<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นิภัทรา นาคสิงห์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author127/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author127/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Feb 2021 17:03:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Malai Cosmetics ลิปสติก 7 เฉดสี จาก 7 นางในวรรณคดีที่เหมาะกับหญิงสาวทุกบุคลิก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/malai-cosmetics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Nov 2019 11:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[ลิปสติก]]></category>
		<category><![CDATA[นางในวรรณคดี]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[มาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[Malai Cosmetics]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74687</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตาม–ธนาธิป มั่งมี คือชายวัย 28 ปีที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของแบรนด์ Malai Cosmetics ลิปสติกสีโทนไทยที่นำเสนอเอกลักษณ์ของนางในวรรณคดีได้งดงามไร้ที่ติ หลังเรียนจบ ในระหว่างที่ตามทำงานสายวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่ตัวเองเรียนมา เขารู้สึกอยากสร้างธุรกิจสักอย่างหนึ่งเป็นของตัวเอง ตามจึงชวนแฟน เพื่อน และญาติที่สนิทกันมาลองพูดคุยหาไอเดีย โดยมีโจทย์ตั้งต้นว่าธุรกิจนั้นต้องมีความเป็นไทยและทำออกมาได้อย่างร่วมสมัย จนในที่สุด ทุกคนในทีมก็เห็นตรงกันว่าลิปสติกน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลงตัวกับโจทย์ที่พวกเขาตั้งไว้ เพราะสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะหญิงสาวที่มักมีลิปสติกหลายแท่งเป็นของตัวเอง ทั้งยังเล่าเรื่องความเป็นไทยบางอย่างลงไปในนั้นได้ด้วย ตามและทีมใช้เวลากว่าขวบปีในการรีเสิร์ชและพัฒนาลิปสติกให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์ พวกเขาค่อยๆ เรียนรู้และประยุกต์ศิลปะไทย สีไทย และลายเส้นไทย จนเกิดเป็นลิปสติก Malai Cosmetics ที่ลงตัวในที่สุด นางจินตหราวตีและนางบุษบาจากเรื่องอิเหนา นางรจนาจากเรื่องสังข์ทอง นางมโนราห์จากเรื่องพระสุธน&#8211;มโนราห์ นางพิมพิลาไลยจากขุนช้างขุนแผน นางเทราปตีจากเรื่องมหาภารตะ และนางสีดาจากรามเกียรติ์ ทั้ง 7 นางจาก 6 วรรณคดีถูกตีความออกมาเป็นลิปสติกได้อย่างสวยสดงดงาม สมกับเป็นเครื่องสำอางคู่กายของหญิงสาวทุกสมัย จากวรรณคดีที่รักสู่ลิปสติกเอกลักษณ์ไทย “ตั้งแต่เด็กๆ เราชอบวาดลายเส้นไทย วรรณคดีที่เราชอบคือเรื่องรามเกียรติ์ จำได้ว่าสมัยประถมเราเรียนเรื่องนี้ เอาจริงๆ มันก็มาจากอินเดียนะแล้วมีแปลบทไทย เป็นภาพจำแรกของเราเกี่ยวกับวรรณคดีไทยเลย เป็นวรรณคดีที่แฟนตาซีมาก มียักษ์ ลิง หงส์ นก เต็มไปหมดเลย ทุกอย่างมันถูกผูกเรื่องเป็นมหากาพย์ เราอ่านแล้วเพลินมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/malai-cosmetics/">Malai Cosmetics ลิปสติก 7 เฉดสี จาก 7 นางในวรรณคดีที่เหมาะกับหญิงสาวทุกบุคลิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1"><b>ตาม–</b></span><span class="s1"><b>ธนาธิป</b></span><b> </b><span class="s1"><b>มั่งมี</b></span> คือ<span class="s1">ชายวัย</span><span class="s2"> 28 </span><span class="s1">ปีที่เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ</span> <span class="s1">ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของแบรนด์</span><a href="http://www.malaicosmetics.com"><span class="s2"> Malai Cosmetics </span></a><span class="s1">ลิปสติกสีโทนไทยที่นำเสนอเอกลักษณ์ของนางในวรรณคดีได้งดงามไร้ที่ติ</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80128" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">หลังเรียนจบ</span> <span class="s1">ในระหว่างที่ตามทำงานสายวิศวกรรมศาสตร์อย่างที่ตัวเองเรียนมา</span> <span class="s1">เขารู้สึกอยากสร้างธุรกิจสักอย่างหนึ่งเป็นของตัวเอง</span> <span class="s1">ตามจึงชวนแฟน</span> <span class="s1">เพื่อน และญาติที่สนิทกันมาลองพูดคุยหาไอเดีย</span> <span class="s1">โดยมีโจทย์ตั้งต้นว่าธุรกิจนั้นต้องมีความเป็นไทยและทำออกมาได้อย่างร่วมสมัย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จนในที่สุด</span> <span class="s1">ทุกคนในทีมก็เห็นตรงกันว่าลิปสติกน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลงตัวกับโจทย์ที่พวกเขาตั้งไว้</span> <span class="s1">เพราะสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ</span> <span class="s1">โดยเฉพาะหญิงสาวที่มักมีลิปสติกหลายแท่งเป็นของตัวเอง</span> <span class="s1">ทั้งยังเล่าเรื่องความเป็นไทยบางอย่างลงไปในนั้นได้ด้วย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80131" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-53.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-53.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-53-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-53-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ตามและทีมใช้เวลากว่าขวบปีในการรีเสิร์ชและพัฒนาลิปสติกให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์</span> <span class="s1">พวกเขาค่อยๆ</span> <span class="s1">เรียนรู้และประยุกต์ศิลปะไทย</span> <span class="s1">สีไทย</span> <span class="s1">และลายเส้นไทย</span> <span class="s1">จนเกิดเป็นลิปสติก</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">ที่ลงตัวในที่สุด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">นางจินตหราวตีและนางบุษบาจากเรื่องอิเหนา</span> <span class="s1">นางรจนาจากเรื่องสังข์ทอง</span> <span class="s1">นางมโนราห์จากเรื่องพระสุธน</span><span class="s2">&#8211;</span><span class="s1">มโนราห์</span> <span class="s1">นางพิมพิลาไลยจากขุนช้างขุนแผน</span> <span class="s1">นางเทราปตีจากเรื่องมหาภารตะ</span> <span class="s1">และนางสีดาจากรามเกียรติ์</span> <span class="s1">ทั้ง</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">นางจาก</span><span class="s2"> 6 </span><span class="s1">วรรณคดีถูกตีความออกมาเป็นลิปสติกได้อย่างสวยสดงดงาม</span> <span class="s1">สมกับเป็นเครื่องสำอางคู่กายของหญิงสาวทุกสมัย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80129" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-51.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-51.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-51-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-51-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1">จากวรรณคดีที่รักสู่ลิปสติกเอกลักษณ์ไทย</span></h3>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตั้งแต่เด็กๆ</span> <span class="s1">เราชอบวาดลายเส้นไทย</span> <span class="s1">วรรณคดีที่เราชอบคือเรื่องรามเกียรติ์</span> <span class="s1">จำได้ว่า</span><span class="s1">สมัยประถมเราเรียนเรื่องนี้</span> <span class="s1">เอาจริงๆ</span> <span class="s1">มันก็มาจากอินเดียนะแล้วมีแปลบทไทย</span> <span class="s1">เป็นภาพจำแรกของเราเกี่ยวกับวรรณคดีไทยเลย</span> <span class="s1">เป็นวรรณคดีที่แฟนตาซีมาก</span> <span class="s1">มียักษ์</span> <span class="s1">ลิง</span> <span class="s1">หงส์</span> <span class="s1">นก</span> <span class="s1">เต็มไปหมดเลย</span> <span class="s1">ทุกอย่างมันถูกผูกเรื่องเป็นมหากาพย์</span> <span class="s1">เราอ่านแล้วเพลินมาก</span> <span class="s1">สนุกกับมันมากจนไปหาร้อยแก้วเล่มใหญ่แบบเต็มเรื่องมาอ่าน</span> <span class="s1">ตอนนั้นเรียนที่สวนกุหลาบ</span> <span class="s1">ก็ไปหาอ่านจากห้องสมุด</span> <span class="s1">อ่านจนจบแล้วก็ชอบรามเกียรติ์มาก</span> <span class="s1">เป็นจุดที่ทำให้รู้ว่าเราชอบเรื่องแบบนี้นะ</span> <span class="s1">อย่างแหวนที่เราสวมอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นยักษ์</span> <span class="s1">เราชอบซื้องานคราฟต์ไทยๆ</span> <span class="s1">มาเก็บสะสมเรื่อยๆ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ตามเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง</span></p>
<p>จากความชื่นชอบในวัยเด็ก เมื่อจะเริ่มทำแบรนด์ ตามก็เริ่มผูกโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน</p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">พอมาทำธุรกิจเลยคุยกับทีมว่าอยาก</span>ให้<span class="s1">คนเห็นแล้วรู้เลยว่ามาจากไทย</span> <span class="s1">เราเลยดึงคอนเซปต์สามอย่างมาก่อนว่าต้องทำอะไรบ้าง</span> <span class="s1">คือ</span> <span class="s1">รูปจะต้องเป็นไทย</span> <span class="s1">กลิ่นจะต้องเป็นไทย</span> <span class="s1">และสีจะต้องเป็นไทย</span> <span class="s1">เราอยากให้เป็นลิปสติกที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80086" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80091" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">แพคเกจจิ้งลายยักษ์ไทย</span> <span class="s1">กลิ่นมะลิที่หอมละมุน</span> <span class="s1">เฉดสีโทนไทยอันสวยงาม</span> <span class="s1">ทั้งหมดนี้ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถันโดยตามและทีมงาน</span> <span class="s1">ทุกคนคือเด็กไทยรุ่นใหม่ที่หลงรักศิลปะไทยทั้งสิ้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">น่าสนใจที่ว่า</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">กำลังหยิบยกวรรณคดีให้มาโลดแล่นในยุคนี้และคนทั่วไปก็เข้าถึงได้ด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “เรา</span><span class="s1">ว่าของไทยหลายอย่างมันมีกระบวนการคิดที่น่าสนใจ </span><span class="s1">กว่าจะออกมาเป็นลิปสติก</span><span class="s2"> Malai </span><span class="s1">ได้</span> <span class="s1">เราคิดกันมาเป็นปี</span> และ<span class="s1">เรากล้าการันตีว่าตัวเนื้อลิปเราสู้เคาน์เตอร์แบรนด์ได้เลย</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ตามพูดจบพร้อมเปิดกล่องลิปสติกสีสวยสดตรงหน้าให้เราได้ชม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80113" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-35.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80095" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบลิปสติกมาก</span> <span class="s1">ยอมรับตรงนี้เลยว่าเรารู้สึกหลงรักทุกเฉดสีของ</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">เข้าอย่างจัง</span> <span class="s1">ลิปสติกทุกแท่งมีเฉดสีที่สวยงามมาก</span> <span class="s1">เรารู้สึกคุ้นเคยกับเฉดสีเหล่านี้เป็นอย่างดี</span> <span class="s1">อาจเพราะเคยเห็นผ่านตาจากงานศิลปะไทยต่างๆ</span> <span class="s1">มาแล้ว</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ปัจจุบัน</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">ได้วางตำแหน่งแห่งที่</span><span class="s1">ตัวเองไว้เป็นของฝากใน</span><span class="s1">เป็นรูปแบบ</span><span class="s2"> cosmetics </span><span class="s1">เป็นลิปสติกที่มีหน้าตาสวยงาม</span> <span class="s1">ลูกค้าสามารถซื้อแบบบอกซ์เซต</span><span class="s1">ไปเป็นของฝากจากประเทศไทยได้</span> <span class="s1">แถมคุณภาพก็เทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80185" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2.jpg" alt="" width="1000" height="1000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80184" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5.jpg" alt="" width="1000" height="1000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_7-5-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<h3 class="p3"><span class="s2">THAITONE </span><span class="s1">ว่าด้วยลิปสติกสีโทนไทย</span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">ตามเล่าว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการเลือกสี</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จากสีโทนไทย</span><span class="s2"> 200 </span><span class="s1">กว่าสีที่มีอยู่</span> <span class="s1">พวกเขาเริ่มคัดสีที่ไม่เหมาะทิ้งไปก่อนจนเหลือประมาณ</span><span class="s2"> 100 </span><span class="s1">สีที่พอจะเป็นลิปสติกได้</span> <span class="s1">จากนั้นก็คัดต่อจนเหลือ</span><span class="s2"> 50 </span><span class="s1">สีที่ไม่ดูเป็นสีผสมจนเกินไป</span> <span class="s1">แล้วก็คัดเลือกกันอีกครั้งจนเหลือ</span><span class="s2"> 15 </span><span class="s1">สี</span> <span class="s1">ซึ่งกว่าจะได้มาเป็น</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">สีสุดท้ายนั้นต้องใช้ความละเอียดและเป็นงานที่ยากมากสำหรับผู้ชายอย่างตาม</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">สีลิปสติกที่แตกต่างแม้เฉดสีหนึ่ง</span> <span class="s1">ก็ทำให้ลุคการแต่งหน้านั้นเปลี่ยนไป</span> <span class="s1">นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงถึงให้ความสำคัญกับสีลิปสติกมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80186" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG-3692-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG-3692-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG-3692-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG-3692-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG-3692-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราพยายามเลือกให้สีมันเป็นกลางที่สุด</span> <span class="s1">ผู้หญิงมองแล้วรู้สึกไม่ขัดใจ</span> <span class="s1">แล้วผู้ชายมองก็ชอบเหมือนกัน</span> <span class="s1">มันยากตอน</span><span class="s2"> 15 </span><span class="s1">สีสุดท้ายเพราะโทนใกล้เคียงกัน</span> <span class="s1">สายตาผู้ชายไม่สามารถแยกได้จริงๆ</span> <span class="s1">ว่าแดงอันนี้กับแดงอันนั้นมันต่างกันยังไง แต่ในความเป็นผู้หญิงเขาจะมีพิกเซลสีที่ละเอียดกว่าผู้ชาย</span> <span class="s1">เลยให้ผู้หญิงในทีมเลือกสีเป็นครั้งสุดท้ายอีกที</span> <span class="s1">ก็เลยจบด้วย</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">สีที่มีอยู่ตอนนี้</span> <span class="s1">เป็นสีที่สามารถทาได้ทุกวันในลุคที่แตกต่างกันไป</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80187" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai_Box7.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ลิปสติกทั้ง</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าถูกเลือกมาเป็นตัวแทนของนางในวรรณคดีจากเรื่องต่างๆ</span> <span class="s1">จนลงตัวทั้งบุคลิกและชื่อเรียกประจำสี</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">นางมโนราห์หรือสีชื่อ</span><span class="s2"> Manogany </span><span class="s1">เป็นลิปสติกเฉดสีดินแดงเทศหรือสีไม้มะฮอกกานี</span> <span class="s1">นางรจนาหรือสี</span><span class="s2"> Rosejana<span class="Apple-converted-space"> </span></span><span class="s1">จะเป็นสีแดงชาดหรือสีดอกกุหลาบ</span> <span class="s1">บ่งบอกตัวตนว่าหญิงสาวผู้นั้นมีความมั่นใจในตัวเองและเด็ดเดี่ยว</span> <span class="s1">ในขณะเดียวกัน</span> <span class="s1">ลิปสติกสี</span><span class="s2"> Peachlalai </span><span class="s1">เฉดสีหงเสนหรือสีพีชจะตัวแทนของนางพิมพิลาลัย</span> <span class="s1">หญิงสาวผู้อ่อนช้อยนุ่มนวล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80188" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW02-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80189" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW03-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80190" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW06-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">Teraberry </span><span class="s1">มีสีดอกทับทิมหรือสีผลเบอร์รี</span> <span class="s1">เป็นตัวแทนของนางนางเทราปตีจากเรื่อง <em>มหาภารตะ</em></span> <span class="s1">ส่วนสี</span><span class="s2"> Boosabrown </span><span class="s1">สีน้ำตาแสงเทียนก็เป็นตัวแทนของนางบุษบา</span> <span class="s1">และสี</span><span class="s2"> Magentra </span><span class="s1">เฉดสีท้องสิงห์โทน</span><span class="s2"> Maganta </span><span class="s1">เป็นตัวแทนของนางจินตหราวตีจากเรื่อง<em> อิเหนา</em></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80191" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW07-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80192" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-1024x1024.jpg" alt="" width="1024" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Malai-AD_Set04_AW08-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ด้วยความที่เราชอบวรรณคดี</span> <span class="s1">เราเลยอยากเอาชื่อนางวรรณคดีมาเป็นตัวแทน</span> <span class="s1">พยายามเลือกคาแร็กเตอร์นางในวรรณคดีที่ใกล้เคียงกับสีที่สุด</span> <span class="s1">พอได้มา</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">คนแล้ว</span> <span class="s1">เราก็เอาคำมาสมานกับสีออริจินัลที่เป็นชื่อภาษาอังกฤษ</span> <span class="s1">และพยายามให้ลงตัวที่สุด</span> <span class="s1">โชคดีด้วยแหละที่ทุกอย่างมันลงล็อกพอดี</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ลิปสติกแต่ละสีจะ</span><span class="s2"> represent </span><span class="s1">นิสัยใจคอแต่ละนางในวรรณคดี</span> <span class="s1">ซึ่งก็เป็นตัวแทนของผู้หญิงอยู่แล้ว</span> <span class="s1">อย่างนางรจนาจะฉลาด</span> <span class="s1">ไม่ได้ตามใครง่ายๆ</span> <span class="s1">มีความคิดเป็นของตัวเอง</span> <span class="s1">ตอนที่เลือกเงาะป่าเขาเลือกจากการมองเห็นภายใน</span> <span class="s1">เลือกจากความคิด</span> <span class="s1">ไม่ได้เลือกจากความชอบ</span> <span class="s1">เพราะงั้นเราเลยดึงคาแร็กเตอร์นี้ของเขามา</span> <span class="s1">สีแดงที่ดูมั่นใจๆ</span> <span class="s1">เหมาะกับเขา</span> <span class="s1">นางสีดาเป็นผู้หญิงที่มีความนางเอกๆ</span> <span class="s1">หน่อย</span> <span class="s1">เราเลยตีความเป็นสีฮันนี่หรือสีเสน</span> <span class="s1">เป็นหญิงที่ไม่ได้อายุเยอะมากแต่ก็มีศักดิ์ศรีในตัวเอง</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ตามอธิบาย</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ลิปสติกของ</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">ล้วนได้แรงบันดาลใจจากสีของช่างโบราณ</span> <span class="s1">มีหลากสีสันและหลายอารมณ์ความรู้สึก</span> <span class="s1">ลิปสติกแต่ละสีจึงเหมาะสมกับริมฝีปากของหญิงสาวแต่ละบุคลิก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">นอกจากสีที่สวยสดและลงตัวแล้ว</span> <span class="s1">สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากคือกลิ่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80088" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ลิปสติกกลิ่นดอกมะลิหอมอวลอ่อนๆ</span> <span class="s1">ให้ความรู้สึกละมุนใจเมื่อได้ลองทาลงบนริมฝีปาก</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ลิปสติกของเราผูกโยงกับนางในวรรณคดีที่เป็นผู้หญิง</span> <span class="s1">พอต้องเลือกว่าจะเป็นกลิ่นอะไร</span> <span class="s1">ชอยส์ที่เป็นไทยมากๆ</span> <span class="s1">ก็มีแค่สองอย่าง</span> <span class="s1">คือน้ำอบกับมะลิ</span> <span class="s1">ซึ่งเรามองว่ากลิ่นน้ำอบมันแรงกว่ากลิ่นมะลิ</span> <span class="s1">เป็นกลิ่นที่ดมได้ไม่นาน</span> <span class="s1">ก็เลยเอากลิ่นมะลิดีกว่า กลิ่นดอกไม้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">พอเราได้กลิ่นมะลิ</span> <span class="s1">ชื่อแบรนด์ก็ควรจะเกี่ยวข้องกับกลิ่นนี้ด้วย</span> <span class="s1">เราก็เลยตั้งชื่อเป็นมาลัยแล้วกัน</span> <span class="s1">เพราะว่าเวลาชาวต่างชาติมาเราก็จะเอาพวงมาลัยให้เขา</span> <span class="s1">เป็นสื่อสัญลักษณ์ของการต้อนรับด้วย</span> <span class="s1">และพวงมาลัยก็เป็นตัวแทนของดอกไม้</span> <span class="s1">ดอกไม้เป็นตัวแทนของผู้หญิง</span> <span class="s1">กลิ่นก็เป็นกลิ่นมะลิ</span> <span class="s1">เพราะฉะนั้นจะเป็นชื่ออื่นไปไม่ได้เลยนอกจากมาลัย</span><span class="s2">”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p1"><span class="s1">ราพณารักษ์</span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">อีกขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดไม่แพ้กันคือการออกแบบแพ็กเกจจิ้งลิปสติก</span><span class="s2"><span class="Apple-converted-space">  </span></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ตามและทีมค่อยๆ</span> <span class="s1">ออกแบบลิปสติกขึ้นมาอย่างประณีตที่สุดเพื่อสืบทอดและรักษาศิลปะไทยอย่างทรงคุณค่า</span> <span class="s1">พวกเขาเริ่มต้นจากลองออกแบบเป็นลายกนกและลายเส้นไทยอื่นๆ</span> <span class="s1">แต่นั่นก็ยังไม่เป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจนัก</span> <span class="s1">ระหว่างนั้นเอง</span> <span class="s1">ตามก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าถ้าเขาจำเป็นต้องประดับความเป็นไทยอะไรสักอย่างลงไป</span> <span class="s1">จะทำอะไรดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80121" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-43.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-43.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-43-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราสะดุดกับคำว่าประดับนี่แหละ</span> <span class="s1">มันหมายความว่าเราไม่จำเป็นว่าต้องวาดมันลงไปก็ได้นี่นา</span> <span class="s1">เรามาประดับทีหลังได้</span> <span class="s1">เลยคิดว่าน่าจะเอางานฝีมือของไทยที่ดังๆ</span> <span class="s1">มาประดับ</span> <span class="s1">ถ้าไม่ใช่เครื่องเงินก็ต้องเป็นทองเหลือง</span> <span class="s1">ซึ่งทองเหลืองมันดูหรูหราเวลาตัดกับแท่งลิปสติกสีดำ</span> เรา<span class="s1">ก็ไปหาโรงงานที่เชี่ยวชาญในการทำทองเหลืองเพราะอยากใช้ทองเหลืองจริงเลย</span> <span class="s1">งานหน้ายักษ์จึงเป็นแฮนเมดทั้งหมด</span> <span class="s1">งานทองเหลืองคืองานปั๊ม</span> <span class="s1">งานลงดำ</span> <span class="s1">งานงอ</span> <span class="s1">งานติด</span> <span class="s1">ทำด้วยแรงมือคนหมดเลย</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ตามเล่าถือหน้ายักษ์ลายเส้นไทยตรงหน้าลิปสติก</span> <span class="s1">ที่ดูมีเสน่ห์ แปลกตา และน่าดึงดูด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80104" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ตามเล่าว่าหัวยักษ์ที่อยู่บนลิปสติกนี้</span> ได้<span class="s1">พี่ชายของเขาที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะไทยมาเป็นผู้ออกแบบให้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตามตำราลายเส้นไทยจะมีแพตเทิร์นตัวยักษ์อยู่แล้ว</span> <span class="s1">หัวยักษ์เขาจะมีเหลี่ยม</span> <span class="s1">ปากแสยะ</span> <span class="s1">มีเขี้ยว</span> <span class="s1">ตา</span> <span class="s1">มงกุฎ</span> <span class="s1">แล้วเราก็ไม่อยากไปเอาหัวยักษ์จากวรรณคดีเรื่องไหนด้วย</span> <span class="s1">อยากสร้างยักษ์แบบที่ยังไม่เคยมีมาก่อน</span> <span class="s1">พี่ชายเราวาดขึ้นมาเอง</span> <span class="s1">ซึ่งเขามีความเชี่ยวชาญเรื่องลายเส้นไทย</span> <span class="s1">รู้เรื่องวรรณคดีและการแต่งกลอนอยู่แล้ว</span> <span class="s1">หลังวาดเสร็จก็ตั้งชื่อว่าราพณารักษ์</span> <span class="s1">แปลว่ายักษ์ผู้ปกปักรักษา</span> <span class="s1">ราพแปลว่ายักษ์</span> <span class="s1">รักษ์และว่ารักษา</span> <span class="s1">ยักษ์ราพณารักษ์ของเราจะใส่มงกุฎ</span> <span class="s1">ตาโพง</span> <span class="s1">ปากแสยะ ซึ่งหมายความว่าเขากำลังยิ้มอยู่</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ตามเล่าถึงรายละเอียดเบื้องหลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80103" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">แม้แต่เราเองก็คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะได้เห็นยักษ์มาประดับตกแต่งอย่างสวยงามอยู่บนข้าวของหรือเครื่องสำอาง</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตอนแรกหลายคนก็ถามว่าทำไมถึงไม่เอาหน้าของนางในวรรรณคดีนั้นๆ</span> <span class="s1">มาติดอยู่ตรงหน้าลิปเลยล่ะ</span> <span class="s1">เรามองว่านางในวรรณคดีอาจจะดูสวยก็จริงแต่รายละเอียดมันไม่วิจิตรบรรจงเท่าหัวยักษ์</span> <span class="s1">ภาพจำคนส่วนใหญ่จะมองว่ายักษ์เป็นตัวโกงหรือตัวร้าย</span> <span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">แล้วไม่ใช่เลย</span> <span class="s1">ยักษ์เป็นทวารบาลของวัดในสมัยก่อนด้วยซ้ำ</span> <span class="s1">เราเลยเปลี่ยนยักษ์ให้เป็นแง่บวก ให้เขามาปกปักรักษา</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าถึงสิ่งที่เรากำลังสงสัยอยู่ในใจ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เรียกได้ว่าลิปสติกของ</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">คืองานศิลปะที่สร้างขึ้นด้วยเรื่องราวที่สนุก ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย และวิจิตรบรรจงไม่แพ้ใคร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80093" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p6"><strong><span class="s1">Malai</span></strong><span class="s1"> Co</span><span class="s1">smetics</span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">ปัจจุบัน</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">มีอายุเข้าสู่ปีที่</span><span class="s2"> 3 </span><span class="s1">โปรดักต์ลิปส</span><span class="s1">ติกทั้ง</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">สีเป็นที่ติดอกติดใจหญิงสาวแต่ละบุคลิกจากหลากหลายชาติ</span> <span class="s1">ผู้หญิงแต่ละคนก็ย่อมมีสีลิปสติกที่รักแตกต่างกัน</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">สีที่ขายดีแรกเริ่มเลยคือ</span><span class="s2"> Peachlalai </span><span class="s1">เบอร์</span><span class="s2"> 5 </span><span class="s1">เป็นสีพีชโทนนู้ดหน่อย</span> <span class="s1">ด้วยความที่เป็นสีที่ทาได้ทุกวัน</span> <span class="s1">และคนไทยก็ชอบ</span> <span class="s1">แต่ถ้าที่ล้ง</span><span class="s2"> 1919 </span><span class="s1">ที่เราวางขายอยู่</span> <span class="s1">ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีน</span> <span class="s1">สี</span><span class="s2"> Magentra </span><span class="s1">เบอร์</span><span class="s2"> 7 ซึ่งเป็น</span><span class="s1">สีชมพูจะขายดีมาก</span> <span class="s1">คนจีนชอบมาก</span> <span class="s1">ถ้าเป็นลูกค้าทางยุโรปจะชอบสีแดงๆ</span> <span class="s1">สี</span><span class="s2"> Teraberry </span><span class="s1">กับ</span><span class="s2"> Rosejana </span><span class="s1">จะขายดี</span><span class="s2">” </span><span class="s1">จากที่ฟังตามเล่า</span> <span class="s1">เราว่าพวกเขากำลังเดินทางไปได้อย่างสวยงามทั้งในฐานะ</span><span class="s2"> souvenir </span><span class="s1">และ</span><span class="s2"> cosmetics</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80193" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/GH2A0922-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/GH2A0922-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/GH2A0922-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/GH2A0922-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/GH2A0922-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ปัจจุบัน</span><span class="s2"> Malai Cosmetics </span><span class="s1">วางขายอยู่</span><span class="s2"> 3 </span><span class="s1">แห่ง</span> <span class="s1">ได้แก่</span> <span class="s1">ล้ง</span><span class="s2"> 1919 community mall </span><span class="s1">ที่เน้นวัฒนธรรมจีน</span> <span class="s1">เซ็นทรัลฯ พัทยา</span> <span class="s1">และ</span><span class="s2"> Legend Siam </span><span class="s1">สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมที่พัทยา</span> <span class="s1">และมีเว็บไซต์</span><span class="s2"> <a href="http://www.malaicosmetics.com"><span class="s4">malaicosmetics.com</span></a> </span><span class="s1">เป็นช่องทางหลักในการขายออนไลน์ด้วย</span></p>
<p class="p1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-80195" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG_8788-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG_8788-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG_8788-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG_8788-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/IMG_8788-1-600x900.jpg 600w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">“</span><span class="s1">ตอนแรกเราตั้งใจขายชาวต่างชาติเป็นหลัก เพราะนี่เป็น</span><span class="s2">ของฝากของที่ระลึก </span><span class="s1">ชาวต่างชาติเขาชอบงานอะไรแบบนี้เพราะเขามองว่ามันเป็นศิลปะที่ควรค่าแก่การจ่ายตังค์เพื่อเสพมัน</span> <span class="s1">เหมือนที่ฝรั่งชอบไปมิวเซียมเพื่อดูงานศิลปะ</span> <span class="s1">เขาให้ความสำคัญกับศิลปะไทยและวัดไทย</span> <span class="s1">แต่พอเอาเข้าจริงกลายเป็นว่าลูกค้าคนไทยก็สนใจเยอะมากเหมือนกัน</span> <span class="s1">เรา</span><span class="s1">ก็อยากทำให้คนรู้ได้เลยทันทีที่เห็นว่าลิปสติกนี้มาจากไทยนะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80111" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/malai-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราแค่อยากทำลิปสติกเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่นำเสนอ</span><span class="s1">ความเป็นไทยได้</span> <span class="s1">อยากให้คนได้รู้จัก</span> <span class="s1">อยากให้คนได้มาเห็นว่าไทยเราก็มีของดีๆ</span> <span class="s1">เหมือนกันนะ</span> <span class="s1">พอเราได้ทำ</span><span class="s1">ก็มีกลุ่มคนไทยหลายคนให้ความสนใจและอยากพูดคุย อยากรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น</span> <span class="s1">ซึ่งเราก็ยินดีมากๆ</span> <span class="s1">เพราะ</span><span class="s1">รู้สึกว่ากำลังมาถูกทาง</span> เราไม่อยากให้วรรณคดี<span class="s1">เลือนหายไปกับกาลเวลาด้วย</span> <span class="s1">ในฐานะคนรุ่นใหม่เราอย่าลืมมันดีกว่า</span><span class="s2">”</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/malai-cosmetics/">Malai Cosmetics ลิปสติก 7 เฉดสี จาก 7 นางในวรรณคดีที่เหมาะกับหญิงสาวทุกบุคลิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THLOS : แบรนด์สมุนไพรไทย 10 ปี ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านของกินของใช้ใกล้ตัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thlos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 06:17:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[THLOS]]></category>
		<category><![CDATA[The Herbal Lore of Siam]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์แผนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse Organic]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=72937</guid>

					<description><![CDATA[<p>THLOS (ทลอส) มาจากตัวย่อของคำว่า The Herbal Lore of Siam โดยมี เปิ้ล–อังคนา พรวิศวารักษกูล และ สุชิน พรวิศวารักษกูล พี่ชายของเธอร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ THLOS ขึ้นมาในปี 2553 พวกเขากำลังทำในสิ่งที่มีความหมายตามชื่อของแบรนด์ คือการเชิดชูภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ด้วยการนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณใกล้เคียงยาแผนปัจจุบันแต่ปลอดภัยกว่า มาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทย ได้แก่ แป้งน้ำเย็น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม น้ำมันนวด และโลชั่นบำรุงผิว จนกระทั่งปี 2560 เปิ้ลรู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรมากกว่านั้น ด้วยความรักในการทำอาหารมานานกว่า 20 ปี เธอตัดสินใจต่อยอด THLOS เป็นโปรดักต์วัตถุดิบอาหารไทยในนาม Greenhouse Organic โดยมี ปริยากร จุลเปมะ มาเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญที่ช่วยกันยกระดับอาหารไทย ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือการดูแลร่างกายให้ดี เชิดชูวัตถุดิบของไทยดั้งเดิม และเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมการกินของไทยไปจนถึงสูตรอาหารสมัยโบราณ นี่คือการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านของกินของใช้ใกล้ตัว สำหรับเราแบรนด์ THLOS จึงไม่ธรรมดา และเราก็ค้นพบว่าวิธีคิดของหญิงสาวผู้สร้าง THLOS ขึ้นมาก็มีความพิเศษมากเช่นกัน หากสรุปในหนึ่งประโยค THLOS คือแบรนด์ที่เกิดจากการตกผลึกตัวตนของเปิ้ล เธอคือหญิงสาวผู้หลงรักในวัฒนธรรมไทยและศิลปะสมัยรัชกาลที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thlos/">THLOS : แบรนด์สมุนไพรไทย 10 ปี ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านของกินของใช้ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1"><strong>THLOS</strong> (</span><span class="s2">ทลอส</span><span class="s1">) </span><span class="s2">มาจากตัวย่อของคำว่า</span><span class="s1"> The Herbal Lore of Siam </span><span class="s2">โดยมี</span> <span class="s2"><b>เปิ้ล–</b></span><span class="s2"><b>อังคนา</b></span><b> </b><span class="s2"><b>พรวิศวารักษกูล</b></span> <span class="s2">และ <b>สุชิน</b></span><b> </b><span class="s2"><b>พรวิศวารักษกูล</b></span> <span class="s2">พี่ชายของเธอร่วมกันก่อตั้งแบรนด์</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ขึ้นมาในปี</span><span class="s1"> 2553</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">พวกเขากำลังทำในสิ่งที่มีความหมายตามชื่อของแบรนด์</span> <span class="s2">คือการเชิดชูภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย</span> <span class="s2">ด้วยการนำสมุนไพรที่มีสรรพคุณใกล้เคียงยาแผนปัจจุบันแต่ปลอดภัยกว่า</span> <span class="s2">มาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทย</span> <span class="s2">ได้แก่</span> <span class="s2">แป้งน้ำเย็น</span> <span class="s2">สบู่</span> <span class="s2">แชมพู</span> <span class="s2">ครีมนวดผม</span> <span class="s2">น้ำมันนวด</span> <span class="s2">และโลชั่นบำรุงผิว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73091" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">จนกระทั่งปี</span><span class="s1"> 2560 </span><span class="s2">เปิ้ลรู้สึกว่าตัวเองต้องทำอะไรมากกว่านั้น</span> <span class="s2">ด้วยความรักในการทำอาหารมานานกว่า</span><span class="s1"> 20 </span><span class="s2">ปี</span> <span class="s2">เธอตัดสินใจต่อยอด</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">เป็นโปรดักต์วัตถุดิบอาหารไทยในนาม</span><span class="s1"> Greenhouse Organic </span><span class="s2">โดยมี</span> <span class="s2"><b>ปริยากร</b></span><b> </b><span class="s2"><b>จุลเปมะ</b></span><b> </b><span class="s2">มาเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญที่ช่วยกันยกระดับอาหารไทย</span> <span class="s2">ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือการดูแลร่างกายให้ดี</span> <span class="s2">เชิดชูวัตถุดิบของไทยดั้งเดิม</span> <span class="s2">และเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมการกินของไทยไปจนถึงสูตรอาหารสมัยโบราณ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">นี่คือการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านของกินของใช้ใกล้ตัว</span> <span class="s2">สำหรับเราแบรนด์</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">จึงไม่ธรรมดา</span> <span class="s2">และเราก็ค้นพบว่าวิธีคิดของหญิงสาวผู้สร้าง</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ขึ้นมาก็มีความพิเศษมากเช่นกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">หากสรุปในหนึ่งประโยค</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">คือแบรนด์ที่เกิดจากการตกผลึกตัวตนของเปิ้ล</span> <span class="s2">เธอคือหญิงสาวผู้หลงรักในวัฒนธรรมไทยและศิลปะสมัยรัชกาลที่</span><span class="s1"> 5 </span><span class="s2">อย่างแท้จริง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73070" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>01 </b></span><span class="s2"><b>ยามเมื่อลมพัดหวน</b></span><b> </b></h3>
<p class="p1"><span class="s2">เปิ้ลในวัยเด็ก</span><span class="s2">เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจที่อาศัยอยู่ในย่านพระนคร</span> <span class="s2">กินอยู่หลับนอนในย่านที่รายล้อมด้วยประวัติศาสตร์</span> <span class="s2">คุ้นเคยกับการได้วิ่งเล่นสนุกในพื้นที่รั้วมหาวิทยาลัย</span><span class="s2">ธรรมศาสตร์และศิลปากรกับพี่น้องในวัยเยาว์</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">วัดพระแก้ว</span> <span class="s2">วัดโพธิ์</span> <span class="s2">พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ</span> <span class="s2">ถนนพระอาทิตย์</span> <span class="s2">และหอสมุดแห่งชาติ</span> <span class="s2">คือสถานที่ที่ให้ความเพลิดเพลินใจในยามพักผ่อนสำหรับเธอ</span> <span class="s2">ต่างกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่นิยมเดินเล่นห้างสรรพสินค้ากันเสียมากกว่า</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ในวัยที่เริ่มอ่านออกเขียนได้</span> <span class="s2">พ่อแม่ส่งเปิ้ลเข้าเรียนในโรงเรียนทางเลือกที่ปลูกฝังพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย</span> <span class="s2">เธอพบครูที่ช่วยต่อยอดความสามารถพิเศษด้านการวาดรูปจนประสบความสำเร็จได้รางวัลระดับประเทศตั้งแต่อายุ</span><span class="s1"> 12 </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">เด็กหญิงคนนี้ซึมซับศิลปวัฒนธรรมไทยดั้งเดิมวันแล้ววันเล่าผ่านอาหารไทย</span> <span class="s2">ดนตรีไทย</span> <span class="s2">และการวาดภาพลายไทย</span> <span class="s2">ตัวเธอในช่วงวัยรุ่นนั้นชอบเดินเที่ยวคนเดียวในวัด</span> <span class="s2">ใช้เวลาในวันว่างไปกับการมองดูลายจิตรกรรมและนั่งวาดตาม</span> <span class="s2">สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ</span> <span class="s2">ผูกโยงข้องเกี่ยวกับชีวิตเธอผ่านวันเวลาจนตกผลึกเป็นเนื้อแท้ตัวตน</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">จนจบมัธยมศึกษา</span> <span class="s2">เปิ้ลตัดสินใจศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์</span> <span class="s2">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span> <span class="s2">หลังเรียนจบเธอก็เข้าสู่วงการทำงานโฆษณากว่า</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">ปีเต็ม</span> <span class="s2">จนกระทั่งวันที่เปิ้ลพบกับจุดพลิกผันในชีวิต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73088" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">เราเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรดลใจให้ลมตะวันออกพัดพาหญิงสาวคนนี้ไปยังดินแดนซีกโลกตะวันตก</span> <span class="s2">เธอบอกกับเราแค่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่อยากเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมจากดินแดนโลกใหม่</span> <span class="s2">เปิ้ลจึงตัดสินใจขอแม่ไปเรียนปริญญาตรีอีกใบและใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกานานกว่า</span><span class="s1"> 10 </span><span class="s2">ปี</span> <span class="s2">อย่างไม่มีทีท่าว่าจะกลับแผ่นดินเกิด</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ตอนนั้นเราเรียนจบปริญญาตรีที่ไทยแล้ว</span> <span class="s2">ก็เจอคนถามว่าแล้วจะเรียนปริญญาตรีอีกทำไม</span> <span class="s2">แต่เรามีเหตุผลว่าอยากเรียนรู้วัฒนธรรมประเทศอื่น</span> <span class="s2">ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดคือต้องเรียนปริญญาตรีเพราะเป็นวัยที่เด็กยังแฮงก์เอาต์กัน</span> <span class="s2">ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมอยากได้</span><span class="s1">คัลเจอร์ </span><span class="s2">แต่ตอนนี้พอมานั่งคิดดีๆ</span> <span class="s2">เลยเข้าใจ</span> <span class="s2">นั่นเพราะว่าเราเรียนรู้วัฒนธรรมไทยของเรามาอย่างลึกซึ้งแล้ว</span> <span class="s2">เราเลยอยากไปเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นบ้าง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราได้อยู่ใน</span><span class="s1"> multicultural environment </span><span class="s2">ได้ทำงานในบริษัทเอเจนซีโฆษณาอันดับ</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">ของโลกที่ชิคาโกตามความฝัน</span> <span class="s2">และการจะทำงานแนวนี้ได้ต้องเข้าใจวัฒนธรรมของเขาอย่างลึกซึ้งจริงๆ</span> <span class="s2">ปรากฏว่ามันทำให้เราเรียนรู้ว่าสิ่งที่ประเทศไทยมีมันดีอยู่แล้วนี่หว่า</span> <span class="s2">ยิ่งทำให้เราเห็นค่าของมรดกวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราทำงานจนก็ได้รับการโปรโมตทุกปี</span> <span class="s2">จนปีที่ห้าก็ได้ตำแหน่งที่ต้องการที่สุด</span> <span class="s2">แต่กลายเป็นว่าเราอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ต่อหรือกลับเมืองไทย</span> <span class="s2">เพราะถ้าจะออกวีซ่าใบเขียวแล้วกลายไปเป็น</span><span class="s1"> US resident </span><span class="s2">เราต้องห้ามกลับไทยเลยอีกเจ็ดปี</span> <span class="s2">สุดท้ายตัดสินใจกลับมาเพราะเรามี</span><span class="s1"> DNA </span><span class="s2">การอยากทำธุรกิจเหมือนพ่อแม่</span> <span class="s2">และลึกๆ</span> <span class="s2">เราอยากทำงานที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย</span> <span class="s2">แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร</span><span class="s1">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73085" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">เปิ้ลหวนคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้งพร้อมแพสชั่นที่อยากสร้างแบรนด์ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและวัฒนธรรมไทยเป็นของตัวเอง</span> <span class="s2">ชีวิตเธอในช่วงวันเหล่านั้นหมดไปกับการเดินงานแฟร์แสดงสินค้าที่จัดขึ้นในทุกที่</span> <span class="s2">เพื่อศึกษาทิศทางของธุรกิจแบรนด์ไทย</span> <span class="s2">แต่ทว่าสุดท้ายไอเดียการทำธุรกิจก็เกิดขึ้นจากสิ่งใกล้ตัว</span> <span class="s2">นั่นคือแป้งน้ำเย็นสมุนไพรไทยที่พี่ชายผู้เป็นแพทย์แผนไทยทำมาให้คุณแม่ของเธอใช้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ตอนนั้นแม่ป่วยหนัก</span> <span class="s2">เราทำหน้าที่ดูแลแม่เลยใกล้ชิดกับพี่ชายเราที่เป็นแพทย์แผนไทย</span> <span class="s2">แม่ป่วยหลายโรคมาก</span> <span class="s2">และมีโรคประจำตัวเป็นโรคผิวหนัง</span> <span class="s2">แม่จะแพ้ง่ายกับทุกสิ่ง</span> <span class="s2">พี่ชายเลยเอาแป้งน้ำเย็นมาช่วยบรรเทาให้ไม่ทรมานได้</span> <span class="s2">มันทำให้ผื่นยุบได้แต่มันไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุข้างในที่เป็น</span><span class="s1"> autoimmune disorder </span><span class="s2">หลังจากแม่เสียเลยคิดว่าเราต้องกลับมาดูแลตัวเองจากข้างในอย่างจริงจังแล้วล่ะ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ปีที่แม่เสียเลยเกิดแบรนด์นี้ขึ้นมา</span> <span class="s2">มันคือการเอาความเชี่ยวชาญของพี่ชายที่เป็นแพทย์แผนไทยมาพัฒนาสูตรโปรดักต์ต่างๆ</span> <span class="s2">แล้วเราก็ทำหน้าที่ให้ข้อมูลลูกค้าทุกคนว่าการดูแลตัวเองให้ถูกต้องนั้นทำยังไง</span> <span class="s2">เราไม่เคยขายลูกค้าเลยนะว่าต้องใช้สกินแคร์ตัวนี้ๆ</span> <span class="s2">ถึงจะช่วยแก้ปัญหาได้</span> <span class="s2">เราอยากให้คุณดูแลตัวเองก่อนแล้วใช้สกินแคร์เป็นตัวเสริม</span> <span class="s2">เราไม่สามารถโกหกลูกค้าได้เพราะพูดสัญญากับแม่ไว้ว่าตั้งใจจะสร้างแบรนด์ไปในทิศทางนี้</span><span class="s1">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">การตัดสินใจกลับประเทศไทยของเธอนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้อง</span> <span class="s2">ระยะเวลากว่า</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ปีที่เธอตั้งใจหยิบยกตำราสมุนไพรไทยและวัฒนธรรมการกินของคนไทยให้กลับมาร่วมสมัยผ่าน</span><span class="s1"> THLOS &#8211;</span> <span class="s1">The Herbal Lore of Siam</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73074" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73073" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p3"><span class="s2"><b>02 </b></span><span class="s4"><b>จากความรักในศิลปะสมัยรัชกาลที่ 5</b></span><b> </b><span class="s4"><b>สู่</b></span><span class="s2"><b> THLOS-The Herbal Lore of Siam </b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s2">ในวันตั้งต้นไอเดีย</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ถูกตีความให้เป็นแบรนด์ลูกครึ่งที่ผสมความเป็นไทยกับกลิ่นอายตะวันตก</span> <span class="s2">ศิลปะยุครัชกาลที่ </span><span class="s1">5 </span><span class="s2">ที่เริ่มมีวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาในบ้านเรา</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">เปิ้ลนำไอเดียที่ได้จากการเดินพิพิธภัณฑ์ในไทยมาต่อยอดให้ออกมาในรูปแบบแพ็กเกจจิ้ง</span> <span class="s2">ขวดสีดำ</span> <span class="s2">โลโก้คันฉ่องและลายไม้บนบานประตูเฟี้ยมโบราณ</span> <span class="s2">คือ</span><span class="s1"> 3 </span><span class="s2">องค์ประกอบหลักที่ถูกเลือกมาให้เป็นหน้าตาของแบรนด์</span><span class="s1"> THLOS</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">สินค้าอยู่เฉยๆ</span> <span class="s2">มันไม่สามารถบอกตัวตนมันได้</span> <span class="s2">รูปลักษณ์ที่เตะตาคนจึงสำคัญ</span> <span class="s2">เราเลือกศิลปะยุครัชกาลที่</span><span class="s1"> 5 </span><span class="s2">เพราะว่าเราชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร</span> <span class="s2">มันไม่สามารถอธิบายได้เลยว่าทำไมถึงรู้สึกถูกดึงดูดตลอดเวลา</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ในแง่ของการออกแบบ</span> <span class="s2">เราตั้งใจให้โลโก้เหมือนกับคันฉ่องและมีลายแบบประตูเฟี้ยมอยู่</span> <span class="s2">เรานำเสนอแค่นี้แหละเพราะต้องการให้มันเรียบง่ายที่สุด</span> <span class="s2">เราอยากออกแบบให้ทุกเพศใช้โปรดักต์เราได้</span> <span class="s2">แล้วเราอยากออกแบบขวดให้เหมือนขวดเหล้าเพราะเราชอบด้วยและมันก็โดดเด่นด้วย</span> <span class="s2">ความทรงจำแรกของลูกค้าเราคือแบรนด์นี้ที่เหมือนขวดเหล้า</span> <span class="s2">เขายังสะกดชื่อยี่ห้อไม่ได้แต่จำลักษณะขวดได้</span> <span class="s2">เราถือว่าประสบความสำเร็จในงาน</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เปิ้ลเล่า</span><span class="s1"><span class="Apple-converted-space">   </span></span></p>
<p class="p1"><span class="s2">โปรดักต์แรกของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ที่ออกมาเมื่อ</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ปีก่อน</span> <span class="s2">คือแป้งน้ำเย็น</span> <span class="s2">อันเป็นภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยดั้งเดิม</span> <span class="s2">ถูกใช้เพื่อคลายร้อนและเป็นแป้งที่ใช้ในช่วงสงกรานต์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73071" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73068" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">เปิ้ลและพี่ชายคิดพัฒนาสูตรให้แป้งน้ำเย็นของ</span><span class="s1"> THLOS<span class="Apple-converted-space"> </span></span><span class="s2">มีคุณสมบัติบำรุงผิว</span> <span class="s2">รักษาลดพิษและผดผื่นคัน</span> <span class="s2">โดยใช้ตัวยาสมุนไพรเสลดพังพอน</span> <span class="s2">สำมะงา</span> <span class="s2">เปลือกชะลูด</span> <span class="s2">แก่นมะหาด</span> <span class="s2">และเหงือกปลาหมอ</span> <span class="s2">ไม่มีสเตียรอยด์และอ่อนโยนกว่าโลชั่นคาลาไมน์</span> <span class="s2">ทั้งยังมีกลิ่นสมุนไพรไทยที่หอมกำลังดี</span> <span class="s2">แป้งน้ำเย็นจึงเป็นสินค้าตัวแรกที่ลูกค้านึกถึงแบรนด์</span><span class="s1"> THLOS </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">นอกจากนี้</span> <span class="s2">สินค้าที่เป็นซิกเนเจอร์อีกตัวของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">คือน้ำมันนวดคลายเส้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73080" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">น้ำมันนวดของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">มันต่างจากน้ำมันเหลืองหรือน้ำมันเขียวทั่วไป</span> <span class="s2">เป็นน้ำมันคลายเส้นเชิงยาที่ซึมเร็วมาก</span> <span class="s2">สมุนไพรที่เด่นคือว่านนางคำที่มีฤทธิ์คลายเส้น</span> <span class="s2">ขมิ้นอ้อย</span> <span class="s2">อบเชย</span> <span class="s2">กานพลู</span> <span class="s2">และยูคาลิปตัส</span> <span class="s2">ถ้ามีปัญหาคอ</span> <span class="s2">บ่า</span> <span class="s2">ไหล่</span> <span class="s2">หรือ</span><span class="s1">ออฟฟิศซินโดรม </span><span class="s2">ใช้นวดทุกคืนจะช่วยได้</span> <span class="s2">แล้วพอกลิ่นยาระเหยจะกลายเป็นกลิ่นดอกโมกข์</span> <span class="s2">ช่วยทำให้หลับดี</span><span class="s1">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">นี่คือน้ำมันนวดดีๆ</span> <span class="s2">กลิ่นสมุนไพรหอมละมุนไม่ฉุนมาก</span> <span class="s2">มีกลิ่นดอกโมกข์หอมเย็นในตอนท้าย</span> <span class="s2">ซึมสู่ผิวเร็วและช่วยให้หายเมื่อยกล้ามเนื้อ</span> <span class="s2">เรารู้สึกชอบตั้งแต่เปิ้ลให้เราลองใช้ในครั้งแรก</span> <span class="s2">เก็บไว้ในใจว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ต้องซื้อกลับมาใช้ให้ได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ถัดจากขวดน้ำมันนวดมีโปรดักต์ที่สะดุดตาเราด้วยชื่อวางอยู่</span> <span class="s2">นั่นคือ</span><span class="s2">แชมพูดำกลิ่นใบชาตำรับมหาพิกัดตรีผลา</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ตำรับมหาพิกัดตรีผลาคืออะไรกัน</span> <span class="s2">แค่ชื่อก็แปลกไม่เหมือนใคร</span> <span class="s2">แต่รู้ได้ทันทีว่านี่น่าจะเป็นโปรดักต์ที่รวมสมุนไพรชั้นยอดไว้แน่ๆ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ด้วยความสามารถและความรู้ของพี่ชายที่มีพื้นฐานเป็นหมอยา</span> <span class="s2">เค้าจะดึงสมุนไพรสดมาผสมกันแล้วทำให้เกิดสรรพคุณได้</span> <span class="s2">แชมพูดำตัวนี้เขาใช้สมุนไพรกลุ่มมหาพิกัดตรีผลาซึ่งเป็นสูตรหมอยาช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย</span> <span class="s2">มีสมอพิเภก</span> <span class="s2">สมอไทย</span> <span class="s2">มะขามป้อม</span> <span class="s2">ผสมกับขิง</span> <span class="s2">กะเม็ง</span> <span class="s2">ต้นเหงือกปลาหมอ</span> <span class="s2">พี่ชายเราปรับปรุงสูตรให้เป็นแชมพูดีทอกซ์ช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้น</span> <span class="s2">สินค้าตัวนี้เป็นสูตรที่แสดงฝีมือด้านยาของพี่ชายเราเลย</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เธอเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ยังไม่หมดเท่านั้น</span> <span class="s2">ก้อนสี่เหลี่ยมสีชมพูผสมทองคำนั่นดึงดูดสายตาเราเหลือเกิน</span> <span class="s2">เหลือบไปมองชื่อที่เขียนไว้</span> <span class="s2">เห็นว่ามันคือกลีเซอรีนก้อนสำหรับล้างหน้า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73079" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">นี่ไม่ใช่สบู่</span> <span class="s2">แต่คือกลีเซอรีนที่มีส่วนผสมแค่</span><span class="s1"> 3 </span><span class="s2">อย่าง</span> <span class="s2">คือ </span><span class="s2">กลีเซอรีนเกรดพรีเมียมผลิตจากพืช</span> <span class="s2">น้ำผึ้งป่าแท้</span> <span class="s2">และเกล็ดทองคำบริสุทธิ์</span><span class="s1"> 100%</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ตัวนี้ก็เป็นตัวที่เราทำเอง</span> <span class="s2">ส่วนประกอบมีแค่กลีเซอร์รีนเกรดพรีเมียมที่มาจากน้ำมันมะพร้าว</span> <span class="s2">ทองคำแท้ช่วยดีทอกซ์</span> <span class="s2">และน้ำผึ้งป่าบำรุงผิวหน้า</span> <span class="s2">เราอัดเป็นก้อนและมันบริสุทธิ์มาก</span> <span class="s2">ไม่มีอะไรเลย</span> <span class="s2">ไม่มีน้ำหอมหรือสารต่างๆ</span> <span class="s2">เวลาล้างจะมีแค่ฟองละเอียดเล็กๆ</span> <span class="s2">เท่านั้น</span> <span class="s2">ไม่ทำให้ผิวแห้ง</span> <span class="s2">แล้วก็ใช้ได้กับทุกสภาพผิว</span><span class="s1">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">นอกจากนี้</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ยังมีโปรดักต์สกินแคร์อื่นๆ</span> <span class="s2">อีกหลายตัวให้ลูกค้าเลือกใช้</span> <span class="s2">เช่น</span> <span class="s2">น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิก</span> <span class="s2">โลชั่นบำรุงหน้ากลิ่นข้าว</span> <span class="s2">เจลทารอบดวงตา</span> <span class="s2">และโลชั่นทาตัวกลิ่นจมูกข้าวผสมนม</span> <span class="s2">เป็นต้น</span> <span class="s2">ที่สำคัญคือโปรดักต์ทุกตัวของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ได้รับการวิจัยอย่างต่อเนื่องมาตลอด</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ปี และพัฒนาสูตรให้เหมาะกับคนไทยที่สุด</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">เราเชื่อว่าหากได้ลองใช้ยังไงคุณก็หลงรัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73065" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>03 </b></span><span class="s2"><b>สร้างวิถีการกลับมาดูแลตัวเองจากภายใน</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">คนเราต้องใช้สกินแคร์เยอะขนาดไหนถึงจะช่วยให้ผิวหน้าดูดีขึ้นได้</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เราพูดประโยคนี้ขึ้นในขณะที่กำลังลอง</span><span class="s2">ชโลมโลชั่นบำรุงหน้ากลิ่นข้าวลงบนหลังมือ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ทุกอย่างมันเกิดมาจากข้างใน</span><span class="s1"> 80 </span><span class="s2">เปอร์เซ็นต์คือการกิน</span> <span class="s2">อีก</span><span class="s1"> 20 </span><span class="s2">เปอร์เซ็นต์คือสกินแคร์</span> <span class="s2">ดังนั้นอะไรที่มาจากข้างในก็คือการกิน</span> <span class="s2">ร่างกายเรามันมีวิถีที่จะรักษาตัวมันเองแต่การจะรักษาตัวมันเองได้ต้องกินสารอาหารดีๆ</span> <span class="s2">มันคือธรรมชาติบำบัด</span> เขา<span class="s2">ถึงบอกว่ากินให้ดี</span> <span class="s2">นอนเป็นเวลา</span> <span class="s2">ออกกำลังกาย</span> <span class="s2">และฝึกสมาธิผ่อนคลายความเครียด</span> <span class="s2">ทั้งหมดที่ว่ามาไม่ได้มีสกินแคร์มาเกี่ยวข้องเลยนะ</span> <span class="s2">แต่ปัจจุบันทุกคนกำลังไปโฟกัสกับสกินแคร์ซึ่งเป็นสิ่งที่มันจำเป็นน้อยที่สุดเลย</span> <span class="s2">สุดท้ายเราเสียเงินเสียทองสองในสามของเงินเดือนไปกับการซื้อแป้งหรือครีมตลับกระปุกละหมื่น</span> <span class="s2">มันไม่สนุกเลยนะ</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เปิ้ลพูดขึ้น</span> <span class="s2">เรารู้สึกแปลกใจ</span> <span class="s2">เพราะไม่เคยมีพนักงานขายหรือเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางที่ไหนพูดกับเราแบบนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เพราะทุกคนอยากขายของ</span> <span class="s2">คนขายรู้จิตวิทยาคนซื้อว่าคนซื้อมีปัญหาก็ต้องพยายามพูดว่าสิ่งนี้จะช่วยเขาได้</span> <span class="s2">สมัยอยู่อเมริกา</span> <span class="s2">เราตั้งใจจะไปซื้อสกินแคร์ยี่ห้อหนึ่ง</span> <span class="s2">เดินเข้าไปแล้วบอกว่าอยากได้ครีมทาหน้าเพราะรู้สึกว่าผิวหน้าแห้ง</span><span class="s1"> BA </span><span class="s2">ถามว่าหนูอายุเท่าไหร่</span> <span class="s2">เราบอก</span><span class="s1"> 27 </span><span class="s2">ปี</span><span class="s1"> BA </span><span class="s2">คนนั้นตอบกลับมาว่ารอให้อายุ</span><span class="s1"> 40 </span><span class="s2">ปีค่อยกลับมาซื้อใหม่</span> <span class="s2">เขาบอกว่านี่เป็นสกินแคร์ที่เน้นออยล์สำหรับคนอายุเกิน</span><span class="s1"> 40 </span><span class="s2">เด็กรุ่นนี้หน้ายังไม่มัน</span> <span class="s2">ยังไม่ต้องใช้</span> <span class="s2">นี่คือจริยธรรมของ</span><span class="s1"> BA </span><span class="s2">ที่อเมริกา</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราทำธุรกิจนี้เป็นปีที่เก้า</span> <span class="s2">เข้าใจเหตุและผลของทุกฝั่งเลยนะ</span> <span class="s2">เพราะเราเองก็เคยทำงานบริษัทโฆษณามาก่อน</span> <span class="s2">เรารู้อยู่แล้วว่าต้องทำโฆษณายังไงให้คนมาซื้อ</span> <span class="s2">ซึ่งมันต้องเล่นกับกิเลสและความอยากได้ของคน</span> <span class="s2">แต่เราก็ไม่ชอบอะไรแบบนั้นเลยตั้งใจทำแบรนด์เราให้เป็นอีกทิศทางหนึ่ง</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เราสัมผัสได้ถึงความจริงใจของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">และตัวเปิ้ลเอง</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">อย่างที่เราบอกไว้ก่อนหน้านี้</span> <span class="s2">ปัจจุบัน</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์สกินแคร์เพียงอย่างเดียว</span> <span class="s2">จากโจทย์ตั้งต้นที่ต้องการให้คนหันกลับมาดูแลตัวเองอย่างแท้จริง</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">จึงมีผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิกที่ยกระดับวัตถุดิบไทยคุณภาพดีจากชุมชนท้องถิ่นที่มีวิถีชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">ผงโรยข้าวพริกกะเกลือออร์แกนิก</span> <span class="s2">น้ำหวานดอกมะพร้าวออร์แกนิก</span> <span class="s2">และน้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิกที่</span><span class="s1"> UNESCO </span><span class="s2">ยกย่องให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทย</span> <span class="s2">อาหารการกินทั้งสาม</span><span class="s2">อย่างนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นตัวเอกที่สื่อสารกับผู้คน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ไทยเรามีวิถีออร์แกนิกมาตั้งนานแล้วนะแต่เพิ่งมาเปลี่ยนให้เป็นวิถีโมเดิร์นแบบทุนนิยม</span> <span class="s2">ทีนี้เราเห็นว่าอาหารหลายชนิดของบ้านเรามันมีคุณค่า</span> <span class="s2">เราเลยพิถีพิถันในการเลือก</span><span class="s1">วัตถุดิบ</span><span class="s2">มาก</span> <span class="s2">อย่างเช่นน้ำตาลมะพร้าวตัวนี้</span><span class="s1">” </span><span class="s2">เปิ้ลพูดเสร็จก็เดินไปหยิบกระปุกน้ำตาลมะพร้าวสีน้ำตาลนวลที่วางอยู่ในมุมหน้าร้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73062" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73078" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ขวดนี้เริ่มต้นจากวัตถุดิบ เพราะว่าอาหารไทย</span> <span class="s2">ขนมไทย</span> <span class="s2">มันตั้งต้นจากวัตถุดิบแค่ไม่กี่ตัว</span> <span class="s2">ถ้าเรามีน้ำตาลมะพร้าวดีและมีกะทิมะพร้าวที่ดี</span> <span class="s2">เราทำอาหารได้อร่อยหมด</span> <span class="s2">มะพร้าวที่ดีจะให้เนื้อกะทิที่หวานมัน</span> <span class="s2">กะทิจะให้ความมัน</span> <span class="s2">น้ำตาลมะพร้าวให้ความหวาน</span> <span class="s2">แต่น้ำตาลมะพร้าวมันจะต่างจากน้ำตาลทรายเพราะน้ำตาลมะพร้าวให้รสชาติที่นัวกว่า</span> <span class="s2">และมีโปรตีนที่ให้รสอูมามิเหมือนผงชูรสของญี่ปุ่น</span> <span class="s2">เป็นรสชาติหวานเบาๆ</span> <span class="s2">ไม่ใช่หวานแหลมแบบน้ำตาลไทย</span> <span class="s2">เราเล่นกับวัตถุดิบก่อนเพราะมันอยู่กับครัวไทยมาตั้งแต่อดีตกาล</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราทำน้ำตาลมะพร้าวกับชุมชนที่สมุทรสงคราม</span> <span class="s2">เป็นบ้านริมคลองที่มีสวนมะพร้าวน้ำกร่อย</span> <span class="s2">และยังมีเตาเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวอยู่</span> <span class="s2">สมัยนี้เตาเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวถูกปิดไปเยอะ</span> <span class="s2">เหลืออยู่ไม่กี่แห่งที่สร้างอัตลักษณ์ตัวเองให้แข็งแรงได้</span> <span class="s2">งานของเราคือไปทำให้ราคาน้ำตาลมะพร้าวมีราคาสูงขึ้นเพราะจริงๆ</span> <span class="s2">มันทำยากมาก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เริ่มต้นจากเลือกแหล่งมะพร้าวที่ดี</span> <span class="s2">อย่างสมุทรสงครามก็มีมะพร้าว</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">พันธุ์ที่ใช้ทำน้ำตาล</span> <span class="s2">ระหว่างที่มะพร้าวมันยังเป็นดอกก่อนที่จะกลายเป็นผลก็ต้องมีคนปีนขึ้นไปกรีดแล้วเอากระบอกไม้ไผ่รองน้ำหวานที่ไหลลงมาในกระบอก</span> <span class="s2">ในกระบอกใส่ไม้พะยอมซึ่งทำหน้าที่เป็นสารกันเสียจากธรรมชาติ</span> <span class="s2">พอรองจนเต็มก็เอามาเทรวมกันลงกะทะเคี่ยว</span> <span class="s2">แต่ละวันต้องให้คนปีนขึ้นไปเก็บ</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">ครั้ง</span> <span class="s2">ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด</span> <span class="s2">เพราะผลของความขี้เกียจมันจะสะท้อนลงมาในน้ำตาล</span> <span class="s2">เพราะพอไม้พะยอมหมดฤทธิ์</span> <span class="s2">จุลินทรีย์จะกินทันที</span> <span class="s2">ทำให้เนื้อและรสของน้ำตาลออกมาอีกแบบหนึ่ง</span> <span class="s2">มันซับซ้อนไปจนถึงเทคนิคการตีน้ำตาลเลย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราเลือกทำงานชุมชนที่แข็งแรงและหัวหน้าชุมชนที่มีจริยธรรมเหมือนกัน</span> <span class="s2">ผลิตน้ำตาลมะพร้าวที่เพียวๆ</span> <span class="s2">ออร์แกนิก</span> <span class="s2">ไม่ผสมอะไรเลย</span> <span class="s2">แล้วขายในราคาที่สะท้อนต้นทุนจริงคือกิโลฯ ละ</span><span class="s1"> 300 </span><span class="s2">บาท</span> <span class="s2">เราตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าอยากให้คนไทยได้กินของดี</span> <span class="s2">ใช้ของดี</span> <span class="s2">และชุมชนก็มีรายได้ที่ดีด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">สินค้าพิเศษอีกอย่างที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลย</span><span class="s2">ก็คือ</span> <span class="s2">ผงโรยข้าวพริกกะเกลือออร์แกนิก</span> <span class="s2">หนึ่งในเครื่องเสวยของชาววัง</span> <span class="s2">ที่สืบทอดตำรับมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย</span> <span class="s2">ปัจจุบันหากินได้ยากมากเพราะมีวิธีทำที่ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานาน</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">สำหรับเปิ้ล</span> <span class="s2">นี่คือสินค้าที่พาเธอไปพบเจอผู้คนมากมาย</span> <span class="s2">ผู้ใหญ่ที่มีความทรงจำวัยเด็กกับอาหารชนิดนี้</span> <span class="s2">รวมถึงข้าราชบริพารของในหลวงรัชกาลที่</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ที่เติบโตมาในรั้ววัง</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">พริกกะเกลือเคยเป็นเครื่องเสวยโปรดของในหลวงรัชกาลที่</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ที่ท่านเสวยทุกวัน</span> <span class="s2">พอเรารู้อย่างนี้เลยอยากโปรโมตตัวนี้ให้คนรู้ว่าท่านกินน้ำพริกแค่นี้นะ</span> <span class="s2">สะท้อนเศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ</span> <span class="s2">พริกกะเกลือคือมะพร้าวคั่วแล้วเอามาเผา</span> <span class="s2">โขลกให้เข้ากันจนแตกมัน</span> <span class="s2">ใช้คลุกข้าวรับประทาน</span> <span class="s2">เรียบง่ายแค่นี้เลย</span><span class="s1">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">หลังพูดจบเธอก็เดินไปหยิบบอกซ์เซตที่กำลังจะวางขายในปีนี้ให้เราได้ยลโฉมก่อนออกสู่ตลาด</span> <span class="s2">กล่องที่วางตรงหน้าถูกตกแต่งด้วยภาพวาดลายเส้นไทย</span> <span class="s2">มีดอกไม้อยู่ตรงกลางวงกลมอย่างโดดเด่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-73124" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/gift-box-1024x623.jpg" alt="" width="1024" height="623" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/gift-box-1024x623.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/gift-box-300x182.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/gift-box-768x467.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/gift-box-600x365.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">“</span><span class="s2">ตอนเด็กๆ</span> <span class="s2">เราเขียนลายจิตรกรรมไทยเก่ง</span> <span class="s2">แล้วเรารู้สึกว่าปีนี้อยากเขียนลายไทยเลยไปเดินพิพิธภัณฑ์</span> <span class="s2">เราอยากได้ลายไทยที่เป็นเอกลักษณ์</span> <span class="s2">เพราะว่ากล่องนี้จะเป็นกล่องที่ใส่ทั้งขนมไทยและสกินแคร์</span> <span class="s2">เลยอยากได้ลายที่อารมณ์เหมือนภาชนะ</span> <span class="s2">ดังนั้นก็เลยไปดูเบญจรงค์</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">นี่คือเบญจรงค์ลายน้ำทองลายก้านแย่ง</span> <span class="s2">เป็นลายที่เกิดในสมัยรัชกาลที่</span><span class="s1"> 5 </span><span class="s2">ถ้าเป็นช่วงรัชกาลก่อนหน้า</span> <span class="s2">ศิลปะจะได้รับอิทธิพลจากจีนเยอะ</span> <span class="s2">จึงมักเป็นลายผักกาดหรือลายโบตั๋น</span> <span class="s2">แต่ตั้งแต่รัชกาลที่</span><span class="s1"> 5 </span><span class="s2">เป็นต้นมาจะมีความเป็นไทยมากขึ้น</span> <span class="s2">มีลายกนก</span> <span class="s2">เทวดา</span> <span class="s2">หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีไทย</span> <span class="s2">เราก็เลยเอาตัวนี้เพื่อมาเป็นสิริมงคลด้วย</span> <span class="s2">ตัวลายนี้เราก็เขียนด้วยตัวเอง</span> <span class="s2">ซึ่งใช้เวลานานมากเพราะปกติเราถนัดใช้พู่กัน</span> <span class="s2">แต่อันนี้ต้องใช้เมาส์วาดเลยยากมาก</span><span class="s1">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73082" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2">และเมื่อกล่องของขวัญนี้เสร็จสมบูรณ์</span><span class="s2">ก็จะถูกผูกล้อมด้วยโบว์สีทอง</span> <span class="s2">ด้านในมีการ์ดอธิบายที่มาของลายน้ำทองเป็นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</span> <span class="s2">รวมถึงเรื่องราวของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">และสินค้าที่เป็นของขวัญ</span> <span class="s2">เปิ้ลตั้งใจสร้างให้เป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่สุดในราคาที่ใครก็เอื้อมถึงได้</span> <span class="s2">และจะเป็นการรวบรวมคอลเลกชั่นลายโบราณของไทยไว้สำหรับปีต่อๆไปด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">สำหรับเรานิยามของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">คือแบรนด์ที่สร้างงานศิลปะอันเป็นคุณค่าที่รู้ได้ด้วยตาเห็น</span> <span class="s2">ผสมผสานกับศิลปะการใช้ชีวิตที่ผู้คนได้กลับมาดูแลตัวเองอย่างพิถีพิถันมากขึ้นและยังคงสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในโลกยุคปัจจุบัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73084" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-25.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-25.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-25-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราพยายามสื่อสารเสมอว่าต้นทุนของเราทุกคนคือสิ่งที่ได้มาตั้งแต่เกิด</span> <span class="s2">นั่นคือร่างกาย</span> <span class="s2">สมอง</span> <span class="s2">และเซลล์</span> <span class="s2">สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนที่จะก่อให้เกิดผลผลิตเป็นการใช้ชีวิตที่ดีและการทำงานที่มีคุณภาพ</span> <span class="s2">หน้าที่เราคือการให้ความรู้และข้อมูลว่าคนควรต้องโฟกัส 4 ข้อนะ คือ</span><span class="s2">อาหาร</span> <span class="s2">การนอน</span> <span class="s2">ออกกำลังกาย</span> <span class="s2">และนั่งสมาธิ</span> <span class="s2">ส่วนสกินแคร์เป็นข้อที่ 5 ไว้หลังสุดเลย</span> <span class="s2">ถ้าอยากให้ผิวสวยมีออร่าเปล่งประกาย</span> <span class="s2">ไปทำ 4 ข้อที่ว่าให้ดีที่สุดก่อน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">สมมติว่าเราดูแลภายนอกอย่างเดียวแล้วไม่ดูแลข้างในเลย สุดท้ายมันจะสะท้อนออกมาข้างนอก ออกมาไม่ดี</span> <span class="s2">แล้วก็ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ</span> <span class="s2">เช่น</span> <span class="s2">ถ้าเราเครียดหรือเหนื่อย</span> <span class="s2">ให้ลองนอนเร็วดู</span> <span class="s2">ช่วง</span><span class="s1"> 4 </span><span class="s2">ทุ่มถึงตี</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">เป็นช่วงที่ร่ายกายจะซ่อมแซมตัวเอง</span> <span class="s2">ดังนั้นเราไม่ต้องพึ่งอะไรทั้งสิ้น</span> <span class="s2">แค่นอนเร็วแล้วตื่นเช้ามาทำงาน</span> <span class="s2">เพราะช่วง</span><span class="s1"> 7-10 </span><span class="s2">โมงเช้าคือช่วงที่สมองทำงานได้ดีที่สุด</span> <span class="s2">ร่างกายคนเราถูกออกแบบมาแบบนี้จริงๆ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">ถ้าไม่ได้กินสารอาหารดีๆ</span> <span class="s2">ผลลัพธ์ก็คือร่างกายอ่อนเพลีย</span> <span class="s2">หน้าหมอง</span> <span class="s2">สมองทำงานไม่ดี</span> <span class="s2">ตราบใดที่มนุษย์เรามีเลือดมีเนื้อมันยังต้องพึ่งพาสารอาหาร</span> <span class="s2">เซลล์มันโดนทำลายมันต้องการรักษาตัวเอง</span> <span class="s2">มันต้องการสารอาหาร</span> <span class="s2">ถ้าเราอยากจะให้แผลหายเร็ว</span> <span class="s2">สิวหายเร็ว</span> <span class="s2">เราก็ต้องพึ่งสารอาหารเพราะเวลานอนเขาต้องดึงสารอาหารพวกนี้มาใช้ในการรักษาเรา</span> <span class="s2">นี่วิทยาศาสตร์มากๆ</span> <span class="s2">มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ร่างกายเราจะรักษาตัวเองได้โดยไม่มีสารอาหาร</span><span class="s1">” </span><span class="s2">นี่คือความตั้งใจของเปิ้ลที่ต้องการบอกกับลูกค้าของเธอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73060" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73076" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"><b>04 </b></span><span class="s2"><b>แบรนด์คือตัวตนของผู้สร้าง</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s2">ภาพของ</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ที่เราเห็นตรงหน้า</span> <span class="s2">คือร้านที่มีโปรดักต์หลายอย่างวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางมีฉากหลังเป็นต้นไม้เขียวขจีนานาชนิด</span> <span class="s2">ในแง่ธุรกิจถือว่า</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ประสบความสำเร็จตามที่เปิ้ลตั้งใจไว้ว่าอยากให้ร้านโตไปเรื่อยๆ</span> <span class="s2">พร้อมกับการได้ทำหน้าที่ดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">คุณทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตมาได้ขนาดนี้</span><span class="s1"> </span><span class="s2">เราถามขึ้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">คนส่วนใหญ่ชอบเน้นว่าจะสร้างแบรนด์ต้องมีสตอรี</span> <span class="s2">ต้องแพ็กเกจจิ้งดีๆ</span> <span class="s2">ทุกคนจะโฟกัสกับตรงนี้หมด</span> <span class="s2">แต่ทุกคนก็ลืมไปว่าการสร้างอะไรพวกนี้มันจ้างเอเจนซีได้</span> <span class="s2">แต่ที่มันจ้างไม่ได้คือหัวใจและจริยธรรมของคนทำ</span> <span class="s2">ซึ่งไม่มีใครพูดถึงเลย</span> <span class="s2">ทั้งที่มันเป็น</span><span class="s1"> core </span><span class="s2">ของการทำธุรกิจ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">พอเรามาทำธุรกิจเลยมีโจทย์ตั้งต้นว่าคนใช้ของเราเขาต้องปลอดภัยนะ</span> <span class="s2">มันมาจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและตัวตนของเราว่าทำอะไรต้องนึกถึงผู้อื่น</span> <span class="s2">อย่านึกถึงแต่ตัวเอง</span> <span class="s2">สิ่งเร้าเยอะมากเหมือนกันที่อาจทำให้เราเบี่ยงเบนจากจุดที่เราหวังไว้ตั้งแต่แรก</span> <span class="s2">แต่เราต้องมีระบบช่างตวงวัดอยู่ในใจตลอด</span><span class="s1">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">หลังจากได้ยินประโยคนี้</span> <span class="s2">เราก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งทันทีว่าทำไม</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ถึงเป็นแบรนด์ที่มีลูกค้าประจำเยอะมากและเติบโตมาได้ตลอด</span><span class="s1"> 9 </span><span class="s2">ปี</span> <span class="s2">ไม่ใช่แค่คุณภาพสินค้าที่ดีมาก</span> <span class="s2">แต่ในอีกมุมหนึ่ง</span> <span class="s2">ผู้บริโภคก็อยากเจอคนขายที่จริงใจกับเราด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">วัตถุดิบคุณภาพดีที่นำมาผลิตโปรดักต์</span> <span class="s2">การให้ข้อมูลอย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค</span> <span class="s2">การวิจัยพัฒนาสูตรจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ</span> <span class="s2">ความจริงใจและจริยธรรมของคนขาย</span> <span class="s2">องค์ประกอบทั้งหมดนี้รวมกันเป็น</span><span class="s1"> THLOS </span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราอยากเล่าศิลปะสมัยรัชกาลที่ 5</span><span class="s1"> </span><span class="s2">ผ่านของกินของใช้เพราะนี่คือวิถีชีวิต</span> <span class="s2">เราอยากทำให้มันเป็นวิถีชีวิตประจำวันของคนในสมัยนี้ได้</span> <span class="s2">ทุกคนเข้าถึง</span><span class="s1"> THLOS </span><span class="s2">ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะๆ</span> <span class="s2">และได้กินได้ใช้ของที่มีคุณค่าทางจิตใจ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> “</span><span class="s2">เราขายเซตวัฒนธรรมอาหารไทยในราคา</span><span class="s1"> 880 </span><span class="s2">บาท</span> <span class="s2">มีน้ำตาลมพร้าว</span><span class="s1"> 1 </span><span class="s2">กระปุก</span> <span class="s2">น้ำหวานดอกมะพร้าว</span><span class="s1"> 2 </span><span class="s2">กระปุก</span> <span class="s2">และพริกกะเกลืออีก</span><span class="s1"> 1 </span><span class="s2">กระปุก</span> <span class="s2">คนที่ซื้อของเราไปเขา</span><span class="s2">ไม่ได้ต้องการของแพง</span> <span class="s2">เขาต้องการของที่</span><span class="s1"> remind </span><span class="s2">อดีตที่เขาโตมาในวัฒนธรรมแบบนี้</span> <span class="s2">เราเองก็รู้สึกดีใจที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้</span><span class="s1">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-73086" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/thlos-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thlos/">THLOS : แบรนด์สมุนไพรไทย 10 ปี ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ผ่านของกินของใช้ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอาขยะมาแล้วเอาเงินไป &#8216;GEPP Sa-Ard&#8217; สตาร์ทอัพที่จับคู่คนอยากขายขยะกับคนอยากซื้อขยะ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gepp-sa-ard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Sep 2019 15:34:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[GEPP]]></category>
		<category><![CDATA[GEPP Sa-ard]]></category>
		<category><![CDATA[Startup]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[waste management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=70543</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอนนี้ คนกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงบอกว่าการแยกขยะรีไซเคิลนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย สนุก และสะดวก ใครๆ ก็ช่วยกันดูแลโลกได้โดยไม่ต้องรู้สึกอึดอัดหรือต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันเกินไปนัก พวกเขาเข้าใจดีว่าเรายังต้องใช้ถุงพลาสติก แก้วน้ำ ขวดน้ำ หลอด กระดาษ ในชีวิตประจำวัน หากเลิกใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่แยกขยะไว้ก็พอ  คนกลุ่มนี้กำลังสร้างระบบรับซื้อขยะที่ตอบโจทย์กับความต้องการของคนทุกประเภท แค่เข้าใจเรื่องขยะอย่างถูกต้องก็ทำได้เลย  พวกเขาชื่อว่า GEPP Sa-Ard (เก็บ สะอาด) แพลตฟอร์มเรียกรถรับซื้อขยะรีไซเคิลตามวัน เวลา และสถานที่ พวกเขากำลังเชื่อมโยงให้คนอยากขายขยะกับคนอยากซื้อขยะมาเจอกันง่ายขึ้น และวันนี้เรามีนัดคุยกับ โดม บุญญานุรักษ์ CMO และผู้ร่วมก่อตั้ง GEPP GEPP เชื่อว่าจริงๆ แล้วการแยกและขายขยะรีไซเคิลไม่ควรเป็นเรื่องที่ยาก ชาวเมืองที่ยังต้องหิ้วถุงพลาสติกกันอยู่ทุกวันก็สามารถแยกและขายขยะรีไซเคิลได้ ส่วนคนที่ตั้งใจอยากแยกขยะแต่ยังไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน ก็แค่ยกหูโทรศัพท์ ทักไลน์ไปหา หรือเพียงใช้นิ้วจิ้มผ่านแอพพลิเคชั่น GEPP ก็จะมีคนรับซื้อขยะไปหาคุณถึงที่ ง่ายๆ เท่านี้เลย ก่อนเก็บ ก่อนมาเป็น GEPP Sa-Ard ในวันนี้ ต้องย้อนเวลาไปเมื่อปีที่แล้ว ในวันนั้น โดมยังคงทำงานในแวดวงสถาปนิกและอสังหาริมทรัพย์ตามวิชาความรู้ที่ตัวเองร่ำเรียนมา เขาเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้สนใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่ จนกระทั่ง แหม่ม–มยุรี อรุณวานนท์ CEO สาวของ GEPP ผู้มีแพสชั่นอยากจัดการปัญหาขยะของชาวเมืองมาชวนให้โดมลองทำงานนี้ด้วยกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gepp-sa-ard/">เอาขยะมาแล้วเอาเงินไป &#8216;GEPP Sa-Ard&#8217; สตาร์ทอัพที่จับคู่คนอยากขายขยะกับคนอยากซื้อขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">ตอนนี้</span> <span class="s1">คนกลุ่มหนึ่งกำลังส่งเสียงบอกว่าการแยก<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0" target="_blank" rel="noopener">ขยะ</a>รีไซเคิลนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย</span> <span class="s1">สนุก</span> <span class="s1">และสะดวก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ใครๆ</span> <span class="s1">ก็ช่วยกันดูแลโลกได้โดยไม่ต้องรู้สึกอึดอัด</span><span class="s1">หรือต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกันเกินไปนัก</span> <span class="s1">พวกเขาเข้าใจดีว่าเรายังต้องใช้ถุงพลาสติก</span> <span class="s1">แก้วน้ำ</span> <span class="s1">ขวดน้ำ</span> <span class="s1">หลอด</span> <span class="s1">กระดาษ</span> <span class="s1">ในชีวิตประจำวัน</span> <span class="s1">หากเลิกใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร</span> <span class="s1">แค่แยกขยะไว้ก็พอ</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">คนกลุ่มนี้กำลังสร้างระบบรับซื้อขยะที่ตอบโจทย์กับความต้องการของคนทุกประเภท</span> <span class="s1">แค่เข้าใจเรื่องขยะอย่างถูกต้องก็ทำได้เลย</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">พวกเขาชื่อว่า</span><span class="s2"> GEPP Sa-Ard (</span><span class="s1">เก็บ</span> <span class="s1">สะอาด</span><span class="s2">) </span><span class="s1">แพลตฟอร์มเรียกรถรับซื้อขยะรีไซเคิลตามวัน</span> <span class="s1">เวลา</span> <span class="s1">และสถานที่</span> <span class="s1">พวกเขากำลังเชื่อมโยงให้คนอยากขายขยะกับคนอยากซื้อขยะมาเจอกันง่ายขึ้น</span> <span class="s1">และวันนี้เรามีนัดคุยกับ</span> <span class="s1"><b>โดม</b></span><b> </b><span class="s1"><b>บุญญานุรักษ์</b></span><span class="s2"> CMO และ</span><span class="s1">ผู้ร่วมก่อตั้ง</span><span class="s2"> GEPP</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">เชื่อว่าจริงๆ</span> <span class="s1">แล้วการแยกและขายขยะรีไซเคิลไม่ควรเป็นเรื่องที่ยาก</span> <span class="s1">ชาวเมืองที่ยังต้องหิ้วถุงพลาสติกกันอยู่ทุกวันก็สามารถแยกและขายขยะรีไซเคิลได้</span> <span class="s1">ส่วนคนที่ตั้งใจอยากแยกขยะแต่ยังไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน </span><span class="s1">ก็แค่ยกหูโทรศัพท์</span> <span class="s1">ทักไลน์ไปหา </span><span class="s1">หรือเพียงใช้นิ้วจิ้มผ่านแอพพลิเคชั่น</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ก็จะมีคนรับซื้อขยะไปหาคุณถึงที่</span> <span class="s1">ง่ายๆ</span> <span class="s1">เท่านี้เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70765" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70778" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1">ก่อนเก็บ</span><b> </b></h3>
<p class="p1"><span class="s1">ก่อนมาเป็น</span><span class="s2"> GEPP Sa-Ard </span><span class="s1">ในวันนี้</span> <span class="s1">ต้องย้อนเวลาไปเมื่อปีที่แล้ว</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ในวันนั้น</span> <span class="s1">โดมยังคงทำงานในแวดวงสถาปนิกและอสังหาริมทรัพย์ตามวิชาความรู้ที่ตัวเองร่ำเรียนมา</span> <span class="s1">เขาเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้สนใจประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่าไหร่</span> <span class="s1">จนกระทั่ง</span> <span class="s1"><b>แหม่ม</b></span><span class="s2"><b>–</b></span><span class="s1"><b>มยุรี</b></span><b> </b><span class="s1"><b>อรุณวานนท์</b></span><span class="s2"> CEO </span><span class="s1">สาวของ</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ผู้มีแพสชั่นอยากจัดการปัญหาขยะของชาวเมืองมาชวนให้โดมลองทำงานนี้ด้วยกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แหม่ม</span><span class="s1">คือคนที่เห็นว่าในสังคมเรายังรีไซเคิลขยะกันไม่มากเท่าไหร่นัก</span> <span class="s1">และปัญหานี้แก้ได้ด้วยการมีเครื่องมือที่ค่อยๆ</span> <span class="s1">เปลี่ยนพฤติกรรมคน</span> <span class="s1">เธอต้องการสร้างวิถีการแยกขยะที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนหมู่มาก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ส่วนโดมในวันนั้น</span><span class="s1">คือชายหนุ่มที่กำลังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเป็นอย่างสูง</span> <span class="s1">เขาเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่าตัวเองสามารถช่วยสังคมนี้ให้ดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง</span> <span class="s1">นั่นทำให้โดมตัดสินใจกระโจนเข้าใส่โปรเจกต์นี้อย่างไม่ลังเล</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “แต่ก่อน</span><span class="s1">เราทำงานเป็นสถาปนิก</span> <span class="s1">ยังไม่สนใจเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม</span> <span class="s1">ระหว่างทางไปออฟฟิศเราก็ยังซื้อของริมทาง</span> <span class="s1">จะใส่ถุงพลาสติกกี่ใบเราก็ไม่ว่า</span> <span class="s1">จะมีแค่บางครั้งที่เริ่มรำคาญว่าถุงมันเยอะไป</span> <span class="s1">รวมๆ</span> <span class="s1">กันก็ได้</span> <span class="s1">อย่างดีก็มีฟีลแค่นี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">จริงๆ</span> <span class="s1">เราอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาสังคม</span> <span class="s1">เราเริ่มทำสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แล้ว</span> <span class="s1">แต่พอไปนั่งมองมันลึกๆ</span> <span class="s1">แล้วยังไงต่อล่ะ</span> <span class="s1">ทำเป็นแพลตฟอร์มขายบ้านเหรอ</span> แบบนี้<span class="s1">มันไม่</span><span class="s2">อิมแพกต์</span><span class="s1">เลย</span> <span class="s1">เราไม่อินน่ะ</span> แล้ว<span class="s1">พี่แหม่มเอาเรื่องขยะมาคุยกับเราอยู่พักหนึ่ง จนเริ่มทำกันราวๆ</span> <span class="s1">กันยายนปีที่แล้ว</span> ช่วย<span class="s1">คิดกันว่าจะแก้ปัญหาเรื่องขยะยังไงดี</span> <span class="s1">พอคิดไปคิดมาก็เลยมาออกที่เรื่องขยะรีไซเคิล</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราลองดูตัวอย่างประเทศที่มีการจัดการขยะดีอย่างญี่ปุ่น</span> <span class="s1">เราไม่เคยเห็นเขาลดแพ็กเกจจิงที่ใช้ห่ออาหารหรือ</span><span class="s1">ของใช้เลยนะ</span> <span class="s1">เราไปเมื่อ</span><span class="s2"> 20 </span><span class="s1">ปีก่อนกับไปปีที่แล้วญี่ปุ่นก็ยังเหมือนเดิม</span> <span class="s1">ทำไมเขาไม่มีปัญหาเรื่องการจัดการขยะพวกนี้</span> <span class="s1">แล้วคำว่าบรรจุภัณฑ์</span> <span class="s1">โดยนิยามของมันหมายถึงอะไรบางอย่างที่ห่อหุ้มเพื่อความสะดวกสบายของเรา</span> <span class="s1">ให้เราถือได้</span> <span class="s1">ให้เราจับได้</span> <span class="s1">ห่ออาหารได้ไม่ให้มันเสีย</span> <span class="s1">นั่นคือเป้าประสงค์ของมัน</span> <span class="s1">เพราะงั้นแล้วตัวมันก็ไม่ผิดและตัวเราก็ไม่ผิดที่จะใช้</span> <span class="s1">สำคัญคืออยู่ที่จัดการกับมันยังไงมากกว่า</span> <span class="s1">เราคงพยายามลดการใช้เพราะนั่นคือสิ่งที่ควรทำ</span> <span class="s1">แต่บางโอกาสสำหรับหลายๆ</span> <span class="s1">คนมันไม่ใช่</span> <span class="s1">เขายังคงต้องใช้อยู่</span><span class="s2">” </span><span class="s1">โดมอธิบายถึงปัญหาที่ตัวเองพบเจอด้วยความเข้าใจ</span> <span class="s1">การจัดการขยะรีไซเคิลให้ง่ายที่สุด</span><span class="s1">จึงเป็นสิ่งที่</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">กำลังหยิบยกขึ้นมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70725" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-1.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-1-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70726" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-2.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-2-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1"><b>แรกเก็บ</b></span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">การทำงานที่สร้างผลกระทบต่อคนหมู่มาก</span><span class="s1">เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ</span> <span class="s1">ของคนไม่กี่คน</span> <span class="s1">โดมและแหม่มเริ่มจากกระบะหนึ่งคันกับทีมงานไม่กี่ชีวิต</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ทีม</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">เริ่มลองเข้าไปเก็บขยะอย่างสุภาพและน่าเชื่อถือ</span> <span class="s1">ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้การรับซื้อขยะเป็นบริการที่มีคุณภาพ</span> <span class="s1">เริ่มจากการผลัดเวียนกันไปรับขยะตามตารางเวลา</span> <span class="s1">โดยมีคุณป้าแม่ค้าในฟู้ดคอร์ตย่านสาทรคนหนึ่งเป็นลูกค้าคนแรก</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราเข้าไปถามป้าว่าแยกขยะขายหรือเปล่า</span> <span class="s1">ป้าบอกไม่ได้แยกเพราะบางทีเก็บไว้นาน</span> <span class="s1">แล้วคนเก็บขยะมาบ้างไม่มาบ้างหรือมาแล้วก็ไม่รับ</span> <span class="s1">เพราะงั้นป้าเลยเลือกที่จะไม่แยกขยะดีกว่า</span> <span class="s1">นี่เป็น</span><span class="s2"> pain point </span><span class="s1">ของเขาเลย</span> <span class="s1">เพราะถ้าแยกขยะไว้ก็ต้องมาพะว้าพะวังว่าคนซื้อขยะจะมาหรือเปล่า</span> <span class="s1">ตอนนั้นเราเลยชวนป้ามาขายขยะให้กับเรา</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตอนนั้นเราคิดว่าความสะดวกคือการใช้ไลน์ติดต่อ</span> <span class="s1">เราเลยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยี</span> <span class="s1">ก็เหมือนเราทำสตาร์ทอัพมันก็ต้องจับกับเทคโนโลยีอย่างใดอย่างหนึ่งใช่ไหม</span> <span class="s1">พอไปเจอเข้าจริงๆ</span> <span class="s1">ป้าใช้แค่โทรศัพท์แบบกดเท่านั้นเอง</span> <span class="s1">เขาไม่ได้มีสมาร์ตโฟน</span> <span class="s1">ซึ่งแปลว่ามันคือความผิดพลาดที่เรายังไม่เข้าใจ</span><span class="s2"> persona </span><span class="s1">อย่างแท้จริง</span> <span class="s1">แล้วเด็กบางร้านบอกกับเราว่าหลังเขาตอกบัตรเข้าร้านแล้วเล่นไลน์ไม่ได้หรอก</span> <span class="s1">แต่ถ้าขออนุญาตเฮียเพื่อโทรเรียกคนเก็บขยะมาเนี่ยทำได้นะ</span> <span class="s1">เราก็ซื้อซิมโทรศัพท์เลย</span> <span class="s1">เปลี่ยนแผนมาใช้เบอร์โทรศัพท์แทน</span> <span class="s1">เปลี่ยนใบปลิวใหม่หมด</span> <span class="s1">เดินแจกถนนเส้นเดิม</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตอนนั้นเราพบเลยว่าการบริการเป็นเรื่องสำคัญ</span> <span class="s1">เราเข้าหาคนอย่างสุภาพ</span> <span class="s1">เดินเฉิดฉายเข้าไปเลยว่าฉันมาเก็บขยะรีไซเคิลนะ</span> <span class="s1">ไม่ต้องเหนียมอายว่าถ้าเป็นคนเก็บขยะแล้วจะสกปรก</span> <span class="s1">เราทำเสื้อที่มีโลโก้เป็นกิจจะลักษณะ</span> <span class="s1">เราทดลองทำแบบนั้นเลย</span> <span class="s1">กลายเป็นว่าคนเรียกเพียบ</span> <span class="s1">คนเขาบอกว่าชอบเพราะมันดูน่ารักและสุภาพ</span> <span class="s1">เขารู้สึกดีที่เจอพวกเรา</span> <span class="s1">ขายขยะได้ง่ายแล้วก็ได้เงินด้วย</span><span class="s2">” </span><span class="s1">โดมเล่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70780" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ทีม</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">เริ่มมีโมเดลที่แข็งแรงมากขึ้น</span> <span class="s1">ก่อนจะพัฒนามาเป็นการเก็บ data </span><span class="s1">ปริมาณขยะในระยะต่อมา</span> <span class="s1">แล้วค่อยๆ</span> <span class="s1">พัฒนาตัวเองให้เป็น</span><span class="s2"> data house </span><span class="s1">เรื่องขยะที่มีประสิทธิภาพ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ปัจจุบัน</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ให้บริการใน</span><span class="s2"> 13 </span><span class="s1">พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ</span> <span class="s1">ได้แก่</span> <span class="s1">ราชเทวี</span> <span class="s1">ปทุมวัน</span> <span class="s1">คลองเตย</span> <span class="s1">วัฒนา</span> <span class="s1">พญาไท</span> <span class="s1">ลาดพร้าว</span> <span class="s1">จตุจักร</span> <span class="s1">บางกะปิ</span> <span class="s1">หัวหมาก</span> <span class="s1">ยานนาวา</span> <span class="s1">สาทร</span> <span class="s1">บางรัก</span> <span class="s1">และบางคอแหลม</span> <span class="s1">รวมถึงในเขตพื้นที่ของเทศบาลนครเชียงใหม่</span> ทั้งหมดนี้<span class="s1">พวกเขาใช้เวลาเพียง</span><span class="s2"> 1 </span><span class="s1">ปีเท่านั้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ตอนแรกคนก็ยังงงอยู่เพราะมันไม่เคยมีบริการแบบนี้</span> <span class="s1">ปกติคนแค่เอาขยะไปใส่ถังขยะเขียวเดี๋ยวมันก็หายไป</span> <span class="s1">ไปไหนไม่รู้</span> <span class="s1">ไม่สนใจ</span> <span class="s1">รู้แค่ว่ามันหายไปจากบ้านแล้วก็พอ</span> <span class="s1">เราว่าทุกคนเคยได้ยิน</span><span class="s2"> hate speech </span><span class="s1">เกี่ยวกับขยะมากมายในบ้านเรา</span> <span class="s1">เช่น</span> <span class="s1">คนไทยไม่ชอบแยกขยะหรอก</span> <span class="s1">นิสัยแบบนี้ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก</span> <span class="s1">มาเปลี่ยนตอนนี้ไม่ทันหรอก</span> <span class="s1">ซึ่งจริงๆ</span> <span class="s1">แล้วคุณคิดไปเองหรือเปล่า</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">พอเราเริ่มทำจริงจังคุณป้าคนนี้เปลี่ยนไปเลย</span> <span class="s1">ป้าแยกขยะอย่างดีแล้วก็แยกมากขึ้น</span> <span class="s1">ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เป็นคนรักโลกอะไรมากมาย</span> <span class="s1">เราเห็นเลยว่าเรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีแค่คนรักโลกเท่านั้นที่จะทำ</span> <span class="s1">แค่มีระบบที่มันสะดวก</span> <span class="s1">มีอะไรที่ทำให้คนเข้าใจ</span> <span class="s1">ปฏิบัติได้ง่าย</span> <span class="s1">ทุกคนก็ทำได้แล้วและก็อยากทำด้วย</span> <span class="s1">คุณป้าคือเคสที่เป็นกำลังใจให้กับทีมเรามาก</span> <span class="s1">เราสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าด้วยความดีใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70729" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-5.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-5-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-5-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70733" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-9.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-9-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-9-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1">เก็บสะอาด</span><b> </b></h3>
<p class="p1"><span class="s1">สถิติบนหน้าเว็บไซต์</span><span class="s1">บอกกับเราว่าตอนนี้</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">เก็บขยะรีไซเคิลไปกว่า</span><span class="s2"> 2 </span><span class="s1">ตัน</span> <span class="s1">เท่ากับลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกไปแล้ว</span><span class="s2"> 460 </span><span class="s1">กิโลคาร์บอนไดออกไซด์</span> <span class="s1">และมีสมาชิกที่ร่วมกันเก็บกว่า</span><span class="s2">พัน</span><span class="s1">คน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">พวกเขาปักธงไว้ว่าต้องเก็บ data </span><span class="s1">ขยะแล้วเอามาพัฒนาต่อยอด</span> <span class="s1">เพราะบ้านเรายังไม่มี data เกี่ยวกับขยะที่เพียงพอจนบอกได้ว่าที่ไหนหรือบริเวณใดมีขยะเยอะหรือน้อย</span> <span class="s1">ถ้าหากมีข้อมูลตรงนี้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ</span><span class="s1">ก็จะช่วยให้จัดการขยะได้ดีขึ้น</span> <span class="s1">เป็นประโยชน์ทั้งฝั่งคนรับซื้อขยะ</span> <span class="s1">ผู้ประกอบการร้านค้า</span> <span class="s1">ไปจนถึงบริษัทใหญ่ๆ</span> <span class="s1">เลยด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราเจอเลยว่าโซนร้านอาหารแก้วเยอะมาก</span> <span class="s1">ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</span> ข<span class="s1">วดเบียร์</span> <span class="s1">ขวดโซดา</span> <span class="s1">กระป๋อง</span> <span class="s1">ถ้าบริษัทที่จะทำระบบรับคืนแก้วรู้ว่าตรงไหนมีแก้วเยอะ</span> <span class="s1">เขาก็ไปทำ</span><span class="s2"> two-way station </span><span class="s1">ตรงนั้นได้</span> <span class="s1">อย่างโรงเรียนก็อาจมีพลาสติกหรือขวดนมเยอะ</span> <span class="s1">ร้านอาหารบางทีกล่องลังเยอะ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">โดมพูด</span><span class="s1">พร้อมยกแก้วกาแฟร้อนที่ซื้อมาจากร้านกาแฟข้างๆ</span> <span class="s1">ขึ้นมาดื่ม</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เมื่อก่อน</span><span class="s1">เรานึกไม่ออกนะว่าร้านกาแฟแบบ</span><span class="s1">นี้มีขยะอะไรเยอะ</span> <span class="s1">แก้วกาแฟเหรอ</span> <span class="s1">ไม่ใช่เลยนะ</span> <span class="s1">ปัญหาของพวกเขาคือกล่องลังต่างหาก</span> <span class="s1">เพราะว่าห้อง</span><span class="s2">เก็บของ</span><span class="s1">ของร้านมีพื้นที่จำกัด</span> <span class="s1">เวลาเอาของเข้ามาแต่ละสัปดาห์ก็ต้องรื้อลังออกหมด</span> <span class="s1">แล้วเอาของใส่สต็อก</span> <span class="s1">แล้วก็เช็กสต็อก</span> <span class="s1">ร้านก็จะมีกล่องลังมหาศาล</span> <span class="s1">ถ้าเราไม่เก็บ</span><span class="s2"> data </span><span class="s1">เราจะไม่เคยเห็นเลยว่าจริงๆ</span> <span class="s1">แล้ว</span><span class="s2">แฟกต์</span><span class="s1">เรื่องขยะของร้าน</span><span class="s2">กาแฟ</span><span class="s1">คืออะไร</span><span class="s2">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">และอีกแฟกต์ที่น่าสนใจคือ</span> <span class="s1">แก้วกาแฟร้อนที่ชาวออฟฟิศถือกันทุกเช้านั้นสามารถรีไซเคิลได้ทุกส่วน</span><span class="s2">ร้อย</span><span class="s1">เปอร์เซ็นต์</span> <span class="s1">ตั้งแต่ตัวแก้ว</span> <span class="s1">ฝา</span> <span class="s1">และกระดาษลังคอตต็อนที่พันรอบแก้วก็สามารถขายได้ในราคากิโลกรัมละ</span><span class="s2"> 3 </span><span class="s1">บาท</span> <span class="s1">ถ้าหากชิ้นส่วนแต่ละชิ้นถูกแยกอย่างถูกต้อง</span><span class="s1">และไปอย่างถูกทาง</span><span class="s1">ก็เท่ากับว่าเราสามารถดื่มกาแฟโดยไม่ทิ้งขยะอะไรไว้กับโลกเลย</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ยิ่งทำไปเรื่อยๆ</span> <span class="s1">พวกเขายิ่งค้นพบเรื่องราวการแยกขยะรีไซเคิลที่น่าสนใจ</span> <span class="s1">ตั้งแต่ระดับคนทั่วไปจนถึงระดับร้านค้า</span> <span class="s1">นั่นทำให้ทีม</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ยิ่งเห็นว่าการมี</span><span class="s2"> data </span><span class="s1">นั้นสำคัญ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70769" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">มีร้านทำผมชวนให้เราไปเก็บ</span> <span class="s1">เขาบอกว่าของทุกอย่างในร้านแทบจะเป็นขยะอันตรายไม่แน่ใจว่าจะรีไซเคิลได้ไหม</span> <span class="s1">พอเราไปถามคนรับซื้อปรากฏว่าของทุกอย่างในร้านรีไซเคิลได้หมดเลย</span> <span class="s1">เช่น</span> <span class="s1">กระป๋องสเปรย์ก็รีไซเคิลได้ เอาไปขายเป็นเหล็ก</span> <span class="s1">เราก็ไม่เคยรู้มาก่อน</span> <span class="s1">แล้วพยายามเก็บ</span><span class="s2"> data </span><span class="s1">ตรงนี้อยู่เรื่อยๆ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ส่วนสถานที่ใหญ่ๆ</span> <span class="s1">อย่างห้างสรรพสินค้า</span> <span class="s1">เรามองว่ามันอาจจะต้องมีการพัฒนาจุดทิ้งขยะรีไซเคิลที่จริงจัง แล้ว</span><span class="s1">สร้างระบบเพื่อชักจูงธุรกิจร้านค้าในพื้นที่ของตัวเองมารีไซเคิลมากขึ้นด้วย</span><span class="s2"> data </span><span class="s1">ก็ได้</span> <span class="s1">เช่น</span> <span class="s1">ถ้าร้านไหนรายงานขยะให้ทุกวันแล้วมีปริมาณขยะรีไซเคิลมากขึ้น</span><span class="s1">ก็จะได้รับการโปรโมตในอีเวนต์</span> <span class="s1">เราว่าแรงจูงใจพวกนี้ถ้าทำให้ครบทุกขั้นตอนได้</span> <span class="s1">ใครก็อยากทำ</span><span class="s2">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายแห่งการสร้าง</span><span class="s2">อิมแพกต์</span><span class="s1">ต่อคนหมู่มาก</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">จึงวางแผนเส้นทางเดินของตัวเองไว้</span><span class="s2"> 3 </span><span class="s1">อย่างด้วยกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">หนึ่ง</span> <span class="s1">ยกระดับอาชีพรับซื้อของเก่าให้เป็นทางการและมีคุณภาพมากขึ้น</span> <span class="s1">ซึ่งตอนนี้พวกเขาทำสำเร็จแล้ว</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">สอง</span> <span class="s1">ร่วมมือแบบ</span><span class="s2"> B2B </span><span class="s1">กับบริษัทค้าขายขยะรีไซเคิลในระดับ</span><span class="s2">เอสเอ็มอี</span><span class="s1">ที่มีรถรับซื้อขยะเป็นของตัวเอง</span> <span class="s1">ให้สามารถมาวิ่งรับซื้อขยะในพื้นที่ที่</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">กำลังดูแลอยู่</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">สาม</span> <span class="s1">แผนในระยะยาวที่เป็นเหมือนภาพสุดท้ายปลายทาง</span><span class="s1">คือ ให้คนทั่วไปที่มีรถขับอยู่แล้ว</span><span class="s1">สามารถรับทริปซื้อขยะผ่านแอพพลิเคชั่น</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ทำการซื้อ-ขายขยะโดยการโอนเงินผ่านระบบออนไลน์</span> <span class="s1">ให้ผู้คนได้ขับรถไปรับซื้อขยะในละแวกบ้านของตัวเองได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">นอกจากนี้</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">กำลังเข้าถึงผู้คนในหลากหลายพื้นที่</span><span class="s1">ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ</span> <span class="s1">พวกเขามีเป้าหมายในการขยายระบบ</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ไปยังหัวเมืองหลักที่มีความเข้มข้นของขยะมาก</span> <span class="s1">ได้แก่</span><span class="s2"><span class="Apple-converted-space">  </span></span><span class="s1">เชียงใหม่</span> <span class="s1">ภูเก็ต</span> <span class="s1">หาดใหญ่</span> <span class="s1">ชลบุรี</span> <span class="s1">พัทยา</span> <span class="s1">ระยอง</span> <span class="s1">ขอนแก่น</span> <span class="s1">และโคราช</span> ซึ่ง<span class="s1">ตอนนี้ดำเนินการแล้วในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ระบบนี้มันจะสอดคล้องกับพื้นที่ที่มีความหนาแน่น</span> <span class="s1">เราพบว่าปัญหาขยะมันเกิดจาก 2 เหตุผล</span> <span class="s1">หนึ่งคือ</span><span class="s1">เราไม่มีความรู้มากพอ</span> <span class="s1">มันเหมือนจะง่ายแต่มันใช้ความรู้เยอะนะ</span> และ<span class="s1">สองคือความคุ้มค่าในการจัดการ</span> <span class="s1">เราเลยต้องเลือกหัวเมืองที่มีความหนาแน่นของขยะ</span> <span class="s1">เพราะคนก็จะเรียกเยอะ</span><span class="s2">” </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">แล้ววันหนึ่งปัญหาขยะจะไม่รบกวนใจคนในเมืองใหญ่อีกต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70736" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-12.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-12-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-12-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1">ชวนคนเก็บ</span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งคือสิ่งของที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันนั้นรีไซเคิลได้แทบทุกอย่าง</span> <span class="s1">แต่บ้านเรานั้นมีอัตราการรีไซเคิลอยู่แค่</span><span class="s2"> 20 </span><span class="s1">เปอร์เซ็นต์</span> <span class="s1">นั่นแปลว่าถ้าเราใช้ของ</span><span class="s2"> 10 </span><span class="s1">ชิ้น</span><span class="s1">ก็จะมีของเพียงแค่</span><span class="s2"> 2 </span><span class="s1">ชิ้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล</span> <span class="s1">ในขณะที่บางประเทศ</span> <span class="s1">สิ่งของเหล่านั้นจะถูกนำไปรีไซเคิลได้ร้อย</span><span class="s1">เปอร์เซ็นต์</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">โดมบอกเราว่า</span> <span class="s1">หัวใจสำคัญของการผลักดันเรื่องนี้อยู่ที่</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">การสื่อสาร</span><span class="s2">’ </span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">การทำให้เรื่องนี้เอฟเฟกต์กับคนหมู่มาก</span><span class="s1">อยู่ที่การทำความเข้าใจและการสื่อสาร</span>  เช่นว่า<span class="s1">โฟมเป็นแพ็กเกจจิงที่ไม่มีที่ไป</span> <span class="s1">ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เลิกใช้</span> ในขณะที่แก้ว<span class="s1">เป็นแพ็กเกจจิงที่มีที่ไป ก็ควรจะใช้มากกว่า</span> <span class="s1">เราอยากบอกแฟกต์พวกนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">บ้านเรายังขาดการสื่อสาร</span> <span class="s1">แล้วคนก็ไม่รู้จะถามใครว่าชิ้นนี้รีไซเคิลได้ไหม</span> <span class="s1">เราเชื่อว่าถ้าคนเขารู้</span><span class="s1">เขาก็จะทำ</span> <span class="s1">เรามองว่าความรู้ความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญมาก</span> <span class="s1">เพราะเราก็ทดลองหลายอย่าง ตั้งแต่สอนคนแยกพลาสติก</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">ชนิด</span> <span class="s1">พบว่ามันดูน่าเบื่อมากเลย</span> <span class="s1">แต่ถ้าคนเขารู้ว่าพลาสติก</span><span class="s2"> PET </span><span class="s1">จะกลายเป็นเสื้อได้นะ</span> <span class="s1">เส้นใยเสื้อที่พวกคุณใส่อยู่มีส่วนผสมของพลาสติก</span><span class="s2"> PET </span><span class="s1">นะ</span> <span class="s1">ทุกคนจะมองมันเป็น</span><span class="s2"> material </span><span class="s1">ทันที</span> <span class="s1">พอความรู้เปลี่ยนคนก็จะมองสิ่งของเปลี่ยนไป</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">อย่างที่ญี่ปุ่นเขาจะสื่อสารเลยว่าของชิ้นนี้หลังใช้เสร็จจะเอาไปเป็นพลังงานนะ</span> <span class="s1">มันทำให้เราไม่มองว่านี่คือขยะ</span> <span class="s1">เราก็พยายามศึกษาจากญี่ปุ่นแล้วสื่อสารเรื่องที่ไปของขยะ</span> <span class="s1">ถ้าเราสอนเด็กรุ่นใหม่ว่าของทุกอย่างที่คุณใช้ต้องคืนนะ</span> <span class="s1">ไม่สอนให้ใช้แล้วทิ้ง</span> <span class="s1">แล้วเรามีที่สำหรับคืน</span> <span class="s1">เขาก็จะไปคืนของเอง</span> ที่<span class="s1">สำคัญคือต้องบอกด้วยว่าของพวกนี้ไปไหน</span> <span class="s1">ความหมายของคำว่าขยะจริงๆ</span> <span class="s1">คือสิ่งที่เราไม่ใช้แล้ว</span> แต่<span class="s1">มันอาจมีคนอื่นต้องการใช้ต่อก็ได้</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70777" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPP-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ในวันนี้</span> <span class="s1">จึงไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มรับซื้อขยะปลายทาง</span> <span class="s1">แต่พวกเขากำลังพยายามเปลี่ยนความเข้าใจของผู้คนจากต้นทาง</span> <span class="s1">ด้วยการสื่อสารเนื้อหาเรื่องขยะที่สนุกและเข้าใจง่ายทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ </span><a href="https://www.facebook.com/geppthailand/"><span class="s2">GEPP</span></a> <span class="s1">ด้วยยอดไลก์กว่า</span><span class="s2"> 8,000 </span><span class="s1">คน</span> <span class="s1">แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราเป็น</span><span class="s2"> CMO </span><span class="s1">จึงต้องดูแลเรื่องการสื่อสารเป็นหลัก</span><span class="s1">ว่า เราจะเอาเรื่องแบบนี้เข้าถึงคนหลายๆ</span> <span class="s1">กลุ่มได้ยังไง</span> <span class="s1">แต่ละคนก็มีมุมมองเรื่องวัสดุรีไซเคิลต่างกัน</span> <span class="s1">คนแยกขยะหรือซาเล้งรับซื้อขยะ</span><span class="s1">เขาไม่ได้มองว่าฉันรักโลกหรือฉันจะช่วยโลกนะ</span> <span class="s1">แต่เขามองว่าพลาสติกมันมีราคา</span> <span class="s1">แปลว่าจริงๆ</span> <span class="s1">แล้วตรรกะ</span><span class="s1">ของพวกเขาคือ</span><span class="s2"> urban mining </span><span class="s1">ต่างหาก</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราพยายามเข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้ได้</span> <span class="s1">ซึ่งยากพอสมควรเพราะบางทีเขาก็ไม่อยากคุย</span> <span class="s1">เขาอายที่จะบอกว่าเขาเก็บและแยกขยะขาย</span> <span class="s1">เพราะมันเป็นพื้นฐานความคิดว่าฉันดูเหมือนคนขาดหรือเปล่า</span> <span class="s1">มันคือ</span><span class="s2"> self-esteem </span><span class="s1">ของคน</span> <span class="s1">เขาไม่อยากพูดเพราะ</span><span class="s2"> self-esteem </span><span class="s1">เขาดร็อป</span> <span class="s1">เราต้องไปนั่งคุยกับเขาถึงจะเข้าใจจริงๆ</span> <span class="s1">และเรารู้เลยว่าสิ่งหนึ่งที่</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ทำอยู่คือการพัฒนาอาชีพ</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">บางทีคนเก็บขยะเขาไม่กล้าเข้าไปในร้านเพราะเขาแต่งตัวไม่ดี เราแก้ปัญหาด้วยการทำเสื้อให้ </span><span class="s1">ต่อไปเราจะสร้าง</span><span class="s2"> SOP (Standard Operating Procedure) </span><span class="s1">กัน</span> <span class="s1">ทำให้เป็นมาตรฐานในการเก็บขยะ</span> <span class="s1">ถึงเวลาเข้าไปให้สวัสดีก่อน</span> <span class="s1">บอกลูกค้าว่าผมมาแล้วนะครับ</span> <span class="s1">ถ้าสะดวกเมื่อไหร่ให้เรียก</span> <span class="s1">ผมรออยู่หน้าร้าน</span> <span class="s1">ถ้าพร้อมเรียกได้เลย</span> <span class="s1">แล้วเราก็ไปเตรียมกับลูกค้าว่านี่คือ</span><span class="s2"> SOP </span><span class="s1">ของเรานะ</span> <span class="s1">นี่คือขั้นตอนการปฏิบัติ</span> <span class="s1">พี่คนเก็บขยะก็ได้รับการยอมรับ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">โดมชี้ให้เห็นว่าหากเข้าใจปัญหาอย่างตรงจุดแล้วแก้มันอย่างถูกต้อง</span><span class="s1">ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70730" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-6.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-6-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-6-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p2"><span class="s1">โอกาสในการเก็บ</span></h3>
<p class="p1"><span class="s1">จุดแข็งอย่างหนึ่งคือบ้านเรามีโรงงานรับซื้อขยะทุกประเภทอยู่ทุกพื้นที่</span> <span class="s1">แม้แต่ขยะที่จัดการได้ยาก</span><span class="s1">อย่างกล่องนมที่เป็นกระดาษ</span><span class="s2"> multi-layer </span><span class="s1">ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการแยก</span> <span class="s1">บ้านเราก็มีโรงงานที่จัดการได้</span> <span class="s1">บ่งบอกได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเรื่องนี้</span><span class="s1">ได้สูง</span> <span class="s1">แถมเรายังมีระบบโลจิสติกขยะที่ได้เปรียบ</span> <span class="s1">สามารถขนส่งขยะได้สะดวกทั้งทางถนนและทางเรือในต้นทุนต่ำ</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">สิ่งที่น่าชื่นใจมากกว่านั้น</span><span class="s1">คือ คนไทยหลายส่วนเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบขยะ</span><span class="s1">และการดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ในเชิง</span><span class="s2"> movement </span><span class="s1">บ้านเรานี่ดีมากนะ</span> <span class="s1">ต้องยอมรับว่าในช่วง</span><span class="s2"> 2017-2019 </span><span class="s1">เราเจอวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติสุดโต่ง</span> <span class="s1">กรุงเทพฯ ไม่เคยมีปัญหา</span><span class="s2"> PM2.5 </span><span class="s1">อยู่ดีๆ</span> <span class="s1">ก็มีขึ้นมาอย่างบ้าระห่ำ</span> <span class="s1">อากาศมันบ้าระห่ำมาก</span> <span class="s1">พูดตรงๆ</span> <span class="s1">ว่าปัญหาพวกนี้มันไดรฟ์กระแสให้แรง</span> <span class="s1">คนก็เลยพยายาม</span><span class="s2">เทกแอ็กชั่น </span><span class="s1">นี่เป็นโอกาสที่เราจะเปลี่ยนกระแสนี้ให้มันเป็น</span><span class="s2"> new norm </span><span class="s1">ที่ต้องเหนือกว่ากระแส</span> <span class="s1">เพราะมันเป็นผลกระทบระยะยาว</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">พวกเราทั้งทีมได้พัฒนาเรื่องนี้รวมถึงตัวเราเองด้วย</span> <span class="s1">ตั้งแต่ทำ</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">มาเรามีมุมมองต่อขยะต่างไปเลย</span> <span class="s1">ก่อนหน้านี้เราทำสถาปัตย์</span> <span class="s1">เรามองห้องขยะเป็นห้องขยะ</span> <span class="s1">ออกแบบไว้สำหรับใส่ขยะแค่นั้นพอ</span> <span class="s1">แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเราทำงานมาได้ยังไง</span> <span class="s1">เพิกเฉยต่อเรื่องขยะมาตลอด</span><span class="s2"> 7 </span><span class="s1">ปีที่ทำงานสถาปนิก</span> <span class="s1">แต่ตอนนี้เราเห็นถังขยะเป็นท่อ</span><span class="s1">ว่าถ้าทิ้งขยะลงถังนี้แล้วขยะมันจะไปไหน</span> <span class="s1">ทิ้งให้ลงถังมันไม่พอแล้วต้องทิ้งให้ถูกถังด้วย</span></p>
<p class="p1"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราเริ่มที่จะเลือกใช้มากขึ้น</span> <span class="s1">เราไม่ได้เป็นคนรักโลกแบบสุดโต่ง</span> <span class="s1">เราเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยเหตุผลอย่างอื่นมากกว่า</span> <span class="s1">เราเปลี่ยนมาใช้กระติก</span> <span class="s1">ลดการใช้หลอด</span> <span class="s1">นั่งทานข้าวที่ร้านเลยไม่ต้องซื้อกลับ</span> <span class="s1">พวกนี้เล็กๆ</span> <span class="s1">น้อยๆ</span> แต่<span class="s1">ก็ช่วยได้เยอะ</span></p>
<p class="p4"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ทีม</span><span class="s2"> GEPP </span><span class="s1">ทำระบบแบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นใคร</span> <span class="s1">อยากให้ทุกคนทรีตเรื่องนี้แบบใหม่</span> <span class="s1">เข้าใจมันใหม่</span> <span class="s1">ร้านค้าหรือบริษัทก็เอา</span><span class="s2"> data </span><span class="s1">จากเราไปใช้ลดต้นทุนได้</span> <span class="s1">เราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่านี่ไม่ใช่กระแส</span> แต่<span class="s1">เป็นเรื่องด่วนที่</span><span class="s1">เราต้องรีบจัดการ</span> <span class="s1">เพราะวันนึงมันจะถึง</span><span class="s2"> point of no return </span><span class="s1">ซึ่งในหลายพื้นที่มันก็ถึงไปแล้วด้วย</span> <span class="s1">ถ้าทุกคนทรีตเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน</span> <span class="s1">เราว่าทุกคนก็จะระวังมากขึ้น</span><span class="s2">”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70735" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-11.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-11-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-11-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-70728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-4.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-4-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/GEPPx-4-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #808080;">ขอบคุณภาพบางส่วนจาก GEPP</span></p>
<hr />
<p>หากสนใจเข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊กเพจ <a href="http://www.facebook.com/geppthailand/">GEPP</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gepp-sa-ard/">เอาขยะมาแล้วเอาเงินไป &#8216;GEPP Sa-Ard&#8217; สตาร์ทอัพที่จับคู่คนอยากขายขยะกับคนอยากซื้อขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pla Organic : ร้านขายปลาที่ยืนยันการมีอยู่จริงของการทำประมงยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pla-organic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jan 2019 15:58:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวประมงพื้นบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาออร์แกนิก]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ประมง]]></category>
		<category><![CDATA[ออร์แกนิก]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวประมงชายฝั่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=50234</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปูม้าจากสตูล กุ้งแชบ๊วยจากอ่าวพังงา ปลาเก๋าจากกระบี่ และหมึกกล้วยจากปัตตานี คือตัวอย่างเล็กน้อยของอาหารทะเลออร์แกนิกที่เดินทางเกือบพันกิโลเมตรมาถึงร้าน Pla Organic วิสาหกิจเพื่อชุมชน “คนชอบกินปลา ชอบไปทะเล แต่รู้เรื่องอาหารทะเลดีๆ น้อย ยิ่งเรื่องการทำประมงยั่งยืนยิ่งน้อยมาก” ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้เป็นกำลังหลักของร้านพูดกับเราตั้งแต่ก่อนคำถามแรกจะเกิดขึ้น ระยะเวลากว่า 5 ปีที่ ดร.สุภาภรณ์และทีมงาน ลงแรงกายแรงใจทุ่มเท เริ่มจากการเป็นโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์เมื่อปี 2012 ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และเมื่อทุนโครงการจบลงก็สร้างร้านเป็นจริงเป็นจัง ดร.สุภาภรณ์เล่าว่า ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเพราะเธออยากทำงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน นอกเหนือจากงานวิชาการที่ทำมาหลายปี “เราเรียนจบปริญญาเอกด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งมา แล้วก็ทำงานกับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน สิ่งที่เราเห็นคือพวกเขาเป็นคนที่มีวิถีทำประมงอย่างอนุรักษ์ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลทรัพยากรชายฝั่งให้คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันปกป้องไม่ให้เรือใหญ่เข้ามาทำลายทรัพยากรชายฝั่ง เราเลยอยากช่วยให้พวกเขามีตัวตนในสังคม “เวลาเราลงพื้นที่ก็จะได้กินอาหารทะเลที่สดและดี แล้วเราก็ตั้งคำถามว่าทำไมอาหารทะเลดีๆ มันหายากมากในกรุงเทพฯ ปลาดีๆ หายไปไหน หรือว่าถูกจัดการยังไงมันถึงไม่เคยมีคุณภาพที่ดี” จุดเริ่มต้นของทุกอย่างคือคำถามนี้ เริ่มจากการค้นพบว่าเส้นทางอาหารทะเลบ้านเรามันผิดปกติ ดร.สุภาภรณ์ บอกกับเราว่าร้านปลาออร์แกนิกตั้งอยู่เพื่อตอบโจทย์ปัญหา 3 ข้อ ข้อแรก การใช้สารเคมีในเส้นทางอาหารทะเล อาหารทะเลส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนมือหลายทอดกว่าจะถึงมือผู้บริโภคในกรุงเทพฯ เพื่อการรักษาสภาพสดจำเป็นต้องใช้สารเคมีฟอร์มาลีน เช่น ปลาทูจะสดไม่เกิน 3 วันเท่านั้นหลังถูกจับโดยชาวประมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pla-organic/">Pla Organic : ร้านขายปลาที่ยืนยันการมีอยู่จริงของการทำประมงยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปูม้าจากสตูล กุ้งแชบ๊วยจากอ่าวพังงา ปลาเก๋าจากกระบี่ และหมึกกล้วยจากปัตตานี คือตัวอย่างเล็กน้อยของอาหารทะเลออร์แกนิกที่เดินทางเกือบพันกิโลเมตรมาถึงร้าน </span><b>Pla Organic วิสาหกิจเพื่อชุมชน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> “คนชอบกินปลา ชอบไปทะเล แต่รู้เรื่องอาหารทะเลดีๆ น้อย ยิ่งเรื่องการทำประมงยั่งยืนยิ่งน้อยมาก” </span><b>ดร.สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เป็นกำลังหลักของร้านพูดกับเราตั้งแต่ก่อนคำถามแรกจะเกิดขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50954" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50967" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลากว่า 5 ปีที่ ดร.สุภาภรณ์และทีมงาน ลงแรงกายแรงใจทุ่มเท เริ่มจากการเป็นโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์เมื่อปี 2012 ที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และเมื่อทุนโครงการจบลงก็สร้างร้านเป็นจริงเป็นจัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุภาภรณ์เล่าว่า ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเพราะเธออยากทำงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน นอกเหนือจากงานวิชาการที่ทำมาหลายปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเรียนจบปริญญาเอกด้านการจัดการทรัพยากรชายฝั่งมา แล้วก็ทำงานกับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน สิ่งที่เราเห็นคือพวกเขาเป็นคนที่มีวิถีทำประมงอย่างอนุรักษ์ ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลทรัพยากรชายฝั่งให้คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันปกป้องไม่ให้เรือใหญ่เข้ามาทำลายทรัพยากรชายฝั่ง เราเลยอยากช่วยให้พวกเขามีตัวตนในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเราลงพื้นที่ก็จะได้กินอาหารทะเลที่สดและดี แล้วเราก็ตั้งคำถามว่าทำไมอาหารทะเลดีๆ มันหายากมากในกรุงเทพฯ ปลาดีๆ หายไปไหน หรือว่าถูกจัดการยังไงมันถึงไม่เคยมีคุณภาพที่ดี” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของทุกอย่างคือคำถามนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50953" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50955" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50968" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เริ่มจากการค้นพบว่าเส้นทางอาหารทะเลบ้านเรามันผิดปกติ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุภาภรณ์ บอกกับเราว่าร้านปลาออร์แกนิกตั้งอยู่เพื่อตอบโจทย์ปัญหา 3 ข้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อแรก การใช้สารเคมีในเส้นทางอาหารทะเล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาหารทะเลส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนมือหลายทอดกว่าจะถึงมือผู้บริโภคในกรุงเทพฯ เพื่อการรักษาสภาพสดจำเป็นต้องใช้สารเคมีฟอร์มาลีน เช่น ปลาทูจะสดไม่เกิน 3 วันเท่านั้นหลังถูกจับโดยชาวประมง แต่การที่ปลาทูมาอยู่ในตลาดเยอะๆ ผ่านการประมูลแล้วประมูลอีกข้ามวันข้ามคืน มีโอกาสที่จะใช้สารเคมีสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อสอง คนผลิตไม่ได้ส่วนแบ่งที่ดี ผู้บริโภคได้สินค้าที่ด้อยคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชาวประมงพื้นบ้านไม่มีกำลังต่อรอง ต้องขายอาหารทะเลให้พ่อค้าคนกลางในราคาถูก ในขณะที่ราคาอาหารทะเลปลายทางในกรุงเทพฯ นั้นค่อนข้างแพงเนื่องจากต้นทุนของข้อแรก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50962" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50957" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในปี 2012 เราพบว่าชาวบ้านจับปลาทูขายได้กิโลกรัมละ 14 บาท สูงสุด 20 บาท แต่ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ตอนเราทำปริญญาเอก ชาวบ้านก็ขายได้ 14 บาทเหมือนกัน ซึ่งราคานี้ถูกควบคุมโดยผู้รับซื้อรายใหญ่ที่กำหนดราคาปลาทูทั่วประเทศ ถ้าวันไหนทั่วประเทศมีปลาทูมาก ชาวบ้านก็จะได้ราคาน้อย แต่ในขณะที่ราคาปลาทูในตลาดขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท” ดร.สุภาภรณ์เล่าให้ฟังถึงตัวอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ ดร.สุภาภรณ์และทีมงานทำอยู่คือการลดทอนขั้นตอนต่างๆ ลง เพื่อให้ชาวบ้านได้กำไรหรือส่วนแบ่งมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และข้อสาม เพื่อสร้างพื้นที่ให้ชาวประมงพื้นบ้านมีตัวตนในสังคม โดยการนำอาหารทะเลดีๆ ของชาวบ้านมาสื่อสารให้คนกรุงเทพฯ รับทราบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.สุภาภรณ์พบว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านมักถูกละเลย โดยเฉพาะปัญหาการละเมิดสิทธิ์ในเรื่องการทำมาหากิน การประมงที่ทำลายล้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำประมงพื้นบ้านของพวกเขา </span></p>
<p>ทั้งหมดนี้เองเป็นจุดแรกเริ่มของ Pla Organic</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50952" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50963" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ธุรกิจอยู่ได้ต้องมีโมเดลที่ยั่งยืน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ออร์เดอร์ยาวเหยียดในกระดาษบอกเราว่าคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการปลาดีๆ มีมากขนาดว่าจับมาเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ร้านอาหารภัตตาคาร โรงแรม 5 ดาว ไปจนถึงร้านมิชลินสตาร์ คือลูกค้าขาประจำที่สั่งอาหารทะเลจากที่นี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันร้าน Pla Organic ทำงานกับพี่น้องชาวประมง 7 พื้นที่ในจังหวัดเพชรบุรี สงขลา พัทลุง ปัตตานี พังงา กระบี่ และสตูล รวมตัวกันใช้ชื่อว่าเครือข่ายรักษ์ปลา-รักทะเล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางร้านจะประสานกับ 7 พื้นที่ว่าช่วงนี้มีสินค้าอะไรบ้าง แล้วเอาข้อมูลประกาศลงไปในเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทุกวันจันทร์-พุธร้านจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าพรีออร์เดอร์อาหารทะเลที่จะเดินทางมาถึงในวันศุกร์เช้าโดยรถทัวร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โมเดลธุรกิจไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ยึดจุดประสงค์ให้ชาวบ้านมีกำไรมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิบายได้ง่ายๆ ว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายจะถูกแบ่งให้ชาวประมงเจ้าของปลาและกองกลางชุมชน สมทบเป็นกองทุนสวัสดิการ กองทุนฟื้นฟู ผลตอบแทนปันผลให้กับสมาชิกกลุ่ม เป็นเงินไว้พัฒนาชุมชนและการศึกษาของเด็กๆ ในภายภาคหน้าต่อไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50973" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50974" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้ร้าน Pla Organic วิสาหกิจเพื่อสังคม ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทโดยมีเจ้าของ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวประมงจาก 7 พื้นที่ และดำเนินการร่วมกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ร้านเราเป็นบริษัทวิสาหกิจเพื่อชุมชนโดยมีหลักการอยู่ 4 ข้อ ข้อแรกก็คือชาวบ้านจะต้องเป็นเจ้าของโดยส่วนใหญ่ ข้อสองคือเราต้องการสื่อสารวิถีชาวบ้านและการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน ข้อสามคือเน้นขายอาหารทะเลที่ปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และข้อสุดท้ายคือใช้ระบบที่เป็นธรรมแก่ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องการให้มันเกิดเส้นทางอาหารที่เกื้อกูล ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าจากเราก็ต้องรู้สึกว่าเขารับระบบนี้ได้เหมือนกัน” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่ความเกื้อกูลกันของทุกฝ่ายคืออีกหนึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จที่เราควร</span>เชื่อมั่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50976" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50950" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50951" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ขับเคลื่อนด้วยกำลังใจจากชาวบ้านริมทะเลสู่ทีมงานในเมืองใหญ่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพภายในร้านที่</span><span style="font-weight: 400;">เราเห็นคือทีมงานเกือบสิบชีวิตกำลังขะมักเขม้นแพ็กอาหารทะเลส่งลูกค้าตามออร์เดอร์ในเช้าวันศุกร์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยท้อกับสิ่งที่ต้องทำ แต่ ดร.สุภาภรณ์บอกกับเราว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เธอและทีมงานสู้ต่อได้คือกำลังใจจากชาวประมง และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของพวกเขาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“4-5 ปีที่ผ่านมาเราทำงานกันหนักมาก แต่พวกเราก็ยังเลือกที่จะทำอย่างนี้ เวลาเราเหนื่อยหรือท้อพอได้ลงพื้นที่ไปเจอชาวบ้านที่เราทำงานด้วยเราก็จะรู้สึกเหมือนได้อัดฉีดกำลังใจ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50958" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรื่องราวในพื้นที่มันทำให้เราเห็นว่าสิ่งที่เราพยายามขยับมันสร้างผลได้จริงๆ ยกตัวอย่างที่ปัตตานี ชาวบ้านมีโอกาสน้อยมากเพราะว่าความขัดแย้งในพื้นที่ ผู้หญิงบางคนที่สามีเสียชีวิต ต้องทำงานนั่งฉีดปลากะตัก มีรายได้ต่อวันแค่ 10 กว่าบาท แต่ว่าพอเขามาทำงานกับเรา แล่ปลาหรือทำปลาเค็มส่งมาขาย กลายเป็นว่าชาวบ้านผู้หญิงเขาได้วันละ 300-400 บาท </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราทำงานกับชาวบ้าน 5 ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นตลอดว่าชาวบ้านกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับเรา เวลานัดประชุมกันพวกเขาไม่เคยมาสายเลย นั่งรอเราด้วยซ้ำ เพราะว่าโครงการเราไปตอบโจทย์พวกเขา ทั้งในแง่เศรษฐกิจ ปากท้อง สังคม และการอนุรักษ์ ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด” ฟังจากที่เล่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอปลื้มใจขนาดไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากโครงการดีๆ ที่ต้องการแก้ปัญหาของชาวประมงพื้นบ้าน สู่ร้านขายปลาบรรยากาศอบอุ่นในวันนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่า ประสบความสำเร็จ น่าจะเป็นคำที่เหมาะสมที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50979" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50972" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-50975" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ร้านปลา-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครสนใจอยากพรีออร์เดอร์อาหารทะเลดีๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ </span><span style="color: #d63a76;"><a style="color: #d63a76;" href="https://th-th.facebook.com/pla.organic/" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล</span></a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pla-organic/">Pla Organic : ร้านขายปลาที่ยืนยันการมีอยู่จริงของการทำประมงยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UN กับเรื่องราวใกล้ตัวที่เป็น UNtold story</title>
		<link>https://adaymagazine.com/un-untoldstory/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/un-untoldstory/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Sep 2018 11:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[good projects]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=39971</guid>

					<description><![CDATA[<p>United Nations “UN นี่จริงๆ มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง” เสียงใครคนหนึ่งโพล่งคำถามนี้ขึ้นมา “ไม่รู้เหมือนกัน” อาจจะเป็นคำตอบสำหรับใครหลายๆ คน หรือบางคนอาจจะให้เบาะแสได้ว่าน่าจะเป็นพวกองค์กร UNICEF UNESCO UNHCR อะไรแบบนั้น แต่เราคิดว่าส่วนมากอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วงานที่ UN ทำคืออะไร เพื่อทำความรู้จักกับนาย UN มากขึ้นสักหน่อย เราจะเล่าแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้ฟัง &#160; United Nations หรือองค์การสหประชาชาติคืออะไร? องค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือที่เราเรียกกันย่อๆว่า UN นั้นพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลโลกของเราให้ดำเนินต่อไปได้อย่างเป็นปกติสุข เป็นเหมือนตัวกลางในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นไปได้ด้วยดี อำนวยความสะดวกด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ทำงานเพื่อความมั่นคง สันติภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นเหมือนแพลตฟอร์มหรือเวทีระดับโลกให้สมาชิกที่เป็นประเทศต่างๆ จากทั่วโลกได้ส่งตัวแทนมาพูดคุยหรือดีเบตในหัวข้อสนทนาต่างๆ ที่กำลังส่งผลกระทบหลักต่อคน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม ภาษาทางการที่ UN ใช้ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย จีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/un-untoldstory/">UN กับเรื่องราวใกล้ตัวที่เป็น UNtold story</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">United Nations</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“UN นี่จริงๆ มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง” เสียงใครคนหนึ่งโพล่งคำถามนี้ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่รู้เหมือนกัน” อาจจะเป็นคำตอบสำหรับใครหลายๆ คน หรือบางคนอาจจะให้เบาะแสได้ว่าน่าจะเป็นพวกองค์กร UNICEF UNESCO UNHCR อะไรแบบนั้น แต่เราคิดว่าส่วนมากอาจจะไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วงานที่ UN ทำคืออะไร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อทำความรู้จักกับนาย UN มากขึ้นสักหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะเล่าแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้ฟัง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>United Nations หรือองค์การสหประชาชาติคืออะไร?</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">องค์การสหประชาชาติ (United Nations) หรือที่เราเรียกกันย่อๆว่า UN นั้นพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ องค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลโลกของเราให้ดำเนินต่อไปได้อย่างเป็นปกติสุข เป็นเหมือนตัวกลางในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นไปได้ด้วยดี อำนวยความสะดวกด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ทำงานเพื่อความมั่นคง สันติภาพ การพัฒนาเศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นเหมือนแพลตฟอร์มหรือเวทีระดับโลกให้สมาชิกที่เป็นประเทศต่างๆ จากทั่วโลกได้ส่งตัวแทนมาพูดคุยหรือดีเบตในหัวข้อสนทนาต่างๆ ที่กำลังส่งผลกระทบหลักต่อคน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม ภาษาทางการที่ UN ใช้ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน รัสเซีย จีน และอาหรับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เริ่มต้นบนโลกในเวลาที่เรียกร้องความสงบและสันติภาพต้องบังเกิด</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงต้นกำเนิดของ UN เราคงต้องขอย้อนไปเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วตอนที่โลกสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศผู้ชนะสงครามทั้งหลายรวมตัวกันก่อตั้งองค์การระหว่างประเทศที่ชื่อว่า สันนิบาตชาติ เพื่อป้องกันการเกิดสงครามอีกในอนาคต แต่ทว่าด้วยความไม่แข็งแรงขององค์การสันนิบาตชาติ สันนิบาตชาติจึงล้มเหลวในการทำหน้าที่รักษาสันติภาพ ไม่สามารถป้องกันสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ด้วยการเจรจาทางการทูต จนถึงเวลาที่สงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง องค์การสหประชาชาติหรือ UN จึงถือกำเนิดขึ้นจากประเทศร่วมก่อตั้งทั้งหมด 51 ประเทศ เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบและทำให้สันติภาพบังเกิดขึ้นในโลก สืบสานหน้าที่นี้ต่อจากองค์การสันนิบาตชาติที่ล้มเหลวไปนั่นเอง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39977 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-3.jpg" alt="United Nations" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><b></b></p>
<h4>UN กับระบบโครงสร้างอันแข็งแรง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หากเปรียบสหประชาชาติเป็นบ้านหนึ่งหลัง ภายในบ้านหลังนี้จะประกอบไปด้วยเสาหลัก 5 ต้น ที่ยังคงทำหน้าที่ค้ำจุนบ้านให้อยู่ได้อย่างแข็งแรง เสาหลักทั้ง 5 มีชื่อว่า สมัชชาใหญ่ (General Assembly) คณะมนตรีความมั่นคง (United Nations Security Council หรือ UNSC) คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Council หรือ ECOSOC) สำนักเลขาธิการ (Secretariat) และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) แต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่ตามแง่มุมที่ต่างกันเพื่อรักษาความสงบ กำหนดทิศทางการดูแลโลก รวมไปถึงยุติความขัดแย้งต่างๆ โดยมีตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ (คนปัจจุบันคือ António Guterres) เป็นดั่งผู้ดูแลโลกหรือผู้นำองค์การสหประชาชาติโดยพฤตินัย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ถือกำเนิดขึ้นบนโลกเพื่อดูแลมนุษย์ทุกคน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงสร้างเสาหลักอันแข็งแรงทั้ง 5 เสาของ UN นั้น ก่อให้เกิดการจัดตั้งองค์กรและหน่วยงานพิเศษต่างๆ ภายใต้สังกัดของตน เพื่อกระจายไปปฏิบัติภารกิจได้อย่างทั่วถึงทั่วมุมโลกและทุกแง่มุมตามที่เราๆ และใครหลายคนเคยได้ยินชื่อ ขอยกตัวอย่างสัก 4 องค์กร ได้แก่ World Bank Group หรือธนาคารโลกที่ทำหน้าที่เป็นดั่งแหล่งเงินทุนช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนา UNESCO หรือองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ชวนแต่ละประเทศมาร่วมมือกันในการดูและส่งเสริมการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการสื่อสาร ส่วน UNICEF องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของเด็กและแม่ในประเทศกำลังพัฒนา หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ UNHRC คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่สอดส่องดูแลและหยุดยั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน ครั้งหนึ่งองค์กรนี้เคยชวนตัวแทนแต่ละประเทศทั่วโลกมาดีเบตกันเรื่องการยุติความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเนื่องมาจากวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อหยุดยั้งและแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มเพศทางเลือกในประเทศต่าง ๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-39978 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/2-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><b></b></p>
<h4>UN ในฐานะผู้กำหนดนโยบายให้โลกพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ภารกิจสำคัญของ UN คือการกำหนดสิ่งที่คล้ายเป็นนโยบายโลก พวกเขาเคยกำหนด Millennium Development Goals (MGDs) หรือเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ ที่ประเทศสมาชิกทั้งโลกจะขับเคลื่อนไปด้วยกันในระหว่าง พ.ศ. 2543-2558 เป้าหมายหลักๆ ของ MGDs คือการแก้ไขปัญหาความยากจน โรคติดต่อ การเข้าถึงการศึกษา ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ ปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อ MDGs หมดวาระ UN ก็มีเป้าหมายการพัฒนาใหม่ที่ต่อจากจุดเดิมเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2558 มีชื่อเรียกเท่ๆ ว่า Sustainable Development Goals การพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs เป็นทิศทางการขับเคลื่อนโลกต่อจากนี้ไปอีก 15 ปี จนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573 ซึ่งเจ้า SDGs นี้จะประกอบไปด้วย 17 เป้าหมายที่ถูกพัฒนาโดยฐานคิดแห่งความเชื่อมโยงระหว่าง 3 สิ่งสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของสังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน SDGs เป็นดั่งตัวแทนที่บอกกับทุกคนในโลกว่า การพัฒนาของทุกประเทศต่อจากนี้จะต้องคำนึงถึงทุกฟันเฟืองในสังคมให้ดำเนินต่อไปได้ คนอยู่ได้ เศรษฐกิจโตได้ ที่สำคัญคือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องไม่เสียหายหรือถูกทำลาย แก่นแท้ของการพัฒนาที่ยั่งยืนก็คือวลีที่บอกว่า ‘Leave no one behind หรือการพัฒนาที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง’ นั่นเอง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ทีมสหประชาชาติในประเทศไทยของเรา</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กว่าครึ่งศตวรรษมาแล้วที่เรามีหน่วยงานและองค์กรพิเศษของ UN ตั้งอยู่ในประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้ง 18 หน่วยงานของสหประชาชาติ ทำงานต่างๆ โดยร่วมมือกับรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยเพื่อทำภารกิจให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนา ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของประเทศเราคือการเป็นเจ้าภาพของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติในเอเชียแปซิฟิก (ESCAP) อีกด้วย</span></p>
<div style="display: none;">หากเปรียบสหประชาชาติเป็นบ้านหนึ่งหลัง ภายในบ้านหลังนี้จะประกอบไปด้วยเสาหลัก 5 ต้น ที่ยังคงทำหน้าที่ค้ำจุนบ้านให้อยู่ได้อย่างแข็งแรง เสาหลักทั้ง 5 มีชื่อว่า สมัชชาใหญ่ (General Assembly) คณะมนตรีความมั่นคง (United Nations Security Council หรือ UNSC) คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (Economic and Social Council หรือ ECOSOC)</div>
<div style="display: none;">สำนักเลขาธิการ (Secretariat) และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice) แต่ละฝ่ายจะทำหน้าที่ตามแง่มุมที่ต่างกันเพื่อรักษาความสงบ กำหนดทิศทางการดูแลโลก รวมไปถึงยุติความขัดแย้งต่างๆ โดยมีตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ (คนปัจจุบันคือ António Guterres) เป็นดั่งผู้ดูแลโลกหรือผู้นำองค์การสหประชาชาติโดยพฤตินัย</div>
<div style="display: none;">โครงสร้างเสาหลักอันแข็งแรงทั้ง 5 เสาของ UN นั้น ก่อให้เกิดการจัดตั้งองค์กรและหน่วยงานพิเศษต่างๆ ภายใต้สังกัดของตน เพื่อกระจายไปปฏิบัติภารกิจได้อย่างทั่วถึงทั่วมุมโลกและทุกแง่มุมตามที่เราๆ และใครหลายคนเคยได้ยินชื่อ</div>
<div style="display: none;">ขอยกตัวอย่างสัก 4 องค์กร ได้แก่ World Bank Group หรือธนาคารโลกที่ทำหน้าที่เป็นดั่งแหล่งเงินทุนช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนา UNESCO หรือองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ชวนแต่ละประเทศมาร่วมมือกันในการดูและส่งเสริมการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการสื่อสาร</div>
<div style="display: none;">ส่วน UNICEF องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของเด็กและแม่ในประเทศกำลังพัฒนา หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ UNHRC คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่สอดส่องดูแลและหยุดยั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน ครั้งหนึ่งองค์กรนี้เคยชวนตัวแทนแต่ละประเทศทั่วโลกมาดีเบตกันเรื่องการยุติความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเนื่องมาจากวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ เพื่อหยุดยั้งและแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มเพศทางเลือกในประเทศต่างๆ</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/un-untoldstory/">UN กับเรื่องราวใกล้ตัวที่เป็น UNtold story</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/un-untoldstory/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Challenge Me’ แคมเปญสอนภาษาที่บอกว่าความกล้าจะทำให้พูดอังกฤษง่ายกว่าที่คิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/course-inspire-english/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/course-inspire-english/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Mar 2018 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[course]]></category>
		<category><![CDATA[Inspire English]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ชมพูนุช สุนทรพงศาธร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/course-inspire-english/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Challenge Me เป็นไปได้ไหม ที่เราจะเปลี่ยนให้พูดภาษาอังกฤษได้ ใน 3 เดือน ทั้งๆที่คนไทยเรียนภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต แต่พูดไม่ได้ซักที? จากคำถามเล็กๆในการพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่ง ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญสนุกๆ ที่ท้าทายคนที่กลัวและอายที่จะพูดภาษาอังกฤษ ให้กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง Inspire English สถาบันสอนภาษารูปแบบใหม่ ได้ออกแคมเปญที่มีชื่อเท่ๆว่า Challenge Me แคมเปญที่ชวนให้เหล่านักเรียนของพวกเขา ท้าทายตัวเองให้กล้าพูดภาษาอังกฤษและพัฒนาทักษะภาษาให้ดีขึ้นให้ได้ ภายในระยะเวลา 3 เดือน เมื่อแคมเปญสิ้นสุดลง ผู้ชนะจะได้ไปท้าทายการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองที่ไปสิงคโปร์กับทางสถาบัน “เราจะชวนผู้เรียนที่ร่วมแคมเปญนี้มาพูดคุยถามตอบเป็นภาษาอังกฤษกับคุณครู ในห้องที่เป็นสตูดิโอแบบย่อมๆ พร้อมอัดวีดีโอไว้เพื่อบันทึกความสามารถ ให้ผู้เรียนได้เห็นพัฒนาการของตัวเองจนครบ 3 เดือน ระหว่างนั้นในทุกๆวัน ผู้เรียนจะได้ฝึกภาษาอังกฤษ จากคลาสเรียน และ กิจกรรม workshop ที่เราสร้างขึ้น สุดท้ายเราจะตัดสินผู้ที่มีพัฒนาการการพูดภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด เพื่อไปท่องเที่ยวและฝึกใช้ภาษาอังกฤษในต่างประเทศกับเราที่สิงคโปร์ “ แคมเปญ Challenge Me ไม่ใช่แค่การท้าทายผู้เรียน ว่าจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้จริงๆไหม แต่เป็นการท้าทายตัวเราเองในฐานะคุณครูด้วยว่า เราจะใช้วิธีไหนสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง และพูดอังกฤษได้เก่งขึ้นจริงๆ” ครูพลอย-ชมพูนุช สุนทรพงศาธร หนึ่งในครูผู้สอนเล่าให้เราฟังถึงวิธีการสอนสุดสนุกของแคมเปญนี้ จุดเริ่มต้นของความท้าทายในแคมเปญ Challenge [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/course-inspire-english/">‘Challenge Me’ แคมเปญสอนภาษาที่บอกว่าความกล้าจะทำให้พูดอังกฤษง่ายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">Challenge Me</span></p>
<p>เป็นไปได้ไหม ที่เราจะเปลี่ยนให้พูดภาษาอังกฤษได้ ใน 3 เดือน ทั้งๆที่คนไทยเรียนภาษาอังกฤษมาทั้งชีวิต แต่พูดไม่ได้ซักที?</p>
<p>จากคำถามเล็กๆในการพูดคุยของคนกลุ่มหนึ่ง ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญสนุกๆ ที่ท้าทายคนที่กลัวและอายที่จะพูดภาษาอังกฤษ ให้กล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง</p>
<p><strong>Inspire English</strong> สถาบันสอนภาษารูปแบบใหม่ ได้ออกแคมเปญที่มีชื่อเท่ๆว่า Challenge Me แคมเปญที่ชวนให้เหล่านักเรียนของพวกเขา ท้าทายตัวเองให้กล้าพูดภาษาอังกฤษและพัฒนาทักษะภาษาให้ดีขึ้นให้ได้ ภายในระยะเวลา 3 เดือน เมื่อแคมเปญสิ้นสุดลง ผู้ชนะจะได้ไปท้าทายการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองที่ไปสิงคโปร์กับทางสถาบัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1123-2.jpg" /></p>
<p>“เราจะชวนผู้เรียนที่ร่วมแคมเปญนี้มาพูดคุยถามตอบเป็นภาษาอังกฤษกับคุณครู ในห้องที่เป็นสตูดิโอแบบย่อมๆ พร้อมอัดวีดีโอไว้เพื่อบันทึกความสามารถ ให้ผู้เรียนได้เห็นพัฒนาการของตัวเองจนครบ 3 เดือน ระหว่างนั้นในทุกๆวัน ผู้เรียนจะได้ฝึกภาษาอังกฤษ จากคลาสเรียน และ กิจกรรม workshop ที่เราสร้างขึ้น สุดท้ายเราจะตัดสินผู้ที่มีพัฒนาการการพูดภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด เพื่อไปท่องเที่ยวและฝึกใช้ภาษาอังกฤษในต่างประเทศกับเราที่สิงคโปร์ “</p>
<p>แคมเปญ Challenge Me ไม่ใช่แค่การท้าทายผู้เรียน ว่าจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้จริงๆไหม แต่เป็นการท้าทายตัวเราเองในฐานะคุณครูด้วยว่า เราจะใช้วิธีไหนสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง และพูดอังกฤษได้เก่งขึ้นจริงๆ” <strong>ครูพลอย-ชมพูนุช สุนทรพงศาธร</strong> หนึ่งในครูผู้สอนเล่าให้เราฟังถึงวิธีการสอนสุดสนุกของแคมเปญนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1169-2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1219-2.jpg" /></p>
<p><strong>จุดเริ่มต้นของความท้าทายในแคมเปญ Challenge Me</strong></p>
<p>“เริ่มต้นจากผู้เรียนส่วนใหญ่ของเรา เป็นผู้ใหญ่ที่กลัวและไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษเลย สิ่งแรกที่เราอยากทำในฐานะคุณครู คือ การสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจให้เกิดขึ้นมาก่อน แคมเปญ Challenge Me เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่เราคิดขึ้นมาเพื่อให้ผู้เรียนได้เริ่มกำหนดเป้าหมาย</p>
<p>&#8220;ที่ชัดเจนทั้งด้านเวลาและความมุ่งมั่นรวมทั้งการได้เห็น ‘พัฒนาการของตนเอง’ ด้วยตาของตัวเอง แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนก้าวข้ามความกลัว จนกล้าที่จะพัฒนาตนเองให้พูดอังกฤษได้จริงๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1240-2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1263-2.jpg" /></p>
<p>“ในส่วนการเรียนรู้ จุดนี้แหละที่เป็นความท้าทายของเรา หัวใจของเราคือเรียนแล้วต้องสนุก เราไม่ได้มองว่าการมาเรียนคือการมานั่งฟัง แต่ต้องมาพูดคุย ใช้ภาษาอังกฤษกันจริงๆ ในสถานการณ์ต่างๆให้คล่องและสมบูรณ์ที่สุด นี่จึงเป็นที่มาที่เราพยามจำลองการเรียนรู้ในห้องเรียน และกิจกรรม workshop ต่างๆ ให้เป็นโลกเสมือนจริงมากที่สุด</p>
<p>“จริงๆ แล้ว เป้าหมายสุดท้ายของแคมเปญนี้ ไม่ใช่แค่การเป็นผู้ชนะ แล้วได้ไปเที่ยวสิงคโปร์ แต่เราต้องการให้ทุกคน เกิดความกล้าและท้าทาย พร้อมที่จะพัฒนาตัวองในทุกๆวัน เราชื่อมั่นว่า จุดเริ่มต้นเล็กๆ นี้แหละจะทำเกิดการพัฒนาตัวเองที่ยิ่งใหญ่ติดตัวไปตลอดชีวิต” <strong>ครูผึ้ง-นุชฏา สุวรรณวงศ์</strong> คุณครูสาวสวยคนเก่งบอกกับเราถึงจุดเริ่มต้นและความตั้งใจทั้งหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1384-2.jpg" /></p>
<p><strong>ร่วมแคมเปญนี้ แล้วได้อะไร?</strong></p>
<p><strong>ได้โฟกัสที่การพัฒนาภาษาเป็นหลัก</strong></p>
<p><strong>ส้มโอ</strong> สาวน้อยวัย 22 ปีจากมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งบอกกับเราว่า “ตอนแรกที่เข้าร่วมแคมเปญนี้เพราะอยากไปสิงคโปร์ แต่พอเข้าร่วมแล้วมันต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยเรื่อย แทนที่จะโฟกัสแค่รางวัลเรากลับมาโฟกัสที่ตัวเองว่าเราจะพัฒนาภาษาอังกฤษไปได้มากน้อยแค่ไหน ถึงไม่ได้ไปสิงคโปร์ก็ไม่เป็นไรเลย เพราะเราได้ Challenge ตัวเองแล้วตามชื่อโปรเจกต์เลย</p>
<p>&#8220;ตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาร่วมแคมเปญนี้ เรากล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น เราได้ฝึกคิดให้ทุกอย่างในชีวิตก็จะเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ตอนนี้เวลาอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ ก็พูดกับตัวเองว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง ดูว่าเวลาพูดหน้าเราเป็นยังไง ฟังเสียงว่าใกล้เคียง native หรือยัง บางทีก็จะนึกว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง โฟกัสกับ sentence ในภาษาอังกฤษมากขึ้น”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_04462.jpg" /></p>
<p><strong>ได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติ</strong></p>
<p><strong>เติ้ล</strong> ชายหนุ่มอายุ 35 เจ้าของธุรกิจส่วนตัวเล่าให้เราฟังถึงแคมเปญนี้ว่า “เราไม่ได้มาเรียนแบบซีเรียส รู้เลยว่าเราได้พูดภาษาอังกฤษแบบเป็นธรรมชาติ การเรียนแบบเก่าๆเราก็ไม่รู้ว่ามันจะถูกหรือเปล่า ยิ่งเราเจออะไรที่มันผิดเรายิ่งไม่มีกำลังใจ แต่ที่นี่ทำให้เราอยากคุย ยิ่งพูดเยอะมันก็จะเก่งขึ้นเอง แคมเปญนี้เขาวัดผลโดยดูพัฒนาการเรา มันทำให้กระตุ้นเรา ไม่รู้หรอกว่าเราชนะหรือเปล่าแต่เราก็อยากพัฒนามากขึ้น โดยที่ไม่มีใครมาบังคับเรา”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_03801.jpg" /></p>
<p>“ตอนแรกที่มา test ก็กังวลและกดดันเพราะคนอื่นพูดได้ แต่พอผ่านมาเรื่อยๆ คุณครูช่วย เพื่อนๆช่วย เลยสามารถก้าวผ่านความกลัวไปได้ที่นี่ทุกคนตั้งใจมาเรียนภาษาอังกฤษ ทุกคนเลยเข้าใจกัน กล้าพูดมากขึ้น พูดผิดก็ไม่มีใครว่า ไม่มีใครมาจับผิด แค่สื่อสารได้ ก็แค่พูดใหม่ บรรยากาศมันเลย relax เรียนได้เรื่อยๆเป็นธรรมชาติมาก นี่เป็นจุดที่ชอบ” <strong>กล้า</strong> หนุ่มวัย 24 ปีที่เพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาลัยบอกกับเราอย่างนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_08031.jpg" /></p>
<p><strong>ได้ลองเปลี่ยนแปลงตัวเอง</strong></p>
<p>“เราเรียนมาหลายปีแล้วทำไมถึงยังรู้สึกว่าเป็นปัญหา เราพยายามแต่ไปไม่ถูกทางสักที เราทดลองเรียนภาษาอังกฤษมาหลายอย่าง จากตำรา อ่านเอง คู่มือ แต่ก็ยังไม่ถูกทางของเรา เลยรู้สึกเหมือนย่ำอยู่กับที่ จนมาเรียนภาษาอังกฤษที่นี่และได้ร่วมแคมเป็น Challenge me เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเลยว่าเรากล้าพูดมากขึ้น ถึงแม้ว่าพูดผิดก็ไม่อาย ตอนนี้เจอฝรั่งก็พูดได้ อยากให้เขาเข้าใจ” <strong>เนล</strong> นักการตลาดบริษัทเอกชนเล่าถึงประสบการณ์ของเธอให้เราฟังว่าตั้งแต่ภาษาอังกฤษเธอดีขึ้น ทักษะงานขายกับชาวต่างชาติก็ได้ผลดีขึ้นตามมา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_0639.jpg" /></p>
<p><strong>จิง</strong> พนักงานออฟฟิศวัย 24 ผู้มาเรียนทุกวันให้คำตอบเราว่า “ตั้งแต่มาร่วมแคมเปญ เราได้พัฒนาตัวเองทุกวัน มีความพยายามที่จะเข้าคลาสทุกวัน จริง ๆ ภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด เวลาเจอใครที่ท้ออยู่เราไม่อยากให้ท้อเลย เพราะถ้าตั้งใจ ทุกคนทำได้ แค่ฝึกพูดกับตัวเองทุกวัน พยายามหาเพื่อนฝรั่ง อย่ากังวลแกรมม่ามาก ให้กล้าพูดออกมาเลย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_06131.jpg" /></p>
<p><strong>ติดตามแคมเปญดีๆที่จะออกมาอีกเรื่อยๆ</strong></p>
<p>หากใครอยากลองพัฒนาสกิลภาษาอังกฤษอย่างท้าทายตัวเอง แนะนำว่าให้ติดตามข่าวสารของ Inspire English ให้ดีๆ ที่นี่กำลังจะจัดแคมเปญสนุกๆอีกเพียบในอนาคตให้ผู้เรียนได้ลองเข้าร่วมกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.inspire-english.in.th" target="_blank" rel="noopener">www.inspire-english.in.th</a> หรือ <a href="http://www.facebook.com/inspire.english.learning" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/inspire.english.learning</a> หรือ โทร. 086-445-9536</p>
<div style="display: none;">“เราจะชวนผู้เรียนที่ร่วมแคมเปญนี้มาพูดคุยถามตอบเป็นภาษาอังกฤษกับคุณครู ในห้องที่เป็นสตูดิโอแบบย่อมๆ พร้อมอัดวีดีโอไว้เพื่อบันทึกความสามารถ ให้ผู้เรียนได้เห็นพัฒนาการของตัวเองจนครบ 3 เดือน ระหว่างนั้นในทุกๆวัน ผู้เรียนจะได้ฝึกภาษาอังกฤษ จากคลาสเรียน และ กิจกรรม workshop ที่เราสร้างขึ้น สุดท้ายเราจะตัดสินผู้ที่มีพัฒนาการการพูดภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด เพื่อไปท่องเที่ยวและฝึกใช้ภาษาอังกฤษในต่างประเทศกับเราที่สิงคโปร์</div>
<div style="display: none;">แคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การท้าทายผู้เรียน ว่าจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นได้จริงๆไหม แต่เป็นการท้าทายตัวเราเองในฐานะคุณครูด้วยว่า เราจะใช้วิธีไหนสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง และพูดอังกฤษได้เก่งขึ้นจริงๆ” <strong>ครูพลอย-ชมพูนุช สุนทรพงศาธร</strong> หนึ่งในครูผู้สอนเล่าให้เราฟังถึงวิธีการสอนสุดสนุกของแคมเปญนี้</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/course-inspire-english/">‘Challenge Me’ แคมเปญสอนภาษาที่บอกว่าความกล้าจะทำให้พูดอังกฤษง่ายกว่าที่คิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/course-inspire-english/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Clearance Next Door : สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ตั้งใจแก้ปัญหาอาหารถูกทิ้งก่อนวันอันควร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/se-clearancenextdoor/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/se-clearancenextdoor/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jan 2018 05:33:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[good projects]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Clearance Next Door]]></category>
		<category><![CDATA[Startup]]></category>
		<category><![CDATA[พิชชนก เหลืองอุทัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/se-clearancenextdoor/</guid>

					<description><![CDATA[<p>clearance next door สถิติจาก Food and Agriculture Organization (FAO) พบว่า ในแต่ละปีมี food waste หรืออาหารที่ต้องถูกทิ้งอย่างน่าเสียดายเป็นจำนวน 1.3 พันล้านตัน คิดเป็น 1 ใน 3 ของอาหารทั้งหมดบนโลกใบนี้ ชาวยุโรปและอเมริกาเหนือทิ้งอาหารเฉลี่ย 95 &#8211; 115 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราทิ้งอาหารอยู่ที่ 6 &#8211; 11 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตีค่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลกว่า 6.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศอุตสาหกรรม และ 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าเราสามารถลดการสูญเสียอาหารตรงนี้ลงไปได้ นั่นหมายถึงเราอาจมีอาหารให้บริโภคมากขึ้น ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา มีองค์กรต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ ส่วนในประเทศไทย Clearance Next Door สตาร์ทอัพน้องใหม่ของหญิงสาววัย 24 ปี ตาว–พิชชนก เหลืองอุทัย คือธุรกิจที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาอาหารล้นถังขยะ “ไอเดียเกิดจากวันหนึ่งที่เราไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกับเพื่อน แล้วเจอน้ำเต้าหู้ยี่ห้อหนึ่งที่ปกติขายอยู่ 20 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/se-clearancenextdoor/">Clearance Next Door : สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ตั้งใจแก้ปัญหาอาหารถูกทิ้งก่อนวันอันควร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">clearance next door</span></p>
<p>สถิติจาก <a href="https://blogs.worldbank.org/category/tags/food-waste" target="_blank" rel="noopener">Food and Agriculture Organization (FAO)</a> พบว่า ในแต่ละปีมี food waste หรืออาหารที่ต้องถูกทิ้งอย่างน่าเสียดายเป็นจำนวน 1.3 พันล้านตัน คิดเป็น 1 ใน 3 ของอาหารทั้งหมดบนโลกใบนี้</p>
<p>ชาวยุโรปและอเมริกาเหนือทิ้งอาหารเฉลี่ย 95 &#8211; 115 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราทิ้งอาหารอยู่ที่ 6 &#8211; 11 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตีค่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลกว่า 6.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศอุตสาหกรรม และ 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าเราสามารถลดการสูญเสียอาหารตรงนี้ลงไปได้ นั่นหมายถึงเราอาจมีอาหารให้บริโภคมากขึ้น</p>
<p>ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา มีองค์กรต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ ส่วนในประเทศไทย<strong> Clearance Next Door </strong>สตาร์ทอัพน้องใหม่ของหญิงสาววัย 24 ปี <strong>ตาว–พิชชนก เหลืองอุทัย</strong> คือธุรกิจที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาอาหารล้นถังขยะ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9388.jpg" alt="clearance next door" width="720" height="480" /></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9254.jpg" alt="clearance next door" width="720" height="480" /></p>
<p>“ไอเดียเกิดจากวันหนึ่งที่เราไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตกับเพื่อน แล้วเจอน้ำเต้าหู้ยี่ห้อหนึ่งที่ปกติขายอยู่ 20 กว่าบาท แต่มันติดบาร์โค้ดสีเหลืองลดราคาเหลือ 10 กว่าบาทเพราะใกล้หมดอายุ เหตุการณ์นี้จุดประกายให้เราเก็บมาคิดต่อ เราลงมือหาข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าถ้าสังเกตดีๆ ส่วนใหญ่วันที่ระบุบนอาหารทุกประเภทจะเป็นวัน Best Before ซึ่งเป็นวันที่รสชาติและประโยชน์ของสารอาหารจะดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าหลังจากวันนั้นมันจะเสีย ถ้าเราเก็บรักษาอย่างดี เข้าตู้เย็นหรือว่าช่องแช่แข็ง ทำตามกรรมวิธีของอาหารแต่ละประเภท มันก็ยังกินต่อได้อีก เช่น หลังวัน Best Before ถ้าเอานมใส่ตู้เย็นไว้ก็ยังกินได้อีกหนึ่งสัปดาห์ แต่ที่ร้านค้าเอาออกจากชั้นวางเพราะต้องทำตามกฎหมาย” ตาวเล่าถึงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่พาเธอลงลึกถึงเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9557.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_95691.jpg" /></p>
<p>ด้วยพื้นฐานการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดทำให้ตาวเริ่มรีเสิร์ชจนพบข้อมูลน่าสนใจว่า ในแต่ละปีห้างใหญ่ๆ อย่างเทสโก้โลตัสมีอาหารสดที่ต้องทิ้งจากทุกสาขารวมกันเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่เยอะมากถึงสองพันกว่าล้านบาท ตาวเลยตัดสินใจพัฒนาโมเดล Clearance Next Door ขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์ข้อแรกคือช่วยลดขยะ สองคือกระตุ้นให้คนหันมาสนใจเรื่องการบริโภค และข้อสามคือโมเดลนี้น่าจะสร้างผลประโยชน์ด้านเม็ดเงินให้ร้านค้าได้โดยไม่ต้องเสียค่าทำลายของ</p>
<p>“เราตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำมา 2 ปีเพื่อมาลงมือทำงานนี้เต็มตัว ตอนนี้เริ่มทำมาได้ 3 &#8211; 4 เดือนแล้ว อาจจะยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ทั้งตัวเว็บไซต์และระบบข้างในก็ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งธุรกิจประเภทนี้ยังไม่มีให้เห็นในประเทศเรา ส่วนในเมืองนอกมีมานานแล้ว แต่โมเดลก็จะต่างจากเราอยู่ดี”</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9522.jpg" alt="clearance next door" width="720" height="480" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9499.jpg" /></p>
<p>ตาวยกตัวอย่างว่าที่ยุโรปมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่รับผลิตภัณฑ์อาหารที่เลยวัน Best Before มาแล้วนำมาแช่แข็งไว้ ใครยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ก็สามารถซื้อของในราคาที่ถูกมากๆ ได้ ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ขายสินค้าหมดตลอด มีระบบและเครื่องมือหลายอย่างที่บ้านเรายังไม่มี</p>
<p>“แรกเริ่มที่เรากำลังทำอยู่คือการสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคเห็นว่าจริงๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ยังกินยังใช้ได้อยู่นะ อยากให้คนเห็นคุณค่า ใช้ของให้ยาวนานที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้” ตาวบอกว่า ‘การบริโภคสินค้าให้คุ้มค่าที่สุดในช่วงเวลาของมัน’ คือคีย์เวิร์ดสำคัญของโครงการนี้</p>
<p>โปรเจกต์นี้เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างบนความตั้งใจของตาว สร้างเป็นแพลตฟอร์มตามสถานที่ตั้งของผู้ใช้ (location based) โชว์ว่ามีอะไรอยู่ที่ไหนรอบๆ ตัวบ้าง เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ที่เมื่อเปิดเว็บขึ้นมาก็จะเห็นว่าร้านรอบตัวทั้งห้างใหญ่และร้านโชห่วยหน้าปากซอยมีของอะไรอยู่บ้าง คอนเซปต์นี้ยังต่อยอดได้กับสินค้าอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่อาหาร ทั้งเสื้อผ้าที่ตกรุ่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็สามารถอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ได้ หรือมูลนิธิที่ต้องการของบริจาคก็สามารถมาใส่ข้อมูลไว้ เพื่อจับคู่กับร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่ต้องการทำโครงการ CSR</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20180108_151145.jpg" /></p>
<p>“ตั้งแต่เราทำ Clearance Next Door มา แม้จะยังไม่ได้เห็นตัวเงินที่มาก ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่าง แต่ก็รู้สึกดีแล้ว ตอนนี้เรารู้ตัวเองว่าชอบทำงานที่มีเรื่องราว สร้างอิมแพกต์ต่อคนและสังคม” ตาวเล่าต่อว่าตอนนี้เธอนำโปรเจกต์ไปร่วมแข่งในโครงการ Siam Innovation District ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นการแข่งขันสร้างธุรกิจที่มีอิมแพกต์ต่อสังคม เป็นขั้นตอนแรกที่กำหนดว่าภายใน 3 เดือนต้องมี KPI ที่ชี้วัดเป็นรูปธรรมออกมา</p>
<p>“เราตั้งใจว่าอยากทำตัวแพลตฟอร์มให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะเข้าไปคุยกับซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าเพื่อหาทางเชื่อมโยงกัน เราเชื่อว่ามันจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับทุกฝ่ายได้ทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และโลกของเรา”</p>
<p>คงจะดีไม่น้อยถ้าต่อจากนี้ทุกการซื้อสินค้าของเราจะสามารถลดขยะไปได้พร้อมๆ กัน</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_9437.jpg" alt="clearance next door" width="720" height="480" /></p>
<p>Facebook |<a href="https://www.facebook.com/clearancenextdoor.co" target="_blank" rel="noopener">clearancenextdoor.co<br />
</a><a href="https://www.clearancenextdoor.com/">clearancenextdoor.com</a></p>
<div style="display: none;">ตาวยกตัวอย่างว่าที่ยุโรปมีซูเปอร์มาร์เก็ตที่รับผลิตภัณฑ์อาหารที่เลยวัน Best Before มาแล้วนำมาแช่แข็งไว้ ใครยอมรับเงื่อนไขนี้ได้ก็สามารถซื้อของในราคาที่ถูกมากๆ ได้ ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ขายสินค้าหมดตลอด มีระบบและเครื่องมือหลายอย่างที่บ้านเรายังไม่มี</div>
<div style="display: none;">“แรกเริ่มที่เรากำลังทำอยู่คือการสร้างความตระหนักให้ผู้บริโภคเห็นว่าจริงๆ ผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้ยังกินยังใช้ได้อยู่นะ อยากให้คนเห็นคุณค่า ใช้ของให้ยาวนานที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้” ตาวบอกว่า ‘การบริโภคสินค้าให้คุ้มค่าที่สุดในช่วงเวลาของมัน’ คือคีย์เวิร์ดสำคัญของโครงการนี้</div>
<div style="display: none;">โปรเจกต์นี้เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างบนความตั้งใจของตาว สร้างเป็นแพลตฟอร์มตามสถานที่ตั้งของผู้ใช้ (location based) โชว์ว่ามีอะไรอยู่ที่ไหนรอบๆ ตัวบ้าง เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้ที่เมื่อเปิดเว็บขึ้นมาก็จะเห็นว่าร้านรอบตัวทั้งห้างใหญ่และร้านโชห่วยหน้าปากซอยมีของอะไรอยู่บ้าง คอนเซปต์นี้ยังต่อยอดได้กับสินค้าอีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่อาหาร ทั้งเสื้อผ้าที่ตกรุ่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็สามารถอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ได้ หรือมูลนิธิที่ต้องการของบริจาคก็สามารถมาใส่ข้อมูลไว้ เพื่อจับคู่กับร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่ต้องการทำโครงการ CSR</div>
<div style="display: none;">ชาวยุโรปและอเมริกาเหนือทิ้งอาหารเฉลี่ย 95 &#8211; 115 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราทิ้งอาหารอยู่ที่ 6 &#8211; 11 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ตีค่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลกว่า 6.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศอุตสาหกรรม และ 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าเราสามารถลดการสูญเสียอาหารตรงนี้ลงไปได้ นั่นหมายถึงเราอาจมีอาหารให้บริโภคมากขึ้น</div>
<div style="display: none;">ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา มีองค์กรต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ ส่วนในประเทศไทย สตาร์ทอัพน้องใหม่ของหญิงสาววัย 24 ปี ตาว–พิชชนก เหลืองอุทัย คือธุรกิจที่ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาอาหารล้นถังขยะ</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/se-clearancenextdoor/">Clearance Next Door : สตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ตั้งใจแก้ปัญหาอาหารถูกทิ้งก่อนวันอันควร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/se-clearancenextdoor/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 แคมเปญจาก Under Armour ที่ชวนให้ผู้หญิงออกมาเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/woman-under-armour-campaigns/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/woman-under-armour-campaigns/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กชกร มุสิผล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jan 2018 04:34:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิงกล้า ใครอย่าแตะ]]></category>
		<category><![CDATA[I'm Pretty]]></category>
		<category><![CDATA[strong]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[under armour]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ปคมเปญ]]></category>
		<category><![CDATA[กีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[unlike any]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/woman-under-armour-campaigns/</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวย อ่อนหวาน เรียบร้อย สามคำที่เป็นส่วนผสมคลาสสิกไม่กี่อย่างที่ประกอบร่างเป็นผู้หญิงในฝันของชายหนุ่มส่วนใหญ่ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหญิงสาวคนหนึ่งพึงใจจะเป็นสาวแกร่งมากกว่าสาวหวาน กล้าหาญที่จะบอกความต้องการในใจอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมจะเป็นตัวเองที่แตกต่างอย่างมั่นใจ Under Armour แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้และเสื้อผ้ากีฬา รวมถึงเสื้อผ้าลำลองสัญชาติอเมริกันมองเห็นเสน่ห์ และพลังที่ซ่อนอยู่ในความแตกต่างนั้น แล้วต่อยอดพลังของกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้นให้กลายเป็นแคมเปญเท่ๆ ต่อหญิงสาวผู้กล้าหาญและจริงใจกับตัวเอง 01 I&#8217;M PRETTY I&#8217;M PRETTY เป็นแคมเปญที่เล่าถึงความน่ารักของผู้หญิงในมุมมองต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่หน้าตา เพราะผู้หญิงเรามีอะไรมากกว่าความสวยภายนอก โดยแคมเปญนี้จะเล่าผ่านตัววิดีโอสุดน่ารักแต่สะเทือนความรู้สึก โดยเล่นกับคำว่า “I’m pretty____” ประโยคซึ่งสะท้อนมุมมองการเป็นหญิงสาวยุคใหม่ได้อย่างตรงจุดว่า “You are more than a pretty face , you are also pretty strong, pretty smart, pretty though, pretty bold, pretty fierce, pretty brave and pretty soon” “คุณสวยจัง” คำชมที่สังคมคิดเหมารวมไปว่านั่นคือคำที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนประทับใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/woman-under-armour-campaigns/">3 แคมเปญจาก Under Armour ที่ชวนให้ผู้หญิงออกมาเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>สวย อ่อนหวาน<br />
เรียบร้อย </em>สามคำที่เป็นส่วนผสมคลาสสิกไม่กี่อย่างที่ประกอบร่างเป็นผู้หญิงในฝันของชายหนุ่มส่วนใหญ่</p>
<p>แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหญิงสาวคนหนึ่งพึงใจจะเป็นสาวแกร่งมากกว่าสาวหวาน<br />
กล้าหาญที่จะบอกความต้องการในใจอย่างตรงไปตรงมา<br />
และพร้อมจะเป็นตัวเองที่แตกต่างอย่างมั่นใจ</p>
<p><strong>Under Armour </strong>แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้และเสื้อผ้ากีฬา<br />
รวมถึงเสื้อผ้าลำลองสัญชาติอเมริกันมองเห็นเสน่ห์<br />
และพลังที่ซ่อนอยู่ในความแตกต่างนั้น<br />
แล้วต่อยอดพลังของกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้นให้กลายเป็นแคมเปญเท่ๆ<br />
ต่อหญิงสาวผู้กล้าหาญและจริงใจกับตัวเอง</p>
<p style="text-align: center">
	<strong>01</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<strong>I&#8217;M PRETTY</strong></p>
<p><strong>I&#8217;M PRETTY</strong> เป็นแคมเปญที่เล่าถึงความน่ารักของผู้หญิงในมุมมองต่างๆ<br />
ที่ไม่ใช่แค่หน้าตา เพราะผู้หญิงเรามีอะไรมากกว่าความสวยภายนอก<br />
โดยแคมเปญนี้จะเล่าผ่านตัววิดีโอสุดน่ารักแต่สะเทือนความรู้สึก โดยเล่นกับคำว่า<br />
“I’m pretty____” ประโยคซึ่งสะท้อนมุมมองการเป็นหญิงสาวยุคใหม่ได้อย่างตรงจุดว่า<br />
“You are more than a pretty face , you are also pretty strong, pretty smart,<br />
pretty though, pretty bold, pretty fierce, pretty brave and pretty soon”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Screen-Shot-2560-12-18-at-6.00_.09-PM_.jpg"></p>
<p>“คุณสวยจัง”<br />
คำชมที่สังคมคิดเหมารวมไปว่านั่นคือคำที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนประทับใจ  แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น<br />
โลกนี้ยังมีหญิงสาวที่เปล่งประกายจากภายใน พึงใจจะได้ยินคำชมจากผลงานที่เธอลงมือทำ<br />
มากกว่าความสวยที่เห็นด้วยตาเปล่า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Our-BA_ImPretty_2.jpg"></p>
<p>เหตุผลที่แคมเปญนี้สุดแสนโดนใจสาวแกร่งยุคใหม่เพราะมันกำลังส่งต่อชุดความคิดที่ท้าทายความคิดดั้งเดิมของสังคมที่เหมารวมว่าผู้หญิงน่ารักนั้นต้องมาจากใบหน้าที่สวย<br />
ผิวพรรณที่ดี ร่างกายที่ผอมบางเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ<br />
สิ่งนั้นไม่ใช่สาระสำคัญเลย หากคุณคือหญิงสาวที่มีความแข็งแกร่ง มุ่งมั่น กล้าหาญ<br />
เต็มเปี่ยมไปด้วยความฝัน และพลังความสามารถในการทำอะไรได้หลายอย่าง คุณแค่มั่นใจในความเป็นตัวเอง<br />
มั่นใจในความสามารถและพลังอันล้นเหลือของใจ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Our-BA_ImPretty_4.jpg"></p>
<p>และเหตุผลท้ายสุดก็คือไม่จบแค่วิดีโอ<br />
แต่เขายังชักชวนให้หญิงสาวทั่วโลกเข้าไปประกาศความเป็นตัวตนผ่านมินิไซต์  <a href="https://impretty.me">https://impretty.me</a> ด้วยการใส่รูปและเติมคำแสดงตัวตนต่อท้าย “I’m<br />
Pretty” เช่น I’m pretty strong ฉันค่อนข้างสตรอง หรือเป็นนักสู้  ตามด้วยแฮชแท็ก <strong style="background-color: initial">#ImPretty</strong> และแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม<br />
และทวิตเตอร์ ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสได้นำเสนอด้านอื่นๆ ที่มาจากภายในและมันสมอง<br />
มากกว่าความสวยจากรูปร่างผิวพรรณผิวเผิน</p>
<p style="text-align: center"><strong style="background-color: initial;text-align: center">02</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<strong>UNLIKE ANY</strong></p>
<p>อีกแคมเปญที่เราชอบมากเพราะเข้าใจปมในใจและธรรมชาติลึกๆ ของมนุษย์เพศหญิงทุกคนนั่นก็คือความอิจฉา<br />
ความช่างเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น<br />
ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการมองเห็นคุณค่าในตัวเองลดลง สูญเสียตัวตนเพื่อทำตามใจสังคม<br />
หลงลืมความสุขของตัวเอง แล้วไปๆ มาๆ โลกเราก็จะมีแต่ผู้หญิงประเภทเดียวกันไปหมด<br />
ซึ่งน่าเสียดาย เพราะแท้จริงแล้วความเป็นตัวเองที่ดีที่สุดต่างหากที่ทำให้เกิดสิ่งสวยงามอันหลากหลาย</p>
<p>หากสืบสาวราวเรื่องต้นทางการคิดแคมเปญ “<strong>U</strong>nlike <strong>A</strong>ny” จะพบว่าแบรนด์หยิบแรงบันดาลใจมาจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016<br />
ที่นักกีฬาหญิงมักถูกเปรียบในเรื่องชัยชนะกับผู้ชาย<br />
แนวคิดการเปรียบเทียบควรหมดไปได้แล้ว<br />
โดยเฉพาะการเปรียบเทียบด้านความแข็งแกร่งที่ไม่เป็นธรรมระหว่างหญิง-ชาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/image1.jpg"></p>
<p>นอกจากแนวคิดที่น่าสนใจแล้ว “<strong style="background-color: initial">U</strong>nlike <strong style="background-color: initial">A</strong>ny” ได้ใช้เทคนิคการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมกล้องที่ชวนให้เห็นมุมมองใหม่ๆ<br />
และบทกลอนที่มีความหมายลึกซึ้ง สวยงาม กินใจ เพื่อตอกย้ำว่าผู้หญิงแต่ละคนนั้น<br />
“ไม่เหมือนใคร” โดยถ่ายทอดเรื่องราวนักกีฬาหญิง 5 คน Misty Copeland นักบัลเล่ต์, Alison Mariella Désir นักวิ่งมาราธอนและผู้ก่อตั้ง Harlem Run Crew, Natasha Hastings นักกีฬาวิ่ง, Jessie Graff สตั๊นท์หญิง และ Zoe Zhang นักแสดงและนักเทควันโดชาวเอเชีย<br />
ที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกัน โดยมีศิลปิน นักประพันธ์ ที่มีชื่อเสียงและผลงานเป็นที่กล่าวขาน<br />
หลายท่านมาร่วมบอกเล่าเรื่องราวผ่านบทกลอนสื่อความหมายได้อย่างงดงาม<br />
เชิดชูความแกร่งกล้าและความสำเร็จของพวกเธอที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก</p>
<p style="text-align: center">
	<strong>03</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<strong>ASSEMBLE YOUR ARMOUR</strong></p>
<p>เหตุผลที่ทำให้เราตกหลุมรักแคมเปญ<br />
ASSEMBLE YOUR ARMOUR มี 2 เหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ </p>
<p>อย่างแรกเลยคือมันเป็นแคมเปญที่เน้นการปฏิบัติ<br />
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก<br />
เดินไปจูงมือเหล่าหญิงสาวยุคใหม่ใจแกร่งที่มีความสามารถในกีฬาที่ต่างกัน<br />
ให้มาแลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกันผ่านเวิร์กช็อปสนุกๆ อย่าง Trampoline Workout,<br />
Dance Class และ Ryde Cycle</p>
<p>และอย่างที่สองคือ<br />
แคมเปญนี้ท้าทายระบบคิดของความเป็นชาย-หญิงสมัยก่อนไปสิ้นเชิง<br />
เพราะที่ผ่านมาโลกเรามักสอนผู้หญิงให้แข่งกันเพื่อเป็นที่รักของชายหนุ่ม<br />
การได้มีคู่ครองที่ดี การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งหญิงสาวผู้น่ารัก<br />
มีผู้คนชื่นชมจากรูปลักษณ์ภายนอก กิริยามารยาท<br />
แตกต่างจากผู้ชายที่ถูกสอนมาแต่เด็กว่าให้แข่งกันในหน้าที่การงาน ความสามารถ และความแข็งแกร่งเพื่อความสำเร็จ</p>
<p>สุดท้ายแทนที่จะปล่อยให้หญิงสาวแข่งขัน<br />
แก่งแย่งชิงดีกันในเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ และหน้าตาในสังคม Under Armour<br />
เลือกจับหญิงสาวเหล่านั้นมารวมตัวกันเพื่อผนึกพลังความสตรองแทน<br />
หรือหากจะแข่งกันก็แข่งกันปล่อยความสามารถที่ซ่อนไว้ในตัวจะดีกว่า สนุกกว่าเยอะ!</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end141.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/woman-under-armour-campaigns/">3 แคมเปญจาก Under Armour ที่ชวนให้ผู้หญิงออกมาเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/woman-under-armour-campaigns/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยู่เพื่อกิน : อิ่มท้องกับของกินตลาดบางปะอิน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eat-bangpain-market/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/eat-bangpain-market/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Dec 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่เพื่อกิน กินเพื่ออยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[โจ๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดบางปะอิน]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋วยจั๊บ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/eat-bangpain-market/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดบางปะอิน หรือ ‘ตลาดใน’ ตลาดดั้งเดิมของชาวพระนครศรีอยุธยาสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2480 ในครั้งนั้นหลวงดำรงสมบัติศิริเล็งเห็นถึงความเจริญที่จะเกิดขึ้นในบริเวณนี้ จึงสั่งสร้างตลาดไม้ชั้นเดียว ให้ผู้คนได้ขายของกันบริเวณหน้าบ้านริมน้ำ ต่อมาความเจริญค่อยๆ ก่อตัวมากขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายของชาวบ้านจนถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และยังคงบรรยากาศดั้งเดิมด้วยการอนุรักษ์บ้านไม้โบราณไว้ ซึ่งผู้คนท้องถิ่นจะมาตลาดมากที่สุดในช่วงตีห้าถึงหกโมงเช้า เพื่อจับจ่ายใช้สอยกันตามอัธยาศัย สินค้าในตลาดมีทั้งผักสด เนื้อสัตว์ ของใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงอาหารคาวหวานรสเลิศนานาชนิด วันนี้เราจึงอยากพาไปชิมอาหารเช้าเจ้าดังสักสองร้านในตลาดแห่งนี้กัน ร้านโจ๊กบังอร ร้านโจ๊กแสนอร่อยที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามานานกว่า 30 ปี ครั้งหนึ่งโจ๊กของร้านนี้เคยเป็นเครื่องเสวยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังบางปะอินด้วย หากใครอยากลองชิมโจ๊กหมูสูตรคุณแม่แนะนำว่าให้มาแต่เช้าตรู่ เพราะขายหมดไวและคนต่อคิวเยอะมาก ร้านเปิดตั้งแต่ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า เสิร์ฟโจ๊กร้อนๆ ให้อิ่มท้องกันทุกเช้าไม่มีวันหยุด ร้านก๋วยจั๊บไก่เจ๊อั๋น ร้านก๋วยจั๊บไก่เจ๊อั๋น ขายสูตรก๋วยจั๊บไก่ที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณแม่และเปิดขายมานานกว่า 28 ปี เมนูสุดนิยมของร้านนี้คือ ก๋วยจั๊บโครงไก่และก๋วยจั๊บตีนไก่ ที่ตุ๋นจนเปื่อยพร้อมน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนทุกเพศทุกวัย อร่อยจนถึงกับมีรถมารับซื้อก๋วยจั๊บไก่ของร้านไปขายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วบางปะอินด้วย ร้านเปิดตั้งแต่ตีสามไปจนถึงเก้าโมงเช้าให้คนแวะเวียนเข้ามาเติมพลังให้อิ่มท้องก่อนเริ่มต้นวัน ขอบอกว่านอกจากสองร้านที่ว่ามาแล้ว ที่ตลาดบางปะอินยังมีอีกหลายร้านที่คอยต้อนรับผู้คนอย่างไม่ขาดสาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-bangpain-market/">อยู่เพื่อกิน : อิ่มท้องกับของกินตลาดบางปะอิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดบางปะอิน หรือ ‘ตลาดใน’ ตลาดดั้งเดิมของชาวพระนครศรีอยุธยาสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2480 ในครั้งนั้นหลวงดำรงสมบัติศิริเล็งเห็นถึงความเจริญที่จะเกิดขึ้นในบริเวณนี้ จึงสั่งสร้างตลาดไม้ชั้นเดียว ให้ผู้คนได้ขายของกันบริเวณหน้าบ้านริมน้ำ ต่อมาความเจริญค่อยๆ ก่อตัวมากขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายของชาวบ้านจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>ปัจจุบัน ตลาดแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และยังคงบรรยากาศดั้งเดิมด้วยการอนุรักษ์บ้านไม้โบราณไว้ ซึ่งผู้คนท้องถิ่นจะมาตลาดมากที่สุดในช่วงตีห้าถึงหกโมงเช้า เพื่อจับจ่ายใช้สอยกันตามอัธยาศัย สินค้าในตลาดมีทั้งผักสด เนื้อสัตว์ ของใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงอาหารคาวหวานรสเลิศนานาชนิด วันนี้เราจึงอยากพาไปชิมอาหารเช้าเจ้าดังสักสองร้านในตลาดแห่งนี้กัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bangpain.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bangpain3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6893.jpg" /></p>
<p><strong>ร้านโจ๊กบังอร</strong></p>
<p>ร้านโจ๊กแสนอร่อยที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามานานกว่า 30 ปี ครั้งหนึ่งโจ๊กของร้านนี้เคยเป็นเครื่องเสวยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังบางปะอินด้วย หากใครอยากลองชิมโจ๊กหมูสูตรคุณแม่แนะนำว่าให้มาแต่เช้าตรู่ เพราะขายหมดไวและคนต่อคิวเยอะมาก ร้านเปิดตั้งแต่ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า เสิร์ฟโจ๊กร้อนๆ ให้อิ่มท้องกันทุกเช้าไม่มีวันหยุด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6890.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6875.jpg" /></p>
<p><strong> ร้านก๋วยจั๊บไก่เจ๊อั๋น</strong></p>
<p>ร้านก๋วยจั๊บไก่เจ๊อั๋น ขายสูตรก๋วยจั๊บไก่ที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณแม่และเปิดขายมานานกว่า 28 ปี เมนูสุดนิยมของร้านนี้คือ ก๋วยจั๊บโครงไก่และก๋วยจั๊บตีนไก่ ที่ตุ๋นจนเปื่อยพร้อมน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมถูกปากคนทุกเพศทุกวัย อร่อยจนถึงกับมีรถมารับซื้อก๋วยจั๊บไก่ของร้านไปขายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วบางปะอินด้วย ร้านเปิดตั้งแต่ตีสามไปจนถึงเก้าโมงเช้าให้คนแวะเวียนเข้ามาเติมพลังให้อิ่มท้องก่อนเริ่มต้นวัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/guayjub.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/guayjub3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_67942.jpg" /></p>
<p>ขอบอกว่านอกจากสองร้านที่ว่ามาแล้ว ที่ตลาดบางปะอินยังมีอีกหลายร้านที่คอยต้อนรับผู้คนอย่างไม่ขาดสาย แอบกระซิบข่าวดีอีกนิดว่า เมนูอร่อยจากทั้งสองร้านที่เราแนะนำนี้จะไปเสิร์ฟร้อนๆ ให้เหล่านักวิ่งที่งาน Human Run 2017 ด้วยนะจ๊ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC_0660.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6756.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-bangpain-market/">อยู่เพื่อกิน : อิ่มท้องกับของกินตลาดบางปะอิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/eat-bangpain-market/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยู่เพื่อกิน : ตระเวนชิม 4 ร้านเด็ดในตลาดหัวรอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eat-hua-ror-market/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/eat-hua-ror-market/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นิภัทรา นาคสิงห์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Dec 2017 11:20:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่เพื่อกิน กินเพื่ออยู่]]></category>
		<category><![CDATA[หมูสะเต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[เต้าหู้ทอด]]></category>
		<category><![CDATA[ไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอติม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[กะทิ]]></category>
		<category><![CDATA[ผัดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หอยทอด]]></category>
		<category><![CDATA[อร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[human run 2017]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหัวรอ]]></category>
		<category><![CDATA[ของกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/eat-hua-ror-market/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหัวรอ เป็นตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับการสนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเชื่อชุมชน ภายในมีศาลเจ้าแม่ต้นจัน ศาลเจ้าเก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาดที่ผู้มาเยือนควรไปสักการะเมื่อมาถึง ตลาดหัวรอตั้งอยู่ในตัวเมือง บริเวณถนนอู่ทอง เริ่มเปิดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดไปจนถึงราวๆ สี่โมงเย็น มีของกิน ของสด ของใช้มากมายให้เลือกซื้อ วันนี้เราจะขอพาไปชวนชิมอาหารจานเด็ดจากร้านอร่อยที่ตลาดหัวรอกัน ไปดูกันเล้ยยยย ร้านสุใบด๊ะ อาหารตามสั่ง ร้านอาหารอายุ 30 กว่าปีร้านนี้ขึ้นชื่อเมนูผัดไทยกุ้งสดสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณยาย ส่วนเมนูตามสั่งอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมยังมีเมนูหอยทอดแป้งกรอบคุณภาพความอร่อยคับจาน เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มรสหวานกำลังดี เจ้าของร้านใจดีเสิร์ฟอาหารให้อย่างไม่หวงของ จานใหญ่ จานเดียวอิ่มได้ และไม่แพงด้วย ร้านก๋วยเตี๋ยวซ้อย้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดร้านนี้แอบอยู่หลังตลาดหัวรอ คนชอบทานเมนูเส้นทั้งหลายควรมาลองให้ได้ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่เจ้าของร้านตั้งใจทำเส้นบะหมี่ด้วยตัวเองเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี แถมมีให้เลือกหลายเมนูตามใจอยากทั้งบะหมี่น้ำ บะหมี่แห้ง ต้มจืด ต้มยำ เย็นตาโฟ หรือจะเป็นไก๋ตุ๋น หมูตุ๋นก็อร่อยถูกปาก ราคาก็แสนถูกใจด้วยนะ ร้านยุพินเต้าหู้ทอด เต้าหู้ทอด ของว่างรสเลิศเมนูนี้เปิดขายมานานกว่า 40 ปีแล้ว ป้ายุพินเจ้าของร้านจะทำเต้าหู้เองเพื่อความสดใหม่ เต้าหู้ทรงลูกเต๋าชิ้นพอดีคำจะถูกทอดร้อนๆ จนเป็นสีเหลืองนวล กรอบนอกนุ่มใน และไม่อมน้ำมันเคียงคู่น้ำจิ้มเต้าหู้รสเด็ดเปรี้ยวอมหวานที่เข้ากันอย่างลงตัวน่ารับประทาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-hua-ror-market/">อยู่เพื่อกิน : ตระเวนชิม 4 ร้านเด็ดในตลาดหัวรอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดหัวรอ เป็นตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับการสนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเชื่อชุมชน ภายในมีศาลเจ้าแม่ต้นจัน ศาลเจ้าเก่าแก่อันศักดิ์สิทธิ์ประจำตลาดที่ผู้มาเยือนควรไปสักการะเมื่อมาถึง ตลาดหัวรอตั้งอยู่ในตัวเมือง บริเวณถนนอู่ทอง เริ่มเปิดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดไปจนถึงราวๆ สี่โมงเย็น มีของกิน ของสด ของใช้มากมายให้เลือกซื้อ</p>
<p>วันนี้เราจะขอพาไปชวนชิมอาหารจานเด็ดจากร้านอร่อยที่ตลาดหัวรอกัน ไปดูกันเล้ยยยย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/hua_ror_market_3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/hua_ror_market_2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/hua_ror_market_4.jpg" /></p>
<h3>ร้านสุใบด๊ะ อาหารตามสั่ง</h3>
<p>ร้านอาหารอายุ 30 กว่าปีร้านนี้ขึ้นชื่อเมนูผัดไทยกุ้งสดสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากรุ่นคุณยาย ส่วนเมนูตามสั่งอื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แถมยังมีเมนูหอยทอดแป้งกรอบคุณภาพความอร่อยคับจาน เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มรสหวานกำลังดี เจ้าของร้านใจดีเสิร์ฟอาหารให้อย่างไม่หวงของ จานใหญ่ จานเดียวอิ่มได้ และไม่แพงด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/padthai.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1_of_1-10.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/padthai_8.jpg" /></p>
<h3>ร้านก๋วยเตี๋ยวซ้อย้ง</h3>
<p>ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดร้านนี้แอบอยู่หลังตลาดหัวรอ คนชอบทานเมนูเส้นทั้งหลายควรมาลองให้ได้ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่เจ้าของร้านตั้งใจทำเส้นบะหมี่ด้วยตัวเองเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดี แถมมีให้เลือกหลายเมนูตามใจอยากทั้งบะหมี่น้ำ บะหมี่แห้ง ต้มจืด ต้มยำ เย็นตาโฟ หรือจะเป็นไก๋ตุ๋น หมูตุ๋นก็อร่อยถูกปาก ราคาก็แสนถูกใจด้วยนะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/noodle_21.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/noodle.jpg" /></p>
<h3>ร้านยุพินเต้าหู้ทอด</h3>
<p>เต้าหู้ทอด ของว่างรสเลิศเมนูนี้เปิดขายมานานกว่า 40 ปีแล้ว ป้ายุพินเจ้าของร้านจะทำเต้าหู้เองเพื่อความสดใหม่ เต้าหู้ทรงลูกเต๋าชิ้นพอดีคำจะถูกทอดร้อนๆ จนเป็นสีเหลืองนวล กรอบนอกนุ่มใน และไม่อมน้ำมันเคียงคู่น้ำจิ้มเต้าหู้รสเด็ดเปรี้ยวอมหวานที่เข้ากันอย่างลงตัวน่ารับประทาน หอมพริกป่น หอมถั่วลิสงคั่วเป็นที่สุด ขอบอกว่าหากใครอยากลองชิมเต้าหู้ทอดร้านป้ายุพินต้องมาที่ตลาดหัวรอเท่านั้น เพราะป้าไม่ขายส่งหรือมีสาขาอื่นนะจ๊ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fried_tofu_4.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fried_tofu_1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Food_01.jpg" /></p>
<h3>ร้านไอศกรีมกะทิป้านา</h3>
<p>ไอศกรีมกะทิป้านา เปิดขายมาเกือบ 40 ปีโดยไม่มีการลดคุณภาพ เจ้าของร้านทำสดทุกวันทั้งไอศกรีมและเครื่องเคียง ซึ่งมีให้เราเลือกตามใจชอบ ไอศกรีมรสชาติดี สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมหวานของกะทิเมื่อตักเข้าปาก ไม่หวานจนเกินไป ตัวร้านเป็นร้านเล็กๆ ถูกจัดเหมือนเป็นบาร์ไอศกรีม ลูกค้าสามารถนั่งกินไอศกรีมกะทิก้อนกลมอย่างชื่นใจหน้าร้านได้เลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/icecream_02.jpg" /></p>
<p>หากใครกำลังรอไปเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ ก็ขอชวนไปลองชิม 4 ร้านเด็ดที่ว่ามานี้ด้วยตัวเอง แต่ข่าวดีที่ไม่ต้องรอคือ ร้านทั้งหมดจะไปเสิร์ฟอาหารแสนอร่อยให้เหล่านักวิ่งในงาน Human Run 2017 ให้เหล่านักวิ่งได้รับประทานหลังวิ่งเสร็จด้วย เอาใจกันให้ฟินสุดๆ จนหายเหนื่อยจากการวิ่งไปเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Food_06.jpg" /></p>
<p><strong>map:</strong></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end110.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eat-hua-ror-market/">อยู่เพื่อกิน : ตระเวนชิม 4 ร้านเด็ดในตลาดหัวรอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/eat-hua-ror-market/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
