<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภัทรียา พัวพงศกร, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author71/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author71/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 27 Sep 2018 10:16:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Living through time</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-59/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-59/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2017 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์เฮือนคำหยาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองลับแล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-59/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สิ่งที่งดงามที่สุดในพิพิธภัณฑ์อาจไม่ใช่สิ่งของที่อยู่ในตู้ แต่เป็นสายตาที่จับจ้องมัน สายตาของครูสมชาย ปงศรีชัย หรือครูเหลือ ชายชราเจ้าของพิพิธภัณฑ์เฮือนคำหยาด เป็นประกายสุกใสเมื่อพาเราเดินเข้าไปชมของสะสมในบ้าน ผ้าซิ่นตีนจกผืนเก่า เครื่องเบญจรงค์ เครื่องใช้ไม้สอยแกะสลัก ที่นอนสงบนิ่งอยู่ในตู้ดูมีชีวิตชีวาเมื่อชายวัย 70 ปีถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังของพวกมัน ชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของประวัติศาสตร์เมืองลับแลก็หลุดร่วงลงมาเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นจิ๋ว ตำนานผ้าซิ่นลับแลงแซงผีเงือก เรื่องราวของเจ้าเมืองทุ่งยั้ง รายชื่อของผู้หญิงที่ส่งต่อผ้าซิ่นอายุ 200 กว่าปีจากรุ่นสู่รุ่น ภาพอุตรดิตถ์ที่เจ้าบ้านคนนี้ถ่ายทอดสนุกสนานเปี่ยมกลิ่นอายท้องถิ่นชาวบ้านแบบที่หาไม่ได้ในหนังสือเรียน “คนมันใจรักน่ะ ตอนผมอายุ 16 ปี อาจารย์สอนว่าสินค้าที่มาจากเมืองจีนคือชามเบญจรงค์ เราอยากเห็นเลยเข้าไปในหมู่บ้าน ขอดูจากบ้านเก่าๆ ผมชอบมาก อยากได้ ก็ขอซื้อมา หลังจากนั้นก็เก็บสะสมของเก่ามาตลอด&#8221; ครูเหลืออธิบาย &#8220;ตอนนั้นพ่อแม่ก็คิดว่าผมเล่นเงินเล่นทอง แต่ถ้าเราไม่สะสม ของเก่าๆ ก็จะออกไปจากลับแลหมด ถ้าเราไม่ถามเรื่องราวจากคนเก่าแก่ เรื่องราวของมันก็จะหายไปหมด&#8221; นัยน์ตาของเจ้าบ้านชราเปี่ยมพลัง ไม่ใช่แค่ของโบราณในเฮือนคำหยาดที่มีค่า แต่แพชชันเปี่ยมล้นของเจ้าบ้านผู้มีใจรักของเก่าต่างหากที่ทำให้เรื่องราวในอดีตกลับมาหายใจอีกครั้ง &#8220;ผู้หญิงที่นี่ทอผ้าได้ทุกคน แต่สิบห้าปีที่แล้วไม่มีใครนิยมทอผ้าแล้ว ทั้งที่มันเป็นวัฒนธรรมของที่นี่&#8221; ครูโจ-จงจรูญ มะโนคำ เจ้าของพิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวน ลับแล พาเราเดินชมผ้าซิ่นเก่าแก่ในพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความหลงใหลในผ้าซิ่นตีนจก ประกอบกับความรู้จากแม่ที่เป็นช่างทอผ้าฝีมือดี ครูโจกลับมาบ้านเกิดและพยายามสร้างตลาดซื้อขายผ้าซิ่นจากการรับซื้อผ้าเก่า รวมกลุ่มแม่บ้านให้สร้างผลงานใหม่ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-59/">Living through time</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งที่งดงามที่สุดในพิพิธภัณฑ์อาจไม่ใช่สิ่งของที่อยู่ในตู้</p>
<p>แต่เป็นสายตาที่จับจ้องมัน</p>
<p>สายตาของ<strong>ครูสมชาย ปงศรีชัย</strong> หรือครูเหลือ ชายชราเจ้าของพิพิธภัณฑ์เฮือนคำหยาด เป็นประกายสุกใสเมื่อพาเราเดินเข้าไปชมของสะสมในบ้าน ผ้าซิ่นตีนจกผืนเก่า เครื่องเบญจรงค์ เครื่องใช้ไม้สอยแกะสลัก ที่นอนสงบนิ่งอยู่ในตู้ดูมีชีวิตชีวาเมื่อชายวัย 70 ปีถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังของพวกมัน ชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของประวัติศาสตร์เมืองลับแลก็หลุดร่วงลงมาเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นจิ๋ว ตำนานผ้าซิ่นลับแลงแซงผีเงือก เรื่องราวของเจ้าเมืองทุ่งยั้ง รายชื่อของผู้หญิงที่ส่งต่อผ้าซิ่นอายุ 200 กว่าปีจากรุ่นสู่รุ่น ภาพอุตรดิตถ์ที่เจ้าบ้านคนนี้ถ่ายทอดสนุกสนานเปี่ยมกลิ่นอายท้องถิ่นชาวบ้านแบบที่หาไม่ได้ในหนังสือเรียน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-308.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-296.jpg"></p>
<p>“คนมันใจรักน่ะ ตอนผมอายุ 16 ปี อาจารย์สอนว่าสินค้าที่มาจากเมืองจีนคือชามเบญจรงค์ เราอยากเห็นเลยเข้าไปในหมู่บ้าน ขอดูจากบ้านเก่าๆ ผมชอบมาก อยากได้ ก็ขอซื้อมา หลังจากนั้นก็เก็บสะสมของเก่ามาตลอด&#8221; ครูเหลืออธิบาย &#8220;ตอนนั้นพ่อแม่ก็คิดว่าผมเล่นเงินเล่นทอง แต่ถ้าเราไม่สะสม ของเก่าๆ ก็จะออกไปจากลับแลหมด ถ้าเราไม่ถามเรื่องราวจากคนเก่าแก่ เรื่องราวของมันก็จะหายไปหมด&#8221;</p>
<p>นัยน์ตาของเจ้าบ้านชราเปี่ยมพลัง ไม่ใช่แค่ของโบราณในเฮือนคำหยาดที่มีค่า แต่แพชชันเปี่ยมล้นของเจ้าบ้านผู้มีใจรักของเก่าต่างหากที่ทำให้เรื่องราวในอดีตกลับมาหายใจอีกครั้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-307.jpg"></p>
<p>&#8220;ผู้หญิงที่นี่ทอผ้าได้ทุกคน แต่สิบห้าปีที่แล้วไม่มีใครนิยมทอผ้าแล้ว ทั้งที่มันเป็นวัฒนธรรมของที่นี่&#8221; <strong>ครูโจ-จงจรูญ มะโนคำ</strong> เจ้าของพิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวน ลับแล พาเราเดินชมผ้าซิ่นเก่าแก่ในพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดเต็มตัวเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความหลงใหลในผ้าซิ่นตีนจก ประกอบกับความรู้จากแม่ที่เป็นช่างทอผ้าฝีมือดี ครูโจกลับมาบ้านเกิดและพยายามสร้างตลาดซื้อขายผ้าซิ่นจากการรับซื้อผ้าเก่า รวมกลุ่มแม่บ้านให้สร้างผลงานใหม่ๆ จนกลายเป็นกลุ่มช่างทอผ้าบ้านคุ้มและบ้านนาทะเล เจ้าบ้านผู้มุ่งมั่นสร้างระบบตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์ ย้อมไหมสีธรรมชาติ พัฒนาแบบและลวดลายของผ้าซิ่น จนถึงหาตลาดวางขายตลอดทั้งปี สินค้าซิ่นตีนจกที่นี่จึงงดงามละเอียดไม่แพ้ซิ่นเก่าผืนงามในตู้โชว์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-2453.jpg"></p>
<p>“ถ้าเราไม่สืบทอดมันก็ตายอยู่ในตู้ เป็นอนุสาวรีย์เฉยๆ ผ้าในพิพิธภัณฑ์ที่นี่มีชีวิตขึ้นมาได้ทุกผืน เราแกะลายผ้าเก่าใส่ Excel แล้วพรินต์เป็นแบบเหมือนครอสสติทช์ให้เขาไปทอ เขาก็เป็นศิลปิน เป็นผู้อนุรักษ์ไม่ให้มันหายไป&#8221;</p>
<p>เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ประธานกลุ่มทอผ้าเชื่อว่าการสร้างรายได้เสริมจากการทอผ้ายังทำให้ผู้คนได้ซึมซับ หวงแหนศิลปะของหมู่บ้าน พิพิธภัณฑ์นี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ ฟูมฟักเส้นใยอดีตให้เกิดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนเชื่อมต่อและร้อยขนานไปกับปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-257.jpg"></p>
<blockquote><p>&#8220;ในฐานะเจ้าบ้าน เรามีความรู้ก็ต้องแบ่ง มีของดีก็ต้องแสดง พิพิธภัณฑ์นี้พี่ทำให้ชุมชน ไม่ได้ทำให้ตัวเราคนเดียว มันเป็นของประจำหมู่บ้าน ของอำเภอ ของจังหวัด เอาไว้ศึกษา เป็นที่รับแขก เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม เราอยากให้คนรู้จักสิ่งที่เรามี และคนบ้านเราเองก็ภูมิใจในสิ่งที่ทำ”</p></blockquote>
<p style="text-align: right"><strong>จงจรูญ มะโนคำ<br /></strong><b style="background-color: initial">ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านคุ้ม ช่างทอผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวน ลับแล และเจ้าบ้านชาวลับแล</b></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p><em>พบเสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองลับแล เมืองเล็กในตำนานของจังหวัดอุตรดิตถ์แบบเต็มอิ่มได้ที่ด้านล่างเลย</em></p>
<p style="text-align: center"><a href="https://drive.google.com/open?id=0B2Mq_ycRRktWTk9RTFJ5NXVQUGs"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-4-cover.jpg" alt=""></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo11.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-59/">Living through time</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-59/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Humans of the mountain</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-58/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-58/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวเผ่าอิ่วเมี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-58/</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก แต่ภูเขาเป็นของอิ่วเมี่ยน พี่ก้อง-สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ เจ้าของกาแฟก้องวัลเล่ย์หันมาพูดประโยคนี้กับเรา ขณะขับจี๊ปปุเลงๆ บนทางคดเคี้ยวสู่บ้านในกรัง เกือบสามสิบปีแล้วที่ชาวเผ่าอิ่วเมี่ยนอพยพจากภาคเหนือมาอยู่ในป่าปักษ์ใต้ หมู่บ้านชาวภูเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมลับของอำเภอกระบุรี ที่แม้กระทั่งคนระนองเองอาจไม่รู้จัก คนนอกเรียกพวกเขาว่าเย้า แต่ชื่อแท้จริงที่พวกเขาเรียกตัวเองคืออิ่วเมี่ยน เหมือน human ที่แปลว่ามนุษย์ สาวๆ นุ่งชุดประจำเผ่าสีดำแดงและเครื่องเงินรอต้อนรับพวกเราและ ‘ครูก้อง’ อยู่แล้วเมื่อเราเดินทางถึงในตอนเย็น สองปีก่อนหน้านี้ เจ้าของก้องวัลเล่ย์เข้ามาสอนชาวอิ่วเมี่ยนคั่วกาแฟและผลิตกาแฟโรบัสต้าพรีเมี่ยม กาเอสเพรสโซร้อนๆ กับกาน้ำชาดอกกาแฟที่เก็บได้แค่ปีละครั้งจึงตั้งเตรียมพร้อมบนโตกสานสำหรับแกล้มบทสนทนา “เรามาจากอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรครับ ตอนนี้หลักๆ เราทำไร่กาแฟ ทุเรียน แล้วก็หมาก เหมือนสวนคอนโดที่มีพืช 3 ชนิดอยู่ในสวนเดียวกัน ชั้นแรกคือกาแฟ สูงขึ้นไปคือทุเรียน ชั้นที่สามคือหมาก พื้นที่มันเหมาะกับการเพาะปลูก และสร้างรายได้พออยู่ได้ให้เกษตรกรที่นี่” อาเซ็ง-เฉงโจว แซ่ฟุ้ง หัวหน้ากลุ่มพัฒนากาแฟเอ่ยปากเล่าเรื่องเมื่อเราล้อมวงกันใต้เงาไม้ ประชากรเจ็ดสิบกว่าชีวิตที่นี่ล้วนเป็นญาติกัน ยึดอาชีพเกษตรกรรมทั้งหมด และแต่ละครัวเรือนก็ร่วมผลิตกาแฟคุณภาพส่งให้ก้องวัลเลย์ราวปีละพันกว่าตัน “ตั้งแต่รู้จักครูก้อง มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องกาแฟ ทั้งราคาและคุณภาพ ตอนนี้ทุกคนดื่มกาแฟคั่วเอง เราไม่ได้ซื้อกาแฟที่ตลาด เมื่อก่อนเราคิดว่ามันทำยาก ไม่รู้วิธีการว่าต้องทำยังไงมั่ง แต่พอทำเองก็รู้ว่าทำได้” อาเก๊า-คมสันต์ แซ่เติ๋ง ผู้ใหญ่อีกคนในหมู่บ้านกล่าวเสริม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-58/">Humans of the mountain</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก แต่ภูเขาเป็นของอิ่วเมี่ยน</p>
<p>พี่ก้อง-สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ เจ้าของกาแฟก้องวัลเล่ย์หันมาพูดประโยคนี้กับเรา ขณะขับจี๊ปปุเลงๆ บนทางคดเคี้ยวสู่บ้านในกรัง เกือบสามสิบปีแล้วที่ชาวเผ่าอิ่วเมี่ยนอพยพจากภาคเหนือมาอยู่ในป่าปักษ์ใต้ หมู่บ้านชาวภูเขาซ่อนตัวอยู่ในมุมลับของอำเภอกระบุรี ที่แม้กระทั่งคนระนองเองอาจไม่รู้จัก คนนอกเรียกพวกเขาว่าเย้า แต่ชื่อแท้จริงที่พวกเขาเรียกตัวเองคืออิ่วเมี่ยน เหมือน human ที่แปลว่ามนุษย์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-159.jpg"></p>
<p>สาวๆ นุ่งชุดประจำเผ่าสีดำแดงและเครื่องเงินรอต้อนรับพวกเราและ ‘ครูก้อง’ อยู่แล้วเมื่อเราเดินทางถึงในตอนเย็น สองปีก่อนหน้านี้ เจ้าของก้องวัลเล่ย์เข้ามาสอนชาวอิ่วเมี่ยนคั่วกาแฟและผลิตกาแฟโรบัสต้าพรีเมี่ยม กาเอสเพรสโซร้อนๆ กับกาน้ำชาดอกกาแฟที่เก็บได้แค่ปีละครั้งจึงตั้งเตรียมพร้อมบนโตกสานสำหรับแกล้มบทสนทนา</p>
<p>“เรามาจากอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชรครับ ตอนนี้หลักๆ เราทำไร่กาแฟ ทุเรียน แล้วก็หมาก เหมือนสวนคอนโดที่มีพืช 3 ชนิดอยู่ในสวนเดียวกัน ชั้นแรกคือกาแฟ สูงขึ้นไปคือทุเรียน ชั้นที่สามคือหมาก พื้นที่มันเหมาะกับการเพาะปลูก และสร้างรายได้พออยู่ได้ให้เกษตรกรที่นี่” <b style="background-color: initial">อาเซ็ง-เฉงโจว แซ่ฟุ้ง</b> หัวหน้ากลุ่มพัฒนากาแฟเอ่ยปากเล่าเรื่องเมื่อเราล้อมวงกันใต้เงาไม้ ประชากรเจ็ดสิบกว่าชีวิตที่นี่ล้วนเป็นญาติกัน ยึดอาชีพเกษตรกรรมทั้งหมด และแต่ละครัวเรือนก็ร่วมผลิตกาแฟคุณภาพส่งให้ก้องวัลเลย์ราวปีละพันกว่าตัน</p>
<p>“ตั้งแต่รู้จักครูก้อง มีความเปลี่ยนแปลงเรื่องกาแฟ ทั้งราคาและคุณภาพ ตอนนี้ทุกคนดื่มกาแฟคั่วเอง เราไม่ได้ซื้อกาแฟที่ตลาด เมื่อก่อนเราคิดว่ามันทำยาก ไม่รู้วิธีการว่าต้องทำยังไงมั่ง แต่พอทำเองก็รู้ว่าทำได้” <b style="background-color: initial">อาเก๊า-คมสันต์ แซ่เติ๋ง</b> ผู้ใหญ่อีกคนในหมู่บ้านกล่าวเสริม เป้าหมายในอนาคตของชาวอิ่วเมี่ยนคือผลิตกาแฟแบรนด์ของตัวเอง แม้ยังไม่มั่นใจเรื่องการตลาดนัก แต่กาแฟหอมเข้มกับชาดอกไม้หวานละมุนที่เราได้จิบก็บอกใบ้ว่าฝ่ายการผลิตพร้อมเต็มที่แล้ว</p>
<p>“เราภูมิใจกับงานของเรานะ เคยส่งทั้งกาแฟคั่วและชาดอกกาแฟให้เพื่อนที่ลำปางชิม เขาโทรมาบอกว่าไม่คิดว่ากาแฟเราจะหอมอร่อย เขาก็ปลูกกาแฟเหมือนกัน แต่เป็นอราบิก้า” อาเซ็งพูดอย่างจริงใจ “บางทีคนข้างนอกเขาก็ไม่เข้าใจ มีช่วงนึงคนเขาจะพูดว่าชาวเขาคือคนที่ทำลายป่า คนที่ค้ายาเสพติด อะไรประมาณนี้ ทั้งที่ปัจจุบันนี่เลิกราไปหมดแล้ว อาจจะมีเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว คือชาวเขาอยู่บนที่สูงมาก พืชที่จะสร้างรายได้ให้คนบนพื้นที่สูงขนาดนั้นคือฝิ่นตัวเดียว ปลูกพืชอื่นเอามาจำหน่ายให้พ่อค้าไม่ได้”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-157.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-165.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-172.jpg"></p>
<p>จากเขาลูกหนึ่งสู่เขาอีกลูก ประวัติศาสตร์ของชาวอิ่วเมี่ยนเปลี่ยนไปแต่ละบทเมื่อการย้ายถิ่นเกิดขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนผู้คนในเผ่าที่ต้องแยกจากกันทุกครั้งที่มีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายที่ตะเข็บชายแดนไทย-ลาว ไล่มาจนถึงพะเยา กำแพงเพชร และเมื่อบริเวณน้ำตกคลองลานถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พวกเขาก็ต้องอพยพอีกครั้ง</p>
<p>“นี่ถ้าต้องย้ายอีกก็ไม่รู้จะย้ายไปไหนแล้วครับ มีแต่ลงทะเล”</p>
<p>หัวหน้ากลุ่มอิ่วเมี่ยนที่เดินทางมาไกลที่สุดพูดยิ้มๆ จากป่าเหนือสู่ป่าใต้ ความเชื่อและวิถีชีวิตของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักจากกลุ่มภาคเหนือ จะต่างกันก็แค่พืชที่ปลูก แต่ชาวเผ่ายังคงนิยมกิจกรรมปักผ้าด้วยมือ ใช้ภาษาเฉพาะตัวที่เขียนด้วยตัวอักษรจีนฮั่น และทุกเทศกาลตรุษจีน ทำบุญพิธีใหญ่ หรือโรงเรียนปิดเทอมใหญ่ พวกเขาจะกลับไปเยี่ยมญาติพี่น้องเสมอ อิ่วเมี่ยนทั้งโลกมีแค่ 12 ตระกูลเท่านั้น สายใยระหว่างคนของภูเขาจึงแนบแน่นแม้มีระยะทางกั้นกลาง</p>
<p>“ช่วงปลายร้อนต้นฝนที่นี่ก็สวยและหนาว ประมาณเดือนพฤษภาคม มีทะเลหมอกสวยมากไม่แพ้ภาคเหนือเลยครับ จะแวะมาชิมผลผลิต มาคุยกับชาวบ้านก็ได้ แต่ถ้าจะมาต้องบอกล่วงหน้าก่อน เพราะแต่งตัวแบบนี้มันเหนื่อยมาก”</p>
<p>อาเก๊าบอกอย่างใจดีพลางหัวเราะ ฟ้ายามโพล้เพล้เปลี่ยนเป็นสีเข้มจนมองเห็นหมู่ดาวเหนือ สภากาแฟของเรา เด็กสาวๆ กลับเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุด บ้านในกรังยังไม่มีโฮมสเตย์ให้นอนค้าง ตอนนี้สามารถแวะเข้ามาเที่ยวได้กับทางก้องวัลเล่ย์เท่านั้น แต่ในอนาคตอาจจัดเป็นทริปเที่ยวชมกระบวนการทำกาแฟ กินอาหารแบบอิ่วเมี่ยน และเปิดโฮมสเตย์ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวให้แขกช่วยเก็บเมล็ดกาแฟสีแดง</p>
<p>พูดเพียงเท่านี้ใจเราก็เต้นกระตุกอยากกลับมาเต็มแก่ ผืนป่ารกครึ้ม วิถีชีวิตเรียบง่าย และจิตวิญญาณของขุนเขาที่สถิตย์ในมนุษย์ที่ไม่ยอมท้อถอย แม้ผ่านกาลเวลาและเส้นทางยาวไกล ปลายังคงว่ายน้ำ นกยังคงกระพือปีกบิน และอิ่วเมี่ยนก็ปลูกชีวิตในหุบเขาเหมือนที่เคยทำเสมอมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-154.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-178.jpg"></p>
<blockquote><p>“เมื่อก่อนมาอยู่แรกๆ เราเป็นชนเผ่าที่ปิดตัวเอง ไม่อยากให้คนรู้จัก เราเป็นกลุ่มที่เล็กมาก ใช้ภาษาไม่เหมือนเขา ความคิด วัฒนธรรมเราก็แตกต่างจากคนที่นี่ แต่ตอนนี้เราเปิดบ้านแล้วก็ยินดีต้อนรับทุกคนที่อยากมาสัมผัสถ้าอยากรู้จักชีวิตอิ่วเมี่ยนก็เข้ามาหาได้เลย” </p></blockquote>
<p style="text-align: right">เฉงโจว แซ่ฟุ้ง และ คมสันต์ แซ่เติ๋ง<br />เกษตรกรชาวอิ่วเมี่ยน และเจ้าบ้านชาวกระบุรี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-171.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-184.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p><em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p><em>สัมผัสมนตร์เสน่ห์ของจังหวัดระนองแบบเต็มๆ ได้ที่ด้านล่างเลย</em></p>
<p style="text-align: center"><a href="https://drive.google.com/open?id=0B2Mq_ycRRktWN2RNdlBUcTI0aVU"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/THERE_issue_081.jpg" alt=""></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo2.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-58/">Humans of the mountain</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-58/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Marvelous Mackerel</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-57/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-57/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 May 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทู]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาทูแม่กลอง]]></category>
		<category><![CDATA[วลี ฮวดปากน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปลาทูน้องแก้ม]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่กลอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-57/</guid>

					<description><![CDATA[<p>แขกมาเยือนแม่กลองทั้งที ต้องต้อนรับด้วยหน้างอ คอหัก ไม่ใช่ใบหน้าเจ้าบ้านชาวสมุทรสงครามที่งองุ้ม แต่ปลาทูสีเงินที่ได้ชื่อว่ารสชาติดีที่สุดในไทยต่างหากที่พับคอเก็บหาง เรียงตัวเข้านอนบนเข่งกลมๆ รอการส่งตัวไปอวดผิวอวบแน่นบนแผงตลาดน้ำอัมพวา หรือเข้าครัวไปแปลงโฉมเป็นจานเด็ดบนโต๊ะอาหาร ทะเลสมุทรสงครามที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ชายฝั่งเป็นดินโคลนต่างจากทรายอ่าวอื่นๆ คือแหล่งรวมตัวของปลาทูจำนวนมหาศาล ตาใส ผิวเงินขาว และเนื้อนิ่มมันอร่อย ทำให้แม่กลองขึ้นชื่อเรื่องปลาทูมานาน เมื่ออัมพวากลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวในวันหยุด ปลาหน้างอก็ขึ้นหิ้งของฝากประจำที่ใครต่อใครติดอกติดใจ ซึ่งเราสามารถแบ่งปลาทูที่ขายในท้องตลาดได้สองแบบตามหน้าตา “สังเกตง่ายๆ ปลาโป๊ะแม่กลองจะตัวเล็ก ส่วนปลาที่อื่นจะตัวใหญ่” วลี ฮวดปากน้ำ หรือพี่แก้ม เจ้าของโรงงานปลาทู ‘บ้านปลาทูน้องแก้ม’ อธิบายความแตกต่างของปลาสีเงินให้เราฟัง “ปลาใหญ่เนื้อเยอะ แต่ของแม่กลองเราจะมีรสมันอร่อย แล้วแต่ว่าชอบทานแบบไหน” นอกจากเนื้อหอมมัน เรือจับปลาแม่กลองจะกลับเข้าฝั่งทุกวัน หากเป็นเรือเล็กก็กลับเข้าฝั่งภายในไม่กี่ชั่วโมง ปลาทูที่นี่จึงสดใหม่ ไม่นอนค้างคืนเหมือนเรือประมงน้ำลึก ปลาสดจากเรือจะถูกซื้อตั้งแต่เช้ามืด เพื่อนำมาควักไส้ล้างทำความสะอาด แช่น้ำเกลือ พับคอเรียงใส่เข่งไม้ไผ่ให้สวยงาม เข่งละ 2 &#8211; 3 ตัวแล้วแต่ขนาด ก่อนจะนำไปต้มน้ำเกลือในหม้อใหญ่ราว 5 &#8211; 10 นาทีให้ได้รสชาติหอมอร่อยเป็นขั้นตอนสุดท้าย พร้อมนำไปวางขายหรือปรุงอาหารได้ทันที “ถ้าอยากกินปลาสดๆ ต้องมาช่วงพฤษภาคม-ธันวาคม เพราะต้นปีอ่าวจะปิดให้ปลาวางไข่” พี่แก้มเผยเคล็ดลับการเลือกปลาทูให้เราฟัง ระหว่างที่อ่าวปิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-57/">Marvelous Mackerel</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แขกมาเยือนแม่กลองทั้งที ต้องต้อนรับด้วยหน้างอ<br />
คอหัก</p>
<p>ไม่ใช่ใบหน้าเจ้าบ้านชาวสมุทรสงครามที่งองุ้ม<br />
แต่ปลาทูสีเงินที่ได้ชื่อว่ารสชาติดีที่สุดในไทยต่างหากที่พับคอเก็บหาง เรียงตัวเข้านอนบนเข่งกลมๆ<br />
รอการส่งตัวไปอวดผิวอวบแน่นบนแผงตลาดน้ำอัมพวา หรือเข้าครัวไปแปลงโฉมเป็นจานเด็ดบนโต๊ะอาหาร</p>
<p>ทะเลสมุทรสงครามที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ชายฝั่งเป็นดินโคลนต่างจากทรายอ่าวอื่นๆ<br />
คือแหล่งรวมตัวของปลาทูจำนวนมหาศาล ตาใส ผิวเงินขาว และเนื้อนิ่มมันอร่อย<br />
ทำให้แม่กลองขึ้นชื่อเรื่องปลาทูมานาน เมื่ออัมพวากลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวในวันหยุด<br />
ปลาหน้างอก็ขึ้นหิ้งของฝากประจำที่ใครต่อใครติดอกติดใจ ซึ่งเราสามารถแบ่งปลาทูที่ขายในท้องตลาดได้สองแบบตามหน้าตา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-298.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-303.jpg"></p>
<p>  “สังเกตง่ายๆ ปลาโป๊ะแม่กลองจะตัวเล็ก<br />
ส่วนปลาที่อื่นจะตัวใหญ่” <strong>วลี ฮวดปากน้ำ</strong> หรือพี่แก้ม เจ้าของโรงงานปลาทู ‘บ้านปลาทูน้องแก้ม’ อธิบายความแตกต่างของปลาสีเงินให้เราฟัง “ปลาใหญ่เนื้อเยอะ<br />
แต่ของแม่กลองเราจะมีรสมันอร่อย แล้วแต่ว่าชอบทานแบบไหน” </p>
<p>  นอกจากเนื้อหอมมัน เรือจับปลาแม่กลองจะกลับเข้าฝั่งทุกวัน<br />
หากเป็นเรือเล็กก็กลับเข้าฝั่งภายในไม่กี่ชั่วโมง ปลาทูที่นี่จึงสดใหม่ ไม่นอนค้างคืนเหมือนเรือประมงน้ำลึก<br />
ปลาสดจากเรือจะถูกซื้อตั้งแต่เช้ามืด เพื่อนำมาควักไส้ล้างทำความสะอาด แช่น้ำเกลือ<br />
พับคอเรียงใส่เข่งไม้ไผ่ให้สวยงาม เข่งละ 2 &#8211; 3 ตัวแล้วแต่ขนาด  ก่อนจะนำไปต้มน้ำเกลือในหม้อใหญ่ราว 5 &#8211; 10<br />
นาทีให้ได้รสชาติหอมอร่อยเป็นขั้นตอนสุดท้าย<br />
พร้อมนำไปวางขายหรือปรุงอาหารได้ทันที</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-300.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-2981.jpg"></p>
<p>  “ถ้าอยากกินปลาสดๆ ต้องมาช่วงพฤษภาคม-ธันวาคม เพราะต้นปีอ่าวจะปิดให้ปลาวางไข่”<br />
พี่แก้มเผยเคล็ดลับการเลือกปลาทูให้เราฟัง ระหว่างที่อ่าวปิด ปลาจากมหาชัย ภาคใต้<br />
รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านจะเดินทางมาร่วมแผงกับปลาแม่กลอง แต่ช่วงปลายปีที่ปลาทูออริจินัลชุกชุม<br />
เทศกาลกินปลาทูแม่กลองจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี พร้อมกองทัพเมนูปลาทูร้อยแปดพันเก้าที่มอบความอร่อยจุใจในเดือนธันวาคม</p>
<p>  “ลองชิมดูนะ ของแม่กลองมันดีจริงๆ” พี่แก้มมอบรอยยิ้มพร้อมปลาทูหน้างอง้ำให้เราเป็นของขวัญการมาเยือน</p>
<h3>บ้านปลาทูน้องแก้ม</h3>
<p><strong>ที่อยู่:</strong> บ้านปลาทูน้องแก้ม ถ.ราชญาติรักษา ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม<br /><b style="background-color: initial">โทรศัพท์:</b> 081-194-5806</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-314.jpg"></p>
<blockquote><p>“เราไม่หลอกลวงลูกค้า<br />
เอาของดีให้ลูกค้าขาย ซื้อไปจะไม่ผิดหวัง เพราะเราส่งของที่มีคุณภาพและอร่อยที่สุดให้แม่กลอง<br />
ดังนั้นคนมาเที่ยวจะได้กินปลาที่ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อแม่กลองเป็นอันขาด”</p></blockquote>
<p style="text-align: right"><strong>วลี<br />
ฮวดปากน้ำ<br />เจ้าของบ้านปลาทูน้องแก้ม<br />
และเจ้าบ้านชาวแม่กลอง</strong></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p><em>สัมผัสมนตร์เสน่ห์ของเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม แบบเต็มๆ ได้ที่ด้านล่างเลย</em></p>
<p style="text-align: center"><a href="https://drive.google.com/file/d/0B2Mq_ycRRktWZDZVUEUyeHR4VEU/view"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-3-cover.jpg" alt=""></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo11.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-57/">Marvelous Mackerel</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-57/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่องเที่ยวยั่งยืน : MV เที่ยวบินสุดเปรี้ยวที่เปลี่ยนภาพจำการเที่ยวไทยไปโดยสิ้นเชิง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/father-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/father-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 May 2017 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[สานต่อที่พ่อทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชลิต มนุญากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธยา สุนทรวิภาต]]></category>
		<category><![CDATA[แสงเดือน ชัยเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[Elephant Nature Park]]></category>
		<category><![CDATA[อุ๋ย Buddha Bless]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/father-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ทอม ทอม แวร์ยูโกลาสไนท์ (ไอเลิฟเมืองไทย ไอไลค์พัฒน์พงศ์)&#8221; ขึ้นต้นมาแบบนี้ ทำนองเพลง เวลคัม ทู ไทยแลนด์ ของวงคาราบาวคงดังขึ้นมาในหู แต่บทเพลงต้อนรับสู่เมืองไทยครั้งนี้ต่างไปจากเดิม เพราะเนื้อร้องโดนแปลงเสียใหม่ให้เข้ากับบรรยากาศจี๊ดเข็ดฟันของโฆษณาท่องเที่ยวยั่งยืนในรูปแบบมิวสิกวิดีโอ หนึ่งในผลงานโปรเจกต์ &#8216;สานต่อที่พ่อทำ&#8217; ของเอเจนซี่ มานะ แอนด์ เฟรนด์ ที่ร่วมสร้างหนังบอกเล่าการสานต่อแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยวิธีคิดล้อกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศ 9 สาขา ผลผลิตของผู้กำกับ 9 คนจึงฉีกแนวออกไปจากโฆษณาทั่วไปที่เราคุ้นชิน ในผลงานปิดท้ายโปรเจกต์ซึ่งพูดเรื่องท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ กัปตันกำกับเที่ยวบินพิเศษสู่เมืองไทยนี้คือ เปา &#8211; ธยา สุนทรวิภาต ผู้กำกับจาก Film Factory ที่กล้าทะลวงขนบการเล่าเรื่องความดีแบบเรียบร้อย สู่การนำเสนอสนุก กวน ดีไซน์เก๋ และยังกล้าแตะด้านมืดของการท่องเที่ยวด้วยน้ำเสียงหยิกแกมหยอก จากโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนกับบุคคลต้นแบบ แสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park ศูนย์พักพิงและอนุรักษ์สิทธิ์ของช้างที่เชียงใหม่ กลายมาเป็นมิวสิกวิดีโอสุดฮิปได้อย่างไร ชลิต มนุญากร จากมานะ แอนด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/father-9/">ท่องเที่ยวยั่งยืน : MV เที่ยวบินสุดเปรี้ยวที่เปลี่ยนภาพจำการเที่ยวไทยไปโดยสิ้นเชิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center">
	<em>&#8220;ทอม ทอม<br />
แวร์ยูโกลาสไนท์<br />
	</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>(ไอเลิฟเมืองไทย ไอไลค์พัฒน์พงศ์)&#8221;</em></p>
<p>
	ขึ้นต้นมาแบบนี้<br />
ทำนองเพลง<br />
	<em>เวลคัม ทู ไทยแลนด์</em> ของวงคาราบาวคงดังขึ้นมาในหู<br />
แต่บทเพลงต้อนรับสู่เมืองไทยครั้งนี้ต่างไปจากเดิม<br />
เพราะเนื้อร้องโดนแปลงเสียใหม่ให้เข้ากับบรรยากาศจี๊ดเข็ดฟันของโฆษณาท่องเที่ยวยั่งยืนในรูปแบบมิวสิกวิดีโอ<br />
หนึ่งในผลงานโปรเจกต์<br />
	<a href="http://www.fulfillingfatherslegacy.com/person-detail#9">&#8216;สานต่อที่พ่อทำ&#8217;</a> ของเอเจนซี่ <a href="https://www.facebook.com/manaandfriends">มานะ แอนด์ เฟรนด์</a> ที่ร่วมสร้างหนังบอกเล่าการสานต่อแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยวิธีคิดล้อกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศ 9 สาขา ผลผลิตของผู้กำกับ 9 คนจึงฉีกแนวออกไปจากโฆษณาทั่วไปที่เราคุ้นชิน</p>
<p>
	ในผลงานปิดท้ายโปรเจกต์ซึ่งพูดเรื่องท่องเที่ยว<br />
อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ กัปตันกำกับเที่ยวบินพิเศษสู่เมืองไทยนี้คือ<br />
	<strong>เปา &#8211; ธยา สุนทรวิภาต</strong> ผู้กำกับจาก Film Factory ที่กล้าทะลวงขนบการเล่าเรื่องความดีแบบเรียบร้อย สู่การนำเสนอสนุก กวน<br />
ดีไซน์เก๋ และยังกล้าแตะด้านมืดของการท่องเที่ยวด้วยน้ำเสียงหยิกแกมหยอก</p>
<p>
	จากโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนกับบุคคลต้นแบบ<br />
	แสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park ศูนย์พักพิงและอนุรักษ์สิทธิ์ของช้างที่เชียงใหม่ กลายมาเป็นมิวสิกวิดีโอสุดฮิปได้อย่างไร<br />
	<strong>ชลิต มนุญากร</strong> จากมานะ แอนด์ เฟรนด์ และ เปา ธยา พร้อมเปิดเผยเบื้องหลังไฟลต์บินนี้แล้ว</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.21_.17-PM_.jpg"></p>
<h3><strong><br />
เลือกทัวร์ต้นแบบแสนเปรี้ยว</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	ชลิต</strong> “เรารู้จักพี่แสงเดือนตอนเขาไปพูดเรื่อง<br />
Social<br />
Enterprise ที่ DIB Talk ของป่าสาละว่าคุณสามารถทำงานของคุณแล้วมีประโยชน์ต่อสังคมด้วยได้มั้ย<br />
สรุปใจความสั้นๆ ได้ว่าเขาทำรีสอร์ตโดยชวนนักท่องเที่ยวมาลำบาก ต้องจองล่วงหน้า 3<br />
เดือนเพื่อมาทำงานที่นี่<br />
เราก็มานั่งวิเคราะห์ว่ามันคือวิถีท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจริง<br />
คนที่มาเที่ยวเขาได้ประสบการณ์ มันเป็นเทรนด์ใหม่<br />
คนที่มาไม่ได้อยากมาเที่ยวแบบสบาย อยากถ่ายรูป แต่อยากเจอโลก<br />
สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นโมเดลที่นักท่องเที่ยวก็ได้ คนทำธุรกิจก็ได้<br />
คนในชุมชนก็ได้ ธรรมชาติก็ได้</p>
<p>
	“การท่องเที่ยวแนวเก่ามันคือมารับอย่างเดียว<br />
อย่างไปพัฒน์พงศ์ พัทยา หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ มาแล้วคนที่ได้มีไม่กี่คน<br />
แล้วสภาพแวดล้อมก็เจ๊ง การท่องเที่ยวยุคนี้มันควรเป็นการให้และรับ<br />
โมเดลพี่แสงเดือนมันเปรี้ยวซะจนโดดเด่นเป็นหัวหอก<br />
แล้วมันก็สวนกับขนบปางช้างที่เรารู้จัก พอจะทำเรื่องท่องเที่ยวเลยนึกถึงเขาเลย”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.22_.00-PM_.jpg" style="background-color: initial"></p>
<h3><strong><br />
เล่าเรื่องให้ใหญ่กว่าช้าง</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong> “พี่แสงเดือนตัวจริงสุดยอดมาก<br />
เราเห็นผู้กำกับคนอื่นใน Film Factory ทำงานนี้ไปหมดแล้ว<br />
เราก็อยากทำให้เต็มที่ในแบบของเรา พอได้บรีฟแรกๆ เราก็หาคลิปพี่แสงเดือนมานั่งดู<br />
ฟังโมเดลการท่องเที่ยวของเขา ดูไปดูมารู้สึกว่าพี่เขาเท่ดี<br />
สุดท้ายพอไปเจอตัวจริงที่เชียงใหม่ เขาเท่กว่าที่คิดเยอะเลย</p>
<p>
	“เรามานั่งคิดว่าจะนำเสนอเขายังไงดี<br />
ในแง่การสานต่อสิ่งที่พ่อทำ เราอยากให้มันเกิดผลบางอย่างกับการท่องเที่ยว<br />
จึงไม่ได้พูดแค่เรื่องช้างอย่างเดียว อิมแพ็คมันจะน้อยไป<br />
เพราะคนที่ชื่นชมพี่แสงเดือนก็เห็นว่าเขาดีงามอยู่แล้ว<br />
แต่คนที่อยู่นอกวงการก็ไม่รู้จัก คนที่ไปหาเขามีแต่ฝรั่ง คนไทยไม่ไป<br />
เลยต้องพูดให้มันกว้างขึ้นว่าประเทศเรามีการท่องเที่ยวหลายมิติ<br />
อย่างเรื่องการเที่ยวกลางคืนก็มี<br />
เราคุยกับชลิตว่าถ้าไม่ใช่โปรเจกต์นี้เราคงพูดไม่ได้”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-6.13_.56-PM_.jpg"></p>
<h3><strong><br />
เลือกใช้ฉากพื้นที่ระหว่างเดินทาง</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong> “เราตั้งคำถามเลยว่าคนไทยจะได้อะไร<br />
จะคิดต่อสานต่อได้มั้ย หรือเราต้องสานให้ดูก่อนประมาณนึง ถ้าพูดอะไรนามธรรมมันอาจจะไม่เกิดผล<br />
เราน่าจะต้องชี้นำประมาณนึง เราไม่ได้บอกว่าเราปฏิเสธการท่องเที่ยวแบบพัฒน์พงศ์นะ<br />
แต่มันมีปัญหาใหญ่มากอยู่เบื้องหลัง เลยเอาโมเดลพี่แสงเดือนที่ดูตรงข้ามกันมาเปรียบเทียบในฉาก</p>
<p>
	“ทีนี้เราอยากเล่าผ่านความคิดของนักท่องเที่ยวที่กำลังจะมาเที่ยวเมืองไทย<br />
และผู้โดยสารที่กำลังจะกลับบ้าน<br />
สถานที่มันเลยต้องเป็นที่เกี่ยวกับการเดินทาง เรานึกถึงรถบัส อู่รถ หรือเครื่องบิน<br />
เราเลือกเครื่องบิน เราไม่รู้ว่าฝรั่งที่นั่งมาเมืองไทยเขาคิดอะไร<br />
แต่เขามีโอกาสคิดว่าจะไปเที่ยวพัฒน์พงศ์หรือที่ทำนองนี้ ด้วยภาพจำจากหนัง<br />
จากสื่อต่างๆ คนไทยทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องนี้ซะเยอะ เราขอมองเห็นแล้วกัน”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.25_.54-PM_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.22_.45-PM_.jpg"></p>
<h3><strong><br />
พึ่งศาสตร์ของนักแต่งเพลง</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong><br />
	“เราคิดว่าถ้าทำเป็นเพลงจะทำให้เมสเสจมันเบาบางลง<br />
มันเป็นกลยุทธ์ของการทำโฆษณาอยู่แล้ว ไหนๆ จะใช้เพลง ก็น่าจะเป็นเพลงที่คนเคยได้ยิน<br />
	<em>เวลคัม ทู ไทยแลนด์ </em>เป็นเพลงที่เราว่าน่าจะเอามาขยี้<br />
เพราะเขาเคยทำเพลงนี้ออกมาแซวประเทศเมื่อ 30 ปีที่แล้ว<br />
เวลาผ่านไป ปัญหาก็ยังเหมือนเดิม</p>
<p>
	“เราเอาตีมไปคุยกับลูกค้าว่างานนี้มีเครื่องบิน<br />
มีเพลง<br />
	<em>เวลคัม ทู ไทยแลนด์</em> เวอร์ชันใหม่ที่ถามว่าคนไทยเที่ยวแบบไหน<br />
หรือมีความคิดต่อการท่องเที่ยวแบบไหน จะเลือกแบบเดิมหรือแบบใหม่<br />
ลูกค้าเขาก็เอาด้วย ทีนี้ก็ต้องหาศิลปินมาทำ เป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก<br />
เพราะมันเป็นศาสตร์ชั้นสูงในการแต่ง ต้องพูดถึงคนและเนื้อหาที่เขาไม่อยากพูดถึงกัน</p>
<p>
	“ปัญหาแรกคือพี่แอ๊ด (ยืนยง โอภากุล) จะให้เพลงรึเปล่า<br />
เราบอกชลิตแล้วว่าถ้าสุดท้ายต้องล้มแพลน เราก็ไม่ว่า เพราะเงื่อนไขมันเยอะ<br />
ปรากฏว่าเขาให้เอามาทำได้ เราก็เริ่มดีลกับพี่ตุลย์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า (ตุลย์ ไวฑูรเกียรติ) ให้เขาเป็นโปรดิวเซอร์ด้านดนตรี<br />
แล้วหาศิลปินที่ทำเพลงสไตล์รัวๆ วิพากย์สังคม เราคิดถึงพี่อุ๋ย บุดดาเบลส (นที เอกวิจิตร) ตั้งแต่แวบแรก<br />
เราเห็นงานพี่อุ๋ยมานาน ตอนแรกไม่ได้คิดเยอะ<br />
แค่รู้ว่าเขามีความสามารถในการแต่งเพลงที่ดีมาก เลยอยากทำงานกับคนนี้<br />
พอติดต่อก็รู้ว่าถูกต้องแล้ว<br />
คือพี่เขาเป็นคนที่มีความเป็นพระสูงในบางมุมและยังมีความสนุกสนานอยู่ด้วย<br />
เราอยากเลือกคนที่พูดเรื่องนี้ได้โดยไม่กระดากใจ”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.09_.16-PM_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.29_.53-PM_.jpg"></p>
<h3><strong><br />
ย้ำความหมายระหว่างบรรทัด</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong><br />
	“ตอนแรกที่คุย พี่อุ๋ยไม่ทำ ฝันเราก็สลายเลย เขาบอกว่าด้วยไอเดียนี้<br />
เขาไม่เห็นวิธีที่จะพามันไปต่อได้ ซึ่งก็จริงเพราะตอนแรกเรายังไม่ลงดีเทล<br />
คือถ้าเราไปด่าพัฒน์พงศ์ไม่ดี เขาก็ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เพราะมันไม่ดี<br />
แต่เพราะมีค่านิยมบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่ามันดูไม่ดี ไม่ควรพูดถึงมัน<br />
ถ้าด่าอย่างเดียวจะด่าทำไมให้สนุกปากแต่ไม่เกิดประโยชน์ แวบแรกที่ฟังก็เห็นด้วยแต่ก็หนักใจ<br />
รู้อยู่แล้วว่าเราไม่ต้องการแบบนี้ สุดท้ายเราก็คุยกับชลิตและพี่อุ๋ย<br />
คือการท่องเที่ยวแบบพี่แสงเดือนเป็นโมเดลที่ดี แต่ถามว่าทำตามได้ทุกคนมั้ย ไม่<br />
ดังนั้นแค่ทำให้มุมมองบางอย่างมันเปลี่ยนก็พอ</p>
<p>
	“เพลงไม่ได้ให้น้ำหนักที่การด่า<br />
ความสนุกไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ชี้ช่องเลยว่าโมเดลพี่แสงเดือนนี่เอาไปก็อปปี้ตามได้<br />
ไปทำทัวร์ขี่ควายก็ได้ถ้าอยู่ภาคอื่น พี่เขาเริ่มจากจากที่ไม่กี่ไร่ ช้างเชือกนึง<br />
แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นมา มันเลยยั่งยืนจริงๆ และฝรั่งกลุ่มนึงก็ชอบแบบนี้<br />
ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย เหมือนเราไปญี่ปุ่นแล้วเขาให้เราไปขุดมันกับเขา<br />
เราก็เอ็นจอยแล้ว เขาไม่ต้องไปทำมันทอดโรยชีสมาเสิร์ฟ เราไม่ต้องคิดสร้างหนี้<br />
ต้องบริการ ต้องเอาใจ ทรัพยากรประเทศมันมีอยู่แล้ว ไม่ต้องทำทัวร์จุ่ม<br />
นักท่องเที่ยวมาจุ่มๆ ดำน้ำแป๊บๆ แล้วก็ไป แล้วไปลากกลุ่มใหม่มา หาดก็พัง<br />
สู้ให้เขามาอยู่ยาวๆ ค่อยๆ ทำอะไรทีละอย่าง<br />
เหมือนขุดเอาทรัพยากรมาใช้ในทางสร้างสรรค์ดีกว่า</p>
<p>
	“พอเห็นตรงกัน พี่อุ๋ยก็ตกลง<br />
เขาเป็นแร็ปเปอร์ก็ต้องแต่งเนื้อเองให้เข้าปาก แต่งมาได้มันมาก<br />
ท่อนที่พูดถึงการท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ เป็นแง่ที่เราไม่ได้คิดมาก่อน<br />
เป็นศิลปินที่สุดยอด ส่วนพี่ตุลย์เขาประคองส่วนดนตรีให้มันตื๊ดๆ แต่ก็เป็นเพลง house<br />
ชั้นดีประมาณนึง ไม่กเฬวรากมาก<br />
ทีนี้ดีไซน์เครื่องบินของเราคงจะต้องแนวตื๊ด ก็คิดไปด้วยกันทั้งหมด”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.23_.22-PM_.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.28_.27-PM_.jpg"></p>
<h3><strong><br />
ผสมเคมีตัวละคร</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong><br />
	“ทอมคือมุมมองเดิมที่จะไปพัฒน์พงศ์ เราก็บอกไปว่าเมืองไทยยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย<br />
มีไปเก็บขี้ช้างด้วย ทีนี้ก็ต้องมีตัวละครที่ 2 คือ<br />
‘ไทยค้าน’ ที่ถามว่ามึงจะไปเหรอวะ จะเป็นไปได้เหรอ ส่วนตัวละครที่ 3 คือตัวแทนโคโยตี้ที่วางไม้ปิงปองแล้วบอกว่าทัวร์เก็บขี้ช้างได้หัวละสองพันห้า<br />
ทำมั่งดีกว่า โชคดีที่ได้พี่อ้อยใจ แดนอีสาน (สงเมือง<br />
คิดเห็น) ศิลปินเก่าคนนึงมาเล่น</p>
<p>
	“เราบรีฟพี่อ้อยว่าทำอาชีพเดิมมา 30 ปีแล้ว<br />
จะตีปิงปองต่อไม่ไหวแล้ว อยากทำอย่างอื่นบ้างมั้ย ที่สำคัญเงินมันได้แน่ๆ<br />
มันอาจไม่ได้มาก ไม่ได้ง่ายเหมือนกดเอทีเอ็ม แต่มันไม่ได้ยากจนเกินไป”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2017-05-24-at-7.21_.49-PM_1.jpg"></p>
<h3><strong><br />
สื่อสารกับผู้ประกอบการ</strong></h3>
<p>
	<strong><br />
	เปา</strong> “บทสรุปของเพลงเป็น &#8216;สรุปทอมจะไปกับไอมั้ย&#8217; &#8216;น่าสนใจ เดี๋ยวลองคิดดู&#8217; คนดูอาจจะด่าก็ได้<br />
แต่ถ้าคิดสักหน่อยว่าอยากไปเที่ยวอย่างอื่นบ้าง เราแฮปปี้แล้ว</p>
<p>
	“สำหรับผู้ประกอบการ คุณมีนาอยู่แล้ว<br />
มีสวนยางอยู่แล้ว ลูกหลานอยู่ใน gen ที่เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นแล้ว<br />
คุณเริ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ ทำโฮมสเตย์ก็ได้ ทัวร์เก็บสมุนไพร เข้าป่าเห็นน้ำหน่อย<br />
ฝรั่งก็กรี๊ดแล้ว ไปทะเลก็ไปเก็บมะพร้าว อยู่หมู่บ้านชาวประมงบ้างก็ได้<br />
ไม่ต้องสร้างคอนโดให้อยู่ อยู่กระท่อมดิบๆ ก็ยังได้<br />
คุณแค่ต้องบริสุทธิ์ใจกับสิ่งที่ทำ ถ้าคิดแบบธุรกิจเลย ไม่แคร์มันมาก<br />
เขาก็อาจจะสัมผัสถึงความไม่มืออาชีพของคุณ<br />
ฝรั่งคงสัมผัสได้ว่าพี่แสงเดือนเขาบริสุทธิ์ใจจริง ความคิดดีก็น่าเอามาปรับใช้<br />
เขาถึงอยู่มาได้ตั้ง 27 ปี”</p>
<p>
	ชลิต<br />
	“จริงๆ หนังเรื่องนี้ไม่ได้พูดแค่กับนักท่องเที่ยวนะ มันบอกผู้ประกอบการด้วยว่าคุณทำได้<br />
ไม่ได้พูดแค่ว่าเรามาเป็นคนดีกันเถอะ แต่เรามาทำตัวมีประโยชน์กันเถอะ<br />
แล้วคุณจะได้ประโยชน์ด้วย คุณก็จะมีเงินด้วย พี่แสงเดือนมีเงินจ่ายค่าอาหารช้าง<br />
แม้กระทั่งควาญช้างของเขาก็ได้รายได้มากกว่าปกติ ชุมชนแถวนั้นมีงานทำ<br />
นักท่องเที่ยวเป็นตัวบอกเรื่องราว แต่เราอยากสื่อสารกับคนในว่าเรามองระยะสั้นกันอยู่<br />
เราไม่มองระยะยาว ถ้ามันเปลี่ยนได้ก็น่าจะดี”</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7011.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<em>ติดตามโฆษณาในโปรเจกต์สุดเปรี้ยวนี้ทั้ง </em><em>9<br />
เรื่อง<br />
และเรื่องราวเปี่ยมแรงบันดาลใจของบุคคลผู้สานต่อแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกคนได้ที่<br />
	<a href="http://www.สานต่อที่พ่อทำ.com"> www.สานต่อที่พ่อทำ.com</a></em></p>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> สานต่อที่พ่อทำ และ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/father-9/">ท่องเที่ยวยั่งยืน : MV เที่ยวบินสุดเปรี้ยวที่เปลี่ยนภาพจำการเที่ยวไทยไปโดยสิ้นเชิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/father-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>True Colors of Life</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-55/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-55/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 May 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[there]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าบ้านที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ThereProject]]></category>
		<category><![CDATA[Thailandgoodhost]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองลับแล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านต้นม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-55/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สีสันฉูดฉาดของตัวเมืองค่อยหายไปทีละน้อยเหมือนลอกคราบ ปล่อยให้สีน้ำตาลไล่เฉดอ่อนเข้มบนบ้านไม้เก่าคุมโทนคู่กับหลังคาสังกะสี ยิ่งรถวิ่งออกมาไกลเรื่อยๆ วิวสองข้างทางที่มองผ่านเปลวแดดเต้นระยับก็สลัดเปลือกคอนกรีตออก เหลือเพียงสีน้ำตาลปนเทาของบ้านไม้แต้มด้วยหย่อมต้นไม้เขียวประปราย กุ๊บกิ๊บ-สร้อยกมล สีธิ มัคคุเทศก์วัย 17 ปีชี้ชวนให้ดูบ้านหลังต่างๆ ในหมู่บ้านต้นม่วงอย่างร่าเริง วันนี้สาวน้อยไม่ต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารม่อนลับแล แต่มีเป็นไกด์พาเราสำรวจหมู่บ้านของเธอแทน เจ้าบ้านวัยรุ่นพาเราไปดูบ้านไม้สักหลังใหญ่ใต้ถุนสูงของป้าสมคิด จันมา ที่เป็นตัวอย่างบ้านลับแลดั้งเดิมที่ชัดเจน &#8220;หน้าจั่วบ้านจะเป็นลายตาลคลี่ค่ะ เป็นลายมงคล มีหำยนต์ติดอยู่บนจั่วทิศเหนือ เอาไว้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายให้เสื่อมไป ตัวบ้านจะเพดานสูง กำแพงส่วนที่ติดกับหลังคา มีช่องลมเป็นซี่ไม้ ทำให้อากาศถ่ายเท ส่วนหน้าต่างบ้านจะเป็นทรงยาวเหมือนประตู เหมือนก้าวข้ามได้ทั้งตัว&#8221; มัคคุเทศก์สาวอธิบายอย่างคล่องแคล่วเมื่อเดินขึ้นบันไดเข้ามาชมตัวบ้าน พื้นที่ภายในบ้านกึ่งหนึ่งยกพื้นเล็กน้อย เรียกว่าเติ้น เป็นลานกิจกรรมรวมและห้องรับแขกภายในบ้าน พื้นที่ยกขึ้นเล็กน้อยทำให้เรานั่งลงวางเท้าได้สะดวกระหว่างสนทนา ใต้หลังคาปูไม้กระดานเป็นชั้นวางสมบัติมีค่าที่หยิบได้ยาก นิยมวางไว้ทิศใต้ ตรงข้ามกับหำยนต์ โดยบ้านบางหลังอาจมีมุมโล่งไม่มีหลังคา เปิดเป็นลานให้แดดส่องเพื่อตากผ้าหรือตากแผ่นข้าวแคบ แม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ วางปะปน แต่เตียง ตู้ และเครื่องใช้ไม้สักเก่าก็เป็นของที่ชาวลับแลนิยมใช้มาเนิ่นนาน เพราะคุณสมบัติทนทานของมัน &#8220;ต้วบ้านนี้ต้องยกให้สูง เพราะเคยมีน้ำท่วมค่ะ หลายบ้านก็ยกเสาแบบนี้ แต่เดิมทีแล้วบ้านลับแลไม่สูงมาก ใต้ถุนบ้านใช้วางกี่ทอผ้าบ้าง ใช้ตัดหอมบ้าง สองอย่างนี้เป็นงานหลักๆ ที่คนลับแลทำมานาน แล้วถ้าให้ครบสูตร ข้างๆ บ้านก็เป็นที่วางเตาข้าวแคบ&#8221; กุ๊บกิ๊บอธิบายก่อนจะพาเราออกไปสำรวจหมู่บ้านต่อเพื่อดูให้เห็นกับตา เราพบการทอผ้าที่ใต้ถุนอีกบ้านหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-55/">True Colors of Life</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	สีสันฉูดฉาดของตัวเมืองค่อยหายไปทีละน้อยเหมือนลอกคราบ ปล่อยให้สีน้ำตาลไล่เฉดอ่อนเข้มบนบ้านไม้เก่าคุมโทนคู่กับหลังคาสังกะสี ยิ่งรถวิ่งออกมาไกลเรื่อยๆ วิวสองข้างทางที่มองผ่านเปลวแดดเต้นระยับก็สลัดเปลือกคอนกรีตออก เหลือเพียงสีน้ำตาลปนเทาของบ้านไม้แต้มด้วยหย่อมต้นไม้เขียวประปราย</p>
<p>
	<strong>กุ๊บกิ๊บ-สร้อยกมล สีธิ</strong> มัคคุเทศก์วัย 17 ปีชี้ชวนให้ดูบ้านหลังต่างๆ ในหมู่บ้านต้นม่วงอย่างร่าเริง วันนี้สาวน้อยไม่ต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารม่อนลับแล แต่มีเป็นไกด์พาเราสำรวจหมู่บ้านของเธอแทน เจ้าบ้านวัยรุ่นพาเราไปดูบ้านไม้สักหลังใหญ่ใต้ถุนสูงของป้าสมคิด จันมา ที่เป็นตัวอย่างบ้านลับแลดั้งเดิมที่ชัดเจน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-101.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-122.jpg"></p>
<p>
	&#8220;หน้าจั่วบ้านจะเป็นลายตาลคลี่ค่ะ เป็นลายมงคล มีหำยนต์ติดอยู่บนจั่วทิศเหนือ เอาไว้ป้องกันสิ่งชั่วร้ายให้เสื่อมไป ตัวบ้านจะเพดานสูง กำแพงส่วนที่ติดกับหลังคา มีช่องลมเป็นซี่ไม้ ทำให้อากาศถ่ายเท ส่วนหน้าต่างบ้านจะเป็นทรงยาวเหมือนประตู เหมือนก้าวข้ามได้ทั้งตัว&#8221;</p>
<p>
	มัคคุเทศก์สาวอธิบายอย่างคล่องแคล่วเมื่อเดินขึ้นบันไดเข้ามาชมตัวบ้าน พื้นที่ภายในบ้านกึ่งหนึ่งยกพื้นเล็กน้อย เรียกว่าเติ้น เป็นลานกิจกรรมรวมและห้องรับแขกภายในบ้าน พื้นที่ยกขึ้นเล็กน้อยทำให้เรานั่งลงวางเท้าได้สะดวกระหว่างสนทนา ใต้หลังคาปูไม้กระดานเป็นชั้นวางสมบัติมีค่าที่หยิบได้ยาก นิยมวางไว้ทิศใต้ ตรงข้ามกับหำยนต์ โดยบ้านบางหลังอาจมีมุมโล่งไม่มีหลังคา เปิดเป็นลานให้แดดส่องเพื่อตากผ้าหรือตากแผ่นข้าวแคบ แม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ วางปะปน แต่เตียง ตู้ และเครื่องใช้ไม้สักเก่าก็เป็นของที่ชาวลับแลนิยมใช้มาเนิ่นนาน เพราะคุณสมบัติทนทานของมัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-119.jpg"></p>
<p>
	&#8220;ต้วบ้านนี้ต้องยกให้สูง เพราะเคยมีน้ำท่วมค่ะ หลายบ้านก็ยกเสาแบบนี้ แต่เดิมทีแล้วบ้านลับแลไม่สูงมาก ใต้ถุนบ้านใช้วางกี่ทอผ้าบ้าง ใช้ตัดหอมบ้าง สองอย่างนี้เป็นงานหลักๆ ที่คนลับแลทำมานาน แล้วถ้าให้ครบสูตร ข้างๆ บ้านก็เป็นที่วางเตาข้าวแคบ&#8221; กุ๊บกิ๊บอธิบายก่อนจะพาเราออกไปสำรวจหมู่บ้านต่อเพื่อดูให้เห็นกับตา</p>
<p>
	เราพบการทอผ้าที่ใต้ถุนอีกบ้านหนึ่ง การทอผ้าเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ชาวลับแลภูมิใจ ผู้หญิงชาวลับแลล้วนทอผ้าใช้เองเป็น ตั้งแต่ผ้าเช็ดหน้า ถุงย่าม ผ้าซิ่นพื้นเมืองที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงซิ่นตีนจกแบบไท-ยวนที่ใส่มาประชันกันในงานวัดงานบุญเพื่ออวดความสามารถจากความละเอียดงดงามของเนื้อผ้า มัคคุเทศก์น้อยเล่าว่าคุณยายของเธอเป็นช่างทอผ้าฝีมือดีที่ทอผ้าส่งขาย ยิ่งในช่วงหน้าแล้งที่การเกษตรไม่ได้ผล สาวน้อยสาวใหญ่ก็นิยมทอผ้าในเวลาว่างเพื่อหารายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-166.jpg"></p>
<p>
	แต่กิจกรรมที่ป๊อปที่สุดในช่วงร้อนๆ แบบนี้คือการตัดหอม ใต้ถุนเกือบทุกบ้านมีหัวหอมแห้งตากเรียงราย พร้อมกลุ่มคนที่ก้มหน้าตัดใบและปลายรากออกจากหอมแบ่งอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะนำไปคลุกกับปูนขาวเพื่อป้องกันเชื้อราและบรรจุใส่ถุงกระสอบใบใหญ่ ขนใส่รถไทยแลนด์หรือรถอีแต๋นหกล้อ เพื่อส่งให้พ่อค้าหรือนายหน้าที่มารับซื้อ ไกด์นำทางรุ่นเยาว์ของเรารู้ขั้นตอนดีเพราะเจ้าตัวก็เพิ่งตัดหอมไปหมาดๆ เหมือนกัน</p>
<p>
	“หอมเป็นทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมของคนลับแลค่ะ คนที่มีนาหอมก็ปลูกหอมเป็นอาชีพหลัก แล้วจ้างคนในหมู่บ้านที่อยากรับงานเสริมไปกู้หอมหรือถอนหอมมาแขวนตากไว้ให้แห้ง แขวนประมาณ 25 วันขึ้นไป ค่อยจ้างใหม่มาตัดหอมแล้วเก็บใส่ถุง เป็นระบบหมุนเวียนทำไปทั้งปี&#8221;</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-213.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-1053.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>
	หัวหอมที่อุตรดิตถ์นิยมปลูกแบ่งเป็น 2 แบบคือหอมแดงและหอมแบ่ง หอมแดงสีสดลูกอวบโต กลิ่นแรงกว่าและอร่อยกว่าหอมทั่วไปที่เคยกินอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหอมแบ่งสีชมพูอมขาวคือต้นหอมขาวตากแห้ง ตัดรากตัดใบทิ้ง บางบ้านที่มีผลผลิตไม่มากนักอาจแขวนหอมไว้ใต้ถุน มีราวแขวนเหนือหัว แต่ถ้ามีหอมมากอาจแยกพื้นที่ข้างบ้านเป็นโกดังใหญ่ เรียงแถวหอมเป็นตั้งๆ อัดแน่นถี่สูงถึง 6 ชั้น!</p>
<p>
	กลิ่นหอมแบ่งฉุนจัดไปทั่วหมู่บ้าน ทำให้เราคิดถึงอาหารจนต้องลุกขึ้นมาตามหาข้าวแคบให้เจอ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-188.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-177.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>
	ตับหญ้าคายืนเด่นกลางแดดหน้าลานบ้าน มีแผ่นข้าวแคบกรอบบางนับโหลวางแผ่บนผิวหญ้าแห้ง เป็นสัญญาณความอร่อยจากบ้านเพื่อนบ้านของกุ๊บกิ๊บ <strong>ป้าหล้า สิงห์ค้า</strong> เจ้าของบ้านอธิบายขั้นตอนการทำของว่างท้องถิ่นคร่าวๆ ว่า เมื่อนำแป้งข้าวเจ้าแช่น้ำ 2 &#8211; 3 คืนมาใส่เครื่องโม่จนได้น้ำแป้ง ใส่งา น้ำปลาปรุงรส แล้วนำไปไล้บนเตา จะได้แผ่นแป้งร้อนๆ จะม้วนเป็นข้าวพันกินกับน้ำจิ้มก็รวดเร็วทันใจ หรือจะนำไปตากแดดบนตับคาจนกรอบเหนียวเป็นข้าวแคบก็ได้ พูดพลางป้าก็ไล้แป้งบนเตาข้างตัวบ้าน เปิดโอกาสให้เราชิมข้าวพันไข่เป็นของว่างยามบ่าย</p>
<p>
	“ข้าวแคบจะอยู่ริมสุดของบ้าน เป็นเตาปูน ตั้งหม้อข้างบน เตาจะได้ความร้อนจากหลัว คือไม้ฟืนใส่เตา พอไฟดับหลัวมันก็กลายเป็นถ่าน เอาไปขาย ใช้กับเตาอั้งโล่ได้อีกต่อนึง&#8221; มัคคุเทศก์เจ้าบ้านเล่าภูมิปัญญาที่น่าประทับใจเป็นเรื่องสุดท้ายขณะที่เรากลืนข้าวพันนุ่มๆ ลงคอ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0-135.jpg"></p>
<p>
	กลิ่น รสชาติ สัมผัส ของหมู่บ้านต้นม่วงเข้มข้นเมื่อเราได้ทำควำมรู้จัก บ้านไม้เรียงรายที่ดูเรียบง่ายไร้การแต่งแต้ม สร้างระบบการเพาะปลูก การทำอาหาร การผลิตเครื่องนุ่งห่ม เป็นวงจรที่แข็งแรง ยั่งยืนและมอบรายได้แก่ชุมชน แก่นแท้ที่ไม่ฉาบฉวย หากอบอุ่นจริงใจนี่เอง ที่เราอยากชวนให้มาพิสูจน์ความสมบูรณ์ด้วยตาตนเองสักครั้ง</p>
<blockquote><p>
		&#8220;เรามีบ้านเมืองของเราที่งดงามในแบบของตัวเองอยู่แล้ว ป่าเขาก็สวยงามขึ้นมาเองโดยไม่ต้องให้คนไปปรับปรุง เรายังมีที่อยู่ของเรา ของดีของเรา ที่เที่ยวที่กินของเรา ถ้าเขาพร้อมจะมาเที่ยว มาชมบ้านเมืองเรา เราก็ต้องต้อนรับเขา บริการเขาอย่างดี เพื่อจะให้เขาสบายใจ และเราก็สบายใจ&#8221;
	</p></blockquote>
<p style="text-align: right"><strong><br />
		สร้อยกมล สีธิ<br />มัคคุเทศก์และเจ้าบ้านชาวลับแล<br />
	</strong></p>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>พบเสน่ห์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองลับแล เมืองเล็กในตำนานของจังหวัดอุตรดิตถ์แบบเต็มอิ่มได้ที่ด้านล่างเลย</em></p>
<p style="text-align: center">
	<a href="https://drive.google.com/open?id=0B2Mq_ycRRktWTk9RTFJ5NXVQUGs"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-4-cover.jpg" alt=""></a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo11.png"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-55/">True Colors of Life</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-55/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมันโผล่มาอีกตัว : เซ็กซ์คืออะไรในวันที่เราไม่ต้องการการสืบพันธุ์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/theatre-15/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/theatre-15/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Apr 2017 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[theatre]]></category>
		<category><![CDATA[recommend]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเวที]]></category>
		<category><![CDATA[Syrup The Space]]></category>
		<category><![CDATA[play]]></category>
		<category><![CDATA[สมันโผล่มาอีกตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สมันตัวสุดท้าย]]></category>
		<category><![CDATA[สายฟ้า ตันธนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/theatre-15/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เขียนบท: นายท่าน จันทร์เรือง, อรดา ลีลานุช กำกับการแสดง: สายฟ้า ตันธนา สถานที่: Syrup The Space เมื่อได้ยินชื่อละคร ‘สมันโผล่มาอีกตัว’ เราหัวเราะดังลั่น ในปี 2014 สายฟ้า ตันธนา ทำละครเรื่อง ‘สมันตัวสุดท้าย’ โดยใช้เรื่องราวของสมัน สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในประเทศไทย เป็นตัวนำเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่หนึ่ง ใครจะคิดว่า 3 ปีถัดมา สมันจะกลับมาเยื้องย่างยั่วยวนบนเวทีอีกครั้ง ‘สมันโผล่มาอีกตัว’ เป็นเรื่องราวของชายหญิงอีกคู่หนึ่ง (เววิรี อิทธิอนันต์กุล และ วีรภัทร บุญมา) ไม่จำเป็นต้องดูภาคแรกก็ดูรู้เรื่อง เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ต่อกัน แม้แต่เนื้อหาที่เราดูในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงเศษก็ไม่ร้อยเรียงตามลำดับเวลา แต่แบ่งออกเป็นห้วงตอนเหมือนงานคอลลาจขนาดใหญ่ ละครเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ทันรู้ตัวที่หน้าโรงละคร สายฟ้ารับบทคนจัดโชว์ นำนักแสดงทั้งคู่ออกมายืน เดิน เต้นตามจังหวะ เววิรีและวีรภัทรทำตามคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่า พร้อมให้คนดูถ่ายรูปเหมือนชมการแสดงในสวนสัตว์ จนกระทั่งผู้ชมนั่งที่เรียบร้อยและไฟบนเวทีสว่าง เรื่องราวร้อนแรงจึงเริ่มต้น หญิงสาวและชายหนุ่มคลานเวียนวน ล่อหลอกไล่จับกันไปมา เนื้อหาในตอนแรกสื่อถึงกามารมณ์อย่างชัดแจ้ง พวกเขาไม่บอกว่าตนเองเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน รู้เพียงว่าเป็นคู่ขาที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์การเป็นสัตว์และการติดสัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/theatre-15/">สมันโผล่มาอีกตัว : เซ็กซ์คืออะไรในวันที่เราไม่ต้องการการสืบพันธุ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong style="background-color: initial;">เขียนบท</strong><strong style="background-color: initial;">: </strong>นายท่าน จันทร์เรือง, อรดา ลีลานุช<br />
<strong style="background-color: initial;">กำกับการแสดง</strong><strong style="background-color: initial;">: </strong>สายฟ้า ตันธนา<br />
<strong style="background-color: initial;">สถานที่</strong><strong style="background-color: initial;">: </strong>Syrup The Space</p>
<p>เมื่อได้ยินชื่อละคร ‘สมันโผล่มาอีกตัว’ เราหัวเราะดังลั่น ในปี 2014 <strong>สายฟ้า ตันธนา</strong> ทำละครเรื่อง ‘สมันตัวสุดท้าย’ โดยใช้เรื่องราวของสมัน สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในประเทศไทย เป็นตัวนำเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่หนึ่ง ใครจะคิดว่า 3 ปีถัดมา สมันจะกลับมาเยื้องย่างยั่วยวนบนเวทีอีกครั้ง</p>
<p>‘สมันโผล่มาอีกตัว’ เป็นเรื่องราวของชายหญิงอีกคู่หนึ่ง (<strong>เววิรี อิทธิอนันต์กุล</strong> และ <strong>วีรภัทร บุญมา</strong>) ไม่จำเป็นต้องดูภาคแรกก็ดูรู้เรื่อง เพราะเนื้อเรื่องไม่ได้ต่อกัน แม้แต่เนื้อหาที่เราดูในช่วงเวลาหนึ่งชั่วโมงเศษก็ไม่ร้อยเรียงตามลำดับเวลา แต่แบ่งออกเป็นห้วงตอนเหมือนงานคอลลาจขนาดใหญ่ ละครเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ทันรู้ตัวที่หน้าโรงละคร สายฟ้ารับบทคนจัดโชว์ นำนักแสดงทั้งคู่ออกมายืน เดิน เต้นตามจังหวะ เววิรีและวีรภัทรทำตามคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่า พร้อมให้คนดูถ่ายรูปเหมือนชมการแสดงในสวนสัตว์ จนกระทั่งผู้ชมนั่งที่เรียบร้อยและไฟบนเวทีสว่าง เรื่องราวร้อนแรงจึงเริ่มต้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170423_195249.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170420_201657.jpg" /></p>
<p>หญิงสาวและชายหนุ่มคลานเวียนวน ล่อหลอกไล่จับกันไปมา เนื้อหาในตอนแรกสื่อถึงกามารมณ์อย่างชัดแจ้ง พวกเขาไม่บอกว่าตนเองเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน รู้เพียงว่าเป็นคู่ขาที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์การเป็นสัตว์และการติดสัด ตอนต่อมาวีรภัทรเปลี่ยนบทกลายเป็นอาจารย์ เววิรีกลายเป็นนักศึกษา พวกเขาโต้คารมกันเรื่องการใช้คำว่าแรดกับพฤติกรรมผู้หญิง อาจารย์หนุ่มมีท่าทีเหยียดหยามความไม่รู้ของนักศึกษาสาวตลอดเวลา และในตอนสุดท้าย ทั้งคู่กลับกลายเป็นคู่รักที่เริ่มทะเลาะกัน หญิงสาวต้องการเพียงความรักหฤหรรษ์ ส่วนชายหนุ่มต้องการสร้างครอบครัวร่วมกับเธอในอนาคต</p>
<p>การฉะฝีปากแต่ละช่วงถูกเปรียบเปรยกับสัตว์โลกหลากหลาย เช่น หมูทะเล ปลาแองเกลอร์ฟิช และแน่นอน-สมัน ครั้งหนึ่งพวกเขาคุยกันว่าถ้าสมันที่สูญพันธุ์ไปแล้วปรากฏตัวขึ้นมาเพียงตัวเดียว จะเพิ่มจำนวนเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์มันอย่างไร เธอตอบว่าโคลนนิ่ง เขามีท่าทีผิดหวังที่สมันไม่สามารถมีลูกตามธรรมชาติ เรื่องราวการสืบทอดสายพันธุ์อันน่าอัศจรรย์ของสัตว์ต่างๆ โยนคำถามมาหาผู้ชม ในโลกปัจจุบันที่เพศสัมพันธ์กับการสร้างทายาทถูกแยกออกจากกัน นอกจากความสนุกเมามัน เซ็กซ์หลงเหลือความหมายอะไรบ้างในชีวิตมนุษย์ขณะที่สัตว์บางตัวยอมสละชีวิตเพื่อประกอบกามกิจให้เผ่าพันธุ์ตนเองดำรงอยู่ต่อไป เราทุ่มเทให้เซ็กซ์มากแค่ไหนและเพื่ออะไร</p>
<p>‘สมันโผล่มาอีกตัว’ ไม่ได้ชี้แนะขั้วความคิดอะไรเป็นพิเศษ อันที่จริงละครเรื่องนี้ออกจะเปิดกว้างจนน่างุนงงในบางครั้ง และบทพูดที่ยืดยาวก็ทำให้ความเร่าร้อนดับๆ ติดๆ เป็นระยะกว่าจะถึงปลายทาง ถึงอย่างนั้นสิ่งที่เราได้เห็นและได้ฟังก็ปลอกเปลือกความคิดชั้นแรกเรื่องความสัมพันธ์ ผ่าความใคร่เนื้อหนังมังสาให้เรามองดูความเป็นไปของเซ็กซ์ที่น่าสนใจและแสนธรรมดาไปพร้อมกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170424_204934.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20170420_201425.jpg" /></p>
<p><em>สมันโผล่มาอีกตัว จัดแสดงที่ Syrup The Space เวลา 19.30 น. ไปจนถึงวันที่ 1 พ.ค. 2560 (เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.00 น.) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</em><em><a href="https://www.facebook.com/events/1970015669883407/">เพจอีเวนต์</a>เลย</em></p>
<p><strong style="font-style: italic;">ภาพ </strong><em>On box Theatre</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/theatre-15/">สมันโผล่มาอีกตัว : เซ็กซ์คืออะไรในวันที่เราไม่ต้องการการสืบพันธุ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/theatre-15/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Booky HealthyWorld : บล็อกเกอร์สาวผู้เอาชนะใจตัวเองในมาราธอนแรกของชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pop-24/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/pop-24/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Apr 2017 11:28:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ประชานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภานุช มณีเนตร]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่งมาราธอน]]></category>
		<category><![CDATA[blogger]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Sketcher]]></category>
		<category><![CDATA[Booky HealthyWorld]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/pop-24/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เช้าวันที่อากาศสดชื่น เราตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อไปพบหญิงสาวในสวนสาธารณะสีเขียว แสงแดดอ่อนยังไม่แรงมากนักเมื่อบล็อกเกอร์สายสุขภาพปรากฏตัวอย่างร่าเริง บุ๊คกี้-ศุภานุช มณีเนตร ดูจะมีรัศมีพลังงานบวกอยู่รอบตัวอยู่เสมอ ใครที่ติดตามเพจ Booky HealthyWorld คงรู้จักบุคลิกกระตือรือร้นสดใสที่แฝงอยู่ในทุกอณูของเธอ บุ๊คไม่ใช่แค่ผู้หญิงหุ่นดีที่รักการออกกำลังกาย แต่เธอเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจจับต้องได้ที่ทำให้เราอยากใช้ชีวิตให้ดีขึ้น กินอาหารที่มีประโยชน์สักนิด เล่นกีฬาสักหน่อย และออกไปเติมความสนุกให้ชีวิต ในวาระที่บล็อกเกอร์สาวจบการวิ่งมาราธอนที่ Skechers Performance Los Angeles Marathon มาไม่นาน เราใช้โอกาสนี้นั่งคุยกับเธอเรื่องการเอาชนะระยะทาง 42 กิโลเมตรในอเมริกา และเส้นทางสายสุขภาพที่เธอสร้างด้วยตัวเองมากว่า 4 ปี Booky HealthyWorld เริ่มต้นจากอะไร จุดเริ่มต้นที่ทำเพจคือตอนอยู่ปี 1 เราน้ำหนัก 60 กว่ากิโล ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย กินทุกอย่าง ตอนนั้นรู้สึกว่าเริ่มใส่เสื้อผ้าแล้วคับขึ้น อึดอัด ทำอะไรแล้วก็ไม่สะดวกสบาย เราเลยเริ่มลดน้ำหนัก ช่วงนั้นยาลดน้ำหนักมาแรงมาก ตอนแรกเลยลองกินยาดู พอกินวันเดียวก็เห็นผลเลยว่าใจสั่น นอนไม่หลับ ตอนนั้นเรียนอยู่ ก็ให้เรียนไม่รู้เรื่อง เลยกินแค่วันเดียวเลิก หันมาสนใจการลดน้ำหนักให้ดีต่อสุขภาพแทน เราเริ่มหาข้อมูลว่าควรจะทำยังไงจากในอินเทอร์เน็ต จากเว็บไซต์ต่างประเทศ ตอนนั้นเว็บของไทยยังมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ก็เลยหาเมนูอาหารจากต่างประเทศมาปรับสูตรให้เข้ากับคนไทยแล้วลองทำกินเอง และตอนนั้นก็ออกกำลังกายที่หอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-24/">Booky HealthyWorld : บล็อกเกอร์สาวผู้เอาชนะใจตัวเองในมาราธอนแรกของชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เช้าวันที่อากาศสดชื่น<br />
เราตื่นเช้าเป็นพิเศษเพื่อไปพบหญิงสาวในสวนสาธารณะสีเขียว</p>
<p>แสงแดดอ่อนยังไม่แรงมากนักเมื่อบล็อกเกอร์สายสุขภาพปรากฏตัวอย่างร่าเริง<br />
<strong>บุ๊คกี้-ศุภานุช มณีเนตร </strong><strong></strong>ดูจะมีรัศมีพลังงานบวกอยู่รอบตัวอยู่เสมอ<br />
ใครที่ติดตามเพจ <a href="https://www.facebook.com/Bookyhealthyworld/">Booky HealthyWorld</a> คงรู้จักบุคลิกกระตือรือร้นสดใสที่แฝงอยู่ในทุกอณูของเธอ<br />
บุ๊คไม่ใช่แค่ผู้หญิงหุ่นดีที่รักการออกกำลังกาย แต่เธอเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจจับต้องได้ที่ทำให้เราอยากใช้ชีวิตให้ดีขึ้น<br />
กินอาหารที่มีประโยชน์สักนิด เล่นกีฬาสักหน่อย และออกไปเติมความสนุกให้ชีวิต</p>
<p>ในวาระที่บล็อกเกอร์สาวจบการวิ่งมาราธอนที่ Skechers Performance Los Angeles Marathon มาไม่นาน เราใช้โอกาสนี้นั่งคุยกับเธอเรื่องการเอาชนะระยะทาง 42 กิโลเมตรในอเมริกา และเส้นทางสายสุขภาพที่เธอสร้างด้วยตัวเองมากว่า 4<br />
ปี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-27-11DSC_5997.jpg"></p>
<p><strong>Booky<br />
HealthyWorld</strong><strong> เริ่มต้นจากอะไร</strong><strong></strong></p>
<p>จุดเริ่มต้นที่ทำเพจคือตอนอยู่ปี 1 เราน้ำหนัก 60<br />
กว่ากิโล ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย<br />
กินทุกอย่าง ตอนนั้นรู้สึกว่าเริ่มใส่เสื้อผ้าแล้วคับขึ้น อึดอัด<br />
ทำอะไรแล้วก็ไม่สะดวกสบาย เราเลยเริ่มลดน้ำหนัก ช่วงนั้นยาลดน้ำหนักมาแรงมาก ตอนแรกเลยลองกินยาดู<br />
พอกินวันเดียวก็เห็นผลเลยว่าใจสั่น นอนไม่หลับ ตอนนั้นเรียนอยู่ ก็ให้เรียนไม่รู้เรื่อง<br />
เลยกินแค่วันเดียวเลิก หันมาสนใจการลดน้ำหนักให้ดีต่อสุขภาพแทน</p>
<p>เราเริ่มหาข้อมูลว่าควรจะทำยังไงจากในอินเทอร์เน็ต<br />
จากเว็บไซต์ต่างประเทศ ตอนนั้นเว็บของไทยยังมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่<br />
ก็เลยหาเมนูอาหารจากต่างประเทศมาปรับสูตรให้เข้ากับคนไทยแล้วลองทำกินเอง และตอนนั้นก็ออกกำลังกายที่หอ<br />
ไม่ได้ไปฟิตเนส ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเป็น bodyweight ง่ายๆ ใช้เวลา 6<br />
เดือนก็ลดไปประมาณ 10 กว่ากิโล </p>
<p>ตอนหลังเลยเปิดเพจ เพราะว่ามีเพื่อนๆ ถามมาเยอะว่าทำยังไงถึงผอมลง<br />
ตอนนั้นคนไทยยังไม่ค่อยสนใจเรื่องสุขภาพเท่าไหร่ เหมือนทุกคนสนใจแต่เรื่องยาลดน้ำหนักกับเรื่องไดเอ็ท<br />
แต่ยังไม่ค่อยสนใจการออกกำลังกาย เราเลยแชร์ไลฟ์สไตล์ เมนูอาหารทำเอง<br />
การออกกำลังกายของตัวเอง อะไรแบบนี้ คนก็ตามมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p><strong>คุณออกแบบการออกกำลังกายของตัวเองไว้อย่างไร</strong></p>
<p>ปกติเป็นคนชอบออกกำลังกายหลายอย่าง วิ่งบ้าง<br />
เต้นบ้าง ว่ายน้ำบ้าง หรือ bodyweight เป็นท่าต่างๆ<br />
และทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เราจะออกกำลังกายไม่นาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1<br />
ชั่วโมงต่อวัน ไม่ได้ออก 2 &#8211; 3 ชั่วโมง เราพยายามออกกำลังกายหลายอย่างให้มันไม่น่าเบื่อจำเจ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-27-40DSC_6017.jpg"></p>
<p><strong>จากที่เห็นในเพจ<br />
ดูเหมือนว่ากินคลีนด้วยใช่มั้ย</strong><strong></strong></p>
<p>ไม่ได้คลีนขนาดนั้นนะ บางเมนูก็ไม่ได้คลีน 100 เปอร์เซ็นต์ บางเมนูก็ปรุงบ้าง เพราะว่าถ้าคลีนจริงๆ ตามหลักแล้วต้องเป็นรสจืด ไม่ใส่เครื่องปรุงเยอะ<br />
ใช้เครื่องปรุงจากธรรมชาติล้วนๆ เลย เราก็ยังมีกินขนมปัง กินไส้กรอก กินไก่ทอดอะไรบ้างเป็นบางครั้ง<br />
ไม่ได้กำหนดว่าชีวิตต้องกินคลีนตลอดไป เวลาไปกินข้าวกับเพื่อน กับครอบครัว<br />
เราก็กินปกติได้ แค่เน้นว่าเราออกกำลังกายตลอด ถึงไม่ได้ออกทุกวัน อย่างน้อยก็อาทิตย์ละ<br />
3 &#8211; 4 วันขึ้นไป </p>
<p><strong>ต้องทำยังไงถึงเอาชนะพฤติกรรมเดิมๆ<br />
ของตัวเองได้</strong><strong></strong></p>
<p>ต้องมีจุดมุ่งหมาย ตอนนั้นเรามีเป้าหมายว่าเราต้องดูดีขึ้น<br />
ผอมลง พยายามบอกตัวเองว่าต้องตื่นไปออกกำลังกายนะ ต้องกินสิ่งที่ดีต่อสุขภาพนะ การดูแลตัวเอง<br />
นอนเพียงพอ มันส่งผลต่อความสวยโดยตรง ออกมาที่ผิวพรรณ หน้าตา แล้วมันไม่ได้เห็นผลแค่รูปร่างดีขึ้น<br />
แต่เห็นสุขภาพด้วย เราไม่เหนื่อยง่าย ไม่ป่วยบ่อย เมื่อก่อนเป็นภูมิแพ้แล้วจะป่วยทุกเดือน<br />
แต่เดี๋ยวนี้นานๆ ทีถึงจะเป็น </p>
<p><strong>จากตอนแรกที่แค่อยากผอม </strong><strong></strong><strong>ตอนนี้เป้าหมายของคุณคืออะไร</strong></p>
<p>เป้าหมายหลักๆ เลยคือสุขภาพดี<br />
อยากอยู่บนโลกนี้ได้ไปนานๆ เลยไม่ได้เน้นว่าต้องผอม หุ่นดี เป๊ะตลอดเวลา อย่างช่วงวิ่งมาราธอนก็ต้องกินแป้งให้มากขึ้น<br />
เพราะว่าเราต้องใช้คาร์โบไฮเดรตในการวิ่ง เมื่อก่อนเราอาจจะกินน้อย<br />
แต่พอมาวิ่งเราก็ต้องปรับเปลี่ยน กินแป้งให้เยอะขึ้น มันก็อาจจะทำให้เราตัวใหญ่ขึ้น<br />
แต่ว่ามันก็โอเคเพราะเป้าหมายเราเปลี่ยนแล้ว อย่างช่วงที่ไปวิ่งมาราธอนมาก็กินเยอะมาก (หัวเราะ)<br />
รู้สึกว่าตัวบวมขึ้น แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะเดี๋ยวเราก็ออกกำลังกาย<br />
เดี๋ยวเราก็กินอาหารเพื่อสุขภาพอีก เดี๋ยวเราก็ฟีบลงเอง ไม่ได้ทำให้ชีวิตมันจำกัดเกินไป<br />
ไปเมืองนอกแล้วต้องหาแต่อาหารคลีนกินเท่านั้นเรายัง<br />
enjoy กับการใช้ชีวิต</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-06-27DSC_59181.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-07-39DSC_5940.jpg"></p>
<p><strong>จากวิ่งลดความอ้วนธรรมดากลายเป็นวิ่งมาราธอนได้ยังไง</strong><strong></strong></p>
<p>ตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในประเทศไทยมีงานวิ่ง<br />
เมื่อก่อนเราก็วิ่งรอบสนามกีฬาที่มหาวิทยาลัย แค่รอบเดียวก็เหนื่อยแล้วเพราะหัวใจเรายังไม่แข็งแรง พอตอนหลังมีพี่ที่รู้จักชวนลงงานวิ่ง เรารู้ตัวว่าต้องไปวิ่ง<br />
5 กิโลเมตร ก็พยายามซ้อมมากขึ้น เริ่มวิ่งได้ 3<br />
รอบติดต่อกันโดยไม่หยุด พอไปวิ่งจริง รู้สึกว่า<br />
ก็ทำได้นี่ ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ก็เลยเริ่มเข้าสู้วงการวิ่งมาตั้งแต่ตอนนั้น </p>
<p>ต่อมาพี่ๆ ที่รู้จักก็ชวนลงไตรกีฬา<br />
เราลงทีมหญิงล้วน รับหน้าที่วิ่ง 10<br />
กิโลเมตรขึ้นเขา มีลิงให้ดูด้วย เพลินเลย<br />
(หัวเราะ) คือพอมีงานวิ่งเราก็ต้องซ้อมจริงจัง และกดดันตัวเองให้พัฒนา ตอนหลังเราถูกชวนเข้าทีม Beyond มีโค้ชต่างชาติมาคอยเทรนด์ให้เลย<br />
เราก็รู้หลักมากขึ้น มันก็ทำให้เราซ้อม แต่ว่ากล้ามเนื้อเรายังไม่แข็งแรง<br />
พอวิ่งเยอะมันก็เจ็บ วิ่งได้สูงสุดแค่ half marathon 21 กิโลเมตรเท่านั้น พอถูก Skechers ชวนไปวิ่ง full<br />
ก็คิดหนักเลย เพราะตอนปลายปีเราป่วย<br />
ออกกำลังกายไม่ได้ เพิ่งหายดีและซ้อมเมื่อต้นปี </p>
<p style="text-align: center">
<p><strong>เราสามารถใช้เวลาซ้อมประมาณ</strong><strong> 2 </strong><strong>&#8211; </strong><strong>3 </strong><strong>เดือนก่อนไปวิ่ง </strong><strong>full<br />
marathon </strong><strong>ได้ใช่ไหม<br />
</strong><strong></strong></p>
<p>ไม่ อย่างที่เขาบอกว่าการวิ่งมาราธอนต้องใช้เวลาซ้อมเป็นปี<br />
ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนออกกำลังกายมาหลายปีแล้ว เรามีเวลาซ้อมประมาณ 2 เดือน<br />
เราก็พยายามซ้อม วิ่งเยอะมากๆ จนวิ่งได้ถึง 30<br />
กิโลเมตร แต่ยิ่งวิ่งเยอะมากก็ยิ่งเจ็บ เมื่อก่อนเราไม่รู้ว่าการนอนมันสำคัญมาก<br />
ยิ่งออกกำลังกายเยอะ ยิ่งต้องนอนเยอะ ถ้านอนน้อยอยู่แล้วออกกำลังกายหนัก เราก็ยิ่งป่วย<br />
โค้งสุดท้ายเราเลยอยู่นิ่งๆ พักผ่อนเต็มที่เลย</p>
<p><strong>ผลเป็นยังไงบ้างในวันที่วิ่งจริง</strong><strong></strong></p>
<p>ป่วย ประจำเดือนมา ท้องเสีย เจ็ทแล็ก<br />
นอนน้อย (หัวเราะ) ตอนที่ถึงช่วง 30 กิโลเมตร ก็รู้สึกว่ายังมีแรงอยู่ พอไป 35 กิโลเมตรก็รู้สึกว่ายังไม่ถึงอีกหรอ<br />
ขาเริ่มไม่ไหว เริ่มล้าแล้ว ใจเราแข็งแรงนะ แต่กล้ามเนื้อมันไม่ไหวแล้ว เราก็พยายามวิ่งไปเดินไป<br />
จน 1 กิโลเมตรสุดท้ายนี่ยาวนานเหมือน<br />
10 กิโล<br />
ทำไมมันไม่ถึงสักที แต่สุดท้ายก็ถึงเส้นชัยจนได้ ดีอย่างที่ระหว่างทางวิ่งมันเพลินดี<br />
เหมือนไปวิ่งชมเมือง เราเลยไม่เครียด เป็นการวิ่งที่สนุกที่สุด เพราะได้เห็นบรรยากาศใหม่ๆ<br />
สถานที่ใหม่ๆ ได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่ที่เราไม่เคยเห็น ตื่นเต้นกับทุกอย่างที่วิ่งผ่าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-04-53DSC_5904.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-23-40DSC_59511.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p><strong>เคล็ดลับที่ทำให้วิ่งได้ เพราะว่าจริงๆแล้วคุณเป็นคนออกกำลังกายตลอดเวลาหรือเปล่า<br />
</strong><strong></strong></p>
<p>ใช่ค่ะ อย่างเราวิ่งเสร็จก็ไม่เจ็บ<br />
บางคนบอกว่าวิ่งจบแล้วเจ็บขา เดินไม่ได้ แต่เราไม่เป็นไร ไปเที่ยวต่อได้ปกติ<br />
เหมือนกล้ามเนื้อเราแข็งแรงอยู่บ้างแล้ว ถึงไม่ได้ซ้อมวิ่งเยอะ ไม่ได้วิ่งเก่ง<br />
เราว่ามันอยู่ที่ใจด้วยนะ คืออย่างตอนนั้นใจเรามันไป ทั้งๆ ที่เพลียมาก ปวดขา ปวดท้อง<br />
แต่เราก็คิดว่ามาทั้งทีเราก็ต้องวิ่งให้จบ<br />
เป็นสิ่งที่คอยกระตุ้นเราตลอดว่าเราต้องทำให้ได้ แล้วเราก็ไปเรื่อยๆ</p>
<p><strong>คุณคิดยังไงกับคำว่าการวิ่งมาราธอนเปลี่ยนชีวิต</strong><strong></strong></p>
<p>เราเชื่อนะ<br />
มีคนรู้จักหลายคนที่วิ่งมาราธอน เขาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเรื่องการทำงาน เรื่องครอบครัว<br />
หรือเรื่องอื่นๆ เหมือนการวิ่งมาราธอนมันทำให้มีความพยายามและมุ่งมั่นมากขึ้น<br />
ไม่ว่าจะเป็นก่อนวิ่งคือการซ้อม หรือว่าจะเป็นวันแข่งจริง เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นระหว่างวิ่ง<br />
แต่ว่าเราต้องพยายามและมุ่งมั่นที่จะไปถึงเส้นชัยให้ได้ </p>
<p>มาราธอนครั้งนี้ทำให้เรารู้สึกว่า เออ เราก็ทำได้<br />
งานหน้าเอาอีก คราวนี้จะเตรียมตัวให้ดี ไม่ให้พลาด ถ้าเตรียมตัวใหม่ เราจะซ้อมมากขึ้น<br />
อาจจะขอซ้อมสัก 5 เดือนก่อนลงสนาม<br />
น่าจะทำให้วิ่งได้ดีกว่านี้ เราไม่ได้เป็นนักวิ่งจริงจัง ไม่ได้จะเอาเวลา ไม่ได้จะทำสถิติ<br />
ตอนนี้เราจบมาราธอนได้แล้ว ภูมิใจในตรงนี้แล้ว แต่ว่าถ้าในสนามหน้า คิดว่าเราต้อง challenge ตัวเองต่อไป</p>
<p><strong>ในเมื่อคุณไม่ได้วิ่งเพื่อเอาชนะตัวเลข คุณวิ่งเพื่ออะไร</strong><strong></strong></p>
<p>เอาชนะตัวเอง<br />
เอาชนะความอ่อนแอของตัวเอง ความล้าของตัวเอง ความไม่ไหวของตัวเอง เออ เราทำได้นะ<br />
ถึงเราจะมีปัญหาอุปสรรคมากมายขนาดนี้ ก็สามารถผ่านมันไปได้<br />
มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิต ถึงแม้ว่าเรามีปัญหาอะไรเข้ามา อย่างตอนทำงาน<br />
เราก็ต้องผ่านมันไปได้เหมือนกัน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-23-23DSC_5947.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p><strong>เป้าหมายถัดไปของคุณนอกจากการวิ่งคืออะไร</strong><strong></strong></p>
<p>ตอนนี้เราเรียนจบแล้ว เรียน personal trainer ด้วย  เหลือแค่สอบ Personal Trainer Certifications ของ ACE (American Council on Exercise) สอบเสร็จก็จะเป็นเทรนเนอร์ได้ทั่วโลก  การเรียนก็ทำให้เรามีความรู้มากขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เราเรียนเพื่อทำ content ในเพจ<br />
แล้วก็เพื่อช่วยคนอื่นด้วย ตอนนี้ก็คิดว่าจะไปเรียนเรื่องโภชนาการเพิ่มเติมด้วย</p>
<p><strong>จุดที่ทำให้คุณแตกต่างจาก </strong><strong>blogger คน</strong><strong>อื่นๆ<br />
คืออะไร </strong><strong></strong></p>
<p>เราคิดว่าน่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ คนตามเพราะชอบที่เราทั้งทำอาหารและออกกำลังกายแบบไม่โหดเกินไป<br />
 เหมือนเราทำอะไรที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย<br />
ไม่มีเวลาไปฟิตเนสก็ฟิตได้ ไม่ต้องเสียเงินเยอะ ใช้เวลาเยอะ<br />
เราก็เหมือนคนทั่วไปที่ยังชอบการกิน ใช้ชีวิตปกติ ให้ความสุขกับสุขภาพพบกันคนละครึ่งทาง<br />
กินได้นะ แต่ก็ต้องรู้จักออกกำลังกาย เพราะว่าเราไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว </p>
<p>ตอนแรกเราอยากทำบล็อกสนุกๆ เล่น เหมือนเราเล่าเรื่องแพสชันตัวเอง เล่าเรื่องชีวิตของเราให้คนอื่นฟัง ตอนนี้มันกลายเป็นอาชีพไปแล้ว<br />
แต่มันก็ไม่แน่ไม่นอน เราถึงต้องเรียนจริงจังและต่อไปอาจรับเป็นเทรนเนอร์เพิ่มด้วย<br />
 คือเราเป็นบล็อกเกอร์ ไม่ได้เป็นเน็ตไอดอลที่ถ่ายรูปสวยไปวันๆ<br />
เราต้องหาข้อมูล สกรีนสินค้าว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ ถึงจะเอามาเขียน<br />
เอามาบอกต่อได้  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017-04-0510-25-28DSC_5982.jpg"></p>
<p><strong>Facebook : </strong><a href="https://www.facebook.com/Bookyhealthyworld/">Booky HealthyWorld<br /></a><strong style="background-color: initial">Website : </strong><a href="http://www.bookyhealthyclub.com">www.bookyhealthyclub.com</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-24/">Booky HealthyWorld : บล็อกเกอร์สาวผู้เอาชนะใจตัวเองในมาราธอนแรกของชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/pop-24/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Spirit of the Mountain</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-53/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-53/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Apr 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[พม่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปิล๊อก]]></category>
		<category><![CDATA[กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทวาย]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[เหมืองแร่]]></category>
		<category><![CDATA[there]]></category>
		<category><![CDATA[ร่อนแร่]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าบ้านที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[อีต่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ThereProject]]></category>
		<category><![CDATA[Thailandgoodhost]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-53/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมู่บ้านอีต่องมีจิตวิญญาณของตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าในอีต่อง หรือ ‘ณัตเอ็งต่อง’ ชื่อเดิมที่แปลว่าหมู่บ้านบนเขาเทวดา มีเทพเจ้าปรากฏตัวให้เห็น และยิ่งไม่ได้หมายความว่าที่นี่มีภูตผีชุกชุมตามชื่อตำบลปิล๊อกหรือผีหลอก จิตวิญญาณหมู่บ้านเผยตัวหลายครั้ง ครั้งที่หนึ่งแฝงกายมากับมัคคุเทศก์หนุ่มน้อยของเรา น้องเต หรือ ติไหน่ วัย 21 ปี พาเราเที่ยวชมทางหลักรอบหมู่บ้าน เห็นบ้านไม้โบราณมุงหลังคาสังกะสี พื้นลึกต่ำจนหลังคาแทบเกยชิดถนนยกสูงระดับทางรถ ซึ่งเป็นโมเดลทางเดินหลบลมฝนของเหมืองแร่ในป่าฝนชุก จนเมื่อลัดเลาะเข้าไปในย่านชาวพม่า เฉียดใกล้บ้านพ่อแม่ของเต บทสนทนาระหว่างเราเริ่มมีเสียงสูงต่ำ และเสียงหัวเราะแซมเรื่องราว รอยยิ้มจางๆ สดใสบนใบหน้าซื่อ ระหว่างเยี่ยมชมบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสี ที่บางหลังคงสภาพออริจินัลดั้งเดิม และบางหลังก็ทาสีสดตัดกับสีดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายหน้าบ้าน สิ่งเดียวที่มีเหมือนกันทุกบ้านคือเหลี่ยมวางหิ้งพระ ทำให้ผนังด้านนอกมีห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ยื่นออกมาจากกำแพง เป็นเอกลักษณ์ของบ้านชาวทวาย ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านอีต่อง เตเล่าให้ฟังว่าบ้านเดิมของพ่อแม่อยู่ไม่ไกลจากปิล๊อกเท่าไหร่นัก แต่เขาไม่เคยกลับไปพม่าเลยสักครั้ง ชีวิตวัยเด็กของเตอยู่ที่นี่ ที่ที่วิถีชีวิตของไทยและทวายผสมปนเปในเหมืองแร่ริมชายแดน ผู้คนอาศัยอยู่อย่างสมถะ ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ยังชีพ เมื่อถึงฤดูกาล ชาวบ้านจะเก็บดอกหญ้าที่ขึ้นเต็มทั้งหุบเขามาทำไม้กวาดทำมือส่งขาย ดอกหญ้าตากแห้งช่อโตที่มัดรวมกัน ใช้กวาดพื้นได้สะอาดถนัดมือดีทีเดียว ช่วงเวลาที่เขาโตขึ้นมา ยุคสมัยขุดแร่จบลงไปแล้ว เหมืองเก่าเป็นที่เล่นซน เช่นเดียวกับภูเขาและน้ำตก สนามเด็กเล่นของเด็กชายติไหน่กินอาณาเขตทั่วปิล๊อก กว้างขวางและสนุกอย่าบอกใคร ยิ่งพาเราออกไปสูดอากาศบนจุดชมวิวเนินเสาธงและช่องเขาขาดที่ลมบริสุทธิ์พัดแรง รอยยิ้มของเตก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเรื่องเล่าที่ไหลออกมาเหมือนตาน้ำผุดพราย “ผมเริ่มเป็นไกด์มาตั้งแต่จบป.6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-53/">Spirit of the Mountain</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หมู่บ้านอีต่องมีจิตวิญญาณของตัวเอง</p>
<p>ไม่ได้หมายความว่าในอีต่อง หรือ ‘ณัตเอ็งต่อง’ ชื่อเดิมที่แปลว่าหมู่บ้านบนเขาเทวดา มีเทพเจ้าปรากฏตัวให้เห็น และยิ่งไม่ได้หมายความว่าที่นี่มีภูตผีชุกชุมตามชื่อตำบลปิล๊อกหรือผีหลอก</p>
<p>จิตวิญญาณหมู่บ้านเผยตัวหลายครั้ง ครั้งที่หนึ่งแฝงกายมากับมัคคุเทศก์หนุ่มน้อยของเรา</p>
<p>น้อง<strong>เต</strong> หรือ <strong>ติไหน่</strong> วัย 21  ปี พาเราเที่ยวชมทางหลักรอบหมู่บ้าน เห็นบ้านไม้โบราณมุงหลังคาสังกะสี พื้นลึกต่ำจนหลังคาแทบเกยชิดถนนยกสูงระดับทางรถ ซึ่งเป็นโมเดลทางเดินหลบลมฝนของเหมืองแร่ในป่าฝนชุก จนเมื่อลัดเลาะเข้าไปในย่านชาวพม่า เฉียดใกล้บ้านพ่อแม่ของเต บทสนทนาระหว่างเราเริ่มมีเสียงสูงต่ำ และเสียงหัวเราะแซมเรื่องราว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-103.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-13.jpg"></p>
<p>รอยยิ้มจางๆ สดใสบนใบหน้าซื่อ ระหว่างเยี่ยมชมบ้านไม้มุงหลังคาสังกะสี ที่บางหลังคงสภาพออริจินัลดั้งเดิม และบางหลังก็ทาสีสดตัดกับสีดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายหน้าบ้าน สิ่งเดียวที่มีเหมือนกันทุกบ้านคือเหลี่ยมวางหิ้งพระ ทำให้ผนังด้านนอกมีห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ยื่นออกมาจากกำแพง เป็นเอกลักษณ์ของบ้านชาวทวาย ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านอีต่อง </p>
<p>เตเล่าให้ฟังว่าบ้านเดิมของพ่อแม่อยู่ไม่ไกลจากปิล๊อกเท่าไหร่นัก แต่เขาไม่เคยกลับไปพม่าเลยสักครั้ง ชีวิตวัยเด็กของเตอยู่ที่นี่ ที่ที่วิถีชีวิตของไทยและทวายผสมปนเปในเหมืองแร่ริมชายแดน ผู้คนอาศัยอยู่อย่างสมถะ ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ยังชีพ เมื่อถึงฤดูกาล ชาวบ้านจะเก็บดอกหญ้าที่ขึ้นเต็มทั้งหุบเขามาทำไม้กวาดทำมือส่งขาย ดอกหญ้าตากแห้งช่อโตที่มัดรวมกัน ใช้กวาดพื้นได้สะอาดถนัดมือดีทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>ช่วงเวลาที่เขาโตขึ้นมา ยุคสมัยขุดแร่จบลงไปแล้ว เหมืองเก่าเป็นที่เล่นซน เช่นเดียวกับภูเขาและน้ำตก สนามเด็กเล่นของเด็กชายติไหน่กินอาณาเขตทั่วปิล๊อก กว้างขวางและสนุกอย่าบอกใคร ยิ่งพาเราออกไปสูดอากาศบนจุดชมวิวเนินเสาธงและช่องเขาขาดที่ลมบริสุทธิ์พัดแรง รอยยิ้มของเตก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเรื่องเล่าที่ไหลออกมาเหมือนตาน้ำผุดพราย</p>
<p>“ผมเริ่มเป็นไกด์มาตั้งแต่จบป.6 เอาจริงๆ คือผมชอบเที่ยว บางที่ก็เดินเล่นแล้วเจอเอง” มัคคุเทศก์หนุ่มอธิบาย “ก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวมาที่นี่แล้วไปเที่ยวไม่ถูก ผมก็พาไปเรื่อย พอไม่มีอะไรทำก็ไปกับเขาตลอด นั่งท้ายกระบะรถกับคนกลุ่มใหญ่ๆ มาเป็นคณะ ได้แลกเปลี่ยนกัน สนุกมาก” </p>
<p>นอกจากเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยว เตยังควบบทบาทอาสาสมัคร ชรบ. หรือชุดรักษาความสงบหมู่บ้านที่คอยดูแลปิล๊อก โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปีอย่างไฟป่า ทำให้ชาวบ้านต้องลงแรงทำแนวกันไฟและช่วยดับไฟด้วยน้ำหนึ่งใจเดียวกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-1431.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-152.jpg"></p>
<p>เมื่อผ่านเขตเหมืองแร่เก่า เข้าอุโมงค์เหมืองแร่ที่ต้องจุดเทียนย่องเข้าไป เตแจกเทียนให้เราคนละเล่ม พร้อมชี้ให้เห็นโพรงขุดเล็กๆ หลายจุดที่กระจายตัวอยู่ทั่วเนินเขาก่อนถึงอุโมงค์หลัก</p>
<p> “ตอนเด็กๆ รุ่นผมนี่แสบสุด วิ่งเข้าวิ่งออกไปทุกที่ แต่ตอนนี้เขาปิดไม่ให้เข้าแล้วครับ ที่เล็กๆ มันอาจถล่มลงมาได้” เทียนพม่าสว่างขึ้นทีละดวงๆ ในอุโมงค์แคบ เตเดินนำหน้า ชี้ให้เราเห็นร่องรอยการไล่จับสายแร่ในอดีต ทางเดินส่วนที่เปิดให้เข้าชมไม่ลึกนักเพื่อรักษาความปลอดภัย วัยรุ่นชาวปิล๊อกแถมเกร็ดเล็กน้อยว่าให้สังเกตเทียนในมือให้ดี หากเข้าไปลึกกว่านี้แล้วเทียนดับต้องรีบออกมา เพราะนั่นหมายถึงอากาศที่ไม่เพียงพอต่อการหายใจ </p>
<p>เราเดินออกมาสูดออกซิเจนหอมหวานข้างนอก สายตาไกด์หนุ่มมองไปทั่วเนินเขา “สมัยก่อนผมชอบมานั่งกินข้าวเย็นกับพี่ ตชด. ตรงนี้ พี่ๆ เขาใจดีแล้วก็อยากมีเพื่อนคุยเหมือนกัน”</p>
<p>คงเป็นความน่ารักจริงใจของหนุ่มน้อยคนนี้นี่เอง ที่ทำเส้นแบ่งระหว่างเจ้าบ้านและผู้มาเยี่ยมเยือนจางลงไป แทนที่ด้วยมิตรภาพที่ไม่เกี่ยงความแตกต่างใดๆ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-423.jpg"></p>
<p>&#8230;</p>
<p>“แต่ก่อนชาวบ้านที่นี่มีหลายเชื้อชาติมาก นอกจากไทยและเมียนมา ยังมีกะเหรี่ยง มอญ โรฮีนจา เนปาลก็มี” อดีตผู้ใหญ่บ้าน ลุง <strong>ทินกร ทรายทอง</strong> ย้อนวันวานให้เราฟัง “ตอนเหมืองปิดกิจการเหมือนผึ้งแตกรัง เหลือแต่ชื่อในทะเบียน เขาต้องลงไปทำมาหากินข้างล่าง” </p>
<p>ชีวิตในเหมืองม้วนถอยสู่ความสงบเรียบง่าย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่มาก เมื่อการท่องเที่ยวเข้ามาชุบชีวิตหมู่บ้านอีต่อง ความเปลี่ยนแปลงทำให้ชาวบ้านต้องทบทวนทิศทางความเป็นอยู่อีกครั้ง</p>
<p>“เราอยากอนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อม แต่ก็ต้องสร้างการท่องเที่ยวด้วย มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน” ลุงทินกรอธิบาย “เราไม่เน้นสิ่งแปลกปลอม ไม่มีสถานบันเทิงเริงรมย์ บาร์เบียร์ คาราโอเกะ เพราะเราอยู่กันเองในชุมชน มีแต่คนเก่าคนแก่ ถึงจะมีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ธรรมชาติสมบูรณ์มาก ตรงนี้ไม่อยากเปลี่ยนเลย”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-409.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-398.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-259.jpg"></p>
<p>ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็เริ่มปรับตัว จากที่เข้านอนเงียบตั้งแต่ 1 ทุ่ม ร้านรวงต่างๆ จะเปิดจนค่ำ จนกระทั่ง 4 ทุ่มเป็นต้นไปจึงงดใช้เสียง โฮมสเตย์หลายแห่งปลูกอาคารแบบสมัยใหม่ แต่บางแห่งยังคงเชื่อในความคลาสสิกของสไตล์ไม้และสังกะสี ในตลาดเริ่มมีของฝากมาขายนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ทานาคานำเข้าจากพม่า จนถึงของกระจุกกระจิกในนามของปิล๊อก ถนนเส้นหลักของหมู่บ้านแปรเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินในวันเสาร์อาทิตย์ แกงฮังเลแบบพม่า ขนมจีนหยวกกล้วย หรือบัวลอยกะทิที่ขายดิบขายดี เกิดจากรสมือคนอีต่องที่เลือกต้อนรับนักท่องเที่ยวในแบบของตัวเอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-430.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-420.jpg"></p>
<p>“เราอยากรักษาวัฒนธรรมเดิมด้วย อย่างรณรงค์ให้แต่งชุดพื้นบ้าน หรือสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่เรียนภาษาทวาย” อดีตผู้ใหญ่เล่าต่อว่าที่นี่ยังเทศกาลพิเศษที่ติดตัวชาวทวายชายทะเล คือพิธีไหว้อูชิขิ่นต่าง หรือไหว้เทพเจ้าทะเลก่อนออกไปหาปลา เมื่อมาถึงหุบเขาปิล๊อก พิธีกรรมถูกกำหนดให้จัดขึ้นทุกวันที่ 14 เมษายน เพื่อสร้างสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองให้สมาชิกหมู่บ้าน</p>
<p>“แล้วพอปีใหม่ คนที่หายไปทำงานก็จะกลับมาบ้านอีกครั้ง” ลุงทินกรแถมท้าย</p>
<p>&#8230;</p>
<p>ยิ่งพูดคุยกับเจ้าบ้านคนแล้วคนเล่า จิตวิญญาณของหมู่บ้านก็ยิ่งปรากฏชัด ในการต้อนรับอย่างจริงใจ ไมตรีจิตที่หยิบยื่นให้นักเดินทาง</p>
<p> และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงอีต่องให้ยืนหยัดผ่านประวัติศาสตร์บทแล้วบทเล่า ผ่านยุคสมัยที่เหมืองมั่งคั่งจนถึงซบเซา สปิริตแรงกล้าของคนในหมู่บ้านนี้เองที่พาอีต่องให้ฟื้นกลับขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะคนเก่าแก่ที่อยู่ที่นี่มานาน คนที่ตัดสินใจกลับบ้าน หรือเด็กรุ่นใหม่อย่างเต ความรักแผ่นดินต่อจุดเชื่อมโยงพวกเขาเข้าหากัน</p>
<p>ดังนั้นจิตวิญญาณของขุนเขาจึงไม่เคยหายไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-227.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/c-135.jpg"></p>
<blockquote>
<p>“การเป็นไกด์ที่ดี อันดับหนึ่งต้องซื่อสัตย์ สำคัญที่สุด คนเขามาเที่ยวก็ต้องดูพฤติกรรมเราเป็นอย่างแรกว่าไว้ใจได้แค่ไหน เด็กในพื้นที่เป็นยังไง มันสะท้อนตัวตนหมู่บ้านนะ มีน้องๆ ก็สอนยังงี้ เด็กๆ ที่นี่ใครใช้อะไรก็ไปทำให้ ลักเล็กขโมยน้อยไม่มี อย่างเขาไว้ใจให้เราไปเอาของในรถ นักท่องเที่ยวบางคนเขาทิ้งตังค์ไว้ลองใจ เรายังไม่เอาเลย เรารู้สึกดีที่มีคนมาเที่ยว จะทำให้เขาเสียความรู้สึกก็ไม่ใช่”</p>
</blockquote>
<p style="text-align: right"><strong>ติไหน่</strong><br />มัคคุเทศก์ และเจ้าบ้านชาวปิล๊อก</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p><em>อ่านเรื่องราวที่ทำให้เราหลงรักอำเภอปิล๊อก จังหวัดกาญจนบุรี แบบเต็มๆ ได้ที่ด้านล่างเลย</em></p>
<p style="text-align: center"><a href="https://drive.google.com/file/d/0B2Mq_ycRRktWQjR2UzBfT2VtRnc/view"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-2-cover.jpg" alt=""></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo1.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-53/">Spirit of the Mountain</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-53/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Scenes by the sea</title>
		<link>https://adaymagazine.com/there-52/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/there-52/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Apr 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[THERE]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเช้า]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะสีชัง]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาหมึก]]></category>
		<category><![CDATA[thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยทอด]]></category>
		<category><![CDATA[there]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าบ้านที่ดี]]></category>
		<category><![CDATA[ThereProject]]></category>
		<category><![CDATA[Thailandgoodhost]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/there-52/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สีชังชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร ขอแต่แม่ดวงใจอย่าชังชิงพี่จริงจัง&#8230;” เสียงตามสายจากลำโพงครวญเพลงเก่าประจำเกาะรับยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อนๆ ลูบผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับรับวันใหม่เรือหาปลาและตกหมึกกลับเข้าฝั่งกันหมดแล้ว เมื่อเดินออกมาที่ท่าเรือบน ฉากชีวิตที่เราพบในวันลมแรงจึงเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของปลาหมึกขาวใส พ่อค้ายี่ปั๊วะขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างบรรทุกหมึกสดเพียบแปล้จากเรือมาส่งอย่างแข็งขัน แผ่นตากปลาหมึกถูกกางเตรียมไว้ริมทะเล หมึกขาวๆ ทั้งแบบธรรมดาและแบบมีไข่ถูกคัดขนาดและส่งต่อมาล้างทำความสะอาดที่ท่าบน หลังยืนเมียงมองอยู่ซักพัก เจ้าบ้านหนวดเฟิ้มที่ท่าเรือ ลุงวรวุฒิ รุจิโมง ก็หันมาบอกเคล็ดลับเลือกหมึกให้เราอย่างใจดี “ดูง่ายๆ หมึกที่นี่จะตัวขาวใส หมึกบนฝั่งจะตัวแดงเพราะเก็บไว้นาน เรือตกหมึกแถวนี้จะออกไปไกลราวสิบไมล์แล้วกลับเข้ามาทุกวัน หมึกเลยสด หวานอร่อย ไม่ต้องใส่สารอะไรเลย เอาไปทอดพอเหลืองกินกับซอสพริกศรีราชานะ อร่อยมาก” เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง และอดีตชาวประมงผิวเกรียมแดดอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ ขณะที่ชาวบ้านหลายคนขี่มอเตอร์ไซค์มารับซื้อหมึกทั้งสดและตากแห้ง ลุงวรวุฒิชี้ให้ดูตะกร้าใส่หมึกที่เรียงราย “เขาจะผ่าหมึก ควักขี้ ควักตาออก แล้วก็เอาไปตาก ถ้าหมึกไม่มีไข่จะผ่าแบนๆ อีกอย่าง ราคานี่แล้วแต่ไซส์ หมึกแดดเดียวก็ตากวันเดียว หมึกแห้งก็ตากสามวัน มีตรงจุดนี้กับตรงท่าล่างที่เป็นท่าเรือที่เรามากันนั่นแหละ” ชาวเกาะสีชังเล่าให้ฟังต่อว่าคนเกาะยังมีอาชีพต่อยหอยนางรม มีอุปกรณ์พิเศษคล้ายตะขอ ไว้ต่อยหอยนางรมขาย และหาหอยกระปุกช่วงน้ำลงในเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยขุดดินตามหาดและพลิกหินหาหอยกระปุกแสนอร่อย แถมสมัยก่อนแถวนี้มีเรือลากกุ้งและปลาหาทานยากอย่างปลาดาบ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็น ของเด็ดที่มีมากตอนนี้คือปลาหมึกซึ่งจะซื้อสดๆ จากท่า หรือออกไปไดหมึกตอนกลางคืนกับเรือก็ได้เหมือนกัน เราทดกิจกรรมประมงสมัครเล่นไว้ในใจเผื่อมาแก้ตัวรอบหน้า ก่อนจะบอกลาคุณลุงไปสำรวจท่าเรืออีกมุมของเกาะ ผัก ผลไม้ ของสดของใช้ต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-52/">Scenes by the sea</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“สีชังชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร ขอแต่แม่ดวงใจอย่าชังชิงพี่จริงจัง&#8230;”</em></p>
<p>เสียงตามสายจากลำโพงครวญเพลงเก่าประจำเกาะรับยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อนๆ ลูบผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับรับวันใหม่เรือหาปลาและตกหมึกกลับเข้าฝั่งกันหมดแล้ว เมื่อเดินออกมาที่ท่าเรือบน ฉากชีวิตที่เราพบในวันลมแรงจึงเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของปลาหมึกขาวใส</p>
<p>พ่อค้ายี่ปั๊วะขับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างบรรทุกหมึกสดเพียบแปล้จากเรือมาส่งอย่างแข็งขัน แผ่นตากปลาหมึกถูกกางเตรียมไว้ริมทะเล หมึกขาวๆ ทั้งแบบธรรมดาและแบบมีไข่ถูกคัดขนาดและส่งต่อมาล้างทำความสะอาดที่ท่าบน หลังยืนเมียงมองอยู่ซักพัก เจ้าบ้านหนวดเฟิ้มที่ท่าเรือ ลุง<strong>วรวุฒิ รุจิโมง </strong>ก็หันมาบอกเคล็ดลับเลือกหมึกให้เราอย่างใจดี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_7520gg.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_1.jpg"></p>
<p>“ดูง่ายๆ หมึกที่นี่จะตัวขาวใส หมึกบนฝั่งจะตัวแดงเพราะเก็บไว้นาน เรือตกหมึกแถวนี้จะออกไปไกลราวสิบไมล์แล้วกลับเข้ามาทุกวัน หมึกเลยสด หวานอร่อย ไม่ต้องใส่สารอะไรเลย เอาไปทอดพอเหลืองกินกับซอสพริกศรีราชานะ อร่อยมาก”</p>
<p>เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง และอดีตชาวประมงผิวเกรียมแดดอธิบายอย่างเชี่ยวชาญ ขณะที่ชาวบ้านหลายคนขี่มอเตอร์ไซค์มารับซื้อหมึกทั้งสดและตากแห้ง ลุงวรวุฒิชี้ให้ดูตะกร้าใส่หมึกที่เรียงราย</p>
<p>“เขาจะผ่าหมึก ควักขี้ ควักตาออก แล้วก็เอาไปตาก ถ้าหมึกไม่มีไข่จะผ่าแบนๆ อีกอย่าง ราคานี่แล้วแต่ไซส์ หมึกแดดเดียวก็ตากวันเดียว หมึกแห้งก็ตากสามวัน มีตรงจุดนี้กับตรงท่าล่างที่เป็นท่าเรือที่เรามากันนั่นแหละ” </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_9.jpg"></p>
<p>ชาวเกาะสีชังเล่าให้ฟังต่อว่าคนเกาะยังมีอาชีพต่อยหอยนางรม มีอุปกรณ์พิเศษคล้ายตะขอ ไว้ต่อยหอยนางรมขาย และหาหอยกระปุกช่วงน้ำลงในเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยขุดดินตามหาดและพลิกหินหาหอยกระปุกแสนอร่อย แถมสมัยก่อนแถวนี้มีเรือลากกุ้งและปลาหาทานยากอย่างปลาดาบ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็น ของเด็ดที่มีมากตอนนี้คือปลาหมึกซึ่งจะซื้อสดๆ จากท่า หรือออกไปไดหมึกตอนกลางคืนกับเรือก็ได้เหมือนกัน เราทดกิจกรรมประมงสมัครเล่นไว้ในใจเผื่อมาแก้ตัวรอบหน้า ก่อนจะบอกลาคุณลุงไปสำรวจท่าเรืออีกมุมของเกาะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_8.jpg"></p>
<p>ผัก ผลไม้ ของสดของใช้ต่างๆ จากบนฝั่งถูกลำเลียงขึ้นเกาะที่ท่าล่าง ท่าเรือใหญ่ที่ทุกคนใช้สัญจร ถนนสองฝั่งติดท่านี้จึงเป็นตลาดเล็กๆ น่าเดิน ร้านขายของสด เสื้อผ้า ตุ๊กตา ของใช้จิปาถะเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ สินค้าอาจไม่มีเหลือเฟือ แต่ก็ครบถ้วนไม่ต่างอะไรจากแผ่นดินใหญ่ แถมยังมีซีฟู้ดสดใหม่เป็นข้อได้เปรียบ อาหารสดละลานตาทำให้กระเพาะเริ่มร้องครางหาอาหารเช้า เมื่อได้กลิ่นหอมฉุยเตะจมูกจากร้านกล้วยทอดป้าวิง เราจำเป็นต้องเดินเข้าไปซื้อของทอดร้อนๆ ตามเสียงเรียกร้องของหัวใจนอกจากกล้วยฝานแบนๆ รสกรุบกรอบ <strong>ป้าวิง </strong>ยังมีกล้วยทอดทั้งลูกที่หวานฉ่ำและนิ่มกำลังดีและมะกอกสดๆ วางขาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/seathere_7.jpg"></p>
<p>“กล้วยที่งอมแล้ว ทอดไม่ได้ เราก็ประคบประหงมมัน ต้องเอาไปตากแดดก่อนแล้วทอด มันจะหวาน นิ่มเลยล่ะ ป้าลองทำเอง ส่วนลูกมะกอกนี่ไว้ใช้ตำส้มตำ ตำน้ำพริกกะปิ ชาวเกาะเขากินอย่างนี้ ปีนึงมีหนเดียวช่วงหน้าหนาว นี่ใกล้จะหมดแล้วล่ะ”</p>
<p>เจ้าบ้านยิ้มกว้างขณะที่เราฟังไปชิมไปลูกค้าคนอื่นๆ ทยอยมาทักทายและซื้อของไม่หยุด บรรยากาศกันเองที่ผู้ซื้อผู้ขายสนิทกันทั้งเกาะ เป็นเสน่ห์น่ารักที่ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความผ่อนคลายเป็นมิตรของสีชัง ทำให้เกาะนี้น่ารักน่าชังจนอยากกลับมาเยือน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_7545.jpg" style="background-color: initial;text-align: center"></p>
<blockquote>
<p>“ผมก็ทำแบบนี้มาตลอด ใครมาถามอะไรเราก็ตอบ ไม่ใช่ว่าเก็บของใครมาแล้วไม่คืน นักท่องเที่ยวเขามาแล้วเราก็ต้องต้อนรับให้ดี อย่าให้เสียชื่อคนเกาะครับ”</p>
</blockquote>
<p style="text-align: right">วรวุฒิ รุจิโมง<br />  เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง และเจ้าบ้านชาวเกาะสีชัง </p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p><em>อ่านเรื่องราวแสนสุขบนเกาะสีชังเพิ่มเติมได้ทางด้านล่างนี้เลย</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/there_12_cover.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-there-logo1.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/there-52/">Scenes by the sea</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/there-52/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสียงของ เบน ชลาทิศ ในฐานะทูต UNAIDS คนแรกของเมืองไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-53/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-53/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2017 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ทูต UN]]></category>
		<category><![CDATA[HIV]]></category>
		<category><![CDATA[gay]]></category>
		<category><![CDATA[AIDS]]></category>
		<category><![CDATA[แดนสนทนา]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เบน ชลาทิศ]]></category>
		<category><![CDATA[UNAIDS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-53/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เหมือนนัดเจอนักกีฬาที่สนาม เราพบ เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ ที่สตูดิโอในตอนเย็น เมื่อรายล้อมด้วยเครื่องดนตรี นักร้องที่โลดแล่นในวงการมาสิบกว่าปีคนนี้ดูผ่อนคลาย ระยะหลังๆ นอกจากฟังเสียงของเขาในวิทยุ เรายังเจอเขาในจอทีวีหรือจอหนัง รับบทบาทสนุกสนานที่ทำให้คนดูอมยิ้ม ปีที่ผ่านมา เบนยังตกลงรับหมวกอีกใบจาก UN ในฐานะทูตพิเศษของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ประจำประเทศไทย ก่อนนักร้องหนุ่มจะซ้อมร้องเพลง เราใช้เวลาคุยกับเขาเรื่องชายรักชาย โรคร้าย ชีวิตและความตาย แง่มุมเหล่านี้แตกต่างจากภาพสดใสที่เรารู้จัก แต่เบนไม่ได้พูดเรื่องนี้ด้วยความเศร้า เขาแบ่งปันมันด้วยความจริงใจ คุณมาเป็นทูตของ UNAIDS ได้ยังไงมันก็ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ เลย วันนึงอยู่ดีๆ เราก็ได้รับการติดต่อจาก UNAIDS ว่าเราสนใจเป็นทูตพิเศษหรือเปล่า เหตุผลที่คุณได้รับเลือกคืออะไรต้องย้อนไปถึงแคมเปญของ UNAIDS ตอนนี้คือการหยุดการตีตราของผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ แล้วปัจจัยที่มันแพร่กระจายอยู่ในปัจจุบัน หลายๆ คนก็รู้ว่ามันมาจากสังคมกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เขาก็น่าจะอยากได้คนที่น่าจะเรียกได้ว่ามีเสียงดังในกลุ่มคนประเภทนี้ มีหน้าที่การงานที่มีสปอตไลต์จับด้วยงานเพลงหรืองานละครหลังๆ ที่เราทำ น่าจะเป็นตัวแปรหรือจุดสนใจสำหรับคนส่วนใหญ่ได้ ก่อนที่คุณจะมารับตำแหน่งนี้ คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ยังไงบ้างต้องย้อนไปถึงตั้งแต่ที่เราไม่รู้อะไรเลย ในประเทศไทยหรือโลกนี้รู้จักเอดส์มาประมาณสามสิบกว่าปี แล้วมันก็ถูกโปรโมต ถูกประโคม ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ทุกคนจะจำสโลแกนว่า เป็นเอดส์รักษาไม่ได้ ตายอย่างเดียว แล้วก็จะเห็นภาพคนป่วยนอนแห้งๆ อยู่ที่โรงพยาบาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-53/">เสียงของ เบน ชลาทิศ ในฐานะทูต UNAIDS คนแรกของเมืองไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เหมือนนัดเจอนักกีฬาที่สนาม เราพบ <strong>เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ</strong><br />
ที่สตูดิโอในตอนเย็น</p>
<p>เมื่อรายล้อมด้วยเครื่องดนตรี นักร้องที่โลดแล่นในวงการมาสิบกว่าปีคนนี้ดูผ่อนคลาย ระยะหลังๆ นอกจากฟังเสียงของเขาในวิทยุ เรายังเจอเขาในจอทีวีหรือจอหนัง<br />
รับบทบาทสนุกสนานที่ทำให้คนดูอมยิ้ม ปีที่ผ่านมา<br />
เบนยังตกลงรับหมวกอีกใบจาก UN ในฐานะทูตพิเศษของโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ<br />
(UNAIDS) ประจำประเทศไทย</p>
<p>ก่อนนักร้องหนุ่มจะซ้อมร้องเพลง เราใช้เวลาคุยกับเขาเรื่องชายรักชาย<br />
โรคร้าย ชีวิตและความตาย แง่มุมเหล่านี้แตกต่างจากภาพสดใสที่เรารู้จัก<br />
แต่เบนไม่ได้พูดเรื่องนี้ด้วยความเศร้า เขาแบ่งปันมันด้วยความจริงใจ</p>
<p><strong>คุณมาเป็นทูตของ </strong><strong>UNAIDS </strong><strong>ได้ยังไง<br /></strong>มันก็ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ เลย<br />
วันนึงอยู่ดีๆ เราก็ได้รับการติดต่อจาก  UNAIDS ว่าเราสนใจเป็นทูตพิเศษหรือเปล่า</p>
<p><strong>เหตุผลที่คุณได้รับเลือกคืออะไร<br /></strong>ต้องย้อนไปถึงแคมเปญของ UNAIDS ตอนนี้คือการหยุดการตีตราของผู้ป่วยติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยเอดส์ แล้วปัจจัยที่มันแพร่กระจายอยู่ในปัจจุบัน<br />
หลายๆ คนก็รู้ว่ามันมาจากสังคมกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย เขาก็น่าจะอยากได้คนที่น่าจะเรียกได้ว่ามีเสียงดังในกลุ่มคนประเภทนี้  มีหน้าที่การงานที่มีสปอตไลต์จับด้วยงานเพลงหรืองานละครหลังๆ ที่เราทำ<br />
น่าจะเป็นตัวแปรหรือจุดสนใจสำหรับคนส่วนใหญ่ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7790.jpg"></p>
<p><strong>ก่อนที่คุณจะมารับตำแหน่งนี้ คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ยังไงบ้าง<br /></strong>ต้องย้อนไปถึงตั้งแต่ที่เราไม่รู้อะไรเลย<br />
ในประเทศไทยหรือโลกนี้รู้จักเอดส์มาประมาณสามสิบกว่าปี แล้วมันก็ถูกโปรโมต ถูกประโคม ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน<br />
ทุกคนจะจำสโลแกนว่า เป็นเอดส์รักษาไม่ได้ ตายอย่างเดียว<br />
แล้วก็จะเห็นภาพคนป่วยนอนแห้งๆ อยู่ที่โรงพยาบาล ไปถ่ายวัดพระบาทน้ำพุที่น่ากลัวๆ<br />
ตัวปรุๆ อะไรอย่างนี้ สมัย 20 &#8211; 30 ปีก่อน<br />
คนยังพูดถึงเรื่องแบบนี้ แล้วเราก็เป็นหนึ่งในคนที่กลัวและไม่รู้อะไรเลย</p>
<p>จนกระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนบ้านเราก็เป็น<br />
แล้วทุกคนก็กลัวกันหมดเลย ทุกคนในหมู่บ้านแตกฮือ ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่เล่นกล้าม<br />
ตัวใหญ่ แข็งแรง มีภรรยาสวย ไม่กี่เดือนที่เป็นเอดส์ ผู้ชายคนนี้ก็เสียชีวิต ตอนนั้นเราอยู่ประมาณประถมปลายๆ<br />
ย้อนกลับไปประมาณ 20 ปี<br />
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เราเริ่มรับรู้วิวัฒนาการการรักษาโรคเอดส์คือภรรยาเขาก็ติดเชื้อมาด้วย<br />
แต่ว่าภรรยาเขารักษาสุขภาพร่างกายอย่างดี เราเลยรู้สึกว่า อ้าว มันก็ไม่ได้น่ากลัว<br />
สามีเขาตายเพราะไม่ยอมไปหาหมอ แต่ภรรยาไม่เป็นไร ปัจจุบันเขาก็ยังอยู่บ้านเดิม ใช้ชีวิตปกติ<br />
เขายังเป็นผู้หญิงที่สวยอยู่ นั่นก็เป็นปัจจัยแรกที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ใกล้ชิดโรคเอดส์</p>
<p>จนกระทั่งเริ่มเข้าวัยทำงาน เราเจอเพื่อนมากมาย<br />
แต่ก่อนนี้บ้านเราเป็นบ้านปาร์ตี้ มีเพื่อนที่มาอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราวเยอะ มีเพื่อนคนหนึ่งที่มีเพศสัมพันธ์กับชายแล้วติดเชื้อ<br />
HIV<br />
แต่กลัวการรักษา กลัวแม้กระทั่งการไปตรวจ กลัวแม้กระทั่งการบอกคนอื่นว่าเขาเป็น นอกจากคนใกล้ตัวจริงๆ<br />
จะไม่มีใครรู้เลย แล้วทุกครั้งที่พาเขาไปโรงพยาบาล เขาจะมีท่าทีไม่อยากไป เขาไม่อยากให้ใครมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของเขา<br />
เนื่องจากเขากลัวว่าคนอื่นจะมองเขาแบบไหน คนจะมากีดกันเขายังไง แล้วสุดท้ายเขาก็ทรุด</p>
<p>พอเขาทรุดเราก็พาเข้ากระบวนการรักษา<br />
แต่ในตัวจิตใจของผู้ป่วยเอง เขารู้สึกว่าถ้ามีใครรู้แล้วเขาจะโดนกีดกัน<br />
โดนตีตราจากสังคม พอเขาเริ่มหายก็เริ่มกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่ไปหาหมออีก<br />
สุดท้ายเขาก็เสียชีวิต นั่นก็เป็นคนใกล้ตัวมากๆ ที่มาอาศัยในบ้านเราเอง เราได้เห็นโรคนี้<br />
รวมถึงวิวัฒนาการการรักษา ทำให้เรารู้สึกค่อนข้างใกล้ชิด ผูกพันกับผู้ป่วย HIV และผู้ป่วยเอดส์พอสมควร</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7773.jpg"></p>
<p><strong style="background-color: initial">ในวงสังคมของคุณมีความเข้าใจเรื่องนี้มากแค่ไหน<br /></strong>ก็เหมือนทั่วไปที่เขาโปรโมตกัน ทุกคนรู้ว่าโรคเอดส์คืออะไร<br />
HIV คืออะไร การรักษา การติดเชื้อ มันมาจากวิธีไหนบ้าง<br />
คือการถ่ายเลือด การสัมผัสกันโดยเลือด แล้วอีกวิธีหนึ่งคือการติดต่อทางเพศสัมพันธ์<br />
การเปลี่ยนถ่ายทางสารคัดหลั่ง วิธีการง่ายๆ คือ ไม่ใช้เข็มร่วมกัน<br />
แล้วก็ต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์</p>
<p>การติดเชื้อแล้วต่างหากคือปัญหา<br />
เมื่อติดแล้วรักษายังไง มีคลินิกรักษาที่ไหน ทุกวันนี้คนรู้ขนาดไหนว่าโรคเอดส์มันรักษาได้<br />
ถึงหลายๆ คนรู้ เขาก็ยังกลัวที่จะให้คนอื่นรู้ หรือพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกระบวนการรักษา<br />
แม้กระทั่งในโรงพยาบาลเอง ยังมีผู้ให้บริการ พยาบาล หมอ<br />
รวมถึงคนที่ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจจริงๆ ที่กีดกันและตีตราผู้ป่วยอยู่ </p>
<p>พอโดนตีตรา<br />
เราก็ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนไม่รู้ว่าฉันเป็น แม้กระทั่งไปรักษา<br />
เพราะคนจะรู้ว่าฉันไปรับยาต้านไวรัส สมมติเดินไปบอกหัวหน้าที่ทำงานว่า<br />
‘หนูเป็นผู้ติดเชื้อ HIV ค่ะ’<br />
สามารถโดนไล่ออกได้นะ เพราะหัวหน้าไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง<br />
เขายังไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ จะไปบอกหัวหน้าว่า ‘หนูเป็นนะ แต่หนูรับยาต้านแล้วหัวหน้าก็ไม่ติดหนูด้วย’<br />
ยากนะที่จะทำให้คนเราเปลี่ยนความเชื่อที่ฝังหัวมา 30<br />
ปี ทั้งที่จริงๆ<br />
แล้วสัมผัสกันไม่เป็นไร กินข้าวด้วยกันไม่เป็นไร จูบแลกน้ำลายกันยังไม่เป็นไรเลย<br />
เพราะว่าเชื้อโรคมันไม่สามารถอยู่ในน้ำลายได้ แต่ว่าคนไม่รู้ก็จะกลัว</p>
<p><strong>ก่อนหน้านี้คุณไปทำบุญที่บ้านคามิลเลียน ไปเจออะไรที่นั่น<br /></strong>ต้องพูดถึงความผูกพันกับมูลนิธิคามิลเลียน  คือเราเป็นศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ศรีราชา รู้จักมูลนิธิคามิลเลียนอยู่แล้ว<br />
นอกจากโรงพยาบาลคามิลเลียนที่ทองหล่อ จะมีบ้านต่างๆ ที่ดูแลผู้ป่วยโรค HIV ผู้ป่วยเอดส์<br />
ผู้ติดเชื้อจากแม่สู่ลูก เด็กกำพร้า อะไรอย่างนี้</p>
<p>ล่าสุดเราไปที่ระยอง มีผู้ป่วยหลายกลุ่ม<br />
ตั้งแต่เด็ก 4 &#8211; 5 ขวบ<br />
โตมากับโรคนี้ ที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็มี เข้าสู่วัยทำงานก็มี มูลนิธิก็จะพยายามส่งเสริมว่าเราจะกระจายเด็กๆ พวกนี้เข้าสู่สังคมยังไง<br />
ให้เขาไปใช้ชีวิตปกติยังไง แล้วเด็กก็ต้องเข้ามารับยาอย่างต่อเนื่องนะ แล้วก็มีทั้งผู้ป่วยที่บ้านเอาไปฝากไว้เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่กับผู้ป่วยยังไง<br />
กะว่าเอาไปปล่อยให้ตายอยู่ที่ศูนย์เลยละกัน บางคนเป็นโรคแทรกซ้อนมากๆ คือเป็นภาวะเอดส์แล้ว แต่หลายๆ คนก็หายแล้วก็ใช้ชีวิตได้ปกติ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7782.jpg"></p>
<p><strong>พอรับรู้ว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่คุณอยากบอกคืออะไร<br /></strong>สิ่งที่เราทำได้อย่างแรกคือเป็นกระบอกเสียงได้ว่าโรคเอดส์มันไม่ได้น่ากลัวแล้วนะ โรคเอดส์มันรักษาได้ มียาต้านมานานแล้ว<br />
แถมไม่ได้ต้องกินเป็นกำๆ ปัจจุบันกินเม็ดเดียว หรือมียา<br />
PrEP ที่เมื่อทานอย่างต่อเนื่อง สามารถป้องกันโรค HIV ได้ หรือคนที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ<br />
HIV รึเปล่า แต่ก่อนต้องรอ 3 &#8211; 5 เดือนถึงจะตรวจได้ แต่ปัจจุบัน รอแค่ 5 วันก็เช็กได้ แล้วยิ่งเจอเร็ว<br />
ใครที่ได้รับยาเร็วก็สามารถจะหายขาดได้เลย</p>
<p>นี่คือสิ่งที่คนยังไม่รู้ ทั้งที่รายงานการแพทย์หรือข่าวต่างๆ<br />
มันก็มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตเต็มไปหมดเลย ซึ่งเราก็ไม่เคยเข้าไปอ่านกันเอง<br />
พอวันนึงเราลองโพสต์ว่า โรคเอดส์รักษาได้แล้วนะ คนก็จะมาโพสต์ว่า ไหนล่ะรายงานการแพทย์<br />
มึงก็กูเกิลสิ (หัวเราะ) คือ พอทุกคนไม่เคยสนใจโรคนี้ มันก็ไม่เคยถูกโปรโมตเลย<br />
ลองกูเกิลว่าโรคเอดส์รักษาได้สิ มันจะขึ้นมาเป็นร้อยอันเลย </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7755.jpg"></p>
<p><strong>กลับมาที่เรื่องของคุณ การเปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ส่งผลยังไงกับคุณบ้าง<br /></strong>ไม่รู้ ถ้าถามว่าเรารู้สึกยังไง เราไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรจากเดิม<br />
เพราะเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่ถ้าถามว่าคนอื่นรู้สึกยังไง เราไม่รู้ คุณรู้สึกยังไงกับเราล่ะ</p>
<p><strong>ปกติ<br /></strong>นั่นแหละ<br />
ก็ปกติ</p>
<p><strong>แล้วบทบาทที่คุณได้รับหลังจากนั้นเป็นยังไง<br />
เพราะตอนนี้คุณไม่ได้ร้องเพลงอย่างเดียว ยังรับงานอื่นๆ ด้วย<br /></strong>เรียกว่ามีความคาดหวังจากสังคม พอคนรับรู้ว่าเราเป็นอย่างนี้<br />
หรือติดภาพเราจากละครที่เราเล่น เขาคาดหวังว่าจะเจอ เบน ชลาทิศ แบบใน <em style="background-color: initial">มิ้นต์กับมิว</em><br />
ซึ่งจริงๆ แล้วเบน ชลาทิศ ไม่ได้เป็น <em style="background-color: initial">มิ้นต์กับมิว</em> แต่เวลาที่เราไปขึ้นคอนเสิร์ต<br />
เรามีหน้าที่มอบสิ่งที่คนดูต้องการ เราก็เลยต้องแรดมากกว่าเดิม 20 &#8211; 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้คนดูเข้าถึงจุดที่เขาคาดหวังไว้<br />
ถ้าเกิดว่าเราเป็น เบน ชลาทิศ เหมือน 10<br />
ปีที่แล้ว มันก็จะไม่สนุกสำหรับเขา<br />
ชีวิตจริงเราไม่ใช่แบบนั้น แต่ก็สามารถใส่ในโชว์ได้ เพราะเป็นการแสดงอย่างหนึ่ง</p>
<p>แม้เราจะเล่นละครจบแล้ว เราคิดว่าเราไม่ได้เล่นมันอีกแล้ว<br />
เปล่า คนก็ยังติดภาพเราในนั้นอยู่ ติดภาพเราในหนัง <em>ป้าแฮปปี้ She ท่าเยอะ</em> อยู่ อยากจะเห็นเราเต้น<br />
โบกๆๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งในชีวิตจริงกูแทบไม่ออกไปห้องออกกำลังกายเลย (หัวเราะ) อะไรแบบนี้<br />
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ การโชว์ใน business คือการโชว์สิ่งที่คนอยากจะได้<br />
หลังๆ เราก็ไม่ได้อยากจะไปบอกว่า เฮ้ย กูไม่ได้แรดขนาดนั้นเว้ย<br />
มันไม่มีประโยชน์อะไร เพราะคนเขามีความสุขกับทุกอย่างที่เราแสดง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7747-2.jpg"></p>
<p><strong>ส่วนใหญ่คุณเลยต้องแสดงว่าร่าเริง<br /></strong>ใช่ แต่นักแสดงทั่วไปก็เหมือนกัน เขาไม่แสดงเป็นตุ๊ด<br />
แต่เมื่ออยู่บนเวที มันก็ต้องมีพลังงานมากกว่าอยู่นอกเวที ถูกไหม<br />
เป็นเรื่องปกติ เหมือนเวลาเราอยู่ข้างนอก เราจะพูดเนือยขนาดไหนก็ได้<br />
แต่ว่าเวลาขึ้นเวที เราพูดเนือยบนเวทีมันก็ไม่ถูกหรือเปล่า คนก็คาดหวังว่าจะมีพลังงานสนุกสนานในคอนเสิร์ต</p>
<p><strong>แล้วในฐานะที่เป็นทูต </strong><strong>UN</strong><strong> คุณต้องแสดงออกยังไง<br /></strong>เราก็ยังไม่รู้ เราคิดว่าเขาคัดเลือกเรามาจากสิ่งที่เราเป็น<br />
เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีอะไรที่เราต้องเปลี่ยนแปลง เราแค่มีอีกหน้าที่หนึ่งที่ช่วยบอกคนว่าโรคนี้มันเป็นยังไง<br />
ลดการตีตรากันเถอะ คนจะได้ไปรักษากัน แคมเปญหลักๆ ของ UNAIDS ปัจจุบันคือการช่วยลดการตีตราให้เท่ากับศูนย์ คือมันพลิกหน้ามือเป็นหลังมือไม่ได้ทันที<br />
แต่ต้องให้เขาค่อยๆ ซึมซาบ เข้าใจกระบวนการรักษาที่มีจริง มีตัวเลขชัดเจนว่ารักษาได้จริงๆ</p>
<p>ช่วงนี้เรากำลังวุ่นกับการทำคอนเสิร์ต และกำลังคุยเรื่องเพลงว่าช่วงปีนี้กับปีหน้า<br />
เพลงใหม่ๆ ของเราก็จะพ่วงแคมเปญ UNAIDS นี้ไปด้วย<br />
ไม่ใช่เพลงรณรงค์นะ ก็เป็นเพลงทั่วไปที่เราอยากทำนั่นแหละ<br />
แต่ว่าก็ทำภายใต้โครงการนี้ </p>
<p><strong>คุณจริงจังกับการโปรโมตเรื่องนี้มาก<br /></strong>ก็เต็มที่ แล้วเราก็อยากทำจริงๆ  เมื่อวันที่เขาติดต่อมา เรามีความรู้สึกว่าอยากทำ<br />
คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาเลยคือเราอยากทำจริงหรือเปล่า ไม่ใช่เหมือนมีมงแล้วฉันจะมาเดินเชิด<br />
เรานึกย้อนไปถึงเพื่อนเราคนที่เสียชีวิต แล้วรู้สึกว่าถ้าเกิดเขามีความรู้ความเข้าใจมากกว่านี้<br />
ถ้าเขาไปหาหมอ แค่กินยาทุกวัน ก็ไม่ตายแล้ว นั่นแหละ เราก็เลยพร้อมจะเป็นกระบอกเสียง</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> </em><em style="background-color: initial">ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-53/">เสียงของ เบน ชลาทิศ ในฐานะทูต UNAIDS คนแรกของเมืองไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-53/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
