เหนื่อยไปไหมผู้ใหญ่วัย 30? ‘18 Again’ ซีรีส์ที่สะท้อนภาพการล้มแล้วลุกของคนอายุขึ้นเลขสาม

Highlights

  • 18 Again คือซีรีส์เกาหลีที่รีเมคมาจากหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง 17 Again ที่เข้าฉายเมื่อปี 2009 เล่าเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ ชายวัย 37 คนหนึ่งที่ชีวิตพังไม่เป็นท่า แต่กลับมีปาฏิหาริย์ทำให้เขากลับไปอายุ 18 เพื่อแก้มือกับชีวิตได้อีกครั้ง
  • นอกจากจะนำแสดงโดย ‘อีโดฮยอน’ ดาราหนุ่มหน้าใสพร้อมขโมยหัวใจคนดู ซีรีส์เรื่องนี้ยังมี ‘คิมฮานึล’ ดาราสาวมากฝีมือร่วมแสดง ความน่าติดตามของเรื่องไม่ได้จำกัดอยู่ที่ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นกับพระเอก แต่ซีรีส์ยังพาไปสำรวจชีวิตของผู้หญิงวัย 30 ที่ยังไม่ยอมแพ้กับความฝัน และพยายามเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในช่วงชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด
  • นอกจากรอยยิ้มและคราบน้ำตาที่มอบให้ตลอดทั้งเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้ยังทำให้คนดูเห็นความสำคัญของครอบครัว คำว่า ‘ปัจจุบัน’ และความสัมพันธ์แสนล้ำค่าที่เรามักหลงลืมเพราะอยู่ใกล้กันเกินไป

18 Again “ลูกสุดท้ายแล้วนะ ถ้าลูกนี้ลงห่วง คำขอจะเป็นจริง ฮงแดยอง กลับไปตอนนั้นกันเถอะ!”

นักกีฬาบาสเกตบอลดาวรุ่งอนาคตไกลมีเหตุให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่จนชีวิตพลิกผัน ต้องแบกภาระมากมาย ความฝันหลุดลอย ชีวิตล่มไม่เป็นท่า จนเวลาล่วงเลยมาอีกทีก็อยู่ในวัยสามสิบกว่าๆ และไม่มีความสุขกับชีวิตเอาเสียเลย ในวันที่รู้สึกล้มเหลวที่สุด เขากลับไปที่โรงเรียนเพื่อชูตบาสแก้เซ็ง แต่เมื่อชู้ตบาสลูกสุดท้ายกลับมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เขาได้กลับไปอยู่ในร่างหนุ่มวัยสิบแปดอีกครั้ง! 

นี่คือพล็อตเรื่องคร่าวๆ ของ 18 Again (18 어게인) ซีรีส์เกาหลีที่เพิ่งออกอากาศเมื่อปลายปี 2020 และขึ้นแท่นซีรีส์ในใจของใครหลายคนอย่างรวดเร็ว ถ้าฟังพล็อตแล้วรู้สึกคุ้นๆ ก็ไม่แปลก เพราะซีรีส์เรื่องนี้รีเมคจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง 17 Again (2009) นำแสดงโดย Zac Efron ซึ่งเหตุผลที่เวอร์ชั่นเกาหลีได้เพิ่มอายุมาเป็นสิบแปดปีนั้นคงเป็นเพราะว่าวิธีการนับอายุของคนเกาหลีแตกต่างจากการนับอายุโดยทั่วไป คือจะนับอายุเป็นหนึ่งขวบตั้งแต่วันแรกที่เกิด ชื่อเรื่องของซีรีส์จึงได้บวกอายุเพิ่มไปอีกหนึ่งปีเป็น 18 ปีนั่นเอง

18 Again

Netflix

พรวิเศษที่เสกขึ้นเองได้

เพราะ 18 Again ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบซีรีส์ 16 ตอนซึ่งยาวกว่าต้นฉบับ เราจึงได้เห็นรายละเอียดและมิติต่างๆ ของตัวละครมากขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้คิมฮานึล นักแสดงหญิงมากประสบการณ์ผู้เคยได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีมารับบทนำ

มากกว่านั้น ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ (รับบทโดย ยูนซังฮยอน) ชายวัย 30 ปีที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสอีกครั้งในนามสมมติว่า ‘โกอูยอง’ (รับบทโดย อีโดฮยอน ผู้เคยขโมยหัวใจหลายคนมาแล้วจากบทหนุ่มนักศึกษาแพทย์มาดขรึมใน Sweet Home) แต่ยังมีเรื่องราวของ ‘จองดาจอง’ (รับบทโดย คิมฮานึล) ภรรยาของฮงแดยองที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตมาไม่น้อยกว่าสามี และเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีโอกาสกลับไปเป็นวัยรุ่นอายุ 18 อีกครั้งแบบที่สามีของเธอได้รับ แต่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกัน

ตลอดเรื่อง คนดูจะได้ติดตามความเป็นไปของฮงแดยองที่เริ่มต้นใหม่ในร่างชายหนุ่มแน่น ในขณะเดียวกันเราจะได้เห็นเรื่องราวของจองดาจองที่พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 37 ด้วยการสมัครเป็นผู้ประกาศข่าว ซึ่งแม้จะอายุเยอะกว่าใครในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด แต่เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ประกอบกับการที่บริษัทเปิดรับผู้สมัครโดยไม่ต้องเปิดเผยอายุ จองดาจองจึงทำตามฝันสำเร็จ เรื่องยังพลิกผันกว่านั้นเมื่อทุกคนรู้ว่าเธอมีลูกตั้งแต่มัธยมปลายและกำลังจะหย่ากับสามี จึงเกิดกระแสต่อต้านขึ้นเป็นมรสุมถาโถมผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง

หากพายุลูกนี้โหมกระหน่ำหญิงสาววัยสิบแปด เธอคงเสียน้ำตาและเสียหลักไปไม่น้อย แต่สำหรับหญิงวัยสามสิบเจ็ด เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีไหวพริบ และความสามารถของเธอที่ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะการบ่มเพาะ ฝึกฝนด้วยตัวเองซ้ำๆ จนได้เป็นผู้ประกาศข่าว แม้จะไม่ได้รับพรวิเศษใดๆ แบบสามี แต่ซีรีส์ทำให้คนดูได้เห็นว่า working mom คนนี้ก็สามารถผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ มาได้ด้วยสองขาของตนเอง

18 Again

Netflix

เหนื่อยเกินไปไหม ผู้ใหญ่วัยสามสิบ

18 Again ทำให้เราเห็นความลำบากของตัวละครเอกวัยเลขสาม แล้วในความเป็นจริงคนเกาหลีรู้สึกยังไงกันบ้าง?

จากผลสำรวจคนเกาหลีจำนวน 1,000 คน บอกว่าช่วงอายุวัยที่ขึ้นต้นด้วยเลขสามคือวัยที่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่สุด มีคนเกาหลีประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังทำงานที่ไม่ได้ตรงกับงานที่เคยฝันไว้ในวัยเด็ก และมีคนที่พึงพอใจกับงานที่กำลังทำอยู่หรือสิ่งที่กำลังเรียนอยู่เพียง 38 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ด้วยคาแร็กเตอร์และเรื่องราวทำนองนี้ทำให้นึกถึง ‘คังดันอี’ (รับบทโดย อีนายอง) จากซีรีส์เรื่อง Romance Is a Bonus Book (로맨스는 별책부록) อดีตนักเขียนคำโฆษณาที่ผันตัวเป็นแม่บ้านมาดูแลสามีและลูก วันหนึ่งได้เลิกลากับสามีและต้องเริ่มต้นหางานทำใหม่อีกครั้งในวัยสามสิบปลายเช่นกัน ซีรีส์ทั้งสองสะท้อนให้เห็นความพยายามของผู้กำกับซีรีส์เกาหลีที่ต้องการให้กำลังใจคนอายุหลักเลขสามที่เริ่มต้นชีวิตช้ากว่าคนทั่วไปว่ายังพอมีหนทางให้เดินต่อ

18 Again

Netflix

แต่จากในเรื่อง จะเห็นว่าวัยไม่ใช่ปัญหาหลักที่คอยขัดขวางไม่ให้จองดาจองทำงานได้อย่างราบรื่น ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการที่บริษัทรับสมัครพนักงานโดยไม่พิจารณาอายุตั้งแต่แรกเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้ใช้ความสามารถมาแข่งกัน แต่จุดพลิกผันที่ทำให้จองดาจองกลับกลายเป็นมวยรองและถูกสังคมที่ทำงานตั้งแง่อยู่ตลอดเวลา เป็นเพราะเธอมีประวัติท้องในวัยเรียนหรือท้องก่อนแต่ง ซึ่งยังถือว่าเป็นเรื่องน่าอับอายในค่านิยมของคนเกาหลี

เมื่อเรื่องการท้องในวัยเรียนกลายมาเป็นจุดอ่อนหลักในชีวิตการทำงานของทั้งฮงแดยองและจองดาจอง ประเด็นเรื่องครอบครัวและการหย่าร้างจึงได้รับการขับเน้นขึ้นมาในเวอร์ชั่นเกาหลี เพราะหากย้อนมองสถิติการหย่าร้างจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกับหลายประเทศ คือมีจำนวนการหย่าร้างมากขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนการแต่งงานที่ลดลง ทั้งนี้คู่ที่หย่าร้างมักจะอยู่ในวัยเลขสี่

หากมองไปที่สาเหตุของการหย่าร้าง ตามแบบสำรวจของศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมเกาหลีได้ชัดเจน ในยุค 70s สาเหตุของการหย่าคือคู่สมรสหายตัวไปนานเกินกว่าสามปี ซึ่งผู้ทำแบบสำรวจนี้คาดว่าเป็นผลมาจากสงครามเกาหลีที่ทำให้คนพลัดพราก และผลจากสงครามเวียดนามซึ่งมีทหารเกาหลีหลายนายที่ถูกส่งไปรบได้สูญหายไป ส่วนยุค 80s สามีมักขอหย่ากับภรรยาด้วยเหตุผลว่า “ไม่ทำหน้าที่ของคู่สมรส” หรือหนีไป ส่วนฝ่ายภรรยาฟ้องหย่าเพราะโดนทำร้ายหรือถูกปฏิบัติแบบแย่ๆ ซึ่งนั่นก็อธิบายว่าทำไมภรรยาที่ไม่ได้ฟ้องหย่าถึงได้เป็นฝ่ายหนีไป สาเหตุการทำร้ายร่างกายนี้ยังเป็นเหตุผลที่ปรากฏอยู่เรื่อยๆ และถือว่าเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของการหย่าในช่วงทศวรรษ 1990

แต่เหตุผลการหย่าร้างในยุคหลังๆ เริ่มขยับมาเป็นเรื่องที่คนรุ่นก่อนมองว่าเป็นปัญหาหยุมหยิมเกินกว่าจะหย่ากัน เช่น นิสัยเข้ากันไม่ได้ ไม่มีความสุขกับชีวิตคู่ หรือปัญหาทางการเงินที่ฝ่ายหนึ่งต้องส่งเสียพ่อแม่ของตัวเองไปด้วย

18 Again

Netflix

 

ยิ่งใกล้ยิ่งต้องดูแลหัวใจกันให้มาก

นอกจากจะเห็นเรื่องราวของจองดาจองแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังทำให้เราได้เห็นมุมมองของฮงแดยองว่าที่ผ่านมาระหว่างการฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิตเพื่อครอบครัว เขารู้สึกอดทนอดกลั้นมากแค่ไหน และความอดกลั้นนั้นเองที่กลายเป็นสาเหตุให้สามีภรรยาไม่เข้าใจกัน 

ประเด็นนี้สร้างกระแสตอบรับที่ดีให้กับซีรีส์เรื่องนี้ในกระทู้ต่างๆ ของเว็บไซต์ Naver เว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเกาหลี โดยเสียงส่วนใหญ่ชื่นชมที่ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ตัวเองเข้าใจคู่ชีวิตมากขึ้น เช่น ความเห็นที่ว่าตอนแรกตนเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วเข้าใจหัวอกฝ่ายหญิง แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็เข้าใจความรู้สึกของผู้ชายด้วย ทำให้บางครั้งพอหันไปมองสามีก็รู้สึกเห็นใจและมองว่าเขาน่ารักมากขึ้น 

ความเห็นหนึ่งกล่าวว่า ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้กลับมาคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาอีกครั้ง ว่าคำพูดและการเปิดใจคุยกันระหว่างคนรักมันสำคัญขนาดไหน อีกความเห็นหนึ่งกล่าวว่าดูแล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องใส่ใจสามีให้มากกว่านี้และให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากขึ้น

Netflix

อย่าเสียใจกับเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้

นอกจากความเข้าใจกันระหว่างสามีภรรยาแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังได้เสนอมุมมองระหว่างพ่อ-ลูก ไม่ว่าจะเป็นฮงแดยองกับพ่อของเขาหรือฮงแดยองกับลูกๆ มีฉากการดูแลซึ่งกันและกันระหว่างลูกสะใภ้กับพ่อสามี ระหว่างลูกเขยกับแม่ยาย และทำให้เห็นความรักระหว่างนักเบสบอลชื่อดัง ‘เยจีฮุน’ (รับบทโดย วีฮาจุน) กับหลานตัวน้อยอีกด้วย

‘ฮาบยองฮุน’ ผู้กำกับ 18 Again ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าครั้งแรกที่เขาดูภาพยนตร์เรื่อง 17 Again ตอนนั้นเขายังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีลูก จึงเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงแค่หนังคอเมดี้เรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากแต่งงานและมีลูกแล้วก็รู้สึกต่างออกไปจากเดิม เขาเห็นว่าพล็อตของเรื่องนี้ยังสามารถสอดแทรกรายละเอียดต่างๆ ที่เขาอยากนำเสนอเสริมเข้าไปได้อีก จึงเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้มารีเมกเป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องปัญหาชีวิตวัยสามสิบและความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างกลมกล่อม

ผู้กำกับได้กล่าวอีกว่า หวังว่าละครเรื่องนี้จะช่วยทำให้ผู้ชมได้ตระหนักรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ปัจจุบัน’ ได้มากขึ้น

นั่นอธิบายว่าทำไมทุกครั้งที่ฮงแดยองรู้สึกเหนื่อยล้า เขาจะนึกถึงประโยคหนึ่งของ Audrey Hepburn (นักแสดงที่จองดาจองชื่นชอบ) ที่พูดว่า “ถึงจะต้องเจอกับความยากลำบากเพียงใด ก็อย่าได้เสียใจเป็นอันขาดกับสิ่งที่ทำให้เรายิ้มได้”

จากคำกล่าวนี้คงจะเดาได้ว่า ถึงฮงแดยองและจองดาจองจะรู้สึกเสียดายกับชีวิตก่อนมีลูกที่เต็มไปด้วยโอกาสและความฝันอันสดใส แต่เขาจะไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำให้พวกเขายิ้มได้ นั่นคือครอบครัว

แล้วคุณล่ะ จะรู้สึกเสียใจไหมหากไม่ได้ย้อนกลับไปวันวานอันหอมหวานอีกต่อไปแล้ว?

18 Again

Netflix


อ้างอิง

chosun.com
cafe.naver.com
koreaherald.com
cafe.naver.com
mk.co.kr
cafe.naver.com
trendmonitor.co.kr

มากกว่านั้น ความน่าติดตามของซีรีส์ยังไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงเรื่องของ ‘ฮงแดยอง’ (รับบทโดย ยูนซังฮยอน) ชายวัย 30 ปีที่อยู่ๆ ก็กลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าใสอีกครั้งในนามสมมติว่า ‘โกอูยอง’ (รับบทโดย อีโดฮยอน ผู้เคยขโมยหัวใจหลายคนมาแล้วจากบทหนุ่มนักศึกษาแพทย์มาดขรึมใน Sweet Home) แต่ยังมีเรื่องราวของ ‘จองดาจอง’ (รับบทโดย คิมฮานึล) ภรรยาของฮงแดยองที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตมาไม่น้อยกว่าสามี และเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีโอกาสกลับไปเป็นวัยรุ่นอายุ 18 อีกครั้งแบบที่สามีของเธอได้รับ แต่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกันตลอดเรื่อง คนดูจะได้ติดตามความเป็นไปของฮงแดยองที่เริ่มต้นใหม่ในร่างชายหนุ่มแน่น ในขณะเดียวกันเราจะได้เห็นเรื่องราวของจองดาจองที่พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 37 ด้วยการสมัครเป็นผู้ประกาศข่าว ซึ่งแม้จะอายุเยอะกว่าใครในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด แต่เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ประกอบกับการที่บริษัทเปิดรับผู้สมัครโดยไม่ต้องเปิดเผยอายุ จองดาจองจึงทำตามฝันสำเร็จ เรื่องยังพลิกผันกว่านั้นเมื่อทุกคนรู้ว่าเธอมีลูกตั้งแต่มัธยมปลายและกำลังจะหย่ากับสามี จึงเกิดกระแสต่อต้านขึ้นเป็นมรสุมถาโถมผู้หญิงคนหนึ่งที่พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้ง

หากพายุลูกนี้โหมกระหน่ำหญิงสาววัยสิบแปด เธอคงเสียน้ำตาและเสียหลักไปไม่น้อย แต่สำหรับหญิงวัยสามสิบเจ็ด เธอคือผู้หญิงที่แข็งแกร่ง มีไหวพริบ และความสามารถของเธอที่ไม่ได้เกิดเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะการบ่มเพาะ ฝึกฝนด้วยตัวเองซ้ำๆ จนได้เป็นผู้ประกาศข่าว แม้จะไม่ได้รับพรวิเศษใดๆ แบบสามี แต่ซีรีส์ทำให้คนดูได้เห็นว่า working mom คนนี้ก็สามารถผ่านบทพิสูจน์ต่างๆ มาได้ด้วยสองขาของตนเอง

AUTHOR