<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Romanti-Site &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/series/romanti-site/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/series/romanti-site/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 Oct 2021 10:52:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Hawaii เกาะสวรรค์ใน 50 First Dates ที่ดึงดูดใจชาวเมืองด้วยธรรมชาติและคุณภาพชีวิตติดอันดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/romanti-site-hawaii/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Oct 2021 10:52:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Romanti-Site]]></category>
		<category><![CDATA[hawaii]]></category>
		<category><![CDATA[a day series]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองโรแมนติก]]></category>
		<category><![CDATA[50 first dates]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147445</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าให้จินตนาการบรรยากาศสุดจะโรแมนติกในความคิดของทุกคน เราเชื่อว่าภาพพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า สาดแสงสีส้มอ่อนๆ ลงบนน้ำทะเลระยิบระยับกับหาดทรายขาวละมุน และกลิ่นของลมทะเลแสนสดชื่นที่พัดมาเบาๆ น่าจะเป็นภาพหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน บรรยากาศโรแมนติกที่เราจะได้ใช้เวลาร่วมกับคนรักนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเราที่เป็นมนุษย์เมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เป็นไปได้ไหมที่เราจะอยู่ในเมืองที่สะดวกสบาย คึกคัก มีชีวิตชีวา แต่ก็รายล้อมไปด้วยทะเลสวย น้ำใส หาดทรายขาว และธรรมชาติสมบูรณ์ครบถ้วน คำตอบของเราคือเป็นไปได้ และสถานที่นั้นคือฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้สุดคลาสสิกอย่าง 50 First Dates ผลงานของผู้กำกับ Peter Segal ในปี 2004 เป็นเรื่องหนึ่งที่ใช้บรรยากาศของเกาะฮาวายช่วยเล่าเรื่องให้กลมกล่อม เรื่องราวของเฮนรี่ (รับบทโดย Adam Sandler) สัตวแพทย์สัตว์น้ำที่ทำงานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนเกาะโอวาฮู (Oahu) รัฐฮาวาย ที่ดันไปตกหลุมรักครูสอนศิลปะสาวอย่างลูซี่ (รับบทโดย Drew Barrymore) แต่ในวันถัดมาหลังจากที่ทั้งคู่เจอกัน เฮนรี่กลับพบว่าลูซี่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเขาไม่ได้เลย เพราะเธอประสบอุบัติเหตุจนเป็นโรคความจำเสื่อมชั่วคราว ทำให้เธอจำอะไรได้แค่หนึ่งวัน และความทรงจำจะถูกรีเซตใหม่ทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น และนั่นก็ทำให้เฮนรี่ต้องพยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อทำให้เธอจำเขาให้ได้ แม้จะต้องเริ่มต้นจีบลูซี่ใหม่ในทุกๆ วัน ตอนที่ดูสมัยเด็กๆ เราอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นเรื่องจริง การพยายามทำให้คนคนเดิมตกหลุมรักเราซ้ำๆ ในทุกวันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ แต่ซีกัลก็ถ่ายทอดพล็อตโรแมนติกน่าเอาใจช่วยนี้ผ่านมุกตลกแบบอเมริกันสุดๆ และการแสดงที่เข้าขากันดีของสองนักแสดงนำ มากกว่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-hawaii/">Hawaii เกาะสวรรค์ใน 50 First Dates ที่ดึงดูดใจชาวเมืองด้วยธรรมชาติและคุณภาพชีวิตติดอันดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้าให้จินตนาการบรรยากาศสุดจะ<a href="https://adaymagazine.com/category/series/romanti-site/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">โรแมนติก</a>ในความคิดของทุกคน เราเชื่อว่าภาพพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า สาดแสงสีส้มอ่อนๆ ลงบนน้ำทะเลระยิบระยับกับหาดทรายขาวละมุน และกลิ่นของลมทะเลแสนสดชื่นที่พัดมาเบาๆ น่าจะเป็นภาพหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของใครหลายคน บรรยากาศโรแมนติกที่เราจะได้ใช้เวลาร่วมกับคนรักนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเราที่เป็นมนุษย์เมืองที่ใช้ชีวิตเร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาหายใจ</p>



<p>เป็นไปได้ไหมที่เราจะอยู่ในเมืองที่สะดวกสบาย คึกคัก มีชีวิตชีวา แต่ก็รายล้อมไปด้วยทะเลสวย น้ำใส หาดทรายขาว และธรรมชาติสมบูรณ์ครบถ้วน คำตอบของเราคือเป็นไปได้ และสถานที่นั้นคือฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_-689x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147663" width="517" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_-689x1024.jpg 689w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_-202x300.jpg 202w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_-768x1142.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_-600x892.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BMjAwMzc4MDgxNF5BMl5BanBnXkFtZTYwNjUwMzE3._V1_FMjpg_UX1000_.jpg 1000w" sizes="(max-width: 517px) 100vw, 517px" /></figure></div>



<p>ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้สุดคลาสสิกอย่าง <em>50 First Dates</em> ผลงานของผู้กำกับ Peter Segal ในปี 2004 เป็นเรื่องหนึ่งที่ใช้บรรยากาศของเกาะฮาวายช่วยเล่าเรื่องให้กลมกล่อม เรื่องราวของเฮนรี่ (รับบทโดย Adam Sandler) สัตวแพทย์สัตว์น้ำที่ทำงานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนเกาะโอวาฮู (Oahu) รัฐฮาวาย ที่ดันไปตกหลุมรักครูสอนศิลปะสาวอย่างลูซี่ (รับบทโดย Drew Barrymore) แต่ในวันถัดมาหลังจากที่ทั้งคู่เจอกัน เฮนรี่กลับพบว่าลูซี่จำอะไรเกี่ยวกับตัวเขาไม่ได้เลย เพราะเธอประสบอุบัติเหตุจนเป็นโรคความจำเสื่อมชั่วคราว ทำให้เธอจำอะไรได้แค่หนึ่งวัน และความทรงจำจะถูกรีเซตใหม่ทั้งหมดในวันรุ่งขึ้น และนั่นก็ทำให้เฮนรี่ต้องพยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อทำให้เธอจำเขาให้ได้ แม้จะต้องเริ่มต้นจีบลูซี่ใหม่ในทุกๆ วัน</p>



<p>ตอนที่ดูสมัยเด็กๆ เราอดคิดไม่ได้ว่าหากเป็นเรื่องจริง การพยายามทำให้คนคนเดิมตกหลุมรักเราซ้ำๆ ในทุกวันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เท่าไหร่ แต่ซีกัลก็ถ่ายทอดพล็อตโรแมนติกน่าเอาใจช่วยนี้ผ่านมุกตลกแบบอเมริกันสุดๆ และการแสดงที่เข้าขากันดีของสองนักแสดงนำ มากกว่านั้น หนังยังใช้สถานที่ดังๆ บนเกาะโอวาฮูจริงๆ เพื่อให้เห็นบรรยากาศของชายเกาะ ทะเล คลื่นลม และความบันเทิงแบบอโลฮ่าของชาวฮาวายพื้นถิ่น ที่ยิ่งช่วยเสริมให้ <em>50 First Dates</em> เป็นหนังที่ดูสนุกและครองใจทุกคนมากว่า 20 ปี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-1024x667.jpg" alt="" class="wp-image-147656" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-1024x667.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-300x195.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-768x500.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-1536x1001.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-2048x1334.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date2-600x391.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>Hukilau Cafe คาเฟ่ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่เฮนรี่และลูซี่เจอกัน คือร้านอาหารเช้าที่มีอยู่จริงในเกาะโอวาฮู, อควาเรียม Sea Life Park สถานที่ทำงานของเฮนรี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเกาะ, Makapuu Lighthouse ประภาคารบนยอดเขาที่ลูซี่และเฮนรี่จุมพิตกันก็เป็นทางเดินเขาที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวสวยหลักล้าน หรือแม้แต่สวนสับปะรด Dole Plantation ที่ลูซี่กับพ่อเดินทางไปด้วยกัน และเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทำลายความทรงจำของเธอก็อยู่บนเกาะโอวาฮู</p>



<p>ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ที่ถ่ายทำบนเกาะแห่งนี้ ก็เหมือนว่า <em>50 First Dates</em> ได้นำเสนอภาพของฮาวายไว้ครบถ้วน และชวนให้คู่รักหลายคนตั้งใจจะมาฮันนีมูนและสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกริมทะเลฮาวายเหมือนอย่างเฮนรี่และลูซี่ จึงไม่แปลกที่หมู่เกาะฮาวายในภาพจำของใครหลายคนจะเป็นภาพเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสวยงาม มีกิจกรรมเอาต์ดอร์สนุกสนานให้ทำ ทั้งดำน้ำ เล่นเซิร์ฟบอร์ด หรือปีนเขา แม้แต่ในเมืองหลวงอย่างโฮโนลูลู (Honolulu) เองก็แสนจะมีชีวิตชีวาสุดๆ&nbsp;</p>



<p>เพราะเป็นรัฐที่แทบจะอุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวก ฮาวายจึงครองตำแหน่งรัฐที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีเป็นอันดับต้นๆ ของอเมริกาตลอดมา จนน่าสนใจว่าฮาวายคิดและทำยังไงให้เกาะที่ไม่มีอะไรในดินแดนไกลโพ้น กลายมาเป็นเมืองหมุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงชาวอเมริกันที่อยากย้ายมาปักหลักชีวิตกันที่นี่ด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="643" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_-1024x643.jpg" alt="" class="wp-image-147660" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_-1024x643.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_-768x482.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_-600x376.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/2Waikiki-Honolulu-Hawaii_britannica.com_.jpg 1275w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>britannica.com</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในอเมริกา</strong></h3>



<p>หมู่เกาะฮาวาย เกิดขึ้นเมื่อชาว Polynesians ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งอาศัยอยู่บนหมู่เกาะมาร์เคซัส ย้ายมาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยยุคกลาง (Medieval Period: 400 CE) โดยอาศัยอยู่กันเป็นชุมชนเล็กๆ ดำรงชีพด้วยการประมงและการเกษตร ก่อนที่ในปี 1778 James Cook จะล่องเรือมาถึงเกาะโอวาฮูระหว่างที่ออกสำรวจมหาสมุทร กัปตันคุกรวมถึงชาวตะวันตกได้เข้ามาสร้างความรุ่งเรืองและเผยแพร่แนวคิดแบบซิวิไลซ์ให้กับชาวฮาวาย ภายหลังที่อาณาจักรฮาวายถูกปกครองโดยราชวงศ์คาเมฮาเมฮา (Kamehameha) ก็เป็นยุคที่มิชชันนารีจากยุโรปเข้ามาเผยแพร่ศาสนา จนในปี 1893 ชาวอเมริกันได้หลั่งไหลเข้ามาประกอบอาชีพต่างๆ กิจกรรมเศรษฐกิจสำคัญที่หล่อเลี้ยงฮาวายมาตั้งแต่อดีตและอเมริกาก็เข้ามาหวังประโยชน์ตั้งแต่แรก คือการแปรรูปอ้อยเพื่อใช้ผลิตน้ำตาลในระดับอุตสาหกรรม ในที่สุดฮาวายก็ถูกควบรวมเป็นดินแดนของอเมริกาเมื่อปี 1898 ด้วยเหตุผลทั้งทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ และในปี 1959 อเมริกาก็ตั้งฮาวายเป็นรัฐที่ 50 ของประเทศ</p>



<p>ในทางภูมิศาสตร์ หมู่เกาะฮาวายประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ 137 เกาะ สำหรับโอวาฮู โลเคชั่นหลักของ <em>50 First Dates</em> ถือเป็นเกาะสำคัญที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ได้ชื่อว่าเป็นหัวใจของฮาวาย (The Heart of Hawaii) เพราะเป็นที่ตั้งเมืองหลวงโฮโนลูลู โอวาฮูถูกเรียกว่าเป็นสวรรค์บนดินของใครหลายคน เพราะมีชายหาดทางใต้ของเกาะอย่าง Waikiki Beach ที่เด่นดังเรื่องการเล่นเซิร์ฟบอร์ด หรือ Lanikai Beach ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติก ส่วนสายผจญภัยชอบปีนเขาก็มีภูเขาไฟที่สงบแล้วหลายลูกและพื้นที่ป่าธรรมชาติมากมายรอให้ไปสำรวจ รวมถึงวัฒนธรรมของชาวฮาวายพื้นบ้านอย่างการเต้นฮูล่า (Hula) และเทศกาลศิลปะ ดนตรี หรือแม้แต่เทศกาลภาพยนตร์ที่จัดไว้เอาใจหนุ่มสาวและคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจเดินทางมาเรียนรู้และสนุกไปกับประสบการณ์พิเศษที่ฮาวายมอบให้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147664" width="840" height="560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-th.hotels.com_.jpg 1600w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /><figcaption>Lanikai Beach ภาพจาก best-of-th.hotels.com</figcaption></figure></div>



<p>แต่ฮาวายก็ไม่ใช่เมืองที่มุ่งพัฒนาเอาใจแต่นักท่องเที่ยว เพราะสำหรับประชากรกว่า 1.4 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในฮาวาย พวกเขาก็ใช้ชีวิตบนเกาะแห่งนี้ไม่ต่างจากการอยู่บนสวรรค์เช่นกัน</p>



<p>จากการจัดอันดับของหลายสื่อหลากสำนัก ฮาวายติดท็อปลิสต์เมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในอเมริกามาตลอด เช่นผลสำรวจ U.S. Well-Being Index 2019 โดย Gallup ฮาวายก็ครองแชมป์มาถึง 7 ครั้งตั้งแต่มีการ<a href="https://news.gallup.com/poll/247034/hawaii-tops-wellbeing-record-7th-time.aspx">สำรวจ</a>นี้ในปี 2008 หรือการจัดอันดับ Top States for Business โดยสำนักข่าว CNBC ที่จัดอันดับเมืองที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต ฮาวายก็ติดอันดับ 1-3 มาตลอด ล่าสุดในปี <a href="https://www.cnbc.com/2021/07/16/these-states-are-americas-best-places-to-live-in.html">2021</a> ฮาวายอยู่อันดับ 2 เป็นรองแค่รัฐเวอร์มอนต์เท่านั้น</p>



<p>ปัจจัยที่ฮาวายมีคะแนนนำรัฐอื่นๆ คือดัชนีด้านสิ่งแวดล้อม อย่างคุณภาพอากาศที่ฮาวายได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่อากาศสะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดในอเมริกามาตลอด รวมถึงเรื่องสาธารณสุข และอัตราการจ้างงานที่สูงซึ่งสะท้อนว่าฮาวายเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ถือเป็นข้อดีหลักๆ ที่ชูความน่าอยู่ของฮาวายจนใครๆ ก็อยากย้ายมาที่นี่</p>



<p>ด้วยทำเลที่ตั้งเป็นเกาะล้อมรอบด้วยมหาสมุทร ทำให้ฮาวายมีลมทะเลพัดให้อากาศปลอดโปร่งไร้ฝุ่นควัน แถมสภาพอากาศบนเกาะตลอดทั้งปียังเรียกว่าสบายๆ ไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป ในฤดูร้อน แสงแดดอุ่นๆ อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียสก็ไม่จ้าจนแสบผิว ส่วนอากาศในฤดูหนาวระหว่างกลางวันและกลางคืนก็ไม่แตกต่างมากนัก (ประมาณ 18-28 องศาเซลเซียส) ภูมิอากาศที่สมบูรณ์บวกกับทรัพยากรธรรมชาติที่ถือเป็นของขวัญจากบรรพบุรุษของชาวฮาวายแบบนี้ทำให้ชาวเมืองพอใจที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน และทำกิจกรรมเอาต์ดอร์ท่ามกลางธรรมชาติได้เต็มที่ ผลลัพธ์คือคนมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ครองตำแหน่งรัฐที่ประชากรมีอายุยืนที่สุดในอเมริกาได้อีกหนึ่ง คือ 81 ปี สูงกว่า<a href="https://www.travelandleisure.com/trip-ideas/yoga-wellness/states-with-longest-shortest-life-expectancies">ค่าเฉลี่ย</a>ของชาวอเมริกันที่อยู่ที่ 78.7 ปี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="630" height="400" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-Eco-Tourism_gohawaii.com_.jpg" alt="" class="wp-image-147673" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-Eco-Tourism_gohawaii.com_.jpg 630w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-Eco-Tourism_gohawaii.com_-300x190.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-Eco-Tourism_gohawaii.com_-600x381.jpg 600w" sizes="(max-width: 630px) 100vw, 630px" /><figcaption>gohawaii.com</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดินแดนที่มีธรรมชาติเป็นของขวัญ</strong></h3>



<p>เพราะธรรมชาติเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งในฮาวาย จึงมีประโยคภาษาฮาวายที่ว่า ‘Mālama ka &#8216;aina’ แปลว่า จงดูแลผืนดินของเรา (take care of the land) คำนี้เป็นเหมือนค่านิยมร่วมของชาวฮาวายที่มีหน้าที่ปกป้องดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ทำให้นโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมในฮาวายนั้นจริงจังมากๆ และมีเป้าหมายที่อยากให้ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ที่ในหมู่เกาะฮาวายมีสูงถึง 435 สายพันธุ์</p>



<p>ความเปราะบางของระบบนิเวศทำให้ฮาวายเป็นเมืองต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่ไม่ว่าจะโปรแกรมทัวร์หรือสถานที่ท่องเที่ยวไหนๆ ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อธรรมชาติเป็นสำคัญ เช่น โปรแกรมทัวร์สวนพฤกษศาสตร์หรือพื้นที่อนุรักษ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมพันธุ์พืชท้องถิ่น หรือการชมวาฬที่สามารถแทรกความสำคัญของธรรมชาติให้ผู้มาเยือนเข้าใจและประทับใจไปพร้อมกัน</p>



<p>นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐฮาวายไม่เพียงแค่รับเอากฎหมายหรือข้อบังคับทางสิ่งแวดล้อมอย่างกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) กฎหมายน้ำบริสุทธิ์ (Clean Water Act) หรือกฎหมายว่าด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร (The Resource Conservation and Recovery Act) ที่รัฐสภาประกาศใช้กับทุกรัฐมาทำไปส่งๆ แต่หลักฐานที่บอกว่ารัฐบาลท้องถิ่นและชาวฮาวายจริงจังถึงขั้นไหน ดูได้จากการที่ Mercer บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลระดับโลกยกตำแหน่งให้โฮโนลูลูเป็นอันดับหนึ่งด้านการจัดการสุขอนามัยในเมืองเมื่อปี 2018 ซึ่งประเมินจาก<a href="http://www.hawaiifreepress.com/Articles-Main/ID/21489/Honolulu-Worlds-Best-City-">ศักยภาพ</a>ในการจัดการขยะ ของเสีย และโครงสร้างการจัดการน้ำเสียในเมือง รวมไปถึงคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ฮาวายไม่เคยเป็นรองใครอยู่แล้วด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-1024x576.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/50fifst_date-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยมหาสมุทร ปัญหาหนึ่งของฮาวายที่ต้องวางรากฐานตั้งแต่เริ่มขยายเมืองเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้นคือ ทำยังไงที่จะมีน้ำสำหรับดื่มกินและใช้ในครัวเรือนได้เพียงพอ ฮาวายพัฒนาโครงสร้างระบบประปาไว้พร้อม รวมถึงระบบการบำบัดและผันแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งน้ำฝนหรือน้ำจากเทือกเขา</p>



<p>ถึงอย่างนั้นความไม่แน่นอนก็อาจเกิดขึ้นได้ ในปี 2013 Hawaii Community Foundation (HCF) จึงก่อตั้งโปรเจกต์ชื่อว่า Hawaii Fresh Water Initiative เพื่อสนับสนุนและสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญหลากสาขา ทั้งเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่นักลงทุนที่ดินเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการขาดแคลนน้ำและภาวะแล้งในอนาคต เป้าหมายที่ HCF วางไว้ภายในปี 2030 คือหมู่เกาะฮาวายจะต้องกักเก็บน้ำไว้ได้ถึง 40 ล้านแกลลอนต่อวัน (แปลว่าประชาชนต้องประหยัดน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิม 15 เปอร์เซ็นต์) ต้องจัดการระบบหมุนเวียนน้ำฝนและแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ให้ได้มากกว่าวันละ 30 ล้านแกลลอน รวมไปถึงการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ก็มีตัวเลขเป้าหมายที่วันละ 30 ล้านแกลลอนเช่นกัน แผนปฏิบัติการนี้อาจฟังดูยากและเต็มไปด้วยความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและความร่วมมือจากชาวเมือง แต่ก็เป็นเป้าหมายที่ทำให้ชาวฮาวายต้องตระหนักรู้และไม่ประมาทกับอนาคตที่คงมาถึงในสักวัน</p>



<p>ภาพเมืองท่องเที่ยวเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสะดวกสบายของฮาวายที่เราเห็น จึงเป็นผลลัพธ์มาจากทิศทางการพัฒนาเมืองที่ตั้งต้นจากการพิจารณาถึงต้นทุนทางทรัพยากรที่มี พ่วงด้วยความใส่ใจที่จะอนุรักษ์ให้ยั่งยืนผ่านการพัฒนาโครงสร้างเมืองให้มีระบบสาธารณูปโภคและนโยบายเมืองที่พร้อม และสุดท้ายคือการปลูกฝังการเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติไปนานๆ ให้ทั้งชาวเมืองและผู้มาเยือน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-1024x683.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147667" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii_gohawaii.com_.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>gohawaii.com</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เกาะสวรรค์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปิน</strong></h3>



<p>ความคึกคักและชีวิตชีวาที่เราเจอได้ในฮาวายไม่ได้มาจากธรรมชาติที่สวยงามทั่วทั้งเกาะอย่างเดียวเท่านั้น ด้านศิลปวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นจุดเด่นของชาวฮาวายเช่นกัน การเต้นรำฮูล่า พิธีกรรมชนเผ่าที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ของบรรพบุรุษชาวพอลินีเซียน เทศกาลสนุกสนาน ดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมพื้นถิ่นของชาวฮาวายคือเสน่ห์ที่ดึงดูดคนจำนวนมากให้ตกหลุมรักที่นี่ เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ฮาวายไม่เหมือนเกาะไหนๆ อย่างในภาพยนตร์ <em>50 First Dates</em> เราก็ได้เห็นฉากเต้นฮูล่าริมทะเลและเสียงดนตรีแบบฮาวายแท้ๆ รวมถึงชนเผ่าพื้นเมืองก็ได้ถูกนำเสนอในหนังด้วย</p>



<p>หนึ่งในเทศกาลเฉลิมฉลองที่ทั้งสำคัญและคึกคักของฮาวายคือเทศกาลลูอาว (Luau) สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่ปี 1819 ที่ฮาวายยังอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์คาเมฮาเมฮา หนุ่มสาวชาวเมืองจะออกมาแต่งชุดฮาวาย มีสร้อยดอกไม้แขวนอยู่ที่คอ และเต้นระบำไปกับดนตรีพื้นเมือง ความพิเศษอยู่ที่มื้ออาหารแบบดั้งเดิมอย่างเผือกที่ถูกกวนจนข้น (Poi) หรือหมูย่างที่กินพร้อมกับใบเผือก (Kālua) เทศกาลลูอาวสุดครื้นเครงนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ชาวเมือง (และนักท่องเที่ยว) จะได้มาเจอกัน ทำความรู้จักและสังสรรค์ในบรรยากาศสนุกสนานเคล้าความโรแมนติกที่ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-1024x768.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147668" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Luau-Festival-Hawaii-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Luau Festival</figcaption></figure></div>



<p>ฮาวายยังเป็นรัฐที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูด ละคร และซีรีส์อีกมากมาย นอกจาก <em>50 First Dates</em> ยังมีภาพยนตร์ดังๆ อย่าง <em>Jurassic Park</em> และ <em>Jurassic World</em> ที่มาถ่ายทำบนเกาะคาไว (Kauai) และเกาะโอวาฮู หรือแม้แต่ <em>The Hunger Games: Catching Fire</em> และ<em> Pirates of the Caribbean</em> เพราะเป็นเมืองที่ต้อนรับนักแสดงและทีมโปรดักชั่นดังๆ จากทั่วโลก บวกกับเสน่ห์ของชายหาดและทะเล ทำให้ฮาวายเหมาะกับการจัดเทศกาลภาพยนตร์มากมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเหล่าคนในวงการภาพยนตร์ให้มาเยือน ทั้งเทศกาลหลักอย่าง Hawaii International Film Festival (HIFF) ที่จัดมาตั้งแต่ปี 1981 ซึ่งมีคนร่วมงานมากถึงปีละ 70,000 คน รวมถึงเทศกาลภาพยนตร์ขนาดย่อมๆ อย่าง Made in Hawaii Film Festival ที่ฉายหนังโดยใช้หมู่เกาะฮาวายเป็นสถานที่ถ่ายทำ (เพื่อโชว์ให้เห็นว่าฮาวายเหมาะที่จะใช้ถ่ายหนังมากขนาดไหน), Waimea Ocean Film Festival และ Honolulu Rainbow Film Festival ซึ่งฉายภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชาว LGBTQ+ โดยเฉพาะ เป้าหมายของเทศกาลภาพยนตร์ในฮาวายคือการสนับสนุนให้คนทำหนังท้องถิ่นได้มีโอกาสแสดงฝีมือ และเป็นโอกาสดีที่คนทำงานสร้างสรรค์จากทั่วโลกจะได้มาพบปะเจอกันบนเกาะสวรรค์สุดโรแมนติกแห่งนี้นั่นแหละ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="738" height="492" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com-.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com-.jpg 738w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com--300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com--600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com--475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com--720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Hawaii-flim_hellotravel.com--360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 738px) 100vw, 738px" /><figcaption>hellotravel.com</figcaption></figure></div>



<p>ฮาวายยังเป็นเมืองในฝันของศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์ เพราะพวกเขาสามารถหาแรงบันดาลใจทำงานได้จากธรรมชาติรอบตัว ลูซี่ นางเอกในเรื่องเองก็เป็นครูสอนศิลปะ ซึ่งแปลว่าคนที่นี่ให้ความสำคัญกับศิลปะมาก ชาวเมืองฮาวายยังรักษาศิลปะพื้นถิ่นที่มีมาตั้งแต่อดีต อย่างงานฝีมือที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือขนนก งานแกะสลัก ประติมากรรม รวมไปถึงการสัก ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงความเชื่อ วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ ขณะเดียวกันศิลปะร่วมสมัยทั้งงานภาพวาด ภาพถ่าย ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและขับเคลื่อนโดยศิลปินชาวฮาวายรุ่นใหม่จำนวนมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-147669" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com--360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Kauai_Museum_hawaiimagazine.com-.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Kauai Museum ภาพจาก hawaiimagazine.com</figcaption></figure></div>



<p>การสนับสนุนเรื่องศิลปะและความรู้ของคนในรัฐฮาวายดีขนาดไหน เราอาจเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ในฮาวายที่มีมากกว่า 90 แห่งและยังหลากหลาย อย่าง Bishop Museum บนเกาะโอวาฮูที่เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สุดที่รวบรวมประวัติศาสตร์เชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติของชาวพอลินีเซียนและชาวฮาวายพื้นถิ่นไว้ครบถ้วนที่สุด, Kauai Museum พิพิธภัณฑ์งานคราฟต์พื้นถิ่นของชาวฮาวาย รวมไปถึง Honolulu Museum of Art ที่จัดแสดงคอลเลกชั่นงานศิลปะร่วมสมัยจากเอเชียขนาดใหญ่ที่สุดในอเมริกา</p>



<p>เทศกาลศิลปะ Maoli Arts Month (MAMo) ยังเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของคนสายอาร์ตให้ได้มาพบปะเจอกันที่จัดทั่วทั้งหมู่เกาะตลอดเดือนพฤษภาคมมาตั้งแต่ปี 2005 ก่อนที่จะขยายมาเป็นเทศกาล Maoli Arts Movement ในปี 2015 หรืออย่าง Honolulu Biennial ก็เป็นงานที่ศิลปินฮาวายกับศิลปินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมาสร้างงานร่วมสมัยร่วมกัน ความคึกคักของแวดวงสร้างสรรค์ในฮาวายไม่เคยหยุดนิ่งและทำให้ชาวฮาวายเห็นคุณค่าและความหมายของศิลปะ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมใครก็ตามที่ได้มาสัมผัสเสน่ห์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาขนาดนี้แล้วจะต้องตกหลุมรักทั้งเมืองและคนที่นี่ไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art--1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-147670" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art--1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art--300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art--768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art--600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Honolulu-Biennial_teamlab.art-.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Honolulu Biennial ภาพจาก teamlab.art</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่เราเห็นสายรุ้งพาดผ่าน</strong></h3>



<p>ฉากจบของภาพยนตร์ <em>50 First Dates</em> ถูกบรรเลงด้วยเพลงประกอบสุดคลาสสิกอย่าง <em>Somewhere Over the Rainbow</em> ผลงานของนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวฮาวาย Israel Kamakawiwoʻole ที่เราได้ยินทีไรก็เหมือนได้วาร์ปไปนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ อยู่ริมทะเลฮาวายทุกที แต่เพราะชื่อเพลงเป็นใจ เราเลยนึกสงสัยขึ้นมาว่าสุดปลายของสายรุ้งนั้นพาดผ่านเกาะฮาวายแห่งนี้ด้วยหรือเปล่า</p>



<p>เรื่องน่ายินดีก็คือฮาวายไม่ใช่เพียงเกาะสวรรค์ของคู่รักต่างเพศเท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้กับความรักของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ฮาวายเป็นรัฐแรกๆ ในอเมริกาที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ตั้งแต่ปี 2013 และได้สิทธิไม่ต่างจากการแต่งงานของคู่รักต่างเพศทั้งเรื่องของกฎหมายหรือการรับบุตรบุญธรรม (อย่างไรก็ตาม การยื่นเรื่องเสนอให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ถูกเสนอต่อศาล Supreme Court of the State of Hawaii มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1993 แล้ว)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="760" height="480" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3Honolulu-Pride_staradvertiser.com_.jpg" alt="" class="wp-image-147681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3Honolulu-Pride_staradvertiser.com_.jpg 760w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3Honolulu-Pride_staradvertiser.com_-300x189.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/3Honolulu-Pride_staradvertiser.com_-600x379.jpg 600w" sizes="(max-width: 760px) 100vw, 760px" /><figcaption>Honolulu Pride ภาพจาก staradvertiser.com</figcaption></figure></div>



<p>เราอาจบอกได้ว่าฮาวายเปิดกว้างเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศมากขนาดไหนได้จากศัพท์ภาษาฮาวายที่มีมาตั้งแต่อดีต อย่างคำว่า aikāne ที่หมายถึงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน ซึ่งได้รับการยอมรับมาตั้งแต่ยุคก่อนอาณานิคมเสียอีก รวมถึงคำว่า&nbsp;māhū ที่หมายถึงสถานะของเพศที่สาม (third gender) ซึ่งไม่ใช่เพศชายและเพศหญิง (ในขณะนั้นใช้เรียกพวกนักบุญ)</p>



<p>ปัจจุบันฮาวายจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาว LGBTQ+ ไม่แพ้ที่อื่น ธรรมชาติที่เป็นใจและบรรยากาศสุดคึกคักจากเสียงดนตรี ศิลปะ และกิจกรรมมากมายบนเกาะ เป็นเครื่องสนับสนุนให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอิสระในแบบที่ใจอยากโดยไม่ต้องสนว่าคนอื่นจะมองยังไง ผลสำรวจล่าสุดของ Public Religion Research Institute ในปี 2019 ยังบอกว่าชาวฮาวายกว่า 73 เปอร์เซ็นต์สนับสนุนการยุติความไม่เท่าเทียมกันทางเพศและพร้อมที่จะปกป้องสิทธิของชาว LGBTQ+ เต็มที่</p>



<p>ฮาวายเองยังมีหน่วยงานสำคัญที่ขับเคลื่อนสิทธิของชาว LGBTQ+ โดยเฉพาะ อย่าง Hawaii LGBT Legacy Foundation ผู้ริเริ่มจัดงาน Honolulu Pride เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา โดยเป็นมูลนิธิที่ตั้งใจสนับสนุนให้ชาวเพศหลากหลายใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและได้สิทธิเท่าเทียมกับทุกคน หรืออย่าง Honolulu Gay and Lesbian Cultural Foundation (HGLCF) ที่ทำหน้าที่สร้างความเข้าใจเรื่องราวของชาว LGBTQ+ แก่คนวงกว้างผ่านกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม (เทศกาลภาพยนตร์ HRFF คือหนึ่งในงานของกลุ่มนี้) ซึ่งไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นเมืองใดเมืองหนึ่งที่มีหน่วยงานขับเคลื่อนสิทธิของเพศหลากหลายจากภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง จนเราคิดว่าสายรุ้งน่าจะพาดผ่านเกาะฮาวายเรียบร้อยแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-1024x667.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147679" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-1024x667.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-300x196.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-768x501.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-1536x1001.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-2048x1335.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/MV5BOTQ0OTQwOTE4MF5BMl5BanBnXkFtZTgwMzIxMzYyMDI@._V1_-600x391.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เราอาจสรุปได้ว่าฮาวายเป็นมากกว่าแค่จุดหมายปลายทางของคู่รักที่อยากมาฮันนีมูนหรือท่องเที่ยวพักผ่อน เพราะสำหรับชาวเมืองเองแล้ว คุณภาพชีวิตดีๆ ที่พวกเขามีต่างหากคือนิยามของเกาะสวรรค์แห่งนี้ที่แท้จริง และเมืองที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ มีบรรยากาศแสนโรแมนติกเป็นใจแบบนี้ก็ไม่ทำให้เฮนรี่เหนื่อยเกินไปนักที่จะบอกเล่าเรื่องราวเดิมๆ ซ้ำๆ ให้ลูซี่ฟังใหม่ทุกวัน</p>



<p>ถ้าเราตกหลุมรักคนเดิมได้ซ้ำๆ ฮาวายก็พร้อมที่จะให้เราตกหลุมรักเมืองนี้ได้ทุกวันเช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Recommended Romantic Places in Hawaii</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading">Lanikai Beach</h4>



<p>ชายหาดที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดบนเกาะโอวาฮู คำว่า Lanikai มีความหมายว่าทะเลแห่งสวรรค์ (heavenly sea) เป็นเพราะหาดทรายที่นี่ขาวละมุนและทอดตัวยาว คลื่นลมทะเลไม่แรง เหมาะกับการแหวกว่ายในน้ำทะเลสีฟ้าเข้มหรือเล่นแพดเดิลบอร์ด และบรรยากาศที่เงียบสงบจนเหมือนถูกโอบกอดด้วยธรรมชาติที่แท้จริง ความพิเศษของหาดลานิไกคือค่อนข้างลึกลับ นอกจากจะไม่มีป้ายบอกทางชัดเจนและที่จอดรถใกล้ๆ แล้ว ทางเข้าที่จะไปได้ยังต้องเดินผ่านบ้านพักอาศัยของชาวฮาวาย ทำให้ชายหาดแห่งนี้เหมาะมากสำหรับคู่รักที่อยากได้บรรยากาศส่วนตัวยามที่นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ <a href="https://loveoahu.org/beaches/lanikai-beach/">ที่นี่</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1.jpg" alt="50 First Dates" class="wp-image-147678" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/Lanikai-Beach-best-of-oahu.com-1-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>best-of-oahu.com</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">The ARTS at Marks Garage</h4>



<p>สำหรับคู่รักสายติสท์ที่ไปฮาวายแล้วยังอยากเดินชมงานนิทรรศการศิลปะ ที่นี่คือแกลเลอรีในย่านไชน่าทาวน์ใจกลางเมืองโฮโนลูลูที่ขยันจัดนิทรรศการและการแสดงต่างๆ ตลอดทั้งปี และยังเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวครีเอทีฟในฮาวายที่จัดเวิร์กช็อปและคอร์สเรียนต่างๆ เปิดพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงผลงาน ถ้าในโปรแกรมทัวร์ฮาวายของคุณมีวันไหนที่ยังว่างๆ และอยู่ในตัวเมืองโฮโนลูลู เราคิดว่าการเดินเล่นชมงานศิลปะในย่านดาวน์ทาวน์พลางดูชีวิตของชาวฮาวายในเมืองหลวง ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าลองทำและโรแมนติกไม่แพ้กัน</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ <a href="https://www.artsatmarks.com/">ที่นี่</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147677" width="614" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-768x961.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-1228x1536.jpg 1228w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/The-ARTS-at-Marks-Garage_facebook.jpg 1440w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /><figcaption>ภาพจากเพจ The ARTS at Marks Garage</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Mauna Kea</h4>



<p>Mauna Kea คือภูเขาไฟอายุกว่าล้านปีบนเกาะฮาวาย (เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะฮาวาย) นอกจากจะเด่นดังในฐานะยอดเขาที่สูงที่สุดในอเมริกา และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดเพราะสามารถเห็นวิวทั้งเกาะและมหาสมุทรแปซิฟิกได้แล้ว ไฮไลต์ที่คู่รักหลายคู่เลือกที่จะมาเสพบรรยากาศโรแมนติกสุดพิเศษที่นี่คือการชมดาวบนยอดเขาความสูงกว่า 1,400 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเลแบบเต็มตา ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจเราอาจได้เห็นทางช้างเผือกพาดผ่านท้องฟ้าเช่นกัน</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ <a href="https://maunakea.com/">ที่นี่</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/mauna-kea-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Telescopes set on volcanic landscape</figcaption></figure></div>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>A Blueprint for Action Water Security for an Uncertain Future 2016-2018, Hawai‘i Fresh Water Initiative</p>



<p><a href="https://ballotpedia.org/Environmental_policy_in_Hawaii" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ballotpedia.org</a></p>



<p><a href="https://www.dwellhawaii.com/blog/what-cost-living-hawaii-2020/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">dwellhawaii.com</a></p>



<p><a href="https://www.gohawaii.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">gohawaii.com</a></p>



<p><a href="https://www.hawaiicommunityfoundation.org/strengthening/fresh-water" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hawaiicommunityfoundation.org</a></p>



<p><a href="https://www.hawaiiliving.com/blog/hawaii-living-quality-of-life-and-why-we-have-the-finest-weather-on-the-entire-planet/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hawaiiliving.com</a></p>



<p><a href="https://www.hawaiiqualityoflife.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">hawaiiqualityoflife.org</a></p>



<p><a href="https://www.republicworld.com/entertainment-news/hollywood-news/where-was-50-first-dates-filmed-find-out-locations-of-adam-sandler-starrer.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">republicworld.com</a></p>



<p><a href="https://www.silpa-mag.com/history/article_9517" target="_blank" rel="noreferrer noopener">silpa-mag.com</a></p>



<p><a href="https://www.smithsonianmag.com/travel/hawaii-history-and-heritage-4164590/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">smithsonianmag.com</a></p>



<p><a href="https://teleport.org/cities/honolulu/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">teleport.org</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-hawaii/">Hawaii เกาะสวรรค์ใน 50 First Dates ที่ดึงดูดใจชาวเมืองด้วยธรรมชาติและคุณภาพชีวิตติดอันดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Taipei เมืองชุบชูใจใน Au Revoir Taipei ที่เอื้อให้ทุกคนใช้ชีวิตและมีสิทธิตกหลุมรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/romanti-site-taipei/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Sep 2021 13:01:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Romanti-Site]]></category>
		<category><![CDATA[Au Revoir Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[一页台北]]></category>
		<category><![CDATA[First Page Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[หนังรัก]]></category>
		<category><![CDATA[a day series]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146851</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยตกหลุมรักใครที่ร้านหนังสือไหม? หรือบังเอิญเจอใครซ้ำๆ ในสถานที่เดิมๆ จนเรารู้สึกได้ถึงพรหมลิขิตบันดาลชักพา แล้วโชคชะตาก็พาให้ได้รู้จักกันท่ามกลางบรรยากาศเมืองในยามค่ำคืน Au Revoir Taipei (一页台北, First Page Taipei) ภาพยนตร์แนวโรแมนติกตลกร้ายตามสไตล์ไต้หวันที่ออกฉายในปี 2010 เป็นเรื่องราวอย่างนั้น ผลงานกำกับของ Arvin Chen ผู้กำกับชาวไต้หวัน-อเมริกันที่เล่าเรื่องราวของ Xiao Kai (รับบทโดย Yao Chun-yao) ชายหนุ่มผู้มาอ่านหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่ร้านหนังสือทุกวัน เพราะอยากไปหาแฟนสาวที่กำลังเรียนต่ออยู่ปารีส กับ Susie (รับบทโดย Amber Kuo) พนักงานพาร์ตไทม์ในร้านหนังสือที่ได้เจอกับไคทุกๆ วัน โชคร้ายที่ความสัมพันธ์ทางไกลทำให้ไคกับแฟนสาวระหองระแหง แต่ไคยังพยายามจะเดินทางไปปารีสให้ได้ผ่านการรับจ้าง ‘ส่งของ’ ให้กับมาเฟียลึกลับใต้ดินเพื่อแลกกับเงินค่าตั๋วเครื่องบิน จากนั้นเหตุการณ์ลักพาตัว วิ่งหนีไล่ล่ากันแบบลุ้นระทึกปนขบขันก็เกิดขึ้น ท่ามกลางฉากหลังของตลาดกลางคืนและตรอกซอกซอยในไทเปที่ทั้งไคและซูซี่ได้ผจญภัยเล็กๆ ร่วมกัน และทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสเรียนรู้กันมากขึ้น Au Revoir Taipei เป็นภาพยนตร์ไต้หวันที่สร้างทั้งรายได้และชื่อเสียง หนังชนะรางวัล Best Asian Film Award จาก The Network for [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-taipei/">Taipei เมืองชุบชูใจใน Au Revoir Taipei ที่เอื้อให้ทุกคนใช้ชีวิตและมีสิทธิตกหลุมรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คุณเคยตกหลุมรักใครที่ร้านหนังสือไหม? หรือบังเอิญเจอใครซ้ำๆ ในสถานที่เดิมๆ จนเรารู้สึกได้ถึงพรหมลิขิตบันดาลชักพา แล้วโชคชะตาก็พาให้ได้รู้จักกันท่ามกลางบรรยากาศเมืองในยามค่ำคืน</p>



<p><em>Au Revoir Taipei (一页台北, First Page Taipei)</em> ภาพยนตร์แนวโรแมนติกตลกร้ายตามสไตล์ไต้หวันที่ออกฉายในปี 2010 เป็นเรื่องราวอย่างนั้น ผลงานกำกับของ Arvin Chen ผู้กำกับชาวไต้หวัน-อเมริกันที่เล่าเรื่องราวของ Xiao Kai (รับบทโดย Yao Chun-yao) ชายหนุ่มผู้มาอ่านหนังสือภาษาฝรั่งเศสที่ร้านหนังสือทุกวัน เพราะอยากไปหาแฟนสาวที่กำลังเรียนต่ออยู่ปารีส กับ Susie (รับบทโดย Amber Kuo) พนักงานพาร์ตไทม์ในร้านหนังสือที่ได้เจอกับไคทุกๆ วัน </p>



<p>โชคร้ายที่ความสัมพันธ์ทางไกลทำให้ไคกับแฟนสาวระหองระแหง แต่ไคยังพยายามจะเดินทางไปปารีสให้ได้ผ่านการรับจ้าง ‘ส่งของ’ ให้กับมาเฟียลึกลับใต้ดินเพื่อแลกกับเงินค่าตั๋วเครื่องบิน จากนั้นเหตุการณ์ลักพาตัว วิ่งหนีไล่ล่ากันแบบลุ้นระทึกปนขบขันก็เกิดขึ้น ท่ามกลางฉากหลังของตลาดกลางคืนและตรอกซอกซอยในไทเปที่ทั้งไคและซูซี่ได้ผจญภัยเล็กๆ ร่วมกัน และทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสเรียนรู้กันมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="662" height="938" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_trigon-film.org_.jpg" alt="" class="wp-image-147080" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_trigon-film.org_.jpg 662w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_trigon-film.org_-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_trigon-film.org_-600x850.jpg 600w" sizes="(max-width: 662px) 100vw, 662px" /></figure></div>



<p><em>Au Revoir Taipei</em> เป็นภาพยนตร์ไต้หวันที่สร้างทั้งรายได้และชื่อเสียง หนังชนะรางวัล Best Asian Film Award จาก The Network for the Promotion of Asian Cinema (NETPAC) ในเทศกาล Berlin International Film Festival 2010 มากกว่านั้นนี่ยังเป็นภาพยนตร์ที่ฉายภาพเมืองไทเปยามค่ำคืนไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทำให้เห็นเสน่ห์ของเมืองที่แตกต่าง และตอบคำถามว่าเมืองส่งผลต่อวิถีชีวิตของผู้คนได้ยังไง</p>



<p>ตลาดกลางคืนที่ทอดตัวยาวเต็มไปด้วยผู้คนและควันโขมงจากของกินอร่อยๆ ร้านเกี๊ยวตรงหัวมุมถนนของครอบครัวไคที่เปิดต้อนรับผู้หิวโหยในยามค่ำคืน ตรอกซอยแคบๆ แต่ก็ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ริมแม่น้ำที่ชาวเมืองมาใช้ออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน หรือเป็นแหล่งแฮงเอาต์ง่ายๆ ของวัยรุ่น ลานกว้างในสวนสาธารณะที่ผู้สูงอายุออกมาเต้นรำพื้นเมืองกัน รวมไปถึงโลเคชั่นสำคัญของหนังที่ทำให้ไคและซูซี่ได้เจอกันอย่างร้านหนังสือที่เปิด 24 ชั่วโมง นี่คือไทเปในหน้าแรกที่ <em>Au Revoir Taipei</em> เปิดให้เราเห็น และรอคอยให้ทุกคนมาพลิกหน้าถัดๆ ไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147082" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Au-Revoir-Taipei_taiwaneseamrican.org_.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองแห่งภูเขาและแม่น้ำที่วางรากฐานอย่างดี</strong></h3>



<p>ไทเปคือเมืองหลวงของไต้หวัน ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะในพื้นที่แอ่งกระทะเล็กๆ ล้อมรอบด้วยภูเขาหยางหมิงซานและแม่น้ำตั้นสุ่ย ประวัติศาสตร์ของเมืองเริ่มต้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 เมื่อชาติอาณานิคมอย่างชาวดัตช์และชาวสเปนสำรวจพบเกาะฟอร์โมซา (ชื่อเดิมของเกาะไต้หวัน) และเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ด้วยโลเคชั่นใกล้แม่น้ำและทะเลจึงเหมาะกับการทำธุรกิจ ติดต่อค้าขาย และส่งออกสินค้า&nbsp;</p>



<p>ไต้หวันถูกประกาศเป็นหนึ่งในมณฑลใต้ปกครองของจีนในปี 1885 และไทเปถูกเลือกให้เป็นเมืองหลวงในปี 1894 แทนที่จะเป็นเมืองทางใต้อย่างไถหนาน ด้วยเหตุผลว่าภูมิศาสตร์เหมาะแก่การป้องกันการโจมตีจากศัตรูต่างชาติและการติดต่อค้าขายมากกว่า ในช่วงการปกครองของราชวงศ์ชิงของจีนแผ่นดินใหญ่เริ่มมีการพัฒนากำแพงเมืองไทเป รวมถึงพัฒนาถนนหนทางและสถาปัตยกรรมในเมือง ซึ่งเรายังสามารถเห็นได้ในย่านต้าเต้าเฉิง ย่านริมน้ำที่เก่าที่สุดในไทเป</p>



<p>ในช่วงปี 1896-1945 ที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นยาวนานกว่า 50 ปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ส่งผลต่อรูปแบบอาคารในไทเป ซึ่งญี่ปุ่นได้นำรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกมาใช้ผสมกับสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ เห็นได้จากทำเนียบประธานาธิบดีในปัจจุบันที่สร้างจากอิฐบล็อก ทางเข้าประตูทรงโค้ง มีบันไดหินอ่อนหรือแม้แต่หัวเสาโครินเธียนสไตล์กรีก หรือห้องสมุดในมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (The National Taiwan University Library) ที่รูปแบบอาคารดูสมมาตรและมีหน้าต่างโค้งทรงสวยงาม ไหนจะการออกแบบถนนและผังเมืองไทเปที่เป็นตารางกริดแสนเป็นระเบียบ ก็ได้มาจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่นำอิทธิพลจากชาติตะวันตกเข้ามาใช้กับไต้หวันเหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House.jpg" alt="" class="wp-image-147087" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Red-House-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ออกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับมากมายเพื่อใช้วางรากฐานการพัฒนาเมืองไทเป แผนพัฒนาที่สำคัญคือ City Planning of Inner Taipei City ในปี 1900 ที่เน้นพัฒนาไทเปในเขตกำแพงเมือง และ The Great Taipei City Plan ในปี 1932 ที่เน้นการพัฒนาเมืองเขตรอบนอกเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากรและเมือง</p>



<p>ผลลัพธ์ที่ได้คือการวางโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างระบบประปา ไฟฟ้า การจัดการขยะ ระบบถนนแบบบล็อกที่ขยายซอยแคบๆ และเชื่อมต่อตรอกซอกซอยต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงทำให้ชาวเมืองเดินได้สะดวกขึ้น แต่ยังเหมาะแก่การระบายน้ำขังน้ำท่วมในเมืองด้วย นอกจากนี้ยังเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เช่น การปลูกต้นไม้บริเวณฟุตพาทกึ่งกลางถนน และเปลี่ยนพื้นที่เป็นสวนสาธารณะทั้งในเขตกำแพงเมืองและรอบนอกเมือง</p>



<p>จะเรียกว่าไทเปเป็นหนึ่งในเมืองที่มีผังเมืองดีเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชียก็คงไม่ผิด เป็นผลจากการวางแผนพัฒนามาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อร่างสร้างเมือง และคำนึงถึงการเดินได้เดินดีมากกว่าการเอื้อประโยชน์ให้รถยนต์ ในด้านการจัดการที่ดินเป็นโซนที่อยู่อาศัยและโซนพาณิชยกรรมก็ระบุรายละเอียดยิบย่อยไว้ชัดเจน เช่น ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรมใจกลางเมือง ย่านช้อปปิ้ง หรือย่านเพื่อกิจกรรมนันทนาการ ส่วนพื้นที่สาธารณะในไทเปตามย่านที่อยู่อาศัยก็มีทั้งสวนชุมชนขนาดย่อม และสนามเด็กเล่นให้เด็กๆ มาเจอเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน ส่วนพ่อแม่หรือผู้สูงอายุก็ได้ใช้เวลานั่งพูดคุยกัน และเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเห็นวัดหรือศาลเจ้าเล็กๆ เป็นศูนย์รวมของชุมชนตั้งอยู่กลางซอยเหมือนอย่างที่เห็นในหนัง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="765" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-1024x765.png" alt="" class="wp-image-147098" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-1024x765.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-300x224.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-768x573.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-1536x1147.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_-600x448.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/yangmingshan-national-park-en.infoglobe.cz_.png 1816w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Yangmingshan National Park ภาพจาก en.infoglobe.cz</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่เอื้อให้คนออกไปใช้ชีวิตสาธารณะ</strong></h3>



<p>ล่าสุดใน Quality of Life Survey 2021 โดยนิตยสาร <em>Monocle</em> ไทเปเพิ่งถูก<a href="https://monocle.com/minute/2021/06/24/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จัดอันดับ</a>เป็นเมืองที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตดีเป็นอันดับ 9 เป็นครั้งแรกที่ไทเปได้เข้าลิสต์นี้เพราะเหตุผลเรื่องการจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้ดี ค่าครองชีพไม่แพงแต่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานนั้นครบครัน และเท่าที่เราสังเกตในฐานะผู้อยู่อาศัย ชาวไทเปเป็นคนที่มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตนอกบ้านเข้มแข็งไม่แพ้ชาวยุโรปเลย</p>



<p>อาจฟังเป็นเรื่องตลกร้าย ที่ในปัจจุบันราคาอสังหาริมทรัพย์ในไทเปพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับขนาดของห้องที่เล็กลงหรือต้องแชร์ร่วมกับคนอื่น (ราคาคอนโดมิเนียมในไทเปเฉลี่ยสูงถึง 41 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนค่าเช่ารายเดือนสำหรับอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนใจกลางเมืองอยู่ที่ 11,000-35,000 ดอลลาร์ไต้หวัน) ทำให้ชาวไทเปไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้าน รัฐบาลจึงต้องยิ่งเพิ่มความสำคัญในการออกแบบเมืองและพื้นที่สาธารณะส่วนรวม เพื่อเชิญชวนให้คนออกมาใช้ชีวิตโดยไม่เฉาหรือเหงาไปเสียก่อน</p>



<p>เพราะเหตุนี้ในวันหยุดสุปสัปดาห์ โดยเฉพาะวันที่อากาศดีๆ คู่รักหรือกลุ่มเพื่อนในไทเปเลยมักชวนกันไปเริงร่านอกบ้าน ไม่ว่าจะไปปั่นจักรยานในเส้นทางเลียบแม่น้ำตั้นสุ่ย ที่ตลอดทั้งสายจะถูกพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะและลานกีฬาให้ชาวเมืองพักผ่อนหย่อนใจ หากเกิดน้ำท่วม พื้นที่โล่งริมแม่น้ำในไทเปยังทำหน้าที่รองรับน้ำไม่ให้เข้าสู่ย่านที่อยู่อาศัยหรือชุมชนได้ เช่นที่ Yanping Riverside Park บริเวณเมืองเก่าต้าเต้าเฉิงจะมีกำแพงสูงๆ และประตูน้ำไว้กั้นน้ำออกจากเขตบ้านเรือน&nbsp;</p>



<p>ส่วนถ้าใครเป็นสายธรรมชาติบวกกับชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์นิดๆ การนั่งรถบัสขึ้นไปวิ่งเทรลบนภูเขาหยางหมิงซานก็เป็นตัวเลือกที่คนไทเปทุกเพศทุกวัยมักใช้เวลาร่วมกัน หรือถ้าไม่ถนัด จะปีนเขาใกล้ๆ ในเมืองอย่างภูเขา Xiangshan (หรือภูเขาช้างที่คนไทยรู้จักกันดี) ที่สามารถมองเห็นวิวตึกไทเป 101 แบบโรแมนติกสุดๆ จนถือเป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของเมือง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-147083" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-1536x1022.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-2048x1362.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/taipei101_tamsiu-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่สร้างสรรค์ในทุกตารางเมตร</strong></h3>



<p>พื้นที่นอกบ้านที่เราว่าน่าสนใจเพราะไม่ใช่แค่ส่งเสริมให้คนออกมาใช้เวลาว่าง แต่ยังสะท้อนถึงการส่งเสริมความรู้ของชาวเมืองไปในตัว คือร้านหนังสือซึ่งถือเป็นโลเคชั่นสำคัญของหนัง ใครที่เป็นแฟนประเทศไต้หวันน่าจะเคยได้ยินชื่อ Eslite Bookstore เชนสโตร์ที่มีสาขากระจายไปทั่วไต้หวัน ใน <em><em>Au Revoir Taipei</em></em> ถ่ายทำที่สาขาตุนหนาน (Dunnan) ซึ่งเป็นสาขาสแตนด์อโลนบนตึกขนาด 2 ชั้น (และยังมีชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น) ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 1985 และเริ่มให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในปี 1995 เรียกได้ว่า Eslite Bookstore ถือเป็นตัวแทนของการเสนอภาพวัฒนธรรมการอ่านและอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่เข้มแข็งของไต้หวัน แต่ที่น่าเสียดายคือปัจจุบัน Eslite Bookstore สาขาตุนหนานปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายน 2020 เพราะหมดสัญญาเช่า แต่ยังมีสาขาซินอี้ (Xinyi Store) ในห้างสรรพสินค้าที่เปิด 24 ชั่วโมงแทน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="560" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Eslite-Bookstore-xinhi-store-_rojakdaily.com_.png" alt="" class="wp-image-147084" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Eslite-Bookstore-xinhi-store-_rojakdaily.com_.png 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Eslite-Bookstore-xinhi-store-_rojakdaily.com_-300x210.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Eslite-Bookstore-xinhi-store-_rojakdaily.com_-768x538.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Eslite-Bookstore-xinhi-store-_rojakdaily.com_-600x420.png 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>Eslite Bookstore สาขาซินอี้ ภาพจาก rojakdaily.com</figcaption></figure></div>



<p>อีกตัวอย่างที่ยืนยันว่าไทเปใส่ใจเรื่องการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในเมืองของเขาแค่ไหน คือการมีเครือข่ายห้องสมุดสาธารณะ Taipei Public Library ที่เข้มแข็งกว่า 50 แห่ง ไม่ว่าจะอยู่เขตไหนของเมืองก็จะมีห้องสมุดชุมชนซึ่งจัดการไว้อย่างดี คุ้มค่ากับภาษีที่จ่ายไป โดยแต่ละสาขาจะเน้นหนังสือแต่ละหมวดแตกต่างกัน รวมถึงยังมี National Central Library อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งทุกที่เข้าได้ฟรีรวมถึงชาวต่างชาติอย่างเราด้วย</p>



<p>สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของไทเปคือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ โรงละคร หอแสดงดนตรี และพื้นที่สร้างสรรค์ ซึ่งเด่นเรื่องการดัดแปลงพื้นที่มาจากอาคารเก่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Urban Regeneration) อย่าง Songshan Cultural and Creative Park ที่ใช้พื้นที่โรงงานยาสูบเก่าแปลงเป็นห้องนิทรรศการและร้านขายของดีไซน์เก๋, Huashan 1914 Creative Park ก็เปลี่ยนโรงบ่มไวน์เป็นสวนศิลปวัฒนธรรมที่ขยันจัดนิทรรศการดีๆ ตลอดทั้งปี แถมยังเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่ตั้งใจทำให้ทุกคนเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายๆ ไม่ต้องปีนบันไดดู หรือการจัดสรรพื้นที่ให้ศิลปินรุ่นใหม่ใช้เป็นสตูดิโอและแสดงผลงานของตัวเองอย่างที่ Treasure Hill ในย่านกงก่วน (Gongguan) ก็เป็นการใช้ศักยภาพเมืองที่เต็มไปด้วยภูเขา มาต่อยอดวัฒนธรรมได้อย่างมีเอกลักษณ์และคุ้มค่ามาก</p>



<p>ไทเปยังพยายามใส่งานดีไซน์เข้าไปในการออกแบบเมืองผ่านพื้นที่สาธารณะ ถนนในย่านชุมชน รวมถึง street furniture ต่างๆ ที่ชาวเมืองได้ใช้ได้เห็นทั่วไป เช่น ถนนบริเวณสถานีรถไฟใต้ดิน Zhongshan ซึ่งมี installation art กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป การปรับพื้นที่ทางเดินเชื่อมระหว่างสถานี Zhongshan กับ Shuanglian ให้เป็นพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่รองรับกิจกรรมหลากหลาย เช่น ตลาดนัดสินค้าทำมือในวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉายหนังกลางแปลง หรือให้ศิลปินโชว์การแสดงเปิดหมวก หรือแม้แต่ในสถานีรถไฟใต้ดิน Nangang ก็ประดับตกแต่งด้วยผลงานของนักวาดภาพประกอบชื่อดัง Jimmy Liao นี่คือผลลัพธ์จากการที่ไทเปได้รับเลือกให้เป็น World Design Capital ในปี 2016 ซึ่งเทศบาลเมืองไทเปก็ตั้งใจใส่เรื่อง Urban Transformation เข้าไปเป็นนโยบายหลัก โดยทำงานร่วมกับศิลปินและนักออกแบบกว่า 800 คน ถือเป็นโครงการพัฒนาเมืองที่รัฐดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม และผลประโยชน์ก็ตกมาอยู่ที่ชาวเมืองเต็มๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147085" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/TreasureHill36_Getty.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Treasure Hill</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ขนส่งสาธารณะถูกและดี</strong></h3>



<p>อีกหนึ่งคุณภาพชีวิตดีๆ ที่ลงตัวในไทเปคือระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพและราคาประหยัดมาก ซึ่งพัฒนาขึ้นผ่านแนวคิด Green Mobility ที่เชื่อมโยงระบบรถเมล์ รถไฟ จักรยาน และการเดินเท้าเข้าด้วยกันอย่างครอบคลุมและไร้รอยต่อ (seamless system) จนชาวไทเปแทบไม่ต้องพะวงเรื่องการเดินทางในแต่ละวัน เพราะสามารถจัดการเวลาได้และมีทางเลือกมากมาย</p>



<p>ใน <em><em>Au Revoir Taipei</em></em> เราจะเห็นฉากที่ไคกับซูซี่วิ่งหนีลูกน้องมาเฟียลงไปในสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อซ่อนตัวไปกับฝูงชนจนถึงสถานีปลายทาง ระบบรถไฟใต้ดินของไทเป (Taipei Metro) ถือเป็นเครือข่ายรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชีย เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1996 ปัจจุบันมีถึง 6 สาย 131 สถานี ระยะทางครอบคลุมกว่า 146 กิโลเมตรทั้งในเขตเมืองไทเปและนิวไทเป แถมค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งถือว่าถูกมากๆ </p>



<p>รถไฟใต้ดินยังเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟ (TRA) รถไฟความเร็วสูง (THSR) รถไฟสาย Airport Link และป้ายรถเมล์มากมาย ซึ่งในไทเปมีสายรถเมล์กว่า 300 สายครอบคลุมทุกย่าน นอกจากนี้เมืองยังเอาใจให้คนหันมาใช้รถไฟใต้ดินมากขึ้นด้วยการออกบัตรโดยสารรายเดือน มีโปรโมชั่นคืนเงิน 10-30 เปอร์เซ็นต์ตามจำนวนรอบที่นั่งในแต่ละเดือน หรือถ้านั่งรถไฟใต้ดินแล้วต่อรถเมล์ก็จะได้ส่วนลดอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่ายิ่งใช้ก็ยิ่งคุ้ม และการใช้ขนส่งสาธารณะก็ช่วยเปิดโอกาสให้เราได้เจอคนมากมาย เผื่อได้ปิ๊งใครที่บังเอิญเจอกันในสถานีรถไฟใต้ดิน แทนที่จะใช้เวลาอยู่แต่ในรถยนต์ส่วนตัว</p>



<p>ระบบเช่าจักรยาน YouBike ที่ครอบคลุมทั่วไทเปยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ชาวไทเปชอบปั่นจากสถานีรถไฟใต้ดินไปยังตรอกซอยใกล้ๆ หรือจะเช่าขี่เล่นในเมืองเฉยๆ ก็ไม่ผิด โดยนักปั่นไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะฟุตพาทในไทเปจะมีเลนจักรยานแยกต่างหากที่สามารถขี่ไปพร้อมๆ กับคนเดินเท้าได้เลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-147090" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-2048x1152.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/youbike_www.tunneltime.io_-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>YouBike ภาพจาก tunneltime.io</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ไม่หยุดวิ่งไปสู่อนาคต</strong></h3>



<p>อย่างไรก็ตาม มอเตอร์ไซค์ยังคงเป็นยานพาหนะคู่ใจของชาวไทเปเพราะสะดวกสบายกว่าถ้าจะขับทะลุตรอกซอยย่อยๆ ในเมือง ในไต้หวันมีจำนวนมอเตอร์ไซค์มากถึง 14 ล้านคัน จากจำนวนประชากรไต้หวันทั้งหมด 23 ล้านคน เรียกว่าคนไต้หวันแทบจะเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์กันคนละคัน ภาพถนนหรือสะพานข้ามแม่น้ำที่เต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์ในยามเช้าและหลังเลิกงานคือภาพที่เราเห็นจนชินตา เฉพาะในไทเปเองก็มีจำนวนมอเตอร์ไซค์สูงเกือบ 1 ล้านคันแล้ว</p>



<p>แน่นอนว่ารัฐบาลไต้หวันมองเห็นว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดทั้งปัญหาการจราจรและมลพิษในอากาศ กฎหมาย Greenhouse Gas Reduction and Management Act ที่ออกมาในปี 2015 เลยตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากยานยนต์ให้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2050</p>



<p>แต่ในเมื่อการเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนเลิกใช้มอเตอร์ไซค์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไต้หวันก็หันมาส่งเสริมให้คนเปลี่ยนมาใช้สกูตเตอร์ไฟฟ้าแทน ผ่านการสร้างสถานีเปลี่ยนถ่ายและชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้ากระจายทั่วเมืองกว่า 1,825 จุด (และมีแผนที่จะไปให้ถึง 5,000 จุดภายในสิ้นปี 2022) ที่คนขี่สามารถเข้ามาชาร์จแบตเตอรี่อันเก่าไว้ แล้วเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ไปได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลารอ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147089" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Bike-Europe-Gogoro-Foxconn-partnership-1536x1024-1.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ผู้เล่นคนสำคัญคือ Gogoro สตาร์ทอัพที่ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ที่ลงเล่นในตลาดสกูตเตอร์ไฟฟ้าจริงจังแถมยังได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนของรัฐบาล ในปี 2019 Gogoro ขยับจากการให้บริการสถานีชาร์จแบตเตอรี่มาพัฒนาระบบเช่าสกูตเตอร์ไฟฟ้า GoShare ของตัวเอง แข่งกับเจ้าเดิมอย่าง WeMo ให้ผู้ใช้งานสามารถจองสกูตเตอร์ไฟฟ้าที่จอดกระจายอยู่ทั่วเมืองได้จากแอพพลิเคชั่น โดยชาวไทเปอาจไม่ต้องซื้อมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเองอีกต่อไป ถือเป็นการทำธุรกิจในแนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองที่มุ่งไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนจนเราเอาใจช่วย</p>



<p>เรายืนยันว่าการได้ขี่มอเตอร์ไซค์ (หรือนั่งซ้อนท้ายใครสักคน) ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำระหว่างเมืองไทเปกับนิวไทเปตอนค่ำคืนให้ลมเย็นๆ พัดผ่านตัวไปนั้น ถือเป็นกิจกรรมโรแมนติกที่เฉพาะตัวแบบไทเปมากๆ ถ้าใครมีโอกาสก็ขอแนะนำให้มาลองกันสักครั้ง</p>



<p>และถ้าอยากสัมผัสวิถีชีวิตคนไทเปแท้ๆ อีกอย่าง เราแนะนำว่าตลาดกลางคืนก็เป็นเสน่ห์ของเมืองที่จะเปิดโลกให้เราเห็นว่าคนที่นี่เขากิน อยู่ และเป็นแบบไหนกันจริงๆ ใน <em><em>Au Revoir Taipei</em></em> เราจะเห็นฉากวิ่งหนีไล่จับกันในพื้นที่ตลาดกลางคืนไทเปที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย สะท้อนให้เห็นว่าไทเปเป็นเมืองที่คึกคักในยามค่ำคืนขนาดไหน (แถมยังเป็นเมืองตื่นสาย เพราะไม่ค่อยมีตลาดเช้าเท่าไหร่นัก) จุดเริ่มต้นของตลาดกลางคืนเกิดในยุคปี 50s-60s ซึ่งแรกเริ่มมันเป็นเหมือนแหล่งพึ่งพิงของแรงงานต่างชาติที่ต้องการหาของกินเล่นราคาถูก จนพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มอบความอิ่มท้องและเพลิดเพลินให้ทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจให้ไทเปมหาศาล มากกว่าของกินเล่นที่เดินซื้อได้เพลินๆ ยังมีโซนช้อปปิ้งและเกมการละเล่นเก่าๆ อย่างปาลูกดอกชิงตุ๊กตา หรือโซนขายของแปลกๆ (เช่นที่ Huaxi Night Market ใกล้วัดหลงซานมีโซนขายงูตัวเป็นๆ) ตลาดกลางคืนเลยเป็นพื้นที่ในไทเปที่ชวนให้เราเห็นความคึกคัก บ้านๆ และอาจจะดูโช้งเช้งตามสไตล์คนไต้หวันไปบ้าง แต่ก็เป็นธรรมชาติของคนไทเปจริงๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="680" height="453" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_.jpg" alt="" class="wp-image-147093" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_.jpg 680w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/miaokou-night-market_www.klook_.com_-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /><figcaption>klook.com</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองแรกในเอเชียที่เราทุกคนได้เป็นตัวเอง</strong></h3>



<p>ประเด็นสุดท้ายที่เราอยากเล่าในฐานะเมืองโรแมนติก คือการขับเคลื่อนสิทธิของชาว LGBTQ+ ที่ไต้หวันรุดหน้าไปไกลเพราะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ตั้งแต่ปี 2019 </p>



<p>ในปี 2020 มีจำนวน<a href="https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4134383" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คู่รักเพศเดียวกัน</a>ที่จดทะเบียนสมรสแล้วกว่า 2,387 คู่ และคนไต้หวันยังมีความคิดเปิดกว้างเรื่องสิทธิและความเท่าเทียมกันของคนทุกเพศค่อนข้างสูง ผลสำรวจเมื่อปี 2020 โดยองค์กรที่ชื่อว่า Equal Love Taiwan ระบุว่า 65 เปอร์เซ็นต์รับได้หากสมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมชั้นเรียน หรือเพื่อนร่วมงานเป็นคนรักเพศเดียวกัน และเกือบครึ่งบอกว่ารับได้หากคู่รักเพศเดียวกันจะ<a href="https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2020/05/16/2003736508" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จูบ</a>กันในพื้นที่สาธารณะ (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคู่รักชาวไต้หวันมากๆ)</p>



<p>การเติบโตของงาน Taiwan Pride ในไทเปที่รัฐบาลไต้หวันและเทศบาลเมืองไทเปจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2003 ที่มีคนร่วมงานเพียงแค่หลักพัน สู่ปี 2019 ที่คนรวมงานสูงถึง 170,000 คน ก็ยืนยันได้ว่าพื้นที่ของชาว LGBTQ+ ในไต้หวันถูกเปิดออกแล้ว และยิ่งส่งเสริมให้ทุกคนกล้าที่จะแสดงตัวตนของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow.jpg" alt="" class="wp-image-147091" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Ximending-Rainbow-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ในไทเปเองมีสถานที่หลายแห่งที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิของชาว LGBTQ+ อย่างสวนสาธารณะ 228&nbsp;Peace&nbsp;Memorial Park&nbsp;ที่เป็นจุดนัดพบเจอกันของชาวเกย์ในสมัยที่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้, ร้านหนังสือ GinGin Store ที่รวบรวมหนังสือเกี่ยวกับ LGBTQ+ และ Gender Studies โดยเฉพาะ ในช่วงไม่กี่ปีหลังไทเปยังประดับตกแต่งเมืองด้วยสัญลักษณ์สีรุ้งเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในเดือนมิถุนายน (pride month) และอีเวนต์ Taiwan Pride ช่วงเดือนตุลาคมไปด้วยกัน เช่นที่ทางเดินหน้า Taipei City Hall Square และทางข้ามถนนย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง ซึ่งกลายเป็นย่านใจกลางเมืองที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQ+ ไปแล้ว เพราะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และผับบาร์ที่เป็นคอมมิวนิตี้ย่อมๆ ให้ได้แสดงความรักซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ชาว LGBTQ+ ในไต้หวันก็ยังต้องต่อสู้กับสิทธิของพวกเขาเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ไปถึงจุดที่เรียกว่าเท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริง</p>



<p>ไทเปเป็นตัวอย่างเมืองโรแมนติกในแถบเอเชียที่เราเห็นได้จากวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่มีคุณภาพ ถึงจะเป็นเมืองหลวงของไต้หวัน แต่คนไทเปก็ยังมีจังหวะชีวิตที่เนิบช้า ไม่ได้เร่งรีบ ความสบายๆ และเป็นมิตรของคนไทเป (และคนไต้หวัน) ที่เราสัมผัสมา อาจเป็นผลมาจากเมืองที่ถูกจัดการและออกแบบมาอย่างดีจนคนที่นี่ไม่มีเรื่องใดๆ ให้หงุดหงิดในชีวิตประจำวัน เพราะอย่างนี้เราถึงอิจฉาคนไทเปที่มีรัฐบาลและเทศบาลเมืองที่เอาจริงเอาจังและตั้งใจพัฒนาเมืองอย่างคุ้มค่าภาษี จนเราสามารถสัมผัสคำว่าชีวิตดีๆ ที่ลงตัวได้ไม่เกินจริงที่ไทเป&nbsp;</p>



<p>และก็เพราะชีวิตดีๆ ที่มีเวลาว่างให้ออกไปใช้ชีวิตในที่สาธารณะแบบนี้เอง เราอาจได้พบเจอคนที่เป็นเนื้อคู่กันในร้านหนังสือ สวนสาธารณะ ตลาดกลางคืน หรือแม้แต่ในขบวนรถไฟใต้ดิน โดยไม่ต้องหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากวัดดังอีกต่อไป (แต่ใครจะไปไหว้ก็ไม่ขัดศรัทธานะ)</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong><strong>Recommended Romantic Places in</strong> Taipei</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading">Dadaocheng (大稻埕)</h4>



<p>ย่านต้าเต้าเฉิงเป็นย่านเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่ปัจจุบันเทศบาลเมืองไทเปฟื้นฟูให้เป็นย่านสร้างสรรค์ หยิบเอาธุรกิจของคนรุ่นใหม่แทรกตัวไปกับร้านค้ายาจีนในอาคารเก่าไว้อย่างลงตัว นอกจากถนน Dihua Street ที่เดินสนุกได้ทั้งวัน ยังมีพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ Yanping Riverside Park และ PIER 5 ไลฟ์คอมมิวนิตี้ขนาดย่อมตรงท่าเรือที่เปิดขายเบียร์และของกินเล่นจุกจิก ในวันอากาศดี มีแดดและเมฆพอประมาณ ที่นี่เหมาะมากสำหรับการพาแฟนมาเดต เดินเล่น กินขนมเบาๆ แล้วรอช่วงเวลาเมจิกโมเมนต์ที่พระอาทิตย์จะตกลงแม่น้ำตั้นสุ่ย หนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในไทเป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147094" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Dadaocheng.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Daan Forest Park (大安森林公園)</h4>



<p>สวนสาธารณะใจกลางไทเปที่ให้บรรยากาศน้องๆ Central Park ในนิวยอร์กไม่น้อย นอกจากจะเป็นสวนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ธรรมชาติและต้นไม้มากมายแล้ว ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ไว้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งครอบครัว อย่างลานออกกำลังกาย ลานเล่นสเก็ตบอร์ดขนาดย่อม สนามเด็กเล่น สเตจสำหรับกิจกรรมการแสดงหรือโชว์ดนตรี พื้นที่กว้างขวางของสวนยังเหมาะสำหรับการเป็นสถานที่แรกของคู่เดตที่จะใช้เวลาเดินเล่นและพูดคุยทำความรู้จักกัน แล้วก็พากันไปกินของอร่อยๆ แถวนั้นต่อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147096" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_2662.jpg 1776w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Beitou Hot Spring</h4>



<p>อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดในฤดูหนาวของไต้หวันและเป็นกิจกรรมโรแมนติกจนชวนหน้าแดงมากๆ คือการพาไปแช่น้ำร้อนธรรมชาติที่เขตเป่ยโถว ถึงจะไม่ได้อยู่ในตัวเมืองไทเปแต่ก็สามารถเดินทางไปง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่นี่มีทั้งบ่อน้ำร้อนสาธารณะ หรือถ้าใครเขินอายและอยากได้ความโรแมนติกส่วนตัวก็มีโรงแรมและรีสอร์ตน้ำพุร้อนมากมายให้เราจองห้องแช่น้ำร้อนแบบส่วนตัวสำหรับ 2 คน พร้อมเซตอาหารที่ขายเป็นแพ็กเกจในหลายระดับราคา อาจฟังดูเป็นกิจกรรมธรรมดาๆ แต่เราเชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำร้อน พูดคุย และพักผ่อนร่วมกัน แค่นี้ก็ช่วยเยียวยาจิตใจและได้ชุบชูความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้วล่ะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-147097" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Beitou-Hot-Spring-taipei.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>Ping-Sheng Wu, (2010). Walking in Colonial Taiwan: A Study on Urban Modernization of Taipei, 1895-1945, Journal of Asian Architecture and Building Engineering, 9:2, 307-314.</p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/8-creative-park-in-taipei" target="_blank" rel="noreferrer noopener">adaymagazine.com</a></p>



<p><a href="https://blakestephenanderson.medium.com/taipei-a-history-and-memoir-ae6ead626965" target="_blank" rel="noreferrer noopener">blakestephenanderson.medium.com</a></p>



<p><a href="https://english.tpml.gov.taipei/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">english.tpml.gov.taipei</a></p>



<p><a href="https://english.udd.gov.taipei/cp.aspx?n=7D3CFFDD133A8C80" target="_blank" rel="noreferrer noopener">english.udd.gov.taipei</a></p>



<p><a href="https://www.goingthewholehogg.com/taipei-night-market-culture/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">goingthewholehogg.com</a></p>



<p><a href="https://ngthai.com/environment/33056/taiwan-electric-scooters/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ngthai.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/biz/archives/2020/04/24/2003735176" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com</a></p>



<p><a href="https://www.taipeitimes.com/News/feat/archives/2020/05/31/2003737339" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taipeitimes.com 2</a></p>



<p><a href="https://www.taiwannews.com.tw/en/news/3334197" target="_blank" rel="noreferrer noopener">taiwannews.com</a></p>



<p><a href="https://toolkit.culture.tw/en/extendinfo_73_276.html?themeId=94" target="_blank" rel="noreferrer noopener">toolkit.culture.tw</a></p>



<p><a href="https://www.travel.taipei/en/must-visit/rainbow" target="_blank" rel="noreferrer noopener">travel.taipei</a></p>



<p><a href="https://wdc2016.taipei/en/wdc-taipei/proposal-story/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">wdc2016.taipei</a></p>



<p><a href="http://www.worldcitiescultureforum.com/cities/taipei/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">worldcitiescultureforum.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-taipei/">Taipei เมืองชุบชูใจใน Au Revoir Taipei ที่เอื้อให้ทุกคนใช้ชีวิตและมีสิทธิตกหลุมรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Amsterdam เมืองเยียวยาใจที่คืนชีวิตให้เฮเซลและออกัสตัสใน The Fault in Our Stars</title>
		<link>https://adaymagazine.com/romanti-site-amsterdam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2021 17:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Romanti-Site]]></category>
		<category><![CDATA[The Fault in Our Stars]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวบันดาล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาณุพันธุ์ วีรวภูษิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อัมสเตอร์ดัม]]></category>
		<category><![CDATA[amsterdam]]></category>
		<category><![CDATA[ตามรอยหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[a day series]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146435</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพยนตร์โรแมนติกหลายเรื่องมักจบลงที่การลงเอยของคนรักสองคน แต่บางเรื่องหนังก็ตั้งใจบอกคนดูว่าต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานเท่านาน แต่ความสัมพันธ์และเรื่องราวมากมายที่คนสองคนเผชิญมาด้วยกันนั้นจะยังอยู่ตลอดไป The Fault in Our Stars ภาพยนตร์อเมริกันที่ผู้กำกับ Josh Boone ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีของ John Green เป็นหนึ่งในนั้น The Fault in Our Stars ฉบับภาพยนตร์นำแสดงโดย Shailene Woodley รับบทเป็น Hazel เด็กสาวอายุ 16 ปีที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งและต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการต่อท่อหายใจตลอดเวลา และ Ansel Elgort รับบทเป็น Augustus เด็กหนุ่มอายุ 17 ผู้สูญเสียขาไปเพราะโรคมะเร็งเช่นกัน การโคจรมาเจอกันของหนุ่มสาวที่มีบาดแผลในชีวิตกลับช่วยให้ทั้งคู่กล้าหาญ แข็งแกร่ง และได้เรียนรู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหวัง เหตุการณ์สำคัญที่พลิกผันเรื่องราวของเฮเซลและออกัสตัส เกิดขึ้นเมื่อเฮเซลต้องการเดินทางไปหานักเขียนเจ้าของหนังสือเล่มโปรดที่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ถึงโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำในอัมสเตอร์ดัมจะมีแค่ไม่กี่แห่ง แถมโปรดักชั่นการถ่ายทำก็ใช้เวลาแค่ 3 วัน (โลเคชั่นหลักของหนังถ่ายที่รัฐเพนซิลเวเนีย อเมริกา) แต่ภาพของอัมสเตอร์ดัมก็ถูกฉายให้เห็นเสน่ห์และความโรแมนติกชัดเจนมากๆ ในภาพยนตร์ จนแฟนหนังหลายคนอยากเดินทางไปตามรอยทันที ไม่ว่าจะบรรยากาศที่แสนมีชีวิตชีวาของบ้านเมืองที่เฮเซลและออกัสตัสได้ชมตอนล่องเรือในคลองอัมสเตอร์ดัม รถราง (Amsterdam&#8217;s trams) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-amsterdam/">Amsterdam เมืองเยียวยาใจที่คืนชีวิตให้เฮเซลและออกัสตัสใน The Fault in Our Stars</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ภาพยนตร์โรแมนติกหลายเรื่องมักจบลงที่การลงเอยของคนรักสองคน แต่บางเรื่องหนังก็ตั้งใจบอกคนดูว่าต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานเท่านาน แต่ความสัมพันธ์และเรื่องราวมากมายที่คนสองคนเผชิญมาด้วยกันนั้นจะยังอยู่ตลอดไป <em>The Fault in Our Stars</em> ภาพยนตร์อเมริกันที่ผู้กำกับ Josh Boone ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีของ John Green เป็นหนึ่งในนั้น</p>



<p><em>The Fault in Our Stars</em> ฉบับภาพยนตร์นำแสดงโดย Shailene Woodley รับบทเป็น Hazel เด็กสาวอายุ 16 ปีที่ต่อสู้กับโรคมะเร็งและต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากด้วยการต่อท่อหายใจตลอดเวลา และ Ansel Elgort รับบทเป็น Augustus เด็กหนุ่มอายุ 17 ผู้สูญเสียขาไปเพราะโรคมะเร็งเช่นกัน การโคจรมาเจอกันของหนุ่มสาวที่มีบาดแผลในชีวิตกลับช่วยให้ทั้งคู่กล้าหาญ แข็งแกร่ง และได้เรียนรู้ความหมายของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหวัง</p>



<p>เหตุการณ์สำคัญที่พลิกผันเรื่องราวของเฮเซลและออกัสตัส เกิดขึ้นเมื่อเฮเซลต้องการเดินทางไปหานักเขียนเจ้าของหนังสือเล่มโปรดที่อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="551" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-1024x551.jpg" alt="" class="wp-image-146587" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-1024x551.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-768x414.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-1536x827.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o-600x323.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1405435943-faultttt-o.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถึงโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำในอัมสเตอร์ดัมจะมีแค่ไม่กี่แห่ง แถมโปรดักชั่นการถ่ายทำก็ใช้เวลาแค่ 3 วัน (โลเคชั่นหลักของหนังถ่ายที่รัฐเพนซิลเวเนีย อเมริกา) แต่ภาพของอัมสเตอร์ดัมก็ถูกฉายให้เห็นเสน่ห์และความโรแมนติกชัดเจนมากๆ ในภาพยนตร์ จนแฟนหนังหลายคนอยากเดินทางไปตามรอยทันที ไม่ว่าจะบรรยากาศที่แสนมีชีวิตชีวาของบ้านเมืองที่เฮเซลและออกัสตัสได้ชมตอนล่องเรือในคลองอัมสเตอร์ดัม รถราง (Amsterdam&#8217;s trams) ขนส่งสาธารณะที่ชาวเมืองยังใช้กันเป็นปกติ เสียงบรรเลงไวโอลินเพลง <em>L&#8217;inverno</em> ของ Vivaldi ที่นักดนตรีกล่อมให้เมืองอัมสเตอร์ดัมยามค่ำคืนไม่เงียบเหงา หรือ Anne Frank House ที่ทำให้เกิดซีนโรแมนติกของทั้งคู่ (แต่เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในสถานที่จริง ทีมโปรดักชั่นจึงจำลองบ้านของแอนน์ แฟรงก์ ขึ้นมาใหม่) รวมไปถึงม้านั่งริมคลองที่กลายมาเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองหลังหนังออกฉาย</p>



<p>ทริปอัมสเตอร์ดัมเพียงแค่สั้นๆ ทว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายใน <em>The Fault in Our Stars</em> ก็เกิดขึ้นที่นี่ ในบรรยากาศเมืองที่เพียบพร้อมไปด้วยชีวิตชีวา <a href="https://adaymagazine.com/category/creative/art/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศิลปะ</a> และสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจมากมายที่ไม่เพียงส่งผลต่อความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่คนดูอย่างเราก็ได้อิ่มเอมไปกับเมืองแห่งคูคลองและเมืองหลวงแห่งจักรยานเมืองนี้ ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสรเสรี เหมือนอย่างที่เฮเซลและออกัสตัสได้ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาอยากจะเป็นตลอดมา โดยไม่ต้องใส่ใจสายตาคนรอบข้างเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg-693x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146580" width="520" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg-693x1024.jpg 693w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg-203x300.jpg 203w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg-768x1135.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg-600x887.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/fault_in_our_stars_ver2_xlg.jpg 1015w" sizes="(max-width: 520px) 100vw, 520px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองแห่งคลองที่เป็นต้นแบบของผังเมืองทั่วโลก</strong></h3>



<p>อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่มีลักษณะเฉพาะ ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำและอยู่ริมแม่น้ำหลายสายรวมถึงทะเลทางเหนือของเมือง ทำให้การออกแบบผังเมืองแตกต่างไปจากหลายเมืองในยุโรป ความยากคือต้องคิดให้เมืองอยู่ร่วมกับน้ำให้ได้ ลักษณะผังเมืองปัจจุบันของอัมสเตอร์ดัมเป็นผลผลิตจากประวัติศาสตร์ในช่วงที่เมืองขยายดินแดนตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13</p>



<p>พื้นที่เดิมของเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ซึ่งเคยเป็นทะเลมาก่อนทีละช้าๆ ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งใหญ่ครั้งสุดท้าย (The Last Glacial Maximum) เมื่อราว 20,000 ปีก่อน จนเกิดเป็นภูมิประเทศพื้นที่ต่ำริมชายฝั่งทะเล และได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำไรน์ (Rhine River) แม่น้ำเมิส (Meuse River) และแม่น้ำสเกลต์ (Scheldt River) ทางตอนใต้ของประเทศ รวมถึงอิทธิพลของทะเลวัดเดน (Wadden Sea) ทางตอนเหนือที่ค่อยๆ กัดเซาะจนเกิดเป็นเมืองที่มีทางน้ำ ลำคลอง และทะเลสาบ เป็นภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์</p>



<p>เมื่อพื้นที่เมืองเป็นที่ราบลุ่มติดทะเล กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักๆ ของชาวเมืองจึงหนีไม่พ้นการประมงและพาณิชยกรรม พื้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัมในปัจจุบันเองก็พัฒนามาจากการเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในช่วงปี 1275 จนมาเป็นเมืองท่าศูนย์กลางการค้าทางทะเลของยุโรปเหนือที่สร้างเม็ดเงินให้กับชาวดัตช์ได้มหาศาล การพัฒนาเมืองอัมสเตอร์อัมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-17 จึงล้วนเป็นการขยายเมืองและเชื่อมต่อคูคลองเข้าด้วยกันทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของเมือง เพื่อให้มีพื้นที่ตอบโจทย์ทั้งการขยายตัวของประชากร และเพื่อประโยชน์ด้านพาณิชยกรรมและเศรษฐกิจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="716" height="612" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1550701131749.png" alt="" class="wp-image-146436" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1550701131749.png 716w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1550701131749-300x256.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1550701131749-600x513.png 600w" sizes="(max-width: 716px) 100vw, 716px" /><figcaption>ผังเมืองอัมสเตอร์ดัมยุคเก่า ภาพจาก lindekin.com</figcaption></figure></div>



<p>ภาพเมืองอัมสเตอร์ดัมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 ที่มีเครือข่ายคลองขนาดใหญ่ชื่อว่า Singelgracht เป็นวงแหวนล้อมทั้งเมืองไว้ ถือเป็นตัวอย่างการออกแบบเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในยุคนั้น จน UNESCO ยกให้เป็นหนึ่งใน<a href="https://whc.unesco.org/en/list/1349/">พื้นที่มรดกโลก</a>เมื่อปี 2010 เจ้าวงแหวนคลองนี้ยังถือเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองให้อัมสเตอร์ดัมที่ต้องอยู่กับน้ำให้ได้และให้ดีตลอดเวลา และเป็นผังเมืองอ้างอิงให้กับอีกหลายๆ เมืองในคริสต์ศตวรรษที่ 19</p>



<p>ความรุ่งเรืองของผังเมืองอัมสเตอร์ดัมที่มีการจัดการน้ำดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ถือเป็นมรดกตกทอดจากประวัติศาสตร์ที่ยังส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวเมือง นึกถึงอัมสเตอร์ดัมเมื่อไหร่ ภาพการล่องเรือในคลองเที่ยวชมบรรยากาศบ้านเรือนก็เป็นกิจกรรมโรแมนติกที่เมืองไหนๆ ยากจะเลียนแบบได้</p>



<p>นอกจากการจัดการทางน้ำ อัมสเตอร์ดัมยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเมืองควบคู่ไปกับการพัฒนาภูมิทัศน์เมืองให้น่าชมและน่าใช้ชีวิต เช่น กฎหมายเพื่อสนับสนุนที่อยู่อาศัยอย่าง The Housing Act ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1901 ระบุคุณสมบัติและข้อกำหนดขั้นพื้นฐานของที่อยู่อาศัยว่าต้องออกแบบแบบไหนถึงจะมีคุณภาพและปลอดภัย ช่วยให้บ้าน อาคาร และสถาปัตยกรรมในอัมสเตอร์ดัมมีเอกลักษณ์น่ามอง หน้าตาของบ้านริมคลองที่เราคุ้นตาเลยมักจะเป็นอาคารสูงทรงแคบ มีหน้าต่างที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามจำนวนมาก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-1024x683.jpg" alt="The Fault in Our Stars" class="wp-image-146584" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-629265332-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถึงจะมองดูคล้ายๆ กันไปหมดแต่ก็ทำให้เมืองเป็นระเบียบ มองแล้วอารม์ดี และเห็นทีไรก็รู้ได้ทันทีว่านี่แหละอัมสเตอร์ดัม แต่จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่บ้านแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีบันไดที่สูงและชัน เห็นได้ชัดจากบ้านของแอนน์ แฟรงก์ ในภาพยนตร์ ที่เฮเซลต้องนั่งพักอยู่นานหลังจากปีนบันไดหลังชั้นหนังสือขึ้นไปถึงชั้น 2 ของบ้านได้</p>



<p>อัมสเตอร์ดัมยังมีนโยบายพัฒนาเมืองฉบับแรกที่ใช้เมื่อปี 1915-1917 ชื่อว่า Plan Zuid (ที่แปลว่า south plan เพราะเน้นการปรับผังเมืองทางทิศใต้) โดยต้นคิดแผนคือสถาปนิกชาวดัตช์ Hendrik Petrus Berlage นโยบายนี้หลักๆ ก็ถูกใช้เพื่อขยาย social housing ในเมือง และแบ่งถนนในเมืองออกเป็นบล็อกย่อยๆ ให้ชาวเมืองอยากเดิน แถมบล็อกเล็กๆ ยังเชื่อมต่อถนนเส้นต่างๆ ให้เป็นโครงข่ายที่สะดวกมากขึ้น บ้านพักในยุคนี้ออกแบบโดยสถาปนิกจาก The Amsterdam School ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะสไตล์อิมเพรสชั่นนิสม์ที่ใช้อิฐบล็อกเป็นหลัก ทำให้ดูมั่นคง อาคารรัฐบาลหรือโรงเรียนหลายแห่งในเมืองก็เป็นสถาปัตยกรรมลักษณะนี้</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีแนวคิด finger city ที่เมืองเอามาใช้เพิ่มพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ตามย่านชุมชนต่างๆ กว่า 800 แห่ง เพื่อให้ชาวเมืองเข้าถึงได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมือง เหมือนเวลาเรากางนิ้วแล้วสามารถเดินไปออกกำลังในสวนใกล้บ้านที่มีอยู่ทุกทิศทางได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-1024x686.jpg" alt="" class="wp-image-146590" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-1024x686.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-768x514.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-1536x1028.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-2048x1371.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-600x402.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-173007783-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองแห่งจักรยานและรถรางแสนโรแมนติก</strong></h3>



<p>พูดถึงอัมสเตอร์ดัมแล้วไม่พูดถึงจักรยานก็คงไม่ได้ ด้วยผังเมืองที่พัฒนามาเป็นถนนใยแมงมุม ทำให้เมืองนี้เป็นมิตรต่อนักปั่นจักรยานมากๆ จนรถยนต์ไม่ใช่ทางเลือกของชาวดัตช์ส่วนใหญ่ ด้วยโครงสร้างเมืองที่มีเส้นทางจักรยานระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร พร้อมจุดจอดจักรยานทั่วเมืองที่เชื่อมต่อกับขนส่งสาธารณะ ผลลัพธ์คือเมืองนี้มีจำนวนจักรยานกว่า 22 ล้านคัน มากกว่าประชากรเมืองทั้งหมดเสียอีก&nbsp;</p>



<p>จะพูดว่าชาวอัมสเตอร์ดัมปั่นจักรยานกันในชีวิตประจำวันจนเป็นปกติก็ว่าได้ มากกว่านั้นจักรยานยังถือเป็นเครื่องมือสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ใหม่ๆ ให้ชาวเมืองได้ใช้ชีวิตเสรีบนยานพาหนะสองล้อนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวหรือคู่รัก การเช่าจักรยานปั่นรอบเมืองอัมสเตอร์ดัมเป็นกิจกรรมโรแมนติกที่คล้ายเป็นข้อบังคับกลายๆ ว่าต้องทำ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-1024x576.jpg" alt="The Fault in Our Stars" class="wp-image-146586" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-1536x865.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-2048x1153.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-1320005153-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่ถ้าใครไม่ถนัดปั่นจักรยาน ขนส่งสาธารณะที่จะพาให้ทุกคนไปสำรวจอัมสเตอร์ดัมได้สะดวกสบายยังมีอีกมากมาย ทั้งรถเมล์ รถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถรางอย่างที่เฮเซลกับออกัสตัสนั่งสาย Tran 1 ไปยังร้านอาหาร Oranjee restaurant ด้วยกัน หลายคนพอพูดถึงรถรางแล้วอาจนึกถึงภาพรถเก่าๆ ที่เคลื่อนที่ไปช้าๆ แต่ขอบอกว่ารถรางในอัมสเตอร์ดัมนั้นโมเดิร์นสุดๆ ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋ว เช็กเส้นทาง ตารางเวลา และจุดที่จะลงได้ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น แถมยังสะดวกด้วยการจ่ายเงินผ่านบัตร OV-chipkaart ที่ชาวเมืองมีกันทุกคน สำหรับนักท่องเที่ยวก็สามารถใช้บัตรท่องเที่ยว I amsterdam City Card ที่ใช้ได้กับขนส่งสาธารณะทุกประเภท&nbsp;</p>



<p>เส้นทางรถรางในอัมสเตอร์ดัมมีถึง 14 สาย กระจายจากสถานีกลาง Amsterdam Centraal Station ไปยังย่านต่างๆ กว่า 500 จุด ถือเป็นโครงข่ายรถรางที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ ตัวระบบยังออกแบบมาตามหลัก Universal Design ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ หรือแม้แต่คนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษอย่างเฮเซลและออกัสตัสก็ใช้งานได้สบาย</p>



<p>ลองนึกภาพรถรางที่ไปได้ทุกที่ในเมือง แถมยังสะดวก ปลอดภัย แล้วทำไมคนในเมืองจะไม่อยากใช้กันล่ะ?</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-1024x683.jpg" alt="The Fault in Our Stars" class="wp-image-146581" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/06FAULT_SPAN-superJumbo-v2.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ส่งเสริมความรู้ด้วยพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรม</strong></h3>



<p>นอกจากผังเมืองดี ขนส่งสาธารณะก็มีมากมาย อัมสเตอร์ดัมยังเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของเนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่แค่คลองสวยๆ ที่เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาให้คนอัมสเตอร์ดัม แต่ในเมืองยังมีมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะที่ซุกซ่อนอยู่แทบทุกมุม สถิติที่น่าสนใจและน่าตกใจไปพร้อมกันคืออัมสเตอร์ดัมมีอาคาร สถาปัตยกรรม อนุสาวรีย์ และอนุสรณ์สถานที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมทั้งระดับชาติและระดับเมืองถึงเกือบ <a href="https://www.cbs.nl/en-gb/figures/detail/84486ENG?q=amsterdam">9,000 แห่ง</a> พูดได้ว่าแค่ก้าวเท้าออกมานอกบ้าน มองไปมุมไหนก็เจอแต่สิ่งสวยงามและสร้างแรงบันดาลใจ ที่ช่วยเติมความคึกคักและความมีชีวิตชีวาให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยว</p>



<p>พิพิธภัณฑ์เป็นตัวอย่างที่ดีมากของการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านศิลปวัฒนธรรมให้กับชาวเมืองทุกเพศทุกวัย ที่อัมสเตอร์ดัมมีพิพิธภัณฑ์มากกว่า 50 แห่งกระจายอยู่ทั่วเมืองและเนื้อหาก็ไม่ได้จำกัดแค่ด้านอาร์ตๆ อย่าง Rijksmuseum พิพิธภัณฑ์ชื่อดังที่เป็นแลนด์มาร์กบังคับสำหรับคนรักงานศิลป์, Huis Marseille พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายแห่งแรกของอัมสเตอร์ดัม หรือ Amsterdam Centre for Architecture สำหรับสายสถาปัตยกรรม แต่ใครที่เป็นคอประวัติศาสตร์จริงจัง นอกจาก Anne Frank House แล้วยังมี Joods Historisch Museum ที่ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชาวยิวมากขึ้น แม้แต่ในท่าอากาศยานอัมสเตอร์ดัมสคิปโฮล (Amsterdam Airport Schiphol) ก็ยังมี NEMO Science Museum สาขาย่อยเอาไว้ให้เด็กๆ เยี่ยมชมระหว่างรอเที่ยวบิน (เผื่อพ่อแม่ไม่มีเวลาพาลูกๆ ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลักในเมือง) ไปจนถึง Erotic Museum ชวนสยิวที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านโคมแดงหรือย่านค้าบริการทางเพศ (Red Light District) ของเมือง ถ้าใครจะปักหมุดไว้เป็นสถานที่เดตเราก็ไม่ห้ามแต่อย่างใด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-146583" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-1536x1022.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-2048x1363.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-530714577-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Rijksmuseum</figcaption></figure></div>



<p>แนวคิดการพัฒนาพื้นที่เมืองเพื่อกิจกรรมทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นอย่างจริงจังเพราะโต้โผหลักอย่างรัฐบาลและเทศบาลเมือง ผ่านแผน&nbsp;Arts and Culture Memorandum 2017-2020 ที่มีเป้าหมายคือต้องทำให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะได้อย่างเท่าเทียมกัน (Inclusive for all ages and backgrounds.) ตัวเมืองมีกองทุนหลักเพื่องานศิลปะแยกออกมาชัดเจนคือ Amsterdam Fund for the Arts โดยงบประมาณส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองอัมสเตอร์ดัม ในช่วงปี 2017-2020 ของแผน เมืองทุ่มงบกว่า 31.5 ล้านยูโรไปกับโครงการด้านศิลปะล้วนๆ เห็นแล้วก็น่าดีใจที่เงินจำนวนนี้ถูกใช้เพื่อต่อยอดการเรียนรู้และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนในเมืองจริงๆ</p>



<p>หลายๆ โครงการวัฒนธรรม ภาครัฐยังชวนพิพิธภัณฑ์หรือห้องสมุดในเมืองมาร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดการกระจายพื้นที่ศิลปะไปในย่านเล็กๆ ตามนโยบาย Art throughout the city ที่เห็นเป็นรูปธรรมก็เช่น การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ Cultural Centers (Cultuurhuizen) ในเมืองไปทั่วทุกทิศ พอทุกโซนได้รับการสนับสนุนเท่าๆ กัน คนในละแวกนั้นก็มีโอกาสเสพศิลปะและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากที่พักอาศัย และยังเป็นการช่วยสนับสนุนให้ศิลปินและผู้ประกอบการตัวเล็กๆ เติบโตได้ในชุมชนของตัวเองด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-1024x683.jpg" alt="The Fault in Our Stars" class="wp-image-146588" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-155174009-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ไม่หยุดพัฒนาไปข้างหน้า</strong></h3>



<p>อย่างไรก็ตาม วิกฤตโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลให้อัมสเตอร์ดัมยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมและต้องปรับตัวที่จะอยู่กับน้ำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากหลายเมืองที่มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ต่ำและใกล้แหล่งน้ำ (กรุงเทพฯ ก็เช่นกัน) ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา อัมสเตอร์ดัมจึงมุ่งขยายวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองไปด้านความยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>



<p>หนึ่งในแผนพัฒนาระยะยาวที่ทางเทศบาลเมืองวางไว้คือ ‘Structural Vision: Amsterdam 2040’ ที่เริ่มลงมือกันตั้งแต่ปี 2011 โดยมีนโยบายที่ต้องเร่งแก้ไขด่วนๆ เช่น การจัดสรรที่ดินและใช้ประโยชน์พื้นที่เมืองให้คุ้มค่าด้วยโครงการ mixed-use building ขยายโครงข่ายขนส่งสาธารณะจากในเมืองไปสู่ระดับภูมิภาค การเพิ่มพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพและหลากหลาย ทั้งพื้นที่สีเขียวและพื้นที่นันทนาการริมน้ำ และที่สำคัญคือการหันมาใช้พลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานชีวมวล</p>



<p>ชาวอัมสเตอร์ดัมตั้งเป้าว่าสัดส่วนของระยะทางที่รถยนต์ขับในเมืองจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดมากถึง 60-90 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2040 ส่วนขนส่งสาธารณะอย่างเรือท่องเที่ยวที่เฮเซลกับออกัสตัสนั่งล่องในคลองก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษทั้งควันและเสียงที่กระทบกับชุมชน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-146589" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-1536x864.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3-600x338.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/domus-roboats-3.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Roboat เรือพลังงานไฟฟ้าไร้คนขับ ภาพจาก domusweb.it</figcaption></figure></div>



<p>ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าอัมสเตอร์ดัมจะพยายามรักษาแต่มรดกวัฒนธรรมเก่าๆ โดยไม่ยอมปรับเปลี่ยนอะไร แนวคิด Amsterdam 2040 ยังมีเป้าหมายเพื่อให้เมืองมุ่งไปสู่สมาร์ตซิตี้ ที่หยิบเอาเทคโนโลยีมาช่วยให้การอยู่อาศัยในเมืองจากที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ตัวอย่างโปรเจกต์ทดลอง เช่น <a href="http://www.cityzen-smartcity.eu/">City-zen</a> โครงการระดมไอเดียเพื่อหาแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมที่จะตอบโจทย์การเป็น zero carbon city (เมืองที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์) และล่าสุดคือ Roboat เรือพลังงานไฟฟ้าไร้คนขับที่เพิ่งทดลองใช้ล่องในคลองอัมสเตอร์ดัมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผลงานของ Amsterdam Institute for Advanced Metropolitan Solutions ก็เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชาวอัมสเตอร์ดัมไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อชาวเมืองเลยจริงๆ</p>



<p>อัมสเตอร์ดัมในความทรงจำของเฮเซลที่มีกับออกัสตัสคือเมืองแห่งคลอง จักรยาน รถราง บ้านของแอนน์ แฟรงก์ และเสียงไวโอลินที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกัน แต่ชาวเมืองและเทศบาลอัมสเตอร์ดัมก็ไม่ได้หยุดเมืองของพวกเขาไว้เพียงแค่มรดกทางภูมิประเทศ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมจากอดีตที่ทุกคนมีภาพจำเท่านั้น แต่ยังตั้งใจมุ่งมั่นพัฒนาเมืองนี้ให้เต็มไปด้วยพื้นที่ที่เปิดรับความหลากหลายและเป็นเมืองของทุกคนจริงๆ</p>



<p>ความโรแมนติกในเมืองอัมสเตอร์ดัมอาจไม่ได้แสดงออกผ่านความหรูหราฟู่ฟ่า แต่ซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศน่ารักที่ทำให้ช่วงที่ได้ใช้เวลาร่วมกันมีคุณภาพ และน่าจะทำให้ทุกคนสัมผัสถึงนิยามของคำว่าชีวิตที่ดีและมีหวังเสมอ เหมือนอย่างที่เฮเซลและออกัสตัสได้สิ่งนั้นกลับไปเต็มเปี่ยมเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146582" width="768" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/589eb83cbc56a.image_.jpg 1564w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Recommended Romantic Places in Amsterdam</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading">The Fault in Our Stars Bench</h4>



<p>ม้านั่งสีเขียวธรรมดาริมคลองที่ตัดกันระหว่างคลอง Herengracht และคลอง Leidsegracht ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองทันที เกร็ดสนุกๆ คือหลังจากหนังฉายไม่นาน ม้านั่งนี้ก็ถูกขโมยไป จนเทศบาลเมืองอัมสเตอร์ดัมต้องเร่งหาม้านั่งตัวใหม่มาตั้งแทน โดยอ้างว่าเป็นตัวเดิมกับที่สองนักแสดงหลักในเรื่องได้นั่งจริงๆ แน่นอนว่าถ้าใครเป็นแฟนหนังเรื่องนี้ก็ควรค่าที่จะไปถ่ายภาพบนม้านั่งเป็นที่ระลึกสักครั้ง แต่ถ้ามีเวลามากกว่านั้น เราแนะนำให้นั่งชมบรรยากาศวิถีชีวิตริมคลองแบบชาวอัมสเตอร์ดัมแท้ๆ ด้วยนะ คำแนะนำคืออย่าไปขีดเขียนข้อความบนเก้าอี้แบบที่คนอื่นๆ เขาทำกันเพิ่มอีกเลย เพราะจะเสียมู้ดโรแมนติกเอา</p>



<p>ดูพิกัดม้านั่งได้<a href="https://goo.gl/maps/qiFE2ujG9iooAHXU9" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars-1024x768.jpg" alt="The Fault in Our Stars" class="wp-image-146579" width="768" height="576" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/pg-36-fault-in-our-stars.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption>independent.co.uk</figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Vondelpark</h4>



<p>อัมสเตอร์ดัมมีพื้นที่สาธารณะมากมายให้ออกไปเลือกทำกิจกรรมได้ตามใจชอบ แต่จะมีอะไรดีไปกว่าการชวนแฟนไปนั่งปิกนิกกันใต้ต้นไม้ในสวน Vondelpark ใจกลางเมือง วันที่อากาศเป็นใจ พกเสื่อปิกนิก อาหาร และเครื่องดื่มไปใช้เวลายามบ่ายฟังเสียงนกร้องและให้แดดอุ่นๆ ส่องด้วยกัน ถึงสวนนี้จะเป็นสวนท็อปฮิตของชาวอัมสเตอร์ดัม แต่ก็ไม่ได้พลุกพล่านและยังมี hidden spot ให้ได้ใช้เวลาด้วยกันสองต่อสองอยู่บ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146578" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-2048x1366.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-498052535-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">De Ceuvel</h4>



<p>คู่รักสายอินดี้ที่อยากหลีกหนีจากจุดท่องเที่ยวฮิตๆ ในอัมสเตอร์ดัม De Ceuvel คือที่ที่เหมาะกับคุณ เดิมที่นี่เป็นอู่ต่อเรือที่เหล่าสถาปนิกเข้ามาฟื้นฟูให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นทั้งที่ทำงานของชาวครีเอทีฟในอัมสเตอร์ดัม คาเฟ่ และพื้นที่ส่วนกลางไว้ใช้จัดอีเวนต์ทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ เช่น งานฉายหนัง เวิร์กช็อป หรือนิทรรศการภาพถ่าย จะมาเที่ยวสำรวจความฮิปเก๋ในตอนเย็นๆ พลางจิบเบียร์ชมวิวพระอาทิตย์ตกก็ได้ หรือถ้าอยากเพิ่มดีกรีความโรแมนติกมากขึ้น จะลองพักในโรงแรมลอยน้ำ Hotel Asile Flottant ที่เปลี่ยนเรือเก่าเป็นห้องพักสุดหรูก็ได้ การได้ตื่นเช้าแล้วเห็นแสงอาทิตย์ลอยบนขอบน้ำเต็มๆ ตา คงเป็นบรรยากาศสวรรค์บนน้ำที่ยากจะลืมจริงๆ</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสถานที่นี้ได้ที่ <a href="https://deceuvel.nl/en/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">deceuvel.nl</a> และ <a href="https://www.asileflottant.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">asileflottant.com</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="580" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-1024x580.jpg" alt="" class="wp-image-146577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-1024x580.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-768x435.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-1536x870.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83-600x340.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2822f155-4980-4300-aa86-702fc5555d83.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>Amsterdam: a different energy 2040 Energy Strategy (City of Amsterdam)<br><a href="https://www.amsterdam.nl/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">amsterdam.nl</a><br><a href="https://www.amsterdamtips.com/cycling-in-amsterdam" target="_blank" rel="noreferrer noopener">amsterdamtips.com</a><br><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Plan_Zuid" target="_blank" rel="noreferrer noopener">en.wikipedia.org</a><br><a href="https://ew.com/article/2014/07/07/tfios-bench-amsterdam/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ew.com</a><br><a href="https://www.iamexpat.nl/expat-info/dutch-expat-news/amsterdam-2040-master-plan-smart-city" target="_blank" rel="noreferrer noopener">iamexpat.nl</a><br><a href="https://www.iamsterdam.com/en/see-and-do/things-to-do/attractions-and-sights/architecture" target="_blank" rel="noreferrer noopener">iamsterdam.com</a><br><a href="https://www.linkedin.com/pulse/city-amsterdam-historic-perspective-urban-planning-dillion-asher/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">linkedin.com</a><br><a href="https://overmorgen.nl/en/case/amsterdam-2040-programme-for-a-natural-gas-free-city/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">overmorgen.nl</a><br><a href="http://www.tcdc.or.th/articles/business-industrial/4813/#Amsterdam--Live-on-Water" target="_blank" rel="noreferrer noopener">tcdc.or.th</a><br><a href="https://www.theguardian.com/film/2014/jul/02/the-fault-in-our-stars-bench-missing-amsterdam" target="_blank" rel="noreferrer noopener">theguardian.com</a><br><a href="https://www.theguardian.com/world/2021/jun/03/roboats-amsterdam-to-trial-self-driving-electric-boats" target="_blank" rel="noreferrer noopener">theguardian.com</a><br><a href="https://variety.com/gallery/the-fault-in-our-stars-making-of-the-anne-frank-house-scenes-exclusive/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">variety.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/romanti-site-amsterdam/">Amsterdam เมืองเยียวยาใจที่คืนชีวิตให้เฮเซลและออกัสตัสใน The Fault in Our Stars</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Crema เมืองอบอุ่นใน Call Me By Your Name ที่ชวนให้หลงรักธรรมชาติและบรรยากาศชนบท</title>
		<link>https://adaymagazine.com/crema-call-me-by-your-name/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Sep 2021 16:56:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Romanti-Site]]></category>
		<category><![CDATA[call me by your name]]></category>
		<category><![CDATA[crema]]></category>
		<category><![CDATA[Italy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145605</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากพูดถึงภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดบรรยากาศและกลิ่นอายชนบทประเทศอิตาลีได้ชัดเจน ทั้งแสงแดดอุ่นที่ตกกระทบแม่น้ำระยิบระยับในฤดูร้อน สายลมเบาๆ ที่พัดผ่านทุ่งหญ้าสีเขียวระหว่างทางปั่นจักรยาน เสียงนกร้องและแมลงก้องกังวานในสนามหญ้าหลังบ้าน รวมถึงสถาปัตยกรรมกลางเมืองที่ได้อิทธิพลจากยุคกลาง เชื่อว่า Call Me By Your Name ผลงานของผู้กำกับชาวอิตาลี Luca Guadagnino น่าจะเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในใจใครหลายคน เกริ่นสั้นๆ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู Call Me By Your Name คือภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า-coming of age ที่นำเสนอความรักระหว่างชายหนุ่มสองคนในฤดูร้อนของอิตาลีเมื่อปี 1983 เอลิโอ (รับบทโดย Timothée&#160;Chalamet) เด็กชายวัย 17 ที่ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยในคฤหาสน์เก่าแก่กับครอบครัว และโอลิเวอร์ (รับบทโดย Armie Hammer) นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันผู้เดินทางมาช่วยทำงานวิจัยของพ่อเอลิโอซึ่งเป็นศาสตราจารย์ การปรากฏตัวของโอลิเวอร์ในฤดูร้อนครั้งนั้นได้มอบบทเรียนล้ำค่าในชีวิตเอลิโอ ผ่านการสำรวจพื้นที่ใหม่ในจิตใจตัวเองที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน นอกจากเส้นเรื่องความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความปรารถนา อารมณ์ร้อนรุ่ม สับสน แต่ก็เซ็กซี่ระหว่างเอลิโอและโอลิเวอร์ที่ชวนให้คนดูอย่างเราติดตามแล้ว อีกพาร์ตหนึ่งที่ตัวหนังทำไว้ได้ดีมากๆ คือการใช้ภาษาภาพถ่ายทอดบรรยากาศของอิตาลีตอนเหนือ เสริมให้มู้ดและโทนของหนังมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ซึ่งต้องยกความดีความชอบนี้ให้กับธรรมชาติอันสวยงามที่รายล้อมในแคว้นลอมบาร์เดียที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์สะกดคนดูไว้อยู่หมัด บ่อเก็บน้ำ Fontanile Quarantina สถานที่ที่เป็นเหมือนจุดเปิดใจให้เอลิโอและโอลิเวอร์เรียนรู้กันพร้อมกับจูบแรก, ทะเลสาบ Laghetto [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/crema-call-me-by-your-name/">Crema เมืองอบอุ่นใน Call Me By Your Name ที่ชวนให้หลงรักธรรมชาติและบรรยากาศชนบท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากพูดถึงภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดบรรยากาศและกลิ่นอายชนบทประเทศอิตาลีได้ชัดเจน ทั้งแสงแดดอุ่นที่ตกกระทบแม่น้ำระยิบระยับในฤดูร้อน สายลมเบาๆ ที่พัดผ่านทุ่งหญ้าสีเขียวระหว่างทางปั่นจักรยาน เสียงนกร้องและแมลงก้องกังวานในสนามหญ้าหลังบ้าน รวมถึงสถาปัตยกรรมกลางเมืองที่ได้อิทธิพลจากยุคกลาง เชื่อว่า <em>Call Me By Your Name</em> ผลงานของผู้กำกับชาวอิตาลี Luca Guadagnino น่าจะเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในใจใครหลายคน</p>



<p>เกริ่นสั้นๆ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู <em><a href="https://adaymagazine.com/movie-call-me-by-your-name/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Call Me By Your Name</a></em> คือภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่า-coming of age ที่นำเสนอความรักระหว่างชายหนุ่มสองคนในฤดูร้อนของอิตาลีเมื่อปี 1983 เอลิโอ (รับบทโดย Timothée&nbsp;Chalamet) เด็กชายวัย 17 ที่ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยในคฤหาสน์เก่าแก่กับครอบครัว และโอลิเวอร์ (รับบทโดย Armie Hammer) นักศึกษาหนุ่มชาวอเมริกันผู้เดินทางมาช่วยทำงานวิจัยของพ่อเอลิโอซึ่งเป็นศาสตราจารย์ การปรากฏตัวของโอลิเวอร์ในฤดูร้อนครั้งนั้นได้มอบบทเรียนล้ำค่าในชีวิตเอลิโอ ผ่านการสำรวจพื้นที่ใหม่ในจิตใจตัวเองที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/03663acee0c5dd00915c43c001faa921.jpg" alt="" class="wp-image-145925" width="423" height="626" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/03663acee0c5dd00915c43c001faa921.jpg 564w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/03663acee0c5dd00915c43c001faa921-203x300.jpg 203w" sizes="(max-width: 423px) 100vw, 423px" /></figure></div>



<p>นอกจากเส้นเรื่องความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความปรารถนา อารมณ์ร้อนรุ่ม สับสน แต่ก็เซ็กซี่ระหว่างเอลิโอและโอลิเวอร์ที่ชวนให้คนดูอย่างเราติดตามแล้ว อีกพาร์ตหนึ่งที่ตัวหนังทำไว้ได้ดีมากๆ คือการใช้ภาษาภาพถ่ายทอดบรรยากาศของอิตาลีตอนเหนือ เสริมให้มู้ดและโทนของหนังมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ซึ่งต้องยกความดีความชอบนี้ให้กับธรรมชาติอันสวยงามที่รายล้อมในแคว้นลอมบาร์เดียที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์สะกดคนดูไว้อยู่หมัด</p>



<p>บ่อเก็บน้ำ Fontanile Quarantina สถานที่ที่เป็นเหมือนจุดเปิดใจให้เอลิโอและโอลิเวอร์เรียนรู้กันพร้อมกับจูบแรก, ทะเลสาบ Laghetto dei Riflessi ที่เอลิโอไปว่ายน้ำเล่นกับเพื่อน และฉากภาพจำที่โอลิเวอร์ยื่นแขนรูปปั้นผุพังให้เอลิโอจับ ก็ถ่ายทำที่ Grotte di Catullo โบราณสถานแถวๆ Lake Garda ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี หรือเทือกเขาที่ทั้งคู่เดินขึ้นไปยังน้ำตกเซริโอ (Cascate del Serio) เพื่อส่งท้ายความทรงจำกันที่นั่น ทุกสถานที่ถูกใช้เป็น ‘ตัวละคร’ ที่เสริมความสัมพันธ์และความสับสนให้กับทั้งคู่ในฤดูร้อนปีนั้นไว้อย่างแจ่มชัด จึงไม่แปลกที่เมื่อดูจบ ใครหลายคนก็คงอยากแพ็กกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของอิตาลีตอนเหนือทันทีเหมือนเรา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="554" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1-1024x554.jpg" alt="Call Me By Your Name" class="wp-image-145913" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1-1024x554.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1-768x415.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1-600x324.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Call-me-by-your-name-1.jpg 1480w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้ว่าในต้นฉบับนวนิยายที่เขียนโดยนักเขียนชาวอเมริกัน André Aciman จะระบุไว้คร่าวๆ ถึงสถานที่ในเรื่องว่าอยู่ที่แคว้นลิกูเรีย ประเทศอิตาลีในแถบชายฝั่งริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่ลูก้าก็เลือกที่จะเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำหลักมาที่แคว้นลอมบาร์เดียในอิตาลีตอนเหนือ ซึ่งครอบคลุมหลายๆ เมืองที่เราคนไทยอาจไม่คุ้นชื่อ อย่างเมืองปันดิโน, เครมา, เบอร์กาโม และมอสกัซซาโน สาเหตุที่ลูก้าเลือกถ่ายทำในแคว้นลอมบาร์เดียก็เพราะตัวเขาคุ้นเคยกับสภาพบ้านเมืองและบรรยากาศแถวนี้ซึ่งไม่ไกลจากที่ที่เขาอยู่ แถมยังมองว่าเมืองเล็กๆ เหล่านี้ยังคงมีกลิ่นอายของอิตาลีแท้ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งด้วยการท่องเที่ยว ซึ่งไม่ค่อยได้ถูกนำเสนอออกไปผ่านสื่อเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ที่เราเห็นกันจนชิน</p>



<p>ถึงคฤหาสน์ Villa Albergoni (บ้านของตระกูลเพิร์ลแมน) ในยุคศตวรรษที่ 16 ที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำหลักจะอยู่ในเมืองมอสกัซซาโน (และไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมแล้ว) แต่สถานที่ที่ตัวละครหลักทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันส่วนใหญ่ก็ถ่ายทำที่เมืองเครมา ซึ่งห่างจากเมืองมิลานไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น บทความนี้เราเลยจะโฟกัสที่เมืองเครมาเป็นหลัก เพื่อดูว่าบรรยากาศและนโยบายพัฒนาเมืองแบบไหนที่ชวนให้เอลิโอและโอลิเวอร์ ผู้ใช้เวลาร่วมกันเพียงแค่สั้นๆ ตกหลุมรักและมีความปรารถนาต่อกันขนาดนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="549" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-1024x549.jpg" alt="" class="wp-image-145928" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-1024x549.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-300x161.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-768x412.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-1536x824.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene-600x322.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/call-me-by-your-name-shake-hand-scene.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองเล็กๆ ที่เป็นมิตรกับทุกคน</strong></h3>



<p>เครมาเป็นแค่เมืองเล็กๆ ในจังหวัดเครโมนา มีประชากรอาศัยแค่ 35,000 คน บรรยากาศเงียบสงบเช่นนี้เลยเหมาะสำหรับการมาพักผ่อนตากอากาศและหาแรงบันดาลใจ ย้อนไปในประวัติศาสตร์ เมืองนี้เคยถูกปกครองโดย Gian Galeazzo Visconti ดยุกแห่งมิลานในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ที่มีชื่อเสียงด้านกิจกรรมทางการเกษตร หลังจากนั้นเครมาก็ถูกควบรวมเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐเวนิส (Republic of Venice ในยุคนั้น) ตั้งแต่ปี 1449 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เครมาได้รับอิทธิพลในการพัฒนาหลายๆ อย่าง ทั้งสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น อย่างป้อมกำแพงเมืองที่ล้อมรอบเมืองไว้ในช่วงการขยายเมืองในศตวรรษที่ 14 (ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างแม้จะถูกทำลายไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20) หรือพื้นที่สาธารณะอย่างจัตุรัส&nbsp;Palazzo Comunale (1525-1533) และ Palace&nbsp;of&nbsp;Notaries ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็น Bishop&#8217;s Palace ที่เปิดให้เข้าชมได้ </p>



<p>การอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐเวนิสยังช่วยให้เครมารอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจจากการรุกรานของอาณาจักรสเปนและได้ประโยชน์ด้านการค้าขาย ทำให้เศรษฐกิจของเมืองเฟื่องฟู หลังจากนั้นในปี 1861 เครมาก็ได้รับอิสระและเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอิตาลี (Kingdom of Italy) ในยุคนั้น</p>



<p>ผังเมืองและสถาปัตยกรรมในเครมาก็ได้อิทธิพลมาจากการปกครองของชาวเวนิสเช่นกัน จัตุรัส Piazza Duomo เป็นเหมือนศูนย์กลางของชุมชนและร้านค้า เชื่อมต่อกับอนุสาวรีย์ Arco del Torrazzo ใกล้ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นโค้งประตูเข้าเมืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 และยังมีศาลาว่าการเมือง Comune di Crema กับโบสถ์ Crema Cathedral โบสถ์ใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมสไตล์กอทิกมาจากยุคกลางอยู่รอบๆ จัตุรัสแลนด์มาร์กแห่งนี้ และหากสังเกตดีๆ เราจะเห็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอย่างสิงโตที่ชาวเวนิสแอบใส่ไว้ตามจุดต่างๆ ในเมืองด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-683x1024.jpg" alt="Call Me By Your Name" class="wp-image-145915" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/GettyImages-871509790.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>พูดกันตามตรง หากใครอยากเดินทางมาตามรอยโลเคชั่นหนังในเมืองเครมาก็สามารถไปได้ครบโดยไม่ต้องใช้เวลานานนัก เพราะสถานที่หลักๆ ทั้งหมดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก Piazza Duomo แต่เสน่ห์ที่เราคิดว่าเป็นจุดเด่นของเครมาคือบรรยากาศเมืองที่อบอุ่น ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากอิตาลีเมืองอื่นๆ บวกกับวิถีชีวิตเรียบง่ายและแช่มช้าของชาวเมืองที่ยังคงใช้จักรยานเป็นพาหนะสัญจรหลักไม่ต่างจากภาพที่เราเห็นในหนังเลย แถมเมืองเองก็ยังสะอาดสะอ้าน เดินได้ง่าย และผู้คนเป็นมิตรพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากที่ <em>Call Me By Your Name</em> ออกฉายทั่วโลกในช่วงปี 2017-2018 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเครมาเพื่อมาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างคาดเดาได้ (ในเดือนธันวาคม ปี 2017 หลังหนังฉายที่ยุโรป เครมามีปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์) </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="640" height="427" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema.jpg" alt="" class="wp-image-145944" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema.jpg 640w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Comunecrema-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption>Image by <a href="https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Comunecrema.jpg" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Cremasco</a></figcaption></figure></div>



<p>แน่นอนว่าชาวเมืองเองก็พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยว อย่างร้านค้าที่เป็นโลเคชั่นถ่ายทำในหนังบริเวณ Piazza Duomo ก็แทบจะเซตจุดมาร์กไว้ให้คนที่อยากถ่ายรูปเลียนแบบซีนในหนัง ไปจนถึงมีทัวร์ที่จัดโปรแกรมตามรอยหนังเรื่องนี้ทั่วแคว้นลอมบาร์เดียโดยเฉพาะ มองในแง่ดีก็เท่ากับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เมืองเล็กๆ นี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การพัฒนาที่รวดเร็วก็ควรควบคู่ไปกับนโยบายของเมืองที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าที่เครมามีมาตั้งแต่ยุคกลางเช่นกัน</p>



<p>เมืองชนบทอย่างเครมารวมถึงเมืองอื่นๆ ในแคว้นลอมบาร์เดียที่สภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยธรรมชาติ ผืนป่า เทือกเขา แม่น้ำ ที่เป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมหาศาล ทำให้เราตั้งคำถามว่ารัฐบาลอิตาลีจะรักษาภูมิภาคตอนเหนือของอิตาลีนี้ให้ยั่งยืนได้ยังไง เพราะในช่วงปี 2000 จังหวัดเครโมนาเองก็ได้รับผลกระทบจากการแผ่ขยายของเมือง การเติบโตของประชากรอิตาลี ประกอบกับภาคเกษตรกรรมของประเทศก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก เทคโนโลยี รวมไปถึงนโยบายของสหภาพยุโรปที่เข้มงวดเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-145917" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Grotte-di-Catullo_GettyImages-1091896624-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Scenic ruins in the rays of sunset of Grottoes of Catullus, roman villa in Sirmione city,  Lake Garda, Italy. Winter time.</figcaption></figure></div>



<p>อิตาลีมีกฎหมายผังเมืองที่หยิบเรื่องภูมิทัศน์เมืองและสิ่งแวดล้อมมาเป็นประเด็นถกเถียงเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1990 ทำให้พื้นที่ธรรมชาติในจังหวัดเครโมนาได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะไม่เพียงเป็นพื้นที่ธรรมชาติหลักในประเทศ แต่ยังรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมที่เฉพาะตัวทั้งในแง่สถาปัตยกรรม การท่องเที่ยว กีฬา และอาหาร เมืองเครมาเองก็ถือเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรของจังหวัดที่ชาวเมืองยังประกอบอาชีพทางการเกษตรและการแปรรูปอาหาร มีการจ้างงานในสเกลระดับย่อย เช่น ในครัวเรือนหรือโรงงานเล็กๆ ซึ่งรัฐบาลอิตาลีเองก็มองว่าสินทรัพย์และความเฉพาะตัวเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาไว้ โดยกระจายอำนาจหน้าที่ให้เทศบาลจังหวัดดูแลจัดการได้อย่างเต็มที่</p>



<p>เมื่อรัฐบาลกลางมีแนวคิดการพัฒนานี้ครอบคลุมไปทั่วประเทศ ผลลัพธ์คือเมืองต่างๆ มีทิศทางการพัฒนาชัดเจนมากขึ้น ในจังหวัดเครโมนาก็มีแผน Cremona Plan ที่เริ่มใช้ในปี 1994-1998 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้มั่นใจว่านโยบายการพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมทุกอย่างจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นหลัก ตัวอย่างที่อยากเล่าถึงคือการเชื่อมโยงเครือข่ายทางนิเวศ (ecological network) ในแคว้นลอมบาร์เดียทั้งหมดเข้าด้วยกัน เช่น เชื่อมต่อพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติ แม่น้ำลำธาร หรือพื้นที่นันทนาการในเขตเข้าด้วยกัน ประโยชน์ของมันคือเพื่อให้เกิดพื้นที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติของสัตว์ป่าที่กว้างขวางขึ้น เกิดความหลากหลายของระบบนิเวศ โดยพื้นที่เหล่านี้ยังถือเป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติเวลาเกิดภัยพิบัติด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-819x1024.jpg" alt="Call Me By Your Name" class="wp-image-145914" width="614" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-1229x1536.jpg 1229w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196-600x750.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Cascate-del-Serio-waterfall_GettyImages-1063925196.jpg 1638w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมืองที่ชวนให้หลงรักธรรมชาติและบรรยากาศชนบท</strong></h3>



<p>มองออกไปให้เห็นภาพกว้างถึงประโยชน์ของผู้คนในเมือง นอกจากจะได้พื้นที่ธรรมชาติไว้พักผ่อนหย่อนใจใกล้เมืองอย่างที่เราเห็นเอลิโอกับโอลิเวอร์ใช้เวลายามบ่ายออกไปขี่จักรยานเล่นผ่านทุ่งหญ้าและแปลงเกษตรของชาวบ้าน นั่งแช่ขาในบ่อเก็บน้ำและลำธารใกล้ๆ หรือแม้แต่ออกทริปไปปีนเขาแล้ว ในอีกทาง ธรรมชาติเหล่านี้ยังช่วยให้ชาวเมืองมีสุขภาวะที่ดีขึ้นทั้งกายภาพและจิตใจ </p>



<p>สรุปอย่างสั้น เครมาเป็นเมืองที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติจนชวนให้เรามีสุขภาพดี มีสถานที่ใกล้ๆ ให้ออกไปใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง และยังมีเวลาว่างมากพอที่จะออกไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ สังสรรค์กันในเทศกาลต่างๆ ที่คงกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศโรแมนติกขึ้นไม่น้อย สารภาพตามตรงว่าระหว่างที่เราดูหนัง เรายิ่งอิจฉาชีวิตของเอลิโอที่เขามีปิดเทอมฤดูร้อนที่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเพื่อนๆ ว่ายน้ำในสระหลังบ้าน อ่านหนังสือ กินอาหารดีๆ และมีเวลาไปสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ ทั้งภายนอกและภายในจิตใจตัวเอง</p>



<p>อีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันว่าเครมาเป็นเมืองที่ส่งเสริมชีวิตสาธารณะนอกบ้านขนาดไหน ก็เห็นได้จากการที่เมืองนี้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน <a href="http://www.crema2016.eu/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">European City of Sport</a> เมื่อปี 2016 ร่วมกับอีกหลายๆ เมืองในภูมิภาคยุโรป เพราะเขามองว่ากีฬาไม่ใช่เพียงกิจกรรมสันทนาการเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่ยังจัดเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้เข้าเมืองมหาศาล และเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยให้คนในชุมชนใกล้ชิด มีปฏิสัมพันธ์ และต่อยอดไปถึงความสัมพันธ์ดีๆ ที่อาจตามมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="553" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_-1024x553.jpg" alt="" class="wp-image-145923" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_-1024x553.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_-768x415.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_-600x324.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5a3aec00c9ef3.image_.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เครมามีดีด้านกีฬายังไง? คำตอบคือเมื่อเมืองมีพร้อมทั้งวัฒนธรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื้อเชิญผู้มาเยือนแล้ว เมืองก็เริ่มต้นจากการชักชวนทุกภาคส่วนมาร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่สนับสนุนให้เยาวชนได้ออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพตั้งแต่ยังเด็ก ภาคประชาสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการมาเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยจัดการ ในแง่กายภาพและภูมิทัศน์เมืองก็ออกแบบพื้นที่สนับสนุนให้คนทุกเพศทุกวัยได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬากัน ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่กีฬาในร่ม แต่ยังส่งเสริมพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งและกิจกรรมนันทนาการต่างๆ เช่น เส้นทางวิ่งมาราธอนหรือปั่นจักรยานรอบเมืองเก่า หรือเส้นทางปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเซริโอก็เป็นกิจกรรมในวันหยุดที่ชาวเมืองมักทำกัน ส่วนใครที่รักการผจญภัย การไปพายเรือคายักล่องแม่น้ำก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง จนเราสามารถยืนยันได้เลยว่าไลฟ์สไตล์นอกบ้านที่ได้สัมผัสธรรมชาติถือเป็นดีเอ็นเอของชาวเมืองเครมาอย่างแท้จริง</p>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ภาพความโรแมนติกและกิจกรรมสาธารณะในเมืองเครมาอาจจะดูแจ่มชัดสำหรับคู่รักต่างเพศเท่านั้น แม้ใน <em>Call Me By Your Name</em> จะฉายภาพความรักของเกย์ไว้อย่างชัดเจน แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ความรักที่สมหวัง เครมาและเมืองอื่นๆ ในแคว้นลอมบาร์เดียเองก็ยังไม่ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาว <a href="https://adaymagazine.com/search/lgbt" target="_blank" rel="noreferrer noopener">LGBTQ+</a> เท่าไหร่นัก ด้วยสภาพแวดล้อมชนบท บวกกับการที่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนยังมีแนวคิดอนุรักษนิยม การเปิดรับคนและแนวคิดใหม่ๆ ยังเป็นเรื่องไม่ง่าย หากเทียบกับเมืองท่องเที่ยวในอิตาลีอย่างปุลยา เนเปิลส์ หรือซิซิลี ที่บรรยากาศเมืองอาจสนับสนุนให้คนมีแนวคิดเปิดกว้างจนติดลิสต์เมืองที่เฟรนด์ลี่กับชาว LGBTQ+ เช่นกันกับมิลานและโรม เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม ในปี 2016 อิตาลีอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนเป็นคู่ชีวิต (Same-Sex Civil Unions) ได้เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ากฎหมายสมรสระหว่างคู่รักเพศเดียวกันจะยังเป็นประเด็นที่ชาวอิตาลีต้องช่วยกันขับเคลื่อนและผลักดันกันต่อไป</p>



<p>เครมาเป็นเมืองเล็กๆ ในอิตาลีที่มองข้ามไม่ได้อีกต่อไป เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมให้เราสำรวจได้ในเวลาสั้นๆ หากมีเวลาจำกัด แต่ถ้าอยากซึมซับเสน่ห์และความโรแมนติกแบบอิตาลีที่ให้รสชาติใหม่ๆ ต่างจากการไปเยือนมิลานเมืองแฟชั่น หรือเมืองอาร์ตๆ อย่างโรมหรือเวนิส เราเชื่อว่าแสงแดดอุ่นที่ลอดผ่านร่มไม้ ความเงียบสงบและร่มเย็นเมื่อได้นั่งมองลำธารและเทือกเขาที่ห้อมล้อม และความมีชีวิตชีวากับความเป็นมิตรของชาวเมืองที่ได้หยิบยื่นให้ ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมเครมาถึงได้มีความโรแมนติกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถูกถ่ายทอดมาอย่างงดงามผ่าน <em>Call Me By Your Name</em> จนเราหลงรักหัวปักหัวปำ ไม่ต่างจากความรักที่เอลิโอมอบให้โอลิเวอร์ในฤดูร้อนปี 1983 เลย</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>Recommended Romantic Places in Crema</strong></h3>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="554" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-1024x554.jpg" alt="Call Me By Your Name" class="wp-image-145927" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-1024x554.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-300x162.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-768x415.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-1536x830.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name-600x324.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Brody-Call-Me-By-Your-Name.jpg 1998w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Piazza Duomo</h4>



<p>ถ้าคุณทั้งคู่ (หรือจะแค่แฟนหนุ่ม-แฟนสาวของคุณ) เป็นแฟนคลับ <em>Call Me By Your Name</em> ตัวจริง Piazza Duomo ก็ถือเป็นเช็กลิสต์ที่ยังไงก็พลาดไม่ได้ จะเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมยุคกลางหรือตั้งใจมาตามรอยถ่ายรูปคู่กับประตูเมือง Arco del Torrazzo ในมุมที่เอลิโอกับโอลิเวอร์นั่งคุยกันก็ได้ ใกล้ๆ Piazza Duomo ยังมีร้านไอศครีม G&nbsp;Glace ที่สามารถเข้าไปนั่งพักชิมไอศครีมเจลาโต้หรืออาหารมื้อเบาๆ สั่งมากินเป็น brunch dating พลางมองชมโบสถ์ประจำเมืองได้ จากตรงนี้ยังสามารถเดินจับมือกันหรือขี่จักรยานเที่ยวรอบเมืองเครมาไปยังมุมฮิตๆ ที่ปรากฏในหนังได้อีกเยอะ ทั้งจัตุรัส Piazza Gambazocchi จัตุรัส Palazzo Premoli ไปจนถึง Circolo Arci San Bernardino ซึ่งเป็นศูนย์วัฒนธรรมของเมืองเครมา</p>



<p><a href="https://www.arcgis.com/apps/MapTour/index.html?appid=2b6b6013d36d468aba5a57059ed79d83" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เว็บไซต์นี้</a>รวมโลเคชั่นที่ถ่ายทำหนังไว้ทั้งหมด ถ้ามีเวลายาวๆ จะไปเที่ยวเมืองอื่นๆ นอกจากเครมาก็ได้นะ </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-1024x640.jpg" alt="Call Me By Your Name" class="wp-image-145918" width="1024" height="640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-1024x640.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-768x480.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-1536x960.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-2048x1280.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Serio-River_GettyImages-544576566-600x375.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Kayak &#8211; Parco del Serio</h4>



<p>สำหรับคู่รักที่รักการผจญภัยแนะนำให้ลองหาเวลาช่วงเช้าๆ ออกไปพายเรือคายักล่องไปตามแม่น้ำเซริโอ แม่น้ำสายหลักที่ไหลผ่านเมืองเครมา ดื่มด่ำกับแสงอาทิตย์และลมเย็นๆ ไปด้วยกันทั้งวัน ซึ่งสามารถเลือกระดับความเอกซ์ตรีมได้ตามเส้นทางต่างๆ สนนราคาเบื้องต้นสำหรับ 2 คนอยู่ที่ 160 ยูโร รวมค่าอุปกรณ์ อาหารกลางวัน และประกันภัยหมดแล้วนะ</p>



<p>ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.turismocrema.com/eng/bicicletta.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">turismocrema.com</a></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="380" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Somewhere-in-Northern-Italy-5.jpg" alt="" class="wp-image-145930" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Somewhere-in-Northern-Italy-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Somewhere-in-Northern-Italy-5-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Somewhere-in-Northern-Italy-5-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><figcaption>ภาพ Fontanile Quarantina จากบทความ <a href="https://adaymagazine.com/call-me-by-your-name-in-somewhere-in-northern-italy/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Call Me By Your Name ตามรอยเอลิโอกับโอลิเวอร์ไปในแสงอาทิตย์และชนบทอิตาลี</a></figcaption></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">Fontanile Quarantina</h4>



<p>อีกหนึ่งโลเคชั่นหลักในหนังที่ต้องขี่จักรยานออกมาทางเหนือจากตัวเมืองเครมา แต่เราก็แนะนำมากๆ เพราะที่นี่คือโลเคชั่นหลักในหนังอีกจุด บ่อเก็บน้ำเล็กๆ ที่เอลิโอพาโอลิเวอร์มายัง ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของเขา ซึ่งสำหรับคู่รัก ที่นี่ก็เหมาะมากหากอยากหาพื้นที่สงบๆ สำหรับใช้เวลาด้วยกันสองต่อสอง แค่ได้นั่งพักขาหรือเดินไปมาในลำธารตื้นๆ พกหนังสือ เครื่องดื่ม อาหาร แล้วมาปิกนิกกันบนพื้นหญ้าใต้เงาไม้และฟ้าใสๆ ในฤดูร้อน สวมบทเป็นเอลิโอและโอลิเวอร์ ก็เป็นไอเดียที่ช่วยเติมความโรแมนติกได้ไม่เบา</p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>Treu, M.C &amp; Magoni, Marcello &amp; Steiner, Frederick &amp; Palazzo, Danilo. (2000). <strong>Sustainable landscape planning for Cremona, Italy.</strong> Landscape and Urban Planning. 47. 79-98.</p>



<p>Magoni, Marcello &amp; Steiner, Frederick. (2001). <strong>The Environment in the Provincial Plan of Cremona, Italy.</strong> Environmental management. 27. 639-54.</p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/movie-call-me-by-your-name" target="_blank" rel="noreferrer noopener">adaymagazine.com</a></p>



<p><a href="https://adaymagazine.com/call-me-by-your-name-in-somewhere-in-northern-italy" target="_blank" rel="noreferrer noopener">adaymagazine.com #2</a></p>



<p><a href="https://almostginger.com/call-me-by-your-name-locations/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">almostginger.com</a></p>



<p><a href="https://www.cntraveller.com/gallery/where-was-call-me-by-your-name-filmed" target="_blank" rel="noreferrer noopener">cntraveller.com</a></p>



<p><a href="http://www.crema2016.eu/english-page/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">crema2016.eu</a></p>



<p><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Crema,_Lombardy" target="_blank" rel="noreferrer noopener">en.wikipedia.org</a></p>



<p><a href="https://www.italythisway.com/places/articles/crema-history.php" target="_blank" rel="noreferrer noopener">italythisway.com</a></p>



<p><a href="https://lareviewofbooks.org/article/a-queer-pilgrimage-to-crema/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">lareviewofbooks.org</a></p>



<p><a href="https://www.nydailynews.com/entertainment/movies/city-call-sees-reluctant-boost-tourism-article-1.3852308" target="_blank" rel="noreferrer noopener">nydailynews.com</a></p>



<p><a href="https://www.quiiky.com/en/tour/call-me-by-your-name-tour/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">quiiky.com</a></p>



<p><a href="https://somewhereinnorthernitaly.com/2018/06/01/fontanile-quarantina-this-is-my-spot/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">somewhereinnorthernitaly.com</a></p>



<p><a href="https://www.thelocal.it/galleries/6/top-10-italys-gay-friendly-holiday-destinations-/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">thelocal.it</a></p>



<p><a href="http://www.turismocrema.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">turismocrema.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/crema-call-me-by-your-name/">Crema เมืองอบอุ่นใน Call Me By Your Name ที่ชวนให้หลงรักธรรมชาติและบรรยากาศชนบท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
