<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อภิวัฒน์ ทองเภ้า, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author105/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author105/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 07:31:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Dec 2020 10:27:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Warin]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวรินทร์ พูลวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้ในใจฉัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=116623</guid>

					<description><![CDATA[<p>สายลมโบกพัดโชยมา ย้ำเตือนหัวใจได้ผ่อนคลาย แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออยู่อย่างนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ติดตามเพลงโฟล์กบ้านเราหรือเพิ่งเคยเปิดเพลง ดอกไม้ในใจฉัน ของศิลปินหญิงนามว่า Warin เป็นครั้งแรก สิ่งที่คุณจะรู้สึก–เหมือนกับที่เรารู้สึก นั่นคือคุณจะตกหลุมรักน้ำเสียงของเธอทันทีในครั้งแรกที่ฟัง ชื่อจริงๆ ของเธอคือ อุ๋งอิ๋ง–ศิวรินทร์ พูลวงษ์ ส่วนวรินทร์เป็นชื่อในวงการที่เธอตัดทอนชื่อจริงเพื่อให้แฟนๆ จดจำเธอง่ายดายมากขึ้น ทว่าบทเพลงเพราะๆ ที่เธอลงมือเขียนขึ้นมาด้วยความซื่อสัตย์ที่มีต่อความรู้สึกตัวเองนั้น ทำให้หญิงสาวจากมหาสารคามคนนี้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงอะคูสติกโฟล์ก และมีโอกาสได้ขึ้นเหนือล่องใต้พร้อมกับกีตาร์โปร่งหนึ่งตัว เล่นดนตรีในที่ต่างๆ ตามความใฝ่ฝันของตัวเอง ในขวบปีแห่งการผลิบานของเธอ วงการเพลงโฟล์กบ้านเราก็นับว่าน่าจับตาเอามากๆ เรามีเทศกาลดนตรีที่ใกล้ชิดป่าเขาเกิดขึ้นแทบทุกเดือน มีวงดนตรีหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย อาจด้วยอิทธิพลจาก แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร เพลงดังของนักดนตรีโฟล์กรุ่นพี่อย่าง โจ้–สาโรจน์ ยอดยิ่ง แห่งเขียนไขและวานิช ช่วยพาดนตรีแนวนี้ข้ามเขตแดนของความอินดี้สู่ความแมสมากขึ้น เรานิยามวรินทร์ไว้ว่าเป็น ‘โจ้ เขียนไขฯ เวอร์ชั่นผู้หญิง’ สำหรับเราแล้วนี่เป็นเรื่องบังเอิญทีเดียวที่บทเพลงแรกที่เธอแต่งขึ้นมาเองอย่าง ดอกไม้ในใจฉัน นำพาเธอไปสู่การเดินทางร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินรุ่นพี่ที่เธอเคารพและชื่นชมอย่างโจ้  และเป็นธรรมดาของการเดินทางที่ยิ่งออกไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีผู้คนมองเห็นความสวยงามในบทเพลงของเธอมากขึ้นเท่านั้น ช่างสวยงาม ไม่เลือนราง และไม่ลบไม่เลือนจางหาย ดั่งดอกไม้อยู่ในใจฉัน…อยู่ในนั้นไม่ต้องไปไหน แต่ก่อนที่ดนตรีจะนำพาหญิงสาวคนนี้เดินทางไกลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ยามนี้เธอมานั่งอยู่เบื้องหน้าเพื่อพูดคุยกับเราแล้ว &#160; จำได้ไหมว่าตัวเองเริ่มชอบดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รู้ตัวว่าอยากเล่นดนตรีช่วงมัธยมต้น หัดเล่นอูคูเลเล่ตามพี่นท ตอนนั้นชอบดูเดอะสตาร์ (หัวเราะ) พอมามัธยมปลายก็เริ่มหัดเล่นกีตาร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/">“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">สายลมโบกพัดโชยมา ย้ำเตือนหัวใจได้ผ่อนคลาย </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออยู่อย่างนั้น</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ติดตามเพลงโฟล์กบ้านเราหรือเพิ่งเคยเปิดเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของศิลปินหญิงนามว่า </span><b>Warin</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นครั้งแรก สิ่งที่คุณจะรู้สึก–เหมือนกับที่เรารู้สึก นั่นคือคุณจะตกหลุมรักน้ำเสียงของเธอทันทีในครั้งแรกที่ฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อจริงๆ ของเธอคือ </span><b>อุ๋งอิ๋ง–ศิวรินทร์ พูลวงษ์</b><span style="font-weight: 400;"> ส่วนวรินทร์เป็นชื่อในวงการที่เธอตัดทอนชื่อจริงเพื่อให้แฟนๆ จดจำเธอง่ายดายมากขึ้น ทว่าบทเพลงเพราะๆ ที่เธอลงมือเขียนขึ้นมาด้วยความซื่อสัตย์ที่มีต่อความรู้สึกตัวเองนั้น ทำให้หญิงสาวจากมหาสารคามคนนี้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงอะคูสติกโฟล์ก และมีโอกาสได้ขึ้นเหนือล่องใต้พร้อมกับกีตาร์โปร่งหนึ่งตัว เล่นดนตรีในที่ต่างๆ ตามความใฝ่ฝันของตัวเอง</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="size-large wp-image-116684 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01833-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขวบปีแห่งการผลิบานของเธอ วงการเพลงโฟล์กบ้านเราก็นับว่าน่าจับตาเอามากๆ เรามีเทศกาลดนตรีที่ใกล้ชิดป่าเขาเกิดขึ้นแทบทุกเดือน มีวงดนตรีหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย อาจด้วยอิทธิพลจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร</span></i><span style="font-weight: 400;"> เพลงดังของนักดนตรีโฟล์กรุ่นพี่อย่าง โจ้–สาโรจน์ ยอดยิ่ง แห่งเขียนไขและวานิช ช่วยพาดนตรีแนวนี้ข้ามเขตแดนของความอินดี้สู่ความแมสมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรานิยามวรินทร์ไว้ว่าเป็น ‘โจ้ เขียนไขฯ เวอร์ชั่นผู้หญิง’ สำหรับเราแล้วนี่เป็นเรื่องบังเอิญทีเดียวที่บทเพลงแรกที่เธอแต่งขึ้นมาเองอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน </span></i><span style="font-weight: 400;">นำพาเธอไปสู่การเดินทางร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับศิลปินรุ่นพี่ที่เธอเคารพและชื่นชมอย่างโจ้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเป็นธรรมดาของการเดินทางที่ยิ่งออกไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีผู้คนมองเห็นความสวยงามในบทเพลงของเธอมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ช่างสวยงาม ไม่เลือนราง และไม่ลบไม่เลือนจางหาย<br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ดั่งดอกไม้อยู่ในใจฉัน…อยู่ในนั้นไม่ต้องไปไหน</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก่อนที่ดนตรีจะนำพาหญิงสาวคนนี้เดินทางไกลอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ยามนี้เธอมานั่งอยู่เบื้องหน้าเพื่อพูดคุยกับเราแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>จำได้ไหมว่าตัวเองเริ่มชอบดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชอบมาตั้งแต่เด็กเลย รู้ตัวว่าอยากเล่นดนตรีช่วงมัธยมต้น หัดเล่นอูคูเลเล่ตามพี่นท ตอนนั้นชอบดูเดอะสตาร์ (หัวเราะ) พอมามัธยมปลายก็เริ่มหัดเล่นกีตาร์ ตอนนั้นอยากจะแค่ร้องเพลงแล้วมีดนตรีประกอบเฉยๆ ไม่ได้คิดจะเล่นดนตรีเป็นจริงเป็นจัง ทั้งการร้องเพลงและการเล่นดนตรีเราหัดจากยูทูบทุกอย่างเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่ทำให้ผูกพันกับดนตรีมากขึ้นน่าจะเป็นเพราะได้อยู่วงคอรัสของโรงเรียนวาปีปทุม อาจารย์ที่สอนดนตรีชอบให้ขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงในวงโฟล์กซองของโรงเรียน พอเข้ามหาวิทยาลัยก็มีรุ่นพี่ชวนไปอยู่วงคอรัสของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชอบเอาตัวเองไปอยู่กับดนตรีเพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นักร้องในวงคอรัสอย่างคุณเริ่มหัดเขียนเพลงเองจริงๆ ตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะต้นปี 2019 ตอนนั้นเป็นช่วงปี 4 ความจริงเราเรียนคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดนตรีเลย (หัวเราะ) คือตอนที่ได้ฟังเพลงของพี่โจ้ เขียนไขฯ ครั้งแรก ซึ่งน่าจะเป็นช่วง 2-3 ปีที่แล้ว เรารู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมคำมันสวยจัง มันดูเหมือนบทกวี แล้วก็ฟังโฟล์กมาเรื่อยๆ จนมีวันหนึ่งที่รู้สึกว่าอยากจะลองเขียนเพลงฟังสบายๆ เป็นของตัวเองบ้าง คลังคำเราก็ไม่ได้มีเยอะเพราะไม่ใช่คนอ่านหนังสือเยอะขนาดนั้น อาศัยจากเพลงเก่าๆ ที่ฟังสะสมมา จนสุดท้ายก็ได้ </span><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> มาเป็นเพลงแรก ชอบเอาไปร้องให้คนนั้นคนนี้ฟังแล้วก็ถามเขาว่าเป็นยังไงบ้าง คนก็บอกว่าเพลงนี้ดี อยากให้ลองอัดเป็นเพลงจริงจัง</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-large wp-image-116681 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01789-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><b>แล้วใครเป็นคนแรกที่เห็นว่าดอกไม้ดอกนี้มีที่ทางให้ไปต่อได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาคือพี่จ๊อบ (บุญโชค ศรีคำ) เป็นตากล้องของเซิ้ง โปรดักชั่น พี่จ๊อบชอบดนตรีแนวนี้เหมือนกันแล้วเขาอยากทำช่องยูทูบ </span><a href="https://www.youtube.com/channel/UCeI1dXgy1gCcQCbXv3GDkGw"><span style="font-weight: 400;">Seum Channel</span></a><span style="font-weight: 400;"> เลยชวนหนูไปเป็นศิลปินคนแรกในช่อง ตอนนั้นพี่จ๊อบบอกเราว่าให้เราเป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เราชอบแบบนี้ก็เลยตอบตกลง (ยิ้ม) เขาช่วยโปรโมตและช่วยทำโปรดักชั่นให้โดยที่ไม่ได้มีสัญญาแบบค่ายเพลง เหมือนเปิดช่องเพื่อเป็นพื้นที่สื่อให้กับศิลปินอิสระ เขาทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นจนได้มีโอกาสทำงานกับพี่โจ้ เขียนไขและวานิช</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าคุณเจอกับโจ้และได้ร่วมเดินทางกับเขาได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือปกติเวลาฟังเพลงของวงไหนเราจะชอบไล่ฟังทุกเพลงและตามไปฟังคอนเสิร์ตของเขา ซึ่งช่วงที่ฟังโฟล์ก เขียนไขและวานิชมาเล่นดนตรีที่มหาสารคามพอดี ร้านที่มาเล่นเป็นร้านเล็กๆ ริมทุ่งนา คนมาฟังไม่ถึง 50 คนแต่บรรยากาศน่ารักมาก ตอนนั้นพี่โจ้ยังไม่ดังเท่าวันนี้ คนรู้จักเขายังน้อยมาก เวลาเขามาเล่นที่อีสานเราก็ตามไปฟัง พอเจอกันบ่อยๆ พี่เขาก็จำได้ จนมีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เราปล่อยเพลง <em>ดอกไม้ในใจฉัน</em> ในยูทูบใหม่ๆ พี่โจ้ก็อินบอกซ์มาว่า เฮ้ย เพลงดีมาก เขาชวนไปทัวร์เล่นดนตรีด้วยกัน มีงานที่ไหนก็ชวนไปด้วย ให้โอกาสเราได้เล่นเปิด ที่ผ่านมาก็มีพวกพี่ๆ เขานี่แหละที่ช่วยผลักดัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่ง่ายเลยที่ศิลปินคนหนึ่งจะปล่อยเพลงแรกแล้วดังเลย ระหว่างพรสวรรค์กับพรแสวง คุณคิดว่าสิ่งไหนมีผลกับเส้นทางศิลปินของคุณมากที่สุด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คิดว่าเป็นพรสวรรค์ เขาให้เสียงเรามา ขอบคุณที่ได้มา แต่ความจริงมันเป็นเรื่องช่วงเวลาที่ทุกอย่างพอเหมาะพอดีกัน น่าจะเป็นเพราะโชคชะตาด้วย (ยิ้ม) ในวงการเพลงโฟล์กบ้านเรายังมีอีกหลายวงที่พวกเขาพยายามกันหนักมากๆ เพื่อที่จะมีชื่อเสียง แต่ก็ด้วยจังหวะเวลาและปัจจัยอีกหลายอย่างทำให้เขาไม่ได้ไปต่อ การที่ปล่อยเพลงแรกแล้วก็มีคนรู้จักเลยมันทำให้เราเดินทางง่ายกว่าคนอื่นมากๆ เราคิดเสมอว่าตัวเองโชคดีกว่าใครอีกหลายๆ คน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีวงโฟล์กบ้านเราวงไหนบ้างที่คุณอยากแนะนำให้เรารู้จัก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราชอบ Magpie Robin อาจจะเป็นวงดนตรีที่ลึกหน่อย แต่เราชอบความหมายในเพลงของเขา โดยเฉพาะเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">เสียงตะวันออก</span></i><span style="font-weight: 400;"> แล้วก็มีวง Scootslande และ SRI-NUAN เวลาที่เขาไปเล่นดนตรีสดตามงานต่างๆ ส่วนมากเขาจะเล่นเป็นวงเปิดก่อน หรือเล่นปิดงานที่กว่าเราจะได้ฟังก็เกือบเช้า แต่ความจริงพวกเขาเป็นวงดนตรีที่ตั้งใจทำงานและเพลงดีมากเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ยังมีอะไรที่คนกลุ่มนี้ต้องการจากคนฟังและวงการเพลงบ้านเราเป็นพิเศษหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้ตอบแทนวงอื่นๆ เขาอาจจะอยากมีพื้นที่สำหรับเล่นดนตรีแนวนี้มากขึ้น อยากมีรายได้เหมือนศิลปินเพลงป๊อปที่เป็นที่รู้จัก แต่สำหรับบางคนเขาอาจจะแค่พอใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ</span></p>
<p><img decoding="async" class="size-large wp-image-116677 alignnone" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01736-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><b>เพลงโฟล์กมีความหมายกับคุณยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเหมือนการเล่าเรื่องอย่างหนึ่ง อย่างเพลงของพี่บอย Imagine เรามองว่ามันคือการเล่าเรื่องประกอบเสียงดนตรี ทุกเพลงมีเรื่องราวอยู่ในนั้น เหมือนการอ่านหนังสือเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วคุณเขียนเพลง เล่นดนตรีโฟล์กไปเพื่ออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากเล่าเรื่อง เพราะว่าทุกเพลงเราเขียนมันขึ้นมาจากความรู้สึก ณ ตอนนั้นรู้สึกอะไรอยู่ก็จะเขียนขึ้นมา สมมติถ้ารู้สึกคิดถึงบ้านมันจะมีชุดคำโผล่ขึ้นมาจากไหนไม่รู้ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็เขียนเสร็จ เวลาที่เรารู้สึกกับมันจริงๆ มันจะเขียนง่ายมาก แต่ถ้าเราพยายามเมื่อไหร่เราจะเขียนไม่ได้เลย ซึ่งช่วงหลังๆ มานี้เราไม่ค่อยรู้สึกกับเรื่องอะไรเท่าไหร่ เพราะการตระเวนเล่นดนตรีมันเหนื่อยมากจริงๆ อยากมีเวลานอนมาก อีกหน่อยอาจจะเขียนเพลงเกี่ยวกับการนอน (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แสดงว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ทัวร์หนักสุดเลยหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เคยถามพี่โจ้ว่าพี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอไปทัวร์เยอะๆ แบบนี้ เขาบอกว่า “เดี๋ยวเอ็งก็รู้เอง” คำนี้ติดอยู่ในหัวมาตั้งแต่วันนั้น และตอนนี้เราก็รู้แล้วว่ามันเป็นยังไง (หัวเราะ) พอมีงานเยอะแปลว่าเราก็ต้องเดินทางเยอะ เวลาหนึ่งเดือนแทบไม่มีช่องว่างเลย สมมติไปเล่นที่ภูเก็ต เรายังไม่ทันได้คิดและสรุปเลยว่าได้อะไรจากการไปภูเก็ตบ้าง รู้ตัวอีกทีคืนนี้ก็มาเล่นที่กรุงเทพฯ แล้ว ไม่มีเวลาให้ตัวเองตกตะกอน ช่วงนี้แทบไม่ได้เขียนเพลงใหม่ออกมาเพราะไม่ได้หยุดคิดเลย มีแต่การเดินทางอย่างเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116679 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01767-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p><b>เป็นเด็กจบใหม่ที่มีโอกาสเดินทางเยอะเหมือนกัน ที่บ้านว่ายังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนช่วงแรกๆ ที่บ้านก็ไม่เข้าใจว่าเราทำอะไรอยู่ ทำไมเรียนจบแล้วไม่ไปทำงานในสายที่ตัวเองเรียนมา ความจริงเขาอยากให้เข้ารับราชการหรือทำอะไรสักอย่างที่มั่นคง ซึ่งพอคิดๆ ดูแล้วเราน่าจะเป็นคนที่ดื้อมากเหมือนกัน อยากจะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เลยต่อรองว่าขอลองทำดูก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่เวิร์กค่อยกลับไปทำในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดว่าตอนนี้พิสูจน์ตัวเองกับพ่อแม่ได้หรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อดีของการมีงานเข้ามาเรื่อยๆ คือเขาเริ่มรับรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ มีครั้งหนึ่งที่เขาตามไปดูแล้วก็เข้าใจว่า อ๋อ มันเป็นแบบนี้ มีคนรู้จักเรานะ (ยิ้ม) แล้วพอเวลาผ่านไปมันเหมือนเราพิสูจน์ได้เองว่าเรามีรายได้จากสิ่งนี้ได้ ขณะเดียวกันเราก็ให้เขาบ้าง เป็นการพิสูจน์ว่าเราสามารถอยู่ได้ด้วยการทำสิ่งนี้ ช่วงหลังๆ ที่บ้านก็สบายใจเรื่องเรามากขึ้นแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูเหมือนเส้นทางดนตรีของคุณกำลังผลิบาน ถ้าให้แทนตัวเองเป็นดอกไม้ คิดว่าตัวเองเป็นดอกอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราเป็นคนที่ไม่ชอบดอกไม้เลย แต่พอแต่งเพลงแรกเกี่ยวกับดอกไม้ จากนั้นไม่นานเราก็กลายเป็นคนที่เริ่มสนใจดอกไม้ขึ้นมาบ้าง (หัวเราะ) คิดว่าตัวเองน่าจะเป็นดอกทานตะวัน เพราะมันชอบหันหน้าเข้าหาแสงแดด น่าจะเหมือนตัวเราที่ชอบหันหน้าหาโอกาส ชอบเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งต่างๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-116680 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/DSC01782-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<h3><b>เบื้องหลัง 5 บทเพลงที่จะทำให้คุณรู้จักตัวตนเธอมากขึ้น</b></h3>
<h4><b>ถ้าเป็นพระจันทร์จะรอไหม</b></h4>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><div id="erdyt-6a2c845352b8d" data-id="f0S-C93e6WQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-f0S-C93e6WQ-6a2c845352b8d" data-vid="f0S-C93e6WQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/f0S-C93e6WQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/f0S-C93e6WQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เราไม่ค่อยเอาไปเล่นที่ไหนเท่าไหร่ เป็นเพลงที่ได้รับโจทย์จากพี่จ๊อบ เขาให้โจทย์มาว่า “นักบินอวกาศตกหลุมรักดวงจันทร์ แต่อยู่กับมันตลอดไปไม่ได้” เพื่อผลักดันให้เราลองเขียนเพลง เราคิดอยู่ 2-3 วันกว่าจะได้ไอเดียว่าอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระจันทร์กับนีล อาร์มสตรอง เรามองว่าการที่เขาไปเยี่ยมเยือนพระจันทร์เพียงแค่แป๊บเดียวแล้วก็กลับโลกเป็นการจากลาที่ไม่ได้กลับไปอีก เราเลยเปรียบมันกับความรัก เหมือนพระจันทร์ที่ไม่เคยได้รับความรักจากใครเลยแล้วอยู่ๆ นีล อาร์มสตรอง ก็เอาความรักไปให้ สร้างความทรงจำต่างๆ ร่วมกันแล้วไม่นานเขาก็จากไป </span><i><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นพระจันทร์จะรอไหม</span></i><span style="font-weight: 400;"> เลยเป็นเพลงที่เล่าความรู้สึกของพระจันทร์</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">วันนั้นที่เธอบอกลา ลมหนาวก็พัดมา </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">ตัวฉันจมอยู่ในน้ำตา รอคอยเธอที่ตรงนั้น </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เปรียบฉันเป็นพระจันทร์ รอวันเธอกลับมา</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ถึงบ้าน</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352bbf" data-id="H1s8R44nvSo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-H1s8R44nvSo-6a2c845352bbf" data-vid="H1s8R44nvSo" data-src="https://www.youtube.com/embed/H1s8R44nvSo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/H1s8R44nvSo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนติดบ้าน แต่ขณะเดียวกันเราก็ชอบเที่ยว ยิ่งช่วงนี้เดินทางเยอะ มีช่วงที่เหนื่อยจนทำให้คิดถึงบ้านมากเหมือนกัน เพราะบ้านเป็นที่ที่เราสบายใจที่สุด มีจังหวะหนึ่งที่ได้ฟังเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ขอโทษ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ขอโทษที่วันนี้ฉันเพิ่งมีเวลา&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> ฟังแล้วอินมาก ร้องไห้เลย แล้วก็เขียนคีย์เวิร์ดไว้ เพลงนี้เราอยากพูดถึงตัวเองในวัยเด็ก เราเคยมีจักรยานคันโปรด พอโตขึ้นมันหายไป อะไรหลายๆ อย่างที่เรามีในตอนเด็กมันหายไป เพื่อนสนิทบางคนก็หายไปเพราะไม่ได้คุยกันเลย พ่อแม่แก่ขึ้น เราเติบโตขึ้น พอมองย้อนกลับไปแล้วมันมีความสุขนะ แล้วทุกครั้งที่ได้ร้องเพลงนี้เราจะรู้สึกกับมันมากเลยไม่ค่อยเอาไปร้องเท่าไหร่เพราะกลัวร้องไม่จบ (หัวเราะ) </span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ตักอุ่นๆ ที่เคยหนุนนอน คำออดอ้อนที่เคยเอ่ยเป็นวาจา ความคิดถึงและห่วงหา  </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">กาลเวลาพาให้เราต้องจากไกล ตามหา ความฝัน ของใครกัน</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>สุขหัวใจที่ฉันข้างเดียว</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352bd2" data-id="3M5n0XDJ9kQ" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-3M5n0XDJ9kQ-6a2c845352bd2" data-vid="3M5n0XDJ9kQ" data-src="https://www.youtube.com/embed/3M5n0XDJ9kQ?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/3M5n0XDJ9kQ/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เขียนขึ้นมาในมุมมองว่าบางทีเราอาจจะรักใครคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน ตอนที่เราเขียนสารภาพว่าเป็นช่วงที่เราอยากมีความรักด้วย เหมือนเราจินตนาการถึงคนที่เราใฝ่ฝันหาอะไรแบบนี้ ตอนแรกก็ตั้งใจจะแต่งเป็นเพลงรักแต่กลับเศร้าเฉยเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">เฝ้ารอนับเวลา ที่ฉันและเธอจะได้พบ กันและกัน </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จนวันนั้น สุขหัวใจ ที่ฉันข้างเดียว</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>เธอ(คนใจร้าย)</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352be1" data-id="mjDhPp1u178" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-mjDhPp1u178-6a2c845352be1" data-vid="mjDhPp1u178" data-src="https://www.youtube.com/embed/mjDhPp1u178?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/mjDhPp1u178/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้พูดถึงความรักที่ไม่ดี เราเขียนให้คนใจร้ายที่ผ่านเข้ามาแล้วจากไป เขียนด้วยคำง่ายๆ ด้วยความรู้สึกตัวเอง คำวนๆ ซ้ำๆ แค่อยากจะพูดว่าเขาใจร้ายจัง​ (หัวเราะ)</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">เธอ เป็นดั่งสายฝน ที่ทำให้ฉันชุ่มฉ่ำใจ </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เมื่อยามร้อนกาย โอ้ เธอ เป็นดั่งสายลม ที่ทำให้ฉันได้ผ่อนคลาย </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">เมื่อยามร้อนใจ โอ้เธอ โอ้เธอ ทำไมเธอใจร้าย</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>พรุ่งนี้</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352bee" data-id="9sk_oK2coDs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-9sk_oK2coDs-6a2c845352bee" data-vid="9sk_oK2coDs" data-src="https://www.youtube.com/embed/9sk_oK2coDs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/9sk_oK2coDs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้แฟนเราช่วยเขียน (หันไปมองคนที่นั่งข้างๆ) เป็นเพลงที่พูดถึงอนาคต สมมติว่าวันนี้เรามีความสุขดีแต่ต่อไปเราไม่รู้หรอกว่าเราจะยังมีกันอยู่หรือเปล่า เหมือนกลัวไปก่อน (หัวเราะ) คือถ้าในอนาคตเราไม่ได้คบกันต่อไปแล้วเพลงนี้ต้องเป็นเพลงที่เศร้ามากแน่ๆ</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">หากพรุ่งนี้ไม่มีฉัน ไม่มีฉัน อีกต่อไป </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จำได้ไหมภาพเก่าในวันนั้น ภาพที่เธอยืนคู่กับฉัน</span></i></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ดอกไม้ในใจฉัน</b></h4>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352bfa" data-id="8TFBuHLqf5I" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8TFBuHLqf5I-6a2c845352bfa" data-vid="8TFBuHLqf5I" data-src="https://www.youtube.com/embed/8TFBuHLqf5I?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8TFBuHLqf5I/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนี้เพื่อนช่วยเขียนท่อน &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">แสงแดดสะท้อนลงมา สายน้ำกลายเป็นสีทอง เหมือนกับฉันที่รู้สึกกับเธออย่างนั้น&#8221;</span><span style="font-weight: 400;"> มาให้ก่อน เราจินตนาการต่อว่ากำลังนั่งอยู่ริมน้ำแล้วเห็นผิวน้ำเป็นสีทองระยิบระยับ ตอนนั้นเรานึกถึงความสวยงามของ 2 อย่างคือ ความรักและดอกไม้ เราเคยมีแฟนที่ทำให้เรารู้สึกว่าคบกับเขาแล้วเราเหมือนดอกไม้ในแจกัน มันแบ่งบานสวยงามจริงแต่มันก็แค่ชั่วคราว พอแห้งเหี่ยวไปเดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนดอกใหม่มาแทน เราไม่ได้แบ่งบานตามธรรมชาติ ไม่ได้เป็นตัวเอง เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นลองเขียนเพลงเกี่ยวกับการปกป้องดอกไม้สักดอกหนึ่งดีไหม</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">ดอกไม้ในใจฉัน</span></i><span style="font-weight: 400;"> แค่เก็บไว้ในใจไม่ต้องให้ใครครอบครอง เพลงนี้เราเขียนให้ตัวเองเพราะว่าดอกไม้ดอกนั้นคือความเป็นเรา เป็นตัวตนที่เราอยากจะรักษามันไว้</span></p>
<p style="text-align: center;"><i><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอะไรมาทำร้ายเธอได้ ให้เธอยังงดงามต่อไป </span></i><i><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></i><i><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าท้องฟ้ามืดสลายหายไป แต่ใจฉันมีแต่เธอ</span></i></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2c845352c04" data-id="Qqs2SCpOEec" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Qqs2SCpOEec-6a2c845352c04" data-vid="Qqs2SCpOEec" data-src="https://www.youtube.com/embed/Qqs2SCpOEec?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Qqs2SCpOEec/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/warin-lyrics-poet/">“ดอกไม้ดอกนั้นคือตัวตนที่เราอยากรักษาไว้” Warin กับการผลิบานในวงการเพลงโฟล์กไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Nov 2019 12:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[lyrics poet]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[PLASUI PLASUI]]></category>
		<category><![CDATA[แนวดรีมป๊อป]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาซุย ปลาซุย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสารคาม]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=78996</guid>

					<description><![CDATA[<p>PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย ร้องนำและเบส, ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์ มือกลอง, ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง กีตาร์, ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร กีตาร์ และ แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้ ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ SAKURA และเพลง Chocolate ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">PLASUI PLASUI คือวงดนตรีแนวดรีมป๊อป อันประกอบด้วย <strong>เบ–รัฐศาสตร์ ทศช่วย</strong> ร้องนำและเบส, <strong>ธีร์–ธีรภัทร ประพันธ์</strong> มือกลอง, <strong>ปาร์ค–ธนพล โพธิสูง</strong> กีตาร์, <strong>ดิว–จักรพันธ์ เพชรสังหาร</strong> กีตาร์ และ <strong>แก๋ง–สกลวรรษ แซ่ลี้</strong> ควบสองตำแหน่งคือกีตาร์และ synthesizer</span></p>
<p>ห้าหนุ่มจากลุ่มแม่น้ำชีเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เริ่มทำวงจากการรวบรวมเพื่อนวัยมัธยมที่เจอกันตามห้องซ้อมเพื่อเล่นเพลงที่หาฟังยากในสมัยนั้น และทำมันออกมาในแบบฉบับของตัวเอง</p>
<p>จากความชอบที่หลากหลายผ่านช่วงเวลาในการพูดคุยแบบเพื่อน ผ่านการสนทนาภาษาดนตรี จนเกิดเป็นส่วนผสมของเพลงป๊อปที่แปลกแต่ลงตัว เสน่ห์ในดนตรีของพวกเขาคือเพลงที่มีจังหวะไหลลื่น เนื้อร้องฟังไม่ชัดแต่น่าค้นหาความหมาย ท่วงทำนองชวนง่วงเหงาหาวนอน แต่ซาวนด์ดนตรีพาล่องลอยเพ้อฝัน เหมาะสำหรับวัยรุ่นนอนดึกเปินตอนนอนก่ายหน้าผากคิดเรื่องความรักและความสัมพันธ์อันแสนขมุกขมัว</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากทำวงมาเกือบ 2 ปี พวกเขามีเพลงทั้งหมด 9 เพลง ในอัลบั้มแรกที่ชื่อ <em>SAKURA</em> และเพลง <em>Chocolate</em> ผลงานหวานเศร้าที่ทำให้วงเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักฟังเพลงทางเลือกบ้านเรามากขึ้น และเพลงนี้นี่เองที่ทำให้พวกเขามีโอกาสใหม่ๆ เข้ามามากมาย ไปจนถึงการเ</span><span style="font-weight: 400;">ล่นเป็นวงเปิดในคอนเสิร์ต Men I Trust Live in Bangkok เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปเล่นในงาน Big Mountain Festival 2019 ช่วงปลายปีนี้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่เป็นเด็กมหาสารคามเหมือนกัน เราแอบจับตามองพร้อมเอาใจช่วยวงนี้มาตั้งแต่เพลงแรกๆ จนวันนี้ความฝันของพวกเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราจึงถือโอกาสนี้ชวนพวกเขามาคุยกันถึงเรื่องดนตรี ชีวิตวัยรุ่น ไปจนถึงเรื่องความฝันในเส้นทางสายดนตรีแบบ PLASUI PLASUI กัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79010 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg" alt="" width="869" height="580" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-6.jpg 675w" sizes="(max-width: 869px) 100vw, 869px" /></p>
<p><b>ช่วยเลือกปลาที่บอกความเป็นตัวคุณมา 1 ชนิด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป็นปลาทูแล้วกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> หิวข้าวเลยกู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ชอบกินปลาทูนะ รู้สึกว่ามันมีประโยชน์ดี </span><span style="font-weight: 400;">กินเนื้อปลา แต่เป็นคนไม่กินหัวปลานะ แต่กินเนื้อ กินไข่ อะไรอย่างนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-79029 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg" alt="" width="349" height="524" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-25.jpg 450w" sizes="(max-width: 349px) 100vw, 349px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ชอบปลาหางนกยูงเพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายดี มีความทรงจำคือที่บ้านเลี้ยงปลาหางนกยูงไว้ในบ่อ แล้วตอนนั้นมีแขกมาที่บ้านแล้วขับรถยนต์ชนบ่อแตก ปลามันก็ดิ้นเต็มพื้นก็เลยมีความทรงจำในวัยเด็กเรื่องปลาหางนกยูง </span><span style="font-weight: 400;">แต่เหตุผลที่ชอบปลาหางนกยูงก็เพราะมันอยู่ง่ายกินง่ายนี่แหละ ไม่ให้อาหารหลายวันก็ไม่ตาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79032 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg" alt="" width="348" height="522" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-28.jpg 450w" sizes="(max-width: 348px) 100vw, 348px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> เป็นปลานกแก้วแล้วกัน เท่ดี ชอบสี สวยดี ชอบแมลงทับอยู่แล้วไง สีออกเขียวๆ เหมือนปีกแมลงทับ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79022 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg" alt="" width="352" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-18.jpg 450w" sizes="(max-width: 352px) 100vw, 352px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตามจริงที่บ้านเลี้ยงปลาคาร์ปแต่ไม่ชอบ ชอบปลาซัคเกอร์ที่มันดูดฝุ่น มันมีความหมายกับบ่อปลานะ มันสามารถดูดฝุ่น เก็บรายละเอียดในตู้ปลา เหมือนเป็นแม่บ้าน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79023 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg" alt="" width="361" height="542" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-19.jpg 450w" sizes="(max-width: 361px) 100vw, 361px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แต่มีช่วงหนึ่งที่ปลานี่ระบาด ทำให้ระบบนิเวศในธรรมชาติพัง เพราะว่าปลาตัวนี้โตไปแล้วกินปลาอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อ๋อ แต่เราหมายถึงเลี้ยงในตู้ไง คนเลี้ยงไม่ไหวก็เอาไปปล่อย ต้องเลี้ยงในตู้นะถึงจะมีประโยชน์ แต่ในมุมกลับกันมันก็ไม่มีประโยชน์ (หัวเราะ) ชอบคาแร็กเตอร์มัน ดูไม่ได้เป็นปลาสวยงามอย่างเดียว มันทำประโยชน์ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ปล่อยนะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79013 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg" alt="" width="793" height="529" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-9.jpg 675w" sizes="(max-width: 793px) 100vw, 793px" /></p>
<p><b>อะไรทำให้ตัดตัดสินใจใช้ชื่อวงว่า </b><strong>PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนแรกก็คิดกันว่าเราจะตั้งชื่อวงว่าอะไรดี เราอัดเพลงในบ้าน เสร็จมาเพลงสองเพลงแต่ยังไม่มีชื่อวง ก็เลยออกไปขับรถเล่น จำได้ตอนนั้นอยู่ริมคลองสมถวิลในตัวเมืองมหาสารคาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> พวกเราก็เกริ่นขึ้นมาลอยๆ ว่าปลาซุยดีไหม ฟังแล้วแปลกดี แต่ว่าปลาซุยมันธรรมดาไป มันต้องเบิลอีกรอบหนึ่ง มันก็เลยเป็น PLASUI PLASUI โอเค น่าจะเวิร์ก เอาแบบนี้แหละง่ายๆ ตรงนั้นเลย ชื่อวงเกิดขึ้นที่ริมคลองตอนขับรถ มันเป็นคำอุทานที่เราชอบพูด คำอะไรที่ไม่ค่อยมีความหมาย จิ๊กกรี้อะไรอย่างนี้ พูดเล่นๆ กับเพื่อน เพ้อเจ้อๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>อะไรคือคำว่าดรีมป๊อปสำหรับ PLASUI PLASUI</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ดรีมป๊อปก็เป็นเพลงป๊อป อยู่บนพื้นฐานของป๊อป แต่จะมีความลอยๆ ฟุ้งๆ เหมือนเราใส่โน่นผสมนี่เข้าไปให้ดูเบลอๆ ให้เหมือนอยู่ในความฝันและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นป๊อปด้วย ส่วนตัวคิดว่าประมาณนี้นะ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเข้าใจยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เอาจริงๆ ก็คิดว่าวงตัวเองเป็นวงป๊อปวงหนึ่งนะ แค่ทำซาวนด์ดนตรีแบบลอยๆ ขึ้นมานิดหน่อย ส่วนของดนตรีและเนื้อร้องก็มีความเพ้อฝัน ความรู้สึกฟุ้งๆ แบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> คิดว่าป๊อปนี่มันเป็นแก่นอยู่แล้ว คราวนี้เอาความลอยมาใส่ กดความป๊อปไว้หน่อยหนึ่ง แค่นั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ทำเป็นมีแก่น จะไปโยนเปตองหรือไง (หัวเราะ) อย่างที่เพื่อนๆ ว่าก็คือดนตรีที่มันล่องลอยเพ้อฝัน อยู่ในภวังค์ แล้วก็มีความเป็นป๊อปเข้ามา และเนื้อร้องที่เข้าใจได้ง่ายในแบบปลาซุย ก็เป็นดรีมป๊อปแบบ PLASUI PLASUI</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79016 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg" alt="" width="453" height="680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-12.jpg 450w" sizes="(max-width: 453px) 100vw, 453px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่เราก็ไม่รู้ว่าวงเราเป็นดรีมป๊อปจริงๆ ไหมนะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่แค่รู้ว่ามัน lo-fi สุดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เพราะมันทำได้แค่นี้ไง (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> อันนี้คือชัวร์แน่ๆ lo-fi (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ใช่ ยังไง PLASUI PLASUI ก็ต้องทำแบบนี้ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ว่าแนวเพลงก็จะพัฒนาอยู่แหละ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ไฟล์ก็อาจจะแค่นี้ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราอาจจะชอบด้วยมั้ง ชอบอะไรที่มันไม่อีดิตเยอะอะ มันเรียลๆ ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> จะให้เอาอุปกรณ์ดีกว่านี้มาเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่เอา เอาแบบนี้ดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ถ้ามีงบหรือมีตังค์ค่อยว่ากัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราก็อยากทำให้มันดีที่สุดอยู่แล้วล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ตอนชวนกันทำเพลง ชวนวันเดียวเองมั้ง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ คือขี่รถมอเตอร์ไซค์มา ทำเพลงปะ เอาดิ ขับมอ&#8217;ไซค์มาเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> แล้วอุปกรณ์ก็ยืมเขามาด้วย ใช่ ตอนแรกไม่มีอุปกรณ์ของตัวเองเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แล้วก็ลองผิดลองถูก แต่เราตีกรอบไว้แล้วว่าแบบนี้ เราจะทำแนวนี้ ชอบแบบนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อุปกรณ์ก็ไปยืมพี่เขามา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนที่พี่คนนั้นมาทวงคืน พวกเราก็ยังไม่คืนเพราะยังจะทำอยู่ บอกว่าขอยืมก่อนพี่ ขอยืมก่อน แล้วก็ยืมต่อ เลยได้ทำเพลง <em>Dream</em>, <em>Time</em>, <em>Walk</em>, <em>You Know</em> เวอร์ชั่นแรกๆ ซึ่งเกิดจากอุปกรณ์ที่ยืมมาหมดเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> หลังจากนั้นก็คืนเขาไป แล้วเก็บเงินซื้อเครื่องใหม่เพื่อมาทำเพลงใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79006 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg" alt="" width="823" height="549" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-2.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><strong>ทำไมถึงเลือกเดินทางสายยากเพื่อมาทำดนตรีแนวนี้</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ส่วนตัวไม่ได้ชอบแนวนี้ขนาดนั้น แต่เราชอบที่ตอนนี้มันได้เล่นกับเพื่อนไง ได้เล่นด้วยกัน ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะกระแสเพลงแบบนี้แล้วอยู่ต่างจังหวัดอีกก็หาที่เล่นด้วยกันยากอยู่แล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> คือเราฟังเพลงป๊อปแบบป๊อปจ๋าเลยนะ แล้วที่นี้มาฟังโฟล์กป๊อป เออ ชอบดนตรีที่ป๊อปๆ แต่ลอยๆ ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเขาเรียกว่าดรีมป๊อป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เริ่มจากที่เราอยากฟัง เพราะชอบฟังเพลงแบบนี้แล้วอยากหาที่ฟังที่มีคนเล่นสด พอไม่มีเราก็เลยเล่นเองฟังเอง แต่บางทีเราเล่นเองแล้วไม่ค่อยได้ฟังนะ บางทีเราก็อยากแยกร่างได้เหมือนนารูโตะ บางที่เราเป็นเจ้าของร้านเรายังเกรงใจลูกค้าเลยว่าแบบนี้คนเขาจะไม่โอเค แต่ก็มีบางร้านอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">มหานิยม</span><span style="font-weight: 400;">ก็เป็นที่ที่ให้เราได้ปลดปล่อย พอลูกค้ารู้ว่าวงนี้จะมาเล่น เขาจะไม่มา (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ใช่ หลังๆ ก็ยังเป็นอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> จริงๆ นะ มันเคยมีบางคนเช็กบิลออกไปเลย ก็เลยทำเอง เล่นเอง ฟังเองด้วย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79018 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-14.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79021 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg" alt="" width="853" height="568" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-17.jpg 675w" sizes="(max-width: 853px) 100vw, 853px" /></p>
<p><strong>ในยุคนี้ที่มีวงใหม่ๆ เติบโตจากโซเชียลเยอะมาก วงคุณใช้เวลานานไหมกว่าที่เพลงจะเริ่มติดหูคนฟัง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เรื่องเวลาไม่ค่อยซีเรียส เราซีเรียสเรื่องเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เราโฟกัสว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุข เราไม่ได้มองว่าคนฟังเยอะหรือไม่เยอะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เรามองว่าทำเพลงแล้วเรามีความสุขไหม ก่อนที่จะโฟกัสว่าทำเพลงแล้วคนจะชอบไหม แต่จริงๆ ก็ใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันดีนะ ที่ได้มีที่เล่น ก็จะได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นคิดแค่นั้น แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะไม่ค่อยมีตังค์ ช่วงแรกๆ ก็เข้าเนื้อ ต้องอดทนถ้าจะไปสายนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> มีงานที่ไหนไปหมดอยู่แล้วตอนนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> คนเพิ่งมากดติดตามเราเยอะก็ปีนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> ตอนนี้เราดังแล้วเหรอวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ทุกคน :</strong> มันยังเหมือนเดิมอยู่เลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79014 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg" alt="" width="866" height="578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-10.jpg 675w" sizes="(max-width: 866px) 100vw, 866px" /></p>
<p><strong>อะไรคือปัญหาและอุปสรรคบนเส้นทางสายดนตรีต่างจังหวัดที่ต้องเจอ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ปัญหาก็คือบางทีมีงานทัวร์แต่เรามีงบจำกัด ไม่สามารถนั่งเครื่องฯ มาได้ เราต้องนั่งรถมาเอง บางทีมันเสียเวลางานเพราะเล่นงานเดียววันเดียวแต่ต้องใช้เวลา 3 วัน รวมไป-กลับ มันก็เสียตรงนี้ แต่เราชอบเราก็ต้องมากัน เราอยากมา ถ้าขับรถเองใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง เพราะแวะปั๊มบ้าง บางทีมาเจอรถติดในกรุงเทพฯ อีก โห เหนื่อย บางครั้งหมดเวลาไป 10-12 ชั่วโมงกับการเดินทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> แต่ชอบ สนุกดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ก็ชินกันแล้วมากกว่า 2 ปีมานี้ไป-กลับมหาสารคาม-กรุงเทพฯ บ่อยมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> เมื่อก่อนจะไปเล่นต้องหาตังค์จากงานอื่นมาเล่น หลังๆ ก็เริ่มดีขึ้นหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79007 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg" alt="" width="839" height="562" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3-600x402.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-3.jpg 675w" sizes="(max-width: 839px) 100vw, 839px" /></span><b></b></p>
<p><b>เอาเงินเพื่อมาเติมเต็มความฝันด้านดนตรีแบบนี้มันคุ้มไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง ขอแค่โฟกัสเป็นวันๆ ไปดีกว่า แต่เราจะไม่หยุดทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> สำหรับเรามองว่าเราเริ่มสนุกกับมันแล้ว เริ่มมีรายได้จากตรงนี้ ออกไปเล่นดนตรีกับเพื่อนแล้วได้ตังค์มาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> คุยกับปาร์คมาตั้งแต่แรกแล้วว่าการมาทำวงนี้ไม่ได้คาดหวังอะไร อย่าไปซีเรียส เราชอบก็เลยทำ ทุกวันนี้ก็ยังยืนหยัดด้วยคำคำนี้อยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เป้าหมายหลักเลยคือเล่นดนตรีแล้วมีความสุข </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อยู่กับเพื่อนทำเพลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มันดีตรงที่มีคนมาฟังนี่แหละ มีคนมาซัพพอร์ต มาชอบเรา มันเป็นกำลังใจที่ดีมากๆ นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเดินทางสายดนตรีแบบนี้ พ่อแม่หรือคนในครอบครัวว่ายังไงบ้าง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> ทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหากับที่บ้านอยู่ แต่ที่บ้านเขาก็รู้ว่าชอบดนตรีเพราะเล่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เขารู้ว่ายังไงก็ห้ามไม่ได้ จะห้ามอะไรก็ห้าม แต่ห้ามให้เล่นดนตรีแบบนี้ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราต้องทำให้เขาเห็น ถ้าตอนนี้เขายังไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมสิ่งที่เขาฝากฝังอย่างเช่นตั้งใจเรียนอะไรแบบนี้ ถึงเราจะเพ้อฝันแค่ไหนแต่ถ้ามีกรอบให้ชัดแล้วเขาเห็นมันก็โอเค พ่อแม่เป็นห่วงก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่วัยรุ่นต้องทำให้เห็นด้วยว่าที่เพ้อที่ฝันนี่เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนนะ ต้องบริหารจัดการให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> อย่างวง PLASUI PLASUI ทุกคนก็ต้องทำงานหาเงินเพื่อซื้อความสุขในการเดินทางกับเพื่อน แล้วมาเล่นดนตรี</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้หลับไม่ได้นอน หางาน หาตังค์ หรือกระทั่งต้องทำกับข้าวให้ที่บ้านก่อนขับรถออกมากรุงเทพฯ ก็มี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-79026 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg" alt="" width="823" height="548" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-22.jpg 675w" sizes="(max-width: 823px) 100vw, 823px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-79035 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg" alt="" width="821" height="547" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/Plasui-31.jpg 675w" sizes="(max-width: 821px) 100vw, 821px" /></p>
<p><strong>ถ้าทำตามความฝันแล้วไม่เป็นอย่างที่ฝันเอาไว้ จะมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์นั้นยังไง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> มันไม่ได้เป็นอย่างหวังอย่างฝันทุกคน แต่เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ ชีวิตต้องไปต่อ เครียดก็เครียดได้แต่ว่าอย่านาน ถ้ายังชอบอยู่ก็สู้ต่อดิ ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ลองหาความฝันอย่างอื่นที่เราอยากทำอยู่ หาให้เจอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ความฝันถ้ามันทำได้เลยก็ไม่เรียกว่าความฝันหรอก ใช่ไหมล่ะ ถ้าเจอแล้วต้องทำมันให้ดีที่สุด โอกาสมาก็ต้องคว้าไว้ อย่าทิ้งมันบ่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> เออ เหมือน PLASUI PLASUI ตอนแรกๆ เลย ไปเล่นที่ไหนก็ขาดทุน แต่ต้องไปหมดทุกที่ ถึงไปแล้วจะเจอคนฟังแค่คนเดียวก็ต้องไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าขึ้นชื่อว่าความฝันมันก็ยากหมดแหละ ต้องสู้สักหน่อย ถ้าเกิดคุณรักมันจริงๆ อย่างน้อยมันก็สอนให้รู้ว่าตรงนั้นเป็นยังไง ถ้าไปไม่ถึงก็ถอยกลับมาเพื่อตั้งหลักแล้วไปต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> พังก็ทำใหม่ พังอีกก็ทำใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โลกก็เหมือนสนามเด็กเล่น ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเรียนรู้ ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้เลย ถ้าเกิดทำแล้วมันสำเร็จเลยเขาไม่เรียกว่าความฝันหรอก </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเกิดทำแล้วสำเร็จเลยมันง่ายไป  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ช่วยเล่าวิธีการทำเพลงแบบ PLASUI PLASUI อย่างรวบรัดให้ฟังหน่อย</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เราได้ไอเดียจากหลายอย่างเลย ทั้งจากหนัง จากเรื่องที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ได้หมด หนังสือก็ด้วย อย่างเพลง <em>Shoes</em> ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง <em>แฝด</em> มันมีฉากหนึ่งที่มีรอยเท้าอยู่บนหาดทราย </span><span style="font-weight: 400;">มันก็จะเข้ามาอยู่ในเนื้อเพลงที่เขียนว่า <em>&#8216;อยู่เคียงข้างรอยเท้าของเธอ&#8217;</em> เราแค่เอาตรงนั้นมาแล้วลองเปลี่ยนมุมมองว่า เออ ถ้ามีคนมาอยู่ข้างเราตลอดเวลา คนน่าจะรู้สึกว่ามันกินใจ น่าจะดูโรแมนติกดีนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องผี (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> มาไกลเหมือนกัน มันเพ้อฝันนะ แต่ว่าจะตีกรอบไว้ไงว่าเราจะไปที่ไหน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a2c845354a0e" data-id="U4E-KodhGlc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-U4E-KodhGlc-6a2c845354a0e" data-vid="U4E-KodhGlc" data-src="https://www.youtube.com/embed/U4E-KodhGlc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/U4E-KodhGlc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ตอนนั้นเนื้อเพลงมาพร้อมเมโลดี้เลย ก็คุยเรื่องดนตรีกับปาร์ค</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> มีบางทีที่เราทำดนตรีไป แล้วให้เบแต่งเนื้ออะไรงี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> แต่หลักๆ ก็คือเริ่มจากเนื้อแล้วค่อยมาเมโลดี้ เป็นโครงมามันจะง่ายกว่า อย่าง</span><span style="font-weight: 400;">เบจะแต่งเนื้อร้อง มันยากถ้าเราทำดนตรีมาก่อนแล้วไปบีบจังหวะการร้องของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> โชคดีที่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเลยคุยกันได้ ไม่งั้นมันก็ยากอยู่นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การเล่นเบสแล้วเป็นนักร้องนำไปด้วยยากไหม</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> ถ้าเกิดเพลงที่เล่นเมโลดี้เยอะมันก็จะทำให้เราเสียบุคลิกเข้าไปอีก อุปสรรคอย่างใหญ่เลย แต่เราก็พยายามทำให้มันเนียนที่สุด ต้องฝึกกันไป เพราะปกติเราเล่นกีตาร์มาก่อน ไม่ได้เล่นเบส ก็มาฝึกจนมันได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> ลายเบสในเพลงของ PLASUI PLASUI จะเหมือนลายกีตาร์มากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ก็เลยทำให้ร้องไม่ชัดด้วย </strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เออ อันนี้ใช่ มีส่วนเลย แต่ก็กลายเป็นคาแร็กเตอร์เฉย เพราะตั้งใจด้วย กลายเป็นดรีมป๊อปไปในตัว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 style="text-align: left;">5 เพลงที่อยากชวนคนฟังร่วมเพ้อฝันในโลกใต้หมอนของ PLASUI PLASUI</h3>
<p><strong>1. เพียงฝัน</strong></p>
<div id="erdyt-6a2c845354a45" data-id="N-CcwngbM6U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-N-CcwngbM6U-6a2c845354a45" data-vid="N-CcwngbM6U" data-src="https://www.youtube.com/embed/N-CcwngbM6U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/N-CcwngbM6U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แก๋ง :</strong> <em>เพียงฝัน</em> แล้วกัน เพราะชอบท่อนที่เบร้องท่อนแรก <em>&#8216;บดบังความงามท้องนภา&#8217;</em> ฮุกเลย แล้วก็ชอบแค่นั้น แค่ประโยคนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> <em>เพียงฝัน</em> ให้อารมณ์เหมือนเราชอบดูหนังฟีลกู้ด เราชอบดูหนังที่พระเอกเป็น loser พอเอา <em>เพียงฝัน</em> มาตีความอีกทีหนึ่ง เราว่ามันเป็นความรักที่ฉาบฉวย เขามาให้ความหวัง แล้วเราดีใจ </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ผ่านมาเราหลง มันเป็นเพียงแค่ความฝันที่ผลักเราออกจากเขาให้ไกลมากขึ้นไปเรื่อยๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. Walk</strong></p>
<div id="erdyt-6a2c845354a5e" data-id="O0ssw3r6mXU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-O0ssw3r6mXU-6a2c845354a5e" data-vid="O0ssw3r6mXU" data-src="https://www.youtube.com/embed/O0ssw3r6mXU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/O0ssw3r6mXU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดิว :</strong> แนะนำให้ไปลองฟัง <em>Where You Go</em> แล้วก็ <em>This Is a Book</em> </span><span style="font-weight: 400;">ส่วนเพลงที่ผมชอบคือ <em>Walk</em> นะ มันมีลูกเล่นเยอะดี พอฟังก็เหมือนถูกดึงเข้าไปในเพลงได้ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลง <em>Walk</em> มันเป็นเรื่องของการเดินทาง แค่เราหลุดออกมาจากหน้าประตูบ้านได้นั่นคือประสบความสำเร็จแล้ว ไม่ต้องพูดเลยว่าการเดินทางมันจะพาเราไปไหน คือลุกออกจากเตียงให้ได้ก่อน เหมือนกันกับการเก็บกระเป๋าออกไปตามความฝัน ออกไปทำงานอะไรก็แล้วแต่ อะไรก็ได้ขอแค่ให้คุณออกไปเดิน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. เหมือนเคย</strong></p>
<div id="erdyt-6a2c845354a74" data-id="Y7ZTKP8YjGI" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Y7ZTKP8YjGI-6a2c845354a74" data-vid="Y7ZTKP8YjGI" data-src="https://www.youtube.com/embed/Y7ZTKP8YjGI?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Y7ZTKP8YjGI/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ปาร์ค :</strong> <em>เหมือนเคย</em> ฮะ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เป็นเพลงแรกที่ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในพาร์ตของดนตรีก็ค่อนข้างฟังง่าย เพราะมีแค่ 2 คอร์ด แต่เป็น 2 คอร์ดที่มีอะไรอยู่ในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ผมเขียน เป็นลายเซ็นของ PLASUI PLASUI เลยล่ะเพลงนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. Dream</strong></p>
<div id="erdyt-6a2c845354a87" data-id="hdLU_Q_zPEs" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-hdLU_Q_zPEs-6a2c845354a87" data-vid="hdLU_Q_zPEs" data-src="https://www.youtube.com/embed/hdLU_Q_zPEs?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/hdLU_Q_zPEs/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> อีกเพลงหนึ่งน่าจะเป็น <em>Dream</em> เป็นเพลงที่เล่าจากความฝันและตอบโจทย์การทำงานของ PLASUI PLASUI ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5. Chocolate</strong></p>
<div id="erdyt-6a2c845354a97" data-id="OF_77oBH4m4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OF_77oBH4m4-6a2c845354a97" data-vid="OF_77oBH4m4" data-src="https://www.youtube.com/embed/OF_77oBH4m4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OF_77oBH4m4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เบ :</strong> เพลงนี้ที่เสียงร้องไม่ชัดคือเราตั้งใจ ไม่ใช่อุปกรณ์ไม่ดีนะ แต่เพราะอยากให้เพลงลอยๆ เราไม่รู้ว่าเป็นดรีมป๊อปไหม แต่อยากให้มันลอย อยากให้เนื้อเพลงไม่ค่อยชัด ให้ดนตรีเข้ามาเหลื่อมๆ กันนิดหนึ่ง เราชอบแบบนี้ </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plasui-plasui-band/">PLASUI PLASUI วงดรีมป๊อปจากลุ่มแม่น้ำชีที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงบนที่นอนทุกครั้งที่ได้ฟัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Oct 2019 15:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Halloween Horror Nights 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Curse of the Naga]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Studios]]></category>
		<category><![CDATA[Resorts World Sentosa]]></category>
		<category><![CDATA[ผีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผีญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[นาค]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[HHN9]]></category>
		<category><![CDATA[ผี]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีสิง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=75373</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันว่าการเขียนหรือการพูดที่ดีต้องไม่ออกตัวก่อน แต่รอบนี้ต้องขอแหกกฎนี้และออกตัวแบบแรงๆ ว่าเป็นคนกลัวผี ไม่ฟังเรื่องผี และไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิงเป็นชีวิตจิตใจ สมัยเข้ากรุงเทพฯ มาใหม่ๆ ไปดรีมเวิลด์ทีไร ถ่ายรูปใสๆ เล่นไวกิ้งเสร็จ เป็นต้องแวะไปบ้านผีสิง เพื่อเข้าไปกรี๊ด เข้าไปวิ่ง คืนนั้นเป็นอันว่าหลับเต็มตื่นทอเต็มผืนยิ่งกว่าชุดเครื่องนอนโตโต้ บ้านผีสิงที่เดอะมอลล์ โคราชก็เป็นอีกที่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีไหม แต่สมัยก่อนหากที่บ้านไปงานหนังสือที่กรุงเทพฯ ทีไร แวะพักรถครึ่งทางก่อนกลับบ้านเมื่อไหร่ กินข้าวเสร็จก่อนขึ้นรถเป็นต้องขอพ่อแม่แลครูบาอาจารย์แวะเข้าบ้านผีสิงก่อน วนๆ เข้าบ้านผีสิง 2 ที่เดิมนี้รวมแล้วเกือบ 10 รอบได้ แต่การงานและชีวิตก็พัดพาออกมาจากความหมกมุ่นนี้ มานึกได้อีกทีว่าชอบเข้าบ้านผีสิงนี่นาก็ตอนที่ Universal Studios สิงคโปร์ ชวนไปงาน Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 ไวเท่าความคิด ฉันตกปากรับคำในทันที และต่อไปนี้จะเป็นรีวิวบ้านผีสิงและโซนกิจกรรมอื่นๆ ไล่เรียงตามลำดับก่อน-หลังที่ได้เข้าไป แวะดื่มน้ำ เตรียมไฟฉาย ใส่ชุดทะมัดทะแมง แล้วเดินนำหน้าให้หน่อย คนขี้กลัวอย่างฉันจะขอเกาะหลัง ปิดตา แล้วเดินย่องตามไป &#160; 1. โชว์ตลกจากสหายผี Skin and [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/">รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ว่ากันว่าการเขียนหรือการพูดที่ดีต้องไม่ออกตัวก่อน แต่รอบนี้ต้องขอแหกกฎนี้และออกตัวแบบแรงๆ ว่าเป็นคนกลัวผี ไม่ฟังเรื่องผี และไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิงเป็นชีวิตจิตใจ</p>
<p>สมัยเข้ากรุงเทพฯ มาใหม่ๆ ไปดรีมเวิลด์ทีไร ถ่ายรูปใสๆ เล่นไวกิ้งเสร็จ เป็นต้องแวะไปบ้านผีสิง เพื่อเข้าไปกรี๊ด เข้าไปวิ่ง คืนนั้นเป็นอันว่าหลับเต็มตื่นทอเต็มผืนยิ่งกว่าชุดเครื่องนอนโตโต้</p>
<p>บ้านผีสิงที่เดอะมอลล์ โคราชก็เป็นอีกที่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังมีไหม แต่สมัยก่อนหากที่บ้านไปงานหนังสือที่กรุงเทพฯ ทีไร แวะพักรถครึ่งทางก่อนกลับบ้านเมื่อไหร่ กินข้าวเสร็จก่อนขึ้นรถเป็นต้องขอพ่อแม่แลครูบาอาจารย์แวะเข้าบ้านผีสิงก่อน วนๆ เข้าบ้านผีสิง 2 ที่เดิมนี้รวมแล้วเกือบ 10 รอบได้ แต่การงานและชีวิตก็พัดพาออกมาจากความหมกมุ่นนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75429 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9700.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75398 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9718.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>มานึกได้อีกทีว่าชอบเข้าบ้านผีสิงนี่นาก็ตอนที่ Universal Studios สิงคโปร์ ชวนไปงาน Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 ไวเท่าความคิด ฉันตกปากรับคำในทันที และต่อไปนี้จะเป็นรีวิวบ้านผีสิงและโซนกิจกรรมอื่นๆ ไล่เรียงตามลำดับก่อน-หลังที่ได้เข้าไป</p>
<p>แวะดื่มน้ำ เตรียมไฟฉาย ใส่ชุดทะมัดทะแมง แล้วเดินนำหน้าให้หน่อย คนขี้กลัวอย่างฉันจะขอเกาะหลัง ปิดตา แล้วเดินย่องตามไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>1. โชว์ตลกจากสหายผี Skin and Bones</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75407 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693521-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>โชว์ตลกจากคู่เพื่อนซี้ที่ฮาจนเรียกว่าตับไตไส้พุงระบม มุกอะไร มีมไหน โฆษณาใหม่ เทรนด์อะไร รายการไหนหรือใครที่ฮิต ได้มัดรวมมาไว้ในโชว์นี้หมดแล้ว มุกถูกจริตจนตีอกชกหัวเบาะโยกตัวโยน เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆ คนถึงยอมบินไปดูสแตนด์อัพคอเมดี้ดีๆ ที่ต่างประเทศ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>เอาไปเลย เต็ม 5 กะโหลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. Death Fest เปลี่ยน 5th Avenue ในนิวยอร์กให้เป็นถนนผีหลอกคน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75413 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693527-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เหมือนมาก โปรดักชั่น Universal ทำเอาคิดว่าอยู่ที่นิวยอร์กจริงๆ แต่เดินๆ ไปทำไมมีแต่ผีเดทเมทัลมาตะคอกใส่ ขวัญเอ๊ยขวัญมา พอตั้งสติได้กลุ่มเราก็เริ่มสนุก กลายร่างเป็นชาวร็อกและตะโกนสู้เพื่อปลุกขวัญและกำลังใจ ก่อนจะต้องทุบหม้อข้าวเพื่อไปเข้าบ้านผีสิงหลังถัดไป</p>
<p>กี่กะโหลกดีล่ะโซนนี้ เรียกว่าซ้อมๆ เซิร์ฟๆ จะดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. Spirit Dolls พี่เห็นหนูด้วยเหรอคะ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75414 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693528-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เรื่องมีอยู่ว่าคุณแม่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเสียลูกไป ด้วยความเสียใจจึงกระโดดเข้ากองไฟไปเกิดเป็นดาวลูกไก่ เอาใหม่ๆ ทำไมไม่มีใครห้าม</p>
<p>เรื่องจริงคือเมื่อลูกเสียไป คุณแม่คนนี้จึงเอาเศษกระดูกของลูกไปใส่ในตุ๊กตาแต่ละตัว และตุ๊กตาเหล่านั้นก็มีชีวิตขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนี่คือบ้านผีสิงหลังแรกที่เข้าไปหรือเพราะโตมากับทั้งเรื่องเล่าผีไทยผีญี่ปุ่นจึงกลัวเป็นพิเศษ กรี๊ดๆ ไป เจอพื้นยวบ เดินๆ ไป ทะลุออกไปไร่ข้าวโพดเฉย<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>กลัวแล้วจ้าแม่ แม่อยากได้กี่กะโหลกก็เอาไป ให้อาภัสสรคนเดียวเลย ไม่แบ่งใคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75415 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693529-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75416 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693530-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. The Chalet Hauntings คดีอาชญากรรมหลอกวิญญาณหลอน</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75426 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693549-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>หลังนี้ขอเสียงปรบมืออย่างเกริกไกรให้กับเทคนิคพิเศษของบ้านที่ว่ากันว่ามีวัยรุ่น 5 คนหายตัวไปอย่างลึกลับ เทคนิคดียังไงอยากให้ซื้อตั๋วไปดูกันเอง แต่บอกได้เลยว่าสายสืบสวนสอบสวนกรี๊ดๆ อยู่ในใจจะตายไม่ตาย จะรอดไม่รอด จุดนั้นไม่ได้นึกถึงหน้าพ่อแก้วแม่แก้วแล้ว นึกถึงหน้าคุณอัยการฮวังชีมก จากซีรีส์ <em>Stranger</em> และผู้หมวดโฮราชิโอ เคน ใน <em>CSI Miami</em> เลยล่ะ มาช่วยหามออกไปที ก็บรรยากาศมันพาไป</p>
<p>กี่กะโหลกไม่แน่ใจ แต่กลิ่นคดีฆาตกรรมในบ้านหลังนั้นติดรองเท้าไปทั้งคืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75424 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693546-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75422 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693540-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3>5. ตายแล้วยังไม่ไปไหน ไป Death End</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75405 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668956-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ตายแล้วไปไหนไม่รู้ รู้แค่ว่าต้องมาโซนนี้ก่อน บรรยากาศเหมือนซ้อมตาย ซ้อมตกนรก เต็มไปด้วยผู้คุมวิญญาณเหมือนใน<em> แฮร์รี่ พอตเตอร์</em> แต่ไม่เจอยมบาล สุวรรณ หรือบัญชีหนังหมา เหมือนละครเย็นตอนเด็กๆ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อสไตล์ฝรั่ง ชอบที่ให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่าหลักร้อยโคราชแต่โปรดักชั่นระดับ Universal Studios ประทับใจ</p>
<p>คนเรากลัวความตายกันเพราะไม่รู้ว่าหน้าตาหลังจากนั้นจะเป็นยังไง เราต้องไปที่ไหนใช่ไหม ต่อไปนี้อุ่นใจ ไม่กลัวแล้วว่าชีวิตหลังความตายหน้าตาเป็นยังไง เพราะคนแบบฉันนั้นตายไปตกนรกแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75419 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693535-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>6. Twisted Clown University มหาวิทยาลัยนี้มีแต่ตัวตลกร้ายๆ</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75411 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693525-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>หลังนี้ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยตามชื่อ หรือคณะละครสัตว์อย่างเบื้องหน้า แต่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์มือสังหารในคราบตัวตลก กลิ่นสายไหมหอมดี สีสันสดสวย ตกใจแต่ไม่กลัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75420 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693536-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75421 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693537-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>7. Death Fest Live &amp; Show เทศกาลแห่งความตายที่ &#8216;คนเป็น&#8217; เชียร์อย่างออกรส</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75403 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668954-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>ใครจะไปรู้ว่าเนื้อแท้เป็นชาวร็อกและชอบดนตรีเดทเมทัล ขบวนพาเหรดที่ฉ่ำสมิหลาสงขลาปัตตานีแฟนตาซีภูเก็ตบนโซนนิวยอร์กนี้มันจนโยกหัวตามแบบเสียจริต ความพีคอยู่ที่ผี Ariana Grande ห้อยโหนโจนทะยานเป็นแม่นางอึ้งย้งจาก <em>มังกรหยก</em> นี่มันคอนเสิร์ตเดทเมทัลดีๆ นี่เองคุณ</p>
<p>ที่สำคัญ เจออาชีพในฝันใหม่แล้ว นั่นคือการเป็นนักแสดงในพาเหรดนี้ รัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75404 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76668955-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75423 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693545-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>8. Curse of the Naga คำสาปงูยักษ์</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75400 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9795.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75391 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3337.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p>ชอบสตอรี่บ้านหลังนี้มาก กินเลือดงูลบหลู่ดูหมิ่นใช่ไหม ได้ ฉันจะสาปแก! พวกเจ้าจงตกลงไปในโลกของนาค และนี่คือบ้านผีสิง Curse of The Naga <a href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">ที่ออกแบบโดย โอ๋ ภาคภูมิ และกอล์ฟ เจ้าพ่อหนังผีแห่ง GDH</a> โปรไฟล์ขนาดนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอแบบ literally ดีแบบต้องคลานออกมาเลยจ้าพี่ อีคำแก้วเป็นงูไหมไม่รู้ แต่อีคนเขียนเป็นเข่าอ่อน สมกับเป็นบ้านผีสิงไฮไลต์ของปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75396 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3354.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75401 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/LH0A9813.gif" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p>พร็อพเลิศ เทคนิคแพรวพราว คอสตูมเด่น การแสดงดี ดุจดาว บีฟลอร์ บอย–ถกลเกียรติ สลับกันไปมาเลยพี่เอ๊ย</p>
<p>เรื่องกี่กะโหลกไม่ต้องพูดถึง เพราะหลังจากนี้คุณจะกินปลาและเบคอนไม่ได้ไปอีกหลายวัน ร้องไห้แล้วตอนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75394 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3350.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75397 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3359.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75395 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/IMG_3351.gif" alt="" width="675" height="506" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>9. Hell Block 9 คุกหมายเลข 9</h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75410 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693524-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>บ้านหลังนี้คือศูนย์รวมความเอะอะ กระทำความตกใจเก่ง เรียกว่าหลับตาจับไหล่เพื่อนคนข้างหน้าให้มันพาเดิน เรามีหน้าที่กรี๊ดอย่างเดียว แล้วค่อยออกมานั่งดมยายาวๆ ไปเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-75406 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519.jpg 1568w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/S__76693519-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เอาจริง ไปให้ผีหลอกน่ะสนุก เชียร์ให้ไป มีวันพีควันไม่พีค ลองไปส่องๆ และจองได้ที่ <a href="https://www.halloweenhorrornights.com.sg">halloweenhorrornights.com.sg</a></p>
<p>แต่เจอคนหลอกกลับกลอกไม่จริงใจนี่ไม่สนุก บ้าจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>ขอขอบคุณรูปจาก </em><a href="https://www.rwsentosa.com/en"><em>rwsentosa.com</em></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/halloween-horror-nights-9/">รีวิวบ้านผีสิงที่ Universal Studios สิงคโปร์ โดยคนกลัวผี ไม่ฟังไม่ดูหนังผี แต่ชอบเข้าบ้านผีสิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[น้ำปาย ไชยฤทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Oct 2019 14:45:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[จีทีเอช]]></category>
		<category><![CDATA[GDH 559]]></category>
		<category><![CDATA[บอดี้..ศพ#19]]></category>
		<category><![CDATA[gdh]]></category>
		<category><![CDATA[Curse of the Naga]]></category>
		<category><![CDATA[GTH]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านผีสิง]]></category>
		<category><![CDATA[โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[กอล์ฟ กัญจน์ ภูริจิตปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[Halloween Horror Nights 2019]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Singapore]]></category>
		<category><![CDATA[ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ]]></category>
		<category><![CDATA[จีดีเอช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=74250</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต่อให้ไม่ใช่คนชอบดูหนังผี เราก็เชื่อว่าคุณต้องรู้จักหนังผีไทยของค่าย GTH และ GDH แน่ๆๆ่นนแ่แ่แ น ๆน สาปนาคา ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, บอดี้..ศพ#19, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง และ พี่มาก..พระโขนง คือตัวอย่างเพียงจำนวนหนึ่งของหนังเหล่านั้น นอกจากความหลอนระดับต้องนอนเปิดไฟไปหลายวัน หนังผีจากค่ายนี้ยังมีดีที่พล็อตแปลกใหม่ เนื้อเรื่องน่าติดตาม แถมบางเรื่องยังแฝงประเด็นทางสังคมไว้ให้ขบคิดจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่หลายครั้ง หลายเรื่องทำรายได้ทะลุร้อยล้านบาทและประสบความสำเร็จไปถึงต่างประเทศ ทำให้หนังผีไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วเอเชีย เพราะอย่างนี้ เมื่อรู้ว่าสองผู้กำกับหนังผีค่าย GDH อย่าง โอ๋–ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ และ กอล์ฟ–กัญจน์ ภูริจิตปัญญา จับมือกันทำบ้านผีสิง ‘Curse of the Naga’ หรือ ‘สาปนาคา’ สุดอลังการในเทศกาล ‘Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9’ ของ Universal Studios Singapore เราจึงไม่รอช้านัดพวกเขามาคุยกันอย่างรวดเร็ว ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผลงานกำกับของทั้งคู่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผีทั้งสิ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้ไม่ใช่คนชอบดูหนังผี เราก็เชื่อว่าคุณต้องรู้จักหนังผีไทยของค่าย GTH และ GDH แน่ๆ</span><span style="display: none;">ๆ่นนแ่แ่แ น ๆน สาปนาคา</span></p>



<p><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, แฝด, บอดี้..ศพ#19, สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง </span></i><span style="font-weight: 400;">และ </span><i><span style="font-weight: 400;">พี่มาก..พระโขนง</span></i><span style="font-weight: 400;"> คือตัวอย่างเพียงจำนวนหนึ่งของหนังเหล่านั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากความหลอนระดับต้องนอนเปิดไฟไปหลายวัน หนังผีจากค่ายนี้ยังมีดีที่พล็อตแปลกใหม่ เนื้อเรื่องน่าติดตาม แถมบางเรื่องยังแฝงประเด็นทางสังคมไว้ให้ขบคิดจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่หลายครั้ง หลายเรื่องทำรายได้ทะลุร้อยล้านบาทและประสบความสำเร็จไปถึงต่างประเทศ ทำให้หนังผีไทยเป็นที่ยอมรับไปทั่วเอเชีย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่างนี้ เมื่อรู้ว่าสองผู้กำกับหนังผีค่าย GDH อย่าง </span><b>โอ๋–ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>กอล์ฟ–กัญจน์ ภูริจิตปัญญา </b><span style="font-weight: 400;">จับมือกันทำ<a href="https://adaymagazine.com/the-hardest-brief-ep-04/" target="_blank" rel="noopener">บ้านผีสิง</a> ‘Curse of the Naga’ หรือ ‘สาปนาคา’ สุดอลังการในเทศกาล ‘Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9’ ของ Universal Studios Singapore เราจึงไม่รอช้านัดพวกเขามาคุยกันอย่างรวดเร็ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74256" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-p-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผลงานกำกับของทั้งคู่ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับผีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">แฝด</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของโอ๋ และ </span><i><span style="font-weight: 400;">บอดี้..ศพ#19</span></i><span style="font-weight: 400;"> ของกอล์ฟ รวมไปถึง </span><i><span style="font-weight: 400;">สี่แพร่ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">ห้าแพร่ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่ทั้งคู่ลงมือกำกับกันคนละตอน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ นอกจากหนัง ทั้งคู่ยังเชี่ยวชาญเรื่องบ้านผีสิงด้วย เริ่มจากการช่วยกันดัดแปลง </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ</span></i><span style="font-weight: 400;"> ให้เป็นบ้านผีสิงในงาน Grammy Wonderland เมื่อ 7 ปีก่อน, นำหนังผีไทยของ GTH ไปทำบ้านผีสิงที่เกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ หรือครั้งที่กอล์ฟนำหนังเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ, พี่มาก..พระโขนง</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Countdown</span></i><span style="font-weight: 400;"> ไปทำบ้านผีสิงสุดหลอนที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะมีประสบการณ์กับผีมาอย่างโชกโชน แต่โอ๋และกอล์ฟออกปากว่า Curse of the Naga คือบ้านผีสิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยสร้าง ตั้งแต่ดีกรีการเป็นบ้านผีสิงหลังใหญ่ที่สุดในเทศกาลปีนี้ การต้องคิดเรื่องราวขึ้นมาใหม่แทนการใช้พลอตหนังผีที่มีอยู่แล้ว ไหนจะได้ร่วมงานกับบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Universal Studios อีก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ใครกลัวผี เราขอสปอยล์ไว้ตรงนี้ว่าไม่ต้องหวาดหวั่นไป เพราะเรื่องราวการสร้างบ้านผีสิงแห่งนี้ไม่ได้ขนหัวลุก แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เรื่องสนุกๆ และความฝันของโอ๋และกอล์ฟที่บ่มเพาะมาเกือบสิบปี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าพร้อมแล้ว เชิญก้าวเข้ามาในบ้านผีสิงของพวกเขาไปพร้อมๆ กัน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74260" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เปิดประตูบ้านผีสิง (คโปร์)</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่โปรเจกต์บ้านผีสิงที่สิงคโปร์ครั้งแรกของเรา เพราะ 6-7 ปีก่อน เราเคยไปทำบ้านผีสิง Spooktacular ที่เกาะเซนโตซา ประเทศสิงคโปร์ โดยแปลงจากหนัง GTH (เช่น <i>เด็กหอ</i>, </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, บอดี้..ศพ#19 </span></i><span style="font-weight: 400;">ฯลฯ) ทำกับเขาอยู่ประมาณ 2-3 ปี&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงนั้น ผมได้รู้จัก Halloween Horror Nights ของสวนสนุก Universal Studios Singapore ซึ่งเขาแปลงสวนสนุกให้กลายเป็นบ้านผีสิงทั้งสวนเลย ไปแล้วผมประทับใจมากเพราะได้เล่นเครื่องเล่นด้วย ได้เล่นบ้านผีสิงด้วย ระหว่างทางในสวนสนุกก็มีของตกแต่งที่ทำให้เรากลัวและตกใจได้ตลอดทาง เช่น เดินๆ อยู่แล้วก็มีผีโผล่มาในความมืด ซึ่งเขาทำสำเร็จ คือเราเป็นผู้กำกับหนังผี เราจะด้านชา ไม่กลัวอะไรง่ายๆ (หัวเราะ) แต่ว่าด้วยจังหวะ ด้วยความตั้งใจของนักแสดง ผมเผลอร้องออกมาเสียงดังหลายหนมาก จนรู้สึกว่างานนี้เป็นต้นแบบของบ้านผีสิง เราเคยคุยกันเล่นๆ เหมือนกันนะว่าอยากทำบ้านผีสิงกับที่นี่ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74259" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74258" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> พอโอ๋มาเล่าให้ฟังว่ามันสนุกมาก หลังจากนั้นเราก็ไปงานนี้ทุกปี บินไปคืนหนึ่งแล้วก็กลับ ซึ่งนอกจากความสนุก สิ่งที่เราชอบคืองานโปรดักชั่น คือเข้าไปแล้วรู้สึกว่าบ้านผีสิงเปิดให้เล่นแค่เดือนเดียว เขาทำกันขนาดนี้เลยเหรอวะ เช่น ปีแรกที่เราไปกับโอ๋ มีบ้านผีสิงชื่อ Adrift ที่มีคอนเซปต์เป็นเรือไททานิกใต้ทะเล เดินเข้าไปห้องแรกก็เข่าอ่อนแล้วว่าเขาทำขนาดนี้เลยเหรอ (หัวเราะ) มันเหมือนเราอยู่ในเรือไททานิกจริงๆ เลย มีหน้าปัด มีเข็มไฮโดรลิก มีน้ำยิงปุ้งปั้งๆ ชาวบ้านเขาจะเดินหลบๆ กลัวๆ กัน พวกผมจะเดินไปเคาะผนังแล้วคุยกันว่า โห เขาทำผนังดีว่ะ (หัวเราะ)</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละปีบ้านผีสิงเขาก็ต่างกันออกไป มีผีอินโดนีเซีย ผีมาเลเซีย เดี๋ยวก็มีผีญี่ปุ่น เราก็คุยกันว่าทำไมไม่มีผีไทยบ้างนะ หนังผีไทยก็ดังในสิงคโปร์ด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แต่อยู่ดีๆ เมื่อต้นปี Universal Studios Singapore ก็ติดต่อผ่าน GDH มาว่าอยากให้เราไปทำบ้านผีสิง ตอนแรกเขาอยากให้โต้ง (บรรจง ปิสัญธนะกูล) ทำกับโอ๋ เพราะสองคนนี้กำกับ </span><i><span style="font-weight: 400;">ชัตเตอร์ฯ </span></i><span style="font-weight: 400;">ด้วยกัน แล้วพอดีโต้งไม่ว่างก็เลยออกมาเป็นเรากับโอ๋</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> จริงๆ ผมว่าเราก็เป็นคู่ที่ถูกต้องนะ เพราะว่าเราทำบ้านผีสิงด้วยกันมา เริ่มต้นกันมาสองคน ทุกงานที่เกี่ยวกับประสบการณ์ผีๆ เราก็ทำด้วยกันมาตลอด</span></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b><strong>ออกแบบแปลนบ้านด้วยเรื่องราว</strong></b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้คู่หูที่ลงตัว โอ๋และกอล์ฟจึงเริ่มลงมือสร้างบ้าน ด้วยกระบวนการที่พวกเขาบอกว่าไม่ต่างอะไรกับการทำหนังใหม่สักเรื่อง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> จริงๆ กระบวนการคิดบ้านผีสิง Curse of the Naga มันยากเหมือนกันนะ เพราะที่ผ่านมาเราทำบ้านผีสิงจากคอนเทนต์คือหนัง คนที่มาเล่นบ้านผีสิงเหล่านั้นเขารู้เรื่องราวเบื้องหลังอยู่แล้ว แต่งานนี้เราต้องสร้างเรื่องราวใหม่ นั่นแปลว่ามันยากกว่าเดิมเยอะ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายมันก็มาจบที่แนวคิดว่าเราทำบ้านผีสิงเหมือนการทำหนังดีกว่า คือทำสคริปต์ วางโครงเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมา เพราะจากที่ทำบ้านผีสิงและเล่นบ้านผีสิงมา เราค้นพบว่าบ้านไหนมีธีม มีเรื่องราว เราจะสนุกกับมัน ส่วนบ้านไหนมีแต่ห้องและผีโผล่มาหลอกๆ มันจะได้แค่ความตกใจ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ตอนแรกเราแยกกันไปคิด เราก็พยายามคิดว่าอะไรคือสถานที่ที่จะรวมความเป็นไทยไว้ได้เยอะๆ ก็เลยคิดถึงพิพิธภัณฑ์ของโบราณ พอเอามาบอกกอล์ฟ กอล์ฟบอกว่า ‘ไม่น่าดีนะ’ (หัวเราะ) ผมเข้าใจเขานะ เพราะความเป็นมิวเซียมมันซับซ้อน แต่บ้านผีสิงมันควรเป็นอะไรที่เรียบง่าย คนเข้าไปแล้วรู้เรื่องได้เลย ก็มาสรุปว่าเรื่องราวจะเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องสากลที่สุดแล้ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74262" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3.jpg" alt="Curse of the Naga" class="wp-image-74261" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> พอได้เรื่อง เราก็คิดถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวว่ามาถึงเมืองไทยแล้วเขาต้องไปที่ไหนกัน เราก็คิดถึงถนนข้าวสาร คิดถึงเรื่องสตรีทฟู้ด เรารู้สึกว่า เฮ้ย เรื่องนี้กำลังมาเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ตอนนั้น เราไปเสิร์ชเจอว่าคนต่างชาติชอบทำอะไรที่ exotic แปลกๆ ประหลาดๆ เช่น กินยาดอง กินเลือดงู มาเมืองไทยแล้วต้องลองของ เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันเจ๋งดีนะ มันเป็นเรื่องที่ที่อื่นไม่ค่อยมี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เราทำงานเหมือนเขียนบทภาพยนตร์ คือใส่เรื่องว่าคนเดินเข้าไปแล้วเขาจะรับรู้อะไร แล้วค่อยๆ ไล่กราฟอารมณ์ขึ้นไป อย่างเรื่องนี้เราตีความว่างูที่ถูกจับเอามากรีดเลือดเป็นงูต้องคำสาป พอนักท่องเที่ยวดื่มเลือดงูเข้าไปก็เกิดอาการมึนเมา สลบ ตื่นมาอีกทีไปอยู่ในหมู่บ้านลับแลกลางป่า และต้องผจญภัยในนั้น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4.jpg" alt="Curse of the Naga" class="wp-image-74272" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตกแต่งภายในด้วยรูป รส กลิ่น เสียง และเครื่องเล่นพิเศษ</strong></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้เรื่องราวแล้ว (ซึ่งขออุบไว้เป็นความลับ) สองผู้กำกับจึงส่งพล็อตทั้งหมดให้ทาง Universal ซึ่งเปิดไฟเขียวอย่างรวดเร็ว ขั้นต่อมา พวกเขาจึงบินไปประชุมใหญ่ถึงสิงคโปร์เพื่อตีความตัวอักษรบนหน้ากระดาษให้ออกมาเป็นองค์ประกอบในโลกแห่งความเป็นจริง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> สิ่งที่การทำบ้านผีสิงไม่เหมือนการทำหนังคือการตีความเรื่องออกมาเป็นประสบการณ์จริงๆ อย่างบ้าน Curse of the Naga หรือ สาปนาคา เวลาเดินเข้าไป เราก็ออกแบบให้มีพิธีกรรมดื่มเลือดงูก่อน เป็นน้ำที่มีสีเพื่อให้คนอินจริงๆ หรือที่ในบทเขียนว่านักท่องเที่ยวมึนงงและสลบไป เราก็ต้องออกแบบว่าเครื่องเล่นที่จะทำให้คนรู้สึกมึนงงจะเป็นเครื่องเล่นอะไร ซึ่งเราก็ใช้ประสบการณ์จากที่เคยทำบ้านผีสิงมานั่นแหละเลือกเครื่องเล่นและเอฟเฟกต์ต่างๆ แต่บางอย่าง Universal ก็เสนอกลับมา เช่น เทคนิคโปรเจกชั่นแมปปิ้ง เผอิญเขาไปเห็นผมทำ KAAN Show ที่พัทยาแล้วใช้เทคนิคนั้น เขาก็บอกว่าไอเห็นของยูทำ เอาอันนี้มาได้ไหม เราก็บอกว่าเอาเลยๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74274" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิงงง-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> สิ่งที่เราชอบเวลาทำงานคือเขาไม่เคยปฏิเสธเราเวลาเอาไอเดียไปขาย พอเขาคิดหรือดีไซน์อะไรกลับมามันต่อยอดงานออกไปเยอะมาก เหมือนทำงานภาษาเดียวกันแล้วเราต่อยอดกันได้ ก็เลยทำให้การทำงานยิ่งสนุกมาก ที่ผ่านมาบ้านผีสิงที่เราทำเองมันจะมีความ DIY ดิบๆ บ้านๆ นิดหนึ่ง (หัวเราะ) เราต้องเข้าไปทำเอง ลงมือเอง สาดสีเอง ทำฉากเอง แต่พอมีคนระดับมืออาชีพมาซัพพอร์ตมันต่อยอดไปได้ดีขึ้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เขาถามถึงขั้นว่างูต้องเป็นประเภทไหน ชนิดไหน หน้าตาเป็นยังไง เขาจะได้ไปเลือกชนิดของผ้า ชนิดของผนัง ว่าหนังงูจะต้องเป็นแบบนี้นะ จับแล้วจะต้องรู้สึกว่าเป็นเกล็ดงู เขาเอามาให้ลองหมดเลย ไม่ทิ้งดีเทลเล็กๆ น้อยๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27.jpg" alt="" class="wp-image-74267" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31.jpg" alt="" class="wp-image-74266" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> นอกจากเซตติ้ง เราต้องออกแบบอย่างอื่นด้วย ทั้งจุดที่ผีจะโผล่ออกมา ทางเดินหลังบ้านที่เป็นทางเชื่อมให้ผีวิ่งได้ ออกแบบซาวนด์ ซึ่งสำคัญไม่แพ้เซตเลยเพราะบรรยากาศรอบข้างคือสิ่งที่ทำให้คนจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลองคิดว่าเดินเข้าไปแล้วไม่มีเสียง หรือเปิดเพลงจัสติน บีเบอร์ มันก็ไม่ได้ (หัวเราะ)&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> การทำบ้านผีสิงมีความเป็น 3 มิติมากกว่าการทำหนัง เช่น ในโรงหนังไม่มีกลิ่น แต่ในบ้านผีสิงมีกลิ่นธูป มีประสบการณ์เหมือนเราเข้าไปในสถานที่นั้นจริงๆ ซึ่งหนังทำแบบนี้ไม่ได้ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เช่น ผนังจับไปเป็นงู มีกลิ่นธูป มีนักแสดงที่โผล่มาใกล้เราจริงๆ เป็นสิ่งที่ภาพยนตร์ให้เราไม่ได้ขนาดนั้น</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> กลิ่นก็เป็นเรื่องสำคัญ สมัยก่อนเวลาทำบ้านผีสิง กลิ่นยอดฮิตเลยคือพวกกลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นไฮเตอร์​ สำหรับพวกโรงพยาบาลผี ส่วนตอนออกแบบงานนี้ เขาจะคิดมาว่าห้องนี้กลิ่นจะเป็นแบบนี้นะ เช่น กลิ่นไม้หอม บางทีเราก็จะบอกว่าตรงนี้มีศาลพระภูมิ แน่นอนว่าต้องมีกลิ่นธูป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่นับเรื่องการดีไซน์ สิ่งที่เราต้องออกแบบยังมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก วัสดุที่เราใช้ แสงเงาที่เราดีไซน์ มันต้องมืดแต่คนเดินต้องมองเห็น อุปกรณ์ก็ห้ามบาดคนนะ ระบบอากาศด้านในต้องทำให้หายใจสะดวก เหมือนการออกแบบบ้านที่เราอยู่ต้องมีการดีไซน์ฟังก์ชั่น บ้านผีสิงก็เหมือนกัน</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10.jpg" alt="" class="wp-image-74263" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>ความเป็นไทยคือหัวใจของบ้าน</b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนที่โลดแล่นในวงการบ้านผีสิงมานานอย่างโอ๋และกอล์ฟ และมีเป้าหมายคือการได้ออกแบบบ้านผีสิงให้ Univeresal Studios Singapore การได้โอกาสทำงานครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการติดทีมชาติ ที่ต้องพาความเป็นไทยและผีแบบไทยๆ ไปเฉิดฉายในเวทีโลกให้สมศักดิ์ศรี</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ผมว่าอันนี้มันเป็นงานระดับชาติ (หัวเราะ) เพราะงานมีสเกลใหญ่กว่าบ้านผีสิงทุกๆ บ้านที่เราเคยทำมา การดีไซน์ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่เราเคยดีไซน์มา ถ้าเป็นฟุตบอลก็เป็นเหมือนทีมชาติไทยที่ได้เข้ามาทำงานที่ Universal</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เพราะเป็นบ้านผีสิงของไทย มันเหมือนเรายกประเทศไทยย่อมๆ ไปไว้ตรงนั้นเลย ตั้งแต่สตรีทฟู้ด ตลาด เลือดงู ในป่าเราก็ดีไซน์ให้มีหมู่บ้านแบบไทยๆ มีศาลพระภูมิ มีอะไรที่ exotic ที่ฝรั่งเห็นแล้วรู้ว่านี่คือประเทศไทย แต่ก็ปรับบางอย่างให้ดูน่ากลัวขึ้น</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13.jpg" alt="สาปนาคา" class="wp-image-74269" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11.jpg" alt="" class="wp-image-74270" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> เราทำการบ้าน จับเกร็ดความน่ากลัวแบบไทยๆ จากหนังมาใช้เหมือนกันนะ เช่น ซาวนด์เอฟเฟกต์ เสียงไม้เดินเอี๊ยดอ๊าดในหนังผีไทย มันไม่มีในบ้านผีที่อื่นเพราะมันเป็นปูนหมด แต่บ้านผีไทยมันเป็นไม้ เสียงหมาหอนแบบไทยๆ เสียงจิ้งหรีด อะไรที่มันเป็นไทย เสียงแวดล้อมแบบไทยๆ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เพลงประกอบก็จะเป็นของไทยล้วนๆ เลย เราแต่งขึ้นมาใหม่หมด บางเพลงก็ดัดแปลงมาจากเพลงสวดโบราณ อย่างเช่นการสวดภาณยักษ์ เราไปนั่งฟังแล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวเหมือนกันนะ เราก็ดัดแปลงฟีลลิ่งของการสวดภาณยักษ์เอามาใช้ในบ้านผีด้วย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ทีม Universal เขาก็จริงจังมากกับการสร้างความเป็นไทย เขามีทริปมาหาพร็อพในเมืองไทยด้วยนะ มาซื้อผ้าแดง ผ้าเขียว กระถางธูป องค์ประกอบไทยๆ ซื้อแล้วเขาก็จะส่งมาเช็กว่าถูกต้องไหม สิ่งนี้คนไทยกลัวหรือเปล่า หรือคนไทยนับถือหรือลบหลู่ไหม เพื่อความถูกต้อง ไม่ให้เกิดความขัดแย้งในแง่วัฒนธรรม และทำให้คนที่เข้าไปรู้สึกว่าเป็นบ้านผีสิงไทยจริงๆ เป็นคนไทยทำ ไม่ใช่คนชาติอื่นทำ ทั้งฉาก เสียง เพลง ทุกอย่างมันไทยจริงๆ เพราะมันมาจากคนไทยคือพวกเรา</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17.jpg" alt="" class="wp-image-74275" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> ที่สำคัญบางอย่างที่เป็นความเชื่อหรือเราอาจจะไปลบหลู่เราก็ต้องระวังและเอาแค่รากเหง้าความเป็นไทยมาบิดเป็นอย่างอื่น เช่น ชุดนางรำ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นของมีครู เราก็เอาแค่ฟอร์มโจงกระเบนมาดัดแปลง ต่อยอดจากรากเหง้า เพราะถ้าเอาออริจินอลมา เรามั่นใจว่าจะมีบางคนที่ซีเรียส</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> แต่ผมว่าบิดแล้วมันยิ่งกลายเป็นดีนะ เหมือนเราได้คิดของใหม่ คิดสิ่งที่น่าสนใจกว่า ดีกว่าเราไปก๊อปของไทยแบบเป๊ะๆ เพราะเวลาเราทำหนังผี เราจะอิงกับตรรกะ อิงความเป็นไปได้ ความน่ากลัว แต่พอไปอยู่ใน Universal มันเป็นสวนสนุก เราค้นพบว่ามันมีความแฟนตาซี ความเวอร์วังอะไรบางอย่างอยู่ที่ต้องเพิ่มเข้าไป เพราะถ้ามันสมจริงเสียเกินไปผมว่ามันก็อาจจะไม่สนุก มันน่าจะมีอะไรที่เวอร์ๆ หน่อย</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30.jpg" alt="" class="wp-image-74257" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><b>บ้านผีสิงไทยที่ต้อนรับคนทั้งโลก</b></h3>



<p><span style="font-weight: 400;">ถึงจะเป็นบ้านผีสิงไทย แต่เมื่อไปปรากฏที่ Universal Studios Singapore พวกเขาต้องออกแบบให้คนต่างชาติต่างภาษาเข้าถึงความน่ากลัวแบบไทยๆ ได้ ซึ่งทั้งคู่บอกว่าไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อผีไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอยู่แล้ว</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> เวลาเราไปเทศกาลหนังต่างประเทศ เราจะเช็กฟีดแบ็กจากคนดูว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเชื่อมโยงกับหนังของเรา ส่วนใหญ่เขาจะบอกว่าความน่ากลัวของผีไทยคือประเทศเราเชื่อเรื่องเวรกรรม ถ้าทำผิดคือเวรกรรมตามมาแน่นอน ถ้าเป็นในมุมเรื่องผี เวลาคุณทำผิดแล้วไม่มีใครรู้ แต่วิญญาณรู้ อย่างวิญญาณผีเมืองนอกมันเป็นซาตาน เป็นเรื่องการบูชายัญ มันไม่ใช่เรื่องมนุษย์ แต่ผีไทยมันคือความเป็นมนุษย์จริงๆ เหมือนเราทำอะไรไม่ดีเราก็ไม่สบายใจกับตัวเองแล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับคนทั้งโลก</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="450" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14.jpg" alt="" class="wp-image-74493" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-x-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอ๋ :</strong> ผมว่าความน่ากลัวของผีไทยเป็นที่เลื่องลือของคนในภูมิภาคอยู่แล้ว ในเมื่อเราเอาความเป็นผีไทยมาใช้ขนาดนี้คนน่าจะเข้าถึงได้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กอล์ฟ :</strong> อีกอย่าง บ้านผีสิงหลายที่มันน่ากลัวเกินไป เช่น พวกที่เขาเอาบ้านร้าง หรือโรงพยาบาลร้างมาทำ แต่กับงานนี้ หลังจากที่โอ๋พาไปปีแรกผมก็ไปงานนี้ทุกปี เพราะเรารู้สึกว่ามันพิเศษ หาไม่ได้จากที่ไหน และการเล่นบ้านผีสิงแบบนี้มันต่างจากการเล่นที่อื่น เพราะเราเข้าไปกับเพื่อน เราไปเสพอาร์ต เสพโปรดักชั่นสนุกสนาน และทุกครั้งที่ผีออกมาหลอกเรา หลังการหลอกเราจะหัวเราะทันที เพราะเรารู้ว่าคนที่ออกมาหลอกเรามันก็คนนั่นแหละ พอเราตกใจเราก็จะหัวเราะ นั่นก็แปลว่าถ้าไปกับเพื่อน กับแฟน มันก็สนุกแน่นอน มันจะเป็น scary fun วิ่งออกมาจากบ้านผีแล้วจะหัวเราะแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="450" height="675" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6.jpg" alt="" class="wp-image-74276" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/บ้านผีสิง-The-Naga-6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><i>Halloween Horror Nights ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ Universal Studios Singapore ระหว่างวันที่ 27 กันยายน &#8211; 31 ตุลาคม 2562 (16 คืนเท่านั้น)</i></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/curse-of-the-naga/">Curse of the Naga : เมื่อ 2 ผู้กำกับหนังผีไทยไปออกแบบบ้านผีสิงที่สิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</title>
		<link>https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอื้อบุญ จงสมชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Sep 2019 10:52:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ความทรงจำ]]></category>
		<category><![CDATA[Kavich Neang]]></category>
		<category><![CDATA[ตึกขาว]]></category>
		<category><![CDATA[เขมรแดง]]></category>
		<category><![CDATA[Khmer Rouge]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[White Building]]></category>
		<category><![CDATA[Documentary Club]]></category>
		<category><![CDATA[Last Night I Saw You Smiling]]></category>
		<category><![CDATA[documentary]]></category>
		<category><![CDATA[หนังกัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับ]]></category>
		<category><![CDATA[คาวิค เหนียง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสารคดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71540</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันไม่ใช่คนชอบกลับบ้าน และไม่เคยคิดอยากกลับไปทำอะไรที่บ้าน อาจฟังดูเป็นคนใจหิน แต่หากไม่มีใครตายหรือไม่มีงานแต่งงานญาติหรือเพื่อนสนิท ในหนึ่งปีฉันเองก็คงไม่ได้กลับบ้าน หรือถ้าจะอยากกลับเองก็เพียงปีละหนสองหน ด้วยพ่อก็เข้าใจว่า when we grow, we grow apart. ส่วนแม่ก็บอกอยู่เสมอว่าพวกเธอนี่มันมีหัวใจอันเป็นอิสระ แต่เอาจริงๆ เขาก็คิดถึงแหละ ตั้งแต่อายุ 18 ปี ฉันจึงคิดแค่ว่าตัวเองต้องหนีไปให้ไกลเสียจากบ้าน เลือกมหาวิทยาลัยที่ไกลบ้านให้มากที่สุด และด้วยความทะเยอทะยาน ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไปที่บ้านแน่ๆ ด้วยความเหลื่อมล้ำ งานที่อยากทำก็เป็นงานที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จากหอพักสู่หอพัก จากอพาร์ตเมนต์สู่อพาร์ตเมนต์ และด้วยความที่ต้องย้ายอยู่บ่อยๆ ทั้งเหตุผลทางการเรียน การงาน ไปจนเหตุผลด้านชีวิต ฉันจึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพียงแค่ 2 ปี 3 ปี ยาวๆ หน่อยก็ 5 ปีค่อยย้าย สำหรับฉัน ที่พักเหล่านั้นจึงเป็นเพียงที่กำบัง เป็นแค่ตึก ประตู ผนัง ฝ้า เพดาน เตียง และตู้  ฉันจึงยิ่งไม่คาดหวังอะไรเมื่อไปดูหนังสารคดีเรื่อง Last Night I Saw You [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/">เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉันไม่ใช่คนชอบกลับบ้าน และไม่เคยคิดอยากกลับไปทำอะไรที่บ้าน</p>
<p>อาจฟังดูเป็นคนใจหิน แต่หากไม่มีใครตายหรือไม่มีงานแต่งงานญาติหรือเพื่อนสนิท ในหนึ่งปีฉันเองก็คงไม่ได้กลับบ้าน หรือถ้าจะอยากกลับเองก็เพียงปีละหนสองหน ด้วยพ่อก็เข้าใจว่า when we grow, we grow apart. ส่วนแม่ก็บอกอยู่เสมอว่าพวกเธอนี่มันมีหัวใจอันเป็นอิสระ แต่เอาจริงๆ เขาก็คิดถึงแหละ</p>
<p>ตั้งแต่อายุ 18 ปี ฉันจึงคิดแค่ว่าตัวเองต้องหนีไปให้ไกลเสียจากบ้าน เลือกมหาวิทยาลัยที่ไกลบ้านให้มากที่สุด และด้วยความทะเยอทะยาน ไม่เด่นไม่ดังจะไม่หันหลังกลับไปที่บ้านแน่ๆ</p>
<p>ด้วยความเหลื่อมล้ำ งานที่อยากทำก็เป็นงานที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ จากหอพักสู่หอพัก จากอพาร์ตเมนต์สู่อพาร์ตเมนต์ และด้วยความที่ต้องย้ายอยู่บ่อยๆ ทั้งเหตุผลทางการเรียน การงาน ไปจนเหตุผลด้านชีวิต ฉันจึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพียงแค่ 2 ปี 3 ปี ยาวๆ หน่อยก็ 5 ปีค่อยย้าย</p>
<p>สำหรับฉัน ที่พักเหล่านั้นจึงเป็นเพียงที่กำบัง เป็นแค่ตึก ประตู ผนัง ฝ้า เพดาน เตียง และตู้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71546 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69255344_2234133006697846_3037469501013622784_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ฉันจึงยิ่งไม่คาดหวังอะไรเมื่อไปดูหนังสารคดีเรื่อง <em>Last Night I Saw You Smiling</em> หนังที่บันทึกการย้ายออกจากตึกขาว หรือที่เรียกกันว่า White Building ของชาวพนมเปญ เพราะมันก็น่าจะแค่เรื่องการย้ายออกหรือป่าววะ แพ็กของ ย้ายที่อยู่ อันแพ็ก น่าเบื่อจะตายไป</p>
<p>แต่สิ่งที่ทำให้ฉันไปดูเพราะนี่เป็นหนังจากผู้กำกับชาวกัมพูชา <a href="https://www.imdb.com/name/nm6371718/" target="_blank" rel="noopener"><b>Kavich Neang</b></a> ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จักเขา แต่พอได้ยินว่าเป็นหนังกัมพูชาทีไรในใจมักบอกว่าเธอจงไปดู และถ้าไม่นับการไปดูหนังที่เพื่อนกำกับหนึ่งเรื่องรวมไปด้วย นี่คือการเข้าโรงหนังครั้งแรกของฉันในรอบ 5 เดือน</p>
<p>เมื่อหนัง และ Q &amp; A จบลง ฉันตัดสินใจในทันทีว่านี่คือหนังที่ตัวเองชอบที่สุดในปีนี้ และคิดอยู่อย่างเดียวว่า ยังไงก็ต้องคุยกับผู้กำกับคนนี้ให้ได้</p>
<p>โชคดีที่วันรุ่งขึ้นฉันได้คิวคุยกับคาวิค และเมื่อเราเจอกัน ฉันบอกเขาในทันทีว่านี่คือหนังเรื่องโปรดแห่งปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71570 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-1-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลกใจเหมือนกันที่หลังจากดูเสร็จแล้วสะเทือนอารมณ์มาก</b><b> </b><b>ทั้งที่ตึกขาวก็ไม่ใช่บ้านตัวเอง</b><b> </b><b>เลยอยากถามคุณว่า</b><b> ‘</b><b>บ้าน</b><b>’ </b><b>ในความหมายของคุณคืออะไร</b><b><span class="Apple-converted-space"> </span></b></p>
<p>สำหรับผมแล้วบ้านคือบางอย่างที่ผูกพันกับข้างใน อาจพูดได้ว่าบ้านก็คือบ้าน แต่บ้านหมายถึงบางอย่างที่คุณรู้สึกเชื่อมโยง ทั้งความคิดถึง ความเศร้า ไปจนความรู้สึกสบายอกสบายใจเมื่อนึกถึง มันคือบางอย่างที่อยู่ข้างใน ดังนั้นบ้านจึงไม่ใช่แค่สถานที่หรือดีไซน์สวยๆ แต่หมายถึงที่ใดก็ตามที่เมื่อเราอยู่แล้วสบายข้างใน อบอุ่นใจ รู้สึกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ และคุณชอบมัน นั่นคือ ‘บ้าน’ แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71545 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/68995457_2234132896697857_2941116518227771392_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71548 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69370817_2237263559718124_715929301161082880_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าว่ากันตามความหมายของคุณ</b><b> </b><b>ก็อาจอนุมานได้ว่าบ้านคือทุกที่ที่หัวใจเราอยู่</b><b> </b><b>แต่ทำไมคุณถึงผูกพันกับตึกขาวมากมายขนาดนั้น</b></p>
<p>อาจเป็นเพราะผมอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เกิด และเป็นสถานที่เดียวที่ผมอาศัยอยู่ ไม่เคยย้ายไปไหนมาก่อนเลยในชีวิต มันเลยเป็นสิ่งที่อยู่กับผมมาตลอด เป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถลืมได้ เป็นสิ่งที่ผุดพรายขึ้นมาเสมอในห้วงความทรงจำ และทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น มันจึงเป็นความคิดถึงบ้าน</p>
<p>อย่างตอนที่ผมถ่ายทำสารคดีเรื่องนี้ ทุกๆ คืนหลังจากถ่ายหนัง พอเข้านอนแล้วก็ฝันว่าอยู่ในตึกขาว ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน มันเหมือนกับว่าผมอยู่ระหว่างความจริงตอนกลางวันและอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ณ ขณะฝัน อะไรแบบนั้น เพราะตอนเริ่มถ่ายวันแรกๆ ผมค่อนข้างเครียด เพราะบ้านกำลังจะถูกทำลายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เลยรู้สึกไม่ค่อยมีความสุข เกิดความทุกข์ พอตอนกลางคืนถึงเวลานอนก็เลยฝันถึงตึกขาวแทบจะทุกคืนเลยก็ว่าได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ดังนั้นชื่อหนัง ‘Last Night I Saw You Smiling’ ก็มาจากฝัน หลังจากถ่ายหนังในคืนหนึ่งผมฝันถึงตึกอีกครั้ง ความรู้สึกมันเหมือนว่าตึกคือสถานที่ที่ดีกับเรา เรามีความทรงจำวัยเด็กที่ดีก็จากที่นี่ พอตื่นขึ้นมาเราก็ต้องถ่ายผู้คนแพ็กของ ตอนกลางคืนก็เข้านอน วนอยู่อย่างนี้ ฝันเห็นตัวเองเล่นกับเพื่อน ช่วงเวลาดีๆ มากมาย ปั่นจักรยาน เตะฟุตบอลกันก็ในตึกนี่แหละ ก็เลยใช้ชื่อหนังว่า ‘Last Night I Saw You Smiling’ มันเหมือนผมฝันถึงตึกน่ะ<span class="Apple-converted-space"> </span>แล้วมันไปพ้องกับชื่อเพลงพอดี ยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ที่หนังเรามีชื่อเดียวกับเพลง เป็นเพลงที่มาจากยุค 60s เป็นความบังเอิญที่ผมว่าดีเลยแหละ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71554 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69682663_2237263619718118_6537050605171507200_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71552 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69577322_2234132923364521_7622592692903477248_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พอฝันตอนกลางคืนแล้วก็ต้องตื่นมาเจอความจริงตอนกลางวันที่ถ่ายทำ</b><b> </b><b>ตอนนั้นคุณรู้สึกยังไง</b></p>
<p>มันสับสนเหมือนกัน ฝันแล้วตื่นมาพบว่า เออ ผมกำลังอยู่ในกระบวนการถ่ายทำหนัง แล้ววนอยู่อย่างนั้น จนสัปดาห์สุดท้ายที่ถ่ายทำก็ยังฝันถึงแม่ เพื่อนบ้าน พูดคุยกันตรงโถงทางเดินในตึก ฝันถึงชีวิตประจำวันทั่วๆ ไป กินข้าวกลางวันกัน ผมผูกพันกับตึกนี้มากจนยากที่จะสลัดมันให้หลุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นั่นคือความรู้สึกของคุณที่มีต่อตึกขาวใช่ไหม</b><b> </b><b>เพราะในหนังเราจะได้ยินหรือเห็นแค่ความทรงจำของคนอื่นๆ</b><b> </b><b>แต่ไม่เห็นความทรงจำของคุณปรากฏในนั้นเลย</b><b> </b><b>พอจะบอกได้ไหมว่าอะไรคือความทรงจำของคุณต่อตึกขาว</b></p>
<p>มันหลายอย่าง ทั้งผู้คนหรือบางโมเมนต์ที่เรานึกถึง ที่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว อย่างการนั่งดูเด็กๆ เล่นกันแล้วทำให้หวนนึกถึงตัวเองในวัยเด็ก พอเห็นคนร้องคาราโอเกะ ก็จะนึกถึงตอนที่อยู่บ้านเพื่อนแล้วร้องคาราโอเกะกัน อะไรแบบนั้น ซึ่งไม่สามารถทำได้อีกแล้ว เพราะเราไม่อยู่ในตึกเดียวกันอีกต่อไป ก่อนหน้านั้นแค่โบกมือออกไปก็เรียกเพื่อนมาแฮงเอาต์กันได้แล้ว แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ผมคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น แต่ตอนนี้ทุกคนก็โตไปมีชีวิตของตัวเอง ไม่มีเวลามาทำอะไรแบบนี้กันอีกแล้ว มันเหมือนเป็นพาร์ตที่คุณโตแล้วแต่คิดถึงชีวิตคุณตอนเด็กๆ น่ะ</p>
<p>อีกอย่างที่ผมคิดถึงคือความเป็นชุมชน เพราะการอาศัยอยู่ในตึกขาวมันเหมือนทุกคนรู้จักกันหมด มีอะไรก็แชร์กัน เวลาแม่ทำกับข้าวก็จะทำหม้อใหญ่ๆ แล้วเอาไปให้เพื่อนบ้าน เพื่อนๆ ก็แชร์บางอย่างให้แม่ นี่คือสิ่งที่ผมไม่เห็นเมื่อย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่เพราะไม่มีใครรู้จักกัน เลยรู้สึกคิดถึง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนว่าตึกขาวเป็นมากกว่าบ้าน</b><b> </b><b>แต่เป็นคอมมิวนิตี้เลย</b></p>
<p>ใช่ มันเหมือนเป็นสถานที่พิเศษแห่งหนึ่ง มีความยูนีค เหมือนอยู่ตัวใครตัวมัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ คุณจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลยเพราะมันเป็นคอมมิวนิตี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71572 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71568 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-39-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วพอหนังเสร็จ</b><b> </b><b>ได้มานั่งดู</b><b> </b><b>หนังมันเรียกคืนความทรงจำคุณบ้างไหม</b></p>
<p>ใช่เลย ผมรู้สึกแบบนั้น เพราะตอนที่หนังเสร็จ ตึกขาวที่เต็มไปด้วยความทรงจำไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว หลังจากดูหนังเสร็จ ผมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ ราว 20 นาที พูดคุยกับผู้คน กับเพื่อนบ้าน รู้สึกเหมือนได้กลับเข้าไปอยู่ในนั้น ด้วยเสียง บรรยากาศ มันดึงผมกลับไปในชั่วขณะหนึ่ง ดีเหมือนกันที่ผมมีหนังเกี่ยวกับบ้านของตัวเองและเมื่อดูแล้วได้คิดถึงมัน ตึกหายไป แต่ทุกอย่างมันอยู่ในหัวผมหมดแล้วตอนนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในหนังเราเห็นคนถอดหน้าต่าง</b><b> </b><b>ถอดประตูออกไป</b><b> </b><b>พวกเขาได้ใช้มันจริงๆ</b><b> </b><b>ในบ้านใหม่หรือเปล่า</b></p>
<p>ผมไม่รู้เหมือนกัน บางคนอาจจะใช้จริง บางคนอาจไม่ได้ใช้ และแน่นอนมันสามารถเอาไปขายเพื่อแลกเงินได้ด้วย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้หมายถึงเงิน ประเด็นมันคือบ้าน every part of your house is part of you. ผมรู้สึกอย่างนั้น เพราะตอนย้ายออก พ่อแม่เก็บทุกอย่างไปด้วยหมดเลย ไม่ใช่แค่ครอบครัวเรา ครอบครัวอื่นๆ ด้วย เพื่อนบ้านด้วย ขนไปหมดเพราะรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของเรา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้มันทั้งหมด ถ้าไม่เอาไปด้วยมันก็ถูกทำลายอยู่ดี งั้นเอาไปดีกว่า เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตและร่างกายคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณจะบอกว่าทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน</b></p>
<p>ใช่ ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน มีคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในตึกขาวนี้เหมือนกัน สำหรับเธอแล้วตึกขาวเหมือนพ่อแม่ที่คอยดูแลเธอ ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายใจ ตึกจึงไม่ใช่แค่บ้านสำหรับเธอแต่เป็นเหมือนพ่อแม่ของเธอ เอาจริงๆ นะ ตึกมันไม่ได้พูดกับผมหรอกแต่ทำไมผมฝันถึงตึกอยู่ตลอด ตึกไม่ได้พูด แต่ผมรู้สึกว่าตึกพูดและฟังผม และผมก็ฟังตึก นึกออกไหม หรือบางทีตึกและทุกอย่างอาจจะมีจิตวิญญาณอยู่ในนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n.jpg" alt="" width="506" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n.jpg 506w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69724372_2237263446384802_912236459371528192_n-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 506px) 100vw, 506px" /></p>
<p><b>คุณบอกใน</b><b> Q &amp; A </b><b>หลังหนังฉายว่า</b><b> </b><b>ในวันตึกพังคุณยืนอยู่ที่โถงทางเดิน</b><b>และได้ยินเสียงทุบตึก</b><b> </b><b>ในขณะนั้นก็นึกถึงความทรงจำวัยเด็ก</b><b> </b><b>เลยบอกกับโปรดิวเซอร์ชาวฝรั่งเศสว่า</b><b> “</b><b>มาทำหนังจากความทรงจำนี้กันเถอะ</b><b>” </b><b>ช่วยขยายความตรงนี้ให้ฟังหน่อย</b></p>
<p>ผมคิดว่าบางทีความทรงจำมันอาจจะไม่ใช่แค่การถ่ายทำ มันมากกว่านั้น มันคือความรู้สึก ความทรงจำ ณ ตอนนั้นของผมคือความคิดถึงตึก คิดถึงผู้คน คิดถึงสถานที่ คิดถึงทุกอย่างในนั้น แต่ไม่ได้มีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเป็นพิเศษ คุณยืนอยู่ที่โถงนั้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มถ่ายทำจนวันสุดท้าย ในวันนั้นมันเหมือนบางอย่างหายไป นำไปสู่ความคิดถึงในวัยเด็ก เพื่อนๆ สถานที่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมดในตอนนั้น และใช่ หนังก็เก็บเอาความจริงที่ว่านั้นไว้หมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วสำหรับคุณ</b><b> </b><b>ความทรงจำหมายถึงอะไร</b></p>
<p>ความทรงจำสำหรับผมคือความรู้สึก ความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่อากัปกิริยา มันสามารถเป็นสถานที่ ผู้คน สิ่งของ หรืออะไรสักอย่างที่เรานึกถึง หรือความรู้สึกสูญเสีย อย่างตอนที่เขากำลังพังตึก ผมคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงเพื่อน คิดถึงเพื่อนบ้าน คิดถึงอาคาร และรู้ว่าทุกอย่างกำลังจะจากไป</p>
<p>บางทีอาจเป็นการคิดถึงผู้คน สถานที่ เพราะตอนนี้ผมอยู่นอกเมืองก็ไม่เจอเพื่อน แน่นอนว่าคิดถึงพวกเขาและวันเวลาที่เราเคยใช้ด้วยกันในตึกนั้น คิดถึงดาดฟ้าที่เล่นฟุตบอลกันได้ แต่ตอนนี้พวกเราแยกย้ายและเติบโตไปมีชีวิตของแต่ละคน ก็คิดถึง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71571 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71553 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69633216_2237263546384792_5485281052173795328_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จากกรณีตึกขาว</b><b> </b><b>คุณคิดยังไงที่รัฐบาลไม่เห็นคนเป็นคน</b><b> </b><b>อยากย้ายอะไรก็ย้าย</b></p>
<p>ก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะผมคิดว่าการพัฒนาประเทศมันต้องมาควบคู่กัน ไม่ใช่พัฒนาแค่ทางกายภาพ ต้องพัฒนาคนด้วย เพราะปัญหาคือเมื่อคุณพัฒนาประเทศแต่ประชาชนไม่แฮปปี้ ประชาชนเจ็บปวดจากสถานการณ์นั้นๆ มันไม่ได้ ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันสำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่มีความสุข คุณก็ทำงานไม่ได้ ดังนั้นจะพัฒนาประเทศได้ยังไงในเมื่อประชาชนผู้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนานั้นไม่มีความสุข มันไม่ใช่แค่การทำเงิน คุณต้องคิดถึงหัวจิตหัวใจประชาชนด้วย</p>
<p>ก็เหมือนอย่างกรณีตึกขาว เราได้เงินชดเชยก็จริง แต่จากที่เคยอยู่มา 30 ปี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงหมดในทันที มันไม่ง่ายที่จะลืม ดังนั้นเอาเข้าจริงมันไม่ใช่เรื่องของการพัฒนาหรอก แต่มันคือการนึกถึงความรู้สึกของประชาชน นึกถึงใจคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีตอนหนึ่งในหนังที่พ่อคุณบอกว่ามีความรู้ไว้จะไม่อับจน</b><b> </b><b>หรือสุดท้ายแล้วความรู้ที่เรามีนั้นก็พ่ายแพ้แก่อำนาจรัฐอยู่ดี</b></p>
<p>ใช่ แต่ยังไงผมก็คิดว่าความรู้เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ท้ายที่สุดมนุษย์ก็ต้องตัดสินใจเอง ความรู้ไม่ได้ตัดสินใจให้ผู้คน แต่คนนั่นแหละที่ต้องใช้ความรู้ตัดสินผิด-ถูกเอง มันดีที่เรามีความรู้เพราะความรู้จะอยู่คู่กับคุณและทำให้คุณเข้าใจความผิด-ถูกต่างๆ ผมคิดว่ายังไงความรู้ก็เป็นอีกทางที่จะทำให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้นได้</p>
<p>แต่คุณรู้ใช่ไหม ถึงคุณมีความรู้แต่สุดท้ายแล้วคุณต่างหากคือคนที่ตัดสินใจ ไม่ใช่ความรู้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนที่รัฐบาลตัดสินใจ</b></p>
<p>ใช่ เพราะท้ายที่สุดเขาก็ทำในสิ่งที่เขาต้องการอยู่ดี ก็เหมือนมนุษย์ทั่วไป บางคนก็ใช้ความรู้ในทางที่ถูก บางคนก็ใช้มันในทางที่ต่างออกไป ก็อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกใช้แบบไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีคนบอกว่าตึกขาวรอดจากยุคเขมรแดงมาได้</b><b> </b><b>แต่ก็มาพังเอาเพราะญี่ปุ่น</b><b> </b><b>ทุนนิยมแท้ๆ</b><b> </b><b>คุณมีความเห็นยังไง</b></p>
<p>ผมว่าเพราะตึกนี้ถูกซื้อโดยญี่ปุ่น ประเทศเป็นผู้ขาย มันไม่สำคัญว่าญี่ปุ่นซื้อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบริษัทญี่ปุ่นจริงๆ หรือเปล่า แค่รู้สึกว่าถ้าเขาอยากเก็บตึกนี้ไว้ ไม่ว่าจะใครมาซื้อเขาก็เก็บมันไว้อยู่ดี แต่นี่เพราะเขาแค่ไม่อยากเก็บมันเอาไว้ ดังนั้นประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ใครซื้อ แต่เขาน่ะอยากเก็บมันไว้หรือเปล่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71556 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n.jpg" alt="" width="675" height="506" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69894523_2237263539718126_8759099403735662592_n-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71547 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o.jpg" alt="" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/69330578_2234132986697848_2217350001263116288_o-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มีซีนหนึ่งในหนังที่คุณพี่คนหนึ่งบอกว่า</b><b> </b><b>นึกถึงตอนเขมรแดงเลยที่ผู้คนต้องย้ายออกจากตึกนี้</b><b> </b><b>เพียงแต่คราวนี้มีรถช่วยขน</b><b> </b><b>คุณคิดอย่างไร</b></p>
<p>ผมต้องบอกว่าคนรุ่นใหม่ในตอนนี้เราแค่เคยเรียนมาว่ามีเหตุการณ์นี้ แต่ไม่ได้ผ่านประสบการณ์นี้มาโดยตรง เราเรียนจากหนังสือ คุณครูสอน ครอบครัวเล่าให้ฟัง หรือดูจากหนัง ผมจึงไม่ได้คิดแบบเดียวกับเธอ แต่มันก็น่าสนใจที่เวลาคนแก่เห็นอะไรแล้วก็นึกถึงเขมรแดง แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับเธอ แต่ละคนมีมุมมองเป็นของตัวเอง ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์ยุคเขมรแดงนี่เข้มข้นเหมือนกัน มันทำให้เธอเจ็บปวด แม้กระทั่งพ่อแม่ผมเองก็พูดถึงเขมรแดงอยู่บ่อยๆ ประวัติศาสตร์ในยุคนี้สำคัญและฉายซ้ำอยู่เรื่อยๆ ในรุ่นพ่อแม่ผม มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะก้าวผ่านตรงนี้ไปได้ เพราะมันสร้างความทรงจำอันเจ็บปวดให้พวกเขา<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71564 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลว่าคุณรู้สึกต่างไปจากเธอ</b></p>
<p>ใช่ เพราะรอบนี้เราได้เงินชดเชย อาจหมายความถึงเราเกิดกันคนละยุคด้วย แต่มันก็เป็นเรื่องดีที่เราได้รู้เรื่องเขมรแดง เพื่อเปรียบเทียบยุคเรากับยุคของพ่อแม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จริงอย่างคาวิคว่า อย่างน้อยก็ได้เรียน ได้รู้ว่าประเทศตัวเองผ่านอะไรมาแล้วบ้าง</p>
<p>เมื่อการสัมภาษณ์จบลง คาวิคถามฉันว่าทำไม <i>Last Night I Saw You Smiling</i> ถึงเป็นหนังที่ฉันชอบที่สุดในปีนี้ ฉันบอกว่าอาจเป็นเพราะฉันเคยทำทีสิส (ที่ไม่จบ) เรื่องการช่วงชิงความทรงจำในหนังยุคเขมรแดง เขาสวนกลับแทบจะในทันที “ถึงว่า เธอเอาแต่ถามเรื่องความทรงจำ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-71567 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28.jpg" alt="Last Night I Saw You Smiling" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Last-Night-I-Saw-You-Smiling-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ก่อนกลับฉันบอกคาวิคว่า นอกจากสีและการตัดต่อสารคดีแล้ว ฉันชอบเพลงในหนังมาก เขาบอกจะส่งเพลงมาให้ และนี่คือทั้ง 6 เพลงที่ปรากฏในหนัง หนังสารคดีที่ฉันชอบที่สุดในปีนี้, <i>Last Night I Saw You Smiling</i></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. Sin Sisamuth &#8211; Quando My Love</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535bed2" data-id="mTV4U-eTwl8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-mTV4U-eTwl8-6a2c84535bed2" data-vid="mTV4U-eTwl8" data-src="https://www.youtube.com/embed/mTV4U-eTwl8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/mTV4U-eTwl8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2. Ros Sereysothea &#8211; Stoeng Sne Stoeng Prot</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535befd" data-id="H_t8zIDIhXo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-H_t8zIDIhXo-6a2c84535befd" data-vid="H_t8zIDIhXo" data-src="https://www.youtube.com/embed/H_t8zIDIhXo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/H_t8zIDIhXo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3. Sin Sisamuth &#8211; Sen Ronthot</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535bf0c" data-id="JxddpVXxQn0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-JxddpVXxQn0-6a2c84535bf0c" data-vid="JxddpVXxQn0" data-src="https://www.youtube.com/embed/JxddpVXxQn0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/JxddpVXxQn0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>4. Don Gibson &#8211; I Can&#8217;t Stop Loving You</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535bf19" data-id="wdSeO6HywQc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wdSeO6HywQc-6a2c84535bf19" data-vid="wdSeO6HywQc" data-src="https://www.youtube.com/embed/wdSeO6HywQc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wdSeO6HywQc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>5. Ros Sereysothea &#8211; Keng Tov Keng Tov</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535bf24" data-id="sipYjh9__6o" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-sipYjh9__6o-6a2c84535bf24" data-vid="sipYjh9__6o" data-src="https://www.youtube.com/embed/sipYjh9__6o?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/sipYjh9__6o/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>6. SAI &#8211; ងប់ងល់</p>
<p><div id="erdyt-6a2c84535bf2e" data-id="YzTLHJnEGf4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-YzTLHJnEGf4-6a2c84535bf2e" data-vid="YzTLHJnEGf4" data-src="https://www.youtube.com/embed/YzTLHJnEGf4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/YzTLHJnEGf4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/last-night-i-saw-you-smilling-kavich-neang-interview/">เมื่อบ้านกำลังถูกทำลาย และคุณไม่สามารถรั้งเวลาเอาไว้ได้ คุยกับผู้กำกับ Last Night I Saw You Smiling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไม่ฉันก็คุณ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เราอาจกลายเป็นเพียง &#8216;มือสมัครเล่น&#8217; ในสนามชีวิตจริง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/beginners-raymond-carver/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Aug 2019 16:00:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มือสมัครเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[Beginners]]></category>
		<category><![CDATA[Raymond Carver]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=68938</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำไมทุกอย่างนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรานะ” หล่อนถาม “ตอนแรกเราก็คนดีๆ กันทั้งนั้น” นี่เป็นคำถามหนึ่งจากตัวละครของเรื่อง ทุกคนไปไหนกันหมด ผมหวังว่าจะมีคำตอบให้เธอ ผมหวังอย่างสุดใจว่าจะทำได้ หากคำตอบของผมจะช่วยเจือจางความขมปร่าภายในใจของเธอลงได้แม้เพียงนิด แต่ผมก็ทำไม่ได้ สองคำถามข้างต้นดูจะเป็นคำถามที่ล่องลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างบรรทัดในเรื่องสั้นทุกเรื่องของ Beginners หรือ มือสมัครเล่น รวมเรื่องสั้นของเรย์มอนด์ คาร์เวอร์ เรย์มอนด์ คาร์เวอร์ คือนักเขียนที่ได้รับการยกย่องว่าสามารถตีแผ่ความพังทลายของชีวิตชนชั้นกลางในอเมริกาอย่างถึงแก่น ด้วยภาษาเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ทว่าความเจ็บปวดที่ถูกฝังอยู่ในถ้อยพยางค์นั้นพร้อมจะแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของผู้อ่าน แล้วแตกตัวออกเป็นความร้าวรานที่จะตกตะกอนอยู่ในความรู้สึกของผู้อ่านเนิ่นนาน ตัวละครในเรื่องสั้นทุกเรื่องของ มือสมัครเล่น นั้นจะมีจุดร่วมหลักๆ ราวสองสามจุด หนึ่ง พวกเขามาจากครอบครัวชนชั้นกลาง หรือเป็นคนหาเช้ากินค่ำ พวกเขาไม่ได้ขัดสนจนอาจเรียกได้ว่ากัดก้อนเกลือกิน พวกเขามีรถ พวกเขามีบ้าน พวกเขามีครอบครัว วันดีคืนดีพวกเขาก็ชักชวนเพื่อนๆ มาล้อมวงดื่มวิสกี้ จิน โทนิก หรืออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาอยากจะดื่ม นั่นนำไปสู่จุดร่วมที่สอง นั่นคือตัวละครไม่ใครก็ใครในเรื่องจะต้องเป็นคนติดเหล้า มีปัญหากับการดื่ม เพราะการดื่มอาจเป็นทางเดียวที่ทำให้ความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนแผดเผานั้นพอทุเลาไปได้อีกหนึ่งคืน เพื่อยืนหยัดไปต่อได้อีกหนึ่งวัน กับ &#8216;ชีวิตที่มีแต่เรื่องน่าเศร้าไม่ขาดสาย&#8217; อย่างที่ตัวละครหนึ่งในเรื่องสั้นเรื่อง คำสุดท้าย ได้ให้คำนิยามชีวิตของตนเองเอาไว้ จุดร่วมสุดท้ายก็คือ พวกเขาล้วนมีปมปัญหาบางอย่างในชีวิต  พวกเขาล้วนเป็นคนที่เว้าแหว่ง มีความสัมพันธ์อันกระท่อนกระแท่น กับลูก กับคนรัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/beginners-raymond-carver/">ไม่ฉันก็คุณ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เราอาจกลายเป็นเพียง &#8216;มือสมัครเล่น&#8217; ในสนามชีวิตจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมทุกอย่างนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรานะ” หล่อนถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนแรกเราก็คนดีๆ กันทั้งนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นคำถามหนึ่งจากตัวละครของเรื่อง ทุกคนไปไหนกันหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมหวังว่าจะมีคำตอบให้เธอ ผมหวังอย่างสุดใจว่าจะทำได้ หากคำตอบของผมจะช่วยเจือจางความขมปร่าภายในใจของเธอลงได้แม้เพียงนิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ผมก็ทำไม่ได้</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69836" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สองคำถามข้างต้นดูจะเป็นคำถามที่ล่องลอยอ้อยอิ่งอยู่ระหว่างบรรทัดในเรื่องสั้นทุกเรื่องของ <em>Beginners</em> หรือ <em>มือสมัครเล่น</em> รวมเรื่องสั้นของเรย์มอนด์ คาร์เวอร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เรย์มอนด์ คาร์เวอร์</strong> คือนักเขียนที่ได้รับการยกย่องว่าสามารถตีแผ่ความพังทลาย</span><span style="font-weight: 400;">ของชีวิตชนชั้นกลางในอเมริกาอย่างถึงแก่น ด้วยภาษาเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ทว่าความเจ็บปวดที่ถูกฝังอยู่ในถ้อยพยางค์นั้นพร้อมจะแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของผู้อ่าน แล้วแตกตัวออกเป็นความร้าวรานที่จะตกตะกอนอยู่ในความรู้สึกของผู้อ่านเนิ่นนาน</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69855" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวละครในเรื่องสั้นทุกเรื่องของ <em>มือสมัครเล่น</em> นั้นจะมีจุดร่วมหลักๆ ราวสองสามจุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง พวกเขามาจากครอบครัวชนชั้นกลาง หรือเป็นคนหาเช้ากินค่ำ พวกเขาไม่ได้ขัดสนจนอาจเรียกได้ว่ากัดก้อนเกลือกิน พวกเขามีรถ พวกเขามีบ้าน พวกเขามีครอบครัว วันดีคืนดีพวกเขาก็ชักชวนเพื่อนๆ มาล้อมวงดื่มวิสกี้ จิน โทนิก หรืออะไรก็ตามแต่ที่พวกเขาอยากจะดื่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นนำไปสู่จุดร่วมที่สอง นั่นคือตัวละครไม่ใครก็ใครในเรื่องจะต้องเป็นคนติดเหล้า มีปัญหากับการดื่ม เพราะการดื่มอาจเป็นทางเดียวที่ทำให้ความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนแผดเผานั้นพอทุเลาไปได้อีกหนึ่งคืน เพื่อยืนหยัดไปต่อได้อีกหนึ่งวัน กับ &#8216;ชีวิตที่มีแต่เรื่องน่าเศร้าไม่ขาดสาย&#8217; อย่างที่ตัวละครหนึ่งในเรื่องสั้นเรื่อง <em>คำสุดท้าย</em> ได้ให้คำนิยามชีวิตของตนเองเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดร่วมสุดท้ายก็คือ พวกเขาล้วนมีปมปัญหาบางอย่างในชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาล้วนเป็นคนที่เว้าแหว่ง มีความสัมพันธ์อันกระท่อนกระแท่น กับลูก กับคนรัก กับคนรอบข้าง พวกเขาแหนงหน่ายซึ่งกันและกัน ความรักเมื่อวานวันนั้นจืดจางไปหมดแล้ว เหมือนน้ำแข็งในแก้วเหล้าที่ไร้คนไยดี เมื่อถึงคราวต้องเปิดปากพูดก็พร้อมจะโบยตีทั้งตนเองและอีกฝ่ายด้วยถ้อยคำเชือดเฉือดประหัตประหารน้ำใจกัน และสุดท้ายแล้วมันก็นำไปสู่การกระทำที่ก่อให้เกิดแผลที่ไม่มีวันลบเลือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลักษณะนิสัยของตัวละครทั้งหมดนี้ได้รับอิทธิพลมาอย่างมหาศาลจากตัวของเรย์มอนด์เอง </span><span style="font-weight: 400;">เขามาจากครอบครัวชนชั้นกลางหาเช้ากินค่ำที่ต้องทำงานหนัก แต่งงานตอนอายุ 19 ลูกสองตอนอายุ 20 เขาติดเหล้า นอกใจภรรยา ทำให้ชีวิตครอบครัวสั่นคลอน เรื่องสั้นส่วนใหญ่ของเขาจึงสะท้อนชีวิตของปุถุชนที่ไม่สมบูรณ์แบบและเว้าแหว่ง เหมือนกับตัวเขาเอง</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69841" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องสั้นชุด Beginners ถูกเขียนขึ้นราวๆ ค.ศ. 1970-1980 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นช่วงเวลาที่แนวคิด American dream กำลังบานสะพรั่ง </span><span style="font-weight: 400;">สามีภรรยาในบ้านหลังใหญ่มีลูกสาวและลูกชายรวมๆ กันราวครึ่งทีมฟุตบอล ในวันหยุด คุณแม่จะอบพายที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปถึงบ้านอีกฝั่งถนน แล้วนำมาให้ลูกๆ ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและคุณสามีที่กำลังสูบซิการ์แล้วจิบวิสกี้อย่างสบายอารมณ์อยู่หน้าจอทีวีได้ทาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่กินพาย ทั้งสองคนจะลอบมองลูกๆ ที่เติบโตขึ้นทุกๆ วันอย่างแสนรัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ความฝันเหล่านี้ไม่มีวันเป็นจริงในเรื่องสั้นของเรย์มอนด์ พวกเขาคืออีกด้านของความฝันที่ผู้คนแขยงขยาดที่จะพูดถึง พวกเขาคือคนที่ถูกความรุ่งโรจน์และความสุกสกาวของความฝันหักหลัง และตกลงมาระหว่างทางที่กำลังปีนขึ้นไปไขว่คว้ามัน พวกเขาแตกหัก ร้าวราน และที่สุดแล้วก็หมดแรงที่จะพยายามอีกต่อไป</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69861" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ในวินาทีหนึ่ง ความเป็นไปได้ในทุกสิ่ง ความรักอันท่วมท้น อนาคตอันเจิดจ้าจนแทบจะต้องหยีตาเมื่อเพ่งมองนั้นแผ่กางชัดแจ้งอยู่ตรงหน้า ความสุขดูราวกับจะดำเนินไปชั่วนิรันดร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอีกวินาทีหนึ่ง ทุกสิ่งพลันหายวับ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาถูกผลักออกให้กลายเป็นเพียง &#8216;มือสมัครเล่น&#8217; ในสนามชีวิต </span><span style="font-weight: 400;">ที่ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับบาดแผล ความผิดหวัง ความสัมพันธ์ที่ความรักนั้นแห้งเหือดหมดสิ้น คนที่เคยรักในวันนั้นกลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่แทบจะกลายเป็นปรปักษ์ในวันนี้ </span><span style="font-weight: 400;">และถูกตอกตรึงอยู่ในพื้นที่แคบๆ ที่เรียกว่าบ้าน ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการดำเนินเรื่องในเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหมุดหมายและความฝัน วันนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่พวกเขาอยากจะหนีไป แต่ก็ทำไม่ได้ </span><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญที่สุด พวกเขาต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับคำถามที่ว่าทำไมชีวิตที่เฝ้าฝันถึงจึงพังทลายลงมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาทำอะไรผิดพลาดที่ตรงไหน และตอนไหนหรือ? </span><span style="font-weight: 400;">แต่ก็เหมือนกับอีกหลายเรื่องในชีวิต ที่บางสิ่งก็เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล </span><span style="font-weight: 400;">หรือบางคำถาม แม้ต้องใช้เวลาชั่วชีวิตที่เหลืออยู่เราก็ไม่สามารถพบกับคำตอบนั้น</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69856" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความโดดเด่นในการใช้คำน้อย ทว่าเปี่ยมล้นด้วยความหมายและความรู้สึก </span><span style="font-weight: 400;">งานชิ้นนี้ และงานอื่นๆ ของเรย์มอนด์จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นงานเขียนแบบ minimalism จนเขาได้รับฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวรรณกรรม minimalism (ซึ่งเรย์มอนด์เกลียดฉายานี้มาก)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของเรย์มอนด์มักถูกนำมาอ้างอิงเคียงคู่กับงานของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) ในแง่ความเป็นงานเขียนแนว minimalism เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากงานของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ เป็นงานแบบ Less is More นั่นหมายถึงภายใต้ชุดคำเรียบง่ายและรูปประโยคที่เหมือนจะไม่มีอะไรนั้น กลับแฝงความหมายลึกซึ้งมหาศาลให้ต้องตีความ เราอาจบอกได้ว่างานของเรย์มอนด์นั้นเป็นงานประเภท Less is Less ไม่ได้หมายความว่างานเขียนของเขานั้นล่องลอยไร้แก่นสาร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่หมายถึงว่าเบื้องหลังความน้อยของคำและความว่างเปล่าของภาษานั้น </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอะไรมากไปกว่าความว่างเปล่าของชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตที่ราวกับหลุมดำที่อัดแน่นด้วยเศษซากของความฝันและความพังทลาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69845" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/beginners-มือสมัครเล่น-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งของรวมเรื่องสั้น Beginners ก็คือ ครั้งหนึ่งมันเคยมีชื่อว่า </span><span style="font-weight: 400;"><em>What We Talk About When We Talk About Love</em> ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1981 แต่ <em>What We Talk About When We Talk About Love </em>นั้นถูกปรับแก้ไปเกินกว่าครึ่งด้วยฝีมือของ Gordon Lish ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้เรย์มอนด์อย่างมาก แต่มันก็ทำให้งานของเขาขายได้และส่งให้เขากลายเป็นบิดาแห่งเรื่องสั้นของยุค 70s-80s จนถึงทุกวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากที่เขาเสียชีวิต Tess Gallagher ภรรยาหม้ายของเรย์มอนด์ก็ได้นำต้นฉบับที่ไม่ได้รับการตัดแต่งใดๆ มาตีพิมพ์อีกครั้งในปี 2009 ภายใต้ชื่อ Beginners จนได้รับการแปลไทยในชื่อ<em> มือสมัครเล่น</em> ภายในปีนี้นั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งน่าสนใจก็คือ เมื่อครั้งที่งานชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ออกไปและประสบความสำเร็จนั้น เราอาจพูดได้ไม่เต็มปากว่าเรากำลังอ่าน &#8216;เรย์มอนด์&#8217; อยู่ หรือสิ่งที่คนได้อ่านในตอนนั้นแทบจะเป็นงานของกอร์ดอนอยู่รอมร่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วถ้าเกิดในตอนนั้น รวมเรื่องสั้นชุดนี้ถูกเผยแพร่ไปโดยไม่ได้ถูกตัดแต่งเลยล่ะ มันจะยังประสบความสำเร็จอยู่ไหม หรืออาจกลายเป็นงานที่ถูกคนมองว่าเป็นงานจาก &#8216;มือสมัครเล่น&#8217; ไปเลยก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ เราขอเชิญให้ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา แล้วสัมผัสด้วยตัวคุณเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถึงตอนนั้น </span><span style="font-weight: 400;">ก็ขอยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความร้าวราน และความฝันอันพังทลาย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/beginners-raymond-carver/">ไม่ฉันก็คุณ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เราอาจกลายเป็นเพียง &#8216;มือสมัครเล่น&#8217; ในสนามชีวิตจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/things-we-lost-in-the-fire/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คาลิล พิศสุวรรณ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Aug 2019 04:26:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[Reason to read]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Things We Lost in the Fire]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เจนตินา]]></category>
		<category><![CDATA[reason to read]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=69412</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงวรรณกรรมอาร์เจนตินา ชื่อของ Julio Cortazar กับ Jorges Luis Borges มักจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ อยู่เสมอ แม้นั่นจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนักเขียนทั้งสองต่างเรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการวรรณกรรมโลก สารภาพตรงๆ ว่า พ้นไปจากนักเขียนสองคนนี้ผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสอ่านงานเขียนของนักเขียนอาร์เจนตินาคนอื่นๆ สักเท่าไรนัก จนเมื่อไม่นานนี้ที่ได้บังเอิญไปพบรวมเรื่องสั้นของนักเขียนอาร์เจนตินาคนหนึ่งเข้าพอดี และเนื้อหาของมันก็สะท้อนย้อนกลับมามองสำรวจความรุนแรงอันน่าพรั่นพรึงของโลกปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจทีเดียว หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ‘Things We Lost in the Fire’ หรือ ‘สิ่งต่างๆ ที่เราสูญเสียไปในกองเพลิง’ เขียนโดย Mariana Enriquez นักเขียนสาวชาวอาร์เจนตินา โดยรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ถือเป็นงานเขียนเล่มแรกของเธอที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ผลงานเล่มบางๆ ความยาวไม่ถึงสองร้อยหน้าเล่มนี้ประกอบด้วยเรื่องสั้น 12 เรื่อง แต่ละเรื่องต่างก็เล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันไปภายใต้ฉากหลังของประเทศอาร์เจนตินาที่แตกกระจายออกเป็นส่วนๆ และแม้ว่าเรื่องสั้นบางเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ก็มีบางเรื่องพาเราย้อนอดีตกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ระยะใกล้ที่ร่องรอยของเหตุการณ์ ณ ตอนนั้นยังปรากฏเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ หรือบ้างก็ยังคงส่งอิทธิพลชัดเจนต่อสังคมอาร์เจนตินาในปัจจุบัน ‘The Dirty Kid’ หรือ ‘เด็กมอมแมม’ เรื่องสั้นเรื่องแรกของหนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จในการเซตโทนให้ผู้อ่านได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่า ประสบการณ์และเรื่องราวลักษณะไหนกำลังรอเขาอยู่ The Dirty Kid ฉายภาพของละแวกบ้านแห่งหนึ่งในอาร์เจนตินาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของบรรดาเศรษฐี แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นแหล่งทรุดโทรม ชุกชุมไปด้วยกลุ่มโจร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/things-we-lost-in-the-fire/">เมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">เมื่อพูดถึงวรรณกรรมอาร์เจนตินา</span> <span class="s1">ชื่อของ</span><span class="s2"> Julio Cortazar </span><span class="s1">กับ</span><span class="s2"> Jorges Luis Borges </span><span class="s1">มักจะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรกๆ</span> <span class="s1">อยู่เสมอ</span> <span class="s1">แม้นั่นจะไม่ใช่เรื่องแปลก </span><span class="s1">เพราะนักเขียนทั้งสองต่างเรียกได้ว่าเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการวรรณกรรมโลก</span> <span class="s1">สารภาพตรงๆ</span> <span class="s1">ว่า</span> <span class="s1">พ้นไปจากนักเขียนสองคนนี้</span><span class="s1">ผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสอ่านงานเขียนของนักเขียนอาร์เจนตินาคนอื่นๆ</span> <span class="s1">สักเท่าไรนัก</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จนเมื่อไม่นานนี้ที่ได้บังเอิญไปพบรวมเรื่องสั้นของนักเขียนอาร์เจนตินาคนหนึ่งเข้าพอดี</span> <span class="s1">และเนื้อหาของมันก็สะท้อนย้อนกลับมามองสำรวจความรุนแรงอันน่าพรั่นพรึงของโลกปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจทีเดียว</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69511" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า</span><span class="s2"> ‘Things We Lost in the Fire’ </span><span class="s1">หรือ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สิ่งต่างๆ</span> <span class="s1">ที่เราสูญเสียไปในกองเพลิง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เขียนโดย</span><span class="s2"> Mariana Enriquez </span><span class="s1">นักเขียนสาวชาวอาร์เจนตินา</span> <span class="s1">โดยรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ถือเป็นงานเขียนเล่มแรกของเธอที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ</span> <span class="s1">ผลงานเล่มบางๆ</span> <span class="s1">ความยาวไม่ถึงสองร้อยหน้าเล่มนี้ประกอบด้วยเรื่องสั้น</span><span class="s2"> 12 </span><span class="s1">เรื่อง</span> <span class="s1">แต่ละเรื่องต่างก็เล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันไป</span><span class="s1">ภายใต้ฉากหลังของประเทศอาร์เจนตินาที่แตกกระจายออกเป็นส่วนๆ</span> <span class="s1">และแม้ว่าเรื่องสั้นบางเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน</span> <span class="s1">แต่ก็มีบางเรื่องพาเราย้อนอดีตกลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ระยะใกล้ที่ร่องรอยของเหตุการณ์</span> <span class="s1">ณ</span> <span class="s1">ตอนนั้นยังปรากฏเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ</span> <span class="s1">หรือบ้างก็ยังคงส่งอิทธิพลชัดเจนต่อสังคมอาร์เจนตินาในปัจจุบัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s2">‘The Dirty Kid’ </span><span class="s1">หรือ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">เด็กมอมแมม</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เรื่องสั้นเรื่องแรกของหนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จในการเซตโทนให้ผู้อ่านได้เห็นภาพคร่าวๆ</span> <span class="s1">ว่า</span> <span class="s1">ประสบการณ์และเรื่องราวลักษณะไหนกำลังรอเขาอยู่</span><em><span class="s2"> The Dirty Kid </span></em><span class="s1">ฉายภาพของละแวกบ้านแห่งหนึ่งในอาร์เจนตินา</span><span class="s1">ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่ของบรรดาเศรษฐี</span> <span class="s1">แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นแหล่งทรุดโทรม</span> <span class="s1">ชุกชุมไปด้วยกลุ่มโจร</span> <span class="s1">อันธพาล</span> <span class="s1">และคนไร้บ้าน</span> <span class="s1">ตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงสาวชนชั้นกลางที่เผอิญว่ามีบ้านหลังเก่าของครอบครัวอยู่ในละแวกนี้พอดี</span> เธอ<span class="s1">ปฏิเสธที่จะฟังคำเตือนของใครๆ</span> <span class="s1">หญิงสาวย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้</span>แม้<span class="s1">รู้อยู่แก่ใจว่าพื้นที่นี้อันตราย</span> <span class="s1">หากหล่อนก็พยายามอย่างเต็มที่ในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต</span> <span class="s1">เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในละแวกนี้ได้โดยไม่ต้องไปมีเรื่องราวกับใคร</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ตรงข้ามบ้านของหญิงสาวมีพื้นที่ว่างเล็กๆ</span> <span class="s1">ที่มีหญิงไร้บ้านติดยา</span><span class="s1">กับเด็กชายมอมแมมคนหนึ่งลงหลักปักฐานอยู่</span> <span class="s1">แม้มีบางอย่างคล้ายจะดึงดูดให้หล่อนสนใจเด็กผู้ชายคนนี้</span> <span class="s1">แต่หล่อนก็รู้ตัวดีว่าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วยจะดีที่สุด</span> <span class="s1">กระทั่งอยู่มาวันหนึ่งหล่อนก็พบว่าแม่ลูกคู่นี้หายตัวไป</span> <span class="s1">พร้อมกับที่อยู่ๆ</span> ก็<span class="s1">มีคนพบศพเด็กชายนิรนาม</span><span class="s1">ที่หัวขาดหลุดออกจากร่าง</span> <span class="s1">ทั้งยังโดนข่มขืนจนเละ นอนจมกองเลือดอยู่ในละแวกบ้านของหล่อน</span> <span class="s1">ด้วยเชื่อว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นคนเดียวกับเด็กชายมอมแมมแน่ๆ</span> <span class="s1">หญิงสาวจึงพยายามหาหนทางพิสูจน์ตัวตนของเด็กชายนิรนามให้ได้</span> <span class="s1">แม้จะสับสน</span><span class="s1">และหวาดผวาต่อใคร</span><span class="s1">หรืออะไรก็ตามแต่ที่สามารถฆ่าเด็กตัวเล็กๆ</span> <span class="s1">คนหนึ่งด้วยวิธีสุดวิปริตเช่นนี้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ฟังดูแล้วอาจชวนให้นึกถึงนวนิยายแนวสืบสวน</span> <span class="s1">ประเภทว่าตัวเองต้องค้นหาความจริงของเหตุการณ์ฆาตกรรมอยู่นะครับ</span> <span class="s1">ทว่า</span><span class="s2"> Enriquez </span><span class="s1">ไม่ได้สนใจที่จะดำเนินเรื่องราวไปในทางนั้นแต่อย่างใด</span> <span class="s1">กล่าวคือ</span><span class="s1">เรื่องสั้นแต่ละเรื่องในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีคำตอบที่ชัดเจน</span> <span class="s1">แต่มุ่งจะเปิดเผยให้เห็นถึงความสับสน</span><span class="s1">และความหวาดกลัวที่ฝังซ่อนอยู่ภายในจิตใจตัวละครต่างหาก</span><span class="s2"> <em>Things We Lost in the Fire </em></span><span class="s1">ผสมผสานความสิ้นหวังในทางการเมืองของผู้คนในประเทศอาร์เจนตินา</span><span class="s1">เข้ากับตำนานพื้นบ้าน</span> <span class="s1">การปรากฏตัวของผีสาง</span> <span class="s1">ปีศาจ</span> <span class="s1">แม่มด</span> <span class="s1">และการบูชาความตาย</span> <span class="s1">อย่างที่ใน</span><em><span class="s2"> The Dirty Kid </span></em><span class="s1">เอง</span><span class="s2"> Enriquez </span><span class="s1">ก็ได้ให้ภาพของการบูชาเทพเจ้าแห่งความตายที่ถักทอเข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแนบเนียน</span> <span class="s1">และแทบจะแยกกันไม่ออกในระดับที่ตัดแบ่งความเป็นไปได้ต่อความตายของเด็กชายนิรนามเป็น 2 สมมติฐานด้วยกัน</span><span class="s1">คือ หนึ่ง กลุ่มอันธพาล </span><span class="s1">กับสอง ลัทธิบูชาความตายที่ต้องการสังเวยชีวิตเด็กชายให้กับนักบุญแห่งความตายที่พวกเขาสักการะ</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69512" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/2-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">มีความวิปริตผิดเพี้ยนมากมายเกิดขึ้นในละแวกบ้านแห่งนี้</span><span class="s1">และโดยไม่ต้องมีเรื่องราวไสยศาสตร์เข้ามาข้องเกี่ยว</span> <span class="s1">ลำพังแค่อันตรายจากอันธพาล</span><span class="s1">และแก๊งค้ายาอย่างเดียวก็น่าจะเป็นเหตุผลที่สมเหตุสมผลพอที่จะไม่มีใครอยากอยู่อาศัยในพื้นที่นี้</span> <span class="s1">แต่ภายใต้ความดึงดันที่จะอยู่ให้ได้ของตัวเอกของเรื่องนี้เอง</span><span class="s1">ที่สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งคำถามอันเฉียบแหลมต่อสภาพสังคมปัจจุบัน</span> <span class="s1">นั่นคือ</span><span class="s1">เรากำลังมองความเหลื่อมล้ำ</span><span class="s1">และความอยุติธรรมในสังคมด้วยสายตาที่วางเฉยเกินไปหรือเปล่า</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ผ่านตัวเอกของเรื่อง</span> <span class="s1">เราเห็นความพยายามของหล่อนที่จะอยู่ให้ได้ในพื้นที่อันตรายนี้</span> <span class="s1">โดยฉาบเชื่อมภาพความเป็นจริงอันฟอนเฟะภายใต้การมองให้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น</span> <span class="s1">ท้าทาย</span> <span class="s1">ประหนึ่งเกมเกม</span><span class="s1">หนึ่ง</span> <span class="s1">ปัญหาอยู่ที่ว่า</span><span class="s1">ด้วยพื้นเพชีวิตของตัวละครที่เป็นชนชั้นกลาง</span> <span class="s1">หล่อนสามารถพาตัวเองออกจากพื้นที่แห่งนี้ได้ทันทีที่รู้สึกว่า</span><span class="s1">เหตุการณ์ต่างๆ</span> <span class="s1">ที่กำลังเผชิญอยู่นี้อันตรายเกินกว่าที่จะรับมือไหว</span> <span class="s1">ในทางกลับกัน</span> <span class="s1">เด็กชายมอมแมมกลับพาตัวเองไปจากละแวกบ้านแห่งนี้ไม่ได้แม้จะสัมผัสได้ถึงอันตราย</span> <span class="s1">เขาไม่มีหลังคาคอยหลบฝน</span> <span class="s1">ไม่มีบ้านให้อยู่</span> <span class="s1">ไม่มี</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ที่อื่น</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ให้หลบหนีไป</span> <span class="s1">ดังเช่นที่มีตัวละครหนึ่งได้พูดกับตัวเอกว่า</span><span class="s2"> “</span><em><span class="s1">เธอคิดว่ารู้จักละแวกนี้จริงๆ</span> <span class="s1">แล้วงั้นเหรอ</span><span class="s1">สาวน้อย</span> <span class="s1">ถึงเธอจะอยู่ที่นี่</span> <span class="s1">แต่เธอน่ะมาจากอีกโลกหนึ่งนะ</span></em><span class="s2">”</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">พูดอีกอย่างคือ</span> <span class="s1">กรงที่คอยกักขังเด็กชายมอมแมมไม่ใช่แค่กรงขังในลักษณะของพื้นที่ทางกายภาพ</span> <span class="s1">แต่เป็นกรงขังทางชนชั้นที่แช่แข็งเขาให้ติดนิ่งอยู่กับที่ต่างหาก</span> <span class="s1">สำหรับมนุษย์กลุ่มหนึ่ง</span><span class="s1">ความไม่ปลอดภัยอาจเป็นแค่ทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้กับชีวิตอันเรียบเฉย</span> <span class="s1">แต่กับมนุษย์อีกไม่รู้สักเท่าไหร่</span><span class="s1">ที่แค่กับการจะจินตนาการถึงวิถีชีวิตรูปแบบอื่นเป็นเรื่องห่างไกลจนเกินไป</span> <span class="s1">กล่าวคือ</span><span class="s1">ระดับของจินตนาการก็ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำรูปแบบหนึ่งเช่นกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">พ้นไปจาก</span><em><span class="s2"> The Dirty Kid </span></em><span class="s1">แล้ว</span> <span class="s1">เรื่องสั้นอื่นๆ</span> <span class="s1">ใน</span><span class="s2"> <em>Things We Lost in the Fire</em> </span><span class="s1">ก็ล้วนแต่สำรวจประเด็นในสังคมอาร์เจนตินาที่แตกต่างกันออกไป</span> <span class="s1">อย่างใน</span><span class="s2"> <em>The Inn’ Enriquez </em></span><span class="s1">บอกเล่าประวัติศาสตร์ความโหดร้ายของสถานที่หนึ่งซึ่ง</span><span class="s1">ถูกทำให้หลงลืม</span><span class="s1">และเปลี่ยนเป็นพื้นที่ทางธุรกิจโดยกลุ่มนายทุน</span> <span class="s1">ผ่านเรื่องราวของเด็กสาว 2 คนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในสถานที่แห่งนั้น</span> <span class="s1">หรือ</span><span class="s2"> <em>The Intoxicated Years</em> </span><span class="s1">ก็ฉายให้เห็นภาพของลัทธิบูชาแม่มดร่วมสมัยที่สะท้อนแง่มุมเฉียบแหลมต่อประเด็นการกดขี่ผู้หญิงในอาร์เจนตินา</span> <span class="s1">และพลังทางสังคมที่เกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงมารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1">จะเห็นได้ว่าแต่ละเรื่องที่ผมยกตัวอย่างมาล้วนมีผู้หญิง</span><span class="s1">หรือประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงเป็นสำคัญ</span> <span class="s1">และซึ่งนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของหนังสือเล่มนี้</span> <span class="s1">ผู้หญิงเป็นตัวแสดงหลักของเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง</span> <span class="s1">ความน่าหดหู่</span><span class="s1">และความไม่ชอบมาพากลของอาร์เจนตินาถูกเล่าผ่านน้ำเสียง</span><span class="s1">และประสบการณ์ชีวิตของผู้หญิงเหล่านี้</span> <span class="s1">และจุดนี้เองที่ทำให้ประเด็นของความอยุติธรรมต่างๆ</span> <span class="s1">ในสังคมชัดเจนขึ้นไปอีกระดับ</span><span class="s2"> Enriquez </span><span class="s1">แสดงให้เห็นว่า</span> <span class="s1">อำนาจ</span><span class="s1">และการกดขี่ที่กดลงบนบ่าของผู้หญิงอาร์เจนตินานั้นละเอียดอ่อน</span><span class="s1">และเฉพาะเจาะจงอย่างที่สุด</span> <span class="s1">เช่นกันที่ผู้หญิงด้วยกันเองก็คล้ายจะเข้าใจความเจ็บปวดของกันและกัน</span> <span class="s1">ซึ่งล้วนแต่เป็นผลลัพธ์จากโครงสร้างทางสังคมที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้ชาย</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-69514" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/4-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/4-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/4-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/08/4-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">ในบทสัมภาษณ์หนึ่ง</span><span class="s2"> Enriquez </span><span class="s1">ได้กล่าวไว้ว่า</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ฉันจำได้ว่าเคยคุยเล่นๆ</span> <span class="s1">กับเพื่อนว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">แต่นายไม่เห็นจะเคยบ่นเรื่องที่ผู้ชายมักจะได้รับบทเป็นนักการเมืองเลวๆ</span> <span class="s1">ตำรวจเลวๆ</span> <span class="s1">หรือฆาตกรต่อเนื่องเลยนะ</span> <span class="s1">ทำไมนายถึงโอเคกับภาพแทนเหล่านั้น</span> <span class="s1">แต่ไม่โอเคกับภาพแทนของสามีที่ไม่สามารถสร้างความสุขให้กับภรรยาตัวเองได้กันล่ะ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เขาตอบฉันว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ผมคิดว่ามันเป็นเพราะเราไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องเล่าทั้งหมดในโลกนี้</span> <span class="s1">เสียงของผู้หญิงน่ะทรงพลังเกินไป</span> <span class="s1">มันผลักให้ผู้ชายต้องโดดเดี่ยวอยู่ฝั่งเดียว</span> <span class="s1">และนั่นเป็นอะไรที่รบกวนจิตใจมากๆ</span> <span class="s1">เพราะเราเองก็อยากเป็นตัวเอกในพื้นที่เล็กๆ</span> <span class="s1">บ้าง</span><span class="s2">’ ” </span></p>
<p class="p1"><span class="s2">Enriquez </span><span class="s1">ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เปล่งเสียงร้องอันทรงพลังในหนังสือเล่มเล็กๆ</span> <span class="s1">นี้</span> <span class="s1">และนี่เองอาจเป็นสาเหตุจริงๆ</span> <span class="s1">ที่ทำให้</span><span class="s2"> <em>Things We Lost in the Fire</em> </span><span class="s1">รบกวนจิตใจผู้อ่านสุดๆ</span> <span class="s1">ไม่ใช่ความโหดร้าย</span> ความ<span class="s1">น่ากลัว</span> <span class="s1">หรือความสยดสยอง ที่เกิดจากผีร้าย</span><span class="s1">และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ</span> <span class="s1">แต่การตระหนักถึงความมืดมืด</span><span class="s1">และความวิปริตผิดเพี้ยนของโลกใบนี้ผ่านน้ำเสียงของผู้หญิงที่ถูกกดขี่ต่างหากคือความน่าสะพรึงจริงๆ</span> <span class="s1">ที่หนังสือเล่มนี้บอกกับเรา</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/things-we-lost-in-the-fire/">เมื่อโลกมืดมนกว่าที่คิด ‘Things We Lost in the Fire’ รวมเรื่องสั้นสุดมืดมิดจากอาร์เจนตินา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘ครีเอทีฟทีมชาติไทย’ ก่อนออกล่าสิงโตคานส์ที่ Young Lions Competition 2019</title>
		<link>https://adaymagazine.com/young-lions-film-competition-2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2019 13:14:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[advertising]]></category>
		<category><![CDATA[rabbit digital group]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok art director's association]]></category>
		<category><![CDATA[young cannes]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Cannes Lions]]></category>
		<category><![CDATA[(b)ad people]]></category>
		<category><![CDATA[The Leo Burnett Group Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Cannes Lions 2019]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=64757</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้พูดถึงอาชีพที่คลั่งไคล้ความท้าทายและรักการล่ารางวัล อาชีพแรกๆ ที่เราจะนึกถึงคือคนทำงานสร้างสรรค์อย่างโฆษณา ในห้วงสัปดาห์แห่งเทศกาลโฆษณาเบอร์หนึ่งของโลก Cannes Lions 2019 นอกจากการมอบรางวัลให้กับงานโฆษณาทรงคุณค่าแห่งปี และเปลี่ยนเมืองคานส์เป็นเมืองที่รวบรวมครีเอทีฟรุ่นเก๋ามากประสบการณ์มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่แล้ว แต่กับครีเอทีฟรุ่นใหม่ ที่ระดับโลกตรงนั้นมีเวทีเวทีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้โชว์ฝีมือตัวเองด้วย นั่นคือเวที Young Lions Competition 2019 ที่เปิดให้คนทำโฆษณาอายุต่ำกว่า 30 ปีจากหลายสิบประเทศทั่วโลกมาประชันไหวพริบและไอเดียกัน (แถมยังได้โอกาสเข้าร่วมเวิร์กช็อปเจ๋งๆ ให้เพื่อนในวงการอิจฉาเล่น) แน่นอนว่ากว่าแต่ละทีมจะได้เป็นตัวแทนระดับประเทศ งานนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่โชคช่วยหรือความเสน่หา แต่ที่แน่ๆ วงการครีเอทีฟบ้านเราเองก็คัดเลือกตัวแทนอย่างเข้มข้นไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอกคือผู้ทำหน้าที่เฟ้นหาครีเอทีฟตัวแทนประเทศไทย ผ่านเวทีแข่งขัน B.A.D Young Cannes ที่จัดขึ้นทุกปี กติกาคือทีมผู้สมัครที่ประกอบด้วย copywriter และ art director จะต้องช่วยกันแงะโจทย์ กลั่นไอเดีย หาวิธีนำเสนอ พร้อมกับส่งชิ้นงานโฆษณาให้คณะกรรมการภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากรับบรีฟ บรีฟในครั้งนี้คือการคิดงานโฆษณากึ่งๆ งานรณรงค์ให้กับแบรนด์ SEALECT Tuna ที่อยากช่วยแก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมการกินของมันและของหวานจนอ้วนลงพุงของคนไทย พูดง่ายๆ คือชักชวนให้คนไทยหันมากินของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง จากการแข่งขันอันเข้มข้น ปีนี้วงการโฆษณาไทยก็ได้ตั้งใจส่งทีมครีเอทีฟตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกถึง 2 ทีม 2 ประเภทคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/young-lions-film-competition-2019/">คุยกับ ‘ครีเอทีฟทีมชาติไทย’ ก่อนออกล่าสิงโตคานส์ที่ Young Lions Competition 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้พูดถึงอาชีพที่คลั่งไคล้ความท้าทายและรักการล่ารางวัล อาชีพแรกๆ ที่เราจะนึกถึงคือคนทำงานสร้างสรรค์อย่างโฆษณา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในห้วงสัปดาห์แห่งเทศกาลโฆษณาเบอร์หนึ่งของโลก Cannes Lions 2019 นอกจากการมอบรางวัลให้กับงานโฆษณาทรงคุณค่าแห่งปี และเปลี่ยนเมืองคานส์เป็นเมืองที่รวบรวมครีเอทีฟรุ่นเก๋ามากประสบการณ์มารวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่แล้ว แต่กับครีเอทีฟรุ่นใหม่ ที่ระดับโลกตรงนั้นมีเวทีเวทีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้โชว์ฝีมือตัวเองด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นคือเวที Young Lions Competition 2019 ที่เปิดให้คนทำโฆษณาอายุต่ำกว่า 30 ปีจากหลายสิบประเทศทั่วโลกมาประชันไหวพริบและไอเดียกัน (แถมยังได้โอกาสเข้าร่วมเวิร์กช็อปเจ๋งๆ ให้เพื่อนในวงการอิจฉาเล่น) แน่นอนว่ากว่าแต่ละทีมจะได้เป็นตัวแทนระดับประเทศ งานนี้ไม่ได้ใช้เพียงแค่โชคช่วยหรือความเสน่หา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ที่แน่ๆ วงการครีเอทีฟบ้านเราเองก็คัดเลือกตัวแทนอย่างเข้มข้นไม่แพ้ชาติใดในโลกเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-64861 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/B.A.D-YC-2018_EDM-e1561035662337.jpg" alt="" width="450" height="579" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอกคือผู้ทำหน้าที่เฟ้นหาครีเอทีฟตัวแทนประเทศไทย ผ่านเวทีแข่งขัน B.A.D Young Cannes ที่จัดขึ้นทุกปี กติกาคือทีมผู้สมัครที่ประกอบด้วย copywriter และ art director จะต้องช่วยกันแงะโจทย์ กลั่นไอเดีย หาวิธีนำเสนอ พร้อมกับส่งชิ้นงานโฆษณาให้คณะกรรมการภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากรับบรีฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บรีฟในครั้งนี้คือการคิดงานโฆษณากึ่งๆ งานรณรงค์ให้กับแบรนด์ SEALECT Tuna ที่อยากช่วยแก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมการกินของมันและของหวานจนอ้วนลงพุงของคนไทย พูดง่ายๆ คือชักชวนให้คนไทยหันมากินของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นนั่นเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการแข่งขันอันเข้มข้น ปีนี้วงการโฆษณาไทยก็ได้ตั้งใจส่งทีมครีเอทีฟตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกถึง 2 ทีม 2 ประเภทคือ Digital Competition และ Print Competition ซึ่งเป็นทีมจากเอเจนซี Rabbit Digital Group และ The Leo Burnett Group Thailand ตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าวินาทีนี้คนโฆษณาสายเลือดใหม่ทั้ง 4 คนกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน แต่ก่อนที่ Young Lions Competition จะประกาศรายชื่อทีมผู้ชนะ เราอยากชวนคุณทำความรู้จักตัวตนของบุคคลเหล่านี้ ผ่านผลงานที่ทำให้พวกเขาคว้าตั๋วทองไปแข่งคิดโฆษณาที่เมืองคานส์ พร้อมนั่งคุยกับพวกเขาเรื่องการงาน ความฝัน และมุมมองที่มีต่อวงการที่ตัวเองรักไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ๋อ ระหว่างที่อ่านบทสนทนานี้ อย่าลืมส่งกำลังใจไปให้พวกเขาด้วยล่ะ</span></p>
<h4 style="text-align: center;"><b>Digital Competition</b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64864 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-8.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-8-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>พัด–วลัญช์ เจริญสมบัติอมร</b><span style="font-weight: 400;"> (art director) และ <b>นิว–ศุภกิตติ์ ศุขโรจน์</b> (copywriter) จาก Rabbit Digital Group</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พวกคุณเข้ามาทำงานในวงการโฆษณาได้อย่างไร</b></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">พี่ชายผมเป็น planner เขาชอบสอนผมเรื่องอินไซต์คนตั้งแต่เด็กๆ ผมเลยติดสังเกตพฤติกรรมคนมาตั้งแต่ตอนนั้น มองแล้วพยายามคิดว่าเขาทำแบบนี้แบบนั้นแล้วในใจลึกๆ เขาคิดอะไร พอตอนสอบเข้ามหา’ลัยก็เลือกเลยว่าอยากเรียนโฆษณา ช่วงที่เรียนปี 3 ก็ส่งงานเข้า B.A.D Student หลังจากนั้นก็ส่งพอร์ตเข้ามาฝึกงานที่ </span><span style="font-weight: 400;">Rabbit Digital Group โชคดีที่พี่ๆ ชอบสอนน้องๆ ผมก็เก็บความรู้มาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ได้โอกาสเข้าทำงานที่นี่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64865 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-13.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-13.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-13-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พัด : </b><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรา ตอนเด็กๆ เราเห็นผู้ใหญ่หลายแบบ แล้วมีลุงคนหนึ่งเขาสแตนด์เอาต์มาก แม่บอกเราว่าเขาทำงานเอเจนซี เราเลยตั้งใจว่าโตมาก็อยากเป็นคนเท่แบบนั้น แล้วที่บ้านเราส่งไปเรียนซานฟรานฯ เราจบเกี่ยวกับโฆษณามาโดยตรง แต่พอกลับมาหางานในไทย พอร์ตเราหางานยากมากเพราะมีแต่งานเคส ส่วนใหญ่เขามองหางานปรินต์กัน ยอมรับว่าเราทำงานปรินต์ไม่เก่ง และคนที่เรียนโฆษณาในไทยก็เก่งกว่าเราเยอะด้วย ตอนนั้นเราสมัครไปหลายที่เลยนะ โชคดีที่มีที่หนึ่งที่เขาเรียกเราไปสัมภาษณ์เพราะบังเอิญเขาอยากได้คนที่ถนัดงานแนวนี้พอดี แล้วก็ไหลมาเรื่อยๆ จนได้มาทำงานที่นี่ครับ</span></p>
<p><b>อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าคนที่เรียนโฆษณาในไทยเก่งกว่าคนที่เรียนจบนอกอย่างคุณ</b></p>
<p><b>พัด :</b><span style="font-weight: 400;"> เรารู้สึกว่างานโฆษณาไทยไม่ใช่งานที่งบเยอะ อย่างงานเมืองนอกเราจะเห็นว่าท่าเขาเจ๋งกว่า ใช้ผู้กำกับคนนู้นคนนี้ เป็นงานคราฟต์ สร้างสิ่งประดิษฐ์ แต่ด้วยความที่บัดเจ็ตไม่เท่า โฆษณาไทยมันเลยวัดกันว่าคุณต้องคุยกับคนให้ถึงใจเขาจริงๆ เพราะเราวัดกันที่ความแข็งแรงของอินไซต์และไอเดียล้วนๆ อินไซต์ของงานโฆษณาไทยจะแข็งกว่าเยอะมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64866 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คนชอบมองว่าเป็นครีเอทีฟแล้วเท่ พอได้ทำงานจริงๆ แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริงไหม</b></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">พอได้ทำแล้ว มุมมอง ความคิดมันเปลี่ยนจริงๆ นะ จากตอนเด็กๆ ที่เคยคิดว่าครีเอทีฟแต่งตัวเท่ ไปทำงานสายได้ นั่งคิดงานร้านกาแฟคูลๆ แต่พอได้มาอยู่ตรงนี้จริงๆ ผมว่าความเท่มันดูที่งาน มันอยู่ที่ความตั้งใจที่อยู่ในงานของเรา และงานที่ออกไปมันให้อะไรบ้าง นั่นแหละเป็นตัวที่บอกว่าเราเท่แค่ไหน ไม่ใช่การแต่งตัวเลย</span></p>
<p><b>พัด : </b><span style="font-weight: 400;">อีกอย่างคือโตมาถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันลำบากเหลือเกินครับ (หัวเราะ) คือทุกวันที่มาทำงานมันทำให้เราต้องรู้สึกโง่อะ ขายงานหัวหน้าไม่ผ่านบ้าง ลูกค้าไม่ซื้อบ้าง แล้วกว่าจะทำให้ผ่านแต่ละครั้งก็ต้องอดหลับอดนอนอีก แต่เราว่าถ้าเราไม่อินกับมัน หรือรักมันจริงๆ เราคงอยู่กับมันไม่ได้</span></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">มันคือความพยายามที่อยากจะเอาชนะโจทย์หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้ มันเลยสนุกแล้วก็ทำให้เรารักมันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วแต่ละบรีฟก็พาเราได้รู้ในสิ่งที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64844 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เคยมีความรู้สึกหมดไฟหรือท้อกับงานบ้างไหม</b></p>
<p><b>พัด : </b><span style="font-weight: 400;">บ่อยมากครับ ปีที่แล้วผมแพ้ pitching ทั้งปี แอบท้อเหมือนกันนะ แต่งานแบบนี้ factor มันเยอะนะ เราเข้าใจแหละ เพราะบางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องของไอเดียอย่างเดียว มันอาจจะเป็นเรื่องของเงิน หรือวันนั้นเราอาจจะเตรียมพรีเซนต์ไม่ดีพออะไรอย่างนี้ แต่ถ้าจะให้ผมไปทำอย่างอื่น หรือเอาตัวเองไปยืนที่อื่นยังไงภาพมันก็ไม่ชัดเท่ากับยืนตรงนี้</span></p>
<p><b>คุณรักหรือชอบโพรเซสไหนในการทำงานโฆษณา</b></p>
<p><b>พัด : </b><span style="font-weight: 400;">ตอนงานเสร็จ โฆษณาเป็นงานทีมเวิร์ก มีครีเอทีฟ มีโปรดักชั่นเฮาส์ มีหัวหน้าที่ดีและเข้าใจเรา ทุกครั้งที่งานเสร็จเราจะรู้สึกว่ามันเป็นงานที่คุ้มค่ามากที่ทุกคนให้เวลาทำมันขึ้นมาด้วยกัน สมมติวันครบรอบกับแฟนก็ไม่ได้ไปกินข้าวด้วยเพราะต้องคิดงาน พองานออกมาดี เราจะยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างที่เราเสียสละไปมันคุ้มค่า แต่ถ้างานออกมาแย่ มันก็มีฟีลที่เสียดายเวลาไปเหมือนกัน</span></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">ของผมชอบตอน crack โจทย์ ผมรู้สึกกับขั้นตอนแรกของการทำงานที่สุด คือถ้าเราเริ่มต้นมันได้ดี ทุกขั้นตอนหลังจากนั้นมันจะออกมาดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-64838" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice.jpg" alt="" width="2133" height="1513" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice.jpg 2133w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice-300x213.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice-768x545.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice-1024x726.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Digital-Winner_Night_s-Choice-600x426.jpg 600w" sizes="(max-width: 2133px) 100vw, 2133px" /></p>
<p><b>ช่วยเล่าเบื้องหลังงาน ‘NIGHT’S CHOICE’ ที่ชนะเวที B.A.D Young Cannes ในหมวดดิจิทัลให้ฟังหน่อย</b></p>
<p><b>พัด :</b><span style="font-weight: 400;"> เราว่าโจทย์งานนี้สับขาหลอกเราประมาณหนึ่งเลย พอดีพี่หนึ่ง (อัศวิน พานิชวัฒนา Executive Creative Director จาก GREYnJ United) เขาเปิดงานเก่าๆ ของคนที่ชนะให้ดู เราเลยได้เห็นว่าสิ่งที่กรรมการฝั่งนู้นมองหาคือความฟิตอินกับไลฟ์สไตล์ของคนที่เราคุยด้วย มากกว่าจะมองหาความว้าวของวิธีการนำเสนอ</span></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">ผมจำได้ว่าวันนั้นมีพี่คนหนึ่งโยนคำถามขึ้นมาว่าดิจิทัลคืออะไร ผมตอบเต็มเสียงเลยว่า มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยชีวิตครับ เขาก็สะกิดมาว่ามันคือชีวิตเราทุกวันนี้ ประโยคนี้ติดอยู่ในหัวพวกเราตั้งแต่แรกเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64846 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-11.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-11.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-11-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พัด :</b><span style="font-weight: 400;"> เรา crack โจทย์ว่าจริงๆ แล้วคนไทยอ้วนเพราะพฤติกรรมการกินหวานและกินมันไม่ผิดหรอก แล้วพฤติกรรมที่การใช้ดิจิทัลที่ทำให้เราอ้วนทุกวันนี้คืออะไร เราเจอต่อว่าสาเหตุที่คนอ้วนขึ้นเพราะคนกินดึกขึ้น เดี๋ยวนี้จะกินอะไรก็ง่ายเพราะเรามี food delivery ร้านสะดวกซื้อที่เปิดทั้งวันทั้งคืน ทีนี้ SEALECT Tuna จะฟิตอินยังไงล่ะโดยที่เราต้องไม่บังคับให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรม</span></p>
<p><b>นิว : </b><span style="font-weight: 400;">คือเราเปลี่ยนคนไม่ได้ “พี่หยุดกินดึกนะ” เขาไม่ยอมหรอกครับ ให้เราสองคนหยุดกินเรายังทำไม่ได้เลย (หัวเราะ) </span></p>
<p><b>พัด : </b><span style="font-weight: 400;">เราก็เลยสร้างทางเลือกใหม่ที่เหมาะกับการกินดึก แถมกินแล้วยังไม่ทำร้ายสุขภาพด้วย เลยเปิดร้านอาหารออนไลน์ที่เปิดเฉพาะเวลา 4 ทุ่มถึงตี 5 ชื่อว่า Night’s Choice เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนกินดึกนี่แหละ ซึ่งทุกเมนูก็จะใช้วัตถุดิบหลักจาก SEALECT Tuna เช่น ต้มยำทูน่า กะเพราทูน่า แล้วก็ทำแพ็กเกจจิ้งที่จะบอกว่าคนกินจะได้รับสารอาหารอะไรเท่าไหร่บ้าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64868 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-7.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Rabbit-Tale-7-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ก่อนจะไปแข่งที่คานส์ ส่วนตัวได้วางแผนเตรียมตัวอะไรบ้าง</b></p>
<p><b>พัด :</b><span style="font-weight: 400;"> สิ่งที่เราด้อยกว่าน่าจะเป็นเรื่องของอินไซต์ที่เรามีในไทยตอนนี้มันอาจจะไม่ดีพอสำหรับเวทีโลกมั้งครับ อย่างของเราก็พยายามเสพคอนเทนต์เขาเยอะๆ ฟังว่าเขาพูดอะไรกัน พฤติกรรมออนไลน์เขาทำอะไรกันบ้าง เราโชคดีที่มีคอนแทกต์เพื่อนต่างชาติ เราก็คอยถามว่า เฮ้ย วันนี้เขาอินอะไรวะ เขาดูซีรีส์เรื่องอะไรกันอยู่ ประมาณนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><b>Print Competition</b></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64853 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>วิน–วชิรา พาชีครีพาพล</b><span style="font-weight: 400;"> (copywriter) และ </span><b>กาย–เกริกเกียรติ ฉันทกิจนุกูล</b><span style="font-weight: 400;"> (art director) จาก The Leo Burnett Group Thailand</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณสองคนรู้ตัวว่าชอบงานโฆษณาตั้งแต่ตอนไหน</b></p>
<p><b>วิน : </b><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ชอบโฆษณามาตั้งแต่แรก ตอนเข้ามหา’ลัยเรารู้ว่าเราไม่ชอบตัวเลข วาดรูปก็ไม่เก่งด้วย เผอิญไปงาน open house ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้ได้รู้ว่าโฆษณาเป็นงานใช้ความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่เราไม่ต้องลงมือเพนต์ เราสนใจก็เลยลองเรียนดูแค่นั้น จนกระทั่งช่วงฝึกงานก็เปิดโลกไปอีกว่าทุกวันนี้โฆษณาไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่ช่วยทำเงินให้ลูกค้าที่จ่ายเงินเรานะ มันยังมีมุมที่ช่วยสังคมด้วยเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอใกล้เรียนจบ พี่เข้ (สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ chief creative officer ของ Leo Burnett) มาพูดที่มหา’ลัยพอดี ที่นี่มีงานเท่ๆ เยอะ เราก็แบบโห อยากทำงานที่นี่จัง พอพี่เข้พูดจบ ผมกับกายก็เข้าไปชาร์จพี่เข้ทันที “ผมอยากสมัครงานที่นี่ครับ” พี่เข้ก็ทิ้งเบอร์แล้วบอกให้เราลองมายื่นพอร์ตที่นี่ดู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กาย :</strong> ต้องบอกว่าเราเรียนมหา’ลัยมาด้วยกันครับ มีงานประกวดอะไรส่งพร้อมๆ กัน ส่วนจุดเริ่มต้นเราคือเราชอบดูหนังโฆษณาไทยมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะ คือไม่รู้หรอกว่าเขาขายแบรนด์อะไร แต่เราสนุกกับการทายว่าโฆษณาตัวนี้มันจะพูดอะไรต่อ โตขึ้นก็เลยอยากทำโฆษณา เราคิดว่าถ้าเราไปทำงานสายอื่นเราอาจจะเบื่อไว ทำมันไปตลอดชีวิตไม่ได้แน่ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64854 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-18.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-18.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-18-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจแบบนั้น</b></p>
<p><b>กาย :</b><span style="font-weight: 400;"> ง่ายๆ เลยสมมติว่าเราทำงานชิ้นหนึ่งแล้วเบื่อ เราก็คิดซะว่าอีกสักพักเราก็จะมีบรีฟใหม่แล้ว เนื้องานก็จะคนละเรื่องกันเลย งานโฆษณามันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแค่หนังโฆษณาหรือปรินต์ เดี๋ยวนี้ฟอร์มของโฆษณามันกว้างมาก เป็นเพลง เป็นหนังทั้งเรื่อง เป็นกิจกรรมก็ได้ </span></p>
<p><b>วิน : </b><span style="font-weight: 400;">เราสองคนชอบการทำโฆษณาแบบฟรีฟอร์ม มันคือสื่ออะไรก็ได้ที่เข้าไปอยู่ในพฤติกรรมคนได้ อาจเป็นสร้อย รูปปั้น ปฏิทิน เราสนุกกับทุกด้าน ไม่เคยจำกัดงานของตัวเองเลย ยิ่งอันไหนที่เราไม่เคยทำเราก็จะพยายามลองทำมันดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64855 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>มีงานเก่าๆ ที่เคยทำชิ้นไหนที่รู้สึกชอบมันเป็นพิเศษไหม</b></p>
<p><b>วิน :</b><span style="font-weight: 400;"> เราชอบงานปรินต์แอดที่พูดเกี่ยวกับขอทาน เวลาเราเห็น เราสงสารแล้วให้เงินเขาใช่ไหม ซึ่งการให้เงินมันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย กับเด็กๆ ขอทาน ยิ่งเราให้เท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เด็กกลุ่มนี้นั่งขอทานไปเรื่อยๆ เพราะเบื้องหลังมันมีระบบองค์กรบางอย่างอยู่ เราเลยทำปรินต์แอดที่เป็นรูปเด็กโดนเหรียญล็อกเหมือนถูกเครื่องล็อกนักโทษล็อกตัวไว้ สื่อให้เห็นถึงการกักขังเขาให้ติดอยู่ตรงนั้น</span></p>
<p><b>กาย : </b><span style="font-weight: 400;">ของเราเป็นงานเก่าที่ทำกับ สสส. รณรงค์เกี่ยวกับการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ พวก <a href="https://www.youtube.com/watch?v=Ld3erjSDxag">‘วิสัยทัศน์อุโมงค์’</a></span><span style="font-weight: 400;"> ที่เวลาเราขี่เร็วๆ แล้วเราจะไม่เห็นสิ่งแวดล้อมด้านข้างเท่าไหร่ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-64839" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02.jpg" alt="" width="4947" height="3498" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02.jpg 4947w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02-768x543.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02-1024x724.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_02-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 4947px) 100vw, 4947px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-64840" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03.jpg" alt="" width="4888" height="3316" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03.jpg 4888w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03-768x521.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03-1024x695.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/YL-Print_Eating-Habit_03-600x407.jpg 600w" sizes="(max-width: 4888px) 100vw, 4888px" /></p>
<p><b>กว่าจะได้ปรินต์แอด ‘EATING HABITS’ มันผ่านกระบวนการคิดอย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กาย :</strong> เราเห็นพ้องกันว่าโจทย์ที่ได้มันค่อนข้างบีบนิดหนึ่งนะ เราจะบอกให้คนไทยหันมาลดความอ้วนด้วยการเข้าฟิตเนส ออกกำลังกาย หรือหันไปกินอย่างอื่นไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นงานโฆษณามันไม่ลงไปที่โปรดักต์เขา จนมาเจออินไซต์อย่างหนึ่งคือ เป็นธรรมดาที่คนเราจะติดนิสัยอะไรบางอย่างเวลาทำบางสิ่ง เช่น บางคนชอบกินตอนดูหนัง บางคนติดกินข้าวตอนดึกๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งสิ่งที่เรียกว่า habit เนี่ย เราเปลี่ยนมันไม่ได้หรอกครับ เราก็เลยเคาะไอเดียกันว่า ให้คุณเอนจอยการกินที่ไม่ดีของคุณไปเถอะ แค่คุณเปลี่ยนสิ่งที่คุณกินเข้าไปก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>วิน :</strong> พอได้ไอเดียปุ๊บ เราก็มานั่งคุยกันว่าภาพแบบไหนจะเล่าได้ดีที่สุด มันควรเป็นมือจับท่าไหน เห็นโปรดักต์เป็นทรงอะไร ซึ่งกว่าจะจบที่ภาพนี้เรียกได้ว่าเกือบเช้าเหมือนกันนะครับกว่าจะได้ลงมือทำขึ้นมาจริงๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64856 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>รู้สึกยังไงที่ได้เป็นหนึ่งในทีม representative ไปแข่งไกลถึงเมืองคานส์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>วิน :</strong> ดีใจฮะ ในที่สุดก็ได้ลองไปแข่งกับครีเอทีฟชาติอื่นดูบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะยากกว่าที่เราแข่งกันมากแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กาย :</strong> นี่ถือว่าเป็นธงในใจตั้งแต่สมัยเรียนเลยมั้ง คานส์เนี่ยเป็นเวทีของครีเอทีฟ น่าจะเป็นรางวัลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแล้วของคนที่อยู่ในสายงานเรา จากที่เคยคิดว่าสักวันต้องไปคานส์ให้ได้ ตอนนี้ได้ทำสักที (ยิ้ม) ช่วงนี้ก็พยายามกลับไปดูงานคานส์ปีเก่าๆ พยายามเก็บดูให้ได้เยอะที่สุด ทำอะไรใหม่ๆ เปิดโลก เตรียมพร้อมให้ได้มากที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64860 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-42.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-42.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-42-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ในมุมของคนที่จับต้องงานโฆษณามาได้ครึ่งทศวรรษ พวกคุณคิดอย่างไรกับวงการโฆษณาไทย</b></p>
<p><b>วิน : </b><span style="font-weight: 400;">เราว่าโฆษณาไทยกำลังจะสนุกขึ้นนะ เพราะเมื่อก่อนมันเป็นช่วง culture shock โฆษณาเริ่มเข้ายุคดิจิทัล นี่มันอะไรกันวะ นี่มันไม่ใช่ทางที่เราเคยทำกันมา (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เราว่าคนเริ่มเข้าร่องเข้ารอยกับดิจิทัลแล้ว คนคิดงานโฆษณาเริ่มออกท่าแปลกๆ กันมาบ้าง ใช้ประโยชน์จากแอพ AI Data เอาอะไรหลายๆ อย่างมารวมกันเกิดเป็นสิ่งใหม่ ฟรีฟอร์มกันมากขึ้น</span></p>
<p><b>มีอะไรฝากถึงน้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นครีเอทีฟไหม</b></p>
<p><b>วิน : </b><span style="font-weight: 400;">ถ้าชอบในสายงานนี้ก็ลองทำเถอะ หลายคนที่เข้ามาทำแป๊บเดียวแล้วออกไป ส่วนมากเขาคงรู้สึกว่างานมันหนักเกินไป เอาจริงๆ เรื่องนี้มันแก้ไม่ได้อยู่แล้วนะ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนี้ตลอดชีวิตหรอก สักวันหนึ่งพอเราเริ่มชินกับการรับบรีฟ การคิดงาน เราก็จะแบ่งเวลาได้นะ ฝากบอกสั้นๆ เลยว่าอย่าท้อเร็วนักเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-64858 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/bad-young-canes-Leo-Burnett-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/young-lions-film-competition-2019/">คุยกับ ‘ครีเอทีฟทีมชาติไทย’ ก่อนออกล่าสิงโตคานส์ที่ Young Lions Competition 2019</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</title>
		<link>https://adaymagazine.com/t_047-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อภิวัฒน์ ทองเภ้า]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2019 07:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[จักรวาลสมมติ]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[t_047]]></category>
		<category><![CDATA[สีของฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=60287</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็ก ม.ปลาย คนหนึ่งชอบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป สิ่งที่ต่างออกไปคือเด็กคนนั้นเริ่มถ่ายรูปบ้านข้างๆ ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า (ที่ไม่ได้เป็นสีฟ้าทุกวัน) พร้อมโพสต์รูปและแคปชั่นเล่าความรู้สึกในใจ เพื่อเก็บไว้เป็นไดอารี (กึ่ง) ส่วนตัวในอินสตาแกรม ที่เรารู้จักกันในชื่อ t_047 &#8220;ตอนนั้นแค่อยากถ่ายรูปพวกสถาปัตย์ ตึกรามบ้านช่อง ถ่ายไปเรื่อยๆ ลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พอรู้สึกว่าเริ่มรกไทม์ไลน์เพื่อนแล้ว ก็เลยแยกไปเปิด t_047 ขึ้นมา &#8220;ตอนแรกไม่ได้บันทึกอะไร แค่เขียนว่านี่คือภาพแรกที่เราถ่ายนะ เหมือนเป็นไดอารีส่วนตัว หลังๆ มันเริ่มกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเรา วันนี้ไปเจอเรื่องนี้มา รู้สึกอย่างนี้ วันนี้อกหักก็บันทึกมันไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอเริ่มมีคนเข้ามา เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่รวมคนที่รู้สึกแบบเดียวกัน แล้วมันก็อยู่กันมาเรื่อยๆ จนมันเติบโตเป็นคอมมิวนิตี้ แล้วก็ค่อยขยายสู่การทำเพลง เพราะแคปชั่นมันเล่าเรื่องได้นิดเดียว มันไม่มีน้ำเสียงที่จะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่เราเล่า บางเรื่องเรารู้สึกว่าเอาไปเล่าผ่านเพลงมันสื่อสารได้มากกว่า สีของฟ้า, จักรวาลสมมติ, เสียงทะเล, จันทร์, เพียงฤดู, กลับดาว, หนังสั้น ถ้าเพลงคือการเล่าเรื่องรูปแบบหนึ่ง ชื่อและเนื้อหาของเพลงทั้งหมดของ t_047 คือเรื่องเล่าจากการตกผลึกมุมมองความคิดจากความรู้สึกที่เป็นผลผลิตของวัยหนุ่มสาว ผลผลิตที่เกิดจากการตั้งคำถาม พร้อมๆ กับการพยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว แทบจะทุกเพลงมีความเกี่ยวข้องกับการเฝ้ามองความเป็นไปของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ท้องฟ้า สายลม สายรุ้ง ทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t_047-interview/">สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เด็ก ม.ปลาย คนหนึ่งชอบมองท้องฟ้านอกหน้าต่างเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป สิ่งที่ต่างออกไปคือเด็กคนนั้นเริ่มถ่ายรูปบ้านข้างๆ ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า (ที่ไม่ได้เป็นสีฟ้าทุกวัน) พร้อมโพสต์รูปและแคปชั่นเล่าความรู้สึกในใจ เพื่อเก็บไว้เป็นไดอารี (กึ่ง) ส่วนตัวในอินสตาแกรม ที่เรารู้จักกันในชื่อ t_047 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนนั้นแค่อยากถ่ายรูปพวกสถาปัตย์ ตึกรามบ้านช่อง ถ่ายไปเรื่อยๆ ลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พอ</span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่าเริ่มรกไทม์ไลน์เพื่อนแล้ว ก็เลยแยกไปเปิด t_047 ขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ตอนแรกไม่ได้บันทึกอะไร แค่เขียนว่านี่คือภาพแรกที่เราถ่ายนะ เหมือนเป็นไดอารีส่วนตัว </span><span style="font-weight: 400;">หลังๆ มันเริ่มกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเรา วันนี้ไปเจอเรื่องนี้มา รู้สึกอย่างนี้ วันนี้อกหักก็บันทึกมันไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าพอเริ่มมีคนเข้ามา เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ที่รวมคนที่รู้สึกแบบเดียวกัน แล้วมันก็อยู่กันมาเรื่อยๆ จนมันเติบโตเป็นคอมมิวนิตี้ แล้วก็ค่อยขยายสู่การทำเพลง เพราะแคปชั่นมันเล่าเรื่องได้นิดเดียว มันไม่มีน้ำเสียงที่จะทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่เราเล่า บางเรื่องเรารู้สึกว่าเอาไปเล่าผ่านเพลงมันสื่อสารได้มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60338" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-69-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">สีของฟ้า, จักรวาลสมมติ, เสียงทะเล, จันทร์, เพียงฤดู, กลับดาว, หนังสั้น</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเพลงคือการเล่าเรื่องรูปแบบหนึ่ง ชื่อและเนื้อหาของเพลงทั้งหมดของ t_047 คือเรื่องเล่าจากการตกผลึกมุมมองความคิดจากความรู้สึกที่เป็นผลผลิตของวัยหนุ่มสาว ผลผลิตที่เกิดจากการตั้งคำถาม พร้อมๆ กับการพยายามทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว แทบจะทุกเพลงมีความเกี่ยวข้องกับการเฝ้ามองความเป็นไปของปรากฏการณ์ธรรมชาติ ท้องฟ้า สายลม สายรุ้ง ทะเล ดวงดาว ดวงจันทร์ ฤดูกาล จักรวาล ไปจนความสัมพันธ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันวงมี 4 คน ประกอบไปด้วย </span><span style="font-weight: 400;">ตูน–ณัฐธีร์ อัครพลธนรักษ์ (ร้องนำ, กีตาร์คอร์ด) </span><span style="font-weight: 400;">ไบรท์–วิชชัน วงศ์ปรีชาโชค (กีตาร์ โซโล, คอรัส) </span><span style="font-weight: 400;">ป็อป–ภูมิภูริณัฎฐ์ เดชาปัญญาสิทธิกุล (ดีเจมเบ้) และ </span><span style="font-weight: 400;">บี๋–</span><span style="font-weight: 400;">ศรุตา นิลโกสิตย์</span><span style="font-weight: 400;"> (ไวโอลิน) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรทำให้พวกเขาเลือกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ออกมาเป็นบทเพลงฟังสบายและลอยเอื่อยแบบจริงใจในสไตล์ t_047 ที่ติดหูติดใจใครหลายคนขนาดนี้ เราอยากชวนคุณกระโดดขึ้นยานอวกาศแล้วไปสำรวจจักรวาลของวงดนตรีชื่อ t_047 ไปพร้อมๆ กัน</span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">5 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">4 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">3 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">2 </span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">1</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60322 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-92-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60307 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-96-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้แต่ละคนเลือกเป็นดาวหนึ่งดวงแทนตัวเองจะเลือกเป็นดาวอะไร เพราะอะไร </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมเป็นดาว M78 เป็นดาวอุลตร้าแมน ผมเชื่อว่าในตัวผมมียอดมนุษย์อยู่หลายตัว ผมเป็นผู้ปกป้องโลกมนุษย์อีกทีหนึ่ง คือเราไม่ได้รู้จักดวงดาวอะไรแบบนี้เยอะ ที่คนเขาอินกันอย่างดาวพลูโต เราไม่ได้อิน ดาวดวงเดียวที่เรารู้จักคือ M78 รู้สึกผูกพันกับดาวดวงนี้ พอเราได้ยินชื่อดาว M78 เรารู้สึกอบอุ่น เรารู้สึกเหมือนมีอะไรปกป้องเราอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมชอบดวงอาทิตย์ คือบางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง เรารู้ตัวว่าเราเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ แต่จริงๆ แล้วเราไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาล ดวงอาทิตย์มันพยายามสร้างชีวิตและเปล่งแสงออกไป แต่จริงๆ แล้วเราไม่รู้เลยว่าข้างในดวงอาทิตย์มันเป็นยังไง ถ้าเปรียบกับตัวเองก็คือ ผมชอบที่จะควบคุมอะไรบางอย่างให้ได้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าจริงๆ ข้างในตัวเองต้องการอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ขอเตือนดวงดาวที่อยู่รอบๆ ไบร์ท อย่าเข้าไปใกล้มากเพราะคุณจะโดนเขาแผดเผา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ถ้าเป็นไอ้ป็อป มันน่าจะเป็นอุกกาบาต (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">**(ป็อป–ภูมิภูริณัฎฐ์ เดชาปัญญาสิทธิกุล มือดีเจมเบ้ </span><span style="font-weight: 400;">ติดภารกิจเกณฑ์ทหาร)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60381 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมว่าป็อประบุไม่ได้ว่าเขาเป็นดวงดาวไหน แต่เขาเป็นสะเก็ดดาวที่มาจากดาวหลายๆ ดวง แต่พร้อมจะวิ่งชนเข้ามาบนโลก ใครขวางเขาจะชนหมดเลย เพื่อสร้างอาณาเขตของตัวเอง พอหล่นลงบนโลกมันก็จะเป็นหลุมใหญ่ๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : บี๋ต้องเป็นดาวพระศุกร์ เพราะดูเป็นนางเอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : คิดว่าเป็นดวงดาวเฉยๆ ละกัน คือมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรขนาดนั้น เป็นดาวที่ไม่มีชื่อเรียก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แต่ว่าก็สร้างความสวยงามให้กับโลก </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60398" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-17-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แต่ละคนโคจรมาเจอกันได้ยังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ตูนกับไบร์ทรู้จักกันก่อนอยู่แล้ว คือทำวง YERM ด้วยกันมา T_047 ตั้งใจให้เป็นไซด์โปรเจกต์ของตูน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เราอยากจะอัดเพลงง่ายๆ ด้วยไมค์คอนแดนเซอร์ เล่าคอนเซปต์ที่เราอยากเล่า ทีนี้พอมีงานเล่นสดเราไม่อยากไปคนเดียวเลยชวนเพื่อนมา ใครเล่นอะไรได้ก็เอามาแจมๆ กัน เราเรียนเอกโฆษณา คณะ ICT มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำวงด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมเข้าไปมหา’ลัยก็แค่อยากเล่นดนตรี เพราะว่าเดิมทีที่บ้านผมเขาเล่นดนตรีกันอยู่แล้วทั้งครอบครัวเลย พอเข้ามหา&#8217;ลัยก็อยากตั้งวงตามประสาวัยรุ่นครับ ก็ได้มาเจอตูนนี่แหละ โชคดีที่ทุกคนมีความจริงจังที่เหนือกว่าคนทั่วไป มีแพสชั่นในการเล่นดนตรี ก็เลยทำให้เราจริงจังกับมัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ซึ่งแพสชั่นนั้นก็คือ การอยากเป็นที่สนใจของผู้หญิง (ฮา) อยากให้สาวๆ ชื่นชม เราก็เลยเลือกช่องทางของการเป็นนักดนตรี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ผมไม่เกี่ยวเลยนะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แหม ทุกคนแหละ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ผมอยากเล่นดนตรีอย่างเดียว เพื่อระบายอารมณ์ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60366 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-42-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60368 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-44-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>จำเหตุการณ์วันแรกที่เจอกันได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ประโยคแรกที่ไบร์ทพูดกับผมวันปฐมนิเทศ ไบร์ทสะกิดหลังผมแล้วถามว่า นายๆ ฟัง Arctic Monkeys ปะ (หัวเราะ)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แล้วตูนก็บอก เฮ้ย ฟัง เราก็บอก เฮ้ย เจ๋ง เหมือนพวกเด็กเนิร์ดคุยกันอะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วมือไวโอลินสมาชิกคนล่าสุดมาร่วมงานกันได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : หนูเรียนดนตรีอยู่ที่ ม.รังสิต แต่ว่าเรียนเอกคลาสสิกเลย ทีนี้มีรุ่นพี่นักดนตรีที่เขาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กพี่ตูนเห็นพี่เขาประกาศหามือไวโอลิน รุ่นพี่เลยแท็กหนูมา หนูก็คิดว่า เออ น่าสนใจ อยากลองเล่นเพลงแนวอื่นที่ไม่ใช่ที่เรียนอยู่บ้าง ก็เลยลองทักพี่ตูนไปว่าสนใจอยากลองเล่นกับวง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมโทรไปถามเลย เออ ปกติเล่นแนวไหน อ๋อ เล่นคลาสสิก แล้วเล่นพวกอิมโพรไวส์ได้ไหม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : คือเห็นเฟซแล้วก็รับเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมคุยแป๊บเดียว แล้วชวนนัดซ้อมกันสักรอบ ผมคิดว่าคุยไปมันก็เท่านั้นถ้าไม่ได้มาเจอมานัดซ้อมกัน ซ้อมครั้งแรกก็ เออ ไอ้น้องมันก็หน้าตาดีว่ะ เราก็โอเค (หัวเราะ) คือเราเชื่อใจตั้งแต่รู้ว่าบี๋เรียนเอกคลาสสิกไวโอลินอยู่แล้ว และมีประสบการณ์เคยไปเล่นให้บอดี้สแลมมาด้วย วิชาตัวเบา คอนเสิร์ตที่ราชมังฯ วงเราสเกลเล็กๆ บี๋เอาอยู่แน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมเห็นน้องเขานั่งคุยกับเพื่อนนักดนตรี “เฮ้ย โน้ตท่อนนี้มันเล่นเขบ็ตประจุดนะ เดี๋ยวแก้โน้ตเลย” โอ้โห</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แต่เวลาเราคุยกันจะบอกว่า บี๋ ท่อนนี้ขอแบบ (เลียนเสียงไวโอลิน) “แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ะ” ขอ “แอ๋&#8230;” ยาวหน่อย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60364 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-50-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60351 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-55-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้ซาวนด์อิเล็กทรอนิก ซินท์ป๊อปล้ำๆ ทำไมถึงเลือกเล่าเรื่องผ่านดนตรีโฟล์ก </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เพราะผมเล่นไม่เป็น (ฮา) ผมไม่สามารถทำวงแบบนั้นได้เพราะผมไม่ได้ฟัง </span><span style="font-weight: 400;">ผมเชื่อเรื่อง You are what you is. ผมไม่ได้โตมากับดนตรีแบบนั้น </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่งานมันง่ายด้วย เราแค่ต้องการจะเล่าเมสเซจอะไรบางอย่างออกไป </span><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้อยากให้คนดูมานั่งลอย มาเต้นอะไร เราอยากให้ฟัง มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง อย่าง &#8216;สีของฟ้า&#8217; เพลงแรกที่เราอัดก็เลยมีแค่กีตาร์โปร่งตัวเดียวเลย แล้วพอเราไปเล่นก็รู้สึกว่าให้มีเสียงกีตาร์แอมเบียนต์มาเล่าเรื่องของบรรยากาศ มีเสียงไวโอลินมาเล่าเรื่องของเวลา มีเสียงดีเจมเบ้มาทำให้มันกลม แค่นี้เราว่าเมสเซจมันส่งไปได้แล้ว เลยคิดว่าเป็นโฟล์กก็พอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไปร์ท : ผมคิดว่าผมโชคดีด้วยเพราะผมเป็นคนที่แต่งเนื้อไม่เป็นเลย เมสเซจที่อยากเล่าก็พูดไม่รู้เรื่อง โชคดีที่เจอตูนและได้ทำวงกัน มันก็เลยลงล็อกกัน เพราะว่าผมชอบอะไรที่มันนามธรรมมากๆ ชอบสร้างบรรยากาศ มันก็เลยเป็นส่วนผสมที่ไปด้วยกัน มันเหมือนถ้าทำงานครีเอทีฟก็คือทำงานกันแบบ ก็อบปี้ฯ กับ อาร์ตไดฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ทีนี้แนวเรามันคือแนวอะไรวะ โฟล์กไฮบริดเหรอ </span><span style="font-weight: 400;">หรือ Acoustasonic มันก็ไม่ใช่โฟล์กแท้นะ เพราะโฟล์กแท้มันก็ต้องมีแค่กีตาร์โปร่งแบบวง selina and sirinya คือเราเป็นอะไรก็ได้ขอแค่ได้เล่าเรื่องที่อยากเล่าก็พอแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เสน่ห์ของโฟล์กในแบบของ t_047 คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ที่เราชอบเพราะว่าเหมือนมีเครื่องดนตรีที่สร้างบรรยากาศครอบเมสเซจอีกที </span><span style="font-weight: 400;">เวลาไปเล่นเหมือนเราก็ชัดเจนว่าไม่ต้องมาคาดหวังซาวนด์ที่ดีหรืออะไรมากมายจากเรา </span><span style="font-weight: 400;">คิดซะว่าเราเป็นเพื่อนแถวบ้านที่มานั่งล้อมวงเล่นกัน นี่คือสิ่งที่เราพยายามควบคุมทุกโชว์ให้เหมือนคนนั่งฟัง นั่งเล่นกันในบ้าน เพื่อตัดความคาดหวังของคนออกไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60355" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-59-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เหมือนวงจะเน้นเรื่องความง่ายและธรรมดา ทำไมถึงเชื่อในความธรรมดา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ตอนแรกก็คิดว่า เฮ้ย มันดูเป็นข้ออ้างหรือเปล่า กับการที่เราบอกว่าตัวเองธรรมดา เพราะเราทำอะไรที่มันพิเศษไม่ได้ ตอนแรกที่ทำวงเรามีคิดไว้ในใจว่าจุดเด่นของวงเราคืออะไร เพราะดนตรีมันธรรมดามาก แล้ว</span><span style="font-weight: 400;">มันยังไม่เคยมีใครบอกว่า เฮ้ย กูเป็นวงธรรมดาว่ะ กูเป็นวงดนตรีนะ แต่กูไม่ได้มีอะไรโดดเด่น พวกกูธรรมดามาก แล้วเราเชื่อว่าคนที่ฟังก็เป็นคนธรรมดา คนที่นั่งอยู่ที่บ้าน เรารู้สึกว่าเราเป็นคนทำเพลง ถ้าเราสื่อสารข้อความที่มันธรรมดาออกไป เรารู้สึกว่าคนจะเข้าใจเรา จะอินกับเรา เราเลยใช้ภาษาที่มันธรรมดา ไม่ได้กวีมาก เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างชื่ออัลบั้ม &#8216;</span>Ordinary Things That Stay Forever&#8217;<span style="font-weight: 400;"> ไอ้สิ่งที่มันพิเศษ ไอ้สิ่งที่มันมาแล้วคนให้ความสนใจ คนว้าว วันหนึ่งมันจะไม่ว้าว แต่ความธรรมดาเห็นแล้วคนก็จะ อ๋อ อืมๆ มันก็จะเป็นอย่างนี้ของมันไปเรื่อยๆ มันคงจะไม่บูม แต่มันคงไม่หาย อยู่กับมันไปเรื่อยๆ นี่คือสิ่งที่ตั้งใจทำกับ t_047 คือให้คนรู้สึกกับเราแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ รู้สึกกันไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ความธรรมดาที่เสมอต้นเสมอปลายมันดียังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เหมือนเรามีแฟน เราพยายามทรีตเขาให้รู้สึกพิเศษที่สุด เราพยายามทำทุกอย่างให้มันเพอร์เฟกต์ที่สุด โทรไปหา คุยกันวันละชั่วโมงสองชั่วโมง พาไปกินข้าวร้านหรูๆ แต่ถ้ามันไม่ใช่ตัวเอง เราไม่สามารถทำแบบนั้นได้ตลอด วันหนึ่งมันจะค่อยๆ ลดลงมา แล้วกลายเป็นว่าเขาบอกว่าเราเปลี่ยนไป ทำไมไม่เสมอต้นเสมอปลาย หลังจากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ว่า งั้นกูก็ธรรมดา ไม่ต้องเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วมีลูกโป่งเต็มห้อง ไม่ต้องมีอะไรแบบนั้น เลยเชื่อในอะไรที่ธรรมดา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือความเสมอต้นเสมอปลายแหละ อย่างข้อความที่เขียนในแคปชั่น เราเรียนโฆษณามาเรารู้ว่าเขียนแบบไหนคนจะแชร์ เขียนแบบไหนคนจะชอบ แต่เราพยายามเขียนสิ่งที่เรารู้สึกจริงๆ ซึ่งมันอาจไม่ใช่ประโยคที่ฟังแล้วอยากแชร์ แต่นี่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับความคิดเราจริงๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60356" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-51-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เขียนและเลือกใช้คำที่จริงใจกับความรู้สึกตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ๆ เหมือนบางทีมันก็จะมีเถียงกับตัวเองบ้างแหละว่า โห ท่อนนี้อยากจะใช้คำประมาณนี้ </span><span style="font-weight: 400;">แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราพูด หรือสิ่งที่เราคิดจริงๆ สู้ให้เพลงมันธรรมดาดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมว่ามันธรรมดา แต่ว่าที่มันไม่ธรรมดาสำหรับคนฟังเพราะว่ามันทัชเขา บางเพลงของบ้านข้างๆ </span><span style="font-weight: 400;">ที่ตูนแต่ง มันเป็นเพลงที่เป็นเรื่องจริง พอเราพูดออกมามันก็เลยโดนใจคน มันเหมือนเพลงไทยโดนใจ มันเลยไม่ธรรมดา แต่ส่วนใหญ่ผมทำพาร์ตดนตรีใช่ไหม ผมจะให้ตูนพูดแค่เมสเซจเดียวว่า เพลงนี้อยู่ที่ไหน แล้วกำลังจะไปไหนต่อ ผมก็แค่ทำให้เป็นสถานการณ์เกิดขึ้นมา อย่างเพลง <em>เพียงฤดู</em> ตูนบอกว่าตื่นมาในห้องตอนเช้า เราก็ทำเพลงท่อนแรกให้รู้สึกว่ามันกำลังอยู่ในห้อง แล้วกำลังไปไหนต่อ ก็คือฤดูกำลังเปลี่ยนไป มีลมพัดมีฝนตก ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : ตอนแรกหนูก็อยู่ในฐานะผู้ฟังวงนี้มาก่อนค่ะ คือรู้สึกชอบเหมือนที่พี่ไบร์ทพูดว่ามันคือเรื่องจริง มันง่ายๆ ฟังแล้วมันก็เหมือนสัจธรรมชีวิตนิดหน่อย มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่มีอะไรหวือหวา ฟังได้เรื่อยๆ </span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่า เออ มันก็ธรรมดาดีนะ ฟังกี่ทีมันก็เหมือนให้ข้อคิดกับชีวิตไปด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนฟังธรรมะ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนเรื่องเล่าในเพลงของ t_047 มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ๆ ผมชอบอีกอย่างหนึ่งคือ พอฟังในช่วงอายุหนึ่งมันรู้สึกอีกแบบหนึ่ง <em>สีของฟ้า </em>เราปล่อยตอนปี 3 ปี 4 พอกลับมาฟังตอนเรียนจบแล้วก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนกับว่าตอนนั้นเราพยายามเล่า แต่พอผ่านเวลามาปุ๊บ กลับไปฟังใหม่อีกที เฮ้ย ตอนนั้นเรายังไม่รู้อะไรเลยหรือเปล่าวะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60399 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60400 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>การทำเพลงมีกระบวนการยังไง เริ่มตั้งต้นจากอะไรก่อน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : มันจะมีเรื่องมาก่อน สมมติยกตัวอย่างเพลง <em>เพียงฤดู</em> ก็ได้เมสเซจมาอันเดียวเลยว่า ชีวิตคนเรามันก็เป็นเพียงฤดู เหมือนตื่นมาแล้วรู้สึกว่า อากาศมันดี ทุกอย่างมันดี มีคนรักนอนอยู่ข้างๆ แล้วก็รู้สึกว่า โอ้โห ชีวิตมันดีมาก เราเอาช่วงเวลาช่วงเดียว เราเอาฤดูเดียวมาตัดสินเลยว่าชีวิตเราดี ถ้าวันหนึ่งไอ้สิ่งเหล่านี้มันหายไป มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา เราเลยรู้สึกว่า เออ ไม่อยากหลงไปกับสิ่งที่มันดี ณ เวลานั้นมากเกินไป แล้วก็พยายามบอกกับตัวเองว่า ชีวิตมันเป็นเพียงฤดู แล้วมันก็เริ่มเขียนเนื้อตอนนั้นเลย </span><i><span style="font-weight: 400;">เช้าวันนี้มีเธออยู่ ดูรอยยิ้มเมื่อตอนเธอนอน ลมหนาวพัดมา บางอย่างก็ทำให้คิดถึงชีวิตที่มีอยู่ </span></i><span style="font-weight: 400;">แล้วก็เขียนมาเรื่อยๆ ค่อยเอามาเข้าทำนองเป็นเพลง เขียนเมสเซจมาก่อน เหมือนเราเขียนบทความเพื่อเล่าให้ใครคนหนึ่งฟัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีส่วนไหมว่า เพราะเรียนโฆษณามาด้วยเลยทำให้ใช้วิธีนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ ผมว่าโฆษณามันตั้งต้นด้วยคีย์เมสเซจ พอได้บิ๊กไอเดียปุ๊บ เอามาแตกเป็น execution อะ กูจะเล่าแบบนี้ เขียนมาหน้ากระดาษหนึ่ง อ๋อ ลมหนาวเดียวมันก็มา แล้ววันหนึ่งมันก็ลา แล้วค่อยมาหาคอร์ดที่เล่าเมสเซจนี้ได้ดี เหมือนเรามีพล็อตแล้วค่อยไปหาว่า เอเจนซีไหน โปรดักชั่นไหน ที่มันจะเล่าเรื่องนี้ได้ดีที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ใครเป็นคนตัดสินใจเคาะเพลง ว่าเพลงแบบนี้แหละคือ t_047 </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : อัลบั้มแรก &#8216;Ordinary Things That Stay Forever&#8217; กระบวนการมันอยู่ที่ผมกับไบร์ท ผมเขียน ทำเดโม่ ส่งให้ไบร์ท บรีฟไบร์ทไปว่าอยากได้แบบนี้นะ ไบร์ทส่งกลับมา เราก็แก้พาร์ตดนตรีกันก่อนให้เสร็จ พาร์ตดนตรีเสร็จแล้ว โอเค นัดวันกันเข้าไปอัดเสียง เข้าสู่กระบวนการมิกซ์ mastering</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เหมือนแยกงานขาดกันเลยครับ แค่สองคน ตูนแต่งเนื้อมาผมทำดนตรี ผมแก้เนื้อนิดหนึ่ง ตูนเขาแก้ดนตรีนิดหนึ่ง แล้วก็จบงานกันสองคน แต่อัลบั้มหน้าคงเปลี่ยนวิธี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : อัลบั้มหน้าคงเขียนให้เสร็จสัก 10 เพลงแล้วเรียกมาคุยกันว่า ใครมีไอเดียอะไร เห็นอะไรบ้างเอามาแชร์กัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อัลบั้มหน้าได้กำหนดเวลาไหมว่าจะปล่อยเมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ไม่คิดเลย ไม่กำหนดเวลาด้วย แค่รู้สึกว่าวันไหนว่างก็นั่งเขียนเพลง นั่งทำเพลง วันไหนมีเรื่องจะเล่าก็นั่งจด นั่งอัดเดโมไป อาจจะ 3-4 ปีก็ได้ ไม่รีบเลย เพราะเราไม่ได้วางมันเป็นอาชีพไง เหมือนเราแค่ทำเป็นงานอดิเรก ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ก็ปล่อย ใช้เวลากับมันเยอะๆ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60404" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ไม่ได้กดดันตัวเองมาก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ ไม่กดดันเลย ถ้ามันจะมามันก็มา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพราะว่าไม่มีค่ายด้วย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ นั่นเป็นข้อดี  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : แต่ก็เป็นข้อเสียเหมือนกัน ก็คือแบกของไปนู่นไปนี่ แต่ก็มีพี่ปาร์คช่วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เรารู้สึกว่าคาแร็กเตอร์วงเรามันมีค่ายไม่ได้ เพราะว่าเราวางตัวเองแบบอะไรก็ได้ ชิลล์ๆ ทำกันเอง ปล่อยกันเอง สงสารคนที่จะมาเป็นค่ายเราด้วย พวกเราช้า พวกเราค่อยๆ ทำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แต่ด้วยยุคสมัยมันก็เอื้อให้ทำงานได้ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : แค่รู้สึกว่าอุปกรณ์ที่มีมันพอทำกันได้ มันโอเค มันมีที่ mastering ที่เราสนิทกัน ก็พออยู่ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60387 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-25-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-60388 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ในวันคอนเสิร์ต </b><b>T_047 &#8216;ชวนเพื่อนมาบ้าน&#8217;</b><b> ตูนบอกว่ามีวงภูมิจิตเป็นไอดอล </b><b>อยากให้เล่าหน่อยว่าได้รับอิทธิพลอะไรมาบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : รับตั้งแต่ชื่อวงก่อนเลย ในขณะนั้นที่เชลฟ์ Happening มันมีชื่อวงเท่ๆ มีอะไรเท่ๆ นี่คือชื่อวงที่ชื่อเชยมาก เหมือนชื่อพ่อใครสมัยมัธยมฯ ช่วงนั้นมันเคว้งด้วย เรารู้สึกว่า บอดี้สแลมไม่ใช่เราละ บิ๊กแอสไม่ใช่เราละ คือชอบไปเดินเล่นหอศิลป์อยู่แล้ว ก็ลองซื้อมาฟังดู มันน่าจะเป็นเพลงไทยแรกๆ ที่เรารู้สึกว่า โอเค ถ้าหลุดออกจากความรักได้เราก็รู้สึกว้าวแล้วอะ คือก่อนหน้านั้นเราฟังเพลงแบบ ฉันรักเธอ เธอรักฉันมาตลอด พอมาวงนี้เพลงแรกที่ฟังคือ </span>New World Order <i><span style="font-weight: 400;">“อเมริกาบ้าสงคราม ผิวขาวได้ด้วยไวต์เทนนิ่งครีม แย่งส่วนแบ่งต่างๆ ด้วยมาร์เก็ตติ้งทีม”</span></i><span style="font-weight: 400;"> เชี่ยอะไรวะเนี่ย แต่นั่นเป็นการเปิดโลกการฟังเพลงของเราว่า แม่งไม่ต้องพูดแล้วเรื่องความรักเรื่องความสัมพันธ์ มันพูดได้หลายอย่าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การโคจรออกไปเจอสิ่งใหม่ๆ ลองฟังสิ่งที่ไม่คุ้นเคย แบบที่ตูนทำมันสำคัญกับชีวิตยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมว่ามันสำคัญมากเลยนะ ผมพยายามไปเจออะไรใหม่ๆ มันจะมีช่วงรอยต่อของชีวิต ผมเจออยู่สามช่วง คือ ช่วง ม.ต้น ช่วงเข้ามาหา&#8217;ลัย แล้วก็ช่วงเรียนจบ คือช่วงรอยต่อที่จะรู้สึกเคว้งๆ เราก็คิดว่าจะทำอะไรต่อได้บ้างวะ ไม่งั้นเราอยู่แบบนี้ ไม่ไปเจออะไรใหม่ๆ เลย เราจะเริ่มเฉา เริ่มดาวน์ไม่อยากทำอะไร ตื่นมาไม่มีพลังเลย ก็เลยต้องพยายามออกไปฟังเพลงใหม่ ออกไปเจอคน เพื่อที่จะให้เรามีพลังขึ้นมาตั้งเป้าอะไรบางอย่างแล้วรู้ว่า ถ้าเราตื่นมาต้องทำอะไรต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : บางที่รู้สึกเหมือนว่าโลกที่เรารู้จัก เรารู้จักมันกว้างพอแล้ว ณ จุดหนึ่งเราว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกว่าตัวเองแม่งยิ่งใหญ่คับโลก กูคือตูน ณัฐธีร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : โห ช่วงมหา&#8217;ลัยนี่ผมว่าทุกคนเป็นหมด หรือว่ากูอยู่กับมึงกูเลยเป็นวะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เออ ช่วงหนึ่งผมกร่างในเฟซบุ๊กมาก รู้สึกว่าตัวเองฟังเพลงเยอะ ผมฟังกว้าง </span><span style="font-weight: 400;">ผมคือคนที่มีศักยภาพมาก แต่พอได้รู้จักเบิร์ดซาวนด์ ได้เจอสังคม ได้เจออะไรที่มันกว้างขึ้น สุดท้ายเรามันก็แค่กระจึ๊งหนึ่ง สมัยมหา&#8217;ลัยเราอาจจะคิดว่ากูคือมือกีตาร์ ไอ้ไบร์ท์คือมือกีตาร์ เฟี้ยวๆ </span><span style="font-weight: 400;">มึงเจอพี่เบิร์ด Desktop Error เข้าไป ไอ้เชี่ย พี่เบิร์ดปรับจูนกีตาร์เอง สร้างคอร์ดใหม่เอง </span><span style="font-weight: 400;">เลยได้รู้ว่าวันไหนที่มึงรู้สึกว่ามึงใหญ่คับโลก เดี๋ยวโลกจะบี้มึงลงมาเอง เออ ให้มันไปเจอเอง ให้มึงคิดว่ามึงเฟี้ยวไปเลย (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-67-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>บี๋มือไวโอลินก็เหมือนออกจากคอมฟอร์ตโซนมา มันเปลี่ยนเรายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : เออว่ะ บี๋ออกมาไกลมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : ปกติที่บ้านหนู พ่อแม่จะบังคับนิดหนึ่งตั้งแต่เด็ก อยู่ในกรอบตลอด ก็เรียนๆ ชีวิตไม่หวือหวาอะไรเลย เรียนตามที่แม่บอก เมื่อก่อนจะเป็นคนแบบ ไอ้นู่นก็ไม่กล้าทำ ไอ้นี่ก็ไม่กล้าทำ แต่พอเข้ามหา’ลัย แล้วเราเจอคนที่หลากหลายมากขึ้น รู้สึกว่าเราควรจะออกจากคอมฟอร์ตโซนของเราแล้ว เออ ไหนๆ ก็นะ สักครั้งหนึ่ง อยากลองทำอะไรก็ลองให้หมดเลย ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่หนูกำลังเริ่มหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตทำ นอกจากที่เราเรียนมาตามระบบทั่วๆ ไป ตอนนี้ก็หาอะไรที่อยากทำ ทำไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60360" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-46-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>เหมือนตอนนี้ทุกคนก็พยายามโคจรไปในพื้นที่ใหม่ๆ ตลอด</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ใช่ พอเจอสังคมใหม่แล้วรู้สึกว่าโลกมันกว้างมาก ไม่ต้องเอาระดับโลกหรอก แค่อยู่ในประเทศไทย แค่เราได้ไปเล่นในหลายๆ จังหวัด เราได้เจอวัฒนธรรมของคน ได้เจอคนหลายๆ ประเภท เราก็ได้เห็นว่า อ๋อ จังหวัดเขาทำกันอย่างนี้เหรอวะ แค่นี้ก็เปิดแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้า t_047 เป็นดวงดาวคนดูจะได้เห็นมันโคจรไปทิศทางไหนต่อไป</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ผมพยายามหนีออกจากจุดที่คนจะมองเห็น ไม่ได้อยู่ในแสงไฟ ไม่ได้อยากจะเป็นดาวที่อยู่ในระบบสุริยะด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากให้มันไปต่อคือ อยากให้มันไปโคจรรอบๆ ดวงดาวดวงเล็กๆ เหมือนไปชวนดวงดาวดวงเล็กๆ มาอยู่ด้วยกันแล้วก็สร้างพวกเราให้เป็นกลุ่มดาวอะไรบางอย่าง คงอยากสร้างคอมมิวนิตี้มากกว่า อยากจะสร้างวงดนตรี แล้วก็ไม่ได้อยากให้คาดหวัง รอเพลงที่มันจะเพราะ เพลงที่มันจะดัง เราเจอแนวทางของเราแล้ว เราก็จะค่อยๆ ไปของเรา ถ้าถามว่าจะโคจรไปไหนเราก็ยังไม่รู้นะ คอยดูไปเรื่อยๆ ว่า t_047 กำลังทำอะไรอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-60349" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/t_047-62-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตอนท้ายของคอนเสิร์ต t</b><b>_047 &#8216;ชวนเพื่อนมาบ้าน&#8217;</b> <b>วันที่ 30 มีนาคม</b><b>ที่ผ่านมา </b><b>ตูนชวนเพื่อนสนิทขึ้นมาเล่นดนตรีด้วยกันบนเวที ตอนนั้นแววตาคุณดูมีความสุขมากเลย </b><b>อะไรทำให้คุณให้ความสำคัญกับเพื่อนมากขนาดนั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : จริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าผมโตมาคนเดียว ผมโตมากับสภาพครอบครัวไม่ค่อยสมบูรณ์ </span><span style="font-weight: 400;">การได้มาเจอเพื่อนในมหา’ลัย มันคือสภาพแวดล้อมดีๆ เดียวที่ผมมี ทุกวันนี้ผมไม่ได้กลับไปบ้าน </span><span style="font-weight: 400;">เพราะว่าเราไม่ได้มีคนที่เรารู้สึกว่าเขาอยู่ข้างๆ เรา </span><span style="font-weight: 400;">มองย้อนกลับไปตั้งแต่ปีหนึ่ง คนที่มันช่วยเหลือชีวิตเราคือคนที่เป็นเพื่อนๆ เหล่านี้ เราเลยเห็นความสำคัญของคนที่อยู่ข้างๆ และต้องเป็นคนที่เรารู้สึกว่าเขาจริงใจกับเราจริงๆ และทุกคนที่อยู่ในงานนั้นก็คือคนที่เรารู้สึกแบบนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อมาตลอดว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว โอเคมันเกิดมาคนเดียวแล้วมันตายคนเดียว แต่ว่าในระหว่างทางที่เราเดินอยู่ รู้สึกว่าการมีใครสักคนข้างๆ มันเป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<h3>บทเพลงจาก <span style="font-weight: 400;">t_047 ที่วงอยากแชร์ให้เราฟัง</span></h3>
<h4>01 จักรวาลสมมติ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : ถ้าต้องพูดถึงเพลงที่ชอบที่สุด คิดว่าน่าจะเป็น </span><em>จักรวาลสมมติ</em><span style="font-weight: 400;"> เพราะเป็นเพลงที่ ณ ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเนื้อหาจริงๆ ของมันคืออะไร แต่เวลาเราร้องแล้วรู้สึกดีและผ่อนคลายมาก<em> จักรวาลสมมติ</em> เกิดขึ้นจากตอนที่เมามากๆ หยิบกีตาร์มาจับได้แค่สองคอร์ด อยากให้เห็นภาพมากเลย น้ำลายจะไหล บอกตัวเองว่า อย่าอ้วกนะ (หัวเราะ) แล้วหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง นั่งฮัมไป อยู่ๆ ก็พูดอะไรก็ไม่รู้ พูดอะไรเป็นทำนอง​ “เอย คือความจริง” เฮ้ย เพลงมันมาว่ะ ก็กดเรคคอร์ดไว้ ฮัมๆ ไปเรื่อยๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอตอนเช้าเราค่อยมานั่งแกะ แล้วก็เขียนข้อความที่พูดเมื่อคืนลงในกระดาษ ได้มาเป็นเพลงหนึ่ง แล้วก็คิดว่า เมื่อคืนกูเป็นอะไรวะ (ฮา) มันเหมือนกับว่าช่วงที่เราเมา ณ ตอนนั้น มันพูดสิ่งที่อยู่ในใจเราออกไปหมดโดยที่เราไม่รู้ด้วยว่า จริงๆ ในใจเรามันคิดอะไรอยู่ ก็เลยแทนสิ่งที่อยู่ข้างในวันนั้นเป็นคำว่า จักรวาลสมมติ ในตัวเรามันเหมือนมีบางสิ่งที่มันเหมือนอีกจักรวาลหนึ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ รู้สึกอะไรอยู่</span></p>
<p><div id="erdyt-6a2c8453628db" data-id="8mEhZzu-xb4" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-8mEhZzu-xb4-6a2c8453628db" data-vid="8mEhZzu-xb4" data-src="https://www.youtube.com/embed/8mEhZzu-xb4?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/8mEhZzu-xb4/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h4>02 เพียงฤดู</h4>
<p><em>เพียงฤดู</em><span style="font-weight: 400;"> มันเป็นสิ่งที่เราอยากจะบอกตัวเอง แต่พอมันไป effective กับคนที่เขาเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเขาทักมาบอกว่าเขารู้สึกดีได้ด้วยเพลงนี้ มันทำให้เราเปลี่ยนมุมมองในการทำดนตรีไป เราเป็นคนไม่ได้อินกับรางวัลหรือยอดวิวอะไรอยู่แล้ว เราแค่รู้สึกว่า เออว่ะ มันมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้อะไรดีๆ จากเพลงนี้ อาจจะมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่ว่าถ้าเพลงเรามันไปเซฟเขาได้ โห นี่มันคือรางวัลที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนทำเพลง คือเพลงไปช่วยชีวิตคนไว้</span></p>
<p><div id="erdyt-6a2c84536290d" data-id="a0mid0GBNpc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-a0mid0GBNpc-6a2c84536290d" data-vid="a0mid0GBNpc" data-src="https://www.youtube.com/embed/a0mid0GBNpc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/a0mid0GBNpc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h4>03 เสียงทะเล</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : ผมชอบเพลง </span><em>เสียงทะเล</em><span style="font-weight: 400;"> เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมไม่ได้ทำเลยนะ ตูนทำคนเดียว แต่ว่าตอนที่มันไปทำเพลงนี้ ผมไปอยู่ที่ทะเลกับมันด้วย เลยต้องไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นด้วย มันเลยอินไง (หัวเราะ) ฟังแล้วร้องไห้เลยนะ มันเป็นเพลงที่ง่าย เหมือนกูไม่เป็นไรแล้ว แต่จริงๆ กูคิดถึง มันก็ทัชผม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เพราะมึงชอบพาสาวไปทะเลไง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : มึงแหละ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เราเรียนที่ศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี เพราะฉะนั้นสถานที่ที่มันจะโรแมนติกที่สุด ณ ที่นั้นก็คือทะเล ทุกคนต้องพาสาวไปทะเล</span></p>
<p><div id="erdyt-6a2c84536291f" data-id="k_pMZARaJDo" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-k_pMZARaJDo-6a2c84536291f" data-vid="k_pMZARaJDo" data-src="https://www.youtube.com/embed/k_pMZARaJDo?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/k_pMZARaJDo/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h4>04 รอสายรุ้ง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไบร์ท : คือตอนทำเราก็รู้สึกได้ว่าท่อนนี้มันว่ะ เคยไหมที่เราฟังเพลงที่ไม่รู้ว่าความหมายมันคืออะไร แต่จู่ๆ มันก็ขนลุกอะ แล้วเราก็ต้องกลับไปฟังใหม่ว่ามันต้องการจะเล่าอะไร แล้วมันก็จะอิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตูน : เมสเซจเดียวเลยก็คือ ถ้าไม่รอ ก็ไม่นาน คนเราให้ความสำคัญกับเวลาที่เป็นตัวเลขมากเกินไป คนเราไปกำหนดเองว่าการโสดมาหนึ่งปีคือนาน การลืมใครคนหนึ่งไม่ได้มาสามเดือนแปลว่านาน ถ้าเราใช้ชีวิตปกติ ไม่ต้องกระเสือกกระสนจะหาแฟน หรือจะหาคนที่ใช่ ก็ใช้ชีวิตปกติมันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันนานหรือว่าอะไร อยู่คนเดียวก็ไม่ได้แย่ วันหนึ่งเจอคนเข้ามามันก็อาจจะเป็นเรื่องดีๆ ไม่อยากให้คนไปรอคอยอะไรบางอย่าง ไม่อยากให้ไปใจจดใจจ่อกับมันมากเกินไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ ก็เป็นความขบถกับอีกหลายเพลงที่เราเคยได้ยินมา หลายเพลงที่บอกว่า ต้องรอไปอีกนานแค่ไหน ต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่ ไม่ต้องรอ ใช้ชีวิตไปตามปกติเลย </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครมานั่งจ้องมองหาว่าสายรุ้งอยู่ไหน สายรุ้งๆๆ แต่พอวันหนึ่งเราแหงนหน้ามองเห็นสายรุ้ง อันนั้นคือ beautiful moment </span></p>
<p><div id="erdyt-6a2c84536292b" data-id="fcjj26PYfUE" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-fcjj26PYfUE-6a2c84536292b" data-vid="fcjj26PYfUE" data-src="https://www.youtube.com/embed/fcjj26PYfUE?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/fcjj26PYfUE/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<hr />
<h4>05 สีของฟ้า</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">บี๋ : </span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกว่าเพลงนี้มันไม่ได้สื่อแค่เรื่องความรักอย่างเดียว ชีวิตเราทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปตลอด แค่สีของท้องฟ้ามันยังเปลี่ยนทุกวันเลย เมื่อก่อนเราเป็นคนคิดมาก มีอะไรก็ชอบเก็บมาคิด แต่พอได้ฟังเพลง เออ มันก็จริง คนเราความคิดมันก็เปลี่ยนทุกๆ วัน เราโตขึ้นเรายังคิดไม่เหมือนเดิมเลย ฟังเพลงนี้แล้วมันทำให้เราปล่อยวางได้ว่า ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปตลอดเวลาแหละ ไม่ต้องไปยึดติดกับมัน</span></p>
<p><div id="erdyt-6a2c845362937" data-id="xtTFNAs6xU0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-xtTFNAs6xU0-6a2c845362937" data-vid="xtTFNAs6xU0" data-src="https://www.youtube.com/embed/xtTFNAs6xU0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/xtTFNAs6xU0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t_047-interview/">สำรวจจักรวาลดนตรีและความสัมพันธ์แบบ ‘บ้านข้างๆ’ กับวง t_047</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>My Echo, My Shadow and Me : ภาพสะท้อนชุมชนคลองเตยจากเด็กคลองเตยถึงคุณ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/my-echo-my-shadow-and-me/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2019 07:12:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[My Echo]]></category>
		<category><![CDATA[My Shadow and Me]]></category>
		<category><![CDATA[Conne(x)t Klongtoey]]></category>
		<category><![CDATA[a book]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องฟิล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=57438</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทุกคนมีอิสระจะฝันและทำ แต่ถ้าคุณมีข้อจำกัดของชีวิต ก็จงท้าทายข้อจำกัดเหล่านั้น” ประโยคข้างต้นถูกเขียนด้วยลายมือของเด็กหญิงปอย เธอเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย และลายมือนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ My Echo, My Shadow and Me My Echo, My Shadow and Me คือหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ a book ที่เกิดจากความร่วมมือกับโครงการ Conne(x)t Klongtoey โครงการนี้เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่เล็งเห็นปัญหาด้านการศึกษาของเด็กในชุมชนคลองเตย และจากการลงพื้นที่ ตัวแทนจากโครงการได้ค้นพบว่าจริงๆ แล้วเยาวชนที่คลองเตยมีความหลากหลายทางมิติมาก เพียงแค่หลายคนตีตราพวกเขาด้วยมายาคติด้านลบจนความคิดเหล่านั้นครอบตัวตนของเด็กไปจริงๆ จนยากจะสลัดออก ด้วยความเชื่อของทุกคนในโครงการ Conne(x)t Klongtoey ว่าความเก่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศาสตร์เดียว พวกเขาจึงสร้างคอร์สการศึกษาใหม่เพื่อจะสะท้อนเสียงจริงของเด็กเหล่านั้นผ่านศิลปะ 4 แขนง นั่นคือ ศิลปะการแต่งเนื้อและทำนองเพลงฮิปฮอป, ศิลปะภาพถ่าย, การออกแบบแฟชั่น และพื้นฐานการสักและสตรีทอาร์ต ผลงานของเหล่าเด็กจากคอร์สสุดท้ายนี่เองคือที่มาของหนังสือเล่มนี้ แรกเห็นหน้าปกและได้รู้คอนเซปต์ สารภาพว่าเราคาดการณ์ว่า My Echo, My Shadow and Me จะเต็มไปด้วยภาพ แต่เมื่อเปิดอ่าน เราก็พบว่าตัวเองคิดผิด ใช่, หนังสือเล่มนี้นำเสนอผ่านภาพถ่ายเป็นส่วนใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-echo-my-shadow-and-me/">My Echo, My Shadow and Me : ภาพสะท้อนชุมชนคลองเตยจากเด็กคลองเตยถึงคุณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><em><span style="font-weight: 400;">“ทุกคนมีอิสระจะฝันและทำ</span></em></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าคุณมีข้อจำกัดของชีวิต</span></em></p>
<p style="text-align: center;"><em><span style="font-weight: 400;">ก็จงท้าทายข้อจำกัดเหล่านั้น”</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคข้างต้นถูกเขียนด้วยลายมือของเด็กหญิงปอย เธอเป็นเด็กที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย และลายมือนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ <em>My Echo, My Shadow and Me</em></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57453 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0004.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0004.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0004-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0004-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><em>My Echo, My Shadow and Me</em> คือหนังสือเล่มใหม่ของสำนักพิมพ์ a book ที่เกิดจากความร่วมมือกับโครงการ Conne(x)t Klongtoey โครงการนี้เกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่เล็งเห็นปัญหาด้านการศึกษาของเด็กในชุมชนคลองเตย และจากการลงพื้นที่ ตัวแทนจากโครงการได้ค้นพบว่าจริงๆ แล้วเยาวชนที่คลองเตยมีความหลากหลายทางมิติมาก เพียงแค่หลายคนตีตราพวกเขาด้วยมายาคติด้านลบจนความคิดเหล่านั้นครอบตัวตนของเด็กไปจริงๆ จนยากจะสลัดออก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความเชื่อของทุกคนในโครงการ Conne(x)t Klongtoey ว่าความเก่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศาสตร์เดียว พวกเขาจึงสร้างคอร์สการศึกษาใหม่เพื่อจะสะท้อนเสียงจริงของเด็กเหล่านั้นผ่านศิลปะ 4 แขนง นั่นคือ ศิลปะการแต่งเนื้อและทำนองเพลงฮิปฮอป, ศิลปะภาพถ่าย, การออกแบบแฟชั่น และพื้นฐานการสักและสตรีทอาร์ต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลงานของเหล่าเด็กจากคอร์สสุดท้ายนี่เองคือที่มาของหนังสือเล่มนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57459 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0046.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0046.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0046-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0046-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรกเห็นหน้าปกและได้รู้คอนเซปต์ สารภาพว่าเราคาดการณ์ว่า <em>My Echo, My Shadow and Me</em> จะเต็มไปด้วยภาพ แต่เมื่อเปิดอ่าน เราก็พบว่าตัวเองคิดผิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่, หนังสือเล่มนี้นำเสนอผ่านภาพถ่ายเป็นส่วนใหญ่ แต่ระหว่างภาพถ่ายเหล่านั้นก็สอดแทรกด้วยเนื้อหาอื่นๆ เช่น ลายมือของเด็กแต่ละคนที่เขียนความรู้สึกเวลาถ่ายรูปนั้นๆ รวมถึงความเรียงจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ที่ถูกจัดวางไว้อย่างถูกจังหวะ ไดนามิกที่เกิดขึ้นจึงมีมากกว่าการสัมผัสผ่านภาพ เพราะตัวอักษรที่ร้อยเรียงเข้ามานั้นทำหน้าที่ราวกับเป็นตัวแทนน้องๆ พาเราเข้าเดินไปสู่ชุมชนคลองเตยอย่างไรอย่างนั้น </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57456 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0018.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0018.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0018-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0018-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อันที่จริงเราอ่าน <em>My Echo, My Shadow and Me</em> จบภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ระยะเวลาที่หนังสือเล่มนี้ทำงานกับเรามันยาวนานกว่านั้นมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนหนึ่งที่เราชอบมากคือการบรรยายถึงสภาวะครอบครัวของเด็กหญิงคนหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพที่ปรากฏทั้งภาพของน้องคนถ่าย พี่ชาย สัตว์เลี้ยง และบางมุมของบ้าน ถ้าดูแบบไม่ได้คิดอะไร เราอาจจะรู้สึกว่าบนหน้ากระดาษเหล่านี้คือภาพของการใช้ชีวิตธรรมดาๆ หากเมื่อลองคิดดูดีๆ ชุมชนคลองเตยเป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ในประเทศไทยที่เวลาเรานึกภาพ เรามักจะมองเห็นความแออัด ความลำบาก และปัญหา แต่ภาพในหนังสือเล่มนี้เปรียบเหมือนตัวแทนของเด็กในชุมชนที่เดินมาบอกเราว่า จริงๆ แล้วพวกเขาก็ใช้ชีวิตธรรมดาทั่วไป มีทุกข์ มีสุข มีครอบครัว ไม่ต่างอะไรจากพวกเราเลย แต่เป็นพวกเราเองที่มักจะยัดเยียด ‘ภาพบางอย่าง’ ให้แก่พวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยที่พวกเราไม่เคยจะมอง ‘ภาพจริง’ ของพวกเขาเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57455 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0017.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0017.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0017-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0017-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าว่ากันตามตรง ภาพและตัวหนังสือจากน้องๆ ทุกคนในโครงการไม่ได้เล่าเรื่องด้วยภาษาที่ลึกซึ้งกินใจหรือมีรูปภาพสวยงามระดับรางวัล แต่ความธรรมดาและความจริงใจที่เกิดขึ้นกลับทอดสะพานให้คนอ่านเดินไปหาพวกเขาได้ ตัวอักษรที่เขียนผิดเขียนถูก หรือภาพบางภาพที่เป็นส่วนตัวมากๆ ทุบทำลายกำแพงที่เราเคยคิดว่าชีวิตพวกเขาจะเป็นอีกแบบหนึ่ง และเผยให้เห็นความเป็นจริงที่ว่าพวกเขาก็เป็นเด็กธรรมดาที่มีโลกในจินตนาการ มีความฝัน มีความสงสัยของช่วงวัย มีความไม่เข้าใจ ที่สำคัญคือพวกเขาก็ยังต้องการการยอมรับเหมือนเราทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และบางทีสะพานของการยอมรับนั้นอาจจะเป็นหนังสือเล่มนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57461 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0086.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0086.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0086-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0086-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายหลังจากหนังสือทำงานกับเราอย่างเต็มที่ นอกจากเรื่องการศึกษา สิ่งที่เรารู้สึกมากๆ คือเรื่องของการถ่ายภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ่อยครั้งทีเดียวที่เรามักจะเห็นภาพเป็นองค์ประกอบของภาพ ความสวยงามของภาพ หรือเรื่องราวในภาพ แต่สิ่งที่ <em>My Echo, My Shadow and Me</em> ทำกับเราคือการย้ำเตือนกับเราถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงเวลาเห็นภาพใดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> นั่นคือคนที่ถ่ายภาพนี้เอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพใดๆ ไม่อาจถูกบันทึกไว้ได้หากปราศจากสายตาและมุมมองของคนถ่ายภาพนั้น และเมื่อเพ่งดูภาพนั้น เราอาจจะรู้จักหรือเข้าใจใครคนหนึ่งมากขึ้น สิ่งที่หนังสือเล่มนี้บอกเราก็เช่นกัน เราเคยมีความคิดอย่างหนึ่งกับชุมชนคลองเตยแต่พออ่าน <em>My Echo, My Shadow and Me</em> ความคิดเราก็เปลี่ยนไป ภาพสะท้อนเหล่านี้เป็นเหมือนสิ่งที่คอยเตือนเราว่าภายใต้เงาที่เราเคยคิดว่าเป็นความมืด มันอาจจะมีแสงสว่างที่รอคอยโอกาสอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอแค่คุณลองมองเงานั้นจนเห็น ‘ภาพจริง’ ของพวกเขาดูสักครั้ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57464 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0099.jpg" alt="My Echo, My Shadow and Me" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0099.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0099-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/echo-shadow-me_LH0A0099-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สั่งซื้อหนังสือ <em>My Echo, My Shadow and Me</em> ทางออนไลน์ได้ที่ </span><a href="https://godaypoets.com/MyEcho"><span style="font-weight: 400;">godaypoets.com/MyEcho</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-echo-my-shadow-and-me/">My Echo, My Shadow and Me : ภาพสะท้อนชุมชนคลองเตยจากเด็กคลองเตยถึงคุณ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
