<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Art for all &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/art/art-for-all/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/creative/art/art-for-all/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Mar 2025 01:21:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>สั่นสะเทือนความจริงที่เคยเชื่อ ไปกับ The Blue Hole ละครเวทีที่พาคุณดำดิ่งลงสู่หลุมลึกในจิตใจของมนุษย์ </title>
		<link>https://adaymagazine.com/psychological-thriller-theater-philosophy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พัชรินทร์ อินชูกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Mar 2025 01:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[#aday]]></category>
		<category><![CDATA[#artisttalk]]></category>
		<category><![CDATA[#thebluehole]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179207</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีคนเคยพูดว่า ละครหรือภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเพียงสื่อที่สร้างความบันเทิงหรือสอดเเทรกเเง่มุมของชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่อนุญาตให้มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับประสบการณ์ที่บางครั้งก็อธิบายออกมาได้ยาก&#160; หลังจากได้รับชมละครเวทีเรื่อง ‘The Blue Hole’ ยิ่งเน้นย้ำประโยคที่กล่าวมาข้างต้นเพราะหลังจากม่านปิดลงนักแสดงกลับเข้าไปยังหลังฉาก ความปั่นป่วนที่เคยมีสงัดลง มวลก้อนสารของความรู้สึกและคำถามอันหลากหลายหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของผู้ชมอย่างเราไม่รู้จบ&#160; ละครเวทีเรื่องนี้อาจทำหน้าที่ก่อสภาวะบางอย่างข้างในของคนดูเพื่อค่อยๆ กะเทาะท่อนส่วนบางชิ้นบางอันที่เราเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่ไม่ว่าสภาวะนั้นคืออะไร เรามั่นใจว่าคุณจะต่อบทสนทนากับมันได้ยืดยาวมากเลยทีเดียว ‘The Blue Hole’ เรื่องราวสุดโกลาหลเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 ณ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพสตรีอันเงียบสงัดนอกเมืองซานฟรานซิสโก เมื่อ ‘Victoria’ หรือ ‘Vicky’ นักดำน้ำในถ้ำมืออาชีพผู้มุ่งมั่นอยากสร้างครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ ได้เข้าไปปรึกษาปัญหาภาวะมีบุตรยากกับ ‘Doctor Elizabeth’ สูตินรีแพทย์ชื่อดัง แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่ออดีตของเธอค่อยๆ เผยถึงความใฝ่ฝันในวัยสาวซึ่งขัดแย้งกับความต้องการของสามีและสังคม ความชุลมุนวุ่นวายในบทละครจึงเกิดขึ้น เพราะตัวละครต่างตั้งคำถามต่อมายาคติของสังคมและความจริง ยึดติดกับความฝันและอัตตา แต่ขณะเดียวกันพวกเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่า ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับความซับซ้อนทางความคิดและจิตใจเหล่านี้ พวกเขาเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองลับชื่อ ‘The Blue Hole’&#160; ละครเวทีซึ่งมีพล็อตเรื่องสลับซับซ้อน มีเนื้อหาที่ลุ่มลึก และมีบทพูดที่ร้อยเรียงไปด้วยปรัชญามากมายนี้ เป็นผลงานการกำกับและเขียนบท โดย ครูส้ม-ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ และ ครูเอ็ม-ดารัณ เมธาพุทธคุณ สองครูสอนการแสดงจาก The Cave [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/psychological-thriller-theater-philosophy/">สั่นสะเทือนความจริงที่เคยเชื่อ ไปกับ The Blue Hole ละครเวทีที่พาคุณดำดิ่งลงสู่หลุมลึกในจิตใจของมนุษย์ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มีคนเคยพูดว่า ละครหรือภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเพียงสื่อที่สร้างความบันเทิงหรือสอดเเทรกเเง่มุมของชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นศิลปะที่อนุญาตให้มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับประสบการณ์ที่บางครั้งก็อธิบายออกมาได้ยาก&nbsp;</p>



<p>หลังจากได้รับชมละครเวทีเรื่อง <em>‘The Blue Hole’</em> ยิ่งเน้นย้ำประโยคที่กล่าวมาข้างต้นเพราะหลังจากม่านปิดลงนักแสดงกลับเข้าไปยังหลังฉาก ความปั่นป่วนที่เคยมีสงัดลง มวลก้อนสารของความรู้สึกและคำถามอันหลากหลายหลั่งไหลเข้ามาภายในหัวของผู้ชมอย่างเราไม่รู้จบ&nbsp;</p>



<p>ละครเวทีเรื่องนี้อาจทำหน้าที่ก่อสภาวะบางอย่างข้างในของคนดูเพื่อค่อยๆ กะเทาะท่อนส่วนบางชิ้นบางอันที่เราเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่ไม่ว่าสภาวะนั้นคืออะไร เรามั่นใจว่าคุณจะต่อบทสนทนากับมันได้ยืดยาวมากเลยทีเดียว</p>



<p><em>‘The Blue Hole’</em> เรื่องราวสุดโกลาหลเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1982 ณ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพสตรีอันเงียบสงัดนอกเมืองซานฟรานซิสโก เมื่อ ‘Victoria’ หรือ ‘Vicky’ นักดำน้ำในถ้ำมืออาชีพผู้มุ่งมั่นอยากสร้างครอบครัวอันสมบูรณ์แบบ ได้เข้าไปปรึกษาปัญหาภาวะมีบุตรยากกับ ‘Doctor Elizabeth’ สูตินรีแพทย์ชื่อดัง แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนขึ้นเมื่ออดีตของเธอค่อยๆ เผยถึงความใฝ่ฝันในวัยสาวซึ่งขัดแย้งกับความต้องการของสามีและสังคม ความชุลมุนวุ่นวายในบทละครจึงเกิดขึ้น เพราะตัวละครต่างตั้งคำถามต่อมายาคติของสังคมและความจริง ยึดติดกับความฝันและอัตตา แต่ขณะเดียวกันพวกเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่า ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับความซับซ้อนทางความคิดและจิตใจเหล่านี้ พวกเขาเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองลับชื่อ ‘The Blue Hole’&nbsp;</p>



<p>ละครเวทีซึ่งมีพล็อตเรื่องสลับซับซ้อน มีเนื้อหาที่ลุ่มลึก และมีบทพูดที่ร้อยเรียงไปด้วยปรัชญามากมายนี้ เป็นผลงานการกำกับและเขียนบท โดย <strong>ครูส้ม-</strong><strong>ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ</strong> และ <strong>ครูเอ็ม-</strong><strong>ดารัณ เมธาพุทธคุณ</strong> สองครูสอนการแสดงจาก The Cave Studio ซึ่งทำงานในโปรเจกต์นี้กับเหล่านักแสดงร่วมปี เพื่อนำเสนอละครเวทีที่ผสานศาสตร์ภาพยนตร์อันสมจริงเพื่อกระชาก เขย่า และกะเทาะความเป็นจริงของมนุษย์</p>



<p>ครั้งนี้ a day ได้มีโอกาสในการพูดคุยกับทั้งสองคน เพื่อขุดคุ้ยถึงจุดเริ่มต้นของไอเดีย และแนวคิดเบื้องหลังการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179209" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-8-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แรงบันดาลใจก่อนพาไปดำดิ่ง</strong></h2>



<p class="has-text-align-left"><br>ระหว่างถ่ายภาพยนตร์เรื่อง <em>‘Thirteen Lives’</em> ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักดำน้ำในถ้ำ ทำให้ ครูส้ม-ณัฐวรา หงษ์สุวรรณ ต้องใช้เวลาไปกับการทำความรู้จักนักดำน้ำ ศึกษาเรื่องของถ้ำต่างๆ จนกระทั่งได้ไปรู้จักกับ ‘The Blue Hole’ </p>



<p>โดยปกติแล้ว ‘The Great Blue Hole’ คือหลุมลึกกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของประเทศเบลีซ ราว 70 กิโลเมตร พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดมุ่งหมายของนักดำน้ำ รวมถึงนักสำรวจถ้ำทั่วโลก เนื่องด้วยความสวยงาม และความน่าพิศวงของมัน&nbsp;</p>



<p>แม้จะมีเรื่องเล่าขานมากมายที่กล่าวว่าหลุมนี้เป็นเสมือนกับดักที่ลวงล่อเหล่าคนมีฝันมากมายให้ไปจบชีวิตลงในก้นมหาสมุทรนั้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้จะรู้ว่าชีวิตอาจถึงจุดจบได้ แต่เพราะความงดงามของมัน มนุษย์ก็พร้อมที่จะดำดิ่งลงไปในหลุมยักษ์นั้นอยู่ดี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179211" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-22.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“The Blue Hole เป็นเหมือนพื้นที่ต้องคำสาป เพราะเมื่อนักดำน้ำดำลงไปแล้ว พอไปถึงจุดหนึ่งเขาจะไม่แน่ใจว่าควรดำลงต่อไปหรือควรกลับดี และบางทีสารฮีเลียมในถังออกซิเจนที่ทำให้เกิดภาวะ&nbsp; Nitrogen Narcosis ซึ่งเป็นอาการทางสมอง ทำให้เกิดภาพหลอน หรืออยู่ๆ ก็เบลอในตัวเอง และอาจเข้าใจว่าก้นมหาสมุทรคือทางขึ้นแล้วก็ดำดิ่งลงไป แต่พอถึงก้นมหาสมุทรออกซิเจนที่มีก็ไม่พอที่จะขึ้นมาได้อีกแล้ว”&nbsp;</p>



<p>ครูส้มเล่าถึงความน่าสนใจของหลุมลึกกลางทะเลนี้ให้พวกเราฟัง ก่อนที่จะแบ่งปันมุมมองในชีวิตของเธอซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการสร้างละครเวทีเรื่องนี้เช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“ส้มเองด้วยความเป็นผู้หญิง พอถึงจุดที่อายุเข้าวัย 35 &#8211; 36 ปี เราเกิดภาวะที่ตั้งคำถามกับตัวเองต่อเรื่องของการมีครอบครัว การมีลูก หรือว่าจริงๆ แล้วเราอยากจะทำตามความฝันของเราในฐานะศิลปิน ครู นักแสดง จริงๆ ไม่ใช่แค่เรา แต่คนรอบข้าง และสังคมก็เริ่มตั้งคำถามนี้กับเราเหมือนกัน คือเราไม่ได้อยากคิดตอนนี้หรอก แต่เพราะนาฬิกาชีวภาพ และคำถามเหล่านี้มันกดดันให้เราต้องคิดถึงสิ่งนี้”&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center">“พอทั้งสองเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่เราสั่งสมมาเป็นปีๆ จนกระทั่งเราได้ตกผลึกกับมัน เราก็เลยรู้สึกว่าเรื่องนี้มันเหมือนกับสภาวะของผู้หญิงที่ต้องตัดสินใจและไม่แน่ใจว่าทางไหนคือทางขึ้นหรือทางลงกันแน่ เราเลยอยากทำละครสักเรื่องที่ลึกซึ้ง เป็นบทละครที่สื่อความเป็นจริงของมนุษย์ และความเป็นผู้หญิงออกมา”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179212" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-5.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ดำดิ่งลงไปในความลวง เพื่อหวนสู่คำถามถึงความจริง&nbsp;</strong></h2>



<p>“ผมเคยได้ยินคำพูดที่ว่า <strong><em>มนุษย์คือสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าทึ่ง จนบางครั้งแม้แต่เทพเจ้าเองยังอดอิจฉามนุษย์ไม่ได้ </em></strong>แน่นอนว่าเราไม่มีพลัง ไม่มีอะไรเทียบเท่ากับเหล่าเทพได้เลย แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์มีคือทางเลือก เรามีเจตจำนงเสรี (Free will) เรามีความสามารถในการที่จะพิจารณามันก่อนเลือกเสมอ”</p>



<p>ครูเอ็มได้อ้างอิงถึงแนวคิดทางปรัชญาและศาสนาเพื่อที่เราจะเข้าสู่การอธิบายว่า ถึงแม้มนุษย์เองจะแสนเปราะบางแต่เรายังคงมีเจตจำนงเสรีอยู่เสมอ ซึ่งประเด็นเรื่อง ‘อิสรภาพ’ และ ‘ทางเลือก’ คือสารสำคัญที่ละครเวทีเรื่องนี้กำลังพยายามตั้งคำถามถึง ขณะเดียวกันครูส้มเองก็พยายามอธิบายถึงสิ่งที่จะตามมา&nbsp;</p>



<p>“การเลือกชอยซ์ การทำในสิ่งที่อยากทำบางทีอาจฟังดูง่าย แต่การเลือกของเรามันมีความรับผิดชอบที่ต้องตามมาเสมอ อย่างตัวส้มเอง เราไม่ได้ตามหาอิสรภาพแบบที่บางคนเข้าใจว่ามันคือความเป็นศิลปินแบบสุขนิยม ชิลๆ ใช้ชีวิตสบายๆ แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันไม่มีคำว่าสุขนิยมนะ ในการทำงานทุกๆ วัน และทุกๆ วินาที มันไม่ใช่เรื่องง่าย <strong>แต่พอเราเลือกชอยซ์ด้วยตัวเอง ถึงแม้มันจะเป็นโซ่บางอย่างที่คล้องตัวเราไว้ แต่อย่างน้อยมันคือโซ่ที่เราคล้องด้วยตัวเราเอง</strong> ซึ่งแน่นอนว่ามันก็มาพร้อมกับการทำงานที่จะต้องเข้มข้น ต้องอุทิศตัวให้กับงาน แล้วก็ต้องตามมาด้วยวิธีการที่จะทำงานศิลปะนั้นให้สำเร็จด้วย”&nbsp;</p>



<p>การเข้าถึงอิสรภาพที่แท้จริงอาจดูเป็นสิ่งที่นามธรรมมากเสียจนผู้อ่านบางคนอาจไม่สามารถเข้าใจได้เลย หรืออันที่จริงแล้วเป็นเพราะสังคมที่ห่มคลุมเราอยู่นั้นไม่ได้สนับสนุนให้เรารู้สึก เข้าถึง หรือเข้าใจในอิสระได้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกเสียจากสังคมจะมีความสัมพันธ์อย่างตรงไปตรงมากับอิสระทางกายของมนุษย์แล้ว สังคมยังเป็นส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมกรอบทางจิตใจให้มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังตัวเองจากอิสรภาพด้วยเช่นกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-6.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>“กรอบทางสังคม และกรอบทางความคิดของตัวเรา ที่เข้ามามีอิทธิพลจนทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงอิสรภาพได้อย่างแท้จริง ผู้หญิงในยุคนี้เราอาจจะมีอิสรภาพมากกว่าแต่ก่อน เราอาจจะไม่ได้ถูกกดดันขนาดนั้นแล้ว แต่อิสรภาพที่เรามีทุกวันนี้มันต้องผ่านอะไรมาหลายอย่างเหลือเกิน และจริงๆ แล้วภาพมายาคติที่เราสร้างขึ้นจากความทรงจำ หรือความเจ็บปวดในอดีตบางอย่างก็เป็นกรอบที่ครอบตัวเราไว้อีกทีเหมือนกัน ส้มเลยลองตั้งคำถามว่า ‘แล้วในตัวเราเองมันมีอะไรที่จริงบ้างไหม?’ ถ้าหากในความทรงจำของเรามันประกอบไปด้วยภาพลวงตาเยอะมากเลย<strong> แล้วสุดท้ายอะไรคือความจริงที่แท้จริงกันแน่</strong>”&nbsp;</p>



<p>การตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงและจิตวิญญาณ เป็นสิ่งที่มนุษย์หลายพันปีมาแล้วก็ได้พยายามให้นิยามและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ นักปรัชญามากมายพยายามให้คำอธิบาย เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าแล้วสิ่งที่จับต้องไม่ได้มันมีอยู่จริงหรือเปล่า โดยในเนื้อเรื่องก็เป็นการต่อสู่กันระหว่างความเป็นจริง กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และเพราะความทรงจำทำให้เราเป็นเราจนถึงทุกวันนี้ แต่เมื่อตัวเราถูกประกอบสร้างมาด้วยหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งความทรงจำ ภาพมายาคติของสังคม รวมถึงคาดหวังของผู้อื่น หากเป็นเช่นนั้น ครูส้มจึงตั้งคำถามถึงความจริงหลากหลายชุดที่มันผสมปนเปกันในตัวตนของเรา ก่อนจะทิ้งคำถามให้ชวนสงสัยว่าแล้วความจริงที่ว่านั้นมีจริงหรือไม่กันแน่</p>



<p>“หัวใจสำคัญของละครเราก็คือการตั้งคำถาม เราตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วกรอบเหล่านั้นมีจริงไหมสำหรับเรา และมีจริงแค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่อยู่ในสังคมต่างกัน บริบทต่างกัน ก็มีกรอบที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว บางครั้งเราคิดว่าเราถูกกรอบอะไรบางอย่างครอบไว้ แต่ปรากฏว่าพอเราได้เลือกชอยซ์ ได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำ กลับกลายเป็นว่ากรอบนั้นมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด” ครูเอ็มทิ้งท้ายถึงมายาคติที่สังคมได้สร้างขึ้นผ่านทัศนะของละครเวทีเรื่องนี้&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-2-5.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>โรงพยาบาลแห่งความป่วยไข้ พื้นที่ปลอดภัยในเบื้องลึกจิตใจมนุษย์</strong></h2>



<p>โรงพยาบาลจิตเวชอาจดูไม่ใช่พื้นที่ซึ่งน่าอภิรมณ์เท่าไหร่ เพราะคนนอกอาจมองว่ามันคือแหล่งพักฟื้นของคนป่วยไข้ทางใจ แต่หากพูดถึงพื้นที่ที่เราสามารถดำดิ่งลงไปในความรู้สึกนึกคิดและจิตใจ โรงพยาบาลจิตเวชอาจเป็นสถานที่ที่น่าสนใจไม่น้อย ในการเป็นฉากหลังของเรื่องราวโกลาหลทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในละครเวทีเรื่องนี้&nbsp;</p>



<p>“ด้วยความที่ละครเรื่องนี้มันกำลังพูดถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจ เราก็เลยเล่าผ่านพื้นที่ของโรงพยาบาลที่รักษาทางด้านสูตินรีเวชและจิตเวชในเวลาเดียวกัน พอสร้างฉากมาเป็นแบบนี้แล้วมันกลายเป็นว่า เรามีพื้นที่ในการให้ตัวละครได้สื่อสารถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเขาได้จริงๆ มนุษย์เรามันมีสิ่งที่เรียกว่าจิตสำนึก และจิตไร้สำนึกอยู่ และในโรงพยาบาลจิตเวช หลายๆ ครั้งสิ่งนั้นมันหายไป กรอบต่างๆ การตัดสิน เราจึงมองว่าพื้นที่ตรงนี้มันปลอดภัยในการพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ตัวละครเองได้เผชิญมา”&nbsp;</p>



<p>“ในฐานะของผู้หญิง บางครั้งเราอาจจะมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมในการสนทนา ส้มเคยพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วแค่เราสื่อสารออกมาด้วยความรู้สึก ด้วยจิตวิญญาณของเรา ไม่ต้องถึงขั้นมีอาการทางจิตหรอก เราแค่พูดความจริงที่เรารู้สึก คู่สนทนาเขาก็พูดขึ้นมาเลยว่า ‘นี่จะเป็นประจำเดือนหรือเปล่า ฮอร์โมนกำลังมาหรือเปล่า’ ซึ่งการสื่อสารเรื่องภายในจิตใจแบบนี้มันถูกตีความว่าเป็นสภาวะผิดปกติของฮอร์โมน ในขณะที่เราเป็นแค่มนุษย์ที่สื่อความจริงจากหัวใจเองนะ”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179216" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-10-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ฉากหลังของละคร คือการย้อนกลับไปในยุคสมัย 1980s ซึ่งเป็นช่วงยุคเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ความก้าวหน้าทางการแพทย์ และการต่อสู้ทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสิทธิสตรี เพราะฉะนั้นในทางหนึ่งนอกจากพื้นที่ของโรงพยาบาลจะปลอดภัยสำหรับตัวละครที่อยากปลดปล่อยเบื้องลึกในจิตใจแล้ว ในแง่ของการสังเคราะห์และตีความ โรงพยาบาลแห่งนี้ยังเปรียบเสมือนกับสังคมหนึ่งๆ ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>“ในมุมมองของส้ม โรงพยาบาลแห่งนี้มันก็เป็นสัญญะที่สื่อถึงองค์กรต่างๆ ที่ควบคุมเราอยู่ในทุก ระดับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย รัฐบาล ระบบทุนนิยม ทุกอย่างที่ควบคุมมนุษย์อยู่ ซึ่งการพูดถึงผู้หญิงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงสังคมด้วย” ครูส้มเปรียบเปรยขึ้นมาเพื่อชวนให้เราคิดถึงภาพใหญ่อีกภาพที่ละครเรื่องนี้ได้นำเสนอต่อผู้ชม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179232" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-14-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ปล่อยให้ชีวิตของตัวละครได้โลดเเล่น</strong></h2>



<p>ในด้านของกระบวนการสร้างสรรค์งาน ครูส้มและครูเอ็มให้ความสำคัญกับความสมเหตุสมผลในการตัดสินใจของตัวละคร พวกเขาจะถอยออกมาเพื่อดูว่าตัวละครควรจะมีเส้นทางชีวิตแบบไหนผ่านความน่าจะเป็นในทางออกของตัวละครเอง ดังนั้นในการเเคสติงนักแสดงจึงสำคัญมากๆ นักแสดงในเรื่องนี้ต้องผ่านการวิเคราะห์บท ทำความเข้าใจตัวละคร ศึกษาในอาชีพที่พวกเขารับบทอยู่จริงๆ</p>



<p>“ละครเวทีเรื่องนี้มีนักแสดง 2 ชุดเพื่อสร้างความหลากหลายให้กับบทละคร นักแสดงที่รับบทเป็น ’วิกกี้’ (ตัวละครเอกที่เป็นนักดำน้ำหญิง) ต้องไปเรียนดำน้ำจริงๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าคนที่ทำอาชีพนี้เขาเผชิญกับอะไรบ้าง ด้านนักแสดงอีกคนเป็นนักดำน้ำจริงๆ แต่เขาก็ยังต้องไปศึกษาการดำน้ำในถ้ำ เพราะทั้งสองศาสตร์มีข้อแตกต่างกันอยู่” ครูเอ็มเล่าถึงการทำงานกับนักแสดงที่ต้องมีความจริงจังในเรื่องการทำรีเสริชและเวิร์กช็อปเป็นอย่างมาก</p>



<p>“เราให้นักแสดงที่รับบทเป็น ‘เท็ด’ (ตัวละครศาสตราจารย์ด้านอักษรศาสตร์และสามีของวิกกี้) ไปอ่านปรัชญาที่ถูกพูดถึงในบท และกลับมาเลกเชอร์ให้ทุกคนฟังจริงๆ เพราะตัวละครของเขาพิจารณาในสิ่งนั้นอยู่” ครูส้มช่วยเสริมถึงกระบวนการที่ทำให้นักแสดงเข้าใจตัวละครมากยิ่งขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179218" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ที่สำคัญผู้สร้าง <em>The Blue Hole</em> เลือกตัดสินใจทำในสิ่งที่ยากและท้าทายอย่างการนำศาสตร์การเเสดงแบบภาพยนตร์มาใช้กับละครเวทีเรื่องนี้ นักแสดงในเรื่องจะใช้เสียงในแบบที่คนธรรมดาใช้บนเวที ซึ่งโดยปกติแล้วนักแสดงละครเวทีจะต้องโปรเจกต์เสียงเพื่อให้คนดูได้ยินชัดเจน แต่ในเรื่องนี้ตัวละครต้องเผชิญกับสภาวะ Blue Hole ที่เกิดความขัดแย้งอยู่ภายในจิตใจ สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางปรากฏตนออกมาผ่านเสียงที่ดังฟังชัด ดังนั้นเมื่อทำการแสดงการพูดเสียงเบาบ้าง ดังบ้าง หรือกระทั่งงึมงำไปเลยอาจจะสะท้อนสภาวะภายในของตัวละครได้มากกว่า แต่ความยากคือทีมงานต้องวางแผนเรื่องเสียงกันอย่างหนักภายใต้ข้อจำกัดที่มี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179219" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-20.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>‘</strong><strong>Psychological</strong><strong> Thriller’&nbsp;</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>กลอุบายที่กระชากเราออกจากความเชื่อเดิม</strong></h2>



<p>คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนจะสามารถถ่ายทอดสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างความรู้สึกภายในของมนุษย์ ให้ไหลโอนไปสู่ใครอีกหลายคนได้ แรกเริ่มเดิมทีละครเวทีเรื่องนี้เป็นบทกวีที่มีความนามธรรมมาก่อน หลังจากนั้นพวกเขาจึงค่อยๆ ช่วยกันก่อร่างนามธรรมให้กลายมาเป็นรูปธรรมที่พอจะจับต้องได้ออกมา ผ่านนักแสดง ฉาก เรื่องราว โดยที่ยังคงความรู้สึกภายในที่มีความละเอียดอ่อนสูงซึ่งเป็นสารตั้งต้นเอาไว้ จากนั้นจึงพบว่าพวกเขาควรจะเล่าเรื่องแบบ Realistic ที่บ่มรอช่วงระเบิดความ Surreal ออกมาผ่านการแสดงอารมณ์ที่เข้มข้นสูงของนักแสดง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179224" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-7.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ทั้งคู่คิดว่าการเล่าเรื่องแบบ Thriller จังหวะที่ลุ้นระลึก ความหวาดหวั่นในฉากถัดไป สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ทลายกำแพงในใจของคนดู ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ความตื่นเต้นตกใจจะพาเราออกจากความปลอดภัยเดิมที่ตัวเองกอดเอาไว้อยู่ และจังหวะนั้นแหละที่เรื่องเล่าหรือสารที่ผู้สร้างต้องการถ่ายโอนจะเจาะทะลุเข้าไปในจิตใจผู้คนได้&nbsp;</p>



<p>แต่การที่จะสร้างความรู้สึกเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับคนดูก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นสิ่งที่ทั้งสองคนต้องทำการบ้านอย่างหนักเลยคือเรื่องความจริงของสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาหยิบจับมาใช้&nbsp;</p>



<p>“Psychology คือการที่เราใช้จิตวิทยาและอารมณ์ที่ซับซ้อนของมนุษย์แสดงออกไปให้คนดูรับรู้ ในระหว่างที่ความเป็น Thriller จะเข้ามาสร้างสภาวะที่กะเทาะบางอย่างในใจเขาออกไปเเล้ว” ครูส้มอธิบายสิ่งที่เธอพยายามใช้เป็นกลอุบายในการถ่ายทอดประเด็นที่ละครเวทีเรื่องนี้อยากจะเล่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179225" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-1-6.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>คราบน้ำตา และการพังทลายภายใน </strong><br><strong>ซากปรักหักพังของอาชีพนักแสดง</strong></h2>



<p>ฉากกรีดร้องโหยหวนและเสียงร่ำไห้ติดตรึงตกค้างอยู่ในห้องแสดงละครจบลง เหล่านักแสดงถอดหมวกของมนุษย์ผู้ล่มสลายวางทิ้งไว้บนเวทีและเดินกลับเข้าหลังม่านไปด้วยใจที่เบิกบาน</p>



<p>&nbsp;นี่คือหมุดหมายและความตั้งใจของครูส้มและครูเอ็มที่ตั้งใจก่อตั้ง The Cave Studio มาเพื่อให้เหล่านักแสดงเลือดใหม่ไม่ต้องมีบาดเจ็บทางใจจากการถอดตัวละครไม่ออก ตัวครูส้มเอง เธอก็เป็นนักแสดงตั้งแต่ยังเด็กและแตกสลายทางจิตใจจากการเข้าไปเป็นตัวละคร นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องพาตัวเองออกไปศึกษาเทคนิคที่นักแสดงจะไม่ต้องเผชิญกับความรู้สึกแบบเดียวกับที่เธอเจอ และกลับมาเพื่อส่งต่อเทคนิคเหล่านั้นให้กับคนรุ่นใหม่ เธอตั้งใจที่จะลบล้างความเชื่อที่ว่านักแสดงต้องยอมให้ตัวละครกลืนกินตัวเองเข้าไปเพื่อมุ่งไปสู่ความสมจริง</p>



<p>สิ่งเหล่านี้ถูกพิสูจน์ด้วยการที่นักแสดงของเธอในเรื่องนี้ล้วนรับบทที่รุนแรง แต่เมื่อพวกเขาเล่นจบก็สามารถที่จะเดินออกมาจากตัวละครได้อย่างสบายใจ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179227" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-19-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ที่ The Cave Studio เราให้ความสำคัญกับเรื่องความทรงจำ เพราะการที่เราจะกลายเป็นใครสักคน ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความทรงจำของเขาไหม ที่ทุกวันนี้เราเป็นเรา เพราะความทรงจำที่ผ่านมาของตัวเองฝังอยู่ในห้วงความคิด ในศาสตร์ของการเเสดงจะมีวิธีการฝึกสร้างความทรงจำ เพื่อให้นักแสดงสามารถหยิบสิ่งเหล่านั้นมาใช้ตอนเป็นตัวละครได้ จริงๆ แล้วความรู้สึกของการพังทลายมักจะเกิดจากภาพความทรงจำที่ดีนั่นแหละ เช่น เมื่อเราสูญเสียคนที่รัก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอาจคือการที่เราคิดถึงความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกัน การที่นักแสดงจะรู้สึกเสียใจ เราต้องทำให้เขามีความทรงจำที่ดีอยู่ภายในก่อน” ครูเอ็มเล่าถึงวิธีทำงานที่สร้างความเข้นข้นให้กับอารมณ์ของตัวละคร ในขณะเดียวกันก็ทำให้นักแสดงไม่ใช้ตัวเองเข้าไปอยู่ในบท</p>



<p>และอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ The Cave Studio คืออยากสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสโชว์ของและการสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเอง ครูส้มและครูเอ็มเองรู้สึกว่านักเรียนของพวกเขาฝึกมานานและมีฝีมือมากๆ ทั้งคู่จึงอยากให้พวกเขาได้เล่นเป็นตัวละครที่ซับซ้อนและมีความลุ่มลึก นับเป็นอีกเหตุผลที่พวกเขาตัดสินใจสร้างละครเวทีเรื่องนี้ขึ้นมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-179228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-4-8.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>การตกผลึกทางความคิดของคนดู ของขวัญของคนทำงานศิลปะ</strong></h2>



<p>เพราะการทำละครเวทีได้สร้างความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างผู้สร้างและผู้ดู ไม่ว่าต้นทางจะคืออะไร หากคนดูรับเอาส่วนเสี้ยวที่ผู้สร้างได้หว่านเมล็ดไว้ให้โตงอกงามภายในของเขา จะถูกต้องตรงกันหรือเฉไปคนละทาง อาจไม่สำคัญเท่ากับการที่พวกเขาต่อยอดอะไรบางอย่างจากสิ่งที่คนทำได้บ่มก่อเอาไว้ เพียงเท่านี้ก็เป็นของขวัญสำหรับคนสร้างสรรค์งานศิลปะแล้ว&nbsp;</p>



<p>“รู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นไอเดียที่เราทำมีชีวิตของเขาเอง และยังสามารถส่งต่ออะไรบางอย่างไปให้คนอื่นๆ ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ผมได้ตกหลุมรักการเเสดง เพราะทำให้เราได้เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น” ครูเอ็มบอกเล่าด้วยสายตาที่เป็นประกาย ณ วินาทีนั้นเราเชื่อว่าเขาศรัทธาในสิ่งเหล่านี้จริงๆ&nbsp;</p>



<p>“ผู้ชมหลายคนเดินเข้ามาคุยกับเราว่าเขาแบลงก์ไปหลังจากละครจบ แต่พอสักพักเมื่อความคิดอุ่นมากขึ้นเขาก็มีความคิดมากมายเกิดขึ้น รู้สึกมีความสุขที่ผลงานของเราทำให้เขาได้มองโลกในมุมใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งมองเห็นมุมที่มีอยู่แล้วแต่เผลอลืมเลือนไป การที่ได้ฟังว่าคนดูคิดอะไรเป็นเหมือนของขวัญที่ทำให้หายเหนื่อยไปเลย เพราะบางสิ่งที่เขาพูดมามันอยู่ในจิตใต้สำนึกของเราด้วยซ้ำ แต่เขาสัมผัสได้ สิ่งนี้&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; มันมหัศจรรย์สำหรับเรามากๆ และการได้ทำงานกับคนรุ่นใหม่ทำให้เราศรัทธากับโลกใบนี้ เพราะพวกเขาลึกซึ้ง มุ่งมั่น มันคุ้มค่ามากๆ กับผลตอบเเทนที่เราได้รับกลับมา” ครูส้มพูดถึงของขวัญที่เธอได้รับจากการสร้างละครเวทีเรื่องนี้ด้วยความสุข</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-7-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>The Blue Hole อันลื่นไหลที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา</strong></h2>



<p>ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว <em>The Blue Hole </em>จะคืออะไรในละครเวทีเรื่องนี้ แต่ทันทีที่ดูจบทุกคนก็คงจะมีความหมายเกี่ยวกับสิ่งนี้เป็นของตัวเอง และสำหรับตัวคนเขียนบทละครเองก็ได้ตกผลึกเกี่ยวกับสภาวะนี้ไปไกลมากกว่าตอนเริ่มต้นแล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะก้าวไปถึง Blue Hole ที่ตั้งไว้หรือไม่ แต่ระหว่างทางก็ได้ฝากฝังความหมายที่สำคัญต่อตัวตนเเละอัตตาของพวกเขาแน่นอน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/03/Web-inside-9-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ผมมองว่าทุกคนมีสภาวะ Blue Hole นี้อยู่ในตัว บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นหลุมดำหรืออะไรบางอย่างที่ทำร้ายตัวเอง เป็น High Pressure ที่เกิดขึ้น แต่สำหรับผม ทุกครั้งที่ผมเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากกลับทำให้ผมพัฒนาขึ้น เลยนึกได้ว่าบางครั้งปัญหาหรือวิกฤตก็ส่งผลดีต่อตัวเรา สำหรับผมแล้ว Blue Hole จะเป็นสถานที่ที่สวยงาม เป็นแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือเป็นหลุมดำที่กลืนกินตัวเรา สำหรับผม Blue Hole มันเลยเป็นอะไรที่เปลี่ยนเเปลงได้ตลอดเวลา สุดท้ายมันคืออิสรภาพและทางเลือกที่เราจะเลือกว่าให้สิ่งนี้เป็นอะไร”</p>



<p>“ณ ตอนนี้ของชีวิต ส้มกำลังพยายามพิจารณาถึงสภาวะที่ไร้ตัวตนของสิ่งที่จับต้องไม่ได้ การทำงานสร้างสรรค์ที่เรากำลังทำอยู่ มันคือทางเลือกที่เอาโซ่มาคล้องคอตัวเองด้วยตัวเอง แน่นอนว่าคนทำงานเหล่านี้มันมีอัตตาอยู่แล้ว เราจึงพยายามเข้าสู่สภาวะ Blue Hole ในเชิงละวางอัตตาตัวเองมากกว่า เราจะวางตัวตนได้อย่างไร ในขณะที่ยังคงทำงานต่างๆ ได้อยู่ นี่คือสเต็ปถัดไปที่เราเองกำลังจะพาตัวเองไป จริงๆ สิ่งที่ช่วยได้มากๆ คือกัลยาณมิตรที่ช่วยชี้ให้เห็นว่าเราถืออัตตาแบบไหนไว้บ้าง พอเริ่มมองเห็นสิ่งเหล่านี้ เราก็จะเริ่มเเก้ปัญหาไปได้”</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/psychological-thriller-theater-philosophy/">สั่นสะเทือนความจริงที่เคยเชื่อ ไปกับ The Blue Hole ละครเวทีที่พาคุณดำดิ่งลงสู่หลุมลึกในจิตใจของมนุษย์ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>colorlesscrowd ศิลปินผู้กักเก็บชั่วขณะที่หยุดนิ่งผ่านงานศิลปะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkokillustrationfair2024-arttherapy-artist-erotic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นฤภรกมล แมงกะพรุน]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 07:03:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[#aday]]></category>
		<category><![CDATA[#BKKIF2024]]></category>
		<category><![CDATA[#bangkokillustrationfair2024]]></category>
		<category><![CDATA[#colorlesscrowd]]></category>
		<category><![CDATA[#ArtTherapy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178815</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความรู้สึกของมนุษย์เป็นเรื่องช่างน่าฉงนสนเท่ห์ ในบางครั้งเราไม่อาจรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองไม่อาจเข้าใจได้ว่า ณ ขณะนี้สภาวะภายในเกิดอะไรขึ้น แต่การถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยกระบวนการใด เปรียบเสมือนการเข้าไปแคะ แกะ เกา สภาวะภายในออกมาแผ่หลา ให้เห็นเป็นก้อน เป็นมวล เพื่อทำความเข้าใจว่ามีอะไรขาดหรือล้นอยู่ภายในตัวเรา colorlesscrowd หรือ มินธานนท์ ชัยรัตน์ อดีตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีธุรกิจของตัวเองทางด้าน E-Commerce Marketing Agency แต่ในอีกด้านหนึ่งเธอคือศิลปินผู้มีกระดาษว่างและสีชอล์กน้ำมันเป็นเพื่อนผู้รับฟัง เธอใช้การวาดรูประบายอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ภายในให้ออกมาปรากฏบนพื้นที่สีขาว แต่งเเต้มสีสัน รูปทรงของความรู้สึกภายในออกมา งานวาดของ colorlesscrowd จึงอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เธอเริ่มต้นสร้างงานจากการวนลูป คิดถึงชั่วขณะที่เธออินและมีอารมณ์ร่วม ในหลายๆ ครั้งจุดเริ่มของงานมาจากการที่เธอมูฟออน จากบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ “จริงๆ เราใช้การขีดๆ เขียนๆ อยู่เป็นเพื่อนตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอโตขึ้นเราออกห่างจากมันเพราะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำ จนมาช่วงโควิดที่ทุกคนกักตัวอยู่บ้าน เราเลยมีเวลาเยอะขึ้น ได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง เราได้ดูซีรีส์ที่มีฉากจูบกันแล้วรู้สึกว่าสิ่งนี้ส่งผลต่อความรู้สึกมากๆ เราวนคิดถึงฉากนั้นและกลับไปดูซ้ำๆ เหมือนเป็นความรู้สึกใหม่ที่เราไม่เคยรู้สึกมาก่อน&#160; “เราจึงตัดสินใจว่างั้นกลับมาวาดรูปดีกว่า หลังจากนั้นงานส่วนใหญ่ของเรามักจะมาจากเรื่องราวหรือเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่เราหมกมุ่นคิดถึงมัน จนต้องหาวิธีการระบายออกมา เราจึงได้กลับไปหาเพื่อนคนเดิมที่เคยสนิทตอนเด็กอีกครั้ง เพื่อนคนนี้คือกระดาษและการขีดเขียน กลับไปหาเขาด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้น” สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานที่เเข็งแรงให้กับงานศิลปะของเธอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkokillustrationfair2024-arttherapy-artist-erotic/">colorlesscrowd ศิลปินผู้กักเก็บชั่วขณะที่หยุดนิ่งผ่านงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความรู้สึกของมนุษย์เป็นเรื่องช่างน่าฉงนสนเท่ห์ ในบางครั้งเราไม่อาจรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองไม่อาจเข้าใจได้ว่า ณ ขณะนี้สภาวะภายในเกิดอะไรขึ้น แต่การถ่ายทอดความคิด ความรู้สึกออกมา ไม่ว่าจะเป็นไปด้วยกระบวนการใด เปรียบเสมือนการเข้าไปแคะ แกะ เกา สภาวะภายในออกมาแผ่หลา ให้เห็นเป็นก้อน เป็นมวล เพื่อทำความเข้าใจว่ามีอะไรขาดหรือล้นอยู่ภายในตัวเรา</p>



<p>colorlesscrowd หรือ <strong>มินธานนท์ ชัยรัตน์ </strong>อดีตนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีธุรกิจของตัวเองทางด้าน E-Commerce Marketing Agency แต่ในอีกด้านหนึ่งเธอคือศิลปินผู้มีกระดาษว่างและสีชอล์กน้ำมันเป็นเพื่อนผู้รับฟัง เธอใช้การวาดรูประบายอารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ภายในให้ออกมาปรากฏบนพื้นที่สีขาว แต่งเเต้มสีสัน รูปทรงของความรู้สึกภายในออกมา งานวาดของ colorlesscrowd จึงอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เธอเริ่มต้นสร้างงานจากการวนลูป คิดถึงชั่วขณะที่เธออินและมีอารมณ์ร่วม ในหลายๆ ครั้งจุดเริ่มของงานมาจากการที่เธอมูฟออน จากบางสิ่งบางอย่างไม่ได้</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="178816" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178816" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div></figure>



<p>“จริงๆ เราใช้การขีดๆ เขียนๆ อยู่เป็นเพื่อนตั้งแต่ยังเด็ก แต่พอโตขึ้นเราออกห่างจากมันเพราะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำ จนมาช่วงโควิดที่ทุกคนกักตัวอยู่บ้าน เราเลยมีเวลาเยอะขึ้น ได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง เราได้ดูซีรีส์ที่มีฉากจูบกันแล้วรู้สึกว่าสิ่งนี้ส่งผลต่อความรู้สึกมากๆ เราวนคิดถึงฉากนั้นและกลับไปดูซ้ำๆ เหมือนเป็นความรู้สึกใหม่ที่เราไม่เคยรู้สึกมาก่อน&nbsp;</p>



<p>“เราจึงตัดสินใจว่างั้นกลับมาวาดรูปดีกว่า หลังจากนั้นงานส่วนใหญ่ของเรามักจะมาจากเรื่องราวหรือเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่เราหมกมุ่นคิดถึงมัน จนต้องหาวิธีการระบายออกมา เราจึงได้กลับไปหาเพื่อนคนเดิมที่เคยสนิทตอนเด็กอีกครั้ง เพื่อนคนนี้คือกระดาษและการขีดเขียน กลับไปหาเขาด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178817" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานที่เเข็งแรงให้กับงานศิลปะของเธอ รูปวาดของเธอเเบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่งคือเรื่องของ Intimacy (ความใกล้ชิด) เธอมักจะวาดรูปร่างกาย สัมผัสของผู้คน ซึ่งคนที่เสพงานของเธอมักจะบอกว่าภาพเหล่านี้คืองานอีโรติก แต่ในมุมของคนสร้างกลับรู้สึกเพียงว่าอยากวาดสิ่งเหล่านี้โดยไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่ามันคือภาพประเภทไหน เพียงแต่เล่าช่วงเวลาที่มีเพียงเรากับคนอีกคนหนึ่งอยู่บนโลกใบนี้เพียง 2 คน&nbsp;</p>



<p>และประเภทที่ 2 เป็นภาพธรรมชาติกึ่ง Impression Art สะท้อนความรู้สึกของการที่เราเป็นจุดที่เล็กกระจิริดท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ เมื่อถอยออกมามองภาพรวม เธอเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า&nbsp;</p>



<p>Frozen Moments หรือเป็นช่วงเวลาที่อยากจะกลับไปสัมผัสอีกครั้ง เป็นสภาวะที่ทุกอย่างรอบๆ ตัวหยุดนิ่งจนสามารถเห็นภาพตรงหน้าอย่างละเอียดเเละชัดมากๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178818" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“มีภาพหนึ่งที่เราวาดขึ้นมาชื่อว่า ‘Where every piece of my body really belongs’ ซึ่งเป็นภาพคลื่นขนาดใหญ่สีฟ้ากำลังซัดสาดเข้ามา เป็นโมเมนต์ที่มาจากตอนที่ไปเล่นเซิร์ฟอยู่ และตอนที่เรากำลังว่ายออกไปและอยู่คนเดียวกลางทะเล อยู่ๆ เราก็รู้สึกว่าทะเลมันกว้างใหญ่มากเลย ตัวเราเหมือนเหลือตัวเล็กนิดเดียวเลย ณ ช่วงเวลานั้นเรารู้สึกดีมากๆ</p>



<p>&#8220;หากถามว่ารู้สึกกลัวไหมในชั่วขณะนั้น ก็รู้สึกว่าน่ากลัวนะ แต่สิ่งที่แปลกคือ เรารู้สึกว่าถ้าจะต้องตายตรงนั้นเราก็โอเคเพราะเรารู้สึกสบายใจในสถานการณ์นั้นมากๆ มันค่อนข้างซับซ้อนนิดหนึ่ง</p>



<p>“หลังจากวันนั้นหากได้เห็นท้องฟ้าหรือธรรมชาติกว้างๆ เราก็จะนึกถึงความรู้สึกที่ว่ามนุษย์ช่างเล็กจ้อย เป็นเพียงฝุ่นผงของจักรวาล พอคิดได้แบบนั้น ความเครียดที่มีอยู่ หายไปหมดเลย เราวาดรูปนี้ด้วยความรู้สึกโหยหาช่วงเวลานั้นมากๆ ตอนวาดคือน้ำตาไหลเลย”</p>



<p>ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติหรือร่างกายมนุษย์มันต่างก็กำลังโอบกอด ห่อหุ้มตัวเธอไว้อยู่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178819" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แน่นอนว่าการทำงานโดยพึ่งพาอารมณ์ส่วนตัวมีข้อจำกัดในการสร้างงานอยู่สูงมากๆ เพราะการจะจัดการระบบให้ลงตัวเพียงพอที่จะผลิตงานอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย แต่การรู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ของตัวเองมากเพียงพอทำให้ศิลปินจัดการอารมณ์เพื่อสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบระเบียบได้</p>



<p>“ช่วงแรกที่วาดรูปจากอารมณ์ความรู้สึก เราทำงานตามอารมณ์มากๆ แต่ตอนนี้พอเริ่มจำเป็นต้องผลิตชิ้นงานเพราะมีคนรอที่จะซื้อภาพของเราอยู่ ก็เลยเริ่มหาวิธีการบริหารจัดการใช้อารมณ์ให้เป็นตาราง อย่างช่วงครึ่งเช้าที่อารมณ์มักจะพรั่งพรูเราจะรีบวาดรูปในช่วงเวลานี้ แต่พอครึ่งบ่ายเราจะนิ่งมากขึ้น จึงเก็บงานที่จำเป็นต้องใช้ลอจิกไปเลยทำในช่วงนี้ เรียกง่ายๆ คือการตั้งใจเป็นไบโพลาร์แต่ยังควบคุมตัวเองได้อยู่&#8221; </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178820" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>“งานศิลปะทำให้เราเปิดโลกมากๆ มันพาเราไปเจอผู้คนที่หลากหลาย พองานเราเชื่อมต่อกับผู้คน ทำให้เราสามารถคุยกับพวกเขาได้อย่างสนิทใจ เราได้เพื่อนมาจากการทำงานศิลปะเยอะเลย ศิลปะเป็นได้หลายอย่างสำหรับเรา และเราก็คิดว่างานศิลปะพาเราเดินทางไปได้หลากหลายเกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้อีก สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้เรายังคงทำงานต่อไป เพราะมีคนที่รอดูงานเราอีกเยอะเลย”</p>



<p>colorlesscrowd&nbsp;มีความฝันว่าอยากไปเที่ยวในธรรมชาติที่กว้างใหญ่ เพื่อรู้ว่าในแต่ละพื้นที่จะสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง จะได้นำเอาความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาวาดรูปเพื่อส่งต่อความรู้สึกเหล่านี้ไปให้ผู้ที่เชื่อมโยงกับมัน</p>



<p>.</p>



<p>ติดตามศิลปินได้ที่ Instagram : @<a href="https://www.instagram.com/colorlesscrowd/#">colorlesscrowd</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkokillustrationfair2024-arttherapy-artist-erotic/">colorlesscrowd ศิลปินผู้กักเก็บชั่วขณะที่หยุดนิ่งผ่านงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘กมล’ เรื่องเล่าอีกมุมมองของตำนานรักจากสองฝั่งแม่น้ำสาละวิน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/legend-theatre-lgbtq-love/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นฤภรกมล แมงกะพรุน]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2025 07:41:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[#aday]]></category>
		<category><![CDATA[#artisttalk]]></category>
		<category><![CDATA[#kamoltheteatre]]></category>
		<category><![CDATA[#กมล]]></category>
		<category><![CDATA[#kamoltheplay]]></category>
		<category><![CDATA[#โมสต์วิศรุต]]></category>
		<category><![CDATA[#snapbyearthalert]]></category>
		<category><![CDATA[#pchy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178774</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เรื่องเล่าจากช่วงเวลาอันไกลโพ้นจะจริงหรือไม่ บางทีอาจจะมีเพียงแม่น้ำเท่านั้นที่รู้ความจริง” . ตำนานรักรสขมของ ‘เจ้าศุขเกษม’ และ ‘มะเมียะ’ โศกนาฏกรรมรักต่างชนชั้นที่ผู้คนยังคงถกเถียงกันอยู่ว่า ‘มะเมียะ’ มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าคำตอบคืออะไรอาจไม่ใช่สาระสำคัญสำหรับผู้สร้างละครเวทีเรื่อง ‘กมล’&#160; เพราะความพร่าเลือนของความไม่รู้ สร้างพื้นที่ว่างให้ผู้กำกับเกิดไอเดียที่จะหยิบยืมเอาเส้นเรื่องสุดคลาสสิกมาสร้างสรรค์ใหม่ โดยเล่นล้อตั้งคำถามถึงอำนาจของผู้เล่าในเรื่องเล่าใดๆ ด้วยการสร้างบทละครที่อนุญาตให้ตัวละครออกมาแล่นโลด เล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง สลับสับเปลี่ยนกันเป็นตัวเอกของเรื่องเพื่อ ‘เล่า’ ในสิ่งที่ตัวเองจดจำหรืออยากจะจำเพื่อให้ผู้ชมเลือกจะเชื่อในสิ่งที่เชื่อมโยงกับตัวเอง . ‘มะเมียะ’ ตำนานรักแห่งสองฟากฝั่งแม่น้ำ&#160; ณ เมืองเมาะละแหม่ง เจ้าศุขเกษมได้ตกหลุมรักหญิงสาวชาวพม่า ซึ่งต่างกันทั้งชนชั้นและเชื้อชาติ แต่เพราะความรักอันร้อนแรงของหนุ่มสาวไม่อาจต้านทานได้ด้วยกฎเกณฑ์ใดๆ เมื่อยามที่เจ้าน้อยต้องกลับบ้าน เขาได้พาหญิงอันเป็นที่รักกลับมาด้วย เธอรวบผมแสร้งเป็นชาย และใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างสหายคนหนึ่ง จนกระทั่งการหมั้นหมายของเจ้าน้อยและหญิงอีกคนมาถึง ทำให้มะเมียะต้องพรากจากชายอันเป็นที่รักของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&#160; แม้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 100 ปี แต่ตำนานความรักของมะเมียะถูกเล่าอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในรูปแบบหนังสือ เพลง หรือละคร และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งเช่นกัน ที่ความรักของทั้งคู่จะถูกนำกลับมาเปลี่ยนเสียงปรับสีให้เกิดเป็นเรื่องราวในอีกมุมหนึ่งอีกครั้ง ผ่านละครเวทีที่มีชื่อว่า&#160; ‘กมล’&#160;&#160; ก่อนที่จะได้รับชม ‘กมล’ ในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2568 นี้&#160; aday ได้เปิดบทสนทนากับ ส้มโอ-ธัญญรัตน์ ประดิษฐ์แท่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/legend-theatre-lgbtq-love/">‘กมล’ เรื่องเล่าอีกมุมมองของตำนานรักจากสองฝั่งแม่น้ำสาละวิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-center"><em>“เรื่องเล่าจากช่วงเวลาอันไกลโพ้นจะจริงหรือไม่</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>บางทีอาจจะมีเพียงแม่น้ำเท่านั้นที่รู้ความจริง”</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>.</em></p>



<p>ตำนานรักรสขมของ <strong>‘เจ้าศุขเกษม’</strong> และ <strong>‘มะเมียะ’</strong> โศกนาฏกรรมรักต่างชนชั้นที่ผู้คนยังคงถกเถียงกันอยู่ว่า ‘มะเมียะ’ มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าคำตอบคืออะไรอาจไม่ใช่สาระสำคัญสำหรับผู้สร้างละครเวทีเรื่อง <em>‘กมล’</em>&nbsp;</p>



<p>เพราะความพร่าเลือนของความไม่รู้ สร้างพื้นที่ว่างให้ผู้กำกับเกิดไอเดียที่จะหยิบยืมเอาเส้นเรื่องสุดคลาสสิกมาสร้างสรรค์ใหม่ โดยเล่นล้อตั้งคำถามถึงอำนาจของผู้เล่าในเรื่องเล่าใดๆ ด้วยการสร้างบทละครที่อนุญาตให้ตัวละครออกมาแล่นโลด เล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเอง สลับสับเปลี่ยนกันเป็นตัวเอกของเรื่องเพื่อ ‘เล่า’ ในสิ่งที่ตัวเองจดจำหรืออยากจะจำเพื่อให้ผู้ชมเลือกจะเชื่อในสิ่งที่เชื่อมโยงกับตัวเอง</p>



<p class="has-text-align-center">.</p>



<p><em>‘มะเมียะ’ ตำนานรักแห่งสองฟากฝั่งแม่น้ำ&nbsp;</em></p>



<p>ณ เมืองเมาะละแหม่ง เจ้าศุขเกษมได้ตกหลุมรักหญิงสาวชาวพม่า ซึ่งต่างกันทั้งชนชั้นและเชื้อชาติ แต่เพราะความรักอันร้อนแรงของหนุ่มสาวไม่อาจต้านทานได้ด้วยกฎเกณฑ์ใดๆ เมื่อยามที่เจ้าน้อยต้องกลับบ้าน เขาได้พาหญิงอันเป็นที่รักกลับมาด้วย เธอรวบผมแสร้งเป็นชาย และใช้ชีวิตอยู่กับเขาอย่างสหายคนหนึ่ง จนกระทั่งการหมั้นหมายของเจ้าน้อยและหญิงอีกคนมาถึง ทำให้มะเมียะต้องพรากจากชายอันเป็นที่รักของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา&nbsp;</p>



<p>แม้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 100 ปี แต่ตำนานความรักของมะเมียะถูกเล่าอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งในรูปแบบหนังสือ เพลง หรือละคร และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งเช่นกัน ที่ความรักของทั้งคู่จะถูกนำกลับมาเปลี่ยนเสียงปรับสีให้เกิดเป็นเรื่องราวในอีกมุมหนึ่งอีกครั้ง ผ่านละครเวทีที่มีชื่อว่า&nbsp; <em>‘กมล’&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p>ก่อนที่จะได้รับชม <em>‘กมล’</em> ในเวอร์ชันปี พ.ศ. 2568 นี้&nbsp; aday ได้เปิดบทสนทนากับ <strong>ส้มโอ-</strong><strong>ธัญญรัตน์ ประดิษฐ์แท่น</strong> ผู้กำกับละคร เพื่อสืบสาวถึงแนวคิดเบื้องหลังการเขียนบทละครเรื่องนี้ จะเป็นอย่างไรไปหาคำตอบพร้อมกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178775" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-1-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จุดเริ่มต้นของ ‘กมล’ เกิดขึ้นได้อย่างไร</strong></h2>



<p>เริ่มจากเราทำงานกับ<strong>พี่</strong><strong>แน็ต (แน็ต-ชาติชาย เกษนัส)</strong> แห่ง White Light Post ซึ่งเป็นโปรดักชันที่ทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ เรามีโอกาสได้ทำงานร่วมกับพี่เเน็ตบ่อยครั้ง ตั้งแต่ <em>จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี </em>จนไปถึงภาพยนตร์ต่างๆ หากใครได้เคยดูงานของเขาก็จะรู้ได้ว่า ผลงานที่ผ่านมามักจะมีความชัดเจนในประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่บริเวณฟากฝั่งเอเชีย เช่น เรื่องพม่า-ไทย อะไรเเนวๆ นี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เราทั้งสองคนกำลังอยากทำภาพยนตร์เรื่องต่อไป โดยมีความตั้งใจว่าจะทำในเรื่องที่เรารักและอยากจะเล่าจริงๆ จนมีอยู่วันหนึ่งพี่แน็ตก็เปรยมาว่าสนใจเรื่อง <em>ตำนานมะเมียะ</em> ซึ่งเราเองก็เคยได้ยินเรื่องนี้จากเพลงของ <strong>จรัล มโนเพ็ชร</strong> แล้วเราก็มีความประทับใจในเรื่องนี้อยู่แล้วเลยรู้สึกสนใจมากๆ ประกอบกับเราอยากทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องความรัก และเราในฐานะของคนที่เรียนและทำงานละครมาจะรู้สึกได้ว่าตำนานเรื่องนี้เทียบเท่า <em>โรมิโอ &amp; จูเลียต</em> เลยนะ&nbsp;</p>



<p>ต่อมาพี่แน็ตก็พูดขึ้นว่า <em>“ถ้ามะเมียะเป็นผู้ชายล่ะ จะเป็นยังไง?”</em> ซึ่งเรามองว่ามันเป็นคำถามที่น่าสนใจเหมือนกัน พอเราได้วิ่งกลับไปหาเพลงที่เคยฟัง เรื่องเล่าที่เราอิน ลองกลับไปค้นข้อมูลว่าตำนานเรื่องนี้เป็นมายังไง แล้วเราก็พบว่าพวกเขาหาตัวตนที่แท้จริงของมะเมียะไม่เจอ ซึ่งก็ยิ่งทำให้เราสนใจเข้าไปใหญ่ ท่ามกลางความจริงไม่จริงนั้น เราเลยได้แรงบันดาลใจที่อยากจะทดลองพื้นที่ว่างตรงนั้น คิดว่าหากจะเขียนบทละครขึ้นมาสักเรื่องหนึ่ง <em>ตำนานมะเมียะ </em>คือวัตถุดิบที่ดีมากทีเดียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178784" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-8-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตัวละคร ‘มะเมียะ’ ที่เป็นผู้ชายในเวอร์ชันนี้ มีความน่าสนใจอย่างไร</strong></h2>



<p>สำหรับเราการที่ตัวละครมะเมียะกลายเป็นผู้ชาย เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ในเรื่องเล่าเราจำได้ถึงฉากการปลอมตัวเป็นผู้ชายของมะเมียะ จึงลองคิดว่าถ้าหากเขาไม่ได้ปลอมตัวแต่เป็นผู้ชายอยู่แล้วล่ะจะเป็นยังไง&nbsp;</p>



<p>เรากำลังพูดถึงเรื่องความรัก ที่เดิมแล้วอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2440 ถ้าเราลองเทียบกับการเมืองการปกครองของบ้านเราในฝั่งสยาม คือช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ซึ่งเรื่องความรักของคนเพศเดียวกันในตอนนั้นไม่เหมือนทุกวันนี้ ก็แปลว่าความรักของคนคู่นี้มีเงื่อนไขสำคัญมากเหมือนกัน นี่แหละคือความน่าสนใจ คู่รักคู่นี้เขาจะรักกันได้ยังไง แล้วความรักเขาจำเป็นต้องมาอยู่กินแบบผู้ชาย-ผู้หญิงไหม จุดจบของเขาจะเป็นแบบไหน หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจในสิ่งที่สำคัญจะแตกต่างกันไปอย่างไร เราสนใจในความเป็นมนุษย์เหล่านี้มากๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178777" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-14.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ความท้าทายในการเปลี่ยน ‘ตำนาน’ ให้กลายเป็น ‘บทละคร’ คืออะไร</strong></h2>



<p>สิ่งนี้เป็นความโชคดีของเราเหมือนกัน อย่างที่บอกไปว่า<em> ‘กมล’</em> ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องของมะเมียะ ซึ่งตามตำนานเดิมมีพล็อตและโครงเรื่องที่ถูกวางไว้อยู่แล้ว ถ้าในทางละครเราจะเรียกว่า ‘ครบองก์’ เรื่องราวมันมีความขัดแย้งในตัวเอง ขัดแย้งระหว่างตัวละคร และขัดแย้งกับบริบทสังคม ซึ่งฉากและวัตถุดิบที่อยู่ตรงนั้นเป็นสิ่งที่เราเรียกว่าวัตถุดิบที่ดี และเราก็หยิบวัตถุดิบตรงนั้นย้ายมาวางไว้ในพื้นที่ว่างของเรา เพื่อหาวิธีการทำงานกับบท&nbsp;</p>



<p>ต่อมาเราได้<strong>คุณพิช (พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล)</strong> และ <strong>คุณโมสต์ (โมสต์-</strong><strong>วิศรุต หิมรัตน์) </strong>มาเป็นตัวละครหลักอย่าง ‘ใจวิน’ และ ‘กมล’ เราก็รู้เลยว่าใครจะรับบทเป็นใคร ซึ่งขั้นตอนต่อไปของเราก็คือการทำ Devised Theatre เพื่อสร้างบทละคร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178785" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-10-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>การเขียนบทแบบ Devised Theatre&nbsp; เป็นอย่างไร</strong></h2>



<p>ด้วยความที่เราสนใจในรายละเอียดว่ามนุษย์แต่ละคนมีทางเลือกยังไง จึงเลือกใช้วิธีการเขียนบทโดยหยิบยืมการทำละครแบบ ‘Devised Theatre’ ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างตัวบทจากตัวละครและนักแสดง เมื่อเราได้วัตถุดิบจากตัวละคร ทั้งฉากหลังและบริบทสังคมครบถ้วนแล้ว เราจึงโยนนักแสดงทั้งสองคนเข้าไปในพื้นที่นั้น และให้เงื่อนไขต่างๆ กับเขา หลังจากนั้นจึงเก็บข้อมูลต่างๆ จากสิ่งที่นักแสดงด้นสด (Improvise) ออกมา เพื่อนำมาเขียนเป็นบทละคร<strong> </strong>ซึ่งไดอะล็อก<strong> </strong>(Dialogue) และแอกชัน (Action) คือสิ่งที่ได้มาในช่วงเวลานี้เลย ในกระบวนการนี้เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าตัวละครทั้งสอง ปฏิบัติต่อกันอย่างไร เคมีระหว่างกันของ 2 ตัวละครจะมาปรากฏในช่วงเวลานี้แหละ คิดว่าสิ่งนี้คือจุดหลักในกระบวนการทดลองของเรา</p>



<p>แต่ถึงแม้ว่าบทละครของเราจะปรับสีเปลี่ยนเสียงไปมากแค่ไหน แต่เรายังต้องเคารพในสิ่งที่<strong>คุณปราณี (ปราณี-ศิริธร ณ พัทลุง)</strong> ท่านเขียนมา งั้นเราเลยเลือกเล่าเป็น 2 พาร์ตแล้วกัน พาร์ตแรกคือเรื่องราวที่คล้ายๆ ว่าจะเป็นโครงเรื่องและตัวละครลักษณะเดิม ส่วนพาร์ตที่สอง คือการเติมรายละเอียดที่ได้จากการด้นสด (Improvise) ของนักแสดงเข้ามา ดังนั้นตัวละคร ‘กมล’ ของเราไม่ได้เท่ากับเจ้าน้อยศุขเกษม เจ้าเฟื่องฟ้าเองก็ไม่ใช่ <strong>เจ้าบัวชุม</strong> แต่เราได้ทำการหยิบยืมตัวละครเหล่านั้นเพื่อมาสร้างเป็นตัวละครใหม่&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Magic Moment ที่เกิดขึ้นระหว่างการ Improvise ของนักแสดง</strong></h2>



<p>ตอนที่ทำ Devised Theatre ฉากในโรงเรียนซึ่งมีนักแสดงนำชาย 2 คน และลูกศิษย์ที่เรียนการแสดงกับเรา 2 คน เข้าฉากไปด้วยกัน ฉากนั้นเป็นฉากง่ายๆ ไม่มีความขัดแย้งอะไรด้วย แต่ว่าเราได้ชื่อ ‘กมล’ มาด้วยความบังเอิญ ตอนนั้นยังไม่มีชื่อนักแสดงเลย เราเรียกเขาว่า ‘ชายผู้เป็นที่รัก’ กับ ‘ชายที่รัก’&nbsp;</p>



<p>ระหว่างการซ้อมลูกศิษย์เราที่เข้าไปร่วมเล่นด้วย เขาเดินเข้าไปหานักแสดง แล้วถามว่า <em>“นายชื่ออะไร”</em> นักแสดงก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่ทันได้คิดถึงตรงนี้ พอเบรกแล้ว เราก็มาเล่นเเซวกันว่าชื่อกมลดีไหม เพราะจำได้ว่ากมลแปลว่าดวงใจ พวกเราเลยตกลงกันว่าเป็นชื่อกมล และบังเอิญว่าพี่เเน็ตซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์กำลังเขียนโปรเจกต์เพื่อหาทุน ก็ได้ตั้งชื่อตัวละครตัวนี้ว่ากมลโดยบังเอิญเหมือนกัน ดังนั้นชื่อของละครเรื่องนี้ก็ควรจะเป็นชื่อกมลแล้วแหละ เพราะรู้สึกว่าไม่มีอะไรเหมาะไปกว่านี้แล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178786" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-7-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละครเวทีเรื่อง ‘กมล’ จะทำให้คนดูกลับไปตกตะกอนในเรื่องอะไรได้บ้าง</strong></h2>



<p>เราสนใจเกี่ยวกับ<em> ‘ตำนานมะเมียะ’</em> ที่ผู้คนยังถกเถียงกันอยู่ว่าตัวละครของมะเมียะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าตัวละครนี้จะมีอยู่จริงไหม ข้อสำคัญคือเรื่องราวเหล่านี้ทำให้คนจดจำและมีความรู้สึกร่วมมากๆ เราจึงสนใจในเรื่องอำนาจของการเล่าเรื่อง เพราะผู้เล่าเรื่องสามารถเลือกที่จะไฮไลต์บางส่วน และลบส่วนที่ไม่อยากเล่าออกไปได้ ทำให้เราคิดไปถึงการบันทึกประวัติศาสตร์ต่างๆ ไปด้วยว่า เรื่องราวเหล่านั้นอาจจะมีแง่มุมและความเป็นไปได้อื่นๆ เกิดขึ้นได้อีกมากมาย เพียงแต่ไม่ได้ถูกนำเสนอ เราว่าตรงนี้เป็นจุดกำเนิดของการได้มองลึกลงไปในเรื่องราวต่างๆ อย่างพินิจพิเคราะห์โดยไม่ตัดสินเร็วเกินไป&nbsp;</p>



<p>เราใช้ตัวโครงสร้างตรงนี้มาพัฒนาบทละคร โดยให้ตัวละครซึ่งเป็นผู้ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาเล่าในมุมมองของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนจะเล่าไม่เหมือนกันเลย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ละครเวทีเรื่อง ‘กมล’ เวอร์ชันนี้เล่าเรื่องนอกเหนือจากในตำนานอย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p>ในละครเวทีเรื่อง <em>‘กมล’</em> จะเปิดเวทีให้ผู้เล่าเรื่องมาเล่าในมุมมองที่แตกต่างกัน ดังนั้นในเหตุการณ์เดียวกัน เราจะได้เห็นการพลิกมุมกลับ ปรับมุมมองไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงของคนคนเดียว แต่เราจะได้เห็นเลเยอร์ที่หลากหลายมากๆ ในเรื่องเดียวกัน โดยไม่ได้บอกว่าเรื่องไหนจริงหรือไม่จริง เเล้วเเต่ว่าผู้ชมจะมีความคิด ความเชื่อเชื่อมโยงอยู่กับเลเยอร์ไหน เป็นสิทธิ์ของคนดูในการเลือกแล้ว&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับคำที่เขาบอกว่า ‘ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องเล่าของผู้ชนะ’ เพราะจริงๆ ในเรื่องราวใดๆ มีสิ่งอื่นที่ถูกซ่อนไว้โดยไม่ได้ถูกบันทึก เราไม่ได้จะบอกว่าใครเป็นคนดีหรือคนร้าย แต่อยู่ที่ว่าผู้เล่าจะดำเนินเรื่องไปอย่างไร อะไรคือเหตุการณ์หลักที่เขาอยากนำเสนอ ใครเป็นผู้กระทำการอะไรในนั้น&nbsp;</p>



<p>ทำให้เรานึกไปถึงเวลามีความรัก ตอนที่เราเลิกกับเเฟน สิ่งที่เราเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังมักจะเป็นมุมมองของเราเพียงด้านเดียว คู่รักของเราเขาอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องราวเป็นแบบนี้ ดังนั้นในเรื่องราวเดียวกันเมื่อเปลี่ยนตัวละครหลัก เส้นเรื่องอาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178787" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-2-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center">หาก<strong>ไม่รู้จัก ‘ตำนานมะเมียะ’ จะสามารถเชื่อมโยงกับละครเรื่องนี้ได้ไหม</strong></h2>



<p>เรายืนยันว่าดูได้และเข้าใจแน่นอน เพราะโครงสร้างบทที่เราบอกไปทำให้คนสามารถติดตามเหตุการณ์ไปได้เรื่อยๆ และที่สำคัญคือละครเวทีเรื่องนี้ถูกดำเนินไปด้วยคนที่รักกันและความรักซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับคนทุกคนได้อยู่แล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ผู้สร้างได้รับอะไรจากการทำละครเรื่องนี้บ้าง&nbsp;</strong></h2>



<p>การทำละครทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิตเพิ่ม จากตัวละคร พื้นที่ บริบทที่เราจำเป็นต้องเข้าไปคลุกวงใน ดังนั้นทำให้เราได้เข้าใจความเปราะบางของเพื่อนมนุษย์มากขึ้น</p>



<p>แต่ถ้าเป็นในเชิงสกิลของการเป็นผู้กำกับและคนเขียนบท เราได้สกิลในการแก้ปัญหาและการมองเห็นความเป็นไปได้ต่างๆ มากขึ้น การทำละครโรงเล็ก เป็นงานที่ได้เงินไม่เยอะ เรามีเพื่อนร่วมทีมจำนวนมาก เพราะเราจำเป็นต้องมีทีมซัปพอร์ต ดังนั้นต้นทุนของการทำงานจึงสูงมาก ในขณะที่รายได้คือค่าตั๋วซึ่งไม่ควรที่จะแพงเกินกว่ากำลังซื้อของคนดู และจำนวนบัตรที่ขายได้ก็ไม่ได้มากเพราะที่นั่งอาจจะไม่ได้เยอะ หากเราคิดว่าสิ่งที่ได้คือเรื่องเงินจะไม่มีทางคุ้มค่าเลย</p>



<p>แต่งานของเรากำลังปลูกความคิดอะไรบางอย่าง การที่คนดูเขาดูจบไปแล้วยังมีบทสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ส่วนนี้แหละที่มีค่าสำหรับเรา คือการได้สร้างความคิดที่คนจะได้แชร์กัน ในฐานะคนทำละคร ฟังก์ชันตรงนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้รับอะไรบางอย่างกลับคืนมาจากการทำงาน</p>



<p>อีกข้อที่สำคัญคือเราได้เรียนรู้ที่จะคาดหวังและไม่คาดหวัง เราได้เรียนรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้มากแค่ไหน ควรทำหรือไม่ควรทำอะไร เราเพียงทำสิ่งเหล่านี้ออกมาอย่างเต็มกำลังมากที่สุด ทั้งทางความคิดและกำลังกาย และไม่คาดหวังเมื่อคนที่มาดูอาจจะมีจุดที่ไม่ชอบ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนได้รับในสิ่งที่เราอยากให้ทั้งหมดได้ เมื่อเราทำอะไรออกไป หลังจากนั้นเป็นเรื่องของคนดูแล้วว่าจะรับอะไรกลับบ้านไปได้บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178783" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-5-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ความรักมีอิทธิพลมากแค่ไหนสำหรับมนุษย์</strong></h2>



<p>สำหรับเรา ความรักมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตมากๆ เพราะเราเชื่อว่า ถ้าทำอะไรด้วยความรักเราจะยังคงก้าวเดินต่อไปได้เรื่อยๆ เช่น เวลาที่สอนนิสิต บางครั้งหากอยากจะตักเตือนเขา เราจะตั้งมั่นไว้ก่อนเลยว่าทุกอย่างที่เรากำลังจะทำ เราทำด้วยความรัก ดังนั้นหากสารตั้งต้นคือความรัก ทุกอย่างจะมีความสมเหตุสมผลที่เข้าใจได้ว่าทำไมเราต้องบอกต้องพูด สำหรับเราความรักคือลมหายใจเลย (หัวเราะ)</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เรื่องราวของ ‘กมล’ ยังคงมีผลกระทบต่อสังคมในปัจจุบันอย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p>ส่วนตัวเราคิดว่าในโลกมนุษย์ที่เราดำเนินชีวิตไป เราพบปะ เจอะเจอคน ไม่ว่าจะเป็นร้อยสองร้อยปีที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ หรือในอนาคตข้างหน้า สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์ มีตัวตน และมีความรัก ดังนั้นเรื่องความรักความสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องคลาสสิกมาก&nbsp;</p>



<p>ถ้าเราหยิบทั้ง 2 คนนี้มาไว้ในยุคปัจจุบัน แล้วตั้งคำถามว่าเขาจะเจอหรือไม่เจออุปสรรค เราอาจจะต้องระบุเลยว่าเขาทั้ง 2 คนเป็นใครในสังคมนี้ เพราะแต่ละคนก็จะมีกระบวนการในการก้าวข้าม หรือเจอในสิ่งที่ต้องรับมือด้วยแตกต่างกันไป แล้วตำแหน่งแห่งที่ที่เราอยู่นี่แหละจะบอกเราเองว่าเงื่อนไขของความรักนี้คืออะไร อาจจะมีอุปสรรคหรือไม่มีก็ได้ หรือแม้กระทั่งเป็นสิ่งที่ทำให้ยิ่งรักกันมากกว่าเดิมก็เป็นไปได้&nbsp;</p>



<p>&nbsp;สมัยก่อนไม่ได้มีเงื่อนไขที่มากไปกว่าปัจจุบันนี้นะ เพียงแต่ในช่วงเวลานั้นมีกฎหมายบังคับใช้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าปัญหาคืออะไรบ้าง ในปัจจุบันนี้เงื่อนไขอาจจะถูกซุกซ่อนอยู่ แต่ไม่ได้เเปลว่าไม่มีอยู่ แค่ว่าในทุกวันนี้ผู้คนในสังคมเริ่มตระหนักรู้และเข้าใจมากขึ้นว่า มนุษย์มีความแตกต่างหลากหลาย อย่างเช่นในเรื่องเพศคนในสังคมปัจจุบันก็เปิดกว้างมากขึ้น สังคมได้เรียนรู้ว่าทุกคนคือมนุษย์เหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องแบ่งแยก โลกไม่ได้มีเพียง 2 เพศอีกต่อไป สำหรับเราความรักคืออยู่ที่ว่าเรารักใคร บางทีอาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องเพศเลยด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นเราก็เลยคิดว่าไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนเรื่องของกมล และ ใจวิน ยังคงทำงานกับสังคมนี้อยู่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178788" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-13.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/legend-theatre-lgbtq-love/">‘กมล’ เรื่องเล่าอีกมุมมองของตำนานรักจากสองฝั่งแม่น้ำสาละวิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Feb 2025 03:11:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[แฟลตเกิร์ลชั้นห่างระหว่างเรา]]></category>
		<category><![CDATA[FLATgirls]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แคลร์จิรัศยา]]></category>
		<category><![CDATA[GDH559]]></category>
		<category><![CDATA[เอินเอินฟาติมา]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[แฟร์รี่กิรณา]]></category>
		<category><![CDATA[แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178714</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลายคนคงมีโอกาสได้รับชมซีรีส์เรื่อง ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ และตกหลุมรักกับความไม่สมบูรณ์ภายในครอบครัว ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาว ซีรีส์เรื่องนี้ได้นำเสนอบทบาท ‘แม่’ ในมุมมองใหม่ให้แก่สังคม ว่าแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่อาจจะผิดพลาดหรือผิดหวังได้เช่นกัน ครั้งนี้ ‘แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน’ เจ้าของผลงานซีรีส์วัยรุ่นน้ำดี ผันตัวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปคือ เธอยังคงพยายามนำเสนอเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ในมิติที่หลากหลายและสมจริง ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของ ‘เด็กผู้หญิง’ ที่เติบโตมาด้วยกันในแฟลตตำรวจ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัย พวกเธอจึงได้รับรู้ว่า ชีวิตจริงของผู้ใหญ่นั้นแตกต่างจากภาพฝันที่เคยวาดไว้ในวัยเด็ก ซึ่ง ‘ชนชั้นและฐานะ’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แอน’ กับ ‘เจน’ ค่อยๆ มีระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่พวกเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้น ปัจจุบัน สื่อบันเทิงประเภท Girl Love กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย แต่จุดแข็งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง ‘FLAT girls’ คือการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศในมิติที่แตกต่าง โดยเล่าถึงกระบวนการค้นหาตัวตนและอัตลักษณ์ทางเพศของเด็กคนหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/"> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลายคนคงมีโอกาสได้รับชมซีรีส์เรื่อง ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ และตกหลุมรักกับความไม่สมบูรณ์ภายในครอบครัว ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาว ซีรีส์เรื่องนี้ได้นำเสนอบทบาท ‘แม่’ ในมุมมองใหม่ให้แก่สังคม ว่าแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่อาจจะผิดพลาดหรือผิดหวังได้เช่นกัน</p>



<p>ครั้งนี้ <strong>‘แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน’</strong> เจ้าของผลงานซีรีส์วัยรุ่นน้ำดี ผันตัวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปคือ เธอยังคงพยายามนำเสนอเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ในมิติที่หลากหลายและสมจริง</p>



<p><em>‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’</em> เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของ ‘เด็กผู้หญิง’ ที่เติบโตมาด้วยกันในแฟลตตำรวจ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัย พวกเธอจึงได้รับรู้ว่า ชีวิตจริงของผู้ใหญ่นั้นแตกต่างจากภาพฝันที่เคยวาดไว้ในวัยเด็ก ซึ่ง ‘ชนชั้นและฐานะ’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แอน’ กับ ‘เจน’ ค่อยๆ มีระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่พวกเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้น</p>



<p>ปัจจุบัน สื่อบันเทิงประเภท Girl Love กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย แต่จุดแข็งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง <em>‘FLAT girls’</em> คือการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศในมิติที่แตกต่าง โดยเล่าถึงกระบวนการค้นหาตัวตนและอัตลักษณ์ทางเพศของเด็กคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่มั่นใจ พร้อมทั้งฉายให้เห็นถึงความเจ็บปวดจากการเติบโต ปัญหาในครอบครัว ความเหลื่อมล้ำ สภาพความเป็นอยู่ในแฟลตตำรวจ และคุณค่าการเป็นผู้หญิงตามบรรทัดฐานของสังคมไทย ผ่านตัวละครชนชั้นรากหญ้า ซึ่งไม่ได้มีทางเลือกในชีวิตมากนัก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178722" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แฟลตเกิร์ล</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์ตั้งต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร?</strong></h2>



<p>เราเคยทำหนังสั้นและซีรีส์มาแล้ว การกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญ (Milestone) ในชีวิต ซึ่งเราไม่เคยเห็นภาพยนตร์เรื่องไหนเล่าถึง ‘ลูกตำรวจ’ และ ‘แฟลตตำรวจ’ มาก่อน จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ของเด็กผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจ ผ่านผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องเล่าถึงชีวิตของ ‘เด็กผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจ?</strong></h2>



<p>ภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักนำเสนอโลกตำรวจในด้านการทำงาน การสืบคดี หรือระบบราชการต่างๆ แต่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า สิ่งเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง ‘ครอบครัวของตำรวจ’ ด้วยเช่นกัน </p>



<p>‘เด็กผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจถือเป็นตัวแทนของเรา เนื่องจากประเด็นนี้สร้างจากชีวิตจริง ทำให้เราเข้าใจความคิดและประสบการณ์ในฐานะ ‘ลูกตำรวจ’ ได้มากกว่าบทบาทอื่นๆ โดยความทรงจำที่ตราตรึงใจมากที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกตำรวจคนอื่นๆ ที่เติบโตด้วยกันมา&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประสบการณ์ไหนใน ‘แฟลตตำรวจ’ ที่ทำให้คุณอยากถ่ายทอดออกมาเป็นหนัง?</strong></h2>



<p>ประสบการณ์เกี่ยวกับเพื่อนสนิทวัยเด็กซึ่งเคยพูดคุยกันว่า <em>“ในอนาคต เราจะซื้อบ้านหลังใกล้กัน อยากอยู่กับพวกมึงตลอดไป”</em> แต่เมื่อเติบโตขึ้น เส้นทางชีวิตของแต่ละคนกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย อยู่ๆ เพื่อนที่เคยตีแบดและเล่นด้วยกันทุกวันก็ย้ายออกจากแฟลตตำรวจ หรือบางคนตัดสินใจหยุดเรียน และสร้างครอบครัวของตัวเอง </p>



<p>การได้เห็น ‘ความจริง’ ของชีวิต ทำให้เราเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมชีวิตของพวกเราจึงเป็นแบบนั้น อะไรทำให้อนาคตของพวกเราแตกต่างจากภาพที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเด็ก</p>



<p>นอกจากนี้ มิติด้านสถานที่ยังมีความน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากแฟลตตำรวจกลับไม่ได้มีแค่ ‘ตำรวจ’ แต่บางครอบครัวแอบเข้ามาอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพื้นที่ กลุ่มคนเหล่านั้นก็จะตกหล่นออกไป</p>



<p>แม้สิ่งที่พวกเขาทำจะผิดกฎหมาย แต่เรากลับรู้สึกเห็นใจ เพราะในกรุงเทพค่อนข้างแออัด และคนที่สามารถเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงมีเพียงคนรวยเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178715" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับคุณ ‘แฟลต’ คือตัวแทนของอะไร?</strong></h2>



<p>แฟลตคือ ‘บ้าน’ ที่ตัวละครคิดว่า อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไป แม้บ้านหลังนี้จะเป็นเพียงห้องขนาดเล็กภายในตึกก็ตาม แต่วันหนึ่งตัวละครเหล่านี้ก็ต้องสละบ้านของตัวเองไป เพราะพวกเขาไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง และในท้ายที่สุด ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อหาที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดไหนที่ผู้คนเริ่มแยกย้ายออกจากแฟลตตำรวจ?</strong></h2>



<p>หลากหลายเหตุผลมาก เพราะพื้นเพแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ในกลุ่มเพื่อนของเรา ทุกคนไม่ได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน แต่ค่อยๆ หายหน้าหายตาไปทีละคน บางคนย้ายออกไปเพราะพ่อเกษียณอายุ ขณะที่เพื่อนบางคนย้ายตามครอบครัว เนื่องจากพ่อได้รับคำสั่งให้ไปทำงานที่อื่น บางคนก็ตัดสินใจย้ายออกไปเองหลังเรียนจบ บางคนต้องย้ายออก เพราะพ่อที่เป็นตำรวจเสียชีวิต หรือบางคนเข้ามาอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น</p>



<p>แฟลตตำรวจไม่ใช่สังคมที่ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นชุมชนที่ใกล้ชิดกัน ทำให้มีคนอื่นจับจ้องการเติบโตของเราตลอดเวลา ทุกวันของเด็กแฟลตเปรียบเสมือน ‘วันรวมญาติ’ หากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แน่นอนว่า เรื่องนั้นจะถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก จึงไม่แปลกอะไร ถ้าจะมีใครย้ายออกเพราะไม่ชอบที่นี่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178716" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เรา</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนังเรื่องนี้สร้างจากชีวิตจริงของคุณ แล้วมีตัวละครที่คล้ายคลึงกับคุณไหม?</strong></h2>



<p>แฟลตตำรวจเป็นชุมชนที่สะท้อนถึงการเหมารวม หรือ Stereotype บทบาททางเพศของชายหญิงอย่างชัดเจน เช่น ผู้ชายทำงานหาเงินให้ครอบครัว ส่วนผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ทำให้ภาพความหลากหลายไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไรนัก</p>



<p>แต่การเรียนโรงเรียนหญิงล้วน ทำให้ตัวละคร ‘เจน’ (รับบทโดย <strong>แฟร์รี่ กิรณา</strong>)ได้มองเห็นความเป็นไปได้เรื่องเพศมากขึ้น เมื่อโลก 2 ใบนี้แตกต่างกัน ทำให้เจนเติบโตมาด้วยความไม่แน่ใจ นำไปสู่ความสงสัยที่ว่า ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนจึงจะดีพอ?</p>



<p>ตัวละคร ‘เจน’ จึงคล้ายคลึงกับตัวตนของเรามากที่สุด เนื่องจากเป็นตัวแทนของเด็กผู้หญิงที่สับสนเรื่องรสนิยมทางเพศ รวมถึงมีรูปลักษณ์และบุคลิกภายนอก ซึ่งแตกต่างจากกรอบมาตรฐานความงามของผู้หญิงตามที่สังคมกำหนดไว้</p>



<p>เจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ในทางกลับกัน ‘พี่แอน’ (รับบทโดย <strong>เอินเอิน ฟาติมา</strong>) คือผู้หญิงที่ดีพร้อมทุกอย่าง และเป็นผู้หญิงในแบบที่(สังคมบอกว่า)ควรจะเป็น ทั้งสวย เก่ง และขยัน เจนชื่นชอบพี่แอน โดยไม่รู้ว่าความชอบนั้นคือรูปแบบไหน ชอบแบบชื่นชม หรือชอบในเชิงโรแมนติก เมื่ออาตอง (รับบทโดย <strong>บอย ปกรณ์</strong>) เข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์นี้ ทำให้เจนไม่เข้าใจว่า ความรู้สึกที่ไม่อยากถูกแย่งความสนใจไปคืออะไร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>&#8220;พี่ไม่เห็นอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดเลย กลัวไม่ได้ออกไปมากกว่า&#8221; จุดตั้งต้นของไดอะล็อกนี้มีที่มาจากอะไร?</strong></h2>



<p>ตอนเด็กๆ เราจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้อยู่แฟลตที่นี่ เพราะทำเลอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มองเห็นพลุได้ชัดและบ่อยมาก รวมถึงเติบโตท่ามกลางเพื่อนวัยเดียวกัน จึงนับเป็นชีวิตวัยเด็กที่สนุกและแตกต่างจากเพื่อนที่โรงเรียน&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อโตขึ้นกลับตั้งคำถามว่า &#8216;ทำไมพี่คนนั้นยังอยู่ที่นี่?&#8217; เพราะเราเคยมองว่า พี่คนนั้นจะต้องประสบความสำเร็จ ได้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ หรือมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อย่างที่เคยพูดคุยกันตอนเด็กๆ การที่ชีวิตของหลายคนลงเอยด้วยการอยู่ที่แฟลตตำรวจนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันทำให้เราฉุกคิดได้ว่า การออกไปอาจจะยากกว่าการได้อยู่เสียอีก</p>



<p>ทุกคนเคยมีความฝันว่าจะมีชีวิตที่ดี มีเงินซื้อบ้าน และเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ชีวิตยังมีปัจจัยและเงื่อนไขอีกมากมายที่อาจรั้งตัวเราไว้ ทำให้ความฝันไม่อาจเกิดขึ้นจริง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวละคร ‘แอน’ ด้วยเช่นกัน แฟลตตำรวจเปรียบเสมือนอุปสรรคที่ฉุดรั้งแอนไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178719" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>One Year คือความสัมพันธ์ของแม่-ลูกสาว แล้ว ‘FLAT girls’ คือความสัมพันธ์แบบไหน?</strong></h2>



<p>ไอเดียตั้งต้นคือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนในแฟลต เพราะเราอยากบันทึกความทรงจำและมิตรภาพไว้ในภาพยนตร์ โดยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่เด็กวัยรุ่นเคยพบเจอ ผ่านมุมมองและเรื่องราวของ ‘เด็กแฟลต’ ในกรุงเทพฯ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทบาทของ ‘แม่’ และ ‘ผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจเป็นอย่างไร?</strong></h2>



<p>คนอื่นอาจจะมองว่า ทุกคนในแฟลตเหมือนกัน เช่น เป็นตำรวจเหมือนกัน เป็นเมียตำรวจเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น ทุกคนพยายามจะอยู่สูงกว่าคนอื่นในสังคม ผู้หญิงที่อยู่ในแฟลตตำรวจต่างพยายามที่จะมีที่ทางและคุณค่าในตัวเอง หลายคนเป็นแม่บ้านซึ่งไม่ได้ทำงานอื่น จึงต้องพยายามมีอำนาจและยกตัวเองให้เหนือกว่าคนอื่นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ตกแต่งบ้านให้ดูดีที่สุด อวดว่าลูกตัวเองเรียนเก่งกว่า หรือสวยกว่า</p>



<p>การสร้างคุณค่านั้นผูกโยงกับปัจจัยภายนอก ไม่ใช่การสร้างคุณค่าภายในตัวเอง เนื่องจากในฐานะเมียตำรวจ แม่ และแม่บ้าน สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่ความรับผิดชอบของเธอที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด ทั้งการเลี้ยงลูก และจัดการงานบ้าน</p>



<p><em>สิ่งที่พวกเธอมี มันมีแค่นี้ ผู้หญิงทุกคนจึงพยายามทำหน้าที่ของ ‘แม่และแม่บ้าน’ ให้ดียิ่งกว่าการดูแลตัวเองเสียอีก</em></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากผลงานต่างๆ ทำไมจึงสนใจเรื่องผู้หญิง?</strong></h2>



<p><strong></strong>ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นผู้หญิงมั้ง แต่อีกเหตุผลคือ เราโตมาด้วยการเห็น ‘ผู้หญิงในสื่อ’ ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายมากเท่าในชีวิตจริง สื่อยุคหนึ่งนำเสนอ ‘ตัวละครหญิง’ ผ่านสายตาของเพศชาย (Male Gaze) โดยให้พวกเธอเป็นเพียงองค์ประกอบที่สนับสนุนเส้นเรื่องของตัวละครชาย ผ่านบทบาทการเป็นแม่เป็นเมีย ในทางกลับกัน เรื่องราวที่แท้จริงของผู้หญิงกลับถูกมองข้าม</p>



<p>หากสื่อสามารถนำเสนอภาพของผู้หญิงได้อย่างหลากหลาย ผู้ชมอาจเข้าใจถึงความเป็นไปได้ในขอบเขตที่กว้างขึ้น เพราะผู้หญิงสามารถเป็นอะไรก็ได้ หรือทำอะไรก็ได้ตามที่พวกเธอต้องการ เราจึงอยากเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงในมิติที่หลากหลาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘FLAT girls’ ถือเป็นหนังแนว Girl Love ไหม?</strong></h2>



<p>เราชัดเจนในตัวเองมาตลอดว่าเป็นเกย์ และมีความสนใจในภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวของ LGBTQ+ โดยไม่ได้มองว่าสื่อบันเทิงเหล่านี้ต้องถูกจำกัดอยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง แต่เป็นเพียงเรื่องราวของตัวละครที่มีอัตลักษณ์ทางเพศเช่นนั้น</p>



<p>สำหรับเรื่อง <em>‘แฟลตเกิร์ล’</em> เราไม่ได้ตั้งต้นว่าจะสร้างหนังแนว Girl Love เพียงแต่ต้องการเล่าเรื่องของตัวละคร LGBTQ+ ที่กำลังค้นหาตัวเอง อย่างไรก็ตาม ถ้าคำนิยามของสื่อประเภท Girl Love หมายถึงการมีตัวละครหญิงที่รักกัน <em>‘แฟลตเกิร์ล’</em> ก็ถือเป็นหนังแนว Girl Love</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในช่วงเวลาที่ซีรีส์ Girl Love ของไทยกำลังเป็นที่นิยม จุดแข็งของ ‘FLAT girls’ ที่โดดเด่นและแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ คืออะไร?</strong></h2>



<p>จุดมุ่งหมายหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่การขายความโรแมนติกเพียงมุมเดียว แต่ต้องการนำเสนอในหลายมิติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ‘ความรักกับเงิน’ รวมถึงเรื่องชนชั้นฐานะ ครอบครัว และบริบทสังคม ซึ่งแตกต่างจากซีรีส์รักวัยรุ่นทั่วไปที่มักเน้นไปที่อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร อีกทั้งยังเล่าผ่านตัวละครที่เติบโตมาในแฟลตตำรวจ ซึ่งค่อนข้างเป็นชนชั้นรากหญ้ามากกว่าชนชั้นกลาง เราคิดว่า มุมมองแบบนี้อาจไม่ได้ถูกนำเสนอมากนักในซีรีส์ Girl Love ของไทย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178718" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชั้นห่าง</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมจึงอยากนำเสนอประเด็นเรื่อง ‘ชนชั้นและฐานะ’?</strong></h2>



<p>ตอนเด็กเคยคิดว่า ความรักเป็นเรื่องง่าย แค่รักกันก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้แล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจเวลาเห็นคนเลิกกัน แต่เมื่อโตขึ้น เราเริ่มตระหนักได้ว่า ความสัมพันธ์ของมนุษย์มีปัจจัยมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง ‘เงินและความเป็นอยู่’ ที่มักเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในความสัมพันธ์</p>



<p>เราชอบเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ แต่เราไม่ได้อยากพูดถึงความรักเพียงแค่มิติด้านความรู้สึก แต่อยากถ่ายทอดความสัมพันธ์ในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทําไมเลือกนำเสนอเรื่องราวของ ‘ชนชั้นรากหญ้า’ ต่างจากซีรีส์หรือหนังเรื่องอื่นที่เล่าถึงชนชั้นกลาง?</strong></h2>



<p>เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในคนชนชั้นรากหญ้า และเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน แต่ในช่วงเวลาหนึ่ง สื่อบันเทิงกลับไม่ค่อยพูดถึงคนที่อยู่ในระดับเดียวกับเรา เช่น ตอนเด็กๆ เวลาดูละครหรือหนัง เราแทบไม่เคยเห็นตัวละครอาศัยอยู่ในแฟลตเลย แต่มักจะมีบ้านหลังใหญ่โต จนทำให้เรารู้สึกแปลกแยกจากตัวละครเหล่านั้น</p>



<p>เราเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีห้องนอนส่วนตัว นอนกับพ่อแม่มาตลอด ดังนั้น แค่มีบ้านเป็นห้องแถว เราก็คงดีใจแล้ว เพราะเราเคยคิดว่า สิ่งที่ถ่ายทอดในละครหรือหนัง คือมาตรฐานปกติของสังคม จนเมื่อโตขึ้นจึงได้รู้ว่า ความเป็นจริงแล้ว คนที่มีบ้านขนาดใหญ่แบบในละครมีจำนวนน้อยมาก ขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่กลับไม่ค่อยมีใครส่องแสงไปถึงพวกเขา</p>



<p>ในเมื่อเราเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น และมีโอกาสได้ทำอาชีพนี้ เราจึงอยากเล่าเรื่องของคนที่มีชีวิตแบบเดียวกัน รวมถึงคนที่ลำบากกว่าเรา เพราะพวกเขาสมควรถูกพูดถึง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่า &#8216;ความรักเป็นแค่เรื่องของคนมีเงิน&#8217; ไหม?</strong></h2>



<p>ในช่วงหนึ่งเคยรู้สึกแบบนั้น เราเคยผ่านจุดที่ลำบาก และมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมาก่อน ซึ่งมันยากจริงๆ ที่จะมีความรักในสถานะแบบนั้น การมีความรักแทบจะเป็น Privilege เลย นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องตัวตนด้วย เมื่อตัวเราไม่พร้อม เราจึงไม่กล้าให้ใครเข้ามารักเรา เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับใครเลย เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาแค่ด้านไลฟ์สไตล์ หรือค่าใช้จ่ายในการเดต แต่กระทบไปถึงความรู้สึกภายใน&nbsp;</p>



<p>ความรักคงไม่ใช่แค่เรื่องของคนมีเงินหรอก แต่คนมีเงินสามารถมีความรักได้ง่ายกว่า และมีปัญหาด้านความสัมพันธ์น้อยกว่ามาก เพราะปัญหาส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยเงิน เช่น รักทางไกล คนที่มีเงินสามารถเดินทางไปหากันได้ง่าย แต่สำหรับคนไม่มีเงิน การได้เจอกันเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์โดยตรง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับคุณ ชั้นห่างระหว่าง ‘เด็ก’ และ ‘ผู้ใหญ่’ คืออะไร?</strong></h2>



<p>ตอนเป็นเด็ก ทุกอย่างดูเป็นไปได้ และเต็มไปด้วยความหวัง แม้จะพบเจอความเจ็บปวดและความลำบากในการเติบโต แต่เรายังเชื่อว่า วันหนึ่งทุกอย่างจะลงตัวเอง แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีใครมาคอยควบคุมเรา แต่เงื่อนไขชีวิตกลับควบคุมเราแทน เราอาจมีอิสระที่จะรักใครก็ได้ ในขณะเดียวกัน เราก็มีความรับผิดชอบมากมาย ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์นั้นอาจจะไปต่อไม่ได้อยู่ดี อีกทั้ง ตอนเด็กๆ ยังมีพ่อแม่เป็นที่พึ่งพิง แต่เมื่อโตขึ้น เราถูกมองเป็นคนหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง รวมถึงอาจต้องดูแลคนอื่นด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178724" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ระหว่าง(ทาง)</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากบทพูด &#8220;ไม่ต้องเป็นพี่แอนตลอดเวลาก็ได้&#8221; แล้วมีช่วงเวลาที่คุณไม่อยากเป็นตัวเองไหม?</strong></h2>



<p>หลายครั้งเราก็รู้สึกแบบนั้น เช่น มิติครอบครัว เราเคยเผชิญกับการแยกทางของพ่อแม่ ซึ่งแน่นอนว่า ครอบครัวของเราไม่ใช่ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า ตามที่สังคมมองว่าเป็นเรื่องปกติ ทำให้เราในช่วงวัยรุ่นเคยคิดว่า ทำไมเราไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนมิติเรื่องเงิน เราก็เคยตั้งคำถามว่าทำไมพ่อแม่ไม่มีมรดกหรือกิจการที่บ้านรองรับ เพราะเราต้องรับผิดชอบเรื่องภายในบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นภาระที่หนักสำหรับเด็กคนหนึ่ง</p>



<p>เมื่อโตขึ้นและมีโอกาสได้ทำหนัง เรากลับรู้สึกขอบคุณประสบการณ์เหล่านั้น เพราะทำให้เราเข้าใจชีวิต ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดและความรู้สึกที่หลากหลาย ส่งผลให้เราไม่มองมนุษย์คนอื่นเป็นแค่สีขาวหรือดำ เนื่องจากทุกคนมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้ผู้ชมได้รับบทเรียนอะไรกลับไปจากหนังเรื่องนี้?</strong></h2>



<p>ถ้าพูดในมุมของสังคมและการเมือง เราอยากฉายแสงให้กับคนที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในสื่อบันเทิง ไม่ใช่เพียงตำรวจชั้นผู้น้อยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างระบบที่ไม่เป็นธรรม แต่ครอบครัว ภรรยา และลูกของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบเหล่านั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบนี้นับเป็นอุปสรรคที่ส่งผลต่อการเติบโตของเด็กที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า เราจึงอยากให้ตัวละครของหนังเรื่องนี้ เป็นตัวแทนของเด็กวัยรุ่นที่ต้องต่อสู้ทั้งการเติบโตของตัวเอง รวมถึงดิ้นรนท่ามกลางข้อจำกัดทางครอบครัวและสังคมไปพร้อมกัน</p>



<p>ส่วนประเด็นความหลากหลายทางเพศ ณ วันนี้ สังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้น เช่น การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่เรามองว่า สื่อมักนำเสนอความหลากหลายทางเพศโดยเน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ ทั้งที่ความเข้าใจในตัวเองของเด็กคนหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านความสับสน ความเจ็บปวด และการค้นหาตัวตน ดังนั้น การนำเสนอความหลากหลายทางเพศในมิตินี้ผ่านสื่อบันเทิง อาจช่วยให้พ่อแม่ ครอบครัว และสังคมเข้าใจเด็กเหล่านี้มากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/"> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> Chuthings ศิลปินนักสำรวจเรื่องราวเล็กๆ ผู้รักการเดินทางเทียมเท่าการสร้างงานศิลปะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/art-illustrator-culture-travel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นฤภรกมล แมงกะพรุน]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Feb 2025 17:40:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[#การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[#นักสังเกตการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[#Chuthings]]></category>
		<category><![CDATA[#BKKIF2024]]></category>
		<category><![CDATA[#bangkokillustrationfair2024]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178710</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในทุกๆ พื้นที่ล้วนประกอบรวมจากวัฒนธรรม ชุมชน อาคารบ้านเรือน และผู้คน จนเกิดเป็น Identity ที่มีความจำเพาะเจาะจง ดังนั้นการเดินทางเพื่อไปสัมผัส แตะเฉียด เอาผิวไปอิงแอบกับอุณหภูมิเฉพาะของแต่ละย่านจึงสำคัญ เพราะดีเทลเล็กจ้อยเหล่านั้นจะพาเราไปเจอสิ่งที่นอกเหนือจากความคาดหมายเสมอ แต่ความพิเศษกว่านั้นคือการมีศิลปินผู้ที่เป็นทั้งนักสังเกตการณ์และคนทำงานศิลปะ ได้เห็นโลกและวาดรูปไปพร้อมๆ กัน&#160; Chuthings หรือ ‘หลิน-ชุติภา ปิติวัชรากุล’ ศิลปินผู้บันทึก ผู้คน เมือง วัฒนธรรมผ่านภาพวาด&#160; เธอคืออดีตนักเรียนออกแบบที่หลงใหลการลงพื้นที่สำรวจชุมชน จนเกิดเป็นความเคยชินที่จะเฝ้าสังเกตความเป็นไปเล็กๆ น้อยๆ ในสถานที่ที่เดินทางไป ทั้งอาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก และมนต์เสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในหลืบเล็กๆ งานสร้างสรรค์ของเธอจึงเริ่มขึ้นจากตรงนั้น Chuthings เริ่มสนใจการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คนในชุมชนมาจากตอนเรียนมหาวิทยาลัย (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ในวิชาเรียนออกแบบที่ต้องสำรวจ สัมภาษณ์ ผู้คนหลากหลาย หาดูว่าพื้นที่นั้นๆ มีปัญหาอะไร เพื่อนำมาสู่ผลงานออกแบบของเธอ ดังนั้นทำให้เธอกลายเป็นคนช่างสังเกตไปโดยปริยาย การทำงานคิดแบรนด์ให้กับชุมชน ทำให้ได้ค้นพบว่าเเต่ละย่านมีข้อดีและมีเสน่ห์แตกต่างกันไป “เรารู้สึกว่าเวลาไปเที่ยวและได้สังเกตสิ่งต่างๆ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ผู้คน ทำให้ได้รู้สึกใกล้ชิดเเละเข้าใจสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น ได้เข้าใจว่า Identity ของเมืองในย่านนั้นๆ เป็นอย่างไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-illustrator-culture-travel/"> Chuthings ศิลปินนักสำรวจเรื่องราวเล็กๆ ผู้รักการเดินทางเทียมเท่าการสร้างงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในทุกๆ พื้นที่ล้วนประกอบรวมจากวัฒนธรรม ชุมชน อาคารบ้านเรือน และผู้คน จนเกิดเป็น Identity ที่มีความจำเพาะเจาะจง ดังนั้นการเดินทางเพื่อไปสัมผัส แตะเฉียด เอาผิวไปอิงแอบกับอุณหภูมิเฉพาะของแต่ละย่านจึงสำคัญ เพราะดีเทลเล็กจ้อยเหล่านั้นจะพาเราไปเจอสิ่งที่นอกเหนือจากความคาดหมายเสมอ แต่ความพิเศษกว่านั้นคือการมีศิลปินผู้ที่เป็นทั้งนักสังเกตการณ์และคนทำงานศิลปะ ได้เห็นโลกและวาดรูปไปพร้อมๆ กัน&nbsp;</p>



<p><strong>Chuthings</strong> หรือ <strong>‘หลิน-ชุติภา ปิติวัชรากุล’ </strong>ศิลปินผู้บันทึก ผู้คน เมือง วัฒนธรรมผ่านภาพวาด&nbsp;</p>



<p>เธอคืออดีตนักเรียนออกแบบที่หลงใหลการลงพื้นที่สำรวจชุมชน จนเกิดเป็นความเคยชินที่จะเฝ้าสังเกตความเป็นไปเล็กๆ น้อยๆ ในสถานที่ที่เดินทางไป ทั้งอาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก และมนต์เสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในหลืบเล็กๆ งานสร้างสรรค์ของเธอจึงเริ่มขึ้นจากตรงนั้น</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcLfhOt5h3YmifHKBd-6uDZupyfxdBWbr2Xh2NNY4_twCEcLapJ1OIAHrAl-mwLFOdKJwmtpirrMkXYKPELSfqTkaHi1C0ypsCjAS8XDl_BUSOzxx6ANKivHCRHzeuy_jUobihulA?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p>Chuthings เริ่มสนใจการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คนในชุมชนมาจากตอนเรียนมหาวิทยาลัย (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ในวิชาเรียนออกแบบที่ต้องสำรวจ สัมภาษณ์ ผู้คนหลากหลาย หาดูว่าพื้นที่นั้นๆ มีปัญหาอะไร เพื่อนำมาสู่ผลงานออกแบบของเธอ ดังนั้นทำให้เธอกลายเป็นคนช่างสังเกตไปโดยปริยาย การทำงานคิดแบรนด์ให้กับชุมชน ทำให้ได้ค้นพบว่าเเต่ละย่านมีข้อดีและมีเสน่ห์แตกต่างกันไป</p>



<p>“เรารู้สึกว่าเวลาไปเที่ยวและได้สังเกตสิ่งต่างๆ วัฒนธรรม วิถีชีวิต ผู้คน ทำให้ได้รู้สึกใกล้ชิดเเละเข้าใจสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น ได้เข้าใจว่า Identity ของเมืองในย่านนั้นๆ เป็นอย่างไร เราเคยไปลงชุมชนแถวเจริญกรุงเพื่อดูว่าสถานที่ตรงนั้นมีอะไรที่ต้องแก้ปัญหา ทำให้มีโอกาสเจอร้านอาหารเล็กๆ บนโรงหนังเก่า ซึ่งเป็นร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน ทำให้รู้ว่าในทุกๆ ที่จะต้องมีสถานที่เล็กๆ ซุกซ่อนตัวอยู่ เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์”</p>



<p>“เราเป็นคนที่ชอบไปเที่ยวขณะเดียวกันก็ชอบสังเกตสิ่งเล็กๆ ที่เจอ ไม่ว่าจะเป็น ผู้คน อาหาร เมือง สิ่งเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกได้ใกล้ชิดเเละเข้าใจสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น ดังนั้นการที่งานเราส่วนใหญ่จะเป็นการวาดภาพร้านอาหารและบรรยากาศดีๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะทั้งการวาดรูปและสำรวจโลกล้วนเป็นสิ่งที่เรารัก”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdTLle6pxo2HDQ90oPPJTYmPv9KfWYj8snaX2Uj2GgqWXHm984k-xqex-NioFnS2PXfWWUGhcCMtv2y86Q2GGxVtnsg4kARmxGwaiD_UrSHRkoi1TcX3GgU51gXhAM6lXB36R_H5Q?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p>เรื่องราวในภาพวาดของ Chuthings มักจะเกิดขึ้นภายในร้านอาหารตามมุมเมืองต่างๆ ผู้คนและอาหารจึงเป็นตัวแสดงหลัก โดยมีบรรยากาศและความประทับใจส่วนตัวของศิลปินลอยคละคลุ้งอยู่ในภาพสีไม้สุดออแกนิก การท่องล่องไปในหลากหลายประเทศ หลายวัฒนธรรมทำให้ภาพวาดของ Chuthings สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ที่ไม่เคยเหมือนกันเลย</p>



<p></p>



<p>“เราเป็นคนชอบกิน ดังนั้นเวลาไปเที่ยวจึงพยายามหาร้านอาหารของพื้นที่นั้นๆ กินอยู่เสมอ และในแต่ละมื้อที่เราไปกินก็จะมีความประทับใจเกิดขึ้นเสมอ ทั้งในแง่ของผู้คนที่ไปด้วยกัน เรื่องราวของย่าน และบรรยากาศที่เกิดขึ้น สำหรับเราอาหารบ่งบอก Identity ของสถานที่ แค่เปลี่ยนย่าน เปลี่ยนพื้นที่ ก็จะได้เห็นความแตกต่างชัดเจนมากเลย”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdNdVqJRQykyaQtAUapoIsa1LFw59KgPYeiioQ2qA64Xxbo35wuvahSNEMzJsYvOCkt8RvrO2WSfSjFGRC-658NTxCJ-lOQ2vKFm6iOnam1oUPjz_uPkL6WqBEUPoIqAAb04PzkGA?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p>Chuthings เติบโตมากับหนังสือวาดภาพประกอบเด็ก สีสันและลายเส้นในงานเหล่านั้นเป็นไอเดียที่เธอใช้พัฒนาลายเส้นของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อประกอบรวมเข้ากับการเป็นนักสำรวจเรื่องราวจึงทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ใครผ่านมาเห็นก็จดจำได้ทันที ขณะเดียวกันการเดินทางเองก็ทำให้เธอต่อยอดวิธีคิดในการทำงานไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่รู้จบ</p>



<p></p>



<p>“เรามีโอกาสได้ไปกินอาหารร้านหนึ่งในโปรตุเกส รู้สึกประทับใจมาก ทั้งอร่อย และมีความ Local มากๆ ข้างในร้านไม่มีภาษาอังกฤษเลยด้วยซ้ำ มีแต่ภาษาโปรตุเกส เมนูที่กินวันนั้นคือปลาซาร์ดีน เพื่อนที่ไปด้วยกันเเนะนำว่า ลองวาดอะไรที่ไม่ต้องเป็นคนไหม ลองสร้างคาเเรกเตอร์ของอาหารให้มีชีวิตขึ้นมาไหม หลังจากนั้นงานวาดของเราจึงเริ่มมีความเซอร์เรียลมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXfRbuIcM3_y5KRN5xWUNCgmrl9fSo_fsrK78Xy6j_ChqlflssWEje_hcRnrTcEfAm5gKXF4cM05DF93Ns-j6dZQTo9yDZWobjfat9iOL0aZ-Sb2nYy8E042xBzI98zX8epXXatEyw?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXeEJkYTtRVoUe3TuZ-h8I5tFTlq-xS6xicxe0DUk_jKhiKqz7RWasr4aQPynZ2k9neaS_eCeHaTXKNgXDibZEs4FPP818NWUJbMgA_W3Hs5zp1N23fzeJ_hVFVtTJKQpJDyW7hUsg?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p>แน่นอนว่าหากให้ระบุว่า Chuthings เดินทางเพื่อจะได้มาซึ่งภาพวาด หรือใช้การวาดภาพเป็นข้ออ้างที่จะได้เดินทาง เธอคงจะตอบไม่ได้ เพราะถ้าไม่ได้เดินทางก็คงไม่มีวันได้กลับมาวาดภาพ ผลงานทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นทั้งสองอย่างล้วนตอบรับกันอยู่</p>



<p>สำหรับเธอแล้ว ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงงานสร้างสรรค์ที่ใช้สำหรับบันทึกเรื่องราวที่พบเจอตามสถานที่ต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่ศิลปะเยียวยาชีวิตและตัวตนของเธอด้วย</p>



<p>“การทำงานศิลปะช่วยเรื่องจิตใจเราไว้มาก ในทุกๆ กระบวนการเลย การได้วาดรูปและอยู่กับตัวเอง ทำให้เรามีความสุขและเกิดความสงบ งานของเราบ่งบอกความเป็นตัวเราโดยที่เราไม่ต้องอธิบายตัวตนให้ใครฟังเลย”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXf5rVaeR-aOXe9MDBRMzPVfbLfFS8KaGpi4bmqXtsY8T5HNgkCTsgjTKZeL_3v02bvqJ-nz5p2iGFod0Pa74TXeyNzDwv908NqHYtIwyz7KUpSeu0WUDBbJXhwUeG6nYr95TUOBJg?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p>หากเลือกได้ Chuthings ก็อยากจะทำงานวาดภาพเป็นหลักเพราะยืดหยุ่น ดูแลจัดการชีวิตตนเองได้โดยไม่ต้องอิงกับใครเลย แต่ในประเทศไทยเอง คนส่วนมากอาจจะไม่ได้มองศิลปะว่ามีฟังก์ชันเพียงพอที่ศิลปินอิสระ ผลงานไม่ได้แมส จะอยู่รอดได้</p>



<p>“เราคาดหวังว่าอยากให้ผลงานของตัวเองเป็นที่รู้จักมากกว่านี้ สามารถสร้างรายได้มากขึ้น จนไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ ความเป็นอยู่ อาจจะไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่สามารถที่จะอยู่และผลิตงานไปได้เรื่อยๆ”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXeYZjBSykb_FIcZU6tjfYXu58otHlEWbBjovmxX8IsGu-shXoUhMWR43bmWv5_XAydLFiX8jyv0uOdQBEMmZx09jz6j7Mbx60DXs6dEHzEl1-qLdHuPquzhcBm4Qn8UXhRyX7bZQQ?key=fQhTNjylgKKwic_dM-JWRkZm" alt=""/></figure>



<p></p>



<p>ร่วมเดินทางไปกับงานศิลป์ของศิลปินนักสังเกตการณ์ คุณอาจจะได้พบกับรายละเอียดเล็กๆ ในการเดินทางครั้งถัดไปของตัวเอง</p>



<p>ติดตามศิลปินได้ที่</p>



<p>Instagram : @<a href="https://www.instagram.com/chuthings/#">chuthings</a></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-illustrator-culture-travel/"> Chuthings ศิลปินนักสำรวจเรื่องราวเล็กๆ ผู้รักการเดินทางเทียมเท่าการสร้างงานศิลปะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Feb 2025 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ภมุภามุ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[PSPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[Fallen]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178640</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทั้งโรแมนติก งดงาม เปราะบาง และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน เปรียบดั่งมนุษย์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ในคนคนเดียว วัฏจักรชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดอกไม้ คือเกิดขึ้น เหี่ยวเฉา และตาย(จากภายใน) เนื่องจากดอกไม้ต้องเจอแดดเจอฝนที่คาดเดาไม่ได้เลยสักวัน บางดอกมีกลีบบาง เพียงโดนฝนเม็ดเล็กๆ ตกใส่ก็บุบสลายอย่างง่ายดาย ขณะที่บางดอกกลับมีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้จะเจอพายุโหมกระหน่ำ มนุษย์เองก็มีความแตกต่างหลากหลายเช่นกัน จึงไม่อาจวัดได้ว่า ใครอ่อนแอมากกว่า ใครดีน้อยกว่า หรือสวยงามกว่ากัน ‘น้ำจ๋า &#8211; อมฤต จิตรนิรัตน์’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนจากสำนักพิมพ์ P.S. Publishing เธอออกแบบดอกไม้ 16 สายพันธุ์ เพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกภายในจิตใจมนุษย์ ผ่านหนังสือเล่มแรกอย่าง ‘Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’ เพราะหวังให้ผู้อ่านยอมรับความเปราะบาง และรักตัวเองให้เป็น “แม้จะมีหนังสือที่สอนเรื่องการรักตัวเองเป็นล้านเล่ม แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องพยายามและต่อสู้กับเรื่องนี้ เราจึงอยากสื่อสารประเด็นนี้ต่อไปเรื่อยๆ” จุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร “เราไม่อยากส่งต่อพลังงานลบให้คนอื่น เราจึงพยายามแสดงออกว่ามีความสุข หรือทำตัวตลก เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติ” ในวันที่รู้สึกไม่ดี เธอมักจะแสดงออกอย่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง และพูดมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการกลบเสียงที่อยู่ภายในใจ ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่พร้อมรับฟัง ดังนั้น ‘การเขียน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/">ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน?</em></p>



<p>ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทั้งโรแมนติก งดงาม เปราะบาง และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน เปรียบดั่งมนุษย์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ในคนคนเดียว วัฏจักรชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดอกไม้ คือเกิดขึ้น เหี่ยวเฉา และตาย(จากภายใน)</p>



<p>เนื่องจากดอกไม้ต้องเจอแดดเจอฝนที่คาดเดาไม่ได้เลยสักวัน บางดอกมีกลีบบาง เพียงโดนฝนเม็ดเล็กๆ ตกใส่ก็บุบสลายอย่างง่ายดาย ขณะที่บางดอกกลับมีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้จะเจอพายุโหมกระหน่ำ มนุษย์เองก็มีความแตกต่างหลากหลายเช่นกัน จึงไม่อาจวัดได้ว่า ใครอ่อนแอมากกว่า ใครดีน้อยกว่า หรือสวยงามกว่ากัน</p>



<p><strong>‘น้ำจ๋า &#8211; อมฤต จิตรนิรัตน์’</strong> หรือที่รู้จักกันในนาม <strong>‘ภมุ ภามุ’</strong> นักเขียนจากสำนักพิมพ์ P.S. Publishing เธอออกแบบดอกไม้ 16 สายพันธุ์ เพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกภายในจิตใจมนุษย์ ผ่านหนังสือเล่มแรกอย่าง <em>‘Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’</em> เพราะหวังให้ผู้อ่านยอมรับความเปราะบาง และรักตัวเองให้เป็น</p>



<p><em>“แม้จะมีหนังสือที่สอนเรื่องการรักตัวเองเป็นล้านเล่ม แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องพยายามและต่อสู้กับเรื่องนี้ เราจึงอยากสื่อสารประเด็นนี้ต่อไปเรื่อยๆ”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178644" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร</strong></p>



<p><em>“เราไม่อยากส่งต่อพลังงานลบให้คนอื่น เราจึงพยายามแสดงออกว่ามีความสุข หรือทำตัวตลก เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติ”</em></p>



<p>ในวันที่รู้สึกไม่ดี เธอมักจะแสดงออกอย่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง และพูดมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการกลบเสียงที่อยู่ภายในใจ ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่พร้อมรับฟัง ดังนั้น ‘การเขียน’ จึงเป็นทางออกสำหรับเธอ เนื่องจากคนเราจะเขียนมากแค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ โดยผู้อื่นสามารถเลือกได้ว่าจะอ่านหรือไม่ การสื่อสารความรู้สึกผ่านตัวอักษร ทำให้เธอรู้สึกผิดน้อยลง เพราะไม่ต้องบังคับใครให้มารับฟัง</p>



<p><em>“เราเขียนระบายความรู้สึก เพราะอยากบอกว่า ช่วยฟังเสียงของเราหน่อย”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178646" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จากจดหมายลาตาย สู่หนังสือเล่มแรก</strong></p>



<p><strong>ภมุ ภามุ</strong> เล่าว่าประสบปัญหาซึมเศร้าอย่างหนัก แต่ไม่สามารถปรึกษาหรือเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ได้ เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่ยึดถือแนวคิดอนุรักษนิยม พ่อแม่จึงมีมุมมองที่ไม่ดีต่อโรคนี้ หากมีอะไรมากระทบจิตใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการเขียนระบายความรู้สึก เธอบันทึกเรื่องราวภายในใจด้วยข้อความสั้นๆ แทบทุกวัน จนไม่เหลือพื้นที่ว่างในสมุด</p>



<p><em>“อย่าก้าวเข้าไปสู่โลกที่ตัวเองชอบ อย่าเริ่มมันตั้งแต่แรก ถ้าเราไม่มีปัญญาที่จะสานต่อให้จบ การทำตามความฝัน มันเพ้อเจ้อเกินไปหรือเปล่า? เป็นนักเขียนไส้แห้ง แล้วจะเอาอะไรกิน”</em></p>



<p>เธอรวบรวมเรื่องราวจากสมุด โน้ตในโทรศัพท์ และข้อความเสียงที่เคยบันทึกไว้ แล้วเรียบเรียงใหม่เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความตั้งใจที่จะเขียน ‘จดหมายลาตาย’ ทั้งที่จริงแล้ว เธออยากเขียนหนังสือมาโดยตลอด แต่ไม่กล้าทำสิ่งที่ชอบ เพราะกลัวพาตัวเองกลับมาสู่โลกความจริงไม่ได้ จนกระทั่งเธอลองเขียนหนังสืออย่างจริงจัง จึงเริ่มตระหนักได้ว่าที่ผ่านมา เธอทรมานและฝืนตัวเองมากแค่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178648" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บทกวีที่แทรกอยู่ในบทต่างๆ เป็นเรื่องราวที่เธอเคยเขียนไว้อยู่แล้ว แต่เนื้อหาเรื่องดอกไม้คือสิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เช่น ความหมาย ข้อควรระวัง และวิธีการดูแลดอกไม้แต่ละสายพันธุ์ ซึ่งเธอต้องสำรวจความรู้สึกเชิงลึกของตนเอง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เส้นทางระหว่างการทำงานนี้ จึงทำให้เธอรู้สึกอยากมีชีวิตมากขึ้น</p>



<p><em>“การหยิบยกความรู้สึกส่วนลึกขึ้นมาบอกเล่าในที่สว่าง เปรียบเสมือนการยอมรับตัวเองในเวอร์ชันที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อจินตนาการว่า บทกวีนี้จะได้ตีพิมพ์ให้ผู้คนจำนวนมากได้มองเห็น ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราเป็น เราแตกสลายแบบนี้แหละ”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178658" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนที่ปลดเปลื้องกำแพงความรู้สึก</strong></p>



<p>ภมุ ภามุ นิยามตัวเองว่าเป็น ‘นักเขียนโป๊’ เพราะการเขียนของเธอ เปรียบเสมือนการแก้ผ้าคุยกัน เธอไม่มีอะไรปิดบังนักอ่าน และไม่มีอะไรให้ค้นหาเพิ่มเติม อีกทั้ง เธอยังไม่อยากเป็นนักเขียนที่เข้าถึงยาก หรืออยู่เหนือผู้อื่น แต่อยากเป็น ‘คนธรรมดา’ ที่สื่อสารอย่างซื่อสัตย์ และเป็นเพื่อนกับนักอ่าน</p>



<p><em>“ต่อให้เราจะเขียนหนังสือ และเผยแพร่สู่สาธารณชน แต่ความแตกสลาย และความเปราะบางไม่ได้หายไปไหน เราจึงอยากสื่อสารกับนักอ่านว่า มันไม่เป็นไรเลยที่เราจะซื่อสัตย์ต่อตัวเอง”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178652" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>คอนเซปต์หลักของหนังสือ ‘เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’</strong></p>



<p>คอนเซปต์หลักคือ อยากเปรียบเทียบความรู้สึกภายในใจให้เป็นรูปธรรม ซึ่ง ‘ดอกไม้’ เป็นภาพที่ทุกคนเข้าใจได้ง่าย แต่เธอไม่อยากนิยามดอกไม้ตามความหมายสากล เพราะอยากส่งสารสู่ผู้อ่านว่า ‘เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความหมายที่คนอื่นนิยาม’ จึงออกแบบ ‘ดอกไม้ภายในใจ’ ขึ้นมาใหม่ และนิยามความหมายด้วยตนเอง โดยบางสายพันธุ์นั้นดัดแปลงมาจากชื่อดอกไม้ที่มีอยู่แล้ว เช่น ดอกต้านตะวัน (ทานตะวัน) ดอกแหลกแลกพบ (รักแรกพบ) และดอกเฟื่องฝัน (เฟื่องฟ้า) อย่างไรก็ตาม ลักษณะรูปพรรณและฟังก์ชันการใช้งานของดอกไม้ในหนังสือจะแตกต่างจากความเป็นจริง</p>



<p><em>“สิ่งที่เราสร้างขึ้นใหม่อาจขัดแย้งกับความคิดเห็นของคนอื่นก็ได้ มันไม่เป็นไร”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178649" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดยหนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 16 บทที่ตั้งจากชื่อของดอกไม้ 16 สายพันธุ์ ในแต่ละบทจะกล่าวถึงลักษณะทั่วไป เคล็ดลับในการดูแล ข้อควรระวัง และความหมายในภาษาดอกไม้ของสายพันธุ์นั้น รวมถึงบทกวีที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันแทรกอยู่ในบทต่างๆ</p>



<p><em>“การละทิ้งกลิ่นและน้ำหวานของตัวเอง เพื่อสนองความต้องการของผู้มาใหม่ ทำให้ดอกเฟื่องฝันเป็นที่ฝันเฟื่องของแมลงทั้งหลาย แต่เป็นที่น่าอับอายของดอกไม้ด้วยกัน” – ข้อความหนึ่งจากบท ‘ดอกเฟื่องฝัน’</em></p>



<p>หลายครั้งมนุษย์พยายามเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะต้องการให้ผู้อื่นยอมรับและชื่นชอบ บางคนยอมแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งความรักที่โหยหา จนทำร้ายตัวตนของตัวเองจนหมดสิ้น โดยหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้ว ตัวเองต้องการอะไร? บท ‘ดอกเฟื่องฝัน’ จึงอยากให้ผู้อ่านจดจำไว้ว่า ใครคือคนที่สมควรได้รับความรักจากเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178650" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>“แค่ยังหายใจอยู่โดยไม่ตาย (จากภายใน) ก็เก่งมากแล้ว”</strong></p>



<p>เพราะการมีชีวิตอยู่นั้นยากมาก เธอจึงอยากบอกกับผู้อ่านว่า ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นลูกสาวที่ดีของแม่ ไม่ต้องเป็นลูกน้องที่ดีของนายจ้าง ไม่ต้องเป็นเพื่อนที่ดีก็ได้ แค่ยังมีโอกาสในการแก้ไขหรือทำอะไรสักอย่างก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าเราจะอ่อนแอ ขี้ร้อง ขี้แพ้ หรือเป็นคนแบบไหนก็ตาม แต่เราทุกคนเก่งมากที่ยังหายใจอยู่</p>



<p><em>“การหายใจทั้งที่ไม่อยาก มันยากมาก จงยอมรับด้านเปราะบางของตนเอง”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178651" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จุดมุ่งหมายในการเป็นนักเขียนสำหรับ ‘ภมุ ภามุ’</strong></p>



<p>เธอพูดอย่างหนักแน่นว่า เธอรักอาชีพ ‘นักเขียน’ มาก เพราะเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตเธอไว้ และทำให้เธอรู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่อีกครั้ง จึงอยากเขียนหนังสือไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ โดยไม่คาดหวังหรือกดดันตัวเองว่าจะต้องประสบความสำเร็จแค่ไหน เพราะ ‘น้ำจ๋า’ ในวัยเด็กก็ไม่เคยรู้ว่า โลกนี้จะมีนักเขียนที่ชื่อว่า ‘ภมุ ภามุ’ ดังนั้น ตัวเธอในอนาคตจึงเปรียบเสมือนคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก</p>



<p><em>“เราอยากเป็น ‘เพื่อนใจ’ ให้กับนักอ่าน หนังสือของเราอาจจะไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดน้อยลง แต่อย่างน้อย เขาจะเจ็บปวดอย่างไม่โดดเดี่ยว คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกที่รู้สึกแบบนี้ ในวันหนึ่งที่ผู้อ่านรู้สึกไม่ดี และต้องการคำพูดปลอบใจ เราหวังอย่างยิ่งว่า เขาจะนึกถึงข้อความในหนังสือของเรา”</em></p>



<p><strong>อ้างอิงรูปภาพจาก</strong> สำนักพิมพ์ P.S. Publishing</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/">ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[artist&#039;s talk]]></category>
		<category><![CDATA[MVL]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ บดินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[artist]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ MVL]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ Mild]]></category>
		<category><![CDATA[Mild]]></category>
		<category><![CDATA[Spicydisc]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178471</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซาโยนาระ Unlovable หวานเย็น กรรมตามสนอง รักเราไม่เท่ากัน เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพลงเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เพลงของ Mild ยังคงเป็นอมตะในใจของผู้ฟัง ในวันที่สมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง ‘เป้ &#8211; บดินทร์ เจริญราษฎร์’ นักร้องนำและนักแต่งเพลงประจำวง ยังคงเดินทางตามความฝันในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยชื่อ MVL ปัจจุบันมีศิลปินหน้าใหม่มาแรงเกิดขึ้นมากมายในวงการ T-POP แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจทำลายแพสชัน ตัวตน คุณค่าที่เขาพยายามสร้างในอาชีพนักร้องและนักแต่งเพลง ต่อให้ใครจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของเขาอีกต่อไป แต่ ‘เป้ MVL’ มองว่า ช่วงเวลานี้คือรุ่งอรุณของชีวิตใหม่สำหรับเขา เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเคารพความชอบของตนเอง และความคิดเห็นของคนอื่นไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าวันนี้คุณจะจดจำเขาด้วยชื่อ ‘เป้ วง Mild’ หรือ ‘MVL’ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีนั้นประจักษ์ชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำที่ติดตัวเขามาถึงทุกวันนี้ หากใครคิดถึงไวบ์เพลงยุคเก่าที่แสนไพเราะ และเต็มไปด้วยความหมายที่ดี มาสัมผัสกลิ่นอายวง Mild อีกครั้ง ผ่าน EP. Album : All in ของ ‘MVL’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/">จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>ซาโยนาระ</em></p>



<p><em>Unlovable</em></p>



<p><em>หวานเย็น</em></p>



<p><em>กรรมตามสนอง</em></p>



<p><em>รักเราไม่เท่ากัน</em></p>



<p>เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพลงเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เพลงของ Mild ยังคงเป็นอมตะในใจของผู้ฟัง ในวันที่สมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง <strong>‘เป้ &#8211; บดินทร์ เจริญราษฎร์’</strong> นักร้องนำและนักแต่งเพลงประจำวง ยังคงเดินทางตามความฝันในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยชื่อ <strong>MVL</strong></p>



<p>ปัจจุบันมีศิลปินหน้าใหม่มาแรงเกิดขึ้นมากมายในวงการ T-POP แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจทำลายแพสชัน ตัวตน คุณค่าที่เขาพยายามสร้างในอาชีพนักร้องและนักแต่งเพลง ต่อให้ใครจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของเขาอีกต่อไป แต่ ‘เป้ MVL’ มองว่า ช่วงเวลานี้คือรุ่งอรุณของชีวิตใหม่สำหรับเขา เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเคารพความชอบของตนเอง และความคิดเห็นของคนอื่นไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิต</p>



<p>ไม่ว่าวันนี้คุณจะจดจำเขาด้วยชื่อ ‘เป้ วง Mild’ หรือ ‘MVL’ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีนั้นประจักษ์ชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำที่ติดตัวเขามาถึงทุกวันนี้ หากใครคิดถึงไวบ์เพลงยุคเก่าที่แสนไพเราะ และเต็มไปด้วยความหมายที่ดี มาสัมผัสกลิ่นอายวง Mild อีกครั้ง ผ่าน EP. Album : All in ของ ‘MVL’ ซึ่งเขายอมทุ่มสุดตัวเหมือนอัลบัมนี้คือโอกาสสุดท้าย</p>



<p>ช่วงชีวิตที่เป็น MVP ของ ‘เป้ MVL’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178472" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จาก Mild สู่ MVL</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมจึงต้องชื่อ ‘เป้ MVL’ ?</strong></h2>



<p>MVL ย่อมาจาก Mild’s Vocalist เพราะเพลงของวง Mild เป็น DNA ที่อยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ผมยังคงเป็นนักร้องนำของวง Mild เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แม้ตอนนี้จะเป็นศิลปินเดี่ยว แต่ผมยังนำเพลงที่ตัวเองเคยแต่งไว้ตั้งแต่สมัยวง Mild มาร้องในคอนเสิร์ตต่างๆ</p>



<p>ในเมื่อเราเคยสร้างตัวตนหนึ่งที่แข็งแกร่งมากจนผู้คนจดจำเราในฐานะ ‘เป้ วง Mild’ ไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องหนีตัวเอง ต่อให้ปัจจุบันเส้นทางของผมกับวงมายด์จะแตกต่างกัน แต่ DNA และสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาไม่ได้หายไปไหน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตัวตนของ ‘เป้ MVL’ ในฐานะศิลปินเดี่ยว แตกต่างจาก ‘เป้ สมาชิกวง Mild’ อย่างไร?</strong></h2>



<p><em>สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่เรื่องภาษา แต่คือแนวเพลงที่บ่งบอกตัวตนของเราได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงวิธีการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วย</em></p>



<p>ความจริงแล้ว ผมไม่ได้นิยามตัวตนของตัวเอง แต่จะสื่อความหมายผ่านทางภาษา ทำนอง เพลงที่เราเป็นคนแต่งและร้อง ตลอดระยะเวลา 4 &#8211; 5 ปีที่ทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว ผลงานที่ผมทำออกมามันชัดเจนมาก แน่นอนว่ายังคงภาษาและกลิ่นอายของ Mild เพราะผมเขียนเนื้อร้องและทำ Melody เองมาตั้งแต่ตอนทำวง แต่อาจเปลี่ยนแนวดนตรีเป็นแบบที่เราชอบ จนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ MVL คิดว่าผู้ฟังคือคนที่จะบอกได้ว่า ‘เป้ MVL’ เป็นอย่างไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178473" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>แม้ตอนนี้จะเปลี่ยนนามสกุลจาก Mild เป็น MVL แต่เสน่ห์ที่ไม่เคยจางหายไปจากตัวคุณคืออะไร?</strong></h2>



<p>น่าจะเป็น ‘ทรงผมสกินเฮด’ เมื่อก่อนเคยอยากลบภาพจำของ Mild จึงพยายามจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเอง สร้างมุมมองใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องในบทเพลง อย่าง <em>‘Happy Wife Happy Life’</em> ซึ่งเป็นเพลงแรกของ MVL ที่แตกต่างจาก Mild อย่างสิ้นเชิง เมื่อเพลงนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จนเราคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว แต่กลายเป็นว่า หลังจากนั้นตัวตนของเรากับสไตล์เพลงมันแยกออกจากกัน เพลงยังไปต่อ แต่ตัวตนและภาพลักษณ์ของเรากลับเลือนรางลง</p>



<p>เราลองเปลี่ยนภาพลักษณ์มาหลายปี แต่ก็ยังมีเสียงเรียกร้องให้ตัดผมทรงสกินเฮด จากแฟนเพลงในสื่อออนไลน์ ทำให้เราเริ่มฉุกคิดว่า <strong><em>ทำไมเราต้องหนีตัวตนที่เราพยายามสร้างมาเกือบ 20 ปีด้วย กว่าเราจะสร้างมันขึ้นมาได้ กว่าคนจะจดจำและยอมรับตัวตนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย งั้นเรากลับไปเป็นตัวเองดีกว่า และทุกอย่างก็ดีขึ้นจริงๆ</em></strong></p>



<p>ภาพลักษณ์ใหม่ของเราส่งไปไม่ถึงใจของผู้ฟัง เมื่อกลับมาตัดสกินเฮด คนก็ตกใจว่า เป้ วง Mild กลับมาทำเพลงแล้วเหรอ? ทั้งที่จริงๆ เราทำเพลงมาโดยตลอด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลัวผู้ฟังติดภาพจำ ‘เป้ วง Mild’ ไหม?</strong></h2>



<p><strong><em>ชื่อไม่สำคัญเท่าคุณค่าที่สร้างในอาชีพ</em></strong></p>



<p>เพลงเก่าๆ ที่เคยแต่งไว้ตั้งแต่สมัยวง Mild เป็นเพลงที่หลายคนยังคงร้องและชอบอยู่ แล้วมันจะผิดตรงไหน? ที่เขาจะเรียกเราด้วยชื่อที่คุ้นชิน คุ้นปาก คุ้นเคย เราอยู่บนเวทีเพื่อให้เขาจดจำสิ่งที่ดีของเราไม่ใช่เหรอ? การเป็นเป้ วง Mild ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับผมเลย ถ้าชื่อนี้จะทำให้ผู้ฟังจดจำเราในฐานะคนที่สร้างความสุขให้กับเขา ทุกคนจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสำเร็จของวง Mild สร้างความกดดันต่อคุณเป้ในฐานะศิลปินเดี่ยวไหม?</strong></h2>



<p>ผมไม่ใช้คำว่า ‘กดดัน’ แต่เหมือนเป็น <strong>‘คำสาป’</strong> ช่วงหนึ่งผมเคยคาดหวังกับผลตอบรับของเพลง MVL ไว้ค่อนข้างมาก ไม่มีทางที่จะต่ำกว่ามาตรฐานของ Mild แต่เมื่อมันไม่เป็นไปตามที่เราคิด นำมาซึ่งความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดความคิดที่แย่มากคือ <strong>นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของผมอีกต่อไปแล้ว </strong>ผมเริ่มมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง และไม่อยากกลับมาเขียนเพลงอีก บ้านหลังเก่าของผมมีสตูดิโอสำหรับทำเพลง แต่ผมไม่ขึ้นไปเหยียบสตูดิโอนานนับปี เพราะสถานที่นั้นเต็มไปด้วยความสำเร็จ สุดท้ายเมื่อเราทำไม่สำเร็จตามที่คาดหวังไว้ จึงยิ่งตอกย้ำว่า <strong>มันหมดช่วงเวลาของมึงแล้วเป้</strong></p>



<p>เมื่อมองย้อนกลับไป ช่วงเวลานั้นคาบเกี่ยวกับช่วงโควิด-19 ระบาด จึงไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่อยู่ในสภาวะแบบนั้น ศิลปินทุกคนไม่มีงาน และต้องเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เรายึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่ได้ ปัจจุบัน ศิลปินต้องทำอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น Content Creator, Vlogger หรือนักแสดง เป็นต้น</p>



<p><strong>ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เราก็จะตายไปพร้อมกับสิ่งเก่าๆ</strong><strong><em> </em></strong>ผมได้เรียนรู้กับความผิดพลาดครั้งนั้น ความสำเร็จของวง Mild จึงไม่ได้สร้างความกดดันให้ผมอีกต่อไป ผมมองว่าผลตอบรับจากแฟนเพลงคือโบนัส แค่ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างการร้องเพลงก็ถือเป็นสิ่งที่โชคดีแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผมเติบโตมาด้วยการทำอาชีพเดียวคือ ‘การร้องเพลง’ ได้ทำสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนมาถึงวันนี้ เพลงของเราอาจจะไม่ได้มียอดวิวที่สูงมากเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมมีความสุขมากขึ้น ผมรู้สึกดีที่ผู้ฟังชอบ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เพราะเราควบคุมไม่ได้ สิ่งเดียวที่ควบคุมได้คือ คุณภาพงานของเรา ผมทำทุกเพลงอย่างดีที่สุด ต่อให้ไม่มีคนฟังหรือชอบเลย ผมจะยังต้องภูมิใจที่จะร้องเพลงไปอีกนาน <strong>ผลตอบรับเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า ผมควรจะเลิกทำหรือไปต่อ</strong></p>



<p>ภรรยาคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกล้ากลับเข้าไปในสตูดิโอของตัวเองอีกครั้ง เธอพูดกับผมว่า เธอไม่เคยมองว่าผมเป็นนักร้องที่ดีเลย แต่มองว่า ผมเป็นนักแต่งเพลงที่พิเศษมาก เพลงต่างๆ ที่ผมทำออกมา มันเปลี่ยนชีวิตคน ให้กำลังใจ เป็นเพื่อนยามอกหักของใครหลายคน คุณค่าของมันยังคงอยู่ตรงนั้น ทำไมเราถึงไม่เลือกทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดต่อไป แค่เพราะยอดวิวไม่ดี หรือโดนคนด่า เราก็จะเลิกทำเลยเหรอ? แล้วหลังจากนี้เราจะทำอะไรต่อ? ถ้าเราใช้ความคิดเห็นของคนอื่นเป็นตัวชี้วัดชีวิตของเรา</p>



<p><strong><em>คนจะเกลียดหรือจะรักก็มีค่าเท่ากัน ถ้าผมมัวมองแต่สิ่งนั้น ผมก็มีค่าเท่ามัน ไม่มีเหตุผลใดที่เราต้องทิ้งสิ่งที่รักไป เพราะคำพูดของคนอื่น</em></strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178475" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>TikTok กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลงานเพลง คุณเป้คิดเห็นอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>กระแสเป็นสิ่งที่กำหนดได้ยาก ขึ้นชื่อว่า ‘กระแส’ แน่นอนว่ามันจะมาไวไปไว มีช่วงเวลาที่สั้นมาก ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior) เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนมีสมาธิในการจดจ่อต่อสื่อในระยะเวลาที่สั้นลง คอนเทนต์ยาวจึงได้รับความสนใจน้อยลง</p>



<p>ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องของอัลกอริทึม แต่ผมไม่ได้ต้องการเอาชนะเทรนด์ เพราะผมถนัดในการสร้างผลงานที่มีอายุขัยยาวนานมากกว่า ผมถนัดเขียนเพลงที่สามารถเป็นเพื่อนกับผู้ฟังทุกยุคทุกสมัยมากกว่า แม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เปรี้ยงปร้างหรือหวือหวา แต่ขอแค่วันหนึ่งมีใครอกหักหรือแต่งงาน แล้วนึกถึงเพลงของเราก็เพียงพอแล้ว อย่างเพลง <em>‘คนที่โชคดี’ </em>ของผมที่ถูกนำไปใช้ในงานแต่งงาน พื้นที่ตรงนี้ทำให้ผมมีความสุข</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าอะไรที่ทำให้เพลงวง Mild เป็นเพลงอมตะในใจของผู้ฟังหลายคน?</strong></h2>



<p><strong></strong>เพราะพวกเราพูดเรื่องจริง เพลงที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดของวง Mild สร้างจากเรื่องจริงของผม เพื่อน หรือคนอื่นๆ การเล่าเรื่องจริงจะทำให้เราสามารถเข้าไปนั่งในใจคนฟังได้ง่ายที่สุด คำพูดของเราจะไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปี เราก็ยังจำความรู้สึกตอนฟังเพลงนั้นได้&nbsp;</p>



<p>เมื่อเพลงนั้นถูกสร้างจากความจริง และทีมที่ดีในจังหวะเวลาที่ถูกต้อง เพลงของวง Mild จึงเป็นอมตะในใจของผู้ฟังหลายคน ผมขอยกเครดิตให้กับเพื่อนร่วมวงของผม พวกเขาเปรียบเสมือนทีม Avengers ที่สุดยอดที่ผมเคยเจอมา ผมสบายใจที่สุดเมื่อได้ร้องเพลงอยู่บนเวทีที่มีเพื่อนอีก 5 คนยืนอยู่ด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>วง Mild มีความหมายต่อเป้อย่างไร?</strong></h2>



<p><strong></strong>วง Mild เป็นทุกอย่างสำหรับผม วง Mild เป็นเพื่อน พี่น้อง และครอบครัวมาโดยตลอด ผมยังจำวันแรกที่พวกเราเริ่มต้นในเส้นทางนี้ได้อยู่เลย พวกเราต้องนั่งรถทัวร์จากจังหวัดเชียงใหม่ในทุกเย็นวันศุกร์ เพื่อมาทำงานที่กรุงเทพฯ และเดินทางกลับเชียงใหม่ เพื่อไปเรียนทุกเย็นวันอาทิตย์ พวกเราทำแบบนี้กันอยู่เป็นปี พวกเราผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน กินมาม่าหม้อเดียวกัน นอนด้วยกันในออฟฟิศ ทุกอย่างคือความทรงจำที่ดี ถ้าไม่มี Mild ก็คงไม่มีผมในวันนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ทำให้กลายเป็น ‘เป้ MVL’ ในทุกวันนี้คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมตัดสินใจที่จะเคารพตัวตน และเลือกความสุขของตัวเอง ในวันที่ผมคิดว่ามันถูกต้องที่สุดแล้ว ผมสร้างสถานะของ MVL ขึ้นมาจากสิ่งที่ผมมีความสุขที่สุด ตอนนี้ผมอายุเกือบ 40 ปี ผมไม่มีเวลามากพอที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข แต่ตัวเองกลับมีความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ผมจึงเลือกเส้นทางนี้ เพื่อให้ตัวเองยังมีแรงทำสิ่งที่รักต่อไป สองคนบนโลกนี้ที่ผมอยากจะทำให้เขายิ้มได้ทุกวันคือ ภรรยาและลูกของผมเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพลงวง Mild ที่สนุกที่สุดในฐานะนักแต่งเพลง?</strong></h2>



<p><em>‘ถ้าหากจะบอกรักใครสักคน มันก็ไม่ได้ยากลำบากลำบนสักเท่าไร แต่จะรักษาให้มันอยู่นาน ให้เป็นอย่างใจ มันช่างยากช่างเย็นมากมายเหลือเกิน’</em></p>



<p><em>‘รักเราไม่เท่ากัน’ </em>เป็นเพลงที่ผมภูมิใจในการแต่งเพลงมากที่สุด เพราะชื่อเพลงสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดด้วยประโยคเดียว คนเราเลิกกันด้วยหลายเหตุผล เช่น เข้ากันไม่ได้ ไม่มีเวลา หรือไม่ยอมปรับเข้าหากัน แต่ทุกเหตุผลล้วนเกิดขึ้นเพราะ <em>‘รักเราไม่เท่ากัน’&nbsp;</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>EP. Album : All in</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คอนเซปต์หลักของ EP. Album : All in คืออะไร?</strong></h2>



<p>All in เป็น EP. Album ล่าสุดที่มีทั้งหมด 4 แทร็ก สร้างมาจากความรู้สึกที่ผมอยากจะทุ่มเท่ทุกพลังและประสบการณ์ทั้งหมดลงไปในอัลบัมนี้ เพราะเมื่ออายุเข้าใกล้เลข 4 ผมไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสทำงานนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ผมจะทำเพลงในอัลบัมนี้ให้เหมือนกับ <strong>‘โอกาสสุดท้าย’</strong> ของผม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ใน EP. Album : All in คุณเป้ใส่ ‘ความเป็นตัวเอง’ เรื่องอะไรบ้าง?</strong></h2>



<p>All in เปรียบเสมือน<strong>การเทหมดหน้าตัก</strong> ผมใส่ความเป็นตัวเองในทุกอณูของอัลบัมนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลง เนื้อหา ดนตรี และทีมเบื้องหลัง ผมคัดสรรมาอย่างดีที่สุดแล้ว เช่น ชวน <strong>‘พี่แม็ก The Darkest Romance’ </strong>ซึ่งโดดเด่นเรื่องเพลงร็อก และเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันของยุคสมัย<strong> </strong>มาช่วย Arrange และ Co-produce ในอัลบัมนี้ด้วย รวมถึงทีมแบ็กอัปของผมก็อยู่ในช่วงเวลาที่สุกงอม และมีเคมีการทำงานที่ลงตัว&nbsp;</p>



<p>ส่วนตัวผมเองในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้องก็อยู่ในช่วงที่พร้อมที่สุด เพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้ฟัง ตอนนี้ผมเตรียมเพลงใน EP. Album : All in ครบแล้ว พร้อมที่จะปล่อยให้ทุกคนได้ฟังกัน ผมมีความสุขกับอัลบัมนี้มาก และหวังเหลือเกินว่า ผู้ฟังจะชอบอัลบัมนี้ไปกับผมด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมดนตรีแนวนู เมทัล (Nu Metal) จึงเป็นสไตล์ที่ใช่ของเป้ MVL?</strong></h2>



<p>ผมไม่อยากร้องเพลงเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากจะแร็ปด้วย ผมลองทำเพลงด้วยดนตรีหลายแนว เพื่อค้นหาว่าชอบอะไรมากที่สุด จนค้นพบว่า เราเติบโตมากับดนตรีสไตล์นู เมทัล (Nu Metal) มาตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งในยุคนั้น วงดนตรีที่โด่งดังระดับโลกเป็นดนตรีแนวนี้ เปรียบเสมือน Nu Metal Era จนผมได้รับแรงบันดาลใจ และหล่อหลอมกลายเป็นตัวตนของเราโดยไม่รู้ตัว ผมจึงชอบการแร็ปและดนตรีร็อก</p>



<p>‘ร็อก’ เป็นแนวเพลงที่จะขับเคลื่อนมวลชนได้ง่าย และส่งผลต่อคนฟังมากที่สุด เราใช้ชีวิตอยู่บนเวทีมากพอสมควร จึงอยากทำแนวเพลงที่สร้างความสุขให้แก่ผู้ฟัง มันคงจะดี ถ้าเราสามารถนำไวบ์เก่าๆ กลับมาทำใหม่ให้สนุกมากขึ้นกว่าเดิม</p>



<p><em>ถ้าถามว่า ณ ตอนนี้ ผมชอบอะไรมากที่สุดในพาร์ตการทำงาน ผมชอบการแสดงดนตรีสดมากที่สุด เพราะเป็นโชว์ที่เต็มไปด้วยพลังความสนุก</em></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลายคนคอมเมนต์ว่าเพลง </strong><strong><em>Gone</em></strong><strong> มีกลิ่นอายวง Mild คุณเป้คิดอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>มันไม่แปลกเลย ถ้าเขาจะรู้สึกว่า เพลง <em>Gone</em> มีกลิ่นอายวง Mild เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเป็นผู้แต่งเพลงของ Mild อยู่แล้ว ผมมองว่า คอมเมนต์แบบนี้คือ ‘คำชม’ เพราะแสดงว่า ตัวตนด้านเพลงของผมยังคงเป็นที่จดจำสำหรับผู้ฟัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178478" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มีอะไรที่ Gone หรือจากไปแล้ว แต่คุณเป้เพิ่งรู้สึกเสียดายทีหลังไหม?</strong></h2>



<p>ความรู้สึกมั้งครับ เมื่อมองย้อนกลับไป เราสูญเสียความรู้สึกที่ดีไประหว่างทางมากเหลือเกิน เพราะเราให้ใจกับบางคนไป แต่สุดท้าย ทุกอย่างไม่เป็นแบบที่เราคิด เราจึงผิดหวัง ถ้าเป็นเราตอนนี้ เราคงไม่ทำแบบนั้น และคงมีสติมากกว่านี้&nbsp;</p>



<p>หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็เลือกไม่แก้ไขอยู่ดี เพราะถ้าไม่ได้พบเจอเหตุการณ์ในวันนั้น คงไม่มีตัวตนในวันนี้ ผมไม่เคยมองว่าตัวเองแพ้เลย เพราะทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพลง</strong><strong><em> ‘เราพบกันด้วยความบังเอิญ แต่จากกันด้วยความตั้งใจ’ </em></strong><strong>เกิดขึ้นได้อย่างไร?</strong></h2>



<p>หลังจากมาเป็น MVL คอนเซปต์เพลงส่วนใหญ่เกิดจากไอเดียของภรรยา ซึ่งผมจะคัดเลือกเองอีกที เพลง <em>‘เราพบกันด้วยความบังเอิญ แต่จากกันด้วยความตั้งใจ’</em> เธอเสนอว่า ลองนึกดูดีๆ สิ คนเราเดินผ่านกัน ไม่มีทางจะรู้ว่าคนไหนคือ Soulmate ของเรา <strong>ความรักเกิดด้วยความบังเอิญได้ แต่การจากลาเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของใครสักคนเสมอ</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สปอยล์เพลงใหม่อย่าง </strong><strong><em>‘โกหก’</em></strong><strong> และ</strong><strong><em> ‘คืน’ </em></strong><strong>หน่อยว่าเป็นเพลงแบบไหน?</strong></h2>



<p>สองเพลงนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน อย่างเพลงแรก การโกหกเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เพราะการโกหกเป็นรอยร้าวหรือจุดแตกหักของความสัมพันธ์ ที่ทำให้ความเชื่อใจหมดลง แต่เพลงนี้จะเล่าถึงคนคนหนึ่งที่ขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยโกหกว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้ยินมา มันไม่ใช่เรื่องจริง เพื่อให้ชีวิตคู่ของเรายังไปต่อได้</p>



<p>คนเราเลิกกันด้วยหลายเหตุผลมาก แต่เหตุผลในเพลง ‘คืน’ คือการที่เราไม่สามารถรักและดูแลคนคนหนึ่งได้เท่าแฟนเก่าของเขา เราจึงขอคืนคนรักให้กับแฟนเก่าของเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนมาก จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่า เราจะทำอย่างไรให้เรื่องราวที่ยากจะอธิบายนี้เข้าใจง่ายและไพเราะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>MVP ของ MVL</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจุบันมีวงเกิร์ลกรุ๊ปและบอยกรุ๊ป รวมถึงศิลปินหน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก คิดว่าจุดแข็งของตัวเองในวงการ T-POP คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมโชคดีที่มีพันธมิตรที่ดี จึงมีโอกาสได้ร่วมทำเพลงกับศิลปินหน้าใหม่หลายคน ทำให้เราได้ทราบอย่างหนึ่งว่า เพลงดี เพลงโดน เพลงเพราะ ยังคงมีคุณค่าเสมอในทุกยุคทุกสมัย แต่แตกต่างตรงที่กระบอกเสียงเท่านั้นเอง กระบอกเสียงของยุคที่แล้วคือพวกผม แต่ ณ ตอนนี้ กระบอกเสียงแห่งยุคสมัยคือศิลปินหน้าใหม่ กระบวนการอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายคือทำให้ผู้ฟังมีความสุขเหมือนกัน รวมถึงสร้างพื้นที่ให้ทุกคนได้แชร์ความรู้สึกและประสบการณ์ร่วมกันในเพลงเดียวกันของศิลปินนั้นๆ</p>



<p>ดังนั้น ถ้าถามว่าจุดแข็งของผมคืออะไรในยุคสมัย T-POP ผมคิดว่าคือ <strong>ความสามารถในการแต่งเพลงที่ดีมากพอ</strong> จึงยังได้รับความไว้วางใจจากพี่ๆ ผู้ใหญ่ และศิลปินรุ่นใหม่ในวงการเพลงไทย ผมสามารถแบ่งปันสิ่งที่ดีให้แก่น้อง ขณะที่น้องๆ ก็ส่งต่อมุมมองใหม่ๆ ในฐานะเจ้าของยุคสมัยให้แก่เราเช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกว่า <strong>ประสบการณ์และสิ่งที่อยู่ในตัวเรายังไม่เก่าเกินยุคสมัย</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เป้าหมายสูงสุดในการเป็นศิลปินคืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมมองเป้าหมายเป็นขั้นตอน โดยเป้าหมายในปัจจุบันคือ การทำ EP. Album : All in ซึ่งผมหวังว่าจะมีสักหนึ่งเพลงที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะทำอัลบัมเต็มต่อไป และถ้ามัน Hybe อีกครั้ง ผมก็จะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง เป้าหมายของผมเป็นแบบนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณเป้ถือเป็นศิลปินมากประสบการณ์ อยากรู้ว่ายังมีสิ่งที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำอีกไหม?</strong></h2>



<p>ปัจจุบันกำแพงภาษาเริ่มทลายลง คอนเน็กชันของค่าย Spicydisc ก็ขยายกว้างขึ้น ช่วงหลังมานี้จึงมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับศิลปินและนักแต่งเพลงจากต่างประเทศหลายท่าน แต่ผมยังไม่เคยทำอัลบัมอินเตอร์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ผมก็อยากรู้ว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นอย่างไรในเวทีระดับนานาชาติ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178485" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานในฐานะศิลปินมาหลายสิบปี สอนให้คุณเป้เติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>เราไม่สามารถเป็นจุดหมุนโลกได้ ทุกคนมียุคสมัยของตัวเอง เราไม่มีวันจะอยู่ยั่งยืนยงจนค้ำฟ้า เราต้องเตรียมตัวอยู่เสมอ เพราะคลื่นลูกใหม่จะแรงกว่าลูกเก่า ประสบการณ์บอกผมให้รู้ว่า ขึ้นเป็นก็ต้องลงเป็น และไม่ยึดติดกับความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราเคยทำได้ ไม่ได้การันตีว่าครั้งหน้าจะสำเร็จเหมือนเดิม จงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ อย่าย่ำอยู่กับที่ อย่างน้อยแค่ชนะตัวเองในเมื่อวานได้สักเรื่องหนึ่งก็เพียงพอแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่เป็น MVP ในชีวิตของ ‘เป้ MVL’ คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมคิดว่าน่าจะเป็น ‘ครอบครัว’ ชีวิตของผมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะผมมีภรรยากับลูก ผมได้เข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร และรู้สึกว่าบ้านเป็นบ้านจริงๆ เมื่อมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมมีชีวิตอยู่เพื่อใคร</p>



<p><em>ครอบครัวคือทุกอย่างสำหรับผม ถ้าผมเป็นรถยนต์ ครอบครัวคือล้อ เครื่องยนต์ พวงมาลัย และน้ำมันที่ช่วยขับเคลื่อนให้ชีวิตของผมก้าวไปข้างหน้า</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178486" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อยากฝากอะไรถึงแฟนเพลงที่ติดตามคุณเป้มาตั้งแต่วง Mild</strong>?</h2>



<p>ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่มีพวกคุณ ผมคงหมดสิทธิ์ที่จะขึ้นไปร้องเพลงบนเวที พวกคุณเป็นมากกว่าลูกค้าและแฟนคลับ พวกคุณคือส่วนหลักของความสำเร็จ เพราะพวกคุณ ผมจึงยังได้ทำในสิ่งที่รัก ขอบคุณที่ทำให้คนคนหนึ่งได้ใช้ชีวิตเหมือนในฝันอย่างทุกวันนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อความถึง ‘เป้’ ในวันแรกของการเป็นศิลปิน</strong></h2>



<p>ขอบคุณมึงมากที่ตัดสินใจดูแลตัวเองในวันที่ถูกต้อง ขอบคุณที่ทำเพื่อตัวเอง วันนี้กูไม่รู้แล้วว่า สิ่งที่มึงเลือกจะถูกหรือผิด แต่ฟังไว้นะเป้ อย่างน้อยที่สุด มึงรู้แล้วว่า ความสุขของมึงคืออะไร รักษามันไว้ให้ดี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/">จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อเห็ดราดูน่ารัก! รู้จัก Microbial Art ศิลปะจากเห็ด รา และสารพัดแบคทีเรีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/microbial-art/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ติณห์นวัช จันทร์คล้อย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:01:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ดรา]]></category>
		<category><![CDATA[รา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[Fantastic Fungi]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[art for all]]></category>
		<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147989</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึง ‘เห็ดรา’ ภาพในหัวของคุณเป็นยังไง ? ผมนึกถึงขนมปังที่เคยลืมทิ้งไว้ในตู้และเมื่อเปิดมาอีกทีมันก็ปกคลุมไปด้วยราสีเขียวอมฟ้าแซมด้วยสีดำน่าขนลุก ผมนึกถึงกองไม้ในบ้านที่ไม่ค่อยมีใครไปแตะต้องและพอหน้าฝนทีไร เห็ดสีขาวหน้าตาประหลาดก็งอกขึ้นมาทักทายชวนอี๋ทุกครั้งที่เห็น ผมนึกถึงชื่อน่ากลัวๆ ที่แบบเรียนวิชาสุขศึกษาตั้งให้เห็ดบางพันธุ์ที่มีฤทธิ์หลอนประสาท ไปจนถึงเห็ดตัวร้ายในมาริโอ้ที่วิ่งชนเมื่อไหร่ก็เกมโอเวอร์ทันที หลายคนอาจมีมุมมองและภาพจำที่ไม่สวยงามนักต่อเห็ดรา ผมเองก็เช่นกัน แต่ทันใดที่ได้ดูภาพยนตร์สารคดี Fantastic Fungi ภาพนั้นก็เปลี่ยนไปทันที การเดินทางไปในโลกลี้ลับของเห็ดราผ่านภาพที่สวยชวนตะลึงเป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ ทำให้เห็นเรื่องราวของมันในอีกมุม และได้รู้ว่าจุลชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่ถือบทเด่นในระบบนิเวศในฐานะ ‘nature’s recycler’ หรือผู้หมุนเวียนสารอาหารของธรรมชาติ แถมยังมีคุณประโยชน์มากมายโดยเฉพาะในทางการรักษาเยียวยา ทั้งในด้านการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เยียวยาอาการซึมเศร้า และบาดแผลทางใจจากภาวะ PTSD ทว่าก่อนหน้านี้วงการแพทย์กลับไม่เคยชายตามอง  เมื่อได้ลองมองมันใกล้ๆ จากที่เคยรู้จักแต่มุมน่าขนลุก รู้ตัวอีกทีผมก็เห็นมุมน่ารักของมันและเปลี่ยนเป็นเอ็นดูตัวละครลับแห่งโลกนิเวศวิทยาตัวนี้ไปซะแล้ว ใครยังไม่เคยดู ผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ ขณะที่สารคดี Fantastic Fungi เป็นเหมือนสปอตไลต์ดวงใหญ่ ฉายแสงให้คนทั่วโลกหันมาสนใจเห็ดราและเปลี่ยนภาพจำที่คนมีต่อพวกมัน ยังมีนักสร้างสรรค์อีกหลายคนที่ยืนอยู่ระหว่างพรมแดนของวิทยาศาสตร์และศิลปะ ผู้ทำหน้าที่คล้ายสปอตไลต์ดวงเล็กๆ เปิดอีกหลายมุมมองของเห็ดราผ่านโปรเจกต์ศิลปะที่สนุก งดงาม น่าเอ็นดู ไปจนถึงเกาหัวว่าคิดได้ไง จุดกึ่งกลางระหว่างศิลปะและเห็ดราอยู่ตรงไหน เราจะพาไปดูกัน โลกอีกใบในจานเพาะเชื้อ เวลาเราเห็นราในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่มันจะดูน่ากลัวด้วยสีและรูปทรงชวนหยึย แต่สำหรับนักจุลชีววิทยา Tracy Debenport ผู้เฝ้ามองการเติบโตของราในห้องแล็บพยาธิวิทยาพืช มหาวิทยาลัยคอร์เนล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/microbial-art/">เมื่อเห็ดราดูน่ารัก! รู้จัก Microbial Art ศิลปะจากเห็ด รา และสารพัดแบคทีเรีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อพูดถึง ‘เห็ดรา’ ภาพในหัวของคุณเป็นยังไง ?</p>



<p>ผมนึกถึงขนมปังที่เคยลืมทิ้งไว้ในตู้และเมื่อเปิดมาอีกทีมันก็ปกคลุมไปด้วยราสีเขียวอมฟ้าแซมด้วยสีดำน่าขนลุก ผมนึกถึงกองไม้ในบ้านที่ไม่ค่อยมีใครไปแตะต้องและพอหน้าฝนทีไร เห็ดสีขาวหน้าตาประหลาดก็งอกขึ้นมาทักทายชวนอี๋ทุกครั้งที่เห็น ผมนึกถึงชื่อน่ากลัวๆ ที่แบบเรียนวิชาสุขศึกษาตั้งให้เห็ดบางพันธุ์ที่มีฤทธิ์หลอนประสาท ไปจนถึงเห็ดตัวร้ายในมาริโอ้ที่วิ่งชนเมื่อไหร่ก็เกมโอเวอร์ทันที</p>



<p>หลายคนอาจมีมุมมองและภาพจำที่ไม่สวยงามนักต่อเห็ดรา ผมเองก็เช่นกัน แต่ทันใดที่ได้ดูภาพยนตร์สารคดี<em> Fantastic Fungi </em>ภาพนั้นก็เปลี่ยนไปทันที การเดินทางไปในโลกลี้ลับของเห็ดราผ่านภาพที่สวยชวนตะลึงเป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ ทำให้เห็นเรื่องราวของมันในอีกมุม และได้รู้ว่าจุลชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่ถือบทเด่นในระบบนิเวศในฐานะ ‘nature’s recycler’ หรือผู้หมุนเวียนสารอาหารของธรรมชาติ แถมยังมีคุณประโยชน์มากมายโดยเฉพาะในทางการรักษาเยียวยา ทั้งในด้านการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เยียวยาอาการซึมเศร้า และบาดแผลทางใจจากภาวะ PTSD ทว่าก่อนหน้านี้วงการแพทย์กลับไม่เคยชายตามอง </p>



<p>เมื่อได้ลองมองมันใกล้ๆ จากที่เคยรู้จักแต่มุมน่าขนลุก รู้ตัวอีกทีผมก็เห็นมุมน่ารักของมันและเปลี่ยนเป็นเอ็นดูตัวละครลับแห่งโลกนิเวศวิทยาตัวนี้ไปซะแล้ว ใครยังไม่เคยดู ผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ</p>



<p>ขณะที่สารคดี <em>Fantastic Fungi </em>เป็นเหมือนสปอตไลต์ดวงใหญ่ ฉายแสงให้คนทั่วโลกหันมาสนใจเห็ดราและเปลี่ยนภาพจำที่คนมีต่อพวกมัน ยังมีนักสร้างสรรค์อีกหลายคนที่ยืนอยู่ระหว่างพรมแดนของวิทยาศาสตร์และศิลปะ ผู้ทำหน้าที่คล้ายสปอตไลต์ดวงเล็กๆ เปิดอีกหลายมุมมองของเห็ดราผ่านโปรเจกต์ศิลปะที่สนุก งดงาม น่าเอ็นดู ไปจนถึงเกาหัวว่าคิดได้ไง</p>



<p>จุดกึ่งกลางระหว่างศิลปะและเห็ดราอยู่ตรงไหน เราจะพาไปดูกัน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกอีกใบในจานเพาะเชื้อ</strong></h3>



<p>เวลาเราเห็นราในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่มันจะดูน่ากลัวด้วยสีและรูปทรงชวนหยึย แต่สำหรับนักจุลชีววิทยา Tracy Debenport ผู้เฝ้ามองการเติบโตของราในห้องแล็บพยาธิวิทยาพืช มหาวิทยาลัยคอร์เนล ภาพที่เธอเห็นนั้นต่างออกไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="828" height="812" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1.jpg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-147990" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1.jpg 828w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1-300x294.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1-768x753.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1-600x588.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/1-48x48.jpg 48w" sizes="(max-width: 828px) 100vw, 828px" /></figure></div>



<p>หากมองผ่านๆ ภาพถ่ายใบนี้คงดูคล้ายภาพทิวทัศน์ทุ่งหญ้ากับดอกไม้ที่ผ่านกระบวนการปรับสีให้ดูแปลกตา หรือดูคล้ายภาพกราฟิกที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมสามมิติ แต่จริงๆ แล้วมันคือภาพถ่ายเห็ดราส่วนหนึ่งที่ผ่านตาเทรซี่ทุกวัน</p>



<p>เทรซี่เล่าว่ากิจวัตรประจำวันของเธอคือการส่องกล้องเข้าไปมองราในจานเพาะเชื้อเพื่อวิจัยและค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการใช้เห็ดราเพื่อเยียวยารักษา สิ่งที่เธอพบในนั้นไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับเป็นมุมมองความงามที่น้อยคนจะได้เห็น ภาพราที่เห็นผ่านเลนส์ขยายนั้นราวกับเป็นโลกอีกใบ ราแต่ละชนิดมีรูปทรง สีสัน การเคลื่อนไหว และแพตเทิร์นการเติบโตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้พวกมันยังเติบโตตลอดเวลา ทำให้แต่ละวินาทีมีจังหวะและองค์ประกอบที่ชวนเซอร์ไพรส์</p>



<p>โลกใบนั้นทำให้เทรซี่ตกหลุมรัก จนวันหนึ่งเธอตัดสินใจหยิบกล้องถ่ายรูปมาติดตั้งเข้ากับกล้องจุลทรรศน์และเริ่มถ่ายภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเอาไว้&nbsp;</p>



<p>พอดีกับที่แพสชั่นส่วนตัวของเทรซี่คือการเล่าเรื่องเห็ดราให้คนรู้สึกตื่นตา เปลี่ยนภาพจำของมันที่เคยถูกพูดถึงแต่ในด้านลบ และทำให้คนอยากรู้จักโลกของพวกมันมากขึ้น เธอจึงเริ่มโพสต์คอลเลกชั่นโลกใบจิ๋วในอินสตาแกรมชื่อ <a href="https://www.instagram.com/under.the.scope/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">under.the.scope</a> จนปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่าสี่หมื่นคน และภาพถ่ายราในนั้นคว้ารางวัลภาพถ่ายจุลทรรศน์จาก Nikon Small World มาแล้วถึง 2 ครั้ง</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter columns-2 is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="1000" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2.jpg" alt="" data-id="147991" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=147991" class="wp-image-147991" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="886" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4.jpg" alt="" data-id="147993" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=147993" class="wp-image-147993" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4-300x266.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4-768x680.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/4-600x532.jpg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure></li></ul></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="956" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-956x1024.jpg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-147992" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-956x1024.jpg 956w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-280x300.jpg 280w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-768x823.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3-600x643.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3.jpg 1000w" sizes="(max-width: 956px) 100vw, 956px" /></figure></div>



<p>หลังจากเริ่มมีคนทยอยเข้ามารู้จักโลกของเห็ดราของเทรซี่มากขึ้น นักวิจัยสาวก็ต่อยอดงานศิลปะให้กลายเป็นเว็บไซต์และคอมมิวนิตี้ชื่อ <a href="https://microbeinstitute.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The Microbe Institute</a> เพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องของเห็ดราผ่าน ‘ศิลปะ’ หลากหลายแขนง ไม่ใช่แค่เฉพาะภาพถ่าย แต่ยังมีผลิตภัณฑ์มากมายที่ได้แรงบันดาลใจจากรา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าและชุดเดรสพิมพ์ลายเซลล์ของยีสต์, เสื้อยืดสกรีนลายโครงสร้างโมเลกุลของรา หรือต่างหูที่มาจากรูปทรงของไวรัส! นอกจากนี้มันยังเป็นคอมมิวนิตี้ที่เป็นพื้นที่ให้คนรักการส่องกล้องจุลทรรศน์มาเจอกันด้วย</p>



<p>ที่สำคัญ เธอไม่ติดว่าใครจะนิยามสิ่งที่เธอทำว่ายังไง จะเรียกมันเป็นโครงการวิทยาศาสตร์หรือโปรเจกต์ศิลปะก็ได้ เพราะในมุมของเทรซี่วิทยาศาสตร์และศิลปะไม่เคยแยกขาดจากกัน แต่ตั้งอยู่บนสเปกตรัมที่ไร้เส้นแบ่ง และหลายต่อหลายครั้งการสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ให้ผู้คนก็ทำได้ผ่านการใช้ศิลปะ เช่นที่เธอทำ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปินที่ชวนรู้จักราในมุมฟรุ้งฟริ้ง</strong></h3>



<p>ในมหาวิทยาลัยศิลปะ British Higher School of Art and Design ที่กรุงมอสโก สตูดิโอทำงานของนักเรียนคนอื่นๆ อาจระเกะระกะไปด้วยอุปกรณ์ศิลปะ แต่สตูดิโอของ Dasha Plesen กลับเป็นเหมือนห้องทดลองของนักวิทยาศาสตร์เพราะมันประกอบไปด้วยโต๊ะหนึ่งตัว หลอดทดลอง ชั้นวางจานเพาะเชื้อ กล้องจุลทรรศน์ และหากแวะเข้าไปดูอินสตาแกรม <a href="https://www.instagram.com/dashaplesen/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dashaplesen</a> ของเธอ แทนที่จะได้เห็นภาพที่เที่ยว อาหาร หรือชีวิตประจำวันเหมือนอย่างวัยรุ่นวัยเดียวกัน ในนั้นกลับมีแต่รา รา และรา!</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="539" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-1024x539.jpg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-147996" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-1024x539.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-300x158.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-768x405.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-1536x809.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-2048x1079.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/5-1-600x316.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ดาชาเรียกตัวเองว่าเป็น Bio Artist งานศิลปะของเธอใช้ ‘จานเพาะเชื้อ’ เป็นเหมือนเฟรมผ้าใบ และแต่งแต้มสีสันลงไปด้วย ‘เชื้อรา’ ชนิดต่างๆ ในกระบวนการทำงาน เธอต้องเฝ้าสังเกตว่าเชื้อราเติบโตแบบไหน เพราะเชื้อราแต่ละตัวให้สีและรูปร่างที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังต้องหมั่นทดลองว่าการเติบโตของราจะเปลี่ยนไปยังไงภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันเพื่อควบคุมให้ ‘งานศิลปะ’ ชิ้นนี้เป็นอย่างใจคิด </p>



<p>กระบวนการของดาชาคงคล้ายๆ ศิลปินภาพเขียนที่ต้องผสมสีที่ใช่ ค้นหาฝีแปรงที่ชอบ ทดลองเทคนิคการเพนต์ที่เป็นตัวเอง ต่างกันตรงที่ว่า เชื้อรามีชีวิตของมันเองที่หลายครั้งก็อยู่เหนือการควบคุม ตรงนี้แหละที่ทำให้ ‘ไดอารีรา’ ในอินสตาแกรมของดาชาน่าสนใจ เพราะวันนี้งานของเธอเป็นสีหนึ่ง พอกลับมาดูอีกวันสีก็เปลี่ยนไปแล้ว วันนี้รูปร่างแบบหนึ่ง อีกวันมีรูปร่างใหม่เพิ่มขึ้นมา บางครั้งดาชาจะใช้การร่างเส้นทับลงไป เพื่อบันทึกรูปร่างของราในแต่ละวันเอาไว้เปรียบเทียบ</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter columns-3 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1-819x1024.jpg" alt="" data-id="147998" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=147998" class="wp-image-147998" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/6-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2-819x1024.jpg" alt="" data-id="148000" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=148000" class="wp-image-148000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/7-2.jpg 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2-819x1024.jpg" alt="" data-id="148002" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=148002" class="wp-image-148002" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/8-2.jpg 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure></li></ul></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-148003" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-1536x863.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-2048x1151.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/9-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1-819x1024.jpg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-148004" width="614" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /></figure></div>



<p>ถ้าใครย้อนดูภาพราของดาชากลับไปสักระยะหนึ่งจะเห็นสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา จากแรกๆ ที่สีสันยังเป็นโทนตุ่นๆ มาจนถึงช่วงที่เล่นสีสดใสอย่างสนุกสนาน มีการทดลองใส่เนื้อวัสดุอื่นๆ อย่างกากเพชร เกล็ดสายรุ้ง ผสมกับการเพนต์สีจริง หรือเพาะราซ้อนลงบนภาพถ่าย คงเหมือนศิลปินทุกแขนงที่เมื่อเวลาผ่านไปลายเส้นก็เจดจัด สไตล์ก็ชัดขึ้น</p>



<p>สิ่งที่ผมสงสัยมีอย่างเดียวคือเมื่องานเสร็จ นอกจากชื่อดาชา เราต้องใส่ชื่อราในฐานะศิลปินผู้ร่วมสร้างงานด้วยหรือเปล่า</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเพลงจากชีวิตเล็กๆ ในตัวเรา</strong></h3>



<p>จากงานศิลปะที่ทำให้เราต้องมองราในมุมใหม่ คราวนี้เรามาลองฟังเสียงของมันดูบ้าง</p>



<p>ตอนเช้าที่เรายืนส่องกระจก เราคงคิดว่าภาพสะท้อนที่เห็นตรงหน้ามีเพียงแค่ตัวเราใช่ไหมครับ แต่ถ้าคิดตามไอเดียของ Ani Liu ศิลปินและนักวิจัยจาก MIT Media Lab อาจไม่ใช่แบบนั้น เพราะหลิวบอกว่าบนเนื้อตัวของเราเต็มไปด้วยแบคทีเรียและจุลชีวิตนับล้านล้าน</p>



<p>ความสนใจของเอนี หลิว อยู่ตรงจุดที่ทาบกันของเทคโนโลยี ชีววิทยา การเมือง และตัวตนของมนุษย์ นำพาให้หลิวสนใจจุลชีวิตในร่างกาย ในฐานะสิ่งที่อยู่กับเราทุกวันแต่เรากลับไม่เคยรับรู้การมีอยู่ของมัน เธอตั้งคำถามว่า หากแบคทีเรียในร่างกายของเราสามารถส่ง ‘เสียง’ ให้เราได้ยินได้ จะเป็นยังไง? และคิดต่อว่า หากจะมีภาษาอะไรสักอย่างที่จุลชีวิตเหล่านี้ใช้สื่อสารกับเรา มันควรเป็นภาษาอะไร?</p>



<p>‘ดนตรี&#8217; คือภาษาสากลที่หลิวคิดว่าเหมาะสมที่สุด ชิ้นส่วนไอเดียต่างๆ เหล่านี้ประกอบกันขึ้นมาเป็น ‘Biota Beats’ โปรเจกต์แปลงแบคทีเรียในร่างกายให้กลายเป็นเสียงดนตรี ที่หลิวสร้างสรรค์ร่วมกับกลุ่มคนที่รวมตัวกันทำโปรเจกต์ต่างๆ อย่าง EMW Street Bio iGem&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="586" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11-1024x586.jpeg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-148005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11-1024x586.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11-300x172.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11-768x439.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11-600x343.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/11.jpeg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>Microbial Record Player คือเครื่องเล่นเพลงหน้าตาเหมือนเทิร์นเทเบิลหรือเครื่องเล่นแผ่นไวนิล แต่สื่อที่ใช้เล่นเป็นสิ่งที่เรียกว่า Biota Record หรือแผ่นเพลงที่สร้างจากแบคทีเรียในตัวเรา วิธีการบันทึกเสียงอัลบั้มนี้ไม่ต้องไปไกลถึงห้องอัด แค่ ‘swab’ หรือใช้ไม้เก็บตัวอย่างแบคทีเรียจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะช่องปาก เท้า สะดือ หรือรักแร้ แล้วป้ายลงบนแผ่นเสียง จากนั้นรอให้พวกมันเติบโตและสร้างชุมชนก่อนนำไปวางบนเครื่องเล่น จากนั้นก็รอโยกไปกับจังหวะของชีวิตเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา</p>



<p>กระบวนการเบื้องหลังบทเพลงคือเทคโนโลยีที่แปลงเชื้อราบนแผ่นเสียงให้กลายเป็นภาพ เธอแบ่งภาพที่เกิดขึ้นเป็นแพตเทิร์นต่างๆ แต่ละแพตเทิร์นจะเชื่อมกับชุดเสียงที่ออกแบบโดยนักดนตรี เมื่อกดเล่น แบคทีเรียจากแต่ละอวัยวะของเราที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของแผ่นก็จะมอบจังหวะและทำนองที่แตกต่างกัน และแน่นอน เพลงของเราก็จะเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ตามการเติบโตของจุลชีวิตเหล่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13.png" alt="" class="wp-image-148007" width="487" height="458" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13.png 974w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13-300x282.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13-768x722.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13-600x564.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/13-24x24.png 24w" sizes="(max-width: 487px) 100vw, 487px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-576x1024.jpeg" alt="เห็ดรา" class="wp-image-148008" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-576x1024.jpeg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-169x300.jpeg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-768x1365.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-864x1536.jpeg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14-600x1066.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/14.jpeg 1125w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>“หมู่มวลจุลินทรีย์และชีวิตเล็กๆ ที่อยู่รอบตัวเรา บนร่างกายเรา และข้างในตัวเรามีผลต่อพฤติกรรมของเราขนาดไหน?”</p>



<p>“เรามักเชื่อมโยงอารมณ์และนิสัยของเรากับความเป็น ‘ตัวเรา’ แต่ที่จริงมันเกิดจากการร่วมสร้างกับชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย”</p>



<p>สองประโยคด้านบนนี้ ผมแปลแบบสรุปความจากงานศิลปะของ Ani Liu และจดลงสมุดด้วยความชอบเป็นพิเศษ อาจเพราะมันเป็นคำถามที่ผมไม่เคยถามและเป็นมุมมองที่ผมไม่เคยมอง หลายครั้งเราอาจคิดว่า ‘ตัวเรา’ ขับเคลื่อนจากแค่ ‘เรา’ แต่ไม่เคยคิดในมุมกลับกันที่ว่า หรือที่จริง สิ่งที่มีอิทธิพลต่อ ‘เรา’ มากที่สุดอาจเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราไม่เคยมองเห็น คงเหมือนกับที่สารคดี<em> Fantastic Fungi</em> พูดถึง Mycelium หรือ ‘ขยุ้มรา’ ที่แตกแขนงสร้างเครือข่ายอยู่ใต้ดินทุกตารางนิ้วที่เรายืนเพื่อสร้างสมดุลในธรรมชาติ แต่เรากลับไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่และไม่รู้ประโยชน์ของมัน</p>



<p>จุดราเล็กๆ ที่พาให้ Tracy Debenport ค้นพบอาณาจักรกว้างใหญ่หลังเลนส์กล้องจุลทรรศน์ สู่ศิลปะจากราที่เติบโตและเปลี่ยนแปลงสีสันตลอดเวลา จนถึงบทเพลงจากแบคทีเรียในตัวเรา ในโปรเจกต์ทั้งสาม ศิลปะยังคงทำหน้าที่อย่างที่เป็นมาเสมอ คือการติดเลนส์ขยาย ฉายไฟ เพิ่มเสียง เพื่อให้เราหันไปมองสิ่งเล็กๆ ที่ไม่เคยเหลียวมองหรือไม่คิดจะมอง เพื่อพบว่าทุกชีวิตไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ต่างมีความอัศจรรย์ในตัวมันเอง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อ้างอิง</strong></h4>



<p><a href="http://ani-liu.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ani-liu.com</a></p>



<p><a href="http://biotabeats.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">biotabeats.com</a></p>



<p><a href="https://dashaplesen.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dashaplesen.com</a></p>



<p><a href="http://www.tracylovesfungi.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">tracylovesfungi.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/microbial-art/">เมื่อเห็ดราดูน่ารัก! รู้จัก Microbial Art ศิลปะจากเห็ด รา และสารพัดแบคทีเรีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต : งานศิลปะที่แปลงข้อมูลที่เรารู้ ให้เป็นเรื่องที่เรารู้สึก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/peoples-lives-are-not-just-numbers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ติณห์นวัช จันทร์คล้อย]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Aug 2021 10:50:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=142442</guid>

					<description><![CDATA[<p>สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตคนไปกว่า 50,000 ภัยพิบัติพรากชีวิตคนไปหลายพัน, ประชากรกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประเทศกำลังอดอยาก, โรคระบาดทำให้ประชาชนกว่า 100,000 คนล้มตาย ฯลฯ&#160;ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต ตั้งแต่บทเรียนในหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาจนถึงข่าวในนิวส์ฟีด บ่อยครั้งที่เรื่องราวในโลกถูกส่งมาถึงเราในรูปแบบของ ‘ตัวเลข’ และ ‘สถิติ’ ชุดตัวเลข 0-9 และเส้นกราฟง่ายต่อการสรุปความ สื่อสาร ส่งต่อ และจัดเก็บในฐานข้อมูล แต่ก็อย่างที่ Joseph Stalin กล่าวว่า “หนึ่งความตายคือโศกนาฏกรรม ล้านความตายคือสถิติ” บางครั้งขนาดของข้อมูลที่ใหญ่และจำนวนตัวเลขที่มหาศาลก็ห่างไกลเกินขอบเขตการรับรู้และดูไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตจนทำให้สมองและร่างกายเล็กๆ ของเรายากจะจินตนาการและประมาณความรู้สึกที่จะมีให้กับตัวเลขและสถิติเหล่านี้ได้ ยกตัวอย่างโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว 6,000,000 คนคือตัวเลขจำนวนประมาณการผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เลข 7 หลักฟังแล้วน่าสนั่นพรั่นพรึงก็จริง แต่ไม่อาจทำให้เรารู้สึกหดหู่ได้เท่าตอนที่กำลังยืนอยู่หน้ากองแว่นสายตาและรองเท้าขนาดมหึมา อดีตของในครอบครองของชาวยิวที่ถูกสังหารซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เอาชวิตซ์-เบียร์เคเนา แม้จำนวนวัตถุเหล่านั้นอาจไม่มากมายถึงล้านชิ้น ทว่าเรารับรู้ได้ว่าแว่นตาทุกอันล้วนเคยอยู่บนใบหน้าใครสักคน รองเท้าทุกคู่เคยมีเจ้าของ กะขนาดด้วยสายตาก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย&#160;ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต เมื่อเรามองทะลุตัวเลขเข้าไปเห็นผู้คน รับรู้เรื่องราวนั้นในสเกลของมนุษย์ผู้เชื่อมโยงได้กับตัวเรา เมื่อนั้นเราจึงเริ่มตระหนักถึงความเลวร้ายของสงครามและความเจ็บปวดของผู้คนอย่างที่ตัวเลขและสถิติไม่อาจทำให้เรารู้สึกได้&#160;ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถรับรู้ทุกเรื่องราวบนโลกในสเกลของมนุษย์ได้ทั้งหมด เช่น เรื่องราวเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเรามาก เรื่องราวที่กลายเป็นอดีต หรือเรื่องใหญ่ในสเกลที่เราไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน งานศิลปะหลายชิ้นจึงช่วยทำหน้าที่แปลค่าข้อมูลทางสถิติให้กลายเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ที่เรารับรู้ได้ด้วยตา หู จมูก ลิ้น และร่างกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peoples-lives-are-not-just-numbers/">ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต : งานศิลปะที่แปลงข้อมูลที่เรารู้ ให้เป็นเรื่องที่เรารู้สึก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สงครามครั้งนี้คร่าชีวิตคนไปกว่า 50,000<em> </em>ภัยพิบัติพรากชีวิตคนไปหลายพัน<em>, </em>ประชากรกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของประเทศกำลังอดอยาก<em>, </em>โรคระบาดทำให้ประชาชนกว่า 100,000 คนล้มตาย ฯลฯ<em>&nbsp;</em><span style="display:none;">ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต</span></p>



<p>ตั้งแต่บทเรียนในหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาจนถึงข่าวในนิวส์ฟีด บ่อยครั้งที่เรื่องราวในโลกถูกส่งมาถึงเราในรูปแบบของ ‘ตัวเลข’ และ ‘สถิติ’ ชุดตัวเลข 0-9 และเส้นกราฟง่ายต่อการสรุปความ สื่อสาร ส่งต่อ และจัดเก็บในฐานข้อมูล แต่ก็อย่างที่ Joseph Stalin กล่าวว่า “หนึ่งความตายคือโศกนาฏกรรม ล้านความตายคือสถิติ” บางครั้งขนาดของข้อมูลที่ใหญ่และจำนวนตัวเลขที่มหาศาลก็ห่างไกลเกินขอบเขตการรับรู้และดูไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตจนทำให้สมองและร่างกายเล็กๆ ของเรายากจะจินตนาการและประมาณความรู้สึกที่จะมีให้กับตัวเลขและสถิติเหล่านี้ได้</p>



<p>ยกตัวอย่างโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์อย่างการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว 6,000,000 คนคือตัวเลขจำนวนประมาณการผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เลข 7 หลักฟังแล้วน่าสนั่นพรั่นพรึงก็จริง แต่ไม่อาจทำให้เรารู้สึกหดหู่ได้เท่าตอนที่กำลังยืนอยู่หน้ากองแว่นสายตาและรองเท้าขนาดมหึมา อดีตของในครอบครองของชาวยิวที่ถูกสังหารซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เอาชวิตซ์-เบียร์เคเนา แม้จำนวนวัตถุเหล่านั้นอาจไม่มากมายถึงล้านชิ้น ทว่าเรารับรู้ได้ว่าแว่นตาทุกอันล้วนเคยอยู่บนใบหน้าใครสักคน รองเท้าทุกคู่เคยมีเจ้าของ กะขนาดด้วยสายตาก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย&nbsp;<span style="display:none;">ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต</span></p>



<p>เมื่อเรามองทะลุตัวเลขเข้าไปเห็นผู้คน รับรู้เรื่องราวนั้นในสเกลของมนุษย์ผู้เชื่อมโยงได้กับตัวเรา เมื่อนั้นเราจึงเริ่มตระหนักถึงความเลวร้ายของสงครามและความเจ็บปวดของผู้คนอย่างที่ตัวเลขและสถิติไม่อาจทำให้เรารู้สึกได้&nbsp;<span style="display:none;">ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต</span></p>



<p>แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถรับรู้ทุกเรื่องราวบนโลกในสเกลของมนุษย์ได้ทั้งหมด เช่น เรื่องราวเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ห่างไกลจากเรามาก เรื่องราวที่กลายเป็นอดีต หรือเรื่องใหญ่ในสเกลที่เราไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน งานศิลปะหลายชิ้นจึงช่วยทำหน้าที่แปลค่าข้อมูลทางสถิติให้กลายเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ที่เรารับรู้ได้ด้วยตา หู จมูก ลิ้น และร่างกาย ในแบบที่ตัวเลขไม่สามารถให้เราได้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไกลสู่ใกล้ ใหญ่สู่เล็ก</strong></h3>



<p>234,000 ตัน คือปริมาณน้ำแข็งในกรีนแลนด์ที่ละลายใน 1 ปีจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น และตลอด 27 ปีที่ผ่านมาอัตราความเร็วในการละลายของก้อนน้ำแข็งเหล่านี้มีแต่จะเร็วขึ้น&nbsp;</p>



<p>ข้อเท็จจริงนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ประสบการณ์ของคนตัวเล็กๆ อย่างเราไม่อาจพาการรับรู้ไปถึงจุดที่ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ‘แค่ไหน’ เราเคยเห็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ในร้านขายส่ง ใหญ่กว่านั้นอาจเป็นก้อนที่เมืองหิมะในดรีมเวิลด์ ทว่าเรานึกไม่ออกว่าน้ำแข็ง 2 แสนกว่าตันมันใหญ่ขนาดไหน และการละลายนั้นรวดเร็วจนน่าวิตกขนาดนั้นเชียวหรือ&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าเราได้เห็นก้อนน้ำแข็งที่ว่านั้นตรงหน้าเราจะรู้สึกมากขึ้นหรือเปล่า? ศิลปิน Olafur Eliasson สงสัยก่อนจะกลายมาเป็น ‘Ice Watch’ งานศิลปะที่เขายกก้อนน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์จริงๆ มาตั้งไว้ในพื้นที่สาธารณะในลอนดอน</p>



<p>“มันฟังดูนามธรรมมาก กรีนแลนด์อยู่ไกลจากเรา อยู่นอกขอบเขตที่ร่างกายและสมองของเราจะคิดไปถึง ผมแค่อยากจะเปลี่ยนเรื่องเล่าเกี่ยวกับโลกร้อนด้วยการทำให้มันถูกรับรู้ผ่านสมองและร่างกายของเรา” ศิลปินขยายความ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-142443" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/1-2.jpg 1704w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>น้ำแข็ง 30 ก้อนที่แตกออกจากแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่น้ำหนักรวมกันกว่าร้อยตัน ถูกขนจากกรีนแลนด์มาจัดวางไว้หน้าหอศิลป์เทตโมเดิร์นและที่หน้าสำนักงานใหญ่ของสำนักข่าว Bloomberg ผู้คนที่ผ่านไปมาสามารถสังเกตการณ์และเข้ามาใช้ร่างกายสัมผัส ดมกลิ่น ชิมรสชาติ (!?) รวมถึงเฝ้ารอดูการละลายของมันได้ เมื่อผู้คนได้รับรู้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับก้อนน้ำแข็งเล็กๆ ที่นับเป็นเพียงแค่ 0.05 เปอร์เซ็นต์ของน้ำแข็งทั้งหมดที่กำลังละลาย คนก็เริ่มจินตนาการถึงภาพที่ใหญ่ขึ้นได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกของเราน่าเป็นห่วงแค่ไหน&nbsp;</p>



<p>ระยะเวลาการจัดแสดงขึ้นอยู่กับเวลาที่น้ำแข็งทุกก้อนจะละลายหายไปจนหมด เมื่อนั้นก็เป็นอันปิดนิทรรศการ เช่นเดียวกับธารน้ำแข็ง 2 แสนกว่าตันที่กรีนแลนด์ เมื่อมันละลายจนหมด โลกของเราก็คงถึงคราวปิดฉากเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-1024x683.jpg" alt="ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต" class="wp-image-142444" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/2-2.jpg 1704w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ผลกระทบที่จะตามมาหลังการละลายของธารน้ำแข็งคือระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้น 70-130 เซนติเมตร สองศิลปินชาวฟินนิช Pekka Niittyvirta และ Timo Aho จึงจับตัวเลขที่น่าสนใจนี้มาสร้างเป็นงานศิลปะ และแม้จะสร้างขึ้นโดยคนละคน จัดแสดงคนละทวีป แต่งานนี้ก็ช่างคล้องจองกับ Ice Watch ของโอลาเฟอร์ราวกับเป็นหนังภาคต่อ</p>



<p>‘Lines&#8217; คือ installation art ที่ทำขึ้นบริเวณชุมชนเลียบชายฝั่งในสกอตแลนด์ เส้นแสงลากผ่านริมน้ำ ลัดเลาะทุ่งหญ้า ตัดเข้ามายังเขตชุมชน ลากยาวผ่านบ้านเรือนของผู้คน ดูเผินๆ อาจเหมือนไฟประดับในเทศกาล ทว่ามันคือเส้นที่บ่งบอกว่าหากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงในอัตรานี้ต่อไปเรื่อยๆ นี่คือระดับความสูงของน้ำทะเลที่เราจะได้เห็นใน ค.ศ. 2100 </p>



<p>ลำพังตัวเลขอาจทำให้เห็นภาพไม่ชัด แต่เมื่อมีแสงเส้นนี้พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าชายฝั่งที่เคยเดินเล่นจะหายไป ที่ดินที่ใช้ทำการเกษตรจะถูกน้ำกลืนไปทั้งผืน บ้านครึ่งหลังจะจมใต้น้ำ ชุมชนจะไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีก และแน่นอนว่าชีวิตของผู้คนที่อยู่ตรงนี้ก็จะหายไปเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-1024x684.jpg" alt="ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต" class="wp-image-142445" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/3-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“งานศิลปะมีศักยภาพในการถ่ายทอดชุดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไปจนถึงแนวคิดที่ยากและซับซ้อนทั้งหลายด้วยวิธีที่ทรงพลังในแบบที่คำหรือตัวหนังสือไปไม่ถึง หวังว่างานชิ้นนี้จะทำให้ผู้คนนึกภาพ (ปัญหาโลกร้อน) ตามได้และเชื่อมโยงมันเข้ากับชีวิตจริงได้ดีขึ้น” ศิลปินทั้งสองกล่าว</p>



<p>ยกเรื่องไกลตัวมาอยู่ใกล้ตัว ถ่ายทอดประเด็นใหญ่ผ่านอะไรเล็กๆ–นี่เป็นแค่ไม้ตายแรกที่ศิลปะใช้ในการแปรเปลี่ยนตัวเลขและสถิติให้เป็นความรู้สึก กระบวนท่าถัดไปคือการสร้างอิมแพกต์ด้วยการเปลี่ยนจำนวนให้กลายเป็นปริมาณ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เผชิญหน้ากับปริมาณ</strong></h3>



<p>เช้าวันหนึ่งในปี 2013 ผู้คนที่มาเดินเล่นริมชายหาดนอร์ม็องดีในฝรั่งเศสต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น เมื่อหาดทรายผืนที่คุ้นเคยเต็มไปด้วยร่องรอยรูปร่างกายมนุษย์เกลื่อนกลาดยาวตลอดหาด แม้จะไม่ถึงกับสยองขวัญเพราะไม่มีเลือดเนื้อ แต่นั่นก็ทำให้คนตื่นตระหนกและตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="700" height="467" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4.jpeg" alt="" class="wp-image-142446" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4.jpeg 700w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/4-360x240.jpeg 360w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></figure></div>



<p>‘The Fallen 9000’ คืองานศิลปะที่สองศิลปินอังกฤษ Jamie Wardley และ Andy Moss ชวนอาสาสมัครกว่า 60 คน รวมถึงคนในพื้นที่อีกกว่า 500 คน มาขูดขีดผืนทรายสร้างร่องรอยรูปมนุษย์จำนวน 9,000 รูปเพื่อระลึกถึงผู้คนที่เสียชีวิตจากการยกพลขึ้นบกที่ชายฝั่งนอร์ม็องดีในวันที่ 6 มิถุนายน 1944 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือที่เรียกกันว่า D-Day โดยจำนวนคนเหล่านั้นมีทั้งทหารเยอรมัน ทหารฝ่ายสัมพันธมิตร และพลเรือน&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่ทุกคนที่จะนึกภาพความตายจำนวนมหาศาลขนาดนั้นออก แต่ทันทีที่ภาพร่างมนุษย์ทั้ง 9,000 ภาพถูกประทับลงจนครบ ทุกคนก็ประจักษ์ด้วยสายตาพร้อมกันว่าปริมาณของมันกินพื้นที่ชายหาดไปหลายร้อยเมตร นี่แหละความโหดร้ายของสงคราม</p>



<p>งานศิลปะชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ตรงนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถูกชะล้างหายไปด้วยคลื่นทะเล แต่นอกจากการตระหนักถึงความสูญเสียจากสงคราม The Fallen 9000 ยังเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านกิจกรรมขุดทราย นั่นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่พวกเขาจะคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในพื้นที่ของตัวเอง บางรอยประทับอาจหมายถึงเป็นคุณปู่ คุณทวด เพื่อนซี้ หรือคนรักของใครสักคน เพราะเบื้องหลังตัวเลข 9,000 คือชีวิตคนที่เคยมีอยู่จริง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="990" height="659" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2.jpg" alt="ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต" class="wp-image-142447" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2.jpg 990w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/5-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 990px) 100vw, 990px" /><figcaption><em><span class="has-inline-color has-cyan-bluish-gray-color">Image: Jean Yves Desfoux/Maxppp /Landov</span></em></figcaption></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกตัวเลขมีชื่อเรียก ใบหน้า และเรื่องราวให้กล่าวขาน</strong></h3>



<p>ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2020 หนังสือพิมพ์<em> The New York Times </em>พาดหัวว่าประชากรในอเมริกาเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิดไปแล้วถึง 100,000 คน แทนที่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในวันนั้นจะประกอบด้วยพาดหัวข่าวต่างๆ และภาพถ่ายเหมือนทุกวัน พื้นที่ทั้งหน้ากระดาษกลับอุทิศให้กับรายชื่อผู้เสียชีวิตจำนวน 1,000 คน (นับเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด) พร้อมระบุอายุ เมืองที่อยู่อาศัย และเรื่องราวสั้นๆ ของพวกเขา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวนี้มีเพียงตัวหนังสือ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/NYT-front-page-05-24-20-articleLarge-v2-569x1024.jpeg" alt="ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต" class="wp-image-142449" width="427" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/NYT-front-page-05-24-20-articleLarge-v2-569x1024.jpeg 569w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/NYT-front-page-05-24-20-articleLarge-v2-167x300.jpeg 167w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/NYT-front-page-05-24-20-articleLarge-v2.jpeg 600w" sizes="(max-width: 427px) 100vw, 427px" /></figure></div>



<p>“Alan Lund, 81, รัฐวอชิงตัน, คอนดักเตอร์ผู้มีหูสุดมหัศจรรย์”</p>



<p>“Lorena Borjas, 59, เมืองนิวยอร์กซิตี้, นักเคลื่อนไหวเพื่อผู้ลี้ภัยทรานส์เจนเดอร์&#8221;</p>



<p>“Jean-Claude Henrion, 72, เมืองแอตแลนติส, ขี่ Harley-Davidson เป็นชีวิตจิตใจ”</p>



<p>“Patricia H. Thatcher, 79, เมืองคลิฟตันปาร์ค, ร้องเพลงในโบสถ์มา 42 ปี”</p>



<p>“Jerome Berrian, 64, เมืองชิคาโก, สนุกกับการขับรถทางไกล, ยามค่ำคืน กับอาหารมื้อใหญ่”</p>



<p>แทนที่จะใส่อินโฟกราฟิกรูปคน 100,000 คนเพื่ออุทิศให้ผู้สูญเสีย Simone Landon ผู้ช่วยบรรณาธิการแผนกกราฟิกกลับบอกว่า “วิธีนั้นไม่สามารถบอกเล่าได้ว่าพวกเขาเหล่านี้เป็นใครและชีวิตของเขาเป็นยังไง นี่ต่างหากคือสิ่งที่มีความหมายสำหรับพวกเราในฐานะประเทศหนึ่ง” เธอจึงรวบรวมข่าวและประกาศผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จากหนังสือพิมพ์เล็กใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมต่อท้ายด้วยข้อความที่คัดมาเพื่อบอกเล่าถึงพวกเขา ทั้งหมดนี้เพื่อบอกว่า ‘จำนวนตัวเลข’ ไม่ได้สำคัญเท่ากับ ‘ชีวิตคน’ ที่สูญเสีย ทุกคนต่างมีชื่อ มีที่อยู่ และมีเรื่องราวของตัวเอง</p>



<p>ในขณะที่หน้าหนึ่งของ <em>The New York Times</em> บอกเราว่าภายใต้ตัวเลขคือชีวิต งานศิลปะชิ้นต่อไปนี้บอกเราว่า ‘ภายใต้ตัวเลขคือความทรงจำของใครบางคน’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-1024x683.jpg" alt="ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต" class="wp-image-142450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/7-2.jpg 1222w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>26 มีนาคม 2019 ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนเบื้องล่างรอบอาคาร The London Studios กำลังตื่นตระหนก สายตามองไปยังยอดตึกพบร่างมนุษย์ 72 ร่างยืนอยู่บนดาดฟ้า บนยอดตึกฝั่งตรงข้ามก็มีมนุษย์ 12 คนยืนอยู่บนนั้นด้วยท่าทางเดียวกัน มนุษย์ทั้ง 84 คนกำลังจะทำอะไรกันแน่?</p>



<p>เราต้องเล่าย้อนกลับไปถึงสถิติที่น่าตกใจในอังกฤษที่ว่าทุกสัปดาห์จะมีคนถึง 125 คนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง และ 75 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนั้น–หรือนับเป็น 84 คน–เป็นผู้ชาย ถือเป็นอัตราที่สูงมากจนผิดสังเกต จากการสำรวจพบว่าสาเหตุเริ่มต้นมาจากการเป็นคนตกงาน ไร้บ้าน ติดสารเสพติด และทุกปัญหานำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต แต่สิ่งตอกย้ำให้ปัญหาสาหัสขึ้นคือสังคมที่สร้างภาพจำว่าเพศชายต้องเข้มแข็ง ห้ามแสดงความอ่อนแอ จึงมีผู้ชายน้อยมากที่สบายใจในการพูดถึงความรู้สึกหรือแม้แต่เผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>ปัญหาสุขภาพจิตในประชากรผู้ชายชาวอังกฤษอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง ทว่าปัญหานี้กลับไม่เคยถูกนำมาพูดถึงเป็นวาระอย่างจริงจัง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง CALM (ย่อมาจาก Campaign Against Living Miserably) จึงเกิดขึ้น โดยมีภารกิจคือการสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายของประชากรชาวอังกฤษ และแคมเปญแรกที่องค์กรใช้เปิดตัวกับสังคมคือ ‘Project 84’ ที่เรากำลังพูดถึง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2-668x1024.jpg" alt="" class="wp-image-142451" width="501" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2-668x1024.jpg 668w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2-196x300.jpg 196w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2-768x1177.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2-600x920.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/8-2.jpg 880w" sizes="(max-width: 501px) 100vw, 501px" /></figure></div>



<p>84 คนบนยอดตึกที่สร้างความตกอกตกใจให้ชาวเมืองนั้น แท้จริงเป็นหุ่นที่สร้างสรรค์โดย Mark Jenkins ศิลปินที่เป็นที่รู้จักจากการทำประติมากรรมรูปคนเสมือนจริงจากเทปห่อพัสดุและนำไปติดตั้งไว้ในพื้นที่สาธารณะ หุ่นเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรมไปแสดงตนในที่แจ้ง และมันก็ทำหน้าที่ได้ดีตามที่ตั้งใจเพราะในวันที่หุ่นเหล่านี้ขึ้นไปยืนตระหง่านบนยอดตึก คนทั่วทุกสารทิศพากันถ่ายรูป วิดีโอ และแชร์ออกไปจนแคมเปญถูกพูดถึงในหน้าหนังสือพิมพ์ รายการข่าวในทีวี ประเด็นการฆ่าตัวตายและปัญหาสุขภาพจิตถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นสังคมในช่วงเวลานั้น แรงกระเพื่อมค่อยๆ แรงขึ้นจนสุดท้ายนายกรัฐมนตรี Theresa May ก็ประกาศก่อตั้งกระทรวงป้องกันการฆ่าตัวตายขึ้นมาเป็นครั้งแรกในอังกฤษ</p>



<p>ความน่าตื่นตกใจก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่กระทบความรู้สึกลึกกว่านั้นคือหุ่นใน Project 84 สร้างขึ้นจากเรื่องราวของคนที่มีตัวตนอยู่จริง โดยมีการทำงานร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นรูปตัวหุ่นจากร่างกายของคนในครอบครัว สวมเครื่องแต่งกายตามชุดที่พวกเขาชอบใส่ ให้คนรอบตัวพวกเขาเขียนความทรงจำลงไปบนตัวหุ่น สัมภาษณ์คนใกล้ชิดถึงความทรงจำที่มีต่อผู้เสียชีวิต และถอดบทสัมภาษณ์เหล่านั้นเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ของโปรเจกต์</p>



<p>เพื่อนของ ‘เจช’ หนึ่งในผู้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเล่าว่าทั้งคู่พบกันที่มหาวิทยาลัย สนิทกันเหมือนพี่น้อง และไม่มีใครคิดว่าเพื่อนจะตัดสินใจจากไป, คุณแม่ของเฮนรี่ วัยรุ่นอายุ 21 ปี เล่าว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและเขาเป็นลูกชายคนเดียวของเธอ เขาชอบถ่ายรูป เธอไปส่งเขาที่สถานีรถไฟโดยไม่รู้ว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกัน, ลูกสาวทั้งสามของพอล คุณพ่ออายุ 49 ปี บอกว่าพ่อคือกำลังหลักและเป็นแสงสว่างที่ทำให้ทุกคนมีความสุข แต่ทุกคนไม่เคยรู้เลยว่าพ่อต้องแบกความทุกข์จากบาดแผลทางใจในอดีตที่ไม่เคยบอกใครตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจนกระทั่งเขาจากไป</p>



<p>สำหรับ Project 84 ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิต 84 คนไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับว่าทุกคนคือคน ทุกคนมีเรื่องราว และทุกคนล้วนเป็นใครบางคนของคนที่อยู่เบื้องหลังเสมอ&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="474" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-2.jpg" alt="" class="wp-image-142452" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-2.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-2-300x178.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-2-768x455.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/9-2-600x356.jpg 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-142453" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/08/10-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure></div>



<p>จากตัวเลขและสถิติ งานศิลปะทั้ง 5 ชิ้นทำหน้าที่คล้ายกันคือเปลี่ยนข้อมูลที่เรา ‘รู้’ ให้กลายเป็นเรื่องราวที่เรา ‘รู้สึก’ เพราะหลายครั้งหลายคราว การที่คนเราจะเปลี่ยนทัศนคติ ตื่นตัวทางความคิด ตระหนักถึงความสำคัญ และลงมือทำอะไรบางอย่างไม่ได้อาศัยแค่ข้อมูล แต่อาศัยความรู้สึกร่วมด้วย</p>



<p>“ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือชีวิต และเป็นคนในครอบครัวของใครสักคน”</p>



<p>ประโยคนี้พาดอยู่บนภาพโปรไฟล์ของเพื่อนหลายคนในนิวส์ฟีด ในวันที่ตัวเลขและสถิติผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันทำให้ใครบางคนที่อยู่ในฟองสบู่แห่งความสุขสบายยังคงเฉยชาและมองมันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือความรู้สึกร่วมในฐานะคนด้วยกัน และในสถานการณ์นี้ เชื่อว่าเราสามารถรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องแม้แต่อาศัยงานศิลปะใด&nbsp;</p>



<p>แค่ลืมตาและมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นมนุษย์ก็พอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อ้างอิง</strong></h4>



<p><a href="https://www.dezeen.com/2018/12/12/ice-watch-olafur-eliasson-installation/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dezeen.com</a></p>



<p><a href="https://www.dezeen.com/2019/03/18/lines-pekka-niittyvirta-timo-aha-light-installation/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dezeen.com</a></p>



<p><a href="https://www.nytimes.com/2020/05/23/reader-center/coronavirus-new-york-times-front-page.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">nytimes.com</a></p>



<p><a href="http://www.projecteightyfour.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">projecteightyfour.com</a></p>



<p><a href="https://www.sltrib.com/news/2020/05/24/us-deaths-near-an/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">sltrib.com</a></p>



<p><a href="https://www.thisiscolossal.com/2013/09/the-fallen-9000/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">thisiscolossal.com</a></p>



<p><p style="display:none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peoples-lives-are-not-just-numbers/">ไม่ใช่แค่ตัวเลขแต่คือชีวิต : งานศิลปะที่แปลงข้อมูลที่เรารู้ ให้เป็นเรื่องที่เรารู้สึก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Every Thing We Touch โปรเจกต์ภาพถ่ายที่ชวนไปรู้จักคนผ่านของที่ &#8216;จับ&#8217; ใน 1 วัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/every-thing-we-touch/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ติณห์นวัช จันทร์คล้อย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Jun 2021 19:01:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Paula Zuccotti]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพถ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[งานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Every Thing We Touch]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=134509</guid>

					<description><![CDATA[<p>every thing we touch ช่วงที่ผ่านมา ผมได้อยู่บ้านยาวๆ เลยถือโอกาสจัดบ้านสักหน่อย ทุกครั้งที่จัดบ้าน ผมจะมีช่วงเวลาที่ชอบเป็นพิเศษคือตอนที่ได้เอาข้าวของทั้งหมดออกมากองรวมกันเพื่อเตรียมจัดเก็บเข้าไปใหม่ให้เป็นที่เป็นทาง โมเมนต์นี้เหมือนเป็นโอกาสที่เราจะได้ ‘รีวิว’ ชีวิตผ่านข้าวของจากช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่เด็กจนโต ผมพบว่าข้าวของในแต่ละช่วงชีวิตคือสิ่งที่สามารถบอกเล่าตัวตนในช่วงเวลานั้นๆ ของเราได้ดีมาก ของเล่นในลังนั้นบอกว่าครั้งหนึ่งเราเคยสนุกกับจินตนาการขนาดไหน กล่องเหล็กบรรจุดินสอ EE บอกว่าครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเด็กที่มีความฝันอยากเรียนคณะศิลปะ กล้องถ่ายรูปฝุ่นจับตัวนั้นย้อนภาพตัวเราตอนมหา&#8217;ลัยกลับมาอีกครั้ง และเมื่อกวาดตามองโต๊ะที่ผมกำลังนั่งพิมบทความนี้ แล็ปท็อป สมุดปฏิทิน เก้าอี้แก้ปวดหลัง ไปจนถึงข้าวของบนเตียง เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่บอกถึงตัวผมในตอนนี้เช่นกัน&#160; หลายครั้งผมจินตนาการว่า หากเราจากโลกนี้ไปแล้วมีใครสักคนเข้ามาเห็นข้าวของทั้งหมดของเรา เขาจะเห็นตัวตนของเราเป็นยังไงและจินตนาการถึงเรื่องราวชีวิตของเราออกมาแบบไหน Can objects tell the story of our lives? ข้าวของบอกเรื่องราวชีวิตของเราได้รึเปล่า ? คือคำถามที่ Paula Zuccotti เขียนไว้บนหน้าเว็บไซต์ของเธอ พอลล่าเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ เธอเคยทำงานในหน่วยรีเสิร์ชพฤติกรรมและคาดการณ์เทรนด์เพื่อวางกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับแบรนด์ระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็นไนกี้ อิเกีย และสตาร์บัคส์ งานของเธอทำให้พอลล่ามีโอกาสสำรวจเส้นความสัมพันธ์ที่เชื่อมระหว่าง ‘ข้าวของ’ กับ ‘ผู้คน’ คนมีปฏิสัมพันธ์กับของยังไง? ข้าวของแต่ละอย่างมีความหมายยังไงกับมนุษย์? อะไรคือความหมายที่อยู่ลึกลงไปในของใช้แต่ละอย่าง ในด้านสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/every-thing-we-touch/">Every Thing We Touch โปรเจกต์ภาพถ่ายที่ชวนไปรู้จักคนผ่านของที่ &#8216;จับ&#8217; ใน 1 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div style="display: none;">
<p style="display: none;">every thing we touch</p>
<p style="display: none;"><a href="https://adaymagazine.com/"></a></p>
</div>



<p>ช่วงที่ผ่านมา ผมได้อยู่บ้านยาวๆ เลยถือโอกาสจัดบ้านสักหน่อย ทุกครั้งที่จัดบ้าน ผมจะมีช่วงเวลาที่ชอบเป็นพิเศษคือตอนที่ได้เอาข้าวของทั้งหมดออกมากองรวมกันเพื่อเตรียมจัดเก็บเข้าไปใหม่ให้เป็นที่เป็นทาง โมเมนต์นี้เหมือนเป็นโอกาสที่เราจะได้ ‘รีวิว’ ชีวิตผ่านข้าวของจากช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่เด็กจนโต</p>



<p>ผมพบว่าข้าวของในแต่ละช่วงชีวิตคือสิ่งที่สามารถบอกเล่าตัวตนในช่วงเวลานั้นๆ ของเราได้ดีมาก ของเล่นในลังนั้นบอกว่าครั้งหนึ่งเราเคยสนุกกับจินตนาการขนาดไหน กล่องเหล็กบรรจุดินสอ EE บอกว่าครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเด็กที่มีความฝันอยากเรียนคณะศิลปะ กล้องถ่ายรูปฝุ่นจับตัวนั้นย้อนภาพตัวเราตอนมหา&#8217;ลัยกลับมาอีกครั้ง และเมื่อกวาดตามองโต๊ะที่ผมกำลังนั่งพิมบทความนี้ แล็ปท็อป สมุดปฏิทิน เก้าอี้แก้ปวดหลัง ไปจนถึงข้าวของบนเตียง เหล่านี้คงเป็นสิ่งที่บอกถึงตัวผมในตอนนี้เช่นกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-1024x738.jpg" alt="every thing we touch" class="wp-image-134843" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-1024x738.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-1536x1107.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/1-2.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หลายครั้งผมจินตนาการว่า หากเราจากโลกนี้ไปแล้วมีใครสักคนเข้ามาเห็นข้าวของทั้งหมดของเรา เขาจะเห็นตัวตนของเราเป็นยังไงและจินตนาการถึงเรื่องราวชีวิตของเราออกมาแบบไหน</p>



<p class="has-text-align-center"><em>Can objects tell the story of our lives?</em></p>



<p class="has-text-align-center"><em>ข้าวของบอกเรื่องราวชีวิตของเราได้รึเปล่า ?</em></p>



<p>คือคำถามที่ Paula Zuccotti เขียนไว้บนหน้าเว็บไซต์ของเธอ พอลล่าเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ เธอเคยทำงานในหน่วยรีเสิร์ชพฤติกรรมและคาดการณ์เทรนด์เพื่อวางกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับแบรนด์ระดับโลกมากมายไม่ว่าจะเป็นไนกี้ อิเกีย และสตาร์บัคส์</p>



<p>งานของเธอทำให้พอลล่ามีโอกาสสำรวจเส้นความสัมพันธ์ที่เชื่อมระหว่าง ‘ข้าวของ’ กับ ‘ผู้คน’ คนมีปฏิสัมพันธ์กับของยังไง? ข้าวของแต่ละอย่างมีความหมายยังไงกับมนุษย์? อะไรคือความหมายที่อยู่ลึกลงไปในของใช้แต่ละอย่าง ในด้านสังคม วัฒนธรรม และการบริโภค? ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคืออะไร? นี่คือคำถามที่เธอต้องใช้เป็นประจำเมื่อทำงานหลัก</p>



<p>แต่ในอีกด้านพอลล่ายังเป็นช่างภาพและคนทำหนัง ในบทบาทนี้ เมื่อมองไปยังสิ่งของ คำถามของเธอเรียบง่ายกว่าเวลาทำงานประจำมาก เธอแค่อยากรู้ว่าวันวันหนึ่งคนเราหยิบจับอะไรบ้างตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเข้านอน และ ‘หนึ่งวัน’ ของเราจะหน้าตาเป็นยังไง หากมองมันผ่านสิ่งของทั้งหมดที่เราหยิบถือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-1024x738.jpg" alt="" class="wp-image-134853" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-1024x738.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-1536x1107.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/2-2.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="739" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2-1024x739.jpg" alt="every thing we touch" class="wp-image-134854" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2-1024x739.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/3-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ของเธอ ของฉัน</strong></h3>



<p>‘Every Thing We Touch’ คือโปรเจกต์ที่พอลล่าทำขึ้นเพื่อตอบคำถามเล็กๆ นี้ของตัวเอง เธอออกเดินทางไปรอบโลกเพื่อพบปะผู้คน 62 คนที่ต่างวัย ต่างภาษา ต่างฐานะ คละแบ็กกราวนด์&nbsp; ตั้งแต่เด็กนักเรียนในดูไบ แดร็กควีนกลางแยกชิบูย่า ลุงคาวบอยในอเมริกา ไปจนถึงอาม่าจากเซี่ยงไฮ้&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่พอลล่าขอให้พวกเขาทำเรียบง่ายมาก เธอขอให้พวกเขาจดบันทึกและเก็บข้าวของทุกอย่างที่แต่ละคนสัมผัสหรือหยิบจับในหนึ่งวันเอาไว้ ไม่เว้นแม้แต่ของชิ้นเล็กๆ ที่ดูไม่ได้สลักสำคัญอย่างตั๋วรถไฟหรือใบเสร็จ (จะมีข้อยกเว้นก็เพียงของที่ติดตั้งไว้กับสถานที่อย่างลูกบิดหรือสวิตช์ไฟ​ และข้าวของชิ้นใหญ่ เช่น รถยนต์) พร้อมกำชับว่าขอให้จดแบบเรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่ลืมตาตื่นถึงเข้านอน และขอให้ซื่อสัตย์กับตัวเองมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>พอลล่าขอให้ทุกคนนำข้าวของมามอบที่สตูดิโอที่เธอเช่าไว้ในแต่ละประเทศที่ไปเยือน จากนั้นเธอก็ตั้งกล้อง กางฉากสีขาว และบันทึกภาพข้าวของในชีวิตของแต่ละคนลงในภาพถ่าย 1 ใบ โดยจัดวางเรียงลำดับตามเวลาที่ของแต่ละชิ้นถูกสัมผัสในหนึ่งวัน ก่อนจะส่งมันกลับคืนเจ้าของ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="649" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-2.jpg" alt="every thing we touch" class="wp-image-134855" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-2.jpg 900w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/4-2-600x433.jpg 600w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2-1024x738.jpg" alt="every thing we touch" class="wp-image-134856" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2-1024x738.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2-768x553.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2-600x432.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/5-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="649" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-2.jpg" alt="" class="wp-image-134858" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-2.jpg 900w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/7-2-600x433.jpg 600w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure></div>



<p>ท้ายที่สุด ภาพถ่ายข้าวของจากคนทั่วโลกก็ถูกบรรจุรวมอยู่ในหนังสือชื่อ <em>Every Thing We Touch : A 24-Hour Inventory of Our Lives</em> และเว็บไซต์<a href="http://everythingwetouch.org"> everythingwetouch.org</a>&nbsp;</p>



<p>เมื่อไม่เห็นหน้า เราจึงรู้จักกันผ่านข้าวของ ภาพถ่ายแต่ละใบเหมือนเป็นประตูที่นำพาเราเข้าไปในชีวิตมนุษย์ที่เราไม่รู้จักจากทุกหลืบมุมของโลก หนึ่งวันของแดร็กควีนในโตเกียวเริ่มด้วยเครื่องสำอาง ชุดลายสัตว์ วิกผมหลากสี พู่ขนนก และรองเท้าส้นสูง, หนึ่งวันของนักเรียนในดูไบไม่มีอะไรแตกต่างจากนักเรียนทั่วไป แต่สิ่งที่สะดุดตาคือใบไม้แห้งหลายใบที่ชวนให้อยากรู้ว่าเธอหยิบมันขึ้นมาทำอะไร, หนึ่งวันของนักยิมนาสติกในเซี่ยงไฮ้ดูเหมือนจะประกอบด้วยชุดกีฬาและอุปกรณ์กายกรรม แต่หากมองดีๆ ของที่เขาสัมผัสเป็นสิ่งสุดท้ายของวันคือจอยเกมเพลย์สเตชั่น, หนึ่งวันของนักออกแบบเทคนิคพิเศษในหนังชาวอาร์เจนตินาเต็มไปด้วยผิวหนังปลอม อวัยวะปลอม แผลปลอม และชุดบอดี้สูท, หนึ่งวันของแม่ชีที่อยู่ในช่วงจำศีลในสเปนมีเพียงเสื้อผ้า รองเท้า และกระเป๋าสตางค์</p>



<p>พอลล่าเรียกสิ่งที่ตัวเองกำลังทำว่า ‘Future Archeology’ หรือโบราณคดีแห่งอนาคต–ในขณะที่นักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาขุดค้นข้าวของมาศึกษาเพื่อทำความเข้าใจว่าคนในอดีตคิดยังไง อยู่ยังไง กินยังไง ทำอาหารยังไง เล่นยังไง สิ่งที่พอลล่าทำกลับกัน เธอบันทึกชีวิตของคนในวันนี้ใส่ ‘ไทม์แคปซูล’ ในรูปแบบภาพถ่ายเพื่อส่งมันไปให้คนในอนาคตเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคนรุ่นเรา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="575" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-1024x575.jpeg" alt="" class="wp-image-134845" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-1024x575.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-300x169.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-768x432.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-1536x863.jpeg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8-600x337.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/8.jpeg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="739" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2-1024x739.jpg" alt="" class="wp-image-134857" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2-1024x739.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/6-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับผม ภาพถ่ายในโปรเจกต์ Every Thing We Touch ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการดูหนังสารคดีชีวิตคน (แม้จะไม่เห็นคนสักคนในภาพ) วัดเอาจากสิ่งที่หยิบจับ เราเห็นทั้งชีวิตคนที่ใกล้เคียงกับเรา และหลายชีวิตที่ต่างจากเราลิบลับ ของบางชิ้นที่ใครคนหนึ่งหยิบจับทุกวัน อาจกลายเป็นของประหลาดเมื่อมองผ่าน ‘เลนส์’ ของคนอื่น ในทางกลับกันของบางชิ้นที่เราเห็นแล้วต้องงงว่า ‘ใช้ทำไร’ อาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อใจจนประเมินค่าไม่ได้ในสายตาของผู้เป็นเจ้าของ</p>



<p>สำหรับพอลล่า เธอบอกว่าหากจะมีบทเรียนอะไรสักอย่างที่ตัวเธอรวมถึงคนที่เห็นโปรเจกต์นี้จะได้ไป มันคงเป็นการได้ออกจากโลกใบเล็กๆ ของเราไปมองชีวิตคนอื่น และเห็นว่าชีวิตของคนช่างเป็นสิ่งที่หลากหลายไร้แพตเทิร์น&nbsp;</p>



<p>“ข้าวของที่เราใช้ยังไม่เหมือนกันเลย นับประสาอะไรกับความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ” ประโยคนี้ดังขึ้นมาในหัวขณะที่ผมนั่งดูรูป 60 กว่าใบในโปรเจกต์ของพอลล่า</p>



<p>ในขณะที่คนนอกอย่างผมได้เห็นชีวิตของพวกเขา ในทางกลับกัน เมื่อมองจากมุมของซับเจกต์ผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวและข้าวของ พวกเขาได้เห็นชีวิตตัวเอง พอลล่าเล่าว่าผู้เข้าร่วมโปรเจกต์หลายคนบอกว่าแม้การจดบันทึกข้าวของที่หยิบจับในชีวิตประจำวันจะดูแปลกๆ แต่มันก็เป็นโอกาสที่ทำให้พวกเขามีเวลาหยุด และทบทวนตัวเองด้วยคำถามที่ไม่ค่อยได้หยุดคิดสักเท่าไหร่ พวกเขาได้ถามตัวเองว่าของที่เรามี กิน เลือก ซื้อ ในแต่ละวัน ไปจนถึงสมบัติที่เก็บสะสมแต่ละชิ้นมีความหมายยังไงและมันสะท้อนอะไรในตัวเรา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ของสำคัญของชีวิต</strong></h3>



<p>โปรเจกต์ Every Thing We Touch เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2013 และจบสิ้นกระบวนการในปี 2019 ใครจะไปรู้ว่าในปีถัดมาโลกจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดถึงอย่างการระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;</p>



<p>มีคำกล่าวว่า “เราทุกคนตกอยู่ในพายุลูกเดียวกัน แต่เราไม่ได้อยู่บนเรือลำเดียวกัน” แม้โลกทั้งโลกจะเผชิญวิกฤตเดียวกัน แต่ต้นทุนชีวิตและสังคมที่แต่ละคนอยู่ทำให้เรารับมือกับมันได้ไม่เท่ากัน เรือเล็กอาจจมหายไปกับเกลียวคลื่น ในขณะที่เรือใหญ่อาจโคลงเคลงแต่คนในลำเรืออาจยังอยู่สบายไม่ต่างจากโมงยามปกติ ในสถานการณ์แบบนี้ พอลล่าคิดว่าน่าจะดีหากเธอนำคำถามเดิมที่เคยถามและรูปแบบโปรเจกต์ที่เคยทำมาต่อยอด เพื่อช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ที่เพื่อนร่วมโลกกำลังเผชิญอยู่มากขึ้น–มองเห็น ‘เรือ’ ของกันและกันมากขึ้น</p>



<p>Future Archaeology of a Global Lockdown คือโปรเจกต์ภาพถ่ายล่าสุดของพอลล่า ด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถเดินทางข้ามโลกได้เหมือนก่อน เธอเปลี่ยนวิธีการจากที่ต้องตระเวนออกไปพบผู้คนและบันทึกภาพด้วยตัวเองมาเป็นแบบ crowdsourcing หรือให้คนทางบ้านสร้างสรรค์และส่งวัตถุดิบของตัวเองเข้ามาแทน</p>



<p>คำถามก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ โดยสิ่งที่พอลล่าถามในครั้งนี้คือ “What are the 15 things that are helping you get through this?” – “ของ 15 ชิ้นที่ทำให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้คืออะไร?”&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="751" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-1024x751.png" alt="every thing we touch" class="wp-image-134847" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-1024x751.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-300x220.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-768x563.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-1536x1127.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9-600x440.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/9.png 1726w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>พอลล่าเปิดโปรเจกต์ทางอินสตาแกรมด้วยการโพสต์ภาพของ 15 ชิ้นของตัวเอง ติดแฮชแท็ก #EveryThingWeTouchCovidEssentialsX15 พร้อมคำแนะนำการถ่ายภาพที่ทุกคนทำได้จากที่บ้าน ไม่นานนักภาพถ่ายกว่า 1,000 ภาพจาก 50 ประเทศทั่วโลกก็ทยอยถูกโพสต์พร้อมแคปชั่นอย่าง เพื่อเตือนตัวเองว่าฉันคือใคร, เพื่อรู้สึกมีชีวิตอีกครั้ง, เพื่อดูแลตัวเอง, เพื่อไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป หรือเพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-1024x686.png" alt="every thing we touch" class="wp-image-134849" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-1024x686.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-300x201.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-768x515.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-1536x1029.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-600x402.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-475x317.png 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-360x240.png 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10.png 1612w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หากกวาดสายตาดูในเว็บไซต์<a href="http://lockdownessentials.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> lockdownessentials.org</a> ที่รวบรวมภาพถ่ายจากโปรเจกต์ครั้งนี้ เราพอจะแบ่งประเภทสิ่งของที่คนส่งเข้ามาได้เป็นหมวดหมู่คร่าวๆ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ของที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างอาหาร หน้ากากอนามัย หรือคอมพิวเตอร์แลปท็อป</li><li>ของที่เรารัก เช่น ตุ๊กตาหรือของสะสม</li><li>ของที่ทำให้บรรยากาศในบ้านรื่นรมย์ขึ้น เช่น ต้นไม้หรือเทียนหอม</li><li>ของที่ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เช่น หนังสือ เน็ตฟลิกซ์ หรือเครื่องดนตรี</li><li>ของที่ทำให้เราสามารถคลายทุกข์และช่วยหลบลี้หนีจากชีวิตแย่ๆ ชั่วคราว เช่น ยานอนหลับหรือแอลกอฮอล์</li></ul>



<p>ที่น่าสนใจคือในบรรดาภาพที่คนส่งมา หากเทียบระหว่างของที่มีฟังก์ชั่นทางกายกับของที่มีความหมายต่อใจ ของอย่างหลังดูเหมือนจะมีเปอร์เซ็นต์เยอะกว่าด้วยซ้ำ</p>



<p>พอลล่าบอกว่างานของเธอ ในฐานะนักรีเสิร์ชสำหรับอนาคตนั้นวนเวียนอยู่กับการเฝ้าถามคำถามเกี่ยวกับอนาคตมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นในอนาคต การเงินในอนาคต หรือการอยู่อาศัยในอนาคต ทว่าในคำถามนั้นมันซ่อนความจริงเอาไว้อย่างหนึ่งนั่นคือ “เราไม่เข้าใจปัจจุบัน” การได้มองข้าวของในชีวิตของตัวเองผ่านเลนส์ คงเป็นโอกาสที่เราจะได้เห็นชีวิตปัจจุบันของตัวเองมากขึ้นท่ามกลางความขมุกขมัว และเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงมากขึ้น</p>



<p>แล้วคุณล่ะ มีคำตอบในใจหรือยังว่าของ 15 ชิ้นนั้นคืออะไร</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h4>



<p><a href="https://everythingwetouch.org" target="_blank" rel="noreferrer noopener">everythingwetouch.org</a></p>



<p><a href="https://lockdownessentials.org" target="_blank" rel="noreferrer noopener">lockdownessentials.org</a></p>



<p><a href="http://paulazuccotti.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">paulazuccotti.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/every-thing-we-touch/">Every Thing We Touch โปรเจกต์ภาพถ่ายที่ชวนไปรู้จักคนผ่านของที่ &#8216;จับ&#8217; ใน 1 วัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
