<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Please &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/living/green-please/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/living/green-please/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Jan 2024 03:55:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ชวนรู้จัก ฮีโร่ภาคพื้นสีเขียว ช่วยลดโลกร้อนด้วย AI</title>
		<link>https://adaymagazine.com/greenhouse-gases/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Jan 2024 03:55:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ai]]></category>
		<category><![CDATA[ลดโลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172755</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นประเด็นใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทำให้หลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างต้องปรับตัวต่อสถานการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดโลกร้อน หรือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันเราอยู่ในสังคมยุคดิจิทัล เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว มันคงจะดีไม่น้อยถ้านำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเบาแรงคนทำงาน ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าเคย เหมือนอย่าง บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในการกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จํากัด (ARV) ภายใต้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โดยเป็นผู้บุกเบิกนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่องจักรด้วยตนเองผ่านอัลกอริทึมต่างๆ (Machine Learning) เช่น การประมวลผลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (Drone Image Processing) การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (GIS Satellite Analytics) เเละแพลตฟอร์มการให้บริการต่างๆ (Service Platform) มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ บริหารจัดการพื้นที่สีเขียว และการเกษตรอัจฉริยะครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานสู่เป้าหมาย SDG 13 Climate [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/greenhouse-gases/">ชวนรู้จัก ฮีโร่ภาคพื้นสีเขียว ช่วยลดโลกร้อนด้วย AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เป็นประเด็นใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทำให้หลายอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างต้องปรับตัวต่อสถานการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดโลกร้อน หรือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากยิ่งขึ้น<br><br>ปัจจุบันเราอยู่ในสังคมยุคดิจิทัล เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว มันคงจะดีไม่น้อยถ้านำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเบาแรงคนทำงาน ลดการใช้ทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่าเคย เหมือนอย่าง บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทในการกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จํากัด (ARV) ภายใต้บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)</p>



<p>โดยเป็นผู้บุกเบิกนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเรียนรู้ของเครื่องจักรด้วยตนเองผ่านอัลกอริทึมต่างๆ (Machine Learning) เช่น การประมวลผลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (Drone Image Processing) การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงกับค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (GIS Satellite Analytics) เเละแพลตฟอร์มการให้บริการต่างๆ (Service Platform) มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ บริหารจัดการพื้นที่สีเขียว และการเกษตรอัจฉริยะครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานสู่เป้าหมาย SDG 13 Climate Action อย่างยั่งยืน</p>



<p>เทคโนโลยีของวรุณาแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การเพิ่มการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่วนที่สองคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร ผ่านเทคโนโลยีดังต่อไปนี้</p>



<p><br><strong>1. โดรนเกษตรเจ้าเอี้ยง นักวิเคราะห์ปลูกพื้นที่สีเขียว</strong></p>



<p>หลายคนอาจจะคิดว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องง่ายดาย แต่ความเป็นจริงแล้วการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสเกลใหญ่จำเป็นต้องคิดถึงปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพอากาศ คุณภาพของดิน หรือกระบวนการต่างๆ ในการผลิตให้มีประสิทธิภาพ</p>



<p>วรุณาเล็งเห็นถึงแนวทางการสร้างพื้นที่สีเขียวและเทคโนโลยีในการประยุกต์ใช้งานร่วมกันอย่างยั่งยืน จึงผลักดันให้วิศวกรนำเทคโนโลยี Robotics พัฒนาเป็นโดรนเพื่อการเกษตรชื่อว่า ‘โดรนเกษตรเจ้าเอี้ยง’ ซึ่งเริ่มจัดจำหน่ายตั้งแต่ปี 2565 และจากนั้นได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้คาดการณ์ผลผลิตการเกตรต่างๆ รวมถึงการคาดการณ์สภาพอากาศที่อาจจะส่งผลต่อการเกษตร</p>



<p>ในขณะเดียวกันยังประสานความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายองค์กร ในการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวที่คุ้งบางกะเจ้าผ่านโครงการ OUR Khung BangKachao โดยนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลง การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวของโครงการราว 6,000 ไร่ ในระยะเวลา 5 ปีด้วยกัน</p>



<p><strong>2. AI นักกักเก็บก๊าซเรือนกระจก</strong></p>



<p>เทคโนโลยีไม่เพียงช่วยวิเคราะห์พื้นที่ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยประเมินพื้นที่การกักเก็บก๊าซเรือนกระจกด้วยเช่นกัน ด้วยกลไกทางวิศวกรรมที่เรียกว่า CCS (Carbon Capture and Storage) เป็นกระบวนการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการทำงานของโรงงานอุตสาหกรรมก่อนที่จะถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ แล้วนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านั้นไปกักเก็บไว้ใต้ดิน ซึ่งปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการปลูกต้นไม้ แต่ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว</p>



<p>โดยโครงการหลักในขณะนี้ คือโครงการปลูกป่าของกลุ่ม ปตท. เนื่องจากการปลูกต้นไม้ ต้องมีการติดตามหรือตรวจสอบ จึงมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การสำรวจด้วยภาพถ่ายดาวเทียม หรือการสำรวจด้วยภาพถ่ายทางอากาศโดยโดรน แล้วนำภาพเหล่านี้มาพัฒนา โดยใช้แบบจำลองทางปัญญาประดิษฐ์ เพื่อคาดการณ์ปริมาณการกักเก็บมวลชีวภาพหรือมวลชีวภัณฑ์ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีของวรุณา มาช่วยให้การกักเก็บก๊าซเรือนกระจกสามารถติดตามตรวจสอบได้ และแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงทีกรณีหากมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น การเกิดไฟป่าหรือการรุกล้ำพื้นที่&nbsp;</p>



<p>สำหรับโครงการปลูกป่าของกลุ่ม ปตท. ซึ่งมีทั้งโครงการเก่าและโครงการใหม่ที่ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 3 ล้านไร่ และเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมเพื่อประเมิน ติดตาม และวัดผลสภาพป่าในปัจจุบัน และมีส่วนช่วยในการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) โดยสามารถประเมินศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนในแต่ละพื้นที่ และอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบทุกพื้นที่ในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฟป่า โดยเฉพาะการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในการประเมินความเสียหายจากไฟป่า และพัฒนาระบบแจ้งเตือนในจุดที่ตรวจพบว่าเกิดไฟป่า เพื่อช่วยรักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ<br><br><strong>3. คันนา</strong><strong> แอปพลิเคชัน</strong><strong> (</strong><strong>Kanna </strong><strong>Application</strong><strong>) นักวางแผนการปลูกพืช</strong></p>



<p>โครงการเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่การเกษตรคือโครงการ ปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง หรือ Alternative Wetting and Drying: AWD ที่วรุณาร่วมมือกับนักวิชาการ กรมการเกษตร กรมการข้าว เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ภาค การเกษตรสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก</p>



<p>ปัจจุบันวรุณามีพื้นที่นำร่องที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ทดลองปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง โดยลดจำนวนวันที่ขังน้ำในนา หรือการลดปริมาณน้ำที่ขังในนาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต จากเดิมที่เกษตรกรต้องขังน้ำในนาไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้หญ้าโตแซงข้าว&nbsp;</p>



<p>แต่โดยธรรมชาติแล้วเมื่อปลูกข้าวได้ 30-40 วัน ต้นข้าวจะโตชนะต้นหญ้า น้ำในนาจึงไม่มีความจำเป็น เกษตรกรก็สามารถปล่อยน้ำออกจากนา เพื่อให้ดินชุ่มชื้นในระดับที่เพียงพอ จนถึงฤดูเกี่ยวข้าว ซึ่งการลดปริมาณน้ำที่ขังในที่นานี้ ทำให้สามารถลดการสะสมก๊าซมีเทน ที่เกิดจากการหมักหมม ของซากพืชซากสัตว์ลงได้</p>



<p>เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง&nbsp; ยังสามารถลดการใช้น้ำลงได้ 50% จากเดิมที่ใช้น้ำ 700-1,500 ลูกบาศก์เมตร/ไร่&nbsp; ทำให้ช่วยลดต้นทุนการเพาะปลูกได้ 8-13% ที่สำคัญ คือ สามารถลดก๊าซมีเทนได้ถึง 80% และเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายคาร์บอนเครดิตด้วย</p>



<p>สำหรับแอปฯ คันนานี้เปรียบเสมือนผู้ช่วยประจำแปลงนา เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถบริหารจัดการแปลงเกษตรได้อย่างครบวงจร ด้วยฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การวางแผนการปลูก รายงานข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ รายวันและรายชั่วโมง ประเมินการเกิดโรคและแมลง รวมถึงการคาดการณ์ผลผลิต จนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว</p>



<p>ขณะเดียวกัน แอปฯ คันนายังใช้ในการตรวจสอบ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก เกษตรกรจะรายงานข้อมูลผ่านแอปฯ โดยการถ่ายรูป บันทึกวันที่ใส่ปุ๋ย วันที่เปิดน้ำเข้านา และส่วนที่สอง ทีมวรุณาจะใช้เทคโนโลยีดาวเทียม ตรวจสอบความชื้น ในวันที่เกษตรกรปล่อยน้ำเข้านาและปล่อยน้ำออกจากนา เพื่อดูคุณภาพน้ำว่าเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เพื่อเป็นการติดตามการดำเนินงานของโครงการ หรือติดตามการปล่อยน้ำออกจากนา ซึ่งจะส่งผลต่อการปล่อยก๊าซมีเทน&nbsp;</p>



<p>ซึ่งข้อมูลที่เกษตรกรรายงานและการตรวจเช็กที่เกิดขึ้นผ่านแอปฯ คันนา จะทำให้วรุณาใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการขอขึ้นทะเบียนโครงการและขอการรับรองคาร์บอนเครดิต ต่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. หลังจากขอขึ้นทะเบียนได้จะต้องมีการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบการจัดทำ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) และขอการรับรองภายในระยะเวลา 1-3 ปีจากปีฐานว่ามีการลดก๊าซเรือนกระจกไปเท่าไหร่ จึงจะได้คาร์บอนเครดิต&nbsp;</p>



<p>ในประเทศไทยเริ่มมีการขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอนตั้งแต่ปี 2557 โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) แม้ปัจจุบันการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER ยังมีไม่มากนัก แต่ในอนาคตจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ความต้องการ ซื้อคาร์บอนเครดิตของไทย ตั้งแต่ปี 2563-2573 คาดว่าจะสูงถึงราว 1,600 ล้านตันคาร์บอน<br><br></p>



<p><strong>วรุณาตั้งเป้าจัดการพื้นที่สีเขียว </strong><strong>1 ล้านไร่ และส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง 1 ล้านไร่</strong></p>



<p>ด้วยความตั้งใจของวรุณาที่ต้องการผลักดันการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายว่าโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใต้การถือครองและบริหารจัดการของวรุณาจากการปลูกป่า จะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านตันในอีก 5-10 ปีข้างหน้า</p>



<p>ในส่วนของพื้นที่การเกษตร วรุณาตั้งเป้าหมายที่จะส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้งให้ได้ 1 ล้านไร่ ซึ่งจะทำให้ได้คาร์บอนเครดิตประมาณ 6-7 แสนตัน ภายในปี 2573 จากปัจจุบันมีโครงการนำร่องที่สุพรรณบุรีแล้ว วรุณามีแผนขยายไปยังชัยนาท อยุธยา ปทุมธานี และอ่างทอง จากนั้นตั้งเป้าจะให้ ครอบคลุม 15 จังหวัด&nbsp; เป้าหมายของวรุณาคือ Net Zero Emissions ที่ต้องการจะทำได้จริงในทุกประเทศ ซึ่งต้องมีการทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องพยายามช่วยเหลือกัน รวมถึงภาคการเกษตรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับ 3 รองจากภาคพลังงานและภาคขนส่ง&nbsp; ซึ่งไทยเองเป็นประเทศที่มีพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก หากใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ก็จะเป็นการยกระดับภาคเกษตร และสามารถช่วยลดอุณหภูมิโลกได้พร้อมกัน<br><br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/greenhouse-gases/">ชวนรู้จัก ฮีโร่ภาคพื้นสีเขียว ช่วยลดโลกร้อนด้วย AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความท้าทายของธุรกิจภาคพลังงาน ในวันที่โลกไม่ต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ck-power-renewable-electricity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[รัตนกานต์ ขุนแก้ว]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jan 2024 09:21:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[electricity]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172682</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการ ‘รักษ์โลก’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดโลกสวย หรือตามเทรนด์อีกต่อไป ทุกวันนี้กลายเป็นวาระที่ทั่วทั้งโลกได้ตั้งเป้าหมายร่วมกัน ที่ต้องการให้อุณหภูมิของโลกไม่เพิ่มตัวเลขมากขึ้น ซึ่งอยากคงไว้ในอุณหภูมิ 1.5 องศาในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2593</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ck-power-renewable-electricity/">ความท้าทายของธุรกิจภาคพลังงาน ในวันที่โลกไม่ต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อการ ‘รักษ์โลก’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดโลกสวย หรือตามเทรนด์อีกต่อไป ทุกวันนี้กลายเป็นวาระที่ทั่วทั้งโลกได้ตั้งเป้าหมายร่วมกัน ที่ต้องการให้อุณหภูมิของโลกไม่เพิ่มตัวเลขมากขึ้น ซึ่งอยากคงไว้ในอุณหภูมิ 1.5 องศาในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2593</p>



<p>ซึ่งแน่นอนว่านี่คือเรื่องของเราทุกคนที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ทว่าตัวแปรสำคัญของการจะบรรลุกลไกนี้ได้ คงหนีไม่พ้นบทบาทของภาคพลังงาน เพราะการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มาจาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด</p>



<p>ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน จึงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี เนื่องจากมันเป็นแหล่งพลังงานจากธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่มีวันหมดไป รวมถึงลดปัญหามลพิษ และไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศเหมือนพลังงานในรูปแบบอื่นๆ จึงทำให้กลายมาเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่มีความสำคัญมาก และสามารถนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้</p>



<p>ในปัจจุบันได้มีองค์กรมากมายที่ให้ความตระหนักในเรื่องนี้ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ ซีเค พาวเวอร์ (CKPower) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดและมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่งของภูมิภาค โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจะช่วยลดผลกระทบเชิงลบ และเสริมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งต่อธุรกิจและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ที่ได้ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน โดยการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนครอบคลุมมิติ ESG ภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก คือ ซี (C) เค (K) พี (P)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-172688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_01-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มิติสิ่งแวดล้อม C – ไฟฟ้าสะอาด (Clean Electricity) ดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่คงศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ มิติสังคม K – เพื่อนบ้านที่ดี (Kind Neighbor) ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างคุณค่าให้กับชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม และ มิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ P – พันธมิตรที่ยั่งยืน (Partnership for Life) มุ่งเสริมศักยภาพให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยลงทุนผ่านการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในประเทศและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ดีและเป็นธรรมแก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พลังงานสะอาด กับความมั่นคงพลังงานในประเทศ</strong><strong></strong></h3>



<p>CKPower ได้มุ่งมั่นผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์และ พลังงานน้ำ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามพันธกิจและตอบโจทย์กลยุทธ์ความยั่งยืนในองค์กร ปัจจุบัน CKPower มีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่มบริษัทในเครือที่สามารถผลิตไฟฟ้าสะอาดส่งให้ประเทศไทยได้ กว่า &nbsp;9,500,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมงหรือคิดเป็นกว่า 18% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศทั้งหมดในปี 2565 &nbsp;ช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี&nbsp;</p>



<p>การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนนั้น นอกจากจะเป็นพลังงานสะอาดที่ดีต่อโลกแล้ว ยังมีราคาค่าไฟที่ถูกและไม่มีผลต่อค่า Ft จากการผันผวนของราคาเช่นเดียวกับพลังงานอื่นๆ &nbsp;โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ มีราคาเฉลี่ย เพียงหน่วยละ 2.16 บาท ซึ่งจําหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในอัตราคงที่ตลอดอายุสัญญาสัมปทาน 29 ปี&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2566 CKPower มีกำลังการติดตั้งผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 3,627 เมกะวัตต์ ซึ่ง 93% มาจากพลังงานหมุนเวียน และตั้งเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2567 จะเพิ่มกำลังการการติดตั้งผลิตไฟฟ้าเป็น 4,800 เมกะวัตต์ โดย 95% ของกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดจะมาจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมารวมถึงการลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น การใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ในการเดินรถขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าระบบรางครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยและสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ตามที่รัฐบาลกําหนด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-172690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_02-1.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘โครงการหิ่งห้อย’ ช่วยเหลือชุมชน ด้วยพลังงานสะอาด</strong></h3>



<p class="has-text-align-left">นอกจากการผลักดันภาคใหญ่ของประเทศด้วยการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานหลักแล้ว CKPower ยังมุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนครอบคลุมไปยังภาคชุมชน โดยได้กำหนดกลยุทธ์การดูแลชุมชนและสังคมที่สามารถตอบสนองความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยใช้ขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรมพลังงานสะอาดมาเติมเต็มชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และสร้างประโยชน์ที่สามารถวัดผลได้ ซึ่งบริษัทได้กำหนดทิศทางขับเคลื่อนภายใต้กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าทางสังคม ช่วงพ.ศ. 2565 – 2569 &nbsp;หรือ CSR Strategy Framework &nbsp;2022 – 2026 &nbsp;ครอบคลุมทั้งมิติสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ได้แก่</p>



<p>&nbsp;1.) ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ช่วยเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี &nbsp;2.) ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 3.) สร้างความมั่นคงทางอาชีพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรม สร้างโอกาสพัฒนาอาชีพชุมชน&nbsp;</p>



<p>ภายใต้กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าทางสังคม หรือ CSR Strategy Framework 2022 – 2026 &nbsp;บริษัทได้ดำเนินการผ่านกลยุทธ์ “เติม-ต่อ-ร่วม-สร้าง” กล่าวคือ “เติม” หมายถึงการที่ CKPower ได้ใช้ขีดความสามารถมาเติมเต็มชุมชน สังคม และผู้มีส่วนได้เสีย “ต่อ” คือ การนำแนวคิดนวัตกรรมกระบวนการมาพัฒนาต่อยอดสู่ความยั่งยืน และ “ร่วม” คือ การมีส่วนร่วมของพนักงานกับผู้มีส่วนได้เสีย นำมาสู่การ “สร้าง” คือ สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>



<p>โครงการที่มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนครอบคลุมไปยังภาคชุมชน ที่พนักงานได้ร่วมกันพัฒนาด้วยกันนี้ คือ ‘โครงการหิ่งห้อย’ ที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมการผลิตไฟ้ฟ้าของพนักงานมาช่วยเหลือสังคมในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทยและสปป.ลาว &nbsp;บริษัทเริ่มดำเนินโครงการหิ่งห้อยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 ซึ่งได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ( 2559 – 2565 ) โดยได้ดำเนินการครอบคลุมชุมชนรอบโรงไฟ้ฟ้าในเครือและชุมชนอื่นๆ&nbsp; แล้ว 41 สาธารณสมบัติ ทั้งในประเทศไทย และ สปป.ลาว เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน 1,753 คน สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ต่อยอดการลงมือทำเพื่อส่งผ่านความรู้เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนให้กับชุมชนถึง 8 แหล่งเรียนรู้ ผ่านการร่วมแรงร่วมใจของจิตอาสาซีเค พาวเวอร์&nbsp; 928&nbsp; คน ประสานภาคีเครือข่าย 20 เครือข่าย เพื่อให้บรรลุพันธกิจการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ตามเป้าหมายที่องค์กรสหประชาชาติประกาศไว้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-172686" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_03.jpg 1620w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และนอกจากโครงการหิ่งห้อยที่ CKPower ได้ลงมือพัฒนาเองแล้ว ในด้านส่งต่อความรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียน CKPower ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายแห่ง เพื่อสร้างการเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน อันจะส่งต่อไปสู่การเปลี่ยนผ่านทั้งในภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น &nbsp;สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมวางแผนและออกแบบจัดทำโมเดล “ECO School Revolution” ในโครงการ Envi Mission กับภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษากว่า 80 คนจากทั่วประเทศ ได้มาศึกษาเรียนรู้เรื่องพลังงานหมุนเวียนและปลูกฝังแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-172687" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/01/aday_CKPower_Content_04V2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุน มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ (Teach for Thailand) ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้นำความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียนมาประยุกต์กับการเรียนการสอนแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนอุดมศีลวิทยา โรงเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น และโรงเรียนปักธงชัยชุณหะวัณวิทยาคาร โรงเรียนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ ทั้งหมด 400 คน รวมทั้งต่อยอดให้โรงเรียนและชุมชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 จัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียนครบทั้งในประเทศไทย และสปป.ลาว เพื่อเสริมสร้างการดูแลโครงการพลังงานหมุนเวียนร่วมกันอย่างยืน นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างคุณค่าสู่สังคมและเป็นไปตามแผน CSR Strategy Framework &nbsp;ในระยะเวลา 5 ปี ของซีเค พาวเวอร์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวต่อไปในด้านพลังงานสะอาดของ </strong><strong>CKPower</strong></h3>



<p>ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซีเค พาวเวอร์ ได้มุ่งมั่นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด และไม่หยุดพัฒนาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังน้ำคือพลังงานที่สะอาดและยั่งยืน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ บนกรอบพื้นฐานการดำเนินงานด้วยความยั่งยืนบนกลยุทธ์ ESG &nbsp;ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าสู่ชุมชนและสังคม สอดรับกับวิสัยทัศน์ &nbsp;“พลังงานสะอาดสู่สังคมคาร์บอนต่ำ”&nbsp; เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานให้กับประเทศและต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ บนกรอบยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( Net Zero GHG Emissions ) ภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ ค.ศ. 2050 <strong>เพื่อตอกย้ำว่า พลังงานหมุนเวียนจะช่วยผลักดันให้ทุกภาคส่วนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง </strong><strong>CKPower: Renewable Electricity for a Sustainable Future</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ck-power-renewable-electricity/">ความท้าทายของธุรกิจภาคพลังงาน ในวันที่โลกไม่ต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Dec 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172401</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางคนอาจจะชอบกินข้าวแข็งรวนๆ กินกับข้าวราดแกงแล้วรู้สึกอร่อย หรือบางคนอาจจะชอบกินข้าวนิ่มๆ แฉะๆ ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มในปากเวลาเคี้ยว ยิ่งได้เห็นข้าวสีขาวใส เม็ดข้าวเรียวสวย หน้าตาดูสะอาดตาก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่าการได้มาของข้าวสีขาวนี้ มันต้องผ่านกระบวนการแทบจะทุกขั้นตอนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนมากมายขนาดไหน เพราะเรื่องกินข้าวเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความอร่อยของข้าวในปลายทาง แต่ในกระบวนการต้นทางการผลิตกว่าจะเป็นข้าวสีขาวเหล่านี้ น้อยคนนักจะรู้ว่ามันสร้างมลพิษมากมายขนาดไหน ซึ่งประเทศไทยเองส่งออกข้าว 1 ในท็อป 5 ของโลกรวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 60 ล้านไร่ ปล่อยก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนกว่า 43 ตันคาร์บอนเลยทีเดียว คนที่เล่าเบื้องหลังเรื่องข้าวๆ นี้คือ ‘ธนนนท์ เตรียมชาญชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก NetZeroCarbon บริษัทที่เกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิตและเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและ ‘พัชรพล ขุนทอง’ Head of Environmental Engineer ของ NetZeroCarbon ระหว่างเล่าเรื่องดังกล่าว พวกเขาชวนถามต่อว่า คิดว่าการปลูกข้าวทำให้โลกร้อนตอนไหน? ทั้งสองหนุ่มเล่าว่า “การปลูกข้าวทั่วไปมันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกเลย เราต้องขังน้ำในนาข้าว ซึ่งพอโดนแดดมันก็จะระเหย ชาวนาบางคนก็ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำให้น้ำเข้ามาในนาตลอด ระหว่างการปลูกข้าวบางที่ก็ใส่ยาฆ่าแมลง มันก็ปล่อยไนโตรเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก” “ยังไม่พอ เมื่อเกี่ยวข้าวได้ ไปโรงสีก็ต้องใช้เครื่องยนต์ช่วยเพราะให้พลังงานได้มากประมาณ 1000 ตัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/">ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บางคนอาจจะชอบกินข้าวแข็งรวนๆ กินกับข้าวราดแกงแล้วรู้สึกอร่อย หรือบางคนอาจจะชอบกินข้าวนิ่มๆ แฉะๆ ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มในปากเวลาเคี้ยว ยิ่งได้เห็นข้าวสีขาวใส เม็ดข้าวเรียวสวย หน้าตาดูสะอาดตาก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่าการได้มาของข้าวสีขาวนี้ มันต้องผ่านกระบวนการแทบจะทุกขั้นตอนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนมากมายขนาดไหน</p>



<p>เพราะเรื่องกินข้าวเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความอร่อยของข้าวในปลายทาง แต่ในกระบวนการต้นทางการผลิตกว่าจะเป็นข้าวสีขาวเหล่านี้ น้อยคนนักจะรู้ว่ามันสร้างมลพิษมากมายขนาดไหน ซึ่งประเทศไทยเองส่งออกข้าว 1 ในท็อป 5 ของโลกรวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 60 ล้านไร่ ปล่อยก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนกว่า 43 ตันคาร์บอนเลยทีเดียว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-172405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>คนที่เล่าเบื้องหลังเรื่องข้าวๆ นี้คือ ‘ธนนนท์ เตรียมชาญชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก NetZeroCarbon บริษัทที่เกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิตและเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและ ‘พัชรพล ขุนทอง’ Head of Environmental Engineer ของ NetZeroCarbon</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระหว่างเล่าเรื่องดังกล่าว พวกเขาชวนถามต่อว่า คิดว่าการปลูกข้าวทำให้โลกร้อนตอนไหน?</strong></h3>



<p>ทั้งสองหนุ่มเล่าว่า “การปลูกข้าวทั่วไปมันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกเลย เราต้องขังน้ำในนาข้าว ซึ่งพอโดนแดดมันก็จะระเหย ชาวนาบางคนก็ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำให้น้ำเข้ามาในนาตลอด ระหว่างการปลูกข้าวบางที่ก็ใส่ยาฆ่าแมลง มันก็ปล่อยไนโตรเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก”<br><br>“ยังไม่พอ เมื่อเกี่ยวข้าวได้ ไปโรงสีก็ต้องใช้เครื่องยนต์ช่วยเพราะให้พลังงานได้มากประมาณ 1000 ตัน ซึ่งพวกเขาจะใช้พลังงานทดแทนอย่างโซลาร์เซลล์อย่างเดียวก็ไม่พอ นอกจากนี้ชาวนาเก็บเกี่ยวเสร็จหมดแล้ว ก็เผาหญ้า เผาอ้อยช่วงปลายปี ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตามมา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-172406" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฝึกข้าวลดน้ำหนัก IF ลดการเกิดมลพิษได้ครึ่งหนึ่ง!</strong></h3>



<p>ด้วยความตั้งใจของ NetZeroCarbon ที่อยากช่วยลดมลพิษให้น้อยลง หลักการในการแก้ไขเรื่องดังกล่าว เพียงแค่ ‘เปลี่ยน’ ในกระบวนการผลิตด้วยวิธีการธรรมชาติอย่าง ‘วิธีปลูกข้าวสลับเปียกและแห้ง Alternate Wet&amp;Dry’ หลักการเหมือนการลดน้ำหนักแบบ ‘IF’ ยิ่งทำยิ่งสุขภาพดี ข้าวก็เช่นกัน ยิ่งอดน้ำรากก็ยิ่งโต มันก็เหมือนกับสถานการณ์ที่เวลาคนหิว เราก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เมื่อข้าวหิว มันก็จะเเตกรากให้กว้างและลึกมากขึ้น ซึ่งก็คือน้ำใต้ดินนั่นเอง<br><br>พัชรพลขยายให้เห็นภาพว่า “การปลูกข้าวสลับเปียกและแห้งคือใน 120 วัน เราใส่น้ำเข้าไป 14 วัน แล้วแทนที่เราจะเติมน้ำไปเรื่อยๆ เราปล่อยให้แห้งกริบเลย แล้วอีก 14 วันก็จะสลับทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผลที่ได้รับคือ เราสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการยอมรับแล้วจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) พอเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเราก็จะไม่เผา แต่ใช้เป็นวิธีฝังกลบ ก็จะลดการเผา ลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมันช่วยเพิ่มผลผลิตของข้าว 20-30% อีกด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-172407" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมคนทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าว เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อมคุณมองเรื่อง ‘ข้าว’ อย่างไร?</strong></h3>



<p>ทั้งสองตอบไปในทิศทางเดียวกันว่า “ข้าวคือแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของคนไทย ไม่ใช่แค่เพียงข้าวในจาน สีขาวของข้าวที่สวยน่ากินในชีวิตประจำวัน สำหรับเรามองว่า ทุกส่วนของข้าวตั้งแต่ ใบ ก้าน เมล็ด หรือเปลือกสามารถใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนได้ทั้งหมด เช่น แกลบข้าวสามารถทำไฟฟ้าได้นะ ให้ค่าพลังงานสูงกว่าพืชชนิดอื่น แถมยังทำเครื่องสำอางได้ด้วย”<br><br>“สิ่งที่พวกเราทำอยู่เรื่องข้าว มีเป้าหมายที่อยากเปลี่ยนวิธีคิดของการปลูกข้าว 3 ล้านไร่ในเวลา 5 ปี มาทำเกษตรกรรมที่ลดมลพิษมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากในการเปลี่ยนวิถีชีวิตการปลูกข้าวด้วยความเชื่อ แต่เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนภาคเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตที่ดีต่อชาวนา คนกิน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันในระยะยาว” ธนนนท์พูดทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/">ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อัปเลเวลแกลบที่ไร้ค่า สู่พลังงานไฟฟ้ายุค EV</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chaff-biomass-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แกลบข้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168891</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกลบ คือ เปลือกแข็งที่หุ้มด้านนอกของเมล็ดข้าว ซึ่งมันเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการสีข้าวและมักจะถูกมองว่าเป็น ‘ของเหลือทิ้ง’ แต่แท้จริงแล้ว แกลบเป็นหนึ่งในพืชที่สามารถทำเป็นเชื้อเพลิงจากการนำมาแปรรูปด้วยการเผา และทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าได้ หรือเรียกว่า ‘พลังงานชีวมวล’ (Biomass Energy) หากอธิบายให้เข้าใจง่าย สำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลจะเริ่มจากการนำพืชเชื้อเพลิงมาเผา ซึ่งพืชเชื้อเพลิงนอกจากแกลบแล้ว ยังมีฟางข้าว ชาน ใบ ยอดอ้อย เศษไม้ เส้นใย กะลาปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว โดยความร้อนที่ได้จากการเผาจะนำไปสู่หม้อไอน้ำ (Boiler) เพื่อผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิและความดันสูง หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ ไอน้ำจะถูกนำไปหมุนกังหันไอน้ำ (Turbines) ซึ่งต่ออยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้นพลังงานไฟฟ้าจากข้าวเปลือก 1 ตันสามารถสีเป็นข้าวสารได้ 650-700 กิโลกรัม และแกลบประมาณ 220 กิโลกรัมสามารถแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า 90-125 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับการเปิดแอร์ได้ถึง 48 ชั่วโมง หรือชาร์จรถไฟฟ้าได้ประมาณ 3 คัน&#160; และต่อไปในปี 2566-2568 ประเทศไทยจะมีจำนวนข้าวเปลือกประมาณ 34 ล้านต้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chaff-biomass-energy/">อัปเลเวลแกลบที่ไร้ค่า สู่พลังงานไฟฟ้ายุค EV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แกลบ คือ เปลือกแข็งที่หุ้มด้านนอกของเมล็ดข้าว ซึ่งมันเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการสีข้าวและมักจะถูกมองว่าเป็น ‘ของเหลือทิ้ง’</p>



<p>แต่แท้จริงแล้ว แกลบเป็นหนึ่งในพืชที่สามารถทำเป็นเชื้อเพลิงจากการนำมาแปรรูปด้วยการเผา และทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าได้ หรือเรียกว่า ‘พลังงานชีวมวล’ (Biomass Energy)</p>



<p>หากอธิบายให้เข้าใจง่าย สำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลจะเริ่มจากการนำพืชเชื้อเพลิงมาเผา ซึ่งพืชเชื้อเพลิงนอกจากแกลบแล้ว ยังมีฟางข้าว ชาน ใบ ยอดอ้อย เศษไม้ เส้นใย กะลาปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว โดยความร้อนที่ได้จากการเผาจะนำไปสู่หม้อไอน้ำ (Boiler) เพื่อผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิและความดันสูง หลังจากผ่านขั้นตอนนี้ ไอน้ำจะถูกนำไปหมุนกังหันไอน้ำ (Turbines) ซึ่งต่ออยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า</p>



<p>ดังนั้นพลังงานไฟฟ้าจากข้าวเปลือก 1 ตันสามารถสีเป็นข้าวสารได้ 650-700 กิโลกรัม และแกลบประมาณ 220 กิโลกรัมสามารถแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า 90-125 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับการเปิดแอร์ได้ถึง 48 ชั่วโมง หรือชาร์จรถไฟฟ้าได้ประมาณ 3 คัน&nbsp;</p>



<p>และต่อไปในปี 2566-2568 ประเทศไทยจะมีจำนวนข้าวเปลือกประมาณ 34 ล้านต้น สีเป็นข้าวสาร และเหลือแกลบที่สามารถแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ 3-4.2 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นปริมาณที่ใช้ได้ถึง 1,000 ครัวเรือน/วัน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม บางโรงไฟฟ้าชีวมวลยังคงใช้รูปแบบการเผาไหม้ ที่อาจเกิดปัญหามลพิษทางอากาศ จึงต้องมีเทคโนโลยีที่นำมาแก้ปัญหา เช่น เทคโนโลยีการดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิตย์ (ESP) เพื่อดักจับฝุ่นละอองมีประจุไฟฟ้าขั้วหนึ่ง และถังเก็บละอองที่มีประจุไฟฟ้าอีกขั้วหนึ่ง หรือเทคโนโลยีการดักจับฝุ่นด้วยหยดน้ำ (Wet Collector) ใช้พ่นน้ำจากด้านบนให้เกิดการจับกับฝุ่นที่ลอยขึ้นตกลงเป็นน้ำ และนำน้ำที่ได้ไปบำบัดให้สะอาด โดยการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง</p>



<p>สนใจอยากรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม เข้าไปดูเรื่องน่าสนใจอีกมากมายที่: <a href="https://www.facebook.com/netzerocarbonth">NetZeroCarbon</a></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา</strong></p>



<p><a href="http://reca.or.th/biomass/">http://reca.or.th/biomass/</a></p>



<p><a href="https://shorturl.asia/DEgpz">https://shorturl.asia/DEgpz</a></p>



<p><a href="https://shorturl.asia/hFK1V">https://shorturl.asia/hFK1V</a></p>



<p><a href="https://shorturl.asia/Fz6O1">https://shorturl.asia/Fz6O1</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chaff-biomass-energy/">อัปเลเวลแกลบที่ไร้ค่า สู่พลังงานไฟฟ้ายุค EV</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; จุดรับ e-Waste ที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ และศูนย์บริการดีแทค 154 สาขาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ewaste-trueshop-truesphere-dtac/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Jul 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[ทิ้งถูกที่ดีต่อใจ]]></category>
		<category><![CDATA[True Sustainability]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168713</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทรู คอร์ปอเรชั่น กำหนดเป้าหมายเป็นองค์กรจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero e-Waste to Landfill) ภายในปี พ.ศ. 2573 เปิดตัวโครงการ ‘e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนำสมาร์ตโฟนเก่า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เลิกใช้งาน มาทิ้งได้ที่กล่องจุดรับขยะ e-Waste ทั้งที่ ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ และศูนย์บริการดีแทค รวม 154 สาขาทั่วประเทศ โครงการนี้ได้ผนึกพันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้ง ออลล์ นาว โลจิสติกส์, โทเทิล เอนไวโรเมนทอล โซลูชั่นส์ในการขนส่งและรีไซเคิล รวมถึงทรูคอฟฟี่, PAUL, เต่าบิน, Sukishi Korean Charcoal Grill, NARS, Ultima II และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเลือก ‘Drop for Rewards’ เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าไปด้วยกันได้แล้ววันนี้ โดยทาง มนัสส์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ewaste-trueshop-truesphere-dtac/">‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; จุดรับ e-Waste ที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ และศูนย์บริการดีแทค 154 สาขาทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทรู คอร์ปอเรชั่น กำหนดเป้าหมายเป็นองค์กรจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero e-Waste to Landfill) ภายในปี พ.ศ. 2573 เปิดตัวโครงการ ‘e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนำสมาร์ตโฟนเก่า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่เลิกใช้งาน มาทิ้งได้ที่กล่องจุดรับขยะ e-Waste ทั้งที่ ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ และศูนย์บริการดีแทค รวม 154 สาขาทั่วประเทศ</p>



<p>โครงการนี้ได้ผนึกพันธมิตรชั้นนำจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้ง ออลล์ นาว โลจิสติกส์, โทเทิล เอนไวโรเมนทอล โซลูชั่นส์ในการขนส่งและรีไซเคิล รวมถึงทรูคอฟฟี่, PAUL, เต่าบิน, Sukishi Korean Charcoal Grill, NARS, Ultima II และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเลือก ‘Drop for Rewards’ เพื่อร่วมกันสร้างโลกที่ยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าไปด้วยกันได้แล้ววันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดยทาง มนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “หนึ่งในพันธกิจเร่งสร้าง ทรู คอร์ป สู่การเป็น Telecom-Tech Company อย่างเต็มรูปแบบ คือการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทั้งแบรนด์ทรูและดีแทคต่างเป็นช่องทางจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและดีไวซ์รวมมากกว่าล้านเครื่องต่อปี </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168808" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C05-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทางบริษัทฯ จึงตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีแบบครบวงจรและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อร่วมลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2573</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168802" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ทั้งนี้ &#8216;โครงการ e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; เป็นผลจากการนำจุดแข็งของเราสององค์กรมาสานต่อและยกระดับให้เกิดการจัดการ e-Waste ที่ขยายจุดรับทิ้งขยะให้ครอบคลุมทั่วประเทศ มีการจัดการขนส่งขยะไปสู่ระบบการรีไซเคิลที่ถูกวิธีอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการมอบสิทธิพิเศษที่หลากหลายจากองค์กรพันธมิตรของทั้งทรูและดีแทค นี่คือพันธกิจสำคัญของเรา ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะองค์กรที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ดัชนีความยั่งยืนระดับโลก Dow Jones Sustainability Indices ในตลาดเกิดใหม่กลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168717" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ส่วน ดร.ปิยาภรณ์ ภาสกานนท์ หัวหน้าสายงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นเล่าว่า &#8220;โครงการ ‘e-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; ที่เริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนแห่งวันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) และการเป็นองค์กรที่จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero e-Waste to Landfill) ภายในปี พ.ศ. 2573 รวมถึงเป้าหมายที่ 12 ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ SDGs ในการสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168803" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-C07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ซึ่งโครงการดังกล่าวต้องการปลูกจิตสำนึกและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในสังคม รวมทั้งเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องการใช้แล้วทุกชิ้น จะถูกนำไปคัดแยกและรีไซเคิลอย่างถูกวิธีแน่นอน และครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีที่ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ทั้ง TES ผู้นำด้านรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐานสากล ออลล์ นาว โลจิสติกส์ ที่ให้การสนับสนุนการขนส่ง e-Waste จากจุดรับทั่วประเทศ รวมถึงอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำที่จะมามอบสิทธิพิเศษต่างๆ ให้แก่ลูกค้าที่ร่วมโครงการอีกด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168764" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-4_เส้นทางขยะอิเล็กทรอกนิกส์-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ.jpg 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168721" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-09-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับลูกค้าทรู-ดีแทค ที่ทิ้ง e-Waste ถูกที่ ดีต่อใจ สามารถเลือก ‘Drop for Rewards’ กับสิทธิพิเศษต่างๆ ได้แก่ ทรูคอฟฟี่ อัปไซส์เครื่องดื่มที่ร่วมรายการ, PAUL รับส่วนลด 50% เมนูที่ร่วมรายการ, เต่าบิน รับฟรีเมนูโอริโอ้ปั่น มูลค่า 55 บาท, Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรีคอร์นด็อกซอสชีส มูลค่า 100 บาท เมื่อรับประทานบุฟเฟ่ต์ Sukishi Overload ขั้นต่ำ Gold tier 699+ บาท หรือ A la carte ขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป, NARS รับฟรีบริการ Touch Up มูลค่า 800 บาท, Ultima II&nbsp;รับฟรี ULTIMA II Delicate Translucent Powder With Moisturizer 5g NEUTRAL TT มูลค่า 199 บาท และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์&nbsp;ฟรีค่าสมัครสมาชิก M Gen มูลค่า 100 บาท</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168762" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/118-5_รวมสิทธิพิเศษลูกค้าทรูดีแทค-โครงการ-e-Waste-ทิ้งถูกที่-ดีต่อใจ.jpg 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<p>สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://bit.ly/TinkTookTee-DTorJai">https://bit.ly/TinkTookTee-DTorJai</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ewaste-trueshop-truesphere-dtac/">‘ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ&#8217; จุดรับ e-Waste ที่ทรูช็อป ทรูสเฟียร์ และศูนย์บริการดีแทค 154 สาขาทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168705</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้มองไปทางไหน เราก็มักจะเจอสินค้าและบริการที่อ้างว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเพราะเมื่อผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฝั่งของภาคอุตสาหกรรมก็ต้องคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องของการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างสรรค์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น และสำหรับคนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสายออกแบบ สายค้าขาย หรือสายโรงงาน และกำลังคิดว่าจะปรับตัวทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อสิ่งแวดล้อม เราหาคำตอบมาให้แล้วว่าควรเน้นไปที่การทำอะไรบ้าง โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สรุปออกมาเป็น 4 ประเด็นดังนี้ 1. ควรทำสินค้าย่อยสลายง่าย ประเภทที่ใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าข่ายสร้างความยั่งยืน รักโลก เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เพื่อลดการใช้พลาสติกและไม่เพิ่มขยะ หลายแบรนด์จึงหันมาพัฒนาสินค้าที่สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติ เช่น ถุงจากมันสำปะหลัง หลอดจากชานอ้อย หรือสินค้าที่ดีไซน์จากสิ่งของที่รีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าทำจากขวดพลาสติก 2. ครีเอตของเหลือใช้ จับมาดีไซน์ใหม่ให้ปัง หากไม่ใช่ธุรกิจแนวผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ เราสามารถนำสิ่งของเหลือใช้จากสิ่งของรอบตัวมาแจ้งเกิดให้เก๋ได้ โดยเติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป เช่น แบรนด์ Freitag แบรนด์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตกระเป๋าจากผ้าใบที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก และสายกระเป๋าทำจากเข็มขัดนิรภัย แนวคิดโดนใจที่ทำให้ทุกคนสวมใส่ไปทั่วโลก 3. ธุรกิจพลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ พลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของทุกคน ทั้งการเดินทางและการอยู่อาศัย ตัวอย่างก็เช่น&#160; การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/">เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันนี้มองไปทางไหน เราก็มักจะเจอสินค้าและบริการที่อ้างว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเพราะเมื่อผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฝั่งของภาคอุตสาหกรรมก็ต้องคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องของการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างสรรค์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น</p>



<p>และสำหรับคนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสายออกแบบ สายค้าขาย หรือสายโรงงาน และกำลังคิดว่าจะปรับตัวทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อสิ่งแวดล้อม เราหาคำตอบมาให้แล้วว่าควรเน้นไปที่การทำอะไรบ้าง โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สรุปออกมาเป็น 4 ประเด็นดังนี้</p>



<p><strong>1. ควรทำสินค้าย่อยสลายง่าย ประเภทที่ใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่</strong></p>



<p>ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าข่ายสร้างความยั่งยืน รักโลก เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เพื่อลดการใช้พลาสติกและไม่เพิ่มขยะ หลายแบรนด์จึงหันมาพัฒนาสินค้าที่สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติ เช่น ถุงจากมันสำปะหลัง หลอดจากชานอ้อย หรือสินค้าที่ดีไซน์จากสิ่งของที่รีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าทำจากขวดพลาสติก</p>



<p><strong>2. ครีเอตของเหลือใช้ จับมาดีไซน์ใหม่ให้ปัง</strong></p>



<p>หากไม่ใช่ธุรกิจแนวผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ เราสามารถนำสิ่งของเหลือใช้จากสิ่งของรอบตัวมาแจ้งเกิดให้เก๋ได้ โดยเติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป เช่น แบรนด์ Freitag แบรนด์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตกระเป๋าจากผ้าใบที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก และสายกระเป๋าทำจากเข็มขัดนิรภัย แนวคิดโดนใจที่ทำให้ทุกคนสวมใส่ไปทั่วโลก</p>



<p><strong>3. ธุรกิจพลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ</strong></p>



<p>พลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของทุกคน ทั้งการเดินทางและการอยู่อาศัย ตัวอย่างก็เช่น&nbsp; การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน หรือด้านที่อยู่อาศัยเองก็เริ่มมีหลายบริษัทที่พัฒนาแผงโซลาร์เซลล์เพื่อติดบนหลังคากันมากขึ้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและลดการผลิตไฟฟ้านั่นเอง</p>



<p><strong>4. อาหารออร์แกนิก เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</strong></p>



<p>อาหารยังคงเป็นประเด็นสำคัญในทุกยุคทุกสมัย แต่สมัยนี้คนเริ่มใส่ใจกับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มีการสำรวจพบว่าการทำฟาร์มเกษตรกรรมขนาดใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้หลายแบรนด์คิดค้นและทำผลิตภัณฑ์ Plant Based หรืออาหารที่ทำจากพืช เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือจะเปลี่ยนตัวเองมาทำฟาร์มออร์แกนิก ลดการใช้สารเคมีเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าเทรนด์การทำธุรกิจสมัยนี้ต้องมี ‘สิ่งแวดล้อม’ อยู่ในสมการหรือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการคิดทำธุรกิจด้วย เพื่อให้เท่าทันต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและแคร์เรื่องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน เพราะนี่คือบทบาทและหน้าที่ของทุกคนที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันทั้งหมด</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>ที่มา</p>



<p><a href="https://shorturl.asia/DbFEO">https://shorturl.asia/DbFEO</a></p>



<p><a href="https://shorturl.asia/WHr1c">https://shorturl.asia/WHr1c<br></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/">เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</title>
		<link>https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168400</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่า ทุกอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เทรนด์อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแรงในปัจจุบัน รวมถึงหลายองค์กรเองก็พยายามปรับตัวและศึกษาเรียนรู้‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม โดยแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการคนทำงานที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งองค์กรสหประชาชาติได้สรุปทักษะสำคัญสำหรับคนทำงานด้าน Green Job ทั้ง 5 ประเภทหลักที่ควรมีในการทำงานยุคนี้ (นอกเหนือทักษะด้านเทคโนโลยี) ไว้ในคู่มือเส้นทางสู่อาชีพสีเขียวและทักษะที่ต้องเตรียมพร้อม ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme – UNEP) ดังนี้ 1. งานด้านวิทยาศาสตร์ ต้องการแรงงานที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นักสิ่งแวดล้อม นักชีวเคมี หรือนักอุทกวิทยา เน้นทักษะการวัดผลติดตาม การจัดการโครงการและการปกป้องทรัพยากรทางสิ่งแวดล้อม เช่น ที่ดินหรือแหล่งน้ำ 2. งานด้านสถาปัตยกรรม ต้องสนใจความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ที่มีฟังก์ชันสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรู้เรื่องกฎระเบียบทางสิ่งแวดล้อมมาออกแบบควบคู่กัน 3. งานด้านวิศวกรรม งานนี้เน้นเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะตัว เช่น การออกแบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบพลังงานสะอาด เช่น กังหันลม แผงโซลาร์เซลล์ หรือยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว 4. งานด้านเกษตรกรรม เทรนด์ปัจจุบันยังให้ความสำคัญเรื่องอาหารเป็นหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/">‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่า ทุกอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เทรนด์อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแรงในปัจจุบัน รวมถึงหลายองค์กรเองก็พยายามปรับตัวและศึกษาเรียนรู้<br>‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม</p>



<p>โดยแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการคนทำงานที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งองค์กรสหประชาชาติได้สรุปทักษะสำคัญสำหรับคนทำงานด้าน Green Job ทั้ง 5 ประเภทหลักที่ควรมีในการทำงานยุคนี้ (นอกเหนือทักษะด้านเทคโนโลยี) ไว้ในคู่มือเส้นทางสู่อาชีพสีเขียวและทักษะที่ต้องเตรียมพร้อม ของ<a href="https://www.unep.org/">โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ</a> (United Nations Environment Programme – UNEP) ดังนี้</p>



<p>1. งานด้านวิทยาศาสตร์ ต้องการแรงงานที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นักสิ่งแวดล้อม นักชีวเคมี หรือนักอุทกวิทยา เน้นทักษะการวัดผลติดตาม การจัดการโครงการและการปกป้องทรัพยากรทางสิ่งแวดล้อม เช่น ที่ดินหรือแหล่งน้ำ</p>



<p>2. งานด้านสถาปัตยกรรม ต้องสนใจความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ที่มีฟังก์ชันสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรู้เรื่องกฎระเบียบทางสิ่งแวดล้อมมาออกแบบควบคู่กัน</p>



<p>3. งานด้านวิศวกรรม งานนี้เน้นเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะตัว เช่น การออกแบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบพลังงานสะอาด เช่น กังหันลม แผงโซลาร์เซลล์ หรือยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว</p>



<p>4. งานด้านเกษตรกรรม เทรนด์ปัจจุบันยังให้ความสำคัญเรื่องอาหารเป็นหลัก แต่โฟกัสในกระบวนการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ยั่งยืน โดยพึ่งพาการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมิน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น</p>



<p>5. งานด้านรักษาความยุติธรรม สนใจคนที่เข้าใจประเด็นทางสิ่งแวดล้อม สังคม กฎหมาย และประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิทธิสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิการทำงานของคน เชื้อชาติ และสิ่งแวดล้อมเสียหายตามมา</p>



<p>ใครกำลังสนใจงานด้านสิ่งแวดล้อมหรืออยากพัฒนาตัวเองในสายงานดังกล่าว ก็สามารถศึกษาข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรายงานทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทยของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ซึ่งทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://shorturl.asia/jyk41">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p>ที่มา</p>



<p><a href="https://shorturl.asia/QJEDa">https://shorturl.asia/QJEDa</a>.<br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/">‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BCG โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเทรนด์ธุรกิจที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและผู้ประกอบการสู่ความยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ungcnt-sdgs-circular-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[UNGlobalCompactNetworkThailand]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168106</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นเคยกับการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ปัญหาในกลุ่มลูกค้าของตัวเอง หรือผลิตสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น นำไปสู่ปัญหาโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ในขณะที่โลกทุกวันนี้ทุกอย่างเชื่อมถึงกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายคนเริ่มมองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะนอกจากมนุษย์จะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแล้ว เราทุกคนยังสามารถหยุดยั้งปัญหานี้ได้ด้วย ด้านผู้ประกอบการเอง แม้จะรู้ว่าการทำธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจะเป็นเรื่องดี แต่คำถามต่อมาคือ ต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจสร้างกำไรขณะเดียวกันก็ไม่ทำลายโลกไปมากกว่าเดิม? สำหรับผู้ประกอบการอาจเริ่มต้นเปลี่ยนธุรกิจของตัวเองด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เดิมทีเราอาจคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตเดินทางเป็นเส้นตรง ‘นำมา-ผลิต-ทิ้ง’ แต่ปัจจุบันหลายธุรกิจเริ่มหันมาสร้างการเดินทางของผลิตภัณฑ์เป็นวงกลม ‘นำมา-ผลิต-รีไซเคิล’ มากขึ้นแล้ว แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้ความรู้หลายด้าน ทั้งหลักการหมุนเวียน การตลาด การจัดการ และต้องใช้สถานที่ จนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน แต่การเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามาจึงทำให้เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวให้ไวขึ้น เรามี 6 สเต็ปที่จะช่วยเปลี่ยนธุรกิจของคุณไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในช่วงเริ่มต้น มาแนะนำแบบเข้าใจง่าย และนำไปปรับใช้กัน รื้อวิธีคิดการทำธุรกิจใหม่ ส่วนสำคัญของการเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนคือการเปลี่ยนขั้นตอนสุดท้ายของผลิตภัณฑ์จากการกำจัด ซึ่งเป็นแนวคิดการทำธุรกิจแบบเดิมในการทำกำไร ให้กลายเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะทุกวันนี้หลายประเทศกำลังขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างจริงจัง หากธุรกิจยังไม่เริ่มปรับตัวอาจทำให้แข่งขันกับธุรกิจอื่นๆ ในตลาดได้ยากขึ้น เริ่มหมุนเวียนตั้งแต่การออกแบบกระบวนการผลิตสินค้า ข้อนี้เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งอาจเริ่มออกแบบตั้งแต่สิ่งสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการหมุนเวียน มี 2 ลักษณะเด่น คือ ต้องเป็นชิ้นส่วนที่แยกส่วนได้ง่าย เพื่อซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่ และมีความทนทานเพื่อให้มีอายุงานยาวนาน เปลี่ยนวงจรชีวิตสินค้าให้เป็นวงกลม เพื่อนำไปสู่การรีไซเคิล การเปลี่ยนวงจรสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ให้นำกลับมาใช้ใหม่เป็นเป้าหมายสูงสุด ทำได้ด้วยการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ เมื่อสินค้าหมดอายุแล้วสามารถย่อยสลาย หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ เช่นเดียวกับ อิเกีย บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ของสวีเดน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ungcnt-sdgs-circular-economy/">BCG โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเทรนด์ธุรกิจที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและผู้ประกอบการสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นเคยกับการทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ปัญหาในกลุ่มลูกค้าของตัวเอง หรือผลิตสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น นำไปสู่ปัญหาโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ในขณะที่โลกทุกวันนี้ทุกอย่างเชื่อมถึงกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายคนเริ่มมองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะนอกจากมนุษย์จะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแล้ว เราทุกคนยังสามารถหยุดยั้งปัญหานี้ได้ด้วย</p>



<p>ด้านผู้ประกอบการเอง แม้จะรู้ว่าการทำธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นจะเป็นเรื่องดี แต่คำถามต่อมาคือ ต้องทำอย่างไรให้ธุรกิจสร้างกำไรขณะเดียวกันก็ไม่ทำลายโลกไปมากกว่าเดิม?</p>



<p>สำหรับผู้ประกอบการอาจเริ่มต้นเปลี่ยนธุรกิจของตัวเองด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เดิมทีเราอาจคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตเดินทางเป็นเส้นตรง ‘นำมา-ผลิต-ทิ้ง’ แต่ปัจจุบันหลายธุรกิจเริ่มหันมาสร้างการเดินทางของผลิตภัณฑ์เป็นวงกลม ‘นำมา-ผลิต-รีไซเคิล’ มากขึ้นแล้ว แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้ความรู้หลายด้าน ทั้งหลักการหมุนเวียน การตลาด การจัดการ และต้องใช้สถานที่ จนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน แต่การเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมเข้ามาจึงทำให้เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัวให้ไวขึ้น</p>



<p>เรามี 6 สเต็ปที่จะช่วยเปลี่ยนธุรกิจของคุณไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในช่วงเริ่มต้น มาแนะนำแบบเข้าใจง่าย และนำไปปรับใช้กัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168109" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รื้อวิธีคิดการทำธุรกิจใหม่</strong></h4>



<p>ส่วนสำคัญของการเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนคือการเปลี่ยนขั้นตอนสุดท้ายของผลิตภัณฑ์จากการกำจัด ซึ่งเป็นแนวคิดการทำธุรกิจแบบเดิมในการทำกำไร ให้กลายเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ เพราะทุกวันนี้หลายประเทศกำลังขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างจริงจัง หากธุรกิจยังไม่เริ่มปรับตัวอาจทำให้แข่งขันกับธุรกิจอื่นๆ ในตลาดได้ยากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168110" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มหมุนเวียนตั้งแต่การออกแบบกระบวนการผลิตสินค้า</strong></h4>



<p>ข้อนี้เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งอาจเริ่มออกแบบตั้งแต่สิ่งสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อการหมุนเวียน มี 2 ลักษณะเด่น คือ ต้องเป็นชิ้นส่วนที่แยกส่วนได้ง่าย เพื่อซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่ และมีความทนทานเพื่อให้มีอายุงานยาวนาน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168111" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนวงจรชีวิตสินค้าให้เป็นวงกลม เพื่อนำไปสู่การรีไซเคิล</strong></h4>



<p>การเปลี่ยนวงจรสุดท้ายของผลิตภัณฑ์ให้นำกลับมาใช้ใหม่เป็นเป้าหมายสูงสุด ทำได้ด้วยการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ เมื่อสินค้าหมดอายุแล้วสามารถย่อยสลาย หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ เช่นเดียวกับ อิเกีย บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ของสวีเดน ที่ลูกค้าใน 27 ประเทศสามารถนำผลิตภัณฑ์ของอิเกียที่ไม่ใช้แล้วมาแลกรับบัตรกำนัลสูงสุด 50% จากราคาเดิม ส่วนสินค้าที่นำกลับมาขายไม่ได้จะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือบริจาคให้โครงการของชุมชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168112" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปรับธุรกิจสู่แนวคิด Product as a Service</strong></h4>



<p>การรื้อความคิดทำให้เกิดโมเดลธุรกิจมากมายตามเทรนด์การบริโภค ทุกวันนี้เราจึงเห็นบริษัทต่างมีการบริการเหมือนเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่ง เช่นการเช่าสำหรับใช้ต่อครั้งหรือการเช่ายืมระยะหนึ่ง จนถึงการบริการซ่อมหลังการขาย เพื่อให้สินค้าได้รับการอัพเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ และถูกใช้อย่างมีคุณภาพไม่ตกยุค</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168113" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ประเมินวัดผลและตรวจสอบธุรกิจของคุณ&nbsp;</strong></h4>



<p>3 กระบวนการที่ควรเริ่มลงมือทำ ได้แก่ การวัดผลและตรวจสอบพลังงานที่ถูกใช้ไประหว่างกระบวนการผลิต ตรวจสอบประสิทธิภาพของวัตถุดิบ ประเมินวัฏจักรชีวิตของสินค้า ทั้งหมดนี้เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและนำไปสู่การวางแผนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อสำรวจผลประกอบการด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168114" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/bcg-web-inside-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สื่อสารการเป็นธุรกิจหมุนเวียนกับทุกคน</strong></h4>



<p>เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เกิดการหมุนเวียนต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคน ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดเส้นทาง ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ บริหารการผลิต การจัดเก็บสินค้า การจัดส่ง รวมถึงลูกค้า และคู่ค้าในการลงทุน เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งห่วงโซ่การผลิตและสร้างวัฒนธรรมการบริโภคที่ยั่งยืน</p>



<p>ขั้นตอนทั้งหมดเป็นการเริ่มต้นสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ไม่ใช่เพียงเพื่อรักษ์โลกเท่านั้น แต่ยังเป็นความคุ้มค่าและโอกาสในการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้</p>



<p>สำหรับใครที่อยากรู้จัก BCG ให้มากขึ้น สสว. และ สอวช. จัดเวิร์กช็อปสำหรับผู้ประกอบการที่อยากวิเคราะห์และเปลี่ยนแปลงกระบวนการธุรกิจของตัวเองไปสู่ความยั่งยืนแบบลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่วิธีการปรับตัวสู่เศรษฐกิจใหม่ การคิดนอกกรอบด้วย Circular Design จนถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนธุรกิจหลากหลายวงการที่เริ่มจริง ทำจริง สำหรับรอบอบรมเดือนกรกฎาคม จะจัดในวันที่ 7 และ 14 สามารถลงทะเบียนได้ที่: https://forms.gle/hq5UzD53HL7p7SNU8</p>



<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม: https://globalcompact-th.com/news/event-detail/1349 </p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>https://shorturl.asia/dWzMx</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ungcnt-sdgs-circular-economy/">BCG โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนเทรนด์ธุรกิจที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและผู้ประกอบการสู่ความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168253</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทรนด์อาชีพที่ทำงานด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนช่วยอนุรักษ์หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจะมาแรงในโลกการทำงานยุคใหม่! ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก SDGs Mega Trend 2023 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand: UNGCNT) ซึ่งเปิดเผยผลการศึกษาไว้ดังนี้ ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต่างมีเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเคย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น จากข้อตกลง Paris Agreement ในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) รัฐบาลทั่วโลกได้ปฏิญาณตนว่า ทุกประเทศจะสนับสนุนคนที่ทำให้โลกยั่งยืนหรือสายอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จึงทำให้ในตลาดแรงงานโลกต้องการคนที่มีทักษะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่าอดีต ข้อตกลงเหล่านี้ส่งผลให้อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Job) ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2015 เพิ่มขึ้น 38% รวมถึงจำนวนพนักงานด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงอีก 237% ในปี 2020 ในขณะที่พนักงานด้านน้ำมันและก๊าซเติบโตเพียง 19% เท่านั้น อ้างอิงจากรายงานสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ยกตัวอย่างอาชีพสายสิ่งแวดล้อม เช่น ช่างติดตั้งและดูแลแผงโซลาร์เซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/">ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เทรนด์อาชีพที่ทำงานด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนช่วยอนุรักษ์หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจะมาแรงในโลกการทำงานยุคใหม่! ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก SDGs Mega Trend 2023 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand: UNGCNT) ซึ่งเปิดเผยผลการศึกษาไว้ดังนี้</p>



<p>ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต่างมีเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเคย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น</p>



<p>จากข้อตกลง Paris Agreement ในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) รัฐบาลทั่วโลกได้ปฏิญาณตนว่า ทุกประเทศจะสนับสนุนคนที่ทำให้โลกยั่งยืนหรือสายอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จึงทำให้ในตลาดแรงงานโลกต้องการคนที่มีทักษะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่าอดีต</p>



<p>ข้อตกลงเหล่านี้ส่งผลให้อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Job) ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2015 เพิ่มขึ้น 38% รวมถึงจำนวนพนักงานด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงอีก 237% ในปี 2020 ในขณะที่พนักงานด้านน้ำมันและก๊าซเติบโตเพียง 19% เท่านั้น อ้างอิงจากรายงานสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)</p>



<p>ยกตัวอย่างอาชีพสายสิ่งแวดล้อม เช่น ช่างติดตั้งและดูแลแผงโซลาร์เซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานผลิตพลังงานหมุนเวียน ช่างเทคนิคในโรงงานรีไซเคิลหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน </p>



<p>สำหรับอาชีพสายกรีนในไทย ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนค่าตัวของคนทำงานสายนี้เพิ่มสูงขึ้น 3 เท่าจากเดิม โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพลังงานสะอาด เช่น เจ้าหน้าที่จัดการท่องเที่ยวฟื้นฟูป่า ที่ปรึกษาด้านการใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงช่างเทคนิคเย็บกระเป๋าหนังที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต</p>



<p>อย่างไรก็ตามในอนาคต อาชีพสายสิ่งแวดล้อมมีโอกาสจะแตกแขนงมากมายในทุกอุตสาหกรรม และต้องการแรงงานที่มีทักษะดังกล่าวสูงขึ้น ซึ่งทุกคนหรือองค์กรต่างๆ สามารถต่อยอดทักษะด้านสิ่งแวดล้อมให้กับตัวเองได้จากการศึกษาข้อมูลและความรู้ต่างๆ อย่างรายงานทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทยของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ซึ่งทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2Fjyk41%3Ffbclid%3DIwAR30UjGu9RNrSHPsntwUUQ6me_n46xVFYLioTZrPlukccrFLYVUk_JGTg08&amp;h=AT2jjfSo75XjC2C3eHJ3PWgm0qQ1lKhbaNOWkS8TqnyC4FZRHCibrmzjyIh_UbOssrlGPRsn4mwoTvx4gP6UYk3BKtDzA4OK7DsSPvfNHbxGEGC5Aj8zORghMeAQZJt4Byaf&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p>ที่มา:</p>



<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2Fjyk41%3Ffbclid%3DIwAR0AGPgdC_qOldHNxbfSduqWbwA_oxmSjEHbSdRawjRCXbkZsWMXVV8KXuo&amp;h=AT2jjfSo75XjC2C3eHJ3PWgm0qQ1lKhbaNOWkS8TqnyC4FZRHCibrmzjyIh_UbOssrlGPRsn4mwoTvx4gP6UYk3BKtDzA4OK7DsSPvfNHbxGEGC5Aj8zORghMeAQZJt4Byaf&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2FlUmMw%3Ffbclid%3DIwAR0_pQ-Lg_awjkWtw0l0DraqJxpdn_DvO3cY0kik9-esG5SRq0m7N-sE_KI&amp;h=AT0eHqFXL1DNlb_JOT026dMoabvlcMNKq4s18cagqMFh1ORIJkOSyJJ_9bzEv8YgX3wetiV5QazojL2WjZpPKl3GWJie8EG6AY0OGm88uKb8lA4vTOiTES6zkcJAFuhTw0md&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/lUmMw</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/">ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
