ เหมือนกับว่าทุกคนได้ฟังเพลงที่ดีไปแล้ว หลังจากนั้นถ้าเราทำเพลงไม่ดีก็จะทำให้คนฟังผิดหวัง ทางค่ายเพลงเองก็ผิดหวัง เรารู้สึกกดดันขึ้นเยอะเหมือนกัน</span></p>
<p><b>กิต :</b><span style="font-weight: 400;"> พี่โอมเคยบอกว่าถ้าเพลงคือช็อกโกแลตแล้วให้เราเรียงลำดับความหวาน เพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ฝนตกไหม</span></i><span style="font-weight: 400;"> อาจจะเป็นช็อกโกแลตรสหวานจนติดปากคนฟังไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">เลือกคนที่เขารักเรา</span></i><span style="font-weight: 400;"> จะไม่ดี มันแค่มีความหวานน้อยกว่า พอมาถึงเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ฝันถึงแฟนเก่า</span></i><span style="font-weight: 400;"> อาจมีรสชาติที่หวานกว่าเพลงที่แล้ว ความจริงแล้วเราชอบทุกเพลงที่ทำ แต่รสนิยมของคนฟังไม่เหมือนกันเพราะบางคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบกินหวานก็ได้</span></p>
<blockquote class="instagram-media" style="background: #FFF; border: 0; border-radius: 3px; box-shadow: 0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width: 540px; min-width: 326px; padding: 0; width: calc(100% - 2px);" data-instgrm-captioned="" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/B5WSaxngIdZ/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="12">
<div style="padding: 16px;">
<p>&nbsp;</p>
<div style="display: flex; flex-direction: row; align-items: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div>
</div>
</div>
<div style="padding: 19% 0;"></div>
<div style="display: block; height: 50px; margin: 0 auto 12px; width: 50px;"></div>
<div style="padding-top: 8px;">
<div style="color: #3897f0; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: 550; line-height: 18px;">ดูโพสต์นี้บน Instagram</div>
</div>
<div style="padding: 12.5% 0;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;">
<div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div>
</div>
<div style="margin-left: 8px;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg);"></div>
</div>
<div style="margin-left: auto;">
<div style="width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p style="margin: 8px 0 0 0; padding: 0 4px;"><a style="color: #000; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px; text-decoration: none; word-wrap: break-word;" href="https://www.instagram.com/p/B5WSaxngIdZ/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener">ในภาพนี้มีสองคนที่อู้งาน<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2614.png" alt="☔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> #ฝนตกไหม #threemandown #genelab</a></p>
<p style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px; margin-bottom: 0; margin-top: 8px; overflow: hidden; padding: 8px 0 7px; text-align: center; text-overflow: ellipsis; white-space: nowrap;">โพสต์ที่แชร์โดย <a style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px;" href="https://www.instagram.com/threemandown/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener"> Three Man Down</a> (@threemandown) เมื่อ <time style="font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px;" datetime="2019-11-27T00:09:57+00:00">พ.ย. 26, 2019 เวลา 4:09pm PST</time></p>
</div>
</blockquote>
<p><script async src="//www.instagram.com/embed.js"></script><br />
<b>หลังจากเป็นที่รู้จักมากขึ้น ตัวตนของคุณมีความเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> ในด้านภาพลักษณ์เปลี่ยนตรงที่เราต้องทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ซึ่งความจริงแล้วไม่เกี่ยวกับการแต่งตัวซะทีเดียว แต่สิ่งที่เราจะเสียสละและทำออกมาเป็นรูปธรรมได้มากที่สุดคือการทำให้ตัวเองดูดีเพื่อให้เกียรติแฟนๆ ที่มาดูพวกเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เต :</strong> เรื่องความคิดก็เปลี่ยนด้วย ก่อนหน้านี้อยากพูดอะไรเราพูดได้เลย แต่ตอนนี้ต้องคิดมากขึ้นว่าใครจะได้รับผลกระทบไหม ทั้งพี่โอมค่าย Gene Lab และแฟนคลับ ทุกคนได้รับผลกระทบหมด เราก็ต้องไตร่ตรองมากขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตก็ไม่เปลี่ยนนะ เรายังกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนเดิม กินข้าวมันไก่ร้านเดิม แต่อาจจะกินก๋วยเตี๋ยวเสียงดังไม่ได้แล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106545" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>ถ้านับตั้งแต่วันแรกที่รวมตัวกันไปประกวดดนตรีจนถึงตอนนี้ ระหว่างทางเคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> ถ้ายอมรับตรงๆ มีเหนื่อยครับ แล้วพวกเราทั้ง 5 คนเคยพูดกันว่าถ้า 25 แล้วพวกเรายังไม่มีอะไรเป็นเป็นชิ้นเป็นอันจะแยกย้าย แต่พูดตามความจริงเราก็ยังไม่อยากเลิกหรอก อยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ พยายามหาสิ่งต่างๆ มาหล่อเลี้ยงจิตใจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เรายังอยู่ด้วยกันทั้ง 5 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บังเอิญที่เพลง <em>ฝนตกไหม</em> ปล่อยออกมาตอนเราอายุ 25 พอดี เรามีโอกาสได้ไปเล่นครั้งแรกที่สยาม ผมขอเล่าถึงเหตุการณ์นี้ มันอะเมซิ่งมาก เราเป็นวงที่ 6 ในค่าย Gene Lab ที่ขึ้นไปเล่น ผมบอกตูนว่าเดี๋ยวมีเซอร์ไพรส์ให้ เพราะเราจะเปิดตัวเพลง <em>ฝนตกไหม</em> ครั้งแรก ทีมงานก็เตรียมเอฟเฟกต์เป็นไฟ LED ที่คล้ายๆ ฝนอยู่หลังเวที พอเริ่มเล่นเพลงปุ๊ป ผมมองไปข้างหน้า ปรากฏว่าฝนตกจริงๆ ตกหนักเลย พอเราเล่นเพลงจบฝนก็หยุดตกพอดีเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เส็ง :</strong> ผมกับกิตร้องไห้เลยตอนเห็นฝนตก แต่ตูนหันหน้ามาหาพวกเราแล้วพูดว่า ‘เจ๋งว่ะ’ เพราะคิดว่ากิตเป็นคนทำเอฟเฟกต์ฝนมาเซอร์ไพรส์เพื่อน (หัวเราะ)   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> ลงจากเวทีพวกเราก็ร้องไห้กันแล้วพูดว่าขอสักทีเถอะ ถ้าเพลงที่จะดังก็ขอให้เป็นเพลงนี้ แล้วหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนก็ได้ฟีดแบ็กที่ดีกลับมา</span></p>
<blockquote class="instagram-media" style="background: #FFF; border: 0; border-radius: 3px; box-shadow: 0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width: 540px; min-width: 326px; padding: 0; width: calc(100% - 2px);" data-instgrm-captioned="" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/B3zqHddA2-9/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="12">
<div style="padding: 16px;">
<p>&nbsp;</p>
<div style="display: flex; flex-direction: row; align-items: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div>
</div>
</div>
<div style="padding: 19% 0;"></div>
<div style="display: block; height: 50px; margin: 0 auto 12px; width: 50px;"></div>
<div style="padding-top: 8px;">
<div style="color: #3897f0; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: 550; line-height: 18px;">ดูโพสต์นี้บน Instagram</div>
</div>
<div style="padding: 12.5% 0;"></div>
<div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;">
<div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div>
</div>
<div style="margin-left: 8px;">
<div style="background-color: #f4f4f4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg);"></div>
</div>
<div style="margin-left: auto;">
<div style="width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div>
<div style="background-color: #f4f4f4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div>
<div style="width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div>
</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p style="margin: 8px 0 0 0; padding: 0 4px;"><a style="color: #000; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px; text-decoration: none; word-wrap: break-word;" href="https://www.instagram.com/p/B3zqHddA2-9/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener">เล่น #ฝนตกไหม ครั้งแรก ฝนก็ตกลงมาจริงๆ ตกแค่เพลงเดียวด้วยนะ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f602.png" alt="😂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2614.png" alt="☔" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> พรุ่งนี้เจอกัน #melodyoflife 16.00 #threemandown #GeneLabCon #genelab</a></p>
<p style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px; margin-bottom: 0; margin-top: 8px; overflow: hidden; padding: 8px 0 7px; text-align: center; text-overflow: ellipsis; white-space: nowrap;">โพสต์ที่แชร์โดย <a style="color: #c9c8cd; font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; font-style: normal; font-weight: normal; line-height: 17px;" href="https://www.instagram.com/threemandown/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" target="_blank" rel="noopener"> Three Man Down</a> (@threemandown) เมื่อ <time style="font-family: Arial,sans-serif; font-size: 14px; line-height: 17px;" datetime="2019-10-19T16:52:13+00:00">ต.ค. 19, 2019 เวลา 9:52am PDT</time></p>
</div>
</blockquote>
<p><script async src="//www.instagram.com/embed.js"></script></p>
<p><b>หรือนี่จะเป็นอย่างที่กิตบอกตอนแรกว่าต้องลำบากก่อนถึงจะได้ดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> เห็นไหมอะไรที่ต้องลำบากก่อนได้ดีเสมอ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ต่อจากนี้คุณมองการเติบโตของ Three Man Down เอาไว้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เส็ง :</strong> ผมมองว่า Three Man Down ไม่มีจุดที่ตกฮวบลงเลย เราสัมผัสได้ว่าวงจะค่อยๆ โตขึ้น ไม่ว่าช้าหรือเร็ว แต่เราโตขึ้นมาโดยตลอด แล้วคาดหวังว่ามันจะขึ้นแบบนี้ไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เต :</strong> อีกอย่างการเติบโตของเรามาในจังหวะที่ถูกต้อง อย่างเช่นเพลง</span><i><span style="font-weight: 400;"> ฝนตกไหม </span></i><span style="font-weight: 400;">ก็ปล่อยในช่วงที่วงเล่นโชว์ดี แต่ถ้าหากเราปล่อยออกมาก่อนหน้านี้สัก 2-3 ปี ก็อาจจะรับมือกับเพลงที่ดังขนาดนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำว่าค่อยๆ โตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกับ Three Man Down มากๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุดท้ายแล้ว จากการเดินทางล้มบ้าง ชนะบ้าง จนมาเป็นศิลปินในค่ายใหญ่เต็มตัว พวกคุณคิดว่า Three Man Down ประสบความสำเร็จหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กิต :</strong> เราคิดว่าวงเราเป็นวงกลางๆ ไม่ได้เป็นสีสันของยุคขนาดนั้น เราเลยทำอะไรก็ได้ เป็นตัวของตัวเอง เลยสบายใจที่จะอยู่ตรงนี้ ต่อให้ดังหรือยังไม่ดังกว่านี้ อันนี้คือความสำเร็จสำหรับเราแล้ว เรานึกเสมอว่ามีทุกวันนี้เพราะแฟนคลับ สุดท้ายแล้วถ้าแฟนคลับชอบตัวตนของเราผมว่าก็ประสบความสำเร็จมากๆ แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106548" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Outsider_Three-Man-Down-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/three-man-down/">“การเป็นตัวของตัวเองคือความสำเร็จของเราแล้ว” Three Man Down กับ 8 ปีในดนตรีที่รัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พักสายตาเถอะนะคนดี จิบชาตรงนี้ ที่บริการชารูปแบบใหม่ Work Tea People</title>
		<link>https://adaymagazine.com/work-tea-people/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฉัตรชนก ชัยวงค์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2020 10:52:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ชา]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[Work Tea People]]></category>
		<category><![CDATA[แป้ง มัณฑนา เทียนชัยทัศน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104566</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังไต่บันไดขึ้นไปยังชั้น 5 ของอาคารพาณิชย์ย่านสะพานควายได้สักพัก เราผลักประตูบานกระจกเข้าไปในบาร์แจ๊สสไตล์อเมริกันด้วยความกระหืดกระหอบ ณ ที่แห่งนั้น หญิงสาวใบหน้าเฉียบคมในเดรสสีดำนาม แป้ง–มัณฑนา เทียนชัยทัศน์ รอต้อนรับเราเพื่อพูดคุยถึง Work Tea People บริการชารูปแบบใหม่ของเธอที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปลายปี 2562 “เดินขึ้นมาเหนื่อยๆ ดื่มชาก่อนไหมคะ” เธอเอ่ยทักทายเราพร้อมถ้วยชาขนาดจ้อยแล้วอธิบายต่อว่า “ตัวนี้คือชาไม่มีคาเฟอีนที่ดื่มได้ตลอดทั้งวัน ชาวตะวันตกชอบดื่มแก้แฮ้ง มีกลิ่นส้มและวานิลลาอ่อนๆ เพราะเป็นชาที่เบลนด์กับเปลือกส้ม ถ้าเสิร์ฟแบบเย็นจะมีเนื้อส้มผสมลงไปด้วย” ชาที่ไม่เพียงมีสีส้มแต่ยังหอมส้มอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกหายเหนื่อยขึ้นได้ไม่เบา เราไม่ได้มาหาแป้งเพื่อชาแสนอร่อยถ้วยน้อยเท่านั้น แต่ยังเพื่อทำความรู้จักบริการชาที่ไม่เน้นเสิร์ฟชาพร้อมบรรยายสรรพคุณร้อยแปดพันเก้า แต่เน้นดีไซน์บรรยากาศของการดื่มชาเพื่อให้คนได้ ‘พัก’ และ ‘เชื่อมโยง’ กันผ่านดนตรี ศิลปะ และบรรยากาศมวลรวมของสถานที่ เราขอชาอีกถ้วยเพื่อรีเฟรชตัวเองก่อนเริ่มบทสนทนา “ดื่มแล้วเหมือนจุดพลุเลยใช่ไหม” เธอบอก แล้วหยิบแก้วเราไปเติมให้ตามคำขอ &#160; จักรวาลในร้านชา ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ครอบครัวของแป้งเปิดร้านชา Tea Tales ที่เชียงใหม่ อันมีจุดเด่นคือการเป็นแหล่งรวมชากว่า 80 ประเภททั้งจากในและนอกประเทศให้เลือกสรร แป้งเล่าว่าร้านชาแห่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้จักรวาลชาของเธอ “เราไม่รู้ว่าชอบชาจริงจังตอนไหน แต่ถ้าช่วงที่เห็นชัดที่สุดน่าจะเป็นตอนที่เพิ่งทำงานเอเจนซีโฆษณาแล้วรู้สึกเหนื่อยและล้นจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แค่อยากกดปุ่มหยุดและถีบตัวเองออกจากชีวิตเดิมๆ เราเลยหนีไปเก็บตัวที่ร้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/work-tea-people/">พักสายตาเถอะนะคนดี จิบชาตรงนี้ ที่บริการชารูปแบบใหม่ Work Tea People</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลังไต่บันไดขึ้นไปยังชั้น 5 ของอาคารพาณิชย์ย่านสะพานควายได้สักพัก เราผลักประตูบานกระจกเข้าไปในบาร์แจ๊สสไตล์อเมริกันด้วยความกระหืดกระหอบ ณ ที่แห่งนั้น หญิงสาวใบหน้าเฉียบคมในเดรสสีดำนาม </span><b>แป้ง–มัณฑนา เทียนชัยทัศน์</b><span style="font-weight: 400;"> รอต้อนรับเราเพื่อพูดคุยถึง Work Tea People บริการชารูปแบบใหม่ของเธอที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปลายปี 2562</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104572" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-1024x683.jpg" alt="work tea people" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เดินขึ้นมาเหนื่อยๆ ดื่มชาก่อนไหมคะ” เธอเอ่ยทักทายเราพร้อมถ้วยชาขนาดจ้อยแล้วอธิบายต่อว่า “ตัวนี้คือชาไม่มีคาเฟอีนที่ดื่มได้ตลอดทั้งวัน ชาวตะวันตกชอบดื่มแก้แฮ้ง มีกลิ่นส้มและวานิลลาอ่อนๆ เพราะเป็นชาที่เบลนด์กับเปลือกส้ม ถ้าเสิร์ฟแบบเย็นจะมีเนื้อส้มผสมลงไปด้วย” ชาที่ไม่เพียงมีสีส้มแต่ยังหอมส้มอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกหายเหนื่อยขึ้นได้ไม่เบา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มาหาแป้งเพื่อชาแสนอร่อยถ้วยน้อยเท่านั้น แต่ยังเพื่อทำความรู้จักบริการชาที่ไม่เน้นเสิร์ฟชาพร้อมบรรยายสรรพคุณร้อยแปดพันเก้า แต่เน้นดีไซน์บรรยากาศของการดื่มชาเพื่อให้คนได้ ‘พัก’ และ ‘เชื่อมโยง’ กันผ่านดนตรี ศิลปะ และบรรยากาศมวลรวมของสถานที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราขอชาอีกถ้วยเพื่อรีเฟรชตัวเองก่อนเริ่มบทสนทนา “ดื่มแล้วเหมือนจุดพลุเลยใช่ไหม” เธอบอก แล้วหยิบแก้วเราไปเติมให้ตามคำขอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-104573" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-1.jpg" alt="work tea people" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/27-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>จักรวาลในร้านชา</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ครอบครัวของแป้งเปิดร้านชา Tea Tales ที่เชียงใหม่ อันมีจุดเด่นคือการเป็นแหล่งรวมชากว่า 80 ประเภททั้งจากในและนอกประเทศให้เลือกสรร แป้งเล่าว่าร้านชาแห่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้จักรวาลชาของเธอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่รู้ว่าชอบชาจริงจังตอนไหน แต่ถ้าช่วงที่เห็นชัดที่สุดน่าจะเป็นตอนที่เพิ่งทำงานเอเจนซีโฆษณาแล้วรู้สึกเหนื่อยและล้นจนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แค่อยากกดปุ่มหยุดและถีบตัวเองออกจากชีวิตเดิมๆ เราเลยหนีไปเก็บตัวที่ร้าน ก่อนหน้านั้นเวลาปวดหัวเราจะกินยา แต่พอไปอยู่ที่ร้าน คุณแม่จะคอยบอกว่ากินชาตัวนี้สิ มันไม่มีคาเฟอีน หรือดื่มชาอู่หลงตัวนี้สิเพราะมันช่วยร่างกายแบบนี้ๆ การกินชาแทนยากลายเป็นชีวิตประจำวันของเรา” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แป้งเล่าต่อว่าการหลีกหนีความวุ่นวายครั้งนั้นทำให้เธอเริ่มเข้าสู่จักรวาลชาระดับเบื้องต้น นั่นคือได้เรียนรู้วัฒนธรรมการดื่มชาที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน สรรพคุณของชา ระยะเวลาการชงชาที่เหมาะสม และอุปกรณ์ที่ถูกต้องในการชงชาแต่ละชนิด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้รู้ว่าสภาพแวดล้อมที่ต่างกันเพียงนิดเดียวสามารถเปลี่ยนใบชาที่เก็บมาจากต้นเดียวกันให้เป็นชาประเภทที่ต่างกันได้ เช่น ถ้าเราคั่วยอดชาเขียวด้วยเวลาไม่นานจะเรียกว่าเซ็นฉะที่กินง่ายๆ แต่ถ้าคั่วไหม้หน่อยจะกลายเป็นชาชื่อโฮจิฉะ เราเลยชอบชาเพราะมันละเอียดอ่อนมาก” นอกจากความละเอียดที่ว่า แป้งยังตกหลุมรักชาในฐานะเครื่องดื่มที่เข้าได้กับหลายบรรยากาศและวัตถุดิบ เธอยกตัวอย่าง Tea Tales ของที่บ้าน ว่าตอนกลางวันที่นี่คือ Tea Bar ที่เน้นเสิร์ฟเครื่องดื่มชา แต่เมื่อตกกลางคืนจะแปลงโฉมเป็น Wine and Wisky Bar ที่เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เธอก็ไม่วายนำชาดำไปเบลนด์จนเข้ากัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากบทเรียนเรื่องชาระดับเบื้องต้น Tea Tales ยังสอนให้แป้งเรียนรู้การจัดการความหลากหลายของผู้คน ทั้งลูกค้าและคู่ค้าสารพัดชาติที่แวะเวียนมาเที่ยวท่องเมืองหลวงแห่งล้านนา “ร้านชาเป็นจุดรวมทั้งลูกค้าต่างชาติและคู่ค้าชาที่มาติดต่อ แต่ละคนมาจากหลากหลายที่ เราจึงได้เห็นว่าคนตะวันตกชอบชาแบบนี้ คนจีนชอบชาอีกแบบหนึ่ง ทำให้เราเรียนรู้การจัดการความหลากหลายซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งต่อมาถึง Work Tea People ด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความผ่อนคลายจากการดื่มชา ความละเอียดอ่อน และความลื่นไหลของชาที่เข้าได้กับทุกบรรยากาศ ค่อยๆ หลอมรวมจนเป็นหลุมรักที่ทำให้เธอตกลงไปว่ายวนในจักรวาลชาอย่างช่วยไม่ได้ ประกอบกับวิชาการจัดการกับความหลากหลายดังกล่าวทำให้แป้งเกิดไอเดียเล็กๆ ที่ค่อยๆ ต่อยอดเป็นบริการชาในแบบปัจจุบัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104578" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>แตกยอดต้นชา</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากดื่มชาคนเดียว กลายเป็นว่าความอินทำให้แป้งเริ่มนำชาไปเป็นของฝากให้เพื่อนพ้องน้องพี่ที่กรุงเทพฯ ขยายไปถึงลูกค้าที่แป้งเป็นที่ปรึกษา แต่การเลือกชาไปเป็นของฝากแต่ละครั้งเธอไม่ได้เลือกจากสรรพคุณของชาตัวนั้นๆ แต่เลือกจากเพลงที่เพื่อนชอบ ไลฟ์สไตล์ของคนคนนั้น กระทั่งลักษณะการทำงานของแต่ละกลุ่มคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้หยิบเอาสิ่งที่ที่บ้านทำมาขายแบบตรงๆ แต่เอามาเบลนด์กับโลกของเราโดยไม่ต้องคำนึงถึงพิธีการกิน แค่ให้เขาได้ใช้เวลากับชาก็พอ เช่น เพื่อนชอบฟังเพลงของ The Beatles เราก็คิดว่าชาแบบไหนเข้ากับเขา หรือชาแบบไหนที่เหมาะสำหรับลูกค้าแต่ละคนซึ่งมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน ที่น่าสนใจคือเวลาเอาชาไปฝากผู้ใหญ่เขาจะชวนเราคุยเรื่องชา ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น เหมือนเป็นจุดที่เราได้พูดคุยกันเพื่อไปต่อ มันยิ่งทำให้เรามองว่าการเติมเต็มการทำงานไม่จำเป็นต้องดันทุรัง ต้องไปต่อเร็วๆ เราคิดว่ามันควรจะหยุด แล้วทำใจให้ช้าๆ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดนี้เองที่แป้งคิดอยากเสิร์ฟชาในบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่ใช่การดื่มชาเพียวๆ เพื่อสรรพคุณทางกายในบรรยากาศสงบเงียบ แต่เป็นการดื่มชากับอะไรก็ได้แม้กระทั่งเพลงร็อก หากมันจะช่วยสร้างบรรยากาศให้ผู้ดื่มกลับมาอยู่กับตัวเองหรือเชื่อมโยงกับคนข้างกายอีกครั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/4-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104583" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/5-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ชาที่เวิร์กของ Work Tea People</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังสนทนาถึงแนวคิดเบื้องต้นของแป้งได้สักพัก เธอหันมาหยิบจับขวดชาตรงหน้าที่เธอตั้งใจออกแบบ ชาเหล่านี้เป็นชาที่แป้งเสิร์ฟในอีเวนต์และขายให้ลูกค้าที่สนใจ และเพราะจุดเริ่มต้นของ Work Tea People เกิดจากการที่เจ้าของแบรนด์ใช้ชา</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเครื่องมือหนีความวุ่นวายจากการงาน ชาของเธอจึงเเบ่งเป็น 4 ชนิดตามโมเมนต์การทำงาน ในแต่ละชนิดก็มีชารสชาติหลากหลายขึ้นอยู่กับผลผลิตในแต่ละฤดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104580" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชาประเภทแรกคือ </span><span style="font-weight: 400;">Inspire In-a-cup </span><span style="font-weight: 400;">เหมาะกับคนที่อยากได้สมาธิหรือรีบูตตัวเองเมื่อต้องไปประชุม ชาที่อยู่ในกลุ่มนี้ เช่น ชาดำ ชาแดง หรือชาซีลอนเข้มๆ ช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นให้เรารู้สึกตื่น มีสมาธิ และได้ล้างปากไปในตัว แต่ยังสามารถควบคุมตัวเองได้ต่างจากกาแฟที่จะรู้สึกตื่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้ในบางครั้ง” แป้งอธิบายไปพร้อมเปิดขวดแก้วใบจิ๋วให้เราสูดกลิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเภทที่สองคือ My Sanctuary </span><span style="font-weight: 400;">สื่อถึงช่วงเวลาที่แต่ละคนต้องการดูแลตัวเองด้วยความรักอันบริสุทธิ์ ชาประเภทนี้จึงละมุนละไม เช่น ชาเขียว ชามะลิ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเภทที่สามชื่อว่า Be Blissful เป็นชาที่เกิดจากการนึกถึงการหลีกหนีความวุ่นวายไปผจญภัยในความฝัน ชากลุ่มนี้จึงมีกลิ่นรสแนวดอกไม้หรือผลไม้ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเภทสุดท้ายคือ The Unexpected หรือชา</span><span style="font-weight: 400;">ที่เราคิดว่าน่าจะหาดื่มยาก สำหรับคนที่รู้สึกว่าอยากได้ความพิเศษเหมือนจุดพลุ เช่น ชาส้มที่เราให้ดื่มในตอนแรก</span><span style="font-weight: 400;"> หรือ Masala Chai Tea ที่หากคนที่เคยดื่มชาเครื่องเทศที่อินเดียแล้วรู้สึกว่าแสบเผ็ดเกินไป สูตรของเราจะปรับให้ดื่มง่ายขึ้น” เธออธิบายให้เราฟังแล้วขอเวลาไปทำชา Masala ที่เล่าให้ลองชิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานแป้งก็กลับมาพร้อมชาแบบเย็นแต่งหน้าด้วยอบเชยผ่าซีกและผงมาซาล่าด้านบน สารภาพว่าตอนแรกเราเกรงว่าจะต้องปรับลิ้นให้ชินกับเครื่องเทศอินเดียที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อได้ลองดื่มก็กลายเป็นว่าชอบเสียอย่างนั้น เพราะผงมาซาล่าที่โรยมาเข้ากันได้ดีกับชาเครื่องเทศสุดๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104581" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-1024x1024.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/25-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104582" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-1024x1024.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/26-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ก่อร่างสร้างยอด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากให้ชาเป็นเครื่องมือเชื่อมคนใน 2 ระดับ ระดับแรกคือเชื่อมโยงคนกลับมาอยู่กับตัวเอง ระดับสองคือเชื่อมโยงคนให้เข้าใจกัน โดยเอาชาไปผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนหรือพื้นที่ด้วยการจัดนิทรรศการหรือกิจกรรม” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการแบ่งชาออกเป็น 4 ประเภทผสมผสานกับแนวคิดดังกล่าว แป้งจึงผุดไอเดียบริการชาขึ้นในชื่อ Work Tea People</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104585" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/18-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า work หมายความถึงผลงานหรือกิจกรรมที่แป้งทำร่วมกับศิลปินคนอื่น tea คือบริการชาที่เชื่อมโยงงานเหล่านั้นให้เข้ากับผู้คนหรือ people ที่ทั้งแป้งและเพื่อนร่วมโปรเจกต์ต้องการสื่อสารด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำ 3 คำมารวมกันจึงเกิดเป็น pop-up tea experience service จัดกิจกรรมที่มีชาเป็นตัวหลัก ผสมกับดนตรีหรือศิลปะ ผันแปรไปตามคอนเซปต์ของกิจกรรม กลุ่มผู้เข้าร่วม หรือแม้แต่บรรยากาศของสถานที่จัดงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังนึกภาพไม่ออก แป้งลองยกตัวอย่างงานที่เคยทำให้เราฟังสั้นๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>HiTea Ceremony</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โปรเจกต์ร่วมมือกับ Tea Master ชาวญี่ปุ่นจัดพิธีชงชาที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ ณ </span><a href="https://adaymagazine.com/the-shophouse-1527/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">The Shophouse 1527</span></a> <span style="font-weight: 400;">บริเวณสามย่านอันเป็นพื้นที่เก่าแก่เหมาะแก่การจัดกิจกรรมที่ผูกโยงกับความดั้งเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีเพื่อนเป็นเชฟอาหารมังสวิรัติ เป็นดีเจใต้ดินที่ใส่รองเท้าสีชมพู กางเกงขาสั้น แต่มีงานหลักเป็น Tea Master เขาทำให้เราคิดว่าคนทำชาไม่จำเป็นต้องมีวิถีสโลว์ไลฟ์แต่เป็นคนที่แค่อยากหยุดชีวิตด้านหนึ่งเพื่อพัก เราเลยอยากทำกิจกรรมร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กิจกรรมนี้เน้นให้คนรู้จักพิธีชงชา ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้อยากสอนให้คนเชี่ยวชาญเรื่องการชงชา แค่คิดว่ามันคือกิจกรรมเปิดโสต เปิดประสบการณ์มากกว่า เราจึงไม่ดัดแปลงส่วนของพิธีชงชาเพื่อเคารพวัฒนธรรม แต่ขอดีไซน์บรรยากาศรอบๆ เช่น เลือกเปิดเพลงของเพื่อนศิลปินญี่ปุ่นที่ทำเพลงในไร่ชาซึ่งฉีกแนวทางเดิมของพิธี ในขณะเดียวกันก็ยังเคารพบรรยากาศของพิธีอยู่ และมันยังเข้ากับความเก่าแก่ของ The Shophouse 1527 ที่อยู่ในสามย่านด้วย และเพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ดัดแปลงพิธีชงชาเลย แขกจึงได้ชมพิธีชงชาในราคาเพียง 200 บาทและได้ดื่มชาพรีเมียม ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงพิธีนี้มีมูลค่าสูงมาก”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104586" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0537-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104588" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0973-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104589" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7Q8A0983-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>No Pain Gain Tea On Weekend </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คืออีเวนต์ที่แป้งชวนคนมาดื่มชาในบรรยากาศที่เธอดีไซน์​ (แต่ละครั้งก็ไม่เหมือนกัน) ให้คนได้กลับมาใช้เวลากับตัวเองเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่แป้งหลีกตัวไปพักกายพักใจที่ร้านชาของครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากสื่อสารว่าทุกคนควรมีโมเมนต์ที่ได้หยุดพักก่อนใช้ชีวิตต่อ แทนที่จะหายใจเข้า-ออกช้าๆ อย่างการนั่งสมาธิเราก็ชวนคนมานั่งใช้เวลากับตัวเองกับชาและศิลปะที่เราเตรียมให้ เช่น ในกิจกรรมครั้งที่ผ่านมาชื่อว่า Transquil Transporting เราให้คนที่เข้าร่วมนั่งแยกกัน ใส่หูฟังดูฟิล์มฟุตเทจวิวที่อังกฤษที่เพื่อนเราถ่าย สิ่งนี้ถือเป็นส่วนของศิลปะ ส่วนดนตรีเราดีไซน์ให้มีการแสดงสดไวโอลินและเเซ็กโซโฟน เข้ากับสถานที่คือบาร์แจ๊ส York by Dumbo </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไอเดียของงานครั้งนี้มาจากช่วงโควิด-19 ที่เราสนใจเรื่องการเคลื่อนที่ของจิตใจคนที่ออกไปไหนไม่ได้ เสพข่าวเครียดๆ ทุกวัน แต่เราคิดว่าจริงๆ เรามีทางเลือกนะ เราไม่จำเป็นต้องเสพอะไรแบบนั้นตลอดเวลา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้เลือกชา 1 จาก 4 ประเภท ทำให้แต่ละคนได้ฟิล์มฟุตเทจและการพักผ่อนที่แตกต่างกันตามอารมณ์ของชาที่เลือกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104596" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/PKW05340-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104594" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-1024x684.jpg" alt="" width="1024" height="684" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3922-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104595" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-1024x684.jpg" alt="" width="1024" height="684" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/DSC_3956-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Tea x Exhibition</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมแบบที่สามคือการจัดนิทรรศการร่วมกับสเปซและองค์กรต่างๆ ในการเชื่อมโยงชาเข้ากับศิลปะและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แป้งยกตัวอย่างช่วง Bangkok Design Week 2020 ที่ผ่านมาที่แป้งจับมือกับกลุ่มนักจัดดอกไม้ PHKA และอาร์ตสเปซ The Shophouse 1527 จัดแสดงผลงานในชื่อว่า Phala (ผล) โดยมีหัวใจคือการทำให้คนมองเห็นผลกระทบที่เมืองมีต่อธรรมชาติและผู้คน ในขณะที่มุมหนึ่ง ทีมผกาจัดดอกไม้เพื่อสื่อถึงมลภาวะในเมือง ในอีกมุม หญิงสาวนักปรุงชาเลือกตั้งเคาเตอร์จัดเป็นเวิร์กช็อปดื่มชาสื่อถึงมลภาวะในใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104600" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/1596620115811.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ แป้งนำชา 4 ประเภทของเธอมาจัดเรียงชื่อใหม่ให้เข้ากับคอนเซปต์สนุกๆ อย่างเรื่องมลภาวะทางจิตใจ และเปิดโอกาสให้คนได้เลือกชาที่ตรงกับสภาะวะจิตใจช่วงนั้น เช่น คนที่กำลังเจอ</span><span style="font-weight: 400;">อารมณ์</span><span style="font-weight: 400;"> Fucking Meeting แป้งจะจัดชาประเภท </span><span style="font-weight: 400;">Inspire In-a-cup ให้</span><span style="font-weight: 400;">เพื่อบูสต์พลังและรวบรวมสติก่อนการทำงาน คนที่กำลังเครียดหรือแป้งเรียกว่า D</span><span style="font-weight: 400;">ept. Therapy </span><span style="font-weight: 400;">จะได้ชากลุ่ม My Sanctuary </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อบำบัด คนที่กำลังกล่อมตัวเองว่า I’m Okay แป้งจัดชาประเภท </span><span style="font-weight: 400;">Be Blissful ให้ ช่วยตัดความพะวงในจิตใจด้วยความหอมหวานของกลิ่นดอกไม้ ส่วนกลุ่มสุดท้าย ใครต้องเจอ The Brief From Hell จะได้ชา The Unexpected ที่เข้มข้นและคาดเดาไม่ได้เป็นการปลอบประโลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ แป้งย้ำกับเราว่าเธอไม่ได้เจาะจงว่าชาต้องเป็นพระเอกหลักของงานเสมอไป แค่ชาได้ทำให้คนได้พักและเปิดโสตประสาทก็เพียงพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้บังคับว่ามาดื่มชาเถอะ แต่เราพยายามจะเอาชาเข้าไปเบลนด์กับสถานการณ์ต่างๆ อย่างตอนที่จัดงานร่วมกับผกา ตอนกลางคืนเขาเสิร์ฟแอลกอฮอล์เราก็แนะนำให้คนดื่มชามินต์ที่มีกลิ่นพิเศษ ช่วยทำให้ตื่นหรือแก้แฮ้งและยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่ต่อร่างกายอีก รวมๆ เลยคือเราคิดว่าแค่คนดื่มชาแล้วรู้สึกดีขึ้นก็พอแล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104590" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/84332620_215456976256656_2308733336826742002_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104591" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/82342283_194991428310137_1143059355611635256_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Tealasionship</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนำชาไปร่วมกับโลกศิลปะร่วมสมัย แป้งยังจัดกิจกรรมเชื่อมโยงคนในองค์กรต่างๆ ด้วยเช่น กิจกรรม Tealasionship ที่เธอร่วมจัดกับ HUBBA เพื่อให้ผู้คนที่มาใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซได้ทำความรู้จักกันในช่วงเวลาพักกลางวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเป็นที่ปรึกษาให้ HUBBA เลยรู้ว่าช่วงบ่ายเขาไม่มีกิจกรรมสร้างปฏิสัมพันธ์ให้คนใน co-working space ทั้งๆ ที่ที่นี่มีธรรมชาติความเฟรนด์ลี่เเบบพี่น้อง เราเลยนั่งคุยกันว่าอยากจัดกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงบ่าย ให้คนมาทำไอศครีมร่วมกับการดื่มชาเพื่อใช้เวลาร่วมกัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในทุกกิจกรรมที่เล่า นัยน์ตาของแป้งเป็นประกายยามพูดถึงบรรยากาศที่เธอออกแบบเสมอจนเราสงสัยว่าทำไมบรรยากาศถึงสำคัญกับเธอเป็นพิเศษ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าถามเรา การดื่มชาแบบ Work Tea People นั้นขึ้นกับบรรยากาศ ณ ตอนนั้นว่าเข้ากับชาหรือเปล่า ถ้ามีคนติดต่อมาว่าเขากำลังจะเปิดพื้นที่ใหม่แล้วอยากให้เราไปจัด tea service เราต้องขอไปนั่งดูก่อนว่าคนที่ใช้พื้นที่ตรงนั้นเป็นคนยังไง เราต้องรู้บริบท มวลอารมณ์ ถึงจะรู้ว่าชาตัวไหนเข้ากับพื้นที่ใด”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>คอชาดื่มดี ไม่ใช่คอชาก็ดื่มได้ เพราะจุดหมายคือการพักผ่อน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดการสนทนาเรื่องจักรวาลชากับแป้ง เธอไม่ค่อยเอ่ยถึงชื่อชาอย่างเฉพาะเจาะจงหรือบอกสรรพคุณของชาตรงหน้าเว้นแต่เราจะถามเพื่อทำความเข้าใจ เพราะสุดท้ายแล้วเธออยากให้คอชาดื่มแล้วรู้สึกดี ส่วนคนที่เเวะเวียนมาลองก็ดื่มได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เรามองว่าการดื่มชาไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะตีความชายังไงมากกว่า สิ่งที่ได้จากเราจึงไม่ใช่แค่รสชาติชา ไม่ต้องยึดติดกับคอนเทนต์ที่เรานำเสนอก็ได้ด้วยซ้ำ แต่คือมวลรวมของบรรยากาศที่เกิดขึ้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า ‘พัก’ ที่แป้งกล่าวออกมาหลายครั้งไม่ใช่เพราะความบังเอิญแต่เป็นสิ่งที่เธอได้รับจากประสบการณ์การดื่มชาส่วนตัวจนอยากส่งต่อความรู้สึกดีๆ เหล่านั้นให้ทุกคน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104597" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมัยก่อนเรายังไม่ได้เห็นคุณค่าของชาและธุรกิจชาของครอบครัวขนาดนั้น แต่เมื่อเรามีประสบการณ์การทำงานตรงนี้ ทำให้เรายิ่งโหยหาและเข้าใจในที่สุดว่าชาเติมเต็มเรายังไงบ้าง</span><span style="font-weight: 400;">” แป้งตอบปิดท้ายคล้ายเป็นการจบอีเวนต์เล็กๆ ระหว่างเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104598" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/19-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/work-tea-people/">พักสายตาเถอะนะคนดี จิบชาตรงนี้ ที่บริการชารูปแบบใหม่ Work Tea People</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Patchouli.scent.design แบรนด์ที่รับออกแบบกลิ่นเฉพาะตัวให้ทุกสิ่งอัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/patchouli-scent-design/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โอ๊ต มณเฑียร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2020 13:35:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหอม]]></category>
		<category><![CDATA[Patchouli.scent.design]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่นหอม]]></category>
		<category><![CDATA[ต๋อม ศิริรัตน์ เหล่าทัพ]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำหอม]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์กช็อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104147</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ลองดมดูนะคะ กลิ่นนี้ทำให้คิดถึงอะไร&#8221; เราค่อยๆ สูดกลิ่นน้ำหอมจากขวดปริศนาในมือ พลางปิดตา ปิดหู ปิดทุกผัสสะอื่นๆ เพื่อให้จมูกส่งข้อมูลไปสู่สมองอย่างชัดเจนที่สุด น่าฉงนที่น้ำหอมไม่กี่หยดกลับสามารถสร้างโลกเสมือนในความนึกคิดของเราได้ทั้งใบ มันปรุงแต่งผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นในความทรงจำ ผู้หญิงที่โอบอ้อมอารีแต่ก็มีเสน่ห์ เธออยู่ในคฤหาสน์โอ่อ่าหลังเก่า ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ เธออาจจะกำลังนั่งรออะไรบางอย่างหรือใครสักคน เมื่อลืมตาขึ้นเราพบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่เดิม อยู่บนชั้นสองของคาเฟ่ย่านทองหล่อ เบื้องหน้าเรามีรอยยิ้มของ ต๋อม–ศิริรัตน์ เหล่าทัพ นักปรุงกลิ่นสุดเท่ในชุดยูนิฟอร์มสีดำประจำตัว เธอเป็นเจ้าของ Patchouli.scent.design แบรนด์น้ำหอมที่ทำงานกับกลิ่นในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดเวิร์กช็อปปรุงกลิ่นไปจนถึงการออกแบบกลิ่นเฉพาะตัวให้แบรนด์ต่างๆ ตั้งแต่ร้านชาไปจนถึงแบรนด์รถยนต์ BMW ในช่วงที่รู้สึกถูกรุมล้อมด้วยความเครียดจากหลากหลายปัจจัย เราจึงพยายามขวนขวายหาสิ่งที่ &#8216;ดีต่อใจ&#8217; มาบำบัดตัวเองมากมาย สุคนธบำบัดหรือการบำบัดด้วยกลิ่น (อโรม่าเทอราพี) ถือเป็นหนึ่งในสิ่งต้นๆ ที่เราเลือกลองด้วยความที่เริ่มต้นได้ง่ายและใกล้ตัว โชคดีที่เราได้รับเชิญมาเปิดประตูเข้าสู่โลกของกลิ่นในเวิร์กช็อปการปรุงน้ำหอมของ Patchouli.scent.design พอดี ซึ่งเอกลักษณ์ของการสอนที่นี้นั้น นอกจากจะสอนให้ใช้จมูกแล้วยังให้ใช้หัวใจในการดมด้วย วันเวิร์กช็อปต๋อมสอนเราเรื่องความแตกต่างของกลุ่มในกลิ่นแต่ละชนิดจากน้ำมันหอมระเหยหลายสิบขวดที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ เธอขอให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนอธิบายภาพซึ่งโผล่ขึ้นมาในหัวจากกลิ่นที่เพิ่งดมไป เราอดตกใจไม่ได้ที่หลายๆ คนพรรณนาถึง &#8216;ผู้หญิง&#8217; ในลักษณะที่คล้ายกันโดยไม่ได้นัดหมาย &#8220;นี่แหละความน่าอัศจรรย์ของกลิ่น มันทำงานกับความทรงจำของเราที่ยึดโยงอยู่กับมันอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าความนึกคิด เกือบจะเป็นสัญชาตญาณ&#8221; ต๋อมกล่าวแล้วเฉลยว่ากลิ่นที่เราเพิ่งดมไปคือ Ylang Ylang หรือ กระดังงา  &#8220;พวกเราอาจถูกหล่อหลอมมาด้วยความทรงจำที่คล้ายกันมากกว่าที่คิด&#8221;    [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patchouli-scent-design/">Patchouli.scent.design แบรนด์ที่รับออกแบบกลิ่นเฉพาะตัวให้ทุกสิ่งอัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ลองดมดูนะคะ กลิ่นนี้ทำให้คิดถึงอะไร&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104370" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราค่อยๆ สูดกลิ่นน้ำหอมจากขวดปริศนาในมือ พลางปิดตา ปิดหู ปิดทุกผัสสะอื่นๆ เพื่อให้จมูกส่งข้อมูลไปสู่สมองอย่างชัดเจนที่สุด น่าฉงนที่น้ำหอมไม่กี่หยดกลับสามารถสร้างโลกเสมือนในความนึกคิดของเราได้ทั้งใบ มันปรุงแต่งผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นในความทรงจำ ผู้หญิงที่โอบอ้อมอารีแต่ก็มีเสน่ห์ เธออยู่ในคฤหาสน์</span>โอ่อ่าหลังเก่า ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ เธออาจจะกำลังนั่งรออะไรบางอย่างหรือใครสักคน</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อลืมตาขึ้นเราพบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่เดิม อยู่บนชั้นสองของคาเฟ่ย่านทองหล่อ เบื้องหน้าเรามีรอยยิ้มของ </span><b>ต๋อม–ศิริรัตน์ เหล่าทัพ</b><span style="font-weight: 400;"> นักปรุงกลิ่นสุดเท่ในชุดยูนิฟอร์มสีดำประจำตัว เธอเป็นเจ้าของ </span><b>Patchouli.scent.design</b><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์น้ำหอมที่ทำงานกับกลิ่นในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การจัดเวิร์กช็อปปรุงกลิ่นไปจนถึงการออกแบบกลิ่นเฉพาะตัวให้แบรนด์ต่างๆ ตั้งแต่ร้านชาไปจนถึงแบรนด์รถยนต์ BMW</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104371" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงที่รู้สึกถูกรุมล้อมด้วยความเครียดจากหลากหลายปัจจัย เราจึงพยายามขวนขวายหาสิ่งที่ &#8216;ดีต่อใจ&#8217; มาบำบัดตัวเองมากมาย สุคนธบำบัดหรือการบำบัดด้วยกลิ่น (อโรม่าเทอราพี) ถือเป็นหนึ่งในสิ่งต้นๆ ที่เราเลือกลองด้วยความที่เริ่มต้นได้ง่ายและใกล้ตัว โชคดีที่เราได้รับเชิญมาเปิดประตูเข้าสู่โลกของกลิ่นในเวิร์กช็อปการปรุงน้ำหอมของ Patchouli.scent.design พอดี ซึ่งเอกลักษณ์ของการสอนที่นี้นั้น นอกจากจะสอนให้ใช้จมูกแล้วยังให้ใช้หัวใจในการดมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันเวิร์กช็อปต๋อมสอนเราเรื่องความแตกต่างของกลุ่มในกลิ่นแต่ละชนิดจากน้ำมันหอมระเหยหลายสิบขวดที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ เธอขอให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนอธิบายภาพซึ่งโผล่ขึ้นมาในหัวจากกลิ่นที่เพิ่งดมไป เราอดตกใจไม่ได้ที่หลายๆ คนพรรณนาถึง &#8216;ผู้หญิง&#8217; ในลักษณะที่คล้ายกันโดยไม่ได้นัดหมาย &#8220;นี่แหละความน่าอัศจรรย์ของกลิ่น มันทำงานกับความทรงจำของเราที่ยึดโยงอยู่กับมันอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าความนึกคิด เกือบจะเป็นสัญชาตญาณ&#8221; ต๋อมกล่าวแล้วเฉลยว่ากลิ่นที่เราเพิ่งดมไปคือ Ylang Ylang หรือ กระดังงา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;พวกเราอาจถูกหล่อหลอมมาด้วยความทรงจำที่คล้ายกันมากกว่าที่คิด&#8221;   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความทรงจำที่ทำให้ปัจจุบันต๋อมใช้ชีวิตอยู่กับกลิ่นหอมคืออะไร สูดเมล็ดกาแฟสักหนึ่งฟอดเพื่อรีเซตประสาทการรับกลิ่น แล้วเชิญรับฟังเรื่องราวจากนักปรุงกลิ่นมืออาชีพได้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104373" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/29-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104372" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>คุณเริ่มสนใจเรื่องกลิ่นได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตการทำงานที่ผ่านมาพาเราไปค่ะ โดยพื้นฐานเราเป็นนักออกแบบ ทำงานด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์และแบรนดิ้งซึ่งโปรดักต์เกือบทั้งหมดที่เราร่วมงานอยู่ในกลุ่มจำพวกสกินแคร์ สปา และโรงแรม ทำให้งานทั้งหมดเชื่อมโยงกับกลิ่นมาตลอด คล้ายๆ ว่าหน้าที่ของเราเหมือนคนแต่งตัวให้กับ &#8216;ของที่มีกลิ่นหอม&#8217; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอโตขึ้นเรื่อยๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่าควรศึกษาเรื่องกลิ่นไว้บ้างนะ เราจึงเริ่มต้นด้วยการเรียนปรุงน้ำหอมที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายใต้การสอนของสถาบัน PerfumersWorld บอกตามตรงตอนแรกเรามองในมุมการเรียนเพื่อส่งเสริมการขาย แต่พอได้เรียนเท่านั้นแหละ โอ้โห มันเข้าไม้เข้ามือเหมือนเจอเพื่อนที่จะสนิทด้วยง่ายๆ ตั้งแต่วันนั้นมาเราก็อยู่กับงานกลิ่นมาตลอด ตอนนี้เลยทำแบรนด์ของตัวเองชื่อ Patchouli.scent.design และกำลังเรียนเรื่องสุคนธบำบัดเพิ่มเติม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลิ่นในโลกนี้มีมากมาย ทำไมคุณถึงเลือกใช้กลิ่น Patchouli หรือพิมเสนมาตั้งชื่อแบรนด์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของชื่อแบรนด์มันเกิดขึ้นเองจากความสุขระหว่างทางที่เราฝึกฝนงานกลิ่น เราชอบรูปถ่ายของในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วงที่ท่านมีพระชนมพรรษาสัก 18-19 พรรษามากๆ เช่น รูปท่านทรงเรือใบ รูปเหล่านั้นมักมีความรู้สึกของ &#8216;ลม&#8217; ปลิวอยู่ในรูป ซึ่งเป็นลมแบบในอดีตด้วยนะ การตามหากลิ่นลมนี่แหละทำให้เราได้เจอกับกลิ่น Patchouli ที่ประจวบพอดีกับลมของวันวานในจินตนาการ เราจึงรักกลิ่นนี้มาตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเริ่มศึกษาคาแร็กเตอร์ของกลิ่นนี้มากขึ้น เราก็ค้นพบว่าความเป็น base note (กลิ่นน้ำหอมที่จมูกรับรู้เป็นกลิ่นสุดท้ายหลังกลิ่นอื่นๆ ก่อนหน้าจางไปแล้ว) มีคุณสมบัติตรึงกลิ่นอื่นได้ ความไม่แสดงตัวแบบโฉ่งฉ่างมันตรงประเด็นกับแบรนด์ที่เราอยากทำจึงเกิดเป็นชื่อนี้ขึ้นมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104374" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/18-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>แบรนด์ Patchouli.scent.design เกี่ยวข้องกับกลิ่นในแง่มุมไหนบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนทำ Patchouli.scent.design เราเป็นผู้สอนเวิร์กช็อปปรุงกลิ่นที่ชามเริญ สตูดิโอ ช่วงเวลานั้นทำให้ได้เรียนรู้ว่าการสอนเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ที่ดีมากๆ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นที่เชื่อมโยงกับความทรงจำของคนแต่ละคน ประสบการณ์ที่ชามเริญ สตูดิโอ ทำให้คำสอนของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี พุ่งเข้ามาในหัว เป็นคำกล่าวที่ว่า &#8220;ทุกคนมีความงาม นายต้องค้นให้พบ แม้แต่คนขี้ริ้วขี้เหร่ที่สุดก็อาจจะมีความงามซ่อนอยู่&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นเรามีความตั้งใจอยากให้กลิ่นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวทุกคน งานหลักของเราจึงเป็นคลาสเวิร์กช็อปชื่อว่า Perfume Language</span> <span style="font-weight: 400;">สอนคนให้รังสรรค์กลิ่นขึ้นเองโดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน วิธีการคือเราใช้หลัก design thinking สอนให้คนดีไซน์การถ่ายทอดความทรงจำ ความรู้สึก และความอยากผ่านกลิ่น นอกจากนี้เรายังมีเวิร์กช็อปย่อยๆ อีกด้วย พอเราเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ขาอีกข้างของแบรนด์ก็เริ่มรับงานออกแบบ signature scent และ customized product</span> <span style="font-weight: 400;">ให้แบรนด์ต่างๆ พูดง่ายๆ คืองานทุกอย่างที่ว่าด้วยเรื่องกลิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเวิร์กช็อปการปรุงกลิ่นของ Patchouli.scent.design เป็นยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วัตถุประสงค์หลักของเวิร์กช็อปคือสอนให้คนปรุงกลิ่นได้เอง พร้อมๆ กับการมอบความรู้เรื่องกลิ่นหอมและการสร้างประสบการณ์เฉพาะคน คลาสจึงถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนแรกคือการพาให้ทุกคนรู้จักกลุ่มกลิ่นและเรียนรู้ตนเองผ่านกลิ่น การเรียนส่วนนี้สำคัญมาก ขาดไม่ได้ เพราะจะเกิดการแชร์ระหว่างผู้ที่นั่งเรียนอยู่ด้วยกัน หลายครั้งที่เราได้ฟังคำตอบที่เหมือนเราหรือต่างจากเราโดยสิ้นเชิง กลุ่มกลิ่นในคลาสจะมีอยู่ 14 กลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่ม woody กลิ่นหอมจากไม้ต่างๆ ที่มักพาให้เราคิดถึงความห้าวหาญแต่อบอุ่น พึ่งพาได้ เหมือนไม้ยืนต้น กลุ่ม citrus กลิ่นหอมแกมเปรี้ยวที่ปลุกความสดชื่น ถ้าเปรียบกับธรรมชาติหลายคนก็มักจะคิดถึงแดดอ่อนๆ จากแสงอาทิตย์ในยามเช้า หรือกลุ่ม smoky ท็อปปิ้งอย่างหนึ่งของงานกลิ่นที่มักจะพาให้สาวๆ นึกถึงภาพชายหนุ่มที่มีเสน่ห์แต่ซับซ้อนและเข้าถึงยาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นขั้นตอนที่สองคือแบบฝึกหัดปรุงกลิ่นเพื่อให้คนได้ลองควบคุมการดีไซน์กลิ่นผ่านโจทย์ที่เราไม่ได้บอกล่วงหน้า ในแต่ละครั้งจะมีโจทย์ที่แตกต่างกันไป เช่น ปรุงกลิ่นห้องสักห้อง เพลงสักท่อน ปรุงกลิ่นที่เล่าคาแร็กเตอร์ในเรื่องแต่ง หรือตีความกลิ่นจากไพ่ทาโรต์สักใบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายคือการปรุงกลิ่นเฉพาะตัวตามที่ต้องการ (personal scent) ซึ่งแต่ละคนจะผสมขึ้นจากกลุ่มกลิ่นที่ทำงานกับความรู้สึกของตัวเองจริงๆ แล้วนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ง่ายๆ อย่างน้ำหอมส่วนตัว สเปรย์ฉีดห้อง หรือก้านหอมปรับอากาศ</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104375" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/36-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104377" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104378" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p><b>เห็นว่าคุณเคยต่อยอดการปรุงกลิ่นไปเชื่อมโยงกับหลายสิ่งตั้งแต่ชายันรถ BMW ทำไมถึงเริ่มผสมผสานกลิ่นกับศาสตร์อื่นๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามองกลิ่นเป็นงานออกแบบประสบการณ์แบบหนึ่งบวกกับมีคนหยิบยื่นโอกาสดีๆ​ มาให้เลยได้นำงานกลิ่นไปเชื่อมโยงกับโปรดักต์อื่นๆ เช่น ร้าน TE Time and Space ซึ่งสอนปรุงชาทั้งเพื่อเป็นสินค้าและเพื่อสื่อสารความรู้สึกผ่านกลิ่น กลุ่มลูกค้าของเราค่อนข้างตรงกันเลยได้ร่วมงานกันบ่อย ที่ผ่านมาเราปรุงกลิ่นสถานที่จากกลิ่นชาของเขา หรือไปหยิบชาของเขามาทำเป็นเซตของขวัญที่มีเฉพาะที่นี่ หรือการได้โอกาสร่วมงานกับ BMW Millennium Auto ทำเวิร์กช็อปสเปรย์ฉีดในห้องที่ออกแบบและปรุงกลิ่นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องอย่าลืมว่าจมูกของเราทำงานและหายใจเอากลิ่นเข้าไปตลอดเวลา ดังนั้นการทำงานกับกลิ่นสามารถทำได้กับทุกอย่างรอบตัวเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>ความรู้อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการปรุงกลิ่นด้วยตนเอง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยพื้นฐานแล้วจะมีเรื่องของ top note, middle note และ base note ซึ่งคือการเปลี่ยนกลิ่นของน้ำหอมที่เรารับรู้ได้ (top คือกลิ่นแรกที่ร่างกายรับรู้เมื่อดมและมักจะจางไปอย่างรวดเร็ว ส่วน base คือกลิ่นที่ติดทนนานสุด บางกลิ่นสามารถติดนานถึง 24 ชั่วโมง มักจะเป็นกลิ่นที่ไม่ฉูดฉาดและเปลี่ยนแปลงไปตามกลิ่นธรรมชาติของร่างกายแต่ละคน) แต่สำหรับเราสิ่งสำคัญคือความสร้างสรรค์ ตามมาด้วยความเป็นไปได้และความถูกต้อง เช่น สัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับการผลิตทั้งกลิ่นหัวเชื้อและการสร้างเป็นผลิตภัณฑ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-104382" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/41-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/41-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/41-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/41-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><b>พูดถึงหัวเชื้อ หัวเชื้อกลิ่นที่สกัดจากวัตถุดิบในเมืองไทยมีความแตกต่างหรือจำเพาะมากกว่ากลิ่นจากเมืองนอกไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมืองไทยเรามีวัตถุดิบดีๆ เยอะมาก โดยเฉพาะดอกไม้ แต่พอสกัดเป็นกลิ่นแล้วต้องยอมรับว่าเรานิยมใช้ของนำเข้ามากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อนำวัตถุดิบแต่ละพื้นที่มาสกัดกลิ่น แม้จะเป็นกลิ่นชนิดเดียวกันก็ให้คาแร็กเตอร์และคุณสมบัติบางตัวที่แตกต่างกันได้ สองข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า ถ้าเราจริงจังเรื่องเพาะปลูกและการสกัดให้เกิดเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ได้จากการผลิตในไทยอุตสาหกรรมนี้คงไปได้ไกลมากๆ ในอนาคต ส่วนตอนนี้ที่สตูดิโอใช้จากการผลิตในไทยแน่ๆ คือกลิ่นจำพวกตะไคร้ ขิง และมะกรูด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>จากที่ทำเวิร์กช็อปมา เสียงตอบรับเป็นยังไง ช่วยเล่าเรื่องที่ประทับใจให้ฟังหน่อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอรู้ตัวว่าทุกๆ เช้าที่ตื่นมาเรายังได้จับงานกลิ่นขึ้นมาทำทุกวันเราก็มีความสุข นี่คือเสียงตอบรับจากตัวเราเองว่าจะจูงมือมันและไปต่อ ยิ่งรวมกับการได้เห็นคนอื่นภูมิใจและเพลิดเพลินกับงานกลิ่นที่เราสอนและออกแบบก็รู้สึกดีเข้าไปใหญ่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนในเวิร์กช็อปเราเจอเรื่องประทับใจหลายอย่าง อย่างมีครั้งหนึ่งนักเรียนปรุงกลิ่นจากความสับสนของบ้านเมืองด้วยการทดลองเอากลิ่นที่ออกฤทธิ์ตรงข้ามกันมาใช้ร่วมกัน เราชอบมาก ทำให้เห็นเลยว่าการสอนครั้งนี้สามารถเปิดความคิดสร้างสรรค์ของคนจริงๆ หรือผลงาน interactive showcase ที่ Chiang Mai Design Week เมื่อปลายปี 2562 มีชาวต่างชาติคนหนึ่งดมกลิ่นที่ปรุงจากความทรงจำในการปลูกสวนกุหลาบแล้วเขาร้องไห้ ร้องเยอะมาก บอกว่าคิดถึงคุณย่าที่เพิ่งเสียไป กลิ่นมันทำงานข้ามวัฒนธรรมเลยทีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104385" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/33-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104384" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/32-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>เคยอ่านหนังสือว่าด้วยน้ำหอม เขาบอกว่าผัสสะการดมนั้นแตกต่างจากผัสสะอื่นๆ เพราะการดมเป็นมากกว่าการกระทบของสารต่อประสาทสัมผัส (เช่น สายตาคือการกระทบของแสง รสชาติคืออาหารที่กระทบต่อมรับรส) แต่การดมคือการหายใจเอามวลของสารนั้นเข้าไปในตัว เป็นเพราะสิ่งนี้หรือเปล่าที่ทำให้กลิ่นมีพลังและความฉับไวต่อตัวเรามาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ ฉับไวและปลุกความรู้สึกอย่างโกหกไม่ได้ กลิ่นวิ่งแซงความคิดของเราด้วยซ้ำ มันดึงความทรงจำที่ซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวเราออกมาทักทายแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว นี่แหละคือพลังของมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลิ่นเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่ได้หลากหลาย ทั้งรื้อความทรงจำที่เราเองลืมไปแล้วหรือระบายไอเดียในหัวออกมา ระหว่างปรุงกลิ่นจึงมีกิจกรรมบำบัดเกิดขึ้นด้วยตัวมันเอง เราจึงรู้สึกดีขึ้นด้วยการได้ระบายออก เหมือนได้เจอเครื่องมือถ่ายทอด สร้างพื้นที่ให้เราได้ทำความเข้าใจกับความทรงจำหรือความรู้สึกนั้นๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลิ่นอะไรที่คนมักจะมีปฏิกิริยากับมันมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตอบให้โดนหยิกก็ตอบว่ากลิ่นเหม็น (หัวเราะ) ที่เหลือคือหลากหลายมาก ไร้ขอบเขตจริงๆ เพราะกลิ่นมันเชื่อมโยงกับความทรงจำ ซึ่งมันส่วนตัวมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>กลิ่นอะไรที่หอมที่สุดสำหรับคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเราไม่มีกลิ่นที่คิดว่าหอมที่สุด แต่กลิ่นที่ชอบเสมอคือกลิ่นเปลือกส้ม กลิ่นพิมเสน กลิ่นไอน้ำ กลิ่นการหุงข้าว และกลิ่นผิวของคนที่หลากหลาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีกลิ่นไหนที่ช่วยป้องกันโควิด-19 ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไม่มีกลิ่นที่ถูกเคลมว่าฆ่าเชื้อโควิดได้​ (หัวเราะ) แต่ถ้าพูดว่ากลิ่นไหนเหมาะกับการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันหอมระเหยหลายตัวทำหน้าที่นี้ได้ดี เช่น กานพลู อบเชย ไม้จันทน์ หรือการบูร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-104386" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/40-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/40-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/40-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/40-2-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><b>ตอนนี้คุณศึกษาเรื่องสุคนธบำบัดอยู่ด้วย กลิ่นทำงานยังไงถึงเยียวยาร่างกายได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราลองนึกให้ลึกลงไปอีกนิด จะเห็นได้เลยว่าเราได้รับน้ำมันหอมระเหยเข้าไปในร่างกายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ง่ายๆ คือผ่านทางอาหาร ทุกพืชพันธุ์ที่มีกลิ่นแปลว่ามีน้ำมันหอมระเหย เมื่อเราทานเข้าไปย่อมได้รับประโยชน์จาก aromatic substance (สารที่มีกลิ่นหอม)</span> <span style="font-weight: 400;">ที่อยู่ในน้ำมันหอมระเหยนั้นๆ ฉะนั้นถ้า</span>ร่างกายรับอาหารที่ดีเข้าไปเราก็แข็งแรง</p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองกลับมาที่อโรม่าเทอราพี ศาสตร์นี้ก็เป็นการนำพืชพันธุ์มาสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหยโดยเฉพาะ แปลง่ายๆ ก็คือเมื่อใช้น้ำมันหอมระเหยเราก็จะได้ aromatic substance มากขึ้น ร่างกายรับได้โดยตรงไม่ต้องไปทำหน้าที่แยกน้ำมันหอมระเหยออกจากกากใย และเราควบคุมปริมาณได้ เพราะฉะนั้นอโรม่าเทอราพีหรือการบำบัดด้วยกลิ่นมีผลต่อการเยียวยาร่างกายแน่นอน</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อโรม่าเทอราพีอาจถูกมองว่าเป็นการใช้กลิ่นในการรักษาร่างกายผ่านอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดมีองค์ประกอบของสารสำคัญที่สามารถทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบทางเคมีของร่างกาย มีผลต่ออวัยวะและระบบต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การใช้น้ำมันหอมระเหยทาหรือนวดร่างกาย น้ำมันหอมระเหยจะซึมผ่านผิวหนังและระเหยผ่านการหายใจเข้าสู่เยื่อโพรงจมูกและกระแสเลือด ทำให้เกิดปฏิกิริยากับฮอร์โมน เอนไซม์ และอื่นๆ ซึ่งย่อมมีผลต่อการทำงานของอวัยวะในร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นจริงๆ แล้วสรรพคุณของน้ำมันหอมระเหยมี 3 ทาง คือ ทางเภสัชวิทยา ทางกายภาพ และทางจิตวิทยา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>ในช่วงนี้ที่คนมีความเครียดกันมาก เราสามารถบำบัดตัวเองด้วยกลิ่นแบบง่ายๆ ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราแนะนำการสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ตามหากลิ่นหอมใหม่ๆ ให้บ้าน ห้อง หรือออฟฟิศ มันช่วยปรับอารมณ์ได้ดีเยี่ยมเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เทคนิคการคลายเครียดของเราช่วงนี้คือการปรุงกลิ่นคลายร้อนและคลายใจในเวลาเดียวกันมาใช้ในห้อง เราลองแหกคอกโดยใช้แค่ top note กับ middle note มาปรุงกลิ่นเพื่อให้เกิดคาแร็กเตอร์ที่เบา รู้สึกสบายใจ และมีอิสระ เราแนะนำ top note กลิ่นโทนเย็น เช่น คาโมมายล์หรือการบูร ผสมกับ middle note มาดเท่ปนขี้เล่นนิดๆ อย่าง Juniper แล้วตบด้วยความเฟรนด์ลี่จากชาเขียว ให้กลิ่นที่ลอยๆ เป็นลูกโป่งพาเราลอยหลบความวุ่นวายระหว่างวันสักพักก่อนกลับมาลุยงานต่อ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patchouli-scent-design/">Patchouli.scent.design แบรนด์ที่รับออกแบบกลิ่นเฉพาะตัวให้ทุกสิ่งอัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TATTOO COLOUR &#8211; เซาเถอะ &#124; Live in a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-saother/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2020 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[Smallroom]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[Tattoo Colour]]></category>
		<category><![CDATA[Live in a day]]></category>
		<category><![CDATA[เซาเถอะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133181</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซา ในภาษาอีสานแปล เซาเถอะ ว่าหยุด ใครที่เจ็บช้ำจากความรักที่ทุ่มเทไปแล้วเขาไม่เห็นค่า เราขอชวน หยุด มาสลัดความเศร้า แล้วออกมาเซิ้งด้วยกัน ใน live in a day กับ เซาเถอะ ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก 4 หนุ่ม Tattoo Colour ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 1เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 2เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 3เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 4เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 5เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 6เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ 7เซา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-saother/">TATTOO COLOUR &#8211; เซาเถอะ | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="TATTOO COLOUR - เซาเถอะ | Live in a day" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/2ZbxBPF7ofo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เซา ในภาษาอีสานแปล<span style="display: none;"> เซาเถอะ </span>ว่าหยุด</p>



<p>ใครที่เจ็บช้ำจากความรักที่ทุ่มเทไปแล้วเขาไม่เห็นค่า เราขอชวน หยุด มาสลัดความเศร้า แล้วออกมาเซิ้งด้วยกัน ใน live in a day กับ เซาเถอะ ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก 4 หนุ่ม <a href="https://adaymagazine.com/lyrics-8/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Tattoo Colour</a></p>



<p>ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=tZPtHG2tzVg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสาน</a>ได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ</p>


<div style="display: none;">
1เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
2เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
3เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
4เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
5เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
6เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
7เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
8เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
9เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
0เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
qเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
wเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<p></p>
<h2> เซาเถอะ </h2>
<p>eเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
rเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
tเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
yเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
uเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
iเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
oเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
pเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
aเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
sเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
dเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
fเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
gเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
hเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ</p>
<h2> เซาเถอะ </h2>
<p>jเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
kเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
lเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
zเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
xเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
cเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
vเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
bเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
nเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
mเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
qqเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
wqเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
eeeเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
czเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ</p>
<h2> เไะ </h2>
<p>xxเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
xเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
zzzzเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
ccsdเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
adqเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
vdjเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
tyเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
iodเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
oppเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
1123เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
33เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
44เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
666เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
77เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
88เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
9999999เซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
fgfhเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
asdqเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
acetเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ<br>
isเซา ในภาษาอีสานแปลว่าหยุด ครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมกับเพลงป๊อปที่ผสมความเป็นอีสานได้อย่างลงตัวและจังหวะสนุกชวนลุกขึ้นเต้น บอกเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดซ้ำๆ จนสุดท้ายเราคงต้องบอกตัวเองว่าพอเถอะ
</p>
</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/video-liveinaday-tattoocolour-saother/">TATTOO COLOUR &#8211; เซาเถอะ | Live in a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุกานดา​ เกื้อนุ้ย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2020 09:40:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ลี้ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒน์ วรรลยางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[วนะ วรรลยางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[การต่อสู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=103398</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความต่างเสมือนสัตว์ประหลาด ความจริงถูกปิดปาก ความปกติถูกฉาบด้วยความไม่ปกติ เสียงของความต่าง เสียงของความจริง เสียงของความปกติ คือเสียงเดียวกัน บ่ายวันหนึ่งเรามีนัดพูดคุยกับ วนะ วรรลยางกูร หลายคนคงคุ้นกับนามสกุลนี้ ใช่ เขาคือลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้มีผลงานสะท้อนการเมืองเป็นเวลากว่า 47 ปี และลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารด้วยการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง แน่นอนว่าการเป็นลูกนักเขียนผู้โด่งดังย่อมทำให้กลายเป็นจุดสนใจ แต่สำหรับสิ่งที่วนะทำ เขาเป็นมากกว่านั้น ปัจจุบันเขาทำงานศิลปะที่พยายามสะท้อนปัญหาสังคมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้วยการถ่ายทอดผ่านฝีแปรงที่หนักแน่น ทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่นำพาให้เรามาเจอกับเขา วนะหลงรักการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเขาจึงวาดรูปเพื่อสื่อสารประเด็นสังคมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์สอนศิลปะพร้อมทั้งทำงานศิลปะของตัวเองควบคู่กันไป ผลงานส่วนใหญ่ของวนะมักสะท้อนเรื่องการเมืองผ่านการเทียบเคียงประวัติศาสตร์  ไม่แปลกที่ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวศิลปินจะหลงใหลในศาสตร์แห่งความสุนทรีนี้ แต่สิ่งที่แปลกคือทุกวันนี้เขาไม่สามารถใช้ศิลปะสื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างที่เคยทำมาตลอด ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยืนอยู่บนเวทีของการต่อสู้ อาวุธที่มีไม่ใช่ปืน ไม่ใช่กระสุน แต่เป็นพู่กัน สี และเฟรมผ้าใบ เขาสู้ในวันที่เสียงของศิลปะเบาเหมือนขนนก และสู้ในวันที่ความไม่ปกติของสังคมค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความปกติ &#160;  1 เรานัดกันที่แผนสำเร็จ Co-Creative Space &#38; Gallery แกลเลอรีย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ อันเป็นที่จัดแสดง Momentos/Monuments &#38; reMinders นิทรรศการศิลปะว่าด้วยการตีความอนุสาวรีย์และวีรบุรุษผ่านวิธีคิดของวนะที่มีต่อประวัติศาสตร์ชาติสมัยใหม่ ด้วยความที่แกลเลอรีอากาศค่อนข้างร้อน เมื่อไปถึงวนะจึงเชิญชวนเราให้ไปนั่งสนทนากันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ เราตอบรับคำชวนนั้นแล้วเดินไปตามคำแนะนำของเขา “เรียกตัวเองว่าศิลปินไหม” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/">“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ความต่างเสมือนสัตว์ประหลาด</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ความจริงถูกปิดปาก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ความปกติถูกฉาบด้วยความไม่ปกติ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความต่าง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความจริง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เสียงของความปกติ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">คือเสียงเดียวกัน</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103427 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/23-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่ายวันหนึ่งเรามีนัดพูดคุยกับ </span><b>วนะ วรรลยางกูร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนคงคุ้นกับนามสกุลนี้ ใช่ เขาคือลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้มีผลงานสะท้อนการเมืองเป็นเวลากว่า 47 ปี และลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศสเพราะปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารด้วยการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าการเป็นลูกนักเขียนผู้โด่งดังย่อมทำให้กลายเป็นจุดสนใจ แต่สำหรับสิ่งที่วนะทำ เขาเป็นมากกว่านั้น ปัจจุบันเขาทำงานศิลปะที่พยายามสะท้อนปัญหาสังคมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงด้วยการถ่ายทอดผ่านฝีแปรงที่หนักแน่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้เองคือสิ่งที่นำพาให้เรามาเจอกับเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะหลงรักการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเขาจึงวาดรูปเพื่อสื่อสารประเด็นสังคมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์สอนศิลปะพร้อมทั้งทำงานศิลปะของตัวเองควบคู่กันไป ผลงานส่วนใหญ่ของวนะมักสะท้อนเรื่องการเมืองผ่านการเทียบเคียงประวัติศาสตร์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่แปลกที่ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในครอบครัวศิลปินจะหลงใหลในศาสตร์แห่งความสุนทรีนี้ แต่สิ่งที่แปลกคือทุกวันนี้เขาไม่สามารถใช้ศิลปะสื่อสารความคิดและความรู้สึกได้อย่างที่เคยทำมาตลอด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยืนอยู่บนเวทีของการต่อสู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาวุธที่มีไม่ใช่ปืน ไม่ใช่กระสุน แต่เป็นพู่กัน สี และเฟรมผ้าใบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาสู้ในวันที่เสียงของศิลปะเบาเหมือนขนนก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสู้ในวันที่ความไม่ปกติของสังคมค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความปกติ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103415 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/11-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b> 1</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานัดกันที่แผนสำเร็จ Co-Creative Space &amp; Gallery แกลเลอรีย่านเมืองเก่าในกรุงเทพฯ อันเป็นที่จัดแสดง Momentos/Monuments &amp; reMinders นิทรรศการศิลปะว่าด้วยการตีความอนุสาวรีย์และวีรบุรุษผ่านวิธีคิดของวนะที่มีต่อประวัติศาสตร์ชาติสมัยใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่แกลเลอรีอากาศค่อนข้างร้อน เมื่อไปถึงวนะจึงเชิญชวนเราให้ไปนั่งสนทนากันที่</span><span style="font-weight: 400;">ร้านกาแฟใกล้ๆ เราตอบรับคำชวนนั้นแล้วเดินไปตามคำแนะนำของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรียกตัวเองว่าศิลปินไหม” หลังจากสั่งเครื่องดื่ม เราเอ่ยถามคำถามแรกที่อยากรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าโดยอาชีพผมยังครึ่งๆ กลางๆ นะ เพราะผมหาเลี้ยงชีพจากการทำงานศิลปะทุกประเภทที่เป็นคอมเมอร์เชียลอาร์ต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“งานหลักๆ ของผมคือการรับจ้างเพนต์ผนังทุกรูปแบบ งานศิลปะแบบอื่นก็ทำ ส่วนการจัดแสดงงานมีแค่เป็นครั้งคราว เดิมทีไม่เคยมีอยู่ในหัวด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ผมวาดรูปเก็บไว้ตลอดเวลาว่าง กลายเป็นว่าพอวาดสะสมมาเรื่อยๆ การจัดแสดงงานจึงกลายเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำควบคู่กับงานที่หากิน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนิทรรศการครั้งนี้เป็นงานที่ต่อเนื่องจากการเรียนปริญญาโทสาขาวิชาศิลปะจินตทัศน์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาตั้งใจจับเอาเรื่องวีรบุรุษหลังสงครามเย็นมาเป็นแรงบันดาลใจ การถูก propaganda ด้านเดียวด้วยการสร้างชาติ วัตถุอย่างอนุสาวรีย์และรูปปั้นทำให้วนะเคลือบแคลงสงสัยในประวัติศาสตร์ว่าทำไมไม่มีใครพูดเหมือนกันเลยสักคน และงานนี้ก็ทำให้เขาได้นั่งจับผิดประวัติศาสตร์จนพบว่าวิธีคิดทางประวัติศาสตร์ไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103414 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/10-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เช่น เรื่องนโปเลียน ผมค้นเจอว่านโปเลียนมีลูกหลานที่ถูกส่งไปปกครองเมืองที่ตัวเองยึดได้ แต่ใช้ชื่อเดียวกันคือนโปเลียนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผมวาดนโปเลียนที่มี 3 ร่างแต่ใช้หัวเดียวกัน ยิ่งการมาถึงของช่วงล่มสลาย สิ่งที่สะท้อนออกมาชัดเจนจากเรื่องนี้คืออำนาจไม่ได้สืบทอดกันทางสายเลือด อำนาจมาจากความเป็นปัจเจกบุคคลจริงๆ มันพิสูจน์ว่าความยิ่งใหญ่ทั้งหมดมาจากนโปเลียนที่ 1 ผู้เก่งกาจด้านการสู้รบ ส่วนนโปเลียนที่ 2 และนโปเลียนที่ 3 ก็เก่งเหมือนกันแต่ไม่สามารถเทียบนโปเลียนที่ 1 ได้เลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิธีคิดเรื่องการเมืองของคุณมีผลกับงานยังไง” เราสงสัย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่านานวันไปก็ยิ่งลงลึกมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่ผมมองการเมืองเป็นเรื่องผิวเผิน เช่น ชนชั้น ทุนนิยม และแรงงาน งานในอดีตของผมจึงพูดเรื่องนี้ แต่ด้วยระยะเวลาทางการเมือง ผมก็เป็นเพียงคนหนึ่งในอีกหลายคนที่ไปเจอกับชุดความคิดที่ไม่ใช่ชุดความคิดหลัก ไปเจอโลกคู่ขนานทางประวัติศาสตร์ที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศด้วยซ้ำที่คิดคล้ายๆ กันกับเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาได้เห็นว่าโครงสร้างทางสังคมบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน เขารู้ต้นตอว่าประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแค่นายทุน แต่ถูกทับซ้อนด้วยเรื่องของการเมืองการปกครองที่เปลี่ยนแปลงไม่สำเร็จ ทั้งหมดลากยาวมาถึงทุกวันนี้เพราะว่าคนกลัวที่จะต้องกลับไปถึงจุดนั้นอีก สิ่งนี้ค่อยๆ มีผลกับงานของผมจนออกมาเป็นอย่างที่เห็น”       </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103419 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/15-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>2</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่สังเกตงานของวนะ เรารู้สึกได้ถึงความดิบและความหนักแน่นในการลงสีและฝีแปรง ทั้งหมดช่างเข้ากับเรื่องราวที่เขาพยายามสื่อสาร ความรู้สึกในใจเขาส่งผลไปถึงตัวงานอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมถึงสนใจศิลปะ” ภาพทั้งหมดทำให้เราสงสัยเกี่ยวกับจุดเริ่มต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมโตมากับพ่อที่เป็นนักเขียน ที่บ้านมีหนังสือเยอะ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่มีภาพประกอบ ในวัยเด็กผมชอบงานภาพประกอบ ชอบการ์ตูน ก็เลยหัดวาด โตขึ้นมาก็เริ่มฝึกทักษะ พอจริงจังมากเข้าผมก็ตัดสินใจเรียนจิตรกรรมในมหาวิทยาลัยช่วงปี 2548”</span></p>
<p>การได้เรียนศิลปะอย่างที่ตั้งใจเป็นอีกภาพฝันหนึ่งที่วนะหวังไว้ ยิ่งเมื่อรู้ว่าจะได้เรียนสิ่งที่ชอบที่สุดในช่วงเวลานั้น เขาจึงคิดหวังว่าจะได้เจอกับสังคมและคนที่ไปในทางเดียวกัน นั่นคือการมีเสรีภาพทางความคิด แต่กลับกลายเป็นว่าพอได้เข้าไปเรียน ประโยคที่ว่า &#8216;มาเรียนศิลปะ เสรีภาพไปใช้ที่อื่น&#8217; คือประโยคหนึ่งที่เขาต้องบอกกับตัวเองอยู่เสมอ</p>
<p>แล้วปี 2549 ก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103418 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/14-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ส่งผลต่อการเรียนของวนะมาก มีหลายเรื่องที่เขาไม่สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านงานศิลปะได้ หรือเมื่อไหร่ที่แสดงออก วนะจะถูกมองว่าโง่ในสายตาของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดว่าคนที่เรียนศิลปะมีพื้นฐานจิตใจสูงกว่าคนทั่วไป </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่เห็นด้วยนะที่บอกว่าศิลปะยกระดับจิตใจคน ผมว่าอยู่ที่พื้นฐานความคิด สิ่งแวดล้อม และอีกหลายอย่างมากกว่าที่จะบอกว่าเรามีพื้นฐานจิตใจที่ดีกว่าเพื่อนมนุษย์คนอื่น ศิลปะไม่ใช่องคาพยพเดียว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วตอนนั้นคุณได้แสดงความคิดเห็นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีครับ คือผมสนใจเรื่องสังคม แล้วตอนนั้นมีเรื่องม็อบการเมืองพอดี พอสังเกตการณ์มากเข้าผมก็ไปลงพื้นที่กับเขาด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไปพัทยาเพราะมีคดีเรื่องปิดประชุมอาเซียน ตอนนั้นผมไม่รู้จักใครสักคนแต่ก็ไป เพราะผมสงสัยว่า เฮ้ย เวลาที่เราไปเล่าเรื่องที่สงสัยให้คนอื่นฟังแล้วเขาบอกว่าเราถูกหลอก มันจริงไหม ผมตามไปดูจนได้เห็นที่เขาตีกัน ผมไปขอลังกระดาษนอนหน้าร้านสะดวกซื้อและเจอคนมาก่อกวนตลอดเวลาจนเช้า ถ้าดูทีวีผมคงไม่เห็นอะไรพวกนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลังจากวันนั้นความรู้สึกผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผมไม่ใช่ผู้ร่วมชุมนุมแล้ว ไม่ใช่แค่คนไปสังเกตการณ์ ผมเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ เป็นส่วนหนึ่งของการถูกกระทำ เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกวาทกรรมบางอย่างกลบไม่ให้ใครเห็น เพราะงั้นเวลาทำงานผมก็เริ่มสเกตช์ภาพงานที่เกี่ยวกับการเมืองมากขึ้น ใครจะว่าอะไรก็ช่าง อาจารย์จะว่าอะไรก็ช่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่…” เขาทิ้งช่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาจารย์ก็ไม่เห็นด้วย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103421 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/17-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เห็นด้วยในเชิงความคิด หรือไม่เห็นด้วยในการแสดงออก” เราถามให้เขาคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เห็นด้วยในเชิงความคิดตั้งแต่แรกเลย เช่น เวลาต้องจับกลุ่มส่งสเกตช์ อาจารย์จะคว่ำชาร์ตของผม เอาด้านหลังออก คือไม่พูดถึงงานแบบนี้ ไม่ตรวจ และไม่ให้คนอื่นเห็นงานนี้ ตอนนั้นผมเกิดคำถามว่าทำไมทำอย่างนี้วะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเริ่มต้นเรียนศิลปะ ผมคิดว่าศิลปะเป็นเรื่องการสื่อสาร และการสื่อสารก็อยู่บนสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญถ้าเราไม่ได้ไปล่วงล้ำใคร การทำงานศิลปะเป็นการพูดที่เสียงโคตรจะเบาอยู่แล้วเพราะคนดูต้องตีความ แต่นี่อาจารย์กลับไม่ให้ผมแสดงภาพด้วยซ้ำ แม้งานการเมืองของผมในตอนนั้นจะยังเป็นความไร้เดียงสา ผมยังมองโลกด้านเดียว คิดเรื่องสังคมชนชั้นธรรมดาทั่วไป เช่น การถูกกดทับของคนรวยคนจน แต่ถึงกระนั้นอาจารย์ก็ไม่ตอบสนองเลย ผมจึงดื้อด้วยการไม่เข้าเรียนแต่ส่งงาน สุดท้ายก็ได้เกรดมาเพราะตัดสินกันที่ตัวงาน”</span></p>
<p>“ตอนนั้นรู้สึกยังไง”</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อึดอัด เพราะถ้าพูดกันตรงๆ ม็อบช่วงปี 2548-2549 เป็นม็อบเสื้อแดงที่ไม่มีใครพูดอะไรได้อยู่แล้ว แต่นี่ผมยังไม่ทันพูดเรื่องสีทางการเมืองด้วยซ้ำ แค่พูดเรื่องการเมือง สังคม แรงงาน แต่อาจารย์ยังไม่ให้ผมพูดในห้องเรียน มันเลยทั้งโกรธและอึดอัด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103424 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/20-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะเล่าว่างานที่ถูกอาจารย์คว่ำสเกตช์นั้นได้ reference มาจาก Diego Rivera ศิลปินเม็กซิกันที่เล่าเรื่องชนชั้นกรรมาชีพ ภาพของวนะจึงเป็นภาพชาวนาและชาวไร่ หรืออย่างภาพทีสิสของเขาก็เป็นภาพชนชั้นแรงงานในกรุงเทพฯ เสริมด้วยสัญลักษณ์อย่างนกพิราบ และมีแบ็กกราวนด์เป็นไซต์ก่อสร้างที่กำลังสู้กับเครื่องจักร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตมหา&#8217;ลัยเจอกับเหตุการณ์แบบนั้น ความรู้สึกเปลี่ยนไปไหมจากตอนแรกที่คาดหวัง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> เขายิ้มแล้วเล่าต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เปลี่ยนไปมาก ตอนปีสุดท้ายเขาให้เขียนบทความขอทุน ช่วงนั้นผมรู้สึกอึดอัดที่ทำงานจิตรกรรมก็ไม่ได้ อาจารย์ไม่โอเค พอมีโอกาสให้เขียนบทความผมจึงเขียนส่งไป ปรากฏว่างานชิ้นนั้นทำให้ผมได้ทุน แต่อาจารย์ที่เขียนคำนิยมให้บอกว่านี่เป็นงานที่มีเสียงแบบเก่าที่ไม่ถูกพูดถึงนานแล้ว</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาจารย์เขียนต่อไปว่า ‘งานเขียนของวนะก็เหมือนกับเสียงแมลงหวี่ตอมหู’”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103405 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เจออุปสรรคในช่วงมหาวิทยาลัย แต่หลังเรียนจบวนะก็ยังยืนยันวิธีคิดแบบเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาออกไปรวมกลุ่มกับคนรู้จักเพื่อต่อต้านเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 และร่วมกันแสดงออกโดยตั้งคัตเอาต์ต้านเผด็จการกลางถนน งานชิ้นแรกที่วนะทำคือการนำบทกวีของทวีป วรดิลก มาวาดภาพประกอบ วนะเล่าว่านี่เป็นการแสดงออกที่ง่ายที่สุดเพราะแค่มีคนมายืนอ่านกวีและดูภาพก็เพียงพอแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลานั้นเขาสนุกที่งานศิลปะได้ตอบสนองคนโดยไม่ต้องอยู่ในแกลเลอรี ไม่ต้องถูกประเมินค่าด้วยอาจารย์ที่มีคุณวุฒิทางศิลปะ แต่ศิลปะก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พ่อผมบอกเสมอว่า ถ้าเราทำงานที่พูดเรื่องคนอื่น พูดเรื่องคนในวงกว้าง เดี๋ยวจะมีคนที่พร้อมโอบกอดเรา คือคุณอาจจะไม่รวยแต่คุณไม่เดียวดายแน่ๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไป หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 สงบลง วนะกับกลุ่มคนที่รู้จักจึงแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง แกนนำและมวลชนบางคนติดคุก บ้างถูกไล่ล่า บ้างสูญเสีย บ้างต้องมารับชะตากรรมกันต่อในช่วงที่ทุกอย่างเป็นสุญญากาศทางการเมือง ส่วนวนะเองตัดสินใจกลับไปเป็นครูสอนศิลปะที่โรงเรียนแถวบ้านด้วย</span><span style="font-weight: 400;">คำสั่งเสียของแม่ก่อนตายว่าอยากให้เขาอยู่กับพ่อ และด้วยอีกเหตุผลคือลูกคนโตอย่างเขาอยากให้น้องสาวและน้องชายใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่บ้านเกิดภายใต้ชายคาเดียวกับพ่ออีกครั้ง ตอนนั้นเองที่เขาคิดว่าชีวิตตัวเองคงมั่นคงถาวรที่ตรงนี้ เขาอยู่ในที่ที่สบายใจแล้ว เขากำลังได้กลับไปอยู่กับคนที่เขารัก ได้ใช้ชีวิตปกติ กลางวันทำงาน ตกเย็นร่ำสุรา ย่ำค่ำคุยการเมืองกับบิดาของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วนะเล่าด้วยเสียงหัวเราะว่าเขาชอบชีวิตแบบนี้และคิดว่าการเดินทางของชีวิตคงจบลงตรงนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนอยู่บ้านผมไปเป็นครูและตั้งใจว่าจะไม่ทำกับใครแบบที่เคยโดนมา ผมพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ไปขีดกรอบเด็ก ตอนนั้นชีวิตผมโดยรวมถือว่าดีมาก ผมได้เป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตแบบที่อยากใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินก็ได้เพราะบ้านนี้มีศิลปินคนเดียวก็พอแล้ว นั่นก็คือพ่อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จนมารัฐประหารปี 2557”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103423 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/19-5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>3</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนสิงหาคมปีนั้น สน.ชนะสงคราม ออกหมายจับวัฒน์ วรรลยางกูร หลังจากมีหมายเรียกให้วัฒน์ไปรายงานตัวกับทางการ ไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็มีคนมาที่บ้าน เวลาผ่านไปก็ยิ่งเริ่มมาถี่ขึ้น จากหมายเรียกกลายเป็นหมายจับ หรือแม้กระทั่งการเอาคนงานของบ้านไปตระเวนดูว่าพ่อเขาอยู่ที่ไหน </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เกิดขึ้นพลิกทุกชีวิตในครอบครัววรรลยางกูร ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลาย บ้านที่กำลังปรับปรุงต้องค้างเติ่ง เช่นเดียวกับความฝันที่จะปักหลักชีวิต ณ บ้านหลังนี้ รวมถึงห้องเขียนหนังสือของพ่อและห้องวาดรูปของวนะ รัฐประหารทำให้พวกเขาแตกกระสานซ่านเซ็นราวผึ้งแตกรัง พ่อต้องหนีข้ามประเทศ ส่วนวนะเองก็ต้องหนีออกจากบ้านและไม่ได้กลับไปอาศัยอยู่ที่นั่นอีกเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาทิ้งทุกอย่างไว้อย่างนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103406 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่พ่อของวนะลี้ภัยอยู่ในช่วงเดือนเดียวกับที่เขาสมัครเรียนปริญญาโทพอดี เขาเหลือเงินติดตัวเพียง 500 บาท และรถที่พ่อทิ้งเอาไว้หนึ่งคันที่มีงวดผ่อนอีก 4 ปี วนะหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์นั้น 500 บาทจะเอาไปจ่ายค่าเทอมและเติมน้ำมันได้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นท้อไหม” เราถามไปโดยคิดภาพตามสิ่งที่เขาเจอ แต่คำตอบของเขาทำให้เราแปลกใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันไม่ได้ลำบากกายอะไรเลยนะ” วนะยิ้มก่อนอธิบายต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่ได้ถูกควบคุมตัว ไม่ได้ถูกใครเอาไปสอบสวนเรื่องพ่อ อีกอย่างคือผมรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งอาจต้องเจอแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีตัวอย่างเยอะมาก นั่งอยู่ที่บ้านดีๆ แล้วโดนจับไป อยู่ดีๆ ติดคุกฟรี 2-3 ปี ผมไม่ต้องการอยู่ในสถานะนั้น แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่เงียบๆ จึงเลือกเดินออกมาและใช้ชีวิตแบบนี้แทน อย่างการแสดงงานครั้งนี้ผมมีงานอยู่แค่ 7 ชิ้น แต่เมื่อมีโอกาสที่จะได้แสดงผมก็อยากพูดในสิ่งที่คิดและอัดอั้นเสมอมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมในสังคมปัจจุบันคนที่พูดความจริงถึงอยู่ไม่ได้ ทำไมสังคมไทยไม่เคยเปลี่ยนเลย หมุนวนอยู่อย่างนี้ เพราะอำนาจของโครงสร้างเป็นแบบเดิม ผลักให้สังคมวนกลับไปอยู่ที่เดิมอยู่วันยังค่ำ คนรุ่นใหม่ก็เดินหน้าไม่ได้ เพราะถูกฉุดกระชากด้วยอำนาจโบราณ ดังนั้นถ้ามีโอกาสพูดเรื่องนี้ผมเอาคืนแน่นอน จะเป็นงานจิตรกรรมหรือบทกวีก็ได้ ผมสู้ในสาขาอาชีพ ผมสู้ด้วยความถนัดของตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “สู้ด้วยเครื่องมือของเรา” เราสรุปตามที่ได้ยิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “ใช่ครับ ด้วยเครื่องมือของเรา”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103416 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/12-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>4</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยังเห็นความหวังไหม” ด้วยเหตุการณ์ที่เขาเจอ เราจึงเอ่ยถามไปแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เห็นความหวังแน่นอน ผมเชื่อว่ามีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ในทางใดทางหนึ่ง ต่อให้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์กระแสหลักได้ แต่เราก็สร้างโลกคู่ขนานไปด้วยกันได้ มันขึ้นอยู่กับการให้พื้นที่กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมยังหวังแบบจับต้องได้ ความหวังเป็นเรื่องที่จับต้องยากมาก กับการเมืองไทยยิ่งแล้วใหญ่ มันแทบจับต้องไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมก็หวังให้มีเสรีภาพที่ไม่ทำร้ายร่างกายหรือชีวิตใคร ผมหวังให้สิ่งนี้ถูกผลักออกไปให้สุดทางเพราะสิ่งที่เป็นปกติควรจะเป็นปกติ ความจริงต้องเป็นความจริง ฆาตกรรมคือฆาตกรรม มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากแต่ยาก (เน้นเสียง) เพราะตอนนี้สังคมเรากลับขัดแย้งในตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมขอแค่ความปกติคืนมา ขอความปกติให้ชีวิตผม ขอความปกติให้กับคนอื่นๆ ขอความปกติให้กับความจริง เท่านี้เองคือความหวัง ผมไม่ได้ขอให้ทุกคนคิดเหมือนผมด้วยซ้ำ เพราะผมมองว่าทุกสังคมถูกออกแบบมาให้ความเห็นต่างอยู่ได้อยู่แล้วตามหลักประชาธิปไตย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “เหมือนพื้นฐานคือการมองคนให้เท่ากันก่อน” เราถามกลับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ แล้วเราไปวัดกันด้วยวิทยาศาสตร์ เหตุผล หรือการนับเลข เราไม่ต้องมาประจานกันออกโซเชียลหรือไปหาพวก เราพึ่งวิทยาศาสตร์ พึ่งการเลือกตั้ง และพึ่งประชาธิปไตย เรามีกติกาอยู่แล้ว แต่เราเคารพมันไหม ทำไมเสรีภาพในตอนนี้กลายเป็นการห้ามพูดบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งผมว่าไม่ใช่สามัญสำนึกของมนุษย์”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103411 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/07-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไม่กี่วันก่อนที่เราจะพบกัน วนะได้เปลี่ยนสถานะเป็นคุณพ่อมือใหม่ ลูกสาวของเขายังมีอายุไม่ถึงเดือนดี ท่ามกลางเหตุการณ์ต่างๆ ของสังคมปัจจุบันกับคำพูดของคนส่วนใหญ่ที่บอกว่าไม่อยากมีลูกยุคนี้ เราถามวนะต่อถึงสถานะที่เขากำลังเผชิญ เขาคิดยังไงกับสภาพสังคมที่ต้องมีผลกับลูกน้อยที่เขารักแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมคิดทุกวันตั้งแต่แฟนตั้งท้องจนตอนนี้ลูกเกิดมาเลยนะ ว่าถ้าผมมีความไม่พอใจในสังคม ผมก็ต้องพยายามทำอะไรบางอย่าง ไม่อย่างนั้นลูกผมต้องโตมาในสังคมที่เราไม่ชอบ เขาอาจโตมาเจอยุคที่กลับไปกลับมาแบบนี้ หรืออยู่ในยุคเดียวกันกับปู่ของเขา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พ่อผมเคยหนีเข้าป่า ทุกวันนี้ลี้ภัย ผมเป็นผู้ได้รับผลกระทบเต็มๆ ทำไมลูกผมยังต้องมาเสี่ยงเจออะไรอย่างนี้อยู่อีก ผมไม่เข้าใจเลย อีก 12 ปีข้างหน้าก็จะครบ 100 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว เราเปลี่ยนอะไรได้บ้างจากวันนั้น แล้ว 12 ปีที่เหลือจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ดังนั้นผมต้องทำเท่าที่ทำได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ในฐานะพ่อ คุณเข้าใจพ่อของคุณมากขึ้นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมว่าเข้าใจไม่เท่านะ พ่อผมเจอความรุนแรงทางการเมืองแบบถึงตัวมาหลายครั้ง เขาต้องเข้าป่าแบบหนัง Che Guevara ซึ่งเราไม่ได้อยู่ในสังคมแบบนั้นแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือหลบอยู่ในป่าทางความคิด ผมไม่ต้องหนีเข้าป่าจริง ไม่ถึงกับว่าต้องอยู่เป็น แต่ว่าในสังคมที่ความจริงพูดได้ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมต้องหลบอยู่ภายใต้ต้นไม้ทางความคิดบางอย่างเพื่อรอบางวันที่จะได้ออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนความเป็นพ่อถามว่าเหมือนกันไหม ผมว่าต่างกันที่ยุคสมัยอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าเรายังสู้กับปัญหาคล้ายๆ กัน แต่ผมอาจจะมองไม่เหมือนพ่อผม พ่อผมมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมตลอดเวลา ผมขอแค่คืนความปกติเท่านั้นเอง อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แบบนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเป็นคนแพ้เป็น เพราะผมว่าความคิดผมไม่มีวันถูกตลอดหรอก ผมส่งเสียงดังตลอดไม่ได้หรอก แต่ก็ต้องส่งเสียง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103409 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: center;"><b>5</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เห็นคุณอัพสเตตัสว่าเพิ่งคุยกับพ่อเมื่อเช้านี้ อยากบอกอะไรกับพ่อไหม ถ้าเป็นความรู้สึก </span><span style="font-weight: 400;">ณ ตอนนี้” เราชวนวนะคุยถึงพ่อที่อยู่แดนไกล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กับพ่อในมุมโรแมนติกผมบอกรักเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ ดังนั้นผมไม่ต้องบอกอะไรพ่อเลย แล้วยิ่งผมกับพ่อเป็นนักดื่มด้วยกันทั้งคู่ เราคุยกันเยอะมาก” คำตอบของวนะธรรมดาเสียจนผิดคาดไปจากที่เราคิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเพิ่งมีข่าวการอุ้มหาย พูดได้ว่าคุณเป็นคนที่อาจเคยได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้เต็มๆ รู้สึกยังไงที่เห็นว่ามันเกิดขึ้นอีกแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ให้จินตนาการตอนที่คนอื่นถูกอุ้มผมอาจจะไม่รู้ แต่ตอนที่ผมไปอยู่กับพ่อที่ลาวช่วงที่อาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน โดนอุ้มและเป็นศพไป (สุรชัย แซ่ด่าน อดีตนักเคลื่อนไหวและนักโทษการเมืองคดีคอมมิวนิสต์คนสุดท้ายของประเทศไทย) ผมพอเข้าใจความกลัวว่าจะไม่มีชีวิตอยู่มันรู้สึกยังไง         </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นผมถูกอัดด้วยข้อมูลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพ่อตลอดเวลา บางวันที่คลับคล้ายคลับคลาว่าอาจจะใช่ ผมกลัวถึงขนาดที่ว่านั่งอยู่เฉยๆ ยังขนลุก มันขนลุกด้วยความรู้สึกที่ว่าถึงวันนี้แล้วเหรอ ถึงตัวเราแล้วเหรอ (นิ่งคิด) แต่ก็ยังดีว่าไม่ใช่ จนพ่อได้ลี้ภัย แต่ผมคิดว่าครอบครัวอื่นๆ ที่ถูกอุ้มหายคงรู้สึกหนักกว่านี้เป็นร้อยเท่าแน่ๆ พวกเขาเข้าสู่สุดทางของความกลัวแล้ว ญาติเขาสูญหายหรือเสียชีวิต แต่ผมโชคดีที่ยังรอดและได้มานั่งคุยกันแบบนี้ ผมยังกล้าพูดเรื่องนี้ในงานศิลปะเพราะเรายังไม่ถูกกระทำขนาดนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางร้านกาแฟที่มีลูกค้าเข้ามานั่งไม่ขาดสาย </span><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้อยคำทุกประโยคของวนะชัดเจนจนทุกคนในร้านได้ยิน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103428 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/24-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีคำสอนไหนของพ่อที่เป็นแกนให้คุณดำเนินชีวิตมาถึงตอนนี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่าเรียกว่าคำสอน เรียกว่าคำด่าดีกว่า (หัวเราะ) มีวันหนึ่งผมทะเลาะกับแฟนเก่าเรื่องความก้าวหน้าในชีวิต วันนั้นคุยกับพ่อแล้วก็ดื่มกันไป พ่อด่าผมว่ามึงมันกระจอก (เน้นเสียง) หัวใจมึงมันไม่ได้ ถ้ามึงจะทำงานศิลปะที่พูดเรื่องประชาชน หัวใจมึงต้องได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นมีช่วงที่เขวเหมือนกันนะ พยายามไปเขียนนก เขียนก้อนหิน พ่อก็บอกว่าสวยนะ แต่ไปไม่รอดหรอก ไม่เชิงเป็นคำสอนแต่เขาเห็นอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ธรรมชาติของเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนพ่อให้คุณซื่อสัตย์กับความเป็นตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใช่ครับ ก็น่าจะอย่างนั้น (หัวเราะ)”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่เราคุยกันมานี่คงเป็นหัวข้อบทสนทนาที่ทำให้วนะหัวเราะได้เต็มเสียงที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณบอกว่าเวลาอยู่กับพ่อส่วนใหญ่จะเป็นวงดื่ม คุณคิดถึงช่วงเวลาแบบนั้นไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชัดเจนเสมอ พ่อเป็นความทรงจำที่ชัดเจนสำหรับผมตลอดเวลา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้ยังคิดถึงบ้านอยู่ไหม ยังกลับไปบ้านอยู่หรือเปล่า” ก่อนจบการสนทนา เราตัดสินใจถามคำถามสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไปครับ อย่างตอนดู </span><a href="https://adaymagazine.com/teeraphan-klaibann/"><i><span style="font-weight: 400;">ไกลบ้าน</span></i></a><span style="font-weight: 400;"> (ภาพยนตร์สารคดีที่เล่าถึงความห่างไกลบ้านของวัฒน์ วรรลยางกูร หลังเหตุการณ์ลี้ภัยทางการเมือง) ผมได้เห็นบ้านตัวเองในสารคดี ผมยังรู้สึกถึงไอแดด รู้สึกถึงเสียงจักจั่นในไร่ เพราะผมก็อยู่อย่างนั้น รู้สึกถึงความร้อน รู้สึกถึงใบไผ่ รู้สึกถึงเสียงคางคกกระโดดอยู่ในกล่องไผ่</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเขียนกวีเป็นงานอดิเรกด้วยนะ ผมเขียนถึงบ้านบ่อยมากเพราะสะเทือนใจ แต่พ่อก็บอกว่าเขียนน่ะดีแล้ว ดีกว่ามึงมาเล่าให้กูฟัง เขียนไปเลย อยากเขียนอะไรก็เขียน ผมก็เริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี 2557 เขียนตั้งแต่พ่อไม่อยู่”</span></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">  “เบื้องหลังมองเห็นเพียงทางลูกรัง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ข้าวของที่เก็บออกมาจากบ้านร่วงหล่นรายทาง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ชิ้นแล้วชิ้นเล่า</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  บนเกวียนหลังนี้จะเหลือสิ่งใดอีก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  เมื่อถึงที่หมาย</span></i></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">  ความหวังหรือ ยังรออยู่</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ความฝันหรือ ฉันคงลืมมันระหว่างทาง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ทำได้เพียงจดจำใบหน้าของแม่ไว้</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  แม้ไม่อาจพบอีก</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ส่วนพ่อนะหรือ เป็นสีน้ำมันที่เขียนไม่เสร็จ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ตัวฉัน คนนั้นที่อยู่ในกระจก น้องๆ เป็นผีเสื้อและสายรุ้ง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">   เขาไม่ได้อยู่ในภาพขาวดำ</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ภาพหมู่ของครอบครัวที่คิดถึง</span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">  ภาพที่คุณลืมมันเป็นอย่างไร</span></i></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">(บทกวีที่วนะเขียนถึงพ่อ 16 มิถุนายน 2559)</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">“วันที่ออกมาจากบ้านผมไม่ได้เก็บอะไรไปเลยเพราะที่บ้านไม่มีของมีค่าแล้ว ผมแค่เอาหนังสือออกมาบางเล่ม เอาภาพสีน้ำมันที่วาดพ่อออกมาเพราะเป็นภาพเหมือนพ่อเพียงภาพเดียว และเอาภาพดรอว์อิ้งแม่ภาพเดียวออกมาด้วย ก็แค่นั้นเอง อาจไม่ได้มีคุณค่าอะไรแต่ผมก็เก็บออกมา หรืออย่างวันที่ว่างผมก็แอบเข้าไปที่บ้าน ยืมรถกระบะเพื่อนไปขนตู้หนังสือใบเก่าๆ ของพ่อออกมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะหนังสือเก่าๆ ยังไปหามือสองได้ แต่ผมหาตู้ใบนี้ไม่ได้แล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะสั้นๆ แล้ววนะจึงเล่าต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เหมือนทุกคนออกจากบ้านไปเช้าวันนี้แล้วกลับเข้าบ้านอีกทีหลายปีต่อมา เราจะจำได้ว่าวันนั้น วันที่เราออกไป แก้วที่เราไม่ได้ล้างเรากินอะไรไว้ ตู้ปลาที่น้ำเต็มตู้กลับไปอีกทีน้ำแห้งหมด มันมีปลาอยู่ มีอะไรที่เราใส่ไว้ มันเคยเสียบไฟเอาไว้จนไฟโดนตัด ออกซิเจนในตู้ปลาไม่ทำงานแล้ว หรือรองเท้าเก่าๆ คู่นี้เราก็จำได้ว่าชอบใส่ มันมีภาพจำเกี่ยวกับหลายวัตถุ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้หมด มีอย่างเดียวที่โตขึ้นคือต้นไม้ ต้นไผ่แทงกิ่งสอดเข้าไปใต้หลังคาจนหลังคาแตกหมดแล้ว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-103407 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่นั่นยังเป็นบ้านสำหรับคุณไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป็นบ้านครับ แล้วผมก็ไม่คิดไปอยู่ที่อื่นด้วย เคยมีคนมาขอซื้อเป็นล้านผมก็ไม่ขาย เพราะถ้าผมอยากขายผมคงไม่เอาตู้หนังสือเก่าๆ ออกมาจากบ้านหรอก ทุกอย่างที่นั่นเป็นประวัติศาสตร์ส่วนตัว คนอื่นอาจไม่รู้แต่ผมรู้ และผมคิดว่ามันคงเศร้ามากเลยที่เรากลับไปบ้านแล้วเข้าไปในพื้นที่ของเราไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมีความฝันตลอดเวลาคือการกลับไปอยู่บ้านครับ ผมอยากคืนความปกติให้ตัวเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“และในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่ที่นี่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีน้ำตาจากชายตรงหน้า สิ้นสุดประโยคมีเพียงน้ำเสียงแผ่วๆ และหลังจากสนทนากันเสร็จ เรา</span><span style="font-weight: 400;">กับวนะเดินกลับมาชมผลงานของเขาที่แกลเลอรี พื้นด้านหน้ามีใบไม้แห้งร่วงหล่น</span> เต็ม พื้นไปหมด</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นเองที่ทำให้เราคิดว่าความเปลี่ยนแปลงเดียวที่วนะไม่คิดจะต่อสู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงเป็นต้นไผ่ที่โตขึ้นในบ้านของเขานั่นเอง                                                           </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/">“ในความฝัน พ่อผมจะได้กลับมาอยู่บ้าน” ศิลปะของวนะ ลูกชายของวัฒน์ วรรลยางกูร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
