<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อิสริยา พาที, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/isariya/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/isariya/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Oct 2021 16:07:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ส่องชีวิตคนชายขอบในเกาหลีใต้ ผ่านตัวละครอาลีและแซบย็อกในซีรีส์ Squid Game</title>
		<link>https://adaymagazine.com/squid-game-marginal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Oct 2021 16:07:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[north korea]]></category>
		<category><![CDATA[Squid Game]]></category>
		<category><![CDATA[สควิดเกม]]></category>
		<category><![CDATA[อาลี]]></category>
		<category><![CDATA[south korea]]></category>
		<category><![CDATA[แซบย็อก]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานต่างด้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ลี้ภัย]]></category>
		<category><![CDATA[แรงงานข้ามชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=149763</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใน Squid Game ซีรีส์เกาหลีแนวเอาชีวิตรอดที่โด่งดังไปทั่วโลก ผู้เข้าเล่นเกมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อเงินรางวัลมหาศาล มีผู้สมัครเข้าเล่นเกมหลายร้อยคน แต่สิ่งที่สะดุดตาผู้ชมหลายคน (รวมถึงเรา) คือในบรรดาผู้เข้าแข่งขันสัญชาติเกาหลีส่วนใหญ่นั้น ยังมีตัวละครที่พื้นเพไม่ได้เป็นคนเกาหลีใต้อย่าง Ali (รับบทโดย Anupam Tripathi) แรงงานชาวปากีสถาน และ Kang Sae-byeok (รับบทโดย Jung HoYeon) ผู้หลบหนีมาจากเกาหลีเหนือ ปะปนอยู่ในเกมด้วย also, in the same way, just as … so too, likewise, similarly, in spite of, on the one handชีวิตของอาลีและคังแซบย็อกบนผืนแผ่นดินใหม่ไม่ได้สวยงาม พวกเขาต้องเจอกับการถูกเอารัดเอาเปรียบ เหยียดหยาม เสี่ยงภัย และอดอยาก สิ่งเหล่านี้ผลักให้พวกเขาตัดสินใจร่วมเล่นเกมที่เดิมพันด้วยลมหายใจของตัวเอง ซึ่งในความเป็นจริง ก็มีแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกันนี้บนแผ่นดินเกาหลีใต้&#160; นายเอ (นามสมมติ) แรงงานต่างชาติเล่าว่า ทันทีที่เขาเหยียบเท้าเข้ามาที่ประเทศเกาหลีในปี 2018 มีคนบอกเขาว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/squid-game-marginal/">ส่องชีวิตคนชายขอบในเกาหลีใต้ ผ่านตัวละครอาลีและแซบย็อกในซีรีส์ Squid Game</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใน <em>Squid Game</em> ซีรีส์เกาหลีแนวเอาชีวิตรอดที่โด่งดังไปทั่วโลก ผู้เข้าเล่นเกมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อเงินรางวัลมหาศาล มีผู้สมัครเข้าเล่นเกมหลายร้อยคน แต่สิ่งที่สะดุดตาผู้ชมหลายคน (รวมถึงเรา) คือในบรรดาผู้เข้าแข่งขันสัญชาติเกาหลีส่วนใหญ่นั้น ยังมีตัวละครที่พื้นเพไม่ได้เป็นคนเกาหลีใต้อย่าง Ali (รับบทโดย Anupam Tripathi) แรงงานชาวปากีสถาน และ Kang Sae-byeok (รับบทโดย Jung HoYeon) ผู้หลบหนีมาจากเกาหลีเหนือ ปะปนอยู่ในเกมด้วย</p>



<p><span style="display: none;">also, in the same way, just as … so too, likewise, similarly, in spite of, on the one hand</span>ชีวิตของอาลีและคังแซบย็อกบนผืนแผ่นดินใหม่ไม่ได้สวยงาม พวกเขาต้องเจอกับการถูกเอารัดเอาเปรียบ เหยียดหยาม เสี่ยงภัย และอดอยาก สิ่งเหล่านี้ผลักให้พวกเขาตัดสินใจร่วมเล่นเกมที่เดิมพันด้วยลมหายใจของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-1024x683.jpg" alt="squid game" class="wp-image-149768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_106_35559-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Squid Game S1</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-1024x683.jpg" alt="squid game" class="wp-image-149764" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_520-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Squid Game S1</figcaption></figure>



<p>ซึ่งในความเป็นจริง ก็มีแรงงานต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญชะตากรรมเช่นเดียวกันนี้บนแผ่นดินเกาหลีใต้&nbsp;</p>



<p>นายเอ (นามสมมติ) แรงงานต่างชาติเล่าว่า ทันทีที่เขาเหยียบเท้าเข้ามาที่ประเทศเกาหลีในปี 2018 มีคนบอกเขาว่า คนเกาหลีบางคนอาจเรียกชาว &#8216;ทงนามา&#8217; (동남아; เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ว่า &#8216;ตงนามา&#8217; (<a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home" target="_blank" rel="noreferrer noopener">똥남아</a>; ไอ้ขี้หมา) และบอกเขาว่า ถึงจะได้ยินแล้วโกรธก็ให้นิ่งไว้ จะได้ไม่มีเรื่อง&nbsp;</p>



<p>ซึ่งนายเอเล่าว่า เขาเคยโดนเรียกแบบนี้จริงๆ&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home">งานวิจัย</a>เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและการออกกฎหมายเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เผยแพร่โดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในประเทศเกาหลีใต้ ปี 2020 พบว่า มีแรงงานต่างชาติที่เคยถูกดูหมิ่นทางวาจา 56 เปอร์เซ็นต์ และมีแรงงานต่างชาติที่เคยถูกมองด้วยสายตาดูหมิ่นดูแคลนจำนวน 43 เปอร์เซ็นต์</p>



<p><a href="https://www.mstoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=74954">แบบสำรวจ</a>ของกระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัย (행정안전부; Ministry of the Interior and Safety) บอกว่า สาเหตุที่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติในประเทศเกาหลี 62 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะชาวต่างชาติมักมีปัญหาในการพูดภาษาเกาหลี นอกจากนี้ ก็ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ คือเพราะไม่ใช่คนเกาหลี เพราะตัดสินจากชาติกำเนิด เพราะสำเนียง เชื้อชาติ ความแตกต่างทางวัฒนธรรม เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่มักมีประสบการณ์ถูกดูหมิ่นดูแคลนเรื่องทักษะการใช้ภาษาเกาหลี ยังมีชาวต่างชาติบางส่วนที่บอกว่า พวกเขาถูกก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวเกินความจำเป็น ถูกมองด้วยสายตาที่ทำให้รู้สึกอึดอัด โดยสถานที่ที่พบการแบ่งแยกทางเชื้อชาติคือในศาล ที่ทำงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมไปถึงร้านค้าต่างๆ&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home">ชาวเวียดนาม</a>อายุ 32 ปี ผู้ทำงานในฟาร์มมีนารี (minari) เล่าว่า ในสภาพอากาศหนาวยะเยือกช่วงฤดูหนาว เขาต้องทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมงต่อวัน แถมยังถูกนายจ้างเบี้ยวค่าจ้าง ส่วนหญิงสาวชาวเวียดนามอีกสองคนและชาวฟิลิปปินส์อีกหนึ่งคนนั้นได้รับค่าจ้างแค่เพียงบางส่วน หากเมื่อไปทวงค่าจ้าง พวกเขากลับถูกต่อว่าและถูกข่มขู่กลับมา&nbsp;</p>



<p>สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่า เรื่องราวของอาลีใน <em>Squid Game</em> นั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-683x1024.jpg" alt="squid game" class="wp-image-149766" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_625.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /><figcaption>Squid Game S1</figcaption></figure></div>



<p>ย้อนไปเมื่อปี <a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20210801059600371">2020</a> มีรายงานว่า คนต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงานในเกาหลีใต้จำนวน 848,000 คน และยังมีผู้ที่อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายอีกราว 392,000 คน</p>



<p>ถึงแม้ว่าแรงงานต่างชาติจะมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเกาหลี แต่ก็มีข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพนักงานต่างชาติอย่างต่อเนื่องทุกปี จากสถิติระบุว่า แรงงานต่างชาติ 1 ใน 10 คนเคยประสบอุบัติเหตุขณะทำงาน และในปี 2017-2019 ก็มีแรงงานต่างชาติเสียชีวิตราวๆ<a href="https://www.ntoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=75383"> 100 คนต่อปี</a>&nbsp;</p>



<p>รายงานของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและแรงงาน (Environment and Labor Committee) ในช่วงปี 2020 ถึงกลางปี 2021 พบว่า งานที่คนเกาหลีหลีกเลี่ยงคืองาน 3D ซึ่งประกอบไปด้วย dirty (สกปรก) difficult (ยากลำบาก) และ dangerous (อันตราย)&nbsp;</p>



<p><span style="display: none;">but, however, in spite of, on the one hand … on the other hand, nevertheless, nonetheless, notwithstanding, in contrast, on the contrary, still, yet</span>งานดังกล่าวจะตกเป็นของใครไม่ได้นอกจากแรงงานต่างชาติทั้งหลายที่ต้องแบกรับทั้งความเสี่ยงและความยากลำบากในขณะทำงาน ยิ่งเมื่อเป็นคนต่างชาติที่อยู่อย่างผิดกฎหมายหรือคนที่ไม่ได้สมัครประกันการจ้างงานเอาไว้ จะยิ่งประสบปัญหาอย่างหนัก แค่เฉพาะแรงงานต่างชาติที่อยู่อย่างถูกกฎหมาย มีเพียง 54 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้ทำประกันการจ้างงาน และมีเพียง 68 เปอร์เซ็นต์ที่ได้ทำประกันอุบัติภัยในการทำงาน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="559" height="350" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6b35746a-fdd2-4117-9f62-50a5068165e4.jpeg" alt="" class="wp-image-149772" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6b35746a-fdd2-4117-9f62-50a5068165e4.jpeg 559w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6b35746a-fdd2-4117-9f62-50a5068165e4-300x188.jpeg 300w" sizes="(max-width: 559px) 100vw, 559px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home" target="_blank" rel="noreferrer noopener">joongang.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="559" height="332" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/a3b62b4f-5c32-48ad-af93-963b11297a38.jpeg" alt="" class="wp-image-149771" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/a3b62b4f-5c32-48ad-af93-963b11297a38.jpeg 559w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/a3b62b4f-5c32-48ad-af93-963b11297a38-300x178.jpeg 300w" sizes="(max-width: 559px) 100vw, 559px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home" target="_blank" rel="noreferrer noopener">joongang.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>จากการสำรวจที่อยู่อาศัยของแรงงานต่างชาติในจังหวัดคย็องกีพบว่า แรงงานต่างชาติประมาณครึ่งหนึ่งพักอยู่ในบริเวณที่ไม่ใช่เขตที่อยู่อาศัย เช่น อาคารชั่วคราวที่สร้างด้วยแผงหรือตู้คอนเทนเนอร์สำเร็จรูป ในสิบคนจะมีราว 4 คนที่อาศัยอยู่ในโรงเรือนพลาสติก และที่พักจำนวน <a href="https://www.hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">40 เปอร์เซ็นต์</a> ที่ไม่ได้ติดตั้ง boiler หรือหม้อไอน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตในประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างเกาหลีใต้</p>



<p>ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อากาศที่เกาหลีหนาวเย็นมากจนติดลบสิบกว่าองศาเซลเซียส มีแรงงานหญิงชาวกัมพูชาวัย 31 ปี เสียชีวิตในโรงเรือนพลาสติก โดยเพื่อนร่วมงานกล่าวว่า ไฟฟ้าดับทำให้ระบบทำความร้อนไม่ทำงาน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="970" height="600" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/20210226500933.jpeg" alt="" class="wp-image-149773" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/20210226500933.jpeg 970w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/20210226500933-300x186.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/20210226500933-768x475.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/20210226500933-600x371.jpeg 600w" sizes="(max-width: 970px) 100vw, 970px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hani.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>แน่นอนว่า มีแรงงานชาวต่างชาติหลายคนที่ทำงานในเกาหลีแล้วไม่มีปัญหาใดๆ แต่ก็มีแรงงานชาวต่างชาติอีกเป็นจำนวนมากที่ประสบกับปัญหาต่างๆ ดังที่กล่าวมา</p>



<p>นอกจากปัญหาของแรงงานต่างชาติแล้ว ชีวิตของคนเกาหลีเหนือที่ตัดสินใจหลบหนีมายังแผ่นดินเกาหลีใต้นั้นก็ไม่ได้ราบรื่นไปกว่ากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-683x1024.jpg" alt="squid game" class="wp-image-149765" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_101_606.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /><figcaption>Squid Game S1</figcaption></figure></div>



<p>ในซีรีส์<em> Squid Game</em> คังแซบย็อก หญิงสาวรูปร่างผอมบาง เข้มแข็ง ภายนอกดูลึกลับไม่น่าไว้ใจ อาจเป็นภาพจำของคนเกาหลีใต้หลายคนที่มีต่อคนเกาหลีเหนือที่ลี้ภัยมาศัยอยู่ที่เกาหลีใต้ คังแซบย็อกถูกนายหน้าหลอกลวง ทำให้สูญเสียเงินไปทั้งหมด ชีวิตที่จนตรอกทำให้เธอตัดสินใจลงสนามแข่งขันอันโหดร้าย ความหวังสุดท้ายกับเงินก้อนโตที่จะทำให้เธอได้กลับไปพบหน้าครอบครัวอีกครั้ง</p>



<p>รายงานระบุว่า ปัจจุบันมี<a href="https://www.mk.co.kr/opinion/columnists/view/2021/02/120475/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนืออยู่ในเกาหลีใต้</a>ประมาณ 34,000 คน และราว 7,000 คนในจำนวนนี้อาศัยอยู่ในกรุงโซลเพียงลำพัง&nbsp;</p>



<p>ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือโดยมากมีปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ สืบเนื่องจากการสำรวจผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือเมื่อปีที่แล้ว พบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือการพรากจากครอบครัว เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของผู้หลบหนีส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกาหลีเหนือ หรือยังอยู่ในประเทศอื่นก่อนที่จะเดินทางมาถึงประเทศเกาหลีใต้&nbsp;</p>



<p>อย่างที่หลายคนอาจเคยได้ยินว่า <a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/rights/915039.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คนที่หลบหนีมาส่วนใหญ่ไม่สามารถหลบหนีเข้ามาที่เกาหลีใต้ได้โดยตรง</a> แต่จะต้องเดินทางไปยังประเทศอื่นก่อน เช่น ประเทศจีน หรือประเทศอื่นๆ บางคนอาจใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าที่จะมีโอกาสเดินทางเข้ามาถึงประเทศเกาหลีใต้ได้ ระหว่างการเดินทางอันยาวนานที่แสนทรหดนั้นทำให้ผู้หลบหนีมีความบอบช้ำ โดยเฉพาะในทางจิตใจ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-1024x683.jpg" alt="squid game" class="wp-image-149767" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/SquidGame_Unit_103_892-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Squid Game S1</figcaption></figure>



<p>แต่เมื่อเดินทางมายังเกาหลีใต้ได้แล้ว อุปสรรคก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือหลายคนรู้สึกว่าตนถูกเลือกปฏิบัติ จึงไม่แปลกที่ในการสมัครงานพาร์ตไทม์ หลายครั้งพวกเขาเลือกที่จะบอกว่าตัวเองเป็นคนเกาหลีที่เติบโตในประเทศจีนมากกว่าจะบอกว่ามาจากเกาหลีเหนือ เพราะทำให้ได้งานมากกว่าพูดความจริง&nbsp;</p>



<p>“ไม่ว่าจะเป็นคนที่มาจากเกาหลีเหนือหรือจีนก็ได้ค่าแรงเท่าๆ กัน แต่เวลาต้องสั่งงานยากๆ คนเกาหลีใต้จะสั่งให้คนเกาหลีเหนือทำมากกว่าสั่งให้คนจีนทำ ฉันถูกทำให้รู้สึกว่าคนที่มาจากเกาหลีเหนือเป็นคนล้าหลัง อยู่ในสังคมปิด มีชีวิตไม่ต่างจากหนอนแมลง พอเจอเรื่องแบบนี้หลายครั้งเข้าก็ทำให้ทุกครั้งที่มีคนถามว่ามาจากไหน ฉันจะตอบว่ามาจากประเทศจีน” <a href="https://www.joongang.co.kr/article/23583798#home" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือคนหนึ่ง</a>กล่าว</p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/rights/915039.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โซแทย็อง</a> ผู้อำนวยการ HANA Center ประจำคย็องกีทางใต้ กล่าวว่า เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือเข้ามาในเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก แต่อคติและการเลือกปฏิบัติในสังคมนั้นยังมีอยู่ เมื่อก่อนชาวเกาหลีเหนือหลบหนีมายังเกาหลีใต้เพราะความอดอยาก แต่ในปัจจุบัน นอกจากความหิวโหยแล้ว พวกเขาทำเพื่อที่จะได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งเพื่อการศึกษาของลูก ฯลฯ</p>



<p>มีชาวเกาหลีใต้ไม่พอใจผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือ เพราะรู้สึกว่าได้รับสิทธิประโยชน์มากเกินไป ผู้อำนวยการโซแทย็องให้ความเห็นว่า จริงอยู่ที่อัตราการจ้างงานคนที่มาจากเกาหลีเหนือในปี 2018 เพิ่มขึ้น และค่าจ้างรายเดือนเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้น 112,000 วอน (ประมาณ 3,100 บาท) ตกเดือนละ 1,899,000 วอน (53,000 บาท) แต่ค่าจ้างรายเดือนนั้นก็ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประชากรทั่วไป และผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือจำนวนมากก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว</p>



<p>จากรายงานการเสียชีวิตของผู้ที่หลบหนีจากเกาหลีเหนือ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพ แต่ที่น่าเศร้าคือมีชาวเกาหลีเหนือบางคนที่ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองด้วย ในปี 2020 มีผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือที่เคยมีความคิดฆ่าตัวตายอยู่จำนวน <a href="https://www.mk.co.kr/news/society/view/2021/05/445683/">13 เปอร์เซ็นต์</a> สาเหตุมาจากความเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความยากจน ปัญหาในครอบครัว และความรู้สึกโดดเดี่ยว&nbsp;</p>



<p>เมื่อปี 2019 <a href="https://www.joongang.co.kr/article/23583798#home">หญิงผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือและลูกชาย</a>วัย 6 ขวบ ถูกพบเสียชีวิตอยู่ในที่พัก โดยคาดว่าทั้งคู่เสียชีวิตมาสองเดือนกว่าแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุเป็นเพราะความอดอยาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="560" height="265" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/e2be6698-eb58-4967-a4c6-cfc2c376e6a3.jpeg" alt="" class="wp-image-149774" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/e2be6698-eb58-4967-a4c6-cfc2c376e6a3.jpeg 560w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/e2be6698-eb58-4967-a4c6-cfc2c376e6a3-300x142.jpeg 300w" sizes="(max-width: 560px) 100vw, 560px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="560" height="265" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/bd214469-3453-4f74-bd69-e9d4d52a0872.jpeg" alt="" class="wp-image-149775" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/bd214469-3453-4f74-bd69-e9d4d52a0872.jpeg 560w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/bd214469-3453-4f74-bd69-e9d4d52a0872-300x142.jpeg 300w" sizes="(max-width: 560px) 100vw, 560px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.joongang.co.kr/article/23583798#home">joongang.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>แน่นอนว่าผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือบางคนก็<a href="https://www.kbmaeil.com/news/articleView.html?idxno=905913" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประสบความสำเร็จ</a>ในหน้าที่การงานที่เกาหลีใต้ โดยส่วนใหญ่เป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสังคมที่แข่งขันกันอย่างเสรีของเกาหลีใต้ได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับมีประสบการณ์ทำงานในเกาหลีเหนือมาบ้างแล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ปรับตัวในสังคมเกาหลียาก ไหนจะต้นทุนที่มีไม่เท่าคนอื่น&nbsp;</p>



<p>ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่รู้สึกว่า พวกเขาอยู่ที่เกาหลีเหนือต่อไปไม่ได้เพราะความหิว แต่จะอยู่ที่ประเทศจีนก็ไม่ได้เพราะกลัวจะถูกจับ ส่วนที่เกาหลีใต้นั้นก็น่ากลัวว่าจะอยู่ไม่ได้อีกเช่นกัน เนื่องจากพวกเขามีความรู้ไม่เพียงพอ ชาวเกาหลีเหนือหลายคนรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกคนเกาหลีใต้ระแวงและมองในแง่ลบ บางคนถึงขั้นกล่าวว่า พวกเขาถูกเลือกปฏิบัติหนักยิ่งกว่าแรงงานต่างชาติเสียอีก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จาก<a href="https://www.mk.co.kr/opinion/columnists/view/2021/02/120475/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การสำรวจ</a>ในปี 2019 โดย <em>Maeil Business News Korea</em> และ Hankook Research พบว่า ถึงแม้คนเกาหลีใต้จำนวน 83 เปอร์เซ็นต์จะมีความเห็นว่า &#8216;ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือคือพลเมืองของประเทศเรา&#8217; แต่กลับมีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีความคิดว่า จะรับผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือเป็นลูกเขยหรือลูกสะใภ้ และจากการสำรวจล่าสุดโดย The Seoul Institute ระบุว่า มีเพียง 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ยินดีรับผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือเป็นเพื่อนร่วมงาน</p>



<p>ชายผู้หลบหนี<a href="http://news.kmib.co.kr/article/view.asp?arcid=0924087476&amp;code=11131100" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ชาวเกาหลีเหนือ</a>วัย 43 ปี เล่าว่า เขาเคยแสดงความคิดเห็นในที่ทำงาน แต่กลับถูกตอกกลับมาว่า &#8216;มาจากเกาหลีเหนือก็ควรสงบปากสงบคำสิ ไอ้ XX&#8217; ขณะที่<a href="http://news.kmib.co.kr/article/view.asp?arcid=0924087476&amp;code=11131100" target="_blank" rel="noreferrer noopener">หญิงคนหนึ่ง</a>ผู้สูญเสียลูกไประหว่างข้ามแม่น้ำไปประเทศจีน ก็ได้ยินคำนินทาของคนในที่ทำงานว่า &#8216;ได้ยินว่าผู้หญิงคนนั้นมาจากเกาหลีเหนือ คงทิ้งลูกทิ้งเต้ามา&#8217; ส่วน<a href="http://news.kmib.co.kr/article/view.asp?arcid=0924087476&amp;code=11131100" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนืออีกคน</a>กล่าวว่า แม้ไม่มองว่าตนเป็นคนชาติเดียวกัน ก็อยากให้คนเกาหลีใต้ปฏิบัติกับตนให้เท่าเทียมกับชาวต่างชาติก็ยังดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="500" height="331" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/AKR20210801059600371_01_i_P4.jpeg" alt="" class="wp-image-149776" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/AKR20210801059600371_01_i_P4.jpeg 500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/AKR20210801059600371_01_i_P4-300x199.jpeg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20210801059600371">yna.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>คำถามที่น่าสนใจก็คือ มาตรการของหน่วยงานรัฐบาลเกาหลีใต้ในการช่วยเหลือแรงงานต่างชาติและผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือนั้นมีอะไรบ้าง</p>



<p><a href="https://www.ntoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=75383" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ซงอกจู</a> ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและแรงงาน (Environment and Labor Committee) กล่าวว่า ทั้งชาวต่างชาติและชาวเกาหลีต่างประสบอุบัติเหตุจากงานอุตสาหกรรมอย่างมาก ต้องมีการจัดการที่ปลอดภัยและควรมีการฝึกอบรม และยังกล่าวว่า เราไม่ควรเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดของแรงงานต่างชาติ และควรดูแลพวกเขาให้ดีเช่นเดียวกับคนในประเทศ&nbsp;</p>



<p>ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2022 จะมี<a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20210801059600371">กฎหมาย</a>บังคับให้ลงโทษเจ้าของธุรกิจหรือผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่มีคนงานเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จะมีการผ่อนผันเรื่องนี้เป็นระยะเวลาสามปีสำหรับบริษัทที่มีแรงงานต่ำกว่า 50 คน และจะไม่มีผลในทางกฎหมายสำหรับบริษัทที่มีคนงานต่ำกว่าห้าคน&nbsp;</p>



<p>ส่วนในปีนี้ จังหวัด<a href="https://www.hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คย็องกี</a>ได้มีการจัดตั้งกองนโยบายต่างประเทศ การเกษตร และปศุสัตว์ พร้อมทั้งเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงานต่างชาติ นอกจากนี้ สถาบันวิจัยคย็องกียังมีแผนการจัดทำที่พักสำหรับแรงงานต่างชาติในพื้นที่ชนบท และยังมีการส่งเสริมโครงการใหม่ๆ เช่น การให้คำปรึกษาและล่ามมืออาชีพในหมู่บ้านชนบทและประมง เพื่อให้คำปรึกษาด้านการดำรงชีวิต แรงงาน และสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างชาติ&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html">คิมกยูชิก</a> ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานจังหวัดคย็องกี กล่าวว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขจัดปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัยหรือที่ทำงานสำหรับแรงงานต่างชาติ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="785" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/75383_48508_204-1.png" alt="" class="wp-image-149778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/75383_48508_204-1.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/75383_48508_204-1-229x300.png 229w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption>ภาพ <a href="https://www.ntoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=75383">ntoday.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p><span style="display: none;">in spite of, on the one hand … on the other hand, nevertheless, nonetheless, notwithstanding, in contrast, on the contrary, still, yet, also, in the same way, just as … so too, likewise, similarly, in spite of, on the one hand</span>ส่วนในมุมของผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือนั้น ในปีนี้<a href="http://news.imaeil.com/page/view/2019012016355905890">กระทรวงรวมชาติ</a> (Ministry of Unification) ได้ประกาศว่า มีแผนสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานสำหรับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ (ปี 2021-2023) นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือเพื่อให้สามารถปรับตัวในสังคมได้&nbsp;</p>



<p><span style="display: none;">but, however, in spite of, on the one hand … on the other hand, nevertheless, nonetheless, notwithstanding, in contrast, on the contrary, still, yet, but, however, in spite of, on the one hand … on the other hand, nevertheless, nonetheless, notwithstanding, in contrast, on the contrary, still, yet</span>ในสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปีที่แล้ว <a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20200507105400504">สภากาชาดเกาหลี</a>ประจำกรุงโซลได้จัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ฉุกเฉินสำหรับผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือและแรงงานต่างชาติจำนวน 4,000 คน ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์สุขอนามัยและผักผลไม้ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ภาครัฐยังประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติผู้อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายไปตรวจโควิด และลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกับพลเมืองคนอื่น และข้อมูลจากการเข้าตรวจหรือฉีดวัดซีนจะไม่ส่งต่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกด้วย<span style="display: none;">in contrast, on the contrary, still, yet, but, however, in spite of, on the one hand … on the other hand, nevertheless, nonetheless, notwithstanding, in contrast, on the contrary, still, yet</span></p>



<p>จะเห็นได้ว่าในโลกแห่งความเป็นจริง แรงงานต่างชาติและผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องเผชิญปัญหาชีวิตไม่ต่างจากในซีรีส์ <em>Squid Game</em> แต่อย่างน้อยก็ยังพอมีความหวังจากกฎหมายและนโยบายต่างๆ ที่คอยพยุงผู้คนกลุ่มนี้ไว้&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม คงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า สถานการณ์ของแรงงานต่างชาติและผู้หลบหนีชาวเกาหลีเหนือจะมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ในอนาคตข้างหน้า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--724x1024.jpeg" alt="squid game" class="wp-image-149769" width="543" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--724x1024.jpeg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--212x300.jpeg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--768x1086.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--1086x1536.jpeg 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--1448x2048.jpeg 1448w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary--600x849.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Squid-Game-Poster-Kdramadiary-.jpeg 1587w" sizes="(max-width: 543px) 100vw, 543px" /></figure></div>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html">hani.co.kr/arti/area/capital/984640.html</a></p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/rights/915039.html">hani.co.kr/arti/society/rights/915039.html</a></p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/society_general/905709.html">hani.co.kr/arti/society/society_general/905709.html</a></p>



<p><a href="https://www.hkn24.com/news/articleView.html?idxno=321079">hkn24.com/news/articleView.html?idxno=321079</a></p>



<p><a href="https://www.joongang.co.kr/article/23583798#home">joongang.co.kr/article/23583798#home</a></p>



<p><a href="https://www.joongang.co.kr/article/24052654#home">joongang.co.kr/article/24052654#home</a></p>



<p><a href="https://www.kbmaeil.com/news/articleView.html?idxno=905913">kbmaeil.com/news/articleView.html?idxno=905913</a></p>



<p><a href="http://news.kmib.co.kr/article/view.asp?arcid=0924087476&amp;code=11131100">kmib.co.kr/article/view.asp?arcid=0924087476&amp;code=11131100</a></p>



<p><a href="https://www.mk.co.kr/news/society/view/2021/05/445683/">mk.co.kr/news/society/view/2021/05/445683/</a></p>



<p><a href="https://www.mstoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=74954">mstoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=74954</a></p>



<p><a href="https://news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=4325128">news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=4325128</a></p>



<p><a href="https://www.ntoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=75383">ntoday.co.kr/news/articleView.html?idxno=75383</a></p>



<p><a href="https://www.segye.com/newsView/20210919503490">segye.com/newsView/20210919503490</a></p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20210518080800504">yna.co.kr/view/AKR20210518080800504</a></p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20210801059600371">yna.co.kr/view/AKR20210801059600371</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/squid-game-marginal/">ส่องชีวิตคนชายขอบในเกาหลีใต้ ผ่านตัวละครอาลีและแซบย็อกในซีรีส์ Squid Game</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สมัยฉันนะ ลำบากกว่านี้อีก” ฮาวทูรับมือกับเหล่ากนแด (คนแก่ช่างสอน) แบบคนเกาหลีรุ่นใหม่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kkondae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Sep 2021 04:07:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[Kkondae]]></category>
		<category><![CDATA[กนแด]]></category>
		<category><![CDATA[Seniority]]></category>
		<category><![CDATA[Power Abuse]]></category>
		<category><![CDATA[คนแก่]]></category>
		<category><![CDATA[คนแก่ช่างสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบอาวุโส]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Culture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147369</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่างที่หลายคนรู้กันว่าในสังคมเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสและตำแหน่งทางสังคมมากถึงขั้นส่งผลต่อระดับภาษาที่ใช้ จึงน่าสนใจที่คำว่า ‘กนแด’ (꼰대 : kkondae) ซึ่งใช้วิพากษ์วิจารณ์คนที่อาวุโสกว่า กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้ หากใครที่นึกไม่ออกว่ามนุษย์กนแดคือคนประเภทไหน ให้ลองนึกภาพคนรุ่นเก่าที่มีคำพูดติดปากว่า ‘ในสมัยฉันนะ…’ อย่างในฉากหนึ่งของซีรีส์เรื่อง Record of Youth หัวหน้าคนเก่าของอันจองฮา (แสดงโดย พัคโซดัม) ก็พูดว่า “ในสมัยฉันนะ ถ้าผู้ใหญ่พูด ลูกน้องต้องตอบว่า รับทราบครับ / ค่ะ”  แม้ในปัจจุบันคนเกาหลีจะใช้คำว่ากนแดเพื่อเรียกคนหัวโบราณ ซึ่งมักจะยัดเยียดแนวความคิดของตัวเองใส่คนอื่น แต่เดิมทีคำว่ากนแดนั้นเคยมีความหมายว่าผู้สูงวัยหรืออาจารย์ กระทั่งช่วงปี 2012 เป็นต้นมาที่หนังสือพิมพ์นิยมใช้คำนี้รวมกับคำว่า ‘มีความเป็น…’ หรือ ‘มีลักษณะเป็น…’ จึงทำให้เกิดความหมายที่ส่อไปในทางคนแก่หัวโบราณ และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ความหมายใหม่ของกนแดก็เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ แถมยังถูกพลิกแพลงกลายเป็นประโยคสแลงสุดฮิต จากคำว่า ‘ในสมัยฉันนะ&#8230;’ ซึ่งในภาษาเกาหลีจะพูดว่า ‘นาเตนึนมารียา (나 때는 말이야)’ คนเกาหลีก็ได้นำมาพูดล้อเลียนกันเป็นคำใหม่ โดยเปลี่ยนแค่คำหน้าสุดเป็น ‘ลาเต้นึนมารียา (라떼는 말이야 : latte is [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kkondae/">“สมัยฉันนะ ลำบากกว่านี้อีก” ฮาวทูรับมือกับเหล่ากนแด (คนแก่ช่างสอน) แบบคนเกาหลีรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อย่างที่หลายคนรู้กันว่าในสังคมเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสและตำแหน่งทางสังคมมากถึงขั้นส่งผลต่อระดับภาษาที่ใช้ จึงน่าสนใจที่คำว่า ‘กนแด’ (꼰대 : kkondae) ซึ่งใช้วิพากษ์วิจารณ์คนที่อาวุโสกว่า กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ของเกาหลีใต้</p>



<p>หากใครที่นึกไม่ออกว่ามนุษย์กนแดคือคนประเภทไหน ให้ลองนึกภาพคนรุ่นเก่าที่มีคำพูดติดปากว่า ‘ในสมัยฉันนะ…’ อย่างในฉากหนึ่งของซีรีส์เรื่อง <em>Record of Youth</em> หัวหน้าคนเก่าของอันจองฮา (แสดงโดย พัคโซดัม) ก็พูดว่า “ในสมัยฉันนะ ถ้าผู้ใหญ่พูด ลูกน้องต้องตอบว่า รับทราบครับ / ค่ะ” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147374" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3617-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้ในปัจจุบัน<a href="https://adaymagazine.com/category/life/culture/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คนเกาหลี</a>จะใช้คำว่ากนแดเพื่อเรียกคนหัวโบราณ ซึ่งมักจะยัดเยียดแนวความคิดของตัวเองใส่คนอื่น แต่เดิมทีคำว่ากนแดนั้นเคยมีความหมายว่าผู้สูงวัยหรืออาจารย์ กระทั่งช่วงปี <a href="https://brunch.co.kr/@moonlover/118">2012</a> เป็นต้นมาที่หนังสือพิมพ์นิยมใช้คำนี้รวมกับคำว่า ‘มีความเป็น…’ หรือ ‘มีลักษณะเป็น…’ จึงทำให้เกิดความหมายที่ส่อไปในทางคนแก่หัวโบราณ</p>



<p>และในช่วง 2-3 ปีมานี้ ความหมายใหม่ของกนแดก็เริ่มถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ แถมยังถูกพลิกแพลงกลายเป็นประโยคสแลงสุดฮิต</p>



<p>จากคำว่า ‘ในสมัยฉันนะ&#8230;’ ซึ่งในภาษาเกาหลีจะพูดว่า ‘นาเตนึนมารียา (나 때는 말이야)’ คนเกาหลีก็ได้นำมาพูดล้อเลียนกันเป็นคำใหม่ โดยเปลี่ยนแค่คำหน้าสุดเป็น ‘ลาเต้นึนมารียา (라떼는 말이야 : latte is horse.)’ มีความหมายเพี้ยนเป็น ‘(กาแฟ)ลาเต้คือม้า’ เพราะคำว่า มัล (말) นั้นนอกจากจะแปลว่าคำพูดแล้ว ยังแปลว่าม้าได้อีกด้วย</p>



<p>อย่างในเรื่อง <em>Record of Youth</em> อันจองฮาก็ได้พูดล้อเลียนว่า ‘ลาเต้คือม้า’ ก่อนจะต่อด้วยประโยคที่ว่า “ถ้ามีคนพูดคำนี้ขึ้นมาแสดงว่าเขาต้องการให้คุณฟังเงียบๆ อย่างเดียว”</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[삼성생명] 책임지는 인생금융 (라떼는 말이야)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/9Lf3HeoU75Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ความนิยมในการล้อเลียนวลี ‘สมัยฉันนะ’ ให้กลายเป็น ‘ลาเต้คือม้า’ นั้นสามารถยืนยันได้จากการที่ประโยคนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ไม่เพียงแต่ในบทซีรีส์ แต่ยังครอบคลุมไปถึงวงการโฆษณาและการออกแบบผลิตภัณฑ์</p>



<p>ใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=9Lf3HeoU75Y&amp;ab_channel=%EC%82%BC%EC%84%B1%EC%83%9D%EB%AA%85">โฆษณา</a>ประกันชีวิตของ Samsung Life (เผยแพร่เมื่อปี 2019) มีฉากที่พูดว่า ‘ลาเต้คือม้า’ สอดแทรกเนื้อหาที่ว่าด้วยความแตกต่างของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่พร้อมทิ้งท้ายว่า “ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ประกันชีวิตก็มีการปรับเปลี่ยนเช่นกัน” </p>



<p>นอกจากนี้ในปี 2019 ยังมีการจัดจำหน่าย<a href="https://www.ajunews.com/view/20191206115344436?fbclid=IwAR2szMbNIHjr5ifdCkkXDUmm4xYQLj7478ZK81Vc7ZYQ_cKt1LyUWzCzpCo">ขนมรสลาเต้</a>ที่ชื่อว่า ‘ลาเต้คือม้า’ โดยภาพประกอบบนซองเป็นชายใส่สูทต่างวัยสองคนกำลังสนทนากัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="640" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094.jpg" alt="กนแด" class="wp-image-147372" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094.jpg 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/20191206115808184094-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure></div>



<p>แต่ถึงอย่างนั้น คนที่มีความเป็นกนแดก็ไม่จำเป็นต้องอายุ 50-60 ปีเสมอไป&nbsp;</p>



<p>มีคนในช่วงวัย 30-40 ปีอีกหลายคนที่มีพฤติกรรมคล้ายมนุษย์กนแด อ้างอิงจาก<a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/08/800586/">คำบอกเล่า</a>ของพนักงานที่มีหัวหน้าอยู่ในวัย 30 ปี เขาถูกหัวหน้าบังคับให้อ่านหนังสือเพิ่มเติมและต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนอกเวลาทำงาน ถึงจะมีสถานการณ์โควิด-19 เขาก็ยังถูกบังคับให้มาทำงานที่บริษัทแทนที่จะสามารถทำงานที่บ้านได้ ทุกครั้งที่มีการประชุมก็จะถามว่าได้อ่านหนังสือที่เขาแนะนำไหม และมักจะยืนกรานความคิดเห็นของตัวเอง เวลาที่พูดแสดงความคิดเห็นแย้งหัวหน้าไป เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธ แต่กลับหัวเราะและทำให้รู้สึกกดดัน</p>



<p>ที่ตลกร้ายคือหัวหน้าจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่กนแด ทั้งๆ ที่สิ่งที่พนักงานรู้สึกคือหัวหน้าเป็นกนแดมากกว่าคนกนแดวัย 50-60 ปีเสียอีก</p>



<p><a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/08/800586/">ผู้เชี่ยวชาญ</a>ด้านฝ่ายบุคคลมองเรื่องนี้ว่า ที่จริงแล้วคนรุ่นใหม่ก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง แต่อาจเป็นเพราะว่าพวกเขาเชื่อว่าสุดท้ายแล้วยังไงองค์กรก็จะไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ เขาจึงเลือกที่จะทำตามวิถีของคนรุ่นเก่า เขามองว่าค่านิยมใหม่ในองค์กรคงไม่สามารถเอาชนะค่านิยมของคนรุ่นเก่าได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="443" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image_readtop_2021_800586_16292837744755550.jpeg" alt="" class="wp-image-147373" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image_readtop_2021_800586_16292837744755550.jpeg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image_readtop_2021_800586_16292837744755550-300x133.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image_readtop_2021_800586_16292837744755550-768x340.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/image_readtop_2021_800586_16292837744755550-600x266.jpeg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p>แต่ใช่ว่ากนแดจะเป็นใหญ่ในสังคมเกาหลีอยู่ฝ่ายเดียว เพราะก็ยังมีคนประเภทที่<a href="https://www.kukinews.com/newsView/kuk202107190029">ต่อต้านกนแด</a>อยู่ไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>จากแบบสำรวจคนจำนวน 3,587 คน ในแพลตฟอร์มหางานที่ชื่อว่า Saramin พบว่ามีผู้ที่เคยเจอหรือรู้จักกับคนที่มีลักษณะต่อต้านกนแดอยู่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ หากมุมมองที่มีต่อคนที่ต่อต้านกนแดนั้นก็ดูจะไม่ใช่ความหมายเชิงบวกเท่าไหร่นัก เพราะผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดว่าสาเหตุที่คนเหล่านั้นมีพฤติกรรมต่อต้านกนแดเพราะเชื่อมั่นว่าความคิดของคนหนุ่มสาวต้องถูกเสมอ ขณะที่ความคิดของคนรุ่นเก่านั้นล้าสมัยไปแล้ว หรือไม่ก็เคยเจอประสบการณ์ที่เลวร้ายจากกนแดมาก่อนจึงทำให้เกิดพฤติกรรมต่อต้าน</p>



<p>เราอาจจะเห็นนางเอกหัวขบถในซีรีส์เกาหลีบางเรื่อง เช่น โอมีจู (รับบทโดย ชินเซคยอง) จากเรื่อง <em>Run On</em> (2020) ที่แค่พูดว่าอยากกลับบ้านต่อหน้าอาจารย์แต่กลับทำให้เธอโดนว่าอย่างแรง</p>



<p>“นักแปลหญิงสมัยนี้ต้องดึงสติกันหน่อยนะ เห็นว่าตัวเองหน้าตาดีหน่อยก็มาทำแบบนี้ ต้องรู้จักพอดีๆ เข้าใจไหม” ประโยคนั้นทำให้โอมีจูสวนกลับทันที&nbsp;</p>



<p>“ฉันหน้าตาดีแล้วเกี่ยวอะไรกับการแปลงาน หนังที่อาจารย์ดูมีหน้านักแปลลอยมาพร้อมคำบรรยายเหรอคะ ฉันทำอะไรให้ถึงได้ดูถูกว่าเป็นผู้หญิงแบบนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="864" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624.jpg" alt="" class="wp-image-147380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624.jpg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3624-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure>



<p>ส่วนหมอยุนฮเยจิน (รับบทโดย ชินมินอา) จากเรื่อง <em>Hometown Cha-Cha-Cha</em> ที่กำลังออกอากาศอยู่ในช่วงนี้ ก็เจอผู้อำนวยการตำหนิเพียงเพราะเธอรักษาคนไข้ตามความเหมาะสม ไม่ขูดรีดเงินจากคนไข้เพื่อหารายได้ให้กับคลินิก แถมเมื่อเธอชี้แจงกลับก็ยังถูกตอกกลับว่า</p>



<p>“น้ำหมึกบนใบอนุญาตยังไม่ทันจะแห้ง กล้าดียังไงถึงมาจองหองใส่ฉัน” เมื่อ ผอ.ว่าอย่างนั้น ฮเยจินจึงตัดสินใจขอลาขาดกับ ผอ.จนทำเอาทุกคนอึ้งกันไปทั้งโรงพยาบาล</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="459" height="668" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3623.jpg" alt="" class="wp-image-147379" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3623.jpg 459w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3623-206x300.jpg 206w" sizes="(max-width: 459px) 100vw, 459px" /></figure></div>



<p>ใครที่เคยเรียนภาษาเกาหลีหรือดูซีรีส์บ่อยๆ น่าจะรู้ดีว่าเกาหลีคือประเทศที่ให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสและตำแหน่งทางสังคมอย่างมาก สิ่งนี้สะท้อนออกมาผ่านระดับการใช้ภาษาที่ต้องคำนึงถึงคู่สนทนาเพื่อคำนึงถึงระดับคำพูดที่เหมาะสม ตลอดจนการผันรูปประโยคให้เป็นระดับสุภาพ ทางการ หรือรูปยกย่อง เพื่อแสดงความเคารพในฐานะผู้น้อย</p>



<p>แต่เมื่อมีการใช้คำนี้ในทางความหมายลบ อีกทั้งยังมีคนที่ต่อต้านกนแด จึงทำให้เห็นว่าคนเกาหลีรุ่นใหม่จำนวนมากตั้งแต่ยุคมิลเลนเนียลส์เป็นต้นไป เริ่มมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับแนวความคิดของคนรุ่นเก่าอย่างชัดเจน</p>



<p>อีกหนึ่งฉากที่น่าสนใจจากซีรีส์เรื่อง <em>Hometown Cha-Cha-Cha</em> คือตอนที่เด็กหญิงวัยรุ่นอย่างโอจูรีพูดว่า “กาแฟพ่อรสชาติห่วยแตกสุดๆ” ทำให้หัวหน้าฮง (รับบทโดย คิมซอนโฮ) อดไม่ได้ที่จะสั่งสอน </p>



<p>“วัยแตกสาวเหรอ อย่าใจร้ายกับพ่อนักเลย เดี๋ยวจะเสียใจทีหลังนะ” เขาว่า และนั่นทำให้จูรีสวนกลับทันที</p>



<p>“อามีกลิ่นเหมือนกนแด (มนุษย์ลุง) เหม็นมาก”&nbsp;</p>



<p>“ที่ฉันพูดแบบนี้เพราะฉันรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้มากกว่าเธอแค่เพียงขี้มดเท่านั้นเอง และพูดในฐานะผู้ใหญ่ ไม่ใช่มนุษย์ลุง” จากบทสนทนานี้ อาจมองได้ว่าจูรีกับหัวหน้าฮงเป็นตัวแทนของคนต่างวัย ต่างความคิด ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสังคม ขอแค่ให้รับฟังซึ่งกันและกันมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-1024x683.jpg" alt="กนแด" class="wp-image-147383" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_3626-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เรื่องของกนแดไม่ใช่เรื่องเล็ก ยืนยันได้จากการเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐบาลเมื่อปีที่ผ่านมา (2020) <a href="https://www.mois.go.kr/frt/bbs/type001/commonSelectBoardArticle.do?bbsId=BBSMSTR_000000000012&amp;nttId=81205">กระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัย</a> (행정안전부 : Ministry of the Interior and Safety) ของเกาหลีใต้ ได้ทำหนังสือที่ให้ประชาชนทุกคนสามารถดาวน์โหลดอ่านได้ฟรี โดยใช้ชื่อหนังสือว่า <em>มีเจ้าหน้าที่รัฐเกิดปี 1990 เข้ามาทำงานแล้ว</em> เป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เข้าใจความคิดที่แท้จริงของคนรุ่นใหม่ซึ่งเกิดในช่วงปี 1980-2000 และสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่</p>



<p>ในหนังสือนี้มีทั้งบทสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รัฐที่เกิดปี 1990 และยังมีผลสำรวจเจ้าหน้าที่รัฐรุ่นซีเนียร์ (เกิดปี 1960-1970) กับเจ้าหน้าที่รัฐรุ่นจูเนียร์ (เกิดปี 1980-2000) ราว 3,000 คน&nbsp;</p>



<p>จากผลสำรวจเจ้าหน้าที่รัฐรุ่นจูเนียร์พบว่า กว่า 89.2 เปอร์เซ็นต์ต้องพบเจอกับคนลักษณะกนแดในที่ทำงาน ซึ่งเอาแต่ยืนกรานความคิดเห็นของตัวเองหรือชอบใช้อำนาจ โดยประเภทกนแดที่พบเจอมากที่สุดคือคนที่ยึดแต่ประสบการณ์ของตัวเองในอดีตอย่างเดียว และชอบพูดว่า ‘จะบอกให้นะว่าในสมัยของฉันน่ะ&#8230;’ ขณะที่ประเภทกนแดที่เหล่าเจ้าหน้าที่รัฐรุ่นจูเนียร์ไม่ชอบที่สุดก็คือคนที่ชอบใช้ให้ทำธุระส่วนตัวของตัวเองที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน </p>



<p>วิธีรับมือกับรุ่นพี่หรือหัวหน้าที่เป็นกนแดคือ หนึ่ง–รักษาระยะห่างเอาไว้ สอง–ฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา และสาม–พยายามคุยกันแต่เรื่องงาน ไม่ให้ความสนิทสนมส่วนตัว</p>



<p>แต่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่รัฐรุ่นซีเนียร์ว่า ‘คิดว่าตัวเองเป็นกนแดหรือไม่’ ปรากฏว่ามีคนที่ตอบว่า ‘กลางๆ’ เป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มที่ตอบว่า ‘ไม่ใช่’ ส่วนที่ตอบว่า ‘ใช่’ นั้นมีจำนวนน้อยที่สุด&nbsp;</p>



<p>และเมื่อถามต่อไปว่า ‘วิธีปฏิบัติเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นกนแดคืออะไร’ พวกเขาส่วนใหญ่ตอบว่า ‘ไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น’ ขณะที่คำตอบอันดับที่สองคือ ‘ต้องเข้าใจว่าคนอื่นก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกับตัวเองได้ และไม่ควรบังคับให้คิดเหมือนกันทั้งหมด’ ส่วนอันดับที่สามคือ ‘ลดจำนวนคำพูดของตัวเองลง แต่รับฟังคู่สนทนาให้มากขึ้น’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="647" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/NISI20210611_0000764914_web.jpeg" alt="กนแด" class="wp-image-147381" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/NISI20210611_0000764914_web.jpeg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/NISI20210611_0000764914_web-209x300.jpeg 209w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><figcaption>หนังสือ <em>มีเจ้าหน้าที่รัฐเกิดปี 1990 เข้ามาทำงานแล้ว</em></figcaption></figure></div>



<p>นอกจากเรื่องพฤติกรรมของมนุษย์กนแดแล้ว วัฒนธรรม ‘ฮเวชิก’ หรือการกินข้าวกับคนในที่ทำงานก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าเห็นต่างกัน</p>



<p>เจ้าหน้าที่รัฐรุ่นจูเนียร์ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการรุกล้ำเวลาส่วนตัวของพนักงาน และรู้สึกเหมือนเวลางานยังไม่จบจนกว่าจะแยกกับคนในที่ทำงาน แต่เจ้าหน้าที่รัฐรุ่นซีเนียร์ส่วนใหญ่เห็นว่าเวลาที่กินข้าวกับคนในที่ทำงานจะช่วยให้มีจังหวะที่ได้พูดในเรื่องที่ไม่สามารถพูดในที่ทำงานได้ และช่วยทำให้เกิดความสามัคคีกันในองค์กร</p>



<p>นอกจากนี้ อีกสิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐรุ่นจูเนียร์อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรคือ อยากให้รุ่นพี่และหัวหน้าปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากแบบแอนะล็อกมาเป็นแบบดิจิทัลมากขึ้น ส่วนวัฒนธรรมที่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือพิธีการต่างๆ ที่มีมากเกินไป</p>



<p>จากการออกหนังสือดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความใส่ใจของหน่วยงานรัฐที่พยายามแก้ไขปัญหาระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ในองค์กร นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทำให้ขนบความคิดเกี่ยวกับการเคารพผู้ใหญ่นั้นเริ่มมีการปรับเปลี่ยนเป็นการเปิดรับความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ไม่ใช่แค่รอให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับความเคยชินขององค์กรอย่างเดียว</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.ajunews.com/view/20191206115344436?fbclid=IwAR2szMbNIHjr5ifdCkkXDUmm4xYQLj7478ZK81Vc7ZYQ_cKt1LyUWzCzpCo">ajunews.com</a></p>



<p><a href="https://brunch.co.kr/@moonlover/118">brunch.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.kukinews.com/newsView/kuk202107190029">kukinews.com</a></p>



<p><a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/08/800586/">mk.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.mois.go.kr/frt/bbs/type001/commonSelectBoardArticle.do?bbsId=BBSMSTR_000000000012&amp;nttId=81205">mois.go.kr</a></p>



<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=3Rk3yvSeWC4&amp;ab_channel=%EC%82%BC%EC%84%B1%EC%83%9D%EB%AA%85">youtube.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kkondae/">“สมัยฉันนะ ลำบากกว่านี้อีก” ฮาวทูรับมือกับเหล่ากนแด (คนแก่ช่างสอน) แบบคนเกาหลีรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปลดล็อกสกินทอง ‘การใช้ชีวิตคนเดียว’ ของคนเกาหลีรุ่นใหม่ที่ยังแฮปปี้แม้ไม่มีคนข้างๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/alone/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Aug 2021 10:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[live alone]]></category>
		<category><![CDATA[home alone]]></category>
		<category><![CDATA[Aloners]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ชีวิตคนเดียว]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Culture]]></category>
		<category><![CDATA[I Live Alone]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=143952</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้ชีวิตคนเดียว หากลองสังเกตไลฟ์สไตล์ของคนเกาหลีผ่านซีรีส์หรือภาพยนตร์ จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะทำกิจกรรมต่างๆ เป็นกลุ่มก้อนมากกว่าแยกตัวออกมาทำคนเดียว อย่างไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ไม่ว่าจะไปเป็นคู่หรือหมู่คณะ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากที่ร้านอาหารบางแห่ง (โดยเฉพาะร้านหมูย่างส่วนใหญ่) มีข้อกำหนดว่าลูกค้าจะต้องสั่งอาหารอย่างน้อยสองที่ขึ้นไปถึงจะนั่งทานในร้านได้ เช่นกันกับการสั่งเหล้าโซจูมารินดื่มเองลำพังซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นักในสังคมเกาหลี ถึงตอนนี้คนเกาหลีจำนวนมากจะยังนิยมไปกินข้าวเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเช่นเคย แต่ก็เริ่มมีร้านอาหารที่จัดที่ทางไว้ให้เฉพาะคนที่มากินข้าวคนเดียวได้นั่งกินแบบไม่ต้องรู้สึกแปลกแยกในสายตาใคร แม้แต่ร้านหมูย่างเองก็เริ่มขายให้ลูกค้าที่ตั้งใจมากินเงียบๆ คนเดียวแล้ว&#160;หรือแม้กระทั่งอาหารถาดยักษ์อย่างพิซซ่าก็เริ่มมีการจัดจำหน่ายในขนาดหนึ่งคนอิ่ม ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี กระแสนี้สอดคล้องกับยอดขายของวัตถุดิบจำพวกซอสพาสต้าสำหรับทำกินเอง ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 150 เปอร์เซ็นต์ กิมจิถ้วยเล็กกะทัดรัดตามร้านสะดวกซื้อก็ขายดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 72 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น ต้ม ผัด และแกงต่างๆ นั้นมียอดจำหน่ายสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 345 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์โควิด-19 อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ยอดจำหน่ายอาหารสำหรับหนึ่งที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ทำให้ทุกคนต้องกินข้าวคนเดียวมากกว่าแต่ก่อน แต่อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือคนเกาหลีที่ใช้ชีวิตคนเดียวมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การใช้ชีวิตคนเดียว ในปี 2021 นี้มีคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ที่บ้านหรือห้องเช่าคนเดียวจำนวน 9 ล้านกว่าคน ซึ่งคิดเป็น 39.2 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปี หากเทียบแค่เฉพาะในโซลนับว่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 16 เท่า จากในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา เมื่อมีคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวเพิ่มมากขึ้น บริษัทขายอาหารและสินค้าต่างๆ จึงได้ผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่อยู่คนเดียว เฟอร์นิเจอร์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คือโซฟาขนาดหนึ่งคนนั่ง ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/alone/">ปลดล็อกสกินทอง ‘การใช้ชีวิตคนเดียว’ ของคนเกาหลีรุ่นใหม่ที่ยังแฮปปี้แม้ไม่มีคนข้างๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">การใช้ชีวิตคนเดียว </span>หากลองสังเกตไลฟ์สไตล์ของ<a href="https://adaymagazine.com/category/life/culture/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คนเกาหลี</a>ผ่านซีรีส์หรือภาพยนตร์ จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะทำกิจกรรมต่างๆ เป็นกลุ่มก้อนมากกว่าแยกตัวออกมาทำคนเดียว อย่างไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ไม่ว่าจะไปเป็นคู่หรือหมู่คณะ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากที่ร้านอาหารบางแห่ง (โดยเฉพาะร้านหมูย่างส่วนใหญ่) มีข้อกำหนดว่าลูกค้าจะต้องสั่งอาหารอย่างน้อยสองที่ขึ้นไปถึงจะนั่งทานในร้านได้ เช่นกันกับการสั่งเหล้าโซจูมารินดื่มเองลำพังซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติสักเท่าไหร่นักในสังคมเกาหลี</p>



<p>ถึงตอนนี้คนเกาหลีจำนวนมากจะยังนิยมไปกินข้าวเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเช่นเคย แต่ก็เริ่มมีร้านอาหารที่จัดที่ทางไว้ให้เฉพาะคนที่มากินข้าวคนเดียวได้นั่งกินแบบไม่ต้องรู้สึกแปลกแยกในสายตาใคร แม้แต่ร้าน<a href="https://content.v.kakao.com/v/5cc2c865ed94d2000112811d">หมูย่าง</a>เองก็เริ่มขายให้ลูกค้าที่ตั้งใจมากินเงียบๆ คนเดียวแล้ว&nbsp;หรือแม้กระทั่งอาหารถาดยักษ์อย่างพิซซ่าก็เริ่มมีการจัดจำหน่ายในขนาดหนึ่งคนอิ่ม ซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/download-2.jpeg" alt="" class="wp-image-143995" width="700" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/download-2.jpeg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/download-2-300x228.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/download-2-768x583.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/download-2-600x455.jpeg 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://growth91.tistory.com/128">growth91.tistory.com</a></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="700" height="400" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/w4a5hs2s15148usmzp20.jpg" alt="" class="wp-image-143989" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/w4a5hs2s15148usmzp20.jpg 700w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/w4a5hs2s15148usmzp20-300x171.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/w4a5hs2s15148usmzp20-600x343.jpg 600w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></figure></div>



<p>กระแสนี้สอดคล้องกับยอดขายของวัตถุดิบจำพวกซอสพาสต้าสำหรับทำกินเอง ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง <a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/05/518924/">150 เปอร์เซ็นต์</a> กิมจิถ้วยเล็กกะทัดรัดตามร้านสะดวกซื้อก็ขายดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว <a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/05/518924/">72 เปอร์เซ็นต์</a> ส่วนพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูป เช่น ต้ม ผัด และแกงต่างๆ นั้นมียอดจำหน่ายสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง <a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/05/518924/">345 เปอร์เซ็นต์</a></p>



<p>สถานการณ์โควิด-19 อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ยอดจำหน่ายอาหารสำหรับหนึ่งที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ทำให้ทุกคนต้องกินข้าวคนเดียวมากกว่าแต่ก่อน แต่อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือคนเกาหลีที่ใช้ชีวิตคนเดียวมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-743x1024.png" alt="" class="wp-image-143996" width="557" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-743x1024.png 743w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-218x300.png 218w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-768x1058.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-1115x1536.png 1115w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645-600x827.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/image_9804579611575532205645.png 1200w" sizes="(max-width: 557px) 100vw, 557px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://post.naver.com/viewer/postView.nhn?volumeNo=27015711&amp;memberNo=1267558">naver.com</a></figcaption></figure></div>



<p><span style="display: none;">การใช้ชีวิตคนเดียว </span>ในปี 2021 นี้มีคนเกาหลีที่อาศัยอยู่ที่บ้านหรือห้องเช่าคนเดียวจำนวน <a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/05/518924/">9 ล้านกว่าคน</a> ซึ่งคิดเป็น 39.2 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ และเป็นสถิติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปี หากเทียบแค่เฉพาะในโซลนับว่าเพิ่มสูงขึ้นถึง <a href="https://news.seoul.go.kr/gov/archives/516722">16 เท่า</a> จากในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>เมื่อมีคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวเพิ่มมากขึ้น บริษัทขายอาหารและสินค้าต่างๆ จึงได้ผลิตสินค้าสำหรับผู้บริโภคที่อยู่คนเดียว เฟอร์นิเจอร์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คือ<a href="http://www.theliving.co.kr/news/articleView.html?idxno=21793">โซฟา</a>ขนาดหนึ่งคนนั่ง ซึ่งสอดคล้องกับสินค้าอื่นๆ ที่ฮิตตามกันมานั่นคือโต๊ะกินข้าวฉบับมินิ เตียงเดี่ยว และหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6089_810.jpeg" alt="" class="wp-image-143980" width="600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6089_810.jpeg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6089_810-300x186.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6089_810-768x476.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6089_810-600x372.jpeg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="368" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6092_1020.jpeg" alt="" class="wp-image-143981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6092_1020.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/21793_6092_1020-300x184.jpeg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://www.theliving.co.kr/news/articleView.html?idxno=21793">theliving.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>นอกจากบริษัทผลิตข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่หันมาเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ใช้ชีวิตคนเดียวแล้ว โรงภาพยนตร์หลายแห่งก็เริ่มปรับตัวเพื่อตอบสนองคนที่ต้องการดูหนังเพียงคนเดียว เช่น โรงหนังของ CGV บางแห่งในโซลได้จัด<a href="https://biz.insight.co.kr/news/214494">ที่นั่ง</a>ที่มีขนาดกว้างกว่าเบาะทั่วไป และมีที่กั้นด้านข้างเพื่อความเป็นส่วนตัวสำหรับคนที่มาดูหนังคนเดียวนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="700" height="503" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/s4zv225f19ny40w7jl05.jpeg" alt="" class="wp-image-143984" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/s4zv225f19ny40w7jl05.jpeg 700w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/s4zv225f19ny40w7jl05-300x216.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/s4zv225f19ny40w7jl05-600x431.jpeg 600w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://m.insight.co.kr/news/214494">insight.co.kr</a></figcaption></figure>



<p>กระแสการอยู่คนเดียวนี้ยังแผ่ขยายไปถึงมิติด้านที่อยู่อาศัย จนเกิดเป็นไอเดียที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า co-living ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวและต้องการพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็ยังสามารถใช้พื้นที่ส่วนรวมในราคาที่ย่อมเยาลงมาได้</p>



<p>ที่จริงแล้วเกาหลีนั้นมีที่พักที่เรียกว่า ‘ฮาซุกจิบ&#8217; ซึ่งจะมีห้องนอนแยกและมีการแชร์ห้องครัวและห้องกินข้าวร่วมกัน แต่สำหรับที่พักแบบ co-living นั้นจะมีพื้นที่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้มากขึ้น อย่างพื้นที่สำหรับนั่งทำงานหรือดูหนัง ซึ่งนับเป็นแนวทางใหม่สำหรับการอยู่อาศัยของคนที่ใช้ชีวิตลำพังหลายคนให้สามารถแชร์พื้นที่บางโซนร่วมกันแต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-143997" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-1536x1024.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-2048x1365.jpeg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-2-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-143999" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-1536x1024.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-2048x1365.jpeg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/table-15-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://design-anthology.com/story/coliving-seoul">design-anthology.com</a></figcaption></figure>



<p>ในสายตาของคนเกาหลีสมัยก่อน คนที่อยู่อาศัยหรือทำอะไรคนเดียวเช่นนี้มักจะถูกมองว่าแปลกหรือเป็นพวกมีปัญหาในการเข้าสังคม แต่ทัศนคติของคนเกาหลีก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในยุคนี้ที่การใช้ชีวิตคนเดียวไม่ใช่พฤติกรรมในแง่ลบอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>จาก<a href="http://www.recruittimes.co.kr/news/articleView.html?idxno=85974">แบบสำรวจ</a>พบว่า ชาย-หญิงเกาหลีวัยกลางคนจำนวน 70 เปอร์เซ็นต์รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบทำอะไรคนเดียว เช่น กินข้าวคนเดียว ท่องเที่ยวคนเดียว ดูหนังคนเดียว หรือช้อปปิ้งคนเดียว&nbsp;</p>



<p>แต่กิจกรรมที่ทำคนเดียวยากที่สุดสำหรับคนเกาหลี คือ ‘ฮนซุล’ ซึ่งหมายถึงการดื่มเหล้าคนเดียว ใครที่สามารถนั่งดื่มเหล้าคนเดียวอย่างไม่หวั่นไหวใดๆ แล้วนั้น อาจนับได้ว่าเป็นการปลดล็อกสกินทองเรื่องการทำอะไรคนเดียวเลยก็ว่าได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="560" height="545" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/79186_59396_121.jpeg" alt="" class="wp-image-144000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/79186_59396_121.jpeg 560w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/79186_59396_121-300x292.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/79186_59396_121-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/79186_59396_121-48x48.jpeg 48w" sizes="(max-width: 560px) 100vw, 560px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://design-anthology.com/story/coliving-seoul">100ssd.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p><span style="display: none;">If you are happy so I am happy too! By the way, I&#8217;m enjoyed watching I live alone so much. However I still don&#8217;t have enough time to watch all of the episodes.</span>ขณะที่แบบสำรวจเกี่ยวกับมุมมองของคนเกาหลีต่อชีวิตคู่นั้นระบุว่า ในบรรดาคนโสด 10 คน จะมี <a href="https://www.dailypop.kr/news/articleView.html?idxno=48936">8 คน</a>ที่รู้สึกว่าการใช้ชีวิตคนเดียวก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร และอีกผลสำรวจหนึ่งพบว่า คนเกาหลีวัย 20-39 ปี จำนวน <a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=30029">53.9 เปอร์เซ็นต์</a> คิดว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไป</p>



<p><a href="https://www.ibabynews.com/news/articleView.html?idxno=30778">สาเหตุ</a>ที่คนเกาหลีเริ่มหันมาใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้นนั้นมีหลายประการ เช่น ทัศนคติต่อการแต่งงานที่เปลี่ยนแปลงไป คนเกาหลีมีความคิดแนวปัจเจกนิยมมากขึ้น มีจำนวนคนโสด (ทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ) มากขึ้น และมีอัตราการหย่าร้างมากขึ้นเช่นกัน</p>



<p><a href="https://www.thepublic.kr/news/newsview.php?ncode=179530824151456">อีกเหตุผล</a>ที่ทำให้หลายคนเลือกใช้ชีวิตคนเดียวคือ อยากหลีกหนีจากความสัมพันธ์อันเหน็ดเหนื่อยกับคนอื่นแล้วให้เวลากับตัวเองเพื่อความสุขของตัวเอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องคอยสังเกตหรือระแวดระวังว่าคนรอบตัวจะรู้สึกยังไงกับตัวเอง</p>



<p>พวกเขาส่วนใหญ่เห็นว่า<a href="https://www.ibabynews.com/news/articleView.html?idxno=30778">ข้อดี</a>ของการใช้ชีวิตคนเดียวคือไม่ต้องมีใครมาห้ามในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และได้มีเวลาทบทวนความคิดของตัวเอง ขณะที่<a href="https://www.ibabynews.com/news/articleView.html?idxno=30778">ข้อเสีย</a>นั้นก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องพื้นฐานอย่างความเหงา การที่ไม่มีใครดูแลยามเจ็บป่วย และต้องรับมือกับเรื่องฉุกเฉินเพียงลำพัง</p>



<p>ที่น่าเป็นห่วงคือ ปัจจุบันมีผู้สูงอายุในเกาหลีจำนวนมากที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียว จาก<a href="https://news.mt.co.kr/mtview.php?no=2021040914384769438">สถิติ</a>ในปี 2021 ระบุว่ามีผู้สูงอายุจำนวนมากถึง 1.5 ล้านกว่าคนที่ใช้ชีวิตตามลำพัง ซึ่งคิดเป็นจำนวน 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุทั้งหมดในเกาหลี และมีแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมากขึ้นกว่านี้อีก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/fullsizephoto1017004-715x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-144001" width="600" height="768"/><figcaption>ภาพยนตร์ <em>Door Lock</em> (2018)</figcaption></figure></div>



<p>ด้วยเหตุนี้จึงมีภาพยนตร์เกาหลีที่สะท้อนสภาพชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว เช่น ภาพยนตร์เรื่อง <em>Late Blossom</em> (2011) เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักของผู้สูงอายุชาวเกาหลี สอดแทรกเนื้อหาที่สะท้อนสภาพชีวิตอันแร้นแค้น โดดเดี่ยว และว้าเหว่ของผู้สูงอายุ หรือภาพยนตร์เรื่อง <em>Door Lock</em> (2018) นำแสดงโดย คงฮโยจิน หญิงสาวผู้ใช้ชีวิตคนเดียวที่ต้องคอยระมัดระวังดูแลตัวเองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ และภาพยนตร์เรื่อง <em>Aloners </em>(2021) ที่สะท้อนเรื่องราวของคนเกาหลีที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังเช่นกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="2560" height="1440" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited.png" alt="" class="wp-image-144004" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited.png 2560w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-1536x864.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-2048x1152.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/Screen-Shot-2564-08-24-at-20.25.37-edited-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /><figcaption>รายการ <em>I Live Alone</em></figcaption></figure>



<p>นอกจากนี้ยังมีรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคนเดียว อย่างรายการวาไรตี้ชื่อ <em>I Live Alone</em> หรือที่บางคนเรียกกันว่า <em>Home Alone </em>ซึ่งนำเสนอชีวิตและไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนดังที่อาศัยอยู่คนเดียว&nbsp;</p>



<p>หรือรายการใหม่ที่ฟังดูน่าสนใจตั้งแต่ต้นรายการอย่าง <em>이번 생은 선인장</em> แปลตรงตัวคือ ชีวิตนี้เป็นต้นกระบองเพชร รายการที่นำเสนอชีวิตประจำวันของคุณ ‘อินจังซอน’ (ซึ่งน่าจะล้อมาจากคำว่า ‘ซอนอินจัง’ แปลว่า ต้นกระบองเพชร) เป็นคาแร็กเตอร์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายต้นกระบองเพชร มีความสามารถพิเศษคืออยู่คนเดียวเก่ง! ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งกำลังใจให้กับเหล่าผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ฉายทางช่อง EBS และมีให้ชมออนไลน์ทางแชนแนลยูทูบ <a href="https://www.youtube.com/channel/UCuG998qSYbpTz_TeggrLjoA">딩동댕대학교</a>&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="647" height="496" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/l_2021041602000927200154712.jpeg" alt="" class="wp-image-144005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/l_2021041602000927200154712.jpeg 647w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/l_2021041602000927200154712-300x230.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/l_2021041602000927200154712-600x460.jpeg 600w" sizes="(max-width: 647px) 100vw, 647px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://sports.khan.co.kr/entertainment/sk_index.html?art_id=202104161636003&amp;sec_id=540201">sports.khan.co.kr</a></figcaption></figure></div>



<p>เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน การใช้ชีวิตคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอีกต่อไปในสายตาของคนเกาหลี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกายหรือจิตใจของผู้ที่ใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://biz.insight.co.kr/news/214494">biz.insight.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=30029">civicnews.com</a></p>



<p><a href="https://content.v.kakao.com/v/5cc2c865ed94d2000112811d">content.v.kakao.com</a></p>



<p><a href="https://www.dailypop.kr/news/articleView.html?idxno=48936">dailypop.kr</a></p>



<p><a href="https://www.ibabynews.com/news/articleView.html?idxno=30778">ibabynews.com</a></p>



<p><a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/05/518924/">mk.co.kr</a></p>



<p><a href="https://news.mt.co.kr/mtview.php?no=2021040914384769438">news.mt.co.kr</a></p>



<p><a href="https://news.seoul.go.kr/gov/archives/516722">news.seoul.go.kr</a></p>



<p><a href="http://www.recruittimes.co.kr/news/articleView.html?idxno=85974">recruittimes.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.sisacast.kr/news/articleView.html?idxno=33020">sisacast.kr</a></p>



<p><a href="http://www.theliving.co.kr/news/articleView.html?idxno=21793">theliving.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.thepublic.kr/news/newsview.php?ncode=179530824151456">thepublic.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/alone/">ปลดล็อกสกินทอง ‘การใช้ชีวิตคนเดียว’ ของคนเกาหลีรุ่นใหม่ที่ยังแฮปปี้แม้ไม่มีคนข้างๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์สายมูในเกาหลี จากตำหนัก สู่คาเฟ่ เต็นท์ และแอพฯ ดูดวงในยุค social distancing</title>
		<link>https://adaymagazine.com/korea-horoscope/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2021 13:16:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Culture]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่ดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[เต็นท์ดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[south korea]]></category>
		<category><![CDATA[แอปดูดวง]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[Horoscope]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140884</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดูดวงเกาหลี ภาพจำของเกาหลีใต้ในความคิดใครหลายคนคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมบันเทิง กระแส K-pop เทคโนโลยีล้ำสมัย และการขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง แต่ในอีกมุมหนึ่งเกาหลีใต้ก็ยังมีวัฒนธรรมความเชื่อที่ขัดกับภาพลักษณ์ดังกล่าว อย่างการดูดวงที่ยังได้รับความนิยมอยู่และดูเหมือนจะมากขึ้นในปัจจุบัน สำหรับคอซีรีส์หรือคอหนังเกาหลีส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมเหล่านี้อยู่บ้าง อย่างการดูดวงนั้นก็ปรากฏอยู่หลายฉาก เช่น ซีรีส์เรื่อง Reply 1988 (2015) ที่แม่ๆ ทั้งสามคนชวนกันไปตำหนักเทพธิดาพยากรณ์เพื่อดูดวงชะตาของลูกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ หรือไม่ แม่ของท็อกซอน (แสดงโดย ฮเยรี) ถึงกับต้องทำตามคำแนะนำของหมอดูว่าต้องเปลี่ยนชื่อท็อกซอนเป็นซูยอนจนกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัย หรือซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่อง Lucky Romance (2016) ก็มีตัวละครชิมโบนี (แสดงโดย ฮวังจ็องอึม) ที่เชื่อคำทำนายของหมอดูว่าเธอจะต้องตายหากไม่ได้หลับนอนกับชายหนุ่มเวอร์จิ้นที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ จนกลายเป็นเรื่องราวต่างๆ ตามมา หรือแม้แต่ซีรีส์ที่ว่าด้วยธุรกิจของคนรุ่นใหม่อย่าง Start-Up (2020) ก็ยังมีฉากที่ซอดัลมี (รับบทโดย แพซูจี) นอนกระวนกระวายว่าจะเข้าร่วมการประมูลแพลตฟอร์มรถขับเคลื่อนอัตโนมัติดีหรือไม่ จนสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเปิดแอพฯ ดูดวง ‘เชื่อหรือไม่ไพ่ทาโรต์’ ขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ (แม้สุดท้ายเธอจะตัดสินใจอีกแบบก็ตาม) แต่นอกจากในสื่อบันเทิงแล้ว ในชีวิตจริงของคนเกาหลีก็ใกล้ชิดกับการดูดวงไม่แพ้กัน ยืนยันด้วยจำนวนสถานที่ดูดวงในย่านต่างๆ ที่มีเยอะชนิดที่ต่อให้ไม่สนใจหรือไม่เชื่อเรื่องดวงก็ต้องเคยเห็นผ่านตาแน่นอน สถานที่ดูดวงที่ว่าล้วนมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ทั้งประเภทที่อยู่ในและนอกอาคาร ภาพที่คุ้นตาที่สุดในสื่อบันเทิงคือสำนักดูดวงซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร เป็นห้องที่มีลักษณะคล้ายตำหนักดูดวงของไทย ซึ่งประกอบไปด้วยเทียน เครื่องบูชา และรูปภาพเทพยดาทั้งหลาย&#160;ให้บรรยากาศที่ขลังและน่าเกรงขาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/korea-horoscope/">ส่องเทรนด์สายมูในเกาหลี จากตำหนัก สู่คาเฟ่ เต็นท์ และแอพฯ ดูดวงในยุค social distancing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> ดูดวงเกาหลี </span>ภาพจำของเกาหลีใต้ในความคิดใครหลายคนคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมบันเทิง กระแส K-pop เทคโนโลยีล้ำสมัย และการขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง แต่ในอีกมุมหนึ่งเกาหลีใต้ก็ยังมีวัฒนธรรมความเชื่อที่ขัดกับภาพลักษณ์ดังกล่าว อย่างการดูดวงที่ยังได้รับความนิยมอยู่และดูเหมือนจะมากขึ้นในปัจจุบัน</p>



<p>สำหรับคอซีรีส์หรือคอหนังเกาหลีส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับวัฒนธรรมเหล่านี้อยู่บ้าง อย่างการดูดวงนั้นก็ปรากฏอยู่หลายฉาก เช่น ซีรีส์เรื่อง <em>Reply 1988</em> (2015) ที่แม่ๆ ทั้งสามคนชวนกันไปตำหนักเทพธิดาพยากรณ์เพื่อดูดวงชะตาของลูกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ หรือไม่ แม่ของท็อกซอน (แสดงโดย ฮเยรี) ถึงกับต้องทำตามคำแนะนำของหมอดูว่าต้องเปลี่ยนชื่อท็อกซอนเป็นซูยอนจนกว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="480" height="270" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000166249.jpg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140907" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000166249.jpg 480w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000166249-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="480" height="270" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000161878.jpg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140906" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000161878.jpg 480w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/Reply.1988.E11.AdsTrap.Cut_.720p.HDTV_.x264.Film_.iVTC_.AAC-SODiHD.mp4_000161878-300x169.jpg 300w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /></figure></div>



<p>หรือซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่อง <em>Lucky Romance</em> (2016) ก็มีตัวละครชิมโบนี (แสดงโดย ฮวังจ็องอึม) ที่เชื่อคำทำนายของหมอดูว่าเธอจะต้องตายหากไม่ได้หลับนอนกับชายหนุ่มเวอร์จิ้นที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ จนกลายเป็นเรื่องราวต่างๆ ตามมา</p>



<p>หรือแม้แต่ซีรีส์ที่ว่าด้วยธุรกิจของคนรุ่นใหม่อย่าง <em>Start-Up</em> (2020) ก็ยังมีฉากที่ซอดัลมี (รับบทโดย แพซูจี) นอนกระวนกระวายว่าจะเข้าร่วมการประมูลแพลตฟอร์มรถขับเคลื่อนอัตโนมัติดีหรือไม่ จนสุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเปิดแอพฯ ดูดวง ‘เชื่อหรือไม่ไพ่ทาโรต์’ ขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ (แม้สุดท้ายเธอจะตัดสินใจอีกแบบก็ตาม)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="358" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1888.png" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140899" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1888.png 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1888-300x134.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1888-768x344.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1888-600x269.png 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="358" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1887.png" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140898" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1887.png 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1887-300x134.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1887-768x344.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1887-600x269.png 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>แต่นอกจากในสื่อบันเทิงแล้ว ในชีวิตจริงของคนเกาหลีก็ใกล้ชิดกับการดูดวงไม่แพ้กัน ยืนยันด้วยจำนวนสถานที่ดูดวงในย่านต่างๆ ที่มีเยอะชนิดที่ต่อให้ไม่สนใจหรือไม่เชื่อเรื่องดวงก็ต้องเคยเห็นผ่านตาแน่นอน</p>



<p>สถานที่ดูดวงที่ว่าล้วนมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ทั้งประเภทที่อยู่ในและนอกอาคาร ภาพที่คุ้นตาที่สุดในสื่อบันเทิงคือสำนักดูดวงซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร เป็นห้องที่มีลักษณะคล้ายตำหนักดูดวงของไทย ซึ่งประกอบไปด้วยเทียน เครื่องบูชา และรูปภาพเทพยดาทั้งหลาย&nbsp;ให้บรรยากาศที่ขลังและน่าเกรงขาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/82968_83370_5954.jpeg" alt="" class="wp-image-140892" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/82968_83370_5954.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/82968_83370_5954-300x225.jpeg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://www.google.com/url?q=https://www.dailysecu.com/news/articleView.html?idxno%3D82968&amp;sa=D&amp;source=editors&amp;ust=1627387622377000&amp;usg=AOvVaw0ZJUP9DBEt7rWxgcM_sopT" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dailysecu.com/news/articleView.html?idxno=82968</a></figcaption></figure></div>



<p>ถัดมาในยุคหลังๆ ก็เริ่มมีสถานที่ดูดวงที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งเรียกว่า ‘ซาจูคาเพ่’ (사주카페) หรือคาเฟ่ดูดวงนั่นเอง บรรยากาศจะเหมือนร้านกาแฟ มีการขายเครื่องดื่มต่างๆ และดูดวงไปด้วย ส่วนค่าดูดวงในคาเฟ่ก็ถือว่าย่อมเยามากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่มีรายได้ เช่น นักเรียน นักศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="420" height="420" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889.jpg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140900" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889.jpg 420w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1889-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="420" height="420" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890.jpg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140901" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890.jpg 420w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1890-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 420px) 100vw, 420px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://m.blog.naver.com/sem4404/221664912982" target="_blank" rel="noreferrer noopener">m.blog.naver.com/sem4404/221664912982</a></figcaption></figure></div>



<p>หากสังเกตดีๆ เราจะเห็นคาเฟ่ดูดวงอยู่มากมายหลายที่ แม้กระทั่งย่านที่วัยรุ่นนิยมไปรวมตัวกัน เช่น แถวหน้ามหาวิทยาลัยฮงอิก (หรือที่เรียกกันว่าฮงแด) ย่านยอนนัมดง และแทฮังโน เป็นต้น ส่วนย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องการดูดวงโดยเฉพาะเลยก็มีเช่นกัน อย่างชั้น 1 ของตลาดซอ-มย็อน เมืองปูซาน จะมีตรอกหนึ่งที่เต็มไปด้วยสำนักดูดวงหลายสำนัก นิยมใช้ชื่อว่า ‘ชอลฮักกวัน’ (철학관) หรือ ‘ชอลฮักวอน’ (철학원) หากแปลตรงตัวจะหมายถึง ‘สำนักปรัชญา’ แต่จริงๆ ก็คือตำหนักรับดูดวงนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892.jpg" alt="" class="wp-image-140903" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1892-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://www.google.com/url?q=https://m.blog.naver.com/PostView.naver?isHttpsRedirect%3Dtrue%26blogId%3Djay32%26logNo%3D220991031051&amp;sa=D&amp;source=editors&amp;ust=1627387622394000&amp;usg=AOvVaw0XEpShwkBK0k83WdZrTAWL" target="_blank" rel="noreferrer noopener">m.blog.naver.com/PostView.naver?isHttpsRedirect=true&amp;blogId=jay32&amp;logNo=220991031051</a></figcaption></figure>



<p>อย่างที่เกริ่นไปว่าสถานที่ดูดวงแบบเอาต์ดอร์ของคนเกาหลีก็มีอยู่ไม่น้อย นั่นคือเต็นท์ดูดวงริมทางเดิน มองจากภายนอกจะคล้ายเต็นท์แดงที่เป็นร้านขายอาหารและเหล้าโซจูแบบที่ปรากฏในหนังเกาหลีอยู่บ่อยๆ แต่จะมีขนาดเล็กกว่า และมักจะมีป้ายระบุชัดเจนว่ารับดูดวงชะตา ดวงเนื้อคู่ หรือดูไพ่ทาโรต์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="550" height="389" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1893.jpg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140904" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1893.jpg 550w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1893-300x212.jpg 300w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /><figcaption>ภาพจาก 0<a href="http://0168265.tistory.com/689" target="_blank" rel="noreferrer noopener">168265.tistory.com/689</a></figcaption></figure></div>



<p>เมื่อสถานที่ดูดวงเข้าถึงได้ง่ายขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าคนเกาหลีจำนวนมากคงจะมีประสบการณ์ในการดูดวง จาก<a href="http://www.mhdata.or.kr/bbs/board.php?bo_table=week1&amp;wr_id=71">ผลสำรวจ</a>ในปี 2018 พบว่า วัยรุ่นอายุสิบกว่าไปจนถึงคนวัยสามสิบปลายๆ นิยมดูดวงกันเป็นจำนวนมาก ในกลุ่มคนที่อายุ 10-39 ปี คนที่เคยมีประสบการณ์ดูดวงมีจำนวน 90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคนที่ดูดวงอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้งขึ้นไปนั้นมีจำนวน 24 เปอร์เซ็นต์ และคนที่ดูดวงทุกวันมีจำนวน 11 เปอร์เซ็นต์<span style="display: none;"> ดูดวงเกาหลี </span></p>



<p>เหตุผลที่ทำให้คนเกาหลีดูดวงมากที่สุดก็คือ เพราะสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ส่วนเหตุผลรองลงมาคือดูดวงเพื่อเป็นการปลอบขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง และเหตุผลอันดับที่สามคือ ดูดวงเพื่อคลายเครียดและคลายความกังวลใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="534" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495.jpeg" alt="ดูดวงเกาหลี" class="wp-image-140897" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495.jpeg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-768x513.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-600x401.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/DSC06495-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://m.blog.naver.com/PostView.naver?isHttpsRedirect=true&amp;blogId=dh11188&amp;logNo=221588004262" target="_blank" rel="noreferrer noopener">m.blog.naver.com/PostView.naver?isHttpsRedirect=true&amp;blogId=dh11188&amp;logNo=221588004262</a></figcaption></figure>



<p>นอกจากนี้<a href="http://www.datasom.co.kr/news/articleView.html?idxno=103183" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลสำรวจ</a>ในปี 2020 พบว่า ในบรรดาคนที่กำลังหางานทำอยู่จำนวนกว่า 300 คน มีคนที่ดูดวงเกี่ยวกับเรื่องการงานมาแล้วหรือมีแผนว่าจะไปดูดวงนั้นมีจำนวนถึง 65.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเหตุผลในการดูดวงสามอันดับแรกคือ เพื่อการปลอบใจตัวเอง รู้สึกอึดอัดใจเกี่ยวกับการหางาน และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง</p>



<p>จากตัวเลขที่ว่ามาทั้งหมดสามารถยืนยันได้ว่าคนเกาหลีนิยมดูดวงกันเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาจะเชื่อคำทำนายหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง</p>



<p>ที่น่าสนใจคือ มีคนที่เชื่อการทำนายว่าน่าจะตรงทั้งหมดอยู่เพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และคนเกาหลีจำนวน 49.4 เปอร์เซ็นต์เชื่อเฉพาะการทำนายที่มีความหมายดี ส่วนคนที่ไม่เชื่อเรื่องดวงเลยมีอยู่ 22.3 เปอร์เซ็นต์</p>



<p>มีคนเกาหลีได้ให้<a href="https://health.chosun.com/site/data/html_dir/2014/02/20/2014022002905.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สัมภาษณ์</a>ไว้ว่า “ถ้าคำทำนายออกมาดีก็จะเชื่อตามนั้น แต่ถ้าคำนายออกมาไม่ดีก็จะลืมมันเสีย” ซึ่งสอดคล้องกับที่บางคนกล่าวว่า “ไม่ได้เชื่อเรื่องดวงร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าคำทำนายออกมาดีก็ว่าดี แต่ถ้าออกมาไม่ดีก็คิดเสียว่าต้องระมัดระวังให้มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="550" height="353" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2010020508488305.jpeg" alt="" class="wp-image-140895" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2010020508488305.jpeg 550w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/2010020508488305-300x193.jpeg 300w" sizes="(max-width: 550px) 100vw, 550px" /></figure></div>



<p>อีก<a href="http://www.openads.co.kr/content/contentDetail?contsId=2344" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลสำรวจ</a>หนึ่งในปี 2019 ระบุว่า ในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คนในช่วงอายุ 19-59 ปี มีคนที่มีความเห็นว่าสาเหตุที่คนนิยมดูดวงกันมากขึ้นนั้นมาจากความไม่สบายใจต่อสถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ถึง 73.9 เปอร์เซ็นต์</p>



<p><span style="display: none;">Nowadays text and longer text then longer text also longer text Longer text and longer text. Last but not least longer text also longer text. </span>ในช่วงปี 2020-2021 คนเกาหลียิ่งนิยมดูดวงกันมากขึ้นเพราะความรู้สึกไม่สบายใจ อัดอั้นตันใจ รู้สึกต้องการปลอบประโลมใจ และด้วยสถานการณ์โควิดจึงนิยมดูดวงผ่าน<a href="https://www.ajunews.com/view/20210419142058060" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แอพพลิเคชั่นต่างๆ</a> กันมากขึ้นเป็นประวัติการณ์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="560" height="373" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894.jpg" alt="" class="wp-image-140905" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894.jpg 560w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1894-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 560px) 100vw, 560px" /><figcaption>ภาพจาก <a href="https://www.google.com/url?q=https://news.mt.co.kr/mtview.php?no%3D2021022300542472455&amp;sa=D&amp;source=editors&amp;ust=1627387622395000&amp;usg=AOvVaw3Ht0vIMqu4-1h9TjyP8TE7" target="_blank" rel="noreferrer noopener">news.mt.co.kr/mtview.php?no=2021022300542472455</a></figcaption></figure></div>



<p>ไม่ใช่แค่การดูดวงเท่านั้นที่ใช้ระบบออนไลน์ คนเกาหลียังสั่งซื้อ<a href="https://news.mt.co.kr/mtview.php?no=2021022300542472455" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ยันต์</a>เพื่อเสริมดวงอีกด้วย บริษัทที่เปิดแพลตฟอร์มไว้สำหรับบริการรับดูดวงที่มีชื่อเสียงในเกาหลีแห่งหนึ่งได้เริ่มขายยันต์เสริมดวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน สุขภาพ โชคลาภ และเรื่องอื่นๆ ราว 20 เรื่อง ปรากฏว่ามีคนสั่งซื้อยันต์ต่างๆ เป็นจำนวนมากจนขายหมดเกลี้ยงภายในหนึ่งเดือน จึงต้องทำออกมาใหม่ตามความต้องการของลูกค้า<span style="display: none;">Longer text and longer text then longer text. However longer text Longer text and longer text then longer text also longer text.</span></p>



<p>ในสถานการณ์โควิดเช่นนี้ สิ่งที่พอจะเป็นที่พึ่งทางใจสำหรับคนเกาหลี นอกจาก<a href="https://adaymagazine.com/retro/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การหวนระลึกถึงวันวาน</a>แล้ว การดูดวงก็ดูจะเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาและปลอบประโลมใจคนเกาหลีอีกทางหนึ่ง</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.ajunews.com/view/20210419142058060" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ajunews.com</a></p>



<p><a href="https://health.chosun.com/site/data/html_dir/2014/02/20/2014022002905.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">chosun.com</a></p>



<p><a href="http://www.datasom.co.kr/news/articleView.html?idxno=103183" target="_blank" rel="noreferrer noopener">datasom.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.mhdata.or.kr/bbs/board.php?bo_table=week1&amp;wr_id=71" target="_blank" rel="noreferrer noopener">mhdata.or.kr</a></p>



<p><a href="https://news.mt.co.kr/mtview.php?no=2021022300542472455" target="_blank" rel="noreferrer noopener">news.mt.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.openads.co.kr/content/contentDetail?contsId=2344" target="_blank" rel="noreferrer noopener">openads.co.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/korea-horoscope/">ส่องเทรนด์สายมูในเกาหลี จากตำหนัก สู่คาเฟ่ เต็นท์ และแอพฯ ดูดวงในยุค social distancing</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก Reply 1988 จนถึง SSAK3 ส่องกระแสเรโทรของคนเกาหลีที่อยากหนีจากปัจจุบันอันวุ่นวาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/retro/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 05:33:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[Reply 1988]]></category>
		<category><![CDATA[korean drama]]></category>
		<category><![CDATA[K-POP]]></category>
		<category><![CDATA[Newtro]]></category>
		<category><![CDATA[เคป๊อบ]]></category>
		<category><![CDATA[Retro]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Food]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[SSAK3]]></category>
		<category><![CDATA[HELLO JOY]]></category>
		<category><![CDATA[BTS]]></category>
		<category><![CDATA[เรโทร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=138975</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรโทร เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีช่วงเวลาดีๆ ในอดีต ซึ่งก็อาจผสมรวมทั้งความสุข ทุกข์ ขม หวาน ปนเปกันไป และเมื่อได้หวนนึกขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ผ่านเลยไปเนิ่นนาน อดีตเหล่านั้นจึงมีคุณค่ากว่าสิ่งใด&#160; นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ Reply 1988 ซีรีส์เกาหลีที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิต ครอบครัว ความรัก มิตรภาพ ความทรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1988 ณ ย่านซังมุนดง กรุงโซล ได้กลายเป็นซีรีส์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมชาวเกาหลีทั่วประเทศ รวมถึงผู้ชมชาวไทยที่ถึงแม้อยู่ไกลจากย่านซังมุนดงกว่า 3,000 กิโลเมตร แต่ก็รู้สึกผูกพันกับตัวละครและบรรยากาศในย่านซังมุนดงไม่น้อยไปกว่ากัน ด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgia) อันเป็นจุดร่วมสากลของคนทั่วโลก ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนดูทุกเพศทุกวัย ชนิดที่ต่อให้เกิดไม่ทันปี 1988 ก็ยังอินประหนึ่งเติบโตมากับตัวละครในเรื่อง&#160; ช่วงนี้ที่เกาหลียิ่งมีกระแสนิยมอะไรๆ ที่เป็นสไตล์เรโทรมากขึ้น ถึงขั้นมีการสร้างคำศัพท์ใหม่อย่าง ‘นิวโทร’ (มาจากคำว่า new รวมกับคำว่า retro) ซึ่งหมายถึงหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่สนใจสไตล์บางอย่างจากยุคเก่า นำมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่อย่างที่เห็น&#160; อาจเป็นเพราะวัยรุ่นเหล่านี้แทบจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสไตล์หรือของเก่ามากนัก จึงมีแนวโน้มที่พวกเขาจะไม่ได้มองของเก่าในฐานะการรื้อฟื้นหรือหวนคืนอดีตที่คิดถึง แต่มองว่าของเก่าเหล่านี้คือสไตล์ใหม่ที่แปลกตาและดูเก๋นั่นเอง อย่างการแต่งตัวสไตล์ย้อนยุคที่ได้รับความนิยมจนมีการติดแฮชแท็ก ‘ลุคคุณยาย’ (#할미룩) หรือ ‘แกรนนี่ลุค’ (#그래니룩) ซึ่งมีเอกลักษณ์คือการใส่เสื้อผ้าตัวยาวๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/retro/">จาก Reply 1988 จนถึง SSAK3 ส่องกระแสเรโทรของคนเกาหลีที่อยากหนีจากปัจจุบันอันวุ่นวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">เรโทร </span>เชื่อว่าเราทุกคนล้วนมีช่วงเวลาดีๆ ในอดีต ซึ่งก็อาจผสมรวมทั้งความสุข ทุกข์ ขม หวาน ปนเปกันไป และเมื่อได้หวนนึกขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ผ่านเลยไปเนิ่นนาน อดีตเหล่านั้นจึงมีคุณค่ากว่าสิ่งใด&nbsp;</p>



<p>นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ <em>Reply 1988</em> ซีรีส์เกาหลีที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิต ครอบครัว ความรัก มิตรภาพ ความทรงจำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1988 ณ ย่านซังมุนดง กรุงโซล ได้กลายเป็นซีรีส์ที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมชาวเกาหลีทั่วประเทศ รวมถึงผู้ชมชาวไทยที่ถึงแม้อยู่ไกลจากย่านซังมุนดงกว่า 3,000 กิโลเมตร แต่ก็รู้สึกผูกพันกับตัวละครและบรรยากาศในย่านซังมุนดงไม่น้อยไปกว่ากัน</p>



<p>ด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgia) อันเป็นจุดร่วมสากลของคนทั่วโลก ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกใจคนดูทุกเพศทุกวัย ชนิดที่ต่อให้เกิดไม่ทันปี 1988 ก็ยังอินประหนึ่งเติบโตมากับตัวละครในเรื่อง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-723x1024.jpg" alt="" class="wp-image-139000" width="542" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-723x1024.jpg 723w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-768x1088.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-1084x1536.jpg 1084w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264-600x850.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1264.jpg 1445w" sizes="(max-width: 542px) 100vw, 542px" /></figure></div>



<p>ช่วงนี้ที่เกาหลียิ่งมีกระแสนิยมอะไรๆ ที่เป็นสไตล์เรโทรมากขึ้น ถึงขั้นมีการสร้างคำศัพท์ใหม่อย่าง ‘นิวโทร’ (มาจากคำว่า new รวมกับคำว่า retro) ซึ่งหมายถึงหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่สนใจสไตล์บางอย่างจากยุคเก่า นำมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่อย่างที่เห็น&nbsp;</p>



<p>อาจเป็นเพราะวัยรุ่นเหล่านี้แทบจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสไตล์หรือของเก่ามากนัก จึงมีแนวโน้มที่พวกเขาจะไม่ได้มองของเก่าในฐานะการรื้อฟื้นหรือหวนคืนอดีตที่คิดถึง แต่มองว่าของเก่าเหล่านี้คือสไตล์ใหม่ที่แปลกตาและดูเก๋นั่นเอง</p>



<p>อย่างการแต่งตัวสไตล์ย้อนยุคที่ได้รับความนิยมจนมีการติดแฮชแท็ก ‘ลุคคุณยาย’ (#할미룩) หรือ ‘แกรนนี่ลุค’ (#그래니룩) ซึ่งมีเอกลักษณ์คือการใส่เสื้อผ้าตัวยาวๆ บ้างสวมคาร์ดิแกน สวมกางเกงขาพอง หรือกระโปรงยาวลายดอกไม้ เสื้อกั๊กไหมพรม ซึ่งบางคนอาจมองว่าเชยนิดๆ แต่มิกซ์แอนด์แมตช์ดีๆ แล้วก็ดูเก๋ไม่ใช่เล่น&nbsp;</p>



<p>นักศึกษาชาวเกาหลีวัย 22 ปีได้ให้<a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=31324">สัมภาษณ์</a>กับสื่อเกาหลีไว้ว่าการแต่งตัวลุคคุณยายนั้นทั้งน่ารักแถมยังช่วยพรางหุ่นได้ดีอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-715x1024.jpg" alt="เรโทร" class="wp-image-139001" width="536" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-715x1024.jpg 715w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-210x300.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-768x1099.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-1073x1536.jpg 1073w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266-600x859.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/IMG_1266.jpg 1170w" sizes="(max-width: 536px) 100vw, 536px" /></figure></div>



<p>เช่นกันกับข้าวของเครื่องใช้และบรรดาของกินสไตล์เรโทรที่ต่างก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไม่น้อย ในตลาดขายของมือสองออนไลน์ก็มีการซื้อ-ขายของเก่าต่างๆ กันจำนวนมาก อย่างเครื่องทำกาแฟเรโทร เครื่องเล่นแผ่นเสียง แก้วเบียร์สไตล์เก่าๆ โคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์ย้อนยุค หรือพัดลมโบราณที่กลายมาเป็นสินค้ายอดฮิตในช่วงนี้</p>



<p>จาก<a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22NON0PGW3">ผลการสำรวจ</a>พบว่า ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมในปีนี้มียอดขายสินค้าสไตล์เรโทรสูงขึ้นจากปีที่แล้วถึง 53 เปอร์เซ็นต์ และในบรรดาสินค้าทั้งหมด สินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือขนมโบราณซึ่งมียอดขายสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 184 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="542" height="371" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/images.jpeg" alt="" class="wp-image-139004" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/images.jpeg 542w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/images-300x205.jpeg 300w" sizes="(max-width: 542px) 100vw, 542px" /><figcaption><em>ขนมป็องทวีกี</em></figcaption></figure></div>



<p>ขนมโบราณที่ว่านั้นก็มีมากมาย หลายอย่างอาจเป็นสิ่งที่เราเคยผ่านตากันอยู่บ่อยๆ ในสื่อเกาหลีช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ‘จนดือกี’ ขนมที่ทำจากแป้ง เป็นแผ่นยาว ‘ป็องทวีกี’ ขนมที่มีลักษณะคล้ายแผ่นข้าวเกรียบ และ ‘ทัลโกนา’ ขนมน้ำตาลเคี่ยว บ้างเรียกอมยิ้มเกาหลี&nbsp;</p>



<p>ส่วนอาหารคาวสไตล์ย้อนยุคเองก็ฮิตตามกันมา เช่น ‘ทงดัก’ หรือไก่ที่ทำให้สุกทั้งตัวโดยไม่ได้หั่นเป็นชิ้น นิยมนำไปทอด ซึ่งปรากฏอยู่ในฉากหนึ่งของเรื่อง <em>Reply 1988</em>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-1024x686.jpg" alt="เรโทร" class="wp-image-138989" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-1024x686.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-768x515.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-1536x1029.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-600x402.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/gqdaxdmpkomazwaolclb.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากสถิติเมื่อปี 2020 ขนมต็อกหรือก้อนแป้งข้าวเหนียวหนึบคลุกถั่วชนิดที่เรียกว่า ‘อินจอลมี’ นั้นมียอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง <a href="https://www.withbuyer.com/news/articleView.html?idxno=21306">40 เปอร์เซ็นต์</a> และอาหารที่มีส่วนผสมของงาดำหรือเครื่องดื่มธัญพืชต่างๆ ก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน อย่าง<a href="https://www.withbuyer.com/news/articleView.html?idxno=21306">ไอศครีมรสงาดำ</a>ของแบรนด์ emart24 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วมียอดขายถึง 3 ล้านแท่ง!</p>



<p>นอกจากคำว่านิวโทรแล้ว ความนิยมอาหารโบราณและการแต่งตัวย้อนยุคเหล่านี้ยังมีคำบัญญัติเฉพาะที่ใช้เรียกรวมกระแสทั้งหมดได้ด้วยคำว่า ‘<a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22H5WNKR6W">ฮัลแมเนียล</a>’ ซึ่งมาจากคำว่า ‘ฮัลแม’ (ภาษาถิ่น) หมายถึง คุณย่าหรือคุณยาย รวมกับคำว่า ‘มิลเลเนียล’ นั่นเอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21306_12238_5229.png" alt="" class="wp-image-138987" width="443" height="641" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21306_12238_5229.png 591w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/21306_12238_5229-207x300.png 207w" sizes="(max-width: 443px) 100vw, 443px" /><figcaption><em>ขนมอินจอลมี</em></figcaption></figure></div>



<p><span style="display: none;">เรโทร </span>เมื่อสินค้าเรโทรกลายเป็นของขายดีขนาดนี้ ไม่แปลกที่บริษัทต่างๆ จะหันมาห่อหุ้มสินค้าของตัวเองเสียใหม่ด้วยแพ็กเกจจิ้งสไตล์เรโทร อย่างช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาบริษัทเกี๊ยว<a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/01/60048/">โคฮยังมันดู</a> ก็ได้ทำเซตของขวัญสไตล์เรโทร เช่นกันกับ<a href="https://www.mk.co.kr/news/business/view/2021/03/243764/">กาแฟกระป๋องลอตเต้</a>ที่ออกแพ็กเกจครบรอบ 30 ปีในสไตล์เรโทร หรือแม้กระทั่ง<a href="https://news.nate.com/view/20210526n19246?mid=n1101">พัดลมจิ๋ว</a>สไตล์เรโทรก็ยังมีให้เห็นเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="700" height="437" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/image_readtop_2021_60048_16110340254512229.jpg" alt="เรโทร" class="wp-image-138990" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/image_readtop_2021_60048_16110340254512229.jpg 700w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/image_readtop_2021_60048_16110340254512229-300x187.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/image_readtop_2021_60048_16110340254512229-600x375.jpg 600w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /><figcaption><em>เกี๊ยวโคฮยังมันดู</em></figcaption></figure></div>



<p>เช่นกันกับ<a href="https://www.mk.co.kr/news/it/view/2021/04/329538/">เกมเก่าๆ</a> ที่วนกลับมาฮิตติดเทรนด์ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเกมสไตล์นี้โดยมากสามารถดาวน์โหลดมาเล่นได้ฟรี ทำให้เข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังให้อารมณ์เหมือนกำลังอยู่ในร้านเกมสมัยก่อนอีกด้วย</p>



<p>กระแสนิยมเรโทรนี้เองที่ทำให้ย่านอึลจีโรกลายเป็นที่นิยมขึ้นมาในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากย่านนี้มีทั้งร้านอาหารและกาแฟที่เปิดมานานหลายสิบปีซึ่งตกแต่งร้านด้วยสไตล์เรโทรแท้ๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีร้านเปิดใหม่ที่ตกแต่งเป็นสไตล์เรโทรด้วยเช่นกัน ถึงขั้นมีการขนานนามย่านอึลจีโรว่าเป็น ‘<a href="https://mediahub.seoul.go.kr/archives/1272122">ฮิปจีโร</a>’ (มาจากคำว่า ‘ฮิปสเตอร์’ รวมกับคำว่า ‘อึลจีโร’) เลยทีเดียว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-1024x1024.jpg" alt="เรโทร" class="wp-image-139005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/168331049_451452822784631_673913267121411547_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><em>คาเฟ่ Hyemindang ในย่านอึลจีโร</em></figcaption></figure></div>



<p>เมื่อกระแสเรโทรได้แพร่กระจายไปทั่วทุกวงการขนาดนี้ มีหรือที่ K-pop จะพลาด&nbsp;</p>



<p>ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้เห็นศิลปินนำกลิ่นอายเก่าๆ มานำเสนอให้เห็นกันมากมาย อย่างวง SSAK3 (อ่านว่า ซักซือรี) โปรเจกต์กรุ๊ปที่เป็นการรวมตัวของศิลปินรุ่นใหญ่คือ ยูแจซ็อก อีฮโยรี และเรน จากรายการ <em>Hangout with Yoo</em> ซึ่งได้ปล่อยเพลง <em>Beach Again</em> ออกมาเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว หรืออัลบั้ม <em>Hello</em> ของ JOY หนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป Red Velvet ที่ได้นำเพลงเก่าช่วง 90s-00s มารีเมกใหม่และปล่อยออกมาเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="500" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/200725_114824_3936641536230648473659.jpg" alt="เรโทร" class="wp-image-138992" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/200725_114824_3936641536230648473659.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/200725_114824_3936641536230648473659-300x150.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/200725_114824_3936641536230648473659-768x384.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/200725_114824_3936641536230648473659-600x300.jpg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption><em>ศิลปินวง SSAK3</em></figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1500" height="1125" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited.jpeg" alt="เรโทร" class="wp-image-139006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited.jpeg 1500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/pre-order-joy-special-album-hello-cassette-tape-ver-limited-edition-860781_2000x-edited-600x450.jpeg 600w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /><figcaption><em>อัลบั้ม Hello ของ JOY</em></figcaption></figure></div>



<p>นอกจากนี้ศิลปินวง BTS ก็ได้มี <em>BTS 2021 Season’s Greetings</em> ถ่ายแบบในคอนเซปต์ BTS Goes Retro ทั้งสถานที่ถ่ายทำและเสื้อผ้าเป็นสไตล์ย้อนยุค&nbsp;</p>



<p>ชาวเกาหลีอายุ 22 ปีได้ให้<a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=31642">สัมภาษณ์</a>ว่า เดี๋ยวนี้มิวสิกวิดีโอเพลงต่างๆ มักใช้ CG และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้ภาพออกมาสวยงาม แต่เมื่อได้เห็นศิลปิน BTS ที่ตนชื่นชอบอยู่ในบรรยากาศเรโทรแล้วกลับทำให้รู้สึกว่าวิดีโอสไตล์ย้อนยุคนั้นน่าดึงดูดและน่าสนใจไม่น้อยเลย</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[PREVIEW] BTS (방탄소년단) &#039;2021 SEASON’S GREETINGS&#039; SPOT (BTS GOES RETRO)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/yjetoy-RKQ8?start=11&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>คำถามที่ตามมาก็คือ ความนิยมเรโทรของคนเกาหลีนั้นมีที่มาจากอะไร?</p>



<p><a href="https://www.hankookilbo.com/News/Read/202006161051096733">อาจารย์</a>จากภาควิชา<a href="https://www.sungshin.ac.kr/generaledu/12619/subview.do"> Global Communication</a> มหาวิทยาลัยคย็องฮี วิเคราะห์ว่า เมื่อในตลาดไม่มีอะไรใหม่อีกต่อไปแล้ว ผู้บริโภคจึงหันกลับไปมองของย้อนยุคและรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องสดใหม่ขึ้นมา</p>



<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการนิยมอะไรที่เป็นสไตล์ย้อนยุคแบบนี้อาจมีสาเหตุมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กินระยะเวลายาวนานจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20201222108400505">อาจารย์</a>ประจำคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยสตรีซุกมย็อง (Sookmyung Women&#8217;s University) กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจต่างๆ ถดถอยลงเพราะโควิด-19 ทำให้คนวัย 20-29 ปีรู้สึกหวั่นใจกับอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป <a href="https://adaymagazine.com/therapist-healing/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ</a> ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงโหยหากลิ่นอายของอดีตที่สร้างความมั่นคงทางจิตใจได้มากกว่ายุคปัจจุบัน</p>



<p>สอดคล้องกับสิ่งที่นักศึกษาคนหนึ่งให้<a href="http://mediacenter.hannam.ac.kr/news/articleView.html?idxno=791">สัมภาษณ์</a>ไว้ว่า ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยล้ากับสภาพสังคมที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา จึงอยากมีที่ว่างให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกรีบร้อนอะไร และเริ่มหันมาสนใจสไตล์เรโทร</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="600" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934.jpeg" alt="เรโทร" class="wp-image-138982" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/791_1718_3934-96x96.jpeg 96w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption><em>ศิลปินวง SSAK3</em></figcaption></figure></div>



<p>ไม่เพียงแต่วัยรุ่นเท่านั้น คนเกาหลีในวัย<a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=31642">ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ</a>เองก็เห็นว่าสินค้าสไตล์เรโทรช่วยชดเชยความรู้สึกไม่แน่นอนของอนาคต และทำให้นึกถึงอดีตที่ไม่ว่าใครก็คงจะมีความทรงจำดีๆ กับมันอยู่บ้าง</p>



<p>การหลีกหนีจากความจริงที่เราควบคุมไม่ได้และสถานการณ์อันแสนวุ่นวาย ไหนจะความอึดอัดจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ทำให้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีอยากหลีกหนีปัจจุบันและย้อนไปสู่ยุคเก่าที่สบายใจกว่านี้ ถึงจะแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งที่ได้สวมเสื้อผ้าย้อนยุค ไม่กี่นาทีที่ได้ฟังเพลงเก่า นั่งกินขนมโบราณกับครอบครัว หรือแค่ชั่วเวลาที่ได้นั่งจิบกาแฟในร้านย้อนยุค ก็คงช่วยเยียวยาหัวใจของคนเกาหลีในยุคนี้ได้บ้างไม่มากก็น้อย</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/894791">bangkokbiznews.com</a></p>



<p><a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=31324">civicnews.com</a></p>



<p><a href="http://www.civicnews.com/news/articleView.html?idxno=31642">civicnews.com</a></p>



<p><a href="http://hankookilbo.com">hankookilbo.com</a></p>



<p><a href="http://mediacenter.hannam.ac.kr/news/articleView.html?idxno=791">mediacenter.hannam.ac.kr</a></p>



<p><a href="https://mediahub.seoul.go.kr/archives/1272122">mediahub.seoul.go.kr</a></p>



<p><a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22NON0PGW3">sedaily.com</a></p>



<p><a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22H5WNKR6W">sedaily.com</a></p>



<p><a href="https://www.withbuyer.com/news/articleView.html?idxno=21306">withbuyer.com</a></p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20201222108400505">yna.co.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/retro/">จาก Reply 1988 จนถึง SSAK3 ส่องกระแสเรโทรของคนเกาหลีที่อยากหนีจากปัจจุบันอันวุ่นวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัลลีปัลลี ความเร่งรีบของคนเกาหลีที่มากับเทรนด์สกูตเตอร์ไฟฟ้าและสังคมที่พัฒนาไม่หยุด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/palli-palli/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2021 15:31:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[Korea Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Scooter]]></category>
		<category><![CDATA[สกูตเตอร์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความเร่งรีบ]]></category>
		<category><![CDATA[korea]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[pop culture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=135013</guid>

					<description><![CDATA[<p>สกูตเตอร์ไฟฟ้า หากใครเคยดูซีรีส์หรือภาพยนตร์เกาหลี หรือเคยเดินทางไปเยือนเกาหลี คงจะเห็นว่าประเทศเกาหลีมีระบบขนส่งสาธารณะที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยรถเมล์หรือรถไฟฟ้า ขนาดเมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มมีการติดตั้งห้องกระจกใสให้คนเข้ามานั่งรอรถเมล์ เปิดแอร์ในหน้าร้อนและเปิดฮีตเตอร์ในหน้าหนาว ถึงกับมีที่ชาร์จแบตฯ โทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ด้วย จนหลายคนเห็นแล้วถึงกับพูดว่า “เกาหลีพัฒนาต่อไม่รอแล้วนะ”&#160; ดูเหมือนเกาหลีจะไปต่อไม่รอใครแล้วจริงๆ เพราะนอกจากการเดินทางโดยรถเมล์หรือรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ยังมีการติดตั้งจุดให้เช่าจักรยาน และล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้คือสกูตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่าที่ติดตั้งอยู่ตามทางเท้าจุดสำคัญต่างๆ เช่น หน้าทางเข้า-ออกสถานีรถไฟใต้ดิน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ แม้แต่ซีรีส์ต่างๆ ก็มีตัวละครใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าให้เห็นเหมือนเป็นเรื่องสามัญ เพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนเกาหลี เช่น No Matter What (2020) ที่มีฉากตัวละครหญิงในเรื่องใช้สกูตเตอร์ หรือ Vincenzo (2021) ที่ตัวละครผู้ใช้สกูตเตอร์ถูกหัวหน้าตำหนิว่า “เวลารีบๆ แบบนี้ควรขึ้นแท็กซี่มาสิ” แต่เขาก็ตอบกลับไปว่า “เวลานี้เจ้านั่น (สกูตเตอร์) เร็วกว่าแท็กซี่อีก และกำลังเป็นเทรนด์ของคนเมืองด้วย” เหตุใดสกูตเตอร์จึงเป็นเทรนด์ของคนเมืองเกาหลี ทั้งที่การเดินทางด้วยรถโดยสารอื่นๆ ก็สะดวกสบายอยู่แล้ว เหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากการที่คนเกาหลีหลายคนชอบทำอะไรรวดเร็ว สำหรับคอซีรีส์หรือผู้ที่ชอบดูรายการวาไรตี้เกาหลีคงเคยได้ยินคำว่า “ปัลลีปัลลี (빨리빨리)” แปลว่า “เร็วๆ” คนเกาหลีทำอะไรด้วยความกระตือรือร้นรวดเร็วจนนับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เรียกกันว่าเป็น “วัฒนธรรมปัลลีปัลลี” มีนักวิชาการหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากประเทศบอบช้ำจากสงครามเกาหลีในยุค 60s เกาหลีใต้ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/palli-palli/">ปัลลีปัลลี ความเร่งรีบของคนเกาหลีที่มากับเทรนด์สกูตเตอร์ไฟฟ้าและสังคมที่พัฒนาไม่หยุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> สกูตเตอร์ไฟฟ้า </span>หากใครเคยดูซีรีส์หรือภาพยนตร์เกาหลี หรือเคยเดินทางไปเยือนเกาหลี คงจะเห็นว่าประเทศเกาหลีมีระบบขนส่งสาธารณะที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยรถเมล์หรือรถไฟฟ้า ขนาดเมื่อไม่นานมานี้ก็เริ่มมีการติดตั้งห้องกระจกใสให้คนเข้ามานั่งรอรถเมล์ เปิดแอร์ในหน้าร้อนและเปิดฮีตเตอร์ในหน้าหนาว ถึงกับมีที่ชาร์จแบตฯ โทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ด้วย</p>



<p>จนหลายคนเห็นแล้วถึงกับพูดว่า “<a href="https://adaymagazine.com/category/life/culture/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เกาหลี</a>พัฒนาต่อไม่รอแล้วนะ”&nbsp;</p>



<p>ดูเหมือนเกาหลีจะไปต่อไม่รอใครแล้วจริงๆ เพราะนอกจากการเดินทางโดยรถเมล์หรือรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ยังมีการติดตั้งจุดให้เช่าจักรยาน และล่าสุดที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้คือสกูตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่าที่ติดตั้งอยู่ตามทางเท้าจุดสำคัญต่างๆ เช่น หน้าทางเข้า-ออกสถานีรถไฟใต้ดิน ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ</p>



<p>แม้แต่ซีรีส์ต่างๆ ก็มีตัวละครใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าให้เห็นเหมือนเป็นเรื่องสามัญ เพราะมันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนเกาหลี เช่น<em> No Matter What</em> (2020) ที่มีฉากตัวละครหญิงในเรื่องใช้สกูตเตอร์ หรือ <em>Vincenzo</em> (2021) ที่ตัวละครผู้ใช้สกูตเตอร์ถูกหัวหน้าตำหนิว่า “เวลารีบๆ แบบนี้ควรขึ้นแท็กซี่มาสิ” แต่เขาก็ตอบกลับไปว่า “เวลานี้เจ้านั่น (สกูตเตอร์) เร็วกว่าแท็กซี่อีก และกำลังเป็นเทรนด์ของคนเมืองด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="309" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/86006_77851_4958.jpeg" alt="" class="wp-image-135515" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/86006_77851_4958.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/86006_77851_4958-300x155.jpeg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="567" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-1024x567.jpeg" alt="สกูตเตอร์ไฟฟ้า" class="wp-image-135511" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-1024x567.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-300x166.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-768x425.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-1536x850.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107-600x332.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/107.jpeg 1594w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เหตุใดสกูตเตอร์จึงเป็นเทรนด์ของคนเมืองเกาหลี ทั้งที่การเดินทางด้วยรถโดยสารอื่นๆ ก็สะดวกสบายอยู่แล้ว</p>



<p>เหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากการที่คนเกาหลีหลายคนชอบทำอะไรรวดเร็ว สำหรับคอซีรีส์หรือผู้ที่ชอบดูรายการวาไรตี้เกาหลีคงเคยได้ยินคำว่า “ปัลลีปัลลี (빨리빨리)” แปลว่า “เร็วๆ” คนเกาหลีทำอะไรด้วยความกระตือรือร้นรวดเร็วจนนับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เรียกกันว่าเป็น “วัฒนธรรมปัลลีปัลลี” มีนักวิชาการหลายคนได้ตั้ง<a href="https://www.asiae.co.kr/article/2019062921085330055">ข้อสังเกต</a>ว่าหลังจากประเทศบอบช้ำจากสงครามเกาหลีในยุค 60s เกาหลีใต้ได้มีการพัฒนาอุตสาหกรรม ประชาชนพยายามดิ้นรนทำงานอย่างหนักและแข่งกับเวลา สิ่งนี้จึงน่าจะเป็นที่มาของวัฒนธรรมปัลลีปัลลี จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีการกล่าวถึงวัฒนธรรมนี้อยู่ มีทั้งมุมมองของ<a href="https://www.mk.co.kr/news/culture/view/2016/09/633325/">ชาวต่างชาติ</a>หรือแม้กระทั่ง<a href="https://www.nocutnews.co.kr/news/1136010">คนเกาหลี</a>เองที่เมื่อพูดถึงภาพลักษณ์ของประเทศเกาหลี สิ่งที่พวกเขานึกถึงเป็นอันดับแรกก็คือคำว่า “ปัลลีปัลลี”</p>



<p>วัฒนธรรมปัลลีปัลลีอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีเลือกใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้า ในกรณีที่ต้องเลือกระหว่างเดินเท้าบนฟุตพาทที่จริงๆ แล้วก็กว้างขวาง แข็งแรง เดินง่าย แต่เมื่อมีสกูตเตอร์ให้เช่า บางคนที่เร่งรีบก็จะเลือกใช้สกูตเตอร์เพื่อประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุด</p>



<p>อีกเหตุผลหนึ่งคือสกูตเตอร์เป็นยานพาหนะที่มีขนาดเล็ก สามารถใช้งานได้คล่องตัว ประกอบกับช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์โควิด-19 สกูตเตอร์จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้ไม่ต้องไปแออัดกับคนอื่นๆ บนรถเมล์หรือรถไฟฟ้า และด้วยความกะทัดรัด หาที่จอดง่าย จึงมีพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรีหลายคนเลือกใช้สกูตเตอร์เป็นยานพาหนะในการส่งอาหาร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="585" height="403" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560552.4321.7.jpg" alt="สกูตเตอร์ไฟฟ้า" class="wp-image-135520" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560552.4321.7.jpg 585w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560552.4321.7-300x207.jpg 300w" sizes="(max-width: 585px) 100vw, 585px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="585" height="440" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560554.2856.8.jpg" alt="" class="wp-image-135522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560554.2856.8.jpg 585w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/M.1576560554.2856.8-300x226.jpg 300w" sizes="(max-width: 585px) 100vw, 585px" /></figure>



<p>จำนวนสกูตเตอร์ไฟฟ้าในโซลเมื่อปี 2020 อยู่ที่ <a href="https://www.bbc.com/korean/news-56976366">16,580</a> คัน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปี 2019 และมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับการเช่าสกูตเตอร์มากถึง <a href="http://dongascience.donga.com/news.php?idx=40849">214,451</a> คน เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 6 เท่า จากสถิติระบุว่าคนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี รองลงมาคือคนที่มีอายุ 30-39 ปี และ 40-49 ปี ตามลำดับ</p>



<p>ส่วนในฝั่งธุรกิจก็มีบริษัทที่เข้ามาลงทุนเกี่ยวกับบริการให้เช่าสกูตเตอร์ไฟฟ้ามากกว่า <a href="http://dongascience.donga.com/news.php?idx=40849">20 บริษัท</a> ตั้งแต่กลุ่มสตาร์ทอัพไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่</p>



<p>แต่ไม่ใช่ว่าการใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าในประเทศเกาหลีจะมีแต่ผลดีต่อพลเมืองทุกคน ก่อนหน้านี้ผู้ที่สามารถใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าได้ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ และมาตรการต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจนนัก คนส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกกันน็อก ชอบขี่บนฟุตพาท บ้างขี่สกูตเตอร์ตอนข้ามทางม้าลายทั้งที่เสี่ยงชนคนเดินเท้า และคนที่ขี่สกูตเตอร์บนถนนหลายคนมักจะฝ่าไฟแดงตรงจุดที่มีทางม้าลายสำหรับคนข้ามถนน คงเพราะคิดว่าสกูตเตอร์ฉันแค่คันเล็กๆ บ้างก็มีคนซ้อนท้าย ส่วนตัวเราเองก็มักจะเห็นภาพคู่รักโอบตัวหรือเกาะเอวกันบนสกูตเตอร์คันเดียวกัน พฤติกรรมเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อผู้ใช้สกูตเตอร์และคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นไม่น้อย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2180930_202650_2838.jpeg" alt="สกูตเตอร์ไฟฟ้า" class="wp-image-135516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2180930_202650_2838.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2180930_202650_2838-300x169.jpeg 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="670" height="427" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/PS20090600258.jpeg" alt="สกูตเตอร์ไฟฟ้า" class="wp-image-135524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/PS20090600258.jpeg 670w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/PS20090600258-300x191.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/PS20090600258-600x382.jpeg 600w" sizes="(max-width: 670px) 100vw, 670px" /></figure>



<p>จากผลการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สกูตเตอร์พบว่า <a href="https://zdnet.co.kr/view/?no=20201029140823">9 ใน 10 คน</a>รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้า เมื่อปี 2020 มีคดีอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะเคลื่อนที่ส่วนตัว (เช่น สกูตเตอร์ไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้า สเก็ตบอร์ดไฟฟ้า จักรยานไฟฟ้าล้อเดียว) จำนวน 897 คดี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน 995 คน ในช่วงปลายปีที่แล้วถึงต้นปีนี้มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่สกูตเตอร์สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง <a href="https://news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=5142774">60 เปอร์เซ็นต์</a></p>



<p>ด้วยเหตุนี้ ในที่สุดทางการเกาหลีจึงได้ออกกฎหมายให้ผู้ที่มีใบขับขี่เท่านั้นจึงจะสามารถใช้สกูตเตอร์ได้ ต้องสวมหมวกนิรภัย ห้ามซ้อนท้าย ห้ามขี่บนฟุตพาทหรือทางม้าลาย (ต้องลงมาเข็นเท่านั้น) หากทำให้เกิดอุบัติเหตุจะถูกลงโทษเทียบเท่ากับการขับขี่จักรยานยนต์ หากขี่บนฟุตพาทแล้วเกิดชนคนเดินเท้าจะมีโทษปรับไม่เกิน 20 ล้านวอน (ราวๆ 6 แสนบาท) และจำคุกไม่เกิน 5 ปี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-724x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-135513" width="543" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-724x1024.jpeg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-212x300.jpeg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-768x1086.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-1086x1536.jpeg 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202-600x849.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/48944ec8f07448ccac8428c6ca954202.jpeg 1448w" sizes="(max-width: 543px) 100vw, 543px" /></figure></div>



<p><span style="display: none;">Longer text please and longer text please, then longer text also longer text Longer text please and longer text please, then longer text also longer textLonger text please and longer text please, then longer text also longer</span>ที่จริงแล้วเริ่มมีการพูดถึงการใช้กฎหมายเหล่านี้ตั้งแต่ช่วง<a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20201124076200004">ปลายปีที่แล้ว</a> แต่เพิ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา หน่วยงานตำรวจบางแห่งถึงกับ<a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/society_general/995107.html">ลงพื้นที่</a>จริงในวันนั้นและเข้าตักเตือนเรื่องกฎหมายการขับขี่สกูตเตอร์ให้กับผู้ใช้ที่สัญจรไปมาในละแวกนั้น หากพบว่าทำผิดอีกจะดำเนินการปรับจริงๆ คนส่วนใหญ่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อก ซ้อนสอง หรือขี่บนฟุตพาทต่างบอกว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมายนี้ออกมาแล้ว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ผ่านโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์และรณรงค์การขี่สกูตเตอร์ที่เหมาะสมผ่าน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=WaRp7VbDE8A&amp;ab_channel=KOBACO%EA%B3%B5%EC%9D%B5%EA%B4%91%EA%B3%A0%ED%98%91%EC%9D%98%ED%9A%8C">โฆษณา</a>สไตล์ฮิปๆ อีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ce18658d7.54104155-768x888-1.jpg" alt="" class="wp-image-135507" width="576" height="666" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ce18658d7.54104155-768x888-1.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ce18658d7.54104155-768x888-1-259x300.jpg 259w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ce18658d7.54104155-768x888-1-600x694.jpg 600w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ccde62700.65478236-768x888-1.jpg" alt="" class="wp-image-135506" width="576" height="666" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ccde62700.65478236-768x888-1.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ccde62700.65478236-768x888-1-259x300.jpg 259w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5fb75ccde62700.65478236-768x888-1-600x694.jpg 600w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p><span style="display: none;">Longer text please and longer text please, then longer text also longer textLonger text please and longer text please, then longer text also longer textLonger text please and longer text please, then longer text also longer text Longer text please and longer text please, then longer text also longer textLonger text please and longer text please</span>ทุกการพัฒนาที่รวดเร็วย่อมต้องมีปัญหาเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของคนและกฎหมายเพื่อให้ทุกคนอยู่กันได้อย่างปลอดภัย คนรีบได้ไปต่อ คนเดินเท้าก็ไม่ต้องกังวลว่าการเดินเท้าที่ทำอยู่ทุกวันจะต้องโดนเบียดเบียนด้วยเทรนด์ใหม่ๆ การรณรงค์และการไม่นิ่งดูดายของภาครัฐที่กำหนดกฎหมายให้เข้มงวดและมีเจ้าหน้าที่คอยกวดขันน่าจะทำให้คนขี่สกูตเตอร์ไฟฟ้าในเกาหลีปฏิบัติตามกฎหมายกันมากขึ้นในอนาคต และช่วยยกระดับความปลอดภัยให้ประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนหรือคนเดินเท้า<span style="display: none;"> สกูตเตอร์ไฟฟ้า </span></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.asiae.co.kr/article/2019062921085330055" target="_blank" rel="noreferrer noopener">asiae.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.bbc.com/korean/news-56976366" target="_blank" rel="noreferrer noopener">bbc.com</a></p>



<p><a href="http://dongascience.donga.com/news.php?idx=40849" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dongascience.donga.com9</a></p>



<p><a href="https://www.hani.co.kr/arti/society/society_general/995107.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hani.co.kr</a></p>



<p><a href="https://news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=5142774" target="_blank" rel="noreferrer noopener">news.kbs.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.nocutnews.co.kr/news/1136010" target="_blank" rel="noreferrer noopener">nocutnews.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20201124076200004" target="_blank" rel="noreferrer noopener">yna.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=WaRp7VbDE8A&amp;ab_channel=KOBACO%EA%B3%B5%EC%9D%B5%EA%B4%91%EA%B3%A0%ED%98%91%EC%9D%98%ED%9A%8C" target="_blank" rel="noreferrer noopener">youtube.com</a></p>



<p><a href="https://zdnet.co.kr/view/?no=20201029140823" target="_blank" rel="noreferrer noopener">zdnet.co.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/palli-palli/">ปัลลีปัลลี ความเร่งรีบของคนเกาหลีที่มากับเทรนด์สกูตเตอร์ไฟฟ้าและสังคมที่พัฒนาไม่หยุด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โคโรนาบลู&#8217; และวิธีรับมือของคนเกาหลี ตั้งแต่เดินเขาคนเดียว นอนในรถ ยันเปิดโฮมคาเฟ่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/corona-blue-south-korean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2021 12:38:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาบลู]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาเรด]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาแบล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[south korea]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโคโรนา]]></category>
		<category><![CDATA[โคโรนาไวรัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=130048</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโควิด-19 มาเยือน ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เสี่ยงกับอาการป่วยไข้ แต่จิตใจก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อคนเกาหลีต้องอยู่กับมาตรการรักษาระยะห่างกันมาเกินหนึ่งปี โคโรนาบลู แรกเริ่มที่เกิดโรคระบาด ทางการเกาหลีเรียกมาตรการนี้ว่า social distancing แต่เมื่อประเทศอื่นๆ ประกาศมาตรการคล้ายกันนี้ ก็อาจปรับเปลี่ยนคำเป็น physical distancing ในบางประเทศ เพราะใจความจริงๆ คือห่างกันแค่ทางกาย แต่ไม่ได้ห้ามเข้าสังคมกันในทางอื่นๆ แต่ใครจะรู้ การห่างกันทางกายก็เกิดผลทางใจได้เหมือนกัน และการเจอหน้ากันตรงๆ ไม่ได้ก็ทำให้โอกาสเชื่อมสัมพันธ์กันยามปกติที่เป็นไปตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นน้อยลง ช่วงที่โควิด-19 ระบาดในเกาหลีใต้ ผู้คนต้องลดการพบปะกัน แม้จะดูเหมือนรับมือได้ดีในช่วงแรก แต่ทั้งที่ผ่านมาหนึ่งปีก็แล้ว เดือนนี้ยังมีผู้ติดโควิดจำนวนประมาณ 500-700 คนต่อวัน หลังจากตัวเลขพุ่งขึ้นในระลอกที่ 3 ทางการเกาหลีใต้จึงมีมาตรการห้ามรวมตัวกันในสถานที่สาธารณะเกิน 4 คนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์เหล่านี้ทำให้คนเกาหลีหลายคนประสบปัญหาทางสุขภาพจิตไปด้วย อาการแบบนี้เรียกว่าภาวะ &#8216;Corona Blue&#8216; (코로나 블루) โคโรนาบลูเป็นอาการหม่นเศร้า รู้สึกหมดเรี่ยวแรง สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิตประจำวันที่ต้องทำตามมาตรการต่างๆ เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคม บวกกับความเครียดสะสมต่อปัญหาด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19&#160; ผลสำรวจคนเกาหลีจำนวน 1,031 คนเมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่ามีคนที่เคยตกอยู่ในภาวะโคโรนาบลูถึง 40 เปอร์เซ็นต์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/corona-blue-south-korean/">&#8216;โคโรนาบลู&#8217; และวิธีรับมือของคนเกาหลี ตั้งแต่เดินเขาคนเดียว นอนในรถ ยันเปิดโฮมคาเฟ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อโควิด-19 มาเยือน ไม่ใช่แค่ร่างกายที่เสี่ยงกับอาการป่วยไข้ แต่จิตใจก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อคนเกาหลีต้องอยู่กับมาตรการรักษาระยะห่างกันมาเกินหนึ่งปี <span style="display: none;">โคโรนาบลู</span> </p>



<p>แรกเริ่มที่เกิดโรคระบาด ทางการเกาหลีเรียกมาตรการนี้ว่า social distancing แต่เมื่อประเทศอื่นๆ ประกาศมาตรการคล้ายกันนี้ ก็อาจปรับเปลี่ยนคำเป็น physical distancing ในบางประเทศ เพราะใจความจริงๆ คือห่างกันแค่ทางกาย แต่ไม่ได้ห้ามเข้าสังคมกันในทางอื่นๆ</p>



<p>แต่ใครจะรู้ การห่างกันทางกายก็เกิดผลทางใจได้เหมือนกัน และการเจอหน้ากันตรงๆ ไม่ได้ก็ทำให้โอกาสเชื่อมสัมพันธ์กันยามปกติที่เป็นไปตามธรรมชาตินั้นเกิดขึ้นน้อยลง</p>



<p>ช่วงที่โควิด-19 ระบาดในเกาหลีใต้ ผู้คนต้องลดการพบปะกัน แม้จะดูเหมือนรับมือได้ดีในช่วงแรก แต่ทั้งที่ผ่านมาหนึ่งปีก็แล้ว เดือนนี้ยังมีผู้ติดโควิดจำนวนประมาณ 500-700 คนต่อวัน หลังจากตัวเลขพุ่งขึ้นในระลอกที่ 3 ทางการเกาหลีใต้จึงมี<a href="https://news.seoul.go.kr/welfare/archives/526162">มาตรการ</a>ห้ามรวมตัวกันในสถานที่สาธารณะเกิน 4 คนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์เหล่านี้ทำให้คนเกาหลีหลายคนประสบปัญหาทางสุขภาพจิตไปด้วย อาการแบบนี้เรียกว่าภาวะ &#8216;<a href="http://www.safetimes.co.kr/news/articleView.html?idxno=90136">Corona Blue</a>&#8216; (코로나 블루)</p>



<p>โคโรนาบลูเป็นอาการหม่นเศร้า รู้สึกหมดเรี่ยวแรง สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิตประจำวันที่ต้องทำตามมาตรการต่างๆ เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคม บวกกับความเครียดสะสมต่อปัญหาด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.mdon.co.kr/mobile/article.html?no=30024">ผลสำรวจ</a>คนเกาหลีจำนวน 1,031 คนเมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่ามีคนที่เคยตกอยู่ในภาวะโคโรนาบลูถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และอีก<a href="https://www.hankyung.com/society/article/2021020208197">ผลสำรวจ</a>หนึ่งได้สอบถามคนเกาหลีจำนวน 1,000 คนเกี่ยวกับความรู้สึกในช่วงก่อนและหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 มีคนที่รู้สึกกังวลและเครียดมากขึ้นจำนวน 78 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกกระวนกระวายและรู้สึกกลัวถึง 65.4 เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่แค่โคโรนาบลูเท่านั้น ยังมี <a href="http://www.safetimes.co.kr/news/articleView.html?idxno=90136">Corona Red และ Corona Black</a> อีกด้วย ซึ่งก็เดาความหมายได้ตามสี โคโรนาเรดคืออาการเครียดสะสมจากสถานการณ์โควิด-19 จนรู้สึกหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย แม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็รู้สึกโมโห ส่วนโคโรนาแบล็กคือความรู้สึกมืดมนและโศกเศร้าหนักหน่วงยิ่งกว่าโคโรนาบลู ทั้งนี้เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 <a href="http://m.medipana.com/index_sub.asp?NewsNum=270076">มีคนที่เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าสูงขึ้น 6 เท่า และมีคนที่มีความคิดจะฆ่าตัวตายสูงขึ้น 3 เท่า</a></p>



<p>เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาวะทางจิตใจของประชาชน ภาครัฐจึงได้จัดสรรงบประมาณจำนวน <a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22H93ZL0ZI">2 ล้านล้านวอน</a> (ราวๆ 1,791 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อหาทางบรรเทาปัญหาโคโรนาบลู และประกาศวางแผนระยะยาวดูแลสุขภาพจิตของประชาชนไปจนถึงปี 2025 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงบประมาณดังกล่าวจะจัดสรรเพื่อใช้ในทางการแพทย์ การลงทุนวิจัยและพัฒนาการบำบัดรักษาแบบออนไลน์ และจะหามาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนลดภาวะเสี่ยงต่อความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย</p>



<p>ส่วนหน่วยงานต่างๆ ยังได้จัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตให้พลเมืองเกาหลี เช่น เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา หน่วยงานโซลได้จัด<a href="https://www.eroun.net/news/articleView.html?idxno=21964">แคมเปญ</a>ที่ชื่อว่า “คุณเก่งมากเลย” โดยสุ่มมอบช่อดอกไม้ส่งตรงถึงบ้านให้ครัวเรือนจำนวน 500 ครัวเรือนเพื่อเป็นกำลังใจแก่ครอบครัวนั้นๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="304" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/21964_43048_2039.png" alt="" class="wp-image-131034" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/21964_43048_2039.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/21964_43048_2039-300x152.png 300w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption>ภาพจาก eroun.net</figcaption></figure></div>



<p>มาตรการและแคมเปญต่างๆ นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐและหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนในสังคมเกาหลีใต้</p>



<p>นอกจากหน่วยงานต่างๆ จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตแล้ว ชาวเกาหลีเองก็ได้มีวิธีรับมือกับโคโรนาบลูเช่นกัน <a href="https://www.mdon.co.kr/mobile/article.html?no=30024">คนที่เคยตกอยู่ในภาวะโคโรนาบลู</a>ส่วนใหญ่ได้ใช้วิธีออกกำลังกายเบาๆ หรือการเดินเล่น บ้างก็หางานอดิเรกที่สามารถทำได้ที่บ้าน และสนทนากับคนอื่นๆ ผ่านช่องทางออนไลน์</p>



<p>โควิด-19 ยังทำให้วิถีชีวิตของคนเกาหลีเปลี่ยนไป ไม่เพียงแค่คนต้องหันมาออกกำลังกายหรือเดินเล่นเพื่อลดความเครียดและเศร้า แต่เมื่อฟิตเนสปิดทำการ คนเกาหลีจึงหันมาเดินเขากันมากขึ้น ที่จริงคนเกาหลีชอบเดินเขากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนวัย 40 ปีขึ้นไปที่นิยมกิจกรรมนี้มากกว่าวัยหนุ่มสาว แต่ในสถานการณ์โควิด-19 มีคนรุ่นใหม่หันมาเดินเขากันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ทั้งนี้ทุกคนยังต้องสวมหน้ากากไปด้วย จึงต้องระมัดระวังไม่ให้หักโหมจนเกินไป)</p>



<p>มีคำศัพท์ใหม่ใช้เรียกนักเดินเขามือใหม่ว่า ‘<a href="https://www.edaily.co.kr/news/read?newsId=01407126628919032&amp;mediaCodeNo=257">ทึงรีนี (등린이)</a>’ เป็นการผสมเอาคำว่า ‘ทึงซัน (등산)’ ที่แปลว่าการเดินเขาหรือการปีนเขา มารวมกับคำว่า ‘ออรีนี (어린이)’ ที่แปลว่าเด็ก มีการโพสต์ภาพเดินเขาในโซเชียลมีเดีย เช่น อินสตาแกรม พร้อมติดแฮชแท็กว่า ‘เดินเขาคนเดียว’, ‘ทึงรีนี’, ‘เส้นทางเดินเขา’ หรือ ‘แฟชั่นเดินเขา’ แค่ช่วงปลายปีที่แล้ว นับรวมแฮชแท็กเหล่านี้ได้ประมาณ <a href="https://www.edaily.co.kr/news/read?newsId=01407126628919032&amp;mediaCodeNo=257">4 ล้านโพสต์</a> และเมื่อการเดินเขาเป็นที่นิยม สายแฟฯ ก็ไม่พลาดที่จะช้อปปิ้งออนไลน์ซื้อชุดเดินเขาหรือชุดเดินป่า โดยเฉพาะผู้หญิงซึ่งมีอัตราการซื้อชุดเหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Hiking-In-Korea-24.png" alt="" class="wp-image-131046" width="600" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Hiking-In-Korea-24.png 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Hiking-In-Korea-24-240x300.png 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Hiking-In-Korea-24-768x960.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Hiking-In-Korea-24-600x750.png 600w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption>ภาพจาก thesmartlocal.com/read/korea-hiking</figcaption></figure></div>



<p>ชาวเกาหลียุคมิลเลนเนียล (ผู้ที่เกิดปี 1980-2000) ยังเริ่มหันมาท่องเที่ยวแบบปลีกวิเวกกันมากขึ้น เช่น การตั้งแคมป์ส่วนตัวด้วยวิธี<a href="https://www.donga.com/news/It/article/all/20210126/105112918/1">การนอนในรถ</a>แทนการจองโรงแรม มีการจัดแจงประดับตกแต่งรถให้สวยงามเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ รักษาระยะห่างกับผู้อื่น มีการติดแฮชแท็กคำว่า ‘ช่าบัก’ (차박) ซึ่งหมายถึงการพักค้างคืนในรถ และแฮชแท็ก ‘ช่าบักแคมป์ปิ้ง’ (차박캠핑) ในโซเซียลเป็นจำนวนมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-131045" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-1536x1024.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/optimize.jpeg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ภาพจาก wadiz.kr/web/campaign/detail/71646</figcaption></figure></div>



<p>คนที่เคยดูซีรีส์หรือหนังเกาหลีอาจจะเคยเห็นวัฒนธรรมการกินดื่มของชาวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการนัดเจอพูดคุยกันที่ร้านกาแฟ วัฒนธรรมการกินอาหารร่วมกันเป็นหมู่คณะ สั่งเมนูใหญ่ๆ มากินด้วยกัน อย่างหมูสามชั้นย่างหรือที่เรียกว่าซัมกย็อบซัล (삼겹살) ก็มักจะกินกันหลายคน ช่วยกันย่าง นำมาห่อผักเป็นคำใหญ่ๆ ระหว่างนั้นก็พูดคุยกันออกรส กระดกโซจูหรือมักกอลลีไปพลาง&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ต้องลดการพบปะกัน จะรวมกันเกิน 4 คนให้ครบแก๊งเพื่อนก็ยาก คนเกาหลีจึงมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านลดลงถึง <a href="http://www.greenpostkorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=125317">50</a> เปอร์เซ็นต์ และมีหลายคนใช้วิธีซื้อเครื่องชงกาแฟติดบ้านเอาไว้เลย ทั้งยังจัดโซนจิบกาแฟให้สวยงามเหมือนอยู่ร้านกาแฟเก๋ๆ เป็นเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า ‘<a href="https://adaymagazine.com/stay-at-home-youtuber/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โฮมคาเฟ่</a>’ (홈카페) อันที่จริงเทรนด์นี้มีมาก่อนช่วงโควิด-19 แล้ว แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดนี้ก็ยิ่งทำให้คนเกาหลีสนใจโฮมคาเฟ่มากขึ้นไปอีก และยังมีการแชร์สูตรการทำกาแฟและอัพโหลดรูปกาแฟที่ตัวเองทำลงโซเชียลฯ กันเป็นจำนวนมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="823" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114-823x1024.png" alt="" class="wp-image-131047" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114-823x1024.png 823w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114-241x300.png 241w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114-768x955.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114-600x746.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/Screen-Shot-2564-04-26-at-19.33.00-e1619440563114.png 961w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></figure></div>



<p>ไม่ใช่แค่วัฒนธรรมโฮมคาเฟ่เท่านั้น ยังมีการรวมกลุ่มทางออนไลน์ที่ไม่ใช่แค่การพูดคุยกัน แต่ยังมีการนำข้าวปลาอาหารมาตั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์และรับประทานไปพร้อมๆ กับคนอื่นที่กำลังมีตติ้งกันอยู่ และไม่ใช่แค่การกินข้าว การนัดกันจิบกาแฟหรือแม้กระทั่งการนัดดื่ม<a href="https://news.joins.com/article/23952747">เหล้า</a>ดื่ม<a href="https://haemuklife.com/lifestyle-untactmeet/">เบียร์</a>กันผ่านโปรแกรม Zoom ก็เป็นเทรนด์ออกมาแล้ว เรียกว่า ‘แรนซอน ซุลจารี’ (랜선 술자리) หรือ “วงเหล้าผ่านสายแลน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="646" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25.png" alt="" class="wp-image-131048" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25.png 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-297x300.png 297w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-600x606.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/25-96x96.png 96w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption>ภาพจาก gonggam.korea.kr/newsView.do?newsId=GAJT8RJowDGJM000</figcaption></figure></div>



<p>ที่น่าสนใจคือ นอกจากสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังกระทบต่อเรื่องหัวใจหรือความรักของคนเกาหลีในยุคนี้ด้วย การหาคู่ของคนเกาหลีมีวิถีเปลี่ยนไปจากเดิมคือ แต่ก่อนคนเกาหลีจะนิยมนัดบอดกับคู่ผ่านการแนะนำของเพื่อนหรือคนรอบตัว (หรือที่เรียกว่า &#8216;โซแกติ้ง&#8217;) โดยการเจอกันที่ร้านอาหารไม่ก็ร้านกาแฟ ถ้าได้เจอได้คุยกันแล้วถูกใจก็อาจจะได้สานสัมพันธ์กันต่อไป แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การตัดสินใจออกไปเจอคนแปลกหน้ากลายเป็นเรื่องยากขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ใช่แค่ที่ประเทศเกาหลีเท่านั้น มีรายงานออกมาว่าในช่วงปีที่แล้วคนทั่วโลกดาวน์โหลดแอพฯ หาคู่ถึง<a href="https://news.mk.co.kr/v2/economy/view.php?sc=50000058&amp;year=2021&amp;no=281053"> 560 ล้านครั้ง</a> มากขึ้นกว่าช่วงก่อนโควิดถึง 15 เปอร์เซ็นต์</p>



<p>ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตคนเกาหลีที่พยายามปรับตัวประคองใจให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง และช่วยเตือนให้เราเห็นว่าสุขภาพใจนั้นก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย ดูแลร่างกายแล้วต้องอย่าลืมดูแลหัวใจตัวเองด้วย&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="https://www.donga.com/news/It/article/all/20210126/105112918/1">donga.com</a></p>



<p><a href="https://www.edaily.co.kr/news/read?newsId=01407126628919032&amp;mediaCodeNo=257">edaily.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.eroun.net/news/articleView.html?idxno=21964">eroun.net</a></p>



<p><a href="http://www.greenpostkorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=125317">greenpostkorea.co.kr</a></p>



<p><a href="https://haemuklife.com/lifestyle-untactmeet/">haemuklife.com</a></p>



<p><a href="https://www.hankyung.com/society/article/2021020208197">hankyung.com</a></p>



<p><a href="https://www.koreapost.co.kr/news/articleView.html?idxno=56273">koreapost.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.mdon.co.kr/mobile/article.html?no=30024">mdon.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.mhns.co.kr/news/articleView.html?idxno=148989">mhns.co.kr</a></p>



<p><a href="http://m.medipana.com/index_sub.asp?NewsNum=270076">m.medipana.com</a></p>



<p><a href="https://news.joins.com/article/23952747">news.joins.com</a></p>



<p><a href="https://news.mk.co.kr/v2/economy/view.php?sc=50000058&amp;year=2021&amp;no=281053">news.mk.co.kr</a></p>



<p><a href="https://news.seoul.go.kr/welfare/archives/526162">news.seoul.go.kr</a></p>



<p><a href="http://www.safetimes.co.kr/news/articleView.html?idxno=90136">safetimes.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.sedaily.com/NewsVIew/22H93ZL0ZI">sedaily.com</a></p>



<p><a href="https://www.yna.co.kr/view/AKR20201223133000030">yna.co.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/corona-blue-south-korean/">&#8216;โคโรนาบลู&#8217; และวิธีรับมือของคนเกาหลี ตั้งแต่เดินเขาคนเดียว นอนในรถ ยันเปิดโฮมคาเฟ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“มากินรามยอนที่บ้านเราไหม” ชวนดูที่ทางของรามยอนในชีวิตคนเกาหลีใต้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ramyeon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Mar 2021 06:36:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[รามยอน]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเซนต์]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[consent]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=127009</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่า ‘รา-มยอน’ (라면) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของประเทศเกาหลีจะได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเช่นทุกวันนี้ รามยอนมีที่มาที่น่าสนใจและยังสะท้อนวิถีชีวิตของคนเกาหลีในแง่มุมต่างๆ เอาไว้อีกด้วย รามยอนมีประวัติความเป็นมากว่าครึ่งศตวรรษ ในยุคสงครามเกาหลีเกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก จึงเริ่มมีการจัดจำหน่ายรามยอนในประเทศเกาหลีขึ้นเมื่อปี 1963 ในชื่อแบรนด์ซัมยัง (Samyang) โดยนำเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นมาใช้ในการผลิต รามยอนไม่ได้รับความสนใจจากชาวเกาหลีมากนักในช่วงแรกที่เปิดตัว เนื่องจากประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่นิยมบริโภคข้าวมากกว่า ประกอบกับในสมัยแรกที่เริ่มมีการจำหน่ายรามยอนนั้นหน้าตาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก จนถึงกับมีคนเข้าใจผิดว่ารามยอนคืออาหารปลอมที่ทำมาจากเส้นด้าย ไม่ก็ทำมาจากพลาสติกเป็นแน่แท้ จนทำให้ต้องมีการจัดงานชิมรามยอนฟรีเพื่อให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น หลังจากผ่านยุคแรกๆ ที่มีการวางขายรามยอน เมื่อตัดภาพมาในยุคปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่ชอบกินรามยอนมาก ไม่ว่าจะต้มกินเองที่บ้าน ที่ร้านสะดวกซื้อ หรือตอนไปเดินเขา แม้กระทั่งในร้านอาหารเกาหลีบางร้านก็ยังมีเมนูรามยอน ซึ่งเมนูที่ว่านี้ไม่ได้นำมาพลิกแพลงเป็นแบบผัดหรือยำแซ่บใส่เครื่องหลากหลายแบบบ้านเรา แต่เมนูรามยอนนี้โดยปกติแล้วที่ขายในราคาถูกในร้านอาหารจะเสิร์ฟด้วยรามยอนต้มธรรมดา อาจมีใส่ไข่และผักเล็กน้อย แต่เมื่อกินกับเครื่องเคียงและกิมจิก็นับว่าลงตัวมาก ถือเป็นเมนูที่เรียบง่าย สามารถอิ่มท้องได้ในราคามิตรภาพ มีแนวโน้มสูงมากที่เราจะเห็นคนเกาหลีกินรามยอนอย่างเอร็ดอร่อยในฉากละครหรือภาพยนตร์เกาหลี จนผู้ชมชาวเกาหลีบางคนถึงกับรวบรวมฉากกินรามยอนในละครหรือภาพยนตร์เกาหลีเป็นจำนวนถึง 30-40 เรื่องเพื่อเอาไปโพสต์ลงโซเซียลฯ และเรียกกันว่าเป็น ‘มอกบัง’ (การกินโชว์หน้ากล้อง) จากละครหรือหนังยอดฮิต มีคำกล่าวที่ว่าประเทศเกาหลีเป็นเมืองแห่งรามยอน สิ่งที่ยืนยันความป๊อปของรามยอนในกลุ่มชาวเกาหลีอีกอย่างหนึ่งคือข้อมูลทางสถิติของสมาคมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก (World Instant Noodles Association: WINA) ผลสำรวจพบว่าประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในอัตราส่วนต่อหนึ่งคนแล้วเป็นปริมาณที่มากที่สุดในโลก ในแต่ละปีประเทศเกาหลีมักจะครองอันดับหนึ่งอยู่เสมอ จากสถิติล่าสุดเมื่อปี 2019 โดยเฉลี่ยแล้วคนเกาหลีบริโภครามยอนเป็นจำนวนราวๆ 75 ซองต่อคนต่อปี จากที่กล่าวไปข้างต้นว่ารามยอนเป็นอาหารที่กินง่ายและราคาถูกกว่าอาหารเกาหลีทั่วไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ramyeon/">“มากินรามยอนที่บ้านเราไหม” ชวนดูที่ทางของรามยอนในชีวิตคนเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>กว่า ‘รา-มยอน’ (라면) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของประเทศ<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เกาหลี</a>จะได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเช่นทุกวันนี้ รามยอนมีที่มาที่น่าสนใจและยังสะท้อนวิถีชีวิตของคนเกาหลีในแง่มุมต่างๆ เอาไว้อีกด้วย</p>



<p>รามยอนมีประวัติความเป็นมากว่าครึ่งศตวรรษ ในยุคสงครามเกาหลีเกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก จึงเริ่มมีการจัดจำหน่ายรามยอนในประเทศเกาหลีขึ้นเมื่อปี <a href="http://www.kunews.ac.kr/news/articleView.html?idxno=24831" target="_blank" rel="noreferrer noopener">1963</a> ในชื่อแบรนด์ซัมยัง (Samyang) โดยนำเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นมาใช้ในการผลิต รามยอนไม่ได้รับความสนใจจากชาวเกาหลีมากนักในช่วงแรกที่เปิดตัว เนื่องจากประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่นิยมบริโภคข้าวมากกว่า ประกอบกับในสมัยแรกที่เริ่มมีการจำหน่ายรามยอนนั้นหน้าตาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไม่คุ้นเคยอย่างมาก จนถึงกับมีคนเข้าใจผิดว่ารามยอนคืออาหารปลอมที่ทำมาจากเส้นด้าย ไม่ก็ทำมาจากพลาสติกเป็นแน่แท้ จนทำให้ต้องมีการจัดงานชิมรามยอนฟรีเพื่อให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f.jpeg" alt="รามยอน" class="wp-image-127022" width="480" height="480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f.jpeg 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/5ab2b5c61a952f077938fd888484e53f-96x96.jpeg 96w" sizes="(max-width: 480px) 100vw, 480px" /><figcaption>บนซองรามยอนของแบรนด์ซัมยังถึงกับมีข้อความกำกับไว้ว่า Since 1963</figcaption></figure></div>



<p>หลังจากผ่านยุคแรกๆ ที่มีการวางขายรามยอน เมื่อตัดภาพมาในยุคปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่ชอบกินรามยอนมาก ไม่ว่าจะต้มกินเองที่บ้าน ที่ร้านสะดวกซื้อ หรือตอนไปเดินเขา แม้กระทั่งในร้านอาหารเกาหลีบางร้านก็ยังมีเมนูรามยอน ซึ่งเมนูที่ว่านี้ไม่ได้นำมาพลิกแพลงเป็นแบบผัดหรือยำแซ่บใส่เครื่องหลากหลายแบบบ้านเรา แต่เมนูรามยอนนี้โดยปกติแล้วที่ขายในราคาถูกในร้านอาหารจะเสิร์ฟด้วยรามยอนต้มธรรมดา อาจมีใส่ไข่และผักเล็กน้อย แต่เมื่อกินกับเครื่องเคียงและกิมจิก็นับว่าลงตัวมาก ถือเป็นเมนูที่เรียบง่าย สามารถอิ่มท้องได้ในราคามิตรภาพ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Trending_-Self-Cook-Ramen-Station-Now-At-15-Cheers-Outlets-In-Spore.png" alt="รามยอน" class="wp-image-127023" width="580" height="300" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Trending_-Self-Cook-Ramen-Station-Now-At-15-Cheers-Outlets-In-Spore.png 1002w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Trending_-Self-Cook-Ramen-Station-Now-At-15-Cheers-Outlets-In-Spore-300x155.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Trending_-Self-Cook-Ramen-Station-Now-At-15-Cheers-Outlets-In-Spore-768x398.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/Trending_-Self-Cook-Ramen-Station-Now-At-15-Cheers-Outlets-In-Spore-600x311.png 600w" sizes="(max-width: 580px) 100vw, 580px" /><figcaption>รามยอนและเครื่องต้มกึ่งอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อ ภาพจาก singaporefoodie.com</figcaption></figure></div>



<p>มีแนวโน้มสูงมากที่เราจะเห็นคนเกาหลีกินรามยอนอย่างเอร็ดอร่อยในฉากละครหรือภาพยนตร์เกาหลี จนผู้ชมชาวเกาหลีบางคนถึงกับรวบรวมฉากกินรามยอนในละครหรือภาพยนตร์เกาหลีเป็นจำนวนถึง 30-40 เรื่องเพื่อเอาไปโพสต์ลงโซเซียลฯ และเรียกกันว่าเป็น ‘มอกบัง’ (การกินโชว์หน้ากล้อง) จากละครหรือหนังยอดฮิต</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://www.youtube.com/watch?v=0UZGsvdczaE
</div></figure>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://www.youtube.com/watch?v=Ai__XcVLNzQ&#038;t=2s
</div></figure>



<p>มีคำกล่าวที่ว่า<a href="https://www.seoul.co.kr/news/newsView.php?id=20210108021005&amp;wlog_tag3=naver" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประเทศเกาหลีเป็นเมืองแห่งรามยอน</a> สิ่งที่ยืนยันความป๊อปของรามยอนในกลุ่มชาวเกาหลีอีกอย่างหนึ่งคือข้อมูลทางสถิติของสมาคมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก (World Instant Noodles Association: WINA) ผลสำรวจพบว่าประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในอัตราส่วนต่อหนึ่งคนแล้วเป็นปริมาณที่มากที่สุดในโลก ในแต่ละปีประเทศเกาหลีมักจะครองอันดับหนึ่งอยู่เสมอ จาก<a href="https://instantnoodles.org/en/noodles/report.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สถิติล่าสุดเมื่อปี 2019</a> โดยเฉลี่ยแล้วคนเกาหลีบริโภครามยอนเป็นจำนวนราวๆ 75 ซองต่อคนต่อปี</p>



<p>จากที่กล่าวไปข้างต้นว่ารามยอนเป็นอาหารที่กินง่ายและราคาถูกกว่าอาหารเกาหลีทั่วไป จึงเป็นอาหารยอดนิยมในหมู่คนเกาหลีที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและมีข้อจำกัดทางการเงิน เมื่อปี 2016 เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่รถไฟฟ้าใต้ดินจนมีผู้เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุยังพบบะหมี่ถ้วยกระเด็นออกมาจากกระเป๋าของผู้เสียชีวิต และในปี 2018 คนงานในโรงงานไฟฟ้าเสียชีวิต หนึ่งในของส่วนตัวที่เขาพกไว้คือบะหมี่ถ้วย มีข่าวที่พูดถึง<a href="https://www.sisajournal.com/news/articleView.html?idxno=184617" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เหตุการณ์เหล่านี้</a> และในข่าวได้มีการพูดถึงรามยอนว่าเป็นสัญลักษณ์ของคนที่ทำงานหนัก ไม่มีเวลา และใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก</p>



<p>นอกจากแหล่งข่าวต่างๆ ที่มีการกล่าวถึงรามยอนที่สะท้อนภาพชีวิตอันขื่นขมของชาวเกาหลีกลุ่มหนึ่งในสังคม เมื่อปี 2007 เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลก ในปีนั้นมีภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง <em>The Show Must Go On </em>เข้าฉาย มีฉากที่พ่อ (รับบทโดย ซงคังโฮ) นั่งกินรามยอนไปด้วยและดูวิดีโอของสมาชิกในครอบครัวของเขาที่อยู่ต่างประเทศไปด้วย ตอนแรกเขายิ้มสุขใจแต่สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาขณะที่ยังกินรามยอนอยู่</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="정말 리얼한 기러기 아빠 연기" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/lRF3h4yePkM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ถึงแม้ว่ารามยอนคือสิ่งที่สะท้อนถึงความยากลำบากของคนเกาหลีตั้งแต่ยุคหลังสงครามไปจนถึงความดิ้นรนของคนในสังคมเกาหลีแล้ว แต่ก็ยังมีอีกแง่มุมหนึ่งจากอาจารย์<a href="https://www.sisajournal.com/news/articleView.html?idxno=184617" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ยังเจซุก</a> อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอินเจ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอาหารเอเชียตะวันออก ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนเกาหลีกับรามยอนไว้ว่า “หากไม่มีรามยอนชีวิตเราคงเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน รามยอนเป็นทั้งสมาชิกในครอบครัวและเป็นเพื่อนที่คอยปลอบประโลมร่างกายและจิตใจเราเสมอมา”</p>



<p>นอกจากนี้เราจะเห็นการนำเสนอรามยอนในมุมมองใหม่ คือเมนู “จาพากูรี” ในภาพยนตร์เรื่อง <em>Parasite</em> (ชนชั้นปรสิต) ที่มาจากการนำรามยอน 2 สูตร ได้แก่ “จาพาเกที” กับ “นอกูรี” มาผสมกัน และใส่เนื้อวัวอย่างดีลงไปด้วย <a href="http://news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=5013504&amp;ref=A" target="_blank" rel="noreferrer noopener">องค์กรการค้าสินค้าเกษตร ประมง และอาหารแห่งเกาหลีใต้</a>ระบุว่า จากภาพยนตร์เรื่อง <em>Parasite</em> ในช่วงต้นปี 2020 “จาพากูรี” ได้กลายเป็นไอคอนทางวัฒนธรรม และการระบาดของโควิด-19 ทำให้รามยอนที่มีราคาต่ำและสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานกลายเป็นที่นิยมไม่ใช่แค่ในประเทศเกาหลีเอง แต่ยังมีความนิยมในระดับโลก</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Parasite cleaning house, kicked down the stairs scene" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/e7JPNXt_oqM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณการบริโภครามยอนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงครึ่งปีแรกการขายรามยอนในเกาหลีเติบโต 7.2 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นจำนวนกว่า 1.1 ล้านล้านวอนเมื่อเทียบเป็นรายปี และมียอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า อัตราการเติบโตของตลาดที่สูงขึ้นนี้ทำให้รามยอนได้ชื่อว่าเป็น “<a href="https://www.lcnews.co.kr/news/articleView.html?idxno=8354" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อาหารที่แข็งแกร่งในภาวะวิกฤต</a>” เลยทีเดียว</p>



<p>เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม มีการส่งออกรามยอนเพิ่มขึ้น 36.7 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้นำเข้ารามยอนรายใหญ่ที่สุดคือประเทศจีน ตามด้วยสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น และด้วยกระแสฮันรยู (คลื่นวัฒนธรรมเกาหลี) ทำให้มีการส่งออกรามยอนไปยังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็วเช่นกัน</p>



<p>ไม่ใช่เพียงจาพากูรีเท่านั้นที่ทำให้การกินรามยอนเกาหลีเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นในต่างประเทศ <a href="http://www.businesskorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=48905" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em>The&nbsp;New York Times</em></a> ได้เลือกให้ชินรามยอนแบล็ก (Shin Ramyun Black) ของแบรนด์นงชิมเป็นรามยอนที่อร่อยที่สุดในโลก ส่วนรามยอนผัด<a href="https://view.asiae.co.kr/article/2020100710385530046" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พุลดัก</a> (buldak) ของแบรนด์ซัมยังก็เป็นเมนูฮิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้รามยอนที่จัดจำหน่ายในรูปแบบคล้ายข้าวกล่องของแบรนด์พัลโดยังได้ความนิยมในประเทศรัสเซียอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image.png" alt="รามยอน" class="wp-image-127024" width="360" height="360" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image.png 480w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/image-96x96.png 96w" sizes="(max-width: 360px) 100vw, 360px" /><figcaption>Shin Ramyun Black ภาพจาก nongshimusa.com</figcaption></figure></div>



<p>การกินรามยอนยังถูกนำมาใช้ในประโยคกำกวมว่า “รามยอน มอกโก คัลแร?” หมายถึง “มากินรามยอนที่บ้านเราไหม” ประโยคนี้นอกจากจะหมายถึงการชวนกินรามยอนจริงๆ แล้ว หลายคนยังตีความว่าการชวนกินรามยอนที่บ้านนั้นมีนัยถึงการชวนคนที่กำลังชอบพอกันอยู่มามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันที่บ้านด้วย</p>



<p>ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนว่าประโยคนี้กลายเป็นการพูดแฝงนัยลึกซึ้งทางชู้สาวได้ยังไง แต่ภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกๆ ที่มีคนเกาหลีกล่าวถึงกันมากเกี่ยวกับฉากชวนกินรามยอนนั้นคือเรื่อง <em>One Fine Spring Day</em> (2001) อึนซู (รับบทโดย อียองแอ) นางเอกของเรื่องชวนซังอู (รับบทโดย ยูจีแท) มากินรามยอนที่ห้อง เมื่อซังอูเข้ามาที่ห้องอึนซูก็ได้พูดประโยคต่อไปว่า “คืนนี้นอนที่นี่ไหม” แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
https://www.youtube.com/watch?v=JJTTr17zaMM&#038;t=1s&#038;ab_channel=DINGTUBE
</div></figure>



<p>ส่วนในซีรีส์เรื่อง <em>Run On</em> (2020-2021) โอมีจู (รับบทโดย ชินเซคยอง) ชวนคีซอนกยอม (รับบทโดย อิมชีวาน) มากินรามยอนที่บ้าน และโอมีจูเป็นคนเปิดประเด็นตรงๆ ว่า “มาจุ๊บกันหน่อยดีไหม” จนคีซอนกยอมถามว่า “เราจะกินรามยอนกันตอนไหน”</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Shin Sae-kyeong asks for kisses and Yim Si-wan asks for ramyeon | Run On Ep 14 [ENG SUB]" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/FS5l9bOO66k?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>นอกจากนี้ ในซีรีส์เรื่อง <em>What&#8217;s Wrong with Secretary Kim?</em> (2018) อียองจุน (รับบทโดย พักซอจุน) กินรามยอนที่บ้านของเลขาคิม (รับบทโดย พักมินยอง) แต่ทั้งคู่ไม่ได้รู้ความหมายแฝงนั้นเลยจนกระทั่งคนรอบตัวได้เล่าให้ฟังภายหลัง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-dailymotion wp-block-embed-dailymotion wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Whats wrong with secretary kim [김식당] 처음 맛본 라면에 눈 뜬 알바ㅅ... 부회장님! 180620 EP.5" frameborder="0" width="500" height="281" src="https://geo.dailymotion.com/player.html?video=x6mcubv&#038;" allowfullscreen allow="autoplay; fullscreen; picture-in-picture; web-share"></iframe>
</div></figure>



<p>การเชิญชวนและการตอบรับการกินรามยอนด้วยกันที่บ้านนั้นหมายถึงการยินยอมให้มีการหลับนอนกันเสมอไปเช่นนั้นหรือ คนเกาหลีมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้</p>



<p>เมื่อปี 2015 ใน<a href="https://star.ytn.co.kr/_sn/1406_201509111042027799" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายการทอล์กโชว์</a>รายการหนึ่งได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ผู้หญิงแจ้งความว่าตัวเองถูกผู้ชายที่เธอรักล่วงละเมิดทางเพศ ในรายการได้มีการถามความคิดเห็นกันว่า สมมติมีการชักชวนให้ไปกินรามยอนด้วยกัน แล้วหากเราตอบตกลง นั่นหมายถึงการยินยอมมีเพศสัมพันธ์กันหรือไม่ ในมุมของผู้ชายคืออย่างน้อยก็มีความคาดหวังว่าอาจจะไปถึงขั้นนั้นได้ แต่ก็มีอีกความเห็นหนึ่งที่ว่าผู้ชายตีความไปไกลกว่าที่ควร นอกจากนี้ได้มีความเห็นหนึ่งที่ว่า “รามยอนก็คือรามยอน ส่วนการมีเซ็กซ์ก็คือการมีเซ็กซ์” ต้องแยกให้ออก ไม่ควรเหมารวมว่าการตกลงกินรามยอนที่บ้านเท่ากับการตกลงปลงใจอยากมีเพศสัมพันธ์กันเสมอไป&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นในปี 2017 ก็ได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้อีกครั้งในรายการทอล์กโชว์<a href="https://www.kpinews.co.kr/news/articleView.html?idxno=43262" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อีกรายการหนึ่ง</a> มีความเห็นเกี่ยวกับการชักชวนให้ไปกินรามยอนที่บ้านว่า “อย่าจินตนาการเองไปไกลเลย ขอให้ถามกันตรงๆ” จากทั้งสองรายการข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความพยายามของสื่อเกาหลีในการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับประโยคชักชวนดังกล่าว&nbsp;</p>



<p>จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดาที่ในอดีตถึงขั้นถูกมองว่าเป็นอาหารปลอม ตัดภาพมาในปัจจุบัน รามยอนได้กลายเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้มหาศาล สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตส่วนหนึ่งของชาวเกาหลี และกลายเป็นสำนวนกำกวมที่ชวนให้ไปกินรามยอนที่บ้าน นับว่ารามยอนนั้นเดินทางมาไกลไม่น้อย ในอนาคตเราอาจจะเห็นแง่มุมอื่นๆ จากรามยอนอีกก็เป็นได้</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="http://www.businesskorea.co.kr/news/articleView.html?idxno=48905">businesskorea.co.kr</a></p>



<p><a href="https://instantnoodles.org/en/noodles/report.html">instantnoodles.org</a></p>



<p><a href="https://www.kpinews.co.kr/news/articleView.html?idxno=43262">kpinews.co.kr</a></p>



<p><a href="http://www.kunews.ac.kr/news/articleView.html?idxno=24831" target="_blank" rel="noreferrer noopener">kunews.ac.kr</a></p>



<p><a href="https://www.lcnews.co.kr/news/articleView.html?idxno=8354">lcnews.co.kr</a></p>



<p><a href="http://news.kbs.co.kr/news/view.do?ncd=5013504&amp;ref=A">news.kbs.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.seoul.co.kr/news/newsView.php?id=20210108021005&amp;wlog_tag3=naver">seoul.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.sisajournal.com/news/articleView.html?idxno=184617" target="_blank" rel="noreferrer noopener">sisajournal.com</a></p>



<p><a href="https://star.ytn.co.kr/_sn/1406_201509111042027799">star.ytn.co.kr</a></p>



<p><a href="https://view.asiae.co.kr/article/2020100710385530046">view.asiae.co.kr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ramyeon/">“มากินรามยอนที่บ้านเราไหม” ชวนดูที่ทางของรามยอนในชีวิตคนเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต้นไปเที่ยวไป เมื่อ ‘ฮิปสเตอร์ยุคโชซ็อน’ เต้นเพื่อชวนเที่ยวเกาหลีหลังหมดโควิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/feel-rhythm-korea-tourism/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2021 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[มองโคเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[Korea Tourism Organization]]></category>
		<category><![CDATA[พูซาน]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อนจู]]></category>
		<category><![CDATA[Korean Pop]]></category>
		<category><![CDATA[อันดง]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[คังนึง]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[มกโพ]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[seoul]]></category>
		<category><![CDATA[korea]]></category>
		<category><![CDATA[Feel the Rhythm of Korea]]></category>
		<category><![CDATA[โซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=123119</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่เรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อพูดถึงคลิปประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของภาครัฐ คงเป็นการนำเสนอแบบทางการ แต่ไม่นานมานี้ได้มีการโปรโมตการท่องเที่ยวเกาหลีในสไตล์ที่แตกต่างออกไปจนเกิดเป็นกระแสดังในโซเซียล นั่นคือโฆษณาชุด Feel the Rhythm of KOREA ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization) เที่ยวเกาหลี &#160; แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลกต่างมีความงดงามในแบบฉบับของตัวเอง และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งนอกจากความงามของสถานที่ก็คือวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติ เพลงพื้นบ้าน หรือการขับร้องแบบดั้งเดิม ซึ่งในโฆษณาชุด Feel the Rhythm of KOREA ก็ได้นำเสนอมุมมองนั้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ในคลิปวิดีโอมีการนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมกับวัฒนธรรมใหม่สไตล์ฮิปๆ ด้วยจังหวะดนตรีหนึบชวนโยก ประกอบกับเสียงเอื้อนลูกคอหลายชั้นและท่าเต้นแปลกในชุดสะดุดตา โฉบเฉี่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ในเกาหลี เรียกความสนใจได้ทั้งชาวต่างชาติและแม้กระทั่งชาวเกาหลีเอง&#160; “ฮิปจัง ฮิป ฮิป ฮิป” คือท็อปคอมเมนต์ภาษาเกาหลีในคลิปยูทูบโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล เฉพาะคลิปนี้มียอดวิวกว่า 45 ล้านวิวแล้ว ที่น่าสนใจคือคลิปนี้และคลิปโปรโมตเมืองอื่นไม่ว่าจะเป็นปูซานหรือช็อนจูถูกปล่อยออกมาช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 และปล่อยคลิปโปรโมตเมืองอันดง คังนึง และมกโพในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งช่วงนั้นมีสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้เหมือนปกติ&#160; ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/feel-rhythm-korea-tourism/">เต้นไปเที่ยวไป เมื่อ ‘ฮิปสเตอร์ยุคโชซ็อน’ เต้นเพื่อชวนเที่ยวเกาหลีหลังหมดโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สิ่งที่เรานึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อพูดถึงคลิปประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของภาครัฐ คงเป็นการนำเสนอแบบทางการ แต่ไม่นานมานี้ได้มีการโปรโมตการท่องเที่ยวเกาหลีในสไตล์ที่แตกต่างออกไปจนเกิดเป็นกระแสดังในโซเซียล นั่นคือโฆษณาชุด<strong> Feel the Rhythm of KOREA</strong> ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว<a href="https://adaymagazine.com/search/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เกาหลี</a> (Korea Tourism Organization) <span style="display: none;">เที่ยวเกาหลี</span> &nbsp;</p>



<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-1 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="525" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-1024x525.png" alt="" class="wp-image-124250" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-1024x525.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-300x154.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-768x394.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-1536x787.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2-600x307.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.30.16-2.png 1772w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="526" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-1024x526.png" alt="" class="wp-image-124251" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-1024x526.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-300x154.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-768x395.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-1536x790.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5-600x308.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-14.29.51-5.png 1778w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>
</div>
</div></div>



<p>แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลกต่างมีความงดงามในแบบฉบับของตัวเอง และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งนอกจากความงามของสถานที่ก็คือวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติ เพลงพื้นบ้าน หรือการขับร้องแบบดั้งเดิม ซึ่งในโฆษณาชุด Feel the Rhythm of KOREA ก็ได้นำเสนอมุมมองนั้น แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ในคลิปวิดีโอมีการนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาผสมกับวัฒนธรรมใหม่สไตล์ฮิปๆ ด้วยจังหวะดนตรีหนึบชวนโยก ประกอบกับเสียงเอื้อนลูกคอหลายชั้นและท่าเต้นแปลกในชุดสะดุดตา โฉบเฉี่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ในเกาหลี เรียกความสนใจได้ทั้งชาวต่างชาติและแม้กระทั่งชาวเกาหลีเอง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Feel the Rhythm of KOREA: SEOUL" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/3P1CnWI62Ik?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>“ฮิปจัง ฮิป ฮิป ฮิป” คือท็อปคอมเมนต์ภาษาเกาหลีใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=3P1CnWI62Ik&amp;ab_channel=ImagineyourKorea">คลิปยูทูบโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโซล</a> เฉพาะคลิปนี้มียอดวิวกว่า 45 ล้านวิวแล้ว ที่น่าสนใจคือคลิปนี้และคลิปโปรโมตเมืองอื่นไม่ว่าจะเป็น<a href="https://www.youtube.com/watch?v=xLD8oWRmlAE&amp;ab_channel=ImagineyourKorea">ปูซาน</a>หรือ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=dQ_lCmB2hfk&amp;t=28s&amp;ab_channel=ImagineyourKorea">ช็อนจู</a>ถูกปล่อยออกมาช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2563 และปล่อยคลิปโปรโมตเมือง<a href="https://www.youtube.com/watch?v=R2GeUF_xm1Y&amp;ab_channel=ImagineyourKorea">อันดง</a><a href="https://www.youtube.com/watch?v=RdzvyvGcOYQ&amp;ab_channel=ImagineyourKorea"> คังนึง</a> และ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=CitIMlaa8To&amp;ab_channel=ImagineyourKorea">มกโพ</a>ในเดือนตุลาคม 2563 ซึ่งช่วงนั้นมีสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศเกาหลีได้เหมือนปกติ&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจ ทำไมถึงยังมีคลิปโปรโมตการท่องเที่ยวนี้ขึ้นมา?</p>



<p>คิมกย็องซู ผู้ดูแลแคมเปญนี้กล่าวว่า <a href="http://www.brandbrief.co.kr/news/articleView.html?idxno=3760">อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการระบาดของโควิด-19</a> ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกหยุดชะงักลง ทีมงานได้พยายามสร้างสรรค์การโปรโมตการท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับยุค untact (การไม่พบปะกันตัวต่อตัว) ที่ทั้งเก๋และสนุกสนาน เป้าหมายที่แท้จริงของการโปรโมตคือเพื่อกระตุ้นให้ชาวต่างชาติได้มาเที่ยวเกาหลี แต่พอมีสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นจึงได้พยายามสร้างแคมเปญที่ทำให้ผู้ชมประทับใจ เพื่อที่ว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้นแล้วจะได้นึกถึงประเทศเกาหลีเป็นประเทศแรกๆ เมื่ออยากไปเที่ยว และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เดินทางมาเยือนประเทศเกาหลี แต่อย่างน้อยผู้ชมทั่วโลกก็จะได้สัมผัสท่วงทำนองและดูการเต้นรำสนุกสนานนี้ได้จากที่บ้าน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="521" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-1024x521.png" alt="" class="wp-image-123918" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-1024x521.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-768x391.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-1536x781.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39-600x305.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.10.39.png 1770w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="523" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-1024x523.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123919" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-1024x523.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-768x392.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-1536x785.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52-600x306.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-15.12.52.png 1766w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากไม่ได้สังเกตชื่อของช่องยูทูบเราอาจจะคิดว่าคลิปเหล่านี้เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงก็เป็นได้ มีคอมเมนต์หนึ่งกล่าวว่า “ดูคลิปเหล่านี้แล้วทำให้รู้สึกว่าในที่สุดภาครัฐก็เปลี่ยนแปลงวิธีการนำเสนอออกมาเป็นคลิปคูลๆ ได้แล้ว”&nbsp;</p>



<p>โอชุงซอบ หัวหน้าฝ่ายการตลาด องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีกล่าวว่า <a href="https://www.chosun.com/national/weekend/2020/09/26/PJE3EQY3PNBEDEVTSOHARVWG4E/">พวกเขาต้องการออกนอกกรอบ</a> ทั้งในแง่ตัวชูโรงและเมสเซจที่สื่อออกไป โดยปกติจะมีดาราดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ในคลิปโปรโมตการท่องเที่ยว แต่คลิปเหล่านั้นมักจะดึงดูดความสนใจได้เพียงกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบเกาหลีอยู่แล้วเท่านั้น คราวนี้ทางองค์กรจึงใช้ความกล้าหาญเลือกที่จะไม่เอาดารามาโปรโมตบ้าง และในแง่ข้อความที่สื่อสารออกไป การจะโฆษณาว่า ‘เกาหลีดีจังเลย’ ก็นับเป็นไอเดียที่เก่าไปแล้ว จึงได้ข้อสรุปว่าน่าจะทำคอนเทนต์ออกมาโดยไม่โฆษณาเชิญชวนออกไปโต้งๆ แบบนั้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="523" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-1024x523.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123974" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-1024x523.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-768x392.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-1536x784.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23-600x306.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.47.23.png 1708w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="519" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-1024x519.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123975" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-1024x519.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-300x152.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-768x389.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-1536x778.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26-600x304.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.45.26.png 1710w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ผู้กำกับซอกย็องจงก็มีความคิดว่าถึงชาวต่างชาติจะไม่เข้าใจภาษาเกาหลี แต่<a href="https://www.chosun.com/national/weekend/2020/09/26/PJE3EQY3PNBEDEVTSOHARVWG4E/">การสื่อสารผ่านท่วงทำนองเพลงน่าจะทำให้คนทั่วโลกเกิดความรู้สึกร่วมได้ตามสัญชาตญาณ</a> ผู้กำกับได้ไอเดียนี้มาจากตอนที่เห็นลูกสาววัยหกขวบเต้นอย่างสนุกสนานไปตามจังหวะเพลงของวง LEENALCHI ซึ่งเป็นวงดนตรีแนว alternative pop ที่นำเนื้อเพลงของ ‘พันโซรี’ (ศิลปะการร้องเพลงเกาหลีแบบดั้งเดิมผสมการเล่าเรื่องและทำท่าทางให้ตรงกับจังหวะกลอง) มาใส่ทำนองสมัยใหม่ จนมีการขนานนามวงนี้ว่าเป็น<a href="https://www.yakup.com/news/index.html?mode=view&amp;nid=251622">ฮิปสเตอร์แห่งยุคโชซ็อน</a>เลยทีเดียว และเขาเห็นการเต้นของกลุ่ม Ambiguous Dance Company ที่มาแจมกับ LEENALCHI ในการแสดงโชว์เพลง <em>พอม-เน-รยอ-อน-ดา (Tiger is Coming)</em> มาก่อน ในที่สุดทั้งสองทีมนี้จึงได้รับเลือกให้มาร่วมงานกันอีกครั้งในโปรเจกต์ Feel the Rhythm of KOREA นั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[온스테이지2.0] 이날치 - 범 내려온다(with 앰비규어스 댄스컴퍼니)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/SmTRaSg2fTQ?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption>คลิปการแสดงเพลง Tiger is Coming เมื่อปี 2019 ที่ผู้กำกับซอกย็องจงพูดถึง</figcaption></figure>



<p>ผู้กำกับยังกล่าวอีกว่าแคมเปญนี้มีความเสี่ยงไม่น้อย เพราะเนื้อหาของคลิปไม่มีอะไรพิเศษเลยนอกจากเหล่าแดนเซอร์เต้นไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศเกาหลีด้วยท่าทางตลกๆ ตามจังหวะเพลงเกาหลีประยุกต์ แถมกลุ่มศิลปินนี้ไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าไหร่นัก และเนื่องจากเป็นแคมเปญออนไลน์จึงไม่ได้มีงบประมาณมาก ไม่มีแม้กระทั่งงบจ้างนักแสดงตัวประกอบ จึงต้องขอความร่วมมือจากคนทั่วไปที่อยู่ในละแวกนั้นมาเข้ากล้องให้ แต่ก็กลายเป็นจุดเล็กๆ ที่สร้างรอยยิ้ม เช่น คลิปโปรโมตเมืองปูซาน มีฉากที่ครอบครัวหนึ่งกำลังกราบไหว้พระพุทธรูปโดยที่ไม่ได้สนใจการถ่ายทำ หรือคุณยายที่นั่งโบกพัดอยู่ในฉากหมู่บ้านวัฒนธรรมคัมช็อน (Gamcheon Culture Village)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="510" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-1024x510.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123976" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-1024x510.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-300x149.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-768x382.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-1536x764.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19-600x299.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.51.19.png 1708w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="524" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-1024x524.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123972" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-1024x524.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-768x393.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-1536x786.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58-600x307.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.41.58.png 1716w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือทีมเต้น Ambiguous Dance Company ทีมเต้นนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งการเต้นและเครื่องแต่งกาย เมื่อดูการเต้นของเขาจะเห็นได้ว่าการแสดงของพวกเขามีลักษณะตามชื่อกลุ่ม มีการข้ามขอบเขตของแบบแผนการเต้น บางครั้งก็เต้นสนุกๆ ตามทำนอง<a href="https://www.youtube.com/watch?v=Rekeh5TIDxc&amp;ab_channel=CosmopolitanKorea">เทคโน</a> บ้างก็ระบำพลิ้วไหวตามเสียง<a href="https://www.youtube.com/watch?v=tW1RaleUmEg&amp;ab_channel=AmbiguousDanceCompany">เครื่องเป่าพื้นบ้านเกาหลี</a> นอกจากนี้ยังมีการแสดง contemporary dance อย่างฮิปฮอป เบรกแดนซ์ บัลเลต์ และอื่นๆ อีกด้วย</p>



<p>คิมโบรัม นักเต้นและผู้ออกแบบท่าเต้นในทีม ได้บอกที่มาของไอเดียการเต้นสุดแนวนี้ว่า ที่เขาสามารถดีไซน์ท่าเต้นแบบนั้นได้เป็นเพราะว่า <a href="https://www.chosun.com/national/weekend/2021/01/30/DGB5C26WGZH7JNZEXJKYRCR5GU/">เขารู้วิธีการเต้นหลากหลายแนว ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การเต้นแขนงใดแขนงหนึ่งเลย</a> เราในฐานะคนดูจะเห็นได้ว่าความไม่เชี่ยวชาญนี้กลับกลายเป็นจุดเด่นเมื่อต้องมาออกแบบท่าเต้นเชิงประยุกต์ที่ผสานความเก่า-ใหม่ รวมทั้งความเป็นพื้นบ้าน-สากลไว้ด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="507" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-1024x507.png" alt="" class="wp-image-123981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-1024x507.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-300x149.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-768x380.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-1536x761.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12-600x297.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.08.12.png 1712w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ส่วนเรื่องการแต่งกาย มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมมาปรับกับชุดสมัยใหม่โดยที่ไม่ได้จำกัดกรอบว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ เปิดโอกาสให้วัฒนธรรมดั้งเดิมมาเล่นล้อในงานสร้างสรรค์ของศิลปินยุคปัจจุบัน ในคลิปเวอร์ชั่นแนะนำกรุงโซล เราจะเห็นนักเต้นบางคนใส่ชุดประจำชาติเกาหลีหรือที่เรียกว่าชุดฮันบกมาประยุกต์ใหม่ บ้างสวมสูทสากล สวมหมวกเหล็กของทหารยุคโบราณ หนึ่งในนั้นมีชายชุดดำสวมหมวกนักปราชญ์สมัยก่อน (เป็นหมวกลักษณะคล้ายกระทง มีรูปนักปราชญ์สวมหมวกลักษณะนี้บนธนบัตร 5,000 วอนด้วย) เขาเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตัวเขาเองสวมหมวกผิดด้านตลอดทั้งโชว์ จากคอมเมนต์ของผู้ชมที่ให้ความสนใจกับหมวกใบนี้ แต่ถึงจะรู้ว่าสวมหมวกผิดเขาก็ยังคงสวมแบบเดิมต่อไปเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องตลกดี เราจะเห็นถึงความใจกว้างในการหยิบจับเอาวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ต่อยอดให้เกิดบทสนทนาภายใต้แคมเปญนี้ ที่ ‘คุย’ ทั้งกับคนต่างชาติและคนเกาหลียุคใหม่เอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="508" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-1024x508.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123978" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-1024x508.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-300x149.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-768x381.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-1536x763.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25-600x298.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.55.25.png 1708w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="523" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-1024x523.png" alt="เที่ยวเกาหลี" class="wp-image-123977" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-1024x523.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-768x392.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-1536x784.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26-600x306.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-17.54.26.png 1712w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ทุกคนในทีมจะสวมแว่นกันแดด เพราะโชว์ของนักเต้นกลุ่มนี้คือการแสดงออกผ่านการเต้น ไม่ใช่การแสดงออกผ่านสีหน้าและแววตา การสวมแว่นกันแดดจะทำให้ผู้ชมจดจ่อกับท่าเต้นของพวกเขาได้มากขึ้น และการสวมแว่นกันแดดนี้ได้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของพวกเขาไปแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="522" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-1024x522.png" alt="" class="wp-image-123979" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-1024x522.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-768x392.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-1536x783.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57-600x306.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.03.57.png 1710w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แคมเปญ Feel the Rhythm of KOREA ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา audio ในงาน Korea Advertising Awards ประจำปี 2020 และได้รับรางวัล Tourism Innovation Awards ประจำปี 2020 จากงาน Tourism Innovation Summit ประเทศสเปน นับเป็นเครื่องการันตีคุณภาพของคลิปประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเกาหลีได้เป็นอย่างดี <span style="display: none;">เที่ยวเกาหลี</span> &nbsp;</p>



<p>โปรเจกต์นี้สะท้อนให้เราเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนความคิดที่ว่าการโปรโมตการท่องเที่ยวคือการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากมาเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ให้กลายเป็นการค่อยๆ สร้างความผูกพันผ่านวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ เก็บไว้นึกถึงแม้เวลาผ่านไปนาน และทำให้เห็นไอเดียคูลๆ ของผู้สร้างและศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของชาวเกาหลีที่เปิดรับการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="520" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-1024x520.png" alt="" class="wp-image-123983" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-1024x520.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-300x152.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-768x390.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-1536x781.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21-600x305.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Screen-Shot-2564-02-23-at-18.09.21.png 1712w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="http://www.brandbrief.co.kr/news/articleView.html?idxno=3760">brandbrief.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.chosun.com/national/weekend/2020/09/26/PJE3EQY3PNBEDEVTSOHARVWG4E/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">chosun.com</a></p>



<p><a href="https://www.koreatimes.co.kr/www/culture/2020/12/141_300260.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">koreatimes.co.kr</a></p>



<p><a href="https://www.yakup.com/news/index.html?mode=view&amp;nid=251622" target="_blank" rel="noreferrer noopener">yakup.com</a></p>



<div style="display: none;">นี้สะท้อนให้เราเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดขององค์การการท่องเที่ยวเกาหลีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนความคิดที่ว่าการโปรโมตการท่องเที่ยวคือการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากมาเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ให้กลายเป็นการค่อยๆ สร้างความผูกพันผ่านวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ เก็บไว้นึกถึงแม้เวลาผ่านไปนาน และทำให้เห็นไอเดียคูลๆ ของผู้สร้างและศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของชาวเกาหลีที่เปิดรับการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ</div>



<div style="display: none;">เปลี่ยนความคิดที่ว่าการโปรโมตการท่องเที่ยวคือการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากมาเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ให้กลายเป็นการค่อยๆ สร้างความผูกพันผ่านวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้ เก็บไว้นึกถึงแม้เวลาผ่านไปนาน และทำให้เห็นไอเดียคูลๆ ของผู้สร้างและศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของชาวเกาหลีที่เปิดรับการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างน่าประทับใจในโปรเจกต์ Feel the Rhythm of Korea นี้สะท้อนให้เราเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดขององค์การการท่องเที่ยวเกาหลีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่</div>



<div style="display: none;">เก็บไว้นึกถึงแม้เวลาผ่านไปนาน และทำให้เห็นไอเดียคูลๆ ของผู้สร้างและศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานนี้ขึ้นมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นมุมมองของชาวเกาหลีที่เปิดรับการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าและใหม่ได้อย่างน่าประทับใจในโปรเจกต์ Feel the Rhythm of Korea นี้สะท้อนให้เราเห็นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดขององค์การการท่องเที่ยวเกาหลีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนความคิดที่ว่าการโปรโมตการท่องเที่ยวคือการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากมาเดี๋ยวนี้ตอนนี้ ให้กลายเป็นการค่อยๆ สร้างความผูกพันผ่านวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้</div>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/feel-rhythm-korea-tourism/">เต้นไปเที่ยวไป เมื่อ ‘ฮิปสเตอร์ยุคโชซ็อน’ เต้นเพื่อชวนเที่ยวเกาหลีหลังหมดโควิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหนื่อยไปไหมผู้ใหญ่วัย 30? ‘18 Again’ ซีรีส์ที่สะท้อนภาพการล้มแล้วลุกของคนอายุขึ้นเลขสาม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/18-again/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อิสริยา พาที]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2021 06:55:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Home Theater]]></category>
		<category><![CDATA[Film]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Romance Is a Bonus Book]]></category>
		<category><![CDATA[ยุนซังฮยอน]]></category>
		<category><![CDATA[คิมฮานึล]]></category>
		<category><![CDATA[อีโดฮยอน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาบยองฮุน]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[17 again]]></category>
		<category><![CDATA[18 Again]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำซีรีส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120887</guid>

					<description><![CDATA[<p>18 Again “ลูกสุดท้ายแล้วนะ ถ้าลูกนี้ลงห่วง คำขอจะเป็นจริง ฮงแดยอง กลับไปตอนนั้นกันเถอะ!” นักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งอนาคตไกลมีเหตุให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่จนชีวิตพลิกผัน ต้องแบกภาระมากมาย ความฝันหลุดลอย ชีวิตล่มไม่เป็นท่า จนเวลาล่วงเลยมาอีกทีก็อยู่ในวัยสามสิบกว่าๆ และไม่มีความสุขกับชีวิตเอาเสียเลย ในวันที่รู้สึกล้มเหลวที่สุด เขากลับไปที่โรงเรียนเพื่อชูตบาสแก้เซ็ง แต่เมื่อชู้ตบาสลูกสุดท้ายกลับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เขาได้กลับไปอยู่ในร่างหนุ่มวัยสิบแปดอีกครั้ง!&#160; นี่คือพล็อตเรื่องคร่าวๆ ของ 18 Again (18 어게인) ซีรีส์เกาหลีที่เพิ่งออกอากาศเมื่อปลายปี 2020 และขึ้นแท่นซีรีส์ในใจของใครหลายคนอย่างรวดเร็ว ถ้าฟังพล็อตแล้วรู้สึกคุ้นๆ ก็ไม่แปลก เพราะซีรีส์เรื่องนี้รีเมคจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง 17 Again (2009) นำแสดงโดย Zac Efron ซึ่งเหตุผลที่เวอร์ชั่นเกาหลีได้เพิ่มอายุมาเป็นสิบแปดปีนั้นคงเป็นเพราะว่าวิธีการนับอายุของคนเกาหลีแตกต่างจากการนับอายุโดยทั่วไป คือจะนับอายุเป็นหนึ่งขวบตั้งแต่วันแรกที่เกิด ชื่อเรื่องของซีรีส์จึงได้บวกอายุเพิ่มไปอีกหนึ่งปีเป็น 18 ปีนั่นเอง พรวิเศษที่เสกขึ้นเองได้ เพราะ 18 Again ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบซีรีส์ 16 ตอนซึ่งยาวกว่าต้นฉบับ เราจึงได้เห็นรายละเอียดและมิติต่างๆ ของตัวละครมากขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้ คิมฮานึล นักแสดงหญิงมากประสบการณ์ผู้เคยได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีมารับบทนำ&#160; มากกว่านั้น ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/18-again/">เหนื่อยไปไหมผู้ใหญ่วัย 30? ‘18 Again’ ซีรีส์ที่สะท้อนภาพการล้มแล้วลุกของคนอายุขึ้นเลขสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;"> 18 Again </span>“ลูกสุดท้ายแล้วนะ ถ้าลูกนี้ลงห่วง คำขอจะเป็นจริง ฮงแดยอง กลับไปตอนนั้นกันเถอะ!”</p>



<p>นักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งอนาคตไกลมีเหตุให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่จนชีวิตพลิกผัน ต้องแบกภาระมากมาย ความฝันหลุดลอย ชีวิตล่มไม่เป็นท่า จนเวลาล่วงเลยมาอีกทีก็อยู่ในวัยสามสิบกว่าๆ และไม่มีความสุขกับชีวิตเอาเสียเลย ในวันที่รู้สึกล้มเหลวที่สุด เขากลับไปที่โรงเรียนเพื่อชูตบาสแก้เซ็ง แต่เมื่อชู้ตบาสลูกสุดท้ายกลับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เขาได้กลับไปอยู่ในร่างหนุ่มวัยสิบแปดอีกครั้ง!&nbsp;</p>



<p>นี่คือพล็อตเรื่องคร่าวๆ ของ <i>18 Again</i> (18 어게인) <a href="https://adaymagazine.com/?s=home+theater" target="_blank" rel="noopener">ซีรีส์</a>เกาหลีที่เพิ่งออกอากาศเมื่อปลายปี 2020 และขึ้นแท่นซีรีส์ในใจของใครหลายคนอย่างรวดเร็ว ถ้าฟังพล็อตแล้วรู้สึกคุ้นๆ ก็ไม่แปลก เพราะซีรีส์เรื่องนี้รีเมคจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง <i>17 Again</i> (2009) นำแสดงโดย Zac Efron ซึ่งเหตุผลที่เวอร์ชั่นเกาหลีได้เพิ่มอายุมาเป็นสิบแปดปีนั้นคงเป็นเพราะว่าวิธีการนับอายุของคนเกาหลีแตกต่างจากการนับอายุโดยทั่วไป คือจะนับอายุเป็นหนึ่งขวบตั้งแต่วันแรกที่เกิด ชื่อเรื่องของซีรีส์จึงได้บวกอายุเพิ่มไปอีกหนึ่งปีเป็น 18 ปีนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-image wp-image-120894 size-large"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-1024x683.jpg" alt="18 Again" class="wp-image-120894" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_06.jpg 1890w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พรวิเศษที่เสกขึ้นเองได้</strong></h2>



<p>เพราะ<em> 18 Again</em> ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบซีรีส์ 16 ตอนซึ่งยาวกว่าต้นฉบับ เราจึงได้เห็นรายละเอียดและมิติต่างๆ ของตัวละครมากขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้ คิมฮานึล นักแสดงหญิงมากประสบการณ์ผู้เคยได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีมารับบทนำ&nbsp;</p>



<p>มากกว่านั้น ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ (รับบทโดย ยุนซังฮยอน) ชายวัย 30 ปีที่จู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสอีกครั้งในนามสมมติว่า ‘โกอูยอง’ (รับบทโดย อีโดฮยอน ผู้เคยขโมยหัวใจหลายคนมาแล้วจากบทหนุ่มนักศึกษาแพทย์มาดขรึมใน <em>Sweet Home</em>) แต่ยังมีเรื่องราวของ ‘จองดาจอง’ (รับบทโดย คิมฮานึล) ภรรยาของฮงแดยองที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตมาไม่น้อยกว่าสามี และเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีโอกาสกลับไปเป็นวัยรุ่นอายุสิบแปดอีกครั้งแบบที่สามีของเธอได้รับ แต่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกัน</p>



<p>ตลอดเรื่อง คนดูจึงจะได้ติดตามความเป็นไปของฮงแดยองที่เริ่มต้นใหม่ในร่างหนุ่มแน่น ในขณะเดียวกันเราจะได้เห็นเรื่องราวของจองดาจองที่พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 37 ด้วยการสมัครเป็นผู้ประกาศข่าว แม้จะอายุเยอะกว่าใครในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด แต่เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ประกอบกับบริษัทเลือกที่จะให้ผู้สมัครไม่ต้องเปิดเผยอายุ จองดาจองจึงทำตามฝันสำเร็จ เรื่องยังพลิกผันกว่านั้นเมื่อทุกคนรู้ว่าเธอมีลูกตั้งแต่มัธยมปลายและกำลังจะหย่ากับสามี จึงเกิดกระแสต่อต้านขึ้นเป็นมรสุมถาโถมผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง</p>



<p>หากพายุลูกนี้โหมกระหน่ำหญิงสาววัย 18 เธอคงเสียน้ำตาและเสียหลักไปไม่น้อย แต่สำหรับหญิงวัย 37 เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีไหวพริบ และความสามารถของเธอที่ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะการบ่มเพาะ ฝึกฝนด้วยตัวเองซ้ำ ๆ จนได้เป็นผู้ประกาศข่าว แม้จะไม่ได้รับพรวิเศษใดๆ แบบตัวละครสามี แต่ซีรีส์ทำให้คนดูได้เห็นว่าเวิร์คกิ้งมัมคนนี้ก็สามารถผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ มาได้ด้วยสองขาของตนเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-131937" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-1536x1023.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-2048x1364.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_08-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เหนื่อยไปไหม ผู้ใหญ่วัย 30?</strong></h2>



<p>ซีรีส์เรื่อง <em>18 Again</em> ทำให้เราเห็นความลำบากของตัวละครเอกวัยเลขสาม แล้วในความเป็นจริงมีคนเกาหลีรู้สึกอย่างไรกันบ้าง?</p>



<p>จาก<a href="https://www.trendmonitor.co.kr/tmweb/trend/allTrend/detail.do?bIdx=1785&amp;code=0401&amp;trendType=CKOREA" target="_blank" rel="noopener">ผลสำรวจ</a>คนเกาหลีจำนวน 1,000 คน บอกว่าช่วงอายุวัยที่ขึ้นต้นด้วยเลขสามคือวัยที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่สุด มีคนเกาหลีประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังทำงานที่ไม่ได้ตรงกับงานที่เคยฝันไว้ในวัยเด็ก และมีคนที่พึงพอใจกับงานที่กำลังทำอยู่หรือสิ่งที่กำลังเรียนอยู่เพียง 38 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น</p>



<p>ด้วยคาแร็กเตอร์และเรื่องราวทำนองนี้ทำให้นึกถึง ‘คังดันอี’ (รับบทโดย อีนายอง) จากซีรีส์เรื่อง <i>Romance Is a Bonus Book</i> (로맨스는 별책부록) อดีตนักเขียนคำโฆษณาที่ผันตัวเป็นแม่บ้านมาดูแลสามีและลูก วันหนึ่งได้เลิกลากับสามีและต้องเริ่มต้นหางานทำใหม่อีกครั้งในวัยสามสิบปลายเช่นกัน ซีรีส์ทั้งสองสะท้อนให้เห็นความพยายามของผู้กำกับซีรีส์เกาหลีที่ต้องการให้กำลังใจคนอายุหลักเลขสามที่เริ่มต้นชีวิตช้ากว่าคนทั่วไปว่ายังพอมีหนทางให้เดินต่อ</p>



<div class="wp-block-image wp-image-120897 size-large"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-1024x682.jpg" alt="18 Again" class="wp-image-120897" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_09-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<p>แต่จากในเรื่อง จะเห็นว่าวัยไม่ใช่ปัญหาหลักที่คอยขัดขวางไม่ให้จองดาจองทำงานได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการที่บริษัทรับสมัครพนักงานโดยไม่พิจารณาอายุตั้งแต่แรกเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้ใช้ความสามารถมาแข่งกัน แต่จุดพลิกผันที่ทำให้จองดาจองกลับกลายเป็นมวยรองและถูกสังคมที่ทำงานตั้งแง่อยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะเธอมีประวัติท้องในวัยเรียนหรือท้องก่อนแต่ง ซึ่งยังถือว่า<a href="http://english.hani.co.kr/arti/english_edition/e_national/830741.html" target="_blank" rel="noopener">เป็นเรื่องน่าอับอาย</a>ในค่านิยมของคนเกาหลี</p>



<p>เมื่อเรื่องการท้องในวัยเรียนกลายมาเป็นจุดอ่อนหลักในชีวิตการทำงานของทั้งฮงแดยองและจองดาจอง ประเด็นเรื่องครอบครัวและการหย่าร้างจึงได้รับการขับเน้นขึ้นมาในเวอร์ชั่นเกาหลี เพราะหากย้อนมองสถิติการหย่าร้างจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกับหลายประเทศ คือมีจำนวนการหย่าร้างมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนการแต่งงานที่ลดลง ทั้งนี้คู่ที่หย่าร้างมักจะอยู่ในวัยเลขสี่</p>



<p>หากมองไปที่สาเหตุของการหย่าร้าง ตาม<a href="http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20160617000753&amp;fbclid=IwAR12MWtT3zIZ2L2K9AVw0qX1iU542Z8IdCic143-2UlT1rYVAhWBfTaUfsw" target="_blank" rel="noopener">แบบสำรวจของศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว</a> เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมเกาหลีได้ชัดเจน ในยุค 70s สาเหตุของการหย่าคือคู่สมรสหายตัวไปนานเกินกว่าสามปี ซึ่งผู้ทำแบบสำรวจนี้คาดว่าเป็นผลมาจากสงครามเกาหลีที่ทำให้คนพลัดพราก และผลจากสงครามเวียดนามซึ่งมีทหารเกาหลีหลายนายที่ถูกส่งไปรบได้สูญหายไป ส่วนยุค 80s สามีมักขอหย่ากับภรรยาด้วยเหตุผลว่า “ไม่ทำหน้าที่ของคู่สมรส” หรือหนีไป ส่วนฝ่ายภรรยาฟ้องหย่าเพราะโดนทำร้ายหรือถูกปฏิบัติแบบแย่ๆ ซึ่งนั่นก็อธิบายว่าทำไมภรรยาที่ไม่ได้ฟ้องหย่าถึงได้เป็นฝ่ายหนีไป สาเหตุการทำร้ายร่างกายนี้ยังเป็นเหตุผลที่ปรากฏอยู่เรื่อยๆ และถือว่าเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของการหย่าในช่วงทศวรรษ 1990</p>



<p>แต่เหตุผลการหย่าร้างในยุคหลังๆ เริ่มขยับมาเป็นเรื่องที่คนรุ่นก่อนมองว่าเป็นปัญหาหยุมหยิมเกินกว่าจะหย่ากัน เช่น นิสัยเข้ากันไม่ได้ ไม่มีความสุขกับชีวิตคู่ หรือปัญหาทางการเงินที่ฝ่ายหนึ่งต้องส่งเสียพ่อแม่ของตัวเองไปด้วย</p>



<div class="wp-block-image size-large wp-image-120888"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again-1024x576.jpg" alt="18 Again" class="wp-image-120888" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again-600x337.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Type-F_Front-page_16x9-18-Again.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ยิ่งใกล้ยิ่งต้องดูแลหัวใจกันให้มาก</strong></h2>



<p>นอกจากจะเห็นเรื่องราวของจองดาจองแล้ว&nbsp;ซีรีส์เรื่องนี้ยังทำให้เราได้เห็นมุมมองของฮงแดยองว่าที่ผ่านมาระหว่างการฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิตเพื่อครอบครัว เขารู้สึกอดทนอดกลั้นมากแค่ไหน และความอดกลั้นนั้นเองที่กลายเป็นสาเหตุให้สามีภรรยาไม่เข้าใจกัน</p>



<p>ประเด็นนี้สร้างกระแสตอบรับที่ดีให้กับซีรีส์เรื่องนี้ในกระทู้ต่างๆ ของเว็บไซต์ Naver เว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเกาหลี โดยเสียงส่วนใหญ่ชื่นชมที่ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ตัวเองเข้าใจคู่ชีวิตมากขึ้น เช่น <a href="https://cafe.naver.com/myungjimom/936651?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6Im15dW5namltb20iLCJhcnRpY2xlSWQiOjkzNjY1MSwiaXNzdWVkQXQiOjE2MTIyMzgyNDE2ODd9.MH2fKFdhgrCow1U5ez4CZoJ-toX6vOs31uY6t5JT7ak=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความเห็น</a>ที่ว่าตอนแรกตนเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วเข้าใจหัวอกฝ่ายหญิง แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจความรู้สึกของผู้ชายด้วย ทำให้บางครั้งพอหันไปมองสามีก็รู้สึกเห็นใจและมองว่าเขาน่ารักมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><a href="https://cafe.naver.com/2008bunsamo/1712446?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6IjIwMDhidW5zYW1vIiwiYXJ0aWNsZUlkIjoxNzEyNDQ2LCJpc3N1ZWRBdCI6MTYxMjIzODI0MTY4OX0=.8hdqeMdyBGLhhjVK8G8L5lEjRZPfoaA6XA8B6ddRjHk=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความเห็น</a>หนึ่งกล่าวว่า ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้กลับมาคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาอีกครั้ง ว่าคำพูดและการเปิดใจคุยกันระหว่างคนรักมันสำคัญขนาดไหน อีก<a href="https://cafe.naver.com/usem/1531764?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6InVzZW0iLCJhcnRpY2xlSWQiOjE1MzE3NjQsImlzc3VlZEF0IjoxNjEyMjM4MjYyMjUzfQ==.wAwAtGCftxo7T8b9A8SfI_aTBsodcVEwP4vg3ilpvmE=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความเห็น</a>หนึ่งกล่าวว่าดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องใส่ใจสามีให้มากกว่านี้และให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-120891" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_03-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อย่าเสียใจกับเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้</strong></h2>



<p>นอกจากความเข้าใจกันระหว่างสามีภรรยาแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้เสนอมุมมองระหว่างพ่อ-ลูก ไม่ว่าจะเป็นฮงแดยองกับพ่อของเขาหรือฮงแดยองกับลูกๆ มีฉากการดูแลซึ่งกันและกันระหว่างลูกสะใภ้กับพ่อสามี ระหว่างลูกเขยกับแม่ยาย และทำให้เห็นความรักระหว่างนักเบสบอลชื่อดัง ‘เยจีฮุน’ (รับบทโดย วีฮาจุน) กับหลานตัวน้อยอีกด้วย</p>



<p>‘ฮาบยองฮุน’ ผู้กำกับ <em>18 Again</em> ได้<a href="https://www.mk.co.kr/star/hot-issues/view/2020/08/848478/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ให้สัมภาษณ์</a>ไว้ว่าครั้งแรกที่เขาดูภาพยนตร์เรื่อง <em>17 Again</em> ตอนนั้นเขายังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีลูก จึงเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงแค่หนังคอเมดี้เรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากแต่งงานและมีลูกแล้วก็รู้สึกต่างออกไปจากเดิม เขาเห็นว่าพล็อตของเรื่องนี้ยังสามารถสอดแทรกรายละเอียดต่างๆ ที่เขาอยากนำเสนอเสริมเข้าไปได้อีก จึงเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้มารีเมกเป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องปัญหาชีวิตวัยสามสิบและความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างกลมกล่อม</p>



<p><a href="https://www.chosun.com/site/data/html_dir/2020/08/18/2020081802132.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผู้กำกับได้กล่าวอีกว่า</a> หวังว่าละครเรื่องนี้จะช่วยทำให้ผู้ชมได้ตระหนักรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ปัจจุบัน’ ได้มากขึ้น</p>



<p>นั่นอธิบายว่าทำไมทุกครั้งที่ฮงแดยองรู้สึกเหนื่อยล้า เขาจะนึกถึงประโยคหนึ่งของ&nbsp;Audrey Hepburn (นักแสดงที่จองดาจองชื่นชอบ) ที่พูดว่า “ถึงจะต้องเจอกับความยากลำบากเพียงใด ก็อย่าได้เสียใจเป็นอันขาดกับสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้”</p>



<p>จากคำกล่าวนี้คงจะเดาได้ว่า ถึงฮงแดยองและจองดาจองจะรู้สึกเสียดายกับชีวิตก่อนมีลูกที่เต็มไปด้วยโอกาสและความฝันอันสดใส แต่เขาจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำให้พวกเขายิ้มได้ นั่นคือครอบครัว</p>



<p>แล้วคุณล่ะ จะรู้สึกเสียใจไหมหากไม่ได้ย้อนกลับไปวันวานอันหอมหวานอีกต่อไปแล้ว?</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-1024x683.jpg" alt="18 Again" class="wp-image-120889" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-Again_01-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Netflix</figcaption></figure></div>



<p><span>อ้างอิง<br><a href="https://www.chosun.com/site/data/html_dir/2020/08/18/2020081802132.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">chosun.com</a><br><a href="https://cafe.naver.com/usem/1531764?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6InVzZW0iLCJhcnRpY2xlSWQiOjE1MzE3NjQsImlzc3VlZEF0IjoxNjEyMjM4MjYyMjUzfQ==.wAwAtGCftxo7T8b9A8SfI_aTBsodcVEwP4vg3ilpvmE=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">cafe.naver.com</a><br><a href="http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20160617000753&amp;fbclid=IwAR12MWtT3zIZ2L2K9AVw0qX1iU542Z8IdCic143-2UlT1rYVAhWBfTaUfsw" target="_blank" rel="noreferrer noopener">koreaherald.com</a><br><a href="https://cafe.naver.com/myungjimom/936651?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6Im15dW5namltb20iLCJhcnRpY2xlSWQiOjkzNjY1MSwiaXNzdWVkQXQiOjE2MTIyMzgyNDE2ODd9.MH2fKFdhgrCow1U5ez4CZoJ-toX6vOs31uY6t5JT7ak=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">cafe.naver.com</a><br><a href="https://www.mk.co.kr/star/hot-issues/view/2020/08/848478/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">mk.co.kr</a><br><a href="https://cafe.naver.com/2008bunsamo/1712446?art=ZXh0ZXJuYWwtc2VydmljZS1uYXZlci1zZWFyY2gtY2FmZS1wcg==.eyJhbGciOiJIUzI1NiIsInR5cCI6IkpXVCJ9.eyJjYWZlVHlwZSI6IkNBRkVfVVJMIiwiY2FmZVVybCI6IjIwMDhidW5zYW1vIiwiYXJ0aWNsZUlkIjoxNzEyNDQ2LCJpc3N1ZWRBdCI6MTYxMjIzODI0MTY4OX0=.8hdqeMdyBGLhhjVK8G8L5lEjRZPfoaA6XA8B6ddRjHk=" target="_blank" rel="noreferrer noopener">cafe.naver.com</a><br><a href="https://www.trendmonitor.co.kr/tmweb/trend/allTrend/detail.do?bIdx=1785&amp;code=0401&amp;trendType=CKOREA" target="_blank" rel="noreferrer noopener">trendmonitor.co.kr</a></span></p>


<p><!-- /wp:paragraph --></p>
<div style="display: none;">
<p>มากกว่านั้น ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ (รับบทโดย ยูนซังฮยอน) ชายวัย 30 ปีที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสอีกครั้งในนามสมมติว่า ‘โกอูยอง’ (รับบทโดย อีโดฮยอน ผู้เคยขโมยหัวใจหลายคนมาแล้วจากบทหนุ่มนักศึกษาแพทย์มาดขรึมใน Sweet Home) แต่ยังมีเรื่องราวของ ‘จองดาจอง’ (รับบทโดย คิมฮานึล) ภรรยาของฮงแดยองที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตมาไม่น้อยกว่าสามี และเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีโอกาสกลับไปเป็นวัยรุ่นอายุ 18 อีกครั้งแบบที่สามีของเธอได้รับ แต่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกันตลอดเรื่อง คนดูจะได้ติดตามความเป็นไปของฮงแดยองที่เริ่มต้นใหม่ในร่างชายหนุ่มแน่น ในขณะเดียวกันเราจะได้เห็นเรื่องราวของจองดาจองที่พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 37 ด้วยการสมัครเป็นผู้ประกาศข่าว ซึ่งแม้จะอายุเยอะกว่าใครในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด แต่เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ประกอบกับการที่บริษัทเปิดรับผู้สมัครโดยไม่ต้องเปิดเผยอายุ จองดาจองจึงทำตามฝันสำเร็จ เรื่องยังพลิกผันกว่านั้นเมื่อทุกคนรู้ว่าเธอมีลูกตั้งแต่มัธยมปลายและกำลังจะหย่ากับสามี จึงเกิดกระแสต่อต้านขึ้นเป็นมรสุมถาโถมผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p>หากพายุลูกนี้โหมกระหน่ำหญิงสาววัยสิบแปด เธอคงเสียน้ำตาและเสียหลักไปไม่น้อย แต่สำหรับหญิงวัยสามสิบเจ็ด เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีไหวพริบ และความสามารถของเธอที่ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะการบ่มเพาะ ฝึกฝนด้วยตัวเองซ้ำๆ จนได้เป็นผู้ประกาศข่าว แม้จะไม่ได้รับพรวิเศษใดๆ แบบสามี แต่ซีรีส์ทำให้คนดูได้เห็นว่า&nbsp;working mom คนนี้ก็สามารถผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ มาได้ด้วยสองขาของตนเอง</p>
</div>
<p><!-- /wp:paragraph --></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/18-again/">เหนื่อยไปไหมผู้ใหญ่วัย 30? ‘18 Again’ ซีรีส์ที่สะท้อนภาพการล้มแล้วลุกของคนอายุขึ้นเลขสาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
