<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>aftertaste &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/uncategorized/aftertaste/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/uncategorized/aftertaste/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Nov 2019 10:40:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>อินทรีย์แกงค์ ร้านอาหารเวียดนามในโรงพยาบาลที่หยิบวัตถุดิบพื้นบ้านมาปรุง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vietnam-food/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Nov 2019 17:02:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรีย์แกงค์]]></category>
		<category><![CDATA[แหนมเนือง]]></category>
		<category><![CDATA[โน๊ต–อธิป สโมสร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลศิริราช]]></category>
		<category><![CDATA[ณ ริมน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=80708</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครเปิด a day ฉบับ Indian Thai ถึงหน้าอาหารอินเดีย ขอบอกให้รู้ว่าอาหารหน้าตาดูหากินยากทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้ากระดาษนั้นคือฝีมือของพ่อครัวที่เรากำลังจะแนะนำให้รู้จักดังต่อไปนี้ โน๊ต–อธิป สโมสร เป็นเชฟ แต่หลายครั้งเขากลับปฏิเสธเวลาใครเรียกแบบนั้น ด้วยนิยามตัวเองว่าเป็นคนรักการทำอาหารธรรมดา แม้คนรอบข้างจะยืนยันว่ารสชาติที่เขาสร้างขึ้นมาไม่ธรรมดาเลย เรารู้จักเขาครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนในฐานะพ่อครัวช่างถาม ผู้ออกเดินทางเรียนรู้วัตถุดิบทั้งใกล้-ไกล และรู้กลายๆ ว่าเขาเปิดร้านอาหารมังสวิรัติอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นมังสวิรัติก็ตาม ด้วยเหตุผลว่าอาหารมังสวิรัตินั้นท้าทายความสามารถในการคิดสมการรสชาติ ถ้าให้เทียบคงเหมือนเด็กเก่งที่ต้องการโจทย์ยากๆ มาฝึกปรือมันสมองก็เท่านั้น หลังจากนั้นไม่นาน เราก็ได้ข่าวว่าเขาย้ายมาตั้งรกรากกลางเมืองหลวง เปิดร้านอาหารเล็กๆ ในคอนเซปต์ตามใจฉัน ด้วยการหยิบวัตถุดิบพื้นบ้านและอาหารอินทรีย์มาปรุงเป็นเมนูอร่อยไร้นิยาม เป็นรสชาติที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็อร่อยจังเลย ทว่าด้วยปัจจัยชีวิตก็ทำให้ร้านดังกล่าวดำเนินการได้ไม่นาน ก่อนเขาจะออกเดินทางเรียนรู้โลกของอาหารอีกครั้ง พลางแอบบอกนักชิม (อย่างเรา) ให้หลงดีใจ ว่าจะกลับมาตามสัญญา ขอเวลาเขาอีกไม่นาน แล้ววันนี้เขาก็กลับมาทำให้เราตื่นเต้นอีกครั้ง ตื่นเต้นแรกคือ เขาเลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม และตื่นเต้นสองคือ เขาเปิดมันในโรงพยาบาล&#8230;ศิริราช 1 “มันเริ่มจากหลายเดือนก่อนแม่เราป่วย ต้องนอนอยู่ที่นี่นานเป็นเดือน ก็เหมือนเราต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ไปโดยปริยาย เราใช้ช่วงว่างตระเวนชิมอาหารแทบทุกร้านแถวนี้ จนแปลกใจว่าทำไมอาหารสุขภาพจริงๆ ถึงหาได้ยากเย็น” อาหารสุขภาพ ‘จริงๆ’ ที่เขาหมายถึงนั้นไม่ใช่แค่อาหารคลีนหรืออาหารตรงตามหลักโภชนาการทางการแพทย์ แต่รวมถึงอาหารที่เรากินกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องฝืนกลืนความไม่อร่อยเพื่อสุขภาพ และที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบสะอาด ปลอดภัย ขายในราคาที่จับต้องได้ เหมาะกับคนทุกระดับชนชั้นทางเศรษฐกิจที่เข้า-ออกโรงพยาบาลใหญ่วันละหลายหมื่นคน โจทย์ของเขาคือร้านอาหารทางเลือกในโรงพยาบาล ราคาเอื้อมถึง และกาดอกจันไว้นิดหนึ่งว่าต้องอร่อยแบบไม่ทิ้งลายพ่อครัวมือดี ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ &#8216;อินทรีย์แกงค์&#8217; จึงเกิดขึ้นในโรงอาหาร ณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vietnam-food/">อินทรีย์แกงค์ ร้านอาหารเวียดนามในโรงพยาบาลที่หยิบวัตถุดิบพื้นบ้านมาปรุง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p2"><span class="s1">ใครเปิด</span><span class="s2"> a day ฉบับ</span><span class="s1"> </span><a href="https://godaypoets.com/product/a-day-230-indian-thai/" target="_blank" rel="noopener"><span class="s2">Indian Thai</span></a> <span class="s1">ถึงหน้าอาหารอินเดีย</span> <span class="s1">ขอบอกให้รู้ว่าอาหารหน้าตาดูหากินยากทั้งหมดที่ปรากฏบนหน้ากระดาษนั้น</span><span class="s1">คือฝีมือของพ่อครัวที่เรากำลังจะแนะนำให้รู้จักดังต่อไปนี้</span></p>
<p class="p2"><strong>โน๊ต–อธิป สโมสร </strong><span class="s1">เป็นเชฟ</span> <span class="s1">แต่หลายครั้งเขากลับปฏิเสธเวลาใครเรียกแบบนั้น</span> <span class="s1">ด้วยนิยามตัวเองว่าเป็นคนรักการทำอาหารธรรมดา</span> <span class="s1">แม้คนรอบข้างจะยืนยันว่ารสชาติที่เขาสร้างขึ้นมาไม่ธรรมดาเลย</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">เรารู้จักเขาครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน</span><span class="s1">ในฐานะพ่อครัวช่างถาม</span> <span class="s1">ผู้ออกเดินทางเรียนรู้วัตถุดิบทั้งใกล้-ไกล</span> <span class="s1">และรู้กลายๆ</span> <span class="s1">ว่าเขาเปิดร้านอาหารมังสวิรัติอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่</span> <span class="s1">แม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นมังสวิรัติก็ตาม</span> <span class="s1">ด้วยเหตุผลว่าอาหารมังสวิรัตินั้นท้าทายความสามารถในการคิดสมการรสชาติ</span> <span class="s1">ถ้าให้เทียบคงเหมือนเด็กเก่งที่ต้องการโจทย์ยากๆ</span> <span class="s1">มาฝึกปรือมันสมองก็เท่านั้น</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">หลังจากนั้นไม่นาน</span> <span class="s1">เราก็ได้ข่าวว่าเขาย้ายมาตั้งรกรากกลางเมืองหลวง</span> <span class="s1">เปิดร้านอาหารเล็กๆ</span> ใน<span class="s1">คอนเซปต์ตามใจฉัน</span> <span class="s1">ด้วยการหยิบวัตถุดิบพื้นบ้านและอาหารอินทรีย์มาปรุงเป็นเมนูอร่อยไร้นิยาม</span> <span class="s1">เป็นรสชาติที่ไม่คุ้นเคย</span> <span class="s1">แต่ก็อร่อยจังเลย</span> <span class="s1">ทว่าด้วยปัจจัยชีวิตก็ทำให้ร้านดังกล่าวดำเนินการได้ไม่นาน</span> <span class="s1">ก่อนเขาจะออกเดินทางเรียนรู้โลกของอาหารอีกครั้ง</span> <span class="s1">พลางแอบบอกนักชิม</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">อย่างเรา</span><span class="s2">) </span><span class="s1">ให้หลงดีใจ </span><span class="s1">ว่าจะกลับมาตามสัญญา </span><span class="s1">ขอเวลาเขาอีกไม่นาน</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">แล้ววันนี้เขาก็กลับมาทำให้เราตื่นเต้นอีกครั้ง</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ตื่นเต้นแรกคือ</span> <span class="s1">เขาเลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">และตื่นเต้นสองคือ</span> <span class="s1">เขาเปิดมันในโรงพยาบาล</span><span class="s2">&#8230;</span><span class="s1">ศิริราช</span></p>
<h3><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80739" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h3>
<h3 class="p1"><span class="s1">1</span></h3>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">มันเริ่มจากหลายเดือนก่อนแม่เราป่วย</span> <span class="s1">ต้องนอนอยู่ที่นี่นานเป็นเดือน</span> <span class="s1">ก็เหมือนเราต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ไปโดยปริยาย</span> <span class="s1">เราใช้ช่วงว่างตระเวนชิมอาหารแทบทุกร้านแถวนี้</span> <span class="s1">จนแปลกใจว่าทำไมอาหารสุขภาพจริงๆ</span> <span class="s1">ถึงหาได้ยากเย็น</span><span class="s2">” </span><span class="s1">อาหารสุขภาพ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">จริงๆ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ที่เขาหมายถึงนั้นไม่ใช่แค่อาหารคลีนหรืออาหารตรงตามหลักโภชนาการทางการแพทย์</span> <span class="s1">แต่รวมถึงอาหารที่เรากินกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน</span> <span class="s1">ไม่ต้องฝืนกลืนความไม่อร่อยเพื่อสุขภาพ</span> <span class="s1">และที่สำคัญคือ</span><span class="s1">ใช้วัตถุดิบสะอาด ปลอดภัย</span> <span class="s1">ขายในราคาที่จับต้องได้</span> <span class="s1">เหมาะกับคนทุกระดับชนชั้นทางเศรษฐกิจที่เข้า-ออกโรงพยาบาลใหญ่วันละหลายหมื่นคน</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">โจทย์ของเขาคือ</span><span class="s1">ร้านอาหารทางเลือกในโรงพยาบาล</span> <span class="s1">ราคาเอื้อมถึง</span> <span class="s1">และกาดอกจันไว้นิดหนึ่งว่า</span><span class="s1">ต้องอร่อยแบบไม่ทิ้งลายพ่อครัวมือดี </span><span class="s1">ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้</span> &#8216;<span class="s1">อินทรีย์แกงค์&#8217; จึงเกิดขึ้นใน</span><span class="s1">โรงอาหาร</span><span class="s2"> </span><span class="s1">ณ</span> <span class="s1">ริมน้ำ</span> <span class="s1">ใกล้กับอาคารผู้ป่วยพักฟื้น</span> <span class="s1">ริมแม่น้ำเจ้าพระยา</span> <span class="s1">ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">นี่มันไม่ใช่อาหารในโรงอาหารสักนิด</span><span class="s2">&#8230;”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80725" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80734" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">เราหันไปพูดกับเขา</span><span class="s1">ขณะมองเมนูในมือ</span> <span class="s1">ไข่กระทะยั่วญวน, </span><span class="s1">หมี่ถาดโอบามา, </span><span class="s1">เฝอแซ่บแห้ง</span><span class="s2"> </span><span class="s1">ยังไม่นับของหวานอย่างลอดช่องเวียดนาม</span> <span class="s1">นอกกรอบขนมลอดช่องทั้งชนิดตัวอ้วนป้อมและเส้นเล็กใสอย่างลอดช่องสิงคโปร์ไปไกล</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ยิ่งเมื่อไล่เรียงดูราคา</span><span class="s1">ก็น่าตกใจขึ้นอีก</span> <span class="s1">ด้วยราคาอาหารส่วนใหญ่สามารถจ่ายได้ด้วยแบงก์ร้อยใบเดียว</span> <span class="s1">หลายเมนูสามารถจ่ายด้วยแบงก์ยี่สิบด้วยซ้ำ</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ขายราคานี้</span> <span class="s1">กำไรมาจากไหน</span><span class="s2">” </span><span class="s1">คือคำถามถัดมา</span> <span class="s1">เขายิ้มรับ</span><span class="s1">ก่อนอธิบายว่ากำไรเกิดจากการคิดต้นทุนอย่างละเอียด</span><span class="s1">และใช้วัตถุดิบชนิดคุ้มค่าทุกหยด</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ยืนยันความคุ้มค่า</span><span class="s1">ด้วยจานแหนมเนืองตรงหน้าที่เขาภูมิใจนำเสนอ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1">2</span></h3>
<p class="p2"><span class="s1">แหนมเนืองที่ดูเผินๆ</span> <span class="s1">คงไม่ต่างจากร้านทั่วไป</span> <span class="s1">ทว่าเมื่อได้ลองชิมกลับพบรสชาติซับซ้อนน่าสนใจ</span> <span class="s1">ทั้งด้วยรสมือของพ่อครัว</span><span class="s1">และวิธีคิดไม่เหมือนใคร</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">จานนี้เป็นแหนมเนืองสูตรเมืองเว้</span> <span class="s1">น้ำจิ้มของสูตรนี้มีส่วนผสมพื้นฐานจากถั่วเหลือง</span> <span class="s1">เราหยิบมาปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นเราและคนไทย</span> <span class="s1">ด้วยการเพิ่มตับบดลงไปด้วย</span> <span class="s1">กินกับแหนมเนือง</span> <span class="s1">แผ่นแป้ง</span> <span class="s1">และผักสด</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาหมายถึงผักกระจาดใหญ่ที่สามารถกินได้</span><span class="s2"> 2-3 </span><span class="s1">คน</span> <span class="s1">ซึ่งเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกเปิดร้านอาหารเวียดนาม</span><span class="s2"> &#8220;</span><span class="s1">จะมีอาหารอะไรกินผักเยอะกว่านี้ไม่มี&#8221; </span><span class="s1">เขาเคยบอกแบบนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80731" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80732" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">หลังห่อแหนมเนืองกินได้ไม่กี่คำ</span> <span class="s1">ตัวแหนมเนืองก็ทำเราสงสัย</span> <span class="s1">ด้วยเนื้อของมันมีส่วนของเอ็นเคี้ยวสนุก</span> <span class="s1">เนื้อนุ่ม</span> <span class="s1">แต่ยังมีกลิ่นหอมลึกซึ้งแบบที่ไม่ค่อยเจอตามร้านอาหารเวียดนามเท่าไหร่</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">เนื้อแหนมเนืองทำมาจากอะไร</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เขาหัวเราะเมื่อเราจับสังเกตได้</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เนื้อแหนมเนืองทำจากเนื้อติดกระดูกเล้ง</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">เอียเล้ง–</span><span class="s1">ส่วนกระดูกสันหลังของหมู</span><span class="s2">) </span><span class="s1">เวลาเราต้มน้ำซุปไว้ใช้ในร้าน</span> <span class="s1">เราใช้กระดูกเล้งอยู่แล้ว</span> <span class="s1">พอเล้งเปื่อยก็เลาะเอาเนื้อมาผสมกับเครื่องปรุง</span> <span class="s1">ย่างให้หอม</span> <span class="s1">เท่านี้ก็กลายเป็นแหนมเนือง</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าเรื่อยๆ</span> <span class="s1">เหมือนเป็นเรื่องปกติในการทำอาหาร</span> <span class="s1">ทั้งที่เรากลับรู้สึกอัศจรรย์ในการใช้วัตถุดิบแบบเก็บทุกเม็ดของเขาอยู่ในใจ</span> <span class="s1">มากกว่านั้น</span><span class="s1">แหนมเนืองของเขายังรสชาติเฟรนด์ลี่กับผู้ป่วย</span> <span class="s1">เป็นรสชาติกลางๆ</span> <span class="s1">ไม่เค็มจัด</span> <span class="s1">ไม่เผ็ดไป</span> <span class="s1">ผักสดนั้นก็เลือกและล้างมาอย่างดี</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เช่นกันกับ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ไข่กระทะยั่วญวน</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เมนูที่แค่ฟังดูก็รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไง </span><span class="s1">ทว่าเป็นเราเองที่ย่ามใจ</span> <span class="s1">เข้าใจไปเองว่าจะได้กินไข่กระทะแบบที่คุ้นเคย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80718" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80722" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1">3</span></h3>
<p class="p2"><span class="s1">ประการแรก</span> <span class="s1">ไข่กระทะของโน๊ต</span><span class="s1">ไม่ได้เสิร์ฟในกระทะ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">แต่เสิร์ฟบนแผ่นแป้งบางกรอบย่างร้อนๆ</span> <span class="s1">ซึ่งคนเวียดนามเรียกว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ใบเมี่ยง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ที่ตอกไข่ใส่ลงไป</span> <span class="s1">ย่างอีกนิดให้พอเป็นยางมะตูม</span> <span class="s1">โรยเนื้อสัตว์</span> <span class="s1">ผักโรย</span> <span class="s1">เครื่องเทศ</span> <span class="s1">ก่อนตบท้ายด้วยซอสพริกทำเองที่เขาภูมิใจนำเสนอ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">และไม่น่าเชื่อ</span> <span class="s1">ไข่บนกระทะแป้งของเขาให้สัมผัสแปลกใหม่</span> <span class="s1">แต่ยังครบรสไข่กระทะแบบไม่ขาดตกบกพร่อง</span> <span class="s1">ไข่ยางมะตูมสุกกำลังดี</span> <span class="s1">ซอสพริกที่เคี่ยวจากพริกอินทรีย์นานาชนิดนั้นก็กลมกล่อมเข้ากันดีกับเนื้อสัตว์</span> <span class="s1">ทั้งยังช่วยตัดเลี่ยนเมื่อต้องกินทั้งไข่และแป้ง</span> <span class="s1">เรียกว่าเป็นสมการรสชาติที่คิดมาแล้วอย่างดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80723" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ความสนุกของอาหารเวียดนามคือ</span><span class="s1">เป็นสัญชาติอาหารที่เอนจอยกับอิทธิพลต่างชาติแบบไม่เคอะเขิน</span> <span class="s1">ฉันชอบรสชาติแบบฝรั่งเศส</span><span class="s1">ฉันก็มีอาหารฝรั่งเศสในเมนูประจำชาติ</span> <span class="s1">หรือชอบอาหารจีน</span><span class="s1">ก็หยิบมาประยุกต์ให้เข้ากับรสนิยมตัวเองจนกลายเป็นจานโด่งดัง</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าเรื่อยๆ</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราว่านี่เป็นอัตลักษณ์ใกล้เคียงกันกับอาหารไทยและลาว</span> <span class="s1">บ้านพี่เมืองน้องกันนี่เอง</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เขาสำทับ</span><span class="s1">ก่อนยกสองเมนูที่อุดมด้วยกลิ่นอายประเทศเพื่อนบ้านมาเสิร์ฟ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">เฝอแซ่บแห้ง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">และ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สลัดเวียงจันทน์</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">หน้าตาสดชื่นชวนชิม</span> <span class="s1">ทั้งรสยังกลมกล่อมทว่าซับซ้อนชวนให้ถามถึงเบื้องหลังการปรุง</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ปกติเฝอจะเสิร์ฟแบบซุป</span> <span class="s1">แต่พอเราขายในโรงพยาบาล</span> <span class="s1">เพื่อความสะดวกในการปรุง</span> <span class="s1">ก็ประยุกต์เป็นแบบแห้ง</span> <span class="s1">แต่ยังคงกลิ่นของอาหารเวียดนามไว้ครบ</span> <span class="s1">ส่วนสลัดเวียงจันทน์</span> <span class="s1">พื้นฐานคือสลัดเย็น</span> <span class="s1">พอเติมไข่ต้ม</span> <span class="s1">ผักพื้นบ้านกลิ่นฉุนที่เจอในอาหารอีสานอย่าง</span><span class="s1">ผักแขยง</span><span class="s1">ลงไปเสริม</span> <span class="s1">ก็กลายเป็นสลัดที่มีชีวิตชีวา</span> <span class="s1">กินแล้วนึกถึงอาหารอีสาน</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ยิ้ม</span><span class="s2">)”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-80737" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/aftertaste-อินทรีย์แกงค์-21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">พ่อครัวเล่าเรื่อยๆ</span> <span class="s1">ระหว่างเราละเลียดทั้งสองจาน</span> <span class="s1">และเป็นอย่างที่เขาว่า </span><span class="s1">เพราะทุกคำทำให้เรารู้สึกถึงสำรับอาหารประเทศเพื่อนบ้านที่ทั้งเฟรนด์ลี่</span> <span class="s1">สัมผัสถึงความใส่ใจ</span> <span class="s1">ทั้งความใส่ใจในการปรุงแต่งรสชาติอาหาร</span> <span class="s1">และความเอาใจใส่ของผู้อยากมอบทางเลือกแสนพิเศษเพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและร่างกายของผู้คน</span></p>
<hr />
<p class="p2"><strong><span class="s1">ล่าสุดทางร้านอินทรีย์แกงค์แจ้งว่า สาขานี้ปิดลงอย่างเป็นทางการแล้ว</span></strong></p>
<p>โดยเชฟโน๊ต เจ้าของร้านได้แจ้งผ่านเฟซบุ๊กบอกว่า &#8220;สาขานี้ปิดลงแล้วอย่างเป็นทางการ มีหลายคนถามมาว่าทำไม จริงๆ ผมก็ยังไม่ได้บอกรายละเอียดไป แต่คิดว่าเรื่องนี้น่าจะพอมีประโยชน์กับคนอื่นได้บ้าง&#8221;</p>
<p>&#8220;ตอนที่กำลังจะเปิดร้าน ผมได้เขียนแผนการเงินไว้คร่าวๆ แล้วว่า ร้านนี้จะมีรายจ่ายประจำอยู่ที่เดือนละ 80,000 บาท รวมแล้ว ควรจะต้องทำเงินให้ได้เดือนละ 180,000-200,000 บาท เฉลี่ยแล้วเดือนนึงขายได้ 25 วัน ต้องหาเงินให้ได้วันละ 8,000 บาท ร้านถึงจะอยู่ได้&#8221;</p>
<p>&#8220;พอเปิดไปพบว่า เราทำเงินได้วันละประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งผมก็มองหาทางออกอยู่ห<span class="text_exposed_show">ลายๆ ทาง การเพิ่มรายได้ การลดรายจ่าย ซึ่งโอกาสที่จะทำได้นั้นมีอยู่ แต่ยากมาก สุดท้ายก็อย่างที่เคยบอกไปว่า การย้ายร้านไปที่วังหลัง แล้วค่อยๆ ทำร้านไป น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด&#8221;</span></p>
<p style="text-align: center;"><iframe loading="lazy" style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fatip.samosorn%2Fposts%2F10157269355238248&amp;width=500" width="500" height="663" frameborder="0" scrolling="no"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vietnam-food/">อินทรีย์แกงค์ ร้านอาหารเวียดนามในโรงพยาบาลที่หยิบวัตถุดิบพื้นบ้านมาปรุง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CHIM RAMEN: ร้านราเมนทางเลือกเจ้าแรกในไทยที่ตั้งใจให้ทุกเดือนมีเมนูพิเศษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chim-ramen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2019 19:34:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[CHIM RAMEN]]></category>
		<category><![CDATA[ราเมน]]></category>
		<category><![CDATA[ราเมนทางเลือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=72933</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายเดือนก่อน เราพบพ่อครัวคนนี้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมพิเศษ ภายในทริปการเดินทางเรียนรู้รสชาติวัตถุดิบบนดอยสูงในจังหวัดเชียงราย ด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เราจึงเริ่มต้นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องอาหารกันอย่างลื่นไหล ตามมาด้วยความประทับใจในรสมือของเขา เพราะมากกว่าความอร่อยคือความ ‘ใจถึง’ ไม่แพ้พ่อครัวคนไหนที่เราเคยได้ชิม ความใจถึงที่ไม่ใช่ความมุทะลุในการปรุงอาหาร แต่คือการคิดหาสมการรสชาติอย่างใส่ใจ ก่อนพลิกแพลงกระบวนการปรุงให้สอดคล้องกับปัจจัยที่มีในมือ กลางป่าลึกที่มีเพียงเตาฟืนและเครื่องครัวไม่กี่ชิ้น เชฟปาร์ก–ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย สามารถหยิบกระทะ คว้าตะหลิว มาปรุงวัตถุดิบใกล้ตัวจนกลายเป็นทั้งเบเกอรี อาหารคาวหวานรสชาติใกล้เคียงกับร้านดังในเมืองใหญ่ ไม่เท่านั้น เขายังมีเซนส์ของเชฟใหญ่ผู้กล้าตัดสินใจ เหมือนอย่างประโยค “ปรุงเลย ถ้าไม่อร่อยก็แก้เอาทีหลัง” ที่เขาชอบเปรยระหว่างที่มือเป็นระวิงอยู่ในครัว  ถัดจากนั้นพักใหญ่ เราจึงได้ข่าวจากเขาอีกครั้ง เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและน่าดีใจในฐานะคนรักอาหาร เมื่อพ่อครัวคนนี้ตัดสินใจเปิดร้าน ‘ราเมนทางเลือก’ แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ให้นักชิม ‘ชิม ราเมน’ (CHIM RAMEN) คือร้านนั้น ร้านขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ กลางสุขุมวิท ย่านธุรกิจที่ร้านอาหารทั้งไทยและเทศผุดขึ้นเรียงรายและล้มตายกันเป็นเรื่องปรกติ (1) เราเดินทางมาพบเขาถึงในครัวตอนบ่ายวันหนึ่ง พร้อมคำถามคาใจหลังรู้ว่าชายตรงหน้าตัดสินใจเปิดร้านราเมน ซึ่งสวนทางกับสาขาวิชาอาหารตะวันตกที่เล่าเรียนมา กว่านั้นยังสวนทางกับประสบการณ์ในร้านอาหารไทยสายแข็งอย่างน้ำ (Nahm) และร้านราบ ที่เขาใช้เวลาฝึกรสมืออยู่แรมปี ทว่าพ่อครัวกลับยักไหล่ ก่อนบอกว่าอาหารที่ดูเหมือนง่ายอย่างราเมนนี่แหละคือ ‘ห้องทดลอง’ ที่เขามั่นใจว่าจะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนกินได้ไม่น้อยกว่าเมนูรสสลับซับซ้อนแบบที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มนักชิมทุกวันนี้ “ที่ว่าทางเลือกคือทางเลือกแบบไหน” เราสงสัย เขาหัวเราะ ก่อนชี้ให้ดูน้ำซุปสีส้มข้นคลั่กที่กำลังเดือดอยู่ในหม้อ “มันเริ่มต้นจากเราชอบกินราเมน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chim-ramen/">CHIM RAMEN: ร้านราเมนทางเลือกเจ้าแรกในไทยที่ตั้งใจให้ทุกเดือนมีเมนูพิเศษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p2"><span class="s1">หลายเดือนก่อน</span> <span class="s1">เราพบพ่อครัวคนนี้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมพิเศษ</span> <span class="s1">ภายในทริปการเดินทางเรียนรู้รสชาติวัตถุดิบบนดอยสูง</span><span class="s1">ในจังหวัดเชียงราย</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ด้วยอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน</span> <span class="s1">เราจึงเริ่มต้นบทสนทนาว่าด้วยเรื่องอาหารกันอย่างลื่นไหล</span> <span class="s1">ตามมาด้วยความประทับใจในรสมือของเขา</span> <span class="s1">เพราะมากกว่าความอร่อย</span><span class="s1">คือความ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ใจถึง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ไม่แพ้พ่อครัวคนไหนที่เราเคยได้ชิม</span> <span class="s1">ความใจถึงที่ไม่ใช่ความมุทะลุในการปรุงอาหาร</span> <span class="s1">แต่คือการคิดหาสมการรสชาติอย่างใส่ใจ</span> <span class="s1">ก่อนพลิกแพลงกระบวนการปรุงให้สอดคล้องกับปัจจัยที่มีในมือ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">กลางป่าลึกที่มีเพียงเตาฟืนและเครื่องครัวไม่กี่ชิ้น</span> <strong><span class="s1">เชฟปาร์ก–</span><span class="s1">ภัทรวิทย์</span> <span class="s1">จันทร์ไทย</span></strong> <span class="s1">สามารถหยิบกระทะ คว้าตะหลิว มาปรุงวัตถุดิบใกล้ตัวจนกลายเป็นทั้งเบเกอรี</span> <span class="s1">อาหารคาวหวานรสชาติใกล้เคียงกับร้านดังในเมืองใหญ่</span> <span class="s1">ไม่เท่านั้น</span> <span class="s1">เขายังมีเซนส์ของเชฟใหญ่ผู้กล้าตัดสินใจ</span> <span class="s1">เหมือนอย่างประโยค</span><span class="s2"> “</span><span class="s1">ปรุงเลย</span> <span class="s1">ถ้าไม่อร่อยก็แก้เอาทีหลัง</span><span class="s2">” </span><span class="s1">ที่เขาชอบเปรยระหว่างที่มือเป็นระวิงอยู่ในครัว</span><span class="s2"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72982" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">ถัดจากนั้นพักใหญ่</span> <span class="s1">เราจึงได้ข่าวจากเขาอีกครั้ง</span> <span class="s1">เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและน่าดีใจในฐานะคนรักอาหาร</span> <span class="s1">เมื่อพ่อครัวคนนี้ตัดสินใจเปิดร้าน</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ราเมนทางเลือก</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ให้นักชิม</span></p>
<p class="p1"><a href="https://www.facebook.com/chimramenbkk/"><span class="s1"> ‘</span><span class="s3">ชิม</span> <span class="s3">ราเมน</span><span class="s1">’ (CHIM RAMEN)</span></a> <span class="s3">คือร้านนั้น</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ร้านขนาดกะทัดรัดแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ</span> <span class="s1">กลางสุขุมวิท</span> <span class="s1">ย่านธุรกิจที่ร้านอาหารทั้งไทยและเทศผุดขึ้นเรียงรายและล้มตายกันเป็นเรื่องปรกติ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72980" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72956" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"> (1)</span></h3>
<p class="p2"><span class="s1">เราเดินทางมาพบเขาถึงในครัวตอนบ่ายวันหนึ่ง</span> <span class="s1">พร้อมคำถามคาใจหลังรู้ว่าชายตรงหน้าตัดสินใจเปิดร้านราเมน</span> <span class="s1">ซึ่งสวนทางกับสาขาวิชาอาหารตะวันตกที่เล่าเรียนมา</span> <span class="s1">กว่านั้นยังสวนทางกับประสบการณ์ในร้านอาหารไทยสายแข็งอย่างน้ำ</span><span class="s2"> (Nahm) </span><span class="s1">และร้านราบ</span> <span class="s1">ที่เขาใช้เวลาฝึกรสมืออยู่แรมปี</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ทว่าพ่อครัวกลับยักไหล่</span> <span class="s1">ก่อนบอกว่าอาหารที่ดูเหมือนง่ายอย่างราเมนนี่แหละคือ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ห้องทดลอง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ที่เขามั่นใจว่าจะสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนกินได้ไม่น้อยกว่าเมนูรสสลับซับซ้อนแบบที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มนักชิมทุกวันนี้</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ที่ว่าทางเลือกคือทางเลือกแบบไหน</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เราสงสัย</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เขาหัวเราะ</span> <span class="s1">ก่อนชี้ให้ดูน้ำซุปสีส้มข้นคลั่กที่กำลังเดือดอยู่ในหม้อ</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">มันเริ่มต้นจากเราชอบกินราเมน</span> <span class="s1">กินบ่อยเข้าก็เกิดคำถามว่าทำไมราเมนในบ้านเราถึงรสชาติใกล้เคียงกันหมด</span> <span class="s1">เพราะมีเบสเป็นซุปกระดูกหมูคล้ายกัน</span> <span class="s1">ต่างกันแค่รายละเอียดการปรุงของแต่ละร้าน</span> <span class="s1">ซึ่งถ้าเทียบกับร้านราเมนในญี่ปุ่น</span> <span class="s1">ที่นั่นสนุกกว่ามาก</span> <span class="s1">มีราเมนรสชาติใหม่ๆ</span> <span class="s1">ที่กล้าเล่นกับวัตถุดิบท้องถิ่น</span> <span class="s1">กล้าเล่นกับความชอบส่วนตัวของพ่อครัวเกิดขึ้นตลอดเวลา</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าระหว่างลวกเส้นราเมนสีเหลืองละมุนใส่ลงในชาม</span> <span class="s1">พลางจัดแจงเครื่องเคราอย่างคล่องมือ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">กระทั่งได้</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ราเมนมันปูนา</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ชามที่เขาว่าคือเซอร์ไพรส์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72966" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72969" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราถูกสอนมาทางเส้นทางอาหารตะวันตก</span> <span class="s1">แต่เติบโตมากับอาหารไทย</span> <span class="s1">และชอบอาหารไทยตรงรสชาติมันจบในจานเดียว</span> <span class="s1">อย่างอาหารฝรั่ง</span> <span class="s1">ถ้าอยากกินให้กลมกล่อมก็ต้องสั่งหลายอย่างเพื่อให้รสชาติบาลานซ์</span> <span class="s1">แต่อาหารบ้านเรา</span> <span class="s1">ต้ม</span> <span class="s1">ผัด</span> <span class="s1">แกง</span> <span class="s1">มีครบทุกรส</span> <span class="s1">ซึ่งเป็นจุดเด่นที่เราตั้งใจให้มาอยู่ในชามราเมน</span><span class="s2">”<span class="Apple-converted-space">  </span></span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ราเมนควันฉุยถูกยกมาเสิร์ฟ </span><span class="s1">พร้อมๆ</span> <span class="s1">กับบทสนทนาที่เข้มข้นขึ้น </span><span class="s1">ไม่แพ้รสชาติในชามที่ทำเอาเราแปลกใจ </span><span class="s1">ว่าทำไมเขาถึงกล้าข้ามเส้นความปลอดภัยของเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดที่คนทั้งโลกคุ้นลิ้น</span> <span class="s1">ชนิดที่หากเดินทางเยือนแดนไกลแล้วเกิดไม่แน่ใจรสชาติของอาหารแถบนั้น</span> <span class="s1">ถ้าเจอร้านราเมนก็ย่อมเดาได้ว่ารสชาติมักกลมกล่อม</span> <span class="s1">นวลนัว</span> <span class="s1">และไม่ต้องกลัวจะไม่อร่อย</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">แต่ราเมนปูนาของเชฟปาร์กไม่ใช่</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ด้วยปูนามีรสชาติเฉพาะตัว</span> <span class="s1">เป็นกลิ่นรสของปูเจือกลิ่นดิน</span> <span class="s1">กลิ่นฝนจางๆ</span> <span class="s1">เมื่อนำทั้งมันปู</span> <span class="s1">เนื้อปู</span> <span class="s1">และกระดองปู</span> <span class="s1">มาต้มเคี่ยวกับผักฝรั่ง</span> <span class="s1">รสชาติของปูพื้นบ้านก็ชัดขึ้นอีกหลายระดับ</span> <span class="s1">เป็นรสชาติที่พ่อครัวยอมรับกับตัวว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ถ้าชอบก็ชอบเลย</span> <span class="s1">ถ้าไม่ชอบก็จะไม่ชอบเลย</span> <span class="s1">ไม่มีตรงกลาง</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">และว่านั่นคือการก้าวออกจากอาณาเขตปลอดภัยของนักปรุงที่ส่วนใหญ่มีเป้าหมายคือคำชมเชย</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เป็นความกล้าแบบที่เราสนใจว่าเขาคิดอะไรอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72983" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72979" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"> (2)</span></h3>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ร้านนี้เป็นเหมือนตัวตนของเราก็ว่าได้</span> <span class="s1">ปีนี้เราอายุ</span><span class="s2"> 27 ปี </span><span class="s1">เป็นคนทำอาหารที่พอรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร</span> <span class="s1">เราชอบความแปลกใหม่ของรสชาติ</span> <span class="s1">ชอบให้ทางเลือกกับคนกิน</span> <span class="s1">เราชอบทำสวน</span> <span class="s1">ชอบงานช่าง</span> <span class="s1">มันก็กลายเป็นสวนครัวเล็กๆ</span> <span class="s1">ข้างร้านที่เราเดินไปเด็ดผักเล็กๆ</span> <span class="s1">น้อยๆ</span> <span class="s1">มาใช้ได้ทันที</span> <span class="s1">ที่สำคัญมันเป็นพื้นที่ปกป้องตัวตนของเรา</span><span class="s1">จากโลกที่เราอาจต้องยอมทำอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้ชอบมาก</span> <span class="s1">แต่ต้องทำเพื่อหารายได้มายังชีพ</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาเล่าเรื่อยๆ</span> <span class="s1">ระหว่างยกอีกชามมาเสิร์ฟ</span> <span class="s1">คราวนี้เป็นราเมนซุปงาขาวข้น</span><span class="s1">ท็อปด้วยชีสอินเดีย</span><span class="s2"> (paneer) </span><span class="s1">ย่างหอมกรุ่น</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">อีกอย่างเราชอบอาหารอินเดีย</span> <span class="s1">ก็เลยกลายเป็นฟิวชั่นระหว่างอาหารญี่ปุ่น</span> <span class="s1">ไทย</span> <span class="s1">อินเดีย</span> <span class="s1">ฝรั่ง</span> <span class="s1">ครบจบในหนึ่งชาม</span><span class="s2">​ (</span><span class="s1">หัวเราะ</span><span class="s2">)” </span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ทุกวันนี้เชฟปาร์กมีหมวกหลายใบ</span> <span class="s1">ใบหนึ่งเขาเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารให้บริษัทยักษ์ใหญ่</span> <span class="s1">อีกใบเขาเป็นเชฟประจำบ้านของนักการเมืองดัง</span> <span class="s1">ส่วนอีกใบคือเจ้าของร้านราเมนทางเลือกที่มีเมนูสนุกๆ</span> <span class="s1">เต็มไปหมด</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">ชิมราเมน</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">จึงคล้ายเป็นพื้นที่พิทักษ์ตัวตนที่คนเจเนอเรชั่นเดียวกันกับเขาคงเข้าใจดี</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ความสนุกที่เลยไปถึงการแอบสังเกตสีหน้าของคนกิน</span> <span class="s1">คอยเปิดบทสนทนากับบรรดาคนรักอาหารที่เข้ามาลองรสชาติใหม่</span> <span class="s1">เรื่อยไปถึงความสนุกในการคิดสมการรสชาติจากเครื่องปรุงที่เขาหมักบ่มไว้ในโหลใสภายในครัว</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ต่อจากนี้เราตั้งใจให้ทุกเดือนมีเมนูพิเศษจากเครื่องปรุงที่ทำขึ้นเอง</span> <span class="s1">อย่างตอนนี้ดองมะนาวเอาไว้</span> <span class="s1">เดือนหน้าก็จะมีราเมนซุปไก่มะนาวดองให้ได้ชิม</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เขาบอกเราด้วยเสียงเรียบราวเมนูดังกล่าวเป็นเรื่องสามัญของร้านราเมน</span> <span class="s1">ก่อนชวนให้เราเดินดูรายละเอียดในแต่ละโหล</span> <span class="s1">ทั้งซีอิ้วทำเอง</span> <span class="s1">มะนาวดอง</span> <span class="s1">น้ำหมักจากผลไม้ชื่อแปลก</span> <span class="s1">หรือเครื่องเทศจากป่าใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปนับพันกิโลเมตร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72960" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72987" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3 class="p1"><span class="s1"> (3)</span></h3>
<p class="p2"><span class="s1">แม้ทางเลือกที่เขาหยิบยื่นจะดูเข้าถึงยาก</span> <span class="s1">ทว่าในฐานะคนทำอาหารย่อมประนีประนอมกับรสชาติของผู้กิน</span> <span class="s1">ชิม ราเมนจึงรักษาความเฟรนด์ลี่ไว้ด้วยเมนูข้าวและขนมหวานที่ยังคงความสนุกไว้ในระดับไม่เป็นรองบรรดาราเมนชามโต</span><span class="s2"> </span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">หลายคนเขาเดินมาบอกตรงๆ</span> <span class="s1">เลยว่าพี่ไม่ชอบราเมนน้องเลย</span> <span class="s1">รสชาติมันยากไปสำหรับเขา</span> <span class="s1">เรายอมรับทุกความเห็นเลยนะ</span> <span class="s1">ดีใจด้วยซ้ำ</span> <span class="s1">เพราะโดยพื้นฐานแล้วเราจะเจอลูกค้าที่คอมเมนต์สุดไปทางใดทางหนึ่งน้อยมาก</span> <span class="s1">และมันแสดงว่าเขาได้รับประสบการณ์ใหม่จากเราจริงๆ</span> <span class="s1">ซึ่งเราก็ยิ้มรับ</span> <span class="s1">แล้วบอกให้วันหลังเขาลองมากินเมนูข้าวแล้วกันนะครับ</span> <span class="s1">ขนมหวานเราก็มี</span><span class="s2">”</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">เชฟหนุ่มบอกอย่างนั้น</span> <span class="s1">ขณะ</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">กุ้งผัดข้าว</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">และขนมหวานสีเขียวนวล</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สังขยาวาซาบิ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">เดินทางมาถึงโต๊ะอาหารของเรา</span> <span class="s1">สองเมนูที่แค่ชื่อก็รู้ว่าไม่ธรรมดา</span> <span class="s1">หนึ่งจานข้าวนั้นเต็มไปด้วยกุ้งแม่น้ำชิ้นหนา </span><span class="s1">ผัดกับข้าวเรียงเม็ดสวย</span> <span class="s1">โรยด้วยพริกขี้หนูซอยบางเฉียง</span> ด้วย<span class="s1">ทีท่าที่เขาบอกว่านี่แหละข้าวผัดไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72988" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-35.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">เราใส่กุ้งเยอะกว่าข้าว</span> <span class="s1">แล้วเติมพริกซอยเพิ่มมิติของรสชาติ</span> <span class="s1">เพราะข้าวผัดบ้านเราจะเต็มรสก็ต่อเมื่อมีพริกน้ำปลา</span> <span class="s1">เป็นรสชาติที่ใครก็คุ้นเคย</span><span class="s2">” </span><span class="s1">เป็นอย่างเขาว่า</span> <span class="s1">เพราะกุ้งผัดข้าวจานใหญ่นั้นตัดกับรสเข้มของราเมนชนิดคนละขั้ว</span><span class="s2">! </span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ส่วนอีกจานที่เป็นเหมือนอาวุธลับของพ่อครัวคนนี้คือขนมหวาน</span> <span class="s1">เป็นทักษะการปรุงของหวานที่เขาได้รับการชมเชยซ้ำๆ</span> <span class="s1">มาตั้งแต่สมัยเรียน</span> <span class="s1">แม้จะปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ชอบกินหวาน</span><span class="s1">และของหวานก็ไม่ใช่อะไรที่อยู่ในความสนใจลำดับแรก</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ทว่า</span><span class="s2"> ‘</span><span class="s1">สังขยาวาซาบิ</span><span class="s2">’ </span><span class="s1">ตรงหน้า</span> <span class="s1">ก็ยืนยันว่าเขามีพรสวรรค์</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">สังขยารสนวลจากไข่ไก่และน้ำตาล</span> <span class="s1">ผสานกับความเผ็ดร้อนอ่อนๆ</span> <span class="s1">จากวาซาบิได้อย่างไม่น่าเชื่อ</span> <span class="s1">เป็นการสร้างสมการรสชาติใหม่ชนิดที่ใครก็คิดไม่ถึง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72990" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">เราละเลียดทุกจานตรงหน้าจนหมด</span> <span class="s1">บทสนทนาของเราดำเนินไปกระทั่งถึงว่า</span> <span class="s1">เขาอยากเห็นพื้นที่แห่งความฝันนี้เติบโตกลายเป็นภาพไหน</span> <span class="s1">พ่อครัวนิ่งคิดเสี้ยวนาทีก่อนตอบเต็มเสียงว่า ความสำเร็จเดินทางมาถึงแล้วตั้งแต่วันที่ร้านนี้ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ใครสักคน</span></p>
<p class="p2"><span class="s2"> “</span><span class="s1">ถ้าอนาคตร้านนี้มันไปต่อไม่ได้</span> <span class="s1">แต่มันสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ</span> <span class="s1">ให้กับวงการราเมนไทย</span> <span class="s1">เกิดเป็นร้านราเมนทางเลือกขึ้นอีกหลายร้านต่อจากนี้</span> <span class="s1">เท่านี้เราก็ถือว่าพอใจแล้ว</span> <span class="s1">และจะเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปอุดหนุนด้วย</span><span class="s2"> (</span><span class="s1">ยิ้ม</span><span class="s2">)”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-72981" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/chimramen-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p class="p1"><strong><span class="s1"> CHIM RAMEN</span></strong></p>
<p class="p2"><span class="s1">ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท</span><span class="s2"> 33 </span><span class="s1">ด้านหลัง</span><span class="s2"> Tops Supermarket<br />
</span><span class="s1">เปิดทุกวันอังคาร</span><span class="s2"> &#8211; </span><span class="s1">อาทิตย์</span> <span class="s1">เวลา</span><span class="s2"> 11:30-22:00 </span><span class="s1">น</span><span class="s2">.</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chim-ramen/">CHIM RAMEN: ร้านราเมนทางเลือกเจ้าแรกในไทยที่ตั้งใจให้ทุกเดือนมีเมนูพิเศษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลิ้มรสอาหารเวียดนามหลากหลายตำรับใน ‘มุกดาหาร’ เมืองเล็กแต่ชวนหลงรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vietnamese-food-mukdahan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2019 11:54:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมถ้วยเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือดแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[ญวน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[มุกดาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[Vietnamese Food]]></category>
		<category><![CDATA[ชาวเวียดนามอพยพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมเหนียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=64364</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. สำหรับเรา อาหารเวียดนามจะเวียนมาปรากฏบนโต๊ะก็ต่อเมื่อเป็นมื้อ ‘กินด้วยกัน’ ในความหมายว่าอาหารเวียดนามนั้นมักไม่ไกลไปกว่าเมนูเช่นแหนมเนือง กุ้งพันอ้อย หรือถ้ากินง่ายขึ้นหน่อยก็เช่นเฝอ แต่หลายครั้งเราก็เลือกที่จะล้อมวงกิน &#8216;เฝอหม้อไฟ&#8217; กับเพื่อนสนิทมากกว่า ทว่าในความจริงแล้ว &#8216;อาหารเวียดนาม&#8217; ในวงเล็บว่าที่อยู่ในเมืองไทย มีมิติลึกซึ้งกว่านั้นหลายเท่า ทั้งมิติด้านประวัติศาสตร์อาบน้ำตา ศิลปะในการหุงหา รวมถึงรสชาติที่แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นอาหาร ‘ญวนปนไทย’ ที่ทำให้ใครต่อใครหลงรัก และมิติทั้งหมดนั้นก็ปรากฏชัดเมื่อเราได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่ของชาวเวียดนามอพยพบริเวณจังหวัดริมฝั่งโขงอย่างมุกดาหาร สกลนคร หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี และนครพนม แต่จังหวัดที่ประทับอยู่ในความรู้สึกสำหรับเรานั้นคือ ‘มุกดาหาร’ จังหวัดเล็กๆ ที่ในอดีตเคยเป็นเมืองปิด มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว และเป็นพื้นที่ที่รัฐไทยปันส่วนให้พ่อค้าแม่ขายชาวเวียดนามเข้ามาตั้งรกรากกระทั่งเกิดร้านอาหารเรียงรายถึงในวันนี้  ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเทียบกับจังหวัดริมฝั่งโขงจังหวัดอื่น มุกดาหารยังเป็นละแวกที่มีชาวเวียดนามผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น วัฒนธรรมการกินพื้นถิ่นของคนละแวกนี้จึงผสมผสานระหว่างอาหารเวียดนาม อาหารอีสานรสจัดจ้าน และอาหารฝรั่งเศส จากอิทธิพลของชาติมหาอำนาจที่เข้ามาปกครองเวียดนามอยู่ระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงเหล่ามิชชันนารีที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อรวมกันแล้วจึงกลายเป็นรสเอกลักษณ์ชวนตื่นเต้น 2. แต่ก่อนอื่น เราอยากจะเท้าความกลับไปถึงสมัยแรกๆ ที่ชาวเวียดนามอพยพเข้ามาอยู่แถบจังหวัดริมแม่น้ำโขงของไทยสักหน่อย ด้วยกลุ่มชาวเวียดนามอพยพนั้นมีหลายสาย บ้างมาจากทางเหนือ บ้างมาจากทางใต้ และช่วงเวลาที่แต่ละกลุ่มเดินทางสู่ประเทศไทยนั้นก็แตกต่างกันตามสภาวการณ์ทางการเมืองภายในประเทศเวียดนามขณะนั้น ไล่เรื่อยมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กับการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากโดนกีดกันทางความเชื่ออันเป็นที่มาของชุมชนชาวเวียดนามคาทอลิกใหญ่แถวสามเสน จนกระทั่งถึงจังหวัดภาคกลางตอนบน รวมถึงหลายชุมชนทางภาคอีสาน ส่วนอีกนานาสาเหตุนั้นมีทั้งการอพยพครั้งสงครามเวียดนามและพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vietnamese-food-mukdahan/">ลิ้มรสอาหารเวียดนามหลากหลายตำรับใน ‘มุกดาหาร’ เมืองเล็กแต่ชวนหลงรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1.</p>
<p class="p1"><span class="s1">สำหรับเรา อาหารเวียดนามจะเวียนมาปรากฏบนโต๊ะก็ต่อเมื่อเป็นมื้อ ‘กินด้วยกัน’ ในความหมายว่าอาหารเวียดนามนั้นมักไม่ไกลไปกว่าเมนูเช่นแหนมเนือง กุ้งพันอ้อย หรือถ้ากินง่ายขึ้นหน่อยก็เช่นเฝอ แต่หลายครั้งเราก็เลือกที่จะล้อมวงกิน &#8216;เฝอหม้อไฟ&#8217; กับเพื่อนสนิทมากกว่า ทว่าในความจริงแล้ว &#8216;อาหารเวียดนาม&#8217; ในวงเล็บว่าที่อยู่ในเมืองไทย มีมิติลึกซึ้งกว่านั้นหลายเท่า</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ทั้งมิติด้านประวัติศาสตร์อาบน้ำตา ศิลปะในการหุงหา รวมถึงรสชาติที่แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นอาหาร ‘ญวนปนไทย’ ที่ทำให้ใครต่อใครหลงรัก และมิติทั้งหมดนั้นก็ปรากฏชัดเมื่อเราได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่ของชาวเวียดนามอพยพบริเวณจังหวัดริมฝั่งโขงอย่างมุกดาหาร สกลนคร หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี และนครพนม แต่จังหวัดที่ประทับอยู่ในความรู้สึกสำหรับเรานั้นคือ ‘มุกดาหาร’ จังหวัดเล็กๆ ที่ในอดีตเคยเป็นเมืองปิด มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว และเป็นพื้นที่ที่รัฐไทยปันส่วนให้พ่อค้าแม่ขายชาวเวียดนามเข้ามาตั้งรกรากกระทั่งเกิดร้านอาหารเรียงรายถึงในวันนี้ </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเทียบกับจังหวัดริมฝั่งโขงจังหวัดอื่น มุกดาหารยังเป็นละแวกที่มีชาวเวียดนามผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น วัฒนธรรมการกินพื้นถิ่นของคนละแวกนี้จึงผสมผสานระหว่างอาหารเวียดนาม อาหารอีสานรสจัดจ้าน และอาหารฝรั่งเศส จากอิทธิพลของชาติมหาอำนาจที่เข้ามาปกครองเวียดนามอยู่ระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงเหล่ามิชชันนารีที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อรวมกันแล้วจึงกลายเป็นรสเอกลักษณ์ชวนตื่นเต้น </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">2.</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> แต่ก่อนอื่น เราอยากจะเท้าความกลับไปถึงสมัยแรกๆ ที่ชาวเวียดนามอพยพเข้ามาอยู่แถบจังหวัดริมแม่น้ำโขงของไทยสักหน่อย ด้วยกลุ่มชาวเวียดนามอพยพนั้นมีหลายสาย บ้างมาจากทางเหนือ บ้างมาจากทางใต้ และช่วงเวลาที่แต่ละกลุ่มเดินทางสู่ประเทศไทยนั้นก็แตกต่างกันตามสภาวการณ์ทางการเมืองภายในประเทศเวียดนามขณะนั้น ไล่เรื่อยมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กับการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากโดนกีดกันทางความเชื่ออันเป็นที่มาของชุมชนชาวเวียดนามคาทอลิกใหญ่แถวสามเสน จนกระทั่งถึงจังหวัดภาคกลางตอนบน รวมถึงหลายชุมชนทางภาคอีสาน ส่วนอีกนานาสาเหตุนั้นมีทั้งการอพยพครั้งสงครามเวียดนามและพิษสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงประชากรชาวเวียดนามผู้อพยพใหม่ที่เพิ่งเดินทางถึงไทยด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเมื่อไม่กี่ทศวรรษก่อนก็มีเหมือนกัน</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ฉะนั้นรสชาติอาหารเวียดนามในไทยจึงหลากหลายตามเหตุผลข้างต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64367" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2880" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/1-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> มาถึงสำรับอาหารเวียดนามในจังหวัดมุกดาหารที่เราประทับใจบ้าง อย่างแรกคือ &#8216;ขนมเหนียว&#8217; และ &#8216;ขนมถ้วยเวียดนาม&#8217; ร้านป้านก ร้านเล็กๆ ที่เปิดบริการอยู่หน้าสถานีตำรวจมุกดาหารมานานกว่า 7 รุ่น ซึ่งเป็นร้านขายอาหารเวียดนามแบบที่ตั้งตัวเป็น ‘ร้าน’ แห่งแรกๆ ในมุกดาหาร ด้วยอดีตคนเวียดนามนิยมทำอาหารกินกันในครัวเรือนหรือเฉพาะงานเทศกาล อาหารการกินที่วางขายจึงมักอยู่บนแผงลอยตามตลาดเช้าหรือเย็นมากกว่าเป็นร้านจริงจังเหมือนอย่างที่บรรพบุรุษของป้าริเริ่มขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64371" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2880" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/25620513-IMG_7112-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> ป้านกเล่าว่า ขนมเหนียวและขนมถ้วยเวียดนามเป็นของว่างยอดนิยมของชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ทางเหนือของประเทศ กินกันตั้งแต่เช้าไปจนถึงบ่ายคล้อย เนื่องจากเต็มไปด้วยพลังงานจากแป้งข้าวและเนื้อสัตว์ โดยข้อสังเกตสำคัญของขนมเหนียวสูตรต้นตำรับแสนเบสิกนั่นคือ “แป้งต้องหนึบคล้ายเนื้อสาคู แต่เหนียวกว่า เพราะทำมาจากแป้งมันนวดจนเป็นเนื้อเดียว ปั้นก้อนยัดไส้หมูสับผัดกับเห็ดหูหนูดำรสเค็ม หอม มัน ก่อนนำไปนึ่งจนสุก เสิร์ฟคู่กับแคบหมู พริกสดซอย ราดน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานเคี่ยวจากน้ำตาลกับน้ำส้มสายชู แต่ถ้าจะให้อร่อยครบสูตรต้องบีบมะนาวเพิ่มสักซีก” ป้านกแนะนำอาหารจานตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม ขณะคนต่างถิ่นอย่างเรากำลังขมวดคิ้วสงสัยรสชาติในจาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64377" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2880" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/ขนมเหนียว-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> แต่ไม่นานเราก็กระจ่างเมื่อลองชิมขนมเหนียวชิ้นแรก ก่อนจะมีชิ้นต่อมาและต่อมากระทั่งหมดจานอย่างรวดเร็ว สัมผัสเหนียวหนึบสู้ฟันตัดกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน หอมมะนาวซีกที่ป้านกแนะนำให้บีบเพิ่มกลิ่นรสสดชื่น ยิ่งเคี้ยวคู่แคบหมูกรอบๆ ยิ่งช่วยเพิ่มความสนุกให้การกิน “อาหารเวียดนามแทบทุกจานจะมีแป้งเพราะเวียดนามปลูกข้าวเยอะ และนิยมกินผักเพราะเป็นเมืองร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ และกินหมูกับไก่เป็นหลักคล้ายบ้านเรา” ป้านก แม่ครัวเอกของร้านหันมาเล่าให้เราฟังเรื่อยๆ ระหว่างจับขนมใส่จานมือเป็นระวิงตลอดสายวันนั้น ก่อนแนะนำให้เราลองชิมขนมถ้วยเวียดนามอีกสักจานเพื่อเข้าใจว่ารสชาติแตกต่างอย่างไรกับขนมถ้วยอย่างไทยที่เคยกิน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64368" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2880" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/2-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">อย่างแรกคือ ขนมถ้วยเวียดนามเป็นอาหารคาว ถัดมาคือไม่ใส่กะทิ และสุดท้ายคือขนมถ้วยแบบญวน (อย่างที่คนไทยนิยมเรียก) นั้นทรงเครื่องด้วยเนื้อสัตว์รสชาติหลากหลาย กินเป็นของว่างก็ได้ กินเป็นมื้อหนักก็อร่อยดี “ก่อนจะออกมาหน้าตาแบบนี้&#8221; ป้านกชี้ไปที่แผ่นแป้งกลมๆ ตรงหน้า &#8220;ต้องนำแป้งข้าวเจ้ามาผสมน้ำและหยอดใส่ถ้วย นึ่งจนสุก ก่อนตักใส่จานแล้วโปะด้วยหมูย่างตะไคร้ หมูหย็อง กระเทียมเจียวใหม่ๆ และใบต้นหอมผัดกับน้ำมัน ตอนกินราดน้ำจิ้มเปรี้ยวอมหวาน” และจริงอย่างเธอว่า ด้วยขนมถ้วยเวียดนามนั้นคืออาหารคาวที่มีกลิ่นหอมจางๆ ของตะไคร้และสมุนไพรพื้นถิ่น บางคนนิยมกินคู่กับผักสดรสติดขม บางคนนิยมกินคู่กับน้ำชาร้อน แล้วแต่รสนิยมบนโต๊ะอาหารของใครของมัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64369" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2880" height="1920" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/3-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1">3.</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> นอกจากของว่างทำจากแป้งข้าวสีขาวนวล ตำรับเวียดนามในเมืองไทยยังมีอีกหลายเมนูชวนตื่นเต้น หนึ่งในนั้นคือ ‘เลือดแปลง’ ของว่างสีแดงก่ำทำจากเลือดสด ที่ในอดีตเป็นอาหารเทศกาลงานบุญของชาวเวียดนามอพยพผู้นับถือศาสนาพุทธ ด้วยเมื่อมีงานบุญก็ย่อมมีการเชือดสัตว์ไว้ปรุงอาหาร ฉะนั้นชาวบ้านจึงต้องกินทุกชิ้นส่วนให้หมดจด รวมถึงเลือดสดด้วยเช่นกัน ทว่าลาบเลือดแบบเวียดนามนั้นก็แตกต่างจากลาบอีสานที่หลายคนคุ้นรส เนื่องจากเลือกใช้เนื้อและเครื่องในหมูหรือเป็ดรวนจนสุก แล้วราดด้วยเลือดสดปรุงรสให้ออกเค็มปะแล่มแล้วแช่จนเย็นจัด รอทุกอย่างในจานเซตตัวจนกลายเป็นวุ้น จึงเสิร์ฟคู่กับผักพื้นบ้านกลิ่นฉุนแรง เช่น ผักแพว ผักกาดฮีน กระเทียม หอมแดง พริกสด ก่อนทานบีบมะนาวหรือโรยพริกป่นเล็กน้อยเพิ่มความกลมกล่อม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-64379" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง.jpg" alt="อาหารเวียดนาม มุกดาหาร" width="2976" height="1984" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง.jpg 2976w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/เลือดแปลง-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 2976px) 100vw, 2976px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> กระซิบอีกหน่อยว่าร้านเลือดแปลงที่ทั้งชาวอีสานและชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในมุกดาหารลงความเห็นว่าเป็นตัวจริงคือ ‘ร้านป้าเลียน’ ที่ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกชุมชนเวียดนาม กลางอำเภอเมืองฯ จังหวัดมุกดาหาร ที่เปิดบริการความอร่อยมานานนับสิบปี จนรู้กันดีว่าเป็นร้านขายเมนูเลือดสดที่สะอาดไว้ใจได้</span></p>
<p class="p1"><span class="s1"> มาถึงตรงนี้ หลังจากเราเปิดประสบการณ์ลิ้มรสอาหารเวียดนามในเมืองเล็กอย่างมุกดาหารจนหนำใจ สิ่งที่ตกค้างจากความอร่อยคือความเข้าใจภาพใหญ่ของ ‘อาหารเวียดนาม’ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ไม่ว่าจะอาหารเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลจากเจ้าอาณานิคมอย่างไข่กระทะหรือขนมปังสอดไส้ หรืออาหารเวียดนามที่ปรุงคล้ายอาหารอีสานอย่างเลือดแปลง รวมถึงอาหารว่างแบบเวียดนามเหนืออย่างขนมเหนียวและขนมถ้วย เหล่านี้คือสิ่งสะท้อนความเลื่อนไหลของรสชาติอาหารเวียดนามในเมืองไทยที่มีเสน่ห์ไม่แพ้อาหารชาติใดเลย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vietnamese-food-mukdahan/">ลิ้มรสอาหารเวียดนามหลากหลายตำรับใน ‘มุกดาหาร’ เมืองเล็กแต่ชวนหลงรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปายในคิมหันต์ : รสชาติอาหารเมืองปาย จากวัตถุดิบที่เร้นกายอยู่ในสายลมร้อน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aftertaste-pai-in-summer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 May 2019 23:05:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวปาย]]></category>
		<category><![CDATA[Pai]]></category>
		<category><![CDATA[ปายในฤดูกาล 3]]></category>
		<category><![CDATA[ปาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=62607</guid>

					<description><![CDATA[<p>พูดถึงปาย นึกถึงอะไร? ถนนคนเดินที่คลาคล่ำด้วยฝรั่งต่างชาติ ทิวเขาสลับซับซ้อนของเมืองในหมอก หรือน้ำพุร้อนซึ่งกลายเป็นหมุดหมายของนักผจญภัยทั้งหลาย? สำหรับเราเมื่อพูดถึงปายก็คิดคล้ายไม่ต่างกัน แต่มากกว่านั้นก็เต็มไปด้วยความสงสัยด้วย ปายเป็นเมืองเก่าแก่อายุนับร้อยปีทั้งยังมีอาณาบริเวณอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนดินแดนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงที่สุดในภาคเหนือ ลึกๆ เราจึงเชื่อว่าปายมีรายละเอียดน่าสนใจกว่าภาพเมืองท่องเที่ยวเกิดใหม่อย่างใครคิด และเมื่อได้ก้าวเข้าไปใกล้ชิด ปายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อเราเดินทางสู่ปายในหน้าร้อนที่ฝนโปรยปรายช่วงท้ายเดือนเมษายน ฤดูกาลที่หลายคนบ่ายหน้าจากปายด้วยสายลมร้อนนั้นอาจทำให้ไม่สบายตัว แต่เมืองปายในไอแดดก็เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบที่หาไม่ได้ในฤดูอื่น โดยเฉพาะเสน่ห์ของวัตถุดิบที่ผลิดอกออกผลเฉพาะในยามอากาศร้อนระอุเท่านั้น นั่นเองคือสิ่งเร้าให้เราออกเดินทางหลังได้รับคำเชิญจากคนรักปายและอาหารของปายให้มาลิ้มลองรสชาติอาหารที่นี่ในฤดูนี้ดูสักครั้ง ไม่นานจากนั้นเราก็เดินทางมายืนอยู่ข้างๆ พวกเขา กลุ่มคนจำนวนหลักหน่วยที่ช่วยกันผลักดันให้อาหารแบบปายกลายเป็นที่รู้จัก–มากกว่าแค่รสชาติ ด้วยอาหารคือสารที่สื่อเรื่องราวของเมืองเล็กแห่งนี้ได้ลึกซึ้งที่สุด ตัวอย่างชัดเจนนั้นปรากฏอยู่ในกิจกรรม ‘ปายในฤดูกาล 3’ ซึ่งพาให้เราได้เข้าไปร่วมโต๊ะอาหารของชาวลาหู่ กลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ที่ตั้งรกรากกระจายตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ที่ โอ–พีระ เลาหเจริญสมบัติ หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานครั้งนี้ภูมิใจนำเสนอความพิเศษผ่านเมนูอาหารที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นหากินยาก โดยเฉพาะ ‘ข้าว’ ที่นับเป็นวัตถุดิบสำคัญในสำรับตำรับเมืองปาย (1) แนะนำกันอย่างรวบรัด โอ คือเจ้าของรีสอร์ตในอำเภอปาย ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (sommelier) แถมท้ายด้วยการเป็นนักพัฒนาผู้อยากเห็นชุมชนที่เขาคลุกคลีมานานนับสิบปีเติบโตอย่างยั่งยืน ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าร่วมพัฒนาเมืองปายร่วมกับสหายคอเดียวกัน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ เชฟ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนทางไกลเช่นเราเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเป็นมิตร “หลายคนรู้จักปาย แต่ก็ไม่รู้จักปาย” เขาบอกแบบนั้นระหว่างมื้ออาหารที่เราหลายคนใช้ร่วมกันในสายวันหนึ่ง ก่อนเปิดโอกาสให้เราทำความรู้จักกับปายในท่าทีใหม่ ผ่านสำรับอาหารที่ทยอยมาจัดเรียงอยู่ตรงหน้า อาทิ ข้าวสวยหอมกรุ่นในกระทงใบตองเล็กจิ๋วที่ทำให้เราขมวดคิ้วในความเบสิก “หลายคนไม่รู้ว่าแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งปลูกข้าวแรกๆ ในอาเซียน เมื่อปี 2515 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aftertaste-pai-in-summer/">ปายในคิมหันต์ : รสชาติอาหารเมืองปาย จากวัตถุดิบที่เร้นกายอยู่ในสายลมร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">พูดถึงปาย</span> <span class="s1">นึกถึงอะไร</span><span class="s2">?</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ถนนคนเดินที่คลาคล่ำด้วยฝรั่งต่างชาติ</span> <span class="s1">ทิวเขาสลับซับซ้อนของเมืองในหมอก</span> <span class="s1">หรือน้ำพุร้อนซึ่งกลายเป็นหมุดหมายของนักผจญภัยทั้งหลาย</span><span class="s2">? </span><span class="s1">สำหรับเราเมื่อพูดถึงปายก็คิดคล้ายไม่ต่างกัน</span> <span class="s1">แต่มากกว่านั้นก็เต็มไปด้วยความสงสัยด้วย ปายเป็นเมืองเก่าแก่อายุนับร้อยปีทั้งยังมีอาณาบริเวณอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนดินแดนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงที่สุดในภาคเหนือ</span> <span class="s1">ลึกๆ</span> <span class="s1">เราจึงเชื่อว่าปายมีรายละเอียดน่าสนใจกว่าภาพเมืองท่องเที่ยวเกิดใหม่อย่างใครคิด</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">และเมื่อได้ก้าวเข้าไปใกล้ชิด</span> <span class="s1">ปายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-62623 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมู่บ้านลีซอ.jpg" alt="" width="500" height="750" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมู่บ้านลีซอ.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมู่บ้านลีซอ-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p class="p2"><span class="s1">เมื่อเราเดินทางสู่ปายในหน้าร้อนที่ฝนโปรยปรายช่วงท้ายเดือนเมษายน</span> <span class="s1">ฤดูกาลที่หลายคนบ่ายหน้าจากปายด้วยสายลมร้อนนั้นอาจทำให้ไม่สบายตัว</span> <span class="s1">แต่เมืองปายในไอแดดก็เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบที่หาไม่ได้ในฤดูอื่น</span> <span class="s1">โดยเฉพาะเสน่ห์ของวัตถุดิบที่ผลิดอกออกผลเฉพาะในยามอากาศร้อนระอุเท่านั้น</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">นั่นเองคือสิ่งเร้าให้เราออกเดินทาง</span><span class="s1">หลังได้รับคำเชิญจากคนรักปายและอาหารของปายให้มาลิ้มลองรสชาติอาหารที่นี่ในฤดูนี้ดูสักครั้ง</span> <span class="s1">ไม่นานจากนั้นเราก็เดินทางมายืนอยู่ข้างๆ</span> <span class="s1">พวกเขา</span> <span class="s1">กลุ่มคนจำนวนหลักหน่วยที่ช่วยกันผลักดันให้อาหารแบบปายกลายเป็นที่รู้จัก</span><span class="s2">–</span><span class="s1">มากกว่าแค่รสชาติ</span></p>
<p class="p2"><span class="s1">ด้วยอาหารคือสารที่สื่อเรื่องราวของเมืองเล็กแห่งนี้ได้ลึกซึ้งที่สุด</span></p>
<p>ตัวอย่างชัดเจนนั้นปรากฏอยู่ในกิจกรรม ‘ปายในฤดูกาล 3’ ซึ่งพาให้เราได้เข้าไปร่วมโต๊ะอาหารของชาวลาหู่ กลุ่มชาติพันธุ์เก่าแก่ที่ตั้งรกรากกระจายตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ที่ <strong>โอ–</strong><strong>พีระ</strong> <strong>เลาหเจริญสมบัติ</strong> หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงานครั้งนี้ภูมิใจนำเสนอความพิเศษผ่านเมนูอาหารที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นหากินยาก โดยเฉพาะ ‘ข้าว’ ที่นับเป็นวัตถุดิบสำคัญในสำรับตำรับเมืองปาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62618 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ข้าวปาย.jpg" alt="" width="675" height="409" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ข้าวปาย.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ข้าวปาย-300x182.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ข้าวปาย-600x364.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62620 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ช้าวหอมปาย.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ช้าวหอมปาย.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ช้าวหอมปาย-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ช้าวหอมปาย-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>(1)</p>
<p>แนะนำกันอย่างรวบรัด โอ คือเจ้าของรีสอร์ตในอำเภอปาย ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (sommelier) แถมท้ายด้วยการเป็นนักพัฒนาผู้อยากเห็นชุมชนที่เขาคลุกคลีมานานนับสิบปีเติบโตอย่างยั่งยืน ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าร่วมพัฒนาเมืองปายร่วมกับสหายคอเดียวกัน ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ เชฟ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนทางไกลเช่นเราเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเป็นมิตร “หลายคนรู้จักปาย แต่ก็ไม่รู้จักปาย” เขาบอกแบบนั้นระหว่างมื้ออาหารที่เราหลายคนใช้ร่วมกันในสายวันหนึ่ง ก่อนเปิดโอกาสให้เราทำความรู้จักกับปายในท่าทีใหม่ ผ่านสำรับอาหารที่ทยอยมาจัดเรียงอยู่ตรงหน้า</p>
<p>อาทิ ข้าวสวยหอมกรุ่นในกระทงใบตองเล็กจิ๋วที่ทำให้เราขมวดคิ้วในความเบสิก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62626 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“หลายคนไม่รู้ว่าแม่ฮ่องสอนเป็นแหล่งปลูกข้าวแรกๆ ในอาเซียน เมื่อปี 2515 มีการขุดเจอหลักฐานทางโบราณคดีเป็นเมล็ดข้าวป่าอายุนับพันปี แสดงให้เห็นว่าแถวนี้มีวัฒนธรรมการกินข้าวมานานแล้ว” โอไล่เรียงให้เราฟัง ก่อนผายมือไปยังอีกหนึ่งสมาชิกบนโต๊ะอาหารนาม ‘ลุงต่วน’ เกษตรกรผู้นิยามตัวเองว่าเป็นชาวโยนกนคร หรือชาวเหนือในคำเรียกแบบคนล้านนาโบราณ ผู้รับหน้าที่ปลูก ปรุง และรวบรวมสายพันธุ์ข้าวนับร้อยของเมืองปายไว้เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นลูกหลานได้ลิ้มรส</p>
<p>“แม่ฮ่องสอนมีวัฒนธรรมการกินอยู่ค่อนข้างแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ เพราะเมื่อก่อนที่ตรงนี้แทบจะตัดขาดจากพื้นที่อื่น มีภูเขามีอะไรล้อมไว้ อย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือคนแม่ฮ่องสอนนิยมกินข้าวจ้าวมากกว่าข้าวเหนียว ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวไร่ที่ส่งต่อกันมาในชุมชน แต่ละชนเผ่าก็กินอาหารรสชาติไม่เหมือนกัน อย่างครัวลาหู่นี่ขาดพริกไม่ได้ ส่วนไทใหญ่ก็ขาดถั่วเน่าไม่ได้เลย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62617 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน3.jpg" alt="" width="675" height="452" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน3-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารนาลุงต่วน3-600x402.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>เราตักข้าวเข้าปาก สัมผัสนุ่มหนึบคล้ายข้าวเหนียวผสานกลิ่นหอมอวลคล้ายข้าวหอมมะลินั้นยืนยันความพิเศษที่เกษตรกรตรงหน้าว่าได้ดี ลุงต่วนแนะให้ลองชิมน้ำพริกหรือ ‘อาแยะ’ ของชาวลาหู่ที่เสิร์ฟเคียงกันนั้นดูเพื่อให้รู้รสชาติที่รายล้อมเราอยู่ตอนนี้ และรสเผ็ดซ่านในจานก็ทำให้รู้ว่าอาหารแบบลาหู่จัดจ้านไม่แพ้อาหารภาคใด อาจเทียบเท่ากับอาหารใต้หรืออาหารอีสานเสียด้วยซ้ำ ด้วยการนำพริกพันธุ์พื้นบ้านมาตำเข้ากับสมุนไพรและ ‘ถั่วเน่า’ หรือถั่วเหลืองหมักบดและตากเป็นแผ่นกลิ่นหอมแรง กระทั่งกลายเป็นเครื่องจิ้มรสร้อนแรงที่ทำหลายคนในวงอาหารวันนั้นกินข้าวอร่อยขึ้น</p>
<p>ยังไม่นับ ‘ส่าล่า’ หมูหลามในกระบอกไม้ไผ่กลิ่นหอมยวนใจ ที่ใช้เนื้อหมูดำตัวอวบที่เลี้ยงอย่างอิสระภายในหมู่บ้าน มาหมักด้วยพริกกะเหรี่ยงสด ข่า ตะไคร้ และ ‘แก่นต้นมะขามป้อม’ รสเปรี้ยวเจือฝาดเสริมรสชาติให้มีมิติ จากนั้นกรอกใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วอิงไว้ข้างกองไฟจนเนื้อในสุกทั่ว</p>
<p>“ชาติพันธุ์ในแม่ฮ่องสอนแบ่งใหญ่ๆ ออกเป็นไทใหญ่ ปกาเกอะญอ ลีซู อาข่า ลเวือะ คนล้านนาทั่วไป แล้วก็ลาหู่ ข้อเหมือนของแต่ละกลุ่มคือเมื่อมีเทศกาลงานบุญ เขาจะล้มหมูหรือสัตว์ใหญ่แล้วนำเนื้อมาแบ่งปันกัน หรือปรุงเป็นอาหารหม้อใหญ่แล้วเจือจานกินกันทั่วหมู่บ้าน บางคนอาจไม่เข้าใจว่าทำไมงานบุญถึงต้องฆ่าสัตว์ด้วย แต่ถ้ามองในมุมวิถีชีวิต การล้อมวงกินข้าวกัน ปันอาหารกัน มันเป็นกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในชุมชนที่ดีที่สุดแล้ว” ลุงต่วนเล่าทั้งยิ้ม ขณะที่เรากำลังตักหลามหมูลงบนข้าวสวยร้อนๆ ก่อนลิ้มรสมันโดยละเลียดเพื่อรับรู้ถึงรายละเอียดอย่างเขาว่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62619 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ครัวลีซอ.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ครัวลีซอ.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ครัวลีซอ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-ครัวลีซอ-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>(2)</p>
<p>จบจากมื้ออาหารกลางหมู่บ้านชาวลาหู่ ลมร้อนก็พัดพาให้เราอยากรู้รสชาติแบบคิมหันตฤดูขึ้นอีกหน่อย เรา โอ และชาวคณะอีกหลายชีวิตก็เห็นพ้องกันว่าจะไปฝากท้องกลางเถียงนาของลุงต่วนในมื้อถัดไป ที่ที่เกษตรกรวัยใกล้หกสิบใช้เป็นห้องครัวตลอดฤดูทำนาช่วงหน้าฝน</p>
<p>ถัดจากนั้นไม่นาน เราทั้งหมดก็มานั่งล้อมวงกันอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ในเถียงนาบุหลังคาด้วยใบตองตึง ท่ามกลางไอแดดผะผ่าวที่ไม่ชวนให้เราอยากทานอะไรสักเท่าไหร่ แต่เมื่อสำรับอาหารชุดใหญ่เดินทางมาถึงตรงหน้า ความอยากอาหารก็ผุดพรายตามมาในทันที “มื้อนี้เป็นอาหารคนเมือง (ล้านนา)​ ผสมไทใหญ่” เจ้าของบ้านเกริ่นเรียบๆ ก่อนไล่แต่ละเมนูให้เรารู้ชื่อเสียงเรียงนาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62624 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูลุง.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูลุง.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูลุง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูลุง-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ไทใหญ่เป็นชาติพันธุ์ที่มีประชากรเยอะที่สุดในแม่ฮ่องสอน แต่ถ้าเดินตลาดจะไม่ค่อยเจออาหารไทใหญ่ขายเท่าไหร่ เพราะพื้นฐานแล้วคนไทใหญ่นิยมทำกับข้าวกินกันในบ้าน จะได้ชิมอาหารไทใหญ่ก็ต้องไปบ้านคนไทใหญ่ (หัวเราะ)” และใช่ ลุงต่วนคือชาวไทใหญ่เลือดแท้ “อาหารไทยใหญ่เน้นผัก กินเนื้อหมูเป็นหลัก และนิยมชูรสด้วยถั่วเน่ากับขมิ้น” เหมือน ‘หมูลุง’ หรือ ‘จิ๊นลุง’ (จิ๊น ภาษาเหนือแปลว่า เนื้อสัตว์) ที่ใช้เนื้อหมูสับผสมเครื่องเทศรสร้อนปั้นเป็นก้อนทอดในน้ำมันจนสุก จากนั้นเติมน้ำซุปแล้วเคี่ยวต่ออีกหลายนาที จนกลายเป็นเมนูคล้ายหมูบะช่อ แต่มีกลิ่นรสของขมิ้น เครื่องเทศพื้นถิ่น สำคัญคือเนื้อหมูเลี้ยงเองนั้นเด้งหนึบเคี้ยวสนุกอย่าบอกใคร</p>
<p>และเหนืออื่นใด ดาวเด่นของมื้อนี้ก็ยังคงเป็นข้าวอยู่เหมือนเดิม ทว่าเป็นข้าวสายพันธุ์พิเศษที่ลุงต่วนภูมิใจนำเสนอว่าคือตัวแทนของข้าวปายทั้งมวล ‘ข้าวหอมปาย’ เขาแนะนำอย่างนั้น ขณะส่งห่อข้าวในใบตองตึงสีเขียวสดให้เราถือ “ลองกินดูสักคำ” ผู้ปลูกที่รับหน้าที่ปรุงพเยิดชวน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62627 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารหมูบ้านลีซอ.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารหมูบ้านลีซอ.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารหมูบ้านลีซอ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-อาหารหมูบ้านลีซอ-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>กลิ่นหอมอบอวลคล้ายข้าวหอมมะลิ เนื้อสัมผัสหนึบคล้ายข้าวเหนียว ทว่าเมล็ดอวบร่วนแบบข้าวจ้าวนั้นทำให้เราว้าวตั้งแต่คำแรก “อร่อยใช่ไหม แต่นอกจากอร่อยแล้ว ถ้ามาดูที่รวงข้าว จะเห็นว่าข้าวหอมปายหนึ่งรวงมีหลากสีมาก ไล่ตั้งแต่ชมพู ม่วงเข้ม จนถึงดำ มีนักวิจัยลงมาศึกษาพบด้วยว่ามีวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก” คุณลุงจบประโยคด้วยเสียงตื่นเต้น ก่อนย้ำว่านอกจากข้าวหอมปาย เมืองปายยังมีข้าวอีกนับร้อยสายพันธุ์ที่มีคุณประโยชน์ไม่น้อยหน้ากันแต่อย่างใด</p>
<p>เราจัดการอีกหลายสำรับตรงหน้าอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยำใบมะขามอ่อนใส่ปลาแห้งและมะเขือเทศจิ๋วที่เติมความสดชื่นให้ตื่นเต็มตา เป็นอาหารที่กินฤดูกาลไหนก็คงไม่สุขใจเท่ากับหน้าร้อน จนอาจเรียกว่าเมนูจากใบมะขามอ่อนรสเปรี้ยวปะแล่มนั้นเป็นอาหารประจำหน้าร้อนของคนปายก็ไม่ผิดนัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62621 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-เปงม้ง.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-เปงม้ง.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-เปงม้ง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-เปงม้ง-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>กระทั่งเดินทางมาถึงเมนูของหวานปิดท้าย ที่ขมวดจบรสชาติแบบปายได้ชนิดอิ่มท้องและอิ่มใจ ด้วยขนม ‘เปงโม้ง’ หน้าตาคล้ายเค้กหน้าครีมสดนั้นสะท้อนวิถีของพื้นที่ได้อย่างละเอียดลออ ผ่านเนื้อขนมที่ใช้ข้าวพื้นถิ่นมาโม่จนได้แป้ง จากนั้นกวนแป้งกับน้ำตาลอ้อยจนเนื้อเนียนนุ่ม ก่อนราดด้วยครีมกะทิเคี่ยวกับน้ำตาลรสหวานกลมกล่อม และใช้ไฟเผาหน้ากะทิจนได้กลิ่นไหม้จางๆ สร้างเสน่ห์</p>
<p>“ขนมหวานในแม่ฮ่องสอนหรือในปายก็ตาม ส่วนมากทำจากข้าว ข้าวหมักบ้าง ข้าวกวนบ้าง ขนมเปงโม้งเป็นขนมที่คนไทใหญ่หรือคนปายทำกินกันในงานเทศกาล ทำทีละถาดใหญ่แล้วแจกจ่ายกันทั่วทุกบ้าน เป็นขนมที่บอกว่าเรามีข้าวดี และมีน้ำใจดีต่อกัน” ชายเชื้อสายไทใหญ่ เกษตรกร นักสะสมพันธุ์ข้าว รวมถึงนักปรุงฝีมือดีตรงหน้าเรากล่าวย้ำทั้งรอยยิ้ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-62622 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูบ้านลีซอ.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูบ้านลีซอ.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูบ้านลีซอ-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/05/aftertaste-ปายในคิมหันต์-หมูบ้านลีซอ-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aftertaste-pai-in-summer/">ปายในคิมหันต์ : รสชาติอาหารเมืองปาย จากวัตถุดิบที่เร้นกายอยู่ในสายลมร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฟน์โรบัสต้า : กาแฟสายรองจากแดนใต้ ที่กำลังหายใจรดต้นคอกาแฟพิเศษไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kong-coffee-fine-robusta/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2019 19:33:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[specialty coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Fine Robusta]]></category>
		<category><![CDATA[ก้องคอฟฟี่]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Coffee Fest 2019]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟน์โรบัสต้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59725</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครเป็นคอกาแฟหรือดื่มกาแฟบ้างคงพอรู้ว่ากาแฟบนโลกนี้มีด้วยกัน 2 ชนิดใหญ่ ชนิดแรก อาราบิก้า เมล็ดกาแฟรีเรียวกลิ่นรสซับซ้อน เติบโตดีอยู่บนยอดดอย เป็นต้นทางของบรรดากาแฟพิเศษ (specialty coffee) หรือพูดง่ายๆ ว่า ‘กาแฟดริป’ ทั้งหลายก็หมายรวมถึงกาแฟชนิดนี้ ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นชนิดกาแฟที่คนส่วนใหญ่ใกล้ชิดกันทุกเช้า เป็นเมล็ดกาแฟกลมมน ผลิดอกออกผลอยู่ในดินแดนร้อนชื้นริมชายฝั่งทะเล และที่ว่ามันใกล้ชิดสนิทกับเราเป็นพิเศษก็เพราะ ‘โรบัสต้า’ คือส่วนผสมหลักในกาแฟสำเร็จรูป รวมถึงกาแฟโบราณในร้านอาแปะอาม่าที่คนไทยเราคุ้นรสชาติเข้มขมกันมานาน แต่ก็เหมือนใกล้ตัวทว่าไกลความสนใจ เพราะแต่ไหนแต่ไรโรบัสต้ามักถูกปรามาสในศักยภาพเรื่อยมา ด้วยว่ากันว่ากลิ่นรสของมันไม่ซับซ้อนน่าค้นหาเท่ากาแฟอาราบิก้า ผลผลิตส่วนใหญ่จึงลงท้ายกลายเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับกาแฟโรบัสต้านับพันไร่ที่ยืนต้นอยู่ทางใต้ของไทย ทว่าไร้คนเหลียวแลพัฒนาจนกลายเป็นพืชไร้ราคาอยู่หลายสิบปี กระทั่งเมื่อไม่นานนี้ที่สปอตไลต์ฉายมายังโรบัสต้าผ่านการลงมือพัฒนาของบรรดานักพัฒนากาแฟไทยจนคุณภาพโรบัสต้าไทยสะกิดความสนใจคอกาแฟให้หันกลับมามองกาแฟสายรองดูสักครั้ง เหมือนอย่างที่คนในวงการกาแฟไทยบางคนเคยอนุมานไว้ว่า ถ้าอาราบิก้าเป็นรถสปอร์ตหรูหรา โรบัสต้าเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะถ้าพัฒนาอย่างเข้าใจ สุดท้ายก็อาจกลายเป็นรถบรรทุกเกรดดีที่มีจุดขายต่างกัน และสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ยืนยันจากทั้งรสชาติกาแฟโรบัสต้าที่เราได้ชิมในงาน Thailand Coffee Fest 2019 ซึ่งโดดเด่นจนหลายคนพูดถึง และจากปากคำของนักพัฒนาและเจ้าของแบรนด์กาแฟโรบัสต้าเบอร์ต้นของประเทศไทยอย่าง ก้อง–สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ ผู้บอกกับเราเต็มเสียงว่ากาแฟโรบัสต้าไทยกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลอดช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ดีในระดับโรงคั่วกาแฟมือรางวัลในสหรัฐอเมริกาเริ่มสนใจและเลือกใช้ในร้าน กว่านั้นโรบัสต้าสัญชาติไทยยังกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี รวมถึงแดนอาทิตย์อุทัย และนั่นทำให้เราตัดสินใจเดินทางไปพบเขาพร้อมความสงสัยในใจหลายข้อ (1) เราพบก้องอีกครั้ง ณ โรงคั่วกาแฟโรบัสต้าขนาดกะทัดรัดของเขา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kong-coffee-fine-robusta/">ไฟน์โรบัสต้า : กาแฟสายรองจากแดนใต้ ที่กำลังหายใจรดต้นคอกาแฟพิเศษไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ใครเป็นคอกาแฟหรือดื่มกาแฟบ้างคงพอรู้ว่ากาแฟบนโลกนี้มีด้วยกัน 2 ชนิดใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนิดแรก อาราบิก้า เมล็ดกาแฟรีเรียวกลิ่นรสซับซ้อน เติบโตดีอยู่บนยอดดอย เป็นต้นทางของบรรดากาแฟพิเศษ (specialty coffee) หรือพูดง่ายๆ ว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">กาแฟดริป</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหลายก็หมายรวมถึงกาแฟชนิดนี้ ส่วนอีกหนึ่งนั้นเป็นชนิดกาแฟที่คนส่วนใหญ่ใกล้ชิดกันทุกเช้า เป็นเมล็ดกาแฟกลมมน ผลิดอกออกผลอยู่ในดินแดนร้อนชื้นริมชายฝั่งทะเล และที่ว่ามันใกล้ชิดสนิทกับเราเป็นพิเศษก็เพราะ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">โรบัสต้า</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> คือส่วนผสมหลักในกาแฟสำเร็จรูป รวมถึงกาแฟโบราณในร้านอาแปะอาม่าที่คนไทยเราคุ้นรสชาติเข้มขมกันมานาน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59779 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-38.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-38.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-38-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-38-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59756 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ก็เหมือนใกล้ตัวทว่าไกลความสนใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแต่ไหนแต่ไรโรบัสต้ามักถูกปรามาสในศักยภาพเรื่อยมา ด้วยว่ากันว่ากลิ่นรสของมันไม่ซับซ้อนน่าค้นหาเท่ากาแฟอาราบิก้า ผลผลิตส่วนใหญ่จึงลงท้ายกลายเป็นสินค้าอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับกาแฟโรบัสต้านับพันไร่ที่ยืนต้นอยู่ทางใต้ของไทย ทว่าไร้คนเหลียวแลพัฒนาจนกลายเป็นพืชไร้ราคาอยู่หลายสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่งเมื่อไม่นานนี้ที่สปอตไลต์ฉายมายังโรบัสต้าผ่านการลงมือพัฒนาของบรรดานักพัฒนากาแฟไทยจนคุณภาพโรบัสต้าไทยสะกิดความสนใจคอกาแฟให้หันกลับมามองกาแฟสายรองดูสักครั้ง เหมือนอย่างที่คนในวงการกาแฟไทยบางคนเคยอนุมานไว้ว่า ถ้าอาราบิก้าเป็นรถสปอร์ตหรูหรา โรบัสต้าเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะถ้าพัฒนาอย่างเข้าใจ สุดท้ายก็อาจกลายเป็นรถบรรทุกเกรดดีที่มีจุดขายต่างกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59753 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59780 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-42.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-42-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-42-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยืนยันจากทั้งรสชาติกาแฟโรบัสต้าที่เราได้ชิมในงาน Thailand Coffee Fest 2019 ซึ่งโดดเด่นจนหลายคนพูดถึง และจากปากคำของนักพัฒนาและเจ้าของแบรนด์กาแฟโรบัสต้าเบอร์ต้นของประเทศไทยอย่าง <strong>ก้อง–สุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์</strong> ผู้บอกกับเราเต็มเสียงว่ากาแฟโรบัสต้าไทยกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลอดช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ดีในระดับโรงคั่วกาแฟมือรางวัลในสหรัฐอเมริกาเริ่มสนใจและเลือกใช้ในร้าน กว่านั้นโรบัสต้าสัญชาติไทยยังกระจายตัวอยู่ในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี รวมถึงแดนอาทิตย์อุทัย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นทำให้เราตัดสินใจเดินทางไปพบเขาพร้อมความสงสัยในใจหลายข้อ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59767 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59760 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(1)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราพบก้องอีกครั้ง ณ โรงคั่วกาแฟโรบัสต้าขนาดกะทัดรัดของเขา หรือที่รู้จักกันในนาม </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ก้องวัลเลย์</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">โฮมสเตย์ร่มรื่นในจังหวัดระนอง ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่หลายไร่ซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาและกลิ่นอายทะเล รวมถึงต้นกาแฟโรบัสต้านับร้อยที่เพิ่งสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวได้ไม่นาน ชายนักพัฒนากาแฟแดนใต้กล่าวทักทายเราเมื่อแรกพบ ก่อนชวนให้เราเดินชมรอบๆ ก่อนจะเริ่มต้นบทสนทนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เราเรียนมันว่าไฟน์โรบัสต้า</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เขาให้นิยามขณะชี้ชวนให้เราดูเมล็ดกาแฟสีน้ำตาลแก่ที่กำลังเต้นรำอยู่ในกระทะใบบัวขนาดใหญ่ ก่อนค่อยๆ สาธยายต่อไปถึงรายละเอียดว่าไฟน์โรบัสต้านั้นก็ไม่ต่างอะไรกับกาแฟพิเศษของทางฝั่งอาราบิก้า (กาแฟพิเศษ หรือ specialty coffee คือกาแฟที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างใส่ใจ และได้คะแนนกลิ่นรสจากนักชิมกาแฟ 80/100 ขึ้นไป)  ทว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นกันคนละแบบ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">โรบัสต้าไม่เคยไม่ดี แค่เราต้องรู้ว่าจุดเด่นเขาคืออะไร และอย่าเอาเส้นมาตรฐานของอาราบิก้ามาใช้อย่างไม่เข้าใจเท่านั้นเอง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เราถามถึงจุดเด่นให้ชัดเจนกว่าเดิม แทนใจใครหลายคนที่ยังคงส่ายหน้าใส่โรบัสต้าอยู่วันยันค่ำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59781 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-45.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-45.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-45-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-45-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้องยิ้มรับก่อนชวนให้เรานั่งลงตรงโต๊ะกาแฟ พลางรินเอสเพรสโซ่ร้อนจากเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคั่วอ่อนให้เราลองจิบ เรารับเครื่องดื่มสีดำสนิทมาจรดริมฝีปาก ก่อนซึมซาบกลิ่นรสของมันช้าๆ เพื่อพบว่าแก้วตรงหน้ามีรสชาติลึกซึ้งน่าสนใจไม่ต่างจากอาราบิก้าสักเท่าไหร่ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">โดยปกติกาแฟคั่วอ่อน ไม่ว่าจะอาราบิก้าหรือโรบัสต้าจะให้รสเปรี้ยวอ่อนๆ แต่เปรี้ยวแบบอาราบิก้าอาจทำให้คุณคิดถึงผลไม้พวกส้มหรือมะนาว แต่เปรี้ยวแบบโรบัสต้าจะเจือรสหวานมากกว่านั้น ฉ่ำกว่านั้น</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เขาเล่าเรื่อยๆ ขณะเราละเลียดกาแฟถ้วยในมือ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเมื่อดีได้ถึงขนาดนี้แล้วทำไมที่ผ่านมาโรบัสต้าถึงถูกประเมินค่าผิดไป?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขายักไหล่ ก่อนเล่าถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่กาแฟโรบัสต้าจะมายืนอยู่แถวหน้าอย่างทุกวันนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59776 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-33.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-33.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-33-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59777 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-35.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">(2)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าจะเริ่มทำความเข้าใจ ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ชื่อ</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> ก้องว่าแบบนั้น </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">รากศัพท์ของโรบัสต้าในภาษาละติน แปลว่าแข็งแรง เพราะเป็นเอกลักษณ์แรกที่ถูกค้นพบ คือมันแกร่ง ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โรคและแมลงก็ไม่ค่อยมี และถ้าย้อนกลับไปสักร้อยกว่าปีก่อน โลกนี้ก็ยังรู้จักแค่กาแฟอาราบิก้า แต่อาราบิก้าก็มีปัญหาน่าหนักใจ เพราะถ้าสายพันธุ์ย่อยดีหน่อยก็มักอ่อนแอ เป็นโรคง่าย และตายเรียบ จนวันหนึ่งนักเดินเรือค้นพบต้นกาแฟประหลาด ใบหยัก ผลกลม แถมยังทนต่อโรคแมลง ใช่ นั่นล่ะโรบัสต้า</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ไม่นานหลังจากนั้น ต้นกาแฟโรบัสต้าก็ถูกนำมาขยายพันธุ์ยังเกาะแห่งอาราบิก้าอย่างอินโดนีเซียซึ่งกำลังเจอวิกฤติจากโรคราสนิมและกลายเป็นพืชท้องถิ่นอยู่นานหลายปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่งนักธุรกิจข้ามชาติผู้มีอำนาจทางการเงินค้นพบวิธีเปลี่ยนมันให้มีมูลค่ามหาศาล</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59774 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-29.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-29.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-29-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเด่นของโรบัสต้าคือผลผลิตเยอะ รสเข้ม และมีกาเฟอีนมากกว่าอาราบิก้าเกือบ 2 เท่า มันเลยกลายเป็นส่วนผสมหลักของกาแฟสำเร็จรูป เพราะตอบโจทย์เรื่องปริมาณ ยิ่งเมื่อผสมเข้ากับครีมเทียมและน้ำตาล รสชาติอันซับซ้อนของเมล็ดกาแฟก็อาจไม่สำคัญเท่าไหร่ สุดท้ายภาพโรบัสต้าเลยผูกติดกับกาแฟอุตสาหกรรม สวนทางกับอาราบิก้าที่พัฒนาจนกลายเป็นกาแฟกิโลกรัมละหลายร้อยหลายพันบาท</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">นักพัฒนากาแฟตรงหน้าเล่าเรื่อยๆ พลางหยิบเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ผ่านกระบวนการเรียบร้อยแล้วส่งให้เราดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59771 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59759 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเทียบเท่ากับผลลัพธ์ที่เขาลงแรงลงใจมานานนับสิบปีเพื่อเปลี่ยนโรบัสต้าแดนใต้ให้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของคอกาแฟไทย โดยมีเป้าหมายระยะไกลคือการพาโรบัสต้าไทยไปเทียบชั้นกาแฟนานาประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ย้อนกลับมาบ้านเรา หลายสิบปีก่อนไทยรับต้นกาแฟโรบัสต้าเข้ามาปลูกทางใต้ แถบชุมพร ระนอง แต่เป็นการส่งเสริมให้ปลูกเพื่อป้อนระบบอุตสาหกรรม เกษตรกรไม่เคยรู้ว่ากาแฟในสวนตัวเองรสชาติเป็นยังไง เพราะส่วนใหญ่ขายส่งผลสดให้โรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูปกิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท เนื่องจากขาดองค์ความรู้ในการแปรรูปด้วยตัวเอง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และใช่ เป็นเรื่องราวทำนองเดียวกับการพัฒนากาแฟอาราบิก้าไทย ที่เมื่อนักพัฒนากาแฟรุ่นใหม่เข้าไปทำความเข้าใจและลงแรงพัฒนา ไม่นานจากนั้นโรบัสต้าก็เริ่มลืมตาอ้าปาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59763 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59762 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มจากตั้งคำถามว่าทำยังไงเกษตรกรถึงจะกำหนดราคาได้เอง ทางออกคือต้องสร้างจุดขายใหม่และใช้ความรู้มาแปรรูปพัฒนาเมล็ดกาแฟให้คุณภาพดีขึ้น</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ก้องเล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2008 ครั้งที่เขาลงมือก่อฝืน ตั้งเตา แล้วเอาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าใส่กระทะลองคั่วดูแม้ยังไม่มีความรู้เท่าวันนี้ กระทั่งค้นพบว่าการคั่วกาแฟด้วยมือคือจุดขายสำคัญ และนั่นทำให้ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ก้อง คอฟฟี่</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">มีเรื่องราวไม่เหมือนใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะพัฒนาโรบัสต้าต้องทำควบคู่ทั้งคุณภาพการแปรรูป เราใช้วิธีเดียวกับกาแฟอาราบิก้านั่นแหละ จากชาวบ้านเคยรูดเก็บเมล็ดกาแฟ ก็เปลี่ยนมาเด็ดเฉพาะผลสุก แล้วเข้ากระบวนการสี หมัก ตาก เน้นความสะอาดและอิงกับปัจจัยสภาพอากาศของสวนกาแฟนั้นๆ จนได้ออกมาเป็นเมล็ดกาแฟแห้งพร้อมคั่ว</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนหลังจากนั้นคือการนำเมล็ดกาแฟแห้งที่สีเปลือกออกเรียบร้อยมาคั่วในกระทะใบบัวด้วยความร้อนคงที่ มีระดับความเข้มเหมือนกับกาแฟอาราบิก้าทุกประการ ไล่ตั้งแต่คั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม ซึ่งให้กลิ่นรสแตกต่างกันอย่างมีเสน่ห์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59757 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59761 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">โรบัสต้าคั่วอ่อนจะติดรสเปรี้ยวฉ่ำ ไม่จี๊ดจ๊าด ถ้าเป็นคั่วกลางมีกลิ่นรสโทนหวาน คล้ายถั่วหรือคาราเมล ส่วนถ้าคั่วเข้มกลิ่นรสก็จะออกไปทางช็อกโกแลตขมปร่า ติดหวานปลาย</span><span style="font-weight: 400;">”</span><span style="font-weight: 400;"> เขาไล่เรียงรสชาติก่อนแนะให้เราลองจิบกาแฟร้อนแบบคั่วกลางและคั่วเข้มดูให้รู้ถึงคำอธิบาย ซึ่งแน่นอนว่าละม้ายคล้ายอย่างที่เขาว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เหมือนโรบัสต้าจะขายดีขึ้นเรื่อยๆ ทำไมถึงยังคงคั่วด้วยมือ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เราโยนคำถามคาใจ ก่อนชายตรงหน้าจะยิ้มร่าบอกว่าเพราะเขาอยากให้การชงกาแฟเป็นเรื่องสุดเบสิก และการคั่วเมล็ดกาแฟด้วยมืออย่างช้าๆ ก็คือวิธีการแรกสุดที่มนุษย์ใช้เปลี่ยนเมล็ดของผลไม้ให้กลายเป็นเครื่องดื่มรสขมปร่านามว่า กาแฟ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เราดื่มกาแฟกันมาเป็นพันปี มันควรเป็นเรื่องที่ใครก็ทำได้สิ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เขาบอกแบบนั้น ก่อนเสริมว่าการคั่วเมล็ดกาแฟด้วยมือยังทำให้เกษตรกรได้ลิ้มรสกาแฟจากสวนตัวเองได้อย่างไม่ยากเย็น </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-59778 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-37.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-37.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/gongcoffee-37-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ่ายภาพ : อรพิม วรรณกายนต์</p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">Note : ปัจจุบันกาแฟโรบัสต้ามีแหล่งปลูกใหญ่อยู่ใน 4 พื้นที่ คือแอฟริกา ละตินอเมริกา เอเชียตะวันตก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยคือหนึ่งในแหล่งปลูกขนาดใหญ่แถบเอเชีย เรื่องน่าตื่นเต้นก็คือ สัดส่วนของกาแฟ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ไฟน์โรบัสต้าไทย</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> หรือเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ผลิตอย่างใส่ใจ เน้นกลิ่นรสสะท้อนถึงแหล่งปลูกและกระบวนการแปรรูป กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในทิศทางที่น่าสนใจ โดยมีรายงานว่ามีปริมาณการขายถึง 4 หมื่นกิโลกรัมในปีที่ผ่านมา กว่านั้นยังปรากฏตัวในโรงคั่วทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา</span></p>
<hr />
<p><strong>ก้องคอฟฟี่</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงคั่วกาแฟก้อง วัลเลย์ ตั้งอยู่ในอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ติดต่อสอบถามได้ที่ : 095-414-9952</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kong-coffee-fine-robusta/">ไฟน์โรบัสต้า : กาแฟสายรองจากแดนใต้ ที่กำลังหายใจรดต้นคอกาแฟพิเศษไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บาร์ริมรั้ว : ร้านอาหาร ‘เพอรานากัน’ ตำรับจีนลูกผสมที่สะท้อนวิถีชุมชนเมืองท่า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/peranakan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Mar 2019 13:18:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองท่า]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์ริมรั้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เชฟอุ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[Peranakan]]></category>
		<category><![CDATA[เพอรานากัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=57327</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราใช้เวลาเกือบสองปีเต็ม กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ที่ได้ลิ้มรสอาหารของ เชฟอุ้ม–คณพร จันทร์เจิดศักดิ์ ที่ผ่านการปรุงในครัวของเธอเอง ด้วยเหตุผลประการแรกคือ ตรัง โคอิ ร้านอาหารเพอรานากันในกำกับของเธอนั้นอยู่ไกลถึงจังหวัดตรัง ร่วมด้วยเหตุผลประการถัดมาคือร้านอาหารแห่งนี้เปิดรับแขกเพียงครั้งละไม่เกิน 12 คนเท่านั้น เป็นคอร์สอาหารส่วนตัวสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง ที่เชฟอุ้มจะคอยดูแลรสชาติทุกจานอย่างใกล้ชิด ในระดับสะกิดถามความต้องการของทุกคน และค่อยๆ ปรุง ค่อยๆ เสิร์ฟให้ได้ดั่งใจคนกิน นอกจากรสมือระดับครูของเชฟอุ้มแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้เรารวมถึงนักชิมมากมายอยากหาโอกาสมาลิ้มรสอาหารของเธอสักครั้ง เพราะความเป็น ‘เพอรานากัน’ นั้นไม่ใช่ใครก็ทำได้ โดยเฉพาะอาหารเพอรานากันที่ปรุงขึ้นจากสองมือของลูกหลานชาวเพอรานากันเลือดแท้อย่างเชฟหญิงนามคณพรตรงหน้าเรา เกริ่นกันให้พอเข้าใจ คำว่า ‘เพอรานากัน (Peranakan)’ เป็นภาษามลายูแปลว่า ‘เกิดที่นี่’ หมายความครอบคลุมถึงกลุ่มชาวจีนลูกผสมที่อาศัยอยู่ตามชุมชนเมืองท่า ไล่เรื่อยมาตั้งแต่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย รวมถึงเมืองท่าใหญ่อย่างสงขลา นครศรีธรรมราช รวมถึงจังหวัดตรัง บ้านเกิดของเชฟอุ้ม ที่ในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญที่พ่อค้าหลากสัญชาติล่องเรือมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า โดยเฉพาะเครื่องเทศและวัตถุดิบนานาที่สุดท้ายผสมรวมกลายเป็นวิถีการกินในชุมชนเมืองท่า สืบทอดสูตรกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นตำรับเรียกกันว่า ‘เพอรานากัน’ หรือสูตรอาหารของผู้คนที่ ‘เกิดที่นี่’ ณ เมืองท่าตรงนี้ ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติหรือศาสนาใดก็ตาม “ถ้าจะให้นิยามอาหารเพอรานากัน ก็ต้องบอกว่ามีอาหารจีนเป็นสมการตั้งต้นแล้วผสมเข้ากับอาหารของหลายเชื้อชาติ ทั้งอินเดีย ฝรั่งเศส โปรตุเกส อังกฤษ และมลายู ตามแต่ว่าชุมชนเปอรานากันนั้นเกี่ยวข้องกับชนชาติไหนมากน้อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peranakan/">บาร์ริมรั้ว : ร้านอาหาร ‘เพอรานากัน’ ตำรับจีนลูกผสมที่สะท้อนวิถีชุมชนเมืองท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราใช้เวลาเกือบสองปีเต็ม กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ที่ได้ลิ้มรสอาหารของ <strong>เชฟอุ้ม–คณพร จันทร์เจิดศักดิ์</strong> ที่ผ่านการปรุงในครัวของเธอเอง ด้วยเหตุผลประการแรกคือ ตรัง โคอิ ร้านอาหารเพอรานากันในกำกับของเธอนั้นอยู่ไกลถึงจังหวัดตรัง ร่วมด้วยเหตุผลประการถัดมาคือร้านอาหารแห่งนี้เปิดรับแขกเพียงครั้งละไม่เกิน 12 คนเท่านั้น เป็นคอร์สอาหารส่วนตัวสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง ที่เชฟอุ้มจะคอยดูแลรสชาติทุกจานอย่างใกล้ชิด ในระดับสะกิดถามความต้องการของทุกคน และค่อยๆ ปรุง ค่อยๆ เสิร์ฟให้ได้ดั่งใจคนกิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากรสมือระดับครูของเชฟอุ้มแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้เรารวมถึงนักชิมมากมายอยากหาโอกาสมาลิ้มรสอาหารของเธอสักครั้ง เพราะความเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เพอรานากัน</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">นั้นไม่ใช่ใครก็ทำได้ โดยเฉพาะอาหารเพอรานากันที่ปรุงขึ้นจากสองมือของลูกหลานชาวเพอรานากันเลือดแท้อย่างเชฟหญิงนามคณพรตรงหน้าเรา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58562 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-13.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-13-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกริ่นกันให้พอเข้าใจ คำว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เพอรานากัน (Peranakan)</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">เป็นภาษามลายูแปลว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เกิดที่นี่</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">หมายความครอบคลุมถึงกลุ่มชาวจีนลูกผสมที่อาศัยอยู่ตามชุมชนเมืองท่า ไล่เรื่อยมาตั้งแต่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย รวมถึงเมืองท่าใหญ่อย่างสงขลา นครศรีธรรมราช รวมถึงจังหวัดตรัง บ้านเกิดของเชฟอุ้ม ที่ในอดีตเป็นเมืองท่าสำคัญที่พ่อค้าหลากสัญชาติล่องเรือมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า โดยเฉพาะเครื่องเทศและวัตถุดิบนานาที่สุดท้ายผสมรวมกลายเป็นวิถีการกินในชุมชนเมืองท่า สืบทอดสูตรกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นตำรับเรียกกันว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เพอรานากัน</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">หรือสูตรอาหารของผู้คนที่ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เกิดที่นี่</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ณ เมืองท่าตรงนี้ ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติหรือศาสนาใดก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะให้นิยามอาหารเพอรานากัน ก็ต้องบอกว่ามีอาหารจีนเป็นสมการตั้งต้นแล้วผสมเข้ากับอาหารของหลายเชื้อชาติ ทั้งอินเดีย ฝรั่งเศส โปรตุเกส อังกฤษ และมลายู ตามแต่ว่าชุมชนเปอรานากันนั้นเกี่ยวข้องกับชนชาติไหนมากน้อย แต่โดยพื้นฐานแล้วรสชาติและสีสันจะได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีน เพราะพ่อค้าส่วนมากเป็นชาวจีน แต่คนจีนก็แยกเป็นหลายสาย ทั้งฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ไหหลำ อาหารเพอรานากันของแต่ละชุมชนจึงคล้ายแต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">แม่ครัวขยายความให้เรารู้ถึงความคึกคักของเมืองท่าในยุคที่การเดินทางค้าขายทางทะเลเป็นช่องทางหลักของการทำการค้าระหว่างประเทศ จนกระทั่งเกิดอัตลักษณ์ใหม่ขึ้นมา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58561 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-12.jpg" alt="" width="675" height="465" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-12-300x207.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-12-600x413.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และอาหารเพอรานากันตำรับของครอบครัวเชฟอุ้มก็คือตัวอย่างการผสมรวมวัฒนธรรมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผลักให้เกิดร้านอาหารเพอรานากันสุดส่วนตัวอย่างตรัง โคอิ ขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เพื่อส่งต่อรสชาติและเรื่องราวในครัวของบรรพบุรุษชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพของเธอให้อยู่คู่แผ่นดินสืบไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นดังคาด ร้านตรัง โคอิได้รับการยอมรับในหมู่นักชิมและคนในวงการอาหารเรื่อยมา ด้วยนอกจากจะอร่อย แต่ละจานยังเรียงร้อยด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เชฟคนนี้สาดใส่ลงไปปรุงให้อาหารสุดพิเศษ ทว่าความตั้งใจของเชฟอุ้มไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อเธออยากให้อาหารเพอรานากันเข้าถึงคนวงกว้าง กระทั่งโอกาสในการเปิดร้านอาหารครั้งใหม่เดินทางมาถึงเมื่อไม่นานมานี้ เธอจึงรีบคว้ามันไว้ทันที และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">บาร์ริมรั้ว</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ร้านอาหารเพอรานากันขนาดกะทัดรัดที่เปิดคู่เคียงกับแกลเลอรีสีสว่างกลางเมืองตรังแห่งนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58551 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-2.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-2-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">มีจีนเป็นพื้นฐาน ก่อนผสานด้วยแขกและฝรั่ง </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังทุกจานเดินทางมาจัดวางอยู่บนโต๊ะ แม่ครัวก็เอ่ยชวนให้เรากวาดสายตาดูรายละเอียดที่เต็มไปด้วยสีสันอันจัดจ้านทั้งแดง น้ำตาล เขียว เหลือง และทุกวัตถุดิบล้วนสับซอยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แตกต่างจากอาหารจีนทั่วไปที่นิยมหั่นเป็นชิ้นใหญ่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ตะเกียบ หนึ่งในนั้นคือ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">หมูฮ้อง</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> สีน้ำตาลคาราเมลที่มีใบไม้ทรงรีสีเขียวอ่อนประดับประดา แปลกตากว่าหมูฮ้องหอมเครื่องพะโล้ที่เราเคยกินตามร้านอาหารจีนสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">หมูฮ้องเป็นอาหารสำคัญของชาวเพอรานากันก็ว่าได้</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เชฟอุ้มเกริ่นขณะเรากำลังตักหมูสามชั้นชิ้นหนาเข้าปาก ก่อนความหอมจะอวลไปทั้งกระพุ้งแก้ม เป็นกลิ่นหอมจากเครื่องเทศนานาชนิดทั้งจีน อินเดีย และมลายู โดยเฉพาะ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เปราะหอม</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">เครื่องเทศที่ช่วยดับกลิ่นสาปและกลิ่นคาวได้ชะงัด และเปราะหอมนี้เองคือเอกลักษณ์ของอาหารเพอรานากันหลายๆ เมนู ด้วยวัตถุดิบที่ใช้ส่วนใหญ่มีกลิ่นคาวอย่างปลาหรือหมู กระทั่งเปราะหอมกลายเป็นกลิ่นอายที่คล้ายเป็นจุดร่วมของอาหารเพอรานากันแต่ละชุมชน และใช่ ใบไม้สีเขียวเรียวรีนั้นคือใบเปราะหอมที่เชฟอุ้มบรรจงประดับไว้ให้กินคู่กับหมู่ฮ้องเป็นคำสุดท้าย เพื่อตบท้ายจานนี้ให้สมบูรณ์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58552 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">คำว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ฮ้อง</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ในภาษาจีนหมายถึงการเชิดชู ให้เกียรติ ตามเขียงหมูสมัยก่อนจะปั๊มตราสีแดงพิมพ์คำว่าฮ้องไว้บนตัวหมู เพื่อยืนยันคุณภาพหมูตัวนั้น เพราะสำหรับคนจีนแล้วหมูถือเป็นอาหารพิเศษ กินกันในวาระเทศกาล เพราะเมืองจีนค่อนข้างหนาว ไขมันหมูเลยเป็นอาหารมีราคา เป็นคุณค่าที่ส่งต่อกันมาถึงทุกวันนี้</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอย้อนอดีตให้ฟังด้วยว่า หมูฮ้องเป็นเมนูสำคัญที่ใช้วัดทักษะด้านการเรือนของลูกสาวครอบครัวเพอรานากันทีเดียว เพราะต้องใช้ทักษะทั้งการเลือกสรรเครื่องเทศ ศิลปะการปรุงรสแบบใส่น้อยแต่อร่อยมาก ทั้งยังต้องใจเย็นเคี่ยวเนื้อหมูด้วยไฟอ่อนนานหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้หมูฮ้องเนื้อนุ่มรสลุ่มลึก เป็นมาตรวัดคล้ายกับที่คนไทยโบราณใช้เสียงโขลกพริกแกงวัดระดับความเป็นแม่ศรีเรือนของลูกสาวแต่ละบ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเพื่อไม่ให้ทุกมื้อร้อนแรงด้วยเครื่องเทศจนเกินกลืน ตำรับเพอรานากันจึงมักมีเครื่องเคียงรสเปรี้ยวหรือรสหวานเสิร์ฟเคียงอาหารเสมอ อาทิ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">อาจั๊ด</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ที่เราเผลอฟังเพี้ยนเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">อาจาด</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยความคุ้นเคย จนเชฟอุ้มต้องส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน พลางอธิบายว่าผักดองสูตรบรรพบุรุษของเธอนั้นมีเอกลักษณ์หลายอย่าง ทั้งการซอยผัดเป็นเส้นยาวตามหลักความเชื่อของชาวจีนที่ว่ากินของยาวแล้วอายุจะยืน ก่อนนำมาเคล้าด้วยเครื่องเทศทั้งขมิ้น พริกแห้ง ตะไคร้ หอมแดง แล้วดองด้วย </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">น้ำส้มจาก</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">รสเปรี้ยวกำลังดีที่ได้จากการนำน้ำตาลจากมาหมักจนกลายเป็นกรดอ่อนๆ ก่อนดองอย่างนั้นอีกราว 3-4 วันจึงได้ผักดองรสไม่จัดจ้านไว้เคียงอาหารรสเผ็ดร้อน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58555 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-6.jpg" alt="" width="675" height="439" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-6-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-6-600x390.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58554 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><span style="font-weight: 400;">หลอมหลากความเชื่อให้เป็นรสอร่อย </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“น่าแปลกที่อาหารจีนกับการปรุงแบบครัวตะวันออกกลาง หรือครัวมุสลิมมาเจอกันได้</span><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราตั้งข้อสังเกต ด้วยรู้สึกว่าส่วนผสมหลายอย่างทั้งในหมูฮ้อง อาจั๊ด ข้าวยำ หมี่ผัดปู หรือ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">โลบะ</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ฟองเต้าหู้ห่อเนื้อหมูคลุกเครื่องเทศนึ่งแล้วทอดจนหอมกรุ่นนั้น ล้วนมีกลิ่นอายของอาหารอินเดียหรืออาหรับรวมอยู่ทั้งสิ้น ทั้งที่ข้อแม้ในวิถีการกินของแต่ละความเชื่อนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ความเป็นเพอรานากันไม่ได้วัดกันที่ความเชื่อ ศาสนา หรือพื้นที่อาศัย แต่วัดกันตรงกระบวนการปรุงที่มีอาหารจีนเป็นพื้นฐาน คือมีสีสันจัดจ้าน ใช้น้ำมัน มีการทอด การนึ่ง การตุ๋น แต่จะปรุงด้วยเครื่องเทศอาหรับ หรือวัตถุดิบจากฝั่งตะวันตกอย่างมันฝรั่ง มะเขือเทศ ก็ตามแต่รสนิยมและเชื้อสายของพ่อครัวแม่ครัว โดยเฉพาะในแถบชุมชนชาวฝั่งทะเลสมัยก่อน พ่อค้าวาณิชเดินทางมาจากต่างบ้านต่างเมือง เป็นมุสลิมบ้าง เป็นฮินดูบ้าง คริสต์บ้าง บางส่วนเป็นคนจีนเปลี่ยนมารับอิสลาม หรือเป็นฝรั่งแต่งงานกับคนจีนแล้วเปลี่ยนเป็นพุทธ ก็ยังคงวิธีปรุงอาหารแบบเดิมของตัวเองไว้ เพียงแค่รับเอาวัตถุดิบบางอย่างเพิ่มเข้ามา หรืออะไรกินไม่ได้ก็ตัดทิ้ง กลายเป็นสูตรอาหารเพอรานากันที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามแต่ละครอบครัว</span><span style="font-weight: 400;">” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชฟอุ้มเล่าทั้งตาเป็นประกาย ก่อนยืนยันคำอธิบายของเธอด้วย </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">โอวเอ๋ว</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">ของหวานปิดท้ายที่เธอภูมิใจนำเสนอ ด้วยมีครอบครัวเปอรานากันเพียงไม่กี่บ้านที่ยังคงตำรับโอวเอ๋วของแท้ไว้ให้ลูกหลานได้กิน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58559 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-10.jpg" alt="" width="675" height="426" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-10-300x189.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-10-600x379.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">เป็นของหวานทำยาก</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เธอเปรย </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ตัววุ้นโอวเอ๋วทำจากเมล็ดมะเดื่อจีน ลูกใหญ่คล้ายมะม่วง นำมาแช่น้ำจนได้เมือกใสๆ แล้วถึงนำเมือกไปคั้นกับเนื้อกล้วยให้ได้กลิ่นหอม ปล่อยไว้สักพักให้เซตตัวเป็นวุ้นเนื้อเด้งหนึบ แล้วเสิร์ฟกับน้ำแข็งสีอัญชัน (หยุดคิด) จริงๆ สำหรับคนเพอรานากัน อัญชันเป็นสัญลักษณ์ถึงความอิสระ กลีบมันคล้ายกับปีกผีเสื้อ ในสำรับเพอรานากันอัญชันเลยไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่ยังหมายถึงความอิสระในการแลกเปลี่ยนรสชาติ การเดินทางข้ามวัฒนธรรมจนเกิดเป็นความน่าสวยงาม</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เธอปิดท้าย ขณะเราตักโอวเอ๋วคำใหญ่ใส่ปาก พลางซึบซาบรสชาติวุ้นเนื้อเด้งหนึบแบบจีนที่เข้ากันอย่างร้ายกาจกับน้ำแข็งสีดอกอัญชันที่เป็นวิถีการกินของชาวอาหรับและพ่อค้าฝั่งตะวันตก และทำให้เข้าใจได้ว่าความหลากหลายที่เชฟอุ้มอธิบายนั้นสวยงามอย่างไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-58564 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน.jpg" alt="" width="675" height="451" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/aftertaste-เปอรานากัน-600x401.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><b>บาร์ริมรั้ว </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร้านตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม อำเภอเมือง จังหวัดตรัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปิดทุกวันตั้งแต่ 10:00</span><span style="font-weight: 400;">-22:00 น.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ติดต่อสอบถาม : 093-584-2782</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/peranakan/">บาร์ริมรั้ว : ร้านอาหาร ‘เพอรานากัน’ ตำรับจีนลูกผสมที่สะท้อนวิถีชุมชนเมืองท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขนมจีนเมืองคอน ​: อาหารเช้ามื้อหนักที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ‘คนคอน’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/khanom-jeen-muang-nakhon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Jan 2019 08:53:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมจีนน้ำยา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนมจีนเมืองคอน]]></category>
		<category><![CDATA[khanom jeen]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=50842</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าพูดกันถึงอาหารเช้า เชื่อว่าเราหลายคนคงนึกถึงสำรับเบาๆ สบายท้อง ไม่ว่าจะข้าวต้ม โจ๊ก หรือถ้าเฉียดทางฝรั่งหน่อยก็คงหนีไม่พ้นขนมปังปิ้ง ไข่ดาว กินคู่กับกาแฟดำร้อนสักแก้ว เป็นอันครบจบมื้อแบบง่ายๆ และเช่นกัน อาหารเช้าสำหรับเราก็ไม่เคยจัดจ้านไปกว่าอาหารเที่ยงหรือเย็นเลยสักครั้ง จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งเดินทางมาถึง เช้าที่เราตื่นขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยรสชาติอาหารแบบคนคอนนั้นไม่เหมือนใคร อาจเพราะอาณาบริเวณของจังหวัดใหญ่ซึ่งเชื่อมระหว่างภาคใต้ตอนบนและตอนล่างเข้าไว้ด้วยกันนั้นรวบรวมวัฒนธรรมอันหลากหลายเอาไว้เต็มเปี่ยม และให้ผลลัพธ์เป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ทำเอาหลายคนหลงรักกันมาจนทุกวันนี้ อาทิ ‘โหน้มจีน’ หรือขนมจีนที่คนคอนเริ่มกินกันเป็นมื้อเช้า สำรับที่ทำเอากระเพาะของเราต้องปรับตัวยกใหญ่เพราะไม่เคยสัมผัสกับมื้อเช้าชุดใหญ่รสจัดจ้านถึงใจในระดับนี้ แถมขนมจีนเมืองคอนนั้นยังนับเป็นต้นทางของวิถีการกินขนมจีนแบบชาวใต้ หรือก็คือสำรับขนมจีนผักเพียบที่เรามักเห็นการตั้งแผงขายในเมืองกรุง “ถ้าเห็นใครกินขนมจีนเป็นมื้อเช้าก็เดาได้เลยว่าคงเป็นคนใต้” ติ๊ก–คำรณ ณ นคร ทายาทคนสุดท้องของร้านขนมจีนเมืองคอน ร้านขนมจีนเก่าแก่อายุเกือบครึ่งศตวรรษประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชบอกกับเราแบบนั้น ก่อนสาธยายถึงรายละเอียดของรสชาติแบบคนคอนให้เราฟังอย่างออกรส ขณะต้อนรับขับสู้เราเข้าสู่ร้านขนมจีนของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง “เราโตมากับร้านขนมจีนแล้วก็แยกย้ายไปทำงานตามทางของตัวเองอยู่หลายปี จนในที่สุดก็หนีความผูกพันไม่พ้นต้องกลับมาเป็นเจ้าของร้านขนมจีน แต่คราวนี้เป็นร้านแบบที่เราอยากนำเสนอในแบบของตัวเอง แต่ยังคงแก่นหลักของขนมจีนเมืองคอนเอาไว้เหมือนเดิม” เราถามต่อทันทีว่าแก่นที่เขาว่าดีคืออะไร ทายาทร้านขนมจีนเก่าแก่ยิ้มรับ ก่อนเล่าเรื่อยๆ ว่าคือการกินแบบคนคอนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวใต้ได้อย่างดี “ถ้าไล่จากจังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ตรัง สงขลา ภูเก็ต ก็จะพบว่ากินขนมจีนเป็นมื้อเช้ากันทั้งนั้น และการกินแบบนี้เริ่มขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช” คนคอนโดยกำเนิดเสริมด้วยว่าเพราะชาวใต้ลงแรงทำงานกันตั้งแต่เช้ามืด ทั้งภารกิจในสวนยางและในท้องทะเล มื้อเช้าของชาวด้ามขวานจึงต้องทั้งหนักท้องและจัดจ้านเพื่อเรียกกำลังวังชากันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เราพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนถามต่อถึงความพิเศษของรสชาติขนมจีนเมืองคอน ทว่าเขากลับส่ายหน้าพร้อมแนะนำว่าเราต้องลองชิมดู มื้อเช้าแสนจัดจ้านที่ผสานรสชาติของท้องถิ่น กระจาดผักขนาดเท่าอ้อมกอดของเราเดินทางมาวางตรงหน้า ชวนให้สงสัยว่าการกินขนมจีนจานเดียวจำเป็นต้องเคี้ยวผักตามมากถึงขนาดนี้เชียวหรือ “สำหรับคนใต้ ขนมจีนเป็นเหมือนน้ำพริกก็ว่าได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khanom-jeen-muang-nakhon/">ขนมจีนเมืองคอน ​: อาหารเช้ามื้อหนักที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ‘คนคอน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="Body">ถ้าพูดกันถึงอาหารเช้า เชื่อว่าเราหลายคนคงนึกถึงสำรับเบาๆ สบายท้อง ไม่ว่าจะข้าวต้ม โจ๊ก หรือถ้าเฉียดทางฝรั่งหน่อยก็คงหนีไม่พ้นขนมปังปิ้ง ไข่ดาว กินคู่กับกาแฟดำร้อนสักแก้ว เป็นอันครบจบมื้อแบบง่ายๆ และเช่นกัน อาหารเช้าสำหรับเราก็ไม่เคยจัดจ้านไปกว่าอาหารเที่ยงหรือเย็นเลยสักครั้ง</p>
<p class="Body">จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งเดินทางมาถึง เช้าที่เราตื่นขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราช</p>
<p class="Body">ด้วยรสชาติอาหารแบบคนคอนนั้นไม่เหมือนใคร อาจเพราะอาณาบริเวณของจังหวัดใหญ่ซึ่งเชื่อมระหว่างภาคใต้ตอนบนและตอนล่างเข้าไว้ด้วยกันนั้นรวบรวมวัฒนธรรมอันหลากหลายเอาไว้เต็มเปี่ยม และให้ผลลัพธ์เป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ทำเอาหลายคนหลงรักกันมาจนทุกวันนี้</p>
<p class="Body">อาทิ ‘โหน้มจีน’ หรือขนมจีนที่คนคอนเริ่มกินกันเป็นมื้อเช้า สำรับที่ทำเอากระเพาะของเราต้องปรับตัวยกใหญ่เพราะไม่เคยสัมผัสกับมื้อเช้าชุดใหญ่รสจัดจ้านถึงใจในระดับนี้ แถมขนมจีนเมืองคอนนั้นยังนับเป็นต้นทางของวิถีการกินขนมจีนแบบชาวใต้ หรือก็คือสำรับขนมจีนผักเพียบที่เรามักเห็นการตั้งแผงขายในเมืองกรุง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51313" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="Body">“ถ้าเห็นใครกินขนมจีนเป็นมื้อเช้าก็เดาได้เลยว่าคงเป็นคนใต้” <strong>ติ๊ก–คำรณ ณ นคร</strong> ทายาทคนสุดท้องของร้านขนมจีนเมืองคอน ร้านขนมจีนเก่าแก่อายุเกือบครึ่งศตวรรษประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชบอกกับเราแบบนั้น ก่อนสาธยายถึงรายละเอียดของรสชาติแบบคนคอนให้เราฟังอย่างออกรส ขณะต้อนรับขับสู้เราเข้าสู่ร้านขนมจีนของเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง “เราโตมากับร้านขนมจีนแล้วก็แยกย้ายไปทำงานตามทางของตัวเองอยู่หลายปี จนในที่สุดก็หนีความผูกพันไม่พ้นต้องกลับมาเป็นเจ้าของร้านขนมจีน แต่คราวนี้เป็นร้านแบบที่เราอยากนำเสนอในแบบของตัวเอง แต่ยังคงแก่นหลักของขนมจีนเมืองคอนเอาไว้เหมือนเดิม”</p>
<p class="Body">เราถามต่อทันทีว่าแก่นที่เขาว่าดีคืออะไร ทายาทร้านขนมจีนเก่าแก่ยิ้มรับ ก่อนเล่าเรื่อยๆ ว่าคือการกินแบบคนคอนที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวใต้ได้อย่างดี “ถ้าไล่จากจังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ตรัง สงขลา ภูเก็ต ก็จะพบว่ากินขนมจีนเป็นมื้อเช้ากันทั้งนั้น และการกินแบบนี้เริ่มขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช” คนคอนโดยกำเนิดเสริมด้วยว่าเพราะชาวใต้ลงแรงทำงานกันตั้งแต่เช้ามืด ทั้งภารกิจในสวนยางและในท้องทะเล มื้อเช้าของชาวด้ามขวานจึงต้องทั้งหนักท้องและจัดจ้านเพื่อเรียกกำลังวังชากันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง</p>
<p class="Body">เราพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนถามต่อถึงความพิเศษของรสชาติขนมจีนเมืองคอน</p>
<p class="Body">ทว่าเขากลับส่ายหน้าพร้อมแนะนำว่าเราต้องลองชิมดู</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51324" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4 class="Body">มื้อเช้าแสนจัดจ้านที่ผสานรสชาติของท้องถิ่น<b></b><b></b></h4>
<p class="Body">กระจาดผักขนาดเท่าอ้อมกอดของเราเดินทางมาวางตรงหน้า ชวนให้สงสัยว่าการกินขนมจีนจานเดียวจำเป็นต้องเคี้ยวผักตามมากถึงขนาดนี้เชียวหรือ “สำหรับคนใต้ ขนมจีนเป็นเหมือนน้ำพริกก็ว่าได้ รสจะจัดหน่อยต้องกินผักตาม แต่ในอีกแง่ การกินผักสดมากๆ ก็ดีต่อสุขภาพของคนที่อยู่ในพื้นที่ที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยอย่างภาคใต้ด้วยเหมือนกัน” สำคัญคือ ‘ผักเหนาะ’ หรือผักแกล้มกับอาหารของชาวใต้นั้นมีรายละเอียดไม่เหมือนกับผักเคียงบนโต๊ะอาหารภาคใดที่เราเคยได้ชิมมา ด้วยล้วนเป็นผักพื้นบ้านที่เลือกสรรมาแล้วว่าช่วยเสริมรสแกงต่างๆ ในจานขนมจีนได้อย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังมีผักดองรสดีไว้ตัดเลี่ยนด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51308" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="Body">“ผักพื้นบ้านส่วนใหญ่ปลอดสารพิษเพราะขึ้นกันริมรั้วหรือในไร่” เขาว่าก่อนเราจะหยิบผักในกระจาดใส่ปากและพบว่ารสชาติไม่เหมือนกับผักชนิดไหนที่เคยกิน โดยเฉพาะ ‘ยอดมันปู’ ผักใบเขียวหน้าตาชวนให้คิดว่าขม แต่แท้จริงกลับมีรสมันคล้ายเนื้อสัตว์ สำคัญคือมีกลิ่นหอมขึ้นจมูก ยิ่งกินรวมกันกับน้ำยาขนมจีนหนักขมิ้นสดกลิ่นรสเฉพาะถิ่นของชาวใต้ ยิ่งทำให้ขนมจีนจานนั้นกลมกล่อมขึ้นอีก</p>
<p class="Body">นอกจากมันปู เครื่องเคราที่ทำให้เราว้าวไม่น้อยไปกว่ากันคือบรรดาผักดองหลากสีสัน ทั้งมะละกอสับดองรสเปรี้ยวอมหวานสดชื่น รวมถึง ‘เนื้อจากดอง’ เนื้อของลูกจากสีน้ำตาลอ่อนนำมาดองกับ ‘น้ำส้มจาก’ หรือน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำตาลจาก (น้ำตาลจาก, น้ำผึ้งจาก : น้ำหวานจากงวงของต้นจาก เป็นเครื่องปรุงรสเปรี้ยวพื้นบ้านของคนใต้ นิยมใช้ปรุงแทนมะนาวหรือมะขามเปียก) ได้เป็นผักดองเนื้อนุ่มรสเปรี้ยวกำลังดีกินคู่กับขนมจีนน้ำยาข้นคลั่กด้วยเนื้อปลาแล้วลงตัวพอดิบพอดี</p>
<p class="Body">แต่ถ้าใครไม่พิสมัยผักสดเท่าไหร่ ขนมจีนสไตล์คนคอนก็มี ‘ทอดมันกุ้งใบเล็บครุฑ’ กรอบๆ มันๆ ติดรสเผ็ดปลายลิ้นมานำเสนอด้วยเหมือนกัน พิเศษตรงเป็นตำรับที่หากินในดินแดนอื่นนอกผืนดินด้ามขวานได้ยาก ด้วยไม้พุ่มริมทะเลรสขมปร่าอย่างใบเล็บครุฑนั้นมีมากเฉพาะจังหวัดทางใต้ ยิ่งนำมาคลุกเคล้ากับกุ้งฝอยสดเด้ง เครื่องแกงใต้หนักขมิ้น กะปิ แป้งสาลี และไข่ไก่ ก็ยิ่งกลับกลายเป็นรสชาติเฉพาะถิ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51311" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51310" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51312" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="Body">เราไล่ชิมเครื่องเคียงทีละอย่างสองอย่าง ก่อนเลือกตักรสที่ชอบ สัมผัสที่ใช่ มาวางข้างใส่จานขนมจีน และเมื่อเหลือบมองถ้วยน้ำยาที่เรียงราย ก็ไม่วายต้องเอ่ยปากถาม “ทำไมหนึ่งมื้อถึงมีน้ำยาเยอะขนาดนี้” ไม่ว่าจะน้ำพริกสีแดงเข้มรสหวานหอม น้ำยาปูแสนจัดจ้าน น้ำยาใต้หอมกลิ่นขมิ้นขึ้นจมูก ยังไม่นับแกงเขียวหวานถึงเครื่อง และอีกหลายหม้อที่ผลัดเปลี่ยนเวียนมาให้ลองชิมอยู่เรื่อยๆ นั่นอีก</p>
<p class="Body">“มันเป็นการสร้างความสมดุลในมื้อ เหมือนคนภาคกลางกินอาหารเป็นสำรับ การกินขนมจีนของคนใต้ก็ใช้หลักเดียวกัน” คนอยู่กับขนมจีนมาตั้งแต่เกิดบอกแบบนั้นขณะเราลองตักน้ำยาแต่ละชนิดเข้าปากทีละคำจึงพบว่าจริงอย่างเขาว่า เพราะเมื่อกินด้วยกันทุกถ้วย น้ำยารสชาติที่ออกมากลับไม่จัดจ้านจนเกินกลืน<b></b></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51309" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4 class="Body">ขนมจีนเส้นสดกับรสของบรรดาแป้ง<b></b></h4>
<p class="Body">นอกจากเหล่าน้ำยาขนมจีนรสดี อีกสิ่งที่สะกิดความสนใจของเราคือเส้นขนมจีนเหนียวนุ่มในจาน และเมื่อสอบถามก็พบคำตอบว่าคือขนมจีนเส้นสดที่กดและต้มเส้นกันวันต่อวัน “ขนมจีนแบ่งออกเป็นเส้นสดกับเส้นหมัก ส่วนมากทางใต้จะเป็นขนมจีนเส้นสดมากกว่า คือเอาแป้งข้าวเจ้ามานวดแล้วกดใส่พิมพ์เส้น ลวกน้ำร้อนแล้วช้อนขึ้นมาเป็นจับๆ ทำกันวันต่อวันไม่ค้างไว้ รสชาติจะกลางๆ ไม่มีกลิ่นซับซ้อนเหมือนขนมจีนเส้นหมักของภาคกลางหรือทางอีสาน” ซึ่งนั่นเหมาะกับรสชาติของน้ำยารสร้อนแรง เนื่องจากกลิ่นรสของเส้นขนมจีนไม่เเย่งซีน</p>
<p class="Body">ระหว่างอธิบาย ติ๊กก็ชี้ชวนให้เราดูเครื่องรีดเส้นขนมจีนเก่าคร่ำคร่าที่ตั้งอยู่ถัดไปไม่ไกล เรียกว่าเป็นอนุสรณ์เตือนใจที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ฝากเอาไว้เพื่อให้เขาสืบทอดกิจการด้วยความตั้งใจดี</p>
<p class="Body">และเมื่อเราซักไซ้ต่อว่านอกจากแป้งขนมจีนแล้วมีแป้งอื่นอีกไหมที่ชาวใต้ภูมิใจนำเสนอ ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้าง พร้อมสั่งขนมหวานมาให้เราลองชิม &#8216;ขนมกวนขาว&#8217; เขาว่าแบบนั้น ระหว่างเราคิ้วขมวดมุ่นสงสัยว่าในถ้วยเล็กจิ๋วตรงหน้าคืออะไร เพราะดูไปก็คลับคล้ายเต้าหู้ราดน้ำกะทิ แต่ดูอีกครั้งกลับเหมือนขนมเปียกปูน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51319" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51320" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="Body">“เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับน้ำปูนใสจนเหนียว จากนั้นเทใส่พิมพ์รอให้จับตัวเป็นก้อน จะกินก็ตัดเป็นชิ้นๆ แล้วราดด้วยน้ำกะทิ น้ำตาล และถั่วซีก” เขาสาธยายระหว่างเราตักชิ้นแป้งเข้าปากพลางอัศจรรย์ที่มันค่อยๆ ละลายลงบนลิ้นจนเกือบไม่ต้องใช้ความพยายามเคี้ยวเลยแม้แต่น้อย</p>
<p class="Body">“เรียกว่าเป็นของดีเมืองคอนเลยนะ ไม่มีที่อื่น” เขาสำทับขณะเรายิ้มรับว่าอร่อย</p>
<p class="Body">มื้อเช้าในเมืองคอนของเราจบลงพร้อมจานว่างเปล่าหลายใบ เรียกว่าเป็นมื้อเช้ามื้อใหญ่ลำดับต้นๆ ในชีวิตก็ไม่ผิดนัก แต่ว่ากันตามจริงก็กลับเป็นมื้อใหญ่ที่ทำให้เราหลงรักเมืองคอนแล้วอย่างโดยดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-51323" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/ขนมจีนเมืองคอน-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3></h3>
<hr />
<h3>ขนมจีนเมืองคอน</h3>
<p class="Body"><strong>Address</strong> : ขนมจีนเมืองคอน ริมคลอง​</p>
<p class="Body">ตั้งอยู่ริมคลองท่าไร่ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดทุกวันตั้งแต่ 9:00-15:00 น.</p>
<p class="Body">ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ : 097-348-5995</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khanom-jeen-muang-nakhon/">ขนมจีนเมืองคอน ​: อาหารเช้ามื้อหนักที่สะท้อนอัตลักษณ์ของ ‘คนคอน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เผ็ดเผ็ด บิสโตร : ภาคต่อร้านอาหารอีสานแบบนครพนมที่นำรสชาติของบ้านมาผสมเพิ่มความนัว </title>
		<link>https://adaymagazine.com/phed-phed-bistro/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/phed-phed-bistro/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Nov 2018 05:14:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[เผ็ดเผ็ด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพงศ์ แซ่หู]]></category>
		<category><![CDATA[Phed Phed Cafe]]></category>
		<category><![CDATA[Phed Phed Bistro]]></category>
		<category><![CDATA[Phed Phed]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเผ็ดเผ็ด]]></category>
		<category><![CDATA[นครพนม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ต้อม-ณัฐพงศ์ แซ่หู]]></category>
		<category><![CDATA[food]]></category>
		<category><![CDATA[foodie]]></category>
		<category><![CDATA[restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[isan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=43910</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครบ 1 ปีพอดีหลังจากเรารู้จักกับเขา—และร้านของเขา เผ็ดเผ็ดคาเฟ่  เป็นระยะเวลานานพอจะทำให้เราเห็นพัฒนาการด้านรสชาติของร้านอาหารอีสานที่ถูกพูดถึงบ่อยเป็นลำดับต้นๆ ในโมงยามนี้ ‘เผ็ดเผ็ด’ ฮอตขนาดที่ว่าหากทางร้านโพสต์รูปเมนูพิเศษประจำวันขึ้นโซเชียลมีเดีย ก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าหลังจากนั้นเพียงหลักนาทีเมนูดังกล่าวอาจหมดไม่มีเหลือ ปีที่ผ่านมา เรียกได้เต็มปากว่าเราคือลูกค้าประจำ เดือนละครั้งเป็นอย่างน้อยที่เราพาตัวเองมาฝากท้องกับร้านนี้ และยิ่งถ้านึกถึงอาหารอีสาน เผ็ดเผ็ดก็จะกลายเป็นคำตอบแรกๆ เสมอ จนต้องกลับมาถามตัวเองหลายครั้งว่าอะไรคือจุดเด่นมัดใจที่ร้านนี้ทำให้เราผูกปิ่นโตได้เรื่อยมา แน่ล่ะว่าไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือการรู้จักรากของตัวเอง ต้อม–ณัฐพงศ์ แซ่หู เป็นคนนครพนมโดยกำเนิด เติบโตมากับวัฒนธรรมการกินแบบอีสานขนานแท้ มีพ่อแม่ผู้หลงใหลในการปรุงระดับว่า “แม่เราทำอาหารเก่งมาก มีสูตรของตัวเองเต็มไปหมด เป็นอาหารอีสานนั่นแหละ แต่ไม่เหมือนที่ไหน และเป็นคนละเอียดกับการทำอาหาร ครั้งหนึ่งเราเคยช่วยซอยใบมะกรูด พอแม่มาตรวจงานเท่านั้น โดนเททิ้งทั้งถาด (หัวเราะ)” นั่นทำให้เขาไม่เพียงเข้าใจอาหารอีสานแบบลงลึก แต่ยังมีอาวุธลับเป็นสูตรอร่อยประจำบ้านที่หากินไม่ได้จากที่ไหนติดตัวมาด้วย ต้อมเก็บงำไม้ตายดังกล่าวไว้กับตัว นำออกมาทดลองปรุงเป็นเมนูพิเศษบ้างบางครั้งในร้านเผ็ดเผ็ดคาเฟ่ แต่ก็ยังลังเลที่จะบรรจุมันลงในเมนูประจำ กระทั่งจังหวะชีวิตเปิดโอกาสให้เขาได้นำความลับมาเปิดเผย “ถ้าถามว่าเผ็ดเผ็ด บิสโตร (Phed Phed Bistro) ต่างจากเผ็ดเผ็ดคาเฟ่ยังไง อย่างหนึ่งคืออาหารมันคลี่คลายขึ้น เป็นร้านที่เราเอาเมนูแบบที่กินกันในบ้านมาปรุงให้คนอื่นได้ลอง” เราขอขยายความให้อีกหน่อยว่า ไม่เพียงเป็นอาหารของบ้านที่นครพนมของต้อม แต่เป็นรสชาติที่เขาเก็บสะสมมาจากการเดินทางลองลิ้มชิมรสอาหารอีสานทั้งในและนอกประเทศ  และ ‘ตำหลวงพระบาง’ ก็เป็นหนึ่งในคำอธิบายที่ดี   ส้มตำฉบับลาวแท้ไม่ได้มีแค่ปลาร้า ตำหลวงพระบางไม่ใช่เมนูใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phed-phed-bistro/">เผ็ดเผ็ด บิสโตร : ภาคต่อร้านอาหารอีสานแบบนครพนมที่นำรสชาติของบ้านมาผสมเพิ่มความนัว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครบ 1 ปีพอดีหลังจากเรารู้จักกับเขา—และร้านของเขา <span style="color: #333399;"><a style="color: #333399;" href="https://adaymagazine.com/taste-1/">เผ็ดเผ็ดคาเฟ่</a><span class="Apple-converted-space"> </span></span></p>
<p>เป็นระยะเวลานานพอจะทำให้เราเห็นพัฒนาการด้านรสชาติของร้านอาหารอีสานที่ถูกพูดถึงบ่อยเป็นลำดับต้นๆ ในโมงยามนี้ ‘เผ็ดเผ็ด’ ฮอตขนาดที่ว่าหากทางร้านโพสต์รูปเมนูพิเศษประจำวันขึ้นโซเชียลมีเดีย ก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าหลังจากนั้นเพียงหลักนาทีเมนูดังกล่าวอาจหมดไม่มีเหลือ</p>
<p>ปีที่ผ่านมา เรียกได้เต็มปากว่าเราคือลูกค้าประจำ เดือนละครั้งเป็นอย่างน้อยที่เราพาตัวเองมาฝากท้องกับร้านนี้ และยิ่งถ้านึกถึงอาหารอีสาน เผ็ดเผ็ดก็จะกลายเป็นคำตอบแรกๆ เสมอ จนต้องกลับมาถามตัวเองหลายครั้งว่าอะไรคือจุดเด่นมัดใจที่ร้านนี้ทำให้เราผูกปิ่นโตได้เรื่อยมา</p>
<p>แน่ล่ะว่าไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือการรู้จักรากของตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44233 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_09.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_09.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_09-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ต้อม–ณัฐพงศ์ แซ่หู</strong> เป็นคนนครพนมโดยกำเนิด เติบโตมากับวัฒนธรรมการกินแบบอีสานขนานแท้ มีพ่อแม่ผู้หลงใหลในการปรุงระดับว่า “แม่เราทำอาหารเก่งมาก มีสูตรของตัวเองเต็มไปหมด เป็นอาหารอีสานนั่นแหละ แต่ไม่เหมือนที่ไหน และเป็นคนละเอียดกับการทำอาหาร ครั้งหนึ่งเราเคยช่วยซอยใบมะกรูด พอแม่มาตรวจงานเท่านั้น โดนเททิ้งทั้งถาด (หัวเราะ)”</p>
<p>นั่นทำให้เขาไม่เพียงเข้าใจอาหารอีสานแบบลงลึก แต่ยังมีอาวุธลับเป็นสูตรอร่อยประจำบ้านที่หากินไม่ได้จากที่ไหนติดตัวมาด้วย ต้อมเก็บงำไม้ตายดังกล่าวไว้กับตัว นำออกมาทดลองปรุงเป็นเมนูพิเศษบ้างบางครั้งในร้านเผ็ดเผ็ดคาเฟ่ แต่ก็ยังลังเลที่จะบรรจุมันลงในเมนูประจำ</p>
<p>กระทั่งจังหวะชีวิตเปิดโอกาสให้เขาได้นำความลับมาเปิดเผย</p>
<p>“ถ้าถามว่าเผ็ดเผ็ด บิสโตร (Phed Phed Bistro) ต่างจากเผ็ดเผ็ดคาเฟ่ยังไง อย่างหนึ่งคืออาหารมันคลี่คลายขึ้น เป็นร้านที่เราเอาเมนูแบบที่กินกันในบ้านมาปรุงให้คนอื่นได้ลอง”</p>
<p>เราขอขยายความให้อีกหน่อยว่า ไม่เพียงเป็นอาหารของบ้านที่นครพนมของต้อม แต่เป็นรสชาติที่เขาเก็บสะสมมาจากการเดินทางลองลิ้มชิมรสอาหารอีสานทั้งในและนอกประเทศ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>และ ‘ตำหลวงพระบาง’ ก็เป็นหนึ่งในคำอธิบายที่ดี <span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44234 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ส้มตำฉบับลาวแท้ไม่ได้มีแค่ปลาร้า</h3>
<p>ตำหลวงพระบางไม่ใช่เมนูใหม่ เป็นเมนูใกล้ตัวเสียด้วยซ้ำหากวัดจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร้านอาหารอีสานทั้งริมทางและในห้างใหญ่ล้วนมีจานนี้อยู่ในเมนู จนกลายเป็นภาพจำว่าตำหลวงพระบางคือ ‘ส้มตำที่ฝานมะละกอเป็นแผ่นๆ’ ปรุงกับน้ำปลาร้ารสจัดจ้านติดเค็ม แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด</p>
<p>“ตำหลวงพระบางมีเอกลักษณ์ตรงเส้นมะละกอต้องฝานให้บาง แต่ละพื้นที่ในลาวก็บางไม่เท่ากัน บางเมืองก็ใช้มะละกอแบบฝานผสมกับแบบสับ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์กว่านั้นคือ ‘กะปิ’ คนลาวรักกะปิมาก ส้มตำแบบลาวเลยใส่ทั้งกะปิ ปลาร้า และน้ำปู เป็นเครื่องปรุงรสเค็มที่ทำจากปูนาทั้งตัว นำมาบดละเอียดแล้วเคี่ยวกับสมุนไพร มันจะมีกลิ่นเฉพาะตัว เพิ่มมิติความเค็มให้นัวมากขึ้น”</p>
<p>ต้อมเล่าถึงรายละเอียดที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างเดินทางทัวร์ชิมส้มตำทั่วหลวงพระบาง จนเข้าใจเอกลักษณ์ของส้มตำแบบลาวแท้ว่าไม่ได้โดดเด่นแค่ใส่ปลาร้า แต่เป็นการปรุงรสจากวัตถุดิบที่มีมากในท้องถิ่น เช่นปูนา หรือมะเขือเทศพื้นบ้านหลากสายพันธุ์ที่ใส่ผสมเพิ่มความสดชื่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44237 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“แต่เหมือนส้มตำแบบโคราชก็นิยมใส่กะปิหรือเปล่า” เราเสริม</p>
<p>“อ๋อ ใช่ ตำโคราชที่เรารู้จักกัน ทางอีสานเขาจะเรียกว่าตำผสม เป็นรสชาติที่มีความเป็นภาคกลาง<span class="Apple-converted-space">  </span>มีส่วนผสมของกะปิ ปลาร้า แต่ยังมีความจัดจ้านแบบอีสาน” เขาอธิบายอย่างเห็นภาพถึงสภาพภูมิประเทศของจังหวัดหน้าด่านที่ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมการกินแบบภาคกลางอย่างเต็มที่</p>
<p>เมื่อเราวกเข้าเรื่องโคราช ต้อมแอบบอกว่าเขาเองก็เคยใช้ชีวิตอยู่จังหวัดนี้พักใหญ่ นั่นทำให้อาหารของเผ็ดเผ็ด บิสโตรแอบแทรกรสชาติแบบโคราชไว้อย่างแยบยลด้วยเช่นกัน<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“รสชาติแบบโคราชจะเน้นปลาป่น ยำมะม่วงก็ใส่ปลาป่น แจ่วก็ใส่ปลาป่น ยำขนมจีนก็ใส่ปลาป่น อย่างยำมะม่วงของร้านนี้ก็ปรุงคล้ายของโคราช แต่แอบเปลี่ยนปลาป่นเป็นกุ้งแห้งป่นที่คนเมืองคุ้นลิ้นกันมากกว่าหน่อย (ยิ้ม)” เขาเสริม ก่อนบอกว่าอีกหลายจานก็เป็นรสชาติที่เขาเก็บเกี่ยวมาจากการเดินทางทั้งนั้น อย่าง ‘ซั่วไก่’ และ ‘ตำหัวไก่ผักรวม’ ที่เพียงแค่ได้ยินชื่อก็ชวนให้ขมวดคิ้วสงสัย<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<h3>อาหารอีสานคือการผสมผสานไม่สิ้นสุด</h3>
<p>อาหารหน้าตาคล้ายต้มแซ่บยกมาเสิร์ฟทั้งควันกรุ่น ต้อมแนะนำว่าคือซั่วไก่ อาหารชื่อไม่คุ้นหูและเดาไม่รู้ว่าส่วนผสมคืออะไร “ซั่วเป็นชนิดอาหารอีสานคล้ายต้มเเซ่บ แต่ปรุงไม่เหมือนกัน ซั่วจะเอาเนื้อสัตว์อย่างไก่ ปลา หรือกบมาต้มกับน้ำปลาร้าจนสุก แล้วซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนค่อยเอามาปรุงด้วยเครื่องลาบ แต่ใส่น้ำซุปลงไปด้วย เรียกว่าลาบที่ซดน้ำได้ก็ได้” เขาแนะให้เราลองชิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44247 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_04.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_04.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_04-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>และใช่ รสชาติของซั่วมีกลิ่นอายของลาบ ทั้งจากข้าวคั่ว พริกป่น และต้นหอมซอย แต่เป็นลาบที่มีความนัวของน้ำแกง เรียกว่าเป็นลูกครึ่งระหว่างต้มแซ่บและลาบตำรับอีสานก็คงไม่ผิดเท่าไหร่</p>
<p>ส่วนตำหัวไก่ผักรวม หนึ่งในเมนูใหม่ที่ต้อมภูมิใจนำเสนอเป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานวัตถุดิบจากร้านขนมจีนและร้านส้มตำ สองร้านเจ้าประจำที่เขาและลูกอีสานแทบทุกคนฝากท้องกันมาตั้งแต่เล็กจนโต “ร้านขนมจีนทางอีสานจะมีผักลวกไว้ให้กินเคียง พวกผักกันจอง (ผักพื้นบ้าน ลักษณะคล้ายสายบัว รสขมปร่า) ผักบุ้งไทย แล้วเราก็จะชอบขอซื้อผักลวกไปให้ร้านส้มตำตำให้กิน เรียกว่าตำผักลวกก็ได้ สำคัญคือต้องใส่หัวไก่ เป็นขนมจีนแบบหนึ่งของทางอีสาน รสออกเปรี้ยวนิดๆ จากแป้งหมัก เข้ากันดีกับรสจัดจ้านและผักลวก” เขาเล่าเรื่อยๆ ระหว่างเราตักหัวไก่สีขาวขุ่นเข้าปาก</p>
<p>ต้อมอธิบายต่อว่า ‘ขนมจีน’ แบบอีสานนั้นมีหลายรูปทรงอย่างที่เขาเคยบอกเราคราวก่อน แต่เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยเอ๊ะก็คือ แป้งขนมจีนของแต่ละภาคนั้นรสชาติไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ส่วนมากขนมจีนทางอีสานจะทำจากแป้งข้าวจ้าวหมักให้มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ และเนื้อแป้งเหนียว นุ่ม หนึบ ก่อนนำมานวดและบีบเป็นเส้นเล็กๆ ต้มในน้ำร้อนจนสุก ส่วนเส้นขนมจีนของภาคกลางหรือภาคอื่นที่เราพบเห็นบ่อยๆ ในปัจจุบันคือขนมจีนเส้นสด ทำจากแป้งข้าวจ้าวบีบเป็นเส้นแล้วต้มให้สุก ไร้รสเปรี้ยว และเนื้อไม่หนึบเหนียวเท่าเส้นขนมจีนจากแป้งหมัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44248 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_05.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_05.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_05-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44246 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_03_ไข่ปิ้ง.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_03_ไข่ปิ้ง.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_03_ไข่ปิ้ง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_03_ไข่ปิ้ง-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ถ้าให้เราแนะนำ ส้มตำแบบนี้ควรกินกับไข่ปิ้งหรือข้าวจี่จะลงตัวมาก”</p>
<p>เขาเลื่อนสองจานที่ว่ามาตรงหน้าเรา ทว่าถึงเราจะคุ้นเคยกับทั้งสองเมนู แต่หน้าตาในจานกลับดูแตกต่างไปจากไข่ปิ้งและข้าวจี่แบบที่เราเคยกินมาทั้งชีวิต “ไข่ปิ้งของร้านคิดขึ้นมาใหม่ เหมือนไข่ปิ้งทั่วไปจะใช้ไข่มาปรุงรสแล้วกรอกกลับเข้าไปในเปลือกแล้วถึงปิ้ง เราก็ใช้วิธีเดียวกันแต่นำมากรอกใส่พิมพ์แล้วปิ้ง ทำขนาดให้กินง่ายกว่าเดิม” เราหยิบหนึ่งไม้ขึ้นมาชิม และพบว่าเนื้อสัมผัสของไข่ปิ้งจานนี้นุ่มหนึบ อวลกลิ่นควันไฟครบถ้วนอย่างที่ไข่ปิ้งอร่อยๆ ควรจะมี<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ส่วนอีกเมนูไข่อย่าง ‘ข้าวจี่’ ก็มีทีเด็ดไว้เซอร์ไพรส์เราเช่นกัน ด้วยข้าวจี่ตำรับของบ้านต้อมนั้นเป็นข้าวจี่เนื้อนุ่ม กัดแล้วชุ่มไปด้วยไข่หอมๆ บวกด้วยไข่ลวกยางมะตูมปรุงรสเค็มๆ มันๆ ที่เสิร์ฟมาเคียงกันนั้นก็เข้ากันอย่างไร้ที่ติกับข้าวจี่ร้อนๆ “ข้าวจี่เป็นอาหารที่คนอีสานกินกันทุกจังหวัด ส่วนมากกินกันเป็นมื้อเช้า ข้าวเหนียวเหลือก็เอามาปั้นเป็นก้อน ชุบไข่แล้วย่างไฟอ่อนๆ แต่ข้าวจี่สูตรของบ้านเราจะเอาข้าวเหนียวมาปั้นแล้วเสียบไม้ แล้วค่อยๆ เอาไข่ชะโลมระหว่างย่างด้วยไฟอ่อน ให้ไข่ซึมเข้าไปในเนื้อข้าวเหนียวช้าๆ ที่สำคัญบ้านเราใช้ฟักทองบดทาบนผิวของข้าวจี่เพิ่มสีสันให้น่ากินด้วย”</p>
<p>และจริงอย่างเขาว่า เพราะข้าวจี่ตรงหน้าคือข้าวจี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยกินมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44245 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_02_ตำหลวงพระบาง1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_02_ตำหลวงพระบาง1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_02_ตำหลวงพระบาง1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_02_ตำหลวงพระบาง1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44249 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_06.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_06.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_06-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44232 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_08.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_08.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_08-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44235 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>นอกจากรายละเอียดของรสชาติประจำบ้านที่ต้อมนำมาผสมผสานกับภูมิปัญญาในการทำอาหารแบบลูกอีสานขนานแท้ เผ็ดเผ็ด บิสโตรยังเดินทางสู่พื้นที่ใหม่ๆ ด้วยการคิดค้นสมการรสชาติขึ้นจากความทรงจำวัยเด็ก อาทิ ไอศครีมกะทิปั่นท็อปด้วยถั่วตัดเคลือบคาราเมล รสชาติแบบที่เราหลงรักในวัยเด็ก แต่พิเศษตรงไอศครีมกะทิซึ่งพ่อครัวเลือกใช้นั้นหอมละมุนและลงตัวพอดีเมื่อปั่นเข้ากับนมสด ส่วนถั่วตัดเคลือบคาราเมลโรยงาขาวหอมๆ ก็ยิ่งส่งให้แก้วนี้กินสนุกขึ้นอีกระดับ</p>
<p>ยังไม่นับของหวานหากินยากอย่าง ‘สาคูต้น’ จากแก่นของต้นสาคูแท้ๆ ซึ่งยืนต้นอยู่ทางภาคใต้ แตกต่างจากสาคูเม็ดใหญ่ที่ทำจากมันสำปะหลังอย่างในร้านขนมหวานทั่วไป ก่อนนำมาต้มจนนุ่ม หยอดน้ำเชื่อม เติมน้ำกะทิข้นๆ เพิ่มลำไยอบแห้งเคี่ยวกับน้ำตาลอีกนิด เรียกว่าเป็นของหวานหากินยากที่ต้อมภูมิใจนำเสนอไม่แพ้เหล่าอาหารอีสานสายแข็งในเมนูของเผ็ดเผ็ด บิสโตร<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“เชื่อไหมว่า กว่าจะต้มเม็ดสาคูให้ออกมากินได้ เราเสียสาคูไป 3 กิโลกรัม (หัวเราะ) เพราะสาคูแท้ๆ มันไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ไม่มีสูตรบอกชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรถึงจะอร่อย เลยเป็นเมนูที่อยากให้ทุกคนได้มาลองกินกันดู ให้รู้ว่าสาคูแท้ๆ เป็นยังไง” พ่อครัวหนุ่มปิดท้ายด้วยแววตาเป็นประกาย<span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44244 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_01_สาคูเปียก.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_01_สาคูเปียก.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_01_สาคูเปียก-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_01_สาคูเปียก-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span class="Apple-converted-space"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-44239 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_16-กะทิปั่น.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_16-กะทิปั่น.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/เผ็ด-เผ็ด_16-กะทิปั่น-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<hr />
<h3><strong>เผ็ดเผ็ด บิสโตร (Phed Phed Bistro)</strong></h3>
<p><strong>address : </strong>ร้านอยู่ใน The Circle ราชพฤกษ์<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><strong>hour </strong><strong>:</strong> 11:30-20:00 น.<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><strong>facebook :</strong> <a href="https://www.facebook.com/PhedPhedFood/?ref=search&amp;__tn__=%2Cd%2CP-R&amp;eid=ARDa22BDw_Peye6Q2gSFbp6XE1X3NM7kDZ0agmXmx4ulqhpm08Ll5-H4Wo_tJ54t8IC6llvBDYKFYuON">Phed Phed &#8211; ร้านเผ็ดเผ็ด</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phed-phed-bistro/">เผ็ดเผ็ด บิสโตร : ภาคต่อร้านอาหารอีสานแบบนครพนมที่นำรสชาติของบ้านมาผสมเพิ่มความนัว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/phed-phed-bistro/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BATT : ร้านญี่ปุ่นกลางเมืองเก่า ที่ใช้เทมปุระเล่าปัญหาแวดวงประมงไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/batt-tempura/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/batt-tempura/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Oct 2018 10:31:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อรุณวตรี รัตนาธารี]]></category>
		<category><![CDATA[เทมปุระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=41461</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื่อว่าอาหารญี่ปุ่นมื้อเเรกๆ ของหลายคนคงหนีไม่พ้นบรรดาของทอด หมูทอดทงคัตสึ ไก่ทอดคาราเกะ หรือกุ้งเทมปุระ เพราะแน่ล่ะว่าของทอดนั้นเฟรนด์ลี่กับทุกเพศทุกวัย ยิ่งเป็นของทอดในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แน่นอนว่ารสชาติย่อมดีแบบไม่ต้องเดา เช่นกันกับ โม-ชัชพล ถาวรวณิชย์ พ่อครัวเจ้าของร้าน BATT (batter, temperature &#38; tempura) ผู้หลงใหลในของทอดแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูเทมปุระที่ผูกใจเขาไว้ตั้งแต่สมัยยังอายุหลักหน่วย ในยุคที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยยังมีจำนวนนับร้านได้ และขายในราคาที่เด็กวัยประถมในวันนั้นอย่างโมมีโอกาสได้ลิ้มรสเพียงเดือนละครั้งสองครั้ง “เหมือนความชอบครั้งนั้นมันชี้นำชีวิตเรามาตลอด เริ่มจากชอบกิน แล้วก็อยากรู้ ต่อมาก็อยากลองทำให้อร่อยแบบที่ชอบ” เขาย้ำความชอบให้เราฟัง ขณะเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันร้อนๆ ในกระทะทองเหลืองส่งเสียงเตือนให้เขาหันกลับไปทุ่มเทความสนใจ “พอโตขึ้นมาเรียนด้านอาหาร ความชอบเทมปุระก็เหมือนเข็มทิศพาให้ชีวิตเข้าไปข้องเกี่ยวกับครัวญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ จนเรียนปีสุดท้าย เราก็ตัดสินใจฝึกงานในร้านอาหารญี่ปุ่น เน้นไปที่ของทอดอย่างเดียวเลย (หัวเราะ)​ จนเข้าใจแล้วว่าของทอดที่ดีต้องผ่านอะไรมาบ้าง” “อะไรบ้าง” เราสงสัย “เยอะมาก ถ้าเป็นเทมปุระเนี่ย มันไม่สามารถสอนกันได้ว่าต้องใส่แป้ง 100 กรัมนะครับ ส่วนน้ำก็ใส่สักครึ่งลิตร เพราะปัจจัยความอร่อยมันไม่ใช่เรื่องของสูตร แต่เป็นเรื่องจังหวะและการสังเกตหน้าเตาแทบทั้งนั้น” โมเล่าถึงช่วงเวลาหลายปีที่เขาคลุกคลีอยู่กับแป้งและน้ำมันร้อนๆ เพื่อออกแบบเทมปุระในแบบที่ชอบ จนเวลาผ่านไปนับร้อยกระทะ เขาจึงกระจ่างใจว่าเนื้อแป้งที่พอดีเป็นแบบไหน ด้วยการใช้มือสัมผัสเนื้อแป้งข้นๆ จนเข้าใจ หรือการสังเกตความร้อนของน้ำมันในกระทะว่าจังหวะเวลาที่ใช่ในการหย่อนวัตถุดิบลงไปทอดจนเหลืองกรอบเป็นอย่างไร “มันทำให้เราต้องอยู่หน้าเตาเองตลอด เพราะมันเป็นรายละเอียดที่สอนกันไม่ค่อยได้ ต้องใช้การฝึกฝน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/batt-tempura/">BATT : ร้านญี่ปุ่นกลางเมืองเก่า ที่ใช้เทมปุระเล่าปัญหาแวดวงประมงไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อว่าอาหารญี่ปุ่นมื้อเเรกๆ ของหลายคนคงหนีไม่พ้นบรรดาของทอด</p>
<p>หมูทอดทงคัตสึ ไก่ทอดคาราเกะ หรือกุ้งเทมปุระ เพราะแน่ล่ะว่าของทอดนั้นเฟรนด์ลี่กับทุกเพศทุกวัย ยิ่งเป็นของทอดในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ปรุงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน แน่นอนว่ารสชาติย่อมดีแบบไม่ต้องเดา</p>
<p>เช่นกันกับ <strong>โม-ชัชพล ถาวรวณิชย์</strong> พ่อครัวเจ้าของร้าน BATT (batter, temperature &amp; tempura) ผู้หลงใหลในของทอดแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูเทมปุระที่ผูกใจเขาไว้ตั้งแต่สมัยยังอายุหลักหน่วย ในยุคที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยยังมีจำนวนนับร้านได้ และขายในราคาที่เด็กวัยประถมในวันนั้นอย่างโมมีโอกาสได้ลิ้มรสเพียงเดือนละครั้งสองครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41856 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt3.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt3.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt3-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“เหมือนความชอบครั้งนั้นมันชี้นำชีวิตเรามาตลอด เริ่มจากชอบกิน แล้วก็อยากรู้ ต่อมาก็อยากลองทำให้อร่อยแบบที่ชอบ” เขาย้ำความชอบให้เราฟัง ขณะเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันร้อนๆ ในกระทะทองเหลืองส่งเสียงเตือนให้เขาหันกลับไปทุ่มเทความสนใจ</p>
<p>“พอโตขึ้นมาเรียนด้านอาหาร ความชอบเทมปุระก็เหมือนเข็มทิศพาให้ชีวิตเข้าไปข้องเกี่ยวกับครัวญี่ปุ่นอยู่เรื่อยๆ จนเรียนปีสุดท้าย เราก็ตัดสินใจฝึกงานในร้านอาหารญี่ปุ่น เน้นไปที่ของทอดอย่างเดียวเลย (หัวเราะ)​ จนเข้าใจแล้วว่าของทอดที่ดีต้องผ่านอะไรมาบ้าง”</p>
<p>“อะไรบ้าง” เราสงสัย</p>
<p>“เยอะมาก ถ้าเป็นเทมปุระเนี่ย มันไม่สามารถสอนกันได้ว่าต้องใส่แป้ง 100 กรัมนะครับ ส่วนน้ำก็ใส่สักครึ่งลิตร เพราะปัจจัยความอร่อยมันไม่ใช่เรื่องของสูตร แต่เป็นเรื่องจังหวะและการสังเกตหน้าเตาแทบทั้งนั้น” โมเล่าถึงช่วงเวลาหลายปีที่เขาคลุกคลีอยู่กับแป้งและน้ำมันร้อนๆ เพื่อออกแบบเทมปุระในแบบที่ชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41860 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41858 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41857 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt4.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>จนเวลาผ่านไปนับร้อยกระทะ เขาจึงกระจ่างใจว่าเนื้อแป้งที่พอดีเป็นแบบไหน ด้วยการใช้มือสัมผัสเนื้อแป้งข้นๆ จนเข้าใจ หรือการสังเกตความร้อนของน้ำมันในกระทะว่าจังหวะเวลาที่ใช่ในการหย่อนวัตถุดิบลงไปทอดจนเหลืองกรอบเป็นอย่างไร</p>
<p>“มันทำให้เราต้องอยู่หน้าเตาเองตลอด เพราะมันเป็นรายละเอียดที่สอนกันไม่ค่อยได้ ต้องใช้การฝึกฝน เราอาจจะบอกทีมของเราเรื่องจุดสังเกตอะไรพวกนี้ได้บ้าง แต่สุดท้ายมันก็อยู่ที่เซนส์แต่ละคนอยู่ดี”</p>
<p>เขาบอกแบบนั้นระหว่างคีบเนื้อกั้งเทมปุระร้อนๆ วางลงบนข้าว ราดด้วยซอสเทนด้งเข้มข้น และยกทั้งชามมาเสิร์ฟร้อนๆ ตรงหน้าเรา เคียงด้วยไข่ตุ๋นเนื้อละมุน สลัดแสนสดชื่น รวมถึงผักดองรสกลมกล่อม</p>
<p>“กินตอนร้อนๆ”</p>
<p>ชายหนุ่มผู้รักในรสเทมปุระกำชับ ก่อนเราจะชวนให้เขานั่งลงคุยกันสักครู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41855 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt2.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt2.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>รสชาติของเทมปุระที่สื่อสารถึงประมงเรือเล็ก</strong></p>
<p>รสชาติของเนื้อกั้งสดกรอบหุ้มด้วยแป้งทอดบางๆ นั้นโดดเด่นขึ้นอีก เมื่อพบกับซอสเทนด้งเข้มข้นที่โมใช้หลักการเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ ด้วยการเติมส่วนผสมในหม้อแล้วเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ ซอสที่ราดลงบนชามกั้งเทมปุระของเราจนชุ่มนั่นก็ผ่านการเคี่ยว เติม และเคี่ยวต่อเนื่องมานานถึง 3 เดือน</p>
<p>“ร้านนี้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจากยุคแรกบ้างไหม”</p>
<p>เรากำลังหมายถึงร้าน BATT ยุคแรกที่เคยเปิดอยู่กลางย่านเอกมัย เป็นร้านเทมปุระรสชาติดีในระดับถูกพูดถึง แต่ไม่นานก็กลับหายหน้าหายตาไปนับปี จนปรากฏตัวขึ้นอีกทีบริเวณย่านเมืองเก่าที่เรานั่งอยู่</p>
<p>“รสชาติอาจไม่ต่างมาก แต่เป้าหมายต่างกันแน่นอน” พ่อครัวเกริ่น ก่อนถามเราว่ากั้งในชามรสชาติเป็นอย่างไร แน่นอนว่าเราพยักหน้ารับว่าอร่อยอย่างไม่จำเป็นต้องหยุดคิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41862 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ในยุคแรกเรามาด้วยความตั้งใจว่าอยากทำร้านให้แมส อยากมีเฟรนไชน์ อยากให้รสชาติแบบที่เราชอบเติบโตทางธุรกิจให้ไกลที่สุด แต่สุดท้ายก็พบว่านั่นอาจไม่ใช่คำตอบ”</p>
<p>เขายิ้มเมื่อเล่าถึงคำตอบที่เปลี่ยนไปหลังจากก้าวลงจากเรือประมงลำเล็กในวันหนึ่ง</p>
<p>“ปีก่อนเรากับกลุ่มเชฟลองติดต่อชาวประมงพื้นบ้านที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ออกทะเล จากความตั้งใจแค่ว่าอยากรู้ที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในร้านว่ามาจากไหน กลายเป็นได้เรียนรู้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการทำประมงในประเทศไปเลย ยิ่งพอชาวประมงถามเราว่า เชฟครับ ปกติเชฟสั่งอาหารทะเลจากที่ไหน แล้วเราตอบต้นทางของมันไม่ได้ ยิ่งทำให้จุก กลับมาคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบเลวๆ พวกนี้หรือเปล่า”</p>
<p>ระบบที่เขาว่าหมายรวมถึงปัญหามากมายในแวดวงประมงไทย ไล่มาตั้งแต่การจำกัดสิทธิ์ในการออกทะเลของชาวประมงพื้นบ้าน แต่กลับเปิดทางให้เรือใหญ่เข้ามาวางอวนตาถี่กวาดเก็บวัตถุดิบส่งขายในระบบอุตสาหกรรม จนเป็นเหตุให้สัตว์น้ำเค็มน้อยใหญ่ต้องตายลงอย่างไร้ค่า ยังไม่รวมการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างผิดกฎหมายของบรรดาเรือใหญ่ ซึ่งนับเป็นปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ทำให้ทั่วโลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของน่านน้ำไทยกันอยู่ในขณะนี้</p>
<p>“สุดท้ายเพื่อความสบายใจ เราเลยตัดสินใจซื้อของทะเลจากชาวประมงพื้นบ้านเท่านั้นเลย”</p>
<p>โมเล่าถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ทำให้วิถีของพ่อครัวอย่างเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41854 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1.jpg" alt="" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ความหลากหลายในจุดหมายเดียวกัน</strong></p>
<p>เราจัดการข้าวหน้ากั้งเทมปุระจนเกลี้ยงชาม ก่อนเอ่ยปากถามว่าทำไมไม่ใส่ตำรับนี้ไว้เป็นเมนูประจำ ในเมื่อกั้งก็ดูเป็นวัตถุดิบที่มีทุกฤดูกาล และราคาไม่ได้แรงนักในความรู้สึกของเรา</p>
<p>“คนกำหนดเมนูอาหารทะเลของร้านนี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นชาวประมง” เขาอธิบายกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนบอกว่านี่แหละคือกลไกสำคัญที่เปลี่ยนไปหลังจากเขาตัดสินใจซื้อสินค้าจากชาวประมงเรือเล็ก</p>
<p>เพราะหนึ่ง วัตถุดิบทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าท้องทะเลให้อะไรมาในเวลานั้น และสอง วัตถุดิบเหล่านั้นอาจดูแปลกหน้าแปลกตาจนทำให้เชฟอย่างเขาต้องทำความเข้าใจวิธีการปรุงมันใหม่ทุกครั้ง</p>
<p>“เราสั่งได้แค่ไซส์เท่านั้นเลย เช่น บอกชาวประมงไปว่าคราวนี้อยากได้ปลาขนาดตัวละ 3 กิโลครับ หรืออยากได้ปลาขนาดเท่าปากกาเมจิก จากนั้นก็ทำได้แค่รอว่าเขาจะส่งอะไรมาให้”</p>
<p>เขาลากเสียงยาวจนทำเราหัวเราะ ด้วยรู้ว่าสำหรับเชฟมืออาชีพ การทำความเข้าใจวัตถุดิบอย่างละเอียดย่อมใช้เวลา ฉะนั้นการเปลี่ยนวัตถุดิบไปเรื่อยๆ อย่างคาดเดาไม่ได้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน</p>
<p>“แต่สนุกดี” เขาตอบทันทีเมื่อเราถามว่าเหนื่อยไหมกับการต้องวิ่งตามความเปลี่ยนแปรของธรรมชาติอยู่เสมอ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41861 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ตั้งแต่เรียนจบ เราก็ได้ชาวประมงกับเกษตรกรนี่แหละเป็นครู เพราะเขาอยู่กับวัตถุดิบทุกวัน เขารู้จักมันลึกซึ้งกว่าเราอยู่แล้ว” โมไล่ชื่อปลาเจ้าสมุทร ปลาไอ้เขี้ยว และปลาข้าวโพด ก่อนถามว่าเรารู้จักไหม แน่นอนว่าเราตอบเต็มเสียงว่าไม่ และไม่ใช่แค่ไม่รู้จัก แต่จินตนาการหน้าตาของมันไม่ออกด้วยซ้ำ</p>
<p>“เดาเมนูไม่ค่อยได้แบบนี้ลูกค้าว่ายังไงบ้าง” เราถามแทนคนรักเทมปุระส่วนใหญ่ที่มักอยากรู้เมนูพิเศษล่วงหน้าก่อนเข้าร้าน</p>
<p>“ก็มีบ้างที่ผิดหวัง แต่พอเขาถามต่อว่าทำไมถึงไม่มีเมนูนั้นเมนูนี้ มันก็เปิดโอกาสให้เราอธิบายเหตุผลที่ลึกลงไปกว่านั้นให้เขาฟัง จะบอกว่าเปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่นก็ได้มั้ง” พ่อครัวยิ้ม</p>
<p>“การช่วยอุดหนุนปลาจากเรือเล็ก จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ได้จริงใช่ไหม” เราถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่ฟังปัญหาในแวดวงประมงไทยดูใหญ่เกินกว่าคนตัวเล็กๆ จะสะสางมันออกได้ด้วยกำลังซื้อของพ่อครัวรายย่อยอย่างที่โมกำลังพยายามทำ</p>
<p>“ในเชิงโครงสร้าง มันอาจแก้อะไรไม่ได้มาก แต่ในเชิงกำลังใจ เราว่าเขาได้รับแน่ๆ”</p>
<p>พ่อครัวหนุ่มบอกกับเราทั้งเสียงหัวเราะ ก่อนเสียงน้ำมันในกระทะทองเหลืองจะดังขึ้นอีกครั้งในวินาทีถัดมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-41863 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt10.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt10.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/batt10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>BATT Tempura</strong></p>
<p><strong>Address :</strong> ร้านตั้งอยู่ในซอยโยธา ย่านเจริญกรุง เปิดตั้งแต่ 11:00-22:00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์ )<br />
<strong>Tel :</strong> 082-559-2895</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/batt-tempura/">BATT : ร้านญี่ปุ่นกลางเมืองเก่า ที่ใช้เทมปุระเล่าปัญหาแวดวงประมงไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/batt-tempura/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไก่ฆอและปากากันยัง : ไก่ย่างอย่างมลายูที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ของปัตตานี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/grilled-chicken-pattani/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/grilled-chicken-pattani/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[อรุณวตรี รัตนธารี]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Sep 2018 12:23:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[aftertaste]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อร่อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัตตานี]]></category>
		<category><![CDATA[ไก่ย่าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=39555</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกที่เรารู้จักไก่ฆอและ คือครั้งเดียวกันกับที่เรารู้จักการนั่งรถไฟ ชานชาลาของสถานีรถไฟในแดนใต้นั้นเรียกได้ว่าห่างไกลความคึกคักอย่างสถานีในเมืองหลวง ทว่าท่ามกลางความไม่มีอะไร กลับมีเมนูหนึ่งปรากฏกายเรียกความสนใจจากเด็กอย่างเราได้อยู่หมัด ดูเผินๆ เมนูนั้นอาจไม่ต่างจากไก่ย่างทั่วไป แปลกหน่อยตรงที่สีของไก่ช่างจัดจ้านถึงใจเสียเหลือเกิน เรารู้จักไก่ฆอและในรูปแบบนั้น ไก่ย่างสีสันจัดจ้าน รสชาติติดหวาน นิยมกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ และมักขายกันริมทางรถไฟ โดยเฉพาะทางรถไฟสายใต้ที่มีจุดหมายอยู่ในจังหวัดลับแล ก่อนฆอและจะหายไปจากชีวิตของเรา พร้อมๆ กับฉากของสถานีรถไฟที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี ไก่ฆอและจึงกลับมามีบทบาทบนโต๊ะอาหารเราอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เราพบกันในเมืองห่างไกล เมืองที่ใครต่อใครอาจขมวดคิ้วใส่เมื่อได้ยินชื่อ ‘ปัตตานี’ บ้านเกิดดั้งเดิมของไก่ย่างสีสันจัดจ้านที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเรามานานหลายสิบปี แถมบ้านเกิดของไก่ฆอและที่เรามาเยือนคราวนี้ ยังถือเป็น ‘บ้านเกิดของบ้านเกิด’ อีกทีด้วย ปากาปันยัง บ้านเกิดของไก่ย่างงานคราฟต์ สายวันนั้นเราเดินอยู่ในหมู่บ้านปากากันยัง หมู่บ้านเล็กๆ ในตัวเมืองปัตตานีที่มีครัวเรือนอยู่เพียงหลักสิบ และเกือบทุกบ้านต่างปรุงไก่ฆอและขายกันเป็นอาชีพหลัก เรียกว่าช่วงสายของทุกวัน เราจะได้เห็นควันจากการย่างไก่ลอยโขมงไปทั่วบริเวณ แต่กว่าไก่ฆอและจะกลายเป็นธุรกิจของชุมชน ย้อนกลับไปเกือบศตวรรษก่อน มันเคยเป็นสูตรลับของตระกูลหนึ่งซึ่งแม่ส่งต่อให้ลูกสาวมารุ่นสู่รุ่น ตระกูลที่ชื่อ ‘เวาะเล็ง’ มะ-สารีฟะห์ เวาะเล็ง (มะในภาษามลายูหมายถึงแม่ ใช้เรียกแม่หรือหญิงวัยกลางคนที่นับถือ) หญิงวัยกลางคนเจ้าของสูตรไก่ฆอและเจ้าแรกในหมู่บ้านปากากันยังออกมาต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม เมื่อเราผู้เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมชาวมุสลิมสักเท่าไหร่เสนอตัวขอเข้าครัวไปทำความรู้จักกับไก่ฆอและใกล้ๆ “มาๆ นั่งก่อน กินน้ำก่อน” มะชวนด้วยน้ำเสียงอารี ขณะเรากำลังสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ที่คลุ้งด้วยกลิ่นควันจางๆ จากกะลามะพร้าว กลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grilled-chicken-pattani/">ไก่ฆอและปากากันยัง : ไก่ย่างอย่างมลายูที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ของปัตตานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ครั้งแรกที่เรารู้จักไก่ฆอและ คือครั้งเดียวกันกับที่เรารู้จักการนั่งรถไฟ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชานชาลาของสถานีรถไฟในแดนใต้นั้นเรียกได้ว่าห่างไกลความคึกคักอย่างสถานีในเมืองหลวง ทว่าท่ามกลางความไม่มีอะไร กลับมีเมนูหนึ่งปรากฏกายเรียกความสนใจจากเด็กอย่างเราได้อยู่หมัด ดูเผินๆ เมนูนั้นอาจไม่ต่างจากไก่ย่างทั่วไป แปลกหน่อยตรงที่สีของไก่ช่างจัดจ้านถึงใจเสียเหลือเกิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้จักไก่ฆอและในรูปแบบนั้น ไก่ย่างสีสันจัดจ้าน รสชาติติดหวาน นิยมกินคู่กับข้าวเหนียวร้อนๆ และมักขายกันริมทางรถไฟ โดยเฉพาะทางรถไฟสายใต้ที่มีจุดหมายอยู่ในจังหวัดลับแล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39567" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ก่อนฆอและจะหายไปจากชีวิตของเรา พร้อมๆ กับฉากของสถานีรถไฟที่ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปี ไก่ฆอและจึงกลับมามีบทบาทบนโต๊ะอาหารเราอีกครั้ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าคราวนี้เราพบกันในเมืองห่างไกล เมืองที่ใครต่อใครอาจขมวดคิ้วใส่เมื่อได้ยินชื่อ ‘ปัตตานี’ บ้านเกิดดั้งเดิมของไก่ย่างสีสันจัดจ้านที่ประทับอยู่ในความทรงจำของเรามานานหลายสิบปี แถมบ้านเกิดของไก่ฆอและที่เรามาเยือนคราวนี้ ยังถือเป็น ‘บ้านเกิดของบ้านเกิด’ อีกทีด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39569" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><b>ปากาปันยัง บ้านเกิดของไก่ย่างงานคราฟต์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สายวันนั้นเราเดินอยู่ในหมู่บ้านปากากันยัง หมู่บ้านเล็กๆ ในตัวเมืองปัตตานีที่มีครัวเรือนอยู่เพียงหลักสิบ และเกือบทุกบ้านต่างปรุงไก่ฆอและขายกันเป็นอาชีพหลัก เรียกว่าช่วงสายของทุกวัน เราจะได้เห็นควันจากการย่างไก่ลอยโขมงไปทั่วบริเวณ แต่กว่าไก่ฆอและจะกลายเป็นธุรกิจของชุมชน ย้อนกลับไปเกือบศตวรรษก่อน มันเคยเป็นสูตรลับของตระกูลหนึ่งซึ่งแม่ส่งต่อให้ลูกสาวมารุ่นสู่รุ่น ตระกูลที่ชื่อ ‘เวาะเล็ง’</span></p>
<p><b>มะ-สารีฟะห์ เวาะเล็ง</b><span style="font-weight: 400;"> (มะในภาษามลายูหมายถึงแม่ ใช้เรียกแม่หรือหญิงวัยกลางคนที่นับถือ) หญิงวัยกลางคนเจ้าของสูตรไก่ฆอและเจ้าแรกในหมู่บ้านปากากันยังออกมาต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม เมื่อเราผู้เป็นคนต่างถิ่นและไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมชาวมุสลิมสักเท่าไหร่เสนอตัวขอเข้าครัวไปทำความรู้จักกับไก่ฆอและใกล้ๆ<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39586" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มาๆ นั่งก่อน กินน้ำก่อน” มะชวนด้วยน้ำเสียงอารี ขณะเรากำลังสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ที่คลุ้งด้วยกลิ่นควันจางๆ จากกะลามะพร้าว กลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ และกลิ่นเครื่องเทศฉุนขึ้นจมูก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เคยกินไก่ฆอและมาก่อนไหม” แม่ครัวชวนคุย เราพยักหน้า เธอจึงถามว่าที่เรากินนั้นเป็นอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เหมือนไก่ย่าง ราดน้ำแกงกะทิ รสหวานๆ” เราเล่าความเข้าใจไปว่าอย่างนั้น มะหัวเราะ ก่อนบอกว่านั่นอาจไม่เรียกว่าฆอและเสียด้วยซ้ำ ด้วยเป็นสูตรที่ผันไปจากต้นตำรับจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไก่ฆอและเกิดที่หมู่บ้านปากากันยัง ในครัวตรงนี้ คำว่าฆอและเป็นภาษามลายู หมายถึงพลิกไปพลิกมา (ยิ้ม)” คงหมายถึงกิริยาการย่างไก่ที่ต้องใช้ความพิถีพิถันกลับหันมันให้สุกทั่วกันดี เราคิดในใจ “แล้วสูตรของครอบครัวเราถึงกระจายไปบ้านข้างๆ แล้วก็ขยายไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายไปเติบโตในอีกอำเภอ คืออำเภอโคกโพธิ์ในจังหวัดปัตตานีนี่แหละ” มะเล่าเรื่อยถึงการเปลี่ยนผ่านของฆอและปากากันยังสู่ฆอและโคกโพธิ์ ที่นับเป็นฆอและสายแมสซึ่งต่อมาแพร่หลายกระจายไปทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วสูตรของสองที่นี้แตกต่างกันไหมคะ” เราถาม อีกฝ่ายยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร ก่อนผละไปเตรียมไก่ตัวใหญ่ที่เพิ่งได้มาสดๆ จากฟาร์มให้เราได้เห็นคำว่า ‘ต้นตำรับ’ อย่างเต็มตา<br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39558" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39594" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /> </span></p>
<p><b>คือรายละเอียดและความเคารพในวัตถุดิบ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มะค่อยๆ ใช้มีดเงาวับแล่เนื้อไก่ออกเป็นหลายๆ ส่วน ทั้งเครื่องใน หนัง เนื้อ กระดูก ต่างถูกแยกกองไว้อย่างใส่ใจ ก่อนแม่ครัวจะหันมาบอกกรรมวิธีต่อไปให้เราฟัง “ไก่ทั้งตัวเราจะไม่เหลือทิ้งเลยนะ” เธอเกริ่น “ฆอและหมายถึงวิธีปรุงมากกว่า อะไรก็ตามถ้าเอามาย่างกับน้ำแกงกะทิสูตรเฉพาะ ก็จะกลายเป็นฆอและได้เหมือนกันหมด” จึงไม่แปลกที่อีกฟากของห้องครัวจะมีทั้งปลาทู เครื่องในวัว รวมถึงอาหารทะเลหลายอย่าง วางเรียงไว้รอเข้าสู่กระบวนการปรุงเปลี่ยนเป็นเมนูฆอและ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แอบกระซิบว่า หอยแครงฆอและของปากากันยังนั้นอร่อยในระดับที่ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจ ด้วยหอยสดๆ จากชายฝั่งไม่ไกลกันนั้นเข้ากับเครื่องแกงฆอและแบบสุดๆ<br />
</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39573" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39591" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/แนวตั้ง.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/แนวตั้ง.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/แนวตั้ง-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/แนวตั้ง-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
</span><span style="font-weight: 400;">นิ้วเรียวยาวของแม่ครัวค่อยๆ หยิบชิ้นส่วนไก่มาเสียบใส่ไม้ไผ่ทีละชิ้น “ใจความสำคัญของฆอและอยู่ที่เนื้อกับเครื่องแกง” เธอว่าอย่างนั้น “สูตรของปากากันยัง ทุกบ้านจะนำเนื้อไก่เสียบไม้ แล้วต้มในกระทะใบบัวจนสุก ถึงเอาไปย่างด้วยถ่านกะลามะพร้าว พร้อมกับทาเครื่องแกงให้ทั่ว ปล่อยให้ไก่ทั้งไม้ค่อยๆ ซึมซับเครื่องแกงเข้าในไปเนื้อ ย่างแค่หนังไก่กรอบแล้วก็ใช้ได้ ไม่ต้องย่างนานจนหนังไก่ไหม้หรือเนื้อแห้ง เพราะเราต้มให้สุกมารอบหนึ่งแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แสดงว่าสูตรอื่นๆ เขาไม่ต้มก่อน” เราแอบถาม ส่วนมะหัวเราะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนใหญ่ที่อื่นเขาก็ไม่ต้ม เพราะมันใช้เวลาเยอะ พอเอาไปย่างยังไงมันก็สุกอยู่ดี” แม่ครัวเสริมด้วยว่า การต้มไก่ก่อนหนึ่งรอบนั้นนอกจากจะทำให้เนื้อสุกแน่ๆ แล้ว ยังกำจัดน้ำมันในไก่บางส่วนออกไป เมื่อเนื้อไก่เจอกับเครื่องแกงจึงไม่เลี่ยน กินเยอะๆ แล้วไม่เอียนเหมือนเมนูกะทิชนิดอื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเรากำลังมองไก่ในกระทะเปลี่ยนเป็นสีขาวอย่างช้าๆ เตาไฟก็ดูเหมือนว่าจะพร้อมแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39585" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/34.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/34.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/34-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><b>คือรสชาติที่ซ่อนอยู่ในดินแดนมลายูปัตตานี </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะใช้ทุกชิ้นส่วนชนิดไม่เหลือทิ้ง เชื้อเพลิงที่ใช้ย่างไก่ฆอและยังมาจากกะลามะพร้าวแก่จัดที่คัดมาคั้นทำกะทิ และไม่เพียงให้ความร้อนนาน ยังช่วยลดขยะในสวนมะพร้าวได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ก่อนเริ่มย่าง เราต้องเคี่ยวน้ำแกงให้ได้ที่ไว้ล่วงหน้า” มะชี้ไปยังหม้อแกงกะทิสีส้มสดที่อยู่ไม่ไกล พลางอธิบายว่าต้องใช้เวลาเคี่ยวทั้งหม้อนานหลายชั่วโมงเพื่อให้พริกแห้งเมล็ดใหญ่ หอมแดง และกระเทียมสด หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับหัวกะทิและเครื่องปรุงรสอีกหลายชนิดที่ต่างกันไปตามความอร่อยของแต่ละตำรับ<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39560" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39579" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39578" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วินาทีถัดมา ไก่นับสิบไม้ก็พากันกระจายตัวอยู่บนตะแกรงย่าง ขณะมะคอยคุมไฟไม่ให้แรงเกินไป แต่ก็แรงพอให้เกิดควันอาบไล้เนื้อไก่และทำให้หนังไก่ฆอและกรอบกำลังดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่นานกลิ่นหอมๆ ก็โชยไปทั้งห้องครัว จนเราอดออกตัวขอชิมสักชิ้นไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อร่อย!” สีหน้าของเราคงเล่าความอร่อยได้ชัดจนแม่ครัวหัวเราะ<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39564" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/13-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ภาษามลายูต้องพูดว่า ซือดะ สุโงะ” เธอแนะ ก่อนเราจะระลึกขึ้นได้ว่ากำลังยืนอยู่ในชุมชนชาวมลายูเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบพันปี ด้วยอาณาจักรปัตตานีนั้นเริ่มก่อร่างสร้างเมืองมาก่อนสยามถึง 500 ปี แน่นอนว่าอาหารแบบปัตตานีจึงมีรายละเอียดเข้มข้นลึกซึ้งเช่นเดียวกัน อาทิ การใช้มะพร้าวเป็นส่วนผสมในอาหาร หรือการแต่งสีเมนูให้จัดจ้านซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีนที่แพร่หลายเข้ามาผ่านพ่อค้าชาวจีนผู้โล้สำเภามาทำการค้ายังเมืองละแวกอ่าวมะละกาที่ไล่เรื่อยมาตั้งแต่มาเลเซียจนถึงหลายจังหวัดทางใต้ของไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จะอร่อยกว่านี้ถ้ากินกับข้าวหลามและซุปเนื้อ มันเป็นของคู่กันเหมือนกินข้าวกับน้ำพริก เป็นวิธีกินที่ชาวมลายูปัตตานีทุกบ้านนิยมกัน” มะเล่ายิ้มๆ ชวนให้เรานึกรสชาติของข้าวหลามหวานมันที่น่าจะเข้าคู่กันกับเนื้อไก่นุ่มๆ รสชาติจัดจ้านได้อย่างละมุนละไม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังไก่ไม้สุดท้ายกลายเป็นไก่ย่างฆอและเต็มตัว มะก็ชวนให้เรานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39592" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนวันหนึ่งต้องมีหลักพันไม้ หรือถ้าเป็นช่วงถือศีลอดอาจขายได้วันละ 4-6 พันไม้ต่อวัน เพราะชาวมุสลิมนิยมซื้อไว้กินกันหลังพระอาทิตย์ตกดิน” เราคิดภาพความคึกคักในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ไม่ออก ด้วยภายนอกนั้นสงบเงียบ และนอกจากเราแล้วก็ไร้คนภายนอกเข้ามาย่างกรายอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัตตานีปีหลังๆ เงียบลงมาก” เราชะงักเมื่อได้ยินประโยคจากปากผู้เกิดและเติบโตขึ้นในเมืองปัตตานีนานร่วมครึ่งศตวรรษ ผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากยุครุ่งเรืองสู่ห้วงเวลาที่ชื่อปัตตานีถูกปกคลุมด้วยภาพความรุนแรง กระทั่งทำให้เรื่องราวและรสชาติในดินแดนนี้เลือนหายอย่างยากจะฉุดรั้งไว้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และคงน่าเสียดาย หากวันหนึ่งไก่ย่างฆอและจะหายไปจากปากาปันยัง<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-39572" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/09/21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>address</strong>: ตั้งอยู่หน้าตลาดเทศวิวัฒน์ อำเภอเมืองปัตตานี</span></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/grilled-chicken-pattani/">ไก่ฆอและปากากันยัง : ไก่ย่างอย่างมลายูที่ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ของปัตตานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/grilled-chicken-pattani/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
