<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จรัลพร พึ่งโพธิ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/jaranporn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/jaranporn/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Jul 2019 09:47:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Nympheart แบรนด์จิวเวลรีที่เปลี่ยนเศษไม้เหลือใช้เป็นเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nympheart-jewelry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 May 2019 19:52:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[Nympheart]]></category>
		<category><![CDATA[จิวเวลรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โมโม เปลี่ยนกาล ไตรคุ้มพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับอัฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์ม ธีรพล ธนมณฑล]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องประดับเรซิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=61281</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 คุณเคยเห็นจิวเวลรีจากแบรนด์ไหน แล้วรู้ได้เลยไหมว่ามาจากแบรนด์นี้? เราเชื่อว่าเมื่อคุณได้รู้จักกับ Nympheart ได้เห็นโปรดักต์ของเขาไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหนก็น่าจะเข้าข่ายที่ว่ามา ทั้งๆ ที่งานดีไซน์ออกมาหน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักชิ้น Nympheart (อ่านว่า นิ้มป์-ฮาร์ต) คือแบรนด์เครื่องประดับงานไม้ทำมือของ ปาล์ม–ธีรพล ธนมณฑล และ โมโม–เปลี่ยนกาล ไตรคุ้มพันธุ์ อดีตนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เริ่มต้นทำแบรนด์ด้วยการใช้ช็อปของมหาวิทยาลัยเป็นแล็บทดลองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการทำจิวเวลรีจากไม้แล้วนำมาขายที่งานประจำปีของมหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานด้านเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์และจิวเวลรีดีไซน์ ทำให้ปาล์มคุ้นเคยกับการทำงานไม้ และค้นพบว่ามีไม้จำนวนไม่น้อยเลยที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์จากการทำเฟอร์นิเจอร์ จึงเกิดเป็นไอเดียในการนำไม้ส่วนที่เหลือมาใช้เป็นวัสดุหลัก ร่วมกับ epoxy หรือเรซินจากยางไม้ที่ถูกเร่งปฏิกิริยาทางเคมีให้แข็งตัวเร็วขึ้น ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมักใช้เรซินชนิดนี้ในการทำพื้นหินเทียมและเคลือบผิวพื้น ส่วนในวงการจิวเวลรีจะใช้ในการเชื่อมต่อวัสดุและอุดตาไม้ นับเป็นคุณสมบัติที่ช่างไม้ต่างคุ้นเคยกันดี ทั้งคู่เริ่มต้นปล่อยผลงานคอลเลกชั่นแรกออกมาที่งาน Art Street ปี 2013 โดยเริ่มจากการทำสร้อยและแหวนจากไม้สักที่ผสาน Epoxy สีใสไว้อย่างมีเอกลักษณ์ นับได้ว่าในช่วงเวลานั้น Nympheart เป็นแบรนด์แรกในเอเชียที่นำ 2 วัสดุหลักนี้มาสร้างงาน ด้วยความแปลกใหม่และความโดดเด่นไม่ซ้ำใครของแบรนด์ ทำให้งานเปิดตัวครั้งแรกของทั้งคู่มีชาวฮ่องกงมาติดต่อเซ็นสัญญาขอนำ Nympheart ไปขาย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าเพียงเจ้าเดียวในประเทศฮ่องกงเท่านั้น “ช่วงเริ่มแรกเราทำกันสนุกๆ เข้าช็อปไปทำงานบ่อยมากจนอาจารย์ไม่ให้ทำ บอกว่าทำบ่อยไปแล้วนะ” โมเล่ากลั้วหัวเราะ “แต่ยิ่งเห็นคนชอบสิ่งที่เราทำเราก็มีแรงบันดาลใจทำงานต่อ ยิ่งพอเริ่มมีสื่อเข้ามาสัมภาษณ์ เริ่มมีตัวแทนจากฮ่องกง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nympheart-jewelry/">Nympheart แบรนด์จิวเวลรีที่เปลี่ยนเศษไม้เหลือใช้เป็นเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">1</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเคยเห็นจิวเวลรีจากแบรนด์ไหน แล้วรู้ได้เลยไหมว่ามาจากแบรนด์นี้? </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าเมื่อคุณได้รู้จักกับ Nympheart ได้เห็นโปรดักต์ของเขาไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหนก็น่าจะเข้าข่ายที่ว่ามา ทั้งๆ ที่งานดีไซน์ออกมาหน้าตาไม่เหมือนกันเลยสักชิ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Nympheart (อ่านว่า นิ้มป์-ฮาร์ต) คือแบรนด์เครื่องประดับงานไม้ทำมือของ </span><b>ปาล์ม–ธีรพล ธนมณฑล</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>โมโม–เปลี่ยนกาล ไตรคุ้มพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> อดีตนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่เริ่มต้นทำแบรนด์ด้วยการใช้ช็อปของมหา</span>วิทยาลัยเป็นแล็บทดลองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการทำจิวเวลรีจากไม้แล้วนำมาขายที่งานประจำปีของมหาวิทยาลัย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61298 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-2.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-2-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยพื้นฐานด้านเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์และจิวเวลรีดีไซน์ ทำให้ปาล์มคุ้นเคยกับการทำงานไม้ และค้นพบว่ามีไม้จำนวนไม่น้อยเลยที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์จากการทำเฟอร์นิเจอร์ จึงเกิดเป็นไอเดียในการนำไม้ส่วนที่เหลือมาใช้เป็นวัสดุหลัก ร่วมกับ epoxy หรือเรซินจากยางไม้ที่ถูกเร่งปฏิกิริยาทางเคมีให้แข็งตัวเร็วขึ้น ในอุตสาหกรรมก่อสร้างมักใช้เรซินชนิดนี้ในการทำพื้นหินเทียมและเคลือบผิวพื้น ส่วนในวงการจิวเวลรีจะใช้ในการเชื่อมต่อวัสดุและอุดตาไม้ นับเป็นคุณสมบัติที่ช่างไม้ต่างคุ้นเคยกันดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งคู่เริ่มต้นปล่อยผลงานคอลเลกชั่นแรกออกมาที่งาน Art Street ปี 2013 โดยเริ่มจากการทำสร้อยและแหวนจากไม้สักที่ผสาน Epoxy สีใสไว้อย่างมีเอกลักษณ์ นับได้ว่าในช่วงเวลานั้น Nympheart เป็นแบรนด์แรกในเอเชียที่นำ 2 วัสดุหลักนี้มาสร้างงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความแปลกใหม่และความโดดเด่นไม่ซ้ำใครของแบรนด์ ทำให้งานเปิดตัวครั้งแรกของทั้งคู่มีชาวฮ่องกงมาติดต่อเซ็นสัญญาขอนำ Nympheart ไปขาย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเป็นตัวแทนนำเข้าสินค้าเพียงเจ้าเดียวในประเทศฮ่องกงเท่านั้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-61297 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-10.jpg" alt="Nympheart " width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-10.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงเริ่มแรกเราทำกันสนุกๆ เข้าช็อปไปทำงานบ่อยมากจนอาจารย์ไม่ให้ทำ บอกว่าทำบ่อยไปแล้วนะ” โมเล่ากลั้วหัวเราะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่ยิ่งเห็นคนชอบสิ่งที่เราทำเราก็มีแรงบันดาลใจทำงานต่อ ยิ่งพอเริ่มมีสื่อเข้ามาสัมภาษณ์ เริ่มมีตัวแทนจากฮ่องกง ไต้หวัน จากเอเชียติดต่อมา เราก็คิดว่าเราน่าจะจริงจังกับแบรนด์แล้ว ช่วงนั้นเรากำลังจะเรียนจบซึ่งจะเข้าไปใช้ช็อปของมหาวิทยาลัยไม่ได้แล้ว เราเลยคิดอย่างจริงจังว่าต้องลงทุนทำสตูดิโอของตัวเองแล้วล่ะ” </span></p>
<p><a href="http:// "><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-61312 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-7.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-7-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></a></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่เรียนจบในปี 2015 ทั้งคู่ก็ย้ายสนามทดลองใหม่จากลาดกระบังมาเป็นดาดฟ้าห้องพักของปาล์มย่านบางเขน จากโปรดักต์ที่เริ่มต้นด้วยสร้อยและแหวน พวกเขาแตกไลน์สินค้าออกเป็นต่างหู พวงกุญแจ แหวน จี้ และพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น เคสโทรศัพท์มือถือ นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาแขวน และของแต่งบ้านอื่นๆ โดยที่ยังยึดวัสดุหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างไม้และเรซิน และพัฒนารายละเอียดความงามของเนื้อไม้ ใส่ลูกเล่นริ้วสีมากขึ้น พัฒนาวัสดุให้แข็งแรงขึ้น มาถึง ‘Interstellar’ คอลเลกชั่นปัจจุบันที่เริ่มใช้โลหะเข้ามาผสมด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61299 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55564495_2309674192642638_5071300785283792896_o.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55564495_2309674192642638_5071300785283792896_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55564495_2309674192642638_5071300785283792896_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55564495_2309674192642638_5071300785283792896_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61300 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55929388_2309674165975974_6905829528136843264_o.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55929388_2309674165975974_6905829528136843264_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55929388_2309674165975974_6905829528136843264_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55929388_2309674165975974_6905829528136843264_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หัวใจหลักของแบรนด์ก็คือความงามของลายไม้ ในยุคเริ่มต้นเราใช้ไม้ไทย ไปซื้อกันที่บางโพที่เขาขายกันเยอะๆ โดยเลือกไม้ที่มีขอบด้านนอกนิ่มๆ ดูมีเศษรุ่ยๆ ไม้พวกนี้เขาจะตีว่ามันมีตำหนิ ราคาก็จะถูก เวลานำมาใช้เราก็นำไปตัดขอบข้างๆ คัดเลือกชิ้นที่คิดว่าสวยแล้วก็เอาไปทำโปรดักต์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทำมาสักระยะ เราก็ยังรู้สึกว่ามันสวยไม่สุด จนได้มาเจอพี่ชาวลาวคนหนึ่ง เขาทำงานไม้เหมือนกันแต่เป็นชิ้นงานขนาดใหญ่ เพราะเศษไม้สวยๆ จากลาวก็ถูกทิ้งเผาเป็นฟืนเหมือนกัน พอเขามาเห็นเราทำงานโดยใช้เศษไม้ชิ้นเล็กๆ เมื่อเจอกันอีกปีเขาเลยแบกไม้ลายสวยๆ มาให้เรา 8 กระสอบ” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61301 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-12.jpg" alt="Nympheart " width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-12.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-12-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับตั้งแต่นั้นโปรดักต์ของ Nympheart จึงใช้ไม้ Ebony ซึ่งเป็นไม้เก่าแก่บนภูเขาแห้งแล้งจากฝั่งลาวซึ่งหายากและมีราคาสูงในไทย ปาล์มเล่าให้เราฟังว่าความพิเศษอยู่ที่ลักษณะเนื้อไม้ที่มี 2 สีชัดเจน รวมไปถึงยังเป็น ‘ไม้ปุ่ม’ ที่มีผิวขรุขระมีปุ่ม ที่มาช่วยทำให้สินค้าของ Nympheart โดดเด่นจากสินค้าไม้แบรนด์อื่นๆ มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความน่าสนใจอีกหนึ่งอย่างของ Nympheart ก็คืองานทุกชิ้นของแบรนด์จะมีชิ้นเดียวในโลก เพราะต่อให้เป็นคอลเลกชั่นเดียวกันลายไม้แต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไป ให้รสนิยมและสุนทรีที่มีต่อความงามของแต่ละคน แต่งานทำมือทีละชิ้นแบบนี้เองก็กลายเป็นสิ่งท้าทายให้กับคนทำงานได้เหมือนกัน  </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61302 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-23.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="438" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-23-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-23-600x389.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะความงามของงานเราคือความแรนด้อมของไม้แต่ละชิ้น บางทีเราก็ต้องรับมือกับความต้องการของลูกค้า เพราะลูกค้าบางคนเขาไม่เข้าใจคอนเซปต์นี้ เขาสั่งงานกับเราเพราะชอบงานชิ้นเก่าๆ แต่พอเราทำงานชิ้นใหม่ออกมา เขาก็จะมีคำถามว่าทำไมไม่เห็นเหมือนไม้ชิ้นนั้นที่ฉันชอบเลย เราเลยต้องใช้เวลาอธิบายกับลูกค้ากลุ่มนี้เยอะหน่อย แต่ก็เป็นบางกลุ่มเท่านั้นนะ บางกลุ่มเขาก็เข้าใจเราดี” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะมีคนไม่เข้าใจบ้าง แต่ทุกวันนี้ปาล์มและโมโมยังสนุกกับการหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการนำไม้ลายแปลกตาที่พวกเขาหลงรักมาจับคู่กับเรซินให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์โปรดักต์ที่คงเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61304 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-4.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-4-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในโปรดักต์ของ Nympheart ที่โดดเด่นจนได้รับการบอกต่อคือการทำจิวเวลรีผนึกอัฐิ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและบรรเทาความคิดถึงที่มีต่อผู้ที่จากไป ซึ่งแม้จิวเวลรีอัฐินี้จะเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง แต่ทั้งคู่กลับบอกว่าจุดเด่นของแบรนด์นี้ได้มาด้วยความบังเอิญ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็นโปรดักต์หลักของแบรนด์ด้วยซ้ำ” โมโมอธิบาย “เราไม่เคยคิดเลยว่าจะออกแบบโปรดักต์แบบนี้เพราะการผนึกอัฐิไว้ในจิวเวลรีดูเป็นเรื่องไกลตัวมาก แต่วันหนึ่ง มีลูกค้าอยากให้เราทำ แล้วเขาก็พูดถึงเราในแง่ดีมันเลยเป็นที่พูดถึงเยอะ ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ค่อยอยากชูโปรดักต์นี้เป็นจุดขายเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นการทำงานบนความรู้สึกของคนเกินไป”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61306 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55444955_2302260696717321_6159712001363804160_o.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55444955_2302260696717321_6159712001363804160_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55444955_2302260696717321_6159712001363804160_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/55444955_2302260696717321_6159712001363804160_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงตรงนี้ ปาล์มจึงเล่าเสริมถึงจุดเริ่มต้นของจิวเวลรีอัฐิให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเข้าใจว่าเริ่มแรกโปรดักต์นี้มันเกิดขึ้นจากคอลเลกชั่นหนึ่งที่เรานำแร่หินสีต่างๆ มาฝังด้านในจี้ เหมือนเป็นอัญมณี แล้วค่อยหล่อทับด้วยเรซินอีก ลูกค้าเขาคงชอบไอเดียนั้นเลยอยากนำอัฐิมาผนึกไว้ เพราะธรรมชาติของอัฐิ ถ้าโดนอากาศ โดนลม โดนความชื้น อัฐิที่เป็นรูปทรงมันจะแตกเป็นฝุ่น การนำมาทำเป็นเครื่องประดับจะช่วยคงรูปทรงเดิมของอัฐิไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เสน่ห์ของโปรดักต์นี้ก็คือการที่เราสามารถผนึกทั้งรูปทรงของอัฐิได้เลย คนอื่นที่รับทำอาจจะต้องนำมาอัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหรือทำเป็นผงก่อน แต่งานของเราไม่ต้องปรับเปลี่ยนรูปทรงดั้งเดิม”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61305 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/59978641_2334131173530273_1477106374843301888_o.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/59978641_2334131173530273_1477106374843301888_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/59978641_2334131173530273_1477106374843301888_o-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/59978641_2334131173530273_1477106374843301888_o-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงปาล์มจะพูดแล้วฟังดูเหมือนง่าย แต่ในรายละเอียดแล้ว ความเปราะบางของอัฐิทำให้การนำมาทำเป็นเครื่องประดับต้องให้ความใส่ใจมากกว่าการทำจิวเวลรีทั่วไปเสียอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อัฐิมีรูพรุนเยอะ ทำให้เกิดปัญหาเยอะเหมือนกันในด้านเทคนิคของการหล่อเรซิน เพราะถ้าหล่อไม่ดีจะเกิดเป็นฟองกาศ ไหนจะเรื่องการคงรูปทรงของอัฐิที่เปราะบางอีก แต่เราก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเรื่อยๆ เรียนรู้จนรู้ว่าจะต้องใช้วิธีไหนให้ปลอดภัยต่ออัฐิและทำให้งานออกมาดีที่สุด ซึ่งก็ยังไม่เคยทำชิ้นไหนพังนะ” ปาล์มนายช่างประจำแบรนด์อธิบาย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61307 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-20.jpg" alt="Nympheart " width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-20-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่โพสต์ผลงานชิ้นแรกไป ลูกค้ารายต่อไปก็แวะเวียนมาสั่งทำเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในแบบฉบับของตัวเองกับแบรนด์อย่างไม่ขาดสาย จนปัจจุบันพวกเขาทำจิวเวลรีอัฐิไปแล้วกว่า 30 ชิ้น โดยไม่ได้มีเพียงแค่อัฐิของคนเท่านั้น แต่ยังมีอัฐิของสุนัข แมว กระต่าย ไปจนถึงขนสัตว์ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาทำงานแต่ละชิ้นเราจะกดดันมาก” ปาล์มออกปาก “มีลูกค้าคนหนึ่งที่นำอัฐิมาให้เราทำสร้อย พอเขาได้รับของไปก็ชอบเลยโพสต์ในเฟซบุ๊ก เล่าเรื่องราวว่าเขามีอัฐิแค่ชิ้นเดียว ซึ่งถ้ารู้ก่อนผมคงกดดันกว่านี้” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61308 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-17.jpg" alt="Nympheart " width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-17.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นอกจากความกดดันที่ทั้งคู่พบเจอเมื่อต้องทำงานกับของชิ้นสำคัญต่อจิตใจของลูกค้า การทำงานนี้ยังหล่อเลี้ยงจิตใจของผู้ทำอย่างปาล์มและโมโมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โมรู้สึกว่าตั้งแต่ทำแบรนด์มา โปรดักต์นี้มีคุณค่าทางจิตใจเราอย่างมาก เพราะลูกค้าแต่ละคนมีเรื่องราวการสูญเสียของตัวเอง อย่างลูกค้าคนหนึ่งมาเล่าให้เราฟังว่าเพื่อนเลี้ยงหมามา 10 ปี ก่อนที่หมาตัวนี้จะแก่ตาย เขาก็ลาออกจากงานมาอยู่กับหมา พาไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ สักสองสามเดือนหมาก็เสีย เพื่อนเขาทำใจไม่ได้ ถือโกศใส่อัฐิไปไหนมาไหนด้วยตลอด ลูกค้าเรามาเห็นก็เลยบอกเราให้ทำจี้ให้เพื่อนของเขาหน่อย เขาจะได้พกพาง่าย เราก็รู้สึกว่างานที่เราทำมันมีคุณค่านะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือมีลูกค้าที่คุณแม่เป็นมะเร็ง ตอนที่คุณแม่ยังไม่เสียเขาก็ทักมาหาเราเพื่อสั่งจองจี้ ถามว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง สุดท้ายเขาก็ทักมาสั่งทำในวันวาเลนไทน์ที่คุณแม่เสียพอดี คือทุกคนมีเรื่องราวหมด แล้วก็จะเล่าให้เราฟังก่อน เราก็ต้องตั้งใจทำหนักเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“บางคนชอบไปเที่ยวทะเลกับแม่ เขาก็อยากให้จี้ของเขาเป็นสีน้ำทะเล และขอว่าต้องเป็นรูปทรงหัวใจเท่านั้นแล้วบอกกับจี้ว่าผมพาแม่มาเที่ยวทะเลที่แม่ชอบแล้วนะ เราก็รู้สึกดีนะที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเพราะโปรดักต์เรา มันยิ่งกว่าได้เงินอีก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-61309 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-3.jpg" alt="Nympheart " width="451" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-3.jpg 451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/NympHeart-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 451px) 100vw, 451px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากจุดเริ่มต้นแบรนด์จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 6 ปีที่ปาล์มและโมโมสร้างสรรค์ผลงานออกมาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายประเภท แต่ทั้งคู่ยังคงจุดแข็งที่ทำให้คนจำคาแร็กเตอร์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี พวกเขากำลังสนุกกับการหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการออกแบบสินค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วมาคอยดูกันว่าการทดลองต่อๆ ไปของพวกเขาจะออกมาในรูปแบบไหนกัน</span></p>
<hr />
<h3>Nympheart</h3>
<p>Website : <a href="https://nympheart.wixsite.com/" target="_blank" rel="noopener">nympheart.wixsite.com</a><br />
Facebook : <a href="https://facebook.com/nympheart.house/" target="_blank" rel="noopener">Nympheart</a><br />
Instagram : <a href="https://www.instagram.com/nympheart/" target="_blank" rel="noopener">Nympheart</a></p>
<p><em>ขอบคุณภาพจาก Nympheart</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nympheart-jewelry/">Nympheart แบรนด์จิวเวลรีที่เปลี่ยนเศษไม้เหลือใช้เป็นเครื่องประดับที่มีชิ้นเดียวในโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สูดกลิ่นกรุงเทพฯ และเมืองอื่นกับ Wax Valley Candle Co. เทียนหอมออร์แกนิกที่ใช้กลิ่นเล่าเรื่องราว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wax-valley-candle-co/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 May 2019 12:05:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ก่อตั้งธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Wax Valley Candle Co]]></category>
		<category><![CDATA[เทียนหอม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่ง อภิชาติ คชพัฒน์ทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=61006</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. คุณเคยดมกลิ่นของกรุงเทพฯ ไหม? คิดว่ากลิ่นของเมืองหลวงแห่งนี้เป็นยังไงกัน? หากยังไม่เคย ไม่ต้องรีบวิ่งออกจากบ้านไปสูดกลิ่นของเมืองทันทีก็ได้ เพราะเทียนหอมแบรนด์ Wax Valley Candle Co. มีกลิ่น Bangkok ให้ลองทดสอบ พร้อมกับเทียนกลิ่นหอมของเมืองอื่น อย่าง Chiang Mai และ Pattaya รวมไปถึงกลิ่นหอมของสถานที่ต่างๆ ด้วย แต่นอกจากกลิ่นสร้างสรรค์ Wax Valley Candle Co. แบรนด์เทียนหอมอายุเกือบสองปียังโดดเด่นด้วยการนำไขถั่วเหลืองมาใช้ทำตัวเทียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ของแต่ละกลิ่นผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน “นอกจากการขายสินค้า เราตั้งใจจะส่งต่อประสบการณ์ให้ลูกค้าด้วย” หนึ่ง–อภิชาติ คชพัฒน์ทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง Wax Valley Candle Co. แบรนด์เทียนหอมจากไขถั่วเหลือง เริ่มต้นพูดคุยด้วยการหยิบเทียนแต่ละกลิ่นมาให้เราจับและสูดกลิ่น พร้อมเล่าเรื่องย้อนความไปถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “ผมไปเจอเทียนหอมไขถั่วเหลืองจากตลาด Art Market ที่เมือง Cairns เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วตอนที่ไป Work and Holiday ที่ออสเตรเลีย ด้วยความที่เราเคยทำงานที่ไทยในสายโลจิสติกส์ เราเลยสนใจโปรดักต์นี้ อยากนำเข้ามาขายในไทยบ้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wax-valley-candle-co/">สูดกลิ่นกรุงเทพฯ และเมืองอื่นกับ Wax Valley Candle Co. เทียนหอมออร์แกนิกที่ใช้กลิ่นเล่าเรื่องราว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1.</p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเคยดมกลิ่นของกรุงเทพฯ ไหม? คิดว่ากลิ่นของเมืองหลวงแห่งนี้เป็นยังไงกัน?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากยังไม่เคย ไม่ต้องรีบวิ่งออกจากบ้านไปสูดกลิ่นของเมืองทันทีก็ได้ เพราะเทียนหอมแบรนด์ Wax Valley Candle Co. มีกลิ่น Bangkok ให้ลองทดสอบ พร้อมกับเทียนกลิ่นหอมของเมืองอื่น อย่าง Chiang Mai และ Pattaya รวมไปถึงกลิ่นหอมของสถานที่ต่างๆ ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่นอกจากกลิ่นสร้างสรรค์ Wax Valley Candle Co.</span><span style="font-weight: 400;"> แบรนด์เทียนหอมอายุเกือบสองปียังโดดเด่นด้วยการนำไขถั่วเหลืองมาใช้ทำตัวเทียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์ของแต่ละกลิ่นผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61023" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากการขายสินค้า เราตั้งใจจะส่งต่อประสบการณ์ให้ลูกค้าด้วย”</span></p>
<p><b>หนึ่ง–อภิชาติ คชพัฒน์ทรัพย์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้ง Wax Valley Candle Co. แบรนด์เทียนหอมจากไขถั่วเหลือง เริ่มต้นพูดคุยด้วยการหยิบเทียนแต่ละกลิ่นมาให้เราจับและสูดกลิ่น พร้อมเล่าเรื่องย้อนความไปถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไปเจอเทียนหอมไขถั่วเหลืองจากตลาด Art Market ที่เมือง Cairns เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วตอนที่ไป Work and Holiday ที่ออสเตรเลีย ด้วยความที่เราเคยทำงานที่ไทยในสายโลจิสติกส์ เราเลยสนใจโปรดักต์นี้ อยากนำเข้ามาขายในไทยบ้าง แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้ส่งออก ทำขายแค่ในควีนส์แลนด์เท่านั้น พอเราเห็นเขาทำเทียนก็รู้สึกว่าอยากพาตัวเองมาอยู่จุดนี้บ้าง” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61019" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-19.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-19.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-19-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อแบรนด์เทียนหอมที่หนึ่งถูกใจไม่ส่งออก สิ่งที่เขาทำต่อมาไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการลุกขึ้นศึกษาด้วยตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความรู้เรื่องเทียนเป็นศูนย์ หนึ่งศึกษาขั้นตอนการทำเทียนหอมจากไขถั่วเหลืองด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่การซื้อชุดทดลองมาลองต้มเทียน ผสมส่วนประกอบต่างๆ จนเข้าใจและมองเห็นความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจนี้ โปรเจกต์เล็กๆ นี้ของหนึ่งทำให้ชีวิตที่ออสเตรเลียช่วง 3-4 เดือนก่อนกลับไทยหมดไปกับการวางแผนธุรกิจ คิด positioning ของแบรนด์เทียนหอม สร้างแฟนเพจ คิดชื่อแบรนด์ คิดเรื่องราวการนำเสนอ คำนวณราคา และเมื่อเขากลับมาไทยก็รวบรวมวัตถุดิบต่างๆ จากซัพพลายเออร์พร้อมกับเปิดตัวแบรนด์ Wax Valley Candle Co. ครั้งแรกในงาน K Village Christmas 2017 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เวลาจะผ่านมาเกือบสองปี แต่เมื่อเล่าถึงช่วงเวลาก่อตั้งแบรนด์ แววตาและน้ำเสียงของหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จนเราออกปากถามว่าทำไมแบรนด์เทียนหอมจากออสเตรเลียแบรนด์นั้นถึงจุดไฟในใจของเขาได้ขนาดนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61016" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าเทียนหอมจากถั่วเหลืองน่าสนใจตรงที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่มีพาราฟินที่อยู่ในเทียนแท่งที่เมื่อเผาไหม้แล้วอาจจะมีสารพิษตกค้าง แต่เทียนหอมของเราใช้วัตถุดิบหลักเป็นไขถั่วเหลืองร้อยเปอร์เซ็นต์และน้ำมันหอมระเหย เมื่อจุดแล้วไม่มีเขม่าดำและระเหยไปกับอากาศเลย ไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อดีอีกอย่างคือเทียนหอมจากถั่วเหลืองเป็นเทียนที่จุดได้นาน ให้ความหอมได้ดีกว่า แถมเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจริงๆ สามารถนำไปทาผิวหนังที่แห้งได้ด้วยโดยไม่เป็นอันตราย”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2.</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการหยิบเอาไขถั่วเหลืองมาใช้จะเป็นไอเดียที่สะดุดใจเราแล้ว ชื่อของเทียนหอมแต่ละกลิ่นที่แปะอยู่บนแพ็กเกจจิ้งยังสะดุดตา จนต้องขอถามหนึ่งให้รู้ที่มาสักหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็เพราะครั้งแรกที่เปิดตัว Wax Valley Candle Co. ผลิตเทียนหอมอออกมา 6 กลิ่น ได้แก่กลิ่น Bangkok, Tender, Siam Disc, Roaster, Delightful และ Woodland</span> <span style="font-weight: 400;">ที่ล้วนแล้วแต่น่าเข้าไปสูดดมและค้นหาเรื่องราวเบื้องหลังทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เราคิดคือแบรนด์เราไม่ใช่เจ้าแรกที่ทำเทียนจากไขถั่วเหลือง ฉะนั้นเราจะทำยังไงให้เทียนของเราแตกต่างจากคนอื่น เราเลยย้อนกลับมาดูตัวเองว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง เราพบว่าตัวเองเป็นคนชอบเล่าเรื่อง งานอดิเรกของเราคือการจดบันทึก เลยคิดว่านำเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้กับโปรดักต์ดีกว่า จึงออกมาเป็นเทียน 6 กลิ่นแรก ซึ่งเราพยายามออกแบบให้มีหลายโทนเพื่อตอบสนองตัวตนลูกค้าหลายๆ กลุ่ม”</span> <span style="font-weight: 400;">หนึ่งอธิบายให้เราฟังอย่างกระตือรือร้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61021" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการของหนึ่งเริ่มต้นจากการคิดค้นคอนเซปต์ เรื่องราวที่ต้องการที่จะเล่า ก่อนตามหาส่วนผสมที่ให้กลิ่นที่ใช่สำหรับการเล่าเรื่องราวนั้นๆ ส่วนมากเขาจะใช้วิธีการนำกลิ่นสองชนิดมาจับคู่กันด้วยสัดส่วนที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างครบถ้วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายกตัวอย่างให้เราฟังว่ากลิ่น Bangkok ที่ทำให้เราสนใจ Wax Valley ตั้งแต่แรกนั้นมีที่มาจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ชายหนุ่มจึงออกแบบกลิ่นเพื่อเล่าเรื่องการโหยหาความสงบด้วยการใช้กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย นำมาจับคู่กับอบเชยที่มีกลิ่นในโทนเผ็ดร้อนสนุกสนาน กลายเป็นบรรยากาศของกรุงเทพฯ ในแบบของเขาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กลิ่น Bangkok จะตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่ ส่วนกลิ่น Siam Disc เราออกแบบเพื่อกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย โดยตีความค้นหาความเป็นไทยและเลือกกลิ่นมะลิซึ่งเป็นกลิ่นที่ทำให้เรานึกถึงประเทศไทย มาจับคู่กับ Citrus ที่ให้กลิ่นโทนเปรี้ยว สร้างความสดชื่นหมือนได้กลับบ้านมาอยู่ที่เมืองไทย กลิ่นนี้ผู้ใหญ่เลยจะชอบซื้อไปจุดหน้าหิ้งพระเพราะมีกลิ่นมะลิ และทดแทนการจุดเทียนที่มีเขม่าด้วย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61022" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กลิ่น Library ก็เป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เราอยากเล่าเรื่องราวของห้องสมุดเก่าที่มีชั้นไม้สีแดง มีแสงลอดมาจากหน้าต่าง จึงเลือกใช้กลิ่นอำพัน และกานพลู ช่วยให้สร้างบรรยากาศสงบขรึมได้เหมือนเข้าไปอยู่ในห้องสมุด”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากชื่อกลิ่นที่เป็นชื่อสถานที่แล้ว Wax Valley ยังมีคอลเลกชั่นกลิ่นที่อิงตามฤดูกาล โดยล่าสุด ในหน้าร้อนอย่างนี้ เขาก็เพิ่งปล่อยกลิ่น Tropical หรือกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง ของดีของฤดูร้อน ที่นำกลิ่นน้ำนมข้าวมาจับคู่กับกลิ่นมะม่วงสุก กลายเป็นความหอมหวานที่คนรักข้าวเหนียวมะม่วงต้องหลงรัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็นหนึ่งทำเทียนหอมกลิ่นใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ขนาดนี้ แต่เจ้าตัวกลับบอกว่ากว่าจะได้กลิ่นที่ลงตัวเขาต้องผ่านการลองผิดลองถูกมามากมาย เพราะแม้จะมีเรื่องราวในหัวที่ต้องการเล่าอย่างชัดเจน แต่การหาสัดส่วนที่ลงตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ค่อยมีปัญหากับการเลือก 2 กลิ่นหลักมาผสมกัน เพราะเราค่อนข้างชัดเจนว่าหากจะสร้างบรรยากาศแบบนี้ต้องใช้กลิ่นไหน แต่เรามักใช้เวลาไปกับการหาสัดส่วนการผสมที่ลงตัว ใช้ไขถั่วเหลืองเท่าไหร่ น้ำมันแต่ละกลิ่นต้องผสมอัตราส่วนเท่าไหร่ เพราะแต่ละกลิ่นเราไม่ได้ผสม 2 กลิ่นในสัดส่วน 50-50 เราทดลองกระทั่งอุณหภูมิเทียนระหว่างเทลงแพ็กเกจด้วยว่าต้องใช้อุณหภูมิเท่าไหร่ผิวหน้าเทียนจึงจะออกมาโอเค”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61025" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>3.</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้เทียนกลิ่นที่ตัวเองชื่นชอบมาแล้ว ขั้นต่อไปของความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ตัวเขาคนเดียว แต่อยู่ที่คนสำคัญคือ ‘ลูกค้า’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสื่อสารเรื่องราวของแต่ละกลิ่นคือความท้าทายนะ เราคิดเสมอว่าจะทำยังไงให้ลูกค้ารู้สึกแบบเดียวกับที่เรารู้สึก ทำยังไงให้เวลาลูกค้าเห็นภาพสินค้าของเรา อ่านเรื่องราวของเราแล้วสมองรู้สึกได้ถึงกลิ่นตอนนั้นเลย เราเลยพยายามถ่ายทอดประสบการณ์นั้นด้วยการเขียนอธิบายแต่ละกลิ่น ให้คนอ่านแล้วจินตนาการได้ รวมถึงภาพถ่ายเทียนแต่ละกลิ่น เราจะพยายามคิดโทนสีหรือองค์ประกอบในรูปที่ต้องสื่อสารว่าสิ่งที่เราต้องการจะเล่าคือเรื่องอะไร กลิ่นจะออกมาแนวไหน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการเขียนและภาพถ่ายที่หนึ่งใช้เป็นอาวุธหลักในการสื่อสารแล้ว เขายังมีวิธีที่ช่วยให้กลุ่มลูกค้าเข้าใจจินตนาการถึงกลิ่นได้ ผ่านดีไซน์แพ็กเกจและเพลย์ลิสต์ประกอบการจุดเทียนด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อาร์ตเวิร์กบนแพ็กเกจจิ้งของเราได้ลายเส้นของ</span><a href="https://adaymagazine.com/port-white-hat/"><span style="font-weight: 400;">คุณชะเอม–ปัณรสี ศะศินิล แห่ง WHITE HAT. </span></a><span style="font-weight: 400;">มาวาดลายเส้นให้ในแต่ละกลิ่น ซึ่งเรามองว่างานสไตล์สีไม้ลายเส้นแบบนี้เข้ากับความเป็นแบรนด์ของเรามาก มีความคราฟต์ เป็นงานทำมือ ให้ความรู้สึกสโลว์เหมือนเทียนของเรา&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-61015" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/wax-valley-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความตั้งใจของเราที่อยากเสิร์ฟประสบการณ์มากกกว่าโปรดักต์ เราจึงจัดเพลย์ลิสต์สำหรับเทียนแต่ละกลิ่นใน Spotify ไว้ให้ด้วย เพื่อให้ลูกค้าที่ซื้อเทียนไปได้รับบรรยากาศ ได้รับประสบการณ์ไปได้อย่างครบถ้วน เช่น กลิ่น Woodland ที่นำกลิ่นยูคาลิปตัสจับคู่กับกลิ่นไม้จันทน์หอม ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกของการเดินเข้าป่า การได้ค้นหาตัวเอง ได้อยู่กับตัวเอง กลิ่นจะเป็นโทนสงบ เพลย์ลิสต์ของกลิ่นนี้ก็คือ ‘run into a wild’ เป็นเพลงแนวโฟล์ก แคมป์ปิ้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามองว่าสิ่งนี้เป็นบริการหลังการขายด้วยนะ เวลาที่เราไปเจอเพลงที่มันเชื่อมโยงกับตัวกลิ่นนั้นๆ </span><span class="s1">เราก็จะเพิ่มเพลงนั้นลงเพลย์ลิสต์</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของหนึ่งแล้วอยากถามว่าอะไรคือความฝันสูงสุดที่เจ้าของแบรนด์อย่างเขาต้องการไปให้ถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้เป็นเจ้าแรกที่เข้ามาในตลาดเทียน ดังนั้นเราจะทำยังไงให้แบรนด์ของเราแตกต่าง ทำให้ดีในแบบที่เราต้องการ สิ่งนี้เป็นจุดที่เราคิดอยู่ตลอดและต้องการไปให้ถึง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชายหนุ่มทิ้งท้ายด้วยเป้าหมายที่เขากำลังขะมักเขม้นหาคำตอบ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wax-valley-candle-co/">สูดกลิ่นกรุงเทพฯ และเมืองอื่นกับ Wax Valley Candle Co. เทียนหอมออร์แกนิกที่ใช้กลิ่นเล่าเรื่องราว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Good Night Paola : เติมพลังชีวิตจากโฆษณา Midea ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนางแบบชาวบราซิลผู้สูญเสียขา แต่ไม่หยุดคว้าฝัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/midea-paola/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Apr 2019 12:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอทีฟ]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอทีฟโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=60082</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครที่ความหวังในชีวิตกำลังดับมอด เราอยากแนะนำให้คุณได้ดูภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ เรื่องราวของ Paola Antonini นางแบบสาวชาวบราซิลที่เกิดอุบัติเหตุรถชนจนทำให้เธอต้องสูญเสียขาไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความฝันการเป็นนางแบบของเธอสิ้นสุดลง พีท–ทสร บุณยเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director) บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย ครีเอทีฟที่หยิบยกเรื่องราว ‘ความฝัน’ ของเปาลามาเชื่ยมโยงกับ ‘ความฝัน’ ในการหลับนอน จะมาเล่าถึงเบื้องหลังไอเดียการทำงานชิ้นนี้ โดยมีบาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เจ้าของผลงานจากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง (2560) รับหน้าที่กำกับการแสดงการพูดคุยในครั้งนี้ยังได้มุมมองจากสเตลล่า มาลูกี้ นางเอกจากหนังไทยในตำนานเรื่อง ฟ้าทะลายโจร (2543) ที่สูญเสียขาจากโรคพาราไทรอยด์มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังจากชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำหนังโฆษณาให้ challenger แบรนด์จากโจทย์ที่เซอร์ที่สุด   พีท : ตลาดแอร์ในเมืองไทย คนไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ Midea สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะรู้จักแบรนด์ใหญ่ๆ มากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วแบรนด์ Midea ก็เป็นแบรนด์ใหญ่โดยเฉพาะในจีน และในอีก 200 ประเทศที่เขาขาย แต่ในเมืองไทยคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก เพราะฉะนั้นเรากำลังทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midea-paola/">Good Night Paola : เติมพลังชีวิตจากโฆษณา Midea ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนางแบบชาวบราซิลผู้สูญเสียขา แต่ไม่หยุดคว้าฝัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครที่ความหวังในชีวิตกำลังดับมอด เราอยากแนะนำให้คุณได้ดูภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้<br />
เรื่องราวของ Paola Antonini นางแบบสาวชาวบราซิลที่เกิดอุบัติเหตุรถชนจนทำให้เธอต้องสูญเสียขาไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความฝันการเป็นนางแบบของเธอสิ้นสุดลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60084 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>พีท–ทสร บุณยเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director) บริษัท เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย ครีเอทีฟที่หยิบยกเรื่องราว ‘ความฝัน’ ของเปาลามาเชื่ยมโยงกับ ‘ความฝัน’ ในการหลับนอน จะมาเล่าถึงเบื้องหลังไอเดียการทำงานชิ้นนี้ โดยมีบาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เจ้าของผลงานจากเรื่อง <em>ฉลาดเกมส์โกง</em> (2560) รับหน้าที่กำกับการแสดงการพูดคุยในครั้งนี้ยังได้มุมมองจากสเตลล่า มาลูกี้ นางเอกจากหนังไทยในตำนานเรื่อง <em>ฟ้าทะลายโจร</em> (2543) ที่สูญเสียขาจากโรคพาราไทรอยด์มาร่วมแชร์ประสบการณ์หลังจากชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>ทำหนังโฆษณาให้ </strong><strong>challenger แบรนด์จากโจทย์ที่เซอร์ที่สุด  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60085 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-17.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-17.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>พีท </strong><strong>: </strong>ตลาดแอร์ในเมืองไทย คนไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ Midea สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะรู้จักแบรนด์ใหญ่ๆ มากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วแบรนด์ Midea ก็เป็นแบรนด์ใหญ่โดยเฉพาะในจีน และในอีก 200 ประเทศที่เขาขาย แต่ในเมืองไทยคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก เพราะฉะนั้นเรากำลังทำ challenger แบรนด์ เพื่อให้คนไทยรู้ว่ามีแบรนด์ขายแอร์ชื่อนี้อยู่ ซึ่งแบรนด์อื่นจะมาทางขายฟังก์ชั่น แต่ผมคิดว่าแอร์อยู่กับคนไทยมานานแล้ว เราไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอก แต่เราต้องพยายามทำโฆษณาที่ทำให้คนรู้สึก</p>
<p><strong>การเปรียบเปรย </strong><strong>‘ความฝัน’ ในแง่การนอนหลับฝัน กับการไปถึงความฝัน</strong></p>
<p><strong>พีท </strong><strong>:</strong> โปรดักต์คือแอร์บ้าน หน้าที่ของแอร์บ้านคือทำให้เราหลับสบาย ทำให้เราหลับฝันดี พอเราได้อ่านเรื่องของเปาลาแล้ว เราเลยเปรียบเปรยเรื่องความฝัน เป็นการนอนหลับฝันดีกับความฝันที่เปาลาอยากจะไปให้ถึงเป็นเรื่องเดียวกัน เลยหยิบวิธีเล่าของขั้นตอนการฝันมา ซึ่งมันพอดีเลย ไม่ต้องพยายาม</p>
<p>ก่อนหน้าที่โดนอุบัติเหตุ เปาลาก็พยายามจะเป็นนางแบบ แต่อุปสรรคคือเขาตัวเล็กสูงประมาณ 160 เซนติเมตร พอประสบอุบัติเหตุอีกความฝันดูจะยิ่งไกลออกไป แต่กลายเป็นว่าในโมเมนต์ที่เราคิดว่าเขาอ่อนแอที่สุด เปาลากลับเข้มแข็งกว่าเดิม ซึ่งมันทำให้เขาไปถึงความฝันการเป็นนางแบบเร็วขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งพอเราได้ไปคุย ได้ไปดูเรื่องราวของเปาลาแล้ว เขาเป็นคน positive มาก ไม่ได้รู้สึกว่าการสูญเสียขาจะทำให้ชีวิตไปต่อไม่ได้ ซึ่งเหมือนพี่สเตลล่าเลย เล่นเวคบอร์ด ขี่จักรยาน เล่นสเกต เล่นบาส เราเลยอยากนำความ positive ไปสร้างความหวังสร้างแรงบันดาลใจให้คนดูจนได้ big idea ออกมาเป็น No heat can beat your dreams. มันก็เชื่อมโยงกับแอร์ได้ด้วย</p>
<p><strong>มุมมองของผู้ร่วมประสบการณ์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60086 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/Sundance-Lounge-18APR-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>สเตลล่า</strong><strong> :</strong> รู้สึกว่าคนในหนังคือเรา แค่หน้าไม่เหมือน มันมีหลายช็อตที่เป็นแบบนั้น ตอนที่นอนโคม่าอยู่บนเตียงแล้วมีคนมาแต่งหน้า เราก็รู้สึกแบบนั้นอยู่หลายวัน แต่พอตื่นขึ้นมาก็เพิ่งมารู้ว่าเป็นพยาบาลที่มาดูแลเรา ทำแผล คอยถ่ายรูปดูอาการ อีกฉากหนึ่งที่เปิดประตูขึ้นมามีแสงขาว ตอนที่เรานอนอยู่เราเห็นแสงขาวนั้น ไม่ใช่ประตูเหมือนในหนังแต่เป็นหน้าต่าง สว่างมาก พูดกับตัวเองว่าแสงขาวเหมือนเป็นไฟนอลสเตจแต่เราไม่อยากไป เลยตัดสินใจว่าไม่ไป หันหน้าไปมองที่อื่นเห็นแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่เห็นอีกเลย แล้วก็มีช็อตที่เขาใฝ่ฝันอยากเป็นนางแบบแต่เราใฝ่ฝันอยากใส่ส้นสูง เพราะก่อนที่เราจะจะเสียขาเราชอบใส่ส้นสูงมาตลอด</p>
<p><strong>พีท </strong><strong>: </strong>ผมเพิ่งจะมารู้ตอนนี้ว่าพี่สเตลล่ารู้สึกแบบนั้น มันลึกเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้จริงๆ ฉากแต่งหน้าและฉากแสงขาวเราแค่อยากจะเล่าต่อว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุกับเปาลา คุณคิดว่าชีวิตบนรันเวย์เขาจบแล้ว แต่ไม่ใช่ คุณคิดว่าต้องเป็นมือหมอ แต่ไม่ใช่ รันเวย์ของเขาต้องไปต่อ มันเลยเป็นการแต่งหน้าเพื่อรอไปต่อ ส่วนแสงขาวนั้นมันคือการเดินเพื่อไปสู่สเตจต่อไป เหมือนการเล่าว่าตายหรือไม่ตายก็ไม่รู้ แต่เขาพร้อมไปต่อแล้ว</p>
<p>ส่วนฉากเดินแบบเราใช้ฟุตเทจจริงที่เขาไปเดินมา ถ้าไปถ่ายใหม่ยังไงก็ไม่รู้สึก แล้วกว่าจะได้มันยากมากนะ เพราะมันมีหน้าคนติดลิขสิทธ์เยอะ แต่ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไปเอามาให้ได้  ซึ่งนั่นคือโมเมนต์แรกที่เขาได้ไปเดินบนรันเวย์ หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินอีกหลายครั้ง ตอนนี้เปาลาก็เป็นบล็อกเกอร์ให้แรงบันดาลใจคน มีคนตามอินสตาแกรมเขา 2-3 ล้านคน</p>
<p><strong>สร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิตไปต่อ</strong></p>
<p><strong>พีท </strong><strong>: </strong>เปาลาเจอเรื่องที่รุนแรงกับชีวิตในมุมมองของคนอื่น เช่นเดียวกับพี่สเตลล่า แต่ไม่ใช่มุมมองที่เขามองตัวเอง คนอื่นจะมองว่าเจอเรื่องที่หนักมาก แต่ทุกคนมันต้องมีเรื่องดราม่าในชีวิตที่ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมาย เแต่ถ้าอย่างน้อยหนังเรื่องนี้ทำให้คนดูมีแรงบันดาลใจสักนิดหนึ่ง ดูแล้วรู้สึกว่าถึงเราจะเจอเรื่องร้ายๆ ในชีวิต แต่มันไม่มีอะไรที่หยุดคุณได้นอกจากตัวคุณจะหยุดมันเอง ถ้าเราจะไปต่อ เราไปต่อได้ ผมเชื่อว่าทุกคนไปถึงตรงนั้นได้จริงๆ</p>
<p><strong>สเตลล่า </strong><strong>: </strong>thing happen for reason ค่ะ คนอื่นอาจจะมองว่าเราพิการ ภาษาอังกฤษคือ disable แต่สำหรับเรา เรา able นะ เราทำได้ เราถือว่าได้เกิดใหม่ ชีวิตตอนนี้มันเป็นโอกาสที่ 2 ของเรา ตอนเห็นแสงขาวเราเลือกที่จะไม่ไปทางนั้น เพราะฉะนั้นที่เราเลือกอย่างนั้นเพราะเราอยากเดินต่อ การเดินต่อของเราต้องเดินไปข้างหน้า อะไรที่เราต้องเจอนิดๆ หน่อยๆ สะดุดบ้าง บางทีมันเป็นช่วงจังหวะที่ท้อ เชื่อว่าเปาลาเองก็คิดแบบนี้ พอได้ดูแล้วเราก็รู้สึกว่ามันดีจัง ทำให้เราฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ของแบบนี้ต้องกระตุ้นบ่อยกันบ่อยๆ</p>
<hr />
<div id="erdyt-6a2ba0987cd84" data-id="OtD0Z8o2P8Y" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OtD0Z8o2P8Y-6a2ba0987cd84" data-vid="OtD0Z8o2P8Y" data-src="https://www.youtube.com/embed/OtD0Z8o2P8Y?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OtD0Z8o2P8Y/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/midea-paola/">Good Night Paola : เติมพลังชีวิตจากโฆษณา Midea ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนางแบบชาวบราซิลผู้สูญเสียขา แต่ไม่หยุดคว้าฝัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเรียสยังไงให้ไม่น่าเบื่อ? เมื่อสำนักพิมพ์มติชนเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ดูเด็กลงสิบปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/matichon-book-redesign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2019 06:32:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[SUNTUR]]></category>
		<category><![CDATA[งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์มติชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปานบัว บุนปาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มติชน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ซันเต๋อ ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59236</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มติชนอยู่ที่เดิมตรงโซนนี้มากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ จริงๆ เราสามารถทำชั้นหนังสือหน้าตาเหมือนเดิมแบบที่ผ่านมา 15 ปีก็ได้ แต่เราอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยน เราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเรามาแต่งหน้าทาปาก เปลี่ยนชุดกันใหม่ อย่างน้อยให้คนรู้สึกว่าวันหนึ่งเขาจะอ่านหนังสือของเราได้” ปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บริษัท มติชน จำกัด นั่งพูดคุยกับเราถึงการปรับตัว ปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารสำนักพิมพ์อยู่ที่บูทโซนพลาซ่าภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่งคุยกัน เราเห็นนักอ่านมากหน้าหลายตาแวะเข้ามาหยิบจับหนังสือ เลือกซื้อของที่ระลึกตลอดบทสนทนา แม้ว่าหนังสือชูโรงในปีนี้ของบูทจะยังคงมีเนื้อหาที่เข้มข้นตามสไตล์มติชน เช่น ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น โดย ดร.จิราภรณ์ ดำจันทร์ หรือ มาคิอาเวลลี การเมืองไทยของเจ้าผู้ปกครอง โดยกานต์ บุณยะกาญจน แต่ด้วยการออกแบบหน้าปกของศิลปินนักวาดภาพประกอบ ซันเต๋อ–ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล บวกกับการออกแบบธีมในงานหนังสือครั้งนี้ให้มติชน ตั้งแต่สินค้าพรีเมียมภายในงาน ไปจนถึงการตกแต่งบูท ก็ช่วยเปลี่ยนหน้าตาสำนักพิมพ์ที่โดดเด่นเรื่องหนังสือซีเรียส สายแข็ง ให้เป็นมิตรกับนักอ่านทั่วไปมากขึ้น ด้วยความเชื่อว่าสุนทรียะในการอ่านและศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน ย้อนกลับไป 7 ปีที่แล้ว ปานบัวจึงเริ่มเชื่อมต่อศิลปะกับโลกของหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือฯ โดยเริ่มต้นจากการผลิตของที่ระลึกเป็นผลงาน abstract ของป๊อด โมเดิร์นด็อก ก่อนปีถัดมา มติชนจะหยิบศิลปะเข้ามาผสมอย่างเต็มตัวด้วยการชวน ตะวัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/matichon-book-redesign/">ซีเรียสยังไงให้ไม่น่าเบื่อ? เมื่อสำนักพิมพ์มติชนเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ดูเด็กลงสิบปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1" style="text-align: left;"><span class="s1">“มติชนอยู่ที่เดิมตรงโซนนี้มากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ จริงๆ เราสามารถทำชั้นหนังสือหน้าตาเหมือนเดิมแบบที่ผ่านมา 15 ปีก็ได้ แต่เราอยู่แบบเดิมไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยน เราก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเรามาแต่งหน้าทาปาก เปลี่ยนชุดกันใหม่ อย่างน้อยให้คนรู้สึกว่าวันหนึ่งเขาจะอ่านหนังสือของเราได้”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"><strong>ปานบัว บุนปาน</strong> รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บริษัท มติชน จำกัด นั่งพูดคุยกับเราถึงการปรับตัว ปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารสำนักพิมพ์อยู่ที่บูทโซนพลาซ่าภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 47 ที่ผ่านมา</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ระหว่างที่นั่งคุยกัน เราเห็นนักอ่านมากหน้าหลายตาแวะเข้ามาหยิบจับหนังสือ เลือกซื้อของที่ระลึกตลอดบทสนทนา แม้ว่าหนังสือชูโรงในปีนี้ของบูทจะยังคงมีเนื้อหาที่เข้มข้นตามสไตล์มติชน เช่น </span><span class="s2"><i>ประชาธิปไตยที่ไม่ตั้งมั่น</i> โดย ดร.จิราภรณ์ ดำจันทร์ หรือ <i>มาคิอาเวลลี การเมืองไทย</i></span><span class="s1"><i>ของเจ้าผู้ปกครอง</i> โดยกานต์ บุณยะกาญจน แต่ด้วยการออกแบบหน้าปกของศิลปินนักวาดภาพประกอบ ซันเต๋อ–ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล บวกกับการออกแบบธีมในงานหนังสือครั้งนี้ให้มติชน ตั้งแต่สินค้าพรีเมียมภายในงาน ไปจนถึงการตกแต่งบูท ก็ช่วยเปลี่ยนหน้าตาสำนักพิมพ์ที่โดดเด่นเรื่องหนังสือซีเรียส สายแข็ง ให้เป็นมิตรกับนักอ่านทั่วไปมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59265" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6534.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6534.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6534-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ด้วยความเชื่อว่าสุนทรียะในการอ่านและศิลปะเป็นเรื่องเดียวกัน ย้อนกลับไป 7 ปีที่แล้ว ปานบัวจึงเริ่มเชื่อมต่อศิลปะกับโลกของหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือฯ โดยเริ่มต้นจากการผลิตของที่ระลึกเป็นผลงาน a</span><span class="s2">bstract </span><span class="s1">ของป๊อด โมเดิร์นด็อก ก่อนปีถัดมา มติชนจะหยิบศิลปะเข้ามาผสมอย่างเต็มตัวด้วยการชวน ตะวัน วัตุยา ศิลปินร่วมสมัยเจ้าของลายเส้นและเอกลักษณ์การวาดสีน้ำที่โดดเด่นให้มาร่วมงานเต็มรูปแบบ </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">“เราอยากลองดูด้วยว่าหนังสือที่อ่านจริงจัง งานวิจัยที่ซีเรียส ถ้าเราใช้ศิลปะเข้าไปช่วยเปลี่ยนรูปแบบแล้วมันจะเป็นอย่างไร” เธอหมายถึงการทดลองให้ตะวันออกแบบปกหนังสือ <i>ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย </i>โดย อาจารย์ ผาสุก พงษ์ไพจิตร</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">“ปรากฏว่าเล่มนี้กลายเป็นหนังสือที่ขายดีมากๆ เล่มหนึ่งเลยของมติชน ซึ่งถ้าหนังสือการเมืองแบบนี้ไปอยู่ที่อื่นน่าจะขายยาก แต่พอปกเราเป็นงานศิลปะ เป็นลายเส้นของตะวันมันก็ขายได้ นอกจากนั้นทุกอย่างในงานครั้งนั้นยังเป็นแพ็กเกจของตะวันหมด ไม่ว่าจะเป็น แก้ว กระเป๋า ถุงพลาสติก การตกแต่งบูท ถือได้ว่าเป็นต้นแบบการปรับเปลี่ยนการทำงานของที่นี่เลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59273" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6525.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6525.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6525-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">นั่นจึงเป็นที่มาของการทำงานประเภท ‘</span><span class="s2">MATICHON x ศิลปิน’ ในแต่ละปีถัดมา ตั้งแต่ ยุรี เกนสาคู, รักกิจ ควรหาเวช, นักรบ มูลมานัส, Alex Face ไปจนถึงซันเต๋อในปีนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ว่าแต่ทำไมต้องเป็นซันเต๋อ เราสงสัย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">มติชนเล่นใหญ่มาตลอด เราไม่สามารถเล่นใหญ่กว่านี้ได้แล้วค่ะ</span><span class="s2">” หัวเรือใหญ่ของสำนักพิมพ์หยุดหัวเราะ “ในปีที่ผ่านมาเราชวนศิลปินมาร่วมกันแบบจัดเต็มทุกปี มีทั้งงานคอลลาจ กราฟิกแรงๆ งานสตรีท ลายเส้น แต่เราไม่เคยมีงานแบบมินิมอลเลย แล้วเรามองว่า</span><span class="s1">ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ อุณหภูมิทุกอย่างรอบตัวไม่ว่าจะสังคม การเมือง เศรษฐกิจยังระอุอยู่ ฉะนั้นงานดีไซน์ปีนี้เยอะไม่ได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">“สิ่งนี้สื่อสารถึงวิธีคิดของมติชนเองด้วย เราคิดว่าในปีนี้ทุกอย่างต้องกระชับ ต้องโฟกัส เราถึงจะไปต่อได้ อะไรที่ยุ่งยากจะไปต่อลำบากเลยเลือกซันเต๋อมาร่วมงานเพราะชอบลายเส้นแบบน้อยๆ ดูแล้วสบายใจ แต่สื่อสารแล้วสร้างอิมแพกต์ให้คนคิดต่อได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59270 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6486.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6486.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6486-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6486-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59271" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6504.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6504.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6504-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6504-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">การเปลี่ยนดีไซน์ เปลี่ยนลุคหนังสือโดยใช้ศิลปะเข้ามาช่วยให้เรื่องที่เข้าถึงยากน่าหยิบจับมากขึ้น เป็นทางรอดแรกของการปรับตัวของสำนักพิมพ์ ขณะที่แก่นของเนื้อหาภายในยังคงจุดแข็งของมติชนไว้อย่างเข้มข้นในการเป็นศูนย์กลางของการดึงผลงานเชิงวิชาการ ตั้งแต่ความรู้ทางประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์การเมือง งานแปลด้านวิทยาศาสตร์ มาให้คนทั่วไปอ่าน แม้ว่ามันจะเป็นงานที่อ่านยากก็เถอะ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">“เราคิดว่าอย่างน้อยเราอยากทำให้คนรู้สึกว่าวันนี้หนังสือยากเกินไป ยังอ่านไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ แต่วันหนึ่งต้องอ่านได้ ที่สำคัญเนื้อหาของเราต้องแข็งแรงเหมือนเดิม เพราะวิธีคิดของเราอยู่ที่บริบทในแต่ละปีว่าเราต้องให้ความรู้อะไรกับคนอ่าน หนังสืออ่านเพื่อความเพลิดเพลินก็ใช่ แต่ในขณะเดียวกันหนังสือมันเป็นทางรอดของชีวิตด้วย สาระของมันมีความสำคัญที่เราเองต้องขยายวิธีคิด ความคิด หรือมุมมองต่างๆ ให้รอบด้าน หนังสือพวกนี้ก็เป็นจุดแข็งอยู่”</span></p>
<p class="p2"><span class="s2">นั่นคือที่มาของปีนี้ที่เป็นปีแห่งการบรมราชาภิเษก ทางมติชนได้ออกหนังสือคู่มือเพื่อให้ความรู้ในวาระนี้ถึง 3 เล่ม ได้แก่ </span><span class="s1"><i>เสวยราชสมบัติกษัตรา</i> เขียนโดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี และ ผศ.ดร.พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์, <i>ผ้าเขียนทอง : พระภูษาทรงบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์สยาม</i> เขียนโดย ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ และ <i>จักรพรรดิราช คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย</i> เขียนโดย อเนก มากอนันต์ ซึ่งหนังสือดังกล่าวออกแบบหน้าปกด้วยฝีมือ</span><span class="s3">นักรบ มูลมานัส ให้กลายเป็นหนังสือที่ไม่ว่าจะคนรุ่นไหนเห็นแล้วต้องอยากสัมผัสและทรงคุณค่าต่อการสะสม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59278" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/55560647_2336023063129031_3651649450679468032_o.jpg" alt="" width="675" height="479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/55560647_2336023063129031_3651649450679468032_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/55560647_2336023063129031_3651649450679468032_o-300x213.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/55560647_2336023063129031_3651649450679468032_o-600x426.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59277" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/54800106_2335990219798982_2625262694839615488_o.jpg" alt="" width="675" height="479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/54800106_2335990219798982_2625262694839615488_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/54800106_2335990219798982_2625262694839615488_o-300x213.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/54800106_2335990219798982_2625262694839615488_o-600x426.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">เมื่อสำนักพิมพ์ยังคงรักษาจุดแข็งในการผลิตหนังสือสาระวิชาการ สิ่งที่มติชนทำได้เพื่อขยายกลุ่มนักอ่านก็คือการให้พื้นที่ของบูทไปเลย 1 โซนแก่สำนักพิมพ์อินดี้ต่างๆ เพื่อขยายฐานนักอ่านกลุ่มมติชนไปสู่กลุ่มอินดี้ และให้กลุ่มอินดี้ได้อ่านหนังสือของมติชนบ้าง </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>“ปรากฏว่าหนังสือของเพื่อนๆ ขายดีกว่าของเรา” เธอหัวเราะ “แต่พอเราออกแบบบูทแบบนี้ ตัวเราเองก็สนุกมากกับการดูหนังสือของเพื่อนๆ ที่ออกแบบสวยกันหมด บางเล่มเรายังคิดเลยว่าเขานำเสนอออกมาได้เก่งจัง ถ้าเป็นของเรามันต้องออกมาซีเรียสจริงจังแน่เลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59275" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6563.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6563.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6563-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6563-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">นอกจากเล่นกับจุดแข็งของหนังสือเชิงวิชาการแล้ว ในปีนี้มติชนก้าวมาจับนักอ่านกลุ่มใหม่ด้วยการทำงานร่วมกับทีมนาดาวบางกอก นำละครเรื่อง เ<i>ลือดข้นคนจาง </i>มาพิมพ์เป็นหนังสือ โดยได้อุรุดา โควินท์ นักเขียนสาวผู้หลงรักละครเรื่องนี้เช่นเดียวกันกับปานบัวทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการปรับวิธีการนำเสนอจากบทละครให้กลายเป็นวรรณกรรม </span></p>
<p class="p2"><span class="s1"> “โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นการจับมือทำงานร่วมกันมาก่อน นาดาวก็ไม่ได้คิดจะทำหนังสือด้วยซ้ำ แต่เราดูละครแล้วชอบ </span><span class="s2">สำหรับเราถ้าบทละครมันดีขนาดนี้มันคือวรรณกรรมชั้นดีเลย พล็อตขนาดนี้ ประโยคก็ติดปาก มันก็ทำให้เกิดมุมมองที่แชร์กันว่าละครที่ดีสามารถทำเป็นหนังสือได้นะ อีกทางหนึ่งหลายคนที่เขียนหนังสือ เขียนนิยายก็สามารถนำมาขายเป็นละครได้เหมือนกัน และหนังสือเล่มนี้ก็เรียกคนรุ่นใหม่ได้อย่างมหาศาล คนมาต่อแถวกันบูทแตก” เธอเล่าบรรยากาศ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59276" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6560.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6560.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/20190403-KHT_6560-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">“สำหรับคนทำคอนเทนต์อย่างเรา ถ้าไม่ปรับรูปแบบ ไม่เปลี่ยนอะไรเลยมันไปต่อยากมาก เพราะสิ่งที่เราต้องการสื่อสารมันไปไม่ถึงผู้อ่าน ตอนนี้เราเองยังไปถึงครึ่งทาง คือรูปแบบฮิตแล้ว คนซื้อกระเป๋าไปก่อน เนื้อหาค่อยเดินตามไป แต่เรามองว่าเนื้อหาของคนที่ทำหนังสือค่อนข้างเข้มข้นแบบมติชน คนที่เล่าเรื่องแบบนี้มาตลอดชีวิตมันเปลี่ยนไม่ได้หรอก คงต้องให้คนอีกรุ่นหนึ่งมาเล่า ต้องรอให้คนรุ่นนี้เล่าเรื่องนี้ให้เป็นภาษาเขาเอง ซึ่งสิ่งนั้นก็เป็นความท้าทายต่อไป</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “ซึ่งตอนนี้ก็ท้าทายสุดๆ แล้ว ในการเปลี่ยนรูปแบบทำให้มันเข้าถึงง่าย ทำให้คนเข้าใจว่าหนังสือไม่ใช่เรื่องยาก หนังสือไม่ใช่รสนิยม หนังสือมันเป็นไลฟ์สไตล์ มันไปได้ทุกที่ อยู่ได้กับทุกคน” ปานบัวทิ้งท้าย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ส่วนปีหน้าสำนักพิมพ์มติชนจะเดินหน้าไปในทิศทางไหนต่อ อีกไม่นานเกินรอเราคงได้รู้กัน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/matichon-book-redesign/">ซีเรียสยังไงให้ไม่น่าเบื่อ? เมื่อสำนักพิมพ์มติชนเปลี่ยนโฉมใหม่ให้ดูเด็กลงสิบปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กดฟังกันอีกรอบกับบทเพลงที่คว้ารางวัล JOOX Thailand Music Awards 2019</title>
		<link>https://adaymagazine.com/joox-thailand-musicawards-2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Mar 2019 11:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงการเพลงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[​The TOYS]]></category>
		<category><![CDATA[Joox]]></category>
		<category><![CDATA[Phum Viphurit]]></category>
		<category><![CDATA[getsunova]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=57995</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงทราบผลการประกาศรางวัลสำหรับงาน JOOX Thailand Music Awards 2019 ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา งานที่แอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่งในการฟังเพลงอย่าง JOOX จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละปี ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 3 รวบรวมบทเพลง อัลบั้ม และศิลปินที่เป็นดาวเด่นในแต่ละสาขาของปี 2018 โดยมอบรางวัลทั้งหมด 12 สาขาด้วยกัน สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินทาง JOOX ใช้หลักการรวมคะแนนจาก 3 ส่วน ได้แก่ ผลโหวตของแฟนเพลง สื่อมวลชน คนในวงการดนตรี และยอดสตรีมมิ่งรวมที่เกิดขึ้นบน JOOX ตลอดปี 2018 มาดูผลการประกาศรางวัลและกดฟังเพลงเหล่านี้อีกครั้งไปพร้อมกัน เริ่มต้นด้วยพระเอกของงาน The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน) ที่คว้าไป 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลเพลงป๊อปแห่งปี (Pop Song of the Year) ในเพลง ลาลาลอย (100%) ที่ป๊อปติดหูชวนให้คนลอยและร้องตามกันได้ทั้งประเทศกับท่อน ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอวกาศ ที่มาพร้อมกับดนตรีที่เขาตั้งใจใส่เข้าไปให้ได้อารมณ์ที่พึลึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/joox-thailand-musicawards-2019/">กดฟังกันอีกรอบกับบทเพลงที่คว้ารางวัล JOOX Thailand Music Awards 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงทราบผลการประกาศรางวัลสำหรับงาน JOOX Thailand Music Awards 2019 ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา งานที่แอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่งในการฟังเพลงอย่าง JOOX จัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลให้กับศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละปี ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องกันมาเป็นครั้งที่ 3 รวบรวมบทเพลง อัลบั้ม และศิลปินที่เป็นดาวเด่นในแต่ละสาขาของปี 2018 โดยมอบรางวัลทั้งหมด 12 สาขาด้วยกัน</p>
<p>สำหรับเกณฑ์ในการตัดสินทาง JOOX ใช้หลักการรวมคะแนนจาก 3 ส่วน ได้แก่ ผลโหวตของแฟนเพลง สื่อมวลชน คนในวงการดนตรี และยอดสตรีมมิ่งรวมที่เกิดขึ้นบน JOOX ตลอดปี 2018 มาดูผลการประกาศรางวัลและกดฟังเพลงเหล่านี้อีกครั้งไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58000 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5205.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5205.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5205-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5205-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เริ่มต้นด้วยพระเอกของงาน The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน) ที่คว้าไป 2 รางวัล ได้แก่ <strong>รางวัลเพลงป๊อปแห่งปี (</strong><strong>Pop Song of the Year)</strong> ในเพลง <em>ลาลาลอย</em><em> (100%)</em> ที่ป๊อปติดหูชวนให้คนลอยและร้องตามกันได้ทั้งประเทศกับท่อน <em>ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอวกาศ </em>ที่มาพร้อมกับดนตรีที่เขาตั้งใจใส่เข้าไปให้ได้อารมณ์ที่พึลึก จนทำให้เพลงนี้เป็นเพลงป๊อปที่มีความกวนแบบทอยๆ อยู่เต็มเปี่ยม และด้วยเอกลักษณ์แบบนี้เองที่ทำให้ศิลปินหนุ่มคว้า<strong>รางวัลศิลปินแห่งปี (</strong><strong>Artist of the Year)</strong> พ่วงไปอีกรางวัล ซึ่งเป็นรางวัลเดียวกับที่เขาได้รับเมื่อปีที่แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-57999 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5475.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5475.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5475-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5475-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
ส่วน<strong>รางวัลเพลงร็อกแห่งปี (</strong><strong>Rock Song of the Year)</strong> ได้แก่ เพลง <em>รู้ดีว่าไม่ดี</em> ของวง Getsunova วงดนตรีที่ไม่ว่าจะออกมากี่เพลงก็ฮิตติดชาร์ต โดยมีเอกลักษณ์อยู่ที่การเล่นกับ ‘คำ’ ในเนื้อร้องและชื่อเพลง เพลงนี้ก็เช่นกัน เพิ่มสีสันให้เพลงร็อกของพวกเขาด้วยการฟีเจอร์ริ่งกับ YOUNGOHM แรปเปอร์แห่งยุคสมัยที่ติดท็อปชาร์ต JOOX อยู่หลายเพลง ซึ่งในปีนี้ YOUNGOHM เองก็ยังได้รับอีกหนึ่งรางวัล ซึ่งก็คือ <strong>รางวัล </strong><strong>Collaboration Song of  the Year</strong> ได้แก่ เพลง <em>อยู่ดีๆ ก็</em><em>…</em> WONDERFRAME ft. YOUNGOHM</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58001 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5255.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5255.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5255-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5255-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
วัยรุ่นที่หลงรักซาวนด์ดนตรียุค 80 เตรียมโยกไหล่โยกคอฮึมฮัมกันอีกรอบว่า <em>ฉันยังอาวรณ์อยู่ </em><em>Baby I want you </em>เพราะเพลงที่เล่นคำพ้องเสียงได้อย่างอัจฉริยะในเพลง <em>อาวรณ์</em> จาก Polycat เพลงอาร์แอนด์บี-นีโอโซล จากวงดนตรีดนตรีซินธ์ป๊อปที่ย้อนกลิ่นอายดนตรีกลับไปในยุค 80 คว้า<strong>รางวัลเพลง</strong><strong>อินดี้แห่งปี (</strong><strong>Indie Song of the Year) </strong>ไปครอบครอง</p>
<p>ต่อเนื่องอารมณ์อาวรณ์กับความรักครั้งเก่า ดึงจังหวะให้ช้าลงเล็กน้อย กดเลือกเพลงต่อไปในเพลง<em> ซ่อนกลิ่น </em>จาก Palmy เนื้อเพลงที่ใช้ภาษาอย่างสละสลวยมาเล่าได้เห็นภาพอย่างท่อนนี้ <em>ลมอ่อนพัดโชยมา น้ำตาก็ไหลริน เหลือเพียงกลิ่นหัวใจ คลุ้งไปกับความเหงา</em> ที่เมื่อถ่ายทอดโดยน้ำเสียงของปาล์มมี่แล้ว ทำให้เพลงนี้งดงามและเข้าถึงคนฟังได้เป็นอย่างดี จนทำให้ <em>ซ่อนกลิ่น</em> ได้รับ<strong>รางวัลเพลงแห่งปี (</strong><strong>Song of the Year) </strong>ไปครอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58002 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5492.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5492.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5492-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/IMG_5492-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
มาถึงไฮไลต์ของงาน JTMA 2019 คือเจ้าของ<strong>รางวัล</strong><strong>ศิลปินต่างประเทศแห่งปี (</strong><strong>International Artist of the Year) </strong>ศิลปินอิเล็กทรอนิกส์โซลจากอังกฤษ HONNE ดูโอ้หนุ่ม Andy Clutterbuck (ร้องนำ) และ James Hatcher (คีย์บอร์ด, กีตาร์) ที่มาโชว์เพลงฮิตอย่าง <em>Day One</em>, <em>You and Me</em> และ <em>Location Unknown</em> และมีหนุ่ม Phum Viphurit มาร่วมแจมในเพลง <em>Day One</em> ที่สไตล์ของพวกเขาเข้ากันได้อย่างลงตัวในมินิคอนเสิร์ตในวันนั้น</p>
<p>ส่วนอีก 5 สาขารางวัลมีดังนี้ <strong>รางวัลเพลงฮิปฮอปแห่งปี (</strong><strong>Hip-Hop Song of the Year)</strong> ได้แก่ เพลง <em>เป็นไรไหม</em><em>?</em>  OG-ANIC x LAZYLOXY, <strong>รางวัลเพลงลูกทุ่ง/เพื่อชีวิตแห่งปี (</strong><strong>Lukthung /Pua Chewit Song of the Year)</strong> ได้แก่ เพลง <em>ห่อหมกฮวกไปฝากป้า</em>  ลำเพลิน วงศกร ft. เต๊ะ ตระกูลตอ, <strong>รางวัลศิลปินเกาหลีแห่งปี (</strong><strong>K-POP Artist of the Year )</strong> ได้แก่ GOT7, <strong>รางวัลเพลงคาราโอเกะแห่งปี (Karaoke Song of the Year)</strong> ได้แก่ เพลง <em>จริงๆ มันก็ดี</em> &#8211; GENA DESOUZA และ<strong>รางวัลศิลปินหน้าใหม่แห่งปี (</strong><strong>New Face Artist of the Year)</strong> เป็นของ OG-ANIC</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/joox-thailand-musicawards-2019/">กดฟังกันอีกรอบกับบทเพลงที่คว้ารางวัล JOOX Thailand Music Awards 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TRIPLE Y RESIDENCE ที่พักรูปแบบใหม่ที่ครบครันในโครงการสามย่านมิตรทาวน์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/triple-y-residence/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Feb 2019 11:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=54367</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกไม่นานเกินรอ สิ้นปีนี้พื้นที่สามย่านจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองสำหรับคนเมือง รองรับความสนใจของผู้คนทั้งเรื่องกิน เที่ยว พักผ่อนและเรียนรู้ที่โครงการสามย่านมิตรทาวน์ (SAMYAN MITRTOWN) โครงการอเนกประสงค์บนเนื้อที่ 14 ไร่ ใจกลางเมืองแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักการเรียนรู้ สนใจในการพัฒนาทักษะของตนเอง เพราะโครงการเชื่อว่าการเรียนรู้ของคนจะเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เพราะฉะนั้นที่นี่จึงถูกออกแบบมาให้ส่วนต่างๆ เป็นมิตร (friendly) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ (smart) กับผู้ใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ ‘Urban Life Library’ ที่ใช้เลข 3 เป็นตัวแทนของความเป็นสามย่าน ผ่านการแบ่งพื้นที่ของโครงการและความโดดเด่นของย่านนี้ โครงการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนอาคารสำนักงาน ที่มาพร้อมความสูง 32 ชั้น พื้นที่เช่ากว่า 48,000 ตารางเมตร, โซนช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น ที่เต็มไปด้วยพื้นที่หลากหลาย ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่การเรียนรู้ ที่เปิด 24 ชั่วโมง รวมถึงพื้นที่กว่า 36,000 ตารางเมตร และโซนที่พักอาศัยที่มีทั้งคอนโดมิเนียมและโรงแรม สูง 33 ชั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/triple-y-residence/">TRIPLE Y RESIDENCE ที่พักรูปแบบใหม่ที่ครบครันในโครงการสามย่านมิตรทาวน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกไม่นานเกินรอ สิ้นปีนี้พื้นที่สามย่านจะกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองสำหรับคนเมือง รองรับความสนใจของผู้คนทั้งเรื่องกิน เที่ยว พักผ่อนและเรียนรู้ที่โครงการสามย่านมิตรทาวน์ (SAMYAN MITRTOWN)</p>
<p>โครงการอเนกประสงค์บนเนื้อที่ 14 ไร่ ใจกลางเมืองแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักการเรียนรู้ สนใจในการพัฒนาทักษะของตนเอง เพราะโครงการเชื่อว่าการเรียนรู้ของคนจะเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เพราะฉะนั้นที่นี่จึงถูกออกแบบมาให้ส่วนต่างๆ เป็นมิตร (friendly) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ (smart) กับผู้ใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ ‘Urban Life Library’ ที่ใช้เลข 3 เป็นตัวแทนของความเป็นสามย่าน ผ่านการแบ่งพื้นที่ของโครงการและความโดดเด่นของย่านนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-54382 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-28.jpg" alt="" width="960" height="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-28.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-28-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-28-768x480.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-28-600x375.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>โครงการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนอาคารสำนักงาน ที่มาพร้อมความสูง 32 ชั้น พื้นที่เช่ากว่า 48,000 ตารางเมตร, โซนช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น ที่เต็มไปด้วยพื้นที่หลากหลาย ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่การเรียนรู้ ที่เปิด 24 ชั่วโมง รวมถึงพื้นที่กว่า 36,000 ตารางเมตร และโซนที่พักอาศัยที่มีทั้งคอนโดมิเนียมและโรงแรม สูง 33 ชั้น ที่แยกส่วนให้บริการกันอย่างชัดเจน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-54384 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo.jpg" alt="" width="1800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo.jpg 1800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Type-C_Default-Thumbnail_6x4_samyan-mitr-town-condo-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></p>
<p>เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ใกล้แหล่งสถานศึกษา เป็นไปได้สูงว่าช้อปปิ้งมอลล์น่าจะเป็นโซนหลักที่ดึงดูดให้เหล่าวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาได้เข้ามาใช้งานที่นี่กันเยอะ โดยแบ่งพื้นที่โซนนี้ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่</p>
<p><strong>The Eating Library </strong></p>
<p>โซนอาหารที่รวมของดี ร้านดังในพื้นที่ ทั้งปัจจุบันและในอดีตของตลาดสามย่าน เรียกได้ว่าคัดมาให้แล้วว่าเป็นที่สุด ถ้าไม่ได้ชิมถือว่ามาไม่ถึง รวมไปถึงยังมีพื้นที่โซนอาหารที่เปิด 24 ชั่วโมง สำหรับคนที่ชอบทำอาหารทานเองหรือซื้ออาหารสำเร็จรูปได้ด้วย</p>
<p><strong>The Learning Library </strong></p>
<p>พื้นที่การเรียนรู้ เสริมทักษะ ประกอบไปด้วย CO-LEARNING SPACE พื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับความรู้ที่เกิดได้ทุกเวลา ไอเดียสร้างสรรค์ในการต่อยอดธุรกิจ และพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตต่างๆ รวมถึงต้นทางความสร้างสรรค์ ที่ THE MAKER’S TOOLS MEGA STORE แหล่งรวมอุปกรณ์ศิลปะ อุปกรณ์การเรียนรู้และงานฝีมือที่ครบครันที่สุดในกรุงเทพฯ</p>
<p><strong>The Living Library </strong></p>
<p>พื้นที่รวบรวมสิ่งจำเป็นต่อไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของคนเมือง ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง พื้นที่สำหรับการจัดอีเวนต์ คอนเสิร์ต และการประชุมต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นอย่างครบครัน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้มาใช้บริการได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกหนึ่งไฮไลต์ที่โดดเด่นของโครงการก็คือ การเปิดโรงหนังนอกกระแส House Samyan เอาใจคอหนังอินดี้ เปิดโลกการดูหนัง เพิ่มทางเลือกให้กับนักเรียน นักศึกษา</p>
<p>ด้วยความครบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงทำให้ ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์ (TRIPLE Y RESIDENCE) โซนที่พักอาศัย สูง 33 ชั้น เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่ใจกลางเมืองที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-54381 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-14.jpg" alt="" width="960" height="739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-14.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-14-300x231.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-14-768x591.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-14-600x462.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>ที่นี่มีบริการทั้งส่วนคอนโดมิเนียมและโรงแรมที่แยกออกมาเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘Neo Explorer Living Platform’ ซึ่งนับเป็นรูปแบบใหม่ของที่พักอาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งอยู่กลางเมือง ติดรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สามย่าน ใกล้โซนสถานศึกษา รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายในโซนรีเทลช้อปปิ้งมอลล์ด้านหน้า</p>
<p>ทริปเปิ้ล วาย เรสซิเด้นซ์ ในส่วนของคอนโดมิเนียมมีห้องรองรับ 3 แบบ ได้แก่ 1 ห้องนอน 34 ตารางเมตร และ 40 ตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 68 ตารางเมตร ซึ่งสามารถจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะ 1 หรือ 2 คนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-54383" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo.jpg" alt="" width="960" height="660" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-300x206.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-768x528.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-600x413.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-54385" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-4.jpg" alt="" width="960" height="524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-4.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-4-300x164.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-4-768x419.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-4-600x328.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-54386 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-2.jpg" alt="" width="875" height="960" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-2.jpg 875w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-2-273x300.jpg 273w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-2-768x843.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/samyan-mitr-town-condo-2-600x658.jpg 600w" sizes="(max-width: 875px) 100vw, 875px" /></p>
<p>ในรูปแบบของห้อง 1 ห้องนอน โดดเด่นเรื่องการจัดการพื้นที่ในแต่ละมุมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกการใช้งาน ทำให้ห้องทั้ง 2 ไซส์ ดูโล่งกว้าง อยู่แล้วไม่อึดอัด ส่วนห้องไซส์ใหญ่ขนาด 68 ตารางเมตร 2 ห้องนอน วางแปลนห้องนอนแยกส่วนซ้าย-ขวา ชิดริมหน้าต่างในขณะที่พื้นที่กลางห้องใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ขนาดกว้างใหญ่ สร้างความเป็นส่วนตัวและโมเมนต์ของการอยู่ร่วมกันของสมาชิกในห้องได้อย่างลงตัว</p>
<p>TRIPLE Y RESIDENSE น่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหาทำเลในการอยู่อาศัยไม่ไกลจากแหล่งสถานศึกษาชั้นนำและด้วยความเพียบพร้อมทั้งการเดินทางและความสะดวกสบายที่จะมาช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของคุณเขยิบขั้นไปอีกขั้น</p>
<hr />
<p>TRIPLE Y RESIDENSE พร้อมเข้าอยู่ในเดือนกันยายน 2562 เปิดขาย &#8220;Pre-sale Event&#8221; ในวันที่ 10 มีนาคม 2562 ราคาพิเศษ เริ่มต้น 4.49 ล้านบาท สิทธิพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน &#8220;Pre-sale Event&#8221; รับส่วนลด 100,000 บาททันที คลิก <a href="http://www.tripleyresidence.com/register/th">tripleyresidence.com</a> หรือ โทร 065-275-7472</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/triple-y-residence/">TRIPLE Y RESIDENCE ที่พักรูปแบบใหม่ที่ครบครันในโครงการสามย่านมิตรทาวน์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกมีนโยบายลดใช้ถุงพลาสติกอย่างไร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/plastic-bag/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Dec 2018 10:00:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=48236</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองนึกภาพดูเล่นๆ ว่าตลอดชีวิตของการจับจ่ายซื้อของต่างๆ ทั้งของกิน ของใช้ ในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก ล้วนแล้วแต่ใส่สินค้านั้นลงในถุงพลาสติกเนื้อบางที่มาพร้อมหูหิ้วถือสะดวก จนเราทุกคนคุ้นชินและเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเจ้าถุงนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการช้อปปิ้ง จนกระทั่งวันหนึ่งที่ร้านค้ามาบอกกับเราว่าวันนี้ฉันไม่แจกถุงพลาสติกนะ แน่นอนว่าเราจะรู้สึกว่ามีบางสิ่งขาดหาย เราไม่สะดวกสบาย เราไม่คุ้นเคย รู้สึกลำบากที่จะต้องเตรียมถุงจากที่บ้านมาเอง ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้พนักงานขายคนหนึ่งที่ประจำร้านซูเปอร์มาร์เก็ตวูลเวิร์ทส์ (Woolworths) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียถูกลูกค้าล็อกคอ เพราะหงุดหงิดหนักที่ร้านยกเลิกการให้ถุงพลาสติกหิ้วของกลับบ้าน โดยหันมาขายถุงช้อปปิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ได้แทน ถึงแม้ว่าการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกทั่วโลกจะเริ่มต้นและตื่นตัวกันมาราว 10 ปีแล้ว และการลดถุงพลาสติกในซูเปอร์มาร์เก็ตจะเริ่มต้นอย่างจริงจังไปเมื่อต้นปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจจะเป็นสัญญาณว่าร้านค้าทั่วโลกคงต้องให้เวลากับวิธีการนี้ให้นานขึ้นเพื่อให้คนที่มาซื้อของปรับความเคยชินใหม่ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจในการใช้ถุงใช้ซ้ำ การใช้ถุงกระดาษ หรือแม้แต่การนำถุงพลาสติกที่เคยใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ให้กลายเป็นเรื่องปกติ วันนี้เราลองมาดูกันว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตประเทศต่างๆ ทั่วโลกเขามีความเคลื่อนไหวในเรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างไรกันบ้าง เริ่มจากประเทศออสเตรเลีย ที่มาของลูกค้าหัวร้อน 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ Coles และ Woolworths ที่เคยใช้ถุงพลาสติก ไปกว่า 2.3 พันล้านถุงต่อปี ได้ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยจำหน่ายถุงใช้ซ้ำเป็นทางเลือกให้ลูกค้าแทน หากซูเปอร์มาร์เกตวูลเวิร์ทส์ยังยอมให้ถุงใช้แล้วทิ้งแก่ลูกค้าก็อาจเสี่ยงต่อค่าปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และแม้ว่าทางร้านจะต้องรับมือกับความไม่พอใจของลูกค้ากว่า 43% ในช่วงสัปดาห์แรกที่เริ่มต้นโครงการ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมาคมผู้ค้าปลีกของออสเตรเลียก็เปิดเผยข้อมูลว่าสามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วกว่า 1,500 ล้านถุงเลยทีเดียว ทางฝั่งของเนเธอร์แลนด์ที่เป็นหัวหอกของการขับเคลื่อนการลดใช้ถุงพลาสติก เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plastic-bag/">ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกมีนโยบายลดใช้ถุงพลาสติกอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลองนึกภาพดูเล่นๆ ว่าตลอดชีวิตของการจับจ่ายซื้อของต่างๆ ทั้งของกิน ของใช้ ในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าปลีก ล้วนแล้วแต่ใส่สินค้านั้นลงในถุงพลาสติกเนื้อบางที่มาพร้อมหูหิ้วถือสะดวก จนเราทุกคนคุ้นชินและเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าเจ้าถุงนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการช้อปปิ้ง</p>
<p>จนกระทั่งวันหนึ่งที่ร้านค้ามาบอกกับเราว่าวันนี้ฉันไม่แจกถุงพลาสติกนะ แน่นอนว่าเราจะรู้สึกว่ามีบางสิ่งขาดหาย เราไม่สะดวกสบาย เราไม่คุ้นเคย รู้สึกลำบากที่จะต้องเตรียมถุงจากที่บ้านมาเอง ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้พนักงานขายคนหนึ่งที่ประจำร้านซูเปอร์มาร์เก็ตวูลเวิร์ทส์ (Woolworths) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียถูกลูกค้าล็อกคอ เพราะหงุดหงิดหนักที่ร้านยกเลิกการให้ถุงพลาสติกหิ้วของกลับบ้าน โดยหันมาขายถุงช้อปปิ้งที่สามารถนำกลับมาใช้ได้แทน</p>
<p>ถึงแม้ว่าการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกทั่วโลกจะเริ่มต้นและตื่นตัวกันมาราว 10 ปีแล้ว และการลดถุงพลาสติกในซูเปอร์มาร์เก็ตจะเริ่มต้นอย่างจริงจังไปเมื่อต้นปี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวอาจจะเป็นสัญญาณว่าร้านค้าทั่วโลกคงต้องให้เวลากับวิธีการนี้ให้นานขึ้นเพื่อให้คนที่มาซื้อของปรับความเคยชินใหม่ สร้างการรับรู้ ความเข้าใจในการใช้ถุงใช้ซ้ำ การใช้ถุงกระดาษ หรือแม้แต่การนำถุงพลาสติกที่เคยใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ให้กลายเป็นเรื่องปกติ</p>
<p>วันนี้เราลองมาดูกันว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตประเทศต่างๆ ทั่วโลกเขามีความเคลื่อนไหวในเรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกอย่างไรกันบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48238 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/1-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เริ่มจากประเทศออสเตรเลีย ที่มาของลูกค้าหัวร้อน 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ Coles และ Woolworths ที่เคยใช้ถุงพลาสติก ไปกว่า 2.3 พันล้านถุงต่อปี ได้ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยจำหน่ายถุงใช้ซ้ำเป็นทางเลือกให้ลูกค้าแทน หากซูเปอร์มาร์เกตวูลเวิร์ทส์ยังยอมให้ถุงใช้แล้วทิ้งแก่ลูกค้าก็อาจเสี่ยงต่อค่าปรับสูงถึง 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และแม้ว่าทางร้านจะต้องรับมือกับความไม่พอใจของลูกค้ากว่า 43% ในช่วงสัปดาห์แรกที่เริ่มต้นโครงการ แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมาคมผู้ค้าปลีกของออสเตรเลียก็เปิดเผยข้อมูลว่าสามารถลดถุงพลาสติกไปได้แล้วกว่า 1,500 ล้านถุงเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48239 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/2-2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/2-2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/2-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/2-2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ทางฝั่งของเนเธอร์แลนด์ที่เป็นหัวหอกของการขับเคลื่อนการลดใช้ถุงพลาสติก เมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว ‘Ekoplaza’ ซูเปอร์มาร์เก็ตปลอดพลาสติกแห่งแรกของโลกที่กรุงอัมสเตอร์ดัม โดยได้รับการผลักดันจากกลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ ชื่อ ‘A Plastic Planet’ ภายในร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ปราศจากพลาสติกราว 680 ชนิด โดยใช้วัสดุชีวภาพเชิงนวัตกรรมที่สลายตัวได้เป็นบรรจุภัณฑ์แทนพลาสติก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48240 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/3-2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/3-2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/3-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/3-2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ในขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ‘Thornton Budgens’ ในอังกฤษเองก็เคลื่อนไหว โดยปรับเปลี่ยนสินค้ากว่า 1,700 รายการ คลอบคลุมอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่พืชผัก ชีส ไปจนถึงเนื้อสัตว์ ให้กลายเป็นสินค้าปลอดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และมีแผนที่จะทำให้ทั้งร้านปลอดพลาสติกทั้งหมดภายใน 3 ปีนี้ โดยมีชาวบ้านในชุมชนและดาราที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ช่วยกำจัดบรรจุภัณฑ์พลาสติกออกจากพื้นที่ของร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48321 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/4-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/4-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/4-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/4-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ในฝั่งของเอเชีย ประเทศไต้หวันเองก็เตรียมพร้อมแผนการห้ามใช้พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 โดยในขณะนี้ทางรัฐได้เริ่มใช้มาตรการงดแจกถุงพลาสติกฟรีในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านขนมปัง และร้านเครื่องดื่มแล้ว โดยวางแผนไว้ว่าในปี 2025 หากลูกค้าต้องการหลอด ถุง ถ้วย หรืออื่นๆ ที่ทำจากพลาสติกจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม และดำเนินการห้ามใช้วัสดุพลาสติกใช้ครั้งเดียวตามโรดแมปในปี 2030</p>
<p>ส่วนในบ้านเราเอง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย เราคงได้เห็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ทั่วไทยเข้าร่วมแคมเปญลดการใช้ถุงพลาสติก หนึ่งในนั้นก็คือ เทสโก้ โลตัส ที่ร่วมการรณรงค์นี้มาตั้งแต่ปี 2553 และยังเป็นร้านค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่ใช้ระบบให้แต้มเมื่อลูกค้าไม่รับถุงพลาสติก ซึ่งจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้สามารถช่วยลดถุงพลาสติกได้ถึง 160 ล้านใบเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48255 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นอกจากใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกทุกสาขาในวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ภายในปีนี้ เทสโก้ โลตัส ได้เลือกใช้วิธีการใหม่ที่ชื่อว่า ‘Rebate’ หรือการคืนเงินให้กับลูกค้าที่ไม่รับถุงพลาสติก เนื่องจากมีผลการวิจัยที่พบว่า 1 ใน 3 ของลูกค้าโลตัสเต็มใจที่จะไม่รับถุงพลาสติก แต่ปัญหาของพวกเขาก็คือมักจะลืมติดกระเป๋ามาด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของ ‘ถุงผ้าบาร์โค้ด’ ตามแบบฉบับของโลตัส ที่เมื่อลูกค้านำถุงผ้านี้มาซื้อของนอกจากจะได้แต้มกรีนพอยท์ 100 แต้ม เมื่อแคชเชียร์สแกนบาร์โค้ดที่อยู่บนกระเป๋าแล้วยังได้ส่วนลดในการซื้อของ 1 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จอีกด้วย นับเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ทางเทสโก้ โลตัสเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าพกกระเป๋านี้ติดตัวมาด้วยทุกการจับจ่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48402 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48403 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/Lotus-Bag-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นอกจากเทสโก้ โลตัสจะให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของลูกค้าแล้ว ยังมอบความสวยงามผ่านถุงผ้าบาร์โค้ดที่มีให้เลือก 4 ลาย โดยมีคอลเลกชั่นพิเศษลายเต่าโพไซดอน ที่ออกแบบโดย ยุรี เกนสาคู ศิลปินร่วมสมัย ที่เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่อยากมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ใครที่รักโลก รักศิลปะ รักเงินในกระเป๋า พลาดไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-48256 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/12/lotus-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plastic-bag/">ซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วโลกมีนโยบายลดใช้ถุงพลาสติกอย่างไร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตามไปดูเทศกาลดนตรีหมอลำร่วมสมัยในงาน SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound</title>
		<link>https://adaymagazine.com/siwilai-molam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จรัลพร พึ่งโพธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2018 05:53:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=45633</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมอลำก็เหมือนยาชูกำลัง ได้ยินได้ฟังทีไรก็คึกคัก ร่างกายอยู่ไม่เป็นสุขต้องขยับไปตามจังหวะอันเร้าใจ เราคิดว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่รู้สึกแบบนี้  ศิลปินระดับสากลหลายรายยังใช้เพลงหมอลำเข้าไปผสมผสานกับดนตรีตะวันตกในแบบฉบับของแต่ละคนจนเกิดเป็นซาวนด์ดนตรีแปลกใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ด้วยความเวิลด์นี้เอง SIWILAI CITY CLUB พื้นที่สังสรรค์ที่สร้างสรรค์ บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จึงหยิบยกวิถีชีวิตท้องถิ่นไทยอีสาน ดึงความน่าสนใจของดนตรีหมอลำออกมาถ่ายทอดในงาน “SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound Presented by Johnnie Walker” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ เราขอแบ่งรสหมอลำในงานนี้ไว้เป็น 3 ส่วนหลัก มาดูกันว่าภายในงานมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง 1. ดนตรี   SIWILAI CITY CLUB จับศิลปินหมอลำระดับตำนานและดีเจชื่อดังระดับโลกมาเจอกัน แบบนี้ไม่คึกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ซาวนด์ฝั่งตะวันตก พบกับ 2 ดีเจร่วมสมัยระดับโลกอย่าง Four Tet ดีเจและโปรดิวเซอร์จากอังกฤษ ที่มาพร้อมแนวดนตรีจากอิทธิพลแจ๊ส ไซคีเดเลีย world beat สร้างสรรค์ออกมาเป็น ambient, downtempo, deep house, house ที่น่าสนใจ ด้วยความล้ำในบีต ไม่แปลกใจที่เขาเคยร่วมงานกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siwilai-molam/">ตามไปดูเทศกาลดนตรีหมอลำร่วมสมัยในงาน SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หมอลำก็เหมือนยาชูกำลัง ได้ยินได้ฟังทีไรก็คึกคัก ร่างกายอยู่ไม่เป็นสุขต้องขยับไปตามจังหวะอันเร้าใจ<br />
เราคิดว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่รู้สึกแบบนี้  ศิลปินระดับสากลหลายรายยังใช้เพลงหมอลำเข้าไปผสมผสานกับดนตรีตะวันตกในแบบฉบับของแต่ละคนจนเกิดเป็นซาวนด์ดนตรีแปลกใหม่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ</p>
<p>ด้วยความเวิลด์นี้เอง SIWILAI CITY CLUB พื้นที่สังสรรค์ที่สร้างสรรค์ บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จึงหยิบยกวิถีชีวิตท้องถิ่นไทยอีสาน ดึงความน่าสนใจของดนตรีหมอลำออกมาถ่ายทอดในงาน “SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound Presented by Johnnie Walker” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้</p>
<p>เราขอแบ่งรสหมอลำในงานนี้ไว้เป็น 3 ส่วนหลัก มาดูกันว่าภายในงานมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง</p>
<p><strong>1. ดนตรี  </strong></p>
<p>SIWILAI CITY CLUB จับศิลปินหมอลำระดับตำนานและดีเจชื่อดังระดับโลกมาเจอกัน แบบนี้ไม่คึกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว</p>
<p>ซาวนด์ฝั่งตะวันตก พบกับ 2 ดีเจร่วมสมัยระดับโลกอย่าง Four Tet ดีเจและโปรดิวเซอร์จากอังกฤษ ที่มาพร้อมแนวดนตรีจากอิทธิพลแจ๊ส ไซคีเดเลีย world beat สร้างสรรค์ออกมาเป็น ambient, downtempo, deep house, house ที่น่าสนใจ ด้วยความล้ำในบีต ไม่แปลกใจที่เขาเคยร่วมงานกับ Thom Yorke แห่ง Radiohead มาแล้ว ส่วนดีเจอีกคนก็คือ NU-MARK หนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปชื่อดัง Jurassic 5 โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันที่เป็นผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ในวงการฮิปฮอป เขามักได้ไปปรากฏตัวในสารคดีดนตรี รวมถึงเป็นคนทำเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง <em>Battle Of The Year</em> นำแสดงโดย Chris Brown</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45639 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/p05b8sch.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/p05b8sch.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/p05b8sch-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/p05b8sch-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45642 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/image001.jpg" alt="" width="675" height="456" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/image001.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/image001-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/image001-600x405.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45641 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/41105496_2147014371976245_5555269163464785920_n.jpg" alt="" width="675" height="379" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/41105496_2147014371976245_5555269163464785920_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/41105496_2147014371976245_5555269163464785920_n-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/41105496_2147014371976245_5555269163464785920_n-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
ไฮไลต์ของการ ‘Celebration of Molam Sound’ อยู่ที่โชว์ของวงหมอลำร่วมสมัยที่คัดสรรโดย DJ Maft Sai จาก ZudRangma Records พบกับ The Paradise Bangkok Molam International Band วงหมอลำแบบดั้งเดิมที่ผสานดนตรีร่วมสมัยหลากหลายแนวทั่วโลก เช่น ร็อก ฟังก์ โฟล์ก พวกเขาทัวร์เวทีระดับโลกมาแล้วทั้งใน Glastonbury และ Boiler Room และวงหมอลำร็อกรุ่นใหม่ที่ได้อิทธิพลมาจากดนตรียุค 60s ที่ชื่อว่า ToomTurn Molam Group โดยทั้งสองวงจะได้ร่วมแสดงกับตำนานหมอลำฉบับอีสานคลาสสิก ได้แก่ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี 2539 และ แม่อังคนางค์ คุณไชย หมอลำผู้เป็นต้นแบบของเพลงท้องถิ่นรุ่นหลัง นอกจากดนตรีสดแล้ว DJ Maft Sai, DJ Chris Menist, DJ Boogie G และ DJ Kanehbos มาขับกล่อมให้เราขยับกันได้ทั้งคืน</p>
<p><strong>2. อาหารและเครื่องดื่ม</strong></p>
<p>ครบรสหูแล้ว ก็ต้องครบรสปากด้วย</p>
<p>พบกับประสบการณ์ Chef’s Table อีสานดินเนอร์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารอีสานโดยเชฟชื่อดังอย่าง เชฟแวน และ เชฟหนุ่ม พร้อมวิสกี้แพร์ริ่งจาก Johnnie Walker Gold Label Reserve</p>
<p>โดยในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ พบกับ เชฟแวน–เฉลิมพล โรหิตรัตนะ จาก Escapade Burger &amp; Shake, ร้านราบ และ DAG ที่มาพร้อมกับเมนูพื้นบ้าน free flow street food ไก่ปิ้งรสหมู หมูปิ้งรสไก่ แจ่วบองรสอดีต ต้มเล้งรสจัด แหนมทอดรสงั้นๆ และอีกหลากเมนูที่ต้องมาชิม</p>
<p>ส่วนในวันที่ 24 พฤศจิกายน พบกับ เชฟหนุ่ม–วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ จากร้านซาหมวย &amp; Sons อดีตเชฟร้าน Bolan ผู้สนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่และคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมเสิร์ฟเซตเมนูที่ประกอบด้วยเมี่ยงภูไท ก้อยเนื้อสันใน แจ่วมะเขือรวม แนม อกเป็ดย่างโรยผงพริกลาบ อ่อมปลายอน หมกส้มแหนมครีมไข่ปลา เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียว พร้อมขนมหวานคลาสสิกอย่างบวดฟักทองและกล้วยบวชชี</p>
<p><strong>3. </strong><strong>Art Installation<br />
</strong></p>
<p>ร่วมเสพศิลปินงานจัดวางไปกับ ทอม–พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกและเจ้าของสำนักงานสถาปนิกพอดี เจ้าของผลงานออกแบบโครงการจิม ทอมสัน ฟาร์ม ที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้ผสมผสานวัฒนธรรมอีสานเข้ากับการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45643 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6197.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6197.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6197-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6197-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
โดยจะจัดแสดงที่ SIWILAI Store ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน &#8211; 10 ธันวาคมนี้ และ SIWILAI CITY CLUB ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน &#8211; 10 ธันวาคมนี้</p>
<p><strong>4.Shopping</strong></p>
<p>สายช้อปผู้หลงใหลหมอลำพลาดไม่ได้ กับ Tour T-Shirt เอกซ์คลูซีฟคอลเลกชั่นที่เกิดจากการตีความหมายของ ‘หมอลำ’ หรือ ‘Thai Funk’ สร้างสรรค์โดยหลากแบรนด์ดัง Carrots By Anwar Carrots, Chinatown Market, Ignored Prayers, Pleasures, SIWILAI และ Zudrangma ที่ SIWILAI Store</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-45649" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6279.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6279.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6279-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6279-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45645 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6213.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6213.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6213-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/25611106-3W8A6213-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>รวมถึง SIWILAI Sound Compilation Series แผ่นเสียงรวมเพลงหมอลำจำหน่ายในจำนวนจำกัด, บู๊ต Pop-up Record Café โดย ZudRangma Records ที่คัดสรรและรวบรวมแผ่นเสียงหายาก ทั้ง world music จากทั่วทุกมุมโลก และลูกทุ่ง-หมอลำที่คุณชื่นชอบมาไว้ที่ SIWILAI Café<strong> </strong></p>
<p>สำหรับใครที่สนใจประสบการณ์หมอลำแบบเต็มรสชาติ เราขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดงาน SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound Presented by Johnnie Walker ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ณ SIWILAI CITY CLUB ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-45651 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/IG-FINAL-No-Lineup.jpg" alt="" width="450" height="570" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/IG-FINAL-No-Lineup.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/IG-FINAL-No-Lineup-237x300.jpg 237w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สนใจซื้อบัตรได้ที่ www.ticketmelon.com/siwilai/thecelebrationofmolamsound</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siwilai-molam/">ตามไปดูเทศกาลดนตรีหมอลำร่วมสมัยในงาน SIWILAI Tour: The Celebration of Molam Sound</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
