<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ksmac, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/ksmac/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 Jul 2023 09:00:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168705</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้มองไปทางไหน เราก็มักจะเจอสินค้าและบริการที่อ้างว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเพราะเมื่อผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฝั่งของภาคอุตสาหกรรมก็ต้องคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องของการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างสรรค์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น และสำหรับคนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสายออกแบบ สายค้าขาย หรือสายโรงงาน และกำลังคิดว่าจะปรับตัวทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อสิ่งแวดล้อม เราหาคำตอบมาให้แล้วว่าควรเน้นไปที่การทำอะไรบ้าง โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สรุปออกมาเป็น 4 ประเด็นดังนี้ 1. ควรทำสินค้าย่อยสลายง่าย ประเภทที่ใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่ ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าข่ายสร้างความยั่งยืน รักโลก เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เพื่อลดการใช้พลาสติกและไม่เพิ่มขยะ หลายแบรนด์จึงหันมาพัฒนาสินค้าที่สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติ เช่น ถุงจากมันสำปะหลัง หลอดจากชานอ้อย หรือสินค้าที่ดีไซน์จากสิ่งของที่รีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าทำจากขวดพลาสติก 2. ครีเอตของเหลือใช้ จับมาดีไซน์ใหม่ให้ปัง หากไม่ใช่ธุรกิจแนวผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ เราสามารถนำสิ่งของเหลือใช้จากสิ่งของรอบตัวมาแจ้งเกิดให้เก๋ได้ โดยเติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป เช่น แบรนด์ Freitag แบรนด์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตกระเป๋าจากผ้าใบที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก และสายกระเป๋าทำจากเข็มขัดนิรภัย แนวคิดโดนใจที่ทำให้ทุกคนสวมใส่ไปทั่วโลก 3. ธุรกิจพลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ พลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของทุกคน ทั้งการเดินทางและการอยู่อาศัย ตัวอย่างก็เช่น&#160; การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/">เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันนี้มองไปทางไหน เราก็มักจะเจอสินค้าและบริการที่อ้างว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลเพราะเมื่อผู้บริโภคตื่นตัวเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ฝั่งของภาคอุตสาหกรรมก็ต้องคิดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะในเรื่องของการใส่ใจในทุกขั้นตอนของการทำธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างสรรค์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น</p>



<p>และสำหรับคนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสายออกแบบ สายค้าขาย หรือสายโรงงาน และกำลังคิดว่าจะปรับตัวทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อสิ่งแวดล้อม เราหาคำตอบมาให้แล้วว่าควรเน้นไปที่การทำอะไรบ้าง โดยอ้างอิงจากผลการศึกษาของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สรุปออกมาเป็น 4 ประเด็นดังนี้</p>



<p><strong>1. ควรทำสินค้าย่อยสลายง่าย ประเภทที่ใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่</strong></p>



<p>ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าข่ายสร้างความยั่งยืน รักโลก เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับวัสดุที่ย่อยสลายง่าย เพื่อลดการใช้พลาสติกและไม่เพิ่มขยะ หลายแบรนด์จึงหันมาพัฒนาสินค้าที่สามารถย่อยสลายเองตามธรรมชาติ เช่น ถุงจากมันสำปะหลัง หลอดจากชานอ้อย หรือสินค้าที่ดีไซน์จากสิ่งของที่รีไซเคิลได้ เช่น กระเป๋าทำจากขวดพลาสติก</p>



<p><strong>2. ครีเอตของเหลือใช้ จับมาดีไซน์ใหม่ให้ปัง</strong></p>



<p>หากไม่ใช่ธุรกิจแนวผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่ เราสามารถนำสิ่งของเหลือใช้จากสิ่งของรอบตัวมาแจ้งเกิดให้เก๋ได้ โดยเติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป เช่น แบรนด์ Freitag แบรนด์สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ผลิตกระเป๋าจากผ้าใบที่ไม่ใช้แล้ว เช่น ผ้าใบคลุมรถบรรทุก และสายกระเป๋าทำจากเข็มขัดนิรภัย แนวคิดโดนใจที่ทำให้ทุกคนสวมใส่ไปทั่วโลก</p>



<p><strong>3. ธุรกิจพลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลพิษ</strong></p>



<p>พลังงานสะอาดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของทุกคน ทั้งการเดินทางและการอยู่อาศัย ตัวอย่างก็เช่น&nbsp; การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน เพื่อลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน หรือด้านที่อยู่อาศัยเองก็เริ่มมีหลายบริษัทที่พัฒนาแผงโซลาร์เซลล์เพื่อติดบนหลังคากันมากขึ้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายและลดการผลิตไฟฟ้านั่นเอง</p>



<p><strong>4. อาหารออร์แกนิก เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</strong></p>



<p>อาหารยังคงเป็นประเด็นสำคัญในทุกยุคทุกสมัย แต่สมัยนี้คนเริ่มใส่ใจกับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น มีการสำรวจพบว่าการทำฟาร์มเกษตรกรรมขนาดใหญ่ส่งผลกระทบโดยตรงกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้หลายแบรนด์คิดค้นและทำผลิตภัณฑ์ Plant Based หรืออาหารที่ทำจากพืช เพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือจะเปลี่ยนตัวเองมาทำฟาร์มออร์แกนิก ลดการใช้สารเคมีเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าเทรนด์การทำธุรกิจสมัยนี้ต้องมี ‘สิ่งแวดล้อม’ อยู่ในสมการหรือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการคิดทำธุรกิจด้วย เพื่อให้เท่าทันต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและแคร์เรื่องสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน เพราะนี่คือบทบาทและหน้าที่ของทุกคนที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันทั้งหมด</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>ที่มา</p>



<p><a href="https://shorturl.asia/DbFEO">https://shorturl.asia/DbFEO</a></p>



<p><a href="https://shorturl.asia/WHr1c">https://shorturl.asia/WHr1c<br></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eco-trends-for-business/">เทรนด์ธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำอย่างไรให้โดนใจลูกค้าและดีต่อโลก?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</title>
		<link>https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jun 2023 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168400</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่า ทุกอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เทรนด์อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแรงในปัจจุบัน รวมถึงหลายองค์กรเองก็พยายามปรับตัวและศึกษาเรียนรู้‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม โดยแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการคนทำงานที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งองค์กรสหประชาชาติได้สรุปทักษะสำคัญสำหรับคนทำงานด้าน Green Job ทั้ง 5 ประเภทหลักที่ควรมีในการทำงานยุคนี้ (นอกเหนือทักษะด้านเทคโนโลยี) ไว้ในคู่มือเส้นทางสู่อาชีพสีเขียวและทักษะที่ต้องเตรียมพร้อม ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme – UNEP) ดังนี้ 1. งานด้านวิทยาศาสตร์ ต้องการแรงงานที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นักสิ่งแวดล้อม นักชีวเคมี หรือนักอุทกวิทยา เน้นทักษะการวัดผลติดตาม การจัดการโครงการและการปกป้องทรัพยากรทางสิ่งแวดล้อม เช่น ที่ดินหรือแหล่งน้ำ 2. งานด้านสถาปัตยกรรม ต้องสนใจความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ที่มีฟังก์ชันสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรู้เรื่องกฎระเบียบทางสิ่งแวดล้อมมาออกแบบควบคู่กัน 3. งานด้านวิศวกรรม งานนี้เน้นเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะตัว เช่น การออกแบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบพลังงานสะอาด เช่น กังหันลม แผงโซลาร์เซลล์ หรือยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว 4. งานด้านเกษตรกรรม เทรนด์ปัจจุบันยังให้ความสำคัญเรื่องอาหารเป็นหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/">‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันนี้เราจะสังเกตเห็นว่า ทุกอุตสาหกรรมให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เทรนด์อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแรงในปัจจุบัน รวมถึงหลายองค์กรเองก็พยายามปรับตัวและศึกษาเรียนรู้<br>‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ เพิ่มมากขึ้นในแต่ละอุตสาหกรรม</p>



<p>โดยแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการคนทำงานที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งองค์กรสหประชาชาติได้สรุปทักษะสำคัญสำหรับคนทำงานด้าน Green Job ทั้ง 5 ประเภทหลักที่ควรมีในการทำงานยุคนี้ (นอกเหนือทักษะด้านเทคโนโลยี) ไว้ในคู่มือเส้นทางสู่อาชีพสีเขียวและทักษะที่ต้องเตรียมพร้อม ของ<a href="https://www.unep.org/">โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ</a> (United Nations Environment Programme – UNEP) ดังนี้</p>



<p>1. งานด้านวิทยาศาสตร์ ต้องการแรงงานที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นักสิ่งแวดล้อม นักชีวเคมี หรือนักอุทกวิทยา เน้นทักษะการวัดผลติดตาม การจัดการโครงการและการปกป้องทรัพยากรทางสิ่งแวดล้อม เช่น ที่ดินหรือแหล่งน้ำ</p>



<p>2. งานด้านสถาปัตยกรรม ต้องสนใจความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างอาคาร ที่มีฟังก์ชันสามารถใช้พลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรู้เรื่องกฎระเบียบทางสิ่งแวดล้อมมาออกแบบควบคู่กัน</p>



<p>3. งานด้านวิศวกรรม งานนี้เน้นเชี่ยวชาญทางเทคนิคเฉพาะตัว เช่น การออกแบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบพลังงานสะอาด เช่น กังหันลม แผงโซลาร์เซลล์ หรือยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว</p>



<p>4. งานด้านเกษตรกรรม เทรนด์ปัจจุบันยังให้ความสำคัญเรื่องอาหารเป็นหลัก แต่โฟกัสในกระบวนการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเป็นแหล่งผลิตอาหารที่ยั่งยืน โดยพึ่งพาการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมิน เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น</p>



<p>5. งานด้านรักษาความยุติธรรม สนใจคนที่เข้าใจประเด็นทางสิ่งแวดล้อม สังคม กฎหมาย และประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิทธิสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิการทำงานของคน เชื้อชาติ และสิ่งแวดล้อมเสียหายตามมา</p>



<p>ใครกำลังสนใจงานด้านสิ่งแวดล้อมหรืออยากพัฒนาตัวเองในสายงานดังกล่าว ก็สามารถศึกษาข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรายงานทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทยของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ซึ่งทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://shorturl.asia/jyk41">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p>ที่มา</p>



<p><a href="https://shorturl.asia/QJEDa">https://shorturl.asia/QJEDa</a>.<br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/skills-for-green-jobs/">‘ทักษะด้านสิ่งแวดล้อม’ สกิลที่สายกรีนต้องมีถ้ารักจะทำงานแนว Green Job</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a day]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 00:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Job]]></category>
		<category><![CDATA[UN Global Compact Network Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168253</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทรนด์อาชีพที่ทำงานด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนช่วยอนุรักษ์หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจะมาแรงในโลกการทำงานยุคใหม่! ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก SDGs Mega Trend 2023 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand: UNGCNT) ซึ่งเปิดเผยผลการศึกษาไว้ดังนี้ ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต่างมีเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเคย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น จากข้อตกลง Paris Agreement ในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) รัฐบาลทั่วโลกได้ปฏิญาณตนว่า ทุกประเทศจะสนับสนุนคนที่ทำให้โลกยั่งยืนหรือสายอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จึงทำให้ในตลาดแรงงานโลกต้องการคนที่มีทักษะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่าอดีต ข้อตกลงเหล่านี้ส่งผลให้อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Job) ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2015 เพิ่มขึ้น 38% รวมถึงจำนวนพนักงานด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงอีก 237% ในปี 2020 ในขณะที่พนักงานด้านน้ำมันและก๊าซเติบโตเพียง 19% เท่านั้น อ้างอิงจากรายงานสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ยกตัวอย่างอาชีพสายสิ่งแวดล้อม เช่น ช่างติดตั้งและดูแลแผงโซลาร์เซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/">ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เทรนด์อาชีพที่ทำงานด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีส่วนช่วยอนุรักษ์หรือฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจะมาแรงในโลกการทำงานยุคใหม่! ข้อมูลนี้อ้างอิงจาก SDGs Mega Trend 2023 โดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UN Global Compact Network Thailand: UNGCNT) ซึ่งเปิดเผยผลการศึกษาไว้ดังนี้</p>



<p>ปัจจุบันทุกอุตสาหกรรมต่างมีเป้าหมายในการสร้างองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเคย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพ การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของอาชีพที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้น</p>



<p>จากข้อตกลง Paris Agreement ในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) รัฐบาลทั่วโลกได้ปฏิญาณตนว่า ทุกประเทศจะสนับสนุนคนที่ทำให้โลกยั่งยืนหรือสายอาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จึงทำให้ในตลาดแรงงานโลกต้องการคนที่มีทักษะเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่าอดีต</p>



<p>ข้อตกลงเหล่านี้ส่งผลให้อาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Job) ในประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2015 เพิ่มขึ้น 38% รวมถึงจำนวนพนักงานด้านพลังงานหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงอีก 237% ในปี 2020 ในขณะที่พนักงานด้านน้ำมันและก๊าซเติบโตเพียง 19% เท่านั้น อ้างอิงจากรายงานสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)</p>



<p>ยกตัวอย่างอาชีพสายสิ่งแวดล้อม เช่น ช่างติดตั้งและดูแลแผงโซลาร์เซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานผลิตพลังงานหมุนเวียน ช่างเทคนิคในโรงงานรีไซเคิลหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน </p>



<p>สำหรับอาชีพสายกรีนในไทย ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนค่าตัวของคนทำงานสายนี้เพิ่มสูงขึ้น 3 เท่าจากเดิม โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพลังงานสะอาด เช่น เจ้าหน้าที่จัดการท่องเที่ยวฟื้นฟูป่า ที่ปรึกษาด้านการใช้พลังงานสะอาด ไปจนถึงช่างเทคนิคเย็บกระเป๋าหนังที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต</p>



<p>อย่างไรก็ตามในอนาคต อาชีพสายสิ่งแวดล้อมมีโอกาสจะแตกแขนงมากมายในทุกอุตสาหกรรม และต้องการแรงงานที่มีทักษะดังกล่าวสูงขึ้น ซึ่งทุกคนหรือองค์กรต่างๆ สามารถต่อยอดทักษะด้านสิ่งแวดล้อมให้กับตัวเองได้จากการศึกษาข้อมูลและความรู้ต่างๆ อย่างรายงานทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทยของสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ซึ่งทุกคนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2Fjyk41%3Ffbclid%3DIwAR30UjGu9RNrSHPsntwUUQ6me_n46xVFYLioTZrPlukccrFLYVUk_JGTg08&amp;h=AT2jjfSo75XjC2C3eHJ3PWgm0qQ1lKhbaNOWkS8TqnyC4FZRHCibrmzjyIh_UbOssrlGPRsn4mwoTvx4gP6UYk3BKtDzA4OK7DsSPvfNHbxGEGC5Aj8zORghMeAQZJt4Byaf&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p>ที่มา:</p>



<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2Fjyk41%3Ffbclid%3DIwAR0AGPgdC_qOldHNxbfSduqWbwA_oxmSjEHbSdRawjRCXbkZsWMXVV8KXuo&amp;h=AT2jjfSo75XjC2C3eHJ3PWgm0qQ1lKhbaNOWkS8TqnyC4FZRHCibrmzjyIh_UbOssrlGPRsn4mwoTvx4gP6UYk3BKtDzA4OK7DsSPvfNHbxGEGC5Aj8zORghMeAQZJt4Byaf&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/jyk41</a></p>



<p><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fshorturl.asia%2FlUmMw%3Ffbclid%3DIwAR0_pQ-Lg_awjkWtw0l0DraqJxpdn_DvO3cY0kik9-esG5SRq0m7N-sE_KI&amp;h=AT0eHqFXL1DNlb_JOT026dMoabvlcMNKq4s18cagqMFh1ORIJkOSyJJ_9bzEv8YgX3wetiV5QazojL2WjZpPKl3GWJie8EG6AY0OGm88uKb8lA4vTOiTES6zkcJAFuhTw0md&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT2lE-L4pTOu0UtWxRYM9Goect7CX-JF9_lVzJ1-MlTgjbt4yWO5wAHk6OGT-USh9GWP8Tn0066ZwTt6R7fezvw-yquZqfSIe3fuOkneoF6Nub0WzkGWMcGFUmVK0pg2Df79Ar07EdkIA_LWBqUzy6gFe_j2ilGFYHD8pGjiEVBa5D0rogAhJeyOxvYc-VIQbzOCCO6TBWEF" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/lUmMw</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/green-job-sdgs-mega-trend-2023/">ชี้เป้า &#8216;อาชีพสายกรีน&#8217; กำลังมา SDGs Mega Trend 2023 เทรนด์งานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มค่าตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Digital Amnesia:  เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/digital-amnesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sy Chonato]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Dec 2022 09:44:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[In Other Words]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[in other words]]></category>
		<category><![CDATA[digital]]></category>
		<category><![CDATA[digital amnesia]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=163987</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณต้องใช้ชีวิต 1 วันโดยไม่มีมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต คุณจะสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ไหม? คุณจดจำอะไรได้บ้างหากไม่มีเทคโนโลยีช่วย คุณเดินทางไปถึงสถานที่ที่ไม่เคยไปโดยไม่หลงทางไหมหากไม่มีแผนที่ GPS คุณจำวันเกิดคนสำคัญได้ไหมหากโทรศัพท์ไม่แจ้งเตือน คุณจำเบอร์พ่อแม่ เพื่อนสนิท หรือคนรักได้ไหม คุณสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ไหม หากอยู่ในสถานการณ์คับขันที่ไม่สามารถเปิดดูรายชื่อในโทรศัพท์ได้ คุณจดจำบรรยากาศวันสำคัญในชีวิตได้ไหม หากจู่ๆ ไม่สามารถกลับไปดูภาพและวิดีโอที่บันทึกไว้ได้เลย มือถือแทบจะเป็นส่วนต่อขยายของสมองที่ช่วยเราจดบันทึก นำทาง ช่วยเราค้นหาข้อมูลสำคัญได้แทบจะตลอดเวลา จนเราแทบไม่ต้องจดจำอะไรให้เปลืองสมองอีกแล้ว Kaspersky Lab บริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ได้ให้นิยามปรากฏการณ์นี้ว่าคือ Digital Amnesia ภาวะความจำเสื่อมอันเกิดจากการที่คนจำนวนมากเลือกใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตช่วยจดจำแทนเราไปทั้งหมด ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ในคนอายุน้อยที่เกิดมาคุ้นชินกับการใช้มือถือตั้งแต่เล็กๆ หรือคนรุ่น Digital Native เท่านั้นแต่มีผลกับพฤติกรรมและความทรงจำของคนวัยอื่นเช่นกัน Digital Amnesia เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีจดจำของเรา ปี 2017 Kaspersky ได้ออกรายงาน The Rise and Impact of Digital Amnesia : Why we need to protect [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/digital-amnesia/">Digital Amnesia:  เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากคุณต้องใช้ชีวิต 1 วันโดยไม่มีมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต คุณจะสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ไหม?</p>



<p>คุณจดจำอะไรได้บ้างหากไม่มีเทคโนโลยีช่วย คุณเดินทางไปถึงสถานที่ที่ไม่เคยไปโดยไม่หลงทางไหมหากไม่มีแผนที่ GPS คุณจำวันเกิดคนสำคัญได้ไหมหากโทรศัพท์ไม่แจ้งเตือน</p>



<p>คุณจำเบอร์พ่อแม่ เพื่อนสนิท หรือคนรักได้ไหม คุณสามารถโทรไปขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ไหม หากอยู่ในสถานการณ์คับขันที่ไม่สามารถเปิดดูรายชื่อในโทรศัพท์ได้ คุณจดจำบรรยากาศวันสำคัญในชีวิตได้ไหม หากจู่ๆ ไม่สามารถกลับไปดูภาพและวิดีโอที่บันทึกไว้ได้เลย</p>



<p>มือถือแทบจะเป็นส่วนต่อขยายของสมองที่ช่วยเราจดบันทึก นำทาง ช่วยเราค้นหาข้อมูลสำคัญได้แทบจะตลอดเวลา จนเราแทบไม่ต้องจดจำอะไรให้เปลืองสมองอีกแล้ว</p>



<p>Kaspersky Lab บริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ ได้ให้นิยามปรากฏการณ์นี้ว่าคือ Digital Amnesia ภาวะความจำเสื่อมอันเกิดจากการที่คนจำนวนมากเลือกใช้อุปกรณ์สมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตช่วยจดจำแทนเราไปทั้งหมด ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ในคนอายุน้อยที่เกิดมาคุ้นชินกับการใช้มือถือตั้งแต่เล็กๆ หรือคนรุ่น Digital Native เท่านั้นแต่มีผลกับพฤติกรรมและความทรงจำของคนวัยอื่นเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">Digital Amnesia เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีจดจำของเรา</h3>



<p>ปี 2017 Kaspersky ได้ออกรายงาน The Rise and Impact of Digital Amnesia : Why we need to protect what we no longer remember อธิบายถึงปราฏการณ์ Digital Amnesia ที่มีสูงขึ้นและผลกระทบที่ตามมา <strong>Digital Amnesia&nbsp;(น.) แปลว่า ประสบการณ์ที่คนลืมข้อมูลเพราะเรานั้นเชื่อมั่นในเครื่องมืออุปกรณ์ดิจิทัลให้จดจำแทนเรา&nbsp;(the experience of forgetting information that you trust a digital device to store and remember for you.)&nbsp;</strong></p>



<p>เมื่อแปลตรงตัว Digital Amnesia คือภาวะความจำเสื่อมอันเกิดจากเทคโทโลยียุคดิจิทัล&nbsp;คนเราเชื่อมั่นให้อุปกรณ์ต่างๆ จดบันทึกข้อมูลสำคัญแทนเรา เช่น ข้อมูลติดต่อ ภาพ เราสามารถเชื่อมต่อเรากับคลังข้อมูลขนาดใหญ่ได้ทุกที่ทุกเวลา จนเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องจดหรือจำอะไรเองอีกต่อไป อยากรู้เมื่อไหร่ค่อยพึ่งพาให้เทคโนโลยีช่วยหาให้เรา</p>



<p>คำอื่นๆ ที่มีความใกล้เคียงเกี่ยวข้องเช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>&nbsp;<strong>Google Effect</strong> แปลว่า อาการไม่สามารถจดจำข้อมูลสำคัญได้เพราะความสะดวกสบายง่ายดายที่จะเสิร์ชออนไลน์หรือกูเกิลเมื่อไหร่ก็ได้&nbsp;</li><li><strong>Digital Obsolescence</strong>&nbsp; คือภาวะที่ข้อมูลนั้นสูญหายเพราะเทคโนโลยีของการเก็บบันทึกนั้นล้าสมัยจนไม่สามารถเปิดดูข้อมูลได้ เช่น เราไม่สามารถเปิดดูแผ่นซีดีหรือเทปคาสเซ็ตต์เก่าๆ เพราะเราไม่มีเครื่องอ่านซีดีอีกต่อไปในบ้านเรา</li></ul>



<p>ตั้งแต่ปี 2011 นักวิจัยด้านสมองจากหลายมหาวิทยาลัยได้ศึกษาเรื่องความทรงจำกับการใช้อินเทอร์เน็ต พบว่าคนอายุน้อยใน US จดจำข้อมูลเปลี่ยนไปเป็นผลจากข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้ทางออนไลน์<strong> พวกเขาจดจำข้อมูลได้น้อยลงแต่สามารถนึกออกว่าจะหาข้อมูลเหล่านั้นได้ที่ไหน นักวิจัยสรุปเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าคือ ‘Google Effect’ หรือผลกระทบจากการใช้กูเกิล</strong> อย่างไรก็ตาม การทดลองที่ทำให้เกิดที่มาของคำว่า Google Effect ก็ยังไม่สามารถทำซ้ำให้ได้ผลลัพธ์เดิมได้&nbsp;</p>



<p>ในปี 2015 Kaspersky อยากจะเข้าใจปรากฏการณ์นี้ มอบหมายให้องค์กร Opinion Matters ทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจผู้บริโภคในอเมริกาอายุ 16-55 ปีขึ้นไปจำนวน&nbsp; 1,000 คน&nbsp; ตัวอย่างคำถามในแบบสอบถามเช่น&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>หากไม่เปิดดูเลย คุณสามารถจดจำเบอร์โทรญาติ บ้าน เพื่อน ที่ทำงาน บริการต่างๆ ได้ไหม</li><li>ยังจำเบอร์โทรศัพท์บ้านสมัยอายุ 10 ขวบได้อยู่ไหม</li><li>หากต้องการคำตอบข้อมูลข้างต้น จะทำอย่างไร เช่น พยายามนึกออกเอง ถามเพื่อน หาในสมุดจด หรือเสิร์ชออนไลน์</li><li>หากพบข้อมูลดังกล่าว เราจะทำอย่างไร พยายามจดจำ เขียนจดไว้ หรือใช้แค่เมื่อจำเป็นแล้วลืมไป</li></ul>



<p>จากการสำรวจมีคนเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่จะพยายามจดจำหรือจดข้อมูลสำคัญไว้ คนส่วนมากที่ทำแบบสอบถามยินดีที่จะลืมข้อมูลที่สามารถหาได้ใหม่ทางออนไลน์&nbsp;ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมด (91.2%) เห็นด้วยว่าอินเทอร์เน็ตนั้นคือ &#8216;ส่วนต่อขยายของสมอง&#8217; คนมากกว่า 44% ยอมรับว่าสมาร์ทโฟนเก็บข้อมูลทุกอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ แต่ก็มีผู้สูงอายุวัยมากกว่า 55 ปีจำนวนเพียง 26.2% ตอบว่าสมาร์ทโฟนเป็นแหล่งเก็บความทรงจำของเขา ในภาพรวมผู้คนพึ่งพาและเชื่อใจให้อุปกรณ์เก็บความทรงจำสำคัญของตัวเองมาก เวลาผ่านไปหลายปี ในปี 2019 Kaspersky ก็ยังทำการศึกษาประเด็นนี้ต่อและได้พบผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงเดิม เช่น คนจำนวนประมาณกึ่งนึงจำเบอร์เพื่อนตัวเองไม่ได้หากไม่พึ่งรายชื่อในโทรศัพท์</p>



<p>มีคนเพียง 24% ที่ใช้บริการรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลของตัวเอง การพึ่งพาเก็บข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญในโทรศัพท์และอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนๆ เพิ่มความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะหากมีผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือสำคัญของเราได้ ก็อาจจะนำไปใช้แสวงประโยชน์หรือทำให้เกิดผลเสียได้ง่าย มีคนจำนวนมากเก็บภาพสำคัญไว้ในโทรศัพท์โดยหากโทรศัพท์หายไปรูปก็หายไปด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความเสี่ยงที่ตามมา หากเราพึ่งพามือถือให้จำแทนเราทั้งหมด</h3>



<p>การเก็บความทรงจำสำคัญไว้นอกกายเสียทั้งหมดมีความเสี่ยงที่ตามมา เช่น หากข้อมูลสำคัญนั้นหายไป ไม่สามารถสืบค้นได้ ไม่ว่าจะโดนลบออกไป หรืออัลกอริทึมทำให้ค้นหาไม่พบ ความทรงจำนั้นก็อาจหายไปตลอดกาล เพราะเราไม่ได้สำรองไว้เลย หรือหากอยู่ในภาวะคับขันเช่นติดเกาะ หรือหลงทางในป่าหรือสถานที่ไม่มีสัญญาณ มือถือพังหรือร่วงหล่นลงนั้น ตัวเราจะมีทักษะในการเอาตัวรอดพื้นฐานหรือไม่ หากไร้อินเทอร์เน็ตคอยให้คำปรึกษาและนำทางช่วยเหลือ</p>



<p>เราอยู่ในโลกที่มีข้อมูลมากมาย เราไม่สามารถจำเบอร์หรืออีเมลของทุกคนในชีวิตเราได้หรอก</p>



<p>แม้การให้เทคโนโลยีช่วยจดจำเพื่อแบ่งเบาภาระสมองคนเรานั้นเกิดขึ้นตลอดมา ตั้งแต่โลกขับเคลื่อนจากวัฒนธรรมที่ขยับจากการพูดเพื่อเล่าเรื่องไปสู่สังคมของการเขียนเพื่อจดบันทึก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อเราจะได้มีเวลาไปคิดสร้างสรรค์หรือทำสิ่งอื่นๆ ก็ตามที่พึงใจ&nbsp;</p>



<p>ผู้เขียนแทบลืมประสบการณ์สมัยเด็กที่พอสนใจอยากรู้เรื่องอะไรก็ต้องรอพักกลางวันไปอ่านหนังสือในห้องสมุดที่โรงเรียน ในปัจจุบันเราแค่ถาม Siri หรือหยิบมือถือก็รู้ได้ทันทีไม่ต้องเหนื่อยล้า เสียเวลา พอรู้เสร็จก็ลืมไปได้เลย ถ้าอยากรู้ใหม่ก็เสิร์ชใหม่เสมอตราบใดที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นส่วนต่อขยายของความทรงจำ ช่วยคิด ประมวลผลในเรื่องยุ่งยาก</p>



<p>ผู้เขียนเองเมื่อรับรู้ถึงปรากฏการณ์ Digital Amnesia เลยลองเปิดมือถือดูรูปภาพทั้งหมดที่ตัวเองถ่ายเก็บไว้ใน Cloud ทั้งหมดจำนวน 38,555 รูป และเปิดดูบันทึกรหัสพาสเวิร์ดเก่าๆ ไว้ใน note ของมือถือ พอนึกดูแล้วก็เกิดความรู้สึกหวั่นใจว่าหากทั้งหมดอันตรธานหายไปจากคลาวด์ ไม่ว่าจะโดยอุบัติเหตุหรืออะไร เราจะเหลืออะไรที่จดจำได้บ้างโดยไม่พึ่งพาอุปกรณ์เหล่านี้ ยิ่งอายุมากขึ้นและเวลาผ่านไป ความทรงจำในชีวิตเริ่มมีเยอะ และเราก็ยิ่งหวังพึ่งอุปกรณ์ช่วยเราจำมากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตมีข้อมูลมากมายเกินกว่าจะกลับมานึกและจัดการด้วยตัวเอง</p>



<p>แม้อินเทอร์เน็ตจะดูเป็นของฟรีที่อยู่ยั้งยืนยงและเข้าถึงได้ทุกเมื่อ ในความเป็นจริงเราไม่มีอำนาจอยู่เหนือข้อมูลที่ปรากฏในอินเทอร์เน็ตที่เรากดอ่านเลย หากวันดีคืนดี Domain หมดอายุไป หรือเจ้าของเว็บไซต์ที่เราต้องใช้อ้างอิงตัดสินใจปิดตัวไป ข้อมูลที่เราหวังจะเข้าถึงนั้นก็อาจหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่อีกต่อไป หากใครใช้อินเทอร์เน็ตมานาน บางคนไม่สามารถเข้าถึงบล็อกในเว็บไซต์เก่าๆ ที่เคยเขียนสมัยมัธยมได้อีกแล้วเพราะเว็บไม่มีอยู่แล้ว ผู้เขียนไม่สามารถเข้าถึงรูปภาพที่เคยฝากไว้ในบางเว็บไซต์ ไม่สามารถเข้าถึงเพื่อนที่เคยคุยกันผ่านทาง MSN, Hi5 หรือ MySpace บางคน เพราะความสัมพันธ์ไม่เคลื่อนต่อมาถึงยุค Facebook Twitter และยิ่งอายุมากขึ้น บางข้อมูลที่เราหวังฝากให้โลกดิจิทัลบันทึกไว้ วันใดวันหนึ่งก็อาจจะสลายไปง่ายดาย และอาจเข้าไม่ถึงได้ตลอดกาลหากเราไม่ได้บันทึกสำรองไว้ที่อื่นเลย</p>



<p>หากวันดีคืนดี มือถือเกิดเสีย ข้อมูลที่ฝากไว้หายไปทั้งหมด หรือเราเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ลองจินตนาการถึงผลกระทบที่ตามมา ชีวิตเราจะล่มไหม หากเราจู่ๆ เกิดพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ หรือมีแผนสำรองในการเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำคัญอย่างไรอีกบ้าง&nbsp;</p>



<p>ในช่วงวันหยุด หากมีเวลา ลองเสียเวลา 1 วันที่เราใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีตัวช่วยจะเป็นอย่างไร หากมือถือของเราสูญหาย หรือข้อมูลที่เราเชื่อใจฝากไว้ดันสูญสลายไป หรือหากไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ในภาวะคับขันฉุกเฉิน เรามีทางเลือกอื่นๆ เป็นแผนสำรองไว้บ้างไหม เราจดบันทึกไว้ในช่องทางอื่น หรือจดจำไว้ด้วยตัวเองมากน้อยแค่ไหน</p>



<p>หากไม่มีอินเทอร์เน็ตและมือถืออยู่ข้างกาย ลองนึกว่ามีอะไรบ้างที่สำคัญกับชีวิตเราที่เราอยากเก็บไว้ในความทรงจำตัวเองให้ชัดเจนแบบที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://media.kasperskycontenthub.com/wp-content/uploads/sites/100/2017/03/10084613/Digital-Amnesia-Report.pdf">THE RISE AND IMPACT OF DIGITAL AMNESIA</a></li><li><a href="https://www.psu.edu/news/impact/story/digital-amnesia/">Digital amnesia | Penn State University</a></li><li><a href="https://www.theguardian.com/global/2022/jul/03/is-your-smartphone-ruining-your-memory-the-rise-of-digital-amenesia">Is your smartphone ruining your memory? A special report on the rise of ‘digital amnesia’</a></li><li><a href="https://media.kasperskydaily.com/wp-content/uploads/sites/85/2019/11/18092002/Digital-Amnesia-Report.pdf">Digital Amnesia Revisited</a></li></ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/digital-amnesia/">Digital Amnesia:  เมื่อเราจดจำอะไรไม่ค่อยได้เพราะเชื่อใจให้โทรศัพท์จดจำแทนเราไปทั้งหมด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Umwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกัน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/umwelt/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sy Chonato]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Nov 2022 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[In Other Words]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[in other words]]></category>
		<category><![CDATA[umwelt]]></category>
		<category><![CDATA[An Immense World]]></category>
		<category><![CDATA[Ed Yong]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=162097</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยนึกอยากลองเกิดเป็นสัตว์ดูไหม หากเรากลายเป็นงู&#160; นก เต่า&#160; เห็บ หรือสุนัขที่บ้าน เราจะรับรู้โลกแบบไหน&#160; โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร&#160; ตัวเราจะยังเป็นเราไหมเมื่อเปลี่ยนร่างกายของเราไป หรือโลกที่เรารับรู้จะเปลี่ยนไปด้วยเพราะเรากับสัตว์นั้นมีประสาทสัมผัส ระบบต่างๆ ในร่างกายที่ต่างกัน คำศัพท์วันนี้ เราอยากพาไปสำรวจโลกของ Umwelt เพื่อลองจินตนาการโลกที่เราอยู่ผ่านประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไป Umwelt เมื่อเราและสัตว์รับสัญญาณจากสิ่งแวดล้อมต่างกันไป &#160;ในปี 1909 Jakob von Uexküll นักชีววิทยาชาวเยอรมัน ได้หยิบยืมคำว่า &#160;Umwelt&#160; (อ่านว่า อืมเวลท์) &#160;คำนาม ในภาษาเยอรมัน&#160; อันแปลว่า “สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ”&#160; แล้วนิยามคำนี้ด้วยความหมายที่เฉพาะเจาะจงลึกลงไป เพื่ออธิบายข้อสังเกตที่แสนธรรมดาแต่มักถูกเพิกเฉยมองข้ามโดยคนทั่วไป นั่นคือ “สัตว์ต่างๆ ในระบบนิเวศเดียวกัน ล้วนรับรู้สัญญาณจากสิ่งรอบตัวต่างกัน ด้วยข้อจำกัดของประสาทสัมผัสในสิ่งมีชีวิตและสรรพสัตว์”&#160;&#160; “Umwelt” คือ โลกและสิ่งแวดล้อมที่แต่ละสิ่งมีชีวิตรับรู้&#160; ส่วนความเป็นจริงยิ่งใหญ่กว่าที่ครอบการรับรู้ของแต่ละสิ่งมีชีวิต เรียกว่า “Umgebung” &#160; คือสิ่งแวดล้อม เบื้องหลัง มณฑลที่ใหญ่กว่าซึ่งครอบคลุมสิ่งมีชีวิตต่างๆ ไว้อีกที David Eagleman นักวิทยาศาสตร​์สาขาประสาทวิทยา ยกตัวอย่างไว้ในบทความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/umwelt/">Umwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยนึกอยากลองเกิดเป็นสัตว์ดูไหม หากเรากลายเป็นงู&nbsp; นก เต่า&nbsp; เห็บ หรือสุนัขที่บ้าน เราจะรับรู้โลกแบบไหน&nbsp; โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร&nbsp; ตัวเราจะยังเป็นเราไหมเมื่อเปลี่ยนร่างกายของเราไป หรือโลกที่เรารับรู้จะเปลี่ยนไปด้วยเพราะเรากับสัตว์นั้นมีประสาทสัมผัส ระบบต่างๆ ในร่างกายที่ต่างกัน</p>



<p>คำศัพท์วันนี้ เราอยากพาไปสำรวจโลกของ Umwelt เพื่อลองจินตนาการโลกที่เราอยู่ผ่านประสาทสัมผัสของสิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">Umwelt เมื่อเราและสัตว์รับสัญญาณจากสิ่งแวดล้อมต่างกันไป</h3>



<p>&nbsp;ในปี 1909 Jakob von Uexküll นักชีววิทยาชาวเยอรมัน ได้หยิบยืมคำว่า <strong>&nbsp;Umwelt&nbsp; (อ่านว่า อืมเวลท์)</strong></p>



<p>&nbsp;คำนาม ในภาษาเยอรมัน&nbsp; อันแปลว่า “<em>สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ”&nbsp; </em>แล้วนิยามคำนี้ด้วยความหมายที่เฉพาะเจาะจงลึกลงไป เพื่ออธิบายข้อสังเกตที่แสนธรรมดาแต่มักถูกเพิกเฉยมองข้ามโดยคนทั่วไป นั่นคือ <strong>“สัตว์ต่างๆ ในระบบนิเวศเดียวกัน ล้วนรับรู้สัญญาณจากสิ่งรอบตัวต่างกัน ด้วยข้อจำกัดของประสาทสัมผัสในสิ่งมีชีวิตและสรรพสัตว์”&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>“Umwelt” คือ โลกและสิ่งแวดล้อมที่แต่ละสิ่งมีชีวิตรับรู้&nbsp; ส่วนความเป็นจริงยิ่งใหญ่กว่าที่ครอบการรับรู้ของแต่ละสิ่งมีชีวิต เรียกว่า “Umgebung” &nbsp; คือสิ่งแวดล้อม เบื้องหลัง มณฑลที่ใหญ่กว่าซึ่งครอบคลุมสิ่งมีชีวิตต่างๆ ไว้อีกที</p>



<p>David Eagleman นักวิทยาศาสตร​์สาขาประสาทวิทยา ยกตัวอย่างไว้ในบทความ <a href="https://www.edge.org/response-detail/11498">Edge.org</a>&nbsp; เพื่อให้เห็นภาพ Umwelt เช่น หากเราเกิดเป็น “เห็บ” สิ่งมีชีวิตซึ่งที่ไม่มีหูและตา โลกของพวกมันมืดมิดและเงียบสงัด สัญญาณที่สำคัญที่พวกมันรับได้คือ “อุณหภูมิ” และ”กลิ่นของกรดบิวทิริก” ซึ่งพบในไขมันพืชและสัตว์&nbsp; ในโลกของสัตว์อื่นๆ อาจมีประสาทสัมผัสชนิดอื่นที่ร่างกายมนุษย์ไม่มี เช่น การรับรู้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือกระแสไฟฟ้า สิ่งมีชีวิตแต่ละชีวิตรับรู้สภาพแวดล้อมต่างกันตามขีดจำกัดของเครื่องรับสัญญาณที่ติดมากับร่างกายที่ต่างกัน แต่ล้วนนึกว่า Umwelt ของตนเองคือโลกความเป็นจริงทั้งหมด</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Umwelt สำรวจประสาทสัมผัสของสรรพสัตว์เพื่อได้รับรู้จักรวาลใหม่ๆ ในโลกใบเก่า</strong></h2>



<p>หนังสือเรื่อง<strong> </strong><a href="https://edyong.me/an-immense-world"><strong>An Immense World: How Animal Senses Reveal the Hidden Realms Around Us</strong> </a>โดย Ed Yong ได้พาเราไปสำรวจประสาทสัมผัสต่างๆ ของสัตว์อันแตกต่างหลากหลาย โลกนั้นเต็มไปด้วยภาพและพื้นผิว เสียง การสั่น กลิ่น และรสชาติ สนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/4qBzlHPvJGAK5IcrfVghnvUFK3xNz7ZwZk8dvu8tm1WltNn3C3E1MXO03mfpMGfbfEusSSkFgPW_wjqtPmZ6sGmLVhsJ3o12chxYwXJgE39r2X_YCaaBJ5-CuBxFlNNMUveqC_RjsdAFZZ-wqUZ2BCquI_FM27FMHaY20z-XBEw3K-nqPDjTi9l9dnw7PA" alt=""/><figcaption><a href="https://edyong.me/an-immense-world">An Immense World — Ed Yong</a></figcaption></figure></div>



<p>Ed Yong ได้หยิบยก Quote จาก Marcel Proust นักเขียนคนสำคัญชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ Prouse เคยกล่าวไว้ว่า “<strong>The only true voyage . . . not to visit strange lands, but to possess other eyes.” หรือ </strong><strong><em>การเดินทางที่แท้จริง มิใช่การไปเยี่ยมชมดินแดนอันแปลกประหลาด หากแต่คือการได้รับดวงตาดวงอื่น</em></strong> การทำความเข้าใจการรับรู้ที่ต่าง คือการจินตนาการถึงความเป็นไปได้จักรวาลและโลกในเวอร์ชันที่ต่างออกไป&nbsp; โดยในแต่ละบทของ An Immense World เขาชวนให้เราไปสำรวจประสาทสัมผัสของสัตว์อื่น&nbsp; มีนักวิจัยมากมายที่ศึกษาการรับรู้โลกของสัตว์หลากหลายในสปีชีส์ ชวนให้นึกตาม ตัวอย่าง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>&nbsp;กลิ่นและรส</strong> นั้นเป็นสัมผัสที่แยกจากกันได้ยาก มนุษย์เคยชินกับลิ้นที่ไว้รับรสและจมูกที่ไว้ดมกลิ่น&nbsp; สัตว์บางชนิดมีประสาทสัมผัสกลิ่นและรสที่รวมกัน&nbsp;<ul><li>ในสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งูและสัตว์เลื้อยคลานหลายชนิด มีลิ้นที่ใช้ดมกลิ่น ลิ้นของพวกมันสามารถรับโมเลกุลของสิ่งแวดล้อมได้ เสมือนว่าพวกมันกำลังชิมรสสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า โดยไม่ต้องสัมผัสโดยตรงเหมือนลิ้นของเรา</li><li>คนเราสัมผัสชิมรสอาหารจากการกินเข้าปาก แต่สัตว์บางชนิดมีประสาทสัมผัสรับรสอยู่ทั่วร่างกาย เช่น ปลาดุก พวกมันจึงเหมือนลิ้นที่ว่ายน้ำได้ และสัมผัสรสชาติสิ่งรอบกายได้ตลอดเวลา</li><li>ส่วนสัตว์เล็กๆ อย่างแมลงอาจรับรู้รสจากปลายเท้า เพราะพวกมันใช้เท้าวางลงไปบนอาหาร ชวนให้เราจินตนาการหากปลายเท้าหรือมือของเราสามารถแตะอาหารแล้วรู้รสได้จะเป็นอย่างไร</li></ul></li><li><strong>การมองเห็นคือการรับแสงและการรับรู้สีต่างๆ</strong> ชนิดของดวงตา เลนส์รับแสง และตำแหน่งดวงตาที่ต่างก็ทำให้สิ่งมีชีวิตเห็นภาพต่างกันไป&nbsp; แต่สัตว์อื่นอาจรับภาพต่างไปในหลากหลายลักษณะ ทั้งความความชัด จุดโฟกัส มุมของภาพ หรือ ประเภทของสีที่พวกมันเห็น เช่น&nbsp;<ul><li>มนุษย์นั้นมีดวงตาสองข้างที่มองไปข้างหน้าทำให้ต้องหันไปรอบๆ เพื่อรับรู้ภาพในมุมอื่น นกหรือสัตว์บางชนิดมีดวงตาอยู่คนละฝั่งของศรีษะทำให้มันอาจเห็นวัตถุหนึ่งไป พร้อมกับดูอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันได้&nbsp; เรามองเห็นโลกอยู่ข้างหน้าเรา นกบางชนิดสามารถมองเห็นได้แบบมุมกว้างพาโนรามารอบตัวได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องหันหัวไปรอบๆ นกสามารถรับรู้บางสีที่เรารับรู้ไม่ได้ พวกมันเห็นความต่างในความถี่แสงที่คนไม่สามารถมองเห็นได้</li><li>สัตว์ที่ดูแสนจะธรรมดาอย่างหอยเชลล์ มีดวงตาสีฟ้ามากมายถึง 200 ดวงอยู่ขอบๆ เปลือก ลองจินตนาการว่าพวกมันจะเห็นโลกอย่างไร ทุกดวงตาจะรวมภาพเป็นภาพเดียวหรือหลายภาพพร้อมๆ กัน สัตว์บางชนิดมีเซลล์รับรู้แสงอยู่ที่อวัยวะอื่นๆ เช่น มือและเท้า&nbsp;</li><li>แมงมุม Jumping Spider นั้นมีดวงตาถึง 8 ดวงซึ่งอ่อนไหวต่อแสงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น จึงมีคนเปรียบว่าพวกมันอาจรับรู้โลกที่ค่อยๆ สว่างเรื่อยๆ ตามอายุขัยเหมือนอยู่ในโลกที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ จากมืดขึ้นจนสว่างจ้าในบั้นปลายชีวิต</li><li>สัตว์บางประเภทมีเซ็นเซอร์รับรู้แสงได้กว้างกว่ามนุษย์จนเรานึกไม่ออกว่า การเห็นแสงเหนือม่วงหรืออินฟราเรดนั้นภาพเป็นอย่างไร</li><li>สิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่จำเป็นต้องรับแสงเลยด้วยซ้ำเช่น ปลาบางชนิดที่อาศัยในพื้นมหาสมุทรลึก การที่เราส่องแสงไปสำรวจมัน อาจเป็นการทำร้ายพวกมันที่ปรับตัวให้มีชนิดในสภาวะมืดมิด โดยที่เมื่อนักวิจัยสำรวจพื้นทะเลปิดไฟลง สัตว์ที่ตัวใหญ่จึงปรากฏตัวมาให้พบ</li></ul></li><li><strong>การรับรู้ความเจ็บปวด</strong> สิ่งมีชีวิตเรียนรู้ที่จะรับความเจ็บปวดอันเป็นสัญญาณของการบาดเจ็บซึ่งอันตรายต่อชีวิต&nbsp; คนบางคนยังรู้สึกเจ็บปวดในแขนขาข้างที่ได้ถูกตัดออกไปแล้ว แต่สัตว์บางชนิดอาจไม่มีสัมผัสนี้ นักวิทยาสตร์ตั้งชื่อประสาทสัมผัสนี้ว่า Nociception (กระบวนการทางประสาทที่เข้ารหัส และประมวลผลตัวกระตุ้นอันตราย) แปลง่ายๆ&nbsp; คือกระบวนการของสิ่งมีชีวิตที่จะทำให้รับรู้ถึงการบาดเจ็บและชำรุดของร่างกาย&nbsp;<ul><li>สัตว์บางชนิด ส่วนสมองนั้นแยกความเจ็บปวดออกจากการบาดเจ็บ และมีคนเชื่อว่าสัตว์บางชนิด เช่น ปลา ปู กุ้ง&nbsp; แมลง ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดแต่คำตอบนั้นหลากหลายและเป็นที่ถกเถียงและศึกษาในวิทยาศาสตร์&nbsp;</li><li>และสัตว์บางชนิด แม้บาดเจ็บเพียงจุดเดียวอาจส่งปฏิกิริยาไปทั้งร่างกาย ปลาหมึกที่ได้รับบาดเจ็บนั้นจะอ่อนไหวไปทั่วทั้งร่างกาย ในขณะที่คนเราสามารถแยกความเจ็บปวดเฉพาะจุดได้เพื่อระบุส่วนที่เสียหายที่เกิดขึ้นในจุดที่บาดเจ็บ แต่ก็สามารถดำเนินชีวิตต่อด้วยส่วนอื่นที่ไม่เจ็บปวด</li></ul></li><li><strong>การรับรู้ความร้อน</strong>&nbsp;แม้คนจะสัมผัสความร้อนได้จากการต้องเข้าไปอยู่ในนั้น แต่สัตว์บางชนิดสามารถจับความร้อนได้ด้วยการรับรู้จากระยะไกล สำหรับสัตว์บางประเภทอุณหภูมิที่เหมาะสมคือตัวแปรสำคัญในการอยู่รอดในธรรมชาติ และบางครั้งอุณหภูมิคือตัวชี้วัดแหล่งอาหาร<ul><li>แมลงไม่สามารถปรับอุณหภูมิในร่างกายและอุณหภูมิร้อนหรือเย็นเกินไปอาจทำให้ตายได้ แมลงหลากชนิดมีพฤติกรรมตอบสนองโดยมีอุณหภูมิเรียกว่า Thermotaxi ซึ่งจับความร้อนได้รวดเร็วและแม่นยำมาก เช่น ยุงมีระบบรับรู้ความร้อนจากร่างกายสัตว์ที่มันต้องไปดูดเลือด</li><li>สัตว์ล่าเหยื่อเช่นงู มีอวัยวะลักษณะเป็นรูชื่อ Pit organs บนใบหน้า ที่มองผ่านๆ ดูคล้ายรูจมูก เพื่อใช้การรับรู้ความร้อนควบคู่กับดวงตาในการล่าเหยื่อที่ร่างกายมีความร้อน เช่น นกและหนู ช่วยให้มันหาเหยื่อในที่มืดได้</li></ul></li><li><strong>การสัมผัส และการสั่น </strong>ปลายนิ้วมือของคนนั้นอ่อนไหวต่อความรู้สึกมากจนทำให้ผู้ที่ตาบอดสามารถอ่านอักษรเบรลล์ได้จากการรับรู้ผิวสัมผัสนูนต่ำบนกระดาษ ในโลกของสัตว์ การสัมผัสนั้นมีความแตกต่างหลากหลาย<ul><li>ตัวนากมีมือและหนวดที่ไว มีระบบ active touch ซึ่งรับรู้ได้ไวมากจากการสัมผัส การที่มันดูเหมือนลอยม้วนตัวไปมาในน้ำ แท้จริงแล้ว มันอาจกำลังอ่านสิ่งแวดล้อมอยู่ สัมผัสที่ไวทำให้มันหยิบจับอาหารได้อย่างรวดเร็ว</li><li>ปลาเคลื่อนที่ไปในน้ำได้อย่างว่องไวในทิศทางที่มันต้องการ นอกจากจะปรับสรีระให้เหมาะสมกับการเคลื่อนไหวในน้ำ ปลาสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของกระแสน้ำ หรือ Hydrodynamic&nbsp; ปลาสามารถรู้ถึงสัตว์อื่นที่เคลื่อนไหวมา สิ่งนี้ทำให้ปลาว่ายหนีก่อนที่คนจะว่ายน้ำเข้าหาพวกมัน พวกมันใช้ชีวิตในน้ำและรับสัญญาณในน้ำที่เราไม่ตรวจจับได้ ส่วนสัตว์ที่ล่าพวกมันเป็นอาหารก็อาจสามารถตรวจจับร่องรอยในน้ำได้หลังจากพวกมันได้ว่ายผ่านไปแล้ว</li><li>แมลงกว่า&nbsp; 200,000 ชนิดเช่น จักจั่น ตั๊กแตน&nbsp; ใช้คลื่นความสั่นต่างๆ กันเพื่อสื่อสาร ส่งสัญญาณถึงกัน เสียงของพวกมันไม่อยู่ในคลื่นที่หูของเราสามารถจับได้ จึงไม่รับรู้ว่ามีอยู่</li></ul></li><li><strong>เสียงและเสียงสะท้อน </strong>สัตว์จำนวนมากไม่มีหู และสัตว์ต่างชนิดก็ส่งเสียงและรับสัญญาณในต่างคลื่นเสียงในความความถี่ที่แตกต่างกันไป<ul><li>แมลงในยุคแรกไม่มีอวัยวะรับเสียง แต่แมลงบางชนิดก็ได้วิวัฒนาการจนมีส่วนที่ใช้รับรู้เสียงได้และอยู่ในจุดต่างๆ&nbsp; อันแตกต่างกันหลากหลาย บางแมลงมีหูอยู่ที่เสาสัญญาณ ที่ข้อเข่า ปลายขน&nbsp;&nbsp;</li><li>วาฬสามารถส่งเสียงถึงกันได้ในระยะไกล หากวาฬได้ยินเสียงเพลงจากวาฬอีกตัวที่ห่างไป 1,500 ไมล์นั่นคือเสียงได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว วาฬ่รับรู้ถึงภูเขาในมหาสมุทรผ่านการส่งเสียงสะท้อนไปในวัตถุนั้น หากวัตถุห่างไกล</li><li>อย่างที่เราเคยเรียนกันมา ค้างคาวมี Echolocation หรือสามารถระบุตำแหน่งของวัตถุโดยใช้เสียงสะท้อน โดยพวกมันสามารถระบุชนิดของแมลงได้จากจังหวะของการกระพือปีก สามารถบอกได้ว่าแมลงกำลังจะบินมาหรือบินออกจากตำแหน่งของตัวค้างคาว</li></ul></li><li><strong>สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กโลก</strong><ul><li>ปลามากถึง 350 สปีชีส์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ปลาไหลไฟฟ้าปล่อยพลังงานไฟฟ้าที่สามารถฆ่าม้าให้ตายได้ มีปลาอีกมากที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ พวกมันใช้ในการรับรู้สิ่งแวดล้อม และสื่อสารถึงกัน พวกมันใช้กระแสไฟฟ้าเหมือนที่สุนัขใช้ดมกลิ่น และค้างคาวใช้ระบุตำแหน่งจากเสียงสะท้อน</li><li>สัตว์ที่จำเป็นต้องอพยพทางไกลสามารถรับรู้ได้ถึงสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งสัญญาณนี้เป็นตัวช่วยระบุทิศเพื่อให้พวกมันอพยพทางไกลได้โดยไม่หลงทาง สนามแม่เหล็กโลกไม่ถูกกระทบโดยสภาพอากาศหรือสิ่งกีดขวาง เต่าหรือปลาแซลมอนสามารถจดจำตำแหน่งสถานที่เกิดของมันได้แม่นยำจนสามารถกลับมาที่จุดกำเนิดได้เมื่อเติบโต เพื่อวางไข่ในชายหาดเดียวกับที่พวกมันฟักตัวออกมาดูโลก&nbsp; มนุษย์ใช้เข็มทิศมาเป็นพันปี แต่สัตว์เหล่านี้ใช้ระบบนี้มาเป็นล้านๆ ปี เพื่อไปถูกทิศทางแม้ไม่มีแผนที่ในท้องฟ้าและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ </li></ul></li></ul>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Hubble in a bubble: Scallop eyes act like tiny telescopes" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/bbNfV2zoodU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption><em>หอยเชลล์มีดวงตาสีฟ้านีออนน้อยๆ เป็นร้อยๆ ดวงของชวนให้เรานึกว่าภาพที่มันเห็นจะเป็นอย่างไร</em><br><a href="https://www.youtube.com/watch?v=bbNfV2zoodU">Hubble in a bubble: Scallop eyes act like tiny telescopes</a></figcaption></figure>



<p>แม้จุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกจะเริ่มขึ้นจากจุดเดียวกันก่อนจะค่อยๆ ขยายแผ่กิ่งก้านสาขาแห่งวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา สีที่เราเห็นอาจเป็นคนละสีหากมองด้วยดวงตาอื่น กลิ่นที่เหม็นสำหรับเราอาจหอมสำหรับสัตว์อื่น แม้กระทั่งความเจ็บปวดในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดก็อาจจะแตกต่างกันไปตามระบบการรับรู้ของร่างกาย และมีอีกหลายประสาทสัมผัสที่เราไม่มี</p>



<p>ในธรรมชาติมีข้อมูลมากมายล่องลอยอยู่ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่สมบูรณ์และรับสัญญาณทุกสิ่งได้พร้อมๆ กัน เพราะมันจะเป็นชุดข้อมูลที่มากมายเกินไป สัตว์ต่างๆ จึงวิวัฒนาการระบบประสาทมาจับสัญญาณเพื่อรับรู้แค่ข้อมูลบางประเภทเท่านั้น ข้อมูลทุกสิ่งไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและอาจใช้พลังงานมากเกินไปหากต้องรับรู้ทุกส่วนเสี้ยวความจริงพร้อมๆ กัน</p>



<p>สิ่งมีชีวิตล้วนได้รับเพียงส่วนเสี้ยวของความจริง แต่ละสิ่งมีชีวิตแต่ละสายพันธุ์จึงรับรู้โลกในเวอร์ชั่นที่ต่างกัน สัตว์ (และคน) ต่างล้วนอยู่ใน Sensory Bubble หรือฟองอากาศแห่งประสาทสัมผัสของตนเองซึ่งจำกัด และเรียกทุกสิ่งที่ตนสัมผัสได้ว่าคือโลกที่แท้จริง ซึ่งจริงๆ แล้วอาจมีหลากหลายเวอร์ชั่นที่เราไม่อาจจินตนาการได้ครบทุกความเป็นไปได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Umwelt พาเราออกไปนอกขอบเขตโลกที่เรารับรู้ได้</strong></h2>



<p>การมีอยู่ของ Umwelt ชวนให้เรานึกตามว่า หากเราเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตใกล้ตัวเราเช่นสุนัข พวกมันสำรวจโลกโดยใช้จมูกเป็นหลัก จมูกของมันนั้นรับรู้กลิ่นได้อย่างละเอียดท่วมท้นกว่าคนมากมาย&nbsp;โลกของสุนัขจึงเต็มไปด้วยกลิ่น สิ่งของทุกชิ้น ทุกสถานที่อาจประเดประดังด้วยกลิ่นหลากชนิด เราไม่อาจนึกออกว่าหากเรามีร่างกายที่แตกต่างไปแท้จริงแล้วจะรู้สึกและรับรู้อย่างไร</p>



<p>David Eagleman จึงสรุปว่าคงจะดีหากคนทั่วไปได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ Umwelt คอยเตือนให้เรารู้ข้อจำกัดของการรับรู้ของเรา และลองจินตนาการถึงข้อมูลที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้มากมายในโลก และจักรวาลนั้นเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่เราอาจนึกไม่ถึง</p>



<p>อริสโตเติลเคยระบุว่า ประสาทสัมผัสมีอยู่ 5 อย่างคือรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นั่นเป็นข้อมูลพื้นฐานตามที่เราคุ้นเคยกัน แต่ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า ร่างกายของเรามีประสาทสัมผัสมากกว่านั้น เช่น Sense of Balance การรับรู้สมดุลร่างกาย หรือกระทั่งเมื่อเราหลับตา เราสามารถรับรู้ถึงแขนขาของเราได้ แม้เราจะยังไม่ได้มองหรือจับ คนที่ประสาทสัมผัสส่วนเหล่านี้ชำรุดหรือบกพร่องไป ก็จะไม่สามารถรับรู้โลกได้เหมือนคนอื่นๆ</p>



<p>ตั้งแต่อดีต มนุษย์มักมีเรื่องเล่า นิทาน เกี่ยวกับสัตว์ที่พูดได้และมีพฤติกรรมเหมือนคน มนุษย์ได้พยายามใส่มุมมองความเป็นคนเข้าไปในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ&nbsp;เมื่อเราดูสารคดีสัตว์โลก ไปสวนสัตว์ สังเกตดูสัตว์ต่างๆ&nbsp;เรามักสังเกตพวกมัน เราจินตนาการความคิดและการรับรู้ของมันโดยอ้างอิงจากตัวเรา Umwelt ทำให้ออกจากมุมมองที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง พลิกมุมมองเราให้เปิดใจไปสำรวจพยายามเข้าใจพวกมันโดยคำนึงถึงในลักษณะทางกายภาพของสิ่งมีชีวิตในแบบที่มันรับรู้</p>



<p>แม้ยากที่เราจะนึกออกว่าสัตว์ต่างๆ มองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น สัมผัสโลกข้างหน้าแตกต่างจากเราอย่างไร แม้ยากที่เราจะเข้าใจเราจะรู้สึกอย่างไรหากเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตอื่น.. แต่การได้ลองนึกว่าพวกมันรับรู้โลกต่างจากเราอย่างไรได้บ้าง อาจพาเราไปพบความน่าอัศจรรย์ใจคือความหลากหลายในความธรรมดา</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://edyong.me/an-immense-world">An Immense World — Ed Yong</a></li><li><a href="https://www.collinsdictionary.com/dictionary/german-english/umwelt">English Translation of “Umwelt” | Collins German-English Dictionary</a></li><li><a href="https://www.edge.org/response-detail/11498">https://www.edge.org/response-detail/11498</a></li><li><a href="https://www.irishtimes.com/culture/aristotle-got-it-wrong-we-have-a-lot-more-than-five-senses-1.3079639#:~:text=Aristotle%20said%20there%20were%20five,are%20many%20more%20than%20that">Aristotle got it wrong: We have a lot more than five senses</a>.</li></ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/umwelt/">Umwelt เมื่อคนและสัตว์ต่างรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสที่แตกต่างกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Adorkable ค่านิยมของ Gen Z ที่ยึดถือความเด๋อด๋าไม่ปรุงแต่งมากกว่าภาพลักษณ์ตามมาตรฐาน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/adorkable/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sy Chonato]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2022 11:23:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[In Other Words]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[adorkable]]></category>
		<category><![CDATA[in other words]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=160770</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2021 นิตยสาร Bloomberg ได้ขนานนามว่า Generation Z ว่าเป็นรุ่นแห่งความ Adorkable คงเดาได้ไม่ยากว่าคำนี้มีรากศัพท์จาก ‘Adorable’ แปลว่า น่ารัก น่าเอ็นดู ผสมกับคำว่า ‘Dork’ เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ดูเด๋อ ไม่เท่ ซึ่งไม่ใช่คำด่าหรือมีความหมายเป็นลบแต่อย่างใด คำนี้ได้ถูกบรรจุอยู่ใน Collins English Dictionary ตั้งแต่ปี 2014 หรือ 8 ปีที่แล้ว แต่ยังถูกนำมาใช้เรื่อยๆ Collins สืบกลับไปได้ว่าคำนี้ปรากฏบน Twitter ครั้งแรกในปี 2007 แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเริ่มต้นที่ไหน ส่วนเว็บไซต์ Vulture สืบกลับไปพบว่ามีการใช้คำนี้ในบล็อกหนึ่งตั้งแต่ปี 2001 ไม่ว่าจะเริ่มที่ไหนและอย่างไร คำนี้กลายเป็นคำเรียบง่าย ติดปาก จำง่าย และถูกใช้มาเรื่อยๆ จนเริ่มกลายเป็นคำที่คนคุ้นเคยเพราะเดาความหมายได้ไม่ยาก เป็นที่นิยมจนถูกบรรจุอยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษหลายแห่ง พจนานุกรม Cambridge Dictionary ให้นิยามคำนี้ไว่ว่า “สิ่งของหรือคน” ที่ดูเข้าสังคมลำบาก ดูไม่ทันสมัย ในลักษณะที่ทำให้คุณรู้สึกรักหรือชอบคนนั้นหรือสิ่งนั้น ส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/adorkable/">Adorkable ค่านิยมของ Gen Z ที่ยึดถือความเด๋อด๋าไม่ปรุงแต่งมากกว่าภาพลักษณ์ตามมาตรฐาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปี 2021 นิตยสาร Bloomberg ได้ขนานนามว่า Generation Z ว่าเป็นรุ่นแห่งความ Adorkable</p>



<p>คงเดาได้ไม่ยากว่าคำนี้มีรากศัพท์จาก ‘Adorable’ แปลว่า น่ารัก น่าเอ็นดู ผสมกับคำว่า ‘Dork’ เป็นคำที่ใช้เรียกคนที่ดูเด๋อ ไม่เท่ ซึ่งไม่ใช่คำด่าหรือมีความหมายเป็นลบแต่อย่างใด</p>



<p>คำนี้ได้ถูกบรรจุอยู่ใน Collins English Dictionary ตั้งแต่ปี 2014 หรือ 8 ปีที่แล้ว แต่ยังถูกนำมาใช้เรื่อยๆ Collins สืบกลับไปได้ว่าคำนี้ปรากฏบน Twitter ครั้งแรกในปี 2007 แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเริ่มต้นที่ไหน ส่วนเว็บไซต์ Vulture สืบกลับไปพบว่ามีการใช้คำนี้ในบล็อกหนึ่งตั้งแต่ปี 2001</p>



<p>ไม่ว่าจะเริ่มที่ไหนและอย่างไร คำนี้กลายเป็นคำเรียบง่าย ติดปาก จำง่าย และถูกใช้มาเรื่อยๆ จนเริ่มกลายเป็นคำที่คนคุ้นเคยเพราะเดาความหมายได้ไม่ยาก เป็นที่นิยมจนถูกบรรจุอยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษหลายแห่ง </p>



<p>พจนานุกรม Cambridge Dictionary ให้นิยามคำนี้ไว่ว่า <strong>“สิ่งของหรือคน” ที่ดูเข้าสังคมลำบาก ดูไม่ทันสมัย ในลักษณะที่ทำให้คุณรู้สึกรักหรือชอบคนนั้นหรือสิ่งนั้น</strong></p>



<p><strong>ส่วน Dictionary.com อธิบายว่า</strong> คำนี้ใช้อธิบายลักษณะของ<strong>คนที่น่ารัก โดยที่เขามีลักษณะของความ ‘Dorky’ คืองุ่มง่าม เปิ่น หรือมีความสนใจที่แปลกประหลาด</strong></p>



<p>ทั้งนี้คำว่า Dork คือความเฉิ่ม เด๋อ เปิ่น เข้าสังคมไม่เก่ง แปลกพิลึก สามารถมีความหมายเป็นในเชิงบวกและลบขึ้นกับบริบทของการใช้ ในบริบทของ Adorkable ความ Dork ความเปิ่น ความเด๋อถูกทำให้กลายเป็นลักษณะที่ดึงดูด น่าเอ็นดู น่าสนใจ มีเสน่ห์แบบไม่ปรุงแต่ง ไม่ต้องคูล ไม่ต้องสวยงามตามมาตรฐาน</p>



<p>เมื่อย้อนดูในภาพยนตร์ป๊อบคัลเจอร์ ตัวละครที่เป็นภาพจำของความ ‘Dork’ เช่น ตัวละคร Luna Lovegood ในแฮรี่ พอตเตอร์ที่ถูกนิยามว่าเป็นคนเพี้ยนๆ แปลกๆ หรือ Napoloen Dynamite หนุ่มเนิร์ดวัยรุ่นมีเพื่อนน้อยในหนังคัลท์ชื่อเดียวกับตัวละครนี้ ถ้าหากจะให้ยกตัวอย่างถึงตัวละครในปี 2022 นี้ ผู้เขียนก็คงจะนึกถึงคุณทนายอูยองอู สุดน่ารัก จากซีรีส์เกาหลียอดฮิต Extraordinary Attorney Woo เธอเป็นทนายความสาวอัจฉริยะ แต่เข้าสังคมไม่เก่งเพราะมีอาการออทิสติกที่เรียกว่า Autistic Spectrum หนังนำเสนอความจริงใจ ความสดใส และความยากลำบากในการเข้าสังคมของคนที่มีอาการออทิสติกสเปกตรัมได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้คนดูคอยลุ้นอยากเอาใจช่วย และเข้าใจคนที่มีอาการออทิสติกมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="640" height="360" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image4.gif" alt="" class="wp-image-160776"/><figcaption>ตัวละครนโปเลียน ไดนาไมท์ในหนัง Napoleon Dynamite (2004)</figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="480" height="270" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image1.gif" alt="" class="wp-image-160773"/><figcaption>ตัวละครทนายอูยองอู จากหนัง หนัง Extraordinary Attorney Woo (2022) ผู้มีอาการออทิสติกแต่สามารถเป็นทนายที่ยอดเยี่ยม</figcaption></figure></div>



<p>การใช้คำนี้อธิบายถึงตัวละคร ไม่ใช่คำใหม่แต่อย่างใด ย้อนกลับไปในยุคปี 2011 คำนี้ได้ถูกใช้ในแคมเปญการตลาดเพื่อแนะนำตัวละครในทีวี เรื่อง ‘New Girl’ แสดงนำโดย Zooey Deschanel และคำนี้มักถูกใช้ชมดารา หรือคนที่เรารู้สึกว่าน่ารักน่าเอ็นดูเรื่อยมา</p>



<p>เวลาผ่านไปหลายปี Huffington Post รายงานระบุว่า Zooey เองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าคำนี้ เป็นแค่คำนิยามเชิงการตลาดเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาหลายปี เธอในยุคปัจจุบันก็ไม่ได้รู้สึกยินดีหรือเชื่อมโยงกับคำนิยามว่า ‘adorkable’ นี้แล้ว คำนี้ได้ถูกหยิบมาใช้นิยามคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ เราก็ไม่สามารถจะสรุปคนที่เกิดช่วงเวลาเดียวกันไว้ด้วยคำสั้นๆ เพียงคำเดียวได้ ในอนาคตข้างหน้า คนวัย Gen Z ก็อาจจะเติบโตและไม่ยึดโยงกับคุณค่าความ Adorkable อีกต่อไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="498" height="278" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image2.gif" alt="" class="wp-image-160774"/><figcaption>Zooey Deschanel นำแสดงนำในละครทีวี New Girl (2011-2018) ผู้ถูกนิยามว่า ‘Adorkable’ ในระลอกก่อนหน้า</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">คุณค่าที่สำคัญกับคนรุ่นใหม่ คือความจริงใจไม่สร้างภาพ </h3>



<p>Bloomberg อธิบายว่าทำไมคำนี้ถึงเหมาะสมที่จะใช้แทนคนวัย Gen Z (ผู้เกิดในช่วงปี 1997 to 2012) โดยยกตัวอย่างเรื่อง ‘สิว’ ตลอดเวลาที่ผ่านมา สังคมและการตลาดพยายามขายภาพจำว่าสิวคือเรื่องน่าอายที่ต้องปกปิดและต้องควบคุมให้อยู่หมัด โฆษณามักใช้นักแสดงหรือนางแบบนายแบบที่ผิวดีอยู่แล้วเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ควบคุมสิวเพื่อให้คนรู้สึกอายที่มีสิว</p>



<p>แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา แบรนด์ที่เชื่อในคุณค่าแบบ Adorkable เช่น Clearasil เลือกปรับการเล่าเรื่องในโฆษณาใหม่เป็นการแสดงภาพที่แท้จริง ใช้คนที่ไม่เพอร์เฟค และแสดงหน้าคนที่มีสิวจริงๆ เพื่อโฆษณาความเรียล มีการใช้คำอย่างเช่น ‘Acne Positivity’ ลบภาพว่า สิว = น่าอาย สู่การทำให้เป็นเรื่องปกติ หรือ นอกจากนี้นยังเกิดแบรนด์ STARFACE แผ่นปิดบรรเทาสิวที่ไม่ได้พยายามจะใช้สีเนื้อกลืนไปกับผิวแต่เลือกแผ่นแปะสิวเป็นรูปดวงดาวสีเหลืองสะท้อนแสงแสบตาสุดสดใส </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="522" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-1024x522.png" alt="" class="wp-image-160775" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-1024x522.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-300x153.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-768x391.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-1536x782.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3-600x306.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image3.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption><a href="https://starface.world/">https://starface.world/</a> หน้าเวบไซต์ของ Starface</figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="709" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-1024x709.png" alt="" class="wp-image-160778" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-1024x709.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-300x208.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-768x532.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-1536x1064.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6-600x416.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image6.png 2036w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>แผ่นแปะรูขุมขนรูปคิตตี้ และภาพที่ไม่ได้รีทัชสิว หรือรูขุมขน ของแบรนด์ STARFACE</figcaption></figure>



<p>แบรนด์เหล่านี้เชื่อว่า ค่านิยมของ Gen Z ยึดถือคือความเรียล ความจริงใจ ไม่ปรุงแต่ง พวกเขาไม่แยแสที่จะความแตกต่างจากคนอื่น ไม่กลัวเด๋อ ไม่จำเป็นตรงตามภาพมาตรฐานที่ดีงามแบบที่โลกคุ้นเคย</p>



<p>ค่านิยมของคนรุ่นใหม่จึงไม่แคร์ที่คนอื่นจะเห็นความไม่สมบูรณ์แบบของเขา เช่น หน้าเป็นสิว ผิวแตกลาย กางเกงเปื้อนประจำเดือน หรือการเข้าสังคมไม่เก่ง พวกเขาเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องปิดบังหรือรู้สึกผิด แต่เป็นเรื่องที่เราสามารถยอมรับตัวเองได้ และบอกกับคนอื่นได้ว่าเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน</p>



<p>เพื่อให้เห็นภาพชัด คน Gen Z ก็มักถูกเปรียบเทียบกับคนเจน Y บ่อยครั้ง ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนรุ่นนั้นๆ อย่าง Facebook และ Instagram ที่คนเจน Y ให้มักคุณค่าที่ยึดถือคือความดูดี ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติรู้สึกชีวิตดีลงตัวสวยงามด้วยหน้า Instagram ที่ถูกเรียบเรียงคุมโทนอย่างดีสวยงามเป็นเรื่องเดียวกัน</p>



<p>เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มยอดนิยมของ Gen Z อย่าง TikTok ที่ไม่เน้นรักษาภาพลักษณ์ แต่เน้นสนุก รวดเร็ว ไม่ต้องเพอร์เฟคแต่ Relatable หรือเข้าถึงได้คือคุณค่าที่ Gen Z นิยมกว่าความสมบูรณ์แบบคุมโทน สวยแบบเรียบๆ เซฟๆ หรือดูสวยแบบไร้ที่ติ นั้นดูน่าเบื่อ ทั่วไป และไม่ดึงดูดอีกต่อไป</p>



<p>ต่างจากยุคสมัยแห่ง Instagrammable ที่สิ่งของและสถานที่ถูกสร้างมาโดยหวังว่าถ่ายลงอินสตาแกรมแล้วจะดูดี ค่านิยมของ Adorkable เน้นความเป็นกันเอง ผ่อนคลาย สู่ชีวิตที่ไม่ต้องการฟิลเตอร์ปรุงแต่ง ผิดพลาดได้ ไม่ต้องเกร็ง หลายสื่อสังเกตว่าคน Gen Z ไม่แคร์ที่จะลงรูปตัวเองหน้าสด พื้นหลังเซลฟี่เป็นห้องรกๆ เพราะพวกเขาไม่ซีเรียสเรื่องภาพลักษณ์ ไม่กลัวที่จะผิดพลาด ในทวิตเตอร์สามารถบ่นยืดยาวเป็นพันๆ ข้อความผ่านทวิตเตอร์โดยไม่ได้คิดมาก</p>



<p>ผลจากค่านิยมนี้เองทำให้แอพพลิเคชันอย่าง <a href="https://bere.al/en"></a><a href="https://bere.al/en"><u>Bereal</u></a> เริ่มเป็นที่นิยม เนื่องจากมีฟีเจอร์จำกัดให้คนสามารถลงได้แค่วันละรูปเท่านั้น โดยถ่ายกล้องหน้ากล้องหลังพร้อมกันในระยะเวลาที่จำกัด ไม่มีฟิลเตอร์ เน้นความสด ความ ไว และความเรียล ไม่ปรุงแต่ง ไม่ต้องเสียเวลาแต่งรูปนานๆ ลงเสร็จแล้วจบเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="592" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image5-592x1024.png" alt="" class="wp-image-160777" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image5-592x1024.png 592w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image5-173x300.png 173w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image5-600x1038.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/image5.png 734w" sizes="(max-width: 592px) 100vw, 592px" /><figcaption>ตัวอย่าง BEREAL โซเชียลมีเดียที่ให้คนลงรูปเวลาเดียวกัน วันละรูป และแก้ไขไม่ได้ ไม่มีฟิลเตอร์</figcaption></figure></div>



<p>Gen Z ส่งเสียงไปให้แบรนด์ต่างๆ รู้สึกว่าต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงตาม คนรุ่นนี้ต้องการแบรนด์ที่ตรงไปตรงมา จริงใจ ไม่รักษาภาพลักษณ์ พูดภาษาเดียวกับเขา สิ่งนี้สามารถ disrupt ค่านิยมการตลาด รวมทั้งค่านิยมความงามแบบเก่าให้ปรับตัว แถมสะท้อนว่าแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้มีคนรุ่นเจน Y เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญอีกต่อไปแล้ว</p>



<p>อย่างไรก็ดี หากความ Adorkable คือความน่ารักโดยไม่พยายาม ก็มีกระแสวิพากษ์แบรนด์ต่างๆ ที่พยายามสร้างภาพให้ตามทันวัยรุ่น แบรนด์เหล่าพยายามโดยออกแคมเปญที่ดู Adorkable เพื่อความเป็นกันเอง และจริงใจ โดยหวังจะดึงดูดกลุ่มคน Gen Z ไว้ได้เพื่อเป็นที่จดจำเพื่อกระตุ้นยอดขาย และถูกจดจำโดยวัยรุ่น</p>



<p>แต่ขณะเดียวกัน ก็เกิดคำถามต่อไปว่า ความพยายามจะ Adorkable เพื่อให้ตามทันวัยรุ่น ก็อาจจะทำลายคุณค่าสำคัญของคำนี้ลงไป เพราะ Adorkable คือความน่ารักในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่สร้างภาพ ไม่พยายาม แต่หากตั้งใจก็ย่อมจะขัดกับคุณค่าของความไม่ปรุงแต่งที่เป็นคุณค่าหลักของคำนี้ บางคนมองว่าการใช้คำว่า adorkable นิยามแบรนด์ตัวเองนั้นออกจะน่าเขินและน่ากระอักกระอ่วน</p>



<p>Adorkable เป็นอีกคำใหม่ที่ถูกหยิบมาใช้นิยามคนรุ่นใหม่ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นในปีสองปีนี้ แต่เราคิดว่าน่าสนใจ และคนวัยรุ่นจำนวนมากก็อาจจะไม่เห็นด้วยที่โดนเหมารวมด้วยคำๆ เดียวที่นิยามรุ่นของพวกเขาที่มีความแตกต่างหลากหลาย</p>



<p>อย่างไรก็ดี เราก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้เด๋อ หรือแปลก แตกต่าง เพื่อให้น่ารักน่าสนใจ ตามสมัยแต่อย่างใด แค่ผ่อนคลาย และโอบรับความงามและความน่ารักที่ไม่ต้องเพอร์เฟค คีปลุค คุมโทนอีกต่อไป แค่เป็นตัวเองแล้วสบายใจ พึงพอใจก็พอแล้ว <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://www.dictionary.com/e/slang/adorkable/"><u>adorkable Meaning &amp; Origin | Slang by Dictionary.com</u></a></li><li><a href="https://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/adorkable"><u>ADORKABLE | meaning, definition in Cambridge English Dictionary</u></a></li><li><a href="https://www.theguardian.com/books/2014/jun/10/adorkable-collins-english-dictionary-twitter-print"><u>&#8216;Adorkable&#8217; makes awkward debut in Collins English Dictionary | Reference and languages books | The Guardian</u></a></li><li><a href="https://www.bloomberg.com/opinion/articles/2021-01-24/the-gen-z-brand-aesthetic-is-both-disruptive-and-adorkable"><u>The Gen Z Brand Aesthetic Is Both Disruptive and Adorkable &#8211; Bloomberg</u></a></li><li><a href="https://www.huffpost.com/entry/zooey-deschanel-adorkable-driftless-area_n_7088906"><u>Zooey Deschanel Says That Whole &#8216;Adorkable&#8217; Thing Was Just A Marketing Scheme | HuffPost Entertainment</u></a></li></ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/adorkable/">Adorkable ค่านิยมของ Gen Z ที่ยึดถือความเด๋อด๋าไม่ปรุงแต่งมากกว่าภาพลักษณ์ตามมาตรฐาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 Part 2 &#124; EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.52</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพท บุญสินสุข]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2022 09:21:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[EARGASM]]></category>
		<category><![CDATA[EARGASM BY PAT BOONSINSUKH]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=159475</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาเจอกันอีกครั้งสำหรับ EARGASM ตอนที่จะแนะนำเพลงจากศิลปินไทยเจ๋งๆ ในช่วงครึ่งปี 2022 ตอนที่ 2 แพท บุญสินสุข จับมือกับ เลเล่เล้ กูรูและนักเขียนเกี่ยวกับดนตรีมาแนะนำเพลงไทยเช่นเคย  ไม่อยากสปอยล์ว่ามีใครบ้าง แต่อยากบอกว่าปีนี้ศิลปินปล่อยของด้วยความอัดอั้นกันเพียบ แนวเพลงก็หลากหลายมาก โชว์ความอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ติดกับกรอบความสำเร็จเดิม ในขณะเดียวกันก็ยังเพราะ จรรโลงใจคนฟังที่เหนื่อยล้าจากสถานการณ์สังคมได้ดี ฟังเรื่องราวและสำรวจลิสต์เพลง ได้ที่ EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.52</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part2/">เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 Part 2 | EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.52</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มาเจอกันอีกครั้งสำหรับ EARGASM ตอนที่จะแนะนำเพลงจากศิลปินไทยเจ๋งๆ ในช่วงครึ่งปี 2022 ตอนที่ 2 แพท บุญสินสุข จับมือกับ เลเล่เล้ กูรูและนักเขียนเกี่ยวกับดนตรีมาแนะนำเพลงไทยเช่นเคย </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-159476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220819.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไม่อยากสปอยล์ว่ามีใครบ้าง แต่อยากบอกว่าปีนี้ศิลปินปล่อยของด้วยความอัดอั้นกันเพียบ แนวเพลงก็หลากหลายมาก โชว์ความอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ติดกับกรอบความสำเร็จเดิม ในขณะเดียวกันก็ยังเพราะ จรรโลงใจคนฟังที่เหนื่อยล้าจากสถานการณ์สังคมได้ดี</p>



<p>ฟังเรื่องราวและสำรวจลิสต์เพลง ได้ที่ EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.52</p>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3Cfxpk0"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is listen-on-03-1.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3AxAzhO"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3wecTMO"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3pqXHs2"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is podbean.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/rw1ClKbcpk0"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part2/">เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 Part 2 | EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.52</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Algospeak เมื่อคนสรรหาคำใหม่มาใช้หลบเลี่ยงการสอดส่องควบคุมของอัลกอริทึม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/algospeak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Sy Chonato]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Aug 2022 16:02:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[In Other Words]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[in other words]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=159260</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันมีคำศัพท์ใหม่โผล่มาเรื่อยๆ นอกจากคำสแลงของวัยรุ่นเพื่อให้พวกเขาคุยเข้าใจกันได้ไม่ให้คนแก่ตามทันแล้ว บนโลกอินเทอร์เน็ตยังมีปรากฏการณ์ที่ผู้คนคิดคำขึ้นใหม่เพื่อคอยหลีกเลี่ยงการสอดส่องโดยระบบอัลกอริทึมในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วยเหตุผลต่างๆ กัน วันนี้เราอยากชวนมาสำรวจคำใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Algospeak’ ภาษาพูดที่ถูกสร้างมาพลิกแพลงเพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมของระบบอัลกอริทึมบนอินเทอร์เน็ต ฆ่าตัวตาย ก่อการร้าย ซื้อขายอาวุธ หรือเรื่องวาบหวิว: เมื่ออยากจะพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด คนในเน็ตจึงคิดโค้ดลับขึ้นมาเพื่อให้พูดคุยได้ ผู้ใช้คนหนึ่งตั้งกระทู้ถามบน Reddit (เว็บไซต์สำหรับโพสต์แลกเปลี่ยนออนไลน์) ว่า ทำไมคนใน TikTok ถึงใช้คำว่า &#8216;unalive&#8217; แทนคำว่า &#8216;ฆ่า&#8217; หรือ &#8216;ตาย&#8217; ผู้คนจึงเข้ามาตอบว่า เพราะว่าแพลตฟอร์มสมัยนี้มีนโยบายป้องกันความรุนแรง คนคงกลัวว่าจะโดนแบนหรือถูกระงับการใช้งานหากใช้คำที่เกี่ยวกับความรุนแรง เช่น ความตาย การฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรม จึงหาคำนี้มาแทนคำว่า &#8216;kill&#8217; หรือ &#8216;suicide&#8217; และบางคนก็เชื่อว่าหากวิดีโอมีคำพูดที่เป็นลบแล้วอาจจะทำให้จำนวนยอดการเข้าถึงผู้ใช้งานลดลง หรือโดนจำกัดในระบบให้คนเห็นน้อย เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคปัจจุบันมีนโยบายคัดกรองให้คะแนนข้อความที่ดูเป็นด้านบวกให้เข้าถึงผู้คนมากกว่า บทความของ Wired ได้เขียนถึงปรากฏการณ์ที่ผู้คนในแอปพลิเคชั่น TikTok เลือกใช้คำว่า &#8216;unalive&#8217; เมื่อพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย เพื่อป้องกันการโดนลบจากแพลตฟอร์ม โดยยกตัวอย่างแอ็กเคานต์หนึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 80,000 คน โดยเนื้อหาของช่องของเธอนั้นเกี่ยวข้องกับแนวคิดที่อยากจะปลิดชีพตนเอง บอกเล่าประสบการณ์การเป็นคนไข้จิตเวช [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/algospeak/">Algospeak เมื่อคนสรรหาคำใหม่มาใช้หลบเลี่ยงการสอดส่องควบคุมของอัลกอริทึม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ทุกวันมีคำศัพท์ใหม่โผล่มาเรื่อยๆ นอกจากคำสแลงของวัยรุ่นเพื่อให้พวกเขาคุยเข้าใจกันได้ไม่ให้คนแก่ตามทันแล้ว บนโลกอินเทอร์เน็ตยังมีปรากฏการณ์ที่ผู้คนคิดคำขึ้นใหม่เพื่อคอยหลีกเลี่ยงการสอดส่องโดยระบบอัลกอริทึมในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วยเหตุผลต่างๆ กัน</p>



<p>วันนี้เราอยากชวนมาสำรวจคำใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Algospeak’ ภาษาพูดที่ถูกสร้างมาพลิกแพลงเพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมของระบบอัลกอริทึมบนอินเทอร์เน็ต</p>



<h3 class="wp-block-heading">ฆ่าตัวตาย ก่อการร้าย ซื้อขายอาวุธ หรือเรื่องวาบหวิว: เมื่ออยากจะพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด คนในเน็ตจึงคิดโค้ดลับขึ้นมาเพื่อให้พูดคุยได้</h3>



<p>ผู้ใช้คนหนึ่งตั้งกระทู้ถามบน Reddit (เว็บไซต์สำหรับโพสต์แลกเปลี่ยนออนไลน์) ว่า ทำไมคนใน TikTok ถึงใช้คำว่า &#8216;unalive&#8217; แทนคำว่า &#8216;ฆ่า&#8217; หรือ &#8216;ตาย&#8217; ผู้คนจึงเข้ามาตอบว่า เพราะว่าแพลตฟอร์มสมัยนี้มีนโยบายป้องกันความรุนแรง คนคงกลัวว่าจะโดนแบนหรือถูกระงับการใช้งานหากใช้คำที่เกี่ยวกับความรุนแรง เช่น ความตาย การฆ่าตัวตาย หรือ ฆาตกรรม จึงหาคำนี้มาแทนคำว่า &#8216;kill&#8217; หรือ &#8216;suicide&#8217; และบางคนก็เชื่อว่าหากวิดีโอมีคำพูดที่เป็นลบแล้วอาจจะทำให้จำนวนยอดการเข้าถึงผู้ใช้งานลดลง หรือโดนจำกัดในระบบให้คนเห็นน้อย เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยุคปัจจุบันมีนโยบายคัดกรองให้คะแนนข้อความที่ดูเป็นด้านบวกให้เข้าถึงผู้คนมากกว่า</p>



<p>บทความของ Wired ได้เขียนถึงปรากฏการณ์ที่ผู้คนในแอปพลิเคชั่น TikTok เลือกใช้คำว่า &#8216;unalive&#8217; เมื่อพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย เพื่อป้องกันการโดนลบจากแพลตฟอร์ม โดยยกตัวอย่างแอ็กเคานต์หนึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 80,000 คน โดยเนื้อหาของช่องของเธอนั้นเกี่ยวข้องกับแนวคิดที่อยากจะปลิดชีพตนเอง บอกเล่าประสบการณ์การเป็นคนไข้จิตเวช ที่น่าสังเกตคือแอ็กเคานต์นี้ไม่เคยใช้คำว่า &#8216;suicide&#8217; เพียงสักครั้งเดียวเพราะกลัวว่า TikTok จะลบคลิปของเธอ</p>



<p>นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Algospeak’ โดย Algospeak ผสมมาจากคำว่า &#8216;Algorithm&#8217; อัลกอริทึมหรือระบบชุดคำสั่งที่สร้างไว้ตามขั้นตอน  + &#8216;Speak&#8217; การพูด การสื่อสาร </p>



<p>เมื่อถูกจับตาและเซ็นเซอร์โดยระบบอัตโนมัติ คนจึงคิดค้นคำใหม่เพื่อหลบเลี่ยงระบบคัดกรองอัตโนมัติบนแพลตฟอร์ม เพื่อให้พูดเรื่องที่ตัวเองพูดได้โดยไม่โดนแบน ถูกลบ หรือถูกระบบกดคะแนนการเข้าถึงลงเพราะเนื้อหาอาจสุ่มเสี่ยง<strong> </strong></p>



<p>Algospeak เกิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่คนในเน็ตปรับตัว และหาคำใหม่มาเพื่อทดแทนการถูกจับตาควบคุมโดยระบบอัลกอริทึมที่คอยสอดส่องควบคุมเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม มักลบข้อความอันที่ไม่ผ่านนโยบายความปลอดภัยอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ รวมถึงลบบัญชีผู้ใช้ที่ละเมิดนโยบายด้วย </p>



<p>Algospeak เป็นอีกปัจจัยที่เกิดขึ้นจนทำให้เกิดคำใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และทำให้ภาษาเปลี่ยนแปลงอย่างไวอย่างที่เราคุ้นเคยว่า หากเราไม่เล่นเน็ตสัก 1 ปีก็อาจจะตามไม่ทันแล้วว่าวัยรุ่น คนใน Twitter หรือ TikTok พูดหมายถึงเรื่องอะไรกัน เพราะใช้โค้ดลับที่กันคนนอกและระบบตรวจสอบได้โดยง่ายนั่นเอง</p>



<p>จุดเริ่มต้นของคำว่า unalive อันหมายความตรงกันข้ามกับ alive (มีชีวิต) ไม่ได้เกิดขึ้นบน TikTok เป็นที่แรกเสียทีเดียว แต่โผล่ขึ้นมาครั้งแรกในปี 2013 โดยมีตัวละครหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง<em> Deadpool</em> ซึ่งเป็นหนังแอ็กชั่นฮีโร่แนวเกรียนตลก ตัวละครได้ใช้คำว่า &#8216;unalive&#8217; ในความหมายว่าเขาจะกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก คำนี้อยู่มาเรื่อยๆ แต่ก็เพิ่งถูกค้นหาเพิ่มสูงในปี 2022 นี้เอง บน TikTok มีแฮชแท็ก #unalivemeplease มากถึง 9.2 ล้านครั้ง และไม่มีแฮชแท็ก #suicide ปรากฏในแพลตฟอร์มแต่อย่างใด อาจเพราะระบบได้จำกัดไม่ให้คนค้นหาพบเนื่องจากเสี่ยงมีเนื้อหาและภาพที่รุนแรง</p>



<p>unalive เป็นเพียงคำหนึ่งที่ถูกใช้ยกตัวอย่างบ่อยและถูกพูดถึงแพร่หลาย แต่นอกจากคำนี้ยังมีคำอื่นๆ มาทดแทนความหมายที่แท้จริง อีกมากมายที่ทำให้คนนอกอาจจะงง เช่น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Nip Nops หมายถึง หัวนม (Nipples)</li><li>Spicy Eggplant (มะเขือรสเผ็ด) หมายถึง ไวเบรเตอร์ หรือ เซ็กซ์ทอยประเภทเครื่องสั่น</li><li>SA หมายถึง Sexual Assaults หรือการล่วงละเมิดทางเพศ</li><li>Le dollar bean หมายถึง เลสเบี้ยน</li><li>Accountants (นักบัญชี) แปลว่า พนักงานบริการทางเพศ (Sex Workers)</li><li>อีโมจิรูปข้าวโพด <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f33d.png" alt="🌽" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> (corn) แทนการพูดถึงหนังโป๊ (Porn)</li></ul>



<p>อีกตัวอย่างของคำประเภท Algospeak ที่เกิดขึ้นจากโควิด–19 เมื่อแพลตฟอร์มให้คะแนนคำคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ Pandemic หรือโรคระบาดน้อย เพื่อป้องกันการส่งข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคระบาด ผู้คนเลยคิดชื่อเล่นให้กับคำนี้ใหม่ เช่น Panini หรือ Panda Express หรือกระทั่ง ทัวร์รียูเนียนของ Backstreet Boys วงบอยแบนด์ชื่อดังในยุค 2000s</p>



<p>เมื่อ Facebook ประกาศที่จะแบนกลุ่มบนแพลตฟอร์มที่ให้ข้อมูลผิดไปในเชิงต่อต้านการฉีดวัคซีนโควิด–19 กลุ่มที่มีเนื้อหาเรื่องนี้ก็เปลี่ยนคำเพื่อหนีการโดนแบนเป็น &#8216;dance party&#8217; หรือ &#8216;dinner party&#8217; และเรียกคนที่ฉีดวัคซีนแล้วว่าเป็นพวกว่ายน้ำ หรือ &#8216;swimmers&#8217;</p>



<p>ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า มนุษย์นั้นมีวิธีที่สร้างสรรค์และหาทางหลบเลี่ยงการตรวจจับจากผู้มีอำนาจหรือผู้ตรวจสอบได้เสมอไม่ว่าจะเป็น Moderator ในยุคเว็บบอร์ด ก้าวผ่านมาจนการใช้ชีวิตอยู่ร่วมการตรวจจับโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ในยุคโซเชียลมีเดีย แม้กระทั่งนักการเมือง/ปัญญาชนชาวอินเดีย Shashi Tharoor ก็ได้ทวีตถึงคำนี้ว่าเป็น Word of the Day ที่น่าจับตาในยุคปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/qngHXXyrfwRpru8t3--Rda7qiUv0901ACFxkdAMBcLkY8JAbPtPaJZO8BAQaWZQFdXsbzB-0e2rSjmfXqSidoTqJTOm2vJQrp6wVPEZ0pLecVWvk7qDTiZeVT6Q8G60qCPfzT_v7H0nveMtOmuFz6AM" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-twitter wp-block-embed-twitter"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<blockquote class="twitter-tweet" data-width="500" data-dnt="true"><p lang="en" dir="ltr"><a href="https://twitter.com/hashtag/WordOfTheDay?src=hash&amp;ref_src=twsrc%5Etfw">#WordOfTheDay</a>:<br>*algospeak* [noun]: <br>word used on social media posts to avoid using another that algorithms may identify as unsuitable or inappropriate, in order to bypass downranking by content moderation filters on social media platforms. Eg. using “unalive” rather than “dead.”</p>&mdash; Shashi Tharoor (@ShashiTharoor) <a href="https://twitter.com/ShashiTharoor/status/1549568748226760704?ref_src=twsrc%5Etfw">July 20, 2022</a></blockquote><script async src="https://platform.twitter.com/widgets.js" charset="utf-8"></script>
</div></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ภาษาโค้ดลับเพื่อเลี่ยงการตรวจจับและควบคุมไม่ใช่เรื่องใหม่</h3>



<p>พฤติกรรมการใช้โค้ดลับในการสื่อสารเพื่อเลี่ยงการตรวจจับโดยผู้มีอำนาจนั้นมีมานานและเกิดขึ้นในทุกสังคม เว็บไซต์ Know Your Meme ได้เปรียบเทียบเรียก Algospeak ว่าคือ Voldermorting แปลเป็นคำง่ายๆ คือ<strong> &#8216;กระทำการโวลเดอร์มอร์ต&#8217; </strong>เสมือนสภาวะโลกเวทมนตร์ในนิยาย <em>แฮรี่ พอตเตอร์ </em>ที่เราคุ้นเคย ตัวละครต่างเลี่ยงการพูดถึงลอร์ดโวลเดอร์มอร์ตโดยจากเรียกชื่อตรงๆ เปลี่ยนไปเรียกเป็นคำว่า<em> &#8216;คนที่คุณก็รู้ว่าใคร</em>&#8216; หรือ <em>&#8216;ผู้ที่ไม่ควรเอ่ยนาม</em>&#8216; หากสังคมปัจจุบันในโลกความจริงเราต้องกระทำการโวลเดอร์มอร์ตเพื่อเซ็นเซอร์ตัวเองด้วยความกลัวไปล่วงหน้า ก็ไม่แน่ใจว่านี่สังคมอินเทอร์เน็ตหรือโลกที่น่าอยู่หรือไม่</p>



<p>ปรากฏการณ์ Algospeak กลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่ในภาษาอังกฤษเท่านั้น และพฤติกรรมที่คนในสังคมเกิดหัวใสคิดบิดเบือนคำ สร้างโค้ดลับเฉพาะ เพื่อจะพูดในเรื่องที่พูดได้ยากก็เกิดขึ้นแพร่หลายในภาษาไทยและแท้จริงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดบนโลก เพียงแค่ปัจจุบันมีระบบอัลกอริทึมที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคัดกรองเนื้อหาบนแพลตฟอร์มที่มีมากมายและหลั่งไหลอย่างรวดเร็วเกินจะใช้การตรวจจับคัดกรองโดยมนุษย์ได้หมด และผู้ให้บริการก็หวังว่าระบบเหล่านี้จะตรวจจับได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และไม่มีอคติยิ่งกว่ามนุษย์ และเป็นการแข่งขันกันระหว่างระบบที่ฉลาดขึ้นกับความมีไหวพริบของมนุษย์ที่พยายามจะหลีกหนีการตรวจจับและการถูกกำกับในการสื่อสาร</p>



<p>อย่างไรก็ดีก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า ระบบที่ตรวจจับคำสุ่มเสี่ยงนั้นสามารถคัดกรองและเข้าใจบริบทการใช้งานคำต้องห้ามคำหนึ่งมากแค่ไหน เช่น การพูดถึงเรื่องฆ่าตัวตายนั้น ก็สามารถมองว่าเป็นเรื่องที่ควรถกเถียงและคุยกันได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและ Awareness ในสังคม หรือกระทั่งใช้เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตัวตาย หากระบบอัลกอริทึมไม่สามารถอ่าน &#8216;ความจงใจ&#8217; ของผู้สื่อสาร ก็อาจจะเลือกแบนคำนี้ไปเลย แม้จะป้องกันคนเจอภาพที่เนื้อหาสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง เมื่อระบบที่ไม่แม่นยำมากพอ เลือกกรองหยาบๆ ก็อาจจะเป็นการคัดกรองเนื้อหาและความรู้เกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ ให้โดนลดคะแนนหรือถูกลบหายไปจนค้นหาไม่พบไปด้วยซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย</p>



<p>พฤติกรรมการใช้โค้ดลับเพื่อสื่อสารเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์ มีอีกชื่อเรียกคือ <strong>ภาษาแบบอีสป หรือ Aesopian Language</strong> คือการใช้คำที่ดูเป็นคำทั่วไปแต่แท้จริงมีความหมายเป็นโค้ดลับเพื่อสื่อสารบางเรื่องและกันคนนอกไม่ให้ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที แต่คนในรู้กันว่าพูดถึงเรื่องอะไร ยิ่งถ้าคำต้องห้ามถูกทดแทนด้วยคำธรรมดาทั่วไปมากแค่ไหน ก็ยิ่งยากกับระบบที่จะคัดกรองออกได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ตัดเอาเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปด้วย การเปรียบเทียบกับนิทานอีสปเพราะนิทานอีสปคือเรื่องเล่าที่ดูไร้พิษภัย แพร่หลายทั่วไป คนจำนวนมากรู้จักและเคยได้ยิน โดย Aesopian นั้นมีต้นตอมาจากภาษารัสเซียคำว่า ezopovski ซึ่งคือคำเดียวกันในภาษารัสเซีย</p>



<p>แม้ Algospeak ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีปัจจัยเพิ่มเติมคือระบบอัลกอริทึมที่พยายามพัฒนาตัวเองให้ทันไหวพริบของมนุษย์  ปรากฏการณ์นี้ทำให้เราทุกคนได้ร่วมเป็นพยานที่เห็นภาษาบนโลกเปลี่ยนแปลงไว หรือดิ้นได้ในความเร็วที่ไวกว่าเดิม แม้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุ่มเสี่ยง แต่ก็อาจเป็นปกติของมนุษย์ที่อยากรู้อยากเห็น ทำให้เราได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ และด้านมืดของมนุษย์ที่ปรับตัวหนีการสอดส่องได้เสมอ Algospeak จึงกลายเป็นเกมหนูไล่จับแมวระหว่างระบบควบคุมกับผู้คนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p>



<p>ดังนั้น อินเทอร์เน็ตที่ใสสะอาดปลอดภัย 100% คงไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายได้เร็วๆ นี้ และที่สำคัญ ทำให้เห็นว่า นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่าเราต้องการโลกอินเทอร์เน็ตที่คอยคัดกรองเรื่องลบ เรื่องร้าย ให้หายไปจากโลก หรือตัดสินใจแทนเราในทุกสิ่งว่าสิ่งใดควรไม่ควร โดยไม่เชื่อใจให้เราใช้วิจารณญาณของเราในการรับรู้ แสดงออก และสื่อสาร จริงๆ หรือ</p>



<p>อ้างอิง</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://www.dictionary.com/e/slang/unalive/">unalive Meaning &amp; Origin | Slang by Dictionary.com</a></li><li><a href="https://multilingual.com/algospeak-a-new-language-to-circumvent-ai-powered-content-moderation/">Algospeak: a new language to circumvent AI-powered content moderation | MultiLingual</a></li><li><a href="https://www.washingtonpost.com/technology/2022/04/08/algospeak-tiktok-le-dollar-bean/">&#8216;Algospeak&#8217; is changing our language in real time &#8211; The Washington Post</a></li></ul>



<p><a href="https://www.wired.com/story/algorithms-suicide-unalive/">Are TikTok Algorithms Changing How People Talk About Suicide? | WIRED</a></p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://www.merriam-webster.com/dictionary/Aesopian">Aesopian Definition &amp; Meaning &#8211; Merriam-Webster</a></li></ul>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/algospeak/">Algospeak เมื่อคนสรรหาคำใหม่มาใช้หลบเลี่ยงการสอดส่องควบคุมของอัลกอริทึม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 &#124; EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51</title>
		<link>https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[แพท บุญสินสุข]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2022 09:55:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[EARGASM]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[EARGASM BY PAT BOONSINSUKH]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=159013</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครึ่งปีก็มาเจอกันทีสำหรับ EARGASM ตอนที่จะแนะนำเพลงจากศิลปินไทยเจ๋งๆ ในช่วงครึ่งปี 2022 ตอนนี้ แพท บุญสินสุข จับมือกับ เลเล่เล้ กูรูและนักเขียนเกี่ยวกับดนตรีมาแนะนำเพลงไทยเช่นเคย ไม่อยากสปอยล์ว่ามีใครบ้าง แต่อยากบอกว่าปีนี้ศิลปินปล่อยของด้วยความอัดอั้นกันเพียบ แนวเพลงก็หลากหลายมาก โชว์ความอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ติดกับกรอบความสำเร็จเดิม ในขณะเดียวกันก็ยังเพราะ จรรโลงใจคนฟังที่เหนื่อยล้าจากสถานการณ์สังคมได้ดี ฟังเรื่องราวและสำรวจลิสต์เพลง ได้ที่ EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part1/">เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 | EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ครึ่งปีก็มาเจอกันทีสำหรับ EARGASM ตอนที่จะแนะนำเพลงจากศิลปินไทยเจ๋งๆ ในช่วงครึ่งปี 2022 ตอนนี้ แพท บุญสินสุข จับมือกับ เลเล่เล้ กูรูและนักเขียนเกี่ยวกับดนตรีมาแนะนำเพลงไทยเช่นเคย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-159017" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Eargasm_2022-Thai-Songs-Recommendation_Type-Content_c1_20220805.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ไม่อยากสปอยล์ว่ามีใครบ้าง แต่อยากบอกว่าปีนี้ศิลปินปล่อยของด้วยความอัดอั้นกันเพียบ แนวเพลงก็หลากหลายมาก โชว์ความอยากทดลองอะไรใหม่ๆ ไม่ติดกับกรอบความสำเร็จเดิม ในขณะเดียวกันก็ยังเพราะ จรรโลงใจคนฟังที่เหนื่อยล้าจากสถานการณ์สังคมได้ดี</p>



<p>ฟังเรื่องราวและสำรวจลิสต์เพลง ได้ที่ EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 | EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/PWH258Obrzk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3OQW8xW"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is listen-on-03-1.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3ziYa43"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3PIfy9q"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3S7Ro9P"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is podbean.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/s_3JKVRGBRo"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/eargasm-top-2022-part1/">เพลงจากศิลปินไทยที่อยากแนะนำประจำปี 2022 | EARGASM BY PAT BOONSINSUKH EP.51</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 21 ปริศนาห้องอำพันที่หายไปของรัสเซีย คดีใหญ่ที่คงความสงสัยไว้ข้ามศตวรรษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[มนสิชา รุ่งชวาลนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2022 11:26:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต | ของ | ปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[รัสเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[อดีต ของ ปัจจุบัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157795</guid>

					<description><![CDATA[<p>ห้องอำพัน (Amber Room) คือห้องหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังแคทเทอรีน ของรัสเซีย ซึ่งสูญหายไปท่ามกลางความวุ่นวายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ความพิเศษของห้องนี้คือการตกแต่งผนังห้องที่ประดับประดาไปด้วยอำพันสีเหลืองทองระยิบระยับ นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยอัญมณีชนิดอื่นๆ อีก จึงน่าสงสัยว่าห้องนี้ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 6 ตัน และมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ หายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร มีหลายทฤษฎีที่น่าสนใจ ทั้งการจมอยู่ใต้ทะเลบอลติก การทำลายโดยไม่ตั้งใจของฝั่งรัสเซียเอง หรือแม้กระทั่งแยกชิ้นส่วนเผื่อนำไปซ่อนในที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าจะคาดเดาไปอย่างไร ชะตากรรมของห้องอำพันยังคงเป็นปริศนาที่หลายคนยังสืบหาจนถึงทุกวันนี้ ห้องอำพันนี้สูญหายไปได้อย่าง เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงสงคราม และทฤษฎีใดมีความเป็นไปได้มากที่สุด ชวนทุกคนไปติดตามพร้อมกันได้ใน รายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.21 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep21/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 21 ปริศนาห้องอำพันที่หายไปของรัสเซีย คดีใหญ่ที่คงความสงสัยไว้ข้ามศตวรรษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ห้องอำพัน (Amber Room) คือห้องหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพระราชวังแคทเทอรีน ของรัสเซีย ซึ่งสูญหายไปท่ามกลางความวุ่นวายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ความพิเศษของห้องนี้คือการตกแต่งผนังห้องที่ประดับประดาไปด้วยอำพันสีเหลืองทองระยิบระยับ นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยอัญมณีชนิดอื่นๆ อีก จึงน่าสงสัยว่าห้องนี้ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 6 ตัน และมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ หายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157809" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/อดีตของปัจจุบัน_EP21_Content_c3_20220701.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มีหลายทฤษฎีที่น่าสนใจ ทั้งการจมอยู่ใต้ทะเลบอลติก การทำลายโดยไม่ตั้งใจของฝั่งรัสเซียเอง หรือแม้กระทั่งแยกชิ้นส่วนเผื่อนำไปซ่อนในที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าจะคาดเดาไปอย่างไร ชะตากรรมของห้องอำพันยังคงเป็นปริศนาที่หลายคนยังสืบหาจนถึงทุกวันนี้</p>



<p>ห้องอำพันนี้สูญหายไปได้อย่าง เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงสงคราม และทฤษฎีใดมีความเป็นไปได้มากที่สุด ชวนทุกคนไปติดตามพร้อมกันได้ใน รายการ อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP.21 โดย เตย มนสิชา และยุ้ย กนกพรรณ แห่งเพจพื้นที่ให้เล่า</p>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://apple.co/3aeAl4W"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/10/listen-on-03-1.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is listen-on-03-1.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://spoti.fi/3yf9GNd"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/spotify.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3OYrbIq"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/soundcloud.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://bit.ly/3Aptv7b"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/podbean.jpg" alt="This image has an empty alt attribute; its file name is podbean.jpg"/></a></figure>



<figure class="wp-block-image"><a href="https://youtu.be/2A_9L83CqMw"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/youtube.jpg" alt="วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ"/></a></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/interest-things-in-history-ep21/">อดีต / ของ / ปัจจุบัน EP. 21 ปริศนาห้องอำพันที่หายไปของรัสเซีย คดีใหญ่ที่คงความสงสัยไว้ข้ามศตวรรษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
