<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author117/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author117/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Feb 2021 18:22:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เสียงเพลงและการเติบโตที่คาดเดาไม่ได้ของวงดนตรี YENTED</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yented/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Nov 2018 12:09:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[macrowave]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[ฟังเพลง]]></category>
		<category><![CDATA[entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[YENTED]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=46451</guid>

					<description><![CDATA[<p>Yented (เย็น-เต็ด) วงดนตรีป๊อปมาดทะเล้นในสังกัดค่าย Macrowave ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกชายล้วนทั้งหมด 7 คน คือ เจา–พงษ์ธรณ์ ปะเมโท (ร้องนำ) ตูน–ภานุกร มาลา (กีตาร์) กานต์–ธนกานต์ สุวรรณนาคินทร์ (กีตาร์) มอส–ธนพล นาคขำพันธ์ (ซินธ์) แซ็ก–วิชญะ แสนภูวา (คีย์บอร์ด) เปรื่อง–เปรื่องวิทย์ พิไลวงศ์ (เบส) และบิว–วุฒิชัย เขื่อนวิชัย (กลอง) จุดเริ่มต้นในเส้นทางดนตรีของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน เจา ตูน และมอส นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยพะเยา ฟอร์มวงทำเพลงอะคูสติกป๊อปปล่อยลงยูทูบ หลังจากนั้นทั้งสามหนุ่มตัดสินใจเพิ่มเพื่อนร่วมวงอีก 4 คนเพื่อประกวดดนตรีในเวทีใหญ่อย่าง Tiger Jams Showcase แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้เข้ารอบไฟนอล 3 วงสุดท้าย วง Yented ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คนจึงกลับไปสั่งสมประสบการณ์ทางดนตรีเพิ่มขึ้น ก่อนจะมาพิสูจน์ฝีมือด้วยการเป็น 1 ใน 2 ผู้ชนะจากการประกวดเวที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yented/">เสียงเพลงและการเติบโตที่คาดเดาไม่ได้ของวงดนตรี YENTED</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-full wp-image-46459 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2089.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2089.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2089-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2089-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Yented (เย็น-เต็ด) วงดนตรีป๊อปมาดทะเล้นในสังกัดค่าย Macrowave ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกชายล้วนทั้งหมด 7 คน คือ เจา–พงษ์ธรณ์ ปะเมโท (ร้องนำ) ตูน–ภานุกร มาลา (กีตาร์) กานต์–ธนกานต์ สุวรรณนาคินทร์ (กีตาร์) มอส–ธนพล นาคขำพันธ์ (ซินธ์) แซ็ก–วิชญะ แสนภูวา (คีย์บอร์ด) เปรื่อง–เปรื่องวิทย์ พิไลวงศ์ (เบส) และบิว–วุฒิชัย เขื่อนวิชัย (กลอง)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นในเส้นทางดนตรีของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน เจา ตูน และมอส นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยพะเยา ฟอร์มวงทำเพลงอะคูสติกป๊อปปล่อยลงยูทูบ หลังจากนั้นทั้งสามหนุ่มตัดสินใจเพิ่มเพื่อนร่วมวงอีก 4 คนเพื่อประกวดดนตรีในเวทีใหญ่อย่าง Tiger Jams Showcase แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่ได้เข้ารอบไฟนอล 3 วงสุดท้าย วง Yented ที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คนจึงกลับไปสั่งสมประสบการณ์ทางดนตรีเพิ่มขึ้น ก่อนจะมาพิสูจน์ฝีมือด้วยการเป็น 1 ใน 2 ผู้ชนะจากการประกวดเวที Sunkist Freshly Picked Contest และกลายมาเป็นศิลปินภายใต้สังกัดค่าย Macrowave ในปัจจุบัน </span></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a9187" data-id="RG4abMnBGvg" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-RG4abMnBGvg-6a2b7944a9187" data-vid="RG4abMnBGvg" data-src="https://www.youtube.com/embed/RG4abMnBGvg?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/RG4abMnBGvg/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้รู้จักพวกเขามากขึ้น เราจึงถือโอกาสไล่ฟังประสบการณ์ในเเต่ละขวบปีของพวกเขาที่ถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงป๊อปผสมหลายเเนวดนตรี ซึ่งพวกเขามักจะเล่ามันออกมาผ่านเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังจนครบถ้วนทั้งเพลย์ลิสต์ และมาสะดุดหูกับ </span><i><span style="font-weight: 400;">Her</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซิงเกิลล่าสุดของพวกเขาที่ฟีเจอริงกับ </span><span style="font-weight: 400;">Araryozi และ Chcolate &#8211; t</span><span style="font-weight: 400;"> เล่าเรื่องราวความรักที่สดใสมากขึ้น ทั้งยังมีสัดส่วนของแนวดนตรีผสมอย่างฮิปฮอปที่ชัดเจน แถมเซอร์ไพร์สคนฟังด้วยแรปภาษาญี่ปุ่น แปลกหูไปจากเพลงก่อนๆ ที่เคยฟังมากทีเดียว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีโอกาสมาพบกับเจา ตูน และแซ็ก 3 หนุ่มจาก Yented เราจึงถือโอกาสนี้ชวนพวกเขาพูดคุยถึงมุมมองในการทำเพลงและการเติบโตของพวกเขาผ่านเเนวดนตรีที่ Yented ตั้งใจถ่ายทอดออกมาให้แก่คนฟังซะเลย</span></p>
<div id="attachment_46452" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-46452" class="wp-image-46452 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2018.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2018.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2018-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2018-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-46452" class="wp-caption-text">ตูน-เจา-แซ็ก</p></div>
<p><b>พวกคุณได้ไอเดียตั้งชื่อวง Yented มาจากไหน</b></p>
<p><b>เจา :</b><span style="font-weight: 400;"> ตอนนั้นเราจะทำเพลงเพื่อส่งช่วง Bedroom Studio ของ Cat Radio (ช่วงที่เปิดรับเพลงทำเองจากทางบ้านมาเปิดออกอากาศในวิทยุ) วันนั้นเป็นวันสุดท้ายในการส่งเพลงพอดี เพลงเราเสร็จแล้วเเต่ดันยังไม่มีชื่อวง มีเวลาเหลือประมาณ 1-2 ชั่วโมงก่อนจะถึงเที่ยงคืน เราเหลือบไปเห็นขวดเครื่องดื่มเย็นเย็น ที่ไอ้มอสชอบกินพอดี เลยได้คำว่า ‘เย็น’ มา เเต่จะชื่อ ‘วง Yen’ เฉยๆ ก็ไม่ได้ ผมเลยนึกถึงชื่อทีมฟุตบอล Manchester United เลยกลายเป็น Yented เราคิดว่าชื่อนี้มันล้อกับชื่อยาทาผิวหนังเย็นเตร๊กซ์ดี เลยส่งชื่อไปก่อนกะว่าจะเปลี่ยนเอาทีหลังเเต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนเลยมาจนถึงตอนนี้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>เรียนรู้อะไรจากการประกวดวงดนตรี Tiger Jams Showcase ครั้งนั้นบ้าง</b></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> การขึ้นไปยืนบนเวที Tiger Jams ครั้งนั้น ผมลืมเรื่องการประกวดไปเลย มันเหมือนได้มาเจอสังคมของคนที่ตั้งใจทำเพลงเพื่อคนฟังเหมือนกัน ทำให้พวกผมยิ่งอยากทำเพลงให้ดีขึ้น จากตอนเเรกที่วง Yented เล่นดนตรีแนวอะคูสติกป๊อป พอได้เห็นแนวดนตรีในประเทศไทยที่มันกว้างมาก พวกผมเลยพัฒนาเเนวดนตรีของตัวเอง </span></p>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-46462 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2112.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2112.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2112-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2112-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ตอนนี้แนวเพลงของวง Yented เป็นแบบไหน</b></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> เมนหลักก็คือเพลงป๊อปเพราะสไตล์การร้องของเจาเป็นแนวป๊อปและอาร์แอนด์บี ผสมผสานเเนวดนตรีอื่นไปเรื่อยๆ เพื่อมาเสริมให้เพลงป๊อปมีความหลากหลาย เพลงเกือบทั้งหมดของวงพูดถึงความรัก อารมณ์ของเพลงจึงสำคัญในการทำให้คนฟังรู้สึกร่วมไปด้วย การใช้ดนตรีเเนวไซคีเดลิกหรือแนวชูเกซเข้ามาเสริมก็จะช่วยดึงอารมณ์ได้ ถ้าอยากสื่อถึงความรักที่เข้มแข็งก็ใช้ดนตรีแนวป๊อปสนุกหรือแนวฟังก์ ถ้าท่อนไหนเศร้าจัด จะเล่นหนักๆ เป็นเเนวร็อกเลยก็ได้ เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่าท่อนนี้มันเศร้าไม่ไหวเเล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46456 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2066.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2066.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2066-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พอทำเพลงรักเป็นหลัก แล้วความรักในแบบของ Yented เป็นยังไง</b></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้านิยามจากผู้หญิงกับผู้ชายนะ ผมว่าความรักของสองคนนี้ค่อนข้างคลุมเครือ อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Her </span></i><span style="font-weight: 400;">เพลงล่าสุดที่ปล่อย เป็นความรักที่ไม่ใช่ฉันรักเธอ เธอรักฉัน แต่เป็นอารมณ์ของคนที่แอบชอบเเต่ไม่กล้าบอก ส่วนเพลงที่ผ่านๆ มาส่วนมากจะเป็นความรักที่ผิดหวัง เหมือนคนจมปลักอยู่กับความผิดพลาดของตัวเองในอดีต เหมือนเป็นความผิดหวังของไอ้เจาด้วยแหละ เพราะเพลงเหล่านั้นมาจากชีวิตมันหมดเลย (หัวเราะ) </span></p>
<p><b>เจา : </b><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาในเพลงนั้นเป็นเรื่องราวในชีวิตของผมเอง คือเพลงรักก็เคยเขียนนะเเต่พอร้องเสร็จ กลับมาฟังเเล้วจะอ้วก การทำเพลงเศร้ามันเป็นตัวเรามากกว่า เเล้วเราก็สามารถถ่ายทอดมันออกมาได้เต็มที่ จริงๆ มันขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นพวกเราเสพอะไรด้วย อย่างเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">Winter Rain </span></i><span style="font-weight: 400;">เนื้อบางท่อนผมได้มาจากหนังสือธรรมะ ในเพลงนี้เลยมีคำของพระอยู่บ้าง อย่างท่อน ‘ทุกๆ สิ่งเกิดขึ้นเเละดับไป เเต่ความรู้สึกมันไม่เคยจางจากใจ’ ปกติผมจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งเอาไว้เขียนเพลงไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาที่เราจะต้องทำเพลงสักเพลง ผมก็จะเอาสิ่งที่เขียนไว้มาประกอบกันแล้วปรับให้สามารถสื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าเรารู้สึกอย่างไร </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46455 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2039.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2039.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2039-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พวกคุณวางทิศทางของวงตัวเองเป็นแบบไหน</b></p>
<p><b>ตูน :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมว่า Yented เป็นวงที่ไม่มีทิศทางในตัวเองนะ อาจจะดูเเปลกถ้าผมจะให้สัมภาษณ์ว่าพวกผมเป็นเเนวนี้ ผมรู้สึกว่าวงเราอยู่ในช่วงพัฒนาความสามารถ ความคิด รวมทั้งตรรกะในสมองครับ การทำงานของเราเลยค่อนข้างหลากหลาย เรานิยามแนวเพลงของวงว่าเป็นแนวป๊อป เป็นป๊อปที่ค่อยๆ เพิ่มส่วนผสมอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ตามความรู้สึกของพวกเราตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลามีคนถามว่าแนวทางการทำเพลงของวงเป็นยังไง ก็เนี่ยแหละครับ เดาไม่ได้ ไม่มีทิศทาง คนฟังบางคนอาจจะผิดหวัง เเต่พวกผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลยนะเพราะต้นเพลงก็คือพวกผม เรารู้สึกว่ามัน success ตั้งเเต่วันที่เรารู้สึกชอบเพลงนี้เเล้ว ที่เหลือก็ปล่อยให้ตัวเพลงทำงานไป จริงๆ คนที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าแนวเพลงเราเป็นแบบไหนก็คือคนฟัง ผมรู้สึกว่าแต่ละคนน่าจะตีความผลงานของเราได้หลายแบบแตกต่างกัน เขาเลือกจะมองพวกเราเป็นยังไงขึ้นอยู่กับสายตาพวกเขาเลยครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46454 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2032.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2032.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2032-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2032-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>นักวาดภาพบางคนเเม้เขาจะวาดภาพหลากหลายเเนว เเต่พอนำภาพต่างๆ มาเรียงกัน เรามักเห็นตัวตนเขาจากภาพเหล่านั้น แล้วกับเพลงของวง Yented ตัวตนที่ว่าคืออะไร</b></p>
<p><b>ตูน : </b><span style="font-weight: 400;">เสียงร้องของไอ้เจาครับ (หัวเราะ) (</span><b>เเซ็ก :</b><span style="font-weight: 400;"> ใช่ เสียงร้องของไอ้เจา) ไม่ใช่เพราะว่ามันร้องอยู่คนเดียวนะ ผมหมายถึงว่าโทนการร้องของเจาพาให้หลายๆ เพลงรู้สึกเศร้าได้ ทั้งที่บางเพลงก็เป็นเพลงสนุก ถ้าเปรียบเอกลักษณ์เพลงของวงเราเป็นภาพภาพหนึ่งที่วาดขึ้นมา เสียงร้องของเจาก็เหมือนลายเส้น วิธีการวาดการเขียนที่ตวัดมากน้อยหรือเน้นเส้นหนาบางจะเป็นตัวของเจาทั้งหมด ส่วนดนตรีก็เหมือนสีที่คอยสาดให้ภาพนี้เป็นกลายเป็นโทนต่างๆ อย่างนี้น่าจะนิยามง่ายกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46457 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2076.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2076.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2076-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พวกคุณไม่ได้มองว่าการทำเพลงที่คาดเดาทิศทางไม่ได้เป็นข้อเสียเหรอ</b></p>
<p><b>เจา :</b><span style="font-weight: 400;"> มุมหนึ่งมันก็เหมือนไม่เอาอะไรสักอย่างจริงๆ เเต่ผมว่าวงเราไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ เพราะแต่ละอย่างที่เราทำ เราพยายามทำให้มันถึงที่สุดก่อน พอถึงจุดที่โอเคเเล้วเราค่อยเปลี่ยน Yented มีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ครับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมตลอดเวลา คนเราเรียนรู้อะไรใหม่ได้เรื่อยๆ ถ้าเรายึดติดกับอีโก้หรืออคติที่จะไม่เปลี่ยนตัวเองเเละยอมรับสิ่งอื่นเลยก็จะอยู่ลำบากและสุดท้ายเราจะกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยโอเค ผมคิดว่าไม่ว่าใครจะเป็นยังไง เราน่าจะยอมรับในตัวเขา ผมก็ชอบหลายๆ วงที่เขาเป็นตัวของตัวเองนะ ไม่มีอะไรผิดเลย ขึ้นอยู่กับว่าเขาชอบอย่างไหน เขาก็เป็นอย่างนั้น  </span></p>
<p><b>ตูน : </b><span style="font-weight: 400;">ผมว่าจะเป็นข้อเสียหรือไม่ขึ้นอยู่ที่มุมมองมากกว่า เช่น คุณทำอะไรหลายอย่างมากเลยในชีวิต จะบอกว่าไม่มีอะไรเป็นหลักเเหล่งเลยมันก็ใช่นะ นี่คงเป็นข้อเสีย เเต่ถ้ามองอีกเเบบหนึ่ง จริงๆ แล้วกูเเค่พยายามจะไปในทิศทางที่โลกนี้มีให้กว้างขึ้น อยากลองทำทุกๆ อย่าง ขีดจำกัดอยู่ตรงไหนเราไม่รู้ เเต่เรารู้สึกว่าเเนวดนตรีมันไหลเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เเน่วันหนึ่งพวกเราอาจจะทำเพลงลูกทุ่งก็ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46470 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2093.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2093.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2093-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2093-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จากวันแรกที่เล่นดนตรีด้วยกันจนถึงวันนี้ Yented ได้เรียนรู้อะไรบ้าง </b></p>
<p><b>แซ็ก :</b><span style="font-weight: 400;"> เราได้เรียนรู้ว่าบนโลกนี้มันไม่ได้มีเสียงแค่ที่เราได้ยินเท่านั้น เราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการที่เราไม่รู้อะไรเลยด้วยการเรียนรู้และตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด  </span></p>
<p><b>เจา :</b><span style="font-weight: 400;"> ถ้าลองฟังเพลงเเรกเปรียบเทียบกับเพลงสุดท้าย การทำให้เพลงนั้นดี มันเเตกต่างกันมากทั้งซาวนด์และเทคนิคการเล่น เพลงแต่ละเพลงของ Yented คือพัฒนาการสำหรับผม</span></p>
<p><b>ตอนนี้ Yented มีผลงานอะไรที่อยากฝากให้แฟนๆ ได้ติดตามบ้าง</b></p>
<p><b>เจา : </b><span style="font-weight: 400;">เราเพิ่งปล่อยเอ็มวีเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">Her</span></i><span style="font-weight: 400;"> ออกไป และน่าจะปล่อยเพลงใหม่ในเดือนหน้า เพลงนี้เป็นเรื่องราวของการแอบชอบเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเเต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าเขาจะยอมรับรักของเราไหม แล้วก็มี EP อัลบั้มแรกที่ออกกับค่าย Macrowave คือไหนๆ ชื่อวงเราพ้องเสียงกับยาฆ่าเชื้อราเย็นเตร๊กซ์ โลโก้วงก็เป็นหลอดยาเเล้วพวกเราอยากไปให้สุดทาง EP อัลบั้มเราเลยชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Antifungal</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่แปลว่ายาฆ่าเชื้อรา (หัวเราะ) หวังว่าเพลงของเราจะเป็นยาแก้คันทางความรู้สึกให้แก่คนฟังได้บ้างครับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-46463 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2123.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2123.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2123-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/LH0A2123-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;"><b>5 เพลงป๊อปเป็นหลัก รักเป็นรอง ที่ Yented อยากให้ลองฟัง</b></h3>
<p><b>01 ถ้าหาก</b></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a9226" data-id="8G7BfKc6MBc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8G7BfKc6MBc-6a2b7944a9226" data-vid="8G7BfKc6MBc" data-src="https://www.youtube.com/embed/8G7BfKc6MBc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8G7BfKc6MBc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><b>เจา :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">ถ้าหาก</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่เพราะและลงตัวที่สุดในบรรดาเพลงทั้งหมดที่เราทำมา เพลงนี้ผมเขียนเพลงในมุมมองของแฟนเก่าที่ผมทำอะไรแย่ๆ ให้กับเขาแล้วก็ทิ้งเขาไป (ร้องทวนเนื้อเพลงจนจบท่อน) เนื้อเพลงทุกคำมันโดนกับทุกสิ่งที่ผมทำกับเขาไว้เลย  </span></p>
<p><b>02 Winter Rain</b></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a9243" data-id="bVS1LzxSALw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-bVS1LzxSALw-6a2b7944a9243" data-vid="bVS1LzxSALw" data-src="https://www.youtube.com/embed/bVS1LzxSALw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/bVS1LzxSALw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><b>เจา :</b> <i><span style="font-weight: 400;">Winter Rain</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่ผมเเต่งในมุมมองของเเฟนเก่าเหมือนกัน ผมจินตนาการความรู้สึกแย่ๆ ของเขา ซึ่งตอนนั้นเขากำลังตกงานอยู่ เเล้วผมก็ทิ้งเขาไปอีก ผมเลยเปรียบว่าความรู้สึกตอนตกงานก็เหมือนหน้าหนาวเเล้ว พอผมทิ้งเขาไปอีกก็ยิ่งรู้สึกเหมือนฝนตกซ้ำ ทำให้ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ </span></p>
<p><b>แซ็ก :</b><span style="font-weight: 400;"> ผมชอบลายคีย์บอร์ดที่เจาเป็นคนคิดในเพลงนี้นะ คอร์ดมันหม่นไปกับเนื้อเพลง เเล้วพอได้ฟังว่าเจามันเเต่งเพลงมาจากอะไรก็ยิ่งดาร์กเข้าไปอีก  </span></p>
<p><b>03 รักจางๆ ที่อ่างเเม่ต๋ำ</b></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a9258" data-id="7vJeNvyrMBc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-7vJeNvyrMBc-6a2b7944a9258" data-vid="7vJeNvyrMBc" data-src="https://www.youtube.com/embed/7vJeNvyrMBc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/7vJeNvyrMBc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><b>ตูน : </b><span style="font-weight: 400;">อ่างเเม่ต๋ำคืออ่างเก็บน้ำในจังหวัดพะเยาที่มีถนนทอดยาว เป็นเหมือนเเลนด์มาร์กที่คนจะมานั่งจีบ นั่งชิลล์กัน ผมมองว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">รักจางๆ ที่อ่างเเม่ต๋ำ</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่เราเริ่มต้นทำเพลงกันจริงๆ จังๆ และทุกคนอินไปกับมัน เพลงนี้มีความหมายที่เศร้าเเล้วก็ปลงในตัว เหมือนเรายอมรับเเล้วว่ามันเป็นไปแบบนั้น ต้องไปฟังเนื้อหา อีกอย่างเพลงนี้ทำให้คนฟังรู้จักพวกเราจากกระเเสทวิตเตอร์ด้วย เขาเเชร์ทำนองว่า อย่าตัดสินเพลงจากชื่อเพลง  </span></p>
<p><b>04 เพลงของใคร</b></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a926a" data-id="9x0HYk8XSR0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-9x0HYk8XSR0-6a2b7944a926a" data-vid="9x0HYk8XSR0" data-src="https://www.youtube.com/embed/9x0HYk8XSR0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/9x0HYk8XSR0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><b>เจา :</b><span style="font-weight: 400;"> เปรื่อง มือเบสของวงเป็นคนเเต่งเพลงนี้ </span><i><span style="font-weight: 400;">เพลงของใคร</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้เป็นเพลงที่เขียนเกี่ยวกับคนทั่วไป เเต่เขียนในความรู้สึกของนักแต่งเพลงคนหนึ่งที่ไม่มีใครเอา เลยไม่รู้จะเเต่งเพลงรักเพื่อใครดี  </span></p>
<p><b>05 รักได้เเค่คนเดียว</b></p>
<div id="erdyt-6a2b7944a927a" data-id="NKIMsZUSCcA" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-NKIMsZUSCcA-6a2b7944a927a" data-vid="NKIMsZUSCcA" data-src="https://www.youtube.com/embed/NKIMsZUSCcA?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/NKIMsZUSCcA/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><b>เจา :</b> <i><span style="font-weight: 400;">รักได้เเค่คนเดียว</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นเพลงที่เราช่วยกันทำอย่างจริงจัง แก้กันก็เยอะ เพลงนี้พวกเราทำขึ้นเพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">ปั๊มน้ำมัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของพี่กอล์ฟ–ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงแรกที่พวกเรามีโอกาสได้ทำครับ</span></p>
<hr />
<p><em><span style="font-weight: 400;">หากใครฟังเพลงเพราะๆ ที่พวกเขาปล่อยลงยูทูบแชนเเนล YENTED แล้วติดใจ เราอยากให้คุณลองหาโอกาสไปฟังวงนี้เล่นสดดูสักครั้ง เพราะเพลงที่คุณเคยฟังจะถูกทำให้เปลี่ยนไปในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่พวกเขาบอกกับเราว่าเป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นและอยากให้คุณได้ลองฟังในอีกความรู้สึกหนึ่งเช่นกัน</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><div id="erdyt-6a2b7944a928a" data-id="nCL29B8QnBU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-nCL29B8QnBU-6a2b7944a928a" data-vid="nCL29B8QnBU" data-src="https://www.youtube.com/embed/nCL29B8QnBU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/nCL29B8QnBU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div> </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yented/">เสียงเพลงและการเติบโตที่คาดเดาไม่ได้ของวงดนตรี YENTED</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนทตี้และแฟกซ์ : สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนมือใหม่ ผู้คุ้นเคยกับวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นอย่างดี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-natty-fax-standup-comedy/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-natty-fax-standup-comedy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Feb 2018 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[แฟกซ์-คณิตกรณ์ ศรีมากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[คืนระทม 2018]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[Standup Comedy]]></category>
		<category><![CDATA[แนทตี้-วริศา วีโกดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-natty-fax-standup-comedy/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวคราวในวงการบันเทิงอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศ คงเคยพบเจอข่าวของดารานักแสดงพลิกบทบาทการแสดงสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตนมากขึ้น หรือผันตัวเองจากงานแสดงข้ามมาเรียนรู้งานสายอื่นๆ ในวงการเดียวกัน ทั้งงานเขียนบท งานโปรดิวซ์ หรืองานกำกับ ดาราหลายคนทำงานใหม่ของเขาได้ดี อีกทั้งบางคนยังค้นพบว่าทางใหม่ของเขาคือทางที่ใช่มากกว่า การผันตัวไปทดลองทำงานด้านอื่นๆ ในวงการที่ตัวเองรักไม่ได้มีเฉพาะในวงการละคร เพลง หรือภาพยนตร์เท่านั้น วงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้ก็มีเช่นกัน แนทตี้-วริศา วีโกดา คือตัวอย่างของนักแสดงที่เราได้กล่าวไปข้างต้น สาวไทยเชื้อสายจีนที่ไปร่ำเรียนและเติบโตในเมืองนอก ขณะเดียวกันก็ซึมซับวัฒนธรรมของสแตนด์อัพ คอมเมดี้จากสื่อต่างๆ จนเกิดเป็นความชอบ หลังจากที่เธอมีโอกาสได้เข้าประกวดการแข่งขัน Humorous Speech Contest และได้รับรางวัลชนะเลิศ เลยถือโอกาสพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นด้วยการรับบทบาทของนักแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ภาษาอังกฤษและเป็นกำลังสำคัญของ ‘The Comedy Club Bangkok’ คอมมูนิตี้ด้านคอมเมดี้หลากรูปแบบที่สามีของเธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ครั้งนี้แนทตี้จะขอพัฒนาตัวเธอไปอีกขั้นกับการแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ในรูปแบบภาษาไทย ซึ่งสำหรับเธอนั้น การจะปรับการแสดงสำหรับชาวตะวันตกเพื่อมาโกยเสียงหัวเราะจากคนไทยนั้นไม่ง่ายเลย และหากคุณติดตามข่าวในวงการบันเทิงลึกลงไปถึงเบื้องหลัง คุณจะพบว่ามีบุคคลเบื้องหลังไม่น้อยเช่นกันที่ผันตัวเองจากหลังกล้องมาโลดแล่นอยู่ด้านหน้าจอเงินหรือจอแก้ว แฟกซ์-คณิตกรณ์ ศรีมากรณ์ คือหนึ่งในตัวอย่างดังกล่าว เขาคือครีเอทีฟหนุ่มผู้มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าร่วมเป็นผู้เขียนบทในสแตนด์อัพ คอมเมดี้ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส จากการประกาศรับสมัครผ่านสเตตัสเฟซบุ๊กของ ยู-กตัญญู สว่างศรี แฟกซ์ได้สะสมเรื่องราวที่ตัวเองอยากเล่ามาเรื่อยๆ ครั้งนี้เขาจะลองนำเรื่องราวเหล่านั้นมาพูดให้คุณฟัง แล้วคุณจะพบว่าถึงเขาจะเป็นผู้เขียนบทให้ยู แต่เรื่องราวและรูปแบบที่เขานำเสนอออกมานั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-natty-fax-standup-comedy/">แนทตี้และแฟกซ์ : สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนมือใหม่ ผู้คุ้นเคยกับวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นอย่างดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวคราวในวงการบันเทิงอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศ คงเคยพบเจอข่าวของดารานักแสดงพลิกบทบาทการแสดงสู่บทบาทใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตนมากขึ้น หรือผันตัวเองจากงานแสดงข้ามมาเรียนรู้งานสายอื่นๆ ในวงการเดียวกัน ทั้งงานเขียนบท งานโปรดิวซ์ หรืองานกำกับ ดาราหลายคนทำงานใหม่ของเขาได้ดี อีกทั้งบางคนยังค้นพบว่าทางใหม่ของเขาคือทางที่ใช่มากกว่า</p>
<p>การผันตัวไปทดลองทำงานด้านอื่นๆ ในวงการที่ตัวเองรักไม่ได้มีเฉพาะในวงการละคร เพลง หรือภาพยนตร์เท่านั้น วงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้ก็มีเช่นกัน</p>
<p><strong>แนทตี้-วริศา วีโกดา</strong> คือตัวอย่างของนักแสดงที่เราได้กล่าวไปข้างต้น สาวไทยเชื้อสายจีนที่ไปร่ำเรียนและเติบโตในเมืองนอก ขณะเดียวกันก็ซึมซับวัฒนธรรมของสแตนด์อัพ คอมเมดี้จากสื่อต่างๆ จนเกิดเป็นความชอบ หลังจากที่เธอมีโอกาสได้เข้าประกวดการแข่งขัน Humorous Speech Contest และได้รับรางวัลชนะเลิศ เลยถือโอกาสพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นด้วยการรับบทบาทของนักแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ภาษาอังกฤษและเป็นกำลังสำคัญของ ‘The Comedy Club Bangkok’ คอมมูนิตี้ด้านคอมเมดี้หลากรูปแบบที่สามีของเธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ครั้งนี้แนทตี้จะขอพัฒนาตัวเธอไปอีกขั้นกับการแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ในรูปแบบภาษาไทย ซึ่งสำหรับเธอนั้น การจะปรับการแสดงสำหรับชาวตะวันตกเพื่อมาโกยเสียงหัวเราะจากคนไทยนั้นไม่ง่ายเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/natty1.jpg"></p>
<p>และหากคุณติดตามข่าวในวงการบันเทิงลึกลงไปถึงเบื้องหลัง คุณจะพบว่ามีบุคคลเบื้องหลังไม่น้อยเช่นกันที่ผันตัวเองจากหลังกล้องมาโลดแล่นอยู่ด้านหน้าจอเงินหรือจอแก้ว</p>
<p><strong>แฟกซ์-คณิตกรณ์ ศรีมากรณ์ </strong>คือหนึ่งในตัวอย่างดังกล่าว เขาคือครีเอทีฟหนุ่มผู้มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าร่วมเป็นผู้เขียนบทในสแตนด์อัพ คอมเมดี้ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส จากการประกาศรับสมัครผ่านสเตตัสเฟซบุ๊กของ ยู-กตัญญู สว่างศรี แฟกซ์ได้สะสมเรื่องราวที่ตัวเองอยากเล่ามาเรื่อยๆ ครั้งนี้เขาจะลองนำเรื่องราวเหล่านั้นมาพูดให้คุณฟัง แล้วคุณจะพบว่าถึงเขาจะเป็นผู้เขียนบทให้ยู แต่เรื่องราวและรูปแบบที่เขานำเสนอออกมานั้นช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fax4.jpg"></p>
<p>จากประวัติความเป็นมาของทั้งคู่ทำให้เราอยากรู้มุมมองสองด้านในวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้ รวมถึงการปรับตัวของเธอและเขาจนต้องชวนทั้งสองมานั่งคุยกัน ประจวบกับวันและเวลาที่เรานัดสัมภาษณ์เเนทตี้และแฟกซ์เป็นวันซ้อมโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้ของทั้งคู่ที่จะเกิดขึ้นในงาน <strong>Stand Up Tragedy #คืนระทม2018 </strong>คืนวันที่ 16 &#8211; 18 กุมภาพันธ์นี้ที่ Live Lounge อารีย์ พอดี เราเลยถือโอกาสซ้อมเป็นคนดู นั่งชมโชว์ของทั้งคู่เสียเลย</p>
<p>เมื่อการแสดงจบลง เราค้นพบว่าทั้งสองมีสไตล์ของตนเองที่ชัดเจนเหมือนดังที่กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์นี้จริงๆ</p>
<p><strong>เบื้องหลังการเขียนบทให้กตัญญูเป็นอย่างไรบ้าง<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์:</strong> การเขียนบทให้พี่ยูเหมือนการเริ่มใหม่ เพราะสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นสิ่งที่คนไทยยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มยังไง โรงเรียนสอนก็ไม่มี ตัวอย่างนักแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ในไทยที่มีให้ดูก็ไม่มาก ถ้าเป็นสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนชัดๆ ก็มีอยู่คนเดียว และเราไม่อยากทำเหมือนเขาเลยหาทางใหม่กันดู ซึ่งเป็นการเริ่มจากศูนย์จริงๆ</p>
<p><strong>ยังจำครั้งเเรกที่บทถูกกตัญญูเอาขึ้นไปโชว์บนเวทีได้มั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์: </strong>จำได้เลยว่าคนดูอึ้ง ไม่ได้ขำนะ แต่เพราะไม่รู้ว่าคนพูดมันพูดอะไรกัน วันนั้นหลังโชว์จบ เรากับพี่ยูร้องไห้ เพราะอะไรไม่รู้ ไม่ใช่เพราะความกดดัน อาจจะเป็นองค์ตลกลงมาทับมั้งก็เลยร้องไห้กัน (หัวเราะ) จากครั้งเเรกที่เหมือนโดนของกระเเทกหน้ามา รู้สึกว่าความตลกนั้นเป็นเซนส์ของแต่ละคน การเขียนบทให้อีกคนเล่าออกมาตลกไม่เหมือนกับที่เราเขียนให้ตัวเองตลกเลย ดังนั้นบทที่เขียนให้พี่ยูขึ้นไปเล่นบนเวทีจะต้องเป็นเรื่องที่ผสมกันระหว่างเราและพี่ยูคนละครึ่ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf6.jpg"></p>
<p><strong>แล้วครั้งเเรกในการขึ้นเเสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ของแนทตี้ล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง<br /></strong><strong style="background-color: initial">แนทตี้: </strong>ขอออกตัวก่อน เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เเสดงเก่งนะ เราว่าเรามีพรสวรรค์ด้านการเขียนมากกว่า แต่ด้วยความหวงบทเราก็เลยอยากเเสดงเอง ครั้งเเรกที่ขึ้นไปโชว์ เราก็เตรียมตัวมาพร้อมนะ แต่วันนั้นเราไม่มีความมั่นใจ ไม่ว่าจะเล่นมุขอะไรไปมันก็แป้กอยู่ดี วันนั้นรู้สึกดาวน์นิดนึง แต่เราได้บทเรียนเลยว่าการแสดงจะต้อง own it เหมือนคุณต้องมีร่างสิงเข้าตัวคุณแล้วแสดงร่างนั้นออกมา</p>
<p><strong>ครั้งเเรกในแต่ละบทบาทของเเต่ละคนก็ผ่านไปแล้ว แต่ครั้งนี้ในฐานะสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนมือใหม่ คนหนึ่งใหม่ในการแสดงหน้าเวที อีกคนใหม่ในรูปแบบและภาษาของการแสดง มีวิธีการเตรียมตัวยังไงบ้าง<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์:</strong> เรื่องการเขียนบทก็ทำเหมือนเดิม จดเป็นบุลเล็ตไว้จำ จริงๆ ก็เตรียมตัวเหมือนที่เตรียมให้พี่ยูเลยแหละ เราโชคดีที่เคยทำงานให้พี่ยูมาก่อน ทุกอย่างเราจึงค่อนข้างรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ส่วนเรื่องการพูดก็ต้องลองซ้อมดู</p>
<p><strong>แนทตี้:</strong> การเตรียมตัวของเรา เราจะดูก่อนว่ามุขภาษาอังกฤษที่เราเคยเล่น เมื่อนำมาแปลเป็นภาษาไทย มุขไหนสามารถใช้ได้บ้าง จากนั้นดูว่ามุขทั้งหมดนั้นมีธีมอะไรที่สอดคล้องกัน พอได้ธีมปุ๊บ เราจะรู้เเล้วว่าโชว์ครั้งนี้จะพูดเรื่องอะไร จากนั้นเขียนมุขใหม่เพิ่มเติมเข้าไปในธีมเดียวกัน แล้วซ้อมๆๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf9.jpg"></p>
<p><strong>รูปแบบของโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับภาษาไทยต่างกันมั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">แนทตี้:</strong> ถ้าตอนแรกใครถาม เราจะตอบเลยว่าง่ายนิดเดียว เดี๋ยวเราเอามุขภาษาอังกฤษมาแปลเป็นไทยก็เรียบร้อยเเล้ว ปรากฏว่าพอซ้อมเข้าจริงๆ บางมุขนั้นไม่สื่อสารและไม่สามารถแปลภาษากลับไป-มาได้ลงตัวเพราะมันมีหลายปัจจัย หนึ่ง คือวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกต่างกันมาก อย่างเวลาคนไทยพูดว่าพี่หรือน้อง เราจะรู้สึกว่าสถานะของเราเหนือกว่าหรือด้อยกว่าทันที ในขณะที่ภาษาอังกฤษใช้ I และ You ซึ่งสถานะนั้นเท่ากัน และสอง ที่ต่างมากๆ เลย คือมุมมองที่เราเล่า เวลาเราทำสแตนด์อัพ คอมเมดี้ภาษาอังกฤษ เราจะเล่าด้วยมุมมองของชนกลุ่มน้อยอย่างผู้หญิงเอเชีย ซึ่งเป็นมุมที่แปลกใหม่ของฝรั่ง เวลาเราพูดในมุมนั้นเขาก็จะสนใจและสนุกเพราะไม่เคยรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน แต่เมื่อมาเล่าให้คนไทยซึ่งมีมุมมองเดียวกับเราฟัง เราต้องเล่าด้วยมุมมองใหม่ ซึ่งมุมนั้นคือมุมมองของคนที่ไปโตเมืองนอกแล้วมองกลับมายังวัฒนธรรมไทย มุขภาษาอังกฤษแปลมาใช้ได้แค่ 30 เปอร์เซ็นต์เอง ที่เหลือเราเขียนขึ้นมาใหม่</p>
<p><strong>แต่ละคนมีวิธีสะสมเรื่องราวมาเล่าอย่างไรบ้าง<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์: </strong>ปกติเราชอบสะสมเรื่องราวตอนไปเจอโน่นเจอนี่ไว้อยู่เเล้ว เรื่องที่เราจะเล่าในครั้งนี้จึงเอามุขที่เรามีมาเลือกดูว่าเราอยากเล่าเรื่องไหนหรืออยากลองเล่นมุขไหนที่สุดเเล้วหยิบเรื่องนั้นมา บางคนบอกว่าคนไทยมักจะให้ความสำคัญกับวิธีการพูดมากกว่าเรื่องเล่า ถ้าเราพูดสนุก เรื่องก็จะสนุกเอง แต่เรารู้สึกว่าถ้าเล่าสนุก แต่เรื่องนั้นไม่ได้พาไปไหนไกล ไม่ได้ทดลองไปเล่นมุขอื่นในหัวข้ออื่น สุดท้ายเเล้วความสนุกที่คนดูได้รับก็ได้เเค่เท่าที่อาณาเขตที่มันเคยให้ เราเลยรู้สึกว่าการเขียนสำคัญไม่เเพ้กัน ยิ่งเราเขียนได้คมหรือต่างออกไปเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งพาอาณาเขตความสนุกไปได้ไกลขึ้น แล้วการพูดก็จะไปไกลขึ้นด้วย เพราะสองสิ่งนี้เสริมกันอยู่</p>
<p><strong>แนทตี้: </strong>ของเราก็คล้ายๆ น้องแฟกซ์ เวลานึกอะไรออกเราจะจดใส่กระดาษบ้าง มือถือบ้าง ระยะเวลาในการรวบรวมจะเรียกว่าสะสมเป็นปีเลยก็ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf5.jpg"></p>
<p><strong>สองสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนมือใหม่กำลังจะขึ้นเวทีโชว์ในเร็วๆ นี้เเล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง กลัวมั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">แนทตี้:</strong> ตื่นเต้นมาก เพราะเราไม่เคยแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นภาษาไทยเลย กลัวมุขของเราจะฝรั่งเกินไปจนคนดูไม่ขำ แต่ก็รู้สึกท้าทายดี และดีใจที่ได้รับโอกาสนี้</p>
<p><strong>แฟกซ์: </strong>(นิ่งคิด) ตอนแรกแอบรู้สึกว่าได้เปรียบกว่าคนอื่นนิดนึง ไม่ได้หมายถึงว่าเก่งกว่านะ เเต่เพราะว่าเราเคยทำงานกับพี่ยูนี่แหละ เราเลยพอจะเห็นภาพลางๆ เเล้วว่าอะไรบ้างที่มันเวิร์กและไม่เวิร์ก เพราะมีพี่ยูทดลองให้แล้วเลยรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เคยเป็นคนเขียนบทมาก่อน เเล้วก็ขอบคุณพี่ยูด้วยที่ออกไปเจ็บตัวแทนเรา</p>
<p><strong>สแตนด์อัพ คอมเมดี้มีเสน่ห์อะไร ทำไมถึงติดใจในวงการนี้<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์: </strong>สำหรับเรา เสน่ห์ของสแตนด์อัพ คอมเมดี้ที่ทำให้เราอยากเขียน อยากทำไปทุกวัน คือการมองเรื่องๆ หนึ่งให้แตกต่างไปจากที่คนอื่นเคยมอง ทำให้ทุกเรื่องนั้นมีอะไรเล่าได้หมด อีกทั้งการมองแบบสแตนด์อัพ คอมเมดี้ยังขยายมุมมองที่เรามีต่องานที่ทำด้วย เราได้วิธีเล่าที่ต่างออกไปซึ่งเป็นบางมุมที่ครีเอทีฟโฆษณาไม่คุ้นเคยที่จะคิด สแตนด์อัพ คอมเมดี้ให้สิ่งนี้เรามา เราเลยชอบมัน</p>
<p><strong>แนทตี้:</strong> เรารักสแตนด์อัพ คอมเมดี้เพราะเป็นที่ที่ทำให้เราแสดงออกได้ เสน่ห์ของมันอีกอย่าง คือทำให้เราเปลี่ยนเรื่องเนกาทีฟหรือเรื่องที่ไม่น่าพึงประสงค์ออกมาเล่าได้ในรูปแบบที่น่าฟังและตลก ทำให้คนดูคิดตามเราแล้วมีมุมมองที่เปลี่ยนไป ซึ่งทำให้เขาสบายใจขึ้นว่า บางทีเรื่องแย่ๆ มันไม่แย่เท่าไหร่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf10.jpg"></p>
<p><strong>หลังจากจบโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้ คนดูจะจำจุดเด่นอะไรในตัวคุณทั้งสองคนได้<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์: </strong>จริงๆ จะรู้วันนี้นี่เเหละครับ เราก็ไม่รู้ว่าจุดเด่นของตัวเองคืออะไรเหมือนกันเพราะไม่เคยพูดมาก่อน แต่ถ้าให้ตอบจากสิ่งที่พี่ยูหรือคนอื่นบอกเราก็น่าจะเป็นวิธีคิดมุขของตัวเองที่สนใจในเรื่องที่คนอื่นไม่ได้สนใจ บางคนอาจจะขึ้นไปเล่าเรื่องของตัวเอง แต่เราไม่ใช่แบบนั้น เวลาเราเล่าเรื่องของตัวเองเราจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เราเลยชอบเล่าเรื่องอื่นๆ เรื่องเล็กๆ รอบตัว อย่างมด แมลง อ้วก โชว์ของเราจะเป็นเซนส์อะไรแบบนั้น</p>
<p><strong>แนทตี้:</strong> เราอยากให้คนมองว่า เราเป็นสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่ตลกได้โดยไม่ต้องใช้คำหยาบหรือเรื่องที่ลงใต้สะดือ ไม่ว่าจะเป็นการเล่ามุขภาษาอังกฤษหรือไทย เราพยายามทำมันอยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่า ไม่ต้องหยาบคาย ไม่ต้องทะลึ่งก็ตลกได้</p>
<p><strong>แฟกซ์:</strong> เราก็เป็นเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่เราพยายามจะทำให้ได้ ไม่ใช่ว่ามุขแบบไหนดีหรือแย่กว่ากันนะ บางทีมุขก็เกิดมาจากตัวตนของเราด้วย ถ้าเราไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องที่หยาบคาย เราก็ไม่จำเป็นต้องเล่าแบบนั้น บางคนอาจรู้สึกว่าตลกแม่งต้องหยาบคาย จริงๆ แล้วตลกก็คือตลก ไม่ได้มีว่าหยาบหรือสุภาพอะไร ถ้าจะมันตลกก็เพราะมุขนั้นเป็นเซนส์แบบที่เราชอบ เราว่ามุขของเราก็ไม่หยาบนะ แต่เเค่ทะลึ่งเป็นตัวตนมากกว่า</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf7.jpg"></p>
<p><strong>ในฐานะที่เเนทตี้เป็นสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนหญิงหนึ่งเดียวในโชว์ที่ใกล้จะถึงนี้ เลยอยากรู้ว่าแนทตี้คิดว่าโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้โดยผู้หญิงนั้นมีเสน่ห์ตรงไหน<br /></strong><strong style="background-color: initial">แนทตี้:</strong> เสน่ห์ของผู้หญิงก็ดีนะ เราว่าน่าจะเป็นความอ่อนน้อม ไม่ได้ว่าผู้ชายแข็งกร้าวนะ แต่เราว่าผู้หญิงจะมีเซนส์บางอย่าง ไม่รู้สิ อย่างเวลาเราพูดในมุมมองของเราจะใช้วิธีพูดอ้อมๆ มีออปชั่นหลายอย่าง ซึ่งต่างจากของผู้ชายที่อาจจะพุ่งตรงไปที่ประเด็น</p>
<p><strong>แฟกซ์:</strong> เราก็ว่าต่างนะ จากที่เคยดูสแตนด์อัพ คอมเมดี้ฝรั่งที่แสดงโดยผู้หญิง ผู้หญิงก็จะมีหัวข้อบางเรื่องที่เขาสนใจแต่ผู้ชายไม่เคยรู้ แล้วด้วยความที่สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนหญิงมีน้อย เท่าที่เรารู้จักนะ พอมีโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้โดยผู้หญิงขึ้นมา โชว์นั้นจะมีมุมมองใหม่ที่ผู้ชายหรือเเมสทั่วไปที่มีความเป็นชายเยอะอยู่เเล้วไม่เคยรู้และไม่เคยสนใจ</p>
<p><strong>แนทตี้:</strong> ตอบได้ดีๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/nf8.jpg"></p>
<p><strong>Q: ในมุมมองของทั้งคู่ ระหว่างสแตนด์อัพ คอมเมดี้ในไทยกับต่างประเทศต่างกันอย่างไร<br /></strong><strong style="background-color: initial">แฟกซ์:</strong> ต่างกันมากเลยแหละ เราเพิ่งไปเจอมาว่า รูปแบบตลกของฝรั่งมีไม่รู้กี่สิบแบบ อย่าง satire (ตลกเสียดสี) observational comedy (ตลกจากการสังเกตสรรพสิ่งในชีวิตประจำวัน) หรือ blue comedy (ตลกในหัวข้อเกี่ยวกับเพศสภาพ สีผิว คนชายขอบ) เราก็ไม่รู้ว่าตลกจะสามารถแบ่งอะไรได้เยอะขนาดนั้น แต่แค่นี้ก็ทำให้เห็นเป็นภาพชัดเจนเเล้วว่าตลกของไทยกับฝรั่งต่างกันขนาดไหน</p>
<p><strong>แนทตี้:</strong> ความจริงน้องแฟกซ์พูดได้ดีมากนะ สแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นอะไรที่แพร่หลายมากในแอลเอ แคลิฟอร์เนียหรือกระทั่งในโทรทัศน์ เราซึ่งโตที่เมืองนอกเลยซึมซับและโตมากับมัน ที่เมืองนอกนั้นสแตนด์อัพ คอมเมดี้จะมีโครงสร้างและรูปแบบชัดเจนมาก แต่ในไทยยังเป็นอะไรที่ใหม่มาก ฉะนั้นเราไม่คิดว่าในไทยจะมีสแตนด์อัพ คอมเมดี้จริงๆ สักเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้อาจจะมีคนสองคนที่สร้างพื้นที่สำหรับสแตนด์อัพ คอมเมดี้ในเมืองไทย แต่ครั้งนี้ยูจะเป็นคนเริ่มสร้างคอมมูนิตี้สแตนด์อัพ คอมเมดี้ของคนไทยให้คนทั่วไปที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถทำได้มาลองดู ซึ่งการทำคอมมูนิตี้ก็ยังเป็นอะไรที่ใหม่มากอยู่ ดังนั้นรูปแบบและโครงสร้างก็จะไม่ใช่ของทางตะวันตกซะทีเดียว เราหวังว่าเราจะได้ร่วมงานกับยูแล้วทำสแตนด์อัพ คอมเมดี้ให้มันทันสมัยขึ้น ก็ต้องรอดูกันต่อไป</p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>พิพัฒน์พงศ์ ชิตรัตนธรรม</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end111.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-natty-fax-standup-comedy/">แนทตี้และแฟกซ์ : สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนมือใหม่ ผู้คุ้นเคยกับวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นอย่างดี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-natty-fax-standup-comedy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>From 0 to 555 : การลองบทบาทใหม่ในฐานะสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนของ ครูทอม คำไทย และ บีเบนซ์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2018 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[กตัญญู สว่างศรี]]></category>
		<category><![CDATA[บีเบนซ์-พงศธร ธิติศรัณย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทอม-จักรกฤต โยมพยอม]]></category>
		<category><![CDATA[ครูทอม คำไทย]]></category>
		<category><![CDATA[One Night Stand Up : Stand Up Tragedy #คืนระทม2018]]></category>
		<category><![CDATA[Standup Comedy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘การหัวเราะบ่อยๆ คือหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้มีอายุยืนถึง 100 ปี’ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Albert Einstein College of Medicine และ Yeshiva University ได้กล่าวไว้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าเราจะหาวิธีการทำให้อายุยืนจากเว็บไซต์ไหนๆ การหัวเราะก็มักติดท็อปลิสต์อันดับต้นๆ เสมอ ทว่าเว็บไซต์เหล่านั้นกลับไม่เคยบอกเลยว่าวิธีไหนเล่าที่จะทำให้เราหัวเราะได้ วันนี้คุณจะได้รู้หนึ่งในวิธีการเหล่านั้นนั่นคือการนั่งฟังเรื่องเล่าจาก 2 สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่เรากำลังจะพาไปพูดคุย รับรองได้เลยว่างานวันเกิดฉลองอายุครบ 100 ปีของคุณเป็นจริงได้ไม่ยาก หากคุณมีโอกาสได้ชมโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส ของ ยู-กตัญญู สว่างศรี คลื่นระลอกใหม่แห่งวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้ คุณคงรู้ถึงผลลัพธ์เสียงหัวเราะของวิธีนี้จาก 2 สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนรับเชิญผู้แจ้งเกิดในวงการจากการเล่าเรื่องราวสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และเกร็ดวรรณคดีไทยชวนหัวร่อบ้างแล้ว เจ้าของเรื่องเล่าสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้คือ บีเบนซ์-พงศธร ธิติศรัณย์ หนุ่มคารมดีผู้มีจุดเริ่มต้นการพูดจากการเป็นตัวแทนพรีเซนต์งานกลุ่มสมัยมัธยม-มหาวิทยาลัยจนผันตัวเองมาเป็นพิธีกรอีเวนต์ช่างพูดเเละคอมเมเดี้ยนผู้เเจ้งเกิดจากการตกรอบในรายการ เดี่ยวดวลไมค์ ไทยเเลนด์ ส่วนเจ้าของเรื่องเล่าเกร็ดวรรณคดีไทยที่เราอยากให้คุณรู้จักเขามากขึ้นกว่าเดิมคือ ทอม-จักรกฤต โยมพยอม หรือ ‘ครูทอม คำไทย’ ครูภาษาไทยผู้รักการอ่านพจนานุกรมก่อนนอนเป็นกิจวัตร นอกจากบทบาทของครู เขายังเป็นทั้งสุดยอดแฟนพันธุ์เเท้สุนทรภู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/">From 0 to 555 : การลองบทบาทใหม่ในฐานะสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนของ ครูทอม คำไทย และ บีเบนซ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘การหัวเราะบ่อยๆ คือหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้มีอายุยืนถึง 100 ปี’ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Albert Einstein College of Medicine และ Yeshiva University ได้กล่าวไว้</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าเราจะหาวิธีการทำให้อายุยืนจากเว็บไซต์ไหนๆ การหัวเราะก็มักติดท็อปลิสต์อันดับต้นๆ เสมอ ทว่าเว็บไซต์เหล่านั้นกลับไม่เคยบอกเลยว่าวิธีไหนเล่าที่จะทำให้เราหัวเราะได้ วันนี้คุณจะได้รู้หนึ่งในวิธีการเหล่านั้นนั่นคือการนั่งฟังเรื่องเล่าจาก 2 สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่เรากำลังจะพาไปพูดคุย รับรองได้เลยว่างานวันเกิดฉลองอายุครบ 100 ปีของคุณเป็นจริงได้ไม่ยาก</p>
<p>หากคุณมีโอกาสได้ชมโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้ <strong>A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส</strong> ของ <strong>ยู-กตัญญู สว่างศรี</strong> คลื่นระลอกใหม่แห่งวงการสแตนด์อัพ คอมเมดี้ คุณคงรู้ถึงผลลัพธ์เสียงหัวเราะของวิธีนี้จาก 2 สแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนรับเชิญผู้แจ้งเกิดในวงการจากการเล่าเรื่องราวสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ และเกร็ดวรรณคดีไทยชวนหัวร่อบ้างแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su7.jpg"></p>
<p>เจ้าของเรื่องเล่าสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้คือ <strong>บีเบนซ์-พงศธร ธิติศรัณย์</strong> หนุ่มคารมดีผู้มีจุดเริ่มต้นการพูดจากการเป็นตัวแทนพรีเซนต์งานกลุ่มสมัยมัธยม-มหาวิทยาลัยจนผันตัวเองมาเป็นพิธีกรอีเวนต์ช่างพูดเเละคอมเมเดี้ยนผู้เเจ้งเกิดจากการตกรอบในรายการ <em>เดี่ยวดวลไมค์ ไทยเเลนด์</em></p>
<p>ส่วนเจ้าของเรื่องเล่าเกร็ดวรรณคดีไทยที่เราอยากให้คุณรู้จักเขามากขึ้นกว่าเดิมคือ <strong>ทอม-จักรกฤต โยมพยอม </strong>หรือ <strong>‘ครูทอม คำไทย’</strong> ครูภาษาไทยผู้รักการอ่านพจนานุกรมก่อนนอนเป็นกิจวัตร นอกจากบทบาทของครู เขายังเป็นทั้งสุดยอดแฟนพันธุ์เเท้สุนทรภู่ พิธีกรรายการโทรทัศน์เเละอีเวนต์ นักเเสดง เเละเจ้าของหนังสือ <em>สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง</em> จากลิสต์ข้างต้นคงรู้ได้ว่าประสบการณ์ด้านการพูดของเขามีไม่น้อย คราวนี้ครูทอมกำลังเริ่มต้นบทบาทใหม่กับการเป็นเเสตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่ดูเหมือนเขาจะติดใจเสียด้วย และวาไรตี้ทอล์กโชว์เต็มรูปแบบของครูทอมในเดือนกรกฎาคมนี้น่าจะยืนยันความชอบของเขาได้เป็นอย่างดี</p>
<p>แต่สำหรับใครที่พลาดโอกาสชมโชว์ A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้เปิดโอกาสให้คุณลองชิมลางความตลกของทั้งคู่ก่อนที่จะได้หัวเราะไปกับเรื่องเล่าของเขาทั้งสองในเวที <strong>One Night Stand Up : Stand Up Tragedy #คืนระทม2018</strong> ณ Live Lounge สุขุมวิทซอย 13 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 16 &#8211; 18 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su10.jpg"></p>
<p><strong>ได้ยินมาว่าทุกที่ที่ครูทอมไปต้องมีการ tie-in หนังสือ <em>สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง</em></strong></p>
<p><strong>ครูทอม:</strong> ใช่ เพราะหนังสือเล่มนี้ควรจะมีทุกบ้าน ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็ต้อง tie-in เพราะมั่นใจว่าเป็นหนังสือที่ดี เราตั้งใจเขียนมาก ดังนั้นทุกคนควรจะได้อ่านสักครั้งในชีวิต มีหรือยังครับ (หัวเราะ)</p>
<p><strong>จุดเริ่มต้นของทั้งคู่ในบทบาทสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนเป็นอย่างไร</strong></p>
<p><strong>บีเบนซ์:</strong> หลายครั้งที่ผมออกไปพรีเซนต์งานกลุ่มในค่าย เพื่อนจะชอบเดินมาตบไหล่เเล้วบอกว่าผมเหมือนพี่โน้ต อุดม ไม่ใช่แค่หน้าตาแต่ท่าทางการพูดด้วย ผมได้ยินคำพูดประมาณนี้มาตั้งเเต่เริ่มเข้ามหาวิทยาลัย พอปี 3 มีโอกาสได้ดูเดี่ยวไมโครโฟน 8 เลยทำให้ได้รู้จักสแตนด์อัพ คอมเมดี้ ผมเริ่มศึกษาจากการดูนักพูดที่ตลก กลับไปย้อนดูเดี่ยวไมโครโฟนทั้งหมด ดูน้าเน็ก คริสโตเฟอร์ ไรท์ พิง ลำพระเพลิง และพระมหาสมปอง จากนั้นผมก็ติดตามข่าวของวงการพิธีกร ไปประกวดหลายๆ ที่แต่ไม่เคยชนะ มักจะตกรอบเเรกๆ เสมอ จนรายการล่าสุดคือ <em>เดี่ยวดวลไมค์ ไทยแลนด์</em> ของช่องเวิร์คพอยท์ ผมก็ตกรอบแต่ดันได้ออกอากาศ ยอดวิวในยูทูบที่รับรู้ว่าผมตกรอบน่าจะมีประมาณ 5 &#8211; 6 พันเเล้วมั้ง แต่หนึ่งในนั้นเป็นยอดวิวของพี่ยู-กตัญญู สว่างศรี เขาเลยชวนผมมาลองเล่นรอบซ้อมของงาน One Night Stand Up ปรากฏว่าโชว์ออกมาดี คนดูตลก พี่ยูเลยให้มาเล่นในรอบจริง</p>
<p><strong>ครูทอม:</strong> จุดเริ่มต้นของเราคืองานเปิดตัวหนังสือ <em>สุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่ พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยอง </em>ที่ยูมาเป็นพิธีกร ทำให้เราได้รู้จักสนิทสนมกับยูตั้งเเต่ตอนนั้นเพราะรู้สึกว่าคุยถูกคอ จากนั้นเราก็ได้โอกาสไปเป็นพิธีกรพูดเปิดให้ยูในงาน A-Katanyu 30 ปีชีวิตห่วยสัส ที่ยูเล่นสแตนด์อัพ คอมเมดี้ครั้งเเรก และในปลายปีเดียวกันยูก็มาเล่าให้ฟังว่าอยากทำเเสตนด์อัพ คอมเมดี้ที่ชวนให้คนหลายๆ คนมาพูด ซึ่งเราก็สนับสนุนและเชียร์ให้ทำ พอยูทำจริงๆ ยูก็ชวนเราขึ้นมาพูดด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su5.jpg"></p>
<p><strong>แต่ละคนมีวิธีสะสมเรื่องราวมาเล่ากันอย่างไร</strong></p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ตอนที่ผมเริ่มรู้จักสแตนด์อัพ คอมเมดี้จากการดูเดี่ยวฯ 8 ผมก็ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่โน้ตเรื่องการสะสมเรื่องเล่าตลกๆ ด้วยการจดไดอารี่ ประจวบกับช่วงนั้นผมก็เขียนไดอารี่อยู่ ผมเลยกลับไปอ่านไดอารี่ตัวเองดูและเห็นว่าสิ่งที่อยู่ในไดอารี่ของผมก็เอามาพูดได้ อย่างบางเรื่องที่เขียนด้วยความหงุดหงิด เวลาหยิบเอาไปเล่ากลับเป็นอีกมุมที่ทำให้คนสนุกตั้งเเต่นั้นผมก็ตั้งใจจดไดอารี่มาเรื่อยๆ จดใส่โพสต์อิต หรือด้านหลังหนังสือบ้าง</p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>หลายๆ เรื่องที่เราเอามาพูดเป็นสิ่งที่เรามักจะเล่าให้นักเรียนของเราฟังอยู่เเล้ว เราอยากให้เด็กสนุกเวลาเรียนวิชาภาษาไทยเลยต้องหาเกร็ดต่างๆ ในวรรณคดีไทยที่มันสนุกๆ มาเล่า หลายๆ อย่างที่เราเอามาเล่าในโชว์ครั้งที่เเล้วก็เป็นสิ่งที่เราค่อยๆ เก็บสั่งสมมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่สอนหนังสือ</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>10 ปีนี่เล่าในโชว์ครั้งที่เเล้วไปหมดเเล้วใช่ไหมครับหรือมีอีก</p>
<p><strong>ครูทอม:</strong> รอดู รอดู รอดู บอกเลยว่าเพียบ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1337.jpg"></p>
<p><strong>รู้สึกว่าทั้งสองคนประยุกต์ทักษะการพูดที่ใช้มาตลอดชีวิตเข้ากับการเล่นสเเตนด์ อัพคอมเมดี้ ด้วย</strong></p>
<p><strong>ครูทอม:</strong> เราว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะการเล่าเรื่องตลกมันเป็นศาสตร์เเละศิลป์ที่ยากมาก ต้องมีกลยุทธ์หลากหลายเพื่อเล่า การที่เรามีประสบการณ์ด้านการพูดอยู่เเล้วทำให้ง่ายต่อการจับกลวิธีที่หลากหลายมาเล่าให้เข้าคู่กันกับเรื่องตลกเเต่ละแบบ โดยเราต้องหาให้เจอว่าเรื่องเเบบไหนเหมาะกับวิธีเล่าเเบบไหน</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ผมเริ่มศึกษาสแตนด์อัพ คอมเมดี้มากขึ้นแล้วพบว่าการเล่นสแตนด์อัพ คอมเมดี้มี 2 อย่าง คือ หนึ่ง-บท สอง-การเอาบทนั้นมาถ่ายทอด เหมือนทำหนังเลย บทเป็นเหมือนเนื้อเรื่อง ส่วนวิธีการเล่านั้นเหมือนการกำกับ ผมว่าคนที่เล่นตรงนี้ได้ต้องมี 2 อย่างนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su17.jpg"></p>
<p><strong>วินาทีเเรกที่ขึ้นและลงจากเวทีสแตนด์อัพ คอมเมดี้ปีที่เเล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>นอกจากไปสอน ปกติเวลาที่เราขึ้นเวทีที่เราไม่คุ้นเคยเราจะตื่นเต้นมากๆ อยู่เเล้ว ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรอีเวนต์หรืองานต่างๆ เราจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเพราะไม่รู้เลยว่าเสียงตอบรับจากคนดูจะเป็นยังไง เวทีสแตนด์อัพ คอมเมดี้เป็นครั้งเเรกเลยที่ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆๆ มากจริงๆ เติมไม้ยมกเยอะมาก แต่พอได้ขึ้นเวทีครั้งนั้นเราสัมผัสได้เลยว่าคนดูนอกจากหวังจะได้ความตลกเเล้ว เขายังพร้อมจะให้กำลังใจคนพูดเหมือนกัน เพราะคนดูก็รู้ว่านี่คือครั้งเเรกๆ ของทุกคนที่ขึ้นเวทีนี้ ดังนั้นเขาไม่ได้มาดูเพื่อจับผิดว่ามึงจะตลกหรือไม่ตลก มันเลยรู้สึกดีและผ่อนคลายเวลาอยู่บนเวที คนดูให้การตอบรับค่อนข้างดี พองานเสร็จ เราก็ตามอ่านฟีดแบ็กต่างๆ มันเป็นไปในทางบวกมากๆ เกินที่เราคาดหวังไว้ ทำให้เรารู้สึกว่าถ้ามีเวทีสแตนด์อัพ คอมเมดี้อีกครั้งเราก็อยากขึ้นอีกรอบเเล้วก็อยากจะทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ต้องบอกว่าขึ้นเวทีแสดงจริง 2 รอบให้ความรู้สึกต่างกันมากเลย รอบแรกผมมัวเเต่คิดกดดันตัวเองทำให้รอบเเรกของผมเหมือนไปพูดงานสัมมนา ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก วันนั้นผมรู้สึกว่าเราทำต่อไปไม่ได้เเล้ว โชว์อีกรอบพรุ่งนี้ซวยเเล้วกู เลยเกิดเเรงผลักว่าไม่มีอะไรจะเสียเเล้ว ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เป็นงานสุดท้ายของเรา พอรอบสองที่ผมผ่อนคลายขึ้น จากต่ำสุดกลับทำได้เกินกว่านั้น เลยเข้าใจเเล้วว่าสแตนด์อัพ คอมเมดี้ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดหวังเลย ผมไม่รู้เลยว่าวันนี้พรุ่งนี้ผมขึ้นไปแล้วมันจะขำหรือไม่ขำ แต่ผมรู้สึกโชคดีนะที่ผมได้เจอ 2 มุมนั้นทั้งดีเเละแย่</p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>ใช่ เอาเเน่เอานอนไม่ได้สักอย่างเลยทั้งคนดู เเละตัวเราเองด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su8.jpg"></p>
<p><strong>ซึ่งความไม่แน่นอนนั้นเป็นเสน่ห์ของสแตนด์อัพ คอมเมดี้ด้วยหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>เราว่าความไม่เเน่นอนคือเสน่ห์ของทุกการเเสดงสดเลย ทั้งคนดูในแต่ละรอบที่ต่างกันและเราไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขาเป็นยังไง พอขึ้นเเสดงจริง ต่อให้เราซ้อมมามากมายเเค่ไหน พอมันสด แต่ละครั้งที่เราเล่นก็จะไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ผมว่าคนที่จะขึ้นแสดงบนเวทีได้ต้องเป็นคนที่มีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป อาจจะมีคลังอะไรในตัวไม่รู้เเหละ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su4.jpg"></p>
<p><strong>แล้วการที่โชว์จะออกมาดีได้ ต้องมีปัจจัยอะไรบ้าง</strong></p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>อย่างของเรา เรารู้สึกว่าการได้ลองเวทีเยอะๆ ซ้อมเยอะๆ ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าการใช้กลวิธีเเบบนี้กับมุกแบบนี้มันเวิร์กหรือเปล่า อย่างเมื่อปีที่เเล้วก่อนเเสดงจริงเราจะเล่นรอบซ้อมทั้ง 2 ครั้งไม่เหมือนกันเลย ทั้งเรื่องที่เล่าเเละวิธีการเล่าก็ไม่เหมือน ทำให้เราเห็นว่ามุกไหนมันเวิร์กมาก มุกไหนเวิร์กน้อย เเล้วพอเล่นจริงเราก็เลือกมุกที่เวิร์กมากของการซ้อมเเต่ละครั้งมาเล่น ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าโคตรดีเลย พอใจมากๆ กับโชว์ของตัวเองทั้ง 2 รอบ</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>การแสดงสแตนด์อัพ คอมเมดี้ ชื่อมันก็บอกอยู่เเล้วว่ากูมาฟังเรื่องตลก ข้อเเรกเลยคือจะทำยังไงให้คนหัวเราะ ผมจะคัดวัตถุดิบจากเรื่องที่รู้สึกว่าถ้าเล่าเเล้วคนจะตลก เปิดไดอารี่ดูว่าเรื่องไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ จากนั้นเอาเรื่องที่เหมาะมาเชื่อมกันโดยดูว่าเรื่องไหนจะอยู่หน้าหรือหลัง</p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>อีกปัจจัยนึงที่ทำให้การแสดงมันเวิร์กคือบางเรื่องถ้าเราดึงคนดูให้เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องที่เราเล่า เราทำให้เขาอินกับเรื่อง ทำให้เขารู้สึกว่าเขาก็เจอเเบบนี้หรือถ้าเขาเจอเเบบเราเขาก็น่าจะรู้สึกเเบบเดียวกัน มันจะทำให้เขามีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เราเล่าเเล้วก็จะนำให้เขาไปสู่ความตลกได้ง่ายขึ้นด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su14.jpg"></p>
<p><strong>โชว์เเสตนด์อัพ คอมเมดี้ของเเต่ละคนมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง</strong></p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>เราว่านักเเสดงเเต่ละคนต้องรู้อยู่เเล้วว่าจุดเด่นของตัวเองคืออะไรเเล้วนำเสนอสิ่งนั้นออกมา จุดเด่นของเราคือการหยิบประเด็นทางภาษามาเล่า เหมือนเรามองเห็นความตลกในฐานะของนักภาษาศาสตร์ จริงๆ เราก็เคยลองเล่นทางอื่นซึ่งบางครั้งมันก็เวิร์ก เเต่เรารู้สึกอินกับเรื่องพวกนั้นน้อยกว่าเวลาถ่ายทอดประเด็นทางภาษาและวัฒนธรรม เลยรู้ว่าสิ่งนี้เเหละคือทางของเราซึ่งต่างจากคนอื่น</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ผมชอบการล้อเลียน เวลาเจอใครก็จะชอบไปล้อเลียนเขาทั้งท่าทางและเสียง ผมว่าการเลียนแบบได้หลายเสียงและท่าทางจะทำให้คนดูโชว์จินตนาการให้เห็นภาพได้</p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>เราว่าเบนซ์มีทักษะมากๆ เรื่องการสวมคาเเรกเตอร์ ทั้งการใช้น้ำเสียงและเเสดงออกสีหน้าท่าทาง สิ่งหนึ่งที่เราเห็นเเล้วทำไม่ได้เเบบเบนซ์คือการออกท่าทางตามตัวละครที่กำลังเล่าอยู่ ณ ตอนนั้น มันไม่ใช่ทางของเราเลยและรู้สึกเขินๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su18.jpg"></p>
<p><strong>ในอนาคตข้างหน้า คิดเรื่องสแตนด์อัพ คอมเมดี้กับตัวเองไว้ว่าอย่างไร</strong></p>
<p><strong>ครูทอม: </strong>เราอยากทำต่อเพราะรู้สึกว่ามันสนุกและท้าทาย เทียบกับการเรียน การตั้งเป้าหมายเอาไว้ก็เหมือนการสอบไล่ครั้งหนึ่งที่เราต้องพยายามผ่านมันไปให้ได้ ตอนนี้เรากำลังหาแบบทดสอบยากๆ ให้ตัวเองเเล้วค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ผ่านไปเรื่อยๆ สุดท้ายเเล้วทุกย่างก้าวที่เราโตขึ้นมันก็จะทำให้ชีวิตเราสนุกดี</p>
<p><strong>บีเบนซ์: </strong>ผมอยากทำครับ หลังจากที่เราได้ไปเล่นเปิดให้พี่ยูในงาน The Man Who Stand Up เป็นเวลา 15 นาที พี่ยูกับผมก็นั่งคุยเรื่องความแตกต่างระหว่างการเล่นสแตนด์อัพ คอมเมดี้ 15 นาทีกับ 1 ชั่วโมงกัน สุดท้ายเขาบอกผมว่ามันยากมากที่เขาต้องยืนบนเวทีเป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้วลงมาให้ได้ด้วยการเอาตัวรอดคนเดียว อยากให้ผมลองดู ปีที่เเล้วผมบังเอิญเห็นหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เปิดรับสมัครโครงการสนับสนุนพื้นที่การแสดงและทุนเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินสาขาศิลปะการแสดง ผมเลยลองเสนอโครงการทำโชว์สแตนด์อัพ คอมเมดี้ไป บทของผมก็มีแล้วเพราะมีเรื่องที่จดไว้เยอะพอที่จะสามารถเล่นในเวลาชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่งได้แน่นอน ผมคิดว่าผมอยากลองทำสแตนด์อัพ คอมเมดี้ดูในอายุ 25 ปีนี่แหละ ใช่หรือไม่ใช่ไม่รู้นะ คิดว่าถ้ามีคนชวนไปทำหรือเล่นสแตนด์อัพ คอมเมดี้ก็อยากลองทำ อยากลองไปพูดในผับที่ต่างจังหวัด อยากลองไปขายตั๋วให้คนเชียงใหม่ทั้งที่ผมก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียงนะ วันนี้รู้สึกดีมากที่ได้คุยกับครูทอม เพราะว่าเวลาบทสัมภาษณ์ออกไป แฟนคลับครูทอมก็จะเข้ามาอ่าน คงไม่มีใครมาอ่านแต่คำตอบของครูทอมหรอก หรืออาจจะอ่านเเบบ ครูทอมๆๆ บีเบนซ์เเม่งใครไม่รู้ข้าม ครูทอมๆๆ</p>
<p><strong>ครูทอม:</strong> (หัวเราะ) มึงเกาะกูดัง! เสริมนิดนึง เราชอบมากเลยที่บีเบนซ์พูดถึงการลองเพราะการลองมีประโยชน์มากจริงๆ ถ้าเราไม่ได้ลอง เราก็จะไม่รู้สักทีว่าเราสามารถทำมันได้หรือเหมาะกับมันหรือเปล่า ลองไปเถอะ ฝากถึงทุกคน อยากทำอะไรก็ลองทำไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/su12.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> พิพัฒน์พงศ์ ชิตรัตนธรรม</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end156.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/">From 0 to 555 : การลองบทบาทใหม่ในฐานะสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนของ ครูทอม คำไทย และ บีเบนซ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/peolple-krutom-and-bebenz-standup-comedian/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อเราปล่อยม๊าเดี่ยวไว้กับผ้า!</title>
		<link>https://adaymagazine.com/archive-27/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/archive-27/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Sep 2016 04:26:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day 193]]></category>
		<category><![CDATA[textile]]></category>
		<category><![CDATA[fabic]]></category>
		<category><![CDATA[ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/archive-27/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อคิดจะทำอะเดย์เล่ม Fabric Issue เรานึกสนุกชวนม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ดีไซน์เนอร์รุ่นเล็กชาวขอนแก่นวัย 17 ปี ผู้หยิบจับสิ่งของรอบตัวมาสร้างสรรค์ชุดสุดแหวกแนวมาร่วมโปรเจกต์เล็กๆ กับเรา โดยให้ม๊าเดี่ยวลองดีไซน์ชุดจากผ้าที่เลือกสรรเอง แล้วมาเป็นนางแบบถ่ายแฟชั่นเซ็ตลงในเมนคอร์สของเราด้วย หลังจากนัดแนะวันถ่ายแฟชั่นเซ็ตเรียบร้อย เรารอคอยอย่างตื่นเต้นอยากรู้ว่าถ้าปล่อยม๊าเดี่ยวไว้กับผ้าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น นางแบบสาวดีกรีดีไซน์เนอร์รับเชิญในรายการเฟ้นหาสุดยอดนางแบบในเอเชียอย่าง Asia’s next top model และผู้ร่วมทำแบรนด์เสื้อผ้า koma กับโอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ศิลปินสุดชิคของไทย ไม่ทำให้เราผิดหวัง ช่วงบ่ายวันถ่ายภาพที่ชุมชนเก่าแก่อย่างท่าเตียน เธอเดินลงมาจากรถในสภาพงัวเงียด้วยเหตุว่าเมื่อคืนนั่งเก็บรายละเอียดชุดจนดึก ชุดของเธอมาภายใต้คอนเซปต์ ‘The Siamese Mingle’ เป็นการหยิบผืนผ้า 4 ชนิดที่อยู่ในชีวิตคนไทยคือ ผ้าขาวม้า ผ้าลายชาวเขา ผ้าโต่งมุ้งฟ้าสำหรับดักปลา และ ผ้ากระสอบ มาดีไซน์เป็นชุดสุดเลิศ ภายใต้ความคิดอยากให้คนเห็นผ้าในรูปแบบที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน ในบรรดาชุดทั้งสี่ เดรสยาวจากผ้าโต่งมุ้งฟ้า คือชุดที่ม๊าเดี่ยวชอบที่สุด เพราะมันเป็นการนำผ้าที่เธอเคยลองหยิบมาดีไซน์แล้วครั้งหนึ่งกลับมาลองทำเป็นชุดใหม่ ในเวลาที่เธอเติบโตและจริงจังกับมันมากกว่าเดิมแล้ว การผูก รัด มัด จนเกิดเป็นชุด และความแปลกใหม่ของวัสดุที่ม๊าเดี่ยวนำมาสร้างสรรค์ คือสิ่งที่ทำให้ชุดทั้ง 4 ชุดของเธอนั้นแสนพิเศษ ที่พีกไม่แพ้กันคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/archive-27/">เมื่อเราปล่อยม๊าเดี่ยวไว้กับผ้า!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อคิดจะทำอะเดย์เล่ม<br />
Fabric Issue เรานึกสนุกชวน<strong>ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ</strong> ดีไซน์เนอร์รุ่นเล็กชาวขอนแก่นวัย 17 ปี ผู้หยิบจับสิ่งของรอบตัวมาสร้างสรรค์ชุดสุดแหวกแนวมาร่วมโปรเจกต์เล็กๆ<br />
กับเรา โดยให้ม๊าเดี่ยวลองดีไซน์ชุดจากผ้าที่เลือกสรรเอง แล้วมาเป็นนางแบบถ่ายแฟชั่นเซ็ตลงในเมนคอร์สของเราด้วย  หลังจากนัดแนะวันถ่ายแฟชั่นเซ็ตเรียบร้อย  เรารอคอยอย่างตื่นเต้นอยากรู้ว่าถ้าปล่อยม๊าเดี่ยวไว้กับผ้าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น</p>
<p> นางแบบสาวดีกรีดีไซน์เนอร์รับเชิญในรายการเฟ้นหาสุดยอดนางแบบในเอเชียอย่าง<br />
Asia’s next top model และผู้ร่วมทำแบรนด์เสื้อผ้า koma กับโอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ ศิลปินสุดชิคของไทย ไม่ทำให้เราผิดหวัง  ช่วงบ่ายวันถ่ายภาพที่ชุมชนเก่าแก่อย่างท่าเตียน<br />
เธอเดินลงมาจากรถในสภาพงัวเงียด้วยเหตุว่าเมื่อคืนนั่งเก็บรายละเอียดชุดจนดึก ชุดของเธอมาภายใต้คอนเซปต์  ‘The Siamese Mingle’ เป็นการหยิบผืนผ้า 4 ชนิดที่อยู่ในชีวิตคนไทยคือ<br />
ผ้าขาวม้า ผ้าลายชาวเขา ผ้าโต่งมุ้งฟ้าสำหรับดักปลา และ ผ้ากระสอบ มาดีไซน์เป็นชุดสุดเลิศ<br />
ภายใต้ความคิดอยากให้คนเห็นผ้าในรูปแบบที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน  ในบรรดาชุดทั้งสี่ เดรสยาวจากผ้าโต่งมุ้งฟ้า<br />
คือชุดที่ม๊าเดี่ยวชอบที่สุด เพราะมันเป็นการนำผ้าที่เธอเคยลองหยิบมาดีไซน์แล้วครั้งหนึ่งกลับมาลองทำเป็นชุดใหม่<br />
ในเวลาที่เธอเติบโตและจริงจังกับมันมากกว่าเดิมแล้ว </p>
<p>การผูก<br />
รัด มัด จนเกิดเป็นชุด และความแปลกใหม่ของวัสดุที่ม๊าเดี่ยวนำมาสร้างสรรค์ คือสิ่งที่ทำให้ชุดทั้ง<br />
4 ชุดของเธอนั้นแสนพิเศษ ที่พีกไม่แพ้กันคือ ลีลาการโพสต์แสนมาดมั่นโดดเด่น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนทั้งหลายจึงเทใจและยอดไลก์อย่างท่วมท้นให้กับเธอ และนอกจากแฟชันเซ็ตสุดแซบ เรายังได้นั่งคุยกับม๊าเดี่ยว<br />
นี่คือตัวอย่างบทสนทนาสนุกสนานที่คัดมาให้ลองอ่านกัน หากติดใจก็ตามอ่านต่อกันได้ในเล่ม<br />
a day 193 นะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-11.jpg"></p>
<p><strong>ผ้าในความหมายของคุณคืออะไร<br /></strong>ผ้าในความหมายของม๊าเดี่ยวคือ สิ่งที่เอามาประดับตกเเต่งเพื่อให้เกิดความสวยงาม เเล้วมันก็มีฟังก์ชันอะไรมากมายให้เราใช้ประโยชน์<br />
เเต่ก็ขึ้นอยู่กับสมองของเราที่จะสร้างสรรค์ออกมาให้ดีขนาดไหนด้วย</p>
<p><strong>ถ้าต้องออกแบบชุดที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของม๊าเดี่ยวจะเป็นยังไง<br /></strong>ม๊าเดี่ยวก็จะเอาหน้าไปสแกนเป็นรูป<br />
เอามาพิมพ์ใส่ชุด คนดูก็จะรู้เลยว่านี่คือชุดม๊าเดี่ยว ถูกมั้ย (หัวเราะ) วัสดุคือผ้าดิบค่ะ<br />
เพราะถ้าเราจะทำขายต้นทุนต้องถูกที่สุด เราคิดว่าคนเราไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าเหมือนใคร<br />
สไตล์ของเราคือความเยอะที่ดูลงตัว เเต่ก็ขึ้นอยู่กับคนใส่ด้วย ถ้าคนใส่สวยก็สวย</p>
<p><strong>สำหรับคุณ<br />
ผ้าสำคัญยังไง<br /></strong>ผ้าทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้<br />
หนาวก็ห่ม ร้อนก็ปกคลุมกันยูวี<br />
แถมยังเอามาทำเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้หลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด<br />
ไม้ถูพื้น ผ้ามีประโยชน์ทุกส่วนแม้กระทั่งเศษเล็กๆ ของมันก็เอามาทำเป็นกิ๊บติดผมหรืออะไรที่เล็กๆน้อยๆ<br />
ได้ มันสำคัญกับเรา เพราะถ้าไม่มีผ้าตอนนี้เราคงโป๊อยู่</p>
<p><strong>ถ้าปล่อยกะเทยไว้กับผ้า<br />
คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น<br /></strong>อารมณ์เหมือนอย่าปล่อยหมาไว้กับกระดูกนั่นแหละ<br />
เพราะมันจะเกิดความอลังการค่ะ เวลากะเทยอยู่กับผ้า เขาจะเอาผ้าไปทำอะไรที่สร้างสรรค์<br />
เอามาประดับตกเเต่งเพื่อให้เกิดความสวยงามผ้ามันมีฟังก์ชั่นมากมายให้เราใช้ประโยชน์<br />
เเต่ก็ขึ้นอยู่กับสมองของเราที่จะสร้างสรรค์ออกมาให้ดีได้แค่ไหน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-51.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/archive-10.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ลักษิกา แซ่เหงี่ยม</em></p>
<p><strong><span><a href="http://www.godaypoets.com/aday193">อ่านเต็มๆ ทั้งหมดได้ใน a day 193 กดซื้อที่นี่ส่งฟรีถึงบ้านเลย</a></span></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/archive-27/">เมื่อเราปล่อยม๊าเดี่ยวไว้กับผ้า!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/archive-27/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ : หนุ่มคารมดี พระเอกเอ็มวี อ้าว ที่หลายคนออกปากชมว่างานดีไม่แพ้เพลง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/pop-11/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/pop-11/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2016 06:57:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[ประชานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[อ้าว]]></category>
		<category><![CDATA[อ้าวเฮ้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งวง]]></category>
		<category><![CDATA[อวสานโลกสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เบสท์ - ณัฐสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์โกฏิมนัสวนิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/pop-11/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน้าของหนุ่มใจไม่แข็งผู้น่าเห็นใจในมิวสิกวิดีโอเพลง อ้าว ของ อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม ที่ปรากฏอยู่เต็มไทม์ไลน์เฟซบุ๊กขณะนี้ คงเป็นตัวบ่งบอกความฮอตของ เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ ได้ดี หลายคนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วหนุ่มคนนี้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอที่จะฝากผลงานการแสดงไว้กับทั้งภาพยนตร์โลกไม่สวยอย่าง อวสานโลกสวย และภาพยนตร์น้ำดีที่กวาดรางวัลสุพรรณหงส์ในปี 2556 ถึง 3 รางวัลอย่างตั้งวง ผลงานโฆษณากว่า 20 ตัว รวมไปถึงซีรีส์ต่างๆ จนทำเราอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ทันสังเกตเห็นฝีมือและแววความหล่อของเขาก่อนหน้านี้ แถมเจ้าตัวเองก็ยังงงในกระแสที่มาแรงของตัวเองจนเขาตั้งสันนิษฐานเป็นคำพูดติดตลกแทนนิยามตัวเองกับเราว่า &#8216;แต่ก่อนผมอินดี้ เดี๋ยวนี้ผมอินเทรนด์&#8217; จุดเริ่มต้นของการโลดแล่นในวงการบันเทิงของคุณต้องย้อนไปไกลตั้งแต่ ม.5 เลย งานแรกของเราเกิดจากพี่คงเดช (คงเดช จาตุรันต์รัศมี) ติดต่อเพื่อนของเรามาให้หาเพื่อนนิสัยกวนตีนมาเล่นมิวสิกวิดีโอให้หน่อย เพื่อนเลยนึกถึงเรา นี่เป็นการแคสต์ครั้งแรกในชีวิต แล้วสุดท้ายเราก็ได้เล่นมิวสิกวิดีโอเพลง คนที่เข้าใจ ของวง Nologo ที่พี่คงเดชกำกับ หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อมาให้เล่นหนังเรื่อง ปล้นบ้างอะไรบ้าง ของ True แล้วตอน ม.6 พี่คงเดชก็มาชวนเราไปแคสต์หนังเรื่อง ตั้งวง เพราะเขาบอกว่าเขาเขียนบทที่ใกล้เคียงกับเรา หลังจากไปแคสต์ เราก็ได้เล่นเป็นตัวนั้น รางวัลสุพรรณหงส์ สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากเรื่อง ตั้งวง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-11/">เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ : หนุ่มคารมดี พระเอกเอ็มวี อ้าว ที่หลายคนออกปากชมว่างานดีไม่แพ้เพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หน้าของหนุ่มใจไม่แข็งผู้น่าเห็นใจในมิวสิกวิดีโอเพลง <strong style="background-color: initial"><em>อ้าว </em></strong>ของ อะตอม-ชนกันต์<br />
รัตนอุดม ที่ปรากฏอยู่เต็มไทม์ไลน์เฟซบุ๊กขณะนี้ คงเป็นตัวบ่งบอกความฮอตของ<strong style="background-color: initial"> เบสท์</strong><strong style="background-color: initial">-ณัฐสิทธิ์<br />
โกฏิมนัสวนิชย์ </strong>ได้ดี หลายคนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วหนุ่มคนนี้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานานพอที่จะฝากผลงานการแสดงไว้กับทั้งภาพยนตร์โลกไม่สวยอย่าง<br />
<em style="background-color: initial">อวสานโลกสวย</em> และภาพยนตร์น้ำดีที่กวาดรางวัลสุพรรณหงส์ในปี 2556 ถึง 3 รางวัลอย่าง<em style="background-color: initial">ตั้งวง</em> ผลงานโฆษณากว่า 20 ตัว รวมไปถึงซีรีส์ต่างๆ<br />
จนทำเราอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ทันสังเกตเห็นฝีมือและแววความหล่อของเขาก่อนหน้านี้<br />
แถมเจ้าตัวเองก็ยังงงในกระแสที่มาแรงของตัวเองจนเขาตั้งสันนิษฐานเป็นคำพูดติดตลกแทนนิยามตัวเองกับเราว่า &#8216;แต่ก่อนผมอินดี้ เดี๋ยวนี้ผมอินเทรนด์&#8217;</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-1.jpg"></p>
<p><strong>จุดเริ่มต้นของการโลดแล่นในวงการบันเทิง</strong><strong>ของคุณ<br /></strong>ต้องย้อนไปไกลตั้งแต่ ม.5 เลย งานแรกของเราเกิดจากพี่คงเดช<br />
(คงเดช จาตุรันต์รัศมี) ติดต่อเพื่อนของเรามาให้หาเพื่อนนิสัยกวนตีนมาเล่นมิวสิกวิดีโอให้หน่อย<br />
เพื่อนเลยนึกถึงเรา นี่เป็นการแคสต์ครั้งแรกในชีวิต แล้วสุดท้ายเราก็ได้เล่นมิวสิกวิดีโอเพลง<br />
<em style="background-color: initial">คนที่เข้าใจ</em> ของวง Nologo ที่พี่คงเดชกำกับ<br />
หลังจากนั้นก็มีคนติดต่อมาให้เล่นหนังเรื่อง <em style="background-color: initial">ปล้นบ้างอะไรบ้าง</em> ของ True<br />
แล้วตอน ม.6 พี่คงเดชก็มาชวนเราไปแคสต์หนังเรื่อง<br />
<em style="background-color: initial">ตั้งวง</em> เพราะเขาบอกว่าเขาเขียนบทที่ใกล้เคียงกับเรา หลังจากไปแคสต์ เราก็ได้เล่นเป็นตัวนั้น</p>
<p><strong>รางวัลสุพรรณหงส์<br />
สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม จากเรื่อง <em>ตั้งวง </em>เป็นตัวบอกรึเปล่าว่าคุณมาถูกทางเเล้ว<br /></strong>จริงๆ มันไม่ใช่ตัวบอกนะ เราว่าบทช่วยเราเยอะด้วย มันชูให้เราน่าจะได้รางวัล<br />
เพราะพี่คงเดชเขียนบทไว้ดี ตอนนั้นเราก็งงเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เพราะมีตั้งหลายคนเข้าชิง<br />
แค่ได้เข้าชิงก็ดีใจแล้วไง แต่ก็ไม่ได้หวังเลยว่าจะต้องได้รางวัล</p>
<p><strong>ผลงานภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องที่คุณแสดงมา<br />
ได้ร่วมงานกับผู้กำกับชื่อดังอย่างพี่คงเดช แถมยังได้ประกบคู่นักแสดงมากฝีมืออย่างสายป่าน<br />
(อภิญญา สกุลเจริญสุข) คุณได้เรียนรู้อะไรจากสองคนนี้บ้าง<br /></strong>โอ้โห! เราได้เรื่องวิธีการคิดจากพี่คงเดชเยอะมาก ตอนที่ถ่าย<br />
<em style="background-color: initial">ตั้งวง</em> เราเพิ่งเป็นเด็กใหม่เลยไม่ได้อินกับวิธีคิดแบบภาพยนตร์มากเท่าไหร่<br />
แต่พอผ่านไปแล้วย้อนกลับมาดูว่าพี่คงเดชเขาคิดอะไรบ้างตอนทำงาน โห พี่โคตรเก่งเลย เราเคยนั่งคุยกับเขา<br />
พี่เขาก็สอนให้เราได้วิธีการคิดแบบภาพยนตร์อีกแบบหนึ่ง เขาเลยเป็นแรงบันดาลใจให้เราเรียนภาพยนตร์ด้วย<br />
ส่วนพี่ป่านเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่เราอยากเล่นด้วยมาก เราก็ได้เรื่องวิธีการแสดงจากพี่เขาเยอะ<br />
เขาคอยแนะนำ ชวนคุยให้เป็นกันเอง เพราะจะมีฉากบางฉากที่เราเกร็ง พี่เขาก็จะบอกว่า &#8216;มึงจะเกร็งทำเหี้ยไร ไม่ต้องเกร็ง!&#8217; (หัวเราะ)</p>
<p><strong>เรียนเบื้องหลังมาแต่ก็ได้ทำงานเบื้องหน้าด้วย<br />
จริงๆ แล้วชอบงานเบื้องหน้าหรือเบื้องหลังมากกว่ากัน<br /></strong>เราเรียนคณะนวัตกรรมสื่อสารสังคม เอกออกแบบงานภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ<br />
ก็เคยทำงานเบื้องหลังตอนปี 4 มีทำอาร์ต กำกับบ้าง ทำงานผู้ช่วยผู้กำกับซึ่งเราชอบที่สุด<br />
เพราะมันเป็นงานที่ต้องจัดการ สนุก เหมือนทำให้เราต้องไปจับไปรู้ทุกอย่างในกองถ่ายว่าเป็นยังไง<br />
แล้วก็ช่วยเราในการทำงานเบื้องหน้าเยอะเหมือนกัน แต่ตอนนี้ค่อนข้างชอบการแสดง<br />
รู้สึกว่ามันมีโลกและวิธีคิดของมันอยู่ บวกกับส่วนตัวเป็นคนชอบเลียนแบบ หมายถึงว่าเราเห็นอะไร<br />
เราชอบกวนตีนด้วยวิธีการเลียนแบบเขา สมมติว่าเราเจอเพื่อนที่คาแรกเตอร์จัดๆ ก็จะกวนตีนใส่<br />
เรารู้สึกว่าการแสดงมันคือการเลียนแบบวิธีหนึ่งที่น่าสนใจเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-3.jpg"></p>
<p><strong>หลังจากผ่านการเล่นภาพยนตร์<br />
โฆษณา ละคร มิวสิกวิดีโอ และซีรีส์ สำหรับคุณ ศาสตร์ทั้ง </strong><strong>5 อย่างนี้ต่างกันยังไงบ้าง<br /></strong>ต่างมาก ตอนแรกเราโตมากับการเล่นหนัง พอไปแคสต์โฆษณา เราก็เล่นแบบที่เคยเล่นมา<br />
เขาก็บอกว่าไม่ได้ มันน้อยไปๆ เราก็ไม่เข้าใจว่าน้อยไปคืออะไร<br />
จนวันหนึ่งลองเปิดใจกับวิธีการเล่นแบบนี้ คือไม่ต้องอาย เล่นใหญ่โตมโหฬารไปเลย<br />
แล้วเราก็ลองทำ พอเปลี่ยนวิธีคิดก็เริ่มได้งาน จากนั้นก็เอาไปปรับกับวิธีคิดของอันอื่นๆ<br />
เราเคยไปถ่ายละครของบันทึกกรรม เราก็ไม่ค่อยเข้าใจการเล่นใหญ่ของเขานะ แต่ก็พยายามปรับจนรู้ว่ามันต้องเล่นใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่งเพื่อความชัดเจนในการสื่อสาร<br />
มันต้องทำให้คนที่ไม่ได้จ้องเราอยู่บนจอตลอดได้ยินชัดขึ้น ดึงความสนใจเขาให้มากขึ้น<br />
ส่วนมิวสิกวิดีโอเราว่ามีความใกล้เคียงกับหนังในปัจจุบัน<br />
เพราะว่าถูกปรับมาให้ใกล้เคียงกับหนังมากขึ้น ส่วนซีรีส์<br />
เราโดนยัดไปเล่นบทตลกอย่างเดียวเลย มันก็เลยต้องเล่นใหญ่ด้วยสเตอริโอไทป์ของคนที่ดูซีรีย์เขาเป็นแบบนั้นด้วย<br />
ทุกอย่างมันเลยต่างกัน แต่เราก็พยายามปรับให้มันเหมาะสม เพื่อที่จะได้ตังค์<br />
(หัวเราะ)</p>
<p><strong>พูดถึงกระแสตอบรับของมิวสิกวิดีโอเพลง<br />
<em>อ้าว</em> รู้สึกยังไงที่ในไทม์ไลน์มีแต่หน้าตัวเองเต็มไปหมด<br /></strong>ตอนแรกเรางงมาก งงว่าก่อนหน้านั้น เราก็ถ่ายงานมาเยอะนะ<br />
ทำไมไม่มีใครรู้จักวะ (หัวเราะ) ตกใจ อยู่ดีๆ มีคนมาฟอลโล่ว์เฟซบุ๊กเยอะมาก มาจากไหนกัน<br />
ก็รู้สึกดีที่คนรู้จัก แต่บางทีก็เกร็งๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไง สุดท้ายเราก็ทำตัวปกติแหละ<br />
เราว่าเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นไปน่าจะโอเคที่สุด ก็มีคนมาแซวเยอะแยะ เดี๋ยวนี้ฮอตนะ<br />
เพื่อนเก่าที่ไม่ได้คุยกันนานตั้งแต่ประถมอยู่ดีๆ ก็ทักมา ก็เป็นช่องทางหนึ่งให้คนที่เราลืมๆ<br />
ไปได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง ตลกดี ส่วนคนข้างตัวเราโดนคนทักไปหาเยอะมาก<br />
โดนแท็กทั้งวัน แต่แฟนเราเป็นคนไม่หวง ไม่ขี้หึง เวลาเดินอยู่ด้วยกัน แล้วมีคนมาขอถ่ายรูปเรา<br />
เขาก็จะถามว่าพี่ถ่ายให้มั้ยคะ</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>เหตุการณ์อะไรในชีวิตที่ทำให้คุณถึงกับอุทาน</strong><strong> &#8216;อ้าวเฮ้ย!&#8217;<br /></strong>มีเยอะเลย หลายอ้าวมาก อย่างเวลาเจอเพื่อนที่เจอกันบ่อยๆ<br />
แล้วดันมาเจอกันอีก &#8216;อ้าว! ไอ้เหี้ยมึงอีกแล้วหรอ&#8217;<br />
หรือว่าแบบไม่ได้เจอกันนาน ก็ &#8216;อ้าวววเฮ้ย! มาได้ไง&#8217;<br />
(เสียงสูง) ไม่ได้เจอกันนาน อ้าวมันก็จะยาวขึ้น เสียงสูงขึ้นด้วย เป็นอีกอารมณ์นึง<br />
อ้าวมันก็ไปได้หลายทางไง</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>แล้วมี &#8216;อ้าว</strong><strong>!&#8217; พีกๆ มั้ย<br /></strong>น่าจะมีนะ อย่างเพื่อนมีแฟน แล้วดันไปเจอมันเดินกับคนอื่น เราก็แบบ &#8216;อ้าวว<br />
(เสียงมีเลศนัย)&#8217; แล้วเราก็จะตีเนียน &#8216;อ้าว! สวัสดีครับ<br />
วันก่อนไม่ใช่คนนี้นะครับ&#8217; เราก็ชอบเอาเรื่องจริงมาล้อเล่น<br />
ซึ่งเพื่อนเราก็ชอบทำประจำเลย ทำกับแฟนเราบ่อยมาก (หัวเราะ)</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-6.jpg"></p>
<p><strong>คุณถ่ายคลิปร้องคัฟเวอร์เพลงนี้ด้วย ยอดวิวไม่ใช่น้อยๆ เลย<br />
เริ่มร้องเพลงเล่นดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่<br /></strong>ปกติเราชอบร้องเพลงอยู่แล้วตั้งแต่เด็กๆ ร้องมาเรื่อยๆ จนตอน ม.5 เพื่อนเห็นเราแหกปากร้องเพลงอยู่<br />
เลยชวนไปเป็นนักร้องวงมันแล้วก็เปลี่ยนชื่อวงเป็น Ribbon Band ไปประกวดเวทีต่างๆ หลายที่มากเลยนะ ส่วนใหญ่จะเข้าไปเป็น 5 วงสุดท้าย 10 วงสุดท้าย แต่ไม่เคยได้รางวัลอะไรเลย<br />
ก็มีแต่ได้รางวัล Popular Vote ซึ่งก็ปั๊มโหวตกันเองนี่แหละ อย่างน้อยก็ได้เงินรางวัลติดมือนิดๆ<br />
หน่อยๆ ก็ยังดี แล้วเอามาแบ่งกัน พอมีวงแล้วเราก็ฝึกเล่นกีตาร์ เพราะว่าอยากจีบหญิง</p>
<p><strong>การที่คุณชอบร้องเพลง ชอบดนตรีเลยเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเป็นดีเจรึเปล่า<br /></strong>ไม่นะ เราว่าการชอบเพลงน่าจะเป็นเหตุผลมากกว่า เราเริ่มทำดีเจเมื่อปีที่แล้วช่วงที่เรียนจบพอดี<br />
เพื่อนเราที่เป็นดีเจอยู่ 95.5 Virgin Hitz มาชวนให้เราลองส่งโปรไฟล์ดู พอส่งไปแล้วพี่เขาก็เรียกเข้าไปคุย<br />
หายไปสองเดือนก็ตามเรากลับเข้าไปที่สถานีเพื่อไปทำเดโม่ คือเข้าไปอัดเสียง ฝึกว่ารูปแบบวิธีการพูดของคลื่นเป็นยังไง<br />
แล้วเขาก็ปรับเนื้อหาที่เราพูดซึ่งค่อนข้างอิสระมากเลย ตอนแรกเราก็ไม่รู้จะพูดอะไร<br />
เขาก็บอกให้เราลองไปเลือกเรื่องมา<br />
แต่ละเรื่องเขาก็จะคอยชี้แนะเราว่าเรื่องนี้มันก็พูดได้นะ แต่เราจะพูดมันยังไง<br />
ลองปรับๆ ดู สักประมาณ 2 เดือนก็ได้เริ่มทำ เร็วมากสำหรับการเป็นดีเจหน้าใหม่</p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>งานดีเจใช้เสียงล้วนๆ<br />
ไม่มีหน้าตามาเอี่ยว คิดว่าทำไมผู้ฟังทั้งหลายถึงติดใจคุณ<br /></strong>เราจัดคู่กับพี่อีกคนชื่อพี่จ๊อบ ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 6 โมงเช้าถึง<br />
10 โมง ซึ่งโคตรเช้า อยู่เป็นเพื่อนพระอะ (หัวเราะ) ช่วงเราเป็นช่วงไร้สาระที่สุดแล้ว<br />
เป็นช่วงพูดอะไรตลกๆ ไปเรื่อยเปื่อย เขาคงติดใจความไร้สาระนี้มั้ง เพราะเราต้องพูดให้คนฟังตื่น<br />
ช่วงเราเป็นช่วงที่ดีดมาก แบบแหกปากโวยวายอะ ทั้งที่จริงๆ แล้วโคตรง่วงเลย ตายังหลับอยู่แต่พอเปิดไมค์ปุ๊บ &#8216;มาแล้วครับผม!&#8217; (เสียงกระตือรือร้นสุดๆ) ก็ตลกดี</p>
<p><strong>ดีเจช่วงพระบิณฑบาตมีวงจรชีวิตยังไง<br /></strong>ทุกอย่างเปลี่ยนหมด ตอนที่เรายังไม่ทำดีเจ เราตื่นเที่ยง<br />
พอทำแล้วต้องมาตื่นตี 5 ชีวิตพัง (เสียงเศร้า) เที่ยงคืนก็ต้องนอนแล้ว ช่วงแรกที่ยังปรับตัวไม่ได้<br />
เรายังไปสังสรรค์กับเพื่อนตอนกลางคืนอยู่เลย บางวันนอนตีสี่ตีห้า ต้องไปนอนที่ออฟฟิศเพราะว่ากลัวไม่ตื่น<br />
ก็ปรับตัวมาเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้เที่ยงคืนกว่าก็ง่วงละ แล้วเปลี่ยนช่วงสังสรรค์กับเพื่อนเป็นวันศุกร์<br />
วันเสาร์แทน</p>
<p><strong>เปิดเพลงฮิตที่ตัวเองเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอตอนนี้ มีอะไรอยากบอกกับคุณผู้ฟังทั้งหลายไหม<br /></strong>อู้ยย! เราชงตัวเองยับอ่ะ ถ้าเพลง <em style="background-color: initial">อ้าว</em> มา เราก็จะบอกว่า &#8216;Feature ฮิตท้ายชั่วโมงนี้ครับ โดย อะตอม ชนกันต์ เพลง อ้าว<br />
พระเอกเอ็มวีโคตรหล่อ&#8217; (หัวเราะ) แล้วพี่อีกคนก็จะต่อว่า &#8216;ใช่ครับ ผมว่ามันหล่อมากจริงๆ&#8217;<br />
มีอะไรเราก็ชงกันไปชงกันมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/best-7.jpg"></p>
<p><strong>แสดงก็ดี<br />
พูดก็เก่ง ดนตรีก็ได้ ร้องเพลงก็เพราะ ถามจริงมีอะไรที่ไม่เก่งมั้ย<br /></strong>เกินไปๆ<br />
นี่ก็พูดเกินไป๊ (เสียงสูง) ที่ไม่เก่ง ที่ทำไม่ได้ก็มีเยอะแยะ เราว่าแต่ละอย่างที่ทำ<br />
เราไม่ได้เก่งเลย เราแค่ทำได้เฉยๆ แต่ไม่รู้ว่าดีรึเปล่า เรารู้ตัวนะว่าเราทำได้หลายอย่างมาก<br />
แต่ว่าอาจจะยังไม่สุด วาดรูปเราก็วาดได้ ถ่ายรูปเราก็ถ่ายได้  แต่ก็ไม่สุดสักทาง ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย<br />
สำหรับเรา ข้อดีคือเรารู้ในอะไรหลายๆ อย่าง<br />
แต่มันมีข้อเสียที่ว่าเรารู้ไม่จริงนี่แหละ</p>
<p><strong>แล้วมีเรื่องไหนที่อยากรู้จริงๆ<br />
ไหม<br /></strong>การแสดง<br />
ช่วงนี้เราสนใจเรื่องการแสดงมาก อยากจะรู้ให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย ซึ่งก็เป็นศาสตร์ที่เรารู้จริงที่สุดแล้วมั้งในตอนนี้</p>
<p><strong>ช่วงนี้และเร็วๆ<br />
นี้เราจะเห็นงานอะไรจากคุณบ้าง<br /></strong>ตอนนี้เรามีงานดีเจที่คลื่น 95.5 virgin hitz ช่วง hitz wake up 6 โมงเช้าถึง 10 โมง งานพิธีกรของ<br />
Mono Entertainment Now กับรายการสดชื่อ<br />
สนามเด็กเล่น ของ True Music และรับงานถ่ายเรื่อยเปื่อย แล้วผมก็กำลังจะถ่ายหนังเรื่องใหม่ของสหมงคลฟิล์ม<br />
กำกับโดยพี่ไพรัช คุ้มวัน (ตากล้องภาพยนตร์เรื่อง Mary is happy, Mary is Happy) มีเล่นละครเวทีเรื่อง<br />
ดาวตกของชาคริต ซึ่งตอนนี้กำลังเวิร์กช็อปไปพร้อมๆ พัฒนาบทอยู่ ส่วนวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคมนี้<br />
มีงานฉายหนังสั้นโปรเจกต์ Bangkok Stories ที่เราเล่นหนึ่งในนั้นชื่อเรื่อง &#8216;Hero&#8217; กำกับโดยพี่จุ๊ก-อาทิตย์<br />
อัสสรัตน์ ไปดูกันได้ครับ</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ลักษิกา แซ่เหงี่ยม</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/pop-11/">เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ : หนุ่มคารมดี พระเอกเอ็มวี อ้าว ที่หลายคนออกปากชมว่างานดีไม่แพ้เพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/pop-11/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3nvy : ร้านอาหารขี้อิจฉาที่ทำเราตื่นตาไปกับการกินอาหารในสระว่ายน้ำ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Jul 2016 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[3nvy]]></category>
		<category><![CDATA[ธัญธร วจะโนภาส]]></category>
		<category><![CDATA[นิรมล ชูศิลป์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[Interior Design]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครกำลังมองหาร้านอาหารนั่งสบายๆ แต่เบื่อร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นสุดมินิมอลกันแล้ว ลองหนีความซ้ำเชยแล้วเข้ามาหาความสงบในย่านแสนวุ่นวายอย่างคลองเตย ที่ร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดชื่อเสียดสีขี้ประชดประชันนาม 3nvy (เอ็นวี่) ของ ออย-ธัญธร วจะโนภาส และ นิ-นิรมล ชูศิลป์กุล สองเพื่อนสาวสถาปนิกและนักออกแบบภายใน ที่ลงมือใส่ตัวตนของพวกเธอในพื้นที่ทุกตารางนิ้ว ตึกแถวสีตุ่นโดดเด่นสะดุดตาเราด้วยหลอดไฟสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ที่ดัดเป็นชื่อร้าน เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในจะพบกับโถงยาวที่อวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้แหวกม่านเข้าไปในป่าลึกที่มีโต๊ะเก้าอี้สไตล์ยุโรปหลากหลายดีไซน์วางจัดสรรอย่างเป็นสัดส่วนรอต้อนรับลูกค้า ที่มาของพื้นที่แห่งนี้เริ่มมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนที่ออยคิดอยากมีหน้าร้านสำหรับขนมที่เธอทำขายในอินสตาแกรมชื่อ 3nvy patisserie เลยชวนนิมาช่วยออกแบบโดยมองหาอาคารพาณิชย์เก่าในย่านไม่ฮิต ซึ่งคลองเตยก็ตอบโจทย์ตรงที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารหรูหราสบายๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง ออยเลยเพิ่มเมนูอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ เข้าไปให้ครบครันพร้อมเสิร์ฟลูกค้าที่ตั้งใจมาร้านนี้โดยเฉพาะ &#8220;ชื่อ 3nvy มาจากคาแรกเตอร์เราเองที่เป็นคนพูดตรง ปากจัด และร้ายกาจ ไม่ใช่ผู้หญิงหวาน ไม่ได้เป็นคนมินิมอล เราเป็นคนเยอะ เลยตั้งชื่อนี้ประชดประชันซะเลย” ออยบอกกับเราด้วยเสียงฉะฉาน ซึ่ง &#8216;ความเยอะ&#8217; ที่ว่าก็สะท้อนผ่านรายละเอียดต่างๆ ภายในร้าน ตั้งแต่พื้นกระเบื้องแซมด้วยไม้ลายแตกต่างกัน อย่างลายเชฟล่อนวางสลับกับแนวตรง วอลล์เปเปอร์วาดลวดลายต้นไม้เสริมบรรยากาศของป่าลึกลับที่สะกดเราไว้ดั่งต้องมนตร์ รวมไปถึงประติมากรรมใบไม้ดอกไม้จากกระดาษสุดละเอียดที่ได้พิม จงเจริญ แห่ง Teaspoon Studio มาช่วยสร้างสรรค์ให้ พื้นที่ชั้น 2 ของร้านที่เราเดินขึ้นบันไดวนสีดำไปแต่งเป็นสวนเรือนกระจกที่นำเข้าจากนอร์เวย์ วางโต๊ะไม้สีอ่อนไว้รองรับการจัดงานสังสรรค์ส่วนตัวเล็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-9/">3nvy : ร้านอาหารขี้อิจฉาที่ทำเราตื่นตาไปกับการกินอาหารในสระว่ายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครกำลังมองหาร้านอาหารนั่งสบายๆ แต่เบื่อร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นสุดมินิมอลกันแล้ว ลองหนีความซ้ำเชยแล้วเข้ามาหาความสงบในย่านแสนวุ่นวายอย่างคลองเตย ที่ร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดชื่อเสียดสีขี้ประชดประชันนาม 3nvy (เอ็นวี่) ของ <strong style="background-color: initial;">ออย-ธัญธร วจะโนภาส</strong> และ <strong style="background-color: initial;">นิ-นิรมล ชูศิลป์กุล </strong>สองเพื่อนสาวสถาปนิกและนักออกแบบภายใน ที่ลงมือใส่ตัวตนของพวกเธอในพื้นที่ทุกตารางนิ้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_8842.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-11.jpg" /></p>
<p>ตึกแถวสีตุ่นโดดเด่นสะดุดตาเราด้วยหลอดไฟสีชมพูช็อกกิ้งพิงก์ที่ดัดเป็นชื่อร้าน เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในจะพบกับโถงยาวที่อวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้แหวกม่านเข้าไปในป่าลึกที่มีโต๊ะเก้าอี้สไตล์ยุโรปหลากหลายดีไซน์วางจัดสรรอย่างเป็นสัดส่วนรอต้อนรับลูกค้า</p>
<p>ที่มาของพื้นที่แห่งนี้เริ่มมาตั้งแต่ 2 ปีก่อนที่ออยคิดอยากมีหน้าร้านสำหรับขนมที่เธอทำขายในอินสตาแกรมชื่อ 3nvy patisserie เลยชวนนิมาช่วยออกแบบโดยมองหาอาคารพาณิชย์เก่าในย่านไม่ฮิต ซึ่งคลองเตยก็ตอบโจทย์ตรงที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าหรือร้านอาหารหรูหราสบายๆ ทำให้ไม่มีคู่แข่ง ออยเลยเพิ่มเมนูอาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ เข้าไปให้ครบครันพร้อมเสิร์ฟลูกค้าที่ตั้งใจมาร้านนี้โดยเฉพาะ</p>
<p>&#8220;ชื่อ 3nvy มาจากคาแรกเตอร์เราเองที่เป็นคนพูดตรง ปากจัด และร้ายกาจ ไม่ใช่ผู้หญิงหวาน ไม่ได้เป็นคนมินิมอล เราเป็นคนเยอะ เลยตั้งชื่อนี้ประชดประชันซะเลย” ออยบอกกับเราด้วยเสียงฉะฉาน ซึ่ง &#8216;ความเยอะ&#8217; ที่ว่าก็สะท้อนผ่านรายละเอียดต่างๆ ภายในร้าน ตั้งแต่พื้นกระเบื้องแซมด้วยไม้ลายแตกต่างกัน อย่างลายเชฟล่อนวางสลับกับแนวตรง วอลล์เปเปอร์วาดลวดลายต้นไม้เสริมบรรยากาศของป่าลึกลับที่สะกดเราไว้ดั่งต้องมนตร์ รวมไปถึงประติมากรรมใบไม้ดอกไม้จากกระดาษสุดละเอียดที่ได้พิม จงเจริญ แห่ง Teaspoon Studio มาช่วยสร้างสรรค์ให้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-7.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-101.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-91.jpg" /></p>
<p>พื้นที่ชั้น 2 ของร้านที่เราเดินขึ้นบันไดวนสีดำไปแต่งเป็นสวนเรือนกระจกที่นำเข้าจากนอร์เวย์ วางโต๊ะไม้สีอ่อนไว้รองรับการจัดงานสังสรรค์ส่วนตัวเล็กๆ ของลูกค้า ชั้นนี้จะดูโปร่งโล่ง ให้อารมณ์แตกต่างจากป่าบริเวณชั้นล่างอย่างชัดเจน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-5.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-6.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-8.jpg" /></p>
<p>ส่วนมุมยอดฮิตของร้านที่มาแล้วห้ามพลาด (ถ้าไม่ถูกจับจองที่นั่งไปซะก่อน) คงหนีไม่พ้นโต๊ะไม้ยาวที่ตั้งอยู่ตรงกลางสระว่ายน้ำซึ่งปรับปรุงจากชั้นใต้ดินของอาคารเก่า “ตอนแรกเราออกแบบให้เป็นห้องที่ต้องเดินมุดลงไป แต่อากาศมันอับมาก ก็เลยทุบพื้นทิ้งหมดให้ได้พื้นที่โปร่งๆ แล้วปูพื้นใหม่ด้วยกระเบื้องสีขาวล้วน ดูแล้วมันก็เหมือนสระว่ายน้ำ แต่จะเทน้ำทำเป็นสระจริงๆ ก็ไม่ได้ เราเลยใส่บันไดสระว่ายน้ำ แล้วฉายโปรเจกเตอร์เป็นกราฟิกลายน้ำลงไปแทน” ออยกล่าว</p>
<p>แต่ถ้าใครพลาดที่นั่งสุดพิเศษนี้ รอบๆ สระก็ยังมีโต๊ะเตี้ยตั้งเรียงให้เราได้นั่งหย่อนขาลงไปในสระจำลอง แล้วใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศและอาหารมื้อพิเศษนี้เช่นกัน ในแง่รายละเอียด ออยสกัดผนังเหนือสระว่ายน้ำออกแล้วใช้สีขาวผสมน้ำปูนปาลงไปตกแต่งให้เป็นพื้นผิวย้อยๆ ขรุขระไม่ขาวเรียบตาจนเกินไป</p>
<p>ออยบอกเราด้วยรอยยิ้มว่าคงระบุไม่ได้ชัดว่าร้านนี้ตกแต่งสไตล์ไหน เพราะทั้งหมดยึดเอาจากความชอบส่วนตัวและความเยอะของเธอเอง แต่สำหรับเรา นี่คือความเยอะที่ดันผสมผสานเข้ากันลงตัวอย่างประหลาด เป็นการออกแบบที่มองได้เพลินตาจนเราอาจเผลอลืมมองหน้าคนที่มาด้วยกันในบางครั้งด้วยซ้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/envy-1.jpg" /></p>
<p>ส่วนเรื่องอาหาร ที่นี่เสิร์ฟสไตล์อิตาเลียนรสชาติจัดจ้านแบบไทยซึ่งออยคิดค้นสูตรขึ้นใหม่การันตีด้วยใบประกาศนียบัตรจากหลักสูตรเลอ กอร์ดอง เบลอ จากอังกฤษ ทั้ง Seafood Soup รสชาติจัดจ้านคล้ายได้ซดต้มยำที่เสิร์ฟพร้อมครีมน้ำอัญชันสีฟ้า, A.O.P with Seafood เฟสตูชินี้เส้นสีชมพูสดจากน้ำบีทรูทกับสปาเกตตีเส้นกรึบ ซิกเนอเจอร์ของร้าน ผัดกับกุ้ง ปลาหมึก และหอยนิวซีแลนด์สดๆ ยกทัพมาจากทะเล ได้รสชาติถูกปากคนไทยจนต้องติดใจแน่นอน ปิดท้ายด้วย Begrudge เค้กลาวาที่ทำจากดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้นหวานลิ้นกำลังดี และ 3nvy ไซรัปกุหลาบและสตรอว์เบอร์รี่โซดาเปรี้ยวๆ ซ่าๆ เข้ากับการตกแต่งและบรรยากาศของร้านนี้สุดๆ รับประกันว่าเข้ามาที่นี่แล้วจะได้เจอโลกใบใหม่จนไม่อยากเดินออกไปเลยล่ะ</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ลักษิกา แซ่เหงี่ยม</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-9/">3nvy : ร้านอาหารขี้อิจฉาที่ทำเราตื่นตาไปกับการกินอาหารในสระว่ายน้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘วัดบันดาลใจ’ โครงการบันดาลวัดให้กลับคืนสู่ศูนย์รวมจิตใจของชุมชน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/draft-11/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/draft-11/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2016 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดศรีทวี]]></category>
		<category><![CDATA[วัดสุทธิวราราม]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปริยาภรณ์ สุขกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พระพุทธศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบันดาลใจ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันอาศรมศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/draft-11/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่หลายวัดเปลี่ยนบทบาทจากศูนย์รวมจิตใจกลายมาเป็นที่จอดรถ สถาบันอาศรมศิลป์ สถาบันการศึกษาที่มีความสนใจในสถาปัตยกรรมที่มีรากมาจากภูมิปัญญาไทยและกระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบสถาปัตยกรรม จึงคิดทำโครงการ ‘วัดบันดาลใจ’ เพื่อพลิกฟื้นวัดให้กลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจคนในสังคมเหมือนก่อน คนจะได้หันหน้าเข้าหาวัดมากขึ้นด้วยการปรับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ระบบจัดการภายในวัดและกิจกรรมธรรมะต่างๆ เราเลยชวน ประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ, ปริยาภรณ์ สุขกุล และ ยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์ ทีมงานหลักของ &#8216;อาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม&#8217; องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่นำความรู้ไปบริการสังคม หนึ่งในโครงข่ายของสถาบันอาศรมศิลป์ มานั่งคุยถึงการบ่มเพาะโครงการแสนบันดาลใจนี้ให้ชูดอกออกผลอย่างงดงาม &#160; ๑. เห็นความสำคัญจึงบันดาลใจ เมื่อบทบาทของวัดในสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนไป วัดหลายแห่งในย่านการค้าจึงกลายเป็นเพียงที่จอดรถให้คนที่มาทำกิจธุระบริเวณนั้น บางแห่งก็กลายเป็นพุทธพาณิชย์ ทีมอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อมเลยคิดเริ่มทำโครงการวัดบันดาลใจขึ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๗ ร่วมกับ สสส. โดยตั้งใจว่าอยากทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางทั้งทางจิตวิญญาณและกายภาพของชุมชนดังเดิม &#160; ๒. คัดสรรวัด ๙ แห่ง จากรายชื่อแรกที่เสนอไปแค่ ๓ วัด แต่ สสส. อยากให้โครงการนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทีมงานจึงเสนอเพิ่มเป็น ๙ วัด โดยเลือกจากวัดที่เจ้าอาวาสมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแนวคิดโครงการ เป็นวัดที่มีคนรู้จักและกระจายอยู่ทุกภูมิภาค จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้วัดอื่นๆ อยากพัฒนาบ้าง ที่สำคัญคือแต่ละวัดต้องมีจุดเด่นหรือศักยภาพไม่ซ้ำกัน เช่น วัดที่เน้นสอนธรรมะ วัดที่เน้นการปฏิบัติธรรมเผยแพร่ศาสนา วัดโบราณสถานที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว วัด ๙ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/draft-11/">‘วัดบันดาลใจ’ โครงการบันดาลวัดให้กลับคืนสู่ศูนย์รวมจิตใจของชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในยุคที่หลายวัดเปลี่ยนบทบาทจากศูนย์รวมจิตใจกลายมาเป็นที่จอดรถ สถาบันอาศรมศิลป์ สถาบันการศึกษาที่มีความสนใจในสถาปัตยกรรมที่มีรากมาจากภูมิปัญญาไทยและกระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบสถาปัตยกรรม จึงคิดทำโครงการ <em>‘วัดบันดาลใจ</em>’ เพื่อพลิกฟื้นวัดให้กลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจคนในสังคมเหมือนก่อน คนจะได้หันหน้าเข้าหาวัดมากขึ้นด้วยการปรับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม ระบบจัดการภายในวัดและกิจกรรมธรรมะต่างๆ เราเลยชวน <strong style="background-color: initial;">ประยงค์ โพธิ์ศรีประเสริฐ</strong>, <strong style="background-color: initial;">ปริยาภรณ์ สุขกุล</strong> และ <strong style="background-color: initial;">ยิ่งยง ปุณโณปถัมภ์</strong> ทีมงานหลักของ &#8216;อาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม&#8217; องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่นำความรู้ไปบริการสังคม หนึ่งในโครงข่ายของสถาบันอาศรมศิลป์ มานั่งคุยถึงการบ่มเพาะโครงการแสนบันดาลใจนี้ให้ชูดอกออกผลอย่างงดงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๑. เห็นความสำคัญจึงบันดาลใจ</strong></h3>
<p>เมื่อบทบาทของวัดในสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนไป วัดหลายแห่งในย่านการค้าจึงกลายเป็นเพียงที่จอดรถให้คนที่มาทำกิจธุระบริเวณนั้น บางแห่งก็กลายเป็นพุทธพาณิชย์ ทีมอาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อมเลยคิดเริ่มทำโครงการวัดบันดาลใจขึ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๗ ร่วมกับ สสส. โดยตั้งใจว่าอยากทำให้วัดกลับมาเป็นศูนย์กลางทั้งทางจิตวิญญาณและกายภาพของชุมชนดังเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0148.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๒. คัดสรรวัด ๙ แห่ง</strong></h3>
<p>จากรายชื่อแรกที่เสนอไปแค่ ๓ วัด แต่ สสส. อยากให้โครงการนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนทีมงานจึงเสนอเพิ่มเป็น ๙ วัด โดยเลือกจากวัดที่เจ้าอาวาสมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแนวคิดโครงการ เป็นวัดที่มีคนรู้จักและกระจายอยู่ทุกภูมิภาค จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้วัดอื่นๆ อยากพัฒนาบ้าง ที่สำคัญคือแต่ละวัดต้องมีจุดเด่นหรือศักยภาพไม่ซ้ำกัน เช่น วัดที่เน้นสอนธรรมะ วัดที่เน้นการปฏิบัติธรรมเผยแพร่ศาสนา วัดโบราณสถานที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว</p>
<p>วัด ๙ แห่งที่เป็นต้นแบบของโครงการ คือ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่, วัดนางชี กรุงเทพฯ, วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จังหวัดนนทบุรี, วัดภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, วัดสุทธิวราราม กรุงเทพฯ, วัดศรีทวี จังหวัดนครศรีธรรมราช, วัดป่าโนนกุดหล่ม จังหวัดศรีสะเกษ และวัดมหาจุฬาลงกรณราชูทิศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0245.jpg" /></p>
<h3><strong>๓. ฟอร์มทีมติดอาวุธทางปัญญา</strong></h3>
<p>โครงการนี้ยังได้หน่วยงานหลายภาคส่วนมาช่วยรับผิดชอบในแต่ละด้าน อย่างการออกแบบก็ร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพ ๓ แห่ง คือ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย ด้านกิจกรรมร่วมมือกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ด้านงานวิจัยได้ รศ. ดร.อรศรี งามวิทยาพงศ์ และคณะจากวิทยาลัยพัฒนศาสตร์<br />
ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วย รวมไปถึงดึงพลังจากกลุ่มชูใจ กะ กัลยาณมิตรมาช่วยงานด้านสื่อสาร<s></s></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0343.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๔. ลงพื้นที่ธรรมแล้วลงมือทำ</strong></h3>
<p>เมื่อได้ ๙ วัดนำร่องแล้ว ทีมอาศรมศิลป์ก็ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกลางเพื่อหานักออกแบบอาสาสมัครให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละวัด และช่วยดูแลจัดการการดำเนินงานร่วมกันระหว่างวัดและนักออกแบบอาสา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_12.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_22.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_32.jpg" /></p>
<p>เริ่มจากการพูดคุยปัญหากับเจ้าอาวาสชุมชนและเครือข่ายของทางวัด เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดกว้างๆ ร่างเป็นผังแม่บทขั้นที่หนึ่ง เสนอเจ้าอาวาสหรือคณะกรรมการวัดเพื่อพัฒนาร่วมกัน จนออกมาเป็นโจทย์เฉพาะของแต่ละวัดที่ต้องทำให้ได้ ๒-๓ ประเด็น เช่น ปรับผังจัดโซนต่างๆ ในวัดใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างความร่มรื่น หรือแม้กระทั่งสร้างระบบการจัดการต่างๆ ภายในวัดอย่างระบบการแยกขยะ แล้วพัฒนาผังแม่บทสุดท้ายที่สามารถนำไปพัฒนาได้จริง พร้อมกับมิตรภาพที่ดีต่อกันของทีมงาน พระสงฆ์ และชาวบ้านในแต่ละพื้นที่</p>
<p>ด้วยเงินทุนของวัดที่จำกัด จึงต้องเริ่มทำปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน บางส่วนเมื่อทำเสร็จ ก็สามารถทดลองทำกิจกรรมได้เลยว่าใช้ได้หรือไม่ จะได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขปัญหากันไปจนเหมาะสม ซึ่งแต่ละวัดใช้เวลาต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยต่างๆ ทั้งความซับซ้อนของปัญหา ขนาดพื้นที่วัดและความมุ่งมั่นกระตือรือร้นของพุทธบริษัท</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_41.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04_51.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๕. ธรรมะออกแบบได้</strong></h3>
<p>“ปกติเราไม่ค่อยคุยกับพระ ก็จะรู้สึกเกร็งๆ แต่พอเข้าไปทำงานกับท่านจริงๆ เราก็สื่อสารกับท่านได้ สำคัญมากคือต้องทำให้ท่านเห็นสิ่งที่เราคิดเป็นรูปธรรม ท่านจะเริ่มเชื่อใจ เวลาฟังบรีฟงานจากท่าน ท่านก็บอกเหตุผลและเล่าแก่นธรรมถึงสิ่งที่ต้องการสอนให้กับญาติโยมที่จะมาวัด ทีมเราได้เข้าไปศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมด้วย พุทธศาสนาเป็นปรัชญาและความซับซ้อนบางอย่างที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจเพื่อให้งานออกแบบนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องมีธรรมะสอดแทรกเข้ามา รวมถึงคำนึงว่าคนมาวัดแต่ละแห่งก็เป็นกลุ่มคนที่แตกต่างกัน” ปริยาภรณ์อธิบายถึงหลักการทำงานร่วมกับทางวัด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0538.jpg" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๖. สร้างบทสนทนาเรียนรู้กันและกัน</strong></h3>
<p>พอได้แบบที่แน่นอน ทีมงานก็จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักออกแบบของทั้ง ๙ วัด มาเล่าโจทย์ต่างๆ ให้ฟังว่าทำงานแก้ปัญหากันอย่างไร ได้เรียนรู้อะไรบ้าง รวมถึงได้นิมนต์เจ้าอาวาสและพระสงฆ์ของแต่ละวัดมาร่วมเรียนรู้ด้วย ทำให้ทั้งพระและนักออกแบบเริ่มมองเห็นทิศทางการพัฒนาไปในทางเดียวกันและเป็นรูปธรรมมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0636.jpg" /></p>
<h3><strong>๗. การบอกต่อก่อให้เกิดผลล้นหลาม</strong></h3>
<p>ทีมงานเริ่มตั้งเป้าขยายผลโครงการ โดยจัดงานเสวนาเพื่อดึงพระจากวัดอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาร่วมพัฒนาให้ไปไกลกว่าแค่ ๙ วัดนำร่อง มีวัดต่างๆ ส่งใบสมัครเข้ามาถึง ๓๒ แห่ง คัดเลือกจนได้ ๑๖ แห่ง ที่ตอนนี้กำลังลงพื้นที่สำรวจอยู่ อีกส่วนยังมาจากการบอกต่อของเจ้าอาวาสวัดนำร่องที่เฟ้นหาวัดมาแนะนำ แถมบางครั้งยังไปช่วยอธิบายแนวคิดโครงการให้เสร็จสรรพ ตอนนี้มีวัดอีก ๑๑ แห่งที่เริ่มทำงานกันแล้ว ในขณะเดียวกันก็มีนักออกแบบทั้งในนามบริษัทและส่วนบุคคลที่สนใจเข้ามาช่วย ทั้งหมดนี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งที่โครงการสามารถไปต่อได้ถึงขั้นที่พระสงฆ์เข้าใจและขยายผลกันเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>๘. จากแนวคิดนามธรรมสู่ความสำเร็จรูปธรรม</strong></h3>
<p>ตอนนี้วัดที่เกิดผลสำเร็จทั้งทางรูปธรรมและกิจกรรมแล้วมี ๒ แห่งคือ วัดศรีทวีและวัดสุทธิวราราม ปริยาภรณ์เล่าว่า &#8220;วัดศรีทวีเริ่มใช้ห้องปฏิบัติธรรมใหม่แล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา<br />
เราเข้าไปปรับปรุงเรื่องแสงสว่างเพราะแต่เดิมเวลาปิดประตูห้องจะทึบมาก คนที่มาปฏิบัติธรรมบอกว่าบางทีเข้าไปนั่งในห้องแอร์นานๆ ๓-๔ วัน เขาจะเริ่มไม่สบายกัน เราจึงเจาะผนังข้างๆ ขยายหน้าต่างให้กว้าง และยกเพดานขึ้นให้ดูโปร่ง ที่คานก็ติดตั้งภาพปริศนาธรรมลงไป ทราบมาว่าหลังจากปรับปรุงห้องปฏิบัติธรรมก็มีการใช้งานเต็มตลอด&#8221;</p>
<p>&#8220;ส่วนที่วัดสุทธิวราราม เราก็ปรับภูมิทัศน์ใหม่โดยสร้างพื้นที่สีเขียวให้ร่มรื่นมากขึ้น รวมถึงปรับปรุง &#8216;ศาลา ณ สงขลา&#8217; ของวัด เปิดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ให้ชาวบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ จัดกิจกรรมอย่าง ‘ดูหนังหาแก่นธรรม’ ขึ้น ซึ่งทางวัดก็เข้ามาช่วยอย่างดี จะเห็นว่าถ้าวัดมีขนาดเล็กไม่ซับซ้อนมาก และทุกฝ่ายทำงานแบบลุยเต็มที่ เวลาแค่ปีครึ่งก็จะเห็นผลแล้ว&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0828.jpg" /></p>
<h3><strong>๙. โครงการบันดาลไกล</strong></h3>
<p>จากเป้าหมายเบื้องต้นที่ทีมงานแค่อยากขยายผลให้เกิดองค์ความรู้ใน ๑๐๐ วัด ก็เริ่มเล็งเห็นว่าน่าจะเป็นไปได้ที่จะสามารถทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั้ง ๑๐๐ แห่ง เพียงแต่ขอบเขตการพัฒนาของแต่ละวัดจะไม่เท่ากัน บางวัดอาจทำตั้งแต่มาสเตอร์แพลนไปจนถึงขั้นตอนก่อสร้างและคิดกิจกรรมธรรมนำใจ แต่บางวัด เจ้าอาวาสอาจขอแค่ให้ไปช่วยในบางเรื่องก็ได้</p>
<p>&#8220;พอทำงานกับ ๙ วัดนำร่องนี้แล้ว เราจะรู้ว่าวัดนี้ควรใช้เครื่องมืออะไร ควรแก้ปัญหาอย่างไรตั้งแต่ต้น เราจะปรับเปลี่ยนกระบวนการให้มีประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเราอาจพูดเก่งกว่าเดิม สื่อสารกับพระท่านได้ดีขึ้น แต่เราคงทำทั้ง ๑๐๐ วัดไม่ไหว วัดบันดาลใจจะร่วมกับเครือข่ายในท้องถิ่นแต่ละสถานที่เพื่อขยายการทำงาน วิธีนี้จะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว&#8221;</p>
<p>&#8220;เวลาที่วัดจัดงานบุญหรือปฏิบัติธรรมแล้วเราเห็นคุณตาย่ายายเดินถือชะลอมมา มีคนหนุ่มสาวเข้าไปช่วย แล้วชวนไปนั่งกินข้าว เรารู้สึกว่าสังคมกำลังกลับมา ชีวิตชีวากลับมาที่วัดแล้ว” ปริยาภรณ์ทิ้งท้ายด้วยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดของโครงการนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/09_21.jpg" /></p>
<p><strong>facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/watbundanjai/?fref=ts">วัดบันดาลใจ</a></p>
<p><strong><em>ภาพ </em></strong><em>โครงการวัดบันดาลใจ</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/draft-11/">‘วัดบันดาลใจ’ โครงการบันดาลวัดให้กลับคืนสู่ศูนย์รวมจิตใจของชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/draft-11/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 สถานที่เดินชิลล์ผมปลิวลมในซอยสีลม 19</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soi-15/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/soi-15/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2016 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Projects]]></category>
		<category><![CDATA[indie in soi]]></category>
		<category><![CDATA[The Reading Room]]></category>
		<category><![CDATA[สีลม 19]]></category>
		<category><![CDATA[Nob Café]]></category>
		<category><![CDATA[Lo Strabacco Italian Restaurant and Pizzeria]]></category>
		<category><![CDATA[Thavibu Art Gallery]]></category>
		<category><![CDATA[Tang Contemporary Art]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/soi-15/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ อย่างถนนสีลมที่เต็มไปด้วยมนุษย์เงินเดือนเดินกันขวักไขว่อาคารสำนักงานใหญ่ๆ รวมไปถึงสถานที่ทันสมัยบ่งบอกไลฟ์สไตล์คนเมืองใครจะรู้ว่าแค่เราเดินเลยซอยวัดแขกไปอีกประมาณ 3 ซอยยังมีซอยเล็กๆ ที่น่าสนใจอย่างซอยสีลม 19 ซึ่งเป็นแหล่งซ่อนตัวของแกลเลอรี่ ห้องสมุดชั้นดี รวมถึงร้านอาหารรสเลิศ ใครย่างเท้าก้าวเข้าไปในซอยนี้รับรองว่าจะหลงรักจนต้องแวะกลับมาอีกแน่นอน 01 NOB Café ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟ เริ่มต้นกันที่โครงการบ้านสีลม คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ด้านหน้าซอย ที่นี่มีร้านกาแฟน่ารักบรรยากาศอบอุ่น แถมยังเสิร์ฟอาหารหลากหลายตั้งแต่อาหารเช้า ขนมหวาน และเครื่องดื่มร้อนเย็น คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิกาให้เลือกทั้งแบบคั่วเข้มและคั่วกลาง เมนูแนะนำที่อยากให้ลองชิมคือ NOB Sandwich แซนด์วิชซิกเนเจอร์ของร้านเสิร์ฟพร้อมสลัดและซอสมะเขือเทศ, คาราเมลมัคคิอาโต้รสนุ่มๆ, สมูทตี้ดรีมมี่เบอร์รี่ และบราวนี่ไอศครีมวานิลลา นอกจากของกินเพลินพุงแล้ว NOB Café ยังมีโซนขายของแฮนด์เมดน่ารักๆ และของตกแต่งบ้านน่าซื้ออย่างงานเซรามิก หมอนอิง หมวก ผ้าพันคอ ถุงเท้า ลองแวะมาเลือกดูสินค้าที่การันตีว่าร้านนี้เขาไม่ได้มีดีแค่กาแฟจริงๆ กันล่ะ NOB Café เปิดทุกวันจันทร์ &#8211; ศุกร์ 06.30 &#8211; 20.00 น., เสาร์ &#8211; อาทิตย์ 10.00 &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-15/">5 สถานที่เดินชิลล์ผมปลิวลมในซอยสีลม 19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ<br />
อย่างถนนสีลมที่เต็มไปด้วยมนุษย์เงินเดือนเดินกันขวักไขว่อาคารสำนักงานใหญ่ๆ รวมไปถึงสถานที่ทันสมัยบ่งบอกไลฟ์สไตล์คนเมืองใครจะรู้ว่าแค่เราเดินเลยซอยวัดแขกไปอีกประมาณ 3 ซอยยังมีซอยเล็กๆ ที่น่าสนใจอย่างซอยสีลม<br />
19 ซึ่งเป็นแหล่งซ่อนตัวของแกลเลอรี่ ห้องสมุดชั้นดี<br />
รวมถึงร้านอาหารรสเลิศ ใครย่างเท้าก้าวเข้าไปในซอยนี้รับรองว่าจะหลงรักจนต้องแวะกลับมาอีกแน่นอน</p>
<p style="text-align: center">01</p>
<h3 style="text-align: center"><strong>NOB </strong><strong>Café </strong><strong>ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟ</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-4-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-4-2.jpg"></p>
<p>เริ่มต้นกันที่โครงการบ้านสีลม คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ ด้านหน้าซอย<br />
ที่นี่มีร้านกาแฟน่ารักบรรยากาศอบอุ่น แถมยังเสิร์ฟอาหารหลากหลายตั้งแต่อาหารเช้า<br />
ขนมหวาน และเครื่องดื่มร้อนเย็น คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิกาให้เลือกทั้งแบบคั่วเข้มและคั่วกลาง<br />
เมนูแนะนำที่อยากให้ลองชิมคือ NOB Sandwich แซนด์วิชซิกเนเจอร์ของร้านเสิร์ฟพร้อมสลัดและซอสมะเขือเทศ, คาราเมลมัคคิอาโต้รสนุ่มๆ, สมูทตี้ดรีมมี่เบอร์รี่<br />
และบราวนี่ไอศครีมวานิลลา นอกจากของกินเพลินพุงแล้ว NOB Café ยังมีโซนขายของแฮนด์เมดน่ารักๆ และของตกแต่งบ้านน่าซื้ออย่างงานเซรามิก หมอนอิง หมวก ผ้าพันคอ ถุงเท้า ลองแวะมาเลือกดูสินค้าที่การันตีว่าร้านนี้เขาไม่ได้มีดีแค่กาแฟจริงๆ กันล่ะ</p>
<p><strong>NOB </strong><strong>Café </strong>เปิดทุกวันจันทร์ &#8211; ศุกร์ 06.30 &#8211; 20.00<br />
น., เสาร์ &#8211; อาทิตย์ 10.00 &#8211; 18.00 น. / โทร. 088-607-6772 / Facebook<br />
| <a href="https://www.facebook.com/knobcafe/?fref=ts">NOB cafe&#8217;</a></p>
<hr>
<p style="text-align: center">02</p>
<h3 style="text-align: center"><strong>ลิ้มลองอาหารอิตาเลียนต้นตำรับที่ </strong><strong>Lo Strabacco </strong><strong>Italian Restaurant and Pizzeria</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-5-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-5-2.jpg"></p>
<p>ออกจากบ้านสีลมมาสักนิดก็เดินมาเจอ Lo<br />
Strabacco ร้านอาหารอิตาเลียนสูตรดั้งเดิมที่ Luca Ozino เจ้าของร้านบอกว่าคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีนำเข้าจากอิตาลี<br />
ส่วนเส้นพาสต้าก็ทำเองสูตรเฉพาะของทางร้าน เมนูส่วนใหญ่เน้นเป็นอาหารพื้นเมืองอย่าง<br />
Caprese สลัดมะเขือเทศพร้อมชีสมอสซาเรลล่า, ปลากะพงย่าง BranzinoFiletto, Cotoletteaalla Milanese พอร์คช็อปชุบเกล็ดขนมปังทอดเสิร์ฟพร้อมสลัด, Pomodoro สปาเกตตีซอสมะเขือเทศหรือ Bruschetta<br />
ขนมปังกรอบโปะหน้ามะเขือเทศสับละเอียดที่เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยประจำครัวอิตาเลียน<br />
ถ้าอยากจิบไวน์ที่นี่ก็มีให้เลือกหลายชนิด ไปถึงย่านสีลมทั้งทีจะไม่แวะชิมอาหารต่างชาติเสียหน่อยก็คงเหมือนไปไม่ถึง</p>
<p><strong>Lo Strabacco Italian Restaurant and Pizzeria </strong>เปิดทุกวัน<br />
11.30 &#8211; 15.30 น. และ 17.30 &#8211;<br />
23.30 น. / โทร. 0-2237-7009 / Facebook<br />
| <a href="https://www.facebook.com/lostrabacco.bkk/">Lo Strabacco</a></p>
<hr>
<p style="text-align: center">03</p>
<h3 style="text-align: center"><strong>หลุดเข้าไปในห้องสมุดศิลปะร่วมสมัย และแลกเปลี่ยนพูดคุยกับหนอนหนังสือด้วยกันที่ </strong><strong>The Reading Room</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-3-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-3-2.jpg"></p>
<p>ป้ายเล็กๆ ด้านหน้าบันไดทางเข้าตึกที่แสนเรียบง่ายถัดจากร้าน<br />
Lo Strabacco เพียง 1 คูหาอาจจะหายากหน่อยถ้าไม่สังเกตดีๆ<br />
แต่ถือว่าทดสอบสายตาก่อนมาอ่านหนังสือแล้วกัน เดินขึ้นไปยังชั้น 4 จะพบจุดหมายของคนรักหนังสือและศิลปะในห้องที่ไม่ได้ใหญ่โอ่อ่า<br />
แต่บรรยากาศอบอุ่นเพราะแน่นไปด้วยหนังสือไทย-อังกฤษเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของเกี๊ยว-นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน ผู้ก่อตั้งห้องสมุดแห่งนี้เพราะอยากเปิดพื้นที่ให้คนได้มาแลกเปลี่ยนแนวคิด<br />
และเข้าถึงข้อมูลความรู้ด้านศิลปะกันได้ฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าเข้า ไม่มีระบบสมาชิก ถ้าสนใจยืมหนังสือหรือดีวีดีก็แค่ลงชื่อไว้แล้วเอาไปเสพให้พอใจที่บ้านได้เลย</p>
<p>ที่นี่ยังขยันจัดเสวนา ฉายภาพยนตร์ หรือแม้แต่แสดงละครในประเด็นเกี่ยวกับวรรณกรรม<br />
ศิลปะ ไปจนถึงเรื่องสังคมการเมืองอยู่บ่อยๆ อย่างช่วงนี้มีโปรเจกต์ SLEEPOVER ที่ชวนบุคคลและองค์กรด้านศิลปวัฒนธรรมมาใช้พื้นที่สร้างกิจกรรมชวนวิพากษ์ในหัวข้อต่างๆ<br />
ตามแต่ละเดือน ส่วนเสาร์อาทิตย์ที่ 25 &#8211; 26 มิถุนายนนี้ ยังมีงานฉายสารคดีและภาพยนตร์ทดลองจากฟิล์มไวรัสอีกด้วย<br />
แนะนำเลยว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในกรุงเทพฯ ที่ควรมาสักครั้ง</p>
<p><strong>The Reading Room </strong>เปิดวันพุธ &#8211; อาทิตย์ 13.00 &#8211; 19.00 น./ โทร. 0-2635-3674 / Facebook l <a href="https://www.facebook.com/thereadingroombkk/?fref=ts">The Reading Room, Bangkok</a></p>
<hr>
<p style="text-align: center">04</p>
<h3 style="text-align: center"><strong>ชมงานศิลปะคัดสรรจาก </strong><strong>3 สัญชาติที่ Thavibu Art Gallery</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-1-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/soi31.jpg"></p>
<p>ก้าวเท้าเข้ามาในอาคาร The Silom Galleria ก็อย่าเพิ่งตกใจคิดว่ามาผิดตึก<br />
ถึงแม้ภายในจะดูไม่เหมือนที่ตั้งของแกลเลอรี่ศิลปะสักเท่าไหร่ แต่หากได้ขึ้นบันไดเลื่อนสู่ชั้น<br />
4 ของอาคารแล้วรับรองคนรักศิลปะจะต้องใจเต้น<br />
เพราะนี่คือศูนย์รวมแกลเลอรี่จัดแสดงงานศิลปะหลากสไตล์ หนึ่งในนั้นคือ Thavibu<br />
Art Gallery ที่รวมงานจากศิลปินขาประจำ 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ไทย<br />
เวียดนาม พม่า สะท้อนเอกลักษณ์และมุมมองในแง่วัฒนธรรม สังคม การเมืองการปกครอง อย่างชัดเจน เช่นงานศิลปะเทคนิค<br />
Lacquer Painting ของศิลปินเวียดนามที่หาดูได้ยากก็มีให้ดูกันที่นี่<br />
คุณไฮดี้ ปาร์ค เจริญพร เจ้าของแกลเลอรี่ยังแอบเอาผลงานสไตล์คิวบิสที่กำลังเตรียมติดตั้งเพื่อจัดแสดงครั้งหน้ามาให้เราดูก่อนอีกด้วย<br />
บอกเลยว่าทั้งสวยเท่และสะดุดตาจนเราสัญญาว่าจะกลับมาชมอีกรอบ</p>
<p><strong>Thavibu Art Gallery </strong>เปิดวันจันทร์ &#8211; เสาร์ 11.00 &#8211; 19.00 น. / โทร. 0-2266-5454 / <strong></strong><a href="http://www.thavibuart.com/">www.thavibuart.com</a></p>
<hr>
<p style="text-align: center">05</p>
<h3 style="text-align: center"><strong>สานสัมพันธ์ไทย-จีนผ่านงานศิลปะร่วมสมัยที่แกลเลอรี่ </strong><strong>Tang Contemporary Art</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/soi102.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-soi-15-2-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>เดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นก็เป็นที่ตั้งของแกลเลอรี่ที่น่าสนใจอีก<br />
จัดแสดงงานร่วมสมัยของศิลปินจีนและศิลปินไทยโดยเจ้าของแกลเลอรี่ตั้งใจจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีนผ่านการนำผลงานของศิลปินไทยไปจัดแสดงที่สาขาต่างประเทศอย่างปักกิ่งและฮ่องกง<br />
สิ้นเดือนกรกฎาคมนี้จะมีนิทรรศการภาพถ่ายของมานิต ศรีวานิชภูมิ<br />
ช่างภาพไทยชื่อดังเจ้าของภาพถ่ายชุด Pink Man จัดแสดงที่นี่เป็นงานสุดท้ายก่อนตัวแกลเลอรี่จะย้ายไปที่ราชดำริ<br />
ใครสะดวกแวะมาซอยนี้ก็อย่าลืมขึ้นมาชมกันนะ</p>
<p><strong>Tang Contemporary Art </strong>เปิดวันอังคาร &#8211; อาทิตย์ 11.00 &#8211; 19.00 น. (ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์) / โทร.<br />
0-2630-1114 / <a href="http://www.tangcontemporary.com"> www.tangcontemporary.com</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/silom19.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soi-15/">5 สถานที่เดินชิลล์ผมปลิวลมในซอยสีลม 19</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/soi-15/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>X0809 : ดูโอ้สาวที่ซิงก์ความหลุดโลกเข้ากับซาวนด์อิเล็กทรอนิกสะดุดหู แถมสไตล์ก็สะดุดตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-12/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-12/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐนันทน์ ทองเปล่งศรี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jun 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[X0809]]></category>
		<category><![CDATA[นท พนายางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[อัญญา เมืองโคตร]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรีอินดี้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แดนสนทนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-12/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปลายปีที่แล้วดูเป็นช่วงเวลาทองของวงดนตรีนอกกระแสไทย เห็นได้จากซิงเกิลใหม่ซาวนด์แปลกๆ ที่หลายวงดนตรีอินดี้ทยอยปล่อยกันออกมา ยังไม่นับวงที่เราบังเอิญไปเจอตามงานศิลปะต่างๆ แต่กับ X0809 วงดนตรีอิเล็กทรอนิกป๊อปชื่ออ่านยากของสองสาว นท พนายางกูร และ เยล-อัญญา เมืองโคตร ที่โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งนั้นแตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ซาวนด์ล้ำๆ ที่เปลือยความสามารถทางดนตรีของทั้งคู่ออกมาจนหมด แต่ภาพลักษณ์ที่ซ่าและแนวมากอย่างแฟชั่นของพวกเธอยังดึงดูดสายตาเราอีกด้วย -30 (Minus Thirty) คือซิงเกิลแรกที่ทั้งคู่ปล่อยออกมาอย่างไม่เเคร์องศาอากาศประเทศไทย ดนตรีอิเล็กทรอนิกแปลกหู บวกกับวิชวลสุดตื่นตาในมิวสิกวิดีโอที่ทำให้เราได้เห็นเป็นลายเซ็นของนทและเยลชัดมากขึ้น เลยทำให้เราต้องมานั่งพูดคุยกับสองสาวในอุณหภูมิแสนระอุตอนนี้ เล่าที่มาของเพลง &#8211;30 ให้ฟังหน่อย เยล: เคยไปถามเพื่อนที่เป็นหมอ เขาบอกว่า -30 องศาเซลเซียสคืออุณหภูมิของหัวใจที่คนเราจะอยู่ได้โดยไม่ตาย เพลงนี้เราเขียนไว้นานมากแล้ว พอคิดว่าต้องมีซิงเกิลของตัวเองกันได้แล้วก็เลยเอาเพลงนี้มาโปรดิวซ์ใหม่กับนทจริงๆ เรากะจะปล่อยเพลงตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ทำไปทำมาก็ไม่ทัน เพราะเราทำทุกอย่างกันเอง พอไม่มีค่ายก็ยากหน่อย แต่ดีแล้วที่ออกมาจนได้ เพราะว่าต่อไปก็คงจะง่ายขึ้นแล้วแหละ วัตถุดิบในการทำเพลงของวง X0809 มาจากไหนบ้าง เยล: ก็ทั่วๆไปรอบตัวเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงแรนด้อมที่เราอัดแล้วก็เอามาแทรกในเพลงนั้นๆ อย่าง -30 นทฟังแล้วรู้สึกว่าต้องมีเสียงอะไรที่รู้สึกถึงการตีจริงๆ ตัวบีทต้องมีมิติกว่านี้ เราก็เลยไปอัดเสียงตีเหล็กกัน ปึง ปึง ปึง แล้วก็เอามาซ้อนกับเสียงกลอง นท: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-12/">X0809 : ดูโอ้สาวที่ซิงก์ความหลุดโลกเข้ากับซาวนด์อิเล็กทรอนิกสะดุดหู แถมสไตล์ก็สะดุดตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ปลายปีที่แล้วดูเป็นช่วงเวลาทองของวงดนตรีนอกกระแสไทย เห็นได้จากซิงเกิลใหม่ซาวนด์แปลกๆ<br />
ที่หลายวงดนตรีอินดี้ทยอยปล่อยกันออกมา ยังไม่นับวงที่เราบังเอิญไปเจอตามงานศิลปะต่างๆ<br />
แต่กับ X0809 วงดนตรีอิเล็กทรอนิกป๊อปชื่ออ่านยากของสองสาว<br />
	<strong style="background-color: initial">นท<br />
พนายางกูร<br />
	</strong> และ <strong style="background-color: initial">เยล-อัญญา เมืองโคตร</strong><br />
	ที่โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งนั้นแตกต่างออกไป ไม่ใช่แค่ซาวนด์ล้ำๆ ที่เปลือยความสามารถทางดนตรีของทั้งคู่ออกมาจนหมด<br />
แต่ภาพลักษณ์ที่ซ่าและแนวมากอย่างแฟชั่นของพวกเธอยังดึงดูดสายตาเราอีกด้วย</p>
<p>
	<em>-30 (Minus Thirty)</em> คือซิงเกิลแรกที่ทั้งคู่ปล่อยออกมาอย่างไม่เเคร์องศาอากาศประเทศไทย ดนตรีอิเล็กทรอนิกแปลกหู<br />
บวกกับวิชวลสุดตื่นตาในมิวสิกวิดีโอที่ทำให้เราได้เห็นเป็นลายเซ็นของนทและเยลชัดมากขึ้น<br />
เลยทำให้เราต้องมานั่งพูดคุยกับสองสาวในอุณหภูมิแสนระอุตอนนี้</p>
<p>
	<strong>เล่าที่มาของเพลง &#8211;</strong><strong>30 ให้ฟังหน่อย</strong></p>
<p>
	<strong>เยล: </strong>เคยไปถามเพื่อนที่เป็นหมอ เขาบอกว่า -30<br />
องศาเซลเซียสคืออุณหภูมิของหัวใจที่คนเราจะอยู่ได้โดยไม่ตาย เพลงนี้เราเขียนไว้นานมากแล้ว<br />
พอคิดว่าต้องมีซิงเกิลของตัวเองกันได้แล้วก็เลยเอาเพลงนี้มาโปรดิวซ์ใหม่กับนทจริงๆ<br />
เรากะจะปล่อยเพลงตั้งแต่เดือนมีนาคม แต่ทำไปทำมาก็ไม่ทัน เพราะเราทำทุกอย่างกันเอง<br />
พอไม่มีค่ายก็ยากหน่อย แต่ดีแล้วที่ออกมาจนได้ เพราะว่าต่อไปก็คงจะง่ายขึ้นแล้วแหละ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-2.jpg"></p>
<p>
	<strong>วัตถุดิบในการทำเพลงของวง</strong><strong> X0809 มาจากไหนบ้าง</strong></p>
<p>
	<strong>เยล:</strong> ก็ทั่วๆไปรอบตัวเรา ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงแรนด้อมที่เราอัดแล้วก็เอามาแทรกในเพลงนั้นๆ<br />
อย่าง<br />
	<em> -30</em> นทฟังแล้วรู้สึกว่าต้องมีเสียงอะไรที่รู้สึกถึงการตีจริงๆ<br />
ตัวบีทต้องมีมิติกว่านี้ เราก็เลยไปอัดเสียงตีเหล็กกัน ปึง ปึง ปึง แล้วก็เอามาซ้อนกับเสียงกลอง<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท:</strong> ตีเหล็กมาเป็นเสียงเครื่องดนตรีไฮแฮท<br />
ตีถังมาเป็นเสียงเบส แล้วก็เอามาซ้อนกัน เราจะเน้นใช้เสียงที่เราอัดมาทำเป็นเพลง</p>
<p>
	<strong>ฟีดเเบ็กจากเพลงแรกเป็นไงบ้าง</strong></p>
<p>
	<strong>เยล:</strong> ก็เกินคาด คนฟังไม่คิดว่าจะทำอะไรใหม่ขนาดนี้ แต่ไม่ใช่ว่าดีเกินคาดนะ&#8230;แปลกเกินคาด (หัวเราะ)<br />
	<strong style="background-color: initial">นท:</strong> หลายคนก็บอกว่าขอบคุณที่กล้าทำอะไรแปลกใหม่ดีจริงๆ เราไม่ได้คาดหวังให้คนเข้าใจมากอยู่แล้ว<br />
เราแค่อยากทำเราก็เลยทำ แค่คิดว่าสักวันหนึ่งเขาก็คงจะเข้าใจ แล้วก็คิดว่าไอ้นี่มันทำเร็วดีเนอะ</p>
<p>
	<strong>แสดงว่าจริงๆ เทรนด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกก็เริ่มมีกระแสมาตั้งนานแล้ว</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> ในเมืองนอกมีกระแสมานานมาก เราเชื่อว่าทุกคนฟังมานานแล้ว<br />
แค่ยังไม่มีใครฟังจริงๆ จังๆ<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล:</strong> นิยามดนตรีอิเล็กทรอนิกของคนไทยเขาจะนึกถึงแต่ EDM หรือเพลงตื๊ดๆ แต่จริงๆ แล้วอิเล็กทรอนิกก็คือเพลงทั่วไปที่ทุกคนฟังกัน<br />
แค่ไม่ได้เรียกว่าอิเล็กทรอนิก ทุกคนไปเรียกว่าป๊อปหรือ R&amp;B มากกว่า แนวเพลงมันคาบเกี่ยวกัน เพราะอิเล็กทรอนิกมันกว้างมาก</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>นทกับเยลเคยทำดนตรีร่วมกันในวง </strong><strong>The Krrrrr มาก่อน แล้วจับคู่มากลายเป็น X0809 ได้ยังไง</strong></p>
<p>
	<strong>นท: </strong>มันเกิดจากนทไปฝึกงานที่นิวยอร์ก แล้วก็ได้ไปรู้จักกับรุ่นพี่ที่นั่น ไปเล่นดนตรีกัน<br />
นทไปอยู่ 2 เดือน ได้เล่นดนตรีที่นั่น 3 ครั้ง เราจัดกันเอง เชิญคนมาดู ทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ยากเลยกับการที่จะตั้งวงแล้วมีโชว์เป็นของตัวเอง<br />
ทำตามฝันของตัวเอง แค่เราพยายาม เพราะ 2 เดือนที่อยู่ที่นั่นเราทำทุกวิถีทางที่จะไปเล่นดนตรีทำโชว์<br />
ตอนนั้นไฟแรงมาก พอกลับมาก็เลยชวนพี่เยลทำวงด้วยกัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-4.jpg"></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>แล้วถ้ามองกลับมาที่ไทย โอกาสแสดงโชว์อย่างนั้นมีมากแค่ไหน</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> ในไทยจริงๆ เราก็ทำได้ เพราะเรามีคอนเนกชันเยอะกว่า<br />
คนรู้จักเราก็เยอะกว่า แต่เรารู้สึกว่าคนยังไม่ค่อยเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เท่านิวยอร์ก<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล:</strong> เราว่าเพราะคนยังไม่รู้ด้วยแหละ<br />
มันเป็นอะไรที่ใหม่ แต่ถ้ามีมาเรื่อยๆ แล้วเริ่มขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ<br />
ไม่ว่ายังไงเดี๋ยวมันก็มาอยู่ดี เหมือนวงการศิลปะอะ<br />
เราต้องช่วยๆ กันทำให้คนรับรู้ว่ามันมีอย่างนี้อยู่นะ</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>ถ้างั้นจะมีวิธีสื่อสารยังไงให้คนกลุ่มใหม่ๆ ที่อาจยังไม่รู้จักเพลงแนวนี้ได้ลองฟังเพลงของเรา</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> น่าจะจัด Live Show นี่แหละ ตอนนี้เรากำลังวางแผน นั่งทำเพลงของตัวเองเรียงเพลงกันอยู่ว่าต้องทำยังไงให้มันสื่อสารออกมาง่ายที่สุด<br />
ด้วยความที่เราทั้งคู่มีพื้นฐานด้านออกแบบอยู่แล้ว เลยเอามันมาบวกกับการทำเพลง เราอยากทำให้โชว์ของเราเป็นวิชวลอาร์ตที่ต้องสื่อสารในหลายๆ อย่างไม่ใช่แค่เสียงอย่างเดียว<br />
ให้มันมีภาพ มีไฟ การเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ทำให้คนเข้าใจเรามากขึ้น<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล</strong><strong style="background-color: initial">:</strong> ความฝันอีกอย่างหนึ่งของเราก็คืออยากออกแบบเวทีเองตอนเราเล่นสด<br />
เหมือนเวลาที่แสงเข้ากับบีทที่เราเล่น เราคิดว่ามันน่าสนใจมากเลย<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท</strong><strong style="background-color: initial">:</strong> ด้วยความที่เราไม่มีค่าย มันทำให้เราทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองจากฐานของการคิดการวางแผนอะไรต่างๆ<br />
อาร์ตไดเรกชัน กราฟิก โลโก้วง หรืออาร์ตเวิร์กต่างๆ เราก็ทำเอง ไม่ต้องไปจ้างคนอื่น<br />
ก็ยิ่งทำให้เราชัดเจนมากขึ้นว่าเราเป็นยังไง</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>อย่างลิปสติกบนขอบตาเยลก็เป็นสไตล์ของวงอย่างหนึ่งเหมือนกัน</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> เราเป็นคนที่ชอบจับคนอื่นมาแต่งตัวมากๆ แล้วพี่เยลเป็นคนไม่ชอบแต่งตัวก็เลยจับแต่งให้<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล:</strong> ตอนแรกนทบอกว่าเดี๋ยวจะแต่งด้วยกันนะ<br />
พอมันเขียนตาเราเสร็จ ก็บอก &#8216;เราไม่เขียนนะ&#8217; ทาแค่ปากแล้วก็ลงมาเลย เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท:</strong> (หัวเราะ) ก็บาลานซ์ไง ถามว่าทำไมวงเราให้ความสำคัญกับแฟชั่น<br />
เพราะแฟชั่นก็คือวิชวลอย่างหนึ่งเหมือนกัน เราให้ความสำคัญกับทุกๆ<br />
รายละเอียดในโปรดักชัน ไม่ใช่แค่ดนตรี แบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ก็เลยชอบร่วมงานกับเรา</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-5.jpg"></p>
<p>
	<strong><br />
ถ้าให้ตั้งชื่อคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ใส่มาวันนี้จะชื่ออะไร<br />
	</strong></p>
<p>
	<strong>นท: </strong>คอลเลกชันวันนี้คือปฏิบัติธรรม<br />
อารมณ์เหมือนเราเพิ่งไปปฏิบัติธรรมมาแล้วมีงานต่อ ก็เลยต้องรีบทำอะไรเร็วๆ<br />
งั้นทาปากแดงมาเพิ่มแล้วกัน (หัวเราะ)</p>
<p>
	<strong>จากนท เดอะสตาร์ สาวอะคูสติก เล่นอูคูเลเล่ กลายมาเป็นสาวอินดี้ที่รักดนตรีแนวทดลองแบบนี้ได้ยังไง</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> จริงๆ เราชอบดนตรีแนวนี้ตั้งนานแล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทำให้บริษัทพรีเซนต์เรามาทางนี้ไม่ได้เพราะคนจะไม่เข้าใจ<br />
เขาก็ทำยังไงให้คนชอบเราง่ายๆ ก่อน ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้ว วางให้เราดูน่ารักๆ<br />
ให้คนรักเราก่อน แล้วค่อยๆ ปล่อยความเป็นตัวเราออกมาทีละนิด ถ้าปล่อยมาตู้มเดียวหลายคนก็อาจงงว่าอีบ้านี่เป็นอะไร (หัวเราะ)<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล: </strong>เราคอนเฟิร์มว่านทเป็นแบบนี้ บ้ามาตั้งนานแล้ว<br />
ตอนแรกที่นทเข้าคณะมาก็มีแต่คนเรียกน้องนทๆ เราก็ อี๋&#8230;เดอะสตาร์เหรอ (หัวเราะ)<br />
แต่พอรู้จักกันแล้วภาพนทไม่เหมือนกับที่เราเห็นในสื่อ เป็นคนชิลล์มากและบ้าๆ บอๆ<br />
พอกัน</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>แล้วแฟนๆ ของนทว่ายังไงบ้างหลังเราพรีเซนต์ตัวเองในฐานะศิลปินวง </strong><strong>X0809</strong></p>
<p>
	<strong>นท: </strong>ก็มีกลุ่มหนึ่งที่ยังตามเราอยู่ และมีอีกหลายๆ กลุ่มที่หายไปเลย<br />
แต่เราไม่โทษเขาหรอก เพราะว่าเราก็เข้าใจจริงๆ แล้วเราไม่ได้เปลี่ยนไปนะ<br />
เราแค่โตขึ้นและเป็นตัวเองมากขึ้นแค่นั้นเอง<br />
แต่ก็ยังขอให้เขาติดตามผลงานของเราที่เข้าใจง่ายๆ อยู่นะ<br />
อย่างผลงานการแสดงและเพลงที่เราไปร้องร่วมกับศิลปินคนอื่น</p>
<p>
	<strong>ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากแต่ก่อนที่เราอยู่ค่ายใหญ่แล้วเพิ่งออกมาทำเพลงด้วยตัวเอง</strong><strong></strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> มันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย คือเวลาอยู่ในค่าย พูดตรงๆ<br />
เลยคือมันสบายแต่ไม่สนุก แต่พอเราออกมา มันสนุกมาก แต่ไม่สบายเลย เกิดอะไรขึ้นปั๊บเรารับคนเดียว<br />
ไม่มีอะไรมาเซฟเราเลยก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองหมดทั้งทางรูปธรรมและอารมณ์ เราต้องอยู่กับมันให้ได้<br />
อย่างบางงานเราโดนเอาเปรียบแต่จะไปนิสัยแย่ใส่เขาก็ไม่ได้ทั้งๆ ที่อยากทำมาก<br />
แต่เพราะเราอยู่ข้างหน้า ก็ต้องหาวิธีที่พูดคุยกับเขา แต่การอยู่คนเดียวก็ทำให้เราโตขึ้นเยอะเลยนะ</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>มีกรอบอะไรมั้ยที่จะมาครอบการสร้างสรรค์งานของ </strong><strong>X0809 ได้</strong></p>
<p>
	<strong>นท:</strong> มีนะ กรอบของเราคือเงิน (หัวเราะ)<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล: </strong>อีพีนึงมันใช้เงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ ตอนแรกเราไม่เคยทำกันเองมาก่อน<br />
แต่พอผ่านเพลงแรกมา เฮ้ย! ติดหนี้ว่ะ (หัวเราะ) ล้มละลายว่ะ<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท:</strong> -30 เลย ลบมากกว่าสามสิบอีก<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล: </strong>เข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่ทำเพลงเขาไม่ออกอัลบั้มกันสักทีนะ<br />
เพราะมันไม่มีตังค์นั่นเอง<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท: </strong>ตอนนี้เราเลยกำลังทำอีพีร่วมกับ asiola มันเป็นการระดมทุนเเบบหนึ่ง ไม่ใช่ขายตรงนะ แต่เหมือนกับคุณให้เงินเรามา<br />
แล้วแลกสิ่งตอบแทนตามที่คุณเลือก มีทั้งเพลงของเรา อัลบั้ม แผ่นไวนิล กระเป๋าผ้า<br />
เสื้อยืด รวมถึงไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกับเรา ก็อยากให้ทุกคนลองเข้าไปดูกัน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-12-7.jpg"></p>
<p>
	<strong>ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา คิดว่า</strong><strong> X0809 จะไปไกลเเค่ไหน</strong></p>
<p>
	<strong>นท: </strong>ซื้อสลอตไทม์เล่นที่ Glastonburry<br />
Festival เลยค่ะ ไม่ต้องรอเขาเชิญเลย ถ้าเงินไม่ใช่ขีดจำกัดนะ<br />
บินไปเล่นทั่วโลกเลย เขาไม่จ้างเรา เราไม่สน เราเอาเงินโยนใส่<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">เยล: </strong>แกเอาฉันขึ้นเดี๋ยวนี้นะ! อะไรอย่างนี้ แต่ในชีวิตจริงไม่มีไง<br />
ต้องแบบอ้อนวอน พี่ๆ ขอเล่นหน่อย</p>
<p>
	<strong style="background-color: initial">นทและเยลดูทำอะไรมาหลายอย่างมาก สะสมประสบการณ์มาเยอะทั้งที่ยังเด็กอยู่ ตอนนี้คิดว่าใช้ชีวิตคุ้มค่าหรือยัง</strong></p>
<p>
	<strong>เยล: </strong>เราโอเคแล้วนะ เเต่ถ้ามองไปในอนาคตก็รู้สึกว่ามันจะคุ้มยิ่งกว่านี้อีก<br />
เพราะว่าเรามีโปรเจกต์เยอะมากในตอนนี้ แล้วก็น่าตื่นเต้นมาก จะมีคนเก่งๆ หลายคนมาร่วมสนุกด้วย<br />
ต้องรอติดตามตอนปลายปี</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คนเก่งๆ<br />
อยากมาร่วมงานกับวง<br />
	</strong><strong>X0809</strong></p>
<p>
	<strong>เยล</strong><strong>:</strong> ความบ้า<br />
มันคงดูแปลกตรงที่เราเป็นเด็กสองคนที่เล่นดนตรีและร้องเพลงกันทั้งคู่<br />
เราเป็นฟิวชัน และไฮเปอร์ อยากทำอะไรก็ทำ จริงๆ เราชอบทำทุกอย่างเลยนะ อยากลองหลายๆ<br />
อย่าง<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">นท</strong><strong style="background-color: initial">:</strong> แล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะว่าเราสวยค่ะ</p>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> ลักษิกา แซ่เหงี่ยม<br /><strong></strong></em><em style="background-color: initial"><strong>กำกับและตัดต่อ</strong> อภิวัฒน์ ทองเภ้า</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-12/">X0809 : ดูโอ้สาวที่ซิงก์ความหลุดโลกเข้ากับซาวนด์อิเล็กทรอนิกสะดุดหู แถมสไตล์ก็สะดุดตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-12/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Youth Brush : ฝีแปรงทางดนตรีโฟล์กเบาสบายของคนหนุ่มที่น่าจับตามอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-10/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-10/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 May 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรีอินดี้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แดนสนทนา]]></category>
		<category><![CDATA[Youth Brush]]></category>
		<category><![CDATA[วิษณุ ลิขิตสถาพร]]></category>
		<category><![CDATA[Old Man on His Heaven]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-10/</guid>

					<description><![CDATA[<p>แค่ได้ยินทำนองก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงของใคร-ประโยคนี้ใช้ได้ดีกับเพลงของวงดนตรีโฟล์กชวนหลับตาฟัง Youth Brush ที่มีสมาชิกหลักหนึ่งเดียวคือ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร ซึ่งเพิ่งจัดคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มเต็มอันดับ 3 &#8216;Old Man on His Heaven&#8217; ไปหมาดๆ และเป็นหนึ่งเหตุผลที่เราอยากพูดคุยกับเขาถึงงานดนตรีและชีวิตฉบับอัพเดตว่าซุ่มทำอะไรอยู่นานถึง 2 ปีกว่าจะปล่อยเพลง-ที่แค่ได้ยินทำนองก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงของใคร-ออกมาให้เราฟังกัน &#8220;หลักๆ คือเรียน ทำทีสิสให้จบ และไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นกับ Two Million Thanks ครับ&#8221; ดุ่ยตอบคำถามที่เราสงสัยอย่างซื่อๆ นิ่งๆ และเล่าต่อว่า จริงๆ เขาก็ซุ่มทำเพลงในอัลบั้มที่ 3 มาตลอด แต่ก็ยังคงอุดมการณ์ว่าอยากทำสบายๆ ไม่บังคับว่าต้องเสร็จตอนไหน &#8220;ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าทำอัลบั้มนี้ผมคิดอะไรอยู่ Youth Brush มันเหมือนการทำเล่นๆ น่ะ แต่พอเรียนจบ มันก็เหมือนเป็นอาชีพของเราแล้ว ก็น่าจะออกอัลบั้มอย่างน้อยปีละครั้ง และถ้าเราตั้งใจจะทำจริงจังก็คิดว่ามันน่าจะอยู่ได้นะ&#8221; ดุ่ยขยายว่าภาพรวมของเพลงในอัลบั้มนี้จะขยายจากเรื่องราวส่วนตัวออกไปใส่ใจประเด็นที่แตะคนฟังมากขึ้น เป็นเพลงที่ฟังง่ายๆ และมีเนื้อหาคอมมอนมากกว่าเดิม &#8220;เรามีเพลงรักก็จริงแต่ไม่ได้รักแบบงมงาย เป็นเพลงใสๆ จีบกันอย่างเพลง 55 ประโยคที่ว่า &#8216;อากาศกับฉันเธอจะเลือกใคร&#8216; ก็มาจากผมไปเห็นคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊กอันนึงที่โพสต์ว่าระหว่าง DotA กับผู้หญิงเธอจะเลือกใคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-10/">Youth Brush : ฝีแปรงทางดนตรีโฟล์กเบาสบายของคนหนุ่มที่น่าจับตามอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	แค่ได้ยินทำนองก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงของใคร-ประโยคนี้ใช้ได้ดีกับเพลงของวงดนตรีโฟล์กชวนหลับตาฟัง Youth Brush ที่มีสมาชิกหลักหนึ่งเดียวคือ<br />
	<strong style="background-color: initial">ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร</strong> ซึ่งเพิ่งจัดคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มเต็มอันดับ 3 <em>&#8216;Old Man on His Heaven&#8217; </em>ไปหมาดๆ และเป็นหนึ่งเหตุผลที่เราอยากพูดคุยกับเขาถึงงานดนตรีและชีวิตฉบับอัพเดตว่าซุ่มทำอะไรอยู่นานถึง<br />
2 ปีกว่าจะปล่อยเพลง-ที่แค่ได้ยินทำนองก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงของใคร-ออกมาให้เราฟังกัน</p>
<p>
	&#8220;หลักๆ คือเรียน ทำทีสิสให้จบ<br />
และไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นกับ Two Million Thanks ครับ&#8221; ดุ่ยตอบคำถามที่เราสงสัยอย่างซื่อๆ<br />
นิ่งๆ และเล่าต่อว่า จริงๆ เขาก็ซุ่มทำเพลงในอัลบั้มที่ 3 มาตลอด<br />
แต่ก็ยังคงอุดมการณ์ว่าอยากทำสบายๆ ไม่บังคับว่าต้องเสร็จตอนไหน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-11-1.jpg"></p>
<p>
	&#8220;ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าทำอัลบั้มนี้ผมคิดอะไรอยู่<br />
Youth Brush มันเหมือนการทำเล่นๆ<br />
น่ะ แต่พอเรียนจบ มันก็เหมือนเป็นอาชีพของเราแล้ว ก็น่าจะออกอัลบั้มอย่างน้อยปีละครั้ง<br />
และถ้าเราตั้งใจจะทำจริงจังก็คิดว่ามันน่าจะอยู่ได้นะ&#8221; ดุ่ยขยายว่าภาพรวมของเพลงในอัลบั้มนี้จะขยายจากเรื่องราวส่วนตัวออกไปใส่ใจประเด็นที่แตะคนฟังมากขึ้น<br />
เป็นเพลงที่ฟังง่ายๆ และมีเนื้อหาคอมมอนมากกว่าเดิม</p>
<p>
	&#8220;เรามีเพลงรักก็จริงแต่ไม่ได้รักแบบงมงาย<br />
เป็นเพลงใสๆ จีบกันอย่างเพลง<br />
	<em>55</em> ประโยคที่ว่า <em>&#8216;อากาศกับฉันเธอจะเลือกใคร</em>&#8216; ก็มาจากผมไปเห็นคอมเมนต์ในเพจเฟซบุ๊กอันนึงที่โพสต์ว่าระหว่าง<br />
DotA กับผู้หญิงเธอจะเลือกใคร<br />
เราก็เปลี่ยนมาเป็นอากาศแล้วกัน หรืออย่างที่เอาคำว่า 55 มาใช้ก็เหมือนเพลง<br />
	<em>9</em><em>,999,999<br />
Tears<br />
	</em>เราคิดว่าถ้ามีตัวเลขในเพลงจะเป็นเลขอะไรดี และ 55<br />
ก็เป็นเลขที่คนไทยเข้าใจกันแล้วฮัมได้สนุกด้วย&#8221; ดุ่ยเล่าที่มาของเพลงในอัลบั้มสนุกซะจนเราไม่เชื่อคำที่เขาบอกมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ได้คิดอะไร<br />
อย่างน้อยวัตถุดิบเรื่องดนตรีและศิลปะที่ดุ่ยสะสมมาก็ปรากฏในงานของเขาอย่างชัดเจน</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-11-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-11-3.jpg"></p>
<p>
	Led Zeppelin, AC/DC, Stevie Ray<br />
Vaughan, Tracy Chapman, Norah Jones ไปจนถึง Maroon 5 คือตัวอย่างศิลปินที่ดุ่ยยกมาประกอบการเล่าว่าตัวเขาสนใจฟังเพลงหลากหลายขนาดไหน<br />
ซึ่งทั้งหมดซึมซับมาจากเพลงฝรั่งที่พ่อของเขาเปิดให้ฟังตอนเด็กๆ<br />
ที่ร้านอาหารบนเกาะช้างของที่บ้าน</p>
<p>
	&#8220;แต่ถ้าเวลาหาเรเฟอร์เรนซ์ทำเพลงก็จะเลือกเจาะฟังวงดนตรีที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก<br />
ถ้ายิ่งไปฟังวงที่ตามใจตัวเอง เราก็จะได้คอมโพสต์ที่แตกต่าง อย่างเพลงที่ฟังสบายๆ มากแล้วอยู่ๆ<br />
มีโน้ตหรือท่อนที่โดดขึ้นมา เราก็จะสงสัยล่ะว่าคนแต่งเขาคิดอะไรอยู่ ก็จะดึงไอเดียของคนอื่นมากลับด้านหน่อย&#8221;<br />
ดุ่ยเล่าว่าอัลบั้มนี้จะมีกลิ่นของเพลงยุค 60 มาผสม ทั้ง Bee Gees, Carpenters ที่เขากลับไปฟังซ้ำจนสังเกตเห็นการร้องซ้อนๆ กัน หรือบางเพลงก็หยิบกลิ่นของ<br />
Bon Iver ที่เป็นวงโปรดของเขามาใส่ด้วย</p>
<p>
	นอกจากดนตรีฟังสบายที่ตั้งใจอัดเสียงไม่ให้เนี้ยบ<br />
เนื้อร้องที่ใช้คำง่ายๆ (แต่ร้องตามยากเพราะเนื้อเพลงยาวเหลือเกิน)<br />
เกือบทุกเพลงก็เป็นสไตล์ของ Youth<br />
Brush ที่แฟนๆ จดจำได้ ดุ่ยตอบเราแบบถ่อมตัวตามเคยว่าเขาไม่ได้เป็นคนชอบเขียนชอบอ่านอะไร<br />
แต่เป็นคนชอบจำอะไรเด็ดๆ ที่เจอจากภาพยนตร์หรือในชีวิตประจำวันแล้วก็ฟลุกมาใส่ในเพลงได้เสียอย่างนั้น<br />
แถมยังอาศัยแต่งไว้เยอะๆ<br />
เพลงในอัลบั้มล่าสุดบางเพลงก็มาจากการหยิบเพลงที่แต่งค้างไว้ในสองอัลบั้มแรกมาเปลี่ยนคีย์<br />
ปรับท่อนนั้นท่อนนี้ใหม่</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-11-4.jpg"></p>
<p>
	&#8220;ผมเขียนแต่เพลงอย่างเดียว เพลงเลยเป็นไดอารี่ของผมนะว่าช่วงนั้นเราคิดเกี่ยวกับเรื่องอะไรอยู่<br />
แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเขียนไปแล้วเพราะหรือยัง เราแค่รู้สึกว่าพอใจแล้ว&#8221;</p>
<p>
	ความฟลุกจากการที่คนรู้จักดุ่ยในฐานะนักดนตรียังพาเขาออกไปเจอโอกาสสนุกๆ<br />
ที่ใครหลายคนหยิบยื่นให้นอกวงการเพลงอีกด้วย ดุ่ยโชว์ความรู้เรื่องศิลปะที่เขาเรียนมาภาควิชาวิจิตรศิลป์<br />
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มารับเขียนรูปตกแต่งให้กับงานอินทีเรียในบริษัทรุ่นพี่<br />
ทำซาวนด์ดีไซน์ให้กับหลายโปรเจกต์ของ Eyedropper Fill อย่างงานทดลองทางศิลปะ Dreamscape<br />
และล่าสุดที่เรารู้มาคือเขากระโดดไปร่วมแสดงเป็นหนึ่งในตัวละครของภาพยนตร์เรื่อง<br />
	<em>Motel Mist</em> ฝีมือการกำกับครั้งแรกของปราบดา หยุ่นด้วย</p>
<p>
	&#8220;แต่โชคของเราก็อาจไม่ได้มีตลอดนะ<br />
ข้อเสียของผมคือขี้เกียจ เป็นคนรอดวงเหมือนกัน แต่ถ้าตอนนี้ผมไม่หางานประจำที่เป็นหลักเป็นแหล่ง<br />
อีกทางที่คิดไว้คือผมจะต้องมีวงดนตรี 4 วง และทำให้เป็นที่รู้จัก เท่าที่ผมทำอยู่ตอนนี้<br />
น่าจะทำให้ผมอยู่ได้&#8221; ดุ่ยตอบคำถามที่เราสงสัยว่าการจะยืนระยะเป็นนักดนตรีในเมืองไทยเป็นไปได้จริงหรือเปล่า<br />
และสวรรค์ของดุ่ยที่ตั้งใจว่าอยากจะเล่นในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Glastonbury Festival หรือ Coachella<br />
มันมีที่ทางจริงไหม</p>
<p>
	&#8220;เราก็ตั้งไว้ก่อน เพราะความฝันแรกสุดที่เราแค่อยากอยู่ค่าย<br />
SO::ON DRY FLOWER ไปๆ<br />
มาๆ ก็ได้อยู่ค่ายนี้ ตั้งเป้าว่าอยากไปแสดงที่ต่างประเทศก่อนเรียนจบก็ได้ไปมาแล้ว<br />
มันก็เกินความฝัน บางทีมันก็อาจจะไปได้อีกก็ได้&#8221; ดุ่ยตอบพร้อมสายตาที่จริงจังที่สุดตั้งแต่เรานั่งคุยกันมาเกือบชั่วโมง</p>
<p>
	เพราะเขากำลังค่อยๆ ทำมันอยู่&#8230;ไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/interview-dialogue-11-5.jpg"></p>
<blockquote><p>
	&#8220;ตอนเด็กๆ<br />
เรารู้สึกว่ามีปมด้อยด้วยแหละครับ เลยอยากทำให้ตัวเองดูมีอะไร มันผูกพันกับศิลปะ<br />
กับดนตรีตั้งแต่เด็ก และคิดว่ามันน่าจะเท่ แต่พอเราโตขึ้นแล้วเราก็มองข้ามเรื่องนี้ไป<br />
พอทำไปเรื่อยๆ มันกลายเป็นสิ่งที่เราชอบไปแล้ว และเลี้ยงชีพเราได้&#8221;
</p></blockquote>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> ลักษิกา แซ่เหงี่ยม</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-10/">Youth Brush : ฝีแปรงทางดนตรีโฟล์กเบาสบายของคนหนุ่มที่น่าจับตามอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-10/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
