<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จุฬาลักษณ์ เดชะ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/jachulalak/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/jachulalak/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Feb 2025 10:15:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Unseen in Taiwan ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสคัลเจอร์ พบเจอศิลปะ กับ ‘เถาหยวน’ เมืองรองที่ไม่เป็นรอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/unseen-in-taiwan-taoyuan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Feb 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan Lantern Festival 2025]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลโคมไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวันมะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[TaiwanWavesofWonder]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[TaiwanTourismTH]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[TaiwanTourism]]></category>
		<category><![CDATA[เถาหยวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178929</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพิ่งเริ่มต้นปี ชีวิตก็เริ่มยุ่งเหยิง บางคนคงอยากหลีกหนีความวุ่นวาย แล้วไปพักผ่อนเติมพลังใจ เพื่อกลับมาสู้กับการทำงานตลอดทั้งปี หนึ่งในวิธีการยอดนิยมคือ ‘การออกเดินทาง’ ไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และไม่มีคนรู้จัก ซึ่งหากกล่าวถึงการท่องเที่ยวต่างประเทศ ‘ไต้หวัน’ คงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจของใครหลายคน อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากมักเลือกเดินทางไปยังเมืองหลวงอย่าง ‘ไทเป’ ครั้งนี้คอลัมน์ ‘ที่ชอบ’ จึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับไต้หวันในมุมมองใหม่ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นและสัมผัสมาก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องตกหลุมรักความเรียบง่ายใน ‘เถาหยวน’ เมืองรองที่ไม่เป็นรองอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเมืองนี้จะโดดเด่นเรื่องทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามแล้ว ในแต่ละสถานที่ยังเต็มไปด้วยคัลเจอร์ ศิลปะ งานฝีมือท้องถิ่น รวมถึงเบื้องลึกเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ทุกพื้นที่จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ของเรื่องราวในอดีตอันทรงคุณค่า ทริปนี้ไม่เพียงแค่เยี่ยมชมบรรยากาศโดยรอบของเมือง แต่เรายังมีโอกาสได้เข้าร่วมงานสำคัญอย่าง ‘เทศกาลโคมไฟ Taiwan Lantern Festival 2025’ ซึ่งนับเป็นวันสุดท้ายของการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีน เมืองรองของไต้หวันในฤดูหนาวจะเป็นอย่างไร และมีสถานที่ไหนบ้างที่ควรค่าแก่ไปเยือน? ไปออกเดินทางกัน… เดินเล่นในหมู่บ้านย้อนยุค Matsu New Village Cultural and Creative Park หลังจากเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวน เราเริ่มต้นทริปที่ ‘Matsu New Village Cultural and Creative [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/unseen-in-taiwan-taoyuan/">Unseen in Taiwan ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสคัลเจอร์ พบเจอศิลปะ กับ ‘เถาหยวน’ เมืองรองที่ไม่เป็นรอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เพิ่งเริ่มต้นปี ชีวิตก็เริ่มยุ่งเหยิง บางคนคงอยากหลีกหนีความวุ่นวาย แล้วไปพักผ่อนเติมพลังใจ เพื่อกลับมาสู้กับการทำงานตลอดทั้งปี หนึ่งในวิธีการยอดนิยมคือ ‘การออกเดินทาง’ ไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และไม่มีคนรู้จัก ซึ่งหากกล่าวถึงการท่องเที่ยวต่างประเทศ ‘ไต้หวัน’ คงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในใจของใครหลายคน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากมักเลือกเดินทางไปยังเมืองหลวงอย่าง ‘ไทเป’ ครั้งนี้คอลัมน์ ‘ที่ชอบ’ จึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับไต้หวันในมุมมองใหม่ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นและสัมผัสมาก่อน เชื่อว่าทุกคนจะต้องตกหลุมรักความเรียบง่ายใน ‘เถาหยวน’ เมืองรองที่ไม่เป็นรองอย่างแน่นอน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdhX2JXEmYLgDcqlSq7DM6E6m4xHAWrJaTn93LuwuE-JbpMMiW1h1gWMO4przDqK8XUjPonRsPwixqnLklTAQR6i82rz-zlt6pYWKjA_2y0qYBVLVj5kXgBW5bWzDqpQggStI1PLA?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>เพราะนอกจากเมืองนี้จะโดดเด่นเรื่องทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามแล้ว ในแต่ละสถานที่ยังเต็มไปด้วยคัลเจอร์ ศิลปะ งานฝีมือท้องถิ่น รวมถึงเบื้องลึกเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ทุกพื้นที่จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ของเรื่องราวในอดีตอันทรงคุณค่า</p>



<p>ทริปนี้ไม่เพียงแค่เยี่ยมชมบรรยากาศโดยรอบของเมือง แต่เรายังมีโอกาสได้เข้าร่วมงานสำคัญอย่าง ‘เทศกาลโคมไฟ Taiwan Lantern Festival 2025’ ซึ่งนับเป็นวันสุดท้ายของการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีน</p>



<p>เมืองรองของไต้หวันในฤดูหนาวจะเป็นอย่างไร และมีสถานที่ไหนบ้างที่ควรค่าแก่ไปเยือน? ไปออกเดินทางกัน…</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เดินเล่นในหมู่บ้านย้อนยุค Matsu New Village Cultural and Creative Park</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcgwVXzR7RH6cTiXvudSlmy6fwdmJzlm0FOWnvr0fbT0DpVrhLHSPuUe454wXhwN9SQAoQkqvbbs0iblfqejGvWn_NxO1l7y1a077wyJTIdbqmOA84pmTA7uSRVqBnJDvVIFEQ2?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>หลังจากเดินทางถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวน เราเริ่มต้นทริปที่ ‘Matsu New Village Cultural and Creative Park’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หมู่บ้านมาจู่ซินชุน’ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของทหารผ่านศึกในอดีต สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 แต่ได้รับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ไว้ จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ประวัติศาสตร์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcDi_yqHUeYADwUiggWMxHtSK5dpcYIoOpG5ztp1P1GsQq0LqHMmpXD_sPywyxn5K8DxhKGX0YOxsuRasKNGpbwzXAtw3lmS7ltgz3vxjBfQfcuVnCLb5FE7QfThqxbP1bObvpJnw?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>อาคารบ้านเรือนของที่นี่มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมชั้นเดียว ขนาดไม่สูงมาก ผนังปูนเปลือย และอิฐแดง ประกอบกับการตกแต่งด้วยประตูและหน้าต่างไม้ ซึ่งบ้านทุกหลังจะสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ ทำให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับกลิ่นอายสไตล์วินเทจ พร้อมทั้งความอบอุ่นของหมู่บ้าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXf5EPsNG_KrL0_4icWQ_KK9nKUPtEg0oTrvSgOJWQOfwN4bXcRkQV0QqSC6u1A5aga_Kp5adOObQcp8hH0joYzmVaMzXgAQzJ8-7--95_BKNRIJmDmMUjstpRnJK05LC_L9sFAnoQ?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการศิลปะ และกิจกรรมงานฝีมือมากมายให้ร่วมสนุก เช่น เวิร์กช็อปปรุงเครื่องหอม ประดิษฐ์สมุดทำมือ รวมถึงจัดดอกไม้ โดยก่อนกลับสามารถแวะเติมพลังได้ที่คาเฟ่น้ำชา ร้านอาหารคาวหวานอย่างเกี๊ยวซานตง ไอศกรีมโฮมเมด และขนมอบเตาถ่าน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ท่องราตรีที่เทศกาลโคมไฟ Taiwan Lantern Festival 2025 ครั้งหนึ่งในชีวิต</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcx1wGzUWNNyY3iHNNR4f2jBOJzmZ0Vji23lpabQxdjc1qgO3t00KG7nhp2z9kQw2t6Ql3SICHrpQJJIguj7wkaBLOAf0pE2ZT8aTfGzbOlcahfdwPqD0kzF2UrTV-yqZECnkyP?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>จุดหมายต่อไปของเราคือ ‘เทศกาลโคมไฟ Taiwan Lantern Festival 2025’ ในยามค่ำคืน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลหยวนเซียว หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ เพราะถือเป็นหนึ่งในเทศกาลดั้งเดิมที่สำคัญ และมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชาวไต้หวันเป็นอย่างมาก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdBaU7H639tPBtsQ0W4ItGVSuI8uNzTnOhwijEj1-jbxMiIg9GOP6K_04D1cCrV0H3pUfIpSIwi2a8YRmfQYifYxivfKs4SNWIyQ1RlGB8jBH68M_NAiO7b0BSgjlFkQ4HsLoJPeQ?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>ปีนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 &#8211; 23 กุมภาพันธ์ 2025 ที่เมืองเถาหยวน โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงโคมไฟออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนจัดแสดงโคมไฟหลัก (Main Lantern Zone) และโซนไลท์ เพลย์กราวนด์ (Light Playground Zone)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcNsbsSEE27ln-yL2R_hToxSrHHpMKLvnoUZIsUMUGLf24UX_AEomphIGvbSGev2IxiLAdhTOqHUtj161ZyLzvvOhgMlXDsNGR_FRDfRpHns5b7ub0p12z_O9aYunlCu5Q93B_yPQ?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>‘Taiwan Lantern Festival 2025’ จัดแสดงผลงานโคมไฟขนาดใหญ่กว่า 300 ชิ้น พร้อมทั้งการแสดงศิลปะ และกิจกรรมเชิงโต้ตอบ ภายใต้ธีม ‘แสงแห่งเถาหยวน เชื่อมโยงทุกพื้นที่’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ท้องถิ่นและภูมิทัศน์ของเถาหยวน นำมารวมกับศิลปะโคมไฟแบบดั้งเดิม เทคโนโลยีล้ำสมัย และความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม จนกลายมาเป็นเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ที่สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างทันสมัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXc6VuaJnctfItv3C1lBKkKFIMnrx2KTsGRXP7d-UMjfdef-HsNSHHRYpe5z2B2kdy7IdQB25ZNdnoWNS-ShANbZQkgXWcCRhjDR_LJCDVljtDOmPjIUea5X7W2ppmT8_vin47u71w?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ช็อปชิลล์ที่ตลาดชุมชนเก่าต้าซี (Daxi Old Street)</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXd4T-Uaqn2o5UwGh7mTyCPYfxag6DPafn5DrsQGRTY_KOnnzkfYhN1nbO5SGxHVU5sET0D_mXj0A6CVCYV3lK8p6gWoeCimlUQIMVt_uyARUqoSCuSXlqxFeLmNGdmUCwCe19_k?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>ไปกันต่อที่ ‘Daxi Old Street’ หรือ ‘ตลาดชุมชนเก่าต้าซี’ เขตประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในเมืองเถาหยวน สถานที่นี้จึงรายล้อมไปด้วยอาคารเก่าแก่และโบราณสถาน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก ผสมผสานกับการตกแต่งแบบดั้งเดิมของชาวฮกเกี้ยน ทั้งยังมีศาลเจ้าให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสักการะ และเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXc76I1GSyxqN4resdMABXLIq-8E5dcQxF8bEOhq5zOpigTmPJXwMSz7cY4wBaAlvLOZS7wqodhDowTE_XkXDzd5mR2xCcW_wL_sRPI2AZsnZyvfi0P9t2AmgkoNZzjvweeUqg-7_g?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>ความเพลิดเพลินของที่นี่คือ การได้แวะร้านนู้นร้านนี้ เพื่อซื้อขนมและอาหารระหว่างทาง ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค โดยที่นี่มีอาหารพื้นเมืองไต้หวันจำนวนมากให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน ทั้งอาหารคาวหวาน ชานมไต้หวัน และเครื่องดื่มผลไม้ เรียกได้ว่า Daxi Old Street มีของกินให้ชิมตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยกันเลยทีเดียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcm_M1Iqv0MZ2GpUX-ZSh1TlrfFF1rOx_gg3dLcV_eS2wliemfA8Fe7BLGXJ0JU3hQEl2NFz00wcXjxK0exigRagopZQpqTWEGkJ89NkaWMm6WVFTEtbeIxA-9A-jN7HQmN0idb?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ชมธรรมชาติ ณ อ่างเก็บน้ำฉือเหมิน (Shihmen Reservoir)</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXcxsR5S19kZJNsKXUN-lqH8J38qpvyDZqgxyDehBjn6MMuvxxNpn26HvZL2PMjYvTbbHXAdzo9AitV08TN0vRPXShz686ZAsA_v0efGDVm-mWCh4HmUT1FwqUo9EHy5hta1KI7kHg?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>สถานที่สุดท้ายที่อยากแนะนำคือ ‘อ่างเก็บน้ำฉือเหมิน’ (Shihmen Reservoir) ใครที่ชื่นชอบธรรมชาติจะต้องโปรดปรานที่นี่อย่างแน่นอน เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี โดยโอบล้อมไปด้วยทะเลสาบสีฟ้า และภูเขาเขียวขจีตลอดเส้นทาง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXeMKQ0k-ZyB54nkHQGa_p7-YxpKuyWRsuVmkbBvo0p7sWSY7VEpg24dhhmF2NrbOAuJux0S2SsBttFcddC3bWeuHXZLfSTToYnzw4esR92nFLO45pdVRUfqtZcXG52iPcvgcKpfXQ?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>ในแต่ละฤดู ‘Shihmen Reservoir’ มีเสน่ห์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน เช่น ฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระบานสะพรั่ง หรือป่าเขาในฤดูใบไม้ร่วงจะถูกแต่งแต้มด้วยต้นเมเปิลสีแดง ส่วนฤดูหนาวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะมีหมอกปกคลุมท้องฟ้าเล็กน้อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdVknHSyXIYaAECxxykfY3gxIQjeHz1ghEAmYgg5FgDNXg-XTG-4lyjcejs1VX4g8N_eq4RooP9Mzq343jq5_j58-LpEhPOwApDgNg6Wa1kd8kzlzk7Qb0bmE8rMIKYqJmR1Fnqkg?key=t1Cu5kFwVv6Nj7Z5ABy4ykXv" alt=""/></figure></div>


<p>นอกจาก ‘อ่างเก็บน้ำฉือเหมิน’ จะมีหน้าที่หลักในการชลประทาน การจ่ายน้ำ การผลิตกระแสไฟฟ้า และการป้องกันน้ำท่วมแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำมีเส้นทางสำหรับการเดินชมวิวทิวทัศน์ และมีบริการล่องเรือ ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดกับผืนน้ำมากขึ้นไปอีก</p>



<p>ทริปเที่ยว ‘เถาหยวน’ คือการเดินทางที่น่าจดจำ เพราะครั้งนี้เราไม่ได้ไปแค่สถานที่โด่งดังตามคำร่ำลือ แต่ยังได้ใกล้ชิดกับผู้คน วัฒนธรรมพื้นเมือง รวมถึงชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามในฤดูหนาว ความเรียบง่ายของที่นี่ทำให้เราได้ใช้เวลากับตัวเองมากขึ้น และผ่อนคลายปัญหาความเครียดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้จิตใจที่เคยว้าวุ่นกลับมาสงบลงอีกครั้ง&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/unseen-in-taiwan-taoyuan/">Unseen in Taiwan ย้อนรอยประวัติศาสตร์ สัมผัสคัลเจอร์ พบเจอศิลปะ กับ ‘เถาหยวน’ เมืองรองที่ไม่เป็นรอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Feb 2025 03:11:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน]]></category>
		<category><![CDATA[แฟลตเกิร์ลชั้นห่างระหว่างเรา]]></category>
		<category><![CDATA[FLATgirls]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แคลร์จิรัศยา]]></category>
		<category><![CDATA[GDH559]]></category>
		<category><![CDATA[เอินเอินฟาติมา]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[แฟร์รี่กิรณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178714</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลายคนคงมีโอกาสได้รับชมซีรีส์เรื่อง ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ และตกหลุมรักกับความไม่สมบูรณ์ภายในครอบครัว ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาว ซีรีส์เรื่องนี้ได้นำเสนอบทบาท ‘แม่’ ในมุมมองใหม่ให้แก่สังคม ว่าแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่อาจจะผิดพลาดหรือผิดหวังได้เช่นกัน ครั้งนี้ ‘แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน’ เจ้าของผลงานซีรีส์วัยรุ่นน้ำดี ผันตัวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปคือ เธอยังคงพยายามนำเสนอเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ในมิติที่หลากหลายและสมจริง ‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’ เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของ ‘เด็กผู้หญิง’ ที่เติบโตมาด้วยกันในแฟลตตำรวจ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัย พวกเธอจึงได้รับรู้ว่า ชีวิตจริงของผู้ใหญ่นั้นแตกต่างจากภาพฝันที่เคยวาดไว้ในวัยเด็ก ซึ่ง ‘ชนชั้นและฐานะ’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แอน’ กับ ‘เจน’ ค่อยๆ มีระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่พวกเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้น ปัจจุบัน สื่อบันเทิงประเภท Girl Love กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย แต่จุดแข็งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง ‘FLAT girls’ คือการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศในมิติที่แตกต่าง โดยเล่าถึงกระบวนการค้นหาตัวตนและอัตลักษณ์ทางเพศของเด็กคนหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/"> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หลายคนคงมีโอกาสได้รับชมซีรีส์เรื่อง ‘One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ’ และตกหลุมรักกับความไม่สมบูรณ์ภายในครอบครัว ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกสาว ซีรีส์เรื่องนี้ได้นำเสนอบทบาท ‘แม่’ ในมุมมองใหม่ให้แก่สังคม ว่าแม่ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่อาจจะผิดพลาดหรือผิดหวังได้เช่นกัน</p>



<p>ครั้งนี้ <strong>‘แคลร์-จิรัศยา วงษ์สุทิน’</strong> เจ้าของผลงานซีรีส์วัยรุ่นน้ำดี ผันตัวมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัวครั้งแรก แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปคือ เธอยังคงพยายามนำเสนอเรื่องราวของ ‘ผู้หญิง’ ในมิติที่หลากหลายและสมจริง</p>



<p><em>‘แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า’</em> เป็นภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของ ‘เด็กผู้หญิง’ ที่เติบโตมาด้วยกันในแฟลตตำรวจ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านวัย พวกเธอจึงได้รับรู้ว่า ชีวิตจริงของผู้ใหญ่นั้นแตกต่างจากภาพฝันที่เคยวาดไว้ในวัยเด็ก ซึ่ง ‘ชนชั้นและฐานะ’ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘แอน’ กับ ‘เจน’ ค่อยๆ มีระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งที่พวกเธอไม่ได้ต้องการเช่นนั้น</p>



<p>ปัจจุบัน สื่อบันเทิงประเภท Girl Love กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทย แต่จุดแข็งที่โดดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง <em>‘FLAT girls’</em> คือการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศในมิติที่แตกต่าง โดยเล่าถึงกระบวนการค้นหาตัวตนและอัตลักษณ์ทางเพศของเด็กคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความสับสนและไม่มั่นใจ พร้อมทั้งฉายให้เห็นถึงความเจ็บปวดจากการเติบโต ปัญหาในครอบครัว ความเหลื่อมล้ำ สภาพความเป็นอยู่ในแฟลตตำรวจ และคุณค่าการเป็นผู้หญิงตามบรรทัดฐานของสังคมไทย ผ่านตัวละครชนชั้นรากหญ้า ซึ่งไม่ได้มีทางเลือกในชีวิตมากนัก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178722" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-08.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แฟลตเกิร์ล</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์ตั้งต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร?</strong></h2>



<p>เราเคยทำหนังสั้นและซีรีส์มาแล้ว การกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวจึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญ (Milestone) ในชีวิต ซึ่งเราไม่เคยเห็นภาพยนตร์เรื่องไหนเล่าถึง ‘ลูกตำรวจ’ และ ‘แฟลตตำรวจ’ มาก่อน จึงอยากถ่ายทอดประสบการณ์ของเด็กผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจ ผ่านผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องเล่าถึงชีวิตของ ‘เด็กผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจ?</strong></h2>



<p>ภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักนำเสนอโลกตำรวจในด้านการทำงาน การสืบคดี หรือระบบราชการต่างๆ แต่หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า สิ่งเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึง ‘ครอบครัวของตำรวจ’ ด้วยเช่นกัน </p>



<p>‘เด็กผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจถือเป็นตัวแทนของเรา เนื่องจากประเด็นนี้สร้างจากชีวิตจริง ทำให้เราเข้าใจความคิดและประสบการณ์ในฐานะ ‘ลูกตำรวจ’ ได้มากกว่าบทบาทอื่นๆ โดยความทรงจำที่ตราตรึงใจมากที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกตำรวจคนอื่นๆ ที่เติบโตด้วยกันมา&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประสบการณ์ไหนใน ‘แฟลตตำรวจ’ ที่ทำให้คุณอยากถ่ายทอดออกมาเป็นหนัง?</strong></h2>



<p>ประสบการณ์เกี่ยวกับเพื่อนสนิทวัยเด็กซึ่งเคยพูดคุยกันว่า <em>“ในอนาคต เราจะซื้อบ้านหลังใกล้กัน อยากอยู่กับพวกมึงตลอดไป”</em> แต่เมื่อเติบโตขึ้น เส้นทางชีวิตของแต่ละคนกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย อยู่ๆ เพื่อนที่เคยตีแบดและเล่นด้วยกันทุกวันก็ย้ายออกจากแฟลตตำรวจ หรือบางคนตัดสินใจหยุดเรียน และสร้างครอบครัวของตัวเอง </p>



<p>การได้เห็น ‘ความจริง’ ของชีวิต ทำให้เราเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมชีวิตของพวกเราจึงเป็นแบบนั้น อะไรทำให้อนาคตของพวกเราแตกต่างจากภาพที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเด็ก</p>



<p>นอกจากนี้ มิติด้านสถานที่ยังมีความน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากแฟลตตำรวจกลับไม่ได้มีแค่ ‘ตำรวจ’ แต่บางครอบครัวแอบเข้ามาอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพื้นที่ กลุ่มคนเหล่านั้นก็จะตกหล่นออกไป</p>



<p>แม้สิ่งที่พวกเขาทำจะผิดกฎหมาย แต่เรากลับรู้สึกเห็นใจ เพราะในกรุงเทพค่อนข้างแออัด และคนที่สามารถเป็นเจ้าของพื้นที่อยู่อาศัยในเมืองหลวงมีเพียงคนรวยเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178715" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-01-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับคุณ ‘แฟลต’ คือตัวแทนของอะไร?</strong></h2>



<p>แฟลตคือ ‘บ้าน’ ที่ตัวละครคิดว่า อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไป แม้บ้านหลังนี้จะเป็นเพียงห้องขนาดเล็กภายในตึกก็ตาม แต่วันหนึ่งตัวละครเหล่านี้ก็ต้องสละบ้านของตัวเองไป เพราะพวกเขาไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง และในท้ายที่สุด ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อหาที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดไหนที่ผู้คนเริ่มแยกย้ายออกจากแฟลตตำรวจ?</strong></h2>



<p>หลากหลายเหตุผลมาก เพราะพื้นเพแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ในกลุ่มเพื่อนของเรา ทุกคนไม่ได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน แต่ค่อยๆ หายหน้าหายตาไปทีละคน บางคนย้ายออกไปเพราะพ่อเกษียณอายุ ขณะที่เพื่อนบางคนย้ายตามครอบครัว เนื่องจากพ่อได้รับคำสั่งให้ไปทำงานที่อื่น บางคนก็ตัดสินใจย้ายออกไปเองหลังเรียนจบ บางคนต้องย้ายออก เพราะพ่อที่เป็นตำรวจเสียชีวิต หรือบางคนเข้ามาอยู่อาศัยอย่างไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น</p>



<p>แฟลตตำรวจไม่ใช่สังคมที่ทุกคนจะชื่นชอบ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นชุมชนที่ใกล้ชิดกัน ทำให้มีคนอื่นจับจ้องการเติบโตของเราตลอดเวลา ทุกวันของเด็กแฟลตเปรียบเสมือน ‘วันรวมญาติ’ หากมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แน่นอนว่า เรื่องนั้นจะถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก จึงไม่แปลกอะไร ถ้าจะมีใครย้ายออกเพราะไม่ชอบที่นี่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178716" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-03_1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เรา</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนังเรื่องนี้สร้างจากชีวิตจริงของคุณ แล้วมีตัวละครที่คล้ายคลึงกับคุณไหม?</strong></h2>



<p>แฟลตตำรวจเป็นชุมชนที่สะท้อนถึงการเหมารวม หรือ Stereotype บทบาททางเพศของชายหญิงอย่างชัดเจน เช่น ผู้ชายทำงานหาเงินให้ครอบครัว ส่วนผู้หญิงเป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ทำให้ภาพความหลากหลายไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไรนัก</p>



<p>แต่การเรียนโรงเรียนหญิงล้วน ทำให้ตัวละคร ‘เจน’ (รับบทโดย <strong>แฟร์รี่ กิรณา</strong>)ได้มองเห็นความเป็นไปได้เรื่องเพศมากขึ้น เมื่อโลก 2 ใบนี้แตกต่างกัน ทำให้เจนเติบโตมาด้วยความไม่แน่ใจ นำไปสู่ความสงสัยที่ว่า ต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนจึงจะดีพอ?</p>



<p>ตัวละคร ‘เจน’ จึงคล้ายคลึงกับตัวตนของเรามากที่สุด เนื่องจากเป็นตัวแทนของเด็กผู้หญิงที่สับสนเรื่องรสนิยมทางเพศ รวมถึงมีรูปลักษณ์และบุคลิกภายนอก ซึ่งแตกต่างจากกรอบมาตรฐานความงามของผู้หญิงตามที่สังคมกำหนดไว้</p>



<p>เจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากเป็นอะไร ในทางกลับกัน ‘พี่แอน’ (รับบทโดย <strong>เอินเอิน ฟาติมา</strong>) คือผู้หญิงที่ดีพร้อมทุกอย่าง และเป็นผู้หญิงในแบบที่(สังคมบอกว่า)ควรจะเป็น ทั้งสวย เก่ง และขยัน เจนชื่นชอบพี่แอน โดยไม่รู้ว่าความชอบนั้นคือรูปแบบไหน ชอบแบบชื่นชม หรือชอบในเชิงโรแมนติก เมื่ออาตอง (รับบทโดย <strong>บอย ปกรณ์</strong>) เข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์นี้ ทำให้เจนไม่เข้าใจว่า ความรู้สึกที่ไม่อยากถูกแย่งความสนใจไปคืออะไร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>&#8220;พี่ไม่เห็นอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดเลย กลัวไม่ได้ออกไปมากกว่า&#8221; จุดตั้งต้นของไดอะล็อกนี้มีที่มาจากอะไร?</strong></h2>



<p>ตอนเด็กๆ เราจะรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้อยู่แฟลตที่นี่ เพราะทำเลอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มองเห็นพลุได้ชัดและบ่อยมาก รวมถึงเติบโตท่ามกลางเพื่อนวัยเดียวกัน จึงนับเป็นชีวิตวัยเด็กที่สนุกและแตกต่างจากเพื่อนที่โรงเรียน&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อโตขึ้นกลับตั้งคำถามว่า &#8216;ทำไมพี่คนนั้นยังอยู่ที่นี่?&#8217; เพราะเราเคยมองว่า พี่คนนั้นจะต้องประสบความสำเร็จ ได้ทำงานที่ยิ่งใหญ่ หรือมีชีวิตที่ดีกว่านี้ อย่างที่เคยพูดคุยกันตอนเด็กๆ การที่ชีวิตของหลายคนลงเอยด้วยการอยู่ที่แฟลตตำรวจนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันทำให้เราฉุกคิดได้ว่า การออกไปอาจจะยากกว่าการได้อยู่เสียอีก</p>



<p>ทุกคนเคยมีความฝันว่าจะมีชีวิตที่ดี มีเงินซื้อบ้าน และเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ชีวิตยังมีปัจจัยและเงื่อนไขอีกมากมายที่อาจรั้งตัวเราไว้ ทำให้ความฝันไม่อาจเกิดขึ้นจริง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวละคร ‘แอน’ ด้วยเช่นกัน แฟลตตำรวจเปรียบเสมือนอุปสรรคที่ฉุดรั้งแอนไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178719" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-05.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>One Year คือความสัมพันธ์ของแม่-ลูกสาว แล้ว ‘FLAT girls’ คือความสัมพันธ์แบบไหน?</strong></h2>



<p>ไอเดียตั้งต้นคือ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนในแฟลต เพราะเราอยากบันทึกความทรงจำและมิตรภาพไว้ในภาพยนตร์ โดยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่เด็กวัยรุ่นเคยพบเจอ ผ่านมุมมองและเรื่องราวของ ‘เด็กแฟลต’ ในกรุงเทพฯ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทบาทของ ‘แม่’ และ ‘ผู้หญิง’ ในแฟลตตำรวจเป็นอย่างไร?</strong></h2>



<p>คนอื่นอาจจะมองว่า ทุกคนในแฟลตเหมือนกัน เช่น เป็นตำรวจเหมือนกัน เป็นเมียตำรวจเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น ทุกคนพยายามจะอยู่สูงกว่าคนอื่นในสังคม ผู้หญิงที่อยู่ในแฟลตตำรวจต่างพยายามที่จะมีที่ทางและคุณค่าในตัวเอง หลายคนเป็นแม่บ้านซึ่งไม่ได้ทำงานอื่น จึงต้องพยายามมีอำนาจและยกตัวเองให้เหนือกว่าคนอื่นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ตกแต่งบ้านให้ดูดีที่สุด อวดว่าลูกตัวเองเรียนเก่งกว่า หรือสวยกว่า</p>



<p>การสร้างคุณค่านั้นผูกโยงกับปัจจัยภายนอก ไม่ใช่การสร้างคุณค่าภายในตัวเอง เนื่องจากในฐานะเมียตำรวจ แม่ และแม่บ้าน สิ่งเหล่านี้คือหน้าที่ความรับผิดชอบของเธอที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด ทั้งการเลี้ยงลูก และจัดการงานบ้าน</p>



<p><em>สิ่งที่พวกเธอมี มันมีแค่นี้ ผู้หญิงทุกคนจึงพยายามทำหน้าที่ของ ‘แม่และแม่บ้าน’ ให้ดียิ่งกว่าการดูแลตัวเองเสียอีก</em></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากผลงานต่างๆ ทำไมจึงสนใจเรื่องผู้หญิง?</strong></h2>



<p><strong></strong>ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นผู้หญิงมั้ง แต่อีกเหตุผลคือ เราโตมาด้วยการเห็น ‘ผู้หญิงในสื่อ’ ไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายมากเท่าในชีวิตจริง สื่อยุคหนึ่งนำเสนอ ‘ตัวละครหญิง’ ผ่านสายตาของเพศชาย (Male Gaze) โดยให้พวกเธอเป็นเพียงองค์ประกอบที่สนับสนุนเส้นเรื่องของตัวละครชาย ผ่านบทบาทการเป็นแม่เป็นเมีย ในทางกลับกัน เรื่องราวที่แท้จริงของผู้หญิงกลับถูกมองข้าม</p>



<p>หากสื่อสามารถนำเสนอภาพของผู้หญิงได้อย่างหลากหลาย ผู้ชมอาจเข้าใจถึงความเป็นไปได้ในขอบเขตที่กว้างขึ้น เพราะผู้หญิงสามารถเป็นอะไรก็ได้ หรือทำอะไรก็ได้ตามที่พวกเธอต้องการ เราจึงอยากเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่นำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงในมิติที่หลากหลาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-07.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘FLAT girls’ ถือเป็นหนังแนว Girl Love ไหม?</strong></h2>



<p>เราชัดเจนในตัวเองมาตลอดว่าเป็นเกย์ และมีความสนใจในภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวของ LGBTQ+ โดยไม่ได้มองว่าสื่อบันเทิงเหล่านี้ต้องถูกจำกัดอยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง แต่เป็นเพียงเรื่องราวของตัวละครที่มีอัตลักษณ์ทางเพศเช่นนั้น</p>



<p>สำหรับเรื่อง <em>‘แฟลตเกิร์ล’</em> เราไม่ได้ตั้งต้นว่าจะสร้างหนังแนว Girl Love เพียงแต่ต้องการเล่าเรื่องของตัวละคร LGBTQ+ ที่กำลังค้นหาตัวเอง อย่างไรก็ตาม ถ้าคำนิยามของสื่อประเภท Girl Love หมายถึงการมีตัวละครหญิงที่รักกัน <em>‘แฟลตเกิร์ล’</em> ก็ถือเป็นหนังแนว Girl Love</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในช่วงเวลาที่ซีรีส์ Girl Love ของไทยกำลังเป็นที่นิยม จุดแข็งของ ‘FLAT girls’ ที่โดดเด่นและแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ คืออะไร?</strong></h2>



<p>จุดมุ่งหมายหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่การขายความโรแมนติกเพียงมุมเดียว แต่ต้องการนำเสนอในหลายมิติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ‘ความรักกับเงิน’ รวมถึงเรื่องชนชั้นฐานะ ครอบครัว และบริบทสังคม ซึ่งแตกต่างจากซีรีส์รักวัยรุ่นทั่วไปที่มักเน้นไปที่อารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร อีกทั้งยังเล่าผ่านตัวละครที่เติบโตมาในแฟลตตำรวจ ซึ่งค่อนข้างเป็นชนชั้นรากหญ้ามากกว่าชนชั้นกลาง เราคิดว่า มุมมองแบบนี้อาจไม่ได้ถูกนำเสนอมากนักในซีรีส์ Girl Love ของไทย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178718" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-04-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชั้นห่าง</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมจึงอยากนำเสนอประเด็นเรื่อง ‘ชนชั้นและฐานะ’?</strong></h2>



<p>ตอนเด็กเคยคิดว่า ความรักเป็นเรื่องง่าย แค่รักกันก็น่าจะอยู่ด้วยกันได้แล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยเข้าใจเวลาเห็นคนเลิกกัน แต่เมื่อโตขึ้น เราเริ่มตระหนักได้ว่า ความสัมพันธ์ของมนุษย์มีปัจจัยมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง ‘เงินและความเป็นอยู่’ ที่มักเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในความสัมพันธ์</p>



<p>เราชอบเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ แต่เราไม่ได้อยากพูดถึงความรักเพียงแค่มิติด้านความรู้สึก แต่อยากถ่ายทอดความสัมพันธ์ในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทําไมเลือกนำเสนอเรื่องราวของ ‘ชนชั้นรากหญ้า’ ต่างจากซีรีส์หรือหนังเรื่องอื่นที่เล่าถึงชนชั้นกลาง?</strong></h2>



<p>เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในคนชนชั้นรากหญ้า และเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน แต่ในช่วงเวลาหนึ่ง สื่อบันเทิงกลับไม่ค่อยพูดถึงคนที่อยู่ในระดับเดียวกับเรา เช่น ตอนเด็กๆ เวลาดูละครหรือหนัง เราแทบไม่เคยเห็นตัวละครอาศัยอยู่ในแฟลตเลย แต่มักจะมีบ้านหลังใหญ่โต จนทำให้เรารู้สึกแปลกแยกจากตัวละครเหล่านั้น</p>



<p>เราเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีห้องนอนส่วนตัว นอนกับพ่อแม่มาตลอด ดังนั้น แค่มีบ้านเป็นห้องแถว เราก็คงดีใจแล้ว เพราะเราเคยคิดว่า สิ่งที่ถ่ายทอดในละครหรือหนัง คือมาตรฐานปกติของสังคม จนเมื่อโตขึ้นจึงได้รู้ว่า ความเป็นจริงแล้ว คนที่มีบ้านขนาดใหญ่แบบในละครมีจำนวนน้อยมาก ขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด แต่กลับไม่ค่อยมีใครส่องแสงไปถึงพวกเขา</p>



<p>ในเมื่อเราเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น และมีโอกาสได้ทำอาชีพนี้ เราจึงอยากเล่าเรื่องของคนที่มีชีวิตแบบเดียวกัน รวมถึงคนที่ลำบากกว่าเรา เพราะพวกเขาสมควรถูกพูดถึง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-02_1-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่า &#8216;ความรักเป็นแค่เรื่องของคนมีเงิน&#8217; ไหม?</strong></h2>



<p>ในช่วงหนึ่งเคยรู้สึกแบบนั้น เราเคยผ่านจุดที่ลำบาก และมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมาก่อน ซึ่งมันยากจริงๆ ที่จะมีความรักในสถานะแบบนั้น การมีความรักแทบจะเป็น Privilege เลย นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องตัวตนด้วย เมื่อตัวเราไม่พร้อม เราจึงไม่กล้าให้ใครเข้ามารักเรา เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอสำหรับใครเลย เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาแค่ด้านไลฟ์สไตล์ หรือค่าใช้จ่ายในการเดต แต่กระทบไปถึงความรู้สึกภายใน&nbsp;</p>



<p>ความรักคงไม่ใช่แค่เรื่องของคนมีเงินหรอก แต่คนมีเงินสามารถมีความรักได้ง่ายกว่า และมีปัญหาด้านความสัมพันธ์น้อยกว่ามาก เพราะปัญหาส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยเงิน เช่น รักทางไกล คนที่มีเงินสามารถเดินทางไปหากันได้ง่าย แต่สำหรับคนไม่มีเงิน การได้เจอกันเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์โดยตรง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับคุณ ชั้นห่างระหว่าง ‘เด็ก’ และ ‘ผู้ใหญ่’ คืออะไร?</strong></h2>



<p>ตอนเป็นเด็ก ทุกอย่างดูเป็นไปได้ และเต็มไปด้วยความหวัง แม้จะพบเจอความเจ็บปวดและความลำบากในการเติบโต แต่เรายังเชื่อว่า วันหนึ่งทุกอย่างจะลงตัวเอง แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีใครมาคอยควบคุมเรา แต่เงื่อนไขชีวิตกลับควบคุมเราแทน เราอาจมีอิสระที่จะรักใครก็ได้ ในขณะเดียวกัน เราก็มีความรับผิดชอบมากมาย ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์นั้นอาจจะไปต่อไม่ได้อยู่ดี อีกทั้ง ตอนเด็กๆ ยังมีพ่อแม่เป็นที่พึ่งพิง แต่เมื่อโตขึ้น เราถูกมองเป็นคนหนึ่งคนที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง รวมถึงอาจต้องดูแลคนอื่นด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178724" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/02/Web-inside-06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ระหว่าง(ทาง)</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากบทพูด &#8220;ไม่ต้องเป็นพี่แอนตลอดเวลาก็ได้&#8221; แล้วมีช่วงเวลาที่คุณไม่อยากเป็นตัวเองไหม?</strong></h2>



<p>หลายครั้งเราก็รู้สึกแบบนั้น เช่น มิติครอบครัว เราเคยเผชิญกับการแยกทางของพ่อแม่ ซึ่งแน่นอนว่า ครอบครัวของเราไม่ใช่ครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันพร้อมหน้า ตามที่สังคมมองว่าเป็นเรื่องปกติ ทำให้เราในช่วงวัยรุ่นเคยคิดว่า ทำไมเราไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น ส่วนมิติเรื่องเงิน เราก็เคยตั้งคำถามว่าทำไมพ่อแม่ไม่มีมรดกหรือกิจการที่บ้านรองรับ เพราะเราต้องรับผิดชอบเรื่องภายในบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเป็นภาระที่หนักสำหรับเด็กคนหนึ่ง</p>



<p>เมื่อโตขึ้นและมีโอกาสได้ทำหนัง เรากลับรู้สึกขอบคุณประสบการณ์เหล่านั้น เพราะทำให้เราเข้าใจชีวิต ได้สัมผัสกับความเจ็บปวดและความรู้สึกที่หลากหลาย ส่งผลให้เราไม่มองมนุษย์คนอื่นเป็นแค่สีขาวหรือดำ เนื่องจากทุกคนมีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้ผู้ชมได้รับบทเรียนอะไรกลับไปจากหนังเรื่องนี้?</strong></h2>



<p>ถ้าพูดในมุมของสังคมและการเมือง เราอยากฉายแสงให้กับคนที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในสื่อบันเทิง ไม่ใช่เพียงตำรวจชั้นผู้น้อยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างระบบที่ไม่เป็นธรรม แต่ครอบครัว ภรรยา และลูกของพวกเขาก็ได้รับผลกระทบเหล่านั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบนี้นับเป็นอุปสรรคที่ส่งผลต่อการเติบโตของเด็กที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า เราจึงอยากให้ตัวละครของหนังเรื่องนี้ เป็นตัวแทนของเด็กวัยรุ่นที่ต้องต่อสู้ทั้งการเติบโตของตัวเอง รวมถึงดิ้นรนท่ามกลางข้อจำกัดทางครอบครัวและสังคมไปพร้อมกัน</p>



<p>ส่วนประเด็นความหลากหลายทางเพศ ณ วันนี้ สังคมไทยเปิดกว้างมากขึ้น เช่น การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่เรามองว่า สื่อมักนำเสนอความหลากหลายทางเพศโดยเน้นผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการ ทั้งที่ความเข้าใจในตัวเองของเด็กคนหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านความสับสน ความเจ็บปวด และการค้นหาตัวตน ดังนั้น การนำเสนอความหลากหลายทางเพศในมิตินี้ผ่านสื่อบันเทิง อาจช่วยให้พ่อแม่ ครอบครัว และสังคมเข้าใจเด็กเหล่านี้มากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/clairejirassaya-flatgirls-gdh/"> ‘แคลร์ จิรัศยา’ ผู้กำกับหนัง FLAT girls ภาพสะท้อนชีวิตของ ‘ผู้หญิง-ลูกสาว-แม่’ ที่ไร้ทางออกในแฟลตตำรวจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Feb 2025 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Fallen]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ภมุภามุ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[PSPublishing]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178640</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทั้งโรแมนติก งดงาม เปราะบาง และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน เปรียบดั่งมนุษย์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ในคนคนเดียว วัฏจักรชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดอกไม้ คือเกิดขึ้น เหี่ยวเฉา และตาย(จากภายใน) เนื่องจากดอกไม้ต้องเจอแดดเจอฝนที่คาดเดาไม่ได้เลยสักวัน บางดอกมีกลีบบาง เพียงโดนฝนเม็ดเล็กๆ ตกใส่ก็บุบสลายอย่างง่ายดาย ขณะที่บางดอกกลับมีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้จะเจอพายุโหมกระหน่ำ มนุษย์เองก็มีความแตกต่างหลากหลายเช่นกัน จึงไม่อาจวัดได้ว่า ใครอ่อนแอมากกว่า ใครดีน้อยกว่า หรือสวยงามกว่ากัน ‘น้ำจ๋า &#8211; อมฤต จิตรนิรัตน์’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนจากสำนักพิมพ์ P.S. Publishing เธอออกแบบดอกไม้ 16 สายพันธุ์ เพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกภายในจิตใจมนุษย์ ผ่านหนังสือเล่มแรกอย่าง ‘Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’ เพราะหวังให้ผู้อ่านยอมรับความเปราะบาง และรักตัวเองให้เป็น “แม้จะมีหนังสือที่สอนเรื่องการรักตัวเองเป็นล้านเล่ม แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องพยายามและต่อสู้กับเรื่องนี้ เราจึงอยากสื่อสารประเด็นนี้ต่อไปเรื่อยๆ” จุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร “เราไม่อยากส่งต่อพลังงานลบให้คนอื่น เราจึงพยายามแสดงออกว่ามีความสุข หรือทำตัวตลก เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติ” ในวันที่รู้สึกไม่ดี เธอมักจะแสดงออกอย่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง และพูดมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการกลบเสียงที่อยู่ภายในใจ ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่พร้อมรับฟัง ดังนั้น ‘การเขียน’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/">ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน?</em></p>



<p>ดอกไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทั้งโรแมนติก งดงาม เปราะบาง และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน เปรียบดั่งมนุษย์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ในคนคนเดียว วัฏจักรชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างอะไรจากดอกไม้ คือเกิดขึ้น เหี่ยวเฉา และตาย(จากภายใน)</p>



<p>เนื่องจากดอกไม้ต้องเจอแดดเจอฝนที่คาดเดาไม่ได้เลยสักวัน บางดอกมีกลีบบาง เพียงโดนฝนเม็ดเล็กๆ ตกใส่ก็บุบสลายอย่างง่ายดาย ขณะที่บางดอกกลับมีชีวิตรอดต่อไปได้ แม้จะเจอพายุโหมกระหน่ำ มนุษย์เองก็มีความแตกต่างหลากหลายเช่นกัน จึงไม่อาจวัดได้ว่า ใครอ่อนแอมากกว่า ใครดีน้อยกว่า หรือสวยงามกว่ากัน</p>



<p><strong>‘น้ำจ๋า &#8211; อมฤต จิตรนิรัตน์’</strong> หรือที่รู้จักกันในนาม <strong>‘ภมุ ภามุ’</strong> นักเขียนจากสำนักพิมพ์ P.S. Publishing เธอออกแบบดอกไม้ 16 สายพันธุ์ เพื่อเป็นตัวแทนของความรู้สึกภายในจิตใจมนุษย์ ผ่านหนังสือเล่มแรกอย่าง <em>‘Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’</em> เพราะหวังให้ผู้อ่านยอมรับความเปราะบาง และรักตัวเองให้เป็น</p>



<p><em>“แม้จะมีหนังสือที่สอนเรื่องการรักตัวเองเป็นล้านเล่ม แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องพยายามและต่อสู้กับเรื่องนี้ เราจึงอยากสื่อสารประเด็นนี้ต่อไปเรื่อยๆ”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178644" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จุดเริ่มต้นในการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษร</strong></p>



<p><em>“เราไม่อยากส่งต่อพลังงานลบให้คนอื่น เราจึงพยายามแสดงออกว่ามีความสุข หรือทำตัวตลก เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนปกติ”</em></p>



<p>ในวันที่รู้สึกไม่ดี เธอมักจะแสดงออกอย่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง และพูดมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการกลบเสียงที่อยู่ภายในใจ ซึ่งบางครั้งคนรอบข้างอาจไม่พร้อมรับฟัง ดังนั้น ‘การเขียน’ จึงเป็นทางออกสำหรับเธอ เนื่องจากคนเราจะเขียนมากแค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ โดยผู้อื่นสามารถเลือกได้ว่าจะอ่านหรือไม่ การสื่อสารความรู้สึกผ่านตัวอักษร ทำให้เธอรู้สึกผิดน้อยลง เพราะไม่ต้องบังคับใครให้มารับฟัง</p>



<p><em>“เราเขียนระบายความรู้สึก เพราะอยากบอกว่า ช่วยฟังเสียงของเราหน่อย”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178646" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-03_1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จากจดหมายลาตาย สู่หนังสือเล่มแรก</strong></p>



<p><strong>ภมุ ภามุ</strong> เล่าว่าประสบปัญหาซึมเศร้าอย่างหนัก แต่ไม่สามารถปรึกษาหรือเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ได้ เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่ยึดถือแนวคิดอนุรักษนิยม พ่อแม่จึงมีมุมมองที่ไม่ดีต่อโรคนี้ หากมีอะไรมากระทบจิตใจ สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการเขียนระบายความรู้สึก เธอบันทึกเรื่องราวภายในใจด้วยข้อความสั้นๆ แทบทุกวัน จนไม่เหลือพื้นที่ว่างในสมุด</p>



<p><em>“อย่าก้าวเข้าไปสู่โลกที่ตัวเองชอบ อย่าเริ่มมันตั้งแต่แรก ถ้าเราไม่มีปัญญาที่จะสานต่อให้จบ การทำตามความฝัน มันเพ้อเจ้อเกินไปหรือเปล่า? เป็นนักเขียนไส้แห้ง แล้วจะเอาอะไรกิน”</em></p>



<p>เธอรวบรวมเรื่องราวจากสมุด โน้ตในโทรศัพท์ และข้อความเสียงที่เคยบันทึกไว้ แล้วเรียบเรียงใหม่เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความตั้งใจที่จะเขียน ‘จดหมายลาตาย’ ทั้งที่จริงแล้ว เธออยากเขียนหนังสือมาโดยตลอด แต่ไม่กล้าทำสิ่งที่ชอบ เพราะกลัวพาตัวเองกลับมาสู่โลกความจริงไม่ได้ จนกระทั่งเธอลองเขียนหนังสืออย่างจริงจัง จึงเริ่มตระหนักได้ว่าที่ผ่านมา เธอทรมานและฝืนตัวเองมากแค่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178648" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บทกวีที่แทรกอยู่ในบทต่างๆ เป็นเรื่องราวที่เธอเคยเขียนไว้อยู่แล้ว แต่เนื้อหาเรื่องดอกไม้คือสิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เช่น ความหมาย ข้อควรระวัง และวิธีการดูแลดอกไม้แต่ละสายพันธุ์ ซึ่งเธอต้องสำรวจความรู้สึกเชิงลึกของตนเอง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เส้นทางระหว่างการทำงานนี้ จึงทำให้เธอรู้สึกอยากมีชีวิตมากขึ้น</p>



<p><em>“การหยิบยกความรู้สึกส่วนลึกขึ้นมาบอกเล่าในที่สว่าง เปรียบเสมือนการยอมรับตัวเองในเวอร์ชันที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อจินตนาการว่า บทกวีนี้จะได้ตีพิมพ์ให้ผู้คนจำนวนมากได้มองเห็น ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า นี่แหละคือสิ่งที่เราเป็น เราแตกสลายแบบนี้แหละ”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178658" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนที่ปลดเปลื้องกำแพงความรู้สึก</strong></p>



<p>ภมุ ภามุ นิยามตัวเองว่าเป็น ‘นักเขียนโป๊’ เพราะการเขียนของเธอ เปรียบเสมือนการแก้ผ้าคุยกัน เธอไม่มีอะไรปิดบังนักอ่าน และไม่มีอะไรให้ค้นหาเพิ่มเติม อีกทั้ง เธอยังไม่อยากเป็นนักเขียนที่เข้าถึงยาก หรืออยู่เหนือผู้อื่น แต่อยากเป็น ‘คนธรรมดา’ ที่สื่อสารอย่างซื่อสัตย์ และเป็นเพื่อนกับนักอ่าน</p>



<p><em>“ต่อให้เราจะเขียนหนังสือ และเผยแพร่สู่สาธารณชน แต่ความแตกสลาย และความเปราะบางไม่ได้หายไปไหน เราจึงอยากสื่อสารกับนักอ่านว่า มันไม่เป็นไรเลยที่เราจะซื่อสัตย์ต่อตัวเอง”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178652" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>คอนเซปต์หลักของหนังสือ ‘เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ’</strong></p>



<p>คอนเซปต์หลักคือ อยากเปรียบเทียบความรู้สึกภายในใจให้เป็นรูปธรรม ซึ่ง ‘ดอกไม้’ เป็นภาพที่ทุกคนเข้าใจได้ง่าย แต่เธอไม่อยากนิยามดอกไม้ตามความหมายสากล เพราะอยากส่งสารสู่ผู้อ่านว่า ‘เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความหมายที่คนอื่นนิยาม’ จึงออกแบบ ‘ดอกไม้ภายในใจ’ ขึ้นมาใหม่ และนิยามความหมายด้วยตนเอง โดยบางสายพันธุ์นั้นดัดแปลงมาจากชื่อดอกไม้ที่มีอยู่แล้ว เช่น ดอกต้านตะวัน (ทานตะวัน) ดอกแหลกแลกพบ (รักแรกพบ) และดอกเฟื่องฝัน (เฟื่องฟ้า) อย่างไรก็ตาม ลักษณะรูปพรรณและฟังก์ชันการใช้งานของดอกไม้ในหนังสือจะแตกต่างจากความเป็นจริง</p>



<p><em>“สิ่งที่เราสร้างขึ้นใหม่อาจขัดแย้งกับความคิดเห็นของคนอื่นก็ได้ มันไม่เป็นไร”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178649" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดยหนังสือเล่มนี้ประกอบไปด้วย 16 บทที่ตั้งจากชื่อของดอกไม้ 16 สายพันธุ์ ในแต่ละบทจะกล่าวถึงลักษณะทั่วไป เคล็ดลับในการดูแล ข้อควรระวัง และความหมายในภาษาดอกไม้ของสายพันธุ์นั้น รวมถึงบทกวีที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันแทรกอยู่ในบทต่างๆ</p>



<p><em>“การละทิ้งกลิ่นและน้ำหวานของตัวเอง เพื่อสนองความต้องการของผู้มาใหม่ ทำให้ดอกเฟื่องฝันเป็นที่ฝันเฟื่องของแมลงทั้งหลาย แต่เป็นที่น่าอับอายของดอกไม้ด้วยกัน” – ข้อความหนึ่งจากบท ‘ดอกเฟื่องฝัน’</em></p>



<p>หลายครั้งมนุษย์พยายามเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะต้องการให้ผู้อื่นยอมรับและชื่นชอบ บางคนยอมแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งความรักที่โหยหา จนทำร้ายตัวตนของตัวเองจนหมดสิ้น โดยหลงลืมไปว่า แท้จริงแล้ว ตัวเองต้องการอะไร? บท ‘ดอกเฟื่องฝัน’ จึงอยากให้ผู้อ่านจดจำไว้ว่า ใครคือคนที่สมควรได้รับความรักจากเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178650" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>“แค่ยังหายใจอยู่โดยไม่ตาย (จากภายใน) ก็เก่งมากแล้ว”</strong></p>



<p>เพราะการมีชีวิตอยู่นั้นยากมาก เธอจึงอยากบอกกับผู้อ่านว่า ทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นลูกสาวที่ดีของแม่ ไม่ต้องเป็นลูกน้องที่ดีของนายจ้าง ไม่ต้องเป็นเพื่อนที่ดีก็ได้ แค่ยังมีโอกาสในการแก้ไขหรือทำอะไรสักอย่างก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าเราจะอ่อนแอ ขี้ร้อง ขี้แพ้ หรือเป็นคนแบบไหนก็ตาม แต่เราทุกคนเก่งมากที่ยังหายใจอยู่</p>



<p><em>“การหายใจทั้งที่ไม่อยาก มันยากมาก จงยอมรับด้านเปราะบางของตนเอง”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178651" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1.jpg 1099w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>จุดมุ่งหมายในการเป็นนักเขียนสำหรับ ‘ภมุ ภามุ’</strong></p>



<p>เธอพูดอย่างหนักแน่นว่า เธอรักอาชีพ ‘นักเขียน’ มาก เพราะเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตเธอไว้ และทำให้เธอรู้สึกถึงการมีชีวิตอยู่อีกครั้ง จึงอยากเขียนหนังสือไปเรื่อยๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ โดยไม่คาดหวังหรือกดดันตัวเองว่าจะต้องประสบความสำเร็จแค่ไหน เพราะ ‘น้ำจ๋า’ ในวัยเด็กก็ไม่เคยรู้ว่า โลกนี้จะมีนักเขียนที่ชื่อว่า ‘ภมุ ภามุ’ ดังนั้น ตัวเธอในอนาคตจึงเปรียบเสมือนคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก</p>



<p><em>“เราอยากเป็น ‘เพื่อนใจ’ ให้กับนักอ่าน หนังสือของเราอาจจะไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดน้อยลง แต่อย่างน้อย เขาจะเจ็บปวดอย่างไม่โดดเดี่ยว คุณไม่ใช่คนเดียวในโลกที่รู้สึกแบบนี้ ในวันหนึ่งที่ผู้อ่านรู้สึกไม่ดี และต้องการคำพูดปลอบใจ เราหวังอย่างยิ่งว่า เขาจะนึกถึงข้อความในหนังสือของเรา”</em></p>



<p><strong>อ้างอิงรูปภาพจาก</strong> สำนักพิมพ์ P.S. Publishing</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pamu-paamu-fallen-pspublishing/">ดอกไม้ในใจคุณเป็นแบบไหน? คุยกับ ‘ภมุ ภามุ’ นักเขียนหนังสือ Fallen เซรามิกแตกสลายและดอกไม้อื่นๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณคิดอย่างไร? เมื่อบริษัทไม่อนุญาตให้ WFH ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรง และการประกาศขอความร่วมมือจากกทม.</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pm25-wfh-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jan 2025 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Social Story]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[หน้ากากอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์ออฟฟิศ]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[work from home]]></category>
		<category><![CDATA[SocialStory]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[WFH]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178555</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากกทม. ประกาศขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนให้งดออกจากบ้าน และเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home (WFH) เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกทม. ต้องออกมาตรการรับมือเพิ่มเติม อย่างการขยายระยะเวลา WFH การประกาศปิดโรงเรียน และการห้ามรถบรรทุกสัญจรหลายพื้นที่ ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงเช่นนี้ บริษัทหลายแห่งกลับไม่อนุญาตให้พนักงาน WFH ไม่ว่าจะเพราะความจำเป็นในการทำงาน หรือการพิจารณาถึงผลประโยชน์ของบริษัทมากกว่าความปลอดภัยของพนักงาน ล้วนส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องประสบปัญหานี้ โดยไม่อาจทำอะไรได้เลย นอกจากก้มหน้าจำยอมต่อคุณภาพชีวิตที่เลือกไม่ได้ ทั้งที่ ‘อากาศสะอาด’ คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ a day ขอเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้เหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ WFH ได้ออกมาพูดถึงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ เพราะในชีวิตจริง พวกเขาอาจไม่มีโอกาสเลือกคุณภาพชีวิตที่ดี หรือมีอำนาจมากพอที่จะเรียกร้องเพื่อสิทธิ์ของตัวเอง “ขณะที่ผู้บริหารเดินทางด้วยรถยนต์ และทำงานในห้องที่มีเครื่องกรองอากาศเติมโอโซน แต่พนักงานเงินเดือนน้อยต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝุ่น หาซื้อหน้ากากชิ้นละ 20 &#8211; 25 บาท และนั่งทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ ถ้าผู้บริหารมองว่า คนทำงานคือ ‘คน’ คงไม่ตัดสินใจแบบนี้” &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pm25-wfh-bangkok/">คุณคิดอย่างไร? เมื่อบริษัทไม่อนุญาตให้ WFH ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรง และการประกาศขอความร่วมมือจากกทม.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจากกทม. ประกาศขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงประชาชนให้งดออกจากบ้าน และเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home (WFH) เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกทม. ต้องออกมาตรการรับมือเพิ่มเติม อย่างการขยายระยะเวลา WFH การประกาศปิดโรงเรียน และการห้ามรถบรรทุกสัญจรหลายพื้นที่</p>



<p>ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงเช่นนี้ บริษัทหลายแห่งกลับไม่อนุญาตให้พนักงาน WFH ไม่ว่าจะเพราะความจำเป็นในการทำงาน หรือการพิจารณาถึงผลประโยชน์ของบริษัทมากกว่าความปลอดภัยของพนักงาน ล้วนส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องประสบปัญหานี้ โดยไม่อาจทำอะไรได้เลย นอกจากก้มหน้าจำยอมต่อคุณภาพชีวิตที่เลือกไม่ได้ ทั้งที่ <strong>‘อากาศสะอาด’ คือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ</strong></p>



<p>a day ขอเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้เหล่ามนุษย์ออฟฟิศที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ WFH ได้ออกมาพูดถึงความคิดเห็นต่อประเด็นนี้ เพราะในชีวิตจริง พวกเขาอาจไม่มีโอกาสเลือกคุณภาพชีวิตที่ดี หรือมีอำนาจมากพอที่จะเรียกร้องเพื่อสิทธิ์ของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178559" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-01-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ขณะที่ผู้บริหารเดินทางด้วยรถยนต์ และทำงานในห้องที่มีเครื่องกรองอากาศเติมโอโซน แต่พนักงานเงินเดือนน้อยต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝุ่น หาซื้อหน้ากากชิ้นละ 20 &#8211; 25 บาท และนั่งทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ ถ้าผู้บริหารมองว่า <strong>คนทำงานคือ ‘คน’</strong> คงไม่ตัดสินใจแบบนี้” &#8211; <em>พนักงานบริษัท อายุ 25 ปี</em></p>



<p>“​​สิ่งที่สำคัญกว่าการให้ความร่วมมือคือ <strong>บริษัทจะ ‘รับผิดชอบสุขภาพ’ ของพนักงานอย่างไร?</strong> หากพวกเรามีอาการเจ็บป่วย เนื่องจากมลภาวะทางอากาศในตอนนี้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ ทุกคนต่างมีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาสุขภาพ” &#8211; <em>นักข่าว อายุ 35 ปี</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-02-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงบังคับให้เข้าออฟฟิศในสถานการณ์ฝุ่นที่รุนแรงขนาดนี้ ทั้งที่บริษัทมี Hybrid Policy อยู่แล้ว และวันที่ทำงานแบบ WFH ก็ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ทุกคนสามารถทำงานได้ตามปกติ การบังคับให้เข้าออฟฟิศ เพียงเพื่อให้ครบตามจำนวนวันที่กำหนด ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ <strong>บริษัทควรให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานมากกว่า”</strong> <strong>&nbsp;</strong>&#8211; <em>พนักงานเอเจนซี อายุ 24 ปี</em></p>



<p>“ตอนนี้ค่าฝุ่นสูงมาก ถ้าวันไหนไม่มีประชุมหรืองานที่ต้องทำร่วมกันจริงจัง บริษัทควรอนุญาต WFH จะดีกว่า เพราะบริษัทหลายแห่งไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้ MRT หรือ BTS ทำให้พนักงานต้องเดินทางหลายต่อ ซึ่งอาจได้รับ PM2.5 ในปริมาณมากขณะเดิน หรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์ <strong>เราไม่อยากให้ใครต้องป่วย เพราะแค่ไปทำงานที่ออฟฟิศ” </strong>&#8211; <em>Content Creator อายุ 23 ปี</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-03-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“<strong>เนื่องจากกทม. แค่ขอความร่วมมือ แต่ไม่ได้ประกาศเป็นคำสั่งที่เด็ดขาด บริษัทจึงอาจมองว่า สถานการณ์ PM2.5 ตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือจริงจัง</strong> พนักงานหลายคนก็เพิกเฉยต่อเรื่องนี้ รวมถึงรูปแบบการทำงานค่อนข้างจำเป็นต้องออกจากบ้าน เช่น ทำงานนอกสถานที่ บางครั้งจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้” &#8211; <em>พนักงานบริษัท อายุ 22 ปี</em></p>



<p>นอกจากนี้ <strong>พนิดา มงคลสวัสดิ์</strong> สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดสมุทรปราการ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อประเทศไทยยังไม่มี <strong>‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’</strong> จึงเป็นเรื่องปกติที่ผู้ประกอบการจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทตน มากกว่าสุขภาพของพนักงาน <strong>การขอความร่วมมือเพียงอย่างเดียว ไม่อาจคุ้มครองคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายที่กำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>. . . . . . . . . . . . . . . . . . .</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178561" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-04-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สถานการณ์ PM2.5 ในปัจจุบันรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หลายพื้นที่ในกทม. มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซึ่งจัดอยู่ในระดับสีแดง จนอาจกระทบต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว หรืออันตรายถึงชีวิต บริษัทจึงควรตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหานี้ เล็งเห็นความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของพนักงาน และปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นรูปแบบ WFH กรณีที่ไม่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานข้างนอก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การผลักภาระให้บริษัท หน่วยงานต่างๆ ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ต้องปรับตัวและรับมือปัญหาเพียงลำพังนั้นไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหานี้ตั้งแต่ต้นตอ และประกาศคำสั่งที่ชัดเจน เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเร่งด่วน</p>



<p>ไม่ใช่เพียงพนักงานบริษัทที่ต้องการมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุม เพราะยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งกลุ่มคนไร้บ้าน คนยากจน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) พ่อค้าแม่ค้า แรงงานก่อสร้าง พนักงานกวาดขยะ รวมถึงประชาชนในจังหวัดอื่นๆ และคนภาคเหนือที่ใช้ชีวิตท่ามกลาง PM2.5 มาอย่างยาวนาน บางคนไม่มีแม้แต่กำลังทรัพย์สำหรับซื้อหน้ากากอนามัยคุณภาพดี และเครื่องกรองอากาศภายในบ้าน</p>



<p><strong><em>ไม่ว่าจะเป็นใครหรือทำอาชีพอะไร ทุกคนมีสิทธิ์จะได้รับอากาศที่บริสุทธ์</em></strong></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pm25-wfh-bangkok/">คุณคิดอย่างไร? เมื่อบริษัทไม่อนุญาตให้ WFH ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรง และการประกาศขอความร่วมมือจากกทม.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cancel-culture-stamp-lucas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jan 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Social Story]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[NCT]]></category>
		<category><![CDATA[SM Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[CancelCulture]]></category>
		<category><![CDATA[Lucas]]></category>
		<category><![CDATA[WayV]]></category>
		<category><![CDATA[แสตมป์ อภิวัชร์]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178526</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์ของ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ ซึ่งเริ่มต้นด้วยเรื่องชู้สาว การคุกคาม สู่การฟ้องร้อง ม.112 ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงจำนวนมาก ทั้งจากผู้คนภายนอกและผู้มีชื่อเสียงในวงการเพลงไทย ตั้งแต่ที่ข้อเท็จจริงยังไม่กระจ่าง จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายย้ายข้างไปย้ายข้างมา ทำให้เกิดการแบนศิลปินหลายท่านจากเหตุการณ์นี้ แต่จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีวัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) เกิดขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันมีศิลปินและนักแสดงหลายท่านกระทำผิด ทั้งในแง่ศีลธรรมและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจ อย่างกรณีของ หนุ่ม กะลา, การล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืน กรณีของ แทอิล NCT, การเหยียดเชื้อชาติและสีผิว กรณีของ Kanye West, รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ เช่น การทำร้ายร่างกาย การใช้สารเสพติด การกลั่นแกล้งผู้อื่น การฉ้อโกง และการขับขี่โดยประมาท เป็นต้น นำมาสู่คำถามที่ว่า ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด และวัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) ในปัจจุบันนั้นเป็นเช่นไร? a day จึงชวนเหล่าแฟนคลับวงการ T-Pop และ K-Pop ที่ตัดสินใจเลิกเป็นแฟนคลับ พร้อมทั้งหยุดสนับสนุนผลงานของศิลปินที่กระทำผิดด้านศีลธรรมและกฎหมาย มาพูดคุยถึงประเด็นนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cancel-culture-stamp-lucas/">ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากเหตุการณ์ของ <strong>‘แสตมป์ อภิวัชร์’</strong> ซึ่งเริ่มต้นด้วยเรื่องชู้สาว การคุกคาม สู่การฟ้องร้อง ม.112 ซึ่งก่อให้เกิดข้อถกเถียงจำนวนมาก ทั้งจากผู้คนภายนอกและผู้มีชื่อเสียงในวงการเพลงไทย ตั้งแต่ที่ข้อเท็จจริงยังไม่กระจ่าง จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายย้ายข้างไปย้ายข้างมา ทำให้เกิดการแบนศิลปินหลายท่านจากเหตุการณ์นี้</p>



<p>แต่จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีวัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) เกิดขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันมีศิลปินและนักแสดงหลายท่านกระทำผิด ทั้งในแง่ศีลธรรมและกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจ อย่างกรณีของ <strong>หนุ่ม กะลา</strong>, การล่วงละเมิดทางเพศและข่มขืน กรณีของ <strong>แทอิล NCT</strong>, การเหยียดเชื้อชาติและสีผิว กรณีของ <strong>Kanye West</strong>, รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ เช่น การทำร้ายร่างกาย การใช้สารเสพติด การกลั่นแกล้งผู้อื่น การฉ้อโกง และการขับขี่โดยประมาท เป็นต้น</p>



<p>นำมาสู่คำถามที่ว่า ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด และวัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) ในปัจจุบันนั้นเป็นเช่นไร? a day จึงชวนเหล่าแฟนคลับวงการ T-Pop และ K-Pop ที่ตัดสินใจเลิกเป็นแฟนคลับ พร้อมทั้งหยุดสนับสนุนผลงานของศิลปินที่กระทำผิดด้านศีลธรรมและกฎหมาย มาพูดคุยถึงประเด็นนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-1024x1024.jpg" alt="ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน" class="wp-image-178532" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>แบนเพื่อมอบบทเรียน ไม่ใช่สร้างความเกลียดชัง</strong></h2>



<p><em>“ระยะเวลา 10 ปีในชีวิต เรามีศิลปินเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทั้งเชิดชูและสนับสนุนผลงานทุกอย่าง จึงยากที่จะไม่มีความคาดหวังด้านความถูกต้องต่อศิลปิน ตอนนี้เราไม่สามารถฟังเพลงด้วยความรู้สึกเดิม เพราะเรื่องราวครั้งนี้จะแทรกขึ้นมาพร้อมความรู้สึกแง่ลบเสมอ”</em></p>



<p><strong>เจมส์</strong> (นามสมมติ) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เป็นแฟนคลับของ ‘แสตมป์ อภิวัชร์’ มานานถึง 10 ปี แต่ตัดสินใจเลิกติดตามและสนับสนุนศิลปินที่เคยชื่นชอบ เพราะเขารู้สึกผิดหวัง เศร้า และโกรธต่อการกระทำผิดของศิลปิน ซึ่งนอกใจภรรยา มีชู้ รวมถึงประกาศข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อสาธารณชน</p>



<p>หากศิลปินกระทำความผิดด้านศีลธรรมหรือกฎหมาย โดยที่ปัญหานั้นยังไม่คลี่คลาย รวมถึงศิลปินยังไม่สำนึกผิด หรือเปลี่ยนแปลงตนเอง เขาจะหยุดติดตามในฐานะแฟนคลับ เพราะไม่อยากสนับสนุนคนที่กระทำความผิด และมองว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวของศิลปินซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะนั้นไม่อาจแยกออกจากกันได้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ถ้าแฟนเพลงบางคนไม่ได้เห็นด้วยต่อการกระทำผิดนั้น แต่ยังคงอยากฟังเพลงที่เคยมีความหมายต่อตัวเอง เขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือ เราจะเสพผลงานนั้นอย่างไรไม่ให้สนับสนุนศิลปินผู้กระทำผิด เช่น ไม่แชร์เพลงในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ซื้ออัลบัมและบัตรคอนเสิร์ต เป็นต้น เพื่อไม่ให้พื้นที่สื่อ หรือสร้างประโยชน์โดยตรงแก่ศิลปิน</p>



<p><em>“ถ้าศิลปินกระทำความผิด แฟนคลับไม่ควรเข้าข้างและสนับสนุนต่อในทันที เพราะศิลปินจะไม่ได้รับบทเรียนจากสังคม ทำให้ไม่รับรู้ความผิดของตนเอง ในขณะเดียวกัน ศิลปินอาจมองว่า ต่อให้ทำผิดร้ายแรงแค่ไหน แฟนคลับจะยังคงสนับสนุนอยู่ดี การสนับสนุนศิลปินที่กระทำความผิดจึงไม่ต่างอะไรจากการให้ท้ายคนผิด และทำให้ศิลปินลอยตัวเหนือปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้น”&nbsp;</em></p>



<p>เจมส์กล่าวว่า ‘วัฒนธรรมการแบน’ (Cancel Culture) คือการไม่สนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด เพื่อมอบบทเรียนให้แก่พวกเขา ดังนั้น ผู้คนจึงควรแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผล หรือแสดงออกว่าไม่สนับสนุนก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องโจมตีและสร้างความเกลียดชัง เพราะอาจนำไปสู่การสูญเสียที่เราคาดไม่ถึง</p>



<p><em>“การแบนคนคนหนึ่งควรใช้ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด เพราะเหตุการณ์อาจซับซ้อนมากกว่าที่คิด เราจึงไม่ควรรีบด่วนสรุปและตัดสินว่า ใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด”</em></p>



<p>อีกทั้ง ในกรณีที่เป็นความผิดครั้งแรกและไม่ใช่เรื่องร้ายแรง รวมถึงศิลปินได้รับโทษทางกฎหมายและบทเรียนจากสังคมแล้ว หากในอนาคต ศิลปินคนนั้นกลับตัวกลับใจ และแก้ไขสิ่งที่เคยกระทำผิด พวกเขาสมควรได้รับโอกาสในการแก้ตัว เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนเคยผิดพลาดกันทั้งนั้น</p>



<p><em>“เราไม่เห็นด้วยต่อการใช้ ม.112 มาแก้แค้นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีชู้สาวหรือคดีอื่นก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น การกล่าวอ้างสถาบันเพื่อข่มขู่ผู้อื่นด้วยเหตุผลส่วนตัว ทำให้ ม.112 ยิ่งดูแย่ในสายตาของประชาชน เพราะถ้ากฎหมายยุติธรรมมากพอ จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเสียที”</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-1024x1024.jpg" alt="ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน" class="wp-image-178533" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปินมีโอกาสกลับตัว แต่แฟนคลับอาจไม่กลับไป</strong></h2>



<p><em>“ช่วงแรกที่มีข่าวลือ เราคิดว่ามันคือ Fake News ที่ต้องการโจมตีศิลปิน เพราะไม่มีการยืนยันจากต้นสังกัด แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้ศิลปินออกมาโพสต์จดหมายขอโทษแฟนคลับ รวมถึงค่ายประกาศสั่งพักงาน 2 ปี ก่อนที่ </em><strong><em>ลูคัส </em></strong><em>จะถอนตัวออกจากวง NCT และ WayV ในภายหลัง</em>”</p>



<p><strong>น้ำ</strong> (นามสมมติ) Content Creator ซึ่งติดตาม NCT มาตั้งแต่ที่วงเริ่มเดบิวต์ และยกให้ ‘ลูคัส’ เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ชอบที่สุด แต่เธอตัดสินใจเลิกสนับสนุนศิลปินท่านนี้ เพราะเขาปฏิบัติไม่ดีต่อหญิงที่เคยคบหาด้วย แม้ปัจจุบัน ลูคัสจะได้รับโอกาสเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว แต่เธอไม่มีความคิดที่จะกลับไปสนับสนุนเขาอีกครั้ง เพราะเธอไม่มีความสุขในการเสพผลงานเฉกเช่นเดิม</p>



<p><em>“การ Take Action ต่างๆ ของค่ายและศิลปิน คือเครื่องยืนยันว่าข่าวนี้มีมูลความจริง และมีเหยื่อผู้เดือดร้อนจากการกระทำของศิลปินอย่างแน่นอน ทำให้เรามองศิลปินที่เคยชื่นชอบไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และไม่ได้มีความสุขในการชื่นชมผลงานของเขาแล้ว มันจึงง่ายมากที่เราจะตัดใจและเลิกสนับสนุนคนที่กระทำความผิด”</em></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นเรื่องปัจเจกบุคคลที่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แฟนคลับบางคนอาจจะคิดว่า ‘ผลงาน’ ไม่เกี่ยวข้องกับ ‘เรื่องส่วนตัวของศิลปิน’ หรือเลือกที่จะให้โอกาสและสนับสนุนศิลปินอีกครั้ง เพราะบรรทัดฐานในใจของมนุษย์แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ผู้คนจึงประเมินระดับความร้ายแรงของปัญหาได้ไม่เท่ากัน บางคนอาจมองเป็นเรื่องใหญ่ที่รุนแรงมาก ขณะที่อีกคนอาจรู้สึกว่าให้อภัยได้</p>



<p><em>“เราไม่สามารถแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ เพราะทุกครั้งที่จะเป็นแฟนคลับของศิลปินท่านใด เราไม่ได้ชื่นชมแค่ผลงานเพลง แต่ชอบตัวตนที่ศิลปินคนนั้นแสดงออกมาด้วย จึงไม่อาจลบภาพที่ศิลปินกระทำความผิดออกไปได้”</em></p>



<p>น้ำ กล่าวว่า Cancel Culture หรือวัฒนธรรมการแบนจะถูกต้องหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เพราะบางกรณีเป็นเพียงข่าวโคมลอยที่ไม่มีหลักฐานมารองรับ ไม่มีเหยื่อ และไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ผู้คนกลับเลือกใช้ Cancel Culture เพื่อกดดันให้ศิลปินไม่มีที่ยืนในวงการ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม ในทางกลับกัน บางกรณีมีความผิดประจักษ์ชัดเจน ทั้งผิดกฎหมายและมีเหยื่อที่ได้รับความเสียหาย วัฒนธรรมการแบนกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะเปรียบเสมือนการไม่ให้แสงแก่ศิลปินที่กระทำผิด</p>



<p><em>“หากศิลปินที่กระทำความผิดสำนึกแล้ว เขาก็ควรได้รับโอกาสแก้ตัว แต่โอกาสนั้นอาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนตอนต้น ซึ่งคือผลของการกระทำที่ศิลปินต้องยอมรับ”</em></p>



<p class="has-text-align-center"><strong>. . . . . . . . . . . . . . . . . . .</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.jpg" alt="ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน" class="wp-image-178534" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/1-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด ทั้งที่เขาไม่เคยสำนึก กล่าวขอโทษ หรือปรับปรุงตัว นั้นไม่ต่างอะไรจากการให้สิทธิพิเศษ (Privilege) แก่ผู้กระทำความผิด เพียงเพราะเขาคนนั้นเป็นศิลปินนักแสดงที่มีชื่อเสียง อย่าลืมความจริงที่ว่า มนุษย์ผิดพลาดได้ แต่มนุษย์ควรเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต และเปลี่ยนแปลงตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น เพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมเช่นกัน</p>



<p>ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) ไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่วิธีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ท้ายที่สุดแล้ว เราควรนำวัฒนธรรมการแบน (Cancel Culture) มาใช้อย่างเหมาะสมด้วยเจตนาที่ดี เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม มากกว่าความสะใจส่วนบุคคล</p>



<p>หวังว่าบทความนี้จะเป็นเครื่องย้ำเตือนแก่เหล่าศิลปินว่า การมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก ไม่ได้การันตีว่าจะสามารถกระทำสิ่งใดตามใจก็ได้ เพราะ ‘การสนับสนุนและโอกาสในการแก้ตัว’ มีไว้สำหรับคนที่สมควรได้รับเท่านั้น</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cancel-culture-stamp-lucas/">ทำไมแฟนคลับจึงเลิกสนับสนุนศิลปินที่กระทำผิด? มากกว่าความผิดหวังต่อตัวบุคคล คือการให้บทเรียนจากวัฒนธรรมการแบน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art for all]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[artist&#039;s talk]]></category>
		<category><![CDATA[MVL]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ บดินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[artist]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ MVL]]></category>
		<category><![CDATA[เป้ Mild]]></category>
		<category><![CDATA[Mild]]></category>
		<category><![CDATA[Spicydisc]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178471</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซาโยนาระ Unlovable หวานเย็น กรรมตามสนอง รักเราไม่เท่ากัน เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพลงเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เพลงของ Mild ยังคงเป็นอมตะในใจของผู้ฟัง ในวันที่สมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง ‘เป้ &#8211; บดินทร์ เจริญราษฎร์’ นักร้องนำและนักแต่งเพลงประจำวง ยังคงเดินทางตามความฝันในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยชื่อ MVL ปัจจุบันมีศิลปินหน้าใหม่มาแรงเกิดขึ้นมากมายในวงการ T-POP แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจทำลายแพสชัน ตัวตน คุณค่าที่เขาพยายามสร้างในอาชีพนักร้องและนักแต่งเพลง ต่อให้ใครจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของเขาอีกต่อไป แต่ ‘เป้ MVL’ มองว่า ช่วงเวลานี้คือรุ่งอรุณของชีวิตใหม่สำหรับเขา เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเคารพความชอบของตนเอง และความคิดเห็นของคนอื่นไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าวันนี้คุณจะจดจำเขาด้วยชื่อ ‘เป้ วง Mild’ หรือ ‘MVL’ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีนั้นประจักษ์ชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำที่ติดตัวเขามาถึงทุกวันนี้ หากใครคิดถึงไวบ์เพลงยุคเก่าที่แสนไพเราะ และเต็มไปด้วยความหมายที่ดี มาสัมผัสกลิ่นอายวง Mild อีกครั้ง ผ่าน EP. Album : All in ของ ‘MVL’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/">จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>ซาโยนาระ</em></p>



<p><em>Unlovable</em></p>



<p><em>หวานเย็น</em></p>



<p><em>กรรมตามสนอง</em></p>



<p><em>รักเราไม่เท่ากัน</em></p>



<p>เชื่อว่าหลายคนรู้จักเพลงเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปี แต่เพลงของ Mild ยังคงเป็นอมตะในใจของผู้ฟัง ในวันที่สมาชิกในวงต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเอง <strong>‘เป้ &#8211; บดินทร์ เจริญราษฎร์’</strong> นักร้องนำและนักแต่งเพลงประจำวง ยังคงเดินทางตามความฝันในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยชื่อ <strong>MVL</strong></p>



<p>ปัจจุบันมีศิลปินหน้าใหม่มาแรงเกิดขึ้นมากมายในวงการ T-POP แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจทำลายแพสชัน ตัวตน คุณค่าที่เขาพยายามสร้างในอาชีพนักร้องและนักแต่งเพลง ต่อให้ใครจะบอกว่า นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของเขาอีกต่อไป แต่ ‘เป้ MVL’ มองว่า ช่วงเวลานี้คือรุ่งอรุณของชีวิตใหม่สำหรับเขา เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเคารพความชอบของตนเอง และความคิดเห็นของคนอื่นไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิต</p>



<p>ไม่ว่าวันนี้คุณจะจดจำเขาด้วยชื่อ ‘เป้ วง Mild’ หรือ ‘MVL’ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีนั้นประจักษ์ชัดเจน จนกลายเป็นภาพจำที่ติดตัวเขามาถึงทุกวันนี้ หากใครคิดถึงไวบ์เพลงยุคเก่าที่แสนไพเราะ และเต็มไปด้วยความหมายที่ดี มาสัมผัสกลิ่นอายวง Mild อีกครั้ง ผ่าน EP. Album : All in ของ ‘MVL’ ซึ่งเขายอมทุ่มสุดตัวเหมือนอัลบัมนี้คือโอกาสสุดท้าย</p>



<p>ช่วงชีวิตที่เป็น MVP ของ ‘เป้ MVL’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178472" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-11.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จาก Mild สู่ MVL</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมจึงต้องชื่อ ‘เป้ MVL’ ?</strong></h2>



<p>MVL ย่อมาจาก Mild’s Vocalist เพราะเพลงของวง Mild เป็น DNA ที่อยู่ในตัวเราอยู่แล้ว ผมยังคงเป็นนักร้องนำของวง Mild เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แม้ตอนนี้จะเป็นศิลปินเดี่ยว แต่ผมยังนำเพลงที่ตัวเองเคยแต่งไว้ตั้งแต่สมัยวง Mild มาร้องในคอนเสิร์ตต่างๆ</p>



<p>ในเมื่อเราเคยสร้างตัวตนหนึ่งที่แข็งแกร่งมากจนผู้คนจดจำเราในฐานะ ‘เป้ วง Mild’ ไปแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องหนีตัวเอง ต่อให้ปัจจุบันเส้นทางของผมกับวงมายด์จะแตกต่างกัน แต่ DNA และสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาไม่ได้หายไปไหน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตัวตนของ ‘เป้ MVL’ ในฐานะศิลปินเดี่ยว แตกต่างจาก ‘เป้ สมาชิกวง Mild’ อย่างไร?</strong></h2>



<p><em>สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่เรื่องภาษา แต่คือแนวเพลงที่บ่งบอกตัวตนของเราได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงวิธีการทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วย</em></p>



<p>ความจริงแล้ว ผมไม่ได้นิยามตัวตนของตัวเอง แต่จะสื่อความหมายผ่านทางภาษา ทำนอง เพลงที่เราเป็นคนแต่งและร้อง ตลอดระยะเวลา 4 &#8211; 5 ปีที่ทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว ผลงานที่ผมทำออกมามันชัดเจนมาก แน่นอนว่ายังคงภาษาและกลิ่นอายของ Mild เพราะผมเขียนเนื้อร้องและทำ Melody เองมาตั้งแต่ตอนทำวง แต่อาจเปลี่ยนแนวดนตรีเป็นแบบที่เราชอบ จนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของ MVL คิดว่าผู้ฟังคือคนที่จะบอกได้ว่า ‘เป้ MVL’ เป็นอย่างไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178473" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-08.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>แม้ตอนนี้จะเปลี่ยนนามสกุลจาก Mild เป็น MVL แต่เสน่ห์ที่ไม่เคยจางหายไปจากตัวคุณคืออะไร?</strong></h2>



<p>น่าจะเป็น ‘ทรงผมสกินเฮด’ เมื่อก่อนเคยอยากลบภาพจำของ Mild จึงพยายามจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของตัวเอง สร้างมุมมองใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องในบทเพลง อย่าง <em>‘Happy Wife Happy Life’</em> ซึ่งเป็นเพลงแรกของ MVL ที่แตกต่างจาก Mild อย่างสิ้นเชิง เมื่อเพลงนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก จนเราคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว แต่กลายเป็นว่า หลังจากนั้นตัวตนของเรากับสไตล์เพลงมันแยกออกจากกัน เพลงยังไปต่อ แต่ตัวตนและภาพลักษณ์ของเรากลับเลือนรางลง</p>



<p>เราลองเปลี่ยนภาพลักษณ์มาหลายปี แต่ก็ยังมีเสียงเรียกร้องให้ตัดผมทรงสกินเฮด จากแฟนเพลงในสื่อออนไลน์ ทำให้เราเริ่มฉุกคิดว่า <strong><em>ทำไมเราต้องหนีตัวตนที่เราพยายามสร้างมาเกือบ 20 ปีด้วย กว่าเราจะสร้างมันขึ้นมาได้ กว่าคนจะจดจำและยอมรับตัวตนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย งั้นเรากลับไปเป็นตัวเองดีกว่า และทุกอย่างก็ดีขึ้นจริงๆ</em></strong></p>



<p>ภาพลักษณ์ใหม่ของเราส่งไปไม่ถึงใจของผู้ฟัง เมื่อกลับมาตัดสกินเฮด คนก็ตกใจว่า เป้ วง Mild กลับมาทำเพลงแล้วเหรอ? ทั้งที่จริงๆ เราทำเพลงมาโดยตลอด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลัวผู้ฟังติดภาพจำ ‘เป้ วง Mild’ ไหม?</strong></h2>



<p><strong><em>ชื่อไม่สำคัญเท่าคุณค่าที่สร้างในอาชีพ</em></strong></p>



<p>เพลงเก่าๆ ที่เคยแต่งไว้ตั้งแต่สมัยวง Mild เป็นเพลงที่หลายคนยังคงร้องและชอบอยู่ แล้วมันจะผิดตรงไหน? ที่เขาจะเรียกเราด้วยชื่อที่คุ้นชิน คุ้นปาก คุ้นเคย เราอยู่บนเวทีเพื่อให้เขาจดจำสิ่งที่ดีของเราไม่ใช่เหรอ? การเป็นเป้ วง Mild ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับผมเลย ถ้าชื่อนี้จะทำให้ผู้ฟังจดจำเราในฐานะคนที่สร้างความสุขให้กับเขา ทุกคนจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสำเร็จของวง Mild สร้างความกดดันต่อคุณเป้ในฐานะศิลปินเดี่ยวไหม?</strong></h2>



<p>ผมไม่ใช้คำว่า ‘กดดัน’ แต่เหมือนเป็น <strong>‘คำสาป’</strong> ช่วงหนึ่งผมเคยคาดหวังกับผลตอบรับของเพลง MVL ไว้ค่อนข้างมาก ไม่มีทางที่จะต่ำกว่ามาตรฐานของ Mild แต่เมื่อมันไม่เป็นไปตามที่เราคิด นำมาซึ่งความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดความคิดที่แย่มากคือ <strong>นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของผมอีกต่อไปแล้ว </strong>ผมเริ่มมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง และไม่อยากกลับมาเขียนเพลงอีก บ้านหลังเก่าของผมมีสตูดิโอสำหรับทำเพลง แต่ผมไม่ขึ้นไปเหยียบสตูดิโอนานนับปี เพราะสถานที่นั้นเต็มไปด้วยความสำเร็จ สุดท้ายเมื่อเราทำไม่สำเร็จตามที่คาดหวังไว้ จึงยิ่งตอกย้ำว่า <strong>มันหมดช่วงเวลาของมึงแล้วเป้</strong></p>



<p>เมื่อมองย้อนกลับไป ช่วงเวลานั้นคาบเกี่ยวกับช่วงโควิด-19 ระบาด จึงไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่อยู่ในสภาวะแบบนั้น ศิลปินทุกคนไม่มีงาน และต้องเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เรายึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่ได้ ปัจจุบัน ศิลปินต้องทำอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น Content Creator, Vlogger หรือนักแสดง เป็นต้น</p>



<p><strong>ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย เราก็จะตายไปพร้อมกับสิ่งเก่าๆ</strong><strong><em> </em></strong>ผมได้เรียนรู้กับความผิดพลาดครั้งนั้น ความสำเร็จของวง Mild จึงไม่ได้สร้างความกดดันให้ผมอีกต่อไป ผมมองว่าผลตอบรับจากแฟนเพลงคือโบนัส แค่ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างการร้องเพลงก็ถือเป็นสิ่งที่โชคดีแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผมเติบโตมาด้วยการทำอาชีพเดียวคือ ‘การร้องเพลง’ ได้ทำสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนมาถึงวันนี้ เพลงของเราอาจจะไม่ได้มียอดวิวที่สูงมากเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมมีความสุขมากขึ้น ผมรู้สึกดีที่ผู้ฟังชอบ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เพราะเราควบคุมไม่ได้ สิ่งเดียวที่ควบคุมได้คือ คุณภาพงานของเรา ผมทำทุกเพลงอย่างดีที่สุด ต่อให้ไม่มีคนฟังหรือชอบเลย ผมจะยังต้องภูมิใจที่จะร้องเพลงไปอีกนาน <strong>ผลตอบรับเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่า ผมควรจะเลิกทำหรือไปต่อ</strong></p>



<p>ภรรยาคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกล้ากลับเข้าไปในสตูดิโอของตัวเองอีกครั้ง เธอพูดกับผมว่า เธอไม่เคยมองว่าผมเป็นนักร้องที่ดีเลย แต่มองว่า ผมเป็นนักแต่งเพลงที่พิเศษมาก เพลงต่างๆ ที่ผมทำออกมา มันเปลี่ยนชีวิตคน ให้กำลังใจ เป็นเพื่อนยามอกหักของใครหลายคน คุณค่าของมันยังคงอยู่ตรงนั้น ทำไมเราถึงไม่เลือกทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดต่อไป แค่เพราะยอดวิวไม่ดี หรือโดนคนด่า เราก็จะเลิกทำเลยเหรอ? แล้วหลังจากนี้เราจะทำอะไรต่อ? ถ้าเราใช้ความคิดเห็นของคนอื่นเป็นตัวชี้วัดชีวิตของเรา</p>



<p><strong><em>คนจะเกลียดหรือจะรักก็มีค่าเท่ากัน ถ้าผมมัวมองแต่สิ่งนั้น ผมก็มีค่าเท่ามัน ไม่มีเหตุผลใดที่เราต้องทิ้งสิ่งที่รักไป เพราะคำพูดของคนอื่น</em></strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178475" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-01.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>TikTok กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างผลงานเพลง คุณเป้คิดเห็นอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>กระแสเป็นสิ่งที่กำหนดได้ยาก ขึ้นชื่อว่า ‘กระแส’ แน่นอนว่ามันจะมาไวไปไว มีช่วงเวลาที่สั้นมาก ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภค (Customer Behavior) เปลี่ยนแปลงไป ผู้คนมีสมาธิในการจดจ่อต่อสื่อในระยะเวลาที่สั้นลง คอนเทนต์ยาวจึงได้รับความสนใจน้อยลง</p>



<p>ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องของอัลกอริทึม แต่ผมไม่ได้ต้องการเอาชนะเทรนด์ เพราะผมถนัดในการสร้างผลงานที่มีอายุขัยยาวนานมากกว่า ผมถนัดเขียนเพลงที่สามารถเป็นเพื่อนกับผู้ฟังทุกยุคทุกสมัยมากกว่า แม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เปรี้ยงปร้างหรือหวือหวา แต่ขอแค่วันหนึ่งมีใครอกหักหรือแต่งงาน แล้วนึกถึงเพลงของเราก็เพียงพอแล้ว อย่างเพลง <em>‘คนที่โชคดี’ </em>ของผมที่ถูกนำไปใช้ในงานแต่งงาน พื้นที่ตรงนี้ทำให้ผมมีความสุข</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าอะไรที่ทำให้เพลงวง Mild เป็นเพลงอมตะในใจของผู้ฟังหลายคน?</strong></h2>



<p><strong></strong>เพราะพวกเราพูดเรื่องจริง เพลงที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดของวง Mild สร้างจากเรื่องจริงของผม เพื่อน หรือคนอื่นๆ การเล่าเรื่องจริงจะทำให้เราสามารถเข้าไปนั่งในใจคนฟังได้ง่ายที่สุด คำพูดของเราจะไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ปี เราก็ยังจำความรู้สึกตอนฟังเพลงนั้นได้&nbsp;</p>



<p>เมื่อเพลงนั้นถูกสร้างจากความจริง และทีมที่ดีในจังหวะเวลาที่ถูกต้อง เพลงของวง Mild จึงเป็นอมตะในใจของผู้ฟังหลายคน ผมขอยกเครดิตให้กับเพื่อนร่วมวงของผม พวกเขาเปรียบเสมือนทีม Avengers ที่สุดยอดที่ผมเคยเจอมา ผมสบายใจที่สุดเมื่อได้ร้องเพลงอยู่บนเวทีที่มีเพื่อนอีก 5 คนยืนอยู่ด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>วง Mild มีความหมายต่อเป้อย่างไร?</strong></h2>



<p><strong></strong>วง Mild เป็นทุกอย่างสำหรับผม วง Mild เป็นเพื่อน พี่น้อง และครอบครัวมาโดยตลอด ผมยังจำวันแรกที่พวกเราเริ่มต้นในเส้นทางนี้ได้อยู่เลย พวกเราต้องนั่งรถทัวร์จากจังหวัดเชียงใหม่ในทุกเย็นวันศุกร์ เพื่อมาทำงานที่กรุงเทพฯ และเดินทางกลับเชียงใหม่ เพื่อไปเรียนทุกเย็นวันอาทิตย์ พวกเราทำแบบนี้กันอยู่เป็นปี พวกเราผ่านอะไรหลายๆ อย่างมาด้วยกัน กินมาม่าหม้อเดียวกัน นอนด้วยกันในออฟฟิศ ทุกอย่างคือความทรงจำที่ดี ถ้าไม่มี Mild ก็คงไม่มีผมในวันนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนที่ทำให้กลายเป็น ‘เป้ MVL’ ในทุกวันนี้คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมตัดสินใจที่จะเคารพตัวตน และเลือกความสุขของตัวเอง ในวันที่ผมคิดว่ามันถูกต้องที่สุดแล้ว ผมสร้างสถานะของ MVL ขึ้นมาจากสิ่งที่ผมมีความสุขที่สุด ตอนนี้ผมอายุเกือบ 40 ปี ผมไม่มีเวลามากพอที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข แต่ตัวเองกลับมีความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ผมจึงเลือกเส้นทางนี้ เพื่อให้ตัวเองยังมีแรงทำสิ่งที่รักต่อไป สองคนบนโลกนี้ที่ผมอยากจะทำให้เขายิ้มได้ทุกวันคือ ภรรยาและลูกของผมเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพลงวง Mild ที่สนุกที่สุดในฐานะนักแต่งเพลง?</strong></h2>



<p><em>‘ถ้าหากจะบอกรักใครสักคน มันก็ไม่ได้ยากลำบากลำบนสักเท่าไร แต่จะรักษาให้มันอยู่นาน ให้เป็นอย่างใจ มันช่างยากช่างเย็นมากมายเหลือเกิน’</em></p>



<p><em>‘รักเราไม่เท่ากัน’ </em>เป็นเพลงที่ผมภูมิใจในการแต่งเพลงมากที่สุด เพราะชื่อเพลงสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดด้วยประโยคเดียว คนเราเลิกกันด้วยหลายเหตุผล เช่น เข้ากันไม่ได้ ไม่มีเวลา หรือไม่ยอมปรับเข้าหากัน แต่ทุกเหตุผลล้วนเกิดขึ้นเพราะ <em>‘รักเราไม่เท่ากัน’&nbsp;</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-12.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>EP. Album : All in</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คอนเซปต์หลักของ EP. Album : All in คืออะไร?</strong></h2>



<p>All in เป็น EP. Album ล่าสุดที่มีทั้งหมด 4 แทร็ก สร้างมาจากความรู้สึกที่ผมอยากจะทุ่มเท่ทุกพลังและประสบการณ์ทั้งหมดลงไปในอัลบัมนี้ เพราะเมื่ออายุเข้าใกล้เลข 4 ผมไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสทำงานนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ผมจะทำเพลงในอัลบัมนี้ให้เหมือนกับ <strong>‘โอกาสสุดท้าย’</strong> ของผม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ใน EP. Album : All in คุณเป้ใส่ ‘ความเป็นตัวเอง’ เรื่องอะไรบ้าง?</strong></h2>



<p>All in เปรียบเสมือน<strong>การเทหมดหน้าตัก</strong> ผมใส่ความเป็นตัวเองในทุกอณูของอัลบัมนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลง เนื้อหา ดนตรี และทีมเบื้องหลัง ผมคัดสรรมาอย่างดีที่สุดแล้ว เช่น ชวน <strong>‘พี่แม็ก The Darkest Romance’ </strong>ซึ่งโดดเด่นเรื่องเพลงร็อก และเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันของยุคสมัย<strong> </strong>มาช่วย Arrange และ Co-produce ในอัลบัมนี้ด้วย รวมถึงทีมแบ็กอัปของผมก็อยู่ในช่วงเวลาที่สุกงอม และมีเคมีการทำงานที่ลงตัว&nbsp;</p>



<p>ส่วนตัวผมเองในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้องก็อยู่ในช่วงที่พร้อมที่สุด เพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้ฟัง ตอนนี้ผมเตรียมเพลงใน EP. Album : All in ครบแล้ว พร้อมที่จะปล่อยให้ทุกคนได้ฟังกัน ผมมีความสุขกับอัลบัมนี้มาก และหวังเหลือเกินว่า ผู้ฟังจะชอบอัลบัมนี้ไปกับผมด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-09.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมดนตรีแนวนู เมทัล (Nu Metal) จึงเป็นสไตล์ที่ใช่ของเป้ MVL?</strong></h2>



<p>ผมไม่อยากร้องเพลงเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากจะแร็ปด้วย ผมลองทำเพลงด้วยดนตรีหลายแนว เพื่อค้นหาว่าชอบอะไรมากที่สุด จนค้นพบว่า เราเติบโตมากับดนตรีสไตล์นู เมทัล (Nu Metal) มาตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งในยุคนั้น วงดนตรีที่โด่งดังระดับโลกเป็นดนตรีแนวนี้ เปรียบเสมือน Nu Metal Era จนผมได้รับแรงบันดาลใจ และหล่อหลอมกลายเป็นตัวตนของเราโดยไม่รู้ตัว ผมจึงชอบการแร็ปและดนตรีร็อก</p>



<p>‘ร็อก’ เป็นแนวเพลงที่จะขับเคลื่อนมวลชนได้ง่าย และส่งผลต่อคนฟังมากที่สุด เราใช้ชีวิตอยู่บนเวทีมากพอสมควร จึงอยากทำแนวเพลงที่สร้างความสุขให้แก่ผู้ฟัง มันคงจะดี ถ้าเราสามารถนำไวบ์เก่าๆ กลับมาทำใหม่ให้สนุกมากขึ้นกว่าเดิม</p>



<p><em>ถ้าถามว่า ณ ตอนนี้ ผมชอบอะไรมากที่สุดในพาร์ตการทำงาน ผมชอบการแสดงดนตรีสดมากที่สุด เพราะเป็นโชว์ที่เต็มไปด้วยพลังความสนุก</em></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลายคนคอมเมนต์ว่าเพลง </strong><strong><em>Gone</em></strong><strong> มีกลิ่นอายวง Mild คุณเป้คิดอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>มันไม่แปลกเลย ถ้าเขาจะรู้สึกว่า เพลง <em>Gone</em> มีกลิ่นอายวง Mild เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมเป็นผู้แต่งเพลงของ Mild อยู่แล้ว ผมมองว่า คอมเมนต์แบบนี้คือ ‘คำชม’ เพราะแสดงว่า ตัวตนด้านเพลงของผมยังคงเป็นที่จดจำสำหรับผู้ฟัง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178478" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-02.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มีอะไรที่ Gone หรือจากไปแล้ว แต่คุณเป้เพิ่งรู้สึกเสียดายทีหลังไหม?</strong></h2>



<p>ความรู้สึกมั้งครับ เมื่อมองย้อนกลับไป เราสูญเสียความรู้สึกที่ดีไประหว่างทางมากเหลือเกิน เพราะเราให้ใจกับบางคนไป แต่สุดท้าย ทุกอย่างไม่เป็นแบบที่เราคิด เราจึงผิดหวัง ถ้าเป็นเราตอนนี้ เราคงไม่ทำแบบนั้น และคงมีสติมากกว่านี้&nbsp;</p>



<p>หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็เลือกไม่แก้ไขอยู่ดี เพราะถ้าไม่ได้พบเจอเหตุการณ์ในวันนั้น คงไม่มีตัวตนในวันนี้ ผมไม่เคยมองว่าตัวเองแพ้เลย เพราะทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิต</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพลง</strong><strong><em> ‘เราพบกันด้วยความบังเอิญ แต่จากกันด้วยความตั้งใจ’ </em></strong><strong>เกิดขึ้นได้อย่างไร?</strong></h2>



<p>หลังจากมาเป็น MVL คอนเซปต์เพลงส่วนใหญ่เกิดจากไอเดียของภรรยา ซึ่งผมจะคัดเลือกเองอีกที เพลง <em>‘เราพบกันด้วยความบังเอิญ แต่จากกันด้วยความตั้งใจ’</em> เธอเสนอว่า ลองนึกดูดีๆ สิ คนเราเดินผ่านกัน ไม่มีทางจะรู้ว่าคนไหนคือ Soulmate ของเรา <strong>ความรักเกิดด้วยความบังเอิญได้ แต่การจากลาเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของใครสักคนเสมอ</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สปอยล์เพลงใหม่อย่าง </strong><strong><em>‘โกหก’</em></strong><strong> และ</strong><strong><em> ‘คืน’ </em></strong><strong>หน่อยว่าเป็นเพลงแบบไหน?</strong></h2>



<p>สองเพลงนี้แตกต่างกันอย่างชัดเจน อย่างเพลงแรก การโกหกเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากพบเจอ เพราะการโกหกเป็นรอยร้าวหรือจุดแตกหักของความสัมพันธ์ ที่ทำให้ความเชื่อใจหมดลง แต่เพลงนี้จะเล่าถึงคนคนหนึ่งที่ขอร้องให้อีกฝ่ายช่วยโกหกว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้ยินมา มันไม่ใช่เรื่องจริง เพื่อให้ชีวิตคู่ของเรายังไปต่อได้</p>



<p>คนเราเลิกกันด้วยหลายเหตุผลมาก แต่เหตุผลในเพลง ‘คืน’ คือการที่เราไม่สามารถรักและดูแลคนคนหนึ่งได้เท่าแฟนเก่าของเขา เราจึงขอคืนคนรักให้กับแฟนเก่าของเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนมาก จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่า เราจะทำอย่างไรให้เรื่องราวที่ยากจะอธิบายนี้เข้าใจง่ายและไพเราะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-07.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>MVP ของ MVL</strong></h3>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจุบันมีวงเกิร์ลกรุ๊ปและบอยกรุ๊ป รวมถึงศิลปินหน้าใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก คิดว่าจุดแข็งของตัวเองในวงการ T-POP คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมโชคดีที่มีพันธมิตรที่ดี จึงมีโอกาสได้ร่วมทำเพลงกับศิลปินหน้าใหม่หลายคน ทำให้เราได้ทราบอย่างหนึ่งว่า เพลงดี เพลงโดน เพลงเพราะ ยังคงมีคุณค่าเสมอในทุกยุคทุกสมัย แต่แตกต่างตรงที่กระบอกเสียงเท่านั้นเอง กระบอกเสียงของยุคที่แล้วคือพวกผม แต่ ณ ตอนนี้ กระบอกเสียงแห่งยุคสมัยคือศิลปินหน้าใหม่ กระบวนการอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายคือทำให้ผู้ฟังมีความสุขเหมือนกัน รวมถึงสร้างพื้นที่ให้ทุกคนได้แชร์ความรู้สึกและประสบการณ์ร่วมกันในเพลงเดียวกันของศิลปินนั้นๆ</p>



<p>ดังนั้น ถ้าถามว่าจุดแข็งของผมคืออะไรในยุคสมัย T-POP ผมคิดว่าคือ <strong>ความสามารถในการแต่งเพลงที่ดีมากพอ</strong> จึงยังได้รับความไว้วางใจจากพี่ๆ ผู้ใหญ่ และศิลปินรุ่นใหม่ในวงการเพลงไทย ผมสามารถแบ่งปันสิ่งที่ดีให้แก่น้อง ขณะที่น้องๆ ก็ส่งต่อมุมมองใหม่ๆ ในฐานะเจ้าของยุคสมัยให้แก่เราเช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกว่า <strong>ประสบการณ์และสิ่งที่อยู่ในตัวเรายังไม่เก่าเกินยุคสมัย</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-04.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เป้าหมายสูงสุดในการเป็นศิลปินคืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมมองเป้าหมายเป็นขั้นตอน โดยเป้าหมายในปัจจุบันคือ การทำ EP. Album : All in ซึ่งผมหวังว่าจะมีสักหนึ่งเพลงที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะทำอัลบัมเต็มต่อไป และถ้ามัน Hybe อีกครั้ง ผมก็จะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเอง เป้าหมายของผมเป็นแบบนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณเป้ถือเป็นศิลปินมากประสบการณ์ อยากรู้ว่ายังมีสิ่งที่อยากทำแต่ยังไม่ได้ทำอีกไหม?</strong></h2>



<p>ปัจจุบันกำแพงภาษาเริ่มทลายลง คอนเน็กชันของค่าย Spicydisc ก็ขยายกว้างขึ้น ช่วงหลังมานี้จึงมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับศิลปินและนักแต่งเพลงจากต่างประเทศหลายท่าน แต่ผมยังไม่เคยทำอัลบัมอินเตอร์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ผมก็อยากรู้ว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นอย่างไรในเวทีระดับนานาชาติ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178485" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-05.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานในฐานะศิลปินมาหลายสิบปี สอนให้คุณเป้เติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง?</strong></h2>



<p>เราไม่สามารถเป็นจุดหมุนโลกได้ ทุกคนมียุคสมัยของตัวเอง เราไม่มีวันจะอยู่ยั่งยืนยงจนค้ำฟ้า เราต้องเตรียมตัวอยู่เสมอ เพราะคลื่นลูกใหม่จะแรงกว่าลูกเก่า ประสบการณ์บอกผมให้รู้ว่า ขึ้นเป็นก็ต้องลงเป็น และไม่ยึดติดกับความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งที่เราเคยทำได้ ไม่ได้การันตีว่าครั้งหน้าจะสำเร็จเหมือนเดิม จงพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ อย่าย่ำอยู่กับที่ อย่างน้อยแค่ชนะตัวเองในเมื่อวานได้สักเรื่องหนึ่งก็เพียงพอแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่เป็น MVP ในชีวิตของ ‘เป้ MVL’ คืออะไร?</strong></h2>



<p>ผมคิดว่าน่าจะเป็น ‘ครอบครัว’ ชีวิตของผมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เพราะผมมีภรรยากับลูก ผมได้เข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร และรู้สึกว่าบ้านเป็นบ้านจริงๆ เมื่อมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมมีชีวิตอยู่เพื่อใคร</p>



<p><em>ครอบครัวคือทุกอย่างสำหรับผม ถ้าผมเป็นรถยนต์ ครอบครัวคือล้อ เครื่องยนต์ พวงมาลัย และน้ำมันที่ช่วยขับเคลื่อนให้ชีวิตของผมก้าวไปข้างหน้า</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178486" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-14-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อยากฝากอะไรถึงแฟนเพลงที่ติดตามคุณเป้มาตั้งแต่วง Mild</strong>?</h2>



<p>ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่มีพวกคุณ ผมคงหมดสิทธิ์ที่จะขึ้นไปร้องเพลงบนเวที พวกคุณเป็นมากกว่าลูกค้าและแฟนคลับ พวกคุณคือส่วนหลักของความสำเร็จ เพราะพวกคุณ ผมจึงยังได้ทำในสิ่งที่รัก ขอบคุณที่ทำให้คนคนหนึ่งได้ใช้ชีวิตเหมือนในฝันอย่างทุกวันนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อความถึง ‘เป้’ ในวันแรกของการเป็นศิลปิน</strong></h2>



<p>ขอบคุณมึงมากที่ตัดสินใจดูแลตัวเองในวันที่ถูกต้อง ขอบคุณที่ทำเพื่อตัวเอง วันนี้กูไม่รู้แล้วว่า สิ่งที่มึงเลือกจะถูกหรือผิด แต่ฟังไว้นะเป้ อย่างน้อยที่สุด มึงรู้แล้วว่า ความสุขของมึงคืออะไร รักษามันไว้ให้ดี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/mvl-mild-album-all-in/">จากนักร้องนำวง Mild สู่ ‘เป้ MVL’ ช่วงชีวิตที่เป็น MVP เพราะเลิกหนีตัวตนของตัวเอง และทำทุกเพลงให้เหมือนโอกาสสุดท้าย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ ‘ครอบครัว’ ทำให้ความรักของลูกพังทลาย ปล่อยมือจากพ่อแม่ไม่ได้ แม้อยากใช้ชีวิตของตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/toxic-parents/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jan 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[What a day]]></category>
		<category><![CDATA[whataday]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178388</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบห้ามอยู่ก่อนแต่งห้ามคบเพศเดียวกันห้ามขัดใจพ่อแม่ อีกสารพัดข้อห้ามด้านความรัก ที่พ่อแม่อ้างว่ามาจากความหวังดี แต่กลับไม่คำนึงถึงความต้องการส่วนตัวของลูกเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่บางคนอาจบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือเข้าสู่ช่วงวัยที่มีวุฒิภาวะมากพอในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง แต่พ่อแม่ยังคงควบคุมและบงการทุกเรื่องอย่างเข้มงวดโดยไร้เหตุผล ขณะที่บางประเด็นไม่ใช่ปัญหาหรือเรื่องร้ายแรง ตราบใดที่ลูกยังมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง รู้จักวิธีป้องกัน และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น การเข้มงวดเกินกว่าเหตุของพ่อแม่ ส่งผลให้ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ และปฏิบัติตามความคาดหวังของพ่อแม่อย่างเคร่งครัด จนไม่สามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใคร และมีชีวิตเป็นของตัวเองได้จริงๆ โดยสามารถสังเกตได้ทั้งจากผู้คนใกล้ตัว และเหล่าคนดังในวงการบันเทิง ซึ่งประสบปัญหาความสัมพันธ์ เพราะครอบครัวเป็นสาเหตุสำคัญ เจ้าของชีวิตตลอดกาล “เราคบกับแฟนคนนี้ได้จะ 1 ปีแล้วค่ะ เขาเป็นแฟนผู้หญิงคนแรก เราไม่เคยคุยกับผู้หญิงมาก่อน ที่บ้านทราบแค่ว่าคุยๆ กันค่ะ แฟนเราอยากไปทะเลด้วยกันมาก ตัวเราอายุ 27 ปีแล้วค่ะ แฟนอายุ 24 ปี แต่ที่บ้านไม่ปล่อยให้ไปค่ะ แฟนก็นอยจนอยากเลิก แล้วเราเป็นเด็กที่ไม่เคยขัดใจพ่อแม่เลย” ข้อความข้างต้นเป็นเพียง 1 กรณีจากชุมชน the pillow talks ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม X แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศและความสัมพันธ์ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ประสบปัญหาความรักเพราะพ่อแม่เช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า ครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อยที่เข้าข่าย Authoritarian parenting style หรือรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมหรืออำนาจนิยม&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/toxic-parents/">เมื่อ ‘ครอบครัว’ ทำให้ความรักของลูกพังทลาย ปล่อยมือจากพ่อแม่ไม่ได้ แม้อยากใช้ชีวิตของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>ห้ามมีแฟนก่อนเรียนจบ</em><br><em>ห้ามอยู่ก่อนแต่ง</em><br><em>ห้ามคบเพศเดียวกัน</em><br><em>ห้ามขัดใจพ่อแม่</em></p>



<p>อีกสารพัดข้อห้ามด้านความรัก ที่พ่อแม่อ้างว่ามาจากความหวังดี แต่กลับไม่คำนึงถึงความต้องการส่วนตัวของลูกเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่บางคนอาจบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือเข้าสู่ช่วงวัยที่มีวุฒิภาวะมากพอในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ด้วยตนเอง แต่พ่อแม่ยังคงควบคุมและบงการทุกเรื่องอย่างเข้มงวดโดยไร้เหตุผล ขณะที่บางประเด็นไม่ใช่ปัญหาหรือเรื่องร้ายแรง ตราบใดที่ลูกยังมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง รู้จักวิธีป้องกัน และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น</p>



<p>การเข้มงวดเกินกว่าเหตุของพ่อแม่ ส่งผลให้ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ และปฏิบัติตามความคาดหวังของพ่อแม่อย่างเคร่งครัด จนไม่สามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใคร และมีชีวิตเป็นของตัวเองได้จริงๆ โดยสามารถสังเกตได้ทั้งจากผู้คนใกล้ตัว และเหล่าคนดังในวงการบันเทิง ซึ่งประสบปัญหาความสัมพันธ์ เพราะครอบครัวเป็นสาเหตุสำคัญ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เจ้าของชีวิตตลอดกาล</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178395" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-1-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><em>“เราคบกับแฟนคนนี้ได้จะ 1 ปีแล้วค่ะ เขาเป็นแฟนผู้หญิงคนแรก เราไม่เคยคุยกับผู้หญิงมาก่อน ที่บ้านทราบแค่ว่าคุยๆ กันค่ะ แฟนเราอยากไปทะเลด้วยกันมาก ตัวเราอายุ 27 ปีแล้วค่ะ แฟนอายุ 24 ปี แต่ที่บ้านไม่ปล่อยให้ไปค่ะ แฟนก็นอยจนอยากเลิก แล้วเราเป็นเด็กที่ไม่เคยขัดใจพ่อแม่เลย”</em></p>



<p>ข้อความข้างต้นเป็นเพียง 1 กรณีจากชุมชน the pillow talks ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม X แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศและความสัมพันธ์ แต่ยังมีอีกหลายคนที่ประสบปัญหาความรักเพราะพ่อแม่เช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า ครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อยที่เข้าข่าย Authoritarian parenting style หรือรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมหรืออำนาจนิยม&nbsp;</p>



<p>โดย<strong> Diana Baumrind </strong>นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน อธิบายการเลี้ยงดูรูปแบบนี้ไว้ว่า Authoritarian parenting style คือการอบรมเลี้ยงดูที่พ่อแม่มีความเข้มงวดและเรียกร้องสูง แต่ไม่ตอบสนองความต้องการของลูกโดยสิ้นเชิง ผ่านการตีกรอบตั้งกฎเกณฑ์ หรือใช้อำนาจบังคับให้ลูกปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด แต่แทบจะไม่อธิบายเหตุผลหรือที่มาของกฎเหล่านั้น ส่งผลให้ลูกจำเป็นต้องยอมรับว่า คำพูดของพ่อแม่นั้นถูกต้องเสมอ เพราะหากไม่เชื่อฟังคำสั่งของพ่อแม่ ลูกจะโดนลงโทษด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ห่างเหิน นิ่งเงียบ ด่าทอ ไปจนถึงการใช้ความรุนแรงทางกายอย่างการทุบตี</p>



<p>หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวไทยมีแนวคิดเช่นนี้ เนื่องจากพวกเขามองว่า พ่อแม่เป็นเจ้าของชีวิตลูก หรือลูกคือสมบัติที่พ่อแม่สามารถทำอะไรก็ได้ โดยมักอ้างสิทธิ์ผู้ให้กำเนิด หรือผู้เลี้ยงดู ทำให้ลูกไม่มีทางเลือกอื่น นอกเหนือจากการเชื่อฟังและทำตามที่พ่อแม่ต้องการ จนอาจไม่มีอิสระในการดำเนินชีวิต&nbsp;</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูแบบควบคุมหรืออำนาจนิยม อาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กที่ไร้อำนาจตัดสินใจสำหรับครอบครัว ไม่กล้าต่อรองหรือขัดใจพ่อแม่ รวมถึงยอมให้พ่อแม่บงการชีวิตอยู่เรื่อยไป ไม่ว่าจะโตขึ้นแค่ไหน หรืออายุเท่าไหร่ก็ตาม เพราะพวกเขาถูกกล่อมเกลาเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มือที่ 3 ในรูปแบบครอบครัว</strong></h2>



<p><em>“ถ้ามีแฟนก็ไม่ต้องมีแม่”</em><br><em>“ถ้าจะไปไหนกับแฟน ต้องพาแม่ไปด้วย”</em><br><em>“แม่เคยทำมากกว่านี้อีก”</em></p>



<p>หากพ่อแม่ยื่นคำขาดให้ลูกเลือกระหว่าง ‘แฟน’ กับ ‘พ่อแม่’ โดยไม่มีเหตุผลที่สมเหตุสมผล หรือพยายามแทรกกลางความสัมพันธ์ พูดจาเกทับ แสดงตัวว่าเหนือกว่าแฟนของลูก เพียงเพราะพวกเขารู้สึกโดนแย่งความรักไปจากตัวเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน เพราะความสัมพันธ์รูปแบบคู่รัก กับความสัมพันธ์รูปแบบพ่อแม่-ลูกนั้นแตกต่างกัน และไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้</p>



<p>อ้างอิงจากคำนิยามของนักจิตวิทยา <strong>Kenneth M. Adams</strong> พฤติกรรมดังกล่าวถือเป็น <strong>การร่วมประเวณีทางอารมณ์แบบแอบแฝง (Emotional Incest)</strong> เนื่องจากพ่อแม่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือสนองความต้องการทางอารมณ์ที่ควรได้รับจากคู่รัก และละเมิดขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่-ลูก โดยมักเป็นพฤติกรรมที่ไม่ปรากฏชัดเจนต่อภายนอก</p>



<p>Emotional Incest สร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับลูกตั้งแต่วัยเด็ก และส่งผลต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ เนื่องจากลูกต้องเป็นที่พึ่งพิงทางอารมณ์ให้แก่บุพการี จนอาจพลาดช่วงเวลาสำคัญของวัยตัวเอง เช่น ไม่มีโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อนหลังเลิกเรียน เพราะต้องกลับบ้านไปกินข้าวกับพ่อทุกวัน ถ้าไม่ทำเช่นนั้น พ่ออาจจะแสดงออกว่าเศร้าหรือผิดหวัง รวมถึงจำต้องละทิ้งความรักที่มีค่าและเลิกรากับแฟนของตน เพราะพ่อแม่กีดกัน ดังนั้น บาดแผลในวัยเด็กอาจพัฒนาเป็นปมปัญหาที่ยากจะคลี่คลายในวัยผู้ใหญ่</p>



<p>การที่พ่อแม่ยึดติดกับลูกมากจนเกินไป และแสดงอาการ ‘หึงหวง’ ไม่ใช่ ‘ห่วงใย’ นั้นสร้างรอยร้าวและสั่นคลอนความรักลูกไม่มากก็น้อย เพราะนอกจากลูกจะตกที่นั่งลำบาก และอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว แฟนของลูกซึ่งเป็นบุคคลภายนอกครอบครัวยังต้องเผชิญกับความอึดอัดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะทุกคนต้องการโลกส่วนตัวสำหรับความรัก เพื่อใช้เวลาด้วยกันตามลำพัง พร้อมทั้งอยากได้รับการยอมรับจากครอบครัวของคนรัก&nbsp;</p>



<p>หากไม่ว่าจะคบใครก็ต้องเลิกราเพราะพ่อแม่ไม่เข้าใจ ท้ายที่สุด ลูกอาจต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครเคียงข้าง นี่หรือคือความรักของพ่อแม่?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ภาระพันผูกจากความกตัญญู</strong></h2>



<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายคนต้องกลายเป็น ‘เดอะแบก’ ในครอบครัว ทั้งรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่าย ดูแลปัญหาสุขภาพของพ่อแม่ พร้อมทั้งรองรับอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัว เหตุผลที่ลูกหลานต้องแบกรับภาระมากมายแบบนี้ เพียงเพราะคำว่า ‘กตัญญู’ ซึ่งฉุดรั้งพวกเขาไม่ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อใช้ชีวิตของตัวเอง</p>



<p>‘การทดแทนบุญคุณพ่อแม่’ ไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ถ้าลูกบางคนยังไม่มีความพร้อมด้านกำลังทรัพย์ สภาพจิตใจ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ขณะที่ต้องสร้างครอบครัวของตนเองไปด้วย อาจก่อให้เกิดปัญหาระหว่างคู่สมรสกับพ่อแม่ เช่น ทัศนคติไม่ตรงกัน การรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว การก้าวก่ายบทบาทหน้าที่ พื้นฐานการใช้ชีวิตต่างกัน และค่าใช้จ่ายที่สูงเกินรับไหว ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์คู่รัก และครอบครัวของลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178396" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อครอบครัวมีขนาดใหญ่ขึ้น ปัญหาภายในก็แปรผันตาม ชีวิตคู่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของคนสองคน แต่กลายเป็นเรื่องของ 2 ครอบครัว ดังนั้น ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม หรือข้อสรุปที่ทุกฝ่ายพึงพอใจ อาจนำไปสู่การต้องเลือกว่า จะรักษาชีวิตคู่ไว้ หรือตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ซึ่งเป็นความจริงอันโหดร้ายที่หลายคนเคยพบเจอ</p>



<p>เนื่องจากสังคมไทยปลูกฝังวาทกรรม ‘กตัญญู’ มาเป็นระยะเวลานาน สังเกตได้จากการมีอยู่ของเพลง <em>‘หน้าที่ของเด็ก’ </em>หรือที่หลายคนจดจำกันในชื่อ <em>‘เด็กเอ๋ยเด็กดี’</em> โดยเนื้อเพลงนี้ระบุว่า การยึดมั่นกตัญญูเป็นหนึ่งในสิ่งที่เยาวชนพึงประพฤติจากทั้งหมด 10 ประการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการหล่อหลอมแนวคิดกตัญญูผ่านสื่อบันเทิงอย่างบทเพลง อีกทั้งยังมีการขัดเกลาผ่านมิติทางสังคมอื่นๆ อีกด้วย เช่น การสั่งสอนจากสถาบันครอบครัว การบรรจุหน้าที่ของบุตรที่ดีในหนังสือเรียนวิชาสุขศึกษา และการนำเสนอของละครไทยที่มุ่งให้ข้อคิดเรื่องนี้ เป็นต้น</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ ‘ความกตัญญู’ กลายเป็นค่านิยมสำคัญ เพราะสังคมไทยไม่มีสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกำหนดเพดานสูงสุดเพียง 1,000 บาท/เดือน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตช่วงบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ ในระหว่างที่พ่อแม่ยังเป็นหนุ่มสาว พวกเขาก็ต้องเผชิญกับวิกฤติเศษฐกิจไม่ต่างจากในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีเงินเก็บมากพอสำหรับใช้ในยามเกษียณ ผลกระทบเหล่านี้จึงกลายเป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานอย่างที่ไม่มีใครต้องการ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปล่อยมือจากพ่อแม่ เพื่อใช้ชีวิตของตัวเอง</strong></h2>



<p><em>ยอม 1 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องยอมตลอดไป</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178397" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/01/Web-inside-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ต่อให้เราจะเคย ‘ยอม’ อยู่ในกรอบที่พ่อแม่วางไว้มาโดยตลอด แต่ถ้าคำสั่งของพ่อแม่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม หรือสร้างความทุกข์ใจให้แก่เรามากเกินไปอย่างไม่จำเป็น รวมถึงครอบงำชีวิตและตัวตนของเราจนไม่มีอิสระ ทั้งที่เราพยายามทำหน้าที่ลูกที่ดีเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว มันไม่ผิดเลยที่วันนี้เราจะ ‘เลือกตัวเอง’ ก่อนคนอื่นบ้าง เพราะนี่คือชีวิตของเรา</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การพูดนั้นง่ายกว่าการลงมือทำจริงเสมอ เพราะเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และกล้าที่จะปล่อยมือจากพ่อแม่ เพื่อใช้ชีวิตของตัวเองตามที่ใจต้องการ ไม่ว่าวันนี้จะเลือกทางไหน โปรดชื่นชมและขอบคุณตัวเองว่า เราทำดีที่สุดแล้วภายใต้เงื่อนไขที่ยุ่งเหยิงเช่นนี้</p>



<p></p>



<p>อ้างอิง<br><a href="https://x.com/qcbqcbqcb/status/1853683563344146515?s=53&amp;t=gFVzplObf-6pCwjCIxTMrA">https://x.com/qcbqcbqcb/status/1853683563344146515?s=53&amp;t=gFVzplObf-6pCwjCIxTMrA</a></p>



<p><a href="https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=4556&amp;context=chulaetd">https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=4556&amp;context=chulaetd</a></p>



<p><a href="https://psychcentral.com/sex/emotional-incest-when-is-close-too-close#what-is-it">https://psychcentral.com/sex/emotional-incest-when-is-close-too-close#what-is-it</a></p>



<p><a href="https://www.medicalnewstoday.com/articles/covert-incest?fbclid=IwY2xjawHpq6JleHRuA2FlbQIxMAABHdDd1hXG6zDYS53kk3G2pv0HPZxouJ1XVrEd9htmOMd__pAHos8Xq6lQqA_aem_EQFISXg9lOG4A-FYK3gvkQ#definition">https://www.medicalnewstoday.com/articles/covert-incest?</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/toxic-parents/">เมื่อ ‘ครอบครัว’ ทำให้ความรักของลูกพังทลาย ปล่อยมือจากพ่อแม่ไม่ได้ แม้อยากใช้ชีวิตของตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ คือต่างจังหวัดสำหรับฉัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-pain-workers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Dec 2024 03:41:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[What a day]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178298</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากเดินทางกลับไปพักผ่อนที่จังหวัดบ้านเกิดในช่วงสิ้นปีได้ไม่กี่วัน ก็ถึงเวลาที่หลายคนต้องกลับสู่โลกความเป็นจริงอันโหดร้ายในดินแดนเมืองกรุงอีกครั้ง แม้กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่ก็อาจไร้ซึ่งความหมายทางจิตใจสำหรับบางคน เพราะหากความเจริญกระจายสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม คนต่างจังหวัดอาจไม่ย้ายมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตั้งแต่ต้น ท่ามกลางเมืองที่แสนวุ่นวาย คนต่างจังหวัดกลับรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะต้องทิ้งครอบครัวของตนเองไว้ข้างหลัง และลาจากบ้านเกิดที่เคยผูกพัน แม้ ‘กรุงเทพฯ’ จะเป็นเมืองหลวง แต่เปรียบเสมือน ‘ต่างจังหวัด’ สำหรับใครหลายคน… ถึงแม้ว่าสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ไม่ได้นิยามความหมายของคำว่า ‘ต่างจังหวัด’ ไว้อย่างเป็นทางการในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน โดยหากพิจารณาจากบริบทการสื่อสารของคนไทยทั่วไป ต่างจังหวัดคือ เขตพื้นที่ปกครองของประเทศที่ไม่ใช่เมืองหลวง อย่างไรก็ตาม ในแง่ความรู้สึกของผู้คน ‘ต่างจังหวัด’ อาจหมายถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่จังหวัดบ้านเกิดของเรา กรุงเทพฯ ไม่ใช่ ‘บ้านของหัวใจ’ แต่เปรียบเสมือนแหล่งหางานหาเงินเพื่อความอยู่รอดสำหรับคนต่างจังหวัด เนื่องด้วยความเจริญทุกมิติกระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวงเพียงแห่งเดียว เช่น บริการขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง สาธารณูปโภคที่มีมาตรฐาน การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ตลาดงานที่หลากหลาย รวมถึงแหล่งผลงานศิลปะและความบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่บางจังหวัดไม่มีแม้แต่น้ำสะอาดให้ใช้ ไม่มีรถสาธารณะให้นั่ง ไม่มีสถานศึกษาที่มีคุณภาพให้เรียน ไม่มีโรงภาพยนตร์ให้เสพความบันเทิง และอีกสารพัด ‘ความลำบาก’ ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากภาครัฐ ความเป็น ‘เอกนคร’ หรือ ‘เมืองโตเดี่ยว’ ของเมืองหลวงไทย สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไว้อย่างชัดเจน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-pain-workers/">กรุงเทพฯ คือต่างจังหวัดสำหรับฉัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจากเดินทางกลับไปพักผ่อนที่จังหวัดบ้านเกิดในช่วงสิ้นปีได้ไม่กี่วัน ก็ถึงเวลาที่หลายคนต้องกลับสู่โลกความเป็นจริงอันโหดร้ายในดินแดนเมืองกรุงอีกครั้ง แม้กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แต่ก็อาจไร้ซึ่งความหมายทางจิตใจสำหรับบางคน เพราะหากความเจริญกระจายสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม คนต่างจังหวัดอาจไม่ย้ายมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตั้งแต่ต้น</p>



<p>ท่ามกลางเมืองที่แสนวุ่นวาย คนต่างจังหวัดกลับรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะต้องทิ้งครอบครัวของตนเองไว้ข้างหลัง และลาจากบ้านเกิดที่เคยผูกพัน แม้ ‘กรุงเทพฯ’ จะเป็นเมืองหลวง แต่เปรียบเสมือน ‘ต่างจังหวัด’ สำหรับใครหลายคน…</p>



<p>ถึงแม้ว่าสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ไม่ได้นิยามความหมายของคำว่า ‘ต่างจังหวัด’ ไว้อย่างเป็นทางการในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน โดยหากพิจารณาจากบริบทการสื่อสารของคนไทยทั่วไป ต่างจังหวัดคือ เขตพื้นที่ปกครองของประเทศที่ไม่ใช่เมืองหลวง อย่างไรก็ตาม ในแง่ความรู้สึกของผู้คน ‘ต่างจังหวัด’ อาจหมายถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่จังหวัดบ้านเกิดของเรา</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178299" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กรุงเทพฯ ไม่ใช่ ‘บ้านของหัวใจ’ แต่เปรียบเสมือนแหล่งหางานหาเงินเพื่อความอยู่รอดสำหรับคนต่างจังหวัด เนื่องด้วยความเจริญทุกมิติกระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวงเพียงแห่งเดียว เช่น บริการขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง สาธารณูปโภคที่มีมาตรฐาน การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ตลาดงานที่หลากหลาย รวมถึงแหล่งผลงานศิลปะและความบันเทิงที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่บางจังหวัดไม่มีแม้แต่น้ำสะอาดให้ใช้ ไม่มีรถสาธารณะให้นั่ง ไม่มีสถานศึกษาที่มีคุณภาพให้เรียน ไม่มีโรงภาพยนตร์ให้เสพความบันเทิง และอีกสารพัด ‘ความลำบาก’ ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากภาครัฐ</p>



<p>ความเป็น ‘เอกนคร’ หรือ ‘เมืองโตเดี่ยว’ ของเมืองหลวงไทย สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไว้อย่างชัดเจน แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คุณภาพชีวิตของผู้คนอีก 76 จังหวัด ยังคงถูกมองข้ามอย่างไม่ใยดี ส่วนกรุงเทพฯ กลับพัฒนาสู่ความเจริญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบีบบังคับให้ผู้คนจากทั่วสารทิศจำต้องหลั่งไหลเข้าสู่เมืองหลวงอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยไม่มีทางเลือกที่เหมาะสมในชีวิต จึงจำเป็นต้องย้ายมาเรียนหรือทำงานที่นี่ ซึ่งถือเป็นการผลักภาระให้แก่ประชาชนในต่างจังหวัดอย่างไม่เป็นธรรม</p>



<p><em>ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีกว่า ‘กรุงเทพฯ’ คือทางรอดเดียวสำหรับคนไทย</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178300" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-8.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p>มาฟังเสียงคนต่างจังหวัดที่ยอมละทิ้งชีวิตเก่าในบ้านเกิด เพื่อโอกาสความก้าวหน้าในอนาคต ว่าถิ่นที่อยู่อาศัยปัจจุบันอย่าง ‘กรุงเทพฯ’ มีความหมายต่อพวกเขาอย่างไร และคุณภาพชีวิตในต่างจังหวัดนั้นแตกต่างจากเมืองหลวงมากแค่ไหน?</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ คือ House ที่จำเป็นต้องอยู่ ไม่ใช่ Home ที่อยากอยู่</strong></h2>



<p><em>“เด็กต่างจังหวัดต้องถีบตัวเองอย่างถึงที่สุด เพื่อหนีจากบ้านของตนเอง เพราะความเจริญทุกอย่างกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ”</em></p>



<p>‘สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ’ พิธีกรรายการ 20 ยังจอย วัย 25 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต แต่ย้ายมาเรียนและทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะนิเทศศาสตร์นั้นมีจำนวนไม่มากในประเทศไทย และคิดว่า มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ น่าจะมีหลักสูตรที่มีคุณภาพกว่าจังหวัดอื่นๆ&nbsp;</p>



<p>จากสภาพปัญหาในระบบการศึกษา และตลาดแรงงานไทย ส่งผลให้การเรียนคณะนิเทศศาสตร์นั้นมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ซึ่งเขามองว่า วิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ การเลือกเรียนในคณะนิเทศศาตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่าง นิเทศ จุฬาฯ เพราะน่าจะนําไปสู่อนาคตการทำงานที่มีโอกาสมากกว่า</p>



<p>ข้อดีของการอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สำหรับคนต่างจังหวัดคือ การได้ฝึกใช้ชีวิต และพึ่งพาตนเอง ส่วนข้อเสียคือ ‘ค่าใช้จ่าย’ เพิ่มมากขึ้น เช่น ค่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง และค่าครองชีพที่สูงกว่า อีกทั้งยังทำให้ความใกล้ชิดภายในครอบครัวลดน้อยลง หรือเกิดระยะห่างในความสัมพันธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่เข้าใจกัน หรือในกรณีที่ร้ายแรง เช่น สมมติถ้าลูกย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ แต่แม่เพิ่งป่วยกะทันหัน คำถามคือลูกต้องทำอย่างไรต่อไป หรือจะมีคนดูแลแม่ที่ป่วยไหม?</p>



<p>หลายครั้งที่เขาอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง หรือหยุดพักจากการทำงาน ความรู้สึกคิดถึงจังหวัดภูเก็ตจึงก่อตัวขึ้น เพราะเขาเกิดและเติบโตที่นั่น ทำให้รู้สึกผูกพัน และเชื่อมโยงกับความทรงจำในวัยเด็ก จังหวัดบ้านเกิดจึงเปรียบเสมือนสถานที่ที่ทำให้เขาได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p><em>“</em><strong><em>กรุงเทพฯ เป็นบ้านที่เราไม่ได้เต็มใจจะอยู่อย่าง 100%</em></strong><em> เพราะเหตุผลแรกเริ่มของการย้ายมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ ‘อยากอยู่’ แต่คือ </em><strong><em>‘ต้องอยู่’</em></strong><em> ในเมื่อสภาพสังคมบีบบังคับให้เราต้องมาอยู่ที่นี่ เราจึงเรียกกรุงเทพฯ ว่าบ้านที่ดีได้ไม่เต็มปาก”</em></p>



<p>เขากล่าวว่า คนไทยจำนวนมากไม่ได้เรียกกรุงเทพฯ ว่าต่างจังหวัด อาจเป็นเพราะการปลูกฝังผ่านสังคมที่แบ่งแยกเพียง ‘กรุงเทพฯ’ กับ ‘ต่างจังหวัด’ อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเองให้นิยามคำว่า ‘ต่างจังหวัด’ หมายถึงจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่จังหวัดบ้านเกิด&nbsp;</p>



<p><em>“ไม่ว่าจะอยากอยู่กรุงเทพฯ หรือไม่ก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่นี่คือที่อยู่อาศัย ณ ปัจจุบันของเรา การอยู่กรุงเทพฯ นานเกือบ 6 ปี ทำให้เรามองกรุงเทพฯ เป็นบ้านมากขึ้น แต่ถ้าต้องเทียบระหว่างกรุงเทพฯ กับภูเก็ต </em><strong><em>เมืองหลวงแห่งนี้ยังคงเป็นต่างจังหวัดสำหรับเราอยู่ดี</em></strong><em>”</em></p>



<p>เขาไม่ได้เศร้าเสียใจ เมื่อต้องลาจากบ้านเกิด เพื่อมาเรียนหรือทำงานต่อในกรุงเทพฯ แต่กลับรู้สึกถึงความวุ่นวายที่มากเกินไปในกรุงเทพฯ ทั้งการจราจรที่ติดขัด และผู้คนแปลกหน้ามากมายที่เร่งรีบเดินทางไปคนละจุดหมาย โดยที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์หรือรู้จักกันเลย ซึ่งเป็นภาพที่แตกต่างจากวิถีชีวิตของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p>



<p>เมื่อถามว่า “คนไทยมีทางเลือกชีวิตที่เหมาะสมไหม?” เขาชั่งใจไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนของโลก เราก็อาจจะเลือกบ้านของตัวเองไม่ได้มากนัก แต่ถ้าเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศในทวีปยุโรปหรืออเมริกา คนไทยมีทางเลือกในชีวิตน้อยกว่าจริงๆ เพราะความเจริญทุกด้านกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ เช่น ในบางสายงานแทบไม่มีทางทําที่จังหวัดอื่นได้เลย หรือต่อให้ทำได้ ฐานเงินเดือนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน</p>



<p>สถานการณ์ในไทยคือ ถ้าอยากทำงานสายนี้ คุณต้องอยู่ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ถ้าอยู่จังหวัดบ้านเกิด ก็ต้องยอมทำงานอื่น มันเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้าที่เด็กคนหนึ่งต้องตัดสินใจเรื่องยิ่งใหญ่ตั้งแต่ตอนอายุ 18 ปี ว่าชีวิตหลังจากนี้ เขาจะทํางานอะไร หรือต้องอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกัน บางคนอยู่จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ แต่ยอมไม่อยู่บ้านตัวเอง เพื่อให้ใกล้กับสถานที่ทำงานมากขึ้น จะได้เดินทางสะดวก เพราะระบบขนส่งสาธารณะไปไม่ถึงจังหวัดของเขา นำมาซึ่งการเสียเวลา ค่าใช้จ่าย และต้นทุนอีกหลายอย่างในชีวิต</p>



<p>ในทางกลับกัน ประเทศที่เจริญแล้ว บ้านของหลายคนก็อาจจะไม่ได้ใกล้กับสถานที่ทำงานเช่นกัน แต่ด้วยความที่ประเทศนั้นมี ‘ระบบขนส่งสาธารณะ’ ที่มีคุณภาพ และสามารถพาเขาไปที่ทํางานได้อย่างสะดวกสบาย ประชาชนในต่างประเทศจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง ‘บ้าน’ หรือ ‘งาน’ แบบคนไทย แต่สามารถทำงานที่รักและอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองไปพร้อมกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าความเจริญไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ จะเลือกย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ไหม?&nbsp;</strong></h2>



<p><em>“เราตอบคำถามนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะมันเหมือนเป็นคำถามที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ต่อให้ภูเก็ตจะเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่เจริญที่สุดในประเทศไทย แต่ตั้งแต่เกิดมายังจินตนาการภาพที่ภูเก็ตมีความเจริญทัดเทียมกรุงเทพฯ ไม่ออกอยู่ดี หรือถ้าจินตนาการได้ เราก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก เพราะมันคงจะเป็นได้แค่จินตนาการตลอดไป”</em></p>



<p>เขาเล่าว่า ภูเก็ตถือว่ามีสิ่งอํานวยความสะดวกมากกว่าหลายจังหวัด แต่ปัจจุบันก็ยังไม่มีบริการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นคุณภาพชีวิตพื้นฐานของประชาชน เขาจำได้ว่า ช่วงหนึ่งมีคลิปไวรัลที่คนต่างชาติถามคนไทยว่า คุณยอมได้ยังไงที่ให้มีรถไฟฟ้าแค่ในเมืองหลวง? อีกทั้ง คุณภาพด้านการศึกษายังสู้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ และจังหวัดภูเก็ตมีมหาวิทยาลัย (ที่ไม่ใช่สายอาชีวะหรือราชภัฏ) มีเพียงหนึ่งแห่งคือ มอ. ซึ่งเน้นเฉพาะสาขาท่องเที่ยว อีกทั้งยังไม่มีแหล่งนิทรรศการศิลปะเฉกเช่นกรุงเทพฯ</p>



<p><strong><em>“มันไม่แปลกที่เมืองหลวงจะเจริญกว่าจังหวัดอื่นๆ แต่สิ่งที่ไม่ปกติในประเทศไทยคือ ช่องว่างความเจริญหรือความเหลื่อมล้ําที่สูงมากเกินไป ขณะที่ในประเทศอื่นอาจจะมีการกระจายอํานาจที่มีประสิทธิภาพกว่านี้”</em></strong></p>



<p>สาเหตุของความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยคือ ปัญหาด้านการเมืองในเชิงโครงสร้าง เช่น การปกครองที่ไม่ค่อยต่อเนื่อง เพราะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมาจากการแต่งตั้งจากส่วนกลางอย่างกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมักไม่ใช่คนในพื้นที่นั้น ส่งผลให้ไม่ได้เข้าใจปัญหาในจังหวัดอย่างแท้จริง หรือใช้เวลานานในการสำรวจปัญหา</p>



<p>นอกจากนี้ การปกครองท้องถิ่นในส่วนอื่น ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของคนในพื้นที่ เช่น นายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยังมีความไม่ลงรอยระหว่างพรรคเก่ากับพรรคใหม่ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งใหม่หลังครบวาระ พรรคใหม่จะไม่อยากสานต่อผลงานเดิมของพรรคเก่า ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมือง สุดท้าย สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเกมการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อจังหวัดอย่างแท้จริง</p>



<p>เขากล่าวอย่างหนักแน่นว่า อยากให้ความเหลื่อมล้ำในไทยลดน้อยลง แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพราะปัญหาของประเด็นนี้แทรกซึมอยู่ในหลายจุด ทั้งสถานที่ การวางผังเมือง กฎหมาย รัฐธรรมนูญ รวมถึง ‘คนที่มีอำนาจ’ ในการแก้ไขสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน</p>



<p><strong><em>“House คือบ้านที่ตัวเราอยู่ ส่วน Home คือบ้านที่ใจเราอยู่ ประเทศที่ดีคือประเทศที่ House และ Home ของทุกคนคือที่เดียวกัน แต่สิ่งนี้กลับยากที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย สำหรับคนต่างจังหวัดแล้ว House ของพวกเราอาจเป็นกรุงเทพฯ แต่ Home ที่แท้จริงคือบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด”</em></strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178302" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ ไม่ใช่บ้าน แต่เป็นเพียงแหล่งหาเงิน</strong></h2>



<p><em>“ณ ปัจจุบัน มองว่า </em><strong><em>กรุงเทพฯ ไม่ใช่บ้านของเรา</em></strong><em> เพราะนอกจากจะเช่าที่อยู่อาศัยของคนอื่นแล้ว </em><strong><em>กรุงเทพฯ ยังเปรียบเสมือนแหล่งหาเงินมากกว่า</em></strong><em> เราไม่ได้รู้สึกผูกพันกับกรุงเทพฯ ในมุมสถานที่ แต่ผูกพันกับผู้คนกลุ่มเพื่อนที่กรุงเทพฯ ดังนั้น ถ้าวันหนึ่งเรารวยขึ้นมากๆ เราก็อยากกลับไปอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิด”</em></p>



<p>‘ณัฐธิดา คะสีทอง’ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งย้ายจากบ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น อำเภอเมือง ตำบลสำราญ มาเรียนระดับชั้นอุดมศึกษาที่กรุงเทพฯ เป็นเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเพื่อนหลายคนในคณะก็ย้ายมาจากจังหวัดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยเธอให้เหตุผลในการย้ายมาครั้งนี้ว่า กรุงเทพฯ มีความเจริญก้าวหน้ามากกว่า หากเรียนที่กรุงเทพฯ น่าจะได้รับโอกาสมากกว่าในต่างจังหวัด</p>



<p><em>“การกลับไปพบเจอความว่างเปล่า หรือการไม่มีคนที่รักรอคอยอยู่ที่ห้องพัก ทำให้เรารู้สึกเหงา และคิดถึงบ้านที่ต่างจังหวัด เมื่อมีปัญหาในชีวิตเกิดขึ้น เราต้องพยายามแก้ไขและจัดการปัญหาด้วยตนเองทุกอย่าง แต่ถ้าอยู่บ้าน เราจะมีสถานะเป็นลูกของพ่อแม่ ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน เพียงแค่กลับบ้านก็รู้สึกหายเหนื่อย เพราะได้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)”</em></p>



<p>ข้อเสียของการอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ สำหรับคนต่างจังหวัดคือ การห่างไกลครอบครัว ทั้งในแง่ความรู้สึกและพื้นที่ เพราะตอนอยู่บ้านที่ขอนแก่น พื้นที่ถูกแบ่งสัดส่วนชัดเจน เช่น ห้องนอนส่วนตัว ห้องนั่งเล่น ห้องครัว เป็นต้น ขณะที่การอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้ทุกกิจวัตรประจำวันถูกมัดรวมอยู่ในห้องพักขนาดเล็กห้องหนึ่งเท่านั้น รวมถึงต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น ส่งผลให้ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวหรือเวลาสำหรับตัวเองเลย อย่างไรก็ตาม เธอไม่อาจย้ายออกจากหอพักนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หอในจุฬาฯ) เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย</p>



<p><em>“การอยู่ห่างไกลครอบครัว ทำให้พวกเราไม่ได้พูดคุยกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน บางครั้งเหนื่อยจนไม่มีแม้แต่แรงจะตอบไลน์พ่อแม่ หรือไม่กล้าบอกว่าเรากำลังเผชิญปัญหาอะไร เพราะกลัวพ่อแม่จะเป็นห่วง แต่ถ้าได้อยู่ด้วยกัน พ่อแม่คงรับรู้ว่าชีวิตของเราเป็นอย่างไรได้ง่ายกว่านี้”</em></p>



<p><em></em>เธอมีโอกาสได้กลับบ้านเพียง 2 &#8211; 3 ครั้งต่อปี และแต่ละครั้งมีเวลาอยู่กับครอบครัวประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากภาระหน้าที่ด้านการเรียน กิจกรรม และการฝึกงาน โดยเมื่ออยู่กรุงเทพฯ เธอต้องพยายามเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน ตอนเรียนออนไลน์ที่บ้านในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก แม่จะคอยจัดเตรียมอาหารการกินให้เธอเสมอ ฉะนั้น สิ่งที่ขาดหายไปจากการเรียนไกลบ้านคือ การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวที่พร้อมจะสนับสนุนกันและกัน</p>



<p><strong></strong><strong>“</strong><strong><em>เรากลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าพ่อแม่ทุกครั้งที่ต้องลาจากกัน ไม่เคยชินกับความรู้สึกหน่วงในใจสักที แม้จะต้องออกจากพื้นที่ Safe Zone ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า”</em></strong></p>



<p><em></em>หากพิจารณาบริบทการใช้คำว่า ‘ต่างจังหวัด’ ของสังคมและสื่อมวลชนส่วนใหญ่จะสื่อถึงความทุรกันดาร ความไม่เจริญ หรือพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลเมืองหลวง เพราะจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ จะถูกเรียกว่าปริมณฑล</p>



<p><em>“</em><strong><em>กรุงเทพฯ คือต่างจังหวัดสำหรับเรา เพราะจังหวัดบ้านเกิดของเราคือขอนแก่น</em></strong><em> ครั้งหนึ่งเพื่อนเคยถามว่า เราจะเดินทางไปไหน ซึ่งเราไปกรุงเทพฯ แต่ตอบว่าไปต่างจังหวัด เนื่องจากเรานับว่า ทุกจังหวัดที่ไม่ใช่บ้านเกิดคือต่างจังหวัดทั้งหมด”</em></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คนไทยมีทางเลือกในชีวิตที่เหมาะสมไหม?</strong></h2>



<p><strong></strong>เธอตอบคำถามนี้ว่า แม้เธอจะเป็นคนตัดสินใจมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยตนเอง แต่ถ้ามองลึกไปถึงเหตุผลตั้งต้นที่แท้จริง เธอย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ เนื่องจากต้องการโอกาสในอนาคตที่มากกว่า และหวังว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น จึงไม่ควรพิจารณาอย่างผิวเผินว่า คนไทยมีสิทธิเลือกได้ว่าจะอยู่ที่ไหน เพราะที่จริงแล้ว ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ยังคงบีบบังคับให้ผู้คนที่อยากมีชีวิตที่ดีต้องเข้าสู่วงจรทุนนิยมในเมืองหลวง ดังนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนไทยจึงมิได้มีทางเลือกในชีวิตที่เหมาะสม</p>



<p><em>“สภาพปัญหาในสังคมไทยปัจจุบัน ทำให้เราไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าปักหลักอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น </em><strong><em>เราจะทำงานหรือฝึกงานสายงานไหนได้บ้างนอกเหนือจากข้าราชการ เรานึกถึงบริษัทแขนงอื่นไม่ออกเลย แต่ถ้าความเจริญกระจายตัวไปที่ต่างจังหวัดมากกว่านี้ เราคงจะตัดสินใจเรียนและทำงานที่บ้านเกิดตั้งแต่ต้น</em></strong><em> เพราะค่าใช้จ่ายจะไม่สูงมาก และมีครอบครัวเป็นพื้นที่สบายใจให้แก่เรา”</em></p>



<p>ในฐานะคนที่เคยอยู่ทั้งในกทม. และต่างจังหวัด คุณภาพชีวิตในทั้งสองจังหวัดนี้แตกต่างกันมาก เช่น บริการคมนาคมสาธารณะในกรุงเทพฯ ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย แตกต่างจากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเธอต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัวของพ่อแม่ เพราะรถสองแถวไม่มีเวลารับส่งผู้โดยสารที่แน่นอน จึงไม่อาจคาดคะเนระยะเวลาในการเดินทางได้เฉกเช่นรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ</p>



<p><em>“ในต่างจังหวัด หากไม่มีรถส่วนตัวจะใช้ชีวิตลำบากมาก เพราะไม่มีระบบคมนาคมสาธารณะที่มีคุณภาพ ทำให้หลายคนต้องยอมซื้อรถส่วนตัว ต่างจากในกรุงเทพฯ ที่ต่อให้ไม่มีรถส่วนบุคคล เราก็สามารถเดินทางด้วยตนเองได้อย่างง่ายดาย”</em></p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพชีวิตพื้นฐานอย่างสาธารณูปโภค เช่น การประปา และการไฟฟ้า ในต่างจังหวัดยังไม่ค่อยมีคุณภาพ บางครั้งก็ไฟดับโดยไม่ทราบล่วงหน้า หรือน้ำประปากลายเป็นสีขุ่น จนครอบครัวของเธอตัดสินใจแก้ปัญหานี้ด้วยตนเอง โดยซื้อเครื่องกรองน้ำมาใช้เอง เพื่อให้คุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้น ในทางตรงกันข้าม นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ หอพักของเธอไม่เคยไฟดับ หรือน้ำประปาไม่สะอาดเลยสักครั้ง ทั้งที่หอพักไม่ได้มีเครื่องกรองน้ำด้วยซ้ำ</p>



<p><strong><em>“ไม่ว่าฝนจะตกหนักแค่ไหน แต่ตอนอยู่กรุงเทพฯ เราไม่เคยต้องกังวลเลยว่าไฟฟ้าจะดับ ซึ่งเป็นความเหลื่อมล้ำที่แตกต่างอย่างชัดเจน เพราะในต่างจังหวัด ไฟฟ้าอาจดับเมื่อไรก็ได้ แม้วันนั้นฝนจะไม่ได้ตกก็ตาม”</em></strong></p>



<p>สาเหตุของความเหลื่อมล้ำอาจเกิดขึ้นเพราะ กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง ซึ่งต้องเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ จึงมีโอกาสพัฒนาได้มากกว่า นอกจากนี้ ระบบการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากเสียงของประชาชน ยังส่งเสริมให้นักการเมืองผู้รับตำแหน่งพยายามแก้ไขปัญหา สร้างผลงานที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง มากกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้ง</p>



<p><em>“เราเองก็คาดหวังว่า พื้นที่ท้องถิ่นของเราจะได้รับการพัฒนามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หากการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมีประสิทธิภาพ คุณภาพชีวิตของคนต่างจังหวัดคงจะดีกว่านี้”</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178303" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความเจ็บปวดของคนต่างจังหวัด ไม่ใช่การย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิด หรือการห่างไกลครอบครัว แต่คือการต้องจำยอมก้มหน้าก้มตาดิ้นรนทำงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า ตนเองกำลังเผชิญกับความอยุติธรรมในสังคม&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่าคนตัวเล็กตัวน้อยจะพยายามผลักดันปัญหาความเหลื่อมล้ำเพียงใด แต่ก็ไม่อาจเรียกร้องความรับผิดชอบจากภาครัฐในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่โปร่งใสนี้ได้เสียที แต่ท้ายที่สุดแล้ว เรายังคงต้องขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไป เพื่อให้อำนาจอธิปไตยคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-pain-workers/">กรุงเทพฯ คือต่างจังหวัดสำหรับฉัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำพูดที่อยากได้ยินตอนกลับบ้าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/go-back-home/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Dec 2024 04:14:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[What a day]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[กลับบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[คำพูด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178226</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงสิ้นปีถือเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับบ้าน หลังจากทำงานและดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขชีวิต ความจำเป็นด้านการศึกษา โอกาสในการทำงาน หรือแม้แต่ปัญหาในครอบครัว ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากตัดสินใจต้องย้ายออกจากบ้านเกิด เพื่อมาอาศัยอยู่ในเมืองกรุง หรือจังหวัดอื่นๆ ซึ่งความห่างไกลของระยะทาง อาจทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหินขึ้นอย่างน่าเศร้า หลายคนมีโอกาสได้กลับบ้านเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี ส่งผลให้พวกเขาพยายามใช้เวลากับครอบครัวอย่างคุ้มค่า และสร้างความทรงจำที่ดีให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทดแทนช่วงเวลาที่ผ่านมา ทว่า บางครั้งคำพูดจากผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างพ่อแม่หรือตายาย อาจจะบั่นทอนจิตใจของลูกหลานโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น “แค่นี้จะบ่นทำไม” “อดทนไปก่อน” “อุตส่าห์กลับมาบ้าน ทำไมไม่ช่วยอะไรเลย” “ลองดูลูกบ้านอื่นสิ เขาเก่งขนาดไหน” เป็นต้น ทั้งที่จริงแล้ว ลูกหลานตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพราะอยากหยุดพักการทำงาน ปล่อยวางความเหนื่อยล้า รวมถึงหวังจะได้รับคำชื่นชม และคำปลอบใจจากครอบครัว ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างวัย (Generation Gap) อาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ หรือทำร้ายความรู้สึกของคนที่รัก จนนำไปสู่รอยร้าวในครอบครัว a day จึงสำรวจความคิดเห็นของผู้คนที่ต้องย้ายมาเรียนหรือทำงานต่างถิ่น ว่าพวกเขาอยากได้ยินคำพูดแบบไหนเมื่อกลับถึงบ้าน? เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งรักและหวังดีต่อกัน แต่ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกหรือสื่อสารอย่างไร พลอย (นามสมมติ) นักศึกษาหญิง วัย 22 ปี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งตัดสินใจย้ายจากบ้านเกิดอย่างจังหวัดสงขลา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/go-back-home/">คำพูดที่อยากได้ยินตอนกลับบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงสิ้นปีถือเป็นช่วงเวลาแห่งการกลับบ้าน หลังจากทำงานและดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขชีวิต ความจำเป็นด้านการศึกษา โอกาสในการทำงาน หรือแม้แต่ปัญหาในครอบครัว ส่งผลให้คนไทยจำนวนมากตัดสินใจต้องย้ายออกจากบ้านเกิด เพื่อมาอาศัยอยู่ในเมืองกรุง หรือจังหวัดอื่นๆ ซึ่งความห่างไกลของระยะทาง อาจทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหินขึ้นอย่างน่าเศร้า</p>



<p>หลายคนมีโอกาสได้กลับบ้านเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี ส่งผลให้พวกเขาพยายามใช้เวลากับครอบครัวอย่างคุ้มค่า และสร้างความทรงจำที่ดีให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทดแทนช่วงเวลาที่ผ่านมา ทว่า บางครั้งคำพูดจากผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างพ่อแม่หรือตายาย อาจจะบั่นทอนจิตใจของลูกหลานโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น <em>“แค่นี้จะบ่นทำไม” “อดทนไปก่อน” “อุตส่าห์กลับมาบ้าน ทำไมไม่ช่วยอะไรเลย” “ลองดูลูกบ้านอื่นสิ เขาเก่งขนาดไหน”</em> เป็นต้น</p>



<p>ทั้งที่จริงแล้ว ลูกหลานตัดสินใจเดินทางกลับบ้าน เพราะอยากหยุดพักการทำงาน ปล่อยวางความเหนื่อยล้า รวมถึงหวังจะได้รับคำชื่นชม และคำปลอบใจจากครอบครัว ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างวัย (Generation Gap) อาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ หรือทำร้ายความรู้สึกของคนที่รัก จนนำไปสู่รอยร้าวในครอบครัว</p>



<p>a day จึงสำรวจความคิดเห็นของผู้คนที่ต้องย้ายมาเรียนหรือทำงานต่างถิ่น ว่าพวกเขาอยากได้ยินคำพูดแบบไหนเมื่อกลับถึงบ้าน? เพื่อสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งรักและหวังดีต่อกัน แต่ไม่รู้ว่าควรจะแสดงออกหรือสื่อสารอย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178228" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-01-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พลอย (นามสมมติ) นักศึกษาหญิง วัย 22 ปี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งตัดสินใจย้ายจากบ้านเกิดอย่างจังหวัดสงขลา เพื่อมาเรียนระดับอุดมศึกษาที่กรุงเทพฯ เพราะเธอมองว่า การเรียนการสอนที่เมืองหลวงมีคุณภาพสูงกว่า และสามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้มากกว่าสาขาบริการในต่างจังหวัด ทำให้เธอมีโอกาสเดินทางกลับไปหาครอบครัวนานๆ ครั้ง&nbsp;</p>



<p>เมื่อกลับบ้านแล้วบ่นเรื่องความเหนื่อย เธอมักจะได้รับคำพูดตอบกลับจากครอบครัวว่า <em>“ทำแค่นี้เหนื่อยแล้วเหรอ คนอื่นในบ้านเหนื่อยกว่านี้อีก แค่นี้ยังไม่เรียกว่าเหนื่อยหรอก”</em> ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากได้ยิน เพราะเธอเพียงต้องการบ่นระบายความรู้สึก ไม่ได้ต้องการเปรียบเทียบกับคนอื่น อีกทั้ง ความเหนื่อยของแต่ละคนยังไม่เท่ากัน และไม่อาจวัดได้ว่าใครเหนื่อยกว่ากัน <em>“คนในครอบครัวมักพูดแบบนี้ เพราะเขาอยากให้เราเข้มแข็ง ไม่อยากให้ยอมแพ้ต่ออุปสรรคในชีวิต แต่ในทางกลับกัน </em><strong><em>คำพูดเหล่านี้ทำให้เราต้องแบกรับความคาดหวังมากขึ้น และไม่มีพื้นที่ให้อ่อนแอได้เลย</em></strong><em> แม้แต่ในครอบครัวของตัวเอง ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด และรับรู้ทุกอย่างที่เราพยายามทำ แต่เขากลับไม่เคยเข้าใจ ทั้งที่เราแค่อยากแบ่งปันเรื่องราวในแต่ละวันกับครอบครัว และเราก็พร้อมรับฟังปัญหาของอีกฝ่ายเช่นกัน การบ่นระบายความรู้สึกอาจไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหรือความเหนื่อยล้าหายไป แต่ทำให้เราสบายใจขึ้น”</em></p>



<p>ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เธอจะนิ่ง ไม่ตอบกลับ และแอบไปร้องไห้คนเดียวด้วยความเสียใจ แม้จะมีการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหานี้ภายในครอบครัว แต่คำพูดดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้น เพราะความเหนื่อยไม่มีวันหมดไป รวมถึงทัศนคติของคนรุ่นเก่าที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ในอดีตช่วงที่ Baby Boomer ยังเป็นวัยรุ่น พวกเขาต้องขยัน อดทน และสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเอง จนไม่มีเวลาหยุดพัก คนรุ่นเก่าจึงมองว่า การพักผ่อนเป็นสิ่งที่ผิด และไม่ต้องการให้ลูกหลานนิ่งดูดายต่อการทำงาน</p>



<p>คำพูดดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อครอบครัวอย่างรุนแรง แต่ทำให้เธอไม่กล้าแบ่งปันทุกเรื่องราวทุกความรู้สึกแก่ครอบครัว เนื่องจากเธอคิดว่า ถ้าไม่พูดออกไปอาจจะดีกว่า การหลีกเลี่ยงที่จะพูดบ่นเรื่องความเหนื่อย เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่เข้าใจกัน จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับเธอ</p>



<p><em>“อยากได้ยินครอบครัวพูดว่า </em><strong><em>ทำดีแล้ว เก่งแล้ว ไม่ต้องพยายามมากกว่านี้ก็ได้ ขอบคุณมากนะที่ช่วยเหลือครอบครัว</em></strong><em> เพราะอยากให้พวกเขามองเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ ซึ่งต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย”</em></p>



<p>ดังนั้น คำพูดที่เธออยากได้ยินตอนกลับบ้านคือ ‘คำชื่นชม’ ด้วยความที่เธอเป็นคนขยันและมีความรับผิดชอบมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ความสำเร็จต่างๆ ของเธอกลายเป็นเพียงเรื่องธรรมดาทั่วไปสำหรับครอบครัว ไม่ว่าคนภายนอกจะชื่นชมมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนคำพูดของครอบครัวได้ เพราะสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ คือกำลังใจจากครอบครัว</p>



<p><em></em><em>“เราไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เราทำนั้นมีความหมายต่อครอบครัวจริงๆ หรือเปล่า </em><strong><em>เพราะเราไม่เคยได้รับคำชื่นชมจากครอบครัว ส่งผลให้เราคิดว่าตัวเองยังดีไม่พออยู่เสมอ</em></strong><em>”</em></p>



<p>ผู้ใหญ่ในครอบครัวควรระมัดระวังคำพูดเมื่อสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่ เพราะสิ่งที่พวกเขาพูดเพียงครั้งเดียว อาจกระทบต่อจิตใจลูกหลาน จนกลายเป็นปมติดตัวตั้งแต่เด็กจนโต เช่น หากพ่อแม่สั่งห้ามทำบางอย่างในตอนเด็ก อาจทำให้ลูกไม่กล้าทำสิ่งนั้นไปทั้งชีวิต เป็นต้น สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา การเติบโตในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้มุมมองความคิดต่างกัน สมาชิกในครอบครัวจึงควรเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น เพื่อไม่ให้ความแตกต่างระหว่างวัยกลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-178229" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-02-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ปาล์ม (นามสมมติ) นิสิตชาย วัย 21 ปี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอยุธยา แต่ตัดสินใจย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ เพราะมองว่า เมืองหลวงมีโอกาสและความมั่นคงในอนาคตมากกว่า จากภาพจำของสื่อและสังคมที่เชิดชูการศึกษาในเมืองหลวง เช่น โรงเรียนติดป้ายแสดงความยินดีแก่นักเรียนที่สอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ</p>



<p>ปาล์ม เล่าว่า เขาจะกลับบ้านที่จังหวัดอยุธยาเดือนละครั้ง แต่ทุกครั้งที่กลับไป มักได้รับคำพูดเชิงไม่เห็นด้วยหรือตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของเขาจากครอบครัว เช่น หากพูดถึงการทำงานด้านละครเวที บรรยากาศในบ้านจะเปลี่ยนไป ทั้งโต๊ะอาหารจะเงียบลง ไร้การตอบกลับ หรือหยิบยกหัวข้อสนทนาอื่นขึ้นมาแทน เพราะพ่อแม่ไม่สนับสนุนให้เขาทำงานสายงานนี้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากมองว่าเป็นงานที่ไม่มั่นคง</p>



<p>นอกจากนี้ ครอบครัวยังตั้งคำถามต่อการแต่งตัวของเขา ซึ่งสวมใส่สร้อยไข่มุก กางเกงขาม้า และเข็มกลัดอีกด้วย เพราะคนรุ่นเก่าถูกสังคมหล่อหลอมมาว่า การแต่งกายแบบนี้เหมาะกับเพศหญิงเท่านั้น ส่วนผู้ชายต้องแต่งตัวอีกรูปแบบหนึ่ง</p>



<p><em>“เราพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุด แต่พ่อแม่กลับตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของเรา ทำให้เราสงสัยว่า การตัดสินใจเหล่านั้นไม่ดีพอสำหรับครอบครัวเหรอ? แล้วเราต้องทำอย่างไรจึงจะถูกต้องในสายตาของพวกเขา”</em></p>



<p>คำพูดดังกล่าวส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำให้เขารู้สึกไม่อยากกลับบ้าน รวมถึงไม่กล้าแลกเปลี่ยนเรื่องราวการทำงานกับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน เพราะต่อให้เขาพูดออกไป ครอบครัวก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี ส่งผลให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหินกว่าเดิม</p>



<p><em>“โดยปกติพ่อแม่มักจะถามไถ่เรื่องการทำงานในอนาคต เช่น จะฝึกงานที่ไหน หรือแนะนำสายอาชีพอื่น ซึ่งตรงกับความคาดหวังของพวกเขา </em><strong><em>แต่ไม่เคยถามถึงสิ่งที่เราทำอยู่เลยว่า ดีไหม สนุกไหม? </em></strong><em>ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่า ทุกสิ่งที่เราทำ มันสูญเปล่าสำหรับครอบครัว จนบางทีมีความคิดตลกร้ายแวบขึ้นมาว่า เราจะไม่กลับบ้าน จนกว่าครอบครัวจะมั่นใจในตัวเรา และเราจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เราตัดสินใจถูกต้องแล้ว”</em></p>



<p><em>“คำพูดที่อยากได้ยินตอนกลับบ้านคือ </em><strong><em>งานที่ทำอยู่เป็นอย่างไรบ้าง? </em></strong><em>แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะเราแค่อยากให้พ่อแม่ถามถึงสิ่งที่เราชอบและสนใจบ้าง อยากได้กำลังใจจากครอบครัว เพื่อให้เรามั่นใจว่า สิ่งที่เราทำ มันถูกต้องนะ หรืออย่างน้อยที่สุด ถ้าหันกลับมาก็ยังมีครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ไม่อยากให้พวกเขามองข้ามความพยายามของเรา”</em></p>



<p>คำพูดนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว หากเราสื่อสารโดยไม่นึกถึงจิตใจและความรู้สึกของอีกฝ่ายมากเท่าใด การสนทนาในครอบครัวจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น เพราะความเชื่อมั่นและความไว้ใจได้ถูกสั่นคลอนไปแล้ว ฉะนั้น ‘การมีความเห็นอกเห็นใจต่อกัน’ จะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแข็งแรงขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178230" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-03-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลูกน้ำ (นามสมมติ) ผู้กำกับศิลป์ (Art Director) วัย 32 ปี ซึ่งตัดสินใจย้ายจากจังหวัดอุทัยธานี เพื่อมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะในต่างจังหวัดไม่มีตลาดรองรับสายงานนี้ อีกทั้งยังอยากเข้าถึงแหล่งคอนเสิร์ต และนิทรรศการศิลปะได้ง่ายขึ้น ทำให้เขามีโอกาสกลับบ้านและพบเจอครอบครัวเพียงปีละ 1 &#8211; 2 ครั้งเท่านั้น</p>



<p><em>“สิ่งที่ไม่อยากได้ยินจากครอบครัวคือ </em><strong><em>คำพูดแสดงความเป็นห่วงหรือกังวลในตัวเรา</em></strong><em> เช่น เก็บเงินได้เท่าไหร่แล้ว สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง ไปวิ่งออกกำลังกายบ้างหรือเปล่า </em><strong><em>เพราะจะทำให้รู้สึกว่า เรายังดูแลตัวเองได้ไม่ดีเหรอ? </em></strong><em>ทำไมแม่จึงเป็นห่วงในเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ หรือแม่ไม่เชื่อมั่นว่า เราจะสามารถดูแลตัวเองได้”</em></p>



<p>ลูกน้ำ กล่าวว่า เขาได้ยินประโยคดังกล่าวเป็นประจำเมื่อกลับบ้าน โดยแม่จะพูดเพียงครั้งเดียว เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกเท่านั้น มิได้ถามซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน ซึ่งเขาเข้าใจดีว่า การอยู่ห่างไกลคนละจังหวัด ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่ได้รับรู้ชีวิตประจำวันของกันและกัน แม่จึงถามด้วยความเป็นห่วง หรืออยากแนะนำในฐานะแม่ แต่เนื่องด้วยความกดดันต่อตัวเอง รวมถึงตัวเขาเองไม่ได้มีคำตอบที่ดีให้กับแม่ คำพูดเช่นนั้นจึงทำให้ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นภายในใจของคนเป็นลูก</p>



<p><em></em><em>“คำพูดแสดงความห่วงใยจากแม่ ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว แต่ทำให้เราตั้งคำถามต่อตัวเองมากกว่า จึงไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้ตอนกลับบ้าน”</em></p>



<p><em></em>โดยส่วนตัว เขาไม่ได้ต้องการคำพูดที่ซับซ้อนหรือลึกซึ้ง เพียงแค่อยากได้ยินคำพูดธรรมดาที่แฝงความอบอุ่นอย่าง <strong><em>“แม่ทอดหมูไว้ให้แล้วนะ หรือพรุ่งนี้แม่จะทำกะเพราเนื้อให้กินนะ”</em></strong> เพราะอาหารรสมือแม่คือเมนูโปรดสำหรับเขา ซึ่งไม่อาจรับประทานได้จากที่อื่น ยิ่งไปกว่านั้น ยังทำให้เขาได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องภาระหน้าที่อื่น เพียงแค่ใช้ชีวิตที่เรียบง่ายกับครอบครัว</p>



<p><em>“</em><strong><em>ช่วงเวลากลับบ้านคือ ช่วงเวลาเดียวที่เราสามารถกลับไปเป็นเด็กได้อย่างยาวนาน และมีความสุขที่สุด</em></strong><em> เพราะในชีวิตประจำวัน เราต้องเป็นผู้ใหญ่ที่แบกรับความรับผิดชอบต่างๆ มากมาย”</em></p>



<p>รูปแบบหรือน้ำเสียงในการสื่อสารนั้นขึ้นอยู่กับธรรมชาติของแต่ละครอบครัว อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรจะมีให้กันคือ ‘การเปิดใจรับฟัง’ เพราะครอบครัวควรเป็น Supporter ที่พร้อมจะสนับสนุนความต้องการของลูกหลาน ซึ่งการเปิดใจรับฟังคือ กระบวนการที่จะทำให้สมาชิกในครอบครัวสามารถสนับสนุนกันได้อย่างเหมาะสม</p>



<p>คำพูดเพียงเล็กน้อยสามารถแปรเปลี่ยนวันธรรมดาของคนคนหนึ่งให้กลายเป็นความทรงจำที่งดงามหรือเลวร้ายในชั่วพริบตา โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำพูดที่มาจาก ‘ครอบครัว’ ซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสบายใจที่สุด ทุกความหมายที่ส่งต่อมาจึงยิ่งทวีคูณความอ่อนไหวมากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178231" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-04-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>บางครั้งเรารักกัน แต่กลับไม่เคยเข้าใจกัน เพราะมัวแต่ใช้เลนส์หรือมุมมองของตัวเองตัดสินชีวิตของอีกฝ่าย เพียงแค่ถอยหลังหนึ่งก้าว เปลี่ยนบทบาทจากผู้พูดเป็นผู้ฟังให้มากขึ้น กลั่นกรองและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนเอ่ยสิ่งใด รวมถึงสื่อสารเจตนาที่ดีอย่างตรงไปตรงมา มากกว่าตั้งคำถามที่กดดันและใจร้าย เพื่อให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวมิใช่ Love-hate Relationship หรือความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียด ซึ่งหลายคนจำใจต้องหลีกเลี่ยงอย่างกล้ำกลืน</p>



<p><em>เพื่อให้ ‘บ้าน’ กลายเป็นสถานที่ที่ทุกคนอยากกลับไปด้วยใจจริงเสมอ</em><span id="docs-internal-guid-33aa7faf-7fff-38e5-5a3c-421ebeb3ee9d"><div><span style="font-size: 11pt; font-family: Sarabun, sans-serif; background-color: transparent; font-style: italic; font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; font-variant-alternates: normal; font-variant-position: normal; font-variant-emoji: normal; vertical-align: baseline;"></span></div></span></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/go-back-home/">คำพูดที่อยากได้ยินตอนกลับบ้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทริปอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาว สัมผัสบรรยากาศเทศกาลช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีใน ‘มาเก๊า’ เมืองที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียไว้ที่เดียว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/winter-holidays-macau/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จุฬาลักษณ์ เดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2024 09:22:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[NewYear]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[Christmas]]></category>
		<category><![CDATA[Macau]]></category>
		<category><![CDATA[Senado Square]]></category>
		<category><![CDATA[Grand Lisboa Palace Resort Macau]]></category>
		<category><![CDATA[Snoopy]]></category>
		<category><![CDATA[ทริปเที่ยว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=178169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินทางกันมาถึงช่วงสุดท้ายของปี ทุกคนต่างพบเจอเรื่องราวมากมาย ทั้งดีร้ายและสุขเศร้า ใครที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยุดพัก เพื่อดูแลหัวใจที่สะบักสะบอมมาตลอดทั้งปีไปกับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งใหม่ ซึ่งทำให้เราได้ใช้ ‘ชีวิต’ อย่างแท้จริง ชีวิตที่ประกอบไปด้วยหลากรสหลายด้าน ไม่ได้มีเพียงชีวิตการทำงานที่พ้นผ่านไปเพียงอย่างเดียว ช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปีนี้ หลายๆ คนอาจเริ่มวางแผนไปเที่ยวกันแล้ว คอลัมน์ที่ชอบ ครั้งนี้ขอเสนอตัวเลือกใหม่อย่าง ‘มาเก๊า’ หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่แสนงดงาม และการตกแต่งไฟคริสต์มาสในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวส่งท้ายปี พร้อมทั้งกิจกรรมแสนน่ารัก อย่างนิทรรศการดิจิทัลอาร์ตใต้ท้องทะเล และนิทรรศการธีม ‘Snoopy’ การ์ตูนโปรดวัยเด็กของใครหลายคน พาให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาว เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังวันวาน เรียกได้ว่า ‘มาเก๊า’ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะแก่การใช้เวลาสุดพิเศษท่องเที่ยวไปกับแก๊งเพื่อนหรือคู่หูคนสนิท และ Snap ภาพถ่ายเพื่อบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ไม่ว่าใครที่ได้ไปเยือนมาเก๊า ก็ต้องตกหลุมรักเมืองนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น a day วางแพลน ‘เที่ยว-เล่น-ช็อป-กิน-นอน’ ในมาเก๊าให้ครบแล้ว มาสัมผัสบรรยากาศเทศกาลวันหยุดยาวสิ้นปีในมาเก๊าไปพร้อมกัน! ส่องสถาปัตยกรรมในย่าน ‘Senado Square’ แหล่งมรดกโลกที่ยังมีชีวิต หมุดหมายแรกที่ไม่ควรพลาดคือ ‘Senado Square’ จตุรัสกลางเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณที่ผสานสไตล์โปรตุเกสและจีนอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายในมาเก๊า จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้จะเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ย่านนี้ ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาของผู้คนในชุมชนมาเก๊า ทางเดินต่างๆ ใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/winter-holidays-macau/">ทริปอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาว สัมผัสบรรยากาศเทศกาลช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีใน ‘มาเก๊า’ เมืองที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียไว้ที่เดียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178198" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เดินทางกันมาถึงช่วงสุดท้ายของปี ทุกคนต่างพบเจอเรื่องราวมากมาย ทั้งดีร้ายและสุขเศร้า ใครที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยุดพัก เพื่อดูแลหัวใจที่สะบักสะบอมมาตลอดทั้งปีไปกับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งใหม่ ซึ่งทำให้เราได้ใช้ ‘ชีวิต’ อย่างแท้จริง ชีวิตที่ประกอบไปด้วยหลากรสหลายด้าน ไม่ได้มีเพียงชีวิตการทำงานที่พ้นผ่านไปเพียงอย่างเดียว</p>



<p>ช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปีนี้ หลายๆ คนอาจเริ่มวางแผนไปเที่ยวกันแล้ว</p>



<p>คอลัมน์<strong>ที่ชอบ</strong> ครั้งนี้ขอเสนอตัวเลือกใหม่อย่าง <strong>‘มาเก๊า’ </strong>หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณที่แสนงดงาม และการตกแต่งไฟคริสต์มาสในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวส่งท้ายปี พร้อมทั้งกิจกรรมแสนน่ารัก อย่างนิทรรศการดิจิทัลอาร์ตใต้ท้องทะเล และนิทรรศการธีม ‘Snoopy’ การ์ตูนโปรดวัยเด็กของใครหลายคน พาให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาว เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังวันวาน</p>



<p>เรียกได้ว่า ‘มาเก๊า’ เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เหมาะแก่การใช้เวลาสุดพิเศษท่องเที่ยวไปกับแก๊งเพื่อนหรือคู่หูคนสนิท และ Snap ภาพถ่ายเพื่อบันทึกความทรงจำอันล้ำค่า ไม่ว่าใครที่ได้ไปเยือนมาเก๊า ก็ต้องตกหลุมรักเมืองนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น a day วางแพลน ‘เที่ยว-เล่น-ช็อป-กิน-นอน’ ในมาเก๊าให้ครบแล้ว มาสัมผัสบรรยากาศเทศกาลวันหยุดยาวสิ้นปีในมาเก๊าไปพร้อมกัน!</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ส่องสถาปัตยกรรมในย่าน ‘Senado Square’ แหล่งมรดกโลกที่ยังมีชีวิต</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178173" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-2-1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หมุดหมายแรกที่ไม่ควรพลาดคือ ‘Senado Square’ จตุรัสกลางเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณที่ผสานสไตล์โปรตุเกสและจีนอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายในมาเก๊า จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้จะเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ย่านนี้ ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวาของผู้คนในชุมชนมาเก๊า</p>



<p>ทางเดินต่างๆ ใน Senado Square จะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกหลากสี ซึ่งแต่งเติมลวดลายคล้ายคลื่นทะเล บริเวณ 2 ข้างทางจะมีคาเฟ่และร้านค้าของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว หากเดินไปเรื่อยๆ จะพบกับ ‘ซากปรักหักพังของโบสถ์เซนต์ปอล’ (Ruins of St Paul&#8217;s) ซึ่งถือเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตที่หลายคนต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่แฝงความขลัง ซึ่งแสงจากภายนอกจะสาดส่องเข้ามาภายในอาคาร ทำให้เกิดมิติแสงเงาที่น่าค้นหา</p>



<p>นอกจากนี้ Senado Square ยังเป็นสถานที่เฉลิมฉลองที่ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเก๊า โดยช่วงเทศกาลวันหยุดยาวสิ้นปี จตุรัสแห่งนี้จะถูกประดับด้วยแสงไฟและต้นคริสต์มาสอันสูงใหญ่ ทำให้ย่านนี้สดใสมากขึ้นไปอีก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิดโหมดพักผ่อนที่โรงแรม Grand Lisboa Palace Resort Macau</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178174" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-3-1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไปเที่ยวกับเพื่อนทั้งที ขอแนะนำ ‘Grand Lisboa Palace Resort Macau’ ที่เชื่อมต่อกับโรงแรมอีก 3 แห่ง ได้แก่ Grand Lisboa Palace Macau, THE KARL LAGERFELD Macau และ Palazzo Versace Macau ให้เราได้สนุกและใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวได้อย่างเต็มที่ในโรงแรม</p>



<p>Grand Lisboa Palace Resort Macau ถือเป็นรีสอร์ตที่ให้บริการครบวงจร นอกเหนือจาก ‘Grand Lisboa Palace Macau’ โรงแรมระดับ 5 ดาวที่ได้รับการรับรองจาก Forbes Travel Guide ยังมีบริการสปาสุดหรู ห้างสรรพสินค้าระดับสูง และร้านอาหารพรีเมียมอีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่ทางรีสอร์ตสามารถดูแลแขกทุกคนได้อย่างน่าประทับใจ</p>



<p>ในส่วนของโรงแรม Grand Lisboa Palace Macau ห้องพักจะตกแต่งด้วยผลงานศิลปะจากศิลปินท้องถิ่น ซึ่งดัดแปลงความทันสมัยให้เข้ากับสไตล์จีนร่วมสมัย (Modern Chinoiserie) ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนเช้า เรายังได้เพลิดเพลินกับอาหารเช้าในห้องพัก พร้อมชมวิวสวนที่สวยงามตระการตา ใครมาพักที่นี่ ห้ามลืมทำคอนเทนต์มุมนี้เด็ดขาด เพราะไวบ์ดีมากๆ ถ่ายรูปออกมาแล้วเหมือนคุณหนูคุณใจที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดำดิ่งไปสู่โลกใต้ท้องทะเล กับนิทรรศการอิมเมอร์ซีฟ</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178175" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-4-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อควาเรียมกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนแต่ไปมาเก๊าทั้งทีจะธรรมดาได้ยังไง SJM presents: Macau Art City · NAKED OCEAN คือนิทรรศการดิจิทัลอาร์ตใต้ท้องทะเล ซึ่งมอบประสบการณ์ที่น่าทึ่งและมีส่วนร่วมให้แก่ผู้ชม นิทรรศการนี้ผลิตโดยบริษัทชื่อดังจากญี่ปุ่น NAKED, INC.</p>



<p>ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสการเดินทางที่น่าหลงใหล โดยเริ่มต้นจากชายหาดไปจนถึงใต้มหาสมุทร ผ่านการฉายภาพท้องทะเลเคลื่อนไหวอย่างเสมือนจริง พร้อมบรรดาสิ่งมีชีวิตใต้น้ำหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งเราสามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับการแสดงต่างๆ ได้</p>



<p>ความน่าตื่นตาตื่นใจไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะนิทรรศการ NAKED OCEAN ของที่นี่ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษ นั่นคือ เมนูขนมพิเศษช่วงเฟสทีฟ สามารถทานได้บนโต๊ะที่เป็นโปรเจกชันแมพปิง และดื่มด่ำไปกับความสวยงามของภาพสถาปัตยกรรมของมาเก๊า</p>



<p>นิทรรศการนี้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2025 เท่านั้น โดยจำหน่ายบัตรในวันธรรมดา ราคา 158 MOP (ผู้ใหญ่) และ วันเสาร์-อาทิตย์ ราคา 178 MOP (ผู้ใหญ่)</p>



<p><a href="https://www.sjmresorts.com/en/happenings/sjm-naked-ocean-exhibition">https://www.sjmresorts.com/en/happenings/sjm-naked-ocean-exhibition</a></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นั่งไทม์แมชชีนย้อนวัยเด็ก ด้วยงานนิทรรศการ Snoopy Winter Holidays</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178176" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-5-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราพยายามเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็งมาทั้งปี ในช่วงวันหยุดก็อยากกลับไปเป็นเด็กที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมายอีกครั้ง Grand Lisboa Palace Macau จึงจัดงาน ‘Snoopy Winter Holidays’ ที่มาในธีม Wonderland โดยสามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ Snoopy ในช่วงฤดูหนาวนี้ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2025</p>



<p>ภายในงานจะพบกับตัวละครหลักจาก <em>PEANUTS</em> ได้แก่ Snoopy, Charlie Brown, Lucy, Linus, Sally Brown และ Franklin นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปมากมายภายในรีสอร์ต เช่น บ้าน Snoopy สีแดง ต้นคริสต์มาสธีมลูกกวาด รวมถึง Snoopy ขนาดยักษ์ 2 ตัวที่จัดแสดงอยู่ด้านหน้ารีสอร์ต</p>



<p>อากาศหนาวแบบนี้ อย่าลืมเพิ่มความอบอุ่นด้วยการไปทานอาหารเที่ยงหรือจิบน้ำชายามบ่ายในธีม Snoopy ที่ GLP Lobby Lounge กันนะ หรือใครที่อยากซื้อของขวัญเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทางรีสอร์ตก็เตรียม Snoopy Pop-up Store ไว้ให้ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เดินเล่น ณ สวนกลางแจ้งสไตล์ยุโรป Jardim Secreto</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178177" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-6-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไปต่อกันที่ Jardim Secreto สวนกลางแจ้งแสนสงบ ซึ่งอบอวลไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป พร้อมทั้งความร่มรื่นของธรรมชาติ บริเวณโดยรอบสวนจะประกอบไปด้วยสนามหญ้าเขียวขจี เขาวงกต รวมถึงศาลากลางสวนที่มีหลังคาทรงโดม ทางเดินแบบบาโรก และระเบียงเสาโคโลเนด (Colonnade) ซึ่งช่วยเพิ่มความคลาสสิกให้กับสวนแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปที่เป็นธีม Snoopy ในช่วงเทศกาลวันหยุดสิ้นปีนี้อีกด้วย</p>



<p>ในยามค่ำคืน Jardim Secreto จะเปล่งประกายด้วยแสงไฟคริสต์มาสที่ส่องสว่างระยิบระยับ ใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายของผู้คน สวนที่นี่ตอบโจทย์มากๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทานอาหารท่ามกลางดวงดาว LED ในร้าน Mesa by José Avillez</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178178" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-7-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เดินทางมาสักพักแล้ว แวะเติมพลังกันสักหน่อย ร้านอาหารที่เราอยากแนะนำคือ Mesa by José Avillez เพราะทุกคนจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ ‘José Avillez’ ซึ่งรังสรรค์เมนูโปรตุเกสร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น</p>



<p>ห้ามพลาดกับอาหารซิกเนเจอร์อย่าง Suckling pig Sandwich และ Piri Piri Chicken เสิร์ฟคู่กับค็อกเทลซิกเนเจอร์ All-in, Last Back Garden รวมถึงเมนูพิเศษที่ขายเฉพาะช่วงคริสต์มาสและคืนส่งท้ายปี ความน่าสนใจอีกอย่างของภัตตาคารนี้คือ การออกแบบเพดานร้านด้วยไฟ LED ระยิบระยับเหมือนดวงดาว ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังทานอาหารภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ซื้อของฝากก่อนกลับ สลับช็อป 2 ห้างดัง</strong></h2>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-178179" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/12/Web-inside-8-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เชื่อว่าหลายคนคงชอบแบ่งวันเที่ยวและวันช็อปเหมือนกัน ก่อนจบทริปนี้ เราแวะซื้อของกลับไทยที่ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมอย่าง ‘cdf Macau Grand Lisboa Palace Shop’ และ ‘NY8 New Yaohan’ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณรีสอร์ต ทำให้สะดวกต่อการแวะซื้อ ทั้งสองห้างนี้มีการออกแบบภายในที่หรูหราด้วยศิลปะยุโรป แต่ยังคงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีน ในส่วนของสินค้า ต้องบอกว่าที่นี่ครบครันด้วยแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย และหลากหลายประเภท ยังไงก็ได้ของฝากติดไม้ติดมือไปแน่นอน&nbsp;</p>



<p>ทริปมาเก๊าช่วงเทศกาลวันหยุดยาวนี้ นับเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ช่วยฮีลใจแสนอ่อนล้าของเรา แม้อากาศจะหนาวขึ้นจากปกติ แต่บรรยากาศรอบตัว วิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงวัฒนธรรมที่แทรกผ่านสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งแยกจากกันไม่ได้ ล้วนมอบความอบอุ่นให้แก่เราตลอดทั้งทริป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การได้บันทึกความสุขและรอยยิ้มจากเหตุการณ์ต่างๆ ไว้เป็นความทรงจำที่สวยงาม</p>



<p>การออกเดินทางก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เราได้ใช้ชีวิตต่างจากลูปเดิม พบเจอประสบการณ์ใหม่ และเรื่องราวที่หลากหลาย เพราะนอกจากจะเพิ่มพลังเติมไฟในการใช้ชีวิตแล้ว ยังทำให้เรารู้อีกว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่แค่ไหน และมีความสนุกอีกมากมายที่รอให้เราไปค้นพบ สำรองที่พักได้ที่<a href="https://www.grandlisboapalace.com/en/offers?cate=rooms-n-suites"> https://www.grandlisboapalace.com/en/offers?cate=rooms-n-suites</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/winter-holidays-macau/">ทริปอบอุ่นหัวใจในฤดูหนาว สัมผัสบรรยากาศเทศกาลช่วงวันหยุดยาวสิ้นปีใน ‘มาเก๊า’ เมืองที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและเอเชียไว้ที่เดียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
