<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Friends of the River, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author145/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2021 08:42:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>5 เหตุผลทางสถาปัตยกรรมที่เราควรปฏิเสธทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงฤทธิ์ บุนนาค]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย วงศ์ไวศยวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[architecture]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงยังจำ &#8216;วิมานพระอินทร์&#8217; การออกแบบสถาปัตยกรรมริมแม่น้ำที่คล้ายคลึง Crystal Island ของรัสเซียจนตกเป็นข่าวโด่งดังในปีที่แล้วได้ อาคารแลนด์มาร์กนั้นเป็นเพียงส่วนเดียวของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การก่อสร้างขนาดยักษ์ที่จะเปลี่ยนแม่น้ำและบริเวณรอบข้างไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเราพูดคุยกับ พิชัย วงศ์ไวศยวรรณ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม และ ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกและนักออกแบบผู้เฝ้าระวังโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น คำตอบที่ได้จากพวกเขาทำให้เราเห็นโครงสร้างปัญหาทางเลียบแม่น้ำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 1. ประชาชนไม่ได้ต้องการ การสร้างสถาปัตยกรรมที่ใช้งานได้ยั่งยืน ต้องมีจุดประสงค์การก่อสร้างที่ชัดเจน และสร้างสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากความต้องการของภาครัฐ แต่ประชาชนจำนวนมากไม่ได้อยากได้ และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเมื่อสร้างเสร็จประชาชนจะมาใช้ แต่ต้องเป็นคนจ่ายภาษีให้สร้าง 2. ไม่เหมาะกับการใช้งาน ผังแม่บท 14 กม. จากทีมทีปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (สจล. และ มข.) งานประชาสัมพันธ์โครงการฯ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 59 พื้นที่สาธารณะริมน้ำเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรสร้างให้สอดคล้องกับการใช้งาน โครงการนี้อ้างว่าเป็นทางเลียบแม่น้ำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ สามารถใช้ป้องกันน้ำท่วม เผื่อให้รองรับการสัญจรในอนาคต รวมทั้งป้องกันการรุกล้ำแนวแม่น้ำด้วย มิติทับซ้อนกันอยู่ที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจะสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดที่ว่าได้จริง นอกจากนั้นเส้นทาง 14 กิโลเมตร 2 ฝั่งแม่น้ำ ฝั่งละ 7 กิโลเมตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-9/">5 เหตุผลทางสถาปัตยกรรมที่เราควรปฏิเสธทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงยังจำ &#8216;วิมานพระอินทร์&#8217; การออกแบบสถาปัตยกรรมริมแม่น้ำที่คล้ายคลึง Crystal Island ของรัสเซียจนตกเป็นข่าวโด่งดังในปีที่แล้วได้ อาคารแลนด์มาร์กนั้นเป็นเพียงส่วนเดียวของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา การก่อสร้างขนาดยักษ์ที่จะเปลี่ยนแม่น้ำและบริเวณรอบข้างไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเราพูดคุยกับ <strong>พิชัย วงศ์ไวศยวรรณ </strong>อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยาม และ <strong>ดวงฤทธิ์ บุนนาค</strong> สถาปนิกและนักออกแบบผู้เฝ้าระวังโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น คำตอบที่ได้จากพวกเขาทำให้เราเห็นโครงสร้างปัญหาทางเลียบแม่น้ำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<h3>1. ประชาชนไม่ได้ต้องการ</h3>
<p>การสร้างสถาปัตยกรรมที่ใช้งานได้ยั่งยืน ต้องมีจุดประสงค์การก่อสร้างที่ชัดเจน และสร้างสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการ ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากความต้องการของภาครัฐ แต่ประชาชนจำนวนมากไม่ได้อยากได้ และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเมื่อสร้างเสร็จประชาชนจะมาใช้ แต่ต้องเป็นคนจ่ายภาษีให้สร้าง  </p>
<h3>2. ไม่เหมาะกับการใช้งาน </h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0025.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em style="background-color: initial">ผังแม่บท 14 กม. จากทีมทีปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้</em><i style="background-color: initial">าพระยา (สจล. และ มข.) งานประชาสัมพันธ์โครงการฯ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 59</i></p>
<p>พื้นที่สาธารณะริมน้ำเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ควรสร้างให้สอดคล้องกับการใช้งาน โครงการนี้อ้างว่าเป็นทางเลียบแม่น้ำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ สามารถใช้ป้องกันน้ำท่วม เผื่อให้รองรับการสัญจรในอนาคต รวมทั้งป้องกันการรุกล้ำแนวแม่น้ำด้วย มิติทับซ้อนกันอยู่ที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าจะสามารถแก้ปัญหาทั้งหมดที่ว่าได้จริง</p>
<p>นอกจากนั้นเส้นทาง 14 กิโลเมตร 2 ฝั่งแม่น้ำ ฝั่งละ 7 กิโลเมตร ถ้าใช้เป็นทางปั่นจักรยานก็สั้นเกินไป ถ้าจะเดินเล่นก็ยาวเกินไป และไม่ได้คำนึงถึงการเข้าถึง ไม่มีรถไฟฟ้า ไม่มีที่จอดรถ และบางช่วงก็เป็นจุดอับที่คนไม่เข้าไปใช้ หรือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่ออาชญากรรม พื้นที่หย่อนใจริมน้ำที่ตอบโจทย์อาจไม่จำเป็นต้องเป็นทางเลียบยาวเท่ากันหมด เช่น The Bund พื้นที่กว้างขวางริมน้ำที่เซี่ยงไฮ้มีความยาวไม่ถึง 2 กิโลเมตร แต่ออกแบบได้ดีจนคนทั้งเมืองสามารถเข้าถึง และเลือกเข้าไปใช้งานจริงๆ </p>
<p>กรณีของกรุงเทพฯ เส้นทางไม่จำเป็นต้องมีขนาดเท่ากันหมด เพราะชุมชนริมน้ำจะมีพื้นที่สาธารณะของตัวเองอยู่แล้ว เช่น วัดวาอารามต่างๆ ป้อมพระอาทิตย์ พื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 เป็นต้น อาจศึกษาการจัดระบบเส้นทางใหม่ ปรับปรุงเส้นทางเดิมที่มีอยู่ให้เชื่อมต่อพื้นที่สาธารณะเดิม หรือขอแบ่งที่ดินริมน้ำบางส่วนมาทำทางเลียบแม่น้ำ ดีกว่าการตัดถนนลงไปในแม่น้ำซึ่งต้องลงทุนสูง ทำลายธรรมชาติและเสี่ยงต่อการทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์ริมน้ำมากเกินไป </p>
<h3><strong>3. ไม่ถามความเห็นผู้เกี่ยวข้อง</strong></h3>
<p>การออกแบบโปรเจกต์ขนาดใหญ่ ต้องไปสอบถามคนที่เกี่ยวข้องจริงๆ ว่าต้องการสถาปัตยกรรมแบบไหน คนที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำเจ้าพระยาก็มีหลายกลุ่ม ถึงบ้านไม่ได้อยู่ริมน้ำ อาจต้องเดินทางข้ามแม่น้ำไปทำงาน แต่ปัจจุบันแบบแปลนของโครงการไม่ได้สร้างขึ้นจากโจทย์ความต้องการหรือการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างจริงจัง ไม่สอดคล้องกับคนที่พึ่งพาอาศัยแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเปิดเผยถึงแผนแม่บทและแบบรายละเอียดที่ทางสถาบัน สจล.ได้ผลิตขึ้นจากงบประมาณที่ได้จากภาษีของประชาชน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0394.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>Walkway Structure รูปตัดแสดงขนาดโครงสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาของโครงการฯ โดย เพื่อนแม่น้ำ (FOR)</em></p>
<p>ปัจจุบันมีการออกแบบที่เรียกว่า Co-creating หรือ Co-evolving คือการออกแบบที่ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น โครงการที่ TCDC ทำแถวเจริญกรุง หรืองานของสถาปนิกชุมชน ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ ก็ใช้กระบวนการลงพื้นที่และให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการออกแบบ แต่โครงการใหญ่อย่างทางเลียบแม่น้ำฯ ปฏิเสธการออกแบบที่มีส่วนร่วมแบบนี้ เหมือนสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ แต่ยังใช้เทคโนโลยีแบบเก่าอยู่ </p>
<h3>4. รีบร้อนเกินไป</h3>
<p>โครงการนี้ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือเวลา จะสร้างเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นควรใช้เวลากับกระบวนการศึกษาหาข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่กระบวนการที่เร่งรีบไม่เปิดเผย ใช้เวลาเพียง 6 &#8211; 7 เดือนในการศึกษาออกแบบพื้นที่สาธารณะที่ละเอียดอ่อนเพื่อให้ทันความต้องการของรัฐ โดยไม่ได้สนใจความเหมาะสมสอดคล้องของแบบ มีผลทำให้ไม่อาจได้แบบแปลนที่ถี่ถ้วนสมบูรณ์ </p>
<p>ทางเลียบแม่น้ำส่งผลกระทบต่อสถาปัตยกรรมริมน้ำเดิม ทั้งมรดกทางวัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ และชุมชนริมน้ำ ก่อนการสร้างจึงต้องทำความเข้าใจบริบทให้ถ่องแท้ ทั้งในรายละเอียดและในภาพรวม  ศึกษาแง่มุมสังคม เศรษฐกิจ วิศวกรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ แล้วเปิดโอกาสให้ทางเอกชนและภาครัฐได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะริมน้ำที่เหมาะสมกับคนไทยและประเทศไทยจริงๆ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0197.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><em>แผนที่ขอบเขตพื้นที่โครงการฯ ซึ่งซ้อนทับกับโครงการส่งเสริมให้เจ้าพระยาเป็นมรดกชาติ โดย เพื่อนแม่น้ำ (FOR)</em></p>
<p>ตัวอย่างที่น่าสนใจคือกระบวนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งเพื่อป้องกันน้ำท่วมด้านใต้ของเกาะแมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา ความเสียหายจากเฮอริเคนแซนดี้ในช่วงปี 2012 ทำให้เกิดการรวมตัวกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมกันศึกษาและทำงานกับชุมชนเพื่อหาแนวทางการพัฒนาชายฝั่งขึ้นมานำเสนอต่อรัฐและรัฐบาลกลาง จากนั้นจึงของบประมาณศึกษาออกแบบแผนแม่บทและแบบรายละเอียดเพื่อการก่อสร้าง และนำงบที่ได้รับไปออกแบบโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีการศึกษาและทำประชาพิจารณ์อย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ ก่อนนำแบบไปก่อสร้างจริง</p>
<h3>5. มีโครงการที่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องอยู่แล้ว</h3>
<p>ก่อนหน้าโครงการเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มีโครงการพัฒนาริมน้ำยานนาวาที่สะพานปลา สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร ได้จัดจ้างศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและบริการวิชาการของทางจุฬาฯ มาศึกษาเรื่องผังเมืองและทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการ เอกชน วัดและชุมชนริมน้ำต่างๆ ใช้เวลาประชุมกับชาวบ้านเป็นร้อยครั้งในระยะเวลาเกือบ 2 ปีจนได้ผังแม่บทระยะกิโลเมตรกว่าๆ และการยอมรับจากชุมชน แต่ตอนนี้ขาดงบประมาณในการสานต่อ ทั้งที่โครงการนี้ใช้ศึกษาเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/JOY_48381.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_31891.jpg"></p>
<blockquote>
<p>&#8220;ผมว่าเรื่องกระบวนการเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน จะทำงานออกแบบให้ชาวบ้านใช้ คุณก็ต้องรับฟังความคิดเห็นว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย&#8221; <br />&#8211; <strong style="background-color: initial">พิชัย วงศ์ไวศยวรรณ</strong></p>
</blockquote>
<p>ทุกแรงโหวตของทุกคนมีค่า ร่วมลงชื่อยับยั้งการสร้างโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาได้ที่นี่ : <a href="https://www.change.org/p/%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2-14-%E0%B8%81%E0%B8%A1-2">chn.ge/1tlD153</a></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<h3></h3>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-9/">5 เหตุผลทางสถาปัตยกรรมที่เราควรปฏิเสธทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 เหตุผลทางกฎหมายที่ไม่ควรสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-8/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2016 02:26:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์สวัสดิ์ อักษรสวาสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[กฏหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-8/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มก่อสร้าง a day พูดคุยกับ พงษ์สวัสดิ์ อักษรสวาสดิ์ นักกฎหมาย ทนายความ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน พบว่ายังมีกฎหมายหลายฉบับที่ทางเลียบแม่น้ำไม่อาจถมทับแล้วพาดผ่านไปเฉยๆ อย่าเพิ่งทดท้อใจว่ากฎหมายเป็นเรื่องซับซ้อน เข้าใจยาก หรือน่าพิศวงงงงวย เราสรุปใจความของกฎหมายที่มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องคุ้มครองรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินและสิทธิของประชาชนต่อแม่น้ำไว้ที่นี่ 1. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลำน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและที่ชายตลิ่งริมฝั่งถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่จะต้องสงวนรักษาไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เว้นแต่มีความจำเป็นทางสาธารณะอย่างยิ่งยวด เช่น รักษาความปลอดภัยของประชาชน จัดการเรื่องภัยพิบัติ ฯลฯ กล่าวคือ เฉพาะเรื่องที่จำเป็นต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนเท่านั้น แม่น้ำถือเป็นสมบัติร่วมกันของคนในชาติ แต่ประชาชนโดยทั่วไปมักเข้าใจว่าสมบัติของแผ่นดิน รัฐบาลเป็นเจ้าของ จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่จัดการตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่เจ้าของ ประชาชนทั้งหมดเป็นเจ้าของร่วมกัน เหมือนอุทยานแห่งชาติน้ำตกทีลอซู ใครจะไปตกแต่งเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติของน้ำตกไม่ได้ เพราะเป็นสมบัติของแผ่นดินที่ต้องสงวนรักษาไว้ตามธรรมชาติ เหมือนรัฐธรรมนูญที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีบุคคลใดสามารถล้มล้างเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดและมาจากอำนาจของประชาชน 2. โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาน่าจะเริ่มต้นจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เรื่องจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจ และให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรุงเทพมหานคร ไปออกแบบศึกษาโครงการ โดยว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังให้ศึกษาวางระบบอีกทอดหนึ่ง กทม. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย ไม่ใช่เจ้าของแม่น้ำเจ้าพระยา กทม. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-8/">9 เหตุผลทางกฎหมายที่ไม่ควรสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะเริ่มก่อสร้าง a day พูดคุยกับ <strong style="background-color: initial">พงษ์สวัสดิ์<br />
อักษรสวาสดิ์</strong> นักกฎหมาย ทนายความ<br />
และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน พบว่ายังมีกฎหมายหลายฉบับที่ทางเลียบแม่น้ำไม่อาจถมทับแล้วพาดผ่านไปเฉยๆ<br />
 อย่าเพิ่งทดท้อใจว่ากฎหมายเป็นเรื่องซับซ้อน<br />
เข้าใจยาก หรือน่าพิศวงงงงวย เราสรุปใจความของกฎหมายที่มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องคุ้มครองรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดินและสิทธิของประชาชนต่อแม่น้ำไว้ที่นี่</p>
<p>1.  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์<br />
ลำน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาและที่ชายตลิ่งริมฝั่งถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน<br />
ที่จะต้องสงวนรักษาไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้<br />
เว้นแต่มีความจำเป็นทางสาธารณะอย่างยิ่งยวด เช่น รักษาความปลอดภัยของประชาชน จัดการเรื่องภัยพิบัติ<br />
ฯลฯ กล่าวคือ เฉพาะเรื่องที่จำเป็นต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนเท่านั้น</p>
<p>แม่น้ำถือเป็นสมบัติร่วมกันของคนในชาติ<br />
แต่ประชาชนโดยทั่วไปมักเข้าใจว่าสมบัติของแผ่นดิน รัฐบาลเป็นเจ้าของ จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่จัดการตามกฎหมาย<br />
แต่ไม่ใช่เจ้าของ ประชาชนทั้งหมดเป็นเจ้าของร่วมกัน เหมือนอุทยานแห่งชาติน้ำตกทีลอซู<br />
ใครจะไปตกแต่งเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติของน้ำตกไม่ได้ เพราะเป็นสมบัติของแผ่นดินที่ต้องสงวนรักษาไว้ตามธรรมชาติ<br />
เหมือนรัฐธรรมนูญที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีบุคคลใดสามารถล้มล้างเปลี่ยนแปลงได้<br />
เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดและมาจากอำนาจของประชาชน</p>
<p>2. โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาน่าจะเริ่มต้นจากมติ<br />
ครม. เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557<br />
เรื่องจัดการแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจ และให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรุงเทพมหานคร<br />
ไปออกแบบศึกษาโครงการ โดยว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังให้ศึกษาวางระบบอีกทอดหนึ่ง<br />
กทม. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย ไม่ใช่เจ้าของแม่น้ำเจ้าพระยา กทม. มีหน้าที่ดูแลรักษาเส้นทางน้ำ<br />
ไม่ใช่ทำทางเลียบแม่น้ำ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20161004_142234.jpg"></p>
<p>3. แม่น้ำและบริเวณโดยรอบ<br />
มีหน่วยงานราชการหลายหน่วยดูแลรักษา เช่น <em>กรมที่ดิน</em> สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ดูแลที่ดินชายตลิ่งและที่ดินใต้แม่น้ำเจ้าพระยา<br />
เพราะที่ดินที่เป็นที่สาธารณะหรือที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ กรมที่ดินจะต้องดูแล<br />
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน, <em>กรมเจ้าท่า</em> สังกัดกระทรวงคมนาคม มีหน้าที่ดูแลทางน้ำ ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย,<br />
<em>กรมศิลปากร</em> สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม<br />
มีหน้าที่ดูแลโบราณสถาน ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ<br />
และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, <em>กรมโยธาธิการและผังเมือง</em> สังกัดกระทรวงมหาดไทย<br />
มีหน้าที่ดูแลการผังเมืองและการควบคุมอาคาร<br />
ตามกฎหมายว่าด้วยผังเมืองและการควบคุมอาคาร และ <em>สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br />
</em>สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br />
มีหน้าที่ดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ<br />
ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ </p>
<p>จะเห็นว่ากรมต่างๆ<br />
มีอำนาจหน้าที่ดูแลเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อป้องกันไม่ให้สมบัติของแผ่นดินถูกรุกล้ำทำให้เสียหาย<br />
การทำทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาขัดต่อวัตถุประสงค์ของกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐดังกล่าว</p>
<p>4. ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย<br />
พ.ศ. 2456 เป็นกฎหมายที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกรมเจ้าท่า สังกัดกระทรวงคมนาคม<br />
ซึ่งเป็นกฎหมายที่ห้ามผู้ใดปลูกสร้างอาคารขวางกั้นแม่น้ำ เว้นแต่อธิบดีจะอนุญาต ดังนั้นหากโครงการนี้เป็นการจัดทำทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจริง<br />
จะถือเป็นการสร้างทาง หรือ ถนน หรืออาคาร ที่ไม่ใช่การปลูกสร้างอาคารขวางกั้นแม่น้ำแต่จะเป็นการรุกล้ำเส้นทางน้ำและที่ชายตลิ่งยาวติดต่อกันถึง<br />
14 กิโลเมตร<br />
ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายฉบับนี้ที่จะสามารถอนุญาตให้ดำเนินการตามโครงการนี้ได้</p>
<p>5. ตามพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. 2518<br />
กำหนดให้กรุงเทพมหานครจัดทำผังเมืองเพื่อการดูแลจัดระเบียบเมืองของกรุงเทพมหานครทั้งหมด<br />
เช่น ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครกำหนดพื้นที่ย่านพาณิชย์เป็นสีแดง<br />
หรือพื้นที่เกษตรกรรมเป็นสีเขียว แต่กรุงเทพมหานครไม่สามารถไปจัดทำผังเมืองในทางน้ำสาธารณะอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติได้<br />
ต้องคงสภาพไว้ให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะทางน้ำและที่ชายตลิ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติของแผ่นดินที่ต้องสงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน<br />
จะไปสร้างอะไรที่อยู่นอกเหนือขอบเขตบังคับของกฎหมายผังเมืองไม่ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20161004_162745.jpg"></p>
<p>6.ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุณภาพรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ<br />
พ.ศ. 2535 แม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีหน้าที่ต้องดูแล<br />
โครงการหรือกิจกรรมใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม<br />
และทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนไม่สามารถทำได้ โครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าสามารถจะป้องกันน้ำท่วมได้<br />
หรือมีวิธีแก้ไขจัดการเมื่อน้ำท่วมได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบรุนแรงดังกล่าวต่อชุมชนและประชาชน</p>
<p>7. ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีวัดวาอาราม โบราณสถาน<br />
และสถานที่ต่างๆ หลากหลายที่บูรณาการผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี อยู่ในความคุ้มครองของ<br />
กรมศิลปากร สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม<br />
หรือ สผ. สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การทำทางเลียบแม่น้ำจะกระทบต่อสถานที่มากมายที่ได้รับการอนุรักษ์คุ้มครอง<br />
และไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาให้เป็นเหมือนเดิมได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/20161004_162918.jpg"></p>
<p>8. สภาองค์กรชุมชน ชุมชนโบราณ และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม<br />
มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูแล รัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ให้สิทธิชุมชนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ<br />
ภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ชุมชนมีสิทธิของตัวเองที่จะดูแลรักษาแม่น้ำ<br />
ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นชุมชนอยู่ริมแม่น้ำ เช่น ชุมชนเขียวไข่กา ชุมชนวัดระฆัง<br />
ไม่ต้องไปลงทะเบียนอะไร ก็มีสิทธิตัดสินใจต่อการเปลี่ยนแปลงรอบบ้านของตัวเองได้</p>
<p>9.  ประชาชนชาวไทยมีสิทธิของตนเอง<br />
นอกจากคนในชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีสิทธิ์ดูแลพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำร่วมกันแล้ว<br />
คนทั้งประเทศก็มีสิทธิร่วมตัดสินใจด้วย เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นสมบัติของแผ่นดิน<br />
ต้องสงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน เมื่อรัฐบาลมีแนวความคิดว่าจะทำทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาให้ประชาชนเข้าถึงแม่น้ำ<br />
มาปั่นจักรยาน พักผ่อนหย่อนใจ รัฐบาลได้ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างแท้จริงหรือยัง</p>
<p>แม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาจากนนทบุรี<br />
อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่<br />
ไล่มากว่าครึ่งประเทศที่ชาวไทยดูแลรักษา ส่วนที่อยู่ที่กรุงเทพฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้น<br />
แต่โครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อแม่น้ำทั้งหมด ถ้าจะดำเนินโครงการ<br />
ก็ต้องให้คนทั้งประเทศมีส่วนร่วมพิจารณาด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_3089.jpg"></p>
<blockquote><p><em>“ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นรัฐบาล ยิ่งต้องทำตามกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันทุกประการ<br />
เพราะ</em><em>ต้องถือตามหลัก T</em><em>he Rule of Law (หลักนิติธรรม)<br />
ไปเปลี่ยนกฎหมายเพื่อประโยชน์เชิงเศรษฐกิจท่องเที่ยวแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะประเทศไม่ได้นำด้วยเศรษฐกิจเท่านั้น<br />
แต่ต้องนำด้วยหลายอย่างมากมาย ทั้งมิติทาง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ<br />
และสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและชุมชน<br />
ต้องบูรณาการทั้งหมด” </em></p></blockquote>
<p>ทุกแรงโหวตของทุกคนมีค่า ร่วมลงชื่อยับยั้งการสร้างโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาได้ที่นี่ : <a href="http://chn.ge/1tlD153">chn.ge/1tlD153</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> </em><em style="background-color: initial">กานต์ วรรธนะพินทุ </em>และ <em>ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-8/">9 เหตุผลทางกฎหมายที่ไม่ควรสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 เหตุผลที่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เข้าข่ายทางจักรยานที่ดี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-6/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-6/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ทรงกลด บางยี่ขัน]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Nov 2016 15:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Friends of the River]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-6/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทางจักรยานในรูปแบบแพลอยน้ำเลียบแม่น้ำ WILLAMETTE พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ที่ผ่านมา มีคนพูดถึงความผิดพลาดของทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายมุมทั้งด้านสถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม สังคม กฎหมาย และการใช้งบประมาณ ฯลฯ ไปเยอะแล้ว ผมขอพูดประเด็น &#8216;ทางจักรยาน&#8217; บ้าง 1. การเห็นทางจักรยานดีๆ ของต่างประเทศแล้วรู้สึกว่า มันมีพลัง อยากเอามาทำที่เมืองไทยบ้าง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่ทำให้ทางจักรยานมีพลัง ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของงานก่อสร้าง หรือความสวยของงานออกแบบ แต่เป็นเพราะทางพวกนั้นมีคนใช้เยอะ และที่คนใช้เยอะก็เพราะเขาศึกษาพฤติกรรมของคนใช้จักรยานอย่างละเอียด แล้วตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์นั้น ไม่ได้คิดแค่ว่า มีทางจักรยานเดี๋ยวนักปั่นก็มาใช้เองแหละ สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าแบบก่อสร้างก็คือ การทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้จักรยานของชุมชนตลอดเส้นทาง ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยปรากฏในรายงานการศึกษาใดๆ ของโครงการนี้ 2. ทางจักรยานเลียบแม่น้ำดีๆ ในต่างประเทศที่เราเห็น ไม่มีโครงการไหนคิดทำแค่ทางจักรยาน แต่มันคือการจัดการพื้นที่สาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง โดยมีทางจักรยานเป็นส่วนหนึ่งในนั้น เช่น แก้ปัญหาเรื่องระบบนิเวศของแม่น้ำ เรื่องพื้นที่สีเขียวในเมือง เรื่องการจราจร หรือเรื่องภูมิทัศน์ แต่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้แก้ปัญหาอะไรของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอยู่เลย การยัดทางจักรยานเข้าไปในแม่น้ำ ยังดูเหมือนจะสร้างปัญหาเพิ่มด้วยซ้ำ ทางเลียบแม่น้ำคาโมะ เกียวโต ทางเลียบแม่น้ำในไทเป ประเทศไต้หวัน 3. ทางจักรยานเลียบแม่น้ำขนาดใหญ่และยาวเกิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-6/">10 เหตุผลที่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เข้าข่ายทางจักรยานที่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><em>ทางจักรยานในรูปแบบแพลอยน้ำเลียบแม่น้ำ WILLAMETTE พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน</em></p>
<p>ที่ผ่านมา มีคนพูดถึงความผิดพลาดของทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายมุมทั้งด้านสถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม สังคม กฎหมาย และการใช้งบประมาณ ฯลฯ ไปเยอะแล้ว ผมขอพูดประเด็น &#8216;ทางจักรยาน&#8217; บ้าง</p>
<p>1. การเห็นทางจักรยานดีๆ ของต่างประเทศแล้วรู้สึกว่า มันมีพลัง อยากเอามาทำที่เมืองไทยบ้าง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่ทำให้ทางจักรยานมีพลัง ไม่ใช่ความยิ่งใหญ่ของงานก่อสร้าง หรือความสวยของงานออกแบบ แต่เป็นเพราะทางพวกนั้นมีคนใช้เยอะ และที่คนใช้เยอะก็เพราะเขาศึกษาพฤติกรรมของคนใช้จักรยานอย่างละเอียด แล้วตั้งใจออกแบบให้ตอบโจทย์นั้น ไม่ได้คิดแค่ว่า มีทางจักรยานเดี๋ยวนักปั่นก็มาใช้เองแหละ สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าแบบก่อสร้างก็คือ การทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้จักรยานของชุมชนตลอดเส้นทาง ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยปรากฏในรายงานการศึกษาใดๆ ของโครงการนี้</p>
<p>2. ทางจักรยานเลียบแม่น้ำดีๆ ในต่างประเทศที่เราเห็น ไม่มีโครงการไหนคิดทำแค่ทางจักรยาน แต่มันคือการจัดการพื้นที่สาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง โดยมีทางจักรยานเป็นส่วนหนึ่งในนั้น เช่น แก้ปัญหาเรื่องระบบนิเวศของแม่น้ำ เรื่องพื้นที่สีเขียวในเมือง เรื่องการจราจร หรือเรื่องภูมิทัศน์ แต่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้แก้ปัญหาอะไรของแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีอยู่เลย การยัดทางจักรยานเข้าไปในแม่น้ำ ยังดูเหมือนจะสร้างปัญหาเพิ่มด้วยซ้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/02_DSCF7837.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางเลียบแม่น้ำคาโมะ เกียวโต</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/03_DSCF6335.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางเลียบแม่น้ำในไทเป ประเทศไต้หวัน</em></p>
<p>3. ทางจักรยานเลียบแม่น้ำขนาดใหญ่และยาวเกิน 10 กิโลเมตร ที่เราเห็นในต่างประเทศในเมืองอย่าง ไทเป โซล และเกียวโต เป็นทางจักรยานที่สร้างอยู่บน floodway ซึ่งอยู่นอกตัวเมือง ไม่มีเมืองไหนที่มีทางริมจักรยานริมน้ำขนาดใหญ่เอาไว้กลางเมืองหรอก</p>
<p>4. เมืองที่มีอายุหลายร้อยปีแบบลอนดอนและกรุงเทพฯ ช่วงกลางเมืองมักเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือน ทางเลียบแม่น้ำเทมส์ในเมืองอย่างลอนดอน เลยไม่ได้เลียบน้ำทุกช่วง อย่างช่วงที่ติดมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ หรือช่วงที่ติดอพาร์ตเมนต์ของเอกชนตรงใกล้ๆ Tower of London เส้นทางก็อ้อมผ่านไปด้านหลังตึก ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร คนในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า เรามีทางเดินและปั่นจักรยานริมน้ำเจ้าพระยาความกว้างราว 2 &#8211; 3 เมตร อยู่หลายช่วง ช่วงที่ไม่ติดน้ำ ก็ลัดเลาะหลบไปตามซอยแถวนั้นได้ เราไม่จำเป็นต้องทำทางเลียบน้ำยาวขนาด 14 กิโลเมตรก็ได้ และเราพัฒนาต่อจากเส้นทางที่เรามีอยู่แล้วก็ได้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_DSCF3732.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางเลียบแม่น้ำเทมส์ในลอนดอน</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/05_DSCF6692.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>เรือเมล์รับส่งคนและจักรยานตามแนวแม่น้ำรอตเตอร์ดาม</em></p>
<p>5. ถ้าโครงการนี้ต้องการทำให้ผู้ใช้จักรยานมีเส้นทางสัญจรบรรยากาศดีๆ ความยาว 14 กิโลเมตร มันมีวิธีที่ง่ายกว่าสร้างทางเลียบแม่น้ำ ดูตัวอย่างได้จาก เส้นทางริมแม่น้ำเทมส์ในลอนดอนจากบิ๊กเบนไปกรีนิช ความยาวราวๆ 12 กิโลเมตร และเส้นทางริมแม่น้ำซานในอัมสเตอร์ดัมจาก Eye Film Museum ไปทุ่งกังหัน Zaanse Schans ความยาวราวๆ 16 กิโลเมตร ทั้งสองเมืองนี้แค่อนุญาตให้เอาจักรยานขึ้นเรือได้ แค่นี้ก็ไม่ต้องสร้างทางจักรยานแล้ว แต่บ้านเราเรือด่วนเจ้าพระยาไม่อนุญาตให้เอาจักรยานขึ้น (ยกเว้นรถพับ) แค่เราเปลี่ยนกฎ หรือหาพื้นที่จอดจักรยานที่เหมาะสมบนเรือ หรือเอางบประมาณที่จะสร้างทางเลียบแม่น้ำ ไปพัฒนาระบบเรือขนส่งให้ตอบสนองการใช้งานของคนทุกกลุ่มจริงๆ ก็น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/06_DSCF4598.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางจักรยาน Quietway ลอนดอน</em></p>
<p>6. ถ้าอยากส่งเสริมให้คนขี่จักรยานในระยะทาง 14 กิโลเมตรจริงๆ ก็น่าย้อนกลับไปดูตัวอย่างที่ลอนดอนอีกที จากบิ๊กเบน ถ้าเราขี่จักรยานข้ามมาที่ Tate Modern ก็จะถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางจักรยานที่เรียกว่า Quietway สายที่ 1 ซึ่งสุดสายที่กรีนิช มันเป็นทางที่เอาไว้ขนส่งนักปั่นจากนอกเมืองเข้าสู่เมือง แบบไม่ผ่านถนนใหญ่ ลัดเลาะไปตามถนนเส้นเล็กๆ เงียบๆ ในชุมชนต่างๆ ซึ่งแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม นอกจากการสำรวจเส้นทางและติดป้ายสัญญาณ เส้นทางแบบนี้ในกรุงเทพฯ ก็มีคนสำรวจไว้เยอะแล้ว ถ้าพัฒนาต่อเราก็จะได้ทางจักรยานที่ปลอดภัยและน่าปั่นเหมือนลอนดอน โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/07_DSC_2333.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>พื้นที่ริมน้ำติดหน่วยงานรัฐบาลในเมืองอัมสเตอร์ดัม</em></p>
<p>7. ถ้าบอกว่าสร้างทางสายนี้ขึ้นมาเพื่อให้คนเมืองได้รื่นรมย์กับพื้นที่ริมน้ำ อันที่จริงก็ไม่ต้องทำอะไรขนาดนั้นก็ได้ แค่สถานที่ราชการที่อยู่ริมน้ำเปิดพื้นที่ริมน้ำ ให้คนทั้งหลายเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ เราก็จะได้สิ่งเดียวกัน เหมือนอย่างที่พิพิธภัณฑ์หรือพื้นที่ของรัฐในหลายเมืองของยุโรป พยายามจะไม่สร้างรั้ว เพื่อให้ตัวมันเองได้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า สถานที่ราชการในส่วนที่เป็นอาคารไม่ควรปล่อยให้คนภายนอกเข้าไปพลุกพล่าน แต่ในกรณีนี้แค่ลองปรับพื้นที่ของรัฐในส่วนริมน้ำส่วนหนึ่งให้ประชาชนเข้าถึงได้ก็พอ การที่คนเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำไม่ได้เพราะติดพื้นที่ของเอกชนนั่นเข้าใจได้ แต่เข้าถึงไม่ได้เพราะติดพื้นที่ของรัฐซึ่งรัฐไม่อนุญาตให้เข้าก็ฟังดูแปลกๆ นะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/08_DSCF4523.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางจักรยานในประเทศสิงคโปร์</em></p>
<p>8. ทางจักรยานในประเทศเขตร้อนอย่างสิงคโปร์ ทำแล้วมีคนใช้ก็เพราะมันอยู่ในแนวต้นไม้ใหญ่ไปตลอดทางจึงร่มรื่น แต่ทางจักรยานพื้นคอนกรีตร้อนๆ 14 กิโลเมตร ใครจะมาใช้ เอาต้นไม้ใหญ่มาลงตลอดเส้นก็ทำไม่ได้เพราะมันเป็นทางคอนกรีตที่ตอกเสาเข็มยื่นลงไปในแม่น้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/09_DSCF3438.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางเลียบแม่น้ำบริเวณ Punggol Waterway ประเทศสิงคโปร์</em></p>
<p>9. ถ้าจะหาต้นแบบทางเลียบแม่น้ำที่ดี ควรไปดูทางเลียบแม่น้ำบริเวณ Punggol Waterway ที่สิงคโปร์ ที่นั่นเป็นทางจักรยานที่เรียกว่า PCN (Park Conector Network) เป็นทางจักรยานสองฝั่งแม่น้ำที่ออกแบบมาให้คนใช้ปั่นได้ เดินได้ วิ่งได้ ใช้รถเข็นได้ รื่นรมย์ ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง และใช้จัดอีเวนต์ได้ ซึ่งฟังดูเหมือนทางแบบนี้ไม่ได้สร้างยากอะไร แต่สิ่งที่พิเศษที่สุดของทางสายนี้ก็คือ การออกแบบทางเลียบแม่น้ำไปพร้อมๆ กับแม่น้ำ คือไม่ได้มองแม่น้ำเป็นแค่ทางน้ำ แต่มองเป็นระบบนิเวศที่มีชีวิต เขาจึงออกแบบแม่น้ำให้เป็นตลิ่งดินไปตลอด เพื่อให้สัตว์น้ำได้อาศัยกอพืชน้ำตามตลิ่งตื้นเป็นที่ผสมพันธุ์และอนุบาลลูกอ่อน (สัตว์น้ำมักจะผสมพันธุ์ภายนอก ถ้าน้ำไหลแรงมันก็ผสมไม่ได้ หรือผสมได้ ก็ไม่มีที่ให้ลูกอ่อนหลบศัตรู) ทางเส้นนี้ไม่ใช่แค่ออกแบบให้มีตลิ่งตามธรรมชาติเท่านั้น แต่เขายังออกแบบทางเดินให้คนได้เดินลงไปดูสัตว์น้ำและลูกอ่อนของสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อให้เด็กๆ ได้เห็นว่าแม่น้ำมีชีวิต แต่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาของเราดูจะเป็นการทำลายระบบนิเวศมากกว่าทำให้คนรักแม่น้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/10_DSCF3654.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ทางจักรยานกลางเมืองแถวหน้าหอนาฬิกา WESTMINSTER หรือบิ๊กเบน</em></p>
<p>10. ถนนสายหนึ่งกลางเมืองลอนดอนใกล้กับบิ๊กเบน เป็นถนนเส้นเล็กๆ เลียบแม่น้ำเทมส์ ซึ่งการจราจรค่อนข้างติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเทศบาลเมืองลอนดอนตัดสินใจเฉือนพื้นที่ถนน 1 เลน มาทำเป็นทางจักรยาน ฟังดูเหมือนจะเป็นโครงการบ้าๆ ที่ใช้งบเยอะและคนได้ประโยชน์น้อย แต่เทศบาลก็กางตัวเลขให้ดูว่า ในชั่วโมงเร่งด่วน มีจำนวนคนเคลื่อนที่ผ่านถนนเส้นนี้ได้มากกว่าเดิม และในชั่วโมงเร่งด่วน พาหนะหลักที่ใช้งานถนนนี้คือจักรยาน ซึ่งมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เทศบาลเมืองลอนดอนบอกว่า หน้าที่ของพวกเขาคือการเคลื่อนย้ายคนให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่เคลื่อนย้ายรถยนต์ ดังนั้นการเอาถนนมาทำทางจักรยานจึงไม่ใช่ไอเดียบ้าๆ ผลาญงบประมาณ แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาจราจรที่มีประสิทธิภาพและเมืองได้ประโยชน์ เมื่อกลับมามองโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา มีคนพูดถึงต้นทุนโครงการไปแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ 14,000 ล้าน และต้นทุนทางสังคมหลายด้านที่คนกลุ่มต่างๆ กำลังพูดถึง แต่ภาครัฐยังไม่เคยพูดถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นเลยว่า หากมีทางสายนี้แล้ว จะเกิดประโยชน์อะไร กับใคร เป็นผลประโยชน์เท่าไหร่ คุ้มค่าที่จะลงทุนไหม และคำถามที่น่าตอบที่สุดก็คือ เป็นโครงการที่สังคมได้ประโยชน์สูงสุดจริงหรือ</p>
<p>ร่วมลงชื่อยับยั้งการสร้างโครงการทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา : <a href="http://chn.ge/1tlD153">chn.ge/1tlD153</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-6/">10 เหตุผลที่ทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไม่เข้าข่ายทางจักรยานที่ดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิ่งที่พวกเราทำร้ายแม่น้ำโดยไม่รู้ตัว และการขอขมาแม่น้ำในโลกยุคปัจจุบัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-5/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภัทรียา พัวพงศกร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2016 09:22:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[ลอยกระทง]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คลอง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการแม่น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุรจิต ชิรเวทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-5/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเทศกาลลอยกระทงเวียนกลับมาอีกครั้ง กระทงสีสันต่างๆ ออกวางขายเพื่อให้เราออกไปขอขมาพระแม่คงคา โดยรู้ดีแก่ใจว่าเทศกาลนี้โปรยขยะมหาศาลลงแหล่งน้ำ คำถามง่ายๆ ที่เกิดตามมาคือ สิ่งที่เราควรทำเพื่อขอขมาแม่น้ำลำคลองคืออะไรกันแน่ สุรจิต ชิรเวทย์-นักอนุรักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านแม่น้ำจากเมืองแม่กลองสรุปสถานการณ์น้ำแล้ง น้ำท่วมขัง น้ำรอระบาย และการจัดการน้ำให้เราฟังแบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะออกไปลอยกระทงหรือไม่ สายน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราเสมอ ปัญหาของเทศกาลขอขมาพระแม่คงคาคืออะไร เดิมชีวิตเราผูกพันกับสายน้ำมาก แต่ปัจจุบันเมืองมันเติบโตขึ้นมาก พอมันโตขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็อาจรู้สึกว่าวิถีเขามันไม่ได้ผูกพันแบบนั้น ความรู้สึกมันจางลง เขาเลยทำเหมือนมันเป็นงานนักขัตฤกษ์ ไปสนุกสนาน ทำนองนั้นมากกว่า บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว เรารู้สึกว่าความสำคัญของแม่น้ำมันลดลงไป แล้วในความเป็นจริงมันสำคัญน้อยลงรึเปล่า ไม่ มันไม่ได้น้อยลงเลย แม่น้ำมันคือชีวิตอย่างที่คนพูดกัน บทบาทของมันคืออุ้มพาแร่ธาตุสารอาหารมา มันเป็นที่มาของความมั่นคงทางอาหาร เพราะฉะนั้นในโลกปัจจุบัน เมื่อความรู้สึกเราห่างเหิน ปัญหาแม่น้ำมันก็ใหญ่ขึ้นทุกที คือแม่น้ำที่คุณภาพดีมันเหลือน้อยมาก อาหารดีๆ จากธรรมชาติมันก็น้อยลงตาม เราก็ไปกินปลาเลี้ยง ปลาเป็นหมันอะไรแบบนี้ ซึ่งความหลากหลายมันไม่พอ ตอนนี้คนเมืองไม่รู้ที่มาของอาหารแล้ว แต่คนต่างจังหวัด อาหารมันอยู่รอบตัวเขา ชีวิตเขาคือถ้าน้ำดี ก็มีความมั่นคงทางอาหาร พออยู่พอกิน แล้วก็ได้อาศัยความหลากหลายทางชีวภาพนั้น ปัญหาแม่น้ำที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่คืออะไร กรุงเทพฯ เคยมีคลองประมาณ 2,500 คลอง ตอนนี้เหลือแค่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-5/">สิ่งที่พวกเราทำร้ายแม่น้ำโดยไม่รู้ตัว และการขอขมาแม่น้ำในโลกยุคปัจจุบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเทศกาลลอยกระทงเวียนกลับมาอีกครั้ง กระทงสีสันต่างๆ ออกวางขายเพื่อให้เราออกไปขอขมาพระแม่คงคา โดยรู้ดีแก่ใจว่าเทศกาลนี้โปรยขยะมหาศาลลงแหล่งน้ำ</p>
<p>คำถามง่ายๆ ที่เกิดตามมาคือ สิ่งที่เราควรทำเพื่อขอขมาแม่น้ำลำคลองคืออะไรกันแน่ สุรจิต ชิรเวทย์-นักอนุรักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านแม่น้ำจากเมืองแม่กลองสรุปสถานการณ์น้ำแล้ง น้ำท่วมขัง น้ำรอระบาย และการจัดการน้ำให้เราฟังแบบเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะออกไปลอยกระทงหรือไม่ สายน้ำก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราเสมอ</p>
<p><strong>ปัญหาของเทศกาลขอขมาพระแม่คงคาคืออะไร </strong></p>
<p>เดิมชีวิตเราผูกพันกับสายน้ำมาก แต่ปัจจุบันเมืองมันเติบโตขึ้นมาก พอมันโตขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์เงินเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็อาจรู้สึกว่าวิถีเขามันไม่ได้ผูกพันแบบนั้น ความรู้สึกมันจางลง เขาเลยทำเหมือนมันเป็นงานนักขัตฤกษ์ ไปสนุกสนาน ทำนองนั้นมากกว่า บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว</p>
<p><strong>เรารู้สึกว่าความสำคัญของแม่น้ำมันลดลงไป แล้วในความเป็นจริงมันสำคัญน้อยลงรึเปล่า</strong></p>
<p>ไม่ มันไม่ได้น้อยลงเลย แม่น้ำมันคือชีวิตอย่างที่คนพูดกัน บทบาทของมันคืออุ้มพาแร่ธาตุสารอาหารมา มันเป็นที่มาของความมั่นคงทางอาหาร เพราะฉะนั้นในโลกปัจจุบัน เมื่อความรู้สึกเราห่างเหิน ปัญหาแม่น้ำมันก็ใหญ่ขึ้นทุกที คือแม่น้ำที่คุณภาพดีมันเหลือน้อยมาก อาหารดีๆ จากธรรมชาติมันก็น้อยลงตาม เราก็ไปกินปลาเลี้ยง ปลาเป็นหมันอะไรแบบนี้ ซึ่งความหลากหลายมันไม่พอ ตอนนี้คนเมืองไม่รู้ที่มาของอาหารแล้ว แต่คนต่างจังหวัด อาหารมันอยู่รอบตัวเขา ชีวิตเขาคือถ้าน้ำดี ก็มีความมั่นคงทางอาหาร พออยู่พอกิน แล้วก็ได้อาศัยความหลากหลายทางชีวภาพนั้น</p>
<p><strong>ปัญหาแม่น้ำที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่คืออะไร</strong></p>
<p>กรุงเทพฯ เคยมีคลองประมาณ 2,500 คลอง ตอนนี้เหลือแค่ 1,165 คลอง แล้วคลองพวกนั้นก็มีประตูสวมอยู่ 700 กว่าประตู น้ำขึ้นก็ไม่มีใครแขวนบานให้น้ำเข้า น้ำลงก็ไม่มีใครทยอยเปิดบานประตูให้น้ำ เพราะชีวิตฉันไม่เกี่ยวแล้วไง ฉันเป็นคนเมือง มีน้ำท่อ เปิดก๊อกมาก็มีน้ำแล้ว แต่น้ำนั้นมาจากไหนไม่ทราบ คุณก็ต้องหาน้ำไกลออกไปทุกที เพราะน้ำหน้าบ้านคุณมันใช้ไม่ได้แล้ว</p>
<p>กรุงเทพฯ โตที่เดียว มีประชากร 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 6 ของประเทศแล้ว คุณจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับชีวิตฉันได้ยังไง ทุกวันนี้ไม่มีการช่วยเหลือตัวเอง บ้านไม่ใส่รางน้ำฝนเพราะคิดว่าน้ำฝนดื่มไม่ได้ ไม่ใช้ หน้าบ้านก็ไม่มีตุ่มน้ำ ห้องน้ำก็ไม่มีถังน้ำ เปิดก๊อกมามีน้ำแล้วกัน ตอนน้ำมากไม่ได้ช่วยสต็อก ขณะที่คนบ้านนอกยังรองใส่ตุ่ม ต้องพยายามช่วยเหลือตัวเอง วิถีคนเมืองก็ห่างสายน้ำไปเรื่อย ทางน้ำก็กลายเป็นที่ทิ้งขยะ ที่ทิ้งของเสีย เห็นน้ำเหมือนท่อระบายของเสีย</p>
<p>แต่ถ้าน้ำมันดี กุ้งหอยปูปลามันอยู่ วิถีชีวิตชาวน้ำและการท่องเที่ยวต่างๆ ก็สวมลงไปได้ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจขึ้นมาได้ หรืออย่างน้อยการคมนาคมขนส่งของคุณ มีรถติดตกนรกขนาดนี้ แต่คุณมีคลองเชื่อมกันยาว 2,200 กว่ากิโล ไอ้ 1,165 คลองของคุณเนี่ย มันยาวเท่ากับจากกรุงเทพฯ ไปสุไหงโก-ลกแล้วกลับมาใหม่ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น มันถูกล็อกด้วยสะพานสูงเสมอพื้น ตอม่อชิด น้ำขึ้นติดท้องสะพาน สัญจรทางเรือไม่ได้ ได้ก็ไม่ต่อเนื่องกัน แถมปากคลองมีประตูสวมอีก</p>
<p>คุณกั้นไม่ให้น้ำเข้า กลัวน้ำเค็ม กลัวน้ำท่วม มันก็เท่ากับกั้นไม่ให้น้ำออก แต่คุณอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลง น้ำขึ้นมันก็ควรเข้าไปสะสางน้ำข้างในพอสวมประตูมันไว้ ประตูนั้นก็ไม่มีเจ้าของ ไม่มีใครบริหารจัดการ ผลที่สุดมันเป็นระบบปิดหมด มันก็ไม่ได้แลกเปลี่ยนเชื้อชีวิตกัน ก็สะสมของเสียกันไป เพราะสายน้ำมันไหลเสรี คุณไปกักไปขังเขาไม่ได้</p>
<p>เดี๋ยวพอตรุษจีนมันจะเข้าหน้าแล้งของจริงทั้งแผ่นดิน ทั้งทะเลด้วย เราก็จะไปเจอปัญหาว่าประเทศนี้ไม่เคยหาว่าระดับน้ำต่ำสุดที่เราต้องรักษาไว้คือเท่าไหร่ ระดับที่มันจะไปอุ้มดิน อุ้มน้ำ แลกเปลี่ยนเชื้อชีวิตกัน ดังนั้นพอเข้าหน้าแล้ง ถนนก็ทรุดกันเป็นเมตรๆ ตลิ่งไม่มีเสถียรภาพ เพราะไปสร้างเขื่อนแข็ง เปลี่ยนการกัดเซาะ เปลี่ยนการไหลของน้ำ ทำกันทั้งประเทศ ตั้งแต่สิงห์บุรี ชัยนาท ทำกำแพงสองข้างกั้นน้ำสายประธานตั้งเจ็ดสิบกว่ากิโล กรุงเทพฯ มันถึงทรุดลงทั้งแผ่น น้ำบาดาลบ่อตื้นก็ขุดไม่เจอ</p>
<p><strong>ปัญหาหนักหน่วงขนาดนี้ เราจะเริ่มแก้ไขยังไง</strong></p>
<p>เริ่มจากการคิดก่อน ตั้งแต่สิ้นรัชกาลที่ 5 มาไม่มีการขุดคลองใหม่ มีแต่ถมคลองเก่าไปเรื่อยๆ แต่เราอยู่ในเขตพื้นที่ราบแบนสนิทที่มีน้ำขึ้นน้ำลง การต่อสู้กับน้ำหลาก เราจะต่อสู้ด้วยมาตรการสิ่งก่อสร้างหรืออยู่ร่วมกับธรรมชาติ เราต้องคิดให้ตกผลึก</p>
<p>คือกรุงเทพฯ ส่วนหัวที่อยู่ติดนนทบุรี กับส่วนท้ายที่แสมดำ ตรงสมุทรปราการ อยู่เหนือน้ำทะเลปานกลางประมาณเมตรสี่สิบกว่าเซนติเมตร แต่มันตกท้องช้างตรงกลาง แถวรามคำแหงมันเสมอน้ำทะเลปานกลาง สมัยก่อนบรรพชนเราเลยแผ่ลำน้ำออกไปสองข้าง เป็นโครงข่ายลำน้ำแนวนอน ทำเกษตรแบบยกร่อง ถึงจะอยู่ร่วมกับน้ำขึ้นน้ำลงได้ ทีนี้โครงข่ายทางน้ำคุณถูกทำลายไปแล้ว โครงข่ายทางรถของคุณก็ไปบล็อก เพราะถนนกับรถไปกีดขวางทางเคลื่อนไหวของน้ำ คุณก็ไปสร้างกำแพง เจาะอุโมงค์ ตั้งเครื่องสูบน้ำ มันจะไปจบที่ไหน</p>
<p>โครงข่ายกรุงเทพฯ เดิมมี 50 เขต แต่ละเขตมีคลองเท่าไหร่ แล้วสภาพเป็นอย่างไร ตื้นเขิน ถูกบุกรุก หรืออะไร จัดลำดับมา สมมติว่าคลองที่เชื่อมระหว่างเขตมีความสำคัญกว่าคลองในเขต แล้วมันถูกบุกรุกยังไง เขื่อนเป็นแบบไหน ประตูที่บีบเป็นคอขวดมันใช้กับภาคเหนือถึงอยุธยาได้ เพราะน้ำมันไหลลงอย่างเดียว เหมาะกับการชลประทานแต่จากอยุธยาลงมาเป็นเขตน้ำขึ้นน้ำลงคุณต้องแก้ให้ประตูขนาดเท่าคลองเหมือนเขื่อนเจ้าพระยา ไม่ใช่ใส่ประตูเท่ากันเหมือนตัดเสื้อโหลใส่กันทั้งประเทศ</p>
<p>ในทางหนึ่งคุณต้องแก้รูปแบบประตูสะสางให้น้ำมันไปอย่างที่เคยไป แก้บานประตูน้ำเหมือนที่แม่กลองทำ คือใส่บานสวิงเข้าไป ใส่ประตูขนาดเท่าลำน้ำ พอน้ำต่างระดับผลักบานออกเอง พอน้ำทะเลขึ้นมากก็ผลักบานปิดเอง แก้รูปแบบสะพาน แก้ท่อทั้งหลาย ท่อระบายน้ำของ กทม. ต้องใส่ท่อประปาลงไปด้วย ใส่สายไฟ สายโทรศัพท์ อะไรสารพัด ท่อมันก็แทบจะไม่เป็นท่อ แต่ละหน่วยงานก็ขนกันใส่ไป แต่ว่าท่อเราไม่ใหญ่พอ เราจะทำให้มันใหญ่ขึ้นยังไง ถ้าเราจัดการเรื่องคลองได้ จัดการเรื่องการขุดดินถมดิน ระยะถอยร่น สิ่งเหล่านี้มันต้องพยายามทำความเข้าใจกันใหม่</p>
<p><strong>ในฐานะประชาชนคนธรรมดา เราจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง</strong></p>
<p>เน้นเรื่องสถาปัตยกรรมว่ามันต้องมีใต้ถุน เราเป็นประเทศมรสุม คนทุกภาคแต่เดิมอยู่บ้านมีใต้ถุนทั้งนั้น เพราะสภาพแวดล้อมเราเป็นอย่างนี้ไง คุณจะสร้างบ้านแบบฝรั่งก็ได้ แต่ขอให้มีใต้ถุนไว้ก่อน ข้างบนจะทรงโรมันทรงสเปนก็เชิญ แต่มันต้องมีใต้ถุนมาทดแทนการถมที่ เปิดทางให้อยู่กับน้ำได้โดยไม่ลำบากในหน้าน้ำหลาก หรืออาจมีภาษีน้ำท่วม เพื่อแก้ปัญหาคนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เอาเงินมาช่วยดีดบ้านเขา แบบที่เนเธอร์แลนด์ทำ แม่น้ำในฤดูปกติมันขนาดนึง พอหิมะละลายมันก็อีกขนาดนึง มันเลยเล่นเป็นสเต็ป สเต็ปหน้าสุดก็สู้ด้วยการยกบ้านขึ้น แต่ของเราเล่นแบบแพง คุณสร้างกำแพงเมตรละแสนสองแสน กับเอาสตางค์ไปดีดบ้านเขา แล้วให้น้ำมันผ่านเป็นสเต็ป ให้น้ำมันท่วมแบบพอรำคาญ ไม่ท่วมสูง ลองคิดอย่างนั้นได้มั้ย</p>
<p>ถ้าไม่ท่วมเลย มันต้องทุ่มเทมากเกินไป และประโยชน์ของน้ำท่วมมันก็มี มันก็มาชำระมลทิน เติมตะกอนใหม่ ทำให้ดินฟูขึ้น ช่วยลดปัญหาการทรุดตัว รักษาระดับบาดาลบ่อตื้น ถ้ามันไม่ท่วมวิบัติ สักสามสิบถึงห้าสิบเซนติเมตรกำลังดี แต่ถ้าคุณจะสร้างกำแพงสูงเมตรสองเมตร ผมว่ามันไม่คุ้ม เมตรนึงเป็นแสน เพื่อสู้กับน้ำหลากเดือนสองเดือนเนี่ยนะ</p>
<p>ผมไม่ได้มีคุณวุฒิทางการศึกษาอะไรที่จะไปเอ่ยอ้างได้ แต่ผมอยู่ในเมืองแบบนี้ เมืองแค่ท่วมรำคาญ มันก็จะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ตุลา ทุกช่วงน้ำเกิด ตั้งแต่ 12 &#8211; 15 ค่ำ มันจะขึ้นพีกสุดช่วงแรม 3 &#8211; 4 ค่ำ ถ้าฝนตกแล้วน้ำขึ้นมาบวกในตอนเช้า เดือนนึงเราจะเสี่ยงกับน้ำประมาณ 10 วัน แต่เสี่ยงโดยไม่ป้องกันต่อสู้ หาที่ให้น้ำเขาไป บรรพบุรุษเราขุดดินให้น้ำอยู่ ขุดอู่ให้น้ำนอน ไม่ใช่ถมดินให้คนอยู่ คนมีตังค์ก็ถมที่ไป บ้านคนจนหรือบ้านเก่าก็โดนน้ำเซาะไป หาทางอยู่ร่วมกับมัน มันฉลาดกว่า ยั่งยืนกว่า เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า</p>
<p><strong>กลับมาเรื่องลอยกระทง เราควรทำอย่างไรดีในเทศกาลนี้</strong></p>
<p>มันเป็นประเพณี ก็ต้องเปลี่ยนแปลงได้นะ ไม่ใช่ว่าเราจะสตัฟฟ์มันไว้ แต่เราต้องทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงเคารพนับถือน้ำเป็นแม่คงคา สิ่งที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้คนหมู่มากเป็นแม่ทั้งนั้น แม่โพสพ แม่คงคา แม่ย่านางเรือ เป็นเพศหญิงทั้งนั้น เป็นผู้มีคุณ แล้วทำไมเราถึงกลายเป็นโรคกลัวน้ำไปได้ เพราะความคิดเห็นเราเปลี่ยน อาชีพเราเปลี่ยน ไม่ใช่เกษตรกร จึงไม่เข้าใจ แต่จริงๆ มันมีผลเกี่ยวเนื่องกัน ถ้าพี่น้องเกษตรเดือดร้อน คนเมืองก็เดือดร้อนอยู่ดี มันเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นกระบวนธรรมทางเหตุและปัจจัยของธรรมชาติ ซึ่งถ้าคิดแบบตะวันออกคืออยู่ร่วมกันอย่างสอดคล้อง แต่ถ้าคิดแบบตะวันตกคือต่อสู้เอาชนะมันในชาตินี้ คุณจะเอาแบบไหน</p>
<p>เมื่อบ้านเมืองหลงทิศผิดทางมาขนาดนี้ จะไปเปลี่ยนทุกอย่างคงไม่ได้ มันเลยเถิดมาแล้ว ก็ต้องมาดูว่าองค์ความรู้ไหนของแต่ก่อนที่มันยังสวมได้ ไปสะสางให้มันทำหน้าที่ของมัน</p>
<p>สำหรับกระทง ก็ต้องใช้วัสดุธรรมชาติ แถวบ้านผม ตำแหน่งที่ลมพัดไปตลิ่งมีถุงพลาสติกมหาศาล แล้วมันไปกองอยู่ในทะเลด้วย อะไรที่ย่อยสลายไม่ได้อย่าได้ไปใช้ มันไปเพิ่มขยะ อย่างทางตากเขาใช้กะลาจุดเทียนลงไป ลอยกระทงสาย บ้านผมใช้กาบกล้วยท่อนนึง เอาธูปชุบน้ำมันผึ่งแดดมาปัก อย่างนี้มันย่อยสลายได้ ทำกระทงด้วยกาบกล้วยใบตองมันก็ยังโอเค มันก็เป็นความสุขทางใจนะ วัฒนธรรมน่ะ แต่ให้เข้าใจหน่อยว่าน้ำเนี่ยโคตรสำคัญเลย แล้วการแย่งน้ำมันเกิดขึ้นแน่ถ้าเราไม่ช่วยกันรักษาคุณภาพน้ำ</p>
<blockquote><p><em>“น้ำมันมีสี่มิตินะ คือน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย<br />
และการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ถ้าทั้งสี่มิติมันยังทำงานได้ ความมั่นคงทางอาหาร<br />
ความหลากหลายทางชีวภาพก็ยังคงอยู่ไง ประชาชนก็จะดูแลตัวเองได้ ถ้าแม่น้ำเราไม่ป่วย<br />
ระบบนิเวศปากแม่น้ำเป็นระบบที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด ศักยภาพการผลิตมันสูงมาก<br />
แถวบ้านผม คอกหอย ดอนหอยหลอดที่เป็นหมื่นๆ ไร่ ประชาชนไม่ต้องไถหว่าน<br />
วัฏจักรน้ำหลากมาเติมสารอาหารให้ ถ้าน้ำนั้นดี ผลผลิตมันสูงกว่านาข้าว<br />
กว่าอะไรบนบกอีก ในทะเลตมปากแม่น้ำ ปากอ่าว ก ไก่ นี่มันเป็นสุดยอดแหล่งอาหาร<br />
แม่น้ำคือชีวิตไม่ใช่โวหาร เป็นเรื่องจริง”</em></p></blockquote>
<p><em>สุรจิต ชิรเวทย์ เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำของเมืองไทยคนนี้ยังเป็นอดีตประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. 2546 &#8211; 2549 ผู้เขียนหนังสือ &#8216;คนแม่กลอง&#8217;, &#8216;ระบบนิเวศสามน้ำ&#8217;, &#8216;คนแม่กลองไม่เอาโรงไฟฟ้า&#8217; ฯลฯ อาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยต่างๆ<br />
แกนนำเครือข่ายประชาชนคนรักแม่กลอง อนุกรรมการลุ่มน้ำแม่กลอง และอนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรทะเลและชายฝั่งในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกด้วย</em></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> กานต์ วรรธนะพินทุ</em></p>
<p style="text-align: center;">
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-5/">สิ่งที่พวกเราทำร้ายแม่น้ำโดยไม่รู้ตัว และการขอขมาแม่น้ำในโลกยุคปัจจุบัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทางเลือกที่เหลืออยู่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-44/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-44/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ศิวะภาค เจียรวนาลี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Sep 2016 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[Friends of the River]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-44/</guid>

					<description><![CDATA[<p>คนจำนวนมากทยอยเดินเข้าห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนหน้างานเริ่มเป็นชั่วโมง จำนวนคนยังแน่นและแทบไม่มีใครเดินออกระหว่างงาน สื่อมวลชนลงข่าวเกี่ยวกับงานนี้บน facebook แทบจะทันทีหลังงานจบ เห็นแล้วก็รู้ว่าสังคมกำลังสนใจเรื่องนี้มากแค่ไหน กิจกรรม รวมพลคนไม่เอาทางเลียบแม่น้ำ 14 กม. จัดขึ้นวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2559 จัดโดยกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ ซึ่งก็คือกลุ่ม Friends for the river เดิมรวมตัวกับองค์กรภาคประชาชนจำนวนมาก ไฮไลท์ของงานคือการเสวนาหัวข้อ ‘โครงการทางเลียบแม่น้ำ สร้างสรรค์ หรือทำลาย’ มีวิทยากรระดับประเทศเข้าร่วมคับคั่ง ได้แก่ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปราชญ์แห่งสยาม, ปราโมทย์ ไม้กลัด ที่ปรึกษาในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, อาจารย์เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม, นิวัติ กองเพียร นักเขียนและนักวิจารณ์, ยรรยง บุญหลง สถาปนิกชุมชน นักเขียน และนักวิจัยรุ่นใหม่, ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการรณรงค์ของ Greenpeace Southeast Asia และ ศศิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-44/">ทางเลือกที่เหลืออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คนจำนวนมากทยอยเดินเข้าห้องอเนกประสงค์<br />
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ก่อนหน้างานเริ่มเป็นชั่วโมง </p>
<p><strong></strong></p>
<p>จำนวนคนยังแน่นและแทบไม่มีใครเดินออกระหว่างงาน<br />
สื่อมวลชนลงข่าวเกี่ยวกับงานนี้บน facebook แทบจะทันทีหลังงานจบ<br />
เห็นแล้วก็รู้ว่าสังคมกำลังสนใจเรื่องนี้มากแค่ไหน</p>
<p>กิจกรรม<br />
รวมพลคนไม่เอาทางเลียบแม่น้ำ 14 กม. จัดขึ้นวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2559<br />
จัดโดยกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ<br />
ซึ่งก็คือกลุ่ม Friends<br />
for the river เดิมรวมตัวกับองค์กรภาคประชาชนจำนวนมาก<br />
ไฮไลท์ของงานคือการเสวนาหัวข้อ ‘โครงการทางเลียบแม่น้ำ สร้างสรรค์ หรือทำลาย’<br />
มีวิทยากรระดับประเทศเข้าร่วมคับคั่ง ได้แก่ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์<br />
ปราชญ์แห่งสยาม, ปราโมทย์<br />
ไม้กลัด ที่ปรึกษาในคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, อาจารย์เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี<br />
ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม, นิวัติ กองเพียร นักเขียนและนักวิจารณ์, ยรรยง<br />
บุญหลง สถาปนิกชุมชน นักเขียน และนักวิจัยรุ่นใหม่, ธารา บัวคำศรี<br />
ผู้อำนวยการรณรงค์ของ Greenpeace Southeast Asia และ ศศิน เฉลิมลาภ<br />
ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร</p>
<p>รัฐบาลประกาศจะทำโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามานานและยังเดินหน้าต่อแม้จะได้รับเสียงคัดค้านมากกว่าสนับสนุน<br />
ล่าสุดทางเลียบแม่น้ำกลายเป็นกระแสสังคมเมื่อทีมงานจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง<br />
(สจล.) ซึ่งรับผิดชอบโครงการเผยหน้าตาของพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร<br />
หรือ วิมานพระอินทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
กลุ่มสถาปนิกแทบทุกส่วนออกมาคัดค้านและตั้งข้อสังเกตว่าลอกเลียนจากงานสถาปัตยกรรมชั้นนำของโลก<br />
โครงการนี้จึงกลายเป็นกระแส &#8216;ดราม่า&#8217; ครั้งใหญ่ แม้สจล.จะประกาศถอดแบบเจ้าปัญหาออก<br />
แต่เสียงคัดค้านเรียกร้องให้ยุติโครงการก็ไม่เบาลงเลย</p>
<p>ข้อมูลจากงานเสวนาได้รับการเผยแพร่ตามสาธารณะบ้างแล้ว<br />
แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีบางประเด็นเกี่ยวกับโครงการนี้ที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึง<br />
และเป็นประเด็นที่ทุกคนในสังคมควรสนใจไม่แพ้งานสถาปัตยกรรมเจ้าปัญหาอย่างวิมานพระอินทร์เลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-23.jpg"></p>
<h3>
</h3>
<h3><strong>การแข่งกับเวลา</strong></h3>
<p>ยศพล บุญสม ตัวแทนจาก FOR พูดตอนเริ่มงานว่า<br />
สจล.จะส่งแบบให้กรุงเทพมหานคร<br />
วันที่ 26 ก.ย. พ.ศ.<br />
2559 ขั้นตอนต่อไปคือการเปิดประมูลให้บริษัทเอกชนเข้ามาทำงาน<br />
ถ้ากำหนดเป็นไปตามนี้ เดือนมกราคมปีพ.ศ. 2559 เราจะได้เห็นเสาตอม่อต้นแรก<br />
ปลายปีพ.ศ.<br />
2561 โครงการก็จะสร้างเสร็จ<br />
มีแนวโน้มว่าเราจะได้เห็นรัฐบาลในโครงการนี้เป็นเครื่องมือในการประกาศคืนความสุขให้ประชาชน<br />
โดยไม่สนใจคำชี้แนะและคัดค้านแม้แต่น้อย</p>
<p>จากข้อมูลในการนำเสนอแบบล่าสุด<br />
ความกว้างของทางริมน้ำอยู่ที่ 10 เมตร ซึ่งขนาดใกล้เคียงกับถนนสามเสน<br />
เสาตอม่อมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซ็นติเมตร<br />
ถ้าสร้างเสร็จแม่น้ำเจ้าพระยาจะแคบลง 10% ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำแรงขึ้น<br />
กัดเซาะแผ่นดินรุนแรงขึ้น</p>
<p>โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกวิจารณ์ว่าเป็นโครงการที่มีธงอยู่แล้ว<br />
ค้านยังไงก็จะสร้าง แต่กระนั้นโครงการนี้ก็ถูกเลื่อนกำหนดการก่อสร้างมาเรื่อยๆ<br />
ส่วนหนึ่งเพราะการรวมตัวต่อต้านโดยสถาปนิกแทบทุกฝ่ายในประเทศ รวมถึงประชาชนที่สนใจ<br />
แต่การเร่งรีบของโครงการคราวนี้ดูจะเป็น &#8216;ของจริง&#8217; เพราะทีมงานต้องเร่งรัดให้ทันตามกำหนดเวลาช้าที่สุดที่กำหนดไว้</p>
<p>ศศิน เฉลิมลาภ<br />
จากมูลนิธิสืบนาคะเสถียรเปิดเผยข้อมูลน่าตกใจว่า ตอนนี้มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เตรียมผุดตามแนวทางเลียบแม่น้ำ<br />
(เหมือนคอนโดมิเนียมที่ขึ้นตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า) ราวกับรู้ว่าโครงการจะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน</p>
<p>ปัจจุบันกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ Friends<br />
of the river ได้ร่วมกับองค์กรภาคประชาชนจำนวนมาก<br />
จนกลายเป็นกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ พวกเขากำลังทำงานเบื้องหลังทุกวิถีทางเพื่อเสนอแนะให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนโครงการ<br />
แม้ว่าเวลาจะเหลือน้อยลงทุกที</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-32.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-52.jpg"></p>
<h3>
</h3>
<h3><strong>ผลกระทบทางธรรมชาติ<br />
อันตรายที่กำลังมา</strong></h3>
<p>คนทั่วไปอาจคิดว่า<br />
โครงการทางริมแม่น้ำ 14 กิโลเมตร ไม่ควรสร้างเพราะมันไม่สวย<br />
และทำลายชุมชนริมน้ำ </p>
<p>แต่ยังมีอันตรายอีกด้านที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง<br />
แต่เป็นประเด็นสำคัญและมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกับทุกชีวิตตามแนวแม่น้ำ<br />
นั่นคือผลกระทบทางธรรมชาติที่จะส่งผลให้ระบบนิเวศเปลี่ยนไป</p>
<p>ธารา บัวคำศรี ตัวแทนจาก Greenpeace<br />
Southeast Asia กล่าวว่าหากโครงการนี้ซึ่งกินพื้นที่ไปถึงรอยต่อระหว่างเขตบางนาและจังหวัดสมุทรปราการเสร็จสิ้น<br />
จะส่งผลเสียต่อกรุงเทพฯ มาก ปัจจุบันมีผลการศึกษาของธนาคารโลก (Worldbank)<br />
ระบุว่าหากกรุงเทพฯ<br />
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ในปีพ.ศ. 2593 ระดับน้ำในทะเลอ่าวไทยจะสูงขึ้น<br />
0.92 เมตร<br />
ดินจะทรุดลงเร็วกว่าปกติประมาณ 0.3 เมตรต่อปี พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจะมีมากขึ้นประมาณ<br />
180 ตารางเมตร<br />
หรือร้อยละ 30 โดยส่วนใหญ่อยู่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ<br />
สร้างความเสียหายได้เป็นมูลค่านับแสนล้านบาท</p>
<p>ถ้าโครงการนี้เกิดขึ้น<br />
น้ำในแม่น้ำจะไหลแรงขึ้น คลื่นกัดเซาะฝั่งจะแรงขึ้น<br />
เท่ากับช่วยเร่งปฏิกิริยาการทรุดตัวของเมืองให้แย่ลงไปอีก ยังไม่นับอีกหลายปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนริมแม่น้ำ</p>
<p>วิทยากรหลายท่านในงานเสวนาพูดตรงกันว่า<br />
คนโบราณรู้ว่าเราอยู่ในเมืองที่ติดกับน้ำ<br />
พวกเขาจึงมีภูมิปัญญาในการก่อสร้างบ้านแบบคนเข้าใจแม่น้ำ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์<br />
ชี้ให้เห็นว่าการสร้างเมืองสมัยรัตนโกสินทร์ยึดรากฐานการสร้างสืบต่อมาจากกรุงศรีอยุธยาซึ่งสร้างเมืองอิงกับแม่น้ำเป็นหลัก<br />
แม่น้ำจึงเป็นเหมือนรากเหง้าและจิตวิญญาณของเรา ศศิน เฉลิมลาภ<br />
ได้ยกข้อมูลสนับสนุนว่าคนสมัยก่อนสร้างบ้านริมน้ำโดยปล่อยให้น้ำเข้าใต้ถุน<br />
แต่คนปัจจุบันไม่รู้จักวิธีการอยู่กับน้ำ เมื่อน้ำเข้าท่วมก็กั้นกำแพงและใต้ถุนเพราะกลัวน้ำท่วม</p>
<p>โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจแม่น้ำ<br />
และผลกระทบทางธรรมชาติจากโครงการนี้จะร้ายแรงกว่าที่เราคิดหลายเท่า </p>
<p>ทางเลียบแม่น้ำระยะทาง 14 กิโลเมตรจึงเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง<br />
ปัญหาที่แท้จริงจะเกิดขึ้นกับลูกหลานของเราในอนาคตข้างหน้า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-72.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-82.jpg"></p>
<h3>
</h3>
<h3><strong>ทางเลือกที่เหลืออยู่</strong></h3>
<p>&#8220;เราอยากเห็นการพัฒนาที่ยั่งยืน<br />
นี่คือเป้าหมายร่วมที่พวกเราอยากเห็น ประชาชนต้องเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนา<br />
มีความเท่าเทียมในการพัฒนา การยุติจะนำไปสู่การวิเคราะห์นโยบายที่เกี่ยวข้อง<br />
การทำทางริมน้ำอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เราควรมีทางเลือกอื่น&#8221; ยศพล<br />
ตัวแทนจากกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ พูดเพื่อย้ำจุดประสงค์ของการคัดค้าน<br />
เพื่อให้โครงการยุติและหันมาทบทวนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยากันใหม่</p>
<p>ที่จริงแล้ว<br />
หากเป้าหมายของโครงการคือการให้คนเข้าถึงแม่น้ำ ออกไปเดินเล่น ขี่จักรยาน<br />
หรือใช้เวลาร่วมกัน ยังมีชุมชนบางแห่งที่เสนอทางเลือกเป็นการเปิดพื้นที่<br />
โดยใช้เส้นทางน้ำที่มีอยู่แล้วอย่าง คลอง เป็นเครื่องมือสำคัญ </p>
<p>คลองเป็นเหมือนเส้นเลือดของเมืองที่ถูกมองข้าม<br />
คลองหลายแห่งในกรุงเทพฯ ถูกทอดทิ้ง หากมีโครงการพัฒนาคลองที่ดี ทำระบบขนส่งมวลชนทางเรือให้น่าใช้และปลอดภัยจริงๆ<br />
มันจะช่วยลดปัญหาจราจร<br />
แก้ปัญหารถติดที่คนส่วนใหญ่เห็นว่ามันคือปัญหาของเมืองที่ไม่มีวันแก้ได้</p>
<p>การพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นโครงการใหญ่<br />
เกี่ยวพันกับหลายชีวิต จำเป็นต้องใช้เวลานานกว่านี้เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน<br />
เมื่อใช้เวลามากขึ้น เราก็จะมีทางเลือกมากขึ้นกว่าการสร้างทางริมน้ำที่ขาดความรู้<br />
ความเข้าใจ และเร่งสร้างเพื่อให้เสร็จๆ ไปโดยมีนัยยะแอบแฝงที่ประชาชนไม่รู้ </p>
<p>หากเราอยากมีเมืองน่าอยู่<br />
อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากรู้สึกดีใจที่ได้อยู่ในเมืองน้ำแห่งนี้ ต้องเริ่มจากการตั้งสติ<br />
ทบทวน และดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม</p>
<p>นี่คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่<br />
ก่อนที่เราจะทำร้ายแม่น้ำเจ้าพระยาไปมากกว่านี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river-92.jpg"></p>
<p><em>ร่วมลงชื่อสนับสนุนกิจกรรมและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม </em><em>FOR </em><em>ได้ <a href="https://www.change.org/p/%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2-14-%E0%B8%81%E0%B8%A1-2">ที่นี่</a> หรือลงชื่อเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย ‘สมัชชาแม่น้ำ’ (River Assembly; RA) ได้<a href="http://goo.gl/forms/sVFfGGHaTaQwvWv12"> ที่นี่</a></em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-44/">ทางเลือกที่เหลืออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-44/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>IT’S TIME TO TRY DEFYING GRAVITY</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เทพพิทักษ์ มณีพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Jul 2016 05:10:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[Friends of the River]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก จุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงและสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อไปถึงอนาคต คือ ‘โจทย์’ ที่ถูกต้อง จากการวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นอยู่ เพื่อหาความเป็นไปได้ในการการแก้ไขปัญหานั้นอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ที่สำคัญ โจทย์ดังกล่าวต้องเกิดจากการศึกษาความต้องการของผู้ที่จะต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างจริงจัง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความ ‘จริงใจ’ ในการศึกษาอย่างรอบด้านและถี่ถ้วน สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับแม่น้ำเจ้าพระยา (รวมไปถึงแม่น้ำสายอื่นๆ) คนที่ต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่แค่คนที่อยู่ติดริมน้ำ แต่หมายถึงประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้ เพราะหากเปรียบสายน้ำเป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน เมื่อแม่น้ำสายหลักเกิดการเปลี่ยนแปลง แขนงและกิ่งก้านสาขาของแม่น้ำที่แตกออกไปจากตัวมันย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย-ไม่มากก็น้อย ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุดคือคันกั้นน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกสร้างขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลเอ่อเข้ามาท่วมบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครในอนาคต ฟังดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ดีหากมองในมุมของคนกรุงเทพฯ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากปากคำของชาวนครปฐมในบริเวณลำน้ำอีกสายที่อยู่ใกล้เคียงกับแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแม่น้ำท่าจีน การสร้างคันกันน้ำโดยไม่ศึกษาผลกระทบรอบๆ อาจทำให้ชีวิตของพวกเขาลำบากขึ้นจากระดับน้ำที่อาจเอ่อล้นเข้าพื้นที่ในอนาคตหากเกิดอุทกภัยอีกครั้ง เพียงเพื่อป้องกันเมืองหลวงจากน้ำที่อาจไหลเข้าท่วมพื้นที่ “เราเป็นผู้รับชะตากรรมจากการพัฒนาที่ไม่เคยถามเราว่าภาพรวมจะเป็นอย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่จะส่งผลกับถิ่นที่อยู่ของคนนครปฐม แต่ยังเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกรรม และการขนส่งทั้งหมด สิ่งใดที่เกิดขึ้นกับเจ้าพระยาจะส่งผลกับคนนครปฐมด้วย” ประเชิญ คนเทศ ตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายลุ่มน้ำท่าจีนกล่าวในวงเสวนางานเปิดตัวกลุ่มสมัชชาแม่น้ำที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของการพัฒนาเปลี่ยนแปลงแม่น้ำที่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่รายรอบ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดถึงแนวคิดการพัฒนาของผู้มีอำนาจ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยหรือรัฐบาลไหนๆ ก็มักจะมีแนวคิดสั่งการจากบนลงล่าง นั่นคือการคิดโจทย์จากความต้องการบางอย่าง เพื่อกลายเป็นแนวทางแก้ปัญหาอย่างไม่สนใจเสียงของประชาชน ทั้งที่สิ่งที่ควรเป็นคือการพัฒนาอย่างร่วมมือกันจากล่างสู่บน จากเสียงของประชาชน เพื่อนำไปสู่การตั้งโจทย์และศึกษาอย่างรอบด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง ภายใต้ภาพของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังดำเนินการศึกษาย่างเข้าเดือนที่ 4 ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในต้นปีหน้า สิ่งที่เราไม่เคยรู้คือ ‘โจทย์’ ของภาครัฐที่ซ่อนอยู่ภายใต้สัญญาจ้างในการลงพื้นที่ดำเนินการศึกษากับชุมชนโดยรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-3/">IT’S TIME TO TRY DEFYING GRAVITY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็ก<br />
จุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงและสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อไปถึงอนาคต คือ <strong style="background-color: initial">‘</strong><strong style="background-color: initial">โจทย์</strong><strong>’ </strong>ที่ถูกต้อง จากการวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นอยู่<br />
เพื่อหาความเป็นไปได้ในการการแก้ไขปัญหานั้นอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ที่สำคัญ<br />
โจทย์ดังกล่าวต้องเกิดจากการศึกษาความต้องการของผู้ที่จะต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างจริงจัง<br />
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความ ‘จริงใจ’ ในการศึกษาอย่างรอบด้านและถี่ถ้วน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0147.jpg"></p>
<p>สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
(รวมไปถึงแม่น้ำสายอื่นๆ) คนที่ต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่แค่คนที่อยู่ติดริมน้ำ<br />
แต่หมายถึงประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสังคมนี้<br />
เพราะหากเปรียบสายน้ำเป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน<br />
เมื่อแม่น้ำสายหลักเกิดการเปลี่ยนแปลง<br />
แขนงและกิ่งก้านสาขาของแม่น้ำที่แตกออกไปจากตัวมันย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย-ไม่มากก็น้อย</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุดคือคันกั้นน้ำริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
ที่ถูกสร้างขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากแม่น้ำไหลเอ่อเข้ามาท่วมบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครในอนาคต<br />
ฟังดูเหมือนจะเป็นความคิดที่ดีหากมองในมุมของคนกรุงเทพฯ<br />
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากปากคำของชาวนครปฐมในบริเวณลำน้ำอีกสายที่อยู่ใกล้เคียงกับแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแม่น้ำท่าจีน<br />
การสร้างคันกันน้ำโดยไม่ศึกษาผลกระทบรอบๆ<br />
อาจทำให้ชีวิตของพวกเขาลำบากขึ้นจากระดับน้ำที่อาจเอ่อล้นเข้าพื้นที่ในอนาคตหากเกิดอุทกภัยอีกครั้ง<br />
เพียงเพื่อป้องกันเมืองหลวงจากน้ำที่อาจไหลเข้าท่วมพื้นที่</p>
<p>“เราเป็นผู้รับชะตากรรมจากการพัฒนาที่ไม่เคยถามเราว่าภาพรวมจะเป็นอย่างไร<br />
สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่จะส่งผลกับถิ่นที่อยู่ของคนนครปฐม<br />
แต่ยังเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกรรม และการขนส่งทั้งหมด สิ่งใดที่เกิดขึ้นกับเจ้าพระยาจะส่งผลกับคนนครปฐมด้วย” <strong>ประเชิญ คนเทศ </strong>ตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายลุ่มน้ำท่าจีนกล่าวในวงเสวนางานเปิดตัวกลุ่ม<strong>สมัชชาแม่น้ำ</strong>ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร<br />
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0244.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0342.jpg"></p>
<p>นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของการพัฒนาเปลี่ยนแปลงแม่น้ำที่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อื่นๆ<br />
ที่อยู่รายรอบ<br />
แต่ยังเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดถึงแนวคิดการพัฒนาของผู้มีอำนาจ<br />
ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยหรือรัฐบาลไหนๆ ก็มักจะมีแนวคิดสั่งการจากบนลงล่าง<br />
นั่นคือการคิดโจทย์จากความต้องการบางอย่าง เพื่อกลายเป็นแนวทางแก้ปัญหาอย่างไม่สนใจเสียงของประชาชน<br />
ทั้งที่สิ่งที่ควรเป็นคือการพัฒนาอย่างร่วมมือกันจากล่างสู่บน จากเสียงของประชาชน<br />
เพื่อนำไปสู่การตั้งโจทย์และศึกษาอย่างรอบด้านเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p>ภายใต้ภาพของโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังดำเนินการศึกษาย่างเข้าเดือนที่<br />
4 ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในต้นปีหน้า<br />
สิ่งที่เราไม่เคยรู้คือ ‘โจทย์’ ของภาครัฐที่ซ่อนอยู่ภายใต้สัญญาจ้างในการลงพื้นที่ดำเนินการศึกษากับชุมชนโดยรอบ<br />
นั่นคือการออกแบบทางเดินและทางจักรยานเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา โดย<strong>ต้องทำให้สามารถรองรับระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้เครื่องยนต์<br />
รวมไปถึงรถดับเพลิง รถพยาบาล รถกู้ภัย ฯลฯ ได้ด้วย </strong>(<a href="http://www.friendsoftheriver-th.com/PDF/01-RiversVoices.pdf">ข้อมูลจากเอกสารรายการข้อกำหนด [TOR] งานจ้างที่ปรึกษาสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หน้า 17</a>) </p>
<p>เมื่อโจทย์ที่ว่ายังคงมาจากความคิดในการใช้อำนาจเพื่อเนรมิตทางเลียบแม่น้ำแบบที่รัฐต้องการ<br />
การลงพื้นที่กับชุมชนโดยรอบของคณะศึกษาโครงการคงไม่เกิดประโยชน์อะไร<br />
เพราะเมื่อรัฐมีธงอยู่ในใจ เสียงของคนเล็กๆ<br />
ในพื้นที่และเสียงของประชาชนอีกมากที่อยากให้โครงการนี้ดำเนินไปอย่างโปร่งใส<br />
คงเป็นได้แค่ไม้ประดับในโครงการ<br />
เพื่อให้ได้ชื่อว่านี่คือการฟังเสียงจากประชาชนเรียบร้อยแล้วเท่านั้นเอง</p>
<p>สิ่งที่พวกเราในฐานะประชาชนเจ้าของเงินภาษีและเจ้าของอนาคตที่จะต้องอยู่ร่วมกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต<br />
คือการรวมตัวกันเพื่อส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจได้รับรู้ว่าการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประเทศ<br />
ไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบายบริหาร หรือการสร้างสิ่งปลูกสร้างราคาเหยียบหมื่นล้าน<br />
เสียงของประชาชน และการตั้งโจทย์จากการศึกษาความต้องการ<br />
รับรู้ความคิดเห็นของทุกคนจากล่างสู่บน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เป็นใคร<br />
หรือทำอาชีพอะไร ล้วนเป็นสิ่งที่จะทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างโปร่งใสและยั่งยืน</p>
<p>เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้มีอำนาจรัฐที่นั่งอยู่ในกระทรวงไปจนถึงชาวบ้านตาดำๆ ที่อยู่ในบ้านริมน้ำ<br />
ทุกคนล้วนอยากใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคตกับผลลัพธ์ที่ดี ที่เกิดขึ้นจาก ‘โจทย์’ ที่ดีกันทั้งนั้น<br />
จริงไหม?</p>
<p><em>ร่วมลงชื่อสนับสนุนกิจกรรมและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม </em><em>FOR </em><em>ได้ <a href="https://www.change.org/p/พล-อ-ประยุทธ์-จันทรโอชา-ยับยั้งการสร้างทางเลียบแม่น้ําเจ้าพระยา-14-กม-2">ที่นี่</a> หรือลงชื่อเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย<br />
‘สมัชชาแม่น้ำ’ (River Assembly; RA) ได้<a href="http://goo.gl/forms/sVFfGGHaTaQwvWv12"> ที่นี่</a></em></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ช่อไพลิน ไพรบึง</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-3/">IT’S TIME TO TRY DEFYING GRAVITY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์อาจต้องเปลี่ยน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-2/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เทพพิทักษ์ มณีพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2016 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[Friends of the River]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนจะเริ่มต้นคุยกันว่าแม่น้ำสายหลักของประเทศอย่าง ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ ควรเปลี่ยนแปลง (หรือไม่เปลี่ยน) ไปอย่างไรในอนาคต สิ่งที่เราต้องกลับมาเรียนรู้และศึกษากันให้ลึกซึ่งอีกครั้ง คือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ภายใต้สายน้ำแห่งนี้ เพราะแม้ว่าในทางกายภาพ แม่น้ำอาจเป็นเพียงเส้นทางของน้ำที่ไหลตัดผ่านแผ่นดิน แต่มากไปกว่าความรู้ทางชีววิทยา เมื่อน้ำเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งบนโลก &#8211; ‘ชีวิต’ ที่ก่อให้เกิด ‘วิถี’ อันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงควบคู่ไปกับหน้าตาของสิ่งที่จะเปลี่ยนไป หากว่ากันตามแบบเรียนวิชาภูมิศาสตร์ แม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำ 4 สายจากภาคเหนือ ได้แก่แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน มาบรรจบรวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะขยายความกว้างและไหลลงมาเป็นความยาวกว่า 300 กิโลเมตร ผ่าน 10 จังหวัดในภาคกลาง เพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมถึง 1 ใน 3 ของประเทศ (ถ้านับจำนวนผลผลิต พื้นที่เท่านี้ก็สามารถเลี้ยงปากท้องคนครึ่งประเทศไทยให้อิ่มได้) ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่แม่น้ำหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีความสำคัญกับวิถีชีวิตของมนุษย์ เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนๆ ของโลก เรามักเลือกตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนเมืองโดยเลือกจากพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างสะดวก ย้อนอดีตไล่ไปตั้งแต่ชุมชนเมโสโปเตเมียที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติส, เมืองเก๋ๆ ของชาวแฟชั่นอย่างปารีสที่อยู่ติดกับแม่น้ำแซน หรือกรุงลอนดอนที่มีแม่น้ำเทมส์หล่อเลี้ยงอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง เมื่อมีผู้คนมาอาศัยอยู่รวมกัน นอกจากแม่น้ำจะเป็นแหล่งทรัพยากรเพื่อหล่อเลี้ยงปากท้อง เป็นเส้นทางระบายน้ำของชุมชนในยุคที่ระบบประปายังไม่เพียบพร้อม และเป็นพื้นที่เดินทางสัญจรในยุคก่อนการจราจรทางบกจะเฟื่องฟู เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนยุคก่อนหลากหลายสายยังเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมและวิถีชีวิตริมน้ำที่สร้างเอกลักษณ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-2/">ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์อาจต้องเปลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนจะเริ่มต้นคุยกันว่าแม่น้ำสายหลักของประเทศอย่าง<br />
‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ ควรเปลี่ยนแปลง (หรือไม่เปลี่ยน) ไปอย่างไรในอนาคต<br />
สิ่งที่เราต้องกลับมาเรียนรู้และศึกษากันให้ลึกซึ่งอีกครั้ง<br />
คือเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ภายใต้สายน้ำแห่งนี้ เพราะแม้ว่าในทางกายภาพ<br />
แม่น้ำอาจเป็นเพียงเส้นทางของน้ำที่ไหลตัดผ่านแผ่นดิน<br />
แต่มากไปกว่าความรู้ทางชีววิทยา เมื่อน้ำเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งบนโลก &#8211; ‘ชีวิต’<br />
ที่ก่อให้เกิด<br />
‘วิถี’ อันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงควบคู่ไปกับหน้าตาของสิ่งที่จะเปลี่ยนไป</p>
<p>หากว่ากันตามแบบเรียนวิชาภูมิศาสตร์<br />
แม่น้ำเจ้าพระยาเกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำ 4 สายจากภาคเหนือ ได้แก่แม่น้ำปิง วัง<br />
ยม และน่าน มาบรรจบรวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะขยายความกว้างและไหลลงมาเป็นความยาวกว่า<br />
300 กิโลเมตร ผ่าน 10 จังหวัดในภาคกลาง เพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมถึง 1 ใน 3 ของประเทศ<br />
(ถ้านับจำนวนผลผลิต<br />
พื้นที่เท่านี้ก็สามารถเลี้ยงปากท้องคนครึ่งประเทศไทยให้อิ่มได้) ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลที่จังหวัดสมุทรปราการ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-river-2-1.jpg"></p>
<p>ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้นที่แม่น้ำหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีความสำคัญกับวิถีชีวิตของมนุษย์<br />
เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหนๆ ของโลก<br />
เรามักเลือกตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนเมืองโดยเลือกจากพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างสะดวก<br />
ย้อนอดีตไล่ไปตั้งแต่ชุมชนเมโสโปเตเมียที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติส,<br />
เมืองเก๋ๆ<br />
ของชาวแฟชั่นอย่างปารีสที่อยู่ติดกับแม่น้ำแซน หรือกรุงลอนดอนที่มีแม่น้ำเทมส์หล่อเลี้ยงอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง</p>
<p>เมื่อมีผู้คนมาอาศัยอยู่รวมกัน<br />
นอกจากแม่น้ำจะเป็นแหล่งทรัพยากรเพื่อหล่อเลี้ยงปากท้อง เป็นเส้นทางระบายน้ำของชุมชนในยุคที่ระบบประปายังไม่เพียบพร้อม<br />
และเป็นพื้นที่เดินทางสัญจรในยุคก่อนการจราจรทางบกจะเฟื่องฟู<br />
เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนยุคก่อนหลากหลายสายยังเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมและวิถีชีวิตริมน้ำที่สร้างเอกลักษณ์<br />
ตัวตน และวัฒนธรรมริมน้ำให้กับเมืองแต่ละเมือง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากภาพของชีวิตของชุมชนริมน้ำในอดีต<br />
วัฒนธรรมของคนไทยต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับสายน้ำ<br />
รวมไปถึงภาพของแม่น้ำในการเป็นเส้นทางสัญจรหลักของผู้คน ทั้งการเดินทางและค้าขาย (ภาพของเรือที่มีอยู่ทุกบ้านน่าจะเป็นหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด) ความสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยายังปรากฏให้เห็นเมื่อครั้งที่การพัฒนาของโลกยุคใหม่เริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงสมัยรัชกาลที่<br />
4 ถึงรัชกาลที่ 5 ผ่านการเข้ามาของเทคโนโลยีการเดินทางที่ทำให้ถนนหนทางแบบต่างๆ<br />
ถูกสร้างขึ้นบนบกเพื่อรองรับทั้งรถยนต์ รถราง และรถไฟ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-river-2-2.jpg"></p>
<p>เพราะถึงแม้วิถีชีวิตของผู้คนจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น<br />
สิ่งที่น่าสนใจคือรูปแบบของการพัฒนาระบบถนนหนทางและสิ่งปลูกสร้างเมื่อวิถีชีวิตถูกย้ายลึกเข้าไปห่างจากริมฝั่งแม่น้ำในยุคนั้น<br />
เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การพัฒนาเหล่านี้ถูกคิดขึ้นโดยยังคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงแบบ<br />
‘ค่อยเป็นค่อยไป’ และยังนึกถึงบริบทโดยรอบของชีวิตริมฝั่งน้ำ<br />
เช่นการสร้างถนนเจริญกรุงตอนนอกให้ขนาบข้างไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
แต่เว้นระยะเข้ามาเพื่อไม่ให้กระทบชุมชนริมแม่น้ำ<br />
หรือการเลือกพื้นที่ในการสร้างพระราชวังใหม่ให้ลึกเข้ามา<br />
เพื่อไม่ให้กระทบกับโบราณสถานและชุมชนข้างสายน้ำ</p>
<p>น่าเสียดายว่าหลังจากยุคเริ่มแรกของการพัฒนา<br />
การเติบโตของเมืองที่เพิ่มมากขึ้นกลับละเลยความสำคัญของชีวิตริมน้ำ<br />
ชุมชนมากมายที่แฝงตัวอยู่ขนาบ 2 ฝั่งแม่น้ำถูกละเลย ไม่ได้รับความสำคัญเท่ากับพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมือง<br />
และเมื่อเรามีความคิดที่จะเริ่มพัฒนาแม่น้ำ<br />
โจทย์ใหญ่ที่เริ่มคิดกลับเป็นการสร้างวิธีการเข้าถึงแม่น้ำด้วยความรีบเร่ง<br />
โดยให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมริมน้ำเพียงเล็กน้อย<br />
หรือรื้อถอนชุมชนริมแม่น้ำที่บางครั้งยังมีเอกลักษณ์และวิถีชีวิตคงเหลืออยู่ในนั้น<br />
เพื่อการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเพียงให้คนเมืองมาเดินชื่นชม</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-river-2-3.jpg"></p>
<p>จะดีกว่าไหมถ้าการพัฒนาแม่น้ำสายหลักที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของผู้คนจะถูกตั้งต้นด้วยการศึกษาความเป็นมาของการใช้ชีวิตอยู่กับสายน้ำ<br />
และพัฒนาวิธีการปรับปรุงแก้ไขให้แม่น้ำเจ้าพระยาของพวกเราดีขึ้นจากความร่วมมืออย่างไม่รีบร้อนของทุกฝ่ายอย่าง<br />
ทั้งภาครัฐ ชุมชนริมน้ำ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ รวมไปถึงเสียงของพวกเราทุกคน<br />
เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ของแม่น้ำยุคใหม่<br />
ที่ยังคงความงดงามของวิถีชีวิตดั้งเดิมควบคู่กันไป</p>
<p>นี่อาจเป็นหนทางเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์แม่น้ำเจ้าพระยาของพวกเราที่ดีกว่า<br />
เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของแหล่งกำเนิดวิถี ‘ชีวิต’</p>
<p><em>ร่วมลงชื่อสนับสนุนกิจกรรมและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม </em><em>FOR </em><em>ได้</em><a href="https://www.change.org/p/%E0%B8%9E%E0%B8%A5-%E0%B8%AD-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%B2-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B9%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2-14-%E0%B8%81%E0%B8%A1-2">ที่นี่</a></p>
<p><em><strong>ภาพประกอบรวบรวมโดย</strong> ผศ.ดร. พีรศรี โพวาทอง</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-2/">ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ ประวัติศาสตร์อาจต้องเปลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม่น้ำของฉัน แม่น้ำของเธอ แม่น้ำของใคร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/river-1/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/river-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เทพพิทักษ์ มณีพงษ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jun 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[we need to talk about river]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<category><![CDATA[Friends of the River]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำเจ้าพระยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/river-1/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากความสำคัญของประเด็นต่างๆ ในสังคมวัดจากยอดไลก์และแชร์ในเฟซบุ๊ก นอกเหนือจากข่าวการเมือง กอสซิปดารา เรื่องดราม่าของเน็ตไอดอล เราเชื่อว่าเรื่องของ ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ คงอยู่ห่างไกลจากการรับรู้ของผู้คนในสังคม ทำไมเราต้องหันมาใส่ใจเรื่องของแม่น้ำ? นี่คงเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจระหว่างที่คุณกำลังเลื่อนนิ้วมือผ่านหน้าจอในย่อหน้าที่ผ่านมา ในเมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาที่เห็นอยู่ทุกวันคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไป เหมือนกับน้ำในแม่น้ำที่มองไปเมื่อไหร่ก็ยังไหลเอื่อยๆ อยู่เช่นเดิม ตั้งแต่ก่อนผู้คนจะเริ่มไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมน้ำเพียงเพื่ออาศัยใช้ชีวิต จนถึงยุคสมัยปัจจุบันที่พื้นที่ริมน้ำกลายเป็นสิ่งหอมหวานของโครงการต่างๆ ที่ขายความสวยงามของทิวทัศน์เพื่อให้ผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาสัมผัส นอกเหนือจากโครงการเมกะโปรเจกต์จากเอกชนน้อยใหญ่ที่เข้ามาจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำเพื่อสร้างเป็นพื้นที่เชิงการค้า หนึ่งในโครงการที่ตั้งใจสร้างให้เกิดการเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำจากภาครัฐคือ โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ‘เจ้าพระยาเพื่อทุกคน’ ที่ตั้งใจพัฒนาภูมิทัศน์ริมน้ำ และสร้างเครือข่ายทางเดิน-ทางจักรยานตลอด 2 ฝั่งลำน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า รวมความยาว 14 กิโลเมตร โดยเริ่มลงพื้นที่ศึกษามาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มต้นก่อสร้างในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ภาพ: กนกศักดิ์ ดวงละออ ถ้าติดตามข่าวตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน โครงการทางจักรยานเลียบแม่น้ำความยาว 14 กิโลเมตรที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงความเหมาะสมกับการทำทางคอนกรีตในรูปแบบคล้ายทางด่วน คือหนึ่งในความสำเร็จที่พิสูจน์ว่าการรวมกลุ่มของคนในสังคมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดแบบ ‘สั่งการ’ ที่รัฐชอบทำอยู่บ่อยๆ สามารถทำได้จริง จนทำให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาแม่น้ำใหม่ล่าสุดที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้นกว่าเดิม ทว่าภายใต้โครงการที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรอบ สิ่งที่เราและอีกหลายภาคส่วนในสังคมยังเป็นห่วงนอกเหนือไปจากระยะเวลาการทำงานที่เร่งรัดจนหลายๆ คนตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่เพียงพอต่อการทำงานอย่างละเอียด คือแนวคิดตั้งต้นในการทำโครงการที่เริ่มต้นจากความต้องการที่เน้นสร้าง ‘การเข้าถึงแม่น้ำ’ ผ่านทางเดินและทางจักรยาน โดยยังไม่ได้ศึกษาถึงความต้องการจากผู้คนและสิ่งที่สังคมจะได้รับ ทั้งประโยชน์และผลกระทบในหลายด้านอย่างเพียงพอก่อนที่จะเริ่มต้นโครงการ ที่จริงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ริมน้ำไม่ใช่เรื่องแปลกและน่ากลัว หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการศึกษาอย่างจริงจังและรอบด้านในหลากหลายมิติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-1/">แม่น้ำของฉัน แม่น้ำของเธอ แม่น้ำของใคร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากความสำคัญของประเด็นต่างๆ<br />
ในสังคมวัดจากยอดไลก์และแชร์ในเฟซบุ๊ก นอกเหนือจากข่าวการเมือง กอสซิปดารา<br />
เรื่องดราม่าของเน็ตไอดอล เราเชื่อว่าเรื่องของ ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ คงอยู่ห่างไกลจากการรับรู้ของผู้คนในสังคม</p>
<p>ทำไมเราต้องหันมาใส่ใจเรื่องของแม่น้ำ? นี่คงเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจระหว่างที่คุณกำลังเลื่อนนิ้วมือผ่านหน้าจอในย่อหน้าที่ผ่านมา<br />
ในเมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาที่เห็นอยู่ทุกวันคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงไป<br />
เหมือนกับน้ำในแม่น้ำที่มองไปเมื่อไหร่ก็ยังไหลเอื่อยๆ อยู่เช่นเดิม<br />
ตั้งแต่ก่อนผู้คนจะเริ่มไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมน้ำเพียงเพื่ออาศัยใช้ชีวิต<br />
จนถึงยุคสมัยปัจจุบันที่พื้นที่ริมน้ำกลายเป็นสิ่งหอมหวานของโครงการต่างๆ<br />
ที่ขายความสวยงามของทิวทัศน์เพื่อให้ผู้คนจากต่างถิ่นเข้ามาสัมผัส</p>
<p>นอกเหนือจากโครงการเมกะโปรเจกต์จากเอกชนน้อยใหญ่ที่เข้ามาจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำเพื่อสร้างเป็นพื้นที่เชิงการค้า<br />
หนึ่งในโครงการที่ตั้งใจสร้างให้เกิดการเข้าถึงพื้นที่ริมน้ำจากภาครัฐคือ <strong>โครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
</strong><strong>‘</strong><strong>เจ้าพระยาเพื่อทุกคน</strong><strong>’ </strong>ที่ตั้งใจพัฒนาภูมิทัศน์ริมน้ำ<br />
และสร้างเครือข่ายทางเดิน-ทางจักรยานตลอด 2 ฝั่งลำน้ำเจ้าพระยา<br />
ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า<br />
รวมความยาว 14 กิโลเมตร<br />
โดยเริ่มลงพื้นที่ศึกษามาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา<br />
ก่อนจะเริ่มต้นก่อสร้างในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-river-1-11.jpg" alt=""></p>
<p style="text-align: right"><em>ภาพ: กนกศักดิ์ ดวงละออ</em></p>
<p>ถ้าติดตามข่าวตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน<br />
โครงการทางจักรยานเลียบแม่น้ำความยาว 14<br />
กิโลเมตรที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมถึงความเหมาะสมกับการทำทางคอนกรีตในรูปแบบคล้ายทางด่วน<br />
คือหนึ่งในความสำเร็จที่พิสูจน์ว่าการรวมกลุ่มของคนในสังคมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดแบบ<br />
‘สั่งการ’ ที่รัฐชอบทำอยู่บ่อยๆ สามารถทำได้จริง<br />
จนทำให้เกิดเป็นโครงการพัฒนาแม่น้ำใหม่ล่าสุดที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>ทว่าภายใต้โครงการที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยรอบ<br />
สิ่งที่เราและอีกหลายภาคส่วนในสังคมยังเป็นห่วงนอกเหนือไปจากระยะเวลาการทำงานที่เร่งรัดจนหลายๆ<br />
คนตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่เพียงพอต่อการทำงานอย่างละเอียด<br />
คือแนวคิดตั้งต้นในการทำโครงการที่เริ่มต้นจากความต้องการที่เน้นสร้าง ‘การเข้าถึงแม่น้ำ’ ผ่านทางเดินและทางจักรยาน<br />
โดยยังไม่ได้ศึกษาถึงความต้องการจากผู้คนและสิ่งที่สังคมจะได้รับ ทั้งประโยชน์และผลกระทบในหลายด้านอย่างเพียงพอก่อนที่จะเริ่มต้นโครงการ</p>
<p>ที่จริงแล้ว<br />
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ริมน้ำไม่ใช่เรื่องแปลกและน่ากลัว<br />
หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการศึกษาอย่างจริงจังและรอบด้านในหลากหลายมิติ<br />
ให้เวลากับการทำงานอย่างไม่รีบเร่ง<br />
เพื่อกำหนดอนาคตแม่น้ำของเราว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรต่อไป<br />
เพราะการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความสลับซับซ้อนทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรม<br />
และส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรอบจะคงอยู่ต่อไปสู่คนรุ่นหลัง ไม่ใช่แค่มนุษย์<br />
แต่ยังหมายรวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-river-1-21.jpg"></p>
<p style="text-align: right"><em>ภาพ: พรศักดิ์ ณ นคร</em></p>
<p>ลองจินตนาการภาพแม่น้ำเจ้าพระยาของเราเองที่อยากเห็นในอนาคตว่าเป็นอย่างไร<br />
คำตอบที่ได้ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน<br />
และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องหันมาคุยเกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยา<br />
หาวิธีการพัฒนาแม่น้ำสายนี้ในแต่ละมิติไปด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างเจ้าพระยาในอนาคตที่เราทุกคนในสังคมจะอาศัยอยู่กับมันได้ต่อไปยั่งยืน</p>
<p>ในเวลา<br />
4 เดือนที่ยังเหลืออยู่ก่อนแม่น้ำของเราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากโครงการของรัฐชิ้นนี้ นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เรื่องราวของแม่น้ำในมุมมองต่างๆ<br />
ทั้งประวัติศาสตร์ รูปแบบการพัฒนา การขับเคลื่อนของผู้คนริมสายน้ำ ฯลฯ<br />
จะถูกขยายความและส่งต่อให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบในโครงการนี้ได้เห็นถึงการพัฒนาแม่น้ำในอีกมุมมองหนึ่ง<br />
ที่พวกเราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของแม่น้ำสายนี้ได้อย่างแท้จริง </p>
<p>จะมีอะไรที่เราควรรู้เกี่ยวกับแม่น้ำอีกบ้าง<br />
ติดตามได้ในตอนต่อไปของ <strong>WE NEED TO TALK ABOUT RIVER </strong>สัปดาห์หน้า</p>
<p><em>ร่วมลงชื่อสนับสนุนกิจกรรมและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่ม<br />
</em><em>FOR<br />
ได้</em><a href="https://www.change.org/p/พล-อ-ประยุทธ์-จันทรโอชา-ยับยั้งการสร้างทางเลียบแม่น้ําเจ้าพระยา-14-กม-2"><em>ที่นี่</em></a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/river-1/">แม่น้ำของฉัน แม่น้ำของเธอ แม่น้ำของใคร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/river-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
