<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชัชชัญญา หาญอุดมลาภ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/chatchunya/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Sep 2023 07:05:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘บ้านเขียว’ The Green Craft House พื้นที่พักใจที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ งานคราฟต์ และความรักของผู้คน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-green-craft-house/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธารพระพร ณ ลำพูน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Sep 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=170731</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงเวลาเหน็ดเหนื่อยใจในชีวิต หลายคนคงอยากวิ่งหนีหลบไปพักใจในที่เซฟโซนของตัวเอง บางคนอาจจะเป็นห้องนอนในบ้าน สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ แต่สำหรับเรา มันคือบ้านไม้เล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘The Green Craft House’ The Green Craft House หรือเราเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘บ้านเขียว’ อยู่ใกล้กับสถานี BTS วงเวียนใหญ่ เมื่อลงจากบันไดให้เดินเข้ามาใน ซอยเล็กๆ ลึกลับๆ ชื่อ &#8216;มานะวิทยา&#8217; ระหว่างทางเดินจะพบกับตู้โทรศัพท์โบราณเก่าๆ ตั้งอยู่ เป็นสิ่งการันตีว่าคุณเดินมาไม่ผิดที่แน่นอน  เมื่อเดินตามทางไปจนสุดสายตา เท้าของเราก็จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านไม้ประตูสีเขียวที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บริเวณกำแพงและผนังของบ้านถูกแต่งเติมไปด้วยงานเพนต์ศิลปะสีสันสดใส หรือบางทีคุณอาจจะเจอแก๊งน้องแมววิ่งผ่านหน้าไปมาบ้าง แล้วแต่วัน นี่ละเอกลักษณ์ของบ้านเขียวที่ไม่ว่าใครก็ต้องอุทานว่า น่ารัก น่ารัก น่ารัก ตั้งแต่แรกเห็น สิ่งที่เราประทับใจกับบ้านเขียวหลังนี้คือการตกแต่งสุดน่ารักที่ไม่เหมือนใคร แถมคนที่มาที่นี่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความชอบ เช่น ทำงานศิลปะ วาดรูป ระบายสี เพนต์ขวดแก้ว หรือทำกิจกรรมนั่งเล่นอย่างเล่นเกม PS4 และ Board Game หรือจะฟังเพลง นั่งคุยกับเพื่อนชิลๆ ก็ได้บรรยากาศเมาท์มอยเหมือนมาบ้านเพื่อน และที่สำคัญมีกิจกรรมฮีลอกฮีลใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-green-craft-house/">‘บ้านเขียว’ The Green Craft House พื้นที่พักใจที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ งานคราฟต์ และความรักของผู้คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงเวลาเหน็ดเหนื่อยใจในชีวิต หลายคนคงอยากวิ่งหนีหลบไปพักใจในที่เซฟโซนของตัวเอง บางคนอาจจะเป็นห้องนอนในบ้าน สถานที่ท่องเที่ยวสุดประทับใจ แต่สำหรับเรา มันคือบ้านไม้เล็กๆ ที่ชื่อว่า ‘The Green Craft House’</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170736" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/1-บ้านเขียว-C07-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>The Green Craft House หรือเราเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘บ้านเขียว’ อยู่ใกล้กับสถานี BTS วงเวียนใหญ่ เมื่อลงจากบันไดให้เดินเข้ามาใน ซอยเล็กๆ ลึกลับๆ ชื่อ &#8216;มานะวิทยา&#8217; ระหว่างทางเดินจะพบกับตู้โทรศัพท์โบราณเก่าๆ ตั้งอยู่ เป็นสิ่งการันตีว่าคุณเดินมาไม่ผิดที่แน่นอน </p>



<p>เมื่อเดินตามทางไปจนสุดสายตา เท้าของเราก็จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านไม้ประตูสีเขียวที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ บริเวณกำแพงและผนังของบ้านถูกแต่งเติมไปด้วยงานเพนต์ศิลปะสีสันสดใส หรือบางทีคุณอาจจะเจอแก๊งน้องแมววิ่งผ่านหน้าไปมาบ้าง แล้วแต่วัน นี่ละเอกลักษณ์ของบ้านเขียวที่ไม่ว่าใครก็ต้องอุทานว่า น่ารัก น่ารัก น่ารัก ตั้งแต่แรกเห็น</p>



<p>สิ่งที่เราประทับใจกับบ้านเขียวหลังนี้คือการตกแต่งสุดน่ารักที่ไม่เหมือนใคร แถมคนที่มาที่นี่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความชอบ เช่น ทำงานศิลปะ วาดรูป ระบายสี เพนต์ขวดแก้ว หรือทำกิจกรรมนั่งเล่นอย่างเล่นเกม PS4 และ Board Game หรือจะฟังเพลง นั่งคุยกับเพื่อนชิลๆ ก็ได้บรรยากาศเมาท์มอยเหมือนมาบ้านเพื่อน และที่สำคัญมีกิจกรรมฮีลอกฮีลใจ การจัดดอกไม้ (มีเปิดตารางเวลาจัดกิจกรรมเป็นรอบๆ) และกระดานแลกเปลี่ยนความรู้สึกเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ผ่านตัวหนังสือ รวมถึงเจ้าของร้านสุดน่ารักที่คอยแจกยิ้มต้อนรับแขกที่แวะเวียนมาอยู่เสมอ</p>



<p>คนๆ นั้นคือ ‘พี่โช-โชติกา อิทธิยากร’ เจ้าของบ้าน The Green Craft House สาวผมยาวสุดสวยสวมชุดเดรสเกาะอกสุดเก๋ ที่มีแพสชันอยากทำบ้านแห่งนี้เป็นพื้นที่พักใจให้กับคนที่เข้ามาผ่านงานศิลปะ และหวังอยากให้ทุกคนกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170737" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/2-บ้านเขียว-C09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บ้านเขียวแหล่งที่พักใจ</strong></h3>



<p>จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปช่วงที่พี่โชเบื่อหน่ายหมดไฟกับการทำงานประจำ วันหนึ่งน้องแพร รุ่นน้องคนสนิทยื่นสีน้ำกับกระดาษให้ที่ออฟฟิศ และบอกให้พี่โชลองระบายความรู้สึกผ่านสีออกมาลงบนกระดาษแผ่นจิ๋วดูสิ!</p>



<p>วินาทีนั้น น้องแพรเปรียบเสมือนคนเปิดประตูให้พี่โชได้ก้าวเข้ามารู้จักโลกศิลปะอย่างเต็มตัว และมีแรงบันดาลใจอยากหาพื้นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันกับน้อง ทั้งสองคนจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาสถานที่ต่างๆ แล้วก็บังเอิญมาเจอกับบ้านไม้หลังเล็กในย่านวงเวียนใหญ่ และเกิดไอเดียจากมุมต่างๆ ในบ้านหลังนี้</p>



<p>พี่โชเล่าถึงไอเดียที่พรั่งพรูออกมาในหัวตอนที่เห็นบ้านครั้งแรก “พอเข้ามาเห็นบ้านหลังนี้ มันก็รู้สึกว่าตรงนั้นก็ทำอาหารได้นี่ ส่วนตรงนี้ เราชอบกินกาแฟ ก็คิดกับตัวเองว่า งั้นเราทำกาแฟไหม มันก็เลยออกมาเป็นบ้านรูปแบบนี้” </p>



<p>ในตอนแรกพี่โชตั้งใจเปิดร้านให้เพื่อนๆ ที่รู้จักกันมาทำกิจกรรมด้วยกันเล็กๆ และไม่คาดคิดว่าจะได้รับความสนใจในภายหลัง</p>



<p>“เราแค่อยากสนุก แค่อยากทำ แต่หลังจากนั้นเพื่อนๆ ก็บอกปากต่อปากทำให้กลุ่มลูกค้าเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วทุกคนที่เข้ามาที่นี่ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า ‘เขาต้องการที่พักใจ’ เขาสบายใจที่จะพูดกับเรา เขาต้องมาพูดอะไรให้เราฟังสักอย่าง เหมือนเราเป็นพื้นที่สบายใจสำหรับเขา แล้วเราก็ทำอาหารให้เขากินด้วยความตั้งใจ เอาขนมไปให้เขาชิม หรือเอาดอกไม้ไปวางใกล้ๆ พวกเขาเหล่านั้นก็รู้สึกดีขึ้น จากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำให้ เราเลยรู้สึกว่าถ้างั้นเรามาชวนเพื่อนๆ ที่อยากจะพักจากอะไรสักอย่าง มาฮีลตัวเอง มาทำกิจกรรมด้วยกันดีกว่า” นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ The Green Craft House </p>



<p>ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเขียวแห่งนี้ พี่โชเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์ “เราไม่ได้แพลนเลยว่า มันจะออกมาเป็นแบบไหน เพราะพี่โชก็ไม่เคยทำอาหารมาก่อน น้องแพรก็ไม่เคยทำกาแฟ แต่เราก็ลองมาหัดทำดู อย่างอาหารหรือกาแฟเราก็มองว่ามันเป็นงานคราฟต์เหมือนกัน เพราะทุกอย่างที่ทำมันเกิดจากการเรียนรู้ ฝึกหัดทำ ลองผิดลองถูกจนเข้าใจ ซึ่งทุกๆ ขั้นตอนของการทำอาหารและกาแฟมันจะต้องใส่ใจใส่ความรู้สึกเข้าไประหว่างที่ทำเพื่อให้ได้รสชาติของความอร่อยที่อบอุ่นด้วย” </p>



<p>หลังจากที่ได้รับรู้ว่าพี่โชทำบ้านเขียวทุกอย่างด้วยตัวเองโดยไม่ได้เรียนหรือมีประสบการณ์มาก่อน เรารู้สึกเซอร์ไพร์สมาก เพราะเครื่องดื่มที่พี่โชทำนั้นเฉพาะตัวและอร่อยมากจริงๆ</p>



<p>“เพราะว่ามันทำจากรสชาติที่เราชอบ มันก็เลยไม่ได้ไปติดกับสิ่งที่เรียนมา แล้วพอเรามาลองชิม ให้คนอื่นชิม เขาก็ช่วยกันปรับให้เรา มันก็ช่วยทำให้ทุกอย่างดูมีมิติมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็ได้คอมเมนต์จากลูกค้าที่เป็นเพื่อนๆ ผู้มาเยือนนี่แหละ” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170738" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/3-บ้านเขียว-C08-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตอนที่ได้รู้จักบ้านเขียวแห่งนี้ ด้วยความสงสัยปนอยากรู้ในที่มาของชื่อ ‘The Green Craft House’ คืออะไรและทำไมต้องเป็นสีเขียวด้วยนะ?</p>



<p>“จริงๆ คำว่า ‘Green’ ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ‘สีเขียว’ แต่พี่โชใช้ Green เพื่อสื่อถึง ธรรมชาติ เพราะมันเชื่อมต่อกับป่าไม้ ทะเล ท้องฟ้า และทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคำว่า Green ก็เป็นสีที่อยู่ในนั้นทั้งหมด เราเลยใช้คำว่า Green ส่วน Craft มันคือ การที่ตัวเราเองอยากฝึกที่จะลองทำอะไรสักอย่างด้วยมือของเรา และ House ความหมายสำหรับเราคือบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อบอุ่นมากๆ และใส่คำว่า The เข้าไปให้ความรู้สึกแบบที่นี่จะมีที่เดียวเท่านั้น มันก็เลยออกมาเป็น The Green Craft House”</p>



<p>ถ้าแปลออกมาก็คือ บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติและงานคราฟต์ใช่ไหม? เราถามต่อหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายของโช</p>



<p>“ใช่แล้ว และมันก็มีความรักของผู้คนที่อยู่ในนี้ด้วยนะ” พี่โชพูดพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อว่า<br><br>“The Green Craft House สำหรับพี่โชคือ ‘บ้านเขียวที่พักใจสำหรับทุกคน’ เราอยากให้ทุกคนมาแล้วสบายใจ และรู้สึกว่าได้มาพักผ่อนจริงๆ อยากให้คนที่มาที่นี่ใช้เวลาช้าๆ นั่งคุยกันกับเพื่อน ค่อยๆ นั่งทำงานศิลปะปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเองจริงๆ อยู่กับมันจริงๆ เชื่อมต่อกับตัวเองและสิ่งรอบตัว ถอยห่างจากมือถือบ้างเพื่อที่เราจะได้รู้สึกว่า นี่แหละ คือการมาพักผ่อนจริงๆ และอยากให้มีรอยยิ้มก่อนกลับไปแค่นั้นเลย” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/4-บ้านเขียว-C03-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะปลดปล่อยความรู้สึก</strong></h3>



<p>กิจกรรมในบ้านเขียวมีหลากหลายอย่างให้เลือกทำ ไม่ว่าจะเป็นวาดรูป ระบายสี เพนต์ขวดแก้ว หรือการจัดดอกไม้ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้มีตัวเชื่อมเหมือนกันคือ ‘ศิลปะ’ ทำไมถึงเลือกสิ่งนี้มาเป็นกิจกรรมหลักในร้าน?</p>



<p>“เพราะว่าตัวเราเริ่มมาจากสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นเราก็เลยเลือกสิ่งนี้แหละให้ทุกคนทำ สำหรับเรา ‘ศิลปะ’ มันง่ายมากที่เราจะสื่อสารอะไรออกไปหรือวาดอะไรออกไป ส่งความรู้สึกมันออกไปอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น แค่การใช้สีก็ทำให้เราปลดปล่อยความรู้สึกที่อยู่ข้างในออกไปได้แล้ว” </p>



<p>นอกจากนี้พี่โชยังเล่าความทรงจำเกี่ยวกับลูกค้าที่ตราตรึงใจว่า “เคยมีบางครั้งที่เวลาลูกค้าเข้ามาวาดรูป บางคนก็ร้องไห้ออกมาและรู้สึกสบายใจที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ออกไป หรือบางทีเขาเข้ามาแล้วบอกกับพี่โชว่า ‘วันนี้วันเกิดหนู หนูตั้งใจมาที่นี่’ แล้วก็มาวาดรูปและขอให้พี่โชอวยพร ให้กำลังใจเขาหน่อย หรือบางคนก็เข้ามาปรึกษาปัญหาชีวิตกับพี่โชก็มีนะ เหล่านี้มันทำให้เราได้เห็นสิ่งที่เขาสามารถปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้ผ่านการทำงานศิลปะที่บ้านเขียวแห่งนี้”&nbsp;</p>



<p>“พอได้เห็นทุกคนมีความสุขหลังจากกลับไป เราก็รู้สึกว่ามันดีจังเลยอะ การได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้างมันก็ดีเหมือนกันนะ เราก็เลยค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ใจดีขึ้น” </p>



<p>มีกิจกรรมไหนที่พี่โชอยากทำอีกไหม? เราถามด้วยความตื่นเต้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“จริงๆ เราอยากสอนให้ทุกคนปลูกต้นไม้ การที่เราได้เอามือไปสัมผัสดิน มันก็เป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง มันทำให้รู้สึกดี มันเหมือนมีพลังงานอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกสงบ ซึ่งต้นไม้ในบ้านหลังนี้พี่โชเป็นคนปลูกทั้งหมดด้วยตัวเอง เราเฝ้าดูการเติบโตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพวกเขาตั้งแต่ปีแรกจนตอนนี้ก็ 3 ปีแล้ว บางต้นก็สูงใหญ่บางต้นก็เหี่ยวเฉาไปตามความใส่ใจของเรา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สอนให้พี่โชเป็นคนใจเย็นและอ่อนโยนขึ้น เราจึงอยากแชร์ต่อให้คนอื่นได้ลองมีความสุขกับสิ่งนี้ด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170740" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/5-บ้านเขียว-C05-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170741" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/6-บ้านเขียว-C01-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นับตั้งแต่วันที่ The Green Craft House เปิดประตูต้อนรับผู้คนมาพักใจเป็นเวลานานกว่าสามปี แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน สิ่งหนึ่งในการทำร้านสำหรับพี่โชไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือความน่ารักของผู้คนที่แวะมาเยี่ยมเยียน ที่มอบความจริงใจให้กับเขาไม่ต่างจากวันแรกที่เปิดร้าน แล้วอะไรคือสิ่งที่จูงใจให้คนแวะเวียนมาอยู่เรื่อยๆ?</p>



<p>พี่โชครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาด้วยรอยยิ้มว่า…..</p>



<p>“พี่โชไง เพราะบ้านเขียวคือพี่โช มันคือความเป็นพี่โช เพราะเราใส่ความเป็นตัวเราลงไปหมดแล้ว และถ้าไม่มีที่นี่ พี่โชก็คงจะพาตัวเองไปที่อื่น ก็จะเป็น The Green Craft House ที่อื่น ไม่ได้อยู่ที่นี่” คำพูดของพี่โชทำให้เรานึกถึงประโยคพูดหนึ่งว่า ‘ไม่ใช่สถานที่แต่คือ ตัวตน’ ขึ้นมาทันที เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในร้านไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง สีสันบรรยากาศในร้าน กิจกรรมต่างๆ หรือเมนูอาหาร มันมาจากสิ่งที่พี่โชชื่นชอบและหลงรักทั้งหมด</p>



<p>ตลอดสามปีในการทำบ้านเขียว พี่โชเล่าว่าเธอมีความสุขในการทำร้านทุกวันเพราะได้ลงมือทำในสิ่งที่ชอบ แล้วเคยมีจุดที่ยากลำบากมากไหม?</p>



<p>“ไม่ยากเลย เพราะบ้านเขียวเป็นสิ่งที่พี่โชเริ่มต้นทำจากความชอบ ได้ลองทำไปด้วยกันกับทุกคน ความท้าทายต่างๆ พี่โชมองว่าเป็นการเรียนรู้ไปพร้อมกับทุกคน ที่สำคัญเราไม่ได้เรียนรู้อยู่ตัวคนเดียว แต่ว่ามีเพื่อนมาช่วยกันเรียนรู้ นั่งคุยแลกเปลี่ยนกัน มาแชร์กัน” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170742" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/7-บ้านเขียว-C06-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเติบโตของบ้านเขียว</strong></h3>



<p>หากถามถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ตั้งแต่เปิดร้าน The Green Craft House คืออะไร เธอบอกอย่างมั่นใจว่า การได้เปิดรับและเรียนรู้กับศิลปะที่บ้านเขียวนั้น มันทำให้เธอเป็นคนใจดีมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อก่อนมักจะโฟกัสที่ตัวเองเป็นหลักและเป็นคนพูดน้อย แต่เมื่อได้รู้จักทุกๆ คนที่เข้ามาด้วยความจริงใจ มันก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกเอ็นดูพวกเขาและเปิดใจพาตัวเองเข้าไปคุยกับทุกคนมากกว่าเดิม </p>



<p>การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับตัวพี่โชเพียงเท่านั้น แต่บ้านเขียวแห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน จากบ้านที่ว่างเปล่าก็ค่อยๆ มีสีสันเพิ่มขึ้น รวมถึงถูกแต่งเติมด้วยความร่าเริงและความสนุกสนานจากผู้คนที่เข้ามาสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังนี้</p>



<p>แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ บ้านเขียวก็ผ่านเรื่องราวมามากมายเหมือนกัน ย้อนกลับไปช่วงเปิดบ้านใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงโควิด19 ระบาดพอดี เราก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ &#8216;แต่ด้วยความที่เราเชื่อว่าฟ้าหลังฝนมักจะมีสายรุ้งที่สวยงามเสมอ และมันก็เป็นเช่นนั้น&#8217; ซึ่งบ้านเขียวแห่งนี้จะไม่สามารถผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้เลย ถ้าปราศจากผู้คนต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยมาเยี่ยมเยียนกันและวันนั้นพวกเขาได้แวะเวียนกันเข้ามาให้กำลังใจและคอยอุดหนุนทางบ้านเขียวอย่างไม่ขาดสาย จนในที่สุดทำให้เราผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170743" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/8-บ้านเขียว-C02-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากที่ได้ฟังเรื่องราวน่ารักของผู้คนที่เข้ามา มันทำให้เราเห็นว่า มีผู้คนมากมายที่เชื่อใจในตัวพี่โชและเข้ามาพูดคุยกับเขาเป็นประจำ &#8216;ด้วยความสงสัย ทำไมพวกเขาถึงเลือกคุยเปิดอกกับพี่โชล่ะ?&#8217;</p>



<p>พี่โชคิดอยู่สักพักก่อนตอบว่า “น่าจะเป็นเพราะว่า เราอยากส่งความรู้สึกดีๆ ไปให้กับพวกเขา อยากดูแลพวกเขา พร้อมส่งต่อความอบอุ่นไปให้กับทุกคน ซึ่งพวกเขาน่าจะรับรู้ได้ เรามีความเชื่อว่า ถ้าเราให้พลังเขาออกไปด้วยใจจริง ทุกคนจะรับรู้ได้ มันเป็นความเชื่อที่แลกเปลี่ยนกัน พี่โชเชื่อใจทุกคนอย่างนี้มันก็จะได้กลับมา ถ้าเราจริงใจก่อนเขาก็จะจริงใจกลับ”</p>



<p>ในบางครั้งกิจกรรมที่บ้านเขียวก็ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ ความรู้สึกใหม่ๆ จากผู้คนที่แวะเวียนกันเข้ามา การมีอยู่ของบ้านเขียวจึงเปรียบเสมือนสถานที่ที่ให้ทุกคนได้มาแบ่งปันความรู้ ความคิด ความรู้สึก ซึ่งทั้งพี่โชและผู้มาเยือนต่างพร้อมเปิดรับ รับฟังในสิ่งใหม่ๆ ของกันและกัน</p>



<p>เรียกได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวพี่โชและบ้านเขียวนั้น ล้วนมาจากเหล่าผู้คนที่เข้ามาให้ความรักและความอบอุ่นกับสถานที่แห่งนี้ทั้งนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170744" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/9-บ้านเขียว-C04-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนในการทำบ้านเขียว</strong></h3>



<p>ตลอดการทำบ้านเขียวเป็นรูปเป็นร่างจนถึงทุกวันนี้ มีคนเข้ามาแวะเวียนอยู่เรื่อยๆ พอมองย้อนกลับไปเราได้อะไรจากบทเรียนนี้ไหม?</p>



<p>“เราค้นพบว่า เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เราไม่สามารถทนอยู่กับสิ่งเดิมๆ ความรู้สึกเดิมๆ ไปได้ตลอดชีวิต เราต้องพาตัวเราออกเดินทางไปสักที่หนึ่งเพื่อค้นหาสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราอยากทำ สิ่งที่เราอยากเป็น เพื่อเราจะได้ลองทำในสิ่งที่เราอยากทำ ถ้ามันสนุก เราก็ทำมันต่อไป ถ้าพลาดก็ถือว่าคุ้มค่าที่ได้ลอง เพราะเราได้ลองแล้ว ถ้าเราไม่ได้ลอง เราก็จะพูดอยู่นั่นแหละ ว่าทำไมเราถึงยังอยู่ที่เดิม” </p>



<p>“ตอนแรกเราไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะทำ แค่รู้สึกว่าถ้าเราชอบก็ลองลงมือทำก่อนแล้วก็ไปดูข้างหน้าอีกที ถ้าเราไม่ชอบก็เลิก แต่ถ้ารู้สึกว่ามันไม่ดีแล้วเรายังชอบ เราก็จะหาทางทำต่อไปให้ได้” </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170745" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/09/10-บ้านเขียว-C10-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แล้วไม่กลัวหรอ ถ้ามันเฟล ?</p>



<p>“ไม่กลัวหรอก ถ้าหากกลัวก็คงไม่ทำ เพราะตอนตั้งใจจะทำบ้านเขียวก็วางแผนมาก่อนแล้วว่า เราจะต้องเตรียมรับมือกับอะไรบ้าง เพราะถ้าเรามีความเชื่อว่าเราจะทำได้ เราก็จะทำได้ แต่ถ้ายังไม่มั่นใจ ก็เก็บความอยากทำไว้ก่อน แล้วก็ลองไปคิดมาใหม่ เพราะถ้ามันมีความไม่มั่นใจในนั้น แปลว่าอาจจะยังไม่ใช่ที่สุดและอาจจะทำมันได้ไม่ดีพอ สำหรับบ้านเขียวเรามีความเชื่อมั่นว่า เราทำมันได้ และจะสนุกกับมัน ก็เลยเลือกที่จะทำแล้วก็เดินต่อไป ถึงแม้วันหนึ่ง บ้านเขียวจะต้องเจอกับอะไรก็ตามที่เข้ามา เราเชื่อว่าเราจะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เหล่านั้นด้วยความพยายาม ความรักที่เรามีให้กับบ้านหลังนี้อย่างสุดหัวใจ”</p>



<p>“หากเราจะเริ่มต้นทำอะไรบางสิ่ง ขอแค่มีความกล้าและความชอบในสิ่งนั้น ถ้าหากเรารู้สึกว่าทำได้ก็ลองทำไปเลย อาจจะเริ่มจากสิ่งเล็กๆ แล้วค่อยแต่งเติมมันไป เพราะมันจะทำให้เราค่อยๆ หลงรักมันในทุกๆ ช่วงเวลาที่เราค่อยๆ แต่งเติมมันเข้าไป เหมือนพี่โชที่ชอบงานศิลปะทั้งที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน ศิลปะของพี่โชคือ ‘การลงมือทำ’ ถ้าเรามองว่าทุกอย่างรอบตัวคือศิลปะ เราก็แค่ลองทำมัน แล้วถ้าเราชอบ เราก็จะมีความสุขแล้วอยู่กับมันได้”</p>



<p>“ที่สำคัญอย่าลืมตัวตนของตัวเอง เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราสูญเสียตัวตนของเราไป เราก็จะกลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เราแล้ว” บทเรียนสำคัญที่พี่โชฝากทิ้งท้ายไว้ให้กับทุกคน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-green-craft-house/">‘บ้านเขียว’ The Green Craft House พื้นที่พักใจที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ งานคราฟต์ และความรักของผู้คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dasa ร้านขุมทรัพย์ของทาสรักหนังสือมือสองและซีดีเพลงเก่าย่านสุขุมวิท</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dasa-book-cafe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Aug 2023 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขุมวิท]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[Dasa]]></category>
		<category><![CDATA[ดาสะ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดีเพลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=170115</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในย่านที่คนพลุกพล่านและใช้ชีวิตที่แข่งขันกับเวลา มีตึกแถวเล็กๆ ขนาดหนึ่งคูหาริมถนนสุขุมวิทใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ที่เดินผ่านแล้วรู้สึกสะดุดเหมือนมีแรงดึงดูดให้เราก้าวเข้าไปค้นหา Dasa มาจากภาษาบาลี แปลว่า ‘ทาส’ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของทาสรักหนังสือมือสองและซีดีเพลง ที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายโรแมนติกแบบยุคแอนะล็อกให้ชวนคิดถึง เคียงคู่ชาวสุขุมวิทมานานกว่า 19 ปี ด้วยคอนเซ็ปต์ Quality Secondhand Books ที่อัดแน่นด้วยหนังสือสารพัดหมวดหมู่จัดเรียงตามชื่อผู้เขียนอย่างเป็นระบบ ถ้าโชคดีอาจจะเจอหนังสือหายากสภาพดีในราคาสบายกระเป๋า&#160; ท่ามกลางเสียงเพลงที่บรรเลงอย่างแผ่วเบาอย่างไม่ขาดสาย ทำเอาเราหมดเวลาตลอดทั้งบ่ายเพราะเผลอนั่งพลิกอ่านหนังสือไปเรื่อย พอรู้ตัวอีกทีก็ลืมความวุ่นวายภายนอกและได้ความสบายใจกลับบ้านไปเต็มกระบุงแล้ว ร้านหนังสือมือสอง (ที่ไม่มีวัน) เก่า Dasa ก่อตั้งโดยหุ้นส่วนสองคนคือ ‘ดอน หรือ โดนัลด์ กิลลิแลนด์’ ชาวอเมริกัน และ ‘กวีวุฒิ​ วุฒิ​วิภู​​​’ ทั้งคู่เคยทำงานขายแผ่นซีดีเพลงที่ Tower Records ด้วยกัน ต่อมาดอนย้ายจากไทยไปเปิดร้านหนังสือที่กัมพูชา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาปักหลักในเมืองไทย จึงชักชวนกวีวุฒิมาลงทุนเปิดร้านหนังสือย่านสุขุมวิทด้วยกัน “หุ้นส่วนที่เป็นฝรั่งเขามองว่าตอนนั้นไม่ค่อยมีร้านหนังสือเล็กๆ อยู่ในเมืองเท่าไหร่” กวีวุฒิเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้าน “หนังสือมือสองภาษาอังกฤษในไทยก็ยังไม่ค่อยมี ถ้าอยากซื้อหนังสือก็ต้องไปข้าวสารไม่ก็จตุจักร ซึ่งบางทีบรรยากาศร้านก็ไม่ได้น่านั่ง ไปก็ต้องไปรื้อค้น ด้วยความที่หนังสือภาษาอังกฤษมันราคาแพง เราก็คิดว่าถ้าขายมือสองในราคาครึ่งหนึ่งของหนังสือใหม่เราก็น่าจะอยู่ได้ เราก็เลยอยากทำให้ร้านหนังสือมือสองกึ่งคาเฟ่ มีขายกาแฟ ขายขนม เป็นร้านคอมมูนิตี้ย่านสุขุมวิท” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dasa-book-cafe/">Dasa ร้านขุมทรัพย์ของทาสรักหนังสือมือสองและซีดีเพลงเก่าย่านสุขุมวิท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในย่านที่คนพลุกพล่านและใช้ชีวิตที่แข่งขันกับเวลา มีตึกแถวเล็กๆ ขนาดหนึ่งคูหาริมถนนสุขุมวิทใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ที่เดินผ่านแล้วรู้สึกสะดุดเหมือนมีแรงดึงดูดให้เราก้าวเข้าไปค้นหา</p>



<p>Dasa มาจากภาษาบาลี แปลว่า ‘ทาส’ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนขุมทรัพย์ของทาสรักหนังสือมือสองและซีดีเพลง ที่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายโรแมนติกแบบยุคแอนะล็อกให้ชวนคิดถึง เคียงคู่ชาวสุขุมวิทมานานกว่า 19 ปี ด้วยคอนเซ็ปต์ Quality Secondhand Books ที่อัดแน่นด้วยหนังสือสารพัดหมวดหมู่จัดเรียงตามชื่อผู้เขียนอย่างเป็นระบบ ถ้าโชคดีอาจจะเจอหนังสือหายากสภาพดีในราคาสบายกระเป๋า&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางเสียงเพลงที่บรรเลงอย่างแผ่วเบาอย่างไม่ขาดสาย ทำเอาเราหมดเวลาตลอดทั้งบ่ายเพราะเผลอนั่งพลิกอ่านหนังสือไปเรื่อย พอรู้ตัวอีกทีก็ลืมความวุ่นวายภายนอกและได้ความสบายใจกลับบ้านไปเต็มกระบุงแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-170148" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><strong>ร้านหนังสือมือสอง (ที่ไม่มีวัน) เก่า</strong></strong></h3>



<p>Dasa ก่อตั้งโดยหุ้นส่วนสองคนคือ ‘ดอน หรือ โดนัลด์ กิลลิแลนด์’ ชาวอเมริกัน และ ‘กวีวุฒิ​ วุฒิ​วิภู​​​’ ทั้งคู่เคยทำงานขายแผ่นซีดีเพลงที่ Tower Records ด้วยกัน ต่อมาดอนย้ายจากไทยไปเปิดร้านหนังสือที่กัมพูชา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาปักหลักในเมืองไทย จึงชักชวนกวีวุฒิมาลงทุนเปิดร้านหนังสือย่านสุขุมวิทด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170124" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“หุ้นส่วนที่เป็นฝรั่งเขามองว่าตอนนั้นไม่ค่อยมีร้านหนังสือเล็กๆ อยู่ในเมืองเท่าไหร่” กวีวุฒิเล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้าน “หนังสือมือสองภาษาอังกฤษในไทยก็ยังไม่ค่อยมี ถ้าอยากซื้อหนังสือก็ต้องไปข้าวสารไม่ก็จตุจักร ซึ่งบางทีบรรยากาศร้านก็ไม่ได้น่านั่ง ไปก็ต้องไปรื้อค้น ด้วยความที่หนังสือภาษาอังกฤษมันราคาแพง เราก็คิดว่าถ้าขายมือสองในราคาครึ่งหนึ่งของหนังสือใหม่เราก็น่าจะอยู่ได้ เราก็เลยอยากทำให้ร้านหนังสือมือสองกึ่งคาเฟ่ มีขายกาแฟ ขายขนม เป็นร้านคอมมูนิตี้ย่านสุขุมวิท”</p>



<p>“แต่ด้วยความที่มันเป็นตึกแถวเล็กๆ ห้องเดียว และมีพื้นที่จำกัด ช่วงแรกลูกค้าไม่เยอะมากก็พอรับไหว แต่ช่วงหลังกลายเป็นว่าบางวันก็มีซาเล้งซื้อหนังสือตามบ้าน ขนหนังสือเข้ามาเป็นลังๆ ทำให้บรรยากาศสวยๆ มันถูกรบกวนด้วยการซื้อมาขายไป มันดูวุ่นวาย หลังๆ ก็เลยเลิกขายเค้กไป ตอนนี้ก็ขายแค่กาแฟอย่างเดียว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170125" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่ทำให้ฉันหลงรักร้านหนังสือร้านนี้คือการจัดวางหนังสืออย่างเป็นระเบียบ ให้ความรู้สึกเหมือนมาห้องสมุด เพราะมีการแยกหมวดหมู่และเรียงตามชื่อผู้เขียน ช่วยให้ลูกค้าหยิบหาได้ง่าย แถมยังมีระบบฐานข้อมูลในเว็บไซต์ให้บริการสั่งหนังสือออนไลน์อีกด้วย</p>



<p>“เราตั้งใจอยากทำให้ที่นี่แตกต่างจากร้านหนังสือมือสองทั่วๆ ไป ก็เลยทำระบบช่วยค้นหาหนังสือตามหมวดหมู่ให้หยิบค้นหาได้ง่าย มีเว็บไซต์ให้ลูกค้าสั่งซื้อได้ เป็นร้านหนังสือมือสองแต่เพิ่ม Service เข้าไป”</p>



<p>“ด้วยความที่เรามีหนังสือเข้ามาทุกวัน ร้านเราจะอัปเดตรายชื่อหนังสือในเว็บไซต์ตลอด ลูกค้าก็สามารถไปเสิร์ชชื่อหนังสือได้ มีหนังสืออะไรที่น่าสนใจก็สามารถอีเมลเข้ามาจองได้ เคยมีลูกค้าอีเมลมาจากต่างประเทศบอกว่าตามหาเล่มนี้มานานแต่มาเจอหนังสือในเว็บไซต์ของร้านเรา มันก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านหนังสือที่ชาวต่างชาติจะนึกถึง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-170141" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-4.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><strong>ซื้อ – อ่าน – หมุนเวียน</strong></strong></h3>



<p>หากพูดถึงหนังสือมือสองบางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นหนังสือเก่า มีฝุ่นเยอะ ไม่สะอาด แต่ความจริงหนังสือมือสองไม่ใช่หนังสือที่เก่าเสมอไป เพราะอาจจะเป็นหนังสือใหม่ไร้รอยยับยังคงสภาพดี ในขณะเดียวกันหนังสือเก่าบางเล่มก็อาจจะเป็นหนังสือที่มีอายุยาวนานและมีความหายากในตัว&nbsp;</p>



<p>“หนังสือมือสองคือหนังสือที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วรอบหนึ่งโดยเจ้าของคนแรกว่า หนังสือเล่มนั้นมันน่าสนใจ บางคนที่ไม่ชอบหนังสือมือสองเพราะอาจจะรู้สึกสกปรก มีเชื้อโรค แต่หนังสือร้านเราก็เอามาเช็ดทำความสะอาดก่อนแล้ว ยังคงสภาพดีไม่ได้เก่ายับเยินอะไร และบางเล่มก็เป็นหนังสือของชาวต่างชาติที่ติดมาด้วยตั้งแต่ตอนที่เดินทางมาเมืองไทย พออ่านเสร็จเขาไม่ได้อยากเก็บก็เอามาขายต่อ หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้เพราะมันไม่มีคนสั่งเข้ามา หรือบางเล่มอาจจะเป็นหนังสือเก่าที่เลิกตีพิมพ์ไปแล้ว มันก็เป็นเสน่ห์ของหนังสือมือสองอย่างหนึ่งเหมือนกัน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170146" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความน่าสนใจของที่นี่คือหากเป็นหนังสือทั่วไปราคาขายจะอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม ยิ่งไปกว่านั้นคือเมื่ออ่านจบแล้วสามารถนำมาขายคืนได้ โดยทางร้านจะรับซื้อในราคาครึ่งหนึ่งจากตอนที่ขายไปอีก ทำให้ความหลากหลายของหนังสือมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน จากการเทรดกันของลูกค้าประจำและขาจรที่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย</p>



<p>“คอนเซ็ปต์ของร้านคือซื้อไปแล้วก็สามารถเอากลับมาขายคืนร้านได้ด้วย แต่เป็นลักษณะของการเอามา swap เอามาเทรดกัน สมมติซื้อหนังสือไปร้อยบาท พออ่านเสร็จแล้วเอามาคืนสภาพเดิม ไม่เสียหาย เราก็จะให้คืนห้าสิบบาทเพื่อเอาไปแลกซื้อหนังสือเล่มอื่นๆ ในร้าน มันก็เลยกลายเป็นคอนเซ็ปต์ที่ลูกค้าชอบ เพราะอ่านเสร็จแล้วเอามาคืนก็ยังได้เงินครึ่งหนึ่งอีก บางคนอ่านเสร็จแล้วก็ไม่ได้อยากเก็บ ถ้าไม่เก็บก็ชั่งกิโลขาย เอาไปขายตามร้านก็ขายได้ไม่เยอะ”</p>



<p>หน้าร้านยังมีกระบะหนังสือ Blowout Books Sale ที่ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 19 บาทเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผ่านไปมาแถวนี้ก็อดใจไม่ไหวที่จะซื้อติดไม้ติดมือกลับไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-170130" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/17-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><strong>คนไทยกับตลาดหนังสือมือสอง</strong></strong></h3>



<p>แม้หน้าร้านจะดูไม่ใหญ่มากนัก แต่ภายในร้าน 3 ชั้นอัดแน่นด้วยหนังสือภาษาอังกฤษและภาษายุโรปอื่นๆ อย่างเช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลียน สเปน รัสเซีย กวีวุฒิ​เล่าว่าหนังสือนิยายทั่วไปและหนังสือที่เกี่ยวกับเมืองไทยคือหนังสือที่ขายดีที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170143" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>และสาเหตุที่หนังสือส่วนใหญ่ของ Dasa เป็นภาษาอังกฤษ เพราะทั้งคู่มองว่าธุรกิจหนังสือมือสองภาษาอังกฤษในไทยการแข่งขันและต้นทุนค่อนข้างน้อย บวกกับราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าหนังสือใหม่ ร้านแห่งนี้จึงกลายเป็นขวัญใจของนักเรียน นักศึกษา และชาวต่างชาติอย่างรวดเร็ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170131" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เรามองว่าถ้าทำเหมือนกับคนอื่นก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้เขา ถ้าไม่ได้ทุนเยอะก็อยู่ลำบาก เราก็เลยมองว่าธุรกิจนี้การแข่งขันมันค่อนข้างน้อย จุดที่ทำให้เราได้เปรียบในการทำธุรกิจคือเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะเราก็พูดได้และมีหุ้นส่วนเป็นคนต่างชาติ แล้วเราก็หาน้องๆ ที่พูดภาษาอังกฤษได้มาช่วยงาน อีกอย่างเราก็คิดว่าตลาดหนังสือภาษาไทยมันมีเยอะมากพออยู่แล้ว ถ้าขายภาษาไทยด้วยเราก็ต้องมีพื้นที่ให้สต็อกหนังสือเยอะมากถึงจะขายได้</p>



<p>“สิ่งที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงคือช่วงแรกเราคิดว่าคงจะมีแต่ลูกค้าต่างชาติหรือลูกค้าวัยผู้ใหญ่ ลูกค้าอายุน้อยๆ คงไม่ค่อยมีหรอก แต่หลังๆ เราเริ่มเห็นลูกค้าวัยนักเรียนคนไทยเยอะขึ้น ส่วนตัวผมไม่ได้รู้สึกว่าคนไทยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษน้อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะว่าเวลามีเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษทีไรก็ขายดีมาก คนเดินซื้อเดินอ่านกันแน่นไปหมด ก็เลยรู้สึกว่าคนไทยก็ไม่ได้อ่านหนังสือน้อยหรอก แต่ถ้าเป็นมือสองก็อาจจะอ่านน้อยกว่าต่างชาติ เพราะต่างชาติเขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องสภาพเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่คนไทยชอบซื้อปกแบบซีรีย์เดียวกันหรือว่าอยากได้สภาพดีๆ ก็จะต่างกันเรื่องสไตล์ของการเลือกซื้อ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-170137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-4.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การเปิดร้านหนังสือมือสองอาจจะดูเหมือนเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนดีและมีความเสี่ยงน้อยกว่าร้านหนังสือทั่วไปแต่ความจริงแล้วมีปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้น ยิ่งช่วงที่มีโควิดก็ยังดูไม่มีวี่แววจะคลี่คลาย คนไม่อยากออกจากบ้านและลูกค้าต่างชาติก็เดินทางมาไม่ได้จนทำให้ต้องปิดร้านชั่วคราว</p>



<p>“ปัญหาของร้านหนังสือมือสองคือทำยังไงให้มีหนังสือดีๆ อยู่ที่ร้านได้ตลอดเวลา สมมติว่าเราอยากได้มูราคามิ ก็ไม่สามารถสั่งซื้อหนังสือมือสองมาสต็อกไว้ได้ เราต้องรอให้ลูกค้ามาขายอย่างเดียว มันคือสิ่งที่ทำให้เรามีลูกค้าประจำ เพราะพอเขาเห็นว่ามีรายชื่อหนังสือที่น่าสนใจอัปเดตก็จะรีบมาซื้อ รีบโทรมาจอง ส่วนลูกค้าที่ไม่ได้มาบ่อยๆ พอมาแล้วถ้าไม่เจอหนังสือดีๆ เขาก็อาจจะไม่มาอีก ซึ่งจริงๆ มีแต่มันก็ไปแล้ว หนังสือที่เราสามารถสต็อกเอาไว้หลายเล่มได้จะเป็นหนังสือที่มีคนนิยมจริงๆ ก็มีคนเอาขายอยู่เรื่อยๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-170136" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/16.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แต่อีกแง่หนึ่งคือร้านหนังสือมือสองต้องอาศัย Cash Flow ในแต่ละเดือน เพราะเราซื้อขายเป็นเงินสดอย่างเดียว ทุกวันนี้มีคนเอาหนังสือมาขายเยอะมากจนซื้อไม่ไหว ก็มีปฏิเสธไปบ้างเหมือนกัน บางคนอาจจะคิดว่าการเปิดร้านหนังสือคืออาชีพในฝัน ได้มีร้านสวยๆ นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟชิลๆ ลองคิดดูว่าถ้าเป็นแบบนั้นแล้วมันจะมีรายได้เข้ามาได้ยังไง นอกจากจะมีเงินเกษียณหรือเป็นเจ้าของตึกแล้วอยากจะเปิดร้านหนังสือ ขายได้บ้างไม่ได้บ้างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณเป็นคนธรรมดาต้องไปเช่าตึกริมถนนที่เดือนหนึ่งก็ไม่ถูก มีค่าน้ำค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ค่าจิปาถะ ถ้าวันหนึ่งคุณขายไม่ได้เลยมันอยู่ไม่ได้หรอก ยิ่งช่วงโควิดที่มันหนักมากๆ เราก็ต้องปิดร้านไปเดือนสองเดือน แต่ว่ายังดีที่ขอลดค่าเช่าได้ เจ้าของตึกเขาก็ช่วยเรา ช่วงโควิดก็เลยรอดมาได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170133" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><strong>แผ่นซีดีเพลงกำลังตามรอยหนังสือมือสอง</strong></strong></h3>



<p>ในยุคที่แหล่งความบันเทิงออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายแค่ปลายนิ้วจิ้ม การที่ร้านหนังสือริมทางจะหายไปตามกาลเวลาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังคงมีอีกหลายคนที่หลงใหลในสัมผัสของกระดาษและกลิ่นอายของหนังสือ</p>



<p>“ช่วงแรกที่มี Kindle มีไอแพด คนก็ไปอ่านในแพลตฟอร์มดิจิทัลกันหมด ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะทำยังไงดี จะไปรอดหรือเปล่า จะมีคนซื้อหนังสืออีกไหม แต่ก็กลายเป็นว่าลูกค้าบางคนก็ยังอ่านทั้งสองอย่าง คนรุ่นใหม่วัยนักเรียน นักศึกษา หรือคนวัยทำงานก็ยังชอบซื้อหนังสือเป็นเล่มอยู่ เพราะหนังสือบางเล่มมันไม่มีให้ซื้อออนไลน์ แต่อย่างผมก็อ่านดิจิทัลไม่ค่อยได้ พออ่านไปสิบหน้าก็ต้องนึกว่าเมื่อกี้อ่านอะไรไปวะ ทำไมมันจำไม่ได้ (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170134" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แม้เราจะเอ็นจอยกับรูปแบบการให้บริการใหม่ แต่ใจก็แอบคิดถึงการมีอยู่ของสิ่งเก่าเช่นกัน ด้วยความชื่นชอบและผูกพันในแผ่นซีดีเพลง พวกเขาเชื่อว่าความนิยมแผ่นซีดีเพลงก็กำลังตามรอยของหนังสือมือสองเช่นกัน เพราะเสน่ห์ของมันไม่ใช่แค่ความคลาสสิก แต่คือความละเอียดอ่อนที่แฝงอยู่ในนั้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-170129" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-3.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ทุกวันนี้ซีดีก็ยังเป็นสื่อที่ขายได้อยู่ เพียงแต่ว่าตลาดซีดีที่ไทยมันแทบจะเจ๊งไปหมดแล้ว ด้วยความที่เราซื้อซีดีมาตั้งแต่เด็กเยอะมาก เราก็อยากปล่อยของ เพราะเราก็เชื่อว่ายังมีคนที่อยากซื้อซีดีอยู่ ก็เลยเริ่มจากเอาซีดีเก่าๆ มาวางขาย ลูกค้าที่ไม่อยากเก็บซีดีเพลงแล้วก็เอามาขายให้เรา ที่ร้านก็เลยมีซีดีเพลงทุกแนวทั้ง Pop, Rock, Jazz, Classical”</p>



<p>“เวลาผมเปิดเพลงจากเครื่องเล่นกับหยิบแผ่นซีดีมาเปิดมันคนละความรู้สึกกันเลยนะ รู้สึกว่าเวลาหยิบแผ่นซีดีมาเปิดฟังมันจะดื่มด่ำมากกว่า มันทำให้เรารู้จักเพลงมากขึ้น อย่างเช่น ใครเป็นคนแต่งเนื้อร้อง ใครเป็นคนแต่งทำนอง ใครเป็นคนเล่นดนตรี แต่ว่าถ้าซื้อเป็นดิจิทัลดาวน์โหลดมามันไม่มีอะไรพวกนี้ให้เราจับเราอ่านเลย ผมก็เลยรู้สึกว่าคนที่ฟังเพลงกับอ่านหนังสือก็คล้ายๆ กัน มันไม่ได้กำหนดว่าจะต้องอยู่ใน ฟอร์แมตใดฟอร์แมตหนึ่ง”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170145" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/15-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตั้งแต่เราก้าวเข้ามาทำความรู้จักร้านนี้มากขึ้น ทำให้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ขุมทรัพย์หนังสือมือสองและซีดีเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่แห่งความผูกพันและมิตรภาพอีกด้วย</p>



<p>“ช่วงที่เปิดร้านแรกๆ มีบางคนที่มีบ้านอยู่แถวนี้ก็มาซื้อหนังสือกับพ่อแม่ตั้งแต่ไม่กี่ขวบ ตอนนี้กลายเป็นว่าบ้านคนก็กลายเป็นคอนโดไปหมด ผ่านไป 10 ปี 20 ปี เขาก็ยังกลับมาซื้อหนังสือที่ร้านเราอยู่ ลูกค้าประจำบางคนที่มีอายุเยอะก็มีล้มหายตายจากไปก็ไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่ร้านเราเป็นร้านเล็กๆ พนักงานกับลูกค้าก็เจอกันบ่อยก็จำกันได้ บางทีพูดคุยกัน ซื้อขนมมาฝากเหมือนเพื่อนกัน เราก็เป็นส่วนเล็กๆ ของย่านนี้ ถ้าคนรู้สึกอยากมาร้านหนังสือก็จะนึกถึงเรา”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Dasa&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>สถานที่ตั้ง: Dasa Book Cafe ตรงข้าม Miracle Mall 714/4 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p>แผนที่: <a href="https://goo.gl/maps/XxZt5swVKYsp1WoU7">https://goo.gl/maps/XxZt5swVKYsp1WoU7&nbsp;</a></p>



<p>เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.</p>



<p>การเดินทาง: นั่งรถไฟ BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ทางออก 4 เดินมาเรื่อยๆ ร้านอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 26 กับ 28</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dasa-book-cafe/">Dasa ร้านขุมทรัพย์ของทาสรักหนังสือมือสองและซีดีเพลงเก่าย่านสุขุมวิท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>House Of Commons ร้านหนังสือพักใจของชุมชนที่อยากเป็นมิตรกับทุกคนในย่านตลาดน้อย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/house-of-commons/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Aug 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสืออิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[House of Commons - BookCafe & Space]]></category>
		<category><![CDATA[HOC]]></category>
		<category><![CDATA[HOC BookCafe]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169828</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากกวาดสายตามองรอบๆ ย่านตลาดน้อย สิ่งที่คนในพื้นที่คุ้นตาคงเป็นสองข้างทางที่เต็มไปด้วยห้องแถวไม้ อาคารเก่า ร้านอาหารเล็กใหญ่ รวมถึงสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและผสมกลมกลืนไปกับสิ่งเก่าในชุมชนไทย-จีนได้อย่างลงตัว เมื่อวันเวลาผ่านไป มีร้านรวงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ความคึกคักกลับฟื้นคืนสู่ตลาดน้อยอีกครั้ง&#160; ย่านตลาดน้อยแห่งนี้ทำให้เราพบกับ HOC หรือ House Of Commons ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ข้างริมคลองคลองผดุงกรุงเกษม ติดกับสะพานพิทยเสถียร หากใครผ่านไปมาเราอยากให้แวะหยุดพักใจตรงนี้สักนิด เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านหนังสือ แต่เป็นร้านที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ของผู้คนมากหน้าหลายตาที่ได้มาพบปะทักทาย ถ้าพร้อมแล้วก็เปิดประตูเข้ามาทิ้งตัวทิ้งใจกันได้เลย ‘ร้านหนังสือธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’ “ที่นี่เป็นมากกว่าร้านหนังสือ เราตั้งใจให้มันเป็นพื้นที่ของชุมชน” โหน่ง ทวารัตน์ หนึ่งในสมาชิกรุ่นบุกเบิกร้าน เล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังก่อนจะมาเป็นร้านหนังสือแสนอบอุ่นแห่งนี้ โหน่งเล่าว่าแรกเริ่มเดิมทีร้านหนังสือแห่งนี้เคยตั้งอยู่ที่ย่านเจริญนคร ก่อนจะขยับขยายย้ายมาอยู่ที่ย่านตลาดน้อย และตั้งใจอยากให้ร้านมีคาแรกเตอร์คล้ายกับร้านกาแฟในชุมชนในสมัยก่อน จึงทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมาด้วยการจัดกิจกรรมและขายหนังสือที่สอดคล้องกับความสนใจของร้าน กลายเป็นพื้นที่รวมตัวของคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ House Of Commons ‘สภาสามัญชนที่คนทั่วไปมาพบปะกัน’&#160; “ร้าน HOC มีการปรับตัวเองให้เข้ากับชุมชน ไม่ได้หยิ่งยโสที่เข้าไปแล้วต้องทำตัวลีบๆ ที่สำคัญคือถ้าคุณมาร้านนี้คุณจะติดบทสนทนาของคน เพราะมีแต่เสียงทักทายพูดคุยกัน เป็นคอมฟอร์ตโซนซึ่งกันและกัน คล้ายกับสภากาแฟแบบต่างจังหวัด” พื้นที่ชั้นล่างของร้านเต็มไปด้วยหนังสือครอบคลุมหลายประเภท ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง ปรัชญา จิตวิทยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/house-of-commons/">House Of Commons ร้านหนังสือพักใจของชุมชนที่อยากเป็นมิตรกับทุกคนในย่านตลาดน้อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากกวาดสายตามองรอบๆ ย่านตลาดน้อย สิ่งที่คนในพื้นที่คุ้นตาคงเป็นสองข้างทางที่เต็มไปด้วยห้องแถวไม้ อาคารเก่า ร้านอาหารเล็กใหญ่ รวมถึงสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและผสมกลมกลืนไปกับสิ่งเก่าในชุมชนไทย-จีนได้อย่างลงตัว เมื่อวันเวลาผ่านไป มีร้านรวงใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ความคึกคักกลับฟื้นคืนสู่ตลาดน้อยอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>ย่านตลาดน้อยแห่งนี้ทำให้เราพบกับ HOC หรือ House Of Commons ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ข้างริมคลองคลองผดุงกรุงเกษม ติดกับสะพานพิทยเสถียร หากใครผ่านไปมาเราอยากให้แวะหยุดพักใจตรงนี้สักนิด เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ร้านหนังสือ แต่เป็นร้านที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำและเรื่องราวดีๆ ของผู้คนมากหน้าหลายตาที่ได้มาพบปะทักทาย</p>



<p>ถ้าพร้อมแล้วก็เปิดประตูเข้ามาทิ้งตัวทิ้งใจกันได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169929" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ร้านหนังสือธรรมดาที่ไม่ธรรมดา’</strong></h3>



<p>“ที่นี่เป็นมากกว่าร้านหนังสือ เราตั้งใจให้มันเป็นพื้นที่ของชุมชน” โหน่ง ทวารัตน์ หนึ่งในสมาชิกรุ่นบุกเบิกร้าน เล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังก่อนจะมาเป็นร้านหนังสือแสนอบอุ่นแห่งนี้</p>



<p>โหน่งเล่าว่าแรกเริ่มเดิมทีร้านหนังสือแห่งนี้เคยตั้งอยู่ที่ย่านเจริญนคร ก่อนจะขยับขยายย้ายมาอยู่ที่ย่านตลาดน้อย และตั้งใจอยากให้ร้านมีคาแรกเตอร์คล้ายกับร้านกาแฟในชุมชนในสมัยก่อน จึงทำให้ตัวเองเด่นขึ้นมาด้วยการจัดกิจกรรมและขายหนังสือที่สอดคล้องกับความสนใจของร้าน กลายเป็นพื้นที่รวมตัวของคนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ House Of Commons ‘สภาสามัญชนที่คนทั่วไปมาพบปะกัน’&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169925" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/12-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ร้าน HOC มีการปรับตัวเองให้เข้ากับชุมชน ไม่ได้หยิ่งยโสที่เข้าไปแล้วต้องทำตัวลีบๆ ที่สำคัญคือถ้าคุณมาร้านนี้คุณจะติดบทสนทนาของคน เพราะมีแต่เสียงทักทายพูดคุยกัน เป็นคอมฟอร์ตโซนซึ่งกันและกัน คล้ายกับสภากาแฟแบบต่างจังหวัด”</p>



<p>พื้นที่ชั้นล่างของร้านเต็มไปด้วยหนังสือครอบคลุมหลายประเภท ทั้งประวัติศาสตร์ การเมือง ปรัชญา จิตวิทยา วรรณกรรม รวมไปถึงผลงานและหนังสือที่นักเขียนอิสระมาฝากขายวางอัดแน่นอยู่เต็มทุกด้านของผนัง โหน่งเล่าว่าการที่กลุ่มของนักเขียนอิสระได้เข้ามาสมทบก็ยิ่งทำให้ที่นี่มีความเป็นคอมมูนิตี้มากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169905" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/5.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เราไม่แปลกใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นแหล่งพักใจของคนในชุมชน เพราะนอกจากหนังสือที่คัดสรรมาอย่างดีแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมายให้คลายเหงา ไม่ว่าจะเป็น บอร์ดเกม ดนตรีสด จัดวงเสวนา ฉายหนัง หรือร้อยลูกปัดลูกใจตามธีมหนังสือเล่มโปรด หากใครมีกิจกรรมดีๆ ก็สามารถมาเช่าพื้นที่ได้อีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169906" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/9-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ซื้อได้ซื้อ ซื้อไม่ได้เราให้แกะอ่าน’</strong></h3>



<p>มีร้านหนังสือไม่กี่ร้านที่เราประทับใจตั้งแต่ก้าวเข้าไปครั้งแรกได้ชัดเจน&nbsp;</p>



<p>HOC เป็นหนึ่งในนั้น</p>



<p>“แกะห่อพลาสติกออกมาอ่านได้เลยนะคะ” หนึ่งในสตาฟของร้านเชื้อเชิญให้คนหยิบหนังสืออ่าน</p>



<p>ใช่–หนังสือที่วางเรียงรายอยู่ในร้านทุกเล่ม จะหยิบมาแกะอ่านดื่มด่ำจนหนำใจแล้ววางไว้ที่เดิมก็ไม่มีใครว่า หรือหากติดใจเล่มไหนอยากเก็บไว้เป็นของตัวเองก็สามารถซื้อกลับบ้านได้เลย สารภาพว่าครั้งแรกที่ได้ยินเราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมร้านถึงใจกว้างขนาดนี้นะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169907" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เวลาเราบอกลูกค้าว่าแกะอ่านได้ ทุกคนก็จะตกใจว่าแกะได้จริงเหรอ คือเรามองว่าการแกะอ่านได้ แล้วก็มีมุมดีๆ ให้นั่งอ่าน มันเป็นสิ่งที่ร้านหนังสือทั่วโลกพึงมี เพียงแต่ว่าคนไทยชินกับเชนของร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่ห้ามแกะ ห้ามอ่าน หรือร้านคุณป้าบางร้านที่กลัวว่าแกะแล้วหนังสือจะยับ ซึ่งเรารู้สึกว่าการแกะอ่านได้มันควรจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ร้านหนังสือเอื้อให้กับนักอ่านให้เขามาสัมผัสได้</p>



<p>“แล้วในมุมของธุรกิจร้านจะไม่ขาดทุนเหรอ” เราถามต่อ</p>



<p>“คนที่เขาซื้อก็ซื้อไป เราก็ได้กำไรจากตรงนั้น ส่วนคนที่ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อสิ เราจะทำการค้าแบบตามราวีให้เขาซื้อของตลอดเวลาทำไม ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ซื้อ แต่เราก็ควรจะมีที่มีทางให้เขาได้อ่าน เขาอาจจะมีความจำเป็นที่ไม่สามารถซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ แต่มาขออ่านได้ไหม ในมุมของเราคือมาทุกวันเลยก็ได้ จริงๆ มาทุกวันก็ดี มาสั่งเครื่องดื่มสักแก้วเราก็แฮปปี้แล้ว ร้านหนังสือไม่ได้ต้องการกำไรอะไรเยอะ แค่ต้องการให้คนมาอยู่ใน Ecology ของร้าน ถ้าเราทำให้ร้านมันสนุกได้การซื้อขายก็จะรันของมันไปเอง”</p>



<p>“การปรับตัวอีกอย่างหนึ่งของร้านคือการคิดระบบการสมัครสมาชิก เราก็เอาวิธีแบบร้านเช่านิยายมาปรับใช้กับร้านหนังสืออิสระ บางคนเขาประสบปัญหาทางการเงิน เราก็คิดว่าถ้าบางคนไม่มีก็ให้เขายืมไหม ถ้าคุณอยากยืมหนังสือไปอ่านก็วางเงินมัดจำกับร้าน อ่านแล้วชอบก็ซื้อ อ่านแล้วไม่ชอบก็เอาหนังสือมาคืน เราก็จะคืนเงินมัดจำให้ ถ้าหนังสือที่เอากลับมาคืนมีรอยฟกช้ำ เราก็ไปใส่ไว้ที่ชั้นหนังสือ เดี๋ยวก็มีคนที่มาอ่านมือสองไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าแบบนี้มันก็แฮปปี้ทุกฝ่าย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169908" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/8-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อีกเสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านที่เราชอบมากคือมุม Book Swap ที่ตั้งอยู่หน้าร้าน ใครมีหนังสือล้นบ้านจนไม่มีที่เก็บแล้วก็นำมาแลกกัน หรือถ้าใครที่ไม่มีหนังสือติดไม้ติดมือมา แต่อยากหยิบไปอ่านก็ได้เช่นกัน แล้วจะบริจาคกี่บาทก็ได้ตามต้องการ เงินบริจาคทั้งหมดก็จะเอาไปหมุนเวียนซื้อหนังสือมาเติมอยู่เรื่อยๆ</p>



<p>“ช่วงนี้จะมีฝรั่งคนหนึ่งมายืน swap หนังสือตลอดเวลา คือเขาไม่มีปฏิสัมพันธ์อะไรกับร้านเลยนะ แค่มายืนเลือกๆ หนังสือ เอาหนังสือของตัวเอง swap ไว้แล้วก็เลือกหนังสือไป ซึ่งวัฒนธรรมแบบนี้มันเป็นที่นิยมมากในเมืองนอก เดินไปตามทุกหัวถนนจะมีตู้ที่เป็น Book Swap หรือ Book Drop ตั้งอยู่ ในขณะที่บ้านเรามันไม่มี เรารู้สึกว่าประเทศไทยควรจะทำให้ร้านหนังสือในบ้านเราเป็น Destination แบบนี้ แค่อยากมา Book Swap แลกหนังสือจากประเทศไทยกลับไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169909" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ความหลากหลายของร้านหนังสืออิสระ’</strong></h3>



<p>แม้ตอนนี้จะมีหนังสือเด็กหรือหนังสือเกี่ยวกับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศวางขายมากมายทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ แต่ทำไมร้านหนังสือแบบเฉพาะกลุ่มบ้านเราถึงยังไม่มีเหมือนต่างประเทศสักที</p>



<p>“บ้านเรายังตระหนักเรื่องสิทธิ์กันไม่พอ”​ โหน่งตอบทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-169924" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/11-1-1.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“การส่งเสริมร้านหนังสือในไทยมันยังไม่ไปถึงไหน ร้านหนังสือทั่วไปว่าแย่แล้ว แต่ร้านหนังสือที่เป็นเฉพาะกลุ่มยิ่งแย่ไปอีก ถ้าไปเมืองนอกเราก็จะเห็นร้านหนังสือที่มันเฉพาะมากๆ เช่น ร้านหนังสือสำหรับเด็กหรือร้านหนังสือสำหรับ LGBT ถ้าเราไปกดดูมันจะขึ้นเป็นลิสต์ทั่วโลกเลยนะ แต่บ้านเราไม่มีเพราะรัฐเองไม่ได้เอื้อ ในขณะที่มุมมองของผู้ประกอบการก็คงมองเรื่องของความคุ้มทุน</p>



<p>“จริงๆ ถ้าบริหารจัดการดีๆ เราว่ามันไปได้ อย่างร้านหนังสือสำหรับ LGBT หลายประเทศมันกลายเป็น Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เวลาไปประเทศนี้แล้วต้องไปที่นี่ให้ได้ หรือการที่มีร้านหนังสือสำหรับเด็กอยู่ตามมุมพิพิธภัณฑ์ ที่ไม่ใช่มีแต่ร้านขายของที่ระลึก เราหวังว่าวันหนึ่งร้านหนังสือบ้านเราจะไปถึงตรงนั้น”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘สิบปีแห่งความผูกพัน’</strong></h3>



<p>ตลอดสิบปีที่ผ่านมา HOC ต้องเผชิญอุปสรรคมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องสถานที่ตั้ง การบริหารเงินทุน ขาดแคลนสตาฟ รวมไปถึงสถานการณ์โควิด ที่ทำให้ยอดขายหนังสือหน้าร้านลดฮวบจนกลายเป็นศูนย์ แต่ด้วยการปรับตัวและแรงสนับสนุนของชุมชนทำให้ร้านยังอยู่ต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>“ร้านเราก็จะคอนเน็กต์กับชุมชนตลอดเวลา เวลามีปัญหาอะไรเราก็จะรู้ จริงๆ การเที่ยวชุมชนมันก็มีเรื่อง Concern ไม่ใช่คุณเดินเข้าไปในชุมชนแล้วไปแหกปากเสียงดัง เอาขยะไปทิ้งหรือไปเซลฟี่ถ่ายหน้าบ้านเขา เรื่องพวกนี้มันเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนในชุมชน เราก็เลยทำ Talad Noi Travel Guide แผ่นที่ท่องเที่ยวย่านตลาดน้อยขึ้นมา แล้วก็เขียนข้อปฏิบัติของการเที่ยวชุมชนสอดแทรกเข้าไปด้วย เราคิดว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกัน”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169932" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-2.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“พอช่วงโควิดลูกค้ามาร้านไม่ได้ เราก็ไปคิดเรื่องเดลิเวอรี กาแฟ เบเกอรี หรือการขายหนังสือออนไลน์ จนกระทั่งช่วงที่สตาฟประจำที่ร้านออก ลูกค้าประจำก็หายไปเลย เรารู้สึกว่าการมาอยู่ในชุมชนที่มันไดนามิกมากๆ มันไม่มีความมั่นคง หลังโควิดก็มีบางร้านที่เจ๊งไป จะเหลือแค่ร้านที่มีการปฏิสัมพันธ์กับชุมชนที่ยังรอด”</p>



<p>“เราพยายามจะบอกสตาฟว่าต้องใส่ใจลูกค้าในชุมชนเป็นพิเศษ อย่างเคยมีอาเจ็กที่มากินกาแฟที่ร้านทุกวัน ตอนที่เขาหายไปหลายวันสตาฟก็เคยไปตามที่บ้าน กลัวว่าจะเป็นอะไรรึเปล่า มันก็จะเป็นความผูกพันแบบนี้ การที่เราได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ระบบนิเวศของชุมชนที่ดี เราก็ตอบแทนให้ชุมชน มันเป็นวิธีคิดแบบดั้งเดิมเลยคือใครทำดีกับเรา เราก็ตอบแทนเขาแค่นั้นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘เราอยู่ในยุคที่คนโหยหา Public Space’</strong></h3>



<p>ในยุคที่มีการไล่รื้อสถานที่เก่าและชุมชนให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ แต่พื้นที่แห่งนี้กลับพยายามทำทุกอย่างให้คงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>บนชั้นสามของร้านจะมีสเปซโล่งๆ มีลมพัดเบาๆ เข้ากับแสงแดดที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่า บนชั้นลอยยังเต็มไปด้วยหนังสือโบราณคดี ประวัติศาสตร์ชุมชน และหนังสือเก่าหายากที่ร้านจัดเก็บไว้ให้เลือกหยิบอ่านได้ตามสบาย ทั้งหมดทั้งมวลรวมกันเป็นบรรยากาศสบายๆ ชวนให้เอนหลังอ่านหนังสือนานๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169913" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-169933" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/6-1.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เราพยายามทำทุกอย่างให้เป็นเหมือนเดิม หน้าต่างราวบันไดไม่ได้เปลี่ยนใหม่ แม้กระทั่งฝ้าเองก็ไม่ได้ตีปิด เราพยายามเก็บรักษาทุกอย่างให้เหมือนเดิม เพราะเรารู้ว่ามีคนรุ่นใหม่ที่เขาต้องการสถานที่แบบนี้ มันไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือ แต่มันคือการเอาตัวเราเข้าไปสัมผัสกับสิ่งเก่าในอดีต เพื่อที่จะให้เกิดแรงบันดาลใจในการค้นคว้าหรือทำงาน</p>



<p>“ตอนนี้เราอยู่ในยุคที่กำลังโหยหา Public Space การออกจากบ้านในวันหยุดควรจะมีที่ให้ได้พักผ่อน มีดนตรีกีฬาให้เล่น มีนิทรรศการศิลปะให้ดู ซึ่งร้านหนังสืออิสระก็ควรจะเป็นเฟืองหนึ่งที่คนเข้ามาใช้ชีวิตได้ แล้วที่สำคัญคือมันควรจะอยู่ใกล้บ้าน ใกล้ชุมชนของตัวเอง อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลหรือระบบราชการต้องส่งเสริมระบบนิเวศของเมืองให้มันเกิดบรรยากาศแบบนี้ให้ได้</p>



<p>“เราไม่อยากให้มันเป็นเทรนด์ แต่อยากให้เป็นวิถีชีวิตของคนในยุคต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-169934" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สถานที่แห่งนี้ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ยังทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ เรามั่นใจว่า HOC อาจเป็นเพราะเวทมนตร์จากบทสนทนา เสียงหัวเราะ และมิตรภาพที่หาจากร้านอื่นไม่ได้</p>



<p>และถ้าคุณมีโอกาสได้ผ่านมาตรงสะพานพิทยเสถียร เราขอชวนให้ลองเข้ามาร้าน HOC รับรองว่าคุณจะต้องตกหลุมรักเหมือนกับเราแน่นอน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169928" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/13-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>House of Commons &#8211; BookCafe &amp; Space</strong></h3>



<p>สถานที่ตั้ง: HOC 1038, 4 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร</p>



<p>แผนที่: <a href="https://goo.gl/maps/41NYUxrWB8PZt9dz8">https://goo.gl/maps/41NYUxrWB8PZt9dz8</a></p>



<p>เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 9.00 &#8211; 18.00 น.&nbsp;</p>



<p>การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาลงสถานีหัวลำโพง แล้วต่อแท็กซี่หรือรถเมล์สาย 1, 35 และ 75 ลงที่ป้ายรถเมล์โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม เดินข้ามฝั่งมาตรงสะพานพิทยเสถียร ร้านอยู่เชิงสะพานติดริมคลองผดุงกรุงเกษม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/house-of-commons/">House Of Commons ร้านหนังสือพักใจของชุมชนที่อยากเป็นมิตรกับทุกคนในย่านตลาดน้อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เล่าเรื่อง 3 พื้นที่ในตลาดน้อยกับ &#8216;กลุ่มปั้นเมือง&#8217; ที่อยากดีไซน์เมืองให้คนอยู่ทน มากกว่าทนอยู่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/punmuang-taladnoi/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Aug 2023 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มปั้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[oldtowncity]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169698</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุยกับกลุ่มปั้นเมือง เล่าเบื้องหลังความเป็นมาของการพัฒนาย่านตลาดน้อยผ่าน 3 โปรเจกต์สำคัญที่นำเสนอแนวคิด เป้าหมาย และความหวังผ่านสถานที่เหล่านี้!</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punmuang-taladnoi/">เล่าเรื่อง 3 พื้นที่ในตลาดน้อยกับ &#8216;กลุ่มปั้นเมือง&#8217; ที่อยากดีไซน์เมืองให้คนอยู่ทน มากกว่าทนอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169730" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ตึกแถวย่านตลาดน้อย ถ้าแวะมาตอนสายๆ จะเจอแก๊งคุณลุงแฮงเอาต์กัน</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่า ‘ตลาดน้อย’ เป็นย่านแบบไหน?</strong></h3>



<p>ถ้าเสิร์ชคำว่า ตลาดน้อย ใน Google Maps เราจะเห็นว่า มันเป็นย่านเมืองเก่าเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเยาวราช–ย่านไชน่าทาวน์ที่ทุกคนต้องไปกินสตรีทฟู้ดตอนกลางคืน และเจริญกรุง–เส้นตึกเก่าที่กำลังพัฒนาเป็นย่านสร้างสรรค์ เดินถัดไปอีกสักนิดจะเจอกับสยาม ย่านที่รายล้อมไปด้วยตึกสูงมากมาย แถมยังเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าเชื่อมต่อได้ทุกที่ หากมองภาพรวมของพื้นที่ตลาดน้อย มันก็เปรียบเหมือนพื้นที่ทำเลไข่แดง ที่อยู่ท่ามกลางแหล่งสำคัญ ระหว่างย่านเมืองเก่าและย่านเมืองใหม่ ซึ่งมีน้อยแห่งจะมีโลเคชันตั้งอยู่ท่ามกลางความแตกต่างทั้งสองแห่งนี้</p>



<p>ในมุมมองของคนชอบเที่ยวที่เคยไปเยี่ยมเยือนตลาดน้อย บ้างก็บอกว่า เป็นย่านวัฒนธรรมเก่าแก่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น วัดแม่พระลูกประคำ โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในย่านจีน หรือศาลเจ้าโจวซือกง-ศาลเจ้าเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอายุกว่า 200 ปีที่ยังคงอยู่ บางคนอาจบอกว่าเป็นย่านท่องเที่ยวชุมชน เพราะมีคนในท้องถิ่นอาศัยอยู่ ประกอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์แบบไทย–จีน หรือย่านสตรีทอาร์ตน่าถ่ายรูปเล่นตามตรอกซอกซอยของอาคาร</p>



<p>แต่ในมุมของ ‘โจ-จุฤทธิ์ กังวานภูมิ’ คนที่อยู่อาศัยในย่านตลาดน้อยตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้เป็นนักวิชาชีพด้านสถาปนิกชุมชน และก่อตั้ง ‘กลุ่มปั้นเมือง’ ฟื้นฟูและพัฒนาเมืองตลาดน้อยบอกกับเราว่า ตลาดน้อยสำหรับเขาคือ…</p>



<p>“เหมือนย่านที่อยู่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด มันมีอนุมูลความชิลลอยอยู่ในอากาศ ตื่นขึ้นมาจะได้ยินเสียงนกร้อง ตอนเย็นๆ จะเจอเสียงเรือวิ่ง และถ้าตอนกลางคืนอาจได้ยินเสียงแมวกัดกัน (หัวเราะ) ถ้าเปรียบเป็นคนคือ คนนั่งชิลๆ อยู่หน้าบ้าน สามารถใส่ชุดนอนเดินเล่นได้ คุยกับเพื่อนเสียงดังได้เต็มที่ ดูภายนอกอาจจะเหมือนคนโมโหหรือเปล่า จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่คุยกันชิลๆ”&nbsp;</p>



<p>ทุกคำตอบและภาพจำของทุกคนไม่มีถูกไม่มีผิด ทุกคนต่างมีความรู้สึกต่อย่านตลาดน้อยแตกต่างกันออกไป แต่เชื่อว่าสิ่งที่หลายคนคิดเหมือนกันคือ อยากให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงเก็บความเป็นตลาดน้อยต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งคำว่า ‘ความเป็นตลาดน้อย’ แน่นอนว่า กว่าจะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้เข้ามาทำความรู้จัก ต้องผ่านเบื้องหลังการทำงานและออกแบบมากมายกว่าจะมาถึงทุกวันนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169733" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาเมืองแบบ ‘ทนอยู่’ มากกว่า ‘อยู่ทน’</strong></h3>



<p>คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า การออกแบบเมืองคือ ต้องทำอย่างไรให้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว การออกแบบต้องคิดถึงคนที่ใช้พื้นที่นั้นเป็นหลัก เพราะพวกเขาเป็นคนใช้งาน 24 ชั่วโมง ซึ่งโจก็เป็นหนึ่งคนที่อยู่อาศัยในตลาดน้อยตั้งแต่เด็ก เห็นถึงความต้องการ ปัญหา และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่นี้มาโดยตลอด</p>



<p>ในสมัยโจเด็กๆ ย่านตลาดน้อยเคยมีพื้นที่สาธารณะที่คนเข้ามาทำกิจกรรมสังคมร่วมกันมากมาย จนวันหนึ่งพื้นที่เหล่านั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากการพัฒนาสิ่งรอบข้างตามกาลเวลา รวมแม้กระทั่งความสัมพันธ์ของชุมชนก็ห่างหายตามไปด้วย สังเกตจากจำนวนประชากรและอาคารที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเพิ่มมากกว่าเคย</p>



<p>เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ครอบครัวของโจเองก็เคยมีความคิดอยากจะขายบ้านในตลาดน้อยแล้วย้ายไปอยู่ที่อื่นเช่นเดียวกัน ตอนนั้นโจตอบพ่อกับแม่ว่า ไม่อยากให้ขาย และตั้งคำถามว่าทำไมต้องย้ายไปพื้นที่ห่างไกล ในเมื่อพื้นที่ตลาดน้อยเป็นทำเลที่มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ขาดเรื่องสภาพแวดล้อมที่ต้องฟื้นฟูให้น่าอยู่มากขึ้น บวกกับเขาเองเรียนจบปริญญาโทเกี่ยวกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงมีความคิดอยากฟื้นฟูบ้านของตัวเองในย่านให้ดีขึ้นกว่าเดิม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="801" height="801" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2.jpg" alt="" class="wp-image-169734" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2.jpg 801w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 801px) 100vw, 801px" /><figcaption>ภาพรูทการเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญย่านตลาดน้อย จากหนังสือไชน่าทาวน์ย่านน่าเดิน จัดทำโดยกลุ่มปั้นเมือง</figcaption></figure>



<p>“เดิมทีเราสนใจเรื่องการฟื้นฟูเมืองและพื้นที่ย่านตลาดน้อย เพราะเราเป็นคนที่นี่ เราก็อยากมีสภาพแวดล้อมที่ดี อยากทำอะไรสักอย่างที่มีคุณค่ากับตัวเราเอง เช่น เราใช้ชีวิต ทำงาน และนอนอย่างสบายใจ ตื่นมาพบกับวันใหม่ ก้าวเท้าออกจากบ้านแล้วรู้สึกดี”</p>



<p>&nbsp;“เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีสภาพแวดล้อมที่ดี ก็เหมือนกับคนที่จัดห้องนอนให้ตัวเองหลับอย่างมีความสุข กวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาด มันคือการสร้างสภาพแวดล้อมในที่ๆ ควบคุมได้ ดังนั้นการออกแบบย่านก็คล้ายๆ กัน เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่หงุดหงิดตอนออกจากบ้าน ‘เฮ้ย เจอปัญหานี้อีกแล้วเหรอ เห็นแล้วรำคาญลูกตาจัง’ ไปทุกวัน”</p>



<p>“ปัญหาของพื้นที่ตลาดน้อย มันเป็นพื้นที่ที่คนใช้งานอยู่เต็มศักยภาพ ไม่มีจังหวะได้หยุดเคลียร์ตัวเองเลย อย่างการฟื้นฟูหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น คุณภาพของชีวิต ถนน ทางเท้า ไฟฟ้า พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเกิดพื้นที่เปลี่ยวไม่มีความปลอดภัย รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมตามมา พวกนี้ก็เลยเป็นปมที่เกาะอยู่กับย่านมาตลอด”</p>



<p>“สิ่งที่กล่าวมามันเป็นเหมือนข้อเสียที่คนอาจไม่ได้ใส่ใจ คนในพื้นที่ก็ไม่รู้ว่า อยู่ทน หรือ ทนอยู่ ในการใช้ชีวิตกันแน่ เพราะยังจำเป็นต้องใช้พื้นที่นี้ ก็เลยยังต้องทนอยู่จนรู้สึกคุ้นชินและมีความรู้สึกอยู่ก็ได้ มันไม่ได้แย่หรอก แต่ถ้ามองในคนอีกรุ่นหนึ่ง เขาก็อาจจะตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้ด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169748" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>สตรีทอาร์ตบนฝาผนัง ได้แรงบันใจจากวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนสมัยก่อน</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การฟื้นฟูตลาดน้อย ไม่ใช่ ‘สถานที่’ แต่คือ ‘ผู้คน’</strong></h3>



<p>แค่ฟังประเด็นและปัญหาของพื้นที่สุดท้าทาย ก็ชวนตั้งคำถามต่อว่า แล้วการออกแบบย่านตลาดน้อยต้องเริ่มอย่างไรให้คนอยากอยู่ต่อ</p>



<p>เขาตอบว่ามีเป้าหมายมี 3 อย่างคือ 1) อยากให้คนรุ่นใหม่อยากอยู่อาศัยต่อ 2) อยากให้พื้นที่มีคนเข้ามาคึกคักมากขึ้น และ 3) วัฒนธรรมของพื้นที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อมา ซึ่งทั้งหมดนี้องค์ประกอบเรื่อง ‘คน’ สำคัญที่สุดในการออกแบบย่านตลาดน้อย เพราะเป็นสิ่งสร้างเสน่ห์ของพื้นที่ให้เกิดขึ้น</p>



<p>“คนส่วนมากมักจะมองว่า การออกแบบเมืองคือการดีไซน์อาคาร ซึ่งก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ความเป็นตลาดน้อย ด้วยบรรยากาศและการใช้ชีวิต มันคือ ‘คน’ ที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองมีสภาพแวดล้อมที่มีเอกลักษณ์ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ‘สถานที่’ อย่างตึก อาคาร บ้านช่อง มันเป็นเหมือนที่สิงสถิตของจิตวิญญาณ (Spirit) ซึ่งก็คือคน เพราะคนมีสกิลหรือความรู้อยู่อาศัยในชุมชน แล้วพอเขาย้ายออกไป อาคารมันก็จะเหมือนภาชนะเปล่าๆ ที่สวยงาม แต่ว่าเสน่ห์ที่อยู่ข้างในมันหายไป”</p>



<p>“ดังนั้นอาคารจะเปลี่ยนอย่างไรก็แล้วแต่ แต่คนมีจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าของในพื้นที่ ผมคิดว่า เรื่องอาคารมันคือกรอบนอก ยังไม่ใช่แก่นสาระสำคัญเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันมีอาคารเปล่ามากขึ้น ก็เป็นสัญญาณอันตรายมากที่กำลังบอกว่า ย่านนี้กำลังสูญเสียตัวตน หรือว่าอาจจะมีคนสนใจอยากเข้ามาอยู่ในพื้นที่ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวหรือมีจิตสำนึกร่วมในการอยากเป็นเจ้าของพื้นที่จริงๆ ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมเชื่อมต่อกับผู้คนยาวนาน”</p>



<p>“เพราะฉะนั้นงานของเราต้องให้เวลาคนผูกพันกับพื้นที่ สร้างสภาพแวดล้อมที่สร้างการเชื่อมต่อหรือมีกิจกรรมที่ให้พวกเขาเข้ามาทำอะไรร่วมกัน เขาก็อาจจะใส่ใจคนในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งต้องออกแบบสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน สอบถามความคิดเห็นว่า พวกเขาต้องการอะไร”</p>



<p>“เมื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชุมชน ก็พบคำตอบว่า พื้นที่ตลาดน้อยมีสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม ที่นี่เป็นชุมชนติดน้ำ เวลาทำกิจกรรมทุกคนจะชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางจากท่าน้ำ เพราะมันเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งตอนเด็กๆ ผมสามารถเตะฟุตบอลได้ทุกที่เลย (หัวเราะ) แต่พอถึงจุดหนึ่งมันก็หายไปไม่รู้ตัว เพราะด้วยความเจ้าของพื้นที่เปลี่ยนรุ่นมา 20 ปี การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมน้ำก็ถูกบล็อกไม่รู้ตัว และมีพื้นที่สาธารณะน้อยลง จึงเป็นโจทย์ของปัญหาชุมชนร่วมกัน นั่นคือ พวกเราขาดพื้นที่สาธารณะ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169735" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ศาลเจ้าโรงเกือก ตอนเช้าคนมาสักการะ ตอนเย็นเด็กๆ วิ่งไล่จับ</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สร้างพื้นที่สาธารณะใหม่ จากสิ่งที่มีอยู่เดิม</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1. ศาลเจ้าโรงเกือก พื้นที่ริมน้ำแห่งแรก</strong></h4>



<p>เมื่อสรุปได้ว่าย่านตลาดน้อยขาดพื้นที่สังคมในการพบปะกัน พวกเขาจึงมองหาพื้นที่ในย่านที่มีอยู่และพัฒนาตามบริบทที่ควรจะเป็น โดยโจยกตัวอย่างโปรเจกต์ให้เราฟัง 3 แห่ง แรกเริ่มคือ ‘ศาลเจ้าโรงเกือก’ ผลงานที่ชุมชนเรียกร้องอยากให้ทำพื้นที่สาธารณะริมน้ำแห่งแรก</p>



<p><strong>“</strong>ก่อนที่จะเลือกว่าเป็นสถานที่ไหน เราไปทำการศึกษาเรื่องคุณค่าของอาคารในพื้นที่ แล้วพบว่าพื้นที่บริเวณริมน้ำมีความหนาแน่นของมรดกทางวัฒนธรรมค่อนข้างเยอะ เป็นจุดที่เคยเป็นท่าเรือ แหล่งงานของคนในสมัยก่อน รวมถึงเป็นศูนย์รวมความเชื่อของคน แถวนั้นก็มีศาลเจ้าโรงเกือก ศาลเจ้าโจวซือกง โบสถ์กาลหว่าร์ อะไรแรกๆ มักจะเกิดขึ้นบริเวณริมน้ำถ้าดูในแผนที่เก่า มากไปกว่านั้นยังมีถนนที่เชื่อมต่อกันเป็นรูทอยู่ด้วยเช่นกัน”</p>



<p>“สาเหตุที่เลือกศาลเจ้าโรงเกือก เพราะเป็นศาลเจ้าจีนแคระที่เรียกได้ว่าเก่าที่สุดในฝั่งพระนคร ถ้ามองในพื้นที่ตลาดน้อยทั้งหมด นี่เป็นอาคารที่มีความดั้งเดิมที่สุด แต่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด เราว่าน่าอนุรักษ์ รวมถึงทางสมาคมและชุมชนก็สนใจอนุรักษ์และปรับปรุงด้วย ก็เลยมีการปรับปรุงพื้นที่รอบๆ ศาลเจ้าโรงเกือกให้เชื่อมต่อกับพื้นที่สาธารณะของกรมท่าเรือ และพื้นที่ริมน้ำตรงเขื่อนรอบๆ ศาลเจ้าโรงเกือกให้คนมานั่งพักผ่อนได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169736" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ถนนสตรีทอาร์ตในซอยโรงเกือก ใครเดินผ่านต้องถ่ายรูป</figcaption></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2. ซอยโรงเกือก สตรีทอาร์ตแก้แหล่งซ่องสุม</strong></h4>



<p>เดินออกจากศาลเจ้าโรงเกือกไปสักนิดจะเจอกับ ‘ซอยโรงเกือก’ เป็นโปรเจกต์สตรีทอาร์ตที่ทำเร็วที่สุดในบรรดาโครงการอื่น เพราะไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงชุมชนมากมาย แต่แก้ปัญหาทัศนียภาพให้น่ามอง เพราะเมื่อก่อนเส้นโรงเกือกนี้ คนนอกไม่กล้าเดินเพราะน่ากลัวและมีแต่กองขยะเกลื่อนกลาด</p>



<p>“เดิมทีซอยโรงเกือกเป็นพื้นที่ยาวๆ รอบข้างเป็นหน้าอาคารที่ไม่มีช่องเปิด ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีประตู และไม่มีบ้านคน เหมือนกับเราเดินผ่านกำแพงสูงยาว 30 เมตร ซึ่งคนก็จะรู้สึกว่าไม่น่าเดินแล้ว แต่ถ้ามันมีช่องเปิดหน้าต่างเข้ามาบ้าง ก็จะสร้างปฏิสัมพันธ์ให้กับคนเดินมากกว่า”</p>



<p>“ด้วยความที่เป็นกำแพงยาวทั้งสองข้างและไม่มีหน้าบ้านคน มันเลยไม่มีเจ้าภาพมาดูแล บางทีก็มีขยะเอาไปกองเอาไว้ แมวหมามาขี้หรือคนมาพ่นกำแพงคำเสียๆ หายๆ ตอนนั้นสภาพซอยนี้เสื่อมโทรม ดูอับชื้น และมืดเปลี่ยว เป็นเส้นที่คนไม่อยากเดินผ่าน”</p>



<p>“แต่ถ้าเราดูเรื่องคุณค่ามรดกวัฒนธรรมของพื้นที่ เราจะเห็นว่ามันเป็นเส้นเชื่อมต่อสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ ทุกคนต้องเดินผ่านเส้นนี้ บวกกับสมัยนั้นเทรนด์การถ่ายรูปพอร์เทรต ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ กำลังมาแรง ในกระทู้ Pantip จำได้ว่า คนชอบทำคอนเทนต์พาแฟนมาเที่ยวที่ต่างๆ และที่นี่ก็เป็นย่านที่มีมุมวินเทจเก๋ๆ ซุกซ่อนอยู่อย่างไม่ได้ตั้งใจ เลยคิดว่าน่าจะทำเป็นสตรีทอาร์ตได้นะ”</p>



<p>“ช่วงแรกๆ เราก็เริ่มเพนต์เอง วาดอะไรที่สื่อถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ตอนแรกชาวบ้านก็นึกไม่ออก เราก็ลองวาดต้นแบบทำไปให้ หลังจากนั้นก็เริ่มมีงานเทศกาลต่างๆ มีชุมชนมาดำเนินการเอง เราก็เลือกศิลปินมาวาดให้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ จากนั้นก็พัฒนามาเรื่อยๆ ตอนนี้มี 7 โรงเรียนรอบๆ ย่านให้เด็กมาวาด มีสปอนเซอร์เข้ามาสมทบทุนมากขึ้น ถนนเส้นนี้ก็คึกคักขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169737" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>พิพิธตลาดน้อยในท่าน้ำภาณุรังษี</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/logo-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ท่าน้ำภานุรังษีตอนจัดกิจกรรมตะลักเกี้ยะ<br>(ที่มา: <a href="https://www.facebook.com/talakkia.friendlymarket/about">ตะลักเกี้ยะ Friendly Market</a>)</figcaption></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>3. ท่าน้ำภานุรังษี พื้นที่สาธารณะของชุมชน</strong></h4>



<p>โปรเจกต์สุดท้าย โจพาเราไปเที่ยวที่ ‘ท่าน้ำภานุรังษี’ เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของย่านตลาดน้อย เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะหลักไว้ทำกิจกรรมของชุมชน เพราะแต่ก่อนจัดงานในซอยมีรถวิ่งไปมาไม่ค่อยสะดวกสบายมากนัก</p>



<p>“เมื่อก่อนตรงนี้ยังมีพื้นที่ที่คนเข้าถึงริมน้ำได้อยู่ พอพื้นที่นี้เลิกกิจการและปิดไป ก็กลายเป็นพื้นที่ร้าง ไม่มีใครเข้าถึงริมแม่น้ำเลย ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นที่เช่าของกรมธนารักษ์ เมื่อปิดกิจการและประกาศเปิดขาย เราก็คิดว่ามันน่าจะเอาไปทำประโยชน์ในเชิงสาธารณะได้ไหม เลยลองยื่นข้อเสนอทำพื้นที่สาธารณะริมน้ำ และขอเจรจาคนเช่าพื้นที่จนแบ่งมาได้ครึ่งหนึ่ง เพื่อมาทำเป็นพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน จะเห็นว่า พื้นที่นี้มีคนใช้งานตลอด คนมาออกกำลังกาย เด็กมาวิ่งเล่นกัน หรือคนมานั่งพักผ่อน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169738" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/inside-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตลอดการเดินเที่ยวตลาดน้อย โจเล่าเบื้องหลังการทำงานร่วมกับชุมชนให้ฟังมากมาย แต่ละโครงการใช้เวลายาวนานก็จริง แต่ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกเห็นความสำคัญของพื้นที่ที่ตัวเองอยู่มากยิ่งขึ้นและช่วยกันดูแลรักษาไปด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>เราชวนถามต่อว่า ในมุมคนออกแบบย่าน ในอนาคตอยากให้ตลาดน้อยเติบโตไปในทิศทางไหน</p>



<p>โจเล่าให้ฟังว่า เวลาคนมองถึงการออกแบบมักคิดว่า ต้องมีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในพื้นที่ให้ทันสมัยก็จบแล้ว ความเป็นจริงการออกแบบเมืองต้องใช้เวลาออกแบบไปเรื่อยๆ เพราะมีหลายปัจจัยทั้งผู้คน อาคารและสถานที่ รวมถึงแต่ละพื้นที่ต่างก็มีข้อจำกัดไม่เหมือนกัน ดังนั้นการออกแบบก็จะแตกต่างกันไปด้วย</p>



<p>“การออกแบบพื้นที่สาธาณะ มันเหมือนกับการออกแบบเสื้อผ้าแบบ Tailor-made เราต้องสั่งตัดและออกแบบให้พอดีกับผู้ใช้งาน ผ่านการศึกษา สังเกตการใช้พฤติกรรมในพื้นที่เหล่านี้ อะไรคือปัญหา และเป้าหมายร่วมกัน แล้วออกแบบให้พอดีกับพวกเขา”</p>



<p>“หากถามว่าระยะยาวมันจะไปทางไหน มันก็มาถูกทางของมันแล้วล่ะ ที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่มีอะไรผิดหรอก ก็เป็นไปตามเงื่อนไขสังคม เราแค่ออกแบบสภาพแวดล้อมให้คนมาแล้วก็อยากอยู่พื้นที่นี้ต่อ แล้วเห็นคุณค่าของพื้นที่มากยิ่งขึ้น ไม่คิดที่จะขายออกไป ผมว่ามันก็มาถูกทางแล้วล่ะ” โจกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punmuang-taladnoi/">เล่าเรื่อง 3 พื้นที่ในตลาดน้อยกับ &#8216;กลุ่มปั้นเมือง&#8217; ที่อยากดีไซน์เมืองให้คนอยู่ทน มากกว่าทนอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>A BOOK with NO NAME ร้านหนังสืออิสระที่มีศิลปะและแมวสี่ตัวให้จกพุงแห่งเดียวในศรีย่าน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-book-with-no-name/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Aug 2023 08:59:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[แมว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสืออิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีย่าน]]></category>
		<category><![CDATA[A BOOK with NO NAME]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169553</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตึกแถวเก่าสีขาวสะอาดตาตัดกับโทนเขียวเข้มสองคูหาที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ แห่งเดียวในศรีย่าน ใครเดินหรือนั่งรถผ่านไปมาย่านนี้อาจจะคิดสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่ ร้านหนังสือ คาเฟ่ สตูดิโอ อาร์ตแกลเลอรี หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์? เราละทิ้งความสงสัยแล้วผลักประตูเข้าไปพูดคุยกับ กา–วิทยา ก๋าคำ และ โดนัท–งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่รายล้อมไปด้วยแมวทั้งสี่ ร้านนี้ก่อตั้งโดยเพื่อนสนิทจากรั้วศิลปากรวังท่าพระ ผู้ชื่นชอบศิลปะและรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ พวกเขาทั้งสองเหมือนกับนักอ่านคนอื่นที่อยากเป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งที่รักในย่านเมืองเก่าที่ผูกพันมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยมี ‘ร้านหนังสือเดินทาง’ ที่ทั้งคู่ชอบไปคลุกคลีอยู่เป็นประจำเป็นต้นแบบและที่ปรึกษา ชื่อร้าน A BOOK with NO NAME มีแนวคิดมาจากเพลง A Horse With No Name ของวง America ซึ่งเป็นเพลงโปรดของทั้งคู่ โดยเนื้อหาเพลงเป็นการเดินทางในทะเลทรายที่ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เปรียบเหมือนการเดินทางของร้านหนังสือแห่งนี้ของพวกเขาทั้งสอง ‘ร้านประหลาดในศรีย่าน’ หากอยากดูร่องรอยกรุงเทพฯ ในยุคหลังสงครามโลก ศรีย่านนับเป็นย่านเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ยังมีตึกแถวสมัยนั้นหลงเหลืออยู่ ถึงแม้ว่าย่านนี้จะทอดยาวตลอดเส้นสามเสน และตามเส้นถนนที่ตัดขวางอย่างนครไชยศรีที่ควรจะคึกคัก แต่ด้วยความที่ใกล้ชิดเขตพระราชฐานและที่ทำการสำคัญของรัฐ ทำให้ผังเมืองโซนนี้ไม่สามารถขึ้นอาคารสูงได้ จึงมีคนพลุกพล่านน้อยให้ความรู้สึกคล้ายกับต่างจังหวัด&#160; จนกระทั่งมีร้านหนังสืออิสระอย่าง A BOOK with NO NAME จึงทำให้ย่านที่หม่นหมองนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-book-with-no-name/">A BOOK with NO NAME ร้านหนังสืออิสระที่มีศิลปะและแมวสี่ตัวให้จกพุงแห่งเดียวในศรีย่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตึกแถวเก่าสีขาวสะอาดตาตัดกับโทนเขียวเข้มสองคูหาที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ แห่งเดียวในศรีย่าน ใครเดินหรือนั่งรถผ่านไปมาย่านนี้อาจจะคิดสงสัยว่าสถานที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่</p>



<p>ร้านหนังสือ คาเฟ่ สตูดิโอ อาร์ตแกลเลอรี หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์?</p>



<p>เราละทิ้งความสงสัยแล้วผลักประตูเข้าไปพูดคุยกับ กา–วิทยา ก๋าคำ และ โดนัท–งามแสนหลวง สิงห์เฉลิม ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่รายล้อมไปด้วยแมวทั้งสี่</p>



<p>ร้านนี้ก่อตั้งโดยเพื่อนสนิทจากรั้วศิลปากรวังท่าพระ ผู้ชื่นชอบศิลปะและรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ พวกเขาทั้งสองเหมือนกับนักอ่านคนอื่นที่อยากเป็นเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสิ่งที่รักในย่านเมืองเก่าที่ผูกพันมาตั้งแต่สมัยเรียน โดยมี ‘ร้านหนังสือเดินทาง’ ที่ทั้งคู่ชอบไปคลุกคลีอยู่เป็นประจำเป็นต้นแบบและที่ปรึกษา</p>



<p>ชื่อร้าน A BOOK with NO NAME มีแนวคิดมาจากเพลง A Horse With No Name ของวง America ซึ่งเป็นเพลงโปรดของทั้งคู่ โดยเนื้อหาเพลงเป็นการเดินทางในทะเลทรายที่ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เปรียบเหมือนการเดินทางของร้านหนังสือแห่งนี้ของพวกเขาทั้งสอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169605" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/10.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>‘ร้านประหลาดในศรีย่าน’</strong></h3>



<p>หากอยากดูร่องรอยกรุงเทพฯ ในยุคหลังสงครามโลก ศรีย่านนับเป็นย่านเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ยังมีตึกแถวสมัยนั้นหลงเหลืออยู่ ถึงแม้ว่าย่านนี้จะทอดยาวตลอดเส้นสามเสน และตามเส้นถนนที่ตัดขวางอย่างนครไชยศรีที่ควรจะคึกคัก แต่ด้วยความที่ใกล้ชิดเขตพระราชฐานและที่ทำการสำคัญของรัฐ ทำให้ผังเมืองโซนนี้ไม่สามารถขึ้นอาคารสูงได้ จึงมีคนพลุกพล่านน้อยให้ความรู้สึกคล้ายกับต่างจังหวัด&nbsp;</p>



<p>จนกระทั่งมีร้านหนังสืออิสระอย่าง A BOOK with NO NAME จึงทำให้ย่านที่หม่นหมองนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169616" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/14-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดนัท: “ศรีย่านมันเป็นถนนสามเสนก็จริง แต่มันจะไม่เหมือนข้าวสาร บางลำพู เพราะโซนนี้จะเป็นโซนอยู่อาศัยไม่ใช่โซนท่องเที่ยว แล้วก็เป็นสังคมผู้สูงอายุหมดเลย หาคนหนุ่มสาวไม่ค่อยได้ เวลาคนแถวนี้ทำอะไรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีไม่ได้เขาก็จะเดินมาร้านเรา คนแถวนี้ก็จะเรียกเราสองคนว่าอาจารย์ แต่เราไม่ได้เป็นอาจารย์นะ เราแค่เปิดร้านหนังสือ (หัวเราะ)”</p>



<p>กา: “ร้านเราดูเป็นร้านประหลาดในย่านนี้ คนที่ผ่านไปมาเขาก็จะสงสัยว่าร้านนี้ทำอะไรกันแน่ คนอาจจะยังไม่ค่อยชินกับร้านอิสระในรูปแบบนี้เท่าไหร่ ตอนกลางคืนแถวนี้มันจะเงียบมาก ถ้าไม่มีร้านเราสักทุ่มสองทุ่มก็จะมืดหมดเลย เวลาร้านเรามีคนมาเช่าสถานที่ มีรายการมาถ่าย หรือมีกิจกรรมจัดงานต่างๆ คนแถวนี้เขาก็จะแฮปปี้มากเพราะเขาจะขายของได้ มีช่วงนึงที่เราไม่ค่อยได้จัดงาน ร้านข้างๆ ก็ถามอาจารย์ทำไมไม่จัดงานอีก ผมอยากให้มีงาน อยากให้มีคนผ่านไปผ่านมา”&nbsp;</p>



<p>ถึงแม้ว่าแถวนี้จะดูเงียบเหงาไปหน่อย แต่เรากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมาบ้านของคนรักหนังสือที่เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปเข้ามานั่งเล่นพูดคุยได้อย่างอิสระ สิ่งแรกที่น็อกหัวใจทาสให้ตายสนิทตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าร้าน คือน้องเหมียวที่นอนกลิ้งไปมาให้จกพุงต้อนรับแขกอยู่หน้าประตู&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-169555" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-16.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169556" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/a-book-with-no-name-17-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อเข้ามาในร้านจะได้บรรยากาศสว่าง เฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ และต้นไม้น้อยใหญ่ถูกนำมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ได้อย่างสบายตา บนชั้นวางเต็มไปด้วยหนังสือที่ดึงดูดเหล่านักอ่านได้เป็นอย่างดี ทั้งวรรณกรรมคลาสสิก ประวัติศาสตร์ ปรัชญาการเมือง จิตวิทยา ศาสนา ปรัชญา รวมไปถึงบทกวีที่นักเขียนรุ่นใหม่อิสระมาฝากขาย ในราคาที่คนกระเป๋าแบนอย่างเราเอื้อมถึงได้ไม่ยาก และที่สำคัญร้านนี้ไม่มีขายออนไลน์เพราะเชื่อว่าการเดินเข้ามาที่ร้านหนังสือจะทำให้เราได้สำรวจความชอบตัวเองและได้สัมผัสตัวตนหนังสือมากขึ้น</p>



<p>&nbsp;กา: “ร้านหนังสืออิสระมันเปิดทางเลือกให้คุณ เป็นพื้นที่เปิดกว้างให้หนังสือเล่มอื่นได้นำเสนอตัวเองด้วย ซึ่งบางทีคุณก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีหนังสือเล่มนี้อยู่ แต่คุณต้องการมันนะ คุณต้องได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แต่ถ้าคุณสั่งในออนไลน์คุณจะไม่มีทางเห็นมัน เสน่ห์ของการซื้อในร้านหนังสือคือการที่คุณค่อยๆ เดินค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษสำรวจตัวตนของหนังสือ มันก็ต้องโดนสักเล่มบ้างแหละ”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169598" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>‘การใช้ชีวิตคนเมืองสมัยนี้มันเหงาไปหน่อย’</strong></h3>



<p>สิ่งที่ผลักดันให้ร้านหนังสือคึกคัก นอกจากตัวหนังสือเองแล้ว บ่อยครั้งกิจกรรมในร้านหนังสือก็เป็นเรื่องสำคัญ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>A BOOK with NO NAME นิยามตัวเองว่าเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เพราะนอกจากหนังสือ กาแฟ และแมวแล้ว ที่นี่ยังขับเคลื่อนตัวเองไม่ให้ร้านหยุดนิ่ง ไม่ได้รอให้ลูกค้าเข้าหาอย่างเดียว แต่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขามักจะจัดกิจกรรมสนุกๆ หมุนเวียนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อป Booktalk เล่นดนตรี ฉายหนังข้ามปี หรือจัดงานปาร์ตี้เทศกาลต่างๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-169584" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/21.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดนัท: “เรารู้สึกว่าการใช้ชีวิตคนเมืองสมัยนี้มันเหงาไปหน่อย อย่างเวิร์กช็อปห่อหนังสือ จริงๆ ตอนแรกเราจัดขึ้นทำเล่นๆ แต่ผลตอบรับดีมาก ตอนนี้จัดขึ้นมา 5-6 ครั้งแล้ว เราคิดว่าบางทีคนแค่อยากมาหาเพื่อน ได้ลองทำกิจกรรมใหม่ๆ รู้จักคนใหม่ๆ เราเป็นคนทำงานออฟฟิศ เราเข้าใจอยู่แล้วว่าการใช้ชีวิตมันเหงาขนาดไหน พอมาทำกิจกรรมที่นี่ก็ได้มาเที่ยวย่านเมืองเก่าศรีย่านไปด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-169595" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/23-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p>กา: “เราไม่ได้คิดว่าตัวเองทำธุรกิจ เราคิดว่านี่คือคอมมูนิตี้ของคนที่รักการอ่าน การเขียน งานศิลปะ ฟังเพลง งานสร้างสรรค์ มาอยู่ร่วมกัน เราแค่อยากให้คนรู้สึกว่าถ้าไม่รู้จะไปไหนก็นึกถึง A BOOK with NO NAME”</p>



<p>โดนัท: “มีลูกค้าต่างจังหวัดหลายคนที่เพิ่งมาอยู่กรุงเทพ เขาไม่มีเพื่อน ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายเขามาที่นี่&nbsp;เพราะเขารู้สึกว่าที่นี่มันปลอดภัย มันอบอุ่น ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก บางคนที่กลายมาเป็นเพื่อนกันแล้ว พอถึงเวลาสำคัญในชีวิต อย่างเช่นแต่งงาน ก็มาถ่ายพรีเวดดิ้งที่ร้าน หรือเรียนจบแล้วก็ขอเอาชุดครุยมาถ่ายรูปกับเรา การมีอยู่ของร้านเรามันทำให้เขาได้มีปฏิสัมพันธ์กับคน”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>‘เราอยากสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้มันดีขึ้น’</strong></h3>



<p>ความตั้งใจของร้านคือสร้างแรงบันดาลใจในการอ่านให้กับนักอ่านรุ่นใหม่ๆ อยากจะทำให้คนที่มีไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือได้เปิดใจอ่านหนังสือมากขึ้น และสำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วก็เปิดโลกให้รู้จักหนังสือที่หลากหลายกว่าเดิม</p>



<p>โดนัท: “สิ่งที่เราภูมิใจคือเราสร้างนักอ่านหน้าใหม่ได้ค่อนข้างเยอะ บางคนเขาอาจจะไม่ได้มาร้านเพราะหนังสือ เขาอาจจะมาเพราะแมว กินกาแฟ หรือมาทำกิจกรรมในร้าน แต่การที่มาร้านหนังสือบ่อยๆ เราเชื่อว่าสักวันนึงคุณก็ต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบ้างแหละ</p>



<p>“อีกอย่างนึงเรารู้สึกว่าวัฒนธรรมการอ่านบ้านเรามันไม่เข้มแข็ง มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกมาก ยกตัวอย่างคณะที่เกี่ยวกับศิลปะหรือวรรณกรรมในมหาวิทยาลัย บางทีเขาก็วางหลักสูตรแบบประหลาด เด็กต้องไปเก็บงานซีไรต์ เคยมีน้องคนหนึ่งที่เรียนเกี่ยวกับวรรณกรรมมาตามเก็บซีไซต์ที่ร้านเรา เราก็ถามว่าทำไมต้องซีไรต์ ซีไรต์แปลว่าดีเหรอ แล้วเราเคยอ่านงานอะไรที่ไม่ใช่ซีไรต์ไหม รู้จักวรรณกรรมคลาสสิกโลกรึเปล่า คือเราพยายามลบล้างความคิด เราอยากสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้มันดีขึ้น เขาจะได้อ่านหนังสือที่ไม่ใช่แค่อ่านตอนเรียน แต่เขาจะอ่านไปทั้งชีวิต”</p>



<p>กา: “เหมือนมันถูกรางวัลการันตีว่าดี แต่ถ้าเราใช้ชีวิตมากขึ้นหรืออ่านมากขึ้น เราก็จะรู้ว่ามันก็อาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป แม้กระทั่งงานที่มีรางวัลการันตีก็ตาม”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-169596" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/22-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>‘ร้านหนังสือมันถูก romanticized’&nbsp;</strong></h3>



<p>หนึ่งในความฝันสูงสุดของหนอนหนังสือคือ การมีร้านหนังสือเป็นของตัวเองสักร้าน&nbsp;</p>



<p>แต่น่าเสียดายที่ความฝันนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่หลายคนคิด&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169581" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/19-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>กา: “เกลียดขี้หน้าใครอยู่ให้มันไปเปิดร้านหนังสือ (หัวเราะ)</p>



<p>“แต่เอาจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องตลกนะ มันคือเรื่องจริงเลยแหละ คือร้านหนังสือมันถูก romanticized มาก มันอาจจะมาจากหนังสือวรรณกรรมหรือหนัง Nothing Hill ที่มัน romanticized ร้านหนังสืออิสระมากๆ คนส่วนใหญ่เขาจะรู้สึกว่าอิฉฉาชีวิตเราจังเลย ชิลจังเลยได้อ่านหนังสือ คือจริงๆ มันคือภาพระดับพื้นผิว แต่ลึกไปกว่านั้นมันคือการบริหารจัดการ เรื่องสต็อก ปวดหัวกับสายส่ง”</p>



<p>โดนัท: “มันมีปัญหาเยอะมาก คนอื่นอาจจะคิดว่า โหดีจังเลยลงมาเจอหนังสือ แต่สายตาคนทำร้านหนังสือมองลงมาเห็นคือ ไอเหี้ยหนังสือแม่งเต็มเลย อันนี้ขายไม่ออก อันนี้สต็อกยังแน่นอยู่ มันมองต่างกันเลยนะ ร้านหนังสือนี่ทำให้เจ้าของร้านหนังสือเป็นโรคซึมเศร้าไปหลายคนแล้ว มันไม่ได้โรแมนติกเลย อย่างที่บอกว่าคนอ่านหนังสือมันจะคิดเยอะกว่าคนปกติอยู่แล้ว ถ้าไม่มีช่วงเวลาที่พาเราออกมาจากปัญหานั้นเลย เราต้องเป็นบ้าแน่ๆ ร้านหนังสือบางวันมันเงียบมาก มันแทบไม่มีคน ถ้าไม่มีแมวร้านมันจะไม่มีชีวิตเลย จะรู้สึกหดหู่มากๆ เวลาเรานอยด์ๆ เซ็งๆ เราก็ไปเล่นกับแมว มันช่วยเราได้เยอะ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/20-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในช่วงโควิด 2-3 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่น่าเศร้าสำหรับคนรักหนังสือคือร้านที่เคยไปประจำทยอยปิดตัวทีละร้านสองร้าน เราสงสัยว่าพวกเขาเคยมีความคิดที่จะปิดร้านนี้บ้างไหม</p>



<p>กา: “ไม่เคยเลย เรารู้สึกเสียดาย เรารักมันอย่างกับลูกเลย เรารู้สึกว่าการปิดมันยากมาก การจะเปิดมันง่ายกว่าการจะปิดเยอะ ด้วยความที่เราทั้งสองคนก็มีงานประจำมีรายได้หลักอยู่แล้ว เราไม่ซีเรียสเลย เพราะเราชอบที่จะทำ ให้คิดว่าสักวันเราจะปิดร้านนี้นะ เชี่ย เราจะทำยังไงต่อวะ เรารู้สึกว่ามันเป็นความมืดมนในชีวิตมากกว่า แต่ถ้าในอนาคตอยู่ไม่ไหวจริงๆ มันก็ต้องปิด ในแง่ของรายได้ ขาดทุนทุกเดือนมันไม่มีใครอยู่ได้หรอก</p>



<p>“จริงๆ ช่วงโควิดร้านหนังสืออยู่ไม่ได้เลย เพราะพื้นฐานเราทั้งสองคนต่างมีงานประจำอยู่แล้ว เราไม่ได้ใช้ร้านหนังสือเพื่อยังชีพ สมมติว่าไม่ได้กำไรสักปีสองปี แค่เท่าทุนเราก็พอทำมันได้ เราไม่ได้เครียดจนเกินไป เราไม่อยากเป็นทุกข์กับความฝันของเรา เราไม่อยากอยู่กับมันแล้วรู้สึกไม่มีความสุขเลย สิ่งสำคัญของการเปิดร้านหนังสือคือต้องรักมันมากๆ สำหรับเราถ้าไม่มีลูกค้าเลยก็สามารถนั่งอ่านหนังสือของเราได้ แล้วก็คิดว่าชีวิตมันก็คงไม่แย่มั้ง แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้หลอกตัวเองนะ”</p>



<p>โดนัท: “นี่ยังเซอร์ไพรส์ตัวเองเลยว่าอดทนทำมาได้ขนาดนี้ แต่อย่างประเทศที่เจริญแล้วเขาช่วยกัน กำหนดมาเลยว่า 18 เดือนห้ามลดราคา แต่โครงสร้างระบบหนังสือบ้านเรามันก็ไม่ได้เอื้อ การแค่มีร้านหนังสือแล้วก็ไม่เจ๊งภายในห้าปีสิบปีก็ดีใจแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169599" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/4-1.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>‘การมีร้านหนังสือคือการออกมาใช้ชีวิตของคน’</strong></h3>



<p>&nbsp;การมีอยู่ของร้านหนังสืออิสระไม่ใช่แค่ขายหนังสือที่เราหยิบมาแล้วจ่ายเงินเดินออกไป แต่มันทำหน้าที่ที่มีความหมายมากกว่านั้น&nbsp;</p>



<p>โดนัท: “แถวนี้มันจะใกล้วัง ใกล้ที่พักอาศัย เป็นที่ทรัพย์สินส่วนของพระมหากษัตริย์ มันก็เลยไม่มีที่ให้เช่า แล้วมันก็ทำอะไรไม่ได้มาก เราก็อยากให้มีคาเฟ่ ร้านอาหาร อาร์ตสเปซเก๋ๆ แต่เราควบคุมอะไรไม่ได้ แค่เอาร้านตัวเองให้อยู่รอดก็ยากแล้ว เราแค่รู้สึกว่าที่แบบนี้มันควรจะทำประโยชน์อะไรได้มากกว่านี้&nbsp;</p>



<p>“ล่าสุดเราไปฮ่องกงแล้วเดินผ่านซอกตึกที่แคบมากๆ เขาบอกว่าที่นี่เป็น City Library เราอายฉิบหายเลย เพราะบ้านเรามันไม่มีแบบนี้ ซึ่งจริงๆ สังคมฮ่องกงเขารันทดกว่าเราอีก บ้านเมืองเขาเจริญแต่พื้นที่เขามันจำกัดมาก คนจะต้องออกมานั่งเล่นตามใต้สะพานลอย เขาก็จะพกเก้าอี้ปิกนิกไป หรือไม่ก็ไปคลุกตัวอยู่ที่&nbsp;City Library ก่อนเข้าไปเราก็คิดว่ามันจะต้องเจอหนังสืองอๆ เก่าๆ แน่เลย แต่ไม่เลยมันดีมาก มีมุมให้คนอ่าน มีให้ยืม มีนิทานเด็ก มีที่ให้เลี้ยงเด็กอ่อน มีนักศึกษา มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้ เรารู้สึกว่าเราต้องการแบบนี้ในศรีย่าน&nbsp;</p>



<p>“การที่แต่ละย่านมีร้านหนังสือเป็นของตัวเองมันสำคัญนะ ในต่างประเทศการมีร้านหนังสือในแต่ละพื้นที่มันคือการออกมาใช้ชีวิตของคน อย่างเสาร์อาทิตย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตเขาไม่ได้ไปห้างนะ เขามาร้านหนังสือ เขาเอาลูกมา เขาให้ลูกเริ่มอ่านนิทาน แล้วเรารู้สึกว่าอยากให้ประเทศไทยมัน beyond ไปถึงตอนนั้นสักที”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-169617" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/18.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>A BOOK with NO NAME&nbsp;</strong></h4>



<p>สถานที่ตั้ง: A BOOK with NO NAME 721-723 ซ.สามเสน 17 ถ.สามเสน</p>



<p>แผนที่:<a href="https://goo.gl/maps/TyxpWozhiyAqvSAv6"> https://goo.gl/maps/TyxpWozhiyAqvSAv6</a></p>



<p>เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 12:00-19:00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)</p>



<p>การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาลงสถานีบางโพ แล้วต่อแท็กซี่หรือรถเมล์ที่ผ่านศรีย่านได้หมดเลย หรือนั่งรถไฟ BTS ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อรถเมล์สาย 14 เกาะราชวิถีลงตลาดศรีย่านสุดสาย เดินต่อมาปากซอสามเสน 17 ได้ใน 500 เมตร</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">ภาพ: A BOOK with NO NAME</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-book-with-no-name/">A BOOK with NO NAME ร้านหนังสืออิสระที่มีศิลปะและแมวสี่ตัวให้จกพุงแห่งเดียวในศรีย่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพศ แสงไชย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 10:30:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[SoFun Club]]></category>
		<category><![CDATA[Script Murder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่มีฝนตกปรอยๆ ผมและเพื่อนๆ มายืนอยู่หน้าตึกสีแดงแห่งหนึ่งในย่าน RCA โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกเราจะกลายเป็นมิจฉาชีพกัน… แต่พวกเราไม่ได้จะมาเป็นมิจฉาชีพจริงๆ หรอกครับ ขอให้สบายใจได้ ที่จริงแล้วเรามาเล่นเกมแนวสคริปต์ที่ให้จำลองบทเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชื่อเกมว่า ‘สายเรียกเข้า’ ที่ร้าน SoFun Club ต่างหาก SoFun Club ตั้งอยู่ในย่าน RCA มีสีแดงโดดเด่น เป็นร้านเกมแห่งแรกในไทยที่ให้บริการเกมแนวสคริปต์ (aka ‘Script Murder’) ซึ่งเป็น ‘เกมเทเบิลท็อป’ (เกมจำพวกที่เล่นบนโต๊ะ) ที่ให้ผู้เล่นจำลองสวมบทบาทเล่นตามตัวละครที่ได้รับและทำการสืบสวนคดีในเรื่อง ซึ่งแต่ละเกมก็จะมีกิมมิกและวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามเนื้อเรื่อง โดยสิ่งที่ดึงดูดพวกเราให้มาที่ร้านนี้ก็คือ คลิปไวรัลที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาเล่นเกมที่ร้านนี้แล้วต่างร้องไห้ไปตามๆ กัน พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าทำไมคนที่ไปต่างปล่อยน้ำตากันออกมาขนาดนั้น&#160; นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราสืบเสาะถึงที่ตั้งของสถานที่ดังกล่าว และนั่งพูดคุยกับ อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล Brand Director ของทางร้าน และ ชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ หนึ่งในผู้ดำเนินเกม หรือที่เราเรียกว่า DM (Dungeon Master) ของ SoFun Club เพื่อขุดคุ้ยเบื้องหลังของเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาในร้านเกมแนวสคริปต์นี้ บทที่ 1: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/">SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศหน้าร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>ในวันที่มีฝนตกปรอยๆ ผมและเพื่อนๆ มายืนอยู่หน้าตึกสีแดงแห่งหนึ่งในย่าน RCA โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกเราจะกลายเป็นมิจฉาชีพกัน…</p>



<p>แต่พวกเราไม่ได้จะมาเป็นมิจฉาชีพจริงๆ หรอกครับ ขอให้สบายใจได้ ที่จริงแล้วเรามาเล่นเกมแนวสคริปต์ที่ให้จำลองบทเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชื่อเกมว่า ‘สายเรียกเข้า’ ที่ร้าน SoFun Club ต่างหาก</p>



<p>SoFun Club ตั้งอยู่ในย่าน RCA มีสีแดงโดดเด่น เป็น<strong>ร้านเกมแห่งแรกในไทยที่ให้บริการเกมแนวสคริปต์</strong> (aka ‘Script Murder’) ซึ่งเป็น ‘เกมเทเบิลท็อป’ (เกมจำพวกที่เล่นบนโต๊ะ) ที่ให้ผู้เล่นจำลองสวมบทบาทเล่นตามตัวละครที่ได้รับและทำการสืบสวนคดีในเรื่อง ซึ่งแต่ละเกมก็จะมีกิมมิกและวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามเนื้อเรื่อง</p>



<p>โดยสิ่งที่ดึงดูดพวกเราให้มาที่ร้านนี้ก็คือ คลิปไวรัลที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาเล่นเกมที่ร้านนี้แล้วต่างร้องไห้ไปตามๆ กัน พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าทำไมคนที่ไปต่างปล่อยน้ำตากันออกมาขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราสืบเสาะถึงที่ตั้งของสถานที่ดังกล่าว และนั่งพูดคุยกับ อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล Brand Director ของทางร้าน และ ชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ หนึ่งในผู้ดำเนินเกม หรือที่เราเรียกว่า DM (Dungeon Master) ของ SoFun Club เพื่อขุดคุ้ยเบื้องหลังของเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาในร้านเกมแนวสคริปต์นี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168733" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>เกม ‘สายเรียกเข้า’ ที่ให้ผู้เล่นรับบทเป็นมิจฉาชีพ</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 1: ประกอบร่างสร้าง SoFun Club</strong></h3>



<p>SoFun Club เริ่มมาจากเกมแนวสคริปต์ หรือ Script Murder ซึ่งเป็นเกมที่มีต้นกำเนิดมาจากทางยุโรปและสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นจึงได้เข้ามาในประเทศจีนและกลายเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมา โดยทาง SoFun Club เล็งเห็นโอกาสจึงนำ Script Murder เข้ามาในไทย โดยเกมในร้านก็มีตั้งแต่แนวแฟนตาซี แนวสยองขวัญ แนวระทึกขวัญ และแนวสืบสวน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ Script Murder ยังถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนไทย ถึงแม้ในไทยจะมีเกมอย่าง Dungeons &amp; Dragons ที่ให้สวมบทเป็นอาชีพต่างๆ แต่เกมที่ต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆ เลยในไทยยังไม่ค่อยมี</p>



<p><strong>“เชื่อว่าตอนเด็กๆ เวลาเราอ่านการ์ตูนหรือนิยาย เราก็อยากสวมบทเป็นตัวละครต่างๆ กันทั้งนั้น พอมีเกมแนวนี้ขึ้นมา เราก็อยากสวมบทเป็นตัวละครต่างๆ บ้าง”</strong> ชิบะกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168748" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล (ซ้าย) และชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ (ขวา)</figcaption></figure>



<p>วิธีคัดเลือกเกมหลักๆ ของ SoFun Club คือ </p>



<p>1. เกมต้องมีเนื้อเรื่องที่ดีและแปลกใหม่ อย่างแนวแฟนตาซีต้องล้ำไปเลย หรือแนวสืบสวนก็อาจอิงมาจากเรื่องจริง เป็นต้น </p>



<p>2. กลไกการเล่นของเกมที่โดดเด่น ซึ่งวิธีการเล่นของแต่ละตัวละครต้องต่างออกไป เช่น บางคนต้องทำแอ็กชันบางอย่างเพื่อให้ได้ของบางอย่าง </p>



<p>พอเลือกเกมได้แล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการแปลเกมเพื่อมา Localized (การแปลพร้อมปรับเนื้อหาของตัวต้นฉบับให้เข้ากับสังคมผู้รับสาร) ให้เข้าบริบทสังคมไทย ซึ่งการ Localized เกมต้นฉบับภาษาจีนมาไทย หลักๆ จะเป็นการเปลี่ยนชื่อตัวละครหรือชื่อสถานที่ให้มีความเป็นไทย และอาจมีการปรับทัศนคติบางอย่างให้เหมาะกับสังคมไทยมากขึ้น ในจุดนี้ถ้าเกมนั้นๆ มีเนื้อหาประวัติศาสตร์หรือสังคมที่คนไทยอาจไม่เข้าใจและยากต่อการ Localized ก็อาจต้องทิ้งเกมนั้นไป</p>



<p>เมื่อแปลแล้วจะเป็นการเทสต์เกมเพื่อนทดสอบว่าเล่นแล้วสนุกหรือไม่ ซึ่งถ้าเทสต์แล้วเกมไม่สนุกก็อาจเสียการแปลไป หรือไม่ถ้าเกมยังพอใช้ได้ก็อาจนำมา Localized ใหม่ให้ดีขึ้น โดยเกมบางเกมอย่าง ‘บทกวีอำลา’ ที่คนคาดหวังมาก ก็อาจใช้เวลาถึงสี่ห้าเดือนในการทำเกมให้สมบูรณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168749" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศภายในร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>SoFun Club มีทีมงานแบ่งเป็นสองพาร์ตหลักๆ คือ พาร์ตหน้าบ้านและพาร์ตหลังบ้าน พาร์ตหน้าบ้านจะเป็น DM ที่รับลูกค้า ในขณะที่พาร์ตหลังบ้านจะมีหน้าที่ทำคอนเทนต์ ทำสคริปต์ และคุยกับลูกค้าในช่องทางออนไลน์</p>



<p>โดยพาร์ตที่ยากที่สุดในการจัดการร้าน SoFun Club ตามความเห็นของชิบะก็คือพาร์ตของงานบัญชี ด้วยค่าใช้จ่ายเบื้องหลังที่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า หรือค่าทำเกมที่รวมไปถึงการแปล การทำกล่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นส่วนที่ลูกค้าไม่เห็น ทางร้านจึงพยายามหาจุดกึ่งกลางที่ผู้เล่นรับได้และทางร้านไม่เจ็บหนักเกินไป</p>



<p>ถึงแม้การทำร้าน SoFun Club จะมีอุปสรรคและความท้าทายสูง แต่คุณชิบะก็บอกว่าสิ่งที่ทำให้ยังคงทำต่อคือความสนุกและแพสชัน</p>



<p><strong>“ความสุขล้วนๆ แพสชันล้วนๆ เพราะเราสนุกกับมันจริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้นี่เหนื่อยนะ เบื้องหลังเราเหนื่อยมากๆ แต่เวลาผู้เล่นเขาเล่นเสร็จแล้วมาบอกกับเราว่า ‘เฮ้ยคุณ โคตรสนุกเลยว่ะ อยากซ้ำต่อ’ มันดีใจ ตรงนี้มันเป็นแรงดันให้เราทำต่อ ว่าผู้เล่นเขาชอบ แล้วเราก็อยากที่จะทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168736" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 2: สืบสาว(เล่า)เรื่อง</strong></h3>



<p>หลังจากชิบะปิดท้ายด้วยคำพูดที่ใครได้ยินก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘โคตรหล่อ’ พวกเราก็พบว่า เราได้ขุดคุ้ยความเป็นมาของ SoFun Club ได้ระดับหนึ่งแล้ว จึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะเรียนรู้กระบวนการในการเล่นเกมของร้านต่อ โดยเริ่มจากบทบาทที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ DM หรือ Dungeon Master</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168737" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศการเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’ โดยมี DM (บุคคลตรงกลาง) เป็นผู้ดำเนินเกม</figcaption></figure>



<p>DM มีหน้าที่ดำเนินเกม ซึ่ง DM ก็สวมบทบาทเป็นหนึ่งในตัวละครเหมือนกัน โดยคนที่จะเป็น DM ได้ ต้องมีคุณสมบัติรอบด้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความกล้าแสดงออก นอกจากนั้น DM ต้องสามารถอธิบายเกมให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่าย ต้องมีความเป็นผู้นำสามารถควบคุมผู้เล่นได้ และต้องมีทักษะด้านการแสดงอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>หากเกมยากเกินไปหรือผู้เล่นไม่สามารถไปต่อได้ DM จะคอยไกด์ผู้เล่นให้ไปตามเนื้อเรื่องที่วางไว้ ดังนั้นจึงไม่เคยมีกรณีที่ผู้เล่นไม่สามารถจบเกมได้เพราะปัจจัยภายในเกม อย่างไรก็ตามชิบะได้กล่าวว่า ในกรณีที่เกมต้องตัดจบจริงๆ จะมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่า อย่างผู้เล่นเล่นเกมสยองขวัญแล้วกลัวมากทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ หรือเกมดราม่าที่ต้องอ่านเยอะแต่ผู้เล่นอ่านไม่เก่งทำให้ไม่สามารถตีความตัวละครได้ โดย DM จะพยายามหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด และหากผู้เล่นไม่ไหวจริงๆ ถึงตัดจบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168738" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่น Script Murder ในธีมต่างๆ</figcaption></figure>



<p>ในส่วนของตัวเกม Script Murder นั้น หากใครต่ำกว่าอายุ 16 และกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ต้องขอเบรกไว้ก่อน (แต่อ่านต่อไปได้นะครับ อย่าเพิ่งปิดหนี) เพราะผู้ที่จะมาเล่น Script Murder ได้ต้อง<em>มีอายุขั้นต่ำ 16 ปี </em>เนื่องจาก Script Murder มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม ซึ่งบางช่วงอาจมีความรุนแรง แม้ผู้เล่นอาจมีวุฒิภาวะที่มากพอ แต่ทางร้านก็อยากป้องกันไว้ก่อน นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจไม่เหมาะสมกับเด็กเท่าไหร่</p>



<p>พูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย ทาง SoFun Club ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า การตั้งราคาของแต่ละเกมนั้นขึ้นอยู่กับความยากของเกม เกมง่ายที่เหมาะกับผู้เล่นใหม่ราคาก็จะต่ำลงมา เกมที่มีความยากปานกลางราคาก็จะมากขึ้น ส่วนเกมที่ใช้เวลาเล่นเยอะ อ่านเยอะ มีการสวมบทเป็นตัวละครมากขึ้น ราคาก็จะขยับขึ้นไปอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168740" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ส่วนผู้ที่สนใจเล่น Script Murder และมีอายุขั้นต่ำถึงเกณฑ์ ทางร้านก็เปิดให้จองคิวเล่นเกมและตรวจเช็กตารางว่างได้ทางเว็บไซต์ <a href="https://www.sofunclub.co">https://www.sofunclub.co</a> อย่างไรก็ตามทางร้านขอไม่รับ Walk-in เนื่องจากจะไม่สามารถจัดหา DM ให้ได้ </p>



<p>ในหนึ่งวัน SoFun Club สามารถจัดรอบเกมได้เต็มที่ประมาณ 12 โต๊ะ โดยทางร้านมี 6 ห้องเล่นเกม แบ่งเป็น 2 ช่วงคือหลังบ่ายโมงและหลังหนึ่งทุ่ม แต่บางเกมอาจมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น เกมที่ยาวหน่อยอย่าง ‘บทกวีอำลา’ ก็อาจจะกินเวลาทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถเปิดสองรอบได้ และด้วยความฮิตของเกม ทำให้ในบางครั้งก็มีการจองกันข้ามเดือนกันเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p><strong>“ต้องเข้าใจว่าคอนดิชันเกมเราเยอะหน่อย ไม่ว่าจะเรื่องผู้เล่นต้องครบ เรื่องระยะเวลาเอย เรื่องจำนวนห้องเอย แต่เราก็พยายามดูแลผู้เล่นให้ได้เล่นอย่างเท่าเทียม” </strong>ชิบะเสริม </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168741" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่น Script Murder ในธีมยุโรป</figcaption></figure>



<p>นอกจากนี้ทางร้านยังแนะนำเกมมา 2 เกม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 พาร์ต คือ</p>



<p>1) พาร์ตเกมดราม่า กับเกม ‘บทกวีอำลา’ (aka ‘ด้ายแดง’) ที่ชิบะบอกว่า อยากให้เล่นให้ได้เพราะเกมดีมาก แต่อาจไม่เหมาะกับมือใหม่เพราะมีจำนวนหน้าเยอะ ผู้เล่นใหม่จึงอาจเริ่มจากเกมง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยพัฒนามาเป็นเกมนี้ </p>



<p>2) พาร์ตเกมสืบสวน กับเกม ‘นักโทษเจ็ดวัน’ ที่ชิบะบอกว่าชอบมาก เป็นเกมที่เล่นแล้วว้าวมากทั้งในเรื่องคดีหรือตัวเนื้อเรื่อง จึงอยากให้ทุกคนได้สัมผัสเกมนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 3: ตกตะกอนหลังการเล่น</strong></h3>



<p>หลังจากขุดคุ้ยเบื้องหลังกระบวนการดำเนินการเกมกันไปแล้ว ในพาร์ตนี้เราจะมาพูดถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้จากการเล่นเกมแนวสคริปต์ ไม่ว่าจะทั้งในมุมมองของผู้เล่นหรือมุมมองของทาง SoFun Club เองก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168742" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าหลังเล่นเกมจบไปแล้ว ลูกค้าหลายคนก็กลับมาเล่นซ้ำอีก พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าอะไรใน Script Murder ที่ทำให้ผู้คนต่างติดใจพากันกลับมาเล่นตลอด ซึ่งชิบะตอบว่า เป็นเพราะเนื้อเรื่องของตัวเกมที่หลากหลาย และระดับความยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p>ผู้เล่นที่เข้าใจคอนเซ็ปต์และเนื้อหาของเกม ก็จะอินกับเกมมากขึ้นและอยากกลับมาเล่นเกมที่ยากขึ้น เหมือนเป็นการท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ</p>



<p>ผมถามคุณชิบะว่าสิ่งที่อยากให้คนมาเล่นได้กลับไปคืออะไร คุณชิบะตอบทันทีแทบไม่ต้องคิดว่า ประสบการณ์และการได้หาเพื่อนใหม่&nbsp;</p>



<p><strong>“หลายๆ ครั้งมีผู้เล่นหลายๆ คนที่อายุ 30 เกือบ 40 ที่อยู่ที่ทำงานไม่มีเพื่อน แต่เขาถือว่าที่นี่เป็นบ้านของเขา ร้านเราเหมือนเป็นคอมมูนิตี้แห่งหนึ่ง มีคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อยากทำอะไรเหมือนกัน มารวมกันที่นี่” </strong>ชิบะเสริม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168743" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’</figcaption></figure>



<p>ซึ่งจุดนี้อาร์มและชิบะบอกว่าเป็นความประทับใจในการทำร้าน SoFun Club เพราะลูกค้าบางคนได้เจอเพื่อนที่ร้านนี้ที่สนิทกว่าเพื่อนที่ทำงานเสียอีก หรือบางครั้งลูกค้ามาเล่นเกมแล้วกลับไปคิดต่อว่าถ้าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ชีวิตจะเป็นแบบไหน นอกจากนี้ลูกค้าบางคนยังบอกว่าการเล่นเกม Script Murder ที่ชีวิตตัวละครตรงกับชีวิตเขา ก็ทำให้เขาได้ระบายความในใจออกมา และทำให้เข้าใจมุมมองคนอื่นมากขึ้น</p>



<p>ชิบะเสริมว่าสิ่งที่สนุกในการทำ SoFun Club นอกจากความสนุกของเนื้อหาเกมแล้ว หลักๆ คือการได้เจอผู้คนที่หลากหลาย ผู้คนที่ชอบอะไรคล้ายกันและมีประเด็นมาคุยกัน หรือเวลาที่ลูกค้าเล่นเกมแล้วประทับใจ อยากกลับมาซ้ำ อยากลองเกมแนวอื่นๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168744" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การทำ SoFun Club ได้เปลี่ยนมุมมองต่อคนของทั้งสองอย่างชัดเจน ทำให้พวกเขาได้เห็นความจริงมากขึ้น ได้รู้จักมนุษย์คนอื่นเยอะขึ้น รู้สึกเข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>“จริงๆ เรารู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนที่ไม่รู้จัก อยากให้ที่นี่เป็นแหล่งพักพิงของพวกเขา เพราะที่เราได้ฟังจากเพื่อนหลายๆ คน เขารู้สึกว่าบางทีที่ทำงานหรือที่บ้านเขาไม่ได้แฮปปี้ แต่เขามาอยู่ที่นี่รู้สึกว่าที่นี่เหมือนกันบ้านเขาจริงๆ มีคนที่รู้จักเขา มีคนที่เขาอยากแบ่งปันอะไรหลายๆ อย่างให้ ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นงานที่เราได้ประสบการณ์หลายๆ อย่างที่น่าจะหาได้ยาก”</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 4: อนาคตของ SoFun Club และวงการเกมเทเบิลท็อป</strong></h3>



<p>งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ปาร์ตี้ Script Murder ก็เช่นกัน พวกเราได้สอบถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่ถ้าลูกค้ามาเล่นเกมในร้านจนหมดแล้ว ทาง SoFun Club จะมีแผนการรับมืออย่างไร ซึ่งทางร้านก็บอกว่า พยายามจะจัดตารางให้มีการนำเกมใหม่เข้ามาทุกๆ เดือน แต่ด้วยงานหลังบ้านที่ค่อนข้างหนัก อาจจะทำให้มีล่าช้าไปบ้าง </p>



<p>นอกจากนี้ ทางร้านยังมีแผนพัฒนา Script Murder ที่เป็นของคนไทยโดยเฉพาะ โดยให้ข้อมูลไว้ว่า ลูกค้าที่มาเล่นหลายๆ ท่านมีอาชีพเป็นนักเขียนหรืออยู่แวดวงใกล้เคียง ซึ่งสนใจอยากทำสคริปต์ของตัวเอง โดยทางร้านจะนำตัวสคริปต์มาทดลองเล่นกันก่อน ถ้าออกมาดีทางร้านก็อยากสร้าง Script murder ที่เป็นของคนไทยจริงๆ โดยชิบะให้ความเห็นว่า การที่มีสคริปต์ที่เป็นของคนไทยจริงๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนไทยมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความอินในตัวเกมไปอีกระดับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168745" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>มาถึงคำถามสุดท้ายที่ท้ายที่สุดของการสัมภาษณ์ในวันนี้ เราเลือกปิดการสัมภาษณ์ด้วยความเห็นของทาง SoFun Club ต่ออุตสาหกรรมของวงการเทเบิลท็อปในไทยตอนนี้</p>



<p>ชิบะกล่าวว่า แม้ตอนนี้วงการเทเบิลท็อปในไทยจะเริ่มเติบโต แต่โดยรวมยังเป็นตลาดที่ Niche อยู่ เพราะยังมีเกมเทเบิลท็อปอีกหลายประเภทที่คนไทยไม่เคยสัมผัส โดยชิบะได้ให้เหตุผลที่วงการเทเบิลท็อปยังไม่เติบโตในไทยเป็นเพราะ ผู้เล่นใหม่ยังไม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาเล่น เพราะอาจจะรู้สึกว่าขอแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มได้ยาก แต่ที่จริง ผู้เล่นที่อยู่ในวงการก็พร้อมจะต้อนรับผู้เล่นใหม่ๆ อยู่แล้ว สามารถเข้าไปเล่นได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168746" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศภายในร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>“ผมเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้น่าจะรู้จักบอร์ดเกมล่ามนุษย์หมาป่าที่ชื่อว่า <em>แวร์วูฟ </em>ซึ่งมันเป็นเกมที่เล่นง่ายและทุกคนรู้จักกันดี แต่มันมีเกมอีกมากมายที่ดีกว่าและเจ๋งกว่านั้นเยอะแยะมากๆ และเราเชื่อว่าเกมเทเบิลท็อปเหล่านี้จะทำให้รู้จักผู้คนมากขึ้น” ชิบะพูดต่อก่อนจะปิดท้ายว่า</p>



<p><strong><em></em></strong><strong><em>“ผมยังคิดว่าอนาคตวงการเทเบิลท็อปอาจจะแมสกว่านี้ คิดว่ามันจะพัฒนาต่อไปได้ ผมเชื่อว่าตอนนี้คนอาจจะเริ่มเบื่อกับการอยู่หน้าจอคอมและอยากจะมาหากิจกรรมทำ ‘เทเบิลท็อป’ ก็อาจจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมนั้นที่เขาอยากลองก็ได้”&nbsp;</em></strong></p>



<p>หลังการสัมภาษณ์จบ พร้อมกับการตอบคำถามอย่างเต็มแพสชันของอาร์มและชิบะ พวกเราก็เนื้อเต้นแทบรอไปสัมผัสกับเกมสคริปต์ของจริงไม่ไหวแล้ว จึงทำการขอบคุณพร้อมกล่าวลาทั้งสองคน และยกขบวนกันไปสู่ชั้นบนเพื่อเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลังจากผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง เกมก็จบลง อารมณ์และความรู้สึกของพวกเราพรั่งพรูออกมาอย่างมากมาย บางคนรู้สึกตราตรึงกับ DM ที่อินกับบทจนพวกเราคล้อยตาม บางคนประทับใจในการตกแต่งห้องและของประกอบฉากอันจัดเต็มที่สร้างบรรยากาศให้กับการเล่น บางคนตื่นตาตื่นใจกับความคิดสร้างสรรค์ของระบบการเล่นและการเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาดของตัวเกม บางคนได้เห็นตัวเองสะท้อนในตัวละครและได้เรียนรู้ไปพร้อมกับตัวละครที่สวมบทบาท แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเกม Script Murder นั้นเป็นประสบการณ์การเล่นเกมเทเบิลท็อปที่ดีที่สุดที่เคยเจอมา</p>



<p>พวกเรากล่าวลาทุกคนที่ร้าน SoFun Club และออกมาจากร้าน ข้างนอกเป็นเวลาหกโมงกว่าๆ ร่องรอยฝนจางหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าเปิดที่สาดแสงยามเย็นแผดจ้าไปทั่วย่าน RCA สมองพวกเรายังประมวลผลถึงประสบการณ์การเล่นเกมสคริปต์ครั้งแรกนี้ ด้วยการเล่าเรื่องอันแปลกใหม่ของเกมแนวสคริปต์ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะหนังหรือนิยาย ที่ออกมาสนุกเกินที่คาด ว้าวเกินที่คิด และถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้นดูเกินจริง ก็อยากชวนให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเอง กับประสบการณ์เกม Script Murder ที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ เคล้าไปด้วยหยดน้ำตา และเต็มไปด้วยมิตรภาพ ในร้านสีแดงย่าน RCA นาม ‘SoFun Club’ แห่งนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/">SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/benzilla/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[River City Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[LOST IN PARADISE]]></category>
		<category><![CDATA[ฺBenzilla]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168123</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนที่ติดตามวงการสตรีทอาร์ตคงรู้จัก Benzilla หรือ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข กันดีอยู่แล้วในฐานะศิลปินที่มีสไตล์การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ด้วยคู่สีที่ฉูดฉาด และการใช้คาแรกเตอร์ LOOOK มนุษย์ต่างดาวสามตาที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง เบนซ์ชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เบนซ์ทำงานศิลปะควบคู่กับงานดีไซน์มาตั้งแต่สมัยเรียน และด้วยผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้เบนซ์ได้ร่วมทำงานกับหลากหลายแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีโอกาสได้จัดแสดงงานมานับไม่ถ้วน ในปีนี้เบนซ์กลับมาอีกครั้งกับนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ ‘LOST IN PARADISE’ นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในมายาคติ และวัตถุนิยมในสังคมรอบตัวที่เขาพบเจอ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เราจึงชวนเขามาพูดคุยทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และหากจะมีสักอย่างที่เราได้จากเรื่องราวของเขา มันคงเป็นความคิดที่พยายามบอกเราว่าการรู้เท่าทันตัวเองจะนำมาสู่ชีวิตที่มีความสุข คุณชอบวาดรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนเด็กผมชอบพวกเกมการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนนั้นเราก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกม ในเกมมันก็จะมีการออกแบบคาแรกเตอร์ พอเล่นไปเล่นมาก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบเล่นเกม แต่เราชอบดูดีไซน์ ชอบดูแบบโลโก้เกม ชอบดูธีม Art Direction อะไรแบบนี้ พอช่วงประถมเราก็ออกแบบตัวละครเกมให้เพื่อนเล่น ในหนังสือเรียนก็มีแต่การ์ตูนที่เราวาดเต็มไปหมด เราก็ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย&#160; พอช่วงมหาลัยก็สอบเข้าไม่ติดสักอย่าง เราเลือกมหาลัยมั่วๆ ฟลุกได้มาเรียนออกแบบ แล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าว นี่มันสอนที่เรื่องเราชอบนี่หว่า (หัวเราะ) ช่วงนั้นเราชอบสเก็ตบอร์ด เพราะสเก็ตบอร์ดมันก็จะมีกราฟิกต่างๆ แล้วเราก็ชอบ Typography กับ Character ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คืองานเรามันจะมีความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/benzilla/">หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำหรับคนที่ติดตามวงการสตรีทอาร์ตคงรู้จัก <strong>Benzilla</strong> หรือ เบนซ์-ปริญญา ศิริสินสุข กันดีอยู่แล้วในฐานะศิลปินที่มีสไตล์การออกแบบเป็นเอกลักษณ์ด้วยคู่สีที่ฉูดฉาด และการใช้คาแรกเตอร์ <strong>LOOOK</strong> มนุษย์ต่างดาวสามตาที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง</p>



<p>เบนซ์ชื่นชอบการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้เบนซ์ทำงานศิลปะควบคู่กับงานดีไซน์มาตั้งแต่สมัยเรียน และด้วยผลงานที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้เบนซ์ได้ร่วมทำงานกับหลากหลายแบรนด์ทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงมีโอกาสได้จัดแสดงงานมานับไม่ถ้วน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168132" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ในปีนี้เบนซ์กลับมาอีกครั้งกับนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ <em>‘LOST IN PARADISE’</em> นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากโลกในมายาคติ และวัตถุนิยมในสังคมรอบตัวที่เขาพบเจอ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เราจึงชวนเขามาพูดคุยทบทวนชีวิตที่ผ่านมา และหากจะมีสักอย่างที่เราได้จากเรื่องราวของเขา มันคงเป็นความคิดที่พยายามบอกเราว่าการรู้เท่าทันตัวเองจะนำมาสู่ชีวิตที่มีความสุข</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณชอบวาดรูปตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></h3>



<p>ตอนเด็กผมชอบพวกเกมการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนนั้นเราก็หมกมุ่นอยู่แต่กับการเล่นเกม ในเกมมันก็จะมีการออกแบบคาแรกเตอร์ พอเล่นไปเล่นมาก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบเล่นเกม แต่เราชอบดูดีไซน์ ชอบดูแบบโลโก้เกม ชอบดูธีม Art Direction อะไรแบบนี้ พอช่วงประถมเราก็ออกแบบตัวละครเกมให้เพื่อนเล่น ในหนังสือเรียนก็มีแต่การ์ตูนที่เราวาดเต็มไปหมด เราก็ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิสัย&nbsp;</p>



<p>พอช่วงมหาลัยก็สอบเข้าไม่ติดสักอย่าง เราเลือกมหาลัยมั่วๆ ฟลุกได้มาเรียนออกแบบ แล้วมารู้ทีหลังว่า อ้าว นี่มันสอนที่เรื่องเราชอบนี่หว่า (หัวเราะ) ช่วงนั้นเราชอบสเก็ตบอร์ด เพราะสเก็ตบอร์ดมันก็จะมีกราฟิกต่างๆ แล้วเราก็ชอบ Typography กับ Character ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คืองานเรามันจะมีความ Hybrid มากๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตัวละคร ‘</strong><strong>LOOOK’ </strong><strong>มนุษย์เอเลี่ยนสามตามีที่มาจากอะไร</strong></h3>



<p>เอาจริงๆ เราก็มั่วมาเหมือนกัน (หัวเราะ) คือตั้งแต่เด็กเราเป็นคนที่ชอบเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องดวงดาวอะไรแบบนี้ เราก็เลยชอบรูปทรงกลมๆ รีๆ พวกจรวด อวกาศ ประกอบกับว่ามันวาดง่ายแล้วมันก็ดูไม่เป็นคน ไม่เป็นสัตว์ ดูไม่เข้าหมวดหมู่ ไม่เกี่ยวข้องกับอะไรเลย ซึ่งมันตรงกับนิสัยเรา เราเป็นคนที่ไม่เข้าพวก ก็เลยรู้สึกว่าตัวละครนี้มันเหมือนเป็นตัวแทนของคนที่ไม่ fit in กับที่ใดที่หนึ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคยวิเคราะห์ตัวเองในวัยเด็กไหมว่าทำไมเป็นคนไม่เข้าพวก</strong></h3>



<p>นั่นสิ เราก็ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย (หัวเราะ) อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเหมือนคนอื่น&nbsp;</p>



<p>สมมติว่าเราชอบฟังเพลงวงนี้ ทั้งโรงเรียนไม่มีใครฟังเหมือนเราเลย เราเลยมีความรู้สึกโดดเดี่ยวนิดหน่อย แต่ก็เป็นความโดดเดี่ยวที่น่ายินดี หรือถ้ามีสิ่งหนึ่งที่กำลังฮิตมากเลยในโรงเรียน เราก็จะไม่เอาเลย อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวที่อาจจะอยากทำอะไรสนุกๆ ถ้ามีคนทำไปแล้วมันไม่สนุกสำหรับเราแล้วไง เราก็จะหาอย่างอื่นที่มันตื่นเต้นไปเรื่อยๆ ทำให้เราเป็นคนมี Community ที่ชอบหลายๆ อย่าง เราไม่เคยฝังตัวเองว่าเป็นคนแห่งวงการศิลปะเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักออกแบบที่วาดรูปด้วยซ้ำ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168136" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ซึ่งเรารู้สึกว่าตัวคาแรกเตอร์ LOOOK มันไปตอบโจทย์เรื่องนั้น มันเป็นตัวละครที่คอยเฝ้ามองว่าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร มีดวงตาสามตาใหญ่ๆ เอาไว้มอง ซึ่งดวงตาที่สามมันมาจาก Eye of Wisdom เหมือนการรู้แจ้งบางอย่าง เราอาจจะยังไม่รู้ตอนนี้แต่มันมีอยู่ มันเป็นเรื่องของปรัชญาหน่อยๆ แล้วตัวละคร LOOOK เราดีไซน์ให้มันไม่มีปาก เพราะเราอยากให้ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของทุกคนที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้อยากจะตัดสิน เขาไม่มีปาก เขาไม่พูด ไม่ตัดสินใคร มีแต่การมองเท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนใหญ่งานของคุณจะดูสนุก แล้วตัวตนจริงๆ เป็นแบบนั้นไหม</strong></h3>



<p>ไม่เลย คนรอบๆ ข้างมักจะบอกว่าเราเป็นคนจริงจัง แต่ไม่ค่อยคิดมาก ค่อนข้างชิลๆ ไม่ค่อยคิดอะไรซับซ้อน งานที่ออกมามันก็เลยค่อนข้างดู Innocent</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความเป็นเอกลักษณ์ของการจับคู่เฉดสีที่ชัดเจนมากๆ ในงาน คิดว่าส่วนหนึ่งมาจากการที่คุณตาบอดสีด้วยหรือเปล่า</strong></h3>



<p>มันก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้เราใส่ใจเรื่องสีมากเป็นพิเศษ อย่างสีที่ใช้ก็เลือกจากการกำหนดพาเลตสีที่ชัดเจน มีหมายเลขรหัสสีของตัวเองเพื่อให้รู้ว่าเรากำลังระบายสีอะไรอยู่ กลายเป็นว่าทำให้วิธีการทำงานเราเป็นระบบระเบียบมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้ตัวตอนไหนว่าตัวเองตาบอดสี</strong></h3>



<p>เราเพิ่งมารู้ตอนเรียนปี 3 ตอนนั้นอาจารย์สั่งให้วาดรูปโมโนโทนเป็นสีขาวเทาดำ เราก็วาดเป็นพอร์เทรต พอเอาไปส่งอาจารย์บอกนี่มันสีชมพูนะใช้ได้ไง เราก็ อ้าว นึกว่าสีเทามาตลอด แล้วก็กลายเป็น อ้าว นี่กูตาบอดสี ฉิบหายละ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>แต่ตอนนั้นก็มีอาจารย์คนหนึ่งเขาดีมากเลย เขาบอกว่า &#8220;เห้ย ไม่เป็นไร บีโธเฟนนี่หูหนวกนะรู้หรือเปล่า แต่เขาก็มีเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อหาวิธีในการทำงาน ในขณะเดียวกันเราก็มีคอมพิวเตอร์ มันก็สามารถกดดูค่าสีได้&#8221; เราก็ใช้วิธีฝึกโดยให้แฟนชี้เหมือนเล่นเกมโชว์ วันหนึ่งก็ชี้สัก 50 อัน พยายามจำเป็นภาพว่าอันนี้สีอะไร พอฝึกไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มดีขึ้น ทำให้วิธีการเลือกสีในงานของเรามันไม่ได้เลือกจากสี แต่เลือกจากน้ำหนักของสีที่มันมีความหนักเบา ซึ่งเอาจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากจะหายนะ เราอยากเป็นแบบนี้แหละ มันมั่วๆ ดี (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สมมติว่ามีเด็กคนหนึ่งอยากเรียนวาดรูป แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความพร้อมหรือไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า คุณอยากบอกอะไรกับพวกเขา</strong></h3>



<p>ผมเคยได้ยินคำหนึ่งแล้วรู้สึกว่ามันดีมากเลย คือเราใช้สิ่งที่เรามีก็พอ สมัยก่อนเราเป็นเด็กบ้านไม่มีตังค์แล้วมันมีข้อจำกัดเต็มไปหมดเลย ตอนเรียนมีคนจ้างให้ไปวาดกำแพง 10 เมตร ตอนนั้นมีปากกาตราม้าอยู่ด้ามหนึ่ง เราใช้ปากกาด้ามเดียววาด 10 เมตรเลย คือเรามีเท่านี้ก็ใช้เท่านี้ สุดท้ายเราก็เอาตัวรอดมาด้วยของที่เรามี ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน ทั้งกายภาพ สภาพแวดล้อม หรือพ่อแม่อาจจะไม่ชอบ เราก็ทำเท่าที่ทำได้ แอบวาดก็ได้ อย่างเราตาบอดสีก็ทำเท่าที่เราเห็น เราว่ามันเป็นข้อดีนะเพราะว่ามันทำให้เราแตกต่าง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้ทำไมถึงชื่อว่า &#8216;LOST IN PARADISE&#8217;&nbsp;</strong></h3>



<p>ชื่อนิทรรศการ <em>LOST IN PARADISE</em> เกิดจากการที่เมืองไทยชอบถูกเรียกว่า Paradise แล้วเรารู้สึกว่าโคตรปลอมเลยว่ะ ทำไมมันดูปลอมจังวะ เหมือนเวลาไปพัทยาแล้วมี Welcome to Amazing Thailand มันไม่เห็นจะไทยเลย เหมือนเอาไว้แค่หลอกนักท่องเที่ยวซึ่งเราชอบนะ มันดูตลกดี เราก็เลยเอาคำนี้มาใช้ </p>



<p>อีกอย่างหนึ่งคือเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเห็นตามไอจี ตามทีวี โห มัน Bullshit มากๆ เลย<strong> </strong>เช่น เราเห็นคนหนึ่งรวยมาก เพราะเขาอยากให้เราเห็นแค่แบบผิวเผิน อยากให้เห็นแค่ในมุมที่รวยหรือชีวิตดี แต่ความจริงแล้วเขาอาจจะเป็นคนที่มีความลำบากเหมือนเราก็ได้ รวมถึงเรื่องความเชื่อกลุ่มลัทธิ หรือเรื่องสงครามสื่อที่อยากจะครอบงำความคิดให้คนคิดไปในทางที่เขาต้องการ&nbsp;</p>



<p>เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันก็คือมายาคติ สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไป เพราะงั้นเราก็เลยเปรียบมายาคติเหมือนลมที่เราไม่เห็นแต่รู้ว่ามันมีอยู่จริง ซึ่งลมมันก็อาจจะเป็นเรื่องความอยากได้อยากมี ความอิจฉา ความอวย หรือสิ่งที่เป็นความคิดความรู้สึกอัดเข้าไปในลูกโป่ง ลูกโป่งก็เป็นเหมือนตัวแทนของเรา ซึ่งเราเก็บอะไรไว้ข้างในนั้นมากมายจนวันหนึ่งมันไม่ไหวมันอาจจะแตกได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168137" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168138" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อะไรเป็นแรงบันดาลใจทำให้คุณสนใจเรื่องมายาคติ</strong></h3>



<p>เราคุยเรื่องแบบนี้กับแฟนบ่อย รู้สึกว่าชีวิตเราคิดไปเองเยอะมากเลย คนเราอยู่กับความเป็นจริงน้อยมากๆ อย่างเช่น โฆษณาที่จูงใจให้เราคล้อยตามอะไรแบบนี้ ซึ่งเราชอบพวกโฆษณา ชอบดูสื่อที่สวยงามที่เป็น Story Telling เพราะมันคือศิลปะการลวง เล่นกับความคิดความรู้สึกเรา เรารู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องน่าสนใจ แล้วก็คิดว่าถ้าเราหลุดจากมายาคติได้หรือรู้ว่ามันมีอยู่ ชีวิตเราคงจะมีความสุขมากขึ้น รู้เท่าทันมากขึ้นเยอะเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วมายาคติของคุณตอนนี้คืออะไร</strong></h3>



<p>ตอนนี้อยากประสบความสำเร็จ อยากรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จจนรู้สึกพอใจ แต่เรารู้นะว่าเราใกล้แล้ว ใกล้พอใจแล้ว ก็เลยเบาลงไม่ค่อยบ้าเหมือนเมื่อก่อน จริงๆ ตอนนี้ก็พอใจแล้วแต่แค่ Transition ยังไม่เสร็จ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณรู้ได้ยังไงว่าจุดไหนที่ตัวเองรู้สึกพอใจแล้ว</strong></h3>



<p>เราไม่ได้คิดเป็นรูปธรรมนะ คือจิตใจเราถูกฝึกฝนจนมีความสงบมากพอที่จะรู้ว่าเราพอใจแล้วหรือยัง เรารู้ว่าใกล้แล้วเพราะเตือนสติตัวเองอยู่ตลอดว่าต้องอย่าไปหลงกับสิ่งรอบตัวมากนะ ต้องอยู่กับความสงบสุขให้เป็น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในฐานะที่คุณเป็นศิลปินที่มีโอกาสได้ทำงานกับแบรนด์มากมายทั้งไทยและต่างประเทศ คิดว่างาน Commercial มีผลต่อศิลปินหรือนักออกแบบไหม</strong></h3>



<p>ไม่มีผลเลย เราชอบมากๆ เพราะว่าทำอาชีพนั้นมาก่อน เราชอบที่จะเอางานเราเข้าไปอยู่กับสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ชอบโคตรเลย สมมุติว่าเราทำกับกาแฟแบรนด์หนึ่ง เขามีเอกลักษณ์แบบนี้ เราก็เข้าไปอยู่ในโลกของเขา มันให้ความรู้สึกเหมือนเราไปเที่ยว คือบางแบรนด์อาจจะลึก บางแบรนด์อาจจะตื้น แต่เรารู้สึกว่ามันน่าค้นหาดี ทั้งสี ทั้ง Mood และ Tone ทั้ง Communication ที่เขาทำมา มีมุมไหนที่จะเข้ากับงานเราได้บ้าง มุมไหนที่เราจะไปทำกับเขาแล้วมันสมเหตุสมผล แล้วมันทำให้ตัวละครเราถูกบิดไปตามโอกาส มันเลยสนุก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เวลาคิดงานไม่ออกคุณทำยังไง</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168140" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ใช้วิธีหยุดเลยครับ ถ้าเมื่อก่อนยังมีเวลาก็จะไปดูหนังเพราะมันจะดึงเราออกไปเลย เราอินกับการดูหนังมาก บ้ามาก แต่หลังๆ ไม่ค่อยมีเวลาก็จะใช้วิธีหยุดแล้วก็ใจดีกับตัวเราเองบ้าง อาจจะเป็นอีโก้ด้วยมั้ง รู้ตัวอีกทีก็มีความเครียดเยอะมากเลย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาหัวใจเต้นแรง อย่างแบบนี้เริ่มไม่ดีแล้ว รู้สึกว่าอันตราย เพราะมันคิดไม่ออกก็ไม่อยากจะตะบี้ตะบันคิด ก็ดูหนัง ดูการ์ตูน สั่งของอ้วนๆ มากิน อาบน้ำร้อนๆ พออารมณ์ดีมันก็คิดออกเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนหน้าที่จะมีลูกสาว คุณเป็นคนที่วางแผนชีวิตตัวเองชัดเจนขนาดไหน</strong></h3>



<p>โอ้ย ชีวิตเราวางไว้ต่ำมากเลย (หัวเราะ) อยากจะไปเที่ยวเมืองนอก อยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่น มีความฝันแค่นี้เลยแต่พอมีลูกสาวแล้วเปลี่ยนสุดๆ เราอยากจะมีชีวิตสงบสุข เรารู้ว่าตัวเองต้องการอะไรไม่ต้องการอะไร ตอนนี้เราไม่ได้อยากจะมีเพื่อนเยอะๆ หรือมีปัญหามากมาย เราอยากอยู่กันแค่วงเล็กๆ รักกัน หวังดีกัน ใช้ชีวิตเรียบง่าย เช้าไปส่งลูกเสร็จกลับมาทำงาน บ่ายง่วงๆ ก็สั่งขนมมากิน เย็นก็วาดรูป เงินทองมีพอที่จะซัพพอร์ตไม่เดือดร้อนใคร จบ แค่นี้แหละ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ลูกสาวมีผลต่อการทำงานของคุณยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>มีสุดๆ คือตัวละคร LOOOK เราเจตนาให้เป็นเด็ก เราเลยยิ่งรู้ว่ามันไม่เหมือนที่เราเคยคิด พฤติกรรมบางมุมของเด็กที่เราคิดว่าเขาไม่คิด จริงๆ เขาคิดนะเว้ย เด็กไม่ใช่ผ้าขาว อันนี้เราคอนเฟิร์มเลย เพราะทุกคนมันมี Software OS ติดตั้งมาตั้งแต่ตอนเกิด สิ่งที่เขาดู สิ่งที่เขาชอบ บทสนทนาของเขามันทำให้เราเปลี่ยนไป พอลูกเราโตขึ้นความสัมพันธ์เปลี่ยน มุมมองเปลี่ยน งานเราก็จะเปลี่ยนไปอีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มวาดรูปจริงจังจนถึงตอนนี้ คิดว่าลายเส้นของตัวเองเปลี่ยนไปไหม</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168143" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลายเส้นซอฟต์ลงเยอะเลย เพราะเมื่อก่อนงานเราจะตัดเส้นหนักๆ สีแรงๆ เข้มๆ พอช่วงโควิดงานก็อยู่ในบ้านเต็มไปหมด แล้วเราก็คงไม่อยากอยู่ในบ้านที่บรรยากาศอึดอัด พอเราใช้สีที่มันหนักๆ เราก็รู้สึกแบบ เหนื่อยว่ะ อยากจะอยู่ในบรรยากาศชิลๆ สบายๆ เห็นแล้วรื่นตาบ้าง พอมีลูกอีกก็หนักเลย สีจะพาสเทลอยู่แล้ว เพราะลูกก็มีอิทธิพลกับเรา เวลาเขาทำอะไรเราก็ชอบดู สงสัยว่าเขาวาดตัวอะไรวะ เราก็รู้สึกสนุก เพราะมัน Pure มาก ซึ่งอันนี้มันคือสิ่งที่ขาดหายไปจากตัวเรานะ แล้วเราก็รู้สึกว่าหลังจากนี้มันก็จะค่อยๆ จางลง คิดว่ามันจะจืดกว่านี้อีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วในแง่ของตัวตนล่ะ</strong></h3>



<p>โคตรเปลี่ยน แต่ก่อนเราจะเป็นคนที่ชอบทำอะไรที่มันอิมแพกต์แรงๆ น่าจะเป็นรสนิยมแบบวัยรุ่นแหละ ชอบแบบฟังเพลงแรงๆ ชอบทำอะไรชัดๆ พอช่วงโควิดมันก็มาเปลี่ยนพฤติกรรมเรา ไม่ค่อยอยากออกไปข้างนอกแล้วรู้สึกอยากสงบ พอมันมีเวลาคิดเยอะขึ้นก็เลยมีเวลาตกตะกอนมากขึ้น เมื่อก่อนตอนเราเด็กกว่านี้อาจจะรู้สึกว่าเราอยากจะเป็นอันดับต้นๆ ของวงการศิลปะ หรืออยากจะสำเร็จในอาชีพแบบมากๆ แต่พอเวลาผ่านไปเราก็พอใจกับความพยายามของตัวเอง กลายเป็นคนพอใจง่าย แค่มีคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อก็รู้สึกโอเค สเต็ปต่อไปเราก็ตั้งใจว่าจะทำงานด้วยความสงบสุข มีใจที่นิ่งสงบ ทำงานด้วยความอิ่มเอม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรให้ใครมาชอบ ดูแก่ไหม (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168141" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Benzilla-C05-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ตอนนี้เราไม่ได้คาดหวังว่าต้องไปไกลแค่ไหน เมื่อก่อนเราจะไม่ใช่แบบนี้เลย เราจะมีความอยากมาก ต้องได้ที่นี่ ต้องไปที่นั่น ซึ่งความคิดแบบนี้ก็เป็นวิธีอยู่แบบสงบสุขของเราในตอนนี้นะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าให้เปรียบเทียบชีวิตตอนนี้เป็นเพลงหรือหนังที่ตัวเองชอบ</strong></h3>



<p>ก็คล้ายๆ เพลงของ Post Malone มีความเรื่อยๆ แต่ก็เพลินๆ ไม่ค่อยฟูมฟายมาก ถ้าเป็นหนังก็เป็นหนังของ Wes Anderson หรือ Woody Allen ที่มีความเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ต้องเป็นแบบ Marvel หรือ Fast &amp; Furious อะไรแบบนี้เลย แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว เหนื่อย แต่เราก็ไม่รู้อนาคต อาจจะเปลี่ยนไปอีกก็ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในแง่ของการทำงาน มีอะไรที่คุณอยากลองแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำอีกไหม</strong></h3>



<p>เกม เพราะเราชอบเล่นเกมไง (หัวเราะ) อยากทำเกมแบบ Final Fantasy ที่มีเนื้อเรื่อง ต้องค้นหาเก็บเลเวล มีพรรคพวก เราจะได้ดีไซน์โลกของมัน เกมมือถือก็ได้นะ ถ้ามีใครอ่านแล้วอยากทำเกมโทรมาเลย เราโคตรอยากทำ ลูกค้าเข้าได้ครับ (หัวเราะ)</p>



<p>นิทรรศการ <em>LOST IN PARADISE</em> จัดแสดงระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม &#8211; 25 มิถุนายน 2566 ที่ RCB Galleria 1 ชั้น 2 River City Bangkok</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/benzilla/">หลงไปในดินแดนมายาคติของ Benzilla ศิลปินที่เชื่อว่าโลกหมุนตามวัตถุที่ถูกทำให้นิยม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[BACC]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ-ไทย-เวลา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลป พีระศรี]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป พีระศรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167972</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&#160;ปี&#160;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&#160;พีระศรี&#160;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&#160; อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531 นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&nbsp;พีระศรี&nbsp;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย</p>



<p>หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531</p>



<p>นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ ดนตรี และการแสดงอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะรูปแบบขนบไปจนถึงรูปแบบใหม่ล้ำสมัยของศิลปินระดับโลกและศิลปินไทย ทั้งที่เป็นศิลปินอาวุโสไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ในขณะนั้น จนทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหมายเป็นอย่างยิ่งในฐานะหอศิลป์ของสาธารณชนแห่งแรก งานต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ หอศิลป พีระศรี สะท้อนสภาวะของสังคมไทยในขณะนั้น และสร้างแนวทางความต่อเนื่องของศิลปะที่สืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของ หอศิลป พีระศรี และสร้างความสนใจศึกษาถึงการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ของหอศิลป พีระศรี ผ่านนิทรรศการจดหมายเหตุและผลงานศิลปะ เพื่อเป็นฐานความรู้และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ ต่อยอด และเผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167985" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167980" width="840" height="560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /><figcaption>การเดินทางเข้ามาสู่สยามของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายราชสำนักสยามที่แสวงหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ ในสรรพวิชาการจากโลกตะวันตกเข้ามาทำการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อป้องกันต้านทานการล่าอาณานิคมที่เริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 อีกทั้งชนชั้นนำสยามต้องทำการปรับตัวในด้านต่างๆ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167982" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>&#8216;ศิลปะนามธรรม&#8217; เริ่มปรากฏให้สังคมไทยได้รู้จักพบเห็นหลังการเสียชีวิตของศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี (14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) จนเกิดเป็นข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มศิลปินหัวใหม่และหัวเก่าในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พ.ศ. 2507 โดยมีกลุ่มศิลปิน 14 คนขอถอนตัวออกจากการแสดงครั้งนี้ เนื่องจากไม่พอใจผลการตัดสินที่ให้รางวัลเหรียญทองกับผลงานแนวจิตรกรรมประเพณี แต่ผลงานสมัยใหม่หลายชิ้นถูกปฏิเสธการได้รับรางวัล </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption>เมื่อศิลปะแบบตะวันตกเริ่มไหลบ่าสู่การรับรู้ของสังคมไทย ศิลปะแบบประเพณีโบราณดั้งเดิมจึงถูกละเลยมองข้าม คนเรียนศิลปะวัยหนุ่มสาวไม่นิยมสนใจ แม้ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี จะบรรจุแทรกวิชาศิลปะประเพณีไทยเข้าไว้ในหลักสูตร ก็ไม่สามารถกระตุ้นเร้าให้เกิดความสนใจเป็นวงกว้างได้ มีเพียงคนทำงานศิลปะดังเช่น อังคาร กัลยาณพงศ์, พิชัย นิรันต์, ช่วง มูลพินิจ, ถวัลย์ ดัชนี และ จักรพันธ์ุ โปษยกฤต ที่นำคุณลักษณะเด่นของงานศิลปะประเพณีไทยมาผสมผสานเข้ากับศิลปะตะวันตก เพื่อพัฒนา ประยุกต์ คลี่คลาย สร้างสรรค์ผลงานให้แตกต่างไปจากยุคอดีต</figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168007" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168008" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>หอศิลป พีระศรี ในช่วง พ.ศ. 2528 เป็นช่วงปีที่มีความเคลื่อนไหวคึกคักอย่างมาก เต็มไปด้วยศิลปะเชิงทดลองในนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแนวล้ำยุคของกลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้า สะท้อนความคิดในการต่อต้านความงามตามขนบ &#8216;เวทีสมั่ย&#8217; เป็นกิจกรรมนัดพบทางศิลปะที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ โดยเล็งเห็นถึงแนวทางสร้างงานใหม่ในช่วงนั้นที่จะไม่แขวนบนผนังอีกต่อไป สมควรมีเวทีให้กับศิลปินสร้างงานที่แตกต่างแหวกแนว เปิดโอกาสให้ศิลปินแขนงต่างๆ ก้าวขึ้นมาแสดงความสามารถร่วมกัน ทดลองทำงาน และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างอิสระ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168009" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168010" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ในเวลากลางวันหอศิลป พีระศรี เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะ แต่ในเวลากลางคืนก็ได้กลายเป็นที่จัดงานคอนเสิร์ตและละครอีกด้วย การจัดรายการเหล่านี้มีผลกับการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมที่มาเยือนหอศิลป พีระศรี และเป็นการสร้างรายได้ไปในตัวอีกด้วย ความคึกคักของละครเวที หอศิลป พีระศรี ได้นำเสนอผลงานของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยว กลุ่มสองแปด กลุ่มซูโม่ และการจัดละครไนท์สปอตเรื่อง &#8216;ลอดิลกราช&#8217; ของภัทราวดี มีชูธน เป็นต้น </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168012" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>นิทรรศการ &#8216;ศิลปะ-ไทย-เวลา&#8217; เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี &#8211; โครงการ 100 ปี คอร์ราโด เฟโรชี (ศิลป พีระศรี) ถึงสยาม จัดแสดงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ มูลนิธิหอศิลป พีระศรี และ มหาวิทยาลัยศิลปากร </p>



<p>หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์: ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ทีมภัณฑารักษ์: นำทอง แซ่ตั้ง, ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร, สิทธิธรรม โรหิตะสุข และ ณรงค์ศักดิ์ นิลเขต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseAllStars]]></category>
		<category><![CDATA[YEW]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<category><![CDATA[LANDOKMAI]]></category>
		<category><![CDATA[CreateNext]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseCampusBeat]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167665</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี” หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้ YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&#160; สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&#160; ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี”</p>



<p>หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้</p>



<p>YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167670" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&nbsp;</p>



<p>ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The Converse Campus Beat จาก Converse All Stars ที่นำ 5 วงดนตรี และ 5 นักดนตรีไทย มาสร้างสรรค์ดนตรีแบบใหม่ๆ โดยร่วมมือกับศิลปินค่าย Whattheduck และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสาขาดนตรีไทยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำผลงานศิลปินที่มีอยู่ก่อนหน้ามาแต่งเติมซาวนด์ดนตรีไทยเข้าไป ตามความเชื่อของ Converse All Stars ที่ว่าการร่วมงานกันของคนต่างสายงานสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ ขณะเดียวกันทุกคนล้วนได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว</p>



<p>การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงเหมือนกับเป็นภาคต่อของเพลง &#8216;ลมแล้ง&#8217; เราชวนทั้งคู่มาพูดคุยถึงเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ในเวอร์ชัน LANDOKMAI และ เพลง &#8216;Tsuki&#8217; ในมุมของ YEW ไปจนถึงเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นเหมือนท้องฟ้าในวันแดดจ้า แต่เป็นเหมือนวันที่พายุพัดเข้ามาเป็นระลอก ก่อนจะจากไปและทิ้งให้เมล็ดพันธุ์ค่อยๆ เติบโตขึ้นอีกครั้ง</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>LANDOKMAI กับการตีความ ‘หมวกเมฆสีรุ้ง’ ในมุมที่แอบเศร้า</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] LANDOKMAI - หมวกเมฆสีรุ้ง | Original by YEW" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/xsmTYQtmy-A?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาที่ไปของการมาคอลแลบกันระหว่าง LANDOKMAI และ YEW ครั้งนี้&nbsp;</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> เริ่มต้นเลยเราได้เข้าร่วมโปรเจกต์ของ Converse แล้วเขาให้โจทย์มาว่าให้นำผลงานของวงที่คอลแลบกัน อย่าง LANDOKMAI คอลแลบกับ YEW แล้วให้เลือก 1 เพลงของ YEW มา cover ในเวอร์ชัน LANDOKMAI โดยที่มีเงื่อนไขคือต้องใส่เครื่องดนตรีไทย 1 เครื่อง พวกเราก็เลือกเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; มา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงเลือกเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่เราฟังแล้วพอมองภาพออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไงด้วย คือถ้าไปเลือก &#8216;กังฟูบอย&#8217; ชูปีดูปีดู คงนึกไม่ออก (หัวเราะ) แต่ว่าน่าลองนะ มันท้าทายดี</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> ความท้าทายคือเราจะทำยังไงให้เวอร์ชันของเราเป็นเวอร์ชันที่ไม่ได้ทำให้เพลงเขาแย่ลง รู้สึกว่าการเอาผลงานเพลงคนอื่นมา แล้วต่อยอดมันควรจะทำให้มันอยู่ในมาตรฐานที่อยู่ในความคาดหวังของคนฟัง แล้วก็ศิลปิน YEW ด้วย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ดีไซน์เพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ไว้ว่าน่าจะเหมาะกับดนตรีไทยแบบไหน</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ตอนแรกตั้งใจว่าจะเอาเป็นสะล้อ แต่ไปๆ มาๆ สรุปได้เป็นขิม เพราะขิมมันมีความฮาร์ป&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> คือตอนแรกยังไม่ชัวร์ว่าเป็นขิม แต่ในโปรแกรมทำเพลงเราก็หาดนตรีที่เป็นดนตรีไทยมาก่อน แล้วลองใส่ขิมดูก่อน ปรากฏว่ามันเวิร์กมากเลย เพราะเพลงของเรามันมีฮาร์ปซ่อนอยู่ พอเป็นขิมมันดูแบบไม่ต้องทำอะไร มันลงตัวไปเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งสองวงพอต้องมาทำงานร่วมกันรู้สึกยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> โห เหมือนเจอกันมาทั้งชีวิต (หัวเราะ) เราเพิ่งคุยกันว่า พักหลังนี้เราจะเจอกันบ่อยเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วพวกเรากับ YEW อยู่ในคณะเดียวกัน คือดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ซึ่งพี่ๆ เขาอายุมากกว่าเราแค่ปีเดียว ทำให้เวลาสมัยเรียนก็เจอกันตลอดอยู่แล้ว เป็นกลุ่มเดียวกัน แล้วก็มีเพลงลมแล้งซึ่งเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของ LANDOKMAI กับ YEW ต่อมาก็เป็นงานนี้ที่ได้ร่วมงานกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเรียนที่เดียวกันแล้ว มีอะไรอีกไหมที่ทั้งสองวงนี้มีเหมือนกัน</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่ฟัง รู้สึกว่าทั้ง 2 วง จะมีความชอบฟังอะไรวินเทจเหมือนกันทั้งพี่ทิ้ว พี่พี แล้วแอนท์กับปิมจะชอบฟังเพลงที่มีความวินเทจ มันไม่ได้เหมือนกันเลยซะทีเดียว กลิ่นมันต่างกัน แต่ว่าน่าจะชอบอะไรเก่าๆ เหมือนกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอทำเพลงของอีกฝ่ายทำให้เราได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> เข้าใจมุมมองของพี่ทิ้วเพลงนี้อยู่ เราเคยคุยเรื่องเนื้อเพลง ดนตรีตลอดอยู่แล้ว</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> เราเข้าใจมันมาตั้งแต่แรก แล้วนำมาต่อยอด ไม่รู้นะว่าเป็นแค่คณะเราไหม แต่เขาจะชอบนัดมาเจอกัน แล้วคุยกันว่าเขียนประมาณนี้ อัปเดตกันตลอด เลยทำให้รู้ว่าคนนี้เขียนเพลงมาจากอะไร รู้สึกแบบไหนอยู่ เพลงนี้เหมือนเขานำคำพูดของแฟนเขามาต่อยอดเป็นเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง พอมันเข้าใจทุกอย่างแล้ว แล้วเพลงมันเลยออกมาเหมือนเล่าเรื่องหนึ่ง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เขินไหมที่ต้องร้องเพลงด้วยเนื้อเรื่องคนอื่น</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเขินไหมเหรอ (ยิ้มกว้าง) มันไม่เขินค่ะ เพราะว่ามันน่ารัก แต่มันไม่เชิงว่า อุ้ย ร้องแล้วเขินจัง แต่มันจะเป็นฟีลแบบ มันอบอุ่นหัวใจจัง พี่ทิ้วเป็นคนอบอุ่นมาก โรแมนติกในแง่ความสัมพันธ์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เวลาร้องมีการตีความในแบบของเรายังไง</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ปิมรู้สึกว่ามันจะมีท่อนหนึ่ง ท่อน verse ที่พี่ทิ้วจะร้องว่า “หลังเมฆบนนภา เป็นหยดน้ำช่างงดงาม” รู้สึกว่าท่อนนี้อยากทำคัลเลอร์ใหม่ อย่างเพลงที่ YEW ทำ มันจะเป็นคอร์ดสว่าง อบอุ่น สดใสหน่อย ปิมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วท่อนนี้มันสามารถจะพิศวงได้นิดหน่อย ก็เลยไปเปลี่ยนคอร์ด แล้วก็เปลี่ยนวิธีการร้องใหม่ให้ดูขมขึ้นนิดหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167671" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณชอบเรื่องเศร้าในชีวิตมากเป็นพิเศษเหรอ</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> รู้ตัวอีกทีปิมกลายเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนั้น เมโลดีสดใส แต่พูดเรื่องที่เศร้ามากๆ อยู่ หรือพูดเรื่องที่แฮปปี้มาก แต่เมโลดีเศร้า มันกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ LANDOKMAI ก็เลยรู้สึกว่าเพลงนี้มันอบอุ่นหัวใจมากๆ อยากเพิ่มคัลเลอร์ แต้มสีอื่นเข้าไปนิดหนึ่ง แค่รู้สึกว่ารีเลตกับมันได้ดีกว่า ไม่ใช่ชีวิตเศร้ามากนะ แต่แค่การบอกเล่าเรื่องที่มันขมๆ มันรู้สึก touch มากกว่าการจะมาบอกใครสักคนว่า วันนี้มีความสุขมากเลย กับ วันนี้เจ็บหัวใจมากเลย เศร้ากับเรื่องบางอย่าง เลยรู้สึกว่าปิมพรีเซนต์ด้านนี้ออกมาได้ดีกว่า&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เนื้อเพลง LANDOKMAI ที่มักจะพูดถึงช่วงเวลาของวัยรุ่น ในวันที่พวกคุณเติบโตขึ้นเรื่องราวในเนื้อเพลงจะเปลี่ยนไปด้วยไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะหยุดอยู่ในวัยหนึ่ง เหมือนเจ้าชายน้อย สำหรับตัวเองสัมผัสได้ถึงการเขียนเพลงของตัวเอง ช่วงเวลาเขียนเพลงคือช่วงเวลาที่เราต้องทำความเข้าใจ ความรู้สึก ความคิดตอนนั้น เราก็ต้องกลั่นกรองออกมา ก็รู้ได้เลยว่าช่วงเวลาที่โตขึ้น เราไม่สามารถกลับไปเขียนเนื้อเพลงที่ช่างฝันเหมือนแต่ก่อนได้ คือปิมก็ยังชอบความช่างฝันอยู่ แต่เหมือนเป็นความช่างฝันที่ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเท่าเมื่อก่อน</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> ถ้าเป็นเมื่อก่อน เพลง &#8216;Please be true&#8217; มันจะมีความถ้าฉันมีเวทมนตร์ฉันจะเสกดาวพร่างพรายให้เธอ (อูปิมหัวเราะ) แล้วพอโตขึ้นมาถึงจุดหนึ่งแล้ว เวลาเขียนเพลงรักก็ไม่ได้พูดถึงอะไรที่เหมือนสมัยก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเหตุการณ์ไหนที่เปลี่ยนให้คุณกลายเป็นคุณในวันนี้</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> สมัยเด็ก ปิมเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดมาก ปล่อยตัวเองล่องลอยไปกับความฝันมากกว่าความจริง ฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยได้ทุกข์ใจอะไรมาก เราไม่ค่อยเจอเรื่องที่ต้องกระแทกใจ ต้องใช้ความคิด คราวนี้พอเราได้เจอจุดเล็กๆ ที่แบบ เฮ้ย นี่คือรสชาติของความทุกข์เหรอเนี่ย กลายเป็นว่าชอบ มันดูเหมือนเราเป็นมนุษย์ขึ้นนิดหนึ่ง (หัวเราะ) อาจจะเกี่ยวไหม ที่เพลง LANDOKMAI ตอนนี้ปิมชอบที่จะพูดถึงจุดเล็กๆ ในวัยเด็กนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> มันจะมีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่า เราเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิต แต่พอโตมาถึงจุดหนึ่งที่ผ่านอะไรมาหลายๆ อย่างแล้วได้มองกลับไปมองตัวเองตอนนั้น รู้สึกแหยงตัวเองตอนนั้นมาก ทำไมกูมั่นใจอะไรขนาดนั้นวะ แบบว่า กูเข้าใจคนทั้งโลกได้ไงอะ พอมันผ่านความรู้สึกที่มันดาวน์มากๆ มันทำให้เข้าใจคนที่เขาเศร้ามากๆ แล้วก็เข้าใจคนที่มีความสุขมากๆ เช่นกัน พอโตขึ้น range ความเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จากเหตุการณ์หลายๆ อย่าง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเรื่องอะไรที่ถ้าย้อนกลับไป เลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> อืม (คิดนาน) มันมีเยอะเต็มไปหมดเลย แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรที่รู้สึกอยากกลับไปแก้จริงๆ เพราะว่าชอบที่ได้มีความทรงจำกับมัน กลับไปนึกก็จะแบบ ขำดีว่ะ ถ้าเราไม่เคยมีเรื่องที่น่าอายเลย เราจะกลายเป็นคนยังไงก็ไม่รู้ (ยิ้ม)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมของ LANDOKMAI ที่ผ่านมามีบทเรียนอะไรที่ได้เรียนรู้ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์: </strong>มันจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านหลายๆ อย่างมากกว่า เริ่มช่วงแรกเลย คือตอนที่เราทำด้วยตัวเอง เราจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 1-100 สเต็ปต่อมา เริ่มมีค่าย ค่ายเริ่มมีบทบาท เราก็เริ่มใกล้จะลงตัวแล้ว โควิดเข้ามา ทลายอีกครั้ง จนเฟสล่าสุดน่าจะเป็นช่วงที่เราปรับตัวได้กับทุกอย่าง ทั้งโควิดที่ผ่านไปแล้ว ค่ายที่ทำงานด้วยกัน วิธีการทำงาน วิธีการทำเพลงของเราเอง ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ดูพริ้วที่สุดแล้ว</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> อ๋อ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราสามารถจบงานด้วยตัวเองได้ (เสียงภูมิใจ)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความตั้งใจแรกที่ทำ LANDOKMAI จนถึงตอนนี้ยังเป็นแบบเดิมอยู่ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> คำถามนี้ไม่เคยมีใครถามเลย แต่จริงๆ มันก็เป็นประมาณนี้ สิ่งที่เราคิดไว้</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันดีมากกว่าที่เราเคยคิดไว้อีก ในยุคนี้เรารู้สึกว่าเวลาเรามองศิลปินรุ่นพี่ เราจะเป็นได้ไหม เราจะทำได้ไหมถ้าเราไปอยู่ในจุดนั้น จนตอนนี้รู้สึกว่ามัน ว้าว เราเองก็ทำได้นะ แต่เราก็จะมีความฝันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันดีแล้ว แต่เราก็อยากจะตั้งใจทำไปเรื่อยๆ ให้มันดีขึ้น</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>YEW การเติบโต และความเข้าใจมุมของคนที่ถูกรัก ในเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] YEW - Tsuki | Original by Landokmai" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/aLfvd5FIMho?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ The Converse Campus Beat เกิดขึ้นได้ยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> โปรเจกต์นี้จะเน้นเอาเครื่องดนตรีไทยมาผสมเป็นหลัก โจทย์แรกเขาจะพยายามให้เครื่องดนตรีที่มีความเป็น traditional ไทยมาผสม แนวที่พวกเราทำอยู่ก็จะออกแนวสากลทั่วไป แต่อยากให้โชว์ความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวงเราเลือกพิณ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัดสินใจยังไงในการเลือกใช้เครื่องดนตรีไทยอย่างพิณเข้ามาใส่ในเพลง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เพราะรู้สึกว่ามันมีความเป็นเครื่องสาย แต่ตอนแรกคิดว่าอาจจะให้เป็นเสียงเพอร์คัสชัน เสียงกลอง ตะโพน กลองแขก แต่คิดว่าถ้าให้มันเป็นโน้ตด้วยก็คงต้องใช้พวกเครื่องสาย&nbsp;</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ได้น้องที่คณะดุริยางคศิลป์ เอกดนตรีไทย มาเล่นให้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมการคอลแลบครั้งนี้ถึงเลือกเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมเป็นคนคุยกับวงว่าจะเอาเพลง &#8216;Tsuki&#8217; เพลงนี้ผมเคยไปร่วมแต่ง สาเหตุหนึ่งที่เลือกเพราะอยากตีความในแบบฉบับของตัวเองด้วย หลักๆ จะตีความจากดนตรี ให้มันมีความเป็นแบบฉบับวง YEW มากขึ้น ถ้าว่ากันตามตรงดนตรีของวง LANDOKMAI จะมีความเป็นจังหวะวอลซ์ (Waltz) หน่อย แต่เราจะทำให้มันมีความเกากีตาร์มากขึ้น ใส่คอร์ดให้มีความหม่นขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้ทิ้วเองก็มีส่วนร่วมแต่ง แล้วการเอากลับมาเรียบเรียงใหม่ คุณทำยังไงให้มีตัวตนของตัวเองอยู่ด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ตอนที่ฟังเพลง &#8216;Tsuki&#8217; ผมรู้สึกว่าคนทั่วไปจะมองว่าฝ่ายที่แอบชอบเป็นฝ่ายเดียวที่รู้สึก เนื้อหาเพลงจะพูดว่า “เก็บเธอเอาไว้ข้างใน รู้สึกแค่ไหนต้องหยุดไว้” จะเป็นเหมือนคนๆ หนึ่งที่ภายนอกดูไม่รู้สึกอะไร แต่จริงๆ ข้างในรู้สึกมากๆ แล้วผมมองว่าพอได้อีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นตัวผู้ชาย ผมก็ได้เติมเต็มและได้บอกบางอย่างว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกัน พอมาลองทำผมก็รู้สึกว่าเป็นการได้เติมอีกคนเข้าไป</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้แตกต่างจากการทำเพลงอื่นๆ ของ YEW ไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> มันต่างตรงที่เราผสมค่อนข้างเยอะ มีทั้งรูปแบบที่เป็นอัลบั้มเก่าและอัลบั้มใหม่ YEW มันมีความเกากีตาร์บ้าง ความเป็นร็อกด้วย ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันผสมได้ และได้โอกาสทำสิ่งที่อยากจะประกบกันกับเพลง LANDOKMAI ได้เป็นการทดลอง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อนๆ พอได้วัตถุดิบจากทิ้วมาแล้ว แต่ละคนเข้ามาแจมกันยังไง</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> พอทิ้วส่งเนื้อร้องมาให้ ประมาณจบฮุคหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็มานั่งคุยกัน สิ่งแรกที่ได้ฟัง ผมก็จะนึกก่อนว่าที่ทิ้วถ่ายทอดมามันมีมุมไหน แล้วหลังจากนั้นผมจะนึกเป็นภาพ ว่าเพลงนี้คนฟังคนนี้อยู่ที่ไหน เขาอยู่ในที่สว่างที่มืด แล้วเขามองเห็นอะไร แล้วทำเมโลดีออกมาตามนั้น ถ้าคนอื่นฟังแล้วมองเห็นไม่เหมือนกันก็เปลี่ยน หาไปจนกว่าจะเจอว่าคนฟังเพลงนี้จะต้องรู้สึกแบบนี้ พอโตขึ้นมันก็เจอความรู้สึกมากขึ้น มันก็ช่วยเรื่องอะไรแบบนี้ หลังๆ ทำดนตรีให้มันได้เห็นมู้ดชัดๆ มาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกยังไงที่ได้เอาเพลงมาสลับกันร้องด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมรู้สึกว่ามันเป็นสตอรี่ที่ต่อจาก &#8216;ลมแล้ง&#8217; ในการถ่ายทอดของนักร้องสองคน ผมเองก็เป็นคนที่อยู่โรงเรียนเดียวกับอูปิม ร้องตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เหมือนได้กลับมาทำโปรเจกต์อะไรร่วมกัน ก็แฮปปี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเหมือนหรือความแตกต่างของ LANDOKMAI เป็นยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ถ้าพูดถึงความเหมือน ผมว่าภาษาเราคล้ายกัน ผมมองว่าวง LANDOKMAI เป็นวงสาวน้อยช่างฝัน จะมีคำของเขา บรรยากาศ ท้องฟ้า ธรรมชาติ ซึ่ง YEW ก็มีตรงนั้นเหมือนกัน ที่ตัวผมถนัดในการแต่งแบบนั้น สิ่งที่เหมือนคือเรื่องเนื้อเลย ถ้าเรื่องดนตรีผมมองว่ามีอะไรที่เหมือนกันอยู่</p>



<p><strong>พี:</strong> ในช่วงที่ผมไปโปรดิวซ์ให้ ถามว่าต่างไหมก็ต่าง ช่วงนั้นผมพยายามทำให้น้องไปในทางวินเทจไวบ์อย่างเดียว แต่ผมรู้สึกว่าต่างกันตรงที่น้องมันมีความช่างฝันกว่า ภาพมันจะมีความ psychedelic กว่า มีความลอยๆ กว่า</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เหมือนร้านบาร์ ถ้า YEW กินวิสกี้ ใต้ไฟสีส้ม แต่ของ LANDOKMAI อาจจะมีค็อกเทลหลายสีกว่า</p>



<p><strong>พี:</strong> อาจจะมี smoke ด้วย (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งความเหมือนและความต่างมีส่วนช่วยอะไรในการคอลแลบกันครั้งนี้บ้างไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ไม่ยากครับ เพราะมันมีความคล้ายกัน แต่สิ่งที่ผมเรียบเรียงครั้งแรกเลยคือเรื่องทางคอร์ด ของ YEW จะเป็นวงที่คอร์ดไม่ได้ถี่ ไม่ได้เปลี่ยนแต่ละท่อน แต่ LANDOKMAI จะเปลี่ยนไปตามเมโลดี มันอาจจะต้องเป็นสิ่งที่เราต้องเรียบเรียงให้มีความเป็น YEW ขึ้น ปรับแปลงคอร์ดให้ช่องว่างมันยืดขึ้นหน่อย ด้วยความที่ผมชอบให้คอร์ดมันไหลยาวๆ ไม่ได้ยากมาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าไม่นับเรื่องการทำงาน YEW กับ LANDOKMAI สนิทกันมากขนาดไหน</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> แน่นแฟ้น (ทุกคนหัวเราะ) ก็เป็นวงที่เวลาทำเพลงอะไรก็ปรึกษากันตลอด เหมือนแก๊งเดียวกัน เวลาทำเพลงมันมีความรสนิยม ไลฟ์สไตล์ ฟังเพลงก็คล้ายๆ กันก็แชร์กัน เป็นน้องที่สนิทมาก</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เป็นกลุ่มแก๊งเราที่ ม.มหิดล เป็นรุ่นเรารุ่นน้อง ก็ค่อนข้างจะใกล้กันเลย พวกวง YEW, Dept, Sherry, LANDOKMAI หรือ Television Off จะเป็นแบบอยู่ด้วยกันตลอด โตมาด้วยกัน คุยกัน ดูคอนเสิร์ต หรือการสอบ Small Ensemble ซึ่งมันคือชั่วโมงสอบรวมของทุกแขนง ก็จะอยู่ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> มันก็จะมีกลุ่มเด็กที่รวมตัวกัน อยากทำเพลงว่าจบออกไปแล้วมีผลงานของตัวเอง พวกเด็กที่ไม่รออาจารย์สอน ฉันทำของฉันเอง ก็จะเป็นกลุ่มพวกนี้ที่อยู่ด้วยกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่ผ่านมาตัวคุณตอนสมัยเรียนกับตอนนี้แตกต่างไปมากแค่ไหน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์: </strong>จริงๆ ของผมไม่ค่อยต่างอะไรเยอะ ช่วงมหาลัยเราก็ใช้ชีวิต เริ่มมีงานเล่น พอโตมาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเองมากขึ้น ถ้าในเรื่องการทำเพลง โตขึ้นเรายิ่งเห็นอะไรมากขึ้น เหมือนความที่เราใส่อะไรลงไปในเพลงน้อยลง เรารู้ว่าต้องใส่อะไร ไม่เหมือนเด็กๆ ที่กูมีสกิลนะ อยากเอาอันนู้นอันนี้มาโชว์</p>



<p><strong>เจด:</strong> รู้สึกว่าตอนเรียน เราไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันสะดวกกว่าตอนนี้ เพราะมันค่อนข้างมีการวางแบบแผนไว้อย่างชัดเจนว่าตื่นมาต้องทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ยิ่งตอนจบใหม่ๆ คือเคว้ง ชีวิตช่วงแรกๆ จะค่อนข้างไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่ ตอนเรียนมันคิดไม่ได้หรอก แต่พอเรียนจบแล้วมันต้องพยายามมีวินัย มีระเบียบกับตัวเองจริงๆ ต่อให้เราจะไม่ชอบคำนี้แค่ไหน แต่ว่ามันต้องใช้ชีวิตอะ สุดท้ายมันเป็นสิ่งที่ต้องมี เราก็ต้องพยายามสร้างโครงสร้างที่โอเคกับเรา&nbsp;</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมมันได้รับความเข้าใจ มุมมอง ความเข้าใจของเจนที่มันโตขึ้น ตอนที่เราเรียนเราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนวัยทำงานว่ารู้สึกยังไง พอผ่านเรื่องราวเยอะขึ้น ก็ทำให้เราเข้าใจว่าการสร้างมู้ดของเพลงมันตรงกับความรู้สึกของคนฟังมากน้อยแค่ไหน เราสามารถคิดได้หลากหลายมุมมากขึ้น</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมีเรื่องงานกับชีวิต เรื่องชีวิตก็เป็นเรื่องการแบ่งความรู้สึกที่อยู่อาศัย บางทีผมเป็นคนเชียงใหม่ แล้วพอยิ่งโตขึ้น เรายิ่งรู้สึกว่าบ้านมันสำคัญมากขึ้น ตอนเรียนหนังสือก็เข้าใจได้ว่าเราต้องเรียนแล้วกลับบ้าน แต่พอต้องเรียนจบ ต้องใช้ชีวิตจริงๆ เราต้องมองรอบตัวมากขึ้น มองเรื่องบ้าน เรื่องคนรัก เหมือนเป็นวัยนี้ที่ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากกว่าตอนมัธยมหรือมหาลัย&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องเพลงก็เหมือนกัน มันทำให้เรามองคนกว้างขึ้น ตอนแต่งเพลงแรกๆ เราฟังแล้วรู้สึกว่าเราชอบ แล้วก็ปล่อย มันก็ดีนะ แล้วมันก็ดัง มีคนรู้จักคนชอบเยอะ พอโตขึ้นเราเริ่มศึกษาว่าไอ้สิ่งที่ทำให้ชอบมากขึ้น ฟังเพลงลมแล้งที่เรากลับมานั่งคิดว่าทำไมคนชอบฟัง ผมรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ผมโตขึ้นในเรื่องการมองคนอื่นว่าเขารู้สึกยังไงกับการฟังเพลงเรา ไม่ใช่แค่เราแต่งแล้วชอบไม่ชอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ด้วยความที่วง YEW เป็นวงที่ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ผ่านมาหลายปีอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้วงยังอยู่ด้วยกัน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> เงิน…ล้อเล่นๆ (ทุกคนหัวเราะ) ผมว่ามันต้องมีความเข้าใจกันและกัน และความยืดหยุ่นซึ่งกันและกัน&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว: </strong>ผมว่าความเชื่อที่แต่ละคนเชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะพาไปทางไหน เชื่อว่าคนนี้ที่เขาอธิบายหรือวางไว้มันจะเป็นอย่างที่คุณคิดไว้นะ ซึ่งก็ต้องทำให้เข้าใจตรงกัน</p>



<p><strong>พี:</strong> ความเชื่อมันยากเหมือนกัน รู้สึกว่าถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้มันจะลำบากมาก เพราะถ้าคนหนึ่งทำมาแล้วคิดแบบนี้ แล้วอีกคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่ะ มันจะเริ่มมีความ ทำแบบกูสิ ผมว่าไอ้ด่านนั้นยาก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วความเชื่อของวงตอนนี้คืออะไร</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ผมเชื่อในตัวเพื่อนนะ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เซียนทางดนตรี ในแง่การทำหลายๆ องค์ประกอบ เพื่อนๆ ก็พาโตไปในสเต็ปต่อไป ทำไมจะไม่เชื่อละ เพราะมันก็พาผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมจริงๆ ไม่ได้เชื่ออะไรเลย ทำในแบบที่ตัวเองชอบ ทุกคนโอเค แฮปปี้ ไม่ได้ต้องรู้สึกว่าเราจะอยากอยู่ในจุดไหน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แค่ต้องทำให้ชอบที่สุด แล้วก็อยู่กับทีม อยู่กับวง ก็แฮปปี้แล้ว</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าตอบตอนนี้คงคล้ายๆ ทรัพย์ ก็คงต้องเชื่อเพื่อน แล้วก็คล้ายๆ ที่ทรัพย์พูดว่ามันก็คือเพื่อนที่พากันจับมือจนถึงทุกวันนี้ เราอยู่กับเขา เขาพาเรามาถึงตรงนี้ได้ เราก็ช่วยกันให้ไปกันต่อได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟังดูมีความยากและอุปสรรคอยู่เหมือนกัน แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ยังคงทำวงนี้ต่อ</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> ผมชอบ ผมทำแล้วสำเร็จตามที่ชอบ มันน่าจะเหมือนกับทุกอาชีพ ทำไปเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างมันก็พัฒนาขึ้น ตั้งแต่ทำเพลงมา ไม่เคยบอกว่าทำเพลงง่ายเลย มันยากขึ้นทุกๆ เพลง สุดท้ายมันมีอะไรที่ท้าทาย ผมชอบอะไรแบบนั้น ไอ้เรื่องเงินที่พูดมันคือปัจจัยรอง มันก็แค่พูดในชีวิตจริงว่าต้องกินต้องใช้ แต่ผมก็ยอมที่จะไม่ทำอะไรเลย อยู่เพื่อทำงานตรงนี้ ถามว่าเงินเยอะไหม มันก็ไม่ได้เยอะ ผมมาชั่งน้ำหนักกับความสุขกับปัจจุบันแบบนี้มากกว่า</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> คนดูเขามาดูเราต่อก็ทำให้เรามีกำลังใจ จริงๆ ผมเคยดูคนอื่นสัมภาษณ์ ผมก็คิดนะว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเปล่าวะ พอเจอกับตัวเองจริงๆ มันเติมเต็มตัวเองจริงๆ โอเคเราทำงาน แล้วเราชอบนั่งดูไอจีวงตัวเอง ตั้งแต่เวลาเล่นเสร็จจะถ่ายกับคนดู เราก็เห็นจากก้อนเล็กๆ ค่อยๆ ใหญ่ จนแบบ เชี่ย เราโตกันขึ้นมากจริงๆ&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าให้ตอบตรงๆ คือถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งชีวิตหมกมุ่นอยู่กับเกม หนัง ดนตรี เอาเป็นว่าช่วงมหาวิทยาลัย ผมก็หมกมุ่นอยู่กับดนตรี เอาเป็นว่าถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ทำดนตรีมันยังมีความมั่นใจอยู่ว่าฉันสามารถ contribute ได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมองว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาทำดนตรี พ่อชอบบอกว่าตอนที่ผมเขวไปสอบอยากเรียนคณะอื่น อย่าง Interior (ออกแบบภายใน) ตอนนั้นพ่อผมก็งงว่าทำไมอยากไปเรียน เพราะเห็นผมเล่นดนตรีตั้งแต่ประถมแล้ว เล่นประสานเสียง ดนตรีไทย ดนตรีสากล พ่อผมก็ถามว่าถ้าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเล่นดนตรีอยู่ดี จะเบี่ยงไปทำไม&nbsp;</p>



<p>ผมว่าบางเรื่องมันต้องเชื่อตัวเองว่าถ้าสุดท้ายต้องกลับมาทำสิ่งนี้คุณก็ลุยไปเลย ก็รู้ว่าเรียนอย่างอื่นไว้เป็นลู่ทางให้ชีวิตได้ แต่ผมมองว่าบางสิ่งบางอย่างมันโตกับเราตั้งแต่เด็ก มันต้องมีเหตุผลสิที่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องกลับมาร้องเพลง กลับมาแต่งเพลง มันก็แค่นั้น มันเหวี่ยงอะไรกลับมาไม่รู้ ก็ถือว่าโชคดีที่ทำแล้วมีคนรักและชอบในสิ่งที่ทำด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
