<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Music Maker &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/music/music-maker/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/music/music-maker/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Jun 2021 16:46:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek สู่ศิลปินเดี่ยวค่าย Blue Vinyl</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cloud-blue-vinyl/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2021 15:03:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Chungha]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Vinyl]]></category>
		<category><![CDATA[cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Koh Hyung-seok]]></category>
		<category><![CDATA[Bye Bye Badman]]></category>
		<category><![CDATA[CHEEZE]]></category>
		<category><![CDATA[Giriboy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=130710</guid>

					<description><![CDATA[<p>Cloud Blue Vinyl ในวงการเพลงเกาหลี การมองหาศิลปินที่ทำเพลงด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะในยุคใหม่ๆ ที่แม้แต่ศิลปิน K-Pop ก็เริ่มหันมาเขียนเนื้อร้องและบรรเลงท่วงทำนองด้วยตัวเองแล้ว แต่มีศิลปินคนหนึ่งที่พาตัวเองเข้าไปอยู่กับแนวทางเพลงหลากหลาย แถมยังทำเพลงให้ศิลปินคนอื่นๆ ตั้งแต่ร็อกเมทัล อินดี้สบายหู ทำบีตฮิปฮอปบ้างในบางที มาจนถึงทำเพลงซินธ์ป๊อปร่วมสมัย&#160; คนนั้นคือ Cloud หรือ Koh Hyung-seok หลายคนอาจจะไม่คุ้นหน้าเขามากนัก แต่ถ้าบอกว่าเขาเคยเป็นสมาชิก Bye Bye Badman วงร็อกเมทัลที่เคยรับรางวัล Rookie of the Year ปี 2012 จากเวที Korean Music Awards และอดีตสมาชิก CHEEZE วงอินดี้ที่มีดนตรีหวานๆ เป็นเอกลักษณ์ อาจจะทำให้บางคนคุ้นเคยขึ้นบ้าง เหล่านั้นคืองานเบื้องหน้าที่ทำให้คนรู้จักเขา แต่ยังมีงานเบื้องหลังอีกอย่างที่คลาวด์ทำมาตลอด 10 ปีบนเส้นทางดนตรี นั่นคือการทำเพลงให้ศิลปินหลากหลายกลุ่ม&#160; ทั้งเข้าไปอยู่ในวงการฮิปฮอปเกาหลี กดบีตให้กับแรปเปอร์ชื่อดังอย่าง Giriboy ในอัลบั้ม Sexual Perceptions (2015) ซึ่งทะยานขึ้นอันดับ 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cloud-blue-vinyl/">Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek สู่ศิลปินเดี่ยวค่าย Blue Vinyl</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p style="display: none;">Cloud Blue Vinyl</p>



<p>ในวงการเพลงเกาหลี การมองหาศิลปินที่ทำเพลงด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะในยุคใหม่ๆ ที่แม้แต่ศิลปิน K-Pop ก็เริ่มหันมาเขียนเนื้อร้องและบรรเลงท่วงทำนองด้วยตัวเองแล้ว</p>



<p>แต่มีศิลปินคนหนึ่งที่พาตัวเองเข้าไปอยู่กับแนวทางเพลงหลากหลาย แถมยังทำเพลงให้ศิลปินคนอื่นๆ ตั้งแต่ร็อกเมทัล อินดี้สบายหู ทำบีตฮิปฮอปบ้างในบางที มาจนถึงทำเพลงซินธ์ป๊อปร่วมสมัย&nbsp;</p>



<p>คนนั้นคือ <strong>Cloud</strong> หรือ <strong>Koh Hyung-seok</strong> หลายคนอาจจะไม่คุ้นหน้าเขามากนัก แต่ถ้าบอกว่าเขาเคยเป็นสมาชิก Bye Bye Badman วงร็อกเมทัลที่เคยรับรางวัล Rookie of the Year ปี 2012 จากเวที Korean Music Awards และอดีตสมาชิก CHEEZE วงอินดี้ที่มีดนตรีหวานๆ เป็นเอกลักษณ์ อาจจะทำให้บางคนคุ้นเคยขึ้นบ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-692x1024.jpg" alt="Cloud Blue Vinyl" class="wp-image-130720" width="519" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-692x1024.jpg 692w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-203x300.jpg 203w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-768x1137.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-1037x1536.jpg 1037w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3-600x889.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/1-3.jpg 1383w" sizes="(max-width: 519px) 100vw, 519px" /></figure></div>



<p>เหล่านั้นคืองานเบื้องหน้าที่ทำให้คนรู้จักเขา แต่ยังมีงานเบื้องหลังอีกอย่างที่คลาวด์ทำมาตลอด 10 ปีบนเส้นทางดนตรี นั่นคือการทำเพลงให้ศิลปินหลากหลายกลุ่ม&nbsp;</p>



<p>ทั้งเข้าไปอยู่ในวงการฮิปฮอปเกาหลี กดบีตให้กับแรปเปอร์ชื่อดังอย่าง Giriboy ในอัลบั้ม <em>Sexual Perceptions</em> (2015) ซึ่งทะยานขึ้นอันดับ 10 ใน Gaon Music Chart ชาร์ตเพลงระดับชาติของเกาหลีแทบจะทันทีหลังจากปล่อยออกมา</p>



<p>แล้วยังกระโดดมาทำดนตรีแบบป๊อปๆ ให้กับไอดอลเกาหลีอย่าง Chung Ha ในอัลบั้ม <em>Blooming Blue</em>, <em>Flourishing</em> และ <em>Querencia&nbsp;</em></p>



<p>ที่สำคัญเขายังเป็นนักแต่งเพลงคู่บุญของ <a href="https://adaymagazine.com/recommend-yerin-baek/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Yerin Beak</a> ศิลปินอาร์แอนด์บีเกาหลีคนแรกที่ทำเพลงภาษาอังกฤษฮิตติดชาร์ตบ้านเกิด ซึ่งเขามีส่วนร่วมตั้งแต่อัลบั้มเดบิวต์ของเยรินอย่าง <em>FRANK</em> ที่มีเพลงช้าๆ ป๊อปๆ น่าฟังอย่าง <em>Across the universe</em> มาจนถึงอัลบั้มที่ได้รางวัลจากเวที Korean Music Awards และ Melon Music Awards อย่าง <em>Our love is great</em> และ <em>Every letter I sent you. </em>ซึ่งมีจุดเด่นที่การใช้เครื่องสายและเครื่องเป่าในทุกเพลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแนวซินธ์ป๊อปในอัลบั้มล่าสุดอย่าง <em>tellusboutyourself&nbsp;</em></p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="백예린 (Yerin Baek) &#039;0415&#039; M/V" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/K9ivJTc1Ls4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ผลงานหลากหลายแนวของเขาทำเอาเราอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมศิลปินวัย 30 ปีคนนี้ถึงขยันพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่แปลกใหม่อยู่เสมอ และยังสามารถสร้างสรรค์ดนตรีให้กับศิลปินที่แตกต่างจากตัวเองจนคว้ารางวัลมาได้ขนาดนี้&nbsp;</p>



<p>“ผมคิดว่ามันเป็นไปโดยธรรมชาติ เพราะว่ารสนิยมในแนวดนตรีของผมก็เปลี่ยนเรื่อยๆ ความชอบในการใช้เครื่องมือทำเพลงของผมก็เปลี่ยนเรื่อยๆ เช่นกัน ตอนแรกๆ ผมชอบร็อกเมทัล ไม่นานก็ขยับมาฟังแนวอาร์แอนด์บีและแจ๊ส ส่วนตอนนี้ฟังเพลงร็อกอัลเทอร์เนทีฟมากที่สุด” เขาตอบกลับมาผ่านอีเมล&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-683x1024.jpg" alt="Cloud Blue Vinyl" class="wp-image-130724" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/5-2.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>อันที่จริงคลาวด์เคยบอกกับหนังสือพิมพ์เกาหลีอย่าง <a href="https://koreajoongangdaily.joins.com/2021/03/08/entertainment/kpop/Cloud-Gureum-Baek-Yerin/20210308144300470.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em>Korea&nbsp;<em>JoongAng Daily</em></em></a> เอาไว้ว่า เขานิยามตัวเองด้วยคำว่า ‘เป็นมิตร’ ที่ไม่ได้หมายถึงลักษณะการปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อคนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับสไตล์ดนตรีที่หลากหลายด้วย&nbsp;</p>



<p>และอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คลาวด์ไม่ขีดกรอบตัวเองไว้ในแนวทางเดิมๆ คือความเชื่อตามที่เขาเคยพูดเอาไว้ว่า คนที่จะอยู่รอดไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นคนที่คอยเปลี่ยนแปลงตัวเองต่างหาก ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นแรงจูงใจยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-683x1024.jpg" alt="Cloud Blue Vinyl" class="wp-image-130725" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/6-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ถึงเขาจะบอกว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ แต่เราก็ยังอยากรู้ต่อว่าแล้วคนชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างเขาใช้เทคนิคอะไรในการแต่งหรือโปรดิวซ์เพลงให้เข้ากับเอกลักษณ์ของศิลปินคนนั้นๆ ได้อย่างลงตัว</p>



<p>“ผมไม่ได้ทำงานหลายๆ แนวเพลงพร้อมกันอยู่แล้ว ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาในแต่ละโปรเจกต์จึงเป็นไปตามแนวเพลงเดียวกัน ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานคือผมจะไม่พยายามทำดนตรีตามมาตรฐาน แต่จะถ่ายทอดบทสนทนาที่เกิดขึ้นในสตูดิโอ เช่น เราเติบโตมาโดยฟังเพลงแบบไหน ตอนนี้เราใช้ชีวิตด้วยทัศนคติแบบใด ผมจะพูดคุยเรื่องนี้กับศิลปิน แล้วไปคิดต่อว่าจะทำงานยังไงให้ศิลปินรู้สึกว่าผมเข้าใจ” คลาวด์บอกว่าเพราะอย่างนี้โปรดิวเซอร์จึงต้องมีความรู้เยอะมาก “แม้กระทั่งความหนาของปิ๊กกีตาร์ก็อาจจะเปลี่ยนสิ่งที่ศิลปินพยายามเล่าได้เลย”&nbsp;</p>



<p>พอเขาบอกว่ารายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ก็มีผลต่อเพลงทั้งหมด มันทำให้เรานึกถึงอัลบั้มล่าสุดของ<a href="https://www.bandwagon.asia/articles/yerin-baek-shares-a-new-side-and-stories-of-growth-in-her-latest-album-tellusboutyourself-korea-blue-vinyl-kpop-comeback-interview-december-2020" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เยริน</a>ที่คลาวด์มาช่วยทั้งพาร์ตแต่งทำนอง เรียบเรียงดนตรี และดูภาพรวม โดยเขาต้องทำให้บางเพลงที่มีบีตหนักๆ เข้ากับเสียงบางและเบาของเยริน ซึ่งถ้าได้ลองไปฟังกันจริงๆ ต้องเอ่ยปากชมเลยว่าทั้งเยรินและคลาวด์แก้ข้อจำกัดนี้ให้ออกมาเป็นเพลงซินธ์ป๊อปที่เข้ากับเนื้อเสียงของเยรินมากๆ และถูกใจแฟนเพลงอย่างมากด้วย</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="백예린 (Yerin Baek) &#039;Hate you&#039; M/V" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/z19ceDKYAlo?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>การทำงานร่วมกับเยรินมาตั้งแต่ปี 2015 ยังทำให้คลาวด์ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ Blue Vinyl ค่ายเพลงอิสระที่ก่อตั้งโดยเยรินในปีนี้ พร้อมปล่อยอัลบั้มเต็มครั้งแรกในชีวิตชื่อ <em>With a lot of exaggeration</em> ซึ่งเต็มไปด้วยดนตรีเบาสบายหูที่คอยปลอบประโลมคนฟังสลับกับจังหวะดนตรีแบบใหม่ที่เขาทดลองเพิ่มเข้ามา</p>



<p>“คอนเซปต์ของอัลบั้มนี้คือการรวบรวมสิ่งที่เป็นส่วนตัวของผมมากๆ ทำให้เพลงทั้งหมดไม่ได้เล่าเรื่องอลังการอะไรขนาดนั้น ผมแค่เลือกบางความรู้สึกหรือบางเหตุการณ์ที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตมาเล่า”</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="구름 (Cloud) &#039;많이 과장해서 하는 말&#039; Full Album Lyric Video" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/Wuz8neSAO-s?start=1328&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ในภาคดนตรี ถ้าได้ลองฟังทั้ง 9 แทร็กในอัลบั้ม <em>With a lot of exaggeration</em> คุณจะได้ยินจังหวะดนตรีที่อยู่ๆ เขาก็เพิ่มและลดระดับเสียงในบางท่อน นั่นเป็นเพราะแนวทางการทำเพลงของคลาวด์มักนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ในเพลง คนฟังหลายคนจึงบอกว่าเขาแต่งเพลงแปลก ซึ่งเขาสนุกกับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้มากๆ และเปรียบเทียบการทำเพลงตัวเองเหมือนทำอาหารที่จะต้องมีรสชาติใหม่ๆ เสิร์ฟให้คนฟังอยู่เสมอ</p>



<p>เห็นเขาบอกว่าสนุกและมีความสุขในการอัดเพลงตัวเอง เราก็อดถามไม่ได้ว่าการออกอัลบั้มเต็มในรอบ 10 ปีนี้มีความหมายยังไงกับเขาบ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-691x1024.jpg" alt="Cloud Blue Vinyl" class="wp-image-130726" width="518" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-691x1024.jpg 691w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-202x300.jpg 202w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-768x1138.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-1037x1536.jpg 1037w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1-600x889.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/04/7-1.jpg 1382w" sizes="(max-width: 518px) 100vw, 518px" /></figure></div>



<p>“อัลบั้มนี้จะมีความหมายต่อผมจริงๆ ก็ต่อเมื่อมันมีผลที่ดีต่อคนฟัง เพราะส่วนตัวผมรู้สึกแค่ว่าการทำอัลบั้มนี้เหมือนกับการทำโปรเจกต์อื่นๆ ที่ผ่านมา และเป็นอีกหนึ่งในขั้นตอนของการฝึกฝนด้านดนตรีของผม เพราะการทำงานในวงการมา 10 ปีทำให้ผมเรียนรู้ว่ายังมีอะไรหลายอย่างในโลกที่ต้องเรียนรู้”</p>



<p>แม้เขาจะตอบอย่างถ่อมตัวแบบนี้ แต่การเป็นคนชอบพาตัวเองไปเจออะไรใหม่ๆ และการเป็นนักทดลองทางดนตรีอาจทำให้เราได้เจอเซอร์ไพรส์จากเขาในอนาคตก็ได้ มารอดูกันว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเขาจะสร้างสรรค์ดนตรีแบบไหนมาให้เราได้ฟังกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cloud-blue-vinyl/">Cloud โปรดิวเซอร์ผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Yerin Baek สู่ศิลปินเดี่ยวค่าย Blue Vinyl</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘แม้จะล้ม แต่ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะฝัน’ High Cloud ค่ายเพลงของ F.HERO ที่อยากพาเพลงไทยไปบิลบอร์ด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/highcloud-entertainment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 10:21:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[High Cloud Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี]]></category>
		<category><![CDATA[Sad Movie]]></category>
		<category><![CDATA[วงการเพลงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[T-Pop]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[F.HERO]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=124873</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ปีแห่งการมาถึงของ T-pop&#8230;’&#160; นี่คือสเตตัสที่ F.HERO หรือ กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก แรปเปอร์ที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่ของวงการแรปไทยเขียนเอาไว้ในเฟซบุ๊กในช่วงปลายปี 2563 หลังจากนั้นไม่นาน High Cloud Entertainment ก็ประกาศตัวขึ้นเป็นค่ายเพลงน้องใหม่ในวงการเพลงไทย โดยมีคนเจนวงการเพลงอย่างเขานี่แหละเป็นผู้บริหาร นี่ไม่ใช่ค่ายเพลงฮิปฮอปอย่างที่ใครคาดเดา หากแต่เป็นค่ายเพลงไทยที่ฝันอยากดันให้แนวเพลง T-pop โลดแล่นไปไกลในระดับนานาชาติ แม้จะรู้ดีว่าความฝันครั้งนี้ยืนอยู่บนสองเส้นทางที่ไม่มั่นคงนัก อาจสำเร็จอย่างที่คาดไว้ตามเป้า หรืออาจจะล้มลงอย่างที่ใครหลายๆ คนเคยพยายามผลักดันกันมา แต่เพราะมองว่านี่เป็นปีที่เขาต้องตื่นและลงมือทำ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายใน 10-20 ปีของชีวิตการทำงานที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง เขาจึงตัดสินใจใส่ทุกความตั้งใจให้สุดฝีมือ อะไรคือความหวังและความฝันของวงการเพลงไทยที่แรปเปอร์ผู้สลับบทบาทมาเป็นเจ้าของค่ายเพลงอย่าง F.HERO มองไว้ คำตอบรออยู่ด้านล่างแล้ว เท่าที่ติดตามคุณมา การเกิดขึ้นของ High Cloud Entertainment ดูจะเป็นความคิดที่เกิดขึ้นมาไม่นานนี้เอง ใช่ เกิดขึ้นมาช่วงโควิด-19 ช่วงนั้นผมว่างเลยเปิดกิจการใหม่เยอะมาก เปิดร้านหมูปิ้ง ทำแบรนด์สนีกเกอร์ แต่จุดเริ่มต้นของการทำค่ายเกิดจากการที่ผมเจอศิลปินคนหนึ่งในยูทูบ เขาทำเพลงแบบ Nujabes เลย เป็น lo-fi hip-hop ที่เพราะมาก ร้องภาษาญี่ปุ่นอยู่ดีๆ ก็มีภาษาไทย และเป็นไทยแบบมีเพนทาโทนิกด้วย ผมตกใจมากว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/highcloud-entertainment/">‘แม้จะล้ม แต่ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะฝัน’ High Cloud ค่ายเพลงของ F.HERO ที่อยากพาเพลงไทยไปบิลบอร์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ปีแห่งการมาถึงของ T-pop&#8230;’&nbsp;</p>



<p>นี่คือสเตตัสที่ F.HERO หรือ <strong>กอล์ฟ–ณัฐวุฒิ ศรีหมอก</strong> แรปเปอร์ที่เป็นเสมือนพี่ใหญ่ของวงการแรปไทยเขียนเอาไว้ในเฟซบุ๊กในช่วงปลายปี 2563</p>



<p>หลังจากนั้นไม่นาน <a href="https://www.facebook.com/Highcloudentertainment" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>High Cloud Entertainment</strong> ก็ประกาศตัวขึ้นเป็นค่ายเพลง</a>น้องใหม่ในวงการเพลงไทย โดยมีคนเจนวงการเพลงอย่างเขานี่แหละเป็นผู้บริหาร</p>



<p>นี่ไม่ใช่ค่ายเพลงฮิปฮอปอย่างที่ใครคาดเดา หากแต่เป็นค่ายเพลงไทยที่ฝันอยากดันให้แนวเพลง T-pop โลดแล่นไปไกลในระดับนานาชาติ</p>



<p>แม้จะรู้ดีว่าความฝันครั้งนี้ยืนอยู่บนสองเส้นทางที่ไม่มั่นคงนัก อาจสำเร็จอย่างที่คาดไว้ตามเป้า หรืออาจจะล้มลงอย่างที่ใครหลายๆ คนเคยพยายามผลักดันกันมา แต่เพราะมองว่านี่เป็นปีที่เขาต้องตื่นและลงมือทำ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายใน 10-20 ปีของชีวิตการทำงานที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง เขาจึงตัดสินใจใส่ทุกความตั้งใจให้สุดฝีมือ</p>



<p>อะไรคือความหวังและความฝันของวงการเพลงไทยที่แรปเปอร์ผู้สลับบทบาทมาเป็นเจ้าของค่ายเพลงอย่าง F.HERO มองไว้</p>



<p>คำตอบรออยู่ด้านล่างแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-1024x683.jpg" alt="F.Hero" class="wp-image-124904" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_38.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เท่าที่ติดตามคุณมา การเกิดขึ้นของ High Cloud Entertainment ดูจะเป็นความคิดที่เกิดขึ้นมาไม่นานนี้เอง</h3>



<p>ใช่ เกิดขึ้นมาช่วงโควิด-19 ช่วงนั้นผมว่างเลยเปิดกิจการใหม่เยอะมาก เปิดร้านหมูปิ้ง ทำแบรนด์สนีกเกอร์ แต่จุดเริ่มต้นของการทำค่ายเกิดจากการที่ผมเจอศิลปินคนหนึ่งในยูทูบ เขาทำเพลงแบบ Nujabes เลย เป็น lo-fi hip-hop ที่เพราะมาก ร้องภาษาญี่ปุ่นอยู่ดีๆ ก็มีภาษาไทย และเป็นไทยแบบมีเพนทาโทนิกด้วย ผมตกใจมากว่า อ้าว นี่คนไทยนี่นา ไม่ใช่ต่างชาติ ฟังเพลงเขาแล้วเราอยากทำงานด้วย ก็เลยทักไปในอินสตาแกรม ซึ่งศิลปินคนนี้คือ Txrbo ที่ทำเพลง <em>จำเลยรัก</em> ด้วยกันนี่แหละ</p>



<h3 class="wp-block-heading">แค่เพลงเดียวก็ทำให้คุณตัดสินใจได้เลยเหรอ เขามีอะไรในตัวที่ทำให้คุณคิดว่าไม่อยากปล่อยไป</h3>



<p>ตอนแรกเราไปเสนอโอม Cocktail (ปัณฑพล ประสารราชกิจ ผู้บริหารค่าย Gene Lab) ก่อน แต่โอมยังไม่สนใจจะทำแนวนี้ ดันยังไงโอมก็ยังไม่อยากทำ ผมเลยคิดว่างั้นลองเปิดเองเลยดีกว่า&nbsp;</p>



<p>สำหรับผม เพลงของ Txrbo คือคำว่า T-pop ที่ผมใฝ่ฝัน เวลาเราพูดถึง K-pop เราจะคิดถึงดนตรี คิดถึงซาวนด์ของเขา อย่าง BTS หรือ BLACKPINK เขาไปถึงบิลบอร์ด K-pop ไปไกลทั่วโลกแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นภาษาเกาหลี มันแปลว่าขณะนี้กำแพงภาษาถูกทำลายไปหมดแล้ว สิ่งสำคัญคือคุณภาพมากกว่า เรื่องนี้มันให้แรงบันดาลใจผมว่าถ้าเพลงบ้านเรามีเอกลักษณ์ชัดเจน มีคุณภาพมากพอ เราก็น่าจะไปถึงระดับนั้นได้</p>



<p>Txrbo เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจนั้น ตลอดเวลาที่ผมเป็นศิลปินก้านคอคลับมา เฮียโจ้ (โจอี้ บอย) เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเสมอว่าเราไม่สามารถเป็นใครได้ดีไปกว่าตัวเรา การใส่เพนทาโทนิกเข้าไปหรือกระทั่งเพลงของค่ายกามิกาเซ่อย่าง <em>เหงาปาก</em> ที่มีดนตรีแบบนอยน่อยนอยน้อยนอย สำหรับผมมันคือ T-pop เลย มีความเป็นสมัยใหม่มาผสมผสานเข้าด้วยกัน ไม่ต้องมีเสียงระนาด ไม่ต้องมีเสียงฉิ่งอยู่ในนั้น แต่เรารู้เลยว่านี่คือเอกลักษณ์ของ T-pop ผมเลยอยากทำค่ายเพลง T-pop ขึ้นมา เพราะผมอยากฟัง อยากเห็นว่าถ้าเรามีคุณภาพมากพอ มันก็น่าจะมีโอกาสไปถึงตรงนั้นได้&nbsp;</p>



<p>ผมอิจฉา Jay Chou ทุกครั้ง เวลาเขาเอางิ้ว เอาความเป็นพื้นบ้านของประเทศเขาใส่เข้าไปในเพลงได้ ผมอยากเข้าไปทำเรื่องนี้ในวงการเพลงบ้านเรา ไม่ได้แปลว่าผมรู้นะ แต่ผมอยากทำ อยากลอง ถึงจะเป็นฝันที่ลมๆ แล้งๆ เพราะบัดเจ็ตบ้านเรามันน้อยมาก และไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าบ้านเขาก็เถอะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-1024x683.jpg" alt="ค่ายเพลงใหม่ High Cloud Entertainment" class="wp-image-124890" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-1024x683.jpg" alt="F.Hero" class="wp-image-124897" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ก่อนหน้านี้คุณเคยพูดถึงความฝันว่าอยากจะทำเพลงที่มีดนตรีอินเตอร์ แต่เนื้อร้องเป็นภาษาไทย ฟังดูแล้วเหมือนนี่คือสิ่งเดียวกัน</h3>



<p>เพราะอย่างที่บอก ผมรู้สึกว่าตอนนี้ภาษาไม่ใช่กำแพงแล้ว BLACKPINK กับ BTS พิสูจน์ให้เห็นกับตาเลยว่าไม่ใช่อีกต่อไป</p>



<p>บ้านเราเองการมีรายการอย่าง T-POP STAGE ก็ทำให้เห็นเลยว่าทิศทางวงการมันเปลี่ยนไปขนาดไหน เรามีพื้นที่ให้แฟนคลับ มีพื้นที่ให้นายทุนเห็นว่าบ้านเรามีวัฒนธรรมแฟนด้อมที่พร้อมจะสนับสนุน มีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ แม้กระทั่ง Anatomy Rabbit ยังอยู่ในรายการนี้เลย นี่คือสัญญาณที่ดีมากว่าการฟังเพลงกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว T-pop ไม่ใช่แค่วงไอดอลหรือการเต้น สำหรับผม Tilly Birds, Three Man Down หรือ Anatomy Rabbit คือ T-pop อะไรก็ตามที่เป็นแมสของไทยผมนับว่าคือ T-pop หมดเลย อาจจะเดาผิดไปก็ได้ แต่ผมก็เทียบเอาจากมาตรฐานของคำว่า K-pop อย่าง DAY6 ไม่ได้ออกมาเต้น แต่ DAY6 ก็เป็น K-pop เพลงของ DAY6 กับ Three Man Down ก็อาจจะเป็น genre เดียวกัน ผมมองอย่างนั้น และมองว่ามันเป็นเรื่องน่าสนุก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-683x1024.jpg" alt="High Cloud Entertainment และ F.Hero" class="wp-image-124932" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_66.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่ได้มองว่าตอนนี้เป็นขาลงของธุรกิจค่ายเพลง</h3>



<p>ตรงกันข้าม ตอนนี้ทุกคนกำลังกลับมาทำค่ายด้วยซ้ำ มีค่ายใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเยอะมาก เวิร์กพอยต์ทำค่าย XOXO Entertainment, GMM Grammy เริ่มทำ WHITE FOX นอกจากนี้ยังมี Nadao Music, 4NOLOGUE, 411 Music หรือค่ายเพลงอย่าง What The Duck ที่ปีนี้ก็กำลังจะเคลื่อนไหวในการหยิบแนวเพลงอินดี้มาเป็น T-pop ให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเรากำลังไปถูกทางจริงๆ</p>



<p>ช่วงหนึ่งคนอาจจะคิดว่าค่ายไม่สำคัญเพราะมียูทูบ มีสตรีมมิง ปล่อยเพลงเองแล้วจบ แต่ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงจะเป็นศิลปินที่มียอดวิวสูงก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้จริง บางคนยอดวิวสูง มีงานจ้างได้สักพักแล้วก็หายไป เพราะศิลปินเหล่านั้นไม่ได้มีความเข้าใจในการวางแผนกลยุทธ์ทุกเรื่อง ผมไปอยู่กับค่าย What The Duck ได้เห็นการทำงาน เลยรู้ว่าทำไมค่ายเพลงถึงมีความสำคัญ ผมกล้าพูดเลยว่าเขาเป็นค่ายเพลงที่มีทีมเก่งโคตรๆ มีหลังบ้าน มีการวางแผนที่แข็งแรงมาก หรืออย่าง Gene Lab เอง โอมกับหมี (พณิช ฉ่ำวิเศษ) ก็เป็นคนเก่งมาก ฉลาด เขาเข้าใจการทำงานตั้งแต่หนึ่งจนถึงร้อย รู้เลยว่าวงนี้ต้องใช้เวลาแค่ไหน ต้องลงทุนยังไง ตอนไหนถึงควรลุย สองค่ายนี้เขาทำให้ค่ายอื่นๆ เห็นว่า เฮ้ย ถึงเวลาแล้วที่ศิลปินกับค่ายเพลงต้องทำงานร่วมกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-683x1024.jpg" alt="F.Hero กับ High Cloud Entertainment" class="wp-image-124914" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_48.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">การจะพา T-pop ไปถึงฝันให้ได้ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนพยายามทำสิ่งนี้มาก่อน</h3>



<p>จริงอยู่ที่เคยมีคนพยายามแล้วแต่ล้ม ผมเคยนั่งคุยกับคุณฟ้าใหม่ (ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม) คุณฟ้าใหม่ก็บอกว่าที่จริง GMM Grammy ก็เคยพยายามกันแล้วแต่ก็เจ็บ แต่ผมมองว่าตอนนี้การมาถึงของโซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน เรเฟอเรนซ์เปลี่ยน อะไรก็ตามที่ออกที่เกาหลีเรารับพร้อมกับเขาเลย พอเรเฟอเรนซ์เปลี่ยนก็แปลว่าเด็กรุ่นลูกผมกำลังรับทุกอย่างเท่ากับเด็กทั่วโลก ผมจะสอนลูกแรป ลูกยังบอกว่าไม่เอา จะเรียนกับลิซ่าเลย ผมเลยมองว่าเด็กรุ่นนี้มีสิ่งที่อีกสิบปีมันจะเจริญเติบโตได้</p>



<p>สิ่งสำคัญคือเราต้องเปลี่ยนวินัยของศิลปิน เราต้องเข้มงวดมากกว่านี้ถึงจะมีคุณภาพขึ้นมาได้ สองคือเงิน ไม่มีเงินในธุรกิจนี้ไม่ได้ ณ ขณะนี้ที่เราเริ่มบุกมันอาจจะยังกระท่อนกระแท่น เพราะไม่มีการสนับสนุนที่มากพอ ผมถึงพยายามบอกเพื่อนๆ ทุกค่ายว่าเรามาช่วยกันประคับประคองเถอะ มาช่วยเหลือกัน</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราอยากได้เงินทุนและการสนับสนุน การมี T-POP STAGE ผมว่าก็เป็นแนวโน้มที่ดีที่เราจะได้เงินมาหมุนในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น จากนิดๆ มันอาจจะค่อยๆ ขยายไปในอนาคต มันอาจจะเป็นไปไม่ได้ อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ แต่ว่าก็ไม่ผิดที่เราจะฝันใช่ไหม ผมอาจจะเป็นอีกหนึ่งคนที่ล้มเหมือนคนอื่นก่อนหน้านี้ก็ได้ แต่ก็ถือว่าได้รู้แล้ว ได้พยายามแล้วแค่นั้นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-1024x683.jpg" alt="High Clound Entertainment" class="wp-image-124911" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_45.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-1024x683.jpg" alt="F.Hero" class="wp-image-124913" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_47.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ถ้าว่ากันตามตรง การทำค่ายเพลงถือเป็นเรื่องใหม่มากๆ สำหรับคุณ อะไรคือความพิเศษที่ศิลปินจาก High Cloud Entertainment จะได้รับ</h3>



<p>ตอนเริ่มทำผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าค่ายเพลงมันไม่ใช่แค่ทำเพลงเสร็จแล้วก็ปล่อยในยูทูบ แต่ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่หินมาก เชื่อไหม ปล่อยเพลง <em>Sad Movie</em> ไปแล้วผมถึงเพิ่งมารู้ไม่กี่วันนี้เองว่าเราต้องติดแท็กในยูทูบด้วย คนจะได้เห็น</p>



<p>แต่ถ้าถามว่าศิลปินในค่ายจะได้อะไรจากเรากลับไป ถามกลับดีกว่าว่าทำไมผมถึงรู้เรื่อง Gene Lab รู้เรื่อง What The Duck ข้อดีของผมคือมีเพื่อนเยอะ ผมมีพันธมิตรที่ดี ตอนจะตั้งค่ายผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องมีตำแหน่งอะไรบ้าง แต่โอมกับหมีก็สอนเลยว่าตรงนี้ต้องเรียกว่าตำแหน่งนี้ๆ ทุกวันนี้พี่มอย (สามขวัญ ตันสมพงษ์ ผู้บริหารค่าย What The Duck) ก็ยังส่งแรง ส่งคนมาถามไถ่เสมอ เรื่องออนไลน์ผมก็ยังต้องถามเขา เพราะเราไม่รู้อะไรเลย ผมว่าศิลปินจาก High Cloud Entertainment จะได้คอนเนกชั่นตรงนี้แหละ เราจะได้ทุกค่ายมาช่วยกัน</p>



<p>และถึงผมมีค่ายก็จริง แต่ผมไม่ได้มองว่าตัวเองต้องทำงานกับเด็กในค่าย หรือจะพัฒนาแต่ศิลปินเราเท่านั้น ผมเพิ่งเรียกเจเจ (กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม) กับปอร์เช่ (ศิวกร อดุลสุทธิกุล) มาทำงานด้วย โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเขาจะอยู่นาดาวหรือ 4NOLOGUE ผมเชิญเขามาแล้วเอาความรู้เท่าที่ผมมีมาเริ่มเทรนเขา เพราะผมอยากเห็นเขาแรปเก่งขึ้น แรปเปอร์เกาหลีอย่างมิโน WINNER หรือชางบิน Stray Kids เวลาเขาไปรายการ <em>Show Me The Money</em> เขาแรปสู้กับแรปเปอร์จริงๆ ได้นะ เขาโคตรเก่งเลย ผมอยากเห็นอะไรแบบนี้ ผมรู้เรื่องฮิปฮอป คุณรู้เรื่องป๊อป งั้นเราเอามาแลกเปลี่ยนกัน มาร่วมกันพัฒนา โอมรู้เรื่องดนตรีสดมากกว่าผม ส่งบิลลี่ (ณัฐดนัย ชูชาติ สมาชิกวง Tilly Birds) มาช่วยผมหน่อยได้ไหม เดี๋ยวผมไปช่วยค่ายคุณกลับ ผมมองว่ามันคือความหวังสำหรับประเทศเรา<strong> </strong>ถ้าเราไปด้วยกันมันต้องไปได้ไกลแน่ๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-1024x683.jpg" alt="F.Hero กับความฝันใหม่ ที่อยากจะมุ่งมั่นตั้งใจทำ High Clound Entertainment" class="wp-image-124918" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_52.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เหมือนกำลังทำโรงเรียนมากกว่าค่ายเพลง</h3>



<p>และเช่นเดียวกัน เราก็เป็นนักเรียนด้วย&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้เวลาจะทำเพลง น้องๆ เขาไม่ได้มาปรึกษาผมนะ กลายเป็นเราซะอีกที่ต้องปรึกษาเด็ก เราไม่ทันแล้ว ถ้าเป็นเรื่องเพลงผมต้องปรึกษานีโน่ (เกริก ชาญกว้าง <a href="https://adaymagazine.com/nino93flow/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โปรดิวเซอร์เจ้าของชื่อ Prod. by NINO</a>) ปรึกษาครูแอ้ม (อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์) มากกว่าที่น้องๆ จะมาปรึกษาผม ผมเคาะได้เป็นบางจุดแค่นั้น ถ้าเป็นเรื่องที่ว่าจะทำเพลงยังไง ทำเพลงแบบไหน น้องๆ เขาเป็นครูเรา</p>



<p>ทุกวันนี้ถ้าอยากตามโลกให้ทันเราต้องยอมรับว่าวันนี้เราตามไม่ทันแล้ว เด็กเกิดใหม่ทุกวัน และเด็กเก่งขึ้นทุกวัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่คลื่นลูกใหม่ต้องแรงกว่าคลื่นลูกเก่า เราแค่ต้องยอมรับแล้วโต้บนคลื่นนี้ให้ได้ ซึ่งข้อดีของผมคือผมมองตัวเองเป็นน้ำ อยู่ตรงไหนก็ได้ ปรับเปลี่ยนได้ หรือแม้กระทั่งค่าย High Cloud ทำไมต้องเป็นเมฆ เพราะผมมองว่าเมฆมันไม่จำกัดรูปทรง คนอื่นอาจจะมองเราเป็นอย่างอื่นก็ได้ เราสามารถเป็นได้ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่คุณจะมองเรา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-1024x683.jpg" alt="F.Hero" class="wp-image-124886" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ทั้งๆ ที่ปกติคนอายุสามสิบปลายๆ อย่างคุณน่าจะถึงวัยที่ต้องเริ่มหาคอมฟอร์ตโซน กลัวการเปลี่ยนแปลง ทำไมถึงยังมีพลัง และกล้าทำสิ่งใหม่ๆ</h3>



<p>เพราะผมยังไม่แก่ไง (หัวเราะ) ตอนนี้มันยังมีแรงและยังสนุกอยู่ ผมสตาร์ทวัยทำงานช้าด้วยมั้ง เอาเวลาไปสำมะเลเทเมาสิบกว่าปี เพิ่งมาเริ่มทำงานจริงๆ จังๆ ตอนที่มีชูใจ (ลูกสาว) นี่เอง พอจะมาล้มเอาตอนแก่เราก็รู้แล้วว่ากระดูกกระเดี้ยวเราจะไม่สามารถล้มได้เท่ากับตอนหนุ่มๆ แล้วนะ รู้แล้วว่าล้มท่าไหนมันถึงจะเจ็บน้อยกว่า คิดว่าเอาวะ ช่วงโค้งสุดท้าย 10-20 ปีในการทำงาน ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งก็เอาให้สุดแล้วกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-683x1024.jpg" alt="F.Hero กับความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำค่ายเพลง" class="wp-image-124882" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_16.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ได้ยินมาว่าคุณมีความฝันว่าแก่ไปจะทำค่ายเพลงฮิปฮอปที่ชื่อ solid ground ทั้งๆ ที่มีความคิดว่าอยากทำอะไรต้องใส่ให้สุด ใส่ให้เต็ม ทำไมถึงไม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เลย</h3>



<p>ยังทำไม่ได้</p>



<p>รู้จักหว่อง การ์-ไว ใช่ไหม หว่องเคยทำ <em>มังกรหยก</em> ภาคอาร์ต ทำๆ ไปปรากฏว่าเงินไม่พอ ทุนหมด เขาเลยใช้วิธีการเอานักแสดงชุดเดิมมาเล่น <em>มังกรหยก</em> เหมือนกัน แต่ทำเป็น <em>มังกรหยก</em> ภาคตลก ทำเงินช่วงตรุษจีนได้เยอะมาก แมสสุดๆ เขาเลยมีเงินกลับมาทำ <em>มังกรหยก</em> ภาคอาร์ต</p>



<p>ผมมองว่าสองอย่างนี้ต้องหล่อเลี้ยงกัน ทำไมอัลบั้มผมฝั่งหนึ่งถึงทำเป็นอาร์ต อีกฝั่งถึงทำแบบขายๆ ทำ <em>เสือสิ้นลาย</em> เพราะผมต้องเอาเงินจากเพลงพวกนั้นมาโปะรายได้ฝั่งอาร์ตที่มันไม่ทำเงิน ผมถึงต้องทำค่าย High Cloud ทำอะไรเพื่อการค้าก่อน รอวันที่ค่ายมีผลกำไร เราถึงเอาผลกำไรนั้นมาโปะฝั่งศิลปะของเราอีกที มันมีแผนของมัน คอนเซปต์ที่เราอยากทำคือฟ้ากับดิน แต่ก่อนที่จะทำได้ก็ต้องรอฝนจากข้างบนมาหล่อเลี้ยง รอให้ฝนตกลงมาให้ดินพร้อมเพาะปลูกอะไรสักหน่อย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124905" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-1024x683.jpg" alt="กอล์ฟ กับ ค่ายเพลงใหม่" class="wp-image-124900" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ต้องทำยังไงถึงจะรักษาแพสชั่นไว้ จุดไฟใหม่ขึ้นมาได้เรื่อยๆ อย่างคุณ</h3>



<p>จริงๆ แล้วผมอยู่ในวงการนี้มา 16-17 ปี ผมเพิ่งมีอัลบั้มแรกเองนะ&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้านี้ผมบอกทุกคนมาตลอดว่าแพสชั่นของผมคือการทำอัลบั้มเพื่อให้ได้สีสัน อะวอร์ดส์ พูดอย่างนี้กับทุกคน ตอนทำอัลบั้มแรกเสร็จยังคิดเลยว่ามันจะทำได้เหรอวะ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเราทำได้ ผมได้สีสัน อะวอร์ดส์ ได้ทุกรางวัลที่อยากได้ ได้ครบหมดแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนั้นคือผมหมดแพสชั่นในการทำอัลบั้มที่สอง เพราะสิ่งที่เราไล่ตามมาตลอดมันได้หมดแล้วทุกอย่าง รางวัลศิลปินชายเดี่ยวจากสีสัน อะวอร์ดส์ เป็นเสมือนปลายยอดของผมแล้ว หลังจากฝืนทำอัลบั้มไปสักพักเราก็รู้แล้วว่ามันจะทำออกมาได้ไม่ดี เพราะข้างในเรายังอิ่มกับอัลบั้มแรกอยู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจหยุดทำ</p>



<p>ผมมองว่าแพสชั่นก็เป็นเหมือนการปลูกพืชหมุนเวียน เพิ่งเก็บเกี่ยวอันนี้ไป ถ้างั้นก็อย่าเพิ่งเลย หน้าดินยังไม่พร้อม ไปทำอย่างอื่นก่อนดีกว่า อะไรบ้างล่ะที่เรายังไม่เคยทำ ประสบความสำเร็จทางธุรกิจไง เฮ้ย เพิ่งค้นพบว่าเรามีแพสชั่นทางธุรกิจซ่อนอยู่ว่ะ ช่วงนั้นผมเลยลุยทำธุรกิจหลายอย่าง ทำให้มันล้มเยอะๆ จะได้รู้เยอะๆ แก้ปัญหาบ่อยๆ เราก็จะค่อยๆ เก่งขึ้นมา แล้วถ้าไปถึงยอดธุรกิจเมื่อไหร่ผมก็อาจจะกลับไปทำอัลบั้มที่สองก็ได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-1024x683.jpg" alt="F.Hero" class="wp-image-124929" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_63.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ณ วันที่คุณได้รางวัลที่เป็นเสมือนยอดสูงสุดของอาชีพ คุณรู้สึกอะไรในใจ</h3>



<p>รู้สึกว่าผมต้องไปต่อ มันไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันเป็นเหมือนหลักไมล์ว่าเรามาถึงแล้ว เป็นหลักพิสูจน์ว่า เฮ้ย กูทำได้ว่ะ กูไม่ใช่คนกระจอกนะเนี่ย และถ้ากูทำสิ่งที่กูฝันมาตลอดชีวิตได้ ก็แปลว่าสิ่งอื่นกูก็ต้องทำได้สิวะ มันแปลว่าอะไรก็ตามที่เราทุ่มเทมากพอ เราจะทำได้ ก็เลยลองหันไปทำธุรกิจดู บอกเลยว่าวันนี้ผมยังกระจอกมาก แต่ไม่เกิน 5 ปีผมจะเก่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">เป็นคนเชื่อในเรื่องความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น</h3>



<p>ขึ้นอยู่กับเรื่องด้วย พยายามแล้วไม่ถูกที่ถูกเวลา ความพยายามก็สูญเปล่า มีหลายเรื่องเหมือนกันที่ลองพยายามแล้วเลิกดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกที่ถูกเวลา ไม่ใช่ที่ของมัน พยายามทำอะไรในสิ่งที่ไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัจจัย ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124926" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_60.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เรามองว่าศิลปินเองก็เป็นแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะสำเร็จในเส้นทางนี้ ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของค่าย จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้ยังไง</h3>



<p>ต้องย้อนกลับไปถามว่าความสำเร็จของเขาคืออะไร เพราะมันมีหลายเลเวลมาก ขึ้นอยู่กับใจใครใจมัน บางคนปล่อยเพลงในยูทูบ มีคนดูร้อยวิวก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วก็มี&nbsp;</p>



<p>ผมมองว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่มีอะไรไม่เสี่ยง หรือแม้กระทั่งคนที่สำเร็จ ณ ขณะนี้ ที่ผ่านมามันก็มาจากความเสี่ยง บอกตรงๆ ว่าตอนนี้มันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรมารับรองว่าใครจะประสบความสำเร็จ มีหลักอยู่แหละ ลงเพลงตอนนี้จะได้ยอดวิวประมาณนี้ แต่สุดท้ายมันไม่มีอะไรที่จะมาการันตีว่าคุณจะดัง จะประสบความสำเร็จในเชิงแมสแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมจะบอกทุกคนเลยว่าเราประมาณการณ์อย่างนี้ ผมให้สิทธิศิลปินเต็มที่ในการตัดสินใจ ถ้าพร้อมก็เซ็นสัญญากัน ยอดวิวเราอาจจะไม่สูงแต่เรามีคอนเนกชั่นให้ ให้เขาตัดสินใจเองว่าอยากจะเสี่ยงไปด้วยกันไหม สุดท้ายมันก็คือการเสี่ยงร่วมกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-1024x683.jpg" alt="F.Hero กับค่ายเพลง T-Pop " class="wp-image-124888" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124887" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">หลังจากเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวเองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง อะไรคือความเชื่อที่คุณยังยึดถือไว้ขณะทำงานโดยไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย</h3>



<p>ผมยังสนุกกับการเจอเรื่องใหม่ๆ ทุกวัน ยังสนุกกับการที่วันหนึ่งจะได้เจอ Txrbo ได้เจอ QLER ได้ฟัง Tilly Birds แล้วรู้สึกว่าเพลงเขาเจ๋งมาก ยังสนุกกับเรื่องใหม่ๆ อย่างนี้ทุกวัน ยังพยายามคุยกับเด็กอยู่ตลอด เวลาเจอ SPRITE เจอ OG BOBBY ผมจะรู้สึกว่า โห เด็กพวกนี้มันเก่งจัง ผมอยากเรียนรู้จากพวกเขา อย่างที่บอกไป เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามองว่าเราเป็นรุ่นใหญ่ เราจะตายเร็ว ผมจึงต้องเรียนรู้สิ่งที่ยังไม่รู้จากพวกเขา</p>



<p>ผมถือว่าครูของผมคือการล้มมาตลอด ถ้ามีคนเตือนว่าอย่าทำ มึงจะเจ็บ ผมจะทำ เพราะผมจะเจ็บเพื่อที่จะได้รู้ รู้แล้วว่าถ้าล้มท่านี้มีวิธีการป้องกันได้อย่างนี้ ตอนทำอัลบั้มผมลองเลย ล้มก็ล้ม ทำธุรกิจผมทำเลย ถ้าล้มเดี๋ยวรู้</p>



<p>ล้มแล้วสิ่งสำคัญคือต้องรีบลุก รีบแก้ ผมเล่นคอนเสิร์ต ขึ้นโชว์กับเฮียโจ้มาตลอดสิบกว่าปี ไม่เคยมีโชว์เป็นของตัวเอง ผมเลยใช้วิธีการไปเล่นให้ฟรีแล้วปรับกันทุกโชว์ว่าต้องทำยังไง ทำอย่างนั้นจนสามารถโชว์ได้ นี่เป็นวิธีเดียวกันเลยคือไม่ลองเราก็ไม่รู้ เรากล้าล้มในทุกเรื่อง เรื่องการทำเพลง เรื่องธุรกิจ เรื่องการใช้ชีวิต เพราะความผิดพลาดทั้งหลายมันจะเป็นครูที่ดีที่สุด แต่เราก็ต้องลุก จำ และนำไปแก้ไขด้วย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-1024x683.jpg" alt="F.Hero เจ้าของค่าย High Cloud Entertainment" class="wp-image-124896" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-124893" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/กอล์ฟ-F.Hero_27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ถ้าให้ศิลปินรุ่นใหญ่ที่ใจยังเป็นรุ่นใหม่แบบคุณสรุปบทเรียนให้ศิลปินรุ่นใหม่ฟัง คิดว่าเขาเหล่านั้นควรต้องรู้อะไร</h3>



<p>อย่าเรียกว่าบทเรียนเลย ไม่กล้าใช้คำนั้น เรียกว่าแชร์ประสบการณ์ดีกว่า</p>



<p>ผมมองว่ามันไม่มีความสำเร็จอะไรอยู่ไปตลอด และมันก็ไม่มีความไม่สำเร็จอะไรอยู่ไปตลอด แพ้ก็ไม่ได้แพ้ไปตลอด ชนะก็ไม่ได้ชนะไปตลอดกาล เรื่องนี้ขอให้จำเอาไว้ ณ ขณะนี้ ปีนี้ มันอาจจะเป็นปีที่วงนี้ดังมากๆ เวลาผ่านไปอีก 5 ปีอาจจะไม่ใช่แล้ว ดังมากๆ ไม่สำคัญเท่าการยืนระยะเป็นตำนานให้ยาวที่สุด นั่นคือของจริงที่อยากให้มองไว้ว่าเป็นจุดหมายที่อยากไปให้ถึง&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่การมองว่ากูจะต้องได้ 2 ล้านวิวภายในสองปีนี้ แต่อยากให้เขามองไปถึงอะไรก็ตามที่ต่อให้วันหนึ่งจะไม่มียูทูบแล้ว เขาก็จะยังยืนอยู่ตรงนั้นในวงการนี้ได้</p>



<p></p>



<p></p>



<p>ขอบคุณสถานที่ : สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/highcloud-entertainment/">‘แม้จะล้ม แต่ไม่ผิดใช่ไหมที่เราจะฝัน’ High Cloud ค่ายเพลงของ F.HERO ที่อยากพาเพลงไทยไปบิลบอร์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“การได้รักและถูกรักมันโคตรสำคัญ” Pink Sweat$ ศิลปินที่ทำเพลงรักติดท็อปชาร์ตตั้งแต่อัลบั้มแรก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pink-sweat-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2021 12:55:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Crush]]></category>
		<category><![CDATA[SEVENTEEN]]></category>
		<category><![CDATA[PINK PLANET]]></category>
		<category><![CDATA[Pink Sweat$]]></category>
		<category><![CDATA[David Bowen]]></category>
		<category><![CDATA[Honesty]]></category>
		<category><![CDATA[17]]></category>
		<category><![CDATA[At My Worst]]></category>
		<category><![CDATA[Joshua]]></category>
		<category><![CDATA[DK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=122617</guid>

					<description><![CDATA[<p>Pink Sweat ก่อนหน้านี้เราคงจินตนาการไม่ออกว่าคนที่เกิดในครอบครัวเคร่งศาสนาในเมืองฟิลาเดลเฟีย เติบโตมากับเสียงดนตรีในโบสถ์ และพ่อแม่ไม่อนุญาตให้เมโลดี้ใดๆ ในเพลงร่วมสมัยเล็ดลอดเข้ามาในบ้าน จะทำเพลงอาร์แอนด์บีโด่งดังระดับทะยานขึ้นท็อป 10 บนชาร์ตอเมริกาตั้งแต่เดบิวต์อัลบั้มแรกได้ยังไง Pink Sweat แต่เมื่อได้ฟัง Honesty ซิงเกิลจาก​ Volume 1 EP EP แรกของ Pink Sweat$ ที่ปล่อยออกมาในปี 2018 เราก็พอเดาเหตุผลออก เสียงร้องนุ่มๆ คลอเคล้าไปกับเสียงกีตาร์ รายละเอียดเพลงแบบมินิมอลแต่เฉียบขาดตั้งแต่ฟังครั้งแรก ทำให้หลายคนชื่นชอบจนขึ้นไปติดชาร์ตเพลงหลายแห่งในอเมริกาทันที จนถึงตอนนี้ยอดสตรีมมิงใน Spotify ของ Honesty พุ่งสูงถึง 206 ล้านครั้ง ทำให้โปรดิวเซอร์ชื่อ David Bowden กลายเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค ในนาม Pink Sweat$ ชื่อที่มีที่มาจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งจำชื่อจริงเขาไม่ได้ จำได้แค่ว่าเขาใส่กางเกงสีชมพูเลยเรียกแบบนั้น หลังจากประสบความสำเร็จใน EP แรก เขาก็ปล่อย EP สองอย่าง Volume 2 EP ตามมาในปี 2019 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pink-sweat-interview/">“การได้รักและถูกรักมันโคตรสำคัญ” Pink Sweat$ ศิลปินที่ทำเพลงรักติดท็อปชาร์ตตั้งแต่อัลบั้มแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none; ">Pink Sweat</span></p>


<p>ก่อนหน้านี้เราคงจินตนาการไม่ออกว่าคนที่เกิดในครอบครัวเคร่งศาสนาในเมืองฟิลาเดลเฟีย เติบโตมากับเสียงดนตรีในโบสถ์ และพ่อแม่ไม่อนุญาตให้เมโลดี้ใดๆ ในเพลงร่วมสมัยเล็ดลอดเข้ามาในบ้าน จะทำเพลงอาร์แอนด์บีโด่งดังระดับทะยานขึ้นท็อป 10 บนชาร์ตอเมริกาตั้งแต่เดบิวต์อัลบั้มแรกได้ยังไง</p>


<p><span style="display: none; ">Pink Sweat</span></p>


<p>แต่เมื่อได้ฟัง <em>Honesty</em> ซิงเกิลจาก​ <em>Volume 1 EP</em> EP แรกของ <strong>Pink Sweat$</strong> ที่ปล่อยออกมาในปี 2018 เราก็พอเดาเหตุผลออก</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Pink Sweat$ - Honesty [Official Music Video]" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/-Y9VtoPvtuM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>เสียงร้องนุ่มๆ คลอเคล้าไปกับเสียงกีตาร์ รายละเอียดเพลงแบบมินิมอลแต่เฉียบขาดตั้งแต่ฟังครั้งแรก ทำให้หลายคนชื่นชอบจนขึ้นไปติดชาร์ตเพลงหลายแห่งในอเมริกาทันที จนถึงตอนนี้ยอดสตรีมมิงใน Spotify ของ <em>Honesty</em> พุ่งสูงถึง 206 ล้านครั้ง ทำให้โปรดิวเซอร์ชื่อ <strong>David Bowden</strong> กลายเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งแห่งยุค ในนาม Pink Sweat$ ชื่อที่มีที่มาจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งจำชื่อจริงเขาไม่ได้ จำได้แค่ว่าเขาใส่กางเกงสีชมพูเลยเรียกแบบนั้น</p>



<p>หลังจากประสบความสำเร็จใน EP แรก เขาก็ปล่อย EP สองอย่าง <em>Volume 2 EP</em> ตามมาในปี 2019 และไม่ถึงปีหลังจากนั้น Pink Sweat$ ก็ประกาศว่าจะปล่อย <em>The Prelude</em> พรีอัลบั้มเรียกน้ำย่อยก่อนอัลบั้มจริง โดยบรรจุเพลงรักสบายหูอย่าง <em>17</em> และ <em>At My Worst</em> ที่ฮิตติดชาร์ตสตรีมมิงมิวสิกอย่าง Apple Music, Spotify และ Billboard Hot R&amp;B Songs ทันทีหลังปล่อยเพลง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-683x1024.jpg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122688" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-2.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>เขายังมีโอกาสได้ร่วมทำเพลงกับศิลปินหลายคน ที่พิเศษเลยคือการบินข้ามทวีปมาคอลแล็บกับ Joshua และ DK จากวง SEVENTEEN ในเพลง <em>17</em> และชวนศิลปินอาร์แอนด์บีชื่อดังจากเกาหลีอย่าง Crush มาร่วมทำซิงเกิลพิเศษอย่าง <em>I Wanna Be Yours</em>&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่แค่เสียงแนวอาร์แอนด์บีและดนตรีอะคูสติกที่ทำให้ Pink Sweat$ มีแฟนเพลงติดตามผลงานทั่วโลก แต่เนื้อหาเพลงสะท้อนมุมมองความรักของเขาก็ถูกอกถูกใจนักรักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเพลง <em>17</em> ที่แฟนๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเอาไปเปิดในงานแต่งงานตัวเอง หรือเพลง <em>At My Worst</em> ที่หลายคนออกปากชมว่าศิลปินวัย 29 คนนี้แต่งเนื้อเพลงได้ลึกซึ้งจนฟังแล้วกลับมาเชื่อในรักแท้อีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="696" height="441" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-14.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122664" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-14.jpeg 696w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-14-300x190.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-14-600x380.jpeg 600w" sizes="(max-width: 696px) 100vw, 696px" /></figure></div>



<p>พูดแค่นี้ก็การันตีถึงคุณภาพผลงานของเขาได้ไม่ยาก และราวกับว่า Pink Sweat$ ไม่เคยเบื่อการเซอร์ไพรส์แฟนๆ เพราะในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศิลปินผู้เกิดในวันแห่งความรักคนนี้ก็ปล่อย <em>PINK PLANET</em> อัลบั้มเต็มซึ่งเขาอธิบายให้เราฟังในวันที่คุยกันผ่านโปรแกรม Zoom ว่ามันคือการสร้างโลกสีชมพูที่ส่งต่อความรักให้กับทุกคน&nbsp;</p>



<p>แม้จะยังยืนยันไม่ได้ว่ารักแท้มีจริงหรือไม่ แต่เราเชื่อว่าไม่มากก็น้อยโลกนี้ยังต้องการความรักอยู่ และ Pink Sweat$ ก็อยากจะส่งต่อสิ่งเหล่านั้นให้กับทุกคนในเวลานี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="554" height="554" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122665" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8.jpeg 554w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-8-96x96.jpeg 96w" sizes="(max-width: 554px) 100vw, 554px" /></figure></div>



<h1 class="wp-block-heading">จากเด็กที่โตมากับเพลงคริสเตียนสู่ศิลปินอาร์แอนด์บีเจ้าของเพลงท็อปชาร์ต</h1>



<p>หลายครั้งที่ Pink Sweat$ ออกสื่อ เขามักเล่าถึงการเติบโตในครอบครัวเคร่งศาสนาในเมืองฟิลาเดลเฟีย เขาเป็นมือกลองในโบสถ์แบบพ่อตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ชีวิตจึงโอบล้อมด้วยเสียงเพลงจากโบสถ์ ไม่เคยได้ฟังเพลงป๊อปหรือเพลงร่วมสมัยเลย หลายคนเลยสงสัยว่าแล้วเขาสามารถทำเพลงเพราะๆ ครองใจคนได้ยังไง</p>



<p>“มันไม่ได้มีเคล็ดลับอะไร ผมเขียนสิ่งที่ผมรู้สึกลงไป แบบ ‘I need somebody who can love me at my worst.’ หรือในเพลง <em>Honesty</em> ก็ ‘Cause I want you.’” เขาหยิบเพลงฮิตของตัวเองมาร้องให้ฟังเพื่อเป็นการยกตัวอย่างหลังจากเราถามถึงกลเม็ดเคล็ดลับการทำเพลงของเขา</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Pink Sweat$ - 17 [Official Music Video]" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/DCDw0cU8jbA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>อาจจะฟังดูง่ายกับการที่ศิลปินบอกว่าคิดอะไรก็ใส่เข้าไปในเพลง แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำแบบนั้นได้ ยิ่งคนที่ไม่ได้เรียนหรือศึกษาการทำเพลงมาโดยตรงก็น่าจะเป็นเรื่องยากไม่น้อย เขาเคยเล่าไว้ในพ็อดแคสต์รายการ <em><a href="https://www.youtube.com/watch?v=Rq3VgrkXJHI" target="_blank" rel="noreferrer noopener">K-Pop Daebak</a></em> ด้วยว่าช่วงแรกๆ แทบไม่รู้จักโครงสร้างของเพลงเลย ไม่รู้ว่าฮุกคืออะไร เวิร์สต่อไปควรเป็นยังไง จนโปรดิวเซอร์บอกว่าเขาเป็นศิลปินที่ไม่รู้จักเทคนิคเพลงอะไรสักอย่าง ซึ่งเขาก็ยอมรับอย่างนั้น แต่ในใจลึกๆ ก็เชื่อว่าความรู้สึกข้างในมันสำคัญกว่าเรื่องเทคนิคเสมอ&nbsp;</p>



<p>นิตยสารและสื่อดนตรีหลายสำนักวิเคราะห์ว่าเพลงของศิลปินจากฟิลาเดลเฟียคนนี้แทบไม่เหมือนกับเพลงฮิตอื่นๆ ของชาร์ตอาร์แอนด์บีในตลาดอเมริกาเท่าไหร่ นับตั้งแต่ปี 2016-2017 ที่เพลง <em>Long Song Away</em> ของ Kevin Ross, <em>Before I Do</em> ของ Sevyn Streeter และ <em>Best Part </em>ของ Daniel Caesar ถูกปล่อยออกมา ก็แทบจะไม่มีเพลงไหนที่ใช้ดนตรีน้อยๆ แล้วปล่อยให้เสียงร้องได้มีบทบาทเด่นอีกเลย จนกระทั่ง Pink Sweat$ เข้ามาในวงการเพลงอาร์แอนด์บีก็มีความหลากหลายขึ้นทันที บางสำนักนิยามว่าเพลงของเขาเป็นดนตรีแบบร่วมสมัยแต่วิธีการร้องและเสียงของเขาเป็นสไตล์อาร์แอนด์บียุคเก่า หากรวมกันแล้วลงตัวเป็นที่สุด</p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Pink Sweat$ - At My Worst (Official Video)" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/8CEJoCr_9UI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>อันที่จริงเจ้าตัวเองเคยบอกกับนิตยสาร <em><a href="https://www.rollingstone.com/music/music-features/pink-sweat-honesty-interview-808014/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Rolling Stone</a></em> ไว้ว่า ‘ผมไม่ได้พยายามจะแตกต่าง แต่ผมน่ะแตกต่าง’ เพราะ Pink Sweat$ ไม่ใช่ศิลปินแนวที่จะพูดเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ดูถูกผู้หญิง ไม่คิดจะตัดทรงผมแฟนซีๆ แต่เขาเลือกใส่ชุดสีชมพูซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะเห็นได้บ่อยในวงการเพลงอาร์แอนด์บีของอเมริกาสักเท่าไหร่</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="744" height="412" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-2.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122670" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-2.jpeg 744w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-2-300x166.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-2-600x332.jpeg 600w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Pink Sweat$ กับโลกสีชมพูที่สร้างไว้ในอัลบั้ม <em>PINK PLANET</em></strong></h3>



<p>หลังจากที่ Pink Sweat$ แอบปล่อยบางเพลงเป็นน้ำจิ้มในพรีอัลบั้ม <em>The Prelude</em> มาแล้ว ในที่สุดแฟนๆ ก็ได้ฟังอัลบั้มแรกในชีวิตของเขาซึ่งปล่อยก่อนวันเกิดเขาแค่ 2 วัน&nbsp;</p>



<p>“อัลบั้ม <em>PINK PLANET</em> เกี่ยวกับการจินตนาการถึงโลกอันสวยงามที่เป็นพื้นที่ให้คุณได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้มอบความรู้สึกสดชื่นเหมือนการหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไป” เขาตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้นหลังจากที่เราถามถึงคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้</p>



<p>“ผมอยากแชร์ความรู้สึกในใจ มุมมอง ความกล้าหาญในการทำเพลง และพลังของผมให้กับทุกคน” เขาเสริมจุดมุ่งหมายของตัวเองในการทำอัลบั้มนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="783" height="391" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-6.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122672" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-6.jpeg 783w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-6-300x150.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-6-768x384.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-6-600x300.jpeg 600w" sizes="(max-width: 783px) 100vw, 783px" /></figure></div>



<p>อัลบั้ม <em>PINK PLANET</em> ประกอบไปด้วย 18 แทร็ก รวมเพลงที่เขาเคยปล่อยไปก่อนหน้านี้แล้ว 7 เพลงคือ <em>Give It To Me</em>, <em>Icy</em>, <em>Not Alright</em>, <em>At My Worst</em>, <em>17</em>,&nbsp; <em>Lows</em> และ <em>Honesty</em> เนื้อหาส่วนใหญ่ว่าด้วยเรื่องความรัก แต่ไม่ใช่แค่โลกของหนุ่มสาวเท่านั้น เพราะมันประกอบไปด้วยเรื่องราวของเขา คนรัก ประเด็นสังคมอย่าง Black Lives Matter และครอบครัว</p>



<p>“ยกตัวอย่างเพลง <em>PINK FAMILY</em> ที่ผมเอาทั้งครอบครัวมาร้องเพลงนี้ด้วยกัน และชวนเพื่อนสนิทมาแรปแบบเจ๋งๆ” เขาพูดถึงเพลงที่ว่าด้วยครอบครัว ซึ่งอาจทำให้หลายคนแปลกใจไม่น้อยว่าทำไมเขาถึงชวนทั้งครอบครัวที่ไม่อนุญาตให้เขาฟังเพลงอื่นนอกจากเพลงในโบสถ์มาร้องเพลงอาร์แอนด์บีร่วมสมัยด้วยกัน แต่เขาเคยบอกกับ Eric Nam ในรายการ <em>K-Pop Daebak</em> ว่าหลังจากประสบความสำเร็จ ครอบครัวก็เข้าใจในสิ่งที่เขาทำมากขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-683x1024.jpg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122673" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/Pink-PinkPlanet-JimmyFontaine-3.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“คุณรู้ใช่ไหมว่าเวลาคนที่ประสบความสำเร็จเขามักจะแยกตัวออกจากครอบครัวไปทำนู่นทำนี่ ผมอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีคำว่าใหญ่เกินไปสำหรับครอบครัว และผมอยากแสดงให้เห็นความรักใคร่กลมเกลียวภายในครอบครัว เพราะผมว่าสุดท้ายแล้วนี่คือสิ่งที่ทุกคนเหลืออยู่ ครอบครัวคือสิ่งสำคัญของผม ผมเลยอยากมอบเพลงนี้ให้พวกเขา” เขาบอกกับเราด้วยรอยยิ้ม อันที่จริงถ้าลองกดฟัง <em>PINK FAMILY</em> คุณอาจรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแบบเพลงในโบสถ์จากการร้องประสานเสียงซึ่งผสมกับโฟลวแรปที่สอดคล้องไปกับดนตรีร่วมสมัยอย่างชัดเจน</p>



<p>อีกเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ <em>Not Alright</em> ที่เขาตั้งใจใส่ประสบการณ์การเป็นคนผิวดำในสังคมอเมริกาลงไป เขาเคยบอกไว้ใน<a href="https://www.instagram.com/pinksweats/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อินสตาแกรมส่วนตัว</a>ว่าตั้งใจจะเก็บเพลงนี้ไว้ปล่อยพร้อมอัลบั้มเต็ม แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ Black Lives Matter ในปีที่ผ่านมาเขาเลยใส่เข้ามาใน <em>The Prelude</em> ด้วยความหวังว่าเขาจะสามารถใช้แพลตฟอร์มของตัวเองสื่อสารในสิ่งที่ดีได้ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความกลมเกลียว และสิ่งที่เขาเชื่อ เพื่อบอกว่าแม้เวลานี้จะมีความรู้สึกที่ไม่โอเค แต่ทุกคนไม่ได้สู้อย่างโดดเดี่ยว และเขาก็อยากมอบความรักให้กับทุกคน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="678" height="452" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15.jpeg 678w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-15-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 678px) 100vw, 678px" /></figure></div>



<p>ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเกิดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์และชอบใส่ชุดสีชมพูจนเป็นที่มาของชื่อ Pink Sweat$ หรือเปล่า ถึงทำให้เขาเลือกที่จะแสดงออกในทุกเรื่องด้วยความรักผ่านเพลงรักในทุกๆ ความสัมพันธ์ โดยเฉพาะความรักของคู่รัก</p>



<p>“คนเราต้องการความรัก มันเป็นความต้องการของมนุษย์ที่จะถูกรัก และการที่เรารักใครสักคนมันก็ทำให้รู้สึกดีเช่นกัน ผมว่ามันโคตรสำคัญ เพราะถ้าเราไม่รู้จักรัก เราจะเป็นคนประเภทไหนล่ะ” เขาตอบทันทีหลังจากที่เราถามว่าการส่งต่อความรักสำคัญยังไงในช่วงเวลานี้</p>



<p>“อัลบั้มนี้ต้องการสื่อสารถึงความรักนี่แหละ ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าความรักคือความเข้าใจ ความอดทน และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ความรักนั้นเพอร์เฟกต์ แต่บางทีคนจะชอบคิดแค่ว่ามันคือการพูดง่ายๆ ว่าฉันรักคุณนะ แต่ความจริงทุกคนต้องผ่านบททดสอบและความยากลำบากทุกวันเวลาที่รักใครสักคน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="452" height="678" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-1.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-1.jpeg 452w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-1-200x300.jpeg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-1-210x315.jpeg 210w" sizes="(max-width: 452px) 100vw, 452px" /></figure></div>



<p>ขณะฟังเรื่องราวที่เขาพูดทำให้เรานึกถึงหลายเพลงที่เขาแต่งทันที โดยเฉพาะเพลงที่พูดถึงศรัทธาในความรักซึ่งทำให้แฟนๆ บางคนกลับไปเชื่อในรักแท้อีกครั้ง เราจึงขอหยิบเรื่องนี้ไปถามศิลปินวัย 29 ปีบ้างว่าเขาเชื่อในรักแท้ไหม</p>



<p>“ผมเชื่อในรักแท้ ยิ่งโตก็ยิ่งเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง และผมอยากมีความสัมพันธ์แบบนั้น” เขาตอบอย่างเรียบง่าย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="677" height="453" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3.jpeg" alt="Pink Sweat$" class="wp-image-122681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3.jpeg 677w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3-300x201.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3-600x401.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/images-3-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 677px) 100vw, 677px" /></figure></div>



<p>&nbsp;ก่อนจะบอกลากันผ่าน Zoom เราแอบทิ้งท้ายถามเขาเล่นๆ ด้วยว่า ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้ใส่กางเกงสีชมพูและเพื่อนร่วมงานจำชื่อเขาไม่ได้จนต้องเรียกว่า Pink Sweat$ เขาจะใช้ชื่อตัวเองในวงการดนตรีนี้ว่าอะไร</p>



<p>“คุณคิดว่าจะเป็นอะไรดี?” เขาถามไอเดียจากเราก่อนจะนิ่งคิดนาน</p>



<p>“น่าจะเป็นคิวปิดมั้ง” เขาหัวเราะให้กับคำตอบ และเราคิดว่ามันเป็นชื่อที่เข้ากับเขาไม่น้อย เพราะ Pink Sweat$ อาจจะได้รับมอบหมายจากใครสักคนให้เป็นคนมอบความรักให้โลกใบนี้ผ่านเสียงดนตรีก็ได้</p>



<p>ถ้าไม่เชื่อ คุณลองเข้าไปสัมผัสใน <em>PINK PLANET</em> ของเขาดูสิ&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pink-sweat-interview/">“การได้รักและถูกรักมันโคตรสำคัญ” Pink Sweat$ ศิลปินที่ทำเพลงรักติดท็อปชาร์ตตั้งแต่อัลบั้มแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่มีเพลงรักถ้าไม่มีคุณ” คุยกับ HONNE เรื่องอัลบั้มใหม่และการใช้เพลงฟีลกู้ดเปลี่ยนโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/honne/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Aug 2020 10:45:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Location Unknown]]></category>
		<category><![CDATA[Day 1]]></category>
		<category><![CDATA[James Hatcher]]></category>
		<category><![CDATA[Andy Clutterbuck]]></category>
		<category><![CDATA[HONNE]]></category>
		<category><![CDATA[Coastal Love]]></category>
		<category><![CDATA[Someone That Loves You]]></category>
		<category><![CDATA[Good Together]]></category>
		<category><![CDATA[Love Me / Love Me Not]]></category>
		<category><![CDATA[Me & You]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104925</guid>

					<description><![CDATA[<p>Honne หลายครั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้า มีเพลงไม่กี่เพลงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เยียวยาและเติมพลังอีกครั้ง เหมือนนักวิ่งมาราธอนได้น้ำสะอาด เหมือนมือถือแบตใกล้หมดได้ชาร์จ เหมือนอ้อมกอดอุ่นของคนพิเศษ เราเชื่อว่าเพลงนั้นของหลายคนคือเพลงของ HONNE ตั้งแต่ปล่อย Warm on a Cold Night ซิงเกิลแรกในปี 2014 HONNE ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มในชื่อเดียวกันออกมาหลังจากนั้นสองปี บรรจุแทร็กติดหูอย่าง Coastal Love, Someone That Loves You และ Good Together ที่ทำให้พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก สองปีต่อมา HONNE ก็ขยับขยายสู่เมนสตรีมจากการปล่อยอัลบั้มที่สอง Love Me / Love Me Not มีเพลงดังอย่าง Me &#38; You, Location Unknown และ Day 1 ที่ตอนนี้มียอดสตรีมบน Spotify กว่า 74 ล้านครั้ง ผลงานของดูโอ้สุดป๊อปจากประเทศอังกฤษคู่นี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งคำร้องสื่อความรู้สึกซื่อตรง ซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ชวนขยับเท้าเต้น ไหนจะความหมายเพลงที่พูดเรื่องความรักและพลังบวก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/honne/">“ไม่มีเพลงรักถ้าไม่มีคุณ” คุยกับ HONNE เรื่องอัลบั้มใหม่และการใช้เพลงฟีลกู้ดเปลี่ยนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">Honne</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายครั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้า มีเพลงไม่กี่เพลงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เยียวยาและเติมพลังอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนนักวิ่งมาราธอนได้น้ำสะอาด เหมือนมือถือแบตใกล้หมดได้ชาร์จ เหมือนอ้อมกอดอุ่นของคนพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าเพลงนั้นของหลายคนคือเพลงของ <strong>HONNE</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104937" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton-820x1024.jpg" alt="Honne" width="675" height="843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton-820x1024.jpg 820w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Brixton.jpg 1639w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปล่อย <em>Warm on a Cold Night</em> ซิงเกิลแรกในปี 2014 HONNE ก็ปล่อยอัลบั้มเต็มในชื่อเดียวกันออกมาหลังจากนั้นสองปี บรรจุแทร็กติดหูอย่าง <em>Coastal Love</em>, <em>Someone That Loves You </em>และ <em>Good Together</em> ที่ทำให้พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก สองปีต่อมา HONNE ก็ขยับขยายสู่เมนสตรีมจากการปล่อยอัลบั้มที่สอง <em>Love Me / Love Me Not</em> มีเพลงดังอย่าง <em>Me &amp; You</em>, <em>Location Unknown</em> และ <em>Day 1</em> ที่ตอนนี้มียอดสตรีมบน Spotify กว่า 74 ล้านครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานของดูโอ้สุดป๊อปจากประเทศอังกฤษคู่นี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งคำร้องสื่อความรู้สึกซื่อตรง ซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ชวนขยับเท้าเต้น ไหนจะความหมาย<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87" target="_blank" rel="noopener">เพลง</a>ที่พูดเรื่องความรักและพลังบวก แม้บางครั้งแวะเวียนไปเล่าเรื่องการเลิกราหรือความหนักหนาของชีวิต แต่ท่าทีของเพลงก็ชวนให้มองความหนักหนานั้นในแง่ดีจนคนฟังรู้สึกอบอุ่นราวกับโดนปลอบประโลม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางคนบอกว่าเพลงของพวกเขาโรแมนติกและเซ็กซี่เป็นที่สุด ซิงเกิลแรก <em>Warm On a Cold Night</em> ถึงกับถูกเรียกว่าเป็นเพลงแนว ‘<a href="http://ความหวังว่าจะเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม" target="_blank" rel="noopener">Baby Making Music</a>’ และถูกสื่อหลายหัวจัดอยู่ในเพลย์ลิสต์ best sex songs ที่คู่รักเปิดเร้าอารมณ์ระหว่างมีอะไรกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองปีน่าจะเป็นตัวเลขที่มีความพิเศษบางอย่างกับพวกเขา เพราะหลังจาก <em>Love Me / Love Me Not</em> ปล่อยในปี 2018 ปีนี้ HONNE ก็ปล่อยมิกซ์เทปใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง ประกอบไปด้วย 14 เพลงใหม่ที่เล่าเรื่องความรัก การเลิกรา และความหวังว่าจะเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ้างอิงจากทวิตเตอร์ของวง ซิงเกิลแรกจากมิกซ์เทปนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคำพูดของ <strong>Andy Clutterbuck</strong> ที่พูดกับภรรยาในงานแต่งของเขาว่า &#8220;ผมคงเขียนเพลงรักไม่ได้ และ HONNE คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีคุณ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>no song without you</em> คือชื่อของซิงเกิลและมิกซ์เทปที่เราพูดถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองปีที่ผ่านมาพวกเขาเติบโตขึ้นยังไง อะไรคือความพิเศษของมิกซ์เทปที่พวกเขาทำขึ้นในโมงยามของโรคระบาด</span><span style="font-weight: 400;"> เราเก็บความสงสัยนั้นไปถาม <strong>James Hatcher</strong> และ Andy Clutterbuck สมาชิกของ HONNE ผู้เจียดเวลาสั้นๆ จากการทำเพลงใหม่มาคุยกับเราผ่านวิดีโอคอล</span></p>
<p>แม้จะเป็นเวลา<span style="font-weight: 400;">เย็นย่ำที่เมฆฝนกำลังขยายตัวบนท้องฟ้าประเทศไทย แต่แค่เห็นรอยยิ้มที่สดใสของทั้งคู่บนหน้าจอ ความรู้สึกอึมครึมของเราก็พลันจางหาย</span></p>
<p>คล้ายการเติมพลังที่ทุกครั้งเราได้จากเพลงของพวกเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-104948 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586-1024x287.jpg" alt="" width="1024" height="287" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586-1024x287.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586-300x84.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586-768x215.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586-600x168.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/vlcsnap-error586.jpg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่อวง &#8216;HONNE&#8217; มาจากคำในภาษาญี่ปุ่น และเจมส์เป็นคนค้นพบคำนี้ คุณเจอมันได้ยังไง อะไรทำให้อยากหยิบคำนี้มาตั้งเป็นชื่อวง</b></h4>
<p><b>เจมส์ </b>: <span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าผมเจอมันบนออนไลน์นะ (หัวเราะ) ตอนนั้นแอนดี้ไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกับภรรยาของเขา ทำงานอยู่ที่นั่นราวหกเดือน เขากับผมใช้เวลา 2-3 เดือนไปๆ มาๆ ระหว่างโตเกียวกับลอนดอนเพื่อเขียนเพลง เรามีเพลงจำนวนหนึ่งที่มาจากเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัว เล่าเรื่องความรู้สึกลึกๆ ในใจ เพราะฉะนั้นชื่อ ‘HONNE (ฮอนน์)’ จึงเหมาะสมมาก เพราะมันหมายความว่าความรู้สึกที่บริสุทธิ์ แท้จริง หรือความปรารถนา นั่นคือคำจำกัดความของเพลงที่เราทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาคุณเป็นยังไงบ้าง</b></h4>
<p><b>เจมส์ </b>:<span style="font-weight: 400;"> เราโอเค มันเป็นหลายเดือนที่หนักหนาสำหรับคนทั้งโลก แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว เราได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก แอนดี้กับผมได้กลับเข้าสตูดิโอทำเพลงอีกครั้ง ร้านรวงต่างๆ กลับมาเปิด แต่ผู้คนก็ยังรักษาระยะห่างและสวมผ้าปิดปากอยู่ตลอด เราหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ</span></p>
<p><b>แอนดี้ </b>:<span style="font-weight: 400;"> ผมก็เหมือนกัน แต่คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพยายามคิดในแง่บวก ทุกอย่างจะดีขึ้น เราต้องพยายามอดทน ทำงานของเราต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104942" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-4-672x1024.jpg" alt="Honne" width="675" height="1028" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-4-672x1024.jpg 672w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-4-197x300.jpg 197w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-4-768x1170.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-4-600x914.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>เหมือนก่อนหน้านี้คุณสองคนก็คุ้นชินกับการกักตัวเพื่อทำเพลงอยู่แล้ว พอต้องโดนบังคับให้กักตัวแล้วทำเพลงอยู่บ้าน คุณรู้สึกครีเอทีฟมากขึ้นหรือกดดันกว่าเดิม</b></h4>
<p><b>แอนดี้ </b>:<span style="font-weight: 400;"> ผสมกัน มีบางวันที่เราเขียนเพลงที่รู้สึกดีกับมันมาก และมีวันที่รู้สึกขาดแรงบันดาลใจที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา แต่ผมก็คิดว่ามิกซ์เทปนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าสถานการณ์รอบตัวเราไม่ได้เป็นแบบนี้ ท้ายที่สุดเราได้แรงบันดาลใจจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราและคนทั่วโลก ทุกอย่างก่อนและหลังโควิดล้วนส่งผลต่อเพลงของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>ยินดีด้วยมากๆ กับมิกซ์เทปใหม่ เราฟังทั้งหมดแล้วเลิฟมาก โดยเฉพาะแทร็ก <em>by my side</em> และ <em>free love</em> อยากรู้ว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างการทำมิกซ์เทปนี้กับอัลบั้มก่อนหน้าของคุณ</b></h4>
<p><b>แอนดี้ </b>:<span style="font-weight: 400;"> เราอยากพัฒนาอยู่เสมอในทุกครั้งที่ปล่อยเพลงใหม่ อยากให้มันแตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมา เพราะงั้นเราจึงเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเลย หลักๆ แล้วคือวิธีการทำงานและวิธีการเขียนเพลง อาจฟังดูงี่เง่านิดๆ แต่เราไม่เคยเขียนเพลงโดยใช้แค่กีตาร์ ปากกา และร้องเพลงออกมาเลย เพราะก่อนหน้านี้เรามักจะใช้เครื่องช่วยทำ การกลับไปทำงานโดยใช้วิธีพื้นฐานมากที่สุดอย่างการเขียนเพลงสไตล์ดั้งเดิมถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่เราทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><b>ว่าแต่ทำไมคุณถึงเรียก <em>no song without you</em> ว่ามิกซ์เทปล่ะ มันต่างจากอัลบั้มยังไง</b></h4>
<p><b>แอนดี้ </b>:<span style="font-weight: 400;"> เราเรียกมันว่ามิกซ์เทป แต่จริงๆ มันก็เป็นอัลบั้มนั่นแหละ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้กำลังทำอัลบั้มใหม่นะ (ทำท่ารูดซิปปิดปาก ยิ้มกรุ้มกริ่ม)</span></p>
<p><b>เจมส์ </b>: <span style="font-weight: 400;">คราวนี้คุณจะไม่ต้องรอถึงสองปีแล้ว (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104941" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-684x1024.jpg" alt="Honne" width="675" height="1010" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-768x1149.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-600x898.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne_hp5-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ตื่นเต้นแล้ว แต่พูดถึงมิกซ์เทปนี้แล้วเราคิดถึงงานเก่าๆ ของคุณ ก่อนหน้านี้คุณไปร่วมงานกับศิลปินหลายคน ทั้ง Tom Misch, Anna of the North ไปจนถึง RM (BTS) สงสัยจังว่าทำไมอัลบั้ม (หรือมิกซ์เทป) นี้คุณไม่ได้ร่วมงานกับใครเลย  </b></h4>
<p><b>เจมส์ </b>: <span style="font-weight: 400;">ผมรู้สึกว่ามิกซ์เทปนี้เป็นเหมือนการก้าวออกมาจากเส้นทางที่เคยเดิน เพลงในมิกซ์เทปทั้งหมดฟังดูแตกต่างมากๆ กับงานที่เราเคยทำมา แม้จะไม่ได้ร่วมงานกับใครในเรื่องการทำเพลง แต่เราได้ร่วมงานกับ Holly Warburton ศิลปินผู้วาดภาพและกำกับแอนิเมชั่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของอัลบั้มนี้ได้อย่างงดงาม ลายเส้นของเธอช่างน่าทึ่งและแสนพิเศษ</span></p>
<p><b>แอนดี้ </b>:<span style="font-weight: 400;"> ลายเส้นของเธอคือหนึ่งในองค์ประกอบของมิกซ์เทปที่ผมชอบที่สุดเลย และผมเห็นด้วยกับเจมส์เรื่องความแตกต่างกับอัลบั้มก่อนๆ ผมคิดว่าการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ดีนะ ผมรักศิลปินที่เราเคยร่วมงานด้วยทุกคน และเรามีแผนจะทำอะไรอีกมากมายในอนาคต แต่กับอัลบั้มนี้ผมคิดว่ามันสำคัญสำหรับผมที่จะแสดงตัวตนของ HONNE</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณคิดว่ารู้จักเราดี คุณต้องฟังมิกซ์เทปนี้ แล้วจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเราเป็นใคร</span></p>
<p><b>เจมส์ : </b><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>นั่นคือเหตุผลที่คุณโพสต์ว่านี่คืออัลบั้มที่คุณชอบที่สุดเท่าที่เคยเขียนเพลงมา</b></h4>
<p><b>เจมส์ </b>: สำหรับผมมันคือ<span style="font-weight: 400;">กระบวนการเขียนเพลงที่ชอบที่สุดมากกว่า คว้ากีต้าร์และร้องออกมาเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในอัลบั้มก่อนหน้าพวกเราเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับทุกสิ่งและกังวลเกี่ยวกับการทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในเรื่องนี้เราโฟกัสแค่ว่าจะเขียนเพลงที่ดี ฟังแล้วใช่ และไม่คิดมากกับมันเกินไป สนุกกับมัน เพราะงั้นผมจึงชอบ 14 แทร็กในอัลบั้มนี้เป็นพิเศษ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ในบรรดาเพลงทั้งหมด หนึ่งเพลงที่โดดเด่นมากๆ สำหรับเราคือแทร็ก <em>smile more smile more smile more</em> มันให้อารมณ์บทพูดปลุกใจที่คล้ายจะส่งสารถึงคนรุ่นใหม่ว่าจงดีกับตัวเองและคนอื่น คุณได้ไอเดียเพลงนี้มาจากไหน</b></h4>
<p><b>แอนดี้ </b>: <span style="font-weight: 400;">ผมกับเจมส์อยากเขียนเพลงที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำเรื่องดีๆ แต่เราไม่ต้องการให้มันฟังดูเหมือนเรากำลังสั่งสอนผู้คน อันที่จริง เราแค่อยากย้ำเตือนข้อความเหล่านี้กับตัวเองมากกว่า มันเป็นเพลงที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสามารถทำได้ในทุกวัน ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้นอีกนิด และช่วยให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกหน่อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าเรื่องเล็กๆ นั้นมีพลังมากกว่าที่คิด ถ้าทุกคนทำสิ่งเล็กๆ เหมือนกัน สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และไม่รู้สิ โลกที่เราอยู่มันอาจดีขึ้นได้นะ</span></p>
<blockquote><p>Spend time with your friends and family.<br />
Call them, text them, write them a letter if you’re feeling nostalgic.<br />
It might be hard, but tell them you love them.<br />
They won’t be around forever.<br />
Respect the ground you walk on.<br />
Your kids are gonna walk on it someday too.</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><em>เนื้อเพลงบางส่วนจาก smile more smile more smile more</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104940" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-686x1024.jpg" alt="Honne" width="675" height="1008" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-686x1024.jpg 686w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-201x300.jpg 201w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-768x1146.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-600x896.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Honne_Color_05.jpg 1372w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>แฟนๆ หลายคนบอกว่าเพลงของคุณช่วยพวกเขาผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิตมาได้ เคยมีช่วงที่รู้สึกว่าการเขียนเพลงส่งพลังบวกเป็นเรื่องยากบ้างไหม</b></h4>
<p><b>แอนดี้ </b>: มีบางครั้งที่เราเขียนเพลงกันได้อย่างลื่นไหล แต่ก็<span style="font-weight: 400;">มีบ้างที่รู้สึกยากเหลือเกิน เพราะบางครั้งคุณอยู่ในโหมดเศร้าเต็มที่ และคุณก็ไม่อยากเขียนอะไรในเชิงบวกเลย แต่สุดท้ายแล้วมันก็กลับมาเรื่องการหาสมดุลในการเขียนเพลงให้ได้นั่นแหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจมส์ </strong>: ผมว่าเราทั้งคู่โชคดีมากที่เป็นคนอารมณ์ดี แวดล้อมด้วยกลุ่มคนที่ให้การสนับสนุนทั้งเพื่อนและครอบครัว ผมคิดว่าเราได้พลังบวกจากพวกเขาเหล่านั้นมาซัพพอร์ตเยอะนะ (ยิ้มกว้าง)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>พูดถึงความเศร้ากับความผิดหวัง เวลาที่คุณดาวน์มากๆ คุณจัดการกับความรู้สึกของตัวเองยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจมส์ </strong>: ออกกำลังกาย เมื่อคุณไม่สบายใจหรือกังวล ผมคิดว่าปฏิกิริยาของมนุษย์ที่มีต่ออารมณ์นั้นคือการหมกมุ่นกับมัน นั่งเล่นอินเทอร์เน็ตและดูซีรีส์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ช่วยคุณหรอก สิ่งที่ช่วยจริงๆ คือการกินดี ออกกำลังกาย นอนหลับสนิท และพยายามพบปะกับเพื่อนๆ แม้ว่าคุณจะรู้สึกไม่อยากออกไปไหนก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้น ดีกว่าการดูทีวีอยู่บ้านทั้งวันแน่ๆ ที่สำคัญพยายามมองโลกในแง่ดีและทำสิ่งที่ดีสำหรับคุณต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แอนดี้ </strong>: ผมตรงกันข้ามเลย ตอนไม่รู้สึกดีกับตัวเองผมจะกินพิซซ่า (เจมส์หัวเราะเสียงดัง) แต่ผมว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีที่สามารถเขียนเพลงได้ บางครั้งมีเรื่องน่ารำคาญใจอยู่ในหัวผมก็เขียนเพลงเพื่อระบายมันออกไป </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-104939 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne-1-colour-1024x688.jpg" alt="Honne" width="1024" height="688" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne-1-colour-1024x688.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne-1-colour-300x202.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne-1-colour-768x516.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/honne-1-colour-600x403.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>คำถามสุดท้าย ก้าวต่อไปของ </b><strong>HONNE</strong><b> คืออะไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจมส์ </strong>: ตอนนี้เรากลับมาที่สตูดิโอแล้ว เรายังทำงานเกี่ยวกับอะคูสติกเวอร์ชั่นของเพลงมิกซ์เทปนี้ หวังว่าปีหน้าเราจะได้เริ่มเขียนเพลงใหม่อีกครั้ง อาจจะได้ออกอัลบั้มใหม่ (ยิ้ม) และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ออกทัวร์ในประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เราอยากเล่นเซตลิสต์เพลงฮิตให้พวกคุณฟังจนจุใจ แต่ระหว่างนี้เราขอทำเพลงฮิตให้ได้เยอะๆ ก่อนนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;">5 เพลงแนะนำจากมิกซ์เทป <em>no song without you</em> ของแอนดี้และเจมส์</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แอนดี้ </strong>: ที่ผมชอบที่สุดคือ <em>no song without you</em> รองลงมาคือ <em>smile more smile more smile more</em> สุดท้ายคือ <em>by my side </em></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจมส์ </strong>: ผมขอเลือก <em>free love</em>, <em>no song without you</em> และ <em>iloveyoumorethanicansay</em></span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69e9a096c6460" data-id="WADgePrAtvI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-WADgePrAtvI-69e9a096c6460" data-vid="WADgePrAtvI" data-src="https://www.youtube.com/embed/WADgePrAtvI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/WADgePrAtvI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<h4>no song without you</h4>
<p>ไอเดียของเพลงนี้มาจากคำพูดของแอนดี้ในงานแต่ง เขาพูดกับภรรยาว่า &#8216;ผมคงเขียนเพลงรักไม่ได้ และ <span style="font-weight: 400;">HONNE</span> คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีคุณ&#8217; เจมส์ได้ไอเดียจากตรงนั้นและเขียนเพลงนี้กับแอนดี้และ POMO ในเซสชั่นเขียนเพลงสั้นๆ ที่ลอสแอนเจลิส สุดท้ายก็กลายเป็นเพลงสำคัญของมิกซ์เทปนี้</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69e9a096c648c" data-id="5zdzTGahBzE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-5zdzTGahBzE-69e9a096c648c" data-vid="5zdzTGahBzE" data-src="https://www.youtube.com/embed/5zdzTGahBzE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/5zdzTGahBzE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<h4>smile more smile more smile more</h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>smile more</em> <em>smile more </em><em>smile more </em>เกริ่นขึ้นมาด้วยท่อนที่มีใจความว่านี่คือสารที่อยากส่งถึงคนรุ่นต่อไป คำร้องที่ให้ความรู้สึกเหมือน &#8216;บทพูดปลุกใจ (pep talk) ยิ่งเสริมความทรงพลังให้เพลงนี้</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69e9a096c64a0" data-id="dIl7A4cSTxo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-dIl7A4cSTxo-69e9a096c64a0" data-vid="dIl7A4cSTxo" data-src="https://www.youtube.com/embed/dIl7A4cSTxo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/dIl7A4cSTxo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<h4>by my side</h4>
<p>เพลงที่สดุดีให้กับ &#8216;คนข้างๆ&#8217; ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เนื้อหาสื่อถึงการขอบคุณที่อยู่ในเวลาหัวเราะ ร้องไห้ และทุกสถานการณ์ของชีวิต</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69e9a096c64ac" data-id="w-EoAXhKOLk" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-w-EoAXhKOLk-69e9a096c64ac" data-vid="w-EoAXhKOLk" data-src="https://www.youtube.com/embed/w-EoAXhKOLk?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/w-EoAXhKOLk/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<h4>free love</h4>
<p>ด้วยจังหวะสนุก ร้องตามได้ง่าย พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รักที่ฝ่ายหนึ่งไม่มีอะไรให้อีกฝ่ายเลย นอกจากใจที่มีความรักเต็มเปี่ยม เรามั่นใจว่า <em>free love</em> น่าจะเป็นเพลงโปรดของหลายคน</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-69e9a096c64b8" data-id="vLan4wueHQ4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-vLan4wueHQ4-69e9a096c64b8" data-vid="vLan4wueHQ4" data-src="https://www.youtube.com/embed/vLan4wueHQ4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/vLan4wueHQ4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<h4><strong>iloveyoumorethanicansay</strong></h4>
<p>เพลงนี้มีความยาวเพียง 0:31 วินาที และมีท่อนร้องเพียงสองท่อน แต่บีตสั้นๆ กลับฟังแล้วติดหูอย่างเหลือเชื่อ ที่สำคัญมีนักร้องอย่าง Nicole Zefanya หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=mxyucLe9YE4" target="_blank" rel="noopener">NIKI</a> มาร่วมเขียนสองท่อนนี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/honne/">“ไม่มีเพลงรักถ้าไม่มีคุณ” คุยกับ HONNE เรื่องอัลบั้มใหม่และการใช้เพลงฟีลกู้ดเปลี่ยนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NO SOUND IN SPACE : สตูดิโอทำเสียงที่บอกว่าเพราะไม่มีเสียงในอวกาศ โลกที่มีเสียงจึงดีที่สุดแล้ว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/no-sound-in-space-team/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Feb 2020 10:46:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[เสียง]]></category>
		<category><![CDATA[สตูดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[studio]]></category>
		<category><![CDATA[no sound in space]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้ม โมโนโทน]]></category>
		<category><![CDATA[คิท–พีรพัฒน์ กิตติวัชร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=90592</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเคยมาเยี่ยมเยียน NO SOUND IN SPACE แล้วเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา ครั้งนั้นเรามาในวาระที่สตูดิโองานเสียงแห่งนี้เพิ่งเปิดทำการ ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ (หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘ตั้ม โมโนโทน’) ผู้ก่อตั้ง เป็นคนพาเราเดินชมแต่ละจุดของสตูดิโอด้วยตัวเอง สิ่งที่เราสนทนากันในวันวานเป็นเรื่องของสเปซ การออกแบบ และสถานที่ทำงานในฝัน พูดให้ง่ายคือวันนั้นเราคุยกับตั้มเรื่อง &#8216;พื้นที่&#8217; มากกว่าเรื่องงาน แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี NO SOUND IN SPACE ต้อนรับคนมากหน้าหลายตา งานเสียงมากมายหลายแบบ และทีมงานใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมแต่ง พวกเขาร่วมสร้างงานเสียงคุณภาพที่หลายคนต่างชื่นชมทั้งในแง่ศิลปะและคอมเมอร์เชียล เมื่อรวมกับสถานที่และการทำงานระดับมืออาชีพ ส่งผลให้ในเวลานี้สตูดิโอของตั้มกลายเป็นที่ที่คนในวงการล้วนรู้จักและอยากทำงานด้วยสักครั้ง ดังนั้นในโอกาสที่โคจรมาพบกันอีก เราจึงอยากอัพเดตกับตั้มเสียหน่อยว่าการทำงานในฝันในที่ทำงานในฝันกับทีมในฝันของเขาตลอดปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง “ความสวยงามกลายเป็นฉากหลังแล้ว พอทุกอย่างเข้าที่ ต่อจากนั้นเป็นการดูว่าตรงไหนต้องซ่อมบ้างและตรงไหนควรทำให้ดีที่สุด” ตั้มบอกกับเราแบบนั้นในช่วงหนึ่งของการพูดคุย และการสนทนาครั้งนี้ยังมี คิท–พีรพัฒน์ กิตติวัชร หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งและมิวสิกคอมโพสเซอร์ประจำสตูดิโอร่วมวงด้วย อะไรคือเหตุผลที่เขาเอ่ยคำข้างต้น และทำไม NO SOUND IN SPACE จึงเขียนนิยามในเพจของตัวเองว่า &#8216;We have a wealth of experience and technical [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/no-sound-in-space-team/">NO SOUND IN SPACE : สตูดิโอทำเสียงที่บอกว่าเพราะไม่มีเสียงในอวกาศ โลกที่มีเสียงจึงดีที่สุดแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยมาเยี่ยมเยียน NO SOUND IN SPACE แล้ว<a href="https://adaymagazine.com/no-sound-in-space/">เมื่อปีกว่าที่ผ่านมา</a></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งนั้นเรามาในวาระที่สตูดิโองานเสียงแห่งนี้เพิ่งเปิดทำการ<strong> ตั้ม–สถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ</strong> (หลายคนรู้จักเขาในชื่อ ‘ตั้ม โมโนโทน’) ผู้ก่อตั้ง เป็นคนพาเราเดินชมแต่ละจุดของสตูดิโอด้วยตัวเอง สิ่งที่เราสนทนากันในวันวานเป็นเรื่องของสเปซ การออกแบบ และสถานที่ทำงานในฝัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดให้ง่ายคือวันนั้นเราคุยกับตั้มเรื่อง &#8216;พื้นที่&#8217; มากกว่าเรื่องงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี NO SOUND IN SPACE ต้อนรับคนมากหน้าหลายตา งานเสียงมากมายหลายแบบ และทีมงานใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยเติมแต่ง พวกเขาร่วมสร้างงานเสียงคุณภาพที่หลายคนต่างชื่นชมทั้งในแง่ศิลปะและคอมเมอร์เชียล เมื่อรวมกับสถานที่และการทำงานระดับมืออาชีพ ส่งผลให้ในเวลานี้สตูดิโอของตั้มกลายเป็นที่ที่คนในวงการล้วนรู้จักและอยากทำงานด้วยสักครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นในโอกาสที่โคจรมาพบกันอีก เราจึงอยากอัพเดตกับตั้มเสียหน่อยว่าการทำงานในฝันในที่ทำงานในฝันกับทีมในฝันของเขาตลอดปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสวยงามกลายเป็นฉากหลังแล้ว พอทุกอย่างเข้าที่ ต่อจากนั้นเป็นการดูว่าตรงไหนต้องซ่อมบ้างและตรงไหนควรทำให้ดีที่สุด” ตั้มบอกกับเราแบบนั้นในช่วงหนึ่งของการพูดคุย และการสนทนาครั้งนี้ยังมี <strong>คิท–</strong></span><strong>พีรพัฒน์ กิตติวัชร</strong><span style="font-weight: 400;"> หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งและมิวสิกคอมโพสเซอร์ประจำสตูดิโอร่วมวงด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรคือเหตุผลที่เขาเอ่ยคำข้างต้น และทำไม NO SOUND IN SPACE จึงเขียนนิยามในเพจของตัวเองว่า <em>&#8216;<a href="https://www.facebook.com/NOSOUNDINSPACE/">We </a></em></span><em><span style="font-weight: 400;">have a wealth of experience and technical ability &#8211; and are dedicated to bringing your project to life.&#8217;</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้เสียงของพวกเขาเป็นคำตอบ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90672 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ครั้งที่แล้วคุณเคยบอกว่า ‘ที่นี่คือการงานและที่ทำงานในฝัน’ อยู่กับสิ่งนี้มาหนึ่งปีผลเป็นไงบ้าง</b></h4>
<p><b>ตั้ม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ในตอนนั้นที่คุยกันเรายังอยู่ในช่วงเห่อ จำได้ว่าคุยแต่เรื่องดีไซน์ ในความเป็นจริงตอนนี้ความสวยงามกลายเป็นฉากหลังแล้ว พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่ ที่เหลือคือการดูว่าเราต้องซ่อมตรงไหน ตรงไหนมีปัญหา ตรงไหนควรทำงานแบบไหน มันเป็นเรื่องการลงมือทำ และเราทำมาเรื่อยๆ ตลอดหนึ่งปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามเราเราว่า</span><span style="font-weight: 400;"> NO SOUND IN SPACE</span><span style="font-weight: 400;"> สนุกขึ้นนะ ที่นี่ดูมีชีวิตขึ้น ตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วที่เจอกันเราอาจรู้สึกว่าหนังสือที่วางในชั้นต้องเนี้ยบ แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าปล่อยให้ไม่ตรงกันบ้างดีกว่า มันดูจริงและไม่ทำให้เกร็ง คนที่เข้ามาเขารู้สึกได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วผลตอบรับเรื่องงานล่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม</strong> <strong>:</strong> พวกเราได้ลองอะไรเยอะ ได้เจอคนนอกก็มาก โดยรวมเราว่าเข้าเป้านะ คนรู้จักเราในชื่อนี้มากขึ้น อย่างน้อยเพื่อนเรารู้ว่าที่นี่มีตัวตน คนที่เคยมาก็บอกว่าดีใจที่ได้มา คนที่ไม่เคยมาก็บอกว่าอยากมา ดังนั้นในแง่ชื่อเสียงเราถือว่าสำเร็จ เอเจนซีหลายเจ้าเริ่มรู้จัก ส่วนเรื่องเงินก็ค่อยเป็นค่อยไป ของแบบนี้ต้องไม่รีบ ธุรกิจมีขั้นตอนของตัวเอง ต้องค่อยๆ ทำ เราโชคดีที่มีทีมที่ค่อยๆ โต ค่อยๆ ขยายด้วย อย่างคิทก็เริ่มกลับมาปีนี้เพราะปีที่แล้วเลี้ยงลูก (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท</strong> <strong>:</strong> (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90668 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กับการทำงานด้านเสียง พวกคุณนิยามงานของตัวเองตอนนี้ว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><strong>คิท </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> สิ่งที่เราทำคือการทำงานกับลูกค้า ดังนั้นงานของสตูดิโอมีความเป็นศิลปะกับคอมเมอร์เชียลผสมกันอยู่ โดยแต่ละงานมีทั้งสองอย่างนี้มาก-น้อยต่างกันไป แต่โดยส่วนตัวผมถือว่าสิ่งที่ผมทำเรียกรวมๆ ว่างานดีไซน์ และงานดีไซน์ต้องสวย ไม่สวยไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> งานเสียงเหมือนงานคราฟต์เลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท :</strong> ใช่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> เราชอบเปรียบกับการตัดเสื้อ ลูกค้าเข้ามาหาเราเพราะอยากให้เราตัดเสื้อแบบ custom-made เราเป็นเหมือนดีไซเนอร์ที่ต้องคุยกับทั้งลูกค้าและสไตลิสต์ ดังนั้นเราทำตั้งแต่วัดตัว เลือกผ้า เลือกกระดุม ทำแพตเทิร์น ขึ้นตัวอย่างให้สวย เอามาให้ลองทาบ ลูกค้าชอบไหม สไตลิสต์ชอบไหม เปลี่ยนโน่นนี่จนเขาโอเค หลังจากนั้นต้องมาเก็บรายละเอียด งานเสียงเลยเป็นเหมือนงานฝีมือดีๆ นี่เอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูต่างกับงานเพลงอยู่เหมือนกันที่ตอบโจทย์เรื่องศิลปะส่วนตัวเพียงอย่างเดียว</b></p>
<p><strong>ตั้ม</strong><span style="font-weight: 400;"><strong> :</strong> งานนี้คือพาณิชย์ศิลป์ และอย่างที่คิทบอกว่าสัดส่วนในแต่ละงานของฝั่งศิลป์และพาณิชย์ไม่เท่ากัน แต่สำหรับเราเราว่าไม่มีงานไหนเลยที่เอนไปด้านใดด้านหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงบางงานดูขายมากๆ แต่สำหรับคนทำเสียงเรามีจังหวะที่ต้องคิด ทำยังไงให้ฟังแล้วลื่น ทำยังไงให้คล้อยตาม ดังนั้นเราต้องบาลานซ์สองสิ่งนี้ตลอด ยิ่งแต่ละงานเป็น custom-made เราจึงไม่มีทางคาดเดาได้ล่วงหน้า ความพร้อมของเราจึงสำคัญ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90679 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>โดยส่วนตัวคุณบาลานซ์ศิลปะและพาณิชย์ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท :</strong> พอผมยึดว่าสิ่งที่ตัวเองทำคืองานดีไซน์ที่ต้องทำให้สวย ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกโจทย์ว่าผมจะทำยังไงให้สองสิ่งนี้กลืนกัน บางงานอาจไม่ได้มีส่วนศิลป์ให้คนภายนอกเห็นเลยก็ได้ แต่อย่างน้อยเราจะใส่เข้าไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> ส่วนเราเจอคำถามนี้ประจำ (หัวเราะ) เราเริ่มจากการเป็นศิลปิน แต่ต้องมาทำงานรองรับสิ่งที่ไม่ใช่ศิลปะร้อยเปอร์เซ็นต์ คนอื่นอาจไม่ชอบ แต่เราคิดว่าตัวเองทำได้ เราเลือกมองว่าศิลปะที่เราใส่เข้าไปทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังที่อยู่ข้างในที่ไม่ต้องบอกให้ใครรู้ เรารู้อยู่คนเดียวให้ชุ่มชื่นหัวใจก็พอ เพราะถึงเป็นงานพาณิชย์ขนาดไหน ด้วยความเป็นเราเราอยากทำออกมาให้มีความสวยงามเชิงดนตรีและส่วนที่ลูกค้าอยากได้เราต้องไม่ขาด เราใช้ศิลปะเป็นส่วนเสริมเรื่องตรงนี้มากกว่า เหมือนการทำงานที่ต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตัวอย่างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> (เงียบคิด) เราเคยได้โจทย์ให้ทำเพลงที่แสดงถึงความรู้สึกของการกิน chef’s table เราต้องถ่ายทอดออกมาในรูปแบบเสียง สิ่งที่เราทำคือต้องไปกินอาหารก่อน ลองสัมผัส รับรู้รสชาติ และตีความออกมา งานนั้นถือว่ายาก แต่พอทำออกมาสำเร็จเราก็ภูมิใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90664 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สื่อสารเรื่องนี้กับทีมบ้างไหม ยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> เราบอกคนในทีมเสมอว่า เวลาทำงานไปนานๆ สิ่งที่ต้องมีแน่ๆ จากประสบการณ์ที่ได้มาคือความเก่ง แต่อีกอย่างที่สำคัญมากเช่นกันคือการพลิกแพลงระหว่างทำงาน เราต้องแก้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ได้ ต้องหาทางออกให้ทุกฝ่ายสบายใจมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาที่คนทำงานนี้ใหม่ๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนใหญ่จะทำอะไรไม่ถูก เราเองเคยเป็นแบบนั้น แต่พอทำมาสักพักเราจะเริ่มรู้ว่า อ๋อ ถ้าเป็นแบบนี้ต้องทำยังไง ถ้าลูกค้าไม่พอใจเราต้องทำใหม่ให้ลูกค้าฟังให้ได้ และต้องมี 2 แบบให้เขาเลือกนะ หรืออย่างคอมเมนต์ของคนที่ไม่ใช่คนดนตรี เราเข้าใจแบบคนดนตรีไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่นถ้าลูกค้าบอกว่า ‘ยังไม่สนุก’ หน้าที่เราคือถามเช็กว่า ‘ไม่สนุกนี่เท่ากับอะไร’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท :</strong> บางคนอาจหมายถึงให้เพิ่มบีตให้เร็วขึ้น แต่บางคนหมายถึงให้เปลี่ยนชิ้นดนตรี ดังนั้นเหมือนเราต้องคุยให้เห็นตรงกันและค่อยๆ แก้ไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนถ่ายทอดประสบการณ์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท :</strong> ใช่ๆ เพราะเราเคยผ่านมาแล้ว อย่างน้อยเรารู้ว่าต้องจัดการยังไง มันทำให้เราใจเย็นกว่า ทีมเราสื่อสารกันตลอดเลยไม่ค่อยมีปัญหา อาจมีไอเดียไม่ตรงกันบ้าง แต่ผมมองเป็นเรื่องดี เราได้รู้ว่าในทุกปัญหาไม่ได้มีทางออกทางเดียว ต้องช่วยปรับกันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> เป็นเรื่องของบรรยากาศการทำงานด้วย ถ้าทำอะไรไม่ถูก แน่นอนว่าเราจะเครียด คนที่ทำงานกับเราก็ไม่มีความสุขตาม ดังนั้นต้องเรียนรู้จังหวะและค่อยๆ ปรับใช้กันไป ทุกคนในทีมมีอาวุธเยอะอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำเลยเหมือนการทำให้เขารู้ว่าต้องใช้อาวุธไหนและเมื่อไหร่มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90676 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>พองานด้านเสียงที่ทำต้องไปประกอบกับอย่างอื่น เวลาปล่อยงานออกมาทีมรู้สึกเป็นเจ้าของขนาดไหน</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> เรามองงานที่ตัวเองทำเป็นงานกลุ่มนะ เราทำร่วมกัน ในงานมีชื่อทุกคนอยู่ในนั้น งานนี้คืองานเซอร์วิส เราไม่ได้ทำมาใช้เอง ไม่ใช่ตัวกูของกู เรามีหน้าที่ช่วยทำให้สิ่งที่ลูกค้าคิดออกมาดีที่สุด เขาต้องภูมิใจเมื่องานเสร็จว่าเขาเป็นคนกำหนดทิศทางได้ เราแค่ต้องซัพพอร์ตไอเดียเขาให้สุดทาง สุดท้ายคือการทำงานร่วมกันหมด ดนตรีส่วนหนึ่ง ภาพส่วนหนึ่ง แต่ละอย่างทำหน้าที่ของตัวเองอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตอนเห็นงานออกไปสู่สาธารณชนเป็นความรู้สึกแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คิท :</strong> เรารอลุ้นกันเลย ยิ่งเวลาเห็นคนมาคอมเมนต์ว่า ‘เพลงเพราะจัง’ นี่คือดีใจมาก หรือต่อให้บางงานคนไม่ชมเพลง เขาชมงานโดยรวม ทีมเราก็ดีใจ เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> ภูมิใจ ยิ่งเวลาเห็นคนแชร์ๆ เยอะยิ่งภูมิใจ เรานั่งอ่านทุกคอมเมนต์เลย สำหรับเรานี่คือคุณค่าเชิงศิลปะ เป็นรางวัลของคนทำงาน แม้เพลงไม่ได้เด่นกว่าภาพ แต่ถ้าโดยรวมไปถึงคนดูได้สำหรับเรานี่คือพลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90663 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สุดท้ายกับปีนี้ NO SOUND IN SPACE มีแผนงานอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ตั้ม :</strong> เราอยากทำหลายอย่างมาก แต่ไม่อยากพูดเยอะ กลัวโม้ไปหน่อย (หัวเราะ) แต่ถ้าเอาที่เป็นรูปเป็นร่างแล้วคือ live session ที่เพิ่งมีไปตอนต้นเดือน เราอยากทำให้เป็น full function มากขึ้นไปอีก อยากให้คนภายนอกนึกถึงเราเวลาเขานึกถึงการทำเสียงที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะสำหรับเรา เราเชื่อตามชื่อของที่นี่เลย มันไม่มีเสียงในอวกาศนะ ดังนั้นเราที่อยู่บนโลกที่มีเสียงคือโชคดีที่สุดแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-90662 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/Q_A_No-Sound-In-Space-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/no-sound-in-space-team/">NO SOUND IN SPACE : สตูดิโอทำเสียงที่บอกว่าเพราะไม่มีเสียงในอวกาศ โลกที่มีเสียงจึงดีที่สุดแล้ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสียงหัวเราะ น้ำตา และยารักษาใจ ของ &#8216;Ruel&#8217; ศิลปินหนุ่มน้อยชาวออสซี่ผู้เติบโตผ่านบทเพลงโซลป๊อป</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ruel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2019 09:26:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[pop culture]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Ruel]]></category>
		<category><![CDATA[Ruel Vincent van Dijk]]></category>
		<category><![CDATA[รูล]]></category>
		<category><![CDATA[singer]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรีสากล]]></category>
		<category><![CDATA[soul]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[pop]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=82875</guid>

					<description><![CDATA[<p>“To keep me from heartbreaks, headaches Ruel the doctor says I’m diagnosed with shit days, mistakes. But I’ll be fine. But I’ll be fine. ‘Cause you’re my-” “ถึงแล้วครับ” เสียงคนรถบอกขณะรถจอดสนิทเทียบท่าทำให้เราต้องกดหยุดเพลง ในยามเย็นที่การจราจรของกรุงเทพฯ ใกล้จะแออัดเต็มที เราก้าวเข้าสู่โรงแรมหรูใจกลางเมืองเพราะมีนัดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เสียงความวุ่นวายด้านนอกเฟดหาย ในขณะที่เสียงความตื่นเต้นข้างในดังขึ้นทุกขณะ เมื่อมาถึงห้องที่นัดหมาย เด็กหนุ่มคนนั้นผู้นั่งรอเราอยู่ในห้องก็ยิ้มต้อนรับ เขาคือเจ้าของเพลงที่เราเพิ่งกดหยุดไป หากมองเพียงปราดเดียว ชายตรงหน้าของเราคงเหมือนเด็กหนุ่มชาวตะวันตกคนหนึ่ง จะใช้คำว่าเด็กหนุ่มทั่วไปก็กระดากปาก เพราะด้วยเสน่ห์และรูปลักษณ์แล้วสาวๆ คงต้องเหลียวหลังหลายคน แต่หากใครรู้จักเขา จะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือ Ruel ศิลปินวัย 17 ปีที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งในวงการดนตรีโลกขณะนี้ เขาเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราไป คอนเสิร์ตที่บัตรขายหมดเกลี้ยง (ทั้งสองรอบ!) จบไปหมาดๆ และเพิ่งประกาศทัวร์ครั้งใหม่ที่ไทยในเดือนมีนาคมปีหน้า (ซึ่งมีทีท่าว่าจะโซลด์เอาต์อีกแหงๆ) หลายครั้งที่ชื่อของเขาถูกหยิบยกให้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ruel/">เสียงหัวเราะ น้ำตา และยารักษาใจ ของ &#8216;Ruel&#8217; ศิลปินหนุ่มน้อยชาวออสซี่ผู้เติบโตผ่านบทเพลงโซลป๊อป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center"><em>“</em><em>To keep me from heartbreaks, headaches</em><span style="display:none;"> Ruel </span></p>



<p class="has-text-align-center"><em>the doctor says I’m diagnosed with shit days, mistakes.</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>But I’ll be fine. But I’ll be fine.</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>‘Cause you’re my-”</em></p>



<p>“ถึงแล้วครับ” เสียงคนรถบอกขณะรถจอดสนิทเทียบท่าทำให้เราต้องกดหยุดเพลง ในยามเย็นที่การจราจรของกรุงเทพฯ ใกล้จะแออัดเต็มที เราก้าวเข้าสู่โรงแรมหรูใจกลางเมืองเพราะมีนัดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง</p>



<p>เสียงความวุ่นวายด้านนอกเฟดหาย ในขณะที่เสียงความตื่นเต้นข้างในดังขึ้นทุกขณะ เมื่อมาถึงห้องที่นัดหมาย เด็กหนุ่มคนนั้นผู้นั่งรอเราอยู่ในห้องก็ยิ้มต้อนรับ</p>



<p>เขาคือเจ้าของ<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/music/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เพลง</a>ที่เราเพิ่งกดหยุดไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-4.jpg" alt="" class="wp-image-83206" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p>หากมองเพียงปราดเดียว ชายตรงหน้าของเราคงเหมือนเด็กหนุ่มชาวตะวันตกคนหนึ่ง</p>



<p>จะใช้คำว่าเด็กหนุ่มทั่วไปก็กระดากปาก เพราะด้วยเสน่ห์และรูปลักษณ์แล้วสาวๆ คงต้องเหลียวหลังหลายคน</p>



<p>แต่หากใครรู้จักเขา จะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือ <strong>Ruel</strong> ศิลปินวัย 17 ปีที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งในวงการดนตรีโลกขณะนี้ เขาเพิ่งเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราไป คอนเสิร์ตที่บัตรขายหมดเกลี้ยง (ทั้งสองรอบ!) จบไปหมาดๆ และเพิ่งประกาศทัวร์ครั้งใหม่ที่ไทยในเดือนมีนาคมปีหน้า (ซึ่งมีทีท่าว่าจะโซลด์เอาต์อีกแหงๆ) หลายครั้งที่ชื่อของเขาถูกหยิบยกให้เป็น Shawn Mendes หรือ Justin Bieber คนต่อไป ซึ่ง<a href="https://www.oneruel.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รูล</a>เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาเข้าใจว่าทำไมหลายคนจึงคิดแบบนั้น แต่เขาไม่ได้ต้องการมัน เพราะเขากำลังพยายามอย่างหนักที่จะเปล่งประกายในแบบของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-10.jpg" alt="" class="wp-image-83198" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><strong>Ruel Vincent van Dijk</strong> เกิดที่อังกฤษ เติบโตที่ออสเตรเลีย เริ่มเล่นกีตาร์ร้องเพลงตั้งแต่จำความได้ เขาอัพโหลดคลิปวิดีโอโชว์เสียงร้องเพลง <em>Hey, Soul Sister</em> ของ Train บนยูทูบครั้งแรกตอนอายุแค่ 8 ขวบ ระหว่างนั้นก็ตั้งใจฝึกฝนและเขียนเพลงเองเรื่อยมา จนกระทั่งอายุราว 12 ปี รูลก็ไปเตะตาโปรดิวเซอร์ชื่อดัง M-PHAZES&nbsp;ผู้เคยโปรดิวซ์งานให้ศิลปินดังอย่าง Eminem</p>



<p>4 ปีต่อมา รูลก็ปล่อยอีพีแรก ‘Ready’ บรรจุเพลงฮิตอย่าง <em>Not Thinkin’ Bout You</em>, <em>Dazed &amp; Confused</em>, <em>Younger</em> หนึ่งปีหลังจากนั้นอีพี ‘Free Time’ ก็ถูกปล่อยออกมาติดๆ โหมกระแสด้วยเพลงอย่าง <em>Face to Face</em>, <em>Real Thing</em> และ <em>Painkiller</em></p>



<p>“เพลงของผมคือส่วนผสมของโซลและเพลงป๊อป” เขาอธิบายแนวเพลงของตัวเองว่าอย่างนั้น</p>



<p>ตลอดบทสนทนาของเรา มีเสียงหัวเราะของเขาดังขึ้นบ่อยครั้ง บางช่วงเด็กหนุ่มตรงหน้าก็นิ่งคิดอยู่นาน และเวลาที่พูดถึงงานดวงตาก็จะเปล่งประกาย แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ที่มีร่วมกัน เราก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับศิลปินขวัญใจวัยรุ่นเบอร์ใหญ่อยู่ตลอด ถ้าวัดกันที่คุณภาพของเพลง ฐานแฟนคลับที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น และความมุ่งมั่นที่เขามีต่องานอย่างสม่ำเสมอ เด็กหนุ่มตรงหน้าเรามีสิทธิที่จะไต่ไปถึงระดับนั้นได้ไม่ยาก</p>



<p>แต่เขาจะไม่ใช่ชอว์น เมนเดส หรือจัสติน บีเบอร์ คนต่อไป</p>



<p>เขาคือรูล</p>



<p>รูลที่พยายามจะเป็นรูลที่ดีที่สุดในแบบของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-19.jpg" alt="" class="wp-image-83201" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-19.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-19-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ก่อนอื่น ยินดีด้วยที่บัตรคอนเสิร์ตของคุณโซลด์เอาต์ทั้งสองรอบเลย </h4>



<p>ขอบคุณครับ (ยิ้มกว้าง)</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">รู้สึกยังไงที่การตอบรับของแฟนๆ ชาวไทยดีมากขนาดนี้</h4>



<p>ตื้นตันมากฮะ ครั้งล่าสุดที่ผมมาประเทศไทยมันบ้ามาก ตอนลงจากเครื่องปั๊บ ภาพของแฟนคลับเป็นพันๆ คนรออยู่ข้างนอกรั้วกั้นของสนามบิน ทำให้ผมรู้เลยว่า โอเค ผมคงทำอะไรโดนใจคุณเข้าแล้วล่ะ กระแสตอบรับยอดเยี่ยมมากๆ และผมรู้สึกว่าเมืองไทยพิเศษมาก ยิ่งได้เห็นจำนวนแฟนๆ ที่เยอะขนาดนี้ เมืองไทยก็ขโมยใจผมไป (ทำท่าหัวใจเด้งออกจากอก)</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ก่อนหน้านี้คุณเคยมาโชว์ที่ประเทศไทยหนึ่งครั้งแล้ว คุณประทับใจอะไรในเมืองไทยมากที่สุด</h4>



<p>ผมประทับใจผัดซีอิ๊วมาก เป็นอาหารไทยเมนูโปรดของผมเลย แต่สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นแฟนคลับ กระแสตอบรับ และความสนใจอันล้นเหลือของพวกเขา การที่พวกเขารู้จักเพลงผมแล้วร้องได้ตรงเป๊ะแทบทุกท่อนนี่น่าประทับใจจริงๆ ฮะ</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-7.jpg" alt="" class="wp-image-83196" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเป็นหนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่หลายๆ คนที่แต่งเพลงเอง อะไรคือแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของคุณ</h4>



<p>อาจเป็นอะไรก็ได้นะ ผมรู้สึกว่าเราไม่สามารถเจาะจงได้หรอกว่าอะไรสร้างแรงบันดาลใจให้ผม ว่ากันตามตรงผมฟังเพลงเยอะมาก มีหลายศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญอย่าง Frank Ocean, Billy Eilish, Rex Orange County, Jorja Smith, James Blake ซึ่งมีซาวนด์ดนตรีน่าสนใจ และพวกเขามีสไตล์การเขียนเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ ทุกครั้งที่ฟังพวกเขามักดลใจให้ผมคันไม้คันมืออยากแต่งน่ะครับ (หัวเราะ)</p>



<p>ด้านเนื้อร้อง ผมแต่งเพลงขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัว เขียนขึ้นมาโดยอิงจากสิ่งที่ผมรู้สึก ณ ตอนนั้น แต่ก็มีบางครั้งเหมือนกันที่ผมรู้สึกว่าประสบการณ์หมดแล้ว ฟังดูน่าขำแต่เป็นเรื่องจริงนะครับ (หัวเราะ) ตอนรู้สึกแบบนี้ผมมักจะไปอยู่กับคนเยอะๆ ที่อายุต่างกัน ทำความรู้จักพวกเขา สังเกตวิธีมองโลกของพวกเขาซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับวิธีของผม หรือไม่ก็ดูหนัง ดูรายการทีวี เพื่อหามุมมองใหม่ๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-13.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83199" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ศิลปินวัยเดียวกับคุณหลายคนมักเขียนเพลงเกี่ยวกับความรักซะเป็นส่วนมาก แต่เพลงของคุณมักมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต เช่น เพื่อน อาการคิดถึงบ้าน หรือการปล่อยมือจากมิตรภาพวัยเด็ก</h4>



<p>ผมคิดว่าส่วนหนึ่งของการเป็นศิลปินคือการปล่อยมือจากมิตรภาพวัยเด็กและเพื่อนบางคน ผมได้เห็นเนื้อแท้ของบางคนที่เขาดีกับเราตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีเรื่องชื่อเสียงและเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น พวกเขาก็หยุดคุยกับผมไปเลย มันแปลกเหมือนกันนะที่ได้เจออะไรแบบนี้ แต่นั่นล่ะครับ สิ่งที่ผมต้องแลกกับการได้ทำสิ่งที่อยากทำคือการปล่อยมือใครบางคนไป</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เหตุการณ์ทำนองนี้หรือเปล่าที่ทำให้คุณแต่งเพลงอย่าง <em>Younger</em> ซึ่งพูดถึงการสูญเสียมิตรภาพวัยเด็ก หรือ <em>Hard Sometimes</em> เพลงในอีพีล่าสุดที่พูดถึงการพยายามมีความสุขเมื่อต้องอยู่ไกลบ้านและห่างจากเพื่อนฝูง</h4>



<p>ก็มีส่วนฮะ หลักๆ สองเพลงนี้จะพูดถึงชื่อเสียงซะมากกว่า มีเนื้อเพลงบางประโยคที่ดูเหมือนพูดถึงการสูญเสียมิตรภาพอย่างชัดเจน ซึ่งจริงๆ แล้วมันพูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องเสียไประหว่างทางของการเป็นศิลปิน ตลกดีที่ทุกเพลงมักทำให้คนฟังคิดว่าผมเศร้าจังเลย เรื่องที่ผมเจอมันแย่ที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้วผมก็มีโม้ไปบ้างในเพลง การได้ทำแบบนี้คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเลย (หัวเราะ)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-18.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83209" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-18.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-18-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณชอบแต่งเพลงเศร้ามากกว่าว่างั้น</h4>



<p>ผมชอบแต่งเพลงเกี่ยวกับความรู้สึกดาวน์ เพราะรู้ว่ามันสามารถเชื่อมโยงกับทุกคนได้ และใช่ครับ การแต่งเพลงเศร้านั้นสนุกกว่า เพราะผมรู้สึกว่าการแต่งเพลงเศร้าไม่ต้องเค้นอะไรมากมายเลย เพลงนั้นเขียนตัวเองขึ้นจากบางอย่างที่อยู่ลึกสุดขั้วหัวใจของผม</p>



<p>ผมคิดว่าตัวผมและคนฟังมักอินกับอะไรบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเรา แต่บางอย่างที่ดำมืดย่อมเป็นวัตถุดิบที่ดีกว่าส่วนที่เป็นแสงสว่างเพราะมันบาดลึกกว่า น้ำตาของความเศร้าทรงพลังมากกว่าน้ำตาของความสุข และผมเดาว่ามันคงง่ายกว่าล่ะมั้งครับถ้าจะเขียนเพลงที่เมื่อกลับมาฟังอีกครั้ง ผมจะรู้สึกเชื่อมโยงถึงมันได้เสมอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">เรารู้มาว่า <em>Unsaid</em> แทร็กหนึ่งจากอีพีล่าสุดของคุณนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากการสูญเสียเพื่อนคนหนึ่งเพราะอาการป่วยทางจิตใจ </h4>



<p>ผมขอเล่าให้คุณฟังย่อๆ ละกันเพราะผมไม่อยากกลับไปแตะความรู้สึกนั้นอีกแล้ว ใช่ครับ <em>Unsaid</em> ได้แรงบันดาลมาจากเรื่องนั้น ดราฟต์แรกของมันเกี่ยวกับการโดนผู้หญิงบอกเลิกและมีเรื่องที่คั่งค้างในใจไม่ได้พูด แต่พอมีเรื่องนั้นเกิดขึ้น ผมจึงอยากอุทิศเพลงนี้ให้กับเพื่อนของผม หลังจากนั้นก็เปลี่ยนถ้อยคำบางคำในเนื้อเพลงให้เหมาะสม สารที่เพลงอยากจะสื่อคือหากคุณมีบางอย่างอยากพูด คุณควรพูดมันออกมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป</p>



<p class="has-text-align-center"><div id="erdyt-69e9a096c9e22" data-id="ijQfpbPjMaY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ijQfpbPjMaY-69e9a096c9e22" data-vid="ijQfpbPjMaY" data-src="https://www.youtube.com/embed/ijQfpbPjMaY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ijQfpbPjMaY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>



<h4 class="wp-block-heading">เหตุการณ์นั้นเปลี่ยนมุมมองของคุณยังไง</h4>



<p>มันทำให้ผมเรียนรู้ว่าอาการป่วยทางจิตใจเป็นเรื่องที่ทั้งโลกควรให้ความสำคัญ ตอนนี้มีหลักฐานมากมายชี้ชัดว่าคนเป็นอาการนี้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัยรุ่น หลายเพลงในปัจจุบันก็สะท้อนเรื่องนี้เช่นกัน ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งดีที่จะช่วยใครสักคนด้วยการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ คุยกับเขา ผมอยากให้เพลงนี้ของผมบันดาลใจให้ผู้คนทำแบบนั้น ถ้าคุณเห็นสัญญาณว่าคนใกล้ตัวไม่ไหวแล้ว แค่เริ่มต้นคุยกับเขา</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณคิดว่าดนตรีจะสามารถเยียวยาหัวใจคนฟังได้ไหม</h4>



<p>หลายคนบอกผมอย่างนั้น แต่สำหรับผม ผมไม่ได้แต่งเพลงเพื่อพยายามเยียวยาหัวใจคนฟัง ผมแต่งเพลงเพื่อระบายความในใจและเยียวยาตัวเอง แล้วก็เพื่อเงิน (หัวเราะ) ผมล้อเล่นนะ แต่นั่นล่ะ โดยปกติแล้วผมเขียนเพื่อตัวเอง ไม่ได้บังคับให้ตีความอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หากใครจะตีความเป็นแบบไหนก็แล้วแต่ใจเขาเลยครับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-22.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83203" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-20.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83202" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเพิ่งปล่อยอีพีใหม่ ‘Free Time’ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไอเดียของอีพีนี้เริ่มต้นจากไหน</h4>



<p>เริ่มต้นจากการคิดว่าผมจะทำยังไงให้สามารถทำเงินได้เยอะที่สุด (หัวเราะหนัก) ไม่ๆ ผมล้อเล่นอีกแล้ว เอาใหม่ จะจริงจังแล้ว ผมคิดว่าชื่ออีพีควรบอกคอนเซปต์ของเพลงทั้งหมดในเซตลิสต์ได้ ในกรณีนี้ทุกเพลงในอัลบั้มแตกต่างกันหมดเลย แต่เพลงที่โดนใจผมที่สุดเพลงหนึ่งคือ <em>Free Time</em> ซึ่งเล่าเรื่องราวการมีเวลาว่างมากเกินไปของผม เพราะก่อนหน้านี้เคยแฮงเอาต์กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมูฟออนไปแล้วแต่เรายังติดอยู่ที่เดิม บางครั้งที่เราโดดเดี่ยวนานเกินไป แม้นอนอยู่บนเตียงเฉยๆ คุณก็รู้สึกกระวนกระวายได้เหมือนกัน นั่นล่ะคือคอนเซปต์</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วจริงๆ คุณทำอะไรในเวลาว่าง</h4>



<p>ดูเน็ตฟลิกซ์ เล่นเซิร์ฟ หรือไม่ก็บาสเกตบอลครับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-9.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83197" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">อยู่ในวงการเพลงมา 5 ปีแล้ว อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของการเป็นศิลปิน</h4>



<p>สิ่งที่ดีที่สุดคือ 45 นาทีบนเวที</p>



<p>ทุกครั้งผมจะมอบความรู้สึกบ้าคลั่งที่สุดในโลก เอเนอร์จี้ในตัวผมจะดีดขึ้นสูงมากเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะหรือบันจี้จัมป์ยังไงยังงั้น ไม่มีที่ไหนที่อะดรีนาลินในตัวผมจะสูบฉีดได้มากเท่ากับการได้ยืนอยู่บนเวทีและได้ยินเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับ แม้ในวันที่ผมป่วยหรือเหนื่อยล้า การได้รับความรักจากพวกเขาทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองจะไม่เป็นไร ใช่ครับ ผมชอบอยู่บนเวทีมากจริงๆ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">สิ่งที่โหดหินที่สุดล่ะ</h4>



<p>ถ้าตอนนี้คงเป็นการเดินทางนะ ก่อนมาไทยผมเดินทางติดกันมา 3 เดือนแล้ว และทุกที่ก็อยู่ไม่เกิน 2 วัน ผมต้องเจอการโยกย้าย ไทม์โซนใหม่ ผู้คนใหม่ๆ ที่เข้ามาพบปะทุกวัน บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อย แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าตอนเห็นลิสต์สถานที่ที่ต้องทัวร์ตอนเตรียมงานหรอก ผมต้องแสดง 50 โชว์ ตอนแรกผมคุยกับผู้จัดการว่าจะไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ แต่ผมก็ผ่านมาได้และยังสบายดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-17.jpg" alt="Ruel" class="wp-image-83200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Ruel-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณรู้สึกว่าการเป็นศิลปินแย่งเวลาที่คุณควรจะใช้กับชีวิตวัยรุ่นไปบ้างไหม</h4>



<p>ผมไม่คิดอย่างนั้นนะครับ (ตอบทันที) ตั้งแต่อายุ 15 ปีผมรู้ตัวว่าอยากทำอะไร และอันที่จริงผมก็มีเวลาก่อนหน้านั้นหลายปีด้วยซ้ำที่ต้องฝึกฝน เขียนเพลง และมีโอกาสคิดใหม่ว่าอยากทำเรื่องนี้จริงๆ หรือเปล่า เพราะต้องแลกกับอะไรหลายอย่าง พอตอนอายุ 15 ปีที่ผมเริ่มแต่งเพลงเพื่ออีพี ‘Ready’ มันเหมือนกับการบอกตัวเองว่า โอเค เอาล่ะนะ จะหันหลังกลับไม่ได้แล้ว</p>



<p>ผมมีช่วงเวลาวัยเด็กที่ดีมาก และผมแน่ใจมากๆ เหมือนกันว่าตัวเองอยากเป็นศิลปินจริงๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ruel/">เสียงหัวเราะ น้ำตา และยารักษาใจ ของ &#8216;Ruel&#8217; ศิลปินหนุ่มน้อยชาวออสซี่ผู้เติบโตผ่านบทเพลงโซลป๊อป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ กลับไปนับหนึ่งอีกครั้งในปีที่ 17 ของชีวิตนักดนตรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/stamp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2019 12:24:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[แสตมป์ อภิวัชร์]]></category>
		<category><![CDATA[Stamp]]></category>
		<category><![CDATA[12sumrecords]]></category>
		<category><![CDATA[TOY'S FACTORY]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=66645</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากมองชีวิตรวมๆ ของ แสตมป์–อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ชายร่างสูงตรงหน้าเราคนนี้  สิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ความรักในเสียงดนตรีพาเขาก้าวมาไกลเหลือเกิน จากอดีตมือกีตาร์วงนูเมทัลที่ชื่อว่า ‘กล้วยไทย’ นักร้องนำวง 7thSCENE กระทั่งเริ่มจรดปากกาเขียนเพลงให้ตัวเอง ตามด้วยความโด่งดังในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ชื่อว่า แสตมป์ อภิวัชร์ กระทั่งวันที่เปิดค่ายเพลงเล็กๆ แสนอบอุ่นของตัวเองอย่าง 12sumrecords การทำงานอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เขาถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากแฟนเพลง มีอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสุดๆ มีคอนเสิร์ตใหญ่ และเพลงฮิตนับไม่ถ้วนของเขาแทรกซึมอยู่ในความทรงจำของเรา พี่น้อง ผองเพื่อน หรือกระทั่งคนรุ่นพ่อแม่เราเองก็ไม่เว้น  เดือนที่แล้วเขาประกาศข่าวดีบนเพจตัวเองว่าได้เซ็นสัญญากับ TOY’S FACTORY ค่ายเพลงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปินเบอร์ใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย เดบิวต์บนตลาดเพลงที่นู่นด้วยเพลง BANGKOK SUMMER เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และมีแพลนปล่อยอัลบั้มเต็ม EKAMAI DREAM 1 เร็ววันนี้ ในวันที่เราเชื่อว่าแสตมป์คือนักร้องนักแต่งเพลงผู้เพียบพร้อม เขามีครบแทบทุกอย่างทั้งฝีมือ ชื่อเสียง และคนรอบข้างที่พร้อมซัพพอร์ต ระยะทางไกลที่ผ่านมาเขาพบเจอความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิดมากมาย ชายตรงหน้ากลับย้ำว่าบนน่านน้ำใหม่ที่เขาเลือกหันใบเรือเดินทางไปคือการเริ่มนับหนึ่งใหม่ แน่นอน การพาตัวเองไปอยู่ในที่ใหม่อาจมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่นักดนตรีเจนเวทีคนนี้เป็นกังวลบ้าง แต่ท้ายที่สุดเขายังคงยืนยันคำเดิม คำเดียวกับที่เขาเคยพูดเมื่อครั้งยังเป็นนักดนตรีหนุ่ม “ทุกวันนี้มีความสุขกับการทำเพลงมาก” เรารู้สึกอิจฉาทุกครั้งเวลาเห็นใครพูดด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยประกายความสุข แถมเป็นความสุขที่เกิดจากการอยู่กับงานอีกต่างหาก  แต่สิ่งที่เราค้นเจอระหว่างบทสนทนาราวหนึ่งชั่วโมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/stamp/">เมื่อ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ กลับไปนับหนึ่งอีกครั้งในปีที่ 17 ของชีวิตนักดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากมองชีวิตรวมๆ ของ </span><b>แสตมป์–อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข</b><span style="font-weight: 400;"> ชายร่างสูงตรงหน้าเราคนนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ความรักในเสียงดนตรีพาเขาก้าวมาไกลเหลือเกิน จากอดีตมือกีตาร์วงนูเมทัลที่ชื่อว่า ‘กล้วยไทย’ นักร้องนำวง 7thSCENE กระทั่งเริ่มจรดปากกาเขียนเพลงให้ตัวเอง ตามด้วยความโด่งดังในฐานะศิลปินเดี่ยวที่ชื่อว่า แสตมป์ อภิวัชร์ กระทั่งวันที่เปิดค่ายเพลงเล็กๆ แสนอบอุ่นของตัวเองอย่าง 12sumrecords</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานอย่างต่อเนื่องทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เขาถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากแฟนเพลง มีอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสุดๆ มีคอนเสิร์ตใหญ่ และเพลงฮิตนับไม่ถ้วนของเขาแทรกซึมอยู่ในความทรงจำของเรา พี่น้อง ผองเพื่อน หรือกระทั่งคนรุ่นพ่อแม่เราเองก็ไม่เว้น </span></p>
<p><div id="erdyt-69e9a096cb51e" data-id="8ZR0E-HjhKw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8ZR0E-HjhKw-69e9a096cb51e" data-vid="8ZR0E-HjhKw" data-src="https://www.youtube.com/embed/8ZR0E-HjhKw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8ZR0E-HjhKw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดือนที่แล้วเขาประกาศข่าวดีบนเพจตัวเองว่าได้เซ็นสัญญากับ TOY’S FACTORY ค่ายเพลงเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปินเบอร์ใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อย เดบิวต์บนตลาดเพลงที่นู่นด้วยเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">BANGKOK SUMMER</span></i><span style="font-weight: 400;"> เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ และมีแพลนปล่อยอัลบั้มเต็ม </span><i><span style="font-weight: 400;">EKAMAI DREAM 1</span></i><span style="font-weight: 400;"> เร็ววันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่เราเชื่อว่าแสตมป์คือนักร้องนักแต่งเพลงผู้เพียบพร้อม เขามีครบแทบทุกอย่างทั้งฝีมือ ชื่อเสียง และคนรอบข้างที่พร้อมซัพพอร์ต ระยะทางไกลที่ผ่านมาเขาพบเจอความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิดมากมาย ชายตรงหน้ากลับย้ำว่าบนน่านน้ำใหม่ที่เขาเลือกหันใบเรือเดินทางไปคือการเริ่มนับหนึ่งใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน การพาตัวเองไปอยู่ในที่ใหม่อาจมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่นักดนตรีเจนเวทีคนนี้เป็นกังวลบ้าง แต่ท้ายที่สุดเขายังคงยืนยันคำเดิม คำเดียวกับที่เขาเคยพูดเมื่อครั้งยังเป็นนักดนตรีหนุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้มีความสุขกับการทำเพลงมาก” เรารู้สึกอิจฉาทุกครั้งเวลาเห็นใครพูดด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยประกายความสุข แถมเป็นความสุขที่เกิดจากการอยู่กับงานอีกต่างหาก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่เราค้นเจอระหว่างบทสนทนาราวหนึ่งชั่วโมง ช่วงเวลาเดียวกับที่อัลบั้มลำดับที่ 4 </span><i><span style="font-weight: 400;">Sci-Fi</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของเขาดังพลุแตก ชายตรงหน้ากลับบอกเราว่าลึกๆ เขาไม่ได้ยินดีหรือมีความสุขกับความสำเร็จก้อนนี้ เขาใช้เวลาเยียวยาตัวเองจากความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจนานเกือบสามปี เจ็บหนักราวกับเลิกกับแฟนที่รักกันมาก เขาว่าอย่างนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มาที่ไปของความสุขและแววตาสดใสที่เราเห็นในวันนี้ต้องผ่านความสาหัสระดับไหนมา แล้วชายที่เราเห็นว่าเขาเป็นศิลปินมาดกวนอารมณ์ดีคนนี้ก้าวข้ามมันด้วยวิธีการใด เขยิบเข้ามาใกล้ๆ แสตมป์พร้อมเล่าให้เราฟังแบบยาวๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ได้ยินมาว่าแสตมป์ตกลงเซ็นสัญญากับ TOY’S FACTORY ก่อนที่จะรู้เงื่อนไขเสียอีก อะไรทำให้คุณตัดสินใจไวแบบนั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือเราไม่ได้มีอะไรที่นู่นเลยครับ ไม่มีคอนเนกชั่นเลย ฉะนั้นการที่เราจะไปเล่นหรือทำอัลบั้มก็ค่อนข้างยากพอสมควร เขาเป็นค่ายเพลงในฝันที่เราอยากร่วมงานอยู่แล้วด้วย เคยคิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ด้วยซ้ำ (ยิ้ม) จริงๆ เราเคยคุยเรื่องทำโปรเจกต์กับเขามาก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนั้นมันถูกพับไป แต่พอเขาติดต่อให้เราเข้าไปคุยอีกรอบ ชวนทำอัลบั้ม เราตกปากรับคำแบบไม่คิดเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เขาบอกไหมว่าทำไมเขาถึงเลือกคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่เคยถามเขาเลยครับ อยากวานให้ a day ช่วยถามเขาเหมือนกัน (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>วัย ประสบการณ์ ชื่อเสียงที่คุณมี ส่งผลกับการเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่นู่นบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่บอกว่าเราไปแบบศูนย์เลย ทำงานกับคนที่ไม่รู้จัก อย่างคนที่มาดูเขาก็ไม่ได้รู้จักเรามาก่อน ถ้าถามว่าต่างกับที่ไทยไหม เราว่ามันเหมือนตอนทำวง 7thSCENE ความรู้สึกแบบเดียวกับตอนนั้นเลย เริ่มเรียนใหม่ ทำความรู้จักกับคนใหม่ ได้ไปออกวิทยุ สัมภาษณ์ลงหนังสือ แนะนำตัวกับคนฟังอีกรอบ เหมือนกลับไปช่วงเข้าวงการตอนแรกๆ โชคดีที่เรามีค่ายที่ดูแลเราดีมากเลยไม่รู้สึกว่าลำบากอะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66673" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยในการทำงาน เขาดูแลคุณยังไงบ้าง เฮี้ยบกับคุณบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เขายังไม่เฮี้ยบนะ อาจเพราะเราเพิ่งเข้าไปในค่ายได้ไม่นาน อย่างใน </span><i><span style="font-weight: 400;">แตมไปดู</span></i><span style="font-weight: 400;"> ตอนล่าสุดนี่คือการเข้าไปแนะนำตัวกับคนในค่ายในฐานะศิลปินครั้งแรก เดี๋ยวเดือนหน้าหลังจากที่ปล่อยอัลบั้มไปคิดว่าเราน่าจะได้ทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ที่เราบอกได้ตอนนี้คือ เขาช่วยเราดีทุกๆ อย่าง เรียกได้ว่าละเอียดมากๆ เช่น เขาขยันมาก ส่งอีเมลมาให้ทั้งเช้าและเย็น อัพเดตว่าเราต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง เสนอให้ออกรายการทีวีรายการนี้นะ ถามว่าคุณคุยคำถามนี้ได้ไหม ตอนทำซีดี ทำปกอัลบั้ม ก็ถามเราเลยว่าใช้ฟอนต์แบบนี้ได้ไหม คือในไทยเราจะปล่อยผ่านเนอะ แต่ที่นู่นเขาทำอะไรนิดหน่อยคือต้องถามเราก่อน เราเลยต้องคุยกับเขาเยอะมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิบกว่าปีที่ผ่านมา เราทำงานอย่างอิสระมาตลอดอยู่แล้ว เรารู้สึกดีมากๆ ที่ตอนนี้มีคนช่วยเราคิด ช่วยเราทำในเรื่องที่เราทำเองไม่ได้ อย่าง Summer Sonic ที่เราได้ไปเล่นจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเขาไม่ไฟต์ ไม่เสนอชื่อเราเข้าไป คือถ้าไปเองเราก็ไม่รู้ว่าจะเสนอใคร เพราะตลาดเพลงที่นู่นมีวิธีการของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66678" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วเรื่องผลงานเพลงล่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาให้ไอเดียมาว่าจะเสนออะไรในตัวเรา เวลาส่งเพลงไป เขาจะไม่บอกว่าเพลงนี้ไม่ดี เขาบอกแค่ว่าอยากเติมภาษาไทยลงไปในเพลง เหมือนมองเห็นว่าถ้าใส่สิ่งนี้เข้าไปเพลงเราจะเด้งออกมาจากเพลงในตลาด เป็นเรื่องแบบนี้มากกว่า แทบไม่เปลี่ยนอะไรข้างในเลย หรืออย่างอัลบั้ม <i>EKAMAI DREAM 1</i></span><i><span style="font-weight: 400;"> </span></i><span style="font-weight: 400;">ที่กำลังจะปล่อย ตอนแรกเราทำเพลงภาษาอังกฤษหมดเลย เขาก็มาคุยกับเราว่าอยากให้มีเพลงภาษาไทยด้วย ถ้ามองจากข้างนอกมันเป็นอัลบั้มที่แปลกมากเลยนะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณคิดเรื่องการทำเพลงให้คนญี่ปุ่นฟังหนักขนาดไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ตอนทำไม่ได้คิดมากครับ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราน่าจะคิดมากกว่านี้ (หัวเราะ) ตอนนั้นเราคิดว่าแค่ได้ออกก็บุญแล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกว่าน่าจะทำให้มันเข้ากับตลาดเพลงญี่ปุ่นมากกว่านี้หน่อย คือคนฟังเพลงญี่ปุ่นเขาจะมีซาวนด์เพลงที่เขาชอบอยู่ ถ้าใส่สิ่งนี้เข้าไปอีกก็น่าจะช่วยได้มากกว่านี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าอัลบั้มประสบความสำเร็จก็คงจะดีนะ ถ้าถามว่า ณ ตรงนี้คาดหวังอะไร เราคาดหวังว่าจะได้ทำมันต่อ เพราะถึงเวลานั้นเราคงเริ่มรู้แล้วว่าเราต้องเดินไปเส้นไหนวะ ถ้าเริ่มมีแฟนเพลงจำนวนหนึ่งที่เอนจอยกับเพลงเรา กลายเป็นโอกาสที่ได้ทำมันต่อ เราก็น่าจะได้สนุกกับมันมากขึ้นด้วย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66666" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทำไมต้องชื่อ </b><strong><i>EKAMAI DREAM 1</i></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอกมัยเป็นบ้านของเรา แล้วตอนเด็กๆ เราชอบอัลบั้มของ Cornelius ชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">From Nakameguro to Everywhere </span></i><span style="font-weight: 400;">นากาเมกุโระ</span><span style="font-weight: 400;">คือบ้านที่เขาอาศัยอยู่ เขาทำเพลงจากที่นั่นและปล่อยมันไปสู่ทุกๆ ที่ มันเจ๋งมากที่เอาโฮมทาวน์ตัวเองมาอยู่ในชื่ออัลบั้ม อีกอย่างคือคำว่าเอกมัยเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตอนนี้คุณต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นหนักเลยใช่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กำลังพยายามครับ อย่างตอนที่ไปสัมภาษณ์ครั้งล่าสุด เรารู้เลยว่าภาษาญี่ปุ่นของเรายังห่างไกลมาก ฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียวเลย ทางผู้จัดการก็บอกว่าเขาชอบที่เราพูดไม่ได้นะตลกดี (หัวเราะ) แต่ลึกๆ เราอยากพูดให้ได้นะ อย่างน้อยก็อยากสื่อสารให้เมมเบอร์ในวงหรือเพื่อนร่วมงานเข้าใจว่าเราอยากได้อะไร คุยกันเข้าใจมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66668" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ก่อนหน้านี้คุณได้ไปเล่นดนตรีตามไลฟ์เฮาส์ในญี่ปุ่น ชอบวัฒนธรรมการดูไลฟ์คอนเสิร์ตของประเทศนี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าสิ่งที่นักดนตรีไปเล่นแล้วชอบคือการที่เขามาดูเราเล่นก่อนแล้วค่อยกินเหล้าทีหลัง แต่ว่าบ้านเราคือเขามากินเหล้าแล้วมีวงมาเล่น priority มันต่างกันนิดหนึ่ง ตัวผมเองเนี่ยเป็นนักดนตรีที่ติดการเรียกร้องความสนใจมาก ‘ทุกคน เป็นไงบ้างครับ’ ‘ขอเสียงคนโสดหน่อย’ มวลมันจะสนุกได้คือเราต้องให้คนดูเขาสนใจเรา ทำโชว์ให้สนุก ให้คนดูแฮปปี้ ถามว่าให้เราไปเล่นในผับแบบก้มหน้าก้มตาเล่นจนจบ เราทำได้นะ แต่เจ้าของร้านคงไม่จ้างเราซ้ำ (หัวเราะ) บรรยากาศผับมีส่วนสร้างให้เราเป็นแบบนี้ เราติดสิ่งนี้ไปใช้กับที่นู่นด้วยนะ ซึ่งเราก็รู้สึก เออ มันเกินไปปะวะ เพราะว่าคนดูที่นู่นเขาตั้งใจดูเราโดยที่เราไม่ต้องเรียกร้องความสนใจเลย ตอนหลังเลยต้องพยายามลดลงเวลาไปเล่นที่นู่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดยังไงกับคำพูดที่ว่า ‘การเล่นในผับทำลายอาชีพศิลปิน’ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันทำให้เราได้ตังค์ เรายอมรับ แล้วเราว่ามันก็สำคัญ มันอาจจะไม่ได้ทำลายหรอกแต่แค่สร้างความเคยชินบางอย่างให้คนดูและศิลปิน ทุกอย่างมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่วงต่างประเทศไม่เล่นในผับเลย เขาเล่นในฮอลล์ ในไลฟ์เฮาส์อย่างเดียว การทัวร์เขาจะเป็นกิจจะลักษณะมาก ซ้อม 3 เดือนแต่เล่นทัวร์ร้อยครั้ง แล้วโชว์เขาก็จะเป็นโชว์ที่คิดมาแทบจะทุกรายละเอียด เพื่อให้โชว์สมบูรณ์ ของที่ใช้ก็เป็นของที่เขาเตรียมมาเองหมด แต่ถ้าเป็นผับ อันนี้ก็ไฟของร้านนะ เดี๋ยวมีพริตตี้เอ็มซีแทรกตรงนี้ แต่ข้อดีของการเล่นผับคือเราว่าเราเล่นดนตรีมาเยอะกว่าวงต่างๆ ในเมืองนอกที่เขาต้องเล่นในฮอลล์เท่านั้น ซึ่งความถี่ในการเล่นที่บ่อยกว่าก็ทำให้เราแกร่งได้อีกแบบหนึ่ง จะให้เล่นที่ไหนก็เล่นได้ ศิลปินไทยแข็งแกร่งนะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66665" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อเสียของการเล่นในผับคือวงต้องดังก่อนถึงจะมีที่เล่น ผับเขาคงไม่จ้างวงเล็กๆ หรอก เพราะเขาต้องขายโต๊ะให้ได้ พวกวงเล็กๆ ที่เจ้าของร้านรู้จักแล้วจ้างมาเล่นก็มีนะแต่มันเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ถ้าเรามีไลฟ์เฮาส์แบบเมืองนอก พอวงมียูทูบของตัวเอง มีกลุ่มแฟนเพลงในสตรีมมิง วงก็จะสามารถรวบรวมแฟนเพลงตัวเองมาที่ไลฟ์เฮาส์ เด็กๆ ก็จะมีโอกาสได้เล่นดนตรีเยอะขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ผมค้นพบที่ญี่ปุ่นคือนักดนตรีที่นู่นบาลานซ์เสียงจากเครื่องดนตรีตัวเองเก่งมาก คือกว่าที่วงจะมีแฟนเพลงมากพอที่จะออกอัลบั้ม เขาต้องผ่านการเล่นไลฟ์เฮาส์มาเป็นพันครั้งเลยฮะ เมื่อเขาต้องลุยด้วยตัวเอง เทียบกับยุคเราตอนทำ 7thSCENE เราทำเพลงจากบ้าน เราเข้าค่าย เราปล่อยอัลบั้ม ตอนไปเล่นที่ผับครั้งแรกๆ เรากลายเป็นเด็กบ้านๆ ที่ทุกอย่างบนเวทีมีคนเซตให้เรียบร้อยหมดเลย กลายเป็นว่าเราขาดซาวนด์เอนจิเนียร์ คนที่คอยคุมบาลานซ์ให้เราไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไอ้เด็กญี่ปุ่นที่เติบโตมากับไลฟ์เฮาส์เนี่ย เขาแทบไม่ต้องการซาวนด์เอนฯ ทุกอย่างเขาบาลานซ์ด้วยมือเขาเองหมดเลย ตลอดเวลา 3-4 ปีที่ทัวร์ วงพวกนี้เล่นโดยไม่พึ่งบุคลากรนอก เขาเลยเก่งเรื่องการฟังเอามากๆ ซึ่งผมว่านี่เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดของนักดนตรีเลยนะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ช่วงนี้เราได้ยินคุณพูดบ่อยครั้งว่ามีความสุขกับการทำงานมาก อะไรส่งผลให้คุณมีความสุขกับมันมากขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่มีความสุขเฉยเลยเว้ย มันคือช่วง 5-6 ปีก่อน ตอนนั้นอาชีพการงานเราดีมากเลยนะ ทำเพลงอะไรออกมาคนก็อินหมดเลย <em>The Voice</em> ก็พีคเอามากๆ แต่ข้างในเราไม่มีความสุข ไม่รู้ทำไมเราถึงเบื่อ เรารับมือกับใจตัวเองไม่ไหว อาจเพราะความเห็นต่างๆ มันเยอะมาก ทั้งความสำเร็จ คำชื่นชม ความเกลียดชัง ตัวเราก็ดันเกลียดตัวเองในวันนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานเพลงเป็นงานละเอียดอ่อน เราใช้หัวใจในการเขียนเพลง ใช้หัวใจในการเล่น เวลาเล่นดนตรีเราต้องไม่มีกำแพงกับคนดู เล่นแล้วเราเอนจอย มันเลยค่อนข้างละเอียดอ่อนกว่า พอหัวใจมันไม่ดีแล้วเจตจำนงก็ไม่ดีตาม งานเลยออกมาไม่ดีด้วย ตอนนั้นเพลงเราประสบความสำเร็จ มีคนชื่นชมมากก็จริง แต่ข้างในเราไม่ได้รู้สึกตามเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66664" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนั้นในใจคืออยากเลิกเล่นดนตรีแล้ว ภรรยา (นิว–</span><span style="font-weight: 400;">จีริสุดา ศรีวัฒน์</span><span style="font-weight: 400;">) เห็นความดาร์กมืดมนในจิตใจผมก็เลยพาไปญี่ปุ่น แล้วก็แนะนำว่าลองไปทำเบื้องหลังไหม ทำในไทยไม่ได้ตังค์ไม่เป็นไร เราไปทำเมืองนอกกัน เขาก็ติดต่อกับคนที่เอาวงญี่ปุ่นมาที่ไทย ปรึกษาว่ามีหนทางไหนบ้างไหมที่เราจะได้ไปทำงานเบื้องหลังที่เมืองนอก จนสุดท้ายเราก็ได้ลองแต่งเพลง ทำอะไรที่หลุดกรอบเดิมๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังอัลบั้ม <em>Sci-Fi</em> เราเลยหายไปจากวงการเพลงไทยพักหนึ่ง ระหว่างนั้นเราก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ค่อยๆ กลับมาสนุกกระทั่งกลับมาเป็นปกติ ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนกับคนที่เลิกกับแฟนแล้วกลับมาคบกัน เราเลิกกับดนตรีแล้วกลับมาเจอมันใหม่ เป็นช่วงฮันนีมูนที่มีความสุขจนเริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย เราเสียดายเวลา 3 ปีที่ไม่มีความสุขกับมัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในวันที่คุณกลับมา เคยนึกย้อนไปไหมว่าสาเหตุจริงๆ ของมันคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าเราคาดหวังอย่างอื่นมากกว่าการเล่นดนตรี เมื่อก่อนเราทำดนตรีเพื่อให้คนฟังมาตลอด จนกระทั่งวันที่มันประสบความสำเร็จ เราเริ่มคาดหวังอย่างอื่น เราอยากทำเพลงเพื่อให้คนชม ให้คนรัก แล้วพอตั้งต้นแบบนั้นทุกอย่างมันเลยผิดไปหมด สมมติเราทำด้วยใจที่อยากให้คนชม พอมันมีคนชมมาจริงๆ จิตใจก็จะยิ่งอยากให้เขาชมอีก ชมยิ่งกว่านี้อีกสิ แย่กว่านั้นคือมีคนด่าเท่านั้นแหละ จิตใจมันแตกเลยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พออะไรต่างๆ เข้ามาเยอะ เหมือนเราเมาหมัดจนเราหลงทาง จนเราเป๋ไป แทนที่เราจะทำเพลงเพราะชอบมันเหมือนเดิม พอเริ่มรู้สาเหตุว่าจุดมุ่งหมายมันผิด วันนี้เราหันใบเรือกลับมาได้ เรารู้สึกดีทุกครั้งที่มีโอกาสได้เล่น เราเอนจอยทุกโมเมนต์ที่มันเกิดขึ้น อย่างคืนนี้เราไปเล่นที่โรงเบียร์ เมื่อก่อนเรากังวลนะว่าคนเขาชอบเพลงเพื่อชีวิตมากกว่าเพลงเราไหมนะ แต่พอเรามีจุดมุ่งหมายที่จะเล่นดนตรีเพียงแค่นี้จริงๆ เราก็จะเล่นมันโดยที่ไม่กลัวอะไรเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66672" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>นอกจากได้ความสุขกลับมา เหตุการณ์นี้มันให้บทเรียนอะไรกับคุณอีกบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันบอกเราว่าถ้าวันนี้เราไม่ประสบความสำเร็จเท่าเก่า ต่อให้มีคนจำนวนน้อยมากที่มาดูเราเล่นคอนเสิร์ตเพราะเขาชอบเพลงเราจริงๆ เราจะรู้สึกว่ารอบข้างยังมีคนกลุ่มนี้ที่สนับสนุนเราอยู่นะ เมื่อก่อนเนี่ยเราแทบจะมองไม่เห็นพวกเขาเลยเพราะจิตใจที่มันปิด มันมืดมนจนมองไม่เห็นอะไรเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราอยากให้คนที่ได้ดูเราเมื่อ 3-4 ปีก่อนกลับมาดูเราอีกครั้ง เราอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าแววตาเราไม่เหมือนเดิมแล้วนะ กลับไปดูเทปที่เขาเล่นเนอะ (หันไปมองภรรยาที่นั่งอยู่ไม่ไกล) นิวก็บอกว่าแววตาเรามันคนละเรื่องกับตอนนี้เลย แล้วตอนนั้นเราอ้วนกว่านี้มาก สิบกิโลฯ เลยมั้ง เป็นช่วงที่เราอ่อนแอจริงๆ แต่ก็มีนิวนี่แหละที่พาเราไปเห็นว่าชีวิตไม่ได้มีแค่นี้นี่หว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณโชคดีมากเลยนะที่มีคนนี้อยู่ข้างๆ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนว่าทั้งชีวิตเราไม่ได้เตรียมการเพื่ออย่างอื่นเลย เราอยากเป็นนักดนตรีอย่างเดียว พอเราเฟลด้วยตัวเราเอง เรางงเลยว่าควรทำอะไรต่อ นิวเลยต้องรับบทเป็นคนพาเราไปนั่นไปนี่ อย่างทุกวันนี้ที่เราเปิดค่ายเพลง เราเป็นศิลปิน อย่างมากที่สุดก็คือจัดแจงตัวเอง คิดนั่นคิดนี่บ้าง แต่นิวเป็นเหมือนคน 11 คนในคนเดียว เพราะนิวดูแลแทบจะทุกอย่างที่เกี่ยวกับค่าย คนที่เป็นเจ้าของค่ายจริงๆ คงเป็นนิวมากกว่า (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นตอนนี้ก็มาจากตอนนั้นแหละที่คนด่าเรา เราเจ็บ เราวิ่งหนี เราลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เรากลับมาในอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าให้พูดจริงๆ เราต้องขอบคุณวันเหล่านั้น ไม่งั้นเราคงไม่เห็นช่องทางอื่นที่ทำได้ เราอาจจะไม่มีความสุขกับอาชีพนักดนตรีเท่าตอนนี้ก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-66677" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/stamp-apiwat1-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/stamp/">เมื่อ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ กลับไปนับหนึ่งอีกครั้งในปีที่ 17 ของชีวิตนักดนตรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PROM+ : ค่ายเพลงฮิปฮอปที่พร้อมทำอะไรบวกๆ และถ้าใครอยากบวกก็มาดิค้าบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/prombuak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Feb 2019 05:42:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Hiphop]]></category>
		<category><![CDATA[rapper]]></category>
		<category><![CDATA[prombuak]]></category>
		<category><![CDATA[loveis]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53962</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่รักเพลงแรป กระแสในวงการตอนนี้คงทำให้ใครหลายคนยิ้มแก้มปริ จากที่เคยเป็นวัฒนธรรมย่อยในวงการดนตรี ปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธความสำเร็จของเพลงแรป และผลพวงจากความนิยมที่ตามมานี้เองทำให้วัฒนธรรมฮิปฮอปค่อยๆ แผ่ขยายจากจุดเดิมไปไกลมาก โอกาสและพื้นที่ใหม่ๆ ค่อยๆ เกิดขึ้นตามมาจนส่งผลให้ผู้เล่นในสนามนี้เยอะขึ้นตามไปด้วย ตั้งแต่ศิลปิน คนเบื้องหลัง ไปจนถึงระดับใหญ่อย่างค่ายเพลง ค่าย PROM+ คือค่ายเพลงฮิปฮอปน้องใหม่ในเครือเลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ถ้านับสิริรวมอายุของค่าย ต้องบอกว่าพวกเขายังมีอายุไม่ถึงขวบปีดี แต่ถึงแม้จะมีอายุไม่มาก ผลงานเพลงจากค่ายก็ปรากฏออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเรื่อยๆ ซึ่งเพลงล่าสุดอย่าง ตัวท๊อปเท่านั้น และ อย่าพูดเลย  ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในแง่เสียงตอบรับและคำชม ถึงจะเรียกตัวเองว่าเป็นค่าย แต่หากดูรายชื่อของผู้เล่นที่ปรากฏ เราจะเห็นรายชื่อเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เราจึงเชิญ 3 ผู้เล่นจาก PROM+ มานั่งสนทนากันในวันนี้ อุ๋ย–นที เอกวิจิตร aka อุ๋ย Buddha Bless, โต้ง–สุรนันต์ ชุ่มธาราธร aka โต้ง Buddha Bless และ โจ–กิตติกานต์ แซ่หลี aka ทศกัณฐ์ แรปเปอร์ทั้งสามคือหนึ่งในพลังหลักในการขับเคลื่อนค่ายเพลงฮิปฮอปนี้ในปัจจุบัน กับวงการเพลงแรปที่กำลังบูมสุดๆ และในยุคนี้ที่แรปเปอร์ทุกคนสามารถทำเพลงของตัวเองได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/prombuak/">PROM+ : ค่ายเพลงฮิปฮอปที่พร้อมทำอะไรบวกๆ และถ้าใครอยากบวกก็มาดิค้าบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่รักเพลงแรป กระแสในวงการตอนนี้คงทำให้ใครหลายคนยิ้มแก้มปริ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่เคยเป็นวัฒนธรรมย่อยในวงการดนตรี ปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธความสำเร็จของเพลงแรป และผลพวงจากความนิยมที่ตามมานี้เองทำให้วัฒนธรรมฮิปฮอปค่อยๆ แผ่ขยายจากจุดเดิมไปไกลมาก โอกาสและพื้นที่ใหม่ๆ ค่อยๆ เกิดขึ้นตามมาจนส่งผลให้ผู้เล่นในสนามนี้เยอะขึ้นตามไปด้วย ตั้งแต่ศิลปิน คนเบื้องหลัง ไปจนถึงระดับใหญ่อย่างค่ายเพลง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53992 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-10.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค่าย PROM+ คือค่ายเพลงฮิปฮอปน้องใหม่ในเครือเลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้านับสิริรวมอายุของค่าย ต้องบอกว่าพวกเขายังมีอายุไม่ถึงขวบปีดี แต่ถึง</span><span style="font-weight: 400;">แม้จะมีอายุไม่มาก ผลงานเพลงจากค่ายก็ปรากฏออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเรื่อยๆ ซึ่งเพลงล่าสุดอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">ตัวท๊อปเท่านั้น</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">อย่าพูดเลย</span></i><span style="font-weight: 400;">  ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในแง่เสียงตอบรับและคำชม</span></p>
<p><div id="erdyt-69e9a096ccaf1" data-id="y0qG2OVvhlg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-y0qG2OVvhlg-69e9a096ccaf1" data-vid="y0qG2OVvhlg" data-src="https://www.youtube.com/embed/y0qG2OVvhlg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/y0qG2OVvhlg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><div id="erdyt-69e9a096ccb27" data-id="Db9d2omlTK8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Db9d2omlTK8-69e9a096ccb27" data-vid="Db9d2omlTK8" data-src="https://www.youtube.com/embed/Db9d2omlTK8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Db9d2omlTK8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเรียกตัวเองว่าเป็นค่าย แต่หากดูรายชื่อของผู้เล่นที่ปรากฏ เราจะเห็นรายชื่อเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เราจึงเชิญ 3 ผู้เล่นจาก PROM+ มานั่งสนทนากันในวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย–นที เอกวิจิตร aka อุ๋ย Buddha Bless, โต้ง–สุรนันต์ ชุ่มธาราธร aka โต้ง Buddha Bless และ โจ–กิตติกานต์ แซ่หลี aka ทศกัณฐ์ </span><span style="font-weight: 400;">แรปเปอร์ทั้งสามคือหนึ่งในพลังหลักในการขับเคลื่อนค่ายเพลงฮิปฮอปนี้ในปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับวงการเพลงแรปที่กำลังบูมสุดๆ และในยุคนี้ที่แรปเปอร์ทุกคนสามารถทำเพลงของตัวเองได้ น่าสนใจว่าทำไมค่าย PROM+ ถึงเกิดขึ้น แรปเปอร์ที่ทำงานกับค่ายต่างจากทำด้วยตัวเองอย่างไร และท่ามกลางผู้เล่นในสนามที่เยอะขนาดนี้ พวกเขาวางตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองไว้ตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่รู้เหมือนกันว่าคำตอบจากพวกเขาจะออกมาเป็นบวกหรือลบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้พวกเขาพร้อมบวกกับเราแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53989 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-7.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53990 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-8.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53988 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-6.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จากจุดเริ่มต้นที่ศูนย์ กลายมาเป็น PROM+ ได้อย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : เท้าความว่าผมกับพี่บอย (บอย โกสิยพงษ์) เราโอเคกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ผมเคยเรียนเขียนเพลงกับพี่บอย ว่างๆ ก็ชอบมานั่งเล่นตอนพี่บอยทำงาน ผมแฮปปี้กับพี่บอยทั้งในเรื่องผลงาน ทัศนคติ และความคิด ทีนี้พี่บอยเขาชวนผมมา 2-3 ปี ว่าเขาอยากทำค่ายฮิปฮอป แต่ตอนนั้นผมยังไม่พร้อม จนมาเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่พี่บอยมาชวนอีกทีพร้อมกับพี่จี๊ป (</span><span style="font-weight: 400;">เทพอาจ กวินอนันต์ ผู้ร่วมถือหุ้นและหนึ่งในผู้บริหารเลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์</span><span style="font-weight: 400;">) เราลองคุยดูก็พบว่าน่าสนใจ และตอนนี้เราก็พร้อมมากขึ้น เลยตัดสินใจตกลงทำร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โต้ง : ผมตามน้ำมาครับ ตามอุ๋ยมา (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : (หัวเราะ) ส่วนผมกับนายนะ (</span><span style="font-weight: 400;">ปิยวัฒน์ เชิดเพชรรัตน์ ศิลปินอีกคนจากค่าย PROM+) </span><span style="font-weight: 400;">มาจากทางรายการ <em>Show Me the Money</em> เรารู้จักพี่อุ๋ย พี่โต้ง จากรายการนั้นเพราะอยู่ทีมเดียวกันมา 6-7 เดือน</span><span style="font-weight: 400;"> พอจบรายการพี่อุ๋ยก็ถามเราว่าลองมาทำงานร่วมกันไหม พอดีกับที่เรารู้สึกว่าอยากทำให้การเป็นแรปเปอร์เป็นอาชีพได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็แค่ทำเพลงไปเรื่อย มันพอมีที่ทางแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเลี้ยงดูเราได้ ยิ่งมาเจอพี่บอยแล้วเขาเป็นกันเองและสนุกมาก ดังนั้นผมเลยมองว่าโอกาสตรงนี้น่าสนใจ เราก็อยากลองดูว่าวิธีการ ขั้นตอน และวิธีคิดของค่ายเพลงเป็นยังไง ผมก็เลยขอมาด้วย (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>ทำไมถึงต้อง PROM+</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : ตอนแรกเสนอไปว่าชื่อ ‘คิดบวก’ แต่พี่บอยเขาบอกว่าถ้าคิดบวกแล้วสะกดเป็นภาษาอังกฤษ KID มันดูเหมือนเด็ก ก็เลยกลายเป็น PROM+ มันมีสองความหมาย คือเราพร้อมจะทำอะไรบวกๆ กับพร้อมที่จะเข้าไปบวก (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53984 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-3.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอมีคำว่า ‘ค่าย’ มันต้องมีคอนเซปต์หรือแนวทางเพลงที่ต้องไปในทางเดียวกันหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : ไม่มีเลยครับ (ตอบทันที) เราไม่มีการวางอะไรทั้งนั้น ผมคิดว่าแค่เมื่อ 3 ปีที่แล้วเรายังไม่เหมือนเดิมเลย ตัวเราเองคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดังนั้นเราคงไม่สร้างกรอบไว้บังคับใคร แต่อย่างนายนะกับโจคือผมเห็นเขามาตั้งแต่ประกวดแล้ว เรามั่นใจในสไตล์และทัศนคติของพวกเขาที่ไม่ได้ฉีกจากเรามาก ดังนั้นผมเลยค่อนข้างให้อิสระกับทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : จริง พวกเราเหลือแค่ทำบีตกันเองแล้วนะพี่ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : เออใช่ บอกไปสิว่ากูไปแก้อะไรของมึงบ้างไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : (หัวเราะ) แทบจะไม่ได้แก้เลย จริงๆ ตอนแรกเราก็กังวลเหมือนกัน ผมบอกพี่อุ๋ยไปว่าผมอาจไม่ใช่แบบที่ทุกคนเคยเห็นนะ เพราะมันมีสิ่งที่ผมอยากทำอยู่ ก่อนหน้านั้นเรามาสายดุดัน เราแข่งแรปแบตเทิล แต่พอมาอยู่นี่เราอยากหวานจ๋า กลายเป็นว่าพี่ๆ เขาโอเคมาก เราได้ทำงานเองแทบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันดีตรงที่ว่าเราได้อินกับเพลงของเราเต็มที่ ไม่ใช่ทำเพราะต้อง</span></p>
<p><div id="erdyt-69e9a096ccb3e" data-id="qv3JHTr4i6Y" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-qv3JHTr4i6Y-69e9a096ccb3e" data-vid="qv3JHTr4i6Y" data-src="https://www.youtube.com/embed/qv3JHTr4i6Y?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/qv3JHTr4i6Y/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>การทำงานภายใต้ค่ายใหญ่ต่างกับการทำเพลงของตัวเองก่อนหน้านี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : แทบไม่ต่างเลยครับ ผมให้อิสระน้องมากขนาดนี้เพราะผมก็ได้รับอิสระจากพี่บอย พี่จี๊ป มาเหมือนกัน มันเป็นอีกข้อหนึ่งที่ผมเลือกมาทำ เพราะพวกเขาบอกผมว่าพี่ไม่ต้องการเพลงขาย พี่ต้องการเพลงดี ตอนนั้นฟังแล้วแบบโห มาถูกคนแล้วครับพี่ (หัวเราะ) ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจนะ คิดว่าพี่บอยสุดโต่งไป แต่พอได้คุยกับพี่บอยก็เข้าใจเขาร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว พี่บอยอธิบายว่าเพลงดีที่เขาหมายถึงคือเพลงที่เราร้องแล้วรู้สึกภูมิใจ ไม่ว่าจะเพลงรัก ปรัชญา หรืออะไรก็แล้วแต่ จงภูมิใจกับมันมากๆ ในขั้นต้นต้องทำสิ่งนี้ให้ได้ก่อน </span></p>
<p><b>แต่ในความเป็นจริง เราทำได้จริงๆ เหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : ยากเหมือนกัน ตอนแรกเราเกรงใจและต้องปรับทัศนคติพอสมควร แต่ผมก็พยายามทำให้มันไปด้วยกันได้ อยากทำเพลงที่กูร้องแล้วกูภูมิใจ ถึงจะไม่ดังแต่กูก็ภูมิใจ เพราะพี่เขาให้โอกาสเราขนาดนั้นแล้ว เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้คำว่าดีของเรา มันแข็งแรงพอไหมในเชิงธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : ส่วนตัวผมก็เหมือนกัน ไม่มีใครเคยลงทุนในตัวเราขนาดนี้ ดังนั้นเราก็กดดันในการตอบแทนและสร้างผลประโยชน์ให้กับองค์กร เคยเหมือนกันที่นั่งคิดว่าทำเพลงยังไงถึงจะขายได้ แต่ก็จั๊กจี้ตัวเองเพราะมันไม่เป็นตัวเรามากๆ แต่พอได้คุยกับพี่อุ๋ย พี่บอยก็ดีขึ้น เรากลับไปจุดเดิมที่ว่าเราเขียนเพลงเพราะเราอยากเขียน ตอนนี้ก็เลยสบายขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53986 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-4.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ฟังดูสวนทางเหมือนกัน เพราะว่ากันตามตรง เพลงฮิปฮอปในตอนนี้ส่วนหนึ่งก็วัดความสำเร็จจากความขายได้หรือยอดวิว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : โห ถ้าพูดเรื่องนี้ก็ดราม่าแน่นอน คนก็อาจจะบอกว่า แหม ทำมาเป็นพูดว่าทำเพลงให้ดี อิจฉาคนที่ได้ยอดเยอะล่ะสิ แต่สุดท้ายแล้วผมว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยมนะ ถึงเราจะบอกว่าเราอยากทำเพลงดี แต่ก็ต้องถามต่อว่าดีแบบไหนล่ะ อะไรมาวัดค่าของความดี แต่ละคนอาจใช้มาตรวัดไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้นถ้าเถียงกันเรื่องนี้ก็ไม่จบหรอก ผมคิดให้เป็นเรื่องของรสนิยมดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โต้ง : สำหรับผมบางทียอดวิวก็ไม่ได้วัดคุณภาพเพลงขนาดนั้นด้วย แพลตฟอร์มอะไรก็แล้วแต่เขาก็มีคนช่วงอายุหนึ่งที่นิยมใช้ มันเป็นช่วงของเขา รสนิยมของเขา โอเค ถามว่ายอดวิวมีผลกับความรู้สึกไหม มันก็มี แต่ก็พูดยากเนอะ ไหนจะเรื่องของอัลกอริทึมอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : ใช่ๆ ล่าสุดหลานผม 5 ขวบเปิดดูแคสต์เกมในยูทูบ ดูไปอยู่ดีๆ ก็มีเพลงฮิปฮอปไทยขึ้นมา บางเพลงโคตรหยาบเลย ผมรู้เพราะได้ยินหลานผมร้อง ผมหันไปมองเลยนะว่า เฮ้ย ร้องได้ไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : เพลง Buddha Bless เหรอพี่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย :ไม่ใช่! (หัวเราะ) </span></p>
<p><b>สุดท้ายเลยกลับไปจุดที่ว่าเราทำเพลงที่เราชอบก่อนดีกว่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : ใช่ครับ โอเค เรามีพี่อุ๋ยแนะนำเรื่องหีบห่อกับพี่โต้งที่ดูเรื่อง performance บนเวที แต่กับเรื่องเพลง ผมก็เต็มที่ ผมแค่อยากทำเพลงที่เราร้องแล้วไม่กระดากปาก เนื้อเพลงที่เขียนก็เกิดจากที่เราชอบและต้องการให้เป็นแบบนั้นจริงๆ ทุกอย่างต้องเกิดจากการที่ผมเชื่อและชอบในเพลงนั้นแล้วถึงจะยินดีแบ่งปันให้คนฟัง ผมอยากทำเพลงให้เหมือนกับตอนแรกที่เราชอบฮิปฮอป คือเรานั่งฟังทุกคำเลยแล้วรู้สึกชอบว่ะ ผมเลยรู้สึกว่าถ้าทำถึงจุดนั้นได้ ยอดวิวก็คงไม่สำคัญเหมือนกัน แต่คิดๆ ไปก็อาจจะสำคัญเนอะ เรื่องงาน เรื่องเงิน (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โต้ง : ก็ทำในสิ่งที่ควบคุมได้ อะไรที่นอกเหนือจากการควบคุม เราก็ปล่อยไป ประมาณนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53993 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-11.jpg" alt="PROM+" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้ถอยออกมามองภาพใหญ่ รู้สึกอย่างไรบ้างกับการเห็นวงการฮิปฮอปที่เรารักเติบโตขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจ : เท่าที่ผมทำมา แทบไม่นึกว่าฮิปฮอปจะมีวันนี้ด้วยซ้ำไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : เออเนอะ เอาจริงๆ ผมดีใจนะที่ตอนนี้มันเป็นแบบนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปตอนที่เราทำ Buddha Bless เราทำจากการที่เราชอบแค่นั้นเลยจริงๆ แต่พอทุกคนทำแบบนั้นสุดท้ายมันก็เลยเกิดจังหวะดีๆ จากหลายๆ อย่าง ต่างคนก็ต่างทำจนมันบูมขึ้นมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โต้ง : มันโตน่ะดีแล้ว เราดีใจมาก ถ้านึกถึงตอนที่เป็นวัยรุ่นแล้วเราเห็นฮิปฮอปโตขนาดนี้ ผมคงโคตรดีใจ เรารอวันที่คนทำมาหากินจากมันได้มานานมาก ผมรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาของมันนะ แต่เราคงต้องรอดูระยะยาว ผมยังจำภาพยุคที่เพลงเรกเก้สกาบูมได้ประมาณ 2 ปี แล้วก็หายไปจนเหลือแค่วงที่เขาจริงจังกันจริงๆ เราก็ไม่อยากให้ฮิปฮอปเป็นแบบนั้น </span></p>
<p><b>การเป็นศิลปินฮิปฮอปในตอนนี้ต่างกับสมัยก่อนอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โต้ง : ไม่ต่างกันมากนะ สมัยก่อนผมกับอุ๋ยก็เหมือนเด็กฮิปฮอปสมัยนี้ เราทำเพลง ฟังเพลง ออกไปเที่ยวกลางคืน เกาะกลุ่มกันกับเพื่อนเหมือนน้องสมัยนี้แหละ แต่โจและนายนะเขาต่างจากคนอื่น เขาไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ออกไปรวมกลุ่ม ดังนั้นจากประสบการณ์เรา เราก็มีแนะนำน้องบ้างให้ออกไปเพื่อหาคอนเนกชั่น ลองออกไปฟังเพลงให้เยอะขึ้น ส่วนเรื่องการทำงาน เราได้สิทธิในการเลือกอะไรมากขึ้นเพราะการเป็นพี่ใหญ่ แต่เราก็พยายามหาวิธีการทำงานให้อยู่ในระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งสุดท้ายเราก็ให้สิทธิน้องตัดสินใจด้วยรสนิยมของตัวเองอยู่ดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-53987 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-5.jpg" alt="PROM+" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/พร้อมบวก-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>สุดท้าย PROM+ มีเป้าหมายอะไรที่อยากทำได้ในช่วงที่ฮิปฮอปกำลังบูมแบบนี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : เราก็อยากทำเพลงที่เราภูมิใจนั่นแหละ หรืออาจจะทำอะไรอย่างอื่นที่มากกว่านี้ก็ได้นะ เช่น คอนเสิร์ตที่มีแต่เพลงแรปอะไรแบบนั้น แต่ก็ต้องดูโอกาสในอนาคตด้วย</span></p>
<p><b>คำถามสุดท้าย ในเมื่อโลกนี้มีสองด้าน ทำไม PROM+ ถึงต้องพูดแค่เรื่องบวกๆ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุ๋ย : (คิด) พูดง่ายๆ คือผมมีหลานแล้วอย่างที่บอกไป ผมแค่รู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งหลานผมร้องเพลงในยูทูบที่มีคำว่า ค_ย ขึ้นมา และนั่นเป็นเพลงผมเอง ผมคงรู้สึกอะไรในใจเหมือนกัน ไม่ได้บอกว่าห้ามหยาบนะ คำหยาบถ้าใช้ถูกที่ถูกเวลามันให้น้ำหนักที่ต่างกันได้จริงๆ แต่อย่างเพลงที่เล่าว่าเย็_กันท่านั้นท่านี้  ถ้าทำออกมาจริงๆ ผมคงไม่กล้าร้องออกมาให้ลูกฟังน่ะ หรือลูกโตมาแล้วบอกว่า อ๋อ นี่เป็นเพลงที่น่าภูมิใจของพ่อเราอะไรแบบนี้ ซึ่ง (คิด) โอเค ผมเคยทำเพลงแบบนี้มาก่อน แต่นั่นมันอดีต เราคิดไม่เหมือนตอนนี้ ตอนนี้เราคิดอีกแบบแและเราเลือกได้ เราก็ไม่อยากทำแบบนั้น ดังนั้นทำอะไรบวกๆ ให้มันมีสิ่งดีๆ ส่งออกไปจากงานที่เราทำดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เออ อันนี้อาจจะเป็นคอนเซปต์ของค่ายก็ได้แฮะ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/prombuak/">PROM+ : ค่ายเพลงฮิปฮอปที่พร้อมทำอะไรบวกๆ และถ้าใครอยากบวกก็มาดิค้าบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาบแดดใน Sunshine Music ของ Phum Viphurit นักร้องนักแต่งเพลงที่อยากส่งความสุขให้ทุกคน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pop-phum-viphurit/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/pop-phum-viphurit/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กันต์กนิษฐ์ มิตรภักดี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Apr 2018 04:02:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ประชานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิ วิภูริศ]]></category>
		<category><![CDATA[Phum Viphurit]]></category>
		<category><![CDATA[Lover boy]]></category>
		<category><![CDATA[long gone]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/pop-phum-viphurit/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Phum ViphuritDarling, I got my trust issues Warning, you stay away If we meet at the rendezvous Take me away, sunray แม้ว่า ภูมิ-วิภูริศ ศิริทิพย์ จะเตือนให้เราอยู่ห่างๆ เขาในซิงเกิลใหม่อย่าง Lover Boy แต่ความสดใสของบทเพลงกลับดึงดูดให้เราอยากเข้าใกล้เขายิ่งกว่าเดิมเสียอีก นั่นเป็นที่มาของการนัดพบกันในบ่ายวันหนึ่งที่แดดไม่แรงนัก ณ คาเฟ่ย่านอ่อนนุช ภูมิในบทบาทนักศึกษาปีที่ 4 สาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ยอมปลีกตัวจากการทำทีสิสเพื่อมาพูดคุยกับเราเรื่องเขาในบทบาทนักร้อง นักแต่งเพลง คั่นกลางด้วยแซนด์วิชทูน่าและน้ำหวานสีสวย เด็กหนุ่มตรงหน้าเล่าเรื่องความฝันที่กำลังจะเป็นจริงให้เราฟัง “หนึ่งในเป้าหมายของภูมิคือการไปเล่นดนตรีต่างประเทศ โดยที่มีแฟนเบสอยู่ที่นั่น และมีคนรีเควสต์เราไปเล่นเอง” และเมื่อแดดร้อนของเดือนเมษายนและพฤษภาคมมาถึง ภูมิและผองเพื่อนนักดนตรีจะเดินทางไปแสดงโชว์ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน โดยมีแฟนเบสและมีคนรีเควสต์ไป ตรงตามเงื่อนไขที่ว่ามาทุกประการ คนที่เพิ่งจะรู้จักภูมิจากเพลง Long Gone ที่ทำเขาโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลก (โปรดิวเซอร์ของภูมิกระซิบว่าตอนนี้ยอดวิวในยูทูบกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-phum-viphurit/">อาบแดดใน Sunshine Music ของ Phum Viphurit นักร้องนักแต่งเพลงที่อยากส่งความสุขให้ทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><em><span style="display: none;">Phum Viphurit</span>Darling, I got my trust issues<br />
</em><i style="background-color: initial;">Warning, you stay away<br />
</i><i style="background-color: initial;">If we meet at the rendezvous<br />
</i><i style="background-color: initial;">Take me away, sunray</i></p>
<p>แม้ว่า <strong>ภูมิ-วิภูริศ ศิริทิพย์</strong> จะเตือนให้เราอยู่ห่างๆ เขาในซิงเกิลใหม่อย่าง <a href="https://adaymagazine.com/phum-viphurit-lover-boy-acoustic-session/" target="_blank" rel="noopener"><em>Lover Boy</em></a> แต่ความสดใสของบทเพลงกลับดึงดูดให้เราอยากเข้าใกล้เขายิ่งกว่าเดิมเสียอีก</p>
<p>นั่นเป็นที่มาของการนัดพบกันในบ่ายวันหนึ่งที่แดดไม่แรงนัก ณ คาเฟ่ย่านอ่อนนุช ภูมิในบทบาทนักศึกษาปีที่ 4 สาขาวิชาการผลิตภาพยนตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ยอมปลีกตัวจากการทำทีสิสเพื่อมาพูดคุยกับเราเรื่องเขาในบทบาทนักร้อง นักแต่งเพลง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum1.jpg" /></p>
<p>คั่นกลางด้วยแซนด์วิชทูน่าและน้ำหวานสีสวย เด็กหนุ่มตรงหน้าเล่าเรื่องความฝันที่กำลังจะเป็นจริงให้เราฟัง “หนึ่งในเป้าหมายของภูมิคือการไปเล่นดนตรีต่างประเทศ โดยที่มีแฟนเบสอยู่ที่นั่น และมีคนรีเควสต์เราไปเล่นเอง”</p>
<p>และเมื่อแดดร้อนของเดือนเมษายนและพฤษภาคมมาถึง ภูมิและผองเพื่อนนักดนตรีจะเดินทางไปแสดงโชว์ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน โดยมีแฟนเบสและมีคนรีเควสต์ไป ตรงตามเงื่อนไขที่ว่ามาทุกประการ</p>
<p>คนที่เพิ่งจะรู้จักภูมิจากเพลง <em>Long Gone</em> ที่ทำเขาโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลก (โปรดิวเซอร์ของภูมิกระซิบว่าตอนนี้ยอดวิวในยูทูบกว่า 60 เปอร์เซ็นต์คือคนดูในสหรัฐอเมริกา) อาจเข้าใจไปว่าความฝันของเขาเป็นจริงในชั่วข้ามคืน แต่สำหรับแฟนเพลงที่ติดตามภูมิมาตั้งแต่ซิงเกิลแรกอย่าง Adore จะรู้ว่าความฝันของเขาใช้เวลาก่อร่างสร้างตัวเป็นเวลากว่า 4 ปี และหลังจากปล่อยเพลงออกมาซิงเกิลแล้วซิงเกิลเล่า ภูมิเพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกอย่าง Manchild ออกมาเมื่อต้นปีนี้เอง</p>
<p>หากลองเปรียบเทียบง่ายๆ เวลา 4 ปีในการทำอัลบั้มคงเหมือน 4 ปีในมหาวิทยาลัย แต่ความแตกต่างอยู่ตรงที่ กับมหาวิทยาลัย เขายังต้องพิสูจน์ตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายด้วยทีสิสหนังสั้นที่กำลังขะมักเขม้นทำ</p>
<p>แต่กับดนตรี ภูมิไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum4.jpg" /></p>
<h4><strong>ตอนนี้ภูมิทำงานอะไรอยู่บ้าง</strong></h4>
<p>นอกจากทำทีสิส ก็เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง กับค่าย Rat Records นี่แหละครับ จะเรียกว่าเป็นงานได้มั้ย เพราะสำหรับภูมิมันเป็นงานอดิเรกที่มี rewards มากกว่า และตอนนี้กำลังทำอัลบั้มใหม่ พอส่งทีสิสเสร็จสิ้นเดือนมีนาภูมิก็จะว่าง ได้จดจ่อกับการทำดนตรีจริงๆ เพราะที่ผ่านมาเราต้องบาลานซ์เวลากับการเรียนไปด้วย</p>
<h4><strong>รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าอยากเป็นนักดนตรี</strong></h4>
<p>จริงๆ ภูมิไม่ได้อยากเป็นนักดนตรีตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กมากๆ อยากเป็นยาม เพราะเห็นพี่ยามใส่ชุดยูนิฟอร์มแล้วดูเท่มาก (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็อยากทำอะไรก็ได้ที่ได้สื่อสารกับคน แต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร จนตอนอายุ 16 &#8211; 17 ถึงมาคิดว่าดนตรีเป็นการสื่อสารแบบหนึ่ง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum2.jpg" /></p>
<h4><strong>เห็นภาพตัวเองเป็นนักดนตรีแบบไหน</strong></h4>
<p>ภูมิอยากเป็น singer-songwriter เพราะเรานับถือคนที่แต่งเพลงเอง เล่าเรื่องเอง โดยที่ perform ไปด้วย ภูมิคิดมาตลอดว่าไม่อยากเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง ดังนั้นเรามีอะไรอยากเล่าก็จะเล่า ดิบๆ เลย ซึ่งความดิบก็มีเสน่ห์ของมัน</p>
<h4><strong>จริงๆ แล้วจุดเริ่มต้นที่ทำให้รักดนตรีคืออะไร</strong></h4>
<p>แม่ชอบเปิดเพลงให้ฟังในรถ ส่วนใหญ่เป็นเพลงเก่าๆ พวก ไมเคิล แจ็กสัน, เอลวิส เพรสลีย์, โอลิเวีย นิวตัน จอห์น มันเลยฝังอยู่ในหัวมาเรื่อยๆ อีกอย่างภูมิย้ายไปอยู่นิวซีแลนด์ตั้งแต่ 9 ขวบ เมืองที่อยู่เงียบมาก เวลากลับบ้านก็จะนั่งดูมิวสิกวิดีโอทาง MTV เราชอบดูเพราะมันเป็นภาพ มันสวย แต่ไม่รู้ตัวว่าเราหลงในดนตรีด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum3.jpg" /></p>
<h4><strong>ดูฟังเพลงเก่ามามาก ภูมิพัฒนาเป็นสไตล์ของตัวเองในปัจจุบันได้ยังไง</strong></h4>
<p>นั่นน่ะสิครับ (หัวเราะ) ภูมิก็ไม่รู้ตัวว่าพอซึมซับมาแล้วเราเอามาใช้มากน้อยขนาดไหน รู้แค่เป็นคนฟังดนตรีหลายๆ แนว ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าเราเป็นสายอินดี้โฟล์ก จะฟังแต่ดนตรีอคูสติก ภูมิเปิดรับหลาย influence มาก แต่ไม่รู้ว่ามันมามิกซ์เป็นผลงานปัจจุบันได้ยังไง</p>
<h4><strong>อัลบั้มใหม่ที่กำลังทำได้ influence มาจากไหน</strong></h4>
<p>ค่อนข้างได้ influence จากยุคโมทาวน์ น่าจะได้ยินความวินเทจและแจ๊ซ ภูมิเรียกมันว่า Sunshine Music เป็นดนตรีฟีลกู้ด ช่วงนี้ชีวิตเราอินกับอารมณ์แฮปปี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum5.jpg" /></p>
<h4><strong>แนวดนตรีที่เปลี่ยนไปในอัลบั้มใหม่นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในตัวภูมิยังไงบ้าง</strong></h4>
<p>เหมือนภูมิโตขึ้นด้วย ชุดที่แล้วใช้ชื่อว่า Manchild เพราะเป็นเพลงที่เราแต่งในช่วง 19 &#8211; 21 ปี ช่วงที่เราจะเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ใช่ จะเป็นวัยรุ่นก็ไม่ใช่ เป็นช่วงวัยกึ่งๆ เพลงในอัลบั้มก็คือเรื่องราวที่เราประสบในช่วงรอยต่อนั้น สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ อัลบั้มชุดแรกเราเล่าเรื่องแบบ inside-out มันมาจากข้างใน เรารู้สึกยังไงก็เล่าออกมา แต่อัลบั้มชุดนี้เราอยากเล่าเรื่องแบบ outside-in มากกว่า เราอยากออกไปเที่ยว ไปเจอคน ไปพูดคุยกับคนจริงๆ แล้วเอาประสบการณ์ที่ได้มาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง</p>
<h4><strong>อย่างเพลง Lover Boy ดึงแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ไหน</strong></h4>
<p>ช่วงนั้นอยู่ดีๆ ภูมิก็ตัดสินใจนั่งรถไฟไปเชียงใหม่คนเดียว แล้วก็ไปเจอ&#8230;จะเรียกว่าความรักก็ได้ แล้วก็ได้ไปลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ออกจากคอมฟอร์ตโซน ซึ่งปกติภูมิไม่กล้าเลย จะอยู่แต่ในหอที่ศาลายา ไม่ค่อยชอบออกไปเจออะไร</p>
<h4><strong>แล้วสรุปว่าเจออะไรที่เชียงใหม่</strong></h4>
<p>ก็เจอความรักอะไรประมาณนี้ครับ (หัวเราะ)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum6.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum7.jpg" /></p>
<h4><strong>โอเค ไม่ถามเรื่องนี้แล้ว เล่าขั้นตอนเวลาแต่งเพลงให้ฟังหน่อย</strong></h4>
<p>สำหรับภูมิไม่มีแพตเทิร์น ที่คุยกันอาจสังเกตได้ว่าภูมิเป็นคนที่ค่อนข้างมึน (หัวเราะ) บางทีแรงบันดาลใจมันมาเป็นเมโลดี้ บางทีมาเป็นคำร้อง บางทีมาเป็นมู้ด อย่าง Lover Boy เราแต่งจากมู้ดที่คิดถึงแสงแดด ฟีลแบบหาดทรายชิลล์ๆ จากนั้นพอได้องค์ประกอบองค์ใดองค์ประกอบหนึ่งมา ภูมิก็จะค่อยๆ คิดว่าคอนเซปต์เพลงเป็นยังไงแล้วฟอร์ม structure ออกมา</p>
<h4><strong>เราพอจะเข้าใจเรื่องการแต่งเพลงที่มีเมโลดี้หรือเนื้อร้องมาก่อน แต่มู้ดมาก่อนนี่เป็นยังไงนะ</strong></h4>
<p>นั่นนะสิครับ ภูมิก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง แต่บางครั้งแค่รู้สึกได้ว่า vibe ที่เราอยากจะถ่ายทอดเป็นยังไง อย่าง Long Gone หรือ Lover Boy คืออยากให้ vibe มันชิลล์</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum9.jpg" /></p>
<h4><strong>ในฐานะที่ชอบดูหนังดูมิวสิกวิดีโอ เวลาแต่งเพลงภูมิเห็นวิชวลมาพร้อมกันเลยมั้ย</strong></h4>
<p>ภูมิเห็นวิชวลเป็นสีๆ อย่างตอนที่ทำ Lover Boy เห็นเป็นสีส้มๆ เหมือนพระอาทิตย์ตก เห็นตั้งแต่เรียงคอร์ดเลยว่าเพลงนี้ควรเป็นสีนี้ แล้วจากสีก็มาเป็นอารมณ์ ความรู้สึก แล้วก็ไปต่อเรื่อยๆ หรืออย่างตอนทำอัลบั้ม Manchild ภูมิเห็นเป็นสีเหลือง ซึ่งมัน ironic เพราะอัลบั้มนั้นมีเพลงเศร้าเยอะ แต่ก็อยากให้มันเป็นสีเหลือง อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร (หัวเราะ)</p>
<h4><strong>แล้วอัลบั้มใหม่นี้จะเป็นสีอะไร</strong></h4>
<p>ตอนนี้ภูมิเห็นเป็นภาพเกรเดียนต์ ข้างบนเป็นสีส้ม ไล่ลงมา ข้างล่างเป็นสีม่วง เพราะคอนเซปต์อัลบั้มคือ hazy sunshine ตอนเช้าที่มีหมอก เหมือนเราเพิ่งตื่นแล้วเบลอๆ กับ moonlight pop คือตอนที่เราตื่นเต็มที่แล้วออกไปแดนซ์ ออกไปเจอความรัก ออกไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum10.jpg" /></p>
<h4><strong>การเติบโตที่นิวซีแลนด์มีผลต่อการแต่งเพลงมั้ย</strong></h4>
<p>อย่างยิ่ง ภูมิเชื่อว่าถ้าภูมิไม่ได้ไปโตที่นู่น ภูมิคงไม่ได้มาทางดนตรี เพราะเมืองเงียบมาก เราเองก็ว่างมาก เราโตมากับความน้อย เวลามีงานอดิเรกเลยได้ตั้งใจกับมันจริงๆ</p>
<h4><strong>การย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ทำให้เพลงของภูมิเปลี่ยนไปมั้ย</strong></h4>
<p>ภูมิว่าไม่เปลี่ยนนะ แต่พอเรามาอยู่ที่นี่ก็ได้เข้าใจดนตรีในแง่ธุรกิจมากขึ้น เข้าใจว่าตลาดเป็นยังไง เข้าใจว่าเพลงต้องมีคนฟัง คุณจะทำเพลงอาร์ตแค่ไหนก็ได้ แต่ต้องสื่อสารกับคนได้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum8.jpg" /></p>
<h4><strong>ภูมิอยากสื่อสารอะไร</strong></h4>
<p>จริงๆ อัลบั้มชุดนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าเราให้คนเป็น ช่วงปีที่แล้วภูมิผ่านอะไรบางอย่างที่ทำให้อยู่ดีๆ ก็ mature ขึ้นเยอะมาก เราถึงต้องหนีไปเที่ยว หนีไปมองโลกจากมุมอื่นๆ จะได้มองตัวเองเล็กลง ตอนนั้นภูมิถึงเริ่มเข้าใจว่า เราโชคดีขนาดไหนที่มีโอกาสมายืนตรงนี้ เราเลยอยากให้กลับไป ให้ความสุข ให้แอตทิจูดดีๆ หรือไม่ต้องคิดลึกขนาดนั้นก็ได้ แค่คุณมีโมเมนต์ที่นั่งชิลล์์ แบบชิลล์จริงๆ ได้ก็โอเคแล้ว</p>
<h4><strong>เราคุยกันไปตอนต้นว่าความฝันของภูมิเป็นจริงแล้ว ตอนนี้เริ่มฝันครั้งใหม่หรือยัง</strong></h4>
<p>ภูมิอยากร่วมงานกับศิลปินในดวงใจอย่าง Mac DeMarco แล้วต่อไปภูมิอยากไปเล่นเฟสติวัลในต่างประเทศ พวก Pitchfork Music Festival, Coachella, Laneway Festival อย่าง Laneway นี่เราอยากไปมากเพราะถ้าติดแล้วจะได้ตามไปทุกที่ที่เขาไป ทั้งสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย แต่จริงๆ ตอนนี้ขอไปถึง Wonderfruit ก่อนก็พอ (หัวเราะ)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/phum11.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์<br />
</em><i style="background-color: initial;"><strong>วิดีโอครีเอเตอร์</strong> อัครักษ์ ยิ้มสอาด<br />
</i><i style="background-color: initial;"><strong>ขอบคุณสถานที่</strong> </i><a href="https://www.adaymagazine.com/interviews/shop-better-moon-cafe-and-refill-station" target="_blank" rel="noopener">Better Moon Cafe x Refill Station</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-phum-viphurit/">อาบแดดใน Sunshine Music ของ Phum Viphurit นักร้องนักแต่งเพลงที่อยากส่งความสุขให้ทุกคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/pop-phum-viphurit/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนฟังเพลงสุดเท่จาก hyukoh วงดนตรีอินดี้ฝีมือจัดจ้านจากเกาหลีใต้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/song-12/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/song-12/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวรพล รุ่งรจนา]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Apr 2017 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[hyukoh]]></category>
		<category><![CDATA[혁오]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/song-12/</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนไทยอาจไม่คุ้นกับวงดนตรีอินดี้สัญชาติเกาหลีใต้มากนัก แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของ hyukoh (혁오) วงดนตรีแนวอินดี้ร็อกและอินดี้ป๊อปโด่งดังเป็นพลุแตกในประเทศบ้านเกิด ถึงขนาดว่าเพื่อนผมไปตามหาซื้ออัลบั้มถึงที่เกาหลีใต้ คนขายทุกร้านยังบอกว่า “แผ่นซีดีที่บ้านฉันมันขาดตลาดไปนานแล้วคุณ” ได้คำตอบแบบนั้นเลยต้องเดินคอตก อกหักออกมาตามๆ กัน ผมรู้จักฮยอกโอโดยบังเอิญเมื่อวันหนึ่งเล่นเฟซบุ๊กแล้วเห็น เต๋อ นวพล แชร์เพลง Gondry (공드리) เพลงเนื้อหาเหงาๆ ที่มีเสียงร้องเนิบนุ่มเคล้าคลอไปกับเสียงกีตาร์ไฟฟ้า ด้วยเนื้อร้องที่ติดหูว่า “Sitting on the sunshine. Sunshine is over me. She gets over me. Make us feel alive…” ซึ่งพอฟังแล้วถึงกับติดใจ จนต้องฟังวนซ้ำๆ ไปอีกนานหลายวัน พูดถึงวงฮยอกโอ พวกเขาฟอร์มวงอย่างเป็นทางการในปี 2014 ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ Oh Hyuk (ร้องนำ, กีตาร์, แต่งเพลง), Im Dong-gun (เบส), [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-12/">ชวนฟังเพลงสุดเท่จาก hyukoh วงดนตรีอินดี้ฝีมือจัดจ้านจากเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คนไทยอาจไม่คุ้นกับวงดนตรีอินดี้สัญชาติเกาหลีใต้มากนัก แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชื่อของ hyukoh (혁오) วงดนตรีแนวอินดี้ร็อกและอินดี้ป๊อปโด่งดังเป็นพลุแตกในประเทศบ้านเกิด ถึงขนาดว่าเพื่อนผมไปตามหาซื้ออัลบั้มถึงที่เกาหลีใต้ คนขายทุกร้านยังบอกว่า “แผ่นซีดีที่บ้านฉันมันขาดตลาดไปนานแล้วคุณ” ได้คำตอบแบบนั้นเลยต้องเดินคอตก อกหักออกมาตามๆ กัน</p>
<p>ผมรู้จักฮยอกโอโดยบังเอิญเมื่อวันหนึ่งเล่นเฟซบุ๊กแล้วเห็น เต๋อ นวพล แชร์เพลง <em>Gondry (공드리)</em> เพลงเนื้อหาเหงาๆ ที่มีเสียงร้องเนิบนุ่มเคล้าคลอไปกับเสียงกีตาร์ไฟฟ้า ด้วยเนื้อร้องที่ติดหูว่า <em>“Sitting on the sunshine. Sunshine is over me. She gets over me. Make us feel alive…”</em> ซึ่งพอฟังแล้วถึงกับติดใจ จนต้องฟังวนซ้ำๆ ไปอีกนานหลายวัน</p>
<p>พูดถึงวงฮยอกโอ พวกเขาฟอร์มวงอย่างเป็นทางการในปี 2014 ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ Oh Hyuk (ร้องนำ, กีตาร์, แต่งเพลง), Im Dong-gun (เบส), Lim Hyun-jae (กีตาร์หลัก) และ Lee In-woo (กลอง) สมาชิกทุกคนเป็นเพื่อนที่เกิดในปี 1993 เหมือนกัน โดยมี Oh Hyuk รับหน้าที่เป็นหัวหน้าวง</p>
<p>โอฮยอกมีพ่อแม่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เขาอยู่ที่ประเทศจีนตั้งแต่อายุ 5 เดือน จนกระทั่งเรียบจบไฮสคูลตอนอายุ 19 ปี เขายืนยันกับครอบครัวอย่างแน่วแน่ว่าจะเลือกเดินบนเส้นทางสายดนตรี จากนั้นจึงบินลัดฟ้ามาลงหลักปักฐานฟอร์มวงที่เกาหลีใต้ เพลงของวงฮยอกโอโดดเด่นด้วยเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี และภาษาจีน ซึ่งสะท้อนตัวตนของคนเขียนเพลงที่สื่อสารได้ทั้งสามภาษาได้เป็นอย่างดี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/hyukoh.jpg" /></p>
<p>วงฮยอกโอสร้างฐานแฟนคลับจากการเล่นดนตรีสดในฮงแด ย่านวัยรุ่นใจกลางกรุงโซล ก่อนเซ็นสัญญาเข้าสังกัดค่าย HIGHGRND (high ground) ค่ายลูกของบริษัท YG Entertainment หนึ่งในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งแดนกิมจิที่อยู่ภายใต้การดูแลของTablo แห่ง Epik High ศิลปินฮิปฮอปที่ชาวเกาหลีคุ้นหน้าค่าตากันดี ค่าย HIGHGRND เปิดตัวในปี 2015 พร้อมๆ กับที่ Tablo แนะนำ Hyukoh ศิลปินลำดับแรกของสังกัดสู่สาธารณชน จนต่อมาวงอินดี้วงนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ยึดครองชาร์ตเพลงกระแสหลักของเกาหลีจากวงเกิร์ลกรุ๊ปและบอยแบนด์ต่างๆ ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ (ช่วงแรกๆ คนเกาหลีเองก็งงว่า ไอ้วงโนเนมนี้มันมาจากไหนวะ อยู่ๆ ก็มายืนเด่นขึ้นอันดับ 1 บนหลายชาร์ตได้ขนาดนี้)</p>
<p>ฮยอกโอเปิดตัวด้วยอัลบั้มใต้ดินอย่าง <em>20</em> ในปี 2014 และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ต่อด้วยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 อย่าง <em>22 </em>ที่กระแสดีจนติดอันดับ Billboard World Albums Chart ในปี 2015 ด้วยบุคลิกที่ฉูดฉาดของสมาชิกในวง และเพลงที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวงดนตรีในเกาหลีใต้ทั่วไป ทำให้ฮยอกโอได้รับความนิยมจากวัยรุ่นแดนโสมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโอฮยอกที่มีความสามารถโดดเด่นจนได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ย้อนยุคยอดฮิตอย่าง<br />
<em>Reply 1988 </em>โดยนำเพลง <em>A Little Girl </em>ของ Lee Moo-se มารีเมกใหม่เป็นเพลงป๊อปใสๆ ฟังสบาย แถมเนื้อหาก็โรแมนติกซะไม่มี</p>
<p>โอฮยอกเคยทำโปรเจกต์พิเศษร่วมกับ Primary นักร้องและโปรดิวเซอร์เพลงแนวฮิปฮอปของเกาหลีใต้ แถมยังเคยร่วมร้องเพลงสดๆ กับนักร้องสาวเจ้าแม่เพลงฮิตอย่าง IU ซึ่งประกาศตัวแต่ต้นว่าเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของวง จนไม่นานนี้ได้ชักชวนกันมาร้องในอัลบั้มใหม่ของ IU อย่างเป็นทางการในเพลง<br />
<em>Can‘t Love You Anymore (사랑이 잘)</em> เพลงป๊อปกลิ่นอาร์แอนด์บีที่น่ารักเสียจนเราอยากบอกต่อ</p>
<p>เดือนนี้ ฮยอกโอเพิ่งปล่อยอัลบั้มล่าสุดออกมา หลังจากห่างหายไปนานกว่า 1 ปี ครั้งนี้ปล่อยซิงเกิลออกมาเป็นอัลบั้มเต็มชื่อ <em>23</em> ซึ่งโปรโมตออกมาถึง 3 เพลงรวด ได้แก่<br />
<em>Leather Jacket (가죽자켓 뮤직비디오)</em>, <em>Wanli (万里)</em> และแทร็กที่ผมชอบมากๆ อย่าง <em>TOMBOY(톰보이 뮤직비디오)</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/hyukoh-23-1st-album.jpg" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเพลงดังในอัลบั้มก่อนหน้ามาแนะนำให้ฟังกันเพลินๆ อย่าง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=hr4GaRPX6cM"><em>Wi ing Wi ing (위잉위잉)</em></a> เพลงโปรโมตเพราะๆ ของอัลบั้ม <em>20</em> และ <em><a href="https://www.youtube.com/watch?v=ECMc1SB60E0">Comes and Goes (와리가리)</a> </em>เพลงโปรโมตของอัลบั้ม <em>22</em> ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ ในหมู่คนเกาหลี</p>
<p>ผมว่าถ้าได้ลองฟังเพลงของฮยอกโอด้วยตัวเอง คุณอาจจะหลงเสน่ห์ซาวนด์เพลงอันแปลกใหม่ และลวดลายการเล่นดนตรีอันจัดจ้านของวง หรือคุณอาจหลงรักเสียงร้องอันทุ้มสุขุมของ โอฮยอกที่พอร้องเพลงเศร้าก็ช่างแสนหดหู่ พอร้องเพลงมีจังหวะก็ช่างแสนเท่ มีคนเคยถามเรื่องเสียงของนักร้องนำว่าทำไมน้ำเสียงถึงดูเป็นผู้ใหญ่ โอฮยอกตอบว่าอาจเป็นเพราะเขาสูบบุหรี่ ซึ่งความซื่อ ความเถรตรง และความเป็นตัวของตัวเองแบบนี้แหละที่สะท้อนผ่านผลงานของพวกเขาจนคอเพลงหลายคนตกหลุมรัก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/344.jpg" /></p>
<p><strong>facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/OfficialHyukoh/">혁오 hyukoh</a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-12/">ชวนฟังเพลงสุดเท่จาก hyukoh วงดนตรีอินดี้ฝีมือจัดจ้านจากเกาหลีใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/song-12/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
