<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอื้อบุญ จงสมชัย, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/uaboon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/uaboon/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Mar 2021 11:11:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Dec 2019 12:00:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาวทูทิ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=83394</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ต้องจับผิดกันมาก แต่หลังจากคุยกันไม่กี่นาทีเราก็รับรู้ได้ว่า ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มีคำพูดติดปากที่เขามักใช้ “แค่นั้นเองครับ” “มันก็แค่นั้นแหละครับ” “มันง่ายๆ อย่างนั้นแหละครับ” ประโยคเหล่านี้มักตบท้ายคำตอบของเขาอยู่เสมอ หากมองจากสายตาคนนอก ปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งปีที่ซันนี่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเรื่องการเป็นนักแสดง บทบาท ‘หมอเป้ง’ ในซีรีส์ รักฉุดใจนายฉุกเฉิน ส่งให้เขามาอยู่ในสปอตไลต์และถูกพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าภายใต้วัยใกล้สี่สิบ ปีนี้ยังเป็นขวบปีที่ซันนี่มีผลงานต่อเนื่องและยืนระยะในวงการ ไม่ได้หายไปไหน แต่ถ้ามองด้วยสายตาของเขาเอง กับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ซันนี่รู้สึกยังไงบ้าง–นี่คือสิ่งที่พาเรามาเจอเขาเพื่อสนทนากันในวันโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่ เป็นที่รู้กันว่าการสัมภาษณ์ซันนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยคำคมหรือคำเปรียบเปรยพรรณนายืดยาวใดๆ ไม่ว่าจะกับตอนนี้หรือก่อนหน้า คำตอบของเขามักเป็นการสรุปความคิดรวบสั้นกระชับความ ผสมกับความกวนชวนขัน  ว่ากันว่าเรื่องที่เราเข้าใจอย่างถ่องแท้เราจะอธิบายมันออกมาได้เรียบง่ายที่สุด และใช่ บทสัมภาษณ์นี้ก็เป็นแบบนั้น นั่นคือบทสัมภาษณ์ที่มีเพียงคำพูดเรียบง่ายของซันนี่ แค่นั้น แต่พอฟังคำตอบ เราก็ค้นพบว่าเพราะความ ‘แค่นั้น’ ของเขานี่เองที่ทำให้ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ดีและดูแล้วน่าจะดีต่อไปได้อีกนานแน่ๆ แต่ดียังไงน่ะเหรอ ถ้าอยากรู้ก็ไปฟังเขาพร้อมกัน แค่นั้นเอง หนังที่กำลังเข้าฉายของคุณว่าด้วยเรื่องการทิ้ง การจัดบ้าน ช่วงนี้คุณได้ทำอะไรแบบนั้นบ้างไหม บังเอิญมากเลย ตอนนี้ผมกำลังจะย้ายบ้านพอดี บ้านผมกำลังรกมาก มีของกองอยู่เต็มที่รอให้ผมไปดูว่าจะทิ้งหรือเก็บไว้ดี &#160; มองการทิ้งของว่ายังไงบ้าง สิ่งของทำให้รู้สึกถึงความทรงจำครับ เพราะของแต่ละอย่างมันมีเจ้าของ สิ่งของเชื่อมโยงถึงคน และคนจะเชื่อมกับความเป็นมนุษย์และความสัมพันธ์ ซึ่งบางทีถ้าของชิ้นหนึ่งหายไป ความทรงจำบางอย่างของเราอาจหายไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ &#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องจับผิดกันมาก แต่หลังจากคุยกันไม่กี่นาทีเราก็รับรู้ได้ว่า <strong>ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</strong> มีคำพูดติดปากที่เขามักใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แค่นั้นเองครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันก็แค่นั้นแหละครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มันง่ายๆ อย่างนั้นแหละครับ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคเหล่านี้มักตบท้ายคำตอบของเขาอยู่เสมอ</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-83555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองจากสายตาคนนอก ปีที่ผ่านมาเป็น<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2">อีกหนึ่งปี</a>ที่ซันนี่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างเรื่องการเป็นนักแสดง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทบาท ‘หมอเป้ง’ ในซีรีส์ </span><i><span style="font-weight: 400;">รักฉุดใจนายฉุกเฉิน </span></i><span style="font-weight: 400;">ส่งให้เขามาอยู่ในสปอตไลต์และถูกพูดถึงทั่วบ้านทั่วเมือง ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กำลังจะเข้าฉายอย่าง </span><a href="https://www.youtube.com/watch?v=V0PrIr9GK54&amp;ab_channel=GDH"><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ</span></i></a><span style="font-weight: 400;"> ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าภายใต้วัยใกล้สี่สิบ ปีนี้ยังเป็นขวบปีที่ซันนี่มีผลงานต่อเนื่องและยืนระยะในวงการ ไม่ได้หายไปไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้ามองด้วยสายตาของเขาเอง กับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในปีนี้ซันนี่รู้สึกยังไงบ้าง–นี่คือสิ่งที่พาเรามาเจอเขาเพื่อสนทนากันในวันโปรโมตภาพยนตร์เรื่องใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นที่รู้กันว่าการสัมภาษณ์ซันนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยคำคมหรือคำเปรียบเปรยพรรณนายืดยาวใดๆ ไม่ว่าจะกับตอนนี้หรือก่อนหน้า คำตอบของเขามักเป็นการสรุปความคิดรวบสั้นกระชับความ ผสมกับความกวนชวนขัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันว่าเรื่องที่เราเข้าใจอย่างถ่องแท้เราจะอธิบายมันออกมาได้เรียบง่ายที่สุด และใช่ บทสัมภาษณ์นี้ก็เป็นแบบนั้น นั่นคือบทสัมภาษณ์ที่มีเพียงคำพูดเรียบง่ายของซันนี่ แค่นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอฟังคำตอบ เราก็ค้นพบว่าเพราะความ ‘แค่นั้น’ ของเขานี่เองที่ทำให้ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ดีและดูแล้วน่าจะดีต่อไปได้อีกนานแน่ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ดียังไงน่ะเหรอ ถ้าอยากรู้ก็ไปฟังเขาพร้อมกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่นั้นเอง</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-83546 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หนังที่กำลังเข้าฉายของคุณว่าด้วยเรื่องการทิ้ง การจัดบ้าน ช่วงนี้คุณได้ทำอะไรแบบนั้นบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บังเอิญมากเลย ตอนนี้ผมกำลังจะย้ายบ้านพอดี บ้านผมกำลังรกมาก มีของกองอยู่เต็มที่รอให้ผมไปดูว่าจะทิ้งหรือเก็บไว้ดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มองการทิ้งของว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งของทำให้รู้สึกถึงความทรงจำครับ เพราะของแต่ละอย่างมันมีเจ้าของ สิ่งของเชื่อมโยงถึงคน และคนจะเชื่อมกับความเป็นมนุษย์และความสัมพันธ์ ซึ่งบางทีถ้าของชิ้นหนึ่งหายไป ความทรงจำบางอย่างของเราอาจหายไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณทิ้งของง่ายไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมดันเป็นคนที่ทำอะไรตามความรู้สึก ดังนั้นส่วนมากผมจะเก็บมากกว่า เวลาซื้อของแต่ละอย่างผมไม่เคยซื้อเพราะประโยชน์ของมันเลย ผมซื้อเพราะชอบ ดังนั้นพอมาเจออีกที ความชอบก็มักจะยังอยู่ ผมเลยไม่กล้าทิ้ง เอาไปบริจาคยังไม่กล้าเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สรุปรกเท่าเดิม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นสิ ผมก็คิดอยู่ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-83544 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17.jpg" alt="" width="531" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17.jpg 531w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-17-236x300.jpg 236w" sizes="(max-width: 531px) 100vw, 531px" /></p>
<h4><strong>ปีนี้เป็นยังไงบ้าง &#8216;Happy Old Year&#8217; เหมือนชื่อหนังภาษาอังกฤษของ <em>ฮาวทูทิ้งฯ</em> ไหม</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ คนเราไม่น่าพูดว่า ‘Happy New Year ทิ้งเรื่องราวเก่าไว้กับปีเก่า’ เท่าไหร่ผมว่า เรื่องราวเก่าๆ ที่เราทิ้งอาจจะดีก็ได้ไง ทำไมต้องคิดว่าปีใหม่คือเรื่องใหม่เท่านั้น อะ แต่กลับมาตอบคำถาม ปีนี้ของผมก็ปกติ (คิด) ผมโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่รักอยู่แล้ว นั่นคือการแสดง แต่ปีนี้ก็อาจจะแอบหนีเที่ยวได้น้อยลงหน่อย เพราะได้เล่นทั้งซีรีส์และภาพยนตร์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>รับงานมากขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยว่านี่คือการรับงานเยอะหรือน้อย มันแล้วแต่ว่าตอนนั้นมีเรื่องไหนเข้ามาแล้วอยากทำ คือแล้วแต่โชคชะตา ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องมีแบบแผน ผมเป็นแบบนี้มาตลอด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แบบนี้เคยเจอปัญหาเรื่อง work-life balance หรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในชีวิตผมเรื่องงานกับเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องเดียวกันอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยไม่รู้ว่าตัวเองมีการบาลานซ์ตรงนี้หรือเปล่า อย่างที่บอกว่าทุกอย่างผมทำตามความรู้สึกไม่ว่าจะเที่ยวหรืองาน ดังนั้นสุดท้ายแล้วมันเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะผมอยากทำเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าทำงานเหนื่อยแล้วต้องหนีไปพักผ่อน ไม่ใช่ ผมทำเพราะอยากทำ ในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี แต่ละโมเมนต์ ผมก็แค่เลือกว่าอยากทำอะไรบ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนการทำงานก็คือการพักผ่อนอย่างหนึ่ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ และพอเราอยากทำเราจะไม่รู้สึกว่ามันเหนื่อย เอาจริง สำหรับผมการมาโปรโมตหนังแบบนี้ยังเหนื่อยกว่าการแสดงอีก (หัวเราะ) การแสดงคือความสุขของผมน่ะครับ แต่สุขอื่นๆ ในชีวิตก็ยังมีนะ เจอเพื่อน ดูหนัง เที่ยวต่างประเทศคนเดียว หรือไปเดินจตุจักร จะว่าไปช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปเลย นี่ว่าอาทิตย์หน้าจะไป อย่าบอกใครนะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83551 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณใช้ชีวิตโดยใช้ความรู้สึกนำเป็นหลัก</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมใช้ความรู้สึกในทุกเรื่องของชีวิตเพราะมันจะไม่ผิดครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผมเองเวลาคิดถึงข้อดี-ข้อเสียของสิ่งที่เลือกแล้ว ถ้าตอนจบพลาดผมจะโมโห ผมเลยใช้ความรู้สึกนำดีกว่า เพราะสุดท้ายถ้าเราอยากทำหรืออยากได้อะไรจริงๆ ผมเชื่อว่าต่อให้ผลออกมาไม่ดี ผมจะไม่เสียใจทีหลัง เพราะอย่างน้อยในช่วงเวลาที่เราเลือกเราฉลาดได้เท่านั้น เรารู้สึกแบบนั้น ดังนั้นต่อให้มีอีกสิบครั้ง ผมคงเลือกแบบเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เช่นเดียวกับการเลือกเล่นภาพยนตร์ของคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ แต่อย่างเรื่องนี้เขาเลือกผมนะ ผมต้องไปแคสติ้ง ซึ่งสุดท้ายก็โชคดีที่เขาเลือก ผมได้ทำงานกับผู้กำกับอันเป็นที่รัก (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) สำหรับผมการทำงานกับเขาทำให้ผมพัฒนาตัวเองโดยไม่รู้ตัว ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ มันตอบโจทย์การเป็นนักแสดงของผม นั่นคือการอยากอยู่ในภาพยนตร์ที่ดี ผมอยากเป็นส่วนประกอบของความรักและความตั้งใจที่จะทำหนัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำหนังถ้าไม่ทุ่มเทหรือรักมันอยู่ไม่ได้นะครับ อย่างการเขียนบทก็เสียไป 2 ปี เท่ากับชีวิตคนเขียนหายไป 2 ขวบแล้วกว่าจะได้บทหนังมา ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่าตัวเองต้องตั้งใจเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีความกังวลอยู่ไหมเวลารับงานแต่ละที</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เลยครับ อาชีพนักแสดงของผมไม่ใช่นักกีฬา ผมไม่ต้องแข่งกับใคร ผมไม่ได้อยากประกวด และผมก็ไม่ได้แข่งขันเพื่อให้ใครมองว่าเก่ง ผมคิดแค่ว่ากำลังเล่นเป็นตัวละคร ผมต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวละครเชื่อ รีแอกต์กับเหตุการณ์อย่างที่ตัวละครทำ และทั้งหมดนั่นต้องตรงกับสิ่งที่ผู้กำกับอยากจะสื่อ ก็แค่นั้นแหละครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83556 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หลายคนชอบบอกว่าในวัยใกล้สี่สิบมักมีการ coming of age คุณเป็นอย่างนั้นบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่มีอะไรแบบนั้นเลยครับ ครั้งเดียวคือตอนอายุ 17-18 หลังจากนั้นผมถือว่าตัวเองกำลังเรียนรู้และสร้างวุฒิภาวะไปเรื่อยๆ เหมือนเข้าใจหลักการของชีวิตตัวเองและมันก็ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือความเรียบง่าย หลังจากนั้นก็แค่พัฒนาตัวเองด้วยพื้นฐานของความดีและความถูกต้อง แค่นั้นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ความดีและความถูกต้องของคุณเป็นแบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคน สำหรับผมคือจริยธรรมนั่นแหละ สิ่งไหนที่ผมอยากได้แต่ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อนผมก็ไม่ทำ อะไรไม่ดีไม่ควรผมก็ไม่ทำ หรือถ้าทำอะไรแล้วมีคนเสียใจผมก็ไม่ทำ ยกตัวอย่างเช่นวิธีหาเงิน โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าอาชีพของผมมันวิน-วิน ไม่มีใครเสีย คือคนจ้างงานได้งานที่ดี คนดูมีความสุข ผมได้เงินและมีความสุข ถ้าให้ไปทำอาชีพที่ผมได้แล้วมันจะมีคนเสียใจผมก็ไม่ทำ สำหรับผมมันง่ายๆ แค่นี้เองกับทั้งเรื่องงานและอย่างอื่นในชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเรา make a choice ได้ครับ หรือไม่ผมก็อาจจะโชคดีมั้งที่ make a choice หรือถึงต่อให้ใครแย้งว่าไม่มีทางเลือก ผมก็คงไม่ไปแนะนำอะไรเขา นั่นคือชีวิตเขา เขาก็ต้องสู้ของเขา ผมเองก็ make a choice ในชีวิตของผม ต่อให้ชอยซ์นั้นผมจะถูกเอาเปรียบ ผมก็ไม่เป็นไรนะถ้ายังเห็นว่าทางที่ผมเลือกไม่ได้เดือดร้อนใคร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83557 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30.jpg" alt="" width="477" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30.jpg 477w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-30-212x300.jpg 212w" sizes="(max-width: 477px) 100vw, 477px" /></p>
<h4><b>ดูเหมือนชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไปไม่มาก แล้วปีนี้สอนอะไรที่ต่างไปไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(คิด) ผมไม่ได้มองว่าปีนี้สอนอะไร ส่วนมากสิ่งที่สอนผมคือประสบการณ์มากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประสบการณ์หลายอย่างในชีวิตเข้ามาเพื่อให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น รู้อะไรมากขึ้น และประสบการณ์กับวัยวุฒิก็มักจะไปด้วยกัน ดังนั้นสำหรับผม ในแต่ละปีคืออะไรที่อยากทำจริงๆ ก็ทำไปเถอะ ไม่มีผิดหรอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่มีผิดเลยเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตเป็นยังไงก็ได้น่ะครับ ไม่ว่าสิ่งที่เราเจอหรือทำ ต่อให้มีสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดเกิดขึ้นจนอาจจะต้องเสียใจ แต่พอเวลาผ่านไป สำหรับผมสิ่งใหม่ๆ ที่มาจะดีกว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นสิบๆ เท่าเสมอเลย แค่เรายังไม่รู้ตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ไม่ใช่การปลอบใจตัวเองด้วยนะ แต่เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ในชีวิต มันเป็นแบบนี้เสมอ สิ่งที่เราจะได้ในอนาคตมักดีกว่าแค่ยังมาไม่ถึง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตัวอย่างชัดเจนไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เต็มไปหมดเลย ยกตัวอย่างเรื่องงานก็ได้ สมมติผมไม่ได้ทำงานที่อยากทำ หลังจากนั้นอยู่ดีๆ ก็จะมีงานใหม่ที่รู้สึกว่า โห ถ้ารับงานก่อนหน้าไปนะเราจะไม่ได้ทำงานดีๆ แบบงานใหม่นี่แน่เลย ชีวิตผมเป็นแบบนั้นครับ แต่ว่าแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ผมคงไม่บอกหรอกว่าอะไรถูกต้องในเวลาไหนและสำหรับใคร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83541 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14.jpg" alt="" width="675" height="365" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-14-600x324.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>เหมือนคุณเชื่อในเรื่องจังหวะชีวิต&#8230;</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่เท่ากัน (ตอบเสริมขึ้นมาทันที) ชีวิตไม่เหมือนการเรียนหนังสือที่ต้องทำตามแบบแผนเหมือนกันหมด ดังนั้นสูตรสำเร็จของผมก็อาจนำไปใช้กับคนอื่นไม่ได้ บางคนอาจเจอสิ่งที่อยากทำเร็วมาก บางคนไม่เจอเลยจนกระทั่งตาย มันมาวิเคราะห์กันไม่ได้ ดังนั้นชีวิตใครชีวิตมันครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะซวยไม่ซวย จะดีไม่ดี จะเจอเรื่องอะไรมา เราก็ต้องผ่านมันไป จนถึงวันหนึ่งที่ประสบการณ์จะทำให้เราบอกตัวเองว่า เออ วันนี้ดีเหมือนกันเนอะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูขัดกับเทรนด์ทุกวันนี้เหมือนกันนะที่ค่อนข้างตีกรอบว่าเราควรทำอะไรและอะไรคือสิ่งที่ดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับผมคุณจะไปทางไหนก็แล้วแต่คุณ มันคือชีวิตคุณและชอยซ์ที่คุณเลือก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกอย่างมีค่าหมดครับ จะทำอะไร อาชีพไหน ก็มีคุณค่า ถ้ามีคนไม่ชอบที่คุณทำก็แล้วไงล่ะ ไม่เกี่ยวหรอก เพราะถ้าคุณชอบในสิ่งที่คุณทำก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันอยู่ที่คุณเข้าใจตัวเองว่าต้องการอะไร บางสิ่งที่ไม่ต้องการจะเอามาทำไมล่ะ ไอ้อะไรแบบนั้นเกิดจากคนอื่นอยากให้คุณเป็นเหมือนเขาหรือเปล่า ก็ลอง make a choice ดู</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วโดยรวมปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของคุณหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(คิด) สำหรับผมมันดีทุกปีครับ ต่อให้รู้สึกไม่ดี แต่พอเวลาผ่านไปผมจะรู้สึกว่ามันดีอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีปีนี้หรือปีก่อนหน้าผมก็จะมาเป็นแบบทุกวันนี้ไม่ได้ ผม appreciate มันแล้วน่ะ ต่อให้ย้อนกลับไปได้ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ดีแล้ว ตอนนี้ผมไม่ได้เสียดายอะไรแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-83528 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/12/Sunny-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a2e907760822" data-id="wAHluLXp46U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wAHluLXp46U-6a2e907760822" data-vid="wAHluLXp46U" data-src="https://www.youtube.com/embed/wAHluLXp46U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wAHluLXp46U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/year-2019-sunny/">ปีนี้สอนให้รู้ว่า “ก็ดี ต่อให้ไม่ดี ผ่านไปเดี๋ยวมันก็ดี”– ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘การนึกถึงหัวจิตหัวใจกันมันทำให้โลกไปต่อได้’ คุยกับเบนและวินสตัน จาก Mumford &#038; Sons</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mumford-and-sons-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2019 14:49:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[empathy]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[Mumford & Sons]]></category>
		<category><![CDATA[Delta]]></category>
		<category><![CDATA[folk rock]]></category>
		<category><![CDATA[folk]]></category>
		<category><![CDATA[Delta Tour]]></category>
		<category><![CDATA[I Will Wait]]></category>
		<category><![CDATA[Beloved]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80844</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางครั้งการแชร์ปัญหาก็มาในรูปแบบของการรับฟัง การเป็นผู้ฟังที่ดีคือหัวใจของหลายๆ อย่าง นี่คือสิ่งที่เราได้จากบทสนทนาในเวลาสั้นๆ กับ Mumford &#38; Sons วงโฟล์กร็อกจากอังกฤษที่มีเนื้อเพลงสวยงามมากที่สุดวงหนึ่ง หลายเพลงของพวกเขาช่วยชีวิตหลายคนเอาไว้ แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่เราคุยกันถึงเรื่องที่ชวนกลับมาคิดต่อได้อีกยาวๆ ในหลายประเด็น หลังจากรอคอยมา 12 ปี นี่คือบทสนทนาว่าด้วยเรื่องความเห็นอกใจกันของผู้คนในสังคม สิ่งสำคัญในชีวิตของพวกเขาตอนนี้ ไปจนถึงการยืนระยะทำงานดนตรี 12 ปี กับ Ben Lovett และ Winston Marshall จากวง Mumford &#38; Sons เพลง I Will Wait เฟดเอาต์ เพลง Beloved และแสงอาทิตย์เวลา 15:30 นาฬิกา เฟดอิน หลังจาก 12 ปีที่ทำวงกันมา คุณรู้สึกยังไงกับการมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทย เบน : มันเหนือจริงมาก ผมคิดว่ายิ่งพวกเราทัวร์คอนเสิร์ตมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ พวกเรายิ่งรู้สึกว่าต้องออกทัวร์ให้มากขึ้นไปอีก เหมือนกันเลย ยิ่งคุณเดินทางมากเท่าไหร่คุณยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ของโลก เห็นคนมากมาย เห็นความแตกต่างทางวัฒนธรรม และความแตกต่างทางทัศนคติของผู้คน ทัวร์ในครั้งนี้เลยยิ่งเป็นเหมือนการได้เบิกเนตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mumford-and-sons-interview/">‘การนึกถึงหัวจิตหัวใจกันมันทำให้โลกไปต่อได้’ คุยกับเบนและวินสตัน จาก Mumford &#038; Sons</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บางครั้งการแชร์ปัญหาก็มาในรูปแบบของการรับฟัง</p>
<p>การเป็นผู้ฟังที่ดีคือหัวใจของหลายๆ อย่าง</p>
<p>นี่คือสิ่งที่เราได้จากบทสนทนาในเวลาสั้นๆ กับ Mumford &amp; Sons วงโฟล์กร็อกจากอังกฤษที่มีเนื้อเพลงสวยงามมากที่สุดวงหนึ่ง หลายเพลงของพวกเขาช่วยชีวิตหลายคนเอาไว้</p>
<p>แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่เราคุยกันถึงเรื่องที่ชวนกลับมาคิดต่อได้อีกยาวๆ ในหลายประเด็น</p>
<p>หลังจากรอคอยมา 12 ปี นี่คือบทสนทนาว่าด้วยเรื่องความเห็นอกใจกันของผู้คนในสังคม สิ่งสำคัญในชีวิตของพวกเขาตอนนี้ ไปจนถึงการยืนระยะทำงานดนตรี 12 ปี กับ Ben Lovett และ Winston Marshall จากวง Mumford &amp; Sons</p>
<p>เพลง <em>I Will Wait</em> เฟดเอาต์ เพลง <em>Beloved</em> และแสงอาทิตย์เวลา 15:30 นาฬิกา เฟดอิน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80826 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>หลังจาก 12 ปีที่ทำวงกันมา คุณรู้สึกยังไงกับการมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในประเทศไทย</b></p>
<p>เบน : มันเหนือจริงมาก ผมคิดว่ายิ่งพวกเราทัวร์คอนเสิร์ตมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ พวกเรายิ่งรู้สึกว่าต้องออกทัวร์ให้มากขึ้นไปอีก เหมือนกันเลย ยิ่งคุณเดินทางมากเท่าไหร่คุณยิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ของโลก เห็นคนมากมาย เห็นความแตกต่างทางวัฒนธรรม และความแตกต่างทางทัศนคติของผู้คน ทัวร์ในครั้งนี้เลยยิ่งเป็นเหมือนการได้เบิกเนตร</p>
<p>วินสตัน : ตอนที่พวกเราเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชีย ผมคิดว่ามันค่อนข้างมีความคล้ายกัน แต่ในประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นที่พวกเราไปมามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีหรือญี่ปุ่น ไม่รู้สิ บางครั้งคุณเติบโตมาในบางที่ อย่างอังกฤษ แน่นอนว่าสำหรับผม ผมจะไม่ค่อย appreciate ในสิ่งที่มันเป็นอยู่แล้วเหมือนอย่างในกรุงเทพฯ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพวกเรา</p>
<p>เบน : ทั้งภาษา ท่าทาง วัฒนธรรม ศาสนา การเคลื่อนไหวของผู้คน มันมหัศจรรย์มากเลยนะ ผมพูดอะไรเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากดีมาก ดีที่สุด ไม่รู้สิ ผมว่ามันดีมากเลย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเรารักในสิ่งนี้ บางทีพวกเราก็เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางมากกว่านักดนตรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80811 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-5.jpg" alt="" width="675" height="462" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-5-300x205.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-5-600x411.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>นั่นคือ 12 ปีที่พวกเรารอคอย แล้วอะไรทำให้คุณยืนระยะทำงานกันด้วยกันได้ถึง 12 ปี</strong></p>
<p>เบน : ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเรามีร่วมกันคือการได้ออกไปท่องโลกพร้อมๆ กับได้โชว์ และได้ทำเพลงที่พวกเราแคร์เอามากๆ เราค่อนข้างเป็นผู้ฟังที่ดีและทำงานร่วมกันได้ดี ต้องบอกว่าวงก็ค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ ผมว่าถ้าเรายังพยายามเป็นวงในเวอร์ชั่น 2008 คงอยู่กันไม่ถึงวันนี้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องเปิดรับไอเดียใหม่ๆ และความทะเยอทะยานที่เปลี่ยนแปลงไป แต่พวกเราก็ทำมันออกมาสำเร็จนะ ผมว่าต้องจำไว้เสมอว่าเราคือเพื่อนกันในตอนแรก เราคุยกันอยู่ตลอด และการทำวงคือสิ่งที่พวกเราเลือกทำแล้ว มันจึงยังรู้สึกดีถึงแม้จะ 12 ปีแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80825 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลว่าหัวใจคือการฟังใช่ไหม</b></p>
<p>เบน : ใช่ การฟังครับ การฟังกันคือหลักใหญ่ใจความ</p>
<p>วินสตัน : ผมว่าเบนพูดถูก มันคือเรื่องของการรับฟังกัน ทั้งหมดเป็นเรื่องของศิลปะการซัพพอร์ตกันและทำมันออกมาให้ลุล่วง ใครมีเพลงก็ช่วยกันทำเพลงนั้นให้ไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพยายามสื่อสารในสิ่งที่คุณต้องการอย่างตรงไปตรงมา เป็นกำลังใจให้กัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยู่กันได้ยาวๆ การทำงานกับคนต้องคอยฟังกัน เหมือนการแต่งงานเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80816 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80823 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>วงคุณมักจะปล่อยเพลงที่มีความหมายออกมาอยู่เสมอ เป็นเพลงที่ช่วยให้หลายๆ คนผ่านช่วงเวลายากๆ ในชีวิตมาได้และมันมีความหมายกับชีวิตพวกเขามาก อยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของพวกคุณตอนนี้</strong></p>
<p>เบน : สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตผมคือการพยายามอยู่ให้ถึงวันถัดไป เพราะถึงแม้ว่าจะมีบางเรื่องที่เรื้อรังเปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือบางครั้งเป็นวันแย่ๆ ผมคิดว่าการตระหนักรู้ว่าชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมไปต่อได้ นี่คือสิ่งที่เราเชื่อ เราเชื่อในการมีอยู่ของอนาคต ก่อนหน้าแม้มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่ถ้าคิดว่าฉันจะต้องอยู่ที่นั่นในวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะ อยากเป็นอะไร อยากใช้เวลาแบบไหนกับครอบครัว หรือจะไปทำอะไรกับเพื่อน พรุ่งนี้ก็วันใหม่แล้ว มันคือการมองโลกอย่างมีความหวัง</p>
<p>วินสตัน : เป็นคำถามที่ดีมาก ผมคิดว่าอะไรก็ตามมันจะมีความหมายเมื่อเราทำให้ลุล่วงตามความหมายของมัน สำหรับผมสิ่งนั้นคือครอบครัว มิตรภาพ คนที่คุณรัก และแผ่ออกไปยังชุมชนและประเทศของคุณด้วย</p>
<p>อย่างพวกเราเริ่มเล่นดนตรีเพราะว่ามันมีความหมายกับพวกเรา ดนตรีคือสิ่งลี้ลับ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงมีผลกับผู้คนได้มากขนาดนี้ นักวิทยาศาสตร์ก็พูดเรื่องนี้หมือนกัน มันมหัศจรรย์มากนะตอนที่สมองของมนุษย์ได้ฟังเพลง ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเพลงถึงมีความหมายและส่งผลที่น่าทึ่งกับผู้คนได้ขนาดนี้ มันน่าอัศจรรย์มากๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80817 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-11.jpg" alt="" width="675" height="415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-11-300x184.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-11-600x369.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>สำหรับคุณแล้วประสบการณ์ การอ่าน ความสัมพันธ์ การเกิด ไปจนถึงความตาย อะไรมีผลที่สุดต่อการทำอัลบั้มล่าสุดอย่าง Delta</strong></p>
<p>วินสตัน : ทุกอย่างเลย อย่างโรคซึมเศร้า ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่กำลังเผชิญอยู่ ณ ตอนนี้ เอาจริงๆ ก็ไม่รู้แบบแน่นอนนะว่าผู้คนมากขนาดไหนในเชิงจำนวน แต่มีเรื่องนี้อยู่มากในอัลบั้มนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนอย่างในเพลง</b><b><em> Slip Away</em> </b><b>ท่อน</b><b> <em>Waiting patient for the sun to rise. It reveals a stoic smile.</em> </b><b>ในฐานะคนเป็นโรคซึมเศร้าฟังแล้วรู้สึกมีความหวังมาก</b></p>
<p>เบน : ผมว่าบางครั้งการแชร์ไม่ใช่แค่การหยิบยื่นวิธีการแก้ปัญหาให้ผู้คน แต่ผมว่าอาจเป็นการแชร์ด้วยการรับฟัง ก็ช่วยให้ผู้คนไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ชีวิตมันมหัศจรรย์นะ ยิ่งคุณผ่านมันมาเท่าไหร่ มันเหมือนกับว่าเราได้ทักษะมากขึ้นเท่านั้น เพราะการจะผ่านมันมาจนถึงอีกฟากฝั่งหนึ่งได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรชื่นชมผู้สูงอายุ เขาเห็นจริง เข้าใจจริง และยังมีชีวิตอยู่ มีหลายเรื่องที่เราเรียนรู้ได้จากพวกเขา<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>การเห็นใจ และเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมาจากประสบการณ์ชีวิต และผมคิดว่ามีเปอร์เซ็นต์ของประสบการณ์ชีวิตในอัลบั้ม <em>Delta</em> มากกว่าอัลบั้ม <em>Wilder Mind</em> แน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80820 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80819 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>นอกจากการโทรไปหาคนที่เรารักแล้วบอกว่า &#8220;you must know you are beloved&#8221; อย่างในเพลง <em>Beloved</em> คุณคิดว่าอะไรที่เราสามารถทำได้อีกในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่</strong></p>
<p>เบน : บอกว่ารักแล้วก็ต้องแสดงออกให้ตรงกับสิ่งที่พูด หมายความว่ารับฟังเขา และอยู่ตรงนั้นเพื่อเขา และระมัดระวังการกระทำและผลลัพธ์ที่จะตามมา มันง่ายกว่าอยู่แล้วที่จะคิดแล้วทำเลยแบบไม่ทบทวนก่อน และมีหลายอย่างที่ทำให้เราเป็นแบบนั้น ทั้งแอลกอฮอล์ ยา หรือโซเชียลมีเดีย<span class="Apple-converted-space"> </span>แต่การตระหนักรู้ถึงหัวจิตหัวใจคนอื่นน่ะ มันก็คือหัวใจที่จะทำให้โลกดำเนินต่อไปได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80822 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เวลาฟังเพลงของ Mumford &amp; Sons จะรู้สึกมีความหวังในชีวิตและความรัก ฟังๆ อยู่เหมือนเห็นแสงสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้า คุณเขียนเพลงที่ empower ผู้คนขนาดนั้นได้ยังไง</strong></p>
<p>วินสตัน : ก็ยอกันเกินไป ผมว่าสิ่งหนึ่งที่พวกเราทำกันอยู่เสมอคือซื่อตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และร้องในสิ่งที่สำคัญต่อพวกเรา เวลาเราชื่นชมศิลปินคนโปรดเราก็ชื่นชมเวลาที่พวกเขาจริงใจที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ อย่างที่เบนพูดไป เจนเนอเรชั่นที่แก่กว่าเราเขารอบรู้ เหมือนกันเลย การแชร์เรื่องราวต่างๆ แก่กันช่วยให้เราผ่านสิ่งเหล่านั้นมาได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เบน : ยิ่งคุณซื่อตรงมากเท่าไหร่คุณยิ่งเชื่อมโยงกับผู้คนได้มาก เราไม่ได้มานั่งคิดว่าจะคูลหรือไม่คูล เพราะเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ก็จะมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ แต่พวกเราภูมิใจนะ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-80809 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-3.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-3.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/mumford-and-sons-3-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mumford-and-sons-interview/">‘การนึกถึงหัวจิตหัวใจกันมันทำให้โลกไปต่อได้’ คุยกับเบนและวินสตัน จาก Mumford &#038; Sons</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Oct 2019 15:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[นาค]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[HHN9]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีสิง]]></category>
		<category><![CDATA[Halloween Horror Nights 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Curse of the Naga]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Studios]]></category>
		<category><![CDATA[Resorts World Sentosa]]></category>
		<category><![CDATA[ผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=75373</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันว่าการเขียนหรือการพูดที่ดีต้องไม่ออกตัวก่อน แต่รอบนี้ต้องขอแหกกฎนี้และออกตัวแบบแรงๆ ว่าเป็นคนกลัวผี ไม่ฟังเรื่องผี และไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิงเป็นชีวิตจิตใจ สมัยเข้ากรุงเทพฯ มาใหม่ๆ ไปดรีมเวิลด์ทีไร ถ่ายรูปใสๆ เล่นไวกิ้งเสร็จ เป็นต้องแวะไปบ้านผีสิง เพื่อเข้าไปกรี๊ด เข้าไปวิ่ง คืนนั้นเป็นอันว่าหลับเต็มตื่นทอเต็มผืนยิ่งกว่าชุดเครื่องนอนโตโต้ บ้านผีสิงที่เดอะมอลล์ โคราชก็เป็นอีกที่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีไหม แต่สมัยก่อนหากที่บ้านไปงานหนังสือที่กรุงเทพฯ ทีไร แวะพักรถครึ่งทางก่อนกลับบ้านเมื่อไหร่ กินข้าวเสร็จก่อนขึ้นรถเป็นต้องขอพ่อแม่แลครูบาอาจารย์แวะเข้าบ้านผีสิงก่อน วนๆ เข้าบ้านผีสิง 2 ที่เดิมนี้รวมแล้วเกือบ 10 รอบได้ แต่การงานและชีวิตก็พัดพาออกมาจากความหมกมุ่นนี้ มานึกได้อีกทีว่าชอบเข้าบ้านผีสิงนี่นาก็ตอนที่ Universal Studios สิงคโปร์ ชวนไปงาน Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 ไวเท่าความคิด ฉันตกปากรับคำในทันที และต่อไปนี้จะเป็นรีวิวบ้านผีสิงและโซนกิจกรรมอื่นๆ ไล่เรียงตามลำดับก่อน-หลังที่ได้เข้าไป แวะดื่มน้ำ เตรียมไฟฉาย ใส่ชุดทะมัดทะแมง แล้วเดินนำหน้าให้หน่อย คนขี้กลัวอย่างฉันจะขอเกาะหลัง ปิดตา แล้วเดินย่องตามไป &#160; 1. โชว์ตลกจากสหายผี Skin and [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/">รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ว่ากันว่าการเขียนหรือการพูดที่ดีต้องไม่ออกตัวก่อน แต่รอบนี้ต้องขอแหกกฎนี้และออกตัวแบบแรงๆ ว่าเป็นคนกลัวผี ไม่ฟังเรื่องผี และไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิงเป็นชีวิตจิตใจ</p>
<p>สมัยเข้ากรุงเทพฯ มาใหม่ๆ ไปดรีมเวิลด์ทีไร ถ่ายรูปใสๆ เล่นไวกิ้งเสร็จ เป็นต้องแวะไปบ้านผีสิง เพื่อเข้าไปกรี๊ด เข้าไปวิ่ง คืนนั้นเป็นอันว่าหลับเต็มตื่นทอเต็มผืนยิ่งกว่าชุดเครื่องนอนโตโต้</p>
<p>บ้านผีสิงที่เดอะมอลล์ โคราชก็เป็นอีกที่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีไหม แต่สมัยก่อนหากที่บ้านไปงานหนังสือที่กรุงเทพฯ ทีไร แวะพักรถครึ่งทางก่อนกลับบ้านเมื่อไหร่ กินข้าวเสร็จก่อนขึ้นรถเป็นต้องขอพ่อแม่แลครูบาอาจารย์แวะเข้าบ้านผีสิงก่อน วนๆ เข้าบ้านผีสิง 2 ที่เดิมนี้รวมแล้วเกือบ 10 รอบได้ แต่การงานและชีวิตก็พัดพาออกมาจากความหมกมุ่นนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75429 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9700.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75398 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9718.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>มานึกได้อีกทีว่าชอบเข้าบ้านผีสิงนี่นาก็ตอนที่ Universal Studios สิงคโปร์ ชวนไปงาน Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 ไวเท่าความคิด ฉันตกปากรับคำในทันที และต่อไปนี้จะเป็นรีวิวบ้านผีสิงและโซนกิจกรรมอื่นๆ ไล่เรียงตามลำดับก่อน-หลังที่ได้เข้าไป</p>
<p>แวะดื่มน้ำ เตรียมไฟฉาย ใส่ชุดทะมัดทะแมง แล้วเดินนำหน้าให้หน่อย คนขี้กลัวอย่างฉันจะขอเกาะหลัง ปิดตา แล้วเดินย่องตามไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>1. โชว์ตลกจากสหายผี Skin and Bones</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75407 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>โชว์ตลกจากคู่เพื่อนซี้ที่ฮาจนเรียกว่าตับไตไส้พุงระบม มุกอะไร มีมไหน โฆษณาใหม่ เทรนด์อะไร รายการไหนหรือใครที่ฮิต ได้มัดรวมมาไว้ในโชว์นี้หมดแล้ว มุกถูกจริตจนตีอกชกหัวเบาะโยกตัวโยน เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆ คนถึงยอมบินไปดูสแตนด์อัพคอเมดี้ดีๆ ที่ต่างประเทศ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เอาไปเลย เต็ม 5 กะโหลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. Death Fest เปลี่ยน 5th Avenue ในนิวยอร์กให้เป็นถนนผีหลอกคน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75413 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เหมือนมาก โปรดักชั่น Universal ทำเอาคิดว่าอยู่ที่นิวยอร์กจริงๆ แต่เดินๆ ไปทำไมมีแต่ผีเดทเมทัลมาตะคอกใส่ ขวัญเอ๊ยขวัญมา พอตั้งสติได้กลุ่มเราก็เริ่มสนุก กลายร่างเป็นชาวร็อกและตะโกนสู้เพื่อปลุกขวัญและกำลังใจ ก่อนจะต้องทุบหม้อข้าวเพื่อไปเข้าบ้านผีสิงหลังถัดไป</p>
<p>กี่กะโหลกดีล่ะโซนนี้ เรียกว่าซ้อมๆ เซิร์ฟๆ จะดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. Spirit Dolls พี่เห็นหนูด้วยเหรอคะ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75414 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เรื่องมีอยู่ว่าคุณแม่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเสียลูกไป ด้วยความเสียใจจึงกระโดดเข้ากองไฟไปเกิดเป็นดาวลูกไก่ เอาใหม่ๆ ทำไมไม่มีใครห้าม</p>
<p>เรื่องจริงคือเมื่อลูกเสียไป คุณแม่คนนี้จึงเอาเศษกระดูกของลูกไปใส่ในตุ๊กตาแต่ละตัว และตุ๊กตาเหล่านั้นก็มีชีวิตขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนี่คือบ้านผีสิงหลังแรกที่เข้าไปหรือเพราะโตมากับทั้งเรื่องเล่าผีไทยผีญี่ปุ่นจึงกลัวเป็นพิเศษ กรี๊ดๆ ไป เจอพื้นยวบ เดินๆ ไป ทะลุออกไปไร่ข้าวโพดเฉย<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>กลัวแล้วจ้าแม่ แม่อยากได้กี่กะโหลกก็เอาไป ให้อาภัสสรคนเดียวเลย ไม่แบ่งใคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75415 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75416 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. The Chalet Hauntings คดีอาชญากรรมหลอกวิญญาณหลอน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75426 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>หลังนี้ขอเสียงปรบมืออย่างเกริกไกรให้กับเทคนิคพิเศษของบ้านที่ว่ากันว่ามีวัยรุ่น 5 คนหายตัวไปอย่างลึกลับ เทคนิคดียังไงอยากให้ซื้อตั๋วไปดูกันเอง แต่บอกได้เลยว่าสายสืบสวนสอบสวนกรี๊ดๆ อยู่ในใจจะตายไม่ตาย จะรอดไม่รอด จุดนั้นไม่ได้นึกถึงหน้าพ่อแก้วแม่แก้วแล้ว นึกถึงหน้าคุณอัยการฮวังชีมก จากซีรีส์ <em>Stranger</em> และผู้หมวดโฮราชิโอ เคน ใน <em>CSI Miami</em> เลยล่ะ มาช่วยหามออกไปที ก็บรรยากาศมันพาไป</p>
<p>กี่กะโหลกไม่แน่ใจ แต่กลิ่นคดีฆาตกรรมในบ้านหลังนั้นติดรองเท้าไปทั้งคืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75424 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75422 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3>5. ตายแล้วยังไม่ไปไหน ไป Death End</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75405 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ตายแล้วไปไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าต้องมาโซนนี้ก่อน บรรยากาศเหมือนซ้อมตาย ซ้อมตกนรก เต็มไปด้วยผู้คุมวิญญาณเหมือนใน<em> แฮร์รี่ พอตเตอร์</em> แต่ไม่เจอยมบาล สุวรรณ หรือบัญชีหนังหมา เหมือนละครเย็นตอนเด็กๆ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อสไตล์ฝรั่ง ชอบที่ให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่าหลักร้อยโคราชแต่โปรดักชั่นระดับ Universal Studios ประทับใจ</p>
<p>คนเรากลัวความตายกันเพราะไม่รู้ว่าหน้าตาหลังจากนั้นจะเป็นยังไง เราต้องไปที่ไหนใช่ไหม ต่อไปนี้อุ่นใจ ไม่กลัวแล้วว่าชีวิตหลังความตายหน้าตาเป็นยังไง เพราะคนแบบฉันนั้นตายไปตกนรกแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75419 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>6. Twisted Clown University มหาวิทยาลัยนี้มีแต่ตัวตลกร้ายๆ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75411 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>หลังนี้ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยตามชื่อ หรือคณะละครสัตว์อย่างเบื้องหน้า แต่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์มือสังหารในคราบตัวตลก กลิ่นสายไหมหอมดี สีสันสดสวย ตกใจแต่ไม่กลัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75420 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75421 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>7. Death Fest Live &amp; Show เทศกาลแห่งความตายที่ &#8216;คนเป็น&#8217; เชียร์อย่างออกรส</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75403 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ใครจะไปรู้ว่าเนื้อแท้เป็นชาวร็อกและชอบดนตรีเดทเมทัล ขบวนพาเหรดที่ฉ่ำสมิหลาสงขลาปัตตานีแฟนตาซีภูเก็ตบนโซนนิวยอร์กนี้มันจนโยกหัวตามแบบเสียจริต ความพีคอยู่ที่ผี Ariana Grande ห้อยโหนโจนทะยานเป็นแม่นางอึ้งย้งจาก <em>มังกรหยก</em> นี่มันคอนเสิร์ตเดทเมทัลดีๆ นี่เองคุณ</p>
<p>ที่สำคัญ เจออาชีพในฝันใหม่แล้ว นั่นคือการเป็นนักแสดงในพาเหรดนี้ รัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75404 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75423 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. Curse of the Naga คำสาปงูยักษ์</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75400 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9795.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75391 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3337.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p>ชอบสตอรี่บ้านหลังนี้มาก กินเลือดงูลบหลู่ดูหมิ่นใช่ไหม ได้ ฉันจะสาปแก! พวกเจ้าจงตกลงไปในโลกของนาค และนี่คือบ้านผีสิง Curse of The Naga <a href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">ที่ออกแบบโดย โอ๋ ภาคภูมิ และกอล์ฟ เจ้าพ่อหนังผีแห่ง GDH</a> โปรไฟล์ขนาดนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอแบบ literally ดีแบบต้องคลานออกมาเลยจ้าพี่ อีคำแก้วเป็นงูไหมไม่รู้ แต่อีคนเขียนเป็นเข่าอ่อน สมกับเป็นบ้านผีสิงไฮไลต์ของปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75396 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3354.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75401 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9813.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>พร็อพเลิศ เทคนิคแพรวพราว คอสตูมเด่น การแสดงดี ดุจดาว บีฟลอร์ บอย–ถกลเกียรติ สลับกันไปมาเลยพี่เอ๊ย</p>
<p>เรื่องกี่กะโหลกไม่ต้องพูดถึง เพราะหลังจากนี้คุณจะกินปลาและเบคอนไม่ได้ไปอีกหลายวัน ร้องไห้แล้วตอนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75394 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3350.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75397 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3359.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75395 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3351.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>9. Hell Block 9 คุกหมายเลข 9</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75410 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>บ้านหลังนี้คือศูนย์รวมความเอะอะ กระทำความตกใจเก่ง เรียกว่าหลับตาจับไหล่เพื่อนคนข้างหน้าให้มันพาเดิน เรามีหน้าที่กรี๊ดอย่างเดียว แล้วค่อยออกมานั่งดมยายาวๆ ไปเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75406 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เอาจริง ไปให้ผีหลอกน่ะสนุก เชียร์ให้ไป มีวันพีควันไม่พีค ลองไปส่องๆ และจองได้ที่ <a href="https://www.halloweenhorrornights.com.sg">halloweenhorrornights.com.sg</a></p>
<p>แต่เจอคนหลอกกลับกลอกไม่จริงใจนี่ไม่สนุก บ้าจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>ขอขอบคุณรูปจาก </em><a href="https://www.rwsentosa.com/en"><em>rwsentosa.com</em></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/">รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่มีหรอกกษงเกษียณ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จะไปปลดเพื่ออะไร–มาลินดา เฮอร์แมน &#124; a doc</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-doc-malinda-herman/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2019 05:36:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[a doc]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดีสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[มาลินดา เฮอร์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงชรา กะ หมาน้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74956</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; “ไม่มีหรอกกษงเกษียณ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จะไปปลดเพื่ออะไร ตายไปนั่นแหละ ปลดเกษียณ จบ ทุกวันนี้กำไรที่สุดแล้ว เด๊ดสมอเร่ไปไม่เสียดายเลย” . &#8216;มาลินดา เฮอร์แมน&#8217; หรือ ‘ย่าลิน’ คือสาวเปรี้ยววัย 70 ปี เจ้าของเพจ&#160;หญิงชรา กะ หมาน้อย&#160;ที่ถ่ายทอดดนตรีโฟล์กและคันทรีได้อย่างสนุกสนานและทรงพลังจนมีแฟนคลับไปทั่วโลก . จากประสบการณ์เฉียดตาย สู่การเล่นดนตรีเพื่อกายภาพบำบัดใบหน้า จากที่ลูกชายหัดให้เล่นเฟซบุ๊กเพื่อคลายเหงา ปัจจุบันเธอไปไกลกว่านั้น นั่นคือการร้องเพลงเพื่อส่งต่อความสุขไปยังผู้คนทุกวัยในทุกแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์ . a doc สารคดีโดย a day อยากชวนทุกคนมาฟังมุมมองของคุณย่าวัย 70 ปี ที่เล่นดนตรี ใช้เทคโนโลยี และยังเฮฮาปาร์ตี้ แถมเธอยืนยันกับเราว่า “ทำไมแก่แล้วต้องแก่เลย ก็อยากจะแก่แบบนี้ มีอะไรไหม” ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ เราขอชวนไปรับพลังจากคุณย่าอารมณ์ดีคนนี้ที่บอกเลยว่าเป็นต้องยิ้มและตบเข่าฉาดไปตั้งแต่ต้นจนจบสารคดี Thanks to Malinda &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-doc-malinda-herman/">ไม่มีหรอกกษงเกษียณ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จะไปปลดเพื่ออะไร–มาลินดา เฮอร์แมน | a doc</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2e907764291" data-id="7btiJy2v5_I" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-7btiJy2v5_I-6a2e907764291" data-vid="7btiJy2v5_I" data-src="https://www.youtube.com/embed/7btiJy2v5_I?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/7btiJy2v5_I/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ไม่มีหรอกกษงเกษียณ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จะไปปลดเพื่ออะไร ตายไปนั่นแหละ ปลดเกษียณ จบ ทุกวันนี้กำไรที่สุดแล้ว เด๊ดสมอเร่ไปไม่เสียดายเลย”<br />
.<br />
&#8216;มาลินดา เฮอร์แมน&#8217; หรือ ‘ย่าลิน’ คือสาวเปรี้ยววัย 70 ปี เจ้าของเพจ&nbsp;<a class="profileLink" href="https://www.facebook.com/oldladyandlittledog/?eid=ARC652i-SzR1CfqKJfhDgGsMBuCK83sMkQnp5GqaYtcRILPYIDNlSylUY-g2tMIQnjxhncO1KT_7JCNi&amp;fref=tag" data-hovercard="/ajax/hovercard/page.php?id=658408364623419&amp;extragetparams=%7B%22eid%22%3A%22ARC652i-SzR1CfqKJfhDgGsMBuCK83sMkQnp5GqaYtcRILPYIDNlSylUY-g2tMIQnjxhncO1KT_7JCNi%22%2C%22fref%22%3A%22tag%22%7D" data-hovercard-prefer-more-content-show="1">หญิงชรา กะ หมาน้อย</a>&nbsp;ที่ถ่ายทอดดนตรีโฟล์กและคันทรีได้อย่างสนุกสนานและทรงพลังจนมีแฟนคลับไปทั่วโลก<br />
.<br />
จากประสบการณ์เฉียดตาย สู่การเล่นดนตรีเพื่อกายภาพบำบัดใบหน้า จากที่ลูกชายหัดให้เล่นเฟซบุ๊กเพื่อคลายเหงา ปัจจุบันเธอไปไกลกว่านั้น นั่นคือการร้องเพลงเพื่อส่งต่อความสุขไปยังผู้คนทุกวัยในทุกแพลตฟอร์มบนโลกออนไลน์<br />
.<br />
a doc สารคดีโดย a day อยากชวนทุกคนมาฟังมุมมองของคุณย่าวัย 70 ปี ที่เล่นดนตรี ใช้เทคโนโลยี และยังเฮฮาปาร์ตี้ แถมเธอยืนยันกับเราว่า “ทำไมแก่แล้วต้องแก่เลย ก็อยากจะแก่แบบนี้ มีอะไรไหม” ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ เราขอชวนไปรับพลังจากคุณย่าอารมณ์ดีคนนี้ที่บอกเลยว่าเป็นต้องยิ้มและตบเข่าฉาดไปตั้งแต่ต้นจนจบสารคดี</p>
<p>Thanks to <a href="https://www.youtube.com/channel/UCKz15eIpSAvQmy-ZttXPyog">Malinda</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-doc-malinda-herman/">ไม่มีหรอกกษงเกษียณ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จะไปปลดเพื่ออะไร–มาลินดา เฮอร์แมน | a doc</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</title>
		<link>https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Sep 2019 10:52:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Documentary Club]]></category>
		<category><![CDATA[Last Night I Saw You Smiling]]></category>
		<category><![CDATA[documentary]]></category>
		<category><![CDATA[หนังกัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับ]]></category>
		<category><![CDATA[คาวิค เหนียง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ความทรงจำ]]></category>
		<category><![CDATA[Kavich Neang]]></category>
		<category><![CDATA[ตึกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เขมรแดง]]></category>
		<category><![CDATA[Khmer Rouge]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[White Building]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71540</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันไม่ใช่คนชอบกลับบ้าน และไม่เคยคิดอยากกลับไปทำอะไรที่บ้าน อาจฟังดูเป็นคนใจหิน แต่หากไม่มีใครตายหรือไม่มีงานแต่งงานญาติหรือเพื่อนสนิท ในหนึ่งปีฉันเองก็คงไม่ได้กลับบ้าน หรือถ้าจะอยากกลับเองก็เพียงปีละหนสองหน ด้วยพ่อก็เข้าใจว่า when we grow, we grow apart. ส่วนแม่ก็บอกอยู่เสมอว่าพวกเธอนี่มันมีหัวใจอันเป็นอิสระ แต่เอาจริงๆ เขาก็คิดถึงแหละ ตั้งแต่อายุ 18 ปี ฉันจึงคิดแค่ว่าตัวเองต้องหนีไปให้ไกลเสียจากบ้าน เลือกมหาวิทยาลัยที่ไกลบ้านให้มากที่สุด และด้วยความทะเยอทะยาน ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไปที่บ้านแน่ๆ ด้วยความเหลื่อมล้ำ งานที่อยากทำก็เป็นงานที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จากหอพักสู่หอพัก จากอพาร์ตเมนต์สู่อพาร์ตเมนต์ และด้วยความที่ต้องย้ายอยู่บ่อยๆ ทั้งเหตุผลทางการเรียน การงาน ไปจนเหตุผลด้านชีวิต ฉันจึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพียงแค่ 2 ปี 3 ปี ยาวๆ หน่อยก็ 5 ปีค่อยย้าย สำหรับฉัน ที่พักเหล่านั้นจึงเป็นเพียงที่กำบัง เป็นแค่ตึก ประตู ผนัง ฝ้า เพดาน เตียง และตู้  ฉันจึงยิ่งไม่คาดหวังอะไรเมื่อไปดูหนังสารคดีเรื่อง Last Night I Saw You [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/">เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉันไม่ใช่คนชอบกลับบ้าน และไม่เคยคิดอยากกลับไปทำอะไรที่บ้าน</p>
<p>อาจฟังดูเป็นคนใจหิน แต่หากไม่มีใครตายหรือไม่มีงานแต่งงานญาติหรือเพื่อนสนิท ในหนึ่งปีฉันเองก็คงไม่ได้กลับบ้าน หรือถ้าจะอยากกลับเองก็เพียงปีละหนสองหน ด้วยพ่อก็เข้าใจว่า when we grow, we grow apart. ส่วนแม่ก็บอกอยู่เสมอว่าพวกเธอนี่มันมีหัวใจอันเป็นอิสระ แต่เอาจริงๆ เขาก็คิดถึงแหละ</p>
<p>ตั้งแต่อายุ 18 ปี ฉันจึงคิดแค่ว่าตัวเองต้องหนีไปให้ไกลเสียจากบ้าน เลือกมหาวิทยาลัยที่ไกลบ้านให้มากที่สุด และด้วยความทะเยอทะยาน ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไปที่บ้านแน่ๆ</p>
<p>ด้วยความเหลื่อมล้ำ งานที่อยากทำก็เป็นงานที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จากหอพักสู่หอพัก จากอพาร์ตเมนต์สู่อพาร์ตเมนต์ และด้วยความที่ต้องย้ายอยู่บ่อยๆ ทั้งเหตุผลทางการเรียน การงาน ไปจนเหตุผลด้านชีวิต ฉันจึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพียงแค่ 2 ปี 3 ปี ยาวๆ หน่อยก็ 5 ปีค่อยย้าย</p>
<p>สำหรับฉัน ที่พักเหล่านั้นจึงเป็นเพียงที่กำบัง เป็นแค่ตึก ประตู ผนัง ฝ้า เพดาน เตียง และตู้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71546 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ฉันจึงยิ่งไม่คาดหวังอะไรเมื่อไปดูหนังสารคดีเรื่อง <em>Last Night I Saw You Smiling</em> หนังที่บันทึกการย้ายออกจากตึกขาว หรือที่เรียกกันว่า White Building ของชาวพนมเปญ เพราะมันก็น่าจะแค่เรื่องการย้ายออกหรือป่าววะ แพ็กของ ย้ายที่อยู่ อันแพ็ก น่าเบื่อจะตายไป</p>
<p>แต่สิ่งที่ทำให้ฉันไปดูเพราะนี่เป็นหนังจากผู้กำกับชาวกัมพูชา <a href="https://www.imdb.com/name/nm6371718/" target="_blank" rel="noopener"><b>Kavich Neang</b></a> ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จักเขา แต่พอได้ยินว่าเป็นหนังกัมพูชาทีไรในใจมักบอกว่าเธอจงไปดู และถ้าไม่นับการไปดูหนังที่เพื่อนกำกับหนึ่งเรื่องรวมไปด้วย นี่คือการเข้าโรงหนังครั้งแรกของฉันในรอบ 5 เดือน</p>
<p>เมื่อหนัง และ Q &amp; A จบลง ฉันตัดสินใจในทันทีว่านี่คือหนังที่ตัวเองชอบที่สุดในปีนี้ และคิดอยู่อย่างเดียวว่า ยังไงก็ต้องคุยกับผู้กำกับคนนี้ให้ได้</p>
<p>โชคดีที่วันรุ่งขึ้นฉันได้คิวคุยกับคาวิค และเมื่อเราเจอกัน ฉันบอกเขาในทันทีว่านี่คือหนังเรื่องโปรดแห่งปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71570 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลกใจเหมือนกันที่หลังจากดูเสร็จแล้วสะเทือนอารมณ์มาก</b><b> </b><b>ทั้งที่ตึกขาวก็ไม่ใช่บ้านตัวเอง</b><b> </b><b>เลยอยากถามคุณว่า</b><b> ‘</b><b>บ้าน</b><b>’ </b><b>ในความหมายของคุณคืออะไร</b><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>สำหรับผมแล้วบ้านคือบางอย่างที่ผูกพันกับข้างใน อาจพูดได้ว่าบ้านก็คือบ้าน แต่บ้านหมายถึงบางอย่างที่คุณรู้สึกเชื่อมโยง ทั้งความคิดถึง ความเศร้า ไปจนความรู้สึกสบายอกสบายใจเมื่อนึกถึง มันคือบางอย่างที่อยู่ข้างใน ดังนั้นบ้านจึงไม่ใช่แค่สถานที่หรือดีไซน์สวยๆ แต่หมายถึงที่ใดก็ตามที่เมื่อเราอยู่แล้วสบายข้างใน อบอุ่นใจ รู้สึกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ และคุณชอบมัน นั่นคือ ‘บ้าน’ แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71545 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71548 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าว่ากันตามความหมายของคุณ</b><b> </b><b>ก็อาจอนุมานได้ว่าบ้านคือทุกที่ที่หัวใจเราอยู่</b><b> </b><b>แต่ทำไมคุณถึงผูกพันกับตึกขาวมากมายขนาดนั้น</b></p>
<p>อาจเป็นเพราะผมอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เกิด และเป็นสถานที่เดียวที่ผมอาศัยอยู่ ไม่เคยย้ายไปไหนมาก่อนเลยในชีวิต มันเลยเป็นสิ่งที่อยู่กับผมมาตลอด เป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถลืมได้ เป็นสิ่งที่ผุดพรายขึ้นมาเสมอในห้วงความทรงจำ และทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น มันจึงเป็นความคิดถึงบ้าน</p>
<p>อย่างตอนที่ผมถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ ทุกๆ คืนหลังจากถ่ายหนัง พอเข้านอนแล้วก็ฝันว่าอยู่ในตึกขาว ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน มันเหมือนกับว่าผมอยู่ระหว่างความจริงตอนกลางวันและอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ณ ขณะฝัน อะไรแบบนั้น เพราะตอนเริ่มถ่ายวันแรกๆ ผมค่อนข้างเครียด เพราะบ้านกำลังจะถูกทำลายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เลยรู้สึกไม่ค่อยมีความสุข เกิดความทุกข์ พอตอนกลางคืนถึงเวลานอนก็เลยฝันถึงตึกขาวแทบจะทุกคืนเลยก็ว่าได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ดังนั้นชื่อหนัง ‘Last Night I Saw You Smiling’ ก็มาจากฝัน หลังจากถ่ายหนังในคืนหนึ่งผมฝันถึงตึกอีกครั้ง ความรู้สึกมันเหมือนว่าตึกคือสถานที่ที่ดีกับเรา เรามีความทรงจำวัยเด็กที่ดีก็จากที่นี่ พอตื่นขึ้นมาเราก็ต้องถ่ายผู้คนแพ็กของ ตอนกลางคืนก็เข้านอน วนอยู่อย่างนี้ ฝันเห็นตัวเองเล่นกับเพื่อน ช่วงเวลาดีๆ มากมาย ปั่นจักรยาน เตะฟุตบอลกันก็ในตึกนี่แหละ ก็เลยใช้ชื่อหนังว่า ‘Last Night I Saw You Smiling’ มันเหมือนผมฝันถึงตึกน่ะ<span class="Apple-converted-space"> </span>แล้วมันไปพ้องกับชื่อเพลงพอดี ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ที่หนังเรามีชื่อเดียวกับเพลง เป็นเพลงที่มาจากยุค 60s เป็นความบังเอิญที่ผมว่าดีเลยแหละ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71554 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71552 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอฝันตอนกลางคืนแล้วก็ต้องตื่นมาเจอความจริงตอนกลางวันที่ถ่ายทำ</b><b> </b><b>ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไง</b></p>
<p>มันสับสนเหมือนกัน ฝันแล้วตื่นมาพบว่า เออ ผมกำลังอยู่ในกระบวนการถ่ายทำหนัง แล้ววนอยู่อย่างนั้น จนสัปดาห์สุดท้ายที่ถ่ายทำก็ยังฝันถึงแม่ เพื่อนบ้าน พูดคุยกันตรงโถงทางเดินในตึก ฝันถึงชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป กินข้าวกลางวันกัน ผมผูกพันกับตึกนี้มากจนยากที่จะสลัดมันให้หลุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นั่นคือความรู้สึกของคุณที่มีต่อตึกขาวใช่ไหม</b><b> </b><b>เพราะในหนังเราจะได้ยินหรือเห็นแค่ความทรงจำของคนอื่นๆ</b><b> </b><b>แต่ไม่เห็นความทรงจำของคุณปรากฏในนั้นเลย</b><b> </b><b>พอจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือความทรงจำของคุณต่อตึกขาว</b></p>
<p>มันหลายอย่าง ทั้งผู้คนหรือบางโมเมนต์ที่เรานึกถึง ที่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว อย่างการนั่งดูเด็กๆ เล่นกันแล้วทำให้หวนนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก พอเห็นคนร้องคาราโอเกะ ก็จะนึกถึงตอนที่อยู่บ้านเพื่อนแล้วร้องคาราโอเกะกัน อะไรแบบนั้น ซึ่งไม่สามารถทำได้อีกแล้ว เพราะเราไม่อยู่ในตึกเดียวกันอีกต่อไป ก่อนหน้านั้นแค่โบกมือออกไปก็เรียกเพื่อนมาแฮงเอาต์กันได้แล้ว แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ผมคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น แต่ตอนนี้ทุกคนก็โตไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนี้กันอีกแล้ว มันเหมือนเป็นพาร์ตที่คุณโตแล้วแต่คิดถึงชีวิตคุณตอนเด็กๆ น่ะ</p>
<p>อีกอย่างที่ผมคิดถึงคือความเป็นชุมชน เพราะการอาศัยอยู่ในตึกขาวมันเหมือนทุกคนรู้จักกันหมด มีอะไรก็แชร์กัน เวลาแม่ทำกับข้าวก็จะทำหม้อใหญ่ๆ แล้วเอาไปให้เพื่อนบ้าน เพื่อนๆ ก็แชร์บางอย่างให้แม่ นี่คือสิ่งที่ผมไม่เห็นเมื่อย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่เพราะไม่มีใครรู้จักกัน เลยรู้สึกคิดถึง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนว่าตึกขาวเป็นมากกว่าบ้าน</b><b> </b><b>แต่เป็นคอมมิวนิตี้เลย</b></p>
<p>ใช่ มันเหมือนเป็นสถานที่พิเศษแห่งหนึ่ง มีความยูนีค เหมือนอยู่ตัวใครตัวมัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คุณจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลยเพราะมันเป็นคอมมิวนิตี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71572 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71568 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วพอหนังเสร็จ</b><b> </b><b>ได้มานั่งดู</b><b> </b><b>หนังมันเรียกคืนความทรงจำคุณบ้างไหม</b></p>
<p>ใช่เลย ผมรู้สึกแบบนั้น เพราะตอนที่หนังเสร็จ ตึกขาวที่เต็มไปด้วยความทรงจำไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว หลังจากดูหนังเสร็จ ผมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ ราว 20 นาที พูดคุยกับผู้คน กับเพื่อนบ้าน รู้สึกเหมือนได้กลับเข้าไปอยู่ในนั้น ด้วยเสียง บรรยากาศ มันดึงผมกลับไปในชั่วขณะหนึ่ง ดีเหมือนกันที่ผมมีหนังเกี่ยวกับบ้านของตัวเองและเมื่อดูแล้วได้คิดถึงมัน ตึกหายไป แต่ทุกอย่างมันอยู่ในหัวผมหมดแล้วตอนนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในหนังเราเห็นคนถอดหน้าต่าง</b><b> </b><b>ถอดประตูออกไป</b><b> </b><b>พวกเขาได้ใช้มันจริงๆ</b><b> </b><b>ในบ้านใหม่หรือเปล่า</b></p>
<p>ผมไม่รู้เหมือนกัน บางคนอาจจะใช้จริง บางคนอาจไม่ได้ใช้ และแน่นอนมันสามารถเอาไปขายเพื่อแลกเงินได้ด้วย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้หมายถึงเงิน ประเด็นมันคือบ้าน every part of your house is part of you. ผมรู้สึกอย่างนั้น เพราะตอนย้ายออก พ่อแม่เก็บทุกอย่างไปด้วยหมดเลย ไม่ใช่แค่ครอบครัวเรา ครอบครัวอื่นๆ ด้วย เพื่อนบ้านด้วย ขนไปหมดเพราะรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้มันทั้งหมด ถ้าไม่เอาไปด้วยมันก็ถูกทำลายอยู่ดี งั้นเอาไปดีกว่า เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตและร่างกายคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณจะบอกว่าทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน</b></p>
<p>ใช่ ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน มีคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในตึกขาวนี้เหมือนกัน สำหรับเธอแล้วตึกขาวเหมือนพ่อแม่ที่คอยดูแลเธอ ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายใจ ตึกจึงไม่ใช่แค่บ้านสำหรับเธอแต่เป็นเหมือนพ่อแม่ของเธอ เอาจริงๆ นะ ตึกมันไม่ได้พูดกับผมหรอกแต่ทำไมผมฝันถึงตึกอยู่ตลอด ตึกไม่ได้พูด แต่ผมรู้สึกว่าตึกพูดและฟังผม และผมก็ฟังตึก นึกออกไหม หรือบางทีตึกและทุกอย่างอาจจะมีจิตวิญญาณอยู่ในนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n.jpg" alt="" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n.jpg 506w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p><b>คุณบอกใน</b><b> Q &amp; A </b><b>หลังหนังฉายว่า</b><b> </b><b>ในวันตึกพังคุณยืนอยู่ที่โถงทางเดิน</b><b>และได้ยินเสียงทุบตึก</b><b> </b><b>ในขณะนั้นก็นึกถึงความทรงจำวัยเด็ก</b><b> </b><b>เลยบอกกับโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศสว่า</b><b> “</b><b>มาทำหนังจากความทรงจำนี้กันเถอะ</b><b>” </b><b>ช่วยขยายความตรงนี้ให้ฟังหน่อย</b></p>
<p>ผมคิดว่าบางทีความทรงจำมันอาจจะไม่ใช่แค่การถ่ายทำ มันมากกว่านั้น มันคือความรู้สึก ความทรงจำ ณ ตอนนั้นของผมคือความคิดถึงตึก คิดถึงผู้คน คิดถึงสถานที่ คิดถึงทุกอย่างในนั้น แต่ไม่ได้มีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเป็นพิเศษ คุณยืนอยู่ที่โถงนั้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มถ่ายทำจนวันสุดท้าย ในวันนั้นมันเหมือนบางอย่างหายไป นำไปสู่ความคิดถึงในวัยเด็ก เพื่อนๆ สถานที่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมดในตอนนั้น และใช่ หนังก็เก็บเอาความจริงที่ว่านั้นไว้หมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วสำหรับคุณ</b><b> </b><b>ความทรงจำหมายถึงอะไร</b></p>
<p>ความทรงจำสำหรับผมคือความรู้สึก ความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่อากัปกิริยา มันสามารถเป็นสถานที่ ผู้คน สิ่งของ หรืออะไรสักอย่างที่เรานึกถึง หรือความรู้สึกสูญเสีย อย่างตอนที่เขากำลังพังตึก ผมคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงเพื่อน คิดถึงเพื่อนบ้าน คิดถึงอาคาร และรู้ว่าทุกอย่างกำลังจะจากไป</p>
<p>บางทีอาจเป็นการคิดถึงผู้คน สถานที่ เพราะตอนนี้ผมอยู่นอกเมืองก็ไม่เจอเพื่อน แน่นอนว่าคิดถึงพวกเขาและวันเวลาที่เราเคยใช้ด้วยกันในตึกนั้น คิดถึงดาดฟ้าที่เล่นฟุตบอลกันได้ แต่ตอนนี้พวกเราแยกย้ายและเติบโตไปมีชีวิตของแต่ละคน ก็คิดถึง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71571 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71553 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จากกรณีตึกขาว</b><b> </b><b>คุณคิดยังไงที่รัฐบาลไม่เห็นคนเป็นคน</b><b> </b><b>อยากย้ายอะไรก็ย้าย</b></p>
<p>ก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะผมคิดว่าการพัฒนาประเทศมันต้องมาควบคู่กัน ไม่ใช่พัฒนาแค่ทางกายภาพ ต้องพัฒนาคนด้วย เพราะปัญหาคือเมื่อคุณพัฒนาประเทศแต่ประชาชนไม่แฮปปี้ ประชาชนเจ็บปวดจากสถานการณ์นั้นๆ มันไม่ได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันสำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่มีความสุข คุณก็ทำงานไม่ได้ ดังนั้นจะพัฒนาประเทศได้ยังไงในเมื่อประชาชนผู้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานั้นไม่มีความสุข มันไม่ใช่แค่การทำเงิน คุณต้องคิดถึงหัวจิตหัวใจประชาชนด้วย</p>
<p>ก็เหมือนอย่างกรณีตึกขาว เราได้เงินชดเชยก็จริง แต่จากที่เคยอยู่มา 30 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงหมดในทันที มันไม่ง่ายที่จะลืม ดังนั้นเอาเข้าจริงมันไม่ใช่เรื่องของการพัฒนาหรอก แต่มันคือการนึกถึงความรู้สึกของประชาชน นึกถึงใจคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตอนหนึ่งในหนังที่พ่อคุณบอกว่ามีความรู้ไว้จะไม่อับจน</b><b> </b><b>หรือสุดท้ายแล้วความรู้ที่เรามีนั้นก็พ่ายแพ้แก่อำนาจรัฐอยู่ดี</b></p>
<p>ใช่ แต่ยังไงผมก็คิดว่าความรู้เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ต้องตัดสินใจเอง ความรู้ไม่ได้ตัดสินใจให้ผู้คน แต่คนนั่นแหละที่ต้องใช้ความรู้ตัดสินผิด-ถูกเอง มันดีที่เรามีความรู้เพราะความรู้จะอยู่คู่กับคุณและทำให้คุณเข้าใจความผิด-ถูกต่างๆ ผมคิดว่ายังไงความรู้ก็เป็นอีกทางที่จะทำให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นได้</p>
<p>แต่คุณรู้ใช่ไหม ถึงคุณมีความรู้แต่สุดท้ายแล้วคุณต่างหากคือคนที่ตัดสินใจ ไม่ใช่ความรู้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนที่รัฐบาลตัดสินใจ</b></p>
<p>ใช่ เพราะท้ายที่สุดเขาก็ทำในสิ่งที่เขาต้องการอยู่ดี ก็เหมือนมนุษย์ทั่วไป บางคนก็ใช้ความรู้ในทางที่ถูก บางคนก็ใช้มันในทางที่ต่างออกไป ก็อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกใช้แบบไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีคนบอกว่าตึกขาวรอดจากยุคเขมรแดงมาได้</b><b> </b><b>แต่ก็มาพังเอาเพราะญี่ปุ่น</b><b> </b><b>ทุนนิยมแท้ๆ</b><b> </b><b>คุณมีความเห็นยังไง</b></p>
<p>ผมว่าเพราะตึกนี้ถูกซื้อโดยญี่ปุ่น ประเทศเป็นผู้ขาย มันไม่สำคัญว่าญี่ปุ่นซื้อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบริษัทญี่ปุ่นจริงๆ หรือเปล่า แค่รู้สึกว่าถ้าเขาอยากเก็บตึกนี้ไว้ ไม่ว่าจะใครมาซื้อเขาก็เก็บมันไว้อยู่ดี แต่นี่เพราะเขาแค่ไม่อยากเก็บมันเอาไว้ ดังนั้นประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ใครซื้อ แต่เขาน่ะอยากเก็บมันไว้หรือเปล่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71556 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71547 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มีซีนหนึ่งในหนังที่คุณพี่คนหนึ่งบอกว่า</b><b> </b><b>นึกถึงตอนเขมรแดงเลยที่ผู้คนต้องย้ายออกจากตึกนี้</b><b> </b><b>เพียงแต่คราวนี้มีรถช่วยขน</b><b> </b><b>คุณคิดอย่างไร</b></p>
<p>ผมต้องบอกว่าคนรุ่นใหม่ในตอนนี้เราแค่เคยเรียนมาว่ามีเหตุการณ์นี้ แต่ไม่ได้ผ่านประสบการณ์นี้มาโดยตรง เราเรียนจากหนังสือ คุณครูสอน ครอบครัวเล่าให้ฟัง หรือดูจากหนัง ผมจึงไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ แต่มันก็น่าสนใจที่เวลาคนแก่เห็นอะไรแล้วก็นึกถึงเขมรแดง แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับเธอ แต่ละคนมีมุมมองเป็นของตัวเอง ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์ยุคเขมรแดงนี่เข้มข้นเหมือนกัน มันทำให้เธอเจ็บปวด แม้กระทั่งพ่อแม่ผมเองก็พูดถึงเขมรแดงอยู่บ่อยๆ ประวัติศาสตร์ในยุคนี้สำคัญและฉายซ้ำอยู่เรื่อยๆ ในรุ่นพ่อแม่ผม มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะก้าวผ่านตรงนี้ไปได้ เพราะมันสร้างความทรงจำอันเจ็บปวดให้พวกเขา<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71564 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลว่าคุณรู้สึกต่างไปจากเธอ</b></p>
<p>ใช่ เพราะรอบนี้เราได้เงินชดเชย อาจหมายความถึงเราเกิดกันคนละยุคด้วย แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่เราได้รู้เรื่องเขมรแดง เพื่อเปรียบเทียบยุคเรากับยุคของพ่อแม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จริงอย่างคาวิคว่า อย่างน้อยก็ได้เรียน ได้รู้ว่าประเทศตัวเองผ่านอะไรมาแล้วบ้าง</p>
<p>เมื่อการสัมภาษณ์จบลง คาวิคถามฉันว่าทำไม <i>Last Night I Saw You Smiling</i> ถึงเป็นหนังที่ฉันชอบที่สุดในปีนี้ ฉันบอกว่าอาจเป็นเพราะฉันเคยทำทีสิส (ที่ไม่จบ) เรื่องการช่วงชิงความทรงจำในหนังยุคเขมรแดง เขาสวนกลับแทบจะในทันที “ถึงว่า เธอเอาแต่ถามเรื่องความทรงจำ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71567 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ก่อนกลับฉันบอกคาวิคว่า นอกจากสีและการตัดต่อสารคดีแล้ว ฉันชอบเพลงในหนังมาก เขาบอกจะส่งเพลงมาให้ และนี่คือทั้ง 6 เพลงที่ปรากฏในหนัง หนังสารคดีที่ฉันชอบที่สุดในปีนี้, <i>Last Night I Saw You Smiling</i></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. Sin Sisamuth &#8211; Quando My Love</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e3f" data-id="mTV4U-eTwl8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-mTV4U-eTwl8-6a2e907764e3f" data-vid="mTV4U-eTwl8" data-src="https://www.youtube.com/embed/mTV4U-eTwl8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/mTV4U-eTwl8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>2. Ros Sereysothea &#8211; Stoeng Sne Stoeng Prot</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e66" data-id="H_t8zIDIhXo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-H_t8zIDIhXo-6a2e907764e66" data-vid="H_t8zIDIhXo" data-src="https://www.youtube.com/embed/H_t8zIDIhXo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/H_t8zIDIhXo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>3. Sin Sisamuth &#8211; Sen Ronthot</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e76" data-id="JxddpVXxQn0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-JxddpVXxQn0-6a2e907764e76" data-vid="JxddpVXxQn0" data-src="https://www.youtube.com/embed/JxddpVXxQn0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/JxddpVXxQn0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>4. Don Gibson &#8211; I Can&#8217;t Stop Loving You</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e86" data-id="wdSeO6HywQc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wdSeO6HywQc-6a2e907764e86" data-vid="wdSeO6HywQc" data-src="https://www.youtube.com/embed/wdSeO6HywQc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wdSeO6HywQc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>5. Ros Sereysothea &#8211; Keng Tov Keng Tov</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e91" data-id="sipYjh9__6o" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-sipYjh9__6o-6a2e907764e91" data-vid="sipYjh9__6o" data-src="https://www.youtube.com/embed/sipYjh9__6o?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/sipYjh9__6o/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>6. SAI &#8211; ងប់ងល់</p>
<div id="erdyt-6a2e907764e9b" data-id="YzTLHJnEGf4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-YzTLHJnEGf4-6a2e907764e9b" data-vid="YzTLHJnEGf4" data-src="https://www.youtube.com/embed/YzTLHJnEGf4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/YzTLHJnEGf4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/">เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กเซราะกราว : เด็กสระแก้วเต้นสู่ฝัน #deksorkrao &#124; a doc</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-doc-dek-sorkrao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Aug 2019 06:41:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเซราะกราว]]></category>
		<category><![CDATA[a doc]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดีสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อ สิทธิชัย รักพินิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=68865</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กเซราะกราว “คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้” &#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เด็กเซราะกราว เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต a doc สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du! Credit Music : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-doc-dek-sorkrao/">เด็กเซราะกราว : เด็กสระแก้วเต้นสู่ฝัน #deksorkrao | a doc</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="erdyt-6a2e90776699b" data-id="6qoyZxHVnrM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-6qoyZxHVnrM-6a2e90776699b" data-vid="6qoyZxHVnrM" data-src="https://www.youtube.com/embed/6qoyZxHVnrM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/6qoyZxHVnrM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="display: none;"> เด็กเซราะกราว </span>“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”</p>
<p>&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เด็กเซราะกราว เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ</p>
<p>เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต</p>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!</p>
<p>Credit Music : BLACKPINK &#8211; &#8216;Kill This Love&#8217; Instrumental</p>
<p>Thanks to <a href="http://www.blackpinkofficial.com/" target="_blank" rel="noopener">BLACKPINK</a></p>
<p>Facebook: <a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" spellcheck="false" href="https://www.facebook.com/BLACKPINKOFFICIAL/" target="_blank" rel="nofollow noopener">BLACKPINK</a></p>
<p>Youtube: <a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" spellcheck="false" href="http://www.youtube.com/BLACKPINKOFFICIAL" rel="nofollow">BLACKPINK</a></p>
<p>Instagram: <a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" spellcheck="false" href="https://www.instagram.com/BLACKPINKOFFICIAL/" target="_blank" rel="nofollow noopener">BLACKPINKOFFICIAL</a></p>
<p>Twitter: <a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" spellcheck="false" href="https://twitter.com/ygent_official" target="_blank" rel="nofollow noopener">ygent_official</a></p>
<div style="display: none;">“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”</p>
<h2> เด็กเซราะกราว</h2>
<p>&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ตเด็กเซราะกราว<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?


<h2> เด็กเซราะกราว</h2>
<p>v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3&#8243; target=&#8221;_blank&#8221; rel=&#8221;noopener&#8221;>a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ตเด็กเซราะกราว<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?


<h2> tt</h2>
<p>v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3&#8243; target=&#8221;_blank&#8221; rel=&#8221;noopener&#8221;>a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch? เด็กเซราะกราว v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต เด็กเซาะกราว</p>
<h2> ssqqq</h2>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?
v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต เด็กเซราะกราว<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”เด็กเซราะกราว<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต</p>
<h2> s111s</h2>
<p><a href="https://www.youtube.com/watch?เด็กเซราะกราวv=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!<br />
“คิดว่าเราทำคลิปหนึ่งคือเอาให้สุดไปเลย เอาให้เต็มที่ เอาให้คนจำได้เป็นปีๆ เอาให้คนเห็นแล้วนึกถึงเรา ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ เริ่มทำตั้งแต่ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเวลานั่นแหละ ทำๆ ไป ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น ถ้ารอเวลาที่มันพร้อม ผมอาจจะยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้ตอนนี้”<br />
&#8216;ต่อ–สิทธิชัย รักพินิจ&#8217; คือเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวผู้อยู่เบื้องหลังเพจ เพจวิดีโอคัฟเวอร์ Blackpink ที่เริ่มจากโทรศัพท์มือถือในมือเพียงเครื่องเดียว จากอัดเล่นๆ ให้ญาติพี่น้องดูกันเอง กลายเป็นเพจที่มีผู้ติดตามกว่าห้าแสนคน มีแฟนๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่สำคัญ ยอดวิวทะลุล้านแทบทุกวิดีโอ<br />
เด็กเซราะกราวไม่ได้มาเล่นๆ และไม่ได้มาเพราะโชคช่วย จากเอเรียอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ท้ายที่สุดแล้วด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีได้พาต่อและน้องๆ ทั้ง 4 คน ไปเจอลิซ่า เจนนี่ โรเซ่ และจีซู แห่งวง Blackpink ตัวเป็นๆ ในคอนเสิร์ต เด็กเซราะกราว<br />
<a href="https://www.youtube.com/watch?v=6qoyZxHVnrM&amp;list=PLdWUnTNFHNm3HGI3Uz1tKzwxR96kiNcZw&amp;index=3" target="_blank" rel="noopener">a doc</a> สารคดี โดย a day พาไปหาคำตอบว่าอะไรคือเบื้องหลังของวิดีโออันทรงพลังและได้ใจคนดูในทุกแอเรียยะ! ไป ddu-du ddu-du!</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-doc-dek-sorkrao/">เด็กเซราะกราว : เด็กสระแก้วเต้นสู่ฝัน #deksorkrao | a doc</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยเหลื่อมล้ำที่สุดจริงไหม คุยเรื่องความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจไทยกับ มาร์ค เจนมานะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thai-inequality-with-mark-jenmana/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2019 00:18:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[WIL]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Jenmana]]></category>
		<category><![CDATA[ธนสักก์ เจนมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ค เจนมานะ]]></category>
		<category><![CDATA[World Inequality Lab]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=67678</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมว่าคนรุ่นเราโตมาในสังคมไทยที่การเมืองมันแบ่งขั้วรุนแรง เหตุการณ์ทางการเมืองมันเห็นได้ชัดเจนและเราโตมากับมัน ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยก็มีรัฐประหารปี 2549 พอเจอพวกนี้เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองโดยอัตโนมัติ” นี่คือคำตอบของ มาร์ค–ธนสักก์ เจนมานะ เมื่อเราถามว่า อะไรทำให้เขาสนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ ย้อนกลับไปเมื่อตอนอายุ 15 ปี มาร์คบินไปเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา เขาเองก็บอกว่าไม่รู้โชคร้ายหรือโชคดีที่ได้ไปอยู่ในเมืองที่มีเพียง 2,000 ครัวเรือน มีคนเพียง 4,000 คน และมีซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงร้านเดียว จากเด็กในเมือง ที่นั่นทำให้เขาเห็นความแตกต่าง และในตอนนั้นเอง มาร์คก็สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง แม้เพียงผิวเผินแต่นั่นก็เพียงพอให้เขาตัดสินใจเลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี่เองที่ทำให้เขายอมรับว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป โลกใบเดิมของเขาแตกสลาย แต่โลกใบใหม่ก็เกิดขึ้นที่นั่น “ที่นั่นมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเยอะ เป็นพื้นที่ที่เราตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องห่วงว่าจะไป offend ใคร ซึ่งอันนี้สำคัญ และเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องมีโดยเฉพาะสภาพการเมืองแบบในปัจจุบัน “พอมีโอกาสตั้งคำถามกับเรื่องพวกนี้ ก็เลยเริ่มมีวิธีคิดแบบใหม่ๆ และด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือมาแต่ไหนแต่ไร เลยอยากทำงานวิจัยเรื่องพวกนี้ เลยกลายเป็นนักวิจัยในท้ายที่สุด” จากเด็กในเมืองจ๋าและศิลปินที่ออกเพลงมาแล้ว อะไรทำให้เขาหันเหความสนใจไปที่การเป็นนักวิจัยเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่ว่าประเทศไทยเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของโลกจริงไหม แล้วในสายตานักวิจัย พอจะมีหนทางที่บ้านเราจะแก้ปัญหา ‘รวยกระจุกจนกระจาย’ ได้อย่างไร ให้นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยความเหลื่อมล้ำโลก หรือ World Inequality Lab (WIL) เล่าให้ฟัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-inequality-with-mark-jenmana/">ประเทศไทยเหลื่อมล้ำที่สุดจริงไหม คุยเรื่องความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจไทยกับ มาร์ค เจนมานะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผมว่าคนรุ่นเราโตมาในสังคมไทยที่การเมืองมันแบ่งขั้วรุนแรง เหตุการณ์ทางการเมืองมันเห็นได้ชัดเจนและเราโตมากับมัน ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยก็มีรัฐประหารปี 2549 พอเจอพวกนี้เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองโดยอัตโนมัติ”</p>
<p>นี่คือคำตอบของ <strong>มาร์ค–ธนสักก์ เจนมานะ</strong> เมื่อเราถามว่า อะไรทำให้เขาสนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ</p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อตอนอายุ 15 ปี มาร์คบินไปเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา เขาเองก็บอกว่าไม่รู้โชคร้ายหรือโชคดีที่ได้ไปอยู่ในเมืองที่มีเพียง 2,000 ครัวเรือน มีคนเพียง 4,000 คน และมีซูเปอร์มาร์เก็ตเพียงร้านเดียว</p>
<p>จากเด็กในเมือง ที่นั่นทำให้เขาเห็นความแตกต่าง และในตอนนั้นเอง มาร์คก็สนใจเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง แม้เพียงผิวเผินแต่นั่นก็เพียงพอให้เขาตัดสินใจเลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67694 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-35.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นี่เองที่ทำให้เขายอมรับว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไป โลกใบเดิมของเขาแตกสลาย แต่โลกใบใหม่ก็เกิดขึ้นที่นั่น</p>
<p>“ที่นั่นมีพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเยอะ เป็นพื้นที่ที่เราตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องห่วงว่าจะไป offend ใคร ซึ่งอันนี้สำคัญ และเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องมีโดยเฉพาะสภาพการเมืองแบบในปัจจุบัน</p>
<p>“พอมีโอกาสตั้งคำถามกับเรื่องพวกนี้ ก็เลยเริ่มมีวิธีคิดแบบใหม่ๆ และด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือมาแต่ไหนแต่ไร เลยอยากทำงานวิจัยเรื่องพวกนี้ เลยกลายเป็นนักวิจัยในท้ายที่สุด”</p>
<p>จากเด็กในเมืองจ๋าและศิลปินที่ออกเพลงมาแล้ว อะไรทำให้เขาหันเหความสนใจไปที่การเป็นนักวิจัยเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่ว่าประเทศไทยเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของโลกจริงไหม แล้วในสายตานักวิจัย พอจะมีหนทางที่บ้านเราจะแก้ปัญหา ‘รวยกระจุกจนกระจาย’ ได้อย่างไร ให้นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยความเหลื่อมล้ำโลก หรือ World Inequality Lab (WIL) เล่าให้ฟัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67682 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ </b><b>อะไรทำให้</b><b>สนใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านเดียวกันนี้ที่ปารีส</b></p>
<p>ตอนจะขึ้นปี 2<i> </i>เริ่มมั่นใจแล้วว่าชอบสังคมศาสตร์<i> </i>ชอบเศรษฐศาสตร์<i> </i>ชอบการทำวิจัย<i> </i>พอซัมเมอร์ปี 2 ขึ้นปี 3 ก็เริ่มหาที่ฝึกงาน<i> </i>ตอนนั้นก็ไปทำเรื่องการศึกษาที่ตอนนี้<i> </i>พ.ร.บ<i>.</i>เพิ่งผ่าน<i> </i>ตอนนี้เขาเรียกว่ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พอไปทำตรงนั้นก็มีโอกาสลงพื้นที่<i> </i>ไปช่วยเขาดูการสร้างศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่แม่ฮ่องสอน<i> </i>หน้าฝนมันเข้าถึงพื้นที่หลายพื้นที่ยากและได้ไปนอนอยู่ที่โรงเรียนกับเด็ก<i> </i>ได้เห็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของไทย<i> </i>พอกลับก็คิดได้ว่างานวิจัย งานวิชาการ งานสร้างความรู้นี่แหละเป็นสิ่งจำเป็น เลยอยากทุ่มเทให้กับตรงนั้น ซึ่งถ้าจะทำได้คือต้องไปเรียนต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วไปเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยความเหลื่อมล้ำของโลกได้ยังไง</b></p>
<p>ตอนไปเรียนปริญญาโทที่ Paris School of Economics สนใจเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมืองอยู่แล้ว แต่พอเข้าไปตอนแรกยังไม่แน่ใจว่าอยากทำอะไร รู้แค่ว่าเรื่องความเหลื่อมล้ำ เศรษฐศาสตร์ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง สุดท้ายเลยเข้าไปคุยกับอาจารย์หลายคนเรื่องหัวข้อวิทยานิพนธ์ และได้คุยกับอาจารย์ Thomas Piketty (ผู้เขียนหนังสือ ‘ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21’)</p>
<p>หลังจากที่เรียนคลาสหนึ่งกับเขา เรารู้สึกว่าข้อมูลสถิติเรื่องความเหลื่อมล้ำไทยมันดูไม่น่าใช่ ตัวเลขทางการก็ออกมาบอกว่าสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำอย่างเช่นเรื่องรายได้มันดีขึ้น แต่เราก็ตั้งคำถามว่ามันดีขึ้นจริงหรือเปล่าเลยอยากทำงานวิจัยเพื่อคำนวณความเหลื่อมล้ำใหม่ ก็ไปคุย เขาก็แนะนำ</p>
<p>สุดท้ายตอนทำปริญญาโทเสร็จตั้งใจจะเรียนปริญญาเอกต่ออยู่แล้ว เลยอยากทำเรื่องนี้เพื่อสำรวจประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต่อ เพราะประเทศข้างเคียงก็เจอโลกาภิวัตน์ และประวัติศาสตร์การเมืองภูมิภาคในยุคสงครามเย็นคล้ายๆ กัน เลยรู้สึกว่าน่าเปรียบเทียบระหว่างประเทศก็เลยเข้าไปคุยกับเขา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วเขาเลยให้เราเป็นนักวิจัยก่อนหนึ่งปี จะได้มีเวลาเขียนร่างปริญญาเอกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67686 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ที่นั่นเขาทำงานกันแบบไหน ต้องทำอะไรบ้างในหนึ่งวัน</b></p>
<p>ข้อดีของที่ทำงานก็คือมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำของโลกพยายามทำให้มันมีความเป็นนานาชาติ เพราะในการศึกษาเรื่องความเหลื่อมล้ำและเศรษฐศาสตร์การเมือง เศรษฐศาสตร์ประวัติศาสตร์ สุดท้ายไม่พ้นว่าคนที่มาจากบริบทนั้นๆ จะรู้เรื่องดีกว่า เพราะฉะนั้นนักวิจัยในแล็บจึงมาจากหลายประเทศ จากบราซิล ชิลี สเปน จีน อินเดีย ซึ่งค่อนข้างที่จะหายากสำหรับศูนย์วิจัยทางเศรษฐศาสตร์</p>
<p>ผมชอบแล็บที่ผมทำงานมาก เพราะมันแลกเปลี่ยนไอเดียกันเยอะ สมมติผมมีไอเดียเรื่องการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์การเมืองยุคสงครามเย็นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเชิงหนึ่งประสบการณ์ของประเทศแถบลาตินอเมริกาก็คล้ายเคียงกันกับภูมิภาคเรา มีการปฏิรูปสถาบันทหาร บทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์ บทบาทของโลกาภิวัตน์ คว้าเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา แต่ที่น่าสนใจคือทำไมผลลัพธ์ของสองภูมิภาคนี้ถึงแตกต่างกัน ซึ่งพอเรามีทีมวิจัยที่มันค่อนข้างนานาชาติ แล้วก็เก่งกันทุกคน การแลกเปลี่ยนความคิดพวกนี้มันเลยเกิดขึ้นเร็ว มีการคุยกันตลอด เวลากินข้าวอะไรแบบนี้ สิ่งแวดล้อมแบบนี้มันเลยทำให้มีคำถามวิจัยหรือระเบียบวิธีวิจัยที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างเร็ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นอกจากสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้งานวิจัยไปได้เร็ว</b><b> </b><b>วัฒนธรรมการทำงานของเขาเป็นยังไงบ้าง</b></p>
<p>วัฒนธรรมการทำงานก็ค่อนข้างยืดหยุ่นพอสมควร เพราะสุดท้ายแล้วนักวิจัยก็มีโปรเจกต์ของตนเองที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นแล้วหลายเรื่องด้วยความที่ว่ามันเป็นงานที่ต้องเข้าถึงข้อมูลที่ปกติคนอื่นเข้าถึงไม่ได้ เช่น ข้อมูลภาษีที่เข้าถึงโคตรยากสำหรับบางประเทศ และด้วยความที่มันเป็นงานประวัติศาสตร์ ใช้เวลาเยอะ เพราะฉะนั้นเราเลยอิสระมาก ไม่มีคนมาเซต agenda ให้เรา นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบ สมมติคนเข้างานเที่ยงเลิกเที่ยงคืน ก็แล้วแต่นาฬิการ่างกายตัวเอง ซึ่งผมว่ามัน productive มากกว่า อยากพักตอนไหนก็พัก มีโต๊ะปิงปอง ตีไป 3 ชั่วโมงก็ไม่มีใครว่า ถ้าเกิดเหนื่อยก็พักไป แต่ทำงานให้เสร็จพอ พักหลังๆ ก็มีหลายศูนย์วิจัยที่เป็นอย่างนี้นะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำงานที่สถาบันวิจัยความเหลื่อมล้ำโลก</b><b> </b><b>แล้วเจอความเหลื่อมล้ำในที่ทำงานบ้างไหม</b><b><br />
</b></p>
<p>มี ในที่ทำงานจะมีแต่ผู้ชาย ซึ่งนี่เป็นปัญหาของสายเศรษฐศาสตร์ในต่างประเทศ ในไทยดูเหมือนว่าจะดีกว่า แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ อย่างในแล็บที่ปารีส ในทีมนักวิจัยทั้งหมดประมาณยี่สิบกว่าคน มีผู้หญิงแค่ 2-3 คน ซึ่งในเชิงหนึ่งก็อาจจะสามารถอธิบายสาเหตุที่ว่า ทำไมสถาบันวิจัยเรื่องความเหลื่อมล้ำโลกไม่มี gender inequality ในเว็บไซต์ เป็นประเด็นที่ตอนนี้ก็คุยกันอยู่ว่าเราจะทำยังไงเพราะว่ามันก็ต้องกลับไปแก้ข้อมูลใหม่ ซึ่งตอนนี้ก็มีโปรเจกต์ว่าจะทำวิจัยประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเพศเพิ่มเข้าไป ก็มีความเหลื่อมล้ำทั้งในจำนวนตัวทรัพยากรบุคคลชาย-หญิงและทั้งในประเด็นการวิจัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67695 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-36.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-36.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-36-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-36-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ช่วงตุลาคมปีที่แล้วเรื่องความเหลื่อมล้ำเป็นที่พูดถึงในบ้านเราพอดี</b><b> </b><b>ที่ว่าไทยติดอันดับหนึ่งเรื่องความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สิน</b><b><br />
</b></p>
<p>ตอนนั้นโชคดีมาก จริงๆ งานนี้เริ่มตั้งแต่วิทยานิพนธ์เรื่องความเหลื่อมล้ำไทย เราทำก่อนเรื่องนี้เป็นกระแสนานมาก พอทำเสร็จปุ๊บ คุณบรรยง พงษ์พานิช ก็พูดถึงเรื่องนี้และกลายเป็นกระแสในบ้านเราพอดี</p>
<p>งานนี้เดิมเป็นทีสิสปริญญาโท พอมาเป็นนักวิจัยเราเลยทำเพิ่ม ตอนนั้นยังไม่ได้แบ่งรายได้แรงงานกับทรัพย์สิน พอทำเพิ่มเสร็จพบว่ามันออกมาน่าตกใจพอสมควร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่ว่าน่าตกใจคือยังไง</b></p>
<p>ความเหลื่อมล้ำไทยในเชิงหนึ่งมีส่วนหนึ่งที่ปรับตัวดีขึ้น ก็คือการกระจายรายได้ที่มาจากการว่าจ้าง พวกค่าแรง พวกเงินเดือน โบนัส อะไรพวกนี้มันกระจายตัวดีขึ้น แต่ถ้าเปรียบเทียบรายได้จากทรัพย์สินมันกระจุกมาก คนรวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากทรัพย์สินประมาณเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากทรัพย์สินทั้งประเทศ และมันไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นขนาดนั้น นี่คือสาเหตุที่ทำให้รายได้โดยรวมทั้งหมดไม่ได้ปรับตัวดีขึ้น เพราะหลักๆ มาจากการที่รายได้จากทรัพย์สินไม่ลดลง ความเหลื่อมล้ำมันไม่ลดลง</p>
<p>ยิ่งถ้าดูข้อมูลจากปี 2544 จนถึงปัจจุบัน เหมือนว่าส่วนประกอบรายได้ของคนที่รวยที่สุดในประเทศในกลุ่ม 1 เปอร์เซ็นต์และ 0.001 เปอร์เซ็นต์นั้น ส่วนแบ่งของรายได้จากคนกลุ่มนี้มันเริ่มเอนไปที่รายได้จากทรัพย์สินมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ค่อยมีนโยบายที่แก้เรื่องนี้ได้เพียงพอ เพราะรายได้จากทรัพย์สินหลายส่วนก็ไม่ได้เก็บภาษี และภาษีทรัพย์สินเองก็ไม่ได้เก็บได้ดีขนาดนั้น ภาษีมรดกหลังจากพ่อแม่ตายแล้วส่งให้ลูก ก็ยังเก็บได้ไม่มาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67698 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-39.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-39.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-39-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>จากที่ทำวิจัยเรื่องความเหลื่อมล้ำมา</b><b> </b><b>คิดว่าทำไมไทยถึงกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำอันดับต้นๆ</b><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>สิ่งที่พูดได้คือ ทำไมประเทศไทยถึงเหลื่อมล้ำมาก แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นมันมีปัจจัยอื่นๆ ที่อธิบายยังไงก็อธิบายได้ไม่ครบ ที่ไทยเหลื่อมล้ำมาก ผมคิดว่ามันเป็นโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ตั้งรากฐานมาตั้งแต่ยุค 50s ยุค 60s นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตมันสร้างโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมอยู่แล้ว คนที่ตัดสินใจ คนที่ออกแบบนโยบาย อยู่บนพื้นฐานสังคมที่ไม่เท่าเทียมมาก</p>
<p>อีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่รัฐไทยในอดีตไม่เคยสนใจปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำสักเท่าไหร่ เหมือนๆ กับประเทศที่กำลังพัฒนายุคนั้น คือสนใจว่าเราจะโตอย่างไร เพราะฉะนั้นโครงสร้างระบบทุนนิยมเศรษฐกิจไทยมันเลยออกมาในรูปแบบที่มีนายทุนใหญ่ๆ ไม่กี่คน รัฐที่สนับสนุนกิจกรรม กิจการใหญ่ๆ เหล่านี้เพื่อการส่งออกที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตเร็ว ซึ่งพอมันเป็นอย่างนี้มันก็เลยเกิดสังคมที่ค่อนข้างเหลื่อมล้ำมาก<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>รัฐบาลไทยเพิ่งเริ่มมีความสนใจเชิงโครงสร้างเรื่องความเหลื่อมล้ำจริงๆ หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 นี่เอง ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องการปฏิรูปสถาบันประชาธิปไตย เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องปฏิรูปกองทัพอย่างนี้มากกว่า แต่สุดท้ายมันเกี่ยวกันหมด ระบบทุนนิยมไทยมันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่อดีต ตั้งแต่ยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม</p>
<p>สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำสำหรับไทยตอนนี้จะอยู่ในกลุ่มที่ศัพท์ของแล็บที่เรียกว่า World Inequality Frontier ก็คือกลุ่มประเทศที่เหลื่อมล้ำมากที่สุด ซึ่งมีบราซิล อินเดีย ประเทศไทยตอนนี้เหลื่อมล้ำเกือบเท่าอินเดีย เหลื่อมล้ำมากกว่าจีนและสหรัฐอเมริกา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67684 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ที่ว่าไปคือสถานการณ์ไทย</b><b> </b><b>แล้วสถานการณ์โดยรวมของโลกเป็นอย่างไร</b></p>
<p>สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทั่วโลกตอนนี้คือแย่ลง แต่ในเรตที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิภาค ขึ้นอยู่กับสถาบันทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศนั้นๆ ด้วย</p>
<p>คือโลกตอนนี้ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้และทรัพย์สินกำลังเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นในแต่ละภูมิภาคของโลก ไม่ว่าจะเอเชีย ยุโรปอเมริกา ลาตินอเมริกา มันเพิ่มขึ้นในเรตที่ต่างกันแต่ที่แน่ๆ คือความไม่เสมอภาคและความเหลื่อมล้ำทางด้านทรัพย์สินมันเพิ่มขึ้น ภูมิภาคที่เหลื่อมล้ำน้อยที่สุดคือยุโรปอยู่แล้ว คนที่รวยที่สุด 10 เปอร์เซ็นต์ถือครองรายได้ประมาณ 37 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลื่อมล้ำที่สุดก็คือตะวันออกกลาง ที่คนรวยที่สุดคือประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ความเหลื่อมล้ำทั่วโลกมันเพิ่มขึ้นหมด แต่ยุโรปก็จะเพิ่มขึ้นช้าหน่อย ส่วนอเมริกาก็เพิ่มขึ้นเร็วมากหลังจากปี 1990 เป็นต้นมา ซึ่งในเชิงหนึ่งการเพิ่มขึ้นของความเหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สินทั่วโลกมันมาจากแรงผลักให้ public wealth หรือที่เรียกว่าทุนสาธารณะ ทุนรัฐ เช่น รัฐวิสาหกิจลดลง แต่ทุนไพรเวตเพิ่มขึ้น ทำให้ภาษีมันก้าวหน้าลดลงหรือต่ำลง เลยทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางด้านทรัพย์สินที่สูงขึ้น เพราะทุนมันถ่ายโอนไปอยู่ในมือของเอกชน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เก็บภาษี ความเหลื่อมล้ำ รายได้ ทรัพย์สินก็เลยเพิ่มขึ้นแต่ในเรตที่ต่างกัน แล้วแต่ว่าสถาบันทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศเป็นยังไง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67699 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-41.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-41.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-41-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทำไมมันถึงแย่ลงไปทั่วโลก</b></p>
<p>ถ้าเกิดพูดถึงทรัพย์สินก็อย่างที่ว่า คือการถือครองของทรัพย์สินในมือของเอกชน มันไม่มีมาตรการเพียงพอที่จะรับมือเรื่องการกระจายความมั่งคั่ง ตอนนี้ที่ยุโรปความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทรัพย์สินยังต่ำที่สุดอยู่ แต่มันก็เพิ่มขึ้นในเรตที่ช้ากว่าทวีปอื่นๆ อย่างรัสเซียกับจีน หลังจากที่ออกมาจากรัฐบาลที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์ ปรับตัวเป็นเศรษฐกิจทุนนิยมมากขึ้น มันกลายเป็นว่าความเหลื่อมล้ำทางด้านทรัพย์สินและรายได้เพิ่มขึ้นแบบรวดเร็วมากและน่ากลัวมาก เพราะมันส่งเสริมให้เอกชนถือทรัพย์สินเยอะ แต่ไม่มีมาตรการในการกระจายรายได้และทรัพย์สินที่เพียงพอ ก็เลยกลายเป็นว่ามีความเหลื่อมล้ำสูง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หมายความว่าทุนนิยมไม่ได้ทำให้ความเหลื่อมลํ้าลดลง</b><b> </b><b>คือเราต้องกลับไปแบบนั้นเหรอ</b></p>
<p>ไม่ได้หมายความว่าทุนนิยมจำเป็นต้องมาพร้อมกับความเหลื่อมล้ำที่สูงมากเสมอไป อย่างยุโรปก็คือระบบทุนนิยมทั้งนั้น ไม่ว่าจะนอร์เวย์ ฟินแลนด์ อะไรก็ตามที่คนชอบเชียร์ รัฐสวัสดิการมันคือระบบทุนนิยมที่มีนโยบายกระจายรายได้ที่มันสามารถยับยั้งสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อย่างการเมืองบ้านเราที่มันไม่มีเสถียรภาพ</b><b> </b><b>ไม่มีความมั่นคงอะไรเลย</b><b> </b><b>มันส่งผลอย่างไรต่อความเหลื่อมล้ำบ้าง</b></p>
<p>ผมว่ามันมาพร้อมกัน ในเชิงหนึ่งความเหลื่อมล้ำคือผลลัพธ์ของโครงสร้างระบอบการเมืองไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน มัน reinforce each other คนที่มีอำนาจในการออกนโยบายเศรษฐกิจ คนที่มีอำนาจในการปัดภาษีโน่นนี่ตกก็คือคนที่รวยที่สุดในประเทศ จริงๆ แล้วในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา มันไม่มีความแตกต่างกันเท่าไหร่ระหว่างการเมืองกับกลุ่มเศรษฐกิจ ชนชั้นต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองมันทับกันอยู่ เลยกลายเป็นว่าความเหลื่อมล้ำเลยไปสนับสนุนอำนาจทางการเงินของชนชั้นนำไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67691 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทำไมถึงเป็นประเทศไทยที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในภูมิภาค</b><b> </b><b>ในฐานะคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้ก็จะมองว่ามันไม่น่าใช่บ้านเราเลย</b></p>
<p>อย่างสิงคโปร์เป็นประเทศที่ หนึ่ง ค่อนข้างเล็ก สอง ในมุมมองประประวัติศาสตร์การที่จะมาถึงจุดปัจจุบันมันต้องลงทุนกับคน ด้วยความเป็นที่เขาเป็นประเทศเล็กเลยดูแลง่าย มันเป็นกรณีพิเศษ ผมไม่เชื่อว่าสิงคโปร์จะเป็นโมเดลที่ดีสำหรับไทย เพราะจำนวนคนน้อยกว่า ด้วยโครงสร้างของเศรษฐกิจ โครงสร้างของประชากรทำให้เขาจำเป็นต้องลงทุนกับคน ความเหลื่อมล้ำของประเทศสิงคโปร์จึงต่ำกว่าไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าเขยิบเข้ามาใกล้กว่านั้นอย่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเรา</b><b> </b><b>สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำเขาเป็นอย่างไรบ้าง</b></p>
<p>อย่างกัมพูชา ลาว พม่า เขามีสิ่งที่ตกค้างมาจากการล่าอาณานิคมของประเทศตะวันตกอยู่ ทำให้ในเชิงหนึ่งโครงสร้างทางเศรษฐกิจเขาค่อนข้างยากจนอย่างเท่าเทียมกันพอสมควร ชนชั้นกลางก็เล็ก จะพูดอย่างนั้นก็ได้ ถ้าเปรียบเทียบกับไทยนะ ด้วยความที่เศรษฐกิจเขาไม่ได้โตเร็วขนาดนั้น เปรียบเทียบกันด้วยช่วงเวลาเดียวกับที่ไทยโตเร็ว มันก็เลยไม่ได้ห่างกันมากเท่าในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67722 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-45.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-45.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-45-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67701 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-46.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-46.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-46-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในฐานะคนรุ่นใหม่คุณคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรกับสถานการณ์ความเหลื่อมลํ้าอันแสนสาหัสในบ้านเราตอนนี้ได้</b></p>
<p>สุดท้ายปัญหาเรื่องเศรษฐกิจก็หนีไม่พ้นเรื่องการเมือง พอไม่พ้นเรื่องการเมือง ในฐานะคนรุ่นใหม่ทำอะไรได้บ้าง คนรุ่นใหม่ต้องพยายามตั้งคำถามว่าระบบการเมืองที่เราอยากได้เป็นยังไง นโยบายที่เราอยากได้เป็นยังไง เราควรสนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำไหม หรือเราควรจะสนใจเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งสุดท้ายแล้วผมบอกไม่ได้ว่าคนรุ่นใหม่ควรจะทำอย่างไร เพราะมันเป็นเรื่องของสาธารณะ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เรื่องความเหลื่อมล้ำนี่มันไม่มีจุดยืนทางเศรษฐศาสตร์ หรือจุดยืนทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าความเหลื่อมล้ำที่ควรจะเป็นคือเท่าไหร่ บางคนก็บอกว่าความเหลื่อมล้ำของไทยตอนนี้มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น คนรุ่นใหม่บางคนก็บอกว่าความเหลื่อมล้ำเยอะจริง สุดท้ายมันเป็นเรื่องการพูดคุยในที่สาธารณะอย่างเดียว มันต้องดีเบตผ่านพื้นที่ทางการเมืองที่มันพูดคุยได้ ซึ่งปัจจุบันมันไม่ใช่</p>
<p>ดังนั้นคำถามที่ว่าคนรุ่นใหม่จะทำอะไรได้ก็ควรเริ่มที่สมรภูมิทางการเมืองมากกว่า ทำให้มันเป็นพื้นที่เปิด ทำให้อย่างน้อยรัฐบาลมี check and balance มากกว่านี้ คือเสียงทางการเมืองหรือเสียง concern ของผู้คนสุดท้ายมันจะสะท้อนไปทีหลังได้ก็ด้วยระบบรัฐที่มันตอบเสียงของคน ซึ่งก็คือผ่านการเลือกตั้ง พอดูจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันแล้วสุดท้ายก็ต้องมาคุยเรื่องนี้ แต่ถ้าใครสนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำก็ต้องมาพูดเรื่องภาษี ต้องยอมเสียภาษีกัน</p>
<p>เราต้องมองให้ครบทั้งหมด แต่คนเราความเชื่อไม่เหมือนกัน คนที่เลือกพลังประชารัฐก็เชื่ออย่างนั้น คนที่เลือกประชาธิปัตย์ก็เชื่ออย่างนี้ สุดท้ายก็ต้องมีพื้นที่พูดคุยกัน ฟังกันเยอะๆ</p>
<p>ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ประวัติศาสตร์บางคน ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงมากๆ ที่ผ่านมาลดได้ด้วย 3 อย่าง หนึ่งคือสงคราม สองคือการปฏิวัติ สามคือภัยพิบัติ นอกจากนี้มันหายากมากที่จะหาเหตุการณ์ที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำลดลง ไม่มีใครอยากให้สังคมมันเหลื่อมล้ำและการเมืองแบ่งขั้วจนถึงจุดแตกหักจนต้องมีคนมาล้มตาย ในประเทศไทยก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เราเหมือนเดินย้อนกลับไปในอดีต เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วเราก็ต้องวกกลับมาคุยกันว่า หน้าตารัฐไทยและการเมืองไทยแบบไหนที่เราอยากได้ แต่ผมก็เป็นแค่นักวิจัยตัวเล็กๆ ก็บอกไม่ได้ คนรุ่นใหม่ก็ต้องสู้ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67693 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ที่บอกว่าคนจนที่สุดต้องทำงาน</b><b> 3.8 </b><b>เดือนเพื่อให้ได้รายรับเท่ากับหนึ่งวันของคนที่รวยที่สุด</b><b> </b><b>ฟังดูไม่มีทางที่จะลืมตาอ้าปากได้เลย</b><b> </b></p>
<p>ก็เป็นไปได้ ผมว่าบทเรียนหนึ่งคือเราได้เรียนรู้คือนโยบายสวัสดิการเวิร์กจริง นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเวิร์กจริง อย่างน้อยมันทำให้ความเหลื่อมล้ำหยุดเพิ่มขึ้นได้หลังยุค 2540 แต่ก็ยังไม่พอที่ทำให้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำไทยมันปรับตัวดีขึ้น สุดท้ายหนีไม่พ้นนโยบายภาษี ซึ่งในสภาพการเมืองแบบนี้ก็ยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทั้งในทางตัวเลขและในทางความรู้สึก</b><b> </b><b>ความเหลื่อมล้ำมันได้สร้างปัญหาอะไรกับคนไทยบ้างนอกจากเรื่องค่าครองชีพและเรื่องความไม่เท่าเทียม</b></p>
<p>ก็มีเรื่องความมั่นคงของสถาบันทางประชาธิปไตย ความเหลื่อมล้ำทางสิทธิสูงมาก มันมาพร้อมความเหลื่อมล้ำทางการเมืองเสมอ นโยบายที่ออกมาก็ออกเพื่อให้ผลประโยชน์กับนายทุนใหญ่ ให้กับชนชั้นนำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67688 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คิดว่ามีอะไรที่จะสามารถลดรวยกระจุกจนกระจายได้จริงๆ</b></p>
<p>การที่จะลดรวยกระจุกจนกระจายได้ก็คือ ต้องมองบนแล้วก็มองล่าง มองบนก็คือนโยบายภาษีรายได้ที่มันก้าวหน้ากว่านี้ การเก็บภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก ภาษีรายได้ที่มันก้าวหน้ากว่านี้ ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าเหล่านี้มันเวิร์กจริง ส่วนเรื่องคนจน เราต้องเปิดโอกาสให้มีการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เข้าถึงแหล่งงานที่มีคุณภาพ การให้เสียงของเขาผ่านสถาบันแรงงานต่างๆ อย่างสหภาพแรงงาน</p>
<p>สหภาพแรงงานมีหลายแบบ อย่างญี่ปุ่นก็มีสหภาพแรงงานแบบหนึ่งที่อยู่ในสถานประกอบการ เยอรมนีก็อยู่ในระดับอุตสาหกรรมเลย แล้วแต่บริบท ในเชิงหนึ่งผมไม่เชื่อว่ามีโมเดลประเทศไหนที่มันนำไปใช้ในอีกประเทศหนึ่งได้ เพราะทุกอย่างมันอิงกับประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองของประเทศนั้นๆ แต่อย่างน้อยมันมีเครื่องมือบางอย่างที่พิสูจน์แล้วว่ามันเวิร์กจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มันจะอีกกี่ปี</b></p>
<p>บอกไม่ได้เลย ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลนี้จะอยู่อีกนานเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ การเปลี่ยนแปลงจะหน้าตาเป็นยังไง จะมาเร็ว จะมาช้า จะรุนแรงหรือไม่ คนจะเสียเลือดเนื้อหรือเปล่า ปัจจัยมันเยอะมาก แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้หลายคนรู้สึกว่าการเมืองไทยไม่มีความหวัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67687 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วจะอยู่ที่นี่ไปทำไมในเมื่อไม่มีความหวัง</b></p>
<p>ส่วนตัวผมต่อให้ยังไงก็อยากจะทำวิจัยเรื่องเศรษฐกิจไทย ดังนั้นอยู่ไทยคือดีที่สุด แต่ถ้าคนอื่นทนไม่ไหวอยากย้ายไปอยู่นอกประเทศ ถ้าทำได้ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี ผมว่า identity เรื่องความเป็นไทยสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคน ถ้าเกิดใครรู้สึกว่าอยู่อย่างนี้ต่อไปเพื่อรอดูอนาคต ทนได้ ก็โอเค หรือใครแฮปปี้อยู่นี่ก็โอเค ไม่ต้องไปไล่เขาว่าไม่ใช่คนไทย เมื่อมีโอกาสที่ดีกว่า ได้ไปทำงานต่างประเทศก็เป็นไอเดียที่ดี แต่เรื่องของเรื่องมันมีคนไทยกลุ่มน้อยเท่านั้นแหละที่มีทางเลือกนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แปลว่าส่วนตัวแล้วคุณอยากกลับมาอยู่ไทย</b></p>
<p>ใช่ ผมผูกพันกับไทยต่อให้มันร้อนฉิบหาย อยู่ที่นั่นก็แฮปปี้มาก พูดกับเพื่อนตลอดว่าจินตนาการว่าตัวเองอยู่ที่โน่นยันตายได้ แต่อยากกลับมาทำวิจัยเรื่องในไทย แล้วก็อยากกลับมาสอนหนังสือที่นี่ เพราะที่นี่ทำให้ผมเติบโตทางความคิด เหตุผลหลักๆ ก็คือปฏิสัมพันธ์ที่ผมมีกับอาจารย์ กับเพื่อนที่คณะ ผมอยากให้นักศึกษาคนอื่นๆ มีโอกาสคล้ายๆ กัน เราโตมาอย่างนี้ ก็อยากกลับมาให้อะไรคืนบ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67690 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/มาร์ค-เจนมานะ-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-inequality-with-mark-jenmana/">ประเทศไทยเหลื่อมล้ำที่สุดจริงไหม คุยเรื่องความเหลื่อมล้ำเศรษฐกิจไทยกับ มาร์ค เจนมานะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;กะเทย NEWS&#8217; เพจสรุปข่าวที่ เอ้อ ทำให้การอ่านข่าวการเมืองเป็นเรื่องสนุกค่ะคุณกิตติคะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kathoey-news-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2019 22:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มิ่งขวัญมิ่งหล้า]]></category>
		<category><![CDATA[กกต.]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเขย่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[KathoeyNews]]></category>
		<category><![CDATA[กะเทยนิวส์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ะคุณกิตติคะ]]></category>
		<category><![CDATA[เหยี่ยวเทยรายงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58322</guid>

					<description><![CDATA[<p>(อ่านด้วยเสียง คุณฐปณีย์) ค่ะคุณกิตติคะ หลังการเลือกตั้ง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ข่าวจากหลากหลายพรรคออกมาไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน หัวหน้าพรรคนั้นลาออก พรรคนั้นฟาดพรรคนี้ หลายพรรคผนึกกำลังกัน แต่ที่ชาวเน็ตแซ่สร้องสรรเสริญนั้นยกให้ กกต. ทั้งคนตายฟื้นมาลงคะแนนเสียง บัตรเกิดใหม่ในหีบ ไหนจะล่าสุดเมื่อวานนี้มีบัตรเขย่งอีก โลกหลังเลือกตั้งหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ดิฉันตามไม่ทันแล้วค่ะคุณกิตติคะ ณ ชั่วโมงนี้ นอกจากการเมืองและอากาศที่ร้อนระอุจนลงไปขี่อูฐเล่นฟ้าจรดทรายกลางถนนได้แล้ว ดิฉันเห็นว่าสิ่งที่ฮอตไม่แพ้อากาศนั้นก็คือเพจ ‘กะเทย NEWS’ ที่ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อทำให้ปัญหาในย่อหน้าข้างต้นนั้นหมดไป เพราะกะเทยนิวส์รวบตึงทุกข่าวมาให้คุณแบบครบ จบในโพสต์เดียว แถมยังทำให้ข่าวการเมืองที่น่าปวดหัวไมเกรนแม้จะไม่ได้เป็นไมเกรนนั้นอ่านสนุกขึ้นไปอีก เพจกะเทย NEWS ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม โดย จิล–พิพัฒน์ วัฒนพานิช เพียงไม่กี่วันยอดเพจก็พุ่งทะยานไปถึง 34,000 กว่าไลก์ ก่อนหน้านี้จิลกับเพื่อนร่วมกันเปิดเพจ ‘ดูออกเลยเหรอคะ’ แต่เมื่อเห็นว่าเพจนี้น่าจะไปต่อได้ จิลจึงบอกกับดิฉันว่า ถ้างั้นดังแล้วก็แยกวงเลยดีกว่า  แต่เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะไกลสักเท่าไหร่ จะหกล้มซมซานเมื่อใดเพื่อนจะปลอบใจ จิลจึงทำเพจเดิมควบไปด้วย ค่ะคุณกิตติคะ เปิดเพจ ‘กะเทย NEWS’ มาไม่กี่วัน คิดว่าทำไมถึงได้ยอดเพจหลักหมื่นไลก์ไวขนาดนี้ เราว่าน่าจะ 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kathoey-news-interview/">&#8216;กะเทย NEWS&#8217; เพจสรุปข่าวที่ เอ้อ ทำให้การอ่านข่าวการเมืองเป็นเรื่องสนุกค่ะคุณกิตติคะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>(อ่านด้วยเสียง คุณฐปณีย์)</p>
<p>ค่ะคุณกิตติคะ หลังการเลือกตั้ง เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ข่าวจากหลากหลายพรรคออกมาไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน หัวหน้าพรรคนั้นลาออก พรรคนั้นฟาดพรรคนี้ หลายพรรคผนึกกำลังกัน แต่ที่ชาวเน็ตแซ่สร้องสรรเสริญนั้นยกให้ กกต. ทั้งคนตายฟื้นมาลงคะแนนเสียง บัตรเกิดใหม่ในหีบ ไหนจะล่าสุดเมื่อวานนี้มีบัตรเขย่งอีก โลกหลังเลือกตั้งหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ดิฉันตามไม่ทันแล้วค่ะคุณกิตติคะ</p>
<p>ณ ชั่วโมงนี้ นอกจากการเมืองและอากาศที่ร้อนระอุจนลงไปขี่อูฐเล่นฟ้าจรดทรายกลางถนนได้แล้ว ดิฉันเห็นว่าสิ่งที่ฮอตไม่แพ้อากาศนั้นก็คือเพจ ‘กะเทย NEWS’ ที่ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อทำให้ปัญหาในย่อหน้าข้างต้นนั้นหมดไป เพราะกะเทยนิวส์รวบตึงทุกข่าวมาให้คุณแบบครบ จบในโพสต์เดียว แถมยังทำให้ข่าวการเมืองที่น่าปวดหัวไมเกรนแม้จะไม่ได้เป็นไมเกรนนั้นอ่านสนุกขึ้นไปอีก</p>
<p>เพจกะเทย NEWS ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มีนาคม โดย <b>จิล–พิพัฒน์ วัฒนพานิช </b>เพียงไม่กี่วันยอดเพจก็พุ่งทะยานไปถึง 34,000 กว่าไลก์ ก่อนหน้านี้จิลกับเพื่อนร่วมกันเปิดเพจ ‘ดูออกเลยเหรอคะ’ แต่เมื่อเห็นว่าเพจนี้น่าจะไปต่อได้ จิลจึงบอกกับดิฉันว่า ถ้างั้นดังแล้วก็แยกวงเลยดีกว่า<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าความฝันนั้นจะไกลสักเท่าไหร่ จะหกล้มซมซานเมื่อใดเพื่อนจะปลอบใจ จิลจึงทำเพจเดิมควบไปด้วย ค่ะคุณกิตติคะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58331 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เปิดเพจ ‘กะเทย NEWS’ มาไม่กี่วัน คิดว่าทำไมถึงได้ยอดเพจหลักหมื่นไลก์ไวขนาดนี้</b></p>
<p>เราว่าน่าจะ 3 ประเด็นประกอบกัน ประเด็นแรกคือ สถานการณ์การเมืองตอนนี้มันก็ลุ่มๆ ดอนๆ อาจจะไม่ร้อนแรงเท่าตอนยุคเผด็จการแล้ว แต่พอเข้าสู่การเลือกตั้ง ทุกคนก็คงอยากจะติดตามว่า สรุปอะไรมันเป็นยังไง ส่วนข้อที่สองเราคิดว่า คนไม่รู้จะอ่านอะไรดี จะกดเข้าไปในลิงก์ข่าวแต่ละสำนักก็ไม่มีเวลา ส่วนสาเหตุที่สามก็อาจจะเป็นเพราะสำนวนที่เราใช้ ความตลก ความกะเทย เลยยิ่งทำให้อ่านง่ายขึ้น น่าจะเป็นสามสาเหตุนี้ ที่ทำให้ยอดไลก์ขึ้นมาไว ซึ่งเราไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่ายอดจะพุ่งไวขนาดนี้</p>
<p><b>สรุปข่าวทีนึงได้ถึงโพสต์ละพันแชร์เลย</b></p>
<p>เอาจริงๆ ตกใจมาก เราเองเคยทำเพจอื่นมาก่อนแล้ว คือเพจ ‘ดูออกเลยเหรอคะ’ ที่เป็น Mean Girls เพจนั้นทำกับเพื่อนหลายคน ทำมาประมาณ 2 ปี ปัจจุบันเพจนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 42,000-44,000 ไลก์ แต่อันนี้คือไม่คิดเลยว่าจะพุ่งทะยานขนาดนี้ แค่คืนเดียวเราได้ 1 ส่วน 4 ของ 2 ปีที่ทำมา</p>
<p><b>อะไรดลใจให้เปิดเพจ</b></p>
<p>ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเราตามข่าวสารการเมืองมาอยู่แล้ว สเตตัสเราเองเพื่อนฝูงก็แชร์กันเยอะ จนกระทั่งหลังวันเลือกตั้ง กระแสข่าวมันเยอะมาก ทุกคนน่าจะเห็น เราเองก็ตามมาตั้งแต่เช้า และรู้สึกเครียด ทำยังไงดี อะ เดี๋ยวกูสรุปเอง สเตตัสแรกโพสต์ในเฟซบุ๊กตัวเอง เนี่ยตั้งแต่เช้ามาฉันเห็นแค่นี้ พอแล้วไปทำงานแล้วนะ ปรากฏว่าพอกลับมาดูอีกทีคนกดไลก์เต็มเลย คนแชร์ก็เหยียบร้อยเลยนะ แล้วมีคอมเมนต์จากเพื่อนบอกว่า แกเปิดเพจสิ ฉันว่าปังแน่ๆ กะเทยก็เชียร์ เราก็เลยอะ เปิดขำๆ ก็แล้วกัน มันก็ไม่ได้เปิดเพจยากเนอะเดี๋ยวนี้ ก็เปิดคอมพ์ ปึ๊บๆ เสร็จ ปรากฏปัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58333 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทำไมถึงใช้ชื่อเพจว่า &#8216;กะเทย NEWS&#8217;</b></p>
<p>เราว่ากะเทยไม่ใช่เพศ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ ใครๆ ก็เป็นกะเทยได้ เราไม่ได้บอกว่ากะเทยจะต้องตลกนะ แต่ชื่อนี้เป็นชื่อที่เชียร์ๆ กันมา เราก็คิดว่างั้นเอาอันนี้ไปก่อนแล้วกัน ไม่คิดว่ามันจะไปไวขนาดนี้ คิดแค่ว่าเดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนเอาทีหลังก็ได้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไม่ได้แล้ว ก็ไม่เป็นไร เราว่าคงคล้ายกรณี พี่ช่า บันทึกของตุ๊ด หรือยาย เทยเที่ยวไทย คือเราไม่ได้บอกว่ากะเทยจะต้องตลก แต่เราบอกว่าเวลาเราสื่อสารด้วยความสนุกมันก็มีส่วนดีของมันอยู่</p>
<p><b>สรุปข่าวแต่ละที เหมือนไปโกรธใครมา อะไรทำให้อัดอั้นตันใจขนาดนั้น<br />
</b></p>
<p>ถ้าอ่านดีๆ จะเห็นว่าเราไม่ได้ป้ายสีหรือเราไม่ได้ขึ้นไอ้ขึ้นอีกับบุคคลไหนที่กล่าวถึง แต่เราขึ้นไอ้อีกับอารมณ์ เหมือนเราใช้คำสร้อยต่างๆ สมมติเราบอกว่าอีดอก เราไม่ได้บอกว่าคนนี้ มึงอะ อีดอก! แต่เราแค่สบถมันออกมา ตอนที่เราเขียนตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไม่โจมตีใครแม้แต่ประยุทธ์เองก็ตาม ตู่ก็ตู่ เราเรียกตามที่กระแสโซเชียลเขาเรียก</p>
<p>เราคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะโกรธนะ ส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่โกรธแม้แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยเหตุผลก็ตาม อารมณ์มีส่วนอยู่แล้วในการทำเพจ ส่วนหนึ่งที่มันได้ขนาดนี้ ยอดไลก์ยอดแชร์ขนาดนี้ เราก็คิดว่าเพราะอารมณ์ส่วนหนึ่งเหมือนกัน</p>
<p><b>เหมือนเป็นความอึดอัดรวมหมู่ของสังคมหรือเปล่า</b></p>
<p>ใช่ แต่ว่าในฐานะของคนที่ทำงานครีเอทีฟอย่างเรา ต้องหันหัวเรือความโกรธไปลงให้ถูกที่ ตรงนี้สำคัญมาก</p>
<p><b>วันหนึ่งๆ อ่านข่าวเยอะแค่ไหน เพราะเห็นเหยี่ยวเทยอัพเดตข่าว เช้า กลางวัน เย็น แถมมีข่าวสั้นอีก</b></p>
<p>เราใช้ฟีดเราเป็นหลัก ไม่ได้ไปนั่งเปิดเว็บสำนักข่าวนั้นสำนักข่าวนี้ เอาง่ายๆ ว่าเราไถฟีดเราแล้วเจออะไรก็เอามาสรุป เป็นคนอ่านไว แหล่งข่าวก็มีทั้งสำนักข่าวไทย สำนักข่าวนอก แต่ตอนเขียนกับรีเช็กก็จะมีโยงไปอีกบ้าง อย่างกรณีที่พูดถึงรายการประยุทธ์ที่จะเป็นตอนอวสาน และไปค้นดูว่ามีสำนักข่าวไหนให้ข้อมูลเอาไว้ไหมว่ามีมาแล้วกี่ตอน ตอนละกี่บาท</p>
<p>ส่วนศัพท์แสงต่างๆ เอาจริงก็ไม่ได้มาจากเรานะ มาจากสื่อ จากคอมเมนต์ จากเพื่อน เราคิดว่าถ้าเราขำ คนอื่นก็ต้องขำ คนหนึ่งพูดถึงข่าวนี้แบบหนึ่ง อีกคนพูดถึงอีกแบบหนึ่ง พอเราเอามาเรียงกันมันก็ตลกดี<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><b>ตอนนี้นิยามเพจตัวเองว่ายังไง</b></p>
<p>(หัวเราะ) ก็คงเป็นเพจสรุปข่าวการเมืองสายบันเทิง อันนี้ก็ไม่ได้พูดเอง ดูจากคอมเมนต์ที่คนมารีวิว เพราะหลายๆ คนเสพการเมืองแล้วมันเครียด เขาไม่รู้ว่าจะอ่านอะไรที่ทำให้ตามข่าวสารอยู่ แต่ก็ไม่เครียดตามไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58331 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ปกติเสพอะไร ถึงเล่าเรื่องได้สนุก หลายเสียงบอกว่าทำให้การอ่านข่าวการเมืองสนุกไปเลย หรืออย่างคนที่มารีวิวในเพจก็บอกว่า “ไทยรัฐก็ทำไม่ได้ บีบีซีเหรอ อย่าหวังเลย”</b></p>
<p>มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะสื่อเหล่านั้นเขาต้อง PC มีความสุภาพ เพราะเขาไม่ได้รายงานแต่ในโซเชียลมีเดียไงคะ เขารายงานต่อสาธารณะ อาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เคยพูดเอาไว้ว่า การเมืองมันเป็น political performance ทุกอย่างที่เราเห็นเป็นเพียงการแสดง พอพูดคำนี้เราไม่ได้บอกว่ามันเป็นความหมายทางลบนะ เวลาใครออกมาไฮด์ปาร์ก มันไม่ใช่ตัวเขาทั้งหมด มันเป็นเพียงการแสดง เป็นฉาก เป็นซีน แล้วเราทำภาพยนตร์ ดูหนัง ดูละคร และเสพการเมืองด้วย เลยมองการเมืองเป็นการละคร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>วิชารัฐศาสตร์มันก็วิ่งตามศาสตร์พวกนี้ในทางหนึ่ง แล้วพอเรามองเราก็จะสามารถดูบีบีซี อ่านข่าว พร้อมกับดู <em>กรงกรรม</em> เราสามารถเปิดสองจอได้ เราดู <em>กรงกรรม</em> แล้วก็สะใจเวลาพี่ใหม่ เจริญปุระ ด่าอร่อยๆ พอโฆษณา เราก็ไปไถฟีด อารมณ์จากละครมันก็ยังค้างอยู่ พอมาไถฟีดก็พบว่าการเมืองไทยแม่งละครเนอะ เต็มไปด้วยตัวตลกอะ ในละครพี่ใหม่เพิ่งด่าลูกว่า “ไอ้ลูกเนรคุณ” พอละครจบ มาดูประชาธิปัตย์ก็เจอเหมือนกันว่า “เนรคุณ ออกไปจากพรรคเลย” สิ่งนี้คืออะไร ฉันเพิ่งได้ยินเสียงพี่ใหม่ก้องอยู่ในหัวเมื่อตะกี้นี้ ทำให้เห็นว่าเรื่องการเมืองมันเป็นเรื่องของ performance จริงๆ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><b>เห็นในเพจบอกว่าเป็น Journalist คิดเห็นยังไงกับคำที่ว่า ‘สื่อต้องเป็นกลาง’<br />
</b></p>
<p>คำว่าสื่อต้องเป็นกลางมันมาพร้อมกับทุนนิยม สื่อบางเจ้ามันต้องเสิร์ฟทุน ไม่งั้นก็จะอยู่ไม่ได้ ด้วยความที่เสิร์ฟทุน เวลารายงานอะไรมันก็ต้องเกรงใจทุน เราว่าสื่อไม่ต้องเป็นกลางหรอก คุณน่ะเลือกข้างไปเลย สิ่งที่คุณต้องมีไม่ใช่ความเป็นกลาง สิ่งที่ต้องมีคือจรรยาบรรณ การมีจรรยาบรรณหมายความว่า เมื่อเขียนถึงอีกฝั่งก็ต้องไม่ปั่นข้อมูลเพื่อโจมตีอีกฝั่ง ถ้าจะโจมตีเขา ก็ต้องโจมตีด้วยข้อเท็จจริงที่คุณมี คุณมีแค่ไหนก็โจมตีแค่นั้น ไม่ต้องเค้น เรื่องบางเรื่องถ้ามันไม่ได้เป็นประเด็นขนาดนั้นก็ไม่ต้องหยิบยกมาปั่นให้เป็นประเด็นก็ได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เรารู้สึกว่าสื่อทำงานด้วยความไม่ชอบอีกฝ่ายได้ แต่ไม่ต้องทำงานด้วยความเกลียดก็ได้มั้ง หรือถ้ามีความเกลียดจริงก็ทำให้มันสร้างสรรค์หน่อย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-58334 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-4.jpg" alt="" width="555" height="833" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 555px) 100vw, 555px" /></p>
<p><b>สมมติว่าได้เป็น ‘จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์’</b> <b>ในเวทีดีเบต อยากจะถามใคร และถามว่าอะไร</b></p>
<p>ว้ายยยย คุณแม่ ถามคุณอนุทินก่อนเลยค่ะ ณ เวลานี้ตอนนี้นะคะ บ่ายสามโมงของวันที่ 27 มีนาคม คุณอนุทินคะ คุณพี่จะเอายังไง คือกะเทยรอไง เอายังไงก็ว่ามาจะได้รู้ มันอึดอัด ทุกคนรอ คุณจะทำแต่สยามเมืองยิ้มอย่างเดียวมันไม่ได้ ก่อนจะไปกัญชาช่วยมีกันและกันก่อน เพราะเก้าอี้ยูก็ใช่ว่าจะเยอะ หรือข่าวลือซุบซิบที่เขาว่าคุณน่ะดีลแล้วกับฝ่ายนู้นฝ่ายนี้ จริงหรือไม่จริง คุณกล้าพูดไหมคะ ยื่นไมค์ ขมวดคิ้วแบบคุณแม่จอมขวัญ งุนงงมาก</p>
<p>ส่วนมิ่งขวัญมิ่งหล้าก็เห็นว่ามีหลังไมค์กับ someone ที่แถลงวันนี้แล้วว่าร่วม ส่วนตัวประเมินด้วยตัวเองแล้วคิดว่า คุณมิ่งขวัญเขาทำเรื่องเศรษฐกิจ เขาจะไม่ค่อย take side เรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเบอร์เข้ม คือรสกาแฟเขาต่างเลย คนอื่นเขาโอเลี้ยงยกล้อ คนนี้เขาชาเขียว เราว่าคุณมิ่งขวัญสไตล์นี้ สายเศรษฐกิจ อุดมการณ์ทางการเมืองมันมีผลต่อเศรษฐกิจแหละ แต่ว่าเขาอาจจะเพ่งไปที่เศรษฐกิจมาก ก็เลยขอไปเคลียร์ตรงนั้นก่อน ตรงนี้ฉันก็อยู่กับเธอแหละ แต่ว่าฉันมีงานที่ต้องทำ คงประมาณนี้</p>
<p><b>ถ้าให้ลองเปรียบเหยี่ยวเทยเป็นนักข่าว คิดว่าจะเป็นนักข่าวคนไหน</b></p>
<p>เราคิดว่าเราไม่ได้เป็นนักข่าวนะ เราคิดว่าเราเป็นคนสรุปข่าว สวมบทบาท นักข่าวต้องทำข่าว ลงพื้นที่ อย่างแถลงการณ์เช้านี้นี่ฉันต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ใช่ไหมคะ ตั้งมงตั้งไมค์ เราไม่ได้ทำไง เราตามเก็บ อ่านอีกทีแล้วเอามารวบ แล้วอะ ทานค่ะ เราคิดว่าเราเป็นคนหน้าจอ คิดว่าก็คงเป็น (หัวเราะ) คุณแม่สายสวรรค์ ขยันยิ่ง หรือไม่ก็คุณแม่แขก คำผกา อยู่หน้าจอ นางฟาด มั่น เฟียร์ซ พูดทุกอย่างผ่านปากของเฟมินิสต์ กะเทยนิวส์ก็พูดประเด็นสังคม ผ่านปากกะเทย</p>
<p>ถ้าจะให้ออกตลาด จะให้ไปวิ่งแบบคุณฐปนีย์ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์แบบกฤต เจนพานิชการ สกายรีพอร์ตรายงานอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ผั่บๆ ก็ไม่ได้ คุณแม่จอมขวัญก็ไปลากมาทีละคน จี้ จี้ จี้ เราก็ไม่ได้ทำแบบนั้น เรียกว่าเราสรุปรวบรวม ไม่ได้ทำข่าวไหนเป็นพิเศษ เรารวบ รวบ รวบ รวบ รวบ แล้วก็รายงาน<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><b>คิดเห็นยังไงกับบรรยากาศความตื่นตัวเรื่องการเมืองของผู้คนในช่วงนี้</b></p>
<p>โอเคมากเลย ถ้าย้อนกลับไปสมัย ‘เพจดูออกเลยเหรอคะ’ เรายอมรับว่าทำออกมาเพื่อเสียดสีเผด็จการ ที่ช่วงนั้นไม่ค่อยมีใครออกมา rise up ตัวเอง ด้วยความกลัวในบรรยากาศบ้านเมืองต่างๆ พอเลือกตั้งใกล้เข้ามา อย่าว่าแต่คนตื่นตัวเลย บางคนกลายร่างเป็นเครื่องด่าอย่างสมบูรณ์แบบมาก เราเคยเข้าใจว่า เราด่าอยู่คนเดียวจนคนอื่นเขามองว่ามึงบ้าการเมืองเกินไปหรือเปล่า งานการไม่ทำหรือไง แต่ฉันคิดว่านี่มันเป็นมาตรฐานปกตินะ อย่างกะเทย LGBT สิทธิกะเทย ฉันมีผัว ฉันอยากจะแต่งงาน เรื่องใกล้ตัวมากเลย มันไม่แปลกปะที่กะเทยจะตื่นตัว ก็ฉันจะแต่งงานกับผัว แกแต่งได้ฉันแต่งไม่ได้คืออะไร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>หลังๆ มาสถานการณ์บีบทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคนหมดเลย ของก็แพงขึ้น คนกรุงขึ้นบีทีเอสทีหนึ่งก็หน้าสั่นแล้ว 60 บาทกินข้าวได้สองมื้อนะ มันใกล้ตัวเข้ามาทุกที เด็ก ม.ปลายจะสอบก็โดนเลื่อน มีจิ๊กโก๋วิ่งเข้าไปกระทืบในห้องสอบ บรรยากาศแบบนี้มีที่นี่ที่เดียว ที่ประเทศไทย ต่อให้คุณบอกว่า ฉันไม่สนใจการเมือง มันก็จะมาเคาะประตูคุณอยู่ดี มันจะมากระชากให้คุณดูว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>หลังๆ ทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธ กลายร่างเป็นเครื่องด่า ด่าจนเราต้องพักก่อน ด่าไปก่อนเลยลูก ใครไหวไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป ฉันขอดูละครแป๊บนึง หลายคนที่เรารู้จัก ลุคเขาไม่แตะการเมืองเลย แชร์เรื่องนก ฟ้า หมู ปลา หมา เพลง พอมาช่วงเลือกตั้ง โอ๊ย ด่าเหมือนคนละคน ด่าเหมือนเขาเอาวิญญาณเราไป</p>
<p><b>หรือเราต้องออมแรงไว้สู้วันอื่นบ้าง</b></p>
<p>ใช่ๆ กลับกัน เราต้องบอกว่า ใจเย็น ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน มึงเลือกตั้งไปแล้วไง กาไปแล้วไง ถ้าเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของกระบวนการประชาธิปไตย ถ้าจะหาอำนาจรัฐก็ต้องรบกันเนอะ คุณมีกำลังพลเท่าไหร่ ตอนนี้เราไม่เอาความรุนแรงทุกรูปแบบ เราไม่ตีกันแล้ว ด่ากันก็อีกเรื่องหนึ่ง (หัวเราะ) แต่เราไม่ลุกไปตีหัวคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ก็ต้องกา ก็ต้องโหวต แต่พอเราโหวต ก็ต้องการกติกาที่มันเป็นธรรมไง อันนี้เป็นเบื้องต้น</p>
<p>ทุกคนตั้งใจโหวตเพื่อหาคำตอบ ความขัดแย้งมันมีอยู่แล้ว ไม่งั้นจะไปกาตั้งแต่แรกเหรอ แต่ต้องการกติกาที่เป็นธรรม พอเจอแบบนี้ก็ทำให้สถานการณ์มันไม่ไปไหน มันก็ไม่แปลกที่คนมันจะโมโห บางทีเราก็ไม่ได้โมโหที่เขามาริบอำนาจอย่างเดียว เราโมโหที่เมื่อคุณได้อำนาจไปแล้วคุณก็ยังทำมันแย่ ธรรมชาติของคนไทยส่วนหนึ่งคือปกครองแบบไหนก็ได้ขอให้ฉันอิ่มท้อง แต่ทีนี้คุณมีอำนาจในมือ คุณก็ทำสิ่งนี้ไม่ได้ไปอีก อารมณ์คนเลยมา</p>
<p>เราบอกกับหลายคนว่าด่าก็ด่าไป การด่าเป็นวิธีการถ่ายทอดอารมณ์ตัวเองแบบหนึ่ง ในยุคที่โซเชียลมีเดียมันบูม ทุกคนเหมือนมีไดอารี่สาธารณะส่วนตัว แต่เมื่อคุณด่าแล้ว อยากให้ take consequence และ take responsibility กับมัน คือยอมรับผลที่จะตามมา แล้วก็มีความรับผิดชอบกับมัน ถ้าคุณโจมตีประยุทธ์ ก็ต้องรู้ว่าคุณด่าเขาเพราะอะไร ทำไมถึงมีอารมณ์กับสิ่งนี้มาก แล้วถ้าคุณกำลังใช้อารมณ์อยู่ ก็ยอมรับไปเลย ใช่ เพราะกูโกรธไง ไม่ต้องมาอ้างเหตุผลว่าเพราะสิ่งนั้นสิ่งนี้ อย่างกะเทยนิวส์คือชัดเจนเลยว่า ถ้าฉันโมโห ก็คือด่า อารมณ์ฉันนี่แหละคือเหตุผล จบ ไม่ได้บอกว่าฉันเป็นคนไม่มีเหตุผล ฉันแค่บอกว่า ตอนนี้ฉันโมโห<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-58335 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-6.jpg" alt="" width="555" height="833" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 555px) 100vw, 555px" /></p>
<p><b>เหมือนเป็นการระบายความอึดอัดเบื้องต้นในสถานการณ์ที่คนไม่รู้ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหนกันแน่</b></p>
<p>เรารู้สึกว่า คนไทยหรือคนเสพข่าวก็ตาม คนที่จริงจังกับ voice ของตัวเอง จริงจังกับการเมืองตอนนี้ It’s ok to be mad. มันไม่เป็นไรนะ ถ้าจะโมโห ระบายมันออกไป แต่ระบายมันอย่างสร้างสรรค์ก็จะดี สองคือ ถ้าคุณแสดงออกมาอย่างสร้างสรรค์ คือคุณหันหัวเรืออารมณ์คุณไปลงได้ถูกที่ คุณก็จะไม่เครียด โมโหแล้วคุณได้ระบายออก ก็เหมือนน้ำ ระบายออกแล้วคุณจะเบาลงในเบื้องต้น ถ้าทำอย่างนี้ได้เป็นกิจวัตร รู้ว่าฉันโมโห พูดแล้วดูพุทธ พุทธแท้ รู้สติ ว้ายยย ตายแล้ว รู้หนอ พองหนอ โกรธๆๆๆ ระบายออกไป มันก็จะไม่นำไปสู่ความเครียด</p>
<p>ในอีกทางหนึ่งมันก็ดีที่คนรู้ว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย สิ่งนี้เราว่ามันเป็นกลไกของประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิที่จะพูด จะมีคนฟังหรือไม่มีก็อีกเรื่อง แต่ฉันรู้ว่าฉันมีสิทธิที่จะพูด<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><b>อยากให้กะเทยนิวส์ลองวิเคราะห์ความผันผวนหลังการเลือกตั้ง ว่ามันจะเป็นไปถึงขั้นไหน</b></p>
<p>ถ้าเอาใกล้ตัวเลยเราคิดว่า กกต.ไม่น่ารอดเลย เพราะว่ากล้องอันตรายกว่าปืน ขอยืมคำของคุณทักษิณมา ไม่ได้พูดเอง เขาให้สัมภาษณ์บีบีซีไว้ คือคุณทำตัวย้อนยุคในที่สว่าง คุณกล้าโกงแบบปี 2500 ในยุค 2019 ได้ไง ดูซีรีส์เรื่อง <em>House of Cards</em> เราเจอการโกงที่ชิงไหวชิงพริบ ที่รัสเซียหลักฐานจะเอาผิดการโกงก็ไม่พอ นักข่าวก็ต้องกลับไป หรือกรณีซึงรี นักข่าวแฉหลักฐาน เราเห็นเบอร์นั้น ทำซีรีส์สนุกได้เป็นตอนๆ แต่ของไทยนี่แค่คุณจะโกง คุณยังไม่คิดเลย</p>
<p>มันดูถูกประชาชนเหมือนกันนะ ประชาชนไม่โอเคกับการทำงานแบบนี้แน่นอนอยู่แล้ว ตอนนี้ความไม่โอเคของ กกต.เป็นเรื่องจริง แต่มวลนี้มันจะถูกนำไปลงตรงไหน อย่างที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี แถวบ้านเรา นักศึกษาก็รวมกลุ่มกันเสนอชื่อถอดถอน กกต. นี่เป็นตัวอย่าง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ทำยังไงให้ความโกรธของคุณไปได้ต่อ ตอนแรก change.org มีแคมเปญลงชื่อ ก็ลงกันเหยียบล้าน รัฐบอกชื่อออนไลน์ไม่มีผล อ้าว ความโกรธของฉัน เกือบล้าน หน้าแห้ง ยิ้มแห้ง แต่ก็มีคนบอกว่าอย่างน้อยๆ มันเป็นเชิงสัญลักษณ์ หรือบางคนก็เสนอวิธีของรัฐธรรมนูญปี ’50 ลงชื่อ พิมพ์สำเนาบัตรประชาชนแนบให้เรียบร้อย ครบ 20,000 คน คุณยื่นได้เลย คนก็เฮกันว่าหรือเราจะไปทางนั้นดีในเมื่อประเทศนี้ยังไม่โอบรับดิจิทัล ชื่อออนไลน์ไม่รับ งั้นฉันจะกลับไปสู่ยุคเอกสาร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่พอกลับไปสู่ยุคเอกสารก็บอกว่าอ้าวรัฐธรรมนูญ ’50 เขาก็ฉีกไปแล้ว จะเอาอะไรมาอ้างอิง สุดท้ายก็มีคนฟาด แกอย่าลืมว่าถึงแกได้ 20,000 ชื่อแล้ว แต่ 20,000 ชื่อนั้นต้องไปหา ปปช. ซึ่ง ปปช. คือ ปิ๊ง! ผายมือ ทุกคนก็รู้แล้วว่า ปปช.คืออะไร</p>
<p>กะเทยนิวส์เองก็ไม่ได้มีคำตอบให้ อย่างการลงชื่ออาจจะมองว่าเป็นเชิงสัญลักษณ์ มีคนไม่เห็นด้วยครั้งนี้เหยียบล้านแล้ว อย่างน้อยตัวเลขนี้มันจะไม่หายไป สื่อต่างชาติ สื่อไทย หรือหน่วยงานราชการต่างๆ เห็นตัวเลขนี้แล้วยังเพิกเฉยอีก ก็ไม่รู้ว่าจะยังไงแล้ว</p>
<p><b>คิดว่าความวุ่นวายเหล่านี้จะจบลงยังไง</b></p>
<p>เราไม่เชื่อว่ามันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ได้ในเร็วๆ นี้ เอาแค่เฉพาะที่เราเห็นในช่วงอายุเรานะ ไม่ได้มองย้อนในวิชาเรียนประวัติศาสตร์ เราคิดว่าฟ้าสีทองผ่องอำไพจะไม่มาไวขนาดนั้น สหรัฐอเมริกาใช้เวลา 50 ปีแน่ะ กว่าคนผิวสีจะนั่งตำแหน่งประธานาธิบดี มันไกลมาก ตอนนี้มันน่าจะเป็นเรื่องของการหา shade ค่ะ fifty shades of ประชาธิปไตยในไทย คุณอยู่ shade ไหน พรรคการเมืองตอนนี้เริ่มรวม shade ตอนแรกแบ่ง ตอนนี้รวม แล้วเดี๋ยวมันก็จะไปแบ่งอีก เพราะว่า ส.ส.ในสภาก็มีสัดส่วนความหลากหลายค่อนข้างเยอะ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เราขอยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ เขาก็ออกตัวเลยว่าเขามี ส.ส.ม้งคนแรก ส.ส.เพศที่สามคนแรก กะเทยนิวส์ปรบมือให้ชีพี่กอล์ฟ เพื่อไทยก็ใช่ย่อย เราก็สามารถพูดได้ว่า ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นมาได้ก็จะเป็นนายกหญิง ประเด็นเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันจะเริ่มแบ่ง shade กลับมาหาเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างพวกเรานี่แหละว่า ที่แต่ละคนอยากได้ประชาธิปไตยมันอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ ฝ่ายซ้ายที่ซ้ายมากๆ ก็บอกว่าอยากได้แบบสังคมนิยม บางคนก็บอกว่าฉันยังอยากได้พระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ หรือบางคนก็บอกว่ายังไงก็ได้ ก็มี<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>แต่กระบวนการที่จะสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรงมันต้องกลับมารีเช็กตัวเองบ่อยๆ ว่า สุดท้ายแล้วคุณให้คุณค่ากับอะไร เจอหลายคนที่ประชาธิไตยแน่นมาก บางคนเป็นฟ้า ฉันจะสู้ไปกับพ่อส้ม คุณพ่อธนาธรคือที่หนึ่งของฉัน แต่กลับกันก็ยังรับน้องแบบโซตัส ฉันจะไปเลือกตั้งล่วงหน้าเพราะวันจริงฉันมีรับน้อง คนเราก็มีความย้อนแย้งอย่างนี้อยู่ หยุด กะเทย กะเทยจะเป็นประชาธิปไตยพร้อมกับโซตัสไม่ได้ เรื่องสิทธิมนุษยชนมันไม่ได้ไง</p>
<p>แม้แต่กะเทยนิวส์ก็ตาม ก็ต้องไปนั่งถกกันอีกในอนาคตเรื่อง PC ได้หรือเปล่า แกไปเรียกเขา ชี อย่างนั้นอย่างนี้ได้ไหม แต่เรามองกระบวนการพวกนี้เป็นเรื่องปกติ มันจะนำไปสู่การถกเถียงที่เป็นอารยะ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ถ้าจริงอย่างที่ทุกคนตั้งมั่น อย่างที่คุณแม่หน่อยจิกกัด พวกอีแอบ พวกย้ายค่าย แน่ใจนะว่าจะไม่เอาอำนาจนอกระบบมาล้มกติกาอีก ถ้าเราหยุดวงจรนี้ได้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี Good start แต่ไม่ใช่ Big move</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-58336 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-13.jpg" alt="" width="555" height="833" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/กระเทยนิวส์-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 555px) 100vw, 555px" /></p>
<p><b>ในบรรยากาศแบบนี้คิดว่ายังหวังอะไรได้อีกไหมกับบ้านนี้เมืองนี้<span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>ต้องถามว่าหวังเรื่องอะไรด้วยนะ เพราะมันมีหลาย shade หลายมุม อย่างเรา ก่อนเลือกตั้งเราบอกหลายคนไปว่า เลือกๆ ไปเหอะ น้องๆ หลายคน ในวงเล็บ ที่รู้ตัวว่าจะสู้เพื่อประชาธิปไตย คนรุ่นใหม่หลายคนก็ไม่เลือกพลังประชารัฐแน่นอน แต่คนที่สับสนว่าจะเลือกพรรคไหนดี มันเป็นยุคของหล่อน หล่อนอยากได้อะไร หล่อนเลือกเลย ฉันคิดว่าความต้องการของหล่อนก็ไม่ได้ทิ้งห่างจากฉันเท่าไหร่<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>รุ่นน้องที่เป็นเก้ง หล่อนมีแฟนนี่ อยากผลักดันกฎหมายไหมล่ะ ถ้าเราอยากได้ พรบ.คู่ชีวิต ที่เท่าเทียมจริงๆ ก็ต้องไปแก้ ปพพ. 1448 มันจะได้ครบ หล่อนก็ต้องหาคนไปดัน ถ้าหล่อนจะเอาแบบนี้ หล่อนเลือกเลยว่าใคร แต่ก็จะบอกเหมือนกันว่า ถ้ามัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาดันแต่เรื่องเพศอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องดูองค์รวมด้วย ถ้าบอกว่าอยากให้ค่าบีทีเอสลดลงก็ต้อง voice up เรื่องนี้มากๆ เพราะมันมีผลต่อกระเป๋าสตางค์ของคุณโดยตรง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>คุณไม่ต้องไปหวัง big move ขนาดนั้นก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าความหวังของคุณต้องไม่ไปดักความหวังคนอื่น ทุกอย่างมันเกี่ยวเนื่องกันหมด ฉันอยากได้การแต่งงานเท่าเทียมมาก เพราะฉะนั้นฉันจะเลือกใครก็ได้ที่จะทำให้กฎหมายฉันสมบูรณ์ ไม่ได้สิ ถ้าเกิดว่าคนที่ทำให้เธอเป็นเผด็จการล่ะ นึกออกไหม กะเทยคนหนึ่งถือปืนในชุดนางเสือแล้วก็บอกว่าฉันจะยึดอำนาจให้พวกเธอทุกคน เพื่อให้กฎหมายฉันผ่าน มันก็ไม่ได้ปะ ก็ผิดแล้ว</p>
<p><b>หลังช่วงหลังเลือกตั้งนี้ไปจะยังทำกะเทยนิวส์ต่อหรือเปล่า</b></p>
<p>เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ ยังไงเสียมันก็ต้องทำไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว ด้วยความที่มันเป็นสรุปข่าว เราคิดว่าเดี๋ยวมันก็ไปของมันเรื่อยๆ ประเด็นโน้นประเด็นนี้ พอคนเลิกคุยเรื่องการเมือง ก็ต้องมีเรื่องอื่นมาให้กะเทยเมาท์อยู่ดี เราไม่เชื่อว่าจะจบแค่นี้ เพียงแต่ว่าช่วงนี้คนสนใจการเมืองมากเท่านั้นเอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kathoey-news-interview/">&#8216;กะเทย NEWS&#8217; เพจสรุปข่าวที่ เอ้อ ทำให้การอ่านข่าวการเมืองเป็นเรื่องสนุกค่ะคุณกิตติคะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุขและทุกข์ของยูทูบเบอร์ คุยกับ MayyR ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามถึงล้านสามคน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mayrr-the-yutuber/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Feb 2019 15:00:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[YouTuber]]></category>
		<category><![CDATA[เมอา]]></category>
		<category><![CDATA[หน่องเม]]></category>
		<category><![CDATA[MayyR]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53774</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สวัสดีค่าทุกคนนนน” ยอมรับมาเถิดว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์หากขี้เกียจออกไปไหน หลายๆ คนจะเปิดยูทูบแล้วปล่อยแรนด้อมไปดูเพลินๆ ได้ทั้งวัน บางคนดูไปพลางๆ ระหว่างเดินทางไปทำงาน หลายคนก็เปิดดูตอนเครียดๆ  และหนึ่งในนั้นคงจะเคยดูช่องของ MayyR หรือ ‘หน่องเม’ มาแล้วแน่ๆ  เมอา–พรพรรณ เรืองปัญญาธรรม เริ่มต้นทำช่องในยูทูบด้วยการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์เมื่อราว 5-6 ปีก่อน เธอเริ่มในยุคที่ยูทูบยังไม่เป็นที่นิยมนัก และเริ่มด้วยคำว่า ‘อยากทำ’ เพียงคำเดียว จากคำนั้นปัจจุบันช่องของเธอมีผู้ติดตามทะลุล้านไปเรียบร้อย อะไรทำให้เธอมาไกลได้ขนาดนี้ ตลอดหลายปีมีวันไหนที่ไม่อยากยิ้มให้กล้องบ้างหรือเปล่า การเป็นยูทูบเบอร์นอกจากพาเธอไปประเทศแปลกๆ ไปเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้ไปใช้ชีวิตในวัฒนธรรมต่างๆ แล้ว ยังพาเธอไปเจออะไรอีกบ้าง ลองให้เธอเล่าให้ฟังแบบไม่ต้องอัดวิดีโอดู อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกกับการเป็นยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามเป็นล้าน ไปไหนมาไหนเราต้องเอากล้องมาถ่ายตลอด เรื่องความเป็นส่วนตัวก็ด้วยค่ะ พอมีคนติดตามเยอะก็จะมีคนจำได้ ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่คนทำงานทั่วไปต้องเจออยู่แล้ว อย่างการทำงานหนัก หรือมีไม่ได้นอนบ้าง &#160; คอนเทนต์แบบไหนที่ทำให้คนเริ่มเข้ามาติดตามเรามากขึ้น ช่วงที่เราแต่งหน้าหรือทำวิดีโอแต่งหน้าตามซีรีส์ที่ตลกๆ ตอนนั้นมีคนเข้าดูเยอะ ถัดจากช่วงแต่งหน้ามาเป็นช่วงไลฟ์สไตล์ วิดีโอกิน-เที่ยวคนก็ชอบ และมาเยอะขึ้นอีกในช่วงที่เมไปอังกฤษแล้วทำ vlog ไลฟ์สไตล์ ทำอาหาร พาเที่ยว ตอนนั้นเป็นจุดที่ทำให้คนหันมาชื่นชอบมากขึ้นเหมือนกัน เริ่มจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ จนตอนนี้ทำวิดีโอหลากหลายมาก ทุกวันนี้เมอธิบายตัวเองว่าเป็นยูทูบเบอร์สายไหน เมรู้สึกว่าตัวเองเป็น content [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mayrr-the-yutuber/">สุขและทุกข์ของยูทูบเบอร์ คุยกับ MayyR ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามถึงล้านสามคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“สวัสดีค่าทุกคนนนน”</p>
<p>ยอมรับมาเถิดว่าทุกวันหยุดสุดสัปดาห์หากขี้เกียจออกไปไหน หลายๆ คนจะเปิดยูทูบแล้วปล่อยแรนด้อมไปดูเพลินๆ ได้ทั้งวัน บางคนดูไปพลางๆ ระหว่างเดินทางไปทำงาน หลายคนก็เปิดดูตอนเครียดๆ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>และหนึ่งในนั้นคงจะเคยดูช่องของ MayyR หรือ ‘หน่องเม’ มาแล้วแน่ๆ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เมอา–พรพรรณ เรืองปัญญาธรรม เริ่มต้นทำช่องในยูทูบด้วยการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์เมื่อราว 5-6 ปีก่อน เธอเริ่มในยุคที่ยูทูบยังไม่เป็นที่นิยมนัก และเริ่มด้วยคำว่า ‘อยากทำ’ เพียงคำเดียว จากคำนั้นปัจจุบันช่องของเธอมีผู้ติดตามทะลุล้านไปเรียบร้อย</p>
<p>อะไรทำให้เธอมาไกลได้ขนาดนี้ ตลอดหลายปีมีวันไหนที่ไม่อยากยิ้มให้กล้องบ้างหรือเปล่า การเป็นยูทูบเบอร์นอกจากพาเธอไปประเทศแปลกๆ ไปเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ได้ไปใช้ชีวิตในวัฒนธรรมต่างๆ แล้ว ยังพาเธอไปเจออะไรอีกบ้าง</p>
<p>ลองให้เธอเล่าให้ฟังแบบไม่ต้องอัดวิดีโอดู</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53780 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-4-300x200.jpg" alt="" width="826" height="550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-4-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></p>
<p><b>อะไรคือสิ่งที่ต้องแลกกับการเป็นยูทูบเบอร์ที่มีคนติดตามเป็นล้าน</b></p>
<p>ไปไหนมาไหนเราต้องเอากล้องมาถ่ายตลอด เรื่องความเป็นส่วนตัวก็ด้วยค่ะ พอมีคนติดตามเยอะก็จะมีคนจำได้ ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่คนทำงานทั่วไปต้องเจออยู่แล้ว อย่างการทำงานหนัก หรือมีไม่ได้นอนบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คอนเทนต์แบบไหนที่ทำให้คนเริ่มเข้ามาติดตาม</b><b>เรามากขึ้น</b></p>
<p>ช่วงที่เราแต่งหน้าหรือทำวิดีโอแต่งหน้าตามซีรีส์ที่ตลกๆ ตอนนั้นมีคนเข้าดูเยอะ ถัดจากช่วงแต่งหน้ามาเป็นช่วงไลฟ์สไตล์ วิดีโอกิน-เที่ยวคนก็ชอบ และมาเยอะขึ้นอีกในช่วงที่เมไปอังกฤษแล้วทำ vlog ไลฟ์สไตล์ ทำอาหาร พาเที่ยว ตอนนั้นเป็นจุดที่ทำให้คนหันมาชื่นชอบมากขึ้นเหมือนกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53781 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-6-300x200.jpg" alt="" width="833" height="555" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-6-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-6.jpg 675w" sizes="(max-width: 833px) 100vw, 833px" /></p>
<p><b>เริ่มจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์</b><b> </b><b>จนตอนนี้ทำวิดีโอหลากหลายมาก</b><b> </b><b>ทุกวันนี้เมอธิบายตัวเองว่าเป็นยูทูบเบอร์สายไหน</b></p>
<p>เมรู้สึกว่าตัวเองเป็น content creator ค่ะ คือผลิตคอนเทนต์ แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นยูทูบเบอร์ก็ได้ ก็คือคนที่ทำวิดีโอลงยูทูบ แต่เรื่องที่ว่าเป็นยูทูบเบอร์สายไหนเมก็ไม่อยากกำหนด เพราะทำหลายอย่าง ทั้งพากิน พาเที่ยว ขณะเดียวกันแต่งหน้าก็ยังมีอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>วันที่ผันตัวมาทำด้านอื่นๆ</b><b> </b><b>ด้วย</b><b> </b><b>จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากแต่งหน้าอีกต่อไปแล้ว</b><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>เรารู้สึกว่าตอนที่ได้เดินทาง ได้ท่องเที่ยวแล้วมันสนุก น่าจะเป็นตอนนั้น พอรู้ตัวอีกทีก็ไม่ได้อยากแต่งหน้าแล้ว<span class="Apple-converted-space">  </span>มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่าฝืน จะแต่งหน้าทีต้องคิดเยอะ ใช้เวลานาน ตอนที่ทำก็ไม่ได้แฮปปี้ พอไม่แฮปปี้มันก็จะทรมานหน่อย คิดคอนเทนต์แต่งหน้าชิ้นถัดไปก็คิดไม่ออก แต่ตอนนั้นก็ยังคงพยายามแต่งหน้าไป หาลุค หาเรื่องมาแต่งอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ใจไม่ได้อยากทำ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปเวย์อื่นๆ ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53783 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-3-300x200.jpg" alt="" width="838" height="558" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-3-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 838px) 100vw, 838px" /></p>
<p><b>มีเคล็ดลับอะไรที่พูดกับกล้องได้ลื่นไหลขนาดนี้</b><b> </b><b>เผื่อคนอื่นๆ</b><b> </b><b>ที่อยากจะเริ่มต้นทำยูทูบแต่ยังไม่กล้า</b></p>
<p>ก่อนที่เมจะมาพูดกับกล้องได้ขนาดนี้ก็ผ่านการเขินมา ผ่านการพูดไม่รู้เรื่องมา มันต้องฝึกจริงๆ หลายคนปรึกษาว่าทำอย่างไรให้กล้าพูดกับกล้อง ก็แนะนำได้แค่ว่าเราต้องฝึกเรื่อยๆ พูดคนเดียวหน้ากระจก หรือพูดเล่นๆ ตอนอยู่คนเดียว แล้วค่อยนำสิ่งที่เราฝึกฝนไว้มาใช้หน้ากล้อง</p>
<p>อีกปัญหาคือหลายคนอยู่หน้ากล้องแล้วไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้ไม่กล้าพูด ปกติคนเราเวลาสนิทกับใครเราจะพูดเยอะ วิธีของเมคือต้องเริ่มจากการคิดว่า เรากับคนดูหรือเรากับกล้องสนิทกัน แล้วมันจะค่อยๆ ผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้นในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีบ้างไหมที่วันไหนไม่ได้อยากพูดกับกล้องแต่ก็ต้องทำหน้ายิ้ม</b><b> </b><b>สวัสดีทุกคนนน</b></p>
<p>มีค่ะ บางทีต้องทำงาน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว เราก็ต้องใช้ความพยายามประมาณหนึ่งที่จะทำให้ตัวเองแฮปปี้<span class="Apple-converted-space"> </span>ส่วนใหญ่เมจะใช้เพลงในการปรับอารมณ์ เปิดเพลงที่เราฟังแล้วสบายใจฟัง แล้วพยายามลืมเรื่องเครียดเรื่องกังวลไปก่อนเพื่อให้เฮฮาหน้ากล้องได้ บางทีก็บิลด์ตัวเองด้วยการใช้เสียง “สวัสดีค่าทุกคน” นี่แหละ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เคยเจอคอมเมนต์แย่ๆ</b><b> </b><b>บ้างไหม</b><b> </b><b>มีวิธีรับมืออย่างไร</b><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>ส่วนใหญ่เมจะเช็กก่อนว่าที่เขาพูดมาเป็นคอมเมนต์ติเพื่อก่อหรือเปล่า ถ้าเราปรับปรุงตามที่เขาว่ามาเราจะดีขึ้นหรือพัฒนาขึ้นไหม ถ้าใช่ ก็เก็บไว้ปรับ แต่ถ้าเป็นคอมเมนต์นักเลงคีย์บอร์ดที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรนะ เราเห็นใจเขามากกว่าที่เป็นทุกข์กับการดูวิดีโอเรา เป็นทุกข์กับการเห็นเราจนเขาต้องมาพูดไม่ดี ตอนที่ด่าเราเขาโอเคอยู่ไหม มีเรื่องไม่สบายใจในชีวิตหรือเปล่า เราสามารถปล่อยวางได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอะไร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เมหลีกเลี่ยงการตอบโต้กับคน เราอยู่ในที่สว่าง เราตอบไปทางไหนก็เป็นดาบสองคมได้หมดเลย ต่อให้ตอบดีก็จะมีคนบอกว่าเราประชด หรือถ้าตอบแรงๆ ใส่ ก็อาจมีคนสะใจแต่ก็จะมีคนที่เห็นว่าไม่สมควร ถ้าเทคแอ็กชั่นกลับไป เราจะมีแต่เสียกับเสีย</p>
<p>ส่วนคอมเมนต์ดีๆ บางทีเหนื่อยๆ ก็เข้าไปเปิดอ่านนะ ทำให้เมมีแรงลุกขึ้นมาใหม่ได้เหมือนกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-1-300x200.jpg" alt="" width="863" height="575" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-1.jpg 675w" sizes="(max-width: 863px) 100vw, 863px" /><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53785 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-2-300x200.jpg" alt="" width="842" height="561" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-2.jpg 675w" sizes="(max-width: 842px) 100vw, 842px" /></p>
<p><b>หลังกล้องยูทูบเบอร์มีความทุกข์บ้างไหม</b><b> </b><b>หลังกล้องเป็นอย่างไรบ้าง</b></p>
<p>ก็เยอะนะคะ เพราะเราต้องทำให้คนพอใจตลอด ซึ่งเป็นเรื่องยาก และบางครั้งมันก็ทำร้ายเราโดยที่ไม่รู้ตัว การที่ต้องคอยรับฟังความคิดเห็นของคนตลอด มีคนมาวิจารณ์เราตลอด ดีไม่ดีอย่างไร ชอบไม่ชอบอย่างไร ทำอย่างนี้อีกสิ ทำอย่างนั้นอีกสิ ทำไมตอนนี้ไม่ทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นก็จะต้องรับมือให้ได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วเมมีวิธีการรับมืออย่างไร</b></p>
<p>ช่วงปลายปีเมจะพักจากสิ่งที่ทำอยู่ค่ะ เพราะบางทีมันซัฟเฟอร์กับเรื่องพวกนี้มากเกินไป ไหนจะความเหนื่อยความหน่าย ก็ต้องเอาตัวเองออกมาชาร์จแบตข้างนอกนิดหนึ่ง ออกไปมีชีวิตโดยที่ไม่ต้องถือกล้อง ไม่ต้องคิดว่าต้องถ่ายหรือต้องพูดอะไร ออกไปกับเพื่อนกับครอบครัว หลบเข้าครัวไปทำอาหาร ทำขนม ออกไปเที่ยวกับเพื่อน พยายามชัตดาวน์ตัวเองออกไปจากโซเชียลมีเดียบ้าง</p>
<p>บางทีต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราทำงานนี้เพื่ออะไร สิ่งที่เราคาดหวังเป็นไปได้ไหม ลองลดความคาดหวังลงมาหน่อยดีหรือเปล่า หรือทำเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองโดยที่ไม่หวังว่าใครจะมาชอบดูบ้าง พอรู้ตัว ได้พัก และจัดการความคิดตัวเองได้ มันก็จะดีขึ้น และเราก็จะกลับมาแฮปปี้เหมือนเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พอทำคอนเทนต์ที่ตามใจตัวเอง แน่นอนว่าผลจะออกมาดีต่อสุขภาพจิตเรา</b><b> </b><b>แล้วยอดคนดูมันดีตามไปด้วยไหม</b></p>
<p>ตอนที่เมหันมาทำท่องเที่ยวก็ดีกว่าตอนแต่งหน้าอีกนะ เพราะตอนแต่งหน้ามีช่วงที่เราไม่ได้แฮปปี้มาก มันเลยออกมาไม่ดี พอเราลองเปลี่ยนไปทำในสิ่งที่เราสนุก มันเลยดีขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53786 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-7-300x200.jpg" alt="" width="860" height="573" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-7-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-7.jpg 675w" sizes="(max-width: 860px) 100vw, 860px" /></p>
<p><b>ถ้าทุกข์มากขนาดนี้</b><b> </b><b>ถึงจุดหนึ่งเราจะเลิกเป็นยูทูบเบอร์เลยหรือเปล่า</b></p>
<p>อาจจะแค่พักมากกว่า ถ้าอยากทำค่อยกลับมาใหม่ เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราชอบ และยังมีความอยาก พอได้ไปพักได้เว้นช่วงบ้าง เดี๋ยวความอยากก็กลับมาเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในวันที่ไม่ไหว</b><b> </b><b>อะไรที่ทำให้เราอยากทำต่อ</b></p>
<p>คอมเมนต์จากคนดูเลยค่ะ เมรับรู้ความคิดเห็นคนดูผ่านคอมเมนต์ เวลาเหนื่อยๆ แล้วเข้าไปเจอคอมเมนต์ว่าทุกคนรอดูอยู่ ดูวิดีโอนี้แล้วทุกคนแฮปปี้ มันเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ดีให้เราอยากทำต่อไป<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าวันหนึ่งไม่มีคนดูเราแล้ว</b><b> </b><b>จะยังทำอยู่ไหม</b></p>
<p>ยังทำนะคะ ถ้าไม่สูญเสียค่าทำเยอะเกินไป เพราะเมเริ่มต้นจากการอยากทำ คงทำเก็บเป็นไดอารีไว้ดูตอนแก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53787 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-5-300x200.jpg" alt="" width="863" height="575" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/mayyr01-5.jpg 675w" sizes="(max-width: 863px) 100vw, 863px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mayrr-the-yutuber/">สุขและทุกข์ของยูทูบเบอร์ คุยกับ MayyR ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามถึงล้านสามคน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลดฝุ่นด้วยเมืองที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกัน คุยเรื่องทางของฝุ่นกับ ผศ.ดร.นิรมล  เสรีสกุล​</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-air-pollution-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Feb 2019 11:42:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผังเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[UddC]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[Non-motorized Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[compact city]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53434</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปัญหามลภาวะทางอากาศในเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ กรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เมืองเดียวที่ประสบปัญหา เมืองกับมลภาวะเป็นของคู่กันย้อนไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส โตเกียว ก็ล้วนเคยประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยผังเมือง” ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล​ ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) บอกกับเราเมื่อถามถึงทางออกของสถานการณ์ที่ชาวกรุงกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ นั่นก็คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ฝุ่นขนาดจิ๋วแต่สร้างปัญหาใหญ่ และทำเอาชาวกรุงล้มป่วยไปก็มาก “สาเหตุหลักคือการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ทั้งเบนซินและดีเซลในรถยนต์ประเภทต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า กรุงเทพมหานคร เมืองที่รถติดหนักที่สุดในโลกจนหลายคนใช้ชีวิตในรถยนต์ยาวนานกว่า 800 ชั่วโมง หรือเกือบ 1 เดือนต่อปี จะประสบปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างหนัก” และเมื่อสาเหตุหลักคือการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ การส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ช่วยได้ และการทำเมืองให้คนเดินได้ อาจเป็นทางออก เมืองดีอะไรก็ดี เมื่อเมืองที่กระชับช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ ผศ.ดร.นิรมล บอกกับเราว่า แนวทางแก้ปัญหาหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อ ข้อแรก ส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเดินทาง นั่นแปลว่าต้องส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้รถยนต์ (Non-motorized Transportation) อย่างการเดินเท้าและการปั่นจักรยานตามไปด้วย ข้อสอง เมืองต้องลดการเดินทางของผู้คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-air-pollution-interview/">ลดฝุ่นด้วยเมืองที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกัน คุยเรื่องทางของฝุ่นกับ ผศ.ดร.นิรมล  เสรีสกุล​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ปัญหามลภาวะทางอากาศในเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ กรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่เมืองเดียวที่ประสบปัญหา เมืองกับมลภาวะเป็นของคู่กันย้อนไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม เมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส โตเกียว ก็ล้วนเคยประสบปัญหามลภาวะทางอากาศ แต่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยผังเมือง”</p>
<p>ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล​ ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) บอกกับเราเมื่อถามถึงทางออกของสถานการณ์ที่ชาวกรุงกำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ นั่นก็คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ฝุ่นขนาดจิ๋วแต่สร้างปัญหาใหญ่ และทำเอาชาวกรุงล้มป่วยไปก็มาก</p>
<p>“สาเหตุหลักคือการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ทั้งเบนซินและดีเซลในรถยนต์ประเภทต่างๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่า กรุงเทพมหานคร เมืองที่รถติดหนักที่สุดในโลกจนหลายคนใช้ชีวิตในรถยนต์ยาวนานกว่า 800 ชั่วโมง หรือเกือบ 1 เดือนต่อปี จะประสบปัญหามลภาวะทางอากาศอย่างหนัก”</p>
<p>และเมื่อสาเหตุหลักคือการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ การส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ช่วยได้ และการทำเมืองให้คนเดินได้ อาจเป็นทางออก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53572 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-300x200.jpg" alt="" width="702" height="468" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง.jpg 675w" sizes="(max-width: 702px) 100vw, 702px" /></p>
<h4>เมืองดีอะไรก็ดี เมื่อเมืองที่กระชับช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ</h4>
<p>ผศ.ดร.นิรมล บอกกับเราว่า แนวทางแก้ปัญหาหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อ</p>
<p>ข้อแรก ส่งเสริมให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเดินทาง นั่นแปลว่าต้องส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ รวมทั้งส่งเสริมการเดินทางที่ไม่ใช้รถยนต์ (Non-motorized Transportation) อย่างการเดินเท้าและการปั่นจักรยานตามไปด้วย</p>
<p>ข้อสอง เมืองต้องลดการเดินทางของผู้คน ต้องเป็น ‘เมืองกระชับ’ (compact city) ที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกัน ภายในเมืองมีทั้งที่อยู่อาศัย แหล่งงาน แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ไปจนแหล่งจับจ่ายใช้สอย เพื่อเอื้อให้ผู้คนใช้ชีวิตในย่านนั้นๆ ได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล หรือถ้าเกิดอยากจะข้ามย่านขึ้นมา ก็ใช้ขนส่งมวลชนระบบรางที่มีคุณภาพได้ ซึ่งกรุงเทพฯ ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเป็นเมืองที่บ้านอยู่ทาง งานอยู่ทาง</p>
<p>ด้วยแหล่งงานที่กระจุกตัวอยู่ในใจกลางเมือง ขณะที่บ้านกระจายออกไปตามชานเมือง และที่สำคัญ ระบบขนส่งมวลชนก็ยังไม่ทั่วถึง บ้านกับสถานีไกลกัน บางทีต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไปยังสถานีรถไฟฟ้า ทางเท้าเดินไม่สะดวกสบาย การเดินทางโดยรถยนต์จึงง่ายกว่ามากและเย็นกว่าด้วย</p>
<p>แต่การที่กรุงเทพฯ มีลักษณะเมืองที่ขยายตัว ซึ่งตรงข้ามกับลักษณะของ compact city โดยสิ้นเชิง ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นเมืองกระชับได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53573 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-16-300x200.jpg" alt="" width="719" height="479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-16.jpg 675w" sizes="(max-width: 719px) 100vw, 719px" /></p>
<p>“ในการออกแบบวางผังเมือง มีวิธีการที่เรียกว่า การฟื้นฟูเมือง ซึ่ง UddC พยายามผลักดันให้เป็นวาระทางสังคมมาโดยตลอด วิธีการดังกล่าวให้ความสำคัญต่อการควบคุมการขยายตัวของเมืองในแนวราบ และมุ่งเน้นการฟื้นฟูเขตเมืองชั้นในให้มีศักยภาพสูงเพื่อรองรับการเพิ่มจำนวนประชากร โดยการปรับปรุงสภาพกายภาพของเขตเมืองชั้นในที่มีอยู่เดิม ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและความหนาแน่นของการใช้งาน ทั้งนี้การฟื้นฟูเมืองที่ดีทำให้เราได้ประโยชน์จากความหนาแน่น (density) แต่เมืองจะไม่แออัด (over-crowded)”</p>
<p>ดังนั้นการจะเกิด compact city ได้ ต้องทำให้มีการใช้งานเมืองให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p>“ขอเปรียบเทียบกรุงเทพฯ กับปารีสนะคะ กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองแน่นแต่เป็นเมืองแออัด เมืองที่ดีคือเมืองที่มีความหนาแน่นประมาณหนึ่ง อย่างปารีส ประชากรตอนกลางวันเฉียดๆ 50,000 คนต่อตารางกิโลเมตร แต่กรุงเทพฯ ในเขตรัตนโกสินทร์ประมาณ 3,000 กว่าคนต่อตารางกิโลเมตร</p>
<p>“ถ้าคุณได้ไปเดินปารีสจะไม่รู้สึกว่าแออัดเลย นั่นเพราะเขาจัดสรรประโยชน์การใช้ที่ดินเป็นอย่างดี ซึ่งแตกต่างกับเกาะรัตนโกสินทร์ เราทำการศึกษาโครงการกรุงเทพฯ 250 พบว่าสถานที่ส่วนใหญ่ไม่มีผู้ใช้งาน มีประชากรใช้งานพื้นที่หนาแน่นเพียงบางจุด เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้แต่ละย่านพัฒนาคุณภาพทางเดิน และส่งเสริมให้เกิดการผสมผสานแหล่งงาน ที่อยู่อาศัย แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และมีพื้นที่สาธารณะให้คนมาใช้ประโยชน์อย่างหนาแน่น</p>
<p>“หากกรุงเทพฯ สามารถเดินหน้าฟื้นฟูเมืองจนประสบความสำเร็จ และสามารถเปลี่ยนเมืองเป็น compact city ได้จริง มั่นใจเลยว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหามลภาวะทางอากาศจากรถยนต์บนท้องถนน ตลอดจนการก่อสร้างขนส่งมวลชนระบบรางที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเมือง จะช่วยลดการขยายตัวของเมืองออกสู่ชานเมืองจนไปล้ำพื้นที่การเกษตร ช่วยลดการเดินทางระหว่างที่อยู่อาศัยและแหล่งงาน ลดการใช้รถยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง และปัญหาการจราจรก็จะลดลงตามไปด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53580 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-2-300x200.jpg" alt="" width="858" height="572" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-2.jpg 675w" sizes="(max-width: 858px) 100vw, 858px" /></p>
<h4>ที่เธอเห็นไม่ใช่แค่ฝุ่นที่เข้าตา แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สัมพันธ์กันไปหมด</h4>
<p>ฟังไปฟังมา เรื่องนี้ดูจะไม่ใช่แค่เรื่องของฝุ่นหรือควันเสียแล้ว เพราะดูสัมพันธ์และโยงใยกับเรื่องอื่นๆ เต็มไปหมด</p>
<p>“เรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านแล้วค่ะ จากการศึกษาโครงการเมืองเดินได้ เมืองเดินดี ของเราพบว่า first mile, last mile ซึ่งหมายถึงระยะทางแรกจากที่อยู่อาศัยถึงจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร และระยะทางสุดท้ายจากจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรไปยังแหล่งงานหรือสถานที่เป้าหมายนั้น เห็นชัดเจนว่ามีระยะทางที่ไกล ไม่มีคุณภาพ ไม่สะดวกสบาย ไม่น่าเดิน ยากต่อการเข้าถึง ทำให้คนนิยมใช้รถยนต์ส่วนบุคคลแทนการเดินเท้าเพื่อไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ</p>
<p>“ส่วนระบบเสริมการสัญจร (feeder) บางระบบอย่างรถจักรยานยนต์รับจ้าง แม้ช่วยปิดช่องโหว่ดังกล่าวได้และให้บริการครอบคลุมทุกตารางนิ้วของกรุงเทพฯ แต่ก็มีราคาสูงหากใช้บริการเป็นประจำทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้นมันกลับมายังปัญหาที่เราคุยกันคือ สร้างมลภาวะและฝุ่นควันนั่นเอง</p>
<p>แล้วหากจะแก้ปัญหาฝุ่นเกินมาตรฐานหรือปัญหามลภาวะทางอากาศให้ยั่งยืนในเชิงโครงสร้าง ต้องทำอย่างไร เราถามต่อ</p>
<p>“คุณต้องลดการใช้รถยนต์ และถ้าต้องการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน ก็ต้องสร้างระบบฟีดเดอร์ที่มีคุณภาพ ราคาถูก ไม่สร้างมลพิษ อย่างวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และสำคัญที่สุดคือปรับปรุงระบบทางเดินเท้าให้มีคุณภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กระตุ้นให้คนหันมาเดินเท้า สอดคล้องกับผลการศึกษาของ UddC ที่พบว่า คนกรุงเทพฯ ยอมเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร หากทางเท้าเดินได้และเดินดี”</p>
<p>ผศ.ดร.นิรมล เสริมต่อว่า ภาครัฐเองก็ต้องส่งเสริมมาตรการทางผังเมือง หากอุดมคติคือ ‘บ้าน-งาน’ ต้องอยู่ไม่ไกลกัน ดังนั้นมาตรการสำคัญคือ ต้องมีที่อยู่อาศัยที่คนสามารถซื้อได้ (affordable housing) เพื่อสร้างทางเลือกให้คนอยู่อาศัยใกล้แหล่งงานในเมืองชั้นใน หากภาครัฐยังทำไม่ได้ บ้านก็อยู่ไกล และคนก็ใช้รถยนต์เดินทางเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ปัญหาฝุ่นก็ไร้วี่แววที่จะแก้ไขได้</p>
<p>“จริงๆ ในปัจจุบันก็มีมาตรการเชิงผังเมืองที่ส่งเสริมให้เกิด compact city อย่างเช่น กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 มีมาตรการส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมของที่อยู่อาศัย โดยใช้ FAR Bonus เพื่อสร้างแรงจูงใจแก่บริษัทเอกชนให้ผลิต affordable housing ในเมือง แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53581 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-12-300x200.jpg" alt="" width="854" height="569" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-12.jpg 675w" sizes="(max-width: 854px) 100vw, 854px" /></p>
<h4>ฉีดน้ำขึ้นฟ้าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยได้จริงไหม สิ่งที่ควรพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 เกินมาตรฐาน</h4>
<p>หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความยิ่งใหญ่ตระการตาของภาพการฉีดน้ำลงมาจากตึกใบหยก และการฉีดน้ำขึ้นฟ้าบนถนนหลายสายทั่วทั้งกรุงเทพฯ ทำเอาเราตั้งคำถามอยู่ในใจเหมือนกันว่า มันช่วยได้ขนาดนั้นเลยหรือ</p>
<p>“ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านยืนยันแล้วนะคะว่าการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานด้วยการฉีดน้ำสามารถแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น หรือแทบช่วยไม่ได้เลยค่ะ เพราะสาเหตุหลักของมลภาวะทางอากาศเกิดจากการเผาไหม้ของรถยนต์</p>
<p>“ขณะที่คุณกำลังแก้ปัญหาด้วยการฉีดน้ำ รถยนต์บนถนนก็ยังคงปล่อยมลพิษอย่างต่อเนื่อง ส่วนน้ำที่ฉีดไปนั้นแม้บางส่วนจะสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้จริง แต่ก็ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อน้ำระเหยจนแห้ง ฝุ่นก็จะกลับมาฟุ้งกระจายในอากาศอีกครั้ง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เมื่อน้ำช่วยไม่เห็นจะได้ แล้วการปลูกต้นไม้ล่ะ จะรอดหรือเปล่า เราสงสัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53578 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-5-300x192.jpg" alt="" width="858" height="549" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-5-300x192.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-5-600x385.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-5.jpg 675w" sizes="(max-width: 858px) 100vw, 858px" /></p>
<p>“พื้นที่สีเขียวเป็นเรื่องจำเป็นและมีผลต่อสุขภาวะของผู้อาศัยในเมืองค่ะ จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลกพบว่า เมืองที่ดีควรมีพื้นที่สีเขียวเฉลี่ย 9 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน แต่ข้อมูลโดยสำนักสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2560 พบว่า กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวรวมต่ำกว่าเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดที่ 6.43 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน และต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากรของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ</p>
<p>“มีคนเคยเปรียบเทียบเรื่องต้นไม้กับมลภาวะว่าเหมือนสูบบุหรี่ก้นกรอง นั่นหมายความว่า ต้นไม้อาจช่วยดูดซับสารพิษ แต่ในความเป็นจริงปริมาณฝุ่นละอองยังกระจายในอากาศเท่าเดิม เพราะฉะนั้นต้นไม้และพื้นที่สีเขียวอาจช่วยได้ประมาณหนึ่งเท่านั้น”</p>
<p>และแน่นอนว่าหากภาครัฐไม่ส่งเสริมให้จำกัดปริมาณรถยนต์หรือส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนพลังงานสะอาด เรื่องก็จะวนๆ กลับมาที่เดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53579 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-7-300x200.jpg" alt="" width="732" height="488" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-7.jpg 675w" sizes="(max-width: 732px) 100vw, 732px" /></p>
<p>“ลองสังเกตดัชนีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 หลังสถานศึกษาหลายแห่งประกาศหยุดการเรียนการสอนสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่า เพียงแค่ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล มลภาวะทางอากาศก็บรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>“คิดว่ารัฐควรทบทวนมาตรการบริหารจัดการการก่อสร้างที่เกิดขึ้นหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกันในขณะนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอีกประการที่ทำให้เกิดปัญหามลภาวะทางอากาศและสภาพการจราจรติดขัด ภาครัฐและผู้มีส่วนรับผิดชอบควรมีระบบการจัดการในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน (transition management)</p>
<p>“อธิบายโดยเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ เจ้าของโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้รับเหมาก่อสร้าง จำเป็นต้องคำนึงว่าการก่อสร้างขนาดใหญ่ในเมืองเปรียบได้กับการซ่อมบ้านในช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านยังอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นผู้ก่อสร้างไม่สามารถปิดบ้านเพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ เพราะเขายังต้องอาศัยอยู่ในเมืองนั้น</p>
<p>“ฉะนั้นแทนที่จะปิดถนนเพื่อก่อสร้าง 10 กิโลเมตรภายในครั้งเดียว ผู้รับผิดชอบการก่อสร้างอาจต้องปรับระบบการจัดการโดยแบ่งระยะการก่อสร้างเป็นเฟส ในขณะที่ภาครัฐหรือเอกชนในฐานะเจ้าของโครงการก็ต้องออกแบบระบบงบประมาณให้สอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่ที่ประชาชนมากเกินไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53575 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-15-300x200.jpg" alt="" width="715" height="476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-15.jpg 675w" sizes="(max-width: 715px) 100vw, 715px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘ทางของฝุ่น’ กรณีศึกษาประเทศอื่นๆ และโมเดลระยะยาวที่แก้ปัญหาฝุ่นได้อย่างยั่งยืน</h4>
<p>ไม่ต้องถอดหน้ากาก N95 ออกมาบอกก็พอจะเดาได้ว่า คงไม่มีใครอยากให้ประเทศไทยมี ‘ฤดูฝุ่น’ เพิ่มมาเป็นฤดูกาลที่สี่ แล้วนอกจาก compact city มาตรการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี มีระบบฟีดเดอร์และทางเท้าที่มีคุณภาพแล้ว พอจะมีทางไหนที่จะไล่ฝุ่นขนาดเล็กมากๆ เหล่านี้ให้หนีไปเสียไกลๆ จากปอดชาวกรุงได้ในระยะยาว</p>
<p>“ขอยกตัวอย่างฮ่องกง เมืองใกล้ๆ เรา แน่นเหมือนเรา แต่มีแนวคิดการพัฒนาเมือง (design guidelines) ที่ให้ความสำคัญกับการระบายอากาศ ซึ่งมีผลโดยตรงให้ฝุ่นละอองและมลภาวะถูกพัดพาออกไป สภาพทางภูมิศาสตร์ของฮ่องกง ด้านหนึ่งเป็นภูเขา ด้านหนึ่งเป็นอ่าว จึงมีข้อได้เปรียบสำคัญคือมีลมบกและลมทะเลพัดระบายอากาศตลอดทั้งปี</p>
<p>“แต่เมื่อใดก็ตามที่เมืองขยายตัวพร้อมกับมีตึกสูง สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวย่อมมีผลต่อกระแสลมอย่างแน่นอน ฮ่องกงจึงบังคับใช้ design guideline อย่างจริงจัง โดยกำหนดให้ตึกสูงต้องสร้างในระยะที่เหลื่อมกัน เพื่อเว้นพื้นที่ให้เกิดการถ่ายเทอากาศ</p>
<p>“การระบายอากาศ (ventilation) เป็นประเด็นสำคัญของการออกแบบเมืองในด้านสุขภาวะ ขอเท้าความไปถึงการก่อกำเนิดศาสตร์การวางผังเมืองโดย Hippodamus สถาปนิกผังเมืองในยุคกรีก ผังเมืองยุคนั้นถูกใช้เพื่อสร้างสุขภาวะของคนในเมือง มีการระบายอากาศ มีแสงแดด เพราะฉะนั้นลมจึงเป็นเกณฑ์สำคัญของการสร้างเมืองที่ดี บางเมืองต้องการลม เช่นเมืองอากาศร้อนชื้นอย่างกรุงเทพฯ เราอยากระบายความร้อนออกไปจากผิว ขณะที่เมืองหนาว คุณไม่ต้องการลมอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นลมจึงเป็นเรื่องสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53577 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-4-300x196.jpg" alt="" width="717" height="469" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-4-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-4-600x393.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-4.jpg 675w" sizes="(max-width: 717px) 100vw, 717px" /></p>
<p>แม้กรุงเทพฯ มีช่องลม (wind corridor) สำคัญนั่นคือแม่น้ำเจ้าพระยาและคลอง แต่ ผศ.ดร.นิรมล บอกว่าน่าเสียดายที่ช่องลมจำนวนมากถูกบดบังด้วยอาคารสูง ทำให้พื้นที่ด้านหลังอาคารสูงไม่ได้รับลมเลย แถมยังมีแนวโน้มว่าอาคารสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต</p>
<p>“ถึงเวลาแล้วที่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมี design guidelines ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญมากในการออกแบบเมืองที่เสริมสร้างสุขภาวะตลอดจนคุณภาพชีวิตที่ดี</p>
<p>“มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศในระยะยาวที่ภาครัฐทำได้นอกจากการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ คือการประกาศใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างอาคารที่เอื้อให้เกิดการระบายลมที่ดี ควบคู่กับการสร้าง compact city การส่งเสริมระบบขนมวลชน ระบบฟีดเดอร์ และระบบทางเดินเท้าคุณภาพนั่นเองค่ะ”</p>
<p>ผศ.ดร.นิรมล ทิ้งท้ายว่า อย่างน้อยๆ ความวิตกกังวลกับ PM 2.5 ก็ถือเป็น wake up call ที่กระชากให้เราตื่นขึ้นมายอมรับว่าเรื่องเมืองเป็นเรื่องของทุกคน</p>
<p>และที่สำคัญ ยังช่วยย้ำเตือนให้เราต้องจับตาดูนโยบายการพัฒนาต่างๆ ไม่ว่าโดยภาครัฐหรือภาคเอกชนที่จะส่งผลต่อเมือง</p>
<p>เมืองที่เราหายใจ และอาศัยอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-53574 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-8-300x200.jpg" alt="" width="710" height="473" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/อาจารย์แดง-8.jpg 675w" sizes="(max-width: 710px) 100vw, 710px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-air-pollution-interview/">ลดฝุ่นด้วยเมืองที่บ้านและงานอยู่ไม่ไกลกัน คุยเรื่องทางของฝุ่นกับ ผศ.ดร.นิรมล  เสรีสกุล​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
