<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author107/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author107/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Nov 2023 03:42:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>H 3 F วงป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ฟังง่ายที่มีความฝันใหญ่ว่าอยากไปเวิลด์ทัวร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/h-3-f-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2019 17:41:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[Happy Three Friends]]></category>
		<category><![CDATA[H 3 F]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงสากล]]></category>
		<category><![CDATA[Penny Time]]></category>
		<category><![CDATA[All Your Love]]></category>
		<category><![CDATA[City Light]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80561</guid>

					<description><![CDATA[<p>H 3 F คือวงป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ที่ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ ก้อง–เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ ร้องนำ และกีตาร์ แม็ก–ฐากร อัญภานนท์ กลอง, ปิง–อารการ จันทร์ทอน กีตาร์ และ หม่อม–ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ เบส แรกเริ่มเดิมที H 3 F เป็นเพียงชื่อที่คิดขึ้นมาง่ายๆ ของวงเล่นกลางคืนสามชิ้น กีตาร์ เบส กลอง ซึ่งย่อมาจาก Happy Three Friends ตระเวนเล่นตามร้านต่างๆ ด้วยเพลงสากล หลังจากนั้นก้องได้ใช้ชื่อนี้อีกครั้งสำหรับเรียกชื่องานเพลงส่วนตัวของเขา ที่ยังดึงหม่อมและแม็ก เพื่อนสองคนเดิมเข้ามาแจมแล้วอัดเพลงปล่อยลงยูทูบ 2 แทร็กได้แก่ ‘All Your Love’ และ ‘City Light’ รวมถึงเปลี่ยนชื่อวงจากไตเติลการ์ตูนที่เวลาเสิร์ชในกูเกิลจะไม่เจอพวกเขา ให้สั้นลง และเคาะเว้นวรรคกลายเป็น H 3 F [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/h-3-f-interview/">H 3 F วงป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ฟังง่ายที่มีความฝันใหญ่ว่าอยากไปเวิลด์ทัวร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>H 3 F คือวงป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ที่ประกอบด้วยสมาชิก 4 คนคือ ก้อง–เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ ร้องนำ และกีตาร์ แม็ก–ฐากร อัญภานนท์ กลอง, ปิง–อารการ จันทร์ทอน กีตาร์ และ หม่อม–ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ เบส</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80618" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>แรกเริ่มเดิมที H 3 F เป็นเพียงชื่อที่คิดขึ้นมาง่ายๆ ของวงเล่นกลางคืนสามชิ้น กีตาร์ เบส กลอง ซึ่งย่อมาจาก Happy Three Friends ตระเวนเล่นตามร้านต่างๆ ด้วยเพลงสากล</p>
<p>หลังจากนั้นก้องได้ใช้ชื่อนี้อีกครั้งสำหรับเรียกชื่องานเพลงส่วนตัวของเขา ที่ยังดึงหม่อมและแม็ก เพื่อนสองคนเดิมเข้ามาแจมแล้วอัดเพลงปล่อยลงยูทูบ 2 แทร็กได้แก่ ‘All Your Love’ และ ‘City Light’ รวมถึงเปลี่ยนชื่อวงจากไตเติลการ์ตูนที่เวลาเสิร์ชในกูเกิลจะไม่เจอพวกเขา ให้สั้นลง และเคาะเว้นวรรคกลายเป็น H 3 F</p>
<p>ต่อมา Penny Time วงเดิมของก้องกับแม็กไม่ได้ไปต่อ พวกเขาเลยได้โอกาสเดินทางใหม่อีกครั้งด้วยการทำไซด์โปรเจกต์นี้ให้กลายเป็นวงแบบจริงจัง แล้วดึงเอาเพื่อนซี้อีกคนจากวงเดิมอย่างปิง เข้ามาเพิ่มในตำแหน่งมือกีตาร์ กลายเป็นวงดนตรี 4 ชิ้นสไตล์ป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ที่มีเนื้อเพลงภาษาอังกฤษสอดคล้องตามชื่อคอนเซปต์ EP &#8216;Cheesy lyrics, sloppy groove&#8217; ที่ปล่อยเมื่อปลายปีที่แล้ว</p>
<p>พอดิบพอดีกับการที่พวกเขามีเพลงใหม่ กับอัลบั้มที่ง้างรอให้เราคว้าอย่าง ‘Family Product’ เราขอชวนไปพูดคุยทำความรู้จักกับสี่หนุ่มในช่วงเย็นๆ ก่อนที่แต่ละคนต้องฝ่าการจราจรไปเล่นดนตรีที่ร้านตอนค่ำดูสักหน่อย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80599" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-9.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-9-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ก่อนอื่นขอผังความสัมพันธ์วงแบบง่ายๆ </strong></p>
<p>ก้อง : เมื่อก่อนตอนที่ทำวงเก่า Penny Time ผมเป็นมือกีตาร์ แม็กเล่นกลอง ปิงเล่นเบส อ้าวนี่เรามาทั้งชุดเลยนี่หว่า มีแค่หม่อมที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ในวง ถึงปิงจะเล่นเบสใน Penny Time แต่จริงๆ แล้วปิงเป็นมือกีตาร์ ปิงกับหม่อมเรียนคณะเดียวกับผม พวกเราเรียนดนตรีที่มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนแม็กเรียนนิเทศศาสตร์ที่รังสิตเหมือนกัน</p>
<div id="attachment_80593" style="width: 460px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-80593" class="wp-image-80593 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><p id="caption-attachment-80593" class="wp-caption-text">ก้อง–เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ (ร้องนำ / กีตาร์)</p></div>
<p><strong>จากวงเล่นตามร้าน ไปยังไงมายังไงถึงกลายมามีเพลงของตัวเองจริงๆ จังๆ</strong></p>
<p>ก้อง : คือผมไม่ได้ตั้งใจแต่งเพลงเป็นเรื่องเป็นราว ช่วงชีวิตนั้นเราเป็นมือกีตาร์ ก็แค่ชอบเล่นกีตาร์ ไปเล่นร้านเล่นเพลงคัฟเวอร์แบบชิลล์ๆ ช่วงไหนอารมณ์มันมาก็แต่ง แต่ไม่ได้เอาจริงเอาจังเลย เพิ่งมาเริ่มแต่งเพลงจริงจังเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานี่เอง</p>
<p>แม็ก : ฟีดแบ็กตอนที่เราปล่อยเพลงไปมันดีมาก เราก็เลยทำแบบจริงจัง ถ้ามันไม่ได้ดีขนาดนั้นเราอาจจะยังเปื่อยๆ อยู่เหมือนเดิม แต่พอคนฟังเขาคาดหวังกับเรา เขาชอบที่เราเป็นเราแบบนี้ เราก็ควรที่จะทำให้จริงจังมากขึ้น</p>
<p>ก้อง : จากตอนแรกที่เราทำเพลงกันเองแบบสนุกๆ แต่ถ้ามีคนมาสนุกด้วยกันมันก็จะยิ่งสนุกมากขึ้นไปอีก</p>
<p><strong>แล้วทำไมตอนแรกเริ่มต้นทำวงกันแค่ </strong><strong>3 </strong><strong>ชิ้น</strong></p>
<p>ก้อง : เพราะเราชอบเล่นแนวบลูส์ หาคนมาเล่นกับเรายาก หม่อมกับแม็กก็เล่นกันคนละแนว แต่ผมก็เปิดเพลงกรอกหูให้เพื่อนฟังเอา ผมว่า 3 ชิ้นมันทำงานง่ายสุดในตอนนั้น แต่ถึงเริ่มทำกัน 3 คนในใจก็อยากให้มันเต็มวง เพราะ 3 ชิ้นมันไม่พอกับเพลงในรูปแบบที่เราอยากทำ ก็นึกถึงปิงคนแรกเลยเพราะเราสนิทกันอยู่แล้ว</p>
<div id="attachment_80592" style="width: 460px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-80592" class="wp-image-80592 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><p id="caption-attachment-80592" class="wp-caption-text">แม็ก–ฐากร อัญภานนท์ (กลอง)</p></div>
<p><strong>ลองอธิบายแนวดนตรีของวงหน่อย</strong></p>
<p>แม็ก : มันก็คือป๊อปนั่นแหละครับ</p>
<p>ก้อง : มันก็คืออาร์แอนด์บีป๊อป แต่ว่า based on ถ้าฟังกีตาร์มันก็มีบลูส์หน่อย&#8230; (นึก) ถ้าบอกว่าดนตรีแนวนี้เป็นแนว H 3 F ก็จะดูวางแลนด์มาร์กไปหน่อย มันแค่เป็นแนวใหม่ในฐานะของการเป็นวงเราเฉยๆ</p>
<p>ปิง : แต่ทั้งหมดจะอยู่บนความฟังง่าย</p>
<div id="attachment_80596" style="width: 460px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-80596" class="wp-image-80596 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-6.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><p id="caption-attachment-80596" class="wp-caption-text">ปิง–อารการ จันทร์ทอน (กีตาร์)</p></div>
<p><strong>ทำไมต้องอยู่บนความฟังง่าย</strong></p>
<p>ปิง : เพราะเราชอบฟังเพลงที่มันเพราะอยู่แล้ว</p>
<p>ก้อง : ถึงผมเป็นคนฟังกีตาร์ ฟังอะไรที่มันๆ ก็จริง แต่พวกเราโตมากับการฟังเพลงเพราะๆ เราอยากทำเพลงที่เอามันได้ด้วยแล้วก็ฟังง่ายด้วย ถึงเราจะทำเพลงแบบที่เราอยากทำแต่เราก็อยากให้คนฟังเขาเอ็นจอยกับเมสเซจที่เราจะพูดเหมือนกัน</p>
<p>หม่อม : อยากให้คนเข้าถึงง่ายๆ มากกว่า</p>
<div id="attachment_80641" style="width: 460px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-80641" class="wp-image-80641 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /><p id="caption-attachment-80641" class="wp-caption-text">หม่อม–ธนบัตร สมบูรณ์สิทธิ์ (เบส)</p></div>
<p><strong>แล้วเมสเซจที่เราอยากพูดส่วนใหญ่คือเรื่องอะไร</strong></p>
<p>ก้อง : เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก ก็เพลงจีบสาวนั่นแหละเต็มเลย ผมแต่งจีบแฟนผมเองแหละส่วนใหญ่</p>
<p><strong>พอมาจริงจังกับวงแล้วเป็นยังไงบ้าง</strong></p>
<p>ก้อง : ผมคิดว่าชีวิตผมโปรดักต์ทีฟมากเลย ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ก่อนหน้านั้นก็แค่เปื่อย เอาก็เอา ไม่เอาก็ไม่เอา ตอนนี้มันบีบคอตัวเองเลยว่าถ้ามึงจะเอา มึงต้องทำ มึงอย่ารอ มึงอย่ามาอ้างโน่นอ้างนี่ มันคือการอยากจะไปในจุดที่เราฝัน อยากจะเรียนรู้ อยากจะเล่นดนตรีให้สนุก อยากจะเก็บสิ่งที่เราชอบไว้ เราอยากจะคงทุกอย่างไว้แล้วก็ไปให้ถึงทั้งหมดที่เราหวัง ถือเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่มากๆ ของชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80615" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-24.jpg" alt="" width="467" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-24.jpg 467w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-24-208x300.jpg 208w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></p>
<p><strong>จุดที่เราหวัง จุดที่วงฝันคืออะไร</strong></p>
<p>ก้อง : เราอยากทำเพลงแล้วได้ไปเล่นต่างประเทศ การได้ไปทัวร์ต่างประเทศคือความฝันเลย เราอยากอยู่ได้ด้วยดนตรีด้วยการเล่นเพลงของตัวเอง แต่ก็เข้าใจว่าเราอยู่ไทยแล้วเราทำเพลงอังกฤษมันก็จะมีเพดานอยู่ เพราะแค่ภาษาที่เราร้องมันก็ไม่ใช่ภาษาไทยแล้ว</p>
<p><strong>แบบนี้หลายคนก็คงถามว่าทำไมทำเพลงเนื้ออังกฤษ</strong></p>
<p>ทุกคน : ถามทุกที</p>
<p>แม็ก : เล่นร้านยังโดนเลย แต่ผมว่ามันเป็นเรื่องจุดประสงค์กับทิศทางของวงเรามากกว่า</p>
<p>ก้อง : ตามที่บอกไป เหตุผลแรกของพวกเราคือเราอยากไปเล่นต่างประเทศ อยากให้ดนตรีพาเราไปทั่วโลก แล้วถ้าถามต่อว่าไม่คิดจะทำเพลงไทยเลยเหรอ ต้องทำเพลงอังกฤษเท่านั้นเหรอ อย่างผมร้อง ‘I can be  your man’ แปลเป็นไทย ‘ฉันอยากเป็นผู้ชายของเธอ’ ความรู้สึกมันต่างเลย มันไม่เสิร์ฟสิ่งที่ตรงกับในหัวเรา</p>
<p>แม็ก : แต่เราก็ชอบวงไทยที่เขาทำเพลงไทยแล้วมันดูต่างประเทศได้เหมือนกันนะ แบบพี่ๆ The Parkinson, Yellow Fang</p>
<p>ก้อง : คำมันจะน้อย แล้วพี่เขาร้องออกมามันก็ไม่ได้ฟังเป็นเพลงไทยอีกต่อไปแล้ว เหมือนเขาร้องเพลงอังกฤษที่เป็นภาษาไทย ซึ่งผมสกิลไม่พอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80619" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-28.jpg" alt="" width="675" height="445" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-28-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-28-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ถ้าทำเพลงคนเดียวอาจจะแสดงความเป็นตัวเองได้มากกว่าไหม ทำไมถึงยังทำเพลงเป็นวง</strong></p>
<p>ก้อง : สำหรับผมถ้ามันเป็นวงแปลว่ามันต้องมีเรื่องราว มันต้องมีการเดินทาง มันมีความแอดเวนเจอร์ รู้สึกมันมีเสน่ห์ในการทำแบนด์ ผมชอบอารมณ์การทำงานเป็นหมู่คณะมากกว่า</p>
<p>ปิง : มันสนุกกว่า แต่ถึงเราไม่ได้อยู่วงเดียวกันเราก็ยังอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นเป็นวงไปเลยดีกว่า</p>
<p>แม็ก : การทำเดี่ยวมันอาจจะมีแนวทางที่ชัดเจนของเขา เขาอยากเป็นแบบนี้ เขาทำคนเดียวได้ไหว</p>
<p>ก้อง : แค่พวกเราทำไม่ได้ (หัวเราะ) แต่ว่าเรามีเพื่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80613" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-22.jpg" alt="" width="675" height="441" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-22-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/H3F-22-600x392.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ขอคำจำกัดความการเป็นวงของเราหน่อย</strong></p>
<p>ปิง : เราเหมือนเป็นธุรกิจครอบครัว</p>
<p>ก้อง : เหมือนเราเจอทุกคนที่เขาเกื้อกูลเรา มีคนคอยช่วยเหลือ รอบข้างยื่นมือเข้ามาช่วยกันหมด ทั้งทีมภาพ ทีมขายของรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ทีมทำดนตรี ถ้าเป็นเด็กๆ เราก็คงอยากอยู่ค่าย มันดูแจ๋ว แต่พอเราได้ทำงานแบบนี้ ความอยากอยู่อยากมีมันก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เราได้เห็นความรักความเป็นกันเอง มันทำให้เราไม่ได้สนุกแค่ในการทำเพลงแต่สนุกในการที่ได้ทำเพลงกับเพื่อน เส้นทางที่ผ่านมามันทำให้ผมรู้สึกว่าพวกเราทำกันเองได้</p>
<p><strong>แล้ว </strong><strong>H 3 F </strong><strong>ที่ตอนนี้ยัง</strong><strong>ไม่ได้ไประดับโลกเป็นไงบ้าง</strong></p>
<p>ก้อง : ผมดีใจเวลาคนเข้ามาคอมเมนต์ในเพลงว่า ‘อ้าว เพิ่งรู้ว่าคนไทยร้อง’ เวลาทำอะไรที่เรารักอยู่แล้วเรามีความสุข พอมีคนเห็นค่ามันด้วยเรายิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่เลย แต่ถ้าถามว่ามันถึงไหนแล้วเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เราก็มีเควสต์ของเราใหม่เรื่อยๆ เราก็ไปต่อของเราเรื่อยๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะไปถึงขั้นไหน ตอนนี้มันก็สนุกอยู่ พวกเราแฮปปี้มาก อยู่ตรงที่ที่เราชอบ เราอาจจะเป็นคลองน้อยในกระแสใหญ่ แต่สุดท้ายเส้นทางมันก็ออกไปสู่ทะเลกว้างเหมือนกันอยู่ดี</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e4f061e2b" data-id="u0QkDNpgImU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-u0QkDNpgImU-6a28e4f061e2b" data-vid="u0QkDNpgImU" data-src="https://www.youtube.com/embed/u0QkDNpgImU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/u0QkDNpgImU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e4f061e5b" data-id="nPeWbpPkyRw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-nPeWbpPkyRw-6a28e4f061e5b" data-vid="nPeWbpPkyRw" data-src="https://www.youtube.com/embed/nPeWbpPkyRw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/nPeWbpPkyRw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/h-3-f-interview/">H 3 F วงป๊อป ฟังก์ อาร์แอนด์บี ฟังง่ายที่มีความฝันใหญ่ว่าอยากไปเวิลด์ทัวร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เอ้โอเว่น&#8217; เป็นนางแบบ เป็นนักร้อง และที่ไม่เป็นรองใครคือการสนุกกับการเป็นเป็ด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aowen-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Aug 2019 12:00:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[พีรดา โคอินทรางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นางแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[EAOWEN]]></category>
		<category><![CDATA[เอ้โอเว่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=69976</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอ้–พีรดา โคอินทรางกูร คือนางแบบสาวไซส์มินิที่หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอจากหลากหลายผลงานที่ผ่านมาของเธอ จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเอ้คือการเป็นแบบให้ร้านเสื้อผ้าในอินสตาแกรมของรุ่นพี่ที่คณะตั้งแต่ยุคขายเสื้อผ้าในนั้นยังไม่เฟื่องฟู เมื่อมีคนเห็นเธอ จึงชักชวนเธอทำงานในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่งานโฆษณาไปจนถึงการเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ &#8220;ฟรีแลนซ์ตามโอกาสที่เข้ามาและตามสิ่งที่ตัวเองอยากทำ&#8221; เอ้ใช้คำจำกัดความยาวยืดนี้ระบุตัวเองมากกว่าคำที่เฉพาะเจาะจงเมื่อเราถาม แต่กลับกัน สิ่งที่เธอมั่นใจและอยากให้เรียกคือชื่อ &#8216;เอ้&#8217; เติมสร้อยท้ายด้วยโอเว่น &#8216;เอ้โอเว่น&#8217; อันมีที่มาจาก ‘ไมเคิล โอเว่น’ นักฟุตบอลที่เอ้ชื่นชอบตั้งแต่ประถม และในนาม EAOWEN นี่เอง เธอทำตั้งแต่แชนแนลยูทูบที่คนดูรู้จักในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ หนึ่งในสามโฮสต์ช่อง &#8216;รถติดหู&#8217; แอ็กเคานต์อินสตาแกรมที่ชอบร้องเพลงให้ฟอลโลเวอร์ฟัง ผู้หญิงที่ดูบอล ทำกราฟิกดีไซน์เนอร์บ้างประปราย ไปจนถึงเป็นศิลปินของ Comet Records จากการชักชวนของพี่ในค่าย ให้มาลองขายเสียงร้องบนดนตรีอิเล็กทรอนิกดู Back again, Now or never, We&#8217;ve lost it now, I like you คือทั้ง 4 เพลงตามลำดับเวลาที่เธอเดบิวต์มาปีกว่าๆ ถึงตอนนี้เอ้ยังไม่ได้มีงานแสดงสดให้ชม แต่เราก็ยังตั้งตารอ และตามไปเชียร์เสมอเมื่อเธอพร้อมแสดงโชว์แบบจริงๆ จังๆ ในช่วงบ่ายวันจันทร์ เรานัดเอ้มาพูดคุยกันสบายๆ ใน PôET [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aowen-interview/">&#8216;เอ้โอเว่น&#8217; เป็นนางแบบ เป็นนักร้อง และที่ไม่เป็นรองใครคือการสนุกกับการเป็นเป็ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอ้–พีรดา โคอินทรางกูร</strong> คือนางแบบสาวไซส์มินิที่หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอจากหลากหลายผลงานที่ผ่านมาของเธอ จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเอ้คือการเป็นแบบให้ร้านเสื้อผ้าในอินสตาแกรมของรุ่นพี่ที่คณะตั้งแต่ยุคขายเสื้อผ้าในนั้นยังไม่เฟื่องฟู</p>
<p>เมื่อมีคนเห็นเธอ จึงชักชวนเธอทำงานในโอกาสต่างๆ ตั้งแต่งานโฆษณาไปจนถึงการเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ &#8220;ฟรีแลนซ์ตามโอกาสที่เข้ามาและตามสิ่งที่ตัวเองอยากทำ&#8221; เอ้ใช้คำจำกัดความยาวยืดนี้ระบุตัวเองมากกว่าคำที่เฉพาะเจาะจงเมื่อเราถาม</p>
<p>แต่กลับกัน สิ่งที่เธอมั่นใจและอยากให้เรียกคือชื่อ &#8216;เอ้&#8217; เติมสร้อยท้ายด้วยโอเว่น &#8216;เอ้โอเว่น&#8217; อันมีที่มาจาก ‘ไมเคิล โอเว่น’ นักฟุตบอลที่เอ้ชื่นชอบตั้งแต่ประถม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69992 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-6.jpg" alt="" width="675" height="458" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-6-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-6-600x407.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>และในนาม EAOWEN นี่เอง เธอทำตั้งแต่แชนแนลยูทูบที่คนดูรู้จักในฐานะบิวตี้บล็อกเกอร์ หนึ่งในสามโฮสต์ช่อง &#8216;รถติดหู&#8217; แอ็กเคานต์อินสตาแกรมที่ชอบร้องเพลงให้ฟอลโลเวอร์ฟัง ผู้หญิงที่ดูบอล ทำกราฟิกดีไซน์เนอร์บ้างประปราย ไปจนถึงเป็นศิลปินของ Comet Records จากการชักชวนของพี่ในค่าย ให้มาลองขายเสียงร้องบนดนตรีอิเล็กทรอนิกดู</p>
<p><em>Back again, Now or never, We&#8217;ve lost it now, I like you</em> คือทั้ง 4 เพลงตามลำดับเวลาที่เธอเดบิวต์มาปีกว่าๆ ถึงตอนนี้เอ้ยังไม่ได้มีงานแสดงสดให้ชม แต่เราก็ยังตั้งตารอ และตามไปเชียร์เสมอเมื่อเธอพร้อมแสดงโชว์แบบจริงๆ จังๆ</p>
<p>ในช่วงบ่ายวันจันทร์ เรานัดเอ้มาพูดคุยกันสบายๆ ใน PôET HOUSE CAFÉ ตรงอารีย์ ซอย 5 พร้อมกับให้เธอลองร้องเพลงเล่นกีตาร์ อย่างเวลาที่เธอชอบเล่นให้เพื่อนๆ ฟัง</p>
<p>แล้วสิ่งพิเศษก็เกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69989 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-3.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-3.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-3-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><strong>ไปไงมาไงเอ้ถึงมาเป็นนักร้องได้</strong></p>
<p>ความจริงเอ้อยากทำดนตรีมาตลอดอยู่แล้ว เป็นคนชอบร้องเพลงเล่นกีตาร์ แต่ก็แค่อัดไว้ใน Photo Booth ง่ายๆ ว่าเราร้องเป็นนะ แต่เราก็ไม่ได้มีความรู้ว่าต้องทำดนตรียังไง เรารู้แค่ว่าถ้ามีคนเสนอโอกาสมาเราไม่ปฏิเสธแน่นอน แล้วตอนนั้นพี่ตั๋ง Comet Records ทักมาพอดี ก็ตอบทันทีว่าทำค่ะ เป็นความบังเอิญด้วยส่วนหนึ่งที่พี่เขาผ่านมาเห็นเราพอดี เขาคงเห็นว่าคาแร็กเตอร์เราน่าสนใจ ทั้งที่เขาก็ไม่รู้มาก่อนว่าเราร้องเพลงได้หรือเปล่า พอเราตอบตกลงก็เลยคุยกันจริงจังมากขึ้นว่าเอ้ชอบร้องเพลงประมาณนี้ ก็ส่งไปให้เขา เขาก็คงหาประมาณนี้อยู่เหมือนกัน โชคดีมากที่เขามาถามแล้วเราก็ได้ทำเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69994 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-8.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-8.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-8-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><strong>พอได้เริ่มคุยกัน จากนั้นเป็นยังไงต่อ</strong></p>
<p>เริ่มแรกสุดคือทำความรู้จักกับพี่ตั๋งก่อน เขาก็ทำความรู้จักกับเราว่าเราชอบเพลงประมาณไหน ตรงกลางของเรากับเขามันอยู่ตรงไหน เราน่าจะเหมาะกับเซตเพลงประมาณนี้นะ แล้วเลือกทำนองหนึ่งให้เอ้ลองใส่คำเข้าไป ก็ช่วยกันแต่งเพลงดู แต่มันยังไม่เสร็จ กลับบ้านไปนั่งทำต่อ แต่มันก็ยังไม่เสร็จ คืนนั้นเราก็คิดไม่ออก แล้วจู่ๆ พี่เขาก็อีเมลมาให้อีกทำนองหนึ่งว่า &#8220;พี่มีเดโม่มาให้เพิ่มเผื่อสนใจ&#8221; ปรากฏว่าเราฟังปุ๊บแล้วชอบเลย เพลงนี้ใช่มาก ก็เลยหยุดเขียนอันแรกแล้วลองนั่งเขียนคำร้องอันนี้ แล้วมันเสร็จเลยโดยที่ไม่ต้องมานั่งพยายาม กลายเป็นว่าเพลงนี้ออกมาเป็น <em>Back again</em> เพลงแรก แล้วเพลงก่อนหน้าก็ไม่ได้ทำอีกเลย (ยิ้ม)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70006 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70007 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>คอนเซปต์เนื้อเพลงของเอ้มาจากไหน</strong></p>
<p>เอ้ว่า 90 เปอร์เซ็นต์มันเป็นความรู้สึก เราเป็นคนให้ความสำคัญกับเนื้อเพลงมากเลยนะ เป็นคนที่ชอบเพลงไหนจะต้องร้องให้ได้ ต้องรู้ว่าเขาร้องว่าอะไร พอรู้ความหมายเราก็จะอิน คือบางคนอาจจะฟังผ่านๆ เพลินๆ แต่สำหรับเราทุกคำในเพลงมันมีความหมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70000 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69997 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แล้วเนื้อหาในแต่ละเพลงของเอ้เป็นยังไงบ้าง</strong></p>
<p><em>Back again</em> พูดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เคยเกิดขึ้น ถึงแม้ตอนนี้เราไม่สามารถมีมันได้แล้ว แต่ทำไงได้ล่ะ เราก็แค่ want you back again</p>
<p><em>Now or never</em> เป็นเพลงที่เกิดขึ้นจากจินตนาการตอนเราดูหนังฝรั่งอยู่เรื่องหนึ่ง แล้วพระเอกนางเอกไม่สามารถคบกันได้ เลยชวนกันว่าคืนนี้เรา run away กันเถอะ ถ้าคุณไม่ไปกับฉันตอนนี้เราก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ เป็นเพลงที่ช่วงแรกเล่าเป็นซีนหนัง ส่วนช่วงหลังเป็นการโต้ตอบกันระหว่างคนสองคน</p>
<p><em>We&#8217;ve lost it now</em> เป็นเพลงแรกที่เราลองแต่งตอนเล่นกีตาร์ เป็นเพลงแรกที่แต่งเองแล้วค่อยให้พี่ตั๋งเรียบเรียงให้อีกที เนื้อหาเกี่ยวกับการบอกเลิก แต่เป็นการบอกเลิกที่ยังรักกันอยู่</p>
<p><em>I like you</em> คือหลังจากสามเพลงนี้ หนึ่งสิ่งที่ได้ยินบ่อยเลยคืออยากให้ร้องเพลงภาษาไทยบ้าง มันจะได้เข้าถึงคนได้ง่าย แล้ววันนั้นอารมณ์ดี เราก็จับกีตาร์แล้วตีคอร์ดเซตที่ง่ายที่สุดของเรา ก็ทำออกมาเป็นท่อนฮุกเสร็จเลย หลังจากนั้นก็ให้พี่เขาช่วยแต่งดนตรี ลดความหวานลงไป เพิ่มความเป็น Comet Records ของเขาเข้ามา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70001 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70017 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เหมือนว่ามิวสิกวิดีโอเอ้ก็ทำเองด้วย</strong></p>
<p>คือเราทำอิลลัสเตรเตอร์อยู่แล้ว แต่ถ้าเราไม่มีแรงบันดาลใจเราจะไม่ได้วาด แต่ถ้าเกิดอยากวาดเราก็วาด แล้วคืนนั้นที่เพลงใกล้เสร็จ เราก็ลองฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็เห็นภาพว่าอยากให้มันเป็นโมเมนต์ง่ายๆ เล็กๆ ที่คนเข้าใจได้ และเป็นภาพกึ่งๆ สตอปโมชั่นก็เลยตื่นมาทำในวันรุ่งขึ้นเลย เพราะเราอยากให้คนที่ดูเอ็มวีรู้สึกไปกับเนื้อเพลงด้วย อยากให้มันเข้าไปปั่นป่วนคนดูด้วย ให้เขาได้อึดอัดไปกับตัวละครของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำเพลงมาระยะหนึ่งแล้ว เจออะไรระหว่างทางบ้าง</strong></p>
<p>เราก็ยังอยากค้นหาการทำเพลงในหลายๆ แบบอยู่ แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าเราชอบแนวไหน เข้าใจตัวเองว่าเราจะร้องเพลงประมาณนี้นะ เสียงประมาณนี้ เนิบๆ เพลงไหนก็จะเป็นประมาณนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70016 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70015 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>สำหรับชีวิตเอ้แล้ว ดนตรีคืออะไร</strong></p>
<p>เอ้ว่ามันคือสิ่งที่ใช้ระบายอารมณ์ เพิ่งรู้เลยว่ามันคือส่วนที่เราใช้พูดในสิ่งที่เราไม่ได้พูด เพราะเวลาเอ้มีปัญหาอะไรเราจะเก็บไว้กับตัว ถ้าไม่มีใครถามเราก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง หรือบางทีที่เราไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร แต่พอเราดาวน์เราสามารถเอาสิ่งนั้นไปเขียนเป็นเพลงได้ ซึ่งพอเราเขียนเสร็จ เราสบายใจ เหมือนได้บ่นออกไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความยากของการทำเพลงในตอนนี้คืออะไร</strong></p>
<p>คือเราร้องเพลงได้ในแบบ just for fun แต่พอมีคนเริ่มมองเราว่าเป็นนักร้อง ก็รู้สึกว่ามาตรฐานเราอาจจะยังไม่ได้ดีถึงขั้นนักร้อง เราก็ต้องเริ่มเรียนรู้ วิธีการ เทคนิค มันเป็นดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องพัฒนา หรือการเล่นสด ไม่รู้เป็นอะไร พออยู่ในสถานที่ที่มีคนกำลังนั่งฟังมันจะตื่นเต้นมาก มีคนถามตลอดว่าจะมีเล่นสดเมื่อไหร่ เราก็รู้สึกว่ามันจะต้องเกิดขึ้นสักวัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องพัฒนาให้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70014 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70013 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ด้วยความที่ไม่ได้เป็นนักดนตรีอาชีพขนาดนั้น เจอคำสบประมาทบ้างไหม</strong></p>
<p>ก็เข้าใจได้เพราะเราไม่ได้ทำมันได้จริงจังขนาดที่บอกทุกคนได้ว่าฉันเป็นนักดนตรีนะ ฉันเป็นนักร้องนะ แต่เอ้รู้สึกว่าเราไม่สามารถทำตามใจทุกคนได้ เราไม่สามารถห้ามให้เขาคิดอย่างนั้นได้ แต่เราก็คิดว่าถ้าวันไหนเราสามารถจริงจังกับมันได้ เราก็จะจริงจัง แต่สุดท้ายมันอยู่ที่เราแหละ ว่าเราจะตอบสนองยังไงกับตัวเองมากกว่า มันมีโควตที่เอ้ชอบมากของ Coldplay ประมาณว่า “We can’t please everybody right? You got what you chasing you just gonna fall”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เหมือนที่เราชอบเปลี่ยนลุคไปเรื่อยๆ ด้วยหรือเปล่า </strong></p>
<p>เอ้ว่าเรายังสนุกกับตัวเองมากกว่า แต่ก็แอบเสียดายบางงานเหมือนกันที่กว่ามันจะออนลุคเราก็เปลี่ยนไปแล้ว คนก็จะจำไม่ได้ว่าเราเล่นงานนี้ด้วยหรอ แต่ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น เหมือนกับหลายๆ เรื่องที่เราทำอยู่ตอนในนี้ เอ้รู้สึกว่าเราทำในสิ่งที่เราอยากทำเฉยๆ เรารู้อยู่แล้วว่าเราชอบถ่ายแบบ ดนตรีเราก็ชอบ ถ้ามีโอกาสในการที่เราจะได้ทำสิ่งที่เราชอบเราก็ไม่ปฏิเสธมัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-69993 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-7.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-7.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-7-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><strong>ถ้าจำกัดความตัวเองเป็น tagline สวยๆ อยากให้คนเรียกเราว่าอะไรดี</strong></p>
<p>&#8216;โอเว่น&#8217; คืออย่างแรก แล้วก็เรียกว่าเป็ดแล้วกัน เราเล่นกีตาร์ได้แต่ว่าก็ไม่ได้เก่ง เล่นไวโอลินได้แต่ก็ไม่ได้เก่ง ตีกลองได้แต่ก็ไม่เก่ง เราวาดรูปได้แต่ก็ไม่ได้วาดรูปเก่ง เราเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่าถ้าเราขายทุกอย่างคนจะจำไม่ได้ว่าเราขายอะไร แต่ถ้าคุณขายอย่างเดียว สิ่งเดียวที่ตรงไปตรงมา คนจะจำได้ว่านี่คือคุณ</p>
<p>เราก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าการเป็นเป็ดมันดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้เพราะการเป็นเป็ดมันคือเรา ถ้าวันหนึ่งเราอยากเล่นแซ็กโซโฟนขึ้นมาเราก็คงไม่ห้ามตัวเองไปเรียนสิ่งนั้น เพื่อต้องจดจ่อกับกีตาร์เพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สุดท้ายอยากให้เอ้ลองตั้งชื่อบทสัมภาษณ์ให้ตัวเองหน่อย</strong></p>
<p>เอ้โอเว่นที่เป็นเป็ด และสนุกกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำในแต่ละเรื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-70005 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/Eaoewn-19-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<div id="erdyt-6a28e4f063393" data-id="t5niHPWLO30" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-t5niHPWLO30-6a28e4f063393" data-vid="t5niHPWLO30" data-src="https://www.youtube.com/embed/t5niHPWLO30?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/t5niHPWLO30/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aowen-interview/">&#8216;เอ้โอเว่น&#8217; เป็นนางแบบ เป็นนักร้อง และที่ไม่เป็นรองใครคือการสนุกกับการเป็นเป็ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;เรียกว่าเป็นไอดอลทางเลือกก็ได้&#8221; คุยกับ FEVER ในวันที่พวกเธอ FEVER มาแล้วสักพัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/fever-after-fever/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 May 2019 13:21:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดอล]]></category>
		<category><![CDATA[idol]]></category>
		<category><![CDATA[fever]]></category>
		<category><![CDATA[indy]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดอลไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=62169</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ไอดอลก็เป็นแค่กระแส&#8221; ประโยคที่เราไม่แน่ใจว่าคือการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของวงการไอดอลที่เกิดขึ้นในบ้านเรา หรือความหมายที่ใช้ปรามาส ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จะอยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วดับไป ความสนใจใคร่รู้นี้ทำให้เราติดต่อไปหาไอดอลที่มีความหมายเฉกเช่นเดียวกับคำว่า &#8216;เป็นกระแส&#8217; วงดนตรีสุดร้อนแรงที่ดูป่วยที่สุดในวงการ มาตอบคำถามที่ดูเป็นตัวพวกเขาที่สุดกับเรา ในวันนี้ 17 พฤษภาคม ที่ตรงกับวันประกาศเปิดรับสมัครออดิชั่นครบหนึ่งปีพอดิบพอดี สิ่งที่แตกต่างไปจากการสัมภาษณ์ปกติที่ผ่านมาของเรา ถ้าไม่นับปฏิกิริยากระวนกระวายว้าวุ่นใจ คงเป็นความพยายามเติมเต็มความสมบูรณ์ให้เนื้อหาในการนำเอาเบื้องหลัง-เบื้องหน้า มาตอบคำถามใกล้ๆ กันตัดสลับทีละฝั่งแล้วผสานออกมาเป็นความเดียว ด้วยการจับเข่าชาวจับไข้ทั้งสามมานั่งคุย ทั้ง ปลั๊ก–อธิปติ ไพรหิรัญ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งวง FEVER ป๊อป เซ็นเตอร์ FEVER และ ฟอล์ย หนึ่งในเมมเบอร์ของวง เอาล่ะ มาเป็นไข้กันเถอะ อะไรคือจุดเริ่มต้น ปลั๊ก : เราชอบไอดอลสายญี่ปุ่นมาก่อน เราอยากเห็นสไตล์แบบที่ชอบในไทยซึ่งยังไม่มีคนทำ เราเลยเอาทีมโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ ของตัวเองทำขึ้นมาเลย อยากเห็นสิ่งที่มันต่างทั้งสไตล์เพลงและสไตล์วง วงการมันสามารถไปได้มากกว่านี้ กว้างได้มากกว่านี้ ที่ญี่ปุ่นเขาก็ค่อนข้างหลากหลาย แต่ว่าของไทยช่วงแรกรู้สึกว่ามันไปในทิศทางเดียวกันหมด ฟอล์ย : อยากเป็นไอดอลค่ะ เราสนใจไอดอลอยู่แล้ว ติดตามมาเยอะ เลยมาสมัครวงนี้เพราะภาพโปรโมตเป็นภาพที่ไม่ได้สว่างไสวเท่าไหร่ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากภาพลักษณ์ไอดอลทั่วๆ ไป ป๊อป : แนวเพลงอินดี้ด้วย หนูเป็นคนชอบเต้นอยู่แล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fever-after-fever/">&#8220;เรียกว่าเป็นไอดอลทางเลือกก็ได้&#8221; คุยกับ FEVER ในวันที่พวกเธอ FEVER มาแล้วสักพัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ไอดอลก็เป็นแค่กระแส&#8221;</p>
<p>ประโยคที่เราไม่แน่ใจว่าคือการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของวงการไอดอลที่เกิดขึ้นในบ้านเรา หรือความหมายที่ใช้ปรามาส ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้จะอยู่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วดับไป</p>
<p>ความสนใจใคร่รู้นี้ทำให้เราติดต่อไปหาไอดอลที่มีความหมายเฉกเช่นเดียวกับคำว่า &#8216;เป็นกระแส&#8217; วงดนตรีสุดร้อนแรงที่ดูป่วยที่สุดในวงการ มาตอบคำถามที่ดูเป็นตัวพวกเขาที่สุดกับเรา ในวันนี้ 17 พฤษภาคม ที่ตรงกับวันประกาศเปิดรับสมัครออดิชั่นครบหนึ่งปีพอดิบพอดี</p>
<p>สิ่งที่แตกต่างไปจากการสัมภาษณ์ปกติที่ผ่านมาของเรา ถ้าไม่นับปฏิกิริยากระวนกระวายว้าวุ่นใจ คงเป็นความพยายามเติมเต็มความสมบูรณ์ให้เนื้อหาในการนำเอาเบื้องหลัง-เบื้องหน้า มาตอบคำถามใกล้ๆ กันตัดสลับทีละฝั่งแล้วผสานออกมาเป็นความเดียว ด้วยการจับเข่าชาวจับไข้ทั้งสามมานั่งคุย ทั้ง <strong>ปลั๊ก–อธิปติ ไพรหิรัญ</strong> ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งวง FEVER <strong>ป๊อป </strong>เซ็นเตอร์ FEVER และ <strong>ฟอล์ย</strong> หนึ่งในเมมเบอร์ของวง</p>
<p>เอาล่ะ มาเป็นไข้กันเถอะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62375 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-28.jpg" alt="FEVER" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>อะไรคือจุดเริ่มต้น</strong></p>
<p>ปลั๊ก : เราชอบไอดอลสายญี่ปุ่นมาก่อน เราอยากเห็นสไตล์แบบที่ชอบในไทยซึ่งยังไม่มีคนทำ เราเลยเอาทีมโปรดักชั่นเฮาส์เล็กๆ ของตัวเองทำขึ้นมาเลย อยากเห็นสิ่งที่มันต่างทั้งสไตล์เพลงและสไตล์วง วงการมันสามารถไปได้มากกว่านี้ กว้างได้มากกว่านี้ ที่ญี่ปุ่นเขาก็ค่อนข้างหลากหลาย แต่ว่าของไทยช่วงแรกรู้สึกว่ามันไปในทิศทางเดียวกันหมด</p>
<p>ฟอล์ย : อยากเป็นไอดอลค่ะ เราสนใจไอดอลอยู่แล้ว ติดตามมาเยอะ เลยมาสมัครวงนี้เพราะภาพโปรโมตเป็นภาพที่ไม่ได้สว่างไสวเท่าไหร่ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากภาพลักษณ์ไอดอลทั่วๆ ไป</p>
<p>ป๊อป : แนวเพลงอินดี้ด้วย หนูเป็นคนชอบเต้นอยู่แล้ว อยากลองมาทำบ้าง พอดีพี่บีมที่รู้จักกันมาก่อนชวนมา ก็เลยได้มาเป็นเมมเบอร์วงนี้ด้วยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>F</strong><strong>EVER </strong><strong>คืออะไรในความคิดของคุณ</strong></p>
<p>ปลั๊ก : ความน่าตื่นเต้น ความเป็นกระแส แต่มันก็ตีความหมายได้อีกทางคือการเป็นไข้</p>
<p>ฟอล์ย : เป็นคำพูดประจำของเราว่า &#8220;มาเป็นไข้กันเถอะ&#8221; ส่วนความรู้สึกก็จะแตกต่างจากวงอื่น</p>
<p>ป๊อป : ดูร้อนแรง (ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา) ติดต่อกันง่าย หรือเด็กผู้หญิง 12 คนที่มารวมตัวกันเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62373 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตอนนั้นเกณฑ์ในการคัดเลือกเป็นอย่างไร</strong></p>
<p>ปลั๊ก : เรากำหนดช่วงอายุก่อน ประมาณ 15-23 ปี แล้วดูว่าใครคนไหนมีคาแร็กเตอร์ คาแร็กเตอร์มันคือนิสัยส่วนตัวที่พอเริ่มพูดอธิบายภาพมันจะชัดขึ้นมา เพราะเราไม่อยากไปเปลี่ยนหรือประดิษฐ์ให้เด็กเป็นแบบนั้นแบบนี้ อย่างเรารู้ว่าเราควรมีตำแหน่งนักร้องชัดๆ สักคนหนึ่ง ก็เลยมีบอสเข้ามา เรามีหน้าที่ดันตรงนั้นให้มันมากขึ้น เหมือนตอนเอ็มวีเพลง <em>Ghost World</em> ที่เรามีการใส่สัญลักษณ์ของเด็กแต่ละคนเข้าไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วกระบวนการหลังจากนั้น</strong></p>
<p>ปลั๊ก : มีคนถามเยอะมากว่าวงนี้มันออดิชั่นไปแล้วทำไมหายไปเลย แต่เรามีความรู้สึกว่าเรายังไม่อยากปล่อยเด็กที่ยังไม่พร้อมออกไป เพราะงั้นก็เลยเป็นช่วงของการฝึกเต้นฝึกร้อง เรียนการแสดงนิดหน่อย เราต้องมาเช็กพื้นฐานเด็กก่อนเพราะว่าเด็กมีพื้นฐานไม่เท่ากัน ก็พยายามดึงให้มีมาตรฐานที่สามารถออกไปได้ เป็นการเตรียมความพร้อมแล้วก็ปรับความเข้าใจว่าชีวิตของเราเป็นสาธารณะแล้ว กิจวัตรประจำวันก็ต้องเปลี่ยนไป ต้องมีการฝึกซ้อมมากขึ้น มีการเตรียมเป้าหมายมากขึ้นโดยใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62354 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-07.jpg" alt="FEVER" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-07.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-07-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>จำตอนเดบิวต์ได้ไหม</strong></p>
<p>ฟอล์ย : เรื่องราวในวันนั้นเกิดขึ้นเยอะมาก เป็นวันที่ยาวมากวันหนึ่งเลย แล้วก็เป็นวันที่มีความสุขมากๆ วันหนึ่ง</p>
<p>ป๊อป : เป็นวันที่มีความรู้สึกหลากหลายมาก เราซ้อมกันมาเหนื่อยมาก</p>
<p>ฟอล์ย : พอพวกเราได้ขึ้นไปแสดง ได้เห็นคนเยอะๆ ก็ขนลุก มันดีมากจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาของซิงเกิลแรกเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย</strong></p>
<p>ปลั๊ก : สามเพลงที่ผ่านมาเรามีมาก่อนที่จะออดิชั่น วางโครงไว้ก่อนแต่เนื้อเพลงยังไม่ใส่ เรารอเนื้อเพลงที่มันพูดถึงเด็กจริงๆ ทีมเพลงต้องมาคุยกับเด็กว่ามีจุดไหนที่น่าสนใจในการนำมาแต่งเป็นเนื้อเพลง ส่วนท่าเต้นคือครูเขาเก่งด้านป๊อปปิ้ง ฮิปฮอป เลยมีความคิดว่า ถ้าเอาสไตล์การเต้นแบบนี้มาใส่ในวงไอดอลมันก็น่าสนใจดี เลยให้เขาลองดู</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วเรื่องราวของทั้ง 3 เพลงล่ะ</strong></p>
<p>ปลั๊ก : <em>Start Again</em> คือเรื่องราวของทุกคนที่ผ่านเรื่องผิดหวัง การยอมแพ้มาแล้วมาเริ่มต้นใหม่กับ FEVER ซึ่งหลังจากเรารับฟีดแบ็กเข้ามา สิ่งเหล่านั้นก็จะสะท้อนกลับไปสู่<em> Ghost World</em> ที่พูดถึงมุมมองของคนทั่วไปที่มีต่อไอดอล คนคาดหวังว่าไอดอลมันต้องเป็นแบบนี้ แต่ความจริงเด็กอาจจะฝืนเพื่อเป็นแบบนั้นอยู่ก็ได้ ส่วน <em>Password</em> วิธีคิดของเราคือเราต้องการให้มีเพลงที่สดใสขึ้นมาบ้าง เพราะสองเพลงแรกค่อนข้างจะหม่น ก็ได้พี่กอล์ฟ Superbaker มาช่วย อนาคตก็น่าจะมีเนื้อหาที่ต่างจากนี้อีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-62360 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-13.jpg" alt="" width="500" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>ทำไมถึงไม่พูดเรื่องความรัก</strong></p>
<p>ปลั๊ก : เพราะเราคิดว่าการให้เด็กมาพูดถึงความรักเด็กคงไม่อิน เราก็เลยลองบิดเนื้อหาว่าถ้าไม่ใช่เรื่องความรักเราพูดเรื่องอะไรได้อีกบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ถึงเป็นเพลงรองแต่ก็มีเอ็มวี</strong><strong>ทุกเพลง</strong></p>
<p>ปลั๊ก : ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะมีทุกเพลง แต่กระแสค่อนข้างดี คนถามหา เราก็เลยคุยกันว่าลองทำกันดูไหม เพลงมันดีด้วย ถ้าไม่ได้ทำคงเสียดาย แต่ก็กลายเป็นคนก็มาบอกอีกว่า วงอะไรมีเอ็มวีทุกเพลงเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ชอบ </strong><strong>3 </strong><strong>เพลงที่ปล่อยมาไหม</strong></p>
<p>ฟอล์ย : ส่วนตัวไม่เคยฟังเพลงแนวนี้มาก่อน แต่พอได้ฟังก็รู้สึกชอบมาก เดี๋ยวนี้ก็เริ่มไปติดตามฟังเพลงแนวนี้มากขึ้น เพราะความหมายของเพลงมันก็สะท้อนถึงความรู้สึกของตัวเราด้วย</p>
<p>ป๊อป : พอฟังไปเรื่อยๆ ก็ชอบมากขึ้น ดนตรีมีความแตกต่างจากวงไอดอลอื่นๆ ในตอนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62358 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-11.jpg" alt="FEVER" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>แล้วคิดว่าดาร์กไปไหม</strong></p>
<p>ฟอล์ย : ส่วนตัวหนูก็ชอบดาร์กๆ นะคะ ที่จริงแล้วภาพลักษณ์ที่ทุกคนเห็นก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคิด ในบางอย่างที่เราแสดงออกก็ไม่ใช่อย่างที่เราเป็น มันก็มีบางมุมที่หนูจะดาร์กไปเลย ชอบดูหนังแนวฆาตกรรมเลือดสาดอะไรแบบนี้</p>
<p>ป๊อป : หนูก็ชอบดาร์กๆ เหมือนกัน มันเข้ากับบุคลิกมากกว่า เพลง <em>Password</em> ที่ต้องแสดง ต้องยิ้ม ต้องร่าเริง หนูก็รู้สึกขัดๆ รู้สึกว่ามันยาก (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กระแสตอบรับของเพลงเป็นยังไงบ้าง</strong></p>
<p>ฟอล์ย : เหมือนเพลง <em>Start Again</em> เป็นเพลงที่ทำให้คนรู้จักพวกเรา แต่ในทางกลับกัน <em>Password</em> ก็เป็นเพลงที่ทำให้ทุกคนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเรามากขึ้นด้วยในแง่อารมณ์</p>
<p>ป๊อป : เพลง <em>Password</em> ติดชาร์ตอันดับ 1 ของ Cat Radio ไปแล้วด้วย สุดยอดมาก ตอนแรกคิดว่าแค่พอไปได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62362 " src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-15.jpg" alt="FEVER" width="500" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-15.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-15-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>สิ่งที่ FEVER กำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้คืออะไร</strong></p>
<p>ปลั๊ก : ผมว่ามันคือการเปิดมุมมองใหม่ในการเป็นไอดอล ไอดอลไม่จำเป็นต้องเหมือนกันหมด ไม่จำเป็นต้องมีทิศทางเดียว เรามีทางอื่น เรามีสไตล์อื่นมานำเสนอ เรียกว่าเป็นไอดอลทางเลือกก็ได้ อย่างน้อยก็มีให้เลือกฟังนะ คือวงดนตรี หรือวงการแบบนี้มันไม่อยู่ไปตลอดหรอก จุดหนึ่งเราก็ต้องไป จุดหนึ่งเด็กก็ต้องโตขึ้น ผมอยากให้เด็กอยู่ในวงการต่อได้หลังจากที่จบจาก FEVER ไป</p>
<p>ป๊อป : เราไม่ได้อยากเป็นไอดอลเฉยๆ อยากไปได้ถึงเลเวลศิลปินจริงๆ</p>
<p>ฟอล์ย : อยากให้คนทั่วไปสามารถฟังเพลงของเราได้ด้วยเหมือนกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62366 " src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-19.jpg" alt="FEVER" width="500" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-19.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-19-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p><strong>FEVER เปลี่ยนอะไรเราไปบ้าง</strong></p>
<p>ป๊อป : กล้าเป็นตัวเอง เมื่อก่อนหนูมีภาพไว้ว่าต้องเป็นแบบนี้ๆ ถึงจะมีคนยอมรับ แต่พอได้เข้ามาตรงนี้ถ้าทำตามคนอื่นหนูก็อยู่ได้ แต่ไม่นาน สักวันหนึ่งความเป็นตัวเองมันก็ต้องโผล่ออกมาอยู่ดี ซึ่งพอปล่อยตรงนั้นไปแล้วเป็นตัวเองก็ได้รู้ว่ามีคนยอมรับตัวหนูเหมือนกัน</p>
<p>ฟอล์ย : แต่ก่อนหนูก็ไม่ค่อยเป็นตัวเองเท่าไหร่ ตอนนี้ก็กล้าพูดความรู้สึกตัวเองมากขึ้น กล้าแชร์ความคิด พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเยอะเลยค่ะ ส่วนพี่ป๊อปพูดเยอะขึ้นเยอะเลย (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเป็นตัวเองมันดียังไง</strong></p>
<p>ฟอล์ย : สบายใจในการทำอะไรมากขึ้น การไม่เป็นตัวเองเหมือนทำให้เรามีขีดจำกัดบางอย่างในการทำสิ่งต่างๆ</p>
<p>ป๊อป : มันรู้สึกแฮปปี้กับตัวเองมากกว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62370 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>หนึ่งปีผ่านไปเมมเบอร์รู้หรือยังว่าตัวเองผ่านออดิชั่นเพราะอะไร</strong></p>
<p>ปลั๊ก : มีฟอล์ยที่ชอบถามว่าทำไมพี่ถึงเลือกหนูเข้ามา เราก็บอกว่าเลือกเข้ามาเพราะว่าฟอล์ยเป็นฟอล์ย ไม่ได้เป็นคนอื่น ไม่ได้พยายามเป็นคนอื่น กระทั่งป๊อปเองที่ทุกคนจะรู้สึกว่าป๊อปเงียบ แต่ป๊อปก็มีเสน่ห์ในความเงียบ หรือใบเฟิร์นที่เหมือนเด็กหลงยุคมา เขารู้เรื่องวัฒนธรรมยุค 80s เยอะมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คิดยังไงกับวงการไอดอลในไทยบ้าง</strong></p>
<p>ป๊อป : มันก็มีแตกต่างกันหลายๆ แนวค่ะ มีหลายวง หลายแนวเพลง</p>
<p>ฟอล์ย : เราก็ไม่ได้นิ่งเฉยนะ ก็ฟังเพลงของทุกๆ วงเหมือนกัน (ยิ้ม) วงไหนมีเพลงออกใหม่พี่ป๊อปก็จะส่งมาบอกว่า &#8220;เพลงออกแล้ว&#8221;</p>
<p>ป็อป : ตามทุกวงค่ะ</p>
<p>ฟอล์ย : ไอดอลก็คือโอตะ VIP นั่นเองค่ะ (ยิ้ม)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วคิดว่าเราอยู่ตรงไหนของวงการ</strong></p>
<p>ป๊อป : คิดว่ากลางๆ ค่ะ</p>
<p>ฟอล์ย : คิดว่าไม่ได้อยู่ตรงไหน เราวิ่งไปในอีกเส้นทางหนึ่งที่ไม่ใช่เส้นทางเดียวกันกับคนอื่น เพราะฉะนั้นเราไม่มีคู่แข่งค่ะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-62356 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-09.jpg" alt="FEVER" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-09.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-09-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คิดไว้ว่า FEVER ต้องถึงจุดไหนถึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ </strong></p>
<p>ปลั๊ก : เรามองเป็นระยะสั้นมากกว่า เพราะว่ามันเกินที่เราคิดไว้มากๆ ดูไปเรื่อยๆ ว่าจะมีอะไรต่อไป ตอนนี้ผมกับทีมถึงจะทำงานหนักแต่ก็ยังสนุกกับ FEVER อยู่ มีเรื่องที่รอทำในอนาคตค่อนข้างเยอะ ซีดีก็อยู่ในขั้นตอนของการไฟนอล ซึ่งสิ่งที่ผมคิดว่ามันโดดเด่นก็คือการที่เราเอา Sahred Toy มาช่วยออกแบบ มันเป็นวิธีการของวงที่ collaboration ศิลปินคนอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย หรือเรื่องการต้องมีกัปตัน รองกัปตัน อีกไม่นาน รอดูกัน</p>
<p>ฟอล์ย : พวกเราเพิ่งได้หนึ่งซิงเกิลแรกมาเท่านั้นเองค่ะ</p>
<p>ป๊อป : ตอนนี้เหมือนเพิ่งเริ่ม ยังอยู่แค่ในกระบวนการที่จะไปให้ถึงตรงนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ตรงนั้นคือตรงไหน</strong></p>
<p>ฟอล์ย : ถึงจุดที่ทุกคนรู้ว่า FEVER คือวงไอดอลที่มีผู้หญิง 12 คน วงที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร</p>
<p>ป๊อป : ก็ได้ (ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา)</p>
<p>ฟอล์ย : พี่ป๊อบบอกว่าก็ได้ค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ตอนนี้มีอะไรที่เราอยากทำบ้าง</strong></p>
<p>ฟอล์ย : อยากเล่นซีรีส์ค่ะ ถ้าเกิดมีผู้กำกับคนไหนมาดูก็เรียกตัวไปแคสต์ได้นะคะ อยากเล่นแนวโรคจิตค่ะ</p>
<p>ป๊อป : อยากไปแสดงที่ต่างประเทศค่ะ (ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา)</p>
<p>ฟอล์ย : ถ้าเกิดได้เล่นเวทีเดียวกับไอดอลอื่นๆ ก็น่าสนใจมากค่ะ น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62367 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-20-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong><br />
นี่ใช่สิ่งที่ป๊อบอยากทำไหม</strong></p>
<p>ป๊อป : (ครุ่นคิด)  ก็อยากนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คิดอย่างไรกับคำพูดที่ว่า เด็กที่มาเป็นไอดอลก็แค่หาพาร์ตไทม์</strong></p>
<p>ป๊อป : เราก็ใช้เวลาเยอะอยู่เหมือนกันนะ</p>
<p>ฟอล์ย : คำว่าพาร์ตไทม์ไม่ได้แปลว่าไม่จริงจัง สมมติว่าเราทำงานร้านอาหารร้านหนึ่งเราก็ต้องตั้งใจทำ มีใครบ้างที่เป็นไอดอลอย่างเดียวแล้วไม่ทำอย่างอื่นเลยในชีวิต เป็นไปไม่ได้หรอก</p>
<p>ป๊อป : มันไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้ตั้งใจที่จะทำตรงนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วคำพูดที่ว่า ไอดอลก็เป็นแค่ F</strong><strong>EVER</strong></p>
<p>ปลั๊ก : สำหรับคนที่ตามไอดอลมันไม่ใช่กระแสหรอก คนตามไอดอลมีอยู่แล้วในเมืองไทย แค่เราไม่มีอะไรไปให้เขา ไอดอลในไทยตอนนี้มันเลยน่าสนุกมากขึ้น วงก็เริ่มมีสไตล์ที่น่าสนใจ มีอะไรที่แตกต่างออกมา มีทางเลือกให้เราฟังกันมากขึ้น แค่ที่เป็นกระแสเพราะตอนนั้นแมสจริงๆ</p>
<p>ป๊อป : ช่วงที่วงนี้เกิดขึ้นมาได้มันก็เป็นช่วงที่ไอดอลเป็นกระแส แต่เราไม่ได้มาแค่เป็นกระแสแล้วก็ไป เราอยากจะไปต่อเรื่อยๆ</p>
<p>ฟอล์ย : เราอยากเข้าไปในวงการเพลงมากขึ้น คิดว่าถ้าเราเข้าไปในวงการได้มากขึ้นก็จะทำให้เราไม่ได้เป็นแค่กระแสในช่วงหนึ่ง แต่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนจำได้เสมอ</p>
<p>ฟอล์ย : หนูพูดรู้เรื่องหรือเปล่า</p>
<p>ปลั๊ก : พูดดีกว่าพี่อีก</p>
<p>เรา : ติดไข้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-62357 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-10.jpg" alt="" width="500" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-10.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/Fever-10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<div id="erdyt-6a28e4f064ffb" data-id="tWJwNdRHR5U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-tWJwNdRHR5U-6a28e4f064ffb" data-vid="tWJwNdRHR5U" data-src="https://www.youtube.com/embed/tWJwNdRHR5U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/tWJwNdRHR5U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fever-after-fever/">&#8220;เรียกว่าเป็นไอดอลทางเลือกก็ได้&#8221; คุยกับ FEVER ในวันที่พวกเธอ FEVER มาแล้วสักพัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Apr 2019 07:07:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Video]]></category>
		<category><![CDATA[วงอินดี้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[Dream Pop]]></category>
		<category><![CDATA[ANATOMYRABBIT]]></category>
		<category><![CDATA[กระต่ายกายวิภาค]]></category>
		<category><![CDATA[อุดร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=58133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ANATOMY RABBIT คือวงดนตรีแนว Dream Pop ขวัญใจสาวมัธยมปลายยุค 2562 จากอุดรธานี เกิดจากการรวมตัวกันของ โอ๊ค–สุพัฒน์กิจ ถวิลการ (กีตาร์, ร้องนำ) กับ ทัด–ณัตฐพงษ์ สุทธิวงศ์กร (กลอง) ที่รู้จักกันในเครือคนดนตรีนอกกระแสของจังหวัด แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากการทำโปรเจกต์นี้ แค่ทำเพลงแบบที่อยากทำ ทยอยปล่อยเพลงออกมาทีละซิงเกิลอย่างใจเย็น ตระเวนไปเล่นตามงานบ้างเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ก่อนที่ความเฉื่อยจะถูกทำลายด้วยโทรศัพท์สายหนึ่ง ที่ให้โอกาสดูโอ้กระต่ายไปเล่นที่งานแมว Cat Expo 5 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทั้งคู่ทำ ไม่ใช่แค่การซ้อมวงให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม หรือเติมเพลงของตัวเองจากที่มีแค่ 3 ให้เต็ม setlist โชว์ แต่กลับเป็นการเร่งทำอัลบั้มเต็มเพื่อปล่อยให้ทันในวันงาน เกิดเป็นสัปดาห์นรกที่พวกเขาแจมกันทั้งวี่ทั้งวัน พักไปกินก๋วยเตี๋ยวคุยเพลงกัน กลับมาทำเพลงต่อ จนในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นอัลบั้มนาม ‘HOLLAND LOP’ ที่มีทั้งหมด 8 เพลง ปีกว่าที่ผ่านมาของโอ๊คและทัดในนาม ANATOMY RABBIT ล้านวิวแรกของเพลง &#8216;ขับรถเล่น’ เพิ่งผ่านไป และพลังความหลอนหูของท่อน &#8220;ในคืนที่เธอจากไป จากไป จากไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/">คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ANATOMY RABBIT คือวงดนตรีแนว Dream Pop ขวัญใจสาวมัธยมปลายยุค 2562 จากอุดรธานี เกิดจากการรวมตัวกันของ โอ๊ค–สุพัฒน์กิจ ถวิลการ (กีตาร์, ร้องนำ) กับ ทัด–ณัตฐพงษ์ สุทธิวงศ์กร (กลอง) ที่รู้จักกันในเครือคนดนตรีนอกกระแสของจังหวัด</p>
<p>แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากการทำโปรเจกต์นี้ แค่ทำเพลงแบบที่อยากทำ ทยอยปล่อยเพลงออกมาทีละซิงเกิลอย่างใจเย็น ตระเวนไปเล่นตามงานบ้างเพื่อเพิ่มประสบการณ์ ก่อนที่ความเฉื่อยจะถูกทำลายด้วยโทรศัพท์สายหนึ่ง ที่ให้โอกาสดูโอ้กระต่ายไปเล่นที่งานแมว Cat Expo 5 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58622" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6997-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สิ่งที่ทั้งคู่ทำ ไม่ใช่แค่การซ้อมวงให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม หรือเติมเพลงของตัวเองจากที่มีแค่ 3 ให้เต็ม setlist โชว์ แต่กลับเป็นการเร่งทำอัลบั้มเต็มเพื่อปล่อยให้ทันในวันงาน เกิดเป็นสัปดาห์นรกที่พวกเขาแจมกันทั้งวี่ทั้งวัน พักไปกินก๋วยเตี๋ยวคุยเพลงกัน กลับมาทำเพลงต่อ จนในที่สุดก็คลอดออกมาเป็นอัลบั้มนาม ‘HOLLAND LOP’ ที่มีทั้งหมด 8 เพลง</p>
<p>ปีกว่าที่ผ่านมาของโอ๊คและทัดในนาม ANATOMY RABBIT ล้านวิวแรกของเพลง &#8216;ขับรถเล่น’ เพิ่งผ่านไป และพลังความหลอนหูของท่อน &#8220;ในคืนที่เธอจากไป จากไป จากไป จากไป&#8221; ในเพลง Wonder Why? ที่เทียบชั้นได้ท่อน &#8220;แตงโม แตงโม แตงโม&#8221; ในเพลงของจินตหรา พูนลาภ ทั้งหมดที่ว่ามานั้นทำให้เราอยากแนะนำวงนี้ให้รู้จักได้อย่างไม่ยากเย็น และทันทีที่พวกเขามีโชว์ที่กรุงเทพ เราก็ไม่พลาดที่จะนัดพวกเขามาคุยกันก่อนกลับบ้าน</p>
<p><strong>  <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58627" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6845-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></strong></p>
<p><strong>ทำเพลงกันยังไงสองคน</strong></p>
<p>ทัด : โอ๊คจะเป็นคนเขียนเนื้อเพลง เป็นคนเดินคอร์ดอัดมาเป็นไกด์ ส่วนผมจะเอาไปคิดกลองโดยใช้โปรแกรมเขียน ลองตีกลองไฟฟ้า โปรแกรมมิงให้ พอเสร็จแล้วก็จะเรียกเพื่อนๆ ให้มาช่วยเล่นเครื่องอื่นๆ แล้วจะมีร้านที่เราเล่นประจำกันอยู่ เราก็จะเอาเพลงตัวเองไปเล่น ถ้าฟังแล้วโอเคก็ค่อยกลับมาอัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ซึ่งร้านให้เล่นเพลงตัวเองได้ด้วย</strong></p>
<p>ทัด : ใช่ครับ แล้วก็ไม่มีคนฟังด้วย (ฮา)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58628 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6916-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมทำแต่เพลงผิดหวัง</strong></p>
<p>ทัด : เพราะโอ๊คคิดว่าเรื่องผิดหวังมันทำให้คนเข้าถึงได้มากกว่า มันอินกว่า</p>
<p>โอ๊ค : จริงๆ ก็อยากจะเขียนเพลงเบิกบานเหมือนกัน แต่มันก็คิดไม่ออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาขอซิงเกิลล่าสุด </strong><strong>‘ตาฟา’</strong></p>
<p>ทัด : ตาฟาเป็นชื่อลูกผมครับ ประมาณช่วงสิงหาปีที่แล้วเมียผมท้อง แต่เขาแท้งตอนสามเดือน ผมเลยทักหาโอ๊คให้เขียนเนื้อเพลงให้หน่อย อยากเอาเพลงนี้เป็นกำลังใจให้แฟน ซึ่งถ้ามองกลางๆ เพลงก็จะเล่าถึงของการสูญเสียใครไปสักคนและมีการให้กำลังใจด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58623 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7006-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมต้องแต่งตัวร้อนขนาดนั้นใน </strong><strong>‘Wonder Why?’</strong></p>
<p>ทัด : คือเราสร้างธีมขึ้นมาว่าเราอยากดูหนาว ให้มันดูขัดแย้งไปเลย ตั้งใจให้ดูหนาวๆ มีขนๆ ให้เซอร์เรียล ในกล้องดูหนาว แต่จริงๆ เราร้อนมาก แถมชุดประมาณนี้ยังลามไปเป็นลุควง น้องสองคน (ลิตเติ้ล–สิรวิทย์ โกฏิรักษ์ (กีตาร์), ไบร์ท พชรพล อินทรชาธร (เบส)) ที่มาเล่นให้ก็ต้องแต่งตามด้วย ถ้าไม่แต่งมีงอน</p>
<p>โอ๊ค : คือผมไปเห็นมิวสิกวิดีโอเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=_2quiyHfJQw">MONDO GROSSO / ラビリンス</a> มา เป็นผู้หญิงเต้นลีลาศลองเทคยาวไปจนจบเพลง มันดูเท่ เรียล ไม่ต้องอะไรมากมาย ผมเลยไปเขียนสตอรีบอร์ดเอง แล้วให้พี่ทัดช่วยดูจังหวะ วางจุด แล้วเราก็หาทีมมาถ่ายมิวสิกวิดีโอตามที่คิดไว้ แดดร้อนจ้าแต่ก็สนุกดี เสื้อผ้าก็ไปเลือกมือสองกันเองสองคน <strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วสองเพลงล่าสุดที่ปล่อยมาทำไมไม่ทำมิวสิกวิดีโอ</strong><strong> แบบเพลงแรกๆ</strong></p>
<p>ทัด : ไม่คิดจะทำเป็นมิวสิกวิดีโอด้วยแหละ ตั้งใจจะทำเป็นแค่ภาพนิ่ง</p>
<p>โอ๊ค : อีกข้อหนึ่งคือเรามองถึงทุนที่เรามีอยู่ด้วย มีแค่นี้เราก็ทำแค่นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58619 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6977-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>คนฟังบอกว่าวงเรามีจุดเด่นยังไง</strong></p>
<p>ทัด : ผมว่าจุดเด่นของเราคือเนื้อร้องที่ใช้คำวนๆ แล้วก็ลีลาในจังหวะกลองของเราจะไม่เรียบ และเปลี่ยนไปในแต่ละท่อน</p>
<p>โอ๊ค : เปลี่ยนบ่อยเพราะเราเป็นคนขี้เบื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วจุดเด่นในความเป็นอีสานของเพลงมีด้วยไหม</strong></p>
<p>โอ๊ค : ถ้าอีสานสุดๆ คงจะเป็น UDON TOWN ที่เอาชื่อมาตั้งเป็นเพลง</p>
<p>ทัด : มีแค่ชื่อใช่ไหม (ฮา) แล้วก็มีเพลง WE ARE RABBIT โบนัสแทร็กที่เราเอาไลน์เซิ้งมาใส่ในกลอง มีแค่นั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58618 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6924-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58615 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6843-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>อะไรคือสิ่งที่คาดหวังจากการทำวงในตอนนี้</strong></p>
<p>โอ๊ค : ส่วนตัวผม ผมอยากทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ สิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้มันเลี้ยงชีพได้ และอยากให้วงพัฒนาไปเรื่อยๆ</p>
<p>ทัด : อยากให้เขาเห็นว่าที่อุดรและภาคอีสานก็มีวงดนตรีแบบนี้เหมือนกัน เพราะนอกจากดนตรีสายทั่วๆ ไป ที่โดดเด่นของอุดรคือเมทัล อย่างวงเราคนฟังก็รู้จักจากอินเทอร์เน็ต แต่ตอนก็มีคนฟังในพื้นที่ตามมาบ้างแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อัลบั้มก็ทำแล้ว อยากทำอะไรต่อจากนี้</strong></p>
<p>ทัด : กำลังทำอัลบั้มที่สองต่ออยู่ครับ</p>
<p>โอ๊ค : ผมอยากไปเล่นต่างประเทศบ้าง เลยอาจจะมีอัลบั้มที่เป็นเพลงสากลเลย เป็นสองอัลบั้มภายในปีนี้ ก็ดูๆ กันอยู่</p>
<p>ทัด : ทำได้&#8230;แต่ใครจะเขียนเนื้อวะ (หันหน้ามองกัน) แปล google translate เอาแล้วกัน (หัวเราะ) อีกอย่างคืออยากทำเพลงที่มันเซ็กซี่ขึ้น อาจจะมีซาวด์ซินท์เพิ่มเข้ามา ลดเสียงกีตาร์ให้น้อยลง</p>
<p>โอ๊ค : มาดูกันอีกทีว่ามันจะอำนวยไหม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58625" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7021-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ถ้าไม่ชื่อ </strong><strong>ANATOMY RABBIT จะตั้งชื่อว่าอะไร</strong></p>
<p>โอ๊ค : ไม่มีเลย เราคิดมาอย่างดีแล้ว เพราะผมชอบกระต่ายมาก อย่างมาเล่นดนตรีที่กรุงเทพฯ ก็ฝากให้คนช่วยดู แต่ก็มีวิดีโอคอลหากระต่ายด้วย &#8220;พอตเตอร์ทำอะไรอยู่&#8221; (เสียงสอง) ตอนนี้ก็คิดถึง มันทำอะไรอยู่นะ ซึ่งจะเชื่อมกับชื่ออัลบั้มของเราด้วย คือ HOLLAND LOP เป็นชื่อพันธุ์กระต่ายหูตก</p>
<p><strong>มีเรื่องอะไรที่คนอาจจะยังเข้าใจผิดอยู่ไหม</strong></p>
<p>โอ๊ค : สองวงก่อนหน้าของพวกเรา เรายังทำอยู่นะครับ เราโฟกัสทั้งสองวง แต่เพราะตอนนี้โอกาสตรงนี้มันเข้ามาเลยอาจจะมาเทตรงนี้เยอะกว่า</p>
<p>ทัด : อย่างอีกวงหนึ่งของผมชื่อ JEEBBS</p>
<p>โอ๊ค : ของผมชื่อ WILA</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58621 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_6982-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมต้องทำ 2 วงพร้อมกัน</strong></p>
<p>โอ๊ค : ผมอยากทำอะไรที่มันตอบกับอารมณ์ ถ้าดนตรีแนวนี้ เนื้อเพลงแนวนี้มันไม่ตรงกับวงนี้ ก็ลองทำอีกวงขึ้นมาดู</p>
<p>ทัด : ได้ทำอะไรที่มันไม่เหมือนกัน ได้ไปเล่นต่างสถานที่ที่มันคนละฟีลกัน ผมคิดว่าการทำสองวงมันถือเป็นการเติมไฟให้อีกวงหนึ่งไปในตัวเหมือนกัน</p>
<p>หมู (ผจก.) : ซึ่งทั้งสามวงนี้เป็นตัวรันวงการอินดี้ที่อุดรตอนนี้ด้วย</p>
<p>โอ๊ค : ก็มีแค่สามวง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-58624" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/the-outsider-anatomy-rabbit_IMG_7013-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>คำถามสุดท้าย ที่โอ๊คใส่ถุงเท้าข้างละลายนี่ดีไซน์ด้วยหรือเปล่า</strong></p>
<p>โอ๊ค : พี่หมู&#8230;</p>
<p>หมู : อย่างที่บอกเราเป็นอินดี้ทำทุกอย่างเอง ทำเพลงเอง ทัด มือกลอง ก็มิกซ์มาสเตอร์เพลงเอง น้องสองคนมาช่วยเล่นเบส กีตาร์ มีน้องผู้หญิง (เมี่ยง–วีรยา ทาระพันธ์) ดูเสื้อผ้าให้ ดูคอสตูมแต่งหน้าแต่งตาเอง ผม (หมู–นพรัตน์ อุณาภาค) ดูเบื้องหลัง ทำเพจ ตอบลูกค้า หางาน ส่วนคำตอบจริงๆ ก็คือโอ๊คหยิบถุงเท้ามาผิดครับ รีบ</p>
<p><strong>สองเพลงที่หยิบมา </strong><strong>Live Session คือเพลงอะไรบ้าง</strong></p>
<p>โอ๊ค : เพลง <em>ขับรถเล่น</em> น่าจะเป็นเพลงที่คนรู้จักมากที่สุด เพลงล้านวิวแล้วด้วย</p>
<p>ทัด : ส่วนเพลง <em>ยังเยาว์</em> ที่เลือกมาเพราะเรายังไม่มีคลิปตอนเล่นสด เราอยากมี</p>
<div id="erdyt-6a28e4f0669a2" data-id="OmHK0Ry9DL8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OmHK0Ry9DL8-6a28e4f0669a2" data-vid="OmHK0Ry9DL8" data-src="https://www.youtube.com/embed/OmHK0Ry9DL8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OmHK0Ry9DL8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a28e4f0669d4" data-id="ia0ioQjbDco" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-ia0ioQjbDco-6a28e4f0669d4" data-vid="ia0ioQjbDco" data-src="https://www.youtube.com/embed/ia0ioQjbDco?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/ia0ioQjbDco/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/anatomy-rabbit-interview/">คุยกับ ‘ANATOMY RABBIT’ วงกระต่ายกายวิภาคในวันที่ดนตรีอินดี้อุดรฯ เริ่มเป็นที่จับตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;แม้แต่เรื่องความรักมันก็เป็นชีวิต&#8221; ไททศมิตร วงเพื่อชีวิตเลือดใหม่ที่ไม่เป็นตาลิโตนเด้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taitosmith-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Feb 2019 10:59:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[TaitosmitH]]></category>
		<category><![CDATA[ไททศมิตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=54698</guid>

					<description><![CDATA[<p>TaitosmitH หรือ ไททศมิตร คือวงดนตรีเพื่อชีวิตที่วาดกรอบของอิสรภาพไว้ด้วยคำว่า ‘ไท’ บวกกับ ‘ทศ’ และ ‘มิตร’ เพื่อนิยามบรรยากาศของคาราวานเพื่อนฝูงที่มารวมตัวกัน เรื่องราวของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อจ๋ายและโฟร์โมส ที่ปกติเขียนเพลงเพื่อแลกกันฟังเพียงอย่างเดียว เริ่มอยากทำเพลงเพื่อสื่อสารกับคนวงกว้าง จึงรวบรวมสมาชิกผู้เป็นเพื่อนๆ น้องๆ ที่เคยเห็นหน้าค่าตากัน แถมทุกคนยังเป็นนักดนตรีในร้านที่จ๋ายเคยเปิด เกิดเป็นวงดนตรี 7 คนที่ปัจจุบันประกอบไปด้วยสมาชิก 6 คน เพราะออกไปหนึ่ง อันได้แก่ จ๋าย–อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี (ร้องนำ, กีตาร์), โฟร์โมส–ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์ (ร้องนำ, กีตาร์) มีน–ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ (กีตาร์) เจต–เจษฎา ปัญญา (เบส), ตุ๊ก–พัฒนภูมิ ชอุ่มผล (กลอง) และ เจ–ธนกฤต สองเมือง (คีย์บอร์ด) หากเรารีบแปะป้ายความเป็นพวกเขาจากการใช้ภาษาถิ่นในซิงเกิลที่ปล่อยออกมา คงคิดว่าไททศฯ ได้รับอิทธิพลมาจากเวฟดนตรีอีสาน ภาพยนต์แนวไทบ้าน และมุ่งเป้าไปยังวัยรุ่นตะวันออกเฉียงเหนือเพียงอย่างเดียว แต่ก่อนที่ใครจะจดจำไปในอีกทาง หรือเนื้อหาของเพลงเริ่มจะจำเจ ซิงเกิลล่าสุดอย่าง คางคก เพลงบรรยากาศโร้ดทริปภูเขาน้ำตกก็ได้พาเราออกไปข้างนอกเพื่อพบตัวตนข้างใน และทำความรู้จักไททศฯ เพิ่มขึ้นในอีกมิติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taitosmith-interview/">&#8220;แม้แต่เรื่องความรักมันก็เป็นชีวิต&#8221; ไททศมิตร วงเพื่อชีวิตเลือดใหม่ที่ไม่เป็นตาลิโตนเด้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>TaitosmitH หรือ ไททศมิตร คือวงดนตรีเพื่อชีวิตที่วาดกรอบของอิสรภาพไว้ด้วยคำว่า ‘ไท’ บวกกับ ‘ทศ’ และ ‘มิตร’ เพื่อนิยามบรรยากาศของคาราวานเพื่อนฝูงที่มารวมตัวกัน</p>
<p>เรื่องราวของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อจ๋ายและโฟร์โมส ที่ปกติเขียนเพลงเพื่อแลกกันฟังเพียงอย่างเดียว เริ่มอยากทำเพลงเพื่อสื่อสารกับคนวงกว้าง จึงรวบรวมสมาชิกผู้เป็นเพื่อนๆ น้องๆ ที่เคยเห็นหน้าค่าตากัน แถมทุกคนยังเป็นนักดนตรีในร้านที่จ๋ายเคยเปิด เกิดเป็นวงดนตรี 7 คนที่ปัจจุบันประกอบไปด้วยสมาชิก 6 คน เพราะออกไปหนึ่ง อันได้แก่ <strong>จ๋าย–อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี</strong> (ร้องนำ, กีตาร์), <strong>โฟร์โมส–ตฤณสิษฐ์ สิริพัชญาษานต์</strong> (ร้องนำ, กีตาร์) <strong>มีน–ปัณณสิทธิ์ สุขโหตุ</strong> (กีตาร์) <strong>เจต–เจษฎา ปัญญา</strong> (เบส), <strong>ตุ๊ก–พัฒนภูมิ ชอุ่มผล</strong> (กลอง) และ<strong> เจ–ธนกฤต สองเมือง</strong> (คีย์บอร์ด)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54730" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หากเรารีบแปะป้ายความเป็นพวกเขาจากการใช้ภาษาถิ่นในซิงเกิลที่ปล่อยออกมา คงคิดว่าไททศฯ ได้รับอิทธิพลมาจากเวฟดนตรีอีสาน ภาพยนต์แนวไทบ้าน และมุ่งเป้าไปยังวัยรุ่นตะวันออกเฉียงเหนือเพียงอย่างเดียว แต่ก่อนที่ใครจะจดจำไปในอีกทาง หรือเนื้อหาของเพลงเริ่มจะจำเจ ซิงเกิลล่าสุดอย่าง <em>คางคก</em> เพลงบรรยากาศโร้ดทริปภูเขาน้ำตกก็ได้พาเราออกไปข้างนอกเพื่อพบตัวตนข้างใน และทำความรู้จักไททศฯ เพิ่มขึ้นในอีกมิติ</p>
<p>พอดิบพอดีกับการที่วงมีอายุครบหนึ่งขวบปี เราจึงชวนพวกเขาทั้ง 6 คนมาทบทวนอดีตสั้นๆ ในปีที่ผ่านมา และคุยยาวๆ กับเส้นทางคาราวานความเชื่อที่กำลังจะเดินทางต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54725" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH.jpg" alt="" width="675" height="428" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-300x190.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-600x380.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong><br />
เคยมีคนเรียกชื่อวงผิดไหม เรียกว่าอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>มีน : เมื่อเช้าเลย</p>
<p>จ๋าย : มีเยอะ มีไตโตะสมิธ</p>
<p>เจ: ไทโทสมิตะ</p>
<p>โมส : หนักสุดนี่มีน้องเข้ามาทัก พี่ใช่ ‘วงตะลิโตน’ ปะฮะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปกติเวลาทำวงดนตรี แค่ 3 คนก็รวมตัวกันยากแล้ว ทำไมถึงทำวงที่มีสมาชิกถึง 6 คน</strong></p>
<p>จ๋าย : เราสวนกระแสว่าเราจะทำวง 7-8 คน แบบวงใหญ่ๆ ที่เป็นคาราวาน รู้สึกว่ามันอบอุ่นดี แล้วพาร์ตดนตรีพอเสริมกันมันแน่นกว่า สามารถทำสเกลใหญ่ได้สบาย ก็เริ่มจากไม่ได้คิดว่ามันจะมีข้อเสียเลย แต่พอมาทำจริงๆ มันยากมากเลย เพราะคนรุ่นใหม่มีความเป็นตัวเองสูง ก็ปรับกันมาเรื่อยๆ จนหลังๆ เริ่มง่ายแล้วเพราะเริ่มเข้าใจกันแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อะไรคือไอเดียของสองซิงเกิลแรกอย่าง <em>เป็นตะลิโตน</em> กับ<em> Pattaya Lover</em> </strong></p>
<p>จ๋าย : เราทั้ง 6 คนเล่นดนตรีคนละสไตล์กันเลย แถมตอนนั้นเรามีแต่เพลงหนักๆ มีแต่เพลงที่พูดถึงการเมือง พูดถึงสังคม เลยคิดว่าต้องมีเพลงแมสๆ บ้าง เพื่อสื่อสารถึงคนที่เราต้องการจะพูดด้วยก่อน จึงเลือกเสิร์ฟป๊อปก่อน พอได้โจทย์ผมก็ไปเขียนมาสองเพลงคือ<em> เป็นตะลิโตน</em> กับ <em>Pattaya Lover</em> ออกมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วสองเพลงนี้เรียกว่าเป็นเพลงเพื่อชีวิตไหม</strong></p>
<p>โฟร์โมส : ผมมองว่าไททศฯ คือเพื่อชีวิต แต่เพื่อชีวิตที่ว่าไม่ใช่แนวดนตรี อย่างพี่ปู พงสิทธิ์ ก็เป็นแนวเพลงร็อกแบบหนึ่ง มาลีฮวนน่าก็คือแนวดนตรีสไตล์หนึ่ง ตรงเนื้อหามากกว่าที่เรามองว่าเป็นเพื่อชีวิต แม้แต่เรื่องความรักมันก็เป็นชีวิต</p>
<p>จ๋าย : เมื่อก่อนเพื่อชีวิตอาจเป็นเรื่องของคนชั้นแรงงาน แต่เราคิดว่าเราเป็นเพื่อชีวิตของคนรุ่นใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54735" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>มาที่เพลงล่าสุด </strong><strong>‘คางคก’ ทำไมต้องคางคก</strong></p>
<p>โมส : คางคกเป็นสัตว์ที่ผมไม่ค่อยจะชอบหน้าตามันเท่าไหร่ ผมอยากเป็นนกมากเลย ผมสักนกไว้เตือนตัวเองว่าชีวิตนี้อยากจะมีอิสระ แต่ท้ายที่สุดพอโตมาจึงได้คิดว่า ที่เรามองเห็นนกมีอิสระมันมีความสุขหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ นกบางตัวเกิดมาเพื่ออยู่ในกรงด้วยซ้ำ ลองมองความสุขรอบๆ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีดีกว่า แล้วสุดท้าย back to basic คืออย่างน้อยมีเพื่อนนี่แหละ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สรรหาเรื่องราวในเพลงมาจากไหน</strong></p>
<p>จ๋าย : โชคดีที่ผมเป็นนักแสดง เวลาแสดงละครเวทีมันอยู่กับการสวมบทบาทเป็นคนอื่น ก็ based on จากความรู้สึกของตัวละครที่ผมเคยรับบทบาทมา ลองคิดแทนเขาดู แล้วเขียนออกมา</p>
<p>โมส : ตรงกันข้ามกับผมนะ ของผมเป็นเรื่องของตัวเองหมดเลย เป็นความรู้สึกส่วนตัวหรือสิ่งที่พบ แล้วก็เอามาเขียน มันมาเติมเต็มกันพอดีทั้งเรื่องของเราและเรื่องของคนอื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำไมถึงเลือกใช้ภาษาถิ่นในการแต่งเพลง</strong></p>
<p>จ๋าย : ผมรู้สึกว่าภาษาถิ่นมันนำมาแต่งเพลงได้ง่ายกว่าภาษากลาง มันสามารถผันวรรณยุกต์ได้คล้ายภาษาสากล ผันแล้วคำยังเป็นคำนั้นอยู่ หากเป็นภาษากลาง ถ้าผันวรรณยุกต์บางทีความหมายมันเปลี่ยน เป็นเรื่องของหลักภาษา และคนเขาก็ยังไม่ค่อยหยิบมาใช้กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54727" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำให้คนจำเราเป็นวงภาษาถิ่นด้วยไหม</strong></p>
<p>จ๋าย : อาจเพราะสองเพลงแรกเรามาในแบบนั้น เราพยายามยืนยันว่าอย่าคาดหวังเกินไป แต่เราก็ทำเพลง<em> Hello Mama</em> เพิ่มขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษกับภาษาอีสานเพลงหนึ่ง ดีกว่ามีเพลงอีสานแค่สองเพลงแล้วหายไปเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วฟีดแบ็กเวลาขึ้นโชว์เป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>มีน : ตอนแรกๆ มีคนเคยคอมเมนต์เราว่า ปล่อยสองเพลงแรกมาแบบนี้แต่พอมาดูโชว์สดก็อะไรของมึงวะเนี่ย</p>
<p>เจ : แต่เป็นในแง่ดีนะ</p>
<p>มีน : มันเกินความคาดหมาย</p>
<p>จ๋าย : โชคดีที่คนดูในยุคนี้เขาเปิดรับสิ่งใหม่ แล้วพอเจออะไรที่มันเซอร์ไพรส์ความรู้สึกเขา เขาก็จะเป็นไปในแง่ดี ถ้าเป็นยุคก่อนก็คงโดนด่าแล้วว่าทำไมไม่เหมือนในแผ่นเลยวะ</p>
<p>มีน : แต่มีบางงานเหมือนกันที่เราไปเล่นแล้วเขาคิดว่าเราเป็นวงเรกเก้ (ทั้งวงฮากันลั่น) เพราะตอนนั้นสองวงแรกที่มาเปิดให้เราเป็นวงเรกเก้ พอทั้งสองวงเล่นเสร็จ วงเราขึ้น คนดูเขาก็แบบอะไรวะเนี่ย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54732" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ตุ๊กกับเจตอยากพูดอะไรหน่อยไหม</strong></p>
<p>เจต : เพื่อนมันพูดกันหมดแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ตลอดปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ไหนที่วงจำได้ไม่เคยลืม</strong></p>
<p>จ๋าย : เป็นเวทีแรกที่เราเกือบจะได้เล่นและจะจำไปจนตาย คือเราจะได้เล่นเปิดให้พี่ปู พงสิทธิ์ เราดีใจมาก แล้วไอนี่ (ชี้ไปทางโฟร์โมส) ไส้ติ่งจะแตก ต้องผ่าตัด อดเล่น แล้วที่พีคไปกว่านั้นคือ เจ้าของงานเขาเปลี่ยนโปสเตอร์</p>
<p>เจ : ทำป้ายใหม่ เจ็บใจมาก</p>
<p>จ๋าย : คือยังลงรูปเราอยู่แต่กากบาทหน้าเรา แล้วเขียนกำกับว่า ‘อ่อนแอก็หลบไป รุ่นใหญ่จะเดิน’ เราโคตรเจ็บใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>มวลคนดูตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>จ๋าย : ผมรู้สึกว่ามันเป็นแง่บวกตลอด ไม่มีใครตะขิดตะขวงใจ รู้สึกว่าคนที่มาดูเขาแฮปปี้กับสิ่งที่ไททศฯ กำลังสื่อสาร แค่แรกๆ เพลงไม่ได้ถูกปล่อยและเขายังไม่รู้จัก บวกกับการเขียนเพลงที่ใช้คำเยอะเลยฟังกันไม่ทัน แต่ตัดภาพมาตอนนี้มันต่างกันเลย โดยเฉพาะแถบอีสาน พวกผมเองยังตกใจมากที่คนร้องตามได้แทบทุกเพลง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54731" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>มีเนื้อหาอะไรที่ยังไม่ได้เล่าในเพลง แล้วยังอยากเล่าอยู่ไหม</strong></p>
<p>จ๋าย : เรื่องที่เพื่อชีวิตจ๋าๆ เลย หรือมุมมองต่อเพศที่สามแบบเสรีเอย</p>
<p>โฟร์โมส : หรือการเหยียดกัน มันก็ไม่ได้มีแค่คนรวยเหยียดคนจน คนจนเหยียดคนรวยก็มี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>มีเรื่องอะไรที่อยากบอกแต่ไม่เคยมีใครถามไหม</strong></p>
<p>จ๋าย : วงเราเริ่มต้นมาจากอุดมการณ์ที่พยายามจะขับเคลื่อนบางอย่างที่ได้รับมาจากคนสร้างแรงบันดาลใจหลายๆ ที่เขาออกมาขับเคลื่อนเรื่องราวดีๆ ถ้าเรามัวแต่คิดมันจะเกิดอะไรขึ้นมา เลยไม่คิดแล้ว เดี๋ยวทำเอง สิ่งที่เรากำลังพยายามทำอยู่คือสร้างโทรโข่งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้ เอาไว้พูดกับวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ให้ได้มากที่สุด เราอยากจะขับเคลื่อนตรงนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วตุ๊กกับเจตจะไม่พูดอะไรจริงๆ</strong><strong> ใช่ไหม</strong></p>
<p>เจต : เพื่อนพูดกันหมดแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปีนี้ทางวงวางแผนทำอะไรกันไว้บ้าง</strong></p>
<p>จ๋าย : เดือนนี้ก่อนเลย เรามี EP ที่รวมเพลงรักของอัลบั้ม แล้วกลางปีก็จะเปิดตัวอัลบั้มที่เราวางไว้ เอ็มวีก็น่าจะตามมาเรื่อยๆ จะสังเกตได้ว่าเอ็มวีเราจะจริงจัง เราไม่อยากทำแค่เพลงแห้งๆ ไม่มีเครื่องปรุง ไม่มีอะไรแล้วไปเสิร์ฟให้คนดู ทำก็อยากให้มันดีเลย ฝากสนับสนุนพวกเราไททศมิตรด้วยครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TAITOSMITH-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เพลงที่ดีสำหรับไททศมิตรเป็นแบบไหน ต้องขับเคลื่อนบางอย่างด้วยไหม</strong></p>
<p>(โมสสะกิดตุ๊กให้ตอบ ตุ๊กเปิดปากครั้งเดียวตลอดการสัมภาษณ์)<br />
ตุ๊ก : แบบ <em>เป็นตะลิโตน</em> ครับคือเพลงที่ดี</p>
<div id="erdyt-6a28e4f068264" data-id="psdeMBqWjBQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-psdeMBqWjBQ-6a28e4f068264" data-vid="psdeMBqWjBQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/psdeMBqWjBQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/psdeMBqWjBQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a28e4f0682a0" data-id="3_j2Qmk9b5I" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-3_j2Qmk9b5I-6a28e4f0682a0" data-vid="3_j2Qmk9b5I" data-src="https://www.youtube.com/embed/3_j2Qmk9b5I?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/3_j2Qmk9b5I/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taitosmith-interview/">&#8220;แม้แต่เรื่องความรักมันก็เป็นชีวิต&#8221; ไททศมิตร วงเพื่อชีวิตเลือดใหม่ที่ไม่เป็นตาลิโตนเด้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How To Fly บินไปกับ Sticky Fingers วงดนตรีเรกเก้ร็อกที่ทะยานขึ้นสุดและถลาลงจนมิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sticky-fingers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Feb 2019 06:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[band]]></category>
		<category><![CDATA[วง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[StickyFingers]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=53646</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนที่การฟังเพลงผ่านสตรีมมิงจะเป็นเรื่องปกติ และอัลกอริทึมได้พาวงดนตรีรุ่นใหม่ออกทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วโลกจากเพลงฮิตไม่กี่เพลงอย่างทุกวันนี้ เราพบว่าช่วงปี 2010 เป็นเหมือนช่วงเวลาของการรับเอาเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการดนตรีในหลายด้าน แผ่นเสียง เทปคาสเซต กลับมาให้เราเลือกฟังในรูปแบบที่คุณภาพดีขึ้นหลายเท่า เพลงอิเล็กทรอนิกฮิตขึ้นมาในกระแสหลักและเกิดเทศกาลดนตรีที่เกี่ยวข้องตามมา เทคโนโลยีดนตรีเข้าไปผสมผสานในหลายๆ จุด แต่ไม่ใช่สำหรับ Sticky Fingers วงดนตรีชื่อเดียวกับอัลบั้มระดับตำนานของ The Rolling Stones วงดนตรีที่ยังมีวิธีคิด การใช้ชีวิต ราวกับว่าพวกเขาอยู่ในยุค 70s Sticky Fingers คือวงดนตรีหลงแนว หลงยุค หลงทวีป ฟร่อมออสเตร๊เหลี่ย (อ่านด้วยสำเนียงมิสแกรนด์) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มเพื่อน 5 คน คือ Dylan Frost (ร้องนำและกีตาร์), Paddy Cornwall (เบส), Seamus Coyle (กีตาร์), Eric da Silva Gruener (กลอง) และ Daniel Neurath (คีย์บอร์ด) ที่เริ่มตะลุยแสดงโชว์เก็บเลเวลในระดับภูมิภาคกันมาตั้งแต่ปี 2008 พร้อมๆ กับทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sticky-fingers/">How To Fly บินไปกับ Sticky Fingers วงดนตรีเรกเก้ร็อกที่ทะยานขึ้นสุดและถลาลงจนมิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนที่การฟังเพลงผ่านสตรีมมิงจะเป็นเรื่องปกติ และอัลกอริทึมได้พาวงดนตรีรุ่นใหม่ออกทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วโลกจากเพลงฮิตไม่กี่เพลงอย่างทุกวันนี้ เราพบว่าช่วงปี 2010 เป็นเหมือนช่วงเวลาของการรับเอาเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการดนตรีในหลายด้าน</p>
<p>แผ่นเสียง เทปคาสเซต กลับมาให้เราเลือกฟังในรูปแบบที่คุณภาพดีขึ้นหลายเท่า เพลงอิเล็กทรอนิกฮิตขึ้นมาในกระแสหลักและเกิดเทศกาลดนตรีที่เกี่ยวข้องตามมา เทคโนโลยีดนตรีเข้าไปผสมผสานในหลายๆ จุด แต่ไม่ใช่สำหรับ Sticky Fingers วงดนตรีชื่อเดียวกับอัลบั้มระดับตำนานของ The Rolling Stones วงดนตรีที่ยังมีวิธีคิด การใช้ชีวิต ราวกับว่าพวกเขาอยู่ในยุค 70s</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53700" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo.jpg" alt="" width="2160" height="1440" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo.jpg 2160w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Stickyfingers_photo-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2160px) 100vw, 2160px" /></p>
<p>Sticky Fingers คือวงดนตรีหลงแนว หลงยุค หลงทวีป ฟร่อมออสเตร๊เหลี่ย (อ่านด้วยสำเนียงมิสแกรนด์) ที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มเพื่อน 5 คน คือ Dylan Frost (ร้องนำและกีตาร์), Paddy Cornwall (เบส), Seamus Coyle (กีตาร์), Eric da Silva Gruener (กลอง) และ Daniel Neurath (คีย์บอร์ด) ที่เริ่มตะลุยแสดงโชว์เก็บเลเวลในระดับภูมิภาคกันมาตั้งแต่ปี 2008 พร้อมๆ กับทำ E.P. และอัลบั้มกันมาเรื่อยๆ</p>
<p>จุดเด่นของวงอยู่ที่เสียงร้องแหบอันเป็นเอกลักษณ์ของดีแลน ในช่วงแรกๆ วงเลือกเอาจังหวะเรกเก้มาใช้เล่าเรื่องของวง ทำให้เกิดการจดจำและแตกต่าง เพราะย้อนกลับไปในตอนนั้นวงการดนตรีเหมือนจะหลงลืมบีตนี้ไป ยังไม่พอ พวกเขายังนำไปผสมผสานเข้ากับความเป็นโซลแบบต้นฉบับ</p>
<p>สื่อหลายเจ้ามักอธิบายพวกเขาไว้ว่า วงดนตรีร็อก-เรกเก้ ที่ได้รับอิทธิพลของดนตรีในยุค 90s-00s ยุคที่พวกเขาโตมา สำเนียงดนตรีแบบอังกฤษจ๋าๆ จากยุค Britpop ลากยาวมาจนถึง Arctic Monkeys มีบรรยากาศเพลงแบบ Pink Floyd และออร่าร็อกสตาร์อย่างเสก โลโซ (อันนี้เสริมเอง)</p>
<p>แต่เอาเข้าจริงดนตรีของแก๊งนี้พาเราไปเจออารยธรรมดนตรีแทบจะทุกแนว ตั้งแต่ยุคบุปผาชนจนปัจจุบัน ผสมปนเปกันอยู่ในเพลง กลายเป็นจุดขายที่ทำให้วงมีชื่อเสียง และได้ออกเดินทางไปยังดินแดนที่สร้างตัวตนดนตรีให้พวกเขาอย่างยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53709" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v.jpg" alt="" width="3581" height="1988" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v.jpg 3581w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v-300x167.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v-768x426.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v-1024x568.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/NBdvl4v-600x333.jpg 600w" sizes="(max-width: 3581px) 100vw, 3581px" /></p>
<p>เพลงส่วนใหญ่ของพวกเขาเล่าเรื่องชีวิต ความเป็นอยู่ โลก เจือเรื่องราวความรักแบบจางๆ ซึ่งออกมาจากตัวตนแบบฮิปปี้ไลฟ์สไตล์ที่จริงใจไม่เสแสร้ง แฟนๆ เข้าถึงได้ง่าย ทำให้เกิดฐานผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปไกลได้อีกระดับ Sticky Fingers กลับสกัดดาวรุ่งตัวเอง และต้องไปทัวร์ในสถานบำบัดยาเสพติดแทน จากการใช้ชีวิตแบบ sex, drugs, rock and roll จนเกินไป ทำให้วงต้องพักตัวอยู่หลายปี</p>
<p>แม้ในช่วงหลังๆ พวกเขาไม่ได้ออกเพลงใหม่มากมาย แต่โชคดีที่งานเก่าๆ ยังคงทำหน้าที่ของมัน ผู้คนค่อยๆ ซึมซับรับฟัง และสำรวจแต่ละแทร็กในแต่อัลบั้มอย่างใจเย็น รอวันที่วงกลับมารวมตัว จนเกิดเป็นเพลงส่วนตัวที่แต่ละคนชอบ หากจับเอาสาวกของวงนี้มานั่งไล่ชื่อเพลง คงเก็บลิสต์ไปได้ครบทุกอัลบั้ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53707" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603.jpg" alt="" width="1155" height="786" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603.jpg 1155w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603-768x523.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603-1024x697.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/419075_d85f41f572a94734a3fd6f4dec19d603-600x408.jpg 600w" sizes="(max-width: 1155px) 100vw, 1155px" /></p>
<p>Sticky Fingers เดินทางมายาวนานและพวกเขาไม่เคยย้อนกลับไปทำเพลงแบบเดิม แต่สิ่งที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือวิธีคิดเพลง กลั่นกรองแต่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ความเป็นเพื่อน และความเป็นแบนด์ ทำให้บางคนอาจรู้สึกว่าซาวนด์ของวงไม่ค่อยพัฒนาไปไหน แต่อีกแง่ ก็ดีเหมือนกันที่เรายังมีดนตรีดิบๆ ทื่อๆ แสนธรรมดาแต่แฝงไว้ซึ่งจิตวิญญาณรุ่นพ่อ</p>
<p>ข้อดีของยุคนี้คือ ศิลปะ ดนตรี และแฟชั่น กองรวมกันไปหมด ความหลงยุคและแนวเพลงของแก๊งนี้ ได้กลายเป็นความร่วมสมัยขึ้นมาเฉยๆ</p>
<p>ในยุคที่เราเลือกไปดูคอนเสิร์ตด้วยเพลงเดียวหรือสองเพลง แต่ world tour ของ Sticky Fingers ในบ้านเรา วันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ เตรียมเพลงมาให้เราร้องตามแบบเต็มอิ่มมากกว่า 20 เพลง</p>
<p>บางวงเรารู้จักไม่ถึงปีก็ได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทย แต่พวกใช้เวลาว่า 10 ปี แถมกลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ (อย่างกับ comeback stage ไอดอลเกาหลี) ก่อนไปคอนเสิร์ต หรืออาจจะไม่ได้ไปเพราะบัตรหมดไวเหลือเกิน ลองไปฟัง 5 เพลงที่น่าจะได้ร้องตามในวันนั้นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53711" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1.jpg" alt="" width="1272" height="794" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1.jpg 1272w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1-300x187.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1-768x479.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1-1024x639.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/sticky-1-600x375.jpg 600w" sizes="(max-width: 1272px) 100vw, 1272px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-53710" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2.jpg" alt="" width="1600" height="1600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2.jpg 1600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/Sticky-Fingers-Band-Press-Shot-2-Peter-Webb-JPEG-2-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></p>
<hr />
<p><strong>Kiss The Breeze</strong></p>
<p>ซาวนด์กีตาร์เริ่มขึ้นมาในทำนองแบบฉบับโซล ก่อนจะพาเราดริฟต์ไปอีกทางด้วยกลองแบบเรกเก้ที่ผสมผสานกันไปอย่างละเอียดลออ พยุงไว้ด้วยเสียงคีย์บอร์ด เบส และกีตาร์อีกตัว อยู่ตลอดทั้งเพลง เพลงเด่นด้วยการเปลี่ยนท่อนแบบหยาบๆ ที่เราต้องโยกช้าๆ รอดนตรีว่าจะพาเราไปทางไหน กับเนื้อหาที่เล่าเรื่องชีวิตทั้งร้ายและดีที่ผ่านมา ความคาดหวัง ความฝัน ตลอดจนการเติบโต ก่อนเข้าท่อนฮุกและร้องซ้ำๆ ว่า<em> I kiss the breeze and let your rhythm flow out</em> เหมาะสมกับการเป็นบทเกือบสรุปจากแทร็กรองสุดท้ายของอัลบั้มแรกของวงอย่าง <em>Caress Your Soul</em></p>
<div id="erdyt-6a28e4f0696f9" data-id="Xvw_FJBHakE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Xvw_FJBHakE-6a28e4f0696f9" data-vid="Xvw_FJBHakE" data-src="https://www.youtube.com/embed/Xvw_FJBHakE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Xvw_FJBHakE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<p><strong>Sad Songs</strong></p>
<p>เพลงจังหวะสนุกที่มีความเป็นคันทรีร็อกแบบอเมริกันอยู่เต็มเปี่ยม สไลด์กีตาร์แบบเพลงคาวบอย ท่อนร้องงึมงำๆ ทำเหมือนไม่อยากให้เรารู้ความหมาย แต่เล่าถึงการเลิกราและจมปลัก ก่อนปลุกตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิต มีชีวา ขึ้นมาในท่อนฮุกว่า ถึงเราจะเศร้าแค่ไหนสุดท้ายก็ยังต้องเดินต่อไป วงมักวางเพลงนี้ไว้เป็นเพลงแรกๆ ทั้งในโชว์ และในอัลบั้มที่สาม <em>Westway (The Glitter &amp; the Slums)</em> เพื่อเร่งอารมณ์สนุกสนาน นับเป็นเพลงเศร้าที่หลอกลวงผู้บริโภคสุดๆ</p>
<div id="erdyt-6a28e4f069734" data-id="viMoKuxl6zo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-viMoKuxl6zo-6a28e4f069734" data-vid="viMoKuxl6zo" data-src="https://www.youtube.com/embed/viMoKuxl6zo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/viMoKuxl6zo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<p><strong>Gold Snafu</strong></p>
<p>แทร็กกลางอัลบั้มที่สองของวงอย่าง <em>Land Of Pleasure</em> คราวนี้มาในจังหวะ R&amp;B ก่อนตบด้วยเมโลดี้กวนๆ จากเสียงซินท์ที่ทำให้เรารู้ว่าเพลงนี้ฟีลกู๊ดชัวร์ ความเป็นระเบียบของท่อนดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างสะอาดสะอ้านทำเอาเราสงสัยว่านี่ใช่ Sticky Fingers จริงหรือเปล่า ก่อนที่ดนตรีจะจุดชนวนความวุ่นวายในท่อนฮุก และระเบิดในท่อนคอรัส เสียงเด็กๆ ที่ร้องเข้ามาอย่างกวนประสาท ยิ่งผ่านท่อนยิ่งเจือปนไปด้วยการทับถมจากไลน์ในท่อนก่อนหน้า และแน่นอนว่าพาให้เราเต้นตามสนุกๆ แถมฟังซ้ำๆ ได้เพลินๆ</p>
<div id="erdyt-6a28e4f06974f" data-id="-0UXhHUk6PI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp--0UXhHUk6PI-6a28e4f06974f" data-vid="-0UXhHUk6PI" data-src="https://www.youtube.com/embed/-0UXhHUk6PI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/-0UXhHUk6PI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<p><strong>Cyclone</strong></p>
<p>เพลงที่น่าจะเกิดขึ้นระหว่างการทัวร์ของวง เพลงนี้ไม่ได้บรรจุในอัลบั้มใดๆ เปิดฟังในสตรีมมิงก็ไม่มี แฟนๆ ส่วนหนึ่งบอกว่า &#8220;วงคงไม่อยากให้เพลงมันเป็นการค้าเกินไป&#8221; แต่พอดูยอดวิว 19 ล้าน ก็ยิ่งไม่น่าใช่ (สืบค้นเมื่อ 29 ม.ค. 62) โฟล์กอะคูสติกที่มีแค่เสียงร้องกับกีตาร์โปร่ง แต่กลับเติมเต็มความรู้สึก เว้นว่างให้แต่ละคนตีความคำว่าไซโคลนที่เข้ามาในชีวิตแตกต่างกันไป ในเวอร์ชั่นเล่นสดที่พี่แกมานั่งเล่นกันสองคนเหมือนเดิมไม่เพิ่มพาร์ตดนตรีอะไรขึ้นมาทั้งสิ้น</p>
<div id="erdyt-6a28e4f069765" data-id="zzHouyi6t4g" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-zzHouyi6t4g-6a28e4f069765" data-vid="zzHouyi6t4g" data-src="https://www.youtube.com/embed/zzHouyi6t4g?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/zzHouyi6t4g/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<hr />
<p><strong>Cool &amp; Calm</strong></p>
<p>ซิงเกิลที่ปล่อยออกมาไม่นานและน่าจะไปอยู่ในอัลบั้มใหม่ สไตล์เพลงนี้อยู่ในทางแรป จังหวะกลางๆ ปูเพลงด้วยเสียงกดคอร์ดของคีย์บอร์ดและการเกากีตาร์วนๆ แบบบีตฮิปฮอป เนื้อหาบอกเล่าถึงการเจอเรื่องร้ายๆ เมื่อผ่านมันมาได้มักทำให้เราแกร่งขึ้น โตขึ้น เหมือนวงที่เพิ่งผ่านจุดตกต่ำที่สุดของพวกเขามา เป็นการเตือนตัวเอง และถามแฟนๆ ว่า ยังอยู่กับพวกเขาหรือเปล่า</p>
<p>และบอกกับพวกเราด้วยว่า พวกเขาพร้อมออกเดินทางครั้งใหม่แล้ว</p>
<div id="erdyt-6a28e4f069778" data-id="MEiMnOr0-nM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-MEiMnOr0-nM-6a28e4f069778" data-vid="MEiMnOr0-nM" data-src="https://www.youtube.com/embed/MEiMnOr0-nM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/MEiMnOr0-nM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sticky-fingers/">How To Fly บินไปกับ Sticky Fingers วงดนตรีเรกเก้ร็อกที่ทะยานขึ้นสุดและถลาลงจนมิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แซม พลสัน &#038; วัฒน์ TVMunk : เพราะค่ำคืนไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้ แต่ยังมีเรื่องตลกดีๆ ให้เราฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-sam-wat-standup-comedy/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-sam-wat-standup-comedy/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2018 01:48:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[สแตนด์อัพคอเมเดี้ยน]]></category>
		<category><![CDATA[แซม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พลสัน]]></category>
		<category><![CDATA[stad up comedy]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ตลก]]></category>
		<category><![CDATA[เดี่ยวไมโครโฟน]]></category>
		<category><![CDATA[คืนระทม]]></category>
		<category><![CDATA[สแตนด์อัพคอเมดี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-sam-wat-standup-comedy/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในเพลงเศร้าและซีนอกหักของภาพยนตร์บ้านเรา มักบอกว่าวิธีการบำบัดความเศร้าคือการออกไปข้างนอกเพื่อทำอะไรสักอย่าง แต่จากสื่อทั้งหมด เราอาจไม่เห็นว่ามีฉากสแตนด์อัพ คอมเมดี้โผล่มาสักวินาที เพราะการแสดงทอล์กโชว์หนึ่งคนต่อไมโครโฟนหนึ่งตัวของคนไทยยังมีภาพจำเป็นเพียงวาระประจำปี ทำให้เราตื่นเต้นอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามทำโชว์ของพวกเขาเพื่อสร้างมุมมองว่า ความเศร้าและคอมเมดี้เป็นเรื่องปกติในทุกๆ วัน การแสดงครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของวัฒน์ พาร์ตไทม์ยูทูบเบอร์จาก TVMunk ฟูลไทม์ครีเอทีฟโฆษณาที่มักของานลูกค้าตัวเองแสดง จนเราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี (แต่ไม่รู้จักชื่อ) และอีกครั้งแรกของ แซม-พลสัน นกน่วม Content Creator จาก Mango Zero รวมถึงเจ้าของรายการ ยูธูป พอดแคสต์กินที่เอาเรื่องผีมาบังหน้า มารับบทเป็นสองคนในหลายสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่ระทมตั้งแต่เห็นโปสเตอร์งานครั้งแรกว่า ‘ไอ้นี่ใคร&#8230;แล้วไหนกู’ เราอยากใช้คำว่า ‘กล้าๆ กลัวๆ’ บ่งบอกถึงเรื่องราวชีวิตของทั้งสอง รวมทั้งใช้แทนกิริยาในการตกปากรับคำของทั้งคู่ไปเลย แต่หลังจากที่เราได้ชมการแสดงของพวกเขาในวันซ้อม เราจะยิ่งกดดันสองคนนี้ด้วยการบอกว่ามันดี และคอมเมเดี้ยนอัจฉริยะสองคนนี้พร้อมสร้างบรรยากาศของคืนที่ไม่ปกติให้กับทุกคนที่มาชม มาพิสูจน์โชว์ของทั้งคู่ได้ที่งาน Stand Up Tragedy #คืนระทม2018 คืนวันที่ 16 &#8211; 18 กุมภาพันธ์นี้ที่ Live Lounge อารีย์ แซมจะมาแสดงทั้งสามคืน ส่วนวัฒน์จะมาคืนที่ 18 กุมภาพันธ์ ถ้าอยากมาเจอทั้งคู่ก็มาวันนี้แล้วกันนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-sam-wat-standup-comedy/">แซม พลสัน &amp; วัฒน์ TVMunk : เพราะค่ำคืนไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้ แต่ยังมีเรื่องตลกดีๆ ให้เราฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในเพลงเศร้าและซีนอกหักของภาพยนตร์บ้านเรา มักบอกว่าวิธีการบำบัดความเศร้าคือการออกไปข้างนอกเพื่อทำอะไรสักอย่าง แต่จากสื่อทั้งหมด เราอาจไม่เห็นว่ามีฉากสแตนด์อัพ คอมเมดี้โผล่มาสักวินาที เพราะการแสดงทอล์กโชว์หนึ่งคนต่อไมโครโฟนหนึ่งตัวของคนไทยยังมีภาพจำเป็นเพียงวาระประจำปี ทำให้เราตื่นเต้นอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามทำโชว์ของพวกเขาเพื่อสร้างมุมมองว่า ความเศร้าและคอมเมดี้เป็นเรื่องปกติในทุกๆ วัน</p>
<p>การแสดงครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของ<strong>วัฒน์</strong> พาร์ตไทม์ยูทูบเบอร์จาก TVMunk ฟูลไทม์ครีเอทีฟโฆษณาที่มักของานลูกค้าตัวเองแสดง จนเราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี (แต่ไม่รู้จักชื่อ) และอีกครั้งแรกของ <strong>แซม-พลสัน นกน่วม</strong> Content Creator จาก Mango Zero รวมถึงเจ้าของรายการ <em>ยูธูป</em> พอดแคสต์กินที่เอาเรื่องผีมาบังหน้า มารับบทเป็นสองคนในหลายสแตนด์อัพ คอมเมเดี้ยนที่ระทมตั้งแต่เห็นโปสเตอร์งานครั้งแรกว่า ‘ไอ้นี่ใคร&#8230;แล้วไหนกู’ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp9.jpg"></p>
<p>เราอยากใช้คำว่า ‘กล้าๆ กลัวๆ’ บ่งบอกถึงเรื่องราวชีวิตของทั้งสอง รวมทั้งใช้แทนกิริยาในการตกปากรับคำของทั้งคู่ไปเลย แต่หลังจากที่เราได้ชมการแสดงของพวกเขาในวันซ้อม เราจะยิ่งกดดันสองคนนี้ด้วยการบอกว่ามันดี และคอมเมเดี้ยนอัจฉริยะสองคนนี้พร้อมสร้างบรรยากาศของคืนที่ไม่ปกติให้กับทุกคนที่มาชม </p>
<p>มาพิสูจน์โชว์ของทั้งคู่ได้ที่งาน <strong>Stand Up Tragedy #คืนระทม2018</strong> คืนวันที่ 16 &#8211; 18 กุมภาพันธ์นี้ที่ Live Lounge อารีย์ แซมจะมาแสดงทั้งสามคืน ส่วนวัฒน์จะมาคืนที่ 18 กุมภาพันธ์ ถ้าอยากมาเจอทั้งคู่ก็มาวันนี้แล้วกันนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp6.jpg"></p>
<p><strong>มาเล่นงานนี้ได้อย่างไร<br /></strong><strong style="background-color: initial">วัฒน์: </strong>เหมือนมันไม่ได้ชวนจริงจัง เราเลยตอบไปแบบไม่จริงจัง แต่พอโปสเตอร์ออกแล้วมีรูปเรา อ้าว นี่กูต้องเล่นจริงๆ เหรอ คือเรากล้าพูดกล้าแสดงออกแต่พอถึงเวลาที่ต้องคุยกับคนเยอะๆ เราไม่กล้าเลย กลัวมาก แต่โอเค เพราะเราเคยกลัวหลายเรื่อง แล้วบางอย่างมันอาจจะหายได้ด้วยการเผชิญหน้าแม่งเลย ความกลัวมันก็ผลักดันเรา</p>
<p><strong>แซม:</strong> ส่วนผมอยู่กับยูตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วที่มันประกาศส่งเดชว่าจะจัดสแตนด์อัพ คอมเมดี้ สถานที่ไม่รู้ วันจัดไม่แน่ใจ แต่จัดแน่นอน ซึ่งสุดท้ายก็จัดจริงๆ เราเลยบอกมันว่าอยากเล่นด้วยทั้งที่ไม่เคยพูดต่อหน้าคนเยอะๆ เลย แต่ตอนซ้อมปรากฏว่าเวิร์กเลยมีกำลังใจมากขึ้น รู้สึกว่าสนุกดี ก็เล่นมาเรื่อยๆ คราวนี้คือการชวนอย่างจริงจังเป็นทางการครั้งแรก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp4.jpg"></p>
<p><strong>หยิบบางอย่างจากชีวิตประจำวันมาใช้ในการแสดงครั้งนี้ได้มั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม:</strong> มันเป็นงานคนละแบบเพราะงานที่เราทำอยู่คือการรีวิว งานบล็อกเกอร์ ตอนแรกเคยลองเล่าเรื่องจากจากบทความที่เราเขียน แต่มันทำไม่ได้ คนละศาสตร์ คนละวิธีกัน ก็ล้มเลิกไป แล้วนั่งเขียนบทใหม่ที่จะมาเล่าวันนี้แทน</p>
<p><strong>วัฒน์:</strong> เราดูเหมือนได้เปรียบคนอื่นตรงที่ได้เรียนการแสดง ได้รู้ว่า on stage ต้องการอะไรบ้าง เล่นกับคนดูอย่างไรบ้าง แต่พอเอาเข้าจริงมันก็รู้สึกแตกต่าง อาจจะเพราะว่าเราสวมบทบาทเป็นคนอื่นมาตลอด แต่ครั้งนี้เราได้ทำในสิ่งที่เราไม่ค่อยได้ทำ อย่างการเป็นตัวเองต่อหน้าคนอื่น</p>
<p><strong>พอเราสวมบทเป็นตัวเองมีความกังวลมากกว่าเป็นคนอื่นมั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">วัฒน์:</strong> ใช่ เพราะว่าเวลาเล่นเป็นคนอื่นมันมีบท เราจำบท เราเป็นใครก็ได้ แต่พออันนี้มันกดดันไปเองว่าการเป็นเราจะเวิร์กมั้ย ซึ่งมันควรเวิร์กเพราะเราเป็นเรามาตลอดชีวิต แค่เราไม่เคยเอาเรามาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนขนาดนั้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp3.jpg"></p>
<p><strong>แล้วความเป็นเราที่เด่นกว่าคนอื่นคืออะไร<br /></strong><strong style="background-color: initial">วัฒน์: </strong>ผมชอบสังเกตประเด็นใกล้ตัวที่ทุกคนก็เจอ เรารู้สึกว่าเราจะเอาความรู้สึกตอนนั้น ณ โมเมนต์นั้นมาแชร์ มันน่าจะทัชคนดูได้ ซึ่งอาจจะทัชในแง่ฮาหรือไม่ฮาอันนี้เราไม่สนใจ แต่เราเชื่อว่าประเด็นที่เราเลือกไว้กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจะพาคนดูและเราไปด้วยกันได้</p>
<p><strong>แซม: </strong>เราไม่ใช่สายเพอร์ฟอร์แมนซ์ไม่ใช่แบบพี่วัฒน์ที่เล่นละครเวที ไม่ใช่แบบครูทอมที่เวลาไม่ฮาก็เอาเสียงใหญ่เข้าข่ม ทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเคยได้ยินพี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง บอก คือ เล่าอย่างเรา เล่าแบบตะกุกตะกัก วิธีการ ท่าทางการเล่นแบบตัวเรา มันคือความตลก เราเป็นยังไงบนเวทีก็เป็นอย่างนั้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp5.jpg"></p>
<p><strong>มาเล่าเรื่องระทมแล้วจะยิ่งไม่ระทมไปกันใหญ่เหรอ<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม:</strong> มันเป็นเรื่องที่ตอนเจอเราเครียดมากแต่พอกลับไปเล่าอีกทีมันฮา เหมือนไปเขาชนไก่แล้วเจอจ่านรก โหดมาก แต่พอกลับมา เราเล่าเรื่องพวกนี้ได้อย่างสนุก</p>
<p><strong>วัฒน์: </strong>น่าจะสนุกนะ คนแม่งชอบดูคนอื่นลำบาก ชอบดูความหายนะของคนอื่น</p>
<p><strong>การทำสื่อสำเร็จรูปกับแสตนอัพ คอมเมดี้ต่างกันมากมั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม: </strong>งานออนไลน์มันสามารถแก้ไขได้ตลอดเวลา เราอัพงานไปเราจะเห็นยอดไลก์ ยอดแชร์ชัดเจน ถ้าไม่ดีก็เปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาแล้วลงใหม่ แต่พอเรามาเล่นบนเวทีสดๆ เราขอแก้ตัวอีกทีนึงไม่ได้ ต้องไปต่อ ก็จำไว้ว่าแบบนี้มันไม่เวิร์ก บางทีบิดแค่นิดเดียวมันก็ฮาแล้ว เรามีเส้นของเราไว้ยึดเดินตามให้ไม่หลง แต่ถ้าเรื่องที่เป็นเส้นตรงมากก็ลองแวะซ้ายขวาดู หรือใครขึ้นเล่นก่อนเราก็ลองเก็บมุกมาต่อยอดได้</p>
<p><strong>วัฒน์:</strong> มันแตกต่างกันที่คนที่ไม่ได้อยู่ในบรรยากาศเขาก็ไม่รู้ ต่อให้สุดท้ายมันถูกทำออกไปเป็นคลิป เขาก็จะไม่ได้รับมวลบรรยากาศแบบที่เราได้รับ คือถ้ามันอึนเราก็รู้เลยว่ามันอึน เสน่ห์ของมันอยู่ตรงนี้ เราจะได้รู้สึกพร้อมกันระหว่างผู้เล่นและผู้ชม บางทีเขาอยู่ใกล้มากจนรู้ว่าเราจะพูดอะไรก่อนเราพูดด้วยซ้ำ มันคือการรับ-ส่งกันระหว่างมวลผู้ชมและคนเล่น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp1.jpg"></p>
<p><strong>สิ่งที่ยากที่สุดคืออะไร<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม: </strong>ทำให้คนดูฮานี่แหละยากที่สุด มันไม่เหมือนกับเรื่องผีที่เขารู้ว่าเขาจะเตรียมกลัวแล้ว เราแต่งเติมบรรยากาศเล่าให้มันน่ากลัวเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่งานนี้เขาเสียเงินมา เขาโฟกัสว่าวันนี้เขาจะมาฟังเรื่องตลก ไหนเล่นให้กูดูสักหนึ่งฮาหน่อย เขาไม่ได้พูดแต่สายตาคาดหวังมากว่าอยากตลก</p>
<p><strong>สมมุติถ้าเล่นโชว์แล้วไม่ตลก<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม: </strong>ผมกลัวทุกครั้งที่ขึ้นว่ามันจะฮาหรือเปล่า คือวันนี้อาจจะฮาแต่พรุ่งนี้มันไม่ฮาก็ได้ ความกังวลคือเขาส่งความรู้สึกร่วมกับเราหรือเปล่า อย่างงานครั้งที่แล้วรอบแรกดีมาก แต่พอมารอบสอง ผมเล่าอยู่มีคนเปิดประตูเข้ามาด้านหลัง คนที่ฟังอยู่ก็เสียสมาธิไปเลย โชว์ก็กลายเป็นคนละเรื่องเลย ทั้งที่เป็นมุกเดียวกันแท้ๆ</p>
<p><strong>วัฒน์:</strong> พี่อาจจะไม่ค่อยมีปัญหา (ตอบอย่างมั่นใจ) เป้าหมายในการตั้งโจทย์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราเกาะธีมไว้ ถึงไม่ฮากูก็ระทม เพราะงั้นเราถือว่าความฮามันเป็นของแถมแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp7.jpg"></p>
<p><strong>คอมเมเดี้ยนในยุค 4.0 ใช้มัลติมีเดียประกอบในโชว์เยอะมาก เคยคิดจะลองใช้ดูบ้างมั้ย<br /></strong><strong style="background-color: initial">วัฒน์:</strong> หลักสำคัญ 3 อย่างคือ มีเรา มีเรื่อง แล้วก็มีคนฟัง ถ้าเราสามารถอยู่กับอุปกรณ์แค่อย่างเดียวแล้วพาคนดูไปยังจุดที่เราต้องการได้ แค่นั้นสำหรับเราถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีสื่อมัลติมีเดีย ไม่จำเป็นต้องมีเลเซอร์ยิงแสงเข้าตา ไม่ต้องมีแดนเซอร์ ไม่ต้องมีพริตตี้ ไม่ต้องมีเพลงประกอบ</p>
<p><strong>แซม:</strong> แต่มีพริตตี้ก็ดีนะพี่</p>
<p><strong>วัฒน์:</strong> ดี (ฮา)</p>
<p><strong>แซม:</strong> มันคงยากและไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้ แต่บางคนเขาก็ทำได้ อย่าง Bo Burnham คอมเมเดี้ยนอเมริกัน เขาชอบเล่นกับอุปกรณ์ กับดนตรี แสงสีทุกอย่าง มันมีการซ้อมคิวที่เป๊ะมาก ก็เป็นโชว์ที่ตลกดี บางทีเราไม่ได้ขำมุกเขาด้วยซ้ำ แต่เราขำสิ่งที่แสดงออกมาเป็นภาษาท่าทางไป </p>
<p><strong>วัฒน์: </strong>หรือว่าพี่หาอุปกรณ์มาช่วยดีวะ เดี๋ยวเอาแฉมาอันนึง ไม่ฮาก็เดินไปตี</p>
<p><strong>เราจะวัดความสำเร็จของการแสดงด้วยอะไรดี<br /></strong><strong style="background-color: initial">แซม: </strong>วัดจากเสียงหัวเราะเสียงปรบมือแน่นอน ถึงมุกมันจะกริบแต่เขายังปรบมือให้ แปลว่าเขาก็ยังชอบอยู่ อย่างคนที่ไม่เคยดูมาก่อน มันได้ประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่เสียงหัวเราะ แต่คือบรรยากาศ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากเราคนเดียว แต่เกิดจากทุกคนที่เขามาดู มันก็ทำให้เขาประทับใจได้</p>
<p><strong>วัฒน์:</strong> น่าจะเปรียบเทียบได้คล้ายๆ กับละครเวทีโรงเล็กๆ เวลาเราแนะนำเพื่อน เราก็เลือกให้เพื่อนเราได้ไปเจออะไรที่เฟรนด์ลี่กับเขา หยอดให้เขารู้สึกว่ามาดูแบบนี้แล้วชอบ ดูแล้วจะอยากดูเรื่องอื่นต่อ ถ้าการโชว์ครั้งนี้ของพวกเรามันทำให้คนรู้สึกว่าโอเค เดี๋ยวคราวหน้าจะมาลองดูอีกมันก็ถือว่าประสบความสำเร็จ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sp10.jpg"></p>
<p><strong>อยากให้เกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากการรวมตัวครั้งนี้<br /></strong><strong style="background-color: initial">วัฒน์: </strong>เดี๋ยวนี้มันถึงยุคที่เรามีโซเชียลเน็ตเวิร์กเต็มไปหมดเลย แต่เราโหยหาการคอนเนกต์ระหว่างคน กิจกรรมไหนที่ทำให้เกิดการคอนเนกต์ระหว่างคนจริงๆ มันมีคุณค่า เราว่ามันดีถ้ามีกลุ่มคนที่อาจจะไม่ใช่เราก็ได้ ลุกมาทำกิจกรรมที่ทำให้คนเชื่อมต่อกันเยอะๆ และสแตนด์อัพ คอมเมดี้คือหนึ่งในกิจกรรมเหล่านั้น เพราะบ้านเรามันไม่ค่อยมีคนอื่น เรามีพี่โน้ต (อุดม แต้พานิช) ช่วงหนึ่งเรามีพี่พิง ลำพระเพลิง มีอาจารย์เชน-จตุพล ชมภูนิช เรารู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีชื่อเสียงมากๆ เป็นคนพูด แสดงในฮอลล์ใหญ่ๆ มีคนดูเต็มฮอลล์ก็ได้</p>
<p><strong>แซม:</strong> ยุคนี้ไม่เหมือนยุคก่อนที่คนๆ หนึ่งรวมมวลชนได้มากมาย ยกตัวอย่างรายการ <em>The Shock</em> แค่พี่ป๋องคนเดียวก็สามารถรวมคนที่ชอบเรื่องผีได้กลุ่มใหญ่ แต่ตอนนี้ออนไลน์มันอิสระมาก เรามี <em>ยูธูป</em> เราสามารถรวมกลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มนึงขึ้นมาได้ คือเราไม่ได้แข่งกับเขา เราก็มีกลุ่มคนของเรา สิ่งนี้ก็เหมือนกัน เราคงไม่สามารถดึงคนที่รู้จักพี่โน้ตมาให้รู้จักเราได้ภายในชั่วข้ามคืนหรือหนึ่งปี มันเป็นไปไม่ได้ แต่เราสามารถรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจตรงกันได้ ยุคนี้เราสามารถสร้างประเทศของเราเองได้ นี่คือประเทศของเราที่เล่าเรื่องตลกให้กลุ่มคนเล็กๆ ได้ฟังด้วยกัน</p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> พิพัฒน์พงศ์ ชิตรัตนธรรม</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end111.png"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-sam-wat-standup-comedy/">แซม พลสัน &amp; วัฒน์ TVMunk : เพราะค่ำคืนไม่ได้มีแค่ปาร์ตี้ แต่ยังมีเรื่องตลกดีๆ ให้เราฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-sam-wat-standup-comedy/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอนิกิริ &#8211; ปรากฏการณ์ปั้นความสุขของเหล่าโอตะที่อยากผลักดันไอดอล BNK48 ให้ถึงฝัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/report-bnk48-phenomenon/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/report-bnk48-phenomenon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jan 2018 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[idol]]></category>
		<category><![CDATA[โอชิ]]></category>
		<category><![CDATA[โอตะ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนด้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฌอปราง BNK48]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดอลญี่ปุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/report-bnk48-phenomenon/</guid>

					<description><![CDATA[<p>BNK48 ไม่ได้มี 48 คน สิ่งที่เราทุกคนรับรู้กันแรกๆ ในวงสนทนาหลังเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย แพร่เชื้อไวรัสเอียร์เวิร์มไปทั่วบ้านทั่วเมือง ความบันเทิงจากวัฒนธรรมใหม่ที่ทุกคนกำลังทำความเข้าใจ ไอดอลที่มีจุดขายเป็นพัฒนาการและเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างทาง ที่ว่ามานี้ไม่ใช่ทั้งหมดของวง แต่ยังมีจักรวาลที่เพิ่งสร้างจากความสัมพันธ์ระหว่างไอดอลกับแฟนคลับที่ให้เราติดตามเพิ่มขึ้นมาอีก แฟนคลับหลายคนเริ่มสร้างสถานะเป็นแหล่งผลิตคอนเทนต์ใหม่ เกิดเป็นปรากฏการณ์สื่อหลากหลายรูปแบบจากแฟนคลับ ทั้งเพลงที่แต่งขึ้นให้ไอดอลแต่ละคน บุ๊กเล็ตที่แจกเป็นของที่ระลึก หรือแม้แต่การทำป้ายอวยพรวันเกิดติดที่สถานีรถไฟใต้ดิน ทั้งหมดทำให้คนทั่วไปได้ลองเปิดใจทำความรู้จักเด็กกลุ่มหนึ่งที่พวกเขาหลงรักและหวังช่วยเพิ่มศักยภาพของไอดอลมากกว่าแค่สถานะผู้ติดตาม “เรามีความคิดว่าอยากแต่งเพลงจากเฌอปรางอยู่แล้ว เพราะจากมุมแฟนคลับ เราได้เห็น ได้รับพลังงานบางอย่างจากผู้หญิงคนนี้จริงๆ อย่างงานจับมือรอบล่าสุดที่ปกติจับมือได้ครั้งละใบ แต่ครั้งนี้มีรอบรวมบัตรที่ทำให้มีเวลาพูดมากขึ้น เรามีโอกาสได้พูดในสิ่งที่คิดมากขึ้น ภาพของเฌอที่เรามอง พอเราได้พูดตรงนั้นกับเขาจริงๆ มีเขายืนฟังอยู่ข้างหน้า เรารู้สึกว่าพลังงานบวกตรงนี้ต้องเอาไปต่อยอด เหมือนกับวาดรูปแฟนอาร์ต แต่ต่างตรงที่เราเป็นคนทำเพลง เลยกลายมาเป็นงานตรงนี้” มาร์ก เจ้าของเพลง แคปเฌอ (Capture) เล่าถึงเหตุผลในการทำเพลงให้เฌอปราง BNK48 ให้เราฟัง แต่ถ้าเหตุผลที่ง่ายที่สุดนั้น มาร์กแค่บอกเราว่า “ก็เป็นโอชิ (คนที่ชื่นชอบ) อ่ะ” การตกผลึกผ่านเวลา บทเพลงที่กลั่นกรองออกมาเป็นตัวแทนของความรัก ความชื่นชอบที่มีต่อไอดอล อีกทั้งสไตล์ เนื้อหาของเพลง องค์ประกอบที่บ่งบอกถึงตัวตนของเมมเบอร์นั้นๆ ได้แบบตรงไปตรงมา จนเราสามารถพูดได้ว่า ‘เพลงที่แฟนคลับแต่งให้ไอดอลก็คือตัวตนของไอดอล’ ได้ไม่ยาก ความชื่นชอบในลักษณะนี้ถือเป็นความสัมพันธ์ต่อแฟนคลับที่มีโอชิคนเดียวกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-bnk48-phenomenon/">โอนิกิริ &#8211; ปรากฏการณ์ปั้นความสุขของเหล่าโอตะที่อยากผลักดันไอดอล BNK48 ให้ถึงฝัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	BNK48 ไม่ได้มี 48 คน</p>
<p>
	สิ่งที่เราทุกคนรับรู้กันแรกๆ ในวงสนทนาหลังเพลง<br />
	<em>คุกกี้เสี่ยงทาย</em> แพร่เชื้อไวรัสเอียร์เวิร์มไปทั่วบ้านทั่วเมือง ความบันเทิงจากวัฒนธรรมใหม่ที่ทุกคนกำลังทำความเข้าใจ ไอดอลที่มีจุดขายเป็นพัฒนาการและเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างทาง ที่ว่ามานี้ไม่ใช่ทั้งหมดของวง แต่ยังมีจักรวาลที่เพิ่งสร้างจากความสัมพันธ์ระหว่างไอดอลกับแฟนคลับที่ให้เราติดตามเพิ่มขึ้นมาอีก</p>
<p>
	แฟนคลับหลายคนเริ่มสร้างสถานะเป็นแหล่งผลิตคอนเทนต์ใหม่ เกิดเป็นปรากฏการณ์สื่อหลากหลายรูปแบบจากแฟนคลับ ทั้งเพลงที่แต่งขึ้นให้ไอดอลแต่ละคน บุ๊กเล็ตที่แจกเป็นของที่ระลึก หรือแม้แต่การทำป้ายอวยพรวันเกิดติดที่สถานีรถไฟใต้ดิน ทั้งหมดทำให้คนทั่วไปได้ลองเปิดใจทำความรู้จักเด็กกลุ่มหนึ่งที่พวกเขาหลงรักและหวังช่วยเพิ่มศักยภาพของไอดอลมากกว่าแค่สถานะผู้ติดตาม</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">
<p>
	“เรามีความคิดว่าอยากแต่งเพลงจากเฌอปรางอยู่แล้ว เพราะจากมุมแฟนคลับ เราได้เห็น ได้รับพลังงานบางอย่างจากผู้หญิงคนนี้จริงๆ อย่างงานจับมือรอบล่าสุดที่ปกติจับมือได้ครั้งละใบ แต่ครั้งนี้มีรอบรวมบัตรที่ทำให้มีเวลาพูดมากขึ้น เรามีโอกาสได้พูดในสิ่งที่คิดมากขึ้น ภาพของเฌอที่เรามอง พอเราได้พูดตรงนั้นกับเขาจริงๆ มีเขายืนฟังอยู่ข้างหน้า เรารู้สึกว่าพลังงานบวกตรงนี้ต้องเอาไปต่อยอด เหมือนกับวาดรูปแฟนอาร์ต แต่ต่างตรงที่เราเป็นคนทำเพลง เลยกลายมาเป็นงานตรงนี้” มาร์ก เจ้าของเพลง<br />
	<em>แคปเฌอ (Capture)</em> เล่าถึงเหตุผลในการทำเพลงให้เฌอปราง BNK48 ให้เราฟัง</p>
<p>
	แต่ถ้าเหตุผลที่ง่ายที่สุดนั้น มาร์กแค่บอกเราว่า “ก็เป็นโอชิ (คนที่ชื่นชอบ) อ่ะ”</p>
<p>
	การตกผลึกผ่านเวลา บทเพลงที่กลั่นกรองออกมาเป็นตัวแทนของความรัก ความชื่นชอบที่มีต่อไอดอล อีกทั้งสไตล์ เนื้อหาของเพลง องค์ประกอบที่บ่งบอกถึงตัวตนของเมมเบอร์นั้นๆ ได้แบบตรงไปตรงมา จนเราสามารถพูดได้ว่า ‘เพลงที่แฟนคลับแต่งให้ไอดอลก็คือตัวตนของไอดอล’ ได้ไม่ยาก ความชื่นชอบในลักษณะนี้ถือเป็นความสัมพันธ์ต่อแฟนคลับที่มีโอชิคนเดียวกัน เราอาจจะไม่อินกับเพลงอีกสิบกว่าเพลงตอนนี้หรือหลังจากนี้ของสมาชิกในวงคนอื่นเท่าเพลงของโอชิตัวเอง ทำให้เพลงที่แฟนคลับแต่งให้เมมเบอร์เองก็เป็นตัววัดความนิยมว่าฐานแฟนมีจำนวนมากน้อยเพียงใดอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/How-to-Listen-to-Music-Volf1.jpg" style="text-align: center"></p>
<p>
	“ด้วยความที่แฟนคลับของ BNK48 หลายคนหลายกลุ่มพร้อมที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อส่งผ่านความรู้สึกดีๆ กลับไปให้ไอดอลอยู่แล้ว เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงก่อนงานจับมือก็เป็นโอกาสดีที่จะลองทำอะไรให้น้อง เป็นอะไรที่สนุกด้วย เพราะเราพูดไม่เก่งเหมือนมิวสิคด้วย ถ้าไปพูดในงานจับมือคงสื่อความรู้สึกให้น้องได้ไม่ดีพอ เลยเลือกทำอะไรก่อนงานจับมือซะเลย” คือประโยคบอกความเชื่อมโยงเล็กๆ ของมิวสิค BNK48 กับวิว หนึ่งในทีมทำ<br />
	<em>How to Listen to Music Vol.1</em> บุ๊กเล็ตที่ระลึกสำหรับแจกให้แฟนคลับที่มางานจับมือมิวสิค หนึ่งในของที่ระลึกกว่าร้อยชนิดทั้งตุ๊กตากระดาษ 3D เข็มกลัด การ์ดเกม พวงกุญแจ ฯลฯ จำนวนเกินหมื่นที่เหล่าแฟนคลับสร้างสรรค์ขึ้น อีกทั้งวิวเองก็ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลง <em>คุณพระอาทิตย์</em> ที่แต่งให้มิวสิคอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/jennis-n-dragon_finishf.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/jennis-n-dragon-2_finishf.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	ความพิเศษเหล่านี้เกิดจากการมองภาพไอดอลเหล่านี้เป็นตัวแทนของความฝันหรือภาพหวังบางอย่างสำหรับตัวเอง ตามคำที่เรามักได้ยินในหมู่แฟนคลับเสมอๆ อย่าง “โอชิเป็นอย่างไร โอตะ (แฟนคลับ) ก็เป็นอย่างนั้น” ด้วยจำนวนสมาชิกวงกว่า 28 ชีวิต เราจึงค้นพบความเป็นตัวเองอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งจากเมมเบอร์สักคนเสมอ (และอาจพบตัวเองในรุ่น 2 ที่กำลังจะมาอีก 30 คน) รายการเรียลลิตี้ที่ไม่มีตอนจบรายการนี้จะยังเปลี่ยนฤดูกาลไปในทุกซิงเกิล ให้เราคอยผลักดันสิ่งที่คิดว่าเป็นศักยภาพที่มีอยู่ในเมมเบอร์แต่ละคนให้ขยับขึ้นยอดพีระมิดไป ดังที่เราเห็นปรากฏการณ์ห้างแตกตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดในการต่อแถวซื้อของที่ระลึกของวงทุกครั้งที่มีโอกาส</p>
<p style="text-align: center">
	“<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pupe-birthday-CMYKf1.jpg"></p>
<p>เรื่องทำป้ายมันเริ่มมาจากพวกเราประชุมกันว่าจะทำโปรเจกต์อะไรในวันเกิดปูเป้ดี ก็มีเสนอกันมาหลายอย่างแต่ก็เดิมๆ ซึ่งมันจำเจ แต่มีน้องคนหนึ่งในกลุ่มที่เป็นติ่งเกาหลีมาก่อน เสนอให้ทำป้ายแฮปปี้เบิร์ธเดย์ที่รถไฟฟ้า ไอเดียต่อมาเลยต่อยอดขึ้นไปอีกว่าอยากให้มันเป็นมากกว่าป้าย ให้เป็นมีเดียเพื่อเพิ่มพื้นที่สื่อ เพื่อให้คนเห็น ชอบ และมาติดตามปูเป้ได้มากขึ้น บวกกับเรื่องราคาก็ไม่ได้แพงมาก ช่วงอีเวนต์ระหว่างทางก่อนวันเกิดปูเป้ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม เราเลยทำถุงผ้าเพื่อขายเอาเงินบริจาคมาทำโปรเจกต์นี้อย่างที่ได้เห็นตอนเดือนมกราคมที่ผ่านมา” ผู้ออกแบบป้ายไวนิลให้กับแฟนด้อม &#8216;ฝูงเป็ดแฟมิลี่&#8217; ของปูเป้ BNK48 เล่าให้เราเห็นถึงการสร้างความเหนียวแน่นและความแข็งแกร่งของกลุ่ม อีกทั้งยังหวังดึงคนใหม่ๆ เข้ามาตามโอชิของตัวเองเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ในการเชียร์ไอดอลที่ชื่นชอบซึ่งคล้ายกับการเชียร์ทีมกีฬาที่ตัวเองรัก</p>
<p>
	ประโยคอย่าง &#8216;ของมันต้องมี&#8217; ที่แฟนคลับใช้เป็นเหตุผลพื้นฐานในการอุดหนุนสินค้าของวง ฝูงเป็ดแฟมิลี่ทำให้เราคิดว่าอาจต้องเพิ่มคำว่า ‘ของมันยังไม่เคยมี’ ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนโอชิอีกวิธีหนึ่ง</p>
<p>
	โปรเจกต์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงด้านหนึ่งในการสนับสนุนเหล่าไอดอลวง BNK48 ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์น่าสนใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในไทย ซึ่งยังมีเหล่าช่างภาพและชาววิดีโอแฟนแคมเป็นหน้าด่านคอยดึงผู้คนใหม่ๆ เข้ามาสนใจในไอดอลวงนี้อยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง เตรียมขุมกำลังในการแข่งขันที่แท้จริงของ ‘ซิงเกิลเลือกตั้ง’ ซิงเกิลวัดความนิยมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ถือเป็นที่สุดของการเป็นไอดอลนามสกุล 48 ไม่นานต่อจากนี้</p>
<p style="text-align: center">
	<em>“ให้เธอได้ก้าวเดินต่อ ก้าวเดินต่อ หัวใจ</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>ให้เราได้ฝันกันต่อ ฝันกันต่อ แสนไกล</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>วันนี้ได้ร้องเพลงอยู่ ร้องเพลงอยู่ หัวใจ</em></p>
<p style="text-align: center">
	<em>เฝ้ารอแค่ สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่ง ไม่ไกล”</em></p>
<p>
	คำนิยามง่ายๆ ของไอดอลสำหรับแฟนคลับคงแปลว่า ‘ความสุข’ แต่เพราะความสุขนั้นไม่ได้มีเพียงไอดอล เราจึงตีความและสร้างสรรค์ความสุขออกมาได้ไม่จำกัดรูปแบบ ซีรีส์ความยาวหนึ่งช่วงชีวิตความฝันนี้ ไม่ได้มีแค่เพียงไอดอลผู้เดินตามความฝัน แต่ยังมีแฟนคลับที่เดินตามและคอยสนับสนุนอีกทอดคอยประกอบเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน กลายเป็นจักรวาลคู่ขนานที่ทำหน้าที่เป็นดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ดึงดูดซึ่งกันและกันไว้</p>
<p>
	ถ้าให้เราตอบแบบขำๆ ว่าทำไมแฟนคลับถึงต้องทำอะไรเพื่อไอดอลนักหนา</p>
<p>
	ก็คงเป็นเพราะ BNK48 ไม่ได้มี 48 คนนั่นแหละ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/report-bnk48-phenomenon/">โอนิกิริ &#8211; ปรากฏการณ์ปั้นความสุขของเหล่าโอตะที่อยากผลักดันไอดอล BNK48 ให้ถึงฝัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/report-bnk48-phenomenon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Winter is Coming : เพลย์ลิสต์ 5 เพลง 5 องศาปรับอากาศในหน้าหนาว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/song-10/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/song-10/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2016 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<category><![CDATA[playlist]]></category>
		<category><![CDATA[My Life As Ali Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[PREP]]></category>
		<category><![CDATA[HONNE]]></category>
		<category><![CDATA[Martin Courtney]]></category>
		<category><![CDATA[She & Him]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดูหนาว]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/song-10/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในที่สุด ลมหนาวที่กรมอุตุนิยมวิทยาบอกเราว่าจะพัดมาตั้งแต่เดือนตุลาคมก็มาถึงตัวเราสักที (ถึงจะรู้ว่าน่าจะอยู่ไม่นานก็ตาม) แต่เสน่ห์ของฤดูหนาวเมืองไทยและกรมอุตุนิยมวิทยาก็คือความไม่ชัวร์ว่าจะมาหรือไม่มานั่นแหละ หลายวงดนตรีทั่วโลกตอนนี้ก็ทยอยกันปล่อยเพลงที่อิงกับอากาศมาเสริมความหนาวกันเรียบร้อย ใครที่ยังรู้สึกว่าอากาศยังเย็นไม่พอ ลองฟังเพลย์ลิสต์นี้ดู อาจจะช่วยลดอุณหภูมิให้หนาวนำไปก่อนความเป็นจริงได้เลย My Life As Ali Thomas – Lover to Lover วงดนตรีสัญชาติไทยที่ไม่รู้ว่าเอาความเย็นจากไหนมาทำเพลงจากประเทศที่มีฤดูหนาวปีละ 2 วันมาให้เราฟังกันเสมอ เรามักจะพบเจอพวกเขาตระเวนแสดงสดในหน้าหนาวอยู่เสมอ ล่าสุด My Life As Ali Thomas เพิ่งปล่อยอัลบั้มแรก Paper มาให้เราฟังทั้งหมด 10 เพลง และหลายซิงเกิลก็โปรโมตให้เราหาฟังได้แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งวงไทยที่เราอยากเชียร์ให้ไปได้ไกลจริงๆ ถ้าใครฟังเพลงนี้แล้วชอบก็ติดตามกันให้ด่วนๆ เลย สำหรับเพลง Lover to Lover หลังจากที่เราฟังแบบไลฟ์เซสชันมาสักพัก ตอนนี้ทางวงได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอมาแล้ว แต่เนื้อร้องของพาย-กัญญภัค วุธรา นักร้องนำ ก็ยังเป็นสิ่งที่เราคงฟังไม่ออกเหมือนเดิม (ฮา) ดนตรีโฟล์กที่คลอด้วยเสียงกีตาร์โปร่ง นำด้วยเมโลดี้กีตาร์ไฟฟ้าและกลองที่คุมจังหวะไปทั้งเพลง ถือเป็นภาคดนตรีที่ไม่ซับซ้อนวุ่นวายแต่แสดงให้เห็นหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งได้อย่างชัดเจน อีกทั้งโปรดักชันด้านงานภาพที่ดูยังไงมันก็ของต่างประเทศชัดๆ ถือเป็นวงและเพลงที่ดีต่อใจจริงๆ PREP &#8211; Who&#8217;s [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-10/">Winter is Coming : เพลย์ลิสต์ 5 เพลง 5 องศาปรับอากาศในหน้าหนาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ในที่สุด ลมหนาวที่กรมอุตุนิยมวิทยาบอกเราว่าจะพัดมาตั้งแต่เดือนตุลาคมก็มาถึงตัวเราสักที<br />
(ถึงจะรู้ว่าน่าจะอยู่ไม่นานก็ตาม) แต่เสน่ห์ของฤดูหนาวเมืองไทยและกรมอุตุนิยมวิทยาก็คือความไม่ชัวร์ว่าจะมาหรือไม่มานั่นแหละ<br />
หลายวงดนตรีทั่วโลกตอนนี้ก็ทยอยกันปล่อยเพลงที่อิงกับอากาศมาเสริมความหนาวกันเรียบร้อย<br />
ใครที่ยังรู้สึกว่าอากาศยังเย็นไม่พอ ลองฟังเพลย์ลิสต์นี้ดู อาจจะช่วยลดอุณหภูมิให้หนาวนำไปก่อนความเป็นจริงได้เลย</p>
<h3>
<strong>My Life As Ali Thomas – Lover to Lover<br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/m01.jpg"></p>
<p>
	วงดนตรีสัญชาติไทยที่ไม่รู้ว่าเอาความเย็นจากไหนมาทำเพลงจากประเทศที่มีฤดูหนาวปีละ<br />
2 วันมาให้เราฟังกันเสมอ เรามักจะพบเจอพวกเขาตระเวนแสดงสดในหน้าหนาวอยู่เสมอ ล่าสุด<br />
My Life As Ali Thomas เพิ่งปล่อยอัลบั้มแรก<br />
	<em style="background-color: initial">Paper</em> มาให้เราฟังทั้งหมด<br />
10 เพลง และหลายซิงเกิลก็โปรโมตให้เราหาฟังได้แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งวงไทยที่เราอยากเชียร์ให้ไปได้ไกลจริงๆ<br />
ถ้าใครฟังเพลงนี้แล้วชอบก็ติดตามกันให้ด่วนๆ เลย</p>
<p>
	สำหรับเพลง<br />
	<em>Lover to Lover</em> หลังจากที่เราฟังแบบไลฟ์เซสชันมาสักพัก<br />
ตอนนี้ทางวงได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอมาแล้ว แต่เนื้อร้องของพาย-กัญญภัค วุธรา<br />
นักร้องนำ ก็ยังเป็นสิ่งที่เราคงฟังไม่ออกเหมือนเดิม (ฮา) ดนตรีโฟล์กที่คลอด้วยเสียงกีตาร์โปร่ง<br />
นำด้วยเมโลดี้กีตาร์ไฟฟ้าและกลองที่คุมจังหวะไปทั้งเพลง ถือเป็นภาคดนตรีที่ไม่ซับซ้อนวุ่นวายแต่แสดงให้เห็นหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งได้อย่างชัดเจน<br />
อีกทั้งโปรดักชันด้านงานภาพที่ดูยังไงมันก็ของต่างประเทศชัดๆ ถือเป็นวงและเพลงที่ดีต่อใจจริงๆ</p>
<hr>
<h3>
<strong>PREP &#8211; Who&#8217;s Got You Singing<br />
Again<br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/m02.jpg"></p>
<p>การสุ่มเปิดเพลงไปเรื่อยใน YouTube จนได้มาเจอเพลงนี้ เปรียบเหมือนกับเราได้โบนัสปลายปีเลยล่ะ<br />
อีกทั้งความลึกลับของวง PREP ที่ไม่มีหน้าเพจอะไรให้ติดตามสืบค้นเป็นตัวเป็นตนนัก<br />
(มีเพียง Twitter และ Instagram) และชื่อวงที่น่าจะมาจากคำว่า<br />
Prepare แต่กลับไม่ทันให้เราได้เตรียมตัวว่าวงดนตรีสมาชิก 4 คนจากลอนดอนจะมีสำเนียงดนตรีเหมือนวงแถบฝรั่งเศสได้ขนาดนี้<br />
นี่มันโบนัสคูณสองชัดๆ</p>
<p>
	ทันทีที่เสียงออร์แกนและเบสอ้วนๆ ดังขึ้นมา<br />
ทำให้เรารู้ในใจทันทีว่านี่ไม่ใช่เพลง R&amp;B แบบเดิมๆ ที่เราเคยฟัง ยิ่งยืนยันกับเราด้วยสำเนียงเสียงร้องโทนสูงและซาวนด์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ต่างจากวงอื่นๆ<br />
ในท่อนต่อมา อีกทั้งความป๊อปของเพลงก็ทำให้ฟังง่ายและติดหูง่ายมากๆ ไปจนถึงท่อนเชื่อมที่ฉลาดในการใช้เสียงฟลุตเข้ามาตัดกับอารมณ์เพลงทำให้เพลงไม่เรียบจนเกินไป<br />
คำถามของชื่อเพลงที่ว่า<br />
	<em>Who&#8217;s Got You Singing Again</em> คำตอบก็คงตอบได้เป็นชื่อเพลงนี้เช่นเดียวกัน</p>
<hr>
<h3>
<strong>HONNE &#8211; Good Together</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/m03.jpg"></p>
<p>
ถ้าฝั่งอเมริกามี The Chainsmokers เป็นศิลปินที่มาแรงที่สุดในปีนี้<br />
ฝั่งยุโรปเราคงยกให้กับดูโอ้หนุ่มแนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์โซลจากอังกฤษที่เราได้ฟังเพลงของพวกเขาครั้งแรกจากแชนแนล<br />
Mahogany Session เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และในไทม์ไลน์เฟซบุ๊กของเราก็มักมีเพื่อนพ้องคอยแชร์เพลงของพวกเขาให้ได้ฟังอยู่เสมอ<br />
ทำให้รู้สึกได้ว่าวงนี้มันดังเงียบๆ ในไทยอยู่เหมือนกันนะ</p>
<p>
จังหวะดนตรีและภาคเนื้อร้องในเพลงที่ฟังแล้วอยากจะชวนใครสักคนมา<br />
Good Together ด้วยกัน<br />
เร่งอารมณ์เราจนแทบจะตามไม่ทัน เดี๋ยวเดียวก็พาเราเข้าท่อนฮุกที่ปล่อยให้เราหยุดนิ่งกับเสียงประสานที่เสริมเข้ามากับเครื่องสายที่เล่นย้ำเพิ่มจังหวะคึกคักของเพลง<br />
เพลงนี้ถ้าเราฟังเผินๆ จะจบเร็วมาก แต่ถ้าได้ย้อนกลับมาฟังอีกหลายๆ รอบ จะค่อยๆ พบรายละเอียดของแต่ละท่อนที่ต่างกันอย่างละนิดละหน่อยให้เราได้สนุกกับการฟังได้เรื่อยๆ</p>
<hr>
<h3>
<strong>Martin Courtney – Asleep</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/m04.jpg"></p>
<p>
ผลงานโซโล่ในอัลบั้ม<br />
	<em>Many Moons</em> ของ Martin Courtney นักร้องนำวงอินดี้ป๊อปจากอเมริกา Real<br />
Estate ที่เคยมาเปิดคอนเสิร์ตสร้างความละมุนในบ้านเราเมื่อ 2 ปีก่อน<br />
เราไม่รู้จะใช้คำไหนกับเพลงและมิวสิกวิดีโอแอนิเมชันของเพลง<br />
	<em>Asleep</em> นี้ได้นอกจากคำว่า ’โคตรน่ารัก’ แม้ชายหนุ่มคนนี้จะไม่มีซิกแพ็กหรือดูเป็นชายชาตรีอย่างที่สาวๆ<br />
ชอบเท่าไหร่ แต่เสน่ห์ของเขาคือเสียงที่โคตรจะอบอุ่นนี่แหละ</p>
<p>
เสียงกีตาร์หลากหลายไลน์กลมกลืนประสานกับการร้องเอื่อยๆ<br />
ไม่ดัดเสียงตามธรรมชาติ ท่อนดนตรีที่เหมือนเดิมตั้งแต่ต้นจนจบวนไปวนมา<br />
แค่นี้ก็เพียงพอให้เราหลับตาและปรบมือเบาๆ ไปตามจังหวะเพลง จนนึกว่าตอนนี้นอนอยู่ในบ้านพักแถบนอร์เวย์หรือสแกนดิเนเวียตามเนื้อหาเพลงที่ชวนให้เราพักผ่อนเอาแรง<br />
จนคำว่า &#8216;ดนตรีบำบัด&#8217; คงไม่ใช่คำนิยามเกินจริงเลยสำหรับเพลงนี้</p>
<hr>
<h3>
<strong>She &amp; Him &#8211; Winter Wonderland</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/m05.jpg"></p>
<p>
(500) Days of Summer คงผ่านไปนานแล้ว เพราะตอนนี้อากาศของเราได้เปลี่ยนเป็น<br />
500 Days of Winter แทน วงดนตรีของ Zooey Deschanel ยังคงความโอลดี้ของดนตรีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความหนาวเย็นขึ้นมา ล่าสุดเพิ่งปล่อยอัลบั้ม<br />
	<em>Christmas Party </em>มาให้เราเปิดคลอในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึงสำหรับใครที่เบื่อจะฟังแต่เพลง<br />
	<em>Last Christmas </em>หรือ <em>All I Want for Christmas is You </em>แล้ว</p>
<p>
เพลงคันทรี่เรียบง่ายที่มีส่วนผสมจากเนื้อร้องสองไลน์ไขว้กันไปมา<br />
เสียงกีตาร์คลอเบาๆ สลับกับเสียงสไลด์กีตาร์และเสียงคอรัสเปียโนที่ค่อยๆ บรรยายบรรยากาศของความอบอุ่นจากกองไฟในฤดูหนาวหลังคืนหิมะตก<br />
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้หนาวยะเยือกขนาดต้องก่อกองไฟปิ้งมาร์ชเมลโล่กินกัน แต่ใช้เพลงนี้เป็นกำลังใจช่วงปั่นงานร้อนๆ ปลายปีก่อนหยุดยาวก็พอแก้ขัดได้อยู่นะ</p>
<p>
ยังมีอีกหลายเพลงในใจที่เราอยากแนะนำให้ฟัง<br />
แต่คงต้องขอยกยอดไปปีหน้าก่อนแล้วกัน เพราะเราเชื่อว่าทุกคนก็คงมีเพลงสักเพลงที่อยากแชร์ให้ใครสักคนฟังช่วงอากาศเย็นๆ<br />
แบบนี้ ลองส่งให้เขาคนนั้นก่อนที่จะลมหนาวปีนี้จะผ่านพ้นไป และสุดท้ายก็หาเวลาอยู่กับครอบครัว<br />
ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูหนัง ไปเที่ยวด้วยกัน หรือจะอยู่บ้านทำตัวเปื่อยๆ เพื่ออบอุ่นร่างกายและชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีนี้ด้วยกันไปก็เพลินๆ<br />
นะ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-10/">Winter is Coming : เพลย์ลิสต์ 5 เพลง 5 องศาปรับอากาศในหน้าหนาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/song-10/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Double Trouble : 3 เพลงไทยมากันเป็นคู่ที่เราอยากลองให้คุณฟังดู</title>
		<link>https://adaymagazine.com/song-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/song-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นนทิปัญจม์ ณัชชาณัฏฐ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2016 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[song]]></category>
		<category><![CDATA[จุดที่ชัดยิ่งโฟกัสก็ยิ่งเบลอ]]></category>
		<category><![CDATA[Srirajah Rockers]]></category>
		<category><![CDATA[รัสมี เวระนะ]]></category>
		<category><![CDATA[อย่าไห้เด้ (Don't cry)]]></category>
		<category><![CDATA[Paradox]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดูฝน]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[Apartment Khunpa]]></category>
		<category><![CDATA[Yellow Fang]]></category>
		<category><![CDATA[Music Journey]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/song-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรยากาศปลายปีขยับใกล้เข้ามาทุกที พร้อมๆ กับอีเวนต์มันๆ และคอนเสิร์ตอินดี้ที่ถาโถมมาจู่โจมเงินในกระเป่าสตางค์เราไม่หยุดหย่อน เราสามารถเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าการจี้ปล้นทางศิลปะและความบันเทิงได้หรือเปล่าเนี่ย? แต่ถึงจะอย่างไรเราก็ออกไปดูไปชมไปมันกับทุกงานตามยถากรรมอยู่ดี สำหรับเพลย์ลิสต์ 3 เพลงไทยล่าสุดที่เราเลือกมาให้ฟังกันคราวนี้ แต่ละซิงเกิ้ลยึดคอนเซปต์มากันเป็นคู่ ที่มีทั้งลากเพื่อนศิลปินวงอื่นมาฟีเจอริ่งกันให้เพลงมีสีสันแปลกใหม่ยิ่งขึ้น หรือจะกิมมิคเอาใจคนยุคโซเชียลมีเดียที่ปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาเป็นคู่ 2 เวอร์ชั่นให้ได้ดูกัน Apartment Khunpa X Yellow Fang &#8211; จุดที่ชัดยิ่งโฟกัสก็ยิ่งเบลอ (Got a Sense) สิ่งแรกที่ทำให้เราตกใจและมึนงงคือภาพโปสเตอร์สามสาว Yellow Fang พร้อมข้อความเขียนว่า “Welcome to Sanamluang Music’ ทำให้เราตั้งคำถามในใจว่าตอนนี้ถึงยุคที่วงดนตรีอินดี้ต้องสังกัดค่ายกันแล้วเหรอ แต่เราก็ได้คำตอบคลี่คลายในวันถัดมาว่ามันคือโปรเจกต์พิเศษ &#8216;Music Journey&#8217; ที่ค่ายสนามหลวงเขาเตรียมจัดเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ปลายปีนี้ ชวนศิลปินทั้ง ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม, The Parkinson และ Yellow Fang มาแจมกับศิลปินในค่าย สำหรับเพลงชื่อสะดุดหูที่เรายังจำไม่ได้ว่าคำไหนเรียงกันยังไงก็เป็น 1 ใน 4 เพลงที่จับ Yellow Fang [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-9/">Double Trouble : 3 เพลงไทยมากันเป็นคู่ที่เราอยากลองให้คุณฟังดู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	บรรยากาศปลายปีขยับใกล้เข้ามาทุกที<br />
พร้อมๆ กับอีเวนต์มันๆ และคอนเสิร์ตอินดี้ที่ถาโถมมาจู่โจมเงินในกระเป่าสตางค์เราไม่หยุดหย่อน<br />
เราสามารถเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าการจี้ปล้นทางศิลปะและความบันเทิงได้หรือเปล่าเนี่ย? แต่ถึงจะอย่างไรเราก็ออกไปดูไปชมไปมันกับทุกงานตามยถากรรมอยู่ดี</p>
<p>
	สำหรับเพลย์ลิสต์<br />
3 เพลงไทยล่าสุดที่เราเลือกมาให้ฟังกันคราวนี้ แต่ละซิงเกิ้ลยึดคอนเซปต์มากันเป็นคู่<br />
ที่มีทั้งลากเพื่อนศิลปินวงอื่นมาฟีเจอริ่งกันให้เพลงมีสีสันแปลกใหม่ยิ่งขึ้น<br />
หรือจะกิมมิคเอาใจคนยุคโซเชียลมีเดียที่ปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาเป็นคู่ 2<br />
เวอร์ชั่นให้ได้ดูกัน</p>
<h3><strong>Apartment Khunpa X Yellow Fang</strong><strong><br />
&#8211; จุดที่ชัดยิ่งโฟกัสก็ยิ่งเบลอ<br />
(Got a Sense)<br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0170.jpg"></p>
<p>
	สิ่งแรกที่ทำให้เราตกใจและมึนงงคือภาพโปสเตอร์สามสาว<br />
Yellow<br />
Fang พร้อมข้อความเขียนว่า “Welcome to Sanamluang Music’ ทำให้เราตั้งคำถามในใจว่าตอนนี้ถึงยุคที่วงดนตรีอินดี้ต้องสังกัดค่ายกันแล้วเหรอ<br />
แต่เราก็ได้คำตอบคลี่คลายในวันถัดมาว่ามันคือโปรเจกต์พิเศษ &#8216;Music Journey&#8217;<br />
ที่ค่ายสนามหลวงเขาเตรียมจัดเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ปลายปีนี้ ชวนศิลปินทั้ง<br />
ป๊อด-ธนชัย อุชชิน, อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม, The Parkinson และ Yellow<br />
Fang มาแจมกับศิลปินในค่าย</p>
<p>
	สำหรับเพลงชื่อสะดุดหูที่เรายังจำไม่ได้ว่าคำไหนเรียงกันยังไงก็เป็น<br />
1<br />
ใน 4 เพลงที่จับ Yellow Fang มาแจมกับวง Apartment Khunpa ซึ่งพอฟังแล้วก็ยังคงโดดเด่นด้วยสไตล์ของอพาร์ทเมนท์คุณป้าทั้งเนื้อร้องน้อยๆ<br />
และทำนองชวนโยกหัว ที่ผสานเอาเสียงประสานซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสามสาวมาเพิ่มเติมให้ดนตรีร็อกมีจังหวะเป็นทางแดนซ์-ร็อกมากขึ้น ส่วนตัวเรา แค่เสียงกลองที่ปล่อยให้ลุ้น 3 วินาทีแรกของเพลงก่อนท่อนแรก<br />
‘ฉันมีความรู้สึก…’ และเสียงคอรัสของพี่ตุล<br />
ก็ทำให้เราโดนเพลงนี้เล่นงานแล้วง่ายๆ และสนุกไปกับการเล่นวิ่งไล่จับว่าเนื้อร้องเดียวกับชื่อเพลงจะอยู่ช่วงไหน</p>
<hr>
<p><strong>Srirajah<br />
Rockers feat.Rasmee – อย่าไห้เด้ (Don&#8217;t cry)</strong></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0273.jpg"></p>
<p>
	หลังจากที่เราเฝ้ารอคอยการไปเป็นสปีกเกอร์ของ<br />
รัสมี เวระนะ หรือ Rasmee E-sarn Soul ศิลปินไทยร่วมสมัยที่ถือว่ามาแรงที่สุดในช่วง2<br />
ปีนี้ บนเวที TEDxBangkok 2016 แต่ปรากฏว่าพี่เขาไปเปิดคอนเสิร์ตบนเวทีแทน<br />
ไม่ได้พูดอะไรเลย (…) ซิงเกิ้ลนี้ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของรัสมีที่เธอได้มาแจมกับ<br />
Srirajah Rockers วงดนตรีร็อกเร้กเก้มาแรงที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มล่าสุด<br />
‘Organix’ ออกมาให้เราได้ฟังกันเมื่อเดือนก่อนถือเป็นการจับคู่ที่ได้ใจเราไปเต็มๆ</p>
<p>
	‘อย่าไห้เด้’ แปลเป็นภาษาไทยกลางว่า อย่าร้องไห้เลยนะ สิ่งที่หม่นหมองในเพลงนี้คงมีแค่ชื่อเพลงเท่านั้นแหละ<br />
เพราะพาร์ทดนตรีกลับพาให้เราสนุกไปกับเสียงซินธ์ใสๆ บนจังหวะเร้กเก้จนเพลิดเพลินตลอด<br />
6 นาทีของเพลง บวกกับเสียงร้องเอื้อนเย็นๆ ของรัสมีก็ทำให้แทบจะเซิ้งไปกับเพลงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย<br />
เพลงนี้ยังทำลายความเข้าใจกฎการฟีเจอริ่งของเราที่ว่านักร้องรับเชิญจะร้องแค่ท่อนหนึ่งในเพลงไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย<br />
เพราะเพลงนี้ไม่มีเสียงของวิน นักร้องนำวง Srirajah Rockers อยู่เลย<br />
เอ้า! เอากับเขาสิ</p>
<hr>
<p><strong>Paradox &#8211; ฤดูฝน (ของเธอ และ ของเขา)</strong></p>
<h3><strong></strong></h3>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0367.jpg"></p>
<p>
	Paradox กลับมาแล้ว! กับซิงเกิ้ลล่าสุด ‘ฤดูฝน’ ที่เล่นกิมมิกสนุกๆ<br />
ปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาเป็นคู่ 2เวอร์ชันทั้ง ‘ของเขา’<br />
และ ‘ของเธอ’ ที่ถ่ายทอดมุมมองทั้งจากฝ่ายชายและฝ่ายหญิงให้เราเลือกแชร์ได้ตามใจชอบ<br />
สำหรับ Paradox แม้เราจะเห็นพวกเขาตระเวนเล่นคอนเสิร์ตกันอยู่ตลอด<br />
แต่ครั้งนี้นับเป็นการกลับมาที่เรารอคอยสุดๆ กับอัลบั้มใหม่‘Before Sunrise<br />
After Sunset’ ที่จะมีบทเพลงถึง 52 เพลง! ส่วนตัวเราคาดหวังว่าเพลงในอัลบั้มนี้น่าจะมีซาวด์ดนตรีคล้าย<br />
Paradox ยุคคลาสสิกช่วง 90s ที่เราคิดถึง<br />
ซึ่งเพลงฤดูฝนนี้ก็ให้กลิ่นแบบนั้นจนเหมือนเป็นเพลงภาคต่อของเพลงฮิตอย่าง ‘ฤดูร้อน’ เลยก็ว่าได้</p>
<p>
	แม้ความรู้สึกแรกที่ได้ยินเพลงนี้คือทำไมมันเท่? อีกทั้งบีทฮิปฮอปท่อนอินโทรก็พาให้เราไม่แน่ใจว่าเพลงนี้จะใช่ Paradox<br />
วงเดิมที่เราเคยรู้จักหรือเปล่า แต่ทันทีที่เสียงร้องของพี่ต้าร์<br />
และเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นค่อยๆ ตามกันมาจนเต็มวงแล้วสาดพลังพร้อมกันในท่อนฮุคที่ดุเดือดจนทำให้เราโยกหัวได้ไม่หยุด<br />
ก็ทำให้มั่นใจได้ว่า วงร็อกบ้าบอกับชายหนุ่มตัวเปียกปอนที่ยังคงอับโชคเรื่องความรักคนเดิม<br />
เตรียมกลับมาสร้างความยุ่งเหยิงให้กับโสตประสาทของเราแล้วตั้งแต่วินาทีนี้</p>
<p>
	เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้แหละเป็นช่วงพีคของวงการเพลงไทยที่จะมีทั้งวงเก่า<br />
และวงหน้าใหม่ทยอยปล่อยซิงเกิ้ลออกมาให้เราได้ฟังกันแทบทุกอาทิตย์ แต่ขอแนะนำให้สมกับคอนเซปท์เพลย์ลิสต์นี้หน่อยว่า<br />
ถ้าจะให้ดี ลองชวนใครสักคนออกไปเป็นคู่แล้วฟังดนตรีสดๆ ที่คอนเสิร์ตไหนสักงานด้วยล่ะ<br />
	<strong></strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/song-9/">Double Trouble : 3 เพลงไทยมากันเป็นคู่ที่เราอยากลองให้คุณฟังดู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/song-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
