<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สุชานันท์ นามดี, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/seamerd/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 16 Aug 2024 08:04:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล เจ้าของ Boon’s Hobby ช่างไม้วัยเก๋าผู้รักความไม่สมบูรณ์ของไม้ ที่เชื่อว่าไม้เก่าก็มีคุณค่า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/internduction-boonshobby/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[gunsept]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Photo Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ลุงสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างไม้]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176606</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกคนอาจจะมีสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจ สิ่งที่เรารอคอยให้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้ลงมือทำ จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนาน รู้ตัวอีกทีผมของเราที่เคยเป็นสีดำก็กลายขาว ผิวหนังที่เคยเต่งตึงก็หย่อนคล้อย&#160; แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้จะหยุดเราไม่ให้เริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ได้ ‘สนุกสนาน ขี้เล่น และเข้าถึงง่าย’ สิ่งที่เรารู้สึกเมื่อได้เห็นภาพผ่านโซเชียลมีเดียของ ‘สมบูรณ์-สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล’ คุณลุงช่างไม้วัย 74 ปี ผู้มีใจรักในไม้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม โดยใช้ชื่อว่า Boon’s Hobby มีความหมายตรงตัวว่าเป็นงานอดิเรกของลุงสมบูรณ์ ที่ตั้งใจทำสนุกๆ ไม่ใช่ธุรกิจจริงจัง ความน่าสนใจของ Boon’s Hobby คือการนำไม้เก่าที่เขาเก็บสะสมไว้ มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในบ้าน โดยลุงสมบูรณ์ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามคงรูปของไม้ให้ธรรมชาติได้มากที่สุด ด้วยใจรักและใส่ใจในรายละเอียดนั้น ทำให้ผลงานของเขาสะท้อนคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองได้อย่างแจ่มชัด เมื่อ ‘ไม้เก่า’ กับ ‘วัยเก๋า’ มาเจอกัน เกิดเป็นความเข้ากันแบบลงตัว เราจึงอยากจะพาทุกคนมารู้จักกับลุงสมบูรณ์ แห่ง Boon’s Hobby ผู้เรียก ‘กองไม้’ ว่า ‘กองสมบัติ’ ปลุกไม้จากแพชชัน หากถามถึงจุดเริ่มต้นความสนใจในไม้ เราคงต้องขอพาทุกคนย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2526 สมัยที่ลุงสมบูรณ์พักอยู่กับน้องชายที่จังหวัดเชียงราย มาวันหนึ่งน้องชายซื้อตอไม้สักมาไว้เต็มโรงงาน ลุงสมบูรณ์เห็นไม้ก็ความเกิดรู้สึกชอบ เลยให้น้องชายไปเร่ตุนซื้อเก็บไว้ คิดเผื่อว่าวันหนึ่งจะเอามาทำอะไร&#160;เวลาล่วงผ่านเลยไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-boonshobby/">สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล เจ้าของ Boon’s Hobby ช่างไม้วัยเก๋าผู้รักความไม่สมบูรณ์ของไม้ ที่เชื่อว่าไม้เก่าก็มีคุณค่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกคนอาจจะมีสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจ สิ่งที่เรารอคอยให้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้ลงมือทำ จนกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปนาน รู้ตัวอีกทีผมของเราที่เคยเป็นสีดำก็กลายขาว ผิวหนังที่เคยเต่งตึงก็หย่อนคล้อย&nbsp;</p>



<p>แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งเหล่านี้จะหยุดเราไม่ให้เริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ได้</p>



<p>‘สนุกสนาน ขี้เล่น และเข้าถึงง่าย’ สิ่งที่เรารู้สึกเมื่อได้เห็นภาพผ่านโซเชียลมีเดียของ</p>



<p>‘สมบูรณ์-สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล’ คุณลุงช่างไม้วัย 74 ปี ผู้มีใจรักในไม้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม โดยใช้ชื่อว่า Boon’s Hobby มีความหมายตรงตัวว่าเป็นงานอดิเรกของลุงสมบูรณ์ ที่ตั้งใจทำสนุกๆ ไม่ใช่ธุรกิจจริงจัง</p>



<p></p>



<p>ความน่าสนใจของ Boon’s Hobby คือการนำไม้เก่าที่เขาเก็บสะสมไว้ มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในบ้าน โดยลุงสมบูรณ์ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามคงรูปของไม้ให้ธรรมชาติได้มากที่สุด</p>



<p>ด้วยใจรักและใส่ใจในรายละเอียดนั้น ทำให้ผลงานของเขาสะท้อนคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองได้อย่างแจ่มชัด</p>



<p>เมื่อ ‘ไม้เก่า’ กับ ‘วัยเก๋า’ มาเจอกัน เกิดเป็นความเข้ากันแบบลงตัว เราจึงอยากจะพาทุกคนมารู้จักกับลุงสมบูรณ์ แห่ง Boon’s Hobby ผู้เรียก ‘กองไม้’ ว่า ‘กองสมบัติ’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176616" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ปลุกไม้จากแพชชัน</h4>



<p>หากถามถึงจุดเริ่มต้นความสนใจในไม้ เราคงต้องขอพาทุกคนย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2526 สมัยที่ลุงสมบูรณ์พักอยู่กับน้องชายที่จังหวัดเชียงราย มาวันหนึ่งน้องชายซื้อตอไม้สักมาไว้เต็มโรงงาน ลุงสมบูรณ์เห็นไม้ก็ความเกิดรู้สึกชอบ</p>



<p>เลยให้น้องชายไปเร่ตุนซื้อเก็บไว้ คิดเผื่อว่าวันหนึ่งจะเอามาทำอะไร&nbsp;เวลาล่วงผ่านเลยไป แพชชันที่ก่อตัวมาอย่างยาวนานผ่านไป 30 กว่าปี ก็เพิ่งได้เริ่มลงมือทำจนเกิดเป็น Boon’s Hobby</p>



<p>เขาตั้งต้นสตูดิโอช่างไม้แถบชานเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่มองไปแต่ทางไหนก็เจอแต่ไม้ตั้งอยู่เต็มไปหมด จนเรานึกภาพต่อไม่ออกว่าไม้เหล่านี้จะ สามารถนำไปทำเป็นอะไรได้บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176617" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ที่ตั้งอยู่ตรงนั้นหรอ สี่ห้าปีแล้ว ผมเรียกมันว่า &#8220;กองสมบัติ&#8221; จริงๆ กองสูงกว่านั้นนะ ติดหลังคาเลย”</p>



<p>ลุงสมบูรณ์ได้ไม้มาจากอาคารโรงงานยาสูบที่ถูกรื้อทิ้งแล้ว<s> </s>เขาเห็นแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ที่เศษไม้เหล่านี้จะมีจุดจบเป็นเพียงเชื้อไฟ เลยปิ๊งไอเดียคืนชีพให้กับกองไม้กระท่อนกระแท่นเหล่านี้ โดยเอามาลองทำเป็นเก้าอี้สนาม</p>



<p>เมื่อความรักในงานไม้เริ่มหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มสะสมไม้ตามแหล่งต่างๆ มาชุบชีวิตให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง “อย่างเช่นกองที่อยู่ตรงนี้ ผมก็ไปซื้อมาจากจังหวัดตาก เป็นไม้เนื้อแข็งที่อยู่แถบเขื่อน พอมันตายเขาก็เอามาขายเป็นมัดๆ” ลุงสมบูรณ์พูดพร้อมชีไม้ชี้มือ อวดคลังสมบัติของเขาให้เราฟัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176618" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับเขาการสัมผัสงานไม้ โดยเฉพาะพวกไม้เก่าๆ ทำให้เราเห็นคุณค่าของมัน “ยกตัวอย่างว่า ถ้าเป็นคนที่ป่วยหรือเป็นคนที่นอนอยู่กับที่ เราอยากปลุกให้เขาลุกขึ้นมา ให้เขามีคุณค่า อยากสร้างคุณค่าในตัวเขา มีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เหมือนตอไม้ที่โกดังที่เชียงรายเก็บไว้ ผมก็อยากปลุกให้เขาตื่นขึ้นมา”</p>



<p>เศษไม้เหล่านี้จะถูกลุงสมบูรณ์นำมาล้างเนื้อล้างตัวทำความสะอาดเสียใหม่ และสร้างสรรค์เป็นผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ โต๊ะ ม้านั่ง หรือเชลฟ์วางของ โดยผลงานเหล่านี้จะนำไปวางฝากขายที่ร้าน Woot Woot Store และ Mana.Chujai Café หรือจะสั่งตามออร์เดอร์ก็ได้เช่นกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176621" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ไม่ฝืนไม้ ไม่ฝืนตัวเอง</strong></h4>



<p>จุดเด่นของ Boon’s Hobby คือความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานไม้ของเขาโดดเด่นในด้านรูปทรง ความไม่เป๊ะและไม่เนี้ยบจนเกินไป ถ้าเทียบเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตตามแม่พิมพ์ในโรงงานแล้ว งานของลุงสมบูรณ์ไม่สมบูรณ์ตามชื่อเสมอไป ตามหลักการแบบ ‘ไม่ฝืนไม้ และไม่ฝืนตัวเอง’ ที่ลุงสมบูรณ์ยึดมั่นมาตลอด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176622" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ไม่ฝืนไม้ คือการที่ลุงสมบูรณ์จะอิงจากสภาพและลักษณะรูปทรงของไม้เป็นหลัก ถ้าไม้มายังไงก็จะพยายามให้ไม้อยู่ในรูปแบบที่เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ไม่อยากไปเปลี่ยนไม้ทำให้มันเรียบเป๊ะ หรือขัดจนเงา แค่ทำให้มันเรียบร้อยมากขึ้น<strong> </strong>ผลงานที่ออกมาจะเน้นทำให้มันแข็งแรง ไม่ได้ใส่อะไรเข้าไปเพิ่มเติมแต่งเยอะ รวมถึงไม่ทำสีและไม่ย้อมสีของไม้</p>



<p>“ส่วนใหญ่ผมจะทำตามรูปทรงของไม้ มีอย่างออร์เดอร์หนึ่ง ลูกค้าสั่งเก้าอี้แบบนี้ตัวหนึ่ง ไซซ์เท่านี้ แต่พอไปดูไม้ที่จะใช้ มันก็ไม่ได้เป๊ะ เราพยายามไม่เอาไม้มาตัดทิ้ง พยายามคงสภาพมันไว้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176623" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ลุงสมบูรณ์ยังเล่าอีกว่าหากไม้กองนั้นมาจากต้นเดียวกัน เวลาเขาทำงานออกมา เขาจะพยายามให้มันอยู่ในตัวเดียวกัน ไม่อยากเอาไม้อื่นเข้ามาผสม เพราะมีความรู้สึกผูกพันว่าไม่อยากให้พวกเขาแยกจากกัน</p>



<div class="wp-block-group is-content-justification-left is-nowrap is-layout-flex wp-container-core-group-is-layout-1 wp-block-group-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176624" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176655" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>
</div>



<p></p>



<p>ไม่ฝืนตัวเอง คือการที่ทำด้วยความคิดของตัวเองเป็นหลัก ไม่ได้กังวลว่าความคิดของเราจะไม่อยู่ในกรอบ<br>ทำตามจังหวะตัวเอง ไม่รีบร้อนทำเพื่อตามยอดออร์เดอร์ให้ทัน แต่จะใช้เวลากับมัน<br>ด้วยแนวคิดและความทุ่มเทนี้เขาจึงมีความมั่นใจว่างานที่เขาทำมันไปต่อ และมันขายได้</p>



<p>“ความคิดก็มาจากตัวเรา มาจากวัตถุดิบที่เรามีกับตัวเรา ว่าเราจะสร้างมันขึ้นมายังไง และเราก็ไม่มีข้อจำกัดทางความคิด อย่างเช่น ขาต้องทรงนี้ บางทีขาหน้าเป๋ไปทางหนึ่ง ขาหลังเป๋อีกทางหนึ่ง แต่มันทรงตัวอยู่ได้ นั่งได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176626" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/10-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>วิธีการคิดงานของลุงสมบูรณ์จะเริ่มจากมองไม้ก่อน แล้วก็จะเห็นภาพจากไม้ เขาจะจินตนาการว่าไม้ที่เขามีจะสามารถเป็นอะไรได้บ้าง เช่น งานชิ้นหนึ่งเขาออกแบบให้มันเป็นจระเข้ เกิดจากการที่ไม้มีร่องไม้ ลายและผิวของไม้หยาบๆ ทรงไม้คล้ายกับ ตัวจระเข้ แต่ก็มีบางงานเช่นกันที่เขาต้องทำออกมาก่อน ภาพถึงจะตามมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176627" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/11.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นเอง ลุงสมบูรณ์ก็เป็นคนยังก้าวเดินไปตามทางของโลกที่กำลังหมุนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ งานของเขาจึงเป็นงานที่พยายามไม่อิงรูปแบบเก่าๆ</p>



<p>เพราะฉะนั้นหลักการไม่ฝืนไม้และไม่ฝืนตัวเองของลุงสมบูรณ์นี่แหละ ที่ทำให้ผลงานทุกชิ้นของเขามีความยูนีค เป็นงานที่มีชิ้นเดียวในโลก ที่ยังมีลายเซ็นและความครีเอทีฟของลุงสมบูรณ์อยู่ชัดเจน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ประกอบไม้ด้วยใจรัก</strong></h4>



<p>ระหว่างการทำไม้เป็นชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ต่างๆ เราถามกลับว่าหากสมมติเขาเริ่มทำ Boon&#8217;s Hobby ในตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น เขาคิดว่ามันจะออกมาเป็นยังไง จะต่างจากตอนนี้ไหม สามารถทำเป็นงานหลักได้เลยหรือเปล่า</p>



<p>“ไม่ได้ (หัวเราะ)<strong> </strong>ตอนนั้นเรายังมองไม่ลึกพอ เช่น ตอไม้ เมื่อก่อนอาจเอามาตั้งเป็นกระถาง แต่พอมาตอนนี้ เราคิดว่าไม้ชิ้นใหญ่สามารถเอามาทำอะไรได้มากกว่านั้น ใส่ดีเทลเข้าไปได้มากขึ้น ทำให้มันมีมูลค่ามากกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่เราเห็นคุณค่าของไม้มากขึ้น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176628" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/12-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176630" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/13-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>การใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับไม้นอกจากจะทำให้ลุงสมบูรณ์เห็นคุณค่ามากขึ้นแล้ว ก็ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับไม้มากขึ้น สิ่งแรกหลังจากที่ลูกค้าได้รับของไป เขามักจะถามลูกค้าอยู่เสมอว่าชอบไหม ถ้าลูกค้าบอกชอบมาก เขาก็จะมีความสุขมาก แสดงว่าไม้เหล่านั้นจะอยู่กับเจ้าของได้อย่างสบายๆ</p>



<p>“คือเราให้เขาไปเนี่ย เราไม่ได้รู้สึกเสียดาย เพียงแต่ให้กับคนที่เขาโอเคแค่นั้นเอง แต่ทุกคนที่ซื้อไปเขาก็ซื้อด้วยใจรักนะ แล้วเราทำออกมาแต่ละชิ้นเนี่ยเราทำด้วยตัวเราเอง ทำด้วยใจเรา ไม่ใช่ทำเพื่อขาย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176631" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/14-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ใจรักในสิ่งที่ทำนี่สำคัญมากนะ ถ้าใจไม่รักมันจะไม่มีรายละเอียด เราจะมองมันอย่างกับสี่เหลี่ยม คือไม่รู้หลังสี่เหลี่ยมมีอะไร ไม่มองและไม่อยากเห็น เพราะว่าถ้าไม่รักก็คือไม่อยากเห็นใช่ไหม ถ้าเรารัก เราก็อยากเห็น ยกตัวอย่างไม้ ถ้าเรารัก เราก็อยากเห็นว่าลายไม้เป็นยังไง ถ้าไม่รักก็เออ ไม้ ไม่เห็นลาย (หัวเราะ)”</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ชีวิตที่ผูกพันกับไม้</strong></h4>



<p class="has-text-align-center">&#8220;งานไม้ที่เราทำจะอยู่คู่กับคนที่ซื้อไปอีกนาน เหมือนฝากให้คนนึกถึงเมื่อเราจากไป&#8221;</p>



<p>ลุงสมบูรณ์ในวัย 74 บอกกับตัวเองไว้ว่าอยากใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติมากที่สุด ไม่อยากใช้ชีวิตไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่คนว่ากันว่าพออายุ 60 ก็เริ่มต้องเข้าวัดเข้าวากัน เขาจึงตั้งใจจะทำงานไม้ไปจนกว่าร่างกายตัวเองจะทำไม่ไหว ทำในแบบที่ไม่ใช่ต้องเร่งมือทำ หรือต้องมีคนสั่งถึงจะทำ แต่ทำในแบบที่ถึงไม่มีคนสั่งก็จะทำต่อไป ตามเศษไม้ที่เขามีอยู่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176632" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/15-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ผมคิดว่ามันเป็นการใช้ชีวิตที่สมูท ไม่ติดขัด ที่เราทำงานนี้ ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องออร์เดอร์ ไม่ได้ต้องวางไว้ว่าเดือนหนึ่งเราต้องทำได้เท่าไหร่ มันก็ทำให้ใจเราไม่ร้อน ไม่เหมือนสมัยเราทำธุรกิจ ดอกเบี้ยมันวิ่งตามอยู่ตลอดเวลา แซงหน้าเราจนเราวิ่งตามไม่ทัน (หัวเราะ) ทำธุรกิจเสียหายเยอะ ถ้าหากว่าเราไม่มีประสบการณ์เนี่ย มาถึงตอนนี้เรามองกลับไปกับสิ่งที่เดินมา เราก็จะเห็นเลย…ถ้าบอกให้เดินเส้นทางใหม่ก็จะไม่เดินแล้ว”</p>



<p>คุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงใกล้จบบทสนทนา เราอยากรู้ว่าหากเปรียบชีวิตของคนเรากับไม้ มันจะเหมือนกันไหม หรือต่างกันยังไง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176633" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“เปรียบเทียบกันไม่ได้ (หัวเราะ) คืออายุเยอะขนาดนี้นะ ผมคิดว่างานไม้ที่ทำขึ้นมาแต่ละชิ้นเนี่ย เหมือนกับฝากให้คนนึกถึงเมื่อเราจากไป มันจะอยู่คู่ไปอีกนานกับคนที่ซื้อ อย่างเช่นตัวที่ตั้งอยู่นี้ ที่เรายกกันไม่ไหวน่ะ ตั้งเป็นร้อยปีก็ยังอยู่ได้”</p>



<p>เราถามทิ้งท้ายก่อนจะจากกันว่า สรุปแล้วกองไม้ที่ตั้งอยู่มากมายจนนับไม่ถ้วนเหล่านี้ ลุงสมบูรณ์กะจะใช้จนหมดเลยไหม</p>



<p>“ก็ถ้าไม่ตายไปก่อน” ลุงสมบูรณ์ตอบพร้อมกับหัวเราะออกมาอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176634" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>Boon’s Hobby</strong><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/boonshobby">https://www.facebook.com/boonshobby</a><br>Instagram : <a href="https://www.instagram.com/boonshobby/">https://www.instagram.com/boonshobby/</a></p>



<p><strong>ร้าน Woot Woot Store&nbsp;</strong><br>ที่อยู่: Warehouse 30 เจริญกรุง 30 แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500<br>แผนที่ <a href="https://maps.app.goo.gl/NTsQfoHA575na7kM7">https://maps.app.goo.gl/NTsQfoHA575na7kM7</a><br>เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 11::00-18:00 น. (ปิดทุกวันพุธ)</p>



<p><strong>ร้าน Mana.Chujai Café</strong><br>ที่อยู่: 16 ซอย ลาดพร้าววังหิน 3 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230<br>แผนที่ <a href="https://g.co/kgs/qaQqcNw">https://maps.app.goo.gl/SYNuDmQ1etBPzGf16</a><br>เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09:00-17:00 น.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-boonshobby/">สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล เจ้าของ Boon’s Hobby ช่างไม้วัยเก๋าผู้รักความไม่สมบูรณ์ของไม้ ที่เชื่อว่าไม้เก่าก็มีคุณค่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Nyad (2023) ว่ายท้าฝัน พลังแพชชันของวัยเก๋าที่ก้าวผ่านเรื่องอายุ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/internduction-nyad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Darapha Chiraphan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Aug 2024 11:17:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[See Saw Scene]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[seesawscence]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Nyad]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176663</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ทำไมเราถึงมักรู้สึกหมดไฟจะทำอะไรในตอนที่อายุเพิ่มขึ้นกันนะ’ หากย้อนมองกลับไปในวัยเด็กคำว่า ‘แพชชัน’ มันยังฟูฟ่องอยู่ในใจ ทว่าการเติบโตกลับทำให้มันค่อยๆ แฟบลงอย่างน่าใจหาย&#160; อาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นต่างก็แลกมาซึ่งการแบกรับความคาดหวังจากสังคม การเผชิญกับปัญหาในแต่ละวัน รวมถึงปัญหาเรื่องสุขภาพที่แวะเวียนมาทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคง และอีกมากมายที่หลายคนคงเคยพบเจอ แต่ก็ยังมีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้ความหลงใหลแบบเด็กๆ ของตัวเองผลิบานอีกครั้งในวัย 64 ปี เพื่อการทำตามความฝันครั้งใหญ่ และกลายเป็นหนึ่งในการว่ายน้ำอันน่าจดจำครั้งหนึ่งของโลก กับการว่ายน้ำจากประเทศคิวบาไปรัฐฟลอริดาโดยไม่ใช้กรงกั้นฉลาม ซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมด 52 ชั่วโมง 54 นาที&#160; นำมาสู่คำถามในใจว่าถ้าเราอายุเท่ากับเธอ เราจะยังคงทำตามความฝัน และมีแพชชันเต็มเปี่ยมเหมือนเธอไหมนะ เรากำลังพูดถึงเรื่อง Nyad (2023) ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของ ‘ไดอานา ไนแอด’ เรื่องราวว่าด้วยหญิงสาวอเมริกัน ผู้มีความหลงใหลในการว่ายน้ำจนนำไปสู่ภารกิจสุดท้าทาย&#160; หลายคนอาจบอกว่าถ้าเป็นวัยหนุ่มสาวอะไรก็ดูเป็นไปได้ ใครๆ ก็คว้าชัยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สำหรับไดอานา วัยหนุ่มสาวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นก่อนที่ความฝันเท่านั้น ก่อนหน้านี้เธอเริ่มต้นด้วยการว่ายข้ามช่องแคบที่มีระยะทางไกลราว 160 กิโลเมตรในอายุ 28 ปี แต่เธอก็พบกับความล้มเหลว และกลับมาสานต่อมันอีกครั้งในวัยเกษียณ ซึ่งแม้จะต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท้ายที่สุดเธอก็ทำมันสำเร็จจนได้&#160; ภาพยนตร์นี้เป็นผลงานการกำกับของคู่รักนักสร้างหนังอย่างอลิซาเบธ ไช วาซาร์เฮลยิ (Elizabeth Chai Vasarhelyi) และ จิมมี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-nyad/">Nyad (2023) ว่ายท้าฝัน พลังแพชชันของวัยเก๋าที่ก้าวผ่านเรื่องอายุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ทำไมเราถึงมักรู้สึกหมดไฟจะทำอะไรในตอนที่อายุเพิ่มขึ้นกันนะ’ หากย้อนมองกลับไปในวัยเด็กคำว่า ‘แพชชัน’ มันยังฟูฟ่องอยู่ในใจ ทว่าการเติบโตกลับทำให้มันค่อยๆ แฟบลงอย่างน่าใจหาย&nbsp;</p>



<p>อาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นต่างก็แลกมาซึ่งการแบกรับความคาดหวังจากสังคม การเผชิญกับปัญหาในแต่ละวัน รวมถึงปัญหาเรื่องสุขภาพที่แวะเวียนมาทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคง และอีกมากมายที่หลายคนคงเคยพบเจอ</p>



<p>แต่ก็ยังมีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้ความหลงใหลแบบเด็กๆ ของตัวเองผลิบานอีกครั้งในวัย 64 ปี เพื่อการทำตามความฝันครั้งใหญ่ และกลายเป็นหนึ่งในการว่ายน้ำอันน่าจดจำครั้งหนึ่งของโลก กับการว่ายน้ำจากประเทศคิวบาไปรัฐฟลอริดาโดยไม่ใช้กรงกั้นฉลาม ซึ่งใช้เวลาไปทั้งหมด 52 ชั่วโมง 54 นาที&nbsp;</p>



<p>นำมาสู่คำถามในใจว่าถ้าเราอายุเท่ากับเธอ เราจะยังคงทำตามความฝัน และมีแพชชันเต็มเปี่ยมเหมือนเธอไหมนะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176664" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เรากำลังพูดถึงเรื่อง Nyad (2023) ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของ ‘ไดอานา ไนแอด’ เรื่องราวว่าด้วยหญิงสาวอเมริกัน ผู้มีความหลงใหลในการว่ายน้ำจนนำไปสู่ภารกิจสุดท้าทาย&nbsp;</p>



<p>หลายคนอาจบอกว่าถ้าเป็นวัยหนุ่มสาวอะไรก็ดูเป็นไปได้ ใครๆ ก็คว้าชัยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สำหรับไดอานา วัยหนุ่มสาวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นก่อนที่ความฝันเท่านั้น</p>



<p>ก่อนหน้านี้เธอเริ่มต้นด้วยการว่ายข้ามช่องแคบที่มีระยะทางไกลราว 160 กิโลเมตรในอายุ 28 ปี แต่เธอก็พบกับความล้มเหลว และกลับมาสานต่อมันอีกครั้งในวัยเกษียณ ซึ่งแม้จะต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท้ายที่สุดเธอก็ทำมันสำเร็จจนได้&nbsp;</p>



<p>ภาพยนตร์นี้เป็นผลงานการกำกับของคู่รักนักสร้างหนังอย่างอลิซาเบธ ไช วาซาร์เฮลยิ (Elizabeth Chai Vasarhelyi) และ จิมมี่ ชิน (Jimmy Chin) เจ้าของผลงานภาพยนตร์สารคดีรางวัลออสการ์ Free Solo (2018) Meru (2015) และ The Rescue (2021)</p>



<p>ความน่าสนใจแรกของหนังเรื่องนี้คือการเล่าเรื่อง ที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของไดอานา จึงให้ความรู้สึกเหมือนดูสารคดีที่มาพร้อมความ Cinematic หรือ สุนทรียะทางภาพยนตร์ ที่ทำให้รู้สึกลุ้นเอาใจช่วย และตื้นตันในตอนจบ&nbsp;</p>



<p>เส้นเรื่องหลักจะเล่าถึงช่วงเวลาของไดอานาวัยเกษียณ และเบื้องหลังว่าเธอต้องพบเจอกับการเริ่มต้นใหม่กับความฝันอีกครั้ง แม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับคนอายุ 60 อย่างเธอกลับไม่ใช่เรื่องง่าย&nbsp;</p>



<p>อย่างการเลือกชุดว่ายน้ำคู่ใจตัวใหม่ การฝึกฝนร่างกายให้กลับมาฟิตอีกครั้งด้วยการออกกำลังกาย และเข้าคอร์สว่ายน้ำสุดเข้มโดยโค้ชคนสนิท ทำให้เห็นว่ากว่าเธอจะคว้าชัยเอาไว้ได้มันไม่ง่ายเลย ไม่เพียงแต่ต้องต่อสู้กับร่างกาย แต่รวมไปถึงจิตใจด้วยเช่นกัน</p>



<p>ระหว่างทางยังการสอดแทรกเรื่องราววัยเด็กอันแสนเจ็บปวดของไดอานา ที่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ไว้ให้ผู้ชมได้ค่อยๆ ต่อ ผสมผสานเข้ากับฟุตเทจภารกิจว่ายน้ำสุดโหดครั้งแรกของเธอตอนอายุ 28 ในปี 1978&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176669" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ความสมจริงของเรื่องราวมาพร้อมกับการแสดงแบบขั้นเทพของนักแสดงอย่าง  แอนเน็ตต์ เบนิง (Annette Bening) ผุู้รับบท ไดอานา ไนแอด ที่เอาคนดูแบบอยู่หมัด ด้วยทุกท่วงท่าของการว่ายน้ำสุดโปร ซึ่งกินแอร์ไทม์ของเรื่องไปแล้วครึ่งหนึ่งนั้น ทำให้อดคิดไม่ได้ว่านักแสดงสาวต้องฝึกฝนทักษะเหล่านี้มามากแค่ไหน อีกทั้งความแข็งแรงที่่ส่งผ่านร่างกายและแววตา ก็ทำให้รู้สึกเชื่อได้ว่านี่คือนักกีฬาว่ายน้ำที่กำลังทำสิ่งอันยิ่งใหญ่ และพาให้รู้สึกเอาใจช่วย แม้จะรู้ตอนจบอยู่แล้วว่าการว่ายน้ำครั้งนี้ของเธอมันทำมันสำเร็จแล้วก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176666" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>‘คลื่นที่ถาโถมในชีวิตจริง’</strong></p>



<p>ท่ามกลางอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจแห่งฝันนี้ เราจะเห็นได้ถึงการต่อกรกับท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นลมที่ควบคุมไม่ได้ และสัตว์ทะเลอย่างฉลาม แมงกะพรุนกล่องที่พร้อมจะจู่โจมเธอทุกเมื่อ</p>



<p>หากลองมองย้อนกลับมาในชีวิตจริงของคนธรรมดาอย่างพวกเรา ที่ต้องเจอกับอุปสรรคในแต่ละวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ สร้างความรู้สึกไม่สบายใจ ไปจนถึงคลื่นลูกใหญ่ที่ฝากความเจ็บปวดเอาไว้&nbsp; มันก็เหมือนกับไดอานาที่เผชิญกับอุปสรรคมากมายในท้องทะเล ซึ่งคงทำให้เราต่างเข้าใจ เจ็บปวด และฮึดสู้ไปพร้อมกับเธอได้ไม่ยาก</p>



<p>นอกจากหนังจะชวนให้เราลุ้นเอาใจช่วยไดอานาแล้ว ยังฉายให้เห็นพลังของแพชชันต่อการว่ายน้ำ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ เพราะในทางกลับกันหนังก็พาให้เราพบว่าแท้จริงแล้วอุปสรรคที่ยากพอๆ กันอยู่ใกล้ตัวเธอกว่าที่คิด จากบทพูดตอนหนึ่ง “คุณอายุ 60 แล้วโลกก็ตัดสินว่าคุณเป็นโครงกระดูกเดินได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176667" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ประโยคที่แค่ฟังก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ชวนให้เราตั้งคำถามว่า ‘นั่นสิ เพราะอะไรกันที่ทำให้คนวัยนี้ถูกขีดกรอบไว้กับตัวเลขสองหลักนี้’ อาจจะเป็นเพราะชุดความคิดบางอย่างของคนในสังคมที่มองมายังคนอายุวัยนี้ว่า ร่างกายคงไม่เหมาะกับการทำกิจกรรมเสี่ยงๆ ซึ่งหากมองในแง่หนึ่งก็ดูหวังดี แต่อีกมุมก็เหมือนเป็นการปิดกั้นคนๆ หนึ่งในการทำสิ่งที่ชอบ ซึ่งการที่ไดอานายังคงมุ่งมั่นทำตามฝันต่อได้ ไม่ได้มีเพียงปัจจัยเรื่องร่างกาย และจิตใจ แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมอีกด้วย</p>



<p>เมื่อมีวันที่คลื่นซัดแรง ย่อมมีวันที่มันเงียบสงบ พัดพาแสงสว่างมาสู่ไดอานา ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่เข้าใจ และคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดการทำภารกิจนี้ อย่างโค้ชประจำตัว กัปตันนักเดินเรือมือฉมัง แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแมงกะพรุนกล่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านฉลาม&nbsp;</p>



<p>อีกมุมเปรียบเหมือนคนรอบข้าง หรือคนในครอบครัว ทำให้เห็นว่าความเชื่อใจที่ได้รับจากคนเหล่านั้นส่งผลต่อความเชื่อมั่น ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของไดอานา โดยหากขาดไปคงจะไม่มีเธอในทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>อีกหนึ่งประเด็นที่หนังได้เล่าคือความกล้าที่จะลองทำตามความฝัน ซึ่งกว่าที่ความสำเร็จจะมาสู่ไดอานา เธอก็ต้องพบเจอกับความปั่นป่วนในจิตใจที่เปรียบเสมือนคลื่นใต้น้ำ อันเกิดจากความพ่ายแพ้ถึง 4 ครั้ง แม้จะผิดหวังแต่ช่วงเวลาเหล่านั้นเกิดขึ้นได้ก็เพราะความกล้าหาญในครั้งแรก จับมือกับไฟแห่งความเชื่อ หรือแพชชันที่จะทำมันให้ได้ แม้เธอจะเข้าสู่ช่วงอายุนี้แล้วก็ตาม&nbsp;</p>



<p>ทุกองค์ประกอบที่ได้กล่าวมา ต่างส่งผลให้เธอประสบความสำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าจะวัยไหนทุกความฝันก็สามารถเป็นจริงได้ และลูกโป่งแห่งแพชชันก็ยังฟูฟ่องอยู่ในใจของไดอานามาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176668" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>หนังทำให้เราตกตะกอนถึงการทำตามความฝันไม่ได้แปรผันตามอายุ ซึ่งประเด็นนี้มีความร่วมสมัยกับสังคมไทย ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงเป็นการชวนตั้งคำถามว่าสังคมพร้อมจะเรียนรู้ เข้าใจ และโอบรับพวกเขาที่พร้อมจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่รัก หรือทำตามความฝันที่ยังคงลุกโชนอยู่ในหัวใจ เพราะแม้มนุษย์จะเติบโตขึ้นทุกวัน แต่ทว่าความฝันไม่สามารถเลือกอายุของผู้ที่จะไขว่คว้าได้ และคงไม่มีใครอยากเป็นผู้ถูกเลือกให้ต้องละทิ้งซึ่งสิ่งนั้นเช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>ที่มารูปภาพประกอบ</strong><br><a href="https://blackbearpictures.com/film-and-tv/nyad">https://blackbearpictures.com/film-and-tv/nyad</a></p>



<p><strong>ข้อมูลเพิ่มเติม</strong><br><a href="https://www.imdb.com/name/nm1888091/?ref_=tt_ov_dr">https://www.imdb.com/name/nm1888091/?ref_=tt_ov_dr</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/internduction-nyad/">Nyad (2023) ว่ายท้าฝัน พลังแพชชันของวัยเก๋าที่ก้าวผ่านเรื่องอายุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตุ๋ย-สุจินต์ เกยสุวรรณ หัวใจที่ยังเป็นเด็กของคนทำเมืองรถไฟจำลอง จากสิ่งที่ชอบเป็นงานที่รัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sujin-model-railway/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พิชญา สังฆ์การีย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Aug 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[นักประดิษฐ์เมืองรถไฟจำลอง]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176582</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ฉึกฉัก ฉึกฉัก’ เสียงของรถไฟและเสียงบีบแตรดังหนึ่งครั้ง สัญญาณที่กำลังบอกว่ายานพาหนะขนาดใหญ่นี้ กำลังเคลื่อนมาจอดที่ชานชาลาในเวลาอีกไม่นาน&#160; รถไฟคือตัวแทนที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงการเดินทาง และเป็นยานพาหนะที่รับส่งผู้คนที่เห็นมาทุกยุคสมัย แม้จะเป็นภาพที่ชินตามานับสิบปีแต่ ‘ตุ๋ย-สุจินต์ เกยสุวรรณ’ กลับค้นพบกับเสน่ห์ของรถไฟที่มากกว่าคนทั่วไปตั้งแต่อายุสิบขวบ ความผูกพันในวัยเยาว์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความหลงใหลในความสวยงามของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของล้อรถไฟกระทบรางเหล็ก เสียงของเครื่องจักรไอน้ำ หรือแม้กระทั่งผู้คนรอบๆ สถานี สุจินต์หลงรักสิ่งเหล่านั้นมาตลอดหลายสิบปี วัยเด็กของเขาล้วนมีแต่รถไฟ สำหรับสุจินต์รถไฟจำลองจึงพิเศษกว่าของเล่นชิ้นอื่นๆ  แม้บางช่วงชีวิตเขาได้ออกสำรวจสิ่งใหม่ๆ แต่รถไฟไม่เคยห่างหายไปจากใจ ชีวิตใหม่ของสุจินต์ ในวัยเกือบ 60 ปี ได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่สะสมรถไฟของเล่นเหมือนที่ผ่านมา แต่ทำให้พิเศษมากขึ้นด้วยการสร้างเมืองแห่งจินตนาการให้รถไฟที่ถูกย่อส่วนได้เคลื่อนที่ ในฐานะนักประดิษฐ์เมืองรถไฟจำลอง ความคลั่งไคล้รถไฟแบบเด็กๆ นำพาให้เขาได้มาทำงานในฝันได้อย่างไร คือสิ่งที่เราสนใจและพาเรามาเจอกับสุจินต์ในบ่ายวันหนึ่ง ตลอดเวลาที่เราได้เข้ามาในโลกของเมืองจำลองนี้ เราจะเห็นสายตาความมุ่งมั่นของสุจินต์ต่อรถไฟนั้น ยิ่งทำให้เราสงสัยว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาเลือกที่จะสร้างเมืองนี้ขึ้นมา&#160; เมื่อคำถามเริ่มขึ้นสุจินต์ก็พาเราย้อนกลับไปอดีต ตั้งแต่จุดเริ่มต้นวันแรกที่ได้รู้จัก เส้นทางชีวิตของเขาที่ได้จากความชอบและการทำเมืองรถไฟจนถึงเรื่องราวรวมไปถึงตัวตนของเขาที่ยังคงอยู่กับรถไฟในวันนี้ จนเราค่อยๆ ซึมซับหัวใจของรถไฟผ่านเมืองจำลองที่เขาสร้างขึ้นด้วยความรัก การเติบโตพร้อมคุณพ่อพนักงานของการรถไฟฯ สู่ความชอบที่เกิดขึ้นในวัยเยาว์ สุจินต์ในวัยห้าสิบปลายๆ เล่าถึงความทรงจำแรกของตัวเองในวันวาน ตั้งแต่จำความได้เขาเติบโตมาพร้อมคุณพ่อผู้เป็นพนักงานการรถไฟฯ ซึ่งมักซื้อโมเดลรถไฟของเล่นให้เป็นประจำ จนเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มซื้อด้วยตนเองจากเงินค่าขนม และเข้าสู่การเริ่มสะสมโมเดลอย่างจริงจัง เขาเล่าด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ย้อนกลับไปในวันที่ได้รู้จักกับรถไฟจำลองครั้งแรก “คุณพ่อทำงานรถไฟและก็จะพาเที่ยว พาไปทำงานด้วย เราเลยมีความผูกพันกับรถไฟมาตลอด เขาจะคอยเล่าระบบการทำงานรถไฟให้ฟัง เช่น ตรงนี้ทำงานยังไง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sujin-model-railway/">ตุ๋ย-สุจินต์ เกยสุวรรณ หัวใจที่ยังเป็นเด็กของคนทำเมืองรถไฟจำลอง จากสิ่งที่ชอบเป็นงานที่รัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>‘ฉึกฉัก ฉึกฉัก’ เสียงของรถไฟและเสียงบีบแตรดังหนึ่งครั้ง สัญญาณที่กำลังบอกว่ายานพาหนะขนาดใหญ่นี้ กำลังเคลื่อนมาจอดที่ชานชาลาในเวลาอีกไม่นาน&nbsp;</p>



<p>รถไฟคือตัวแทนที่ทำให้เรารู้สึกได้ถึงการเดินทาง และเป็นยานพาหนะที่รับส่งผู้คนที่เห็นมาทุกยุคสมัย แม้จะเป็นภาพที่ชินตามานับสิบปีแต่ ‘ตุ๋ย-สุจินต์ เกยสุวรรณ’ กลับค้นพบกับเสน่ห์ของรถไฟที่มากกว่าคนทั่วไปตั้งแต่อายุสิบขวบ</p>



<p>ความผูกพันในวัยเยาว์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความหลงใหลในความสวยงามของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของล้อรถไฟกระทบรางเหล็ก เสียงของเครื่องจักรไอน้ำ หรือแม้กระทั่งผู้คนรอบๆ สถานี สุจินต์หลงรักสิ่งเหล่านั้นมาตลอดหลายสิบปี วัยเด็กของเขาล้วนมีแต่รถไฟ สำหรับสุจินต์รถไฟจำลองจึงพิเศษกว่าของเล่นชิ้นอื่นๆ </p>



<p>แม้บางช่วงชีวิตเขาได้ออกสำรวจสิ่งใหม่ๆ แต่รถไฟไม่เคยห่างหายไปจากใจ ชีวิตใหม่ของสุจินต์ ในวัยเกือบ 60 ปี ได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับรถไฟอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่สะสมรถไฟของเล่นเหมือนที่ผ่านมา แต่ทำให้พิเศษมากขึ้นด้วยการสร้างเมืองแห่งจินตนาการให้รถไฟที่ถูกย่อส่วนได้เคลื่อนที่ ในฐานะนักประดิษฐ์เมืองรถไฟจำลอง</p>



<p>ความคลั่งไคล้รถไฟแบบเด็กๆ นำพาให้เขาได้มาทำงานในฝันได้อย่างไร คือสิ่งที่เราสนใจและพาเรามาเจอกับสุจินต์ในบ่ายวันหนึ่ง</p>



<p>ตลอดเวลาที่เราได้เข้ามาในโลกของเมืองจำลองนี้ เราจะเห็นสายตาความมุ่งมั่นของสุจินต์ต่อรถไฟนั้น ยิ่งทำให้เราสงสัยว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาเลือกที่จะสร้างเมืองนี้ขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>เมื่อคำถามเริ่มขึ้นสุจินต์ก็พาเราย้อนกลับไปอดีต ตั้งแต่จุดเริ่มต้นวันแรกที่ได้รู้จัก เส้นทางชีวิตของเขาที่ได้จากความชอบและการทำเมืองรถไฟจนถึงเรื่องราวรวมไปถึงตัวตนของเขาที่ยังคงอยู่กับรถไฟในวันนี้ จนเราค่อยๆ ซึมซับหัวใจของรถไฟผ่านเมืองจำลองที่เขาสร้างขึ้นด้วยความรัก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176584" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การเติบโตพร้อมคุณพ่อพนักงานของการรถไฟฯ สู่ความชอบที่เกิดขึ้นในวัยเยาว์</strong></h4>



<p>สุจินต์ในวัยห้าสิบปลายๆ เล่าถึงความทรงจำแรกของตัวเองในวันวาน ตั้งแต่จำความได้เขาเติบโตมาพร้อมคุณพ่อผู้เป็นพนักงานการรถไฟฯ ซึ่งมักซื้อโมเดลรถไฟของเล่นให้เป็นประจำ จนเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มซื้อด้วยตนเองจากเงินค่าขนม และเข้าสู่การเริ่มสะสมโมเดลอย่างจริงจัง เขาเล่าด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ย้อนกลับไปในวันที่ได้รู้จักกับรถไฟจำลองครั้งแรก</p>



<p>“คุณพ่อทำงานรถไฟและก็จะพาเที่ยว พาไปทำงานด้วย เราเลยมีความผูกพันกับรถไฟมาตลอด เขาจะคอยเล่าระบบการทำงานรถไฟให้ฟัง เช่น ตรงนี้ทำงานยังไง รถจักรคันนี้ของประเทศอะไร ตอนเด็กๆ คุณพ่อก็ซื้อของเล่นมาให้เป็นรถไฟจำลองใส่ถ่านแล้ววิ่งได้ เราก็เลยรู้จักรถไฟและชอบตั้งแต่นั้นมา”&nbsp;</p>



<p>“ซื้อรถไฟจำลองครั้งแรกคือตอนสมัยป.7 ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่ามีรถไฟจำลองแบบนี้ เราชอบแผนกของเล่นอยู่แล้ว จนไปเจอรถไฟจำลองเป็นเรื่องราว ไม่เหมือนที่เราเคยเล่น เรารู้สึกเปิดโลกมาก ทีนี้ไปทุกวันเลย ไม่ได้คิดว่าจะทำอะไรนอกจากซื้อมาเล่นและสะสม เราค่อยๆ เก็บเงินทีละเล็กทีละน้อย จนมีวันหนึ่งพ่อเห็นว่าเราชอบมากเลยพาไปซื้อ Starter Set เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นรถไฟจำลองนี้เลย” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176586" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แม้เวลาจะผ่านไปแต่ความชอบรถไฟก็ยังไม่จางหาย</strong></h4>



<p>เมื่อเติบโตขึ้นตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน การต้องใช้ชีวิตในโลกกว้างทำให้ได้เจอสิ่งต่างๆ มากมายเข้ามาในชีวิต ผลักดันให้เขาเลือกทำงานฝ่ายศิลป์ในบริษัทสิ่งพิมพ์ อีกหนึ่งงานที่เขาถนัดเช่นกัน ความชื่นชอบรถไฟจำลองจึงกลายเป็นเพียงงานอดิเรกที่ชุบชูใจได้ในเวลาว่างเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ถึงจะเลือกเส้นทางอาชีพการเขียนภาพศิลปะบนนิตยสาร แต่ตลอดเวลาหลายสิบปีไม่ได้ทำให้เขาทิ้งรถไฟไปแต่อย่างใด ในใจนั้นยังคงชอบรถไฟอยู่เสมอ</p>



<p>“เรายังชอบรถไฟอยู่ตลอด แต่พอเราเริ่มเป็นวัยรุ่นมันไม่ได้ห่างเหินหรอก ยังชอบอยู่ เพียงแต่ว่าความเป็นวัยรุ่นก็มีช่วงไปติดเพื่อน ไม่ได้ซื้อรถไฟไปลองใช้ชีวิตทำอย่างอื่น”</p>



<p>จนวันหนึ่งในตลาดนัดจตุจักรท่ามกลางร้านขายหนังสือมากมาย สุจินต์ได้พบนิตยสารรถไฟเล่มนึงที่ชื่อว่า ‘Model Railroader Magazine’ จุดประกายให้เขากลับมาในโลกของรถไฟจำลองนี้อย่างจริงจังมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ถึงแม้ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับรถไฟมาโดยตรง แต่เพราะการได้อ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เขาได้เข้าไปทำความรู้จักกับรถไฟได้มากกว่าเดิม และเปิดโลกใบใหม่ที่ทำให้เขาได้ค้นพบว่าการเล่นรถไฟจำลองนี้มีอะไรมากมายกว่าที่เคยเล่นมา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176585" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รถไฟที่ทำให้ชีวิตเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง</strong></h4>



<p>การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ส่งผลไปถึงการทำงานของคนทำนิตยสาร งานศิลปะไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว สุจินต์ตัดสินใจลาออกจากงาน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต</p>



<p>แม้จะรู้ว่าตัวเองมีสิ่งที่ชอบอย่างการสร้างรถไฟจำลอง แต่การต้องนับหนึ่งใหม่ในวัย 40 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคนเลย หากเราอยากมีพื้นที่ในการทำเมืองรถไฟจำลองอย่างจริงจังจะทำได้ที่ไหน คำถามมากมายเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็หันหลังให้ความกังวล เลือกสร้างพื้นที่นั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง และตัดสินใจเริ่มต้นแนะนำตัวเองว่า ‘นักประดิษฐ์เมืองจำลองรถไฟ’&nbsp;</p>



<p>ผลงานแรกที่สุจินต์ได้ทำเมืองรถไฟจำลองอย่างจริงจังนั่นคือ งานจำลองรถไฟฟ้า BTS เมื่อ 20 ปีก่อน เขาถูกรู้จักในฐานะกลุ่มคนรักรถไฟมากขึ้นหลังจากนั้น มีหลายคนติดต่อมาให้เขาได้ลองทำงานอะไรใหม่ๆ มากกว่าเดิม ประสบการณ์ที่สะสมมาจึงทำให้เขาเชื่อมั่นในตนเองในการทำอาชีพสร้างเมืองจำลองรถไฟในช่วงอายุที่ใครก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้</p>



<p>เส้นทางใหม่ของสุจินต์ไม่ได้ทำให้เขาทิ้งการวาดรูปที่ชื่นชอบ เขายังนำศิลปะตลอดหลายสิบปีมาใช้ในอาชีพใหม่ในครั้งนี้ด้วย</p>



<p>ทุกครั้งในการคิดจะสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ อย่างแรกที่เขาทำ คือการร่างภาพแปลนตามขนาดพื้นที่เจ้าของงานมีแจ้งมา และเมืองที่รถไฟต้องขับผ่าน โดยมีแรงบันดาลใจจากความฝันในวัยเด็ก และวาดออกมาตามในจินตนาการที่อยากให้เป็นและเมืองในต่างประเทศที่ชอบ ภาพในหัวถูกเรียบเรียงออกมาผ่านดินสอและสีน้ำในกระดาษหนึ่งแผ่น </p>



<p>นอกจากนี้เขายังลงมือทำเอง ตั้งแต่การหาอุปกรณ์ จนถึงการสร้างงาน ที่เขาบอกว่า ‘สนุก’ ในทุกขั้นตอน &nbsp; ด้วยความเชื่อว่าตัวเองเป็นเหมือนคนตัวเล็กที่กำลังอาศัยในโลกของเมืองจำลองที่เขากำลังสร้างขึ้น&nbsp;</p>



<p>สิ่งรอบๆ ของเมืองจิ๋วแห่งนี้ไม่ว่าเป็นต้นไม้ น้ำ หรือก้อนหิน สุจินต์ตั้งใจจะถ่ายทอดออกมาให้เราได้รู้สึกถึงสิ่งนั้นอย่างสมจริงที่สุด รวมไปถึงรถไฟที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไอน้ำเหมือนจริง ราวกับว่าเราจะกลายเป็นมนุษย์ที่ตัวใหญ่ขึ้นรายล้อมไปด้วยเมืองย่อส่วน</p>



<p>ความลับทำให้เมืองรถไฟจำลองสนุกไปอีกแบบสุจินต์บอกว่าเขาสร้างบทบาทให้ตัวเองไปด้วย</p>



<p>เขามักจินตนาการว่ากำลังใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มและหมวกประจำตัวของพนักงานขับรถไฟ พร้อมที่จะขับไปรับผู้โดยสารตามสถานี แววตาที่เราได้เห็นในตอนนั้น สัมผัสได้เลยว่า สุจินต์กำลังจะพาเราไปไหนสักที่หนึ่งอยู่จริงๆ&nbsp;</p>



<p>“เราต้องเป็นทุกอย่างเลย รับบทบาทเป็นทั้งนายสถานี ผู้โดยสาร นักการภารโรงรถไฟ เป็นคนข้างทางที่เดินอยู่ด้วย”</p>



<p>“เราไม่เคยเบื่อรถไฟเลย เราต้องสร้างภารกิจให้กับตัวเอง เช่น จำลองรถเสีย ทำให้เหมือนจริงทุกอย่าง สวมบทบาทเป็นทุกอย่างทำให้เป็นภารกิจจริงแล้วจะสนุก อยู่ได้ทั้งวันเลย ถ้าจะปล่อยให้วิ่งเฉยๆ สามรอบสี่รอบเดี๋ยวก็เบื่อแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176587" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เด็กชายสุจินต์วัยสิบขวบและสุจินต์ในช่วงชีวิตใกล้ 60 ปี</strong></h4>



<p>“ทุกคนมักจะบอกว่ารถไฟก็แค่ของเล่น แต่เรารู้สึกว่าไม่ใช่ของเล่นมันเป็นอดิเรก มันมีความสันทนาการที่สามารถต่อยอดทำอะไรก็ได้”</p>



<p>ถึงจะเป็นคำถามที่โดนถามอยู่บ่อยครั้งว่าทำไมอายุเท่านี้แต่ยังเล่นของเล่น คำตอบของสุจินต์ยิ่งทำให้เรารู้ว่าหัวใจของเขายังคงรักรถไฟเหมือนตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักรถไฟจำลอง</p>



<p>เขาตอบกลับมาอย่างหนักแน่นว่า อายุไม่ใช่ตัวจำกัดและเมืองรถไฟตรงหน้าที่เขากำลังสร้างอยู่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่น แต่เป็นโลกใบหนึ่งของเขาที่ทำให้เขาได้สัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงเลยก็ว่าได้</p>



<p>เรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเสียใจสักนิด เพราะคนเรามีความชอบได้หลายอย่าง ทั้งหมดนั้นหล่อหลอมให้เป็นสุจินต์ในวัย 58 ปีแบบทุกวันนี้</p>



<p>“ทุกครั้งที่นั่งรถไฟเรารู้สึกมีความสุข ตามกาลเวลาก็เปลี่ยนแปลงไปแต่ในใจเรายังเหมือนเดิม เราสบายใจกับรถไฟ”</p>



<p>“การได้เล่นรถไฟนี่แหละ มันยังอยู่ในใจเราเสมอ ทำให้เราย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ตอนที่เราอยู่กับพ่อ เห็นรถไฟเข้ามาจอดที่สถานี บรรยากาศรอบสถานี ตอนนี้เราได้ทำเหมือนเราย่อตัวเองเข้าไปอยู่ในงาน เวลาเห็นรถไฟวิ่งแล้วเราอยู่ข้างๆ เห็นรถไฟวิ่งผ่านต่อหน้า อาการเดียวกันกับตอนเด็กๆ เลย”</p>



<p>“ตัวเรายังรักรถไฟเหมือนเดิม มันเข้ากระดูกไปแล้วไม่ได้แค่เข้าเส้นเลือดนะ&nbsp; ไม่มีที่ไหนรักษาได้ด้วย”</p>



<p>หากคนบนโลกมี 100 คน คงจะมีสัก 5 คนที่สามารถทำและรักสิ่งๆ หนึ่งได้หลายสิบปีจนไม่น่าเชื่อ หนึ่งในนั้นก็คงจะมีชื่อของสุจินต์อยู่ด้วย ที่มีใจรักรถไฟเหมือนวันแรกที่ได้ก้าวขาเข้าไปในโลกแห่งนี้ เขาไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยและยังค้นหาเส้นทางใหม่ๆ ในการเล่นเสมอ แม้ในอนาคตจะมีสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นและคาดไม่ถึงมากมาย แต่การใช้เวลาตลอดสิบปีในเส้นทางนี้ก็สามารถตอบได้ชัดเจนว่าเขาให้ใจกับรถไฟไปทั้งหมดแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176588" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176589" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/09-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>และถ้าหากโลกนี้มีเครื่องมือย้อนเวลา…</strong></h4>



<p>เมื่อถามถึงคำถามสุดท้ายที่มีช่วงเวลาไหนที่เขาอยากย้อนกลับไปมากที่สุดและอยากบอกอะไรกับตนเอง ถึงแม้ว่าเขาจะเชื่อว่าตนเองใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มาเสมอ แต่ก็ยังมีที่สุจินต์รู้สึกว่าหากย้อนกลับไปก็คงจะดี</p>



<p>“เราก็อยากกลับไปเป็นหนุ่มนะ (หัวเราะ)”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“อยากบอกให้ใช้ชีวิตให้เต็มที่เพราะตอนช่วงนี้เราเริ่มทำงานสนุกแล้ว ทำงานสนุกแต่ร่างกายตัวเองมันกลับร่วงโรยลงจะปีน ทำนั่นนี่ทีก็ยาก ถ้าเป็นหนุ่มๆ คงปีนข้ามได้สบาย เราก็มองภาพว่าถ้าตอนนั้นมีโอกาสได้ทำรถไฟนี้แบบจริงจัง แล้วเราอายุเท่าตอนนั้นนะคงสนุกกว่านี้เยอะ มีอะไรให้ทำมากกว่านี้”</p>



<p>“ได้ย้อนไปสักสามสิบก็ยังดีเราก็คงยังทำงานได้อีกหน่อย ตอนนี้มีเรื่องราวที่อยากทำอีกเยอะ ยังมีอะไรอยู่ในใจ หลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเกี่ยวกับการเล่นรถไฟ ยิ่งกว่าร่างกายก็คือเราไม่มีโอกาสทำแล้วเท่านั้นเอง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176590" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อสุจินต์พาเราเดินทางมาถึงชานชาลาสุดท้าย เขาหยิบรูปฝีมือการเขียนภาพที่เขาได้วาดมาให้เราดูหลากหลายแผ่น นั่นคือจุดเริ่มต้นของผลงานที่อยู่ตรงหน้าเราในตอนนี้ แม้ว่าเมืองจำลองรถไฟจะยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่เราก็รู้สึกรอคอยวันที่ได้เห็นเมืองแห่งนี้ที่เป็นโลกแห่งใหม่ของสุจินต์เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ตลอดบทสนทนาเราสัมผัสได้ว่าการเนรมิตเมืองจินตนาการออกมา ใช้ความรักต่อรถไฟอย่างมาก เขาแทรกความรู้ต่างๆ ของรถไฟให้เราฟังตลอดที่ได้พูดคุยกัน จนเราก็อดรู้สึกหลงใหลในรถไฟไม่ได้เลย และคาดไม่ถึงว่ารถไฟจะค้นพบอะไรได้มากมายเช่นนี้&nbsp;</p>



<p>เส้นทางชีวิตระหว่างสุจินต์และรถไฟที่ยาวนานมา 50 กว่าปีนี้ เดินทางยังไม่สิ้นสุดลง&nbsp;</p>



<p>เขายังยืนหยัดว่าจะไม่ทิ้งรถไฟจำลองและเมืองแห่งจินตนาการนี้ บั้นปลายชีวิตสุดท้ายแค่เพียงได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและผจญภัยในเมืองจำลองเล็กๆ ของตัวเองพร้อมรถไฟ แค่คิดก็คงจะมีความสุขมากเพียงพอแล้ว&nbsp;</p>



<p>หลังบทสนทนาระหว่างเราและสุจินต์จบลง สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราคิดได้หลังจากเรื่องราวทั้งหมดได้ถูกพูดถึงนั่นก็คือ ในวันที่เรามองว่าอายุเรานั้นแก่เกินไป อาจจะเป็นวันเดียวกับวันที่เราเจอเส้นทางใหม่และสามารถทำไปพร้อมๆ กับความชอบของเราก็ได้ คงไม่มีอะไรที่สายไปหรอกถ้าสิ่งนั้น ‘ยังอยู่ในใจ’ ของเรา</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ช่องทางการติดตามโลกรถไฟจำลอง <br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/SujinModelTrains">The Trains</a> <br><a href="https://www.facebook.com/sujin.keuysuwan">Sujin Keuysuwan</a><br>Youtube : <a href="https://www.youtube.com/channel/UCe_7zxeT6c8qeVxQohv1upA">สุจินต์ เกยสุวรรณ</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sujin-model-railway/">ตุ๋ย-สุจินต์ เกยสุวรรณ หัวใจที่ยังเป็นเด็กของคนทำเมืองรถไฟจำลอง จากสิ่งที่ชอบเป็นงานที่รัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วราสาส์น  ร้านเช่าหนังสือของหญิงเหล็กวัย 70 ปีที่ยังคงทำอยู่ เพราะอยากให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/varasarn-bookshop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Ormboon Thianprakhob]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Young อยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Internduction]]></category>
		<category><![CDATA[Youngอยู่ในใจ]]></category>
		<category><![CDATA[บูมเมอร์แล้วไงใจยังบลูมมิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[วราสาส์น]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเช่าหนังสือกลางกรุงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านพญาไท]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176291</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลัดเลาะเข้าไปในใจกลางเมืองราชเทวี-พญาไท ย่านที่นับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากอดีตและยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในปัจจุบัน เราพบร้านเช่าหนังสือร้านหนึ่งในตึกคูหาเล็กๆ แต่เป็นเหมือนกับอนุสรณ์แห่งความทรงจำวัยเด็กขนาดใหญ่ที่ยังคงยืนหยัดผ่านห้วงเวลาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นอีกสถานที่ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คนและคอยโอบรับพวกเราตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน นั่นคือร้านเช่าหนังสือวราสาส์น ร้านที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือตั้งเรียงรายจนแทบมองไม่เห็นด้านในสุดของห้อง แต่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหนังสือเก่าที่รอต้อนรับเราอย่างอบอุ่น กองหนังสือการ์ตูนชุดใหม่เป็นสิ่งที่สะดุดตาเราเป็นอย่างแรก เราเก็บเสียงหัวใจที่เต้นรัวและความประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะไล่สายตาไปเห็นวราภรณ์ เจ้าของร้านเช่าหนังสือวราสาส์นวัย 70 ปี ที่กำลังยิ้มทักทาย เมื่อเห็นเราเข้ามาในร้าน ก่อนบทสนทนาความรักในหนังสือกำลังเริ่มต้นขึ้น “ครอบครัวของป้าเนี่ยคุณพ่อเนี่ยเป็นไหหลำ เรียกพ่อเป็น ‘เด’ สมัยตั้งแต่ป้ายังตัวเล็กๆ อายุไม่เท่าไหร่ ลุงป้าน้าอาทั้งหลายเนี่ยพายเรือมาหาเด ให้เดอ่านจดหมายจากเมืองจีน ป้ามีหน้าที่ชงชาให้เพื่อนๆ เด แล้วก็ฝนหมึกเตรียมไว้ให้ พอโตขึ้น พี่ชายชอบอ่านหนังสือและชอบซื้อนิยายกำลังภายในมาอ่าน เขาก็ซื้อมา เราก็อ่าน พออ่านแล้วก็ติด ก็ชอบ พอโตขึ้นมาหน่อย เราก็เริ่มอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์เยอะแยะไปหมด&#8221; &#8220;ตอนนั้นก็ได้อ่านนู่นนี่นั่นมาเรื่อยๆ แล้วก็พัฒนา เราก็จะอ่านอยู่อย่างนี้จนซึมซับ พอเริ่มเข้าระดับมัธยมก็เข้าห้องสมุดทุกวัน อ่านทุกอย่าง ประวัติศาสตร์ อ่านนู่นนี่นั่น ความที่เรารักการอ่าน เราก็อ่านทุกอย่าง เป็นคนที่อ่านได้ทุกแนว เราก็จะได้จากสิ่งนี้เยอะมาก ส่วนหนึ่งก็คือครอบครัวป้าเลยที่ทำให้เห็นว่าเราอยู่ใกล้ชิดกับหนังสือ” วราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา วัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่จุดประกายมาจากความชอบในวัยเด็กและชีวิตประจำวันที่ได้คลุกคลีกับหนังสืออยู่เสมอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/varasarn-bookshop/">วราสาส์น  ร้านเช่าหนังสือของหญิงเหล็กวัย 70 ปีที่ยังคงทำอยู่ เพราะอยากให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ลัดเลาะเข้าไปในใจกลางเมืองราชเทวี-พญาไท ย่านที่นับได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากอดีตและยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในปัจจุบัน เราพบร้านเช่าหนังสือร้านหนึ่งในตึกคูหาเล็กๆ แต่เป็นเหมือนกับอนุสรณ์แห่งความทรงจำวัยเด็กขนาดใหญ่ที่ยังคงยืนหยัดผ่านห้วงเวลาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นอีกสถานที่ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คนและคอยโอบรับพวกเราตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน</p>



<p>นั่นคือร้านเช่าหนังสือวราสาส์น ร้านที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือตั้งเรียงรายจนแทบมองไม่เห็นด้านในสุดของห้อง แต่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหนังสือเก่าที่รอต้อนรับเราอย่างอบอุ่น กองหนังสือการ์ตูนชุดใหม่เป็นสิ่งที่สะดุดตาเราเป็นอย่างแรก เราเก็บเสียงหัวใจที่เต้นรัวและความประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะไล่สายตาไปเห็นวราภรณ์ เจ้าของร้านเช่าหนังสือวราสาส์นวัย 70 ปี ที่กำลังยิ้มทักทาย เมื่อเห็นเราเข้ามาในร้าน ก่อนบทสนทนาความรักในหนังสือกำลังเริ่มต้นขึ้น</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176320" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ครอบครัวของป้าเนี่ยคุณพ่อเนี่ยเป็นไหหลำ เรียกพ่อเป็น ‘เด’ สมัยตั้งแต่ป้ายังตัวเล็กๆ อายุไม่เท่าไหร่ ลุงป้าน้าอาทั้งหลายเนี่ยพายเรือมาหาเด ให้เดอ่านจดหมายจากเมืองจีน ป้ามีหน้าที่ชงชาให้เพื่อนๆ เด แล้วก็ฝนหมึกเตรียมไว้ให้ พอโตขึ้น พี่ชายชอบอ่านหนังสือและชอบซื้อนิยายกำลังภายในมาอ่าน เขาก็ซื้อมา เราก็อ่าน พออ่านแล้วก็ติด ก็ชอบ พอโตขึ้นมาหน่อย เราก็เริ่มอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์เยอะแยะไปหมด&#8221; </p>



<p>&#8220;ตอนนั้นก็ได้อ่านนู่นนี่นั่นมาเรื่อยๆ แล้วก็พัฒนา เราก็จะอ่านอยู่อย่างนี้จนซึมซับ พอเริ่มเข้าระดับมัธยมก็เข้าห้องสมุดทุกวัน อ่านทุกอย่าง ประวัติศาสตร์ อ่านนู่นนี่นั่น ความที่เรารักการอ่าน เราก็อ่านทุกอย่าง เป็นคนที่อ่านได้ทุกแนว เราก็จะได้จากสิ่งนี้เยอะมาก ส่วนหนึ่งก็คือครอบครัวป้าเลยที่ทำให้เห็นว่าเราอยู่ใกล้ชิดกับหนังสือ” </p>



<p>วราภรณ์ เชฎฐาวิวัฒนา วัย 70 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านที่จุดประกายมาจากความชอบในวัยเด็กและชีวิตประจำวันที่ได้คลุกคลีกับหนังสืออยู่เสมอ จนแตกขยายมาเป็นการตามหาความสุขเล็กๆ ให้ตัวเอง และต่อยอดมาเป็น ‘ร้านวราสาส์น’ ที่วราภรณ์อุทิศทั้งชีวิตเพื่อการคงอยู่ของร้านที่เธอรัก ซึ่งเป็นทั้งความสุขและตัวตนของเธอ</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176321" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_02.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h5 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“หนังสือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตป้า</strong><br><strong>เพราะว่าตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ป้าอายุ 70 </strong>ปี<br><strong>ตลอดตั้งแต่ป้าจำความได้ ป้าขาดหนังสือไม่ได้</strong><br><strong>แล้วเวลาอยู่กับหนังสือป้าก็มีความสุข”</strong></h5>



<p>“สมัยป้าเรียนมัธยมป้าจะย้ายมาอยู่แถวๆ บางลำพู เมื่อก่อนก็จะมีร้านเช่าหนังสืออยู่สองร้าน วันๆ หนึ่งป้าจะเดินไปเช่าหนังสือบ่อยมาก วันหนึ่งก็ 4-5 เล่ม อ่านจบปุ๊บเดินไปบุศยพรรณไปเช่าหนังสือ แล้วก็เดินกลับ วันหนึ่งก็เสียหลายตังค์อยู่ เพราะเดินหลายรอบ แต่มันก็เป็นความสุข ก็ตั้งแต่เด็กมาจนแก่ก็ติดอยู่กับหนังสือ มันเหมือนเราได้อยู่ในโลกส่วนตัวของเราที่มันทำให้เรามีความสุขมาก ถ้ามีใครที่อยู่ในที่นี้ยังไม่ชอบอ่านหนังสือ ลองดู แล้วจะรู้เลยว่ามันวิเศษมากเลย”&nbsp;</p>



<p>“ตอนป้าทำงาน เพื่อนๆ เรียกป้า ‘หญิงเหล็ก’ เพราะว่าป้าทำงานอยู่ถึงตีหนึ่งตีสองเกือบทุกวันนะ เลิกงานกว่าจะถึงบ้านก็สองสามทุ่ม หอบงานกลับไปทำบ้าน ตระเวนส่งลูกน้องอีก เพราะว่าลูกน้องผู้หญิงก็เป็นห่วงเขา ก็ต้องไปส่งถึงบ้านพอรับราชการได้สัก 2-3 ปี เราจะทำอะไรดีที่ทำให้เรามีความสุข สิ่งแรกที่คิดก็คือ ‘หนังสือ’ เพราะความรักหนังสือและเราอยู่กับหนังสือมาตลอดชีวิตวัยเด็ก” จากความสุขในการอ่านหนังสือสมัยเด็กของวราภรณ์ยังคงสานต่อให้เธอชื่นชอบเรื่องหนังสือ แม้กระทั่งถึงช่วงวัยทำงานที่ต้องเจอช่วงเวลาที่แสนเหนื่อย แต่เธอก็ยังมีเวลาให้กับหนังสือ จนกระทั่งตัดสินใจเปิดร้านแห่งนี้ขึ้นมา</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176323" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“เมื่อก่อนก็เปิดร้านตรงนี้แหละ แต่ชั้นมันไม่เยอะขนาดนี้ แต่ก่อนจะมีที่นั่งให้ลูกค้า เพราะว่าหนังสือเรายังน้อย เราก็ค่อยสะสม ไปซื้อหนังสือตามบ้าน ประกาศรับซื้อ ใครอยากขายเราก็ตระเวน สองคนกับแฟนก็ไปตระเวนซื้อมาเข้าร้าน ก็ค่อยๆ เพิ่มพูนเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้มันก็เยอะเป็นแสนๆ ชั้นเธอจะเห็นว่าไม่สวยงาม เพราะเราก็มองว่าหนังสือ ถ้าเป็นไม้เนี่ย ปลวกมันจะกิน ก็ใช้เหล็ก สองคนตายายก็ซื้อเหล็กฉาบแล้วก็มานั่งต่อๆ ๆ แฟนก็ทำชั้นขึ้นมาเยอะขนาดนี้อย่างที่หนูเห็น นี่คือมูลเหตุจริงใจจากการที่เรารักการอ่าน แล้วเราก็คิดว่าสิ่งนี้จะทำให้เรามีความสุข”</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176324" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>วราภรณ์ที่หลงรักโลกแห่งนวนิยายจีนกำลังภายในตั้งแต่ยังเด็กจนถึงปัจจุบันได้ต่อสู้ผ่านภารกิจที่ใช้ความอดทนมากมายมาสู่เจ้าของสถานที่แห่งความทรงจำของใครหลายๆ คน ชีวิตของเธอเปรียบเหมือนกับชีวิตของจอมยุทธ์หญิงสุดเท่ ที่เธอไม่เพียงต้องรับผิดชอบภาระงานหลักอย่างการทำงานรับราชการเพื่อหาเงินทุนหล่อเลี้ยงร้านเช่าหนังสือ แต่เธอยังต้องเรียนรู้ทักษะการบริหารที่เธอเองก็ไม่คุ้นเคยมาก่อนในวัย 27 ปี&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เธอจะเปิดร้านหนังสือบนความไม่แน่นอนในช่วงอายุที่เริ่มใฝ่หาความมั่นคงในชีวิต แต่เธอก็พร้อมสู้เพื่อความสุขและสิ่งที่ตัวเองรักอย่างการอ่านและร้านเช่าหนังสือ สมกับฉายา ‘หญิงเหล็ก’ ที่กลายเป็นหนึ่งในตัวตนที่ทำให้เธอเป็นคนใจสู้และพร้อมรับมือกับทุกความลำบากที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่เป็นประกาย น้ำเสียงหนักแน่นแต่เปี่ยมไปด้วยและคำตอบที่วราภรณ์ร้อยเรียงออกมา เป็นหลักฐานชั้นดีเลยว่าเธอ ‘รัก’ หนังสือและมีความตั้งใจที่อยากจะใช้ทุกช่วงเวลาในชีวิตเติบโตไปกับร้านเช่าหนังสือแห่งนี้ แม้ว่าในปัจจุบันจะเป็นช่วงซบเซาของร้านเช่าหนังสือที่ค่อยๆ จางหายไปตามช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176325" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<h5 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“ร้านเช่าหนังสือเป็นความภาคภูมิใจ</strong> <strong>เป็นความสุข เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตป้า</strong><br><strong>อย่างที่บอกว่าจะพยายามอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้</strong><br><strong>เพราะว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเรา</strong> <strong>แล้วมันทำให้เรามีความสุข”</strong></h5>



<p>“ถ้าถามว่าในเชิงเศรษฐกิจคุ้มไหม จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่คุ้มนะ แต่อย่างที่บอกว่าด้วยใจรัก เราเปิดอยู่เพราะเรามีความสุขกับการอยู่กับหนังสือ แล้วก็มีความสุขที่ได้เห็นคนอ่านหนังสือ ป้ามีวิสัยทัศน์ว่าต้องมองไปข้างหน้าว่าเราพอใจไหม ถึงจะไม่พอใจ แต่เราจะมีความสุขกับสิ่งที่เราทำไหม แล้วเมื่อเราเดินไปข้างหน้าแล้ว เดินให้ตลอด อย่าเดินถอยหลัง ถ้ามันล้มก็สู้ อย่าล้มแล้วไม่ลุก เพราะทำทุกอย่างมันไม่ได้ว่าจะประสบความสำเร็จหมด”</p>



<p>“ทุกคนเราทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมีโอกาสผิดพลาด เมื่อมีปัญหาก็ “ไม่เป็นไร” คิด หาทางแก้ ปัญหาทุกอย่างแก้ได้หมด ไม่มีปัญหาไหนที่แก้ไม่ได้ในทัศนคติของป้า ถ้าเราตั้งใจจะแก้มัน เพียงแต่ว่าบางปัญหาเราจะแก้ได้ทันที บางปัญหาจะต้องใช้เวลา แค่เท่านั้นเอง อยู่ที่เรา เหมือนพิสูจน์ความสามารถตัวเองด้วย ยิ่งเห็นคนมาเยอะๆ หยิบนู่นหยิบนี่ แล้วเขาอ่านมาแล้วป้าจะถามลูกค้าตลอด “เป็นไงถูกใจไหม” ยิ่งลูกค้าที่เขาให้เราเลือกหนังสือให้ เขาบอกถูกใจ เราก็ยิ่งมีความสุขว่าเราได้ทำให้คนที่เขาเข้าร้านเรามีความสุข”</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176326" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เห็นถึงความตั้งใจของเธอในการทำร้านเช่าหนังสือ แต่ในขณะเดียวกันทุกวันนี้ก็มีน้อยร้านจนแทบจะนับนิ้วได้ที่เปิดเป็นร้านเช่าหนังสือ เพราะกำไรน้อยและรายได้ก็ไม่มีความมั่นคง แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เธอยืนหยัดทำร้านเช่าหนังสือ แทนที่จะเป็น ‘ร้านขายหนังสือ’&nbsp;</p>



<p>“หนังสือเล่มหนึ่งป้าลงทุนไป คนอ่านเป็นพันเป็นหมื่น อ่านน้อยหน่อยก็อาจจะเป็นหลักสิบหลักร้อย เรื่องไหนที่ฮอตๆ หน่อยก็เป็นหลักพันหลักหมื่น มันก็เป็นวิทยาทานที่ว่าคนได้อ่าน ได้เรียนรู้จากหนังสือ ถ้าหาที่ไหนไม่มี มาหาที่เรา ป้าอยากให้เด็กหลายๆ คนได้อ่าน ขายเธอไปก็อยู่ที่เธอคนเดียว มีคนมาซื้อหนังสือป้าเยอะ ที่แบบหนังสือหายากหรือหนังสือที่ฮอตๆ ขายไปคุณก็ได้ของคุณ ป้าก็บอกเขาว่าแต่ถ้าอยู่ที่ร้านป้า คนได้อ่านหลักร้อยหลักพัน มันเป็นวิทยาทานที่เราเหมือนเผยแพร่ความรู้ เราอาจจะไม่ได้ร่ำรวย สามารถที่จะไปแจกจ่ายไรได้ แต่เราแจกจ่ายความรู้ให้กับคน ให้เยาวชนได้เยอะแยะนะ”</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176328" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>นับเป็นการลงทุนแสนยิ่งใหญ่ที่ตัดสินใจนำโลกที่ได้ตกหลุมรักในวัยเด็กมาก่อร่างสร้างเป็นร้านเช่าหนังสือ แถมยังต้องต่อสู้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม ผ่านยุคที่ร้านเช่าหนังสือเพิ่มบ้านเริ่มโบกมือลา และช่วงคนอ่านหนังสือเล่มน้อยลง หันไปอ่านอีบุ๊กมากขึ้น ยิ่งในช่วงโควิดที่หลายธุรกิจหยุดชะงัก จนทำให้เธอค้นพบแก่นของการเป็นร้านเช่าหนังสือนั่นคือความสามารถในการปรับตัวที่ต้องดึงดูดลูกค้ามาที่ร้าน เพราะร้านเช่าหนังสือไม่สามารถวิ่งไปหาลูกค้าด้วยตัวเองได้ ซึ่งเป็นวิทยายุทธที่ช่วยต่อยอดให้เธอสามารถรับมือกับปัญหาทางเศรษฐกิจและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้จนถึงปัจจุบัน</p>



<p>อย่างไรก็ตามเธอต้องใช้พลังปราณมากมายควบคู่หลายกระบวนท่าที่เรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อตามให้ทันยุคสมัยและผู้คนที่เติบใหญ่ทุกวัน แต่วราภรณ์ยังคงยืนหยัดสู้และเรียนรู้ที่จะพัฒนาการบริหารจัดการเพื่อคงร้านนี้ไว้ สมฉายา ‘หญิงเหล็ก’ ทำให้ปัจจุบันร้านเช่าหนังสือวราสาส์นกลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นที่รอให้ลูกค้าหน้าเก่าได้เข้ามาขุดค้นเศษเสี้ยวแห่งเรื่องราวในวัยเยาว์ของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็อ้าแขนต้อนรับลูกค้าหน้าใหม่ให้ได้เข้ามาลองสัมผัสเสน่ห์อันไม่รู้จบของการอ่าน</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176329" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา มันก็ทำให้ป้าวิเคราะห์ว่าปัญหาของบ้านเราคือการที่เด็กขาดการอ่าน แล้วก็ราชการ รัฐบาลไม่ส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน แล้วมันจะเป็นปัญหาในอนาคตข้างหน้าอีก 5 ปี 10 ปีแน่ รัฐบาลสนับสนุนหรือส่งเสริมเรื่องให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยี คือพัฒนาแต่ด้านนี้ คือโอเคมันต้องมี เพราะว่าไม่งั้นเราตามไม่ทันโลก แต่มันไม่ควรเป็นปัจจัยหลัก ปัจจัยหลักคือควรสนับสนุนให้เด็กรักการอ่าน เพราะป้ามองว่ามันดี มันวิเศษกว่าการพัฒนาด้านนั้น ด้านนู้น เราอาจจะรู้ไม่ลึกซึ้ง เรารู้น้อย แต่มันไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย แต่ถ้าเราขาดการอ่าน ป้าว่ามันทำให้ประเทศชาติเสียหาย นี่ในความเข้าใจของป้านะ”</p>



<p>“ร้านป้าอยู่ได้ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็คือ เด็กบางส่วนที่ยังอ่าน แต่ถามว่าเยอะอย่างสมัยก่อนไหม ก็ไม่ สมัยก่อนร้านป้าเนี่ยพอเปิดตั้งแต่เช้า ลูกค้าจะมารอ เปิดร้านปุ้๊บร้านป้าไม่ใช่เปิดเที่ยงครึ่งนะ เปิดแปดโมงครึ่ง ลูกค้ารอแล้วก็เข้าร้านจนถึงปิดร้าน ยิ่งช่วงเย็นเนี่ยลูกค้ารอคิวจนถึงประตู นี่คือความนิยมของการอ่านสมัยก่อน แต่เดี๋ยวนี้มันก็ลดลงเรื่อยๆ”</p>



<p>“วันเด็กป้าถึงเปิดให้เด็กอ่านฟรีทุกปี เมื่อก่อนเด็กเข้ามาที วันเด็กก็เยอะ สัก 10 ปีเนี่ยปีละคน ปีที่ผ่านมามกราคมก็หนึ่งคน ปีที่แล้วก็หนึ่งคน ป้าก็มีความสุขนะ แต่ก็เหนื่อย เพราะเด็กเขาจะรื้อๆ มาเละเทะหมดแหละ แต่เราเห็นแล้วเราก็มีความสุขว่าเด็กเขาชอบการอ่าน”</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176330" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>อีกหนึ่งความตั้งใจของเธอคือการสร้างพื้นที่อิสระเพื่อรองรับเยาวชนที่อยากลิ้มลองโลกการอ่าน ให้พวกเขาได้เข้ามาลองสัมผัสหนังสือ ได้ลองพลิกหน้ากระดาษและซึมซับอรรถรสจากการอ่าน แม้เยาวชนจะอ่านหนังสือกันน้อยลง แต่วราภรณ์ก็ยังคงจะยึดมั่นในความตั้งใจนี้ของตัวเองต่อไป เหมือนกับเป็นการบอกต่อประโยชน์ของการอ่านของรุ่นพี่ให้กับเหล่ารุ่นน้อง โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศร้านเช่าหนังสือและไม่ค่อยหยิบหนังสือเล่มมาอ่าน</p>



<p>ถึงแม้ตอนนี้จะมีจำนวนเด็กที่มีความทรงจำกับร้านเช่าหนังสือและความสนใจในหนังสือเล่มลดน้อยลง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าบรรยากาศของกลิ่นหนังสือเก่า เสียงพลิกกระดาษ รวมถึงเสียงเจื้อยแจ้วของชุมชน ล้วนเป็นเสน่ห์เรียกคืนความทรงจำในวัยเด็กของหลายๆ คนที่มีหัวใจเชื่อมต่อกับหนังสือ จินตนาการ และความสนุกสนาน เพราะไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ผ่านประสบการณ์และความยากลำบากมามากเพียงไหน ความชอบในสมัยเด็กที่สื่อถึงความเป็นเด็กนั้นยังคงมีอยู่ตัวตนในจิตวิญญาณของทุกคน เช่นเดียวกับความชอบและความกระตือรือร้นด้วยใจรักหนังสือของวราภรณ์จนทำให้เกิดสถานที่ที่ ‘ยังอยู่ในใจ’ ของเธอและผู้คน</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176331" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_10.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h5 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“เราอยากบอกตัวเองว่าคิดถูกแล้ว</strong><br><strong>ที่ทำให้เรามีความสุขในบั้นปลายของชีวิต</strong><br><strong>และได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก”</strong></h5>



<p>“โอ้โห ลูกค้าป้าเนี่ยเมื่อก่อนมาเช่าตั้งแต่เด็กๆ เขาแวะเวียนมานี่เขาก็ยังแวะมา จนโตเป็นหนุ่มมีลูกมีเต้าหลายคน ลูกค้าที่เป็นนักศึกษาจบไปก็ย้ายไป ลูกค้าอยู่นู่นนี่นั่น ก็ยังเดินทางมาเช่าเรา ทั้งๆ ที่ถามเขาจะคุ้มไหม บางทีเขาก็เสียค่าใช่จ่ายสูงนะ แต่มันก็เป็นความสุขของเขา ในขณะที่ก็เป็นความสุขของเรา”</p>



<p>“นอกจากประทับใจที่เรามีหนังสือหลากหลายแล้ว บริการจากเจ้าของก็คือการให้บริการที่ดีกับเขา หนูอยากหาอะไรบอกเลย เราเต็มที่ เรื่องไหนป้าไม่สนุก ป้าไม่แนะนำลูกค้านะ คือเราต้องมีใจนักเลง กล้าได้กล้าเสีย ไม่ใช่ยัดเยียดให้ลูกค้า”</p>



<p>การพูดคุยของวราภรณ์กับลูกค้าที่เข้ามาทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาที่ได้คุยเรื่องสัพเพเหระกับคุณย่าคุณยายที่บ้าน ทุกการแนะนำหนังสือแต่ละเล่มเต็มไปด้วยความจริงใจและความใส่ใจ แถมเธอยังมีการอัปเดตผ่านไลน์กลุ่มอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีหนังสือที่ลูกค้าอยากอ่านเข้ามาเธอก็จะจำหนังสือของแต่ละคนได้แม่น ก่อนจะทักคนๆ นั้นไปว่า <em>หนังสือเล่มนี้มาแล้ว เดี๋ยวป้าเก็บไว้ให้เรานะ</em> ที่ไม่ใช่เพียงลูกค้าไม่กี่คนที่วราภรณ์จำได้ ไม่เช่นนั้นสมาชิกในไลน์กลุ่มคงไม่สะสมมาเกินสามร้อยคนและยังทยอยเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนถึงตอนนี้</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176332" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“เหนื่อยแต่ก็สู้ ใจสู้ซะอย่าง จากเหตุผลในด้านจิตใจที่เล่าให้ฟังทั้งหมด เราก็อยากอยู่อะ จะอยู่กับร้านนี้จนกว่าร่างกายเราจะไม่ไหว และเรามีความสุข เราได้เห็นลูกค้าเต็มร้าน เลือกนู่นเลือกนี่ ยิ่งเด็กๆ ป้าเห็นมันเข้าร้าน ป้ามีความสุขมาก ยืนมองเขาเลือกหนังสือเราก็มีความสุขแล้วนะ สิ่งไหนที่บั้นปลายชีวิตของคนแก่ที่จะทำให้เรามีความสุข แต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกัน ป้าเนี่ยแค่มีหนังสือเล่มหนึ่งแล้วป้าก็เปิดเพลงที่ป้าชอบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว” วราภรณ์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ พร้อมกับแววตามุ่งมั่น</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-176333" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1_12.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>บทสนทนาในเวลาไม่กี่นาทีกับวราภรณ์เหมือนกับการเปิดเครื่องฉายโปรเจกเตอร์แห่งเรื่องราวและชีวิตในวัยเยาว์ที่ทำให้เราได้กลับไปย้อนดูว่าร่องรอยของสิ่งที่เราชอบตั้งแต่สมัยเด็ก รวมถึงความปรารถนาที่เราเคยวาดฝันไว้ได้ถูกหลงลืมไปมากน้อยขนาดไหน และยังทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองอีกว่า ความสุขของเราทุกวันนี้คืออะไร เราได้เติมเต็มความสุขนั้นที่อาจถูกหลงลืมไปบ้างไหม แล้วเราได้สนุกกับชีวิตเต็มที่หรือยังนะ</p>



<p>ใครที่อยากสัมผัสโลกของการอ่านในร้านเช่าหนังสือที่มีเจ้าของเป็นคนรักหนังสือมานานตลอดการเปลี่ยนผ่านหลายช่วงอายุคน พร้อมกับฟังรีวิวจากเจ้าของร้านอย่างวราภรณ์แบบเป็นกันเองก็สามารถแวะไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ที่ร้านวราสาส์น ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ได้เลย</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>วราสาส์น</strong><br>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/B00kRental">วราสาส์น</a> <br>สถานที่ตั้ง : 68, 56 ซ. เพชรบุรี 5 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400<br>แผนที่ : <a href="https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWA">https://maps.app.goo.gl/xFktv6YTGV5fboRWA</a><br>เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 12:30-20:30 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/varasarn-bookshop/">วราสาส์น  ร้านเช่าหนังสือของหญิงเหล็กวัย 70 ปีที่ยังคงทำอยู่ เพราะอยากให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jul 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[museum]]></category>
		<category><![CDATA[Yayoi Kusama Museum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175539</guid>

					<description><![CDATA[<p>พิพิธภัณฑ์ของคุณป้ามองดูโดดเด่นภายใต้ความเรียบและทันสมัยของตึก จะมองเห็น ‘ลายจุด’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณป้าได้ตั้งแต่ไกล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/">Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อีกด้านของสถานีรถไฟ Waseda ฝั่งตรงข้ามของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ในย่านที่อยู่อาศัย ที่เงียบสงบของเขตชินจุกุ ด้วยระยะเดินไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ Natsume Soseki นักเขียนรางวัลโนเบลของญี่ปุ่น จะมองเห็นอาคารสีขาวสูง 5 ชั้น ที่ก่อสร้างขึ้นในสไตล์โมเดิร์น&nbsp;</p>



<p>อาคารนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama หรือว่า ‘คุณป้าฟักทอง’ ที่เราหลายคนเรียกกัน ภายใต้ความเรียบและทันสมัยของตึก จะมองเห็น ‘ลายจุด’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณป้าได้ตั้งแต่ไกล</p>



<p>หากมาในช่วงกลางวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณป้ามองดูโดดเด่น แต่ถ้ามาช่วงใกล้ค่ำ แสงสีขาวท่ามกลางความมืดจากทั้ง 5 ชั้นของพิพิธภัณฑ์ จะเป็นเหมือนกับแสงสว่างที่นำพาเราสู่จุดหมายปลายทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175545" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama</strong></h4>



<p>คุณป้า ‘ยาโยอิ คุซะมะ’ เป็นที่รู้จักทั่วโลกในระดับแมส ขนาดที่พบเห็นงานศิลปะของคุณป้าได้ในพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ ทั่วทุกมุมโลกมายาวนาน แต่ใครจะรู้ว่าเส้นทางชีวิตคุณป้าเป็นอย่างไร? กว่าที่จะเป็น ‘คุณป้าฟักทอง’ ดังเช่นในวันนี้</p>



<p>คุณป้าเข้าเรียนวิชาภาพวาดญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยศิลปะเกียวโต และใช้เวลาค้นหาแนวทางของตัวเองเป็นเวลาหลายปี ในระยะแรกคุณป้าทดลองการใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการวาดสีน้ำ สีกวอชและสีน้ำมัน แล้วค่อยๆ ค้นพบประติมากรรมดังเช่นปัจจุบัน</p>



<p>คุณป้าตัดสินใจย้ายไปยังกรุงนิวยอร์กในช่วงที่วงการอาร์ตมีความคึกคักและเฟื่องฟูที่สุด ศิลปะแนว Avant-Garde (อาว็อง-การ์ด) ของคุณป้าเป็นที่กล่าวขานในช่วงปลายยุค 50 และยุค 60 ด้วยความมีเอกลักษณ์ ความกล้าในการแสดงออก และความหมายที่สื่อในผลงาน เช่น เสรีภาพในการแสดงออกและการต่อต้านสงคราม นับได้ว่าเป็นศิลปินหญิงจากซีกโลกตะวันออกที่ได้รับการยอมรับในแวดวงศิลปะระดับโลกในช่วงเวลานั้น</p>



<p>หลังจากเดินทางกลับมายังประเทศญี่ปุ่น คุณป้าเริ่มเขียนหนังสือและบทกวี โดยที่ยังคงสร้างสรรค์งานอาร์ตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับมากเท่ากับในนิวยอร์กก็ตาม</p>



<p>&nbsp;แต่ผลงานของคุณป้าก็ค่อยๆ เป็นที่สนใจมากขึ้นในญี่ปุ่น จนเกิดเป็นนิทรรศการที่ Mori Art Museum ในโครงการ Roppongi Hills เมื่อปี 2004 ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแวดวงศิลปะ เพราะรปปงงิฮิลส์ซึ่งเพิ่งเปิดทำการเมื่อปีก่อนหน้านั้น เป็นโครงการนำร่องย่านการค้า ที่อยู่อาศัย และศิลปะวัฒนธรรมขนาดยักษ์แห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งยกระดับให้ทัดเทียมโครงการนำสมัยในหลายประเทศทั่วโลก</p>



<p>รปปงงิฮิลส์เป็นการประกาศศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสู่สายตาโลก พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมศิลปะญี่ปุ่นเข้ากับโลกปัจจุบัน และยังพลิกโฉมวงการศิลปะร่วมสมัยของญี่ปุ่น ด้วยการจัดแสดงผลงานของศิลปินแถวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง Takeshi Murakami และคุณป้าฟักทอง&nbsp;</p>



<p>นิทรรศการของคุณป้าในครั้งนั้น จึงเป็นการแนะนำให้โลกรู้จักกับผลงานงานอาร์ตร่วมสมัยของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้คุณป้าเป็นหนึ่งในตัวแทนศิลปินชาวญี่ปุ่นที่สายตาชาวโลก</p>



<p>ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณป้าได้รับเชิญให้จัดแสดงผลงานหลากหลายรูปแบบในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งภาพเขียน ไปจนถึงประติมากรรม และยังได้รับเกียรติจาก Lousiana Museum of Modern Art ให้วาดภาพประกอบวรรณกรรมระดับตำนานของโลกเรื่อง ‘The Little Mermaid’ ของ Hans Christian Andersen</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาของลายจุด</strong></h4>



<p>ความรู้สึกละเอียดอ่อนและความชอกช้ำทางจิตใจที่สะสมมาเป็นเวลานาน ได้รับการแสดงออกผ่านงานศิลปะของคุณป้า</p>



<p>ตอนเด็กๆ คุณป้าวาดภาพวงกลมซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น แทนที่จะวาดภาพบ้านและครอบครัวเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ วงกลมที่ว่า ก็เหมือนกับความรู้สึกที่วนเวียนไปมาในจิตใจ คุณป้าวาดไปเรื่อยๆ จนเป็นหนึ่งเดียวกับตัวตนของตัวเอง</p>



<p><strong></strong>มองจากภายนอก คุณป้าดูเหมือนคนไม่ค่อยพูด เก็บตัว และแสดงออกทางสีหน้าด้วยความขึงขังและเคร่งขรึม แต่การวาดรูปและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ สะท้อนให้เห็นความละเอียดอ่อนที่มีอยู่ในจิตใจของคุณป้า</p>



<p>ภาพวาดที่ประกอบด้วยวงกลมนับพันวงที่ค่อยๆ วาดอย่างประณีตจนกลายเป็นแพตเทิร์น การลงสีด้วยด้วยความระมัดะวัง การนำสิ่งที่เวียนวนในความรู้สึกมาสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p>คุณป้าจะลงมือวาดรูป เมื่อต้องการหลีกหนีโลกแห่งความจริง ศิลปะช่วยเยียวยาความกลัว ความกังวล และบาดแผลในจิตใจของคุณป้า จนวันหนึ่งคุณป้าค้นพบว่า ‘ศิลปะ’ ทำให้คุณป้ามีชีวิตอยู่ได้ในโลกใบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองที่พิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama</strong></h4>



<p>พิพิธภัณฑ์ยาโยอิ คุซะมะ ดำเนินงานโดยมูลนิธิยาโยอิ คุซะมะของคุณป้า เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ รอบละ 90 นาที ในราคาเพียง 1,100 เยน (ประมาณ 300 บาท) สำหรับผู้ใหญ่ และ 600 เยน (ประมาณ 180 บาท) สำหรับเด็กอายุ 6-18 ปี โดยจะต้องจองรอบในการเข้าชมและซื้อตั๋วล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์</p>



<p>เหตุผลหนึ่งน่าจะเพื่อดูแลให้จำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบไม่มากหรือหนาแน่นจนเกินไป การชมงานศิลปะของคุณป้าต้องใช้การตีความและทำความเข้าใจ แล้วส่วนใหญ่ยังสวยสะดุดตาจนต้องกดถ่ายรูป จำนวนผู้เข้าชมที่กำลังดีจึงมีส่วนช่วยให้ประสบการณ์การชมพิพิธภัณฑ์ของคุณป้าเป็นไปอย่างรื่นรมย์</p>



<p>ในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวร และนิทรรศการหมุนเวียนซึ่งเปลี่ยนปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดเป็นนิทรรศการชื่อ ‘Yayoi Kusama: Portraying the Figurative’&nbsp;</p>



<p>นิทรรศการนี้เป็นการนำเสนอภาพวาดจากในสมุดสเกตช์ของคุณป้าในช่วงที่เป็นวัยรุ่น จนถึงปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของคุณป้าตั้งแต่ช่วงแรกอย่างชัดเจน ทั้งการใช้สีเข้มและโทนสีสดใส การวาดลายจุดซ้ำไปซ้ำ และลายแพตเทิร์น เราจะมองเห็นความสดใสและสนุกสนานในผลงานช่วงวัยรุ่นของคุณป้า แต่จะค่อยๆ ลดลงจนดูขรึมขึ้นตามเวลา</p>



<p>ส่วนที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดคือบริเวณชั้น 5 ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงประติมากรรมรูปฟักทองลายจุดของคุณป้า จุดนี้เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดจุดหนึ่งในพิพิธภัณฑ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เวลาชมงานอาร์ตของคุณป้า วินาทีแรกจะรู้สึกเหมือนกำลังมองภาพลวงตา วินาทีต่อมาจะรู้สึกสงสัย</p>



<p>วินาทีต่อๆ ไปจะพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรจากการที่เรามองดูสิ่งต่างๆ บนโลกเลย</p>



<p>ความจริงที่ถูกสร้างขึ้น ความจริงที่เรามองเห็น ความจริงที่เป็นอยู่อย่างแท้จริง</p>



<p>สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นซ้ำไปมาในความคิด จนไม่อาจสลัดออกไปได้&nbsp;</p>



<p>คุณป้าถ่ายทอดสิ่งที่คุณป้ารู้สึกนึกคิดออกมาให้โลกชื่นชมได้อย่างงดงาม จนเราพยายามทำความเข้าใจในความรู้สึกของตัวเองดูบ้าง&#8230;</p>



<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <a href="https://www.instagram.com/yayoikusamamuseum?igsh=N3hncWswdXFubDYw" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://www.instagram.com/yayoikusamamuseum?igsh=N3hncWswdXFubDYw</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/">Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hitler and the Nazis: Evil on Trial – สำรวจกระบวนการปีศาจของฮิตเลอร์ (อีกครั้ง) ในยามโลกหันขวา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hitler-and-the-nazis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[See Saw Scene]]></category>
		<category><![CDATA[Evil on Trial]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิตเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์]]></category>
		<category><![CDATA[Hitler and Nazis]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175437</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งสามัญธรรมดาสำหรับการเป็นมนุษย์ แต่เมื่อมนุษย์หลงลืมมัน ประวัติศาสตร์อันเลวร้ายก็จะกลับมาซ้ำรอยได้ไม่ยาก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hitler-and-the-nazis/">Hitler and the Nazis: Evil on Trial – สำรวจกระบวนการปีศาจของฮิตเลอร์ (อีกครั้ง) ในยามโลกหันขวา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ภาพยนตร์ที่ว่าด้วย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ถูกสร้างบ่อยพอกับหนังรักโรแมนซ์ที่นางเอกกำลังจะตายด้วยโรคร้ายอะไรสักอย่าง แน่นอนว่า สื่อส่วนใหญ่ฉายภาพผู้นำเผด็จการนาซีว่าเขาชั่วร้าย โหดเหี้ยม สังหารชาวยิวไปราว 6 ล้านคน ฯลฯ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175438" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่ในโลกภาพเคลื่อนไหวฮิตเลอร์ถูกนำเสนออย่างหลากหลาย คนรุ่นใหม่อาจเห็นฮิตเลอร์ในแง่ขบขันจากหนังดัง Jojo Rabbit (2019) ย้อนไปช่วงยุคหลัง Y2K เคยมีหนังสุดอื้อฉาวอย่าง Downfall (2004) ที่พยายามเปิดเผยด้านที่เป็นมนุษย์ของเขา แล้วก็ยังมี Hitler: A Film from Germany (1977) หนังยาว 7 ชั่วโมงที่ใช้ฟอร์มของละครเวทีมาเล่าชีวิตฮิตเลอร์แบบไม่แคร์ความสมจริง</p>



<p>เป็นข้อถกเถียงอยู่เสมอว่า การผลิตซ้ำภาพยนตร์ว่าด้วยฮิตเลอร์หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวนี่มันส่งผลดี (การตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์) หรือผลเสีย (การตอกย้ำความเจ็บปวด) กันแน่ บ้างสันนิษฐานว่าฮอลลีวูดมักไฟเขียวกับหนังประเภทนี้อยู่แล้ว เพราะวงการนี้เต็มไปด้วยนายทุนชาวยิวมากมาย ไม่น่าแปลกใจที่มันได้ออสการ์อยู่เสมอ อีกประเด็นถกเถียง คงเป็นเรื่องแนวทางของหนัง มิคาเอล ฮาเนเก (คนทำหนังชาวออสเตรียเจ้าของหนังฉาว Funny Games) เคยวิจารณ์ว่า เขาไม่ชอบหนังแบบ Schindler&#8217;s List (1993) หรือ Downfall สักเท่าไร มันเต็มไปด้วยความดรามาติก อคติ และเป็นส่วนตัว (Subjective) เขาชอบหนังที่เลือกมุมมองแบบกลางๆ (Objective) มากกว่า อย่าง Night and Fog (1956) ที่เป็นภาพฟุตเทจของค่ายกักกันชาวยิวหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175439" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับผู้กำกับ โจ เบอลิงเกอร์ เขาตัดสินใจทำซีรีส์ความยาว 6 ตอน Hitler and the Nazis: Evil on Trial (ออนแอร์ทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อช่วงต้นมิถุนายน 2024) ด้วยเหตุว่าคนรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้วว่าค่ายเอาชวิตซ์คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร อย่างที่เราเห็นดรามาอยู่เนืองๆ ว่าเหล่าหนุ่มสาวไปถ่ายรูปเซลฟีร่าเริงเกินเหตุที่หน้าค่ายเอาชวิตซ์ หรือนักท่องเที่ยวไปปีนป่ายแอกต์ท่ากันบน Holocaust Memorial ที่เบอร์ลิน เมื่อปี 2019 เศรษฐีชาวอิสราเอลถึงขั้นลงทุนสร้างอินสตาแกรมชื่อ Eva.Stories จ้างนักแสดงมารับบทเป็นเด็กสาวชาวยิวชื่ออีวา บอกเล่าชีวิตของเธอในช่วงนาซีบุกฮังการี เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้เรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</p>



<p>ก่อนหน้านี้เบอลิงเกอร์ทำสารคดีเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องมาหลายเรื่องในซีรีส์ Conversations with a Killer (2019-2022) ไม่ว่าจะ เท็ด บันดี้, จอห์น เวย์น เกซี หรือ เจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ แต่เมื่อต้องทำสารคดีเกี่ยวกับอาชญากรสงครามอย่างฮิตเลอร์ เขาก็ขนข้อมูลมาให้ผู้ชมอย่างเต็มที่ ซีรีส์มีสองเส้นเรื่องใหญ่ๆ คือช่วงชีวิตของฮิตเลอร์ ไล่เรียงตั้งแต่วัยหนุ่มจนได้ขึ้นมาเป็นผู้ท่านนำ (Führer) ตัดสลับกับการตัดสินคดีของศาลทหารระหว่างประเทศที่เมืองนูเรมเบิร์กในปี 1946 ที่เอาพวกพรรคนาซีมาขึ้นศาล นอกจากนั้นยังมีการสัมภาษณ์นักวิชาการต่างๆ และเสียงบรรยายที่มาจากหนังสือของ วิลเลียม แอล ไชเรอร์ นักข่าวชาวอเมริกัน ดังนั้น Hitler and the Nazis จึงมีความซับซ้อนทั้งภาพและเสียงอยู่บ้าง แต่ผู้ชมก็ใช้เวลาปรับตัวไม่นานนัก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175441" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-20.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>องค์ประกอบทางภาพยนตร์ของ Hitler and the Nazis ยังมีเรื่องน่าสนใจ อย่างการทำเทคโนโลยีมาช่วย เช่นการแปลงฟุตเทจขาวดำเป็นสี (Digital Colorization) หรือข้อความจากหนังสือของไชเรอร์ ก็ใช้ AI ทำให้เสียงบรรยายใกล้เคียงกับเสียงไชเรอร์มากที่สุด ส่วนดนตรีประกอบดัดแปลงมาจากสกอร์ที่แต่งโดยเหล่าผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างชาวยิว และน่าเซอร์ไพรส์ว่าหนึ่งในคนทำเพลงคือ เซิร์จ แทนเคียน นักร้องนำของวงเมทัลรุ่นเก๋า System of a Down ซึ่งสามารถทำเพลงแนวคลาสสิกได้เหมาะเจาะกับซีรีส์อย่างยิ่ง</p>



<p>หากเป็นผู้ศึกษาสงครามโลกครั้งที่สองมาถี่ถ้วน Hitler and the Nazis อาจไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรนัก แต่ผู้เขียนคิดว่าข้อดีของซีรีส์คือทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ช่วงนั้นได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะสาเหตุที่ฮิตเลอร์รังเกียจยิวจนถึงขั้นต้องสร้างค่ายกักกันและห้องรมแก๊ส, ความเลวร้ายของนาซีที่แผ่กระจายไปถึงประเทศอื่นอย่างออสเตรีย โปแลนด์ เบลารุส, ความสัมพันธ์ของเยอรมนีกับสหภาพโซเวียตที่แปรผันจากมิตรเป็นศัตรู แต่ข้อเสียหลักของซีรีส์ที่ผู้ชมล้วนเห็นตรงกันคือบรรดาฉากสร้างขึ้นใหม่ (Recreation) ไม่ว่าจะฉากฮิตเลอร์กับพวกพ้องนาซี หรือฉากขึ้นศาลที่เมืองนูเรมเบิร์กที่ออกจะเยิ่นเย้อเกินความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นนักแสดงที่รับบทฮิตเลอร์ก็ดูไม่เหมือนตัวจริงเอาเสียเลย แถมยังแอกต์ติงเล่นใหญ่จนกลายเป็นขบขัน (แม้ว่าฮิตเลอร์จะขึ้นชื่อเรื่องการออกท่าออกทางก็ตาม)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175440" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ตอนหนึ่งที่สำคัญมาก Hitler and the Nazis คือการอธิบายว่าคนเยอรมันนิยมชมชอบในตัวฮิตเลอร์ด้วย 3 เหตุผลด้วยกัน หนึ่ง-เขาทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นหลังจากภาวะ Great Depression ในยุค 30 สอง-ฮิตเลอร์เป็นนักพูดที่มีเสน่ห์ และสาม-เขาสร้างภาพว่ายิวคือตัวร้ายทางเศรษฐกิจที่กัดกินประเทศ หรือทำให้มวลชนมีศัตรูร่วมกัน ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวมาล้วนสอดคล้องกับสถานการณ์ในยุโรปช่วงหลังโควิดที่พรรคฝ่ายขวาได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนเริ่มเห็นตรงกันว่านโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมไม่อาจกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจได้, พรรคขวาจัดในฝรั่งเศสมีนักการเมืองหนุ่มรูปหล่ออย่าง จอร์แดน บาเดลลา ที่ได้ใจคนรุ่นใหม่ และนโยบายหลักๆ ของพรรคฝ่ายขวาคือกีดกันผู้ลี้ภัยหรือส่งกลับประเทศบ้านเกิด ซึ่งประชาชนบางส่วนมองว่าเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ</p>



<p>ในแง่หนึ่งอาจมองได้ว่าคนเยอรมันคล้อยตามฮิตเลอร์เพราะในยุค 30 ผู้คนยังไม่ตระหนักเรื่องความเท่าทันสื่อมากนัก พวกเขาเชื่อสุนทรพจน์ของท่านผู้นำ, ข่าววิทยุ, ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ มันเป็นโลกที่ยังไม่มีโซเชียลอันช่วยให้เห็นมุมมองที่กว้างขวางและหลากหลาย (ชาวเยอรมันหลายคนไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของค่ายกักกันชาวยิวด้วยซ้ำ) แต่ในอีกทางโซเชียลมีเดียก็เป็นตัวแปรสำคัญของเกมการเมืองปัจจุบัน หลายเสียงเห็นตรงกันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใจคนอเมริกันเพราะการทวีตสุดปั่นของเขา นี่อาจรวมถึงปรากฏการณ์ ‘ฟ้ารักพ่อ’ ในยุคพรรคอนาคตใหม่ และการใช้สื่อโซเชียลฯ อย่างชาญฉลาดของพรรคก้าวไกลจนได้มาซึ่ง 14 ล้านเสียง</p>



<p>ผู้เขียนสังเกตว่าคอมเมนต์ตามโซเชียลมีเดียของชาวไทยในช่วงหลังเริ่มไม่น่าสบายใจมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะข่าวสงครามรัสเซีย-ยูเครน (ที่เชียร์รัสเซียออกนอกหน้า โดยมักอ้างว่ายูเครนแส่หาเรื่องเองที่จะเข้านาโต้) และความขัดแย้งในฉนวนกาซา (ที่เชียร์ให้อิสราเอลจัดการอย่างเบ็ดเสร็จโดยอคติและความเกลียดชังต่อมุสลิม) เดิมทีผู้เขียนหวังว่ามันจะเป็นแค่ชาวเน็ตเกรียนๆ หรือไอโออะไรสักอย่าง แต่เมื่อมันมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกัน ทำให้นึกถึงตอนหนึ่งของ Hitler and the Nazis ที่ว่า “ปัญหาใหญ่ที่สุดของฮิตเลอร์คือเขาเป็นคนขาดความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ผู้อื่น” มันคือสิ่งสามัญธรรมดาสำหรับการเป็นมนุษย์ แต่เมื่อมนุษย์หลงลืมมัน ประวัติศาสตร์อันเลวร้ายก็จะกลับมาซ้ำรอยได้ไม่ยาก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hitler-and-the-nazis/">Hitler and the Nazis: Evil on Trial – สำรวจกระบวนการปีศาจของฮิตเลอร์ (อีกครั้ง) ในยามโลกหันขวา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[นิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[MoMA]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะสมัยใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175370</guid>

					<description><![CDATA[<p>แล้วพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยในปัจจุบันโดยเฉพาะ แม้ว่า ‘ศิลปะ’ จะมีความหมายและสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยแห่งความแตกต่างอย่างในปัจจุบัน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า MoMA เป็นศูนย์กลางของศิลปะสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของยุค</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/">MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ศิลปะในแต่ละยุคสมัยสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนั้น&nbsp;</p>



<p>ในสมัยกรีกโรมัน ศิลปะถูกอุทิศให้กับความเชื่อเรื่องเทพเจ้า พอมาถึงสมัยเรเนซองส์ ทุกองค์ประกอบทางศิลปะ ทั้งโทนสีจนถึงแสงเงา ต่างก็แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและเฟื่องฟูในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ศิลปะ วัฒนธรรม ไปจนถึงวิทยาการ</p>



<p>ส่วนยุคกลาง ความงามทางศิลปะและสถาปัตยกรรมสร้างขึ้นมาจากศรัทธาในพระเจ้าภายใต้ภาวะสงครามและความขัดแย้ง</p>



<p>ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม<strong> </strong>ศิลปะเริ่มแพร่ขยายออกไปสู่ผู้คนในวงกว้าง ภาพของรถไฟและเครื่องจักรไอน้ำ กลายเป็นหัวข้อใหม่ที่ปรากฏในงานศิลป์</p>



<p>แล้วในปัจจุบันศิลปะต้องการแสดงออกถึงสิ่งใด?</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Museum of Modern Art กับศิลปะสมัยใหม่</strong></h4>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175431" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘ศิลปะสมัยใหม่’ เป็นการพูดถึงงานศิลปะที่สร้างขึ้นในระหว่างปี 1860 ถึงปี 1970 ซึ่งถ่ายทอดผลงานออกมาด้วยมุมมองใหม่ โดยแทบไม่มีอิทธิพลของศิลปะยุคก่อนๆ หลงเหลือเลย หัวข้อหลักของศิลปะยุคเก่ามักมาจากความเชื่อหรือเรื่องราวทางด้านศาสนา แต่ศิลปะสมัยใหม่เป็นการสำรวจเรื่องราวหรือเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ที่แตกต่างจากที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>แล้วพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยในปัจจุบันโดยเฉพาะ</p>



<p>แม้ว่า ‘ศิลปะ’ จะมีความหมายและสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยแห่งความแตกต่างอย่างในปัจจุบัน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า MoMA เป็นศูนย์กลางของศิลปะสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของยุค</p>



<p>MoMA ตั้งอยู่ระหว่าง Fifth และ Sixth Avenue ใน Manhattan ย่านที่แพงที่สุดของกรุงนิวยอร์ก สถาปัตยกรรมและอาคารจำนวนมากในบริเวณนั้น สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 ในสไตล์ Art Deco ซึ่งเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองและหรูหราของสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ในช่วงอดีต</p>



<p>ตรงกันข้ามกับสถาปัตยกรรมในย่านแมนฮัตตัน ซึ่งแฝงไว้ด้วยปริบททางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ MoMA สร้างขึ้นในปี 1939 ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีแบบแผนและโครงสร้างเรียบง่ายและขรึม โดยได้รีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2004 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ Taniguchi Yoshio ซึ่งให้ความสำคัญกับความมินิมอลที่เป็นสื่อกลางของงานศิลปะสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารพิพิธภัณฑ์ MoMA ที่สร้างขึ้นในตอนแรกไว้</p>



<p>ปัจจุบัน MoMA ให้นิยามตนเองว่าเป็น ‘สถานที่ซึ่งจุดพลังสร้างสรรค์ กระตุ้นความคิด และเป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจ’ แล้ว MoMA ก็ทำได้เช่นนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะสมัยใหม่ งานอาร์ตร่วมสมัย และกรุงนิวยอร์ก</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>MoMA มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอผลงานอาร์ตจากศิลปินสมัยใหม่ในระดับมาสเตอร์พีซ จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นภาพวาด The Starry Night ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดของ Vincent Van Gogh ภาพเพนต์ติงแนว Cubism ของ ​Picasso ภาพวาดดอกบัว Waterlillies ที่เล่นกับสีสันของแสงอย่างมีชั้นเชิงของ Claude Monet<strong> </strong>ภาพวาดแนว Abstract ที่ไม่ต้องการการตีความของ Rothko ภาพ Composition in Red, Blue, and Yellow ซึ่งเป็นตำนานของการใช้องค์ประกอบศิลป์โดย Piet Mondrian คอลเลกชันภาพชุด Campbell’s Soup Cans ที่โด่งดังของ Andy Warhol และผลงานของศิลปินร่วมสมัยที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p>เรียกได้ว่าเป็นความตระการตาของงานศิลป์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนโดยไม่ต้องฝืนหรือพยายามใดๆ&nbsp;</p>



<p>แค่ก้าวเข้าไปในตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ แรงบันดาลใจก็เปี่ยมล้น จนอยากลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานบ้าง</p>



<p>และด้วยความที่นิวยอร์กเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของโลก MoMA จึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมในรูปแบบที่สนุกสนาน ทันสมัยและแปลกตาเป็นประจำตลอดทั้งปี เช่น กิจกรรมชมพิพิธภัณฑ์ช่วงกลางคืน (Night at the Museum) การฉายภาพยนตร์และการแสดงแนวทดลอง แล้วยังมีการถ่ายทอดแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจของงานอาร์ตโดยภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคอมมิวนิตีศิลปะ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ร้านหนังสือและ Museum Shop ที่ดีที่สุด</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้ว่า MoMA จะให้ความสำคัญกับการจัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่เป็นหลัก แต่ก็ตระหนักถึงความสำคัญของ ‘หนังสือ’ ในเป็นสื่อกลางถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะ ร้านหนังสือของพิพิธภัณฑ์ MoMA จึงเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งพิมพ์ทางด้านอาร์ตที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก</p>



<p>บนชั้นหนังสือสีดำที่ดูทันสมัยของร้าน จะพบกับหนังสือ Square Circle Triangle โดย Bruno Munari นักออกแบบแถวหน้าของศตวรรษที่ 20 ชาวอิตาเลียน ซึ่งสำรวจและนำเสนอศักยภาพในการประกอบขึ้นเป็นสิ่งต่างๆ ของรูปทรงสี่เหลี่ยม วงกลมและสามเหลี่ยม</p>



<p>เดินไปอีกนิด จะพบกับหนังสือ Dear Data โดย Stefanie Posavec และ&nbsp;Giorgia Lupi สองดีไซเนอร์จากต่างซีกโลก ซึ่งบันทึกข้อมูลด้วยภาพ (Data Visualization) ลงบนโปสการ์ด เพื่อส่งถึงกันทุกๆ สัปดาห์เป็นเวลา 1 ปีเต็ม</p>



<p>ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือ Wonderwall Case Studies โดย Gestalten สำนักพิมพ์หนังสือทางด้านศิลปะและสุนทรียศาสตร์ระดับคุณภาพจากกรุงเบอร์ลิน หนังสือเล่มนี้รวบรวมกรณีศึกษาจากผลงานการออกแบบและตกแต่งภายในของสตูดิโอระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ‘Wonderwall’ ตั้งแต่การออกแบบร้าน UNIQLO ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น Uniqlo Flagship Store ซึ่งเป็นแลนมาร์กสำคัญของย่าน Ginza ในกรุงโตเกียว การออกแบบศาลเจ้า Homangu Kamado Jinja Juyosho ในเมืองฟุกุโอกะของญี่ปุ่น ด้วยมุมมองแบบมินิมอล และการออกแบบประสบการณ์เท่ๆ และน่าจดจำให้กับ Samsung 837 ในย่าน Meatpacking District ของกรุงนิวยอร์ก</p>



<p>ส่วน Museum Shop ของ MoMA ก็รวบรวมสินค้าดีไซน์และทางด้านศิลปะเอาไว้อย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็โดนใจไปหมด เราถูกใจภาพ Crying Girl ของ Roy Lichtenstein บนเครื่องเขียนชิ้นเล็ก กระดาษโน้ตลายกล่องคำพูดจากหนังสือการ์ตูน (Manga และ Comic) กระเป๋าพับได้ของพิพิธภัณฑ์ MoMA และ Art Object ที่สร้างขึ้นโดยศิลปินร่วมสมัย</p>



<p>กว่าจะรู้ตัว ก็ถือของเต็มตะกร้าไปต่อแถวยาวรอบร้านเพื่อรอจ่ายเงิน โดยปราศจากคำถามในใจใดๆ ทั้งสิ้น!</p>



<p>ขอบคุณรูปภาพจาก &nbsp;</p>



<p>http://www.moma.org.<br>https://clios.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/">MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบี้ยวรู้เบี้ยวเห็นแห่ง Siamese Creepy Story นักวาดการ์ตูนสยองขวัญที่เชื่อมระหว่างผีและวิทยาศาสตร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/siamese-creepy-story/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[พรชนิตว์ เกิดดำ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 10:39:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดการ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[เบี้ยวรู้เบี้ยวเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[Siamese Creepy Story]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บตูน]]></category>
		<category><![CDATA[Webtoon]]></category>
		<category><![CDATA[เบี้ยว พีรพล กรณ์เชย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175395</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘เบี้ยว-พีรพล กรณ์เชย’ ผู้เขียนเว็บตูนสยองขวัญไทยเรื่องนี้ ที่เลือกใช้ลายเส้นที่เบี้ยวสมชื่อ แลดูเหมือนไม่จงใจให้ออกมาเป็นอย่างนี้แต่กลับสื่ออารมณ์ได้ราวกับตัวละครนั้นมีชีวิตจริงๆ ผสมผสานกับการเล่าเรื่องสยองขวัญแบบไทยๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siamese-creepy-story/">เบี้ยวรู้เบี้ยวเห็นแห่ง Siamese Creepy Story นักวาดการ์ตูนสยองขวัญที่เชื่อมระหว่างผีและวิทยาศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175407" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-2-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้านึกถึงการ์ตูนสยองขวัญไทย เราจะนึกถึงเรื่องไหนกันบ้าง? แม่นาค ผีกระสือ หรือ ผีปอบ</p>



<p>เรื่องราวผีไทยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าคุณกำลังมองหาความสยองสัญชาติไทยรสชาติใหม่ เราจะขอพาทุกคนมาเติมคลังสยองกับ Siamese Creepy Story เว็บตูนสยองขวัญไทยที่จะทำให้คุณมองผีไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</p>



<p>ด้วยการวาดและการเล่าเรื่องผีไทยในแบบที่ไม่เหมือนใคร จาก ‘เบี้ยว-พีรพล กรณ์เชย’ ผู้เขียนเว็บตูนสยองขวัญไทยเรื่องนี้ ที่เลือกใช้ลายเส้นที่เบี้ยวสมชื่อ แลดูเหมือนไม่จงใจให้ออกมาเป็นอย่างนี้แต่กลับสื่ออารมณ์ได้ราวกับตัวละครนั้นมีชีวิตจริงๆ ผสมผสานกับการเล่าเรื่องสยองขวัญแบบไทยๆ ในรสชาติที่แตกต่างออกไปจากที่เราคุ้นเคยทำให้เรื่องนี้คู่ควรแก่การค้นพบในวงการการ์ตูนสยองขวัญเป็นที่สุด</p>



<p>หากเปรียบเส้นทางนักวาดของเบี้ยวเป็นรถไฟ จุดเริ่มต้นของการวาดรูปของเบี้ยวไม่ได้แตกต่างจากนักวาดท่านอื่นๆ เท่าไหร่นัก เป็นเด็กชายเบี้ยวที่ชอบวาดรูปเหมือนกัน เพียงแต่การเป็นนักวาดไม่ใช่ความฝันที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่ม สถานีในฝันของเขาคือการเป็นผู้กำกับ แต่เพราะการเป็นผู้กำกับไม่อาจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขา จึงทำให้เขาเลือกที่จะลงจากรถไฟที่สถานีการเป็นนักวาดการ์ตูนแทน</p>



<p>“ผมฝันอยากเป็นคนทำหนัง แต่ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการทำหนังมา ช่วงมหาลัยก็ยังมีแพชชันในการเล่าเรื่องอยู่ มันก็เหมือนเป็นความอัดอั้น มีความรู้สึกของการอยากจะเล่าเรื่องอะไรเสมอเลยครับ”</p>



<p>ความชื่นชอบในภาพยนตร์สยองขวัญทุกรูปแบบและความต้องการที่อยากจะเล่าเรื่อง เขาจึงเลือกเล่าเรื่องผ่านการวาดการ์ตูน ถึงแม้จะขาดภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ แต่ผลงานของเขาก็สามารถเล่าเรื่องออกมาได้ดีไม่แพ้ภาพยนตร์&nbsp;</p>



<p>จุดเด่นอีกอย่างของเรื่องเล่าสยองขวัญจากเบี้ยวคือ รสชาติที่ไม่เหมือนใคร อย่างการตั้งคำถามกับการเกิดขึ้น มีอยู่ และการเป็นไปของเรื่องลี้ลับต่างๆ เพราะเชื่อว่าเรื่องผีและวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ หรือชีวะอยู่ตรงข้ามกัน สิ่งนี้เลยกลายเป็นแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องของเขา</p>



<p>“ถ้ามีโอกาสก็อยากนั่งสัมภาษณ์ผีเหมือนกันว่ากิจวัตรเขาเป็นยังไง คิดอะไรอยู่ ผีสำหรับผมคือสิ่งที่ผมอยากหาคำตอบให้ชัดเจนว่า สรุปแล้วเขาเป็นยังไงกันแน่ โลกหลังความตายมีจริงไหม เขาคิดอะไรอยู่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175409" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ขณะเดียวกันการตั้งคำถามเกี่ยวกับผีของเบี้ยวก็ทำให้คนอ่านได้เห็นแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับที่มาที่ไปของผีหรือการมองผีให้เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น อย่างเช่นตอน ‘BE THAT GHOST IN OLD ERA’ ที่ใช้การผนวกความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์กับผีไทยที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง ผีเปรต เบี้ยวตีความเรื่องของผีเปรตในแง่มุมที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนจากความเชื่อเรื่องเวรกรรมเป็นความผิดพลาดทางการโอนถ่ายสสารของเครื่อง ‘Time Machine’ ทำให้มนุษย์ที่เดินทางข้ามกาลเวลานั้นมีรูปร่างยืดยาวตามห้วงเวลาแทน ไม่ใช่ผีเปรตอย่างที่เราเข้าใจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>Siamese Creepy Story ทำให้เราได้ตกผลึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องราวลี้ลับได้เสมอ คนน่ากลัวกว่าผี และผีอาจเป็นเพียงแค่จิตตุงแป่ง (ปรุงแต่ง) ของคนเราก็เท่านั้น แง่มุมเหล่านี้อาจทำให้เรามองเรื่องราวลี้ลับอีกร้อยแปดไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>ใครที่อยากลองสัมผัสความระทึกขวัญด้วยตัวเอง นักเขียนเรื่องนี้ก็ได้แนะนำมาให้เรา 2 เรื่อง นั่นคือ ‘สุภาพสตรีที่โทรหาคนตาย’ และ ‘สองชั้น’ ด้วยการเล่าเรื่องแบบหักมุม และการันตีว่าไม่มีใครสามารถเดาตอนจบได้ถูกแน่นอน&nbsp;</p>



<p>เรื่องราวของเบี้ยว ผู้เป็นคนไทยคนเดียวที่ติดอันดับท่ามกลางเว็บตูนระทึกขวัญต่างชาติ อาจทำให้เราหันมาให้ความสนใจกับวงการนักวาดการ์ตูนสยองขวัญไทยมากขึ้น และช่วยกันหาคำตอบว่า ทำไมเราถึงไม่ค่อยพบเจอการ์ตูนแนวนี้ที่เขียนโดยคนไทยกันบ้างเลยนะ ถ้าหากมีพื้นที่หรือการสนับสนุนจากคนอ่านมากขึ้น เราอาจจะได้พบเจอความหลากหลายของการ์ตูนกว่าที่เป็นอยู่หรือเปล่า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ช่องทางการติดตาม</p>



<p>Facebook : เบี้ยวรู้เบี้ยวเห็น</p>



<p>Webtoon : Siamese Creepy Story</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/siamese-creepy-story/">เบี้ยวรู้เบี้ยวเห็นแห่ง Siamese Creepy Story นักวาดการ์ตูนสยองขวัญที่เชื่อมระหว่างผีและวิทยาศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทัศนียภาพและวิถีแห่งรัก ภาพวาดสะท้อนหุบเขาแห่งความสัมพันธ์ของ LGBTQIA+ โดย siameseterrace</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lgbtqia-siameseterrace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Ormboon Thianprakhob]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 10:39:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175392</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเป็นเมื่อก่อนบทละครพีเรียดที่เราเคยดูแทบจะไม่เห็นความรักของเพศหลากหลายเลย ทั้งที่จริงเรื่องแบบนี้ก็มานานแล้ว แต่ทำไมเราไม่ค่อยเห็นมันเลยนะ ‘siameseterrace’ หรือ ‘เฌอเอม’ ศิลปินนักวาดลายเส้นดินสอที่นำเสนอกลิ่นอายความเป็นไทย หรือบางคนอาจจะรู้จักในฐานะเจ้าของผลงานภาพพีเรียดนักเรียนนายเรืออุ้มเงือก ณ อ่าวไทย ที่มาพร้อมกับเสน่ห์ที่น่าสนใจอย่างการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร LGBTQIA+ โดยเฉพาะชาว Non-binary หรือเพศวิถีที่อยู่นอกเหนือค่านิยมระบบสองเพศ&#160; ที่มาของชื่อ ‘siameseterrace’ มาจากการกร่อนชื่อวงโปรดอย่างวง ‘เฉลียง’ มาเป็น ‘ระเบียง’ และแปลออกมาเป็น ‘Terrace’ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสื่อถึงระเบียงบ้านที่มีการจัดแสดงภาพวาดและเรื่องราวสังคมไทยในอดีตพร้อมกับสะท้อนความหลากหลายทางเพศในปัจจุบัน เพื่อนำเสนอภาพของการมีอิสระเสรี ความหลากหลายทางเพศและตัวตนอันไร้ซึ่งพันธนาการทางสังคม จากความชอบในตัวพ็อปคัลเจอร์ของไทย โดยเฉพาะเพลงและละครยุคเก่า ทำให้ตัวศิลปินเริ่มตั้งคำถามถึงการนำเสนอภาพความรักในสื่อที่มีเพียงตัวละครชาย-หญิง และการถูกลบเลือนตัวตนของบุคคลทุกเพศ เธอจึงนำความชอบและการตั้งคำถามรวมเข้ากับความสนใจในทัศนียภาพของประเทศไทยผสมผสานกันออกมาเป็นผลงานในชื่อ ‘siameseterrace’&#160; เฌอเอมเล่าให้เราฟังอีกว่าสำหรับเธอแล้ว ผลงานของเธอเป็นเหมือนกับการจำลองสถานการณ์ในอดีตที่ทุกคนสามารถแสดงออกถึงรสนิยมทางเพศได้อย่างเปิดเผย ซึ่งขัดกับขนบของสังคมสมัยก่อน นั่นจึงทำให้เราเห็นภาพคู่รักเพศวิถีอื่นที่เล่าเรื่องราวของตัวพวกเขาเองตามทิวทัศน์ที่เปิดกว้างและไร้ขอบเขต&#160; อีกหนึ่งความตั้งใจในอนาคตที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นมากขึ้น คือ ความสัมพันธ์และวิถีความรักในแบบของชาว Aromantic หรือผู้คนที่มีแรงดึงดูดกับใครสักคนเชิงโรแมนติกได้ยากหรือมีแรงดึงดูดในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็น การรักแบบพาร์ตเนอร์หรือรักแบบเพื่อนร่วมโลก เพราะเรื่องราวเหล่านี้ยังไม่ค่อยเห็นในสื่อมากนัก ศิลปิน ‘siameseterrace’ ยังเน้นย้ำในจุดยืนอีกว่า “อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา” ที่สื่อว่า ความหลากหลายทางเพศคือเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนกับรสนิยมหนึ่งของมนุษย์ จนมาถึงในวันนี้ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว เราก็หวังว่าผลงานของเฌอเอมจะเป็นอีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่ทำให้ทุกคนมองเห็นความรักของเพศที่หลากหลายได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lgbtqia-siameseterrace/">ทัศนียภาพและวิถีแห่งรัก ภาพวาดสะท้อนหุบเขาแห่งความสัมพันธ์ของ LGBTQIA+ โดย siameseterrace</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถ้าเป็นเมื่อก่อนบทละครพีเรียดที่เราเคยดูแทบจะไม่เห็นความรักของเพศหลากหลายเลย ทั้งที่จริงเรื่องแบบนี้ก็มานานแล้ว</p>



<p>แต่ทำไมเราไม่ค่อยเห็นมันเลยนะ</p>



<p>‘siameseterrace’ หรือ ‘เฌอเอม’ ศิลปินนักวาดลายเส้นดินสอที่นำเสนอกลิ่นอายความเป็นไทย หรือบางคนอาจจะรู้จักในฐานะเจ้าของผลงานภาพพีเรียดนักเรียนนายเรืออุ้มเงือก ณ อ่าวไทย ที่มาพร้อมกับเสน่ห์ที่น่าสนใจอย่างการเล่าเรื่องผ่านตัวละคร LGBTQIA+ โดยเฉพาะชาว Non-binary หรือเพศวิถีที่อยู่นอกเหนือค่านิยมระบบสองเพศ&nbsp;</p>



<p>ที่มาของชื่อ ‘siameseterrace’ มาจากการกร่อนชื่อวงโปรดอย่างวง ‘เฉลียง’ มาเป็น ‘ระเบียง’ และแปลออกมาเป็น ‘Terrace’ ในภาษาอังกฤษ ซึ่งสื่อถึงระเบียงบ้านที่มีการจัดแสดงภาพวาดและเรื่องราวสังคมไทยในอดีตพร้อมกับสะท้อนความหลากหลายทางเพศในปัจจุบัน เพื่อนำเสนอภาพของการมีอิสระเสรี ความหลากหลายทางเพศและตัวตนอันไร้ซึ่งพันธนาการทางสังคม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175422" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>จากความชอบในตัวพ็อปคัลเจอร์ของไทย โดยเฉพาะเพลงและละครยุคเก่า ทำให้ตัวศิลปินเริ่มตั้งคำถามถึงการนำเสนอภาพความรักในสื่อที่มีเพียงตัวละครชาย-หญิง และการถูกลบเลือนตัวตนของบุคคลทุกเพศ เธอจึงนำความชอบและการตั้งคำถามรวมเข้ากับความสนใจในทัศนียภาพของประเทศไทยผสมผสานกันออกมาเป็นผลงานในชื่อ ‘siameseterrace’&nbsp;</p>



<p>เฌอเอมเล่าให้เราฟังอีกว่าสำหรับเธอแล้ว ผลงานของเธอเป็นเหมือนกับการจำลองสถานการณ์ในอดีตที่ทุกคนสามารถแสดงออกถึงรสนิยมทางเพศได้อย่างเปิดเผย ซึ่งขัดกับขนบของสังคมสมัยก่อน นั่นจึงทำให้เราเห็นภาพคู่รักเพศวิถีอื่นที่เล่าเรื่องราวของตัวพวกเขาเองตามทิวทัศน์ที่เปิดกว้างและไร้ขอบเขต&nbsp;</p>



<p>อีกหนึ่งความตั้งใจในอนาคตที่ศิลปินต้องการถ่ายทอดให้ทุกคนได้เห็นมากขึ้น คือ ความสัมพันธ์และวิถีความรักในแบบของชาว Aromantic หรือผู้คนที่มีแรงดึงดูดกับใครสักคนเชิงโรแมนติกได้ยากหรือมีแรงดึงดูดในรูปแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็น การรักแบบพาร์ตเนอร์หรือรักแบบเพื่อนร่วมโลก เพราะเรื่องราวเหล่านี้ยังไม่ค่อยเห็นในสื่อมากนัก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1.jpg 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ศิลปิน ‘siameseterrace’ ยังเน้นย้ำในจุดยืนอีกว่า “อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา” ที่สื่อว่า ความหลากหลายทางเพศคือเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนกับรสนิยมหนึ่งของมนุษย์ จนมาถึงในวันนี้ที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว เราก็หวังว่าผลงานของเฌอเอมจะเป็นอีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่ทำให้ทุกคนมองเห็นความรักของเพศที่หลากหลายได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lgbtqia-siameseterrace/">ทัศนียภาพและวิถีแห่งรัก ภาพวาดสะท้อนหุบเขาแห่งความสัมพันธ์ของ LGBTQIA+ โดย siameseterrace</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Vivienne Westwood  ที่มาของโลโก้คล้ายดาวเสาร์? ตัวจี๊ดแฟชั่น ดนตรีพังก์และคำนำหน้า   ‘ท่านผู้หญิง’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vivienne-westwood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Crackracter Branding]]></category>
		<category><![CDATA[วิเวียน เวสต์วูด]]></category>
		<category><![CDATA[นานะ]]></category>
		<category><![CDATA[vivienne westwood]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174994</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘Vivienne Westwood’  ชื่อของแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับตำนานจากสหราชอาณาจักร ผู้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการออกแบบทั่วโลกครั้งแล้วครั้งเล่า </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vivienne-westwood/">Vivienne Westwood  ที่มาของโลโก้คล้ายดาวเสาร์? ตัวจี๊ดแฟชั่น ดนตรีพังก์และคำนำหน้า   ‘ท่านผู้หญิง’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายคนอาจคุ้นตาสร้อยคอแบรนด์เนมรูปร่างคล้ายดาวเคราะห์มีวงแหวนขนาดใหญ่</p>



<p>นอกจากนี้มันยังเคยเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครเอกในการ์ตูนเรื่อง ‘นานะ’ ของญี่ปุ่น โดยการแสดงออกทางความคิดผ่านลายกราฟิกบนเสื้อยืดอีกด้วย<br>นั่นคือเครื่องประดับของแบรนด์ ‘Vivienne Westwood’ (วิเวียน เวสต์วูด) ชื่อของแฟชั่นดีไซเนอร์ระดับตำนานจากสหราชอาณาจักร ผู้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการออกแบบทั่วโลกครั้งแล้วครั้งเล่า&nbsp;</p>



<p>วิเวียน เวสต์วูด เป็นตำนานของการนำมุมมองและความรู้สึกที่มีต่อสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เป็นผลงานออกแบบ จนได้รับเลือกให้เป็นนักออกแบบแห่งปีของสหราชอาณาจักร และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช พร้อมคำนำหน้าชื่อว่า ‘Dame&#8217; ที่มีความหมายว่า ‘ท่านผู้หญิง’</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มต้นที่ดนตรีพังก์</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="633" height="1000" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/c01c2bfda4e1c873ec66b1ea2ecf278651aa2128r1-633-1000v2_hq.jpeg" alt="" class="wp-image-175136" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/c01c2bfda4e1c873ec66b1ea2ecf278651aa2128r1-633-1000v2_hq.jpeg 633w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/c01c2bfda4e1c873ec66b1ea2ecf278651aa2128r1-633-1000v2_hq-190x300.jpeg 190w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/c01c2bfda4e1c873ec66b1ea2ecf278651aa2128r1-633-1000v2_hq-600x948.jpeg 600w" sizes="(max-width: 633px) 100vw, 633px" /></figure></div>



<p>ดนตรีเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์สร้างสรรค์หลายสิ่งหลายอย่าง สำหรับวัยรุ่นผู้หญิงคนหนึ่งในช่วงยุค 70 ดนตรีเปลี่ยนชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจและหวาดหวั่น ให้กลายเป็นมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น</p>



<p>วิเวียน เวสต์วูด ในช่วงวัยรุ่นเป็นเหมือนกับเราๆ หลายคนที่ไม่รู้จะทำอะไรกับชีวิต วิเวียนมาจากครอบครัวเล็กๆ จากชนบทของอังกฤษ เธอตัดสินใจลงเรียนวิชาการออกแบบจิวเวลรีและเครื่องเงินที่ Harrow Art School ในกรุงลอนดอน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะนำวิชาที่เรียนไปใช้ประกอบอาชีพและทำมาหากินอะไร เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนวิชาอื่นซึ่งเตรียมสู่การเป็นครูสอนหนังสือแทน</p>



<p>แต่ระหว่างที่วิเวียนสอนหนังสือเพื่อหาเลี้ยงชีวิต เธอก็ยังไม่ลืมความฝันในการออกแบบ เธอทำเครื่องประดับวางขาย และทดลองออกแบบเสื้อผ้า</p>



<p>แล้ววันหนึ่งเธอก็พบกับ Malcolm McLaren (มัลคอล์ม แมกคลาเรน) ชายหนุ่มผู้ที่เป็นผู้จัดการของวงดนตรี Sex Pistols ในเวลาต่อมา</p>



<p>เส้นทางการเป็นนักออกแบบของวิเวียน ก็เริ่มต้นขึ้น</p>



<p>วิเวียนออกแบบเสื้อผ้าให้กับวง Sex Pistols ซึ่งเป็นวงดนตรีพังก์มาแรงของอังกฤษในช่วงยุค 70 แล้วร้านเสื้อผ้าของวิเวียนและมัลคอล์มก็กลายเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของนักดนตรีพังก์และแวดวงเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>เหตุผลที่ดนตรีพังก์ได้รับความนิยมสูงสุดในอังกฤษช่วงเวลานั้น เป็นเพราะสภาพทางสังคมและการเมืองที่กดดัน ดนตรีพังก์แสดงออก ซึ่งความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาและกล้าหาญ การที่วิเวียนสื่อสารมุมมองทางความคิดผ่านการออกแบบเสื้อผ้า จึงเข้ากันกับดนตรีพังก์ได้อย่างลงตัว</p>



<p>“Too fast to live too young to die” หรือว่า “เร็วเกินที่จะมีชีวิต และยังเด็กเกินที่จะสิ้นลมหายใจ” เป็นวลีอมตะจากวิเวียน เวสต์วูดที่มีส่วนช่วยขยายฐานความนิยมในดนตรีพังก์ไปทั่วกรุงลอนดอน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โลโก้ที่ลงตัวเมื่อ 16 ปีให้หลัง</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="885" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-885x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-175137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-885x1024.jpeg 885w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-259x300.jpeg 259w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-768x889.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-1327x1536.jpeg 1327w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large-600x694.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/63030007-02P127-CN_PLATINUM-PEARL-CRYSTAL_1_large.jpeg 1728w" sizes="(max-width: 885px) 100vw, 885px" /></figure></div>



<p>หลังจากที่เปิดร้านเสื้อผ้าแห่งแรกในกรุงลอนดอนได้ 16 ปีเต็ม วิเวียน เวสต์วูดถึงได้ออกแบบโลโก้รูปลูกดาวเสาร์อย่างที่ใช้ในปัจจุบัน</p>



<p>ก่อนหน้านี้งานออกแบบเสื้อผ้าของวิเวียน เน้นเรื่องการสื่อสารมุมมองและความคิดเป็นหลัก แต่ในช่วงปลายยุค 80 วิเวียนเริ่มมีวิสัยทัศน์ที่มองไปยังอนาคตผ่านธรรมเนียมเก่าแก่</p>



<p>“Take tradition into the future” หรือการนำธรรมเนียมจากอดีตไปสู่อนาคต เป็นที่มาของแนวคิดการออกแบบโลโก้ของแบรนด์วิเวียน เวสต์วูดที่มีชื่อเรียกว่า ‘The orb’</p>



<p>คำว่า ‘orb’ โดยทั่วไป หมายถึง สิ่งของที่มีทรงกลมเหมือนกับลูกบอล เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ แต่ในวัฒนธรรมตะวันตก คำว่า ‘The orb’ เป็นสัญลักษณ์สำคัญซึ่งมีประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่หลายพันปีก่อน&nbsp;</p>



<p><strong></strong>‘The orb’ เป็นตัวแทนของจักรวาลหรือโลกที่มีความกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน ในภายหลังได้มีการเพิ่มรูปไม้กางเขนลงไปตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ ประเพณีการใช้ The orb เป็นสัญลักษณ์แทนผู้ครองอาณาจักรหรือจักรพรรดิมีมาตั้งแต่สมัยโรมัน และยังคงใช้มาถึงปัจจุบันในสหราชอาณาจักร</p>



<p>วิเวียน เวสต์วูด จึงได้นำสัญลักษณ์ The orb มาประยุกต์ใหม่ โดยเติมวงแหวนรอบดวงดาวลงไป เพื่อสื่อถึงอดีตที่นำสู่อนาคต และได้นำโลโก้ The orb มาใช้ในคอลเลกชันเสื้อผ้าของเธอตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา&nbsp;</p>



<p>หรือว่า&#8230;เป็นเวลา 38 ปีมาจนถึงปัจจุบัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปริบทของแบรนด์ Vivienne Westwood และโลโก้ The Orb</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="885" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-885x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-175139" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-885x1024.jpeg 885w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-259x300.jpeg 259w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-768x889.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-1327x1536.jpeg 1327w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large-600x694.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/VV240PHSL-XXX-ZE_PEACH-SILVER_1_large.jpeg 1728w" sizes="(max-width: 885px) 100vw, 885px" /></figure></div>



<p>วิเวียน เวสต์วูด เป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่น กล้าแกร่ง แต่งดงามทางด้านการออกแบบแฟชั่น แต่ละคอลเลกชันของเธอล้วนสื่อความหมายและมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างสิ่งดีๆ ในโลก ทั้งการต่อต้านสงคราม ไปจนถึงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p>



<p>ด้วยความมีเอกลักษณ์ กล้าหาญและเป็นตัวของตัวเอง เสื้อผ้าของของวิเวียน เวสต์วูด จึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการถ่ายทอดความรู้สึกและบุคลิกลักษณะของตัวละครเอกในการ์ตูนเรื่องนานะ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ความบ้าคลั่งแบรนด์วิเวียน เวสต์วูดในหลายประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น และในหมู่แฟนคลับการ์ตูนเรื่องนี้ที่มีอยู่ทั่วโลก</p>



<p>เสื้อยืดแนวพังก์กับเสื้อหนังสไตล์ Biker และกระโปรงผ้าทวีดลายสกอต เป็นสินค้าขายดีของบูติกวิเวียน เวสต์วูด จนแบรนด์ต้องเพิ่มไลน์สินค้าให้มากขึ้น เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่มีความหลากหลาย</p>



<p>ผ้าเช็ดหน้าและถุงเท้าลายวิเวียน เวสต์วูด เป็นไอเทมยอดฮิตของ #ootd ในอินสตาแกรม เดรสกระโปรงของวิเวียน เวสต์วูด เป็นตัวเลือกในใจของการเดินบนพรมแดง ทั้ง Zendaya และ Taylor Swift ต่างก็ชื่นชอบการออกแบบของแบรนด์วิเวียน เวสต์วูดทั้งสิ้น</p>



<p>แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ การที่สร้อยคอโลโก้ The Orb ของแบรนด์ อยู่บนคอสายแฟชั่นทั่วประเทศไทยในตอนนี้</p>



<p>แม้ว่าตลอดมา วิเวียน เวสต์วูด จะเป็นที่รู้จักในเรื่องดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตาและเปี่ยมไปด้วยความหมาย แต่ในระยะหลังได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์จิวเวลรีและเครื่องประดับชิ้นเล็กให้มีความเรียบง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และเน้นไปที่ความสวยงามไร้กาลเวลาของ The Orb จึงไม่แปลกที่จะถูกใจสายแฟชั่นหลายคน&nbsp;</p>



<p>สร้อยคอเงินและสร้อยคอสีทอง พร้อมจี้รูปโลโก้ The Orb ของวิเวียน เวสต์วูด ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000 บาท แต่สวมใส่ได้ในทุกโอกาสและไม่เคยล้าสมัย หากเปรียบกับหลายแบรนด์ที่ดีไซน์เปลี่ยนทุกคอลเลกชันแล้ว ราคานี้จึงมีความคุ้มค่ามาก</p>



<p>อีกทั้งยังเป็นการสื่อจุดยืนที่เป็นตัวของตัวเองจนได้รับการยอมรับในแบบของ ‘ท่านผู้หญิงวิเวียน เวสต์วูด’ อีกด้วย</p>



<p>รูปภาพ : <a href="https://www.viviennewestwood.com/" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://www.viviennewestwood.com/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vivienne-westwood/">Vivienne Westwood  ที่มาของโลโก้คล้ายดาวเสาร์? ตัวจี๊ดแฟชั่น ดนตรีพังก์และคำนำหน้า   ‘ท่านผู้หญิง’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
